วิทยาศาสตร์กับความงาม

ไม่ผลิกโผ! มติเอกฉันท์ เทียนฉาย ปธ.สปช บวรศักดิ์-ทัศนา รอง.ปธ.
ทัศนา บุญทอง /  บวรศักดิ์ อุวรรณโณ / 

ไม่ผลิกโผ! มติเอกฉันท์ เทียนฉาย ปธ.สปช บวรศักดิ์-ทัศนา รอง.ปธ. ล่าสุดเมื่อเวลา12.50 น.ผลการนับคะแนนเลือก รองประธาน สปช.คนที่ 2 ที่ได้รับการเสนอชื่อทั้งสิ้น 2 คน นางสาวทัศนา บุญทอง และนายประชา เตรัตน์ ที่ประชุมมีมติเลือกนางสาวทัศนา 151 คะแนน นายประชา 88 ตะแนน งดออกเสียง 3 คะแนน บัตรเสีย 1ใบ สำหรับประวัติ นางสาวทัศนา บุญทอง เกิดเมื่อ 8 มิ.ย. 2485 จบการศึกษา อนุปริญญาพยาบาลและอนามัย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ครุศาสตรบัณฑิต สาขาสุขภาพจิตและพยาบาลจิตเวชชั้นสูง จุฬาฯ ปี 2517 ปริญญาโท (Adult Psychiatry) มหาวิทยาลัยบอสตัน สหรัฐ และปริญญาเอกสาขาการศึกษาด้านสุขภาพและการอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยบอสตัน และปรอ. รุ่นที่ 6 เป็นอดีตนายกสภาการพยาบาล 2 วาระ และคณบดีของคณะพยาบาลศาสตร์ในสถานศึกษาหลายแห่ง ทั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ริเริ่มก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ประวัติการพยาบาลไทย มหาวิทยาลัยมหิดล จัดตั้งหลักสูตรดุษฎีบัณฑิต สาขาพยาบาลศาสตร์ในประเทศไทย ข้าราชการบำนาญ อดีตนายกสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ และคณบดีสำนักวิชาพยาบาล มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เคยเป็นส.ว.แต่งตั้งปี 2535 และในปี 2551 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นส.ว.สรรหา และอยู่ในกลุ่ม 40 ส.ว. ต่อมาได้รับเลือกเป็นรองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 ..................................................... "เทียนฉาย" นั่งปธ.สปช.ตามโผ ที่ประชุมเสนอชื่อเดียว สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ประชุมนัดแรกเลือก "เทียนฉาย กีระนันทน์" นั่งแท่นประธานตามคาด  วันนี้ (21 ต.ค.) นายจเร พันธุ์เปรื่อง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้นัด สปช.ประชุมนัดแรก ภายหลังจากที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สปช. ทั้ง 250 คน โดยมีเรื่องตามระเบียบวาระการประชุม คือ รับทราบพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศแต่งตั้งสปช. และให้สปช. ที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศแต่งตั้ง กล่าวปฏิญาณตนต่อที่ประชุม จากนั้นจะเป็นการเลือกประธาน สปช. และรองประธานสปช. ซึ่งมีนายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมชั่วคราว ล่าสุด ที่ประชุม สปช.ได้มีมติเลือก นายเทียนฉาย กีระนันทน์ เป็นประธาน สปช.ขณะที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ได้รับเลือกเป็นรองประธาน คนที่ 1 โดยขณะนี้ที่ประชุมสปช.กำลังอยู่ระหว่างคัดเลือก รองประธาน สปช.คนที่ 2 ที่มีการเสนอมา2 รายชื่อคือ  น.ส.ทัศนา บุญทอง และ นายประชา เตรัตน์ ประวัติดร.เทียนฉาย กีระนันทน์ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.เทียนฉาย กีระนันทน์ เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2487 จบการศึกษารัฐศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยม) จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, M.A. (Economics & Demography) มหาวิทยาลัยฮาวาย, A.M. และ Ph.D. ด้านเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยดุ๊ก หลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ว.ป.อ.รุ่น 37 ปัจจุบัน เป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ สรรหามาจากด้านอื่นๆ และรองประธานกรรมการมูลนิธิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ประวัติการทำงาน เคยเป็นอาจารย์จุฬาฯ ในปี 2514-2547 หัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์ริเริ่มโครงการโรงพิมพ์และโครงการสวัสดิการข้าราชการจุฬาฯ ต่อมาได้รับเชิญให้ช่วยราชการตำแหน่งรองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, เป็นคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, และอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นอกจากนี้ ยังเคยได้รับรางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาเศรษฐศาสตร์ ปี 2538 จากคณะกรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ, บุคคลดีเด่นของชาติ ด้านเศรษฐศาสตร์ทรัพยากรมนุษย์ ประจำปี 2539 จากคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ และดำรงตำแหน่งอื่น ๆ อีกมากมาย อาทิ ดำรงตำแหน่ง อ.ก.พ.สำนักงานปลัดทบวงมหาวิทยาลัย , กรรมการประเมินผลรัฐวิสาหกิจของรัฐบาล , กรรมการทบวงมหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ , นายกสมาคมเศรษฐศาสตร์แห่งประเทศไทย , กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) แทนนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ที่ขอถอนตัว เป็นนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาเศรษฐศาสตร์ ปี 2538 จากคณะกรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ และบุคคลดีเด่นของชาติด้านเศรษฐศาสตร์ทรัพยากรมนุษย์ ประจำปี 2539 จากคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ (ต.ค.2540) สำหรับประวัติ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เกิดเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2497 ที่ ตำบลบ่อยาง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เป็นบุตรคนที่ 7 ของนายวิภัทร และนางอารีย์ อุวรรณโณ เป็นญาติกับ ศ.ดร.วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี สมรสกับ ดร.ปาริชาติ ชุมสาย ณ อยุธยา มีบุตรสาว 2 คน ปัจจุบันหย่ากันแล้ว ด้านการศึกษา จบปริญญาตรีคณะนิติศาสตร์ เกียรตินิยมอันดับ 1 จุฬาฯ เป็นอาจารย์สอนที่จุฬาฯ ก่อนสอบได้ทุนก.พ.ไปเรียนต่อปริญญาโท ด้านกฎหมายปกครอง และปริญญาเอก กฎหมายมหาชน จากมหาวิทยาลัยปารีส ฝรั่งเศส กลับมาเป็นอาจารย์สอนที่เดิม เคยเป็นกุนซือทีมงานบ้านพิษณุโลกยุคพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกฯ จากนั้นได้กลับเข้ารับราชการ ได้เป็นคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ ต่อมาย้ายไปเป็นเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า และย้ายกลับมาเป็นเลขาธิการ ครม. คนที่ 18 ต่อจากนายวิษณุ เครืองาม ทำหน้าที่ได้ 3 ปีเศษประกาศลาออก ทั้งที่ยังเหลืออายุราชการ 9 ปี   ปัจจุบันกลับไปเป็นเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าอีกครั้ง ได้รับการแต่งตั้งเป็นศาสตราภิชานแห่งจุฬาฯ MThai News

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

ผลฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก : ราชัน บุกสอน หงส์ ยิงประตูถึงรัง แอนฟิลด์ 3 เม็ด
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ /  คาริม เบนเซม่า / 

ผลฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม B วันพุธที่ 22 ตุลาคม 2557 ลิเวอร์พูล 0-3 เรอัล มาดริด รายชื่อคนทำประตู : 0-1 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ น.23, 0-2 คาริม เบนเซม่า น.30, 0-3 คาริม เบนเซม่า น.41 เวลา : 1.45 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : TrueSport 1 ศึกบิ๊กแมตช์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม บี "หงส์แเดง" ที่ฟอร์มกำลังย่ำแย่ เปิดรัง แอนฟิลด์ รับการมาเยือนของโคตรทีมอย่าง เรอัล มาดริด ต้องมาดูกันว่าผลงานของลูกทีม เบร็นแดน ร็อดเจอร์ส ที่กำลังตกต่ำสุดขีด โคจรมาเจอของแข็งอย่าง "ราชันชุดขาว" น่าสนใจว่าสุดท้ายแล้วสกอร์รวมจะยิงกันถล่มทลายเหมือนอย่างที่หลายคนคาดการณ์ไว้ก่อนเกมหรือเปล่า เริ่มเกมมาในช่วง 5 นาทีแรก ถือว่าทางฝั่งทีมเยือนเอาบอลมาคลองได้มากกว่า และทาง ลิเวอร์พูล ลงไปตั้งรับกันลึกพร้อมสวนกลับแบบโป้งเดียวจอด ซึ่งก็ทำได้ดีในหลายๆจังหวะ นาทีที่ 8 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แผลงฤติเป็นครั้งแรก หลังจากมีโอกาสกระชากแล้วสับด้วยขวาหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลตรงตัว มินโญเลต์ เซฟเข้าซองได้สบาย นาที 11 ลิเวอร์พูล เกือบขึ้นนำจากลูกยิงไกลของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด แต่ อิเกร์ การ์ซิยาส ยังหนึบ พุ่งเซฟช่วยทีมไว้ได้ นาที 20 สาวก "เดอะค็อป" ต้องร้อนๆหนาวๆเมื่อ มาดริด ได้ลูกเตะมุมจากทางฝั่งซ้าย โทนี่ โครส ได้เปิดเข้ามา เจอร์ราร์ด โหม่งเช็ดไปเข้าทาง เจมส์ โรดริเกซ แต่จังหวะสุดท้ายทำได้ไม่ดี กึ่งยิงกึ่งผ่านข้ามคานออกหลังไปแบบหมดลุ้น GOAL! นาที 23 "ราชันชุดขาว" ขึ้นนำ ลิเวอร์พูล 1-0 จากการยิงสุดเหนือชั้นของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่รับบอลจาก เจมส์ โรดริเกซ กระดกข้ามหัว เดยัน ลอฟเรน ก่อนจะซัดเฉือนๆ ผ่านมือ มินโญเลต์ เข้าไปอย่างสวยงาม GOAL! นาที 30 เรอัล มาดริด ถล่มตาข่าย "หงส์แดง" ประตูที่ 2 ใน 7 นาที จากจังหวะที่ โทนี้ โครส เปิดบอลเข้ากรอบเขตโทษมาลงหัว คาริม เบนเซม่า ก่อนจะเปลี่ยนเป็นประตูให้ ราชัน ออกนำ หงส์แดง ห่างเป็น 2-0 หลังจากโดน นาที 38 หลังจากโดนนำห่างถึงสองประตู รูปเกมยังไม่ต่างจากเดิม แต่คราวนี้ "หงส์แดง" ได้ลุ้นตีไข่แตกจาก บาโลเตลลี่ แต่ยังไม่ผ่านบล็อคแนวรับ มาดริด อยู่ดี GOAL! นาที 41 ลิเวอร์พูล โดนลงโทษจากลูกเซ็ทพีชอีกแล้ว และเป็ทาง  คาริม เบนเซม่า ที่ได้ซัดจ่อๆบอลมุดก้นตาข่ายไปอย่างง่ายดาย เรอัล มาดริด นำห่าง ลิเวอร์พูล เป็น 3-0 นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก หงส์แดง ไม่ได้ประตูตีไข่แตกอย่างเหลือเชื่อ เป็นทาง คูตินโญ่ ที่ได้กดเต็มข้อหน้ากรอบเขตโทษ บอลผ่านมือ กาซิยาส ไปแล้วแต่ถูกปฎิเสธออกมาด้วยเสา! ก่อนจะจบครึ่งแรก ทีมเยือนบุกมาล่าตาข่าย เจ้าบ้านแบบมันส์เท้า 3-0 เริ่มครึ่งหลัง เบร็นแดน ร็อดเจอร์ส แก้เกมด้วยการถอดศูนย์หน้าจอมฝืดอย่าง บาโลเตลลี่ ออกไปพัก และส่งอดัม ลัลลาน่า ลงมาเล่นแทน นาที 50 มาดริด เกือบได้ประตูเพิ่ม จากจังหวะของ เจมส์ โรดริเกซ ได้บอลในกรอบเขตโทษฝั่งขวา ก่อนจะตัดสินใจปั่นด้วยซ้าย น่าเสียดายที่บอลโค้งออกหลังไปแบบหวุดหวิด นาที 57 โรนัลโด้ เกือบพาทีมนำห่าง ลิเวอร์พูล 4-0 ด้วยลูกยิงมหัศจรรย์ จากการกระชากแล้วซัดด้วยซ้าย นำหนักใช้ได้แต่ทิศทางผิดเหลี่ยมออกไปเยอะ นาที 64 โรนัลโด้ พลาดประตูที่สองของตัวเองอย่างเหลือเชื่อ หลังได้หลุดเข้าไปดวลเดี่ยวกับ มินโญเลต์ แต่จังหวะจบสกอร์ดันยิงไปติดเซฟออกหลังไปแบบไม่น่าเชื่อ นาที 67 ลิเวอร์พูล เปลี่ยนตัวทีเดียว 2 คน ส่ง เอ็มเร่ ชาน และ ลาซาร์ มาร์โควิช ลงมารับหน้าที่แทน คูตินโญ่ และจอร์แดน เฮนเดอร์สัน เท่ากับว่า หงส์แดง หมดโควต้าเปลี่ยนตัวแล้วเรียบร้อย นาที 69 ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ได้ลุ้นช่วย ลิเวอร์พูล ตีไข่แตกจากลูกยิงปั่นโค้งกำลังจะเสียบเสา แต่โดน การ์ซิยาส ชกออกหลังไปได้ นาที 75 คาโรล อันเชล็อตติ ตัดสินใจเก็บตัว โรนัลโด้ คนทำประตูแรกออกไปพัก และส่ง ซามี เคดิรา ลงมาทำหน้าที่แทน นาที 81 ราชันชุดขาว เปลี่ยนตัวอีกหนึ่งคน ส่ง อาเซียร์ อีญาร์ราเมนดี้ ลงมาแทน โทนี่ โครส และต่อเนื่องในนาที 84 อันเชล็อตติ เปลี่ยนตัวครบโควต้าด้วยการถิด มาร์เซโล่ ออกไปพัก และส่ง นาโช่ ลงมารับหน้าที่แทน ก่อนจะจบการแข่งขันในแบบที่ ลิเวอร์พูล ไม่ได้ลุ้นหรือกดดันกองหลังฝั่งทีมเยือนได้เลย รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์, เกล็น จอห์นสัน, มาร์ติน สเคอร์เทล, เดยัน ลอฟเรน, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, โจ อัลเลน, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, มาริโอ บาโลเตลลี่ เรอัล มาดริด : อิเกร์ การ์ซิยาส, อัลบาโร่ อาร์เบลัว, เปเป้, ราฟาเอล วาราน, มาร์เซโล่, ลูก้า โมดริช, โทนี่ โครส, อิสโก้, เจมส์ โรดริเกซ, คริสเตียโน่ โรนัลโด้, คาริม เบนเซม่า

นนทบุรี จังหวัดเล็กๆ ที่ไม่ควรมองข้าม
เกาะเกร็ด /  เครื่องปั้นดินเผา / 

นนทบุรี ถึงแม้จะเป็นเพียงจังหวัดเล็กๆ ในเขตปริมณฑล แต่ความน่าสนใจของจังหวัดนนทบุรีนั้นมีอยู่มากมาย เนื่องด้วยบริบททางวัฒนธรรมที่มีความหลากหลาย แต่สามารถผสมผสานกันได้อย่างลงตัว นนทบุรี จังหวัดเล็กๆ ที่ไม่ควรมองข้าม จังหวัดนนทบุรี เป็นจังหวัดริมแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตภาคกลาง เป็น 1 ใน 5 จังหวัดปริมณฑลที่มีความเจริญเทียบเท่ากับกรุงเทพมหานคร แต่ท่ามกลางความเจริญของสังคมเมือง จังหวัดนนทบุรีกลับมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ งดงามไปด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีแบบไทยดั้งเดิมและไทยผสมผสาน ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสมากมายอย่างคาดไม่ถึง เริ่มกันด้วย พิพิธภัณฑ์นนทบุรี บริเวณท่าน้ำนนท์ ที่ภายในได้บอกเล่าเรื่องราวของจังหวัด ย้อนกลับไปไกลถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่มีการพัฒนาพื้นที่จนกลายเป็นชุมชนใหญ่และเมืองท่า จนในสมัยสมเด็จพระมหาจักพรรดิ ได้พระราชทานชื่อเมืองใหม่ให้ จากบ้านตลาดขวัญ มาเป็นเมืองนนทบุรี รวมไปถึงการบอกเล่าเรื่องขนบธรรมเนียมประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์สืบทอดกันมาอย่างเช่น เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด หุ่นละครเล็ก หุ่นกระบอก หรือจะเป็นผลไม้ที่อุดมสมบูรณ์มาแต่โบราณ เช่น ทุเรียนนนท์ มะปรางท่าอิฐ และกระท้อนบางกร่าง เป็นต้น สถานที่ถัดมาที่ควรไปเยือนและอยู่ห่างจากพิพิธภัณฑ์นทบุรีเพียงไม่กี่ก้าวเดิน คือ ศาลเจ้าแม่ทับทิม ศาลเจ้าสำคัญที่ชาวจีนไหหลำเคารพบูชา โดยถือว่าเจ้าแม่ทับทิมเป็นเทพเจ้าแห่งท้องทะเลที่คอยปกปักษ์คุ้มครองผู้เดินทางทางเรือ โดยพ่อค้าแม่ค้าในแถบท่าน้ำนนท์ได้อัญเชิญองค์เจ้าแม่ทับทิมมาประดิษฐาน เพื่อคอยอำนวยพรให้แก่พ่อค้าแม่ค้าในบริเวณนั้นั่นเอง อีกวัดน่าไปเยือนของจังหวัดนนทบุรี แถวๆ สะพานพระราม 5 คือ วัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร พระอารามหลวงที่อยู่คู่เมืองนนทบุรีมากว่า 135 ปี สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายในวัดมีอุโบสถที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมไทยผสมจีน โดยเฉพาะภาพเขียนฝาผนังอันสวยงาม และพระประธานปางมารวิชัยหล่อด้วยทองแดง ... และไม่ไกลกันนักยังมี อุทธยานกาญจนาภิเษก ที่พักริมน้ำของชาวเมือง รวมถึงเป็นศูนย์รวมพันธุ์ไม้ชายน้ำ พืชสวน และสัตว์ชนิดต่าง ๆอีกด้วย และอย่างที่เกริ่นไว้แต่ต้นว่า จังหวัดนนทบุรี มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม การไปเยี่ยมชม กวานอาม่าน หรือพิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผา บนเกาะเกร็ดอันเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมพื้นบ้านชาวมอญ นั้นจึงเป็นสิ่งไม่ควรพลาด โดยการปั้นเครื่องปั้นดินเผานั้นนับเป็นหัตถกรรมพื้นบ้านที่เก่าแก่ที่สุดในจังหวัดนนทบุรี โดยไฮไลต์ของเครื่องปั้นดินเผาที่ไม่ควรพลาดชมคือ หม้อสลัก หรือ หม้อลายวิจิตร ที่มีสัดส่วนและลวดลายที่สวยงามจนกลายมาเป็นสัญลักษณ์ ตราประจำจังหวัดนนทบุรี นนทบุรี จังหวัดเล็กๆ ที่ไม่ควรมองข้าม และเมื่อได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งการเกษตร จังหวัดนนทบุรีจึงเต็มไปด้วยตลาดน้ำมากมาย เช่น ตลาดน้ำบางคูเวียง อำเภอบางกรวย ที่มักจะมีชาวบ้านนำผลไม้ตามฤดูกาลบรรทุกลงเรือมาค้าขาย แต่ถ้าหากใครอยากมาสัมผัสวิถีแบบชาวบ้านแท้ๆ แนะนำให้มาในช่วงเช้า เพื่อสัมผัสกับบบรรยากาศพระออกบิณฑบาตโดยใช้เรือลำเล็กเป็นพาหนะ ซึ่งนับเป็นภาพหาดูยากในเมืองกรุงปัจจุบัน เครื่องปั้นเครื่องปั้นดินเผา หัตถกรรมพื้นบ้านที่เก่าแก่ที่สุดในจังหวัดนนทบุรี อีกตลาดที่ไม่ควรพลาดคือ ตลาดน้ำไทรน้อย ที่มีอาหารคาวหวาน พืชผัก ผลไม้ จำหน่ายมากมายบนถนนริมฝั่งคลอง อีกตลาดที่น่าแวะไม่แพ้กันคือ ตลาดน้ำวัดตะเคียน ที่ถึงแม้จะเป็นตลาดน้ำขนาดเล็ก ไม่โดดเด่นเรื่องสินค้า เพราะเป็นแค่การรวมตัวกันของชาวบ้านที่ปลูกผักไว้รับประทานเอง เหลือกินจึงนำมาขาย แต่หากนับว่าที่นี่เป็นแหล่งสัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้าน วิถีชีวิตริมคลองแล้ว ที่นี่สามารถตอบโจทย์ได้อย่างดีเยี่ยม และเมื่อได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งการเกษตรแล้ว จังหวัดนนทบุรียังมี ถนนสายดอกไม้ แห่งอำเภอบางใหญ่ที่ทางอำเภอได้มีการส่งเสริมการปลูกดอกไม้ประดับ จนทำให้ถนนกาญจนาภิเษกได้ชื่อว่าเป็นถนนสายดอกไม้ โดยในช่วงระหว่างเดือนธันวาคม-มกราคม ที่อำเภอบางใหญ่ยังมีการจัดงานให้เกษตรกรได้นำไม้ดอกไม้ประดับมาจำหน่ายในราคาไม่แพงอีกด้วย สวนดกไม้อีกแห่งที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กันคือ สวนทิวลิปนนท์ บนถนนแจ้งวัฒนะ ที่สามารถเนรมิตเหมือนยกสวนทิวลิปจากฮอลแลนด์มาให้คนไทยได้สัมผัส กับสีสันและความสวยงามของดอกทิวลิปอย่างใกล้ชิดอีกด้วย โดยสามารถเข้าไปชมความงามของดอกทิวลิปได้ในช่วงปลายเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ แต่หากไม่ได้ไปในช่วงจัดงาน ทางสวนเองก็ยังมีบริเวณด้านนอก ที่จัดจำลองบรรยากาศแบบฮอลแลนด์ให้นักท่องเที่ยวได้เก็บภาพความประทับใจแทน วิถีริมน้ำของชาวนนท์เป็นของคู่กัน ภาพมุมสูงของเกาะเกร็ด เกาะเล็กๆ ที่เต็มเปี่ยมด้วยความหลัง อาหารการกินน่าสนใจของเมืองนนท์ ทุเรียนเมืองนนท์ สุดยอดทุเรียนอร่อย สถานที่ท่องเที่ยว นนทบุรี จังหวัดเล็กๆ ที่ไม่ควรมองข้าม ถึงแม้นนทบุรีจะเป็นแค่จังหวัดเล็ก แต่กลับมีสถานที่ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสมากมายอย่างคาดไม่ถึง แถมด้วยทำเลที่ตั้งที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ มีการคมนาคมสะดวกทั้งทางบกและทางน้ำ ทำให้จังหวัดนนทบุรีเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรมองข้าม

8 คาถาโบราณ เพิ่มเสน่ห์รัก สุดร้อนแรง!
คาถา /  คาถาความรัก / 

ชาวไอริช ก็มีความเชื่อเรื่องคาถาเวทมนต์เหมือนกับคนไทย Horoscope Mthai จึงได้รวมสารพัด คาถาโบราณ ที่จะช่วยเสริมดวงด้านความรัก เพิ่มเสน่ห์ โชคลาภเงินทอง และสุขภาพ ซึ่งขอบอกว่าคาถาเหล่านี้เป็นคาถาเก่าแก่แต่โบราณ ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่นะจ๊ะ! 1.เวทย์มนต์สะกดใจคนรัก ในคืนวันที่พระจันทร์เต็มดวงให้คุณเดินไปอยู่ใต้หน้าต่างห้องนอนคนรักของคุณ แล้วกระซิบเรียกชื่อของคนรัก 3 ครั้ง เชื่อกันว่าผู้พิทักษ์จะเห็นอกเห็นใจสงสารในคำอ้อนวอนของมนุษย์ ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดคือตอนเที่ยงคืนจนถึงตีหนึ่ง 2.หาของที่ถูกขโมย วางกุญแจบนตะแกรง โดยให้ 2 คนถือตะแกรงเอาไว้ ขณะที่คนอื่นให้ทำสัญลักษณ์ไว้บนหน้าของผู้ต้องสงสัยที่จะเป็นขโมย แล้วเรียกชื่อเขาดังๆ 3 ครั้ง ถ้าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์กุญแจจะอยู่นิ่ง แต่ถ้าเขาทำความผิดกุญแจจะหมุนอย่างช้าๆ รอบตะแกรง 3.คาถาขอโชคลาภ เป็นคาถาที่จะทำให้คุณโชคดีสุดๆ สิ่งที่ใช้คือ เทียน เชือก และเครื่องประดับเล็กๆ ให้จุดเทียน แล้วเอาเชือกผูกที่เครื่องประดับ จากนั้นให้เริ่มแกว่งเครื่องประดับเหนือเปลวเทียนแล้วก็สวดว่า "ด้วยพลังแห่งเปลวไฟที่ผ่านเครื่องประดับนี้ ขอให้โชคลาภ ความมั่งคั่ง ความรู้ อำนาจบารมี และพลัง จงบังเกิดแก่ข้าพเจ้า ขอให้สิ่งดีๆ ความมั่งคั่ง ความรู้ อำนาจบารมี จงบังเกิดแก่ข้าพเจ้า ขอให้เครื่องประดับนี้มีพลังดึงดูดความมั่งคั่ง ความรู้ อำนาจบารมี จงบังเกิดแก่ ข้าพเจ้า!!!" ท่องคาถานี้ 3 ครั้ง แล้วก็เอาเชือกนั้นมาสวมเป็นสร้อยคอ หากยิ่งทำบ่อยๆ ก็จะยิ่งมีพลังมากขึ้น 4.คาถาเสริมความงาม ในช่วงที่พระจันทร์เต็มดวง ให้เอากระจกออกไปนอกบ้านหรือไม่ก็เปิดหน้าต่างให้เห็นดวงจันทร์สะท้อนในกระจก แล้วเอารูปภาพตัวคุณเอง อย่างเช่น ผม ริมฝีปาก ดวงตา หรืออะไรก็ได้ที่คุณอยากเปลี่ยนแปลงให้มันดูดีขึ้น ไปแปะไว้ที่กระจก แล้วตั้งสมาธิท่องว่า "แสงจันทร์ แสงดาว ให้ลมนำพาแสงสว่างมา ให้แสงเปล่งประกายทั่วร่างของฉัน และให้แสงสาดส่องทั่วทุกสายตา" ให้ท่องคาถานี้ 3 ครั้ง แล้วตั้งสมาธิอยู่กับส่วนที่คุณต้องการจะเปลี่ยนแปลงมัน และท่องต่อว่า "แสงจันทร์ แสงดาว ช่วยทำให้รูปร่างของฉันงดงามเหมือนดอกกุหลาบ ที่ผลิบานภายใต้แสงสว่างของดวงจันทร์และดวงดาว ให้แสงนั้นช่วยให้ฉันงดงามยิ่งขึ้น ให้แสงนั้นช่วยให้ฉันงดงามขึ้นสามเท่า" ท่อง 3 ครั้ง เสร็จแล้วให้จุดเทียนสีชมพูหรือธูปหอม 5.คาถาที่ทำให้เขาเรียกหาคุณ ให้นำกระดาษไขหรือกระดาษธรรมดามาแล้วเขียนชื่อคนที่ต้องการลงไป จากนั้นวาดวงกลมล้อมชื่อให้ครบสองรอบ ขณะที่วาดให้เพ่งจิตถึงหน้าคนที่คุณเขียนชื่อลงไปและภาวนาให้เขาเรียกหาคุณ ขณะที่ทำให้เอาเข็มปักไปตรงชื่อกลางวงกลม แล้ววางเสน่ห์โดยการโทรไปหาเขา 6.ถักผมแลกรัก ตามธรรมเนียมโบราณของชาวไอร์แลนด์ จะให้ผู้ชายถักสร้อยข้อมือโดยใช้เส้นผมของเขาเอง เพื่อมอบให้แก่หญิงที่เขารัก ซึ่งจะไม่มีผลผูกพันจนกว่าหญิงสาวจะยอมรับของขวัญ จึงจะถือว่าเป็นการตอบรับฝ่ายชายและมนต์สะกดจึงจะมีผล 7.คาถารักษาแผล ปิดแผลให้แน่นด้วยทั้งสองนิ้ว และพูดประโยคนี้ซ้ำๆอย่างช้าๆ "ในนามของ แดกดา (Dagda), บริดเจ็ท (Bridget) และ ดิออนเชค (Diancecht) บาดแผลสีแดง กรีดเป็นรอยลึก และเลือดเนื้ออันแสนเจ็บปวด แต่มันจะไม่มีเลือดอีกต่อไป และไม่มีความเจ็บปวดใดใด จนกว่าพระเจ้าจะลงมาสู่โลกอีกครั้ง" 8.คาถาเรียกเงินทอง ให้ถือขนไก่สีดำข้ามทางเทวดาผ่านสามที่ ในขณะที่ถือขนไก่และเหรียญทอง ให้เรียกชื่อของเทพธิดา ไอน์ (Aine) สามครั้ง สิ่งนี้จะนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองตลอดไป

ไอเดียแต่งบ้าน สไตล์ Contemporary Italian
Contemporary

วันนี้ Decor.Mthai จะพาเพื่อนๆ ไปพบกับ ไอเดียแต่งบ้าน สไตล์ Contemporary Italian กันค่ะ บ้าน สไตล์ Contemporary Italian บ้านสไตล์นี้จะมีการตกแต่งแบบร่วมสมัย โดยการนำรูปแบบปัจจุบันมาผสมอย่างกลมกลืนกับรูปแบบต่างๆ ในอดีตค่ะ ไอเดียแต่งบ้าน สไตล์ Contemporary Italian Contemporary Style หมายถึงรูปแบบการตกแต่งแบบร่วมสมัย ซึ่งได้แก่การนำเอางานออกแบบที่เป็นที่นิยมในรูปแบบปัจจุบันมาผสมอย่างกลมกลืนกับรูปแบบต่างๆ ในอดีตอีกอย่างน้อยหนึ่งรูปแบบโดยมีจุดประสงค์เพื่อการดึงเอาความรู้สึกหรืออารมณ์ จากรูปแบบในอดีตมาแต่งกลิ่น หรือเพิ่มรสให้กับงานออกแบบนั้นๆ และเป็นการทำให้งานออกแบบนั้นมีลักษณะข้ามกาลเวลา คือให้ความรู้สึกที่สมดุลกันทั้งสองยุค อย่างลงตัวและกลมกลืน โดยปกติแล้ว รูปแบบร่วมสมัยนี้ มักจะมีรูปแบบพื้นฐานเป็นงานออกแบบที่เรียบง่าย ไม่มีลวดลายซับซ้อน จากนั้นจะตกแต่งให้สวยงามขึ้น หรือเพิ่มความรู้สึกหรือแต่งรสด้วยของตกแต่ง หากจะกล่าวอย่างจริงจัง รูปแบบร่วมสมัยจะเหมาะสำหรับผู้ที่รักศิลปะในยุคต่างๆ ในอดีต แต่ไม่ต้องการนำมาใช้ทั้งหมด โดยอาจจะมี สาเหตุมาจากความไม่เหมาะสมในด้านประโยชน์ใช้สอยของพื้นที่ หรือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ รวมทั้งการนำเอารูปแบบในอดีตมาใช้ทั้งหมดอาจจะทำให้ดูมากจนเกินไป ในปัจจุบันมักจะเน้นที่การให้ความรู้สึกเรียบง่าย สบาย และอบอุ่น และมีการประยุกต์ประโยชน์ใช้สอยต่างๆ ให้เข้ากับ ความต้องการของเจ้าของบ้านเป็นหลัก อาจจะมีการปรับแต่ง เฟอร์นิเจอร์หรือของประดับตกแต่งให้มีประโยชน์ใช้สอยที่แตกต่างไป การออกแบบรูปแบบร่วมสมัยจะต้องมีการกำหนดจุดมุ่งหมายหรือทิศทางเสียก่อนว่าต้องการ ให้งานออกแบบตอบสนองต่อความต้องการใด จากนั้น จึงต้องมีการกำหนดรูปแบบหลัก และรูปแบบรองที่จะนำมาผสมกันโดยรูปแบบหนึ่งในสองรูปแบบนี้ จะต้องสามารถตอบสนองหรือสร้างความรู้สึกตามจุดประสงค์หลักที่ได้วางไว้ในข้างต้น จากนั้นจึงจะถึงขั้นตอนของการสร้างความสวยงามโดยการใช้แสง เสียงหรือแม้กระทั่งกลิ่นเพื่อ เพิ่มความน่าอยู่และน่าสบายให้กับงานออกแบบชิ้นนั้นๆ จะเห็นได้ชัดว่าสไตล์นี้เป็นสไตล์ที่ออกแบบเรียบง่ายแต่ดูดี การเลือกใช้วัสดุให้ดูเหมาะสมตามความต้องการของประโยชน์ใช้สอยก็เป็นเรื่องที่สำคัญ งานออกแบบสไตล์นี้ค่อนข้างแพร่หลายมากและจัดว่าเป็นรูปแบบที่นิยม มากที่สุดรูปแบบหนึ่งในปัจจุบันเลยทีเดียว ถ้าเพื่อนๆ สนใจไอเดียการแต่งบ้านสไตล์ Contemporary ก็ลองนำไปศึกษา และปรับใช้กับบ้านของเพื่อนๆ ดูได้นะคะ การแต่งบ้านสไตล์นี้ถือเป็นอีกหนึ่งสไตล์ที่ได้รับการนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ขอบคุณ :  decoist.com

สวยเกิน! เพื่อนอิจฉา จุดเผาไฟให้เสียโฉม ศัลยกรรมกว่า 30 ครั้งจนสวย
ศัลยกรรม /  อิจฉา / 

สาวสวยถูกไฟเผา ใบหน้าเสียโฉม ศัลยกรรม จนกลับมาสวยปิ๊ง        การส่องกระจกเป็นสิ่งที่เลวร้ายสำหรับเธอคนนี้ สาวผู้เคราะห์ร้ายรายนี้ชื่อว่า เดน่า วูลลิน อายุเพียง 28 ปี ชาวออสเตรเลีย เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อปี 2555 เธอถูกราดด้วยเมทิลแอลกอฮอล์แล้วจุดไฟเผาทั้งเป็นในบ้านของเธอเอง สาเหตุเพราะผู้หญิงหึงหวงแฟนซึ่งเธอได้ไปพูดคุยกับหนุ่มคนนี้ในงานปาร์ตี้ ด้วยความที่เธอเป็นคนรูปร่างหน้าตาดี ฝ่ายหญิงจึงเกิดความอิจฉาในความสวยเลยต้องการทำให้ใบหน้าของเธอเสียโฉมซะเลย วินาทีที่เธอถูกไฟเผาผู้หญิงคนนั้นกลับหัวเราะอย่างสะใจแล้วก็วิ่งหนีไป          หลังจากวันนั้นเธอต้องทนทุกข์เป็นเวลา 30 เดือน ต้องผ่าตัด ศัลยกรรม มากกว่า 30 ครั้ง และต้องใส่หน้ากากอยู่ตลอดเวลา แต่วันนี้เธอได้รับการผ่าตัดจนได้ใบหน้าใหม่ที่สวยไฉไลไม่แพ้หน้าเดิมเลย หลังจากที่ถอดหน้ากากออกแล้ว เธอก็ไปปรากฏตัวเป็นครั้งแรกที่ West Australian Ballet Centre เพื่อไปร่วมเดินแคทวอล์ค ซึ่งเหมือนเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดี        ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสอยู่เสมอ แม้จะต้องผ่านวันที่เลวร้าย แต่เธอก็สู้กับความเจ็บปวดมาตลอดเวลาไม่เคยยอมแพ้ จนวันนี้เธอได้ใบหน้าที่สวยงามกลับคืนมาเหมือนได้ตื่นจากฝันร้าย เธอบอกว่าถ้าย้อนเวลาไปได้ ก็ไม่อยากมีรอยแผลเป็นแบบนี้อยู่บนใบหน้า แต่ตอนนี้เธอรู้สึกภูมิใจแบบสุดๆ สาวผู้ก่อเหตุครั้งนี้ก็ต้องรับกรรมโดยถูกจำคุกเป็นเวลาถึง 17 ปี  นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเรื่องแบบนี้ยังมีหญิงสาวบางรายที่ถูกเพื่อนกรีดหน้าสาดน้ำกรดจนเสียโฉม เพราะอิจฉาที่สวยกว่า ต้นเหตุทั้งหมดเกินจากความอิจฉาริษยากัน มันจึงเป็นดั่งเพลิงเผาทุกอย่างให้โวดวายแม้แต่ตัวเอง คนเราต่อให้ใบหน้าสวยแค่ไหน แต่ถ้าจิตใจตกต่ำก็ไม่มีใครอยากรัก อยากร่วมชีวิตกับคนที่คิดไม่ดีหรอก จริงไหมค่ะ? ภาพนี้เป็นรูปก่อนเหตุกาณ์ที่เธอจะถูกไฟเผา ต้องยอมรับว่าเธอสาวสวยเซ็กซี่ไม่เบาเลยทีเดียว เวลาผ่านไป 2 ปีกว่าๆ เธอได้รับการผ่าตัด ศัลยกรรม จนใบหน้ากลับมาสวยเหมือนเดิม หลังจากที่เปิดหน้ากากเป็นครั้งแรก เธอก็ได้มาร่วมเดินแคทวอร์คเพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้อื่น เรียบเรียงโดย Women mthai team ภาพประกอบจาก www.dailymail.co.uk

มาดูกันว่า ผู้หญิงประเทศไหนที่มีผิวสวยงามที่สุดในโลก ??
ซาอุ /  ซาอุดิอาระเบีย / 

แพทย์ผิวหนัง อ้าง หญิงสาวชาวซาอุฯ คือผู้ที่มีผิวพรรณสวยงามที่สุดในโลก วานนี้ (19ต.ค.)สำนักข่าวอัล-อาราบีญา เผยแพร่เรื่องราวของการ นาจาด อัล นาซร์ แพทย์ผิวหนังที่โรงพยาบาลกลาง ได้อธิบายว่า หญิงสาวในประเทศซาอุดิอาระเบีย เป็นผู้ที่มีผิวสุขภาพดีและสวยงามที่สุดในโลก คุณหมอ นาซร์ กล่าวว่า ผ้าคลุมใบหน้าหรือ ญิฮาบ ที่สามารถป้องกันอันตรายจากแสงแดด ซึ่งจะสามารถป้องกัน ฝ้า กระ และริ้วรอยก่อนวัยอันควรได้ จึงทำให้หญิงสาวชาวซาอุฯมีผิวที่นุ่มบริสุทธิ์และสวยงาม ซึ่งเป็นผลพลอยได้ของการสวมผ้าคลุมหน้า คลุมกาย ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามหลักศาสนาอิสลามนั่นเอง โดยเธอแนะนำว่าผู้หญิงสามารถดูแลผิวของตัวเองให้สวยงาม และมีสุขภาพดีด้วยการ หลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดโดยตรงในเวลา  10:00-16:00 น.และสวมชุดป้องกันแสงแดด เช่นหมวกปีกกว้าง สวมเสื้อผ้าแขนยาวและกางเกงขายาว อาจจะมีแว่นตากันแดดควบคู่กับด้วย Mthai News

ข้อดีของการมี
คู่รัก /  แฟน / 

แน่นอนอยู่แล้วว่า " ความหล่อ " ย่อมเป็นที่สะดุดตาสาวๆ หนุ่มหล่อจึงมักเป็นที่หมายปองของสาวมากหน้าหลายตา แต่เอาเข้าจริง การมีแฟนหล่อก็ใช่ว่าจะทำให้ชีวิตรักเพอร์เฟคต์เสมอไปนะคะ และในความเป็นจริง สาวๆหลายคนก็พบว่าการมีแฟนหน้าตาธรรมดา กลับทำให้ความรักราบรื่นขึ้นซะด้วยสิ วันนี้ จะมาบอกข้อดีของการมี แฟนไม่หล่อ ให้กับสาวๆกันค่ะ 1. แฟนเราจะปลอดภัยจากชะนีร้ายกาจ เพราะหนุ่มหล่อมักเป็นเป้าสายตา และเป็นที่หมายตาของสาวๆ โดยเฉพาะกับความรักแบบ “ผิวเผิน” ที่มองกันแค่ภายนอก ซึ่งไม่ใช่รักแท้ที่มาจากความจริงใจหรือผูกพัน ดังนั้นหนุ่มหล่อที่สะดุดตาผู้คน จึงมักเป็นเป้าของสาวๆจำนวนมากเป็นพิเศษ แถมชะนีร้ายๆ ยังอาจอยากได้ผู้ชายหล่อไปควงเพื่ออวดเพื่อนฝูง ถ่ายรูปโชว์ตามโซเชียลอีกต่างหาก คงไม่ดีแน่ถ้าความหล่อของเขาจะทำให้คุณต้องพารานอยด์ว่าจะมีใครมาแย่งไปเมื่อไหร่ มีแฟนไม่หล่อ ปลอดภัยกว่าแน่นอน ฟันธง ! 2. เขาจะไม่หลงตัวเอง ผู้ชายหล่อๆ บางทีอาจจะไม่ได้ตั้งใจจะหลงตัวเองหรอกค่ะ แต่พอดีมีแต่คนมาเอาอกเอาใจ สาวๆที่รายล้อมก็มีแต่ทำตัวน่ารัก พูดจาดีๆใส่ มันก็ต้องมีบ้างที่จะเผลอเหลิงไปซักหน่อย แถมบางคนยังห่วงหล่อเกิ๊น รู้ว่าคนมองก็เก๊กเข้าไปสิ แต่สำหรับผู้ชายไม่หล่อ ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปเลยซาร่า เพราะทุกคนปฏิบัติกับเขาแบบธรรมดาๆ นั่นเอง 3.  เขาจะยอมคุณมากกว่าพวกผู้ชายหน้าตาดีๆ คนน่ารักมักใจร้าย คนหล่อก็เช่นกัน สืบเนื่องมาจากข้อข้างบน คนหล่อเลือกได้จึงมีอำนาจต่อรองค่อนข้างมาก เวลาคบกันเขามักจะเป็นต่อ (ในกรณีที่ความหล่อของเขารุนแรงแซงความสวยของแฟน) หรือบางที เราเองนั่นแหละที่ใจอ่อนกับความหล่อของเขา หันมาทำหน้าหล่อใส่ทีก็ยอมเค้าไปซะหมด แต่คนไม่หล่อจะไม่มีปัญหานี้ แถมถ้าเขารู้สึกว่าช่างโชคดีที่คนไม่หล่ออย่างเรามีแฟนน่ารักๆ เขาก็จะยื่งยอม ทั้งตามใจและให้อภัยคุณมากกว่าคนหล่อ 4. เขามักจะมีความพยายามพัฒนาตัวเองในด้านอื่นๆ เพราะความต้องการพื้นฐานข้อหนึ่งของคนเราคือ “การเป็นที่ยอมรับในสังคม” คนที่เกิดมาหน้าตาธรรมดาก็ต้องเอาดีอย่างอื่น คนไม่หล่อ (รวมทั้งคนไม่สวย) ที่รักดี ก็จะยิ่งมีความพยายามมากเป็นพิเศษที่จะเป็นที่ยอมรับในด้านอื่น เช่น หน้าที่การงาน คุณความดี หรือการสร้างฐานะ ในขณะที่คนที่เกิดมาหน้าตาเป๊ะอยู่แล้ว ไม่ต้องทำอะไรคนก็ชื่นชมตั้งแต่แรกเห็น อาจทำให้นิ่งนอนใจได้ 5. คนอื่นจะมองไปที่คุณความดีหรือความสามารถของเขา ถ้าคุณมีแฟนหล่อ ใครเห็นแฟนคุณปุ๊บ ก็จะคิดว่า .. อ๋อ แฟนหล่อ … จบ (ทั้งๆที่เขาอาจมีดีอย่างอื่นก็ได้) แต่ถ้าคุณมีแฟนที่ดูธรรมดา หรือไม่หล่อเอาซะเลย คนรอบข้างของคุณก็จะมองลึกเข้าไปว่าเขามีดีอะไรน้า คุณถึงได้รัก ทำให้ได้เห็นข้อดีอื่นๆของแฟนคุณ และจะรักเขาเหมือนที่คุณรักได้ไม่ยาก ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้ความรักของคุณอบอุ่นและมั่นคงมากขึ้นด้วย 6. คุณจะดูสวยขึ้นมาทันที เวลาไปไหนมาไหนด้วยกัน แถมยุคนี้ไปไหนก็ต้องอัพรูปอีกใช่มั้ยล่ะคะ แล้วถ้าแฟนหล่อเว่อร์ ถามว่าเครียดมั้ย ? เครียดสิคะ เราก็ต้องทำตัวให้สวยๆตลอดเวลา ไม่งั้นคุณอาจถูกเมาท์ได้ว่าเราเป็นพี่สาว น้าสาว หรือเป็นบ่าวมาเดินกับคุณชายที่ไหน ถึงแม้ความจริงคุณจะหน้าตาดีในระดับนึง แต่ถ้าเอาหน้าไปแนบชิดกับคนหล่อเป๊ะ จะรอดเหรอ .. มีแฟนไม่หล่อสบายใจ ทั้งเวลาไปไหนและถ่ายรุปออกมายังไงเราก็สวยอยู่ดีค่ะ 7. ภูมิใจได้เลยว่าคุณไม่ได้รักคนที่ภายนอก ข้อสุดท้ายนี้ กลับมาที่ใจของเราเองบ้างค่ะ การที่คุณรักใครซักคนที่จิตใจ และคุณงามความดีของเขา (ยกเว้นคนที่มีแฟนไม่หล่อ แต่ชอบเพราะเขารวยมากอันนี้ไม่นับนะคะ ! ) นั่นแสดงถึงว่าตัวคุณเองมีจิตใจที่สวยเช่นกัน ที่ไม่ตัดสินคนจากภายนอก และการรักเขาที่ข้างใน ย่อมจะทำให้ความรักของคุณมั่นคงมากกว่ารักที่ภายนอก เพราะความหล่อ ความสวย นานวันมีแต่จะลดลง แต่ความเข้าใจมีแต่จะเพิ่มคุณค่ามากขึ้นทุกวันๆค่ะ   แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คนหล่อทุกคนก็ใช่ว่าจะคบยาก หรือคนไม่หล่อทุกคนก็ใช่ว่าจะแสนดีไปหมด เพียงแต่มีแนวโน้มมากกว่าเท่านั้นเอง นอกนั้นก็แล้วแต่ตัวบุคคลนะคะ อย่างไรก็ตามก็หวังว่าจะทำให้สาวๆที่มีแฟนดูธรรมดาจะภูมิใจในตัวแฟนของคุณมากขึ้น และหนุ่มๆที่คิดว่าตัวเองไม่หล่อจะมีกำลังใจมากขึ้นนะคะ ทุกคนมีคุณค่าในตัวเอง เพียงทำให้ดีที่สุดในแบบของเราเท่านั้นเองค่ะ ขอบคุณที่มาจาก girlsfriendclub.com

10 ที่พักที่มีชื่อสุดแปลก
10 อันดับ /  ที่พัก / 

ความแตกต่างของที่พักแต่ละที่นั้นมีความแตกต่างกันออกไป ว่าจะใช้จุดไหนเป็นจุดดึงดูดลูกค้า และวันนี้ทาง Travel.mthai.com ขอแนะนำที่พักที่มีชื่อสุดแปล๊กแปลกและมันเป็นอะไรที่สุดติ่งกระดิ่งแมวมากๆเลยล่ะ แล้วจะรอช้าอยู่ทำไม เลื่อนไปชมกันเลยดีกว่า 10 ที่พักที่มีชื่อสุดแปลก 1. เมียจ๋า (Meir Jarr Hotel)      โรงแรมเมียจ๋า (Meir Jarr Hotel) เป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนที่คุณจะได้ดื่มด่ำกับสีสันของภูเก็ต ด้วยทำเลที่ไม่ไกลจากตัวเมือง สามารถเดินทางไปถึงสนามบินได้ภายใน 45 นาที อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ศูนย์ฝึกมวยไทย, ไซม่อนคาบาเร่ต์, ถนนกลางคืนบางลา, หาดป่าตอง รวมถึงศูนย์การค้าจังซีลอน ในระยะเดินถึง      ส่วนของห้องพักทั้งหมด 83 ห้อง ประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่คัดสรรมาอย่างดี เพื่อมอบความสะดวกสบายแก่ผู้เข้าพัก อาทิ มินิบาร์, ตู้นิรภัย, อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง พร้อมบริการทำความสะอาดทุกวัน นอกจากนี้ด้านนอกของโรงแรมยังมี สระว่ายน้ำกลางแจ้ง ที่มองเห็นวิวภูเขาและท้องฟ้าแบบเปิดโล่ง ปิดท้ายด้วย ห้องอาหารสุดหรู ให้คุณอิ่มเอมกับเมนูอาหารเลิศรสในบรรยากาศสุดพิเศษ รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> เมียจ๋า (Meir Jarr Hotel) _________________________________ 2. ราชา (The Racha)      ราชา (The Racha) รีสอร์ทหรูระดับพรีเมี่ยม บนเกาะราชาใหญ่ทางตอนใต้ของภูเก็ต ที่คุณจะรู้สึกถึงความสบายในแบบที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนราวกับได้พักผ่อนอยู่ในวังของพระราชา วิลล่าที่ให้บริการทุกหลัง มาพร้อมระเบียงชมวิวส่วนตัวและสิ่งอำนวยความสะดวกมาตรฐานสากล      ภัตตาคารในรีสอร์ท ประกอบด้วย Earth Café ที่ดินเนอร์บรรยากาศดีบนระเบียงกลางแจ้ง, Fire Grill  อิ่มอร่อยกับพิซซ่าและพาสต้าในมื้อกลางวัน และอาหารเลิศรสสำหรับมื้อค่ำ รวมถึง Ice Bar และ Club Del Mar ที่พร้อมเสิร์ฟค็อกเทลเย็นๆ นอกจากนี้ ยังมี Sun Set Beach ที่ให้บริการบาร์บีคิวทะเลและสเต็กเนื้อนุ่มริมอ่าวทะเล และรีสอร์ทแห่งนี้ยังได้รับการยอมรับให้เป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ ที่ใครต่อใครต่างหลงเสน่ห์ในบรรยากาศอันเงียบสงบ เหมาะแก่การหลีกหนีความวุ่นวายสู่การพักผ่อนสุดพิเศษบนชายหาดที่สวยงามราวกับภาพวาด   รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ราชา (The Racha) _________________________________ 3. ยายย่า หัวหิน (YaiYa Hua Hin)      ยายย่า หัวหิน (YaiYa Hua Hin) บูติครีสอร์ทสไตล์ไทยๆ ที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงามเป็นเอกลักษณ์ ตัวโรงแรมตั้งอยู่ระหว่างชะอำกับหัวหิน ท่ามกลางสวนสวย พร้อมกลิ่นหอมจากต้นจันทน์เทศที่ปลูกเรียงรายไว้รอบรีสอร์ท เพื่อสร้างความผ่อนคลายแก่ผู้เข้าพัก ห้องพักของที่นี่ก็มีให้เลือกหลายรูปแบบ แต่ละห้องตกแต่งอย่างหรูหราสไตล์ไทยประยุกต์ ไม่ว่าจะเป็นห้องแบบ Pool Villa ที่มีสระว่ายน้ำส่วนตัวและห้องนั่งเล่น, Deluxe Terrace ห้องพักวิวสวน หรือ Deluxe Sea Terrace ห้องพักวิวทะเล นอกจากนี้ ด้านนอกยังมี สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ บนชายหาดส่วนตัว และสามารถเพลิดเพลินไปกับ สปาทรีตเม้นท์ ที่ YaiYa Spa หรือจะเลือกดื่มด่ำรสชาติอาหารไทย และอาหารยุโรป ที่ ร้านอาหาร Thai Pas และนั่งกินบรรยากาศชิลๆที่ The Sand Bar   รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ยายย่า หัวหิน (YaiYa Hua Hin) _________________________________ 4. บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท (Baan Krating Pai Resort)      บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท (Baan Krating Pai Resort) รีสอร์ทธรรมชาติริมแม่น้ำปาย ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองปายเพียง 20 นาที ทัศนียภาพรอบรีสอร์ทสวยงามด้วยวิวภูเขาและทุ่งข้าวสีทองอร่าม ที่นี่บริการห้องพักแบบวิลล่าแยกเป็นหลัง ตกแต่งสไตล์ไทยกลิ่นอายภาคเหนือ      ผู้เข้าพักสามารถเพลิดเพลินกับสระว่ายน้ำและจากุสซี่ด้านนอก ซึ่งล้อมรอบด้วยทิวทัศน์ชนบทอันงดงาม บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท ยังบริการอาหารเหนือและอาหารนานาชาติตลอดทั้งวัน และเต็มไปด้วยกิจกรรมกลางแจ้งสำหรับผู้ที่ชอบความสนุกตื่นเต้น อาทิ กิจกรรมพายเรือคายัคตามลำน้ำปาย, ล่องแก่งไปกับผู้เชี่ยวชาญ, เดินป่า, ขี่ช้างไปตามทุ่งนา, เยี่ยมชมหมู่บ้านชาวเขา, แวะชมน้ำตกและบ่อน้ำพุร้อน, เที่ยวสถานที่น่าสนใจในอำเภอปาย ฯลฯ บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท แห่งนี้จึงเป็นจุดหมายปลายทางของผู้ที่รักธรรมชาติอย่างแท้จริง รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท (Baan Krating Pai Resort) _________________________________ 5. อียิปต์ บูทิก โฮเทล (Egypt Boutique Hotel)      เมืองกรุงก็มีที่พักสไตล์เมืองนอกกับเค้าเหมือนกัน อียิปต์ บูทิก โฮเทล (Egypt Boutique Hotel) ที่พักสไตล์อียิปต์สีสันสะดุดตา ที่นี่เหมือนยกเอาสถาปัตยกรรมจำลองของเมืองไคโร ดินแดนทะเลทรายแห่งอียิปต์มาไว้กลางกรุง โดยเนรมิตพื้นที่ในซอยรามคำแหง 65 หรือซอยลาดพร้าว 122 ให้กลายเป็นเมืองแห่งฟาโรต์ ตั้งแต่แรกเห็น ทุกย่างก้าวจากภายนอกจนถึงในห้องพัก จะได้สัมผัสกับบรรดารูปปั้นสฟิงซ์ และรูปภาพโบราณของอียิปต์ จนแทบลืมไปเลยว่าโรงแรมแห่งนี้อยู่ในเมืองไทย ที่นี่มีห้องพักให้บริการมากถึง 110 ห้อง ทุกห้องแม้จะตกแต่งด้วยสีสันที่ฉูดฉาด แต่กลับให้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลายเมื่อได้เข้าพัก นอกจากนี้ ยังได้รื่นรมย์กับบริการนวดอีกด้วย   รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> อียิปต์ บูทิก โฮเทล (Egypt Boutique Hotel) _________________________________ 10 ที่พักที่มีชื่อสุดแปลก 6. ฮัทช่า รีสอร์ท (Hutcha Resort)      ฮัทช่า รีสอร์ท (Hutcha Resort) รีสอร์ทสุดชิลทางเหนือของเกาะสมุย ซ่อนตัวอยู่ในเมืองเก่าเขตแม่น้ำ ตั้งอยู่ริมทางน้ำที่ไหลมาจากเทือกเขาใกล้ๆ ที่ตั้งของฮัทช่านั้นมีเอกลักษณ์ มีทางเดินลงสู่หาดแม่น้ำที่สวยงาม การออกแบบของฮัทช่านั้นเน้นเรื่องความสะดวกสบายและความทันสมัย กระท่อมปูนฉาบทันสมัยออกแบบมาอย่างเรียบง่าย เข้ากับพื้นกระเบื้องและหลังคามุงจาก "กระท่อม" แต่ละหลังมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายต่างๆ ตั้งแต่น้ำร้อนจนถึงเฉลียงส่วนตัว มีทั้งห้องติดพัดลมและห้องปรับอากาศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้เลือกสรรตามความต้องการ กระท่อมตั้งอยู่ริมลำธารที่คดเคี้ยวอยู่ในรีสอร์ท เติมเต็มด้วยสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติและสวนเขียวขจีของฮัทช่า รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ฮัทช่า รีสอร์ท (Hutcha Resort) _________________________________ 7. สลีป บอกซ์ (SLEEP BOX Hotel)      SLEEP BOX ที่พักบรรยากาศแปลกใหม่ราคาไม่แพง ตอบโจทย์คนที่มีงบประมาณจำกัด SLEEP BOX ตั้งอยู่ริมถนนรัตนโกสินทร์ จังหวัดเชียงใหม่ ไม่ไกลจากกาดเมืองใหม่ (ตลาดสดขนาดใหญ่ ริมแม่น้ำปิง) ด้วยรูปทรงของตู้คอนเทนเนอร์ที่เป็นหัวใจหลักของที่นี่ ซึ่งถูกวางซ้อนกันไว้สองชั้น เว้นที่ว่างระหว่างตู้เอาไว้เป็นทางสัญจร ด้านบนใช้หลังคาเมลัทชีทเพื่อกันความร้อนและฝน ส่วนพื้นที่ภายในแบ่งเป็นห้องพักจำนวน 21 ห้อง ที่ตกแต่งไว้อย่างทันสมัย โซนโถงรับรองก็ใช้ไม้เก่าและไม้ไผ่เป็นวัสดุหลัก รวมไปถึงขวดเปล่าที่ถูกนำมารีไซเคิลเป็นโคมไฟสุดชิค นอกเหนือไปจากภาพลักษณ์อันดุดันของตู้คอนเทนเนอร์แล้ว ที่นี่ยังให้อารมณ์แบบสปอร์ตตี้ สีสันสดใสโดนใจคนรุ่นใหม่อีกด้วย        รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> สลีป บอกซ์ (SLEEP BOX Hotel) _________________________________ 8. หินตกริเวอร์แคมป์ แอท เฮลล์ไฟร์พาส (HinTok River Camp@Hell Fire Pass)      หินตกริเวอร์แคมป์ แอท เฮลล์ไฟร์พาส (Hintok River Camp @ Hell Fire Pass) ที่พักสำหรับนักผจญภัยที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติอันเเสนสงบ ซึ่งตั้งอยู่บนเขาหินตก จังหวัดกาญจนบุรี เป็นสถานที่ที่มีแม่น้ำแควไหลผ่าน และเต็มไปด้วยเรื่องราวอันน่าจดจำทางประวัติศาสตร์ มาที่นี่คุณจะได้พักค้างแรมในเต้นท์หรูสไตล์แอฟริกันซาฟารี เต็นท์ทุกหลังมีห้องน้ำในตัวและระเบียงส่วนตัวที่สามารถมองเห็นวิวป่าไม้และแม่น้ำแควได้อย่างสวยงาม หรือจะเลือกห้องอาบน้ำแบบกลางแจ้งก็ได้บรรยากาศไม่น้อย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมแคมป์ปิ้งที่สนุกตื่นเต้นอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น พายเรือแคนู ล่องแพ ปีนผา บาร์บีคิวกลางแจ้ง และแคมป์ไฟตอนกลางคืน รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> หินตกริเวอร์แคมป์ แอท เฮลล์ไฟร์พาส (HinTok River Camp@Hell Fire Pass) _________________________________ 9. พบทะเล รีสอร์ท (Meet the Sea Resort)      พบทะเล รีสอร์ท (Meet the Sea Resort) รีสอร์ทริมทะลในบรรยากาศเงียบสงบเป็นส่วนตัว ให้คุณผ่อนคลายท่ามกลางธรรมชาติและห้อมล้อมด้วยทิวแถวต้นมะพร้าว รีสอร์ทแห่งนี้ตั้งอยู่บนหาดส่วนตัวในอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ในส่วนห้องพักตกแต่งอย่างหรูหราสไตล์ฮิปสุดเท่ห์ เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เครื่องปรับอากาศ ทีวี เครื่องทำน้ำอุ่น ตู้เย็น และอินเตอร์เน็ต  Wi-Fi ทุกพื้นที่ นอกจากบริการอันน่าประทับใจแล้ว คุณจะได้ผ่อนคลายไปกับบรรยากาศริมชายหาดส่วนตัว เพลิดเพลินกับกิจกรรมต่างๆทั้ง ตกปลา ตกหมึก พายเรือคายัค ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำในสระว่ายน้ำกลางแจ้งริมทะเล พร้อมสระเด็กและจากุซซี่ รวมถึงบริการนวด และอื่นๆอีกมากมาย รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> พบทะเล รีสอร์ท (Meet the Sea Resort) _________________________________ 10. วิลล่า ชาช่า จ้าวหลาว บีช รีสอร์ท (Villa Cha Cha Chaolao Beach Reosrt)      รีสอร์ทชื่อน่ารัก วิลล่า ชาช่า เจ้าหลาว บีช รีสอร์ท (Villa Cha Cha Chaolao Beach Reosrt) ที่พักกลิ่นอายบาหลี ซึ่งถูกออกแบบอย่างเป็นสัดเป็นส่วนในรูปของ บ้านพักหลากสีสัน ที่มาพร้อมระเบียงไม้หน้าบ้านทุกหลัง เพื่อชื่นชมความร่มรื่นของแมกไม้อันเขียวชอุ่ม เติมเต็มความเป็นส่วนตัวในวันพักผ่อนได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ รีสอร์ทตั้งอยู่บนชายหาดส่วนตัว ติดกับหาดเจ้าหลาว ทางฝั่งตะวันออกของจังหวัดจันทบุรี จึงพร้อมเสิร์ฟอาหารทะเลสดๆให้คุณได้ลิ้มลองกันอย่างจุใจ และหากอยากทำกิจกรรมยืดเส้นยืดสาย ที่นี่ก็มีทั้ง กิจกรรมนั่งเรือท้องกระจกชมปะการังน้ำตื้น ตกปลา ไดหมึก ฯลฯ ให้เลือกแบบไม่อั้นเลยทีเดียว รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> วิลล่า ชาช่า จ้าวหลาว บีช รีสอร์ท (Villa Cha Cha Chaolao Beach Reosrt) _________________________________

20 เรื่องจริงคนเหนือมนุษย์
10 อันดับ /  จัดอันดับ 2014 / 

ถ้าลองให้เพื่อนๆ จินตนาการเกี่ยวกับ “คนเหนือมนุษย์” ทีนเอ็มไทยเชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงเหล่าซุเปอร์ฮีโร่ในหนังหรือการ์ตูนกันแน่นอน เพราะความจริงในโลกของเราจะมีคนเหนือมนุษย์อยู่จริงได้ยังไงกันเล่า! แต่อย่าเพิ่งด่วนสรุปไปคะ 20 เรื่องจริงคนเหนือมนุษย์ ที่ทีนเอ็มไทยนำมาให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันนี้ พวกเขาอาจจะไม่ได้มีพลังวิเศษอ่านใจใครได้ บินได้ ปล่อยแสงได้ แต่ทั้ง 20 เรื่องจริงคนเหนือมนุษย์นี้มีความสามารถที่คนธรรมดาอย่างเราทำไม่ได้และไม่คิดว่าจะมีคนแบบนี้ด้วยซ้ำไปหน่ะสิ ถ้าไม่เชื่อเราไปติดตามกันเลยคะ 20 เรื่องจริงคนเหนือมนุษย์ 1. Ma Xiangang (สามารถต้านทานกระแสไฟฟ้าได้) ความบังเอิญเพราะวันหนึ่งนาย Xiangang ได้พยายามซ่อมทีวีที่เสียและบังเอิญมือของเขาดันไปโดนสายไฟที่ยังมีไฟฟ้าเลี้ยงอยู่ แต่แทนที่เขาจะถูกช็อตจนไหม้เกรียม เค้ากลับไม่มีความรู้สึกเจ็บสักนิด และด้วยความสงสัยเค้าเลยไปทดสอบความสามารถของตนเองอีกครั้งด้วยการจับสายไฟที่มีกระแสไฟฟ้ารั่ว และเค้าก็ต้องประหลาดใจ เพราะนอกจากจะไม่ถูกไฟฟ้าช็อตแล้วเค้ายังไม่รู้สึกเจ็บโดยผิวหนังของเขาสามารถต้านทานกระแสไฟฟ้าได้มากกว่าคนทั่วไป 7-8 เท่า 2. Dean Karnazes (ชายที่ไม่มีวันเหนื่อย) พลังพิเศษของเขา คือ สามารถวิ่งมาราธอนได้ถึง 50 รายการใน 50 รัฐ เป็นเวลา 50 วันนอกจากนั้นเขายังวิ่งในระยะทาง 350 ไมล์ (563กิโลเมตร) ในเวลา 3 วันติดต่อกันโดยไม่หยุดพัก ได้มีการทดสอบร่างกายของนาย Dean ว่าทำไมร่างกายเขาจึงสามารถทนทานการออกกำลังกายได้มากกว่าคนทั่วไป และผลการทดสอบพบว่า ถ้าเป็นคนปกติหลังจากการวิ่งมาราธอนกล้ามเนื้อจะได้รับความเสียหายประมาณ 2,400 CPK แต่นาย Dean กลับมีค่าความเสียหายเพียง 447 CPK เท่านั้น สำหรับผลสรุปการทดสอบออกมาได้ว่า ถ้าเขายังคงอยู่ในสภาพนี้ต่อไปเรื่อยๆ เขาจะสามารถวิ่งด้วยความเร็ว 7-10 นาที ต่อไมล์ไปได้เรื่อยๆ ตลอดกาล 3. Stephen Wiltshire (มีความสามารถที่ไม่มีวันลืมสิ่งที่เห็น) Stephen Wiltshire สามารถวาดภาพทิวทัศน์ของประเทศและเมืองต่างๆ จากความทรงจำเท่านั้น เขาสามารถจดจำทุกๆ รายละเอียดได้ แม้ะจะดูแค่เพียงแว้บเดียว และจนถึงทุกวันนี้เค้าก็ยังจดจำภาพที่เขาเคยเห็นได้ทุกภาพ Stephen เป็นคนที่มีอาการของโรคออทิสติก แต่เขาก็มีสิ่งที่ทดแทนกันได้นั่นคือ ความสามารถในการจดจำและเขายังเคยขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปดูทิวทัศน์จากด้านบนของเมือง New York ขนาดใหญ่ที่มีความสมบูรณ์และรายละเอียดได้ ถูกต้อง 100 เปอร์เซ็นต์ อ่านเพิ่มเติม http://teen.mthai.com/variety/57036.html 4. Kim Peek (ความสามารถจดจำทุกสิ่งทุกอย่างได้) เขาสามารถจำเนื้อหาในหนังสือทั้งหมดที่เคยอ่านได้ จำนวน 12,000 เล่มได้ โดยเขาสามารถอ่านได้ทีละ 2 หน้าพร้อมๆกัน ตาซ้ายอ่านหน้าซ้ายตาขวาอ่านหน้าขวา เขายังสามารถจดจำทุกสิ่งที่เคยได้พบเจอมาตลอดชีวิตด้วยลายละเอียดที่ถูกต้องถึง 98 เปอร์เซ็นต์ แม้แต่สภาพอากาศที่ย้อนกลับไป 10 ปีที่แล้ว ซึ่งสาเหตุที่ทำให้นาย Kim มีความสามารถนี้เกิดจากความผิดปกติตั้งแต่กำเนิดชนิดหนึ่ง ซึ่งส่งผลทำให้พื้นที่ความจำของเขามีขนาดใหญ่กว่าคนปกติ โดยนาย Kim Peek เสียชีวิตในปี 2009 อ่านเพิ่มเติม http://teen.mthai.com/variety/57036.html 5. Wim Hof (มีความสามารถในการต้านทานความเย็น) ชายผู้นี้มีความสามารถพิเศษในการต้านทานความหนาวเย็น เพราะความเย็นไม่สามารถทำอะไรร่างกายเขาได้เลย ซึ่งเคยมีการทดลองโดยให้เขาดำน้ำเย็นจัด ที่สามารถฆ่าคนปกติได้ในเวลาไม่กี่นาที แต่ปรากฏว่าอุณหภูมิในร่างกายเขาแทบจะไม่ลดลงเลย ซึ่งเขาสามารถทำได้แม้กระทั่งปีนเทือกเขาเอเวอร์เรสโดยใส่กางเกงขาสั้นเพียงตัวเดียว โดยนาย Wim Hof บอกว่าความสามารถของเค้าได้มาจากการทำสมาธิ 6. Isao Machii (สุดยอดปฏิกิริยารีเฟล็กซ์) ซามูไรผู้ที่มีปฏิกิริยารีเฟร็กซ์(ปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้สมองสั่ง)ที่ยอดเยี่ยมโดยสามารถตัดสิ่งของต่างๆด้วยดาบซามูไรให้ขาดครึ่งได้แม้จะเป็นของเล็กๆ หรือกระทั่งตัดลูกกระสุนปืนอัดลมให้ขาดครึ่งเพราะเป็นความสามารถแบบนี้เราจะพบเจอได้แค่ในหนังเท่านั้น โดยความสามารถของเขาถูกอธิบายไว้ว่า เป็นความสามารถรับรู้ความเคลื่อนไหวของสิ่งที่พุ่งเข้ามาหาเขา และใช้สัมผัศแบบอื่นนอกเหนือจากการมองเห็น โดยเป็นระบบประมวลผลการรับรู้ที่อยู่ในระดับสูงขึ้นไปกว่าในคนทั่วไป 7. Saul Aaron Kripke (ฉลาดจน Harvard เชิญให้ไปเป็นอาจารย์สอนขณะที่เรียนอยู่ไฮสคูล) Kripke เริ่มศึกพีชคณิตเมื่อตอยอยู่เกรด 4 และพอจบชั้นประถมก็เรียนรู้เรขาคณิต และ แคลคิวลัสจนทะลุปรุโปร่ง จึงหันไปสนใจปรัชญา โดยเขียนบทความหลายชิ้นทั้งในเรื่องของอรรถศาสตร์ (semamtics) และตรรกวิทยาแบบ Modal Logic ในขณะที่อายุเพียง 16 ปี และหนึ่งในผลงานด้านตรรกวิทยานั้นทำให้ได้รับจดหมายเชิญจากภาควิชาคณิตศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เชิญชวนให้เขาไปเป็นอาจารย์ ซึ่งเค้ากลับตอบปฏิเสธไปโดยให้เหตุผลว่า “แม่ผมบอกว่าให้ผมเรียนจบไฮสคูลและมหาวิทยาลัยเสียก่อนดีกว่า” Kripke ยังได้รับรางวัล Shock Prize ซึ่งเป็นรางวัลทางด้านปรัชญาที่เทียบได้กับรางวัลโนเบล และในปัจจุบันเขาได้รับการยกย่องว่าเป็นปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกที่ยังมีชีวิตอยู่ 8. Akrit Jaswal (สามารถเป็นศัลยแพทย์ด้วยวัยเพียง 7 ขวบ) “เด็กผู้ชายที่ฉลาดที่สุดในโลก” เพราะมี IQ ถึง 146 และได้รับการยอมรับว่าเป็นคนที่ฉลาดที่สุดเด็กๆที่อายุเท่าๆกัน และในปี 2000 เค้าได้ทำการรักษาคนไข้คนแรกที่บ้านของตัวเองด้วยวัยเพียง 7 ขวบ ซึ่งคนไข้เป็นเด็กอายุ 8 ขวบที่มีฐานะยากจน มือของเธอถูกๆไฟลวกทำให้นิ้วมือกำแน่นติดกัน ซึ่งในตอนนั้นเขายังไม่เคยได้เรียนวิชาทางแพทย์อย่างเป็นทางการ และยังไม่มีประสบการณ์ในการผ่าตัดใดๆ แต่เขาก็สามารถทำให้นิ้วมือของเด็กหญิงคลายออกมาได้และใช้มือได้เป็นปกติอีกครั้ง โดยขณะนี้ Akrit กำลังเรียนเรียนปริญญาตรีสาขาวิทยาศาสตร์อยู่ที่วิทยาลัย Chandigarth และยังเป้นนักศึกษาที่อายุน้อยที่สุดที่มหาวิทยาลัยอินเดียเคยรับเข้าเรียน 9. Gregory Smith (ถูกเสนอชื่อให้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เมื่อมีอายุเพียง 12 ขวบ) Gregory สามารถอ่านหนังสือออกตั้งแต่อายุ 2 ขวบ และเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเมื่ออายุ 10 ขวบเท่านั้น และเด็กหนุ่มคนนี้ตัดสินใจออกเดินทางไปทั่วโลกเพื่อรณรงค์เรื่องสันติภาพและสิทธิเด็ก และได้ก่อตั้ง International Youth Advocates ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้การสนับสนุนหลักการแห่งสันติภาพและความเข้าอกเข้าใจระหว่างเยาวชนทั่วโลก เขาเคยได้พบกับผู้นำคนสำคัญอย่าง Bill Cliton และ Mikhail Gorbachev และยังเคยปฐกถาต่อหน้าที่ประชุม UN อีกด้วย จากการทำงานด้านมนุษยธรรมนี้ ทำให้เขาได้ถูกเสนอชื่อให้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพถึง 4 ครั้ง 10. Kim Ung – Yong (จบปริญญาเอกตอนอายุ 15 และมีไอคิวสูงที่สุดในโลก) ถือได้ว่าเป็นมนุษย์ที่ฉลาดที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่ โดย Guinness Book of World Records บันทึกว่าเค้ามี IQ สูงที่สุดในโลกคือสูงกว่า 210 สามารถอ่านภาษาญี่ปุ่น เกาหลี เยอรมัน และอังกฤษ ได้ตั้งแต่ 4 ขวบ และตอนครบ 5 ขวบก็สามารถแก้โจทย์ แคลคิวลัส ที่ซับซ้อนได้ และยังได้เป็นนักเรียนรับเชิญในชั้นเรียนวิชาฟิสิฟส์ที่มหาวิทยาลัย Hanyang ตั้งแต่อายุ 3-6 ขวบพออายุ 7 ขวบ NASA ก็เชิญเค้าไปที่อเมริกาและเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัย Colorado ในปี 1974 จนได้ Ph.D ด้านฟิสิกส์ตั้งแต่ก่อนที่เขาจะมีอายุครบ 15 ปี โดยระหว่างที่เรียนเขาก็เริ่มทำงานวิจัยที่ NASA ไปด้วย และทำต่อมาตลอดจนกระทั่งกลับเกาหลีจึงได้ตัดสินใจเปลี่ยนสาขาจากฟิสิฟส์ไปเป็นวิศวกรรมโยธาและศึกษาจนได้รับปริญญาเอก ขอบคุณขอ้มูล http://pantip.com/topic/3241414

ภาพโฆษณากับความเป็นจริง เบื้องหลังโรงแรมหรู
ภาพถ่ายโรงแรม /  โรงแรมหรู

เพื่อต้องการสร้างความเชื่อถือให้ลูกค้า เว็บจองโรงแรม Oyster แอบส่งนักสืบไปใช้บริการตามโรงแรมต่างๆ แล้วบันทึกภาพมาเปรียบเทียบกับภาพโฆษณาในเว็บไซต์ แน่นอนบางโรงแรมก็ทำให้แขกตกใจเพราะความเป็นจริงช่างต่างกันลิบลับ สระว่ายน้ำกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาแท้จริงมีขนาดเล็กเหมือนสระว่ายน้ำในหลังบ้านใครสักคน หรือไม่ก็กลับเหมือนบ่อปลาคาร์ฟในล็อบบี้ งานแต่งงานบนหาดอันแสนโรแมนติก ความเป็นจริงแล้วกลับมีแขกไม่ได้รับเชิญเป็นนักท่องเที่ยวในชุดว่ายน้ำเนื้อตัวเต็มไปด้วยเซลลูไลท์ยืนเท้าสะเอวดูราวกับชมมหรสพ ฯลฯ ภาพโฆษณากับความเป็นจริง เบื้องหลังโรงแรมหรู โรงแรมเหล่านี้บางแห่งไม่ได้มีเจตนาหลอกลวงแขก แต่เพื่อต้องการสร้างภาพสวยหรูมากเกินไป...คงจะดีไม่น้อยหากขึ้นข้อความด้วยว่า “ภาพเหล่านี้ใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น” ภาพที่ใช้ในการโฆษณาเป็นสระว่ายน้ำที่มีขนาดใหญ่พอสมควร ดูแล้วน่าเล่นมากๆ แต่พอกลับเป็นภาพจริงกลับมีขนาดเล็กนิดเดียวเอง... San Juan Photo Fake out: Bringing the pool crop to a whole new level Miami Photo Fake out: An Indoor Kiddie Pool Turned Adult ภาพที่ใช้ในการโฆษณาทางการตลาดเป็นภาพด้านบนซึ่งไม่มีเสาไฟจราจร และเสาไฟส่องทางถนนเลย...แต่พอภาพความเป็นจริงเสาไฟก็มีขึ้นมาสะงั้น !! ในภาพที่ใช้โฆษณาคู่รักคู่นี้ดูมีความสุขกันมาก นั่งแช่น้ำในอ่างจากุซซี่คุยกันไป ดื่มแชมเปญกันไปอย่างมีความสุข แต่ภาพด้านล่างมันไม่ใช่อย่างงั้นนะสิ....ดูอ่างจากุซซี่จะเล็กเกินไปนะ Jamaica Photo Fake out: Sexy lady phenomenon ภาพด้านบนตกแต่งได้อย่างสวยงามดูแล้วน่าไป..แต่พอภาพด้านล่างดูไม่ค่อยสวยเท่าไรเลย ภาพที่ใช้ในการโฆษณาช่างต่างกับภาพความเป็นจริงเลย ภาพที่ใช้ในการโฆษณาโรงแรมมีนายแบบอยู่ในสระว่ายน้ำขนาดใหญ่..แต่พอไปถ่ายจริงกลับมีขนาดเล็กนิดเดียว ดูภาพด้านบนแล้วช่างสวยงาม มีความสะดวดสบาย สงบน่าไปพักผ่อนสุดๆ แต่ในความเป็นจริงมีผู้คนมาพักผ่อนค่อยข้างเยอะมาก Miami Photo Fake out : Blue Moon shows off a too-blue pool สระว่ายน้ำที่บนดาดฟ้าของตึกดูเหมือนจะมีขนาดใหญ่ ให้ว่ายน้ำเล่นได้ แต่มันไม่ใช่อย่างงั้นเลย กลับมีขนาดเล็ก (นั่งลงแช่น้ำได้อย่างเดียว) New York Photo Fake out: The skinny on a not-so-wide pool New York Photo Fake out: The Two By Four Room ภาพที่ใช้ในทางการตลาดค่อนแตกต่างกับความเป็นจริงมาก...ภาพที่ใช้ในการโฆษณาดุชายหาดช่างกว้างขวางน่าไปเดินเล่น และเล่นน้ำทะะลมากเลย ส่วนในภาพความเป็นจริงมีผู้คนมากมายนอนอยู่บนเก้าอี้อาบแดดกันล้นหลาม ภาพด้านบนดูมีพื้นที่กว้างขวางมากมีที่นั่งให้มานั่งชิวๆ กัน แต่มองดูภาพด้านล่างกลับไม่เหมือนกันสะงั้น ว้าว...ห้องอาหารสุดหรูอาหารหน้าตาน่าทาน ดูสะอาดสะอ้านมากเลย แต่ในความเป็นจริงมันไม่ใช่เลย !! Groupon Photo Fake out: A Not-So-Shiny Pool L.A. Photo Fake out: When flora goes missing ห้องพักที่ตกแต่งได้อย่างสวยงาม น่าเข้าพัก มีวิวที่สวยงาม แต่ดูภาพความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่เลย วิวที่เป็นตึกสูงๆ สวยๆ แต่กลับเป็นอีกด้านหนึ่งของโรงแรม และห้องพักที่ตกแต่งได้สวยงามกลับไม่เหมือนกันเลย Wedding Photo Fake out: A classy, intimate beach wedding for everybody! L.A. Photo Fake out: The magic of framing hides the magic of Macy's ภาพที่ใช้โฆษณาเป็นรูปผู้หญิงเซ็กซี่ และสระว่ายน้ำอันแสนงดงาม แต่พอเป็นภาพถ่ายที่เรา Oyster ได้ถ่ายมามันช่างกันโดยสิ้นเชิง มีแค่เด็กเล็กๆ และครอบครัวเท่านั้นที่เล่นน้ำที่สระนี้ เราเลยไปถามพนักงานโรงแรมว่า ถ้าโรงแรมได้รับความนิยมมากขึ้นจากคู่รักหรือครอบครัว และเขาก็ตอบทันทีว่า "ครอบครัว" โดยไม่รีรออะไรเลย โรงแรมช่างใช้ภาพโฆษณาทางการตลาด และภาพความเป็นจริงไม่ได้ตรงกันเลย ภาพโฆษณากับความเป็นจริง เบื้องหลังโรงแรมหรู ที่มา http://www.oyster.com/hotels/photo-fakeouts/

นักศึกษาเจ๋ง! ทำโปรเจค
God Left Me /  ข่าวสังคมเกมส์

เว็บไซต์ต่างประเทศ นำเสนอข่าวกรณีนักศึกษาจากสถาบัน National Animation and Design Center ในรัฐมอนทรีออล ประเทศแคนาดา ได้โพสต์ภาพเกมส์ที่กำลังอยู่ในระหว่างพัฒนา ซึ่งเป็นโปรเจคจบของทางสถาบัน และใช้เวลาพัฒนาเพียง 7 สัปดาห์ ถ่ายทอดบรรยากาศและองค์ประกอบเกมส์ด้วยเอนจิ้น Unreal Engine 4 อย่างเสมือนจริง PatrickAnim เปิดเผยผ่านทางเว็บบอร์ดว่า ตนและเพื่อนนักเรียนทั้ง 6 คน ได้เริ่มทำโปรเจคของทางสถาบันในการออกแบบฉาก โมเดล และระบบการเล่นเกมส์เบื้องต้น โดยมีเวลาผลิตและพัฒนาเพียง 7 สัปดาห์เท่านั้น ตนได้เริ่มต้นริเริ่มไอเดียและจัดทำเกมส์สั้นๆยาว 3 นาทีที่ชื่อว่า God Left Me มีเนื้อหาเกี่ยวกับบาทหลวงท่านหนึ่งพยายามหลบหนีจากอสูรกายร้ายและพยายามซ่อนตัวอยู่ในโบสถ์หลังหนึ่ง ผู้เล่นจะได้รับความตื่นเต้นในการหลบหนีจากปีศาจร้าย พร้อมกับวัตถุที่ตกลงมาตรงหน้า และความตื่นตากับเอฟเฟคเกมส์ ระหว่างการพัฒนา"วิดีโอเกมส์สั้น" กลุ่มเพื่อนได้เริ่มต้นออกแบบด้วยเอนจิ้นเกมส์ Unreal Engine 4 ซึ่งเป็นชุดพัฒนากราฟิกเกมส์ตัวล่าสุด เริ่มสร้างสถาปัตยกรรมภายในโบสถ์ พร้อมออกแบบแสง-เงาภายในโบสถ์ รวมถึงแวดล้อม ดูมีความขลังและสมจริง หลังจากที่วิดีโอและภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่บนโลกอินเตอร์เน็ต กลุ่มผู้พัฒนาเกมส์และผู้เล่นเกมส์ต่างแสดงความคิดเห็นในทิศทางบวก และไม่น่าเชื่อว่าจะสามารถออกแบบ"วิดีโอเกมส์สั้นๆ"ที่แสดงสถาปัตยกรรมภายในเกมส์ได้ออกมาสวยงามในเวลาอันสั้น และมีผู้เล่นเกมส์จำนวนหนึ่งประสงค์การสัมผัสกับเกมส์ดังกล่าว ทั้งๆที่โปรเจคนี้เป็นงานของทางมหาวิทยาลัย

กลุ่มนักเรียน เรียกร้อง หยุดยัดเยียดค่านิยม12ประการ
ค่านิยม12ประการ /  หยุดค่านิยม12ประการ / 

กลุ่มนักเรียน เรียกร้อง หยุดยัดเยียดค่านิยม12ประการ ตีกรอบเสรีภาพ จิตวิญญาณนักเรียน วันนี้(21 ต.ค.)ในเว็บไซต์ Change.org ได้มีการตั้งแคมเปญออนไลน์เรียกร้องให้ยกเลิกการบังคับใช้ค่านิยม12ประการ โดยกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท ซึ่งได้ชี้แจงว่า ค่านิยม12ประการเป็นครื่องมือแห่งระบอบอำนาจนิยม ทำให้สถานะของนักเรียนไทยคงไม่ต่างอะไรจากผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่มีจิตวิญญาณแห่งการตั้งคำถาม การสงสัยใคร่รู้ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างถูกยัดเยียดให้แล้ว ความคิดเสรีถูกตีกรอบด้วยการห้ามตั้งคำถาม ผลผลิตที่ได้คือผู้เรียนที่มีจิตวิญญาณ ความเป็นทาส คิดทุกอย่างเหมือนๆกันหมด ทั้งนี้ได้มีการล่ารายชื่อพร้อมส่งหนังสือแนบถึงถึงพลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ,ดร. สุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ใจความว่า ตามที่กระทรวงศึกษาธิการได้ทำการเผยแพร่แนวคิดการบังคับใช้ค่านิยม 12 ประการในหลักสูตรการศึกษาพร้อมกันทั่วประเทศในภาคเรียนที่ 2/2557 นั้น กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไทเป็นนักเรียนไทยกลุ่มหนึ่งซึ่งไม่เห็นด้วยกับการบังคับปลูกฝังค่านิยม 12 ประการให้แก่นักเรียน เนื่องจากนี่เป็นการยัดเยียดความคิดให้นักเรียนด้วยวิธีการแบบอำนาจนิยม ปลูกฝังสิ่งที่ตนคิดว่าเป็นความดีงามให้แก่เยาวชนโดยไม่คำนึงถึงความหลากหลาย มองเยาวชนอย่างปรามาสว่าเป็นเพียงภาชนะอันว่างเปล่าที่สามารถยัดเยียดอุดมการณ์ใดๆลงไปได้โดยง่าย ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นแนวคิดที่ไม่ควรเกิดขึ้นในหมู่นักการศึกษาแห่งศตวรรษที่ 21 ที่ผ่านมาเราได้พยายามเจรจากับท่านอย่างสันติวิธีด้วยการยื่นจดหมายเปิดผนึก แต่ท่านกลับเมินเฉยเสียงของพวกเราซึ่งเป็นเพียงนักเรียนกลุ่มหนึ่ง เสียงเล็กๆซึ่งไม่มีอำนาจใดๆไปต่อกรกับท่าน บัดนี้เราจึงรวมตัวกันเพื่อแสดงพลัง ขอให้ท่านตรองดูอีกครั้งเถิด การปฏิรูปการศึกษาไปในทางที่ควรจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากไม่รับฟังเสียงของเยาวชน ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการศึกษาที่แท้จริง โปรดล้างอคติ ลดอัตตา แล้วรับฟังเราบ้างเถิด ด้วยรักและหวังดี กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท ข่าวที่เกี่ยวข้อง คลิป! นร.อ่านอาขยานถึงท่านผู้นำ ‘ด้วยรักและหวังดี’ บุกทำเนียบ!! ร้อง ‘นายกฯประยุทธ์’ หยุดล้างสมองด้วย 12 ค่านิยม ดุสิตโพล คนเห็นด้วยค่านิยม 12 ประการของนายกฯ โดยเห็นด้วยกับความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์มากที่สุด

“ส้ม ธัญสินี” ถูกใจบทนักข่าวจิก “อั้ม พัชราภา” ในละคร พราว
ส้ม ธัญสินี /  อั้ม พัชราภา / 

“ฟีดแบบเรื่องนี้ดีมากค่ะ ออกอากาศไปได้ไม่กี่ตอนก็มีคนพูดถึงมาก แค่วันแรกที่ออกอากาศก็พูดถึงกันแล้ว บทสนุกมากเป็นเรื่องราวในวงการบันเทิงที่มีอยู่จริง ส้มเล่นเป็นส้มจี๊ดค่ะเป็นนักข่าวที่คอยตามแฉนางเอกก็คือพราว เขาเป็นซูเปอร์สตาร์เรามีเรื่องกันตั้งแต่ฝึกงานเราไปถามคำถามไม่ถูกใจทำให้เราถูกไล่ออกตอนฝึกงาน มันก็เลยกลายเป็นอารมณ์แบบว่า ฉันจะแฉให้โลกรู้ว่าเธอไม่ใช่เป็นซูเปอร์สตาร์ที่สวยงามเบื้องหลังเธอเป็นคนวีน” “จริงๆ แล้วมันก็เหมือนเรื่องจริงนะ(หัวเราะ) มันก็เป็นมุมนึงของวงการนี้ เรื่องนี้เราจะเป็นนักข่าวที่ไม่มีจรรยาบรรณทำแต่ในมุมที่ตั้งใจทำข่าวทำลายก็ต้องก็อบปี้บุคลิกนักข่าวบันเทิงมาเลยเวลาถามก็จะถามๆ และวิ่งไล่ตาม โอ้โห...วิ่งไล่ตามนี่เหนื่อยจริงๆ รู้เลยพี่ๆ นักข่าวทำงานเหนื่อยมากและโดนดาราเหวี่ยงใส่” “นอกจากนั้นแล้วก็ยังต้องเขียนข่าวแบบเกินจริง พราวกิ๊กไฮโซ และก็ร่วมมือกับดาราที่เป็นตัวร้ายเล่นงานพราว ถามว่ามันเหมือนชีวิตจริงคนวงการบันเทิงไหม ส้มว่าเรื่องการอิจฉาริษยามันมีทุกวงการแหละ ก็คงมีบ้างแหละขึ้นอยู่ท่าใครจะไปให้ข่าวมากน้อยแค่ไหน แต่ทุกที่มันมีอยู่ล่ะโดยเฉพาะเรื่องอิจฉาของผู้หญิงมันเป็นเรื่องธรรมดา” ส้ม ธัญสินี ส้ม ธัญสินี

ผู้บริหารค่ายเกมส์-เกมเมอร์ ขึ้นรับรางวัลบุคคลคุณภาพแห่งปี 2014
Clickalot /  Final Bullet

คุณสมชัย พัฒนพงษ์ชัย กรรมการผู้จัดการจากบริษัท ClickAlot ผู้ให้บริการเกมส์ออนไลน์ FINAL BULLET (fnb.in.th) เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวถึงการได้รับประกาศเกียรติคุณ บุคคลตัวอย่างแห่งปี 2014 ในหมวด "บุคคลตัวอย่างในภาคธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร" จากมูลนิธิสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย โดยได้รับจาก นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ณ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2557 ที่ผ่านมา สำหรับรางวัล "บุคคลตัวอย่างในภาคธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร" มอบให้แก่บุคคลในภาคธุรกิจที่มีประวัติการทำงานในสาขาอาชีพที่โดดเด่น มีแนวคิดในการพัฒนาธุรกิจและต่อยอดให้เกิดผล และการคัดเลือกบุคคลดังกล่าวมาจากการเสนอชื่อผู้ที่เหมาะสมในสาขารางวัลนั้นๆ โดยผู้ทรงคุณวุฒิและแวดวงนักธุรกิจ คุณสมชัย พัฒนพงษ์ชัย เริ่มต้นจากการเป็นผู้เล่นเกมส์คนหนึ่งที่ชื่นชอบวิดีโอเกมส์เป็นชีวิตจิตใจ เริ่มต้นเป็นผู้ประกอบการจากการเปิดบริการร้านเกมส์อินเตอร์เน็ตในย่านรามคำแหง และเริ่มต้นเป็นนักแข่งขันเกมส์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ จากนั้นได้ต่อยอดจากผู้บริการร้านเกมส์มาสู่ทีมงานคนสำคัญอย่างอาชีพผู้จัดการโครงการ (Project Manager) ของบริษัทผู้ให้บริการเกมส์หลายแห่ง หลังจากสั่งสมประสบการณ์ในอุตสาหกรรมเกมส์ออนไลน์ คุณสมชัยได้ตัดสินใจก่อตั้งบริษัทผู้ให้บริการเกมส์ชื่อว่า ClickAlot และดำรงตำแหน่งเป็น กรรมการผู้จัดการบริษัท ปัจจุบันบริษัทดังกล่าวได้ให้บริการเกมส์ Final Bullet และมีการจัดกิจกรรมการแข่งขันเกมส์ชิงเงินรางวัล อันมีจุดประสงค์ให้เยาวชนใช้เวลาเล่นเกมส์อย่างมีประโยชน์ คุณปฐมพงศ์ สิรชัยรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท โมโน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ร่วมแสดงความยินดี คุณหฤษฎ์ พิชญางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัททริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด(มหาชน) ร่วมแสดงความยินดี อย่างไรก็ตาม นับว่าเป็นบุคลากรในแวดวงอุตสาหกรรมเกมส์ออนไลน์และเป็นคนเล่นเกมส์คนแรกในประเทศ ที่ได้รับรางวัลทรงคุณค่าและเชิดชูเกียรติในครั้งนี้ ภาพเกมส์ FINAL BULLET จาก ClickALot

สุดยอดที่เที่ยวในฝัน ดินแดนสวรรค์คนรักการเดินทาง
ท่องเที่ยวรอบโลก /  เที่ยวยุโรป

เที่ยวเลือกได้ 1,000,00 บาท กับบาร์บีคิวพลาซ่า : สุดยอดที่เที่ยวในฝัน ดินแดนสวรรค์คนรักการเดินทางร่วมสนับสนุนทริปที่ดีที่สุด เที่ยวเลือกได้ 1,000,000 บาท โดย บาร์บีคิวพลาซ่า ถ้าคุณเป็นคนรักการเดินทาง อยากไปตะลุยโลกกว้างได้อย่างใจฝัน  แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มจากที่ไหน หรือมีที่เที่ยวในฝันอยู่แล้ว แต่สตุ้งสตางค์ หรือ เวลาที่มีจำกัด กลายเป็นข้อห้ามที่ทำให้ไม่ได้ไป “แตะขอบฟ้า” อย่างที่ตั้งใจ บาร์บีคิวพลาซ่า  รอที่จะเนรมิตฝันให้เป็นจริงอยู่ค่ะ แต่ก่อนจะรู้ว่าทำอย่างไรถึงจะไปตะลอนทัวร์ได้นั้น Mthai  มี 5 สุดยอดที่เที่ยวในฝัน  ดินแดนสวรรค์คนรักการเดินทาง มาแนะนำ รับรองว่า “ฟิน...สุโค่ย” แน่นอน  สุดยอดที่เที่ยวในฝัน ดินแดนสวรรค์คนรักการเดินทาง 1. เที่ยวชมชนบทแสนสวยของอังกฤษ ที่ Cotswold District (Cotswold District, The United Kingdom) หากพูดถึงประเทศอังกฤษ ที่เที่ยวที่แรกๆที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้น มหานครลอนดอน เมืองหลวงสุดซ่าที่เต็มไปด้วยความสะดวกสบายและทันสมัย แต่สำหรับคนที่มาเยือนอังกฤษ แล้วไม่ชอบความวุ่นวาย แต่แสวงหาที่เที่ยวที่สวยงาม ขอแนะนำให้ไปที่ Cotswold District  ชนบทของประเทศอังกฤษที่เต็มไปด้วยความสงบ เรียบง่าย และสวยงาม ภายในเขต Cotswold  นี้จะประกอบไปด้วยหมู่บ้านขนาดเล็กหลายหมู่บ้านด้วยกัน ตัวบ้านจะอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์เหมือนบ้านในนิทานฝรั่ง  และแต่ละหมู่บ้านก็จะมีเอกลักษณ์หรือจุดเด่นที่ แตกต่างกันออกไป แต่สิ่งที่เหมือนกัน คือบ้านเรือนในแถบ Cotswold จะถูกสร้างด้วยหินสีน้ำผึ้ง (Honey Coloured Limestone) ซึ่งมีความสวยงามมาก เมื่อได้มาเยือนที่นี่ จะทำให้รู้สึกสดชื่น เหมือนได้ปลีกวิเวกจากความอึกทึกครึกโครมของเมืองหลวง ทั้งๆทีอยู่ห่างจากมหานครลอนดอนแค่นิดเดียว Photo by Coffee Blended 2. นั่งเรือกอนโดลา ล่องไปตามแม่น้ำ เมืองเวนิส อิตาลี (Gondola ,Venice, Italy) ที่เที่ยวในฝันที่ต่อไป ไปกันที่ เมืองแห่งสายน้ำ อย่าง เวนิส ประเทศอิตาลี  สุดยอดเมืองแห่งสีสัน และ ความงดงามทางสถาปัตย์อันดับต้นๆ ของโลก  และเมื่อมาเยือนเวนิส กิจกรรมที่ไม่ควรพลาด คือการ ล่องเรือกอนโดล่า  เรือโดยสารที่เรียกได้ว่าเป็น “ซิกเนเจอร์” ของที่นี่  สามารถขึ้น – ลง เรือได้หลายจุด ไม่ว่าจะเป็นใน Grand Canal ที่ถือว่าเป็นคลองหลักของเมือง หรือ ตามคลองเล็กคลองน้อยทั่วไป เสน่ห์ของการล่องเรือนี้ เริ่มกันที่บริเวณที่นั่งที่ถูกออกแบบมาอย่างหรูหรา เพื่อให้คุณรู้สึกว่าเป็นคนพิเศษ เสน่ห์ของคนพายเรือ ที่จะบอกเล่าเรื่องราวของเมือง พร้อมร้องเพลงขับกล่อมผู้โดยสาร นอกจากนี้ยังได้สัมผัสกับบรรยากาศและทิวทัศน์ของ เวนิส อย่างใกล้ชิดและทั่วถึง ทั้งในบริเวณตรอกเล็กตรอกน้อยไปจนถึงบรรยากาศ คลองใหญ่ที่ผ่ากลางเมือง จุดสำคัญที่ไม่ควรพลาดคือ บริเวณ ใต้สะพานถอนหายใจ (Bridge of Sighs) ว่ากันว่าหากคู่รักคู่ใดได้นั่งเรือกอนโดล่าแล้วจุมพิตใต้สะพานแห่งนี้ ความรักของทั้งคู่ก็จะนิรันดร Photo by Coffee Blended 3. ตะลุยหอไอเฟล สัญลักษณ์แห่ง ปารีส  ฝรั่งเศส ( Eiffel Tower in Paris, France ) หากพูดถึงมหานครใหญ่ ที่ได้รับความนิยมและเป็นสุดยอดเมืองในฝันของคนทั่วโลก  เชื่อว่า “ปารีส ฝรั่งเศส” จะเป็นเมืองอันดับต้นๆที่ได้รับการกล่าวถึง และเมื่อมาเยือนเมืองแห่งสีสันและแฟชั่นเมืองนี้ สถานที่เที่ยวที่ห้ามพลาด ก็คือ “หอไอเฟล” หอคอยโครงสร้างเหล็กที่ตั้งอยู่บนชองป์ เดอ มารส์ (Champ de Mars) บริเวณแม่น้ำแซน ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่ง “สัญลักษณ์” ของฝรั่งเศสนั่นเอง  โดยถูกสร้างขึ้นในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2430 - พ.ศ. 2432  แม้ว่าในช่วงแรกของการก่อสร้าง “หอไอเฟล” แห่งนี้จะได้รับการคัดค้านจากผู้คนมากมาย แต่สุดท้าย “ที่นี่” กลับกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญและทำรายได้อย่างมหาศาลให้แก่มหานครแห่งนี้  ไฮไลท์สำคัญของการมาเยือนที่นี่ ที่ต้องห้ามพลาดคือ การถ่ายรูปคู่กับหอไอเฟล ด้วยอิริยาบทต่างๆ แล้วแชร์บนโลกไซเบอร์อวดสายตาชาวโลก ว่าครั้งหนึ่งมีโอกาสมาเยือน “มหานคร” แห่งนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว Photo by Coffee Blended , eurofollowme.com , wikipedia.org/wiki/Eiffel_Tower 4. เที่ยวชม ภูเขาแมททาธอร์น สัญลักษณ์แห่งสวิส  (The Matterhorn, Zermatt, Switzerland) ถ้าพูดถึงสวิซเซอร์แลนด์ เชื่อว่าภาพที่ทุกคนใฝ่ฝัน คือการได้มีสักครั้ง ที่จะได้ไปสัมผัสเมืองแห่งสกีน้ำแข็ง ได้โลดแล่นไปตามหุบเขาน้ำแข็งอย่างอิสระเสรี และหุบเขาที่มีความสวยงาม จนได้รับการยกย่องว่าเป็น “สัญลักษณ์ของสวิสเซอร์แลนด์”   และ กลายเป็นโลเคชั่นในการถ่ายทำละครและภาพยนตร์มากมายก็คือ ที่นี่ The Matterhorn เมือง Zermatt ประเทศ Switzerland. นั่นเอง โดย  Matterhorn แห่งนี้เป็นหนึ่งในยอดเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาเอลป์ มีความสูงอยู่ที่ 4,478  เมตร จากระดับน้ำทะเล  ตัวยอดเขามีลักษณะแหลมสูงทรงปิรามิด ( หากอยากนึกภาพให้ง่าย ลองดูที่สลากของช็อคโกแลตชื่อดังของสวิส TOBERONE ดูสิ เค้าใช้รูปยอดเขา Matterhorn เป็นสัญลักษณ์ ) ยอดเขาแห่งนี้สามารถเที่ยวชมได้ทั้งในฤดูร้อนและฤดูหนาว หากมาในฤดูร้อนภาพที่จะได้สัมผัสคือ ภาพหิมะละลายกลายเป็นธารน้ำแข็งที่สวยงามไหลไปตามธารน้ำที่ทอดตัวยาวสุดสายตา แต่หากมาในฤดูหนาว จะได้พบกับภาพหิมะขาวโพลนที่ปกคลุมไปทั่วสารทิศ  เสน่ห์อีกอย่างที่ทำให้นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสมาที่นี่อยากกลับมาอีกครั้ง คือการลุ้นว่าจะได้เห็น “แมททาธอร์น จอมขี้อาย” หรือ “Shy Matterhorn” เต็มๆ ทั้งลูกหรือไม่  เนื่องจากความสูงของภูเขา ทำให้โอกาศที่จะได้เห็นภูเขาทั้งลูกค่อนข้างยาก มีเมฆบดบังอยู่ตลอดเวลา Photo by ภูมิทัศน์ 5. ตะลอนทัวร์จตุรัสอเล็กซานเดอร์  ศูนย์กลางธุรกิจเบอร์ลิน เยอรมัน (Alexanderplatz , Berlin , Germany) สุดยอดที่เที่ยวในฝันที่สุดท้ายที่ Mthai จะแนะนำในครั้งนี้ ไปกันที่ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน เมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนสูงสุดเป็นอันดับต้นๆของยุโรป หากมาเยือนที่นี่สถานที่ที่ต้องไปเยือน ไม่งั้นคุณจะคุยกับเขาไม่รู้เรื่องคือ จตุรัสอเล็กซานเดอร์ (Alexanderplatz , Berlin , Germany) ซึ่งเป็นจตุรัสเปิดขนาดใหญ่  จัดเป็นศูนย์รวมธุรกิจและศูนย์กลางการขนส่งมวลชนในเบอร์ลินชั้นใน ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำสปรีและวิหารเบอร์ลิน (เบอร์ลินเนอร์โดม) มาที่นี่นอกจากจะได้สัมผัสกับแหล่งรวมธุรกิจที่สำคัญ และเป็นจุดเริ่มต้นของนักเดินทางในการไปยังที่ต่างๆแล้ว บริเวณรอบๆจตุรัสแห่งนี้ ยังเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญหลายแห่งไม่ว่าจะเป็น นาฬิกาโลกที่ตั้งอยู่ใจกลางลานกว้างใกล้จตุรัส มีเวลาของทุกประเทศทั่วโลกแสดงอยู่ในนั้น , น้ำพุแห่งมิตรภาพระหว่างประชาชน , สถานีส่งสัญญาณโทรทัศน์ Fernsehturm ที่ปัจจุบันไม่ได้มีไว้ส่งสัญญาณแต่ใช้เป็นจุดชมวิวที่สำคัญของเบอร์ลิน , อาคารโบราณ Rotes Rathause หรือศาลาว่าการแดง เป็นสถาปัตยกรรมที่ทันสมัยที่สุดในศตวรรษที่ 19 ใช้เป็นที่ทำการของรัฐบาลเยอรมันตะวันออก ฯลฯ เรียกได้ว่า มาที่นี่ที่เดียว คุณจะสัมผัส “เบอร์ลิน” ได้อย่างถึงแก่นเลยทีเดียว นอกจาก 5 ที่เที่ยวที่แนะนำอยู่นี้ ยังมีที่เที่ยวอีกมากมายทั่วโลก ที่พร้อมรอคุณไปเปิดประสบการณ์  และสำหรับใครที่มีแค่ความฝันอยากจะไปเที่ยว แต่ บัดเจ็ทในกระเป๋าไม่เพียงพอ วันนี้เรามีข่าวดีมาบอก  “บาร์บีคิวพลาซ่า” เค้าจัดแคมเปญใหญ่   “เที่ยวเลือกได้ 1,000,000 บาท ชิงโชคเที่ยวทริปในฝันที่คุณเลือกได้เอง พร้อมพ่วงคนพิเศษไปได้ไม่จำกัด ในงบประมาณ 1 ล้าน บาท!!!”  ชวนอิ่มอร่อยในมื้อที่ดีที่สุด พร้อมลุ้นเที่ยวรอบโลกกับทริปที่ดีที่สุดกับคนสำคัญ  เพียงทานครบทุกๆ 500 บาท รับทันที คูปองลุ้นรับทริปเที่ยวเลือกได้ จำนวน 1 ใบ หรือถ้ายังไม่สะใจ อยากลุ้นเพิ่ม สั่งชุดบาร์บีกอนท่องโลก ชุดใดก็ได้ (คาวบอยบาร์บีกอน , สโมคกี้ บาร์บีกอน , บาร์บีกอนชาวเกาะ และ ซามูไร บาร์บีก้อน) รับคูปองลุ้นเที่ยวเลือกได้ "เพิ่ม"อีก 1 ใบ ทันที ยิ่งสั่งยิ่งอร่อย ยิ่งมีโอกาสลุ้นเพิ่ม แค่นี้เมืองในฝันก็อาจจะไม่ใช่เมืองในฝันอีกต่อไป  อร่อยพร้อมลุ้นเที่ยว ที่นี่ที่เดียว พร้อมกัน ทั่วประเทศ วันนี้ ถึง 9 พ.ย. นี้เท่านั้น  อยากเป็นผู้โชคดีก็อย่ารอช้า...เจ้ามังกรบาร์บิกอนตัวใหญ่สีเขียว รอคุณอยู่... ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/BarBQPlazaThailand

งามทุกลูก! 5 ประตูสุดสวย พรีเมียร์ลีก ประจำสัปดาห์ที่ 8
ประจำสัปดาห์ /  ประตูสุดสวย / 

งามทุกลูก! 5 ประตูสุดสวย พรีเมียร์ลีก ประจำสัปดาห์ที่ 8 หลังจากจบเกมมันเดย์ไนท์ เวสต์บรอม เปิดบ้านเสมอกับ แมนฯ ยูไนเต็ด มา 2-2 เมื่อคืนที่ผ่านมา พรีเมียร์ลีก ก็ลิสท์ 5 ประตูสุดสวยประจำสัปดาห์ที่ 8 ของการแข่งขันออกมา ซึ่ง 5 ประตู ในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาจะสวยงามแค่ไหนไปชมกันเลยครับ : )

จอมขมังเวทย์สิ้นลาย! ถูกจับคาด่านหลังขนกัญชากว่า 300โล
กัญชา /  ข่าววันนี้ / 

จอมขมังเวทย์สิ้นลาย! ถูกจับคาด่านหลังขนกัญชากว่า 300โล โวทำมาแล้วหลายครั้ง แต่รอดเพราะมีวิชาดูฤกษ์ยาม รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา (21 ต.ค. 57) เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง จ.ขอนแก่น ได้จับกุมตัวนายชาฤทธิ์ บุริขันธ์ อายุ 37 ปี อยู่ ต.นาทราย อ.เมือง จ.นครพนม และ นส.ศิริพร พาพรม อายุ 22 ปี 2สามีภรรยา หลังได้ลักลอบขนยาเสพติด ประเภทกัญชาอย่างผิดกฎหมาย ยึดของกลางเป็นกัญชาอัดแท่งน้ำหนักประมาณ 327 กก. มูลค่ากว่า 5 ล้านบาท โดยพ.ต.ท.อานันท์ วิชรเศรษฐสมิตร สว.ส. ทล.2 กก.4 บก.ทล.ขอนแก่น ได้เปิดเผยถึงการจับกุมว่า ก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจขอนแก่น ได้มีข้อมูลสืบทราบว่าจะมีขบวนการลักลอบขนกัญชาจากริมแม่น้ำโขงในเขต จ.นครพนม เข้ากรุงเทพฯ จึงได้ตั้งด่านจุดตรวจ – จุดสกัด อยู่บริเวณ ถ.มิตรภาพขาเข้าขอนแก่น ระหว่าง กม.378 – 379 ต.สะอาด อ.น้ำพอง จากนั้นไม่นานรถต้องสงสัยตามที่สายรายงานก้ได้ขับผ่าน ทางเจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจค้นก่อนจะพบมีการลักลอบขนกัญชามาดังกล่าว ทั้งนี้จากการสอบสวน นายชาฤทธิ์ ผู้ต้องหาก็ได้ให้การรับสารภาพเพราะจำนนด้วยหลักฐาน พร้อมกล่าวต่อว่าได้ก่อเหตุมาแล้วหลายครั้งแต่ทุกครั้งที่รอดไปเพราะมีวิชา มีอาคมดูฤกษ์งามยามดีในการเดินทางได้ ก่อนจะมาถูกจับกุมได้ดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย ให้กับนายชาฤทธิ์ และภรรยา ก่อนจะควบคุมตัวไปสอบสวนเพิ่มเติม และส่งดำเนินคดีต่อไป MThai News

รัฐบาลเร่งปราม! ร้านเหล้าปั่นรอบสถานศึกษา
ยงยุทธ ยุทธวงศ์ /  รองนายกรัฐมนตรี / 

รองนายกรัฐมนตรี "ยงยุทธ" จี้ฝ่ายกฎหมาย เร่งจัดระเบียบร้านขายเหล้าปั่นรอบสถานศึกษา ไม่มีใบอนุญาต พร้อมเฝ้าระวังเพิ่มจำนวน นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการจัดระเบียบร้านขายเหล้าปั่นรอบสถานศึกษาว่า ปัญหาดังกล่าวได้มีการหารือกันในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ปัญหาคือมีการตั้งขายข้างถนน เมื่อถูกไล่ ก็ย้ายไปขายที่อื่น ซึ่งเป็นเรื่องที่ฝ่ายกฎหมายต้องดูแล โดยต้องทำงานให้เข้มแข็งขึ้น เพราะร้านส่วนใหญ่ไม่มีใบอนุญาต ไม่สามารถทำได้ ดังนั้น เราต้องเข้าไปสู่ต้นตอของปัญหา คือการดูแลสังคมไม่ให้หมกมุ่นกับอบายมุขต่างๆ หากสังคมมั่นคงเรื่องเหล่านี้ก็เกิดขึ้นได้ไม่มาก แต่จะให้หมดไปร้อยเปอร์เซ็นต์นั้นคงทำได้ยาก และต้องเฝ้าระวังการเพิ่มจำนวนของร้านเหล้าด้วย ส่วนปลายเหตุก็ต้องป้องปราม เช่นเดียวกับเรื่องบารากุ เป็นปัญหาที่มีมานาน นอกจากนี้ นายยงยุทธ เปิดเผยถึงการหารือระหว่าง นายชิเกะคะสุ ซะโตะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยว่า ได้มีการพูดคุยถึงความก้าวหน้าด้านอุตสาหกรรม ในการช่วยเหลือผู้สูงอายุ การศึกษา งานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เช่น งานด้านระบบการขนส่ง ระบบราง และดาวเทียม ที่ไทยต้องการพัฒนาด้วยตนเอง รวมถึงได้สอบถามแนวทางป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้ออีโบลาในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งก็จะมีการประสานเพื่อติดตามความคืบหน้าเป็นระยะ MThai News