วิทยาศาสตร์กับความงาม

ประวัติศาสตร์ เนเฟอร์ติติ ราชินีอียิปต์ผู้หายสาบสูญ
ประวัติศาสตร์ /  ประเทศอียิปต์ / 

ถ้าพูดถึงความสวยความงามของสตรีที่อยู่คู่กับอารยธรรมอียิปต์โบราณ เชื่อว่าหลายๆ คนคงต้องนึกถึงพระนางคลีโอพัตรา (Cleopatra) เป็นอันดับแรกถูกต้องไหมคะ แต่ยังมีอีกหนึ่งสตรีที่มีชื่อเสียงและเลอโฉมไม่แพ้กัน นั่นก็คือ พระนางเนเฟอร์ติติ (Nefertiti) ผู้ที่โด่งดังจากรูปปั้นท่อนบน ที่ตอนนี้จัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์อียิปต์แห่งชาติเยอรมนีในนครเบอร์ลิน และรูปปั้นดังกล่าวเป็นรูปที่ถูกทำเลียนแบบซ้ำมากที่สุดในบรรดาศิลปวัตถุของไอยคุปต์ ซึ่งสร้างขึ้นโดยประติมากร Djhutmose สำหรับใครที่ชื่นชอบเรื่องอียิปต์ ฟาโรห์ คงต้องรู้จักพระนางเนเฟอร์ติติ แน่นอน แต่ถ้าใครไม่รู้จักวันนี้เราจะพาเพื่อนๆ มาติดตามเรื่องราวน่ารู้เกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ เนเฟอร์ติติ ราชินีอียิปต์ผู้หายสาบสูญ กันค่ะ   ประวัติศาสตร์ เนเฟอร์ติติ ราชินีอียิปต์ผู้หายสาบสูญ ราชินี “เนเฟอร์ติติ” แปลว่า "ผู้งดงามหมดจด" แห่งอียิปต์โบราณได้รับการยกย่องมานานหลายพันปีว่าเป็นเจ้าของใบหน้าที่งดงามสมบูรณ์แบบ และรูปปั้นท่อนบนนี้เองที่เป็นตัวอย่างของความเข้าใจอย่างถ่องแท้ของชาวอียิปต์โบราณเกี่ยวสัดส่วนขององค์ประกอบบนใบหน้าในตำนานได้กล่าวไว้ว่า อียิปต์ไม่เคยสร้างหญิงใดงามได้เท่าพระนางเนเฟอร์ติติซึ่งเป็นผู้สมบูรณ์แบบด้วยพระสิริโฉมอันงดงาม สวมมงกุฎสูง และโกนพระเกศาเพื่อป้องกันเหาโรคร้าย และความร้อนของอียิปต์ นอกจากนี้เรื่องราวชีวิตต้นตระกูลของเนเฟอร์ติติก็ไม่มีใครทราบว่าบิดามารดาของเนเฟอร์ติติเป็นใคร แต่มีผู้เห็นพ้องต้องกันว่าเธออาจเป็นธิดาของเอย์ ผู้ที่ได้เป็นฟาโรห์ในเวลาต่อมา กับมเหสีที่มีชื่อว่าเทย์ อีกทฤษฎีหนึ่งกล่าวว่าเนเฟอร์ติติแท้จริงคือเจ้าหญิงทาดูคีปา ธิดาของกษัตริย์ทัชรัตตาแห่งมีทานนี ในม้วนคัมภีร์โบราณมีการกล่าวถึงชื่อนีเมรีธิน เป็นอีกชื่อหนึ่งของพระนาง แต่ก็ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ ยังมีผู้เสนอแนวคิดว่าพระนางเป็นธิดา หรือพระญาติกับฟาโรห์อาเมนโฮเทปที่สาม หรือไม่ก็เป็นชนชั้นสูงของชาวเธบ อีกทฤษฎีหนึ่งยกให้เนเฟอร์ติติเป็นธิดาของซีตามุน น้องสาวต่างมารดาของอาเมนโฮเทปที่สาม โดยมีพระราชินีเอียเรเป็นพระมารดาของนาง เอียเรเคยมีตำแหน่งเป็นองค์รัชทายาท แต่ตำแหน่งดังกล่าวต้องสิ้นสุดลงเมื่ออาเมนโฮเทปที่สามขึ้นครองบัลลังก์ ซีตามุนถูกเลี้ยงดูให้เป็นมเหสีของทีเย แต่ก็ไม่มีหลักฐานว่าพระนางมีโอรสธิดากับผู้ใดหรือไม่ มีหลักฐานอย่างหนึ่งที่บ่งบอกว่าทั้งซีตามุนและเนเฟอร์ติติต่างก็มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกัน นั่นคือชื่อของทั้งคู่ต่างก็หมายความว่า "ผู้เลอโฉม" เนเฟอร์ติตินับถือเทพเพียงองค์เดียว นั่นก็คืออาตอน ทั้งนี้ อาเคนาเตน สวามีของพระนางอาจเป็นพระบิดา หรือไม่ก็พี่ชายต่างมารดาของฟาโรห์ตุตันคามุน ขึ้นอยู่กับว่าจะนับญาติแบบไหน วันที่เนเฟอร์ติติอภิเษกสมรสกับอาเมนโฮเทปที่สี่ และต่อมาได้รับการสถาปนาเป็นพระชายาของพระองค์นั้นไม่อาจระบุได้แน่นอน อย่างไรก็ดี ทั้งคู่มีบุตรสาวด้วยกันหกคน ตามรายชื่อและปีเกิดต่อไปนี้: เมรีตาเตน - เกิดในปีที่ 2 หลังจากที่อาเมนโฮเทปที่สี่ขึ้นครองราชย์ (1348 ปีก่อนคริสตกาล) เมเคตาเตน - เกิดในปีที่ 3 (1347 ปีก่อนคริสตกาล) อานเคเซนปาเตน, ผู้ที่ต่อมาเป็นชายาของ ฟาโรห์ตุตันคามุน - เกิดในปีที่ 4 (1346 ปีก่อนคริสตกาล) เนเฟอร์เนเฟอรัวเตน ตาเชริต - เกิดในปีที่ 6 (1344 ปีก่อนคริสตกาล) เนเฟอร์เนเฟอร์รูเรNeferneferure - เกิดในปีที่ 9 (1341 ปีก่อนคริสตกาล) เซเตเปนเร - เกิดในปีที่ 11 (1339 ปีก่อนคริสตกาล) ในปีที่สี่ของการครองราชย์ (1346 ปีก่อนคริสตกาล)อาเมนโฮเทปที่สี่ได้เริ่มสร้างศาสนสถานเพื่อบูชาเทพอาเตน และยังเชื่ออีกว่าปีเดียวกันนี้พระองค์ได้เริ่มก่อสร้างอาเคตาเตน เมืองหลวงแห่งใหม่ ซึ่งปัจจุบันนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อเมืองอามาร์นา ในปีที่ห้าของการครองราชย์ (1345 ปีก่อนคริสตกาล) อาเมนโฮเทปที่สี่ ได้เปลี่ยนพระนามของพระองค์อย่างเป็นทางการเป็นอาเคนาเตน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของศาสนสถานแห่งใหม่ คาดกันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในวันที่ 2 มกราคมของปีนั้น ในปีที่เจ็ดของการครองราชย์ (1343 ปีก่อนคริสตกาล) ได้มีการย้ายเมืองหลวงจากกรุงธีบ ไปยังอามาร์นา แม้ว่าจะยังมีการก่อสร้างต่อไปอีกถึงสองปี (จนกระทั่ง 1341 ปีก่อนคริสตกาล เมืองใหม่ถูกอุทิศให้กับศาสนาใหม่ของทั้งคู่ เชื่อกันว่ารูปปั้นครึ่งตัวอันโด่งดังของเนเฟอร์ติติถูกสร้างขึ้นในปีนี้เอง อักษรจารึกชิ้นหนึ่งระบุว่าราววันที่ 21 พฤศจิกายน ในปีที่ 12 ของการครองราชย์ (1338 ปีก่อนคริสตกาล) ได้มีการกล่าวถึงเมเคตาเตน พระธิดาเป็นครั้งสุดท้าย จึงเชื่อกันว่านางอาจจะสิ้นพระชนม์ไม่นานหลังจากนั้น รูปสลักนูนต่ำในสุสานของอาเคนาเตนในสุสานกษัตริย์แห่งอามาร์นามีรูปงานศพของนาง ในช่วง ศตวรรษที่ 14 ก่อนคริสตกาล ฟาโรห์ผู้ปกครองอาณาจักรไอยคุปต์ทรงพระนามว่า อาเคนาเตน (Akhenaten) ระยะเวลา 17 ปี ที่ครองราชย์นั้น พระองค์ได้ปฏิรูปศาสนา และศิลปกรรมของอียิปต์อย่างมากมาย ก่อความระส่ำระสายให้แก่นักบวชดั้งเดิมจนกลายเป็นความโกรธแค้นอาฆาต ซึ่งบุคคลที่สนับสนุนอยู่เบื้องหลังฟาโรห์และมีอิทธิพลต่อราชวงศ์ไอยคุปต์ก็คือ พระมเหสีเอกของพระองค์ผู้มีพระนามว่า เนเฟอร์ติตี (Nefertiti) ดังจะเห็นได้จากจิตรกรรมและประติมากรรมต่างๆในยุคนั้น ที่มีรูปพระนางเนเฟอร์ติตีปรากฏอยู่ร่วมกับพระรูปของอาเคนาเตนเสมอๆ จนบางครั้งแทบดูไม่ออกว่าองค์ใดคือกษัตริย์ องค์ใดคือราชินี รูปโฉมของเนเฟอร์ติตี มีลักษณะเป็นสตรีเอวบาง แต่บั้นท้ายและสะโพกหนา ชุดที่พระนางสวมใส่ มักจะบางเบาโปร่งแสง ทำให้แลดูมีเสน่ห์ยั่วยวน จนได้รับสมญาว่า "พระพักตร์งาม ทรงความเบิกบาน เป็นผู้ให้ความสำราญหาใครเทียม" และแต่เดิมนั้น บรรดาประชากรอียิปต์ มีศาสนาที่นับถือพระเจ้าหลายองค์ (พหุเทวนิยม) โดยมีเหล่านักบวช เป็นผู้ดูแลทำพิธีในวิหารต่างๆ แต่อาเคนาเตน ได้นำเอาศาสนาพระเจ้าองค์เดียว (เอกเทวนิยม) คือ สุริยเทพอาเตน มายัดเยียด และได้ปฏิรูปศาสนา อย่างถอนรากถอนโคน อาทิ หลังจากขึ้นครองราชย์ได้ไม่นาน ฟาโรห์ก็ ทรงมีบัญชาให้สร้างเมืองหลวงขึ้นใหม่ กลางดินแดนอียิปต์ระหว่างเมืองธีบิสกับเมมฟิส สำหรับการสักการบูชาเทพอาเตน โดยเฉพาะชื่อของนครนี้ คือ อาเคตาเตน (Akhetaten) แปลว่า "ขอบฟ้าแห่งเทพอาเตน" ทรงย้ายสมาชิกในราชวงศ์ ตลอดจนขุนนาง และบริพารใกล้ชิดไปอยู่ที่เมืองหลวงใหม่นี้ ใจกลางนครมีมหาวิหารสถิตเทพอาเตนกับมีพระราชวังหลวง โดยมีอาคารพักอาศัยของข้าราชบริพารอยู่รอบนอก มีสุสานของพระราชวงศ์อยู่ที่หน้าผานอกเมือง แม้แต่พระนามเดิมของฟาโรห์คือ เอเมนโฮเทปที่ 4 ก็ยังทรงเปลี่ยนมาเป็น อาเคนาเตน ซึ่งแปลว่า "วิญญาณอันรุ่งโรจน์ของอาเตน" เทพอาเตน มีสัญลักษณ์เป็นแผ่นกลมที่มีรัศมีแผ่ออกมาเป็นรูปมือเล็กๆ ซึ่งหมายถึงกำเนิดชีวิต หรือจะหมายถึงพลังแห่งสุริยเทพก็ได้มหาวิหารทีฟาโรห์และมเหสีสร้างถวาย เทพอาเตนนั้น เป็นแบบวิหารสุริยโบราณที่ไม่มีหลังคา ปล่อยให้แสงแดดส่องลงมาได้เต็มที่ นอกจากจะคลั่งไคล้บูชาอาเตนเต็มที่แล้ว ฟาโรห์ยังกระทำยํ่ายีศาสนาเดิม โดยมีบัญชาให้ปิดวิหารเทพเจ้าอื่นๆ จนสิ้น ลบรูปสัญลักษณ์ต่างๆในวิหาร ริบข้าวของสมบัติต่างๆ ภายในวิหารแล้วนำเอารูปเทพอาเตน เข้าไปตั้งแทน เพื่อให้ราษฎรอียิปต์สักการบูชา สร้างความโกรธเป็นเดือดเป็นแค้นแก่ นักบวชที่เคยมีอิทธิพลต่อจิตใจ ของชนอียิปต์อย่างมากมาย ในปีที่ 1336 ก่อนคริสตกาล ฟาโรห์อาเคนาเตน สิ้นพระชนม์ แผ่นดินตกอยู่ในการปกครองของผู้สำเร็จราชการนาม เนเฟอร์เนเฟอรู อาเตน ซึ่งไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าเขาเป็นใครมาจากไหน บางคน กล่าวว่า เป็นลูกพี่ลูกน้องกับอาเคนาเตน ผู้มีนามว่า เสม็นคาเร แต่หลายคนกล่าวว่า เขามิใช่ใครอื่น หากแต่เป็นมเหสีเอกเนเฟอร์ติตีนั่นเอง เนเฟอร์ติตินั้นไม่ปรากฏพระองค์ หรือมีบทบาทใดๆ ให้เห็นในช่วงท้ายๆ รัชกาลอาเคนาเตน จะเป็นด้วยเหตุผลใดไม่แน่ชัด แต่สันนิษฐานว่าทรงรู้ดีว่าพระองค์นั้นมีส่วนร่วมกับฟาโรห์ทำลายล้างศาสนาเดิม และได้สร้างศัตรูไว้มากมาย จึงต้องทรงซ่อนเร้นและปกครองอียิปต์ต่อมาอย่างไม่เปิดเผยพระองค์ ในช่วงระยะเวลาอันสั้นราว 3 ปี ในฐานะผู้สำเร็จราชการนี้ ได้มีความพยายามที่จะประนีประนอมรื้อฟื้นการบูชาเทพเจ้าดั้งเดิมขึ้นใหม่ เพื่อบรรเทาความอาฆาตแค้นของศัตรู หากแต่ไม่เป็นผล การสิ้นพระชนม์ของเนเฟอร์ติตีเป็นเรื่องลึกลับ บางคนถึงกับอ้างว่า พระนางสิ้นพระชนม์ก่อนหน้า พระสวามีด้วยซํ้า อย่างไรก็ตาม โดยที่มีผู้เกลียดชังมาก ทำให้ภาพของเนเฟอร์ติติตามวัง และวิหารต่างๆ ถูกลบพระพักตร์ ออก อันเป็นการกระทำ ที่เกิดจากความเคียดแค้นอาฆาต ที่สะสมมานาน และโดยเหตุที่พระนาง มีใบหน้าที่สวยงามกว่านางใดในแผ่นดิน ด้วยเหตุนี้เองที่ใบหน้า ของพระนางในรูปเขียนต่างๆ จึงถูกทำลายอย่างเฉพาะเจาะจง! และแม้แต่มัมมี่ของพระนาง ก็ยังไม่มีหลักฐานปรากฏชัดเจนว่าอยู่หนใด! จวบจนกระทั่งนักอียิปต์ วิทยาได้สันนิษฐานว่ามัมมี่ 1 ใน 3 ร่าง ที่พบในสุสานหมายเลข KV 35 แห่งหุบเขากษัตริย์ ใกล้เคียงกับสุสานของตุตันคาเมน นั่นน่าจะเป็นมัมมี่ของเนเฟอร์ติติดังที่กล่าว ในเบื้องต้นนั่น เหตุผลของการสันนิษฐานประมวลได้ว่า มัมมี่ร่างนั้นมีคอเรียวยาวดุจหงส์ ซึ่งละม้ายกับรูปลักษณ์ของเนเฟอร์ติติผู้งดงาม และอายุของมัมมี่นี้ก็อยู่ในยุคเดียวกับพระนาง นอกจากนี้ ตลอดร่างของมัมมี่ก็ถูกทำลายเสียหาย เช่น ใบหูถูกเจาะ ศีรษะถูกโกน คิ้วถูกกดเป็นรอย ลำตัวมีริ้วรอย ซึ่งล้วนตรงกับความเสียหายที่เกิดขึ้น ต่อภาพเขียนทั้งหลายของพระนาง และที่สำคัญคือ ได้พบวิกผมสไตล์นูเบียน ตกอยู่ใกล้ๆ กับมัมมี่ทั้ง 3 เป็นแบบวิกผมที่ เนเฟอร์ติติ และสมาชิกราชวงศ์ของเธอสวมใส่ อยู่เป็นประจำ! ทำให้น่าเชื่อได้ว่า มัมมี่นี้ก็คือพระศพ ของพระนางเนเฟอร์ติติ ราชินีผู้มีบทบาทสำคัญทั้งในฐานะเมียและแม่นั่นเอง สำหรับรูปแกะสลักของเนเฟอร์ติติกับ อาเคนาเตน และธิดาสามองค์ จากเมืองอามาร์นา ปัจจุบันอยู่ที่พิพิธภัณฑ์อียิปต์ แห่งกรุงเบอร์ลิน เนเฟอร์ติติ (1370 - 1330 ปีก่อนคริสตกาล) เป็นราชินีของฟาโรห์อาเมนโฮเทป ที่ 4 แห่งอียิปต์ (ภายหลังได้เปลี่ยนพระนามมาเป็นอาเคนาเตน) และพระมารดาสะใภ้ของฟาโรห์ตุตันคามุน กล่าวกันว่าเนเฟอร์ติติอาจเคยขึ้นครองบัลลังก์อียิปต์เป็นช่วงเวลาสั้นๆหลังจากพระสวามีสิ้นพระชนม์ และก่อนที่ฟาโรห์ตุตันคามุนจะเถลิงศิริราชสมบัติ แต่ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันในหมู่นักวิชาการ ชื่อของพระนางอาจแปลได้โดยสังเขปว่า โฉมงามผู้มาสู่ และยังพ้องกับคำเรียกเครื่องประดับชนิดหนึ่งที่เป็นลูกปัดทองคำรูปยาวรี ดังที่เราเห็นรูปปั้นของเธอสวมใส่อยู่เสมอ ลูกปัดชนิดนี้เรียกว่า ลูกปัด"เนเฟอร์" เนเฟอร์ติติโด่งดังจากรูปปั้นท่อนบน ที่ตอนนี้จัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์อียิปต์แห่งชาติเยอรมนีในนครเบอร์ลิน รูปปั้นดังกล่าวเป็นรูปที่ถูกทำเลียนแบบซ้ำมากที่สุดในบรรดาศิลปวัตถุของไอยคุปต์ สร้างขึ้นโดยประติมากร Djhutmose และถูกค้นพบในห้องทำงานศิลปะของเขา รูปปั้นท่อนบนนี้มีชื่อเสียงโด่งดังเนื่องจากเป็นตัวอย่างของความเข้าใจอย่างถ่องแท้ของชาวอียิปต์โบราณเกี่ยวสัดส่วนขององค์ประกอบบนใบหน้า พระนางถูกเรียกขานมากมายหลายชื่อ ที่วิหารคาร์นัก มีศิลาจารึกที่ขานพระนางว่าเป็น 'ผู้สืบทอด' 'ที่สุดของผู้เป็นที่โปรดปราน' 'ผู้มีสเน่ห์' 'ผู้แผ่ความสุข' 'ชายาผู้อ่อนหวาน' 'ผู้เป็นที่รัก' 'ผู้ปลอบประโลมหัวใจขององค์ราชาในวัง' 'ผู้มีถ้อยคำอ่อนโยน' 'ชายาแห่งอียิปต์ตอนบนและอียิปต์ตอนล่าง' 'ชายาของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่' 'ผู้ที่กษัตริย์ทรงรัก' 'สตรีแห่งดินแดนทั้งสอง' 'เนเฟอร์ติติ' พระเศียรจำลองของ “เนเฟอร์ติติ” ถูกค้นพบในอียิปต์เมื่อปี 1912 บริเวณ เตล เอล อมาร์นา ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงในรัชสมัยของฟาโรห์อเคนาเตน พระราชสวามีของพระองค์ เรียบเรียงโดย : teen.mthai.com ข้อมูลและภาพ : วิกิพีเดีย, trueplookpanya, sites.google.com

สธ. สั่งสอบคลีนิค ทำพริตตี้ดับขณะศัลยกรรม วีไลน์
ข่าวน้องเฟิร์น /  ข่าววันนี้ / 

สธ. สั่งสอบคลีนิคเสริมความงาม ทำ พริตตี้สาวดับขณะ ศัลยกรรม วีไลน์ ด้านนายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทย แนะหากจำเป็นต้องผ่าตัดควรทำในโรงพยาบาลที่ได้มาตราฐาน เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิต จากเหตุการณ์สุดสลดพริตตี้(น้องเฟิรน์)  สาวเสียชีวิตระห่างทำการผ่าตัด ศัลยกรรมวีไลน์กับคลินิกแห่งหนึ่งเนื่องจากเกิดอาการแพ้ยาตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น วันนี้ (1 ต.ค. 57) ทางกระทรวงสาธารณสุข เตรียมสอบสวนสถานพยาบาลดังกล่าวว่าได้มาตรฐานหรือไม่ หากพบข้อบกพร่อง ก็จะส่งเรื่องดำเนินคดีทางกฎหมายทันที ซึ่ง นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงศ์ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เผยว่า ขณะนี้ได้ข้อมูลเบื้องต้นแล้ว และได้ส่งนายแพทย์สาธารณสุขเชียงใหม่ไปพูดคุยกับญาติผู้เสียชีวิตเพื่อขอข้อมูลเบื้องต้น แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ โดย สบส.จะได้ดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการ เครื่องมืออุปกรณ์ในการรักษาและช่วยชีวิต แพทย์ผู้ให้บริการ ว่าได้ดำเนินการตามมาตรฐานหรือไม่ ซึ่งการผ่าตัดไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลรัฐหรือเอกชนก็ต้องดำเนินการตามมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้ป่วย ขณะที่นพ.ชลทิศ สินรัชตานันท์ นายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า และเลขาธิการศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าอาเซียน กล่าวว่า คงให้ความเห็นในเรื่องดังกล่าวมากไม่ได้ เพราะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่อยากฝากไปถึงคนที่รักสวยรักงามทั้งหลายว่าหากจำเป็นที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดควรเลือกทำในโรงพยาบาลที่ได้มาตราฐาน เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตได้ เพราะปัจจุบันพบว่ามีแพทย์ที่ไม่มีความรู้เข้ามาทำวิชาชีพนี้จำนวนมาก ขณะเดียวกันอยากเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุขเข้าไปตรวจสอบวิชาชีพของแพทย์ในสถาบันเสริมความงามต่างๆ ด้วย MThai news

'S Cute ใจสั่นตั้งแต่วินาทีแรกน้องพลอยงาม EP.4-4
alurechanel /  scute

'S Cute ใจสั่นตั้งแต่วินาทีแรกน้องพลอยงาม

ผาพบรัก จุดชมวิวสวยแห่งภูหินร่องกล้า
ผาพบรัก /  ภูหินร่องกล้า / 

ผาพบรัก อยู่ในเขตพื้นที่ของโครงการพัฒนาป่าไม้ ตามแนวทางพระราชดำริภูหินร่องกล้า อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวในอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว ผาพบรัก จุดชมวิวสวยแห่งภูหินร่องกล้า นอกจากนี้ แล้วเมื่อมองลงไปจากผาพบรัก นักท่องเที่ยวจะได้พบกับวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของผืนป่าและสายหมอกหนาที่สามารถพบได้ในช่วงฤดูฝนและพบมากที่สุดในช่วงฤดูหนาว สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีโอกาสมาเยือน ผาพบรัก แล้วไม่ควรพลาดโอกาสไปเยือน ผาบอกรัก ผาคู่รัก ผาสลัดรัก และจุดท่องเที่ยวอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียงกัน การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จากในตัวเมืองของพิษณุโลก ต้องไปตามเส้นทางพิษณุโลก-หล่มสัก ระยะทาง 68 กิโลเมตร ถึงสามแยกบ้านแยง จากนั้นเลี้ยวซ้าย เข้าสู่อำเภอนครไทย ระยะทาง 29 กิโลเมตร และต้องเดินทางต่อด้วยรถสองแถวประมาณ 28 กิโลเมตร ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : เฟสบุ๊ค อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า / travel.thaiza.com

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

มติ กสท.ให้ช่อง 3 ออกอากาศคู่ขนานได้โดยไม่ผิดกฏหมาย
กสท /  กสทช. / 

การประชุมบอร์ด กสท. มีมติ 3 ต่อ 2 เสียงรับรอง ช่อง 3 ออกคู่ขนานไม่เข้าข่าย "ไม่ประกอบกิจการด้วยตนเอง" เตรียมแจงหนังสือถึงช่อง3 ให้ยื่นผังรายการที่จะออกอากาศ เพื่อให้คณะกรรมการดำเนินการพิจารณาให้เป็นไปตามกฎหมายและเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาต พลโทพีระพงษ์ มานะกิจ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ด กสท.ล่าสุด (29 ก.ย. 2557) มีมติ 3 ต่อ 2 เสียง เห็นว่าการที่บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด ประสงค์จะนำรายการโทรทัศน์ของบริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเมนต์ จำกัด (สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3) มาออกอากาศทางช่องรายการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านโทรทัศน์ไปสู่ระบบดิจิตอล เมื่อบริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด (ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการในระบบดิจิทัล) ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขการอนุญาตให้บริการโทรทัศน์ระบบดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติถูกต้องครบถ้วนแล้ว ย่อมไม่ถือว่าบริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด "ไม่ได้ประกอบกิจการด้วยตัวเอง" จึงมอบหมายให้สำนักงาน กสทช. มีหนังสือแจ้งบริษัท บีอีซี – มัลติมีเดีย จำกัด ให้ดำเนินการยื่นผังรายการที่จะออกอากาศ เพื่อให้คณะกรรมการดำเนินการพิจารณาให้เป็นไปตามกฎหมายและเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้การนำเสนอผังรายการของ บริษัทบีอีซี – มัลติมีเดีย จำกัด ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่และประกอบกิจการโทรทัศน์ เพื่อให้บริการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ สำหรับ กสท.ที่ลงมติเสียงข้างมาก ได้แก่ นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ นายธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ พลโทพีระพงษ์ มานะกิจ ขณะที่พ.อ.นที ศุกลรัตน์ และพ.ต.อ.ทวีศักดิ์ งามสง่า ขอสงวนความเห็นและมีความเห็นแย้ง MThai News .........................................................................................................

The Moon That Embraces the Sun [Soundtrack บรรยายไทย] ตอนที่19
The /  Moon / 

The Moon That Embraces The Sun เป็นเรื่องราวโรแมนติกย้อนยุคซึ่งเกิดขึ้นในสมัยโชซอ น เรื่องราวความรักเกิดขึ้นเมื่อองค์รัชทายาท อี ฮวอน ได้ปลอมตัวเป็นสามัญชนเพื่อออกไปนอกวังกับองครักษ์ แต่เกิดไปติดฝน จึงเข้าไปหลบที่กระท่อมแห่งหนึ่ง จึงได้พบกับหญิงสาวงามคนนึง แต่เธอคารวะพระองค์ 4 ครั้ง นั่นก็หมายความว่า เธอรู้ว่าเขาเป็นพระราชานั่นเอง ก็ฌพราะเธอเป็นคนทรง (ชนชั้นที่ต่ำต้อยที่สุดในยุคนั้น) ไม่เพียงหญิงสาวคนนี้รูปงามเท่านั้น เธอกับมี วาทะที่เป็นเลิศทั้ง กาพย์และกลอน พระองค์จึงประทานชื่อ ว่า วอล (ซึ่งแปลว่าพระจันทร์) ในการพบกันครั้งนั้นทำให้ องค์รัชทายาท อี ฮวอน เกิดตกหลุมรัก วอล ผู้ซึ่งมีหลายอย่างคล้ายๆกับ ยอน อู อดีตคู่หมั้น ของพระองค์ ที่พระองค์คิดว่า โดนฆ่าไปแล้ว นอกจากนี้ พระองค์ ยังคงตามหาเบื้องหลังการตายของ ยอน อู คู่หมั้น ด้วยตัวเอง แต่สิ่งที่ยากเย็นสำหรับเขาก็คือ เมื่อได้รู้ว่า แม่และน้องสาว มีส่วนรู้เห็นในการตายครั้งนี้ พระองค์ ทรงใช้เวลาตามหาหญิงสาวหลังจากที่ทรงกลับสู่พระราชวั ง แต่พระองค์ต้องทรงพบกับปัญหาในการตามหาตัวนางเพราะตั วตนที่แท้จริงของหญิง สาว...กับเรื่องราวลึกลับในอดีต

'AFET' ตั้ง 'วิวัฒน์ ตีระวนิชพงศ์' เป็นกก.ผจก.
AFET /  กรรมการและผู้จัดการตลาด AFET / 

AFET ตั้งวิวัฒน์ ตีระวนิชพงศ์ อดีตผู้จัดการตลาดน้ำตาลมิตรผล เป็นกก.ผจก.คนใหม่ มีผล 1 ตุลาคมนี้ คณะกรรมการตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย หรือ AFET ได้มีมติแต่งตั้งนายวิวัฒน์ ตีระวนิชพงศ์ เป็นกรรมการและผู้จัดการตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย โดยจะเข้ามาเริ่มงานกับตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย ในวันที่ 1 ตุลาคม 2557 นี้ โดยนายวิวัฒน์ ตีระวนิชพงศ์ เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ด้านตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังเป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจในด้านตลาดผู้ซื้อสินค้าโภคภัณฑ์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศจีน สำหรับนายวิวัฒน์ ตีระวนิชพงศ์ เป็นผู้จัดการตลาด AFET คนที่ 7 โดยจะมีวาระ 4 ปี  ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2557 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2561 นายวิวัฒน์ ตีระวนิชพงศ์ ปัจจุบันอายุ 53 ปี จบการศึกษาปริญญาตรีสาขาอุตสาหกรรมเกษตร-วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปริญญาโทสาขา MBA – Finance จาก University of Scranton, Pennsylvania, U.S.A. ในด้านประสบการณ์หลังจากสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาโท ได้เริ่มงานในด้าน Maritime Chartering Business ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นระยะเวลา 2 ปี หลังจากนั้น ได้เดินทางกลับประเทศไทยและมาทำงานในเครือบริษัทปูนซิเมนต์ไทย (SCG) ด้านการค้าระหว่างประเทศ เป็นเวลา 17 ปี ซึ่งรวมการเป็นผู้จัดการสาขาในต่างประเทศ 6 ปี และทำงานในเครือบริษัทน้ำตาลมิตรผลเป็นเวลา 7 ปี ซึ่งรวมการประจำสาขาในประเทศจีนเป็นเวลา 4 ปี โดยตำแหน่งสุดท้ายเป็นผู้จัดการตลาดในเครือน้ำตาลมิตรผล MThai News

เรื่องน่ารู้การเดินป่า ในหน้าฝน
การเดินป่า /  เตรียมตัวเที่ยว / 

ฤดูฝนของประเทศไทย อยู่ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมถึงปลายเดือนตุลาคม การเดินป่าในช่วงหน้าฝนจะไม่ค่อยร้อน แต่การหายใจอาจจะลำบากสักนิด เพราะในอากาศมีความชื้นสูง ดังนั้น ผู้ที่รักการท่องธรรมชาติ ควรจะเตรียมความพร้อมของร่างกายและจิตใจมาด้วยยิ่งดี และวันนี้เรามีสิ่งที่ต้องควรรู้ไว้ก่อนไปเดินป่าหน้าฝน มาฝากสมาชิกไว้ศึกษากันครับ เรื่องน่ารู้การเดินป่า ในหน้าฝน โดยเฉพาะในป่าดงดิบชื้นบ้างพื้นที่นั้นจะมี “ทาก” ชูคอสลอนคอยดูดเลือดเหยื่อ แต่ทั้งหมดนั้นอาจเปรียบได้กับสีสันชีวิตการท่องไพร ที่ต้องมีการฝ่าฟันความยากลำบากไปให้ได้เพื่อประสบการณ์ชีวิตอันยิ่งใหญ่ ถ้าจะท่องป่าหน้าฝนให้สนุกก็ต้องเตรียมพร้อมให้ดีตามคำแนะนำดังต่อไปนี้ 1. กันเปียก ควรพกฟลายชีท (ผ้าขึงเป็นหลังคากันน้ำฝน) ไปด้วยเสมอ จะช่วยให้เต็นท์ไม่ต้องเปียกปอน ควรมีเสื้อกันฝนที่มีน้ำหนักเบาติดไปด้วย อาจใช้ประโยชน์เป็นฟลายชีทได้ด้วยในยามจำเป็น เสื้อผ้าข้าวของบางอย่างควรใส่ถุงพลาสติกไว้ชั้นหนึ่งก่อนบรรจุลงเป้ สำหรับรองเท้านั้นถ้าหาชนิดที่กันน้ำได้ก็จะดีมาก โดยวัสดุที่เรียกว่ากอร์เท็กซ์ (Gore-Tex) นั้นกันน้ำได้ 100 เปอร์เซ็นต์ จะช่วยให้เท้าไม่อับชื้น เดินป่าได้อย่างสบายใจ 2. แห้งเร็ว ควรเลือกเสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย เมื่อเปียกแล้วต้องแห้งเร็ว เช่น ผ้าใยสังเคราะห์ต่างๆ ส่วนพวกผ้าฝ้ายไม่ควรใช้อย่างยิ่งเพราะอมน้ำมากและแห้งช้า 3. เลือกทำเล การกางเต็นท์กลางป่า ควรดูทิศทางและทำเล ที่จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายแก่ตนเอง เช่น ไม่กางเต็นท์บริเวณที่อาจเป็นทางน้ำไหล ไม่กางเต็นท์ใต้ต้นไม้ใหญ่เพราะอาจมีกิ่งไม้หักหล่นใส่ นอกจากนี้ก็ควรกางฟลายชีทและขุดร่องระบายน้ำรอบตัวเต็นท์ไว้ด้วย 4. ระวัง ในฤดูฝนสัตว์ป่ามีพิษต่างๆ เช่น แมงป่อง ตะขาบ งู ฯลฯ มักจะคลานไปมาหาที่แห้งๆ ตามในเต็นท์ ในถุงนอน หรือในรองเท้าที่ไม่ได้เก็บไว้อย่างมิดชิดพอ ก่อนสวมใส่ใช้งานควรตรวจตราสิ่งเหล่านี้ให้ดี ถ้ามียากันแมลงหรือปูนขาวให้โรยไว้รอบเต็นท์ ก็อาจกันแมลงพวกนี้ได้ เมื่อท่องเที่ยวกันอย่างสนุกสนานและได้รับความรู้แล้ว ก็อย่าลืมรักษาธรรมชาติไว้ให้สวยงามดังเดิม เหมือนก่อนที่เราเข้าไปสัมผัสด้วยจะเป็นการดีไม่น้อยเลย มาเที่ยวป่าหน้าฝนต้องมีสติ หน้าฝนมาเยือน อันตรายก็แฝงกายมาเยี่ยมได้หากไม่ระวัง สติคือสิ่งสำคัญที่ทุกคนต้องมีไว้กับตัวเสมอ จะเล่นน้ำตกก็อย่าโลดโผนนัก ไปไหนก็ควรไปเป้นกลุ่ม หากจะเดินป่าก็ควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบด้วย เพราะการหลงป่าหรือประสบอุบัติเหตุ เช่น ลื่นหกล้มหรือได้รับอันตรายจากสัตว์ป่า รวมถึงสายน้ำป่าที่ไม่รู้จะมาเมื่อใดอาจเกิดขึ้นได้เสมอ ข้อมูลและภาพ :  สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช / เที่ยวหน้าฝน ที่อุทยานฯ ไหนดี? เที่ยว ภูหินร่องกล้า … สะพายกล้อง เดินป่าหน้าฝน

The Moon That Embraces the Sun [Soundtrack บรรยายไทย] ตอนที่20
The /  Moon / 

The Moon That Embraces The Sun เป็นเรื่องราวโรแมนติกย้อนยุคซึ่งเกิดขึ้นในสมัยโชซอ น เรื่องราวความรักเกิดขึ้นเมื่อองค์รัชทายาท อี ฮวอน ได้ปลอมตัวเป็นสามัญชนเพื่อออกไปนอกวังกับองครักษ์ แต่เกิดไปติดฝน จึงเข้าไปหลบที่กระท่อมแห่งหนึ่ง จึงได้พบกับหญิงสาวงามคนนึง แต่เธอคารวะพระองค์ 4 ครั้ง นั่นก็หมายความว่า เธอรู้ว่าเขาเป็นพระราชานั่นเอง ก็ฌพราะเธอเป็นคนทรง (ชนชั้นที่ต่ำต้อยที่สุดในยุคนั้น) ไม่เพียงหญิงสาวคนนี้รูปงามเท่านั้น เธอกับมี วาทะที่เป็นเลิศทั้ง กาพย์และกลอน พระองค์จึงประทานชื่อ ว่า วอล (ซึ่งแปลว่าพระจันทร์) ในการพบกันครั้งนั้นทำให้ องค์รัชทายาท อี ฮวอน เกิดตกหลุมรัก วอล ผู้ซึ่งมีหลายอย่างคล้ายๆกับ ยอน อู อดีตคู่หมั้น ของพระองค์ ที่พระองค์คิดว่า โดนฆ่าไปแล้ว นอกจากนี้ พระองค์ ยังคงตามหาเบื้องหลังการตายของ ยอน อู คู่หมั้น ด้วยตัวเอง แต่สิ่งที่ยากเย็นสำหรับเขาก็คือ เมื่อได้รู้ว่า แม่และน้องสาว มีส่วนรู้เห็นในการตายครั้งนี้ พระองค์ ทรงใช้เวลาตามหาหญิงสาวหลังจากที่ทรงกลับสู่พระราชวั ง แต่พระองค์ต้องทรงพบกับปัญหาในการตามหาตัวนางเพราะตั วตนที่แท้จริงของหญิง สาว...กับเรื่องราวลึกลับในอดีต

เที่ยว Cinque Terre 5 หมู่บ้านบนผางาม อิตาลี
Cinque Terre /  เมือง / 

พามาเที่ยวเมืองติดทะเลในเขต Liguria ประเทศอิตาลี (Italy)

ชุดประจำชาติ 85 สาวงามทั่วโลก โชว์ชุดพิเศษเวที มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2014
ชุดประจำชาติ /  นางงาม / 

คัดเลือกเข้ารอบ 20 คนสุดท้ายแล้ว สำหรับ รางวัล ชุดประจำชาติ ยอดเยี่ยม ก่อนรู้ผล ตัดสิน 7 ต.ค. นี้      เดินทางมาสู่การประกวดรอบสำคัญอีกครั้งแล้ว สำหรับ 85 สาวงามจากทั่วโลก ที่เตรียมประชันความสวย ความสามารถและพร้อมรับตำแหน่งอันทรงเกียรติบนเวที มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2014 ลิขสิทธิ์การประกวดระดับโลก โดยคนไทย ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานและผู้ก่อตั้ง มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล โดยสาวงามแต่ละประเทศต่างออกมาพรีเซนต์ชุดที่สวมใส่ ท่ามกลางเสียงเชียร์ของแฟนนางงาม เพื่อเรียกคะแนนจากคณะกรรมการ เป็น 1 ใน 20 คน สุดท้าย ผ่านเข้ารอบ ชุดประจำชาติยอดเยี่ยม (Best National Costume) ซึ่งจะตัดสินรางวัลพิเศษนี้กันในรอบ Final ค่ำคืนวันที่ 7 ตุลาคม 2557 ที่ อินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก หลังเสร็จสิ้นการประกวดรอบคัดเลือก สาวงาม 20 คนสุดท้ายที่ผ่านเข้ารอบรางวัลพิเศษ Best NationalCostume หรือ ชุดประจำชาติ ยอดเยี่ยม ได้แก่ประเทศ นิการากัว คูราเซา มองโกเลีย เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ เม็กซิโก คาซัคสถาน ไทยแลนด์ เอกวาดอร์ เกาหลี เฮติ เปรู มาเลเซีย ชิลี ฮังการี ญี่ปุ่น แทนซาเนีย อินโดนีเซีย เวียดนาม และ อินเดีย โดย ปลา ปรภัสสร ดิศย์ดำรง ตัวแทนประเทศไทย1 ในผู้เข้ารอบชุดประจำชาติยอดเยี่ยม เผยว่า “ดีใจมากที่ผ่านเข้ารอบ 20 คนสุดท้ายชุดประจำชาติยอดเยี่ยม สำหรับชุดวันนี้ มีชื่อชุดว่า พัสตรานารีศรีสุโขทัย แรงบันดาลใจจากการเก็บตัวที่ จ.สุโขทัย ที่ต้องการเผยแพร่วัฒนธรรมไทยสู่สายตาชาวต่างชาติ ซึ่งออกแบบโดยแบรนด์ อาภารดา (APARADA) ค่ะ สำหรับการประกวด มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2014 รอบ Final จะมีขึ้นในคืนวันที่ 7 ตุลาคม เวลา 19.30 น. ที่ อินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก ถ่ายทอดทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบก ช่อง 7 เวลา 22.30 น. แฟนนางงามที่สนใจเข้าชมในรอบ Final สามารถคลิกดูรายละเอียดและจองบัตรได้ทาง www.missgrandinternational.com และ www.facebook.com/missgrandinternational รายงานโดย Women Mthai Team

ปุ๊กลุก ไม่แคร์แมงเม้าท์ เตรียมโกอินเตอร์ดีกว่า!!!
ปุ๊กลุ๊ก ฝนทิพย์ /  หน่อง ธนา / 

ยังโสด โสด อยู่ทางนี้....ใครโสดน่ะเหรอ ก็สาวสวยสุดมั่น ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ สาวงามจากเวทีมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส 2010 ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงจริ๊ง...สวยดีกรีระดับนางงามอย่างนี้ยังไม่มีคนรู้ใจได้อย่างไร ก็ไม่รู้ว่าสาวปุ๊กลุกจะเข็ดกับรักครั้งเก่ากับคาสโนว่าตัวพ่ออย่างหนุ่มวี วีรภาพ รึเปล่า ถึงยังไม่ยอมมีใคร แม้จะมีข่าวเม้าท์ซุบซิบกระพือออกมาบ้างว่ามีหนุ่มๆ มาตามจีบอยู่เป็นระลอกๆ ล่าสุดกับหนุ่มติสต์หน้าหนวด หน่อง ธนา ที่มีข่าวว่าแอบกุ๊กกิ๊กกัน สุดท้ายก็ออกมาเคลียร์ข่าวว่าไม่มีอะไรในกอไผ่ แต่ก็ยังไม่วายหนีไม่พ้นเป็นขี้ปากพวกแมงเม้าท์อยู่ดี หาว่าคุณเธอสร้างกระแส มโนไปเองซะงั้น แหม...เกิดเป็นดารานี่มันลำบากจริงๆ นะคะเนี่ย แต่จุดนี้ต้องขอพักเรื่องผู้ชาย เอ้ย!!! รักๆ ไว้ก่อน เพราะได้ยินมาว่าเธอกำลังจะโกอินเตอร์ งานนี้เลยต้องขอถามซะหน่อยว่า จะได้โกอินเตอร์ตกลงมันอะไรยังไงเอ่ย แล้วเบื่อไหมกับพวกขาเม้าท์ที่หาว่าเราสร้างกระแส แล้วเมื่อไหร่จะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนซะทีจ๊ะ “อ่อ ก็ยังคุยๆ กันอยู่ เรื่องของเวลาในการทำงาน ระยะเวลาในการถ่ายทำ เรื่องค่าตัว เพราะถ้าเราต้องสละงานในประเทศเราไปร่วมงานกับเขามันจะคุ้มไหม โอเครึเปล่า ส่วนประเทศที่ไปก็มีหลายประเทศเหมือนกัน ส่วนกระแสเรื่องสร้างภาพ จริงๆ หนูมองว่าดาราแทบทุกคนต้องเจอคนมองแบบนี้อยู่แล้ว อยู่ที่ว่าเราจะแก้ไขสถานการณ์นี้ได้ยังไง หนูเชื่อว่าตราบใดที่เรายังเป็นนักแสดงก็คงหนีไม่พ้นเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว ตอนนี้ก็ยังโสดค่ะ ขอตั้งใจทำงานดีกว่า” เอาเป็นว่า ใครจะว่าอย่างไรก็ช่าง She don’t care ขอตั้งใจทำงานดีกว่า จบนะคะ ปุ๊กลุก ฝนทิพย์

5 มหาวิทยาลัยอเมริกา ที่สาวๆ มีโอกาสได้แฟนหนุ่มมากที่สุด
การศึกษา /  ต่างประเทศ / 

กรี๊ดดดดดดดด...สลบ จนอยากจะรีบบินไปเรียนเมืองนอกกันเลยละค่ะ เมื่อรู้ว่ามี 5 มหาวิทยาลัยอเมริกา ที่สาวๆ มีโอกาสได้แฟนหนุ่มมากที่สุด ว้าววว...เริ่ดม่ะ แต่อันนี้ก็ไม่ขอคอนเฟิร์มนะจ้ะว่าการเรียนของเพื่อนๆ น้องๆ แต่ละคนจะดร็อปลงหรือเปล่า อิอิ หรืออาจจะทำให้มีกำลังใจอยากไปเรียนทุกวันก็ได้นะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราอย่าเสียเวลา หรือไปติดตามดูพร้อมๆ กันว่ามีมหาวิทยาลัยใดบ้าง และจะเด็ดขนาดไหนกันค่ะ... 5 มหาวิทยาลัยอเมริกา ที่สาวๆ มีโอกาสได้แฟนหนุ่มมากที่สุด 1. University of Michigan ในเกมการแข่งขันฟุตบอลของที่นี่จะมีหนุ่มๆ มารวมตัวกันจำนวนมาก และก็เป็นโอกาสที่ดีที่สาวๆ จะมามาเช็คเรทติ้ง เพื่อให้หนุ่มๆ ได้ยลโฉมกัน นอกจากนี้ห้องสมุดที่สวยงามของที่นี่ก็เป็นที่ที่โรแมนติกไม่น้อย^^ 2. Vanderbilt University หากพูดถึงหนุ่มวิศวะแล้วละก็ สาวๆหลายคนก็คงต้องกรี๊ด สำหรับมหาวิทยาลัยแห่งนี้ คุณจะได้พบกับหนุ่มวิศวะมาดเท่ห์ที่สาวๆ ใฝ่ฝันอย่างแน่นอน 3. University of California, Berkeley ถ้าใครคิดว่าตัวเองสวยระดับซุปเปอร์โมเดลแล้วละก็ UCLA ก็คงจะเป็นที่ที่เหมาะกว่าสำหรับคุณ แต่ถ้าไม่ UC Berkeley แห่งนี้ก็คงจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า โดยเฉพาะหนุ่มนิติศาสตร์ที่น่าสนใจไม่น้อย เพียงแค่คุณลงทุนซื้อ Birkenstocks สักคู่เท่านั้นก็พอ 4. Cornell University เป็นที่ที่ดีที่สุดในการหาแฟนก็ว่าได้ เนื่องจากมีหนุ่มจากหลากหลายเชื้อชาติให้สาวๆได้เลือกกัน สิ่งที่ต้องมีเพียงแค่ความมั่นใจก็เพียงพอแล้ว 5. University of Iowa นอกจากที่นี่จะมีชื่อในด้านการเรียนการสอนด้านศิลปะแล้ว การควงสาวๆในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็มีชื่อไม่แพ้กัน เพราะฉะนั้นถ้าสาวๆ คนไหนมาเรียนที่นี่ รับรองว่าต้องมีหนุ่มๆ มาจีบแน่นอน ข้อมูลและภาพ: reductress, wegointer

แอนโตนิโอ แบนเดรัส เป็นปลื้ม เล่นหนังไซไฟครั้งแรกใน Automata
Automata /  หนังไซไฟ / 

ในภาพยนตร์แอ็คชั่น-ไซไฟ แห่งโลกอนาคต เรื่อง Automata : ออโตมาต้า ล่าจักรกล ยึดอนาคต ที่ได้พระเอกมากความสามารถตลอดกาลอย่าง แอนโตนิโอ แบนเดรัส มาแสดงนำซึ่งถือเป็นครั้งแรกกับการแสดงภาพยนตร์ไซไฟของเขาอีกด้วย หลายคนอาจไม่ทราบว่า แบนเดรัส เป็นแฟนตัวจริงของนิยายเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ โดยบทของภาพยนตร์ก็เป็นเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์ที่เขาชอบอ่าน ทำให้เขาตอบตกลงในการแสดงภาพยนตร์แอ็คชั่น-ไซไฟ เรื่องนี้ทันที  "ผมชอบนิยายวิทยาศาสตร์ของ ไอแซ็ค อาซิมอฟ ซึ่งหนังสือหลายเล่มของเขาก็เกี่ยวกับกับปัญญาประดิษฐ์หรือที่เรียกว่า 'AI' สำหรับเรื่องนี้มันก็พูดถึงแนวคิดที่ว่า ถ้าวันหนึ่งหุ่นยนต์สามารถดูแลตัวเองได้โดยไม่ต้องอาศัยมนุษย์ รวมถึงสามารถพัฒนาความรู้สึกที่ต้องการเป็นอิสระขึ้นมา โลกใบนี้ยังจำเป็นต้องมีมนุษย์อีกหรือไม่ Automata คือภาพยนตร์ที่มนุษย์และหุ่นยนต์ต้องต่อสู้กันเพื่อความอยู่รอด" แอนโตนิโอ แบนเดรัส กล่าว Automata เรื่องราวของโลกมนุษย์ ปี 2044 ที่วิวัฒนาการและเทคโนโลยีมีความล้ำสมัยมากขึ้น มนุษย์ผลิตและคิดค้นสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อตอบสนองความต้องการของตนมากขึ้นซึ่งคือหุ่นยนต์ ณาค โวแคน (แอนโตนิโอ แบนเดรัส) เจ้าหน้าที่ตรวจสอบของ บริษัทไซเบอร์เนติก ที่ผลิตหุ่นยนต์อำนวยความสะดวกให้กับมนุษย์ทั้งโลก เขาสังเกตถึงความผิดปกติในพฤติกรรมและท่าทางของหุ่นยนต์รุ่น “ออโตมาต้า พิลกริม 7000” ซึ่งส่งผลร้ายต่อมวลมนุษยชาติ Automata : ออโตมาต้า ล่าจักรกล ยึดอนาคต จุดเริ่มต้นของจักรวาล คือจุดสิ้นสุดของมวลมนุษยชาติ  9 ตุลาคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์

ชวนดู ชุดแต่งงาน เจ้าสาวคนสวยของ จอร์จ คลูนี่ย์ !
George Clooney /  คู่รักดารา / 

คู่รัก คู่ใหม่ปลามัน ของเจ้าพ่อนักแสดงชื่อดัง จอร์จ คลูนี่ย์ วัย 53 ปี แต่หน้าตาและหุ่นยังเซี้ยะอยู่ไม่จาง กับ สาวสวยหน้าคม เจ้าสาวผู้แสนโชคดี เอมัล อลามัดดิน สาวทนายความ สัญชาติเลบานอน ที่อายุเพียง 36 ปี เข้าสู่ประตูวิวาห์เมื่อวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา  โดยภาพงานแต่งได้ออกมาอย่าง Exclusive สุดๆ กับนิตยสาร People และ Hello โดยงานได้ถูกจัดขึ้นที่ เวนิส อิตาลี เมืองที่สุดแสนจะโรแมนติก แหล่งข่าวกล่าว่า พิธีการใช้เวลาไปเพียงแค่ 30 นาทีเท่านั้น โดยสาว Amal เดินมาด้วย ชุดเจ้าสาว สง่างามด้วยลูกไม้สีขาวล้วนโชว์ไหล่และคอพู่ระหง ประดับด้วยเพชรและมุขปักมือล้วนๆ จากแบรนด์หรู Oscar de la Renta  ส่วนชุดของเจ้าบ่าวสุดหล่อก็มาจากแบรนด์ Armani ที่มีความพิเศษที่กระดุมติดข้อมือ สลักชื่อ จอร์จ เป็นภาษาอารบิก ซึ่งเป็นของขวัญจากเจ้าสาวของเขานั่นเอง วันนี้เรามีภาพส่วนหนึ่งมาฝากสาวๆ ให้ชมกันจ้า   ภาพจาก นิตยสาร Hello    ภาพจาก นิตยสาร People  เรียบเรียงโดย Women Mthai Team  ที่มา hollywoodlife.com

ชุดใหญ่ไม่ได้งี้? ยานาไซ ปั่นฟรีคิกสุดงามช่วยผีชุดเล็กเชือดไก่
u21 /  ผีชุดเล็ก / 

อัดนาน ยานาไซ มักเล่นได้ยอดเยี่ยมเสมอกับชุด U21 โดยเฉพาะเกมล่าสุดที่ อัดนาน ยานาไซ กดฟรีสุดงามบอลโค้งเสียบเสาไกลชนิดที่นายทวารหมดสิทธิ์รับช่วยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ชุด U21 เฉือนชนะ สเปอร์ส ชุด U 21 ไป 2-1 เมื่อคืนที่ผ่านมา :)