วิทยาศาสตร์กับความงาม

ผู้ชายยังอาย!! หงส์สาว เขี่ยแล้วยิง ดับอนาถคู่แข่งช่วงท้ายเกม
ฟาร่า วิลเลี่ยมส์ /  ลิเวอร์พูล เลดี้ / 

ถือเป็นลูกยิงที่สุดคราสสิคและน่าจดจำโคตรๆสำหรับศึก วูเมน ซูเปอร์ ลีก แมตช์ที่ทัพ "หงส์สาว" ลิเวอร์พูล เลดี้ บุกไปเยือน เบอร์มิงแฮม ก่อนแข้งเนื้ออ่อนจากลุ่มแม่น้ำเมอร์ซีย์ จะคว้าสามแต้มออกมาด้วยสกอร์ 2-1 ไฮไลท์สำคัญของแมตช์นี้อยู่ที่การพังตาข่ายในจังหวะออกมาเคลียบอลไม่ดีของผู้รักษาประตู ลิเวอร์พูล เลดี้ ก่อนจะโดนสวนตูมเดียวบอลแหวกอากาศเข้าไปซุกก้นตาข่ายอย่างสวยงาม ช่วยให้เจ้าบ้านไล่ตีเจ๊าขึ้นมาเป็น 1-1(โดนนำไปก่อนช่วงครึ่งแรก) แต่ใครจะไปเชื่อว่าหลังจากนั้นไม่ถึงนาที ทีมเยือนอาศัยจังหวะเมาส์มอยของฝั่งตรงข้ามรีบเขี่ยลูก และเป็นทาง ฟาร่า วิลเลี่ยมส์ วิ่งมาบรรจงซัดด้วยขวาบอลลอยโด่งก่อนจะย้อยตามแรงโน้มถ่วงของโลกลงมาสัมผัสกับตาข่ายในนาทีที่ 88 พร้อมกับจบการแข่งขันด้วยสกอร์ 2-1 ช่วยให้ "หงส์สาว" เก็บ 3 แต้ม ทะยานรองจ่าฝูง ตามหลังผู้นำอย่าง เชลซี แค่แต้มเดียว

ช่างภาพสุดเจ๋ง ถ่ายฝูงม้าวิ่งย่ำน้ำในมหาสมุทร งดงามราวภาพวาด
ฝรั่งเศส /  ฝูงม้าวิ่งย่่ำน้ำ / 

ช่างภาพสุดเจ๋ง ถ่ายฝูงม้าวิ่งย่ำน้ำในมหาสมุทร งดงามราวภาพวาด เว็บไซต์เดอะมิรเร่อร์ของอังกฤษ เผยแพร่ภาพสุดมหัศจรรย์ของฝูงม้าสีขาววิ่งแข่งกันโดยด้านล่างเป็นการย่ำน้ำของมหาสมุทรในภาคใต้ของฝรั่งเศส มีฉากหลังเป็นท้องฟ้าและดวงอาทิตย์ ซึ่งภาพดังกล่าวงดงามราวกับเป็นฝีมือของจิตรกรเอก ภาพเซต 'ฝูงม้าวิ่งย่ำน้ำในมหาสมุทร' ถ่ายโดย Xavier Oretgas Ojuel ช่างภาพสัตว์ป่าชื่อดัง วัย 58 ปี ตระเวนถ่ายภาพความงดงามจากบาร์เซโลน่าจนมาถึงตอนใต้ของฝรั่งเศส โดยเขามักจะถ่ายภาพสัตว์และม้าที่หลากหลายจนกระทั่งได้ผลงานชิ้นนี้มาซึ่งมันสะท้อนภาพความสง่างามของม้าได้เป็นอย่างดี  โดยซาเวียร์เผยว่า "ม้าเป็นหนึ่งในสัตว์ที่เขาชื่นชอบ ภาพนี้แสดงการรวมกันของพลังความงามและน้ำในสถานที่ที่ดีด้วยแสงที่สวยงาม" Mthai News

กินเจ แล้วได้บุญจริงหรือ!!!
กินเจ /  กินเจแล้วได้บุญ / 

กินเจ แล้วได้บุญจริงหรือ!!! มีคนหลายคนที่เกิดความสงสัยกับคำถามนี้ ซึ่งบางคนก็บอกว่าได้บุญ แต่ก็มีบางคนที่บอกว่าไม่ได้บุญ แล้วคุณละครับ เชื่อหรือเปล่าว่า กินเจ แล้วจะได้บุญ Horoscope.Mthai.com จึงมีข้อมูลมาเล่าสู่กันฟังครับ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วย คนในปัจจุบันมีความเชื่อว่า การ กินเจ คือการไม่กินเนื้อสิ่งมีชีวิต ซึ่งนำมาซึ่งการเบียดเบียนชีวิตสัตว์ที่น้อยลง เราจะได้บุญจากการ กินเจ ซึ่งความเชื่อนี้ก็มีที่มาเช่นกัน โดยในยุคพุทธกาล(พระพุทธเจ้ายังมีชีวิตอยู่) พระเจ้าเทวทัตได้ขอให้พระพุทธเจ้าเพิ่มวินัย (ข้อห้าม) สำหรับพระสงฆ์เพิ่มอีก 5 ข้อ และหนึ่งในนั้นก็คือ การห้ามกินเนื้อสัตว์ เพราะการกินเนื้อสัตว์จะเป็นการเบียดเบียนชีวิตอื่น แต่พระพุทธเจ้าไม่เห็นด้วย ส่วนหนึ่งก็เพราะพระสงฆ์เป็นผู้ขอคนอื่นทาน หากไม่ทานเนื้อสัตว์ จะกลายเป็นผู้กินยากอยู่ยาก และเป็นการสร้างความลำบากให้กับชาวบ้านทั่วไปที่ต้องการจะถวายอาหาร พระพุทธเจ้าจึงได้บัญญัติว่าเนื้อที่ไม่ควรทานมี 10 อย่างคือ เนื้อมนุษย์ เนื้อช้าง เนื้อม้า เนื้อราชสีห์ เนื้อเสือโคร่ง เนื้อเสือดาว เนื้อเสือเหลือง เนื้อหมี เนื้อสุนัข เนื้องู ส่วนการทานเนื้ออื่นจะบาป เมื่อได้เห็น ได้ยิน หรือสงสัยว่าเขาฆ่าเพื่อถวายตน เช่น พระได้รับนิมนต์จากชาวบ้าน ตอนเดินผ่านหน้าบ้านเห็นไก่ 1 ตัว ชาวบ้านบอกว่าเดี๋ยวจะทำไก่บ้านต้มให้กิน แล้วชาวบ้านก็หายไปสักพัก แล้วก็ยกไก่บ้านต้มมาให้กิน แบบนี้ฉันไม่ได้ บาป เพราะได้เห็น ได้ยิน หรือสงสัยว่าเขาฆ่าเพื่อถวายตน แต่ถ้าพระไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้ยิน ชาวบ้านฆ่าไก่ไว้แล้วทำไก่บ้านต้มเสร็จแล้วพระถึงมา แล้วชาวบ้านก็ยกไก่บ้านต้มมาให้ฉัน แบบนี้ฉันได้ เพราะไม่เห็น ไม่ได้ยิน ไม่รู้ว่าเขาฆ่าเพื่อถวายให้ตน นี่ขนาดเป็นพระซึ่งเป็นผู้ที่ปฏิบัติเพื่อให้บรรลุธรรม พระพุทธเจ้ายังไม่ห้ามกินเนื้อสัตว์เลยครับ ทั้งนี้ถ้า กินเจ แล้วได้บุญ กระบือคงไปนิพพานก่อนมนุษย์ เพราะกระบือมันกินหญ้ากินเจตลอดชีวิตของมัน แต่ว่าเห็นมันกินอยู่ในทุ่ง มันก็ไม่ได้ฉลาดเพิ่มขึ้นด้วย การได้บุญมันอยู่ที่การทำความดี เพราะฉะนั้น อาหารไม่สามารถทำให้เราได้บุญได้ อาหารเป็นเครื่องยังชีพ แต่ว่าอาหารไม่ได้ช่วยให้เราได้บุญ อาหารไม่สามารถฟอกใจให้บริสุทธิ์ได้ แต่อาหารช่วยให้มีเรี่ยวแรงในการที่จะประกอบคุณงามความดีได้ หากเราอยากจะทานเจเพราะสบายใจ เพราะตามกระแส หรือเพื่อสุขภาพ ก็สามารถทานได้ แต่หากเราจะทานเพื่อให้ได้บุญ ได้บารมี ก็ต้องคิดทบทวนอีกครั้งครับ ขอบคุณข้อมูลจาก www.trueplookpanya.com,www.nutpobtum.com,www.dmc.tv

ผลบอลพรีเมียร์ลีก : รู้ถึงไหนอายถึงนั่น! หงส์คอตกบุกพ่ายขุนค้อน 3-1
ผลบอล /  ผลบอลพรีเมียร์ลีก / 

ผลบอลพรีเมียร์ลีก : เวสต์แฮม 3-1 ลิเวอร์พูล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2014-15 วันเสาร์ที่ 20 กันยายน 2557 เวสต์แฮม 3-1 ลิเวอร์พูล ผู้ทำประตู : 1-0 วินสตัน รีด น.2, 2-0 ดิยาฟรา ซาโก้ น.6, 2-1 ราฮีม สเตอร์ลิง น.27, 3-1 มอร์แกน อมัลฟิตาโน่ น.87 ถ่ายทอดสด : ซีทีเอช สตเดี้ยม 2 แข่งขันเวลา : 23.30 น. :) เริ่มเล่นครึ่งแรกชนิดก้นยังไม่ทันร้อนได้ไม่ถึง 2 นาที เจ้าบ้าน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ได้ประตูออกนำแบบช็อกแฟนบอล ลิเวอร์พูล 1-0 เมื่อ สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง โยนฟรีคิกจากริมเส้นด้านขวา เจมส์ ทอมกิ้นส์ โหม่งชงให้ วินสตัน รีด ปรี่เข้าไปยิงจ่อๆ สองหลาเข้าไปง่ายๆ :) อีก 5 นาทีถัดมาเดอะค็อปอินไทยแลนด์ถึงกับสงัดเมื่อ เวสต์แฮม ได้ประตูนำห่าง ลิเวอร์พูล เป็น2-0 จากจังหวะ ดิยาฟรา ซาโก้ ทะลุเข้าไปในเขตโทษด้านขวา แล้วเหลือบเห็น ซิมง มิโญเลต์ ออกมาห่างจากเส้นประตู จึงชิพบอลเสียบเสาสอง เข้าไปอย่างสวยงาม นาทีที่ 17 เกมเริ่มดุเดือด เมื่อ มาริโอ บาโลเตลลี่ เข้าบอลช้า หลังจาก อาเดรียน นายทวาร เจ้าบ้าน เตะบอลออกไปแล้ว จึงเกิดการฮึดฮัด กระทบกระทั่งกัน จนเพื่อนร่วมทีมทั้งสองฝ่ายต้องเข้ามาห้ามปราม ก่อน เคร็ก พอว์สัน จะควักใบเหลืองเป็นการคาดโทษ ให้กับทั้งคู่ :) มาถึงนาทีที่ 23 แบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือ ลิเวอร์พูล ชิงแก้เกมทันทีด้วยการถอด ฆาเบียร์ มานกีโย่ ออก แล้วส่ง มามาดู ซาโก้ ลงมาเล่นแทน และเหมือนจะเป็นผลเมื่ออีก 3 นาทีถัดมา หงส์แดง ไล่มาเป็น 1-2 เมื่อ เกี่ยวบอลด้วยซ้ายในเขตโทษ ก่อนตวัดยิงด้วยขวา ติดกองหลัง เจ้าถิ่น แต่บอลมาเข้าทาง ราฮีม สเตอร์ลิง วิ่งมาหวดด้วยขวา เสียบเสาสองอย่างเด็ดขาด มาถึงนาทีที่ 36 เกมต้องหยุดพักเมื่อ เดยัน ลอฟเรน นักเตะ ลิเวอร์พูล ปะทะกันกับ มามาดู ซาโก้ เพื่อนร่วมทีม จนเกิดแผลแตกบริเวณหน้าผาก แต่ยังสามารถเล่นต่อได้ และเข้าสู้ช่วงท้ายเกม ลิเวอร์พูล เดินหน้าบุกแบบเต็มสูบแต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เฉียบคมเหมือนเดิมจบ 45 นาทีแรก เวสต์แฮม ยังนำ ลิเวอร์พูล อยู่ 2-1 มาลุยกันต่อในครึ่งหลัง ร็อดเจอร์ส แก้เกมอีกครั้งถอดเอา ลูคัส เลว่า ออก แล้วส่ง อดัม ลัลลาน่า ลงมาเล่นเกมรุกแทนที่ นาทีที่ 54 ลิเวอร์พูล ได้ทักทายแบบจะแจ้งก่อน จากจังหวะสวนกลับ มาริโอ บาโลเตลลี่ แทงบอลจากกลางสนามให้ ฟาบิโอ บอรินี่ ทะลุเข้าไปในเขตโทษด้านขวา มีเพื่อนรออยู่ตรงกลางประตู แต่เจ้าตัวกลับเลือกยิงเอง เลยเข้ามือ อาเดรียน โกลเจ้าบ้าน สบาย 60 นาทีผ่าน ลิเวอร์พูล ยังเดินหน้าบุกแบบต่อเนื่อง แต่จังหวะสุดท้ายทั้ง บอรินี่ และ บาโลเตลลี่ ก็ยังไม่เป็นชิ้นเป็นอันที่เด็ดที่ขาดไม่มี ด้าน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ก็ใช้โอกาสจากจังหวะการสวนกลับเข้าทำประตูและก็ถือว่าทำได้ดีทุกครั้งที่โต้กลับขึ้นมา เข้าสู่ช่วง 15 นาทีสุดท้าย ร็อดเจอร์ส แก้เกมครั้งสุดท้ายถอด ฟาบิโอ บอรินี่ ออก แล้วส่งไม้ตายสุดท้าย ริคกี้ แลมเบิร์ต ลงมาล่าตาข่าย ขณะที่ แซม อัลลาร์ไดซ์ เปลี่ยนเช่นเดียวกัน ส่ง เจมส์ คอลลินส์ ลงมาเล่นแทน เอ็นเนร์ วาเลนเซีย เพื่อแพ็คเกมรับให้แน่นหนา :) และก่อนจบเกมหลังเพียง 2 นาที ระหว่างที่ ลิเวอร์พูล กำลังเดินหน้าบุกเพลินๆกลับเป็น เจ้าถิ่น ที่ได้ประตูที่สาม เมื่อ มามาดู ซาโก้ โหม่งเคลียร์ บอลในแดนตัวเองไม่ดี มาเข้าทาง สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง บริเวณกลางสนาม ก่อนเจ้าตัวจะลากจี้ แนวรับ หงส์แดง และไหลเข้าเขตโทษให้ มอร์แกน อมัลฟิตาโน่ วิ่งเข้ามาจิ้มด้วยหัวเกือก เสียบเสาสองไปอย่างสวยงาม และช่วงเวลาที่เหลือง ลิเวอร์พูล ที่พยายามยิงประตูตีตื้นแต่ก็ไม่สำเร็จ จบเกม ลิเวอร์พูล บุกพ่ายแพ้ เวสต์แฮม 3-1 ส่งผลให้ เวสต์แฮม คว้าสามแต้ม เก็บเพิ่มเป็น 7 คะแนน แซง หงส์แดง ขึ้นไปอยู่อันดับ 8 ส่วน ทีมเยือน พ่ายเกมลีกเป็นนัดที่สองติดต่อกัน มีหกแต้มเท่าเดิม รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เวสต์แฮม : อาเดรียน, กีย์ เดเมล, เจมส์ ทอมกิ้นส์, วินสตัน รีด, อารอน เครสส์เวลล์, ชีคู คูยาเต้, มาร์ค โนเบิ้ล, สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง, อเล็กซ์ ซง, ดิยาฟรา ซาโก้, เอ็นเนร์ วาเลนเซีย สำรอง : ยุสซี่ ยาสเคไลเน่น, คาร์ล เจนกินสัน, เจมส์ คอลลินส์, มอร์แกน อมัลฟิตาโน่, เมาโร ซาราเต้, ริคาร์โด้ วาซ เต, คาร์ลตัน โคล ลิเวอร์พูล : ซิมง มิโญเลต์, ฆาเบียร์ มานกีโย่, เดยัน ลอฟเรน, มาร์ติน สเคอร์เทล, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ลูคัส เลว่า, ราฮีม สเตอร์ลิง, มาริโอ บาโลเตลลี่, ฟาบิโอ บอรินี่ สำรอง : แบรด โจนส์, โฆเซ่ เอ็นริเก้, โคโล ตูเร่, มามาดู ซาโก้, ลาซาร์ มาร์โกวิช, อดัม ลัลลาน่า, ริคกี้ แลมเบิร์ต

เที่ยวงานประเพณีรับบัว บางพลี ประจำปี 2557
งานประเพณี /  เที่ยวงานประเพณีรับบัว / 

การท่องเที่ยวเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เชิญเที่ยวงานประเพณีรับบัว ประจำปี 2557 เที่ยวงานประเพณีรับบัว บางพลี ประจำปี 2557 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกรุงเทพมหานคร ร่วมกับอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำหนดจัดงานประเพณีรับบัว ประจำปี 2557 ในระหว่างวันที่ 4-7 ตุลาคม 2557 ณ บริเวณที่ว่าการอำเภอบางพลี ถึงบริเวณวัดบางพลีใหญ่ใน จังหวัดสมุทรปราการ นางปานจิตร สันทัดกลการ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกรุงเทพมหานคร กล่าวเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมงานประเพณีรับบัว ประจำปี 2557 ประเพณีท้องถิ่นที่สืบทอดกันมาอย่างช้านาน ที่มี เพียงหนึ่งเดียวในโลกและแห่งเดียวในประเทศไทย ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากการแสดงน้ำใจไมตรีต่อกันระหว่างคนไทยในท้องถิ่นกับคนมอญพระประแดงซึ่งทำนาอยู่ที่ตำบลบางแก้ว ครั้นถึงช่วงวันออกพรรษา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คน มอญพระประแดง จะต้องเดินทางเพื่อกลับทำบุญที่อำเภอพระประแดง โดยจะเก็บดอกบัวเพื่อนำกลับไปถวายพระและฝากเพื่อนบ้าน เพื่อแสดงถึงความมีน้ำใจต่อกัน คนไทยในท้องถิ่นจึงร่วมกันเก็บดอกบัวมอบให้คนมอญ นับแต่ นั้นมาคนมอญพระประแดงและคนในท้องถิ่น ต่างพร้อมใจพายเรือเก็บดอกบัวร่วมกันที่อำเภอบางพลีและนำกลับมานมัสการองค์หลวงพ่อโต จึงเป็นที่มาของประเพณีรับบัว ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีในช่วงวันออกพรรษา ตรงกับวันขึ้น 11 ค่ำ ถึงวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 ดังนั้นแล้วเพื่อเป็นการสืบทอดประเพณีอันดีงามไม่ให้เลือนหายไปกับสังคมปัจจุบัน งานประเพณีรับบัว ประจำปี 2557 จึงกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 4-7 ตุลาคม 2557 ณ บริเวณที่ว่าการอำเภอบางพลี ถึงบริเวณวัดบางพลีใหญ่ ใน จังหวัดสมุทรปราการ โดยภายในงานจะพบกับกิจกรรมมากมาย อาทิเช่น ถนนคนเดิน การล่องเรือชมคลองสำโรง การแสดงแสง สี เสียง เรื่องราวบางพลี การจำหน่ายขนมพื้นบ้าน อาหารพื้นเมือง สินค้า OTOP การ ประกวดวาดภาพประเพณีรับบัว หนึ่งเดียวในโลก ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา การประกวดกนุ่ม-สาว รับบัว และการประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่ง เป็นต้น นอกจากนั้นแล้วนักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดการสักการะขอพรจาก องค์หลวงพ่อโตภายในพระอุโบสถของวัดบางพลีใหญ่ใน เพื่อเป็นการเสริมสิริมงคลในชีวิตอีกด้วย ททท. จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวที่สนใจ ร่วมเป็นหนึ่งในการสืบทอดประเพณีรับบัว ประจำปี 2557 ในระหว่างวันที่ 4-7 ตุลาคม 2557 ณ บริเวณที่ว่าการอำเภอบางพลี ถึงบริเวณวัดบางพลีใหญ่ใน จังหวัดสมุทรปราการ ที่มี เพียงหนึ่งเดียวในโลกและแห่งเดียวในประเทศไทยให้คงอยู่สืบไป ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ โทรศัพท์ 0 2337 4059 ขอบคุณข่าวสารจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

10 ที่พักร่มรื่นเกินคำบรรยาย ส่งท้ายหน้าฝน
10 อันดับ โรงแรม /  ที่พักสวย / 

ส่งท้ายหน้าฝน ด้วยที่พักสุดหรูหรา ร่มรื่นและกลมกลืนไปกับธรรมชาติ วันนี้ทาง Travel.mthai.com ขอแนะนำ 10 ที่พักร่มรื่นเกินคำบรรยาย ส่งท้ายหน้าฝน มาฝากกัน ที่พักเหล่านั้นจะอยู่ที่ไหนบ้าง ไปติดตามกันเลย 10 ที่พักร่มรื่นเกินคำบรรยาย ส่งท้ายหน้าฝน 1. คิริมายา กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา (Kirimaya Golf Resort & Spa) – นครราชสีมา 1. คิริมายา กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา (Kirimaya Golf Resort & Spa) – นครราชสีมา คิริมายา กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์สปา (Kirimaya Golf Resort & Spa) เพียงไม่ไกลจากกรุงเทพ ท่านจะได้สัมผัสกับความหรูหราที่กลมกลืนไปกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว โอบล้อมไปด้วยความเขียวขจีของพันธุ์ไม้นานาชนิด ป่าเขาลำเนาไพร บรรยากาศร่มรื่น เงียบสงบ เย็นสบาย สดชื่น ผ่อนคลาย ความประทับใจที่ท่านไม่ลืมเลือน ห้องพักสวยงาม หรูหรา ตกแต่งอย่างลงตัว สะดวกสบายด้วยเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆมากมาย ทันสมัย พร้อมบริการสนามกอล์ฟขนาดใหญ่ ออกแบบโดย Jack Nicklaus สวยงาม ได้มาตรฐาน ท้าทายให้ท่านนักกอล์ฟทั่วโลกได้มาสัมผัศ นอกจากนี้ ยังมี คลับเฮาส์ สปา นวดตัว ฟิตเนส ห้องประชุมสัมมนา และห้องอาหารที่พร้อมเสริฟอาหารหลากหลายเมนู สะอาด อร่อย ด้วยการบริการที่เป็นกันเอง และการต้อนรับที่อบอุ่น คีรีมายา กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา เป็นที่พักระดับชั้นหนึ่งในเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา เพียงระยะทางสั้นๆ จากกรุงเทพฯ ท่านก็จะได้สัมผัสกับความหรูหราที่ผสมผสานกับธรรมชาติอย่างลงตัว ล้อมรอบไปด้วยพืชพันธุ์อันเขียวชอุ่มต่างๆ บรรยากาศที่เงียบสงบและความประทับใจในการพักผ่อนที่ท่านจะไม่ลืมเลือน สำหรับห้องพักที่นี่ ท่านสามารถมั่นใจได้ว่า เราเป็นที่หนึ่งในเขตเขาใหญ่ ตบแต่งอย่างสวยงามและหรูหรามีระดับอย่างสมบูรณ์ สะดวกสบายพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่ทันสมัยมากมาย ยิ่งไปกว่านี้ หากท่านชื่นชอบในธรรมชาติและต้องการสัมผัสมันด้วยตัวท่านเอง ก็สามารถทำได้ โดยการเดินทางแค่ 10 นาที มายังอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศไทย ห้องพักที่หรูหราพร้อมกับความงามของธรรมชาติ เราขอเชิญท่านให้มาชมด้วยตัวท่านเอง ที่คีรีมายา กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> คิริมายา กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา (Kirimaya Golf Resort & Spa) - นครราชสีม ____________________________________ 2. ภูใจใส รีสอร์ท แอนด์ สปา (Phu Chaisai Mountain Resort & Spa) – เชียงราย 2. ภูใจใส รีสอร์ท แอนด์ สปา (Phu Chaisai Mountain Resort & Spa) – เชียงราย ภูใจใส รีสอร์ท แอนด์ สปา ที่นำคุณสู่ธรรมชาติที่เงียบสงบ ห้องพักที่เป็นส่วนตัว รายล้อมไปด้วยภูเขาที่ผสมผสานกับการออบแบบเพื่อวันพักผ่อนที่ลงตัวของคุณ นอกจากนี้ยังพร้อมบริการคุณด้วย ร้านอาหารที่สามารถนั่งรับประทานอาหารและชื่นชมธรรมชาติได้อย่างรื่นรมย์ ชมทิวเขาอีกทั้งพร้อมบริการอื่นๆ สำหรับคุณ เช่น สระว่ายน้ำ กอล์ฟ เดินป่า อื่นๆ ภูใจใส รีสอร์ท แอนด์ สปา เป็นหนึ่งในโรงแรมบูติคแห่งแรกของจังหวัดเชียงรายที่มุ่งเน้นเรื่องความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการเป็นรีสอร์ทแบบพอเพียง ทางรีสอร์ทมีกระท่อมรองรับแขกอยู่ 50 หลัง พร้อมระเบียงส่วนตัวมองเห็นทัศนียภาพมุมกว้่างของเนินเขาและเทือกเขาต่างๆ รีสอร์ทมีห้องพักประเภท Superior, Deluxe, Executive, Honeymoon suites และ One bedroom Pool Villa เนินเขาวิลล่าเป็นบริเวณที่วิลล่าขนาดใหญ่ตั้งอยู่ มีการเปรียบเปรยว่าวิลล่านี้ไม่ใช่แค่ห้องพักธรรมดา แต่เป็นเหมือนบ้าน สระว่ายน้ำออกแบบมาอย่างมีรสนิยมโดยใช้แผ่นกระเบื้องโมเสคสีดำและมองเห็นหุบเขาเขียวขจี ร้านจำหน่ายของที่ระลึกและสินค้าบูติกของรีสอร์ทจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง รวมถึงเครื่องปั้นดินเผา กระเป๋า เสื้อยืด ชาอูหลงและแยมภูใจใสที่ทำจากผลไม้ตามฤดูกาลที่ปลูกอยู่ในสวน เช่น เสาวรส มัลเบอร์รี่ สตรอเบอรี่ ฯลฯ ร้านอาหารและบาร์ภูวิวนั้นเปิดโล่งมีทั้งอาหารไทยและอาหารนานาชาติ รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ภูใจใส รีสอร์ท แอนด์ สปา (Phu Chaisai Mountain Resort & Spa) ______________________________________ 3. แรนโชชาญวีร์ รีสอร์ท แอนด์ คันทรีคลับ (Rancho Charnvee Resort & Country Club) – เขาใหญ่ 3. แรนโชชาญวีร์ รีสอร์ท แอนด์ คันทรีคลับ (Rancho Charnvee Resort & Country Club) – เขาใหญ่ แรนโช ชาญวีร์ รีสอร์ท แอนด์ คันทรีคลับ เป็นรีสอร์ทหรู มีสไตล์ ตั้งอยู่ท่ามกลางสนามกอล์ฟมาตรฐานสากล ที่ได้รับการออกแบบจากนักออกแบบสนามกอล์ฟระดับแนวหน้า จึงเหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนของผู้ที่ชื่นชอบกีฬากอล์ฟ หรือการพักทั้งแบบเป็นส่วนตัวหรือมาเป็นครอบครัว ที่นี่ให้คุณมีโอกาสสัมผัสโอโซน ธรรมชาติอันบริสุทธิ์ พร้อมชื่นชมความสวยงามของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ที่ตั้งเด่นเป็นฉากหลัง ซึ่งการเดินทางจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมงเท่านั้น ห้องพักของทางรีสอร์ท ตกแต่งอย่างหรูหรา โอ่อ่ากว้างขวาง ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องพัก ไม่ว่าจะเป็น ทีวีจอแอลซีดีขนาด 46 นิ้ว เครื่องเล่นดีวีดี ตู้เซฟนิรภัย รวมไปถึงระเบียงส่วนตัว ภายในรีสอร์ทยังมีร้านอาหารและบาร์ คลับเฮาส์ ร้านขายอุปกรณ์กอล์ฟชั้นนำ รวมไปถึงกิจกรรมสันทนาการแบบเดี่ยวหรือทั้งครอบครัว เช่น ปั่นจักรยาน ปีนเขา ที่จะทำให้คุณสนุกเพลิดเพลินตลอดช่วงเวลาที่คุณเข้าพักอยู่ที่นี่ รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> แรนโชชาญวีร์ รีสอร์ท แอนด์ คันทรีคลับ (Rancho Charnvee Resort & Country Club) ______________________________________ 4. เดอะ โฟลทเฮ้าส์ ริเวอร์แคว (The FloatHouse River Kwai) – กาญจนบุรี 4. เดอะ โฟลทเฮ้าส์ ริเวอร์แคว (The FloatHouse River Kwai) – กาญจนบุรี เดอะ โฟลทเฮ้าส์ รีเวอร์แคว รีสอร์ท เป็นสถานที่พักตากอากาศในจังหวัดกาญจนบุรีที่เปิดโอกาสให้คุณได้สัมผัสกับวันหยุดพักผ่อนสุดแสนพิเศษอย่างใกล้ชิดกับธรรมชาติอันแสนบริสุทธิ์ ท่ามกลางความงดงามของแม่น้ำแควที่มีชื่อเสียง ใช้เวลาขับรถ 2.5 ชั่วโมงครึ่ง จากตัวกรุงเทพฯ ถึงท่าเรือรีโซเทลของรีสอร์ท รีสอร์ทที่เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันนี้ มีสไตล์การตกแต่งที่หรูหราพร้อมเอกลักษณ์ที่โดดเด่นน่าประทับใจ และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย การตกแต่งทั้งภายในและภายนอกของวิลล่าลอยน้ำแต่ละหลัง ผสมผสานได้อย่างลงตัวกับฉากหลังที่สวยงามของแม่น้ำแควที่เงียบสงบ ป่าเขตร้อนและขุนเขาอันเขียวขจี ที่นี่มีให้บริการอาหารนานาชาติเลิศรส สระว่ายน้ำ การแสดงพื้นเมืองของชาวมอญ สปา รถให้เช่า บริการเรือรับ-ส่ง ตลอดจนมีสถานที่ที่น่าสนใจ และกิจกรรมมากมายให้คุณได้เพลิดเพลิน รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> เดอะ โฟลทเฮ้าส์ ริเวอร์แคว (The FloatHouse River Kwai) ____________________________________ 5. ภูนาคำรีสอร์ท (Phunacome Resort) – เลย 5. ภูนาคำรีสอร์ท (Phunacome Resort) – เลย ให้รางวัลกับชีวิตของคุณ ด้วยประสบการณ์การพักผ่อนที่ไม่เหมือนใคร ณ ภูนาคำ รีสอร์ท ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่รายล้อมไปด้วยขุนเขาในมุมกว้าง 360 องศา ดื่มด่ำกับบรรยากาศเย็นสบาย และธรรมชาติที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ไม่ถูกทำลาย ที่ “ภูนาคำ รีสอร์ท” อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ที่นี่จึงเป็นสถานที่พักผ่อนในช่วงที่คุณต้องการผ่อนคลาย และพักผ่อนคลายความเหนื่อยล้า อย่างแท้จริง ภูนาคำรีสอร์ท จังหวัดเลย ตอบแทนชีวิตของท่านด้วยความผ่อนคลายความเหนื่อยล้า เปิดประสบการณ์ใหม่ กับธรรมชาติที่ท่านจะหลงรัก ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่โอบล้อมด้วยเทือกเขาและป่าไม้รอบด้าน ภูนาคำ รีสอร์ท ประกอบด้วยห้องดีลักซ์และห้องแกรนด์ดีลักซ์ ขนาดโอ่อ่าและสวยงามประณีต ตกแต่งในสไตล์อีสานร่วมสมัย จำนวน16 ห้อง และบ้านพักแบบดีลักซ์และแกรนด์ ดีลักซ์ ที่ตกแต่งในสไตล์อีสานแท้ๆ อีก 5 หลัง ห้องพักทุกห้องมีห้องน้ำส่วนตัวและระเบียงที่มีขนาดกว้าง พร้อมอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน เช่น เครื่องปรับอากาศ โทรทัศน์จอแบนแบบ LCD มินิบาร์ บรืการโทรศัพท์สายตรงระหว่างประเทศ ที่นอนและเครื่องนอนมาตรฐานระดับนานาชาติ เครื่องทำน้ำอุ่น ไดร์เป่าผม ชุดอาบน้ำ รองเท้าแตะ แชมพูและครีมนวดผม เจลอาบน้ำ โลชั่น สบู่ สำลีปั่นหู หมวกอาบน้ำ และอุปกรณ์เครื่องเขียน รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ภูนาคำรีสอร์ท (Phunacome Resort) _______________________________ 10 ที่พักร่มรื่นเกินคำบรรยาย ส่งท้ายหน้าฝน 6. ปาย ฮอตสปริงค์ สปา รีสอร์ท (Pai Hotsprings Spa Resort) – แม่ฮ่องสอน 6. ปาย ฮอตสปริงค์ สปา รีสอร์ท (Pai Hotsprings Spa Resort) – แม่ฮ่องสอน ปาย ฮอตสปริงค์ สปา รีสอร์ท (Pai Hotsprings Spa Resort) ซ่อนตัวอยู่ระหว่างเทือกเขาสูง และป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ ที่เมืองเล็กๆแห่งนี้ จะให้ท่านได้สัมผัสกับความรู้สึกพิเศษ ที่หาไม่ได้จากที่ใด พร้อมชื่นชมความงามของธรรมชาติที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ สูดอากาศบริสุทธิ์ และสัมผัสสายลมหนาว ปาย ฮอตสปริงค์ สปา รีสอร์ท ตั้งอยู่ในหมู่บ้านอันสวยงามมากของแม่ฮ่องสอน แวดล้อมด้วนสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย อยู่ห่างจากเชียงใหม่เพียง 135 ก.ม. และ 111 ก.ม. จากแม่ฮ่องสอน ปาย ฮอทสปริง สปา รีสอร์ท รีสอร์ทสไตล์บูติคในเมืองขนาดเล็กแสนสวย เมืองปาย โอบล้อมด้วยเนินเขาเขียวขจีในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ปราศจากเสียงรบกวนและมีอากาศที่สดชื่นจากป่าภูเขารอบๆ รวมเป็นหนึ่ง ภูเขา ป่าและน้ำตกให้บรรยากาศที่ผ่อนคลายและเหมาะกับการแช่บ่อน้ำร้อน รีสอร์ทฮอทสปริงแสนโรแมนติกแห่งนี้ตั้งอยู่ริมตลิ่งแม่น้ำปายพร้อมที่พักแนวทรอปิคอล ปาย ฮอทสปริง สปา รีสอร์ทมีบริการบ่อน้ำร้อนรวมและห้องพักพร้อมน้ำแร่ต่อเข้าห้องพักทุกห้อง แขกที่มาพักสามารถลงแช่ในอ่างที่ห้องแบบส่วนตัวหรือในสระกลาง บ่อน้ำร้อนทุกบ่อมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยและบริการที่ยอดเยี่ยม   รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ปาย ฮอตสปริงค์ สปา รีสอร์ท (Pai Hotsprings Spa Resort) – แม่ฮ่องสอน ________________________________ 7. วิลล่า พาราดี (Villa Paradis) – นครราชสีมา 7. วิลล่า พาราดี (Villa Paradis) – นครราชสีมา วิลล่า พาราดี ตกแต่งด้วยสไตล์โมเดริน์บูติค สวยงามทันสมัยหรูหรา รายล้อมท่ามกลางธรรมชาติ ด้วยบรรยากาศอบอุ่นสุดโรแมนติก วิลลา พาราดี คือ โรงแรมในสไตล์บูติค ตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขา และธรรมชาติที่เขียวชอุ่มสดชื่น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อน และเน้นความเป็นส่วนตัว ด้วยคุณภาพของอาหาร และการให้บริการที่ประทับใจ ตั้งอยู่บริเวณเขาใหญ่ ในอำเภอปากช่อง แหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่มีโอโซนสูงติดอันดับโลก สามารถมองวิวเขาใหญ่ได้สวยที่สุด ให้บริการห้องพักทั้งหมด 60 ห้อง ตกแต่งอย่างสวยงามแบบมีสไตล์เฉพาะตัว นอกจากนี้ โรงแรมฯ ยังมีห้องสัมมนาให้บริการ 2 ห้อง สามารถรองรับผู้เข้าร่วมสัมมนาได้ตั้งแต่ 30-120 ท่าน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ ห้องอาหาร รูมเซอร์วิส สระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย คาราโอเกะ และสถานที่จัดกิจกรรม   รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> วิลล่า พาราดี (Villa Paradis) – นครราชสีมา ___________________________________ 8. ภูปาย อาร์ท รีสอร์ท (Phu Pai Art Resort) – แม่ฮ่องสอน 8. ภูปาย อาร์ท รีสอร์ท (Phu Pai Art Resort) – แม่ฮ่องสอน ภายใต้ไอหมอกฉ่ำเย็นแห่งขุนเขาที่โอบล้อม แสงแดดอุ่นยามเช้า แลเห็นต้นสนสูงตระหง่านเป็นทิวแถวในบรรยากาศเงียบสงบ ทุ่งนาเขียวชอุ่ม ปาย ดินแดนแห่งรอยต่อทางวัฒนธรรมไทย-พม่า ที่ซึ่งวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของผู้คนที่ยังคงผูกพันกับธรรมชาติเป็นเสน่ห์ อันเป็นเอกลักษณ์สร้างความตราตรึงในห้วงความทรงจำแก่ผู้ที่มาเยี่ยมเยือน ด้วยความภูมิใจในเสน่ห์แห่งปาย ภูปายอาร์ท รีสอร์ท จึงถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างวิจิตรบรรจงบนผืนดินอันอุดมริมแม่น้ำ เนื้อที่กว่า 70 ไร่ สมบูรณ์ด้วย พรรณไม้ท้องถิ่น รายล้อมด้วยบรรยากาศท้องทุ่ง ด้วยทุ่งนาเขียวขจี และยุ้งข้าว เพื่อการสัมผัสธรรมชาติในวันพักผ่อน อย่างแท้จริง รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ภูปาย อาร์ท รีสอร์ท (Phu Pai Art Resort) – แม่ฮ่องสอน ______________________________________ 9. อวตาร มิราเคิล (Avatarn Miracles) – อุทัยธานี 9. อวตาร มิราเคิล (Avatarn Miracles) – อุทัยธานี อวตาร มิราเคิล เป็นรีสอร์ทท่ามกลางธรรมชาติอันงดงาม อิงแอบอยู่กลางหุบเขาที่โอบล้อมด้วยทิวเขาดังเทพนิยายตั้งอยู่ในอำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย ใกล้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งที่โด่งดังและมีชื่อเสียงซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นมรดกโลกแห่งหนึ่งโดยองค์การยูเนสโก้ รีสอร์ทสุดหรูแห่งนี้รายล้อมไปด้วยทะเลสาบอันเงียบสงบและขุนเขาอันเขียวขจีและทุกพื้นที่ได้รับการออกแบบอย่างสวยงามในสไตล์คลาสิกเพื่อรองรับการพักผ่อน ห้องพักทุกห้องได้รับการออกแบบมาอย่างดีเยี่ยมเพื่อความสะดวกสบายมีระเบียงกว้างส่วนตัวพร้อมเตียงนั่งเล่นมองเห็นสวนเขียวขจีและวิวภูเขา มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยมากมายเช่น สระว่ายน้ำกลางแจ้งขนาดใหญ่ 2 สระ ร้านอาหารบนชั้นดาดฟ้า ห้องประชุม ห้องสมุด ไนท์คลับ คาราโอเกะคลับ โยคะ สปา นวดแผนไทย ซาวน่า จากุซซี่ ฟิตเนสและคอร์สเรียนทำอาหารไทย    รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> อวตาร มิราเคิล (Avatarn Miracles) – อุทัยธานี ________________________________ 10. วิลลิ์ เดอ ลา วี รีสอร์ท (Ville De Lavie Resort) – นครราชสีมา 10. วิลลิ์ เดอ ลา วี รีสอร์ท (Ville De Lavie Resort) – นครราชสีมา วิลลิ์ เดอ ลา วี เกิดจากความรักของผู้ชายคนหนึ่งที่ต้องการมั่นใจว่า ผู้หญิงที่เขารักจะใช้ชีวิตในรูปแบบและบรรยากาศที่เธอชอบอย่างมีความสุข แม้ในวันที่เขาอาจไม่ได้อยู่กับเธอแล้ว ดังนั้นสถานที่แห่งนี้จึงเป็นการผสมรวมรูปแบบ กลิ่นอาย บรรยากาศ และวิถีชีวิตที่เป็นความชอบ จากประสบการณ์ที่ได้มีโอกาสไปสัมผัสพบเห็นแล้วสรรค์สร้างออกมาในอารมณ์ของ Highland Villa ที่หลีกเร้นจากความวุ่นวาย ประกอบกับประสบการณ์ของสมาชิกในครอบครัวที่คร่ำหวอดในแวดวงโรงแรมมากว่า 30 ปี จึงมั่นใจได้ว่า เครื่องใช้และบริการของวิลล์ เดอ ลา วี จะสร้างความประทับใจให้กับอาคันตุกะที่แวะมาเยือนเราได้อย่างแน่นอน มีห้องพักทั้งสิ้นเพียง 14 ห้อง แบ่งเป็น Villa 10 หลัง ที่แตกต่างกันไปใน 10 อารมณ์ ได้แก่ Pool View ห้องพักที่อาคารริมสระว่ายน้ำ ที่สามารถพักได้ 4 คน / 2 ห้อง และ 6 คน / 2 ห้อง รูปแบบ Villa ทรงกลมมาจากแนวคิดของการเกิดขึ้นและเจริญเติบโตอย่างปลอดภัยของชีวิตใหม่ในครรภ์ ความกลมของห้องพักจะทำให้ลมไหลเวียนอยู่ภายในสร้างความรู้สึกเย็นสบายให้กับผู้มาพักแม้ไม่เปิดเครื่องปรับอากาศ อย่างไรก็ตาม villa ทุกหลัง รวมถึงห้องพักทุกห้องใน Vill eDe La Vie มีเครื่องปรับอากาศ และสิ่งอำนวยความสะดวกติดตั้งไว้ครบครัน ในส่วนของ Pool View รูปแบบที่พักแบบอาคารหมู่เป็นที่พักที่เหมาะมากสำหรับครอบครัว เพื่อนฝูง ที่ชอบความสนุกสนาน สะดวกสบาย เนื่องจากอยู่ติดห้องอาหาร และสระว่ายน้ำ ที่พร้อมให้บริการตั้งแต่ 07.00 – 22.00 น. รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> วิลลิ์ เดอ ลา วี รีสอร์ท (Ville De Lavie Resort) – นครราชสีมา บทความเกี่ยวข้อง   10 ที่พักในไทย บรรยากาศเหมือนเมืองนอก  15 ที่พักริมน้ำ เที่ยวพักผ่อนสบายๆ  10 โรงแรม สไตล์โมเดิร์น ในประเทศไทย  10 สุดยอด โรงแรมสวยขั้นเทพ ในไทย

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : กองแช่งคำราม!! จิ้งจอกสยาม เปิดรังเขมือบ ผี 10 ตัว แบบไร้ทางสู้ 5-3
จอนนี่ อีแวนส์ /  ดาบิด เด เคอา / 

รายงานสดฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน 2557 เลสเตอร์ ซิตี้ 5-3 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รายชื่อผู้ทำประตู :  0-1 โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ น.13, 0-2 อังเคล ดิ มาเรีย น.16, 1-2 เลโอนาร์โด้ อูยัว น.17, 1-3 อันเดร์ เอร์เรร่า น.57, 2-3 เดวิด นูเจนท์ (จุดโทษ) น.62, 3-3 เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่ น.64, 4-3 เจมี่ วาร์ดี้ น.79, 5-3 เลโอนาร์โด้ อูยัว (จุดโทษ) น.83 เวลา : 19.30 น. สนาม : คิงพาวเวอร์ สเตเดียม ถ่ายทอดสอด : CTH Stadium 1, ช่อง 3 ศึกพรีเมียร์ลีก นัดที่ 5 ของทั้งสองทีม "จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดรัง คิงพาวเวอร์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สิ่งที่น่าสนใจสำหรับแมตช์นี้คือ ถ้าหาก "ปีศาจแดง" สามารถคว้าอย่างน้อยๆ 1 คะแนน พวกเขาจะมีแต้มมากกว่าคูรักคู่แค้นตลอดกาลอย่าาง ลิเวอร์พูล ที่เพิ่งสะดุดหัวทิ่มไปเมื่อคืนที่ผ่านมา และตำแหน่งจะคงอยู่แบบนั้นอย่างต่ำๆ 1 สัปดาห์แน่นอน เริ่มเกมนาทีที่ 5 เลสเตอร์ ได้ลุ้นจากลูกเปิดของ นูเจนท์ โยเข้าไปในกรอบเขตโทษ แต่โดนสกัดออกหลังไปได้ก่อน เกมผ่านไป 10 นาที เป็นทางฝั่งเจ้าบ้านที่ทำได้ดีกว่าและเอาบอลเข้าไปบุกในฝั่ง ปีศาจแดง ได้หลายครั้งเหมือนกัน นาที 11 ดิ มาเรีย แทงทะลุช่องมาให้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ได้หลุดเข้าไปยิงด้วยซ้าย แต่ไปติดเซฟ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ออกหลังไป GOAL! นาที 13 ราดาเมล ฟัลเกา เลี้ยงลุยขึ้นมาทางฝั่งซ้ายก่อนจะตักไปให้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ขึ้นโขกจ่อๆในกรอบเขตโทษผ่านตัว แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ช่วยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ออกนำเจ้าบ้านไปก่อน 1-0  GOAL! นาที 16 อังเคล ดิ มาเรีย ลุยเข้าไปหน้ากรอบเขตโทษก่อนจะงัดบอลข้ามหัว แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล เข้าไปกองที่ก้นตราข่ายอย่างสวยงาม GOAL! นาที 17 "จิ้งจอกสยาม" แก้คืนได้เร็วจากจังหวะโขกของ เลโอนาร์โด้ อูยัว บอลผ่านตัว ดาบิด เด เคอา เข้าไปมุดก้นตาข่ายแบบทันควัน นาที 30 จอนนี่ อีแวนส์ มีอาการบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ คริส สมอลลิ่ง ที่เพิ่งหายเจ็บหลับมาลงไปทำหน้าที่แทน มาถึงนาที 35 เลสเตอร์ ซิตี้ เอาบอลมาครองได้มากกว่าทีมเยือน แถมยังทำเกมรุกใส่ "ปีศาจแดง" ได้มากกว่าแล้ว นาที 41 ดิ มาเรีย ได้โดนยาวเข้ามาในกรอบเขตโทษ เป็นทาง เวส มอร์แกน หวดตูมเดียวแต่บอลผิดเหลี่ยมเกือบเข้าประตูตัวเอง นาที 45 ดิ มาเรีย ได้โยนอีกครั้งเป็นทาง ฟัลเกา พร้อมโฉบมาโหม่งแต่น่าเสียดายที่เข้าไม่ถึงในจังหวะสุดท้าย และทดเวลาบาดเจ็บ 2 นาที จบครึ่งแรก! เลสเตอร์ ซิตี้ โดน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกมานำด้วยสกอร์ 1-2 เริ่มครึ่งหลังมาในนาที 49 ราดาเมล ฟัลเกา ได้ซัดย้อยๆในกรอบเขตโทษ บอลผ่านมือ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล แต่ดันไปชนคาน พลาดโอกาสพา แมนฯ ยูไนเต็ดขึ้นนำห่าง 2 สกอร์อย่างน่าเสียดาย GOAL! น.57 อันเดร์ เอร์เรร่า ไขว้ยิงจากจังหวะซัดแถวสองของ ดิ มาเรีย หลอก แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ได้สนิทส่งผลให้ "ปีศาจแดง" ออกนำเจ้าบ้านไปเป็น 3-1 นาที 61 เลสเตอร์ ได้ลูกเตะมุม อูยัว พยายายมโขกชงเข้ามาแต่ไปติดผู้เล่นของ แมนฯ ยูไนเต็ด บริเวณใกล้เคียงกับแขนแต่ผู้ตัดสินยังนิ่ง GOAL! นาที 62 เจมี่ วาร์ดี้ โดน ราฟาเอล กระแทกข้างหลังในกรอบเขตโทษ ก่อนจะล้มลงและผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษ เป็นทาง เดวิด นูเจนท์ รับหน้าที่สังหาร แล้วก็ไม่พลาด ช่วยให้ เลสเตอร์ ตามมาอีกครั้งเป้น 2-3 GOAL! นาที 64 เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่ วิ่งมาซัดแถมสองเต็มข้อ บอลผ่าน ดาบิด เด เคอา หายเข้าไปกองที่ก้นตาข่ายอย่างสวยงาม แถมนี่คือประตูแรกของเจ้าตัวในสีเสื้อ "จิ้งจอกสยาม" นาที 71 เลสเตอร์ แก้เกม ส่ง แอนดี้ คิง ลงมาแทน เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่  ผู้ที่ยิงประตูที่ 3 ให้เจ้าบ้านตามตีเสมอ นาที 76 แอนดี้ คิง เกือบพาทีมขึ้นนำหลังมีโอกาซัดเหน่งๆ ดาบิด เด เคอา ขาตายไปแล้ว แต่น่าเสียดายที่บอลเฉี่ยวเสาออกไปนิดเดียว GOAL! นาที 79 เจมี่ วาร์ดี้ หลุดเดียวเข้าไปดวลตัวต่อตัวกับ ดาบิด เด เคอา ก่อนจะยิงเล่นทางเข้าไปช่วยให้ เลสเตอร์ ออกนำ "ปีศาจแดง" เป็นครั้งแรก 4-3 GOAL! นาที 83 เจมี่ วาร์ดี้ ทะลุเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งขวา ก่อนที่ เทย์เลอร์ แบล็คเก็ต จะมาเข้าสกัดจากทางข้างหลัง ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษ เลโอนาร์โด้ อูยัว รับหน้าที่สังหารไม่พลาด "จิ้งจอกสยาม" ทะยานขึ้นนำห่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ออกไปเป็น 5-3 นาที 90 ทดเวลาบาดเจ็บ 6 นาที หมดเวลาการแข่งขัน! เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดรัง คิงพาวเวอร์ สเตเดี้ยม ทุบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สุดมันส์ 5-3 รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล, ริทชี่ เดอ เลต, เลียม มัวร์, เวส มอร์แกน, พอล คอนเชสกี้, ดาเนียล ดริงค์วอเตอร์, เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่, ดีน แฮมมอนด์, เจมี่ วาร์ดี้, เดวิด นูเจนท์, ลีโอนาโด้ อูยัว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา, ราฟาเอล, จอนนี่ อีแวนส์, เทย์เลอร์ แบล็คเก็ต, มาร์กอส โรโฮ, อันเดร์ เอร์เรร่า, ดาร์ลี่ย์ บลินด์, อังเคล ดิ มาเรีย, ราดาเมล ฟัลเกา, เวย์น รูนี่ย์, โรบิน ฟาน เพอร์ซี่

เที่ยวกรุงเทพฯ (Shutter&Travel)
วัดพระแก้ว /  วัดไตรมิตร / 

กรุงเทพฯ ดุจเทพสร้าง เมืองศูนย์กลางการปกครอง วัด วัง งามเรืองรอง เมืองหลวงของประเทศไทย เสียงอื้ออึงของผู้คนดังอยู่ในหัวเหมือนแมลงหวี่บินวนเวียนไปมา พร้อมเสียงลมหายใจเข้าออกของตนเองดังออกมาเป็นจังหวะ ระหว่างที่ตาซ้ายปิดสนิทพร้อมตาขวาประกบอยู่ที่กล้องถ่ายภาพ ผมกำลังยืนอยู่ที่วัดพระแก้ว ช่วงประมาณเกือบๆ 4 โมงเย็น แดดค่อนข้างแรง รู้สึกได้ถึงหยดเหงื่อที่ไหลหยดลงมาจากหน้าผาก แต่ผมก็ไม่ยอมกด shutter สักทีเพราะคนเดินไปมาไม่ยอมหยุด การเฝ้ารอจังหวะคนที่พอดีๆ เพื่อให้องค์ประกอบของภาพลงตัวในสถานที่ท่องเที่ยวนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย … กรุงเทพฯ หรือ บางกอก เมืองหลวงของประเทศไทย เมืองท่องเที่ยวสำคัญเมืองหนึ่งของเอเชีย ที่ถือเป็น Hub ของการท่องเที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในหนึ่งปีมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาหลายล้านคน ในปี 2556 มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามา 26,735,583 คนเพิ่มจากปี 2556 ถึง 19.60% การท่องเที่ยวถือเป็นรายหลายหลักอันดับต้นๆ ของประเทศมานาน ภูเก็ต เชียงใหม่ พัทยา อยุธยา และอีกหลายจังหวัดที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินกันขวักไขว่ ไม่เว้นกรุงเทพฯ ด้วยเช่นกัน แต่กลับกัน ในทุกวันหยุดสุดสัปดาห์คนกรุงอย่าเราๆ ต่างหลงไหลได้ปลื้มกันเมืองตากอากาศหรือสถานที่ท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ จนลืมไปว่าเมืองกรุงที่เราอยู่ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่คนกรุงอย่างเราๆ อาจจะไม่เคยไปเลยด้วยซ้ำ แต่มันก็ไม่ได้ผิดอะไรที่เราจะมองข้าม เพราะเราอยู่กรุงเทพฯ กันมานาน ทำงานตั้งแต่จันทร์ถึงศุกร์ คุ้นชินกับชีวิตเมืองเบื่อหน่ายการเดินทางจากการทำงาน จึงต้องออกไปดูโลกกว้างใหญ่ไกลกรุงกันบ้าง Shutter & Travel ก็แค่อยากชวนเพื่อนๆ คนกรุง ลองก้มมองย้อนดูกรุงเทพฯ กันบ้างไรบ้าง แล้วหยิบกล้องตัวโปรดกับเลนส์ตัวชื่นชอบ ออกมาเที่ยวกรุงเทพฯ กันบ้างครับ "กรุงเทพฯ ดุจเทพสร้าง เมืองศูนย์กลางการปกครอง วัด วัง งามเรืองรอง เมืองหลวงของประเทศไทย" กรุงเทพฯ มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมายและหลากหลายประเภทเป็นเมืองแห่งสีสันทั้งในยามค่ำคืนและยามกลางวันเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และความรู้รอบตัวท่องเที่ยวได้ไม่จำกัดเวลาและไม่จำเป็นต้องมีงบประมาณมากแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและมีอยู่เป็นจำนวนมากมากของกรุงเทพฯ วัดพระแก้ว วัดพระศรีรัตนศาสดารามหรือที่เรียกกันทั่วไปว่า วัดพระแก้ว เป็นวัดที่สำคัญและเป็นที่เชิดหน้าชูตาของบ้านเมือง ตลอดจนเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2325 เป็นวัดในพระบรมมหาราชวัง และมีพระราชประสงค์ให้วัดพระศรีรัตนศาสดารามเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต ที่นำมาจากกรุงเวียงจันทร์ มาบุญครอง ห้างมาบุญครอง น้อยคนที่จะไม่รู้จัก แม้จะมีการเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "MBK Center" เพื่อง่ายต่อนักท่องเที่ยว แต่คนไทยชื่อที่เรียกกันจนติดปากคือ "มาบุญครอง" ที่นี่ถือเป็น ศูนย์ค้าที่โด่งดังเข้าขั้นระดับโลก เพราะสินค้าคุณภาพมีให้เลือกหลากหลาย อีกทั้งราคาขายโดยเฉลี่ยก็ไม่แพงจนเกินไป เดิมเคยเป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ปัจจุบันบริเวณโดยรอบถือเป็นแหล่งช็อปปิ้งที่ใหญ่และโด่งดังที่สุดของประเทศ ไทย มีห้างสรรพสินค้าและแหล่งช็อปปิ้งเกิดใหม่มากมายอย่าง Siam Discovery Siam Center Siam Paragon Siam Square รวมถึงห้าง Tokyu    สะพานพระราม 8 สะพานพระราม 8 เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งที่ 13 ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีแนวสายทางเชื่อมต่อกับทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี สะพานนี้เกิดจากพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 พระองค์มีพระราชดำริให้กรุงเทพมหานครก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มอีก 1 แห่ง เพื่อบรรเทาการจราจรบนสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้ารองรับการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างฝั่งพระนครกับฝั่งธนบุรี เสาชิงช้า เสาชิงช้า เป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ประกอบพิธีโล้ชิงช้า ในพระราชพิธีตรียัมพวาย ตรีปวายของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ตั้งอยู่หน้าวัดสุทัศน์เทพวราราม และลานหน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ลานคนเมือง) ใกล้กับเทวสถานโบสถ์พราหมณ์ ในพื้นที่แขวงเสาชิงช้าและแขวงวัดราชบพิธ เขตพระนครกรุงเทพมหานคร ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของกรุงเทพมหานคร ปัจจุบันพิธีโล้ชิงช้าได้เลิกไปแล้ว อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เป็นผลงานการออกแบบของศ.ศิลป์ พีระศรี และ จิตรเสน (หมิว) อภัยวงศ์ เป็นอนุสาวรีย์ที่ตั้งอยู่กึ่งกลางวงเวียนระหว่างถนนราชดำเนินกลางกับถนนดินสอ สร้างขึ้นเป็นที่ระลึกถึงเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข การก่อสร้างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเริ่มขึ้นในวันที่ 24 มิถุนายนพ.ศ. 2482 และทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 24 มีนาคมพ.ศ. 2483 ในสมัยจอมพล แปลก พิบูลสงคราม ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อนุสาวรีย์แห่งนี้ ยังเป็นหลักกิโลเมตรที่ศูนย์ของกรุงเทพมหานครและประเทศไทยอีกด้วย เยาวราช ถนนเยาวราช เป็นถนนสายหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ระยะทางความยาวตลอดเส้นทางประมาณ 1 กิโลเมตร ได้รับการกล่าวขานและขนานนามว่าเป็น "ถนนมังกร" โดยมีจุดเริ่มต้นของหัวมังกรที่ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษาบริเวณวงเวียนโอเดียน ท้องมังกรอยู่ที่บริเวณตลาดเก่าเยาวราชและสิ้นสุดปลายหางมังกรที่บริเวณปลาย สุดของถนน สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ถนนเยาวราชประกอบไปด้วยจุดสำคัญหลายจุดเช่น วงเวียนโอเดียนถนนเจริญกรุง ซึ่งอยู่ในท้องที่แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของถนนเยาวราชตัดกับถนนทรงสวัสดิ์ (สี่แยกเฉลิมบุรี) ถนนราชวงศ์ (สี่แยกราชวงศ์) และถนนจักรวรรดิ (สี่แยกวัดตึก) ข้ามคลองรอบกรุง (สะพานภาณุพันธุ์) เข้าสู่ท้องที่แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร สิ้นสุดที่แยกถนนพีระพงษ์ตัดกับถนนมหาไชยและถนนจักรเพชร วงเวียนโอเดียน วงเวียนโอเดียน เป็นวงเวียนอยู่หัวถนนเยาวราช เป็นจุดตัดของถนนเจริญกรุง, ถนนเยาวราช และถนนมิตรภาพไทย-จีน อยู่ในเขตสัมพันธวงศ์กรุงเทพมหานคร เป็นวงเวียนที่มีประวัติความเป็นมาคู่กับถนนเยาวราช เคยเป็นศูนย์รวมสถานบันเทิง เดิมเป็นวงเวียนน้ำพุ เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน ปัจจุบันปรับปรุงเป็นที่ตั้งของ ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ ๖ รอบพระชนมพรรษา ร้านค้าในย่านนี้ เรียกว่า ร้านค้าย่านโอเดียน เป็นย่านเก่าแก่เป็นที่มาของชื่อ เซียงกง แหล่งเครื่องยนต์มือสอง และอะไหล่มือสองจากญี่ปุ่นยุคแรก ปัจจุบัน ยังมีร้านค้าเหล่านี้อยู่บ้าง เช่น ร้านค้าอะไหล่รถยนต์ อะไหล่แทรกเตอร์ ร้านค้าโลหะ และร้านค้าเครื่องเรือ วัดไตรมิตร วัดไตรมิตรวิทยาราม ตั้งอยู่ที่ถนนมิตรภาพไทย-จีน แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ เป็นวัดโบราณอยู่ในที่ลุ่มพระอารามเป็นเรือนไม้ มีชื่อเดิมว่า "วัดสามจีน" เข้าใจกันว่า ชาวจีน 3 คนร่วมกันสร้างพระอารามเพื่อเป็นวิหารทานการบุญ สิ่งสำคัญของวัด คือ พระสุโขทัยไตรมิตร เป็นพระพุทธรูปทองคำที่ใหญ่ที่สุดและได้รับการบันทึกในหนังสือบันทึกสถิติโลกกินเนสส์ พระพุทธรูปทองคำองค์นี้มีหน้าตั้งกว้าง 3.01 เมตร สูง 3.91 เมตร องค์พระสามารถถอดได้ 9 องค์ จากฐานองค์พระขึ้นไปเนื้อทองบริสุทธิ์ 40% พระพักตร์มีเนื้อทอง 80% ส่วนพระเกศมีน้ำหนัก 45 กิโลกรัม เป็นเนื้อทองบริสุทธิ์ 99.99% สถานที่ท่องเที่ยวกรุงเทพฯ ที่กล่าวมายังเป็นเพียงแค่ส่วนน้อยของการท่องเที่ยวกรุงเทพฯ กรุงเทพยังมีที่เที่ยวอีกเยอะที่เราอาจจะไม่เคยไป การถ่ายภาพในสถานที่ท่องเที่ยวแบบนี้เราไม่ควรที่จะรีบร้อน เพราะนักท่องเที่ยวที่มีมากจนอาจจะทำให้เราต้องรอเวลาที่เหมาะที่สุด คนน้อยที่สุดเพื่อองค์ประกอบภาพที่ลงตัวตามที่เราต้องการ ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ http://th.wikipedia.org Shutter Tips สำหรับคอลัมม์นี้ผู้เขียนขอแบ่งปันเทคนิคการถ่ายภาพ “ท้องฟ้าทไวไลท์” ฟ้าทไวไลท์มี 2 ช่วงเวลาในการถ่ายคือ เช้าและเย็น ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่เกิดขึ้นก่อนพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้าและช่วงพระอาทิคย์ตกไปแล้วในช่วงเย็น แต่ส่วนใหญ่จะนิยมเลือกถ่ายในเวลาเย็น เพราะในเวลาเย็นจะมีโอกาสเห็นแสงไฟตามท้องถนนหนทาง ซึ่งจะเพิ่มสเน่ห์ให้กับภาพได้ 4 สิ่งที่ต้องเตรียมตัวมีดังนี้ กล้องและขาตั้งกล้อง เลนส์มุมกว้างตั้งแต่ 24 mm เป็นอย่างน้อย(เมื่อนำมาคำนวณกับเซ็นเซอร์ในกล้องตัวคูณเท่ากับ 36 mm เรื่องการเลือกระยะของเลนส์ไม่มีข้อจำกัดตายตัว ช่างภาพบางท่านก็นิยมให้เลนส์เทเลมาถ่ายภาพเจาะ ซึ่งก็ได้ภาพที่สวยงามเช่นกัน ND Filter เพื่อการลดแสง บางครั้งการถ่ายภาพในช่วงที่มีแสงทไวไลท์ อาจจะมีความเร็วซัตเตอร์ที่ยังช้าไม่เพียงพอ การใช้ ND Filter ก็จะช่วยลดแสงยืดเวลาของ Speed Shutter ให้นานออกไป สายลั่น shutter หรือ รีโมทก็ได้ หากไม่มีทั้ง 2 อย่าง อาจจะตั้งเวลา shutter จากตัวกล้องได้ หลังจากเราเตรียมอุปกรณ์ครบเรียบร้อยแล้ว เราก็ต้องมาเลือก Location กันเลย หลายคนถามว่าจะถ่ายภาพฟ้าทไวไลท์ จะเลือก Location ทำไม ก็ไม่ผิดนะครับที่จะเงยกล้องขึ้นไปถายเลยก็ได้ แต่ภาพที่จะได้ก็คือฟ้าอย่างเดียว แต่ภาพท้องฟ้าทไวไลท์หนึ่งภาพเราสามารถเพิ่มสเน่ห์ให้กับภาพได้ ด้วยการไปในสถานที่ที่แตกต่างกันไป เช่น ถ้าเราไปในเมืองเราก็จะได้ภาพไฟเพิ่มเติมเข้ามาเป็นองค์ประกอบหนึ่งของภาพ หรือถ้าเราไปตามท้องถนน เราก็อาจจะได้ไฟหน้ารถหรือท้ายรถเข้ามาเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบเช่นกัน หรือถ้าเราไปทะเลสาบ เราก็อาจจะได้ภาพที่สะท้อนวัตถุลงไปในน้ำ ซึ่งก็สวยงามไปอีกแบบหนึ่ง Location จึงเป็นตัวกำหนดและเพิ่มสเน่ห์ให้กับภาพท้องฟ้าทไวไลท์ หลังจากเราเลือก Location ได้แล้วเราก็เริ่มถ่ายกันเลย ผู้เขียนมีเทคนิคส่วนตัวในการออกไปถ่ายภาพท้องฟ้าทไวไลท์ ที่ขอสรุปเป็นข้อๆ ดังนี้ ไปก่อนเวลาเสมอ เพื่อให้มีเวลาในการเลือกมุมภาพ เราควรจะไปถึงสถานที่ถ่ายภาพและเลือกมุมภาพที่เราต้องการถ่ายสัก 2-3 มุม ถือเป็นการสำรองไว้ในกรณีที่มันไม่เป็นไปตามที่เราคิดไว้ ส่วนตัวจะไปถึงประมาณ 16.30 น. - 17.00 น. เมื่อได้เวลาและฟ้าที่ต้องการแล้วก็เตรียมกล้องวางบนขาตั้งกล้อง กำหนดค่า ISO ที่ต่ำที่สุดที่กล้องมีให้ ส่วนใหญ่จะ ISO100เลือกโหมดวัดแสงแบบเฉลี่ยทั้งใบ ผู้เขียนขอใช้โหมดการถ่ายภาพในโหมด TV คือการถ่ายภาพแบบกำหนดค่า Speed Shutter ด้วยตนเอง ส่วนค่า F ก็จะแปรผันตามระบบวัดแสงที่วัดได้แต่จะได้ค่า F ที่เท่าไหร่ ก็ขึ้นอยู่กับความเร็วของ Speed Shutter ที่ต้องการ เช่น หากเราต้องการถ่ายภาพไฟหน้ารถให้เป็นเส้นยาวต่อเนื่องจากด้านซ้ายสุดไปขวาสุดของภาพ เราประมาณเวลารถวิ่งเอาไว้ เช่น 8 วินาที เราก็ตั้ง Speed Shutter ที่ 8 วินาที แล้วมาดูว่าค่า F ที่ได้คือเท่าไหร่ แล้วก็กดบันทึกภาพได้เลย (สามารถใช้โหมดถ่ายภาพ M Manual ได้ แล้วแต่ความถนัด) แต่การทำตามขั้นตอนในข้อ 3 ก็มีโอกาสที่จะได้ค่าการวัดแสงออกมาจะสว่างเกินไปคือเลือกที่ 8 วินาทีแล้วค่า F แสดงผลได้ที่ 22หรือแคบที่สุดแล้ว ก็ยังได้ภาพที่โอเวอร์อยู่ ตัวช่วยของเราคือ ใช้ ND Filter ในการลดแสงครับ ND Filter มีลักษณะเหมือนกระจกที่ติดฟิล์มสีดำเข้าไป ซึ่งจะมีให้เลือกตั้งแต่ ND2 ND4 ND8 เลขมากจะลดแสงได้มากตาม และที่สำคัญที่สุดให้ใช้สายลั่น Shutter รีโมท หรือหากไม่มีให้ใช้การตั้งเวลา Shutter แทนเพื่อป้องกันการสั่นไหวจากน้ำหนักมือที่กดลงบน Shutter ================================================================================  *ห้ามนำภาพหรือบทความนี้ไปเผยแพร่ก่อนได้รับการอนุญาตจากเว็บไซต์ travel.mthai.com ================================================================================

สมคำล่ำลือ! โอซิล เชื่อแล้วได้ตัวมหาเทพคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม
ชาวเยอรมัน /  พรีเมียร์ลีก / 

ถ้าไม่เห็นกับตาคงไม่มีทางเชื่อ เมื่อ เมซุต โอซิล มิดฟิลด์เทพปรือ ยอมรับฝีเท้า มหาเทพ แดนนี่ เวลเบ็ค ว่าสมคำล่ำลือ ย้ำชัด 16 ล้านปอนด์ ที่ปืนเสียไปคุ่มยิ่งกว่าคุ้ม แดนนี่ เวลเบ็ค กองหน้ามหาเทพ วัย 23 ปี ได้กลับมาจุติอีกครั้งกับ ไอ้ปืนใหญ่ อาร์เซนอล หลังโชว์ผลงานได้อย่างสุดยอดทั้งยิงเอง และจ่ายให้เทพปรือ อย่าง เมซุต โอซิล มิดฟิลด์แชมป์โลกชาวเยอรมัน ประสานงานการทำประตูได้อย่างสวยงาม ในเกมพรีเมียร์ลีก นัดล่าสุดที่บุกไปถล่ม แอสตัน วิลล่า คาบ้านไป 0-3 ประตู ทำให้ โอซิล นั้นถึงกับอึ้งที่ได้เห็นฟอร์มที่จริงของ เวลเบ็ค ซึ่งทำให้เปิดมิติการเล่นเกมลุกให้มีความหลากหลายขึ้น "เมื่อคุณวิเคราะห์เกมของ เวลเบ็ค จะเห็นได้เลยว่าเขาวิ่งเยอะและรู้ดีว่าควรอยู่ตำแหน่งไหนที่จะเกิดประโยชน์ที่สุด เราดีใจที่มีเขาอยู่ที่นี่ เกมของเราดูง่ายขึ้น เขาช่วยสร้างพื้นที่มากขึ้น รวมถึงสปีดที่เร็วขึ้นด้วย เขาพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาอันตรายแค่ไหนในกรอบเขตโทษ ผมดีใจจริงๆ ที่มีเขาอยู่" เมซุต โอซิล ได้กล่าวไว้

เทศกาลสำคัญประจำฤดูกาลต่างๆ ของเกาะเจจู
เกาหลีใต้ /  เกาะเจจู / 

เกาะเจจู แห่งประเทศเกาหลีใต้ เป็นเกาะที่มีประวัติ วัฒนธรรม และความเป็นมาที่ยาวนานนับหลายๆ พันปี จึงไม่แปลกที่เกาะเจจูจะมีเทศกาลงานประเพณีประจำปีที่สำคัญต่อชีวิตและจิตใจของชาวเจจูมากมายหลายเทศกาล และเนื่องจากเจจูเป็นเกาะที่มีฤดูกาลที่แตกต่างกันถึง 4 ฤดูกาล นั่นก็คือฤดูใบไม้ไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว ดังนั้นงานเทศกาลต่างๆ จึงถูกแบ่งออกเป็นงานของแต่ละฤดูกาลด้วยเช่นกัน เทศกาลสำคัญประจำฤดูกาลต่างๆ ของเกาะเจจู ฤดูใบไม้ผลิ เทศกาลดอกซากุระ (Jeju King Cherry Blossoms Festival) ฤดูใบไม้ผลิของเกาะเจจูกินเวลาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคมจนถึงเดือนพฤษภาคมของทุกปี อากาศในช่วงนี้ค่อนข้างอบอุ่น ดังนั้นดอกไม้นานาพรรณรวมทั้งดอกซากุระจะเริ่มผลิบานสะพรั่งครอบคลุมไปทั่วทั้งเกาะ เทศกาลของฤดูใบไม้ผลิส่วนใหญ่จึงล้วนมีความเกี่ยวข้องกับดอกไม้แทบทั้งสิ้น อย่างเช่นเทศกาลเดินดอกยูเชซอควีโพในเดือนมีนาคม เทศกาลดอกซากุระ เทศกาลถนนวัฒนธรรม เทศกาลดอกยูเช เทศกาลหอยสังข์เกาะอูโด เทศกาลต้นเฟิร์น ซองจอง และเทศกาลทุ่งบาร์เลย์ เกาะคาพาในเดือนเมษายน และในเดือนพฤษภาคมอันเป็นเดือนสุดท้ายของฤดูใบไม้ผลิก็คือเทศกาลบางซอนมุน ฤดูร้อน เทศกาลทรายดำซัมยัง (Samyang Black Sand Beach Festival) ฤดูร้อนของเกาะเจจูมีระยะเวลาตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกันยายน ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ร้อนชื้นที่สุดของปี อีกทั้งยังเป็นช่วงมรสุมอีกด้วย ดังนั้นอากาศของเกาะเจจูในฤดูกาลนี้จึงค่อนข้างแปรปรวนผันผวน แต่กระนั้นชายหาดของเจจูก็ยังสวยงาม และดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนเจจูในช่วงฤดูร้อนไม่น้อย จึงทำให้งานเทศกาลของเจจูในช่วงฤดูนี้ล้วนเกี่ยวข้องกับทะเล นัยว่าเป็นกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายความร้อนให้กับชาวเกาะเจจูนั่นเอง โดยในช่วงเดือนมิถุนายนจะเป็นเทศกาลรักชนบท เกาะเจจู เทศกาลอาหารทะเล โบมกจารีดม และเทศกาลซัมคุลบี เกาะชูจา ส่วนเดือนกรกฎาคมก็มีเทศกาลวัฒนธรรมของโลกทางทะเล เทศกาลบุลท็อคเกาะพยองฮวา เทศกาลทรายดำซัมยัง เทศกาลหาดเพียวซอนแบ็กซา และในเดือนสิงหาคมอันเป็นเดือนสุดท้ายของฤดูร้อนก็มีเทศกาลอีโฮ เทอู เทศกาลอาหารทะเลโอเลมุล โคดู เทศกาลทรายดำ เซโซกัก เฮียวดนโดง และเทศกาลแทร็กกิ้งสันติ บงเค ฤดูใบไม้ร่วง เทศกาลชิลซิบรี ซอควีโพ (Seogwipo Chilshimni Festival) ฤดูใบไม้ร่วงตั้งแต่เดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวหากต้องการมาเยือนเกาะเจจู เพราะในฤดูนี้เจจูดูจะสวยงามเป็นพิเศษ ด้วยภูมิอกาศที่อบอุ่นกับแดดอ่อนๆ บวกกับท้องฟ้าสีฟ้าใสและใบไม้ที่กำลังเปลี่ยนสีสัน ส่วนในเรื่องของเทศกาลประจำฤดูใบไม้ร่วงของเกาะเจจูก็เริ่มที่เดือนกันยายนกับเทศกาลนนจิดมุลเยเร เทศกาลซันจีซอน เทศกาลแสดงวัฒนธรรมพื้นเมืองดอคซูรี เทศกาลชิลซิบรี ซอควีโพ เทศกาลนักดำน้ำหญิงเจจู เทศกาลจองอีโคอึลมินซกฮันมาดัง และเทศกาลม้าเจจู ส่วนในเดือนพฤศจิกายนก็เป็นเทศกาลโมซึลโพบังออเชนัมดัน และเทศกาลฮนอินจี ฤดูหนาว เทศกาลทุ่งไฟ พระจันทร์เต็มดวง (Jeju Jeongwol Daeboreum Fire Festival) ฤดูหนาวของเจจูมีอากาศหนาวเย็นและค่อนข้างแห้ง ซึ่งอยู่ในช่วงเดือนธันวาคมถึงกลางเดือนมีนาคม แต่ฤดูกาลนี้ก็ถือเป็นอีกช่วงเวลาที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความหนาวเย็น หรือหิมะสีขาวโพลน รวมทั้งการเล่นสกี รวมถึงหากนักท่องเที่ยวต้องการสัมผัสกับวัฒนธรรมประเพณีในแบบเจจูแท้ๆ ช่วงนี้ที่นี่ก็มีเทศกาลสำคัญๆ ที่ทั้งสนุกสนานและสวยงาม อย่างเช่นเทศกาลพระอาทิตย์ขึ้นซองซันในเดือนธันวาคม ส่วนเดือนมกราคมเป็นเทศกาลแข่งว่ายน้ำเพนกวินทะเลซอควีโพที่สุดแสนจะน่ารัก และปิดท้ายฤดูหนาวด้วยเทศกาลอิบชุนคุด ทัมลาคุค และเทศกาลทุ่งไฟ พระจันทร์เต็มดวงในเดือนกุมภาพันธ์ และทั้งหมดนี้ก็คือ "เกาะเจจู" อีกหนึ่งเพชรเม็ดงามแห่งเกาหลีที่ธรรมชาติได้สรรสร้างขึ้นอย่างมหัศจรรย์ จนทำให้สถานที่ท่องเที่ยวถึง 9 แห่งภายในเกาะเจจูแห่งนี้ถูกรับรองให้เป็นอุทยานธรณีของโลกจากองค์การยูเนสโกในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2010 ซึ่ง "Mushroom Travel" ได้เปิดเส้นทางการท่องเที่ยวเกาะเจจูเต็มรูปแบบเพื่อให้ท่านได้ไปสัมผัสกับความงามและความมหัศจรรย์ของเกาะเจจูแล้ววันนี้ บทความจาก มัชรูมทราเวล

เรื่องน่ารู้ ก่อนไปล่องแก่ง
การล่องแก่ง /  ก่อนไปล่องแก่ง / 

ล่องแก่ง คืออีกหนึ่งกิจกรรมท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก การล่องแก่ง ถือเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงผจญภัยแบบหนึ่งที่ให้ความตื่นเต้นสนุกสนานอย่างมาก รวมทั้งยังมีสภาพธรรมชาติ อันร่มรื่นสวยงามให้ชมตลอดสองผั่งลำน้ำ สร้างความเบิกบานใจให้แก่ผู้ที่จำเจจากภารกิจประจำวัน การล่องแก่งนับว่าปลอดภัยพอสมควร หากมีการเตรียมตัวและปฏิบัติตัวโดยยึดถือความไม่ประมาท อย่างไรก็ตามผู้ที่สนใจล่องแก่ง ควรว่ายน้ำเป็น หากเกิดอุบัติเหตุจะได้ช่วยเหลือตนเองได้ เรื่องน่ารู้ก่อนไป ล่องแก่งผจญภัย ไปล่องแก่งที่ไหน? มีสถานที่ซึ่งสามารถล่องแก่งได้อย่างสนุกสนานหลายแห่ง เช่น อุทยานแห่งชาติแม่จริม อุทยานแห่งชาติออบหลวง อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ฯลฯ แต่ละแห่งมีเกาะแก่งและระดับความยากง่ายแตกต่างกัน และมีฤดูกาลที่เหมาะสมแก่การล่องแก่งต่างกันด้วย บางแห่งควรล่องช่วงที่น้ำมาก บางแห่งควรล่องช่วงน้ำน้อย ดังนั้นควรสอบถามหรือศึกษาข้อมูลจากอุทยานแห่งชาติแต่ละแห่งก่อน ข้อพึงปฏิบัติในการล่องแก่ง - สวมหมวกนิรภัยและเสื้อชูชีพทุกครั้งที่ลงเรือหรือแพ - ตรวจความเรียบร้อยของอุปกรณ์ทุกชิ้นก่อนลงเรือ - สวมเสื้อผ้าและรองเท้าแบบสบายๆ ไม่หนาและรัดจนเกินไป - ควรมีอุปกรณ์ยังชีพในป่า เช่น เชือก ไฟฉาย ติดตัวไว้บ้างเผื่อเกิดเหตุที่คาดไม่ถึง - ช่วงลงแก่งอย่ายื่นอวัยวะใดๆ ออกนอกลำเรือ เพราะอาจได้รับอุบัติเหตุ - หากตกจากเรือให้หงายตัวลอย อย่าคว่ำหน้า บังคับให้เท้านำหน้า ให้น้ำพัดไปจนพ้นแก่งแล้วค่อยปีนกลับขึ้นเรือ หรือว่ายน้ำเข้าหาฝั่ง - ที่สำคัญที่สุดคือ ปฏิบัติตามระเบียบและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช / travel.thaiza.com

หนูนา ประเดิมตอนแรก Club Friday The Series 5 ความรักกับความลับ
Club Friday /  Club Friday The Series / 

ขึ้นแท่นเป็นซีรี่ส์ดราม่าตีแผ่แง่มุมความรักไปแล้ว สำหรับ คลับ ฟรายเดย์ เดอะ ซีรี่ส์ ซีรี่ส์สะท้อนสังคม ที่กลับมาครองใจอีกครั้งในซีซั่น 5 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ความรักกับความลับ” เปิดตัวเรื่องแรกก็ได้ นักร้องสาวมากความสามารถ หนูนา หนึ่งธิดา โสภณ มาประกบคู่เป็นครั้งแรกกับ นักดนตรีหนุ่มมาดเซอร์ เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ แหมม..อะไรจะลงตัวขนาดนี้ งานนี้รับรองว่าถูกใจครบรสแน่นอน โดย หนูนา เผยถึงการร่วมงานกับคลับฟรายเดย์เดอะซีรี่ส์ว่า “ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องจริงที่เกิดขึ้นได้ในสังคมไทย คาแรกเตอร์ของหนูนาในเรื่องนี้รับบทเป็น โบว์ เป็นผู้หญิงที่เพ้อฝันเป็นผู้หญิงโลกสวย มองโลกในแง่ดีคนหนึ่งที่มีความฝันในเรื่องของความรัก อยากมีงานแต่งงานที่สวยงาม และได้มาหลงรักผู้ชายคนหนึ่ง และคิดเสมอว่าทำดีให้เค้าและสักวันเค้าจะรักและมองเห็นความดีของเรา เพราะรักผู้ชายคนนี้มาก แต่สุดท้ายก็เพิ่งจะได้รู้ว่าสิ่งที่ทำไปทั้งหมดมันไม่มีค่าอะไรเลย เพราะเค้ายังคงจมอยู่กับอดีตคนรักเก่า เรื่องราวเก่าๆ ของเค้า ซึ่งเราเป็นแค่อะไรไม่รู้ที่เค้าไม่สนใจแม้กระทั่งจะอยู่หรือจะไป แต่จุดจบของเรื่องจะเป็นอย่างไร เราสองคนจะได้รักกันหรือไม่ หรือพี่เป้จะได้รักกับใคร ฝากติดตาม คลับ ฟรายเดย์ เดอะ ซีรี่ส์ 5 ความรักกับความลับ ด้วยนะคะ ซึ่งจะเริ่มออกอากาศให้ดูกันวันแรกในวันที่ 4 ตุลาคมนี้ เวลา 21.00-22.00 น. ทางช่อง GMM Channel ค่ะ” หนูนา หนึ่งธิดา เผย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

คาเมล รีพับบลิค สวนสนุกแห่งใหม่ สไตล์โมร็อกโก
camel republic /  คาเมล รีพับบลิค / 

คาเมล รีพับบลิค ขอเชิญทุกท่านร่วมสัมผัส “ประสบการณ์สุดสนุก แสนสุขทั้งครอบครัว” กับสถานที่ท่องเที่ยว Theme Park แห่งใหม่ของเมืองชะอำ ในบรรยากาศดินแดนบนสุดของทวีปแอฟริกาตะวันออก ที่มีกลิ่นอายของชาวแขกมัวร์ เราคัดสรรเครื่องเล่นที่เป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดของโลกหลายตัวมาไว้ที่โครงการ “คาเมล รีพับบลิค” เพื่อให้ทุกท่านได้สัมผัสกับประสบการณ์แปลกใหม่ อีกทั้งโซนสวนสัตว์ที่รวบรวมสัตว์หาดูยากหลายชนิด รอให้ท่านได้มาเพลิดเพลินกับการป้อนอาหารอย่างใกล้ชิด คาเมล รีพับบลิค สวนสนุกแห่งใหม่ สไตล์โมร็อกโก โครงการของเราสร้างบนพื้นที่กว่า 35 ไร่ ใช้งบประมาณกว่า 400 ล้านบาท เนรมิตสถาปัตยกรรมโดยรอบตกแต่งในสไตล์โมร็อกโก (Morroccan Architecture) เพื่อให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศราวกับอยู่ในดินแดนโมร็อกโก ซึ่งนอกจากสถาปัตยกรรมที่งดงามแล้ว เรายังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มอบความสุขให้กับทุกท่านในครอบครัว ท่านสามารถสัมผัสกับสัตว์น่ารักๆ มากมายอย่างใกล้ชิด อาทิเช่น อูฐ ยีราฟ อัลปาก้า พาตาโกเนียนมาร่า หงส์ นกฟลามิงโก้ นกฟินซ์ 7 สี นกแก้วซันคอนัวร์ ปลาคาร์ฟ และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ ท่านยังสามารถสนุกสุดเหวี่ยงกับเครื่องเล่นที่เป็นที่สุดแห่งนวัตกรรม ทันสมัย แปลกใหม่ และตื่นเต้นเร้าใจหลากหลายชนิด สามารถเลือกเล่นกันได้ทุกระดับความมันส์ และที่สำคัญเครื่องเล่นของเราหลายเครื่อง เป็นเครื่องแรกและเครื่องเดียวในเอเชีย ณ เวลานี้ เครื่องเล่นไฮไลท์ที่คุณไม่ควรพลาด อาทิเช่น Flying Macaw นวัตกรรมใหม่สุดจากประเทศเยอรมนี มีที่แรกในไทยและที่เดียวในเอเชีย จะพาท่านทะยานสู่ท้องฟ้าโฉบเฉี่ยวไปมาท่ามกลางเวหาได้ตามที่ใจคุณต้องการ ราวกับบินอยู่ท่ามกลางฝูงนกมาคอร์ Eagle Zipline เครื่องเล่นใหม่ล่าสุดจากประเทศอเมริกา ที่เดียวในเอเชีย และตัวที่ 4 ของโลก นำท่านชมวิวทิวทัศน์แบบพาโนรามาบนความสูง 30 เมตร บินโฉบลงมาดั่งนกอินทรีล่าเหยื่อ ลองแล้วคุณจะประทับใจ Zero Gravity อีกเครื่องเล่นที่เป็นที่เดียวในเอเชีย ที่จะเหวี่ยงคุณด้วยความเร็วดั่งพายุและไร้การทรงตัวเหมือนอยู่ในสุญญากาศ จะมันส์ขนาดไหนต้องลองด้วยตัวคุณเอง และอีกหนึ่งเครื่องเล่นที่กำลังอินเทรนด์ที่สุด ณ เวลานี้ SkyFly หรือ Sky Diving Simulator เครื่องเล่นเครื่องแรกและเครื่องเดียวในประเทศไทย และกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในเอเชียและยุโรป ที่พาท่านลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยพัดลมขนาดใหญ่ สามารถเคลื่อนไหวไปมาขึ้นลงได้อย่างอิสระด้วยตัวท่านเอง ผู้ที่ชอบกีฬาท้าทาย เราท้าให้มาพิสูจน์ด้วยตัวท่านเอง นอกจากนี้ เรายังมีโซนร้านค้าช้อปปิ้งให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการเลือกซื้อของฝากที่น่าประทับใจติดไม้ติดมือกลับไปฝากคนที่คุณรัก ที่ร้านจำหน่ายของที่ระลึก Camel Republic Official Souvenir และร้าน Hollywood Studio Store ที่เต็มไปด้วยตุ๊กตาสุดแสนน่ารัก เสื้อยืดหลากหลายสไตล์ เลือกใส่ได้ทั้งครอบครัว หมวก ผ้าพันคอ และของที่ระลึกอีกมากมาย อีกทั้งยังมีร้านอาหารอีกมากมายที่สร้างสรรค์เมนูแปลกใหม่ให้ท่านได้เลือกอิ่มอร่อย เรียกได้ว่ามาที่นี่ที่เดียวได้ความสนุกครบทุกรูปแบบ “คาเมล รีพับบลิค” สามารถรับรองนักท่องเที่ยวได้ไม่ต่ำกว่า 8,000 คน/วัน เปิดให้บริการทุกวัน วันจันทร์ – พฤหัสบดี เวลา 10.00 – 18.00 น. วันศุกร์ – วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 09.00 – 19.00 น. เยื้องซานโตรินี พาร์ค ชะอำ จ.เพชรบุรี ต.เขาใหญ่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี 76120 สอบถามรายละเอียดได้ที่ 032-890860-2 ติดต่อสอบถามข้อมูลสำนักงานกรุงเทพฯ โทรศัพท์ 02-4346921-8, โทรสาร 02-4347537 “คาเมล รีพับบลิค” ชะอำ โทรศัพท์ 032-890860 , 09-22695055 และ Facebook www.facebook.com/camelrepublic อัตราค่าเข้าชม : ไม่รวมค่าเครื่องเล่น ต่างชาติ ท่านละ 200 บาท ชาวไทย ผู้ใหญ่ ท่านละ 120 บาท เด็ก ส่วนสูง 90-130 ซม. ท่านละ 90 บาท ผู้สูงอายุ 55 ปีขึ้นไป ท่านละ 90 บาท เด็ก ที่มีส่วนสูงไม่ถึง 90 ซม. เข้าชมฟรี อัตราค่าบริการเครื่องเล่นต่างๆ Ticket 1 ใบ ราคา 120 บาท Flying Macaw ใช้ Ticket 2 ใบ Eagle Zipline ใช้ Ticket 2 ใบ Drop Twist ใช้ Ticket 1 ใบ ม้าโยก ใช้ Ticket 1 ใบ แทรมโพลีน ใช้ Ticket 1 ใบ ไจโรเอ็กซ์ตรีม ใช้ Ticket 1 ใบ Zero Gravity ใช้ Ticket 1 ใบ Midi Dance 360 องศา ใช้ Ticket 1 ใบ ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก :  เที่ยวภาคกลาง.com / เฟสบุ๊ค Camel Repuclic ลิงค์ท่องเที่ยวแนะนำ น่าสนใจ : เที่ยวกรุงเทพฯ (Shutter&Travel) : สุสานใต้ดินปารีส สุดสยองใต้พิภพ : สวนใต้น้ำ สุดงามในฤดูใบไม้ผลิ

10 อันดับประเทศที่ระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก
10 อันดับ /  ข่าวการศึกษา / 

เพียร์สันบริษัทสำนักพิมพ์และให้บริการทางด้านการศึกษาของประเทศอังกฤษ ได้เผยรายงานการจัดอันดับเกี่ยวกับผลการศึกษาซึ่งได้รับการรวบรวมโดยอิโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิท (อีไอยู)  และจากการจัดอันดับจาก 40 ประเทศทั่วโลก กับอันดับประเทศที่มีระบบการศึกษาที่ดีที่สุดในโลก จะมีประเทศไหนบ้างไปติดตามกันเลยคะ 10 อันดับประเทศที่ระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก  10 อันดับประเทศที่ระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก 1. เกาหลีใต้ 2. ญี่ปุ่น 3. สิงคโปร์ 4. ฮ่องกง 5. ฟินแลนด์ 6. สหราชอาณาจักร 7. แคนาดา 8. เนเธอร์แลนด์ 9. ไอร์แลนด์ 10. โปแลนด์ จากการจัดอันดับดังกล่าวนี้อันดับที่ 1 อย่างเกาหลีใต้ นั้นขยับขึ้นมาจากอันดับที่ 2 ในครั้งก่อน ในส่วนของประเทศฟินแลนด์แชมป์เก่าในปี 2012 นั้นตกไปอยู่ในอันดับที่ 5  โดย ย้อนมาดู ทำไม? ประเทศฟินแลนด์ ถึงได้อันดับ 1  ระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก! ในขณะที่บ้านเรามีการแข่งขันทางด้านการศึกษาสูงขึ้นทุกทีๆ แต่ในขณะเดียวกันเด็กนักเรียนชาวฟินแลนด์ (ซึ่งได้รับอนุญาตให้เล่นในโรงเรียนโดยไม่ต้องเรียนหนังสือได้จนถึงอายุ 6 ขวบ) กลับได้รับการศึกษาที่ดีกว่า ระบบการศึกษาของประเทศฟินแลนด์ดีกว่าของประเทศอื่นอย่างไร? ทุก ๆ 3 ปี องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) จะทำการสำรวจคุณภาพระดับการศึกษาที่เรียกว่า PISA โดยวัดระดับทักษะในวิชาที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเล่นเชิงสร้างสรรค์ ได้แก่การอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ของเด็กอายุ 15 ปี วิชาเหล่านี้เป็นวิชาที่ชาวเอเชีย “น่าจะ” ถนัด เนื่องด้วยรูปแบบการเรียนการสอนที่มักเน้นสาขาวิชาเหล่านี้โดยเฉพาะ และก็ไม่แปลกที่จะเห็นประเทศจีน สิงคโปร์และเกาหลีใต้ติดอันดับต้น ๆ แต่ที่น่าแปลกใจคือทำไมเด็ก ๆ ชาวฟินแลนด์ ซึ่งใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเล่นกลับติดอันดับกับเขาด้วย ทำให้เราสงสัยว่าระบบการศึกษาของฟินแลนด์นั้นมีอะไรพิเศษ? นอกจากนั้นฟินแลนด์ยังถูกจัดให้มีนักเรียนที่มีคุณภาพที่สุดในโลก อีกด้วย 1. ไม่มีข้อสอบมาตรฐาน ในประเทศฟินแลนด์ ไม่มีการสอบมาตรฐาน เว้นแต่การสอบ National Matriculation Exam (ซึ่งคล้ายกับการสอบ O Level) ครูผู้สอนจะได้รับการฝึกให้ทดสอบนักเรียนด้วยการสอบในแบบของตนเอง รายงานผลการเรียนจะขึ้นอยู่กับคะแนนของนักเรียนแต่ละคน โดยไม่อิงค่าเฉลี่ยหรือคะแนนของนักเรียนคนอื่น ๆ 2. ไม่แข่งขัน ชาวฟินแลนด์มีทัศนคติพื้นฐานต่างจากชาวเอเชีย นั่นก็คือพวกเขาไม่ชอบเปรียบเทียบหรือแข่งขัน นักเขียนชาวฟินแลนด์คนหนึ่งกล่าวไว้ว่า “ผู้ชนะตัวจริงไม่แข่งขัน” แล้วเราจะวัดความเก่งกันได้อย่างไรโดยไม่ต้องแข่งขัน? คำตอบคือโดยเชื่อในความสามารถของตนเองและแข่งขันกับตนเอง ซึ่งนี่เป็นแนวความคิดที่แปลกประหลาดสำหรับชาวเอเชีย 3. เชื่อมั่นในตัวครู เด็ก ๆ ชาวฟินแลนด์เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ตามความสามารถและจังหวะของแต่ละคน โดยที่ครูจะปรับเปลี่ยนการสอนให้เข้ากับการเรียนของเด็ก ครูผู้สอนจะต้องผ่านการฝึกอบรมอย่างหนัก (ขั้นต่ำต้องจบปริญญาโท) แต่ละชั้นเรียนจะมีนักเรียนไม่มาก และอาชีพครูเป็นอาชีพที่ได้รับความเคารพอย่างสูง แม้ว่าระบบการศึกษาของฟินแลนด์จะไม่ได้สมบูรณ์แบบ และใช่ว่าผู้ปกครองชาวฟินแลนด์ทุกคนจะปลื้มระบบ แต่วิธีการดังกล่าวก็ทำให้การศึกษาของประเทศฟินแลนด์ให้ประสิทธิผลที่ดี 4. ทุกโรงเรียนเท่าเทียม การศึกษาของฟินแลนด์เริ่มต้นจากการมุ่งหวังให้เด็กทุกคนมีโอกาสเล่าเรียนเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะมีพื้นเพฐานะอย่างไร อาศัยอยู่ส่วนไหนของประเทศ แทนที่จะใช้การศึกษาเฟ้นหาเด็กที่เก่งที่สุด พวกเขากลับใช้การศึกษาสร้างความเท่าเทียมทางสังคม ระบบการศึกษาของเกาหลี ยุคใหม่ มาแรงแซงโค้ง! ระบบการศึกษาของเกาหลียุคใหม่เป็นการจัดการศึกษาโดยสร้างระบบการศึกษาใหม่ (New Education System) เพื่อมุ่งสู่ ยุคสารสนเทศและโลกาภิวัตน์โดยเป้าหมายสูงสุดของระบบการศึกษาของเกาหลียุคใหม่ คือความเป็นรัฐสวัสดิการทางการศึกษา สร้างสังคมการศึกษาแบบเปิดและตลอดชีวิต ทำให้ชาวเกาหลีทุกคนสามารถใช้ประโยชน์จากการศึกษาได้ทุกเวลาและทุกสถานที่ รัฐปรับโครงสร้างระบบการศึกษาระดับอาชีวศึกษาและเทคนิค นำเยาวชนเข้าสู่ชีวิตยุคสารสนเทศมีเสรีภาพที่จะถ่ายโอนการเรียน สามารถถ่ายโอนหน่วยกิตข้ามโรงเรียนหรือข้ามสถาบันการศึกษาตลอดจนข้ามสาขาวิชาได้ ณ วันนี้ระบบการศึกษาของเกาหลียุคใหม่ ได้ให้ความสำคัญแก่ผู้เรียน จัดให้มีโรงเรียนและการศึกษาเฉพาะทางหลายรูปแบบ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถหาความรู้พัฒนาตนเองตามความสนใจ โรงเรียนมีอำนาจในการบริหารจัดการโดยการมีส่วนร่วมกับชุมชนและผู้ปกครองมากยิ่งขึ้น เทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่และอุปกรณ์ในระบบมัลติมีเดียช่วยให้บุคคลศึกษาหาความรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา รวมทั้งจัดตั้งบัณฑิตวิทยาลัยทางวิชาชีพ เพื่อพัฒนาวิชาชีพในยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ กล่าวโดยสรุป เกาหลีได้สร้างระบบการศึกษาสมัยใหม่ ที่มุ่งพัฒนาเครือข่ายสารสนเทศเพื่อการเป็นสังคมแห่งความรู้ (Knowledge-based Society) สร้างสภาวะแวดล้อมที่กระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อให้คนเกาหลีมีความรู้ ความสามารถ มีความทันสมัย และที่สำคัญคือมีจริยธรรม แต่ยังคงความเป็นเลิศด้านการศึกษาและดำรงมาตรฐานของระบบการศึกษาของเกาหลีได้อีกด้วย เรียบเรียง teen.mhai.com อ้างอิงจาก : โพสต์ทูเดย์, http://th.theasianparent.com/, http://upluskorea.com

ชะนี หมดสิทธิ์งาบ ตู่ รักจริงหวังแต่ง นุช
ตู่ ภพธร /  นุช นุชนันท์ / 

ยังคงความหวานน้ำตาลเรียกพี่เช่นเคย สำหรับนักร้องหนุ่มหล่อเสียงดี ตู่ ภพธร กับแฟนสาวนอกวงการ นุช นุชนันท์ ที่คบหาดูใจกันมา 4 ปี แต่ความหวานของทั้งคู่ไม่เปลี่ยนแปลง แถมยังรักกันมากขึ้นทุกวัน และไม่เคยมีข่าวระหองระแหงออกมาเลยสักนิด สมแล้วจริงจริ๊งที่ใครๆ ก็ยกให้ He เป็นผู้ชายอบอุ่น ก็แหมๆๆ หนุ่มตู่เขาประพฤติตัวดีมาตลอด ไม่เคยออกนอกลู่นอกทางให้คุณแฟนต้องลำบากใจสักครั้ง เรียกว่าเป็นผู้ชายที่อยู่ในอุดมคติของชะนีเลยละค่ะ งานนี้พวกชะนีใหญ่ สาวโสดทั้งหลายที่คิดจะมางาบ แทรกกลางความสัมพันธ์ละก็ บอกตรงนี้เลยว่าหยุดมโนไปได้เลย เพราะทั้งคู่เขารักกันมาก รักกันมากแค่ไหนนั้นไม่รู้ ที่รู้ๆ หนุ่มตู่เตรียมยกขบวนขันหมากไปสู่ขอสาวนุชแล้วจ้า เพราะหนุ่มคนนี้ควงว่าที่ภรรยาออกมาประกาศแล้วว่าปลายปีหน้าแต่งแน่ แต่จะว่าไปแล้วทั้งสองก็ดูเป็นคู่ที่เหมาะสมกันสุดๆ ฝ่ายชายก็หล่อ ฝ่ายหญิงก็สวยหน้าตาดีด้วยกันทั้งคู่ จุดนี้ก็ต้องขอแสดงความยินดีไว้ล่วงหน้าเลยแล้วกัน เอ้า!!! เอาเป็นว่าได้ฤกษ์งามยามดีเมื่อไหร่ก็อย่าลืมประกาศบอกกันบ้าง เพราะบรรดาแฟนคลับเขารอฟังข่าวดีอยู่นะจ๊ะ ตู่-นุช ตู่-นุช ตู่-นุช

เยือนสุดเขตไทย-พม่า กับบรรยากาศน่ารัก ณ หมู่บ้านนอแล
สถานที่สวย /  หมู่บ้านนอแล / 

สายฝนเริ่มมา ป่าไม้ก็ถึงคราวผลิดอกออกใบ กันเขียวขจีสมบูรณ์ ถึงเวลาที่จะทยานขึ้นที่สูง เพื่อผจญภัย.. เยือนสุดเขตไทย-พม่า กับบรรยากาศน่ารัก ณ หมู่บ้านนอแล ตามเส้นทางเชียงใหม่ – ฝาง ทางหลวงหมายเลข 107 ประมาณกิโลเมตรที่ 177 จะมีทางแยกซ้ายมือเข้าบ้านยางที่ตลาดแม่ข่า เข้าไปอีกประมาณ 25 กิโลเมตร เป็นทางลาดยาง สูงและคดเคี้ยว สองข้างทาง คือ บรรยากาศทิวทัศน์ของไร่ตามไล่เขา และยามเช้าจะมีหมู่เมฆหมอกปกคลุมทั่วหุบเขาโดยรอบ ราวกับเป็นเส้นทางสู่สวรรค์ เส้นทางสายนี้จะบรรจบสุดที่ หมู่บ้านชายแดนพอดิบพอดีที่ชื่อว่า นอแล ที่หมู่บ้านนอแล คือ หมู่บ้านในฐานปฏิบัติการชายแดน ซึ่งเป็นที่ตั้งของหน่วยรักษาความสงบในผืนแผ่นดินไทย ที่อยู่สุดเขตชายแดนไทย–พม่า มีต้นบ๊วย แผ่กิ่งก้านสาขา ผลิดอกรอต้อนรับผู้มาเยือน หมู่บ้านนอแล เป็นหมู่บ้านของชาวไทย-ภูเขาเผ่าปะหล่อง ที่อพยพมาจากประเทศพม่า ที่นี่ถ้ามองไปฝั่งพม่า จะเห็นฐานที่ตั้งของพม่า ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 1 กิโลเมตร ได้อย่างชัดเจน และมีเพียงรั้วเท่านั้นที่กั้นไว้ มองดูก็จะเห็นทหารส่องกล้องมาทางเราบ่อยๆ เดิมที ณ ฐานปฏิบัติการทางทหารแห่งนี้เป็นที่ตั้งของวัดปะหล่อง และทำเป็นห้องเรียนเคลื่อนที่ แต่ภายหลังมีการสู้รบกันของชนเผาชายแดน จึงกลับกลายเป็นฐานปฏิบัติการทางทหาร เพื่อเฝ้ารักษาความสงบเรียบร้อยชายแดนแทน ซึ่งถ้าหากใครอยากรู้ว่าฐานปฏิบัติการทางทหารเป็นอย่างไร มาที่นี่ได้เห็นอย่างแน่นอน แถมยังได้เจอพี่ๆ ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่กันอย่างไม่ย่อท้อ   ประวัติศาสตร์ของพื้นที่ยังมีเพิ่มเติมอีกว่า บริเวณชายแดนนี้มีการอพยพของชนกลุ่มน้อยอยู่หลายครั้ง แต่ชนเผ่าปะหล่อง ได้มีการถวายฎีกาแด่พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อปี 2527 เมื่อครั้งที่พระองค์เสด็จทรงงานที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง พระองค์จึงมีพระดำรัสให้ชนเผ่าปะหล่องอาศัยอยู่ที่บ้านนอแล ปัจจุบัน ฐานปฏิบัติการนอแล เปิดพื้นที่ให้คนทั่วไปได้แวะมาท่องเที่ยว การเดินทางมาเยือนทำให้เห็นถึงประวัติการต่อสู้เพื่อปกป้องประเทศ และได้เห็นในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีรับสั่ง ให้เจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือชาวปะหล่อง ถึงแม้ว่าชนเผ่าปะหล่องจะไม่ใช่คนไทยแท้ อีกทั้งยังมีการส่งเสริมอาชีพหัตถกรรมของชนเผ่าชาวปะหล่องอีกด้วย ชาวปะหล่อง จะเรียกตัวเองว่า ‘ดาระอัง’ ส่วนคำว่าปะหล่องนั้นเป็นภาษาไทยใหญ่ที่ใช้เรียกชมชนกลุ่มนี้ หมายถึง คนดอย หรือคนภูเขา คนที่นี่มีวิถีชีวิตเรียบง่าย ทำไร่สตอเบอรี่ ไร่ขั้นบันได ถนอมอาหาร ทอผ้า เมื่อเดินทางมาถึงที่นี่จะมีมัคคุเทศก์น้อย เป็นเด็กๆ ชาวปะหล่อง อายุประมาณ 10 – 15 ปี ที่บรรดาผู้ใหญ่ฝึกมาเป็นอย่างดี ให้มาทำหน้าที่เป็นอาสาสมัครต้อนรับและให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยว ซึ่งการปฏิบัติหน้าที่ของเหล่ามัคคุเทศก์น้อยนั้น นอกจากจะคอยดูแลนักท่องเที่ยวแล้ว สำหรับสิ่งตอบแทนที่พวกเขาจะได้ เป็นเพียงสินน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ จากนักท่องเที่ยวที่ให้ด้วยความพึงพอใจ เด็กๆ ชาวเขา เหล่านี้น่ารัก พวกเขาจะไม่เรียกร้องสิ่งใดๆเป็นการตอบแทน แถมมัคคุเทศก์น้อยทุกคนต่างมีความตั้งใจ และมีรอยยิ้มพร้อมพลังอันเต็มเปี่ยมที่มอบให้แก่ผู้ที่มาเยือน บริเวณไม่ไกลจากฐานปฏิบัติการ จะมีไร่สตรอเบอรี่บ้านนอแล ที่อนุญาติให้เข้าไปถ่ายรูปในเขตไร่สตรอเบอร์รี่ที่มีวิวทิวทัศน์สวยงามได้ แม้จะดูเหมือนว่าการมาเยือน ณ ฐานปฏิบัติบ้านนอแล จะไกลและทรหด แต่ทว่าก็คุ้มค่าสำหรับการมาเที่ยว ณ ถิ่นดอกบ๋วยของชาวปะหล่องแห่งนี้ ที่ยังคงมีประวัติศาสตร์ดีๆ และยังคงมีบรรยากาศน่ารักๆของคนไทย-ภูเขา ให้เราได้อิ่มใจ บทความน่าอ่านจาก http://www.emaginfo.com ร่วมกับ travel.mthai.com ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

ช่อง 3 หารือกสท.หาแนวทางออกอากาศคู่ขนาน
กสท /  ข่าว / 

"ประวิทย์ มาลีนนท์" นำทีมผู้บริหารช่อง 3 หารือร่วม กสท. หาแนวทางออกอากาศคู่ขนาน บรรยากาศล่าสุด ที่ตึกเอ็กซิมแบงก์ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ได้เชิญตัวแทนบริษัท บางกอก เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด (ช่อง 3) มาหารือข้อกฎหมาย หลังจากที่เมื่อวานนี้ กสท. ได้มีมติเห็นชอบแนวทางลดค่าธรรมเนียมการดำเนินการให้ผู้ประกอบการทีวี ที่ออกอากาศคู่ขนานดิจิตอล 4% ของรายได้การประกอบกิจการต่อปี และการชดเชยที่เกี่ยวข้อง หากช่อง 3 นำผังรายการช่องอนาล็อก ไปออกอากาศในผังทีวีดิจิตอล ก่อนวันที่ 10 ตุลาคม นี้ โดยตัวแทนช่อง 3 ประกอบด้วย นายประวิทย์ มาลีนนท์ กรรการบริษัทช่อง 3 นายประสาร มาลีนนท์ รองประธานกรรมการช่อง 3 นายฉัตรชัย เทียมทอง ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน นายจงสุข จรุงวัฒน์ ที่ปรึกษาช่อง 3 พร้อมด้วยฝ่ายกฎหมาย นายไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ ขณะที่ ฝ่าย กสท. วันนี้เข้าประชุมครบทั้ง 5 คน ประกอบด้วย พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธาน กสท. พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ นายธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ และ พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ งามสง่า กรรมการ กสท. ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มประชุมไปแล้วเป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 14.00 น. ที่ผ่านมา

ณ ช่องเขาขาด ร่องรอยประวัติศาสตร์ และธรรมชาติที่แสนสงบ
ช่องเขาขาด /  พิพิธภัณฑ์ / 

“ช่องเขาขาด” หรือ “ช่องไฟนรก” ฟังแล้วดูน่ากลัวเพราะมีความจริงซ่อนอยู่ในอดีตที่ผ่านมา ตอนนี้สร้างเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งความทรงจำ ตั้งอยู่บริเวณ กม. 64–65 บนทางหลวง 323 สายกาญจนบุรี-ไทรโยค-ทองผาภูมิ จากแต่เดิมเคยเป็นพื้นที่ที่เหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัว ปัจจุบันที่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลภาพถ่าย ข้าวของเครื่องใช้ระหว่างการสร้างทางรถไฟสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยรัฐบาลออสเตรเลีย ได้จัดตั้งพิพิธภัณฑ์ขึ้นได้อย่างเป็นระเบียบสวยงาม ณ ช่องเขาขาด ร่องรอยประวัติศาสตร์ และธรรมชาติที่แสนสงบ ภายในบริเวณมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติไปยังช่องเขาขาด ซึ่งเป็นสวนหนึ่งของทางรถไฟสายมรณะที่เชลยศึกในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ตัดเจาะภูเขาหินด้วยมือปราศจากเครื่องมืออันทันสมัย ให้เป็นช่องสำหรับสร้างทางรถไฟไทย-พม่า (เส้นทางรถไฟสายมรณะ) ปัจจุบันยังมีร่องรอยของทางรถไฟปรากฏอยู่ของเส้นทางรถไฟ ประวัติการขุดเจาะช่องเขาขาดเริ่มในเดือนเมษายนปี พ.ศ. 2486 ปรากฏว่างานล่าช้ากว่ากำหนดจึงมีช่วงที่เร่งงานซึ่งเชลยศึกออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ทั้งหลายที่ถูกจับมาเป็นแรงงาน ต่างก็ต้องทำงานข้ามวันข้ามคืน ใช้แรงคนในการสกัดภูเขาด้วยมือ ซึ่งเป็นการทำงานที่ทารุณยิ่ง เนื่องจากต้องปีนลงไปสกัดในช่องเขาซึ่งบางช่วงสูงถึง 11 เมตร จนแทบไม่มีอากาศหายใจทั้งยังต้องทำงานท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าวในช่วงเดือนมีนาคม คำบอกเล่าจากอดีตเชลยศึกท่านหนึ่ง ที่บังเอิญได้พบในวันรำลึกเหตุการณ์ ทำให้รู้สึกหดหู่ใจ เพราะการใช้แรงงานเชลยศึกในครานั้น ตกอยู่ในภาวะขาดแคลนน้ำและอาหาร เมื่อเจ็บป่วยแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ก็ไม่เพียงพอต่อการพยาบาล ต้องดูแลกันตามมีตามเกิด มีทั้งเชลยที่ล้มป่วย และมีทั้งเชลยที่ต้องเสียชีวิตลง ภาพของเชลยศึกและกรรมกรที่ช่องเขาขาดต้องทำงานตอนกลางคืนด้วยแสงไฟจากคบ เพลิงและกองเพลิงทำให้ สะท้อนให้เห็นเงาของเชลยศึกและผู้คุมวูบวาบบนผนัง ทำให้ที่นี่ได้รับการขนาน นามว่า… “ช่องไฟนรก” กระนั้นแล้ว ที่นี่ก็เป็นที่ที่คนแวะมาเยือน รำลึกประวัติศาสตร์อยู่เป็นนิจ… จากผลการโหวตของนักท่องเที่ยว “นับล้านคน” จากทั่วโลก พิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาดได้คะแนนมากเป็นอันดับ 4 ในย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาจจะด้วยเพราะพิพิธภัณฑ์นี้จัดไว้อย่างเป็นระเบียบสวยงาม ภายในบริเวณมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติไปยังช่องเขาขาด ทำให้ตรึงใจนักท่องเที่ยวได้มหาศาล ธรรมชาติที่ปกคลุมเต็มสองข้างของช่องเขา ทำให้พื้นที่ศึกษาประวัติศาสตร์แห่งนี้ร่มรื่น และทำให้คนได้เดินชมประวัติศาสตร์แบบแอบอิงธรรมชาติ อย่างเย็นสบาย มีเรื่องราว ข้าวของเครื่องใช้ในสมัยที่มีการสร้างทางรถไฟ แสดงเป็นหลักฐานให้คนได้ย้อนรำลึกถึงประวัติศาสตร์ได้อย่างชัดเจน ซึ่งแน่นอนว่าใครที่ยังไม่เคยมา เราแนะนำว่า ครั้งหนึ่งท่านต้องมาให้ได้ ในทุกวันที่ 25 เมษายนของทุกปี จะมีชาวต่างชาติ และคนไทยมากหน้าหลายตาเดินทางมาร่วมพิธีวันรำลึกถึงเชลยศึก ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ซึ่งเรียกว่าวัน ANSAC DAY ซึ่งอาจเป็นบรรดาญาติพี่น้อง ครอบครัว และรวมถึงอดีตเชลยศึกชาวออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอีกหลายๆ ชาติ ที่รอดชีวิต ดอกไม้ แสงเทียน และพวงมาลา เป็นสิ่งแสดงความเสียใจ และแสดงความรำลึกนึกถึงการจากไปของผู้เป็นที่รัก ในเหตุการณ์ที่ตราตรึงของช่องเขาขาด ในครานั้น… ภาพโดย Little Ant บทความน่าอ่านจาก http://www.emaginfo.com ร่วมกับ travel.mthai.com View Larger Map

รวมวาทะ พล.อ.ประยุทธ์ ฉบับขัดใจแม่
ข่าวประยุทธ์ /  ประยุทธ์ จันทร์โอชา / 

ดูเหมือนว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะสะบักสะบอมไปไม่น้อย เพราะโดนเสียงวิจารณ์ซัดโหม ดั่งพายุกระหน่ำ มาจากทุกทิศทุกทาง เกี่ยวกับคำพูดการแสดงความเห็นของท่านผู้นำ โดยเฉพาะการไปพาดพิงเหตุการณ์สะเทือนขวัญ นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษสองคนถูกฆาตกรรมสยองบนเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ที่ระบุ "ปัญหาเกี่ยวกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวมีอยู่เสมอ พวกเขาคิดว่าประเทศของเราสวยงามและปลอดภัยก็เลยทำอะไรที่อยากทำ พวกเขาใส่บิกินี่และเดินไปไหนก็ได้ พวกเขาคิดว่าใส่บิกินี่แล้วปลอดภัยเหรอ เว้นแต่ว่าไม่สวย" จนถูกคนนำไปตีความ ทำให้เชื่อว่านายกฯ จงใจตำหนินักท่องเที่ยวผิดที่มาใส่บิกีนีเดินในเมืองไทย แม้เจ้าตัวจะรีบออกมาขอโทษปัดพัลวัน บอกไม่มี๊ไม่มีเจตนา แต่เพราะห่วงใยในสวัสดิภาพ จึงได้เตือนให้ระวังเพราะไทยไม่ได้ปลอดภัยทุกที่ จนกลายเป็นเรื่องกระหึ่มระดับโลกเพียงชั่วข้ามคืนเพียงเพราะปากพาไป แน่นอนนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พล.อ.ประยุทธ์ ใช้วาจาพูดตรงตอบจริงในการแสดงความเห็น บางครั้งมีการหยอดมุกหยิกแกมหยอกปลดปล่อยสภาวะคลายความกดดัน แต่กลายเป็นมุกไม่ฮาพาเครียดแทน เพราะมีทั้งการประชดประชัน จิกกัดสารพัด แม้หลายคนจะชื่นชอบแอบอมยิ้มปรบมืออยู่ในอก แต่ก็มีอีกหลายคนเมินหน้าหนีเช่นกัน  อาทิเช่น “เราก็แก้ปัญหาทั้งระบบอยู่ แต่ไม่รู้เกษตรกรจะใจเย็นพอหรือไม่ จะขอราคายางที่ 90-100 บาท ขอถามว่าตอนนี้เราขายได้แค่ 60-70 บาท แล้วจะไปขายให้ใครในโลกนี้ สนับสนุนปลูกยางพารากันอย่างนี้ คงต้องไปขายที่ดาวอังคารแล้ว” คำพูดนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวไว้ในการให้ข้อคิดต่อการแถลงยุทธศาสตร์ชาติและยุทธศาสตร์ทหาร ระบุถึงการแก้ปัญหาราคายาง ที่สโมสรทหารบก เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีการพูดพาดพิงถึง น.ส.กริชสุดา คุณะแสน คนเสื้อแดง ที่เดินสายแจงเวทีนานาชาติว่าถูกทหารทำร้ายระหว่างการควบคุมตัวของ คสช. ว่า "มีอย่างที่ไหนเป็นผู้หญิงหน้าตาก็ดูดี บอกว่าถูกควบคุมตัว7 วัน แล้วเอาหัวไปกดน้ำ มันดูหนังมากไปหรือเปล่า อีนี่ใครจะไปทำวะ ผู้ชายด้วยกันยังไม่อยากทำเลย ทำไม่ได้ เพราะเราเป็นคนไทยพุทธ ใครจะไปทำคุณ จับมาควบคุมตัว ไม่ได้ให้อดข้าวอดน้ำวันนั้นหน้ามันผ่อง สามีมันก็ไปอยู่ด้วย สั่งให้กลับบ้าน มันก็ไม่กลับ ขอให้อยู่ต่อกลับบ้านอันตราย แต่เวลาไปพูด ไปบอกว่าถูกทรมาน ถูกทำร้าย ตอกเล็บ ไอ้บ้าเอ๊ย ใครจะไปตอกเล็บมันวะ นี่คือสิ่งที่พูดไม่จริง” หรือแม้กระทั่งการแถลงนโยบายต่อสนช.ซึ่งเป็นวาระอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา ถึงกรณีปัญหาแอร์พอร์ตลิงค์ ที่พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ "ให้ไปรีบซ่อม วันนี้คนใช้บริการเยอะขึ้น พอคนไม่มาใช้ก็บอกว่าคนใช้น้อย แต่พอเขามาใช้เยอะก็บอกว่ารถเสีย ก็ต้องไปรีบซ่อมซะ มันน่าจะเอาคนที่รับผิดชอบมายืนบนรางรถไฟนะ" และ “อย่าไปเตะทรายใส่นักท่องเที่ยว อย่าให้เกิดขึ้นอีก คิดได้ยังไง ผมไม่เข้าใจ น่าจะเอาเจ้าของ (ร้านให้เช่าที่นอนอาบแดดชายหาด) ไปฝังทรายให้ถึงคอ” จากกรณีพนักงานเตะทรายใส่นักท่องเที่ยวจนเป็นข่าวคึกโครม รวมไปถึงการหยิบชื่อบุุคลขึ้นมาพูดในที่สาธารณะหลังจากหยอกคุณวีระกานต์ มุสิกพงศ์ ในเวทีปฏิรูป แม้คำพูดพล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่เข้าตำรา "ปลาหมอตายเพราะปาก" แต่หากดันทุลังยืนหยัดใช้ประยุทธ์สไตล์ต่อไป อาจบั่นทอนความน่าเชื่อถือ ถูกดิสเครดิตศรัทธา ฉุดภาวะผู้นำ ทางที่ดีเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวุ่นวายยุ่งเหยิง ควรเพิ่มความสุขุม มีสติอ่อนน้อมถ่อมตน ลดความผิดพลาดจาก “เรื่องที่ทำ คำที่พูด สูตรที่คิด” อย่างที่พระพุทธอิสระแสดงความห่วงใย เพื่อชีวิตและการทำงานจะได้ก้าวหน้า นำพาประเทศเดินไปตามที่ประชาชนชาวไทยมุ่งหวัง นี่แหละน๊า อย่างที่โบราณเขาว่า "คำพูดคือนายอย่าให้มันย้อนทำลายตน" MThai news

ไม่ว้อนท์อยากมีแฟน หญิง ควง แม่น้อยปั๊มเงิน
ญาญ่า ญิ๋ง /  น้อย โพธิ์งาม / 

ถือเป็นหญิงแกร่งคนหนึ่งของวงการสำหรับ หญิง รฐา ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของ น้อย โพธิ์งาม ที่ตั้งแต่ชีวิตเจอวิกฤติก็ได้ลูกสาวสุดที่รักกุมมือกันฝ่าฟันอุปสรรคปลดหนี้ไปหลายล้านบาท เรียกว่ากว่าจะกลับมาผงาดอีกครั้งก็ทำเอาสองแม่ลูกเลือดตาแทบกระเด็น ชีวิตส่วนใหญ่ของหญิงจึงทุ่มเทให้กับการทำงานและดูแลแม่สุดที่รักจนไม่มีเวลาชายตาแลใคร แม้ที่ผ่านมาจะมีความรักผ่านมาให้ชุ่มชื่นหัวใจ แต่เจ้าตัวบอกว่า ตอนนี้โฟกัสแต่เรื่องแม่และเรื่องงาน สองแม่ลูกสนิทกันมาก เป็นทั้งเพื่อน เป็นทั้งแม่ พอเคลียร์เวลาลงล็อคก็ควงกันออกงานคู่ ชวนกันปั๊มเงิน อย่างงานแถลงข่าวโครงการเปิดตาดีสู่สังคมไทย ปีที่ 3 “แม่น้อยจะคอยเตือนหญิงประจำเรื่องการดูแลรักษาดวงตา ตอนหญิงเด็กจะชอบดูทีวี เล่นเกมอะไรไปเรื่อยเปื่อย สายตาก็เลยสั้น คุณแม่จะคอยเป็นห่วงตลอด นอกจากนี้ก็ยังห่วงเรื่องอื่นๆ อีกหลายอย่างค่ะ” ซี้กันขนาดนี้ หนุ่มๆ คนไหนอยากกระเทาะหัวใจสาวแกร่งนางนี้ คงรู้ว่าต้องเข้าทางใคร หญิง รฐา หญิง รฐา