วิสัยทัศน์

จากอดีต เชียร์ลีดเดอร์ ที่กลายเป็นซุปตาร์ดาวดัง
ฮอลลีวู้ด /  เชียร์ลีดเดอร์

จากอดีต เชียร์ลีดเดอร์ ที่กลายเป็นซุปตาร์ดาวดัง ....หลายคนเชื่อว่าเราเป็นชีวิตเราถูกกำหนดไว้แล้ว และเราไม่สามารถพลิกผันหรือเปลี่ยนแปลงอะไรได้  ได้แต่ก้มหน้ายอมรับชะตากรรมที่ใครก็ไม่รู้เป็นผู้กำหนด! จนบางคนถึงกับยอมทิ้งความฝัน เพราะถอดใจ เหนื่อยกับการวิ่งตามความฝัน ที่มันก็ไม่เคยเป็นจริงสักครั้ง! ....แต่ถ้าพูดถึงในเรื่องของความฝันแล้ว ใช่ว่าจะโชคดีไปทุกคน หรือไปทุกความฝันใช่ไหมคะ  บางคนเข้ามาทำงานปุ๊บก็ดังปั๊บ แต่รู้ไหมว่ามีดารานักแสดงจำนวนไม่น้อยเลย ที่ต้องฟันผ่าอุปสรรคมากมาย กว่าจะโด่งดังได้ถึงทุกวันนี้ ซึ่งดาราบางคนก็เริ่มต้นจากจุดเล็กๆ จากการเป็น เชียร์ลีดเดอร์ ปอมปอมเกิร์ล เป็นดาวเด่นในทีม แต่ด้วยความมุ่งมั่น พยายาม และไม่ยอมแพ้ จึงสานต่อความฝัน จนแล้ววันหนึ่งพวกเธอก็สามารถสานฝันผันตัวเองเป็นดาวดังระดับโลก ประสบความสำเร็จในชีวิตได้จนถึงทุกวันนี้ ดังนั้น Women Mthai ขอหยิบเรื่องราวกว่าจะเป็นดาวของดาราฝั่งฮอลลีวู้ด ว่าจะมีดาราสาวคนไหนบ้างที่เริ่มไต่บันไดดาว จากการเป็น เชียร์ลีดเดอร์ จนกลายมาเป็น ซูเปอร์สตาร์แถวหน้าของโลก อย่างเช่นทุกวันนี้่ เริ่มที่... ซานดร้า บุลล็อค เจ้าของรางวัลออสการ์ และรางวัลลูกโลกทองคำ สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมประจำปี 2009 นักแสดงมากความสามารถคนนี้ อดีตนั้นเคยเป็นแค่เชียร์ลีดเดอร์คนหนึ่งของ วอชิงตัน-ลี ไฮสคูล ในรัฐเวอร์จิเนีย ( Washington Lee High School in Arlington, VA.) สมัยเธอกำลังศึกษาอยู่ในปี 1981 ฮัลลี่ เบอร์รี่ เคยเป็น เชียร์ลีดเดอร์ ของ เบดฟอร์ด ไฮสคูล  (Bedford High School) กระทั่งเป็นนางงามประจำรัฐ  Miss Ohio ปี 1986, Miss Teen All-American ในปี 1985 และรองอันดับ 1 Miss USA ในปี 1986 ก่อนเข้าสู่วงการแสดงตั้งแต่ปี 1991 จนสามารถคว้ารางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมประจำปี 2001 รายนี้ต้องบอกว่าเธอสวยโดดเด่นฉายแววเป็นซุปปตาร์ เตรียมแจ้งเกิดตั้งแต่เด็กเลยนะคะเนี่ย อลิเซีย ซิลเวอร์สโตน อดีตขวัญใจวัยรุ่นยุค 90 ผู้โด่งดังจากภาพยนตร์เรื่องBatman & Robin  เคยเป็น เชียร์ลีดเดอร์ ของ ซาน มาเตโอ ไฮสคูล แต่เธอเรียนไม่จบเพราะออกมารับงานแสดงแบบเต็มตัว หลังจากเป็นนางแบบตั้งแต่ 6 ขวบ คาเมรอน ดิแอซ สาวสวยศิษย์เก่าและอยู่ในทีมเชียร์ลีดเดอร์ของ Long Beach Polytechnic High School แต่เมื่อเธอตัดสินใจดร็อปเรียนและผันตัวเข้าสู่วงการเป็นนางแบบตั้งแต่อายุ 16 ปี ชีวิตของ คาเมรอน ดิแอซ ก็เปลี่ยนจากนั้นเป็นต้นมา ก่อนเธอจะโด่งดังจากการแสดงภาพยนตร์เรื่อง My Best Friend's Wedding และ There's Something About Mary เฟอร์กี้ (สเตซี่ แอนน์ เฟอร์กูสัน) นักร้องนำของวงแบล็ค อายด์ พีส์  เธอเรียนเต้นรำตั้งแต่เด็ก เข้าร่วมกลุ่มเชียร์ทีมฟุตบอลไวลด์แค็ตส์ ของโรงเรียน เกล็น เอ. วิลสัน ไฮสคูล (Glen A. Wilson High School แต่ปัจจุบันนอกจากร้อง และแต่งเพลง เธอก็ยังเป็นดีไซเนอร์ นักแสดง กับพิธีกรรายการโทรทัศน์ ยอมรับเลยว่า เฟอร์กี้ ความสามารถล้นเหลือ เก่งรอบด้านจริงๆ ลินด์เซย์ โลฮาน สาวนิวยอร์กผู้โด่งดังตั้งแต่ทศวรรษที่ 90 ในฐานะนักแสดงซีรี่ส์โทรทัศน์เรื่อง Another World  กระทั่งสร้างชื่อดังกระฉ่อนกับภาพยนตร์ Freaky Friday , Mean Girls ก่อนเป็นนางแบบ ดีไซเนอร์ และนักร้อง เธอฉายแววตั้งแต่เด็ก แถมเคยเป็นเชียร์ลีดเดอร์ของโรงเรียน แซนฟอร์ด ฮ. คัลฮูน ไฮสคูล เคิร์สเท่น ดันส์ท ลูกครึ่งเยอรมันอีกคนนี้รายนี้ได้รับการชื่นชมมากจากบรนซ์ ชิปแมน กัปตันทีมเชีท ทอร์แยร์ลีดเดอร์ในภาพยนตร์เรื่อง "Bring It On" นั่นก็อาจเป็นเพราะชีวิตจริงเธอก็เคยเป็นเชียร์ลีดเดอร์มาก่อนด้วยถึง 4 ปี สมัยอยู่โรงเรียน Notre Dame High School ที่ลอสแอนเจลีส ซึ่งเธอเป็นศิษย์เก่ารุ่นปี 2000 เมแกน ฟ๊อกซ์ ฉายแววเซ็กซี่ เป็นดาวเด่นตั้งแต่สมัยเป็นเชียร์ลีดเดอร์ของโรงเรียนมอร์นิ่งไซด์ อคาเดมี่ อัปเปอร์ สคูล ที่ฟลอริดา (Morningside Academy) ก่อชื่อของมาเป็นที่รู้จักในฐานะนักแสดง Transformers เมื่อปี 2007 และได้รับการโหวตจากผู้อ่านนิตยสาร FHM ให้คว้าตำแหน่งผู้หญิงเซ็กซี่ที่สุดในโลกประจำปี 2008 ดาโกต้า แฟนนิ่ง  แม้ว่าจะเดินทางเข้าสู่วงการฮอลีวู้ด แจ้งเกิดในฐานะซุปตาร์วัยกระเตาะ  แต่ ดาโกตา แฟนนิ่ง ก็ยังพยายามใช้ชีวิตนักเรียนมัธยมให้คุ้มค่าที่สุด ด้วยการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การเข้าทีมเชียร์ลีดเดอร์ หรือเข้าประกวดจนคว้าตำแหน่งราชินีงานเลี้ยงวันคืนสู่เหย้า จนได้รับรางวัล 2 ปีซ้อน  ปฎิเสธไม่ได้เลยว่า สาวคนนี้ เธอสวย เกิดมาเพื่อเป็นดาว อย่างแท้จริง ไมลี่ย์ ไซรัส ก่อนที่เธอจะกลายมาเป็นนักร้อง นักแสดงที่ประสบความสำเร็จและโด่งดังเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกนั้น สมัยวัยใส เธอนหน้าตาน่ารักน่าชัง กล้าแสดงออก จนเป็นเชียร์ลีดเดอร์ประจำโรงเรียนสมัยเรียนที่  Heritage Middle School และด้วยพรสวรรค์และพรแสวง ฉายแววเอนเตอร์เทนเนอร์ตั้งแต่เด็ก และคิดว่าเธอชอบงานแสดงจริงๆ สาวไมลี่ย์จึงเริ่มรับงานแสดง จนทำให้หลาๆคนรู้จักเธอในบทนำเป็น ไมลีย์ สจ๊วต/ฮันนาห์ มอนทานา ในซีรีส์ทางโทรทัศน์เรื่อง ฮันนาห์ มอนทานา ทางช่องดิสนีย์ จนตอนนี้ ไมลี่ย์ ไซรัส ผันตัวเองมาเป็นนักร้องเปรี็ยวซ่า แบบฉุดไม่อยู่ในที่สุด มาดอนน่า รู้หรือไม่ว่า สมัยเอ๊าะ ขุ่นแม่มาดอนน่า เจ้าแม่วงการเพลงป็อปแดนซ์นั้น เคยป็นหนึ่งในดาวเด่นของทีมเชียร์ลีดเดอร์โรงเรียนโรเชสเตอร์ อดัมส์ ไฮสคูล (Rochester adams high school) มาก่อนได้ทุนเรียนต่อด้านการเต้นรำของยูนิเวอร์ซิตี้ ออฟ มิชิแกน แต่เธอเลือกดร็อปจากมหาวิทยาลัย เพื่อเดินตามความฝันของตัวเองที่นิวยอร์ก ผจญชีวิต 4 ปีกว่าจะได้ออกซิงเกิ้ลแรกในปี 1982 แม้ว่าต้นทุนทางชีวิตของแต่ละคนอาจจะไม่เท่ากัน แต่หากมีความมุ่งมั่นและพยายามอย่างแท้จริง ของแบบนี้ถ้าไม่เหนื่อย จนถอดใจไปเสียก่อน คงมีวันที่จะไปถึงดวงดาวได้อย่างแน่นอนจ้าา.. เรียบเรียงโดย...Women Mthai Team ที่มาและภาพประกอบจาก...bleacherreport.com และ wildammo.com

ความเจ้าชู้กับวันเกิด
ความรักวัยรุ่น

มาเช็ค ความเจ้าชู้กับวันเกิด กันหน่อยดีกว่า ว่าตัวเราหรือคนรักนั้นเจ้าชู้มากน้อยแค่ไหน ^^ หลายคู่ที่ทะเลาะกันก็มาจากความหึงหวงเนี่ยแหละ  งั้นดูไว้เป็นพื้นฐานก็พอนะคะ ว่าดวงคนเกิดวันไหน ระดับความเจ้าชู้จะมากหรือน้อย ^^ ความเจ้าชู้กับวันเกิด คนเกิดวันอาทิตย์ คนเกิดวันอาทิตย์มีหัวใจกล้าได้กล้าเสียในเรื่องความรักนั้นถือคติว่าเสี่ยงเป็นเสี่ยงกันตามประสาคนชอบสนุกเจ้าสำราญพอสมควร คนเกิดวันอาทิตย์เจ้าชู้จึงมีดวงในเรื่องความรักที่โดดเด่นคือได้พบรักเสมอๆ มักปิ๊งคนเด่นๆ ที่ดูดีกว่าใครในกลุ่มคนที่มีท่าเรียบง่ายจนเกินไป ค่อนข้างเชยๆ ไม่ใช่คนแบบที่คุณจะสะดุดตาสะดุดใจแน่นอน คนเกิดวันจันทร์  คนเกิดวันจันทร์ไม่แสดงออกถึงความเจ้าชู้เด่นชัดอย่างคนวันอาทิตย์ แต่จริงๆ แล้วเป็นคนเจ้าชู้เงียบแอบโปรยเสน่ห์อยู่บ่อยๆ เหมือนกัน ซึ่งก็มีคนหลงปลื้มอยู่เสมอไป ด้วยความที่เป็นคนอ่อนโยน ฉลาด รอบรู้ มีมนุษยสัมพันธ์ดีพอควร คนเกิดวันจันทร์ชอบทำตัวน่ารักแต่ถ้าเริ่มคบหาจริงจังกับหวานใจแล้วจะแสดงความดื้อดึงออกมาทันทีเพราะเป็นคนเอาแต่ใจตัวเองไม่น้อย ดวงความรักของคุณจึงแสนซึ้งในช่วงต้น เพราะพื้นดวงเป็นคนสุภาพน้อยคนนักที่จะห้าวมาก คนเกิดวันอังคาร  ถ้าคุณเกิดวันอังคารคุณก็ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องความรักของคุณหรอกเพราะดวงในเรื่องความรักค่อนข้างดี หมายถึงดวงคู่แท้ที่เป็นความรักแท้ ๆ ในชีวิตด้วยเช่นกัน พื้นฐานนิสัยของคุณแม้จะห้าวหาญวู่วามและตรงไปตรงมาจนน่าถอยห่างแต่เสน่ห์ของคุณมีเสมอกับเพศตรงข้ามทำให้ไม่มีช่วงใดที่ไร้คู่นานวันนัก นอกจากบางช่วงคุณจะยังไม่คิดในเรื่องนี้จริงจังเท่านั้น คนวันอังคารเจ้าชู้แค่อารมณ์เท่านั้นไม่ได้เจ้าชู้เป็นนิสัยถ้าเจอะเจอคนหล่อหรือคนสวยในแบบที่พึงพอใจก็จะส่งสายตาไปก่อนอื่น แต่ไม่ใช่คนที่จะต้องปราดเข้าไปขอทำความรู้จักทันใด คนเกิดวันพุธ  คนเกิดวันพุธมักมีดวงเกี่ยวกับความรักในแบบที่ลึกซึ้งไม่รักเพียงหวือหวาให้ตื่นเต้นเร้าใจเท่านั้น ด้วยธรรมชาติและพื้นดวงที่เป็นคนช่างคิดช่างตรองรอบคอบกับทุกเรื่องราวเสมอ ดังนั้นกับในเรื่องรักคุณจึงต้องมั่นใจก่อนที่จะเอื้อมมือไปคว้ามาแนบใจ เสน่ห์ที่โดดเด่นของคนเกิดวันพุธอยู่ที่ศิลปะในการพูดจาทำให้ใคร ๆ หลงเคลิ้มได้เสมอและยังเป็นคนฉลาดมีไหวพริบดีอีกด้วย นั่นเป็นจุดเด่นที่ทำให้คนรอบข้างชื่นชมเป็นพิเศษ แต่แม้ว่าจะมีใจชอบใครคนเกิดวันพุธจะไม่เปิดเผยทุกอย่างแก่คนรักเนื่องจากเป็นคนมีโลกส่วนตัวชอบเก็บบางเรื่องราวไว้กับตัวเองเหมือนกับที่เป็นคนชอบอิสระและรักสนุกไม่น้อยเลยทีเดียว คนเกิดวันพฤหัส  ถ้าคุณเกิดวันพฤหัสบดีมั่นใจได้เลยว่าคุณจะเป็นคนรักที่ดีให้ใครคนนั้นได้ภาคภูมิใจแน่ เพราะคุณมีทั้งความเอื้ออารี มีน้ำใจ เป็นคนสติปัญญาดี มีความยุติธรรมเป็นคนที่ใครก็ยอมรับและชื่นชมคุณ เป็นคนรักจริงเกลียดจริงถ้าเกลียดใครก็ไม่เสแสร้งคบหาต่อไปให้ต้องฝืนตามวิสัยของคุณเกิดวันพฤหัสบดีที่ตรงพอสมควร ดวงในเรื่องความรักของคนเกิดวันพฤหัสบดีไม่ค่อยโลดโผนพิสดารมากนักความรักค่อยเป็นค่อยไปอย่างเรียบง่าย หากจะมีเรื่องปวดหัวใจบ้างก็เป็นเพราะความมองโลกในแง่ดีเกินไปบางครั้งจึงหลงคารมคนไม่จริงใจหรือบางครั้งก็คิดไปเองว่าใครคนนั้นมีใจด้วยทั้งที่ไม่ได้เป็นดั่งที่แอบคิดแอบหวั่นไหว คนเกิดวันศุกร์  คนที่เกิดวันศุกร์เป็นคนที่ต้องพัวพันกับเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ เสมอ เพราะดาวศุกร์เป็นสัญลักษณ์ของดวงดาวประจำเทพีแห่งความรัก คุณผู้หญิงวันเกิดศุกร์จึงเป็นคนรักสวยรักงามเป็นพิเศษคุณผู้ชายก็สำอางไม่เบา ถ้าผู้ชายคนใดที่บำรุงผิวหน้าด้วยโลชั่นหรือพรมน้ำหอมเสมอก่อนออกจากบ้านจนใคร ๆ เกือบจะคิดว่าเป็นเกย์ละก็ที่แท้เขาคนนั้นเป็นคนวันศุกร์นั่นเอง เมื่อรักใครชอบใครคนเกิดวันศุกร์จะเทคแคร์เอาใจได้ละเมียดละไมที่สุดยิ่งกว่าคนเกิดวันอื่น ๆ แต่ด้วยความที่รักตัวเองมากหลงตัวเองพอสมควร คนเกิดวันเสาร์  คนเกิดวันเสาร์มีดวงชะตาในเรื่องรักที่ค่อนข้างดีพอสมควร ไม่ค่อยจะมีปัญหาปวดหัวปวดใจจนเดือดร้อนเพราะเรื่องความรักอย่างคนเกิดวันอื่น ๆ เนื่องจากพื้นฐานนิสัยที่เป็นคนเด็ดเดี่ยวหนักแน่นคุณจึงคบใครก็คบอยู่คนเดียวพอเลิกกันเมื่อใดจึงค่อยมีรักใหม่ แต่คนเกิดวันเสาร์จะไม่ออกไปวิ่งไขว่คว้าหารักมาใส่ตัวหรอกนอกจากรอให้กามเทพแผลงสอนเองตามธรรมชาติดีกว่า แม้จะดูสุขุมมีระบบระเบียบเป็นคนตรงหัวแข็งไม่เบาแต่ในใจคนเกิดวันเสาร์ก็อ่อนไหวไม่อยากกับเรื่องรัก เห็นใครถูกใจก็ชอบแต่ก็รู้จักยับยั้งใจไม่วิ่งเข้าประกบทันทีเด็ดขาด ขอบคุณข้อมูลจาก FW Mail

วิศิษฎ์ ลิ้มประนะ วิสัยทัศน์Pizza Model SMEs ในยุกวิฤต
วิศิษฎ์ ลิ้มประนะ /  วิสัยทัศน์ / 

ะดมยักษ์ใหญ่สร้าง “พิซซ่า โมเดล” ปฎิรูปอุตสาหกรรม SMEs สู้วิกฤตเศรษฐกิจและการเมือง เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมานี้ - กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับสมาคมธุรกิจไม้ จัดสัมมนาในหัวข้อ “Pizza Model” โมเดลความอยู่รอดอุตสาหกรรม SMEs เพื่อการอยู่รอดอย่างสร้างสรรค์รับมือ AEC และ การค้าชายแดนตอบโจทย์ทุกวิกฤติทั้งเศรษฐกิจ และการเมือง โดยภายในงานผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นกูรูชั้นนำด้านอุตสาหกรรมทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ คุณวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ รองประธานสภาอุตสาหกรรม ,คุณโฆษิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธาน TDRI, คุณสนั่น อังอุบลกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และคุณบุญชัย โชควัฒนา ประธานบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) เป็นต้น ณ ห้อง Meeting room 3 - 4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยได้รับเกียรติจาก ดร. วิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวปาฐกถาพิเศษ และ คุณอรรชกา สีบุญเรือง อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ร่วมเปิดงาน ซึ่งภายในงานได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการSMEs เข้าร่วมรับฟังจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาว คนรุ่นใหม่

Lupin the 3rd Vs. Detective Conan ลูแปงที่ 3 ปะทะ ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะ มูฟวี่
Lupin /  Lupin the 3rd Vs. Detective Conan / 

คดีเฉพาะกิจเปิดฉากขึ้นจากอัญมณีที่คนทั้งโลกต้องการครอบครองถูกขโมยเป็นเหตุให้จอมโจรลูแปงและโคนันต้องเผชิญห­น้ากันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จุดประสงค์ของลูแปงคืออะไรกันแน่!? แล้วโคนันจะหยุดแผนการนั้นได้หรือไม่!? ร่วมสัมผัสกับที่สุดแห่งแอนิเมชั่นแนวสืบส­วน และการไขคดีคนหาความจริงเพียงหนึ่งเดียว ที่นำไปสู่ชะตากรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดแห่­งศตวรรษ! ในโคนันภาคพิเศษนี้! ในค่ำคืนอันไร้แสงจันทร์ จดหมายเตือนได้ถูกส่งไปถึงตำรวจ “ขอรับเชอร์รี่แซไฟร์ที่เก็บรักษาไว้ในธนาคารเมืองเบกะไป !!” และผู้ส่งจดหมายเตือนนั่นคือจอมโจรลูแปงที่ 3 ก่อให้เกิดความแตกตื่นโกลาหล และตำรวจก็ได้มีการวางกองกำลังอย่างหนาแน่น แต่ลูแปงที่ 3 ก็สามารถเอาเชอรี่แซฟไฟร์ไปได้ และก็ถูกชิงไปด้วยข้อตกลงบางอย่าง ในขณะเดียวกัน ไอดอลต่างประเทศชื่อดังเอมิลิโอ้ได้เดินทางมาที่ญี่ปุ่นเพื่อจัดคอนเสิร์ต แก๊งค์นักสืบจิ๋วตื่นเต้นและติดตามการมาของไอดอลแบบชนิดติดขอบจอ ระหว่างที่เดินทางมานั้นก็ได้เกิดคดีขมขู่ขึ้นว่า “หากไม่ยกเลิกคอนเสิร์ตจะมีอันตรายถึงชีวิต” ประจวบกับโคนันได้รับเบาะแสว่าจะมีการส่งมอบเชอรี่แซฟไฟร์ในวันงานคอนเสิร์ต โคนันและ ลูแปงจึงเข้าไปในงานคอนเสิร์ตเพื่อปฏิบัติภารกิจของตน คดีใหญ่อุบัติขึ้นเกี่ยวพันถึงสมบัติที่นำพาทั้ง 2 คนที่เป็นดั่งเส้นขนานได้มาประจันหน้ากัน จุดประสงค์ของลูแปงคืออะไรกันแน่ !? แล้วโคนันจะหยุดลูแปงที่ 3 ได้หรือไม่ !? ศึกตัดสินผลแพ้ชนะสุดโฉดเกี่ยวถึงอันตรายต่อประเทศได้เปิดฉากขึ้นแล้ว ***เข้าฉายเฉพาะโรงภาพยนตร์ในเครือ SF Cinema City เท่านั้นครับ*** -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- กว่าจะเป็น ลูแปงที่ 3 ปะทะ ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะ มูฟวี่ หลังจากที่ ลูแปงที่ 3 และ ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน ได้เคยเจอกัน ณ อาณาจักรเวสปาเนีย! เมื่อปี 2009  (เป็นตอนพิเศษออกฉายทางโทรทัศน์ประเทศญี่ปุ่น) ทันทีที่ออกฉาย ได้ทำเรตติ้งกว่า 19.5% ในเขตคันโต ขึ้นเป็นอันดับ 1 สำหรับอนิเมะและสูงกว่าละครทีวีกับเกมโชว์หลายๆ รายการในสมัยนั้น  ผ่านไป 4 ปีมีข่าวจากผู้สร้างประกาศทำในรูปแบบมูฟวี่ พล็อตเรื่องทุกอย่างใหม่หมด ซึ่งแน่นอนว่าบรรดาแฟนๆ ผู้ชื่นชอบของการ์ตูนทั้ง 2 เรื่องนี้ต่างเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อกันเลยที่เดียว  ซึ่งตัวมูฟวี่นี้ทำขึ้นมาเพื่อฉลองครบรอบของสถานีและวาระพิเศษต่างๆ  ไม่ว่าจะเป็น 60 ปี สถานีโทรทัศน์ Nippon Television Network , ครบรอบ 55 ปี สถานีโทรทัศน์ Yomiuri Telecasting Corporation, ภาพยนตร์ที่ระลึก 50 ปี TMS Animation ,ภาพยนตร์พิเศษฉลอง“ลูแปงที่ 3” ตีพิมพ์ต่อเนื่อง 45 ปี, ภาพยนตร์พิเศษฉลอง“ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน”ตีพิมพ์ต่อเนื่อง 20 ปี   สำหรับภาคนี้ทันทีที่ญี่ปุ่นออกฉายเพียงสัปดาห์แรกรายได้ขึ้นสู่อันดับหนึ่งใน Japan Box Office สร้างสถิติใหม่อย่าง งดงาม  และด้วยความสำเร็จอย่างสูงในญี่ปุ่น ทางประเทศในแถบเอเชียไม่รอช้าคว้า ภาคเฉพาะกิจนี้เพื่อให้ฉายโรงอย่างเร็วที่สุด โดยเฉพาะประเทศไทยเราที่จัดเต็มรับซัมเมอร์ 17 เมษายนนี้มันส์แน่นอน TIME Line : ลูแปงที่ 3 ปะทะ ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะ มูฟวี่ - เริ่มเขียนพล็อตเรื่อง : เดือนมกราคม-มีนาคม 2012 ร่างโครงเรื่อง, เขียนพล็อตเดือนเมษายน-มิถุนายน - ดูสถานที่ต้นแบบในเรื่อง : เดือนเมษายน-กันยายน ปี 2012 - เริ่มเขียนบท : เดือนมิถุนายน-พฤศจิกายน ปี 2012 - เริ่มออกแบบตัวละคร : เดือยเมษายน-กันยายน ปี 2012 - เริ่มสร้างแอนิเมชั่น: สร้างภาพแอนิเมชั่นเดือนเมษายน-ตุลาคม - ตัดต่อและงานภาพนิ่ง เดือนกันยายน-พฤศจิกายน - พากย์เสียง : เดือนกันยายน-ตุลาคม - บันทึกเสียง : วันที่ 4-12 พฤศจิกายน - เข้าฉายที่ญี่ปุ่น : วันที่ 7 ธันวาคม 2556 - เข้าฉายที่สิงคโปร์ : วันที่ 6  มีนาคม 2557 - เข้าฉายที่ไต้หวัน : วันที่  4  เมษายน 2557 - เข้าฉายที่ประเทศไทย : วันที่ 17  เมษายน 2557

ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช /  ท่านมุ้ย / 

สาวสวยมากความสามารถอีกคนหนึ่งที่โดดเด่นทั้งในแวดวงสังคม และวงการบันเทิงทั้งในฐานะพิธีกรสาว,นางแบบ, แบรนด์แอมบาสเดอร์ จนกระทั่งได้เข้ามามีส่วนร่วมในฐานะนักแสดงแบบเต็มๆ ตัวของ ท่านมุ้ย มจ.ชาตรีเฉลิม ยุคล สำหรับ เกรซ มหาดำรงค์กุล ได้รับบทบาท “พระสุพรรณกัลยา” องค์พระธิดาในสมเด็จพระมหาธรรมราชา และทรงเป็นพระพี่นางของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และ สมเด็จพระเอกาทศรถ ที่ตลอดทั้งชีวิตต้องตกเป็นองค์ประกันให้กับหงสาวดี ซึ่งใน “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ยุทธหัตถี” นอกเหนือจากไฮไลท์สำคัญกับฉากมหาศึกยุทธหัตถี อภิมหาสงครามที่จะตัดสินชะตากรรมถึงความเป็นไปของกรุงศรีอยุธยาที่จะปรากฎสู่สายตาผู้คนเป็นครั้งแรกในโลก เราจะได้เห็นบทบาทและเรื่องราวต่างๆที่ดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้นกับทุกชะตากรรมของแต่ละตัวละคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งโศกนาฏกรรมอันน่าเศร้าใจที่เกิดขึ้นกับ “สมเด็จพระสุพรรณกัลยา” พระพี่นางของพระนเรศวรหลังจากชีวิตต้องตกเป็นองค์ประกันของแผ่นดินแทนพระนเรศวร และต้องตกอยู่ในเงื้อมมือของ นันทบุเรง (จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์) ที่สืบสานราชบัลลังก์ต่อจาก บุเรงนอง (สมภพ เบญจาธิกุล) ผู้พ่อ ที่บัดนี้กลายเป็นกษัตริย์พม่าที่เต็มไปด้วยความฮึกเหิมและเกรี้ยวกราด หมายที่จะบุกเข้าตีและยึดครองอโยธยาให้ราบเป็นหน้ากลองให้จงได้ การทุ่มสุดตัวกับการถ่ายทอดการแสดงในระดับที่เรียกได้ว่าที่สุดในชีวิตของ สาวเกรซ เพราะทุกฉากทุกซีนล้วนเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่เข้มข้น ถึงขนาดยอมรับว่าทำให้หลงรักในศาสตร์การแสดงจากการได้ร่วมงานในภาพยนตร์เรื่องนี้ “แน่นอนว่าสำหรับโปรเจ็คต์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้เปลี่ยนชีวิตเกรซ จากที่เป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง คนทั่วไปอาจจะรู้จักเกรซในบทบาทของพิธีกรหรือว่าถ่ายแบบ เป็นพรีเซ็นเตอร์ของสินค้าบ้าง แต่ว่าถ้าพูดถึงในเรื่องของการแสดงนี้ก็เป็นจุดพลิกที่ทำให้คนรู้จักเยอะขึ้นนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้รับบทเป็นพระสุพรรณกัลยา พอหนังเรื่องนี้ปรากฎออกไปครั้งแรก เกรซก็ได้รับของที่เกี่ยวกับพระสุพรรณกัลยาเยอะมากค่ะ ไม่ว่าจะเป็นภาพ ล็อกเก็ต หรือเป็นบทสวด มีคนเอามาให้เกรซเต็มเลยค่ะเยอะมาก แล้วก็มีภาพภาพหนึ่งเขาฝากมาทางคุณปีเตอร์ นพชัยนะค่ะ มาจากพม่า ก็คือเป็นภาพพระสุพรรณฯที่เป็นตัวเกรซใส่ชุดไทยนะคะ แล้วก็ประดับด้วยพลอยทั้งภาพเลย แล้วก็ไม่ได้บอกด้วยว่าเป็นใครก็ต้องขอบคุณด้วยนะคะที่ส่งมาให้ การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่เกิดขึ้นในชีวิตก็คือ เรื่องการแสดงจากที่ตอนแรกไม่เคยรับเลยแล้ว เราก็ไม่คิดที่จะทำด้วยก็กลายเป็นว่าเปิดโลกทัศน์ให้เกรซเยอะมากค่ะ รู้สึกว่าการแสดงเป็นศาสตร์อีกอย่างหนึ่งที่เราไม่เคยได้สัมผัส แต่พอได้สัมผัสเลยรู้ว่าการแสดงมันมีเสน่ห์ มีความรู้สึกว่าถ้ามีเรื่องต่อไปที่เราเหมาะก็อยากจะทำ อยากจะแสดงขึ้นมาทั้งๆ ที่เมื่อก่อนไม่เคยคิดว่างานแสดงกับเรานี้จะไปด้วยกันได้” โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ได้ร่วมงานกับผู้กำกับระดับครูอย่างท่านมุ้ย มจ.ชาตรีเฉลิม ยุคล “ท่านมุ้ยเป็นสุดยอดผู้กำกับ มีความละเอียดในการทำงาน และเป็นคนที่น่ารัก และคอยเอาใจใส่นักแสดงทุกคน มีอยู่วันหนึ่งในการถ่ายทำที่เมืองกาญจนบุรีอากาศร้อนมาก เราถ่ายทำกันในโรงถ่ายที่เราเซ็ทขึ้นมาเป็นห้องบรรทมของพระสุพรรณฯ ซึ่งแน่นอนว่าก็จะไม่มีแอร์อยู่แล้วเพราะต้องเก็บเสียง แล้วในการถ่ายทำก็จะมีควันมีเอฟเฟ็คต์ อากาศร้อนมาก มีทีมงานอยู่กันเป็นร้อยชีวิต หายใจกันไม่ค่อยออก ออกมานี่เหงื่อท่วมตัวไปหมดเลยค่ะ เมคอัพคือหลุดไปเลย วันนั้นเกรซร้อนแล้วรู้สึกเหนื่อย เพราะว่าไม่ได้นอนมาหลายวัน เราถ่ายทำถึงเช้าตลอด แล้วท่านก็อยากมาให้กำลังใจ ท่านก็เดินมาลงนั่งแบบขัดสมาธิข้างกล้องค่ะ ท่านก็บอกว่า  เดี๋ยวฉันจะกำกับเธอจากตรงนี้แหละ แล้วเกรซก็บอกว่าถ้าท่านมานั่งตรงนี้เกรซยิ่งไม่กล้าใหญ่เลย ท่านก็พูดว่า อ้าวจริงเหรอ ปกตินักแสดงถ้าผู้กำกับเข้ามาแล้วจะรู้สึกเหมือนให้กำลังใจ ท่านก็พยายามช่วยทุกวิถีทางค่ะเพื่อให้นักแสดงเล่นไปได้ ด้วยความน่ารักของท่านเราก็มีกำลังใจขึ้น แล้ววันนั้นซีนนั้นก็ผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ แล้วมีอีกหลายๆ ซีนค่ะ ที่ต้องใช้อารมณ์” ติดตามอีกหนึ่งความสามารถทางด้านการแสดงแบบทุ่มสุดตัวในทุกๆ ฉากที่เต็มไปด้วยอารมณ์และความเข้มข้นของ เกรซ มหาดำรงค์กุล ในบทบาทของ พระสุพรรณกัลยา ผู้ที่เต็มไปด้วยความเสียสละเพื่อแผ่นดินใน ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ยุทธหัตถี 29 พ.ค.นี้ทุกโรงภาพยนตร์

ปชป.หนุน'กปปส.'เดินหน้าปฏิรูปฯ ท้า'ปู'โชว์วิสัยทัศน์
กปปส. /  ข่าว / 

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรค ปชป. เผย หนุน กปปส. เดินหน้าปฏิรูปฯ ท้า "ยิ่งลักษณ์" โชว์วิสัยทัศน์ จี้ รัฐบาลต้องประกาศเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน... -----------------------ขอบคุณข่าวจาก

ไม่พลิกโผ!สอง-เมย์ ผงาดคว้า นักกีฬายอดเยี่ยม ครองถ้วยพระราชทานในหลวง
กกท. /  กนกพันธุ์ จุลเกษม / 

เมื่อวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา สมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย ได้จัดงานประกาศเกียรติคุณนักกีฬาทีมชาติไทย วันนักกีฬายอดเยี่ยม ประจำปี 2556 ที่ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ หลักสี่ โดยมี นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในงาน พร้อมด้วย พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ, นายปัญญา เบ็ญจศิริวรรณ ประธานคณะกรรมาธิการกีฬา วุฒิสภา และประธานคณะกรรมการจัดงานฯ นายชาญยุทธ เฮงตระกูล ที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการ และประธานคณะกรรมการพิจารณารางวัลฯ, ดร.สุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.), นางแสงจันทร์ วรสุมันต์ อธิบดีกรมพลศึกษา, นายเฉลิมชัย บุญรักษ์ รองประธานคณะกรรมการพิจารณารางวัลฯ, นายศิวดล ชวลิตปรีชา นายกสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย, นายเลอภพ โสรัตน์ เลขาธิการสมาคมฯ รวมถึงบุคคลในวงการกีฬาไทย ตลอดจนสื่อมวลชน มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง สำหรับการจัดงานในปีนี้เป็นไปอย่างเรียบง่ายภายใต้แนวคิดที่ว่า “กีฬาไทย ใจเป็นหนึ่ง” เน้นถึงเรื่องของการนำกีฬาพัฒนาประเทศและสร้างความรัก ความสามัคคีให้กับสังคมไทย กำหนดมอบรางวัลรวม 23 รางวัล โดยรางวัลสำคัญที่จะได้ครองถ้วยพระราชทานอันทรงเกียรติ ซึ่งอยู่ในความสนใจของแฟนกีฬาชาวไทยนั้น คณะกรรมการฯ ได้มีการวางหลัเกณฑ์การพิจารณาไว้อย่างเข้มข้นและโปร่งใส ยุติธรรม ก่อนจะได้บทสรุปทั้ง 23 รางวัล ออกมาดังนี้ รางวัลนักกีฬาสมัครเล่นชายยอดเยี่ยม ได้แก่ “เจ้าสอง” ทนงศักดิ์ แสนสมบูรณ์สุข (แบดมินตัน) ขณะที่รางวัลนักกีฬาสมัครเล่นหญิงยอดเยี่ยม ได้แก่ “น้องเมย์” รัชนก อินทนนท์ (แบดมินตัน) และรางวัลนักกีฬาอาชีพยอดเยี่ยม ได้แก่ วิศักดิ์ศิลป์ วังเอก หรือ ศรีสะเกษ ศ.รุ่งวิสัย (มวยสากลอาชีพ) ซึ่งทั้ง 3 รางวัลจะได้ครองถ้วยพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ส่วนรางวัลนักมวยไทยยอดเยี่ยม ได้แก่ พันธ์พยัคฆ์ จิตรเมืองนนท์ ซึ่งจะได้ครองถ้วยพระราชทานของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ด้านรางวัลอื่นๆ ที่น่าสนใจนั้น นักกีฬาเยาวชนชายยอดเยี่ยม ได้แก่ ณัฐวัฒน์ สุวจนกรณ์ (กอล์ฟ), นักกีฬาเยาวชนหญิงยอดเยี่ยม ได้แก่ “น้องครีม” บุศนันทน์ อึ๊งบำรุงพันธุ์ (แบดมินตัน), นักกีฬายุวชนชายยอดเยี่ยม ได้แก่ ธีระศักดิ์ ศรีพัฒน์ (ยกน้ำหนัก), นักกีฬายุวชนหญิงยอดเยี่ยม ได้แก่ ดวงกมล โพธิ์เงิน (วินด์เซิร์ฟ), ผู้ฝึกสอนกีฬาสมัครเล่นยอดเยี่ยม ได้แก่ “โค้ชอ๊อต” เกียรติพงศ์ รัชตเกรียงไกร (วอลเลย์บอล), ผู้ฝึกสอนกีฬาอาชีพยอดเยี่ยม ได้แก่ สุรชาติ (โชคชัย) พิสิษฐ์วุฒินันท์ (โค้ชมวยสากลอาชีพของ ศรีสะเกษ ศ.รุ่งวิสัย), ผู้ฝึกสอนกีฬาภูธรดีเด่น ได้แก่ นายบรรจง สมบัติ (ผู้ฝึกสอนวอลเลย์บอลในร่ม จ.ขอนแก่น), สมาคมกีฬายอดเยี่ยม ได้แก่ สมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ, สมาคมกีฬาพัฒนาดีเด่น ได้แก่ สมาคมเรือพายแห่งประเทศไทย, สมาคมกีฬาจังหวัดดีเด่น ได้แก่ สมาคมกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ ผู้จัดการทีมยอดเยี่ยม ได้แก่ นายคมกฤช นภาลัย (ชลบุรี บลูเวฟ) กับ นายทัดเทพ พิทักษ์พูลสิน (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด) ได้ครองรางวัลร่วมกัน, ทีมกีฬาชายยอดเยี่ยม ได้แก่ สโมสรฟุตซอลชลบุรี บลูเวฟ กับ สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ครองรางวัลร่วมกัน, ทีมกีฬาหญิงยอดเยี่ยม ได้แก่ ทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย (แชมป์เอเชีย 2013), นักกีฬาคนพิการชายยอดเยี่ยม ได้แก่ หาญฤชัย เนตรศิริ (ยิงธนู), รางวัลนักกีฬาคนพิการหญิงยอดเยี่ยม ได้แก่ อัญชญา เกตุแก้ว (ว่ายน้ำ) รางวัลเอกชัย นพจินดา ได้แก่ วรากร เขตสมุทร, ผู้ทรงคุณค่าในวงการกีฬา ได้แก่ รศ.ดร.นพ.วิชัย วนดุรงค์วรรณ, นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง, พล.ต.ต.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร, นางนวลพรรณ ล่ำซำ, นายอดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ, ดร.มนัส โนนุช, รางวัลโปรโมเตอร์มวยไทยยอดเยี่ยม ได้แก่ “เสี่ยเน้า” วิรัตน์ วชิรรัตนวงศ์ และผู้เผยแพร่ศิลปะแม่ไม้มวยไทยในต่างประเทศ ได้แก่ เอกประชา มีนะโยธิน

หวานรับวาเลนไทน์! ส่องสาวคนใหม่ แอนดี้ คาร์โรลล์
คาร์โรลล์ /  บิลลี มัคโลว์ / 

แอนดี้ คาร์โรลล์ กองหน้าค่าตัวเกินจริงชาวอังกฤษหวานรับเทศกาลวาเลนไทน์ เมื่อแฟนสาวคนล่าสุด บิลลี มัคโลว์ ได้โพสภาพสวีทหวานอิงแอบลงอินสตาแกรมส่วนตัวเมื่อวานที่ผ่านมาหลังทั้งคู่เริ่มดูใจกันมาได้ 1 ปี บิลลี มัคโลว์ ที่เพิ่งยอมรับว่ากำลังคบหาและการันตีว่า แอนดี้ คาร์โรลล์ คือหนุ่มรู้ใจด้วยการโพสภาพคู่ลงอินสตาแกรมส่วนก่อนถึงเทศกาลแห่งความรัก วันวาเลนไทน์ นั้นเอง บิลลี มัคโลว์ สาวสวยน่ารักนั้นโด่งดัีงมาจากรายการ “ดิ โอนลี เวย์ อิส เอสเซ็กซ์” (The Only Way Is Essex) รายการเรียลิตีชื่อดังทางโทรทัศน์ของอังกฤษ โดยแหล่งข่าวได้ระบุว่า บิลลี นั้นเป็นแฟนบอลตัวยงของ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด และเริ่มเดทกับ คาร์โรลล์ เมื่อต้นปี 2013

ชูวิทย์เศร้า สูญเสียพ่อ วัย 94 ปี ขอพักเรื่องการเมือง จัดงานศพ
ข่าวชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ /  ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ / 

ค่ำวานนี้ (28 มี.ค.) ที่หน้าแฟนเพจเฟสบุ๊ก ชูวิทย์ I′m No.5 ของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความถึงการสูญเสียคุณพ่อเจริญ กมลวิศิษฎ์ อายุ 94 ปี โดยระบุว่าของดเขียนเรื่องราวของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในการชุมนุมใหญ่วันนี้ (29 มี.ค.) เพื่อเตรียมตัวจัดงานศพ โดยมีข้อความทั้งหมด ดังต่อไปนี้ เวลาแห่งความเศร้าโศก พ่อผมชื่อ เจริญ กมลวิศิษฎ์ เป็นเจ้าของร้านขายเสื้อผ้าชื่อดัง "คลังภูษา" ในอดีตที่ถนนเยาวราชเมื่อ 40 กว่าปีก่อน ตอนผมเป็นเด็กได้ช่วยพ่อผมค้าขาย ร้องเชื้อเชิญคนให้มาซื้อเสื้อผ้าอยู่หน้าร้าน สโลแกนประจำของผม "สองมือล้วงกระเป๋า สองเท้าก้าวเข้ามา ไม่ซื้อไม่หาไม่ว่าอะไร" พ่อผมเป็นพ่อค้า ทำให้ผมมีวิสัยตามแบบท่าน อุปนิสัยอย่างหนึ่งของพ่อค้าทุกคนคือ มักดูนิสัยคนออก พ่อผมเกิดในสมัย ร.6 จวบจนปัจจุบันวันนี้ ท่านมีอายุถึง 94 ปี สุขภาพแข็งแรง มีลูกถึง 15 คน โดยผมเป็น "ลักกี้นัมเบอร์" คนที่ 13 ท่านได้รับความเมตตาอย่างยิ่งใหญ่ให้มีชีวิตอยู่ยืนยาว เคล็ดลับประจำใจของท่านคือ ไม่เคยคิดโกงใคร ซื่อสัตย์สุจริต ท่านเคยบอกผมว่า "โกงเขาวันนี้ ไม่จ่ายคืนชาตินี้ ก็ต้องไปจ่ายคืนชาติหน้า" สุภาษิตท่านยังทันสมัยใช้ได้อยู่เสมอ ทั้งธุรกิจไปจนถึงการเมือง วันนี้ของดเขียนถึงคุณสุเทพหรือม็อบ พรุ่งนี้เดินขบวนใหญ่ ผมขอลาชั่วคราว ต้องไปจัดเตรียมงานศพ MThai News

เลอเบย์บุรี ปราณบุรี - วิลล่าหรูริมทะเล ณ ชายหาดปราณบุรี
ครอสทู /  เลอเบย์บุรี

เลอเบย์บุรี ปราณบุรี ที่พักแบบวิลล่าหรูส่วนตัว 4 หลัง ตั้งอยู่บนแนวชายหาดปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีบูติกรีสอร์ท ระดับหรูเป็นเพื่อนบ้าน วิลล่าทุกหลังแยกกันอย่างเป็นสัดส่วน ประกอบไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก สระว่ายน้ำ ลานจอดรถ ครัว สิ่งเดียวที่วิลล่าแต่ละหลังมีร่วมกันคือชายหาดอันแสนสวยงาม เพียงก้าวข้ามผ่านประตู แม้ว่าวิลล่าแต่ละหลังจะมีโครงสร้างที่เกือบจะเหมือนกัน หากแต่การตกแต่งภายในและการออกแบบภูมิทัศน์กลับแตกต่างกัน ด้วยฝีมือของบริษัทรับตกแต่งภายในระดับนานาชาติ ดีดับเบิ้ลยูพี ซิตี้สเปซ วิลล่ามีทั้งหมด 4 รูปแบบ คือ เมดิเตอร์เรเนียน รีทรีต, แปซิฟิก ไฮด์อเวย์, โมเดิร์น ทรอปิคอล และ สแกนดิเนเวียน วาเคชั่น  เมดิเตอร์เรเนียน รีทรีต: ออกแบบภายใต้ธีมแห่งท้องทะเลเมดิเตอร์เรเนียนอันโด่งดัง วิลล่าให้ความรู้สึกโรแมนติก สบาย และผ่อนคลายอย่างที่สุด ผู้มาเยือนจะดื่มด่ำไปกับความรู้สึกที่ไม่เหมือนใคร เป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ลืมไม่ลง แปซิฟิก ไฮด์อเวย์: ได้แรงบันดาลใจจากหมู่เกาะทะเลแปซิฟิกและบ้านริมทะเลทางตอนเหนือของออสเตรเลีย วิลล่าให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนพักผ่อนอยู่บนเกาะส่วนตัว วิลล่าตั้งอยู่บนแนวชายหาดโดยสามารถมองเห็นวิวทะเลกว้างสุดตาจากแทบจะทุกพื้นที่ โมเดิร์น ทรอปิคอล: การตกแต่งแบบร่วมสมัยของวิลล่าสะท้อนถึงรูปแบบการตกแต่งแบบดั้งเดิมของประเทศเขตร้อนซึ่งเป็นที่นิยมในภูมิภาคนี้ สำหรับท่านใดที่ยังไม่เคยสัมผัสประสบการณ์หรือที่พักสไตล์นี้ โมเดิร์น ทรอปิคอลถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ทั้งพื้นที่กลางแจ้งที่ปลอดโปร่งและวิวทะเลที่สามารถมองเห็นได้จากทุกพื้นที่ในวิลล่าทำให้ความรู้สึกในวิลล่าสอดคล้องไปกับพื้นที่โดยรอบ สแกนดิเนเวียน วาเคชั่น: สำหรับผู้ที่ต้องการความแปลกใหม่ วิลล่าหลังนี้ตกแต่งผสมผสานระหว่างเฟอร์นิเจอร์สแกนดิเนเวียนทั้งแบบดั้งเดิมและร่วมสมัย ให้ความรู้สึกสดชื่นและแปลกใหม่จากพื้นที่ภายใน ภายนอกและวิวทะเลที่สามารถมองเห็นได้จากทุกพื้นที่ในวิลล่า วิลล่าแต่ละหลังประกอบไปด้วยห้องนอน 3 ห้อง พร้อมห้องทำงานที่สามารถแปลงเป็นห้องนอนเล็ก พร้อมอยู่สำหรับ 7-8 ท่าน สระว่ายน้ำขนาด 50 ตารางเมตรทอดตัวไปสู่พื้นที่อาบแดด ห้องนั่งเล่นและห้องครัว เลอ เบย์บุรี ปราณบุรี พร้อมจะพาท่านไปพบกับประสบการณ์พักผ่อนสุดหรูริมทะเล วิลล่าพร้อมสรรพไปด้วยโทรทัศน์จอLCD เครื่องเล่น CD/DVD อินเตอร์เน็ตไร้สาย ADSL เคเบิ้ลทีวี เครื่องครัวครบชุด ไมโครเวฟ ตู้เย็น จักรยาน ระบบกันขโมยและรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง ท่านจะรู้สึกเหมือนอยู่ในบ้านของตัวเองแต่มีบริการสุดหรูระดับโรงแรม ไม่เพียงแต่ท่านจะได้สัมผัสบรรยากาศการสังสรรค์ที่เยี่ยมยอดแล้ว ท่านจะได้หลีกหนีความวุ่นวายจากเมืองหลวงอีกด้วย วิลล่าแต่ละหลังมีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 380 ตารางเมตร รวมพื้นที่ภายในเครื่องปรับอากาศและพื้นที่ภายนอก เพียงก้าวผ่านประตูบ้านท่านจะพบกับชายหาดโดยไม่มีทางเดินสาธารณะหรือถนนมากั้นกลาง ระหว่างตัววิลล่ากับชายหาดเป็นทางเดินเล็ก ๆ ส่วนตัวที่ท่านสามารถนอนอาบแดด กิน ดื่ม พักผ่อนและสูดอากาศอันสดชื่นของท้องทะเล พื้นที่ทั้งหมดประมาณ 1 ไร่ (1,600 ตารางเมตร) แยกเป็นหลัง ๆ ละประมาณ 400 ตารางเมตร ชายหาดปราณบุรีอันแสนโรแมนติกอยู่ห่างจากหัวหินไปทางใต้เพียง 20 นาทีเท่านั้น ชายหาดอยู่บนฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของอ่าวไทย ที่นี่ท่านจะได้ค้นพบบรรยากาศหรูหรา เงียบสงบและเป็นส่วนตัว ลักษณะเฉพาะของปราณบุรีคือชายหาดธรรมชาติที่ใสสะอาดเหมือนคริสตัล วิวท้องทะเลที่สวยงามจนแทบลืมหายใจ ลมทะเลอันแสนสดชื่นโดยมีแนวเทือกเขาเป็นฉากหลัง ซึ่งมีทัศนียภาพอันสวยงามของอุทยานแห่งชาติสามร้อยยอดและสนามกอล์ฟระดับโลก 6 สนาม ปราณบุรีเป็นตัวแทนของความหรูหราเป็นส่วนตัวที่หาได้ยากยิ่ง และยังเป็นที่ตั้งของบูติกรีสอร์ทและสปาที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง ปราณบุรีแตกต่างจากหาดอื่นตรงที่ว่า ที่นี่มีแต่บูติกรีสอร์ทที่มีความเป็นส่วนตัว เพราะฉะนั้น ท่านจะยังคงรู้สึกถึงความเงียบและสงบแม้ในช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวก็ตาม ในขณะเดียวกันเพียงขับรถไปไม่ไกล ท่านก็จะได้พบกับสนามกอล์ฟและสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหารมากมายก็อยู่ในระยะที่เดินไปได้ ปราณบุรีเดินทางได้สะดวกจากกรุงเทพมหานคร ขับรถเพียง 2 ชั่วโมงครึ่งถึง 3 ชั่วโมง มีรถทัวร์ท่องเที่ยวสาธารณะและรถตู้บริการมากมายจากในตัวเมืองและสนามบิน มีบริการรถเช่า สนามบินที่ใกล้ที่สุดคือสนามบินหัวหินใช้เวลาขับรถประมาณ 20 นาที      เลอเบย์บุรี ปราณบุรี: Le Bayburi Pranburi ที่อยู่ 306-9 ปากน้ำปราณบุรี ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 77210 เบอร์ติดต่อ 032 630 636, 081 858 5939 แฟกซ์ 032 630 636 อีเมล์ book@LeBayburi.com เว็บไซต์ www.LeBayburi.com www.facebook.com/LeBayburi บริหารโดยบูทีคฮอสพิทัลลิตี้เมเนจเมนต์เอเชีย  

ไมโครซอฟท์ประกาศแต่งตั้ง สัตยา นาเดลลา ขึ้นเป็นซีอีโอคนใหม่
microsoft /  New CEO / 

ไมโครซอฟท์ประกาศแต่งตั้ง สัตยา นาเดลลา ขึ้นเป็นซีอีโอคนใหม่ บิล เกตส์ นั่งตำแหน่งที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยี โดยมี จอห์น ทอมป์สัน เป็นประธานบอร์ดผู้บริหาร ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น ประกาศในช่วงดึกของวันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ ว่า คณะบอร์ดผู้บริหารของบริษัทฯ ได้แต่งตั้ง นายสัตยา นาเดลลา รองประธานบริหารกลุ่มผลิตภัณฑ์คลาวด์และเอนเตอร์ไพรส์ ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการบริหารคนล่าสุดของบริษัท “ไม่มีใครเหมาะสมเท่า สัตยา นาเดลลา ที่จะนำพาไมโครซอฟท์ก้าวผ่านช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงในขณะนี้” บิล เกตส์ ผู้ก่อตั้งและกรรมการบริหารบริษัท กล่าวถึงซีอีโอคนใหม่ “สัตยาได้พิสูจน์ตัวเองในฐานะผู้นำ ด้วยทักษะทางด้านวิศวกรรมอย่างเต็มเปี่ยม มุมมองทางธุรกิจ และความสามารถในการรวมคนในองค์กรเข้าไว้ด้วยกัน วิสัยทัศน์ของเขาในการนำเทคโนโลยีมาใช้และสร้างประสบการณ์ให้กับผู้คนทั่วโลก สอดคล้องกับสิ่งที่ไมโครซอฟท์มองหาในการที่จะก้าวสู่ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในการสร้างนวัตกรรมและการเติบโตไปข้างหน้า” หลังจากที่ร่วมงานกับไมโครซอฟท์มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 สัตยาเป็นบุคคลสำคัญในการนำกลยุทธ์และสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านเทคนิคให้กับผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ของไมโครซอฟท์ โดยการเปลี่ยนแปลงที่โดดเด่นและมีความสำคัญมาก คือ การก้าวสู่ยุคของคลาวด์ และได้พัฒนาหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำหรับเทคโนโลยีคลาวด์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อรองรับผลิตภัณฑ์อย่าง Bing, Xbox, Office และบริการอื่นๆ ซึ่งในช่วงเวลาที่เขาดูแลกลุ่มผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์และเครื่องมือทางธุรกิจ ก็ได้สร้างผลงานที่โดดเด่น และมีส่วนแบ่งทางการตลาดเหนือคู่แข่งรายอื่นๆ “ไมโครซอฟท์ เป็นเพียงไม่กี่บริษัทที่มีความตั้งใจอย่างแรงกล้าในการเปลี่ยนโลกด้วยเทคโนโลยีอย่างแท้จริง และผมไม่อาจได้รับเกียรติมากไปกว่านี้ที่ได้มีโอกาสเป็นผู้นำของบริษัทนี้” สัตยากล่าว “โอกาสที่รออยู่ข้างหน้าสำหรับไมโครซอฟท์ยังมีอีกมาก แต่การที่เราจะคว้ามันไว้ได้ เราจะต้องมีโฟกัสที่ชัดเจน ก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว และดำเนินการเปลี่ยนผ่านอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา หน้าที่ที่สำคัญของผม คือ การเร่งขีดความสามารถของบริษัทในการนำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มาสู่ผู้บริโภคให้รวดเร็วขึ้น” “จากการได้ร่วมงานกันมากว่า 20 ปี ผมรู้ดีว่าสัตยาคือผู้นำที่เหมาะสมที่สุดสำหรับไมโครซอฟท์ในเวลานี้” สตีฟ บัลเมอร์ กล่าว โดยเมื่อวันที่ 23 สิงหาคมปีที่แล้ว สตีฟ บัลเมอร์ ได้แถลงถึงความตั้งใจที่จะเกษียณอายุตัวเองเมื่อได้ตัวแทนที่เหมาะสม “ผมโชคดีที่ได้ทำงานร่วมกับคนที่มีความสามารถและทีมผู้บริหารที่มีประสบการณ์ในวงการนี้ และผมรู้ว่าความปรารถนาอย่างแรงกล้าและความกระหายในความยิ่งใหญ่ของพวกเขาจะปรากฎอย่างชัดเจนภายใต้การนำของสัตยา” ในโอกาสเดียวกันนี้ ไมโครซอฟท์ยังได้ประกาศการเปลี่ยนแปลงบทบาทของ บิล เกตส์ จากการเป็นประธานคณะกรรมการผู้บริหาร มาเป็น ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยี ซึ่ง บิล เกตส์ จะอุทิศเวลาให้กับบริษัทมากขึ้นเพื่อสนับสนุนสัตยาในการกำหนดทิศทางด้านเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ของบริษัท โดยมี จอห์น ทอมป์สัน ดำรงตำแหน่งประธานบอร์ดผู้บริหารแทนที่บิล เกตส์ “สัตยา เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในการเป็นผู้นำของไมโครซอฟท์ เขาได้รับเสียงสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์จากบอร์ดผู้บริหาร” จอห์น กล่าว “บอร์ดได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนบนพื้นฐานของความคาดหวังจากผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า และพนักงานทุกคน” นอกจากสัตยาแล้ว บอร์ดผู้บริหารของไมโครซอฟท์ ประกอบด้วย สตีฟ บัลเมอร์, ดีน่า ดับลอน – อดีตประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน เจพี มอร์แกน เชส, บิล เกตส์, มาเรีย เอ็ม คลาวี อธิการบดีวิทยาลัยฮาร์วีย์ มัดด์, สตีเฟน เจ ลุคโซ ประธานกรรมการ และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซีเกท เทคโนโลยี, เดวิด เอฟ มาร์เควิท – หุ้นส่วน ออกัส แคปิตอล, นาเดลลา, ชาร์ลส์ เอช นอสกี อดีตรองประธานกรรมการ แบงก์ออฟอเมริกา, ดร.เฮลมุท แพนเก้ อดีตประธานคณะกรรมการบริหาร บี เอ็ม ดับเบิ้ล ยู และ จอห์น ทอมป์สัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เวอร์ชวล อินสทรูเมนท์ โดย 7 ใน 10 ของคณะกรรมการในบอร์ดผู้บริหาร จะต้องเป็นคนจากภายนอก ซึ่งสอดคล้องกับข้อกำหนดและกำกับการบริหารงานองค์กรที่คณะกรรมการส่วนใหญ่ต้องเป็นอิสระ ท่านสามารถเข้าชมและดาวน์โหลดรูปภาพและข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ www.microsoft.com/ceo.

มุมมอง
การเมือง /  ปฏิรูป / 

มุมมอง สมคิด การเมือง ทุบ เศรษฐกิจชาติพัง  ?!  "ที่เป็นห่วงมาก คือ ภาพความรุนแรงที่เกิดขึ้น สภาพประชาชนที่แตกแยก สภาพต่างๆ เหล่านี้เมื่อออกไปสู่สายตาชาวโลกมีผลกระทบอย่างแรงต่อความเชื่อใจ เพราะเป็นประเทศที่ไม่มีรัฐบาลที่แน่นอน ไม่รู้จะจบกันเมื่อไร" นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "สู่การปฏิรูปที่ปฏิบัติได้จริง :Getting Reform Right" พร้อมกับกล่าวต่อว่า สถานการณ์แบบนี้เรียกว่า เปิดประตูและเดินไปในเขตที่เป็นประเทศที่เริ่มล้มเหลวและเราเปิดประตูเดินเข้าไปแล้ว อย่าเดินลึกเข้าไปกว่านี้อีกเลย เพราะเพียงเท่านี้บรรยากาศแบบนี้คิดว่าจะสามารถปฏิรูปอะไรได้ แทนที่จะปฏิรูปเดินหน้ามันกลับกำลังผลักเมืองไทยให้ทำอะไรไม่ได้ สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนั้นกำลังสร้างปัญหาใหญ่ในอนาคตที่รัฐบาลข้างหน้าต้องมาตามแก้ไขและถูกบดบังไม่ให้มีการปฏิรูปอย่างจริงจังเพราะปัญหาเฉพาะหน้าเต็มไปหมด ฉะนั้น เงื่อนไขสำคัญในการปฏิรูปให้เกิดขึ้นจริงมี 5 เงื่อนไขที่ต้องเร่งดำเนินการ โดยเฉพาะเรื่องของสถานการณ์ความรุนแรงทางการเมืองเป็น เงื่อนไขแรก จะต้องยุติโดยเร็ว ซึ่งตอนนี้ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และไม่ใช่แค่เพียงเกิดการถดถอย แต่กำลังทรุด เพราะปัจจัยสนับสนุนการเจริญเติบโต ทั้งการส่งออก การใช้จ่ายภาครัฐ การบริโภคในประเทศ และการลงทุน กำลังผุกร่อนไม่มีแรงผลักดันเพียงพอ สะท้อนให้เห็นจากตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ จีดีพี ปี 2556 ขยายตัวได้เพียงร้อยละ 2.9 เท่านั้น และยังซบเซาต่อเนื่องถึงไตรมาสแรกปีนี้ ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจากโครงการรับจำนำข้าวที่ล้มเหลว ทำให้ชาวนาทั่วประเทศเกือบ 40 ล้านคนไม่มีกำลังซื้อ โดยวิกฤตครั้งนี้นับว่ารุนแรงกว่าปี 2540 ที่กำลังซื้อของประชาชนระดับรากหญ้ายังช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ จึงควรยุติสถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด ภายใต้ภาวะความรุนแรงทางการเมืองที่เกิดขึ้น ยังส่งผลให้การลงทุนจากต่างชาติชะงักลงอย่างแน่นอน โดยการตั้งความหวังว่าจะมีโครงการขอส่งเสริมการลงทุน จากนักลงทุนต่างชาติ 400,000-500,000 ล้านบาท ในปีนี้ คงเป็นเหมือนฝันกลางวัน ปฏิกิริยาลูกโซ่ของปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ ทำให้เศรษฐกิจไทยจมดิ่งและลึกลงไป เหมือนกับก้อนน้ำแข็งละลาย นอกจากนี้ภาพความรุนแรงที่ปรากฏขึ้นยังกระทบอย่างรุนแรงต่อความมั่นใจในระดับสากลที่มีต่อเมืองไทย ยิ่งเวลานี้ในช่วงที่ต้องมีการเซ็นสัญญาระหว่างประเทศ คงไม่มีประเทศใดเชื่อเครดิตประเทศไทย อีกต่อไป เพราะเป็นประเทศที่ไม่มีรัฐบาล และไม่รู้ว่าปัญหาจะจบเมื่อใด และตอนนี้ได้เปิดประตูเข้าไปสู่การเป็นรัฐล้มเหลวแล้วจึงไม่ควรก้าวลึกไปกว่านี้อีก ส่วนเงื่อนไขที่ 2 เป็นเงื่อนไขของผู้นำและสภาวะผู้นำ ต้องมีผู้นำที่ไม่ใช่แค่นั่งเป็นประธาน แต่งตั้งคณะกรรมการ แต่ต้องเป็นผู้นำที่สามารถกำกับ และขับเคลื่อนกลไกต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถแก้ไขปัญหาอุปสรรค มีวิสัยทัศน์เพียงพอ สามารถสื่อให้ประชาชนเห็นตามอย่างเข้าใจ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ที่ผ่านมาเรามักไม่ค่อยได้เห็นผู้นำที่นำความเปลี่ยนแปลงมาให้เห็น ดังนั้น หากจะปฏิรูปจริงต้องหาคนเหล่านี้ให้เจอก่อน เงื่อนไขที่ 3 เป็นการบริหารจัดการที่ มุ่งหวังผลจริง โดยต้องมีจุดมุ่งหมายปฏิรูปเพื่ออะไร แบ่งงานออกมาให้ชัดเจน นายสมคิด กล่าวถึงเงื่อนไขที่ 4 ว่า เป็นเรื่องของการขับเคลื่อนสังคม โดยการปฏิรูปไม่ใช่การแก้กฎหมาย แต่เป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในสังคมจากจุดหนึ่งไปสู่จุดหนึ่ง ที่ดีกว่า สามารถทำให้รู้ว่าการปฏิรูปนี้เป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับตัวเอง เงื่อนไขสุดท้าย คือการมีภาคประชาสังคมที่เข้มแข็ง เพื่อดำเนินการปฏิรูป เพราะที่ผ่านมาแผนงานต่างๆมักถูกหยุดชะงักเมื่อเกิดเหตุการณ์บางอย่าง หรือจางหายไปตามระยะเวลา แต่ถ้าภาคประชาสังคม ทั้งประชาชน เอกชน และสื่อมวลชน เข้มแข็งจะไม่มีพลังไหนจะเข้ามาต่อต้านได้ MThai News

ชูวิทย์ โพสFB ความจริงที่คนไทยต้องรู้ ทำไมไม่เจรจา?
ข่าวชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ /  นายกรัฐมนตรี / 

วันนี้(25 ก.พ.) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้โพสข้อความเผยว่า อำนาจเป็นเรื่องหอมหวลที่ทุกฝ่ายปรารถนา โดยเฉพาะอำนาจรัฐ ชี้เป็นชี้ตายบันดาลได้ทุกสิ่ง แต่สถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ผู้คนเริ่มตั้งข้อสงสัย เพราะอะไรถึงขนาดพูดคุยเจรจากันไม่ได้? คุณสุเทพเป็นอดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรีหลายกระทรวง อยู่ในสภามายาวนานถึง 35 ปี รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง ในอดีตจัดตั้งรัฐบาลหลายครั้ง ล้วนผ่านมือคนอย่างคุณสุเทพ ผู้เชี่ยวชำนาญเรื่องการเจรจาต่อรองมาทั้งชีวิตการเมือง การปฏิรูปที่คุณสุเทพบอก ทั้งเรื่องคอรัปชั่น ระบบตำรวจ การเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม คุณสุเทพย่อมเป็นผู้รู้ดีที่สุดว่าไม่สามารถจัดการปัญหาเหล่านี้ได้ แต่ยอมทุ่มทุนเสี่ยงมหาศาลร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ เล่นเกมอันตรายอย่างแข็งกร้าว ไม่เจรจาต่อรอง ไม่ประนีประนอมกับใครทั้งสิ้น ยืนหยัดอยู่อย่างเดียวให้นายกฯและครม.ลาออก ส่วนรัฐบาลสถานะง่อนแง่น แต่ทนทายาดผิดปกติ ตั้งแต่นิรโทษกรรม ยันมาถึงทุกวันนี้บริหารราชการแทบไม่ได้ ผลุบๆโผล่ๆ ข้าราชการต่างระส่ำระสาย "ผีซ้ำด้ามพลอย" โดนกระหน่ำซ้ำเรื่องจำนำข้าว แต่ยังยืนหยัดหัวเด็ดตีนขาดไม่ยอมลาออก ความรุนแรงปะทุ มีทั้งยิงยันปาระเบิด ลูกเด็กเล็กแดงต้องตกเป็นเหยื่อ แถมมีมือปืนป๊อบคอร์น กองกำลังไม่ทราบฝ่าย ยิงต่อสู้ป้องกันขบวนม็อบ ท้าทายอำนาจรัฐ ฝีมือเก่งกาจขนาดตำรวจต้องเปิดตูดแนบ ธรรมชาติและสันดานของนักการเมืองคือ "แลกเปลี่ยนผลประโยชน์" เป็นสาเหตุให้ผู้คนสงสัยตั้งคำถาม ทำไมถึงยอมทำลายผลประโยชน์ชนิด "เจ๊งเป็นเจ๊ง พังเป็นพัง" ขนาดไม่ยอมเลือกตั้ง? ขวางทุกอย่าง ไม่ใช่วิสัยปกติของนักการเมืองเสียแล้ว ประชาชนของประเทศนี้ ตาสีตาสายันคุณนายบนคอนโด วินมอเตอร์ไซค์ไปยันบ้านหรูข้างสนามกอล์ฟ มีเลขบัตรประจำตัวสิบสามหลัก ทุกผู้ทุกคนล้วนเป็นคนไทย ย่อมมีสิทธิ์ที่จะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับบ้านเมือง? ต้องพังกันไปข้างหนึ่ง ชนิดแบ่งประเทศปกครองกันเลยหรือ? ตอนนี้ไม่รู้ใครเป็นใคร ต่างฝ่ายต่างโยนความผิด ดูไม่ออกบอกไม่ถูก แย่งกันร้องไห้แข่งกันประณาม แต่ยังคงยืนยัน "ไม่เจรจา ไม่ประนีประนอม"ความจริงคืออะไร? ทำไมถึงไม่ยอมเจรจา? คนไทยมีสิทธิ์ที่จะรู้ MthaiNews

รอเจิม ! สตช. อวดป้ายใหม่ บูรณะเสร็จแล้ว หลังคปท.รื้อทิ้ง
ข่าวม็อบ /  คปท. / 

วันนี้(5 มี.ค.) ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร - บก.02 ได้เผยแพร่ภาพป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ได้รับการซ่อมแซมและบูรณะใหม่เสร็จเรียบร้อยเหลือแต่รอพิธีเท่านั้น  "...ป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของข้าราชการตำรวจ วันนี้ได้มีการซ่อมแซมป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติหลังจากที่ถูกกลุ่ม คปท.ทำลายไปก่อนหน้านี้ ซึ่งการซ่อมแซมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจากทั่วประเทศได้มีส่วนร่วมในการบริจาคเงินสมทบทุนค่าซ่อมแซมป้าย ประมาณ 300,000 บาททั้งนี้จะมีการปรับภูมิทัศน์ให้เหมาะสมสวยงาม หลังจากซ่อมแซมป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติเสร็จแล้ว ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะได้จัดทำพิธีกรรมทางศาสนาอีกครั้ง เพื่อเป็นสิริมงคลกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและสร้างขวัญกำลังใจของข้าราชการตำรวจทั่วประเทศซึ่งถือว่าที่ตั้งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นเกียรติภูมิ ศักดิ์ศรี และสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของข้าราชการตำรวจทั่วประเทศ..." ป้ายดังกล่าวถูกซ่อมหลังจากเมื่อวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา นายอุทัย ยอดมณี แกนนำ คปท. พร้อมมวลชนจำนวนหนึ่งมาปิดล้อมด้านหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถนนพระราม 1 โดยได้เรียกร้องให้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มารายงานตัว พร้อมทั้งได้มีการรื้อป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติออกทั้งหมดและฉีดสีสเปรย์พ่นทับด้วยคำว่า 'คปท.' ทำให้เกิดความเสียหายต่อตัวป้ายและภาพลักษณ์ขององค์กรตำรวจไทย MThai News

น.พ.ประเวศระบุพัฒนาประเทศยั่งยืนต้องคืนอำนาจ
น.พ.ประเวศ วะสี /  ปฏิรูปประเทศ / 

"หมอประเวศ" ระบุ การพัฒนาประเทศที่ยังยืน คืนอำนาจให้ชุมชน ท้องถิ่น และจังหวัด บริหารด้วยตนเอง ศ.เกียรติคุณ น.พ.ประเวศ วะสี ราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ราษฎรอาวุโส และประธานคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานสัมนาวิชาการประจำปี พ.ศ. 2557 เรื่อง "อนาคตประเทศไทย สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนด้วยปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง" ว่า ทิศทางการพัฒนาประเทศ เป็นตัวกำหนดชะตากรรมของทุกสิ่ง ทั้งวิกฤติเศรษฐกิจ วิกฤติสังคม และวิกฤติสิ่งแวดล้อม ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาที่ไม่ยั่งยืน ซึ่งการพัฒนาสมัยใหม่ เริ่มต้นมาจากคนตะวันตก ที่อาศัยโลภะจริตเป็นตัวขับเคลื่อน จึงเป็นการพัฒนาแบบแยกส่วน ในขณะที่ การพัฒนาแบบแยกส่วน นำไปสู่การเสียความสมดุลและความไม่ยั่งยืน ทั้ง นี้ กระบวนทัศน์ใหม่เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนนั้น ควรคิดและพัฒนาอย่างบูรณาการ โดยเอาพื้นที่เป็นตัวตั้งและคืนอำนาจให้กับพื้นที่ทั้งชุมชน ท้องถิ่น และจังหวัด ได้จัดการตนเอง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของการพัฒนาที่ยั่งยืน อย่างไรก็ตาม การพัฒนาที่ยั่งยืน ต้องมีการปฏิรูปประเทศไทย เพื่อสร้างความเป็นธรรมด้วยเช่นกัน

10 เมืองยอดฮิตเรียนต่อเมืองนอกปี 2014
10 อันดับ /  จัดอันดับ / 

ช่วงปิดเทอม หลายคนเตรียมพร้อมสำหรับสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึงแล้วสิ .. แต่ถ้าเพื่อนๆ คนไหนที่อยู่บ้านเบื่อๆ ก็น่าจะลองหาที่เรียนพิเศษดูนะคะ ได้ทั้งความรู้ ได้เพื่อนใหม่อีก แถมสมองของเรายังคงพัฒนาต่อได้เรื่อยๆอีกด้วย ไม่งั้นหยุดเรียน ปิดเทอมห่างหนังสือไปนาน หลายคนเลยแหละที่มีอาการสมองช้า ล้า แบบนี้ก็แย่นะ ^^ สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่สนใจเรียนต่อต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นระยะสั้นหรือยาว ทีนเอ็มไทยมี 10 เมืองยอดฮิตเรียนต่อเมืองนอกปี 2014 มาฝากกัน ไปดูสิมีเมืองที่เพื่อนๆ อยากไปอยู่บ้างรึเปล่า ^^  10 เมืองยอดฮิตเรียนต่อเมืองนอกปี 2014 1. ปารีส ประเทศฝรั่งเศส แม้ปารีสจะเป็นเมืองที่มีค่าครองชีพสูง แต่เมื่อเฉลี่ยกับค่าธรรมเนียมการศึกษาที่ค่อนข้างถูกแล้ว ก็ทำให้สามารถวางแผนค่าใช้จ่ายให้อยู่ในงบประมาณได้โดยไม่ลำบากจนเกินไปนัก อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีคุณภาพชีวิตดี เป็นแหล่งผลิตนักศึกษาที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่ต้องการตัวของนายจ้างจำนวนมาก มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในปารีสคือ École normale supérieure (นิยมเรียกกันว่า Normale หรือ ENS Paris) ตั้งอยู่ที่ Quartier Latin ย่านนักศึกษาที่มีชื่อเสียงแห่งกรุงปารีส ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ.1794 และเป็นสถาบันชั้นแนวหน้าในยุโรปมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงยังติดอันดับที่ 28 จากการจัดอันดับของ QS World University Rankings อีกด้วย 2. ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ลอนดอนเป็นเมืองที่ได้คะแนนการจัดอันดับสูงมาก ในด้านความนิยมของผู้ประกอบการที่ต้องการได้ตัวบัณฑิตจากลอนดอนไปทำงานด้วย และความหลากหลายทางเชื้อชาติของนักศึกษา แต่ได้คะแนนค่อนข้างต่ำในด้านค่าครองชีพ ส่วนเรื่องคุณภาพชีวิตแม้จะได้คะแนนต่ำกว่าเมืองอื่นๆ ใน 5 อันดับแรกเล็กน้อย แต่นักศึกษามากมายจากทั่วทุกมุมโลกก็ยังใฝ่ฝันมาเรียนต่อที่นี่ เพราะลอนดอนมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการศึกษามากมาย เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรม เต็มไปด้วยสีสันความบันเทิงทั้งยามกลางวันและกลางคืน อีกทั้งยังมีความหลากหลายของเชื้อชาติและวัฒนธรรมให้เรียนรู้อีกด้วย โดยมีสถาบันการศึกษาที่โดดเด่นคือ University College London (UCL) มหาวิทยาลัยอันดับ 4  ของโลก 3. สิงคโปร์ ประเทศสิงคโปร์ หนึ่งในประเทศอาเซียนอย่างสิงคโปร์เป็นเมืองที่มีมาตรฐานการศึกษาสูงระดับแนวหน้าของโลก แถมค่าครองชีพยังอยู่ในระดับที่ไม่แพงเกินไปนักเมื่อเทียบกับประเทศในฝั่งยุโรป อีกทั้งยังมีความปลอดภัยสูงติดอันดับโลก มีคุณภาพชีวิตที่ดี และนักศึกษาเป็นที่ต้องการตัวของตลาดแรงงาน ส่วนในด้านวัฒนธรรม สิงคโปร์ก็เป็นเมืองที่มีความหลากหลายของประชากรหลายเชื้อชาติอย่างมาก ผู้คนในท้องถิ่นจึงคุ้นเคยและยินดีต้อนรับชาวต่างชาติเป็นอย่างดี สิงคโปร์มีสถาบันการศึกษาที่โดดเด่นคือ the National University of Singapore (NUS) มหาวิทยาลัยอันดับ 24 ของโลก ใครที่ไม่อยากไปเรียนต่อไกลบ้านจนเกินไปสิงคโปร์ก็เป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ 4. ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย การจัดอันดับในปีนี้ออสเตรเลียตอกย้ำความเป็นประเทศยอดฮิตของการเรียนต่อเมืองนอก ด้วยการเข้าวิน Top 10 ถึง 2 เมือง ได้แก่ ซิดนีย์และเมลเบิร์น โดยซิดนีย์ได้คะแนนโดดเด่นอย่างมากในด้านคุณภาพชีวิตที่ดี ส่วนด้านอื่นๆ อย่างความหลากหลายทางเชื้อชาติของนักศึกษา และความนิยมของผู้ประกอบการ ก็มีผลคะแนนอยู่ในเกณฑ์ดีทีเดียว เพราะออสเตรเลียมีนักศึกษาต่างชาติมาเรียนต่อมากที่สุดเป็นอันดับสามของโลก รองจากอเมริกาและอังกฤษ ด้านการจัดอันดับมหาวิทยาลัยก็อยู่ที่อันดับ 38 ของโลก แต่ค่าครองชีพอาจจะสูงสักเล็กน้อย 5. เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย อดีตเมืองหลวงเก่าของออสเตรเลียนอกจากจะเป็นเมืองแห่งการศึกษาแล้ว ยังเป็นเมืองแห่งศิลปะที่มีคะแนนโดดเด่นในด้านคุณภาพชีวิตแซงหน้าเมืองฮิปๆ อย่างปารีสและลอนดอนอีกด้วย ส่วนในด้านความหลากหลายทางเชื้อชาติก็ได้คะแนนสูงไม่เป็นรองใคร แถมยังมีดีที่ทัศนียภาพอันสวยงาม อากาศสดชื่น มองไปทางไหนก็เห็นต้นไม้เต็มไปหมด มีชายหาดให้ชิลล์เก๋ๆ ในฤดูร้อน และมีสีสันของความคึกคักยามค่ำคืน ที่จะทำให้ชีวิตนักเรียนนอกของคุณสนุกสุดเหวี่ยงอย่างแน่นอน และ University of Melbourne ก็ยังเป็นมหาวิทยาลัยคุณภาพติดอันดับ 31 ของโลก และดีที่สุดเป็นอันดับ 2 ในออสเตรเลีย 6. ซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมืองใหญ่ที่สุดในประเทศสวิตเซอร์แลนด์แห่งนี้ ได้คะแนนสูงลิ่วในด้านคุณภาพชีวิตที่ดี เพราะมีความพร้อมทางด้านโครงสร้างพื้นฐานเป็นอย่างมากแล้ว อัตราเกิดอาชญากรรมต่ำ และยังมีภูมิทัศน์ทางธรรมชาติที่สวยงามอย่างแม่น้ำ Limmat ไหลผ่านใจกลางเมืองและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกด้วย ส่วนในด้านการศึกษาก็ถือว่าเป็นประเทศที่เก็บค่าเล่าเรียนค่อนข้างถูก คุ้มค่าต่อการมาศึกษาต่อ และมีสถาบันเทคโนโลยี ETH Zurich ที่ติดอันดับ 12 ของโลก 7. ฮ่องกง เขตปกครองพิเศษฮ่องกง เมืองแห่งการศึกษาอันดับ 2 ของเอเชียแห่งนี้ จัดว่ามีค่าครองชีพค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ที่ติดอันดับโลก และถึงแม้ฮ่องกงจะมีมหาวิทยาลัยของรัฐเพียง 8 แห่ง แต่ทุกแห่งติดอันดับดีทั้งในระดับนานาชาติและเอเชียแปซิฟิก โดย QS ได้จัดให้ University of Hong อยู่ในอันดับที่ 26 ของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก อีกทั้งยังเป็นประเทศที่อยู่ใกล้เมืองไทย วัฒนธรรมความเป็นอยู่มีกลิ่นอายผสมผสานระหว่างความเป็นตะวันออกและตะวันตก ไม่ฝรั่งจ๋าจนเกินไป ทำให้นักศึกษาใหม่สามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ดี และรู้สึกสบายๆ กับการเรียนรู้โลกกว้างแบบไม่กดดันมากนัก 8. บอสตัน ประเทศอเมริกา แม้บอสตันจะตกจากอันดับ 3 มาอยู่ที่อันดับ 8 ในปีนี้ แต่ก็ยังเป็นเมืองที่น่าสนใจสำหรับการเรียนต่อด้วยความโดดเด่นทางวิชาการ และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของเมือง รวมถึงเป็นแหล่งรวมศิลปะและวัฒนธรรม จนได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางการศึกษาที่สำคัญแห่งหนึ่งของอเมริกา อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของ  Massachusetts Institute of Technology (MIT) และ Harvard University มหาวิทยาลัยเก่าแก่ของอเมริกา จึงไม่น่าแปลกใจที่นักศึกษามากมายจะหลั่งไหลมาเรียนต่อที่นี่ และผู้ประกอบการองค์กรชั้นนำทั้งหลายก็นิยมมาดึงตัวนักศึกษาจากบอสตันไปร่วมงานด้วยเช่นกัน จึงทำให้บอสตันมีคะแนนสูงทีเดียวในด้าน Employer Activity 9. มอนทรีออล ประเทศแคนาดา มอลทรีออลเป็หนึ่งในเมืองที่ติดอันดับเมืองน่าอยู่ระดับโลกบ่อยครั้ง และเป็นเมืองที่มีคุณภาพการศึกษาเป็นเลิศ โดยมี McGill University อยู่ในอันดับที่ 21 ของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก คะแนนด้านที่โดดเด่นของมอนทรีออลคือความหลากหลายทางเชื้อชาติของนักศึกษา และยังเป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมสูง ประชากรสามารถพูดได้หลายภาษาอีกด้วย หากมีโอกาสได้มาเรียนต่อที่เมืองนี้ รับรองว่าไม่มีเบื่อแน่นอน เพราะมีการจัดกิจกรรมด้านดนตรี ศิลปะ วัฒนธรรมอยู่เป็นประจำ อย่างเช่น Montreal International Jazz Festival และ Just for Laughs เทศกาลตลกที่ใหญ่ที่สุดในโลก 10. มิวนิค ประเทศเยอรมนี เมืองหลวงรัฐบาเยิร์นทางตอนใต้ของเยอรมนีแห่งนี้ นอกจากจะขึ้นชื่อในเรื่องเบียร์ ทีมฟุตบอลสุดเจ๋ง และความสนุกของ Oktoberfest แล้ว มิวนิคยังเป็นที่ตั้งของ Technische Universität München มหาวิทยาลัยที่ดีเป็นอันดับ 53 ของโลกอีกด้วย และในการจัดลำดับ Student City โดย QS มิวนิกก็ได้คะแนนสูงสุดในด้านค่าครองชีพต่ำ ค่าเทอมถูก ถือว่าเป็นเมืองที่คุ้มค่าต่อการมาเรียนต่อเอามากๆ และยังมีความปลอดภัยสูง มีคุณภาพชีวิตที่ดีไม่แพ้เมืองอื่นในยุโรป จึงเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ไม่ควรพลาดสำหรับการหาที่เรียนต่อ ดูข้อมูลเพิ่มเติม http://www.hotcourses.in.th/study-abroad-info/latest-news/top-10-student-cities-2014/ ขอบคุณข้อมูลจาก SUTASINEE LERTWATCHA-hotcourses.in.th, สำนักจัดอันดับมหาวิทยาลัย Quacquarelli Symonds (QS)

2NE1 เตรียมโชว์เพลง Gotta Be You ครั้งแรกใน Inkigayo
2ne1 /  ประเทศเกาหลี

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม YG Entertainment ต้นสังกัดของ 2NE1 เปิดเผยว่า "2NE1 ที่เข้าสู่การทำกิจกรรมทางโทรทัศน์เป็นครั้งแรกในเพลง 'Crush' และ 'Come Back Home' ในรายการ 'Inkigayo' ทางช่อง SBS เมื่อวันที่ 9 มีนาคม ที่ผ่านมา เตรียมจะโชว์เสน่ห์ที่แตกต่างในเพลงดับเบิ้ลไตเติ้ล 'Gotta Be You' ในสัปดาห์นี้ครับ" .. 2NE1 เตรียมโชว์เพลง Gotta Be You ครั้งแรกใน Inkigayo 2NE1 เตรียมโชว์เพลง Gotta Be You ครั้งแรกใน Inkigayo 'Gotta Be You' เป็นผลงานการแต่งเพลงร่วมกันของโปรดิวเซอร์ Teddy กับ PK โดยเมโลดี้ท่อนหลักของพัคบมกับคงมินจีที่ร้องว่า 'ต้องเป็นเธอ' ลงตัวกับจังหวะที่สนุกสนาน ซึ่งจุดเด่นนี้เองที่ทำให้เพลงนี้ถูกเลือกมาเป็นเพลงดับเบิ้ลไตเติ้ลคุ่กับเพลง 'Come Back Home' สำหรับเพลง 'Gotta Be You' ที่จะขึ้นโชว์ในรายการเพลงทางโทรทัศน์ในสัปดาห์นี้ นับว่าเป็นเพลงที่จะขึ้นโชว์การแสดงก่อนทั้งๆ ที่ยังไม่ได้มีการเปิดตัวมิวสิควีดีโอออกมาแต่อย่างใด ซึ่งการขึ้นโชว์เพลง 'Gotta Be You' ของ 2NE1 ต่อจากเพลง 'Crush' และ 'Come Back Home' เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก็กำลังสร้างความคาดหวังเป็นอย่างมากถึงสไตล์และท่าเต้นว่าจะออกมาเป็นอย่างไร ข้อมูลจาก http://www.popcornfor2.com