วิสัยทัศน์

ททท. จัดกิจกรรม “TRIP&TREAT” ปี 2 สานต่อโครงการ CSR HOLIDAY
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย /  กิจกรรมท่องเที่ยว / 

ททท. จัดกิจกรรมทริปต้นแบบ การท่องเที่ยวทางเลือกใหม่ “TRIP & TREAT” สานต่อโครงการ CSR HOLIDAY และจัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบ CSR Holiday โดยจัดกิจกรรมการประกวดเฟ้นหานักการตลาดยุวชนรุ่นใหม่ มาร่วมสร้างสรรค์ “คลิป” สนุกๆ โดนใจ เพื่อสร้างกระแสการท่องเที่ยวทางเลือกใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวกลุ่ม Voluntourist ททท. จัดกิจกรรม “TRIP&TREAT” ปี 2 สานต่อโครงการ CSR HOLIDAY นางภัทรพร สิทธิวนิช ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมสินค้าการท่องเที่ยว ททท. กล่าวว่า กิจกรรม CSR Holiday คือการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อไปช่วยเหลือฟื้นฟูชุมชน หรือแหล่งท่องเที่ยว กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ของโครงการนี้คือกลุ่ม Voluntourist ที่เป็นทั้งองค์กรต่างๆ หรืออาสาสมัครที่ชอบท่องเที่ยว เรียกได้ว่าเป็นการใช้วันหยุดพักผ่อน (Holiday) มาร่วมทำกิจกรรมเพื่อฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวให้กลับมามีความสวยงามดังเดิม ซึ่งกิจกรรม CSR Holiday นี้ ททท. ได้จัดต่อเนื่องมาเป็นครั้งที่ 2 ในปีแรกเราได้ผลิตคู่มือท่องเที่ยวแบบ CSR Holiday แจกจ่ายไปตามองค์กรต่างๆ ที่มีการจัดกิจกรรมซีเอสอาร์อยู่แล้ว และไฮไลท์ในการจัดกิจกรรมในปีที่ 2 นี้ คือ การประกวดทีมประชาสัมพันธ์ จัดทำ viral clip เพื่อสร้างกระเเสการท่องเที่ยวแบบ CSR โดยเลือกเกาะเสม็ดเป็นโครงการนำร่อง เพื่อที่จะพัฒนากิจกรรมฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวไปสู่หมู่เกาะ และทะเลไทยอื่นๆ เนื่องจากเกาะเสม็ดเป็นเกาะที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมากติดอันดับ 1 ใน 10 ของบรรดาเกาะไทย มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากกว่า 5 ล้านคนต่อปี ทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น จึงส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เฉกเช่นดังที่เกาะ และทะเลไทยอื่นๆ ได้รับ ทั้งนี้ ททท. ในฐานะที่เป็นองค์กรหลักในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศ ได้ตระหนักถึงปัญหานี้เป็นอย่างดี จึงได้จัดทำโครงการ และแผนงานเพื่อให้ทุกภาคส่วนทั้งผู้ประกอบการ นักท่องเที่ยว รวมถึงชุมชนท้องถิ่นเข้ามาร่วมกันส่งเสริมสร้างจิตสำนึก รวมถึงการปฏิบัติในการลดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมกับโครงการ ที่เรียกว่าแนวคิด 7 Greens ททท. พร้อมสานต่อการทำงานร่วมกันของผู้ประกอบการ และนักท่องเที่ยว ช่วยกระตุ้นให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้เห็นถึงความสำของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ อีกทั้งยังส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้า และประชาสัมพันธ์ของการท่องเที่ยวเชิง CSR ให้เป็นที่แพร่หลายยิ่งขึ้น “กิจกรรมในปีนี้จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปท์ TRIP & TREAT @SAMED – รักษ์เกาะไทยไปเกาะเสม็ด โดยรวบรวมหลากหลายกิจกรรมเพื่อฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยว และสร้างระบบนิเวศน์ให้มีความสมดุล เป็นแนวทางให้นักท่องเที่ยวที่สนใจกิจกรรมในรูปแบบนี้สามารถทำต่อได้ เพื่อเป็นอีกทางเลือกของนักเดินทาง อาทิ ร่วมกิจกรรมแข่งขันเก็บขยะริมชายหาด ปลูกหญ้าทะเล รวมทั้งปล่อยปลาฉลามทรายกลับคืนสู่ธรรมชาติ ซึ่งปลาฉลามทรายเป็นสายพันธุ์ที่ไม่ดุร้าย กินพืชและสัตว์น้ำขนาดเล็กเป็นอาหาร มีพฤติกรรมที่ว่ายน้ำวนอยู่กับที่ ไม่เดินทางไกล จึงเหมาะต่อการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ เพื่ออนุรักษ์และเพิ่มจำนวนปลาฉลามในระบบนิเวศน์ให้มากขึ้น นับว่าเป็นกิจกรรมที่ไม่เคยมีมาก่อน ททท. หวังว่ากิจกรรม “TRIP & TREAT” ปี 2 จะเป็นต้นแบบของแนวทางการทำกิจกรรม CSR ให้กับทั้งภาครัฐ เอกชนและนักท่องเที่ยวทั่วไป ที่มีความสนใจและกำลังมองหากิจกรรมแปลกใหม่ๆ เชิงจิตอาสา ที่นอกจากจะเดินทางมาเพื่อใช้เวลาพักผ่อน (holiday) แล้วยังได้ร่วมทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อฟื้นฟูพื้นสถานที่ท่องเที่ยวและชุมชน (CSR) เรียกได้ว่าทั้งได้เที่ยวและทำดีไปในตัวค่ะ” “กิจกรรม CSR HOLIDAY ในครั้งนี้ยัง ททท.ได้เปิดโอกาสให้นักศึกษา 6 ทีมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายจากผู้เข้าแข่งขันทั่วประเทศ ได้ร่วมเรียนรู้เคล็ดลับเด็ดๆ ในคลาสเวิร์กช็อปติวเข้มโดยกูรูด้านต่างๆ ที่มาแชร์ความรู้และเทคนิคการทำ Viral Clip ให้โดนใจ อาทิ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ – นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญเรื่องทะเลและสิ่งแวดล้อม คุณก้องพันธุ์ อุปถัมภ์รุ่งพงศ์ จาก Far East DDB Agency -  กูรูด้าน Viral VDO คุณธนบูรณ์ สมบูรณ์ นักการตลาดโซเชียลมีเดีย ผู้ก่อตั้งเว็บไซด์ CreativeMOVE.com ซึ่งจะเป็นการเปิดโลกทัศน์ใหม่ให้กับน้องๆ ทั้ง 6 ทีม ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ไว้แสดงไอเดีย และท้าทายความสามารถในการร่วมแข่งขันสร้างกระเเสการท่องเที่ยวแบบ “CSR Holiday” ให้สนุกโดนใจผ่านไวรัล คลิป เพื่อเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย รวมทั้งวางแผนทริปเพื่อส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยว ให้มีความสร้างสรรค์และฟื้นฟูสภาพแวดล้อม ทั้งนี้เปิดให้ประชาชนทั่วไปได้ร่วมกันโหวตให้กับคลิปที่ชื่นชอบ ได้ทาง http://csrholidaythailand.com/tripandtreat/vote.php ตั้งแต่วันนี้ - จนถึงเที่ยงคืน  วันที่ 16 ตุลาคม 2557 นางภัทรพร สิทธิวนิช กล่าวปิดท้ายว่า “ผู้ที่ได้ประโยชน์จากกิจกรรม CSR Holiday จะมีทั้งมิติชุมชนเจ้าของพื้นที่ท่องเที่ยว ที่จะเรียนรู้เพื่อรักษาพื้นที่ที่มีคุณค่า ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของตนไว้ไม่ให้เสื่อมสลาย นักท่องเที่ยวและชุมชนเกิดการแลกเปลี่ยนวิธีการทางความคิดในการอนุรักษ์ และพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่ให้คงอยู่และดีขึ้นต่อไป รวมทั้งพื้นที่ท่องเที่ยวได้รับการฟื้นฟูและอนุรักษ์อย่างยั่งยืน สำหรับมิติของภาคเอกชน และเยาวชน จะก่อเกิดการสร้างความคิดสร้างสรรค์ และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่ทรุดโทรม ภาคเอกชนและประชาชนทั่วไปเกิดจิตสำนึก และเห็นคุณค่าของการคืนกำไรให้กับสังคม สุดท้ายมิติภาครัฐจะมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ท่องเที่ยวมากขึ้น” มาร่วมกันโหวต Viral Clip “CSR Holiday” ที่ท่านชื่นชอบ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับน้องๆ ทั้ง 6 ทีม ได้ทาง http://csrholidaythailand.com/tripandtreat/vote.php หรือติดตามข่าวสารของโครงการนี้เพิ่มเติมได้ที่ เฟสบุ๊ก www.facebook.com/tripandtreat  ตั้งแต่วันนี้ - จนถึงเที่ยงคืน วันที่ 16 ตุลาคม 2557 และท่านยังสามารถค้นหาแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์วันหยุดให้สนุกสานมีคุณค่ากับกิจกรรม CSR Holiday รูปแบบอื่นๆ ได้ทาง www.csrholidaythailand.com ททท. จัดกิจกรรม “TRIP&TREAT” ปี 2 สานต่อโครงการ CSR HOLIDAY

บ้านตากอากาศ 180 บางปู บีชเฮ้าส์
บ้านสองชั้น

วันนี้ Decor.Mthai จะพาเพื่อนๆ ไปชมโครงการ 180 บางปู บีชเฮ้าส์ บ้านตากอากาศ ย่านบางปูในจังหวัดสมุทรปราการ โดยตัวโครงการด้านหน้าติดกับถนนสุขุมวิทส่วนด้านหลังติดกับทะเลบางปู ถ้าเพื่อนๆ อยากเป็นตัวโครงการกันแล้วตามมาดูกันเลยค่ะ บ้านตากอากาศ 180 บางปู บีชเฮ้าส์ โครงการ 18 บางปู บีชเฮ้าส์ บ้านพักตากอากาศ ย่านบางปู เรามาเริ่มดูคลับเฮาส์กันก่อนเลย คลับเฮาส์ : ตัวอาคารมี 2 ชั้น ด้านล่างเป็นร้านกาแฟส่วนชั้นบนเป็นที่รับลมชมวิว โครงสร้างอาคารสีขาวตัดกับหน้าต่างประตูสีฟ้า มีบันไดขึ้นลงชายหาด ซึ่งทางด้านนี้เป็นห้อง Meeting Room ที่บางครั้งจัดเป็นงานเลี้ยงสัมนาด้วย คลับเฮาส์ด้านบน : บรรยากาศชั้นบนเปิดโล่ง มีซุ้มไม้ให้หลบแดดได้ มีโต๊ะทานอาหารสำหรับให้ลูกบ้านขึ้นมานั่งดินเนอร์กัน เพราะถ้าเป็นอาหารกลางวันคงสู้กับแดดไม่ไหว ทางขึ้นไปยังชั้นลอยเล่นระดับด้วยบันไดเตี้ยๆ 5 ขั้น ต่อมาเป็นมุมสนาม สนามเด็กเล่น : มีทางเดินรอบๆ สวน สนามเด็กเล่น มีแผ่นฟองน้ำรองด้านล่างช่วยซับแรงกระแทก มีเครื่องเล่นให้เดิกเล่นมากมาย แถมยังมีวิวสวยๆ ไว้พักผ่อนอีกด้วยค่ะ มาต่อกันด้วยแบบบ้านแต่ละกันเลยดีกว่า แปลนบ้าน Pool Villa แปลนบ้าน Pool Villa : มีพื้นที่ใช้สอย 224 ตร.ม. มี 3 ห้องนอน  2 ห้องน้ำ  ห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร ห้องครัว แปลนบ้าน PETRA  แปลนบ้าน PETRA : มีพื้นที่ใช้สอย 181 ตร.ม.  มี 3 ห้องนอน 3ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก 1 ห้องครัวที่มาพร้อมห้องรับประทานอาหาร แปลนบ้าน Phi Phi แปลนบ้าน Phi Phi : มีพื้นที่ใช้สอย 171 ตร.ม.  มี 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก 1 ห้องครัวที่มาพร้อมห้องรับประทานอาหาร แปลนบ้าน OLIVER TWIST แปลนบ้าน OLIVER TWIST : มีพื้นที่ใช้สอย 171 ตร.ม.  มี 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก 1 ห้องครัวที่มาพร้อมห้องรับประทานอาหาร  และปิดท้ายด้วยห้องทำงาน 180 บางปูเป็นโครงการบ้านเดี่ยวท่ามกลางธรรมชาติ บนพื้นที่ภูมิทัศน์ที่สวยงาม โดดเด่นด้วยการพักผ่อนและความสุขเป็นหนึ่งเดียว เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณือันแสนพิเศษของคุณ ขอบคุณ : Homenayoo , 180bangpu.com

เปิดโผ สมาชิกสภาปฏิรูป11ด้าน 173 คน
สปช. /  สภาปฏิรูป / 

วันนี้(29 ก.ย.) มีรายงานข่าวได้มีการเปิดเผยรายชื่อผู้คาดว่าได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาปฏิรูป (สปช.) ในส่วนที่มาจากคณะกรรมการสรรหา 11 ด้าน จำนวน 173 คน โดยมีรายชื่อแบ่งตามด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้  1.ด้านการเมือง ได้แก่ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า , นายชัยอนันต์ สมุทวณิช , พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคาร , นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ , นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีต ส.ว.กลุ่ม 40 ส.ว. , พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ , นายชัย ชิดชอบ , นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีต ส.ว.กลุ่ม 40 ส.ว , นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ , นางตรึงใจ บูรณสมภพ , นายดำรงค์ พิเดช , พล.ร.อ.สุรินทร์ เริงอารมณ์ 2.ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ได้แก่ นายอุดม เฟื่องฟุ้ง อดีตรองประธานศาลฎีกาและอดีตกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ (คตส.) , พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป อดีตหัวหน้าสำนักงาน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ , นายคำนูณ สิทธิสมาน , นายวันชัย สอนศิริ , นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีต ส.ว.ปี 43 และอดีตรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญปี 50 , นายเข็มชัย ชุติวงศ์ ผู้ตรวจสำนักงานอัยการสูงสุด , นายประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ 3.ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ได้แก่ นายธีรยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์ , นายขจัดภัย บุรุษพัฒน์ , นายประมนต์ สุธีวงศ์ , นางสาวถวิลวดี บุรีกุล , นายพลเดช ปิ่นประทีป , นางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาส , พล.อ.วัฒนา สรรพานิช , พล.ต.อ.ชาญชิต เพียรเลิศ , น.ส.อรพินท์ สพโชคชัย , นายชัยวัฒน์ ลิมป์วรรณธะ 4.ด้านการศึกษา ได้แก่ นายอมรวิชช์ นาครทรรพ , นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ , นายมีชัย วีระไวทยะ , นางทิชา ณ นคร , นายกมล รอดคล้าย , พล.ท.พอพล มณีรินทร์ , พล.อ.วุฒินันท์ ลีลายุทธ , นายสมเกียรติ ชอบผล , นายเขมทัต สุคนธสิงห์ 5.ด้านการปกครองท้องถิ่น ได้แก่ นายพงศ์โพยม วาศภูติ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย , นายจรัส สุวรรณมาลา อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ , นายวุฒิสาร ตันไชย รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า , นายวัลลภ พริ้งพงษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น , พ.ต.อาณันย์ วัชโรทัย , พล.ต.อดุลย์ศักดิ์ บุญวัฒนะกุล 6.ด้านเศรษฐกิจ ได้แก่ นายเกริกไกร จีระแพทย์ อดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์ , นายธวัชชัย ยงกิตติกุล , นายพิสิฐ ลี้อาธรรม อดีต รมช.คลัง , นายมนู เลียวไพโรจน์ อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม , นายสมชัย ฤชุพันธุ์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง น้องชายนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ที่เพิ่งได้รับแต่งตั้งเข้าไปเป็นคณะ คสช. , นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล 7.ด้านพลังงาน ได้แก่ นายทองฉัตร หงศ์ลดารมย์ , นายคุรุจิต นาครทรรพ , นายมนูญ ศิริธรรม , นายดุสิต เครืองาม น้องชาย นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ , น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีต ส.ว. กลุ่ม 40 ส.ว. , นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ , นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล อดีตผู้บริหารบางจาก , พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช , นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล และ นายพรายพล คุ้มทรัพย์ 8.ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ นายประเสริฐ ศัลย์วิวรรธน์ , นางสาวทัศนา บุญทอง , นายปราโมทย์ ไม้กลัด , นายบัณฑูร เศรษศิโรจน์ , นายธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ , นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ , นาวาอากาศเอกไพศาล จันทรพิทักษ์ , นางพรพันธุ์ บุณยรัตนพันธุ์ , พล.ร.อ.ชาญชัย เจริญสุวรรณ 9.ด้านสังคม ได้แก่ นายกิตติภณ ทุ่งกลาง , นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง , นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ , นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ , นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ , นางสาวสารี อ๋องสมหวัง , นายวินัย ดะลันห์ , พล.ต.เดชา ปุญญบาล , นางกูไซหม๊ะวันซาฟีหน๊ะ มนูญทวี อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคชาติพัฒนา จ.ยะลา , นายอำพล จินดาวัฒนะ 10.ด้านสื่อสารมวลชน ได้แก่ พล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร , นายมานิจ สุขสมจิตร , นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ , นายบุญเลิศ คชายุทธเดช , นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ , นายจุมพล รอดคำดี , นายพนา ทองมีอาคม , นางประภา เหตระกูล ศรีนวลนัด , นางเตือนใจ สินธุวณิก 11.ด้านอื่นๆ ได้แก่ นายเทียนฉาย กีระนันท์ อดีตอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา , พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ , พล.ร.อ.อภิวัฒน์ ศรีวรรธนะ , พล.ร.อ.ศุภกร บูรณดิลก , พล.อ.ภูดิศ ทัตติยโชติ , นายเกษมสันต์ จิณณวาโส , นางพรรณี จารุสมบัติ น้องสาว นายพินิจ จารุสมบัติ อดีต ส.ส.และรัฐมนตรีหลายกระทรวง MThai News

นายกฯ เตรียมบินอิตาลี ร่วมประชุมอาเซม
นายกรัฐมนตรี /  ประชุมอาเซม / 

นายกรัฐมนตรี เตรียมบินประเทศอิตาลี ร่วมประชุมอาเซม ครั้ง 10 ถือเป็นครั้งแรกที่เดินทางออกนอกภูมิภาคหลังรับตำแหน่ง ภารกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. มีกำหนดการเดินทางร่วมการประชุมผู้นําเอเชีย-ยุโรป (Asia-Europe Meeting : ASEM) ครั้งที่ 10 ซึ่งมีอิตาลี เป็นเจ้าภาพ และมีสหภาพยุโรป (European Union : EU) เป็นประธาน จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 - 17 ตุลาคม 2557 ที่นครมิลาน สาธารณรัฐอิตาลี ในการประชุมครั้งนี้ จะเป็นครั้งแรกที่ พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางออกนอกภูมิภาค เพื่อพบปะแนะนำตัวเองกับต่างชาติ พร้อมแสดงวิสัยทัศน์ ในประเด็นที่ไทยให้ความสําคัญ อีกทั้งยืนยันการมีส่วนร่วมของไทยต่อเวทีความร่วมมือระหว่างประเทศ แม้ว่าไทยจะอยู่ในภาวะเปลี่ยนผ่าน แต่ยังมีความรับผิดชอบ และมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาความท้าทายใหม่ๆ ร่วมกัน โดยวันนี้ นายกรัฐมนตรี จะออกเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในเวลา 10.00 น.

Boys Over Flower รักฉบับใหม่ หัวใจ 4 ดวง [พากย์ไทย] ตอนที่17
Boys /  Over / 

จากการ์ตูนสุดฮิต สาวแกร่งแรงเกินร้อย (HANA YORI DANGO) ที่สร้างความประทับใจ ผู้อ่านจนถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ซีรีส์ทางโทรทัศน์ ทั้งในรูปแบบไต้หวัน และ ญี่ปุ่น ทำให้เกิดกระแสเอฟโฟร์ฟีเวอร์ ไปทั่วเอเชีย ล่าสุดสถานีโทรทัศน์ KBS นำกลับมาสร้างใหม่อีกครั้งในแบบฉบับเกาหลี ซึ่งยังคงกลิ่นอายของความโรแมนติกในแบบดั้งเดิมไว้อย่างครบถ้วนใน “รักฉบับใหม่...หัวใจ 4 ดวง” (BOYS OVER FLOWERS) “รักฉบับใหม่...หัวใจ 4 ดวง” (BOYS OVER FLOWERS) ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้ชมทั้งในประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน และโดยเฉพาะในประเทศเกาหลี ซีรีส์เรื่องนี้จัดว่าเป็น 1 ใน 5 รายการที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปี 2009 ส่งผลให้ ลี มิน โฮ ผู้ รับบทนำในเรื่อง ได้รับรางวัลนักแสดงหน้าใหม่ จากงานประกาศผลรางวัล 45th Paek Sang Arts Awards ร่วมด้วยนักร้อง-นักแสดงวัยรุ่นชื่อดังมากมาย ได้แก่ คิม ฮยอง จุน หัวหน้าวง SS501 คิม จุน สมาชิกวง T- Max คิม บอม และ คู ฮเย ซอน ชินฮวากรุ๊ป เป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศเกาหลี ดำเนินการด้านธุรกิจมากมาย ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ โทรคมนาคม และหนึ่งในธุรกิจเหล่านั้นคือ โรงเรียนชินฮวา โรงเรียนแห่งแรกที่ได้รับการสนับสนุนจากประธานาธิบดี ผู้ที่เชื่อว่าระบบเศรษฐกิจเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าระบบการศึกษา โรงเรียนแห่งนี้ไม่ได้สร้างให้คนธรรมดาทั่วไป แต่เป็นแหล่งรวมบรรดาลูกหลานนักธุรกิจและมหาเศรษฐีระดับแนวหน้าของประเทศไว้ มากมาย และถ้าหากใครที่ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ ถือได้ว่าเป็นการปูทางสำหรับอนาคตได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว ชื่อเสียงของโรงเรียนชินฮวา โด่งดังไปทั่วประเทศ โดยเฉพาะ 4 หนุ่มแก๊ง “ฟลาวเวอร์โฟร์” (F4) ซึ่งเป็นกลุ่มนักเรียนชายที่มีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่นๆ ประกอบไปด้วย กู จุนเพียว หัวหน้ากลุ่ม ซึ่งเป็นลูกชายเจ้าของกลุ่มธุรกิจชินฮวากรุ๊ป ยุน จีฮู หนุ่มมาดขรึมเจ้าเสน่ห์หลานชายอดีตประธานาธิบดี โซ อีจอง หนุ่มเพลย์บอยทายาทตระกูลศิลปินชื่อดัง และ ซอง ยูบิน ลูกชายกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ผู้ทรงอิทธิพล สิ่งที่ทำให้ทุกคนเกรงกลัวแก๊งเอฟโฟร์ เนื่องจากพวกเขามักแสดงอำนาจด้วยการนำกระดาษแดงเขียนข้อความว่า “จาก เอฟโฟร์” หรือที่เรียกกันว่า “ใบแดง” ไปติดที่ตู้ล็อกเกอร์ของคนที่บังอาจต่อต้านพวกเขา หากใครได้ใบแดงจะถูกเพื่อนนักเรียนรุมกลั่นแกล้งจนต้องลาออกไปในที่สุด แต่ในบรรดานักเรียนสุดไฮโซของโรงเรียนชินฮวา ยังมี กึม จันดี เด็กสาวชาวบ้านธรรมดาที่ประกาศตัวเป็นปรปักษ์ต่อแก๊งเอฟโฟร์อย่างเต็มที่ เพราะเอือมระอาต่อพฤติกรรมของพวกเขา รวมถึงเบื่อหน่ายสภาพแวดล้อมสุดหรูที่แตกต่างจากชีวิตความเป็นอยู่ของเธอ อย่างสิ้นเชิง กึม จันดี เป็นเพียงเด็กที่มีฐานะยากจนแต่เป็นคนร่าเริงสดใส พ่อและแม่ประกอบอาชีพซักแห้งเสื้อผ้า ที่เธอสามารถเข้ามาเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ได้ เพราะเคยช่วยเหลือเพื่อนนักเรียนที่กำลังจะฆ่าตัวตาย ทางโรงเรียนจึงมอบทุนการศึกษาให้เธอได้เข้ามาเรียนที่นี่ กึม จันดี เฝ้ามองเหล่าเด็กนักเรียนที่ถูกแก๊งเอฟโฟร์ทำร้าย เธอมักจะข่มความไม่พอใจของตัวเองด้วยการวิ่งขึ้นไปที่ดาดฟ้าของโรงเรียนแล้ว ร้องตะโกนออกมาอย่างสุดเสียง เพื่อระบายความอัดอั้นตันใจและความไร้สาระของระบบในโรงเรียนแห่งนี้อยู่เสมอ โดยหารู้ไม่ว่า ยุน จีฮู เฝ้ามองเธออยู่ เพราะเขามักไปแอบงีบหลับอยู่ในบริเวณนั้นเป็นประจำ วันหนึ่งเพื่อนนักเรียนหญิงผู้โชคร้ายเกิดทำไอศกรีมหกใส่ กู จุนเพียว เมื่อเห็นเพื่อนกำลังจะถูกแก๊งเอฟโฟร์เล่นงาน กึม จันดี จึงยื่นมือเข้าช่วยเหลือ หลังจากนั้นเธอได้รับใบแดงจากแก๊งเอฟโฟร์ และถูกทุกคนในโรงเรียนกลั่นแกล้ง แต่กึม จันดี ยังยืนหยัดต่อสู้ พร้อมทั้งประกาศว่าไม่กลัวพวกเขาแม้แต่น้อย ในระหว่างนี้มี ยุน จีฮู เพียงคนเดียวที่คอยช่วยเหลือ กึม จันดี รู้สึกประทับใจที่ ยุน จีฮู เป็นคนไม่โอ้อวด ต่างจากสมาชิกแก๊งเอฟโฟร์คนอื่นๆ ทำให้เธอกับเขาเริ่มสนิทสนมกันมากขึ้น ในทางตรงกันข้าม กึม จันดี กลับกลายเป็นคู่ปรับตัวฉกาจของ กู จุนเพียว แต่ด้วยความที่ต้องเผชิญหน้ากันหลายครั้ง กลับเป็นเหตุให้ กู จุนเพียว เริ่มรู้สึกมีใจให้กับ กึม จันดี อย่างไม่รู้ตัว เขาคิดว่าเธอไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต และเป็นหญิงสาวคนแรกที่สามารถต่อต้านอำนาจของแก๊งเอฟโฟร์ได้ กู จุนเพียว พยายามสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับ กึม จันดี โดยมีเหล่าสมาชิกเอฟโฟร์คอยเอาใจช่วย แต่ กึม จันดี กลับเริ่มมีใจให้ ยุน จีฮู ถึงแม้จะรู้ว่าเขามอบหัวใจให้หญิงอื่นไปแล้วก็ตาม ดูเหมือนว่ารักครั้งนี้ของเทพบุตรอย่าง กู จุนเพียว จะมีอุปสรรคมากมายเหลือเกิน เขาจะสามารถพิชิตใจสาวน้อยธรรมดาที่แสนจะน่ารักคนนี้ได้หรือไม่ ติดตามชมได้ใน “รักฉบับใหม่...หัวใจ 4 ดวง” (BOYS OVER FLOWERS)

ศัลยกรรมหลบไป อยากเป็นตุ๊กตายางแบบทันใจเชิญทางนี้ !!
ชุดตุ๊กตายาง /  ตุ๊กตายาง / 

ธุรกิจสุดเจ๋ง หนุ่มผลิตสินค้าชุดตุ๊กตายางแบบสวมออกขาย กว่า 400,000 ตัว ตอบโจทย์กลุ่มผู้มีรสนิยมแปลกๆในท้องตลาด วานนี้ (19ต.ค.) สำนักข่าวเดอะมิรเรอร์เผยแพร่เรื่องราวของธุรกิจที่ทำให้คุณต้องแปลกใจ เมื่อ อดัม รามอส หนุ่มจากรัฐ ฟลอริดา ประเทศสหรัฐฯ ได้คิดค้นและจัดตั้งธุรกิจสุดแปลกประหลาด สำหรับคนที่มีรสนิยมที่ไม่เหมือนใคร อดัมได้สืบทอดสืบทอดธุรกิจอันแปลกประหลาดนี้ จากพ่อของเขาที่ผุดไอเดียหลังจากได้ชมรายการทางโทรทัศน์ชื่อว่า  'RealDoll' ซึ่งจากนั้นเขาก็ค้นพบว่า ผู้ชายบางคนต้องการผู้ชายที่ต้องการสวมเป็นเช่นนี้ และต้องการความสมจริง เขาจะใช้เวลาประดิษฐืผลงานแต่ละชิ้นเป็นเวลา 4 ชั่วโมง และสินค้าแต่ละชิ้นจะมีน้ำหนักประมาณ 12 ปอนด์ หรือราว 5.4 กิโลกรัม ผลงานของเขามีความยืนหยุ่น มีเต้านมปลอม และมีรูปร่างที่เน้นส่วนโค้งส่วนเว้า และสามารถสวมใส่ได้หลายชั่วโมง นับตั้งแต่เปิดกิจการจนบัดนี้ เขาผลิตสินค้าชุดตุ๊กตายางแบบสวมใส่ออกสู่ตลาดโลกแล้วราว 400,000 ตัว ซึ่งไม่เพียงแต่สินค้าในรูปแบบนี้เท่านั้น แต่เขายังทำ เซ็กทรอย และชุดสำหรับปกปิดแผลเป็นอีกด้วย Mthai News

'ประยุทธ์' เปรยอยาก 'ลาออก'กลับบ้านทะเลาะเมีย!
นายกรัฐมนตรี /  ประชุมอาเซม / 

นายกรัฐมนตรี ยืนยันไม่ได้ยึดอำนาจ ระบุเข้ามาเพราะสถานการณ์ประเทศสุกงอม ชี้เคยเตือน "ยิ่งลักษณ์" แล้ว ขณะเปรยไม่มีความสุข "อยากลาออก" แต่ยังห่วงประชาชน เผยกลับบ้านยังทะเลาะกับภรรยาเรื่องบ้านเมือง มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ได้มอบนโยบายให้กับ เอกอัครราชทูตไทยในยุโรป และ ผช.ทูตทหาร ประเทศต่างๆ ในยุโรป ในงานเลี้ยงอาหารค่ำที่โรงแรม สตาร์ โฮเตล โรซ่า แกรนด์ นครมิลาน ประเทศอิตาลี โดยนายกรัฐมตรีกล่าวเปิดใจตอนหนึ่งว่า ขอบคุณหลายภาคส่วนที่ร่วมทำงานเดินหน้าประเทศไทย โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ ที่ต้องทำหน้าที่ชี้แจงให้นานาประเทศเข้าใจสถานการณ์ในประเทศ การสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจ ซึ่งจะต้องกำหนดวิสัยทัศน์ให้ชัดเจน และขอให้ทุกคนร่วมกันทำงาน ใช้ความเป็นคนไทย แสดงให้เห็นว่าเราจริงใจ เมื่อเดินมาถึงวันนี้แล้วต้องสู้เดินหน้าต่อไป เพราะหากไม่สำเร็จ ก็ไม่รู้จะอยู่ยังไง ชีวิตตนก็อันตรายเหมือนกัน ครอบครัวก็ไม่มีความสุข วันนี้ถามว่าลูกและภรรยาไปไหนได้บ้าง ไม่ได้กลัว แต่ก็ต้องระวัง ตั้งแต่เข้ามาตนไม่เคยกล่าวโทษให้ร้ายใคร แต่หากมาพาดพิงมากก็อดไม่ได้ เพราะรักเกียรติยศศักดิ์ศรี "ผมอาจพูดจาไม่ไพเราะมากนัก ก็เป็นธรรมดาที่มีคนรักและไม่รัก แต่ผมเชื่อว่าคนในประเทศไทยเข้าใจ การเข้ามาเป็นรัฐบาลเพื่อขับเคลื่อนประเทศที่หยุดชะงักให้เดินหน้าจากการปลดล็อก ถ้าไม่ทำอะไรประเทศถอยหลัง ติดขัด จากการก้าวเข้ามาเป็น คสช. ช่วงแรกก็หนักใจ แต่เมื่อเข้ามาแล้วก็ต้องทำงาน ใครก็อยากทำอะไรให้ประเทศทั้งนั้น แต่ที่ผ่านมาติดกับดักคำว่า ประชาธิปไตย" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ใครจะรักผม เกลียดผม ผมไม่ว่า แต่อย่าเกลียดประเทศตัวเอง อย่าเกลียดคนไทย ตนต้องทำเพราะสถานการณ์สุกงอม ไม่ได้ยึดอำนาจรัฐบาล แต่รัฐบาลชั่วคราว ทำงานไม่ได้แล้ว ก็จำเป็น ไม่มีอะไรแก้ได้ ทหารมีหน้าที่ดูแลแผ่นดิน รักษาสถาบันชาติ พระมหากษัตริย์ หากสิ่งเหล่านี้ไม่ถูกละเมิด ทหารก็อยู่เฉยๆ รัฐบาลที่แล้ว ตนพูดกับ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่รู้กี่ครั้งทุกเรื่อง เตือนหมดทุกเรื่อง แต่ด้วยวิถีทางการเมือง ก็ช่วยไม่ได้ สิ่งที่ทำวันนี้ทำเพื่อไม่ให้เกิดการปฏิวัติอีกในอนาคต ต้องเอาประเทศชาติเดินหน้าไปให้ได้ "ผมพร้อมจะลาออก อยากจะลาออกทุกวัน แต่เห็นประชาชนเดือดร้อนทนไม่ได้ และไม่ได้อยากอยู่เกินแม้แต่วันเดียว ทุกวันนี้ผมสู้รบทุกวัน ในบ้านกลับมาก็ทะเลาะกับเมีย เมียถามว่าทำไมอันนี้ไม่ทำ ผมบอกทำแล้ว บางเรื่องทำไม่ไหวก็หงุดหงิด สรุปว่าผมไม่มีความสุข ทุกคนไม่มีความสุข ผมจึงต้องคืนความสุขให้ประชาชน และได้รับความทุกข์แทนไง"  MThai News

ภาพสุดท้ายในชีวิตของอึนบี - ริเซ วง Ladies' Code
LADIES CODE /  นักร้องเกาหลี / 

เทปบันทึกภาพการแสดงทางโทรทัศน์ครั้งสุดท้ายในชีวิตของ “อึนบี” และ “ริเซ” แห่งวง Ladies' Code จะถูกนำมาแพร่ภาพทางสถานีโทรทัศน์ KBS ในวันอาทิตย์นี้ หลังไอดอลสาวทั้งสองต้องจากโลกนี้ไปอย่างน่าเศร้า จากอุบัติเหตุครั้งร้ายแรงเมื่อต้นเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ภาพสุดท้ายในชีวิตของอึนบี - ริเซ วง Ladies' Code  ภาพสุดท้ายในชีวิตของอึนบี - ริเซ วง Ladies' Code  เจ้าหน้าที่ของสถานีโทรทัศน์ KBS ได้ยืนยันแล้วว่าจะมีการนำภาพการแสดงของวง Ladies' Code ซึ่ง อึนบี และ ริเซ ได้ฝากการแสดงเอาไว้เป็นครั้งสุดท้ายในรายการ Open Concert มาแพร่ภาพในวันอาทิตย์ที่ 14 ก.ย. ที่จะถึงนี้ โดยทีมงานจะนำภาพการแสดงทั้งหมดมาแพร่ภาพออกอากาศโดยไม่มีการตัดทอนใดๆ ตามคำขอร้องของต้นสังกัด และครอบครัวของสมาชิกวงทั้ง 2 คนที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ โดยสาวๆ Ladies' Code มีโอกาสไปบันทึกเทปรายการเพลง Open Concert ทาง KBS เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุในช่วงเช้ามืดของวันที่ 3 ก.ย. เมื่อรถยนต์ที่พวกเธอโดยสารมาหลังไปทำการแสดงที่แดกูได้เสียหลักจากถนนที่เปียกน้ำฝน จนเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงที่ทำให้ อึนบี วัย 20 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที ส่วน ริเซ วัย 22 ปี ได้เสียชีวิตลงหลังจากนั้น 4 วัน โดยสมาชิก 3 คนที่เหลือมี 2 คนที่บาดเจ็บเล็กน้อย ส่วน โซจอง ได้รับบาดเจ็บพอสมควร และอาจต้องรับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลอีกหลายเดือน ขอบคุณข้อมูล www.popcornfor2.com

บันทึกช่วยจำ
14 ตุลาคม 2516 /  41ปี 14 ตุลาคม / 

วันที่ 14 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันประชาธิปไตย หรือ วันมหาวิปโยค ซึ่งถือว่าเป็นเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของไทยอีกวันหนึ่ง 41 ปีเต็มที่เหตุการณ์ 14 ตุลา ยังคงเป็นที่จดจำมาถึงทุกวันนี้ โดย MThai New นำเสนอสถานที่ ที่เป็นบันทึกช่วยจำของเหตุการณ์ดังกล่าว นั่นคือ "อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา" อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา การก่อสร้างอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา มีประวัติอันยาวนาน เริ่มตั้งแต่มีการเสนอให้มีการสร้างอนุสาวรีย์สำหรับผู้ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ 14-16 ตุลาคม 2516 ผ่านคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลนายสัญญา ธรรมศักดิ์เมื่อ พ.ศ. 2517 แต่กว่าที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลาจะปรากฏเป็นรูปธรรม หนทางก็เต็มไปด้วยอุปสรรคนานับประการ จนกระทั่งถึง พ.ศ. 2544 อนุสรณ์สถานแห่งนี้จึงจะสามารถสร้างได้แล้วเสร็จ โดยใช้เวลานานถึง 28 ปี ทั้งนี้ ก็ด้วยแรงผลักดันอย่างต่อเนื่องจากขบวนการนิสิตนักศึกษา อดีตนักศึกษาในสมัย 14 ตุลา นักวิชาการ สื่อมวลชน องค์กรพัฒนาเอกชน และประชาชนผู้รักประชาธิปไตย อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา โดยงบประมาณที่ใช้ในการก่อสร้างอนุสรณ์สถานแห่งนี้มาจากเงินบริจาคของประชาชนในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 และในโอกาสครบรอบ 25 ปี 14 ตุลา รวมกับเงินบริจาคของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กรุงเทพมหานคร และทบวงมหาวิทยาลัย โดยมีมูลนิธิ 14 ตุลา เป็นผู้รับผิดชอบ ดำเนินการจัดสร้าง และร่วมดำเนินกิจการของอนุสรณ์สถานฯ ภายใต้วิสัยทัศน์ที่ว่า อนุสรณ์สถาน14 ตุลา จะต้องเป็นสถานที่จัดกิจกรรมสาธารณะที่มีความหลากหลายทั้งรูปแบบและเนื้อหา ตลอดจนเป็นศูนย์การเรียนรู้เพื่อกระตุ้นความสนใจและให้การศึกษาทางการเมืองแก่เยาวชนคนหนุ่มสาว อันจะนำไปสู่การสร้างหรือเพิ่มพูนองค์ความรู้เกี่ยวกับเรื่องประชาธิปไตยในประเทศไทย พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ 14 ตุลา และในปัจจุบัน มูลนิธิ 14 ตุลา ได้จัดทำพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ 14 ตุลา ไว้ในพื้นที่ของอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ซึ่งจะประกอบไปด้วยนิทรรศการถาวร นิทรรศการหมุนเวียนเกี่ยวกับเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 เพื่อให้พื้นที่แห่งนี้ได้ทำหน้าที่เป็นศูนย์การเรียนรู้ เกี่ยวกับเรื่องประชาธิปไตยและการเมืองของประชาชนต่อไป ขอบคุณเนื้อหาจากเว็บไซต์ 14tula.com MThai News

'สมยศ' ย้ำจับ 2 พม่า DNAชัด ปัดเป็นแพะ
2 พม่าฆ่านักท่องเที่ยวอังกฤษ /  คดีฆ่านักท่องเที่ยวอังกฤษ / 

ผบ.ตร.มอบนโยบายการบริหารงาน ให้ตำรวจเป็นที่รักของประชาชน ขณะที่ ยืนยันจับผู้ต้องหาฆ่า 2 นักท่องเที่ยวได้ถูกตัว ขณะที่ ผบช.ภ.8 เผย สรุปสำนวนคดี ส่งฟ้องอัยการในวันอังคารนี้ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรียกนายตำรวจระดับผู้บังคับการ ถึงรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จำนวน 349 นาย เข้ารับฟังนโยบายการบริหารงาน หลังเข้ารับตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สำหรับวิสัยทัศน์การบริหารงานของ พล.ต.อ.สมยศ คือ พิทักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตย์ เป็นที่รักของประชาชน และ เราจะพร้อมใจกัน มอบความรัก สร้างความศรัทธา และความผาสุกแก่ประชาชน นอกจากนั้นเน้นย้ำให้ปกป้อง เทิดทูน และพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์รักษาความมั่นคงของชาติและแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบในทุกระดับ ป้องกันปราบปรามแก้ไขปัญหายาเสพติด ให้บริการประชาชนในทุกมิติ ทั้งการรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน อำนวยการจราจรอย่างเป็นระบบและปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ ดำรงชีพอย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และเป็นที่รักของประชาชน และเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ทั้งนี้ ได้กำชับให้ทุกพื้นที่ ห้ามให้มีบ่อนการพนัน โดยเฉพาะตู้ม้า หากพบจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด ส่วนเรื่องการจ่ายส่วย ยอมรับว่า ตำรวจไม่ได้ผิดฝ่ายเดียว เพราะหากไม่มีผู้จ่ายก็จะไม่มีผู้รับ พร้อมระบุ หากมีการกระทำผิดต้องจับกุมดำเนินคดีไม่ให้ปล่อยปละละเลย นอกจากนั้น สั่งการผู้บังคับการทุกพื้นที่ รายงานการจราจรในจุดวิกฤตของแต่ละพื้นที่ว่าจุดไหน มีปัญหาการจราจร ให้รายงานเข้ามาภายในวันพุธนี้ โดยหากพบมีปัญหาจริงจะลงไปตรวจสอบด้วยตัวเองโดยไม่แจ้งให้ในพื้นที่ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ มีความเป็นห่วงเรื่องตำรวจฆ่าตัวตาย จึงสั่งการให้ผู้กำกับดูแลลูกน้องอย่างใกล้ชิด เพราะผู้กำกับแต่ละสถานีต้องรู้พฤติกรรมของลูกน้อง หากลูกน้องเครียดจากการทำนจนถึงขั้นฆ่าตัวตาย ต้องรับผิดชอบ ส่วนคดีการจับกุมผู้ต้องก่อเหตุฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษบนเกาะเต่า ยืนยันว่าเป็นการจับผู้ต้องหาได้ถูกตัว เพราะตำรวจใช้พยานหลักฐานทั้งกล้องวงจรปิด และผลตรวจจากดีเอ็นอี ซึ่งตรงกับที่ตรวจพบพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ และการทำงานของตำรวจมีขั้นตอนอย่างชัดเจน ด้านพล.ต.ท.เดชา บุตรน้ำเพชร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น ว่า หลังจากการแถลงผลการจับกุม นายเวพิว หรือ วิน (ไม่ทราบนามสกุล) อายุ 21 ปี และ นายซอลิน หรือ โซเรน อายุ 21 ปี (ไม่ทราบนามสกุล) สัญชาติเมียนมาร์ (ยะไข่) ผู้ต้องหาก่อเหตุฆาตกรรม นายเดวิด วิลเลียม อายุ 24 ปี และ น.ส.ฮันนาห์ วิคตอเรีย วิทเธอริดจ์ นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ที่เสียชีวิตตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย. ที่ผ่านมา บริเวณหาดทรายรี ต.เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ล่าสุด ทางเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ได้นำตัวของผู้ต้องหาไปขออำนาจ ศาลจังหวัดเกาะสมุย เพื่อทำการฝากขัง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยที่ผู้ต้องหาไม่มีความตึงเครียดหรือมีความวิตกใดๆทั้งสิ้น ทั้งนี้ได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวนดูแลตรวจสอบสำนวนคดีให้อย่างรัดกุม ก่อนที่จะสรุปสำนวนคดี ส่งฟ้องอัยการ ในวันอังคาร นี้

มูอันจาอิ (บริษัท จำกัด)

บริษัทโฆษณาทางโทรทัศน์

ละครพราว , เรื่องย่อพราว
อั้ม พัชราภา /  เวียร์ ศุกลวัฒน์ / 

พราว บทประพันธ์ : ลายไทย-ลายน้ำบทโทรทัศน์ : เบญจมาศ ดาลหิรัญรัตน์ กำกับการแสดง : ธงชัย ประสงค์สันติ บางคนอาจพราว....ในชาติกำเนิด หลายคนอาจพราว....ในฐานะทางสังคม และอีกหลายๆ คน....อาจพราวในความสง่างาม แต่จะมีสักกี่คน...ที่จะพราวในคุณค่าและความดีของตนเอง พราว ซุปเปอร์สตาร์หมายเลขหนึ่งของวงการบันเทิงไทยที่งานกำลัง hot ตารางงานแน่นเอี๊ยด กำลังเข้าฉากละครพีเรียด “อโยธยา” โปรเจ็กต์ยักษ์ประจำปีของทางสถานีโทรทัศน์กองพบกช่อง 7 ซึ่งพราวรับบทเป็นหญิงนักรบโบราณ..(ทีมงานต้องใช้สแตนอินทุกเม็ด เพราะเธอเซ็กซี่ได้เกินร้อย แต่ไม่ถนัดเตะต่อย) เสียงสั่งคัทจาก “เชน” ผู้กำกับสุดติสท์มือหนึ่งของวงการดังลั่น พร้อมเสียงตบมือและเสียงกรี๊ดของบรรดาแฟนคลับตัวแม่ให้กำลังใจ ที่มีกลุ่ม “POWER PROUD” เป็นแถวหน้า!!! (ประกอบด้วย ม็อดดี้ - กะเทยร่างยักษ์แฟนพันธุ์แท้วงการบันเทิง / กระติ๊บ -สาวน้อยหน้าใส ช่างอ่อนไหว /หงอย - หนุ่มน้อยลูกไล่ของพี่ๆ ) พราว เข้ามาคุยกับบรรดาแฟนคลับอย่างสนิมสนม ก่อนที่พราวจะสังเกตเห็น ตั้ม แฟนคลับหน้าใหม่ กล้าๆกลัวๆรวบรวมความกล้าเข้ามาหาพราว แต่ถูก แฟรงค์ ผู้จัดการส่วนตัว และ เอมี่ เพื่อนสนิทของพราวเข้ามาปาดหน้าชิงตัวพราวไปไปงานอีเว้นต์....ตั้มรู้สึกเสียใจมากคิดหาทางเข้าหาพราวให้ได้!! ลับหลังแฟนคลับ พราวเผยตัวตน เหวี่ยงใส่กระจก “โอ๊ย!!! เหนื่อย!!!!” พราวมีโลกส่วนตัวสูง.. ไม่ชอบให้ใครมายุ่มย่ามเกาะแกะ แต่ต้องฝืนยิ้มให้ทุกคน เพราะมันคือ “งานทำเงิน” พราวเกิดอาการเบื่อที่ไม่รู้สาเหตุ แฟรงค์กับเอมี่พยายามบำบัดจิตให้หายเบื่อทุกรูปแบบแต่ไม่หาย...จนพราวไปงานอีเว้นต์เปิดตัวสบู่เหลวโปรดักส์ใหม่ของบริษัท N & T เมื่อเท้าแตะพรมแดงปุ๊บ ความหงุดหงิดในใจของพราวสิ้นสลาย กลายเป็นนางพญาซุปเปอร์สตาร์ตัวแม่ เชิดหน้าสู้แสงแฟลชและแสงไฟโดยอัตโนมัติ เพราะคำว่ามืออาชีพมันอยู่ในจิตวิญญาณ!! พราวได้รู้จักกับ ติณห์ ผู้บริหารหนุ่มลูกครึ่งไฟแรง...บริษัทนำเข้าสินค้าอุปโภคยักษ์ใหญ่ ติณห์สะดุดรักพราวเข้าอย่างจัง ส่วนพราวเองก็ขวยเขินเก็บอาการไม่อยู่....แฟรงค์จึงฟันธงพรึ่บๆ!!! ติณห์คือยาดีที่จะมาทำให้พราวหายเบื่อ เพราะโรคของพราวที่กำลังเป็นอยู่คือ โรคอยากมีแฟน!!!! แฟรงค์จัดการจับพราวเป็นคู่จิ้นกับติณห์... แต่พราวก็ดับฝันแบบทันทีทันใดว่า NO!!! ทันใดนั้น...เสียงปืนดังปัง! กระสุนเฉียดหัวพราว ไปเจาะผนังปูนของเสาลานจอดรถ กลุ่มชายฉกรรจ์วิ่งตรงเข้ามารวบตัวพราวเป็นตัวประกัน!!! และแล้วกลุ่มตำรวจนับสิบๆวิ่งกรูตามมา!! พราวตกตะลึง!! ทุกอย่างช่างเหมือนในละคร พราวคิดว่านี่คือการจัดฉาก มีการซ่อนกล้องแกล้งอำพราวออกรายการ “ดาราหน้าเหวอ”..แฟรงค์ปฏิเสธปากคอสั่นว่าไม่รู้เรื่อง แต่พราวไม่เชื่อ หันไปไล่ตะเพิดไล่พวกโจรอย่างไม่เกรงกลัว!! สหวุฒิ ผู้กำกับฯ ตำรวจหนุ่มใหญ่ที่นำกำลังไล่ล่าในครั้งนี้....ต้องประกาศทางโทรโข่งว่ากำลังไล่ล่าเครือข่ายยาเสพติด.. พราวถึงบางอ้อช๊อคนิ่งแทบสิ้นสติกลัวตายด้วยน้ำมือโจร!!!ทันใดนั้น...โจรที่จับพราวก็กระเด็นออกไปด้วยแรงถีบ! เตะ!ต่อย! โดนจับทุ่ม!!!.โจรสี่ห้าคนนอนแน่นิ่งกับพื้น...ด้วยฝีมือของ สมชาย สารวัตรมือปราบอันดับต้นของสำนักงานตำรวจ! พราวเข่าอ่อนจะเป็นลมไปลูบคมมหาโจร สมชายเข้าไปช่วยประคองเอาไว้ แต่กลับถูกพราวด่าเปิง หาว่าใช้เธอเป็นเครื่องมือในการจับโจร เอาสวัสดิภาพของประชาชนระดับซุปเปอร์สตาร์อย่างเธอเป็นเดิมพัน ยังไม่ทันที่สมชายจะแก้ต่าง เสียงปืนดังลั่นเปรี้ยงอีกครั้ง หัวหน้าโจรเข้ามาแย่งชิงของกลาง เหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายอีกครั้ง ..เปรี้ยง!!! ทั้งพราวและสมชายตกใจชะงัก...เกิดอะไรขึ้น! เลือดไหลออกจากท้อง..ฉันถูกยิง! สิ้นเสียงร้อง พราวหมดสติทันที! ข่าวลงหน้าหนึ่ง แพร่หลายในโลกออนไลน์ เป็นที่วิพากวิจารณ์อย่างหนัก ถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ดวลปืนกับคนร้ายในเมือง ทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องเป็นอันตราย...และไม่ใช่คนธรรมดา เธอเป็นซุปเปอร์สตาร์! ส้มจี๊ด นักข่าวสายบันเทิง และ สุดเขตต์ ตากล้องฟรีแลนซ์เพื่อนซี้ที่ส้มจี๊ดชวนมารับจ๊อบจากนิตยสารบันเทิงรายปักษ์ “HOT SHOT” เกาะติดข่าวนี้ทันที....เพราะส้มจี๊ดเคยมีเรื่องขัดแย้งกับพราว จนเป็นที่รับรู้ว่า “Hot Shot” เป็นแมกกาซีนฉบับเดียวในวงการที่ไม่รักเธอ!!! ส้มจี๊ดคาดคะเนว่า....แฟรงค์วางแผนพาพราวไปเจอวิถีกระสุนตำรวจ เพื่อให้ตัวเองอยู่ในกระแส จึงเขียนข่าวใหญ่หน้าปก “ดารา พ.ตกอับ อัพเรตติ้งสร้างกระแส....ลงทุนเจ็บจริงไม่ใช้สแตนอิน...ซูฮกจริ๊ง แม่คุ้ณ!” พราวฟื้นขึ้นมาในโรงพยาบาล หลังผ่าตัดเอากระสุนออกและพ้นขีดอันตรายแล้ว ประโยคแรกที่พราวได้ยินจากแฟรงค์และเอมี่คือ “หายเร็วๆนะพราว กองถ่ายรออยู่” พราวปลื้มใจน้ำตาจะหล เขวี้ยง แจกันดอกไม้ใส่และไล่ออกไปจากห้องทันที!! พราวสงบจิตใจไม่ถึงหนึ่งนาที...สหวุฒินำช่อดอกไม้พร้อมกองทัพนักข่าวมาแสดงความเสียใจและขอโทษพราว หวังสร้างภาพให้วินๆทั้งสองฝ่าย ทางสหวุฒิได้หน้า!พราวได้ข่าว! สุดเขตต์ถูกส้มจี๊ดวางแผนให้เข้ามาแอบถ่ายรูปไปทำข่าวให้ พราวจำต้องแอ๊คติ้งเฟคใส่ แต่แล้วดันเห็นสุดเขตต์แล้วจำได้ว่าเป็นพวกของส้มจี๊ด เลยอาละวาด ไล่ทุกคนออกไปจากห้อง สุดเขตต์ถูกสหวุฒิเรียกไปตักเตือนที่โรงพัก แล้วยึดรูปในกล้องไป แต่สุดเขตต์ก็ฉลาด แอบสับเปลี่ยนเอารูปมาให้ส้มจี๊ดมาทำข่าวได้ว่าพราววีนแตกนักข่าวที่ไปเยี่ยม สุดเขตต์แอบรู้สึกเห็นใจพราวอยู่ลึกๆ เป็นดารานี่มันลำบากจะทำอะไรก็เป็นข่าวไปหมด ขณะที่พราวเห็นข่าวก็ร้องไห้ออกมาอย่างหนักเป็นครั้งแรก ทำดีที่สุดแล้วก็ยังโดนด่า หลังจากที่พ่อแม่เสียชีวิต พราวไม่เคยรู้สึกว้าเหว่อย่างนี้มาก่อน..พราวต้องการแค่เพียงใครสักคนที่ถามเธอแค่ว่า “เจ็บมั้ย” ไม่ใช่พูดเรื่องงาน และแล้ว......สมชายเข้ามาหาพราว...พร้อมถามอย่างอ่อนโยน...เจ็บมั้ย? พราวอึ้ง....มองหน้าสมชาย...เหมือนมีก้อนมาจุกที่คอหอย ไม่ใช่ความตื้นตัน แต่เป็นความโกรธและอาฆาต พราวถือว่าสมชายคือต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องบาดเจ็บ..สมชายขอโทษพราว พราวไม่ฟังไล่ตีสมชายจนแผลที่เย็บปริ เลือดออก.....พราวตกใจหน้ามืดเป็นลมอีกรอบ! สมชาย“ขอลาออกจากราชการ” เพราะในเหตุการณ์ไล่ล่าจับกลุ่มโจรค้ายาในวันนั้น ที่หนีเข้าไปในมินิมาร์ท ทำให้สมชายต้องสูญเสีย วิทย์ คู่หูเพื่อนสนิท ด้วยกระสุนของโจร เพราะความดื้อรั้นของสมชายที่บุกเดี่ยวเข้าไปช่วยตัวประกันที่ถูกพวกโจรจับไว้ในมินิมาร์ทเพื่อต่อรองขอรถพาหนี โดยยิงตัวประกันบาดเจ็บไปคนนึง ทำให้สมชายห่วงตัวประกันที่เหลือ ซึ่งมีเด็กอยู่ด้วย สมชายเลยแอบบุกเข้ามินิมาร์ท โดยไม่ฟังคำทัดทานของวิทย์ให้รอกำลังเสริม ทำให้วิทย์ต้องบุกเข้าไปกับเขา และพลาดท่าถูกโจรยิงเข้าด้านหลังขณะพาตัวประกันหนี !!! ถึงมันจะเป็นเหตุการณ์สุดวิสัย แต่สมชายไม่อาจทนต่อความรู้สึกผิดได้ และที่สำคัญ ดารกาและน้องป๊อบ ลูกชายที่อายุเพียง 7 ขวบ ครอบครัวของวิทย์ต้องสูญเสียผู้นำครอบครัวไปอย่างไม่มีวันกลับ สหวุฒิไม่อนุมัติสั่งให้สมชายทบทวนการตัดสินใจได้อย่างไม่มีกำหนด สมชายกลับไปรักษาแผลใจที่บ้าน...โดยมีอรชุมา แม่และ น้องนุช น้องสาว คอยเป็นกำลังใจอย่างใกล้ชิด สมชายตั้งใจจะรับผิดชอบครอบครัวของดารกา ด้วยการทำหน้าที่เป็นพ่อคนที่สองให้น้องป๊อบ แต่ดารกาโกรธสมชาย ขับไล่ไม่ยอมให้สมชายยุ่งเกี่ยวกับครอบครัวเธอ....สมชายไม่ละความพยายาม...ตั้งใจจะช่วยเหลือครอบครัวดารกาต่อไป....และพยายามจะทำให้ดารกายกโทษให้เขา พราวกลับไปพักรักษาตัวที่คฤหาสน์หรู”บ้านพราวแสง” ซึ่งเป็นคฤหาสน์ที่แฟรงค์ใช้เก็บตัวเด็กปั้นในสังกัด....พราวเฝ้ามองเด็กใหม่ที่อยากตะกายดาว และเห็นการทะเลาะตบตีชิงดีชิงเด่นเพื่อเป็นเด็กโปรดของแฟรงค์..พราวจึงเกิดพุทธิปัญหาพบสาเหตุที่เธอหงุดหงิด นั่นคือ...ฉันเบื่อวงการ! ต้อยติ่ง สาวใช้สาระแน รายงานสภาพจิตของพราว..แฟรงค์สั่งปิดบ้านทันทีกลัวพราวหนีไป..แต่ไม่ทันการ...พราวหายตัวไป!!! แฟรงค์สั่งให้เด็กปั้นในสังกัดตามหาพราว.. มิกิ ดาราฝึกหัดผู้ใสซื่อ และ มาร์ค พระเอกหนุ่มหล่อล่ำที่แอบหลงรักดารารุ่นพี่ เป็นห่วงพราวมากช่วยกันค้นทุกซอกทุกมุมภายในคฤหาสน์หรูของแฟรงค์...ยกเว้นจันทร์จรี ดาวรุ่งพุ่งแรง และริษยาพราว!. คาบข่าวไปบอกส้มจี๊ดเพื่อสร้างกระแสลบ...ดิสเครดิตพราว! ทำให้สุดเขตต์ยิ่งเห็นสัจจธรรมของชีวิตดาราว่ามันมีเรื่องอิจฉาริษยายิ่งกว่าละครผัวเมียตบตีกันเสียอีก สุดเขขต์บอกส้มจี๊ด ถ้ามีแฟนเป็นดารา เขาจะให้ออกจากวงการ เพราะชื่อเสียงความโด่งดังมันเป็นแค่มายา หาความจริงใจได้ยาก พราวหลบซ่อนตัวที่โฮมสเตย์ในเมืองอัมพวา หวังสงบสติอารมณ์ตัวเอง และวางแผนหาวิธีดำรงชีพในอนาคตเมื่อออกจากวงการ.. โดยไม่รู้ว่าเป็นโฮมสเตย์ของครอบครัวสมชาย..พราวต้องการความเป็นส่วนตัว สั่งปิดโฮมเสตย์เพื่อพักคนเดียว ไล่แขกคนอื่นออก แล้วเปลี่ยนห้องนอนไม่ซ้ำในแต่ละวัน...สมชายไม่พอใจไล่พราวออกไปจากโฮมสเตย์ พราวคิดว่าสมชายโก่งค่าที่พัก จัดการใช้เงินฟาดหัว แต่ถูกสมชายฟาดกลับด้วยคำพูดเจ็บแสบกระแทกใจ“ที่นี่ เงินของพราวไม่มีความหมาย” พร้อมกระชากลากตัวพราวไปลงเรือ จะพายไปส่งขึ้นรถ..พราวเจ็บใจที่ถูกสมชายขับไล่ แสร้งดิ้นหนีทำทีว่าสมชายทำร้ายแล้วตกจากเรือร้องให้คนช่วย...อรชุมาเข้าใจผิดคิดว่าสมชายทำร้ายพราว ต่อว่าสมชายอย่างหนักแล้วยอมให้พราวพักที่นี่ต่อไปได้ไม่มีกำหนด....สมชายอึ้งกิมกี่ที่ต้องตกเป็นเหยื่อแอ๊คติ้งระดับซุปเปอร์สตาร์! คืนนั้น....อรชุมาได้คุยกับพราวในเชิงลึก เป็นครั้งแรกที่พราวยอมเปิดใจบอกความกลัวของตัวเองให้คนอื่นรับรู้ อรชุมารู้สึกสงสารพราว และชี้ทางให้พราววางความรู้สึกเบื่อนั้นด้วยการลองทำอย่างอื่นดูบ้างให้หายฟุ้งซ่าน....พราวจึงคิดหากิจกรรมที่ไม่เคยทำมาก่อน....สมชายไม่ยอมอ่อนข้อให้พราว ยื่นข้อเสนอหากพราวจะพักที่นี่ต้องยอมให้แขกคนอื่นๆพักได้ ไม่ต้องการให้พราวใช้อภิสิทธิ์เหนือคนอื่น พราวจำยอมรับข้อเสนอ จึงปลอมตัวเป็นลูกมือสมชายอยู่ในครัว ไม่ให้แขกรู้ว่าเธอคือซุปตาร์หมายเลข 1พราวฝึกทำอาหารทั้งคาวหวาน...แกะสลัก....จัดดอกไม้ตกแต่งโฮมสเตย์...จากตอนแรกเหมือนเกิดสงคราม เพราะต่างคนต่างไม่ยอมลดราวาศอกแต่ก็ต้องจำใจยอมร่วมมือกัน เพื่อไม่ให้ถูกแขกด่าและโฮมสเตย์ล่มจม...กลางคืนสมชายจึงให้รางวัลพราวด้วยการพายเรือไปชมหิ่งห้อย....พราวตื่นตาตื่นใจยิ่งกว่าอยู่ในความฝัน...ที่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติและคนที่พราวรู้สึกว่าสบายใจ ไม่ต้องแอ๊คติ้งใดๆแม้แต่วินาทีเดียว.. นี่คือจุดเริ่มต้น....ที่ทำให้พราวมีความสุข อย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน...แต่ความสุขมักอยู่กับเราได้ไม่นาน....ข่าวการซ่อนตัวของพราวที่โฮมสเตย์นี้ถูกออกสื่อ เพราะฝีปากของน้องนุช ..อยากอวดชาวบ้านว่ามีซุปเปอร์สตาร์มาพักอาศัย...พร้อมทั้งแอบถ่ายรูปพราวลงอินสตาแกรม ติณห์และแฟรงค์มารับพราวกลับบ้านทันที !! พราวเสียดายและอาลัย เธอเริ่มผูกพันกับอรชุมา น้องนุชและโฮมเสเตย์แห่งนี้ รวมทั้งสมชายในฐานะคู่แค้น ส่วนสมชายก็รู้สึกเหงาแปลกๆ อรชุมารับรู้ได้ว่าสมชายกำลังตกหลุมรักซุปเปอร์สตาร์สาวที่น่าสงสารคนนั้น สมชายปฏิเสธลั่น...ไม่มีทาง! ต่างกับน้องนุชอยากมีพี่สะใภ้เป็นซุปเปอร์สตาร์...ออกโรงเชียร์สมชายออกนอกหน้าแต่สมชายสั่งให้เลิกคิด สมชายไม่มีทางญาติดีกับผู้หญิงที่เห็นแก่ตัวอย่างพราว! มิกิหลุดปากเล่าให้พราวฟังว่า จันทร์จรีคือตัวให้ข่าวเน่าๆกับส้มจี๊ด พราวไม่พอใจเนื้อร้ายอย่างจันทร์จรีต้องถูกฉายรังสี...ยื่นคำขาดให้แฟรงค์กำจัดจันทร์จรีออกจากสังกัด! แฟรงค์เหงื่อตกตัดสินใจไม่ถูก ซ้ายก็ทอง ขวาก็เงิน..ยอมยกเลิกสัญญาขอให้จันทร์จรีไปหาผู้จัดการคนใหม่...จันทร์จรีสะบัดบ็อบเดินออกไปจากบ้านแฟรงค์ ฝังใจเจ็บคิดแก้แค้นแฟรงค์และหาทางขับไล่พราวออกจากวงการ!! พราวไปเข้าฉากละคร “อโยธยา” ...แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น อุปกรณ์ไฟที่แขวนบนราวเหล็กด้านบนของสตูดิโอ ร่วงลงใส่พราว...เดชะบุญ ติณห์เข้าไปช่วยเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด!! ทีมงานสรุปความว่า มีเพียงเหตุผลเดียวที่หลอดไฟขนาดใหญ่ตกลงมาได้คือ มีคนตั้งใจให้มันตก!!! พราวช็อค!!! “มันอยากจะให้พราวตาย” พราวที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าแม่พารานอยอยู่แล้ว พราวมั่นใจว่า ตัวเองกำลังถูกลอบสังหาร!!! พราวมโนเรื่องราวต่างๆเป็นฉากๆ แล้วตัดสินใจเก็บกระเป๋า.. ตั้งใจบินหนีไปต่างประเทศ!!! แฟรงค์และเอมี่ร้องห้ามไว้ก็ไม่สำเร็จ...แฟรงค์จึงคว้าเอกสารสัญญาทางธุรกิจมาอ้างถึงความเสียหายที่จะตามมา ถ้าพราวออกจากวงการ แฟรงค์ต้องโดนฟ้องล้มละลาย... พราวจึงยื่นเงื่อนไข ถ้าแฟรงค์ไม่อยากให้ไป ต้องทำให้พราวมั่นใจและรู้สึกปลอดภัย! แฟรงค์ตีลังกาคิดก็ยังคิดไม่ออก จนต้อยติ่งที่ฉลาดน้อยที่สุดในบ้านแต่อินกับละครมากกว่าใคร เสนอให้หาบอดี้การ์ดให้พราว!! ติ๊งหน่อง!!! เสียงกดกริ่งหน้าประตูบ้าน!!สมชายได้รับคำสั่งจากสหวุฒิ ให้มาเป็นบอดี้การ์ดอารักขาพราว...พราวแอบสะใจที่สมชายต้องมาทำงานรับใช้เธอ จึงคิดแกล้งสมชาย ด้วยการหนีออกจากบ้านไปหาติณห์ หวังชวนไปดินเนอร์หรูสองต่อสอง.. นางสิงห์พราวแทบกรี๊ดเมื่อถูกลูบคม...เจอติณห์กำลังคุยอย่างสนิทสนมอยู่กับจันทร์จรี...ที่ตอนนี้กลายมาเป็น1ใน3ดาราหน้าใหม่ให้ติณห์คัดเลือก เพื่อมาเป็นพรีเซ็นเตอร์แป้งทูเวย์สาววัยทีนผลิตภัณฑ์ใหม่บริษัทของเขา จันทร์จรีเกลียดริษยาพราวมาก จนกลายเป็นความแค้นฝังหุ่น เมื่อถูกแฟรงค์ยกเลิกสัญญาดาราในสังกัด จันทร์จรีสาบานว่าจะตามจองล้างจองผลาญพราวทุกอย่าง ทั้งเป็นคู่แข่งเรื่องงานและความรัก เมื่อรู้ว่าพราวกำลังกิ๊กกับติณห์ ก็พาตัวเข้ามาเป็นคู่แข่งหัวใจทันที โดยจันทร์จรีวางแผนทำความรู้จักติณห์ทุกวิถีทาง ถึงขั้นลงทุนทำเป็นเดินให้เขาขับรถเฉี่ยว จนได้รู้จักกับเขา ด้วยความรู้สึกผิดที่ทำให้จันทร์จรีบาดเจ็บ เขาเลยชดเชยด้วยการชวนมาคัดเลือกเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับบริษัทของเขา ต่อหน้าติณห์จันทร์จรีทำเป็นพูดดีกับพราว ในฐานะที่เคยเป็นดารารุ่นพี่ในสังกัดของแฟรงค์ แต่สายตาบ่งบอกว่าฉันนี่แหละแจ๊กกี้ที่จะมาฆ่ายักษีอย่างหล่อน ลับหลังติณห์จันทร์จรีท้าทายพราว ประกาศตัวพร้อมจะซดเกาเหลากับพราวเต็มที่ เพราะถึงตอนนี้จะไม่ได้อยู่สังกัดแฟรงค์แล้ว แต่ก็ยังต้องถ่ายละครอโยธยาด้วยกันต่อจนจบ ทั้ง2มองหน้ากัน ประกาศการเป็นคู่แข่งหัวใจกันติณห์ขอโทษขอโพยพราวที่ไม่สามารถไปดินเนอร์ด้วยได้ เพราะติดงาน แล้วเดินเข้าห้องประชุมไป....ปล่อยพราวหน้าชาเหมือนถูกตบหน้า ยืนโดดเดี่ยว เหมือนคนไร้ค่า ไม่มีความสำคัญ!สมชายหัวหมุนที่พราวหายตัวไป เห็นพราวกลับเข้ามาสีหน้าเฉยเมย..สมชายต่อว่าพราวอย่างรุนแรงที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนวุ่นวาย เรียกร้องความสนใจ เป็นคนมีปัญหา!!! พราวไม่โต้ตอบ เดินกลับเข้าห้อง ....สมชายแปลกใจในพฤติกรรมของพราว...โดยไม่รู้ว่า..พราวกำลังตั้งคำถามกับตัวเองอีกรอบ....ฉันไม่มีค่าในสายตาของคนพวกนั้นจริงหรือ? พราวตัดความฟุ้งซ่านออกจากหัวเดินหน้าคิดแต่เรื่องงาน..แต่แล้วก็เกิดเหตุให้พารานอยอีกครั้ง..มีบุรุษนิรนามโทรศัพท์ขู่ทำร้ายพราว พราวกลัวไม่กล้าไปงานอีเว้นท์ สมชายต้องเข้าไปปลอบและสัญญาจะอารักขาพราวให้ดีที่สุด...คอยประชิดให้ความอุ่นใจ พราวจับมือสมชายไม่ปล่อย จนติณห์หวั่นใจกลัวจะเกิดสายสัมพันธ์ระหว่างสมชายและพราว! พราวทำใจเข้มแข็งขึ้นเวที...ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีด้วยความโล่งใจของทุกคน ติณห์ให้กำลังใจพราวว่า โทรศัพท์ลึกลับนั้นอาจจะเป็นแค่คำขู่ของโรคจิต... ก่อนจะหยิบน้ำเปล่าให้พราวดื่ม....แต่สมชายไวเท่าใจคิด ปัดขวดน้ำดื่มนั้นจนตกราดพื้น แล้วพราวก็ต้องตกใจแทบสิ้นสติเพราะมันคือ...น้ำกรด!!! กรี๊ดดดดด!!! พราวกลัวตายจะไม่ยอมก้าวเท้าออกจากบ้านเด็ดขาด! แฟรงค์สั่งเด็กในสังกัดทุกคนว่าห้ามให้ข่าวสื่อ...แต่จันทร์จรีก็หลอกถามข่าวจากมิกิมาจนได้..คาบข่าวไปบอกส้มจี๊ด... ส้มจี๊ดเล่นข่าวอย่างสนุกมือ..อยากรู้ว่าแฟรงค์และพราวจะหาทางออกอย่างไร!!! สุดเขตต์พยายามเตือนให้ส้มจี๊ดเพลาเขียนข่าวเล่นพราว แต่ส้มจี๊ดไม่สนใจ แถมยังพูดดักคอสุดเขตต์ว่าเหมือนผุ้ชายทุกคน พอเห็นพราวก็หลงความสวยกับรอยยิ้มมารยาจนไม่เห็นธาตุแท้ความร้ายกาจของพราว พราวยิ่งเครียดจัดตัดสินใจหนีอีกครั้ง....แต่สมชายและแฟรงค์รู้ทัน ตามไล่ล่าจับตัวพราวขณะที่หนีไปริมแม่น้ำ ทันใดนั้น สายตาของแฟรงค์ก็เหลือบไปเห็น...สาวน้อยที่ยืนอยู่ริมน้ำแล้วจู่ๆ...เธอก็หล่นลงไป....ตูม!!! “ชะนีฆ่าตัวตาย!!!!” แฟรงค์ตะโกนลั่นสมชายกระโจนลงไปช่วยสาวน้อยคนนั้นขึ้นมาจากน้ำ ช่วยผายปอดด้วยวิธีเม้าทูเม้าจนไม่ทันสังเกตว่า พราวและแฟรงค์ยืนมอง ตะลึง! อ้าปากค้าง!! ไม่ใช่เพราะภาพปากประกบปากระหว่างสมชายและหญิงสาวนิรนาม แต่เป็นใบหน้าของเธอซึ่ง....เหมือนพราวยังกับแกะ!!! มีเพียงปานสีแดงดวงใหญ่ข้างแก้มเท่านั้น ที่ระบุถึงความแตกต่างว่าเป็นคนละคน! ยัยปานแดงหรือ มีน ขอบคุณทุกคนที่ช่วยเหลือ เธอไม่ได้ฆ่าตัวตายอย่างที่ทุกคนเข้าใจ แต่ร่างกายวูบไปกะทันหัน เธอเครียดจากปัญหาทางการเงินที่ต้องรักษาอาการป่วย..พราวออกปากอาสาช่วยเหลือเงินค่ารักษา....แฟรงค์แปลกใจเพราะพราวไม่เคยเป็นสปอนเซอร์ให้ใครมาก่อน พราวจึงเฉลยจุดประสงค์ว่า.... ทำให้ทุกคนเข้าใจว่ามีนคือพราว มีนคือสแตนอินของพราว! แฟรงค์ไม่แน่ใจว่ามีนจะยอมเสี่ยงตามแผนของพราว จนกระทั่ง แมน น้องชายรูปหล่อมาเยี่ยมมีน ทำให้พราวและแฟรงค์รู้ความจริงว่า มีนและแมนเป็นเด็กกำพร้าที่โตมาจากบ้านแสนรัก...โดยมี แม่แก้ว ผู้ก่อตั้งบ้านแสนรักคอยเลี้ยงดูพวกเธอมา...มีนต้องการหาเงินช่วยเหลือหนี้สินของบ้านแสนรัก และไม่ยอมให้เด็กกำพร้าอีกสามสิบกว่าชีวิตต้องลอยเคว้ง...พราวและแฟรงค์เห็นช่องทางในการโน้มน้าวมีนที่กำลังลำบากเรื่องเงิน ที่สำคัญเรื่องนี้ต้องเป็นความลับ ใครก็รู้ไม่ได้ แม้แต่สมชาย!!!! เพราะพราวเองก็หวั่นใจอยู่ลึกๆว่าถ้าสมชายรู้เรื่อง สมชายต้องเกลียดขี้หน้ามากกว่าเดิม แต่พราวไม่มีทางเลือก เพราะพราวไม่อยากตาย! สมชายรู้เรื่องจนได้....เข้าไปขัดขวางไม่ให้มีนรับข้อเสนอ... มีนไม่ควรเป็นเครื่องมือของผู้หญิงเห็นแก่ตัวและซื้อชีวิตคนอื่นด้วยเงิน!!! พราวโกรธสมชายมากที่พูดแทงใจดำ ประกาศลั่น ไล่สมชายออก และยินดีจะเดินหน้าทำงานต่อไปท่ามกลางความเสี่ยง ตายก็ช่างมัน โลกจะได้รู้ ว่าสำนักงานตำรวจฯปล่อยให้ซุปเปอร์สตาร์ต้องตายด้วยน้ำมือของคนโรคจิต ในขณะที่พราวกำลังสิ้นหวัง มีนก้าวเข้ามายอมรับเงื่อนไขการเป็นสแตนอินของพราว....เพราะมีนเข้าใจความรู้สึกของคนที่ยังไม่อยากตายดี...ชีวิตนี้ยังมีสิ่งที่ต้องทำอีกมากมาย พราวเข้าสวมกอดมีน ขอบคุณในความมีน้ำใจของมีน สมชายกลับเข้ามาที่คฤหาสน์ พราวไม่พอใจไล่สมชายออกไปเพราะเธอไม่ต้องการบอดี้การ์ดปากจัดอย่างสมชาย...สมชายบอกว่าแฟรงค์ขอร้องให้ทำงานต่อและที่เขายอมมาช่วยเป็นบอดี้การ์ด ไม่ได้คิดคุ้มครองพราว...แต่ห่วงสวัสดิภาพของมีน คนบริสุทธิ์ไม่ควรจะต้องมาเสี่ยงเพื่อพราว!!!! พราวรู้สึกเจ็บจี๊ดกับความหมางเมินที่ได้รับ ออกคำสั่งให้สมชายรีบสืบหาตัวไอ้โรคจิตให้เร็วที่สุด.. เพื่อที่ว่าจะได้ไม่ต้องมาเห็นหน้ากันอีก! ปฎิบัติการสแตนอินซุปเปอร์สตาร์เริ่มต้นด้วยการที่มีนเข้ารับการศัลยกรรมเอาปานแดงออกและโมหน้าให้เหมือนพราวมากที่สุด....ระหว่างรอมีนรักษาตัว พราวจำเป็นต้องออกงาน โดยมีสมชายตามประกบทุกฝีก้าว ไม่เว้นแม้แต่วันที่พราวต้องไปพบติณห์ด้วยนัดสำคัญ...ติณห์ขอพราวแต่งงาน โดยมีสมชายยืนอยู่ตรงกลางรับรู้ความสวีทหวานที่พราวตั้งใจทำให้สมชายเห็น...พราวตกลงแต่งงานกับติณห์ เพราะคิดว่า “รัก” แต่ขอเงื่อนไขจะแต่งงานอีกสองเดือนข้างหน้า เพื่อเคลียร์งานให้ลงตัว...โดยที่พราวไม่รู้เลยว่าสมชายรู้สึกเจ็บแปลบในใจไม่ทราบสาเหตุ....ขณะที่สุดเขตต์ก็ได้รับจ๊อบเป็นพวกปาปารัซซี่คอยตามถ่ายรูปพราวไปทุกหนทุกแห่ง จนเค้ามีโอกาสได้เห็นมีนที่อยู่ระหว่างทำศัลยกรรมปานแดง และต้องคอยปิดหน้าปิดตาไม่ให้ใครเห็นหน้า แต่สุดเขตต์ก็ดูหน้าออกว่าเป็นพราว ขณะที่พราวก็ไปปรากฏตัวที่อื่น ทำให้สุดเขตต์เริ่มสับสนทำไมเหมือนมีพราว2คนในเวลาเดียวกัน ติณห์พอใจที่พราวตกลง แสดงว่าพราวรักเขาแล้ว..เท่ากับแผนการของติณห์ใกล้ความจริง....ติณห์เดินเข้าไปคุยกับร่างของ ตรี น้องชายที่นอนเป็นผักไร้ความรู้สึก เป็นเจ้าชายนิทราตลอดกาล ติณห์จำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตได้ดี...ในวันที่เขาไปติดต่อธุรกิจที่เซิ่นเจ้น ตรีขอแวะฮ่องกง.. บอกว่าต้องไปสารภาพรักกับแฟน.....โดยที่ตรีไม่เคยบอกติณห์สักครั้งว่าสาวคนนั้นเป็นใคร และในคืนนั้นเอง ตรีประสบอุบัติเหตุตกตึกกลายเป็นเจ้าชายนิทรา....ติณห์หาข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือของตรี พบภาพตรีถ่ายรูปคู่กับพราว ติณห์จึงปักใจว่าพราวเป็นผู้หญิงที่หักอกน้องชายเขา เป็นต้นเหตุให้น้องชายต้องทรมานอย่างนี้ ดังนั้น...ติณห์ตั้งใจจะทำให้พราวเสียขวัญ เสียใจอย่างรุนแรงและสูญเสียทุกอย่างในชีวิต เหมือนกับที่พราวทำกับตรี... โดยที่ติณห์ไม่เคยรู้ความจริงเลยว่า....ผู้หญิงที่ตรีหลงรัก...คือจันทร์จรี อดีตพริตตี้เนื้อหอมที่ไต่เต้าขึ้นมาเป็นดารา และเข้าไปอยู่ในสังกัดแฟรงค์ได้ ด้วยการอาศัยตรีที่รู้จักกับพราวเป็นการส่วนตัว นำพาจันทร์จรีไปพบกับแฟรงค์ จนแฟรงค์พาเข้ามาเป็นเด็กในสังกัด แล้วจันทร์จรีก็เขี่ยตรีทิ้งมีนรักษาแผลบนใบหน้าหายดีแล้ว.. ภารกิจสแตนอินของพราวก็เริ่มต้นขึ้น...แฟรงค์จับฝึกหัดให้มีท่วงท่ากริยาให้เหมือนพราว ส่งครูมาสอนการแสดงให้แอ๊คติ้งขั้นเทพได้อย่างพราว แต่มีนก็ไม่สามารถผ่านด่านการแสดงได้....แฟรงค์กับเอมี่กุมขมับหมดหนทางสอน...พราวจึงเข้ามาเป็นติวเตอร์พิเศษ..สอนให้มีนเชื่อจากข้างในใจ...เชื่อว่าตัวเองคือซุปเปอร์สตาร์...แล้วทุกอย่างมันจะออกมาเอง...มีนจึงสามารถผ่านด่านการแสดงไปได้....ช่วงเวลานี้เองที่พราวรู้สึกสนิทสนมกับมีน....ทั้งสองกลายเป็นกระจกสะท้อนให้กันและกัน....มีนจึงมีความพร้อมที่จะเริ่มทำงานแทนพราว...แต่หากติณห์นัดเจอพราวส่วนตัว พราวจะเป็นคนออกไปเจอติณห์เอง ป้องกันไม่ให้ติณห์สงสัยและไม่ให้มีนต้องเก้อเขินอยู่กับติณห์ แต่ระหว่างที่มีนกำลังเป็นพราวฝึกหัดอยู่นั้น ด้วยความคิดถึงแมน มีนแอบออกไปนัดเจอแมน โดยสุดเขตต์เผอิญเห็นเข้า และแอบติดตามเป็นปาปารัซซี่คอยตามถ่ายรูปสอดแนม สุดเขตต์ซึ่งยังไม่รู้ว่ามีนไม่ใช่พราว กลับได้เห็นมุมน่ารักและอ่อนโยนของพราวเวลาที่ไม่ได้อยู่ต่อหน้ากล้อง ต่อหน้ามวลชน สุดเขตต์แปลกใจมาก จนเขาเข้าไปเผชิญหน้ากับมีนเพื่อทดสอบ แต่มีนกลับไม่รู้จักว่าเขาเป็นใคร ทำให้สุดเขตต์เริ่มสงสัย ว่าพราวอาจจะมี2คนอย่างที่เขาสงสัยแต่แรก แล้วครั้งแรกของมีนก็เจอดี...ระหว่างการถ่ายทำละครเจอเหตุระเบิด ซึ่งเกิดจากมือดีใช้ระเบิดจริงสลับกับระเบิดปลอมที่ทีมงานเซ็ตเอาไว้ มีนกระโดดหลบได้ทัน เพราะทักษะศิลปะการต่อสู้ที่ติดตัวอยู่ ในฐานะบัณฑิตสาขาพลศึกษาและวิทยาศาสตร์การกีฬา สมชายโล่งอกที่มีนปลอดภัย ดึงตัวเข้ามาสวมกอดด้วยความลืมตัว ทำเอาแฟนคลับกรี๊ดลั่น ส้มจี๊ดที่เฝ้ากองถ่ายอยู่ รีบสั่งให้สุดเขตต์เก็บภาพทันที คราวนี้มีนได้เห็นสุดเขตต์อีกครั้งและรู้ว่าเป็นนักข่าวก็ตกใจ พยายามหลบหน้าเขา ซึ่งผิดวิสัยของพราวคนเดิม ที่พอเห็นสุดเขตต์กับส้มจี๊ดจะมองด้วยสายตาไม่ญาติดีด้วยและจะเข้ามาหาเรื่องทุกครั้ง สุดเขตต์เลยเริ่มจับพฤกรรมของพราว2คนที่แตกต่างกันได้ ข่าวบอดี้การ์ดหนุ่มหล่อกอดซุปเปอร์สตาร์ถูกตีจนฟูนำเสนอไปทั่ว....พราวโวยวายที่สมชายทำให้เธอเสื่อมเสียชื่อเสียง เพราะพราวมีคู่หมั้นคือติณห์ มีนเข้ามาเคลียร์แล้วทำให้พราวหุบปากได้สนิทแถมด้วยอาการหัวใจเต้นแรงว่า....”สมชายคิดว่าคนที่กำลังกอดคือพราว” พราวอึ้ง สมชายก็อึ้ง...ก่อนจะหันเดินหนี มองหน้ากันไม่ติดนับจากนั้น ส้มจี๊ดรู้สึกได้กลิ่นทะแม่งๆ เห็นความผิดปกติในตัวมีน จึงคิดสืบความจริง!!! แต่สุดเขตต์กลับไม่เอาด้วยแถมพูดว่าส้มจี๊ดคิดมากเป็นหนังฮฮลิวู้ดไปแล้ว เพราะในใจสุดเขตต์กำลังร้สึกหลงรักพราวที่เป็นมีนเข้าเสียแล้ว และเขาตั้งใจจะสืบให้รู้ความจริงอย่างเงียบๆ ส้มจี๊ดเลยหันไปร่วมมือกับจันทร์จรี ที่ต้องการกำจัดพราว..และอยากได้ติณห์มาครอง แต่พราว มีน และแฟรงค์ก็เอาตัวรอดมาได้ทุกครั้ง คนที่เหนื่อยมากที่สุดก็คือ...สมชาย ที่ต้องคอยทำหน้าดูแลคุ้มครองมีนและพราวจนไม่มีเวลาพักผ่อน ซึ่งต้องคอยสืบข่าวตามหาตัวคนร้าย...ซึ่งใกล้ความจริงมาทุกขณะ..เมื่อได้รับรายงานจากสายข่าวว่า....ติณห์อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้! และแล้วสุดเขตต์ที่แอบเฝ้าติดตามดูพราวที่เป็นมีน ก็ค้นพบความจริง ว่าแท้จริงแล้วมีนเป็นคนที่หน้าตาเหมือนพราว และถูกจ้างให้มาสวมบทบาทแทนพราวเพื่อให้พราวไม่ต้องเสี่ยงกับการถูกปองร้าย มีนขอร้องให้สุดเขตต์ปิดเรื่องนี้เป็นความลับ สุดเขตต์รับปาก และแอบช่วยมีนอยู่ห่างๆทำให้ทั้ง2เข้าอกเข้าใจกันและเริ่มรักกันในที่สุด ขณะที่มีนเห็นสมชายทำงานหนัก จึงคอยเป็นห่วงเป็นใยดูแล เพราะความเป็นคนมีน้ำใจ ทำใหสุดเขตต์เห็น แอบหึง และแฟรงค์เองก็ฟันธงว่าสมชายกับมีนกำลังปลูกต้นรักกัน พราวหงุดหงิดอย่างไม่รู้ตัว พอแฟรงค์และเอมี่จับพิรุธได้...พราวก็อ้างว่าอึดอัดรำคาญที่ต้องมาคนแปลกหน้ามาอยู่ในบ้านถึงสองคน! ระยะหลังสื่อทุกสำนักต่างเขียนข่าวชื่นชมพราว...ที่เป็นซุปเปอร์สตาร์สุดแสนน่ารัก เป็นมิตร ฝีมือการแสดงพัฒนา โดยเฉพาะคิวบู๊ที่ดูทะมัดทะแมงขึ้นมากและ...เต็มใจทำทุกอย่างเพื่อคืนกลับให้สังคม เพราะมีนรับงานการกุศลต่อหน้าสื่อโดยที่แฟรงค์ไม่ทันได้ตั้งตัว พราวต่อว่ามีนทำนอกเหนือจากการว่าจ้าง มีนแก้ตัวว่า...ถ้ายังมีโอกาสก็อยากทำให้คนอื่นบ้าง...เพราะมีคนด้อยโอกาสเป็นจำนวนมากรอให้พราวไปหา เพียงแค่ได้พูดคุยหรือกินข้าวกลางวันกับซุปเปอร์สตาร์อย่างพราว ก็ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เขาเหล่านั้นมีแรงสู้กับโชคชะตาต่อไป พราวเหมือนถูกตบหน้า ประกาศเลิกจ้างมีน!!!.. สุดเขตต์ดีใจที่ได้รู้ข่าวจากมีน เขาอยากให้มีนกลับมาเป็นผู้หญิงธรรมดาๆที่เขาสามารถจะรักได้อย่างเปิดเผย มีนยิ้มรับคำสั่ง...ยอมคืนทุกอย่างที่ได้มา ขอบคุณทุกคนที่ทำให้มีนได้รู้จักโลกมายาที่ไม่มีใครทำอะไรโดยปราศจากการตอบแทน มีนจะหอบเสื้อผ้าออกไป แฟรงค์เปลี่ยนใจขอให้ทำงานสุดท้าย เพราะแฟรงค์เห็นความจริงใจและปรารถนาดีของมีน และสิ่งที่มีนทำส่งผลดีให้พราว โดยที่แฟรงค์ไม่ทันได้คาดคิดมาก่อน ว่าซุปเปอร์สตาร์ที่แท้จริงนั้น นอกเหนือจากความสามารถในฐานะศิลปิน ก็ต้องแบ่งปัน รู้จักให้และส่งต่อ คนถึงจะจดจำเป็นตำนาน!!! เป็นสิ่งที่แฟรงค์ไม่เคยสอนพราว นอกจากสอนการสร้างมูลค่าเรียกราคาให้ตัวเอง!สมชายแสดงความผิดหวังในตัวพราวมาก พราวยิ่งเสียใจ..และเผลอโพล่งความในใจ แสดงให้เห็นถึงความอ่อนแอ ความกลัว ที่ตัวเองไม่ใช่ซุปเปอร์สตาร์ตัวจริง พราวร้องไห้อย่างหนักเมื่อค้นพบว่าเธอทำตัวไร้ค่า..เป็นที่น่ารังเกียจ.... สมชายห้ามใจไม่ไหว...เข้าสวมกอดปลอบโยนด้วยความเห็นใจ....สอนให้พราวล้มแล้วลุก...รู้แล้วก็เปลี่ยนแปลง...ยังไม่สายเกินไปที่จะปรับปรุงตัวเอง...ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ.....เหมือนกับที่เขาพยายามทำดีและช่วยเหลือครอบครัวดารกา แม้ว่าดารกาจะผลักไล่ไม่ต้อนรับเขา เขาก็จะทำต่อไป....เพียงเพื่อชดเชยความผิดที่ได้ทำไว้ และนอกเหนือจากนั้น....เขาต้องทำชีวิตที่เหลืออยู่ให้มีคุณค่า....พราวรู้สึกดีขึ้นมากที่สมชายปลอบใจ แต่เมื่อสมชายได้สติก็เจ็บใจตัวเองที่มาหลงรักนางมารร้ายนอกจอ สมชายรีบผละจากพราว... ตัดสินใจจะลาออกจากบอดี้การ์ด.!!! ยิ่งทำให้พราวเสียใจอย่างหนัก นึกโกรธและเกลียดตัวเอง อาการป่วยของมีนแย่ลง...แมนรู้ความจริงว่ามีนป่วยเป็นมะเร็งเลยมาบอกกับสุดเขตต์ สุดเขตต์ขอให้มีนหยุดภารกิจ แสตนอินแทนพราว...แต่มีนขอร้องให้สุดเขตต์เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ....มีนต้องการเงินค่าตอบแทนช่วยเหลือบ้านแสนรักและช่วยชีวิตพราว....สุดเขตต์จำต้องรับปากมีนและกอดเธอไว้ สัญญาจะพยายามหาหมอที่จะมาช่วยรักษามีนให้หายให้ได้ .....มีนยังฝืนจะไปทำงานและออกงานกุศลแทนพราว....พราวออกคำสั่งว่าให้มีนพักผ่อนและพราวจะไปงานกุศลเอง.... พราวได้ไปบ้านแสนรัก....ถึงกับน้ำตารื้นเมื่อเห็นสายตาและรอยยิ้มของเด็กๆ และที่สำคัญ...แม่แก้วเอาภาพถ่ายในอดีตที่พราวเคยมาบริจาคของในวันเกิด ซึ่งพราวไม่เคยใส่ใจจำเพราะทำไปเพื่อสร้างข่าว ทำให้พราวเริ่มนึกย้อนได้ว่า....เธอเคยเจอมีน ยัยปานดำมาก่อน แต่เธอไม่สนใจ....แม่แก้วยังบอกอีกว่าพราวเป็นแรงบันดาลใจให้มีนและเด็กกำพร้าทุกคน ที่จะก้าวไปเป็นคนดีและทำงานเพื่อสังคมต่อไป....พราวตัดสินใจบริจาคเงินให้กับบ้านเด็กกำพร้าแห่งนั้น ทำให้แฟรงค์และเอมี่เกือบตกเก้าอี้ด้วยความตกใจ.... มีนดูข่าวด้วยความปลาบปลื้มใจ ก่อนจะรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาอีกครั้ง ...มีนปกปิดทุกคนว่าตัวเองกำลังจะตายเพราะมะเร็งในสมองที่เธอไม่มีเงินรักษา....และมันอาจจะทำให้เธอมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกไม่นาน!!!! เพราะฉะนั้นมีนจึงทำทุกวินาทีที่เหลืออยู่ให้มีความหมายมากที่สุด ขณะที่สุดเขตต์พยายามหาเงิน หาหมอที่จะช่วยรักษามีนให้ได้ พราวซังกะตายเมื่อสมชายไม่อยู่ แต่ปากแข็งว่าไม่คิดถึงสมชาย มีนสังเกตได้ว่า...พราวไม่เคยมีความสุขขณะที่อยู่กับติณห์ ไม่เหมือนตอนที่อยู่กับสมชายที่พราวจะมีชีวิตชีวา...และติณห์ก็รู้สึกได้ว่าพราวรักสมชาย....ทำให้ติณห์คลั่ง รีบหาทางทำลายพราว จันทร์จรีฉวยโอกาสทำเห็นใจติณห์ แสดงไมตรีจิตถึงเนื้อถึงตัวจนมีอะไรกันลึกซึ้ง จันทร์จรีหลงรักติณห์หัวปักหัวปำ คิดจะแย่งติณห์จากพราวให้ได้ จึงหลอกถามข่าวคราวในบ้านจากมิกิและมาร์ค แต่มิกิและมาร์คไหวตัวทัน ปิดปากสนิท....จันทร์จรีจึงเข้าหา บอย น้องชายของแฟรงค์ ซึ่งมีแววจะเป็นเกย์ตามพี่ชาย แฟรงค์จึงออกกฎเหล็กห้ามเป็นเกย์ ต้องแมนเพื่อสืบทอดต้นตระกูล บอยจึงพยายามควบคุมพฤติกรรมตัวเองและฝึกเป็นชายชาตรีด้วยการจีบจันทร์จรี....จันทร์จรีสบโอกาส หลอกใช้บอยสืบความลับในบ้านมาให้เธอ....แล้วจันทร์จรีก็ส่งต่อข้อมูลลับให้ติณห์.. ความฝันในการทำลายพราวของติณห์ก็ใกล้ความจริงขึ้น...เมื่อได้จันทร์จรีมาร่วมมือ คิวสุดท้ายของละคร เป็นฉากแอ็คชั่นใหญ่ มีนเตรียมตัวจนพร้อมเพื่อเข้าฉาก ฝ่ายรักษาความปลอดภัยทำงานกันอย่างเต็มที่ ตำรวจตรวจสอบคนเข้าออกกองถ่ายอย่างเข้มข้น ไม่มีใครเข้าถึงตัวนางเอกของเรื่องได้ แม้แต่สุดเขตต์ก็ถูกกันให้อยู่ห่างจากกองถ่าย ในขณะที่สมชายสืบข้อมูลส่วนตัวของติณห์ พบแท้จริงว่า ติณห์คือพี่ชายของตรีที่เคยประสบอุบัติเหตุ และเคียดแค้นพราว....โดยมีจันทร์จรีคอยร่วมมือกำจัดพราว โดยจัดฉากว่าเป็นอุบัติเหตุในกองถ่าย บอยก็รู้ความจริงว่าถูกจันทร์จรีหลอกใช้...ปรี๊ดแตกวีนใส่จันทร์จรี ไม่ขอแอ๊บแมนอีกแล้ว....แฟรงค์จำต้องให้น้องชายเลือกสภาพทางเพศด้วยตัวเอง ขอเพียงแต่ให้ทำตัวมีคุณค่า... เมื่อสมชายได้ข้อมูลและหลักฐานทั้งหมดของโรคจิตที่ปองร้ายพราวว่าที่แท้คือติณห์....ก็รีบไปบอกพราว…พราวเป็นห่วงมีน ไม่อยากให้มีนต้องรับเคราะห์แทนเธอ.....เร่งไปกองถ่ายทันที...แต่แล้วก็พบว่า..มีนกำลังเข้าฉากรบต่อสู้กับสตั๊นแมนที่เล่นเกินจริง มีนเริ่มอ่อนแรงเพราะสภาพไม่ไหวและป่วยหนัก สมชายและพราวเข้าไปช่วยมีน ทีมงานตกตะลึงที่เห็นพราวสองคน ขณะที่ทุกคนงุนงง...สมชายและสหวุฒิตรงเข้าไปจะจับกุมติณห์ แต่จันทร์จรีปรากฏตัวขึ้นที่มุมมืดจะยิงมีน สุดเขตต์ที่แอบลักลอบเข้ากองถ่ายมา เห็นเข้าเสียก่อน เลยเข้าไปช่วยมีนไว้ได้ จันทร์จรียิงต่อสู้กับตำรวจ แต่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ และถูกจับในที่สุด จังหวะที่ทุกคนกำลังยุ่งกับจับจันทร์จรี ติณห์ฉวยโอกาสจับตัวพราวเป็นตัวประกันหนีจะไป สมชายนำทีมเข้าไปช่วยเหลือพราว พราวตกใจที่รู้ว่าติณห์คือคนที่ปองร้ายเธอ...ติณห์จึงเล่าเบื้องหลังความเจ็บแค้นที่มีต่อพราว พราวเป็นต้นเหตุให้ตรี น้องชายเขาประสบเหตุเป็นเจ้าชายนิทรา.. พราวปฎิเสธไม่ใช่คนรักของตรี...เธอรู้จักกับตรีจริง แต่ก็เป็นแค่เพื่อนสนิทกัน ไม่เคยมีความรู้สึกเกินเลยติณห์ไม่เชื่อคิดว่าพราวโกหกเอาตัวรอด เหมือนที่เฟคแอ๊คติ้งหลอกคนดู..ติณห์จะเข้ามาทำร้ายพราว....แต่จันทร์จรีที่ถูกจับ สารภาพความจริงทั้งหมด สมชายเลยพาตัวจันทร์จรีมาต่อรองบอกความจริงกับติณห์ ...ว่าเธอหลอกใช้ตรีเป็นสะพานเพื่อเข้าวงการ พอได้เซ็นสัญญากับแฟรงค์แล้วก็บอกเลิกเขี่ยตรีทิ้ง ตรีจึงเสียใจเมาเหล้าแล้วขับรถประสบอุบัติเหตุ...ติณห์ตกใจและโกรธเข้าไปทำร้ายจันทร์ต่พลาดท่าตกตึก! พราวดีใจที่รอดชีวิตมาได้....ขอบคุณมีนที่ช่วยทำหน้าที่แทนเธอมาตลอด....พราวเข้าไปสวมกอดมีน บอกให้มีนได้กลับไปใช้ชีวิตของมีน ไม่ต้องเป็นแสตนอินอีกต่อไป แต่แล้ว..มีนทรุดตัวลงด้วยอาการกำเริบ สุดเขตต์จึงบอกความจริงว่ามีนเป็นมะเร็งสมอง...ถ้าไม่รีบรักษามีนจะต้องตาย...พราวร้องไห้เสียใจที่ตัวเองเป็นต้นเหตุให้มีนมาทำภารกิจนี้แล้วต้องมาตายเพราะเธอ...พราวตัดสินใจเป็นคนออกค่าผ่าตัดไม่ว่ากี่10ล้าน เธอก็จะช่วยมีน เพราะมีนช่วยทำให้พราวเจอความหมายของการมีชีวิตอยู่ คืออยู่เพื่อคนที่พราวรักและรักพราว....แล้วมีนก็แน่นิ่งไป สุดเขตต์เข้ามากอดมีนร้องไห้ ส้มจี๊ดช็อคกับภาพที่เห็น นี่แปลว่าสุดเขตต์รู้เรื่องมีนมาตลอดแต่ปิดบังเธอไว้ ติณห์บาดเจ็บจากการตกตึก....แต่ไม่สาหัส...พราวให้อภัยติณห์ ขอถอนแจ้งความทั้งหมด ส่วนจันทร์รู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุของปัญหา ถ้าออกจากคุกมาเมื่อไหร่ อาสาที่จะดูแลชีวิตของตรีต่อไป...เพื่อชดใช้ความผิดที่ก่อ..พราวแถลงข่าวต่อสื่อทุกแขนงถึงเรื่องราวทั้งหมดและขอโทษประชาชนที่โกหก ความกลัวและความอ่อนแอของพราวทำให้ลงมือทำในสิ่งที่ไม่น่าให้อภัย และทำให้คนอื่นต้องเดือดร้อน ต่อไปนี้จะไม่มีซุปเปอร์สตาร์ที่ชื่อพราวอีกต่อไป...พราวจะขอหันหลังจากวงการ!!!! สร้างความช็อคและตกใจให้กับทุกคน พราวเก็บของ เตรียมตัวไปหลบรักษาใจที่ต่างประเทศ เซ็นมอบเงินเกือบทั้งหมดให้กับ “บ้านแสนรัก” พราวเห็นรอยยิ้มที่มีความหวังของเด็กๆ บวกกับกลุ่มแฟนคลับและทีมงานละคร รวมทั้งสื่อทุกสำนัก นำโดยส้มจี๊ดและสุดเขตต์มาปรากฏตัว ขอให้พราวอยู่สร้างผลงาน สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนต่อไป...ไม่มีพราว ชีวิตหลายคนอาจจะไม่มีแสงสว่างอยู่กลางใจ พราวได้คิด ถ้าพราวไม่ทำงานอยู่ที่นี่ต่อไป วันหนึ่ง “บ้านแสนรัก”ของมีนก็จะไม่มีทุนให้ดำเนินการได้อีก วิญญาณของมีนคงไม่มีความสุข พราวเปลี่ยนใจประกาศจะขอรักษาบัลลังก์ซุปเปอร์สตาร์เอาไว้ต่อไปให้เป็นตำนาน สมชายกำลังหน้ามันอยู่หน้ากระทะเพื่อทำอาหารเลี้ยงคณะเด็ก “บ้านแสนรัก” ที่มาทำกิจกรรมดูหิ่งห้อยและเที่ยวตลาดน้ำ สมชายตกใจกระทะแทบหล่นที่ผู้ช่วยตัวเองเปลี่ยนจากน้องนุชเป็นพราวซุปเปอร์สตาร์นิสัยแย่ พราวสารภาพความในใจ และขอโทษสมชายอย่างจริงใจ สมชายออกปากไล่พราวออกไป และไม่ยอมใจอ่อน พราวกลับบ้านด้วยความผิดหวัง ไม่ติดต่อสมชายอีกเลย.ที่โรงพยาบาล...มีนฟื้นขึ้นจากการผ่าตัด โดยมีสุดเขตต์กับแมนอยู่ข้างเตียง ทั้ง2ดีใจที่การผ่าตัดช่วยชีวิตมีนสำเร็จ และเธอจะได้มีชีวิตต่อไปพราวเปิดกล้องละครเรื่องใหม่.....มีกลุ่มแฟนคลับมาให้กำลังใจอย่างคับคั่งเหมือนเดิม แต่แล้วตั้มก็ปราดเข้ามาหน้าตาเคร่งเครียด ทุกคนกลัว แตกตื่น คิดว่าตั้มจะทำมิดีมิร้ายพราว แต่แล้วทุกคนก็โล่งอก เพราะตั้มเอาช่อดอกไม้มามอบให้พราว และคนที่ฝากมาให้คือ....สมชาย.....บอดี้การ์ดหน้าเดียวที่เดินเข้ามาขอเป็นบอดี้การ์ดหัวใจพราวตลอดชีวิต! รายชื่อนักแสดงนำ ใน ละคร พราว พัชราภา ไชยเชื้อ รับบท พราว / มีน ศุกลวัฒน์ คณารศ รับบท สมชาย กันตพงศ์ บำรุงรักษ์ รับบท สุดเขตต์ อานัส ฬาพานิช รับบท ติณห์ เกียรติศักดิ์ อุดมนาค รับบท แฟรงค์ มาติกา อรรถกรศิริโพธิ์ รับบท เอมี่ ธัญยกันต์ ธนกิตตธนานนท์ รับบท จันทร์จรี ดวงดาว จารุจินดา รับบท แม่แก้ว ธัญสินี พรมสุทธิ์ รับบท ส้มจี๊ด สุพรรษา เนื่องภิรมย์ รับบท อรชุมา วรารัตน์ เทพโสธร รับบท น้าอร สรารัตน์ หรุ่มเรืองวงษ์ รับบท วารี ละคร พราว ละคร พราว ละคร พราว ละคร พราว ละคร พราว ละคร พราว

วิธีแก้ชง ปี 2558 พร้อมสถานที่และการเดินทาง
ดวง 2558 /  ดวงปีชง 2558 / 

บางคนถามว่าปี 2558 เป็นปีที่ตนเองชง สำหรับวิธีแก้ชงควรทำอย่างไร และสถานที่ไหนที่น่าสนใจและเหมาะกับการไปแก้ชง ปี 2558 มากที่สุด Horoscope.Mthai.com ไม่รอช้าครับ เพราะเรานำ วิธีแก้ชง ปี 2558 พร้อมสถานที่และการเดินทางมาฝากกันแล้วครับ วิธีแก้ชง ปี 2558 การกราบไหว้สักการะเทพเจ้าและสิ่งมงคลทั้งหลายที่จะให้ช่วยปกป้องคุ้มครองช่วยเหลือ เพื่อคุ้มครองและปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย เพราะหากใครที่เป็นปีชง จะทำให้เกิดอุปสรรคและปัญหาในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการงาน การเงิน ความรัก ที่จะได้รับผลกระทบหนัก 1. ตามความเชื่อของคนจีน การไหว้เทพเจ้าไท้ส่วย จะช่วยบรรเทาเคราะห์กรรมได้ โดยในประเทศไทยสามารถไหว้ได้ที่วัดจีนทั่วไป เช่น วัดเล่งเน่ยยี่ (หรือวัดมังกรกมลาวาส) เป็นต้น 2. เนื่องจากดาวพฤหัสบดี เป็นดาวแห่งความดีงามและผู้ใหญ่ การทำบุญช่วยชีวิตสัตว์ต่างๆ เช่นการไถ่ชีวิตโค กระบือ ปล่อยนกปล่อยปลา การบริจาคโลหิต ฯลฯ ก็จะเป็นการช่วยส่งเสริมดาวพฤหัสให้มีพลังมากขึ้น 3. การไหว้พระ 9 วัด ช่วยเสริมสิริมงคลให้ชีวิต สถานที่แนะนำให้ไปไหว้พระ 9 วัด เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล  1. ศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานคร (เวลาเปิด-ปิด 05.30 – 19.30 น.) ไปสักการะ “เทพารักษ์ทั้ง 5″ คือ พระเสื้อเมือง, พระทรงเมือง, พระกาฬไชยศรี, เจ้าพ่อเจตคุปต์, เจ้าพ่อหอกลอง เพื่อ “ตัดเคราะห์ ต่อชะตา เสริมวาสนาบารมี” ไหว้ เสาหลักเมืององค์จำลอง ด้วยธูป 3 ดอก เทียน 1 เล่ม ผ้าแพร 3 สี ดอกบัว และไหว้องค์จริงด้วยพวงมาลัย สถานที่ตั้ง อยู่บริเวณหัวมุมสวนหลวง ข้างพระบรมมหาราชวัง ถนนหลักเมือง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทาง สาย 1, 3, 9, 15, 25, 30, 32, 33, 39, 43, 44, 47, 53, 64, 80, 82, 91,201, 203 รถปรับอากาศ สาย 503,508, 512 2. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (เวลาเปิด-ปิด 08.30 – 16.00 น.) ไหว้พระแก้วมรกต พระพุทธรูปสำคัญในภูมิภาคเอเชีย เป็นศูนย์กลางความศรัทธาไทย – ลาว เพื่อความเป็นสิริมงคล “ไหว้พระแก้วมรกต แก้วแหวน เงินทองไหลมาเทมาตลอดปี” ด้วยธูป เทียน ดอกบัวคู่ สถานที่ตั้ง อยู่ในพระบรมมหาราชวัง ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทาง สาย 1, 3, 9, 15, 25, 30, 32, 33, 39, 43, 44, 53, 59, 64, 80, 82,91,201, 203 รถปรับอากาศ สาย 501, 503, 508, 512 3. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) (เวลาเปิด-ปิด 08.00 – 16.00 น.) นมัสการพระพุทธไสยาสน์อันศักดิ์สิทธิ์ (ที่ฝ่าพระบาททั้งสองข้างประดับมุก ลวดลายภาพมงคล 108 ประการ) เพื่อความเป็นสิริมงคล “ไหว้พระนอนวัดโพธิ์ ร่มเย็นเป็นสุข อยู่ดีกินดีตลอดปี” ด้วยธูป 9 ดอก เทียนแดงคู่ ทองคำเปลว 11 แผ่น สถานที่ตั้ง หลังพระบรมมหาราชวัง ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทาง สาย 1, 3, 6, 9, 12, 25, 43, 44, 47, 53, 60, 82, 91, 123,รถปรับอากาศ สาย 501, 508 4. ศาลเจ้าพ่อเสือ (เวลาเปิด-ปิด 08.00 – 16.00 น.) ไปสักการะ เจ้าพ่อเสือ เจ้าพ่อกวนอู เจ้าแม่ทับทิม ฯลฯ เพื่อเสริม “อำนาจบารมี” ด้วยธูป 18 ดอก ปัก 6 กระถาง เทียนแดง 1 คู่ พวงมาลัย 1 พวง “ศาลเจ้าเก่าแก่ของลัทธิเต๋า” หนึ่งในสามมหาสถานของพระนครที่ชาวจีนต้องสักการะบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคล “เสริมอำนาจบารมี” สถานที่ตั้ง ถนนตะนาว แขวงเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทาง สาย 10, 12, 19, 35, 42, 56, 96 5. วัดสุทัศน์เทพวราราม (เวลาเปิด-ปิด 08.00 – 16.00 น.) ไหว้พระองค์ประธาน (พระศรีศากยมุณี) ที่เก่าแก่ ซึ่งอดีตเคยประดิษฐานอยู่ที่วิหารหลวงวัดมหาธาตุของกรุงสุโขทัย เพื่อความเป็นสิริมงคล “ไหว้พระวัดสุทัศนฯ มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีเสน่ห์แก่บุคคลทั่วไป” ด้วยธูป 3 ดอก เทียน 2 เล่ม ดอกบัวหรือพวงมาลัย สถานที่ตั้ง บริเวณเสาชิงช้า ตรงข้ามศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทาง สาย 10, 12 6. วัดชนะสงคราม (เวลาเปิด-ปิด 08.00 – 16.00 น.) ต้องไปสักการะ “พระประธาน” ในพระอุโบสถ และ “สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท (บุญมา)” ผู้นับถือความซื่อสัตย์ ด้วย ธูป 5 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกบัว 1 ดอก มีความเชื่อว่า “จะมีชัยชนะต่ออุปสรรคทั้งปวง” “ไหว้พระวัดชนะสงคราม อุปสรรคร้ายพ่ายแพ้” สถานที่ตั้ง ถนนจักรพงษ์ แขวงบางลำพู เขตพระนคร การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทาง สาย 3, 6, 9, 15, 30, 32, 33, 43, 53, 64, 65, 82, 123 รถปรับอากาศ สาย ปอ. 6, 509 7. วัดระฆังโฆษิตาราม (เวลาเปิด-ปิด 08.00 – 16.00 น.) สักการะสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) และพระประธานที่วัดระฆัง อ่านคาถาชินบัญชร เพื่อความเป็นสิริมงคล “ไหว้พระวัดระฆัง มีชื่อเสียงโด่งดังตลอดปี” ด้วยธูป 3 ดอก เทียนคู่ ทองคำเปลว 3 แผ่น หมากพลู สถานที่ตั้ง ถนนอรุณอัมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทาง สาย 19, 57, 83 ท่าเรือ เรือด่วนเจ้าพระยา ลงท่ารถไฟหรือท่าวังหลังก็ได้ หรือลงเรือข้ามฟากจากท่าช้างไปท่าวัดระฆัง 8. วัดอรุณราชวราราม (เวลาเปิด-ปิด 08.00 – 16.00 น.) ไหว้พระปรางค์วัดอรุณฯ เพื่อความเป็นสิริมงคล “ไหว้พระวัดอรุณ ชีวิตโรจน์รุ่ง ทุกวันคืน” ต้องไปสักการะ “พระประธาน” ด้วยธูป 3 ดอก เทียนคู่ และต้องไปเดินทักษิณาวัตรรอบ “พระปรางค์” อีก 3 รอบ เพื่อ “ชีวิตรุ่งโรจน์” สถานที่ตั้ง ข้างกองทัพเรือ ถนนอรุณอัมรินทร์ เขตบางกอกใหญ่ การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทางสาย 19, 57, 83 ทางเรือ ลงเรือข้ามฟากที่ท่าเตียนขึ้นที่ท่าวัดอรุณ 9. วัดกัลยาณมิตร (เวลาเปิด-ปิด 08.00 – 16.00 น.) ไหว้หลวงพ่อซำปอกง (พระพุทธไตรรัตนนายก) พระโตริมน้ำตามตำนาน กรุงศรีอยุธยา ณ วัดกัลยาณมิตร เพื่อความเป็นสิริมงคล “ไหว้หลวงพ่อซำปอกง โชคดีมีชัยปลอดภัยตลอดปี” ด้วยธูป 3 ดอก เทียนแดงคู่ สถานที่ตั้ง แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี การเดินทาง โดยรถประจำทาง สาย 3, 4, 7, 7ก, 9, 21, 37, 56, 82 รถปรับอากาศ สาย ปอ. 7, 21, 82 (นั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างจากโรงเรียนศึกษานารี เข้ามาที่วัดเพราะรถ ประจำทางเข้าไม่ถึง) ทางเรือ ลงเรือข้ามฟากที่ท่าปากคลองตลาดขึ้นท่าวัดกัลยาณมิตร เพื่อความสะดวกควรเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทาง หรือบริการขนส่งสาธารณะ เนื่องจากสถานที่จอดรถมีจำกัดมาก ขอบคุณภาพจาก www.horolive.com www.lesla.com

ภูเขาโปปา (Mount Popa) ที่สถิตของ มหาคีรีนัต แห่งพุกาม
ภูเขาโปปา /  มหาคีรีนัต / 

ภูเขาโปปา หรือเรียกว่า มหาคีรีนัต มีความสูงประมาณ 1,518 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ในอดีตเคยเป็นภูเขาไฟ แต่ปัจจุบันได้ดับไปแล้ว (ปะทุครั้งสุดท้ายเกือบ 2,500 ปี มาแล้ว) อยู่ห่างจากเมืองพุกามราว 50 กิโลเมตร ในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เขาโปปา (Mount Popa) ชื่อนี้มาจากรากศัพท์ภาษาสันสกฤตแปลว่าดอกจำปา เนื่องจากในอดีตบริเวณภูเขาลูกนี้ เคยมีต้นจำปาขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก หรือเรียกอีกชื่อว่า "ภูเขาดอกจำปา" ภูเขาโปปา (Mount Popa) ที่สถิตของ มหาคีรีนัต แห่งพุกาม ภูมิทัศน์โดยรอบภูเขาไฟโปปา เต็มไปด้วยบ่อน้ำพุและลำธารเล็กๆ ราว 200 แห่ง ตามความเชื่อดั้งเดิมของชาวพม่าเชื่อกันว่าภูเขาลูกนี้เป็นภูเขา ศักดิ์สิทธิ์ เพราะเป็นสถานที่สิงสถิตของบรรดาเทวดาและนัตทั้งหลาย "นัต" ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด 2 ตนสิงสถิตอยู่ (นัตมีทั้งหมด 37 ตน) ภูเขาโปปา ถูกกล่าวถึงในบันทึกประวัติศาสตร์พม่าตั้งแต่ในยุคของ การเลือกตำแหน่งสร้างอาณาจักรพุกามว่า อดีตภูเขาไฟแห่งนี้เป็นเสมือน เขาพระสุเมรุศูนย์กลางแห่งจักรวาล และเชื่อว่าเป็นที่สถิตของเหล่า “นัต” หรือที่คนพม่าเรียกว่า “มินนัต” คือ วิญญาณ ภูตผี จากผู้ที่เสียชีวิตด้วยการถูกฆ่า หรือถูกทรมานด้วยวิธีต่างๆ ดวงวิญญาณจึงไม่ไปสู่สุคติ มีทั้งคนธรรมดาและผู้ที่มียศศักดิ์ไปจนถึงกษัตริย์ บ่อยครั้งปรากฏกายแสดงอิทธิฤทธิ์เหนือธรรมชาติ กลายเป็นที่เกรงกลัวของชาวบ้านจึงมีการตั้งศาล และนำรูปปั้นเหมือนจริงตั้งไว้ให้คนกราบไหว้บูชา โดยถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ช่วยปกป้องดูแลบ้านเมือง และยังสามารถขอในสิ่งที่ต้องการได้ด้วย ซึ่งรูปปั้นนัตแต่ละตนจะสวมเสื้อผ้าสวยงาม บางตนนั่งอยู่บนสัตว์ต่างๆ เช่น เสือ หงส์ และม้า บางตนก็ถืออาวุธ แตกต่างกันไปตามเรื่องราวที่ได้รับการกล่าวขาน ตัวอย่างนัตซึ่งหลายคนนิยมกราบไหว้ คือ นัตโบโบยี หรือ เทพทันใจ เหมาะสำหรับคนใจร้อนอยากได้โชคลาภแบบทันใจ เป็นต้น เมื่อพระเจ้าอโนรธามังช่อ แห่งราชวงศ์พุกาม นำศาสนาพุทธนิกายเถรวาทจากมอญเข้าสู่พม่า ความเชื่อเรื่องนัตจึงถูกผสมผสานเข้ากับศาสนาพุทธ นัตจึงถูกยกระดับให้เป็นนัตหลวง โดยพระองค์ได้ทำการตั้งศาลนัตหลวงขึ้นที่เขาโปปา หรือเรียกว่ามหาคีรีนัต มีทั้งหมด 37 องค์ โดยองค์สำคัญคือ นัตตัจจาเมง (หรือนัตสักรา หรือพระอินทร์), นัตพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้, นัตโยนบะเยง (นัตพระเจ้าเมกุฏิสุทธิวงศ์) เป็นต้น บุคคลที่จะได้รับการรับถือเป็นนัตนั้น ต้องมาจากสาเหตุการตายที่ไม่ใช่การตายธรรมดา กล่าวโดยง่ายคือ ตายโหง เพราะเชื่อว่าจะมีฤทธานุภาพสูงกว่าผีทั่วๆ ไป กษัตริย์ในอดีตของพม่าจะต้องจัดงานเคารพบูชาผีนัตเป็นประจำทุกปี โดยชาวพม่าเชื่อว่าภูเขาแห่งนี้เป็นเสมือนบ้านของผีนัต มีการเฉลิมฉลองเพื่อความเคารพต่อผีนัตในช่วงประมาณเดือนพฤษภาคม และเดือนมิถุนายน นักแสวงบุญจำนวนมากจะพากันเดินทางขึ้นไปบนภูเขาโปปาเพื่อไปสักการ บูชาบรรดานัตทั้งหลายในช่วงคืนพระจันทร์เต็มดวง คือ ช่วงพฤษภาคม-มิถุนายน และช่วงพฤศจิกายน-ธันวาคม ภูเขาไฟโปปา และวัดตวงคาลัต สามารถมองเห็นได้แต่ไกล แม้จะยืนอยู่บริเวณแม่น้ำอิรวดีที่อยู่ห่างออกไป 60 กม.ก็ยังสามารถเห็นได้ ด้วยรูปพรรณสัณฐานตามธรรมชาติที่สะดุดตา นักแสวงบุญและนักท่องเที่ยวต้องขึ้นบันได 777 ขั้น เพื่อไปยังวัดตวงคาลัตซึ่งอยู่บนยอดสุด โดยตลอดทางเต็มไปด้วยฝูงลิงกัง ซึ่งเป็นสัตว์ประจำท้องถิ่น ที่กลายเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว และเมื่อขึ้นไปถึงวัดจะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล มองเห็นเมืองพุกามได้ทั้งเมือง View Larger Map ข้อมูลและภาพ : wiki / นิตยสารธรรมลีลา / traveladventures.org / flickr.com เรียบเรียงโดย Travel MThai

บี รับทะเลาะ โย ตัดขาดเหลือแค่เพื่อนร่วมโลก!!
บี น้ำทิพย์ /  โย ยศวดี / 

ถึงคราวแตกหักระหว่างเพื่อนสุดรักอย่างนางแบบสาว บี น้ำทิพย์ และ โย ยศวดี หลังมีปัญหาทะเลาะเรื่องธุรกิจ Yo & Bee Diet Foods Delivery ที่ทำร่วมกันจนถึงขั้นจ่อปิดกิจการในวันที่ 4 ต.ค. นี้ โดย สาวบี เปิดใจยอมรับมีปัญหาเรื่องเงินจริง ออกปากเลิกสนิทไม่สุงสิงอีกต่อไป เหลือแค่สถานะเพื่อนร่วมโลกเท่านั้น!! "จริงๆ ไม่ได้ทะเลาะกันค่ะ เหมือนต่างคนต่างมีแนวคิดต่างกัน งั้นพูดเลยแล้วกันว่า โยบีไดเอทฟู้ดจะปิดกิจการวันที่ 4 ตุลาคมนี้ จะปิดทั้งกิจการบริษัทโยบี และทางโซเชียลเน็ตเวิร์คต่างๆ ก็จะปิดหมดค่ะ มันมีวิสัยทัศน์ไม่ตรงกันก็เลยคิดว่าต่างคนต่างแยกไปทำในส่วนของตัวเองดีกว่า อย่างที่บอกวิสัยทัศน์ไม่ตรงกันแนวคิดต่างกัน ความเป็นเพื่อนก็ยังเป็นเพื่อนร่วมโลกกันอยู่ค่ะ ตอนนี้ถึงจะปิดไปแต่หลายๆ อย่างก็ยังไม่เคลียร์นะคะ รอเคลียร์หลังวันที่ 4 ขอเคลียร์ก่อนว่ามันคืออะไรแล้วเดี๋ยวค่อยบอกอีกทีนะคะ" "แน่นอนว่ามีปัญหาก็ต้องพูดคุยกันอยู่แล้วค่ะ จะกลับมาสนิทเหมือนเดิมมั้ยก็ไม่ยุ่งดีกว่า ไม่สุงสิงดีกว่าค่ะ บีว่าแล้วแต่คนจะมองว่าจบไม่สวยหรือเปล่า แต่สำหรับบีคือไม่สุงสิงดีกว่า ไม่เชิงเข้าหน้ากันไม่ติด แค่ต่างคนต่างมีชีวิตของตัวเองค่ะ กับธุรกิจที่ทำร่วมกันมาก็ไม่เสียดายค่ะ เพราะมันทำให้บีได้เรียนรู้อะไรเยอะดีค่ะ อะไรที่ทำให้มีปัญหาขนาดนี้บีขอยังไม่พูดแล้วกันค่ะ รอเคลียร์หลายๆ อย่างก่อน ปัญหาเรื่องเงินเอาจริงๆ ก็มีบ้าง แต่ก็ขอเคลียร์ก่อนค่ะ เพราะเราไม่อยากพูดอะไรที่มันยังไม่ชัดเจน ถ้าจะทำธุรกิจก็คงทำของตัวเอง แต่จะหุ้นกับใครอีกหรือเปล่าเรื่องอนาคตพูดไม่ได้จริงๆ เรื่องฟ้องร้องตอนนี้ยังไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นค่ะ หลังจากนี้ร่วมงานกันก็คงไม่ยากนะคะ ทำงานด้วยกันก็ปกติ จริงๆ ก็เดินแบบทำงานร่วมกันตลอดค่ะ" "ส่วนข่าวที่หนังสือฉบับนึงลงว่ามีคนเห็นไปกระโดดถีบไฮโซฮิมที่ฟาลาเบลล่า เท่าที่ทราบไม่มีนะคะ เอาเป็นว่าบีไม่พูดแล้วกันสำหรับข่าวที่ไร้สาระ เพราะถ้าใครที่สร้างกระแสให้บี บีเชื่อว่าเค้าต้องการดิสเครดิตบีให้เสียชื่อเสียงแน่นอน ไม่หวังดีแน่นอน ที่ร้านฟาลาเบลล่าคือไปเที่ยวประจำอยู่แล้วค่ะ แต่ช่วงนี้ไม่ได้ไปเลย เอาเป็นว่าไม่ได้เที่ยวเลยค่ะ" บี กล่าว บี น้ำทิพย์ บี น้ำทิพย์ บี น้ำทิพย์ บี-โย บี-โย บี-โย