วิสัยทัศน์

ไมเคิล แมสซี นักแสดงคนดังจาก The Crow และ Se7en เสียชีวิตแล้ว
Brandon Lee /  David Fincher / 

ไมเคิล แมสซี นักแสดงคนดังจาก The Crow และ Se7en เสียชีวิตแล้ว ไมเคิล แมสซี (Michael Massee) นักแสดงหนุ่มผู้โด่งดังจากภาพยนตร์แอคชั่นดราม่าแฟนตาซีเรื่อง The Crow ออกฉายในปี 1994 และภาพยนตร์เรื่อง Se7en ออกฉายในปี 1995 ได้เสียชีวิตในวัย 61 ปี อย่างไม่ทราบสาเหตุเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ผลงานของไมเคิลส่วนใหญ่จะเป็นผลงานการแสดงซีรีส์ที่ออกฉายทางโทรทัศน์ สลับกับรับบทในภาพยนตร์บ้าง อาทิ The Amazing Spider-Man ทั้งสองภาค, Catwoman, Se7en และ The Crow ภาพยนตร์ที่ทำให้เขาโด่งดังและเป็นที่รู้จัก ดูบทความต้นฉบับ : Michael Massee, veteran character actor from 'The Crow' and 'Seven,' dies

10 ผลบุญ ที่เมื่อคุณทำครบแล้วจะชีวิตรุ่งเรืองทุกๆด้าน
ดวง /  ดูดวง / 

ผลบุญ 10 ประการที่ทำแล้วชีวิตจะดี ประการแรก บุญเกิดจากการให้ทาน หมั่นให้เนืองๆ ซึ่งจะส่งผลให้เราเป็นคนมั่งคั่ง มีทรัพย์มาก ประการที่ 2  บุญเกิดจากการหมั่นรักษาศีลให้เคร่งครัดโดยลำดับ ซึ่งจะส่งผลให้เรามีสุขภาพดี ชีวิตมีสวัสดิภาพและสวยงาม ประการที่ 3  บุญเกิดจากการภาวนา จงหมั่นภาวนาอยู่เสมอทุกวันๆ เจริญสติ ฝึกสมาธิอยู่ทุกขณะ อย่าให้ขาด ซึ่งจะส่งผลให้เราเป็นคนมีพลังอำนาจในตนและมีสติปัญญาล้ำลึก ประการที่ 4  บุญเกิดจากการประพฤติอ่อนน้อมแก่ผู้ที่ควรอ่อนน้อมคือผู้ประเสริฐ ผู้ที่มีความบริสุทธิ์ใจ และผู้มีใจบริสุทธิ์ทั้งหลาย เราจะต้องประพฤติอ่อนน้อมอยู่เสมอ ซึ่งจะส่งผลให้เราเป็นที่รักที่เมตตา และอยู่ในสังคมอันสูง ประการที่ 5 บุญเกิดจากการขวนขวายในกิจของผู้อื่น ใครก็ตามที่ควรได้รับการช่วยเหลือ เราจะช่วยเขาตามสมควรแก่ฐานะ และตามโอกาสให้ได้วัตถุประสงค์คือ ทุกคนดีขึ้นจริงๆ ซึ่งจะส่งผลให้เรามีบริวารมาก มีคนอาสาช่วยกิจการงานมาก ยามเดือดร้อนมีคนยื่นมือมาช่วย ประการที่ 6 บุญเกิดจากการฟังธรรม จงศึกษาสัจจะอยู่เสมอ ไม่ว่าจะด้วยการอ่านหนังสือ ฟังเทปหรือฟังเทศน์ หรืออะไรก็ตามที่เป็นการศึกษาสัจจะ ที่จะให้เราเห็นแง่มุมของสัจจะครบถ้วนขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้วิสัยทัศน์ของเรากว้างขวางล้ำลึกถูกต้องยิ่งขึ้น ประการที่ 7 บุญเกิดจากการแสดงธรรม เมื่อรู้อะไรแล้วใครที่เขายังด้อยกว่าเรา เราก็แนะนำสั่งสอนตักเตือนเขาด้วยใจเมตตาด้วยใจปรารถนาดีจริงๆ เป็นการแสดงธรรม ซึ่งจะส่งผลให้เราแตกฉานและมั่นคงในความดีงามยิ่งขึ้น ถ้าเรายังไม่มีธรรมะมากนักก็อาจซื้อหนังสือธรรมะหรือเทปธรรมะไปแจกก็ได้ ประการที่ 8 บุญเกิดจากการอุทิศบุญ เมื่อทำความดีใดๆ แล้ว ก็หมั่นเผื่อแผ่ความดีให้แก่คนอื่น เจือจานความดีและความชอบในผลงานให้แก่คนอื่น อย่าไปหวงความดี อย่าไปติดดี ซึ่งจะส่งผลให้จิตใจเราสะอาดและอิสระยิ่งใหญ่ขึ้น ประการที่ 9  บุญเกิดจากการอนุโมทนาส่วนกุศล เมื่อใครเขาทำความดีแล้วเราหมั่นยินดีในความดีของเขา ชื่นชมยินดี สรรเสริญยกย่องเขา จะทำให้จิตใจเราสูงส่งยิ่งขึ้น สะอาดหมดจด ไม่อิจฉาริษยา ซึ่งจะส่งผลให้เรามีมิตรมาก มีความสัมพันธ์อันมั่นคง ประการที่ 10  บุญเกิดจากการทำความเห็นให้ตรงสัจจะ คือทำปัญญาให้ตรงกับสัจจะอันล้ำลึกแทงตลอด ทำปัญญาให้ตรงกับเป้าหมายสูงสุดของชีวิตและของทุกสิ่งของขบวนการวิวัฒนาการ แล้วทำปัญญาให้เห็นประโยชน์สูงสุด ปรับวิถีชีวิต ทำกิจการงานทุกอย่างให้ได้ประโยชน์สูงสุดสำหรับทุกฝ่ายไป ทุกขณะคือทำบุญในงาน แล้วทำงานให้เป็นบุญโดยลำดับ ซึ่งจะส่งผลให้เราแจ่มแจ้งในความเป็นจริงทุกระดับและนำปัญญามาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ชีวิตได้จริง บุญทุกประการที่กล่าวมาแล้วจักชำระจิตใจ ทำให้ชีวิตเราหมดจดมากขึ้น เมื่อบริสุทธิ์มากขึ้น พลังอำนาจอันเป็นฐานแห่งความสำเร็จก็ยิ่งใหญ่ขึ้น ดังนั้น ถ้าทำได้ครบ 10 ประการตามที่บอกมาอย่างนี้ ท่านจะประสบความสำเร็จในชีวิตทุกๆด้าน ไม่ใช่ด้านใดด้านเดียว แต่เป็นทุกด้านของชีวิตเลยทีเดียว ติดตามดูดวงอื่นๆได้ที่ : Horoscope.mthai.com  

อย่างนี้ก็ได้หรอ!? ถ่ายหนังสารคดีในนาซา แต่ไม่บอกว่าเป็นหนัง Operation Avalanche
Matt Johnson /  Operation Avalanche / 

อย่างนี้ก็ได้หรอ!? ถ่ายหนังสารคดีในนาซา แต่ไม่บอกว่าเป็นหนัง Operation Avalanche อย่างที่เห็นในตัวอย่างภาพยนตร์แล้วว่า Operation Avalanche ปฏิบัติการลวงโลก กำลังพูดถึงเรื่องราวในช่วงสงครามเย็นที่ประเทศมหาอำนาจกำลังแข่งขันกันทางวิทยาศาสตร์อวกาศ และในตอนนั้นข่าวที่สร้างความฮือฮาทั่วโลกก็หนีไม่พ้นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่มีมนุษย์ขึ้นไปเหยียบบนดวงจันทร์ กระทั่งมีทฤษฎีมากมายที่ออกมาตั้งข้อสังเกตว่าเหตุการณ์ที่เห็นผ่านทางโทรทัศน์ในตอนนั้นเป็นเรื่องที่ถูกจัดฉากขึ้น แมตต์ จอห์นสัน (Matt Johnson) ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวแคนาดา ได้ขออนุญาตนาซาในการเข้าไปถ่ายทำสารคดีเกี่ยวกับโครงการอะพอลโล โดยที่นาซาไม่รู้ว่าเขากำลังทำภาพยนตร์เกี่ยวกับการกุเรื่องเหยียบบนดวงจันทร์ ซึ่งเจ้าตัวได้ให้สัมภาษณ์ไว้อย่างน่าสนใจว่า “เราติดต่อทางนาซา แล้วพูดว่า ‘เฮ้ เรากำลังทำหนังสารคดีเกี่ยวกับโครงการอะพอลโล เรามาถ่ายทำได้หรือเปล่า แล้วทางนาซาก็ตอบรับ ดังนั้นทุกฉากนั้นที่คุณเห็นผมพูดว่า ‘โอ้ เราแค่ถ่ายทำสารคดีอยู่นะ’ หรือแนะนำตัวเองในฐานะคนทำหนังสารคดี นั่นแหละคือของจริง” “ผมทำสารคดีปลอมเพราะผมคิดว่ารูปแบบนั้นมันสำคัญอย่างยิ่ง ณ ตอนนั้น ผมมองว่าคำถามเกี่ยวกับความถูกต้องและวิธีตามธรรมเนียมที่คนทำหนังทั่วไปยึดถือนั้นมันใกล้เคียงกับการทำหนังสารคดีทุกขณะ มันแตกต่างจากสารคดีล้อ (Mockumentary) ที่เป็นการล้อเลียนด้วยการคาราวะหนังแนวสารคดี และตัวละครก็รู้ว่ามีกล้องถ่ายอยู่ แต่สารคดีปลอมมักมีแบบแผนเฉพาะ และไม่ได้นำเสนอในรูปแบบล้อเลียนเลย” “เราถ่ายทำที่นาซาจริง ๆ โดยที่พวกเขาไม่รู้ว่าเรากำลังทำหนังเกี่ยวกับการกุเรื่องเหยียบบนดวงจันทร์ นั่นเป็นสิ่งที่เราไม่เคยทำมาก่อน” แค่บทสัมภาษณ์นี้ก็ทำให้รู้ว่าผู้กำกับรุ่นใหม่คนนี้มีไอเดียที่ไม่ธรรมดา และภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาท้าทายความเชื่อและศรัทธาของมวลมนุษยชาติกำลังจะออกฉายในวันที่ 22 กันยายน 2559

13 หนังผีไทย...ใครไม่เคยดูถือว่าพลาดหนักมาก !
คน ผี ปีศาจ /  คนเห็นผี / 

13 หนังผีไทย...ใครไม่เคยดูถือว่าพลาดหนักมาก ! ขอต้อนรับเข้าสู่เทศกาลฮาโลวีน เทสกาลที่เต็มไปด้วยบรรยากาศของความน่าสะพรึงกลัวจากภูตผีปีศาจนานาชนิด และแน่นอนว่าในประเทศไทยบ้านเรา ความเชื่อเรื่องผีก็ได้ถ่ายทอดผ่านภาพยนตร์อยู่บ่อยครั้ง แต่จะมีสักกี่ครั้งที่เรื่องราวสยองขวัญเหล่านี้จะตราตรึงอยู่ในความทรงจำของผู้ชม วันนี้เราได้รวบรวม 13 หนังผีสัญชาติไทยที่มั่นใจว่าแฟน ๆ หนังต้องเคยชมมาแล้วมากกว่าครึ่ง ว่าแต่จะมีเรื่องสุดสยองเรื่องใดบ้างนั้น...ตามไปชมกันเลย   นางนาก (2542) ผู้กำกับ : นนทรีย์ นิมิบุตร นักแสดง : อินทิรา เจริญปุระ, วินัย ไกรบุตร, ปราโมทย์ สุขสถิตย์, พัชริญา นาคบุญชัย, บุญส่ง อยู่ยั่งยืน, ประชา ถาวรเฟีย หนังผีระดับตำนานที่ไม่มีใครไม่รู้จัก เรื่องราวความรักระหว่างผีตายทั้งกลมกับสามีผู้กลับมาจากสงคราม ความรักระหว่างคนกับผีดำเนินไปท่ามกลางความสยองขวัญของผู้คนที่อาศัยอยู่ละแวกใกล้เคียง จนกระทั่งวันหนึ่งที่ฝ่ายชายได้รู้ความจริงว่าเมียของตนนั้นเสียชีวิตไปแล้ว ผีสามบาท (2544) ผู้กำกับ : พิสุทธิ์ แพร่แสงเอี่ยม, ออกไซด์ แปง นักแสดง : พีท ทองเจือ, ปราโมทย์ แสงศร, พิมพ์ศิริ พิมพ์ศรี, ดาหวัน สิงห์วี, กัลยณัฐ สีบุญเรือง หนังผีขนาดสั้น จำนวน 3 เรื่องที่ไม่มีนัยยะเกี่ยวพันกัน เนื้อเรื่องแต่ละตอนว่าด้วยแนวคิดเกี่ยวกับการกลับชาติมาเกิด การจองเวร และไสยศาสตร์มนต์ดำ ถือเป็นหนังผีไทยเรื่องแรกที่แบ่งออกเป็นตอนสั้น ๆ ทำให้เกิดกลวิธีการนำเสนอหนังในรูปแบบนี้ต่อมาอีกหลายเรื่อง คนเห็นผี (2545) ผู้กำกับ : ออกไซด์ แปง, แดนนี่ แปง นักแสดง : Angelica Lee, Lawrence Chou, ฌัชฌา รุจินานนท์ เมื่อสาวตาบอดคนหนึ่งได้รับบริจาคดวงตาทำให้เธอสามารถมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้ ทว่าโลกกลับไม่สวยงามอย่างที่เธอคิด เพราะดวงตาที่เธอได้รับมานั้นทำให้เธอเห็น “อะไร” ที่มากกว่าคนทั่วไป...มันเป็นสิ่งลี้ลับ สุดหลอน และอาจทำให้เธอเปลี่ยนใจอยากกลับไปตาบอดอีกครั้งหนึ่งก็เป็นได้ ! บุปผาราตรี (2546) ผู้กำกับ : ยุทธเลิศ สิปปภาค นักแสดง : ไลลา บุญยศักดิ์, กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์, ชมพูนุช ปิยะภาณี, ศิริสิน ศิริพรสมาธิกุล, สมชาย ศักดิกุล หนังผีไตรภาค (ที่ภาค 3 แบ่งเป็น 3.1 กับ 3.2) เรื่องสยองขวัญปนฮาน้ำตาเล็ดเกิดขึ้นเมื่อชาวอพาร์ตเมนท์ต้องการจะหาวิธีกำจัดผีสาวที่สิงอยู่เพราะมีปูมหลังเรื่องความรักและความแค้น แต่จนแล้วจนรอดเธอก็ไม่ไปไหน แถมนับยังยิ่งเฮี้ยนหนักกว่าเดิมขึ้นเรื่อย ๆ อีกต่างหาก คน ผี ปีศาจ (2547) ผู้กำกับ : ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล นักแสดง : อมรา อัศวนนท์, ภุมวารี ยอดกมล, ธีรดนัย สุวรรณหอม, อเล็กซ์ เรนเดลล์ เด็กสาวคนหนึ่งย้ายมาอยู่ในกรุงเทพฯ เพื่อช่วยดูแลหลานชายของป้าที่เป็นคนทรงเจ้า ภายในบ้านที่ดูหลอนผิดธรรมชาติ เด็กสาวได้พบว่าวันที่ป้าออกไปทำงานและเผลอล็อกกุญแจจากด้านนอกนั่นแหละ คือวันที่น่ากลัวที่สุดของเธอในบ้านหลังนี้ ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ (2547) ผู้กำกับ : บรรจง ปิสัญธนะกูล, ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ นักแสดง : อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม, ณัฐฐาวีรนุช ทองมี, อชิตะ วุฒินันท์สุระสิทธิ์ หนังผีที่สร้างจากความเชื่อว่ากล้องถ่ายรูปสามารถบันทึกภาพของวิญญาณได้ ช่างภาพหนุ่มจึงต้องออกตามหา ความจริงว่าผีในรูปคือใคร ทำไมจึงมาปรากฏตัวในรูปถ่ายของเขา ทว่ายิ่งสืบสาวราวเรื่องเขาก็ได้พบว่าผีร้ายนั้นอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด และไม่แน่ว่ามันต้องการเอาชีวิตหรือต้องการอยู่กับเขาไปตลอดกาลกันแน่ !?!! ผีช่องแอร์ (2547) ผู้กำกับ : ทิวา เมยไธสง นักแสดง : ปิยธิดา วรมุสิก, บรรเจิด สันธนะพานิช, ลินินา พุทธิธาร, ธนเดช มีประเสริฐ, ทนงศักดิ์ สงวนศักดิ์, เกรียงศักดิ์ แกล้วเกล้า จากเหตุอาชญากรรมของจริงสู่เรื่องราวบนแผ่นฟิล์ม กับคดีฆาตกรรมซ่อนศีรษะของศพในห้องช่องแอร์ ความเฮี้ยนระดับพระกาฬของผีสาวคือการออกอาละวาดไล่ทำร้ายคนทุกคนที่เห็นหน้าของเธอแล้ว เด็กหอ (2549) ผู้กำกับ : ทรงยศ สุขมากอนันต์ นักแสดง : จินตหรา สุขพัฒน์, ชาลี ไตรรัตน์, ศิรชัช เจียรถาวร การย้ายมาอยู่โรงเรียนประจำคือการเปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งสำคัญของเด็กชายคนหนึ่ง ทุกค่ำคืนในอาณาบริเวณโรงเรียนจะเต็มไปด้วยความวังเวง ชวนให้จินตนาการถึงเรื่องเล่าเกี่ยวกับเด็กที่เคยจมน้ำในสระว่ายน้ำจนเสียชีวิต แต่ใครจะไปเอะใจว่าเพื่อนสนิทที่อยู่ข้าง ๆ เขานี่แหละ คือ บุคคล (หรือผี) ที่อยู่ในเรื่องเล่านั้น ? ผีคนเป็น (2549) ผู้กำกับ : มณฑล อารยางกูร นักแสดง : พิชญ์นาฎ สาขากร, เพ็ญพักตร์ ศิริกุล, อาภาสิริ นิติพน, โชคชัย เจริญสุข, กิรเดช เกตกินทะ, สมพงษ์ ทวี หนังซ้อนหนัง...ซ้อนกันไปซ้อนกันมา 3 ตลบ เนื้อเรื่องว่าด้วยนักแสดงสาวที่ต้องสวมบทบาทเป็นนักแสดงในการทำแผนประกอบการฆาตกรรมที่เคยเกิดการฆาตกรรมขึ้นจริง และเธอก็ได้พบเจอกับผีจริง ๆ ซึ่งเป็นมีความเกี่ยวพันกับเหตุฆาตกรรมของจริง (งงมั้ยล่ะ ?) เปนชู้กับผี (2549) ผู้กำกับ : วิศิษฎ์ ศาสนเที่ยง นักแสดง : ศิรพันธ์ วัฒนจินดา, ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา, สุพรทิพย์ ช่วงรังสี แรงบันดาลจากภาพวาดของ ‘เหม เวชกร’ สู่ภาพยนตร์สยองขวัญสไตล์ย้อนยุค เมื่อหญิงสาวท้องแก่นางหนึ่งเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อตามหาสามีที่พลัดพราก จนมาหยุดพักรอนแรมที่เรือนคนใช้ของคฤหาสน์หลังใหญ่ที่คุณนายเจ้าของบ้านชอบทำตัวลึกลับถึงขั้นมีผู้กล่าวว่าบนห้องนอนแห่งนั้น...เธอกำลังเล่นชู้กับผี ! บอดี้ ศพ #19 (2550) ผู้กำกับ : ปวีณ ภูริจิตปัญญา นักแสดง : อารักษ์ อมรศุภศิริ, อรจิรา แหลมวิไล, กฤตธีรา อินพรวิจิตร, ปรเมศร์ น้อยอ่ำ, ภัทรวรินทร์ ทิมกุล หนังผีสไตล์สืบสวนสอบสวนที่พระเอกของเรื่องกำลังสับสนว่าตนเองประสบกับปรากฏการณ์วิญญาณหรือเพียงแค่มีอาการทางประสาทเท่านั้น ท่ามกลางความจริงและความลวงที่แยกกันไม่ออก เขาต้องหาทางหยุดยั้งผีสาวอดีตอาจารย์สอนจิตวิทยาไม่ให้เข่นฆ่าผู้คนที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ลัดดาแลนด์ (2554) ผู้กำกับ : โสภณ ศักดาพิศิษฏ์ นักแสดง : สหรัถ สังคปรีชา, ปิยธิดา วรมุสิก, สุทัตตา อุดมศิลป์ หลังจากย้ายเข้ามาอยู่ในหมู่บ้าน ‘ลัดดาแลนด์’ ได้เพียงไม่นาน ก็เกิดเหตุฆาตกรรมขึ้น วิญญาณสาวรับใช้ชาวพม่ายังคงเดินเข้าเดินออกบ้านทุกหลังที่เคยว่าจ้างเธอ แต่นั่นยังไม่น่ากลัวเท่าปัญหาภายในครอบครัวที่เขาและเธอพบเจอ ความไม่ไว้ใจและความไม่เชื่อใจ...นับวันยิ่งทำให้ความเป็นครอบครัวถูกลดทอนลง แต่ยังไม่ทันที่ปัญหาจะคลี่คลาย เหตุฆาตกรรมครั้งใหม่ก็เกิดขึ้นในหมู่บ้าน แถมครั้งนี้มันเกิดขึ้นที่บ้านข้าง ๆ ของเขาและเธออีกด้วย พี่มากพระโขนง (2556) ผู้กำกับ : บรรจง ปิสัญธนะกุล นักแสดง : มาริโอ้ เมาเร่อ, ดาวิกา โฮร์เน่, พงศธร จงวิลาส, ณัฏฐพงษ์ ชาติพงศ์, อัฒรุต คงราศรี, กันตพัฒน์ สีดา ลืม ‘พ่อมาก’ และ ‘แม่นาค’ ที่ทุกคนรู้จักไปซะ ! นี่คือการรีเมกหนังผีระดับตำนานให้มีอรรถรสอย่างถึงที่สุด เมื่อชายหนุ่มทหารผ่านศึกเดินทางกลับมาบ้านพร้อมสหายทั้งสี่ ความหฤหรรษ์บันเทิงเกิดขึ้นเมื่อแก๊งสี่หนุ่มดันไปรู้ความลับว่าเมียสาวของเพื่อนได้เสียชีวิตลงแล้ว มีเพียงวิญญาณผีตายทั้งกลมที่อาศัยอยู่ในบ้าน แต่พวกเขาจะบอกความจริงนี้ให้เพื่อนรู้ได้อย่างไร ในเมื่อฝ่ายหญิงก็เฮี้ยนซะขนาดหนักจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้

ร้างจริง หลอนจริง...คฤหาสน์สุดสยองใน “The Disappointments Room”
The Disappointments Room /  ดี เจ คารูโซ่ / 

ร้างจริง หลอนจริง...คฤหาสน์สุดสยองใน “The Disappointments Room” กลับมาอีกครั้งสำหรับผลงานระทึกขวัญของผู้กำกับวิสัยทัศน์ไม่ซ้ำทางใครอย่าง ดี.เจ. คารูโซ่ ที่หวนคืนสู่วงการเตรียมส่งมอบความสยองแก่คอหนังชาวไทยส่งท้ายปี 2016 ในภาพยนตร์ The Disappointments Room ผลงานที่สร้างจากเหตุการณ์จริงสุดสะพรึงของครอบครัวหนึ่งที่ซื้อบ้านเก่าแถบโรดไอส์แลนด์ในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 ก่อนจะพบกับความสยดสยองที่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์ โดยนอกเหนือจากชื่อของผู้กำกับ ดี.เจ. คารูโซ่ ที่ถือเป็นเครื่องการันตีความหลอนชั้นดี สิ่งสำคัญที่ส่งให้หนังสยองขวัญเรื่องนี้ทวีความน่ากลัวยิ่งไปอีกขั้น คือ บรรยากาศที่สร้างความอึดอัดชวนขนหัวลุกของคฤหาสน์อดัมส์ลี สถานที่ทีมงานและนักแสดงใช้ในการถ่ายทำ ทอม เซาธ์เวลล์ ผู้ออกแบบงานสร้างของภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้พูดถึงสถานที่ถ่ายทำที่มีความน่ากลัวอยู่ในตัวอย่างคฤหาสน์อดัมส์ลีไว้อย่างน่าสนใจว่า “พวกเราถ่ายทำกันในคฤหาสน์อดัมส์ลี เมืองกรีนส์โบโร่ รัฐนอร์ธ แคโลไรนา สิ่งปลูกสร้างที่ถูกสร้างขึ้นใน บนที่ดินทั้งหมด 13.5 เอเคอร์ ในสมัยช่วงต้นทศวรรษ 1930 ซึ่งถือว่ามีความเก่าแก่ น่ากลัว และเหมาะสมกับหนังเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ผมคิดว่าเมื่อคุณมีฉากทีน่ากลัวในการถ่ายทำ คุณจะสามารถช่วยลดงานของนักแสดงไปได้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ เพราะพวกเขาไม่ต้องมานั่งนึกบรรยากาศเอง ขณะเดียวกันถ้าคุณถ่ายกันในสตูดิโอ นักแสดงต้องคิดขึ้นมาเองทั้งหมดว่ามีอะไรรอบข้าง แต่เมื่อคุณถ่ายทำในสถานที่ที่มีความน่ากลัวอยู่ในตัวเองแบบนี้มันไม่มีอะไรต้องกังวลเลย”    เช่นเดียวกับนักแสดงสาว เคท เบคคินเซล ผู้รับบทนำในหนังเรื่องนี้ ซึ่งได้พูดถึงคฤหาสน์หลังนี้ว่า “บ้านหลังนี้เป็นมากกว่าโลเคชั่นที่ใช้ถ่ายทำ มันมีความขนลุกและน่ากดดัน เหมาะกับการสร้างบรรยากาศชวนอึดอัดในหนังระทึกขวัญแนวจิตวิทยา เราถ่ายหนังเกือบทั้งเรื่องในคฤหาสน์หลังนี้ และฉันคิดว่าคุณน่าจะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกแบบเดียวกันขณะที่คุณดูหนังเรื่องนี้” ความลับบางอย่าง ไม่จำเป็นต้องสอดรู้ ! แฟนหนังสยองชาวไทยไปเตรียมกรี๊ดให้สุดเสียงและหวาดผวาไปกับการปลดล็อกห้องลี้ลับสุดสยองขวัญใน The Disappointments Room กำหนดฉาย 24 พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

9 อันดับ พาสปอร์ตที่สวยที่สุดในโลก!
10 อันดับ /  ต่างประเทศ / 

พาสปอร์ต (Passport) หรือ หนังสือเดินทาง เป็นเอกสารสำคัญที่จะแสดงรายละเอียดของบุคคลที่จะเดินทางไปต่างประเทศต่างๆ โดยลักษณะทั่วไปของพาสปอร์ตที่เราเห็นกันเป็นประจำนั้นก็จะเป็น หนังสือเล่มเล็ก มีสีแตกต่างกันตามแต่ละประเทศ Travel.mthai เลยจัด 9 อันดับ พาสปอร์ตที่สวยที่สุดในโลก! มาให้ได้ชมกัน แต่ละประเทศนันดึงจุดเด่นหรือไฮไลท์มาใส่ไว้ในหนังสือเดินทาง บอกเลยว่าสวยงามมากๆ ใครชอบประเทศไหนกันบ้าง? ^^ 9 อันดับ พาสปอร์ตที่สวยที่สุดในโลก! 1. พาสปอร์ตประเทศไอร์แลนด์ (Ireland)  ได้ฉายาว่า เกาะมรกตแห่งยุโรป (the Emerald Isle) ภายในเล่มพาสปอร์ตจะเป็นสีเขียวฟ้าสว่าง จะประกอบไปด้วยรูปภาพภูมิประเทศ กีฬาประจำชาติ อักษรรูนสมัยเก่าแก่ บทกลอนสั้นๆ และตัวโน้ต ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแสดงออกถึงความเป็นไอร์ริช ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ และความโดดเด่นในเรื่องของดนตรีและการเต้นรำ อีกริมหน้ากระดาษแต่ละหน้าก็ตกแต่งด้วยรูปแผ่นจารึก เมื่องอให้ภาพต่อกันก็จะได้ออกมาเป็นรูปภาพ 2. พาสปอร์ตประเทศแคนาดา (Cannada) รูปเล่มของพาสปอร์ต ภายนอกนั้นอาจจะหน้าตาดูธรรมดามาก ไม่เห็นมีอะไรพิเศษ แต่เมื่อลองส่องด้วยไฟ black light ทำเอาตะลึงในความสวยงามกันเลยทีเดียว! จะเห็นความงาม สีสัน และไอเดียภาพในแต่ละหน้า นอกจากจะทำให้เกิดความสวยงามแล้ว อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำพาสปอร์ตเล่มนี้ขึ้นมาก็เพื่อป้องกันการปลอมแปลงพาสปอร์ต ทำให้ยากต่อการลอกเลียนแบบหนังสือเดินทาง เป็นอีกหนึ่งมาตราการรักษาความปลอนภัยนั่นเอง ซึ่งพาสปอร์ตเล่มนี้ถูกปล่อยออกมาใช้ครั้งแรกในช่วงกลางปี 2013 อ่านต่อ อยากใช้เลยอ่ะ! พาสปอร์ตประเทศแคนาดาสุดเจ๋ง 3. พาสปอร์ตประเทศนอร์เวย์ (Norway) ดูเหมือนว่าจะถูกใจสาวๆ เป็นพิเศษ ก็เพราะมันเป็นสีพาสเทล ออกแบบโดย Oslo design ภายในพาสปอร์ตนั้นจะเป็นรูปภูมิทัศน์อันงดงามของนอร์เวย์ เมื่อฉายผ่านไฟ black light ภาพนั้นก็จะปรากฏให้เห็น แสงเหนือ ซึ่งถือว่าเป็นแลนด์มาร์คของนอร์เวย์ นอกจากนี้สีของพาสปอร์ตนั้นก็แบ่งแยกตามผู้ถือด้วย เช่น สีชมพูแดงสำหรับประชาชนปกติ, สีขาวสำหรับผู้อพยพ และสีเขียวฟ้าสำหรับนักการทูต 4. พาสปอร์ตสหราชอาณาจักร (The United Kingdom) หนังสือเดินทางของประเทศอังกฤษเล่มนี้ เพิ่งเปิดตัวในช่วงปลายปี 2015 เพื่อฉลองครบรอบ 500 ปี ให้แก่ จอห์น คอนสตาเบิล (John Constable) จิตรกรชาวอังกฤษ ในยุคศตวรรษที่ 18-19 มีชื่อเสียงจากเขียนจิตรกรรมภูมิทัศน์ ซึ่งปัจจุบันภาพเขียนของคอนสตาเบิลจะได้รับความนิยม และ เป็นงานที่มีราคาสูงในบรรดาศิลปะอังกฤษ 5. พาสปอร์ตออสเตรเลีย (Australia) เนื่องจากธรรมชาติของออสเตรเลียนั้นมีความโดดเด่นและหลากหลายมากๆ  จึงเอาสิ่งนี้มาใส่ไว้ในแต่ละหน้าของหนังสือเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นรูปของพืชและสัตว์ชนิดต่างๆ รวมถึงคำบรรยายเกี่ยวกับพืชหรือสัตว์เหล่านั้นด้วย 6. พาสปอร์ตประเทศสวีเดน (Sweden) ประเทศสวีเดน ได้ชื่อว่ามีเมืองชนบทสวยงามที่สุด อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ทิวทัศน์อันงดงาม อีกทั้งมีชื่อเสียงในด้านสถาปัตยกรรมเก่าแก่ และการออกแบบระดับโลก สิ่งเหล่านี้เราสามารถเห็นได้ในหนังสือเดินทางเล่มนี้ 7. พาสปอร์ตประเทศจีน (China) หนังสือเดินทางของจีนนั้นถ้ามองปกติก็จะเห็นเป็นรูป กำแพงเมืองจีน เป็นแลนด์มาร์กและมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติ อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอีกด้วย และเมื่อส่องด้วยสปอร์ตไลท์ก็จะเห็นความสวยงามไปอีกแบบ นอกจากนี้จีนยังรวบรวม สิ่งก่อสร้างที่สำคัญ อาทิ มาเก๊า หรือเซียงไฮ้ ไว้ในหนังสือเดินทางเล่มนี้เช่นกัน 8. พาสปอร์ตประเทศนิวซีแลนด์ (New Zealand) นิวซีแลนด์ หรือ ดินแดนแห่งเมฆยาวสีขาว นั้นมีความหลากหลายทางภาษา อีกทังมีธรรมชาติที่สวยงามเป็นจุดเด่น  หนังสือเดินทางเล่มนี้จึงปรากฏเป็นภาพของภาษาต่างๆ และใบเฟิร์น แสดงให้เห้นความสวยงามทางธรรมชาติ 9. พาสปอร์ตประเทศฟินแลนด์ (Finland) ฟินแลนด์ได้ปรับปรุงหนังาือเดินทางครั้งล่าสุดเมื่อปี 2012 ในเดือนสิงหาคม จะเห็นได้ว่าในหน้าหนังสือเดินทางจะมีกวางยืนโดดเด่น เมื่อเปิดไล่ตั้งแต่หน้าแรกไปจนถึงหน้าสุดท้ายจะเห็นว่า รูปกวางมีการเคลื่อนไหว เท้าขยับได้ .. Source : www.theguardian.com, www.keesingtechnologies.com,www.travelandleisure.com เรียบเรียง Travel.mthai.com

ยังจำได้ไหม? น้องพลับ ขอ2!!! โตเป็นหนุ่มแล้ว หุ่นล่ำ กล้ามบึ้ก!
น้องพลับ จุฑาภัทร

    ออกอัลบั้มจนมีเพลงฮิตประจำตัว เรียกประสบความสำเร็จตั้งแต่เด็กๆ เลยก็ว่าได้ สำหรับอดีตนักร้องเด็ก น้องพลับ จุฑาภัทร เหล่าธรรมทัศน์ กับผลงานเพลงฮิตอย่าง  ใครใครก็ไม่รักผม, ก็เลยเล่าสู่กันฟัง, คุณครูครับ, ลูกชิ้นของฉัน จนตอนนี้น้องพลับโตเป็นหนุ่มในวัย 24 ปี หน้าตาหล่อเหลาเอาการ หุ่นก็ล่ำ วงแขนกล้ามเป็นมัดๆ เป็นที่ต้องการของตลาดมั่กๆ แถมตอนนี้เจ้าตัวยังช่วยดูแลกิจการของครอบครัวที่ เทวมันตร์ทรา รีสอร์ท แอนด์ สปา จ.กาญจนบุรี น้องพลับจะเปลี่ยนไปขนาดไหน ไปส่องกันเล้ย!!! ขอบคุณรูปภาพจากอินสตาแกรม chutaplub

อ่านบทปุ๊บ คิดถึงปั๊บ! นาโอมิ วัตต์ส เธอเท่านั้นที่ผู้กำกับ Shut In ต้องการ
Farren Blackburn /  Jacob Tremblay / 

อ่านบทปุ๊บ คิดถึงปั๊บ! นาโอมิ วัตต์ส เธอเท่านั้นที่ผู้กำกับ Shut In ต้องการ จากความชื่นชอบในความสามารถทางการแสดงของสาว นาโอมิ วัตต์ส (Naomi Watts) จากภาพยนตร์เรื่อง Mulholland Dr. ที่ออกฉายในปี 2001 ผู้กำกับคนดัง แฟร์เรน แบล็คเบิร์น (Farren Blackburn) ได้ทาบทามให้เธอมารับบทนำในภาพยนตร์เรื่อง Shut In หลอนเป็น หลอนตาย ที่กำลังจะเข้าฉายในบ้านเราช่วงพฤศจิกายนนี้ “ตอนผมได้บทมาอ่าน พออ่านจบแล้วผมนึกถึงหน้าของ นาโอมิ วัตต์ส ลอยมาเป็นคนแรกเลย ผมติดใจการแสดงของเธอจากเรื่อง Mulholland Dr. ผมชอบการแสดงของเธอที่สามารถเปลี่ยนสีหน้าจากปกติให้กลายเป็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกลัวได้แบบฉับพลัน ผมว่าเธอสามารถสื่อสารความกลัวออกมาให้คนดูได้รู้สึก ได้เห็น และสัมผัสได้” นาโอมิ วัตต์ส รับบทเป็น แมรี นักจิตวิทยาสาวที่อาศัยอยู่ในย่านชนบทของเมืองนิวอิงแลนด์ เธอต้องติดอยู่ในบ้านท่ามกลางพายุหิมะ ขณะเดียวกันก็ต้องตามหาเด็กผู้ชายคนหนึ่งให้พบก่อนที่จะหายตัวไปอีกด้วย ซึ่งการมารับบทในภาพยนตร์สุดระทึกเรื่องนี้ เจ้าตัวได้เล่าความรู้สึกให้ฟังว่า “ในเรื่องนี้แมรีเป็นนักจิตวิทยาที่ทุ่มเทเวลาในการดูแลคน ๆ หนึ่งเป็นเวลานาน โดยที่ไม่ค่อยได้ออกไปเจอกับโลกภายนอกตามวิสัยของคนปกติ ทำให้เธอเหมือนเป็นคนที่มีอารมณ์เก็บกดแล้วก็กลายเป็นว่าเธอเริ่มมีอาการฝันร้ายและมีอาการผิดปกติ ซึ่งฉันได้ศึกษาการทำงานของนักจิตวิทยาทั่วไปว่าเขาใช้เวลาไปกับอะไร อย่างไร เพื่อให้เข้าถึงบทบาทให้มากที่สุด และในเรื่องนี้ฉันยังได้ร่วมงานกับ เจคอบ เทรมเบลย์ (Jacob Tremblay) หนุ่มน้อยที่ต้องบอกว่าเป็นอัจฉริยะในการแสดง เขาสามารถตีบทได้แตก และส่งอารมณ์ให้ฉันได้อย่างไม่น่าเชื่อ”

ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก (ละครเย็น) , เรื่องย่อร้อยป่าไว้ด้วยรัก (ละครเย็น)
ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก /  ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก ทางช่อง 3 / 

ร้อยป่าไว้ด้วยรัก บทประพันธ์โดย : ฐิญาดาบทโทรทัศน์โดย : ฝนพรำ, นฤมล, ศุภวรรณกำกับการแสดงโดย : ปวิตร ตรีเมฆ (พี่ปู)ออกอากาศทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 19.35-20.35 น. และวันศุกร์ เวลา 19.05-19.50 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อ ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก คนเราจะมองที่ภาพลักษณ์อย่างเดียวไม่ได้ เนื้อแท้ของคนสำคัญที่สุด โครงการตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงเป็นนักอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ เป็นเพราะพระราชดำริของพระองค์จึงทำให้เกิดให้มีการปลูกป่า ที่คนและสัตว์ สามารถอยู่ร่วมกันได้โดยไม่ต้องทำลายป่า ศูนย์ศิลปาชีพที่เสริมสร้างอาชีพและรายได้ ให้เกิดขึ้นกับทั้งคนไทยและคนไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง ที่เคยแต่ทำไร่เลื่อนลอย หาของป่าขาย ที่สำคัญจะได้ไม่คิดทำลายป่าต่อไป พรนับพัน เกิดในครอบครัวที่คนอื่นมองว่าสมบูรณ์พร้อม คุณพรพรรณราย ผู้เป็นแม่เป็นนักสังคม สงเคราะห์ชื่อดัง ส่วนผู้เป็นพ่อคือคุณเมธี เป็นข้าราชการระดับสูงในกระทรวงผู้ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย และกำลังเจริญก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงาน ครอบครัวของพรนับพัน ถูกยกย่องให้เป็นครอบครัว ตัวอย่าง ถูกสัมภาษณ์ลงหนังสือนิตยสารอยู่บ่อยครั้ง แต่แท้จริงแล้วเป็นการสร้างภาพทั้งสิ้น คุณเมธีเป็นคน นิสัยเจ้าชู้มีบ้านเล็กบ้านน้อยอยู่เสมอ คุณพรพรรณรายก็ไม่ได้เป็นผู้หญิงจิตใจประเสริฐดุจแม่พระดั่งภาพ ที่ใคร ๆ เห็น ต้องทนเก็บความช้ำชอกในการกระทำของสามีไว้ในอก ไม่สามารถแสดงให้ผู้อื่นเห็นได้ เพื่อรักษาหน้าตาในวงสังคม ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก คุณเมธีกับคุณพรพรรณรายทะเลาะกันจนถึงขั้นต้องแยกห้องกันนอน คุณพรพรรณรายจึงมักชอบมาระบายอารมณ์ใส่พรนับพัน ทำให้พรนับพันกลายเป็นคนชอบประชดประชันทั้งที่รู้ว่าเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง ตั้งแต่เรื่องการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ที่คุณพรพรรณรายอยากให้สอบเข้าของรัฐบาล พรนับพันก็ไปสอบเข้าเอกชน ทั้งที่เป็นคนเรียนเก่ง คุณพรพรรณรายบอกให้แต่งตัวเรียบร้อย พรนับพันก็แต่งตัวตรงกันข้าม คุณพรพรรณรายชอบยกเอาปรางวลัยบุตรสาว ของคนรู้จักมาพูดเปรียบเปรยให้พรนับพันฟัง ว่าเรียนเก่งจบมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศ และยังสอบเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยติดท็อปไฟว์ ของอเมริกา วันหนึ่งพรนับพันไปงานเลี้ยงสำคัญกับผู้เป็นแม่และเจอปรางวลัย ทำให้พรนับพันรู้ว่าที่แท้ ปรางวลัยคนที่แม่ของเธอเอาไปพูดให้ฟังนั้น เป็นคนคนเดียวกับปรางวลัย ซึ่งเป็นเพื่อนของวิลาสินี เพื่อนของเธออีกทีหนึ่ง ปรางวลัยจำพรนับพันไม่ได้ จึงคุยโอ้อวดอย่างโน้นอย่างนี้ และบอกว่าเพิ่งจบจากบอสตัน ทำให้พรนับพันรู้ว่าที่แม่ของปรางวลัยไปคุยอวดกับแม่ของเธอนั้นไม่ใช่เรื่องจริง พรนับพันรู้ว่าบอสตันไม่ใช่มหาวิทยาลัยติดท็อปไฟว์อย่างที่ปรางวลัยคุยอวดแต่อย่างใด จึงถามออกไปว่าจำเธอไม่ได้หรือ เคยเจอกัน ตอนงานฉลองเรียนจบชั้นมัธยมเมื่อหลายปีก่อน และยังพูดเรื่องที่แม่ของเธอบอกว่า ปรางวลัยจบจากมหาวิทยาลัยท็อปไฟว์ของอเมริกา คำพูดของพรนับพันสร้างความโกรธให้กับปรางวลัยมาก เพราะคิดว่า พรนับพันจงใจฉีกหน้า พรนับพันไปงานวันเกิดของเพื่อนในผับแถวทองหล่อ และถูกผู้ชายที่มาเที่ยวและอยู่ในอาการเมา มาชวนไปเที่ยวต่อ เพราะคิดว่าเป็นผู้หญิงอย่างว่า พรนับพันก็ตอบโต้ออกไปอย่างโมโหว่าเธอไม่ใช่ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวอยู่ในสายตาของพันตรีแสนคม นายทหารจากกองพลพัฒนาประจำอยู่ที่สวนป่าเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นโครงการในพระราชดำริ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ แสนคมลาพัก มาเยี่ยมครอบครัวที่กรุงเทพโดยมีร้อยเอกบดินทร์ซึ่งทำงานอยู่ที่เดียวกัน และสนิทสนมกันตั้งแต่สมัยเรียน เตรียมทหารตามมาเที่ยวที่บ้านด้วย ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก แสนคมมาเที่ยวกับเพื่อนสนิทคือพันตรีกิตติ พันตรีธีรดนย์ พันตรีอภิเชษฐ์ รวมทั้งบดินทร์ด้วย แสนคมมองพรนับพันในชุดสุดเปรี้ยวอย่างเสียดาย เขาคิดว่าหน้าตาก็สะสวยน่าจะแต่งตัวให้มิดชิดกว่านี้ แต่แปลกที่สายตาของแสนคมมักจะวนเวียนไปทางพรนับพันบ่อย ๆ จนถูกเพื่อน ๆ แซว แสนคมแก้ตัวบอกว่าที่มองเพราะคิดว่าถ้าเป็นน้องเป็นนุ่งจะจับมาตีก้นให้เข็ด พรนับพันไม่รู้เลยว่า จากเหตุการณ์ที่มีผู้ชายเมามาจับไหล่ อยู่ในสายตาของปรางวลัยที่มาเที่ยวกับเพื่อน และมาเห็นเข้าโดยบังเอิญ เพราะความเจ็บใจที่ถูกฉีกหน้าครั้งนั้น ปรางวลัยจึงจงใจใช้มุมกล้อง ช่วยถ่ายทำให้เหมือนกับผู้ชายคนดังกล่าวโอบไหล่ ตั้งใจจะส่งไปให้ผู้เป็นแม่ของพรนับพันดู และยังเข้าไป ทักพรนับพันกับเพื่อน ๆ ที่โต๊ะวันสุดท้ายของการลาพัก แสนคมแวะไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้า แล้วเจอกับพรนับพันอีก ในชุดกางเกง ขาสั้นกับเสื้อยืดพอดีตัว ทำให้แสนคมนึกในใจว่าสมควรแล้วที่ถูกมองเป็นผู้หญิงอย่างว่า ตัวพรนับพันเองก็สงสัยที่จู่ ๆ ก็ถูกผู้ชายหน้าตาหล่อเหลามองด้วยสายตาดุ ๆ ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน พรนับพันกลับไปบ้าน แต่งตัวเตรียมตัวไปงานแต่งงานเพื่อนในตอนเย็น แต่ก็ทะเลาะกับ คุณพรพรรณรายซะก่อน เพราะปรางวลัยส่งรูปที่ถ่ายในผับไปให้ดู ทั้งที่พรนับพันพยายามจะอธิบายเรื่องราว ให้รู้แต่คุณพรพรรณรายไม่ฟัง และบอกว่าคนที่ส่งรูปมาให้ดูคือปรางวลัย ทำให้พรนับพันเดาได้เลยว่า ปรางวลัยมีจุดประสงค์อย่างไรในการทำเช่นนี้ ด้วยความโกรธบวกกับเสียใจ ที่คุณพรพรรนรายเชื่อคนอื่น มากกว่าลูกตัวเอง ทำให้พรนับพันพูดออกไปว่า ที่พ่อต้องไปมีผู้หญิงอื่นก็เพราะแม่เป็นแบบนี้ ทำให้คุณพรพรรณรายลุแก่โทสะตบหน้าสร้างความเสียใจให้กับพรนับพันมาก จนบอกว่าจะไม่อยู่บ้านนี้อีกแล้ว และทิ้งคำพูดไว้ให้คุณพรพรรณรายคิดว่า ถ้ามีลูกจะไม่เอาคนอื่นมาเปรียบเทียบกับลูกของตัวเองเป็นอันขาด และจะเชื่อใจคนในครอบครัวมากกว่าคนอื่นพรนับพันผลุนผลันขับรถออกจากบ้านไปอย่างไร้จุดหมาย ที่ผ่านมาแม้จะมีปากเสียงกับมารดา แต่ไม่เคยรุนแรงถึงขั้นถูกตบหน้า และแล้วพรนับพันก็นึกถึงป้าพวงคนเลี้ยงตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ ที่เธอมักจะยึด อีกฝ่ายไว้เป็นที่เป็นที่ระบายความในใจต่าง ๆ เวลามีปัญหา ป้าพวงลาออกไปอยู่บ้านต่างจังหวัด เมื่อสองปีก่อน แต่ก็ติดต่อกันอยู่เสมอ ตอนแรกพรนับพันคิดจะโทร. ไปหาก่อน แต่ก็เปลี่ยนใจเพราะ ถ้าโทร. ไปก็คงถูกยับยั้งไม่ให้ไป จึงคิดจะไปตายเอาดาบหน้าดั้นด้นไปหาด้วยตัวเอง ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก พรนับพันรู้ว่าป้าพวงกลับไปอยู่ที่หมู่บ้านห้วยม่วงในอำเภอสวนผึ้ง เมื่อขับรถถึงตัวอำเภอ พรนับพัน ก็ถามเส้นทางกับเด็กปั๊ม หลังเดินทางไปได้ค่อนทางด้วยความไม่ชำนาญ พรนับพันก็ขับรถหลงทางไปไหน ไม่ถูก สร้างความหวาดกลัวให้กับตัวเธอมาก ภาวนาให้มีรถวิ่งผ่านมาเพื่อจะได้ขอความช่วยเหลือ ไม่นาน พรนับพันก็เห็นรถวิ่งมาก็รู้สึกดีใจ แต่ยังไม่กล้าเปิดประตูลงไปเพราะไม่รู้ว่าเป็นคนดีหรือคนร้ายพันตรีแสนคมคือคนที่ขับรถผ่านเข้ามา เพื่อกลับเข้าไปยังสถานที่ทำงานคือสวนป่าเฉลิมพระเกียรติ แสนคมเพิ่งกลับมาจากการลาพักที่กรุงเทพ ครั้นเห็นรถคันหรูหราจอดอยู่ ก็เกิดความสงสัยว่าใครกันมา จอดรถในเวลามืดค่ำเช่นนี้ และที่สำคัญในสถานที่ที่เปี่ยมไปด้วยอันตรายอย่างที่นี่ เพราะแถบนี้เป็นพื้นที่แนวตะเข็บชายแดนที่มีพวกชนกลุ่มน้อยอย่างพวกทหารกะเหรี่ยง ที่มักจะถูกทหารพม่ากวาดล้างหลบหนีเข้ามาอยู่บ่อย ๆ แสนคมขับรถเข้าไปใกล้ ๆ ก็มองเห็นว่าคนอยู่ในรถเป็นผู้หญิง ยิ่งทำให้สงสัยมากขึ้น แต่เมื่อเห็นคนในรถชัดเจนแสนคมก็แปลกใจ เพราะผู้หญิงที่นั่งอยู่ในรถและแต่งตัวราวกับจะไปงานเลี้ยง คือคนที่เขาเคยเจอถึงสองครั้งแต่คนละสถานที่เมื่อหลายวันก่อน ไม่นึกว่าจะมาอีกในกลางป่าเช่นนี้ แล้วความรู้สึกที่ตามมาของแสนคมคืออาการใจหาย เพราะหากว่าไม่เจอเขาแล้ว ไปเจอพวกกองกำลัง ติดอาวุธ ของทหารกะเหรี่ยงหรือพม่าเข้าจะเป็นอย่างไร พรนับพันเห็นชายหนุ่มในชุดทหารเดินมาหา ก็เอ่ยขอความช่วยเหลือบอกว่าหลงทาง ให้ช่วยขับรถ นำทางให้หน่อย แสนคมถามว่าจะไปไหน พรนับพันบอกว่าจะไปบ้านห้วยม่วง แสนคมบอกว่าเขา ก็กำลังจะไปที่นั่นอยู่พอดี แต่เขาจะไม่ขับนำทางให้ เพราะถ้าเกิดขับตามไม่ทันแล้วหลงขึ้นมาจะยุ่งอีก มีทางเดียวคือให้เขาขับให้เท่านั้น คำพูดดังกล่าวทำให้พรนับพันเกิดอาการลังเลขึ้นมา เพราะจู่ ๆ จะให้ ใครไม่รู้มาขับรถให้ ไม่รู้ว่าไว้ใจได้แค่ไหน ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก แสนคมเห็นอาการของพรนับพันก็รู้สึกหงุดหงิด บอกว่าเขาไม่มีเวลามากนักถ้าอยากจะนั่งอยู่ในรถ ก็เชิญและทำท่าจะผละจากไป จนบดินทร์ที่ตามลงมาเห็นจึงเข้าไปช่วยพูด บอกกับพรนับพันว่าให้แสนคมขับรถให้เป็นสิ่งถูกต้องแล้วเพราะชำนาญทางมากกว่า และพูดถึงเรื่องทหารกะเหรี่ยงให้พรนับพันฟัง พรนับพันจึงยินยอม พรนับพันเผลอนั่งหลับเพราะความอ่อนเพลีย บวกกับความหวาดกลัวที่ผจญ อยู่ก่อนหน้า กระทั่งรถมาถึงยังหมู่บ้านจึงตกใจตื่น แสนคมถามว่าจะไปบ้านใคร พรนับพันบอกว่าไปบ้าน ป้าพวง แสนคมจึงพาพรนับพันไปส่งเพราะรู้จักกับป้าพวงเป็นอย่างดี ป้าพวงลงมาจากบ้านอย่างแปลกในที่เห็นรถของแสนคม และก็ตกใจเมื่อเห็นพรนับพันที่โผเข้าหา พร้อมร้องไห้สะอึกสะอื่น จึงถามแสนคมว่าไปเจอพรนับพันได้อย่างไร เมื่อแสนคมเล่าให้ฟังป้าพวงตกใจ มากพร้อมทั้งพูดขอบคุณไม่ขาดปาก แสนคมลากลับบ้านพักพร้อมกับภาพของหญิงสาว ที่เขาพบในแต่ละสถานที่และต่างสถานการณ์ ตามติดเข้าไปในห้วงสำนึกด้วย โดยเฉพาะภาพการร้องไห้สะอึกสะอื้น ทำให้นายทหารหนุ่มที่ไม่เคยสนใจในเพศตรงข้ามมาก่อน เพราะความเบื่อหน่าย เกิดความรู้สึกอยากลองค้นหาผู้หญิงคนนี้ดูว่าตกลงผู้หญิงคนนี้เป็นคนอย่างไรกันแน่ พบเจอแต่ละครั้งช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แสนคมเป็นนายทหารหนุ่มวัยใกล้สามสิบปี ผู้มีหน้าตาราวกับไอดอลเกาหลี จึงมักจะถูกพวกศัตรู สบประมาทอยู่เสมอ และเป็นคนบ้าดีเดือดผิดรูปร่างหน้าตาเป็นนายทหารที่จงรักภักดีต่อชาติบ้านเมือง แสนคมเป็นบุตรชายคนเดียวของพลโทพัชร ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นแม่ทัพภาค และกำลังเจริญรุ่งเรือง ในราชการ มารดาคือคุณสราญรัตน์ แสนคมถอดแบบบิดามาแทบทั้งหมด ทั้งการรักและภักดีต่อชาติ แสนคมเป็นคนรักและหวงชีวิตโสดมาก จึงมักชอบทำปั้นหน้าเคร่งอยู่เสมอเพื่อไม่ให้ผู้หญิงมาเข้าใกล้และก็มักจะได้ผล คงมีเพียงลูกสาวของกำนันคำ กำนันในหมู่บ้านและอรชุมาหรือครูอ้อ ครูที่โรงเรียน ในหมู่บ้านที่ยังคงมาป้วนเปี้ยน สร้างความรำคาญให้อยู่บ่อยครั้ง แสนคมมีลูกน้องคู่ใจ อยู่สองคนคือ จ่าสิบเอกโชติช่วงที่หน้าตาสุดโหด ชอบไว้หนวดเคราราวกับโจร แต่เป็นคนมีอารมณ์ศิลปินชอบร้องเพลงลูกทุ่งเป็นนิตย์ พูดจาอ่อนหวานผิดใบหน้า มีเพื่อนคู่หูคือจ่าสิบเอกสุทัศน์ ที่หน้าตาเรียบร้อยแต่ชอบ พูดจามึงมาพาโวยผิดหน้าตาอีกเช่นกัน ทั้งคู่รักและเคารพแสนคมมากแม้จะเพิ่งอยู่ด้วยกันไม่นาน เพราะ แสนคม เพิ่งย้ายมาที่นี่ได้ไม่ถึงปี ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก พรนับพันตื่นมาในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยและในชุดแต่งกายของป้าพวง แต่เมื่อนึกทบทวนความจำ ก็นึกได้ว่าที่นี่เป็นบ้านป้าพวง จึงเปิดประตูออกมายืนตรงระเบียงมองไปรอบ ๆ ก็เห็นทิวเขายาวสลับซับซ้อน ยิ่งทำให้นึกถึงคำพูดที่ว่าห่างไกลความเจริญขึ้นมาในทันใด นางพวงดีใจมากที่เห็นเด็กที่นางเลี้ยงมาด้วย ความรัก ยังนึกถึงตัวนางไม่ระเหเร่ร่อนไปไหน นึกรู้ทันทีว่าจะต้องมีปัญหากับผู้เป็นแม่อย่างแน่นอน ภายใต้สีหน้าท่าทางถือตัวรวมทั้งอาการที่ดูคล้าย เหวี่ยง วีน นั้นเป็นการกระทำที่หลอกสายตาผู้อื่นเท่านั้น เพราะแท้ที่จริงพรนับพันเป็นคนอ้างว้าง ว้าเหว่ ขาดความอบอุ่น แต่เป็นคนจิตใจดีนางพวงถามพรนับพันว่าจะอยู่ที่นี่ได้หรือ พรนับพันก็บอกออกไปด้วยทิฐิว่าอยู่ได้ เพราะในใจนั้นคิดว่าไม่มีทางจะซมซานกลับไปบ้านเป็นอันขาด และเล่าถึงสาเหตุที่ทำให้ต้องดั้นด้นมาหานางพวงถึงที่นี่ ซึ่งนางพวงก็ได้แต่พูดปลอบใจและคิดในใจว่าเรื่องทุกอย่างคงต้องให้กาลเวลาทำหน้าที่เยียวยาเรื่องราวทั้งหมด พรนับพันเห็นเด็กชายที่มายืนจ้องตัวเอง ขณะลงไปที่รถก็ถามนางพวง ก็ได้รับคำตอบว่าเด็กชาย คนดังกล่าวชื่อจุ้น เป็นเด็กชาวกะเหรี่ยงที่ผู้พันแสนคมไปพบขณะร้องไห้อยู่ข้าง ๆ ศพของพ่อแม่ จึงนำมาฝากนางพวงเลี้ยงโดยเป็นคนส่งเสียค่าเลี้ยงดูเอง พรนับพันฟังแล้วก็เกิดความสงสารในตัวเด็กชายอย่างไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน นางพวงเล่าให้พรนับพันฟังคร่าว ๆ ว่า เมื่อหลายสิบปีก่อน พื้นที่แถบนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าเขา ต้นไม้ ต้นน้ำ ลำธาร รวมทั้งสัตว์ป่าน้อยใหญ่ แต่เมื่อเกิดการทำเหมืองแร่ขึ้น และมีผู้คนอพยพเข้ามาทำกิน ผืนป่าจึงเปลี่ยนสภาพเป็นชุมชน ครั้นหมดสัมปทาน ผู้คนก็หันมาทำอาชีพเกษตรกรแทน นานเข้าเมื่อ ผืนดินไม่อุดมสมบูรณ์เหมือนเดิม โครงการสวนป่าที่ช่วยฟื้นฟูผืนดิน ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จึงเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังมีศูนย์ศิลปาชีพ ที่เป็นโครงการในพระราชดำริเช่นกัน ที่นอกจากจะทำให้คุณภาพ ชีวิตของชาวบ้านดีขึ้นกว่าแต่ก่อนแล้ว ยังเพิ่มรายได้เสริมจนสามารถเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง โดยไม่ต้องเข้าไปหา ของป่า หรือถางป่าเพื่อปลูกไร่เลื่อนลอยเหมือนเช่นแต่ก่อน นางพวงมักจะเอ่ยถึงผู้พันแสนคมให้พรนับพัน ฟังอยู่ไม่ขาดปาก สร้างความหมั่นไส้ให้เกิดขึ้นกับพรนับพันไม่น้อย ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก แสนคมมาบ้านนางพวงแต่เช้า ถือของแห้งพวก กุนเชียง หมูทุบ หมูแผ่น พร้อมด้วยกาแฟ มาฝาก ป้าพวง ทั้งที่จุดประสงค์หลักที่เอามานั้น แสนคมรู้ว่าเอามาฝากหญิงสาวที่มาอยู่กับนางพวงต่างหาก และครั้งนี้พรนับพันได้รู้จักกับจ่าวัยกลางคนชื่อ ช่วงโชติ ที่มาพร้อมเสียงเพลง ซึ่งจงใจร้องจีบนางพวงเสมอ เมื่อมีโอกาส จ่าหน้าตาโหดแต่คำพูดและการแสดงออกขัดกับใบหน้าที่สุดเด็กชายจุ้นที่รู้สึกถูกชะตากับหญิงสาวสวยชื่อพรนับพันมาก ปกติจุ้นจะไม่ค่อยชอบผู้หญิงที่เข้ามา วุ่นวายกับผู้พันแสนคมของมันนัก เพราะมันหวงผู้พันของมันราวกับจงอางหวงไข่ จุ้นเห็นตุ๊กแกที่เกาะอยู่ ไม่ห่างจากตัวพรนับพันก็ตะโกนบอก ครั้นพรนับพันหันไปเห็นด้วยความตกใจทำให้โผเข้ากอดแสนคม สร้างความอับอายให้เกิดกับพรนับพันเป็นอย่างมาก แต่ก็สร้างความกังขาให้เกิดกับจ่าโชติเช่นกัน เพราะจ่าโชติเคยเห็นดวงใจลูกสาวกำนันคำกลัวตุ๊กแกโผเข้ากอดแสนคม แต่แสนคมหลบจนดวงใจล้มไม่เป็นท่า แต่ครั้งนี้นอกจากไม่หลบยังยอมให้กอดแต่โดยดี วิชิต หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามาหาแสนคมถึงที่ทำงาน เพื่อจะมาคุยถึงเรื่องที่จะมีการลักลอบขนลูกช้างป่าขึ้นในอีกไม่ช้า แสนคมก็ทราบจากสายที่รายงานเข้ามาเช่นกัน แสนคมอยู่ที่นี่ต้องผูกมิตร กับชาวบ้าน ดังนั้นพอมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นจึงมักจะแก้ไขได้ทันเวลาเสมอ วิชิตชื่นชมในตัวแสนคมมากในการเป็นคนตรงไปตรงมา ไม่มีนอกมีในเหมือนนายทหารคนเก่าที่ถูกย้ายออกไป ทั้งที่ตอนแสนคมย้ายมาใหม่ ๆ วิชิตเองก็มองแสนคมผิดไปเหมือนกัน เพราะเห็นว่าเป็นลูกชายแม่ทัพภาคจะอยู่ได้สักกี่น้ำ แต่แสนคมก็ทำผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ โดยเฉพาะการเข้าขัดขวางพวกลักลอบขนลูกช้างป่า จนเกิดปะทะกันขึ้นเมื่อตอนย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นานจากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้มีการสูญเสียเกิดขึ้น เพราะทหารเสียชีวิตไปสองนาย เจ้าหน้าที่ป่าไม้ หนึ่งนาย และฝ่ายตรงข้ามก็เสียชีวิตสามคน ส่วนแสนคมบาดเจ็บสาหัสจนมีแผลเป็นที่หน้าอก และคนของฝ่ายตรงข้ามก็บาดเจ็บสาหัสหนีรอดไปได้หนึ่งคน และแสนคมจำได้ว่าชื่อ ชีพเสี่ยเกรียงไกรเป็นผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในอำเภอสวนผึ้ง และเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ แต่ไม่สามารถเอาผิดได้เพราะไม่มีหลักฐานเพียงพอ เสี่ยเกรียงไกรเป็นเจ้าของรีสอร์ตหรูในอำเภอสวนผึ้ง มีคดีที่กำลังฟ้องร้องอยู่หลายคดี ทั้งคดีที่สร้างรีสอร์ตรุกเข้าไปในป่าสงวน และรับซื้อที่ของราชพัสดุจากชาวบ้าน ซึ่งรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งคดีดังกล่าวก็ยืดเยื้อมานาน จนแสนคมมองว่าผลที่สุดเสี่ยเกรียงไกรก็ต้องเป็นฝ่ายชนะ แต่แสนคมบอกกับวิชิตว่าถ้าเขาไม่ตายซะก่อนจะต้องเอาเสี่ยเกรียงไกรเข้าคุกให้ได้ นางพวงจะพาพรนับพันไปตลาดในตัวอำเภอเพื่อซื้อเสื้อผ้า แต่รถยนต์คันหรูของพรนับพันกลับสตาร์ทไม่ติด นางจึงให้จุ้นไปตามแสนคมมาดูรถให้ จนพรนับพันนึกค่อนขอดว่าอะไร ๆ ก็นึกถึงแต่แสนคม และเมื่อแสนคมมาถึง พร้อมด้วยบดินทร์ที่เห็นสภาพรถก็รู้ทันทีว่าไดชาร์จเสีย ต้องจอดไว้อย่างเดียว รอให้ช่างจากอู่มารับ นางพวงจึงขอติดรถของแสนคม ซึ่งกำลังจะเอางานของศูนย์ศิลปาชีพไปส่งให้ เจ้าหน้าที่จากสวนจิตรลดาในตัวอำเภอสวนผึ้งพอดี ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก นางพวงแอบโทรศัพท์ไปหาคุณพรพรรณรายกับคุณเมธี ซึ่งทั้งสองกำลังวิตกกังวลกับการหายตัวไปของพรนับพันอยู่พอดี โดยเฉพาะคุณพรพรรณรายที่ทำทีเป็นไม่สนใจนั้น แท้ที่จริงก็รักลูกมากแต่ที่ทำไปเพราะต้องการประชดสามี พลั้งมือตบหน้าลูกสาวก็ใช่ว่าจะไม่เสียใจ ถึงกับทำให้ละทิฐิ โทร. หาพรนับพัน แต่ติดต่อไม่ได้ รวมทั้งคุณเมธีก็เช่นกันที่เป็นห่วงลูกสาวไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เมื่อรู้ว่าพรนับพันอยู่กับนางพวงก็เบาใจ โดยนางพวงบอกว่ายังไม่ต้องมาหา ให้พรนับพันอยู่อย่างนี้ไปก่อน ให้เรียนรู้ทุกอย่างด้วยตัวเองแล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเอง พรนับพันพบกับดวงใจลูกสาวของกำนันคำ และมีปากเสียงกันจากการที่ดวงใจเดินหันรีหันขวางจนชนกับพรนับพัน แต่ดวงใจกลับโทษว่าเป็นความผิดของพรนับพัน กระทั่งไกรภพลูกชายของเสี่ยเกรียงไกรเข้ามาไกล่เกลี่ย เพราะติดใจในตัวของพรนับพัน และท่าทีของไกรภพก็สร้างความหมั่นไส้ให้เกิดกับดวงใจไม่น้อย เพราะแม้ตัวเองจะชอบแสนคมมากก็ตาม แต่ตัวไกรภพก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อย ไกรภพกำลังจะสานสัมพันธ์กับพรนับพันแต่ถูกชีพคนสนิทของผู้เป็นพ่อเข้ามกระซิบบอกเหตุร้ายซะก่อน ทำให้ต้องผละไปอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก แสนคมรีบส่งของให้เจ้าหน้าที่จากสวนจิตรลดา แล้วรีบขับรถกลับ ท่ามกลางอาการสงสัยของ บดินทร์ เพราะปกติแสนคมจะต้องแวะทักทายกับคนนั้นคนนี้ก่อน แต่ก็พอเดาได้ว่าน่าจะมีสาเหตุมาจาก พรนับพัน ระหว่างที่แสนคมเดินตรงไปยังพรนับพันที่ยืนอยู่กับนางพวงและจุ้นโดยมีดวงใจอยู่ด้วย ก็สวนกับไกรภพและชีพ ทำให้แสนคมต้องหันกลับไปมอง สร้างความสงสัยให้เกิดกับบดินทร์จนต้องถาม แสนคมจึงพูดถึงคนที่เดินสวนกันว่าต้องเป็นชีพแน่นอน แม้จะสวมแว่นตาปกปิดไว้ก็ตาม เพราะจำรอยแผลเป็นที่แก้มได้ ดวงใจได้ยินจึงถือโอกาสพูดขึ้นมาว่าตัวเองรู้จักผู้ชายที่เดินไปเมื่อกี้ และบอกว่าหนึ่งในนั้น เป็นลูกชายเสี่ยเกรียงไกร ส่วนอีกคนเป็นคนสนิทของเสี่ยเกรียงไกรชื่อชีพ คำพูดของดวงใจทำให้แสนคมรู้ว่าเขาเดาไม่ผิด ดวงใจรีบบอกว่าตัวเองเปลี่ยนชื่อจากดวงใจเป็น ดวงลดาแล้ว และยังเปลี่ยนชื่อเล่นเป็นลดาด้วย แต่แสนคมไม่ได้สนใจนัก ดวงใจหรือชื่อใหม่ว่า ดวงลดา บอกกับแสนคมว่าขอติดรถไปด้วยเพราะรถของตัวเองสตาร์ทไม่ติด บดินทร์จึงอาสาจะไปดูให้ ทำให้ดวงลดา รีบบอกว่าไม่ต้อง เพราะถ้าบดินทร์ไปดูก็รู้ว่ารถไม่ได้เป็นอะไร จึงมองบดินทร์อย่างไม่ชอบใจก่อนจะขอตัวระหว่างเดินทางกลับแสนคมเกือบขับรถเหยียบลูกหมาสีดำ จึงลงไปอุ้มเมื่อมองไม่เห็นใครก็อุ้ม ขึ้นรถมาและให้พรนับพันเอาไปเลี้ยง พรนับพันดีใจมากเพราะต่อไปนี้จะได้ไม่เหงา บดินทร์ถามถึงเรื่องชีพ แสนคมจึงเล่าเรื่องให้ฟังว่าเคยมีเรื่องกันมาก่อน นางพวงบอกแสนคมว่าเคยเห็นหน้า ผู้ชายที่มีรอยแผลเป็นที่หน้า บอกว่าเป็นคนจิตใจเหี้ยมโหดเพราะเคยยิงหมาของตาคะยอแค่ถูกเห่าเท่านั้น เตือนให้แสนคมระวังตัวให้ดี พรนับพันฟังเรื่องราวแล้วไม่อยากเชื่อว่าคนอย่างแสนคมจะบ้าดีเดือดถึงเพียงนั้น ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก ชีพบอกกับไกรภพว่าคนที่เดินสวนกันคือตัวแสบ ที่คอยขัดขวางงานมาตลอดตั้งแต่ย้ายมา ไกรภพ ฟังแล้วไม่เชื่อถือ แต่ชีพบอกว่าที่ใบหน้ามันเป็นแผลเป็นจนทุกวันนี้ก็เพราะแสนคม เรื่องการลักลอบขนลูกช้างครั้งที่แล้วไม่สำเร็จก็เป็นเพราะแสนคมนำกำลังเข้าขัดขวางจนเกิดปะทะกัน จนต้องสูญเสียมือดีไปถึงสามคน และบอกว่าเสี่ยเกรียงไกรเคยเอาเงินใส่ซองไปให้แต่แสนคมคืนกลับมา ไกรภพทระนงบอกว่าเขาไม่เชื่อหรอกว่าเงินจะไม่สามารถซื้อคนได้ เดี๋ยวเขาจะไปหาแสนคมด้วยตัวเองเองผู้ใหญ่สมปองไปหาแสนคมที่บ้าน เพื่อฝากเพลินตาซึ่งเป็นลูกสาวให้ไปเรียนที่ศูนย์ศิลปาชีพ ซึ่งท่าทางของเพลินตาออกเป็นทอมบอยทำให้บดินทร์นึกว่าเป็นผู้ชาย สร้างความโกรธเคืองให้เพลินตามาก และผู้ใหญ่สมปองก็บอกว่าจะแวะไปหานางพวงที่เป็นน้องสาว เพราะได้ข่าวว่ามีคนมาอยู่ด้วย เพลินตาก็บอกว่าถ้าคนมาอยู่ด้วยชื่อขิมก็เป็นคนที่อาเลี้ยงมาแต่เล็กและรักนักรักหนา เธอเคยไปเยี่ยมนางพวงที่บ้านแล้วเคยเจอ ดูเหมือนจะเป็นเด็กมีปัญหาเพราะเจอตอนร้องไห้ทั้งสองครั้ง และยังพูดอีกว่ากลัวจะมาสร้างภาระให้ผู้เป็นอาซะมากกว่า ทำให้บดินทร์พูดขึ้นว่าเพลินตามองคนในแง่ร้าย ยิ่งทำให้เพลินตาไม่ค่อย ชอบหน้าบดินทร์นัก จุ้นตั้งชื่อลูกหมาตัวดำปิ๊ดปี๋ว่าสมปอง นางพวงจึงบอกว่าระวังผู้ใหญ่สมปอง ซึ่งเป็นพี่ชายของนางจะสับสนเอานะ แต่ก็เป็นจริงตามที่นางพวงพูด เพราะผู้ใหญ่สมปองแวะมาที่บ้านพร้อมด้วยแสนคม และบดินทร์ พอรู้ว่าลูกหมาชื่อเหมือนตัวเองก็โวยวาย จนแสนคมเกรงใจบอกให้จุ้นเปลี่ยนและถามถึงสาเหตุว่าทำไมตั้งชื่อนี้ จุ้นก็บอกว่าตั้งให้คล้องกับแสนคม ทำเอาแสนคมหน้าเหวอ พรนับพันนั้นหัวเราะ ออกมาด้วยความขำ เพลินตาเห็นพรนับพันก็มองว่าเป็นคุณหนูก็ถามออกมาตรง ๆ ว่าจะมาอยู่ที่นี่ได้แน่หรือ พรนับพันก็บอกว่าให้คอยดูต่อไป ผู้ใหญ่สมปองเพิ่งนึกได้ว่านัดชาวบ้านเอาไว้ เพื่อไปทำแนวกันไฟ จึงรีบผลุนผลันออกไป โดยนางพวงเอง ก็เพิ่งนึกได้เพราะจ่าโชติบอกไว้แล้ว จึงบอกเดี๋ยวจะตามไป นางพวงบอกให้พรนับพันอยู่บ้านกับจุ้นไม่ต้องออกไปช่วย แต่พรนับพันเห็นสายตาดูถูกของเพลินตาก็บอกว่าจะไปช่วยด้วย โดยมีจุ้นบอกว่าเดี๋ยวจะคอยช่วยพรนับพันด้วยอีกแรง ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก เมื่อพรนับพันไปถึงจุดที่ทำแนวกันไฟที่อยู่ใกล้กับศูนย์ศิลปาชีพ เห็นการร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้านมากกมายที่ต่างไปช่วยกันโดยไม่ต้องมีค่าจ้าง สร้างความประทับใจให้เกิดขึ้นกับพรนับพันโดยไม่รู้ตัว พรนับพันช่วยคนอื่นทำทั้งที่ไม่เคยทำซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้เพลินตา เริ่มมองพรนับพันในทางที่ดีขึ้นกว่าเดิม แสนคมเอาหมวกให้พรนับพันคลุมกันแดดทำให้พรนับพันรู้สึกถึงความอบอุ่นที่ค่อย ๆ เกิดขึ้น กับตัวเองขณะทำงานแสนคมมักจะมองหาแต่พรนับพัน ซึ่งเขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน แค่เห็นผู้หญิงคนนี้อยู่ในสายตาเขาก็พอใจแล้ว จ่าโชติมาบอกแสนคมว่ากำนันคำต้องการพบแสนคม ซึ่งไม่ค่อยได้พูดคุยกับกำนันคำนัก เพราะส่วนมากจะคุยกับผู้ใหญ่สมปองซะมากกว่า นึกสงสัยว่ากำนันคำมีเรื่องอะไรคุยกับเขา เมื่อแสนคมไปถึงยังที่กำนันคำยืนอยู่ก็ถามถึงธุระ กำนันคำก็พูดเป็นทำนองว่าถ้าแสนคมเปลี่ยนใจขอให้บอก แสนคมก็บอกว่าเขาไม่เคยรับปากอะไรไปทำไมต้องเปลี่ยนใจด้วย กำนันคำจึงพูดถึงเรื่องที่เสี่ยเกรียงไกรเคยเอาเงินใส่ซองมาให้ทำไมแสนคมถึงไม่รับ แสนคมจึงบอกกำนันคำไปว่าเขาไม่สนใจเงินนั่นหรอก เขาไม่เคยคิดคดทรยศต่อแผ่นดิน และพูดใส่กำนันคำออกไปว่าเคยได้ยินมาว่าเมื่อก่อนกำนันคำเป็นคนดีมาก แล้วอะไรทำให้เปลี่ยนไปถึงเพียงนี้ และยังฝากไปบอกกับเสี่ยเกรียงไกรว่าให้ระวังตัวไว้ให้ดี ทำอะไรไม่ดีไว้อย่านึกว่าไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็น พูดจบก็เดินจากไป จากการมาช่วยทำแนวกันไฟ ทำให้พรนับพันเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจไม่น้อย แม้จะไม่ได้ช่วยอะไรมากมายนักก็ตาม และยังได้พบกับตาคะยอซึ่งเป็นเกษตรกรดีเด่น และนางพวงเคยเล่าให้ฟังว่าตาคะยอเป็นชาวกะเหรี่ยงก็จริง แต่มีหัวใจของความเป็นไทยอยู่เต็มเปี่ยม จ่าโชติกับจ่าทัศน์พอรู้ว่ากำนันคำพูดจาอะไรกับแสนคมต่างก็โกรธ เพราะทั้งสองจ่าอยู่ที่นี่มานาน รู้ว่าเมื่อก่อนกำนันคำไม่ใช่คนแบบนี้ ที่เปลี่ยนไปเป็นเพราะเงินตัวเดียวจริง ๆ เพราะเดี๋ยวนี้กำนันคำขับรถป้ายแดง สร้างบ้านหลังใหม่ ซื้อรถป้ายแดงให้ดวงใจขับ พกโทรศัพท์สมาร์ทโฟนเครื่องละสองหมื่น และมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับเสี่ยเกรียงไกรมากชีพซึ่งเป็นคนสนิทของเสี่ยเกรียงไกร มักจะพูดเตือนเจ้านายอยู่บ่อยครั้งว่า งานที่เกิดผิดพลาดขึ้น หลาย ๆ ครั้งในระยะหลังรวมทั้งการที่ถูกจับไม้ที่ห้วยขาแข้งที่เกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ ถึงแม้จะไม่มีใครถูกจับได้ น่าจะมีเกลือเป็นหนอน ชีพเองไม่เคยไว้ใจกำนันคำ เพราะรู้ว่าเคยเป็นคนซื่อมือสะอาดมาก่อน แต่เสี่ยเกรียงไกรมักจะไม่เห็นด้วย บอกว่าเงินเท่านั้นที่สามารถเปลี่ยนกำนันให้เป็นคนกบฏ ทรยศแผ่นดินได้ ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก หลังจากวันทำแนวกันไฟ พรนับพันกับเพลินตาก็สนิทสนมกันมากขึ้น ทั้งคู่พากันไปที่ศูนย์ศิลปาชีพ เพื่อเรียนปักผ้า และจากการไปนั่งเรียนทำให้พรนับพันได้รู้อะไรหลาย ๆ อย่าง อย่างแรกคือค่าของเงินขณะที่เธอเคยใช้เงินวันละหลายพัน แต่คนทำงานที่นี่นั่งหลักขดหลังแข็งนานนับเดือนกว่าจะได้เงินจำนวนนี้ กาแฟที่เคยดื่มแก้วละร้อยกว่าบาทแต่เป็นค่าแรงการทำงานของคนที่นี่ ซึ่งมีความสำคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่ทำให้พรนับพันเกิดความละอายขึ้นมา สัญญากับตัวเองว่าจะไม่ใช้เงินแบบนั้นอีก และที่สำคัญตอนแรกที่เธอคิดมาเรียนปักผ้า เพราะต้องการชนะคำสบประมาทของแสนคม แต่การได้มาเห็นทำให้เธออยากปักได้สำเร็จจะได้สร้างความภูมิใจให้เกิดกับตัวเอง ทั้งยังได้รู้น้ำใจของนายทหารที่ชื่อแสนคม ที่สร้างไว้กับคนหลายคน จนไม่สงสัยเลยว่าเหตุใดผู้คนจึงพากันรักผู้ชายคนนี้นัก แล้วยังได้รู้จักอีกมุมของเพลินตาที่มองดูห้าว แต่ความจริงเป็นคนน่าสงสาร เพราะกำพร้าแม่ ตั้งแต่อายุน้อย ต้องปักเสื้อนักเรียนด้วยตัวเองตั้งแต่อยู่ปอสอง ทำให้พรนับพันคิดถึงตัวเองขึ้นมา เธอโชคดีที่มีพ่อแม่ครบ นับวันพรนับพันก็ซึมซับความรู้สึกดีดีของผู้คนที่นี่เข้าไปในหัวใจ รวมทั้งนายทหารหนุ่มที่ชื่อแสนคม ที่เมื่อก่อนมักจะมองเธอด้วยสายตาดุ ๆ แต่บัดนี้สายตาดังกล่าวได้เปลี่ยนไปแล้ว ซึ่งทำไมเธอจะไม่รู้ว่าหมายความว่าอย่างไร นางพวงเองก็มองว่าหญิงสาวที่นางเลี้ยงมาแต่เล็กแต่น้อยเริ่มเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ด้วยพื้นฐาน ของพรนับพันไม่ได้เป็นคนไม่ดี เป็นคนจิตใจดีด้วยซ้ำ ยิ่งพรนับพันไปเห็นบ้านของตาคะยอ ที่ทำตามแนวทางพระราชดำริ โดยการทำเกษตรแบบทฤษฏีใหม่ ปลูกทั้งพืชผักสวนครัวและผลไม้หลาย ๆ อย่างไว้ ด้วยกันในพื้นที่ที่มีจำกัด รวมทั้งมีบ่อปลา นาข้าวอยู่ในบริเวณเดียวกัน ได้ฟังตาคะยอพูดถึงว่าที่ได้ดีมาจนถึงทุกวันนี้เป็นเพราะ พระบารมีของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะขอตายในผืนแผ่นดินไทยนี้ จนทำให้พรนับพันเกิดความซาบซึ้งเพราะความโกรธแค้นที่ถูกแสนคมตอกกลับมา ทำให้ไกรภพคิดเรื่องชั่ว ๆ โดยการคิดวางเพลิงเผา ศูนย์ศิลปาชีพ แต่ก็ทำไม่สำเร็จเพราะจ่าสุทัศน์ที่ไม่สบายนอนอยู่บ้านพัก เห็นเหตุการณ์เข้าซะก่อน จึงโทร. ตามคู่หูที่อยู่บ้านตาคะยอซึ่งกำลังมีการกินปลาเผากันอยู่ ทำเอาทุกคนต้องรีบมาที่ศูนย์ศิลปาชีพ เพื่อช่วยกันดับไฟ และก็ไม่เกิดการสูญเสียเพราะรถดับเพลิงมาทันเวลาพอดี แค่บางส่วนถูกไหม้เท่านั้น ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ทำให้แสนคมบาดเจ็บที่แขนขวาเพราะเข้าช่วยพรนับพัน พรนับพันจึงเป็นคน ขับรถพาแสนคมไปโรงพยาบาล ซึ่งระหว่างเดินทางแสนคมก็แสดงความรู้สึกของตัวเองออกมาจนหมด และเล่าด้วยว่าเคยเจอพรนับพันมาแล้ว ในผับที่ทองหล่อทั้งยังบอกว่าเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และบอกว่าต่อไปห้ามสวมใส่เสื้อผ้าแบบนั้นอีก ซึ่งพรนับพันเองก็ไม่เคยคิดจะกลับไปใส่อีกเหมือนกัน เพราะมาอยู่ที่นี่ แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าง่าย ๆ แทบทุกวัน เงินก็ไม่ค่อยได้ใช้เพราะไม่รู้จะไปซื้ออะไร กินกับข้าวง่าย ๆ ที่มีอยู่รอบบ้านนางพวง ทำให้พรนับพันกลายเป็นคนอยู่ง่าย กินง่ายไปเลยปริยาย เสี่ยเกรียงไกรโกรธมากที่งานวางเพลิงไม่สำเร็จ กำชับชีพอย่าให้ลูกน้องทิ้งหลักฐานไว้เป็นอันขาด ชีพก็บอกว่าแค่นี้ก็ทำให้ชาวบ้านขวัญหนีดีฝ่อแล้ว กำนันคำที่มาหาก็บอกว่าทำไมจะเผาศูนย์ฯ ไม่บอกด้วย เผื่อจะได้ช่วยให้สำเร็จ เพราะตอนไฟไหม้กำนันก็อยู่ที่นั่นด้วย ถ้ากำนันร่วมมือด้วยแต่แรกจะแนบเนียนกว่านี้ คำพูดของกำนันคำยิ่งทำให้เสี่ยเกรียงไกรเชื่อว่ากำนันคำนั้นไม่ได้เป็นอย่างที่ชีพระแวงเด็ดขาด พรนับพันมาอยู่ที่นี่ได้แค่สิบวันแต่มีความรู้สึกว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่เป็นปี จากการได้หัวเราะได้ยิ้มกับ สิ่งต่าง ๆ รอบกาย ทำให้ไม่รู้สึกเบื่อหน่ายอย่างที่ควรเป็น และจากผลของการที่ไปทำแนวกันไฟ ทำให้พรนับพันมีอาการไข้เกิดขึ้นตั้งแต่ตอนกลางคืน แต่กินยาเข้าไปก็ทุเลาลง แต่มาออกอาการอีกครั้ง ตอนเช้า ขณะที่นางพวงต้องไปวัดแต่เช้าและคืนนี้ก็ต้องนอนค้างที่วัดกับนางสายใจ ซึ่งเป็นเมียกำนันคำ ตามที่เคยพูดกันไว้ พรนับพันมีอาการปวดหัวอย่างรุนแรงจนอาเจียน ทำให้จุ้นที่อยู่ด้วยกัน และกำลังจะไปโรงเรียน ตกใจจนร้องไห้ทำอะไรไม่ถูก แต่โชคดีที่เพลินตาที่จะต้องแวะมารับพรนับพันไปวัด และไปส่งจุ้นที่โรงเรียน ขี่รถเข้ามาซะก่อน เมื่อเห็นอาการของพรนับพันก็ตกใจจึงโทร. ไปตามแสนคม ซึ่งแสนคมพอทราบเรื่องก็ตกใจมาก เพราะนับจากวันที่ไฟไหม้วันนั้นเขาก็ไม่ได้เจอจัง ๆ กับพรนับพันเลย ได้แต่เห็นกันแวบ ๆ เพราะยุ่งทั้งเรื่องไฟไหม้ที่รู้แล้วว่าเป็นการวางเพลิง กำลังตามจับตัวอยู่ แล้วยังมีเรื่องลักลอบขนลูกช้างป่าอีก การเห็นพรนับพันเป็นแบบนี้ ทำให้แสนคมแทบขาดใจ เขารู้ว่าเขารักผู้หญิงคนนี้เหลือเกิน แสนคมอุ้มพรนับพัน โดยไม่สนใจแผลที่แขนขวาที่ต้องเย็บสิบเข็ม ตอนเกิดไฟไหม้และยังไม่ได้ตัดไหม แม้บดินทร์จะอาสาอุ้มพรนับพันให้ก็ตาม แสนคมพาพรนับพันไปส่งที่โรงพยาบาลเอกชน โดยหมอบอกว่า เป็นไข้หวัดใหญ่ เพราะไข้ขึ้นสูงมาก และมีอาการเพ้อเป็นระยะ ส่วนใหญ่จะเพ้อถึงพ่อแม่ และเรื่องที่ถูกตบ และต้องอยู่โรงพยาบาลเป็นอาทิตย์ เพลินตานั้นถึงกับร้องไห้เพราะกลัวพรนับพันเป็นอะไรไป เพราะเคยเห็นผู้เป็นแม่อาการแบบนี้ และตายไปต่อหน้าต่อตา ไม่อายที่บดินทร์เห็นตัวเองร้องไห้ออกมาเพราะมาถึงขั้นนี้แล้ว แสนคมให้บดินทร์ พาเพลินตากลับไปที่พักเพื่อเอาเสื้อผ้ามาให้ เพราะคืนนี้เขาจะนอนเฝ้าพรนับพันที่โรงพยาบาลด้วยตัวเอง ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก บดินทร์ขับรถพาเพลินตากลับและได้คุยปรับความเข้าใจกัน ตั้งแต่เรื่องที่บดินทร์เข้าใจผิดมอง เพลินตาเป็นผู้ชาย ซึ่งจริง ๆ เขาไม่ได้คิดเช่นนั้นแต่ปากพูดออกไปอย่างนั้นเอง เพลินตาร้องไห้ซบไหล่ ของบดินทร์เล่าเรื่องแม่ให้ฟัง เพราะกลัวพรนับพันจะเป็นอะไรไป บดินทร์กอดปลอบใจ และพาเพลินตาไปที่วัด เพื่อไปบอกอาการป่วยของพรนับพันให้นางพวงฟัง ทำให้นางพวงอยู่วัดต่อไปไม่ไหวตามไปที่ โรงพยาบาลด้วยแสนคมบอกนางพวงว่าขอเป็นคนเฝ้าพรนับพันเองตอนกลางคืน นางพวงมองแล้วคิดว่าไม่เหมาะ ได้แต่ทำท่าอ้ำอึ้ง ๆ แม้จะรู้ว่าแสนคมเป็นคนดีเพียงใดก็ตาม แสนคมจึงเอาแหวนญาติ ซึ่งเป็นแหวนที่นักเรียน เตรียมทหาร ทำไว้ให้คนสำคัญขึ้นมาซึ่งเขาทำไว้ให้เป็นแม่ และผู้เป็นแม่เพิ่งให้มาตอนกลับบ้านไปครั้งที่แล้ว แสนคมหยิบแหวนมาสวมให้พรนับพัน ขณะที่เจ้าตัวยังไม่ได้สติ ท่ามกลางความซาบซึ้งระคนปลาบปลื้ม ของทุกคนที่เป็นพยาน พรนับพันฟื้นขึ้นมาหลังจากเพ้อถึงพ่อแม่อยู่ตลอดเวลา บางครั้งก็ดิ้นทุรนทุรายจนแสนคมต้องโอบกอดไว้ พรนับพันสงสัยที่จู่ ๆ แหวนมาอยู่ที่นิ้ว แสนคมจึงบอกว่าเป็นแหวนหมั้นของเขาเอง และบอกว่าเขารักพรนับพันต่อไปให้เรียกเขาว่าพี่ พรนับพันดีใจรวมทั้งเกิดความอบอุ่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก และที่สำคัญพรนับพันเองก็มีความรู้สึกไม่แตกต่างกัน ไกรภพมาเยี่ยมผู้เป็นแม่ที่บวชเป็นชีซึ่งป่วยเป็นอาหารเป็นพิษ แม้ไกรภพจะดูเป็นคนนิสัยไม่ดีหรือเลวเพียงใด แต่สิ่งหนึ่งที่เขาให้ความสำคัญที่สุดคือแม่ชีกรแก้ว ที่หย่าขาดจากผู้เป็นพ่อเพราะความคิดไม่ตรงกัน แต่ไกรภพก็ยังติดต่ออยู่เสมอ เมื่อรู้ว่าผู้เป็นแม่ป่วยก็ทำเรื่องย้ายมาอยู่ใกล้ ๆ จะได้ดูแลอย่างใกล้ชิด แม่ชีกรแก้วมักจะบอกให้ไกรภพทำความดีอย่าได้ทำชั่วแม้จะรู้ว่าสายไป และที่ตัวนางบวชชีก็เผื่อไถ่บาปให้ลูกถ้าลูกได้กระทำความผิดไกรภพรู้จากพยาบาลว่าพรนับพันป่วยอยู่ที่นี่จึงเข้าไปเยี่ยม ขณะที่มีนางพวงกับเพลินตาเฝ้าอยู่ เพราะช่วงกลางวันแสนคมกลับไปทำงาน และกำลังยุ่งอยู่กับข่าวเรื่องลูกช้างป่า กว่าไกรภพจะออกจากห้อง พรนับพันก็ต้องทำเป็นง่วงด้วยฤทธิ์ยา จนไกรภพต้องขอตัวกลับ พรนับพันเผลอเล่าเรื่องที่เคยพบกับแสนคมให้นางพวง และเพลินตาฟัง ทำให้นางพวงคิดว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเพราะพรหมลิขิตอย่างแน่นอน ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก นางพวงโทร. ไปบอกคุณพรพรรณรายกับคุณเมธี เรื่องพรนับพันป่วย คุณพรพรรณรายถึงกับร้องไห้โฮ เมื่อรู้ว่าลูกสาวเพ้อถึงพ่อแม่และเรื่องที่ถูกตบ รวมทั้งคุณเมธีด้วยเช่นกัน หลังจากเหตุการณ์ ครั้งนั้นทำให้ทั้งสองคนนึกทบทวนถึงเรื่องราวที่ผ่านมา จึงต่างค่อย ๆ ปรับตัวเข้าหากัน ซึ่งก็ไม่ได้ยาก เพราะต่างมีความรักในตัวกันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว นางพวงที่ฟังน้ำเสียงการพูดของทั้งคู่ จึงรู้ว่าเรื่องราว น่าจะไปในทางที่ดีขึ้นพรนับพันอยู่โรงพยาบาลแค่สามวันก็ออกเพราะร่างกายฟื้นตัวเร็วจนหมอตกใจ อาจเป็นเพราะกำลังและแรงใจจากแสนคมมีส่วนช่วยด้วยเยอะ แสนคมเป็นคนมารับกลับ เมื่อรู้ว่าไกรภพมาเยี่ยม ก็บอกให้ระวังตัว อย่าไปไหนคนเดียวอีก และบอกว่าช่วงนี้อาจไม่ได้เจอกัน เพราะแสนคมได้รับรายงานจากสายว่าพรุ่งนี้เป็นวันที่พวกลักลอบขนลูกช้างป่าจะลงมือ แสนคมบอกนางพวงว่าขอฝากหัวใจไว้กับนางพวงด้วย คำพูดดังกล่าว ทำให้พรนับพันใจเสียเพราะเหมือนเป็นลาง จึงบอกกับแสนคมว่าสัญญาว่าจะต้องกลับมาหาเธอ เสี่ยเกรียงไกรกำหนดเส้นทางขนย้ายลูกช้างป่า และครั้งนี้มีงาช้างที่จะได้อีกหลายคู่ ชีพเตือนว่าเส้นทางที่กำหนด เป็นป่าทึบที่อยู่ไม่ห่างจากสวนป่าเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งแสนคมกับวิชิตดูแลมันไม่เสี่ยงกับอันตรายหรือ เสี่ยเกรียงไกรก็บอกว่าสถานที่ที่อันตรายที่สุด คือสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด เส้นทางที่กำหนดยังไม่เคยมีใครเข้าไป เพราะค่อนข้างลำบาก ที่จะใช้เส้นทางนี้เพราะจะได้ดูลู่ทางเพื่อหาทาง ลักลอบตัดไม้ด้วย ชีพไม่รู้จะแย้งยังไงแต่มีลางสังหรณ์เกิดขึ้น และบอกว่าครั้งนี้อย่าเพิ่งบอกวันทำจริงกับกำนันคำ เอาไว้ใกล้ ๆ ค่อยบอก พอดีกับกำนันคำมาหาพอดี เสี่ยเกรียงไกรจึงบอกว่าวันพรุ่งนี้คือวันที่กำหนดทำงานสำคัญ เชิดซึ่งเป็นเด็กหนุ่มที่มักจะชอบเดินตามหลังกำนันคำเสมอ มาหากำนันคำที่บ้านขณะอยู่ในเวลาอาหารเย็น กำนันจึงบอกให้ไปคุยที่อื่น เชิดจึงถามว่ากำนันรู้เรื่องขนลูกช้างป่าในคืนนี้บ้างหรือเปล่า กำนันก็ถามว่าเชิดรู้มาจากไหน เชิดจึงตอบว่ารู้มาจากเพื่อนซึ่งเป็นลูกน้องของชีพ ซึ่งชวนให้มันไปทำด้วย จึงมาปรึกษากำนัน เมื่อได้ฟังกำนันคำก็นึกโกรธเพราะเสี่ยเกรียงไกรบอกวันกำหนดเป็นพรุ่งนี้ แต่กลายเป็นวันนี้ได้อย่างไร แสดงว่าเสี่ยเกรียงไกรเริ่มไม่ไว้ใจแน่นอน จึงบอกให้เชิดไม่ต้องไปทำเพราะเป็นอันตราย และบอกไม่ให้พูดเรื่องนี้กับใคร เชิดจึงลากลับไป ขณะกำนันกำลังคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี เสี่ยเกรียงไกรก็โทร. เข้ามาหาบอกว่าเปลี่ยนวันเป็นคืนนี้แต่เวลาเดิม นางสายใจที่ตามแอบมาฟังเพราะท่าทางลุกลี้ลุกลนของเชิด เมื่อได้ฟังคำพูดของกำนันคำก็โกรธ ด่ากำนันว่าทำไมถึงกลายเป็นคนแบบนี้ จำสัจจะที่พูดไว้ ตอนเข้าร่วมวันที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จมารับมอบสวนป่าเฉลิมพระเกียรติไม่ได้หรือว่า จะไม่คิดคดทรยศต่อแผ่นดิน กำนันคำบอกว่าสักวันนางสายใจจะเข้าใจ และบอกว่าคืนนี้จะไม่อยู่ ถ้ากลับมาจะเล่าให้ฟังทั้งหมด กำนันพูดแล้วก็หยิบโทรศัพท์มากดก่อนจะถอดแบตเตอรี่ออก และบอกกับนางสายใจว่าถ้าเป็นอะไรไปทุกอย่างอยู่ในโทรศัพท์เครื่องนี้ นางสายใจตกใจเพราะกำนันคำไม่เคยพูดจาแบบนี้มาก่อนแสนคมได้รับข้อความเปลี่ยนแปลงวันลงมือเป็นคืนนี้เวลาเดิมแทน ทำให้แสนคมนึกกังขาเพราะปกติงานสำคัญแบบนี้ คนที่ส่งข่าวจะส่งให้กับหัวหน้าคือ พลเอกนฤดล แล้วถึงจะส่งต่อมายังเขา จึงโทร. ไปหาวิชิตซึ่งก็ได้รับข้อความเดียวกัน โทร. กลับไปยังเบอร์ที่ส่งก็ติดต่อไม่ได้ วิชิตจึงบอกให้เชื่อเหอะ เพราะเรื่องนี้มีคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ทราบ แสนคมจึงสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเตรียมพร้อม ทั้งเรื่องรถ พยาบาลด้วย เพราะกลัวจะมีการสูญเสียไม่ทันการณ์เหมือนครั้งที่แล้ว ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก ขบวนของเสี่ยเกรียงไกรซึ่งมีพรานบุญส่งเป็นผู้นำทาง เดินเข้าไปในป่าทึบท่ามกลางความหงุดหงิด ของไกรภพรวมทั้งความหวั่นกลัวของเสี่ยเกรียงไกร เพราะนับเป็นการเดินเข้าป่าทึบครั้งแรก คงมีชีพคนเดียว ที่พกความระแวงไว้ตลอดเวลา เมื่อเดินลึกเข้าไปเรื่อย ๆ คนนำทางก็สงสัยเพราะมาถึงสถานที่นัดคือต้นตะเคียนใหญ่ แต่ยังไม่เห็นพวกพรานที่บอกว่าจะมาดักรอ แต่ก็ยิ้มออกเมื่อได้ยินเสียงคนเดินอยู่ข้างหน้าแต่คนที่เดินอยู่กลายเป็นพวกของแสนคม และวิชิตที่พาคนเข้ามาอีกทาง และบอกว่าจับพวกพรานป่าไว้ได้ทุกคนแล้วขอให้มอบตัวชีพหันไปทางกำนันคำทันทีเพราะงานครั้งนี้ไม่มีใครรู้เรื่องมากนัก และบอกกับเสี่ยเกรียงไกรว่ากำนันคำคือคนทรยศ เสี่ยเกรียงไกรโกรธมากจึงด่ากำนันคำ ซึ่งกำนันคำบอกว่าขอเป็นคนทรยศต่อเสี่ยเกรียงไกรดีกว่าเป็นคนทรยศคิดคดต่อแผ่นดิน แล้วก็ทรุดลงเพราะถูกชีพยิงอย่างเผาขน และเป็นขณะเดียวกับที่แสนคมพาคนเข้ามาล้อมจับลูกน้องที่ยังอยู่ในอาการตกใจ เสี่ยเกรียงไกรพาไกรภพ วิ่งหนีไปได้ แสนคมบอกให้จ่าคู่หูพาทหารไปจับสองพ่อลูกให้ได้ ชีพที่กำลังจะวิ่งตามไป แต่เป็นเพราะความแค้นทำให้ชีพหันมายิงใส่แสนคม แต่เป็นเพราะอยู่ในช่วงละล้าละลังจึงถูกที่แขนซ้ายของแสนคมเท่านั้น แสนคมจึงยิงสวนไปข้างหลังถูกชีพอย่างจังจนล้มลง แสนคมวิ่งไปดูก็เห็นแน่นิ่งจึงหันไปทางกำนันคำที่นอนเจ็บอยู่อย่างเป็นห่วง กำนันคำที่เห็นชีพขยับตัวหยิบปืนมา จะยิงใส่แสนคมจึงร้องบอก แต่ไม่ทันการณ์แม้แสนคมจะกลิ้งหลงกระสุนเข้าที่ท้องของแสนคม ทำให้บดินทร์วิ่งตรงมาและสั่งให้ทหารเอาเปลสนามที่เตรียมมาหามแสนคมกับกำนันคำกลับไปทางเก่าไปที่รถพยาบาลด่วนแสนคมที่ยังมีสติบอกบดินทร์ว่าให้ดูแลกำนันคำดีดี เพราะตอนเข้ามาก่อนกำนันคำจะถูกยิง ได้ยินคำพูดที่กำนันพูดว่าจะไม่ทรยศต่อแผ่นดินเต็มสองหู ผู้ใหญ่สมปองที่อยู่ชายป่ากับชาวบ้านอีกสองคนเห็นร่างของกำนันคำถูกหามมาก็เข้าไปหาบดินทร์บอกว่าอย่าเพิ่งพูดอะไร เอากำนันคำกับแสนคมไปส่งโรงพยาบาลก่อน โดยให้กำนันนั่งไปกับกำนันคำ ส่วนเขาจะนั่งไปกับแสนคมผู้ใหญ่สมปอง บอกชาวบ้านสองคนที่อยู่ด้วยให้ไปส่งข่าวกับนางสายใจ ผู้ใหญ่สมปองที่ปากก็บอกว่าเกลียดเพื่อน แต่แท้ที่จริงรักเพื่อนมากแต่ที่พูดเพราะเสียใจกับผิดหวังที่เพื่อนเป็นแบบนี้ กำนันคำบอกกับเพื่อนรักว่าถ้าเขาเป็นอะไรไปฝากลูกเมียด้วย ผู้ใหญ่สมปองฟังแล้วถึงกับร้องไห้ แม้จะยังไม่รู้รายละเอียดก็ตาม เมื่อถึงโรงพยาบาลก็ส่งคนเจ็บเข้าห้องฉุกเฉิน นางสายใจพร้อมลูกสาว นางพวง เพลินตา พรนับพัน นางสายใจมาพร้อมถือโทรศัพท์มาด้วย และเล่าเรื่องที่ได้ยินกำนันคำให้บดินทร์ฟัง บดินทร์ขอดูโทรศัพท์เมื่อใส่แบตเตอรี่ลงไปและเปิดเครื่อง เบอร์ของแสนคมที่โทร. ไปก็ปรากฏอยู่แค่นี้บดินทร์ก็รู้แล้ว ยิ่งเห็นข้อความที่ส่งออกอีกผู้ใหญ่สมปองพอรู้ว่าเพื่อนรักเป็นสายให้ทางการก็ร้องไห้โฮ รวมทั้งนางสายใจด้วยที่สามีไม่เคยบอก ปล่อยให้นางด่าอยู่ได้ ดวงใจนั้นร้องไห้มีเพลินตากับพรนับพันช่วยปลอบ หมอออกมาบอกว่าอาการของแสนคมนั้นสาหัสมาก ต้องผ่าตัดด่วนจึงถูกส่งต่อไปยังห้องผ่าตัด ส่วนกำนันคำหมอบอกว่าอาการหนัก เกินเยียวยาเพราะถูกยิงที่ตับ ที่อยู่จนถึงตอนนี้เพราะกำลังใจอย่างเดียวให้ญาติเข้าไปหาได้ ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก นางสายใจร้องไห้แทบขาดใจเมื่อเห็นร่างของกำนันคำ โดยกำนันบอกว่าเขาไม่เคยลืมสัจจะไม่เคยทรยศคิดคดแผ่นดิน บอกนางสายใจไม่ให้ร้องไห้เพราะจะทำให้นอนตายตาไม่หลับ และหันไปบอกกับดวงใจว่าต่อไปนี้ห้ามดื้อกับแม่ ต้องดูแลแม่ ซึ่งดวงใจก็รับปากทั้งน้ำตา กำนันคำหันไปหาเพื่อนบอก ฝากลูกเมียด้วย ผู้ใหญ่สมปองด่าตัวเองที่ช่างโง่มีตาหามีแววไม่ แต่ก็รับปากจะทำตามที่กำนันบอกทุกอย่าง กำนันบอกบดินทร์ให้ช่วยฝากลาผู้พันแสนคมด้วย ขอให้รอดปลอดภัย หลักฐานทุกอย่างที่จะเอาผิด เสี่ยเกรียงไกรอยู่ในโทรศัพท์ แล้วก็สิ้นใจตายพร้อมด้วยคำว่าขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ผู้ใหญ่ และ แสนคม แม้จะเสียใจเพียงใดแต่ก็ต้องเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงต่อไป โดยมีนางพวงอยู่ช่วย ส่วนบดินทร์ พรนับพันและเพลินตาไปที่ห้องผ่าตัดที่ตอนนี้แสนคมอยู่ในนั้น พรนับพันนั้นร้องไห้ โดยมีบดินทร์บอกว่า แสนคมต้องไม่เป็นอะไรอย่างแน่นอน เวลาผ่านไป พลโทพัชระ คุณสราญรัตน์ ก็มาที่โรงพยาบาลพร้อมเพื่อน ๆ ของแสนคม ทุกคนอยู่ในอาการเป็นห่วง พยาบาลออกมาบอกว่า ต้องการเลือดกรุ๊ปบีด่วน ซึ่งในนั้นไม่มีใครมีสักคน มีเพียงคุณสราญรัตน์ที่มีเลือดกรุ๊ปโอ ที่สามารถให้ได้ สร้างความดีใจให้กับคุณสราญรัตน์มากที่เลือดของแม่จะช่วยชีวิตลูกได้ พรนับพันกับเพลินตากลับมาจากห้องน้ำ พอรู้ว่าแสนคมต้องการเลือดจากบดินทร์ที่ยังพูดไม่ทันจบ พรนับพันก็บอกว่าเลือดกรุ๊ปเดียวกันเอาของเธอได้ แต่บดินทร์บอกว่าคุณสราญรัตน์ให้ไปแล้ว แต่ถึงจะเอาของพรนับพันก็คงไม่ได้ เพราะพรนับพันเพิ่งออกจากโรงพยาบาล พลโทพัชระพูดขอบคุณ และเห็นแหวน ที่นิ้วของพรนับพันก็เดาได้ว่า ผู้หญิงคนนี้ต้องเป็นคนสำคัญของลูกชายแน่นอน แสนคมฟื้นหลังจากนั้น และดีใจที่เห็นหน้าผู้เป็นแม่ เพราะก่อนจะฟื้นเขาบอกว่าเห็นแม่เดินอยู่ข้างหน้า แต่เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมหันมามอง เพื่อน ๆ เลยบอกว่าเป็นเพราะพลังความรักของแม่ เลยทำให้แสนคมรอดชีวิต แสนคมถามหากำนันคำพอรู้ว่าตายแล้วก็เสียใจ แล้วก็มองหาพรนับพัน บดินทร์จึงไปตามมาให้ แสนคมบอกว่าเขามาตามสัญญา พรนับพันร้องไห้บอกดีใจที่แสนคมไม่ผิดสัญญาที่ให้ไว้ ท่ามกลางสายตาแปลกใจของทุกคนเพราะไม่เคยเห็นภาพนี้มาก่อน แสนคมบอกกับพ่อแม่ว่าพรนับพันคือผู้หญิงที่เขารักก่อนจะหลับไปอีกครั้งเพื่อน ๆ ของแสนคมตอนแรกก็จำพรนับพันไม่ได้ แต่ไม่นานก็นึกออก คุณสราญรัตน์สัมภาษณ์ พรนับพันว่าเป็นลูกใคร พอบอกชื่อพ่อแม่ก็ตกใจเพราะคาดไม่ถึงว่าจะเป็นลูกคนดังในสังคม คุณสราญรัตน์ เอ็นดูพรนับพันเพราะลูกชายรักใครเธอรักด้วยอยู่แล้ว เพื่อน ๆ ของแสนคมต่างก็เล่าเรื่องคืนนั้น ให้พรนับพันฟัง พรนับพันและเพลินตาขอตัวไปช่วยงานศพของกำนันคำเพราะเห็นว่าทางนี้มีคนอยู่เยอะแล้ว ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก งานศพของกำนันคำได้รับพระราชทานเพลิงศพอย่างสมเกียรติ ผู้ใหญ่สมปองและนางพวงพร้อมด้วยบดินทร์ พรนับพัน เพลินตา และชาวบ้านล้วนมาช่วยกันด้วยความเต็มใจ ดวงใจกลายเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญ และเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหลังพ่อตาย ตาคะยอเอาพืชผักสวนครัวพร้อม ผลไม้มาช่วยงาน สร้างความซาบซึ้งให้เกิดกับดวงใจไม่น้อย รวมทั้งน้ำใจของพรนับพัน และเพลินตาด้วย ที่ไม่ทิ้งกันเวลามีความทุกข์ เสี่ยเกรียงไกรหนีไปไม่รอดเพราะพลัดตกลงไปในช่องหิน โดยมีไกรภพนั่งร้องไห้มองดู เพราะไม่รู้จะช่วยอะไรเป็นไปตามกรรม เพราะขาข้างนั้นต้องตัดทิ้ง และยังต้องถูกจับเข้าคุกพร้อมหลักฐานต่าง ๆ แต่ความรักลูกเสี่ยเกรียงไกรบอกว่าทุกอย่างตัวเองเป็นคนกระทำทั้งหมด ไกรภพไม่เกี่ยว วันเผากำนันคำ แม่ชีกรแก้วพาไกรภพมาขอขมาศพ โดยออกรับแทนลูกทำให้ทุกคนเห็นความรักของแม่จึงให้อภัย โดยเฉพาะนางสายใจกับดวงใจที่บอกว่าถึงโกรธไปเกลียดไปกำนันคำก็ไม่ฟื้น ไกรภพบอกว่าเพราะเหตุการณ์ต่าง ๆ ทำให้เขาได้คิดจะขอบวชให้กำนันคำ แสนคมจึงบอกว่าไกรภพมีแม่อันประเสริฐที่สุดแล้วที่ออกรับแทนลูกทั้งที่ไม่เกี่ยว และตามความเป็นจริงคนที่ยิงกำนันคำก็ไม่ใช่ไกรภพ เหตุการณ์ต่าง ๆ ผ่านพ้นไปด้วยความโศกเศร้า พรนับพันหลังจากพบกับเหตุการณ์เศร้าสลด ทำให้ คิดได้ว่าเวลาที่เหลืออยู่ควรใช้ให้คุ้มค่า อย่างที่ดวงใจบอกว่าพรนับพันยังโชคดีที่มีพ่อแม่อยู่ครบให้พูดขอโทษ พูดแสดงความรัก แต่ตัวเองสายไปแล้ว ถ้าแลกทรัพย์สินเงินทองที่มีทั้งหมดกับชีวิตพ่อจะขอเลือกพ่อ เพลินตาก็ช่วยพูดให้พรนับพันได้คิด ทั้งที่จริงแล้วพรนับพันได้คิดด้วยตัวเองแล้ว พรนับพันอาสาเป็นครูสอนชาวบ้านตอนกลางคืน ตามพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถที่ทรงต้องการให้ชาวบ้านได้รู้หนังสือ โดยมีตาคะยอ จันดี จันทร์แรม มาเป็นนักเรียนด้วย เพลินตามีฝีมือทางการปักผ้าจนฝีมือนำหน้าครูแทบทุกคน จึงเอาดีทางนี้ ดวงใจก็ไปเรียนทอผ้าและเรียนหนังสือ ต่อให้จบเพื่อความภูมิใจของผู้เป็นแม่ พรนับพันนั้นรู้ว่าตัวเองมีพรสวรรค์ด้านการวาดรูป จึงเปลี่ยนไปเรียนวาดรูปแทน และภาพที่ตัวเองวาดด้วยความเผลอไผลคือภาพครอบครัวที่เคยวาดตั้งแต่เด็ก ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก พรนับพันเล่าเรื่องให้แสนคมฟังถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แสนคมจึงพูดปลอบใจว่า ตอนนี้พรนับพันก็ไม่ใช่คนเดิมแล้วให้เก็บไปคิดว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปดี นางพวงทำที่ดินของตัวเองให้เป็นแบบของตาคะยอโดยการปลูกกล้วยไข่ ปลูกพริก โดยมีจ่าโชติช่วยด้วย พรนับพันและเพลินตาตามจ่าโชติไปดูบดินทร์ และจ่าทัศน์ฝึกควายแทนแสนคมแล้วต้องหัวเราะ กับความน่ารักของควาย แสนคมบอกว่าปัจจุบันคนหันไปใช้รถไถกันมาก ทำให้ควายถูกมองข้าม สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถทรงคำนึงถึงเรื่องนี้ ทรงอยากให้ควายอยู่คู่กับสังคมไทยไปเหมือน เดิม เพราะรถไถสิ้นเปลืองทั้งเงินทั้งน้ำมัน จึงทรงให้มีโรงเรียนควาย ธนาคารควายเกิดขึ้นบดินทร์สวมแหวนญาติของตัวเองให้เพลินตาโดยมีนังทองหยิบ นังทองหยอด จ่าโชติ จ่าทัศน์ เป็นพยานในปลัก ที่กำลังสอนชาวบ้านไถนาร่วมกับควาย มีนักสังคมสงเคราะห์ นำเอาอุปกรณ์การศึกษาพร้อมอุปกรณ์กีฬามามอบให้โรงเรียน รวมทั้งเครื่อง คอมพิวเตอร์ และเครื่องพิมพ์งานมามอบให้ศูนย์ศิลปาชีพ ซึ่งนักสังคมสงเคราะห์ที่ว่าคือ บิดามารดา ของพรนับพัน ซึ่งมีคุณปัทมากับปรางวลัยตามมาด้วย ทั้งคู่มามอบให้เป็นการส่วนตัว พรนับพันได้พบกับพ่อแม่โดยไม่รู้ตัว ทั้งที่ตัวเองกำลังจะโทร. ไปหาอยู่พอดี สร้างความดีใจจน ต้องร้องไห้ พร้อมกับก้มลงกราบที่เท้าของพ่อแม่พูดขอโทษ ไม่ต่างอะไรกับคุณพรพรรณรายที่ร้องไห้ พร้อมทั้งขอโทษลูกที่ตบหน้า คุณเมธีก็บอกว่าเขาปรับปรุงตัวเองใหม่แล้ว พรนับพันมองหน้าพ่อแม่ ที่เวลานี้ไม่มีรอยเคร่งเครียดเหมือนเก่าให้เห็นก็ดีใจ และถามผู้เป็นแม่เรื่องรูป ซึ่งได้รับคำตอบว่าไม่สนใจแล้ว เพราะรู้ว่าลูกไม่ได้เป็นแบบนั้น มีคนใส่ร้าย ปรางวลัยก็พูดว่าเธอไม่ได้ใส่ร้ายมันเป็นเรื่องจริง แสนคมเลยบอกว่าเขาอยู่ในเหตุการณ์รู้ว่าอะไรเป็นอะไร พรนับพันทำท่าจะเข้าไปตบแก้แค้นแต่แสนคมห้ามไว้ สองแม่ลูกจึงพากันหลบออกไปด้วยความอับอาย ท่ามกลางการใจหายใจคว่ำนึกว่าพรนับพันจะทำจริง พ่อแม่ลูกปรับความเข้าใจกันท่ามกลาง ความดีใจของทุกคน ติดตามชมละคร ร้อยป่าไว้ด้วยรัก ได้ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 19.35-20.35 น. และวันศุกร์ เวลา 19.05-19.50 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละคร ร้อยป่าไว้ด้วยรัก เริ่มตอนแรกวันจันทร์ที่ 16 มกราคม 2560 รายชื่อนักแสดงน ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก มาสุ จรรยางค์ดีกุล รับบท ผู้พันแสนคมฑาริกา อินสุวรรณ์ รับบท พรนับพันดวงตา ตุงคะมณี รับบท ป้าพวงสิปโปทัย ฉันทะสิริวัฒน์ รับบท ดวงใจ หรือ ดวงลดากันตพัฒน์ เพิ่มพูนพัชรสุข รับบท ไกรภพชลธิชา เที่ยงธรรม รับบท ปรางวลัยสุปราณี เจริญผล รับบท พรพรรณรายดารัณ ฐิตะกวิน รับบท สราญรัตน์

หมายเลขโทรศัพท์! ที่ใช้แล้วปลอดภัย และ เลขที่ควรหลีกเลี่ยง
ความเชื่อ /  ดูดวง / 

ถามหลังไมค์กันเข้ามาเยอะ สำหรับการเลือกเบอร์โทรศัพท์ที่ดีและเหมาะกับตัวเราโดยเฉพาะ งานนี้ Horoscope.mthai.com ได้หมอดูคนสวย อย่าง อ.ปอ นางฟ้าเลขลิขิต ผู้เชี่ยวชาญเรื่องศาตร์ตัวเลข มาสรุปพร้อมแจกตารางให้อ่านกันไปฟรีๆ ไม่เลยค่าใช้จ่ายเลยจ้าาา :) เลขปลอดภัยในการใช้งาน !! 14 41 ผู้ใหญ่ให้ความเมตตา พูดจาน่าเชื่อถือ พูดปิดการขาย เรียนหนังสือดี 15 51 สติปัญญา รอบคอบ มีเหตุผล ผู้ใหญ่เอ็นดูอุปถัมภ์ เก่งวิชาการเรียนหนังสือเก่ง 16 61 มองการณ์ไกล วิสัยทัศน์เยี่ยม เข้มงวดการเงิน 19 91 เป็นผู้นำ ฉลาด ทันสมัย รสนิยมดี เด่นดัง มีชื่อเสียง 22 อ่อนหวาน น่ารัก ใจเย็น มองโลกในแง่ดี 24 42 เจรจาดี เงินคล่อง ประสานงานดี น่ารัก 26 62 มีเสน่ห์ทางคำพูดอยู่ใกล้แล้วอบอุ่น รสนิยมด้านศิลปะดี 29 92 มนุษย์สัมพันธ์ดีงานประชาสัมพันธ์งานแสดง ศิลปะ ไหวพริบดีแต่งตัวเก่ง 35 53 อำนาจบารมี เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งการงานดีผู้ใหญ่ส่งเสริม 36 63 เสน่ห์ ฉลาด ช่างคิดช่างพูด สวยหล่อเลือกได้รายได้ดีชอบเดินทาง 39 93 แข่งกี่ครั้งก็ชนะงาน การใช้ชีวิต เติมไฟในการทำงานการเสี่ยงโชค 44 ฉลาดช่างสังเกตช่างจดจำ ถ่ายทอดข้อมูลได้ครบถ้วนไหวพริบดีอัธยาศัยดี 45 54 เทพีแห่งโชค เลขปัญญาน่าเชื่อถือผู้ใหญ่เมตตารวยเพราะความฉลาด 46 64 ผู้มีวาทศิลป์ ร่าเริงสนุกสนานหาเงินได้หลายทาง การเงินดี 49 94 คิดเร็วทำเร็ว ทันเกมส์ ค้าขายทางเน็ต ติดต่อต่างประเทศดีมาก 55 มีขั้นตอน ใจเย็นชีวิตรุ่งโรจน์มีความสุขความรักสดใสด้วยเหตุและผล 56 65 ความรักการเงินความช่วยเหลือความฉลาดโอกาสดีๆเข้ามาบ่อย 59 95 มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองได้โชคลาภปล่อยวางเก่ง สุขภาพจิตดี 66 เสน่ห์ดีมาก หาเงินเก่ง ฉลาด ลูกเล่นแพรวพราว น่าเข้าใกล้ 69 96 รสนิยมดี มีเสน่ห์ เด่นดัง หาเงินง่ายเงินเข้าแรง (แต่อย่าอยู่ตำแหน่งสุดท้ายของเบอร์ เงินจะไหลออกเร็วด้วย) 99 เลขคู่ปาฏิหาริย์ มีมุมมองแตกต่างจากคนอื่น   เลขที่ควรหลีกเลี่ยง !! 00-09 0 ดาวมฤตยู จับคู่กับเลขใดก็ตามจะเกี่ยวข้องกับโรคภัยไขัเจ็บต่างๆ 0 00-08 โรคมะเร็ง เนื้องอก 04 40 ช่องท้อง กระเพาะ 01 03 ไมเกรน สายตา 07 70 ปวดกระดูก เส้นเอ็น ข้อ อัมพาท 09 90 ปลีกวิเวก โลกส่วนตัวสูงเกินไป ลดทอนพลังด้านดีของเบอร์โทร 11 โดดเด่น แต่เป็นภัย 12 21 ผีเข้าผีออก อารมณ์เหวี่ยงขึ้น-ลง รุนแรง 13 31 อุบัติเหตุ ผ่าตัด ทะเลาะเบาะแว้งขั้นเลือดตกยางออก ชีวิตพลิกผัน 17 71 เครียด กดดัน ความรับผิดชอบสูง ซึมเศร้า หลับไม่ลง 18 81 ถูกหักหลังด้านความรัก การงาน ถูกแทงข้างหลัง 27 72 หนี้สินรุงรัง หามาแต่ไม่เคยได้ใช้เอง 34 43 ปากพาจน ปากสร้างศัตรู พูดจาขวานผ่าซาก แบบไม่สนใจความรู้สึกคนรอบข้าง 37 73 ระเบิดอารมณ์ เพราะกดดัน 38 83 อารมณ์ร้อน กล้าได้กล้าเสียเกินไป 48 84 ปัญหาเอกสาร คดีความ ค้ำประกัน 67 76 ชีวิตพลิกคว่ำ เลิกรา แยกกันอยู่ พูดคุยคนละภาษากับคู่รัก หย่าร้าง ถูกโกง 77 อุปสรรคขวากหนาม ปัญหารุมเร้า เครียดสุดๆ 68 86 ลุ่มหลง การเงิน ความรัก ฟุ้งเฟ้อ 88 เงินมาก อำนาจล้น อารมณ์รุนแรง ควบคุมตัวเองไม่ได้   ที่มาจาก : อ.ปอ นางฟ้าเลขลิขิต

หนังโลกที่เราอยากดู : Kaili Blues (2015)
Kaili Blues /  หนังจีน / 

 (ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร BIOSCOPE ฉบับ 175) Kaili Blues ความจริงเหมือนฝัน ความฝันเหมือนจริง โดย ดาวุธ ศาสนพิทักษ์   เพียงผลงานการกำกับเรื่องแรก ปี่กั้น ก็ทำเอาบรรดานักวิจารณ์และเหล่าซีเนไฟล์ ตามเทศกาลต่างๆ ชื่นชมกันยกใหญ่ เมื่อหมู่บ้านในวัยเด็กของปี่ถูกถ่ายทอดออกมาด้วย วิสัยทัศน์อันน่าตื่นตะลึงชวนฝันเสียจนอาจกล่าวได้ว่า Kaili Blues ได้ปักหมุดเขาในฐานะ คนทำหนังที่โลกภาพยนตร์ต้องจับตาไว้เป็นที่เรียบร้อย แม้หนังจะไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยพล็อตเท่าไหร่นัก แต่หากจะให้เล่าเรื่องราวอย่างย่นย่อ ก็พอจะบอกได้ว่า มันคือเรื่องการเดินทางของหมอชนบทผู้ออกตามหาหลานชายที่หายสาบสูญ จนกระทั่งเขาย่างกรายเข้าไปในเมืองประหลาดที่เวลาไม่ได้เดินเป็นเส้นตรง ความทรงจำล่องลอยอ้อยอิ่งซ้อนทับ อดีต ปัจจุบัน และอนาคตถูกถักทอเข้าหากันอย่างไม่ อาจแยกออก และตัวคุณหมอเองก็ไม่อาจตอบได้ว่าตนกำลังตื่นหรือกำลังหลับฝันอยู่กันแน่ “ตอนเป็นเด็ก ผมได้ยินเรื่องเล่าที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์คาถาตลอดเวลา แต่พอโตขึ้นมา กลับพบว่าชีวิตมีเพียงเรื่องจริงปกติทั่วไป ตอนที่เขียนบทหนังเรื่องนี้ ผมจึงคิดอยู่เสมอว่า จะถ่ายเรื่องจริงอย่างไรให้เหมือนฝัน” ผู้กำกับวัย 26 เล่า (เขายังชี้ด้วยว่าคนทำหนังบรมครู อย่าง อันเดร ทาร์คอฟสกี และ โหวเสี้ยวเสียน เป็นอิทธิพลทางภาพยนตร์หลักๆ ของเขา) ผลที่ได้จึงคือหนังที่ผันแปรรูปลักษณ์ของมันอย่างไม่จบไม่สิ้น งานภาพอันจัดจ้านเป็น เอกเทศเชื้อเชิญคนดูเข้าสู่โลกความฝันในยามตื่นที่ทั้งน่าพิศวงและงดงามราวกวี อีกทั้งยัง ท้าทายอย่างร้ายกาจด้วยการลัดเลาะไปตามท้องถนน สายน้ำ บ้านเรือน จนไหลลื่นข้ามกรอบจำกัดทางพื้นที่และกาลเวลาไปเลย (ที่เลื่องลือที่สุดหนีไม่พ้นฉากลองเทคที่ยาวนานถึง 41 นาที!) ความทรงจำเข้ามาถมทับปัจจุบันไม่ต่างกับความฝันที่ไม่อาจแยกออกจากความจริง ทว่าสิ่งที่ครอบทับตัวหนังอีกทีดูจะเป็นอดีตและความทรงจำของตัวปี่เอง โดยขณะที่ตัวละคร ได้เรียนรู้ความหมายไปในระหว่างทางอันไร้จุดสิ้นสุดของเขา ปี่ก็ใช้ผลงานของเขาคลี่คลาย ความหมายบางประการสำหรับตนเองเช่นกัน “ผมหวังที่จะใช้ภาพยนตร์ส่องแสงเข้าไปใน ทะเลลึกอันมืดมิด แม้มันจะเป็นความพยายามที่สูญเปล่าไม่ต่างจากส่องไฟขึ้นฟ้าก็ตาม” Kaili Blues (2015) สัญชาติ จีน รางวัล : Locarno International Film Festival 2015 (Best Emerging Director - Filmmakers of the Present, รางวัลชมเชย - หนังเรื่องแรก ยอดเยี่ยม), Golden Horse Film Festival (FIPRESCI Prize, ผู้กำกับ หน้าใหม่ยอดเยี่ยม) https://vimeo.com/134591267 ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

ส่องรัวๆ ความน่ารัก น้องเป่าเปา รับรางวัล Oh Baby รายการยอดฮิตใน Line TV
เจ๊เปาบางพลี /  น้องเป่าเปา พอลลีน่า / 

  ตัวแค่นี้แต่รู้งานมากๆ สำหรับ เจ๊เปาบางพลี หรือ น้องเป่าเปา พอลลีน่า ซุปตาร์วัยกระเตาะขวัญใจมหาชนในยุคโซเชียล ลูกสาวสุดอินดี้วัย 9 เดือนของ กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ และ บี้ KPN ที่ล่าสุดวันนี้ (28 มี.ค.60) แม่กุ๊บกิ๊บ ได้อุ้ม น้องเป่าป่า มารับรางวัล Top Entertainment จากรายการ Oh Baby ในงานแถลงความสำเร็จ และวิสัยทัศน์ประจำปี 2017 "LINE TV NEXPLOSION" ณ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ ชั้น 7 ศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน ท่ามกลางแฟนคลับที่ต่างมาต้อนรับ น้องเป่าเปา อย่างแน่นขนัด งานนี้ก็ไม่พลาดที่ น้องเป่าเปา จะฉายแววซุปตาร์ ฉีกยิ้มน้อยรับให้กับแฟนๆ อย่างรู้งาน แม้จะตื้นเต้นกับคนจำนวนมากมองซ้ายมองขวาแบบมึนงงไปบ้างก็ตาม แต่ซุปตาร์อย่าง เป่าเปา ก็เอาอยู่ค่า ว่าแล้วก็ไปชมความน่ารักน่าชังของ น้องเป่าเปา กันเลยจ้า!!

ไม่ได้ฝันไปใช่ไหม? 10 อันดับ สนามบินวิวสวยที่สุดในโลก
airport /  สนามบิน / 

ปกติแล้วเราก็คงเคยเห็นการจัดอันดับสนามบินที่ดีที่สุดในโลก หรือสนามบินที่สวยที่สุดในโลก กันมาบ้างแล้ว วันนี้เราจะขอเปลี่ยนมุมมอง พาเพื่อนๆ ไปชม 10 อันดับ สนามบินวิวสวยที่สุดในโลก กันบ้าง เวลาที่นั่งเครื่องบินผ่าน และได้มองวิวสวยๆ ที่อยู่เบืองล่างแบบนี้ คิดดูสิมันจะสวยงามขนาดไหน ^^ อันดับที่ 10. สนามบิน Cape Town International Airport, ประเทศแอฟริกาใต้ เคปทาวน์ เป็นเมืองหลวงของแอฟริกาใต้ เป็นเมืองเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 300 ปี ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่สวยที่สุดและมีเสน่ห์ที่สุดเมืองหนึ่งในโลก ป็นดินแดนแห่งการท่องเที่ยวติดอันดับหนึ่งในห้าของโลก จุดเด่นของเมืองอยู่ที่ภูเขาลูกใหญ่กลางเมืองที่สามารถมองเห็นได้จากทุกสารทิศ ชื่อว่า ภูเขาโต๊ะ (Table Mountain) อันดับที่ 9. สนามบิน London City Airport, ประเทศอังกฤษ ตั้งอยู่ที่เมืองนิวแฮม ในอีสลอนดอน ประเทศอังกฤษ รองรับพื้นที่ศูนย์กลางการเงินของลอนดอน และเนื่องจากทางวิ่งของท่าอากาศยานแห่งนี้มีระยะสั้น จึงมีข้อจำกัดด้านขนาดเครื่องบินที่มาใช้บริการ แต่ถึงอย่างไรสนามบินแห่งบินก็ติดเป็น 1 ใน 10 สนามบินวิวสวยที่สุดในโลก ^^ อันดับที่ 8. สนามบิน Gibraltar Airport, ประเทศอังกฤษ สนามบินแห่งนี้อยู่ระหว่างทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยน ซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันออก และอ่าว Algeciras ที่อยู่ทางด้านทิศตะวันตก รันเวย์ของสนามบินแห่งนี้สร้างจากกรวดผสมน้ำมันดิน มีความยาวไม่ถึง 2,000 เมตร นักบินจำเป็นต้องรู้ตำแหน่งในการลงจอดที่แน่นอนและแม่นยำ และต้องมีความพร้อมที่จะเบรคทันทีที่ล้อแตะรันเวย์ เพราะไม่อย่างนั้นมีหวังได้ลงไปจอดในทะเลแน่ๆ และรันเวย์แห่งนี้มีถนนตัดผ่าน เวลามีเครื่องบินขึ้น-ลง ที่กั้นถนนก็จะพับลงมากั้นไม่ให้รถผ่าน (คล้ายเวลาวิ่งข้ามทางรถไฟในบ้านเรา) อันดับที่ 7. สนามบิน Billy Bishop Toronto City Airport, ประเทศแคนาดา ที่นี่มีอีกชื่อหนึ่งว่า Toronto Island Airport ซึ่งความหมายแปลตรงๆ ตามชื่อเลย เพราะสนามบินแห่งนี้ตั้งอยู่บนเกาะที่อยู่ข้างๆ เมือง Toronto ผู้โดยสารจึงต้องนั่งเรือเฟอร์รี่จากแผ่นดินมายังเกาะแห่งนี้เพื่อขึ้นเครื่อง โดยปกติแล้ว สนามบินแห่งนี้รองรับแต่สายการบินในประเทศ เครื่องบินส่วนตัว และเครื่องบินฉุกเฉินเท่านั้น อันดับที่ 6. สนามบิน Saba Airport (Juancho E Yrausquin), แคริบเบียน เนเธอร์แลนด์ เป็นหนึ่งในสนามบินที่วิวสวยที่สุดในโลกและอันตรายที่สุดในโลกอีกด้วย เพราะรันเวย์นี้มีความยาวเพียง 400 เมตรเท่านั้น ซึ่ง “ตำแหน่ง” ของรันเวย์ที่ด้านหนึ่งเป็นภูเขาสูง ส่วนอีกด้านเป็นหน้าผา (ปลายสุดของรันเวย์ทั้ง 2 ข้าง เป็นหน้าผา) ซึ่งถ้ามีอะไรผิดพลาดไม่ว่าจะเป็นตอนขึ้นหรือตอนลงก็จะตกลงไปในทะเลทันที ปัจจุบันนี้ มีเพียงสายการบิน  Windward Islands Airways  ซึ่งเป็นสายการบินท้องถิ่นเพียงแห่งเดียวเท่านั้น ที่เปิดบินบริการวันละ 1 เที่ยวบนสนามบินแห่งนี้ อันดับที่ 5. สนามบิน St. Maarten Airport (Princess Juliana International), แคริบเบียน สนามบินแห่งนี้ถือว่าเป็นอีกสนามบินที่มีคนนิยมไปถ่ายรูปมากที่สุด เพราะว่ารันเวย์เริ่มต้นจากชายหาดเพียงไม่กี่เมตร ฉะนั้นเวลาคนเล่นน้ำอยู่ ก็จะเห็นเครื่องบินบินผ่านหัวไปในระยะที่ใกล้มากเลยทีเดียว สนามบินแห่งนี้มีรันเวย์ยาวเพียง 2,000 เมตร อันดับที่ 4. สนามบิน Barra Airport, Scotland, ประเทศอังกฤษ สนามบินแห่งนี้ตั้งอยู่บนเกาะ Barra ซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ  ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลของประเทศสกอตแลนด์ ที่นี่นับเป็นหนึ่งในสนามบินเพียง 2 แห่งในโลก ที่ใช้ “ชายหาด” เป็นรันเวย์ และเนื่องจากเวลาน้ำขึ้นรันเวย์ของสนามบินแห่งนี้จะหายไป ดังนั้นตารางบินของสนามบินแห่งนี้จะขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่น้ำขึ้นน้ำลง และถ้ามีเหตุฉุกเฉินให้ต้องนำเครื่องลงจอดในเวลากลางคืน ก็จะใช้วิธีนำรถยนต์มาจอดเรียง และเปิดไฟ เพื่อให้เกิดแสงสะท้อนบริเวณแผ่นโลหะที่ถูกเรียงไว้บริเวณชายหาด เป็นการนำทางให้นักบินสามารถนำเครื่องบินลงจอดได้อย่างปลอดภัย อันดับที่ 3. สนามบิน Nice Cote D'Azur Airport, ประเทศฝรั่งเศส สนามบินแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างออกไป 7 กิโลเมตรจากเมือง Nice ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส และเป็นสนามบินหลักของภูมิภาคนี้เลยทีเดียว ความสวยงามของมันก็คือ รันเวย์ที่ยืนออกไปในทะเล ที่เห็นแล้วน่าตื่นตาตื่นใจอย่างยิ่ง ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนระหว่างเมืองมาร์แซย์ของฝรั่งเศสกับเมืองเจนัวของอิตาลี อันดับที่ 2. สนามบิน Las Vegas McCarran Airport, ประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งอยู่ที่คลาร์กเคาน์ตี รัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา ห่างจากตัวเมืองลาสเวกัสไปทางใต้ประมาณ 8 กิโลเมตร ตั้งอยู่ใจกลางทะเลทราย อันดับที่ 1. สนามบิน Queenstown Airport, ประเทศนิวซีแลนด์ สนามบินแห่งนี้เป็นสนามบินนานาชาติเพียงแห่งเดียวในแถบ South Island ตั้งอยู่ที่เกาะใต้ของประเทศนิวซีแลนด์ และสถานที่ตั้งของมัน ต้องบอกว่าเปรียบเสมือนในเทพนิยาย ที่มีทั้งภูเขา แม่น้ำ และทะเลสาบอยู่ล้อมรอบ ภูมิทัศน์ของหุบเขาโดยรอบสวยงามตระการตาระดับโลก ล้อมรอบด้วยเทือกเขา The Remarkable บนชายฝั่งของทะเลสาบวาคาติปู (Wakatipu) โดยเฉพาะถ้าไปหน้าหนาวจะได้ชมวิวหิมะขาวๆ บนยอดเขา เครดิตข้อมูลและรูปภาพจาก CNN Travel

TP-Link เปิดตัวเทคโนโลยี IoT และสมาร์ทโฟน Neffos X Series ในงาน IFA2016
Neffos /  Neffos X / 

TP-Link เปิดเผยวิสัยทัศน์ครั้งสำคัญสำหรับแนวคิดอินเทอร์เน็ตในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ให้ทำงานได้ผ่านมือถือสมาร์ทโฟนหรือที่เรียกว่า Internet of Things: IoT โดยการเปิดตัว Neffos Smartphone อย่างเป็นทางการรวมถึงสมาร์ทโฟนซีรีส์ล่าสุดของ Neffos ได้แก่ Neffos X1 และ X1 Max Neffos X ซีรี่ย์เป็นสมาร์ทโฟนซีรีส์ที่สามของแบรนด์ Neffos นอกเหนือจาก Neffos C ซีรีย์ และ Y ซีรีย์ โดยบริษัทยังคงเดินตามแนวคิดที่มุ่งเน้นให้ผู้ใช้เป็นศูนย์กลางและได้ผสานรวมดีไซน์ที่ทันสมัย เทคนิคการผลิตขั้นสูง และประสิทธิภาพการทำงานที่ดีเยี่ยมเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว สำหรับ Neffos X1 และ X1 Max มีดีไซน์ที่สวยงามทันสมัยด้วยด้านหลังแบบโค้งทั้งสองข้าง (Dual Curved) กล้องคุณภาพเยี่ยม และสามารถปลดล็อกได้อย่างรวดเร็วด้วยลายพิมพ์นิ้วมือ ซึ่งผลิตภัณฑ์พร้อมวางจำหน่ายในไตรมาสที่ 4 ของปี 2559 นอกจากนี้ TP-Link  ยังได้เปิดตัวแอพ Kasa สำหรับแพลตฟอร์ม IoT ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมอุปกรณ์ในบ้านอัจฉริยะของตนได้อย่างง่ายดายทั้งจากระยะไกลด้วย ส่วนเราเตอร์ IoT รุ่นแรกซึ่งจะเปิดตัวใน ไตรมาสที่ 4 ในทวีปอเมริกาเหนือ สำหรับผลิตภัณฑ์ IoT อัจฉริยะทั้งหมดของ TP-Link ได้รับการเปิดตัวเป็นครั้งแรกในงาน IFA 2016 (ห้องโถง 17, บูธ 111) ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี