วิทยาศาสตร์กับความงาม

ชาวอังกฤษดับปริศนาที่ภูเก็ต หวั่นติดอีโบลาเร่งชันสูตร
ข่าวอีโบลา /  ติดเชื้ออีโบลา / 

นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ เสียชีวิตปริศนาคาคอนโด ย่านภูเก็ต เร่งชันสูตร หวั่นติดเชื้ออีโบลา หลังมีประวัติเดินทางมาจากไนจีเรีย น.พ.ขจรศักดิ์ แก้วจรัส นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า พบศพนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ นอนเสียชีวิต โดยไม่ทราบสาเหตุอยู่ในห้องพักของคอนโดแห่งหนึ่งในพื้นที่หาดป่าตองเมื่อวานนี้ และทราบว่าผู้ตายเดินทางมาจากประเทศไนจีเรีย เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม โดยเช้าวันนี้ (25 ต.ค) จะเข้าเก็บวัตถุพยานต่าง ๆ ในที่เกิดเหตุ เพื่อค้นหาสารคัดหลั่ง จากนั้นจะส่งวัตถุพยานไปที่กรมวิทยาศาสตร์ กรุงเทพมหานคร เพื่อตรวจหาว่าติดเชื้ออีโบลาหรือไม่ เนื่องจากนักท่องเที่ยวรายดังกล่าว มีการเสียชีวิตลักษณะแบบผิดธรรมชาติ และมีประวัติการเดินทางไปประเทศไนจีเรีย ก่อนเดินทางเข้าประเทศโดยคาดว่าหลัง 18.00 น. ของวันนี้จะทราบผลชันสูตรดังกล่าว ทั้งนี้ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ระบุว่า ที่สนามบินมีเจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรค คัดกรองเบื้องต้นแล้ว แต่วันที่นักท่องเที่ยวรายนี้เดินทางเข้ามา ยังไม่มีอาการไข้ จึงไม่สามารถคัดกรองเบื้องต้นได้ MThai News รู้ก่อน ดีกว่า ภัย  ‘อีโบลา’ ไม่ไกลตัวอย่างที่คิด !!

สวยเกิน! เพื่อนอิจฉา จุดเผาไฟให้เสียโฉม ศัลยกรรมกว่า 30 ครั้งจนสวย
ศัลยกรรม /  อิจฉา / 

สาวสวยถูกไฟเผา ใบหน้าเสียโฉม ศัลยกรรม จนกลับมาสวยปิ๊ง        การส่องกระจกเป็นสิ่งที่เลวร้ายสำหรับเธอคนนี้ สาวผู้เคราะห์ร้ายรายนี้ชื่อว่า เดน่า วูลลิน อายุเพียง 28 ปี ชาวออสเตรเลีย เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อปี 2555 เธอถูกราดด้วยเมทิลแอลกอฮอล์แล้วจุดไฟเผาทั้งเป็นในบ้านของเธอเอง สาเหตุเพราะผู้หญิงหึงหวงแฟนซึ่งเธอได้ไปพูดคุยกับหนุ่มคนนี้ในงานปาร์ตี้ ด้วยความที่เธอเป็นคนรูปร่างหน้าตาดี ฝ่ายหญิงจึงเกิดความอิจฉาในความสวยเลยต้องการทำให้ใบหน้าของเธอเสียโฉมซะเลย วินาทีที่เธอถูกไฟเผาผู้หญิงคนนั้นกลับหัวเราะอย่างสะใจแล้วก็วิ่งหนีไป          หลังจากวันนั้นเธอต้องทนทุกข์เป็นเวลา 30 เดือน ต้องผ่าตัด ศัลยกรรม มากกว่า 30 ครั้ง และต้องใส่หน้ากากอยู่ตลอดเวลา แต่วันนี้เธอได้รับการผ่าตัดจนได้ใบหน้าใหม่ที่สวยไฉไลไม่แพ้หน้าเดิมเลย หลังจากที่ถอดหน้ากากออกแล้ว เธอก็ไปปรากฏตัวเป็นครั้งแรกที่ West Australian Ballet Centre เพื่อไปร่วมเดินแคทวอล์ค ซึ่งเหมือนเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดี        ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสอยู่เสมอ แม้จะต้องผ่านวันที่เลวร้าย แต่เธอก็สู้กับความเจ็บปวดมาตลอดเวลาไม่เคยยอมแพ้ จนวันนี้เธอได้ใบหน้าที่สวยงามกลับคืนมาเหมือนได้ตื่นจากฝันร้าย เธอบอกว่าถ้าย้อนเวลาไปได้ ก็ไม่อยากมีรอยแผลเป็นแบบนี้อยู่บนใบหน้า แต่ตอนนี้เธอรู้สึกภูมิใจแบบสุดๆ สาวผู้ก่อเหตุครั้งนี้ก็ต้องรับกรรมโดยถูกจำคุกเป็นเวลาถึง 17 ปี  นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเรื่องแบบนี้ยังมีหญิงสาวบางรายที่ถูกเพื่อนกรีดหน้าสาดน้ำกรดจนเสียโฉม เพราะอิจฉาที่สวยกว่า ต้นเหตุทั้งหมดเกินจากความอิจฉาริษยากัน มันจึงเป็นดั่งเพลิงเผาทุกอย่างให้โวดวายแม้แต่ตัวเอง คนเราต่อให้ใบหน้าสวยแค่ไหน แต่ถ้าจิตใจตกต่ำก็ไม่มีใครอยากรัก อยากร่วมชีวิตกับคนที่คิดไม่ดีหรอก จริงไหมค่ะ? ภาพนี้เป็นรูปก่อนเหตุกาณ์ที่เธอจะถูกไฟเผา ต้องยอมรับว่าเธอสาวสวยเซ็กซี่ไม่เบาเลยทีเดียว เวลาผ่านไป 2 ปีกว่าๆ เธอได้รับการผ่าตัด ศัลยกรรม จนใบหน้ากลับมาสวยเหมือนเดิม หลังจากที่เปิดหน้ากากเป็นครั้งแรก เธอก็ได้มาร่วมเดินแคทวอร์คเพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้อื่น เรียบเรียงโดย Women mthai team ภาพประกอบจาก www.dailymail.co.uk

นักศึกษาเจ๋ง! ทำโปรเจค
God Left Me /  ข่าวสังคมเกมส์

เว็บไซต์ต่างประเทศ นำเสนอข่าวกรณีนักศึกษาจากสถาบัน National Animation and Design Center ในรัฐมอนทรีออล ประเทศแคนาดา ได้โพสต์ภาพเกมส์ที่กำลังอยู่ในระหว่างพัฒนา ซึ่งเป็นโปรเจคจบของทางสถาบัน และใช้เวลาพัฒนาเพียง 7 สัปดาห์ ถ่ายทอดบรรยากาศและองค์ประกอบเกมส์ด้วยเอนจิ้น Unreal Engine 4 อย่างเสมือนจริง PatrickAnim เปิดเผยผ่านทางเว็บบอร์ดว่า ตนและเพื่อนนักเรียนทั้ง 6 คน ได้เริ่มทำโปรเจคของทางสถาบันในการออกแบบฉาก โมเดล และระบบการเล่นเกมส์เบื้องต้น โดยมีเวลาผลิตและพัฒนาเพียง 7 สัปดาห์เท่านั้น ตนได้เริ่มต้นริเริ่มไอเดียและจัดทำเกมส์สั้นๆยาว 3 นาทีที่ชื่อว่า God Left Me มีเนื้อหาเกี่ยวกับบาทหลวงท่านหนึ่งพยายามหลบหนีจากอสูรกายร้ายและพยายามซ่อนตัวอยู่ในโบสถ์หลังหนึ่ง ผู้เล่นจะได้รับความตื่นเต้นในการหลบหนีจากปีศาจร้าย พร้อมกับวัตถุที่ตกลงมาตรงหน้า และความตื่นตากับเอฟเฟคเกมส์ ระหว่างการพัฒนา"วิดีโอเกมส์สั้น" กลุ่มเพื่อนได้เริ่มต้นออกแบบด้วยเอนจิ้นเกมส์ Unreal Engine 4 ซึ่งเป็นชุดพัฒนากราฟิกเกมส์ตัวล่าสุด เริ่มสร้างสถาปัตยกรรมภายในโบสถ์ พร้อมออกแบบแสง-เงาภายในโบสถ์ รวมถึงแวดล้อม ดูมีความขลังและสมจริง หลังจากที่วิดีโอและภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่บนโลกอินเตอร์เน็ต กลุ่มผู้พัฒนาเกมส์และผู้เล่นเกมส์ต่างแสดงความคิดเห็นในทิศทางบวก และไม่น่าเชื่อว่าจะสามารถออกแบบ"วิดีโอเกมส์สั้นๆ"ที่แสดงสถาปัตยกรรมภายในเกมส์ได้ออกมาสวยงามในเวลาอันสั้น และมีผู้เล่นเกมส์จำนวนหนึ่งประสงค์การสัมผัสกับเกมส์ดังกล่าว ทั้งๆที่โปรเจคนี้เป็นงานของทางมหาวิทยาลัย

ชูวิทย์ เปิดชีวิตนักการเมือง หลังยุบสภา
ข่าวคสช /  ข่าววันนี้ / 

ชูวิทย์ เปิดเรื่อง ชีวิตนักการเมือง หลังยุบสภา เผยเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ซัดเงินชดเชยข้าวรัฐบาลคสช. แค่ประชานิยมดีๆ นี่เอง นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว @ชูวิทย์ I'm No.5 เล่าเรื่องราวสุดดราม่าชีวิตของนักการเมืองลูกพรรคคนหนึ่ง ภายหลังมีการยุบสภา ก่อน คสช. เข้ามายึดอำนาจการบริหารประเทศ โดยเผยว่าหลังจากการยุบสภา ได้เปลี่ยนชีวิตของนักการเมืองจากหน้ามือเป็นหลังมือ เรื่องเล่าดราม่า อดีต ส.ส. กับชีวิตหลังยุบสภา ส.ส. เป็นเพียงแค่อาชีพหนึ่งในสังคมไทย เหมือนกับอาชีพอื่นๆ ไม่ว่าวิศวกร หมอ ทนายความ หรือคนกวาดถนน พวกเขาอาจจะดีหรือเลว รวยหรือจน ท้ายสุดก็เป็นเพียงตัวแทนของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยเท่านั้น เขาชื่อ "สมเพชร แต่งงาม" อดีต ส.ส. พรรครักประเทศไทยสมัยที่แล้ว ขณะที่เป็น ส.ส. มีเงินเดือนเป็นแสน มีเกียรติยศชื่อเสียง จะไปไหนก็มีคนขานรับ "ท่านครับๆ" จะบินไปไหนก็ฟรี เวลาเจ็บไข้ได้ป่วยสภาก็ออกค่ารักษาพยาบาลให้ แต่หลังจากที่ยุบสภา เขากลับบ้านไปใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดาสามัญ เป็นชาวนาปลูกข้าวเลี้ยงดูครอบครัวเหมือนอย่างบรรพบุรุษของเขา แม้แต่เงินบำนาญ ที่ขณะเป็น ส.ส. ถูกหักเดือนละ 5,000 บาทเข้ากองทุน เช่นเดียวกับพนักงานบริษัท ที่ถูกหักเงินเดือนเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แต่เงินก้อนนั้นเขาก็ไม่ได้รับอีกต่อไป เพราะถูกยกเลิกโดย คสช. ขณะนี้นาก็ทำไม่ได้เพราะน้ำท่วม ต้องปลูกผักกระเฉดขายตามประสา แล้วรอเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลชดเชยค่าข้าว ไร่ละ 1 พันบาท โดยได้ไม่เกิน 15 ไร่ ท้ายสุดแล้วมันก็คือ "ประชานิยม" ดีๆนี่เอง ไม่เห็นจะต่างกันตรงไหน สมเพชรได้แต่ครวญว่า "อย่างน้อย ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย" ชีวิตคนมันก็เป็นแบบนี้แหละ มีขึ้นก็ต้องมีลง จะเอาอะไรกันหนักหนา ข้อมูลจาก FB@ชูวิทย์ I'm No.5 MThai news

ละครภพรัก , เรื่องย่อภพรัก
ละครภพรัก /  ละครภพรัก ช่อง 3 / 

เรื่องย่อละครภพรัก ความตาย.. อาจเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับ “เธอ” .. การดับสูญที่ยิ่งใหญ่นำมาซึ่งความผูกพันล้ำค่าบนโลกใบสวย .. ความรักระหว่าง “เธอ” และ “เขา” อาจเป็นไปไม่ได้หากแต่ใน “ภพรัก”…ความสุขในความรักระหว่างเขาและเธอ สดใสและงดงามเสมอ หมวดเหยี่ยว เป็นลูกชายคนเดียวของ วิหค นายตำรวจมือปราบที่เลื่องชื่อในอดีต เหยี่ยวกำพร้าพ่อและแม่มาตั้งแต่เล็กเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน ด้วยสาเหตุที่หลายคนยังตั้งข้อสงสัย วิหคเป็นตำรวจน้ำดีที่หลายคนให้การยกย่อง ทำงานตรงไปตรงมาแบบยอมหักไม่ยอมงอ แต่แล้วจู่ๆ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนปริศนาที่คนขับชนแล้วหนี เหยี่ยวอาศัยอยู่ในชุมชนริมน้ำหลังวัดเก่ากับ ยายนวล ยายตาบอดอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส ชอบทำบุญอยู่ในศีลในธรรม มีข้อเดียวที่ยายนวลผิดศีลอย่างเลิกไม่ได้คือต้องเล่นหวยอยู่เป็นนิจ และยายนวลก็เหมือนมีพรายกระซิบทุก 15 วัน ??? ตั้งแต่เหยี่ยวเล็กจนโต.. ยายนวลถูกหวยงวดเว้นงวด !!! เหยี่ยว มุ่งมั่นเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนสอบเข้าทำงานในสำนักงานสืบสวนพิเศษได้ หากแต่ในวิชาชีพตำรวจเหยี่ยวกลับทำไม่ได้ดีเหมือนพ่อ คดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบมักมีข้อผิดพลาดไม่ราบรื่น ยิ่งโดนเปรียบ เทียบกับพ่อ.. เหยี่ยวยิ่งทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งหลังผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดต้องรอดคดีไปได้อย่างลอยนวล เพราะการสอบสวนแบบถึงลูกถึงคนของแหยี่ยวโดนบันทึกภาพผ่านโทรศัพท์มือถือของ ทนายผู้ต้องหา และการนำสืบชี้นำไปที่เหยี่ยวขาดวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ข่มขู่ผู้ต้องหาให้รับสารภาพ หมวดเหยี่ยวถูกคาดโทษจากผู้บัญชาการว่าจะต้องถูกย้ายหากมีข้อผิดพลาดอะไร เกิดขึ้นอีก !!! ดูเหมือนชีวิตของหมวดเหยี่ยวกำลังรอคอยใครบางคน ใครบางคนที่จะเติมเต็ม.. ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น คืนวันหนึ่งขณะหมวดเหยี่ยวออกจากสำนักงานสืบฯ กำลังจะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเขารู้สึกแปลกๆ ในจิตใจคล้ายมีคลื่นพลังงานบางอย่างเข้ามากระทบในโสตสัมผัส เมื่อเลี้ยวรถตรงทางแยกหน้าปากซอย เขาพบรถสปอร์ตเกิดอุบัติเหตุตกบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ข้างทาง เมื่อ กองพิสูจน์หลักฐานดึงรถยนต์คันงามขึ้นมา.. ทุกคนต้องแปลกใจเพราะภายในรถว่างเปล่า !! ไม่ปรากฏร่างเจ้าของรถผู้ขับขี่ ตำรวจตรวจดูโดยรอบแล้วไม่พบศพผู้เสียชีวิต !!! ขณะ เหยี่ยวช่วยตำรวจท้องที่กันบรรดาไทยมุงออกมาจากพื้นที่ เขาสะดุดสายตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางต่างจากชาวบ้านแถบนั้นโดยสิ้นเชิง เงอะๆ งะๆ จนเกือบจะเข้าไปในเขตห้ามเข้า เหยี่ยวต้องเอ่ยปากไล่ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ เดี๋ยวจะเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญ หญิงสาวคนนั้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเดินหนีออกไป ก่อนขับรถกลับบ้าน เหยี่ยวพบสร้อยคอพร้อมล็อกเก็ตรูปหัวใจตกอยู่ข้างรถ เขาหยิบล็อกเก็ตเส้นนั้นและนำกลับไปบ้านด้วยอย่าง เผลอตัว ความแปลกประหลาดเริ่มบังเกิดขึ้นกับเหยี่ยวนับตั้งแต่วินาทีนั้น.. ตอนกลับบ้าน เสียงหมาวัดแถวนั้นต่างพากันประสานเสียงหอนกันระงมราวกับเห็นผี ! ยายนวลที่ตาบอดยังร้องทักว่าเหยี่ยวพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านทำไมไม่บอก จะได้หาข้าวหาปลาให้ทาน มิวายที่เหยี่ยวจะปฏิเสธ แต่ยายนวลกลับไม่เชื่อเถียงคอเป็นเอ็นหาว่าหลานชายแอบเอาสาวเข้าบ้านโดยไม่ บอกให้ยายรู้ จนเหยี่ยวต้องเรียก จ่านกน้อย ตำรวจคู่หูที่อยู่ข้างบ้านมายืนยันว่าไม่มีใครมาด้วย ยายนวลถึงจะเชื่อและเรียกจ่านกน้อยไปขูดต้นกล้วยหลังวัดด้วยกันอย่างออกรส ตามประสาคนบ้าหวยด้วยกัน จ่านกน้อยเป็นตำรวจที่มีอดีตไม่น่าจดจำ บ้าหวยทำตัวไร้สาระก็เพื่อลบปมเศร้าสะเทือนใจในชีวิต เมื่อ 5 ปีที่แล้ว.. นกยูง ลูกสาววัยรุ่นของจ่านกน้อยเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด เพราะพ่อบ้างานจนไม่มีเวลาให้ หลังเสียลูกสาวไม่นานเมียก็ต้องเสียชีวิตตามไปอีกคน เพราะโดนคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกัน แล้วจ่าเข้าไปช่วยไม่ทัน นับตั้งแต่นั้น.. ชีวิตจ่านกน้อยก็ไร้แก่นสาร ทำงานไปแบบวันเติมวัน เหมือนกำลังรอวันลาโลก!!! ย่ำ รุ่งคืนวันนั้นเอง เหยี่ยวกลับได้ยินเสียงร้องสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารในสวนหลังบ้าน เหยี่ยวพบกับหญิงสาวคนเดียวกับเมื่อตอนหัวค่ำ เธออยู่ในชุดขาวสวยเฉี่ยวทันสมัย ร้องไห้พลางบอกว่าไม่มีที่ไป ไม่มีใครเห็นเธอเลยนอกจากเหยี่ยว ภาพหญิงสาวค่อยๆ จางหายไป .. พร้อมๆ กับพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า !หมวดเหยี่ยวอึ้งแทบไม่เชื่อภาพที่ปรากฏต่อสายตา เขาพบกับผีสาว ! ตัวจริง ! เสียงจริง ! เช้าวันรุ่งขึ้น.. เหยี่ยวตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรกับ หลวงตาเคี้ยง เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หลวงตาฟังไปพร้อมกับตาลุกด้วยความตื่นเต้น อรรถาธิบายว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่าง เพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงยังล่องลอยไม่มีที่พึ่ง พออธิบายเสร็จ หลวงตาเคี้ยงก็รีบให้ศีลให้พร จ้ำอ้าวๆ กลับกุฏิแทบไม่ทัน สมดังคำล่ำลือว่าหลวงตาเคี้ยงไม่ค่อยถูกชะตากับพลังงานลึกลับ ?!?!? ทุกวันเมื่อไปทำงานสำนักงานสืบฯ เหยี่ยวต้องปะทะคารมอย่างรุนแรงกับ ผบ.สงคราม ที่จ้องจับผิดตลอดเวลา แม้ผบ.สงครามจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพ่อ แต่ความจริงที่เหยี่ยวไม่รู้ก็คือ.. สงครามไม่ได้เป็นเพื่อนกับวิหค แต่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานตำรวจ แข่งกันทุกครั้งสงครามก็แพ้วิหคทุกครั้ง .. หนำซ้ำการเสียชีวิตของวิหค ยังมีข่าวลืออีกว่าเป็นเพราะกำลังทำงานลับบางอย่างแข่งกับสงคราม จึงต้องเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ล่า สุดกับคดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบ.. จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น เขาเกือบทำพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อไว้ใจทิ้งหลักฐานวิดีโอการซื้อขายยาที่จะมัดตัวจอมบงการไว้กับสายสืบ นักข่าวคนหนึ่งที่แปรพักตร์เพราะโดนข่มขู่จากเจ้าพ่อ โชคดีที่ขณะจะกลับ เสียงผีสาวมาบอกให้ไปจับคนร้ายเสียก่อน เหยี่ยวจึงทำงานสำเร็จ ได้รับคำชมเชยเป็นครั้งแรกจาก ผบ.สงคราม คืน วันนั้นเหยี่ยวออกมาที่ต้นลำดวนหลังบ้าน เรียกหญิงคนนั้นเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด วิญญาณสาวคนเดิมออกมาตามเสียงเรียก เธอเรียกตัวเองว่า “น้ำ” แต่จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อ น้ำริน ของตัวเอง น้ำ รินไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องตามเหยี่ยวมาที่นี่ รู้แต่ว่าเธอต้องตามติดเหยี่ยวไปในทุกที่.. เพียงแต่ในช่วงกลางวันเหยี่ยวจะมองไม่เห็นร่างของเธอเท่านั้น ตั้งแต่ นั้นความโกลาหลในชีวิตเหยี่ยวจึงบังเกิด ?!? หมวดเหยี่ยวประสาทเสียที่จู่ๆ ก็มีวิญญาณสาวสวยคอยติดตามไปทุกที่ แม้ในเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ และ เวลานอน ?!? หนำซ้ำยายนวลยังเป็นอีกคนที่ได้ยินเสียงเหยี่ยว กับน้ำรินคุยกันบ่อยๆ เหยี่ยวเดาเอาเองจากการที่ยายถูกหวยทุกงวดว่าน่าจะเป็นเพราะยายมีสัมผัสที่ หก ได้ยินเสียงพรายกระซิบเป็นประจำ จึงไม่แปลกที่ยายจะได้ยินเสียงน้ำรินเช่นเดียวกับเขา เหยี่ยวโกหก ยายนวลว่าน้ำรินเป็นพยานปากเอกที่เขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานสืบฯ ให้นำตัวมาเก็บไว้ โดยใช้บ้านเหยี่ยวเพื่อเป็นเซฟเฮ้าส์ ยายนวลจึงคลายใจหันมาคุยกับน้ำรินวิญญาณสาวอย่างออกรสด้วยนึกว่าหล่อนเป็นคน เมื่อเวลาผ่านไป.. การสนิทสนมกับน้ำรินทำให้ชีวิตยายนวลมีชีวิตชีวามากขึ้น น้ำรินเป็นผีสาวความจำเสื่อมที่อารมณ์ดี มองโลกสดใสในทางบวก ความทรงจำน้ำรินเริ่มกลับมาทีละน้อยๆ เธอจำได้ว่าตัวเองมีฝีมือในการทำขนมไทยอย่างหาตัวจับยาก ตั้งแต่นั้นบ้านหลังน้อยของหมวดเหยี่ยวจึงเกิดกิจกรรมพิเศษของสองคู่ซี้ต่าง วัยและต่างภพ ทำขนมไทยสารพัดชนิดเพื่อเป็นรายได้เสริม ขนมไทยแสนอร่อยของยายนวลเป็นที่นิยมชมชอบของคนในชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆ ยาย นวลชวนจ่านกน้อยคู่ซี้มาทำขนมด้วยกันในตอนค่ำ เพื่อละเลิกจากกิจกรรมขี้เมาบ้าหวย สร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินให้กับจ่าไม่น้อย แต่จ่านกน้อยกับชาวบ้านแถบนั้นรวมไปถึงหลวงตาเคี้ยงยังไม่วายต้องผวาไปกับ เสียงแปลกๆ ยามค่ำ และพฤติกรรมเหมือนกำลังคุยกับผีของยายนวลอยู่เนืองๆ สินค้าขนมไทยของยายนวลในชุมชน ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ธารา นักธุรกิจสาวที่ผันตัวเองจากโลกธุรกิจ มาทำมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ ธาราต้องนั่งรถเข็นจากการเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ตั้งแต่นั้นธาราจึงอุทิศตัวเองเพื่อสังคม หันหลังให้กับโลกธุรกิจปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้บริหารมืออาชีพ ส่วนตัวเองหันมาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม เมื่อน้ำรินเห็นหน้าธารา.. เธอรู้สึกแปลกๆ เหมือนรู้จักผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างดี แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเคยพบกันที่ไหน ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ดูเหมือนวิญญาณน้ำรินกำลังทำความดีชดเชยกับเรื่องราวในอดีตที่เธอยังจำไม่ได้ น้ำรินไม่รู้เลยว่าในตอนมีชีวิตอยู่ เธอมีส่วนทำให้นกยูงลูกสาวจ่านกน้อยเสียชีวิต เพราะ เสพยาเกินขนาด!! วันหนึ่งน้ำรินมีโอกาสเห็นรูปนกยูงโดยบังเอิญ เธอจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์กับเธอที่ใดที่หนึ่งเกี่ยวกับการทำขนม ยิ่งไปกว่านั้น..น้ำรินจำได้ว่าเด็กสาวคนนี้เสียชีวิตเพราะเธอเฉยเมย ไม่ยอมช่วยนกยูงที่เอ่ยปากขอเบี้ยเลี้ยงล่วงหน้า ทำให้นกยูงเข้าสู่วังวนของการส่งยา ค้ายา จนถึงขั้นนกยูงโดนฆ่าตายเพราะคนร้ายต้องการปิดปากเรื่องเครือข่ายค้ายาฯ นกยูงโดนจัดฉากว่าเสพยาเกินขนาด เธอพยายามทำทุกวิถีทางให้ชีวิตของจ่านกน้อยดีขึ้น หลัง จากนั้นเป็นต้นมา เหยี่ยวกับน้ำรินยิ่งใกล้ชิดผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสนิทสนม ยิ่งทำให้ทั้งคู่กลายเป็นส่วนผสมของความกุ๊กกิ๊กอลวนที่ลงตัว น้ำรินแสดงถึงความเป็นคุณหนูไฮโซให้เห็นมากขึ้น เธอทั้งซุกซน ซุ่มซ่าม และเผลอเอาแต่ใจตัวเอง น้ำรินขอร้องให้ เหยี่ยวช่วยสืบหาว่าเธอเป็นผีมาจากไหน มีประวัติความเป็นมายังไง .. เหตุใดเธอจึงยังไม่ไปผุดไปเกิดซะที แต่แล้ววันหนึ่งน้ำรินก็ได้พบกับ ป้าปริก วิญญาณอีกดวงนึงที่ดูเหมือนเป็นวิญญาณที่ความอารมณ์ดี ป้าปริกสอนให้น้ำรินกลายเป็นวิญญาณคุณภาพ สามารถควบคุมให้สิ่งของต่างๆ เคลื่อนที่ได้ น้ำรินสามารถหยิบจับของต่างๆ และรับรู้ความรู้สึกในการสัมผัสได้ราวกับมีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์ ต่างกันเพียงว่าไม่มีใครมองเห็นเธอได้… นอกจากเหยี่ยวเพียงคนเดียว และการที่รู้สึกและหยิบจับของต่างๆ ได้เหมือนมนุษย์นี่เอง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำรินกับเหยี่ยวออกอาการกุ๊กกิ๊กแนบแน่นมาก ขึ้นกว่าเดิม เพราะเหยี่ยวมักเผลอโอบคอน้ำรินเหมือนเคยๆ ทุกครั้งเพราะไม่เคยทำได้สักที แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นรู้สึกได้ว่าเขากำลังกอดคอหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งยิ่งทำให้ทั้งคู่เขินอายและต้องระวังตัวระหว่างกันมากยิ่งขึ้น น้ำ รินมีโอกาสช่วยเหลือเหยี่ยวในการทำงานสำนักงานสืบฯ หลายครั้ง คดีสำคัญก็คือ.. เหยี่ยวสามารถคลี่คลายคดียาเสพติดในหมู่วัยรุ่นได้ เขาจับตัวการที่โยงใยทำให้นกยูงลูกสาวของจ่านกน้อยตาย จ่านกน้อยมีจิตใจดีขึ้นมากขึ้น เพราะความจริงปรากฏชัดว่านกยูงไม่ได้เสพยาเกินขนาดจนตาย แต่เธอตายเพราะต้องการเปิดโปงเครือข่ายค้ายา นกยูงตายเพื่อความถูกต้องในสังคม สมกับเป็นลูกสาวตำรวจอย่างจ่านกน้อย จ่านกน้อยเลิกขี้เมา บ้าหวย หันมาใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ อุทิศตนเองให้กับชุมชนฯ เหยี่ยว เหมือนเป็นนายตำรวจพรายกระซิบ ทำงานสำคัญๆ สำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ น่าแปลกที่ทุกครั้ง ที่น้ำรินช่วยเหยี่ยวคลี่คลายคดีสำคัญได้ ความทรงจำของเธอจะกลับมาหนึ่งอย่างเสมอ เหมือนการช่วยแก้ไขคดีแต่ละคดีเป็นการทดแทนการทำความผิดพลาดในอดีตหมวดแนน แฟนเก่าของเหยี่ยว กลับมาคลุกคลีกับเหยี่ยวอีกครั้ง จนน้ำรินเริ่มหึง ซึ่งเหยี่ยวเริ่มจับสังเกตได้ ภพธร กับนับดาว ยังไม่หยุดแผนที่จะฆ่าธารา จนสงครามเริ่มสงสัยในตัวภพธร จึงพาธาราไปซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ โดยให้เหยี่ยวตามไปดูแล คุ้มครองธารา ที่นั่นเอง สงครามได้แสดงความรักที่มีต่อธารามาอย่างช้านาน แต่ธาราปฎิเสธ เพราะไม่อยากผิดต่อพ่อของน้ำริน ซึ่งเป็นเพื่อนรักของสงครามนั่นเอง ถนนทางเข้าเซฟเฮ้าส์ คือถนนที่ครั้งหนึ่ง เหยี่ยว เคยนั่งรถมาพร้อมกับพ่อและแม่ และที่นี่เอง เหยี่ยวได้สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปกับอุบัติเหตุ ทุกครั้งที่เหยี่ยวขี่จักรยานผ่านจุดเกิดเหตุ เขาก็อดนึกถึงอดีตอันเจ็บปวดไม่ได้ น้ำรินซึ่งติดตามเหยี่ยวมาด้วย พยายามพูดให้กำลังใจ ให้เหยี่ยวต่อสู้กับอดีตอันเลวร้ายให้ได้ ทำให้เหยี่ยวรู้สึกเข้มแข็งขึ้นเมื่อได้อยู่กับน้ำรินน้ำรินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าธารามาก แต่ยังนึกเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้สักที จำได้แต่ว่า ก่อนตายเธอใกล้มีความสุขที่สุดในชีวิต .. น้ำรินกำลังจะแต่งงาน !!! แล้วจู่ๆ สร้อยล็อตเก็ตรูปหัวใจก็ตกลงจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของเหยี่ยว เหยี่ยวระลึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอหยิบมาจากริมบึงที่มีรถจมน้ำ.. ต้องเป็นเพราะล็อคเก็ตรูปหัวใจแน่ๆ น้ำรินถึงมาติดอยู่กับเขาแบบนี้ !!! เหยี่ยว สืบเรื่องของน้ำรินโดยเริ่มจากคดีรถสปอร์ตจมหายไปในน้ำ ตามไปถึงบ้านใหญ่โตของเจ้าของรถ ในที่สุดเหยี่ยวจึงรู้ว่าน้ำรินคือเจ้าของรถคันนั้น เป็นลูกสาวคนเดียวของ ธารา เศรษฐีนีแม่ม่ายเจ้าของเครือโรงแรมสตาร์ออฟสยาม เครือข่ายโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ ความจริงแล้วน้ำรินเป็นลูกสาวของคุณธารา สาวใหญ่ใจดีเจ้าของมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ วิญญาณเธอได้พบกับแม่ เพียงแต่เธอจำแม่ไม่ได้ เหยี่ยวปักใจเชื่อว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็น ภพธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่ชายบุญธรรม ผู้บริหารเครือโรงแรมนี้ทั้งหมด และเป็นอดีตคู่หมั้นของน้ำริน ภพธรคือคนที่น่าสงสัยที่สุด เมื่อ ตอนมีชีวิตอยู่.. น้ำรินเติบโตมากับภพธรผู้เป็นเหมือนพี่ชาย ภพธรเป็นลูกชาย นุติ อดีตเจ้าของเดอะสตาร์ออฟสยาม ที่ฆ่าตัวตายเพราะทำธุรกิจผิดพลาดจนต้องให้ ธารา แม่ของน้ำรินเข้าซื้อกิจการ แต่มีข่าวลือในวงธุรกิจ.. ความจริงแล้วนุติฆ่าตัวตายเพราะทนไม่ได้ที่โดนธาราโกงจนหมดตัว ธารารู้สึกผิด.. จึงส่งเสียเลี้ยงดูภพธรเป็นลูกบุญธรรม ให้เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับน้ำรินลูกแท้ๆ ธาราเดินไม่ได้เพราะได้รับอุบัติเหตุจากการขับรถเมื่อปีก่อน ทำให้อำนาจการบริหารโรงแรมทั้งหมดอยู่ในมือของภพธรลูกบุญธรรมซึ่งกำลังจะ แต่งงานกับน้ำริน และธารารู้สึกผิดกับบาปที่ตัวเองสร้างไว้ในอดีต เธอจึงหันมาทำมูลนิธิช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในสังคม ต้องการไถ่บาปสร้างความดีเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำไว้ในอดีต น้ำ รินขอบคุณเหยี่ยวและขอให้พาเธอไปสถานที่แห่งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เป็นบ้านสวนริมน้ำของ นับดาว ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนรักของเธอมาตั้งแต่เด็ก นับดาวเป็นเหมือนเพื่อนคู่หูน้ำรินมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเรื่อยมาจน กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยและจบการศึกษา เธอเป็นเหมือนเพื่อนรัก… หากแต่ซ่อนปมความคิดอิจฉาริษยาเพื่อนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างอย่างน้ำรินมา ตลอด นับ ดาวกำลังอยู่กับภพธรฉันท์สามีภรรยา จากคำพูดที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน น้ำรินจึงรู้ว่าทั้งสองแอบคบกันมานานแล้ว เพราะปมชีวิตของนับดาวที่ไม่อาจจะสู้น้ำรินได้ตลอดมา ทำให้นับดาวคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับน้ำรินโดยน้ำรินไม่รู้ตัว สิ่งที่นับดาวเอาชนะน้ำรินได้อย่างเด็ดขาดคือการพิชิตหัวใจของภพธร เพราะภพธรโกรธแค้นครอบครัวของน้ำรินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสองตั้งใจจะฮุบกิจการโรงแรมของธาราโดยเร็วที่สุด ทั้งเพื่อแก้แค้นให้ภพธรและเพื่อตัวของพวกเขาเอง.. นับดาวเป็นคนวาง แผนบงการทำให้ธาราต้องพิการ และวางแผนฆ่าน้ำรินก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้น !!! น้ำรินมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาเป็นประจำทุกวัน ภพธรแอบเปลี่ยนยาทำให้น้ำรินหมดสติ ขับรถตกบึงน้ำขนาดใหญ่ ก่อนจะอำพรางนำศพของเธอไปเผาทิ้ง ทำให้น้ำรินกลายเป็นบุคคลหายสาปสูญไปเพื่อทำลายหลักฐาน !!! นับดาวกับภพธรแอบเปิดประตูให้คนร้ายเข้าไปในคฤหาสน์ของธารา แต่ขณะที่กำลังจะทำอันตรายธารา เหยี่ยวกับน้ำรินเดินทางมาช่วยธาราได้ทันเวลา นับดาวกับภพธรถูกตำรวจจับ…และถูกลงโทษตามความผิดที่ตัวเองกระทำ ฐานทำร้ายน้ำรินถึงแก่ความตาย เวลานี้ภารกิจของน้ำรินดูเหมือนจะเสร็จสิ้นแล้ว พลังงานภายในวิญญาณของเธออ่อนแรงลง น้ำ รินรู้สึกว่าดวงวิญญาณของเธออาจดับสูญภายในคืนนี้.. เธอรวบรวมพลังงานทั้งหมดเท่าที่เหลืออยู่ ปรากฏกายให้เหยี่ยวเห็นเป็นครั้งสุดท้าย แม้ช่วงเวลาที่น้ำรินจะอยู่กับเหยี่ยวมีเพียงช่วงสั้นๆ หากแต่ความผูกพันในช่วงเวลาอันน้อยนิดระหว่างเธอกับเขา แนบแน่นจนกลายเป็น “ความรัก” ไปเสียแล้ว … เช่นเดียวกับเหยี่ยวที่รู้ใจตัวเองว่ารัก น้ำริน.. วิญญาณ สาวที่กำลังจะดับสลายไปในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ เหยี่ยวอยากจะอ้อนวอนขอให้น้ำรินอยู่กับเขาตลอดไป แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้…ไม่มีใครฝืนสัจธรรมการแตกดับนี้ไปได้ เหยี่ยวจึงตั้งจิตมั่นสัญญาไว้กับน้ำริน เขาจะรักเธอตลอดไป จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีให้เธอ ทั้งสองจากกันด้วยน้ำตา… 18 ปีต่อมา… หมวดเหยี่ยวนายตำรวจหนุ่มไฟแรงจบใหม่ในอดีต.. กลายเป็นหนุ่มใหญ่ผู้บัญชาการสำนักงานสืบสวนพิเศษในปัจจุบัน เขามุ่งมั่นในการทำงานจนไม่มีเวลาเหลือให้กับใคร คนเก่าคนแก่ภายในสำนักงานสืบสวนฯ ต่างรู้ดีว่าผู้บัญชาการผู้นี้ยังคงมีอดีตรักฝังใจที่ยากจะลืมเลือน ผบ.เหยี่ยวไม่มีหัวใจจะรักใครได้อีกแล้ว.. จวบจนวันนี้…วันที่สำนักงานสืบสวนพิเศษได้มีโอกาสต้อนรับ น้ำค้าง นักข่าวหญิงเพิ่งจบใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย สาวนักข่าวที่ทันทีที่ผบ.เหยี่ยวเห็นหน้าแล้วต้องชะงักด้วยความตกใจ ฤาสัญญารักที่เขาเคยให้ไว้กับน้ำรินมีผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้วในวันนี้… น้ำค้าง…มีใบหน้าบุคลิก ท่าทาง รอยยิ้ม เหมือนกับน้ำริน .. ราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน !

เลือกใส่ ชุดแต่งงาน ยังไง ให้ดูแพง!
งานแต่งงาน /  ชุดแต่งงาน / 

งานแต่งงานก็เป็นงานสำคัญของชีวิตสาวๆหลายคน เรียกได้ว่า อาจจะเป็นงานครั้งเดียวในชีวิต ในบรรยากาศที่มีความสุข รวบรวมญาติโกโหติกามากมายไว้ และที่สำคัญก็คือชุดเจ้าสาวของคุณนั่นเอง จะเรียกว่าเป็นจุดสนใจของคนในงานเลยก็ว่าได้ วันนี้เรามีวิธีเลือกชุดแต่งงานให้ดูราคาแพง โดยไม่ต้องพึ่งอเล็กซานเดอร์ แมคควีน มาดูเลยดีกว่าค่ะ ! 1.ห้าม! ขาวโอโม่เกินไป ชุดขาวที่ขาวซะดูน่ากลัว เหมือนเพิ่งไปลงน้ำยากัดสีมา นี่ไม่เวิร์คแน่นอนค่ะ เครื่องประดับตกแต่งชุดจะกลายเป็นของที่มองไม่เห็นเลย เพราะสีขาวของชุดจะดึงความสดใจไปหมด แนะนำว่าให้เลือกสีขาวมุก เช่น สีงาช้าง ครีม แทนที่จะขาวสะอ้านเกินเหตุ ซึ่งจะทำให้ชุดแต่งงานของคุณดูราคาถูกไปเลยล่ะ เรื่องที่ว่าชุดแต่งงานต้องสีขาวเนี่ย ไม่ได้หมายความว่าต้องขาวจั๋วะโอโม่ซะหน่อย เอาแค่อยู่ในระดับว่า ขาว ก็พอแล้วค่ะ 2. หยุด! ชุดคุณภาพไม่สมราคา ชุดแบบบอลกาวน์ ที่มีรายละเอียดมากๆ จะต้องประกอบไปด้วยผ้าคุณภาพดี เช่น ผ้าไหม หรือ การปักมือ ซึ่งมีราคาแพง ดังนั้นร้านต่างๆจึงพยายามทำชุดให้ดูแพง แต่ใช้ผลิตภัณฑ์ไม่ดีนัก เช่น เนื้อผ้าที่ไม่ใช่ไหมแท้ หรือ เครื่องประดับเก๊ ข้อแนะนำคือ ให้เลือกชุดที่ทำจากผ้าชั้นดี และของจริง และตกแต่งแค่น้อยๆ แต่ใช้ของจริง มันจะทำให้คุณดูแพงแบบไม่ต้องพยายาม ถ้างบน้อย เราแนะนำชุดมือสองค่ะ อย่างน้อยก็ดีกว่า มือหนึ่งแต่คุณภาพห่วยนะ 3. ชุดเงาวิ้งค์เกินไป  สาวๆจ๋า เราเป็นเจ้าสาวนะ ไม่ใช่นักร้องตามคาเฟ่หรืออะไร กรุณาเลือกผ้าแบบเนื้อ Matt คือแบบด้าน ไม่มีความมันเงาอะไรเว่อร์เกิน ชุดแบบเงาๆจะเสมือนคุณดึงผ้าม่านจากราวมาพันตัว แถมยังเหมือนชุดนอนผ้าซาตินไปซะเปล่าๆ อีกอย่างค่ะ ชุดที่ประดับด้วยพลอยเทียมวิ้งค์ๆ ก็โบกมือลาได้เลยจ้ะ คิดไว้เสมอว่า ชุดแต่งงาน ยิ่งน้อยยิ่งดูดี นะ !! 4. ห้ามเลือกชุดแต่งงานผีสาวในงานฮาโลวีน ถ้าไม่อยากดูราคาถูก อย่าได้ใส่ชุดเจ้าสาวเนื้อมัน มีริบบิ้นผูกด้านหลัง สไตล์ Gothic ที่ชอบใส่ในงานฮาโลวีน  เด็ดขาด นี่เตือนแล้วนะบอกก่อน 5. ห้ามโชว์เนินอก มากไป ไม่ต้องโชว์จนล้นหลามนักค่ะ วันแต่งงานเป็นวันที่คุณจะวุ่นวายสุดๆเลย พยายามทำตัวเองให้คล่องตัวดีกว่า ด้วยการมิดชิดแบบพอดีๆเถอะค่ะ จะได้ไม่เป็นภาระของแขกเหรื่อในงาน  6. เน้นจุดสนใจแค่ 1-2 อย่างพอ ชุดจับจีบ , มีโบว์ , ลูกปัด , สร้อยสามชั้น , เข็มกลัดประดับเพชรอลังการ อยู่ในชุดชุดเดียว ? อย่าเพ้อค่ะเจ้าสาว มันเยอะเกินไป!!  เรายังย้ำคำเดิมนะจ๊ะว่ายิ่งน้อยยิ่งดี เอาว่าเราจะเน้นอะไรดีกว่า ถ้าคุณมีสร้อยเส้นงาม ก็ใส่ไปเลยเส้นเดียวเก๋ ๆ กับชุดเรียบๆที่ดูเลอค่า แค่นั้นก็พอแล้ว 7. ถ้าเกาะอกไม่ใช่ทางของคุณ ก็อย่าฝืน ถ้าคุณไม่เคยใส่เกาะอก เราแนะนำว่าอย่าใส่ เพราะคุณจะไม่มั่นใจ และจะคอยพะวงตลอดเวลาว่า นมจะหกตอนไหน ซึ่งจะสร้างความไม่มั่นใจให้กับคุณซะเปล่าๆ เดินไป จับไป ไม่เวิร์ค และทำให้คุณกลายเป็นเจ้าสาวที่ดูจะไม่มั่นใจในวันสำคัญนี้ไปซะดื้อๆ ค่ะ  8. เครื่องประดับให้ได้แค่ 2 อย่างเท่านั้น! ไม่งั้นจะกลายเป็นตู้เครื่องประดับลอยได้แน่นอน  9. อย่าใส่ชุดสั้นเกินไป  แน่นอนค่ะว่า งานแต่งงาน เป็นงานของคุณ จะใส่ให้ดูราคาถูกแบบนั้นทำไม อยากใส่กระโปรงสั้นๆใส่วันอื่นเถอะค่ะ แต่ต้องไม่ใช่วันนี้! 10. อย่าเลียนแบบชุดงานแต่งงานของ disney เลย  นี่มันศักราชไหนแล้ว และนี่ก็คือชีวิตจริงของคุณ เลือกดูชุดแต่งงานของดาราดังๆสิคะ เราจะไปอยู่ในโลกของการ์ตูนแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาดนะ เลือกใช้ชุดที่ดูหรูหราในโลกมนุษย์เราดีกว่าน้า  เป็นไงคะ เห็นความแตกต่างเลยใช่ไหมล่ะ ถ้าอยากให้วันสำคัญของคุณเป็นไปอย่างเลอค่า เราแนะนำให้เลือกอะไรที่ทำให้ดูแพงแบบไม่ต้องเยอะดีกว่านะจ๊ะ อย่างที่ใครๆก็บอกว่า Less is More คำพูดนี้ยังใช้ได้เสมอจ้ะ   เรียบเรียงโดย Women Mthai Team ที่มาจาก Cosmopolitan          

ไร้ฝนกทม.เช้านี้ด้านการจราจรรถมากเคลื่อนตัวได้
การจราจร /  ข่าววันนี้ / 

ไม่พบกลุ่มฝนใน กทม. เช้านี้ ด้านสภาพการจราจรในหลายพื้นที่ปริมาณรถมากแต่ยังคลื่อนตัวได้ สำนักการระบายน้ำ เรดาร์ตรวจสอบสภาพฝนจากเรดาร์ตรวจอากกาศ เมื่อเวลา 07.00 น. กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ไม่พบกลุ่มฝน อุณหภูมิที่สำนักการระบายน้ำ 26.7 องศาเซลเซียส ด้านสภาพการจราจร บริเวณรอบแยกเกษตร ถนนงามวงศ์วาน จาก แยกพงษ์เพชร มุ่งหน้า สะพานข้ามแยกบางเขนไปแยกเกษตร รถมากเคลื่อนตัวได้ ถนนประเสริฐมนูกิจ จากแยกตัดถนนลาดปลาเค้า มุ่งหน้า อุโมงค์เกษตร รถมากยังไม่ติดขัดรถสามารถเคลื่อนตัวได้ ถนนพหลโยธิน จาก สะพานบางบัว มุ่งหน้า แยกเกษตร รถมากเคลื่อนตัวได้เรื่อย ๆ ขณะเดียวกัน กรุงเทพมหานคร ได้กำหนดจัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระกุศลสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ในโอกาสครบวันสิ้นพระชนม์ 1 ปี ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ขอให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว

งานแต่งสุดซึ้ง เจ้าสาวมะเร็ง ที่กัดฟันสู้เพื่อคนรักจนหายขาด!
งานแต่งงาน /  ซึ้ง / 

โจนส์ คุณครูอนุบาลจากเมือง คอนเนคติคัต ต่อสู้กับโรคร้ายอย่าง " มะเร็ง" ที่คร่าชีวิตคนมานับไม่ถ้วน โจนส์กลายเป็น  เจ้าสาวมะเร็ง ต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กิน ที่มีอายุได้เพียง 27 ปีเท่านั้น โดยจุดเริ่มแรกที่เธอคิดว่าเธอป่วยเป็นโรคหวัด หรือ ภูมิแพ้ที่ทำให้เธอบวมที่คอและหน้าอก  ซึ่งเธอไม่เคยคิดฝันว่าจะเป็นโรคร้ายจะมาเยือนเธอได้เร็วได้ขนาดนี้ และงานแต่งงานที่เธอวางแผนกับแฟนหนุ่มสุดรักไว้ยาวนานก็แทบจะพังทลาย เพราะขณะที่โจนส์เข้ารับการบำบัด นักวิทยาศาสตร์เนื้องอกบอกเธอว่า ให้เธอเลื่อนงานแต่งงานไปก่อน เนื่องจากร่างกายเธออาจจะยังไม่พร้อมกับการออกแรงขนาดนั้น เธอยืนกรานที่จะมีงานแต่งงานนี้เกิดขึ้น เพราะแขกเหรื่อในงาน และ สถานที่ ได้ถูกเซ็ทไว้เรียบร้อยแล้ว แม้ว่าตอนนั้นจะเป็นช่วงกลางของการทำคีโม ที่ร่างกายของเธอนั้นแสนจะเซนซิทีฟ แต่เธอก็ยังยืนยันจะทำต่อไป เพราะเธอมีความฝัน ฝันที่จะได้เป็นเจ้าสาวในชีวิตจริงตั้งแต่เด็กๆ ความรู้สึกที่ทุกคนให้เธอ มันล้นปรี่จนทำให้เธอมีกำลังใจสู้เพื่อวันนั้น เช่น ช่างเย็บผ้า ลงทุนเย็บผ้าคลุมศีรษะให้แบบพิเศษ เพื่อให้โจนส์สามารถใส่ผ้าคลุมหน้าของแม่เธอ เหมือนที่แม่เคยใส่ในวันงานแต่งงานได้   รวมทั้งแขกเหรื่อในงานที่พร้อมใจมาแสดงความยินดีให้เธอจริงๆ  และเธอก้รู้สึกดีมากที่วันนั้นได้เกิดขึ้นมาจริงๆ และที่สำคัญเธอก็เข้ารับการรักษากับคุณหมออย่างดีไม่มีอิดออด เพื่อให้ร่างกายเธอพร้อมกับวันสำคัญ โดยโจนส์บอกว่า ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตของเธอ คือ ตอนที่ประตูเปิดและเธอเห็นเจ้าบ่าวหนุ่มทหารเรือ "เจฟ" ยืนอยู่ที่ปลายสุดเส้นทาง ด้วยน้ำตาที่ล้นเอ่อและเมื่อทั้งคู่ต้องให้สัตย์ปฏิญาณกับบาทหลวง ในประโยคที่ว่า "จะถือซื่อสัตย์ต่อคุณทั้งในยามสุขและยามทุกข์ ทั้งในเวลาป่วยและเวลาสบาย เพื่อรักและยกย่องให้ เกียรติคุณจนกว่า ชีวิตจะหาไม่ "  ทั้งคู่ก็แทบจะน้ำตาไหลและสะอื้นไห้อย่างยั้งไว้ไม่ไหว เพราะไม่รู้ว่า วันเวลาจะพรากกันและกันไปเมื่อไหร่ และข่าวดีก็มาถึงเมื่อ มะเร็งของเจ้าสาวสู้ชีวิตคนนี้ได้อาการทุเลาลงเมื่อ 4 เดือนต่อมา ขณะเธอยังต้องไปเช็คร่างกายเป็นประจำ และผลก็ออกมาดีเกินคาดหมายเพราะ มะเร็งร้ายได้จากเธอไปอย่างหมดสิ้น ตอนนี้เธอได้วางแผนที่จะท่องเที่ยวฮันนีมูนกับแฟนหนุ่ม เพื่อฉลองงานแต่งและการหายจากโรคร้ายนี้ด้วย ความรัก เป็น สิ่งที่มีพลังมากนะคะสาวๆ แค่คุณมีรัก คุณจะมีพลังไม่ว่าสิ่งที่คุณกำลังเผชิญจะร้ายแรงแค่ไหนก็ตาม ดูอย่างสาวโจนส์เป็นตัวอย่าง จับมือกับคนรักไว้แน่นๆ แล้วก้าวผ่านปัญหาไปพร้อมๆกันนะคะ เรียบเรียงโดย Women Mthai Team ที่มา Abc news  

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

10 ที่พักที่มีชื่อสุดแปลก
10 อันดับ /  ที่พัก / 

ความแตกต่างของที่พักแต่ละที่นั้นมีความแตกต่างกันออกไป ว่าจะใช้จุดไหนเป็นจุดดึงดูดลูกค้า และวันนี้ทาง Travel.mthai.com ขอแนะนำที่พักที่มีชื่อสุดแปล๊กแปลกและมันเป็นอะไรที่สุดติ่งกระดิ่งแมวมากๆเลยล่ะ แล้วจะรอช้าอยู่ทำไม เลื่อนไปชมกันเลยดีกว่า 10 ที่พักที่มีชื่อสุดแปลก 1. เมียจ๋า (Meir Jarr Hotel)      โรงแรมเมียจ๋า (Meir Jarr Hotel) เป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนที่คุณจะได้ดื่มด่ำกับสีสันของภูเก็ต ด้วยทำเลที่ไม่ไกลจากตัวเมือง สามารถเดินทางไปถึงสนามบินได้ภายใน 45 นาที อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ศูนย์ฝึกมวยไทย, ไซม่อนคาบาเร่ต์, ถนนกลางคืนบางลา, หาดป่าตอง รวมถึงศูนย์การค้าจังซีลอน ในระยะเดินถึง      ส่วนของห้องพักทั้งหมด 83 ห้อง ประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่คัดสรรมาอย่างดี เพื่อมอบความสะดวกสบายแก่ผู้เข้าพัก อาทิ มินิบาร์, ตู้นิรภัย, อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง พร้อมบริการทำความสะอาดทุกวัน นอกจากนี้ด้านนอกของโรงแรมยังมี สระว่ายน้ำกลางแจ้ง ที่มองเห็นวิวภูเขาและท้องฟ้าแบบเปิดโล่ง ปิดท้ายด้วย ห้องอาหารสุดหรู ให้คุณอิ่มเอมกับเมนูอาหารเลิศรสในบรรยากาศสุดพิเศษ รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> เมียจ๋า (Meir Jarr Hotel) _________________________________ 2. ราชา (The Racha)      ราชา (The Racha) รีสอร์ทหรูระดับพรีเมี่ยม บนเกาะราชาใหญ่ทางตอนใต้ของภูเก็ต ที่คุณจะรู้สึกถึงความสบายในแบบที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนราวกับได้พักผ่อนอยู่ในวังของพระราชา วิลล่าที่ให้บริการทุกหลัง มาพร้อมระเบียงชมวิวส่วนตัวและสิ่งอำนวยความสะดวกมาตรฐานสากล      ภัตตาคารในรีสอร์ท ประกอบด้วย Earth Café ที่ดินเนอร์บรรยากาศดีบนระเบียงกลางแจ้ง, Fire Grill  อิ่มอร่อยกับพิซซ่าและพาสต้าในมื้อกลางวัน และอาหารเลิศรสสำหรับมื้อค่ำ รวมถึง Ice Bar และ Club Del Mar ที่พร้อมเสิร์ฟค็อกเทลเย็นๆ นอกจากนี้ ยังมี Sun Set Beach ที่ให้บริการบาร์บีคิวทะเลและสเต็กเนื้อนุ่มริมอ่าวทะเล และรีสอร์ทแห่งนี้ยังได้รับการยอมรับให้เป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ ที่ใครต่อใครต่างหลงเสน่ห์ในบรรยากาศอันเงียบสงบ เหมาะแก่การหลีกหนีความวุ่นวายสู่การพักผ่อนสุดพิเศษบนชายหาดที่สวยงามราวกับภาพวาด   รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ราชา (The Racha) _________________________________ 3. ยายย่า หัวหิน (YaiYa Hua Hin)      ยายย่า หัวหิน (YaiYa Hua Hin) บูติครีสอร์ทสไตล์ไทยๆ ที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงามเป็นเอกลักษณ์ ตัวโรงแรมตั้งอยู่ระหว่างชะอำกับหัวหิน ท่ามกลางสวนสวย พร้อมกลิ่นหอมจากต้นจันทน์เทศที่ปลูกเรียงรายไว้รอบรีสอร์ท เพื่อสร้างความผ่อนคลายแก่ผู้เข้าพัก ห้องพักของที่นี่ก็มีให้เลือกหลายรูปแบบ แต่ละห้องตกแต่งอย่างหรูหราสไตล์ไทยประยุกต์ ไม่ว่าจะเป็นห้องแบบ Pool Villa ที่มีสระว่ายน้ำส่วนตัวและห้องนั่งเล่น, Deluxe Terrace ห้องพักวิวสวน หรือ Deluxe Sea Terrace ห้องพักวิวทะเล นอกจากนี้ ด้านนอกยังมี สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ บนชายหาดส่วนตัว และสามารถเพลิดเพลินไปกับ สปาทรีตเม้นท์ ที่ YaiYa Spa หรือจะเลือกดื่มด่ำรสชาติอาหารไทย และอาหารยุโรป ที่ ร้านอาหาร Thai Pas และนั่งกินบรรยากาศชิลๆที่ The Sand Bar   รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ยายย่า หัวหิน (YaiYa Hua Hin) _________________________________ 4. บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท (Baan Krating Pai Resort)      บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท (Baan Krating Pai Resort) รีสอร์ทธรรมชาติริมแม่น้ำปาย ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองปายเพียง 20 นาที ทัศนียภาพรอบรีสอร์ทสวยงามด้วยวิวภูเขาและทุ่งข้าวสีทองอร่าม ที่นี่บริการห้องพักแบบวิลล่าแยกเป็นหลัง ตกแต่งสไตล์ไทยกลิ่นอายภาคเหนือ      ผู้เข้าพักสามารถเพลิดเพลินกับสระว่ายน้ำและจากุสซี่ด้านนอก ซึ่งล้อมรอบด้วยทิวทัศน์ชนบทอันงดงาม บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท ยังบริการอาหารเหนือและอาหารนานาชาติตลอดทั้งวัน และเต็มไปด้วยกิจกรรมกลางแจ้งสำหรับผู้ที่ชอบความสนุกตื่นเต้น อาทิ กิจกรรมพายเรือคายัคตามลำน้ำปาย, ล่องแก่งไปกับผู้เชี่ยวชาญ, เดินป่า, ขี่ช้างไปตามทุ่งนา, เยี่ยมชมหมู่บ้านชาวเขา, แวะชมน้ำตกและบ่อน้ำพุร้อน, เที่ยวสถานที่น่าสนใจในอำเภอปาย ฯลฯ บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท แห่งนี้จึงเป็นจุดหมายปลายทางของผู้ที่รักธรรมชาติอย่างแท้จริง รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท (Baan Krating Pai Resort) _________________________________ 5. อียิปต์ บูทิก โฮเทล (Egypt Boutique Hotel)      เมืองกรุงก็มีที่พักสไตล์เมืองนอกกับเค้าเหมือนกัน อียิปต์ บูทิก โฮเทล (Egypt Boutique Hotel) ที่พักสไตล์อียิปต์สีสันสะดุดตา ที่นี่เหมือนยกเอาสถาปัตยกรรมจำลองของเมืองไคโร ดินแดนทะเลทรายแห่งอียิปต์มาไว้กลางกรุง โดยเนรมิตพื้นที่ในซอยรามคำแหง 65 หรือซอยลาดพร้าว 122 ให้กลายเป็นเมืองแห่งฟาโรต์ ตั้งแต่แรกเห็น ทุกย่างก้าวจากภายนอกจนถึงในห้องพัก จะได้สัมผัสกับบรรดารูปปั้นสฟิงซ์ และรูปภาพโบราณของอียิปต์ จนแทบลืมไปเลยว่าโรงแรมแห่งนี้อยู่ในเมืองไทย ที่นี่มีห้องพักให้บริการมากถึง 110 ห้อง ทุกห้องแม้จะตกแต่งด้วยสีสันที่ฉูดฉาด แต่กลับให้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลายเมื่อได้เข้าพัก นอกจากนี้ ยังได้รื่นรมย์กับบริการนวดอีกด้วย   รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> อียิปต์ บูทิก โฮเทล (Egypt Boutique Hotel) _________________________________ 10 ที่พักที่มีชื่อสุดแปลก 6. ฮัทช่า รีสอร์ท (Hutcha Resort)      ฮัทช่า รีสอร์ท (Hutcha Resort) รีสอร์ทสุดชิลทางเหนือของเกาะสมุย ซ่อนตัวอยู่ในเมืองเก่าเขตแม่น้ำ ตั้งอยู่ริมทางน้ำที่ไหลมาจากเทือกเขาใกล้ๆ ที่ตั้งของฮัทช่านั้นมีเอกลักษณ์ มีทางเดินลงสู่หาดแม่น้ำที่สวยงาม การออกแบบของฮัทช่านั้นเน้นเรื่องความสะดวกสบายและความทันสมัย กระท่อมปูนฉาบทันสมัยออกแบบมาอย่างเรียบง่าย เข้ากับพื้นกระเบื้องและหลังคามุงจาก "กระท่อม" แต่ละหลังมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายต่างๆ ตั้งแต่น้ำร้อนจนถึงเฉลียงส่วนตัว มีทั้งห้องติดพัดลมและห้องปรับอากาศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้เลือกสรรตามความต้องการ กระท่อมตั้งอยู่ริมลำธารที่คดเคี้ยวอยู่ในรีสอร์ท เติมเต็มด้วยสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติและสวนเขียวขจีของฮัทช่า รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ฮัทช่า รีสอร์ท (Hutcha Resort) _________________________________ 7. สลีป บอกซ์ (SLEEP BOX Hotel)      SLEEP BOX ที่พักบรรยากาศแปลกใหม่ราคาไม่แพง ตอบโจทย์คนที่มีงบประมาณจำกัด SLEEP BOX ตั้งอยู่ริมถนนรัตนโกสินทร์ จังหวัดเชียงใหม่ ไม่ไกลจากกาดเมืองใหม่ (ตลาดสดขนาดใหญ่ ริมแม่น้ำปิง) ด้วยรูปทรงของตู้คอนเทนเนอร์ที่เป็นหัวใจหลักของที่นี่ ซึ่งถูกวางซ้อนกันไว้สองชั้น เว้นที่ว่างระหว่างตู้เอาไว้เป็นทางสัญจร ด้านบนใช้หลังคาเมลัทชีทเพื่อกันความร้อนและฝน ส่วนพื้นที่ภายในแบ่งเป็นห้องพักจำนวน 21 ห้อง ที่ตกแต่งไว้อย่างทันสมัย โซนโถงรับรองก็ใช้ไม้เก่าและไม้ไผ่เป็นวัสดุหลัก รวมไปถึงขวดเปล่าที่ถูกนำมารีไซเคิลเป็นโคมไฟสุดชิค นอกเหนือไปจากภาพลักษณ์อันดุดันของตู้คอนเทนเนอร์แล้ว ที่นี่ยังให้อารมณ์แบบสปอร์ตตี้ สีสันสดใสโดนใจคนรุ่นใหม่อีกด้วย        รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> สลีป บอกซ์ (SLEEP BOX Hotel) _________________________________ 8. หินตกริเวอร์แคมป์ แอท เฮลล์ไฟร์พาส (HinTok River Camp@Hell Fire Pass)      หินตกริเวอร์แคมป์ แอท เฮลล์ไฟร์พาส (Hintok River Camp @ Hell Fire Pass) ที่พักสำหรับนักผจญภัยที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติอันเเสนสงบ ซึ่งตั้งอยู่บนเขาหินตก จังหวัดกาญจนบุรี เป็นสถานที่ที่มีแม่น้ำแควไหลผ่าน และเต็มไปด้วยเรื่องราวอันน่าจดจำทางประวัติศาสตร์ มาที่นี่คุณจะได้พักค้างแรมในเต้นท์หรูสไตล์แอฟริกันซาฟารี เต็นท์ทุกหลังมีห้องน้ำในตัวและระเบียงส่วนตัวที่สามารถมองเห็นวิวป่าไม้และแม่น้ำแควได้อย่างสวยงาม หรือจะเลือกห้องอาบน้ำแบบกลางแจ้งก็ได้บรรยากาศไม่น้อย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมแคมป์ปิ้งที่สนุกตื่นเต้นอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น พายเรือแคนู ล่องแพ ปีนผา บาร์บีคิวกลางแจ้ง และแคมป์ไฟตอนกลางคืน รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> หินตกริเวอร์แคมป์ แอท เฮลล์ไฟร์พาส (HinTok River Camp@Hell Fire Pass) _________________________________ 9. พบทะเล รีสอร์ท (Meet the Sea Resort)      พบทะเล รีสอร์ท (Meet the Sea Resort) รีสอร์ทริมทะลในบรรยากาศเงียบสงบเป็นส่วนตัว ให้คุณผ่อนคลายท่ามกลางธรรมชาติและห้อมล้อมด้วยทิวแถวต้นมะพร้าว รีสอร์ทแห่งนี้ตั้งอยู่บนหาดส่วนตัวในอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ในส่วนห้องพักตกแต่งอย่างหรูหราสไตล์ฮิปสุดเท่ห์ เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เครื่องปรับอากาศ ทีวี เครื่องทำน้ำอุ่น ตู้เย็น และอินเตอร์เน็ต  Wi-Fi ทุกพื้นที่ นอกจากบริการอันน่าประทับใจแล้ว คุณจะได้ผ่อนคลายไปกับบรรยากาศริมชายหาดส่วนตัว เพลิดเพลินกับกิจกรรมต่างๆทั้ง ตกปลา ตกหมึก พายเรือคายัค ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำในสระว่ายน้ำกลางแจ้งริมทะเล พร้อมสระเด็กและจากุซซี่ รวมถึงบริการนวด และอื่นๆอีกมากมาย รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> พบทะเล รีสอร์ท (Meet the Sea Resort) _________________________________ 10. วิลล่า ชาช่า จ้าวหลาว บีช รีสอร์ท (Villa Cha Cha Chaolao Beach Reosrt)      รีสอร์ทชื่อน่ารัก วิลล่า ชาช่า เจ้าหลาว บีช รีสอร์ท (Villa Cha Cha Chaolao Beach Reosrt) ที่พักกลิ่นอายบาหลี ซึ่งถูกออกแบบอย่างเป็นสัดเป็นส่วนในรูปของ บ้านพักหลากสีสัน ที่มาพร้อมระเบียงไม้หน้าบ้านทุกหลัง เพื่อชื่นชมความร่มรื่นของแมกไม้อันเขียวชอุ่ม เติมเต็มความเป็นส่วนตัวในวันพักผ่อนได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ รีสอร์ทตั้งอยู่บนชายหาดส่วนตัว ติดกับหาดเจ้าหลาว ทางฝั่งตะวันออกของจังหวัดจันทบุรี จึงพร้อมเสิร์ฟอาหารทะเลสดๆให้คุณได้ลิ้มลองกันอย่างจุใจ และหากอยากทำกิจกรรมยืดเส้นยืดสาย ที่นี่ก็มีทั้ง กิจกรรมนั่งเรือท้องกระจกชมปะการังน้ำตื้น ตกปลา ไดหมึก ฯลฯ ให้เลือกแบบไม่อั้นเลยทีเดียว รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> วิลล่า ชาช่า จ้าวหลาว บีช รีสอร์ท (Villa Cha Cha Chaolao Beach Reosrt) _________________________________

มาดูปลากัดชนิดต่างๆกันครับ
ปลากัด /  ปลาสวยงาม

เรื่องรามของปลาโจทย์ของเราในเดือนนี้ เป็นเรื่องราวของปลาสวยงามตัวเล็กๆ แต่แฝงไปด้วยความสวยงามที่ยิ่งใหญ่จริงๆ " ปลากัด " ช่วงเปิดม่านวงการปลาเดือนนี้เราพาเที่ยวช­มฟาร์มดอท ซาฟารี ฟาร์มปลากระเบนของคุณแพน ภานุวัฒน์ แล้วช่วงเล่นเกมส์จะสนุกสนาน ตื่นเด้นขนาดไหน ติดตามชมได้เลยครับผม

นนทบุรี จังหวัดเล็กๆ ที่ไม่ควรมองข้าม
เกาะเกร็ด /  เครื่องปั้นดินเผา / 

นนทบุรี ถึงแม้จะเป็นเพียงจังหวัดเล็กๆ ในเขตปริมณฑล แต่ความน่าสนใจของจังหวัดนนทบุรีนั้นมีอยู่มากมาย เนื่องด้วยบริบททางวัฒนธรรมที่มีความหลากหลาย แต่สามารถผสมผสานกันได้อย่างลงตัว นนทบุรี จังหวัดเล็กๆ ที่ไม่ควรมองข้าม จังหวัดนนทบุรี เป็นจังหวัดริมแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตภาคกลาง เป็น 1 ใน 5 จังหวัดปริมณฑลที่มีความเจริญเทียบเท่ากับกรุงเทพมหานคร แต่ท่ามกลางความเจริญของสังคมเมือง จังหวัดนนทบุรีกลับมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ งดงามไปด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีแบบไทยดั้งเดิมและไทยผสมผสาน ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสมากมายอย่างคาดไม่ถึง เกาะเกร็ด เริ่มกันด้วย พิพิธภัณฑ์นนทบุรี บริเวณท่าน้ำนนท์ ที่ภายในได้บอกเล่าเรื่องราวของจังหวัด ย้อนกลับไปไกลถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่มีการพัฒนาพื้นที่จนกลายเป็นชุมชนใหญ่และเมืองท่า จนในสมัยสมเด็จพระมหาจักพรรดิ ได้พระราชทานชื่อเมืองใหม่ให้ จากบ้านตลาดขวัญ มาเป็นเมืองนนทบุรี รวมไปถึงการบอกเล่าเรื่องขนบธรรมเนียมประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์สืบทอดกันมาอย่างเช่น เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด หุ่นละครเล็ก หุ่นกระบอก หรือจะเป็นผลไม้ที่อุดมสมบูรณ์มาแต่โบราณ เช่น ทุเรียนนนท์ มะปรางท่าอิฐ และกระท้อนบางกร่าง เป็นต้น สถานที่ถัดมาที่ควรไปเยือนและอยู่ห่างจากพิพิธภัณฑ์นทบุรีเพียงไม่กี่ก้าวเดิน คือ ศาลเจ้าแม่ทับทิม ศาลเจ้าสำคัญที่ชาวจีนไหหลำเคารพบูชา โดยถือว่าเจ้าแม่ทับทิมเป็นเทพเจ้าแห่งท้องทะเลที่คอยปกปักษ์คุ้มครองผู้เดินทางทางเรือ โดยพ่อค้าแม่ค้าในแถบท่าน้ำนนท์ได้อัญเชิญองค์เจ้าแม่ทับทิมมาประดิษฐาน เพื่อคอยอำนวยพรให้แก่พ่อค้าแม่ค้าในบริเวณนั้นั่นเอง อีกวัดน่าไปเยือนของจังหวัดนนทบุรี แถวๆ สะพานพระราม 5 คือ วัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร พระอารามหลวงที่อยู่คู่เมืองนนทบุรีมากว่า 135 ปี สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายในวัดมีอุโบสถที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมไทยผสมจีน โดยเฉพาะภาพเขียนฝาผนังอันสวยงาม และพระประธานปางมารวิชัยหล่อด้วยทองแดง ... และไม่ไกลกันนักยังมี อุทธยานกาญจนาภิเษก ที่พักริมน้ำของชาวเมือง รวมถึงเป็นศูนย์รวมพันธุ์ไม้ชายน้ำ พืชสวน และสัตว์ชนิดต่าง ๆอีกด้วย กวานอาม่านหรือพิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผา และอย่างที่เกริ่นไว้แต่ต้นว่า จังหวัดนนทบุรี มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม การไปเยี่ยมชม กวานอาม่าน หรือพิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผา บนเกาะเกร็ดอันเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมพื้นบ้านชาวมอญ นั้นจึงเป็นสิ่งไม่ควรพลาด โดยการปั้นเครื่องปั้นดินเผานั้นนับเป็นหัตถกรรมพื้นบ้านที่เก่าแก่ที่สุดในจังหวัดนนทบุรี โดยไฮไลต์ของเครื่องปั้นดินเผาที่ไม่ควรพลาดชมคือ หม้อสลัก หรือ หม้อลายวิจิตร ที่มีสัดส่วนและลวดลายที่สวยงามจนกลายมาเป็นสัญลักษณ์ ตราประจำจังหวัดนนทบุรี วัดเฉลิมพระเกียรติ และเมื่อได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งการเกษตร จังหวัดนนทบุรีจึงเต็มไปด้วยตลาดน้ำมากมาย เช่น ตลาดน้ำบางคูเวียง อำเภอบางกรวย ที่มักจะมีชาวบ้านนำผลไม้ตามฤดูกาลบรรทุกลงเรือมาค้าขาย แต่ถ้าหากใครอยากมาสัมผัสวิถีแบบชาวบ้านแท้ๆ แนะนำให้มาในช่วงเช้า เพื่อสัมผัสกับบบรรยากาศพระออกบิณฑบาตโดยใช้เรือลำเล็กเป็นพาหนะ ซึ่งนับเป็นภาพหาดูยากในเมืองกรุงปัจจุบัน อีกตลาดที่ไม่ควรพลาดคือ ตลาดน้ำไทรน้อย ที่มีอาหารคาวหวาน พืชผัก ผลไม้ จำหน่ายมากมายบนถนนริมฝั่งคลอง อีกตลาดที่น่าแวะไม่แพ้กันคือ ตลาดน้ำวัดตะเคียน ที่ถึงแม้จะเป็นตลาดน้ำขนาดเล็ก ไม่โดดเด่นเรื่องสินค้า เพราะเป็นแค่การรวมตัวกันของชาวบ้านที่ปลูกผักไว้รับประทานเอง เหลือกินจึงนำมาขาย แต่หากนับว่าที่นี่เป็นแหล่งสัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้าน วิถีชีวิตริมคลองแล้ว ที่นี่สามารถตอบโจทย์ได้อย่างดีเยี่ยม และเมื่อได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งการเกษตรแล้ว จังหวัดนนทบุรียังมี ถนนสายดอกไม้ แห่งอำเภอบางใหญ่ที่ทางอำเภอได้มีการส่งเสริมการปลูกดอกไม้ประดับ จนทำให้ถนนกาญจนาภิเษกได้ชื่อว่าเป็นถนนสายดอกไม้ โดยในช่วงระหว่างเดือนธันวาคม-มกราคม ที่อำเภอบางใหญ่ยังมีการจัดงานให้เกษตรกรได้นำไม้ดอกไม้ประดับมาจำหน่ายในราคาไม่แพงอีกด้วย สวนดกไม้อีกแห่งที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กันคือ สวนทิวลิปนนท์ บนถนนแจ้งวัฒนะ ที่สามารถเนรมิตเหมือนยกสวนทิวลิปจากฮอลแลนด์มาให้คนไทยได้สัมผัส กับสีสันและความสวยงามของดอกทิวลิปอย่างใกล้ชิดอีกด้วย โดยสามารถเข้าไปชมความงามของดอกทิวลิปได้ในช่วงปลายเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ แต่หากไม่ได้ไปในช่วงจัดงาน ทางสวนเองก็ยังมีบริเวณด้านนอก ที่จัดจำลองบรรยากาศแบบฮอลแลนด์ให้นักท่องเที่ยวได้เก็บภาพความประทับใจแทน วิถีริมน้ำของชาวนนท์เป็นของคู่กัน ทุเรียนเมืองนนท์ สุดยอดทุเรียนอร่อย สถานที่ท่องเที่ยว นนทบุรี จังหวัดเล็กๆ ที่ไม่ควรมองข้าม ถึงแม้นนทบุรีจะเป็นแค่จังหวัดเล็ก แต่กลับมีสถานที่ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสมากมายอย่างคาดไม่ถึง แถมด้วยทำเลที่ตั้งที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ มีการคมนาคมสะดวกทั้งทางบกและทางน้ำ ทำให้จังหวัดนนทบุรีเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรมองข้าม

8 วิธีบอกลา มือด้าน
บำรุงมือ /  มือด้าน / 

สาวๆ หลายคน ทุกวันนี้อาจจะมัวแต่ใส่ใจกับเสื้อผ้าหน้าผม จนลืมอวัยวะบางส่วนที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือมือนั่นเอง ถึงใบหน้าจะไร้สิว และผมจะเงางามมีน้ำหนักขนาดไหนแต่หากไม่ดูแลมือตัวเองจนผิวเหี่ยวย่น และมือสากล่ะก็ ตายตอนจบได้เลยทีเดียว บางคนถึงกับไม่กล้าเช็คแฮนด์กับใครเลยไม่กล้วให้ใครเห็นมือตัวเองด้วยซ้ำ ดังนั้นสาวๆ ทั้งหลายอย่ามองข้ามมือของเราที่ต้องใช้ทำงานอย่างหนักไปตลอดชีวิต ถึงอากาศบ้านเราจะไม่แห้งไม่หนาว อันเป็นเหตุผลสำคัญของการแก่ก่อนวัยของผิวรวมทั้งมือแล้ว แต่หลายๆ คนต้องนั่งทำงานในออฟฟิศที่อากาศเย็นจัดจนเกินไปอยู่เสมอ ซึ่งไม่ดีแน่เลย หลายคนอาจจะเกิดมามีมือที่อวบอิ่มดูมีเนื้อมีหนัง ไม่เห็นกระดูก เล็บสวยนิ้วเรียวยาวก็ถือเป็นโชคอีแล้วนะ ส่วนสาวๆ ที่ไม่ได้เป็นอย่างนั้นก็ไม่ต้องน้อยใจไป เราสามารถดูแลมือเราเองให้อวบอิ่มไม่เหี่ยวย่นได้แน่นอนถ้าเราใส่ในการดูแล 8 วิธีบำรุงผิวมือ ไม่ให้ มือด้าน วิธีการที่นำเสนอเหล่านี้จะช่วยทำให้มือของคุณนุ่มขึ้นละไม่สากอีกต่อไปจะ เลือกวิธีไหนก็ได้ครับ หรือจะลองหลายสูตรตามแต่สะดวก 1. ผสมน้ำตาล เบบี้ออยล์ และสบู่เหลวอย่างล่ะ 2 ช้อนโต๊ะ แล้วนำน้ำตาลและเบบี้ออยล์มาเทใส่มือผสมกัน แล้วถูมือไปมาเหมือนเวลาฟอกสบู่ล้างปกตินั้นแหละ ให้ทำเช่นนี้ประมาณ 5 นาทีเป็นอย่างน้อย จากนั้นใช้สบู่เหลาวล้างมืออีกรอบให้สะอาด มือของคุณจะรเยบเนียนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 2. ผสมน้ำตาล น้ำมะนาว และ ครีมสดอย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ เข้าด้วยกันและนวดฝ่ามือไปเรื่อยๆ จนน้ำตาลละลายจนหมด 3. ผสมนมสดแบบธรรมดาไม่ต้อง low – fat อุ่นๆสักครึ่งถ้วยกับน้ำตาลและโยเกิร์ตธรรมชาติอย่างละ 2 ช้อนชา และน้ำมันกลิ่นลาเวนเดอร์ 2 -3 หยดให้เข้ากันดีใส่ในกะละมัง จากนั้นแช่มือในส่วนผสมประมาณ 7 นาที พร้อมนวดมือไปด้วยในตัวแล้วจึงล้างออกให้สะอาด 4. ถ้าวันไหน มือทำงานที่หนักๆ เช่นทำสวนหลังบ้าน หรือล้างรถเป็นต้น หลังจากทำงานเสร็จเรียบร้อยแล้วให้เทเกลือใส่ฝ่า มือด้าน หนึ่งและน้ำมันมะกอก ใส่มืออีกด้านหนึ่งแล้ว๔มือเด้วยกันประมาณ 7 นาทีแล้วจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่นให้สะอาด(ต้องเป็นน้ำอุ่นกำลังพอดีๆ ไม่เอาแบบร้อนจนเกินไป เพราะกลับจะทำให้มือแห้งขาดความชุ่มชื้นมากกว่าเดิม)ต่อมาให้สวมถุงมือผ้าฝ้าย เพื่อเก็บความชุ่มชื้น จะใส่ถุงมือไว้ตลอดคืนเลยก็ได้ 5. ใช้เกลือ 1 ช้อนโต๊ะและน้ำมะนาว 2 ช้อนชา ผสมกันแล้วถูมือเบาๆหรือใช้แปรงสีฟันที่ไม่ใช้แล้วขัดเบาๆ ก็ได้เพื่อกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป ทั้งนี้ไม่ควรทำเกินอาทิตย์ละครั้ง แต่สูตรนี้จะให้ให้มือของคุณนุ่มขึ้น และทำให้สีผิวเท่ากันสม่ำเสมอกันด้วย แต่ถ้าหากมือมีแผลอยู่ยังไม่ควรทำ ให้พักไปก้อนเพราะจะแสบสะดุ้งกันเลยที่เดียว 6. สำหรับมือที่แตกแห้งและเหี่ยวย่นมากๆ ให้นำข้างโอ๊ตดิบ 1 ถ้วยไปปั่นจนเป็นผงเสร็จแล้วเทใส่ชามล้างมือลงไปถูในแป้งเบาๆ จนทั่ว วิธีนี้จะทำให้ผิวที่แห้งแตกและลอกนั้นหลุดออกไปด้วย ล้างด้วยน้ำเย็นและทาโลชั่นสำหรับทามือ 7. สาวๆ คนไหนต้องล้างจานบ่อยๆ เป็นประจำมือจะสาก วิธีป้องกันให้ผสมน้ำมันเมล็ดอัลมอนดืลงในน้ำที่ใช้ล้างจานเล็กน้อย น้ำจะทำให้มือคุณนิ่มขึ้น ส่วนผสมน้ำมันเมล้ดอัลมอนด์จะทำหน้าที่ล้อกความชุ่มซื้นเอาไว้ นอกจากนี้สเปรย์น้ำส้มสายวูลงบนมือหลังจากล้างจานเสร็จแล้วก้ช่วยได้ระดับ หนึ่งเช่นกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการป้องกันที่ได้ผลดที่สุดก้คือการให้ถุงมือล้างจาน บางคนอาจไม่ถนัดแต่เพื่อถนอมือของคุณแล้วคุรก็ควรใช้ถุงมือมากกว่า ทั้งยังเป็นการหลีกเลี่ยงการสัมผัสสารเคมีจากน้ำยาล้างจานด้วย 8. วิธีง่ายๆที่ทำกันตลอดเวลาและไม่ยุ่งยากก็คือ การทาโลชั่นหรือครีมทามือบ่อยๆ เป็นประจำ หากมี่จะใช้วาสลีนหรือปิโตเลียมเจจลลี่แทนก้ได้ทาบ่อยได้เท่าที่คุณต้องการ อย่าลืมเอา 8 วิธีเหล่านี้ ไปใช้กันนะสาวๆ ถ้าปล่อยให้ มือด้าน เวลาจับมือกับหนุ่มๆ อายเขาแย่! ขอบคุณที่มาจาก : www.emaginfo.com

25 ภาพสวยงามในฤดูใบไม้ร่วง ที่อเมริกา
ภาพทิวทัศน์ /  รูปภาพท่องเที่ยว / 

มีภาพสวยๆ ของวันใบไม้เปลี่ยนสีของอเมริกามาฝาก แต่ก่อนหน้าเราก็มาอ่านกันสักนิด ถึงข้อมูลเบื้องต้น .. สหรัฐอเมริกา (อังกฤษ: United States of America) หรือมักย่อว่า สหรัฐฯ หรือ อเมริกา เป็นสหพันธรัฐประชาธิปไตย ปกครองภายใต้รัฐธรรมนูญ ประกอบไปด้วยรัฐ 50 รัฐ และอีกหนึ่งเขตปกครองกลาง มี 48 รัฐ และเขตปกครองกลางของกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. อยู่บนพื้นที่ครอบคลุมส่วนใหญ่ของทวีปอเมริกาเหนือ รัฐอแลสกาอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปอเมริกาเหนือและรัฐฮาวายเป็นหมู่เกาะอยูกลางมหาสมุทรแปซิฟิก 25 ภาพสวยงามในฤดูใบไม้ร่วง ที่อเมริกา สหรัฐฯ มีพรมแดนติดต่อ กับแคนาดาทางทิศเหนือ และเม็กซิโกทางทิศใต้ ส่วนพรมแดนทางทะเลนั้นติดต่อกับแคนาดา รัสเซียและบาฮามาส โดยมีมหาสมุทรแปซิฟิก ทะเลแบริง มหาสมุทรอาร์กติก มหาสมุทรแอตแลนติก อ่าวเม็กซิโก และทะเลแคริบเบียนเป็นผืนน้ำล้อมรอบ นอกจากนี้ยังมีดินแดน 5 แห่งที่มีประชากรอยู่มาก และ 9 แห่งที่มีประชากรอยู่น้อยในแคริบเบียน และในมหาสมุทรแปซิฟิกอีกด้วย สหรัฐอเมริกา มีพื้นที่ขนาด 9.63 ล้านตารางกิโลเมตร มีประชากรราว 313 ล้านคน ทำให้มีพื้นที่ขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 3 หรือ 4 ของโลก และมีประชากรมากเป็นอันดับที่ 3 ของโลก เป็นประเทศซึ่งมีความแตกต่างหลากหลายในเชื้อชาติและวัฒนธรรม อันเป็นผลมาจากการอพยพจากหลายประเทศ สภาพทางภูมิศาสตร์และสภาวะอากาศของสหรัฐยังมีความหลากหลายสุดขั้ว และมันยังเป็นบ้านของสัตว์ป่าที่หลากหลายอย่างมากอีกด้วย เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาเป็นเศรษฐกิจระดับชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีอัตราผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ เมื่อปี พ.ศ. 2551 กว่า 14.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (อัตราผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศคิดเป็นร้อยละ 15 ของโลก และอยู่ในอันดับที่ 5 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศในความเท่าเทียมกันของอำนาจซื้อ) ข้อมูลเพิ่มเติม : http://th.wikipedia.org/wiki/สหรัฐอเมริกา อ่านข้อมูลสั้นๆ กันไปแล้ว มาดูกันว่า ใบไม้ร่วงสีสันสวยงามจากรัฐต่างๆ นั้น งดงามเช่นไร.. Alaska รัฐอะแลสกา รัฐอะแลสกา รวมเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับสหรัฐอเมริกา นับเป็นรัฐที่ 49 มีจำนวนประชากร 626,932 คน ชื่อ อะแลสกา นั้นน่าจะเพี้ยนมาจากคำในภาษาแอลิอุต ซึ่งเป็นภาษาท้องถิ่นว่า "Alyeska" แปลว่า "ดินแดนที่ไม่ใช่เกาะ" Arizona รัฐแอริโซนา รัฐแอริโซนา เป็นรัฐขนาดใหญ่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา ติดกับประเทศเม็กซิโกทางทิศใต้ เป็นหนึ่งในสี่รัฐมุมซึ่งมุมทางตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐชนกับอีก 3 รัฐพอดี เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของรัฐคือ ฟีนิกซ์ Arkansas California Colorado รัฐโคโลราโด รัฐโคโลราโด (อังกฤษ: Colorado) เป็นรัฐทางตอนกลางตะวันตกของประเทศสหรัฐอเมริกา โคโลราโดเป็นรัฐที่อยู่ในเขตเทือกเขาร็อกกีซึ่งครอบคลุมราวๆครึ่งหนึ่งของรัฐทางฝั่งตะวันตก ในขณะที่ฝั่งตะวันออกของรัฐเป็นที่ราบ กองสำรวจประชากรแห่งสหรัฐ ได้สำรวจว่า ในปี พ.ศ. 2549 มีจำนวนประชากรทั้งสิ้น 4,753,377 คน ซึ่งเพิ่มขึ้น 10.49 เปอร์เซ็นต์จากปี พ.ศ. 2543 Connecticut รัฐคอนเนตทิคัต รัฐคอนเนตทิคัต (Connecticut, ตัว c ตัวที่สองไม่ออกเสียง) เป็นรัฐทางตะวันออก ในสหรัฐอเมริกาอยู่ในเขตนิวอิงแลนด์ เมืองหลวงของคอนเนตทิคัตคือ ฮาร์ตฟอร์ด ชื่อของคอนเนตทิคัต มาจากชื่อของอินเดียนแดงเผ่าโมฮีแกน จากคำว่า "Quinnehtukqut" หมายถึง ดินแดนแห่งแม่น้ำสายยาว มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในรัฐได้แก่ มหาวิทยาลัยเยล และ มหาวิทยาลัยคอนเนตทิคัตที่มีชื่อทางด้านบาสเกตบอล 25 ภาพสวยงามในฤดูใบไม้ร่วง ที่อเมริกา Delaware Florida Georgia Hawaii Idaho Illinois Indiana Iowa Kansas 25 ภาพสวยงามในฤดูใบไม้ร่วง Kentucky Louisiana Maine Maryland Massachusetts รัฐแมสซาชูเซตส์ Michigan รัฐมิชิแกน เป็นรัฐตั้งอยู่บริเวณส่วนเหนือของสหรัฐอเมริกา โดยชื่อของรัฐมาจาก ชื่อทะเลสาบมิชิแกน ซึ่งตั้งโดยชาวอินเดียนแดงเผ่าชิปเปวา จากคำว่า มิชิ-กามิ ซึ่งหมายถึง น้ำอันกว้างใหญ่ รัฐมิชิแกนห้อมล้อมด้วยทะเลสาบขนาดใหญ่ 4 ทะเลสาบในด้านเหนือ ... วิกิพีเดีย 25 ภาพสวยงามในฤดูใบไม้ร่วง Minnesota รัฐมินนิโซตา รัฐมินนิโซตา เป็นรัฐที่ 32 ของสหรัฐอเมริกา ตั้งอยู่บริเวณทางตอนเหนือของสหรัฐอเมริกา มินนิโซตาเป็นรัฐที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในมิดเวสต์ โดยมีเมืองสำคัญได้แก่เมืองแฝด เซนต์พอลและมินนิแอโปลิส ... วิกิพีเดีย Mississippi รัฐมิสซิสซิปปี Missouri รัฐมิสซูรี เป็นรัฐที่อยู่ทางตอนกลางของประเทศสหรัฐอเมริกา ล้อมรอบด้วยรัฐไอโอวา อิลลินอยส์ เคนทักกี เทนเนสซี อาร์คันซอ โอคลาโฮมา แคนซัส และเนแบรสกา มิสซูรีเป็นรัฐที่มีจำนวนประชากรเป็นอันดับที่ 18 ของประเทศ Beautiful Images Of Autumn In America ภาพจาก http://news.distractify.com/alex-scola/autumn-colors/ มีภาคสองต่อค่ะ

สัตว์โลกน่ารัก กับภาพสวยๆ วันใบไม้เปลี่ยนสี
ฎื /  รูปภาพท่องเที่ยว / 

ฤดูใบไม้ร่วง หรือที่บางคนเรียกว่า ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี เป็นฤดูที่สุดแสนวิเศษสำหรับช่างภาพ (หรือจะว่าไป ก็วิเศษสำหรับทุกๆ คน) ด้วยภาพของสีสันใบไม้หลากสีที่สวยงาม อากาศดีเย็นสบาย แสงแดดส่องสว่าง ทำให้การถ่ายภาพออกมานั้น สวยงามเกินบรรยาย อย่างที่เห็นได้จากภาพของ สัตว์โลกน่ารัก เหล่านี้ ที่เรานำมาฝาก ขอให้ Enjoy กับภาพสวยๆ กันตามสบายเลยค่ะ ^^ สัตว์โลกน่ารัก กับภาพสวยๆ วันใบไม้เปลี่ยนสี จิ้งจอกสีส้ม พรางตัวซ่อนเร้นกับใบไม้แดง สัตว์โลกน่ารัก กับภาพสวยๆ วันใบไม้เปลี่ยนสี ภาพสวยๆ ของ เจ้ากระรอกกระหายน้ำ เจ้าสิงโตน้อย เล่นเพลิดเพลินกับใบไม้ .. สนุกมากม๊ายย  เม่นน้อยกับที่หลบภัย แมว ซ่อน แอบ  นกฮูกตัวใหญ่ นั้งนิ่งไม่ไหวติง  กวางน้อยสีสวย ในวันใบไม้เปลี่ยนสี  หนูน้อยบนยอดต้นหญ้า โลกใบใหญ่ของหอยทาก นกเค้าแมว หรือ นกฮูก หรือ นกเค้า เป็นนกที่อยู่ในอันดับ Strigiformes มีรูปใบหน้าคล้ายแมว อันเป็นที่มาของชื่อสามัญ จับสัตว์เล็ก ๆ กินเป็นอาหาร เช่น หนู, งู หรือสัตว์เลื้อยคลานหรือสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำเล็ก ๆ ในขณะที่บางชนิดที่มีขนาดใหญ่อาจจับปลา ... วิกิพีเดีย  กวางน่่ารัก หวังพรางตัวในดงดอกหญ้า ... น่ารักซะไม่มีเลย เมียร์แคต จัดอยู่ในไฟลัมสัตว์มีแกนสันหลัง ชั้นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มีขนาดลำตัวเล็ก น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม และสูงประมาณ 50 เซนติเมตร จัดอยู่ในวงศ์พังพอน มีถิ่นอาศัยอยู่ในทะเลทรายคาลาฮารีทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกา / วิกิพีเดีย ภาพจาก BoredPanda.com ดูภาพสวยๆ เพิ่มเติมได้ที่ Picpost.mthai.com

10 สถานที่ฮันนีมูน ที่คู่รักควรไปเยือนมากที่สุดในโลก
10 สถานที่ ฮันนีมูน /  10 อันดับ / 

คนที่กำลังจะแต่งงาน หรือใกล้วันครบรอบ หากกำลังมองหาสถานที่สุดโรแมนติก ที่จะพาคนรักของคุณไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กันแบบสวีทหวานแล้วละก็ วันนี้ทาง Travel.mthai.com ได้รวบรวม 10 สถานที่ฮันนีมูน ที่คู่รักควรไปเยือนมากที่สุดในโลก มาฝากครับ รับรองว่าแต่ละแห่งต้องถูกใจทุกท่านอย่างแน่นอน 10 สถานที่ฮันนีมูน ที่คู่รักควรไปเยือนมากที่สุดในโลก 1. เกาะมัลดีฟส์ (Maldives Islands) เกาะสวาทหาดสวรรค์ บนมหาสมุทรอินเดีย ที่คู่รักหลายคู่ต่างฝันถึง คุณจะพบกับความเงียบสงบ พร้อมหาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใสปานกระจก การเดินทางก็แสนสะดวก สามารถขึ้นเครื่องบินไปลงที่เกาะได้เลย แถมไม่ต้องเสียเวลาขอวีซ่าอีกด้วย 2. เกาะบาหลี (Bali Island)  ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย นอกจากจะได้อิ่มเอมกับบรรยากาศริมทะเลสุดโรแมนติกแล้ว คุณจะได้เห็นวัฒนธรรมอันมีเอกลักษณ์ของที่นี่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกาย สถาปัตยกรรม หรือว่าจะเป็นอาหารพื้นเมืองที่น่าลิ้มลอง 3. เซนต์ ลูเซีย (St. Lucia) เป็นประเทศหมู่เกาะเล็ก ๆ ตั้งอยู่บนทะเลแคริบเบียน ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก เหมาะกับนักท่องเที่ยวคู่รักที่จะมาฮันนีมูนอีกแห่ง เพราะความสวยงามของท้องทะเลและท้องฟ้าอันสดใส ยิ่งถ้าได้นั่งจิบเครื่องดื่มกับคนรู้ใจใต้ต้นปาล์มนะ คงจะฟินสุดๆ เลยล่ะ 4. ทะเลสาปลูอิส (Canada’s Lake Louise) ทะเลสาปแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่เมืองอัลเบอร์ต้า ประเทศแคนาดา เหมาะเป็นอย่างยิ่งที่คู่รักจะมาฮันนีมูนในฤดูหนาว ด้วยทัศนียภาพที่ถูกห้อมล้อมด้วยเทือกเขาร็อคกี้ บวกกับทะเลสาปสีเขียวสด รับรองว่าคุณและคนรักจะได้รับความประทับใจกลับไปไม่รู้ลืม 5. โตฟิโน่ เกาะแวนคูเวอร์ (Tofino on Vancouver Island) อีกสถานที่สุดโรแมนติก ในแถบชายฝั่งตะวันตกของประเทศแคนาดา เหมาะอย่างยิ่งในการนั่งชมพระอาทิตย์ตกที่นี่ ถ้าคุณกล้าพอที่จะเดินข้ามภูเขาในฤดูหนาว โตฟิโน่ ถือเป็นจุดหมายที่ยอดเยี่ยมในการมาฮันนีมูนในหน้ามรสุม 6. ประเทศกรีซ (Greece)  จะต้องมีประเทศนี้อยู่ในลิสต์แน่นอน คุณจะย่ำไปที่ไหนในดินแดนเทพนิยายแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็น ซานโตรินี่ เอเธนส์ หรือว่าจะเป็นเดลฟี่ มันก็สุดแสนจะโรแมนติกทั้งนั้น คู่รักที่มาฮันนีมูน คงจะหลงใหลจนไม่อยากกลับบ้านเป็นแน่ 7. เบลิซ (Belize) ประเทศหมู่เกาะเล็ก ๆ ในชายฝั่งทะเลแคริบเบียน เมื่อคุณมาที่นี่ จะมี 3 สิ่งที่คุณห้ามพลาด นั่นก็คือการดำน้ำดูปะการัง ท่องป่าฝน และส่องเสือจากัวร์ รับรองว่าการฮันนีมูนที่นี่ จะมอบประสบการณ์ที่แตกต่างให้คุณอย่างแน่นอน 8. ฟลอเรนซ์ (Florence) เมืองแห่งประวัติศาสตร์ศิลปะของอิตาลี เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมสิ่งปลูกสร้างที่งดงามตระการตา เป็นอีกสถานที่ที่น่าสนใจในการมาฮันนีมูน ภาพของยอดวิหารต่างๆ ที่มีสีแดง ตัดกับพื้นหลังที่เป็นภูเขาสีเขียว คงจะทำให้คุณและคนรัก ต้องตกตะลึงในความงามจนแทบลืมหายใจ 9. ตาฮิติ (Tahiti) หมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกแห่งนี้ นับเป็นสถานที่ที่คู่รักนิยมมาฮันนีมูนกันอยู่ตลอด ด้วยหาดทรายขาวที่เรียงรายไปด้วยต้นปาล์ม และวิวทิวทัศน์ที่ชวนฝัน จนกองถ่ายฮอลลีวู้ดหลายเรื่อง เคยใช้ที่นี่เป็นโลเคชั่นในหนังของตัวเองมาแล้ว 10. เคนย่า (Kenya) ประเทศหนึ่งเดียวจากทวีปแอฟริกา ที่คู่รักควรไปฮันนีมูนมากที่สุด แน่นอนว่าการทำกิจกรรมหลักของที่นี่ คงหนีไม่พ้นการท่องเที่ยวดูสัตว์ป่า ภาพที่คุณเห็นคือสัตว์ป่านานาชนิด ตัดกับทุ่งหญ้า ต้นไม้ และภูเขาไกลสุดลูกหูลูกตา หากได้ไปเยือน รับรองว่ามันจะเป็นประสบการณ์ที่คุณจะต้องลืมไม่ลง ที่มา : travel.amerikanki.com - เรียบเรียงโดย : Muztong Uniquely (Travel MThai) ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : 10 สถานที่ท่องเที่ยวสุดเซ็กซี่  ,10 อันดับ สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยที่สุดในโลก , 34 สถานที่สุดโรแมนติก ที่คุณไม่ควรพลาด

ข้อมูลน่ารู้ เที่ยววังเวียง ประเทศลาว
Bluelagoon /  วังเวียง / 

มีเรื่องราวเกี่ยวกับ "วังเวียง" ประเทศลาว อยู่ในบทความ "การเปลี่ยนแปลงจินตภาพเมืองวังเวียง สปป.ลาว จากการพัฒนาท่องเที่ยว" โดย อนุชา คํามุงคุน, ผศ.ดร.ปรานอม ตันสุขานันท์ และ ผศ.ดร.นพดล ตั้งสกุล คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ว่า เมืองวังเวียงเป็นชุมชนขนาดเล็ก ตั้งอยู่บนพื้นที่ราบแอ่งกระทะลุ่มแม่น้ำซอง ระยะทางจากนครหลวงเวียงจันทน์ไปทางทิศเหนือประมาณ 150 กิโลเมตร และอยู่ทางตอนใต้ของเมืองหลวงพระบางประมาณ 200 กิโลเมตร ข้อมูลน่ารู้ เที่ยววังเวียง ประเทศลาว สำหรับชื่อ แม่ซอง ปรากฏเรื่องว่า วังเวียงเดิมเป็นที่อยู่ของเผ่าลาวเทิง (ชาวลาวบนที่สูง) สมัยพระเจ้าฟ้างุ้ม กษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านช้าง มีการเข้าตีเมืองเวียงคำ แล้วได้จับเจ้าพระยาเพาใส่ซองไม้เพื่อส่งขึ้นไปเมืองเชียงทอง (หลวงพระบาง) แต่ท่านถึงแก่อนิจกรรมเสียก่อน ซองที่บรรจุพระศพเก็บรักษาไว้ที่นี่ ผู้คนจึงเรียกแม่น้ำนี้ว่าแม่ซอง เมืองวังเวียงมีความโดดเด่นและมีชื่อเสียงด้านสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่สวยงาม โดยเฉพาะทิวทัศน์ภูเขา และหน้าผาหินปูนที่ตั้งตระหง่านเรียงรายเป็นแนวยาวด้วยจังหวะสูง-ต่ำ ประกอบกับภายในพื้นที่มีแม่น้ำไหลผ่าน จึงทำให้กลายเป็นองค์ประกอบทางธรรมชาติที่มีความสมบูรณ์ มีศักยภาพดึงดูดใจนักท่องเที่ยวทั้งจากภายในและต่างประเทศจํานวนมาก จนทำให้วังเวียงเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของประเทศที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องทุกปี ในสมัยอาณาจักรล้านช้าง วังเวียงเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่สยาม โดยใช้เป็นพื้นที่รวมคนจากซำเหนือ ต่อมาสมัยราชอาณาจักรลาววังเวียงกลายเป็นเขตทหารราบอากาศที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ ทำให้มีผู้คนอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานเพิ่มขึ้น กอปรกับในระยะหลังที่รัฐบาลมีนโยบายย้ายชาวเขาลงมาสู่พื้นที่ราบ วังเวียงจึงเป็นแหล่งชุมชนที่มีทั้งลาวเทิง ลาวสูงและลาวลุ่ม มีสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจคือผาแดง สถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันเป็นที่สถิตของพ่อผาแดงผู้บันดาลโทษภัยให้ชาวเมืองได้ ขณะที่ธรรมชาติ ป่าไม้และ ทุ่งนา ก็ล้วนมีคุณค่าและความหมายในทางการใช้ประโยชน์ที่มีความสัมพันธ์อย่างแนบแน่นกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่น แต่ไม่ได้หมายความว่าปัจจุบันชาวเมืองวังเวียงได้ลืมองค์ประกอบเมืองในทางประเพณีไปทั้งหมดแล้ว เพียงแต่ปรับเปลี่ยนบทบาทหน้าที่และความหมายไปจากเดิมเท่านั้น เช่น ผาแดงกลายเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสภาพแวดล้อมเมืองที่มีความสําคัญมากในการสร้างทัศนียภาพอันสวยงามให้แก่ภูมิทัศน์เมือง ขณะเดียวกันก็ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สังเกต ได้จากศรัทธาของชาวเมืองที่แสดงออกในบริบทของการดําเนินกิจกรรมสําคัญต่างๆ อาทิ การบะบนผ่านเจ้าหรือทรงเจ้า ประเพณีบวงสรวงในเดือนธันวาคม ประเพณีงานบุญกําบ้านกําเมืองในวันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 7 ประเพณีงานบุญบั้งไฟ ซึ่งประเพณีทั้งหมดล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับบูชาพ่อผาแดง การพัฒนาพื้นที่เมืองวังเวียงเพื่อการท่องเที่ยวขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเกินจํานวน 100,000 คนต่อปี (ข้อมูลปี 2557) การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวส่งผลให้มีการลงทุนของภาคเอกชนเพื่อพัฒนาธุรกิจด้านการบริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยเฉพาะกิจการร้านค้า ร้านอาหาร สถานบันเทิง ที่พัก บริษัทนําเที่ยว ฯลฯ ขณะเดียวกัน ภาครัฐก็พัฒนาพื้นที่วังเวียงด้วยการปรับปรุงและจัดหาสิ่งอํานวยความสะดวกพื้นฐานต่างๆ ซึ่งล้วนมีส่วนสําคัญในการส่งเสริมการขยายตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และสร้างภาพลักษณ์แห่งความเป็นชุมชนเมืองที่มีการพัฒนาเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวให้กับเมืองวังเวียง เดิ่นบิน ... หรือ รันเวย์ สนามบินเก่า ของวังเวียง ข้อมูลน่ารู้ เที่ยววังเวียง ประเทศลาว

พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย จ.นครปฐม
พิพิธภัณฑ์ /  พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง / 

พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย จังหวัดนครปฐม เป็นพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งที่อยู่คู่ประเทศไทยมามากกว่า 20 ปี เป็นอาคารสองชั้นจัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งไฟเบอร์กลาสที่มีความสวยงามและสมจริง ให้ความรู้สึกนุ่มนวล หุ่นขี้ผึ้งที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทยนั้นเป็นผลงานสร้างสรรค์ของคุณดวงแก้ว พิทยากรศิลป์ และกลุ่มศิลปินไทย ซึ่งใช้เวลาค้นคว้าทดลองการปั้นกว่า 10 ปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์ ส่งเสริม เผยแพร่ ศิลปะ วัฒนธรรม และประเพณีไทย พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย จ.นครปฐม พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทยก่อตั้งในปี พ.ศ. 2525 ซึ่งภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งไฟเบอร์กลาส เพื่อการอนุรักษ์ ส่งเสริม เผยแพร่ ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีไทย อันจะเป็นประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าของเยาวชน โดยปัจจุบันมีหุ่นไฟเบอร์กลาสทั้งหมด 120 รูปอาคารพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทยนี้เป็นอาคารสองชั้น โดยภายในอาคารมีการจัดแสดง ด้วยกันสองชั้นคือ ชั้นล่าง จัดแสดงหุ่นชุดต่างๆ เช่น ชุดพระบรมรูปอดีตพระมหากษัตริย์ราชวงค์จักรี, พระบรมรูปสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี, ชุดพระอริยสงฆ์, ชุดมุมหนึ่งของชีวิต เป็นต้น โซนแรก คือ ห้องจัดแสดงพระอริยสงฆ์ ซึ่งได้แก่ พระครูภาวนารังษี, พระธรรมญาณมุนี, พระโพธิญาณเถร, ครูบาชัยวงศาพัฒนา, หลวงจีนคณาณัติจีนพรต, พระมงคลเทพมุนี, พระราชสังวราภิมณฑ์, พระสุพรหมยานเถร, พระนิโรธรังสีคัมภีร์ปัญญาจารย์, หลวงพ่อเกษม, สมเด็จพระพุฒาจารย์, พระครูวิมลคุณากร, พระราชมุนีสามีรามคุณูปมาจารย์, พระอาจารย์มั่น, ครูบาศรีวิชัย ปั้นได้เหมือนจริงมาก ห้องแสดงต่อไปซึ่งถือเป็นไฮไลด์ของที่นี่ ห้องจัดแสดงพระบรมรูปอดีตพระมหากษัตริย์พระบรมราชจักรีวงค์ รัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 8 ล่ะ ห้องจัดแสดงต่อไป เป็นห้องจัดแสดงพระบรมรูปสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราช ชนนี สมเด็จย่าแม่ฟ้าหลวงของปวงชนชาวไทยนั่นเอง ภายในห้องนี้ประกอบไปด้วยประราชประวัติและ พระกรณียกิจต่างๆ และภาพงานพระราชพิธีสุดท้าย ส่วนห้องจัดแสดงต่อไป เป็นห้องหุ่นชุดครอบครัวไทย เป็นห้องแสดงสุดท้ายสำหรับห้องจัดแสดงชั้นล่าง ซึ่งเดินไป เดินมาจะมาออกที่ ด้านหน้าทางเข้า พวกเราก็เดินขึ้นชั้นสองกันต่อ ซึ่งห้องจัดแสดงชั้นบนแรกสุดจะเป็นการ จัดแสดงชุด 3 ครูไทยได้แก่ ครูจวงจันทร์ จันทร์คณา (บรมครูพรานบูรพ์) ครูเอื้อ สุนทรสนาน ครูไพบูลย์ บุตรขัน เดินเข้าไปตามทางเดินเรื่อยๆ ห้องแสดงหุ่นชุดต่อไปคือ ชุด 3 บุคคลสำคัญของโลก ซึ่งได้แก่ มหาตมา คานธี, อับราฮัม ลินคอล์น, เซอร์ วินสตัน เชอรชิล เป็นต้น คานธีเป็นนักการเมืองที่ได้ต่อสู้เพื่ออิสรภาพของประเทศ จากการปกครองของอังกฤษทำให้โลก ต้องจดจำคานธี ผู้ซึ่งได้รับการขนานนามว่า "มหาตมา" แปลว่า ผู้มีจิตใจ สูงส่ง เป็นบิดาแห่งประชาชนชาติอินเดีย อับราฮัม ลินคอล์น ผู้ปลดปล่อยทาสของสหรัฐอเมริกา "รัฐบาลของ ประชาชนโดย "เซอร์ วินสตัน เชอร์ชิล เป็นวีรบุรุษ ผู้ยิ่งใหญ่ของอังกฤษ ซึ่งทั้งสามท่านมีบทบาททางด้านการเมืองในแต่ละประเทศ ห้องจัดแสดงชุดต่อไปเป็น ชุดวัฒนธรรมประเพณีไทย เรื่องการละเล่นของไทย ได้แก่ การเล่นรีรีข้าวสาร การเล่น แมงมุม การเล่นจ้ำจี้ การเล่นขี่ม้าช้างชนกัน และการเล่นหัวล้านชนกันห้องต่อไปที่ดูเหมือนจะได้รับความสนใจ จากเด็กๆ ก็เห็นจะเป็นชุดวรรณคดีไทย เรื่อง พระอภัยมณีของสุนทรภู่ ห้องนี้เหมือนห้องรวมดาววรรณคดี สุนทรภู่เลยล่ะสุนทรภู่กวีเอกของโลก มีชื่อเสียงในด้านสำนวนกลอนเป็นที่เลืองลือจนได้รับการยกย่องว่าเป็นบรมครูกลอนแปด และได้รับการยอมรับนับถือว่าเป็นกวีที่มีจินตนาการกว้างไกล สร้างโครงเรื่องและเนื้อหา ของนิทานได้น่าสนใจ และชวนติดตาม สุนทรภู่ได้รับประกาศเกียรติคุณให้เป็นกวีของโลก จากองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมอีกด้วย ห้องจัดแสดงชุดสุดท้ายที่ดูเหมือนจะเป็นโซนไฮไลด์ของชั้นบนก็คงจะเป็นชุดเลิกทาส "Slavery in Thailand" ทาสในรัชกาลที่ 5 ข้อมูลทั่วไปพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย เปิดเข้าชมทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00 - 17.30 น. วันเสาร์- อาทิตย์ ,วันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30 – 18.00 น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 10 บาท พระภิกษุ สามเณร แม่ชี นักบวช นักศึกษาในเครื่องแบบ 20 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 034 332 607 และ 034 332 109 การเดินทาง 1.รถยนต์ส่วนตัว จากสะพานปิ่นเกล้า ใช้เส้นทางถนน ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี ผ่านชุมทางต่างระดับพุทธมณฑล ตรงไปข้ามสะพานข้าม แม่น้ำนครชัยศรีอีกราว 3 กิโลเมตร จะเห็นทางเข้าพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทยทางขวามือ 2.โดยสารสาธารณะ รถประจำทาง นั่งรถสายกรุงเทพฯ - นครปฐม (สายใหม่) ที่สายใต้ใหม่ ลงหน้าพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย รถตู้ข้าง โลตัส ปิ่นเกล้า สาย กรุงเทพฯ - นครปฐม ลงหน้าพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย จ.นครปฐม ภาพจาก คุณ  naniana   http://picpost.mthai.com/view/76836 ที่มา  http://picpost.mthai.com/view/76836

ย้อนรอย ต้นกำเนิดของส้วมเมื่อหลายพันปีก่อน
ประวัติศาสตร์ /  ส้วม / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยชวนเพื่อนๆ ให้มาย้อนรอย ต้นกำเนิดของส้วมเมื่อหลายพันปีก่อน กันค่ะ ฟังชื่อแล้วอย่าเพิ่งร้องอี้ นะคะ เพราะคอนเฟิร์มว่าเรื่องราวที่มาที่ไปของส้วมนี้ น่าสนใจมากเป็นเหมือนประวัติศาสตร์แปลกๆ หน้าหนึ่งได้เลยทีเดียว อิอิ เกริ่นมาขนาดนี้แล้ว ชักน่าสนใจขึ้นมาแล้วใช่ไหมคะ ถ้างั้นอย่ารอช้าไปติดตามกันเลย... ย้อนรอย ต้นกำเนิดของส้วมเมื่อหลายพันปีก่อน เรื่อง "ส้วม" สิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานของมนุษย์ ผศ.อุดร จารุรัตน์ บรรณาธิการต่วยตูนพิเศษ อดีตอาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี รวบรวมและเรียบเรียงไว้เป็นความรู้ว่า ชาติที่มีอารยธรรมในด้านการขับถ่ายครั้งอดีตไม่มีใครเกินโรมัน จากซากเมืองเมอริดาในสเปน ที่ชนโรมันสร้างไว้ ยังมีหลักฐานเด่นชัดอยู่ด้านหลังของโรงละครแห่งหนึ่ง เป็นสุขากลางแจ้งที่มี ๒๕ ที่นั่งตั้งอยู่เหนือท่อระบายน้ำใหญ่ของเมือง พออึหล่นปุ๊ลงไป น้ำเบื้องล่างก็จะพัดพาเอามันไป ที่นั่งเดิมนั้นเป็นหินตั้งอยู่ในกรอบโลหะ แต่ทางการได้บูรณะโดยหล่อด้วยคอนกรีต เบื้องหน้าของแถวที่นั่งมีรางน้ำทำด้วยหินอ่อน ชาวโรมันจะใช้ไม้ติดฟองน้ำยื่นลงไปจุ่มน้ำในรางแล้วยกมาใช้ชำระก้น โรมันรู้จักการนำน้ำจากบนเขาสูงโดยใช้รางลำเลียงลงมา เรียกว่าระบบอาควีดักต์ (Aqueduct) ระบบท่อน้ำจ่ายน้ำในเมอริดามีความยาวทั้งสิ้น ๕ กิโลเมตร หลังจากล่มสลายของอาณาจักรโรมัน ชนชาวยุโรปก็ทอดทิ้งคุณค่าที่โรมันสร้างสรรค์ไว้อย่างสิ้นเชิง ทั้งที่งานสุขาภิบาลเหล่านี้โรมันสร้างไว้ให้เห็นเกือบทุกหนแห่ง แม้แต่ที่บริเวณกำแพงเมืองฮาเดรียนในบริเทนก็มีสุขาเหลือซากอยู่ และชนบริเทนหรืออังกฤษก็มิได้ใส่ใจบำรุงรักษา ปล่อยให้แตกหักไร้ประโยชน์ ยุโรปทั้งหมดหันกลับไปหาวิธีถ่ายทุกข์แบบเดียวกับที่ใช้ในยุคมืด คือนับเป็นเวลานานยาวถึงพันปีหลังยุคโรมันที่พวกเขาออกไปปลดทุกข์ในพื้นนาพื้นสวน เหมือนที่คนไทย "ไปทุ่ง" นั่นเอง จวบจนเข้าสู่ยุโรปสมัยกลาง จึงเริ่มการสร้างสุขาให้เห็นบ้าง หลักฐานสมัยศตวรรษที่ ๑๓ การขับถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ จะระบายทิ้งลงตามช่องกำแพงเมือง ซึ่งเรียกเป็นภาษานอร์มันว่า "การ์เดโรบส์" (Garderobes) ความหมายเดิมคือที่ใช้เก็บเสื้อผ้า โดยคิดกันว่าก๊าซแอมโมเนียจากปัสสาวะนั้นมีประโยชน์ในการขับไล่ตัวมอดตัวแมลงต่างๆ ไปจากผ้าไหมและผ้าขนสัตว์ของขุนนางเจ้าของปราสาท การ์เดโรบส์มักจะมีที่นั่งถ่ายเป็นกรอบไม้ ข้อเสียของการระบายคือทำให้เบื้องล่างของผนังกำแพงเหม็นคลุ้ง ส่งกลิ่นขึ้นมายามนั่งถ่ายโดยเฉพาะหน้าร้อน ส่วนหน้าหนาวก็มีลมพัดขึ้นมาทำให้ก้นเย็นฉียบ เมื่ออุจจาระกองสุมกันเป็นเนิน ก็จะมีคนจัดการเอาพลั่วตักใส่ถังไปทิ้งที่อื่น จนถึงสมัยทิวดอร์ เริ่มมีการใช้ส้วมตามบ้านคนรวย แต่ก็ยังไม่ถูกสุขลักษณะและมีกลิ่นเหม็นอยู่ดี นั่นคือมีลักษณะเป็นส้วมหลุมที่ขุดลงไปในดิน อาจมีก่ออิฐกันหลุมพัง ส่วนที่นั่งถ่ายก็เป็นแบบหยาบๆ เจาะเป็นรูแล้วถ่ายอุจจาระตกลงไปในหลุมโดยตรง เมื่อหลุมเต็มก็ต้องขนถ่ายปฏิกูลเบื้องล่างออกไปเป็นคราวๆ ที่มีการระบายดีกว่าและปราศจากกลิ่นเหม็นได้แก่บ้านในชนบททางตอนเหนือของเวลส์ สำหรับบ้านที่อยู่ใกล้ลำธารจะปลูกสร้างคร่อมทางน้ำ ใช้กระแสน้ำเป็นตัวพัดพาอุจจาระให้ลอยหรือชะไป แต่ก็น่าจะคำนึงถึงบ้านหรือชุมชนที่อยู่ทางท้ายน้ำซึ่งต้องใช้ลำธารในการอุปโภคเช่นกัน สำหรับส้วมทันสมัยรุ่นแรกๆ กำเนิดขึ้นในปี ๑๕๙๔ ออกแบบสร้างโดย เซอร์ จอห์น ฮาร์ริงตัน ส้วมนี้มีถังเก็บน้ำอยู่เหนือที่นั่ง เมื่อยกก้านวาล์วจะมีน้ำชำระพุ่งลงมาอยู่ในโถ พออึเสร็จก็ยกก้านอันที่สอง น้ำและอุจจาระในโถก็จะระบายลงสู่หลุมเบื้องล่าง และนี่อาจเรียกได้ว่า เป็นส้วมระบบชักโครก (Flush toilet) อันแรกของโลก ฮาริงตันประดิษฐ์ส้วมชนิดนี้เพียง ๒ ชุด ชุดหนึ่งสำหรับตนเอง และอีกชุดถวายแด่แม่ทูนหัวของเขา คือ สมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่ ๑ กระทั่งอีก ๑๗๐ ปี ต่อมา ค.ศ. ๑๗๗๕ ช่างทำนาฬิกา อเล็กซานเดอร์ คัมมิงส์ ได้จดลิขสิทธิ์ส้วมชักโครกเป็นรายแรก โดยใช้คอห่านเพื่อป้องกันกลิ่นมิให้ย้อนขึ้นมา แม้จะมีวาล์วระบายทิ้งจากโถ แต่ก็ใช้งานไม่ค่อยดี บางทีอุจจาระลอยสวนขึ้นมาทำให้มีกลิ่น และท่ออุดตัน งานของคัมมิงส์ได้รับการพัฒนาปรับปรุงขึ้นในปี ๑๗๗๘ โดย โจเซฟ บรามาห์ ด้วยการติดตั้งวาล์วกระดกที่ปล่อยน้ำชำระแบบอัตโนมัติ ทำให้การระบายของเสียหมดจดขึ้น และมีน้ำขังอยู่ในโถตลอดเวลา เป็นการดักกลิ่น ผลงานชิ้นนี้เป็นที่นิยมใช้กันยาวนานกว่า ๑๕๐ ปี มีการติดตั้งในสถานที่ราชการ รวมถึงวังเวสต์มินสเตอร์ และมีผู้ขนานนามว่าเป็น "โรลล์ซรอยส์แห่งส้วม" กระนั้นก็ยังมีชนผู้ดีอีกมากที่ยังคงใช้หม้ออุจจาระตามเดิม ชนชั้นสูงมีโถอุจจาระประจำไว้แม้แต่ในห้องดินเนอร์ โดยเก็บในตู้ถ้วยชาม ล่วงเข้า ค.ศ.๑๘๘๐ จึงมีผลิตภัณฑ์ส้วมชักโครกสำเร็จรูปยูนิทาส (Unitas) ออกจำหน่าย ทำด้วยเซรามิกรูปทรงสวยงามแบบชิ้นเดียว โดยซ่อนคอห่านไว้ภายในมิดชิด ไม่รั่วไม่ซึม และด้วยการผลิตปริมาณมากจึงราคาถูก ขายดีนับล้านชุดทั่วโลก ปี ๑๘๕๔ จอร์จ เจนนิงส์ ออกแบบส้วมสาธารณะสำหรับชาวลอนดอนทั่วไปใช้โดยเสียเงิน ๑ เพนนี เลยเกิดเป็นสำนวน ไปจ่ายหนึ่งเพนนี (to spend a penny) เวลาจะไปส้วมสาธารณะ ราคานี้ใช้อยู่จนถึง ค.ศ.๑๙๗๑ นับว่าน่าทึ่งที่คงอยู่ยาวนานถึง ๑๒๐ ปี เมื่อโถส้วมเซรามิกเก็บท่อไว้ภายในไม่รุงรัง ผู้ผลิตก็เริ่มแข่งขันในด้านออกแบบให้เตะตาน่าจูงใจ เช่น เป็นรูปชามซุป เป็นรูปปลา ส่วนโถฉี่ของสุภาพบุรุษซึ่งมักเป็นรูปกลมเพื่อกันกระเด็นก็อาจออกแบบเป็นรูปลูกกอล์ฟเช่นในอัมสเตอร์ดัม หรือที่โตเกียวก็มีโถฉี่ที่เชิญชวนให้ฉี่ลงไปดับไฟ ส่วนการชำระล้าง ผู้คนใช้วัสดุแปลกๆ แตกต่างกันไป ตั้งแต่หญ้า ขนเป็ด ขนไก่ ซังข้าวโพด บางคนคุ้นเคยกับการใช้เปลือกหอยซึ่งแข็งบางจับถนัดถนี่กว่า กระทั่งปี ๑๘๕๗ โจเซฟ คาเยตตี้ ชาวอเมริกัน จึงประดิษฐ์กระดาษชำระให้ใช้กัน แต่ก็ยังมีผู้คนอีกมากที่นิยมใช้น้ำชำระล้าง เช่นเดียวกับวิธีการนั่งถ่าย ทุกวันนี้ก็ยังแบ่งออกเป็น ๒ ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งถนัดแบบนั่งบนขอบโถชักโครก แต่อีกฝ่ายหนึ่งชอบนั่งยองๆ จุงโก โคบายาชิ สถาปนิกโถส้วมชาวญี่ปุ่น กล่าวว่า เขาจะออกแบบให้มีส้วมนั่งยองไว้อย่างน้อยหนึ่งที่ในศูนย์การค้าสำหรับลูกค้าสูงอายุ และคิดค้นวิธีการสร้างเสียงชักโครกโดยไม่มีน้ำไหลสำหรับลูกค้าหน้าบางที่ชอบกดชักโครกกลบเสียงไม่พึงประสงค์ การอำนวยความสะดวกสบายเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงสำหรับชาวญี่ปุ่น ด้วยเหตุนี้จึงมีระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการให้ที่นั่งส้วมอบอุ่นก่อนจะหย่อนก้นลงไปนอกจากนี้ยังมีปุ่มกดให้มีน้ำฉีดพุ่งออกมาชำระล้างก้นโดยไม่ต้องใช้มือให้เปรอะเปื้อน ส้วมที่ถูกสุขลักษณะมีส่วนช่วยลดโรคระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ มูลนิธิบิลกับเมลินดา เกตส์ จึงจัดตั้งทุนสำหรับผู้ค้นคิดพัฒนาส้วม เช่น มหาวิทยาลัยเดลฟต์ ในเนเธอร์แลนด์ หนึ่งในองค์กรที่ได้รับทุน กำลังค้นคิดติดตั้งอุปกรณ์ที่จะไมโครเวฟอุจจาระให้เกิดก๊าซเร็วขึ้น และนำก๊าซไปใช้ประโยชน์ในครัวเรือน โอ้โฮ้วเรื่องของส้วมนี่เข้มข้นและมีที่มาอย่างยาวนานจริงๆ เชื่อว่าในอนาคตข้างหน้า ส้วมจะต้องถูกพัฒนาให้มีความทันสมัย และสะดวกสบายมากขึ้นกว่านี้อีกแน่ๆ ยังไงก็อย่าลืมติดตามวิวัฒนาการของส้วมกันต่อไปนะคะ ข้อมูลและภาพ : sookjai.com

20 เรื่องจริงคนเหนือมนุษย์
10 อันดับ /  จัดอันดับ 2014 / 

ถ้าลองให้เพื่อนๆ จินตนาการเกี่ยวกับ “คนเหนือมนุษย์” ทีนเอ็มไทยเชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงเหล่าซุเปอร์ฮีโร่ในหนังหรือการ์ตูนกันแน่นอน เพราะความจริงในโลกของเราจะมีคนเหนือมนุษย์อยู่จริงได้ยังไงกันเล่า! แต่อย่าเพิ่งด่วนสรุปไปคะ 20 เรื่องจริงคนเหนือมนุษย์ ที่ทีนเอ็มไทยนำมาให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันนี้ พวกเขาอาจจะไม่ได้มีพลังวิเศษอ่านใจใครได้ บินได้ ปล่อยแสงได้ แต่ทั้ง 20 เรื่องจริงคนเหนือมนุษย์นี้มีความสามารถที่คนธรรมดาอย่างเราทำไม่ได้และไม่คิดว่าจะมีคนแบบนี้ด้วยซ้ำไปหน่ะสิ ถ้าไม่เชื่อเราไปติดตามกันเลยคะ 20 เรื่องจริงคนเหนือมนุษย์ 1. Ma Xiangang (สามารถต้านทานกระแสไฟฟ้าได้) ความบังเอิญเพราะวันหนึ่งนาย Xiangang ได้พยายามซ่อมทีวีที่เสียและบังเอิญมือของเขาดันไปโดนสายไฟที่ยังมีไฟฟ้าเลี้ยงอยู่ แต่แทนที่เขาจะถูกช็อตจนไหม้เกรียม เค้ากลับไม่มีความรู้สึกเจ็บสักนิด และด้วยความสงสัยเค้าเลยไปทดสอบความสามารถของตนเองอีกครั้งด้วยการจับสายไฟที่มีกระแสไฟฟ้ารั่ว และเค้าก็ต้องประหลาดใจ เพราะนอกจากจะไม่ถูกไฟฟ้าช็อตแล้วเค้ายังไม่รู้สึกเจ็บโดยผิวหนังของเขาสามารถต้านทานกระแสไฟฟ้าได้มากกว่าคนทั่วไป 7-8 เท่า 2. Dean Karnazes (ชายที่ไม่มีวันเหนื่อย) พลังพิเศษของเขา คือ สามารถวิ่งมาราธอนได้ถึง 50 รายการใน 50 รัฐ เป็นเวลา 50 วันนอกจากนั้นเขายังวิ่งในระยะทาง 350 ไมล์ (563กิโลเมตร) ในเวลา 3 วันติดต่อกันโดยไม่หยุดพัก ได้มีการทดสอบร่างกายของนาย Dean ว่าทำไมร่างกายเขาจึงสามารถทนทานการออกกำลังกายได้มากกว่าคนทั่วไป และผลการทดสอบพบว่า ถ้าเป็นคนปกติหลังจากการวิ่งมาราธอนกล้ามเนื้อจะได้รับความเสียหายประมาณ 2,400 CPK แต่นาย Dean กลับมีค่าความเสียหายเพียง 447 CPK เท่านั้น สำหรับผลสรุปการทดสอบออกมาได้ว่า ถ้าเขายังคงอยู่ในสภาพนี้ต่อไปเรื่อยๆ เขาจะสามารถวิ่งด้วยความเร็ว 7-10 นาที ต่อไมล์ไปได้เรื่อยๆ ตลอดกาล 3. Stephen Wiltshire (มีความสามารถที่ไม่มีวันลืมสิ่งที่เห็น) Stephen Wiltshire สามารถวาดภาพทิวทัศน์ของประเทศและเมืองต่างๆ จากความทรงจำเท่านั้น เขาสามารถจดจำทุกๆ รายละเอียดได้ แม้ะจะดูแค่เพียงแว้บเดียว และจนถึงทุกวันนี้เค้าก็ยังจดจำภาพที่เขาเคยเห็นได้ทุกภาพ Stephen เป็นคนที่มีอาการของโรคออทิสติก แต่เขาก็มีสิ่งที่ทดแทนกันได้นั่นคือ ความสามารถในการจดจำและเขายังเคยขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปดูทิวทัศน์จากด้านบนของเมือง New York ขนาดใหญ่ที่มีความสมบูรณ์และรายละเอียดได้ ถูกต้อง 100 เปอร์เซ็นต์ อ่านเพิ่มเติม http://teen.mthai.com/variety/57036.html 4. Kim Peek (ความสามารถจดจำทุกสิ่งทุกอย่างได้) เขาสามารถจำเนื้อหาในหนังสือทั้งหมดที่เคยอ่านได้ จำนวน 12,000 เล่มได้ โดยเขาสามารถอ่านได้ทีละ 2 หน้าพร้อมๆกัน ตาซ้ายอ่านหน้าซ้ายตาขวาอ่านหน้าขวา เขายังสามารถจดจำทุกสิ่งที่เคยได้พบเจอมาตลอดชีวิตด้วยลายละเอียดที่ถูกต้องถึง 98 เปอร์เซ็นต์ แม้แต่สภาพอากาศที่ย้อนกลับไป 10 ปีที่แล้ว ซึ่งสาเหตุที่ทำให้นาย Kim มีความสามารถนี้เกิดจากความผิดปกติตั้งแต่กำเนิดชนิดหนึ่ง ซึ่งส่งผลทำให้พื้นที่ความจำของเขามีขนาดใหญ่กว่าคนปกติ โดยนาย Kim Peek เสียชีวิตในปี 2009 อ่านเพิ่มเติม http://teen.mthai.com/variety/57036.html 5. Wim Hof (มีความสามารถในการต้านทานความเย็น) ชายผู้นี้มีความสามารถพิเศษในการต้านทานความหนาวเย็น เพราะความเย็นไม่สามารถทำอะไรร่างกายเขาได้เลย ซึ่งเคยมีการทดลองโดยให้เขาดำน้ำเย็นจัด ที่สามารถฆ่าคนปกติได้ในเวลาไม่กี่นาที แต่ปรากฏว่าอุณหภูมิในร่างกายเขาแทบจะไม่ลดลงเลย ซึ่งเขาสามารถทำได้แม้กระทั่งปีนเทือกเขาเอเวอร์เรสโดยใส่กางเกงขาสั้นเพียงตัวเดียว โดยนาย Wim Hof บอกว่าความสามารถของเค้าได้มาจากการทำสมาธิ 6. Isao Machii (สุดยอดปฏิกิริยารีเฟล็กซ์) ซามูไรผู้ที่มีปฏิกิริยารีเฟร็กซ์(ปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้สมองสั่ง)ที่ยอดเยี่ยมโดยสามารถตัดสิ่งของต่างๆด้วยดาบซามูไรให้ขาดครึ่งได้แม้จะเป็นของเล็กๆ หรือกระทั่งตัดลูกกระสุนปืนอัดลมให้ขาดครึ่งเพราะเป็นความสามารถแบบนี้เราจะพบเจอได้แค่ในหนังเท่านั้น โดยความสามารถของเขาถูกอธิบายไว้ว่า เป็นความสามารถรับรู้ความเคลื่อนไหวของสิ่งที่พุ่งเข้ามาหาเขา และใช้สัมผัศแบบอื่นนอกเหนือจากการมองเห็น โดยเป็นระบบประมวลผลการรับรู้ที่อยู่ในระดับสูงขึ้นไปกว่าในคนทั่วไป 7. Saul Aaron Kripke (ฉลาดจน Harvard เชิญให้ไปเป็นอาจารย์สอนขณะที่เรียนอยู่ไฮสคูล) Kripke เริ่มศึกพีชคณิตเมื่อตอยอยู่เกรด 4 และพอจบชั้นประถมก็เรียนรู้เรขาคณิต และ แคลคิวลัสจนทะลุปรุโปร่ง จึงหันไปสนใจปรัชญา โดยเขียนบทความหลายชิ้นทั้งในเรื่องของอรรถศาสตร์ (semamtics) และตรรกวิทยาแบบ Modal Logic ในขณะที่อายุเพียง 16 ปี และหนึ่งในผลงานด้านตรรกวิทยานั้นทำให้ได้รับจดหมายเชิญจากภาควิชาคณิตศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เชิญชวนให้เขาไปเป็นอาจารย์ ซึ่งเค้ากลับตอบปฏิเสธไปโดยให้เหตุผลว่า “แม่ผมบอกว่าให้ผมเรียนจบไฮสคูลและมหาวิทยาลัยเสียก่อนดีกว่า” Kripke ยังได้รับรางวัล Shock Prize ซึ่งเป็นรางวัลทางด้านปรัชญาที่เทียบได้กับรางวัลโนเบล และในปัจจุบันเขาได้รับการยกย่องว่าเป็นปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกที่ยังมีชีวิตอยู่ 8. Akrit Jaswal (สามารถเป็นศัลยแพทย์ด้วยวัยเพียง 7 ขวบ) “เด็กผู้ชายที่ฉลาดที่สุดในโลก” เพราะมี IQ ถึง 146 และได้รับการยอมรับว่าเป็นคนที่ฉลาดที่สุดเด็กๆที่อายุเท่าๆกัน และในปี 2000 เค้าได้ทำการรักษาคนไข้คนแรกที่บ้านของตัวเองด้วยวัยเพียง 7 ขวบ ซึ่งคนไข้เป็นเด็กอายุ 8 ขวบที่มีฐานะยากจน มือของเธอถูกๆไฟลวกทำให้นิ้วมือกำแน่นติดกัน ซึ่งในตอนนั้นเขายังไม่เคยได้เรียนวิชาทางแพทย์อย่างเป็นทางการ และยังไม่มีประสบการณ์ในการผ่าตัดใดๆ แต่เขาก็สามารถทำให้นิ้วมือของเด็กหญิงคลายออกมาได้และใช้มือได้เป็นปกติอีกครั้ง โดยขณะนี้ Akrit กำลังเรียนเรียนปริญญาตรีสาขาวิทยาศาสตร์อยู่ที่วิทยาลัย Chandigarth และยังเป้นนักศึกษาที่อายุน้อยที่สุดที่มหาวิทยาลัยอินเดียเคยรับเข้าเรียน 9. Gregory Smith (ถูกเสนอชื่อให้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เมื่อมีอายุเพียง 12 ขวบ) Gregory สามารถอ่านหนังสือออกตั้งแต่อายุ 2 ขวบ และเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเมื่ออายุ 10 ขวบเท่านั้น และเด็กหนุ่มคนนี้ตัดสินใจออกเดินทางไปทั่วโลกเพื่อรณรงค์เรื่องสันติภาพและสิทธิเด็ก และได้ก่อตั้ง International Youth Advocates ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้การสนับสนุนหลักการแห่งสันติภาพและความเข้าอกเข้าใจระหว่างเยาวชนทั่วโลก เขาเคยได้พบกับผู้นำคนสำคัญอย่าง Bill Cliton และ Mikhail Gorbachev และยังเคยปฐกถาต่อหน้าที่ประชุม UN อีกด้วย จากการทำงานด้านมนุษยธรรมนี้ ทำให้เขาได้ถูกเสนอชื่อให้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพถึง 4 ครั้ง 10. Kim Ung – Yong (จบปริญญาเอกตอนอายุ 15 และมีไอคิวสูงที่สุดในโลก) ถือได้ว่าเป็นมนุษย์ที่ฉลาดที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่ โดย Guinness Book of World Records บันทึกว่าเค้ามี IQ สูงที่สุดในโลกคือสูงกว่า 210 สามารถอ่านภาษาญี่ปุ่น เกาหลี เยอรมัน และอังกฤษ ได้ตั้งแต่ 4 ขวบ และตอนครบ 5 ขวบก็สามารถแก้โจทย์ แคลคิวลัส ที่ซับซ้อนได้ และยังได้เป็นนักเรียนรับเชิญในชั้นเรียนวิชาฟิสิฟส์ที่มหาวิทยาลัย Hanyang ตั้งแต่อายุ 3-6 ขวบพออายุ 7 ขวบ NASA ก็เชิญเค้าไปที่อเมริกาและเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัย Colorado ในปี 1974 จนได้ Ph.D ด้านฟิสิกส์ตั้งแต่ก่อนที่เขาจะมีอายุครบ 15 ปี โดยระหว่างที่เรียนเขาก็เริ่มทำงานวิจัยที่ NASA ไปด้วย และทำต่อมาตลอดจนกระทั่งกลับเกาหลีจึงได้ตัดสินใจเปลี่ยนสาขาจากฟิสิฟส์ไปเป็นวิศวกรรมโยธาและศึกษาจนได้รับปริญญาเอก ขอบคุณขอ้มูล http://pantip.com/topic/3241414