วิสัยทัศน์

ผู้บัญชาการคนใหม่! ไบรอัน แครนสตัน เป็น ซอร์ดอน ใน Power Rangers
Bryan Cranston /  Entertainment / 

ผู้บัญชาการคนใหม่! ไบรอัน แครนสตัน เป็น ซอร์ดอน ใน Power Rangers สำหรับแฟน ๆ Breaking Bad ที่ยังคิดถึงไบรอัน แครนสตัน ตอนนี้เขาได้ปรากฏตัวอีกครั้งในภาพยนตร์เรื่อง Power Rangers ในบท ซอร์ดอน ไม่ใช่ครั้งแรกที่ ไบรอัน แครนสตัน (Bryan Cranston) เป็นส่วนหนึ่งกับ Power Rangers เพราะก่อนหน้านี้เจ้าตัวเคยให้เสียงพากย์เป็นปีศาจ Snizard และ Twin Man ในพาวเวอร์เรนเจอร์ฉบับฉายทางโทรทัศน์ และหนึ่งในตัวละครอย่างพาวเวอร์เรนเจอร์สีฟ้าก็ใช้นามสกุลแครนสตันอีกด้วย “พวกเขาตั้งชื่อพาวเวอร์เรนเจอร์ตามผม พาวเวอร์เรนเจอร์สีฟ้าใช้นามสกุลว่าแครนสตัน ไบรอัน แครนสตัน”  ไบรอันกล่าวกับ IGN ดูบทความต้นฉบับ : Bryan Cranston to play Zordon in the new 'Power Rangers' movie

แล้วคุณจะทึ่ง! 12 วันในเกาหลีเหนือ กับภาพพาโนรามาของเมืองแห่งคอมมิวนิสต์
รูปภาพท่องเที่ยว /  สถานที่ท่องเที่ยว / 

เมื่อพูดถึงประเทศเกาหลีเหนือ หลายคนก็จะนึกถึงประเทศสังคมนิยม เผด็จการ ดูแล้วไม่มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจสักเท่าไหร่ แต่ถึงมีเราก็คงไม่ค่อยอยากไปอยู่ดี ใช่ไหม? ชายคนนี้ได้ถ่ายภาพระหว่างการท่องเที่ยวในเกาหลีเหนือ ตามเมืองต่างๆ เป็นเวลา 12 วัน และเขาก็ได้ถ่ายภาพความงามของแต่ละเมืองแบบพาโนรามามาให้ชมกัน! (อ่านเพิ่มเติม เที่ยวเกาหลีเหนือ มีอะไรน่าสนใจบ้าง ) แล้วคุณจะทึ่ง! 12 วันในเกาหลีเหนือ กับภาพพาโนรามาของเมืองแห่งคอมมิวนิสต์ ผมไปเที่ยวประเทศเกาหลีเหนือครั้งแรกในปี 2014 และใช้เวลา 12 เที่ยวไปตามเมืองต่างๆ พร้อมกับภรรยา เราเดินทางไปหลายที่ เช่น เปียงยาง เมืองหลวงเกาหลีเหนือ, แคซ็อง ที่ขึ้นชื่อเป็นเมืองมรดกโลก, พย็องซ็อง ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตก, แซมจิยอน, Masikryong Ski Resort สถานที่เล่นสกีแห่งใหม่ รวมถึงปีนเขา เพ็กตู (Paektu) เพื่อขึ้นไปชมความงามของทะเลสาบ ที่ตั้งอยู่ติดชายแดนของจีน ถึงแม้หลายคนเคยได้ยินความน่ากลัววของประเทศนี้มามาก แต่ผมแค่อยากจะให้ทุกคนเห็นอีกด้าน มุมมองจากกล้องของผม อีกด้านที่มีความสวยงามของภูมิประเทศ ภูมิทัศน์ บ้านเมืองสะอาด ผู้คนอัธยาศัยดีและเป็นมิตร ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือเศรษฐกิจ The Grand Monument at Mansu Hill : อนุสาวรีย์มันซูแด ตั้งอยู่บนเนินเขามันซูแด ใจกลางเมืองหลวงกรุงเปียงยาง Mansudae Grand Monument - อนุสาวรีย์มันซูแด Sunset view overlooking the Grand People’s Study House : ห้องสมุดประชาชน หนึ่งในสถานที่ทางการศึกษาที่มีความสำคัญมากที่สุดในเกาหลีเหนือ ซึ่งสามารถมองเห็นจัตุรัส คิม อิล ซุง Juche Tower & Kim Il Sung Square : จัตุรัส "คิม อิล ซุง" จัตุรัสที่สำคัญมากที่สุดในเกาหลีเหนือ เป็นสถานที่ปรากฏในสื่อเมื่อมีการเดินสวนสนาม การปลุกระดมและการแสดงแสนยานุภาพ Study Hall in the Grand People’s Study House - ห้องสมุดประชาชน The city of Pyongyang - วิวพาโนรามาของกรุงเปียงยาง A farmer and his child at the Chonsam Cooperative Farm National Day celebration outside Kim Il Sung Stadium Monument to Party Founding : อนุสาวรีย์วันก่อตั้งพรรคแรงงาน อนุสาวรีย์แห่งนี้มีความสูงกว่า 50 เมตร และการเต้นรำขนาดใหญ่จะจัดขึ้นที่นี่ในช่วงวันหยุดราชการของเกาหลีเหนือ Monument to the 3 Charters of Reunification - อนุสาวรีย์รวมชาติเกาหลี Korean Demilitarized Zone (DMZ) in Panmunjom - ชายแดนระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ Kumsusan Palace of the Sun : วังพระอาทิตย์กุมซูซาน หอที่เคยเป็นที่ประชุมสภาและทำเนียบของอดีตประธานาธิบดีคิม อิล ซุง พอถึงแก่อนิจกรรม ลูกชายที่เป็นประธานาธิบดีคนต่อมาก็เปลี่ยนหอ และทำเนียบให้เป็นสถานที่เก็บศพพ่อ พอลูกชายเสียชีวิต หลานที่เป็นประธานาธิบดีคนปัจจุบัน ก็เอาศพพ่อไปเก็บไว้ในสถานที่เดียวกับที่เก็บศพปู่ วังพระอาทิตย์กุมซูซานจึงเป็นที่เก็บศพขนาดใหญ่ที่สุดสำหรับผู้นำคอมมิวนิสต์ Kaesong City : เมืองแคซ็อง  เดิมมีชื่อว่า ช็องโด เป็นเมืองหลวงเก่าของเกาหลีสมัยราชวงศ์โครยอ The city of Wonsan : เมืองว็อนซัน เป็นเมืองท่า ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลญี่ปุ่น ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเกาหลีเหนือ เป็นเมืองหลวงของจังหวัดคังว็อน เป็นเมืองวิศวการและเป็นศูนย์กลางทางด้านวัฒนธรรม Ullim Waterfall, Wonsan - น้ำตกอูลิ่ม, ว็อนซัน จุดชมวิวบนยอดเขา Masikryong The city of Pyongyang - วิวพาโนรามากรุงเปียงยาง Victorious Fatherland Liberation War Museum : พิพิธภัณฑ์สงครามปลดปล่อยแผ่นดินปิตุภูมิ จัดแสดงภาพวาดที่สวยงาม อาวุธที่เคยใช้ระหว่างสงครามกลางเมืองเกาหลี (1950-1953) และเรื่องราวของการฟื้นฟู ซึ่งอธิบายถึงการปลดแอกประเทศและความพ่ายแพ้ของสหรัฐ ภาพมุมสูงของประเทศเกาหลีเหนือ Pyongyang Sunan International Airport Airstrip - สนามบินนานาชาติ Mount Paektu : เขาเพ็กตู ถือเป็นเขาศักดิ์สิทธิ์ของชนชาติเกาหลีเหนือ ตั้งอยู่บริเวณพรมแดนจีน - เกาหลีเหนือ Heaven Lake of Mount Paektu : ใจกลางภูเขาจะเป็นแอ่งทะเลสาปขนาดใหญ่ ชื่อ ทะเลสาปแห่งสรวงสววรค์ และยังถูกขนานนามว่า "เขา 3 วิญญาณ" คือ จิรีซาน ฮัลลาซาน เบ็กตูซาน The Grand Monument at Samjiyon Pyongsong City - กรุงเปียงยาง Juche Tower : หอคอยจูเช มีความสูงกว่า 170 เมตร เป็นสัญลักษณ์ของลัทธิจูเชในเกาหลีเหนือ ในภาพถ่ายเป็นช่วงเทศกาลกลางฤดูใบไม้ผลิ ติดตามเพิ่มเติม reubenteo.com Source : boredpanda.com , north-korea-travel.com

เที่ยวอินโดฯ
ที่เที่ยวอินโดนีเซีย /  ภูเขาไฟโบรโม่

อินโดนีเชีย เป็นประเทศที่มีความสวยงามทางธรรมชาติและวัฒนธรรมอยู่หลายที่ สถานที่ขึ้นชื่อของที่นี่ก็เช่น เกาะบาหลี (Bali), วัดบุโรพุทโธ (Borobudur), โทราจาแลนด์ (Torajaland), วัดพรัมบานัน (Prambanan Temple) เป็นต้น นอกจากนี้อีกหนึ่งสถานที่ที่ควรไปมากๆ ก็คือ ภูเขาไฟโบรโม (Mount Bromo) ที่ตั้งอยู่ทางทางตะวันออกของเกาะชวา โดยเพจเฟสบุ๊ค Coundsheck's journey. จะพาเราไปแอดเวนเจอร์กัน งานนี้นอกจากจะได้ชมภูเขาไฟแล้ว ยังนั่งรถจี๊ป ขี่ม้า ฝ่าน้ำตก อีกด้วย เที่ยวอินโดฯ "East Java" หมู่เกาะชวา ชมภูเขาไฟ นั่งรถจี๊ป ขี่ม้า ฝ่าน้ำตก แอดเวนเจอร์สุดติ่ง! บอกไปอินโดฯ ใครๆก็นึกว่าไปบาหลี แต่คราวนี้เราขอออกนอกเมือง พาทุกคนไป East Java หรือหมู่เกาะชวาตะวันออก แหล่งที่อุดมไปด้วยภูเขาไฟที่ยังระเบิดได้ พร้อมภูมิทัศน์สุดเซอเรียล งานนี้เรานั่งรถจี๊ป ขี่ม้า ฝ่าน้ำตก แอดเวนเจอร์สุดตั้งกะเที่ยวมาา ถึงดูลุย แต่ไปฟอลโล่วกันได้ไม่ยากแน่นอน อ้ะ พร้อมล้ะ ลุย!!! ทริปนี้เริ่มจากเรานั่งเครื่องบินไปลงที่ Surabaya (สุราบายาเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของอินโด) เพื่อพบคนขับรถที่เราดีลไว้ตั้งแต่แรก (ซึ่งวิธีดีลจะบอกท้ายโพสน้ะ) เพื่อขับรถยาว 5 ชม. ออกจากสุราบายาไปถึงจุดหมายแรกของเรา นั่นก้คือโบรโม่! กว่าจะไปถึงโบรโม่ก็เป็นเวลาสองทุ่มแล้ว เราเข้านอนเร็วมากเพราะวันต่อมาเราต้องตื่นตั้งแต่ตี 2 เพือขึ้นไปดูวิวพระอาทิตย์ขึ้น ตื่นปุ้ปรีบขึ้นรถขับคลุกคลุกคลุก ขึ้นเขา penanjakan mountain ซึ่งเราจะสามารถเห็นภูเขาพีคๆ ทั้งหมดของแถบนี้ได้จากบนเขาแห่งนี้ ขับวกไปวนมา ประมาน 45 นาที เราเริ่มรู้สึกได้ว่าปริมาณรถรอบตัวนี่หนาแน่นมาก และด้วยความที่เราตื่นสาย จุดชมวิวยอดฮิตรถติด! 5555 คนขับจึงพาเราเดินเลาะเข้าป่า ไปยังจุดชมวิวอีกที่ที่มีชื่อว่า kingkong view, รอพระอาทิตย์กันไปสาม ชม. แสงเริ่มมา พอพระอาทิตย์ขึ้นมาชนยอดเขาเท่านั้นแหล่ะ โอ้โหหหหหหหหหหห รู้แล้วทำไมคนชอบดูพระอาทิตย์ขึ้น ดีมากกกกกกกกกกก และนี่คือสิ่งที่ทำให้เรายอมตื่นสายขึ้นมาบนนี้ ที่เห็นตรงหน้าคือภูเขา Batok ส่วนที่พ้นควันม้วนๆ นั่นแหละคือ Bromo Bromo เป็นหนึ่งในภูเขาที่ยัง active บนเกาะชวา เลยไม่แปลกที่พ่นควันปุ๋ยๆ พร้อมระเบิดได้ (ถ้าจำไม่ผิด โบรโม่ระเบิดครั้งล่าสุดเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว) พระอาทิตย์เป็นลำๆๆๆๆๆ ใครชอบถ่ายรูปเวอร์วังเก็บแลนด์สเคปอลัง น่าจะชอบ เราลงจากจุดชมวิว ไปกันต่อ ลืมบอกไปว่า ในช่วงที่เราเที่ยวไปทั่วเขตโบรโม่ เราจะใช้รถจี๊ป เพราะสามารถลุยกับพื้นที่ได้มากกว่ารถกึ่งๆ รถตู้ที่เรานั่งมา แถวนี้เลยเต็มไปด้วยรถจี๊ปหลายร้อยคัน ชอบมาก สนุกกกก ตื่นเต้นมากก ไม่เคยนั่ง 5555555 เรามาจอดรถที่ลาดดินสีเทากว้างๆ ด้านหน้าของโบรโม่ คาดว่าที่เป็นสีนี้เพราะดินตะกอนภูเขาไฟ เพราะเดี๋ยวเราจะขึ้นไปชมปากปล่องถูเขาไฟแบบใกล้ชิดกัน ตรงลานนี้นอกจากจะมีรถจี๊ปแล่นไปมา ยังมีม้าจำนวนมาก รอพาเราขึ้นไปที่โบรโม่ เพราะจากตรงนี้ ต้องเดินทางอีก 3 กิโลแหนะ แน่นอนมาถึงแล้วใครมันจะเดิน เราเลือกขี่ม้าในราคา 100000 รูปี หรือราวๆ 250 บาท โดยจะมีคนจูงเราและน้อง(ม้า) เดินผ่านโตรกเขาต่างๆเพื่อไปถึงฐานของโบรโม่ ตอนแรกเกร็งมาก ปีนนู่นปีนนี่กลัวน้องเจ็บ แต่คนจูงเราบอก น้องโอเคคคคคคค  ที่เชิงภูเขามีม้าจำนวนมากที่รอนักท่องเที่ยวลงมาจากเขาเพื่อขี่กลับไปที่รถจี๊ป คนจูงม้าของเราชื่อ Sandi ให้การ์ดชื่อเค้ากะเราไว้ บอกว่าปีนขึ้นไป ละลงมาให้เรียกเค้าน้ะ เด่วเค้าพาม้ามารับเรากลับ เมื่อมองกลับไปก็รู้ว่าน้องม้าพาเราผ่านด่านภูมิประเทศยุบยับมาไกลมั่กกก นี่คือบรรไดที่เราต้องปีนไปอีกต่อเพื่อให้ถึงปากปล่องของโบรโม่ สังเกตุว่าคนเยอะมาก เพราะงั้นไม่ต้องกลัวว่ามาล้ะจะเปลี่ยว บางคนก็ไม่ปีนบันได ปีนเอาเองสดๆเลย และเมื่อปีนไปถึง นี่คือปากปล่องของโบรโม่ในตำนานนนนนน โอ่ย ตื่นเต้นน้ะ กลัวระเบิดด้วย 555555555 นี่คือร่องรอยจากการประทุ แน่นอนที่เป็นเส้นๆคืออดีตทางไหลของลาวาจากโบรโม่นั่นเอง  บนปากปล่องมีสันเล็กๆให้เราเดินสำรวจรอบปากปล่องได้ด้วยน้ะ ใครปีนได้ระดับไหน สำรวจกันตามสบายเลยยย  ภูมิประเทศเมื่อมองจากปากปล่องง ที่เห้นเป็นเหมือนอาคิเต็กเจอร์อะไรบางอย่าง นั่นคือวัดฮินดู วัดเดียวของแถวนี้เลย ข้างๆเราคือ Batok ภูเขาที่เราเห็นจากจุดชมวิวนั่นเอง คนที่นี่มีความเชื่อเรื่องการไหว้เทพเจ้า จึงมีคนขายดอกไม้ เพื่อใช้สักการะ เห็นคนซื้อไป เพื่อโยนลงไปในปากปล่องเพื่อบูชาเทพ ตามความเชื่อของอินดู ไกด์เราบอกว่าดอกไม้พวกนี้อยุ่ได้ 5 ปีโดยไม่เหี่ยวน้ะ  จากโบรโม่ เรานั่งรถจี๊ปไปทุ่งหญ้าลับด้านหลังกันต่อ ใครจะรู้ว่ามีทุ่งหญ้าเขียว วิวเวอร์วังมาซ่อนอยู่หลังภูเขาไฟที่ก่อนหน้านี้เป็นที่ราบสีเทาขนาดยักษ์  เหมือนวาร์ปมาอยู่ที่ไหนซักที่ที่ไม่เชื่อว่าจะเป็นอินโด  รถจี๊ปบางคันนั่งบนหลังคาได้ เจ๋งอ้ะ อยากเล่นบ้าง น่าสนุก ถ่ายรูปไปเรื่อยเจอกลุ่มควันสีขาวขนาดยักษ์ลอยมา มันไม่ใช่ควันอะไรหรอก แต่มันคือเมฆ! แบบเดียวกะเมฆที่ลอยบนท้องฟ้าเลย ที่ี่เป็นที่ราบสูง สูงมากระดับเมฆวิ่งเล่นได้นั่นแหละ เราเลยบอกคขับให้ขับรถไปหากลุ่มเมฆ นี่คือวิวตอนเราอยู่ข้างในนั้น คือแบบ เซอร์เรียลมาก จอดรถลงไปถ่ายรูปสิครัช รออะไร 555555555 เซอร์เรียลจริงน้ะ รู้สึกโชคดีมากที่ได้เจอไรงี้ นี่คือรถเรากะคนขับรถชื่ออีวาน อีวานบอกว่า อ้ะๆ แกรๆ เราต้องไปต่อน้ะ จอดตรงนี้นานๆ อาจมีใครวิ่งฝ่าหมอกมาชนเราได้น้ะ 5555555 เราบอกลาโบรโม่ ขับรถลงเขาเพื่อมาแวะที่ Madakaripura น้ำตกอีกที่ที่พีคไม่แพ้กัน เริ่มจากเดินจากปากทางเข้าไปกิโลกว่าๆเราจะเห็นเส้นสีขาวอยู่ลิบๆ  ล้ะเข้าใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ที่นี่มีเพิงไว้ให้นั่ง ให้หลบฝน ให้ใส่เสื้อกันฝนด้วย เพราะแถวนี้ชื้น ฝนตกเป็นปรกติ เราใส่เสื้อกันฝน เดินสวนไปตามน้ำตกเล็กๆเพื่อขึ้นไปต้นทางน้ำ อ้ะนี่ไงเริ่มเข้าใกล้เป้าหมายล้ะ  ที่ใส่เสื้อกันฝน ฝนไม่ได้ตกแต่อย่างใด แต่เราต้องลอดน้ำตกอื่นๆเข้ามา! กว่าจะมาถึงตรงนี้ ขออถัยไม่มีรูปลอดน้ำตก เพราะมันเสี่ยงเกินกว่าจะเอากล้องขึ้นมาถ่ายจริงๆ สงสารเราหน่อย 55555555555  คือรอบๆดีมากกกกกก ฟินมากกกกกก รูปไม่สามารถเล่าความเซอเรียลและยิ่งใหญ่ของน้ำตกได้จริงๆ แต่ขอให้มา เชื่อเรา (เสื้อกันฝนกะรองเท้าแตะมีขายตรงทางเข้าด้วยน้ะ 25-30 บาท ไม่แพงเลย) ออกจากน้ำตก เราขับรถอีก 7 ชั่วโมง เลียบทะเล ลงไปทางใต้เพื่อไปภูเขาไฟ มิชชั่นของเราอีกลูกคือ Kawha Ijen! เราขับรถมาถึงเขตของ Ijen ก็เป็นเวลาดึกอีกแล้วตามสไตล์ แต่พีคกว่าคือ พรุ่งนี้เราต้องเดินขึ้นเขาตอนตี 1! งานนี้เราบอกเลยว่า ขอให้ฟิตร่างกายมาให้พร้อม ! ตั้งแต่ตี 1 เราเดินขึ้นเขาพร้อมด้วยเพื่อนมากมาย เดินขึ้นเนินชันไม่ต่ำกว่า 40 องศา เป็นระยะทางประมาน 3-4 กิโล (แต่เดินจริงโครตไกล อย่าไปเชื่อ) บอกเลยว่าเหนื่อยสลบ เราเดินสลับพักหลายรอบสุดๆ อ้วกไป 1 รอบ (จริงๆ) จะตายมาก กว่าจะผ่านทางชันมหาโหดมาเป็นทางที่ไม่ชันมาก เรียบๆ ช่วงใกล้ถึงยอดเขา แต่พอขึ้นมาเจอกลุ่มควัน และทะเลสาปสีฟ้าข้างหน้า คือแบบ โอ้ยยยยย ยอมมมมมมมม คุ้มมากกกกกก สลบบบบ แต่ก่อนอิเจี้ยนยังไม่มีทะเลสาป แต่พอผ่านการระเบิดครั้งล่าสุดมา อยู่ดีดีก็เปิดเป็นทะเลสาปสีฟ้าขึ้นปากปล่องอิเจี้ยน  เนื่องจากอยากเห็นทะเลสาปใกล้ๆ เลยปีนตามทางคนเหมืองลงไปด้านล่าง ของภูเขาไฟ สวยมั้ยล่าาาาาาาาาาา สลบบบ นอกโลกมากกกก เข้าใกล้ได้อีกจึ๋งนึง ควันกำมะถันเริ่มเปลี่ยนทิศมาทางเรา เลยต้องปีนกลับขึ้นมาด้านบน ต้องบอกก่อนว่าที่อิเจี้ยนนี่ เป็นเหมืองแร่กำมะถันด้วย ถ้าเราปีนลงไป อาจโดนรมควันกำมะถันตาย ควันเริ่มเปลี่ยนทิศไล่หลังมา นี่คือเพื่อนร่วมทริปที่ยังยืนหยัดเก็บภาพจนนาทีสุดท้าย ตัดมานาทีต่อมา พวกเรากำลังกินน้ำ หาผ้าปิดปาก เพราะควันจากกำมะถันสูดเข้าไปแล้วแสบคอมาก แสบตานิดๆด้วย ปีนขึ้นมาด้านบนให้พ้นกลุ่มควัน นี่คือไกด์ผู้นำเราปีนเขาและปีนลงไปข้างล่างด้วย ถามเราตลอดตอนขึ้นเขาว่าโอเคมั้ย คือตอนปีนนี่ น้องไม่โอเคคคคค พูดเลยยยยยย นักท่องเที่ยวเพียบ เซอร์เรียลสุด นี่ดาวอังคารรึเปล่า หรือดาว dr.mann ในอินเตอร์สเตลล่า ต้นไม้ใบไม่แถวๆนั้นเป็นสีเทาๆ ไม่รู้เกิดจากใครเผา หรือเอฟเฟคจากภูเขาไฟ (สรุปอาจจะเกิดจากกำมะถัน >,<) พระอาทิตย์เริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ตอนเราขึ้นมาพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว เราอดดู บลูเฟรม ไปตามระเบียบ (ลาวาสีฟ้า ที่เราต้องมาให้ถูกช่วงเวลาคือก่อนพระอาทิตย์ขึ้น และยังมีแสงจันทร์เท่านั้น เราถึงจะเห็น) สวยสลบ เหมือนหิมะ แต่ไม่ใช่ ถ่ายรูปจนพอใจ เราก็เดินลงจากยอดเขา เจอพี่คนนี่ นั่งกินกาแฟและพรินเกิ้ล อยู่ข้างทาง ชิลมากกกกกกก มันต้องแบบนี่เซ่ ระหว่างทางก็มีพี่ๆชาวเหมืองเดินสวนไปสวนมา ขนแร่กำมะถันไปขายตลอด  ตรงกลางทางจะมีจุดให้นั่งพัก ขายบะหมี่ pop mie นี่แหละ คือถึงจุดนี้รู้ตัวว่าหิวล้ะ ต้องจัดหน่อย การมาอินโดคำฮิตที่ควรรู้เลย คือ AYAM แปลว่า ไก่ 55555 คำอื่นๆที่น่าจะรู้ คือ NASI = ข้าว, GORENG = ผัด, AYAM = ไก่, MIE = หมี่  คนที่ลงมาจากเขาเค้าก็จะมานั่งพักกัน ก่อนเดินลงต่อไป เราใช้เวลา ชม กว่าๆ ลงมาถึงตีนเขา แต่ตอนขึ้นนี่ สาม ชม เลยน้ะะะ เอาซี่ คนเรา เราบอกลาอิเจี้ยน ขับรถยาวๆ 10 ชม. กลับสุราบายา จบทริปโดยสมบูรณ์ ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ คือพาร์ทนี้ยาวมากจริงๆ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กันบ้าง ข้อมูลอื่นๆ วิธีติดต่อรถและไกด์ : เราใช้เอเจนซี่ชื่อ Tommy ด้วยการอีเมล์ไปสอบถาม และพิมพ์แพลนการเดินทางของเราไปให้ทอมมี่ เพื่อจองรถและไกด์ จากนั้นทอมมี่ก็จะนัดวัน ที่เราจะมา แล้วเค้าจะมารับเราถึงสนามบิน ขับรถพาเราไปในทุกที่เบื้องต้น ซึ่งค่าใช้จ่ายเราตกคนละประมาน 2 ล้านรูปี / คน (ประมาณ 5000 บาท) ติดต่อได้ตามอีเมลนี่เลย Tommy(blueisland_024@yahoo.com) ปล. จากอิเจี้ยน เราสามารถไปบาหลีต่อได้ด้วยน้ะ คนขับรถจะพาเราไปถึงท่าเรือเลยแหละ ปล2. ใครงงตรงไหน อินบ้อกซ์มาถามได้เลย ยินดี ขอบคุณข้อมูล และรุปภาพจาก https://www.facebook.com/coundsheckjourney/ ติดตามทริปท่องเที่ยวสนุกๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่เลยค่ะ https://www.facebook.com/coundsheckjourney/

MINI Driving Experience 2016 กับการเทสต์ไดรฟ์โชว์ความเหนือระดับของMini
Driving Experience /  mini / 

มินิ ประเทศไทย นำทัพสื่อมวลชนมุ่งหน้าสู่สนามปทุมธานี สปีดเวย์ เพื่อร่วมสัมผัสสมรรถนะและดีไซน์อันยอดเยี่ยม เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ของยานยนต์ระดับตำนานจากอังกฤษ กับรถยนต์มินิรุ่นล่าสุด ทั้ง มินิ คลับแมน มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์กส์ และมินิ คูเปอร์ เอสดี ออลโฟร์ คันทรีแมน พาร์คเลน ในงาน MINI Driving Experience 2016 เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2559      “รถยนต์มินิทุกรุ่นถือเป็นสัญลักษณ์แทนความสนุกในการขับขี่ พร้อมด้วยงานออกแบบที่โดดเด่น แตกต่าง ไม่ซ้ำใคร” คุณปรีชา นินาทเกียรติกุล ผู้จัดการทั่วไป มินิ ประเทศไทย กล่าว “นับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2558 ที่ผ่านมา เราได้ทยอยนำยนตรกรรมมินิรุ่นล่าสุดเข้ามาสร้างสีสันให้แฟนๆ ชาวไทยได้ตื่นตาตื่นใจ เพื่อต่อยอดความสำเร็จของมินิในฐานะผู้นำตลาดรถยนต์คอมแพคหรูของเมืองไทย และในโอกาสนี้ เราก็พร้อมแล้วที่จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ครบเครื่องในสไตล์มินิให้ได้สัมผัสกัน” มินิ คลับแมน โฉมใหม่ ใหญ่ที่สุดในตระกูลมินิ      ด้วยความยาวที่เพิ่มขึ้น 27 เซนติเมตร กว้างขึ้น 9 เซนติเมตร และฐานล้อที่ยาวขึ้น 10 เซนติเมตรเมื่อเทียบกับรถยนต์มินิ แฮทช์ 5 ประตู มินิ คลับแมน โฉมใหม่ จึงเป็นรถยนต์มินิที่มีขนาดใหญ่ที่สุด พร้อมตอบรับทุกการใช้งานด้วยช่องเก็บสัมภาระที่มีความจุมากถึง 360 ลิตร และยังสามารถขยายขนาดเพิ่มขึ้นเป็น 1,250 ลิตร เมื่อทำการพับเบาะที่นั่งหลังซึ่งแยกกันที่ 40:20:40 ส่วนฝากระโปรงท้ายแบบบานพับสองข้างใช้วัสดุโลหะที่โดดเด่นสะดุดตา เป็นอีกจุดเด่นชวนมองในส่วนท้ายของ มินิ คลับแมน โฉมใหม่ เสากลางระหว่างบานกระจกซ้าย-ขวามีขนาดเล็กลงกว่าในรุ่นก่อนหน้า ซึ่งช่วยเพิ่มวิสัยทัศน์ในการมองด้านหลังให้ดียิ่งขึ้น ทั้งยังสะดวกสบายด้วยการเปิดประตูแบบไม่ต้องสัมผัส เพียงใช้เท้าไปจ่อที่บริเวณใต้กันชนท้ายเมื่อมีกุญแจรถอยู่กับตัวเท่านั้น      มินิ คลับแมน โฉมใหม่ ขับเคลื่อนด้วยพลังของเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุด 3 รุ่น โดยขุมกำลังของมินิ รุ่นใหม่นี้ ประกอบด้วยเทคโนโลยี มินิ ทวินพาวเวอร์ เทอร์โบ ให้อารมณ์ในการขับขี่แบบโกคาร์ทโดยเพิ่มสมรรถนะของเครื่องยนต์ด้านต่างๆ ที่ดียิ่งขึ้น มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์กส์ โฉมใหม่ เต็มพลัง ส่งตรงจากสนามแข่ง      มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์กส์ โฉมใหม่ ผสมผสานความเร้าใจจากสนามแข่งกับความหรูหราเต็มเปี่ยมของมินิรุ่นล่าสุด ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นแต่ยังคงเอกลักษณ์สุดคลาสสิกไว้อย่างครบครัน ต่อยอดจากรถยนต์ต้นแบบเพื่อมอบสมรรถนะการขับขี่ในระดับรถแข่งพันธุ์แท้      มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์กส์ ใหม่ มาพร้อมกับที่สุดแห่งขุมพลังสปอร์ตจากมินิ กับเครื่องยนต์ 4 สูบที่ติดตั้งแบบ transverse พร้อมอัพเกรดระบบส่งกำลังให้ทำงานราบรื่นด้วยเทคโนโลยี มินิ ทวินพาวเวอร์ เทอร์โบ ให้คุณขับขี่ได้คล่องตัว รวดเร็ว พร้อมท้าทายทุกสนามแข่ง ขุมพลังใหม่ของมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์กส์ ถือเป็นเครื่องยนต์ที่ทรงพลังที่สุดที่มินิเคยนำออกมาทำตลาด โดยมีกำลังสูงสุดถึง 170 กิโลวัตต์/231 แรงม้า      นอกจากนี้ มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์กส์ ยังมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครด้วยระบบแสดงผล MINI Head-Up Display พร้อมคอนเทนต์พิเศษในรุ่นนี้เฉพาะ หลังคาและกระจกมองข้างสีแดง Chili Red ล้อแม็กอัลลอยน้ำหนักเบา จอห์น คูเปอร์ เวิร์กส์ ขนาด 18 นิ้ว และแถบสีแต่งกระโปรงรถลายจอห์น คูเปอร์ เวิร์กส์ ส่วนระบบช่วงล่างทำงานสอดประสานกับเครื่องยนต์อย่างสมบูรณ์แบบ ควบคู่ไปกับเบรกระดับสปอร์ตรุ่นใหม่จากเบรมโบ ระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ เซอร์โวทรอนิก ที่ใช้ทั้งระบบไฟฟ้าและกลไกผสมผสานกัน และเทคโนโลยี Dynamic Stability Control ที่มีทั้งคุณสมบัติ Dynamic Traction Control (DTC)  Electronic Differential Lock Control (EDLC) และ Dynamic Damper Control ติดตั้งมาในตัวเป็นมาตรฐาน มินิ คูเปอร์ เอสดี ออลโฟร์ คันทรีแมน พาร์คเลน ใหม่      มินิ คูเปอร์ เอสดี ออลโฟร์ คันทรีแมน พาร์คเลน ใหม่ เป็นรุ่นที่สามของมินิรุ่นไฮเอนด์สุดคลาสสิกที่เปี่ยมความหรูหรา พร้อมจับทุกสายตาด้วยดีไซน์และสีสันพิเศษสุดเฉพาะตัว ตัวถังสีเทาเมทัลลิก Earl Grey จับคู่กับหลังคาและกระจกมองข้างสีแดง Oak Red พร้อมแต่งด้วยแถบสีสไตล์สปอร์ตในสีเดียวกับกระโปรงรถ กันชนท้าย และส่วนข้างตัวรถ ขณะที่ไฟเลี้ยวติดตั้งในกรอบชุบโครเมียมที่แต่งด้วยสีแดง Oak Red เช่นกัน นอกจากนี้ ตัวรถยังเสริมความสปอร์ตด้วยล้อแม็กอัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 18 นิ้วสีเทาในดีไซน์ Turbo Fan Dark Grey พร้อมตกแต่งรอบตัวถังด้วยชิ้นส่วนกันชนและขอบประตูสีเงินในชุดแต่ง MINI ALL4 Exterior      มินิ คูเปอร์ เอสดี ออลโฟร์ คันทรีแมน พาร์คเลน ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังดีเซล มินิ ทวินพาวเวอร์ เทอร์โบ ขนาด 2.0 ลิตร ซึ่งผลิตจากอลูมิเนียมทั้งบล็อก มอบกำลังสูงสุด 143 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 305 นิวตันเมตร อุ่นใจทุกเส้นทางกับโปรแกรมบำรุงรักษาและการรับประกัน      นอกเหนือจากสมรรถนะและดีไซน์ที่โดดเด่นของมินิทุกรุ่นแล้ว อีกหนึ่งหัวใจสำคัญในการสร้างความพึงพอใจสูงสุดคือความสบายใจของลูกค้ากับโปรแกรม Service Inclusive อภิสิทธิ์พิเศษสุดสำหรับเจ้าของรถมินิ คุ้มครองรถให้ขับเคลื่อนไปในทุกเส้นทางอย่างราบรื่น โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 5 ปี หรือตลอดระยะทาง 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่กำหนดใดถึงก่อน) นอกจากนี้ มินิยังมีโปรแกรมการรับประกันที่ขยายขอบเขตการคุ้มครองเป็นตลอดระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทางอีกด้วย

ดิสนีย์ฯ เลือก พลอยชมพู มุ่งมั่น-มั่นใจ ดั่ง 'ซินเดอเรลล่า'
Jannine W /  Jannine Weigel / 

พลอยชมพู ญานนีน ไวเกล ได้รับเลือกจาก ดิสนีย์ฯ ให้เป็นตัวแทนประเทศไทย แบ่งปันแรงบันดาลใจที่ได้รับจาก ซินเดอเรลล่า เจ้าหญิงดิสนีย์คนโปรด ผลักดันให้กล้าที่จะมีความฝันอันยิ่งใหญ่ ดิสนีย์ เปิดตัวแคมเปญ Dream Big Princess (ดรีม บิ๊ก พริ้นเซส) ซึ่งเป็นแคมเปญระดับโลกที่สนับสนุนให้เด็กผู้หญิงจากทั่วโลกเชื่อมั่นในตัวเองและทำตามความฝันอย่างกล้าหาญ มุ่งมั่น และเมตตากรุณา ตอกย้ำให้เห็นถึงคุณสมบัติของเจ้าหญิงดิสนีย์แต่ละองค์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่น โดยในประเทศไทย ดิสนีย์ฯ เลือกให้นักร้อง-นักแสดงชื่อดังมาจากยูทูบ วัย 16 ปี พลอยชมพู ญานนีน ไวเกล เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ นาตาชา มาโฮลทรา ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายแบรนเด็ดมีเดียและคอนเทนท์ เดอะ วอลท์ ดิสนีย์ คอมปะนี ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า "ดิสนีย์ แชนแนล เป็นช่องที่นำเสนอภาพยนตร์และซีรีย์ทางโทรทัศน์ของเจ้าหญิงดิสนีย์อันเป็นที่รักของพวกเรา ซึ่งเรื่องราวที่ไม่เคยตกยุค ของการผจญภัย ความกล้าหาญ และความมีน้ำใจของเหล่าเจ้าหญิงสอนให้เด็กผู้หญิงได้เรียนรู้ว่าความงามที่แท้จริงนั้นมาจากภายใน เราหวังว่า ญานนีน ไวเกล ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับซินเดอเรลล่า เจ้าหญิงดิสนีย์คนโปรดของเธอ จะสร้างแรงบันดาลใจและความมั่นใจให้กับเด็กผู้หญิงยุคใหม่ให้ทำตามความฝันที่มาจากใจของตนเองค่ะ" ด้านสาวน้อย พลอยชมพู เผยความรู้สึกที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ Dream Big Princess ครั้งนี้ว่า "รู้สึกดีใจและเป็นเกียรติมากๆ ที่ดิสนีย์เลือกหนูเป็นตัวแทนของประเทศไทยให้มามีส่วนร่วมในแคมเปญนี้ เพราะว่าจริงๆ แล้ว หนูก็ชอบดูหนังและการ์ตูนของดิสนีย์มาตั้งแต่เด็กๆ ตั้งแต่ตอนที่ยังอยู่ประเทศเยอรมนีแล้วค่ะ... หนูรู้สึกว่าเรื่องราวของ ซินเดอเรลล่า คือการที่เธอไม่เคยได้รับโอกาส แต่แล้วในวันหนึ่งมีคนหยิบยื่นโอกาสมาให้เธอ นั่นคือจากนางฟ้าผู้ใจดี และเมื่อโอกาสมาถึง ซินเดอเรลล่าก็ไม่ลังเลและรีบคว้าโอกาสนั้นเอาไว้ เลยทำให้หนูรู้สึกว่า เวลาที่หนูได้รับโอกาสอะไร หนูก็จะรีบคว้ามันไว้เช่นกันก่อนที่มันจะหายไป หรือถ้าไม่มีโอกาสเข้ามาเราก็ต้องวิ่งเข้าหาโอกาสด้วยตัวเราเองค่ะ" Dream Big, Princess | Jannine "Ploychompoo" Weigel Dreams Big - Disney Channel Asia youtube channel : Disney Channel Asia เด็กๆ จากทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังสามารถร่วมกิจกรรมของช่อง ดิสนีย์ แชนแนล ผ่านการแข่งขัน Create a Dream (ครีเอท อะ ดรีม) เพื่อสร้างสรรค์โปสเตอร์สะท้อนภาพฝัน Dream Meme (ดรีม มีม) ด้วยแรงบันดาลใจจากเจ้าหญิงดิสนีย์คนโปรด โดยร่วมกิจกรรมได้ทางเว็บไซต์ www.dreambigprincess.asia ถึงวันที่ 30 มิถุนายนนี้ มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

สายการบินเวียตเจ็ท ขยายเส้นทางการบินระหว่างประเทศ เชื่อม โฮจิมินห์ สู่ กัวลาลัมเปอร์ และ ไถหนัน
เวียตเจ็ท /  โปรเวียตเจ็ท / 

สายการบินเวียตเจ็ท ขยายเส้นทางการบินระหว่างประเทศ เชื่อม โฮจิมินห์ สู่ กัวลาลัมเปอร์ และ ไถหนัน   พร้อมจัดโปรโมชั่นเปิดจองตั๋ว 50,000 ใบในราคาเริ่มต้นที่ 0 บาท ตั้งแต่ 12 – 18 เมษายน 2559 เวียตเจ็ท สายการบินเอกชนแห่งแรกของประเทศเวียดนาม ประกาศขยายเส้นทางการบินระหว่างประเทศ เชื่อม กรุงโฮจิมินห์ สู่ กรุงกัวลาลัมเปอร์ (มาเลเซีย) และ นครไถหนัน (ไต้หวัน) ตามวิสัยทัศน์ของบริษัทในการขยายเครือข่ายการบินให้ครอบคลุมทั้งทวีปเอเชีย เพื่อเชื่อมโยงนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวสู่เมืองสำคัญและจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจทั่วทั้งภูมิภาค ปัจจุบัน กรุงกัวลาลัมเปอร์และนครไถหนันถือเป็นจุดหมายทางธุรกิจที่สำคัญสำหรับลูกค้าชาวไทย สายการบินเวียตเจ็ทจึงขอนำเสนอประสบการณ์การบินลัดฟ้าระดับคุณภาพแนวใหม่เพื่อเชื่อมโยงเส้นทางจากเวียดนามสู่จุดหมายปลายทางที่กว้างไกลยิ่งขึ้น เส้นทาง กรุงโฮจิมินห์ - กรุงกัวลาลัมเปอร์ จะเริ่มเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2559 เป็นต้นไป ใช้เวลาบินราว 1 ชั่วโมง 55 นาที เที่ยวบินออกเดินทางจากกรุงโฮจิมินห์ 9.30 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึงกรุงกัวลาลัมเปอร์ 12.25 น. (เวลาท้องถิ่น) และเที่ยวกลับ ออกเดินทางจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ 13.00 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึงกรุงโฮจิมินห์ 13.55 น. (เวลาท้องถิ่น) เส้นทาง กรุงโฮจิมินห์ - นครไถหนัน จะเปิดให้บริการทุกวันจันทร์ พุธ พฤหัสฯ และเสาร์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน 2559 เป็นต้นไป ใช้เวลาบินราว 3 ชั่วโมง 15 นาที เที่ยวบินออกเดินทางจากกรุงโฮจิมินห์ 10.45 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึงนครไถหนัน 15.00 น. (เวลาท้องถิ่น) และเที่ยวกลับ ออกเดินทางจากนครไถหนัน 16.00 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึงกรุงโฮจิมินห์ 18.15 น. (เวลาท้องถิ่น) นอกจากนี้ สายการบินเวียตเจ็ท ฉลองการเปิดเส้นทางใหม่ด้วยโปรโมชั่น “Amazing Flights to Malaysia and Taiwan Campaign” เปิดจองตั๋วโดยสารจำนวน 50,000 ใบ ในราคาเริ่มต้นที่ 0 บาท สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางระหว่างกรุงโฮจิมินห์ สู่ กรุงกัวลาลัมเปอร์ นครไถหนัน และกรุงไทเป โดยเปิดจองในเวลา 12.00 – 14.00 น.   ตั้งแต่วันที่ 12 – 18 เมษายน 2559 เพื่อใช้สำหรับโดยสารบนเส้นทางกรุงโฮจิมินห์-กรุงกัวลาลัมเปอร์ ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน – 30 ตุลาคม 2559 เส้นทางกรุงโฮจิมินห์-นครไถหนัน/กรุงไทเป ระหว่างวันที่ 22 มิถุนายน – 30 ตุลาคม 2559 (ไม่รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์) โดยโปรโมชั่นนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ “It’s time to Vietjet!” เหวียน ถิ ถวี่ บินห์ รองประธาน เวียดเจ็ท กล่าวในงานประกาศขยายเส้นทางการบินว่า “การเปิดเส้นทางการบินใหม่ครั้งนี้ถือเป็นการพัฒนาธุรกิจล่าสุดตามแผนกลยุทธ์ของเรา เพื่อการขยายเครือข่ายของสายการบินเวียตเจ็ทให้ครอบคลุมทั้งภูมิภาคเอเชีย สายการบินเวียตเจ็ทต้องการนำเสนอทางเลือกในการโดยสารเครื่องบินรูปแบบใหม่ในราคาที่ทุกคนสามารถใช้บริการได้และสัมผัสประสบการณ์การบินลัดฟ้าที่เติมเต็มความสุขในทุกเที่ยวบิน เราพร้อมมอบบริการชั้นเลิศแก่ลูกค้าชาวไทยทุกท่านนับตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินขึ้นเครื่อง โดยเราจะยังคงมุ่งมั่นเพิ่มจำนวนจุดหมายปลายทางที่สำคัญทั้งทางธุรกิจและการท่องเที่ยว พร้อมสร้างความเติบโตแก่เครือข่ายธุรกิจของเราให้ครอบคลุมทั่วเอเชีย” ผู้สนใจสามารถจองตั๋วได้ที่ www.vietjetair.com (เว็บไซต์สำหรับสมาร์ทโฟนที่ www.m.vietjetair.com) หรือจองผ่านทางเฟสบุ๊ค www.facebook.com/vietjetthailand  (คลิกที่แถบ “ จองตั๋ว”) สามารถชำระเงินด้วยบัตรวีซ่า, มาสเตอร์การ์ด, เจซีบี และ อเมริกันเอ็กซ์เพรส สายการบินสายการบินเวียตเจ็ท มุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจอากาศยานสมัยใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้โดยสารทุกท่านได้สัมผัสกับบริการระดับสูงของสายการบินเวียตเจ็ทอย่างสมบูรณ์แบบ รวมถึงบริการ “สกายบอส (SkyBoss)” พร้อมร่วมลุ้นบัตรโดยสารชั้นประหยัดฟรีและรางวัลพิเศษอีกมากมายจากแคมเปญส่งเสริมการขายของสายการบิน

อยู่บ้านชั้นเดียว อย่างไรให้ปลอดภัย
ความปลอดภัย /  บ้านชั้นเดียว / 

ปัญหาและความรู้สึกของการอยู่บ้านชั้นเดียวนั้น  มักจะอยู่ที่เรื่องของความเป็นสัดส่วนและความปลอดภัย  ผู้ออกแบบหรือพวกสถาปนิกนั้นจะเจอคำถามและความรู้สึกนี้อยู่บ่อยๆ วันนี้ Decor.Mthai จึงนำเรื่องของการ อยู่บ้านชั้นเดียว อย่างไรให้ปลอดภัย มาเสนอเพื่อนๆ ค่ะ อยู่บ้านชั้นเดียว อย่างไรให้ปลอดภัย การสร้างบ้านหลายชั้นหรือชั้นเดียวนั้น ขึ้นอยู่ที่ขนาดพื้นที่ในเชิงปริมาณการใช้สอย และในเชิงราคาค่างวด จะเห็นชัดแจ้งว่าการสร้างบ้านชั้นเดียวในพื้นที่ที่มีราคาแพง ย่อมไม่คุ้มต่อเนื้อที่ใช้สอยที่เกิดขึ้น ในทางกลับกัน ในพื้นที่โล่งกว้างชานเมือง ในชนบทปลูกอาคารชั้นเดียวแผ่ไปตามพื้นที่ ก็อาจมีความเหมาะสมในเรื่องความคุ้มของราคาที่ดินที่ไม่แพงเหมือนในเมือง บ้านชั้นเดียวนั้นจะให้บรรยากาศและการใช้สอย ที่แตกต่างจากบ้านหลายชั้น ทั้งในเชิงของพื้นที่ภายในและพื้นที่ภายนอก ในแง่ของบรรยากาศและความรู้สึกที่เกิดขึ้น เช่น ความอบอุ่น ความเป็นกันเอง การต้อนรับเชื้อเชิญ ความน่าอยู่ ความใกล้ชิด เหล่านี้บ้านชั้นเดียวจะมีศักยภาพมาก  แต่ทั้งนี้ก็ยังขึ้นอยู่กับขนาดและรูปร่างของบ้านชั้นเดียวนั้นด้วย ในขณะที่ปลูกเป็นบ้านหลังใหญ่ หรือเป็นอาคาร 2-3 หลัง เรียงรายต่อเนื่องกัน  จะให้ความรู้สึกที่อบอุ่นและปลอดภัยกว่า ตรงนี้คาดว่าท่านคงจะเข้าใจอยู่แล้ว  โดยไม่ต้องให้อธิบายยืดเยื้อ การออกแบบผังบ้านให้ปลอดภัย การออกแบบผังบ้านให้ปลอดภัย : นอกเหนือจากความสัมพันธ์เหมาะสมในเรื่องของประโยชน์ใช้สอย ขั้นตอนการใช้สอยแล้ว  การกำหนดอาณาบริเวณตามหลักวิธีสถาปัตยกรรม อันได้แก่ บริเวณภายนอก บริเวณกึ่งภายนอก บริเวณสาธารณะ บริเวณสัญจร บริเวณส่วนตัว ฯลฯ ก็เป็นสิ่งที่ต้องกระทำอยู่แล้ว  แต่จะต้องคำนึงถึงมากเป็นพิเศษ เพราะบริเวณและห้องทุกห้องอยู่ในชั้นเดียวกัน เราจะเน้นว่าจะต้องเข้าถึงโรงรถได้ง่ายจากภายนอก จะต้องขนของเข้าสู่ครัวได้สะดวก เพื่อนฝูงแขกเหรื่อควรเข้าห้องรับแขกได้ง่าย และมีสัดส่วน บริเวณสัญจรก็ควรกว้างขวางพอเพียง และไปยังส่วนต่างๆ ของบ้านได้ง่าย ส่วนของห้องนอน ซึ่งถือว่าเป็นบริเวณส่วนตัว ตำแหน่งก็มักจะอยู่ด้านในสุดของตัวบ้าน หรือในบริเวณที่เห็นได้ยากจากบริเวณรับแขก พักผ่อน และนี่คือหลักการง่ายๆ ขั้นต้น การออกแบบระดับและรูปร่างของบ้าน การออกแบบระดับและรูปร่างของบ้าน : ในทางปฏิบัติ  หลังจากที่ตัวบ้านก่อสร้างเสร็จ และเข้าอยู่แล้ว ห้องที่ว่าเป็นสัดส่วนตามหลักการนั้น  อาจจะไม่เป็นสัดส่วนเมื่อมองจากภายนอก  คำถามที่พบบ่อยก็คือ ห่วงว่าคนที่เดินรอบบ้านจะเข้าถึงห้องนอนได้ง่าย เพราะมีชั้นเดียว..ก็ค่อนข้างจะยอมรับในความรู้สึกนั้น  เพราะสัญชาตญาณของสิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนที่และขับถ่ายได้นั้น (กลัวจะมีคนเข้าใจว่ารวมถึงพืชด้วย) ต้องการความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย อยู่ในเพิงถ้ำ บนคาคบไม้ จริง ๆ แล้วระดับหน้าต่างตามปกติจากพื้นห้องก็คือ 0.90 เมตร ระดับพื้นบ้านชั้นเดียวอย่างน้อยจะยกสูงจากพื้นดิน 0.6-1.20 เมตร เป็นปกติ เมื่อรวมกับระดับหน้าต่างแล้วจะเท่ากับ 1.50-2.10 เมตร  ซึ่งจะพ้นสายตาระดับปกติ นอกจากนี้ ระบบประตูหน้าต่างและการตกแต่งด้วยม่าน (บังตา) ก็ช่วยได้มากในความรู้สึกปลอดภัยจะเห็นว่าความรู้สึกนี้สามารถสร้างขึ้นมาได้ และเป็นจริงได้ในเชิงปฏิบัติ สถาปนิกที่เข้าใจจุดอ่อนในกรณีนี้ จะออกแบบห้องนอนให้ยกระดับสูงขึ้นมาจากระดับพื้นห้องอื่น ในระดับของบ้านชั้นเดียวเล่นระดับ นอกจากจะช่วยความรู้สึกเป็นสัดส่วนแล้ว ยังทำให้ลีลาของตัวบ้านสวยงามน่าสนใจขึ้น (ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของสถาปนิกแต่ละคน) จึงขอสรุปตัดบทตรงนี้ก่อนว่า บ้านชั้นเดียวนั้นสามารถสร้างความรู้สึกปลอดภัยทั้งในเชิงจิตวิทยาและในเชิง ปฏิบัติด้วยรูปแบบและวิธีการต่าง ๆมากมาย ขึ้นอยู่ว่าท่านเจ้าของบ้านจะเป็นคนหัวสมัยใหม่ ใจกว้าง และยอมรับเหตุผลในการที่จะรับวิธีและรูปแบบต่าง ๆ นั้นได้มากน้อยแค่ไหน จนเดี๋ยวนี้ผมก็ยังรู้สึกว่า บ้านที่มีลีลา มีพื้นที่ มีบรรยากาศใช้สอยดี ๆ มีรูปลักษณ์เก๋แปลกตา แตกต่างจากบ้านทั่วไปนั้น มักจะเป็นบ้านของสถาปนิกเสียเอง คนอื่น ๆ ดูก็จะบอกว่าแปลก พิลึก หรือไม่เข้าใจ และพานไม่ยอมรับเอาง่าย ยังไม่ได้ศึกษาวิจัยว่าเกิดอะไรแต่ก็เชื่อว่าพื้นฐานทางศิลปะและเทคโนโลยี ประยุกต์ของประเทศเรานั้นยังน้อยกว่าประเทศพัฒนาแล้ว ความคิดเห็นและโลกทัศน์จึงอยู่ในวงจำกัดที่สามารถหากรอบอ้างอิงได้ง่าย ความร้อนจากหลังคา ความร้อนจากหลังคา : มีผลโดยตรงต่อบ้านชั้นเดียว เรื่องนี้เป็นสภาวะปกติ แต่ด้วยเทคโนโลยีและวัสดุก่อสร้าง (กันความร้อนในปัจจุบัน) ช่วยแก้ปัญหานี้ได้มากแล้ว เช่นเดียวกับการวางผังอาคารให้รับลมหลบแดด ก็มีส่วนช่วยได้เป็นทวีคูณ ซึ่งก็คงจะเป็นเรื่องที่ละเลยไม่ได้สำหรับการออกแบบของสถาปนิกตั้งแต่ดึกดำ บรรพ์จวบจนปัจจุบันและในอนาคต (หากสงครามโลกครั้งที่ 3 ไม่เกิด และโลกเราไม่สูญเสียบรรยากาศไปเสียก่อนด้วยมลภาวะจากฝีมือมนุษย์) ถึงตรงนี้ นึกถึงการสะท้อนความร้อนจากพื้นหรือถนนภายในบริเวณที่ดินเข้าสู่ตัวบ้าน ซึ่งจะทำให้ห้องต่างๆ ร้อนนั่นเอง กรณีนี้เป็นกับอาคารแทบทุกประเภท สำหรับบ้านชั้นเดียวจะได้รับผลกระทบมากหน่อย เพราะไม่มีชั้นบนสำหรับหลบเลี่ยง ดังนั้น การหลบเลี่ยงก็คือการออกแบบหลังคาคลุมบริเวณลาน เฉลียง ระเบียง การออกแบบผนังห้องให้ไม่รับแสงสะท้อนหรือสามารถกันแสงสะท้อนได้โดยตรง ถึงตรงนี้ ทำให้นึกถึงหลังคาทรงจั่วที่มีความลาดเอียงลงมาก มีข้อสังเกตว่า เชิง่ชายจะยื่นต่ำลงมาเกะกะ กรณีนี้คงต้องพิจารณากันในเชิงปฏิบัติว่า “เราคงไม่ออกแบบความสูงของระดับพื้นและตัวบ้านให้เกิดปัญหาดังกล่าว” เพราะสถาปัตยกรรมเป็นเรื่องของการออกแบบเพื่อ “แก้” ปัญหา ไม่ใช่ “สร้าง” ปัญหา ขอบคุณข้อมูลดีๆ  : bestroomstyle

ใกล้เเล้ว! “เฮงซัง” เผยเสนอชื่อโค้ชอั๋น,โค้ชหนุ่ยคุมช้างศึก U-16, U-19
ทีมชาติไทย ยู 16 ปี /  ทีมชาติไทย ยู 19 ปี / 

ประธานฝ่ายพัฒนาเทคนิคสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เผยได้เสนอชื่อ “โค้ชอั๋น" สุรพงษ์ คงเทพ เเละ "โค้ชหนุ่ย" เฉลิมวุฒิ สง่าพล คุมทัพช้างศึกชุดเล็ก เเต่ยังไม่ได้ข้อสรุป “เฮงซัง” วิทยา เลาหกุล ประธานฝ่ายพัฒนาเทคนิคสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เผยได้คัดเลือกผู้ฝึกสอนไว้ให้นายกสมาคมฟุตบอลได้พิจารณาโค้ชที่จะให้ดูเเลทัพช้างศึกชุดเล็กหลายราย โดยยืนยันมีชื่อของ “โค้ชอั๋น" สุรพงษ์ คงเทพ ที่พาทีมเยาวชน เอสซีจี เมืองทองฯ คว้าเเชมป์โค๊กคัพไปคุม U-16 ปีเเละทาง "โค้ชหนุ่ย" เฉลิมวุฒิ สง่าพล เสนอให้ไปคุมเยาวชนไทยชุด U-19 ปี โดยทัพช้างศึกจิ๋วมีศึก 2 รายการสำคัญอย่างเยาวชนอายุไม่เกิน 16 ปีชิงเเชมป์เอเชีย รอบสุดท้าย ระหว่างวันที่ 15 ก.ค.59 ที่ประเทศอินเดีย เเละเยาวชนอายุไม่เกิน 19 ปีชิงเเชมป์เอเชีย รอบสุดท้าย ระหว่างวันที่ 13-30 ต.ค.ที่ประเทศบาห์เรน เนื่องจากทั้งสองชุดนี้ยังไม่มีเฮดโค้ชคุมทัพ ทางสมาคมกีฬาฟุตบอลจึงเปิดรับสมัครเเละคัดกรองจากการสมัครเเละวิสัยทัศน์ในการทำทีม โดย ประธานฝ่ายพัฒนาเทคนิคสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ กล่าวว่า “การคัดเลือกโค้ชคงดูจากใบสมัครเเละวิสัยทัศน์ในการทำทีม ซึ่งทั้งสองชุดต้องมีรูปเเบบการทำทีมที่เหมือนกัน จากนั้นก็จะคัดกรอกรายชื่อทั้งหมดให้กับนายกสมาคมฟุตบอลเป็นคนพิจารณา เเละหนึ่งในโค้ชที่ตนได้เลือกไว้ก็มี “โค้ชอั๋น" สุรพงษ์ คงเทพ เเละ "โค้ชหนุ่ย" เฉลิมวุฒิ สง่าพล ที่จะให้ดูเเลในชุด 16 ปีเเละ 19 ปี ซึ่งหากทุกอย่างโอเคเเล้วก็จะต้องเข้ามารับนโยบายเพื่อต่อยอดสู่ทีมชุดใหญ่ไปในเเนวทางเดียวกัน เเละเเน่นอนสองรายการนี้เรามีเป้าหมายคือศึกชิงเเชมป์โลก” 

ปรับภูมิทัศน์เจดีย์เก็บอัฐิ เตรียมพิธีทำบุญ 100 วัน ปอ ทฤษฎี
ข่าว ปอ ทฤษฎี /  100 วัน ปอ ทฤษฎี / 

เพิ่งจะครบรอบการจากไป 3 เดือนของพระเอกตลอดกาล ปอ ทฤษฎี ไปเมื่อวันที่ 18 เม.ย. ที่ผ่านมา และในวันที่ 24 เม.ย. ที่จะถึงนี้ ก็จะมีพิธีทำบุญครบ 100 วัน พร้อมกับพิธีบรรจุอัฐิไว้ในเจดีย์ ซึ่งตั้งอยู่ที่วัดธรรมธีราราม ในจังหวัดบุรีรัมย์ โดยขณะนี้อยู่ในช่วงปรับภูมิทัศน์รอบเจดีย์ ซึ่งภาพดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ในโซเชียล หลายท่านที่ได้เห็นต่างเข้ามาแสดงความอาลัย และเชื่อว่าชื่อของพระเอกภูธรคนนี้จะอยู่ในใจของพวกเราตลอดไปแน่นอน... ขอขอบคุณ ภาพจากเฟซบุ๊ค Phumiphat Jantachoto Pimaksorn เจดีย์เก็บอัฐิ ปอ ทฤษฎี เจดีย์เก็บอัฐิ ปอ ทฤษฎี เจดีย์เก็บอัฐิ ปอ ทฤษฎี ปอ ทฤษฎี ปอ ทฤษฎี

มานีมีใจ กับแรงบันดาลใจในการถ่ายภาพสไตล์อินดี้
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ /  มานีมีใจ / 

เราเป็นคนรักในงานศิลปะ ชอบและสนใจมาตั้งแต่เด็กแล้ว เลยหันมาเรียนทางด้านนี้โดยตรงจึงยิ่งให้เราหลงใหลวิชาศิลปะมากยิ่งขึ้น เป็นคนสมาธิสั้น อยู่นิ่งๆ ไม่ค่อยได้ เลยต้องหาอะไรทำอยู่ตลอดเวลา ลองนู่น ลองนี่มาหลายอย่างจนมาเจอสิ่งที่ชอบมากๆ นั่นคือ “การถ่ายภาพ” .. มานีมีใจ ช่างภาพสาวสุดอินดี้ เขียน-เนื้อหาโดย teen.mthai.com/candy magezime (หากนำไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยค่ะ) มานีมีใจ ช่างภาพสาวสุดอินดี้ แนะนำตัวหน่อยค่ะ ชื่อ อาชีพ การศึกษา นิสัยส่วนตัว สวัสดีค่ะ ชื่อ สุพัตรา หมั่นแสวง ปัจจุบันประกอบอาชีพ ช่างภาพอิสระค่ะ งานหลักๆ ส่วนใหญ่จะเป็นภาพนิ่งค่ะ และจะมีงานรองเป็นงานวีดีโอ เราเป็นคนเชียงใหม่แท้ๆ 100 % จบจากโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัยเชียงใหม่ ส่วนปริญญาตรี จบจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ เอกศิลปะจินตทัศน์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตรค่ะ ความหมายของชื่อ "มานีมีใจ” จริงๆ ชื่อ มานี มีใจ ได้มาจากโปสการ์ดใบหนึ่งเมื่อประมาณ 7-8 ปีที่แล้ว เราชอบคำนี้มากๆ ตอนนั้นอาจจะไม่มีเหตุผลอะไรที่ว่า ทำไมถึงชอบชื่อนี้ แต่ก็มักจะแทนตัวเองว่า มานี มีใจ ตั้งแต่ตอนนั้นมา แต่ถ้าถามความหมาย เราว่ามันเป็นชื่อที่ซื่อสัตย์และจริงใจนะ ก็เหมือนกับงาน เราก็อยากทำด้วยใจ ไม่ว่าจะอาชีพไหนๆ ทำด้วยใจ ก็ออกมาดีค่ะ จุดเริ่มต้นของการเป็นช่างภาพ เมื่อถามถึงจุดเริ่มต้นนี่เราเกือบจะไม่รู้ตัวเองเลยว่า มาเป็นช่างภาพได้ยังไง แต่ก่อนตอนเด็กๆ เป็นคนชอบขุดค้นภาพถ่ายเก่าๆ หรือเรียกได้ว่า เสพติดอดีตก็ได้ (หัวเราะ) เรามีความคิดว่า ภาพถ่ายมันเป็นเครื่องหยุดเวลาได้ มันเจ๋งดีนะ เพียงแค่กดชัตเตอร์ มันก็สามารถหยุดเวลา ณ ขณะนั้นได้ ไม่ว่าจะยิ้ม จะเศร้า หรือจะสุข และต่อให้เราเป็นอัลไซเมอร์ รูปถ่ายมันก็จะทำให้เรารู้ว่า เราทุกคนมีความทรงจำ นั่นอาจจะเป็นจุดที่ทำให้เรารู้สึก หลงเสน่ห์ ของภาพถ่าย เราจึงหลงรักการถ่ายภาพอย่างไม่รู้ตัว พกกล้องออกถ่ายภาพอยู่บ่อยๆ และเมื่อมีคนชื่นชมภาพถ่ายของเรา อยากมีคนถ่ายภาพกับเรา มันก็ทำให้เรากลายมาเป็นช่างภาพอย่างไม่รู้ตัวเหมือนกัน แรงบันดาลใจในการถ่ายภาพ  เราคิดว่า ถ้าเรารักและชอบที่จะทำอะไรแล้ว มันก็จะมีแรงผลักดันอะไรบางอย่าง ให้เราอยากถ่ายภาพ อยากทำงาน อยากมีผลงานสวยๆ อยากมีพัฒนาการ ยกตัวอย่างเช่น มีกล้องถ่ายภาพหนักๆ อยู่ 1 ตัว เราเชื่อว่าถ้า เราไม่ได้รักการถ่ายภาพจริงๆ เราจะไม่ยอม   แบกกล้องหนักๆ อย่างแน่นอน อาชีพอื่นๆ ก็เช่นกันค่ะ " จุดเด่น" ของผลงานส่วนใหญ่ แล้วชอบภาพแนวไหน  ถ้าพูดถึงจุดเด่นของงานเราในสายตาของคนอื่นๆ น่าจะพูดถึง “ท้องฟ้า” นี่ก็ไม่ค่อยรู้ตัวหรอกค่ะ แต่พอกลับไปดูงานแรกๆ ที่ถ่ายภาพ ท้องฟ้ามันมาตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว (หัวเราะ) เราคิดว่าสิ่งที่ทำให้เราต่าง อาจจะเริ่มจากการเติบโต ที่เราต่างกับคนอื่นๆ เราโตมากับภูเขา ทุ่งนา ท้องฟ้า แม่น้ำ จริงๆ เพราะพ่อแม่ของเราเป็นคุณครูอยู่บนดอย ตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่ค่ะ ตอนเด็กๆ เราชอบดูท้องฟ้าระหว่างการเดินทาง เราโตมากับธรรมชาติจริงๆ และด้วยการเรียนศิลปะ มันอาจจะหล่อหลอมเรา ให้ใช้พื้นฐานทางศิลปะ ในการจัดวางภาพ ในการแต่งสีภาพ มากกว่าทักษะการถ่ายภาพ และเราว่ารูปของเรามันดูเป็นงาน ที่เข้าถึงง่าย กับทุกคน ส่วนถ้าถามว่าชอบภาพแนวไหน ชอบภาพที่ดูแล้วรู้สึกตาม ดูแล้วอิน เข้าใจในสิ่งที่ช่างภาพต้องการจะเล่า มีเทคนิคการถ่ายภาพอย่างไร - มี "ข้อห้าม" หรือมุมมองข้อคิดสำหรับตัวเองอย่างไรบ้าง เวลาจับกล้อง เวลาเราถ่ายภาพ เราจะคิดอยู่เสมอว่า ถ้าเราเป็นแบบหรือ ลูกค้า เราอยากได้อะไรจากช่างภาพบ้าง เราก็ให้สิ่งนั้นกับเค้า ก่อนจะกดชัตเตอร์ทุกครั้ง ดูให้มั่นใจแล้วจึงกด เป็นกันเองกับแบบ ทำยังไงก็ได้ให้แบบไม่รู้สึก เขินหรือเกร็ง เวลาอยู่กับเรา เพราะเราก็อยากได้ภาพที่เป็นธรรมชาติที่สุด หามุมที่มีเสน่ห์ที่สุด ไม่ใช่แค่ภาพถ่ายที่เป็นสไตล์ แต่การแต่งตัวก็มีสไตล์เหมือนกัน  เราไม่อยากให้แต่ละวันผ่านไปอย่างน่าเบื่อค่ะ เราเป็นคนชอบแต่งตัว ชอบเลือกเสื้อผ้าเองตั้งแต่เด็ก รู้สึกเป็นเรื่องสนุกในชีวิตประจำวัน  อย่างก่อนออกไปทำงานถ่ายภาพข้างนอกทุกวัน ต้องเริ่มจากการแต่งตัวที่มั่นใจ และเป็นตัวของเราค่ะ ซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่คนนะคะ บางคนกินกาแฟแล้วตื่นตัวในการทำงาน ของเราก็คือการได้ใส่อะไรสนุกๆค่ะ ชอบที่จะหยิบจับคู่สีในการแต่งตัว คงเป็นสูตรอย่างนึงในการสร้างบรรยากาศในการถ่ายภาพของตัวเอง  ภาพถ่ายก็จะสะท้อนสิ่งนั้นออกมาค่ะ คิดยังไงกับวัยรุ่นหลายคนที่เห็นน้องอุ๊เป็น "ช่างภาพอินดี้”  ต้องขอบคุณในคำจำกัดความ เรียกว่าแบบไหนก็ชอบหมดค่ะ มันแสดงให้เห็นว่ามีคนติดตามผลงานของเรา เอาจริงๆถ้าในความหมายว่าเป็นอิสระ ก็ไม่ได้อิสระขนาดนั้น ช่างภาพมีหน้าที่ตอบโจทย์หลายๆอย่าง แต่แน่นอนว่าทุกครั้งที่เราถ่าย ตัวตนรสนิยมเราก็ต้องออกมาผ่านภาพอยู่แล้ว และถ้าสิ่งนี้คือส่วนที่ทำให้คนจดจำตัวตนเราได้ มีคำชื่นชม แค่นี้เราก็ดีใจมากๆ แล้วค่ะ สุดท้ายอยากฝากถึงคนที่ติดตามผลงานอย่างไรบ้าง ตอนนี้มีงานแสดงศิลปะวิดีโอ The meaningless Toy ร่วมกับศิลปินรุ่นใหม่ อีก 8 คน ในนิทรรศการผลงานศิลปะ “The lost paradise of childhood” ณ หอนิทรรศการ g23 ชั้น 2 ศูนย์ศิลปกรรมแห่งประเทศไทย อาคารนวัตกรรม : ศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรี มหาวิทยาลัยศรีนคริทรวิโรฒ สุขุมวิท 23 กรุงเทพมหานคร Let our photo be your time machine . เขียน-เนื้อหาโดย teen.mthai.com/candy magezime (หากนำไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยค่ะ) Fanpage : maneemejai photographer Email : maneemejai@gmail.com Ig : maneemejai Line : maneemejai

Ford เผย เทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติในสภาพที่หิมะและฝนตก
car /  ford / 

การขับรถขณะหิมะตกหรือขณะฝนตกนั้นท้าทายด้วยถนนที่ลื่นไถลได้ง่ายและทัศนวิสัยที่ไม่ชัดเจน รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ก็ควรจะสามารถขับในเส้นทางที่มีหิมะปกคลุมและบนถนนลื่นได้ ขณะนี้ ฟอร์ด อยู่ในระหว่างการทดลองเพื่อนำรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติออกสู่สาธาณชนทั่วโลก โดยฟอร์ดได้เผยถึงเทคโนโลยีและวิธีการทำงานที่จะทำให้รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติสามารถทำงานในสภาพอากาศที่มีหิมะตกหรือบนถนนลื่นได้ เริ่มการขับเคลื่อนอัตโนมัติจากการร่างแผนที่ 3D ความละเอียดสูงด้วย LiDAR สำหรับการทำงานในสภาวะหิมะหรือฝนตก รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติฟอร์ด ฟิวชั่น ไฮบริด จำเป็นต้องวิ่งสำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบเพื่อสร้างแผนที่ดิจิทัลแบบสามมิติความละเอียดสูงเป็นอันดับแรก โดยรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติของฟอร์ดจะสร้างโมเดลดิจิทัลของสภาพท้องถนนที่มีความแม่นยำสูง รวมถึงจับสภาพอาคารโครงสร้างต่างๆ โดยรอบจากการวิ่งสำรวจในสภาพอากาศตามที่ต้องการ โดยใช้อุปกรณ์สแกน LiDAR จำนวน 4 ตัว ในการปล่อยเลเซอร์รวม 2.8 ล้านจุดต่อ 1 วินาที ผลลัพธ์ของแผนที่ที่ได้จะถูกนำมาใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการระบุตำแหน่งรถยนต์ขณะอยู่ในโหมดขับเคลื่อนอัตโนมัติ ด้วยการใช้เซ็นเซอร์ LiDAR เพื่อสแกนสภาพแวดล้อมแบบเรียลไทม์นี้ รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติจึงสามารถระบุตำแหน่งของมันเองจากแผนที่ที่ได้บันทึกไว้ แม้ว่าถนนจะถูกปกคลุมด้วยหิมะ เก็บข้อมูลแผนที่ขนาดมากถึง 600 กิกะไบต์ต่อชั่วโมง ขณะที่ทำการร่างแผนที่ดิจิทัลแบบสามมิติ รถยนต์ฟอร์ดขับเคลื่อนอัตโนมัติจะเก็บรวบรวม  และวิเคราะห์ข้อมูลเส้นทางและสถานที่โดยรอบ ไม่ว่าจะเป็นป้ายบอกทาง ตึกอาคาร ต้นไม้ และอื่นๆ โดยรถยนต์จะเก็บข้อมูลมากถึง 600 กิกะไบต์ต่อชั่วโมง เพื่อนำไปสร้างแผนที่ภูมิทัศน์สามมิติความละเอียดสูง ซึ่งเป็นขนาดข้อมูลเทียบเท่าการใช้งานข้อมูลบนโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน 10 ปี เซ็นเซอร์ LiDAR อัจฉริยะ ตรวจจับเกล็ดหิมะและหยดน้ำฝน รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติของฟอร์ดปล่อยเลเซอร์หลายจุดจากเซ็นเซอร์ LiDAR ในจำนวนมาก โดยเซ็นเซอร์บางจุดกระทบเข้ากับเกล็ดหิมะหรือหยดน้ำฝนและทำให้ประมวลผลผิดไปว่ามีวัตถุขวางทางอยู่ ฟอร์ดได้ทำงานร่วมกับทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนและได้สร้างอัลกอริทึ่มที่สามารถตรวจจับหิมะและน้ำฝน เพื่อช่วยกรองวัตถุเหล่านี้ให้พ้นจากทัศนวิสัยของรถยนต์เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ ระบุตำแหน่งแม่นยำยิ่งกว่า GPS เมื่อพูดถึงระบบนำทางของรถยนต์ เรามักจะนึกถึงระบบ GPS ซึ่งระบบ GPS ปัจจุบันสามารถบอกตำแหน่งโดยมีระยะความคลาดเคลื่อนในระดับบวก / ลบ ถึง 10 เมตร การทำงานของรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติของฟอร์ดต้องอาศัยตำแหน่งรถที่แม่นยำมากยิ่งกว่านั้น ด้วยการสแกนสภาพแวดล้อมเพื่อตรวจหาสถานที่สำคัญ และเปรียบเทียบกับข้อมูลบนแผนที่ดิจิทัลแบบสามมิติที่เก็บอยู่ในคลังข้อมูล รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติของฟอร์ดสามารถระบุตำแหน่งของตนเองโดยมีระยะความคลาดเคลื่อนไม่เกินหนึ่งเซนติเมตรเท่านั้น เซ็นเซอร์ ฟิวชั่น ผสานข้อมูลจากเซ็นเซอร์เข้ากับระบบตรวจวัดการทำงานของเซ็นเซอร์ ช่วยให้รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติของฟอร์ดทำงานได้อย่างแม่นยำ นอกจากเซ็นเซอร์ LiDAR แล้ว ฟอร์ดยังใช้กล้องและสัญญาณเรดาร์เพื่อตรวจสภาพแวดล้อมรอบๆ ตัวรถ โดยใช้ข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้จากการผสานการทำงานของเซ็นเซอร์ต่างๆ ที่เรียกว่า เซ็นเซอร์ ฟิวชั่น ขั้นตอนนี้ทำให้รถสามารถรับรู้ต่อสถานการณ์ต่างๆ แบบ 360 องศา โดยการผสานการทำงานของเซ็นเซอร์ ฟิวชั่น นี้หมายถึงเมื่อมีเซ็นเซอร์หนึ่งไม่ทำงานเพราะน้ำมีแข็ง หิมะ คราบสกปรก หรือเศษชิ้นส่วนต่างๆ เกาะบนเลนส์ของเซ็นเซอร์ ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติจะยังคงสามารถทำงานได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติของฟอร์ดจะทำการตรวจสอบการทำงานของระบบ LiDAR กล้องและเรดาร์ทั้งหมด เพื่อระบุการเสื่อมประสิทธิภาพการทำงานของระบบเซ็นเซอร์ และช่วยให้เซ็นเซอร์ต่างๆ ทำงานได้อย่างสมบูรณ์ครบถ้วนตามขั้นตอน ซึ่งรถยนต์จะสามารถจัดการกับน้ำแข็งและคราบต่างๆ ได้ผ่านระบบตรวจวัดทำความสะอาดและกำจัดไอน้ำด้วยตัวเอง

เดวิด ฮัสเซลฮอฟฟ์ กลับมาชายหาดกระทบไหล่หนุ่มกล้ามโตใน Baywatch
Alexandra Daddario /  Baywatch / 

เดวิด ฮัสเซลฮอฟฟ์ (David Hasselhoff) ลงทวีตภาพใหม่จากภาพยนตร์เรื่อง Baywatch โปรเจกต์เรื่องล่าสุดของดาราหนุ่มกล้ามโตอย่าง ดเวย์น จอห์นสัน (Dwayne Johnson) และ แซค เอฟรอน (Zac Efron) ก่อนหน้านี้เจ้าตัวเคยมีผลงานเรื่อง Baywatch ที่เป็นซีรีส์ฉายออกทางโทรทัศน์ในช่วงปี 1989-2000 ครั้งนี้เขากลับมายังชายหาดอีกครั้ง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในภาพยนตร์เรื่องนี้อีกด้วย Which is Mitch? 👍😜😜great fun with The Rock and me ...great guy Baywatch is gonna Rock and Zac!! pic.twitter.com/DY5kEardou — David Hasselhoff (@DavidHasselhoff) March 23, 2016 Team #baywatch movie 😝 pic.twitter.com/xRnYShz7nq — David Hasselhoff (@DavidHasselhoff) March 23, 2016 Getting schooled. Wisdom from the original #Baywatch badass himself @davidhasselhoff What an honor to meet #TheHOFF pic.twitter.com/oQswQtbpDH — Zac Efron (@ZacEfron) March 23, 2016

This One’s For You เพลงคึกคักปลุกพลัง ฟุตบอลยูโร 2016
David Guetta /  This One’s For You / 

This One’s For You (ดีส วันส์ ฟอร์ ยู) เพลงประจำการแข่งขัน ฟุตบอลยูโร 2016 จากศิลปิน-โปรดิวเซอร์ชื่อดังระดับโลก David Guetta (เดวิด เกตตา) เพลงคึกคักปลุกพลังแฟนบอล! แม้ศึกฟุตบอลระดับโลก ชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ยูโร 2016 จะเพิ่งเปิดฉากไปไม่นาน แต่เพลง This One’s For You เพลงประจำการแข่งขันครั้งนี้ ก็กลายเป็นเพลงฮิตติดหูไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะจะได้รับกันตลอดทัวร์นาเมนต์ ทั้งช่วงเปิดและปิดรายการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ รวมทั้งยังมีการแสดงเพลงนี้ในพิธีเปิดและพิธีปิดด้วย David Guetta ft. Zara Larsson - This One's For You (Official Audio) (UEFA EURO 2016™ Official Song) youtube channel : David Guetta เพลง This One’s For You สร้างสรรค์จากฝีมือศิลปินดีเจและโปรดิวเซอร์ระดับโลก David Guetta ที่มาร่วมทำเพลงเพื่อชาติ ฝรั่งเศส ประเทศบ้านเกิดของเขาซึ่งเป็นเจ้าภาพการแข่งขัน ยูโร 2016 โดยได้นักร้องสาว Zara Larsson (ซาร่า ลาร์สสัน) สาวน้อยวัย 18 ชาวสวีเดน เจ้าของตำแหน่งสวีเดน ก็อต ทาเลนท์ มาร่วมสร้างสีสันด้วย. มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ดวงวันเกิด บอกความเจ้าชู้ในตัวคุณได้อย่างไรบ้าง ?
ดวงคนเจ้าชู้ /  ดวงความรัก / 

วันอาทิตย์ คนเกิดวันนี้ มีหัวใจกล้าได้กล้าเสียในเรื่องความรักนั้น ถือคติว่าเสี่ยงเป็นเสี่ยงกันตามประสาคนชอบสนุก เจ้าสำราญพอสมควร คนวันอาทิตย์เจ้าชู้ จึงมีดวงในเรื่องความรักที่โดดเด่น คือได้พบรักเสมอๆ มักปิ๊งคนเด่น ๆ ที่ดูดีกว่าใครในกลุ่มคนที่มีท่าเรียบง่ายจนเกินไป ค่อนข้างเชยๆ ไม่ใช่คนแบบที่คุณจะสะดุดตาสะดุดใจแน่นอน ใครก็ตามที่ห้าวเกินเหตุ คนวันอาทิตย์ก็ยากจะตัดใจ คิดชอบพอความสดใส มั่นใจในตัวเอง คือเสน่ห์ที่ทำให้ใครๆ หลงรักคนเกิดวันอาทิตย์ และนิสัยที่แข็งเกินไปของคุณก็คือตัวการสำคัญที่จะทำลายความรักให้พังทลายไปอย่างน่าเสียดาย ยามหลงรักใคร คุณจะตามติดหวังพิชิตให้ได้ เมื่อสมใจแล้ว คุณกลับไม่ยอมให้คู่รักมาเปลี่ยนแปลงความเป็นตัวตนที่แท้ของคุณ ถ้าใครยอมคุณได้ก็รักกันได้นานแน่นอน โดยทั่วไป ดวงในเรื่องความรักของคนวันอาทิตย์ ไม่ค่อยมีอุปสรรคอะไรนัก จีบใครหรือทอดสะพานให้ใครก็มักสำเร็จเสมอ อยู่ที่ว่าตัวคุณเองนั่นแหละ จะเป็นฝ่ายจืดจางห่างเหินอีกฝ่ายเสียก่อน ตามประสาคนเจ้าชู้ที่หัวใจอ่อนไหว และอยากคบคนใหม่ๆ เพราะรู้สึกว่าเป็นเรื่องท้าทายดีชอบหาความมั่นใจให้ตัวเองด้วยเรื่องรักๆ ใคร่ๆ บางครั้งทั้ง 4 ห้องหัวใจเต็มหมด ห้องไหนทนไม่ไหวโบกมือลาไปคุณก็ไม่เสียใจ มีใครคนใหม่มาแทนได้เร็วเสมอ ดวงความรักค่อนข้างดี ตัวเองไม่มีปัญหา แม้จะชอบตามใจตัวเอง แต่ก็ไม่ค่อยเอะอะเอาเรื่องกับความรักจริงจังนัก ปัญหามักเกิดขึ้นเพราะคนรักของคุณ ซึ่งคิดจะเอาเรื่องกับคุณให้ได้ หรืออาจเป็นเพราะความใจร้อนของคุณบ้าง โดยที่คุณไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิดการแตกหักหรอก ดังนั้นถ้าใครเข้าใจคุณก็สามารถควงกับคุณได้นานเป็นพิเศษ วันจันทร์ คนวันจันทร์ไม่แสดงออกถึงความเจ้าชู้เด่นชัดอย่างคนวันอาทิตย์ แต่จริง ๆ แล้วเป็นคนเจ้าชู้เงียบ แอบโปรยเสน่ห์อยู่บ่อย ๆ เหมือนกัน ซึ่งก็มีคนหลงปลื้มอยู่เสมอไป ด้วยความที่เป็นคนอ่อนโยน ฉลาด รอบรู้ มีมนุษยสัมพันธ์ดีพอควรคนวันจันทร์ชอบทำตัวน่ารัก แต่ถ้าเริ่มคบหาจริงจังกับหวานใจแล้ว จะแสดงความดื้อดึงออกมาทันที เพราะเป็นคนเอาแต่ใจตัวเองไม่น้อย ดวงความรักของคุณจึงแสนซึ้งในช่วงต้น ๆ เพราะพื้นดวงเป็นคนสุภาพ น้อยคนนักที่จะห้าวมากๆ นอกจากเกิดในวันจันทร์ และถ้าความรักจะมีปัญหาก็มักเป็นเพราะตัวคุณเอง เนื่องจากเป็นคนช่างคิดอยู่่แล้ว จึงคิดมากคิดไกลเกินไปเสมอและเป็นเหตุร้าวฉานในความสัมพันธ์ได้ไม่ยาก ดวงความรักของคุณค่อนข้างไม่ธรรมดา ความรักแท้มักเกิดขึ้นกับคนที่รอบข้างแอบส่ายหน้า ว่าไม่เหมาะสมกัน ถ้าไม่แก่หรืออ่อนวัยกว่ามากๆ ก็อาจแตกต่างกันที่ฐานะ หรือการศึกษา ด้อยกว่าในเรื่องใดเรื่องหนี่งแน่นอนและมักจะได้แสดงถึงความรักแท้เหมือนในหนัง คือการฝ่าฟันกับกระแสการกีดกันของครอบครัว เปอร์เซ็นต์ส่วนใหญ่จะเป็นในรูปนี้ ถ้าใครได้คู่ที่สมกันดีไม่มีใครห้ามปรามก็ต้องนับว่าโชคดี คงมีดวงในราศีเกิดหรืออิทธิพลอื่นๆ ที่เสริมให้ดวงความรักไปได้ดีกว่าพื้นดวงที่น่าจะเป็นเช่นนั้น แต่สุดท้ายแล้ว คนวันจันทร์จะแฮปปี้สมหวังเสมอ ไม่ค่อยผิดหวังในเรื่องรัก นอกจากจะมีทุกข์ในหัวใจที่ตัวเองคิดเองรู้สึกเองไม่ใช่คนที่คุณรักก่อขึ้นหรอก หรือบางกรณีก็เป็นเพราะคุณแอบหวั่นไหวไปปลื้มคนอื่นแล้วผิดหวัง ถ้าดูแลหัวใจตัวเองให้ดี ๆ ไม่วอกแวกไปไหนคุณก็มักมีคู่รักที่คบกันเนิ่นนานจนเพื่อนๆ อิจฉาเสมอแน่นอน วันอังคาร ถ้าคุณเกิดวันอังคาร คุณก็ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องความรักของคุณหรอก เพราะดวงในเรื่องความรักค่อนข้างดี หมายถึงดวงคู่แท้ ๆ ที่เป็นความรักแท้ๆในชีวิตด้วยเช่นกัน พื้นฐานนิสัยของคุณแม้จะห้าวหาญวู่วาม และตรงไปตรงมาจนน่าถอยห่าง แต่เสน่ห์ของคุณมีเสมอกับเพศตรงข้าม ทำให้ไม่มีช่วงใดที่ไร้คู่นานวันนัก นอกจากบางช่วงคุณจะยังไม่คิดในเรื่องนี้จริงจังเท่านั้น คนวันอังคารเจ้าชู้แค่อารมณ์เท่านั้น ไม่ได้เจ้าชู้เป็นนิสัยถ้าเจอะเจอคนหล่อหรือคนสวยในแบบที่พึงพอใจ ก็จะส่งสายตาไปก่อนอื่น แต่ไม่ใช่คนที่จะต้องปราดเข้าไปขอทำความรู้จักทันใด แม้จะเป็นคนกล้าแกร่งปานใดก็เถอะ เว้นแต่ว่าถ้าได้รู้จักกันแล้วและหลงรักเข้าแล้วเท่านั้นที่คนวันอังคารจะติดตามผลงานอย่างตั้งใจ จนกว่าจะได้ใจของใครคนนั้นไม่มีวันที่คุณจะจีบเล่นๆ แบบนินจาเดี๋ยวมาเดี๋ยวหายแน่นอน คนวันอังคารเป็นคนแข็งนอกอ่อนใน และมีดวงแบบตกหลุมรัก เมื่อแรกสบตาได้มากกว่าคนเกิดวันใด น้อยเหลือเกินที่จะเห็นคนวันอังคารมีความรักกับเพื่อนที่คบกันนานปีแล้วค่อยๆ พัฒนาเป็นความรักและในกรณีที่เป็นคู่รักกันแล้วหากมีเรื่องปะทะอารมณ์ใส่กัน คุณก็จะปิดปากเงียบไม่ยอมขอโทษว่าตนผิดเอง ทั้งๆ ที่ในใจคุณอยากง้อใจจะขาด นอกจากว่าทะเลาะกับคู่รักบ่อยๆ ครั้งจนรู้สึกชินแล้วนั่นแหละคุณถึงจะง้อเป็น กล้าที่จะเอ่ยคำว่าเสียใจออกไปได้ ในท่วงท่าที่ดูเป็นคนมุทะลุวู่วามไม่จริงใจกับใครแท้จริงแล้ว คนวันอังคารเป็นคนรักที่คงมั่นมาก ตามดวงชะตาบ่งบอกว่าเป็นคนรักจริงหวังแต่ง มักได้คู่ดี เว้นแต่บางช่วงจะไปรักคนผิดจนเดือดร้อนไม่น้อย ดวงความรักของคุณหากจะมีปัญหา ก็อยู่ที่อารมณ์เท่านั้น ถ้าร้อนเจอร้อนก็จบเร็วแน่ ถ้าคุณลดไฟในอารมณ์ตัวเองได้หรือเลือกคนใจเย็นเป็นน้ำ ก็รักกันยั่งยืนยากจะแตกร้าวได้ วันพุธ คนเกิดวันพุธมักมีดวงเกี่ยวกับความรักในแบบที่ลึกซึ้ง ไม่รักเพียงหวือหวาให้ตื่นเต้นเร้าใจเท่านั้น ด้วยธรรมชาติและพื้นดวงที่เป็นคนช่างคิดช่างตรองรอบคอบกับทุกเรื่องราวเสมอ ดังนั้นกับในเรื่องรัก คุณจึงต้องมั่นใจก่อนที่จะเอื้อมมือไปคว้ามาแนบใจ เสน่ห์ที่โดดเด่นของคนวันพุธอยู่ที่ศิลปะในการพูดจาทำให้ใครๆ หลงเคลิ้มได้เสมอ และยังเป็นคนฉลาดมีไหวพริบดีอีกด้วย นั่นเป็นจุดเด่นที่ทำให้คนรอบข้างชื่นชมเป็นพิเศษ แต่แม้ว่าจะมีใจชอบใครคนวันพุธ จะไม่เปิดเผยทุกอย่างแก่คนรักเนื่องจากเป็นคนมีโลกส่วนตัว ชอบเก็บบางเรื่องราวไว้กับตัวเองเหมือนกับที่เป็นคนชอบอิสระ และรักสนุกไม่น้อยเลยทีเดียว คนเกิดวันพุธจริงๆ แล้วมี 2 แบบคือแบบ ที่ควักเงินทุ่มให้คนรักแบบสุดๆ กับอีกประเภทคือ เหนียวสุด ๆ กับคนรัก คุณเป็นแบบไหนก็คงต้องตรวจสอบดูตัวเอง แต่ที่มีอยู่ในตัวคนวันพุธทั้ง 2 แบบ ก็คือมักจะปิ๊งคนที่อ่อนวัยกว่าเพราะอยากที่จะดูแลคนรักของตน แบบแสนห่วงหวง และคุณก็มักชอบมีรักแบบที่ค่อยๆ ใกล้ชิดติดใจกันไปทีละนิด คุณแพ้คนที่เข้าใจคุณถ่องแท้ ดวงของคุณจึงมีแนวโน้มที่จะพบรักที่ซาบซึ้งตรึงใจและมีความผูกพันกันมาก เพราะเป็นความรักที่มีพัฒนาการเต็มไปด้วยความเข้าใจในกันและกัน พยายามที่จะรู้จักตัวตนแท้ ๆ ของกันและกันนั่นเอง คนวันพุธโชคดีที่ได้ปิ๊งกับคนคล้ายๆ กัน รสนิยมไม่ต่างกันราวฟ้ากับดินนัก คุยกันรู้เรื่อง ถ้าใครที่ดูดีอย่างเดียว แต่คุยกันไม่รู้เรื่อง ทัศนคติต่างกันมาก ๆ คนวันพุธจะละความสนใจทันที หากเมื่อใดที่อกหัก คนวันพุธก็จะไม่ฟูมฟายมากนักแม้จะปวดใจเพียงใด คนที่เป็นคู่รักของคนวันพุธได้ดีต้องมีลักษณะของความเป็นเพื่อน เฮไปไหน ๆ ด้วยกันได้ ถ้าทำสวีทเป็นเจ้าของเกินไป มักอยู่กับคนวันพุธได้สั้นกว่าที่หวัง วันพฤหัส ถ้าคุณเกิดวันพฤหัสบดี มั่นใจได้เลยว่าคุณจะเป็นคนรักที่ดีให้ใครคนนั้นได้ภาคภูมิใจแน่ เพราะคุณมีทั้งความเอื้ออารี มีน้ำใจ เป็นคนสติปัญญาดี มีความยุติธรรมเป็นคนที่ใครก็ยอมรับและชื่นชมคุณเป็นคนรักจริง เกลียดจริง ถ้าเกลียดใครก็ไม่เสแสร้งคบหาต่อไปให้ต้องฝืนตามวิสัยของคุณวันพฤหัสบดี ที่ตรงพอสมควรดวงในเรื่องความรักของคนวันพฤหัสบดี ไม่ค่อยโลดโผนพิสดารมากนัก ความรักค่อยเป็นค่อยไปอย่างเรียบง่าย หากจะมีเรื่องปวดหัวใจบ้างก็เป็นเพราะความมองโลกในแง่ดีเกินไป บางครั้งจึงหลงคารมคนไม่จริงใจหรือบางครั้งก็คิดไปเองว่าใครคนนั้นมีใจด้วย ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นดั่งที่แอบคิดแอบหวั่นไหว คนเกิดวันพฤหัสบดีเป็นคนใฝ่รู้ ถ้าช่วงใดเจ็บหัวใจ ก็จะทำใจด้วยการทุ่มเทในเรื่องที่มีสาระ มีประโยชน์กับชีวิต ความน่ารักของคนอยู่ที่ความสดใส เปิดเผย มีความมุ่งมั่นเสมอ ไม่ใช่คนที่เลื่อนลอยไร้สาระ ไม่บ่อยนักที่จะเห็นคนวันพฤหัสบดีอีกลักษณะหนึ่งคือไม่ค่อยเรียบร้อยและขาดความสุขุมรอบคอบ คนวันพฤหัสบดีไม่ค่อยเจ้าชู้ แม้จะดูมีท่าทีเข้ากับคนง่ายสดใสเป็นกันเองแต่ไม่ได้ชอบใครง่าย ๆ เสมอไป ถ้ารักใครก็จะรักอย่างซื่อสัตย์ หากจะผิดหวังก็ดังที่กล่าวมาแล้ว คือการไปรักคนผิด คิดว่าดีที่แท้ไม่ใช่ ดวงความรักของคนวันพฤหัสบดีนั้นจะมีรักจริงจังก็ต่อเมื่อพบเจอคนที่เรียบง่ายคล้ายๆกัน ไม่ใช่ฟู่ฟ่าหรูหราเกินไปนัก คิดแต่เรื่องสร้างสรรค์มากกว่าเรื่องเฮฮาปาร์ตี้ ปัญหาในรักมักใม่ใช่อยู่ที่ตัวคุณเอง เพราะคุณอดทนได้เสมอ แต่คนที่คุณรักต่างหากที่จะนำเรื่องปวดหัวมาให้ วันศุกร์ คนที่เกิดวันศุกร์ เป็นคนที่ต้องพัวพันกับเรื่องรักๆใคร่ๆเสมอ เพราะดาวศุกร์ เป็นสัญลักษณ์ของดวงดาวประจำเทพีแห่งความรัก คุณผู้หญิงวันศุกร์จึงเป็นคนรักสวยรักงามเป็นพิเศษ คุณผู้ชายก็สำอางไม่เบา ถ้าผู้ชายคนใดที่บำรุงผิวหน้าด้วยโลชั่นหรือพรมน้ำหอมเสมอก่อนออกจากบ้าน จนใครๆ เกือบจะคิดว่าเป็นเกย์ละก็ที่แท้เขาคนนั้นเป็นคนวันศุกร์นั่นเอง เมื่อรักใครชอบใครคนวันศุกร์จะเทคแคร์เอาใจได้ละเมียดละไมที่สุดยิ่งกว่าคน เกิดวันอื่นๆ แต่ด้วยความที่รักตัวเองมาก หลงตัวเองพอสมควร ดังนั้นคุณจึงต้องการให้คนพิเศษของคุณ ทุ่มเทรักให้คุณสุดหัวใจ ถ้ารู้สึกว่ายังได้ความรักจากเขาหรือเธอไม่มากพอ คุณจะร้ายใส่ทันที แม้เสน่ห์ของคนวันศุกร์จะอยู่ที่ความอ่อนหวานก็เถอะ ยามหึงหวงหรือโกรธเคืองแล้วจะปากร้ายมาก แต่ในจิตใจไม่พิษร้ายใดๆ เป็นคนใจกว้างและเป็นคนซื่อตรงซื่อสัตย์มากด้วยซ้ำ เพียงแต่คิดมากขี้ระแวงเท่านั้นเอง ดวงความรักของวันศุกร์ค่อนข้างอาภัพ ทั้งๆ ที่มีคนมารักจริงแบบหวังแต่ง แต่ก็มักจบลงเพราะความไม่มีเหตุผลอย่างสุดๆ ของคุณเอง เรื่องที่จะผิดหวังเพราะไปรักเขาข้างเดียวนั้นก็มีบ้าง แต่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักหรอก ถ้าจะผิดหวังจนเสียหน้า ก็เป็นเพราะไปหลงเชื่อคนที่มาหวังผลประโยชน์จากคุณโดยไม่ได้รักคุณจริง เนื่องจากคนวันศุกร์ฉลาดในเรื่องอื่น แต่ไม่ทันคนนักหรอก ที่ว่าดวงความรักของคนวันศุกร์อาภัพก็เพราะว่า แม้บางจังหวะชีวิตจะมีรักแสนซึ้งเพียงใดก็กลับต้องเลิกร้างกันทั้งๆ ที่ยังรักบางคนก็อาภัพแบบมีแต่รักเทียมๆ สั้นๆ ไม่ดื้อไม่ดื่มด่ำลึกซึ้งนานวันให้อิ่มใจนักคนเกิดวันศุกร์บางคนก็มีความสัมพันธ์รักที่ยั่งยืนอบอุ่น แต่มักไม่ใช่เป็นคนที่คุณหลงรัก อย่างปักจิตปักใจมาก่อน นับเป็นดวงแห่งความรักที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว วันเสาร์ คนเกิดวันเสาร์ มีดวงชะตาในเรื่องรักที่ค่อนข้างดีพอสมควร ไม่ค่อยจะมีปัญหาปวดหัวปวดใจ จนเดือดร้อนเพราะเรื่องความรักอย่างคนเกิดวันอื่นๆ เนื่องจากพื้นฐานนิสัยที่เป็นคนเด็ดเดี่ยว หนักแน่น คุณจึงคบใครก็คบอยู่คนเดียว พอเลิกกันเมื่อใดจึงค่อยมีรักใหม่ แต่คนวันเสาร์จะไม่ออกไปวิ่งไขว่คว้าหารักมาใส่ตัวหรอก นอกจากรอให้กามเทพแผลงสอนเองตามธรรมชาติดีกว่า แม้จะดูสุขุม มีระบบระเบียบ เป็นคนตรง หัวแข็งไม่เบา แต่ในใจคนวันเสาร์ก็อ่อนไหวไม่อยากกับเรื่องรัก เห็นใครถูกใจก็ชอบแต่ก็รู้จักยับยั้งใจ ไม่วิ่งเข้าประกบทันทีเด็ดขาด ถ้าจะมีความเจ้าชู้ ก็เจ้าชู้เงียบ แต่ไม่ใช่เงียบแบบแอบเอาจริงอย่างคนวันจันทร์ เพราะคนวันเสาร์จะแค่มอง รู้สึกชอบ ส่งยิ้มไปบ้าง แต่ก็ไม่คิดอะไรมากกว่านั้น ดวงความรักของคุณ เป็นลักษณะที่มีความสัมพันธ์มีความผูกพันธ์ เต็มไปด้วยความลึกซึ้งไม่ใช่รักแบบตื่นเต้นเร้าใจสั้นๆ แล้วจบลงเหมือนเพียงจุดพลุดอกไม้ไฟ  คนวันเสาร์ทำให้คนอื่นประทับใจได้เสมอ กับความสุขุมทระนงอดทนมุ่งมั่นใส่ใจคนรักอย่างเสมอต้นเสมอปลาย แต่ถ้าใครคนนั้นฟู่ฟ่าหรูหราใช้เงินกระหน่ำเกินไปคุณก็ไม่ชอบใจเหมือนกัน ความที่เป็นคนช่างเลือกคนวันเสาร์ จึงไม่ใช่คนประเภทที่มีใครๆ เคียงข้างอยู่ตลอดเวลา บางปีถ้าไม่ปิ๊งใครมากๆ ก็ยอมเปลี่ยวใจตลอดปีไม่ซีเรียส ถ้าคนวันเสาร์ถูกใจใคร จะใช้เวลาดูใจดูนิสัยก่อนจะดำเนินความสัมพันธ์ต่อไปให้ลึกซึ้ง ด้วยความขี้ระแวงไม่ไว้ใจใครง่ายๆ ต้องดูแล้วดูอีกกว่าจะตัดสินใจเรื่องความเหมาะสมกัน คุณก็คิดมาก กว่าคนวันเกิดใดไม่ว่าจะเป็นเรื่องอายุหรือฐานะ เช่น อีกฝ่ายรวยกว่ามากหรือจนกว่ามากๆ คุณก็จะคิดมาก แม้จะรักแล้วแต่ก็ลังเล หรือถ้าอายุน้อยกว่ามากๆ หรือแก่กว่ามากๆ ก็กลัวว่าคนอื่นจะคิดยังไงช่องว่างระหว่างวัยจะมีหรือไม่ นี่หละคือสไตล์ความคิดของคนวันเสาร์ ปัญหารักในเรื่องอื่นๆ ไม่ค่อยมีหรอก นอกจากจะสับสนกับตัวเอง   ติดตามดูดวงอื่นๆ ได้ที่ : Horoscope.mthai.com

10 วัดสวยที่สุดในเมืองไทย
วัด /  วัดสวย / 

เที่ยว นั่น นี่ โน่น มาก็มาก แต่จะว่าไปเรายังไม่ค่อยได้พาไปเที่ยววัดกันสักเท่าไหร่ ทั้งๆที่เมืองไทยเป็น “เมืองพุทธ” วันนี้เราจะพาเที่ยววัดธรรมดาทั่วไปก็ใช่ที่ งานนี้ขอคัดมาแบบเน้นๆ เอาที่สวย เริ่ด เจิดสุดรับรองว่า งานนี้ตื่นตากับความงาม ถึงขนาดที่ว่าถ้าได้ไปจนครบ คุณต้องรักการเข้าวัดและลืมที่เที่ยวแบบอื่นๆไปเลยทีเดียว 10 วัดสวยที่สุดในเมืองไทย 1. วัดพระศรีอารย์ อุโบสถทองคำร้อยล้าน จังหวัดราชบุรี ชมความงามวัด Unseen ที่แรกกันที่ ราชบุรี กับ อุโบสถทองคำร้อยล้าน วัดพระศรีอารย์  ความสวยงามของวัดแห่งนี้ อยู่ที่ตัวโบสถ์ ซึ่งเป็นพระอุโบสถตกแต่งด้วยงานปูนปั้นสีทองทั้งหลัง เหลืองอร่ามมองเห็นได้แต่ไกล  สวยงามด้วยศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลาย ประดับด้วยลวดลายปูนปั้นจิตรกรรมเรื่องพระมหาชนก ทศชาติพระเจ้าห้าพระองค์  ตัวอุโบสถทองคำหลังนี้ใช้เวลาในการสร้างนานถึง 37 ปี  ด้วยแรงศรัทธาจากชาวบ้านล้วนๆ โดยมีมูลค่าในการจัดสร้างรวมกว่า  “ร้อยล้านบาท” ประกอบกับตัวโบสถ์สีทองทำให้ใครๆ พากันเรียกขานโบสถ์แห่งนี้ว่า  “อุโบสถทองคำร้อยล้าน” ภายในโบสถ์เป็นที่ประดิษฐานของพระประธานปางมารวิชัย ศิลปะพม่า สร้างด้วยหยกขาวทั้งองค์ที่ได้อัญเชิญมาจากประเทศพม่า นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปคู่วัด คือ พระศรีอารย์ เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่พิมพ์พระศรีอารย์ซึ่งมีลักษณะเด่น คือ มีตาลปัตรอยู่ด้านหน้าองค์พระพุทธรูป จีวรจับกลีบคล้ายพระพุทธลักษณะสมัยคันธาระ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ทุกคนเคารพกราบไหว้ นอกจากนี้ที่ประตูโบสถ์ก็ทำมาจากไม้ยมหอมทั้งต้น แกะสลักลวดลายพุทธประวัติ ซึ่งมีความยิ่งใหญ่ และสวยงามมาก ที่ตั้ง : หมู่ 6 บ้านเลือก ตำบล บ้านเลือก อำเภอ โพธาราม จังหวัด ราชบุรี 70120 การเดินทาง : ใช้ถนนเพชรเกษมประมาณ กม. ที่ 74 บริเวณบ้านเลือกมีทางแยกขวามือ (ถ้ามาจากราชบุรีทางแยกอยู่ซ้ายมือ เลยแยกบางแพไปประมาณ 500 เมตร)  2. วัดถ้ำเขาวง วัดไม้เก่าแก่ท่ามกลางภูเขาหินปูน จังหวัดอุทัยธานี วัดสวย แปลกตา ลำดับถัดไป ที่เราอยากให้คุณหาโอกาสไปเยี่ยมชมให้ได้ คือ "วัดถ้ำเขาวง" หากมองจากภาพถ่ายเชื่อว่าหลายคนคงคิดว่า เป็นรีสอร์ทสวยๆ ที่ไหนสักแห่ง แต่ความจริงแล้วที่นี่คือ “วัด” โดยวัดแห่งนี้เป็นอาคาร 4 ชั้น ออกแบบลักษณะเรือนไทย ยกใต้ถุน แบ่งสัดส่วนการใช้งานเป็น 4 ส่วน คือ ใต้ถุนเป็นลานเอนกประสงค์และร้านขายของ , ชั้นที่ 2 เป็นวิหาร , ชั้นที่ 3 เป็นกุฏิ และ ชั้นที่ 4 จะเป็นโบสถ์สร้างด้วยไม้สัก และไม้มะค่า มีความงดงามมาก บริเวณโดยรอบก็มีการจัดภูมิทัศน์ให้สวยงาม ร่มรื่น มีฉากหลังเป็นเขาหินปูนสูงตระหง่าน บริเวณด้านหน้ามีสวนไม้ดัด และบ่อน้ำซึ่งมีปลาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ห่างจากตัววัดไปทางด้านหลังจะมีถ้ำอยู่ประมาณ 7-8 ถ้ำ บางถ้ำเป็นที่นั่งวิปัสสนาสำหรับพระภิกษุ บางถ้ำเป็นถ้ำค้างคาว และบางถ้ำก็มีหินงอกหินย้อยให้ชมกัน ระหว่างทางเดินที่จะขึ้นไปชมถ้ำ จะผ่านน้ำตกเทียมที่ดูเข้ากับบรรยากาศ เมื่อมาเยือนวัดแห่งนี้ จะรู้สึกปลอดโปร่ง ทั้งจากใจที่สงบจากการทำบุญ และจากกายที่ได้พักผ่อนเหมือนมาตากอากาศในรีสอร์ท ที่ตั้ง : เชิงเขาวง ต.บ้านไร่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี การเดินทาง : จากตัวเมืองอุทัยธานี มุ่งหน้าสู่ตำบลบ้านไร่ ห่างจากอำเภอไปราว 12 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 3011 ผ่านทางโค้งศาลเจ้าพ่อเขารักแล้วมาตัดกับสามแยกให้เลี้ยวขวาไปประมาณ 6 กิโลเมตร จะมีทางแยกเลี้ยวซ้ายเข้าสู่เขาวง ประมาณ 8 กิโลเมตรถึงทางแยกเข้าไปอีก 300 เมตร ทางค่อนข้างจะลาดชันขึ้นทีละน้อย เส้นทางอ้อมโค้งเป็นหน้าผาต้องไต่ไปตามซอกเขา 3. วัดสันป่ายางหลวง วัดสวยล้านนากลางป่าคอนกรีต จังหวัดลำพูน ถัดมาเราไปดูวัดสวยสไตล์ล้านนาท่ามกลางป่าคอนกรีต ของจังหวัดลำพูนกันบ้าง โดยไปกันที่วัด “สันป่ายางหลวง” วัดนี้มีประวัติความเป็นมายาวนาน โดยเชื่อกันว่าเป็นวัดแห่งแรกของอาณาจักรล้านนา ด้วยสาเหตุนี้ ทำให้ภายในวัด มีสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ศิลปะทางล้านนามากมาย ไม่ว่าจะเป็น “วิหารพระโขงเขียว” ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระหยกเขียวซึ่งนำมาจากแม่น้ำโขง หรือจะเป็น “พระวิหารพุทธอัญญรัตนมหานทีศรีหริภุญชัย” มณฑปทรงล้านนา ที่ใช้ประดิษฐานพระพุทธเมตไตรจำลองจากพุทธคยา ฯลฯ การตกแต่งนอกจากจะใช้ศิลปะสไตล์ล้านนาแล้ว ยังมีการสอดแทรกคติความเชื่อทางศาสนาลงไปในการก่อสร้างอีกด้วย นอกจากการก่อสร้างที่มีความสวยงามแปลกตาในสไตล์ล้านนาแล้ว ความงามของพระพุทธรูปหินหยกขาวปางปรินิพพาน, มณฑปพระเขี้ยวแก้วซึ้งเป็นพระเขี้ยวแก้วของพระมหาสารีบุตร, พระเขียวโขง, พระพุทธรูปแก้วขาวของเก่าเมืองลำพูน รวมทั้งพระเครื่องสกุลหริภุญชัยซึ่งอยู่ภายในวัดแห่งนี้ ก็เป็นตัวดึงดูดให้นักท่องเที่ยวพากันมาสักการะ และเยี่ยมชมไม่อย่างขาดสาย ที่ตั้ง :  หมู่บ้านสันป่ายางหลวง ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน การเดินทาง :  จากกรุงเทพฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) ผ่านดอนเมือง รังสิต แยกซ้ายตรงกิโลเมตรที่ 32 ผ่านจังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดชัยนาท เข้าจังหวัดนครสวรรค์ แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 11 เข้าจังหวัดลำพูน รวมระยะทาง 670 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8 ชั่วโมง 4. พระมหาเจดีย์ชัยมงคล วัดสวยเหมือนอยู่ในแดนสวรรค์ จังหวัดร้อยเอ็ด พระมหาเจดีย์ชัยมงคล จ.ร้อยเอ็ด ความสวยแปลกตาของพระมหาเจดีย์แห่งนี้ คือ การผสมผสานระหว่างองค์พระปฐมเจดีย์ ศิลปะของภาคกลาง และพระธาตุพนม ศิลปะของภาคอีสานเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว จากภายนอกตัวอาคารเป็นพื้นสีขาวตกแต่งลวดลายด้วยสีทองเหลืองอร่าม ดูวิจิตรตระการตา บริเวณโดยรอบรายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กทั้ง 8 ทิศ ภายในองค์พระมหาเจดีย์ ตกแต่งอย่างสวยงามเหมือนอยู่บนวิมานแดนสวรรค์ มีรูปปั้นเทพ และเทพธิดา ไปจนสวนสวยอยู่โดยรอบ ใช้งบประมาณในการสร้างรวมแล้วกว่า 3,000 ล้านบาท ที่ตั้ง : ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด การเดินทาง : จากตัวเมืองร้อยเอ็ด ใช้เส้นทาง ร้อยเอ็ด - โพนทอง – หนองพอก ระยะทาง 62 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 2044 และ 2136 ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงถึงอำเภอหนองพอกต่อไปยังบ้านท่าสะอาด ตำบลผาน้ำย้อย และขึ้นเขาเขียวไปอีก 5 กม. ก็จะถึงวัดเจดีย์ชัยมงคลสถานที่ตั้งของ พระมหาเจดีย์ชัยมงคล 5. วัดถ้ำเสือ ชมความยิ่งใหญ่ของพระพุทธรูปปางประทานพรที่ใหญ่ที่สุด จังหวัดกาญจนบุรี วัดสวย แปลกตา ลำดับถัดไป เราไปกันที่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี กับวัดสวยขนาดใหญ่ “วัดถ้ำเสือ” ความสวยงามสะดุดตาของวัดนี้ เริ่มกันตั้งแต่ องค์พระพุทธรูปปางประทานพรขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี ที่ไม่ได้มีดีแค่ขนาดเท่านั้น ความสวยงามขององค์พระที่ประดับตกแต่งด้วยโมเสคสีทองทั้งองค์ ก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ทำให้ผู้คนพากันหลั่งไหลเข้ามาชื่นชมความงามไม่ขาดสาย และเมื่อเดินเข้าไปภายในวัดจะพบกับความวิจิตรของศิลปะแบบไทยๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น อุโบสถวัด ทรงจตุรมุข มีซุ้มเสมารอบ 8 ทิศ, ลวดลายปูนปั้นพระพุทธประวัติสวยงามทุกด้านของผนังภายในอุโบสถ, พระเจดีย์เกศแก้วมหาปราสาท เจดีย์ทรงสวย รูปร่างแปลกตา ภายในมีทั้งสิ้น 9 ชั้น ด้านบนเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุ นอกจากนี้หากมองลงมาจากบริเวณด้านบนในช่วงหน้าทำนา จะมองเห็นทุ่งนาข้าวสวยงามสุดลูกหูลูกตาอีกด้วย ที่ตั้ง : ต.ม่วงชุม อำเภอท่าม่วง กาญจนบุรี การเดินทาง : วัดถ้ำเสืออยู่ห่างจากเขื่อนแม่กลองประมาณ 5 กิโลเมตร ทางเข้าวัดต้องผ่านตัวเขื่อนแม่กลองแล้วจะมีป้ายบอกให้เลี้ยวขวาไปประมาณ 2 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายอีกประมาณ 200 เมตร 6. วัดป่าสว่างบุญ เจดีย์ทองคำ 500 ยอด จังหวัดสระบุรี ลำดับถัดไปเราไปชมความงามของมหาเจดีย์ราย 500 ยอดที่ วัดป่าสว่างบุญ จ.สระบุรี ที่วัดนี้นอกจากจะมีชื่อเสียงในเรื่องของความสงบ ทำให้มีผู้คนมาปฏิบัติธรรมกันเป็นจำนวนมากแล้ว ความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมที่สวยงามก็เป็นอีกหนึ่งที่ทำให้ชื่อเสียงขจรขจายไปไกลอีกด้วย โดยความเด่นเรื่องความงามของวัดแห่งนี้อยู่ที่ พระมหาเจดีย์ 500 ยอด มีชื่อเต็มว่า "พระมหารัตนโลหะเจดีย์ศรีศาสนโพธิสัตว์สว่างบุญ" ซึ่งประกอบไปด้วย “เจดีย์ประธานองค์ใหญ่” อยู่ตรงกลาง และมีองค์เจดีย์รายองค์เล็กตั้งลดหลั่นกันลงมาอยู่รอบๆทิศ ตัวองค์เจดีย์เป็นปูนปั้นเคลือบสีทองทั้งหมดทุกองค์ ด้านในประดับกระจกทับทิม และได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากประเทศเนปาล, อินเดีย และศรีลังกา มาบรรจุในพระมหาเจดีย์ครบทั้ง 500 ยอด รวมทั้งได้นำพระบรมสารีริกธาตุ และวัตถุมงคลของมีค่ามาบรรจุอยู่ในพระเจดีย์องค์ประธานอีกด้วย ที่ตั้ง : หมู่ 7 บ้านคลองไผ่ ต.ชะอม อ.แก่งคอย จ.สระบุรี การเดินทาง : ใช้เส้นทาง สระบุรี-นครนายก จาก อ.แก่งคอย ไปประมาณ 15 กิโลเมตร พอถึงตำบลชะอม เลี้ยวซ้ายไปเส้นทางเที่ยวน้ำตกโกรกอีดก ตรง เข้าไปประมาณ 4 กิโลเมตร วัดตั้งอยู่ทางขวามือ มีป้ายบอกชัดเจน 7. วัดท่าซุง ชมความงามวิหารแก้วอันเลื่องชื่อ จังหวัดอุทัยธานี   วัดท่าซุง วัดขึ้นชื่อเรื่องความงามของจังหวัดอุทัยธานี แม้วัดแห่งนี้จะเป็นวัดเก่า แต่ก็ได้มีการบูรณะเรื่อยมาตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน มีการสร้างอาคารต่างๆ เพิ่มขึ้นจากในอดีตมากมาย เช่น พระอุโบสถใหม่ ภายในประดับ และ ตกแต่งอย่างวิจิตร บานหน้าต่าง และประตูด้านในเขียนภาพเทวดาโดยจิตรกรฝีมือดี บริเวณโดยรอบสร้างกำแพงแก้ว มีรูปหล่อหลวงพ่อปาน และหลวงพ่อใหญ่ขนาด 3 เท่า อยู่มุมกำแพงด้านหน้า มณฑป และพระวิหารแก้วที่ประดิษฐาน พระพุทธชินราชจำลอง และศพของหลวงพ่อฤาษีลิงดำที่ไม่เน่าเปื่อย ไฮไลท์ความงามของที่นี่ต้องยกให้วิหารแก้ว ซึ่งสร้างด้วยโมเสกสีขาวใส มองดูเหมือนแก้ววาววับอยุ่ภายในสวยแปลกตา นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปพระพุทธชินราชจำลอง ซึ่งมีความงดงามเป็นพระประทานในวิหารอีกด้วย ที่ตั้ง : เลขที่ 60 หมู่ 1 บ้านท่าซุง ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัยธานี การเดินทาง : จากกรุงเทพเข้าสู่ป้ายต้อนรับจังหวัดอุทัยธานี วิ่งตรงตามถนนเข้าเมืองมาจนสุดทาง ก็จะเจอสามแยกมีป้ายแหล่ง ท่องเที่ยวที่ชี้บอกทางไปวัดท่าซุงเอาไว้ให้็เลี้ยวซ้ายเข้ามาตามทางหลวงสาย 3265 ถึงแยกไฟแดง ถัดมาก็เลี้ยว ขวาตามป้ายอำเภอ มโนรมย์ขับตามป้ายบอกทางไปวัดท่าซุงซึ่งจะมีบอกอยู่เป็นระยะ 8. วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ พุทธคยาจำลอง จังหวัดนครสวรรค์     วัดสวยแปลกตา ลำดับถัดไปเราไปกันที่ จังหวัดนครสวรรค์ กับ วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ซึ่งเป็นวัดในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ความสวยงามแปลกตาของวัดแห่งนี้ คือการสร้างวัดเป็นรูปเรือหลวงบนยอดเขา ซึ่งสื่อความหมายถึง พาหนะที่จะช่วยให้พ้นห้วงกิเลส ภายในวัดประดิษฐานเจดีย์ศรีพุทธคยา ซึ่งจำลองแบบมาจากเจดีย์พุทธคยาจากประเทศอินเดีย ลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมทรงกรวย ส่วนยอดเจดีย์เป็นทรงระฆังคว่ำ ประดับด้วยลวดลายปูนปั้น ซึ่งมีความสวยงามดูแปลกตา บริเวณรอบๆ เจดีย์จะมีพระพุทธรูปปางประทับยืน และประทับนั่งอยู่ทั่วไป บริเวณชั้นบนสุดยังเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุอีกด้วย นอกจากนี้ภายในวัดยังมีสิ่งก่อสร้างที่มีความหมายเป็นมงคลอีกหลายอย่าง อาทิ มณฑปเรือนแก้ว สถาปัตยกรรมประยุกต์ไทยอินเดีย มุงและกั้นด้วยกระจกสีชาทั้งหมด เป็นที่ประดิษฐานพระประวัติศาสตร์ ห้องพระไตรปิฎก ชั้นบนสุดประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ฯลฯ ที่ตั้ง : บ้านเขาโคกเผ่น ตำบลทำนบ อำเภอท่าตะโก นครสวรรค์ การเดินทาง : จากกรุงเทพฯ เดินทางมุ่งหน้า อ.ตาคลี นครสวรรค์ ถึงกองบินสี่ เจอแยกไปหัวหวาย (ทางหลวงแผ่นดิน 3329) เลี้ยวซ้าย ขับรถไปเรื่อย ๆ จะเจอสี่แยกตัดกันกับเส้นตากฟ้า-ท่าตะโก ให้ตรงเข้าไป ขับรถผ่านหมู่บ้านทาง รพช. มีป้ายบอกตลอดทางจะเห็นภูเขาอยู่ด้านหน้าประมาณห้า กม.จากแยกก็จะถึงวัด 9. วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร วัดแบบโบสถ์คริสถ์หนึ่งเดียวในไทย จังหวัดอยุธยา เคยเห็นวัดสร้างสไตล์โบสถ์คริสต์กันมั้ย  ถ้ายังไม่เคยเห็นเราจะพาไปชมกันได้ที่ “วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร” จ.อยุธยา วัดนี้สร้างขึ้นโดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงใช้เป็นสถานที่สำหรับบำเพ็ญพระราชกุศล เมื่อเสด็จฯ แปรพระราชฐานมาประทับที่พระราชวังบางปะอิน โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเลียนแบบโบสถ์ฝรั่งเป็นศิลปะแบบโกธิค (Gothic) ภายในประดิษฐาน "พระพุทธนฤมลธรรโมภาส" เป็นพระประธานออกแบบโดยพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิษฐวรการ โดยลักษณะที่ผสมผสานศิลปะแบบประเพณีนิยม และศิลปะแบบตะวันตกเข้าด้วยกัน ซึ่งมีพุทธลักษณะคล้ายสามัญชน นอกจากนี้ บริเวณฐานชุกชีก็มีลักษณะเหมือนที่ตั้งไม้กางเขนแบบโบสถ์ และฝาผนังโบสถ์ด้านหน้าของพระประธานนั้น เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ ๕ ที่ประดับด้วยกระจกสี มองดูมีความสวยงามแปลกตามาก ที่ตั้ง : เกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งตรงข้ามกับพระราชวังบางปะอิน ตำบลบ้านเลน  อำเภอบางปะอิน พระนครศรีอยุธยา การเดินทาง : ตั้งอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยาด้านทิศใต้คนละฝั่งกับพระราชวังบางปะอิน มาจากกรุงเทพฯ ตามถนนพหลโยธิน จะมีทางแยกซ้ายบริเวณกิโลเมตรที่ 35 ไปพระราชวังบางปะอินเป็นระยะทางอีก 7 กิโลเมตร 10. วัดเกริ่นกฐิน วัดสวยจากศรัธาประชาชน จังหวัดลพบุรี วัดสวยแปลกตาในเมืองไทย ลำดับสุดท้ายที่เราจะพาคุณๆไปชมในวันนี้ ไปกันที่  “วัดเกริ่นกฐิน” จังหวัดลพบุรี วัดแห่งนี้จัดเป็นวัดเก่าคู่บ้านคู่เมืองลพบุรีมาช้านาน แต่เดิมชื่อเสียงของที่นี่เป็นวัดที่จำพรรษาของเกจิอาจารย์ชื่อดัง “หลวงพ่อเพี้ยน” ต่อมาผู้คนที่นับถือองค์หลวงพ่อก็ได้เข้ามาช่วยกันทำบุญและบูรณะวัดให้มีความสวยงาม จนชื่อเสียงเรื่องความงามเริ่มเป็นที่ประจักษ์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นวิหารหลวงพ่อปาน วิหารแก้วที่มีความวิจิตรสวยงามภายในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหลวงพ่อปาน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์ของวัด, เจดีย์สำหรับประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ที่สมเด็จพระสังฆราชประทานให้ไว้ ตัววิหารออกแบบสวยงามมีการประดับตกแต่งทั้งภายในและภายนอก พร้อมทั้งมีการยกฉัตรทองคำอีกด้วย ที่ตั้ง : บ้านเกริ่นกฐิน ตำบลบ้านชี อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี การเดินทาง : เส้นทาง ถนน สายบางงา บ้านหมี่ (ทางหลวงหมายเลข 3028) กม ที่ 8(ข้าง ร.ร.บ้านชีวิทยา) มีทางแยกเข้า ระยะทางประมาณ 5 กม. กมที่ 11(ตรงข้าม อบต.บ้านชี) มีทางเข้าระยะทาง 3 กม. เส้นทางเลียบคลองส่งน้ำ ชัยนาท- ป่าสัก แยกริมคลองส่งน้ำ ขวา 16 (R16) (ใกล้หมู่บ้านหนองทรายขาว) ตรงไป 7 กม ก็จะเห็นวัดเกริ่นกฐิน ขอบคุณภาพจาก  prame9  http://picpost.mthai.com/view/76192 ที่มา  http://www.painaidii.com/diary/diary-detail/001523/lang/th/

รัสเซียซิวแชมป์โปรแกรมเมอร์โลก ปิดฉากงาน ‘ACM-ICPC World Finals 2016’
ACM-ICPC World Finals 2016 /  การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ / 

รูดม่านปิดฉากลงอย่างสวยงาม สำหรับการแข่งขันการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ระดับโลก ครั้งที่ 40 หรือ ACM-ICPC World Finals 2016 ซึ่งจัดขึ้นที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 15 – 19 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รับเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันระดับโลกในครั้งนี้ และยังได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ใจดี เช่น สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟแวร์แห่งชาติ (SIPA) กระทรวงไอซีที บมจ.กสท.โทรคมนาคม สำนักงานจังหวัดภูเก็ต และเทศบาลนครภูเก็ต ร่วมสนับสนุนกิจกรรมการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ขึ้น ซึ่งทีมที่เป็นสุดยอดโปรแกรมเมอร์แห่งปีและคว้าแชมป์ไปครอง ได้แก่ ทีม St. Petersburg State University ตัวแทนจากประเทศรัสเซีย… รัสเซียซิวแชมป์โปรแกรมเมอร์โลก ปิดฉากงาน ‘ACM-ICPC World Finals 2016’ ACM-ICPC เป็นเวทีประลองฝีมือด้านการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของนักศึกษาระดับปริญญาตรีที่มีมายาวนานตั้งแต่ปี 1977 ซึ่งมีหัวเรือใหญ่ด้านไอทีของโลกอย่าง IBM เป็นสปอนเซอร์หลัก จึงทำให้ ACM-ICPC กลายเป็นอีกหนึ่งสนามในฝันของเหล่าโปรแกรมเมอร์วัยทีนในระดับอุดมศึกษาจากทั่วโลกที่ต้องการร่วมลงชิงชัยในการแข่งขัน โดยในรอบ World Finals ซึ่งเป็นโค้งสุดท้ายของการแข่งขันนั้น มีทีมที่เข้าร่วมจำนวน 128 ทีม จาก 40 ประเทศทั่วโลก ซึ่งบรรดาผู้ร่วมชิงชัยล้วนเป็นเซียนโปรแกรมเมอร์ที่ผ่านด่านจากระดับประเทศและระดับทวีปมาแล้ว จึงรับรองคุณภาพและความดุเดือดของการแบทเทิ่ลในครั้งนี้ได้เป็นอย่างดี การแข่งขัน ACM-ICPC จะแข่งกันเป็นทีมๆ ละ 3 คน ประลองทักษะด้านการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ภาษา C/C++ และ Java เพื่อคิดแก้โจทย์ปัญหา 13 ข้อ ภายในระยะเวลา 5 ชั่วโมง ที่นักศึกษาตัวแทนแต่ละทีมต่างงัดกลเม็ดเคล็ดลับวิชาความรู้ และทักษะด้านคณิตศาสตร์และฟิสิกส์มาประยุกต์ตีโจทย์ค้นหาคำตอบภายใต้เงื่อนไขที่โจทย์แต่ละข้อกำหนดขึ้น  ซึ่งทีมที่สามารถแก้โจทย์ได้ถูกต้องคณะกรรมการจะแจกลูกโป่งเป็นสัญลักษณ์เพื่อทำเป็นคะแนน โดยทีม St. Petersburg State University ผู้ซิวแชมป์โลกในปีนี้สามารถทำโจทย์ได้ทั้งหมด 11 ข้อ ภายในเวลา 1,560 นาที โดยนายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร, นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และ รศ.ดร.ชูศักดิ์ ลิ่มสกุล อธิการบดี ม.อ. ร่วมมอบเหรียญรางวัลอันทรงเกียรติ พร้อมเงินรางวัลกว่า 16,500 ดอลลาร์สหรัฐให้แก่ทีมผู้ชนะเลิศ นอกจากนี้ยังได้รับโอกาสที่เป็นใบเบิกทางสำคัญที่เยาวชนเหล่านี้จะเข้าไปสู่การเป็นนักโปรแกรมเมอร์อาชีพในอนาคต และสำหรับทีมตัวแทนนิสิตนักศึกษาไทยจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือเป็นตัวแทนความภูมิใจของคนไทยที่ได้เข้าร่วมลงสนามแข่งขันในครั้งนี้ โดยทีมจากรั้วจามจุรีก็โชว์ผลงาน เป็นทีมแรกที่ใช้เวลาในการแก้โจทย์ได้เร็วที่สุดภายในเวลาเพียง 11 นาทีเท่านั้น ... และสิ่งที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ถ้วยรางวัลนั่นคือ ประสบการณ์และการได้เปิดโลกทัศน์ทางการเรียนรู้ใหม่ๆ ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการฝึกฝนและพัฒนาทักษะด้านคอมพิวเตอร์และไอที เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่วงการ ICT ของไทยในอนาคตอย่างแน่นอน