วิสัยทัศน์

เจสสิก้า เปลี่ยนชื่อแบรนด์ BLANC พร้อมย้ายสำนักงานใหญ่ไปนิวยอร์ก
girl's generation /  SNSD / 

ตอนนี้ข่าวสุดฮอตของเกาหลี จะเป็นเรื่องอะไรไปไม่ได้นอกจากสาวหุ่นดีเจสสิก้า โดยหลังจากที่เธอต้องออกจากการเป็นสมาชิกวง Girls' Generation เมื่อเร็วๆ นี้ ล่าสุดก็มีข่าวออกมาว่า เจสสิก้า เปลี่ยนชื่อแบรนด์ BLANC พร้อมย้ายสำนักงานใหญ่ไปนิวยอร์ก ซะแล้ว...  เจสสิก้า เปลี่ยนชื่อแบรนด์ BLANC พร้อมย้ายสำนักงานใหญ่ไปนิวยอร์ก เจสสิก้า (Jessica) ที่เพิ่งออกจากวง Girls' Generation เมื่อเร็วๆ นี้ ได้เปลี่ยนชื่อแบรนด์ BLANC เป็น BLANC & ECLARE ที่พัฒนาขึ้นไปอีกระดับ โดยเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม บริษัทแฟชั่น BLANC Group เปิดเผยว่า "หลังจากที่เราเปิดตัวคอลเลคชั่นแรกอย่างประสบความสำเร็จในตลาดระดับโลกแล้ว ในครั้งนี้เราจะเปิดตัว ECLARE เพื่ออัพเกรดแบรนด์ขึ้นไปอีกระดับครับ" ECLARE ที่มาจากภาษาละตินคำว่า Clara เป็นสัญลักษณ์แทนความถูกต้องและชัดเจนที่เจสสิก้าผู้เป็นหัวหน้าดีไซเนอร์ยึดถือ พร้อมกันนี้ BLANC Group ที่ได้รับวิสัยทัศน์ของเจสสิก้าจึงให้สัญญาว่าจะนำเสนอดีไซน์โมเดิร์นคลาสสิคที่แปลกใหม่ในวงการแฟชั่น โดยเตรียมจะนำเสนอผลงานใหม่ในชื่อแบรนด์ว่า BLANC & ECLARE หลังจากนี้ BLANC & ECLARE จะเปิดตัวโปรเจ็คหุ้นส่วนและคอลเลคชั่นใหม่ที่จะแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของเจสสิก้าออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยขั้นตอนต่อไปเราจะจัดเตรียมโปรเจ็คและดีไซน์ใหม่ๆ ของแว่นตาที่จะแสดงถึงคุณค่าที่ BLANC & ECLARE ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดออกมา ซึ่งก็สร้างความคาดหวังเป็นอย่างยิ่ง และเพื่อรองรับการเติบโตในระดับโลกของ BLANC & ECLARE ก็จะมีการย้ายสำนักงานใหญ่ระดับโลกไปที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ในปี 2015 ด้วย ทางด้านเจสสิก้า กล่าวว่า "ฉันเปิดตัว ECLARE ออกมาเร็วกว่าที่กำหนดเอาไว้ก็จริง แต่ก็รู้สึกดีใจที่มีโอกาสได้ก้าวกระโดดไปอีกระดับผ่านทาง BLANC & ECLARE ค่ะ ขอขอบคุณทุกคนที่สนับสนุน BLANC & ECLARE มาโดยตลอด ฉันขอสัญญาว่าจะปรับปรุงและพัฒนาแบรนด์ต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งค่ะ" ข้อมูลจาก popcornfor2.com

ททท. จัดกิจกรรม “TRIP&TREAT” ปี 2 สานต่อโครงการ CSR HOLIDAY
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย /  กิจกรรมท่องเที่ยว / 

ททท. จัดกิจกรรมทริปต้นแบบ การท่องเที่ยวทางเลือกใหม่ “TRIP & TREAT” สานต่อโครงการ CSR HOLIDAY และจัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบ CSR Holiday โดยจัดกิจกรรมการประกวดเฟ้นหานักการตลาดยุวชนรุ่นใหม่ มาร่วมสร้างสรรค์ “คลิป” สนุกๆ โดนใจ เพื่อสร้างกระแสการท่องเที่ยวทางเลือกใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวกลุ่ม Voluntourist ททท. จัดกิจกรรม “TRIP&TREAT” ปี 2 สานต่อโครงการ CSR HOLIDAY นางภัทรพร สิทธิวนิช ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมสินค้าการท่องเที่ยว ททท. กล่าวว่า กิจกรรม CSR Holiday คือการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อไปช่วยเหลือฟื้นฟูชุมชน หรือแหล่งท่องเที่ยว กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ของโครงการนี้คือกลุ่ม Voluntourist ที่เป็นทั้งองค์กรต่างๆ หรืออาสาสมัครที่ชอบท่องเที่ยว เรียกได้ว่าเป็นการใช้วันหยุดพักผ่อน (Holiday) มาร่วมทำกิจกรรมเพื่อฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวให้กลับมามีความสวยงามดังเดิม ซึ่งกิจกรรม CSR Holiday นี้ ททท. ได้จัดต่อเนื่องมาเป็นครั้งที่ 2 ในปีแรกเราได้ผลิตคู่มือท่องเที่ยวแบบ CSR Holiday แจกจ่ายไปตามองค์กรต่างๆ ที่มีการจัดกิจกรรมซีเอสอาร์อยู่แล้ว และไฮไลท์ในการจัดกิจกรรมในปีที่ 2 นี้ คือ การประกวดทีมประชาสัมพันธ์ จัดทำ viral clip เพื่อสร้างกระเเสการท่องเที่ยวแบบ CSR โดยเลือกเกาะเสม็ดเป็นโครงการนำร่อง เพื่อที่จะพัฒนากิจกรรมฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวไปสู่หมู่เกาะ และทะเลไทยอื่นๆ เนื่องจากเกาะเสม็ดเป็นเกาะที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมากติดอันดับ 1 ใน 10 ของบรรดาเกาะไทย มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากกว่า 5 ล้านคนต่อปี ทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น จึงส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เฉกเช่นดังที่เกาะ และทะเลไทยอื่นๆ ได้รับ ทั้งนี้ ททท. ในฐานะที่เป็นองค์กรหลักในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศ ได้ตระหนักถึงปัญหานี้เป็นอย่างดี จึงได้จัดทำโครงการ และแผนงานเพื่อให้ทุกภาคส่วนทั้งผู้ประกอบการ นักท่องเที่ยว รวมถึงชุมชนท้องถิ่นเข้ามาร่วมกันส่งเสริมสร้างจิตสำนึก รวมถึงการปฏิบัติในการลดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมกับโครงการ ที่เรียกว่าแนวคิด 7 Greens ททท. พร้อมสานต่อการทำงานร่วมกันของผู้ประกอบการ และนักท่องเที่ยว ช่วยกระตุ้นให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้เห็นถึงความสำของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ อีกทั้งยังส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้า และประชาสัมพันธ์ของการท่องเที่ยวเชิง CSR ให้เป็นที่แพร่หลายยิ่งขึ้น “กิจกรรมในปีนี้จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปท์ TRIP & TREAT @SAMED – รักษ์เกาะไทยไปเกาะเสม็ด โดยรวบรวมหลากหลายกิจกรรมเพื่อฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยว และสร้างระบบนิเวศน์ให้มีความสมดุล เป็นแนวทางให้นักท่องเที่ยวที่สนใจกิจกรรมในรูปแบบนี้สามารถทำต่อได้ เพื่อเป็นอีกทางเลือกของนักเดินทาง อาทิ ร่วมกิจกรรมแข่งขันเก็บขยะริมชายหาด ปลูกหญ้าทะเล รวมทั้งปล่อยปลาฉลามทรายกลับคืนสู่ธรรมชาติ ซึ่งปลาฉลามทรายเป็นสายพันธุ์ที่ไม่ดุร้าย กินพืชและสัตว์น้ำขนาดเล็กเป็นอาหาร มีพฤติกรรมที่ว่ายน้ำวนอยู่กับที่ ไม่เดินทางไกล จึงเหมาะต่อการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ เพื่ออนุรักษ์และเพิ่มจำนวนปลาฉลามในระบบนิเวศน์ให้มากขึ้น นับว่าเป็นกิจกรรมที่ไม่เคยมีมาก่อน ททท. หวังว่ากิจกรรม “TRIP & TREAT” ปี 2 จะเป็นต้นแบบของแนวทางการทำกิจกรรม CSR ให้กับทั้งภาครัฐ เอกชนและนักท่องเที่ยวทั่วไป ที่มีความสนใจและกำลังมองหากิจกรรมแปลกใหม่ๆ เชิงจิตอาสา ที่นอกจากจะเดินทางมาเพื่อใช้เวลาพักผ่อน (holiday) แล้วยังได้ร่วมทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อฟื้นฟูพื้นสถานที่ท่องเที่ยวและชุมชน (CSR) เรียกได้ว่าทั้งได้เที่ยวและทำดีไปในตัวค่ะ” “กิจกรรม CSR HOLIDAY ในครั้งนี้ยัง ททท.ได้เปิดโอกาสให้นักศึกษา 6 ทีมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายจากผู้เข้าแข่งขันทั่วประเทศ ได้ร่วมเรียนรู้เคล็ดลับเด็ดๆ ในคลาสเวิร์กช็อปติวเข้มโดยกูรูด้านต่างๆ ที่มาแชร์ความรู้และเทคนิคการทำ Viral Clip ให้โดนใจ อาทิ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ – นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญเรื่องทะเลและสิ่งแวดล้อม คุณก้องพันธุ์ อุปถัมภ์รุ่งพงศ์ จาก Far East DDB Agency -  กูรูด้าน Viral VDO คุณธนบูรณ์ สมบูรณ์ นักการตลาดโซเชียลมีเดีย ผู้ก่อตั้งเว็บไซด์ CreativeMOVE.com ซึ่งจะเป็นการเปิดโลกทัศน์ใหม่ให้กับน้องๆ ทั้ง 6 ทีม ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ไว้แสดงไอเดีย และท้าทายความสามารถในการร่วมแข่งขันสร้างกระเเสการท่องเที่ยวแบบ “CSR Holiday” ให้สนุกโดนใจผ่านไวรัล คลิป เพื่อเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย รวมทั้งวางแผนทริปเพื่อส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยว ให้มีความสร้างสรรค์และฟื้นฟูสภาพแวดล้อม ทั้งนี้เปิดให้ประชาชนทั่วไปได้ร่วมกันโหวตให้กับคลิปที่ชื่นชอบ ได้ทาง http://csrholidaythailand.com/tripandtreat/vote.php ตั้งแต่วันนี้ - จนถึงเที่ยงคืน  วันที่ 16 ตุลาคม 2557 นางภัทรพร สิทธิวนิช กล่าวปิดท้ายว่า “ผู้ที่ได้ประโยชน์จากกิจกรรม CSR Holiday จะมีทั้งมิติชุมชนเจ้าของพื้นที่ท่องเที่ยว ที่จะเรียนรู้เพื่อรักษาพื้นที่ที่มีคุณค่า ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของตนไว้ไม่ให้เสื่อมสลาย นักท่องเที่ยวและชุมชนเกิดการแลกเปลี่ยนวิธีการทางความคิดในการอนุรักษ์ และพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่ให้คงอยู่และดีขึ้นต่อไป รวมทั้งพื้นที่ท่องเที่ยวได้รับการฟื้นฟูและอนุรักษ์อย่างยั่งยืน สำหรับมิติของภาคเอกชน และเยาวชน จะก่อเกิดการสร้างความคิดสร้างสรรค์ และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่ทรุดโทรม ภาคเอกชนและประชาชนทั่วไปเกิดจิตสำนึก และเห็นคุณค่าของการคืนกำไรให้กับสังคม สุดท้ายมิติภาครัฐจะมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ท่องเที่ยวมากขึ้น” มาร่วมกันโหวต Viral Clip “CSR Holiday” ที่ท่านชื่นชอบ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับน้องๆ ทั้ง 6 ทีม ได้ทาง http://csrholidaythailand.com/tripandtreat/vote.php หรือติดตามข่าวสารของโครงการนี้เพิ่มเติมได้ที่ เฟสบุ๊ก www.facebook.com/tripandtreat  ตั้งแต่วันนี้ - จนถึงเที่ยงคืน วันที่ 16 ตุลาคม 2557 และท่านยังสามารถค้นหาแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์วันหยุดให้สนุกสานมีคุณค่ากับกิจกรรม CSR Holiday รูปแบบอื่นๆ ได้ทาง www.csrholidaythailand.com ททท. จัดกิจกรรม “TRIP&TREAT” ปี 2 สานต่อโครงการ CSR HOLIDAY

กระทรวงเกษตรฯ เตรียมจัดงานวันไข่โลก
กระทรวงเกษตร /  จัดงานวันไข่โลก / 

กระทรวงเกษตรฯ เตรียมจัดงานวันไข่โลก หวังประชาชนบริโภคมากขึ้นให้ได้ตามมาตรฐาน 300 ฟองต่อคนต่อปี นายสัตวแพทย์นิรันดร เอื้องตระกูลสุข ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายพัฒนาไข่ไก่และผลิตภัณฑ์ (เอ้กบอร์ด) ได้ร่วมกันกำหนดยุทธศาสตร์ไข่ไก่ฉบับที่ 2 ปี 2557-2561 โดยกำหนดวิสัยทัศน์เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมไข่ไก่และผลิตภัณฑ์ของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยมาตรฐานไข่ไก่คุณภาพ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น โดยมีประเด็นยุทธศาสตร์ ในการเพิ่มการบริโภคไข่ไก่จาก 200 ฟองต่อคนต่อปี ให้เป็น 300 ฟองต่อคนต่อปี ภายในปี 2551 และส่งเสริมให้คนไทยบริโภคไข่ไก่ให้เหมาะสมกับเพศและวัย ตามคำแนะนำของสำนักงานโภชนาการ โดยจะมีการร่วมรณรงค์ ให้พัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตและการบริโภคไข่ที่ถูกต้องพร้อมกันทั่วโลก ในการจัดงานวันไข่โลก ซึ่งตรงกับวันที่ 10 ตุลาคม นี้ โดยการจัดงานวันไข่โลกครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทย และเป็นการร่วมแรงร่วมใจของภาครัฐ โดย กรมปศุสัตว์ ร่วมกับผู้ประกอบการภาคเอกชน ในการจัดงานวันไข่โลก ซึ่งจะขึ้นที่ห้างสยามสแควร์วัน ในวันศุกร์ 10 - 14 ตุลาคม รวม 5 วัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างนิสัยและความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการบริโภคไข่

แฉเว็บ thaivoicemedia ปั่นข่าว 'เจ๊ยุ' ฉะ 'ประยุทธ์'
จอม เพชรประดับ /  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา / 

ชาวเน็ตขุดเบื้องหลังเว็บไซต์  "thaivoicemedia.com" เผยเสื้อแดงเป็นผู้ตั้ง "จอม เพชรประดับ" เป็นควบคุมดูแล จากกรณีที่นางยุวดี ธัญญสิริ ผู้สื่อข่าวอาวุโส ประจำทำเนียบรัฐบาล วิพากษ์วิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ผ่านทางเว็บไซต์ "thaivoicemedia.com" โดยมีถ้อยคำที่เย้ยหยันหลายประโยคอาทิ "การแถลงข่าวของ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ละครั้ง แทนที่จะเอาข้อเท็จจริงที่นักข่าวสงสัยมาอธิบาย หรือมาชี้แจง กลับมาสอน มาอบรมนักข่าว บางทีพูดอบรมข่มขู่นักข่าว เป็นชั่วโมง หาบ้านเมืองจึงไม่จบ นี่ไม่ใช่วิสัยของผู้นำที่มีพฤติกรรมแบบนี้" “จะบอกว่าเมื่อลงข่าวไปแล้ว เกิดความเสียหายขึ้น ใครรับผิดชอบ นักข่าวและต้นสังกัดของนักข่าวฉบับนั้น ๆ เขารับผิดชอบของเขาอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วงเขาหรอก ห่วงตัวเองให้รอดก่อนดีกว่าเถอะ” กระทั่งต่อมา นางยุวดีได้ออกมาปฏิเสธว่า ไม่เคยให้สัมภาษณ์แก่เว็บไซด์ดังกล่าว ไม่ทราบเอาข้อความจากไหนมาเผยแพร่ ล่าสุด เฟซบุ๊คเพจชื่อ "ขบวนการเสรีไทยเฟซบุ๊ค" ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับเบื้องหน้าเบื้องหลังของเว็บไซด์ที่ชื่อ "thaivoicemedia.com" ที่เผยแพร่บทสัมภาษณ์ของนางยุวดี โดยระบุว่า ได้มีเเนวร่วมคนเสื้อเเดง ได้เคยโพสต์ข้อความ บนเฟซบุ๊ค โดยมีการกล่าวอ้างว่า www.thaivoicemedia.com อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ "จอม เพชรประดับ" พิธีกรรายการข่าวชื่อดัง โดยมีข้อความบางช่วงบางตอนดังนี้ "แกนนำคนสำคัญของ RED USA จึงได้จดทะเบียน domain ขึ้นทันทีกลางที่ประชุมในวันนั้น โดยใช้เวลาไม่นานก็เสร็จภายใต้ชื่อ www.thaivoicemedia.com พร้อมจด .net, .org และ .info รวมเข้าไว้ด้วย เพื่อป้องกันผู้อื่น นำเอาชื่อ thaivoicemedia ไปใช้ เพราะสื่อนี้เป็นของผู้รักประชาธิปไตยเท่านั้น ภายใต้การกำกับดูแลของ "จอม เพชรประดับ" การดำเนินการสร้าง web site เป็นไปอย่างรวดเร็ว ด้วยความช่วยเหลือจาก ดร.ริชาร์ด แห่ง Internet To Freedom และจากการประสานงานอย่างใกล้ชิดของแกนนำ RED USA เว็บ www.thaivoicemedia.com ใช้โครงสร้างเดียวกัน กับโครงสร้างเว็บของทำเนียบ White House ที่ยากต่อการบล็อก ซึ่งจากข้อมูลที่เผยแพร่ออกมา เว็บไซต์ดังกล่าวถูกมองว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มเสื้อแดง เนื่องจากระบุว่า มีแกนนำคนสำคัญของ RED USA ได้จดทะเบียนเว็บไซต์ และกำกับดูแลโดย “จอม เพชรประดับ” ซึ่งเป็นผู้ที่ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นนักข่าวประเภท “อิงเสื้อแดง” มาตลอด MThai News

ทอมมี่ ลีโจนส์ ตอบทุกข้อสงสัย ใน The Homesman ผลงานที่เหมาทั้งกำกับ-โปรดิวซ์-แสดงนำ
The Homesman /  ทอมมี่ ลีโจนส์ / 

นับเป็นโอกาสดี ที่ชาวไทยจะได้ชมภาพยนตร์ The Homesman ศรัทธา ความหวัง แดนเกียรติยศ ที่เคยเข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ และได้เข้าชิงในสายประกวดมาแล้ว ซึ่งผลงานเรื่องนี้ ทอมมี่ ลีโจนส์ เหมาหลายตำแหน่งทั้งการเป็นผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ และแสดงนำ เห็นทำหลายอย่างขนาดนี้ แต่หนังก็ยังออกมาคุณภาพเยี่ยม จนได้รับการยอมรับมากมายขนาดนี้ เขาทำได้อย่างไร วันนี้ เราจะมาคุยกับ ทอมมี่ ลีโจนส์ ที่จะมาตอบทุกข้อสงสัย ในผลงานมหัศจรรย์ของเขาเรื่องนี้   ทอมมี่ ลีโจนส์ เรื่อง The Homesman เกี่ยวกับอะไร ? The Homesman เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผู้หญิงสามคน ซึ่งเดินทางโดยรถม้าลากสี่ล้อข้ามอาณาเขตเนบราสก้าในปี 1854 พวกเธอทั้งสามล้วนเสียสติ ทั้งยังต้องพบเจอกับอุปสรรคต่างๆ และต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากในดินแดนแห่งนี้ หลังจากที่ผมเขียนบทเสร็จ ผมวาดภาพภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นแบบมินิมอลลิสท์ (Minimalist) และจัดองค์ประกอบของภาพให้น้อยที่สุด ผมประทับใจภาคตะวันออกเฉียงเหนือของนิวเม็กซิโก ซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์อย่างมาก เพราะมันเหมาะสมการแสดงถึงดินแดนเนบราสก้า สำหรับผมภูมิประเทศเป็นอีกหนึ่งตัวละครที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งกับภาพยนตร์ของเรา ทำไมคุณถึงมองว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นมินิมอลลิสท์ (Minimalist) ? เพราะภูมิทัศน์ซึ่งส่วนใหญ่ถูกตัดด้วยอ "เส้น" ที่เปรียบเหมือนกับการแบ่งระหว่างสวรรค์และโลก และเส้นนั้นมักจะเป็นเส้นตรงซึ่งสามารถสร้างอารมณ์ในสภาพแวดล้อมที่ธรรมชาติ ทอมมี่ ลีโจนส์ ทำไมคุณคิดว่าการสำรวจสถานะภาพของผู้หญิงในช่วงกลางศตวรรษที่สิบเก้าของชาวอเมริกันตะวันตกจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ? ผมคิดว่ามันสำคัญเพราะผมคิดว่ามันเป็นต้นกำเนิดในของสถานะภาพของผู้หญิงในสังคมปัจจุบัน ใครคือ จอร์จ บริ๊กส์ บทบาทในละครที่คุณแสดง ? จอร์จ บริ๊กส์ เป็นผู้ชายที่หาญกล้า แต่เป็นทหารหนีทัพ-ที่ค่อนข้างรักความอิสระ เขายินดีที่จะช่วยให้ผู้หญิงคนหนึ่งที่เธอเชื่อว่าสามารถข้ามเขตเนบราสก้าโดยรถม้าสี่ล้อไปกับผู้หญิงบ้าสามคน ความจริงคือเขาตกลงที่จะช่วยเธอออกมาเพราะคิดว่าเธอช่วยเขาออกมาจากสถานการณ์ที่อันตรายมากและเขารู้สึกเป็นหนี้บุญคุณของเธอ The Homesman ได้ดัดแปลงมาจากต้นฉบับและเป็นการรวมกลุ่มคนที่ไม่น่าจะเข้ากันได้ ? แต่แรกเริ่มพวกเขาต่างไม่ชอบซึ่งกันและกัน แต่เมื่อการเดินทางเริ่มขึ้นพวกเขาเริ่มเรียนรู้ว่าพวกเขาต้องพึ่งพากันและกัน จนในที่สุดพวกเขาถึงเข้าใจซึ่งกันและกัน ฮิลารี่ สแวงก์ และ ทอมมี่ ลีโจนส์ คุณนับว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์แนวเวสเทิร์นหรือไม่ ? ผมไม่รู้ว่าคำว่า "เวสเทิร์น" มีคำนิยามว่าอย่างไร ผมแค่เริ่มสงสัยว่ามาหลายปีมาแล้วว่า ภาพยนตร์แนว เวสเทิร์น จะต้องประกอบไปด้วย ม้า หรือ หมวกใบใหญ่ และจะต้องเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้เฉพาะศตวรรษที่ 19 หรืออย่างไร และมักจะปรากฎบริเวณชายฝั่งตะวันตกของแม่น้ำมิสซิสซิปปี ผมยังเคยอ่านบทวิเคราะห์ของนักวิจารณ์ที่เคยพูดว่าหนังไซไฟบางเรื่องก็กลายเป็นหนังเวสเทิร์นซะนี่ ตอนนี้ผมไม่รู้แล้วจริงๆว่าความหมายของคำว่า “ภาพยนตร์เวสเทิร์น” คืออะไร การได้ร่วมงานกับ ฮิลารี่ สแวงค์ เป็นอย่างไรบ้าง ? มันยอดเยี่ยมมากที่ได้ร่วมงานกับ ฮิลารี่ สแวงก์ เธอเตรียมความพร้อมเสมอ มีความสุขในการทำงาน และมีความคิดสร้างสรรค์มาก เธอท่องบทและเข้าใจมันได้อย่างรวดเร็ว เธอมีความพร้อมเสมอที่จะกลับไปยังจุดเริ่มต้นของทุกๆวัน มันเป็นความสุขที่ได้รู้จัก ฮิลารี่ สแวงก์ และมีความสุขยิ่งกว่าเมื่อได้ร่วมงานกับเธอ แล้วการได้ร่วมงานกับ เมอริล สตรีป เป็นอย่างไรบ้าง ? สำหรับ เมอริล สตรีป นั้น ไม่จำเป็นต้องมีคำสรรเสริญเพิ่มเติมอีกแล้ว เนื่องจากเธอมีความสมบูรณ์ในตัวของเธอเอง เธอเป็นหนึ่งในนักแสดงคุณภาพที่วงการภาพยนตร์ต้องจารึกไว้ และผมก็มีความสุขมากแทบจะเรียกได้ว่าเธอคือเพื่อนของผมคนหนึ่ง คุณช่วยบอกถึงตัวตนของ เจมส์ สเปเดอร์ ได้ไหม ? สเปเดอร์ เป็นนักแสดงที่ดีมาก และมีความเป็นเพื่อนที่ดีด้วย เป็นคนที่เข้ากับคนอื่นได้ง่าย และชอบทำให้คนในกองถ่ายตลกเสมอแม้กระทั่งตอนทำงานหรือช่วงพักอยู่ก็ตาม แต่บทที่เขาได้รับในหนังเรื่องนี้นั้น แทบจะไม่มีเค้าตัวตนจริงๆของเจมส์เลยสักนิด คุณมีความเห็นอย่างไรสำหรับ เฮลี่ สไตน์เฟล ? เฮลี่ เป็นนักแสดงที่ยอดเยี่ยม ซึ่งความสามารถไปไกลกว่าอายุของเธออีก เธอมีบทบาทเล็กน้อยในภาพยนตร์เรื่องนี้แต่เป็นบทบาทที่สำคัญมากในเรื่องและเธอสามารถทำมันได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่มีข้อติ ไม่ต้องปรุงแต่งใดๆเพิ่มเติม  เธอเป็นคนเรียบง่ายและได้รับบทบาทที่เหมาะสมกับเธอมาก สองถึงสามฉากที่เธอปรากฎตัวในภาพยนตร์ จะบ่งบอกถึงคุณภาพในบทบาทที่เธอได้รับอย่างแท้จริง เธอเป็นนักแสดงที่ช่างสังเกตและแสดงได้อย่างไร้ที่ติ คุณมีการฝึกซ้อมอย่างไรให้กับนักแสดงของคุณถึงบาทบาทที่พวกเขาได้รับ ? ทุกๆคนจำเป็นต้องรู้ว่าเราควรยืนตรงไหน หรือที่เรียกว่า Blocking และทุกคนต้องมั่นใจว่าตัวเองอยู่ที่ๆถูกต้อง การจดจำบทพูด ต้องรู้ว่ากล้องจะไปทางไหนบ้าง เคลื่อนไหวอย่างไร จะใกล้ชิดกับเราหรือมีระยะแค่ไหน นอกจากนี้การฝึกซ้อมนักแสดงยังสามารถพัฒนาความคิดของวิธีสร้างความสัมพันธ์กับนักแสดงคนอื่นๆ แต่ ทุกๆการซ้อมมีความแตกต่างกันออกไป บางคนต้องซ้อมอย่าหนัก ในขณะที่บางคนไม่ต้องฝึกฝนอะไรมาก บางคนได้รับการฝึกอย่างหนักแต่ก็ไม่สามารถที่จะแสดงได้ดีขึ้น เราจะไม่ใช้การฝึกซ้อมที่ซ้ำไปมา จุดมุ่งหมายของการฝึกซ้อมก็เพื่อเตรียมความพร้อม และการเตรียมความพร้อมเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว เท่าที่ผมเรียนรู้มา ช่วยบอกเราหน่อยว่าการได้ร่วมงานกับผู้ออกแบบงานสร้าง เมเรดิธ บอสเวล เป็นอย่างไร? เมเรดิธ เป็นผู้ออกแบบงานสร้างยได้อดเยี่ยมและเธอสามารถออกแบบสิ่งที่เรียบง่ายที่สุด รวมไปถึงรถลากสี่ล้อในสมัยศตวรรษที่ 19 และเมืองเนบราสก้า เมื่อคุณได้ถ่ายทำจริงๆ คุณจะพบว่ามันงดงามมาก เธอเป็นผู้ออกแบบการผลิตที่ดีที่สุดที่ผมเคยพบ พบการเดินทางที่เปี่ยมด้วยแรงผลักดัน รุนแรงขนาดนำไปฉายงานที่เมืองคานส์ ไปกับภาพยนตร์ The Homesman ศรัทธา ความหวัง แดนเกียรติยศ ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ The Homesman ได้ที่นี่เลย -------------------------------------

'ชาติชาย' คว้าเก้าอี้ ผอ.ออมสิน คนที่ 16
ข่าว /  ข่าวการเงิน / 

บอร์ดออมสินมีมติเลือก 'ชาติชาย พยุหนาวีชัย' เป็นผอ.ออมสินคนที่ 16 เผยวิสัยทัศน์โดดเด่น รู้เรื่องธนาคารอย่างดี นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร ในฐานะประธานคณะกรรมการ หรือบอร์ดธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคาร มีมติเลือกนายชาติชาย พยุหนาวีชัย รองกรรมการผู้จัดการ จากธนาคารกสิกรไทย เป็นผู้อำนวยการธนาคารออมสินคนใหม่ เป็นคนที่ 16 ตามที่คณะกรรมการสรรหาเสนอ โดยนายชาติชายมีภาวะความเป็นผู้นำสูง มีวิสัยทัศน์โดดเด่น นำเสนอได้ตรงกับพันธกิจของธนาคาร โดยนายชาติชาย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เริ่มต้นการทำงานที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจธนาคารกสิกรไทยในปี 2526 และเติบโตขึ้นมาเป็นผู้อำนวยการฝ่ายสินเชื่อพาณิชยกรรม และก่อสร้าง ต้องวิเคราะห์ฐานะการเงินของลูกค้าในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทำให้เขามีความเชี่ยวชาญในธุรกิจนี้เป็นพิเศษ หลังจากนั้นเขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโสฝ่ายสินเชื่อผู้บริโภคในปี 2545 ดูแลสายงานสินเชื่อรายย่อยของธนาคารกสิกรไทยแทบทั้งหมด เน้นหนักที่สินเชื่อบ้านเนื่องจากมีความเชี่ยวชาญ และสายสัมพันธ์กับผู้ประกอบการ และเริ่มรุกธุรกิจบัตรเครดิต และสินเชื่อบุคคล เขายังได้รับมอบหมายให้เข้ามาดูแลธุรกิจดังกล่าวเพิ่มเติม ทั้งนี้นายชาติชายยังได้รับเลือกให้เป็นเลขาธิการสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย เป็นที่ปรึกษาสมาคมอาคารชุดไทย และยังเป็น กรรมการ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด อีกด้วย แต่หลังจากนี้บทบาทหน้าที่ใหม่ของชาติชายคือการทำหน้าที่สนองนโยบายรัฐ และทำให้ธนาคารออมสินเป็นธนาคารเพื่อรากหญ้าที่มีความแข็งแกร่งให้ได้ตามวิสัยทัศน์ที่ได้ให้ไว้กับคณะกรรมการสรรหาก่อนหน้านี้ MThai News

นายกฯ ขอบคุณทูตไทย ช่วยแจงต่างชาติ เข้าใจสถานการณ์ไทย
ข่าวประยุทธ์ /  ข่าววันนี้ / 

นายกฯ ขอบคุณทูตไทยช่วยชี้แจงให้ ตปท.เข้าใจสถานการณ์ไทย ย้ำเข้ามาเพื่อต้องการแก้ไขปัญหา ชี้หากไม่ทำประเทศก้าวไปไม่ได้ รายงานข่าวแจ้งว่า ที่อิตาลี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวช่วงหนึ่งระหว่างที่นายสุรพิทย์ กีรติบุตร เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำ หลังได้เดินทางร่วมประชุมสภาธุรกิจเอเชีย-ยุโรป โดยนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันทำงานเพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้า โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศที่ต้องทำหน้าที่ชี้แจงให้นานาประเทศเข้าใจถึงสถานการณ์ในประเทศไทย รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจ ซึ่งจะต้องกำหนดวิสัยทัศน์ให้ชัดเจน ขอให้ทุกคนร่วมกันทำงาน ใช้ความเป็นคนไทย แสดงให้เห็นว่าเราจริงใจ "เมื่อเดินมาถึงวันนี้แล้ว ต้องสู้เดินหน้าต่อไป เพราะถ้าไม่สำเร็จก็ไม่รู้จะอยู่ยังไง ชีวิตผมก็อันตรายเหมือนกัน ครอบครัวก็ไม่มีความสุข วันนี้ถามว่าลูกเมียไปไหนได้บ้าง ไม่ได้กลัวแต่ก็ต้องระวัง ตั้งแต่เข้ามาผมไม่เคยกล่าวโทษให้ร้ายใครแต่ถ้ามาพาดพิงมากก็อดไม่ได้ เพราะรักเกียรติยศศักดิ์ศรี ผมอาจพูดจาไม่ไพเราะมากนัก ก็เป็นธรรมดาที่มีคนรักและไม่รัก แต่ผมเชื่อว่าคนในประเทศไทยเข้าใจ การเข้ามาเป็นรัฐบาลเพื่อขับเคลื่อนประเทศที่หยุดชะงักให้เดินหน้า จากการปลดล็อค ถ้าไม่ทำอะไรประเทศถอยหลัง ติดขัด จากการก้าวเข้ามาเป็นคสช. ช่วงแรกก็หนักใจ แต่เมื่อเข้ามาแล้วก็ต้องทำงาน ใครก็อยากทำอะไรให้ประเทศทั้งนั้น แต่ที่ผ่านมาติดกับดักคำว่าประชาธิปไตย" พลเอกประยุทธ์ กล่าว MThai news

เห็นด้วยกะเฮียนะ! คีน จับผิด สโคลส์ แขวนสตั้ด แล้วออกสื่อบ๋อยบ่อย
คีน /  ปีศาจแดง / 

รอย คีน ผู้ช่วยผู้จัดการทีม แอสตัน วิลล่า เกิดอาการคันปากออกมาเน็บแนมอดีตเพื่อนร่วมทีม อย่าง พอล สโคลส์ ว่าในสมัยที่เป็นนักเตะ เขาไม่ค่อยกล้าจะออกสื่อ แต่พอเลิกเล่น กลับกล้าที่จะมารับงานวิเคราะห์ฟุตบอลซะงั้น พอล สโคลส์ อดีตมิดฟิลด์ตัวรุก ของ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วัย 39 ปี ที่ปัจจุบันหันไปเป็นนักวิเคราะห์ฟุตบอล ซึ่งภาพลักษ์ในอดีตของเขานั้น ผู้คนต่างมองว่า เขาเป็นนักเตะที่พูดน้อย เขินอาย ไม่ค่อยกล้าที่จะออกสื่อสักเท่าไหร่ แต่พอเขาได้แขวนสตั้ตเลิกเล่นไปแล้วนั้น กลับมาทำงานทางด้านสื่อ ในการวิเคราะห์เกมฟุตบอล ทำให้ รอย คีน อดีตกัปตันทีม ปีศาจแดง ออกมาแฉว่าเป็นเพราะเรื่องเงิน โดย คีน ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่า "ผู้คนไม่ค่อยตระหนักกันนักว่าสโคลซี่สามารถออกรายการให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์กับยูไนเต็ดได้ แต่เขาไม่สนใจมันหรอก ผู้คนอาจจะคิดกันว่าเขาเป็นคนที่เขินอายต่อกล้องแต่จริงๆ แล้ว เป็นเพราะเขาไม่สนใจเรื่องพวกนี้เองต่างหาก ไม่มีใครที่ชอบการให้สัมภาษณ์ต่างๆ แต่มันเป็นความรับผิดชอบอย่างหนึ่ง และคุณก็ต้องแชร์สิ่งนี้กันสำหรับนักเตะภายในห้องแต่งตัวของทีม เขาอาจจะอ่อนน้อมเกินไปที่จะทำแบบนั้น แต่ตอนนี้เขามารับงานออกสื่อต่างๆ บางทีมันอาจจะเป็นเรื่องเงินที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ถ้าเขานั่งอยู่กับผม ผมก็จะบอกเขาเรื่องนี้นะ"

ผลเจรจารบ.ฮ่องกง-แกนนำน.ศ.ไร้ข้อสรุปแก้ปัญหา
จีน /  ทางการฮ่องกง / 

การเจรจาระหว่างรัฐบาลฮ่องกงกับแกนนำนักศึกษาผู้ประท้วง เสร็จสิ้นลงโดยที่ไม่ได้มีข้อตกลงแก้ปัญหาหรือยุติการชุมนุม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ผู้บริหารเกาะฮ่องกงเปิดการเจรจาเป็นทางการกับนักศึกษาแกนนำประท้วง นับเป็นสัญญาณที่ทางการฮ่องกงอาจอ่อนข้อให้ผู้ประท้วง การเจรจาในครั้งนี้มีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ โดยฝ่ายของทางการฮ่องกงมี 5 คน นำโดย นางแคร์รี่ แลม เลขาธิการคณะผู้บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกงกับนักศึกษาที่เป็นแกนนำการประท้วง โดย อเล็กซ์ โจว ผู้นำนักศึกษา 1 ใน 5 คน ซึ่งเข้าร่วมการเจรจากับฝ่ายรัฐบาล กล่าวในระหว่างการเจรจาซึ่งใช้เวลา 2 ชั่วโมงช่วงค่ำวันอังคาร และมีการถ่ายทอดสดทางทีวี นายโจว กล่าวว่า พวกเจ้าหน้าที่รัฐบาลฮ่องกงตอนนี้สามารถที่จะตัดสินใจได้ว่า จะเป็นวีรชนประชาธิปไตย หรือเป็นผู้ร้ายแห่งประวัติศาสตร์ เราหวังว่ารัฐบาลฮ่องกงไม่ได้กลายเป็นอุปสรรคขวางกั้นถนนแห่งประชาธิปไตยที่ประชาชนชาวฮ่องกงต้องการก้าวเดินไป แต่รัฐบาลจะช่วยเราถอดถอนเครื่องกีดขวางปิดกั้นถนนและนำพาประชาชนฮ่องกงไปสู่การปฏิรูปทางประชาธิปไตยอย่างแท้จริงหลังการเจรจาคราวนี้ บรรดากลุ่มผู้นำนักศึกษาบอกว่า ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะจัดการหารือในรอบต่อไปหรือไม่ ทั้งนี้ นายเหลียง ชุนหยิง ไม่ได้ระบุเส้นตายว่าจะสลายการชุมนุมเมื่อใด พร้อมย้ำว่าทางการฮ่องกงไม่ได้รับคำแนะนำใด ๆ จากรัฐบาลจีน แต่เขาเชื่อว่าเมื่อถึงจุดหนึ่ง ชาวฮ่องกงจะหมดความอดทนกับผู้ประท้วงและอาจจะลงมือเอง

Playpark Fan Fest 2014 by Gigabyte จัดแน่นอน 1-2 พ.ย. 57 นี้
Playpark Fan Fest /  Playpark Fan Fest 2014

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 Playpark และ Gigabyte พร้อมผู้ให้การสนับสนุน  จัดงานแสดงเกมส์ "Playpark Fan Fest 2014 by Gigabyte" เริ่มแล้ว 1-2 พฤศจิกายน 2014 ณ MCC Hall เดอะมอลล์ บางกะปิ งาน Playpark Fan Fest เป็นมหกรรมแข่งขันเกมออนไลน์ระดับประเทศ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยปีนี้ถือเป็นปีที่ 6 ซึ่งจากปีที่ผ่านๆมามีเหล่าเกมเมอร์ให้ความสนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนกว่า 124,000 คน และมีผู้เข้าแข่งขันเกมต่างๆ กว่า 10,000 คน ด้านธีมงานปีนี้เป็นลักษณะ "ลงดัน FUN มอนสเตอร์. ที่จะให้ผู้เล่นทุกคนได้รับความสนุกจากบูธเกมส์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเกม Ragnarok Online, World in Audition, Heroes of the Storm และ STRIFE งานปีนี้ได้รับเกียรติจาก คุณประดิษฐ์ โปชิว ผู้อำนวยการสำนักพิจารณาภาพยนตร์ และวิดีทัศน์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานการเปิดงาน พร้อมด้วย คุณศิริรัตน์ ไวศรายุทธ์ รองกรรมการผู้จัดการ เอเซียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) อีกด้วย สำหรับการแข่งขันเกมส์จะจัดแข่งขันจาก 9 เกมส์ดังของ Playpark ทั้ง MMORPG Casual MOBA และ Mobile แล้ว ยังได้มีการนำเกมส์ใหม่มาให้เกมเมอร์ในงานได้เล่นก่อนใคร ส่วนไฮไลท์ที่การเฟ้นหาผู้ชนะจากการแข่งขันเกมส์ Dragon Nest เพื่อไปแข่งชิงแชมป์ระดับโลกในงาน World Championship 2014 หรือ DWC 2014 ที่จะจัดขึ้นที่ ประเทศอินโดนิเชีย และประกวดคอสเพลย์จากเกมส์ชั้นนำ ด้าน GIGABYTE ได้ร่วมกับ Playpark ปีนี้ถือเป็นปีที่ 3 และจากความสำเร็จทั้ง 2 ครั้งนั้นที่ผ่านมาทำให้ GIGABYTE ขยายฐานลูกค้าในกลุ่มเกมเมอร์มากขึ้น สำหรับปีนี้กิจกรรมที่ทางบริษัทเตรียมไว้ก็มีความพิเศษมากขึ้น พร้อมนำเมนบอร์ดรุ่นใหม่ที่เหมาะสำหรับผู้เล่นโดยเฉพาะ

สุริยะใส ผุด สปท. ทำงานขนาน สปช. ระดมความเห็นปชช. ปฏิรูปประเทศไทย
ข่าววันนี้ /  ข่าวสุริยะใส / 

สุริยะใส แถลงเปิด สปท. ทำงานขนาน สปช. หวัง ปฏิรูปประเทศไทย วอนรัฐบาล - คสช. เปิดพื้นที่ประชาชนร่วมปฏิรูปประเทศอย่างเปิดกว้าง วันนี้ 26 ต.ค. 57 นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ และนายสุริยะใส กตะศิลา ได้มีการแถลงข่าวเปิดตัวสถาบันปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่ห้อง 1-801 อาคารอาทิตย์ อุไรรัตน์ มหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งการก่อตั้งสถาบันดังกล่าว ทางนายสุริยะใส เผยว่าเพื่อเป็นศูนย์ประสานการเคลื่อนไหวของกลุ่มภาคประชาชนในสังคมมุ่งเน้นการปฏิรูปประเทศ และพัฒนาประเทศ รวมถึงประชาธิปไตยให้เป็นสังคมธรรมาธิปไตย รวมถึงเป็นสถาบันที่ให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเมืองการปกครอง ที่ทำหน้าที่ระดมความเห็นของประชาชนจากทุกภาคส่วน คู่ขนานไปกับสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช. แต่อาจมีความเห็นต่างได้ รวมถึงติดตามตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐบาลด้วย ทั้งนี้ทางกลุ่มไม่อยากให้ คสช.และ สปช. ปิดกั้นกิจกรรมเวทีเสนอความเห็นและข้อเรียกร้องกลุ่มต่างๆ โดยขอให้แยกแยะการทำกิจกรรมดังกล่าว จากการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่อต้านรัฐบาล รวมถึงต้องมีการวางแผนผลักดันการปฏิรูปในระยะยาว สำหรับคณะกรรมการ สปท. ประกอบด้วย นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ, ศ.ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ, นายบรรจง นะแส, นายศิริชัย ไม้งาม, นายพลเดช ปิ่นประทีป, น.ส.รสนา โตสิตระกูล, นายพิภพ ธงไชย, ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ และนักวิชาการด้านต่างๆ อีกหลายคน ทั้งนี้แม้ว่ารายชื่อ กล่ม สปท. และ สปช. จะมีชื่อบางคนอาจซ้ำกัน แต่มั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาในการทำงานแน่นอน MThai News

Boys Over Flower รักฉบับใหม่ หัวใจ 4 ดวง [พากย์ไทย] ตอนที่17
Boys /  Over / 

จากการ์ตูนสุดฮิต สาวแกร่งแรงเกินร้อย (HANA YORI DANGO) ที่สร้างความประทับใจ ผู้อ่านจนถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ซีรีส์ทางโทรทัศน์ ทั้งในรูปแบบไต้หวัน และ ญี่ปุ่น ทำให้เกิดกระแสเอฟโฟร์ฟีเวอร์ ไปทั่วเอเชีย ล่าสุดสถานีโทรทัศน์ KBS นำกลับมาสร้างใหม่อีกครั้งในแบบฉบับเกาหลี ซึ่งยังคงกลิ่นอายของความโรแมนติกในแบบดั้งเดิมไว้อย่างครบถ้วนใน “รักฉบับใหม่...หัวใจ 4 ดวง” (BOYS OVER FLOWERS) “รักฉบับใหม่...หัวใจ 4 ดวง” (BOYS OVER FLOWERS) ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้ชมทั้งในประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน และโดยเฉพาะในประเทศเกาหลี ซีรีส์เรื่องนี้จัดว่าเป็น 1 ใน 5 รายการที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปี 2009 ส่งผลให้ ลี มิน โฮ ผู้ รับบทนำในเรื่อง ได้รับรางวัลนักแสดงหน้าใหม่ จากงานประกาศผลรางวัล 45th Paek Sang Arts Awards ร่วมด้วยนักร้อง-นักแสดงวัยรุ่นชื่อดังมากมาย ได้แก่ คิม ฮยอง จุน หัวหน้าวง SS501 คิม จุน สมาชิกวง T- Max คิม บอม และ คู ฮเย ซอน ชินฮวากรุ๊ป เป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศเกาหลี ดำเนินการด้านธุรกิจมากมาย ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ โทรคมนาคม และหนึ่งในธุรกิจเหล่านั้นคือ โรงเรียนชินฮวา โรงเรียนแห่งแรกที่ได้รับการสนับสนุนจากประธานาธิบดี ผู้ที่เชื่อว่าระบบเศรษฐกิจเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าระบบการศึกษา โรงเรียนแห่งนี้ไม่ได้สร้างให้คนธรรมดาทั่วไป แต่เป็นแหล่งรวมบรรดาลูกหลานนักธุรกิจและมหาเศรษฐีระดับแนวหน้าของประเทศไว้ มากมาย และถ้าหากใครที่ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ ถือได้ว่าเป็นการปูทางสำหรับอนาคตได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว ชื่อเสียงของโรงเรียนชินฮวา โด่งดังไปทั่วประเทศ โดยเฉพาะ 4 หนุ่มแก๊ง “ฟลาวเวอร์โฟร์” (F4) ซึ่งเป็นกลุ่มนักเรียนชายที่มีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่นๆ ประกอบไปด้วย กู จุนเพียว หัวหน้ากลุ่ม ซึ่งเป็นลูกชายเจ้าของกลุ่มธุรกิจชินฮวากรุ๊ป ยุน จีฮู หนุ่มมาดขรึมเจ้าเสน่ห์หลานชายอดีตประธานาธิบดี โซ อีจอง หนุ่มเพลย์บอยทายาทตระกูลศิลปินชื่อดัง และ ซอง ยูบิน ลูกชายกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ผู้ทรงอิทธิพล สิ่งที่ทำให้ทุกคนเกรงกลัวแก๊งเอฟโฟร์ เนื่องจากพวกเขามักแสดงอำนาจด้วยการนำกระดาษแดงเขียนข้อความว่า “จาก เอฟโฟร์” หรือที่เรียกกันว่า “ใบแดง” ไปติดที่ตู้ล็อกเกอร์ของคนที่บังอาจต่อต้านพวกเขา หากใครได้ใบแดงจะถูกเพื่อนนักเรียนรุมกลั่นแกล้งจนต้องลาออกไปในที่สุด แต่ในบรรดานักเรียนสุดไฮโซของโรงเรียนชินฮวา ยังมี กึม จันดี เด็กสาวชาวบ้านธรรมดาที่ประกาศตัวเป็นปรปักษ์ต่อแก๊งเอฟโฟร์อย่างเต็มที่ เพราะเอือมระอาต่อพฤติกรรมของพวกเขา รวมถึงเบื่อหน่ายสภาพแวดล้อมสุดหรูที่แตกต่างจากชีวิตความเป็นอยู่ของเธอ อย่างสิ้นเชิง กึม จันดี เป็นเพียงเด็กที่มีฐานะยากจนแต่เป็นคนร่าเริงสดใส พ่อและแม่ประกอบอาชีพซักแห้งเสื้อผ้า ที่เธอสามารถเข้ามาเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ได้ เพราะเคยช่วยเหลือเพื่อนนักเรียนที่กำลังจะฆ่าตัวตาย ทางโรงเรียนจึงมอบทุนการศึกษาให้เธอได้เข้ามาเรียนที่นี่ กึม จันดี เฝ้ามองเหล่าเด็กนักเรียนที่ถูกแก๊งเอฟโฟร์ทำร้าย เธอมักจะข่มความไม่พอใจของตัวเองด้วยการวิ่งขึ้นไปที่ดาดฟ้าของโรงเรียนแล้ว ร้องตะโกนออกมาอย่างสุดเสียง เพื่อระบายความอัดอั้นตันใจและความไร้สาระของระบบในโรงเรียนแห่งนี้อยู่เสมอ โดยหารู้ไม่ว่า ยุน จีฮู เฝ้ามองเธออยู่ เพราะเขามักไปแอบงีบหลับอยู่ในบริเวณนั้นเป็นประจำ วันหนึ่งเพื่อนนักเรียนหญิงผู้โชคร้ายเกิดทำไอศกรีมหกใส่ กู จุนเพียว เมื่อเห็นเพื่อนกำลังจะถูกแก๊งเอฟโฟร์เล่นงาน กึม จันดี จึงยื่นมือเข้าช่วยเหลือ หลังจากนั้นเธอได้รับใบแดงจากแก๊งเอฟโฟร์ และถูกทุกคนในโรงเรียนกลั่นแกล้ง แต่กึม จันดี ยังยืนหยัดต่อสู้ พร้อมทั้งประกาศว่าไม่กลัวพวกเขาแม้แต่น้อย ในระหว่างนี้มี ยุน จีฮู เพียงคนเดียวที่คอยช่วยเหลือ กึม จันดี รู้สึกประทับใจที่ ยุน จีฮู เป็นคนไม่โอ้อวด ต่างจากสมาชิกแก๊งเอฟโฟร์คนอื่นๆ ทำให้เธอกับเขาเริ่มสนิทสนมกันมากขึ้น ในทางตรงกันข้าม กึม จันดี กลับกลายเป็นคู่ปรับตัวฉกาจของ กู จุนเพียว แต่ด้วยความที่ต้องเผชิญหน้ากันหลายครั้ง กลับเป็นเหตุให้ กู จุนเพียว เริ่มรู้สึกมีใจให้กับ กึม จันดี อย่างไม่รู้ตัว เขาคิดว่าเธอไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต และเป็นหญิงสาวคนแรกที่สามารถต่อต้านอำนาจของแก๊งเอฟโฟร์ได้ กู จุนเพียว พยายามสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับ กึม จันดี โดยมีเหล่าสมาชิกเอฟโฟร์คอยเอาใจช่วย แต่ กึม จันดี กลับเริ่มมีใจให้ ยุน จีฮู ถึงแม้จะรู้ว่าเขามอบหัวใจให้หญิงอื่นไปแล้วก็ตาม ดูเหมือนว่ารักครั้งนี้ของเทพบุตรอย่าง กู จุนเพียว จะมีอุปสรรคมากมายเหลือเกิน เขาจะสามารถพิชิตใจสาวน้อยธรรมดาที่แสนจะน่ารักคนนี้ได้หรือไม่ ติดตามชมได้ใน “รักฉบับใหม่...หัวใจ 4 ดวง” (BOYS OVER FLOWERS)

นายกฯไม่หวั่นคะแนนนิยมลด-จ่อเปิดบัญชีสต๊อกข้าว
ความเสียหายสต๊อกข้าว /  คสช. / 

นายกรัฐมนตรี ไม่หวั่นคะแนนนิยมลด ระบุยังห่วงภาพภาวะเศรษฐกิจโลก ทำปัจจัยซื้อลด เผยเตรียมเปิดบัญชีความเสียหายสต๊อกข้าว โวไทยคืนแชมป์ส่งออกข้าวในเอเชีย  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. กล่าวถึงผลสำรวจคะแนนนิยมของคสช.ที่ลดลงว่า เป็นการสำรวจจากคนจำนวนจำกัด อาจจะมีขึ้นบ้างลงบ้างเป็นเรื่องปกติ ไม่เป็นไร ถ้าขึ้นก็มีกำลังใจเพิ่ม แต่หากลงกำลังใจก็ลดลง แต่ยืนยันว่าพอใจกับผลการทำงานที่ผ่านมา ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี กล่าวยอมรับว่ามีความเป็นห่วงภาพรวมเศรษฐกิจในปี 2558 ซึ่งปัจจัยหนึ่งคือภาวะเศรษฐกิจโลก ทำให้ปัจจัยการซื้อลดลง ซึ่งฝ่ายเศรษฐกิจได้มีการรายงานสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม ได้มีการเตรียมแผนรองรับปัญหาดังกล่าวไว้แล้ว ซึ่งคงต้องใช้เวลาในการแก้ไขปัญหา นอกจากนี้นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ภายในเดือนตุลาคมนี้จะสามารถเปิดเผยรายละเอียดความเสียหายสต๊อกข้าว ที่รับช่วงต่อจากรัฐบาลทั้งหมด 18 ล้านตันได้ ซึ่งตัวเลขจากกระทรวงการคลังอาจจะมีการคลาดเคลื่อน แต่ยืนยันว่ารัฐบาลรับผิดชอบมาเพียง 18 ล้านตันเท่านั้น ทั้งนี้สำหรับการตรวจสอบคุณภาพของข้าว จะเป็นไปตามข้อกำหนดของกระทรวงพาณิชย์ใน 4 ประเด็น คือ ค่าที่ได้มาตรฐาน คุณภาพต่ำ ข้าวเสื่อมราคา และยอดบัญชีต่างๆ พร้อมหาวิธีการปรับคุณภาพข้าวที่เสื่อมคุณภาพ ว่าจะสามารถนำไปขายได้อย่างไร พร้อมกันนี้จะหารือกับฝ่ายกฏหมาย ว่าระหว่างการตรวจสอบจะสามารถระบายข้าวได้หรือไม่ เนื่องจากมีภาระในการค่าใช้จ่ายในการเก็บข้าวเดือนละ 2,000 ล้านบาท นอกจากนี้นายกรัฐมนตรี ยังยืนยันว่า ขณะนี้ประเทศไทย กลับมาเป็นแชมป์ส่งออกข้าวในเอเชียแล้ว โดยตั้งเป้าว่าในปี 2558 ประเทศไทยจะส่งออกข้าวได้ 11 ล้านตัน พร้อมยืนยันว่าการงดปลูกข้าวนาปรังจะไม่กระทบกับปริมาณข้าวในปีหน้า ขณะที่ช่วงเช้านายกรัฐมนตรี ได้ให้การต้อนรับ นาย Michel Sidibe' ผู้อำนวยการใหญ่โครงการโรคเอดส์แห่งสหประชาชาติ (UNAIDS) และรองเลขาธิการสหประชาชาติที่ เดินทางเข้าเยี่ยมคารวะ ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรียืนยันว่า พร้อมสนับสนุนผู้ป่วยทุกชนชั้นให้สามารถเข้าถึงยาต้านไวรัสเอดส์ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ขององค์การสหประชาชาติ ปี 2011-2015 ที่กำหนดวิสัยทัศน์มุ่งเป้าหมายเป็นศูนย์ไว้ 3 ด้าน คือ ไม่ให้มีผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ ไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติและหยุดการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับโรคเอดส์ ขอบคุณภาพจากรายการ Motion News ช่อง Mono 29 MThai News

ลุ้น 11 สนช. ชิงโควต้า กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ วันนี้
กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ /  กรรมาธิการ / 

ที่ประชุม สนช.นัดลงคะแนนคัดเลือก 5 โควต้าร่วม กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีผู้สมัครชิงจำนวน 11 คน คาดรู้ผล 11.30 น.วันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(30 ต.ค.) ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีวาระพิจารณาเลือกสมาชิก สนช. เพื่อไปเป็นกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ตามสัดส่วน สนช. จำนวน 5 คน เบื้องต้นคาดว่าขั้นตอนและวิธีการดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในเวลา 11.30 น. สำหรับรายชื่อสนช. ที่สมัครเป็นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ มีจำนวน 11 คน ได้แก่ 1. พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม, 2.นายดิสทัต โหตระกิตย์, 3.นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน, 4.นายวุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์, 5.นายภัทรศักดิ์ วรรณแสง, 6.นางกาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์, 7.นายประมุท สูตะบุตร, 8.พล.อ.นิวัติ ศรีเพ็ญ, 9.นายชูเกียรติ รัตนชัยชาญ, 10. พล.อ.ยอดยุทธ บุญญาธิการ และ 11. นายปรีชา วัชราภัย นายสมชาย แสวงการ เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสนช.กล่าวว่า ขั้นตอนการลงคะแนนเลือกจะไม่มีการแสดงวิสัยทัศน์ใด ๆ ของผู้ที่สมัคร เพราะถือว่าผู้สมัครนั้นเป็นที่รู้จักของสมาชิกฯ ดีอยู่แล้ว และจะไม่มีการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครซ้ำอีก เพราะคุณสมบัติของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ นั้นถือเป็นคุณสมบัติเดียวกันกับสมาชิกสนช.อยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อเข้าสู่วาระการประชุมดังกล่าว จะใช้วิธีให้เจ้าหน้าที่ในห้องประชุมแจกบัตรลงคะแนนให้กับสมาชิกฯ ที่นั่งประจำที่ และให้สนช.ที่รับบัตร ลงนามรับบัตรลงคะแนน จากนั้นให้ทำเครื่องหมายเลือกสนช.ที่ต้องการให้เข้าไปทำหน้าที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ห้องประชุมเพื่อนำเข้าสู่ระบบนับคะแนนอีกครั้ง นายสมชาย กล่าวด้วยว่าส่วนตัวจะลงคะแนนเลือกบุคคลให้ไปทำหน้าที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ 5 คน โดยยึดหลักว่า เป็นผู้เคยยกร่างกฎหมาย, เคยเป็นผู้ใช้กฎหมาย, เป็นนักนิติศาสตร์ , เป็นนักรัฐศาสตร์ MThai News

เปิดโผ สมาชิกสภาปฏิรูป11ด้าน 173 คน
สปช. /  สภาปฏิรูป / 

วันนี้(29 ก.ย.) มีรายงานข่าวได้มีการเปิดเผยรายชื่อผู้คาดว่าได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาปฏิรูป (สปช.) ในส่วนที่มาจากคณะกรรมการสรรหา 11 ด้าน จำนวน 173 คน โดยมีรายชื่อแบ่งตามด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้  1.ด้านการเมือง ได้แก่ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า , นายชัยอนันต์ สมุทวณิช , พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคาร , นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ , นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีต ส.ว.กลุ่ม 40 ส.ว. , พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ , นายชัย ชิดชอบ , นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีต ส.ว.กลุ่ม 40 ส.ว , นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ , นางตรึงใจ บูรณสมภพ , นายดำรงค์ พิเดช , พล.ร.อ.สุรินทร์ เริงอารมณ์ 2.ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ได้แก่ นายอุดม เฟื่องฟุ้ง อดีตรองประธานศาลฎีกาและอดีตกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ (คตส.) , พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป อดีตหัวหน้าสำนักงาน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ , นายคำนูณ สิทธิสมาน , นายวันชัย สอนศิริ , นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีต ส.ว.ปี 43 และอดีตรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญปี 50 , นายเข็มชัย ชุติวงศ์ ผู้ตรวจสำนักงานอัยการสูงสุด , นายประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ 3.ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ได้แก่ นายธีรยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์ , นายขจัดภัย บุรุษพัฒน์ , นายประมนต์ สุธีวงศ์ , นางสาวถวิลวดี บุรีกุล , นายพลเดช ปิ่นประทีป , นางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาส , พล.อ.วัฒนา สรรพานิช , พล.ต.อ.ชาญชิต เพียรเลิศ , น.ส.อรพินท์ สพโชคชัย , นายชัยวัฒน์ ลิมป์วรรณธะ 4.ด้านการศึกษา ได้แก่ นายอมรวิชช์ นาครทรรพ , นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ , นายมีชัย วีระไวทยะ , นางทิชา ณ นคร , นายกมล รอดคล้าย , พล.ท.พอพล มณีรินทร์ , พล.อ.วุฒินันท์ ลีลายุทธ , นายสมเกียรติ ชอบผล , นายเขมทัต สุคนธสิงห์ 5.ด้านการปกครองท้องถิ่น ได้แก่ นายพงศ์โพยม วาศภูติ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย , นายจรัส สุวรรณมาลา อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ , นายวุฒิสาร ตันไชย รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า , นายวัลลภ พริ้งพงษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น , พ.ต.อาณันย์ วัชโรทัย , พล.ต.อดุลย์ศักดิ์ บุญวัฒนะกุล 6.ด้านเศรษฐกิจ ได้แก่ นายเกริกไกร จีระแพทย์ อดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์ , นายธวัชชัย ยงกิตติกุล , นายพิสิฐ ลี้อาธรรม อดีต รมช.คลัง , นายมนู เลียวไพโรจน์ อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม , นายสมชัย ฤชุพันธุ์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง น้องชายนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ที่เพิ่งได้รับแต่งตั้งเข้าไปเป็นคณะ คสช. , นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล 7.ด้านพลังงาน ได้แก่ นายทองฉัตร หงศ์ลดารมย์ , นายคุรุจิต นาครทรรพ , นายมนูญ ศิริธรรม , นายดุสิต เครืองาม น้องชาย นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ , น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีต ส.ว. กลุ่ม 40 ส.ว. , นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ , นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล อดีตผู้บริหารบางจาก , พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช , นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล และ นายพรายพล คุ้มทรัพย์ 8.ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ นายประเสริฐ ศัลย์วิวรรธน์ , นางสาวทัศนา บุญทอง , นายปราโมทย์ ไม้กลัด , นายบัณฑูร เศรษศิโรจน์ , นายธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ , นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ , นาวาอากาศเอกไพศาล จันทรพิทักษ์ , นางพรพันธุ์ บุณยรัตนพันธุ์ , พล.ร.อ.ชาญชัย เจริญสุวรรณ 9.ด้านสังคม ได้แก่ นายกิตติภณ ทุ่งกลาง , นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง , นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ , นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ , นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ , นางสาวสารี อ๋องสมหวัง , นายวินัย ดะลันห์ , พล.ต.เดชา ปุญญบาล , นางกูไซหม๊ะวันซาฟีหน๊ะ มนูญทวี อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคชาติพัฒนา จ.ยะลา , นายอำพล จินดาวัฒนะ 10.ด้านสื่อสารมวลชน ได้แก่ พล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร , นายมานิจ สุขสมจิตร , นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ , นายบุญเลิศ คชายุทธเดช , นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ , นายจุมพล รอดคำดี , นายพนา ทองมีอาคม , นางประภา เหตระกูล ศรีนวลนัด , นางเตือนใจ สินธุวณิก 11.ด้านอื่นๆ ได้แก่ นายเทียนฉาย กีระนันท์ อดีตอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา , พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ , พล.ร.อ.อภิวัฒน์ ศรีวรรธนะ , พล.ร.อ.ศุภกร บูรณดิลก , พล.อ.ภูดิศ ทัตติยโชติ , นายเกษมสันต์ จิณณวาโส , นางพรรณี จารุสมบัติ น้องสาว นายพินิจ จารุสมบัติ อดีต ส.ส.และรัฐมนตรีหลายกระทรวง MThai News

ด่วน! มติสปช. เคาะ 20 อรหันต์ ยกร่าง รธน.แล้ว
กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ /  กรรมาธิการ / 

ที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีมติเลือก 20 รายชื่อ ร่วมเป็น กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว วันนี้(29 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ล่าสุด เมื่อเวลา 18.30 น.ที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้คัดเลือกกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจำนวน 20 คนในสัดส่วนของสปช. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ประกอบด้วย 1.นายมานิจ สุขสมจิตร ด้านสื่อสารมวลชน 2.นายประชา เตรัตน์ สปช.ภาคกลางและภาคตะวันออก 3. นางถลิลวดี บุรีกุล ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน 4. นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา ด้านสังคม 5. นายเชิดชัย วงศ์เสรี สปช.ภาคใต้ 6. พลโท นคร สุขประเสริฐ สปช.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 7. พลเอกเลิศรัตน์ รัตนวานิช ด้านพลังงาน 8. นายชุมพล สุขมั่น สปช.ภาคเหนือ 9. นายวุฒิสาร ตันไชย ด้านการปกครองท้องถิ่น 10. นายคำนูณ สิทธิสมาน ด้านกฏหมายและกระบวนการยุติธรรม 11. นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ด้านการเมือง 12. นางทิชา ณ นคร ด้านการศีกษา 13. นางนรีวรรณ จินตกานนท์ ด้านเศรษฐกิจ 14. นายจรัส สุวรรณมาลา ด้านการปกครองท้องถิ่น 15. นายไพบูลย์ นิติตะวัน ด้านการเมือง 16. นายสุภัทรา นาคะผิว ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม 17. นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม 18. นายชูชัย ศุภวงศ์ ด้านการเมือง 19. พลโทนาวิน ดำริกาญจน์ ด้าน อื่นๆ 20. นายมีชัย วีระไวทยะ ด้านการศึกษา หลังจากนี้ สปช.จะต้องรอนำรายชื่อกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ทั้ง20คน ไปรวมกับกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มาจากสัดส่วนของคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือ คสช. คณะรัฐมนตรี และสภานิติบัติญัติแห่งชาติ หรือ สนช. จากนั้นคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญทั้ง36คนก็จะดำเนินงานด้านการร่างกฏหมายรัฐธรรมนูญ ต่อไป MThai News ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เปิดรายชื่อ 31 แคนดิเดต กมธ.ยกร่าง รธน.สัดส่วน สปช.

บันทึกช่วยจำ
14 ตุลาคม 2516 /  41ปี 14 ตุลาคม / 

วันที่ 14 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันประชาธิปไตย หรือ วันมหาวิปโยค ซึ่งถือว่าเป็นเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของไทยอีกวันหนึ่ง 41 ปีเต็มที่เหตุการณ์ 14 ตุลา ยังคงเป็นที่จดจำมาถึงทุกวันนี้ โดย MThai New นำเสนอสถานที่ ที่เป็นบันทึกช่วยจำของเหตุการณ์ดังกล่าว นั่นคือ "อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา" อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา การก่อสร้างอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา มีประวัติอันยาวนาน เริ่มตั้งแต่มีการเสนอให้มีการสร้างอนุสาวรีย์สำหรับผู้ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ 14-16 ตุลาคม 2516 ผ่านคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลนายสัญญา ธรรมศักดิ์เมื่อ พ.ศ. 2517 แต่กว่าที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลาจะปรากฏเป็นรูปธรรม หนทางก็เต็มไปด้วยอุปสรรคนานับประการ จนกระทั่งถึง พ.ศ. 2544 อนุสรณ์สถานแห่งนี้จึงจะสามารถสร้างได้แล้วเสร็จ โดยใช้เวลานานถึง 28 ปี ทั้งนี้ ก็ด้วยแรงผลักดันอย่างต่อเนื่องจากขบวนการนิสิตนักศึกษา อดีตนักศึกษาในสมัย 14 ตุลา นักวิชาการ สื่อมวลชน องค์กรพัฒนาเอกชน และประชาชนผู้รักประชาธิปไตย อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา โดยงบประมาณที่ใช้ในการก่อสร้างอนุสรณ์สถานแห่งนี้มาจากเงินบริจาคของประชาชนในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 และในโอกาสครบรอบ 25 ปี 14 ตุลา รวมกับเงินบริจาคของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กรุงเทพมหานคร และทบวงมหาวิทยาลัย โดยมีมูลนิธิ 14 ตุลา เป็นผู้รับผิดชอบ ดำเนินการจัดสร้าง และร่วมดำเนินกิจการของอนุสรณ์สถานฯ ภายใต้วิสัยทัศน์ที่ว่า อนุสรณ์สถาน14 ตุลา จะต้องเป็นสถานที่จัดกิจกรรมสาธารณะที่มีความหลากหลายทั้งรูปแบบและเนื้อหา ตลอดจนเป็นศูนย์การเรียนรู้เพื่อกระตุ้นความสนใจและให้การศึกษาทางการเมืองแก่เยาวชนคนหนุ่มสาว อันจะนำไปสู่การสร้างหรือเพิ่มพูนองค์ความรู้เกี่ยวกับเรื่องประชาธิปไตยในประเทศไทย พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ 14 ตุลา และในปัจจุบัน มูลนิธิ 14 ตุลา ได้จัดทำพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ 14 ตุลา ไว้ในพื้นที่ของอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ซึ่งจะประกอบไปด้วยนิทรรศการถาวร นิทรรศการหมุนเวียนเกี่ยวกับเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 เพื่อให้พื้นที่แห่งนี้ได้ทำหน้าที่เป็นศูนย์การเรียนรู้ เกี่ยวกับเรื่องประชาธิปไตยและการเมืองของประชาชนต่อไป ขอบคุณเนื้อหาจากเว็บไซต์ 14tula.com MThai News