วิสัยทัศน์

10 วัดสวยที่สุดในเมืองไทย
วัด /  วัดสวย / 

เที่ยว นั่น นี่ โน่น มาก็มาก แต่จะว่าไปเรายังไม่ค่อยได้พาไปเที่ยววัดกันสักเท่าไหร่ ทั้งๆที่เมืองไทยเป็น “เมืองพุทธ” วันนี้เราจะพาเที่ยววัดธรรมดาทั่วไปก็ใช่ที่ งานนี้ขอคัดมาแบบเน้นๆ เอาที่สวย เริ่ด เจิดสุดรับรองว่า งานนี้ตื่นตากับความงาม ถึงขนาดที่ว่าถ้าได้ไปจนครบ คุณต้องรักการเข้าวัดและลืมที่เที่ยวแบบอื่นๆไปเลยทีเดียว 10 วัดสวยที่สุดในเมืองไทย 1. วัดพระศรีอารย์ อุโบสถทองคำร้อยล้าน จังหวัดราชบุรี ชมความงามวัด Unseen ที่แรกกันที่ ราชบุรี กับ อุโบสถทองคำร้อยล้าน วัดพระศรีอารย์  ความสวยงามของวัดแห่งนี้ อยู่ที่ตัวโบสถ์ ซึ่งเป็นพระอุโบสถตกแต่งด้วยงานปูนปั้นสีทองทั้งหลัง เหลืองอร่ามมองเห็นได้แต่ไกล  สวยงามด้วยศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลาย ประดับด้วยลวดลายปูนปั้นจิตรกรรมเรื่องพระมหาชนก ทศชาติพระเจ้าห้าพระองค์  ตัวอุโบสถทองคำหลังนี้ใช้เวลาในการสร้างนานถึง 37 ปี  ด้วยแรงศรัทธาจากชาวบ้านล้วนๆ โดยมีมูลค่าในการจัดสร้างรวมกว่า  “ร้อยล้านบาท” ประกอบกับตัวโบสถ์สีทองทำให้ใครๆ พากันเรียกขานโบสถ์แห่งนี้ว่า  “อุโบสถทองคำร้อยล้าน” ภายในโบสถ์เป็นที่ประดิษฐานของพระประธานปางมารวิชัย ศิลปะพม่า สร้างด้วยหยกขาวทั้งองค์ที่ได้อัญเชิญมาจากประเทศพม่า นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปคู่วัด คือ พระศรีอารย์ เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่พิมพ์พระศรีอารย์ซึ่งมีลักษณะเด่น คือ มีตาลปัตรอยู่ด้านหน้าองค์พระพุทธรูป จีวรจับกลีบคล้ายพระพุทธลักษณะสมัยคันธาระ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ทุกคนเคารพกราบไหว้ นอกจากนี้ที่ประตูโบสถ์ก็ทำมาจากไม้ยมหอมทั้งต้น แกะสลักลวดลายพุทธประวัติ ซึ่งมีความยิ่งใหญ่ และสวยงามมาก ที่ตั้ง : หมู่ 6 บ้านเลือก ตำบล บ้านเลือก อำเภอ โพธาราม จังหวัด ราชบุรี 70120 การเดินทาง : ใช้ถนนเพชรเกษมประมาณ กม. ที่ 74 บริเวณบ้านเลือกมีทางแยกขวามือ (ถ้ามาจากราชบุรีทางแยกอยู่ซ้ายมือ เลยแยกบางแพไปประมาณ 500 เมตร)  2. วัดถ้ำเขาวง วัดไม้เก่าแก่ท่ามกลางภูเขาหินปูน จังหวัดอุทัยธานี วัดสวย แปลกตา ลำดับถัดไป ที่เราอยากให้คุณหาโอกาสไปเยี่ยมชมให้ได้ คือ "วัดถ้ำเขาวง" หากมองจากภาพถ่ายเชื่อว่าหลายคนคงคิดว่า เป็นรีสอร์ทสวยๆ ที่ไหนสักแห่ง แต่ความจริงแล้วที่นี่คือ “วัด” โดยวัดแห่งนี้เป็นอาคาร 4 ชั้น ออกแบบลักษณะเรือนไทย ยกใต้ถุน แบ่งสัดส่วนการใช้งานเป็น 4 ส่วน คือ ใต้ถุนเป็นลานเอนกประสงค์และร้านขายของ , ชั้นที่ 2 เป็นวิหาร , ชั้นที่ 3 เป็นกุฏิ และ ชั้นที่ 4 จะเป็นโบสถ์สร้างด้วยไม้สัก และไม้มะค่า มีความงดงามมาก บริเวณโดยรอบก็มีการจัดภูมิทัศน์ให้สวยงาม ร่มรื่น มีฉากหลังเป็นเขาหินปูนสูงตระหง่าน บริเวณด้านหน้ามีสวนไม้ดัด และบ่อน้ำซึ่งมีปลาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ห่างจากตัววัดไปทางด้านหลังจะมีถ้ำอยู่ประมาณ 7-8 ถ้ำ บางถ้ำเป็นที่นั่งวิปัสสนาสำหรับพระภิกษุ บางถ้ำเป็นถ้ำค้างคาว และบางถ้ำก็มีหินงอกหินย้อยให้ชมกัน ระหว่างทางเดินที่จะขึ้นไปชมถ้ำ จะผ่านน้ำตกเทียมที่ดูเข้ากับบรรยากาศ เมื่อมาเยือนวัดแห่งนี้ จะรู้สึกปลอดโปร่ง ทั้งจากใจที่สงบจากการทำบุญ และจากกายที่ได้พักผ่อนเหมือนมาตากอากาศในรีสอร์ท ที่ตั้ง : เชิงเขาวง ต.บ้านไร่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี การเดินทาง : จากตัวเมืองอุทัยธานี มุ่งหน้าสู่ตำบลบ้านไร่ ห่างจากอำเภอไปราว 12 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 3011 ผ่านทางโค้งศาลเจ้าพ่อเขารักแล้วมาตัดกับสามแยกให้เลี้ยวขวาไปประมาณ 6 กิโลเมตร จะมีทางแยกเลี้ยวซ้ายเข้าสู่เขาวง ประมาณ 8 กิโลเมตรถึงทางแยกเข้าไปอีก 300 เมตร ทางค่อนข้างจะลาดชันขึ้นทีละน้อย เส้นทางอ้อมโค้งเป็นหน้าผาต้องไต่ไปตามซอกเขา 3. วัดสันป่ายางหลวง วัดสวยล้านนากลางป่าคอนกรีต จังหวัดลำพูน ถัดมาเราไปดูวัดสวยสไตล์ล้านนาท่ามกลางป่าคอนกรีต ของจังหวัดลำพูนกันบ้าง โดยไปกันที่วัด “สันป่ายางหลวง” วัดนี้มีประวัติความเป็นมายาวนาน โดยเชื่อกันว่าเป็นวัดแห่งแรกของอาณาจักรล้านนา ด้วยสาเหตุนี้ ทำให้ภายในวัด มีสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ศิลปะทางล้านนามากมาย ไม่ว่าจะเป็น “วิหารพระโขงเขียว” ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระหยกเขียวซึ่งนำมาจากแม่น้ำโขง หรือจะเป็น “พระวิหารพุทธอัญญรัตนมหานทีศรีหริภุญชัย” มณฑปทรงล้านนา ที่ใช้ประดิษฐานพระพุทธเมตไตรจำลองจากพุทธคยา ฯลฯ การตกแต่งนอกจากจะใช้ศิลปะสไตล์ล้านนาแล้ว ยังมีการสอดแทรกคติความเชื่อทางศาสนาลงไปในการก่อสร้างอีกด้วย นอกจากการก่อสร้างที่มีความสวยงามแปลกตาในสไตล์ล้านนาแล้ว ความงามของพระพุทธรูปหินหยกขาวปางปรินิพพาน, มณฑปพระเขี้ยวแก้วซึ้งเป็นพระเขี้ยวแก้วของพระมหาสารีบุตร, พระเขียวโขง, พระพุทธรูปแก้วขาวของเก่าเมืองลำพูน รวมทั้งพระเครื่องสกุลหริภุญชัยซึ่งอยู่ภายในวัดแห่งนี้ ก็เป็นตัวดึงดูดให้นักท่องเที่ยวพากันมาสักการะ และเยี่ยมชมไม่อย่างขาดสาย ที่ตั้ง :  หมู่บ้านสันป่ายางหลวง ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน การเดินทาง :  จากกรุงเทพฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) ผ่านดอนเมือง รังสิต แยกซ้ายตรงกิโลเมตรที่ 32 ผ่านจังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดชัยนาท เข้าจังหวัดนครสวรรค์ แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 11 เข้าจังหวัดลำพูน รวมระยะทาง 670 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8 ชั่วโมง 4. พระมหาเจดีย์ชัยมงคล วัดสวยเหมือนอยู่ในแดนสวรรค์ จังหวัดร้อยเอ็ด พระมหาเจดีย์ชัยมงคล จ.ร้อยเอ็ด ความสวยแปลกตาของพระมหาเจดีย์แห่งนี้ คือ การผสมผสานระหว่างองค์พระปฐมเจดีย์ ศิลปะของภาคกลาง และพระธาตุพนม ศิลปะของภาคอีสานเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว จากภายนอกตัวอาคารเป็นพื้นสีขาวตกแต่งลวดลายด้วยสีทองเหลืองอร่าม ดูวิจิตรตระการตา บริเวณโดยรอบรายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กทั้ง 8 ทิศ ภายในองค์พระมหาเจดีย์ ตกแต่งอย่างสวยงามเหมือนอยู่บนวิมานแดนสวรรค์ มีรูปปั้นเทพ และเทพธิดา ไปจนสวนสวยอยู่โดยรอบ ใช้งบประมาณในการสร้างรวมแล้วกว่า 3,000 ล้านบาท ที่ตั้ง : ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด การเดินทาง : จากตัวเมืองร้อยเอ็ด ใช้เส้นทาง ร้อยเอ็ด - โพนทอง – หนองพอก ระยะทาง 62 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 2044 และ 2136 ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงถึงอำเภอหนองพอกต่อไปยังบ้านท่าสะอาด ตำบลผาน้ำย้อย และขึ้นเขาเขียวไปอีก 5 กม. ก็จะถึงวัดเจดีย์ชัยมงคลสถานที่ตั้งของ พระมหาเจดีย์ชัยมงคล 5. วัดถ้ำเสือ ชมความยิ่งใหญ่ของพระพุทธรูปปางประทานพรที่ใหญ่ที่สุด จังหวัดกาญจนบุรี วัดสวย แปลกตา ลำดับถัดไป เราไปกันที่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี กับวัดสวยขนาดใหญ่ “วัดถ้ำเสือ” ความสวยงามสะดุดตาของวัดนี้ เริ่มกันตั้งแต่ องค์พระพุทธรูปปางประทานพรขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี ที่ไม่ได้มีดีแค่ขนาดเท่านั้น ความสวยงามขององค์พระที่ประดับตกแต่งด้วยโมเสคสีทองทั้งองค์ ก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ทำให้ผู้คนพากันหลั่งไหลเข้ามาชื่นชมความงามไม่ขาดสาย และเมื่อเดินเข้าไปภายในวัดจะพบกับความวิจิตรของศิลปะแบบไทยๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น อุโบสถวัด ทรงจตุรมุข มีซุ้มเสมารอบ 8 ทิศ, ลวดลายปูนปั้นพระพุทธประวัติสวยงามทุกด้านของผนังภายในอุโบสถ, พระเจดีย์เกศแก้วมหาปราสาท เจดีย์ทรงสวย รูปร่างแปลกตา ภายในมีทั้งสิ้น 9 ชั้น ด้านบนเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุ นอกจากนี้หากมองลงมาจากบริเวณด้านบนในช่วงหน้าทำนา จะมองเห็นทุ่งนาข้าวสวยงามสุดลูกหูลูกตาอีกด้วย ที่ตั้ง : ต.ม่วงชุม อำเภอท่าม่วง กาญจนบุรี การเดินทาง : วัดถ้ำเสืออยู่ห่างจากเขื่อนแม่กลองประมาณ 5 กิโลเมตร ทางเข้าวัดต้องผ่านตัวเขื่อนแม่กลองแล้วจะมีป้ายบอกให้เลี้ยวขวาไปประมาณ 2 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายอีกประมาณ 200 เมตร 6. วัดป่าสว่างบุญ เจดีย์ทองคำ 500 ยอด จังหวัดสระบุรี ลำดับถัดไปเราไปชมความงามของมหาเจดีย์ราย 500 ยอดที่ วัดป่าสว่างบุญ จ.สระบุรี ที่วัดนี้นอกจากจะมีชื่อเสียงในเรื่องของความสงบ ทำให้มีผู้คนมาปฏิบัติธรรมกันเป็นจำนวนมากแล้ว ความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมที่สวยงามก็เป็นอีกหนึ่งที่ทำให้ชื่อเสียงขจรขจายไปไกลอีกด้วย โดยความเด่นเรื่องความงามของวัดแห่งนี้อยู่ที่ พระมหาเจดีย์ 500 ยอด มีชื่อเต็มว่า "พระมหารัตนโลหะเจดีย์ศรีศาสนโพธิสัตว์สว่างบุญ" ซึ่งประกอบไปด้วย “เจดีย์ประธานองค์ใหญ่” อยู่ตรงกลาง และมีองค์เจดีย์รายองค์เล็กตั้งลดหลั่นกันลงมาอยู่รอบๆทิศ ตัวองค์เจดีย์เป็นปูนปั้นเคลือบสีทองทั้งหมดทุกองค์ ด้านในประดับกระจกทับทิม และได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากประเทศเนปาล, อินเดีย และศรีลังกา มาบรรจุในพระมหาเจดีย์ครบทั้ง 500 ยอด รวมทั้งได้นำพระบรมสารีริกธาตุ และวัตถุมงคลของมีค่ามาบรรจุอยู่ในพระเจดีย์องค์ประธานอีกด้วย ที่ตั้ง : หมู่ 7 บ้านคลองไผ่ ต.ชะอม อ.แก่งคอย จ.สระบุรี การเดินทาง : ใช้เส้นทาง สระบุรี-นครนายก จาก อ.แก่งคอย ไปประมาณ 15 กิโลเมตร พอถึงตำบลชะอม เลี้ยวซ้ายไปเส้นทางเที่ยวน้ำตกโกรกอีดก ตรง เข้าไปประมาณ 4 กิโลเมตร วัดตั้งอยู่ทางขวามือ มีป้ายบอกชัดเจน 7. วัดท่าซุง ชมความงามวิหารแก้วอันเลื่องชื่อ จังหวัดอุทัยธานี   วัดท่าซุง วัดขึ้นชื่อเรื่องความงามของจังหวัดอุทัยธานี แม้วัดแห่งนี้จะเป็นวัดเก่า แต่ก็ได้มีการบูรณะเรื่อยมาตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน มีการสร้างอาคารต่างๆ เพิ่มขึ้นจากในอดีตมากมาย เช่น พระอุโบสถใหม่ ภายในประดับ และ ตกแต่งอย่างวิจิตร บานหน้าต่าง และประตูด้านในเขียนภาพเทวดาโดยจิตรกรฝีมือดี บริเวณโดยรอบสร้างกำแพงแก้ว มีรูปหล่อหลวงพ่อปาน และหลวงพ่อใหญ่ขนาด 3 เท่า อยู่มุมกำแพงด้านหน้า มณฑป และพระวิหารแก้วที่ประดิษฐาน พระพุทธชินราชจำลอง และศพของหลวงพ่อฤาษีลิงดำที่ไม่เน่าเปื่อย ไฮไลท์ความงามของที่นี่ต้องยกให้วิหารแก้ว ซึ่งสร้างด้วยโมเสกสีขาวใส มองดูเหมือนแก้ววาววับอยุ่ภายในสวยแปลกตา นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปพระพุทธชินราชจำลอง ซึ่งมีความงดงามเป็นพระประทานในวิหารอีกด้วย ที่ตั้ง : เลขที่ 60 หมู่ 1 บ้านท่าซุง ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัยธานี การเดินทาง : จากกรุงเทพเข้าสู่ป้ายต้อนรับจังหวัดอุทัยธานี วิ่งตรงตามถนนเข้าเมืองมาจนสุดทาง ก็จะเจอสามแยกมีป้ายแหล่ง ท่องเที่ยวที่ชี้บอกทางไปวัดท่าซุงเอาไว้ให้็เลี้ยวซ้ายเข้ามาตามทางหลวงสาย 3265 ถึงแยกไฟแดง ถัดมาก็เลี้ยว ขวาตามป้ายอำเภอ มโนรมย์ขับตามป้ายบอกทางไปวัดท่าซุงซึ่งจะมีบอกอยู่เป็นระยะ 8. วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ พุทธคยาจำลอง จังหวัดนครสวรรค์     วัดสวยแปลกตา ลำดับถัดไปเราไปกันที่ จังหวัดนครสวรรค์ กับ วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ซึ่งเป็นวัดในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ความสวยงามแปลกตาของวัดแห่งนี้ คือการสร้างวัดเป็นรูปเรือหลวงบนยอดเขา ซึ่งสื่อความหมายถึง พาหนะที่จะช่วยให้พ้นห้วงกิเลส ภายในวัดประดิษฐานเจดีย์ศรีพุทธคยา ซึ่งจำลองแบบมาจากเจดีย์พุทธคยาจากประเทศอินเดีย ลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมทรงกรวย ส่วนยอดเจดีย์เป็นทรงระฆังคว่ำ ประดับด้วยลวดลายปูนปั้น ซึ่งมีความสวยงามดูแปลกตา บริเวณรอบๆ เจดีย์จะมีพระพุทธรูปปางประทับยืน และประทับนั่งอยู่ทั่วไป บริเวณชั้นบนสุดยังเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุอีกด้วย นอกจากนี้ภายในวัดยังมีสิ่งก่อสร้างที่มีความหมายเป็นมงคลอีกหลายอย่าง อาทิ มณฑปเรือนแก้ว สถาปัตยกรรมประยุกต์ไทยอินเดีย มุงและกั้นด้วยกระจกสีชาทั้งหมด เป็นที่ประดิษฐานพระประวัติศาสตร์ ห้องพระไตรปิฎก ชั้นบนสุดประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ฯลฯ ที่ตั้ง : บ้านเขาโคกเผ่น ตำบลทำนบ อำเภอท่าตะโก นครสวรรค์ การเดินทาง : จากกรุงเทพฯ เดินทางมุ่งหน้า อ.ตาคลี นครสวรรค์ ถึงกองบินสี่ เจอแยกไปหัวหวาย (ทางหลวงแผ่นดิน 3329) เลี้ยวซ้าย ขับรถไปเรื่อย ๆ จะเจอสี่แยกตัดกันกับเส้นตากฟ้า-ท่าตะโก ให้ตรงเข้าไป ขับรถผ่านหมู่บ้านทาง รพช. มีป้ายบอกตลอดทางจะเห็นภูเขาอยู่ด้านหน้าประมาณห้า กม.จากแยกก็จะถึงวัด 9. วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร วัดแบบโบสถ์คริสถ์หนึ่งเดียวในไทย จังหวัดอยุธยา เคยเห็นวัดสร้างสไตล์โบสถ์คริสต์กันมั้ย  ถ้ายังไม่เคยเห็นเราจะพาไปชมกันได้ที่ “วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร” จ.อยุธยา วัดนี้สร้างขึ้นโดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงใช้เป็นสถานที่สำหรับบำเพ็ญพระราชกุศล เมื่อเสด็จฯ แปรพระราชฐานมาประทับที่พระราชวังบางปะอิน โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเลียนแบบโบสถ์ฝรั่งเป็นศิลปะแบบโกธิค (Gothic) ภายในประดิษฐาน "พระพุทธนฤมลธรรโมภาส" เป็นพระประธานออกแบบโดยพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิษฐวรการ โดยลักษณะที่ผสมผสานศิลปะแบบประเพณีนิยม และศิลปะแบบตะวันตกเข้าด้วยกัน ซึ่งมีพุทธลักษณะคล้ายสามัญชน นอกจากนี้ บริเวณฐานชุกชีก็มีลักษณะเหมือนที่ตั้งไม้กางเขนแบบโบสถ์ และฝาผนังโบสถ์ด้านหน้าของพระประธานนั้น เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ ๕ ที่ประดับด้วยกระจกสี มองดูมีความสวยงามแปลกตามาก ที่ตั้ง : เกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งตรงข้ามกับพระราชวังบางปะอิน ตำบลบ้านเลน  อำเภอบางปะอิน พระนครศรีอยุธยา การเดินทาง : ตั้งอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยาด้านทิศใต้คนละฝั่งกับพระราชวังบางปะอิน มาจากกรุงเทพฯ ตามถนนพหลโยธิน จะมีทางแยกซ้ายบริเวณกิโลเมตรที่ 35 ไปพระราชวังบางปะอินเป็นระยะทางอีก 7 กิโลเมตร 10. วัดเกริ่นกฐิน วัดสวยจากศรัธาประชาชน จังหวัดลพบุรี วัดสวยแปลกตาในเมืองไทย ลำดับสุดท้ายที่เราจะพาคุณๆไปชมในวันนี้ ไปกันที่  “วัดเกริ่นกฐิน” จังหวัดลพบุรี วัดแห่งนี้จัดเป็นวัดเก่าคู่บ้านคู่เมืองลพบุรีมาช้านาน แต่เดิมชื่อเสียงของที่นี่เป็นวัดที่จำพรรษาของเกจิอาจารย์ชื่อดัง “หลวงพ่อเพี้ยน” ต่อมาผู้คนที่นับถือองค์หลวงพ่อก็ได้เข้ามาช่วยกันทำบุญและบูรณะวัดให้มีความสวยงาม จนชื่อเสียงเรื่องความงามเริ่มเป็นที่ประจักษ์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นวิหารหลวงพ่อปาน วิหารแก้วที่มีความวิจิตรสวยงามภายในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหลวงพ่อปาน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์ของวัด, เจดีย์สำหรับประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ที่สมเด็จพระสังฆราชประทานให้ไว้ ตัววิหารออกแบบสวยงามมีการประดับตกแต่งทั้งภายในและภายนอก พร้อมทั้งมีการยกฉัตรทองคำอีกด้วย ที่ตั้ง : บ้านเกริ่นกฐิน ตำบลบ้านชี อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี การเดินทาง : เส้นทาง ถนน สายบางงา บ้านหมี่ (ทางหลวงหมายเลข 3028) กม ที่ 8(ข้าง ร.ร.บ้านชีวิทยา) มีทางแยกเข้า ระยะทางประมาณ 5 กม. กมที่ 11(ตรงข้าม อบต.บ้านชี) มีทางเข้าระยะทาง 3 กม. เส้นทางเลียบคลองส่งน้ำ ชัยนาท- ป่าสัก แยกริมคลองส่งน้ำ ขวา 16 (R16) (ใกล้หมู่บ้านหนองทรายขาว) ตรงไป 7 กม ก็จะเห็นวัดเกริ่นกฐิน ขอบคุณภาพจาก  prame9  http://picpost.mthai.com/view/76192 ที่มา  http://www.painaidii.com/diary/diary-detail/001523/lang/th/

มูอันจาอิ (บริษัท จำกัด)

บริษัทโฆษณาทางโทรทัศน์

ททท. จัดกิจกรรม “TRIP&TREAT” ปี 2 สานต่อโครงการ CSR HOLIDAY
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย /  กิจกรรมท่องเที่ยว / 

ททท. จัดกิจกรรมทริปต้นแบบ การท่องเที่ยวทางเลือกใหม่ “TRIP & TREAT” สานต่อโครงการ CSR HOLIDAY และจัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบ CSR Holiday โดยจัดกิจกรรมการประกวดเฟ้นหานักการตลาดยุวชนรุ่นใหม่ มาร่วมสร้างสรรค์ “คลิป” สนุกๆ โดนใจ เพื่อสร้างกระแสการท่องเที่ยวทางเลือกใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวกลุ่ม Voluntourist ททท. จัดกิจกรรม “TRIP&TREAT” ปี 2 สานต่อโครงการ CSR HOLIDAY นางภัทรพร สิทธิวนิช ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมสินค้าการท่องเที่ยว ททท. กล่าวว่า กิจกรรม CSR Holiday คือการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อไปช่วยเหลือฟื้นฟูชุมชน หรือแหล่งท่องเที่ยว กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ของโครงการนี้คือกลุ่ม Voluntourist ที่เป็นทั้งองค์กรต่างๆ หรืออาสาสมัครที่ชอบท่องเที่ยว เรียกได้ว่าเป็นการใช้วันหยุดพักผ่อน (Holiday) มาร่วมทำกิจกรรมเพื่อฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวให้กลับมามีความสวยงามดังเดิม ซึ่งกิจกรรม CSR Holiday นี้ ททท. ได้จัดต่อเนื่องมาเป็นครั้งที่ 2 ในปีแรกเราได้ผลิตคู่มือท่องเที่ยวแบบ CSR Holiday แจกจ่ายไปตามองค์กรต่างๆ ที่มีการจัดกิจกรรมซีเอสอาร์อยู่แล้ว และไฮไลท์ในการจัดกิจกรรมในปีที่ 2 นี้ คือ การประกวดทีมประชาสัมพันธ์ จัดทำ viral clip เพื่อสร้างกระเเสการท่องเที่ยวแบบ CSR โดยเลือกเกาะเสม็ดเป็นโครงการนำร่อง เพื่อที่จะพัฒนากิจกรรมฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวไปสู่หมู่เกาะ และทะเลไทยอื่นๆ เนื่องจากเกาะเสม็ดเป็นเกาะที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมากติดอันดับ 1 ใน 10 ของบรรดาเกาะไทย มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากกว่า 5 ล้านคนต่อปี ทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น จึงส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เฉกเช่นดังที่เกาะ และทะเลไทยอื่นๆ ได้รับ ทั้งนี้ ททท. ในฐานะที่เป็นองค์กรหลักในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศ ได้ตระหนักถึงปัญหานี้เป็นอย่างดี จึงได้จัดทำโครงการ และแผนงานเพื่อให้ทุกภาคส่วนทั้งผู้ประกอบการ นักท่องเที่ยว รวมถึงชุมชนท้องถิ่นเข้ามาร่วมกันส่งเสริมสร้างจิตสำนึก รวมถึงการปฏิบัติในการลดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมกับโครงการ ที่เรียกว่าแนวคิด 7 Greens ททท. พร้อมสานต่อการทำงานร่วมกันของผู้ประกอบการ และนักท่องเที่ยว ช่วยกระตุ้นให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้เห็นถึงความสำของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ อีกทั้งยังส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้า และประชาสัมพันธ์ของการท่องเที่ยวเชิง CSR ให้เป็นที่แพร่หลายยิ่งขึ้น “กิจกรรมในปีนี้จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปท์ TRIP & TREAT @SAMED – รักษ์เกาะไทยไปเกาะเสม็ด โดยรวบรวมหลากหลายกิจกรรมเพื่อฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยว และสร้างระบบนิเวศน์ให้มีความสมดุล เป็นแนวทางให้นักท่องเที่ยวที่สนใจกิจกรรมในรูปแบบนี้สามารถทำต่อได้ เพื่อเป็นอีกทางเลือกของนักเดินทาง อาทิ ร่วมกิจกรรมแข่งขันเก็บขยะริมชายหาด ปลูกหญ้าทะเล รวมทั้งปล่อยปลาฉลามทรายกลับคืนสู่ธรรมชาติ ซึ่งปลาฉลามทรายเป็นสายพันธุ์ที่ไม่ดุร้าย กินพืชและสัตว์น้ำขนาดเล็กเป็นอาหาร มีพฤติกรรมที่ว่ายน้ำวนอยู่กับที่ ไม่เดินทางไกล จึงเหมาะต่อการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ เพื่ออนุรักษ์และเพิ่มจำนวนปลาฉลามในระบบนิเวศน์ให้มากขึ้น นับว่าเป็นกิจกรรมที่ไม่เคยมีมาก่อน ททท. หวังว่ากิจกรรม “TRIP & TREAT” ปี 2 จะเป็นต้นแบบของแนวทางการทำกิจกรรม CSR ให้กับทั้งภาครัฐ เอกชนและนักท่องเที่ยวทั่วไป ที่มีความสนใจและกำลังมองหากิจกรรมแปลกใหม่ๆ เชิงจิตอาสา ที่นอกจากจะเดินทางมาเพื่อใช้เวลาพักผ่อน (holiday) แล้วยังได้ร่วมทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อฟื้นฟูพื้นสถานที่ท่องเที่ยวและชุมชน (CSR) เรียกได้ว่าทั้งได้เที่ยวและทำดีไปในตัวค่ะ” “กิจกรรม CSR HOLIDAY ในครั้งนี้ยัง ททท.ได้เปิดโอกาสให้นักศึกษา 6 ทีมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายจากผู้เข้าแข่งขันทั่วประเทศ ได้ร่วมเรียนรู้เคล็ดลับเด็ดๆ ในคลาสเวิร์กช็อปติวเข้มโดยกูรูด้านต่างๆ ที่มาแชร์ความรู้และเทคนิคการทำ Viral Clip ให้โดนใจ อาทิ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ – นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญเรื่องทะเลและสิ่งแวดล้อม คุณก้องพันธุ์ อุปถัมภ์รุ่งพงศ์ จาก Far East DDB Agency -  กูรูด้าน Viral VDO คุณธนบูรณ์ สมบูรณ์ นักการตลาดโซเชียลมีเดีย ผู้ก่อตั้งเว็บไซด์ CreativeMOVE.com ซึ่งจะเป็นการเปิดโลกทัศน์ใหม่ให้กับน้องๆ ทั้ง 6 ทีม ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ไว้แสดงไอเดีย และท้าทายความสามารถในการร่วมแข่งขันสร้างกระเเสการท่องเที่ยวแบบ “CSR Holiday” ให้สนุกโดนใจผ่านไวรัล คลิป เพื่อเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย รวมทั้งวางแผนทริปเพื่อส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยว ให้มีความสร้างสรรค์และฟื้นฟูสภาพแวดล้อม ทั้งนี้เปิดให้ประชาชนทั่วไปได้ร่วมกันโหวตให้กับคลิปที่ชื่นชอบ ได้ทาง http://csrholidaythailand.com/tripandtreat/vote.php ตั้งแต่วันนี้ - จนถึงเที่ยงคืน  วันที่ 16 ตุลาคม 2557 นางภัทรพร สิทธิวนิช กล่าวปิดท้ายว่า “ผู้ที่ได้ประโยชน์จากกิจกรรม CSR Holiday จะมีทั้งมิติชุมชนเจ้าของพื้นที่ท่องเที่ยว ที่จะเรียนรู้เพื่อรักษาพื้นที่ที่มีคุณค่า ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของตนไว้ไม่ให้เสื่อมสลาย นักท่องเที่ยวและชุมชนเกิดการแลกเปลี่ยนวิธีการทางความคิดในการอนุรักษ์ และพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่ให้คงอยู่และดีขึ้นต่อไป รวมทั้งพื้นที่ท่องเที่ยวได้รับการฟื้นฟูและอนุรักษ์อย่างยั่งยืน สำหรับมิติของภาคเอกชน และเยาวชน จะก่อเกิดการสร้างความคิดสร้างสรรค์ และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่ทรุดโทรม ภาคเอกชนและประชาชนทั่วไปเกิดจิตสำนึก และเห็นคุณค่าของการคืนกำไรให้กับสังคม สุดท้ายมิติภาครัฐจะมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ท่องเที่ยวมากขึ้น” มาร่วมกันโหวต Viral Clip “CSR Holiday” ที่ท่านชื่นชอบ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับน้องๆ ทั้ง 6 ทีม ได้ทาง http://csrholidaythailand.com/tripandtreat/vote.php หรือติดตามข่าวสารของโครงการนี้เพิ่มเติมได้ที่ เฟสบุ๊ก www.facebook.com/tripandtreat  ตั้งแต่วันนี้ - จนถึงเที่ยงคืน วันที่ 16 ตุลาคม 2557 และท่านยังสามารถค้นหาแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์วันหยุดให้สนุกสานมีคุณค่ากับกิจกรรม CSR Holiday รูปแบบอื่นๆ ได้ทาง www.csrholidaythailand.com ททท. จัดกิจกรรม “TRIP&TREAT” ปี 2 สานต่อโครงการ CSR HOLIDAY

เจ๊ยุ ยันไม่เคยวิจารณ์ ประยุทธ์ ไม่เหมาะนั่งนายกฯ
thaivoicemedia.com /  ข่าววันนี้ / 

นางยุวดี ธัญญสิริ ผู้สื่อข่าวอาวุโสประจำทำเนียบรัฐบาล ยันไม่เคยให้สัมภาษณ์ผ่านเว็บต้านรัฐประหารวิจารณ์ ประยุทธ์ ไม่เหมาะนั่งนายกฯ ชี้ไม่รู้เอาบทสัมภาษณ์มาจากไหน จากกรณีที่นางยุวดี ธัญญสิริ หรือ เจ๊ยุ ผู้สื่อข่าวอาวุโสประจำทำเนียบรัฐบาล ได้มีการให้สัมภาษณ์วิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองโดยเฉพาะบทบาทหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผ่านเว็บไซต์ www.thaivoicemedia.com ซึ่งต่อมามีผู้อ้างว่าเว็บไซต์ดังกล่าวเป็นของกลุ่มคนต้านรัฐประหาร จนถูกวิพากษ์วิจารณ์กลับอย่างกว้างขวางว่าวางตัวไม่เหมาะสม เพราะมีในบทสัมภาษณ์ระบุด้วยว่าพล.อ.ประยุทธ์ ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ไม่มีวิสัยของผู้นำ หลังมักอบรมสั่งสอนสื่อ แทนที่จะอธิบาย หรือชี้แจงในข้อเท็จจริงที่นักข่าวสงสัยนั้น ล่าสุดนางยุวดี ธัญญสิริ หรือ เจ๊ยุ ผู้สื่อข่าวอาวุโสประจำทำเนียบรัฐบาล ได้ออกมาชี้แจงถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า ตนไม่เคยให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ดังกล่าว และไม่รู้จักใครที่ทำเว็บไซต์นั้นด้วย โดยปกติเวลาที่ตนให้สัมภาษณ์ก็จะมีนักข่าวของสำนักนั้นๆ ติดต่อมาโดยตรงว่าจะสัมภาษณ์เรื่องใด แล้วตนก็จะมาตัดสินใจว่าจะให้สัมภาษณ์หรือไม่ ทั้งนี้ตนไม่รู้ที่มาของคำสัมภาษณ์นั้นมาจากไหน โดยก่อนหน้านี้พี่ ๆ น้อง ๆ นักข่าวก็โทรมาเล่าให้ตนฟัง บอกว่าบทสัมภาษณ์นั้นมีชื่อตนด้วย ตนก็ตกใจ และยืนยันกลับไปว่าไม่เคยให้สัมภาษณ์ใด ๆ ทั้งสิ้น ขอยืนยันด้วยว่าสื่ออย่างตนไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับฝ่ายใด แต่สื่อมีหน้าที่ตรวจสอบทุกฝ่ายให้สังคมได้รับทราบข้อเท็จจริง และไม่เคยกล่าวหาว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาไม่เหมาะสมกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี MThai news

ย้อนรอย 3 คดีสยอง ! กระโดดบ่อจระเข้ฆ่าตัวตาย
กระโดดบ่อจระเข้ /  ฆ่าตัวตาย / 

เป็นข่าวสยองขวัญ ชวนขนลุกเมื่อปรากกฎร่างของมนุษย์โผล่อยู่ที่บ่อจระเข้ ฟาร์มแห่งหนึ่ง ใน จ.สมุทรปราการ ทราบภายหลังเป็นร่างของ นางวันเพ็ญ อินใย อายุ 65 ปี ชาวอ่างทอง สื่อทุกสำนักรายงานว่า การตายด้วยการกระโดดลงไปในบ่อจระเข้ เป็นการฆ่าตัวตายเนื่องจากความเครียด และโรคซึมเศร้า การฆ่าตัวตาย ด้วยการกระโดดลงไปในบ่อจระเข้นั้น ผิดวิสัยที่มนุษย์จะกล้ากระโดดลงไปให้จระเข้กัดกินร่างอย่างน่าสยดสยอง ทั้งที่มีวิธีฆ่าตัวตายวิธีอื่นๆ จนกลายเป็นประเด็นที่คาใจสำหรับญาติผู้เสียชีวิต ที่ยังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน แม้ว่าเจ้าของฟาร์ม จะออกมายืนยันว่า ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นการจงใจฆ่าตัวตาย แต่ทางญาติเองก็ยืนยันเช่นกันว่า ผู้ตายไม่ได้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าอย่างที่เป็นข่าว ที่น่าสนใจคือ กล้องวงจรปิดทั้งหมดในฟาร์มเมื่อนำมาย้อนดูเหตุการณ์ตลอดทั้งวัน ก็ไม่พบว่ามีภาพของคุณยาย เดินเข้า ออก ฟาร์ม และโชคร้ายที่จุดเกิดเหตุ กล้องวงจรปิดดันเสีย ไม่ได้เห็นเหตุการณ์ยืนยันว่า เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ...คุณยาย เข้ามาในฟาร์มด้วยวิธีใด มีใครพาตัวเข้ามาหรือไม่ ? ทางด้านฟาร์มจระเข้ เอง เมื่อเกิดข่าวแพร่สะพัดออกไป ก็ส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยว โดยทางเจ้าของฟาร์มเองยืนยันความบริสุทธิ์ว่า ทางฟาร์มจระเข้มีเจ้าหน้าที่ตรวจตรา เคร่งครัดเรื่องความปลอดภัยอยู่แล้ว โดยวันเกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ของฟาร์ม พยายามช่วยเหลือดึงร่างขึ้นมาอย่างเต็มที่ แต่จระเข้ในบ่อหลายตัวรุมขย้ำร่างผู้ตายอย่างรวดเร็ว ต้องยอมรับว่า การจะหาสาเหตุการตายว่า เป็นการฆ่าตัวตาย อุบัติเหตุ หรือฆาตรกรรมอำพราง เป็นเรื่องที่ยากยิ่งสำหรับการตรวจสอบ เพราะไม่มีหลักฐาน กล้องวงจรปิด และร่างของผู้ตายก็กลายเป็นอาหารให้กับจระเข้ ทำได้แต่เพียงทำพิธีเชิญดวงวิญญาณให้ไปสู่สุคติ หมดเวรหมดกรรมเสียที อย่างไรก็ตาม การฆ่าตัวตายด้วยวิธีนี้ ก็เคยมีมาแล้วที่ฟาร์มจระเข้แห่งนี้เช่นกัน แต่นับว่าเป็นกรณีที่เกิดขึ้นน้อยมาก ในรอบ 20 ปี มีคนกระโดดฆ่าตัวตาย 3 ราย โดยในปี 2555 ก็มีข่าว นางทิพวรรณ จิตศรัทธา อายุ 36 ปี กระโดดลงไปในบ่อจระเข้ฆ่าตัวตาย แต่ทางญาติก็ยังติดใจเช่นกัน สงสัยว่าอาจจะพลัดตกลงไปในบ่อฟาร์มจระเข้ ทางเจ้าของฟาร์มจระเข้ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจ ให้ตำรวจเข้ามาตรวจบริเวณจุดที่สงสัยว่าจะหายตัวไป แต่ก็ไม่พบหลักฐานใดๆ และทางฟาร์มไม่อนุญาตให้เข้าไปทำพิธีเชิญดวงวิญญาณด้วย ย้อนไปเมื่อปี 2545 นางสมใจ เศษบุญ อายุ 40 ปี ชาว จ.สุรินทร์ วิ่งปีนข้ามรั้วเหล็กความสูง 1.80 เมตร ท่ามกลางสายตาของนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศ ฝูงจระเข้จำนวนมาก แหวกว่ายแย่งกันเข้ามารุมทึ้งทันที ทำเอาหลายคนขวัญผวาไปตามๆกัน ทั้งนี้ คดีล่าสุด ตำรวจก็คงต้องสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติม หากญาติยังคงแคลงใจสงสัยสาเหตุการตาย แต่เบื้องต้นก็ไม่ได้ติดใจ เอาผิดใคร สุดท้ายก็เป็นอุทาหรณ์ให้กับทางฟาร์มเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้มากขึ้น และนักท่องเที่ยวเองก็ต้องช่วยกันสอดส่องดูแล บุคคลรอบข้าง ไม่ให้เรื่องสะเทือนขวัญขึ้นซ้ำอีก

บ้านตากอากาศ 180 บางปู บีชเฮ้าส์
บ้านสองชั้น

วันนี้ Decor.Mthai จะพาเพื่อนๆ ไปชมโครงการ 180 บางปู บีชเฮ้าส์ บ้านตากอากาศ ย่านบางปูในจังหวัดสมุทรปราการ โดยตัวโครงการด้านหน้าติดกับถนนสุขุมวิทส่วนด้านหลังติดกับทะเลบางปู ถ้าเพื่อนๆ อยากเป็นตัวโครงการกันแล้วตามมาดูกันเลยค่ะ บ้านตากอากาศ 180 บางปู บีชเฮ้าส์ โครงการ 18 บางปู บีชเฮ้าส์ บ้านพักตากอากาศ ย่านบางปู เรามาเริ่มดูคลับเฮาส์กันก่อนเลย คลับเฮาส์ : ตัวอาคารมี 2 ชั้น ด้านล่างเป็นร้านกาแฟส่วนชั้นบนเป็นที่รับลมชมวิว โครงสร้างอาคารสีขาวตัดกับหน้าต่างประตูสีฟ้า มีบันไดขึ้นลงชายหาด ซึ่งทางด้านนี้เป็นห้อง Meeting Room ที่บางครั้งจัดเป็นงานเลี้ยงสัมนาด้วย คลับเฮาส์ด้านบน : บรรยากาศชั้นบนเปิดโล่ง มีซุ้มไม้ให้หลบแดดได้ มีโต๊ะทานอาหารสำหรับให้ลูกบ้านขึ้นมานั่งดินเนอร์กัน เพราะถ้าเป็นอาหารกลางวันคงสู้กับแดดไม่ไหว ทางขึ้นไปยังชั้นลอยเล่นระดับด้วยบันไดเตี้ยๆ 5 ขั้น ต่อมาเป็นมุมสนาม สนามเด็กเล่น : มีทางเดินรอบๆ สวน สนามเด็กเล่น มีแผ่นฟองน้ำรองด้านล่างช่วยซับแรงกระแทก มีเครื่องเล่นให้เดิกเล่นมากมาย แถมยังมีวิวสวยๆ ไว้พักผ่อนอีกด้วยค่ะ มาต่อกันด้วยแบบบ้านแต่ละกันเลยดีกว่า แปลนบ้าน Pool Villa แปลนบ้าน Pool Villa : มีพื้นที่ใช้สอย 224 ตร.ม. มี 3 ห้องนอน  2 ห้องน้ำ  ห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร ห้องครัว แปลนบ้าน PETRA  แปลนบ้าน PETRA : มีพื้นที่ใช้สอย 181 ตร.ม.  มี 3 ห้องนอน 3ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก 1 ห้องครัวที่มาพร้อมห้องรับประทานอาหาร แปลนบ้าน Phi Phi แปลนบ้าน Phi Phi : มีพื้นที่ใช้สอย 171 ตร.ม.  มี 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก 1 ห้องครัวที่มาพร้อมห้องรับประทานอาหาร แปลนบ้าน OLIVER TWIST แปลนบ้าน OLIVER TWIST : มีพื้นที่ใช้สอย 171 ตร.ม.  มี 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก 1 ห้องครัวที่มาพร้อมห้องรับประทานอาหาร  และปิดท้ายด้วยห้องทำงาน 180 บางปูเป็นโครงการบ้านเดี่ยวท่ามกลางธรรมชาติ บนพื้นที่ภูมิทัศน์ที่สวยงาม โดดเด่นด้วยการพักผ่อนและความสุขเป็นหนึ่งเดียว เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณือันแสนพิเศษของคุณ ขอบคุณ : Homenayoo , 180bangpu.com

สู้ไม่ไหว! เจ้าไมค์ สุริยัน โดนนับพ่ายยุ่นชวดแชมป์โลก
wbc /  ชินสึเกะ / 

สู้ไม่ไหว! เจ้าไมค์ สุริยัน โดนนับพ่ายยุ่นชวดแชมป์โลก "เจ้าไมค์" สุริยัน ศ.รุ่งวิสัย ผู้ท้าชิงชาวไทย สู้เชิงมวย ชินซึเกะ ยามานากะ เจ้าของแชมป์แบนตัมเวทชาวญี่ปุ่นไม่ไหว หลังโดนนับถึง 3 ครั้ง และโดนตัดแต้มยก 9 แพ้คะแนน ชวดนำเข็มขัดแชมป์กลับเมืองไทย ศึกชิงแชมป์โลกรุ่นแบนตัมเวท พิกัด 118 ปอนด์ ของสภามวยโลก หรือ "ดับเบิลยูบีซี" ระหว่าง ชินซึเกะ ยามานากะ เจ้าของเข็มขัดแชมป์ พบกับ สุริยัน ศ.รุ่งวิสัย ผู้ท้าชิงชาวไทย ที่ โยโยกิ ยิมเนเซียม กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยยอดกำปั้นไร้พ่ายชาวญี่ปุ่น พกสถิติสุดหรู ชนะ 21 ครั้ง (น็อค 16 ครั้ง) เสมอ 2 ครั้ง ขณะที่กำปั้นชาวไทย ชนะ 37 ครั้ง (น็อค 16 ครั้ง) แพ้ 5 ครั้ง และเสมอ 1 ครั้ง เริ่มต้นการชกเป็น "เจ้าไมค์" สุริยัน ที่เดินหน้าสาวเท้าเข้าหาอย่างต่อเนื่อง ทว่าก็รับหมัดคู่ต่อสู้เต็มๆ เช่นกันเนื่องจากส่วนสูง และช่วงชกของแชมป์โลกชาวญี่ปุ่นเหนือกว่า แต่มาถึงยกที่ 7 กำปั้นไทย ออกจากมุมด้วยความกระตือรือร้นมากขึ้น พร้อมปล่อยเดินเข้าหาด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นจนมีหมัดซ้ายเข้าสู่ลำตัวจนนักชกเจ้าบ้านมีอาการให้เห็นเช่นกัน ก่อนที่จะตั้งหลักได้ พร้อมหลบหลีกการชวนทะเลาะแลกหมัดกัน อย่างไรก็ตามยกที่ทำท่าว่าจะดีของ สุริยัน กลับพลาดช่วงปลายเมื่อโดนหมัดคู่แข่งจนเซลงไปกองกับพื้นเวทีผู้ตัดสินต้องนับถึง 8 ก่อนจะลุกขึ้นมาได้และหมดยกดังกล่าวไป มาถึงยกที่ 8 "เจ้าไมค์" ยังแสดงให้เห็นถึงหัวจิตหัวใจที่ไม่ย่อท้อ เดินเอาหน้าเข้าหาพายุหมัดแชมป์โลกต่อ แต่การเดินเข้าหาก็ได้ผลเช่นกัน เมื่อมีหมัดหลุดเข้าหน้าของ ชินซิเกะ ได้บ้าง ก่อนที่นักชกไทยจะโดนหมัดส่งลงไปนั่งกองกับพื้นให้กรรมการนับ 8 อีกครั้ง เข้าสู่ยกที่ 9 นักชกไทย ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากเดินเข้าหา แต่ก็โดนตัดคะแนนจากผู้ตัดสินเมื่อมองว่าการเดินเข้าหาอาจเป็นการใช้หัวพุ่งเข้าชน แถมยังโดนหมัดลงไปให้กรรมการนับ 8 อีกครั้ง ยกที่ 10 ความขยันของนักชกไทย ทำให้แชมป์แดนปลาดิบต้องโผเข้ากอดเช่นกัน การชกในยกที่ 11 สุริยัน ที่รู้ดีว่าคะแนนเป็นรองสุดกู่ยังคงเดินหน้าเข้าหา ขณะที่แชมป์โลกนอกจากจะดักต่อยพร้อมวนหนีแล้ว ยังวนหนีไปรอบๆ ปล่อยนักชกไทยจ้วงหมัดไปแบบไม่เข้าเป้า ยกสุดท้ายกำปั้นไทยพยายามไล่บดต่อไป แต่ก็โดนหมัดชุดจนเจียนไปเจียนอยู่ สุดท้ายจบการชก 12 ยก พร้อมกับการชูมือให้ ชินซึเกะ ยามานากะ ชนะคะแนน พร้อมป้องกันแชมป์โลกไว้ได้ต่อไป เครดิต : ผู้จัดการออนไลน์

เจสสิก้า เปลี่ยนชื่อแบรนด์ BLANC พร้อมย้ายสำนักงานใหญ่ไปนิวยอร์ก
girl's generation /  SNSD / 

ตอนนี้ข่าวสุดฮอตของเกาหลี จะเป็นเรื่องอะไรไปไม่ได้นอกจากสาวหุ่นดีเจสสิก้า โดยหลังจากที่เธอต้องออกจากการเป็นสมาชิกวง Girls' Generation เมื่อเร็วๆ นี้ ล่าสุดก็มีข่าวออกมาว่า เจสสิก้า เปลี่ยนชื่อแบรนด์ BLANC พร้อมย้ายสำนักงานใหญ่ไปนิวยอร์ก ซะแล้ว...  เจสสิก้า เปลี่ยนชื่อแบรนด์ BLANC พร้อมย้ายสำนักงานใหญ่ไปนิวยอร์ก เจสสิก้า (Jessica) ที่เพิ่งออกจากวง Girls' Generation เมื่อเร็วๆ นี้ ได้เปลี่ยนชื่อแบรนด์ BLANC เป็น BLANC & ECLARE ที่พัฒนาขึ้นไปอีกระดับ โดยเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม บริษัทแฟชั่น BLANC Group เปิดเผยว่า "หลังจากที่เราเปิดตัวคอลเลคชั่นแรกอย่างประสบความสำเร็จในตลาดระดับโลกแล้ว ในครั้งนี้เราจะเปิดตัว ECLARE เพื่ออัพเกรดแบรนด์ขึ้นไปอีกระดับครับ" ECLARE ที่มาจากภาษาละตินคำว่า Clara เป็นสัญลักษณ์แทนความถูกต้องและชัดเจนที่เจสสิก้าผู้เป็นหัวหน้าดีไซเนอร์ยึดถือ พร้อมกันนี้ BLANC Group ที่ได้รับวิสัยทัศน์ของเจสสิก้าจึงให้สัญญาว่าจะนำเสนอดีไซน์โมเดิร์นคลาสสิคที่แปลกใหม่ในวงการแฟชั่น โดยเตรียมจะนำเสนอผลงานใหม่ในชื่อแบรนด์ว่า BLANC & ECLARE หลังจากนี้ BLANC & ECLARE จะเปิดตัวโปรเจ็คหุ้นส่วนและคอลเลคชั่นใหม่ที่จะแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของเจสสิก้าออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยขั้นตอนต่อไปเราจะจัดเตรียมโปรเจ็คและดีไซน์ใหม่ๆ ของแว่นตาที่จะแสดงถึงคุณค่าที่ BLANC & ECLARE ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดออกมา ซึ่งก็สร้างความคาดหวังเป็นอย่างยิ่ง และเพื่อรองรับการเติบโตในระดับโลกของ BLANC & ECLARE ก็จะมีการย้ายสำนักงานใหญ่ระดับโลกไปที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ในปี 2015 ด้วย ทางด้านเจสสิก้า กล่าวว่า "ฉันเปิดตัว ECLARE ออกมาเร็วกว่าที่กำหนดเอาไว้ก็จริง แต่ก็รู้สึกดีใจที่มีโอกาสได้ก้าวกระโดดไปอีกระดับผ่านทาง BLANC & ECLARE ค่ะ ขอขอบคุณทุกคนที่สนับสนุน BLANC & ECLARE มาโดยตลอด ฉันขอสัญญาว่าจะปรับปรุงและพัฒนาแบรนด์ต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งค่ะ" ข้อมูลจาก popcornfor2.com

ผลเจรจารบ.ฮ่องกง-แกนนำน.ศ.ไร้ข้อสรุปแก้ปัญหา
จีน /  ทางการฮ่องกง / 

การเจรจาระหว่างรัฐบาลฮ่องกงกับแกนนำนักศึกษาผู้ประท้วง เสร็จสิ้นลงโดยที่ไม่ได้มีข้อตกลงแก้ปัญหาหรือยุติการชุมนุม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ผู้บริหารเกาะฮ่องกงเปิดการเจรจาเป็นทางการกับนักศึกษาแกนนำประท้วง นับเป็นสัญญาณที่ทางการฮ่องกงอาจอ่อนข้อให้ผู้ประท้วง การเจรจาในครั้งนี้มีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ โดยฝ่ายของทางการฮ่องกงมี 5 คน นำโดย นางแคร์รี่ แลม เลขาธิการคณะผู้บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกงกับนักศึกษาที่เป็นแกนนำการประท้วง โดย อเล็กซ์ โจว ผู้นำนักศึกษา 1 ใน 5 คน ซึ่งเข้าร่วมการเจรจากับฝ่ายรัฐบาล กล่าวในระหว่างการเจรจาซึ่งใช้เวลา 2 ชั่วโมงช่วงค่ำวันอังคาร และมีการถ่ายทอดสดทางทีวี นายโจว กล่าวว่า พวกเจ้าหน้าที่รัฐบาลฮ่องกงตอนนี้สามารถที่จะตัดสินใจได้ว่า จะเป็นวีรชนประชาธิปไตย หรือเป็นผู้ร้ายแห่งประวัติศาสตร์ เราหวังว่ารัฐบาลฮ่องกงไม่ได้กลายเป็นอุปสรรคขวางกั้นถนนแห่งประชาธิปไตยที่ประชาชนชาวฮ่องกงต้องการก้าวเดินไป แต่รัฐบาลจะช่วยเราถอดถอนเครื่องกีดขวางปิดกั้นถนนและนำพาประชาชนฮ่องกงไปสู่การปฏิรูปทางประชาธิปไตยอย่างแท้จริงหลังการเจรจาคราวนี้ บรรดากลุ่มผู้นำนักศึกษาบอกว่า ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะจัดการหารือในรอบต่อไปหรือไม่ ทั้งนี้ นายเหลียง ชุนหยิง ไม่ได้ระบุเส้นตายว่าจะสลายการชุมนุมเมื่อใด พร้อมย้ำว่าทางการฮ่องกงไม่ได้รับคำแนะนำใด ๆ จากรัฐบาลจีน แต่เขาเชื่อว่าเมื่อถึงจุดหนึ่ง ชาวฮ่องกงจะหมดความอดทนกับผู้ประท้วงและอาจจะลงมือเอง

Boys Over Flower รักฉบับใหม่ หัวใจ 4 ดวง [พากย์ไทย] ตอนที่17
Boys /  Over / 

จากการ์ตูนสุดฮิต สาวแกร่งแรงเกินร้อย (HANA YORI DANGO) ที่สร้างความประทับใจ ผู้อ่านจนถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ซีรีส์ทางโทรทัศน์ ทั้งในรูปแบบไต้หวัน และ ญี่ปุ่น ทำให้เกิดกระแสเอฟโฟร์ฟีเวอร์ ไปทั่วเอเชีย ล่าสุดสถานีโทรทัศน์ KBS นำกลับมาสร้างใหม่อีกครั้งในแบบฉบับเกาหลี ซึ่งยังคงกลิ่นอายของความโรแมนติกในแบบดั้งเดิมไว้อย่างครบถ้วนใน “รักฉบับใหม่...หัวใจ 4 ดวง” (BOYS OVER FLOWERS) “รักฉบับใหม่...หัวใจ 4 ดวง” (BOYS OVER FLOWERS) ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้ชมทั้งในประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน และโดยเฉพาะในประเทศเกาหลี ซีรีส์เรื่องนี้จัดว่าเป็น 1 ใน 5 รายการที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปี 2009 ส่งผลให้ ลี มิน โฮ ผู้ รับบทนำในเรื่อง ได้รับรางวัลนักแสดงหน้าใหม่ จากงานประกาศผลรางวัล 45th Paek Sang Arts Awards ร่วมด้วยนักร้อง-นักแสดงวัยรุ่นชื่อดังมากมาย ได้แก่ คิม ฮยอง จุน หัวหน้าวง SS501 คิม จุน สมาชิกวง T- Max คิม บอม และ คู ฮเย ซอน ชินฮวากรุ๊ป เป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศเกาหลี ดำเนินการด้านธุรกิจมากมาย ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ โทรคมนาคม และหนึ่งในธุรกิจเหล่านั้นคือ โรงเรียนชินฮวา โรงเรียนแห่งแรกที่ได้รับการสนับสนุนจากประธานาธิบดี ผู้ที่เชื่อว่าระบบเศรษฐกิจเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าระบบการศึกษา โรงเรียนแห่งนี้ไม่ได้สร้างให้คนธรรมดาทั่วไป แต่เป็นแหล่งรวมบรรดาลูกหลานนักธุรกิจและมหาเศรษฐีระดับแนวหน้าของประเทศไว้ มากมาย และถ้าหากใครที่ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ ถือได้ว่าเป็นการปูทางสำหรับอนาคตได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว ชื่อเสียงของโรงเรียนชินฮวา โด่งดังไปทั่วประเทศ โดยเฉพาะ 4 หนุ่มแก๊ง “ฟลาวเวอร์โฟร์” (F4) ซึ่งเป็นกลุ่มนักเรียนชายที่มีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่นๆ ประกอบไปด้วย กู จุนเพียว หัวหน้ากลุ่ม ซึ่งเป็นลูกชายเจ้าของกลุ่มธุรกิจชินฮวากรุ๊ป ยุน จีฮู หนุ่มมาดขรึมเจ้าเสน่ห์หลานชายอดีตประธานาธิบดี โซ อีจอง หนุ่มเพลย์บอยทายาทตระกูลศิลปินชื่อดัง และ ซอง ยูบิน ลูกชายกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ผู้ทรงอิทธิพล สิ่งที่ทำให้ทุกคนเกรงกลัวแก๊งเอฟโฟร์ เนื่องจากพวกเขามักแสดงอำนาจด้วยการนำกระดาษแดงเขียนข้อความว่า “จาก เอฟโฟร์” หรือที่เรียกกันว่า “ใบแดง” ไปติดที่ตู้ล็อกเกอร์ของคนที่บังอาจต่อต้านพวกเขา หากใครได้ใบแดงจะถูกเพื่อนนักเรียนรุมกลั่นแกล้งจนต้องลาออกไปในที่สุด แต่ในบรรดานักเรียนสุดไฮโซของโรงเรียนชินฮวา ยังมี กึม จันดี เด็กสาวชาวบ้านธรรมดาที่ประกาศตัวเป็นปรปักษ์ต่อแก๊งเอฟโฟร์อย่างเต็มที่ เพราะเอือมระอาต่อพฤติกรรมของพวกเขา รวมถึงเบื่อหน่ายสภาพแวดล้อมสุดหรูที่แตกต่างจากชีวิตความเป็นอยู่ของเธอ อย่างสิ้นเชิง กึม จันดี เป็นเพียงเด็กที่มีฐานะยากจนแต่เป็นคนร่าเริงสดใส พ่อและแม่ประกอบอาชีพซักแห้งเสื้อผ้า ที่เธอสามารถเข้ามาเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ได้ เพราะเคยช่วยเหลือเพื่อนนักเรียนที่กำลังจะฆ่าตัวตาย ทางโรงเรียนจึงมอบทุนการศึกษาให้เธอได้เข้ามาเรียนที่นี่ กึม จันดี เฝ้ามองเหล่าเด็กนักเรียนที่ถูกแก๊งเอฟโฟร์ทำร้าย เธอมักจะข่มความไม่พอใจของตัวเองด้วยการวิ่งขึ้นไปที่ดาดฟ้าของโรงเรียนแล้ว ร้องตะโกนออกมาอย่างสุดเสียง เพื่อระบายความอัดอั้นตันใจและความไร้สาระของระบบในโรงเรียนแห่งนี้อยู่เสมอ โดยหารู้ไม่ว่า ยุน จีฮู เฝ้ามองเธออยู่ เพราะเขามักไปแอบงีบหลับอยู่ในบริเวณนั้นเป็นประจำ วันหนึ่งเพื่อนนักเรียนหญิงผู้โชคร้ายเกิดทำไอศกรีมหกใส่ กู จุนเพียว เมื่อเห็นเพื่อนกำลังจะถูกแก๊งเอฟโฟร์เล่นงาน กึม จันดี จึงยื่นมือเข้าช่วยเหลือ หลังจากนั้นเธอได้รับใบแดงจากแก๊งเอฟโฟร์ และถูกทุกคนในโรงเรียนกลั่นแกล้ง แต่กึม จันดี ยังยืนหยัดต่อสู้ พร้อมทั้งประกาศว่าไม่กลัวพวกเขาแม้แต่น้อย ในระหว่างนี้มี ยุน จีฮู เพียงคนเดียวที่คอยช่วยเหลือ กึม จันดี รู้สึกประทับใจที่ ยุน จีฮู เป็นคนไม่โอ้อวด ต่างจากสมาชิกแก๊งเอฟโฟร์คนอื่นๆ ทำให้เธอกับเขาเริ่มสนิทสนมกันมากขึ้น ในทางตรงกันข้าม กึม จันดี กลับกลายเป็นคู่ปรับตัวฉกาจของ กู จุนเพียว แต่ด้วยความที่ต้องเผชิญหน้ากันหลายครั้ง กลับเป็นเหตุให้ กู จุนเพียว เริ่มรู้สึกมีใจให้กับ กึม จันดี อย่างไม่รู้ตัว เขาคิดว่าเธอไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต และเป็นหญิงสาวคนแรกที่สามารถต่อต้านอำนาจของแก๊งเอฟโฟร์ได้ กู จุนเพียว พยายามสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับ กึม จันดี โดยมีเหล่าสมาชิกเอฟโฟร์คอยเอาใจช่วย แต่ กึม จันดี กลับเริ่มมีใจให้ ยุน จีฮู ถึงแม้จะรู้ว่าเขามอบหัวใจให้หญิงอื่นไปแล้วก็ตาม ดูเหมือนว่ารักครั้งนี้ของเทพบุตรอย่าง กู จุนเพียว จะมีอุปสรรคมากมายเหลือเกิน เขาจะสามารถพิชิตใจสาวน้อยธรรมดาที่แสนจะน่ารักคนนี้ได้หรือไม่ ติดตามชมได้ใน “รักฉบับใหม่...หัวใจ 4 ดวง” (BOYS OVER FLOWERS)

กังหันลมเกาะล้าน วิวสวยที่ควรไปสัมผัส
กินลมชมวิว /  เกาะล้าน / 

หากจะพูดถึงทะเลที่ใกล้กรุงเทพฯ มากที่สุด คนส่วนมากมักจะนึกถึง "พัทยา" เป็นที่แรก และถ้าออกจากชายฝั่งไปไม่ไกลนัก ก็จะพบกับ "เกาะล้าน" เกาะเล็กๆ ที่มีบรรยากาศยอดเยี่ยม ด้วยหาดทรายสวย น้ำทะเลใส และการเดินทางที่แสนง่ายดาย ทำให้นักท่องเที่ยว นิยมเดินทางมาพักผ่อนอย่างไม่ขาดสาย คราวนี้ทาง Travel.mthai.com ได้นำภาพอีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญบนเกาะมาฝากครับ นั่นก็คือ กังหันลมเกาะล้าน กังหันลมเกาะล้าน วิวสวยที่ควรไปสัมผัส บนเกาะล้าน มีการติดตั้งกังหันลมจำนวนมาก เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าให้แสงสว่างแก่ชุมชน และด้วยภูมิทัศน์ที่สวยงาม ทำให้มันยังเป็นจุดชมวิวที่น่าสนใจอีกแห่งบนเกาะด้วย ถ้าใครไปเกาะล้าน ต้องไม่พลาดนะครับ !! นี่เป็นจุดชมวิว 360 องศา ที่สร้างเสร็จได้ไม่นานครับ ที่มา : facebook.com/UnseenThailand   เรียบเรียงโดย Travel MThai ขอบคุณรูปภาพ : คุณ mountain deaw ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : เกาะล้าน พัทยา สีสันแห่งทะเลอ่าวไทย , สัมผัสน้ำใสๆใกล้แค่เอื้อม @เกาะล้าน หาดตาแหวน

ละครพราว , เรื่องย่อพราว
อั้ม พัชราภา /  เวียร์ ศุกลวัฒน์ / 

พราว บทประพันธ์ : ลายไทย-ลายน้ำบทโทรทัศน์ : เบญจมาศ ดาลหิรัญรัตน์ กำกับการแสดง : ธงชัย ประสงค์สันติ บางคนอาจพราว....ในชาติกำเนิด หลายคนอาจพราว....ในฐานะทางสังคม และอีกหลายๆ คน....อาจพราวในความสง่างาม แต่จะมีสักกี่คน...ที่จะพราวในคุณค่าและความดีของตนเอง พราว ซุปเปอร์สตาร์หมายเลขหนึ่งของวงการบันเทิงไทยที่งานกำลัง hot ตารางงานแน่นเอี๊ยด กำลังเข้าฉากละครพีเรียด “อโยธยา” โปรเจ็กต์ยักษ์ประจำปีของทางสถานีโทรทัศน์กองพบกช่อง 7 ซึ่งพราวรับบทเป็นหญิงนักรบโบราณ..(ทีมงานต้องใช้สแตนอินทุกเม็ด เพราะเธอเซ็กซี่ได้เกินร้อย แต่ไม่ถนัดเตะต่อย) เสียงสั่งคัทจาก “เชน” ผู้กำกับสุดติสท์มือหนึ่งของวงการดังลั่น พร้อมเสียงตบมือและเสียงกรี๊ดของบรรดาแฟนคลับตัวแม่ให้กำลังใจ ที่มีกลุ่ม “POWER PROUD” เป็นแถวหน้า!!! (ประกอบด้วย ม็อดดี้ - กะเทยร่างยักษ์แฟนพันธุ์แท้วงการบันเทิง / กระติ๊บ -สาวน้อยหน้าใส ช่างอ่อนไหว /หงอย - หนุ่มน้อยลูกไล่ของพี่ๆ ) พราว เข้ามาคุยกับบรรดาแฟนคลับอย่างสนิมสนม ก่อนที่พราวจะสังเกตเห็น ตั้ม แฟนคลับหน้าใหม่ กล้าๆกลัวๆรวบรวมความกล้าเข้ามาหาพราว แต่ถูก แฟรงค์ ผู้จัดการส่วนตัว และ เอมี่ เพื่อนสนิทของพราวเข้ามาปาดหน้าชิงตัวพราวไปไปงานอีเว้นต์....ตั้มรู้สึกเสียใจมากคิดหาทางเข้าหาพราวให้ได้!! ลับหลังแฟนคลับ พราวเผยตัวตน เหวี่ยงใส่กระจก “โอ๊ย!!! เหนื่อย!!!!” พราวมีโลกส่วนตัวสูง.. ไม่ชอบให้ใครมายุ่มย่ามเกาะแกะ แต่ต้องฝืนยิ้มให้ทุกคน เพราะมันคือ “งานทำเงิน” พราวเกิดอาการเบื่อที่ไม่รู้สาเหตุ แฟรงค์กับเอมี่พยายามบำบัดจิตให้หายเบื่อทุกรูปแบบแต่ไม่หาย...จนพราวไปงานอีเว้นต์เปิดตัวสบู่เหลวโปรดักส์ใหม่ของบริษัท N & T เมื่อเท้าแตะพรมแดงปุ๊บ ความหงุดหงิดในใจของพราวสิ้นสลาย กลายเป็นนางพญาซุปเปอร์สตาร์ตัวแม่ เชิดหน้าสู้แสงแฟลชและแสงไฟโดยอัตโนมัติ เพราะคำว่ามืออาชีพมันอยู่ในจิตวิญญาณ!! พราวได้รู้จักกับ ติณห์ ผู้บริหารหนุ่มลูกครึ่งไฟแรง...บริษัทนำเข้าสินค้าอุปโภคยักษ์ใหญ่ ติณห์สะดุดรักพราวเข้าอย่างจัง ส่วนพราวเองก็ขวยเขินเก็บอาการไม่อยู่....แฟรงค์จึงฟันธงพรึ่บๆ!!! ติณห์คือยาดีที่จะมาทำให้พราวหายเบื่อ เพราะโรคของพราวที่กำลังเป็นอยู่คือ โรคอยากมีแฟน!!!! แฟรงค์จัดการจับพราวเป็นคู่จิ้นกับติณห์... แต่พราวก็ดับฝันแบบทันทีทันใดว่า NO!!! ทันใดนั้น...เสียงปืนดังปัง! กระสุนเฉียดหัวพราว ไปเจาะผนังปูนของเสาลานจอดรถ กลุ่มชายฉกรรจ์วิ่งตรงเข้ามารวบตัวพราวเป็นตัวประกัน!!! และแล้วกลุ่มตำรวจนับสิบๆวิ่งกรูตามมา!! พราวตกตะลึง!! ทุกอย่างช่างเหมือนในละคร พราวคิดว่านี่คือการจัดฉาก มีการซ่อนกล้องแกล้งอำพราวออกรายการ “ดาราหน้าเหวอ”..แฟรงค์ปฏิเสธปากคอสั่นว่าไม่รู้เรื่อง แต่พราวไม่เชื่อ หันไปไล่ตะเพิดไล่พวกโจรอย่างไม่เกรงกลัว!! สหวุฒิ ผู้กำกับฯ ตำรวจหนุ่มใหญ่ที่นำกำลังไล่ล่าในครั้งนี้....ต้องประกาศทางโทรโข่งว่ากำลังไล่ล่าเครือข่ายยาเสพติด.. พราวถึงบางอ้อช๊อคนิ่งแทบสิ้นสติกลัวตายด้วยน้ำมือโจร!!!ทันใดนั้น...โจรที่จับพราวก็กระเด็นออกไปด้วยแรงถีบ! เตะ!ต่อย! โดนจับทุ่ม!!!.โจรสี่ห้าคนนอนแน่นิ่งกับพื้น...ด้วยฝีมือของ สมชาย สารวัตรมือปราบอันดับต้นของสำนักงานตำรวจ! พราวเข่าอ่อนจะเป็นลมไปลูบคมมหาโจร สมชายเข้าไปช่วยประคองเอาไว้ แต่กลับถูกพราวด่าเปิง หาว่าใช้เธอเป็นเครื่องมือในการจับโจร เอาสวัสดิภาพของประชาชนระดับซุปเปอร์สตาร์อย่างเธอเป็นเดิมพัน ยังไม่ทันที่สมชายจะแก้ต่าง เสียงปืนดังลั่นเปรี้ยงอีกครั้ง หัวหน้าโจรเข้ามาแย่งชิงของกลาง เหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายอีกครั้ง ..เปรี้ยง!!! ทั้งพราวและสมชายตกใจชะงัก...เกิดอะไรขึ้น! เลือดไหลออกจากท้อง..ฉันถูกยิง! สิ้นเสียงร้อง พราวหมดสติทันที! ข่าวลงหน้าหนึ่ง แพร่หลายในโลกออนไลน์ เป็นที่วิพากวิจารณ์อย่างหนัก ถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ดวลปืนกับคนร้ายในเมือง ทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องเป็นอันตราย...และไม่ใช่คนธรรมดา เธอเป็นซุปเปอร์สตาร์! ส้มจี๊ด นักข่าวสายบันเทิง และ สุดเขตต์ ตากล้องฟรีแลนซ์เพื่อนซี้ที่ส้มจี๊ดชวนมารับจ๊อบจากนิตยสารบันเทิงรายปักษ์ “HOT SHOT” เกาะติดข่าวนี้ทันที....เพราะส้มจี๊ดเคยมีเรื่องขัดแย้งกับพราว จนเป็นที่รับรู้ว่า “Hot Shot” เป็นแมกกาซีนฉบับเดียวในวงการที่ไม่รักเธอ!!! ส้มจี๊ดคาดคะเนว่า....แฟรงค์วางแผนพาพราวไปเจอวิถีกระสุนตำรวจ เพื่อให้ตัวเองอยู่ในกระแส จึงเขียนข่าวใหญ่หน้าปก “ดารา พ.ตกอับ อัพเรตติ้งสร้างกระแส....ลงทุนเจ็บจริงไม่ใช้สแตนอิน...ซูฮกจริ๊ง แม่คุ้ณ!” พราวฟื้นขึ้นมาในโรงพยาบาล หลังผ่าตัดเอากระสุนออกและพ้นขีดอันตรายแล้ว ประโยคแรกที่พราวได้ยินจากแฟรงค์และเอมี่คือ “หายเร็วๆนะพราว กองถ่ายรออยู่” พราวปลื้มใจน้ำตาจะหล เขวี้ยง แจกันดอกไม้ใส่และไล่ออกไปจากห้องทันที!! พราวสงบจิตใจไม่ถึงหนึ่งนาที...สหวุฒินำช่อดอกไม้พร้อมกองทัพนักข่าวมาแสดงความเสียใจและขอโทษพราว หวังสร้างภาพให้วินๆทั้งสองฝ่าย ทางสหวุฒิได้หน้า!พราวได้ข่าว! สุดเขตต์ถูกส้มจี๊ดวางแผนให้เข้ามาแอบถ่ายรูปไปทำข่าวให้ พราวจำต้องแอ๊คติ้งเฟคใส่ แต่แล้วดันเห็นสุดเขตต์แล้วจำได้ว่าเป็นพวกของส้มจี๊ด เลยอาละวาด ไล่ทุกคนออกไปจากห้อง สุดเขตต์ถูกสหวุฒิเรียกไปตักเตือนที่โรงพัก แล้วยึดรูปในกล้องไป แต่สุดเขตต์ก็ฉลาด แอบสับเปลี่ยนเอารูปมาให้ส้มจี๊ดมาทำข่าวได้ว่าพราววีนแตกนักข่าวที่ไปเยี่ยม สุดเขตต์แอบรู้สึกเห็นใจพราวอยู่ลึกๆ เป็นดารานี่มันลำบากจะทำอะไรก็เป็นข่าวไปหมด ขณะที่พราวเห็นข่าวก็ร้องไห้ออกมาอย่างหนักเป็นครั้งแรก ทำดีที่สุดแล้วก็ยังโดนด่า หลังจากที่พ่อแม่เสียชีวิต พราวไม่เคยรู้สึกว้าเหว่อย่างนี้มาก่อน..พราวต้องการแค่เพียงใครสักคนที่ถามเธอแค่ว่า “เจ็บมั้ย” ไม่ใช่พูดเรื่องงาน และแล้ว......สมชายเข้ามาหาพราว...พร้อมถามอย่างอ่อนโยน...เจ็บมั้ย? พราวอึ้ง....มองหน้าสมชาย...เหมือนมีก้อนมาจุกที่คอหอย ไม่ใช่ความตื้นตัน แต่เป็นความโกรธและอาฆาต พราวถือว่าสมชายคือต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องบาดเจ็บ..สมชายขอโทษพราว พราวไม่ฟังไล่ตีสมชายจนแผลที่เย็บปริ เลือดออก.....พราวตกใจหน้ามืดเป็นลมอีกรอบ! สมชาย“ขอลาออกจากราชการ” เพราะในเหตุการณ์ไล่ล่าจับกลุ่มโจรค้ายาในวันนั้น ที่หนีเข้าไปในมินิมาร์ท ทำให้สมชายต้องสูญเสีย วิทย์ คู่หูเพื่อนสนิท ด้วยกระสุนของโจร เพราะความดื้อรั้นของสมชายที่บุกเดี่ยวเข้าไปช่วยตัวประกันที่ถูกพวกโจรจับไว้ในมินิมาร์ทเพื่อต่อรองขอรถพาหนี โดยยิงตัวประกันบาดเจ็บไปคนนึง ทำให้สมชายห่วงตัวประกันที่เหลือ ซึ่งมีเด็กอยู่ด้วย สมชายเลยแอบบุกเข้ามินิมาร์ท โดยไม่ฟังคำทัดทานของวิทย์ให้รอกำลังเสริม ทำให้วิทย์ต้องบุกเข้าไปกับเขา และพลาดท่าถูกโจรยิงเข้าด้านหลังขณะพาตัวประกันหนี !!! ถึงมันจะเป็นเหตุการณ์สุดวิสัย แต่สมชายไม่อาจทนต่อความรู้สึกผิดได้ และที่สำคัญ ดารกาและน้องป๊อบ ลูกชายที่อายุเพียง 7 ขวบ ครอบครัวของวิทย์ต้องสูญเสียผู้นำครอบครัวไปอย่างไม่มีวันกลับ สหวุฒิไม่อนุมัติสั่งให้สมชายทบทวนการตัดสินใจได้อย่างไม่มีกำหนด สมชายกลับไปรักษาแผลใจที่บ้าน...โดยมีอรชุมา แม่และ น้องนุช น้องสาว คอยเป็นกำลังใจอย่างใกล้ชิด สมชายตั้งใจจะรับผิดชอบครอบครัวของดารกา ด้วยการทำหน้าที่เป็นพ่อคนที่สองให้น้องป๊อบ แต่ดารกาโกรธสมชาย ขับไล่ไม่ยอมให้สมชายยุ่งเกี่ยวกับครอบครัวเธอ....สมชายไม่ละความพยายาม...ตั้งใจจะช่วยเหลือครอบครัวดารกาต่อไป....และพยายามจะทำให้ดารกายกโทษให้เขา พราวกลับไปพักรักษาตัวที่คฤหาสน์หรู”บ้านพราวแสง” ซึ่งเป็นคฤหาสน์ที่แฟรงค์ใช้เก็บตัวเด็กปั้นในสังกัด....พราวเฝ้ามองเด็กใหม่ที่อยากตะกายดาว และเห็นการทะเลาะตบตีชิงดีชิงเด่นเพื่อเป็นเด็กโปรดของแฟรงค์..พราวจึงเกิดพุทธิปัญหาพบสาเหตุที่เธอหงุดหงิด นั่นคือ...ฉันเบื่อวงการ! ต้อยติ่ง สาวใช้สาระแน รายงานสภาพจิตของพราว..แฟรงค์สั่งปิดบ้านทันทีกลัวพราวหนีไป..แต่ไม่ทันการ...พราวหายตัวไป!!! แฟรงค์สั่งให้เด็กปั้นในสังกัดตามหาพราว.. มิกิ ดาราฝึกหัดผู้ใสซื่อ และ มาร์ค พระเอกหนุ่มหล่อล่ำที่แอบหลงรักดารารุ่นพี่ เป็นห่วงพราวมากช่วยกันค้นทุกซอกทุกมุมภายในคฤหาสน์หรูของแฟรงค์...ยกเว้นจันทร์จรี ดาวรุ่งพุ่งแรง และริษยาพราว!. คาบข่าวไปบอกส้มจี๊ดเพื่อสร้างกระแสลบ...ดิสเครดิตพราว! ทำให้สุดเขตต์ยิ่งเห็นสัจจธรรมของชีวิตดาราว่ามันมีเรื่องอิจฉาริษยายิ่งกว่าละครผัวเมียตบตีกันเสียอีก สุดเขขต์บอกส้มจี๊ด ถ้ามีแฟนเป็นดารา เขาจะให้ออกจากวงการ เพราะชื่อเสียงความโด่งดังมันเป็นแค่มายา หาความจริงใจได้ยาก พราวหลบซ่อนตัวที่โฮมสเตย์ในเมืองอัมพวา หวังสงบสติอารมณ์ตัวเอง และวางแผนหาวิธีดำรงชีพในอนาคตเมื่อออกจากวงการ.. โดยไม่รู้ว่าเป็นโฮมสเตย์ของครอบครัวสมชาย..พราวต้องการความเป็นส่วนตัว สั่งปิดโฮมเสตย์เพื่อพักคนเดียว ไล่แขกคนอื่นออก แล้วเปลี่ยนห้องนอนไม่ซ้ำในแต่ละวัน...สมชายไม่พอใจไล่พราวออกไปจากโฮมสเตย์ พราวคิดว่าสมชายโก่งค่าที่พัก จัดการใช้เงินฟาดหัว แต่ถูกสมชายฟาดกลับด้วยคำพูดเจ็บแสบกระแทกใจ“ที่นี่ เงินของพราวไม่มีความหมาย” พร้อมกระชากลากตัวพราวไปลงเรือ จะพายไปส่งขึ้นรถ..พราวเจ็บใจที่ถูกสมชายขับไล่ แสร้งดิ้นหนีทำทีว่าสมชายทำร้ายแล้วตกจากเรือร้องให้คนช่วย...อรชุมาเข้าใจผิดคิดว่าสมชายทำร้ายพราว ต่อว่าสมชายอย่างหนักแล้วยอมให้พราวพักที่นี่ต่อไปได้ไม่มีกำหนด....สมชายอึ้งกิมกี่ที่ต้องตกเป็นเหยื่อแอ๊คติ้งระดับซุปเปอร์สตาร์! คืนนั้น....อรชุมาได้คุยกับพราวในเชิงลึก เป็นครั้งแรกที่พราวยอมเปิดใจบอกความกลัวของตัวเองให้คนอื่นรับรู้ อรชุมารู้สึกสงสารพราว และชี้ทางให้พราววางความรู้สึกเบื่อนั้นด้วยการลองทำอย่างอื่นดูบ้างให้หายฟุ้งซ่าน....พราวจึงคิดหากิจกรรมที่ไม่เคยทำมาก่อน....สมชายไม่ยอมอ่อนข้อให้พราว ยื่นข้อเสนอหากพราวจะพักที่นี่ต้องยอมให้แขกคนอื่นๆพักได้ ไม่ต้องการให้พราวใช้อภิสิทธิ์เหนือคนอื่น พราวจำยอมรับข้อเสนอ จึงปลอมตัวเป็นลูกมือสมชายอยู่ในครัว ไม่ให้แขกรู้ว่าเธอคือซุปตาร์หมายเลข 1พราวฝึกทำอาหารทั้งคาวหวาน...แกะสลัก....จัดดอกไม้ตกแต่งโฮมสเตย์...จากตอนแรกเหมือนเกิดสงคราม เพราะต่างคนต่างไม่ยอมลดราวาศอกแต่ก็ต้องจำใจยอมร่วมมือกัน เพื่อไม่ให้ถูกแขกด่าและโฮมสเตย์ล่มจม...กลางคืนสมชายจึงให้รางวัลพราวด้วยการพายเรือไปชมหิ่งห้อย....พราวตื่นตาตื่นใจยิ่งกว่าอยู่ในความฝัน...ที่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติและคนที่พราวรู้สึกว่าสบายใจ ไม่ต้องแอ๊คติ้งใดๆแม้แต่วินาทีเดียว.. นี่คือจุดเริ่มต้น....ที่ทำให้พราวมีความสุข อย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน...แต่ความสุขมักอยู่กับเราได้ไม่นาน....ข่าวการซ่อนตัวของพราวที่โฮมสเตย์นี้ถูกออกสื่อ เพราะฝีปากของน้องนุช ..อยากอวดชาวบ้านว่ามีซุปเปอร์สตาร์มาพักอาศัย...พร้อมทั้งแอบถ่ายรูปพราวลงอินสตาแกรม ติณห์และแฟรงค์มารับพราวกลับบ้านทันที !! พราวเสียดายและอาลัย เธอเริ่มผูกพันกับอรชุมา น้องนุชและโฮมเสเตย์แห่งนี้ รวมทั้งสมชายในฐานะคู่แค้น ส่วนสมชายก็รู้สึกเหงาแปลกๆ อรชุมารับรู้ได้ว่าสมชายกำลังตกหลุมรักซุปเปอร์สตาร์สาวที่น่าสงสารคนนั้น สมชายปฏิเสธลั่น...ไม่มีทาง! ต่างกับน้องนุชอยากมีพี่สะใภ้เป็นซุปเปอร์สตาร์...ออกโรงเชียร์สมชายออกนอกหน้าแต่สมชายสั่งให้เลิกคิด สมชายไม่มีทางญาติดีกับผู้หญิงที่เห็นแก่ตัวอย่างพราว! มิกิหลุดปากเล่าให้พราวฟังว่า จันทร์จรีคือตัวให้ข่าวเน่าๆกับส้มจี๊ด พราวไม่พอใจเนื้อร้ายอย่างจันทร์จรีต้องถูกฉายรังสี...ยื่นคำขาดให้แฟรงค์กำจัดจันทร์จรีออกจากสังกัด! แฟรงค์เหงื่อตกตัดสินใจไม่ถูก ซ้ายก็ทอง ขวาก็เงิน..ยอมยกเลิกสัญญาขอให้จันทร์จรีไปหาผู้จัดการคนใหม่...จันทร์จรีสะบัดบ็อบเดินออกไปจากบ้านแฟรงค์ ฝังใจเจ็บคิดแก้แค้นแฟรงค์และหาทางขับไล่พราวออกจากวงการ!! พราวไปเข้าฉากละคร “อโยธยา” ...แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น อุปกรณ์ไฟที่แขวนบนราวเหล็กด้านบนของสตูดิโอ ร่วงลงใส่พราว...เดชะบุญ ติณห์เข้าไปช่วยเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด!! ทีมงานสรุปความว่า มีเพียงเหตุผลเดียวที่หลอดไฟขนาดใหญ่ตกลงมาได้คือ มีคนตั้งใจให้มันตก!!! พราวช็อค!!! “มันอยากจะให้พราวตาย” พราวที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าแม่พารานอยอยู่แล้ว พราวมั่นใจว่า ตัวเองกำลังถูกลอบสังหาร!!! พราวมโนเรื่องราวต่างๆเป็นฉากๆ แล้วตัดสินใจเก็บกระเป๋า.. ตั้งใจบินหนีไปต่างประเทศ!!! แฟรงค์และเอมี่ร้องห้ามไว้ก็ไม่สำเร็จ...แฟรงค์จึงคว้าเอกสารสัญญาทางธุรกิจมาอ้างถึงความเสียหายที่จะตามมา ถ้าพราวออกจากวงการ แฟรงค์ต้องโดนฟ้องล้มละลาย... พราวจึงยื่นเงื่อนไข ถ้าแฟรงค์ไม่อยากให้ไป ต้องทำให้พราวมั่นใจและรู้สึกปลอดภัย! แฟรงค์ตีลังกาคิดก็ยังคิดไม่ออก จนต้อยติ่งที่ฉลาดน้อยที่สุดในบ้านแต่อินกับละครมากกว่าใคร เสนอให้หาบอดี้การ์ดให้พราว!! ติ๊งหน่อง!!! เสียงกดกริ่งหน้าประตูบ้าน!!สมชายได้รับคำสั่งจากสหวุฒิ ให้มาเป็นบอดี้การ์ดอารักขาพราว...พราวแอบสะใจที่สมชายต้องมาทำงานรับใช้เธอ จึงคิดแกล้งสมชาย ด้วยการหนีออกจากบ้านไปหาติณห์ หวังชวนไปดินเนอร์หรูสองต่อสอง.. นางสิงห์พราวแทบกรี๊ดเมื่อถูกลูบคม...เจอติณห์กำลังคุยอย่างสนิทสนมอยู่กับจันทร์จรี...ที่ตอนนี้กลายมาเป็น1ใน3ดาราหน้าใหม่ให้ติณห์คัดเลือก เพื่อมาเป็นพรีเซ็นเตอร์แป้งทูเวย์สาววัยทีนผลิตภัณฑ์ใหม่บริษัทของเขา จันทร์จรีเกลียดริษยาพราวมาก จนกลายเป็นความแค้นฝังหุ่น เมื่อถูกแฟรงค์ยกเลิกสัญญาดาราในสังกัด จันทร์จรีสาบานว่าจะตามจองล้างจองผลาญพราวทุกอย่าง ทั้งเป็นคู่แข่งเรื่องงานและความรัก เมื่อรู้ว่าพราวกำลังกิ๊กกับติณห์ ก็พาตัวเข้ามาเป็นคู่แข่งหัวใจทันที โดยจันทร์จรีวางแผนทำความรู้จักติณห์ทุกวิถีทาง ถึงขั้นลงทุนทำเป็นเดินให้เขาขับรถเฉี่ยว จนได้รู้จักกับเขา ด้วยความรู้สึกผิดที่ทำให้จันทร์จรีบาดเจ็บ เขาเลยชดเชยด้วยการชวนมาคัดเลือกเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับบริษัทของเขา ต่อหน้าติณห์จันทร์จรีทำเป็นพูดดีกับพราว ในฐานะที่เคยเป็นดารารุ่นพี่ในสังกัดของแฟรงค์ แต่สายตาบ่งบอกว่าฉันนี่แหละแจ๊กกี้ที่จะมาฆ่ายักษีอย่างหล่อน ลับหลังติณห์จันทร์จรีท้าทายพราว ประกาศตัวพร้อมจะซดเกาเหลากับพราวเต็มที่ เพราะถึงตอนนี้จะไม่ได้อยู่สังกัดแฟรงค์แล้ว แต่ก็ยังต้องถ่ายละครอโยธยาด้วยกันต่อจนจบ ทั้ง2มองหน้ากัน ประกาศการเป็นคู่แข่งหัวใจกันติณห์ขอโทษขอโพยพราวที่ไม่สามารถไปดินเนอร์ด้วยได้ เพราะติดงาน แล้วเดินเข้าห้องประชุมไป....ปล่อยพราวหน้าชาเหมือนถูกตบหน้า ยืนโดดเดี่ยว เหมือนคนไร้ค่า ไม่มีความสำคัญ!สมชายหัวหมุนที่พราวหายตัวไป เห็นพราวกลับเข้ามาสีหน้าเฉยเมย..สมชายต่อว่าพราวอย่างรุนแรงที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนวุ่นวาย เรียกร้องความสนใจ เป็นคนมีปัญหา!!! พราวไม่โต้ตอบ เดินกลับเข้าห้อง ....สมชายแปลกใจในพฤติกรรมของพราว...โดยไม่รู้ว่า..พราวกำลังตั้งคำถามกับตัวเองอีกรอบ....ฉันไม่มีค่าในสายตาของคนพวกนั้นจริงหรือ? พราวตัดความฟุ้งซ่านออกจากหัวเดินหน้าคิดแต่เรื่องงาน..แต่แล้วก็เกิดเหตุให้พารานอยอีกครั้ง..มีบุรุษนิรนามโทรศัพท์ขู่ทำร้ายพราว พราวกลัวไม่กล้าไปงานอีเว้นท์ สมชายต้องเข้าไปปลอบและสัญญาจะอารักขาพราวให้ดีที่สุด...คอยประชิดให้ความอุ่นใจ พราวจับมือสมชายไม่ปล่อย จนติณห์หวั่นใจกลัวจะเกิดสายสัมพันธ์ระหว่างสมชายและพราว! พราวทำใจเข้มแข็งขึ้นเวที...ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีด้วยความโล่งใจของทุกคน ติณห์ให้กำลังใจพราวว่า โทรศัพท์ลึกลับนั้นอาจจะเป็นแค่คำขู่ของโรคจิต... ก่อนจะหยิบน้ำเปล่าให้พราวดื่ม....แต่สมชายไวเท่าใจคิด ปัดขวดน้ำดื่มนั้นจนตกราดพื้น แล้วพราวก็ต้องตกใจแทบสิ้นสติเพราะมันคือ...น้ำกรด!!! กรี๊ดดดดด!!! พราวกลัวตายจะไม่ยอมก้าวเท้าออกจากบ้านเด็ดขาด! แฟรงค์สั่งเด็กในสังกัดทุกคนว่าห้ามให้ข่าวสื่อ...แต่จันทร์จรีก็หลอกถามข่าวจากมิกิมาจนได้..คาบข่าวไปบอกส้มจี๊ด... ส้มจี๊ดเล่นข่าวอย่างสนุกมือ..อยากรู้ว่าแฟรงค์และพราวจะหาทางออกอย่างไร!!! สุดเขตต์พยายามเตือนให้ส้มจี๊ดเพลาเขียนข่าวเล่นพราว แต่ส้มจี๊ดไม่สนใจ แถมยังพูดดักคอสุดเขตต์ว่าเหมือนผุ้ชายทุกคน พอเห็นพราวก็หลงความสวยกับรอยยิ้มมารยาจนไม่เห็นธาตุแท้ความร้ายกาจของพราว พราวยิ่งเครียดจัดตัดสินใจหนีอีกครั้ง....แต่สมชายและแฟรงค์รู้ทัน ตามไล่ล่าจับตัวพราวขณะที่หนีไปริมแม่น้ำ ทันใดนั้น สายตาของแฟรงค์ก็เหลือบไปเห็น...สาวน้อยที่ยืนอยู่ริมน้ำแล้วจู่ๆ...เธอก็หล่นลงไป....ตูม!!! “ชะนีฆ่าตัวตาย!!!!” แฟรงค์ตะโกนลั่นสมชายกระโจนลงไปช่วยสาวน้อยคนนั้นขึ้นมาจากน้ำ ช่วยผายปอดด้วยวิธีเม้าทูเม้าจนไม่ทันสังเกตว่า พราวและแฟรงค์ยืนมอง ตะลึง! อ้าปากค้าง!! ไม่ใช่เพราะภาพปากประกบปากระหว่างสมชายและหญิงสาวนิรนาม แต่เป็นใบหน้าของเธอซึ่ง....เหมือนพราวยังกับแกะ!!! มีเพียงปานสีแดงดวงใหญ่ข้างแก้มเท่านั้น ที่ระบุถึงความแตกต่างว่าเป็นคนละคน! ยัยปานแดงหรือ มีน ขอบคุณทุกคนที่ช่วยเหลือ เธอไม่ได้ฆ่าตัวตายอย่างที่ทุกคนเข้าใจ แต่ร่างกายวูบไปกะทันหัน เธอเครียดจากปัญหาทางการเงินที่ต้องรักษาอาการป่วย..พราวออกปากอาสาช่วยเหลือเงินค่ารักษา....แฟรงค์แปลกใจเพราะพราวไม่เคยเป็นสปอนเซอร์ให้ใครมาก่อน พราวจึงเฉลยจุดประสงค์ว่า.... ทำให้ทุกคนเข้าใจว่ามีนคือพราว มีนคือสแตนอินของพราว! แฟรงค์ไม่แน่ใจว่ามีนจะยอมเสี่ยงตามแผนของพราว จนกระทั่ง แมน น้องชายรูปหล่อมาเยี่ยมมีน ทำให้พราวและแฟรงค์รู้ความจริงว่า มีนและแมนเป็นเด็กกำพร้าที่โตมาจากบ้านแสนรัก...โดยมี แม่แก้ว ผู้ก่อตั้งบ้านแสนรักคอยเลี้ยงดูพวกเธอมา...มีนต้องการหาเงินช่วยเหลือหนี้สินของบ้านแสนรัก และไม่ยอมให้เด็กกำพร้าอีกสามสิบกว่าชีวิตต้องลอยเคว้ง...พราวและแฟรงค์เห็นช่องทางในการโน้มน้าวมีนที่กำลังลำบากเรื่องเงิน ที่สำคัญเรื่องนี้ต้องเป็นความลับ ใครก็รู้ไม่ได้ แม้แต่สมชาย!!!! เพราะพราวเองก็หวั่นใจอยู่ลึกๆว่าถ้าสมชายรู้เรื่อง สมชายต้องเกลียดขี้หน้ามากกว่าเดิม แต่พราวไม่มีทางเลือก เพราะพราวไม่อยากตาย! สมชายรู้เรื่องจนได้....เข้าไปขัดขวางไม่ให้มีนรับข้อเสนอ... มีนไม่ควรเป็นเครื่องมือของผู้หญิงเห็นแก่ตัวและซื้อชีวิตคนอื่นด้วยเงิน!!! พราวโกรธสมชายมากที่พูดแทงใจดำ ประกาศลั่น ไล่สมชายออก และยินดีจะเดินหน้าทำงานต่อไปท่ามกลางความเสี่ยง ตายก็ช่างมัน โลกจะได้รู้ ว่าสำนักงานตำรวจฯปล่อยให้ซุปเปอร์สตาร์ต้องตายด้วยน้ำมือของคนโรคจิต ในขณะที่พราวกำลังสิ้นหวัง มีนก้าวเข้ามายอมรับเงื่อนไขการเป็นสแตนอินของพราว....เพราะมีนเข้าใจความรู้สึกของคนที่ยังไม่อยากตายดี...ชีวิตนี้ยังมีสิ่งที่ต้องทำอีกมากมาย พราวเข้าสวมกอดมีน ขอบคุณในความมีน้ำใจของมีน สมชายกลับเข้ามาที่คฤหาสน์ พราวไม่พอใจไล่สมชายออกไปเพราะเธอไม่ต้องการบอดี้การ์ดปากจัดอย่างสมชาย...สมชายบอกว่าแฟรงค์ขอร้องให้ทำงานต่อและที่เขายอมมาช่วยเป็นบอดี้การ์ด ไม่ได้คิดคุ้มครองพราว...แต่ห่วงสวัสดิภาพของมีน คนบริสุทธิ์ไม่ควรจะต้องมาเสี่ยงเพื่อพราว!!!! พราวรู้สึกเจ็บจี๊ดกับความหมางเมินที่ได้รับ ออกคำสั่งให้สมชายรีบสืบหาตัวไอ้โรคจิตให้เร็วที่สุด.. เพื่อที่ว่าจะได้ไม่ต้องมาเห็นหน้ากันอีก! ปฎิบัติการสแตนอินซุปเปอร์สตาร์เริ่มต้นด้วยการที่มีนเข้ารับการศัลยกรรมเอาปานแดงออกและโมหน้าให้เหมือนพราวมากที่สุด....ระหว่างรอมีนรักษาตัว พราวจำเป็นต้องออกงาน โดยมีสมชายตามประกบทุกฝีก้าว ไม่เว้นแม้แต่วันที่พราวต้องไปพบติณห์ด้วยนัดสำคัญ...ติณห์ขอพราวแต่งงาน โดยมีสมชายยืนอยู่ตรงกลางรับรู้ความสวีทหวานที่พราวตั้งใจทำให้สมชายเห็น...พราวตกลงแต่งงานกับติณห์ เพราะคิดว่า “รัก” แต่ขอเงื่อนไขจะแต่งงานอีกสองเดือนข้างหน้า เพื่อเคลียร์งานให้ลงตัว...โดยที่พราวไม่รู้เลยว่าสมชายรู้สึกเจ็บแปลบในใจไม่ทราบสาเหตุ....ขณะที่สุดเขตต์ก็ได้รับจ๊อบเป็นพวกปาปารัซซี่คอยตามถ่ายรูปพราวไปทุกหนทุกแห่ง จนเค้ามีโอกาสได้เห็นมีนที่อยู่ระหว่างทำศัลยกรรมปานแดง และต้องคอยปิดหน้าปิดตาไม่ให้ใครเห็นหน้า แต่สุดเขตต์ก็ดูหน้าออกว่าเป็นพราว ขณะที่พราวก็ไปปรากฏตัวที่อื่น ทำให้สุดเขตต์เริ่มสับสนทำไมเหมือนมีพราว2คนในเวลาเดียวกัน ติณห์พอใจที่พราวตกลง แสดงว่าพราวรักเขาแล้ว..เท่ากับแผนการของติณห์ใกล้ความจริง....ติณห์เดินเข้าไปคุยกับร่างของ ตรี น้องชายที่นอนเป็นผักไร้ความรู้สึก เป็นเจ้าชายนิทราตลอดกาล ติณห์จำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตได้ดี...ในวันที่เขาไปติดต่อธุรกิจที่เซิ่นเจ้น ตรีขอแวะฮ่องกง.. บอกว่าต้องไปสารภาพรักกับแฟน.....โดยที่ตรีไม่เคยบอกติณห์สักครั้งว่าสาวคนนั้นเป็นใคร และในคืนนั้นเอง ตรีประสบอุบัติเหตุตกตึกกลายเป็นเจ้าชายนิทรา....ติณห์หาข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือของตรี พบภาพตรีถ่ายรูปคู่กับพราว ติณห์จึงปักใจว่าพราวเป็นผู้หญิงที่หักอกน้องชายเขา เป็นต้นเหตุให้น้องชายต้องทรมานอย่างนี้ ดังนั้น...ติณห์ตั้งใจจะทำให้พราวเสียขวัญ เสียใจอย่างรุนแรงและสูญเสียทุกอย่างในชีวิต เหมือนกับที่พราวทำกับตรี... โดยที่ติณห์ไม่เคยรู้ความจริงเลยว่า....ผู้หญิงที่ตรีหลงรัก...คือจันทร์จรี อดีตพริตตี้เนื้อหอมที่ไต่เต้าขึ้นมาเป็นดารา และเข้าไปอยู่ในสังกัดแฟรงค์ได้ ด้วยการอาศัยตรีที่รู้จักกับพราวเป็นการส่วนตัว นำพาจันทร์จรีไปพบกับแฟรงค์ จนแฟรงค์พาเข้ามาเป็นเด็กในสังกัด แล้วจันทร์จรีก็เขี่ยตรีทิ้งมีนรักษาแผลบนใบหน้าหายดีแล้ว.. ภารกิจสแตนอินของพราวก็เริ่มต้นขึ้น...แฟรงค์จับฝึกหัดให้มีท่วงท่ากริยาให้เหมือนพราว ส่งครูมาสอนการแสดงให้แอ๊คติ้งขั้นเทพได้อย่างพราว แต่มีนก็ไม่สามารถผ่านด่านการแสดงได้....แฟรงค์กับเอมี่กุมขมับหมดหนทางสอน...พราวจึงเข้ามาเป็นติวเตอร์พิเศษ..สอนให้มีนเชื่อจากข้างในใจ...เชื่อว่าตัวเองคือซุปเปอร์สตาร์...แล้วทุกอย่างมันจะออกมาเอง...มีนจึงสามารถผ่านด่านการแสดงไปได้....ช่วงเวลานี้เองที่พราวรู้สึกสนิทสนมกับมีน....ทั้งสองกลายเป็นกระจกสะท้อนให้กันและกัน....มีนจึงมีความพร้อมที่จะเริ่มทำงานแทนพราว...แต่หากติณห์นัดเจอพราวส่วนตัว พราวจะเป็นคนออกไปเจอติณห์เอง ป้องกันไม่ให้ติณห์สงสัยและไม่ให้มีนต้องเก้อเขินอยู่กับติณห์ แต่ระหว่างที่มีนกำลังเป็นพราวฝึกหัดอยู่นั้น ด้วยความคิดถึงแมน มีนแอบออกไปนัดเจอแมน โดยสุดเขตต์เผอิญเห็นเข้า และแอบติดตามเป็นปาปารัซซี่คอยตามถ่ายรูปสอดแนม สุดเขตต์ซึ่งยังไม่รู้ว่ามีนไม่ใช่พราว กลับได้เห็นมุมน่ารักและอ่อนโยนของพราวเวลาที่ไม่ได้อยู่ต่อหน้ากล้อง ต่อหน้ามวลชน สุดเขตต์แปลกใจมาก จนเขาเข้าไปเผชิญหน้ากับมีนเพื่อทดสอบ แต่มีนกลับไม่รู้จักว่าเขาเป็นใคร ทำให้สุดเขตต์เริ่มสงสัย ว่าพราวอาจจะมี2คนอย่างที่เขาสงสัยแต่แรก แล้วครั้งแรกของมีนก็เจอดี...ระหว่างการถ่ายทำละครเจอเหตุระเบิด ซึ่งเกิดจากมือดีใช้ระเบิดจริงสลับกับระเบิดปลอมที่ทีมงานเซ็ตเอาไว้ มีนกระโดดหลบได้ทัน เพราะทักษะศิลปะการต่อสู้ที่ติดตัวอยู่ ในฐานะบัณฑิตสาขาพลศึกษาและวิทยาศาสตร์การกีฬา สมชายโล่งอกที่มีนปลอดภัย ดึงตัวเข้ามาสวมกอดด้วยความลืมตัว ทำเอาแฟนคลับกรี๊ดลั่น ส้มจี๊ดที่เฝ้ากองถ่ายอยู่ รีบสั่งให้สุดเขตต์เก็บภาพทันที คราวนี้มีนได้เห็นสุดเขตต์อีกครั้งและรู้ว่าเป็นนักข่าวก็ตกใจ พยายามหลบหน้าเขา ซึ่งผิดวิสัยของพราวคนเดิม ที่พอเห็นสุดเขตต์กับส้มจี๊ดจะมองด้วยสายตาไม่ญาติดีด้วยและจะเข้ามาหาเรื่องทุกครั้ง สุดเขตต์เลยเริ่มจับพฤกรรมของพราว2คนที่แตกต่างกันได้ ข่าวบอดี้การ์ดหนุ่มหล่อกอดซุปเปอร์สตาร์ถูกตีจนฟูนำเสนอไปทั่ว....พราวโวยวายที่สมชายทำให้เธอเสื่อมเสียชื่อเสียง เพราะพราวมีคู่หมั้นคือติณห์ มีนเข้ามาเคลียร์แล้วทำให้พราวหุบปากได้สนิทแถมด้วยอาการหัวใจเต้นแรงว่า....”สมชายคิดว่าคนที่กำลังกอดคือพราว” พราวอึ้ง สมชายก็อึ้ง...ก่อนจะหันเดินหนี มองหน้ากันไม่ติดนับจากนั้น ส้มจี๊ดรู้สึกได้กลิ่นทะแม่งๆ เห็นความผิดปกติในตัวมีน จึงคิดสืบความจริง!!! แต่สุดเขตต์กลับไม่เอาด้วยแถมพูดว่าส้มจี๊ดคิดมากเป็นหนังฮฮลิวู้ดไปแล้ว เพราะในใจสุดเขตต์กำลังร้สึกหลงรักพราวที่เป็นมีนเข้าเสียแล้ว และเขาตั้งใจจะสืบให้รู้ความจริงอย่างเงียบๆ ส้มจี๊ดเลยหันไปร่วมมือกับจันทร์จรี ที่ต้องการกำจัดพราว..และอยากได้ติณห์มาครอง แต่พราว มีน และแฟรงค์ก็เอาตัวรอดมาได้ทุกครั้ง คนที่เหนื่อยมากที่สุดก็คือ...สมชาย ที่ต้องคอยทำหน้าดูแลคุ้มครองมีนและพราวจนไม่มีเวลาพักผ่อน ซึ่งต้องคอยสืบข่าวตามหาตัวคนร้าย...ซึ่งใกล้ความจริงมาทุกขณะ..เมื่อได้รับรายงานจากสายข่าวว่า....ติณห์อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้! และแล้วสุดเขตต์ที่แอบเฝ้าติดตามดูพราวที่เป็นมีน ก็ค้นพบความจริง ว่าแท้จริงแล้วมีนเป็นคนที่หน้าตาเหมือนพราว และถูกจ้างให้มาสวมบทบาทแทนพราวเพื่อให้พราวไม่ต้องเสี่ยงกับการถูกปองร้าย มีนขอร้องให้สุดเขตต์ปิดเรื่องนี้เป็นความลับ สุดเขตต์รับปาก และแอบช่วยมีนอยู่ห่างๆทำให้ทั้ง2เข้าอกเข้าใจกันและเริ่มรักกันในที่สุด ขณะที่มีนเห็นสมชายทำงานหนัก จึงคอยเป็นห่วงเป็นใยดูแล เพราะความเป็นคนมีน้ำใจ ทำใหสุดเขตต์เห็น แอบหึง และแฟรงค์เองก็ฟันธงว่าสมชายกับมีนกำลังปลูกต้นรักกัน พราวหงุดหงิดอย่างไม่รู้ตัว พอแฟรงค์และเอมี่จับพิรุธได้...พราวก็อ้างว่าอึดอัดรำคาญที่ต้องมาคนแปลกหน้ามาอยู่ในบ้านถึงสองคน! ระยะหลังสื่อทุกสำนักต่างเขียนข่าวชื่นชมพราว...ที่เป็นซุปเปอร์สตาร์สุดแสนน่ารัก เป็นมิตร ฝีมือการแสดงพัฒนา โดยเฉพาะคิวบู๊ที่ดูทะมัดทะแมงขึ้นมากและ...เต็มใจทำทุกอย่างเพื่อคืนกลับให้สังคม เพราะมีนรับงานการกุศลต่อหน้าสื่อโดยที่แฟรงค์ไม่ทันได้ตั้งตัว พราวต่อว่ามีนทำนอกเหนือจากการว่าจ้าง มีนแก้ตัวว่า...ถ้ายังมีโอกาสก็อยากทำให้คนอื่นบ้าง...เพราะมีคนด้อยโอกาสเป็นจำนวนมากรอให้พราวไปหา เพียงแค่ได้พูดคุยหรือกินข้าวกลางวันกับซุปเปอร์สตาร์อย่างพราว ก็ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เขาเหล่านั้นมีแรงสู้กับโชคชะตาต่อไป พราวเหมือนถูกตบหน้า ประกาศเลิกจ้างมีน!!!.. สุดเขตต์ดีใจที่ได้รู้ข่าวจากมีน เขาอยากให้มีนกลับมาเป็นผู้หญิงธรรมดาๆที่เขาสามารถจะรักได้อย่างเปิดเผย มีนยิ้มรับคำสั่ง...ยอมคืนทุกอย่างที่ได้มา ขอบคุณทุกคนที่ทำให้มีนได้รู้จักโลกมายาที่ไม่มีใครทำอะไรโดยปราศจากการตอบแทน มีนจะหอบเสื้อผ้าออกไป แฟรงค์เปลี่ยนใจขอให้ทำงานสุดท้าย เพราะแฟรงค์เห็นความจริงใจและปรารถนาดีของมีน และสิ่งที่มีนทำส่งผลดีให้พราว โดยที่แฟรงค์ไม่ทันได้คาดคิดมาก่อน ว่าซุปเปอร์สตาร์ที่แท้จริงนั้น นอกเหนือจากความสามารถในฐานะศิลปิน ก็ต้องแบ่งปัน รู้จักให้และส่งต่อ คนถึงจะจดจำเป็นตำนาน!!! เป็นสิ่งที่แฟรงค์ไม่เคยสอนพราว นอกจากสอนการสร้างมูลค่าเรียกราคาให้ตัวเอง!สมชายแสดงความผิดหวังในตัวพราวมาก พราวยิ่งเสียใจ..และเผลอโพล่งความในใจ แสดงให้เห็นถึงความอ่อนแอ ความกลัว ที่ตัวเองไม่ใช่ซุปเปอร์สตาร์ตัวจริง พราวร้องไห้อย่างหนักเมื่อค้นพบว่าเธอทำตัวไร้ค่า..เป็นที่น่ารังเกียจ.... สมชายห้ามใจไม่ไหว...เข้าสวมกอดปลอบโยนด้วยความเห็นใจ....สอนให้พราวล้มแล้วลุก...รู้แล้วก็เปลี่ยนแปลง...ยังไม่สายเกินไปที่จะปรับปรุงตัวเอง...ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ.....เหมือนกับที่เขาพยายามทำดีและช่วยเหลือครอบครัวดารกา แม้ว่าดารกาจะผลักไล่ไม่ต้อนรับเขา เขาก็จะทำต่อไป....เพียงเพื่อชดเชยความผิดที่ได้ทำไว้ และนอกเหนือจากนั้น....เขาต้องทำชีวิตที่เหลืออยู่ให้มีคุณค่า....พราวรู้สึกดีขึ้นมากที่สมชายปลอบใจ แต่เมื่อสมชายได้สติก็เจ็บใจตัวเองที่มาหลงรักนางมารร้ายนอกจอ สมชายรีบผละจากพราว... ตัดสินใจจะลาออกจากบอดี้การ์ด.!!! ยิ่งทำให้พราวเสียใจอย่างหนัก นึกโกรธและเกลียดตัวเอง อาการป่วยของมีนแย่ลง...แมนรู้ความจริงว่ามีนป่วยเป็นมะเร็งเลยมาบอกกับสุดเขตต์ สุดเขตต์ขอให้มีนหยุดภารกิจ แสตนอินแทนพราว...แต่มีนขอร้องให้สุดเขตต์เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ....มีนต้องการเงินค่าตอบแทนช่วยเหลือบ้านแสนรักและช่วยชีวิตพราว....สุดเขตต์จำต้องรับปากมีนและกอดเธอไว้ สัญญาจะพยายามหาหมอที่จะมาช่วยรักษามีนให้หายให้ได้ .....มีนยังฝืนจะไปทำงานและออกงานกุศลแทนพราว....พราวออกคำสั่งว่าให้มีนพักผ่อนและพราวจะไปงานกุศลเอง.... พราวได้ไปบ้านแสนรัก....ถึงกับน้ำตารื้นเมื่อเห็นสายตาและรอยยิ้มของเด็กๆ และที่สำคัญ...แม่แก้วเอาภาพถ่ายในอดีตที่พราวเคยมาบริจาคของในวันเกิด ซึ่งพราวไม่เคยใส่ใจจำเพราะทำไปเพื่อสร้างข่าว ทำให้พราวเริ่มนึกย้อนได้ว่า....เธอเคยเจอมีน ยัยปานดำมาก่อน แต่เธอไม่สนใจ....แม่แก้วยังบอกอีกว่าพราวเป็นแรงบันดาลใจให้มีนและเด็กกำพร้าทุกคน ที่จะก้าวไปเป็นคนดีและทำงานเพื่อสังคมต่อไป....พราวตัดสินใจบริจาคเงินให้กับบ้านเด็กกำพร้าแห่งนั้น ทำให้แฟรงค์และเอมี่เกือบตกเก้าอี้ด้วยความตกใจ.... มีนดูข่าวด้วยความปลาบปลื้มใจ ก่อนจะรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาอีกครั้ง ...มีนปกปิดทุกคนว่าตัวเองกำลังจะตายเพราะมะเร็งในสมองที่เธอไม่มีเงินรักษา....และมันอาจจะทำให้เธอมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกไม่นาน!!!! เพราะฉะนั้นมีนจึงทำทุกวินาทีที่เหลืออยู่ให้มีความหมายมากที่สุด ขณะที่สุดเขตต์พยายามหาเงิน หาหมอที่จะช่วยรักษามีนให้ได้ พราวซังกะตายเมื่อสมชายไม่อยู่ แต่ปากแข็งว่าไม่คิดถึงสมชาย มีนสังเกตได้ว่า...พราวไม่เคยมีความสุขขณะที่อยู่กับติณห์ ไม่เหมือนตอนที่อยู่กับสมชายที่พราวจะมีชีวิตชีวา...และติณห์ก็รู้สึกได้ว่าพราวรักสมชาย....ทำให้ติณห์คลั่ง รีบหาทางทำลายพราว จันทร์จรีฉวยโอกาสทำเห็นใจติณห์ แสดงไมตรีจิตถึงเนื้อถึงตัวจนมีอะไรกันลึกซึ้ง จันทร์จรีหลงรักติณห์หัวปักหัวปำ คิดจะแย่งติณห์จากพราวให้ได้ จึงหลอกถามข่าวคราวในบ้านจากมิกิและมาร์ค แต่มิกิและมาร์คไหวตัวทัน ปิดปากสนิท....จันทร์จรีจึงเข้าหา บอย น้องชายของแฟรงค์ ซึ่งมีแววจะเป็นเกย์ตามพี่ชาย แฟรงค์จึงออกกฎเหล็กห้ามเป็นเกย์ ต้องแมนเพื่อสืบทอดต้นตระกูล บอยจึงพยายามควบคุมพฤติกรรมตัวเองและฝึกเป็นชายชาตรีด้วยการจีบจันทร์จรี....จันทร์จรีสบโอกาส หลอกใช้บอยสืบความลับในบ้านมาให้เธอ....แล้วจันทร์จรีก็ส่งต่อข้อมูลลับให้ติณห์.. ความฝันในการทำลายพราวของติณห์ก็ใกล้ความจริงขึ้น...เมื่อได้จันทร์จรีมาร่วมมือ คิวสุดท้ายของละคร เป็นฉากแอ็คชั่นใหญ่ มีนเตรียมตัวจนพร้อมเพื่อเข้าฉาก ฝ่ายรักษาความปลอดภัยทำงานกันอย่างเต็มที่ ตำรวจตรวจสอบคนเข้าออกกองถ่ายอย่างเข้มข้น ไม่มีใครเข้าถึงตัวนางเอกของเรื่องได้ แม้แต่สุดเขตต์ก็ถูกกันให้อยู่ห่างจากกองถ่าย ในขณะที่สมชายสืบข้อมูลส่วนตัวของติณห์ พบแท้จริงว่า ติณห์คือพี่ชายของตรีที่เคยประสบอุบัติเหตุ และเคียดแค้นพราว....โดยมีจันทร์จรีคอยร่วมมือกำจัดพราว โดยจัดฉากว่าเป็นอุบัติเหตุในกองถ่าย บอยก็รู้ความจริงว่าถูกจันทร์จรีหลอกใช้...ปรี๊ดแตกวีนใส่จันทร์จรี ไม่ขอแอ๊บแมนอีกแล้ว....แฟรงค์จำต้องให้น้องชายเลือกสภาพทางเพศด้วยตัวเอง ขอเพียงแต่ให้ทำตัวมีคุณค่า... เมื่อสมชายได้ข้อมูลและหลักฐานทั้งหมดของโรคจิตที่ปองร้ายพราวว่าที่แท้คือติณห์....ก็รีบไปบอกพราว…พราวเป็นห่วงมีน ไม่อยากให้มีนต้องรับเคราะห์แทนเธอ.....เร่งไปกองถ่ายทันที...แต่แล้วก็พบว่า..มีนกำลังเข้าฉากรบต่อสู้กับสตั๊นแมนที่เล่นเกินจริง มีนเริ่มอ่อนแรงเพราะสภาพไม่ไหวและป่วยหนัก สมชายและพราวเข้าไปช่วยมีน ทีมงานตกตะลึงที่เห็นพราวสองคน ขณะที่ทุกคนงุนงง...สมชายและสหวุฒิตรงเข้าไปจะจับกุมติณห์ แต่จันทร์จรีปรากฏตัวขึ้นที่มุมมืดจะยิงมีน สุดเขตต์ที่แอบลักลอบเข้ากองถ่ายมา เห็นเข้าเสียก่อน เลยเข้าไปช่วยมีนไว้ได้ จันทร์จรียิงต่อสู้กับตำรวจ แต่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ และถูกจับในที่สุด จังหวะที่ทุกคนกำลังยุ่งกับจับจันทร์จรี ติณห์ฉวยโอกาสจับตัวพราวเป็นตัวประกันหนีจะไป สมชายนำทีมเข้าไปช่วยเหลือพราว พราวตกใจที่รู้ว่าติณห์คือคนที่ปองร้ายเธอ...ติณห์จึงเล่าเบื้องหลังความเจ็บแค้นที่มีต่อพราว พราวเป็นต้นเหตุให้ตรี น้องชายเขาประสบเหตุเป็นเจ้าชายนิทรา.. พราวปฎิเสธไม่ใช่คนรักของตรี...เธอรู้จักกับตรีจริง แต่ก็เป็นแค่เพื่อนสนิทกัน ไม่เคยมีความรู้สึกเกินเลยติณห์ไม่เชื่อคิดว่าพราวโกหกเอาตัวรอด เหมือนที่เฟคแอ๊คติ้งหลอกคนดู..ติณห์จะเข้ามาทำร้ายพราว....แต่จันทร์จรีที่ถูกจับ สารภาพความจริงทั้งหมด สมชายเลยพาตัวจันทร์จรีมาต่อรองบอกความจริงกับติณห์ ...ว่าเธอหลอกใช้ตรีเป็นสะพานเพื่อเข้าวงการ พอได้เซ็นสัญญากับแฟรงค์แล้วก็บอกเลิกเขี่ยตรีทิ้ง ตรีจึงเสียใจเมาเหล้าแล้วขับรถประสบอุบัติเหตุ...ติณห์ตกใจและโกรธเข้าไปทำร้ายจันทร์ต่พลาดท่าตกตึก! พราวดีใจที่รอดชีวิตมาได้....ขอบคุณมีนที่ช่วยทำหน้าที่แทนเธอมาตลอด....พราวเข้าไปสวมกอดมีน บอกให้มีนได้กลับไปใช้ชีวิตของมีน ไม่ต้องเป็นแสตนอินอีกต่อไป แต่แล้ว..มีนทรุดตัวลงด้วยอาการกำเริบ สุดเขตต์จึงบอกความจริงว่ามีนเป็นมะเร็งสมอง...ถ้าไม่รีบรักษามีนจะต้องตาย...พราวร้องไห้เสียใจที่ตัวเองเป็นต้นเหตุให้มีนมาทำภารกิจนี้แล้วต้องมาตายเพราะเธอ...พราวตัดสินใจเป็นคนออกค่าผ่าตัดไม่ว่ากี่10ล้าน เธอก็จะช่วยมีน เพราะมีนช่วยทำให้พราวเจอความหมายของการมีชีวิตอยู่ คืออยู่เพื่อคนที่พราวรักและรักพราว....แล้วมีนก็แน่นิ่งไป สุดเขตต์เข้ามากอดมีนร้องไห้ ส้มจี๊ดช็อคกับภาพที่เห็น นี่แปลว่าสุดเขตต์รู้เรื่องมีนมาตลอดแต่ปิดบังเธอไว้ ติณห์บาดเจ็บจากการตกตึก....แต่ไม่สาหัส...พราวให้อภัยติณห์ ขอถอนแจ้งความทั้งหมด ส่วนจันทร์รู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุของปัญหา ถ้าออกจากคุกมาเมื่อไหร่ อาสาที่จะดูแลชีวิตของตรีต่อไป...เพื่อชดใช้ความผิดที่ก่อ..พราวแถลงข่าวต่อสื่อทุกแขนงถึงเรื่องราวทั้งหมดและขอโทษประชาชนที่โกหก ความกลัวและความอ่อนแอของพราวทำให้ลงมือทำในสิ่งที่ไม่น่าให้อภัย และทำให้คนอื่นต้องเดือดร้อน ต่อไปนี้จะไม่มีซุปเปอร์สตาร์ที่ชื่อพราวอีกต่อไป...พราวจะขอหันหลังจากวงการ!!!! สร้างความช็อคและตกใจให้กับทุกคน พราวเก็บของ เตรียมตัวไปหลบรักษาใจที่ต่างประเทศ เซ็นมอบเงินเกือบทั้งหมดให้กับ “บ้านแสนรัก” พราวเห็นรอยยิ้มที่มีความหวังของเด็กๆ บวกกับกลุ่มแฟนคลับและทีมงานละคร รวมทั้งสื่อทุกสำนัก นำโดยส้มจี๊ดและสุดเขตต์มาปรากฏตัว ขอให้พราวอยู่สร้างผลงาน สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนต่อไป...ไม่มีพราว ชีวิตหลายคนอาจจะไม่มีแสงสว่างอยู่กลางใจ พราวได้คิด ถ้าพราวไม่ทำงานอยู่ที่นี่ต่อไป วันหนึ่ง “บ้านแสนรัก”ของมีนก็จะไม่มีทุนให้ดำเนินการได้อีก วิญญาณของมีนคงไม่มีความสุข พราวเปลี่ยนใจประกาศจะขอรักษาบัลลังก์ซุปเปอร์สตาร์เอาไว้ต่อไปให้เป็นตำนาน สมชายกำลังหน้ามันอยู่หน้ากระทะเพื่อทำอาหารเลี้ยงคณะเด็ก “บ้านแสนรัก” ที่มาทำกิจกรรมดูหิ่งห้อยและเที่ยวตลาดน้ำ สมชายตกใจกระทะแทบหล่นที่ผู้ช่วยตัวเองเปลี่ยนจากน้องนุชเป็นพราวซุปเปอร์สตาร์นิสัยแย่ พราวสารภาพความในใจ และขอโทษสมชายอย่างจริงใจ สมชายออกปากไล่พราวออกไป และไม่ยอมใจอ่อน พราวกลับบ้านด้วยความผิดหวัง ไม่ติดต่อสมชายอีกเลย.ที่โรงพยาบาล...มีนฟื้นขึ้นจากการผ่าตัด โดยมีสุดเขตต์กับแมนอยู่ข้างเตียง ทั้ง2ดีใจที่การผ่าตัดช่วยชีวิตมีนสำเร็จ และเธอจะได้มีชีวิตต่อไปพราวเปิดกล้องละครเรื่องใหม่.....มีกลุ่มแฟนคลับมาให้กำลังใจอย่างคับคั่งเหมือนเดิม แต่แล้วตั้มก็ปราดเข้ามาหน้าตาเคร่งเครียด ทุกคนกลัว แตกตื่น คิดว่าตั้มจะทำมิดีมิร้ายพราว แต่แล้วทุกคนก็โล่งอก เพราะตั้มเอาช่อดอกไม้มามอบให้พราว และคนที่ฝากมาให้คือ....สมชาย.....บอดี้การ์ดหน้าเดียวที่เดินเข้ามาขอเป็นบอดี้การ์ดหัวใจพราวตลอดชีวิต! รายชื่อนักแสดงนำ ใน ละคร พราว พัชราภา ไชยเชื้อ รับบท พราว / มีน ศุกลวัฒน์ คณารศ รับบท สมชาย กันตพงศ์ บำรุงรักษ์ รับบท สุดเขตต์ อานัส ฬาพานิช รับบท ติณห์ เกียรติศักดิ์ อุดมนาค รับบท แฟรงค์ มาติกา อรรถกรศิริโพธิ์ รับบท เอมี่ ธัญยกันต์ ธนกิตตธนานนท์ รับบท จันทร์จรี ดวงดาว จารุจินดา รับบท แม่แก้ว ธัญสินี พรมสุทธิ์ รับบท ส้มจี๊ด สุพรรษา เนื่องภิรมย์ รับบท อรชุมา วรารัตน์ เทพโสธร รับบท น้าอร สรารัตน์ หรุ่มเรืองวงษ์ รับบท วารี ละคร พราว ละคร พราว ละคร พราว ละคร พราว ละคร พราว ละคร พราว

'ประยุทธ์' เปรยอยาก 'ลาออก'กลับบ้านทะเลาะเมีย!
นายกรัฐมนตรี /  ประชุมอาเซม / 

นายกรัฐมนตรี ยืนยันไม่ได้ยึดอำนาจ ระบุเข้ามาเพราะสถานการณ์ประเทศสุกงอม ชี้เคยเตือน "ยิ่งลักษณ์" แล้ว ขณะเปรยไม่มีความสุข "อยากลาออก" แต่ยังห่วงประชาชน เผยกลับบ้านยังทะเลาะกับภรรยาเรื่องบ้านเมือง มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ได้มอบนโยบายให้กับ เอกอัครราชทูตไทยในยุโรป และ ผช.ทูตทหาร ประเทศต่างๆ ในยุโรป ในงานเลี้ยงอาหารค่ำที่โรงแรม สตาร์ โฮเตล โรซ่า แกรนด์ นครมิลาน ประเทศอิตาลี โดยนายกรัฐมตรีกล่าวเปิดใจตอนหนึ่งว่า ขอบคุณหลายภาคส่วนที่ร่วมทำงานเดินหน้าประเทศไทย โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ ที่ต้องทำหน้าที่ชี้แจงให้นานาประเทศเข้าใจสถานการณ์ในประเทศ การสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจ ซึ่งจะต้องกำหนดวิสัยทัศน์ให้ชัดเจน และขอให้ทุกคนร่วมกันทำงาน ใช้ความเป็นคนไทย แสดงให้เห็นว่าเราจริงใจ เมื่อเดินมาถึงวันนี้แล้วต้องสู้เดินหน้าต่อไป เพราะหากไม่สำเร็จ ก็ไม่รู้จะอยู่ยังไง ชีวิตตนก็อันตรายเหมือนกัน ครอบครัวก็ไม่มีความสุข วันนี้ถามว่าลูกและภรรยาไปไหนได้บ้าง ไม่ได้กลัว แต่ก็ต้องระวัง ตั้งแต่เข้ามาตนไม่เคยกล่าวโทษให้ร้ายใคร แต่หากมาพาดพิงมากก็อดไม่ได้ เพราะรักเกียรติยศศักดิ์ศรี "ผมอาจพูดจาไม่ไพเราะมากนัก ก็เป็นธรรมดาที่มีคนรักและไม่รัก แต่ผมเชื่อว่าคนในประเทศไทยเข้าใจ การเข้ามาเป็นรัฐบาลเพื่อขับเคลื่อนประเทศที่หยุดชะงักให้เดินหน้าจากการปลดล็อก ถ้าไม่ทำอะไรประเทศถอยหลัง ติดขัด จากการก้าวเข้ามาเป็น คสช. ช่วงแรกก็หนักใจ แต่เมื่อเข้ามาแล้วก็ต้องทำงาน ใครก็อยากทำอะไรให้ประเทศทั้งนั้น แต่ที่ผ่านมาติดกับดักคำว่า ประชาธิปไตย" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ใครจะรักผม เกลียดผม ผมไม่ว่า แต่อย่าเกลียดประเทศตัวเอง อย่าเกลียดคนไทย ตนต้องทำเพราะสถานการณ์สุกงอม ไม่ได้ยึดอำนาจรัฐบาล แต่รัฐบาลชั่วคราว ทำงานไม่ได้แล้ว ก็จำเป็น ไม่มีอะไรแก้ได้ ทหารมีหน้าที่ดูแลแผ่นดิน รักษาสถาบันชาติ พระมหากษัตริย์ หากสิ่งเหล่านี้ไม่ถูกละเมิด ทหารก็อยู่เฉยๆ รัฐบาลที่แล้ว ตนพูดกับ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่รู้กี่ครั้งทุกเรื่อง เตือนหมดทุกเรื่อง แต่ด้วยวิถีทางการเมือง ก็ช่วยไม่ได้ สิ่งที่ทำวันนี้ทำเพื่อไม่ให้เกิดการปฏิวัติอีกในอนาคต ต้องเอาประเทศชาติเดินหน้าไปให้ได้ "ผมพร้อมจะลาออก อยากจะลาออกทุกวัน แต่เห็นประชาชนเดือดร้อนทนไม่ได้ และไม่ได้อยากอยู่เกินแม้แต่วันเดียว ทุกวันนี้ผมสู้รบทุกวัน ในบ้านกลับมาก็ทะเลาะกับเมีย เมียถามว่าทำไมอันนี้ไม่ทำ ผมบอกทำแล้ว บางเรื่องทำไม่ไหวก็หงุดหงิด สรุปว่าผมไม่มีความสุข ทุกคนไม่มีความสุข ผมจึงต้องคืนความสุขให้ประชาชน และได้รับความทุกข์แทนไง"  MThai News

10 โรงแรมดีไซน์เก๋
10 อันดับ /  โรงแรมดีไซน์เก๋

วันนี้ทาง Travel.mthai.com รวมที่สุดของ 10 โรมแรมดีไซน์เก๋ ที่อยู่ในไทย มาให้ได้ชมกัน ที่ที่อาจไปแล้วจะรัวชัตเตอร์กันไม่หยุด เพราะมีมุมสวยๆ ให้ได้ถ่ายรูปกันเพียบ เดี่ยวจะหาว่าทาง Travel.mthai.com โกหก งั้นเลื่อนลงไปดูรูปภาพเองล่ะกัน 10 โรงแรมดีไซน์เก๋ 1. โมรูมส์ เชียงใหม่ (Mo Rooms Chiang Mai) 1. โมรูมส์ เชียงใหม่ (Mo Rooms Chiang Mai) Mo Rooms โรงแรมเล็กๆ กะทัดรัด โดดเด่นด้วยสไตล์การตกแต่งตามอารมณ์ศิลปะ ภายในห้องพักทั้ง 12 ห้อง ที่เรียกว่า ห้อง 12 นักษัตร เกิดจาก “ศิลปะ”  และ “ความเชื่อ”ซึ่งเป็นผลงานของศิลปินชื่อดัง 12 คน ที่มาร่วมกันออกแบบไว้อย่างลงตัว Mo rooms เป็นโรงแรมมีดีไซน์ ให้บริการห้องพักซึ่งมีการออกแบบเฉพาะตัวโดยศิลปินในท้องถิ่น มีสระว่ายน้ำในร่ม ห้องพักมีโทรทัศน์จอแบนระบบช่องสัญญาณเคเบิล เฟอร์นิเจอร์อันมีเอกลักษณ์ และบริการฟรีอินเทอร์เน็ตไร้สาย (Wi-Fi) Mo Rooms อยู่ห่างจากเชียงใหม่ไนท์บาซาร์อันมีชื่อเสียงและถนนคนเดินวันอาทิตย์โดยใช้เวลาเดินไม่ถึง 5 นาที ห่างจากสนามบินเชียงใหม่ 15 นาทีหากเดินทางโดยรถยนต์ มีบริการรถรับส่งสนามบิน สตูดิโอปรับอากาศมีผังห้องเฉพาะตัว พร้อมเครื่องเล่นดีวีดี และตู้เย็น ตกแต่งด้วยภาพพิมพ์และแพรพรรณสีสันสดใส ห้องน้ำส่วนตัวมีเครื่องเป่าผม ผู้เข้าพักสามารถเล่นน้ำในสระว่ายน้ำในร่มซึ่งตั้งอยู่ใจกลางโรงแรม พนักงานที่แผนกต้อนรับส่วนหน้าซึ่งเปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมงสามารถให้บริการเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก และบริการรถรับส่ง นอกจากนี้ยังมีบริการซักรีด ห้องอาหารของ Mo rooms มีบริการอาหารไทยและอาหารฟิวชั่นหลากหลายรายการ มีบริการเครื่องดื่มและค็อกเทลหลายชนิดที่บาร์ รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> โมรูมส์ เชียงใหม่ (Mo Rooms Chiang Mai) _____________________________________________ 2. เก๊าไม้ ล้านนา รีสอร์ท (Kaomai Lanna Resort) 2. เก๊าไม้ ล้านนา รีสอร์ท (Kaomai Lanna Resort) เก๊าไม้ ล้านนา รีสอร์ท เป็นโรงแรมบูติกที่มีเอกลักษณ์แห่งหนึ่งบนเส้นทางจากเชียงใหม่ไปยังดอยอินทนนท์ ซึ่งเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย ห้องพักของเรานั้นได้รับการปรับปรุงขึ้นใหม่จากที่เคยเป็นโรงบ่มใบยาสูบมาก่อน ถูกออกแบบตกแต่งด้วยรูปแบบล้านนาร่วมสมัย ผสมผสานกับเฟอร์นิเจอร์ไม้สักโบราณในสไตล์โคโลเนียล เก๊าไม้ ล้านนา รีสอร์ท จึงเหมาะสำหรับผู้ที่รักธรรมชาติอย่างแท้จริง รายล้อมด้วยสวนเมืองร้อนขนาดใหญ่ที่มีความสวยงามแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ ห้องพักที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นของรีสอร์ทที่สามารถเปลี่ยนโฉมโรงบ่มใบยาสูบและนำเฟอร์นิเจอร์โบราณสไตล์โคโลเนียลมาตกแต่งได้อย่างลงตัว ย้อนกลับไปเมื่อ 50 ปีก่อนนั้นนับว่าเป็นจุดสูงสุดของอุตสาหกรรมยาสูบในเขตภาคเหนือของประเทศไทย รวมถึงไร่ยาสูบและความเจริญรุ่งเรืองของโรงบ่ม แต่เมื่อเวลาเลยผ่านไป สิ่งต่างๆ ก็ย่อมเปลี่ยนแปลงไปด้วย 30 ปีหลังจากนั้น การพัฒนาในด้านอื่นๆ นั้นเริ่มเข้ามามีบทบาท ทำให้โรงบ่มใบยาสูบนั้นค่อยๆ จางหายไปจากภาคเหนือของประเทศไทย และถูกแทนที่ด้วยการทำสวนผลไม้และโครงการอสังหาริมทรัพทย์ต่างๆ โรงบ่มยาสูบส่วนใหญ่ได้ถูกทำลาย แต่มันก็เป็นการตัดสินใจที่อย่างน้อยที่สุด ก็เป็นสิ่งที่ช่วยเตือนความทรงจำให้หวนระลึกถึงวันเก่าๆ ให้ยังคงอยู่ต่อไป โรงบ่มทั้ง 18 หลังได้รับการปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นห้องพักสำหรับแขกผู้เข้าพัก 36 ห้อง ภายในสวนอันร่มรื่นและได้กลายเป็นที่รู้จักกันดีถึงมนต์เสน่ห์ของเก๊าไม้ล้านนารีสอร์ท ภายในสวนของรีสอร์ท ฝูงหมู่มวลผีเสื้อบินไปทั่วแปลงดอกไม้นานาพันธุ์ ท่ามกลางแมกไม้, กระรอกและนกตัวเล็กๆ กำลังกระโดดไปมาตามกิ่งก้านต่างๆ ของต้นไม้ ส่วนบนพื้นดิน, ต้นปาล์มสายพันธุ์ต่างๆ มีอยู่มากมายอยู่คู่กันกับกล้วยไม้ป่าที่ห้อยตัวลงมาจากต้นไม้ยักษ์, ไผ่กอใหญ่และต้นไม้เมืองร้อนสายพันธุ์ต่างๆ อีกมากมาย เพลิดเพลินกับการพักผ่อนอันแสนสบายในสระว่ายน้ำของเราภายในบรรยากาศของสวนที่สงบร่มรื่น และยังสามารถที่จะขี่จักรยานเพื่อชมธรรมชาติโดยรอบพื้นที่ของเราได้เช่นกัน ผ่อนคลายกับบริการนวดแผนไทยโบราณของเราได้ รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> เก๊าไม้ ล้านนา รีสอร์ท (Kaomai Lanna Resort) _____________________________________________ 3. สยามแอทสยาม ดีไซน์ โฮเทล แอนด์ สปา (Siam@Siam Design Hotel & Spa) 3. สยามแอทสยาม ดีไซน์ โฮเทล แอนด์ สปา (Siam@Siam Design Hotel & Spa) สยามแอทสยาม ดีไซน์ โฮเทล แอนด์ สปา โรงแรมน้องใหม่ที่ออกแบบดีไซน์แปลกใหม่ในวงการธุรกิจโรงแรม และใกล้กับแหล่งชอปปิ้งของคนทันสมัยอย่าง สยามสแควร์และ มาบุญครอง การออกแบบตกแต่งภายในอย่างสวยงาม สะท้อนความคิดสร้างสรรค์ทางศิลปะ สู่มิติใหม่ของการดำรงชีวิตอย่างมีสไตล์ ภายใต้แนวคิดการอยู่อาศัยที่ทั้งโลกจะต้องอิจฉา ห้องพักของเราตกแต่งอย่างโดดเด่น ให้ความรู้สึกสงบแต่แฝงไปด้วยความตื่นตาตื่นใจ สวยงามอย่างมีระดับ แต่ละห้องพักมีความเป็นเอกลักษณ์ เปรียบเสมือนเป็นห้องแสดงงานศิลปะของโรงแรม กระตุ้นความรู้สึกและจินตนาการให้โลดแล่นออกไปจากรูปแบบเดิมๆ ได้รับแรงบันดาลใจจากวิธีที่เรามองเห็น, รู้สึก, และสัมผัสกับสภาพแวดล้อมที่โรงแรมของเรา ศิลปะสร้างสรรค์ได้ผสานเข้ากับความหรูหราและความสะดวกสบายขั้นสูงสุดในการอยู่อาศัย ห้องพักที่ได้รับการตกแต่งครบครันทั้ง 203 ห้อง มีเพดานสูง แผงกระจกบานใหญ่ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยมากมาย รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> สยามแอทสยาม ดีไซน์ โฮเทล แอนด์ สปา (Siam@Siam Design Hotel & Spa) _____________________________________________ 4. ชูการ์ มาริน่า รีสอร์ท - นอติคัล - กะตะ บีช (Sugar Marina Resort - Nautical - Kata Beach) 4. ชูการ์ มาริน่า รีสอร์ท - นอติคัล - กะตะ บีช (Sugar Marina Resort - Nautical - Kata Beach) ชูการ์ มารีนา รีสอร์ท - นอติคัล - กะตะ บีช เป็นรีสอร์ทสุดเก๋และมีบรรยากาศแบบร่วมสมัยของภูเก็ตที่จะทำให้ท่านรู้สึกได้ถึงการผจญภัยในช่วงวันหยุด พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกสบายมากมายที่รอคอยต้อนรับแขกทุกท่านในช่วงวันหยุดพักผ่อน ตัวรีสอร์ทถูกออกแบบมาให้กับผู้ที่รักและชื่นชอบทะเลเป็นชีวิตจิตใจ ซึ่งรีสอร์ทแห่งนี้เป็นหนึ่งในรีสอร์ทธรรมชาติที่งดงามของภูเก็ต ทั้งยังมีความร่วมสมัย และยังมีวัฒนธรรมในการแล่นเรือใบนานาชาติบนเกาะแห่งนี้ด้วย ทำให้ผู้ที่ชื่นชอบทะเล หรือชอบการผจญภัยนั้น รู้สึกเหมือนได้อยู่บ้านของตัวเอง ชูการ์ มารีนา รีสอร์ท - นอติคัล - กะตะ บีช มีห้องพักจำนวน 66 ห้อง โดยทุกห้องพักที่มีสไตล์การตกแต่งในรูปแบบธีมทะเล ให้คุณได้รู้สึกเหมือนกับการได้ผจญภัยในทะเลลึก อีกทั้งยังเต็มไปด้วยความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อให้คุณได้สัมผัสกับทุกๆ สิ่งได้ด้วยตัวของท่านเอง รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ชูการ์ มาริน่า รีสอร์ท - นอติคัล - กะตะ บีช (Sugar Marina Resort - Nautical - Kata Beach) _____________________________________________ 5. ลาเอนาตู เบด แอนด์ เบเกอรี่ (La a Natu Bed & Bakery) 5. ลาเอนาตู เบด แอนด์ เบเกอรี่ (La a Natu Bed & Bakery) โรงแรมลาเอนาตู (La a Natu) ที่พักที่ให้ความรู้สึกเสมือนเป็นบ้านท่ามกลางธรรมชาติ ที่คำนึงถึงความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม ให้ความรู้สึกแตกต่างไม่เหมือนใคร บ้านพักของลา เอ นาตูทั้ง 10 หลัง ตั้งอยู่บนชายหาดอันเงียบสงบของ อ.ปราณบุรี การออกแบบไม่เน้นความหรูหรา แต่น่าอยู่ พื้นที่ของรีสอร์ทมีลักษณะเด่นพิเศษ เพราะเป็นแบบแปลงนาขั้นบันได มีต้นปาล์มขึ้นโดยรอบ หลังฤดูเก็บเกี่ยว จะมีการปลูกพืชหลากหลายชนิดเพื่อรักษาความอุดมสมบูรณ์ของดินจนกว่าจะถึงฤดูเพาะปลูกครั้งต่อไป บริเวณรอบๆรีสอร์ทจึงมองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของแปลงนาแบบขั้นบันไดและท้องทะเล สถาปัตยกรรมแบบไทยลาว และงานศิลปะที่ได้รับแรงบันดาลใจจากท้องถิ่น ผสมผสานกับการออกแบบร่วมสมัยที่เต็มไปด้วยจินตนาการ ทำให้เกิดส่วนผสมของความงามที่แปลกใหม่ โรงแรมลาเอนาตูให้บริการห้องพักทั้งหมด 10 ห้อง แบ่งออกเป็น 3 โซน คือ Tropical Village, Tropical Cottage Loft Suite และ Vanilla Suite รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ลาเอนาตู เบด แอนด์ เบเกอรี่ (La a Natu Bed & Bakery) _____________________________________________ 10 โรงแรมดีไซน์เก๋ 6. เอวัน เดอะ โรยัล ครุยส์ (A-One The Royal Cruise) 6. เอวัน เดอะ โรยัล ครุยส์ (A-One The Royal Cruise) เอ วัน เดอะ โรยัล ครุยส์ จะพาคุณไปเพลิดเพลินกับคลื่นทะเล และการออกแบบโรงแรมในรูปแบบเรือสำราญ โรงแรมหันหน้าเข้าสู่วิวอันสวยงามของทะเลพัทยาเหนือ สิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมความบันเทิงครบครัน มีพร้อมให้บริการคุณสำหรับทุกสิ่งที่คุณต้องการ เอ วัน เดอะ โรยัล ครุยส์ ดุจดั่งสวรรค์บนดินที่ตั้งอยู่บนชายหาดที่มีชื่อเสียงและภูมิทัศน์ที่สวยงาม มีห้องพัก deluxe ให้บริการกว่า 500 ห้อง แบ่งเป็นอาคารหรูหรามีระดับ 2 อาคาร นั่นคือ Main Wing และ New Wing พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน บริการที่ยอดเยี่ยม ให้ได้สัมผัสประสบการณ์ที่คุณไม่อาจลืมเลือน นอกจากนี้โรงแรมยังมีห้องสำหรับจัดประชุม สัมมนา งานเลี้ยง งานเลี้ยงส่วนตัว หรืองานเลี้ยงอย่างเป็นทางการ และการจัดงานต่างๆ พร้อมอุปกรณ์ระบบภาพและเสียงที่ทันสมัยครบครัน รวมถึงอินเตอร์เน็ต Wi-Fi และยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ อาทิ อาหารฮาลาลแท้: เดอะฮาเบอร์เรสเตอรองท์, บุฟเฟ่บาร์บีคิวนานาชาติ: บลูเวฟพูลไซด์บาร์ และบุฟเฟ่บาร์บีคิวซีฟู๊ด: มาริไทม์ บาร์แอนด์เรสเตอร์รองท์ และฟื้นฟูสุขภาพของคุณที่ฟิตเนตวัน หรือผ่อนคลายร่างกายและจิตใจที่ อวารินครุยส์สปา เพียงก้าวแรกสู่ล็อบบี้ที่หรูหรา คุณจะพบกับบรรยากาศการต้อนรับที่อบอุ่นและเป็นกันเอง ในสไตล์การตกแต่งแบบเมดิเตอร์เรเนียน ส่วนห้องพักขนาดกว้าง มีให้เลือกทั้งแบบ superior, deluxe และ suites ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางทะเล และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย ทุกห้องออกแบบและตกแต่งโดยเน้นความสบาย พร้อมด้วยบริการที่อบอุ่น รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> เอวัน เดอะ โรยัล ครุยส์ (A-One The Royal Cruise) _____________________________________________ 7. มีสไตล์ เพลส (MeStyle Place) 7. มีสไตล์ เพลส (MeStyle Place) มีสไตล์ เพลส ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ บนถนนสุทธิสาร หรือถนนรัชดาภิเษก อีกทั้งยังง่ายดายในการเดินทางไปยังสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT (สถานีสุทธิสาร) รวมถึงสถานบันเทิงขนาดใหญ่และศูนย์กลางแหล่งช้อปปิ้งชื่อดัง มีสไตล์ เพลส เป็นโรงแรมที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดีแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ห้องพักได้รับการออกแบบมาอย่างโดดเด่นและดีเยี่ยม ภายใต้ออกแบบที่อยู่อาศัยที่ทันสมัย แต่ละห้องมีสภาพแวดล้อมที่มีเอกลักษณ์ เป็นการผสมผสานระหว่างความสะดวกสบายและความหรูหราของห้องพักที่น่าหลงใหลทั้ง 89 ห้อง แต่ละห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยครบครัน พร้อมกับการอำนวยความสะดวกสูงสุดนี้เอง ทำให้คุณได้สัมผัสกับมิติใหม่ๆ ของคำว่าสันทนาการแสนสบาย ห้องพักตกแต่งด้วยผนังที่มีลวดลายสีสัน บางห้องมีพื้นกระเบื้องและเตียงนอนเล่น ห้องพักแต่ละห้องมีเครื่องปรับอากาศ ทีวีจอแบน เครื่องชงชาและกาแฟ และมินิบาร์ MeTaste Kitchen ให้บริการอาหารและมีลานกลางแจ้ง ร้านอาหารแห่งนี้มีพื้นไม้และของตกแต่งหลากดีไซน์ บริการต่าง ๆ ที่ MeStyle Place รวมถึงแผนกต้อนรับส่วนหน้าที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง รูมเซอร์วิสตลอด 24 ชั่วโมง และบริการที่จอดรถฟรี รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> มีสไตล์ เพลส (MeStyle Place) _____________________________________________ 8. นารา แกรนเดอร์ ป่าตอง (Nara Grandeur Hotel Patong) 8. นารา แกรนเดอร์ ป่าตอง (Nara Grandeur Hotel Patong) Nara Grandeur Hotel Patong ตั้งอยู่บนศูนย์กลางหาดป่าตอง ไม่ไกลจากสนามบินนานาชาติภูเก็ต โรงแรมแห่งนี้มาพร้อมดีไซน์ร่วมสมัย สวยโดดเด่นทั้งภายนอกและภายใน ทุกอณูของพื้นที่แฝงกิมมิคสุดเก๋ ด้วยการตกแต่งเป็นรูปกิ่งไม้และใบไม้อันเป็นเอกลักษณ์ ที่ให้ความรู้สึกแตกต่างอย่างลงตัว เมื่อถูกจัดวางเข้ากับผนังปูนเปลือยและพื้นกระเบื้องมันวาว ส่วนการออกแบบภายในห้องพัก ได้รวมเอาพื้นผิวแบบต่างๆเข้าไว้ด้วยกัน อย่างกำแพงอิฐสีขาว พื้นไม้ขัดมัน พื้นห้องน้ำโรยหินกรวด และผนังปูนเปลือย เสมือนคุณได้หลุดเข้ามาพักผ่อนในโลกแห่งดีไซน์อย่างแท้จริง โรงแรมมีทั้งหมด 8 ชั้น พร้อมให้บริการห้องพักจำนวน 110 ห้อง ที่มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งแบบ Standard Room สะดวกสบายตามแบบมาตรฐาน Superior Room เน้นความสดใสสนุกสนานด้วยโทนสีแดง-ขาว Deluxe Room เรียบง่ายสบายตา ในโทนสีฟ้า-ขาว และห้องพักแบบ Nara Suite กว้างขวางสะดวกสบาย พร้อมมินิบาร์และอ่างอาบน้ำส่วนตัว โดยคุณจะไม่พลาดการเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ ด้วยสัญญาณอินเตอร์เน็ตไร้สายตามจุดต่าง และพลาดไม่ได้กับ ห้องอาหารนารา ที่รอเสิร์ฟเมนูสุดพิเศษพร้อมเครื่องดื่มนุ่มลิ้น รวมไปถึง Pool Bar บนชั้นดาดฟ้า ที่คุณจะได้นั่งจิบเครื่องดื่มเบาๆ สูดอากาศสดชื่น และเพลิดเพลินกับวิวภูเขาแบบเปิดโล่งตลอดทั้งวัน รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> นารา แกรนเดอร์ ป่าตอง (Nara Grandeur Hotel Patong) _____________________________________________ 9. มายเวย์ หัวหิน มิวสิค (My Way Hua Hin Music Hotel) 9. มายเวย์ หัวหิน มิวสิค (My Way Hua Hin Music Hotel) โรงแรมมายเวย์ หัวหิน มิวสิค (My Way Hua-Hin) ที่พักแนวใหม่ท่ามกลางภูมิทัศน์ธรรมชาติอันสวยงามของเมืองหัวหิน การตกแต่งอาคาร ระเบียงแฝงไว้ด้วยเสน่ห์ โดยได้รับแรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์จากบ้านดนตรีสไตล์อินดี้ และสถาปัตยกรรมของสถานีรถไฟหัวหินอันมีเอกลักษณ์ ภายในห้องพักประดับประดาด้วยรูปภาพหัวหินในอดีต และเครื่องดนตรีแบบต่างๆ คุณจะรู้สึกเหมือนได้ย้อนวันวานอีกครั้ง สำหรับผู้รักดนตรีและเสียงเพลง คุณสามารถเข้าร่วมกิจกรรมดนตรีที่คุณชื่นชอบ อาทิ เปียโน กีตาร์คลาสสิก รวมไปถึงการขับร้อง ภายใต้การดูแลจากครูที่มีประสบการณ์ จากสถาบันดนตรียามาฮ่า หัวหิน วันหยุดนี้มาพักผ่อนที่มายเวย์ หัวหิน มิวสิค ในบรรยากาศสบายๆเหมือนอยู่บ้าน และเพลิดเพลินไปกับดนตรีที่จะขับกล่อมคุณด้วยรอยยิ้มแสนอบอุ่น รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> มายเวย์ หัวหิน มิวสิค (My Way Hua Hin Music Hotel) _____________________________________________ 10. ดิ แอดเวนเจอร์ เชียงใหม่ (The Adventure Chiangmai Hotel) 10. ดิ แอดเวนเจอร์ เชียงใหม่ (The Adventure Chiangmai Hotel) ดิ แอดเวนเจอร์ เชียงใหม่ ห้องพักทั้งหมด 72 ห้อง ออกแบบทันสมัย เป็นส่วนตัวด้วยห้องพักที่ตกแต่งสวยงาม เครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น เครื่องปรับอากาศ, ภาพยนตร์ชมในห้องพัก, โต๊ะเขียนหนังสือ, เครื่องเป่าผม , รูมเซอร์วิส 24 ชั่วโมง, บริการซักรีด/ซักแห้ง, ร้านอาหาร, , มีบริการรถรับส่งที่สนามบิน โรงแรม ดิ แอดเวนเจอร์ บริการอาหารไทย-จีน และเครื่องดื่มตลอด 24 ชั่วโมง และ CNX Cafe ให้ทานลิ้มลองกาแฟสด โรงแรม ดิ แอดเวนเจอร์ ให้เป็นสถานที่พักผ่อนอย่างแท้จริง ทำให้ท่านที่มาพักอยู่ในโรงแรมแห่งนี้ได้รับความสุขกายสบายใจ สะดวกสบาย และอบอุ่นใจเสมือนเป็นบ้านของท่านเอง ดิ แอดเวนเจอร์ เชียงใหม่ ขอเสนอประสบการณ์ที่แตกต่างของห้องที่ถูกออกแบบมาในธีมอันหลากหลาย เช่น โลกใต้น้ำ อวกาศ ฮาเร็ม จูราสสิก วาเลนไทน์ คลาสสิค คาสิโน ขนมปัง ห้องกระจก พรีเมียร์ลีก และรูปแบบคาราวาน รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ดิ แอดเวนเจอร์ เชียงใหม่ (The Adventure Chiangmai Hotel) บทความเกี่ยวข้อง   10 ที่พักในไทย บรรยากาศเหมือนเมืองนอก  15 ที่พักริมน้ำ เที่ยวพักผ่อนสบายๆ  10 โรงแรม สไตล์โมเดิร์น ในประเทศไทย  10 สุดยอด โรงแรมสวยขั้นเทพ ในไทย 10 ที่พักร่มรื่นเกินคำบรรยาย ส่งท้ายหน้าฝน

เย็นนี้รู้ผล! สุริยัน ลั่นน็อก ชินซึเกะ แย่งแชมป์โลกWBCกลับไทย
wbc /  ชินสึเกะ / 

ความเคลื่อนไหวของ เจ้าไมค์ สุริยัน ศ.รุ่งวิสัย ผู้ท้าชิงรองแชมป์โลกอันดับ 1 ชาวไทย ที่เตรียมทำศึกชิงแชมป์โลก ไฟต์บังคับ รุ่นแบนตั้มเวต (118 ปอนด์) สภามวยโลก (WBC) กับ ชินสึเกะ ยามานากะ แชมป์โลกชาวญี่ปุ่น วันนี้ (22 ต.ค.57) เวลา 18.00 น. ช่อง 7 สี ถ่ายทอดสด ล่าสุดเมื่อ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการชั่งน้ำหนักอย่างเป็นทางการ ปรากฎว่า สุริยัน ศ.รุ่งวิสัย ขึ้นชั่งครั้งเดียวผ่านสบาย 117.25 ปอนด์ ส่วน ชินสุเกะ ชั่งครั้งเดียวผ่านเช่นกันที่ 118 ปอนด์เท่าพิกัด โดย สุริยัน เปิดใจว่า ซ้อมมาดีที่สุดในชีวิต พร้อมแล้วที่จะพิชิตแชมป์โลกชาวญี่ปุ่น และเตรียมได้แก้ทางมวยซ้ายมาแล้ว ตนไม่หวั่นที่เสียเปรียบทุกอย่าง ตนจะน็อกแชมป์โลกให้ได้เป็นคนแรก สำหรับสถิติการชกของทั้งคู่ ชินสึเกะ ยามานากะ ชนะ 21 ครั้ง (น็อก 16) เสมอ 2 ครั้ง ยังไม่เคยแพ้ใคร ป้องกันแชมป์ชนะรวด 6 ครั้ง 5 ครั้งหลังสุดชนะน็อกทั้งหมด ด้าน สุริยัน ซึ่งเป็นอดีตแชมป์โลก รุ่นซูเปอร์ฟลายเวต (115 ปอนด์) สภามวยโลก (WBC) ชนะ 37 ครั้ง (น็อก 16) แพ้ 5 ขอบคุณภาพจาก : มวยโลกในสายเลือด2554

แฉเว็บ thaivoicemedia ปั่นข่าว 'เจ๊ยุ' ฉะ 'ประยุทธ์'
จอม เพชรประดับ /  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา / 

ชาวเน็ตขุดเบื้องหลังเว็บไซต์  "thaivoicemedia.com" เผยเสื้อแดงเป็นผู้ตั้ง "จอม เพชรประดับ" เป็นควบคุมดูแล จากกรณีที่นางยุวดี ธัญญสิริ ผู้สื่อข่าวอาวุโส ประจำทำเนียบรัฐบาล วิพากษ์วิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ผ่านทางเว็บไซต์ "thaivoicemedia.com" โดยมีถ้อยคำที่เย้ยหยันหลายประโยคอาทิ "การแถลงข่าวของ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ละครั้ง แทนที่จะเอาข้อเท็จจริงที่นักข่าวสงสัยมาอธิบาย หรือมาชี้แจง กลับมาสอน มาอบรมนักข่าว บางทีพูดอบรมข่มขู่นักข่าว เป็นชั่วโมง หาบ้านเมืองจึงไม่จบ นี่ไม่ใช่วิสัยของผู้นำที่มีพฤติกรรมแบบนี้" “จะบอกว่าเมื่อลงข่าวไปแล้ว เกิดความเสียหายขึ้น ใครรับผิดชอบ นักข่าวและต้นสังกัดของนักข่าวฉบับนั้น ๆ เขารับผิดชอบของเขาอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วงเขาหรอก ห่วงตัวเองให้รอดก่อนดีกว่าเถอะ” กระทั่งต่อมา นางยุวดีได้ออกมาปฏิเสธว่า ไม่เคยให้สัมภาษณ์แก่เว็บไซด์ดังกล่าว ไม่ทราบเอาข้อความจากไหนมาเผยแพร่ ล่าสุด เฟซบุ๊คเพจชื่อ "ขบวนการเสรีไทยเฟซบุ๊ค" ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับเบื้องหน้าเบื้องหลังของเว็บไซด์ที่ชื่อ "thaivoicemedia.com" ที่เผยแพร่บทสัมภาษณ์ของนางยุวดี โดยระบุว่า ได้มีเเนวร่วมคนเสื้อเเดง ได้เคยโพสต์ข้อความ บนเฟซบุ๊ค โดยมีการกล่าวอ้างว่า www.thaivoicemedia.com อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ "จอม เพชรประดับ" พิธีกรรายการข่าวชื่อดัง โดยมีข้อความบางช่วงบางตอนดังนี้ "แกนนำคนสำคัญของ RED USA จึงได้จดทะเบียน domain ขึ้นทันทีกลางที่ประชุมในวันนั้น โดยใช้เวลาไม่นานก็เสร็จภายใต้ชื่อ www.thaivoicemedia.com พร้อมจด .net, .org และ .info รวมเข้าไว้ด้วย เพื่อป้องกันผู้อื่น นำเอาชื่อ thaivoicemedia ไปใช้ เพราะสื่อนี้เป็นของผู้รักประชาธิปไตยเท่านั้น ภายใต้การกำกับดูแลของ "จอม เพชรประดับ" การดำเนินการสร้าง web site เป็นไปอย่างรวดเร็ว ด้วยความช่วยเหลือจาก ดร.ริชาร์ด แห่ง Internet To Freedom และจากการประสานงานอย่างใกล้ชิดของแกนนำ RED USA เว็บ www.thaivoicemedia.com ใช้โครงสร้างเดียวกัน กับโครงสร้างเว็บของทำเนียบ White House ที่ยากต่อการบล็อก ซึ่งจากข้อมูลที่เผยแพร่ออกมา เว็บไซต์ดังกล่าวถูกมองว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มเสื้อแดง เนื่องจากระบุว่า มีแกนนำคนสำคัญของ RED USA ได้จดทะเบียนเว็บไซต์ และกำกับดูแลโดย “จอม เพชรประดับ” ซึ่งเป็นผู้ที่ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นนักข่าวประเภท “อิงเสื้อแดง” มาตลอด MThai News