วิสัยทัศน์

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม 2559
วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม 2559 /  ศึกมวยดีวิถีไทย / 

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม 2559 ศึกมวยไทย 7 สี เวทีมวย วิกหมอชิต เวลา 12:45 น. 1. ไม้โท ศิษย์กำนันใหญ่  Vs  เพชรระยอง ศิษย์นายกทวีปตะพง 2. เดอะกลั๊ฟ เดอะกลั๊ฟพัทยา  Vs  สายฝน รัตนภาณุ 3. ป้อมเพชร สิงห์บ้านสร้าง  Vs  บุญชนะ นายกเอท่าศาลา 4. นนทกิจ ต.หมอศรี  Vs  พงษ์ศิริ ป.ศิริพงษ์ ศึกมวยดีวิถีไทย เวทีมวย รังสิต เวลา 15:00 น. 1. เจิดจ้า ลูกปากแพรก  Vs  โชคพิชิต ภ.เจริญแพทย์ 2. สรรเพชร ก.เวหล  Vs  ศิริภพ ส.สราวุธ 3. แอ๊ดดำ ทีเด็ด99  Vs  คชสาร ส.จ.วิชิตแปดริ้ว 4. ขุนศึกเล็ก อ.ขวัญเมือง  Vs  น้องเบนซ์ สารรังสิต ศึกมวยราชดำเนิน PPTV เวทีมวย ราชดำเนิน เวลา 18:30 น. 1. เด่นมีชัย เทศบาลบ้านส้อง  Vs  เพชรนิยม เอฟ.เอ.กรุ๊ป 2. กล้ารบ ช.วิเชียรชัย  Vs  แสงตะวัน ช.ห้าพยัคฆ์ 3. เมืองชลเล็ก ภ.สวนทอง  Vs  สรรเพชร นำแสงก่อสร้าง 4. ขวัญโดม ต่อมีนบุรี  Vs  เพชรเมืองย่า สุดสาครมวยไทย ศึกมวยไทย คมชัดลึก เวทีมวย จิตรเมืองนนท์ เวลา 19:30 น. 1. ดอนคิงส์ หมอเบสกมลา  Vs  สำออยน้อย ต.ภู่สุวรรณ 2. คมเพชร ป่าลั่นกรุ๊ป  Vs  ปราบ ป.เป็กโก้ 3. จงอางดำ ศิษย์หนุ่มน้อย  Vs  เหล็กไหล ช.ประดิษฐ์ 4. กวางเงิน ม.ราชภัฏจอมบึง  Vs  เพชรกันทัศน์ เอ็มยุเด็น 5. นวพล พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิมส์  Vs  เพชรมรกต ทีเด็ด99 ** หมายเหตุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงคู่ชก

เชื่อมือ!อองรีเชื่อเป๊ปปั้นสโตนส์เป็นแบบปิเก้ได้
จอห์น สโตนส์ /  พรีเมียร์ลีก / 

เธียร์รี่ อองรี อดีตกองหน้าชื่อดังเชื่อว่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะสามารถปั้น จอห์น สโตนส์ ให้เป็นยอดกองหลังอย่าง เคราร์ด ปิเก้ ที่บาร์เซโลน่าได้ปราการหลังวัย 22 ปีย้ายจาก เอฟเวอร์ตัน มาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัวเป็นสถิติถึง 47.5 ล้านปอนด์ ซึ่ง อองรี อดีตดาวเตะบาร์เซโลน่า และ อาร์เซน่อล ที่ตอนนี้เป็นนักวิเคราะห์เกมทางโทรทัศน์ ได้ออกมาแสดงความเชื่อมั่นว่าภายใต้การดูแลของเป๊ป จะทำให้ สโตนส์ จะสามารถพัฒนาตัวเองให้เป็นยอดนักเตะแบบ  เคราร์ด ปิเก้ ได้ เหมือนอย่างสมัยที่ เป๊ป เคยปั้นสามีของ ชากิร่า มาแล้วตอนที่ร่วมงานกันที่คัมป์นู

13 หนังผีไทย...ใครไม่เคยดูถือว่าพลาดหนักมาก !
คน ผี ปีศาจ /  คนเห็นผี / 

13 หนังผีไทย...ใครไม่เคยดูถือว่าพลาดหนักมาก ! ขอต้อนรับเข้าสู่เทศกาลฮาโลวีน เทสกาลที่เต็มไปด้วยบรรยากาศของความน่าสะพรึงกลัวจากภูตผีปีศาจนานาชนิด และแน่นอนว่าในประเทศไทยบ้านเรา ความเชื่อเรื่องผีก็ได้ถ่ายทอดผ่านภาพยนตร์อยู่บ่อยครั้ง แต่จะมีสักกี่ครั้งที่เรื่องราวสยองขวัญเหล่านี้จะตราตรึงอยู่ในความทรงจำของผู้ชม วันนี้เราได้รวบรวม 13 หนังผีสัญชาติไทยที่มั่นใจว่าแฟน ๆ หนังต้องเคยชมมาแล้วมากกว่าครึ่ง ว่าแต่จะมีเรื่องสุดสยองเรื่องใดบ้างนั้น...ตามไปชมกันเลย   นางนาก (2542) ผู้กำกับ : นนทรีย์ นิมิบุตร นักแสดง : อินทิรา เจริญปุระ, วินัย ไกรบุตร, ปราโมทย์ สุขสถิตย์, พัชริญา นาคบุญชัย, บุญส่ง อยู่ยั่งยืน, ประชา ถาวรเฟีย หนังผีระดับตำนานที่ไม่มีใครไม่รู้จัก เรื่องราวความรักระหว่างผีตายทั้งกลมกับสามีผู้กลับมาจากสงคราม ความรักระหว่างคนกับผีดำเนินไปท่ามกลางความสยองขวัญของผู้คนที่อาศัยอยู่ละแวกใกล้เคียง จนกระทั่งวันหนึ่งที่ฝ่ายชายได้รู้ความจริงว่าเมียของตนนั้นเสียชีวิตไปแล้ว ผีสามบาท (2544) ผู้กำกับ : พิสุทธิ์ แพร่แสงเอี่ยม, ออกไซด์ แปง นักแสดง : พีท ทองเจือ, ปราโมทย์ แสงศร, พิมพ์ศิริ พิมพ์ศรี, ดาหวัน สิงห์วี, กัลยณัฐ สีบุญเรือง หนังผีขนาดสั้น จำนวน 3 เรื่องที่ไม่มีนัยยะเกี่ยวพันกัน เนื้อเรื่องแต่ละตอนว่าด้วยแนวคิดเกี่ยวกับการกลับชาติมาเกิด การจองเวร และไสยศาสตร์มนต์ดำ ถือเป็นหนังผีไทยเรื่องแรกที่แบ่งออกเป็นตอนสั้น ๆ ทำให้เกิดกลวิธีการนำเสนอหนังในรูปแบบนี้ต่อมาอีกหลายเรื่อง คนเห็นผี (2545) ผู้กำกับ : ออกไซด์ แปง, แดนนี่ แปง นักแสดง : Angelica Lee, Lawrence Chou, ฌัชฌา รุจินานนท์ เมื่อสาวตาบอดคนหนึ่งได้รับบริจาคดวงตาทำให้เธอสามารถมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้ ทว่าโลกกลับไม่สวยงามอย่างที่เธอคิด เพราะดวงตาที่เธอได้รับมานั้นทำให้เธอเห็น “อะไร” ที่มากกว่าคนทั่วไป...มันเป็นสิ่งลี้ลับ สุดหลอน และอาจทำให้เธอเปลี่ยนใจอยากกลับไปตาบอดอีกครั้งหนึ่งก็เป็นได้ ! บุปผาราตรี (2546) ผู้กำกับ : ยุทธเลิศ สิปปภาค นักแสดง : ไลลา บุญยศักดิ์, กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์, ชมพูนุช ปิยะภาณี, ศิริสิน ศิริพรสมาธิกุล, สมชาย ศักดิกุล หนังผีไตรภาค (ที่ภาค 3 แบ่งเป็น 3.1 กับ 3.2) เรื่องสยองขวัญปนฮาน้ำตาเล็ดเกิดขึ้นเมื่อชาวอพาร์ตเมนท์ต้องการจะหาวิธีกำจัดผีสาวที่สิงอยู่เพราะมีปูมหลังเรื่องความรักและความแค้น แต่จนแล้วจนรอดเธอก็ไม่ไปไหน แถมนับยังยิ่งเฮี้ยนหนักกว่าเดิมขึ้นเรื่อย ๆ อีกต่างหาก คน ผี ปีศาจ (2547) ผู้กำกับ : ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล นักแสดง : อมรา อัศวนนท์, ภุมวารี ยอดกมล, ธีรดนัย สุวรรณหอม, อเล็กซ์ เรนเดลล์ เด็กสาวคนหนึ่งย้ายมาอยู่ในกรุงเทพฯ เพื่อช่วยดูแลหลานชายของป้าที่เป็นคนทรงเจ้า ภายในบ้านที่ดูหลอนผิดธรรมชาติ เด็กสาวได้พบว่าวันที่ป้าออกไปทำงานและเผลอล็อกกุญแจจากด้านนอกนั่นแหละ คือวันที่น่ากลัวที่สุดของเธอในบ้านหลังนี้ ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ (2547) ผู้กำกับ : บรรจง ปิสัญธนะกูล, ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ นักแสดง : อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม, ณัฐฐาวีรนุช ทองมี, อชิตะ วุฒินันท์สุระสิทธิ์ หนังผีที่สร้างจากความเชื่อว่ากล้องถ่ายรูปสามารถบันทึกภาพของวิญญาณได้ ช่างภาพหนุ่มจึงต้องออกตามหา ความจริงว่าผีในรูปคือใคร ทำไมจึงมาปรากฏตัวในรูปถ่ายของเขา ทว่ายิ่งสืบสาวราวเรื่องเขาก็ได้พบว่าผีร้ายนั้นอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด และไม่แน่ว่ามันต้องการเอาชีวิตหรือต้องการอยู่กับเขาไปตลอดกาลกันแน่ !?!! ผีช่องแอร์ (2547) ผู้กำกับ : ทิวา เมยไธสง นักแสดง : ปิยธิดา วรมุสิก, บรรเจิด สันธนะพานิช, ลินินา พุทธิธาร, ธนเดช มีประเสริฐ, ทนงศักดิ์ สงวนศักดิ์, เกรียงศักดิ์ แกล้วเกล้า จากเหตุอาชญากรรมของจริงสู่เรื่องราวบนแผ่นฟิล์ม กับคดีฆาตกรรมซ่อนศีรษะของศพในห้องช่องแอร์ ความเฮี้ยนระดับพระกาฬของผีสาวคือการออกอาละวาดไล่ทำร้ายคนทุกคนที่เห็นหน้าของเธอแล้ว เด็กหอ (2549) ผู้กำกับ : ทรงยศ สุขมากอนันต์ นักแสดง : จินตหรา สุขพัฒน์, ชาลี ไตรรัตน์, ศิรชัช เจียรถาวร การย้ายมาอยู่โรงเรียนประจำคือการเปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งสำคัญของเด็กชายคนหนึ่ง ทุกค่ำคืนในอาณาบริเวณโรงเรียนจะเต็มไปด้วยความวังเวง ชวนให้จินตนาการถึงเรื่องเล่าเกี่ยวกับเด็กที่เคยจมน้ำในสระว่ายน้ำจนเสียชีวิต แต่ใครจะไปเอะใจว่าเพื่อนสนิทที่อยู่ข้าง ๆ เขานี่แหละ คือ บุคคล (หรือผี) ที่อยู่ในเรื่องเล่านั้น ? ผีคนเป็น (2549) ผู้กำกับ : มณฑล อารยางกูร นักแสดง : พิชญ์นาฎ สาขากร, เพ็ญพักตร์ ศิริกุล, อาภาสิริ นิติพน, โชคชัย เจริญสุข, กิรเดช เกตกินทะ, สมพงษ์ ทวี หนังซ้อนหนัง...ซ้อนกันไปซ้อนกันมา 3 ตลบ เนื้อเรื่องว่าด้วยนักแสดงสาวที่ต้องสวมบทบาทเป็นนักแสดงในการทำแผนประกอบการฆาตกรรมที่เคยเกิดการฆาตกรรมขึ้นจริง และเธอก็ได้พบเจอกับผีจริง ๆ ซึ่งเป็นมีความเกี่ยวพันกับเหตุฆาตกรรมของจริง (งงมั้ยล่ะ ?) เปนชู้กับผี (2549) ผู้กำกับ : วิศิษฎ์ ศาสนเที่ยง นักแสดง : ศิรพันธ์ วัฒนจินดา, ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา, สุพรทิพย์ ช่วงรังสี แรงบันดาลจากภาพวาดของ ‘เหม เวชกร’ สู่ภาพยนตร์สยองขวัญสไตล์ย้อนยุค เมื่อหญิงสาวท้องแก่นางหนึ่งเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อตามหาสามีที่พลัดพราก จนมาหยุดพักรอนแรมที่เรือนคนใช้ของคฤหาสน์หลังใหญ่ที่คุณนายเจ้าของบ้านชอบทำตัวลึกลับถึงขั้นมีผู้กล่าวว่าบนห้องนอนแห่งนั้น...เธอกำลังเล่นชู้กับผี ! บอดี้ ศพ #19 (2550) ผู้กำกับ : ปวีณ ภูริจิตปัญญา นักแสดง : อารักษ์ อมรศุภศิริ, อรจิรา แหลมวิไล, กฤตธีรา อินพรวิจิตร, ปรเมศร์ น้อยอ่ำ, ภัทรวรินทร์ ทิมกุล หนังผีสไตล์สืบสวนสอบสวนที่พระเอกของเรื่องกำลังสับสนว่าตนเองประสบกับปรากฏการณ์วิญญาณหรือเพียงแค่มีอาการทางประสาทเท่านั้น ท่ามกลางความจริงและความลวงที่แยกกันไม่ออก เขาต้องหาทางหยุดยั้งผีสาวอดีตอาจารย์สอนจิตวิทยาไม่ให้เข่นฆ่าผู้คนที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ลัดดาแลนด์ (2554) ผู้กำกับ : โสภณ ศักดาพิศิษฏ์ นักแสดง : สหรัถ สังคปรีชา, ปิยธิดา วรมุสิก, สุทัตตา อุดมศิลป์ หลังจากย้ายเข้ามาอยู่ในหมู่บ้าน ‘ลัดดาแลนด์’ ได้เพียงไม่นาน ก็เกิดเหตุฆาตกรรมขึ้น วิญญาณสาวรับใช้ชาวพม่ายังคงเดินเข้าเดินออกบ้านทุกหลังที่เคยว่าจ้างเธอ แต่นั่นยังไม่น่ากลัวเท่าปัญหาภายในครอบครัวที่เขาและเธอพบเจอ ความไม่ไว้ใจและความไม่เชื่อใจ...นับวันยิ่งทำให้ความเป็นครอบครัวถูกลดทอนลง แต่ยังไม่ทันที่ปัญหาจะคลี่คลาย เหตุฆาตกรรมครั้งใหม่ก็เกิดขึ้นในหมู่บ้าน แถมครั้งนี้มันเกิดขึ้นที่บ้านข้าง ๆ ของเขาและเธออีกด้วย พี่มากพระโขนง (2556) ผู้กำกับ : บรรจง ปิสัญธนะกุล นักแสดง : มาริโอ้ เมาเร่อ, ดาวิกา โฮร์เน่, พงศธร จงวิลาส, ณัฏฐพงษ์ ชาติพงศ์, อัฒรุต คงราศรี, กันตพัฒน์ สีดา ลืม ‘พ่อมาก’ และ ‘แม่นาค’ ที่ทุกคนรู้จักไปซะ ! นี่คือการรีเมกหนังผีระดับตำนานให้มีอรรถรสอย่างถึงที่สุด เมื่อชายหนุ่มทหารผ่านศึกเดินทางกลับมาบ้านพร้อมสหายทั้งสี่ ความหฤหรรษ์บันเทิงเกิดขึ้นเมื่อแก๊งสี่หนุ่มดันไปรู้ความลับว่าเมียสาวของเพื่อนได้เสียชีวิตลงแล้ว มีเพียงวิญญาณผีตายทั้งกลมที่อาศัยอยู่ในบ้าน แต่พวกเขาจะบอกความจริงนี้ให้เพื่อนรู้ได้อย่างไร ในเมื่อฝ่ายหญิงก็เฮี้ยนซะขนาดหนักจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้

10 ผลบุญ ที่เมื่อคุณทำครบแล้วจะชีวิตรุ่งเรืองทุกๆด้าน
ดวง /  ดูดวง / 

ผลบุญ 10 ประการที่ทำแล้วชีวิตจะดี ประการแรก บุญเกิดจากการให้ทาน หมั่นให้เนืองๆ ซึ่งจะส่งผลให้เราเป็นคนมั่งคั่ง มีทรัพย์มาก ประการที่ 2  บุญเกิดจากการหมั่นรักษาศีลให้เคร่งครัดโดยลำดับ ซึ่งจะส่งผลให้เรามีสุขภาพดี ชีวิตมีสวัสดิภาพและสวยงาม ประการที่ 3  บุญเกิดจากการภาวนา จงหมั่นภาวนาอยู่เสมอทุกวันๆ เจริญสติ ฝึกสมาธิอยู่ทุกขณะ อย่าให้ขาด ซึ่งจะส่งผลให้เราเป็นคนมีพลังอำนาจในตนและมีสติปัญญาล้ำลึก ประการที่ 4  บุญเกิดจากการประพฤติอ่อนน้อมแก่ผู้ที่ควรอ่อนน้อมคือผู้ประเสริฐ ผู้ที่มีความบริสุทธิ์ใจ และผู้มีใจบริสุทธิ์ทั้งหลาย เราจะต้องประพฤติอ่อนน้อมอยู่เสมอ ซึ่งจะส่งผลให้เราเป็นที่รักที่เมตตา และอยู่ในสังคมอันสูง ประการที่ 5 บุญเกิดจากการขวนขวายในกิจของผู้อื่น ใครก็ตามที่ควรได้รับการช่วยเหลือ เราจะช่วยเขาตามสมควรแก่ฐานะ และตามโอกาสให้ได้วัตถุประสงค์คือ ทุกคนดีขึ้นจริงๆ ซึ่งจะส่งผลให้เรามีบริวารมาก มีคนอาสาช่วยกิจการงานมาก ยามเดือดร้อนมีคนยื่นมือมาช่วย ประการที่ 6 บุญเกิดจากการฟังธรรม จงศึกษาสัจจะอยู่เสมอ ไม่ว่าจะด้วยการอ่านหนังสือ ฟังเทปหรือฟังเทศน์ หรืออะไรก็ตามที่เป็นการศึกษาสัจจะ ที่จะให้เราเห็นแง่มุมของสัจจะครบถ้วนขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้วิสัยทัศน์ของเรากว้างขวางล้ำลึกถูกต้องยิ่งขึ้น ประการที่ 7 บุญเกิดจากการแสดงธรรม เมื่อรู้อะไรแล้วใครที่เขายังด้อยกว่าเรา เราก็แนะนำสั่งสอนตักเตือนเขาด้วยใจเมตตาด้วยใจปรารถนาดีจริงๆ เป็นการแสดงธรรม ซึ่งจะส่งผลให้เราแตกฉานและมั่นคงในความดีงามยิ่งขึ้น ถ้าเรายังไม่มีธรรมะมากนักก็อาจซื้อหนังสือธรรมะหรือเทปธรรมะไปแจกก็ได้ ประการที่ 8 บุญเกิดจากการอุทิศบุญ เมื่อทำความดีใดๆ แล้ว ก็หมั่นเผื่อแผ่ความดีให้แก่คนอื่น เจือจานความดีและความชอบในผลงานให้แก่คนอื่น อย่าไปหวงความดี อย่าไปติดดี ซึ่งจะส่งผลให้จิตใจเราสะอาดและอิสระยิ่งใหญ่ขึ้น ประการที่ 9  บุญเกิดจากการอนุโมทนาส่วนกุศล เมื่อใครเขาทำความดีแล้วเราหมั่นยินดีในความดีของเขา ชื่นชมยินดี สรรเสริญยกย่องเขา จะทำให้จิตใจเราสูงส่งยิ่งขึ้น สะอาดหมดจด ไม่อิจฉาริษยา ซึ่งจะส่งผลให้เรามีมิตรมาก มีความสัมพันธ์อันมั่นคง ประการที่ 10  บุญเกิดจากการทำความเห็นให้ตรงสัจจะ คือทำปัญญาให้ตรงกับสัจจะอันล้ำลึกแทงตลอด ทำปัญญาให้ตรงกับเป้าหมายสูงสุดของชีวิตและของทุกสิ่งของขบวนการวิวัฒนาการ แล้วทำปัญญาให้เห็นประโยชน์สูงสุด ปรับวิถีชีวิต ทำกิจการงานทุกอย่างให้ได้ประโยชน์สูงสุดสำหรับทุกฝ่ายไป ทุกขณะคือทำบุญในงาน แล้วทำงานให้เป็นบุญโดยลำดับ ซึ่งจะส่งผลให้เราแจ่มแจ้งในความเป็นจริงทุกระดับและนำปัญญามาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ชีวิตได้จริง บุญทุกประการที่กล่าวมาแล้วจักชำระจิตใจ ทำให้ชีวิตเราหมดจดมากขึ้น เมื่อบริสุทธิ์มากขึ้น พลังอำนาจอันเป็นฐานแห่งความสำเร็จก็ยิ่งใหญ่ขึ้น ดังนั้น ถ้าทำได้ครบ 10 ประการตามที่บอกมาอย่างนี้ ท่านจะประสบความสำเร็จในชีวิตทุกๆด้าน ไม่ใช่ด้านใดด้านเดียว แต่เป็นทุกด้านของชีวิตเลยทีเดียว ติดตามดูดวงอื่นๆได้ที่ : Horoscope.mthai.com  

6 สิ่งที่แฟน The Fast and the Furious อาจไม่เคยรู้มาก่อน!!
Fast and the Furious /  Mono 29 / 

ต้อนรับการออกอากาศรวดเดียว 6 ภาครวด 23 - 27 พ.ย. นี้ ทางช่อง Mono 29 เราจึงขอพาแฟนๆ ของหนังแฟรนไซส์สุดฮิตที่กวาดเงินไปกว่า 3.89 พันล้านเหรียญจากการฉายทั้งทุกภาคทั่วโลก ไปรู้จักเกร็ดลับๆ ของหนังในแฟรนไซส์นี้ ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน 1. พอล วอล์กเกอร์ ไม่ใช่ตัวเลือกแรกของบท ไบรอัน โอ คอนเนอร์ จริงๆ แล้วชื่อของ Eminem (นักร้องเพลงแร็ปสุดอื้อฉาวที่กำลังดังสุดขีดในช่วงเวลานั้นจากทั้งผลงานเพลง และภาพยนตร์ที่เขาแสดงนำอย่าง 8 Mile), คริสเตียน เบล (ที่ตอนนั้นยังไม่ได้ดังมากนัก หรือก่อนเล่น Batman Begin ตั้งสี่ปี) และพ่อหนุ่ม มาร์ก วาห์ลเบิร์ก (ที่สุดท้ายไปเล่นอะไรที่คล้ายๆ กันอย่าง Italian Job ฉบับรีเมกแทน) คือบรรดาตัวเลือกที่จะมารับบทตำรวจสายสืบที่ปลอมมาเข้ากลุ่มนักแข่งรถอย่าง ไบรอัน โอ คอนเนอร์ 2. บท ฮอบบ์ส นั้น จริงๆ แล้วเคยวางตัวนักแสดงรุ่นเก๋าอย่าง ทอมมี่ ลี โจนส์ เอาไว้!! ตัวของ วิน ดีเซล เคยจินตนาการไว้ถึงบทเจ้าหน้าที่รัฐสุดโหดอย่างฮอบบ์สเป็นตัวของลี โจนส์ โดยนึกถึงถึงสิ่งที่เขาเคยแสดงไว้ได้อย่างยอดเยี่ยมในหนังดังยุค 90 อย่าง The Fugitive (1993, แอนดรูว์ เดวิส) แต่ด้วยเสียงเรียกร้องจากบรรดาแฟนๆ ที่ต้องการจะนำอดีตนักมวยปล้ำที่กลายเป็นสตาร์ดังอย่าง ดเวนย์ จอห์นสัน มาแสดง ซึ่งในที่สุดก็มีการปรับบทของฮอบบ์สเพื่อดึง The Rock มาร่วมแสดงจนได้ 3. วิน ดีเซล เคยขอข้อเสนอถึง 25 ล้านเหรียญ สำหรับการกลับมาเล่นในภาคที่สอง 2 Fast 2 Furious (2003) แม้ตัวของดีเซลจะเป็นตัวละครสำคัญในซีรีส์นี้ที่ขาดไม่ได้เลยก็ตาม เว้นก็แต่ในกรณีของภาคที่สองในแฟรนไซส์นี้ ที่เจ้าตัวไม่แน่ใจว่าจะออกมาดีหรือห่วยกว่าภาคแรก เลยตัดสินใจขอขึ้นค่าตัวสูงขึ้นจนสตูดิโอตัดสินใจไม่รับข้อเสนอนี้...สุดท้าย 2 Fast 2 Furious ก็ถูกกล่าวขานว่าเป็นภาคที่ห่วยที่สุดในบรรดาซีรีส์นี้ จนแทบจะปิดฉากของหนังในตระกูลนี้หลังจากนั้นไปเลยก็ว่าได้ ก่อนที่จะถูกผู้กำกับเชื้อสายเอเชียอย่าง จัสติน ลิน ปลุกผีขึ้นมาในภาคที่สามเป็นต้นมาอย่างที่ทราบกัน 4. แต่อย่าลืมว่า พี่ดอม กลับมาในภาคที่สามด้วยนะ แต่ก็เพราะ... การมารับบทรับเชิญ (Cameo) ในภาคที่สาม The Fast and the Furious: Tokyo Drift (2006, จัสติน ลิน) ของวิน ดีเซล ที่แม้เนื้อหาจะไม่ได้เกี่ยวกับสองภาคแรกเลยแม้แต่น้อย มาจากสาเหตุของความย่ำแย่ของคำวิจารณ์ในการฉายรอบทดสอบภายในของหนัง ทางยูนิเวอร์แซล ผู้สร้างจึงเอ่ยปากขอร้องทางดีเซลมาเล่นบทรับเชิญเพื่อให้หนังมีโอกาสทำรายได้ดีขึ้น ดีเซลตกลงโดยมีข้อเสนอว่า ต้องให้สิทธิ์เขาในการควบคุมการรีเมกภาคต่อของ The Chronicles of Riddick (2004, เดวิด ทูว์อี) นั่นคือ Riddick (2013, ปีเตอร์ ชุง) ซึ่งยูนิเวอร์แซลก็ตกลง ผลปรากฏว่า Tokyo Drift ทำรายได้ทั่วโลกได้ 157 ล้านเหรียญ น่าพอในเมื่อเทียบกับทุนสร้าง 85 ล้านเหรียญ โดยจัสติน ลินได้รับคำชมค่อนข้างมากในการเปลี่ยนวิสัยทัศน์ของหนังให้แตกต่างจากสองภาคแรกอย่างสิ้นเชิง จนแม้แต่ ร็อบ โคเฮน ผู้กำกับ The Fast and the Furious (2001) ในภาคแรกยังกล่าวเลยว่า "ถ้าคุณดูแค่ Tokyo Drift คุณคงจะไม่อยากนึกถึงอะไรที่เกี่ยวกับของสองภาคก่อนอีกแล้ว" 5. โลกคู่ขนานของตัวละคร ฮาน ซึล-โอ ตัวละครนักแข่งเชื้อสายเอเชียซึ่งปรากฏตัวตั้งแต่ภาคที่ 3 และรับบทโดย ซุง กัง เป็นตัวละครซึ่งเป็นเหมือนลายเซ็นของตัวจัสติน ลินก็ว่าได้ เพราะนอกจจากจะปรากฏตัวในหนังทุกภาคที่เขากำกับแล้ว ตัวซุง กังยังเคยร่วมแสดงในหนังแจ้งเกิดของลินอย่าง Better Luck Tomorrow (2002) หนังดราม่า-อาชญากรรมที่เล่าชีวิตกลุ่มคนเอเชีย-อเมริกัน ซึ่งซุง กังรับบทที่ชื่อ ฮาน เหมือนกัน แต่นั่นก็ไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากตัวลินเอง โดยลินเคยกล่าวในคำบรรยายประกอบหนังในฉบับดีวีดีว่า ตัวซุง กังต้องการคงคาแรคเตอร์ตัวละครที่ชื่นชอบในการสูบบุหรี่จาก Better Luck Tomorrow มาไว้ในหนังตระกูล The Fast and the Furious ด้วย กระนั้นเอง ในภายหลังก็มีการเปิดเผยภาพโคลส-อัพที่เห็นตัวละครฮาน พยักหน้าให้กับรูปของ ฮัน โซโล ตัวละครจากภาพยนตร์ สตาร์วอร์ส ซึ่งอาจคาดเดาได้ว่าจะเป็นหนึ่งในที่มาของตัวละครฮานอีกด้วย 6. ไบรอัน โอ คอนเนอร์ และ เลติเซีย 'เลตตี' ออร์ทิซ แทบไม่เคยคุยกันเลย เป็นเกร็ดเล็กๆ ที่น่าสนใจในหนัง เพราะเอาเข้าจริง แม้สองตัวละครนี้จะเกี่ยวเนื่องกันค่อนข้างมาก แต่ทว่ากลับไม่มีบทพูดสนทนาระหว่างตัวละคร ไบรอัน ของ พอล วอล์กเกอร์ และ เลตตี ของ มิเชลล์ ร็อดริเกซ เลยในหนังทั้ง 5 ภาคแรก ก่อนที่ในภาคที่ 6 คือ Fast & Furious 6 (2013, จัสติน ลิน) ซึ่งตามเนื้อเรื่องเลตตีได้กลับมาร่วมครอบครัวอีกครั้ง ติดตามชม The Fast and the Furious 6 ภาค 6 วันเต็มทาง MONO29 วันพุธที่ 23 พฤศจิกายนนี้ / เวลา 18.20 น. The Fast and the Furious เร็ว..แรงทะลุนรก (ภาค1) วันพุธที่ 23 พฤศจิกายนนี้ / เวลา 20.30 น. 2 Fast 2 Furious เร็วคูณ 2 ดับเบิ้ลแรงท้านรก วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายนนี้ / เวลา 20.30 น. The Fast and the Furious: Tokyo Drift เร็ว...แรงทะลุนรก ซิ่งแหกพิกัดโตเกียว (ภาค3) วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายนนี้ / เวลา 20.30 น. Fast & Furious เร็ว...แรงทะลุนรก 4: ยกทีมซิ่ง แรงทะลุไมล์ วันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายนนี้ / เวลา 20.30 น. Fast Five เร็ว..แรงทะลุนรก 5 วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายนนี้ / เวลา 20.30 น. Fast & Furious 6 เร็ว..แรงทะลุนรก 6 --------------------------------------------------- รับชมผ่านทีวีดิจิตอล เคเบิ้ล ดาวเทียม หมายเลข 29 ช่องทางการรับข่าวสารเพิ่มเติม Instagram : Mono29TV Twitter : Mono29TV

10 หมู่บ้านจีน ที่ยังคงความสวยงาม และยังมีผู้คนอาศัยอยู่
ท่องเที่ยวจีน /  หมู่บ้านจีน / 

วันนี้เราจะพาคุณไปท่องเที่ยว 10 หมู่บ้านจีน ที่ยังคงความสวยงาม และยังมีผู้คนอาศัยอยู่ เห็นแต่รูปยังสวยขนาดนี้ ของจริงคงจะสวย และร่มรื่น เป็นธรรมชาติขนาดไหนลองดูกันได้จากรูปเลยจ้า ซึ่งรูปภาพเหล่านี้ต้องขอขอบคุณ China Xinhua News สำหรับรูปภาพสวยๆ และข้อมูลดีๆคะ 10 หมู่บ้านจีน ที่ยังคงความสวยงาม และยังมีผู้คนอาศัยอยู่ 1.หมู่บ้านจั๋วมู่หลาง (啄木郎村) หมู่บ้านอายุพันปีที่เจริญรุ่งเรืองของชนเผ่าอี๋ ในเขตเวยซาน มณฑลยูนนาน ------------------------------------------------- 2. หมู่บ้านชิวน่าท่ง (秋那桶村) หมู่บ้านของชนเผ่าลี่ซู ในเขตปกครองตนเองนู่เจียงลี่ซู มณฑลยูนนาน ภายในหมู่บ้านมีห้องเรียนที่ทำขึ้นจากไม้ ซึ่งดูไปดูมาคล้ายเป็นวัดแห่งหนึ่ง ------------------------------------------------- 3. หมู่บ้านในเขตซินตูเฉียว (新都桥镇) เขตปกครองตนเองชนชาติทิเบตกานจือ มณฑลเสฉวน ไม่มีภูมิทัศน์ที่เอกลักษณ์โดดเด่นแต่อย่างใด แต่มีเส้นทาง 10 กิโลเมตรที่ถูกยกย่องให้เป็น “ทางเดินของช่างภาพ” ------------------------------------------------- 4. หมู่บ้านหยู่เปิง (雨崩村) ในมณฑลยูนนาน ล้อมรอบไปด้วยภูเขาทั้งสี่ด้าน มีภูมิทัศน์ที่โดดเดี่ยวเป็นเอกลักษณ์ มีเพียงถนนเส้นเล็กๆสองทางเข้าออก โดยต้องเดินหรือขี่ล่อเข้าไปเท่านั้น ------------------------------------------------- 5. ชุมชนหมู่บ้านจ้าวซินต้ง (肇兴侗) ในเขตปกครองตนเองชนชาติม้งและเฉียนตงหนาน มณฑลกุ้ยโจว ซึ่งเป็นชุมชนหมู่บ้านชนเผ่าต้งที่ใหญ่ที่สุดของจีน ------------------------------------------------- 6. หมู่บ้านหนีหรู่ (尼汝村) นับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลก ภายในหมู่บ้านมีชนเผ่าทิเบต 650 คน อาศัยอยู่ใน 108 หลังคาเรือน อีกทั้งด้วยความหลากหลายของระบบนิเวศจึงถูกเรียกว่า "หมู่บ้านที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอันดับหนึ่งของโลก" ------------------------------------------------- 7. หมู่บ้านมู่หลีหง (木梨硔) ในเมืองหวงซาน มณฑลอันฮุย ด้วยความหลากหลายของระบบนิเวศ ภูมิประเทศที่โดดเด่น จึงถูกเรียกว่าเป็น “หมู่บ้านบนที่ราบสูงที่สวยที่สุดในหวงซาน” ------------------------------------------------- 8. หมู่บ้านนั่วเติ้งกู่ (诺邓古村) ของชนเผ่าป๋าย ในเขตหยุนหลง มณฑลยูนนาน ซึ่งถึงแม้ว่ามีประวัติศาสตร์มายาวนานพันกว่าปีแล้ว หมู่บ้านแห่งนี้ก็ไม่ได้ถูกเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จึงถูกยกย่องว่าเป็น “หมู่บ้านเผ่าป๋ายพันปี” ------------------------------------------------- 9. หมู่บ้านเวิงติงชุน (翁丁村) เมืองหลิงชาง มณฑลยูนนาน ซึ่งเป็นหมู่บ้านของชนเผ่าว้าที่ถือว่าถูกเก็บรักษาไว้สภาพดีที่สุด ------------------------------------------------- 10. หมู่บ้านเหมิงจิ่งหลาย (勐景来) ของชนเผ่าไต ที่มีแม่น้ำเป็นพรมแดนทางธรรมชาติ ซึ่งอีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำก็คือประเทศเมียนมาร์ ------------------------------------------------- ขอบคุณรูปภาพและที่มาจาก China Xinhua News

2 สุดยอดผู้กำกับผนึกกำลังเนรมิต
Shin-Godzilla /  ชินจิ ฮิงุชิ / 

2 สุดยอดผู้กำกับผนึกกำลังเนรมิต "Shin Godzilla" ให้ตื่นจากการหลับใหลอีกครั้ง เรียกเสียงฮือฮาทั่วเกาะญี่ปุ่นและยังเกิดเป็นกระแสความสำเร็จคำรามอย่างกึกก้องไปยังทั่วโลก สำหรับ Shin Godzilla ที่กลับมาทวงแชมป์ความเป็น คิงส์ ของอภิมหาสัตว์ประหลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก จากผลงานของ โตโฮ สตูดิโอ ผู้ให้กำเนิดก็อดซิลล่าต้นฉบับ ที่ครั้งนี้สร้างสถิติอันน่าทึ่งจนต้องบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ของภาพยนตร์ก็อดซิลล่าตลอด 6 ทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่ง Shin Godzilla สามารถทำรายได้ทะลุพันล้านเยน หลังจากเปิดฉายไปเพียงแค่ 3 วัน และยังคงครองแชมป์อันดับ 1 ภาพยนตร์ทำเงินถึงสองสัปดาห์ซ้อน ทำรายได้ทะลุ 2.18 พันล้านเยน ในเวลาเพียง 10 วัน นับว่ายิ่งใหญ่ในความเป็น ก็อดซิลล่าต้นฉบับ สมกับที่คนทั้งโลกรอคอยมาตลอด 12 ปี เอาชนะก็อดซิลล่าในภาคก่อนหน้าที่ผ่านมาทั้งหมดนับตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่องก็อดซิลล่าถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกเมื่อปี 1954 จนถึงปัจจุบัน Shin Godzilla ได้ฮิเดะอากิ อันโนะ มารับหน้าที่เขียนบทและกำกับภาพยนตร์ร่วมกับชินจิ ฮิงุชิ (1 ในทีมงานของ The Return of Godzillaปี 1984) และเป็นผู้กำกับที่เชี่ยวชาญในงานเทคนิคพิเศษของ Gamera Trilogy (1995-1999) ซึ่งเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ชุดสัตว์ประหลาดไตรภาคที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงของ โตโฮ รวมทั้งภาพยนตร์ไลฟ์-แอคชั่นอย่าง Attack on Titan ภาค 1-2 ที่ทำรายได้มหาศาลไปถึง 4.93 พันล้านเยน เพื่อให้การกลับมาของก็อดซิลล่าต้นฉบับยิ่งใหญ่และสมบูรณ์แบบที่สุด ทั้งคู่ยังได้บุคลากรขั้นเทพในวงการภาพยนตร์ของญี่ปุ่นอย่าง มาฮิโระ มาเอดะ Animator ซึ่งมีผลงานสร้างชื่อในระดับฮอลลีวู้ดจาก Mad Max: Fury Road และ Kill Bill Vol.1 มารับหน้าที่ดีไซน์ก็อดซิลล่าเวอร์ชั่นใหม่ พร้อมกับเสริมความอลังการให้กับภาพยนตร์ในส่วนของดนตรีประกอบภาพยนตร์โดย ชิโร่ ซางิสุ คอมโพสเซอร์มือฉมังผู้ฝากผลงานระดับเยี่ยม ๆ มานับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็น Evangelion, Bleach, Berserk Golden Age Arc (& 2016), Attack On Titan ซึ่งถูกขนานนามให้เป็น Hans Zimmer ของญี่ปุ่น และเป็นคอมโพสเซอร์ที่ทรงอิทธิพลในอันดับที่ 4 ของญี่ปุ่น (JASRAC) มาร่วมสร้างความอลังการให้กับภาพยนตร์ทั้งในส่วนของดนตรีประกอบภาพยนตร์ที่บรรเลงโดยวงออเครสตร้า และซาวน์ในแบบคอรัสที่อัดแน่นไปด้วยความรู้สึก และยิ่งใหญ่อลังการให้กับภาพยนตร์อภิมหาสัตว์ประหลาดเรื่องนี้ นอกจากนี้หนังยังมีความพิเศษด้วย 3 ซูเปอร์สตาร์มากฝีมืออย่าง ฮิโรกิ ฮาเซกาว่า (จาก Attack of the Titans 1-2) ที่คว้ารางวัล Best Supporting Actor ปี 2016 จากภาพยนตร์ซีรี่ส์ I’m Mita , Your Housekeeper ในการประกาศรางวัล Television Drama ครั้งที่ 71 อีกด้วย โดยใน Shin Godzilla เขารับบทเป็น รันโด้ ยางูจิ รองหัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ยูทากะ ทาเคโนะอุจิ นายแบบและนักแสดงหนุ่มหล่อเซอร์ที่คนไทยคุ้นเคยกันดี (จาก With Love, Beach boys, ทีมล่าทรชน Boss) รับบทเป็น ฮิเดกิ อาคาซากะ ที่ปรึกษาพิเศษของนายกรัฐมนตรี ซาโตมิ อิชิฮาระ นางแบบและนักแสดงสาวสุดฮอตจาก H2, The Bandage Club, Attack On Titan ตลอด 13 ปีในวงการกับรางวัลการันตี ตั้งแต่ปี 2003 ภาพยนตร์เรื่องแรก My Granpa สามารถกวาดรางวัลจากสถาบันต่าง ๆ มากมายถึง 6 สถาบันด้วยกัน รวมทั้งภาพยนตร์ซีรี่ส์เรื่องแรกที่ออกอากาศในปีเดียวกันอย่าง Teru Teru Kazoku ก็ทำให้เธอคว้ารางวัล Broadcast Newcomer Best Newcomer จาก Golden Arrow Award ครั้งที่ 41 ปัจจุบันมีผลงานภาพยนตร์ซีรี่ส์ทางโทรทัศน์ถึง 45 เรื่อง และภาพยนตร์ 20 เรื่อง Shin Godzilla เธอรับบทเป็น เจ้าหน้าที่ทางการจากอเมริกา ที่เข้ามารับมือกับสถานการณ์ก็อดซิลล่าถล่มเมืองร่วมกับทีมเจ้าหน้าที่จากรัฐบาลญี่ปุ่น อีกหนึ่งความอลังการที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์ คือการระดมเอาเหล่านักแสดงที่มีชื่อเสียงทั้งชาย และหญิงในวงการมากถึง 328 คนมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในภาพยนตร์ ที่ต้องต้องร่วมกันเผชิญหน้ากับอภิมหาสัตว์ประหลาดอย่างก็อดซิลร่วมกัน แน่นอนว่าลมหายใจปรมาณู อาวุธสำคัญที่อัดแน่นไปด้วยพลานุภาพแห่งการทำลายล้างขั้นสูงสุดของเจ้าก็อดซิลล่ายังคงมีอยู่ พร้อมกับเสียงคำรามที่ดังกึกก้อง พร้อมกับเซอร์ไพรส์ที่ไม่ว่าจะเป็นแฟนก็อดซิลล่าต่างก็คาดไม่ถึง ซึ่งยังคงถูกปิดเป็นความลับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งว่ากันว่านี่คือที่สุดของภาพยนตร์ก็อดซิลล่าระดับมาสเตอร์พีซ ที่เราจะได้เห็นพัฒนาการอีกขั้นของก็อดซิลล่าที่แฟน ๆ ต้องอดใจรอที่จะต้องพิสูจน์ด้วยตาคุณเอง 8 กันยายนนี้ พร้อมถล่มทุกโรงภาพยนตร์

อ่านบทปุ๊บ คิดถึงปั๊บ! นาโอมิ วัตต์ส เธอเท่านั้นที่ผู้กำกับ Shut In ต้องการ
Farren Blackburn /  Jacob Tremblay / 

อ่านบทปุ๊บ คิดถึงปั๊บ! นาโอมิ วัตต์ส เธอเท่านั้นที่ผู้กำกับ Shut In ต้องการ จากความชื่นชอบในความสามารถทางการแสดงของสาว นาโอมิ วัตต์ส (Naomi Watts) จากภาพยนตร์เรื่อง Mulholland Dr. ที่ออกฉายในปี 2001 ผู้กำกับคนดัง แฟร์เรน แบล็คเบิร์น (Farren Blackburn) ได้ทาบทามให้เธอมารับบทนำในภาพยนตร์เรื่อง Shut In หลอนเป็น หลอนตาย ที่กำลังจะเข้าฉายในบ้านเราช่วงพฤศจิกายนนี้ “ตอนผมได้บทมาอ่าน พออ่านจบแล้วผมนึกถึงหน้าของ นาโอมิ วัตต์ส ลอยมาเป็นคนแรกเลย ผมติดใจการแสดงของเธอจากเรื่อง Mulholland Dr. ผมชอบการแสดงของเธอที่สามารถเปลี่ยนสีหน้าจากปกติให้กลายเป็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกลัวได้แบบฉับพลัน ผมว่าเธอสามารถสื่อสารความกลัวออกมาให้คนดูได้รู้สึก ได้เห็น และสัมผัสได้” นาโอมิ วัตต์ส รับบทเป็น แมรี นักจิตวิทยาสาวที่อาศัยอยู่ในย่านชนบทของเมืองนิวอิงแลนด์ เธอต้องติดอยู่ในบ้านท่ามกลางพายุหิมะ ขณะเดียวกันก็ต้องตามหาเด็กผู้ชายคนหนึ่งให้พบก่อนที่จะหายตัวไปอีกด้วย ซึ่งการมารับบทในภาพยนตร์สุดระทึกเรื่องนี้ เจ้าตัวได้เล่าความรู้สึกให้ฟังว่า “ในเรื่องนี้แมรีเป็นนักจิตวิทยาที่ทุ่มเทเวลาในการดูแลคน ๆ หนึ่งเป็นเวลานาน โดยที่ไม่ค่อยได้ออกไปเจอกับโลกภายนอกตามวิสัยของคนปกติ ทำให้เธอเหมือนเป็นคนที่มีอารมณ์เก็บกดแล้วก็กลายเป็นว่าเธอเริ่มมีอาการฝันร้ายและมีอาการผิดปกติ ซึ่งฉันได้ศึกษาการทำงานของนักจิตวิทยาทั่วไปว่าเขาใช้เวลาไปกับอะไร อย่างไร เพื่อให้เข้าถึงบทบาทให้มากที่สุด และในเรื่องนี้ฉันยังได้ร่วมงานกับ เจคอบ เทรมเบลย์ (Jacob Tremblay) หนุ่มน้อยที่ต้องบอกว่าเป็นอัจฉริยะในการแสดง เขาสามารถตีบทได้แตก และส่งอารมณ์ให้ฉันได้อย่างไม่น่าเชื่อ”

4 หาดทะเลน้ำจืด เที่ยวเพลินหน้าฝน
ฃุกโดน /  หาดทะเลน้ำจืด / 

มีหลายต่อหลายคน ที่ไม่ชอบเที่ยวทะเลเท่าไร เพราะลมทะเลค่อนข้างจะทำให้เหนียวตัว แล้วยิ่งเป็นหน้าฝนนี้ เที่ยวทะเลก็คงไม่ดีเท่าไรนัก เพราะโอกาสที่จะเกิดลมมรสุม นั้นเป็นไปได้มาก…แล้วแบบนี้จะไปเที่ยวที่ไหนดีล่ะ สำหรับคนที่ชอบบรรยากาศการพักผ่อน รับลมชิวๆ แต่ไม่อย่างต้องเสี่ยงกับมรสุมและลมฝน วันนี้เราก็มี 4 ชายหาดทะเลน้ำจืด ท่ามกลางบรรยากาศอุดมสมบูรณ์ของขุนเขามากฝาก รับรองว่า หน้าฝนของคุณนี้ สนุกแน่ 4 หาดทะเลน้ำจืด เที่ยวเพลินหน้าฝน  ทะเลน้ำจืด 1. หาดทรายชุกโดน / กาญจนบุรี หาดทะเลน้ำจืด หาดทรายชุกโดน จ.กาญจนบุรี ชายหาดน้ำจืดเล็กๆ อยู่ริมน้ำแม่กลอง ในจังหวัดกาญจนบุรี ที่หาดชุกโดน หรือชายหาดท่าล้อแห่งนี้ เป็นอีกหนึ่งสถานที่สำหรับพักผ่อนฝั่งตะวันตก ซึ่งแม้จะไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่ทว่าการปรับภูมิทัศน์ครั้งใหญ่ ให้เนรมิตเป็นชายหาด ก็ทำให้ได้บรรยากาศของทะเลน้ำจืดท่ามกลางขุนเขาที่งดงามมากๆ เลยทีเดียว หาดทรายละเอียด เป็นแนวยาวตลอดคุ้งน้ำ และกว้างพอที่จะรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนได้หลายพันคน บรรยากาศเย็นร่มรื่น มีลมพัดเข้าหาฝั่งตลอดเวลา รอบหาดทรายจะมีที่นั่ง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการพักผ่อน รับประทานอาหาร เครื่องดื่มต่างๆ ร่วมกับก๊วนเพื่อน และครอบครัว แถมยังมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้เลือกเล่น เช่น บริการสวนสนุกลอยน้ำ เรือปั่น เรือพาย มีบริการเตียงผ้าใบ ร่ม ห่วงยาง เสื้อชูชีพ เรือถีบ เรือพาย เจ็ตสกี ไว้คอยให้บริการ การเดินทาง : หาดทรายชุกโดน หรือหาดท่าล้อ ทางเข้าอยู่ข้างวัดท่าล้อ ก่อนถึงสามแยกท่าล้อ และอยู่เยื้องๆ กับร้านรจนาก่อนถึงตัวจังหวัดกาญจนบุรี ประมาณ 9 – 10 กม. ตั้งอยู่ที่ ตำบลท่าล้อ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี  ------------------------------------ 2. หาดหินเพิง บางแสน 2 / ขอนแก่น ข้ามมายังฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ หรืออีสานบ้านเฮากันบ้าง แล้วจะต้องตกใจแน่ๆ ว่า อีสานก็มีชายหาด .. ชายหาดหินเพิง หาดที่มีบรรยากาศคล้ายบางแสน จึงถูกเรียกว่า “บางแสน 2″ หาดแห่งนี้อยู่ในจังหวัดขอนแก่น ถือเป็นแหล่งชายหาดทะเลน้ำจืดยอดนิยมของคนอีสานเลยก็ว่าได้ ความสวยงามของที่นี่ไม่แพ้ทะเลเลย ลักษณะเป็นชายหาดกรวดทรายและโขดหิน ต่างกันตรงที่เป็นทะเลสาบนํ้าจืด คลื่่นลมไม่รุนแรง แต่มีลมพัดโกรก เย็นสบาย ยิ่งพอคล้อยเย็น ตะวันตกดินแล้วล่ะก็ บรรยากาศแสนจะโรแมนติกมาก บนหาดทรายมีร่มกันแดด และเตียงผ้าใบ และยังมีบริการเครื่องเล่นทางนํ้าแบบครบครัน ทั้งสกูตเตอร์ เรือกล้วย เรือถีบ ห่วงยาง ให้เช่า บริการด้านอาหารก็มีพร้อม มากกว่า 60 ร้าน เมนูเด่นคือปลาสดๆ จากอ่างเก็บนํ้าปรุงเป็นอาหารอีสานรสแซบ การเดินทาง : จากตัวอำเภออุบลรัตน์มีป้ายบอกทางไปบางแสน 2 ไปตามทางประมาณ 2 กิโลเมตร ชายหาดอยู่ขวามือ 4 หาดทะเลน้ำจืด เที่ยวเพลินหน้าฝน 3. หาดมโนภิรมย์ / มุกดาหาร ทะเลน้ำจืด หาดมโนรมย์ จ.มุกดาหาร ยังอยู่กันที่ฝั่งอีสาน ณ บ้านชะโนด จังหวัดมุกดาหาร ที่นี่มีบรรยากาศที่แอบคล้ายกับริมชายหาดทะเล ที่คลื่นถาโถมลมพัดน้ำเข้าซัดฝั่ง ในช่วงของต้นปีที่น้ำในลำโขงลดจนเห็นเม็ดทราย แผ่ขยายกว้างไปไกลจนสุดลูกตา ประกอบกับกระแสลมที่พัดโบกตลอดวัน ทำให้ลำน้ำนั้นถูกพัดเป็นเกลียวคลื่นเข้าหาฝั่ง สถานที่แห่งนี้จึงได้บังเกิดขึ้นเป็นสถานที่พักผ่อนของชาวบ้านชะโนด และระแวกใกล้เคียงที่แวะมาลงเล่นน้ำ เพื่อคลายร้อนในช่วงฤดูร้อนที่แสนจะอบอ้าว บรรยากาศโดยรวมของหาดมโนภิรมย์นั้น จะเป็นซุ้มต่างๆ ที่ตั้งอยู่ริมน้ำให้กับคุณได้พักผ่อน หากยืนบนนหาด จะเห็นบรรยากาศของสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ชัดเจน ส่วนบริการของที่นี่ก็ไม่แพ้หาดไหน มีห่วงยางให้เช่า มีเรือกล้วย(บานาน่าโบ๊ท) ให้ใช้บริการ และเมนูอาหารส่วนใหญ่ของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้นั้นก็จะเป็นจำพวก ส้มตำ ไก่ย่าง ปลาเผา ไก่อบฟาง ฯลฯ ราคาเบาๆ และไม่แพงอย่างที่คิด ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ทะเลริมโขง ทะเลอีสานก็มีจริง การเดินทาง :  หาดมโนภิรมย์ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่บ้านชะโนด ตำบลชะโนด อำเภอหว้านใหญ่ ใช้เส้นทางมุ่งสู่สะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่สอง   ------------------------------------ 4. หาดวังโก / มหาสารคาม หาดทะเลน้ำจืด หาดวังโก จ.มหาสารคาม อีกหนึ่งหาดฝั่งอีสาน ในจังหวัดมหาสารคาม นี่เป็นหาดสุดท้าย แต่ว่าน่าอัศจรรย์สุดๆ เพราะหาดแห่งนี้ เป็นหาดทรายที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ มนุษย์ไม่ต้องสรรสร้าง ธรรมชาติก็มอบความงดงามของแม่น้ำที่น้ำไหลผ่านโค้งน้ำ ตะกอนทรายจะไหลไปทับถมเกิดเป็นหาดทรายโดยธรรมชาติ กลายเป็นหาดทะเลน้ำจืดไปโดยปริยาย หาดวังโก ตั้งอยู่บนโค้งของแม่น้ำชีซึ่งยาวประมาณ 1 กม. หัวท้ายของหาดถูกกั้นไว้ ลานหินทอดยาวขวางแม่น้ำชี ที่เรียกว่าแก่ง แก่งด้านซ้ายมือเรียกว่า แก่งบ้านห้วยและขวามือเรียก แก่งท่าเตาดิน ทั้งสองแก่งทำหน้าที่เหมือนฝายทดน้ำธรรมชาติ ในฤดูแล้งทั้งสองแก่งก็จะทำหน้าที่ฝายธรรมชาติกั้นน้ำไว้ทำให้แม่น้ำชีบริเวณหาดวังโกยังมีปริมาณน้ำเหลือเฟือ พอจะทำให้นักท่องเที่ยวไปเล่นน้ำได้ ที่พิเศษมากๆคือ ที่นี่มีกิจกรรม Adventure ที่แปลกไปกว่าที่ไหนๆ มีสไลเดอร์ผ้าใบขนาดยักษ์ ให้ได้เล่นฟรีๆ ถือเป็นครั้งแรกในไทยที่ถูกสร้างขึ้น และใหญ่ที่สุดในโลก มีหอสูง 50 ฟุตให้โดดข้ามแม่น้ำ ไป-กลับ เรือกล้วย เจทสกี ห่วงยางเล่นน้ำ ร่มและเต้นผ้าใบชายหาดเหมือนชายทะเลทุกประการ การเดินทาง จากตัวเมืองมหาสารคาม มุ่งสู่ถนนสายท่าพระ-โกสุมพิสัย โซนบ้านท่าเดื่อ ต.หนองบอน อ.โกสุมพิสัย มีทางหลวงชนบทราดยางเข้าถึงหาด ถือเป็นทรัพย์ในดิน และสินในน้ำของไทย ที่แสนจะโชคดี ที่เรามีสถานที่สวยงามและหลากหลายไว้ให้เราได้ท่องเที่ยว แต่อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวอย่างเราๆทั้งหลายก็อย่าละเลยที่จะช่วยกันรักษาความสะอาด และความสมบูรณ์ของธรรมชาติเหล่านี้เอาไว้ ก่อนที่จะไม่หลงเหลือความสวยงามเอาไว้ให้เราได้ทัศนา บทความน่าอ่านจาก http://www.emaginfo.com ร่วมกับ travel.mthai.com

ฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt) ออสเตรีย เมืองริมทะเลสาบ ที่สวยที่สุดในโลก
Austria /  ที่สุดในโลก / 

ทำความรู้จัก เมือง ฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt)  เมืองที่ได้ชื่อว่า เมืองริมทะเลสาบ ที่สวยที่สุดในโลก และยังเป็นหนึ่งในเมือง ท่องเที่ยว ที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ออสเตรีย (Austria) โดยเมือง ฮัลล์สตัทท์ นั้น อยู่ในรัฐ อัปเปอร์ออสเตรีย (Upper Austria) ซึ่งเป็น 1 ใน 9 รัฐ ของ ประเทศ ออสเตรีย นั่นเอง ฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt) ออสเตรีย เมืองริมทะเลสาบ ที่สวยที่สุดในโลก   ฮัลล์สตัทท์ เป็นเมืองท่องเที่ยวเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของทะเลสาบฮัลล์สตัทท์ (Lake Hallstatt) หรือ ฮัลล์สตัทท์เทอร์ ซี (Hallstatter See) ทะเลสาบในเขตภูมิภาคซาลซ์คัมเมอร์กุท (Salzkammergut) ภูมิภาคทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญมากแห่งหนึ่งของประเทศออสเตรีย สำหรับความโดดเด่นของเมืองนั้น สิ่งแรกที่นักท่องเที่ยวจะสัมผัสได้ก็คือความเป็นเมืองชนบทเล็กๆ ที่มีอากาศแสนบริสุทธิ์ เหมาะอย่างยิ่งที่จะเดินทางมาพักผ่อนตากอากาศ และชมทัศนียภาพสวยๆ ของตัวเมืองที่ถูกโอบล้มไปด้วยทะเลสาบและเทือกเขาสูงตระหง่าน เดินเล่นในวันแดดจ้า แต่อากาศเย็นสบาย ที่เที่ยวในเมือง ฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt) นักท่องเที่ยวที่มาเยือนยังสามารถเดินทางไปชม เหมืองเกลือโบราณ (Salzwelten) ที่มีอายุมากกว่า 7,000 ปี โดยการขึ้นกระเช้าไฟฟ้า ที่ชันมาก และแล่นเร็วมาก เพื่อไปยังเหมืองเกลือที่ตั้งอยู่บนภูเขาที่มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเล ประมาณ 838 เมตร หรือใช้เวลาในการเดินทางเพียงแค่ 3 นาทีเท่านั้น สำหรับการเที่ยวชมเหมืองเกลือนั้น นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชมได้ในช่วงระหว่างเดือนเมษายน - เดือนตุลาคมของทุกปีๆ การซื้อตั๋วแยกเป็น การเข้าเหมือง (ทัวร์ตามเส้นทางการทำเหมือง และมีวีดีทัศน์) และการขึ้นเคเบิ้ลอย่างเดียว (เพื่อเข้าเหมือง แต่ถ้าไม่เข้าเหมืองก็ชมทิวทัศน์เมืองจากมุมสูงได้ ณ จุด Skywalk) Skywalk ที่ว่า คือ จุดที่ก่อสร้างเป็นสามเหลี่ยมชะง่อนผา ยื่นออกไปยืนถ่ายรูปได้อย่างหวาดเสียว เหอๆ ณ มุมสูงจะทำให้คุณได้ภาพความสวยงามเช่นนี้ ให้อิ่มเอม นอกจากนั้นการเดินตามริมทะเลสาบก็มีหงส์ว่ายน้ำเล่น ร้านค้า ร้านอาหารสวยงาม (ทุกที่ประดับดอกไม้ได้งดงาม จนเราเดินลืมวันลืมคืน) จนอยากมีบ้านที่นี่ซักหลัง บางโรงแรมก็ โชว์ระบำประจำชาติให้เราชมด้วย ดูเหมือนหนุ่มน้อยสองคนจะถูกใจสาวๆและป้า เพราะหน้าตาหล่อเหลา นอกจากบรรยากาศร่มรื่นแล้ว สุดท้ายขอแนะนำให้คุณไปพิสูจน์ความกล้ากันแบบเบาๆ ที่ ไบน์เฮาส์ (Beinhaus) หรือ โบน์เฮาส์ (Bone House) เป็นอาคารขนาดเล็กที่แยกออกจากคริสตจักร ซึ่งภายในเป็นที่เก็บหัวกะโหลกที่มีมากกว่า 1,200 กะโหลก โดยแต่ละกะโหลกจะมีชื่อของเจ้าของสลักติดไว้อย่างเป็นระเบียบ ส่วนใหญ่ล้วนเป็นของคนที่เสียชีวิตในศตวรรษที่ 18 - 19 ปัจุุบันเมืองฮัลล์สตัทท์ และเขตภูมิภาคซาลซ์คัมเมอร์กุทได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี 1997 และเป้นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ใฝ่ฝันออยากมาเยือนสักครั้งหนึ่งในชีวิตอีกด้วย บ้านหลังเล็ก กับทิวทัศน์สวยๆ ไบน์เฮาส์ (Beinhaus) หรือ โบน์เฮาส์ (Bone House) ซึ่งภายในเป็นที่เก็บหัวกะโหลกที่มีมากกว่า 1,200 กะโหลก   ภาพจาก deutschland.yakohl.com  สุสาน เมืองริมทะเลสาบ ที่สวยที่สุดในโลก เมืองฮัลล์ทัทท์ (Hallstatt) อีกมุมมอง ของ เมืองริมทะเลสาบ ที่สวยที่สุดในโลก เมืองฮัลล์ทัทท์ (Hallstatt) ฤดูหนาว เมืองริมทะเลสาบ ที่สวยที่สุดในโลก เมืองฮัลล์ทัทท์ (Hallstatt) เมืองฮัลล์ทัทท์ (Hallstatt) เมืองที่ได้ชื่อว่าเมืองที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก สวยจนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ภาพของหมู่บ้านที่มีเทือกเขาเป็นองค์ประกอบอยู่ด้านหลังที่งดงาม ราวกับภาพวาด คือภาพที่ได้ถูกเผยแพร่มากที่สุดของ ประเทศออสเตรีย ภาพวาด เมือง เมืองฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt) ภาพวาด เมืองริมทะเลสาบ ที่สวยที่สุดในโลก เมืองฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt) by YuyGigi - Hallstatt Austria. Watercolor sketch Hallstatt, Austria : Ship-paintings เมืองริมทะเลสาบ ที่สวยที่สุดในโลก เมืองฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt) ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น เทคนิค เล็กน้อยๆ สำหรับการไป เที่ยว Hallstatt ให้เช็คที่พักในแผนที่ให้ดี เนื่องจาก ที่พักจะแบ่งเป็น โซน Hallstatt ซึ่งจะอยู่ในเมืองแห่งนี้ (และมักจะเต็มไปก่อน)  ในขณะที่ โซนที่เรียกว่า Obertraun (โอเบอร์ทราว-อึน อ่านผิดขออภัยนะครับ พยายามเลียนเสียงคนในพื้นที่ ได้แบบนี้) จะห่างกันหนึ่งป้ายรถไฟ หรือ อยู่ตรงกันข้ามคนละฝั่งของทะเลสาบ ซึ่ง.... สงบกว่า เงียบกว่า แต่ก็ไม่มีร้านขายของ ร้านรวง ไม่สะดวกเท่าพักในเมือง ต้องขับรถเท่านั้น หรือ ใช้บริการ taxi หรือ นั่งรถเมล์ (ซึ่งรถเมล์ จะปิดทำการประมาณ 6 โมงเย็นเท่านั้น) เช่นเดียวกับ ร้านค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ตที่นี่ ปิด 6 โมงเย็น ร้านอาหารส่วนใหญ่ก็เช่นกัน อย่าเดินเพลินนัก ให้มองหาร้านอาหารที่เปิดดึกหน่อย หรือซื้ออาหารไว้ก่อน ไม่งั้น หิ้วท้องแน่ๆ สำหรับ taxi ในเมืองนี้ เราพบว่า มีบริการ Taxi Godl (อ่านว่า แท็กซี่ โกลโด้ล) ซึ่งบริการดีมาก อัธยาศัยดี ถามหาคำแนะนำต่างๆได้ พูดภาษาอังกฤษได้ เพียงแต่คุณต้องแจ้งให้ชัดว่า คุณอยู่ที่ไหน แล้วจะให้ไปส่งที่ไหน เขาบอกว่า ให้บริการ 24 ชั่วโมงนะครับ (แต่เดาว่า กลางคืนจะแพงหน่อย) สนนราคา จากใน Hallstatt ไปยัง Obertraun ราคา 16 ยูโร ถ้าจากเมืองไปยัง Salzburg (ใช้เวลาชั่วโมงครึ่งเอง ถ้านั่งรถไฟใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง) ราคา 180 ยูโร ติดต่อเบอร์โทร 0664 4433674 เผื่อเที่ยวเพลินหารถกลับไม่ได้ :) ข้อมูลจาก Tnews.co.th, ดูภาพเพิ่มเติม ได้ที่เว็บไซต์ http://www.hallstatt.net/about-hallstatt/

9 อันดับ พาสปอร์ตที่สวยที่สุดในโลก!
10 อันดับ /  ต่างประเทศ / 

พาสปอร์ต (Passport) หรือ หนังสือเดินทาง เป็นเอกสารสำคัญที่จะแสดงรายละเอียดของบุคคลที่จะเดินทางไปต่างประเทศต่างๆ โดยลักษณะทั่วไปของพาสปอร์ตที่เราเห็นกันเป็นประจำนั้นก็จะเป็น หนังสือเล่มเล็ก มีสีแตกต่างกันตามแต่ละประเทศ Travel.mthai เลยจัด 9 อันดับ พาสปอร์ตที่สวยที่สุดในโลก! มาให้ได้ชมกัน แต่ละประเทศนันดึงจุดเด่นหรือไฮไลท์มาใส่ไว้ในหนังสือเดินทาง บอกเลยว่าสวยงามมากๆ ใครชอบประเทศไหนกันบ้าง? ^^ 9 อันดับ พาสปอร์ตที่สวยที่สุดในโลก! 1. พาสปอร์ตประเทศไอร์แลนด์ (Ireland)  ได้ฉายาว่า เกาะมรกตแห่งยุโรป (the Emerald Isle) ภายในเล่มพาสปอร์ตจะเป็นสีเขียวฟ้าสว่าง จะประกอบไปด้วยรูปภาพภูมิประเทศ กีฬาประจำชาติ อักษรรูนสมัยเก่าแก่ บทกลอนสั้นๆ และตัวโน้ต ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแสดงออกถึงความเป็นไอร์ริช ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ และความโดดเด่นในเรื่องของดนตรีและการเต้นรำ อีกริมหน้ากระดาษแต่ละหน้าก็ตกแต่งด้วยรูปแผ่นจารึก เมื่องอให้ภาพต่อกันก็จะได้ออกมาเป็นรูปภาพ 2. พาสปอร์ตประเทศแคนาดา (Cannada) รูปเล่มของพาสปอร์ต ภายนอกนั้นอาจจะหน้าตาดูธรรมดามาก ไม่เห็นมีอะไรพิเศษ แต่เมื่อลองส่องด้วยไฟ black light ทำเอาตะลึงในความสวยงามกันเลยทีเดียว! จะเห็นความงาม สีสัน และไอเดียภาพในแต่ละหน้า นอกจากจะทำให้เกิดความสวยงามแล้ว อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำพาสปอร์ตเล่มนี้ขึ้นมาก็เพื่อป้องกันการปลอมแปลงพาสปอร์ต ทำให้ยากต่อการลอกเลียนแบบหนังสือเดินทาง เป็นอีกหนึ่งมาตราการรักษาความปลอนภัยนั่นเอง ซึ่งพาสปอร์ตเล่มนี้ถูกปล่อยออกมาใช้ครั้งแรกในช่วงกลางปี 2013 อ่านต่อ อยากใช้เลยอ่ะ! พาสปอร์ตประเทศแคนาดาสุดเจ๋ง 3. พาสปอร์ตประเทศนอร์เวย์ (Norway) ดูเหมือนว่าจะถูกใจสาวๆ เป็นพิเศษ ก็เพราะมันเป็นสีพาสเทล ออกแบบโดย Oslo design ภายในพาสปอร์ตนั้นจะเป็นรูปภูมิทัศน์อันงดงามของนอร์เวย์ เมื่อฉายผ่านไฟ black light ภาพนั้นก็จะปรากฏให้เห็น แสงเหนือ ซึ่งถือว่าเป็นแลนด์มาร์คของนอร์เวย์ นอกจากนี้สีของพาสปอร์ตนั้นก็แบ่งแยกตามผู้ถือด้วย เช่น สีชมพูแดงสำหรับประชาชนปกติ, สีขาวสำหรับผู้อพยพ และสีเขียวฟ้าสำหรับนักการทูต 4. พาสปอร์ตสหราชอาณาจักร (The United Kingdom) หนังสือเดินทางของประเทศอังกฤษเล่มนี้ เพิ่งเปิดตัวในช่วงปลายปี 2015 เพื่อฉลองครบรอบ 500 ปี ให้แก่ จอห์น คอนสตาเบิล (John Constable) จิตรกรชาวอังกฤษ ในยุคศตวรรษที่ 18-19 มีชื่อเสียงจากเขียนจิตรกรรมภูมิทัศน์ ซึ่งปัจจุบันภาพเขียนของคอนสตาเบิลจะได้รับความนิยม และ เป็นงานที่มีราคาสูงในบรรดาศิลปะอังกฤษ 5. พาสปอร์ตออสเตรเลีย (Australia) เนื่องจากธรรมชาติของออสเตรเลียนั้นมีความโดดเด่นและหลากหลายมากๆ  จึงเอาสิ่งนี้มาใส่ไว้ในแต่ละหน้าของหนังสือเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นรูปของพืชและสัตว์ชนิดต่างๆ รวมถึงคำบรรยายเกี่ยวกับพืชหรือสัตว์เหล่านั้นด้วย 6. พาสปอร์ตประเทศสวีเดน (Sweden) ประเทศสวีเดน ได้ชื่อว่ามีเมืองชนบทสวยงามที่สุด อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ทิวทัศน์อันงดงาม อีกทั้งมีชื่อเสียงในด้านสถาปัตยกรรมเก่าแก่ และการออกแบบระดับโลก สิ่งเหล่านี้เราสามารถเห็นได้ในหนังสือเดินทางเล่มนี้ 7. พาสปอร์ตประเทศจีน (China) หนังสือเดินทางของจีนนั้นถ้ามองปกติก็จะเห็นเป็นรูป กำแพงเมืองจีน เป็นแลนด์มาร์กและมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติ อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอีกด้วย และเมื่อส่องด้วยสปอร์ตไลท์ก็จะเห็นความสวยงามไปอีกแบบ นอกจากนี้จีนยังรวบรวม สิ่งก่อสร้างที่สำคัญ อาทิ มาเก๊า หรือเซียงไฮ้ ไว้ในหนังสือเดินทางเล่มนี้เช่นกัน 8. พาสปอร์ตประเทศนิวซีแลนด์ (New Zealand) นิวซีแลนด์ หรือ ดินแดนแห่งเมฆยาวสีขาว นั้นมีความหลากหลายทางภาษา อีกทังมีธรรมชาติที่สวยงามเป็นจุดเด่น  หนังสือเดินทางเล่มนี้จึงปรากฏเป็นภาพของภาษาต่างๆ และใบเฟิร์น แสดงให้เห้นความสวยงามทางธรรมชาติ 9. พาสปอร์ตประเทศฟินแลนด์ (Finland) ฟินแลนด์ได้ปรับปรุงหนังาือเดินทางครั้งล่าสุดเมื่อปี 2012 ในเดือนสิงหาคม จะเห็นได้ว่าในหน้าหนังสือเดินทางจะมีกวางยืนโดดเด่น เมื่อเปิดไล่ตั้งแต่หน้าแรกไปจนถึงหน้าสุดท้ายจะเห็นว่า รูปกวางมีการเคลื่อนไหว เท้าขยับได้ .. Source : www.theguardian.com, www.keesingtechnologies.com,www.travelandleisure.com เรียบเรียง Travel.mthai.com

วันพระพุทธเจ้าเปิด 3 โลกธาตุ ออกพรรษา 16 ตุลา อ.คฑา ชวนทำบุญ
วันพระพุทธเจ้าเปิด 3 โลกธาตุ /  อ.คฑา / 

ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว 16 ตุลาคม ฟ้ารับรู้ ดินรับฟัง สวรรค์ประทานพร อบายภูมิโมทนา ใครทำใครได้ พ้นเคราะห์รับโชค ดวงชะตาฟ้าเปิดทั้ง 12 ราศี โหรฯ ชื่อดัง ผู้นำทางจิตวิญญาน ผู้เชี่ยวชาญศิลปวัฒนธรรมไทย-จีน เผย  16 ตุลาคม 2559  (วันออกพรรษา) เป็นวันมหัศจรรย์ 3 โลกธาตุ อนันตจักรวาล เปิดพร้อมกัน เพราะฉะนั้นการทำสิ่งไม่ดีในวันนี้ ฟ้าเห็น ดินรับรู้ นรกสาปแช่ง... วันนี้จึงเป็นวันที่ควรทำความดีและทำทุกวัน เพราะการทำความดี เราทำได้ทุกลมหายใจ ทุกขณะจิต ขอให้เรามีสติ  ซึ่งในวันนออกพรรษานี้ ฟ้ารับรู้ ดินรับฟัง เทวดามองเห็น จะทำให้ชีวิตของเรานั้นราบรื่น... บทสวดมนต์ 12 ราศี วันออกพรรษา มังกร ธรรมจักรกัปวัตนสูตร กุมภ์ บารมี 30ทัศน์ มีน ขันธปริตร เมษ โมระปริตร (คาถานกยูงทอง) พฤษภ กรณียเมตตาสูตร เมถุน ชินบัญชร กรกฎ อภยปริตร (คาถายันทุน) สิงห์ โพชฌงคปริตร กันย์ ชัยมงคลคาถา ตุลย์ ยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก พิจิก ธารณปริตร ธนู มงคลจักรวาล 8 ทิศ เรื่องราวที่มาของวันพระพุทธเจ้าเปิด 3 โลกธาตุนั้น อ.คฑา เล่าว่า ก่อนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะเสด็จกลับลงมาจากสวรรค์ไปสู่เมืองสังกัสสะ  พระพุทธมารดาของพระพุทธเจ้าจึงถามถึงพระราหุลว่าเป็นอย่างไรบ้าง (ลูกของพระพุทธเจ้า) ทันใดนั้นพระพุทธเจ้าก็ทรงทำพิธีเปิดโลก ด้วยการยืนตรง แล้วใช้พระหัตต์จับชายจีวรทั้งสองข้าง ทันใดนั้น โลกสวรรค์ โลกมนุษย์ โลกบาดาลอบายภูมิ  จึงเปิดถึงกัน  จึงเป็นที่มาของปางเปิดโลก…. การทำความดีในวันนี้  ก็จะส่งผลให้กับพรหม เทวดาทั้ง 16 ชั้น พระภูมิเจ้าที่ พระชัยมงคล 15 ชั้นดิน และ14 ชั้นบาดาลของเหล่าพญานาคทั้งหลาย และเทวดาผู้รักษาตัวเรา  รวมไปถึงเจ้ากรรมนายเวร จึงเป็นวันที่คนนิยมทำบุญทำความดีกันในวันนี้ หลังจากเปิด 3 โลก  มองเห็น รับรู้ถึงกันแล้ว พระพุทธเจ้าก็ทรงก้าวย่างพระบาท เดินลงจากสวรรค์ด้วยอิริยาบทที่งดงาม มือก็ทำท่าจีบนิ้ว...ช่างพุทธศิลป์จึงจินตนาการท่าเดินของพระผู้มีพระภาคเจ้าขณะเดินเสด็จ  จึงเป็นที่มาของ ปางลีลา  ที่มีความงดงามและเป็นสัญลักษณ์ของพระพุทธรูปที่งดงามที่สุด อ่อนช้อยที่สุด... พระพุทธรูปปางลีลาองค์สำคัญ  สามารถได้ชมได้ที่วัดเบญจมบพิตร กรุงเทพฯ  รวมไปถึงพระพุทธรูปปางเปิดโลกและปางลีลาตามวัดทั่วประเทศไทย ถามต่อว่า ทำไมจึงนิยมทำบุญ ทำความดีในวันนี้  เพราะเป็นวันที่ 3 โลกธาตุเปิดรับรู้ อำนวยพร โมทนาบุญให้กับเรา  บุญจะถึงเทวโลกทั้ง 16 ชั้นฟ้า 15 ชั้นดิน และอบายภูมิ  บุญก็จะเกิดกับตัวเรามากที่สุด  จึงเป็นที่มาของประเพณีการตักบาตรเทโวโลหะนะ (วันที่พระพุทธเจ้าเสด็จกลับจากเทวโลก สู่โลกมนุษย์) ซึ่งประเพณีตักบาตรเทโวโลหะนะ มีความสำคัญ....ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 วันออกพรรษา  และ แรม 1 ค่ำ เดือน 11  ตักบาตรเทโวโรหณะ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปโปรดพระพุทธมารดาที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ (เหตุที่องค์พระสัมมาสัมพระพุทธเจ้าเสด็จโปรดพุทธพระมารดาที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ก็เพราะว่า สวรรค์ชั้นดาวดึงส์เป็นสวรรค์ชั้นที่เทวดาทุกชั้นมาพบปะกันและมาฟังพระธรรมได้ พระพุทธเจ้าจึงมาโปรดพุทธมารดาที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ โดยท้าวสักกะเทวราชขึ้นไปทูลเชิญพระมารดาจากชั้นดุสิต ลงมาชั้นดาวดึงส์ เพื่อฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า   ข้อมูลจาก อาจารย์ คฑา ชินบัญชร

เที่ยวออสเตรีย กับ 20 สถานที่ยอดฮิตใน กรุงเวียนนา (Vienna)
Austria /  กรุงเวียนนา / 

กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย นั้นก็มีสถานที่ท่องเที่ยว แหล่งประวัติศาสตร์ และธรรมชาติที่น่าสนใจอยู่หลายแห่ง เราได้รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ที่เป็นแหล่งความรู้ ประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจใน กรุงเวียนนา มาฝากกัน ^^ เที่ยวออสเตรีย กรุงเวียนนา (Vienna) กรุงเวียนนา (Vienna) เมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศ ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแสนสะอาดและมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดในโลกแห่งปี 2014 นอกจากนั้นเวียนนายังถือว่าเป็นในเมืองสุดแสนโรแมนติก เป็นฮันนีมูนเดสติเนชั่นในฝันของคู่รักนับล้านรอบโลก  มีที่เที่ยวที่น่าสนใจ คือ 1. พระราชวังเชินบรุนน์ (Schoenbrunn Palace) เวียนนา เป็นอาคารในสไตล์โรโคโคที่ใหญ่ที่สุดในประเทศออสเตรีย โดยในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลมาชมมรดกโลกที่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศแห่งนี้หลายล้านคน ชื่นชมการตกแต่งอันหรูหราในแต่ละห้องของพระราชวังเชินบรุนน์ ซึ่งเคยเป็นที่พำนักของสมเด็จพระจักรพรรดิฟรันซ์ โยเซฟ สมเด็จพระจักรพรรดินีมาเรีย เทเรซาและบรรดาผู้ปกครองแห่งประเทศออสเตรียพระองค์อื่นๆ จากนั้น เดินเล่นที่สวนสไตล์บารอกอันยิ่งใหญ่ตระการตาที่อยู่ด้านหลังของตัวพระราชวัง เด็กๆ จะต้องหลงรักเขาวงกตและสวนสัตว์แห่งศตวรรษที่ 18 อย่างแน่นอน 2. พระราชวังฮอฟบวร์ก (Hofburg Palace) เวียนนา ก่อสร้างขึ้นในปี 1275 สิ่งที่น่าสนใจมีตั้งแต่ห้องจัดแสดงในหอสมุดแห่งชาติไปจนถึงวัตถุแวววาวระรานตาในพระคลังสมบัติหลวง ที่นี่ยังเต็มไปด้วยเครื่องประดับล้ำค่า เรื่องราวทางประวัติศาสตร์และผลงานชิ้นเอกทางสถาปัตยกรรมและศิลปะ เดินชมความหรูหราในสถานที่พำนักกว่า 600 ปีของราชวงศ์ฮอฟบวร์กและเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติของผู้ปกครองที่ทรงอำนาจของราชวงศ์นี้ พระราชวังหลังนี้ประกอบด้วยปีกอาคารกว่า 18 ส่วนและห้องมากกว่า 2,000 ห้องเลยทีเดียว 3. มหาวิหารเซนต์สตีเฟน หรือ ชเตฟันสโดม(St. Stephan's Cathedral, Stephan Dom) และ ถนนช้อปปิ้ง กราเบน (Graben) เป็นอาสนวิหารโรมันคาทอลิกในอัครมุขมณฑลเวียนนา และเป็นที่ตั้งอาสนะของอาร์ชบิชอปแห่งเวียนนา สถาปัตยกรรมที่เห็นอยู่ในปัจจุบันเป็นแบบโรมานเนสก์ และ กอทิก ริเริ่มโดยรูดอล์ฟที่ 4 ยุกแห่งออสเตรีย โบสถ์ที่อุทิศให้กับนักบุญสตีเฟนในบริเวณนี้มาตั้งแต่ปี 1147 ที่นี่ เข้าชมฟรีนะครับ ซึ่งบริเวณรอบข้างจะมีร้านซื้อของฝาก ซื้อตรงนี้เลยครับ (แม่เหล็ก ธง แก้ว กล่องดนตรี ป้าย ปากกา และที่หลายคนแนะนำคือ ตะไบเล็บประดับคริสตัลสวยงาม) รวมทั้งร้านช็อกโกแล็ตชื่อดังอย่าง Manner (อ้อ แต่ซื้อที่ ซุปเปอร์มาร์เก็ตถูกกว่า)  และยี่ห้อ Mozart เดินทะลุไปที่ Graben เป็นถนนช้อปปิ้งที่จะมี นักดนตรีเปิดหมวกให้ฟังเพลินๆ มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ และร้านเสื้อผ้าที่คุณผู้หญิงคงไม่พลาด เพราะราคาถูกกว่าไทยในช่วง summer จ้า การเดินทาง รถไฟฟ้า metro ลงสถานี Stephanplatz 4. พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ศิลปะ (Kunsthistorisches Museum หรือ Museum of Art History) เป็นพิพิธภัณฑ์คู่ที่หันหน้าเข้าหากันระหว่างจัตุรัสมาเรียเทเรซา พิพิธภัณฑ์ทั้งสองตั้งอยู่ในกรุงเวียนนาในประเทศออสเตรีย ที่ก่อตั้งระหว่างปี ค.ศ. 1872 ถึง ค.ศ. 1891โดยทำพิธีเปิดโดยสมเด็จพระจักรพรรดิฟรานซ์ โจเซฟที่ 1 แห่งออสเตรีย พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ศิลปะเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ชั้นนำของโลกในการสะสมงานวิจิตรศิลป์และมัณฑนศิลป์ 5. พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่พระราชวังเบลเวอเดียร์ (Belvedere Palace) ได้รับการออกแบบและสร้างขึ้นเมื่อต้นศตวรรษที่ 18 สถาปัตยกรรมแบบโรโคโค ในอดีตพระราชวังสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของเจ้าชายยูจีน ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงและเก็บรักษาผลงานศิลปะที่ดีที่สุดของกรุงเวียนนา ตั้งแต่ยุคกลางจนถึงยุคปัจจุบัน เช่น กุสตาฟ คลิมท์ (Klimt), Monet, Kokoschka, Renoir และ Schiele โดยเฉพาะรูป The Kiss ของ Klimt ที่ถือเป็น สัญลักษณ์ของศิลปะของเวียนนา (เป็นภาพในของขายที่ระลึกเต็มไปหมด) ก็เก็บในที่แห่งนี้ (ภาพจาก https://en.wikipedia.org/wiki/The_Kiss_(Klimt)) เดินทางด้วย สถานที Stadtpark 6. พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ (Naturhistorisches Museum) ก่อตั้งขึ้นในช่วงปลายยุค 1800 ส่วนจัดแสดงในปัจจุบันประกอบด้วยวัตถุกว่า 30 ล้านชิ้น ซึ่งทำให้ส่วนจัดแสดงของที่นี่ถือเป็นหนึ่งในส่วนจัดแสดงที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก ห้องจัดแสดงกว่า 40 ห้องภายในอาคารของพระราชวังเก่าใช้เป็นพื้นที่ในการอธิบายรายละเอียดของการวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตบนโลกและองค์ประกอบบนดาวเคราะห์สีฟ้าของเรา สถานที่อยู่ด้านหลังวัง Hofburg 7. หอสมุดแห่งชาติของประเทศ ออสเตรีย (National Bibliotheque) หอสมุดแห่งชาติของประเทศออสเตรีย สร้างขึ้นในปี 1722 ตั้งอยู่ในอาคารบารอกที่งดงามภายในพระราชวังฮอฟบวร์ก ประกอบด้วยพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจถึง 4 แห่งและเก็บรวบรวมหนังสือมากที่สุดในประเทศออสเตรีย หอสมุดแห่งชาติของประเทศออสเตรีย เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจถึง 4 แห่งด้วยกัน เดินชมม้วนกระดาษโบราณในพิพิธภัณฑ์ปาปิรัส เรียนรู้ภาษาสากลในพิพิธภัณฑ์ภาษาโลกหรือทำความเข้าใจถึงแผนการค้นพบของบรรดาพ่อค้าในโลกได้ที่พิพิธภัณฑ์ลูกโลก สถานที่อยู่ภายใน Hofburg (แต่ถ้าจะเขาไปยังห้องสมุดเก่าในภาพต้องเดินอ้อมไปทางด้านหลังห้องสมุด) 8. สุสานกลาง (Zentralfriedhof)  กรุงเวียนนา สร้างขึ้นในปี 1874 และกลายเป็นหนึ่งในสุสานที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในทวีปยุโรป มีผู้คนนับล้านฝังอยู่ภายใต้พื้นที่ 495 เอเคอร์ (200 เฮกตาร์) ของสุสาน โดยมีพื้นที่สำหรับใช้เป็นหลุมฝังศพของบุคคลพิเศษ เช่น บีโธเฟน, บราห์ม, ชูเบิร์ต, สโทรส หลับใหลอยู่ภายใต้ป้ายจารึกที่ประดับประดาอย่างสมเกียรติในสุสานกลางแห่งกรุงเวียนนา ที่ทำให้ "เมืองแห่งเสียงเพลง" เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก 9. พิพิธภัณฑ์ควาร์เทียร์ (MuseumsQuartier; MQ) พิพิธภัณฑ์ควาร์เทียร์เปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการในปี 2001 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในศูนย์วัฒนธรรมที่ใหญ่ที่สุดของโลก พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ในบริเวณที่เคยเป็นโรงม้าของพระราชวังหลวงและกินพื้นที่ 645,000 ตารางฟุต ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งอำนวยความสะดวกกว่า 70 แห่ง ซึ่งรวมถึงพิพิธภัณฑ์หลายแห่ง ศูนย์เต้นรำและร้านค้ามากมายของกรุงเวียนนา เพลิดเพลินไปกับความแตกต่างอันโดดเด่นระหว่างอาคารในสไตล์บารอกกับภูมิทัศน์ถนนสมัยใหม่ที่ผสมผสานกันอยู่ในศูนย์แสดงผลงานศิลปะ ใช้เวลาช่วงเช้าเพื่อเที่ยวชมผลงานศิลปะร่วมสมัย ชมผลงานของศิลปินเอกแห่งโลกยุคใหม่อย่างปิกัสโซและแอนดี้ วอร์ฮอล เสร็จแล้วลองนั่งผ่อนคลายบนม้านั่งแนวแอบสแตรกหรือจิบกาแฟในคาเฟ่หรือภัตตาคาร ซึ่งมีให้เลือกมากมายในบริเวณนี้ 10. โรงละคร โรงโอเปร่าแห่ง กรุงเวียนนา (Vienna State Opera) หรือรู้จักกันในชื่อท้องถิ่นว่า "วีเนอร์ สตาทโซเพอร์" ถือเป็นสิ่งก่อสร้างอันยิ่งใหญ่แห่งแรกที่สร้างเสร็จในใจกลางของริงชตราสตั้งแต่ปี 1869 หลังจากได้รับความเสียหายระหว่างช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง โรงอุปรากรแห่งนี้ก็ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์อย่างสุดความสามารถในปี 1950 เพื่อให้กลับไปมีความสวยงามเฉกเช่นเดิม ในปัจจุบัน มีการแสดงต่างๆ จัดขึ้นที่โรงอุปรากรแห่งชาติเวียนนาเกือบทุกวัน โรงอุปรากรแห่งนี้ประกอบด้วยทีมงานมากกว่า 50 ทีมงานต่อปี ซึ่งทำให้ที่นีกลายเป็นสถานที่จัดแสดงอุปรากรที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก 11.พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ อัลแบร์ทินา (Albertina) กรุงเวียนนา พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดแสดงต้นฉบับภาพพิมพ์กราฟฟิคชิ้นเอกที่เยอะที่สุดแห่งหนึ่งของโลก รวมไปถึงผลงานของมอแนและปิกัสโซ ชมผลงานต้นฉบับของรือเบินส์ มอแน ปิกัสโซ เรมบรานดต์ และที่นี่ยังเปิดให้เข้าชมห้องอันหรูหราของหนึ่งในพระราชธิดาในสมเด็จพระจักรพรรดินีมาเรีย เทเรซา 12. โบสถ์เซนต์ชาร์ลส์ เที่ยวเวียนนา ในปี 1713 สมเด็จจักรพรรดิชาร์ลส์ที่ 6 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์สาบานว่าจะสร้างโบสถ์เพื่อเป็นเกียรติให้แก่นักบุญอุปถัมภ์ของพระองค์ที่ชื่อชาร์ลส์ โบร์โรเมโอ อาคารที่มีโครงสร้างแปลกตาหลังนี้เต็มไปด้วยภาพปูนเปียกและแท่นบูชาอันวิจิตรตระการตาภายใต้โดมอันงดงาม ซึ่งมีพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กเปิดให้บริการอยู่ภายในด้วย โดมและหอคอยในสไตล์บารอกแบบเวียนนาผสมผสานหน้ามุขแบบกรีกและเสาแบบโรมาเนสก์ ซึ่งทำให้โบสถ์แห่งนี้กลายเป็นโบสถ์ที่ดูสะดุดตาที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเวียนนา 13. บวร์กเธียเตอร์ (Burgtheater) ก่อสร้างในปี 1741 ตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระจักรพรรดินีมาเรีย เทเรซา ซึ่งเดิมทีทำหน้าเป็นหนึ่งในท้องพระโรงสำหรับงานพระราชพิธีของสมเด็จพระจักรพรรดินี แต่ส่วนของโรงละครในปัจจุบันสร้างขึ้นในปี 1888 อาคารแบบเรเนสซองส์ โรงละครได้รับความเสียหายในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ได้รับการบูรณะให้กลับมาอยู่สภาพเดิม เนื่องจากโรงละครแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในโรงละครที่สำคัญที่สุดในทวีปยุโรป 14. สวนสาธารณะเวียนเนอร์ พราเตอร์ (Wiener Prater) นั่งชิงช้าสวรรค์หรือรถไฟเหาะที่มีชื่อเสียงในสวนสนุกที่เปิดให้บริการยาวนานที่สุดแห่งหนึ่งของโลกหรือเดินเล่นกินลมชมวิวในสวนสาธารณะโดยรอบ ครั้งหนึ่งเคยใช้เป็นพื้นที่ในการล่าสัตว์ของราชวงศ์และต่อมาในปี 1766 สมเด็จพระจักรพรรดิฟรานซ์ โจเซฟที่ 2 แห่ง ออสเตรีย ก็บริจาคพื้นที่ส่วนนี้ให้เป็นของสาธารณะ ในช่วงเวลาเกือบศตวรรษต่อมา ผู้คนในท้องถิ่นเริ่มสังสรรค์และสร้างความบันเทิงในพื้นที่ส่วนนี้ ในปัจจุบัน ส่วนหนึ่งของสวนแห่งนี้เปิดบริการเป็นสวนสนุก 15. บ้านแห่งเสียงดนตรี (Haus Der Musik, House of Music)  ขึ้นชื่อว่า เวียนนา เป็นเมืองแห่งเสียงเพลง ที่มีทั้งวงออเครสตร้าระดับโลก และเป็นเมืองเกิดของนักดนตรี นักประพันธ์เพลงระดับโลก (รวมทั้งคนที่ไม่ได้เกิดที่นี่แต่มาดังที่นี่) ทั้ง Mozart, Beethoven, Johann Strauss, Johann Strauss Jr. สถานที่แห่งนี้จึงเป็นกึ่งพิพิธภัณฑ์ กึ่งสถานที่การเรียนรู้ เกี่ยวกับ ศาสตร์เกี่ยวกับเสียงและดนตรีผสานกับเทคโนโลยี ลูกเล่นอย่างน่าสนใจ (ขอแนะนำให้เล็งเวลาให้ดี ไปช่วงที่ไม่ค่อยมีคนจะดีมาก) มีทั้งข้อมูลเกี่ยวกับนักดนตรีคลาสสิกต่างๆ การจำลองคำอธิบาย การทดสอบต่างๆเกี่ยวกับคลื่นเสียง เสียงเพลง และมีให้เราลองใส่ชื่อภาษาอังกฤษของเราลงไปเป็นเพลงวอลทซ์ และให้เราลองเป็นนักวาทยากรควบคุมวงออเครสตร้าด้วยล่ะ 16. โฟล์คสการ์เทน (People's Garden) เราสามารถเดินชมสวนกุหลาบ ชมอนุสรณ์ต่างๆ ได้ในที่นี้ สร้างขึ้นระหว่างปี 1820 ถึง 1823 และเป็นพื้นที่สันทนาการสาธารณะที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในเวียนนา ออกแบบในสไตล์ฝรั่งเศสตามแบบแผน ซึ่งมีทางเดินกว้างใหญ่และแปลงดอก อุทยานแห่งนี้แท้จริงแล้วเป็นส่วนหนึ่งของพระราชวังโฮฟบูร์กซึ่งอยู่ข้างๆ กัน มีวิหารธีซีอุสที่ใจกลางอุทยาน โฟล์คสการ์เทนตั้งอยู่ถัดจากพระราชวังโฮฟบูร์ก ในย่าน Inner Stadt ของเวียนนา สวนเปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เดือนเมษายนถึงเดือนกันยายนโดยไม่มีค่าผ่านประตู รถราง รถบัส และรถไฟใต้ดินหลายสายจอดรับส่งใกล้ๆ 17. โบสถ์ Minorite โบสถ์คณะภราดาน้อยก่อสร้างขึ้นช่วงระหว่างปี 1276 ถึง 1350 โดยคณะบักบวชฟรันซิสกัน หลายคนอาจได้ยินโบสถ์ในชื่อว่า Italienische Nationalkirche Maria Schnee (โบสถ์พระนางมารีย์แห่งหิมะแห่งชาติอิตาลี) เนื่องจากจักรพรรดิโยเซฟที่ 2 ได้สั่งการให้เปลี่ยนชื่อเมื่อปี 1782 โบสถ์สร้างในสไตล์โกธิกแบบฝรั่งเศส ภายในมีภาพโมเสกจำลองภาพเขียน Last Supper ของดา วินชี และรูปปั้นพระมารดาซึ่งสร้างจากหิน ของเหล่านี้เป็นเพียงบางส่วนที่อยู่ในโบสถ์ศตวรรษที่ 13 แห่งนี้เท่านั้น 18. อนุสรณ์สถานสงครามโซเวียต รูปปั้นสำริดสูง 12 เมตรรูปนายทหารรัสเซียนี้ ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1945 เพื่อเป็นที่ระลึกถึงเหล่าทหารรัสเซีย 17,000 นายผู้เสียชีวิตลงระหว่างต่อสู้กับนาซีในยุทธการที่เวียนนา ยุทธการครั้งใหญ่นี้เกิดขึ้นเป็นเวลาสองสัปดาห์เมื่อเดือนเมษายน 1945 และเป็นการสิ้นสุดการยึดครองของลัทธินาซียาวนานหลายปี ตั้งอยู่ใกล้ใกล้กันกับละอองไอของน้ำพุ Hochstrahlbrunnen   19. อาคารรัฐสภา ออสเตรีย (Austrian Parliament Building) ชมอาคารสุดบรรเจิด ซึ่งเป็นที่ประชุมสภาออสเตรียมานับตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ในช่วงเวลาการปกครองโดยจักรพรรดิฟรันซ์ โยเซฟ รัฐสภาออสเตรียเป็นอาคารโอ่อ่าใหญ่โตที่สุดหลังหนึ่งบนถนน Ringstraße สถาปนิก Baron Theophil Hansen ออกแบบอาคารหลังนี้ในรูปแบบสถาปัตยกรรมฟื้นฟูกรีก ด้วยเสาต้นใหญ่ รูปปั้น และห้องโถงต่างๆ ภายในอาคาร เที่ยวชมจากที่น้ำพุ Pallas Athena อันโด่งดังนอกอาคาร น้ำพุนี้เป็นผลงานการออกแบบโดย Hansen เช่นกัน โดยมีเทพีอะธีนายืนเด่นเป็นสง่า เสริมด้วยรูปปั้นอื่นๆ ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นเขตแคว้นต่างๆ ของจักรวรรดิ ออสเตรีย-ฮังการี ระหว่างอยู่ด้านนอก ชมการตกแต่งภายนอกอาคารแล้วคุณจะเห็นรูปปั้นกว่า 100 ตัวที่ประดับอยู่ รวมถึงรถทำศึกขนาดใหญ่สี่คันบนหลังคา 20. ตลาดแนชมาร์ก (Naschmarkt) เที่ยวเวียนนา ตลาดที่เก่าแก่ ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดในกรุงเวียนนา ชาวบ้านถือว่าตลาดแนชมาร์กแห่งนี้เป็นเสมือน "คลังอาหารแห่งกรุงเวียนนา" เพราะตลาดเก่าแก่แห่งนี้รวบรวมทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับอาหารไว้อย่างครบครัน มีให้เลือกตั้งแต่ของขบเคี้ยวง่ายๆ ไปจนถึงอาหารสำเร็จรูปชั้นยอด ตลาดแนชมาร์กเปิดมาตั้งแต่ช่วงกลางของศตวรรษที่ 16 ซึ่งแรกเริ่มเดิมทีนั้นตลาดแห่งนี้ใช้เป็นตลาดค้านมในถังไม้เท่านั้น ในช่วงท้ายของศตวรรษที่ 18 เกษตรกรในท้องถิ่นจึงเริ่มนำผลิตผลทางการเกษตรจากเรือกสวนไร่นาของพวกเขามาขายที่นี่ด้วย โดยในปี 1916 ตลาดแห่งนี้มีร้านค้ากว่า 120 ร้านจนทำให้กลายเป็นตลาดเก่าแก่ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเวียนนา ข้อมูลอื่นๆที่ควรรู้ เกี่ยวกับ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย * แผนที่ กรุงเวียนนา (Vienna) เมืองเป็นตรอกซอกซอย ไม่ได้เป็นบล็อกเป็นเหลี่ยมเสียทีเดียว (เหมือนอย่าง เบอร์ลิน โคโลญ) แต่ก็เดินได้ไม่ยาก สังเกตชื่อถนนเอา ซึ่งจะแปะอยู่ต้นซอย ต้นถนน หรือแม้แต่ตามร้านค้าก็มีที่อยู่(ที่มีชื่อถนน) แปะไว้ ดาวน์โหลดแผนที่ ที่ท่องเที่ยว กรุงเวียนนา ที่นี่ ไหนๆก็ไปเที่ยวออสเตรีย แล้ว แนะนำว่า ควรไปเที่ยว เมือง Hallstatt ด้วย * ฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt) ออสเตรีย เมืองริมทะเลสาบ ที่สวยที่สุดในโลก * ข้อมูลทำวีซ่าเวียนนา VFS Global  ขอบคุณข้อมูล www.expedia.co.th, wikipedia

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคม 2559
ศึกจ้าวมวยไทย /  ศึกมวยไทยลุมพีนีเกริกไกร / 

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคม 2559 ศึกจ้าวมวยไทย เวทีมวย สยามอ้อมน้อย เวลา 12:15 น. 1. บิ๊กแบงค์ ช.โค้วยู่ฮะอีซูซุ  Vs  เอกอนันต์ เจ.เอส.พี 2. ตระกูลเสือ ศิษย์ซ้ออึ่ง  Vs  วาฮิค แสงมรกต 3. แสงเพชร แสงมรกต  Vs  เพชรวัลลภ ศิษย์สองพี่น้อง 4. วิษณุพร ส.จ.ต้อยแปดริ้ว  Vs  เพชรดำ พิรุณรถตู้ ศึกไบร์ทีวี เวทีมวย ลุมพีนี เวลา 14:00 น. 1. สิงห์ดำ จิตรเมืองนนท์  Vs  ระฆังทอง ม. จงเจริญ 2. เพชรสาทิศ สาทิสซีดี  Vs  ดีเซลน้อย อ.สกาวรัตน์ 3. เพชรกันทัศน์ เอ็มยุเด็น  Vs  เพชร ท.เทพสุทิน 4. เป็นเพชร สิงห์ป่าตอง  Vs  ยุทธชัย สมศักดิ์ก่อสร้าง ศึกยอดมวยไทยรัฐทีวี เวทีมวย มนตรีสตูดิโอ เวลา 15:00 น. 1. ธีรเดช ศิษย์พลโทสุพจน์  Vs  เพชรสำเร็จ ลูกหนองยางทอย 2. อับบาส ลูกสวน  Vs  เพชรจุฬา เพชรสี่หมื่น 3. เพชรผดุง ต่อมีนบุรี  Vs  เดชฝั่งโขง ส.ศิริลักษณ์ 4. ช้างศึก เกียรติทรงฤทธิ์  Vs  เพชรพิฆาต ก.กลั่นบุศย์ ศึกมวยไทยลุมพีนีเกริกไกร เวทีมวย ลุมพีนี เวลา 16:30 น. 1. วิษณุชัย จิตรเมืองนนท์  Vs  ก้องศึก สุรนารียิม 2. น้องบี ศิษย์สารวัตรจี  Vs  สิงห์พรชัย ส.สริญญา 3. เพชรมหาชน จิตรเมืองนนท์  Vs  ดาร์กี้ ลูกมะขามหวาน 4. มังกรดำ จิตรเมืองนนท์  Vs  คูโบต้า ลูกมะขามหวาน ** หมายเหตุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงคู่ชก

อย่างนี้ก็ได้หรอ!? ถ่ายหนังสารคดีในนาซา แต่ไม่บอกว่าเป็นหนัง Operation Avalanche
Matt Johnson /  Operation Avalanche / 

อย่างนี้ก็ได้หรอ!? ถ่ายหนังสารคดีในนาซา แต่ไม่บอกว่าเป็นหนัง Operation Avalanche อย่างที่เห็นในตัวอย่างภาพยนตร์แล้วว่า Operation Avalanche ปฏิบัติการลวงโลก กำลังพูดถึงเรื่องราวในช่วงสงครามเย็นที่ประเทศมหาอำนาจกำลังแข่งขันกันทางวิทยาศาสตร์อวกาศ และในตอนนั้นข่าวที่สร้างความฮือฮาทั่วโลกก็หนีไม่พ้นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่มีมนุษย์ขึ้นไปเหยียบบนดวงจันทร์ กระทั่งมีทฤษฎีมากมายที่ออกมาตั้งข้อสังเกตว่าเหตุการณ์ที่เห็นผ่านทางโทรทัศน์ในตอนนั้นเป็นเรื่องที่ถูกจัดฉากขึ้น แมตต์ จอห์นสัน (Matt Johnson) ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวแคนาดา ได้ขออนุญาตนาซาในการเข้าไปถ่ายทำสารคดีเกี่ยวกับโครงการอะพอลโล โดยที่นาซาไม่รู้ว่าเขากำลังทำภาพยนตร์เกี่ยวกับการกุเรื่องเหยียบบนดวงจันทร์ ซึ่งเจ้าตัวได้ให้สัมภาษณ์ไว้อย่างน่าสนใจว่า “เราติดต่อทางนาซา แล้วพูดว่า ‘เฮ้ เรากำลังทำหนังสารคดีเกี่ยวกับโครงการอะพอลโล เรามาถ่ายทำได้หรือเปล่า แล้วทางนาซาก็ตอบรับ ดังนั้นทุกฉากนั้นที่คุณเห็นผมพูดว่า ‘โอ้ เราแค่ถ่ายทำสารคดีอยู่นะ’ หรือแนะนำตัวเองในฐานะคนทำหนังสารคดี นั่นแหละคือของจริง” “ผมทำสารคดีปลอมเพราะผมคิดว่ารูปแบบนั้นมันสำคัญอย่างยิ่ง ณ ตอนนั้น ผมมองว่าคำถามเกี่ยวกับความถูกต้องและวิธีตามธรรมเนียมที่คนทำหนังทั่วไปยึดถือนั้นมันใกล้เคียงกับการทำหนังสารคดีทุกขณะ มันแตกต่างจากสารคดีล้อ (Mockumentary) ที่เป็นการล้อเลียนด้วยการคาราวะหนังแนวสารคดี และตัวละครก็รู้ว่ามีกล้องถ่ายอยู่ แต่สารคดีปลอมมักมีแบบแผนเฉพาะ และไม่ได้นำเสนอในรูปแบบล้อเลียนเลย” “เราถ่ายทำที่นาซาจริง ๆ โดยที่พวกเขาไม่รู้ว่าเรากำลังทำหนังเกี่ยวกับการกุเรื่องเหยียบบนดวงจันทร์ นั่นเป็นสิ่งที่เราไม่เคยทำมาก่อน” แค่บทสัมภาษณ์นี้ก็ทำให้รู้ว่าผู้กำกับรุ่นใหม่คนนี้มีไอเดียที่ไม่ธรรมดา และภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาท้าทายความเชื่อและศรัทธาของมวลมนุษยชาติกำลังจะออกฉายในวันที่ 22 กันยายน 2559