วิสัยทัศน์

สุดเศร้า! สิ้น 'ประจวบ จำปาทอง' ด้วยวัย 74 ปี วงการลูกทุ่งอาลัย
นายห้างประจวบ /  ประจวบจำปาทอง / 

วงการลูกทุ่งเศร้า! สิ้น ประจวบ จำปาทอง ด้วยวัย 74 ปี หลังป่วย หลายโรครุม ตั้งสวดอภิธรรม วัดเทพศิรินทร์ วงการเพลงลูกทุ่งเศร้า วันนี้ 18 พ.ย. 57 เมื่อเวลา 14.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประจวบ จำปาทอง เสียชีวิตแล้ว ด้วยวัย 74 ปี หลังเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลมาพักหนึ่งด้วยหลายโรครุมเร้า โดยญาติจะนำศพบำเพ็ญกุศลที่วัดเทพศิรินทร์ ศาลา 3 จะมีพิธีสวดพระอภิธรรม 7 วันตั้งแต่วันที่ 19 -25 พ.ย. 57 และเก็บศพไว้ 100 วัน สำหรับนายห้างประจวบ จำปาทอง อดีตนักร้อง และโฆษกวงดนตรีจุฬารัตน์ ของครูมงคล อมาตยกุล เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2483 ที่ จ.นครพนม  นับว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในวงการเพลงลูกทุ่ง คนลูกทุ่งทุ่งรุ่นให้ความเคารพนับถือ เป็นเจ้าของตำนานนายห้าง 100 ล้าน เป็นเจ้าของค่ายเสกสรรค์เทปแผ่นเสียง ต้นฉบับรองเท้าฝังเพชร เจ้าของครีมไข่มุกแก้สิว ลอกฝ้าตรา "กวนอิม" นอกจากนี้ยังได้รับการยกย่องว่า เป็นผู้พลิกประวัติศาสตร์วงการลูกทุ่งไทย ด้วยการจัดประกวดร้องเพลง "ชุมทางคนเด่น" ออกทางโทรทัศน์ทางช่อง 7 สี โดยเวทีนี้ได้รับความนิยมจากประชาชนที่มีความฝันอยากเป็นนักร้องลูกทุ่งออกแผ่นเสียงเป็นอย่างมาก มีส่วนสร้างนักร้องชื่อดังขึ้นมาประดับวงการมากมาย อาทิ พุ่มพวง ดวงจันทร์, ศิรินทรา นิยากร, สุนารี ราชสีมา เป็นต้น

ประกาศรายชื่อผู้ได้รับบัตรเข้าร่วมงาน มาชิตะ คยูฮยอน แฟนสวีตติ้ง
kyuhyun /  SJ / 

สาหร่ายทะเล มาชิตะ จัดเต็มให้แฟนๆ อีกครั้งกับงานแฟนมีตติ้งอิงลมหนาวส่งท้ายปลายปีกับพรีเซ็นเตอร์สุดหล่อ คยูฮยอน สมาชิกวง Super Junior (ซูเปอร์จูเนียร์) มอบเป็นของขวัญชิ้นสำคัญแก่ ‘เมนคยู’ ทุกคน กับงาน มาชิตะ คยูฮยอน แฟนสวีตติ้ง : แคร์ทุกความห่วงใย ใส่ใจทุกความรู้สึก ซึ่งจะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 11 พฤศจิกายนนี้ ณ แจ้งวัฒนะ ฮอลล์ เซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ ประกาศรายชื่อผู้โชคดีที่ทำตามกติกาและเขียนคำตอบได้ถูกใจทีมงานมากที่สุด ได้รับบัตรเข้าร่วมงาน มาชิตะ คยูฮยอน แฟนสวีตติ้ง : แคร์ทุกความห่วงใย ใส่ใจทุกความรู้สึก จำนวน 30 รางวัล รางวัลละ 2 ใบ (บัตรมูลค่า 1,000 บาท) ได้แก่... 1. คุณ จันขมล ตรีพันธ์ 2. คุณ อาทิตยา ฟูแสง 3. คุณ กัลยา ตันติวา 4. คุณ ศศิธร เมาะราษี 5. คุณ ภัทริกา หิรัญรัตน์ 6. คุณ วริศรา หมอดี 7. คุณ ชลธิชา บุญสมาน 8. คุณ พิชามญชุ์ ชูศักดิ์ศิลป์ 9. คุณ พรรณธร เมืองงามสบูรณ์ 10. คุณ นฤมล ผลประเสริฐ 11. คุณ วิชชุดา กงแก้ว 12. คุณ กัญญาวีร์ สุนทรานนท์ 13. คุณ น้ำฝน พรทวีโชคสกุล 14. คุณ ปภาวิน พิริยะกุลชัย 15. คุณ สุภางค์ ปัทมะทิน 16. คุณ สาวิตรี เพียวประเสริฐ 17. คุณ วิลาสินี ตันวงศ์เลิศ 18. คุณ ชลิตา ชูประเสริฐสุข 19. คุณ ถนอม เอี่ยมทัศน์ 20. คุณ พิชชาธร บรรลือทรัพย์ 21. คุณ กนิษฐา สังข์ศร 22. คุณ อธิชา วัฒิวรรณผล 23. คุณ ศิรินดา เผือกประพันธ์ 24. คุณ ภาณุมาส สอาดวงค์ 25. คุณ ศศิทิพย์ เลาหัตถพงษ์ภูริ 26. คุณ อลิศรา บุญก่อเกื้อ 27. คุณ พิมพ์วดี เหล่าสมาธิกุล 28. คุณ ธนภร ธนาเชษฐ์ 29. คุณ ปวีณา คงคล้าย 30. คุณ จิรัฐติกาล ดังชัยภูมิ ทางทีมงาน music MThai ขอแสดงความยินดีกับผู้โชคดีด้วยนะคะ... ผู้โชคดีจะได้รับอีเมลล์แจ้งรายละเอียดในการรับบัตร มาชิตะ คยูฮยอน แฟนสวีตติ้ง : แคร์ทุกความห่วงใย ใส่ใจทุกความรู้สึก ภายในวันนี้(10 พ.ย.) * การจำหน่ายบัตรอภินันทนาการถือว่ามีความผิดทางกฎหมาย หากผู้ซื้อ-ขายถูกดำเนินคดีหรือยึดสิทธิ์ในการเข้างาน ทางทีมงาน MThai จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น * การตัดสินของทีมงาน MThai ถือเป็นที่สิ้นสุด ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ดอยมวยก้นหอย หุบเขาธรรมชาติมหัศจรรย์
unseen /  ดอย / 

ดอยมวยก้นหอย (Puge County) ตั้งอยู่ในมณฑลเสฉวน ประเทศจีน ห่างจากตัวเมืองนครซีชางไปทางใต้ 30 ก.ม. ครอบคลุมพื้นที่ 2,400 ตารางก.ม. ส่วนที่เป็นเขตทัศนียภาพสำคัญกิน พื้นที่ 1,083 ตารางก.ม. ในภาษาชนชาติหยีเรียกดอยมวยก้นหอยว่า “อันฮาโป” มีความหมายว่ายอดเขา 500 ลี้ หรือยอดเขานิ้วมือทั้งห้า เป็นภูมิทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ตระการตา ดอยมวยก้นหอย หุบเขาธรรมชาติมหัศจรรย์ ยอดเขาหลักชื่อ เยเอ๋อเอ่อฮา มีความสูง 4,359 เมตร เป็นยอดเขาที่สูงเสียดฟ้าลอยเด่นเป็นสง่าในหมู่ยอดเขา ธรรมชาติได้แกะสลักให้ดอยมวยก้นหอยหลัวจี้ซานมี รูปลักษณ์มหัศจรรย์ชวนให้หลงใหล โดยมีลักษณะซ้อนกันเป็นชั้นขึ้นไปดั่งปิระมิด เหมือนหอยโข่งคว่ำ และ คล้ายมวยผมของสตรีโบราณ จึงเป็นที่มาของชื่อดอย มวยก้นหอย ซึ่งภาษาจีนเรียกว่าหลัวจี้ซานนั่นเอง ในประวัติศาสตร์ดอยมวยก้นหอย เคยเป็นปูชนียสถานของพระพุทธศาสนายุคต้นๆ ของจีน จนถึงยุคทองแห่งพระพุทธศาสนาในราชวงศ์ถัง เฉพาะวัดหลัวจี้ก็มี พระภิกษุประจำอยู่ถึง 3,000 รูปแล้ว ในหุบเขามีห้วง น้ำเขียวมรกตที่เงียบวังเวง สายหมอกลอยละลิ่ว จึงเป็นสถานที่สัปปายะของชาวพุทธ เป็น “แดนสวรรค์” สำหรับ การปลีกวิเวกปฏิบัติธรรม ในจีนโบราณได้บัญญัติชื่อสถานที่สำคัญบนดอย มวยก้นหอยไว้ดังนี้คือ “12 ถ้ำพระพุทธ” “18 ยอดเขา” “25 ลาน” “32 สระสวรรค์” “72 ยอดเขา” “108 ทิว- ทัศน์” นอกจากนี้ยังมีน้ำตกจากน้ำพุร้อนที่งดงามอัศจรรย์ ความยิ่งใหญ่อลังการของกลุ่มยอดเขาบนดอยมวยก้นหอย เรียงรายลดหลั่นเป็นชั้น มองจากที่ไกลดูคล้าย กับเกาะสวรรค์ในตำนานเทพนิยายที่ปรากฏตรงหน้า ถ้ามองในระยะใกล้ จะเห็นหน้าผาสูงชัน ต้นไม้เก่าแก่สูง เทียมฟ้า ไม้ดอกดารดาษหลากสีสันราวกับผ้าแพรพรรณ เมื่อขึ้นสู่ยอดเขา จะเห็นทั้งภูดอยธารน้ำยาวนับพันลี้ ไกลสุดสายตา บนเขายังมีป่าดงดิบขนาดใหญ่ที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ ทุ่งหญ้าเขียวขจีอันกว้างใหญ่ไพศาล ดอกไม้นานาพรรณเบ่งบานประชันสีสัน ทั้งยังมีสัตว์ป่าที่หา ยากอีกด้วย กล่าวได้ว่าทั่วทุกแห่งล้วนมีมนต์เสน่ห์ เงียบสงบชวนพิศวง จึงทำให้ดอยมวยก้นหอยกลายเป็น แหล่งทัศนียภาพธรรมชาติที่รวมความยิ่งใหญ่ มหัศจรรย์ แปลกใหม่ น่าหวาดเสียว อนารยะ สูงชัน สงัดเงียบ งดงาม ทั้งหมดนี้มีอยู่ในดอยมวยก้นหอยแห่งเดียว ดอยมวยก้นดอย เป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติว่าด้วย ธารน้ำแข็งโบราณยุคควอเตอร์นารี เมื่อหนึ่งล้านปีก่อน ที่ยังคงความสมบูรณ์ครบถ้วน และหาดูได้ยากในเขต ภูเขาของประเทศจีน รูปลักษณ์ธารน้ำแข็งโบราณซึ่งรวม ทั้งลักษณะเหลี่ยมเขาในร่องรอยธารน้ำแข็งโบราณ แอ่งและร่องธารที่เกิดจากการกร่อนโดยธารน้ำแข็ง เป็นต้น ซึ่งนับเป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อการท่องเที่ยว การผจญภัย และ การสำรวจวิจัยเป็นอย่างยิ่ง ในบรรดาจุดชมวิวเหล่านี้ ที่ยิ่งใหญ่ตระการตาที่สุดเห็นจะเป็น บึงตะกอนธารน้ำแข็ง ที่เกิดจากการกร่อนโดยธารน้ำแข็ง บึงตะกอนธารน้ำแข็ง ของดอยมวยก้นหอยกระจายอยู่ในภูมิประเทศที่มีความ สูงเหนือระดับน้ำทะเล 3,150 เมตรขึ้นไป บริเวณโดยรอบของหนองบึงยังคงมีปรากฏการด้านการกร่อนโดย ธารน้ำแข็งและตะกอนธารน้ำแข็งเป็นจำนวนมาก เนื่อง จากในหนองบึงมีหินผาที่มีสี รอบบึงมีพรรณไม้ พืชหญ้า ต่างๆ และซากพืชเน่าเปื่อยในดิน ทำให้น้ำในหนองบึง ปรากฏสีฟ้าสดใส สีแดงอมน้ำตาล สีเหลืองอมน้ำตาล สีเขียวสด และสีเขียวเข้ม เป็นต้น ดอยมวยก้นหอย มีภูมิลักษณ์เป็นภูเขาสูงชัน ภูมิ อากาศแบ่งเป็นโซนตามความสูงของระดับน้ำทะเล ประกอบกับผู้คนเบาบาง เป็นสภาพแวดล้อมภูมิประเทศที่ มีปิดกั้น ป่าดงดิบและสัตว์ป่าหายากนานาชนิด ตลอดจน ไม้ดอกพันธุ์ป่า พืชเห็ดต่างๆ มีหลากหลายชนิด ป่าดง ดิบมีพื้นที่กว่า 3 แสนโหม่ว (2.4 โหม่วจีน =1 ไร่) พันธุ์พืชประกอบด้วยพืชเขตร้อนแถบเอเชียใต้ พืชพวก สนเขตกึ่งร้อน พืชใบกว้างไม่ผลัดใบเขตกึ่งร้อน และ พืชพวกสนเขตกึ่งภูเขาสูง เป็นต้น รวมกว่า 180 วงศ์ ชนิดกว่า 2,000 ด้านพืชประเภทเห็ด เป็นที่รู้กันว่ามี เห็ดขนาดใหญ่ 150 กว่าชนิด สามารถรับประทานและ ใช้ทำยารักษาโรคได้มีมากถึง 80% มีสัตว์ป่าหายากร่วม 400 ชนิด ดอยมวยก้นหอยได้รักษาทรัพยากรพืชและ สัตว์ไว้ได้อย่างอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็น “คลังพันธุกรรม” ของสิ่งมีชีวิตที่หายากในประเทศจีน ควรค่าแก่การมา เที่ยวชม เป็นฐานสำรวจศึกษาทางวิทยาศาสตร์ที่ สำคัญยิ่ง ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : rivermk.com / นิตยสารแม่น้ำโขง / lvmama.com / ffgww.com เรียบเรียงโดย Travel MThai ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : City Lion เมืองโบราณใต้น้ำ…สวรรค์ของนักดำน้ำ , ถ้ำเอ๋อหวังตง ถ้ำมหัศจรรย์แห่งเมืองจีน

ปธ.สปช. แถลงเจตนารมณ์ปฏิรูปประเทศ
ข่าววันนี้ /  ภาษีมรดก / 

การสัมมนา สปช. วันที่ 2 ที่ประชุมเห็นพ้องเร่งปฏิรูปความเลื่อมล้ำ เน้นกระจายอำนาจ-งบประมาณสู่ท้องถิ่น ปรับปรุงระบบภาษี การศึกษา พัฒนาครู รายงานข่าวแจ้งว่า การสัมมนาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช. ที่โรงแรมเซนทารา ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ วันนี้ (10 พ.ย. 57) ซึ่งเป็นวันที่ 2 ของการสัมมนา ที่ประชุมส่วนใหญ่ได้มีแนวความคิดเป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือต้องการที่จะปฏิรูปความเลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ การศึกษา และการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ภายหลังการสัมมนาดังกล่าวได้มีการแบ่งกลุ่มย่อย 10 กลุ่ม เพื่อระดมความคิดว่าอนาคตใน 20 ปี ที่อยากเห็น : ฝันว่าอยากจะเห็นประเทศไทยเป็นอย่างไรใน 20 ปีข้างหน้า โดยกลุ่มต่างๆ ได้เสนอให้มีการกระจายอำนาจและงบประมาณสู่ท้องถิ่น เพิ่มรายได้ให้กับประชาชน พัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยเฉพาะศักยภาพของครู รวมถึงการจัดสรรทรัพยากรธรรมชาติให้ประชาชนสามารถเข้าถึงอย่างเท่าเทียม รวมไปถึงการปรับปรุงนโยบายการคลังและระบบภาษีให้เป็นธรรมมากขึ้น มีการจัดเก็บภาษีเงินได้ในอัตราก้าวหน้า มีการจัดเก็บภาษีมรดก ภาษีตลาดหลักทรัพย์ และภาษีรถยนต์แบบก้าวหน้า รถคันใหญ่กินน้ำมันมากหรือใครมีรถหลายคันต้องเก็บภาษีเพิ่มขึ้น และต้องเข้มงวดกวดขันในการจัดเก็บภาษีให้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ผ่านมา นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช.  ได้มีการแถลงข้อสรุปการสัมมนาของสมาชิก สปช. ตลอด 2 วันที่ผ่านมา โดยระบุว่า  สมาชิก สปช. มีความเห็นร่วมกันว่าต้องลดความเหลื่อมทางด้านเศรษฐกิจ ศึกษา ทรัพยากร ปฏิรูปการศึกษา โดยมียุทธศาสตร์ที่เหมาะสม การสร้างชุมชนเข้มแข็งให้เป็นวาระแห่งชาติ สร้างระบบเศรษฐกิจที่เป็นธรรม โปร่งใส เป็นประชาธิปไตย กำจัดทุจริตเชิงนโยบาย ผลประโยชน์ทับซ้อน แก้ไขกฎหมายควบคุมคอร์รัปชั่นให้ครอบคลุม สร้างกฎหมายที่เป็นธรรม มีการบังคับใช้ที่เสมอภาคและมีประสิทธิภาพ คัดกรองคนดีเข้าสู่ระบบการเมือง รวมทั้งปฏิรูประบบเลือกตั้ง กำหนดโทษของการทุจริตการเลือกตั้ง และกำหนดเวลาและวาระการดำรงตำแหน่ง ซึ่งแนวคิดดังกล่าวยังไม่ใช่ข้อสรุปที่ชัดเจน เป็นเพียงแนวคิดวิสัยทัศน์เท่านั้น โดยจากนี้จะนำไปประมวลผลเพื่อเป็นแนวทางให้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญขยายความและเป็นพื้นฐานการรับฟังประชาชนเพื่อปฏิรูปในด้านต่างๆ ต่อไป พร้อมกันนี้นายเทียนฉาย ยังไได้กล่าวถึงกำหนดการนัดประชุม สปช. ในวันพรุ่งนี้ (11 พ.ย.) เวลา 10.00 น. ด้วยว่า การประชุมดังกล่าวมีระเบียบวาระสำคัญคือเลือกตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำสภา จำนวน 18 คณะ และในเวลา 08.00 น.ได้มีการนัดสมาชิก สปช.ที่บริเวณห้องโถง อาคารรัฐสภา 1 เพื่อถ่ายภาพร่วมกัน ณ บริเวณลานหน้าศาลพระสยามเทวาธิราช ในเวลา 08.15 น.ด้วย ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "สภาปฏิรูปแห่งชาติ" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> MThai news .............................................................................................. ข่าวที่เกี่ยวข้อง ที่มา และหน้าที่ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ตลอดระยะเวลาหลายเดือนหลังการเข้ายึดอำนาจบริหารประเทศของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ตั้ง 22 พ.ค. 2557 ที่ผ่านมา ...

Horns : เทวดาตกสวรรค์
Horns /  คนมีเขาเงา มัจจุราช / 

ทันทีที่เห็นหน้าของ แดเนียล เรดคลิฟฟ์ ที่มีเขางอกออกมาจากกบาล บนโปสเตอร์ ก็คงเป็นเรื่องยืนยันแล้วว่า ใน Horns พ่อคุณคงมาแนวบทพิลึกพิลั่น ที่ขยันรับเอาๆ อีกแล้วสินะ (อันนี้ชม) ซึ่งพอได้ดูจนจบเรื่องแล้ว ก็พบว่า อืม...พิลึกจริงๆ ด้วย Horns บอกเล่าเรื่องราว ของ อิ๊ก เพอร์ริซ ที่เมาแอ๋ตื่นขึ้นมาพบว่า เมอร์ริน แฟนสาวสุดรักของตัวเอง ถูกฆ่าข่มขืนไปซะแล้ว ซึ่งนั่นทำให้ อิ๊ก กลายเป็นผู้ต้องหาไปเต็มๆ ทั้งที่ตัวเองก็จำอะไรไม่ได้สักอย่าง ในขณะที่ชาวเมืองต่างโจษจันว่าเขาเป็นปีศาจอำมหิต วันดีคืนดี ก็มีเขาปีศาจงอกออกมาจากหัวของอิ๊กเข้าจริงๆ แต่เขาโง้งคู่นั้นไม่ได้มาเปล่าๆ เพราะมันทำให้อิ๊ก มีพลังพิเศษ สามารถเปิดโปงความชั่วในใจมนุษย์ แบบสารภาพหมดเปลือก อิ๊ก จึงต้องใช้พลังนี้ ในการไล่เค้นความจริงชาวเมือง หาคนร้าย และพิสูจน์ให้ได้ว่า ที่แฟนสาวตายไปน่ะ ไม่ใช่ฝีมือผมนะโว้ย!! ถึงแม้ Horns จะมีทีท่าตอนแรกว่าทั้งเขย่าขวัญและเกี่ยวกันกับภูติผีปีศาจ แต่หนังกลับลำมาทางคอมเมดี้เจือปนสืบสวนซะมากกว่า ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะสไตล์ของผู้กำกับ อเล็กซานเดร อาจา ที่เคยละเลงเลือดใน Piranha 3D นั้น ได้ลงมาอยู่ใน Horns แบบเห็นได้ชัด ซึ่งนั่นส่งผลในสองทิศทาง ประการแรก หนังเกิดความไม่สมเหตุสมผล และชวนกระอักกระอ่วนมากมาย จนคล้ายจะเซอร์เรียลอยู่รอมร่อ ปฏิกิริยาของชาวเมืองที่เดี๋ยวก็เย็นชาต่อสิ่งตรงหน้า เดี๋ยวก็กระเหี้ยนกระหือตอบสนองแบบสุดจะเกินจริงจนคล้ายตัวการ์ตูน ซึ่งถ้าเราในฐานะคนดู ไม่ได้ใส่ใจความสมจริงของความเป็นมนุษย์มากนัก ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร และประการสอง เนื่องจากหนัง หนักมาทางโอเวอร์ซะขนาดนั้น ถึงแม้มันจะไม่ได้ทำให้เรามีส่วนร่วมกับตัวละครมากนัก แต่มันมอบความ "สะใจ" ตอบสนองความรั่ว วายป่วง โฉ่งฉ่าง และอึกทึกครึกโครม  ได้อย่างเต็มเหนี่ยว ซึ่งนั่นทำให้อย่าไปคาดหวังบรรยากาศมืดทึมลึกลับ ปีศาจอาฆาต อะไรทำนองนั้น เพราะมัน...แทบไม่มีครับ (อ้าว!) แต่ถึงจะโอเวอร์ขนาดนั้น Horns ก็ยังมีจุดให้ชวนติดตามอยู่ไม่น้อย ทั้งกับการที่หังค่อยๆ เปิดเผยข้อมูลความจริงออกมาทีละน้อย และให้คนดูได้เดากันสนุกๆ ว่าชาวเมืองจิตป่วย หรือนายหน้าใสซื่อ คนไหนกันแน่ที่เป็นฆาตกร (แต่ก็ไม่ได้ทำให้เอาใจช่วยพ่อแดเนียลให้จับได้หรอกนะ บางทีเป็นปีศาจไปเริ่อยๆ แบบนี้ก็เข้าท่าดี) กับความย้อนแยงที่เลือกเอาสิ่งน่าเกลียดน่ากลัว ที่เป็นสัญลักษณ์ความชั่วช้าอย่าง "ปีศาจ" มาเป็นพระเอก แต่ถึงกระนั้น ทุกๆ การกระทำไม่ว่าจะของชาวเมือง หรือพ่อหนุ่มเขางอก ก็ล้วนกระทำทุกสิ่งเพื่อความอยู่รอด รักตัวกลัวตาย และปรารถนาสิ่งที่ดีกว่าเพื่อตัวเองทั้งสิ้น เมื่อ อิ๊ก ใช้พลังเปิดเผยความจริงทุกสิ่งอันในใจของคนรอบข้างได้ เมืองทั้งเมืองจึงตกอยู่ในสภาพไม่ต่างอะไรกับแดนเถื่อน ที่ทุกคนคิดไม่ดีไม่งามตลอดเวลา โดยมี หนุ่มเขางอก เป็นผู้ป่าวประกาศความเลวทรามในใจมนุษย์นั่นเอง "ไม่มีความชั่วที่ไหน ไม่เคยมีความดีมาก่อน ซาตาน ก็ยังเป็นเทวดาตกสวรรค์เลย" คำกล่าวหนึ่งใน Horns ที่ทำการสรุปรวบยอดความเป็น อิ๊ก เพอร์ริส ในร่างปีศาจได้เป็นอย่างดี บางคนดีๆ ก็จำยอมต้องลุกขึ้นมาใช้วิธีโหดเหี้ยม หรือผิดวิสัย เพื่อทวงถามหาความถูกต้องของตน แต่กับ Horns แล้วดูเหมือนว่า เทวดาตกสวรรค์คนนี้ ไม่ได้มาในแนวอำมหิต น่าสะพรึง ประดุจซาตาน แต่ให้อารมณ์เหมือนฉากนรกฉากหนึ่งของ ทอมแอนด์เจอร์รี่ ที่ปรากฏบนโทรทัศน์ในหนังซะมากกว่า เรื่องนี้ให้ 7.5 /10 ครับ โดย Lecter ป.ล. แฟนๆ ผู้กำกับ อเล็กซานเดร อาจา ห้ามลุกไปเข้าห้องน้ำในช่วงท้ายเรื่องเด็ดขาด พลาดของมันส์ๆ แล้วจะหาว่าไม่เตือนนะเอ้อ! ---------------------------

ครอบครัวสุวะดี นิมนต์พระทำบุญบ้านราชบุรี รื้อย้ายป้อมตร.
ข่าววันนี้ /  ท่านผู้หญิงบุษบา / 

ครอบครัวสุวะดี นิมนต์พระทำบุญบ้านราชบุรี รื้อย้ายป้อมตร. ประตูทางเข้า เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์แล้ว ต่อมาความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว และได้พระราชทานพระบรมราชานุญาต พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ได้กลับคืนสู่สถานะสามัญชนธรรมดาซึ่งในวันที่11 ธ.ค.นั้น ได้เดินทางไปทำบัตรประชาชนที่ว่าการอำเภอแห่งหนึ่ง โดยระบุสถานะในกองทะเบียนบัตรประชาชนว่า “น.ส.ศรีรัศมิ์ สุวะดี” เกิดวันที่ 9 ธ.ค. 2514 อายุ 43 ปี สัญชาติไทย พร้อมกับแจ้งย้ายเข้าสู่บ้านหลังใหม่ในตำบลวัดเพลง อ.วัดเพลง จ.ราชบุรี โดยเป็นเจ้าบ้าน ล่าสุดเมื่อเช้ามืดของวันที่ 14 ธ.ค. มีรายงานข่าวว่าที่บ้านของ ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี มีรถตู้พาพระสงฆ์จำนวน 9 รูป เข้าไปภายในบ้าน เพื่อรับบาตรจากเจ้าของบ้านที่ทำบุญตักบาตร ส่วนบรรยากาศรอบๆ บ้านเป็นไปอย่างเงียบเหงา และยังมีรายงานข่าวเพิ่มเติมอีกว่า ช่วงเย็นของวันที่ 13 ธ.ค. มีเจ้าหน้าที่นำรถแบ๊กโฮและเครื่องมือมาทุบป้อมตำรวจบริเวณริมรั้วด้านนอก ทางเข้าออกประตูบ้าน จากนั้นนำวัสดุที่ทุบแล้วขึ้นรถบรรทุกออกไป แล้วปรับพื้นที่ภูมิทัศน์บริเวณริมรั้วด้านนอกบ้านใหม่ เป็นพื้นราบเรียบไม่มีป้อมตำรวจเหมือนก่อน MThai News ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก ข่าวสดออนไลน์ 

โมโกจู อีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่นักผจญภัยไม่ควรพลาด
อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ /  เที่ยวกำแพงเพชร / 

กิเลสแห่งการเดินทางไม่เคยสิ้นสุด แม้จะ "ยิ่งสูง ยิ่งหนาว" แต่ "ยิ่งสวย ก็ยิ่งอยากเห็น" มนุษย์นี่แหละน้าไม่เคยหยุดดั้นด้น ต่อให้ต้องข้ามเขาจนขาพับขาอ่อนก็ไม่ยอมแพ้ ขอแค่สายตาได้แลในสิ่งที่อยากเห็น travel mthai แนะนำที่เที่ยวชวนสัมผัสช่วงหน้าหนาว ยอดเขา โมโกจู อีกหนึ่งบทพิสูจน์ของการเดินทาง โมโกจู อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ กำแพงเพชร  ด้วยความสูง 1,964 เมตร จากระดับน้ำทะเล โมโกจู จึงเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดใน อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จังหวัดกำแพงเพชร อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 27 กิโลเมตร ต้องเดินเท้าเข้าไป ใช้เวลาไป-กลับ 5 วัน หืออออ กินเหงื่อแทนน้ำกันจุกแน่ๆ เมื่อยตรงไหน แช่ตรงนั้น ครั้นเวลามืดมาถึง ก็ต้องหาที่ผึ่งกายกันในป่า ตามจุดที่อุทยานฯ กำหนดไว้  โมโกจู ชื่ออินเตอร์ขนาดนี้ แน่นอน ภาษากะเหรี่ยงนะฮะ ไม่ใช่ญี่ปุ่นที่ไหน ฮ่าๆๆ แปลว่า "เหมือนฝนจะตก"เนื่องจากมีหมอกปกคลุมจัดบนยอดเขา โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาว เย็นยะเยือก ควันออกปาก พ่นเล่นกันได้ทั้งวัน มองจากยอดเขาลงไปก็จะเห็นทะเลหมอกแห่งป่าตะวันตกอันกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา สำหรับการเดินเท้าเข้าไปสัมผัส โมโกจู นั้นต้องติดต่อกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์โดยตรง และต้องปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัด ที่นี่เค้าจัดปฐมนิเทศน์กันแบบจริงจัง เพื่อความปลอดภัยและเพื่อการทำใจไว้ล่วงหน้า แฮ่ๆ ที่แน่ๆ เตรียมกำลังขาให้สัมพันธ์กับกำลังใจดีที่สุด เพราะทางเดินขึ้นเขาตลอดเส้น ลาดชันไม่ต่ำกว่า 60 องศา อย่าลืมถ่ายภาพตอน "ง่อยเปลี้ยเสียขา" ไว้ดูเล่นนะฮะ :P   แคมป์ของคืนแรก คือ แคมป์แม่กระสา พักทำใจกันแล้วก็ดั้นด้นต่อไปจนค่ำมืด คืนที่สอง แคมป์แม่เรวา กางเต๊นท์กันชิลล์ๆ บริเวณนี้มี น้ำตกแม่รีวา ให้ลงไปแช่เล่น แต่ต้องเดินจากแคมป์ไปประมาณ 8 กิโลเมตร ก็ราวๆ 1 ชั่วโมง เรียกว่าบริหารนิ้วเท้าตลอดทริป เช้าวันฝันใกล้เป็นจริง มุ่งหน้าสู่ แคมป์ตีนดอย ชื่อก็บอกว่าใกล้ยอดละ เชื่อว่าวินาทีนี้ลูกฮึดมาเยอะสุด เพราะปลายทางอยู่ตรงหน้าแล้ว อีกแค่ 20 นาทีเท่านั้น ก็จะถึงยอด โมโกจู ณ จุดนี้ เราจะได้เปิดโลกทัศน์แห่งการมองเห็น ผ่านม่านหมอกทั่วผืนฟ้า ทิวเขาเรียงรายตัดกับเส้นขอบฟ้า สาดแสงด้วยพระอาทิตย์ยามเย็น กดชัตเตอร์กันเป็นร้อยครั้งก็ยังไม่เบื่อ โมโกจู อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ กำแพงเพชร หินเรือใบ จุดที่สูงที่สุดของ โมโกจู ภาพที่อยู่ตรงหน้าช่วยคลายความหนาวเหน็บไปโดยไม่รู้ตัว โมโกจู "ยิ่งสูง ยิ่งสวย" จริงๆ --------------------------------------------- View Larger Map ขอบคุณภาพจาก : http://ekaratch.multiply.com

กังหันลมเกาะล้าน วิวสวยที่ควรไปสัมผัส
กินลมชมวิว /  เกาะล้าน / 

หากจะพูดถึงทะเลที่ใกล้กรุงเทพฯ มากที่สุด คนส่วนมากมักจะนึกถึง "พัทยา" เป็นที่แรก และถ้าออกจากชายฝั่งไปไม่ไกลนัก ก็จะพบกับ "เกาะล้าน" เกาะเล็กๆ ที่มีบรรยากาศยอดเยี่ยม ด้วยหาดทรายสวย น้ำทะเลใส และการเดินทางที่แสนง่ายดาย ทำให้นักท่องเที่ยว นิยมเดินทางมาพักผ่อนอย่างไม่ขาดสาย คราวนี้ทาง Travel.mthai.com ได้นำภาพอีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญบนเกาะมาฝากครับ นั่นก็คือ กังหันลมเกาะล้าน กังหันลมเกาะล้าน วิวสวยที่ควรไปสัมผัส บนเกาะล้าน มีการติดตั้งกังหันลมจำนวนมาก เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าให้แสงสว่างแก่ชุมชน และด้วยภูมิทัศน์ที่สวยงาม ทำให้มันยังเป็นจุดชมวิวที่น่าสนใจอีกแห่งบนเกาะด้วย ถ้าใครไปเกาะล้าน ต้องไม่พลาดนะครับ !! นี่เป็นจุดชมวิว 360 องศา ที่สร้างเสร็จได้ไม่นานครับ ที่มา : facebook.com/UnseenThailand   เรียบเรียงโดย Travel MThai ขอบคุณรูปภาพ : คุณ mountain deaw ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : เกาะล้าน พัทยา สีสันแห่งทะเลอ่าวไทย , สัมผัสน้ำใสๆใกล้แค่เอื้อม @เกาะล้าน หาดตาแหวน

ศาลสั่งจำคุก1เดือน นักแทรกในตำนาน ไม่รอลงอาญา
ขับรถยอดแย่ /  คลิป / 

ศาลสั่งจำคุก1เดือน นักแทรกในตำนาน ไม่รอลงอาญา วันนี้(7 พ..ย)ล่าสุด ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร - บก.02  รายงานว่า ร.ต.ท.ธนวรรธน์ วรพัฒน์รัชดากุล พนักงานสอบสวน สน.บางนา เจ้าของคดีที่รับแจ้งตั้งแต่วันที่เกิดเหตุในวันที่ 27 ต.ค.57 ได้แจ้งข้อหาดำเนินคดีกับนายดุษฎีฯ ผู้ขับขี่รถมิตซูบิชิ แลนเซอร์ สีเทา ทะเบียน ฆถ-2238 กทม ข้อกล่าวหา "ขับรถโดยประมาทน่าหวาดเสียว อันอาจจะเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน" และ"ขับรถโดยไม่คำนึงความปลอดภัย" ตาม พรบ.จราจรทางบกมาตรา 43 (4) (8) และนำตัวส่งอัยการเพื่อฟ้องต่อศาลจังหวัดพระโขนงพร้อมคลิปที่เกิดเหตุ ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่บริเวณถนนบางนา-ตราด ขาเข้า ก่อนถึงสำนักงานเขตบางนา เมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 27 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยศาลจังหวัดพระโขนง ได้พิพากษาลงโทษ จำคุก 1 เดือน โดยไม่รอลงอาญา นำตัวส่งเข้าเรือนจำต่อไป ----------------------------------------------------------------------------------------- ดังข้ามคืน ! คลิปนักแทรกในตำนาน ขับรถมารยาทยอดแย่ ชาวสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์กรณีที่มีการแชร์คลิปนักแทรกในตำนาน โดยเป็นเหตุการณ์ทะเลาะกันบนถนนซึ่งสาเหตุมาจากรถคันข้างหน้า ขับแทรกและปาดไปมา ทำให้รถคันข้างหลังไม่พอใจตามขับจี้ท้าย โดยรถคันข้างหน้าก็ขับไปเบรกไปทำนองว่าต้องการจะแกล้ง จนชายที่ขับรถคันข้างหน้าตัดสินใจจอดรถกลางถนนแล้วเดินลงมาคุยเลยว่า ตกลงจะเอายังไงกันแน่ ? ซึ่งฝ่ายชายที่ขับรถคันข้างหลังก็มีทีท่าว่าจะไม่ยอมเหมือนกัน แต่ภรรยาที่นั่งมาในรถได้ขอร้องว่าให้หยุดเถอะ อย่ามีเรื่องกันเลย และต้องรีบส่งลูกไปโรงเรียน  ซึ่งสุดท้ายเหตุการณ์ก็จบลงโดยไม่มีการลงไม้ลงมือกันแต่อย่างใด ซึ่งกล้องที่ติดในรถคันข้างหลังสามารถบันทึกเรื่องราวเหตุการณ์ไว้ได้ทั้งหมด ทั้งนี้ชาวสังคมออนไลน์ได้วิพากษ์วิจารณ์และแสดงความคิดเห็นว่าการขับรถในท้องถนนจะต้องมีความใจเย็นกันมากขึ้น โชคดีที่ทั้งสองคนยังสามารถควบคุมอารมณ์ได้ ไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดเหตุการณ์ที่บานปลายยิ่งกว่านี้ ล่าสุด ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร - บก.02 ได้เผยว่า ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางนา กำลังไปติดตามตัวผู้ขับขี่พร้อมรถ ที่บ้านพักและที่ทำงาน จับกุมมาแล้ว จะรายงานให้ทราบต่อไป ส่วนข้อหาผิดกฎหมาย มาตรา43 ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถในขณะหย่อนความสามารถในอันที่จะขับ ในลักษณะกีดขวางการจราจร โดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินในลักษณะที่ผิดปกติวิสัยของการขับรถตามธรรมดา หรือไม่อาจแลเห็นทางด้านหน้าหรือด้านหลัง ด้านใดด้านหนึ่งหรือทั้งสองด้านได้พอแก่ความปลอดภัยคร่อมหรือทับเส้นหรือแนวแบ่งช่องเดินรถ เว้นแต่เมื่อเปลี่ยนช่องเดินรถ เลี้ยวรถ หรือกลับรถ โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น MThai News ชื่นชม สาวยกมือไหว้ขอโทษหลังขับรถปาดหน้า อุทาหรณ์! พาเด็กข้ามถนนต้องระวัง..มิเช่นนั้นอาจเป็นแบบนี้ วินาทีชีวิต! คลิปมอเตอร์ไซค์ปาดหน้ากระบะ หักหลบกระทันหัน

ครบรอบ50ปี ไนกี้ กับบางเรื่องที่คุณอาจไม่รู้
nike /  กีฬา / 

พบกับเรื่องราวที่น่าสนใจของแบรนด์ไนกี้ ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับกีฬายี่ห้อดังสัญชาติสหรัฐฯ เนื่องในโอกาสที่ปีนี้ ครบรอบ 50 ปีของการก่อตั้งไนกี้ จุดเริ่มต้นของแบรนด์นี้เป็นอย่างไร และชื่อไนกี้ รวมถึงโลโก้ที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี มีที่มาจากไหน เนื่องในโอกาสที่ไนกี้เข้าสู่ปีที่ 50 ในปีนี้ ทาง Business Insider จึงนำเรื่องราวที่น่าสนใจของไนกี้ ที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อน มาเผยแพร่ โดยจุดเริ่มต้นของไนกี้นั้น เกิดขึ้นในปี 2507 ในชื่อบลูริบบ้อน และทำการจัดจำหน่ายรองเท้าแบรนด์ญี่ปุ่น Onitsuka Tiger ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็นไนกี้อย่างเป็นทางการในปี 2514 ผู้ก่อตั้งไนกี้ คือ บิล บาวเวอร์แมน โค้ชกรีฑาของมหาวิทยาลัยโอเรกอน ที่สร้างชื่อเสียงให้กับทีมชาติสหรัฐฯในการแข่งขันโอลิมปิกหลายครั้ง และฟิล ไนท์ นักวิ่งระยะกลางจากพอร์ทแลนด์ ซึ่งเคยเรียนในมหาวิทยาลัยโอเรกอน ซึ่งช่วงเริ่มต้นกิจการนั้น ไนกี้มีเงินในธนาคารแค่ 1,200 ดอลลาร์เท่านั้น ในช่วงแรก ไนท์ต้องการตั้งชื่อกิจการนี้ว่า "ไดเมนชั่น ซิกซ์" (Dimension 6) แต่ก็ได้ข้อสรุปว่าเป็นชื่อไนกี้ในตอนท้าย โดยไนกี้นั้น เป็นชื่อของเทพเจ้าแห่งชัยชนะของกรีกโบราณ รองเท้าคู่แรกของไนกี้ มีจุดกำเนิดมาจากเครื่องทำวาฟเฟิลของภรรยาบาวเวอร์แมน ซึ่งเช้าวันหนึ่ง ภรรยาของเขากำลังทำวาฟเฟิล บาวเวอร์แมนจึงเกิดไอเดียเรื่องการทำพื้นรองเท้ากีฬา ที่ต่างไปจากเดิม เพื่อให้เกิดการยึดเกาะพื้นสนามมากยิ่งขึ้น ซึ่งในเวลาต่อมา บาวเวอร์แมนจึงนำไปจดลิขสิทธิ์ ในชื่อของ “Nike Waffle Trainer” ในปี 2517 โลโก้ไนกี้ ที่เห็นเป็นเครื่องหมายถูก อย่างที่ทุกคนคุ้นตากันเป็นอย่างดีนั้น ออกแบบโดยนักศึกษามหาวิทยาลัยโอเรกอน ชื่อว่า แคโรลิน เดวิดสัน ค่าออกแบบในตอนนั้น อยู่ที่ 35 ดอลลาร์ ซึ่งถ้าเทียบกับตอนนี้ก็ประมาณ 200 ดอลลาร์ ปัจจุบัน เดวิดสันได้ถือหุ้นในไนกี้ คิดเป็นมูลค่ากว่า 640,000 ดอลลาร์ หรือราว 21 ล้านบาท ส่วนสโลแกนคำว่า “Just Do It” มาจากแกรี กิลมอร์ ฆาตกรชื่อดังของโอเรกอน ที่ต้องโทษประหารชีวิต ซึ่งก่อนหน้าที่เขาจะถูกประหาร เขาได้พูดคำว่า “let’s do it” ซึ่งคำดังกล่าวถูกเปิดเผยในเวลาต่อมา และกลายเป็นคำพูดที่ถูกโจษจันไปทั่วโอเรกอนและทั่วสหรัฐฯ จากนั้น ไนกี้ได้ยึดสโลแกนนี้ ในการโปรโมทสินค้ามาโดยตลอด และนำมาใช้ในโฆษณาครั้งแรก เมื่อปี 2531 ซึ่งโฆษณาดังกล่าวนำแสดงโดยวอลท์ สแตค นักวิ่งระดับตำนานวัย 80 ปี โดยใช้ฉากของสะพานโกลเด้น เกทในซานฟรานซิสโกเป็นตัวเดินเรื่อง อีกหนึ่งตำนานของไนกี้คือ ไมเคิล จอร์แดน นักบาสเกตบอลชื่อดัง ที่ถือเป็นบุคคลสำคัญที่ช่วยให้ไนกี้ โด่งดัง และมียอดขายถล่มทลาย และแม้ว่าจอร์แดน จะเลิกเล่นบาสเกตบอลอาชีพตั้งแต่ปี 2546 แต่จอร์แดนก็ยังมีรายได้หลักต่อปีกว่า 60 ล้านดอลลาร์จากไนกี้ และกลายเป็นบุคคลที่ไนกี้เป็นผู้สนับสนุนหลักมาโดยตลอด และหากพูดถึงโฆษณาของไนกี้ ที่โด่งดังที่สุดอีกชิ้นหนึ่ง คงหนีไม่พ้นโฆษณารองเท้ารุ่น Air Max ในปี 2530 ซึ่งโฆษณานี้ ใช้เพลง “Revolution” ของวง The Beatles มาเป็นเพลงประกอบ ถือเป็นครั้งแรกที่เพลงของ The Beatles มาอยู่ในโฆษณาสินค้าทางโทรทัศน์ สุดท้าย น้อยคนนักที่จะทราบว่า ไนกี้ สตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ไม่ได้อยู่ในสหรัฐฯ บ้านเกิดของไนกี้แต่อย่างใด แต่กลับอยู่บนถนนออกซ์ฟอร์ด ในกรุงลอนดอนของอังกฤษ ที่นี่ใช้งบก่อสร้างมากถึง 10 ล้าน 5 แสนปอนด์ หรือราว 546 ล้านบาท มีทั้งหมด 3 ชั้น ครอบคลุมพื้นที่กว่า 42,000 ฟุตเลยทีเดียว ที่มา - วอยซ์ทีวี

ปูตินแถลงประจำปีเตือนปชช.เตรียมรับมือช่วงลำบาก
ข่าวรัสเซีย /  ประธานาธิบดี / 

ผู้นำรัสเซีย แถลงเตือนประชาชนเตรียมรับมือช่วงเวลายากลำบาก พร้อมประณามรัฐบาลประเทศตะวันตกพยายามปิดกั้นประเทศ สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย แถลงนโยบายประจำปี ต่อ ส.ส. และ ส.ว. 1,100 คนโดยมีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ เขาเริ่มกล่าวปกป้องการผนวกคาบสมุทรไครเมียของยูเครน เข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย เมื่อ มี.ค.ว่า ประชาชนบนคาบสมุทรนี้เป็นประชาชนของรัสเซีย โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของยูเครน พิสูจน์แล้วว่า นโยบายของรัสเซียเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่รัสเซียก็จะเคารพเพื่อนบ้านในฐานะประเทศพี่น้อง อย่างไรก็ดี ถึงรัสเซีย ไม่ผนวกไครเมีย ชาติตะวันตก ก็จะหาเรื่องอื่นมาเป็นข้ออ้างบังหน้าเพื่อออกมาตรการคว่ำบาตรหวังจำกัดการฟื้นฟูรัสเซีย และสร้างม่านเหล็กปิดล้อมรัสเซีย เขาย้ำว่า รัสเซียจะไม่ร่วมแข่งขันสั่งสมอาวุธราคาแพง แต่ก็จะจัดเตรียมการปกป้องตนเองเพื่อไม่ให้มีประเทศใด มีอำนาจครอบงำทางทหาร ขณะเดียวกัน จะไม่ลดระดับความสัมพันธ์กับยุโรปและสหรัฐ และจะขยายความสัมพันธ์กับอเมริกาใต้และตะวันออกกลาง ประธานาธิบดีปูติน กล่าวถึงภาวะเศรษฐกิจของประเทศด้วยการให้คำมั่นว่า รัสเซียจะเปิดรับการลงทุนและดำเนินโครงการร่วมกับต่างชาติ แต่ขอเตือนประชาชนล่วงหน้าว่า มีช่วงเวลายากลำบากรออยู่เบื้องหน้า ชาวรัสเซียจึงต้องพึ่งพาตนเองให้มากขึ้น โดยขอให้มองว่า มาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก เป็นเสมือนแรงกระตุ้น รัสเซีย มีตลาดในประเทศขนาดใหญ่ มีทรัพยากรมากมาย และมีประชาชนที่เฉลียวฉลาดมีความสามารถ สิ่งสำคัญคือ ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เติบโต โดย ปูติน ยังได้ถือโอกาสนี้ สั่งการธนาคารกลางและรัฐบาลให้ดำเนินมาตรการเข้มงวดสกัดการเก็งกำไรค่าเงินรูเบิล หลังจากค่าเงินอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในสัปดาห์นี้

สิ้นปีนี้ โดราเอมอนจะอวสานจริงหรือไม่?! พบบทสรุปใน Stand by Me
3D /  animation / 

สาวกโดราเอมอนต่างส่งเสียงเฮ! เมื่อการ์ตูนระดับตำนานอย่าง โดราเอมอน ได้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์การ์ตูนรูปแบบอนิเมชั่นในระบบสามมิติ เป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ กับ Stand by Me โดราเอมอน เพื่อนกันตลอดไป เพื่อเป็นการฉลองวันเกิดครบรอบ 80 ปี ของ ฟูจิโอะ เอฟ ฟูจิโกะ (ฮิโรชิ ฟูจิโมโต้ และ โมโตะ อาบิโกะ) ผู้เขียนการ์ตูนเรื่องนี้ โดราเอมอน เรื่องราวของหุ่นยนต์แมวสีฟ้าจากโลกอนาคต ที่มาช่วยเด็กชายคนหนึ่งในโลกปัจจุบัน จากความนิยมทำให้การ์ตูนถูกตีพิมพ์ออกมาทั้งสิ้น 45 เล่ม และถูกทำเป็นการ์ตูนที่ฉายทางโทรทัศน์ ทั้งหมดกว่า 1,700 ตอน รวมถึงการ์ตูนที่สร้างเพื่อฉายในโรงภาพยนตร์อีกถึง 34 ภาค แต่นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ โดราเอมอน ได้กลายเป็นอนิเมชั่นเต็มรูปแบบ ผลงานโดย ทาคาชิ ยามาซากิ ผู้กำกับที่เคยสร้างความประทับใจให้กับคนดูมาแล้วกับ Always ทั้งสามภาค ที่ครั้งนี้จะมาถ่ายทอดเรื่องราวจากวันแรกถึงวันลาของตัวละครที่ทั้งโลกตกหลุมรัก Stand by Me โดราเอมอน เพื่อนกันตลอดไป สามารถสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ เมื่อหนังเข้าฉายในประเทศญี่ปุ่น และเปิดตัวเป็นอันดับหนึ่งด้วยรายได้กว่า 765 ล้านเยน เอาชนะ Transformers: Age of Extinction ที่เปิดตัวในสัปดาห์เดียวกันเกือบเท่าตัว และมีรายได้รวมทะลุ 7 พันล้านเยน นอกจากนี้ผู้ชมกว่าร้อยละ 90 ต่างเสียน้ำตาให้กับการ์ตูนเรื่องนี้แบบไม่รู้ตัวเลยทีเดียว สำหรับเรื่องราวใน Stand by Me โดราเอมอน เพื่อนกันตลอดไป เป็นการหยิบเอา 4 ตอนที่ประทับใจที่สุดนับตั้งแต่การถือกำเนิดของโดราเอมอน ไปจนถึงตอนสุดท้ายที่ โดราเอมอน ต้องลาจาก โนบิตะ เพื่อกลับโลกอนาคตมาร้อยเรียงไว้ด้วยกัน ซึ่งแต่เดิมถือเป็นตอนจบของการ์ตูนเรื่องนี้ แต่เป็นเพราะกระแสตอบรับจากแฟนๆนักอ่านที่มีอย่างท้วมท้น ทำให้ต้องมีการเพิ่มตอนของการ์ตูนเรื่องนี้มาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบันนั่นเอง โดราเอมอนจะต้องกลับคืนสู่โลกอนาคตแล้วจริงหรือไม่ ความรักระหว่าง โนบิตะ และ ชิซูกะจะลงเอยอย่างไร หรือนี่จะเป็นบทสรุปสุดท้ายของ โดราเอมอน กันแน่ มาร่วมลุ้นและซาบซึ้งไปกับมิตรภาพความผูกพันของพวกเขาได้ใน Stand by Me โดราเอมอน เพื่อนกันตลอดไป ในวันที่ 31 ธ.ค. นี้ และเปิดรอบพิเศษต้อนรับเทศกาลคริสมาสต์ในวันที่ 25-30 ธ.ค. นี้ รอบหลัง 14.00 น. เป็นต้นไป ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ Stand by Me โดราเอมอน เพื่อนกันตลอดไป ได้ที่นี่เลย --------------------------

ทัพบก โต้ สมศักดิ์ เจียมฯ หลังวิจารณ์ดุพาดพิง ทหาร
ข่าววันนี้ /  ทหารโง่ / 

โฆษกกองทัพบก เตือน สมศักดิ์ เจียมฯ ระวังคำพูด หากไม่อยากให้กระทบวิชาชีพครู หลังวิจารณ์ ทหาร แรง   ย้ำระบบการศึกษาทหารไม่ล้าหลัง เน้นปกป้องสถาบัน ช่วยประชาชน จากกรณีที่นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 1 ในบุคคลที่ยังหลบหนีคำสั่ง คสช. ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวแสดงความเห็นเชิงปรามาศ ว่า หากอยากปฏิรูปประเทศให้เป็นประชาธิปไตย ควรมีการปฏิรูปกองทัพขนานใหญ่ ยกเลิกระบบการเรียนการสอนในโรงเรียนทหารที่มีอยู่หมด เพราะมันล้มเหลวมากๆ จากทหารกลุ่มนี้ ที่ไม่ฉลาด แถมเป็นคนโง่มีปืน ซึ่งเป็นเรื่องอันตรายมากนั้น วันนี้ (24 พ.ย. 57) พ.อ. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ก็ได้ออกมาแสดงความเห็นถึงเรื่องดังกล่าวว่า การออกมาแสดงความเห็นของอ.สมศักดิ์ เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม อาจจะกระทบภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือทางด้านวิชาชีพได้ เพราะเป็นถึงครูบาอาจารย์ สถาบันที่มีชื่อ แต่กลับใช้คำว่า 'โง่' ในลักษณะเชิงลบหลู่ดูหมิ่นดูแคลน ไม่ใช่วิสัยของบุคคลากรระดับอาจารย์ หรือใช้เพียงความรู้สึกความเข้าใจเฉพาะในมุมมองของตัวเอง ไปพาดพิงบุคคล และองค์กรอื่นๆ ดังนั้นจึงอยากให้ได้ระมัดระวังด้วย พร้อมกันนี้ โฆษกกองทักบกยังได้กล่าวถึงเรื่องระบบการศึกษาในโรงเรียนทหารทุกแห่งในประเทศไทย ด้วยว่า มีพัฒนาการมาตามกาลสมัย มีมาตรฐานในระดับสากลเป็นที่ยอมรับจากทั้งภายในและภายนอกประเทศ นำไปสู่เมื่อบุคคลากรสำเร็จออกปฏิบัติราชการ จะมีผลงานให้เห็นสามารถจับต้องได้จริง ตั้งแต่การป้องกันประเทศ การรักษาความสงบภายใน การพิทักษ์ปกป้องสถาบัน และการช่วยเหลือประชาชน ไม่ใช้ล้มเหลวอย่างที่กล่าวอ้าง ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "ทหาร" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> MThai news

สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย มั่นใจปีนี้ส่งออกข้าวถึง 11 ล้านตัน
ส่งออก /  ส่งออกข้าว

นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย มั่นใจปีนี้ส่งออกข้าวถึง 11 ล้านตัน ห่วงขาดแคลนแรงงาน สภาพอากาศแปรปรวนทำขนส่งล่าช้า นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยผ่านรายการ ไอ.เอ็น.เอ็น. โฟกัสเศรษฐกิจ ว่า สถานการณ์ส่งออกในขณะนี้ถือว่าอยู่ในระดับที่ดี โดยเมื่อเดือนตุลาคมสามารถส่งออกได้ถึง 1.2 ล้านตัน และช่วง 8 เดือน 8.8 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 10 % เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา พร้อมคาดว่าปีนี้น่าจะได้มากขึ้น 11 ล้านตัน ขณะที่ด้านราคาล่าสุดยังไม่ดีเท่าที่ควร โดยมีผลกระทบมาจากโครงการจำนำข้าว  และผู้ประกอบการต้องมีการปรับตัวให้ทันสถานการณ์ เนื่องจากการแข่งขันด้านการส่งออกข้าวสูงมาก ทั้งนี้ปัญหาของผู้ประกอบการในปัจจุบัน คือ สภาพอากาศแปรปรวน ทำให้การขนส่งสินค้าขึ้นเรือใหญ่เป็นไปด้วยความล่าช้า ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานบนเรือส่งสินค้า

ไฟไหม้รง.ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์นิคมบางกระดี่
ข่าวล่าสุด /  โรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ / 

เกิดเหตุเพลิงไหม้ บริษัทผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ นิคมบางกระดี่ เบื้องต้น เจ็บ 2 ราย ล่าสุด จนท.คุมเพลิงอยู่ในวงจำกัดได้แล้ว เมื่อเวลา 05.00 น.ที่ผ่านมา เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ของบริษัท SVI ภายในนิคมอุตสาหกรรมบางกระดี ถ.ติวานนท์ เขตพื้นที่จังหวัดปทุมธานี โดยจุดเกิดเหตุเป็นโกดังลายผลิตขนาด 200x300 เมตร ซึ่งขณะที่เพลิงปะทุนั้น มีเสียงระเบิดดังขึ้นเป็นระยะ เจ้าหน้าที่ได้ระดมรถน้ำกว่า 20 คัน เร่งสกัดเพลิงไว้ได้ในวงจำกัดแล้ว เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นคนงานหญิง จำนวน 2 คน มีอาการสำลักควัน เจ้าหน้าที่จึงช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลปทุมธานีแล้ว อย่างไรก็ตาม คาดว่า เหตุดังกล่าวจะต้องใช้เวลาในการระงับเหตุอีกระยะหนึ่งด้วย ความคืบหน้า พ.ต.ท.ชัยทัศน์ ลิ้มกุล สารวัตรสอบสวน สภ.ปากคลองรังสิต สารวัตรเวรสอบสวน สภ.ปากคลองรังสิต รับแจ้งเหตุโรงงาน SVI จำกัด (มหาชน) ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ในนิคมอุตสาหกรรมบางกระดี ไฟไหม้อาคารฝ่ายผลิต เลขที่ 142 หมู่ 5 ต.บางกะดี อ.เมือง จ.ปทุมธานี พร้อมประสานงานขอรถดับเพลิงเทศบาลบางกระดี และท้องที่ใกล้เคียง ส่งรถดับเพลิงมาช่วยดับไฟกว่า 20 คัน ที่เกิดเหตุพบโรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ไฟกำลังลุกไหม้ยังไม่สงบดี มีควันสีดำลอยขึ้นอย่างมาก มีรถดับเพลิงประมาณ 20 คัน มาช่วยดับไฟ เพื่อไม่ให้ลุกไหม้ไปยังอาคารอื่น ยังควบคุมไฟไม่ได้ ลักษณะของอาคารเป็นอาคารชั้นเดียว ด้านในเป็นคลังเก็บอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยเพลิงลุกไหม้ พื้นที่ฝั่งซ้ายของอาคารอย่างรวดเร็วและลามอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีเสียงระเบิดดังอยู่ภายใน เนื่องจากมีแก๊สและน้ำมัน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงช่วยกันสกัดไฟอย่างเร่งด่วน และอพยพคนงานกว่า 200 คน ออกพื้นที่และมีคนงานสำลักควันไฟออกมาได้ทั้งหมดแล้ว และนำส่ง ร.พ.ปทุมธานี 2 ราย ทราบชื่อ นางสาวจิรพร โชติช่วง อายุ 34 ปี และ นางสุนันทา ประสานทรัพย์ อายุ 47 ปี และไม่มีผู้ติดภายใน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงฉีดน้ำสกัดควบคุมเพลิงไม่ให้ลุกไหม้ไปยังอาคารอื่นอยู่ในวงจำกัดแล้ว ส่วนสาเหตุ ภายในโรงงานมีการต่อเติมอาคาร คาดว่าสะเก็ดลูกไฟที่ช่างกำลังเชื่อมอยู่กระเด็นไปติดกองกล่องชิ้นส่วน ทำให้เกิดเพลิงไหม้ และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ พฐ. เข้ามาตรวจสอบสาเหตุเพลิงไหม้ต่อไป

แนะนำ 5 สถานที่สุดฮิป หาเพื่อนใหม่รอบตัว
สถานที่ท่องเที่ยว

วันนี้ทีมงาน BeeTalk แอพแชทหาเพื่อนสุดฮิต ขอนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวและแฮงก์เอาท์ฮิปๆ ให้ชาว MThai ได้ชมกัน ซึ่งนอกจากจะเป็นสถานที่ที่น่าไปใช้เวลาในวันหยุดหรือวันว่างแล้ว ยังเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ๆ อีกด้วย .. การหาเพื่อนใหม่รอบตัวเป็นการเปิดโลกทัศน์ของตัวเองให้กว้าง เพราะอย่าลืมว่าคนทุกคนมีเรื่องราวที่น่าสนใจของตัวเอง เพียงถ้าเราเปิดใจลองทำความรู้จักกับเขาดู คงจะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ไม่น้อย แอพหาเพื่อน BeeTalk แนะนำ 5 สถานที่สุดฮิป หาเพื่อนใหม่รอบตัว โดยหากใครอยากหาเพื่อนใหม่ง่ายๆ ก็ต้องใช้แอพ BeeTalk เพราะมีฟังก์ชัน ‘Look Around’ หรือ ‘ดูรอบๆ’ ที่แอพจะใช้ระบบ GPS ค้นหาที่ตั้งของมือถือเพื่อบอกเราว่ามีผู้ใช้คนอื่นคนไหนบ้างที่อยู่ในละแวกใกล้ตัวเรา โดยเราสามารถส่งคำขอเป็นเพื่อนให้ทันที การหาเพื่อนใหม่จึงสะดวกและแสนง่าย นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันใหม่ล่าสุดอย่างฟังก์ชัน ‘คลับ’ กลุ่มความสนใจรอบตัวที่เราสามารถหาเพื่อนโดนใจที่มีไลฟสไตล์คล้ายกัน ไม่ว่าคุณจะสนใจอะไร ที่ BeeTalk มีคลับมากมายให้คุณเข้าร่วม หรือจะสร้างคลับขึ้นมาเองก็ได้นะคะ อย่าช้า เราไปดู 5 สถานที่ไม่ควรพลาด ที่เหมาะกับการหาเพื่อนใหม่กันเลย 1. โต้คลื่นจำลอง Flow House Bangkok การทำกิจกรรมที่ท้าทายและสนุกสนานด้วยกันเป็นการกระชับสัมพันธไมตรีที่ดีสำหรับทั้งเพื่อนเก่าและเพื่อนใหม่ ยิ่งถ้าเป็นกิจกรรมที่ไม่เคยทำมาก่อน ก็จะกลายเป็นความทรงจำที่น่าประทับใจ โฟลว์เฮ้าส์ กรุงเทพ เปรียบเสมือนสถานที่นั่งชิวริมชายหาด บรรยากาศครึกครื้นด้วยอาหาร เสียงเพลง และเสียงคลื่นน้ำที่ดังสนั่นจนลืมว่ายังอยู่กรุงเทพ ด้วย ‘โฟลว์ไรเดอร์’ เครื่องจำลองคลื่นที่คุณจะสามารถโต้คลื่นได้อย่างสมจริง ช่างเหมาะสมกับการทำความรู้จักคนที่มีไลฟ์สไตล์คล้ายกัน ชอบความท้าทาย และไม่เคยหยุดเสาะหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในชีวิต นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นดีๆ เช่น ส่วนลดพิเศษสำหรับสาวๆ ทุกวัน ทุกเวลา ขอบอกเลยว่าคอกีฬาเอ็กซ์ตรีมห้ามพลาด! สถานที่ตั้ง : ศูนย์การค้า A Square (เอ สแควร์) 120 ซอยสุขุมวิท 26 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพ (เวลาทำการ: จันทร์-ศุกร์ 10:00-24:00 เสาร์-อาทิตย์ 8:00-24:00) ติดต่อ: 02-108-5210 (http://www.flowhousebangkok.com/) 2. ฟิตเนส สำหรับคนที่อยู่ในโลกแห่งการทำงาน คุณอาจจะยุ่งอยู่กับงานมากจนไม่ค่อยมีเวลาไปพบปะผู้คนใหม่ๆ แต่สถานที่หนึ่งที่คุณสามารถหาเพื่อนใหม่ได้ โดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงกิจวัตรประจำวันของคุณไปมากนัก ก็คือ ฟิตเนส ... หลังเลิกงาน แทนที่คุณจะกลับไปนอนแอ้งแม้งบนโซฟาดูทีวีอยู่ที่บ้าน คุณสามารถทำให้ตัวเองรู้สึกดีโดยการไปฟิตเนส ที่ฟิตเนสคุณจะพบปะกับผู้คนใหม่ๆ ที่ทำงานหรืออาศัยอยู่ในย่านเดียวกันกับคุณ แถมพวกเขายังรักการออกกำลังกายเช่นเดียวกับคุณด้วย ในศูนย์ฟิตเนสแต่ละที่มักจะมีคลาสเรียนต่างๆ มากมาย เช่น คลาสเต้น Zumba, โยคะ, Kickboxing, ปั่นจักรยาน, แอโรบิค เป็นต้น เชื่อสิ การทำความรู้จักเพื่อนใหม่ในฟิตเนสไม่ใช่เรื่องยากเลย พยายามถามคำถามปลายเปิด เช่น คุณเคยเข้าคลาสไหนมาก่อนหรือเปล่า ก็สามารถทำให้คุณคุยกันได้เป็นฉากๆ แล้ว หรือคุณอาจจะส่งกำลังใจผ่านทางสายตาให้เพื่อนข้างๆ ขณะที่พวกคุณกำลังทำท่า Squat สุดโหด ที่เป็นอันรู้กันว่ามันเหนื่อยขนาดไหน นอกจากนี้หลังจากเสร็จสิ้นการออกกำลังคุณยังสามารถชวนกันไปนั่งชิวที่คาเฟ่แถวฟิตเนส รับรองว่าคุณจะได้เพื่อนใหม่ๆ เพิ่มแน่นอน คราวหน้าที่คุณไปฟิตเนส ลองหันไปทักทายเพื่อนคนนั้นที่กำลังเล่นโยคะอยู่ข้างๆ คุณดูสิ! 3. คาเฟ่แมว Chico Cat Café ถ้าจะทำความรู้จักเพื่อนใหม่ คงจะดีไม่น้อยถ้าเขามีความสนใจหรือชอบอะไรคล้ายเรา ใครรู้ตัวว่าตกหลุมรักเจ้าแมวเหมียวขนปุยเข้าอย่างจัง อย่าลืมแวะเวียนไปที่คาเฟ่แมวเก๋ๆ อย่าง Chico Cat Café จุดรวมตัวของคนรักแมวตัวจริง Chico Cat Café มีเจ้าของเป็นอินทีเรียดีไซเนอร์ชาวญี่ปุ่น จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ภายในร้านตกแต่งได้อบอุ่น น่ารัก และกิ๊บเก๋สุดๆ นอกจากส่วนคาเฟ่ที่เสิร์ฟอาหารทั้งคาวและหวาน ยังมีส่วนที่แบ่งเป็นร้านขายของตกแต่งภายในบ้านซึ่งมีชิ้นของที่เกี่ยวข้องกับแมวเป็นจำนวนมาก ใครรู้ตัวว่ารักแมว อย่าลืมไปหาเพื่อนใหม่ทั้งแมวเหมียวและคนที่ร้านบรรยากาศน่ารักๆ แบบนี้นะคะ (ขอขอบคุณภาพจากคุณแมวเหมียวเคี้ยวเอื้อง และคุณชื่อที่แปด) สถานที่ตั้ง: 109 ซ. สุขุมวิท 53 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพ (เวลาทำการ: ทุกวัน 9:30-18:00 ปิดร้านทุกวันอังคาร) ติดต่อ: 02-258-6557 4. ผับ บาร์ คืนวันศุกร์ มักจะเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่หลายๆ คนออกไปเฮฮาปาร์ตี้ สถานที่สุดฮิตก็คงหนีไม่พ้นผับบาร์ย่าน ทองหล่อ เอกมัย และพระรามเก้า การหาเพื่อนใหม่ๆ สามารถทำได้ง่ายๆ ในช่วงเวลานี้เพราะว่าทุกๆ คนโยนเรื่องการงานชวนเวียนหัวทิ้งไว้นอกประตูผับ และเตรียมตัวมามันส์ระเบิดพร้อมพบเจอผู้คนใหม่ๆเมื่อก้าวผ่านประตูเข้ามา หากคุณไปกับกลุ่มเพื่อนของคุณ คุณสามารถขอร่วมวงกับโต๊ะข้างๆ แล้วคุณจะได้พบเจอผู้คนที่น่าสนใจในช่วงเวลาอารมณ์ดีนี้แน่นอน แต่ว่าอย่าดื่มจนเมาและลืมว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาคุณได้คุยกับใครไปก็แล้วกัน! 5. ทำขนมไทย ที่บ้านพลอยหวาน ใครบอกว่าเพื่อนแท้หาได้แค่ในสมัยเรียน ในเมื่อการเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด การหาเพื่อนใหม่ก็ไม่มีวันสิ้นสุดเช่นกัน ใครที่อยากมีเพื่อนใหม่และเพิ่มความรู้ให้กับตัวเอง ลองเข้าคอร์ส ตามความสนใจดูสิคะ ไม่ว่าจะเป็นคอร์สภาษา เรียนดนตรี หรือคอร์สทำอาหาร ไปเจอเพื่อนใหม่ที่สนใจอยากเรียนรู้อะไรใหม่ๆ เหมือนเรา รับรองสนุกชัวร์ค่ะ บ้านพลอยหวาน รับสอนทำขนมไทยทั้งคาวและหวาน ทั้งแบบโบราณและประยุกต์ เช่น กระเช้าสีดา ขนมช่อม่วง ขนมจีบไทยตัวนก และของโปรดตลอดกาลของใครหลายคน เช่น ขนมชั้นและลูกชุบ เสน่ห์ปลายจวักไทยๆ แบบนี้ ใครมีก็มีเสน่ห์มากๆ ค่ะ! สถานที่ตั้ง : 252 ซ. ลาดพร้าว 47 ถนนลาดพร้าว แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพ ติดต่อ: 083-855-6787, 081-759-0876 (https://www.facebook.com/banploywan/) สุดท้ายนี้ อย่าลืมว่าคุณไม่จำเป็นต้องไปไหนไกลเพื่อหาเพื่อนใหม่ เพียงใช้แอพแชทหาเพื่อนใหม่สุดฮิตอย่าง BeeTalk ก็สามารถหาเพื่อนใหม่ได้ทุกที่ทุกเวลารอบตัวคุณ ด้วยฟังก์ชัน ‘Look Around’ หรือดูรอบๆ เพื่อหาผู้ใช้คนอื่นใกล้ตัว และฟังก์ชัน ‘คลับ’ กลุ่มความสนใจรอบตัว ที่สมาชิกคลับสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้ต่างๆ ตามความสนใจ   สำหรับผู้ที่สนใจทดลองใช้ BeeTalk ก็สามารถดาวน์โหลดมาใช้ได้ฟรี ทั้งจาก iOS App Store และ Google Play หรืออ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://goo.gl/xZ8iYW

ประวัติเน็ตไอดอล ซี ฉัตรปวีณ์ เจ้าหญิงแห่งวงการไอที
ซี ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ /  ประวัติดาราวัยรุ่น / 

คงไม่มีใครไม่รู้จัก "ซี ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์" เธอมีฉายาว่า เจ้าหญิงแห่งวงการไอที ที่หลายคนชื่นชอบเธอเป็นอย่างมาก ทั้งสวยทั้งเก่งสุดๆ! แถมเธอเชี่ยวชาญในเรื่องของไอที gadget ใหม่ๆ อัพเดทให้เราได้รู้กันตลอดเวลา มีรางวัลการันตีความสามารถมากมาย เธอจึงเป็นเน็ตไอดอล เป็นตัวอย่างของสาวสวย-เก่ง ให้สาววัยรุ่นอีกหลายคนเลยทีเดียว! แต่เมื่อไม่กี่วันมานี้ทำเอาหลายคนช็อคไปตามๆ กัน เมื่อ ซี ฉัตรปวีณ์ ประกาศแต่งงานกับหนุ่มนักธุรกิจ เจ้าของกิจการเซปเป้ .. เอาหล่ะ เราไปทำความรู้จักสาวซีให้มากขึ้นกันดีกว่า ^^ ประวัติเน็ตไอดอล ซี ฉัตรปวีณ์ เจ้าหญิงแห่งวงการไอที ประวัติเน็ตไอดอล ซี ฉัตรปวีณ์ เจ้าหญิงแห่งวงการไอที  "ซี ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์" คนรุ่นใหม่ไฟแรงที่มีความชัดเจนทางด้านอุดมการณ์ทางสายไอทีและมีผลงานโดดเด่นเป็นที่ยอมรับ มีความหลงใหลและเอาจริงเอาจังในการทำงานเป็นสื่อสายไอที มีความพยายามสร้างแรงบันดาลใจแก่เด็กรุ่นใหม่และต่อวงการไอทีเป็นอย่างยิ่ง เธอให้ความสนใจในเทคโนโลยีสารสนเทศ และอุปกรณ์ Gadget เป็นพิเศษ ชื่นชอบนวัตรกรรมและความแปลกใหม่ ทึ่งในความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีมาอำนวยความสะดวกเพื่อให้มนุษย์มีชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ชื่อ-นามสกุล : ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ (ชื่อเดิม มันตรินี ตรีชัชวาลวง) ชื่อเล่น : ซี ฉายาในวงการ : เจ้าหญิงไอที เกิดวันที่ : 4 ธันวาคม พ.ศ. 2527 การศึกษา สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ สายศิลป์ภาษาอังกฤษ-ฝรั่งเศส เคยได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 การโต้วาทีภาษาฝรั่งเศสระดับโรงเรียน ระดับปริญญาตรี นิเทศศาสตร์บัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เกียรตินิยมอันดับ 2 สาขาวารสารสนเทศและสื่อสิ่งพิมพ์ ผลงาน/รางวัล ของ ซี ฉัตรปวีณ์  เป็นพิธีกร, MC, DJ ผู้ประกาศข่าว  (ไอที) โฆษณา เคยประกวดนางสาวไทย หรือ มิสไทยแลนด์เวิลด์ มาแล้วด้วย แสดงภาพยนตร์ มิวสิกวิดีโอ  ลงปก Stuff Magazine เล่มพิเศษเดือนธันวาคม 2011 พ็อกเก็ตบุ้ค (บันทึก (ไม่) ลับฉบับเจ้าหญิงไอที) คอลัมนิสต์ (หลายนิตยสาร) รางวัลที่ได้รับ นางนพมาศ จุฬาฯ ปี พ.ศ. 2546 เข้ารอบ 30 คนสุดท้าย จากการประกวด Miss Thailand World ประจำปี พ.ศ. 2550 เข้ารอบ 8 คนสุดท้าย จากการประกวดนางสาวไทย ประจำปี ค.ศ. 2007 Ms Twitter Thailand ประจำเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2009 Ultimate Ms Twitter Worldwide ประจำเดือนสิงหาคม ค.ศ. /2009 Mthai Top Talk-about Lady 2011 รางวัลเมขลา ครั้งที่ 24 ประจำปี 2554 สาขาพิธีกรข่าวเทคโนโลยีดีเด่นยอดนิยม รางวัลโล่ประกาศเกียรติคุณจากสถาบันชึ้นนำ (อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง,วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า ) จากการช่วยเหลือและทำประโยชน์ต่อสถาบันในด้านการเป็นสื่อไอทีที่ให้การสนับสนุนนักวิจัย และบุคลากรไอทีคนไทย ตำแหน่ง Miss Twitter ระดับประเทศ และระดับทวีป ชนะเลิศจากการโหวตระดับโลก Ultimate Twitter World กิจกรรมในมหาวิทยาลัยของ ซี ฉัตรปวีณ์  ซีได้รับการโหวตให้เป็น “นางนพมาศ” ระดับมหาวิทยาลัย และเป็นเชียร์ลีดเดอร์ของคณะนิเทศศาสตร์ ภาควิชาวารสารสนเทศและสื่อสิ่งพิมพ์ คือภาคที่ซีเลือกเรียนเอก และ Minor ทางด้านวาทวิทยาและสื่อสารการแสดงโดยผ่านการฝึกงานจากหนังสือพิมพ์ BangkokPost และ สำนักข่าว AP (Associated Press) ประจำประเทศไทยซึ่งเป็นเครื่องการันตีความสามารถทางด้านภาษาของเธอเป็นอย่างดี “เจ้าหญิงแห่งวงการไอที”  ซี ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ ได้รับการขนานนามว่า “เจ้าหญิงแห่งวงการไอที” หรือ ”เจ้าหญิงไอที” โดยผู้ให้คำนิยามที่ตีพิมพ์ฉบับแรกคือ นสพ.เดลินิวส์ และได้ใช้ชื่อนี้ในการพาดหัวของหนังสือพิมพ์และนิตยสารชื่อดังในประเทศอีกหลายฉบับด้วย  ซี ฉัตรปวีณ์ สวยและเก่งรอบด้าน! ซี ฉัตรปวีณ์  นอกจากเธอจะเป็นผู้ประกาศข่าว พิธีกรทางสายไอทีแล้ว เธอยังมีส่วนร่วมเป็น Producer ในการผลิตรายการไอทีทางโทรทัศน์และออนไลน์อีกหลายรายการ ซึ่งเธอเริ่มเป็นที่รู้จักและมีชื่อเรียกในออนไลน์ ถูกเรียกและได้ยินติดหูกันบ่อยๆ ว่า Ceemeagain(ซีมีอะเกน) จากเว็บไซต์ที่ผลิตรายการออนไลน์ของตัวเอง ชื่อ Ceemeagain.com ไม่ธรรมดา เว็บไซต์ของซี ฉัตรปวีณ์  Ceemeagain.com ทำให้เธอได้รับรางวัลระดับโลก! เวปทีวีออนไลน์นำเสนอรายการแนวเทคโนโลยี-บันเทิงเชิงสาระบนเวปไซด์กว่า 7 รายการ ภายใต้แนวคิดที่จะนำเสนอรายการที่มีสาระ เพิ่มลูกเล่นสร้างความสนุกให้กับรายการเพื่อสร้างความเข้าใจและแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่รับชมทุกเพศทุกวัย โดยซีทำหน้าที่คิดรายการ เขียนบท พิธีกร พร้อมยังควบหน้าที่ถ่ายทำและตัดต่อเองอีกด้วย เวปไซด์นี้ได้เริ่มเผยแพร่ตั้งแต่เดือนมีนามคม พศ. 2552 ภายในสามเดือนแรกที่เปิดมีจำนวนคนคลิกเข้าชมรายการมากกว่าหลักล้านคน สถิติผู้เข้าชมจำนวนมากผลักดันให้ซีได้ตำแหน่ง Miss Twitter ระดับประเทศ, ระดับทวีปและชนะเลิศจากการโหวตระดับโลก Ultimate Twitter World อีกด้วย ก้าวแรกของสาวคลั่งไคล้เรื่องไอที! ซี ฉัตรปวีณ์ มีความคลั่งไคล้เรื่องไอทีมากเป็นพิเศษจึงต่อยอดการทำรายการไอทีเรื่อยมา โดยเริ่มฝึกเขียนสคริปผลิตรายการครั้งแรกในช่วง Wow-gadget ในรายการ tech24 ช่องเคเบิล Gsquare ของทรูวิชั่น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 เริ่มเขียนบล็อก Dailygizmo.tv เพื่อให้คนอ่านย้อนหลังข้อมูลเกี่ยวกับนวัตกรรม ไอเดียแปลกไฮเทคจากต่างประเทศ โดยเป็นบลอคติดอันดับ Wordpress ตั้งแต่ปีแรกจนถึงปัจจุบันมี gadgets ใหม่ๆมรวมมมากกว่า 3,000 ชิ้น จนได้รับเชิญจากบริษัท Organizer เพื่อร่วมนำเสนอไอเดียและลูกเล่นในการเปิดตัวศูนย์การค้า Central แจ้งวัฒนะ โดยซีได้ร่วมเสนอหุ่นยนต์เสมือนมนุษย์อย่าง Actroid Der2 และกองทัพหุ่นยนต์เพื่อเป็น Gimmick จนเป็นผลสำเร็จ เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ขอบคุณข้อมูล http://th.wikipedia.org/wiki/

ณัฐวุฒิ อย่างหล่อ! หนุนประกาศนิรโทษคดีการเมือง
ข่าววันนี้ /  ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ / 

ณัฐวุฒิ หนุนประกาศนิรโทษกรรมคดีการเมือง แต่เว้นแกนนำให้ว่ากันไปตามกระบวนการยุติธรรม หวังคืนความสุขประชาชนที่แท้จริง หายหน้าหายตาไปจากแวดวงการเมืองพักใหญ่ หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติเข้ายึดอำนาจการบริหารประเทศเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา สำหรับนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิช และ 1 ในแกนนำกลุ่มนปช. ล่าสุดวันนี้ (12 ธ.ค. 57) ได้ออกมาแสดงความเห็นถึงสถานการณ์ทางการเมืองผ่านเฟซบุีกส่วนตัว ถึงกรณีที่นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการ(กมธ.)พิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญ คณะที่ 10 ได้มีการเสนอแนวคิดให้มีการนิรโทษกรรมทางการเมือง ว่า ประหยัดปากประหยัดคำเรื่องนิรโทษกรรมอยู่หลายวัน ดูอาการทำท่าจะเป็นหนังยาว ขอร่วมสนทนาด้วยครับ แนวคิดของดร.เอนกเป็นกุศลเจตนาแล้ว แต่พอโยนเข้าสนามข่าวก็มีหลากหลายความเห็น นักการเมืองบางคนถึงกับจะใช้เป็นเวทีแสดงโวหารพูดเอาหล่อไปวันๆ อย่าไปเสียเวลาขนาดนั้นเลย ผมมีข้อเสนอให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช.ใช้อำนาจองค์รัฎฐาธิปัตย์ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวมาตรา ๔๔ ประกาศนิรโทษกรรมให้ประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่ายผู้ต้องคดีความจากการชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมืองตั้งแต่ปี ๔๘ จนถึงวันที่ออกประกาศ แกนนำทั้งหลายไม่เกี่ยว ผิดถูกว่ากันตามกระบวนการยุติธรรม ผมเชื่อว่าไม่น่าจะมีการเคลื่อนไหวขัดขวางเพราะเท่าที่ฟังดูทุกฝ่ายก็เห็นด้วยในหลักการนิรโทษกรรมประชาชนตามแนวทางดร.เอนก ที่สำคัญคือพล.อ.ประยุทธ์ใช้อำนาจองค์รัฎฐาธิปัตย์นิรโทษกรรมให้คณะยึดอำนาจไปแล้ว และเชื่อว่าในรัฐธรรมนูญที่จะออกมาแบบ"ตามใจแป๊ะ"ก็จะมีบทบัญญัตินิรโทษกรรมหรือรับรองการกระทำต่างๆ ของแม่น้ำ ๕ สายไว้ด้วยเหมือนมาตรา ๓๐๙ ของฉบับ ๕๐ คิดแบบบ้านๆคือ เมื่อนิรโทษกรรมคณะตนและองค์กรที่ตนตั้งขึ้นมาได้ก็น่าจะใช้อำนาจแบบเดียวกันนิรโทษกรรมประชาชนที่เขาได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมืองได้ด้วย ผมไม่ทราบว่ารัฐธรรมนูญหรือแนวทางปฏิรูปปรองดองต่างๆมีธงไว้หรือเปล่า แต่ถ้ามีความคิดอยู่แล้วว่าถึงวันหนึ่งจะนิรโทษประชาชนก็เอาซะวันนี้เลยครับ บรรยากาศการปรองดองโดยเมตตาธรรมของผู้ถืออำนาจก็จะเกิดขึ้น อย่าไปถามกันอยู่เลยว่าวันนี้ยังมีผู้ต้องหาคดีการเมืองติดคุกอยู่อีกเท่าไหร่ ลองตั้งคำถามใหม่ว่าคนที่ต้องคดีถูกบันทึกในประวัติ หลายคนยังต้องขึ้นโรงขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ ฎีกา ทุกข์กายทุกข์ใจมาหลายปีควรปลดเปลื้องพันธนาการให้เขาหรือไม่ รัฐประหาร ๒ หนนิรโทษกรรมรวดเร็วทันใจ น่าจะคืนความสุขให้ประชาชนบ้างนะครับ ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "นิรโทษกรรม" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> MThai news

5 สิ่งที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เรียนรู้หลังชัยชนะแบบหืดจับเหนือ ดิอีเกิ้ล
ดาลี่ย์ บลินด์ /  ผลบอล / 

กลับมาคราวชัยชนะได้ซักที หลังจากที่ไร้ชัยมากว่า 3 นัดติด ตั้งแต่ออกไปเสมอกับ เวสต์บรอมวิชฯ,เสมอเชลซีในบ้าน และออกไปโดนขาประจำอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้เฉือนชนะ แน่นอนว่า “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ หลุยส์ ฟานกัลย่อมเจอความกดดันแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะเป็นการออกสตาร์ทฤดูกาลที่ย่ำแย่ที่สุดในรอบกว่า 28 ปี แย่ของยุคของ เดวิด มอยส์ เสียอีก แต่ชัยชนะเหนือ คริสตัล พาเลซ จากประตูชัยของ ตัวสำรองอย่าง ฆวน มาต้า ในนาทีที่ 67 ทำให้ทีมกลับมาเกาะในอันดับท็อป 6 ของตารางแม้ยังจะต้องลุ้นผลการแข่งขันของทีมในกลุ่มกลางตารางด้วยกันต่อไป ถึงแม้ว่าสกอร์และรูปเกมส์ไม่เป็นที่น่าพอใจ แม้จะเจอกับทีมที่อ่อนชั้นกว่าขนาดนี้ แต่ด้วยสภาพทีมที่พิกลพิการ แบบนี้เร้ดเดวิลล์ ควรยิ้มได้บ้างแหละ มาดู5 สิ่งที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เรียนรู้จากเกมส์นัดนี้ ลืมเรื่องแชมป์ไปได้เลย ด้วยระยะห่างที่ถูก เชลซี จ่าฝูงทิ้งห่างออกไปเรื่อยๆ แม้ว่าสัปดาห์นี้ต่างก็เก็บชัยชนะได้เหมือนกัน แต่การถูกทีมของ โจเซ่ มูรินโญ่ ทิ้งห่างไป 13 แต้มไม่ใช่เรื่องที่จะไล่ทันกันได้ง่ายๆ แน่ และนอกจากนี้ด้วยฟอร์มการเล่นที่แสดงออกให้เห็นกับ “ดิอีเกิ้ล” มันยังไม่ใช่ทีมในระดับลุ้นแชมป์ ทั้งการขึ้นเกมส์และการเข้าทำ สิ่งที่ควรทำตอนนี้คือมองเป้าหมายการกลับไปเตะฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกให้ได้ ก่อน เพื่อเป็นการไม่กดดันตัวเองจนเกินไป การกลับมาของไมเคิล คาร์ริค สภาพทีมของ หลุยส์ฟานกัล พิการอย่างหนักทำให้การจัดตัวต้องจัดแบบแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปเรื่อยๆ ตอนแรกที่ใบรายชื่ออกมาทุกคนคิดว่า ไมเคิล คาร์ริค ที่เพิ่งจะกลับมาเป็นตัวจริงในนัดนี้ จะต้องลงไปยืนเป็นเซนเตอร์ฮาร์ฟ จำเป็นเหมือนอย่างนัดที่แล้ว แต่คาร์ริค ได้รับมอบหมายให้ประจำการในตำแหน่งแดนกลางและสามารถคุมจังหวะเกมส์ได้ดีทีเดียว แม้จะไม่เด่นในการเข้าปะทะ แต่ด้วยวิสัยทัศน์ในการจ่ายบอลให้เพื่อนร่วมทีมได้เล่นง่ายๆ ทำให้การเชื่อมบอลแดนกลางเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และยังสามารถถอยไปยืนเซนเตอร์ และเปลี่ยนให้ ดาลี่ย์ บลินด์ ขยับมาคุมเกมส์แทนได้ด้วย บางทีตรงนี้คงไม่ใช่ที่ของ เวนย์ รูนี่ย์ กาลครั้งหนึ่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมีคู่หู แฟตแมน แอนท์ โรบิ้น ที่ช่วยกันยิงกระจายจนทีมเป็นแชมป์สมัยที่ 20 แต่ตอนนี้ แฟตแมน ถูกถอยลงไปให้รับบทบาทเป็นตัวขับเคลื่อนเกมส์ ด้วยการอาศัยการครองบอลที่ดี และการเปิดบอลที่แม่นยำ แต่บางทีอาจจะลืมไปกว่า เวนย์ รูนี่ย์ เกิดมาเพื่อเป็นศูนย์หน้าสไตล์สไตร์เกอร์ เพราะฉะนั้นประโยชน์สูงสุดน่าจะอยู่ตรงแดนหน้าบริเวณกรอบเขตโทษ แม้จะมีนิสัยชอบลงมาล้วงบอลต่ำ และการปรับ รูนี่ย์มาเป็นกองกลางไม่ใช่ส่งผลแค่ตัวของ รูนี่ย์ เท่านั้น แต่มันเป็นการดึงให้ฟอร์มของ โรบิน ฟานเพอร์ซี่ ตกต่ำลงไปด้วยเพราะขาดคนสนับสนุน จริงอยู่ ฟานกัลพยายามจูนให้ รูนี่ย์ เล่นตรงไหนก็ได้ที่ไม่ใข่กองหน้าเพราะต้องการเว้นที่ของคู่กองหน้าให้ RVP กับ ราดาเมล ฟัลเกา แต่ระหว่างที่ “เอลไทเกอร์” พักรักษาตัวและไม่รู้เมื่อไรจะกลับมา การจับ เวนย์ รูนี่ย์ ไปเล่นในตำแหน่งถนัดไปก่อนน่าจะเป็นทางเลือกที่ทีมได้ประโยชน์ หมดเวลาอัตนัน ยานาไซ ? 4 นัดติดๆกันแล้ว อัตนัน ยานาไซ ยึดพื้นที่ลงสนามเป็น 11 ตัวแรกให้กับทีม ด้วยโอกาสและเวลาที่มากขนาดนั้น แต่สิ่งที่ เบอร์ 11 คนใหม่ทำให้กับทีม เป็นสิ่งที่มีประโยชน์แทบจะคิดไม่ออก และประโยชน์อย่างเดียวของ ยานาไซ ตลอดเกมส์นี้คือการ เดินออกไปแตะมือให้ ฆวน มาต้า ลงมาพังประตูในอีก 5 นาทีถัดมา การลงเล่นอย่างสม่ำเสมอย่อมดีต่อพัฒนาการ แต่กับการแบกความกดดันเอาไว้ มีแต่จะทำลายตัวของนักเตะ ดูจากสิ่งที่แสดงให้เห็นทั้งการพยายามเล่นคนเดียวมากเกินไป การเก็บบอลไว้กับตัวจนการเคลื่อนทีของทีมเสียไปหมด หรือจะเป็นการเลี้ยงกินตัวก็ไม่สามารถเอาชนะแนวรับพาเลซได้เลย และยิ่งจับคู่กับ อันโตนิโอ วาเลนเซีย ทางขวาแล้วเรียกได้ว่าเป็นฝันร้ายของทีมชัดๆ เชื่อว่าประตูของ มาต้า จะเป็นใบยื่นแสดงความจำนงค์ขอตำแหน่งคืนในนัดต่อไป เกิดอะไรขึ้นกับ ดิ แองเจล เรียกว่าฟอร์มเก่งหดหายลงไปแบบน่าใจหายสำหรับ อังเคล ดิมาเรีย ที่ก่อนหน้านี้เคยเป็นความหวังของทีม แต่ระยะหลังดูเหมือนเจ้าตัวจะหาฟอร์มเก่งของตัวเองไม่ค่อยเจอ โดยเฉพาะการถูกจับออกไปยืนในตำแหน่งริมเส้นที่สามารถสร้างประโยชน์ให้กับทีมได้เพียงน้อยนิด ถ้าจะเทียบกับตอนแรกที่ได้ลงสนาม ด้วยการขยับเข้ามายืนตรงกลางมากกว่านี้ในแผงกองกลางแบบไดมอนด์ ไม่เท่านั้นลุกตั้งเตะที่เคยเป็นอาวุธลับก็ยังทำได้ไม่ดีแทบจะไม่ได้กดดันแนวรับของทีมเยือนได้เลยแม้แต่น้อย จนสุดท้ายถูกถอดออกจากสนามไปในที่สุด ก็ต้องดูว่าช่วงพักเบรกทีมชาติ 1 สัปดาห์กว่าๆ หมายเลข 7 คนใหม่จะกลับมาเป็นคนเดิมได้หรือไม่ โดยอาร์เซน่อล จะรอให้คำตอบ