วิทยาศาสตร์กับความงาม

แอลจีรังสรรค์ศิลปะแห่งนวัตกรรมจอภาพด้วย LG GALLERY OLED TV
55EA8800 /  LG / 

บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้แก่วงการทีวีอีกครั้งด้วยผลงานระดับมาสเตอร์พีซ LG GALLERY OLED TV ขนาด 55 นิ้ว รุ่น 55EA8800 ที่สุดแห่งจอภาพที่มาพร้อมดีไซน์เหนือระดับราวกับศิลปะชิ้นเอก โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีจอภาพแบบ OLED ภาพคมชัด สีสันสวยสด สมจริง ดั่งมีชีวิต และลำโพง Canvas Speaker พลัง 100 วัตต์ ที่วางหลังผ้าแคนวาสรอบทีวี เพื่อกระจายและกลั่นเสียงนุ่มลึกโดยไม่ลดทอนสุนทรียภาพแห่งการออกแบบ ช่วยยกระดับความงามสง่าให้ทั้งทีวีและห้องโปรด คุณนิพนธ์ วงษ์แสงอรุณศรี หัวหน้ากลุ่มผลิตภัณฑ์โฮมเธียเตอร์และกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “LG GALLERY OLED TV นับเป็นการผสมผสานนวัตกรรมจอภาพเข้ากับดีไซน์อย่างสมบูรณ์แบบ ผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้ได้รับการออกแบบอย่างสวยงามราวกับงานศิลป์ โดยมาพร้อมฟังก์ชั่นการทำงานครบครัน สะท้อนความเป็นผู้นำของแอลจีในการนำเสนอความคิดเหนือจินตนาการเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สมบูรณ์แบบ ส่งมอบประสบการณ์ความบันเทิงภายในบ้านอันสุนทรีย์ให้กับผู้บริโภค” กรอบทีวีของ LG GALLERY OLED ได้รับการออกแบบอย่างประณีตประดุจกรอบภาพงานศิลป์ ช่วยยกระดับความงามให้ทั้งทีวีและห้องโปรดอย่างเหนือระดับ กรอบทีวีประดิษฐ์ขึ้นจากวัสดุชั้นสูง สวยสง่า มีรสนิยม ส่งผลให้ภาพที่ปรากฏบน LG GALLERY OLED TV มีมิติ สะกดอารมณ์ ทุกสิ่งที่รับชมบนหน้าจอ OLED ล้วนตรึงใจราวกับกำลังอิ่มเอมงานศิลป์อันเลอค่า ภายใต้กรอบทีวียังมี Canvas Speaker ระบบ 2.2 แชนแนล ถ่ายทอดเสียงทรงพลัง 100 วัตต์ หลังผ้าแคนวาสที่คลุมกรอบทีวีช่วยกระจายและกลั่นเสียงนุ่มลึกจากลำโพงสองชุดและซับวูฟเฟอร์อีกสองตัว ทั้งนี้ แอลจีพัฒนาคุณภาพเสียงของ LG GALLERY OLED TV ร่วมกับ harman/kardon แบรนด์ชั้นนำแห่งวงการเครื่องเสียงไฮเอนด์ เพื่อเติมเต็มความบันเทิงแห่งโสตสัมผัสกอปรกับประสบการณ์การรับชมด้วยสายตา ความงามแห่งศิลป์ชิ้นนี้ได้รับรางวัลนวัตกรรมยอดเยี่ยมจากงาน CES 2014 สร้างปรากฏการณ์การเปลี่ยนห้องนั่งเล่นธรรมดาให้กลายเป็นแกลอรี่ส่วนตัวภายในบ้าน ฟีเจอร์ eGallery มีดิสเพลย์โหมดให้เลือกหลากหลายตามความต้องการของผู้บริโภค เช่น Gallery Mode ที่จะแสดงผลงานศิลปะสุดคลาสสิคความละเอียดสูงของศิลปินระดับตำนาน อาทิ วินเซนต์ แวน โกห์ และพอล กอกวิน ในขณะที่ Healing & Remembering Mode จะช่วยสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและผ่อนคลายผ่านภาพและเสียงที่ขับกล่อมให้เกิดความเคลิบเคลิ้ม นอกจากนี้ หากต้องการดิสเพลย์ภาพส่วนตัวหรือภาพครอบครัวในขณะที่ทีวีอยู่ในโหมด Stand-by ก็สามารถทำได้เช่นกัน LG GALLERY OLED TV มาพร้อมเทคโนโลยี WRGB OLED ที่มีแม่สีถึง 4 สีพิกเซล เพิ่มซับพิกเซลสีขาวที่ทำงานร่วมกับพิกเซลสีมาตรฐานอีก 3 สี (แดง เขียว น้ำเงิน) เพื่อเฉดสีสวยสดและแม่นยำที่สุด นับเป็นก้าวสำคัญของการแสดงภาพที่เหนือกว่ารูปแบบเดิม อีกทั้งฟีเจอร์ INFINITE CONTRAST มีคุณสมบัติสร้างพิกเซลที่กำเนิดแสงด้วยตัวเอง แต่ละพิกเซลสามารถควบคุมความสว่างของตัวเองได้อย่างอิสระ ส่งผลให้เกิดความตื้นลึก และโทนสีของภาพอย่างสมจริง ผสานกับ ABSOLUTE MOTION CLARITY ให้ความเร็วในการตอบสนองของ LG GALLERY OLED TV เหนือกว่า LED TV ทั่วไปถึง 1,000 เท่า ผู้บริโภคจึงสามารถเพลิดเพลินกับภาพเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเต็มอรรถรส ปราศจากภาพเบลอ นอกเหนือจากนี้ LG OLED TV ยังก้าวข้ามขีดจำกัดเกี่ยวกับองศาในการรับชมภาพ แสดงสีสันสม่ำเสมอไม่ว่ารับชมจากองศาใด พิเศษยิ่งขึ้นด้วยฟีเจอร์ปรับแต่งเฉดสีให้ตระการตา LG GALLERY OLED TV เป็น Smart TV ที่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ ได้รับการออกแบบให้ใช้งานง่ายและรองรับแอพพลิเคชั่นและบริการใหม่อีกมากมายจากทั่วทุกมุมโลก ด้วยนวัตกรรมล้ำสมัยของ LG Magic Remote รีโมทอัจฉริยะที่สามารถควบคุมทุกอย่างตามใจต้องการ เพียงแค่ชี้หรือคลิก ช่วยลดเวลาค้นหา พร้อมปุ่มเลื่อนขึ้น-ลง เข้า-ออก เสมือนเม้าท์ไร้สาย อีกทั้งยังสามารถสั่งการด้วยท่าทางและเสียงได้ด้วย นอกจากนี้ LG GALLERY OLED TV ยังรองรับคอนเทนต์สามมิติ (LG CINEMA 3D TV) และสะดวกสบายมากขึ้นด้วยแว่นสามมิติน้ำหนักเบา เนื่องจากไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ จึงไม่มีแผงวงจรไฟฟ้าในแว่นตา ทำให้ปลอดภัยจากอันตรายที่อาจเกิดจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีในแว่นตาสามมิติทั่วๆ ไป ผู้ใช้จึงสนุกเพลิดเพลินกับคอนเทนต์ สามมิติได้อย่างเต็มอรรถรส แม้จะรับชมเป็นระยะเวลานาน ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยฟังก์ชั่นที่สามารถแปลงภาพสองมิติเป็นสามมิติได้ จึงนับเป็นการยกระดับการรับชมคอนเทนต์ได้อย่างล้ำหน้าและสมบูรณ์แบบอย่างยิ่ง LG GALLERY OLED TV วางจำหน่ายแล้วที่ราคา 399,990 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลแอลจี 0-2878-5757 หรือ www.lg.com/th

Winner Online ร่วมมือร้านเน็ตฯชั้นนำ แข่งเกมส์ XShot
XShot /  เกมส์ออนไลน์

เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2557 - เกมส์ออนไลน์ XShot (xshot.in.th) จาก Winner Online ร่วมมือกับร้านอินเตอร์เน็ตชั้นนำ GSpeed และ Shooter ในการจัดแข่งขันเกมส์ XShot ในรูปแบบ Focus Zone เพื่อผลักดันวงการ E-Sport ในประเทศไทย เตรียมพร้อมจัดแข่งขันหาตัวแทนไทยแข่ง XShot Matic 2015 ที่ประเทศจีน การแข่งขัน E-Sport ในรูปแบบ Focus Zone เป็นเทรนด์ใหม่รายแรกของไทยที่บริษัท Winner Online มุ่งเน้นเจาะจงกับร้านอินเตอร์เน็ตต้นแบบในกรุงเทพฯและปริมณฑล เพื่อค้นหานักกีฬาสายพันธุ์ใหม่ ที่ไม่เคยเข้าร่วมการแข่งขันมาก่อน หรืออยากมีใจที่อยากจะร่วมการแข่งขันแต่ยังขาดทีม หรือ ผู้สนับสนุนทีมแข่งขันไปสู่ระดับโลก พร้อมอัดฉีดเงินรางวัลรวมกว่า 200,000 บาทในทัวร์นาเม้นต์นี้ สำหรับร้าน GSpeed มีสาขาถึง 18 แห่ง ไม่ว่าจะเป็น สาขารามคำแหง ซอย 1, งามวงศ์วาน, ประตูน้ำ, ลาดพร้าว เป็นต้น ด้านร้าน Shooter มีสาขาถึง 11 แห่ง ได้แก่ รังสิตคลอง 6 ม.เทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตธัญบุรี, คลอง 1, สมุทรสงคราม, แฮปปี้แลนด์, รามคำแหง 58 และ 60, จันทร์เกษม เป็นต้น มการแข่งขัน E-sport ในรูปแบบ Focus Zone ถ้วยพิเศษจะมีทั้งหมด 2 รายการตลอดปี 2014 โดยใช้ชื่อรายการว่า XSHOT CAFÉ TOURNAMENT By Gspeed และ XSHOT CAFÉ TOURNAMENT By Shooter ซึ่งจะเป็นการแข่งขันกันในระดับมืออาชีพรูปแบบมีทั้งโหมด Team Death Match, Death Match, Duel Match และ Bomb Match ซึ่งจะมีการจัดแข่งขันทั้งหมดรวม 2 Season ดังนี้ ในเดือน กรกฎาคม 1 Season และในเดือนตุลาคมอีก 1 Season โดยแต่ละ Season จะคัดเลือกตัวแทน 8 ทีมให้รับสิทธิ์ผ่านเข้ารอบไปชิง เพื่อหาตัวแทนไทยในรายการ XSHOT THAILAND CHAMPIONSHIP 2014 ไปลุยการแข่งขันระดับนานาชาติที่ประเทศจีน สำหรับร้านอินเตอร์เน็ตที่สนใจ สอบถามข้อมูลได้ทาง 02-391-7494-6 (ติดต่อแผนกการตลาด) หรือ www.xshot.in.th

เที่ยว ตลาดคลองแห ตลาดผสานวัฒนธรรรม จ.สงขลา
เที่ยวสงขลา /  เที่ยวหาดใหญ่

ใครก็ไปเที่ยวตลาดน้ำอัมพวา ตลาดน้ำท่าคา ตลาดน้ำดำเนินสะดวก แต่ใครจะรู้บ้างไหมว่าที่ หาดใหญ่ ก็มีตลาดน้ำกับเค้าด้วยเช่นกัน และวันนี้ Travel MThai จะพาเพื่อนๆ เที่ยวที่ ตลาดน้ำคลองแห จังหวัดสงขลา ว่าเค้ามีอะไรที่เหมือนตลาดน้ำใกล้กรุงอย่างที่เรารู้จักกันบ้าง เที่ยว ตลาดคลองแห ตลาดผสานวัฒนธรรรม จ.สงขลา ตลาดน้ำคลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา บรรยากาศครึกครื้น น่าเที่ยว-กิน เป็นอย่างยิ่ง เดินทางจากกรุงเทพมาก็ไม่ไกลนัก (หากนั่งเครี่องบิน) หรือใครที่อยากจะขับรถมาเองก็ได้ เพราะค่อนข้างที่จะสะดวกในการเดินทางท่องเที่ยว (ถ้าแบบไม่แร่งรีบและกังวลเรื่องระยะทางไกล) เพราะหากเราขับมาเองอาจแวะเที่ยวได้หลายที่อยู่ ตลาดน้ำคลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นตลาดน้ำที่มีการสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของคนภาคใต้  โดยเฉพาะจังหวัดสงขลาเอง และเป็นตลาดน้ำที่น่าสนใจของประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียอีกด้วย ตลาดน้ำคลองแห แห่งนี้จะมีเฉพาะวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์  หรือไม่ก็เปิดในช่วงเทศกาลที่สำคัญอย่าง วันสงกรานต์ เพราะสงกรานต์หาดใหญ่นั้นคนมาเลเซีย ประเทศเพื่อนบ้านของเราค่อนข้างให้ความสนใจมาก จะเห็นได้ว่ามีชาวมาเลเซียเดินทางมาเล่นน้ำสงกรานต์ที่หาดใหญ่ ในแต่ละปีกันเป็นจำนวนมาก ตลาดน้ำคลองแห เป็นตลาดน้ำที่สร้างขึ้นโดยเจตนารมณ์ของอดีตผู้ใหญ่บ้านในสมัยนั้น ตลาดน้ำคลองแห ทุกวันนี้ได้มีการปรับปรุงและพัฒนาไปอย่างมากเนื่องจากมีนักท่องเที่ยวมาเยือนแบบไม่ขาดสาย หากได้ผ่านไปแถวนั้นอาจจะเห็นได้ว่ารถราเยอะแยะไปหมด ไม่ว่าจะเป็นรถทัวร์ที่พานักท่องเที่ยวมาเที่ยว รถเก๋งคันงาม เดินทางมาเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เพราะถนนเส้นตลาดน้ำคลองแห นี่เป็นเส้นทางที่เราจะต้องมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองหาดใหญ่เลยล่ะ พ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่เป็นชาวมุสลิม แต่สามารถอาศัยอยู่รวมกับชาวไทยพุทธอย่างสงบสุขกันได้ ที่ ตลาดคลองแห มีอาหารและของขายเพียบ ไม่ใช่แต่พ่อค้าแม่ค้าที่นั่งขายของบนเรืออย่างเดียว ที่ตลาดน้ำคลองแห เค้าก็มีตลาดบนบกเหมือนกัน กว้างขวางเดินสบายและจอดรถง่ายอีกด้วย แต่นั่นเองจุดขายของตลาดน้ำคลองแห แห่งนี้ก็ยังเป็นการขายแบบเรือแบบฉบับตลาดน้ำอยู่ดี ตลาดน้ำคลองแห ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา อาจจะแตกต่างจากตลาดน้ำอัมพวา หรือตลาดน้ำดำเนินสะดวก ก็อาจจะตรงที่ว่าพ่อค้าแม่ขายเค้าโพกหัวแบบมุสลิม เพราะชาวบ้านในพื้นที่นับถือศาสนาอิสลาม แต่สามารถอาศัยอยู่รวมกับชาวไทยพุทธอย่างสงบสุขกันได้ นอกจากนี้ยังแตกต่างจากที่อื่นๆ ก็คือทางการบริหารตลาดน้ำคลองแหนั้น ได้รณรงค์ให้ใช้ภาชนะใส่อาหารจำพวก กะลา กระบอกไม่ใผ่ หม้อดินเผา ที่ไม่เป็นพิษภัยต่อสิ่งแวดล้อม แบบกระดาษห่อเสียมากกว่าที่จะให้โฟมหรือพลาสติก  อีกทั้งยังมีทั้งอาหารคาวหวาน และอาหารพื้นบ้าน เช่น เต้าคั่ว ข้าวยำปักษ์ใต้ ขนมจีน ฯลฯ ส่วนขนมก็เช่น ขนมมด ขนมด้วง ขนมโค ขนมไทยแทบทุกชนิด และขนมพื้นบ้านภาคใต้ หรือ แม้แต่อาหารพื้นบ้านภาคใต้บางอย่างก็ยังสามารถหาทานกันได้ที่นี่ ตลาดน้ำที่อื่นก็น่าเอาเป็นอย่างก็ดีนะ เพราะช่วยลดโลกที่ร้อน น่ารักไปอีกแบบไม่ซ้ำใคร พระอาทิตย์ตกดินแล้ว นักท่องเที่ยวก็ยังทยอยมาจับจ่าย ชื้อของที่ ตลาดคลองแห กันอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลและภาพ : thai.tourismthailand.org  / moohin.com / taklong.com / klongdigital.com เรียบเรียงโดย Travel MThai

แต่งหน้าไปทะเล กับ Jewjew สาวสวย น่ารัก แอบฮาเบาๆ
แต่งหน้า /  แต่งหน้าไปทะเล

         อากาศร้อนแบบนี้ต้องไปเที่ยวทะเลลั้นลา.. แต่อย่าลืมแต่งหน้าให้สวยเป๊ะ ท้าสายลมแสงแดดด้วยนะ สาว Jewjew จาก VRZO จะมาสอน  แต่งหน้าไปทะเล แบบสวยใส ที่ใครๆก็ทำได้ไม่ยากเลยค่ะ 1.ไปออกแดดแรงแบบนี้ ครีมกันแดด เป็นอาวุธสำคัญที่ขาดไม่ได้เลย SPF50 ขึ้นไปเพื่อความอุ่นใจของสาวๆเนอะ 2.เตรียมผิวก่อนสวย ไปทะเลผิวเราจะค่อนข้างเหนอะหนะ จึงไม่ควรใช้ครีมที่เนื้อหนามาก บีบีครีมหรือซีซีครีมจึงเป็นตัวเลือกที่ดี เผยผิวสวยสดใสเป็นธรรมชาติสุดๆ 3.แป้งอวดผิวใสเนียนกิ๊ง! ใช้เป็น Loose Powder เป็นแป้งฝุ่นเพื่อความบางเบาของใบหน้า โชว์ความใสของผิวหน้า สวยเป็นธรรมชาติไม่ได้แต่งหน้าเลยจริงๆ 4.คิ้วคือมงกุฏของใบหน้า ใช้ดินสอเขียนคิ้วญี่ปุ่น โดยเริ่มเขียนจากหว่างคิ้ว แล้วค่อยๆเขียนจนมาถึงหางคิ้ว แล้วปัดขนคิ้วเพื่อความเรียงเส้นสวยงาม เริ่มจากปัดย้อนเพื่อให้ขนคิ้วดูสวยเป็นธรรมชาติมากขึ้น 5.เปลือกตาวิ๊ง..วิ๊ง สีที่เหมาะกับทะเลก็ต้องโทนสีฟ้า สีเขียว สีพื้นของเปลือกตาใช้สีทองเพื่อความประกายให้กับดวงตา แล้วใช้อายแชโดว์สีน้ำตาลชนิดแท่งเพื่อความติดทนนาน ทาบริเวณหางตาดวงตาจะมีมิติขึ้น สุดท้ายใช้สีเขียวทาขอบตาล่าง 6.ปัดแก้มใสใส ทาบรอนเซอร์ลงบริเวณข้างแก้มเพื่อให้หน้าดูเรียวขึ้น จากนั้นปัดแก้มด้วยสีส้มหรือสีชมพูอ่อน เหมือนสาวสุขภาพดีมีเลือดฝาดยามโดนสายลมแสงแดดจากทะเล 7.เรียวปากชุ่มฉ่ำ สีลิปสติกควรเป็นสีอ่อนๆ สีชมพู สีส้ม หรือ ลิปกลอสระเรื่อเพื่อลุคสาวสวยสดใส ไร้เดียงสา เรียบเรียงโดย women mthai team

เปิดประตูสู่อีกมุมมองของ การท่องเที่ยวศรีลังกา
มัชรูมทราเวล /  เที่ยวศรีลังกา

ประเทศศรีลังกา คือประเทศที่เป็นเกาะซึ่งตั้งอยู่เหนือเส้นศูนย์สูตร ในมหาสมุทรอินเดียทางตอนเหนือ โดยมีพรมแดนทางทะเลติดต่อกับประเทศอินเดียทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และมัลดีฟส์ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ทั้งยังมีฐานะที่เป็นประเทศอันมีความสำคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนา อย่างเช่น สังเวชนียสถานทั้ง 4 แห่งซึ่งเป็นสถานที่ที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา และเสด็จปรินิพพาน นั่นก็คือสวนลุมพินีวัน พุทธคยา สารนาถ และกุสินารา นอกจากนั้นยังเป็นที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้ว (พระทนต์) ที่มีอยู่เพียง 2 แห่งในโลก นั่นจึงทำให้ผู้คนมากมายโดยเฉพาะชาวพุทธต่างเดินทางมาแสวงบุญ ณ ประเทศแห่งนี้อยู่เนืองๆ เปิดประตูสู่อีกมุมมองของ การท่องเที่ยวศรีลังกา และสำหรับการเดินทางของเราในครั้งนี้ เราจะพาท่านเดินทางสู่ประเทศแห่งจุดกำเนิดของศาสนาพุทธแห่งนี้กัน แต่จุดมุ่งหมายของเรามิได้จะพาทุกท่านไปแสวงบุญแต่อย่างใด เพราะศรีลังกายังมีความน่าสนใจอื่นๆ อีกที่รอให้นักเดินทางจากทั่วโลกได้เปิดประตูเข้าไปค้นหา ซึ่งจุดแข็งของการท่องเที่ยวศรีลังกาที่ไม่ควรพลาดอีกอย่างหนึ่งก็คือ การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและระบบนิเวศที่ยังคงบริสุทธิ์จนอาจเรียกได้ว่าเป็นธรรมชาติในแบบดิบๆ แต่สวยงามที่หาไม่ได้ง่ายๆ จากที่ใดในโลก อย่างเขตป่าสงวนที่เต็มไปด้วยสารพัดสัตว์ป่าหายาก โดยเฉพาะช้างป่าที่อยู่มากมาย รวมทั้งชายฝั่งทะเลซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแนวปะการังและฝูงปลาหลากสีสัน นอกจากนั้นสถาปัตยกรรมสิ่งก่อสร้างของศรีลังกายังเก่าแก่และโดดเด่นไม่แพ้ชาติไหน อันเป็นสิ่งที่ตกทอดมาจากอารยธรรมสิงหลในอดีตกว่าหลายพันปีมาแล้ว โดยสถานที่แรกที่ควรไปเยือนหากใครมีโอกาสได้เดินทางไปประเทศศรีลังกา ก็คือ เมืองโคลัมโบ ซึ่งมีฐานะเป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ทำให้เมืองแห่งนี้คือแหล่งรวบรวมประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของศรีลังกาที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด จากนั้นจึงค่อยมุ่งหน้าสู่ชายฝั่งทางภาคตะวันตกเพื่อพักผ่อนริมชายหาดอันเงียบสงบและสวยงาม ทั้งนี้ศรีลังกายังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจอยู่อีกมากมาย อย่างเช่นเมืองเก่า อุทยานแห่งชาติอันเต็มไปด้วยสัตว์ป่า เมืองน่ารักแห่งชายฝั่งทางทิศใต้ ไร่ชาบนภูเขาสูงชัน หมู่บ้านวัฒนธรรมของชาวสิงหล เป็นต้น โดยศรีลังกาได้แบ่งหมวดหมู่ของกิจกรรมการท่องเที่ยวที่น่าสนใจตามความชอบของนักท่องเที่ยวแต่ละคนเอาไว้ ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวที่คงความงามบริสุทธิ์แบบธรรมชาติแท้ๆ แหล่งมรดกโลก กิจกรรมโลดโผนผจญภัย เขตป่าไม้ ความสุขและการผ่อนคลาย จุดชมวิว แหล่งพืชผลทางการเกษตร และงานเทศกาลสำคัญต่างๆ เมื่อไหร่ที่ควรไปศรีลังกา ..?  เนื่องจากสภาพภูมิอากาศของศรีลังกานั้น ค่อนข้างมีความสลับซับซ้อนมากกว่าประเทศอื่นๆ แม้ว่าจะเป็นเพียงประเทศซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ ก็ตาม แต่ก็ตั้งอยู่ไม่ห่างจากเส้นศูนย์สูตรมากนัก คืออยู่เหนือเส้นศูนย์สูตรประมาณ 500 ไมล์ จึงทำให้ที่นี่มีสภาพอากาศอุ่นชื้นและค่อนข้างร้อนเกือบตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ส่วนบริเวณที่ราบสูงตอนกลางนั้นอากาศจะค่อนข้างเย็นกว่า และมีฝนตกชุกในช่วงฤดูมรสุม อย่างไรก็ตาม จากผลของสภาวะโลกร้อนที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี ส่งผลให้สภาพอากาศของที่นี่แปรปรวนและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น สำหรับสภาพอากาศในบริเวณพื้นที่ทางทิศตะวันตก ตะวันตกเฉียงใต้ รวมถึงบริเวณชายฝั่ง และบริเวณพื้นที่ที่เป็นเทือกเขาสูง ตั้งแต่เดือนเมษายน ถึงเดือนกันยายนของทุกปีคือช่วงฤดูมรสุม และมีฝนตกชุกที่สุดในเดือนเมษายน – มิถุนายน ในขณะเดียวกัน ทางด้านชายฝั่งทะเลทางทิศตะวันออกนั้น ฤดูมรสุมของที่นี่จะค่อนข้างมีความรุนแรงน้อยกว่าอีกฝั่ง โดยจะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนไปจนถึงเดือนมีนาคมของทุกปี และมีฝนตกชุกมากที่สุดในเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการไปเยือนศรีลังกาคือ ในเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคมทางภาคตะวันตกและภาคใต้ รวมถึงบริเวณชายฝั่งและภูเขา ส่วนชายฝั่งทางด้านตะวันออกนั้นสภาพอากาศจะดีที่สุดในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนกันยายนนั่นเอง ข้อมูลจาก มัชรูมทราเวล   เปิดประตูสู่อีกมุมมองของ การท่องเที่ยวศรีลังกา เปิดประตูสู่อีกมุมมองของ การท่องเที่ยวศรีลังกา

แพนเค้ก อยากแจ้งเกิดบทร้ายเหมือน จุ๋ย เซ็งช่อง 7 แช่แข็งนางเอกแสนดี
แพนเค้ก เขมนิจ

ต๊าย... ก่อนหน้านี้นางเอกแสนดีขวัญใจสารวัตรหมีอย่าง แพนเค้ก เขมนิจ อยู่ในวงการมาก็นานพอใช้ได้ เล่นแต่บทบาทเดิมซ้ำๆ ซากๆ จนตอนนี้คนดูเริ่มที่จะเบื่อหน่าย แถมเรตติ้งของสาวแพนเค้กก็ดูซบเซาไม่เหมือนสมัยแรกๆ ที่นางเข้าวงการมาใหม่ๆ แถมช่วงหลังๆ ต้องวิ่งรอกเดินสายงานการกุศลกับหวานใจสารวัตรหมีอีก แต่พอช่อง 7 ร่อนใบสั่งอยากให้นางหันมาเปลี่ยนเล่นร้ายดูบ้าง นางก็รีบเซย์เยสเลยทันทีแบบไม่รีรอให้เสียเวลา แถมเป็นละครของผู้จัดและผู้กำกับคนเก่ง อย่าง ต้อ มารุต ซึ่งกว่าจะมาลงตัวที่สาวแพนเค้กใช้เวลานานอยู่พอสมควรกับละครปีกมงกุฎ งานนี้สาวแพนเค้กเลยไม่รอช้า เพราะหวังเต็มเหนี่ยวอยากที่จะขอดันตัวเองให้แจ้งเกิดเหมือนกับสาว จุ๋ย วรัทยา ที่พอข้ามช่องไปเล่นละครกับทางช่อง 3 เป็นครั้งแรกในบทสายน้ำผึ้ง ละครสามีตีตรา ก็มีคนพูดถึงสาวจุ๋ยกันทั่วบ้านทั่วเมือง สาวแพนเค้กก็เลยอยากจะขอแจ้งเกิดอีกครั้ง แต่ก็ต้องสะดุดเพราะล่าสุดโดนใบสั่งจากช่อง 7 สี ไม่อยากให้สาวแพนเค้กร้ายจนสุดขั้ว เอาร้ายแค่พองาม เพราะกลัวว่าจะเสียภาพลักษณ์นางเอกแสนดี โถ...โดนเข้าอย่างนี้สาวแพนเค้กถึงกับออกอาการเซ็ง ไปไม่เป็นเลยทีเดียว อุตส่าห์ได้พลิกคาแร็คเตอร์มาเล่นร้ายทั้งที แต่ต้องโดนสกัดดาวรุ่งจากต้นสังกัดซะนี่ แพนเค้ก เขมนิจ แพนเค้ก เขมนิจ แพนเค้ก เขมนิจ แพนเค้ก เขมนิจ

ตะลุยแดนสวรรค์บนโลกมนุษย์ที่ ภูเขาฉางไป๋ซาน
ภูเขาฉางไป๋ซาน /  เที่ยวจีน

ภูเขาฉางไป๋ซาน (Changbai Mountains) หรือเทือกเขาฉางไป๋ซาน (Changbaishan) สถานที่ท่องเที่ยวสุดแสนโรแมนติกในมณฑลจี๋หลิน ประเทศจีน ที่ต้องหาโอกาสมาเยือนสักครั้งหนึ่งในชีวิต โดยคำว่า "ฉางไป๋" นั้นหมายถึง "สีขาว ชั่วนิรันดร์" ทำให้โยงไปถึงคำว่า "ไป๋โถวเสียเหล่า" ซึ่งหมายถึง "รักกันจนแก่เฒ่า" หรือ "ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร" มีความหมายสิริมงคล จึงทำให้ภูเขาฉางไป๋ซานกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับการเดินทางมาฮันนีมูนเป็นอย่างมาก  ตะลุยแดนสวรรค์บนโลกมนุษย์ที่ ภูเขาฉางไป๋ซาน ภูเขาฉางไป๋ซาน คือหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวระดับ 5A ของจีน ที่ปัจจุบันกลายเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงซึ่งในทุกๆ ปี จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมความยิ่งใหญ่ของภูเขาฉางไป๋ซานเป็นจำนวนมาก โดยจุดท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากที่สุดคือ ทะเลสาบเทียนฉือ หรือทะเลสาบแห่งสวรรค์ทะเลสาบที่อยู่บนยอดเขาฉางไป๋ซาน โดยทะเลสาบแห่งนี้ เป็นเส้นแบ่งพรมแดนระหว่างจีนกับเกาหลีเหนือ ด้านเหนือของทะเลสาบอยู่ในเขตมณฑลจี๋หลินบริเวณรอบๆทะเลสาบมีทิวทัศน์ที่สวยงามมาก ทะเลสาบเทียนฉือยามหมอกจัดและยามท้องฟ้าปลอดโปร่งในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ภูเขาฉางไป๋ซาน ส่วนหนึ่งยังตั้งอยู่ในอำเภออันถู จังหวัดปกครองตนเองชนเผ่าเกาหลีเอี๋ยนเปียนและอำเภอฝู่ซงเมืองไป๋ซาน ของมณฑลจี๋หลิน โดยมียอดเขาสูงสุดอยู่เหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 2,691 เมตร ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน สำหรับเสน่ห์ของภูเขาฉางไป๋ซานนั้น นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสเดินทางมาเยือนล้วนมีความเห็นเดียวกันว่าหาที่เปรียบเปรยมิได้ เนื่องจากภูเขาฉางไป๋ซานนั้นมีความงดงามทั้งในช่วงฤดูร้อนและฤดูหนาวโดยยามหน้าร้อนนักท่องเที่ยวจะได้ชื่นชมในความสวยงามของธรรมชาติ ที่สวยงามราวกับแดนสวรรค์บนโลกมนุษย์ แม้ว่าจะเป็นช่วงหน้าร้อน แต่อากาศก็ยังเย็นสบาย ส่วนในช่วงหน้าหนาวก็ยังสามารถสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้มาเยือนได้เป็นอย่างมาก นอกจากความสวยงามทางทัศนียภาพแล้วนั้น ภูเขาฉางไป๋ซาน ยังมีชื่อเสียงในเรื่องของแหล่งน้ำพุร้อนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวหลายแห่ง เนื่องจากภูเขาฉางไป๋ซานเป็นภูเขาไฟที่หลับใหล และมีการระเบิดครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 14 เมษายน ปีค.ศ 1702 โดยกลุ่มน้ำพุร้อนตามเทือกเขาฉางไป๋ ส่วนใหญ่จะมีอุณหภูมิมากกว่า 60 องศา ที่ร้อนที่สุดสูงถึง 82 องศาหากใส่ข้าวโพดและไข่เข้าไป ไมกี่นาทีก็สุกจนรับประทานได้เลย นอกจากนี้น้ำพุร้อนที่ฉางไป๋ซานยังได้รับการขนานนามว่า "น้ำวิเศษ" เนื่องจากมีสรรพคุณรักษาโรคผิวหนัง โรคไขข้อกระดูกอักเสบและช่วยให้เลือดหลเวียนได้ดีอีกด้วย View Larger Map ข้อมูลและภาพ : wiki / thai.cri.cn / travel.thaiza.com / เรียบเรียงโดย Travel MThai

เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ ดินแดนแห่งเทือกเขาแอล์ป และหลังคาของทวีปยุโรป
เที่ยวยุโรป /  เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์

ทางเว็บไซต์ Skyscanner ได้เปิดเผยทริปท่องเที่ยวในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากไปไต่เทือกเขาแอลป์ และตะลุยเมืองเก่าแห่งยุโรปโบราณด้วยตัวคุณเอง โดย สวิตเซอร์แลนด์ สามารถเที่ยวได้ตลอดปี ขึ้นอยู่กับว่า นักท่องเที่ยวจะมาเที่ยวแบบชมเมืองชมธรรมชาติของแต่ละฤดู หรือจะมาเพื่อเล่นสกีหน้าหนาวโดยเฉพาะ เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ ดินแดนแห่งเทือกเขาแอล์ป และหลังคาของทวีปยุโรป สภาพอากาศ ฤดูใบไม้ผลิ ประมาณ 21 มีนาคม - 20 มิถุนายน อากาศยังหนาวแต่ไม่หนาวยะเยือก เป็นฤดูที่สวยที่สุดเพราะจะได้ชมดอกไม้บาน ฤดูร้อน ประมาณ 21 มิถุนายน - 22 กันยายน อากาศจะเปลี่ยนแปลงบ่อย มีฝนตกเป็นระยะๆ เป็นช่วงที่คนจะนิยมเดินป่า ปีนเขา ฤดูใบไม้ร่วง ประมาณ 23 กันยายน - 21 ธันวาคม อากาศช่วงกลางวันจะอุ่นสบาย แต่จะหนาวเย็นในช่วงกลางคืน เป็นฤดูการชมใบไม้เปลี่ยนสี ฤดูหนาว ประมาณ 22 ธันวาคม - 20 มีนาคม อากาศหนาวมาก มีหิมะตก เป็นช่วงเวลาของการไปเล่นสกี โดยมีเมืองน่าเที่ยวในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ดังนี้ บาเซิล (Basel) เมืองเก่าสไตล์ยุโรปโบราณริมฝั่งแม่น้ำไรน์ (The Rhine River) เมืองนี้มีพิพิธภัณฑ์และแกลอรี่เยอะมาก เช่น เบเยลเลอร์ แกลอรี่ (Fondation Beyeler) เป็นที่รวบรวมภาพเขียนของศิลปินชื่อดังมากมาย เช่น แวนโก๊ะห์ (Van Gogh) และปิกาสโซ่ (Picasso) เป็นต้น คันสเทล บาเซิล (Kunsthalle Basel) จัดแสดงงานศิลปะร่วมสมัยตั้งแต่ปี ค.ศ. 1872 พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ (Basel Historical Museum) ตั้งอยู่ในโบสถ์เก่าตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 14 เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีความสำคัญอันดับต้นๆ ของประเทศ คันสท์ มิวเซียม (Kunstmuseum) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมงานศิลปะสวยๆ ทั้งแนวย้อนยุคและแบบร่วมสมัย และพิพิธภัณฑ์ต่างๆ อีกมากมาย นอกจากนี้บาเซิลก็ยังมีสวนสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ระดับโลก ซู บาเซิล (Basel Zoological Garden-Zoo Basel) เบิร์น (Bern) ใกล้กับเมืองเจนีวา (Geneva) เมืองหลวงของประเทศที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลก เพราะการรักษาผังเมืองให้คงเดิม แม้ว่าเมืองนี้จะมีอายุกว่า 800 ปี  และเมืองนี้ยังมีป้อมปราการธรรมชาติล้อมรอบ สร้างความสวยงามและโรแมนติกไม่น้อยกว่าเมืองใดในโลก ชมบ่อเลี้ยงหมีแห่งเบิร์นอันเป็นที่มาของชื่อเมืองและยังเป็นโลโก้ประจำ เมืองอีกด้วย ไปเยือนสัญลักษณ์คู่บ้านคู่เมืองหอนาฬิกาไซท์กล่อกเคนทัม (Zeitglockenturm) ที่สร้างขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 13 และเคยใช้เป็นประตูเมืองในอดีต โบสถ์มุนสเตอร์ เซนต์ วินเซ็นซ์ (Munster St. Vinzenz) เป็นโบสถ์ประจำเมืองที่สำคัญและใหญ่ที่สุดของประเทศ ซูริค (Zurich) ซูริค ได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดในโลก ชมโบสถ์ฟราวมุนสเตอร์ (Fraumunster) เป็นโบสถ์ที่สวยงามด้วยกระจกสี (Stain Glass) หอนาฬิกาแห่งโบสถ์เซนต์ ปีเตอร์ (St.Peter) หอนาฬิกาที่มีหน้าปัดนาฬิกาที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป โบสถ์หอคอยคู่กรอสมุนเตอร์ (Grossmuster) ห้องแสดงภาพศิลปะ คุนสท์เฮาส์ (Kunsthaus) ถนนช้อปปิ้งที่แพงที่สุดในโลก ถนนบานโฮฟซตราสเซอ (Bahnhofstrasse) และหากมีเวลาเหลือควรขับรถไปชมน้ำตกที่สูงที่สุดในยุโรป น้ำตกไรน์ (Rhine Falls) เจนีวา (Geneva) เมืองต้นกำเนิดของ www (World Wide Web) ได้รับสมญานามว่าเป็นเมืองนานาชาติ เพราะเป็นที่ตั้งขององค์กรระหว่างชาติใหญ่ๆ เช่น องค์กรสันนิบาตชาติ กาชาดสากล สำนักงานใหญ่สหประชาชาติประจำทวีปยุโรป องค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การการค้าโลก (WTO) ขึ้นชื่อเรื่องการทำนาฬิกาชั้นดี ชมนาฬิกาดอกไม้สัญลักษณ์แห่งเจนีวา เยือนทะเลสาบเจนีวาหรือทะเลสาบเลม็อง (Lake Geneva/ Lake Léman) เป็นทะเลสาบที่สวยงามครอบคลุมพื้นที่กว่า 582 ตร.ม. ชมน้ำพุเจ็ทเดเอา (Jetd’ Eau) น้ำพุที่สูงและมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งโดยปกติน้ำพุจะเปิดตลอดปียกเว้นในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่จะปิดซ่อมบำรุง เป็นเวลา 3 สัปดาห์ นอกจากนี้ก็อย่าลืมแวะเขตเมืองเก่าเพื่อไปเยือนวิหารเซนต์ปิแอร์ (Cathédrale St. Pierre) โบสถ์เก่าแก่ของเมือง  และพิพิธภัณฑ์เอเรียน่า (The Musée Ariana-Ariana Museum) ที่จัดแสดงเครื่องแก้วและเซรามิกตั้งแต่สมัยโบราณกว่า 20,000 ชิ้น เซอร์มัท (Zermatt) ใกล้กับเมืองเจนีวา (Geneva) เมืองเล็กๆ เมืองนี้ตั้งอยู่ในหุบเขา เป็นเมืองที่ตั้งของยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น (Matterhorn) มงกุฎแห่งเทือกเขาแอลป์ภูเขารูปทรงปีรามิด สัญลักษณ์ของประเทศที่เรามักพบเห็นจากกล่องช็อกโกแลต เป็นแหล่งสกีขึ้นชื่อและเป็นเมืองปลอดมลพิษ เพราะเมืองนี้เขาห้ามใช้เครื่องยนต์ต่างๆ ที่ใช้น้ำมัน ชาวเมืองนี้ไปไหนมาไหนด้วยการเดินเป็นหลักหรือใช้ขนส่งสาธารณะ เช่น รถรางไฟฟ้า รถแท๊กซี่ไฟฟ้า รถบัสไฟฟ้า วิธีที่ดีที่สุดในการเดินทางมาเมืองนี้ คือ นั่งรถไฟมาและเดินลงเขาเข้าเมือง อินเตอร์ลาเก้น (Interlaken) ใกล้กับเมืองซูริค (Zurich) เมืองที่ล้อมรอบด้วยทะเลสาบ ฉายาเมืองในฝัน เป็นเมืองตากอากาศชั้นนำ และยังเป็นทางผ่านสำหรับไปพิชิตยอดเขาจุงฟราว (Jungfrau) และดินแดนหลังยุโรปมรดกโลก จุงฟราวยอร์ค (Jungfraujork) หากมาเยือนฤดูหนาวจะได้ชมวังน้ำแข็งและธารน้ำแข็งที่ยาวที่สุดในเทือกเขา แอลป์ (Alps) ธารน้ำแข็งอเลิทซ์ (Aletsch Glacier) หากออกนอกเมืองไปจะมีพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งบาเลนเบิร์ก (Ballenberg) จัดแสดงชาติพันธุ์และการดำรงชีวิตในสมัยโบราณ เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน ถึง 31 ตุลาคม เมืองนี้โด่งดังมากด้านงานฝีมือทุกชนิด ตั้งแต่ผ้าปัก ไม้แกะสลักไปจนถึงของที่ระลึก โลซานน์ (Lausanne) ใกล้กับเมืองเจนีวา (Geneva) เมืองที่มีความเป็นมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 โลซานน์ เป็นเมืองที่สงบและงดงามมากอยู่ติดกับทะเลสาบเจนีวา มีท่าเรือข้ามไปสู่ประเทศฝรั่งเศสได้ ชมพิพิธภัณฑ์โอลิมปิค (Olympic Museum) ที่จัดแสดงความเป็นมาของกีฬาโอลิมปิคและเป็นสำนักงานโอลิมปิคสากลอีกด้วย เดินชมบรรยากาศเมืองเก่าที่ดึงดูดกวีหลายๆ คนให้เยือนและกล่าวถึง เช่น วอลแตร์ (Voltaire) ชาร์ลส ดิกเก้นส์ (Charles Dickens) ที เอส อีเลียต (T.S. Elliot) คนไทยเรารู้จักเพราะเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จย่าและในหลวงเมื่อครั้งยังทรง พระเยาว์ ลูเซิร์น (Luzern) ใกล้กับซูริค (Zurich) เป็นเมืองที่คนนิยมมาซื้อนาฬิกาโรเล็กซ์ รองลงมาคือมีดพก (Swiss Army Knives) ชมสถาปัตยกรรมในเขตเมืองเก่าที่มีอายุกว่า 500 ปี ชมหอคอยแปดเหลี่ยม (Water Tower) และสะพานไม้ลูเซิร์น ชาเปล บริดจ์ (Chapel Bridge) เป็นสะพานไม้เก่าแก่ที่สุดในโลกและเป็นสัญลักษณ์ของเมือง อนุสาวรีย์ภูเขาสิงโต (Mountain Lion) พิพิธภัณฑ์การขนส่งและคมนาคมใหญ่ที่สุดในยุโรป (Museum of Transport and Communication) เยือนภูเขาติลติส (Titlis) และพิลาตุส (Pilatus) เป็นภูเขาที่มีความชันที่สุดในโลก มีภัตตาคารอยู่บนยอดเขาที่สามารถชมทิวทัศน์โดยรอบ เมืองนี้มีนักท่องเที่ยวหนาแน่นตลอดปี ลูเซิร์นมีตลาดนัดประจำเมืองทุกวันอังคารและวันเสาร์ ข้อมูลและภาพ : skyscanner.co.th เรียบเรียงโดย Travel MThai

สุเทพ นำม็อบถึงกฟภ.- ถาวร พบแดงเข้าพื้นที่
กปปส. /  การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค / 

เลขาธิการ กปปส. นำมวลชน กปปส. ถึงการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค งามวงศ์วาน แล้ว ขณะ "ถาวร" ล่วงหน้าตรวจตึกร้าง หลังพบแดงเข้าพื้นที่ บรรยากาศการเคลื่อนขบวนปฏิบัติภารกิจพิเศษของกลุ่ม กปปส. ล่าสุด นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. นำมวลชนเคลื่อนที่เร็วถึง สำนักงานใหญ่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค งามวงศ์วาน แล้ว โดยใช้เส้นทางออกจากสวนลุมพินี เลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระราม 4 ขึ้นสะพานไทย-เบลเยียม ข้ามแยกวิทยุ แล้วขึ้นทางด่วนพระราม 4 - บ่อนไก่ ลงทางด่วนดินแดง ขึ้นโทลล์เวย์ วิภาวดี-รังสิต ลงโทลล์เวย์งามวงศ์วาน เข้าถนนงามวงศ์วาน กลับรถเข้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเรือนจำกลางคลองเปรม โดยการ์ด กปปส. ดูแลความปลอดภัยเข้มงวดกว่าทุกวัน เนื่องจากถูกจัดเป็นพื้นที่อันตราย อาจมีการก่อเหตุจากฝ่ายตรงข้าม ขณะเดียวกัน นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. และในฐานะหัวหน้าการ์ด ได้เดินทางมาตรวจความเรียบร้อยตั้งแต่ช่วงเช้า พร้อมระบุเบื้องต้นว่า การรักษาความปลอดภัยโดยรอบ กฟภ. เรียบร้อยดี หลังเดินสำรวจบริเวณตึกร้าง เพราะการข่าวแจ้งว่ามีกลุ่มคนเสื้อแดงแวะเวียนเข้ามาวานนี้ ภาพจาก @prapasri_nna

เผยภาพน่าทึ่ง หญิงเผ่าซูรีถอนฟันล่าง ยัดจานเข้าไปแทน เชื่อว่าสวย
ยัดจานเข้าปาก /  หญิงเผ่าซูรี / 

สำนักข่าวเดลิเมล์ของอังกฤษ เผยแพร่ภาพสุดน่าทึ่งของหญิงสาวในชนเผ่าซูรี เอธิโอเปีย ซึ่งมีรสนิยมและธรรมเนียมสุดแปลก เมื่อสาววัยรุ่นในเผ่าซูรี เชื่อว่า การฝังจานไว้ในริมฝีปาก เป็นสัญลักษณ์แห่งความสวยงามซึ่งเป็นธรรมเนียมมาช้านาน โดยพวกหล่อนต่างถอนฝันล่างออกให้เหลือเพียงสองซี่ ก่อนที่จะยัดแผ่นจานเซรามิกลงไปในปากและค่อยๆเพิ่มขนาดความใหญ่ของจานขึ้นเรื่อยๆในปีต่อไป โดยเชื่อว่ายิ่งริมฝีปากใหญ่ยิ่งสวย  ซึ่งสาวคนไหนที่มีริมฝีปากใหญ่มากเท่าไหร่ก็ยิ่งเรียกสินสอดทองหมั้นได้มากขึ้นด้วย โดยจานดังกล่าวยังมีการตกแต่งลวดลายเพื่อความสวยงามด้วยโดยส่วนใหญ่มักจะวาดเป็นลายพืชพรรณสมุนไพรหรือดอกไม้ อย่างไรก็ตามวิถีดังกล่าวเริ่มไม่เป็นที่ยอมรับมากเท่าไหร่นักสำหรับหญิงสาวสมัยใหม่และถือว่าเป็นเรื่องของความรุนแรงมากกว่าความสวยงาม MThai News

ครัวเกลียวบุญ อาหารพื้นเมืองปักษ์ใต้ ณ The Brio Mall
อาหารปักษ์ใต้

สวัสดีครับ แฟนๆ ตามรอยนักชิม และ มาเฟียฟู้ด แห่งเว็บไซต์ MThai.com วันนี้ผมภูมิใจนำเสนอ ร้านอาหารพื้นเมืองของจังหวัด นครศรีธรรมราช หรือจะเรียกว่าอาหารปักษ์ใต้เลยก็ว่าได้ ซึ่งร้านที่ผมจะแนะนำนี้ เป็นร้านอาหารสูตรดั้งเดิม ที่ผ่านการปรุงโดยแม่ครัวที่เชี่ยวชาญอาหารพื้นเมือง และนำมาประยุกต์ในการปรุง และตกแต่งอาหารบนชามให้มีความสวยงามอีกด้วย ร้านที่จะแนะนำนี้ มีชื่อว่า ครัวเกลียวบุญ ครับผม ครัวเกลียวบุญ ดำเนินงานโดยคุณดรุณีและคุณยุพดี ซึ่งคุณยุพดีได้เล่าให้ฟังว่า ที่บ้านเป็นครอบครัวใหญ่ ชื่นชอบในการทำอาหาร ซึ่งเคยเข้าครัวทำอาหารตั้งแต่เด็กๆ กับคุณย่าและคุณพ่อ จนได้เคล็ดลับมาทำให้เพื่อนๆ ได้ลองทาน ปรากฏว่า เป็นที่ชื่นชอบของเพื่อนๆ ได้รับคำชมมากมาย และสุดท้ายก็ตกลงว่า เปิดร้านเลยดีกว่า ว่าแล้วก็เลยร่วมกัน เปิดร้าน เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2556 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การค้า The Brio Mall ถนนพุทธมณฑลสาย 4 มาจนถึงทุกวันนี้ ก็นับได้ราวๆ 4 เดือนกว่าๆ  แล้ว ป้ายหน้าร้าน สำหรับเมนูพิเศษ ตามเทศกาลต่างๆ สำหรับบรรยากาศภายในร้าน เป็นห้องกระจก ตกแต่งสวยงาม ด้วยภาพวาด สีน้ำ ดูสบายตา เพดานสูง มีที่นั่งราวๆ 20-30 ที่ พร้อมมีเมนูประจำที่ติดให้ลูกค้าได้สั่ง และนอกจากนี้ยังมีเมนูพิเศษ ที่จะมีเฉพาะเทศกาล ให้เลือกอิ่มได้ ตั้งอยู่หน้าร้านอีกด้วย เมนูแนะนำ แกงเหลืองปลาเก๋า ใส่ผักมันขี้หนู 250.- ผัดสะตอกุ้งกะปิ 150.- แกงไตปลา 120.- ต้มกะทิใบเหรียงกุ้งสด (150.-) ใบเหรียงผัดไข่ 120.- ชุดขนมจีนน้ำยา 3 อย่าง เส้นสามสี หอมอร่อยจริงๆ คุณยุพดี ผู้อยู่เบื้องหลังความอร่อยของครัวเกลียวบุญ ครัวเกลียวบุญ ฝากกระซิบมาว่า รายได้หักกำไร 5-10% ของแต่ละเดือน จะนำไปทำบุญกับวัดหรือโรงเรียนทุกเดือน มาทานอาหารอร่อยๆ แล้วก็ยังได้บุญกลับไปด้วยครับ พิเศษสำหรับสมาชิก MThai Food สำหรับสมาชิก MThai ทางร้านลดค่าอาหาร 10% และเมื่อทานอาหารครบ 500 บาทยังแถมขนมหวานให้ทานฟรีๆ อีก 1 เซ็ต ตั้งแต่วันนี้ - 31 พฤษภาคม 2557 นี้เท่านั้น

ไปเที่ยวกันดีกว่า ! ที่นี่เมืองไทย
เที่ยวเมืองไทย

เมื่อปี 2010 ตอนที่การส่ง Fwd mail ยังเป็นที่นิยมอยู่ เราได้รับอีเมล์นี้มา เลยเอามาฝากให้เพื่อนๆ Travel.mthai.com ดูกันค่ะ ว่าภาพเก่าๆ ในวันเก่าๆ นั้นสวยงามแค่ไหน ... วันนี้สถานที่เหล่านี้อาจจะเปลี่ยนไป หรือถูกบันทึกไว้โดยช่างภาพต่างมุมมอง ต่างเวลา จะสวยงามแค่ไหน ก็ดูและเก็บไว้ในความทรงจำนะคะ ไปเที่ยวกันดีกว่า ! ที่นี่เมืองไทย ไปเที่ยวกันดีกว่า ! >> THIS IS THAILAND

เที่ยวอีสาน เสน่ห์มนตราริมโขง
เที่ยวอีสาน /  เม่น้ำโขง

แม่น้ำโขง มหานทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ กำเนิดจากเทือกเขาหิมาลัยบริเวณที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบต ประเทศจีน ไหลผ่านนานาประเทศในภูมิภาค ด้วยความยาวถึง 4,880 กิโลเมตร สู่ประเทศไทยที่จังหวัดเชียงราย กลายเป็นเส้นแบ่งพรมแดมตามธรรมชาติระหว่างประเทศไทย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เริ่มต้นเข้าเขตภาคอีสานที่จังหวัดเลย ก่อนไหลออกไปประเทศกัมพูชาที่จังหวัดอุบลราชธานี เที่ยวอีสาน เสน่ห์มนตราริมโขง หล่อเลี้ยงชีวิตริมสองฝั่ง ก่อเกิดแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่งดงามมากมาย การท่องเที่ยวตามสายแม่น้ำโขง จึงเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ ที่จะทำให้คุณประทับใจกับวิถีชีวิตผู้คนริมสองฝั่งที่ผูกพันกับสายน้ำอย่างลึกซึ้ง จนเกิดเป็นสะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว ที่เชื่อมความสัมพันธ์แห่งความเป็นบ้านพี่เมืองน้องให้แน่นแฟ้นทั้งการค้า วัฒนธรรม ตลอดการท่องเที่ยวที่มีกันมาอย่างยาวนาน..   จังหวัดเลย มาเริ่มต้นกันที่ จังหวัดเลย ที่ อำเภอเชียงคาน เมืองริมโขงสุดฮิตที่มีอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี เสน่ห์ที่นี่คือ เรือนแถวบ้านไม้ และที่พักเก๋ๆ พร้อมด้วยวิถีชีวติที่เรียบง่าย วัดศรีคุนเมือง สถาปัตยกรรมแบบล้านช้างผสมล้านนา มีพระพุทธรูปไม้ปางประทานอภัย ธรรมาสน์ไม้ยอดปราสาท และฮูบแต้ม หรือจิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องทศชาติ ต่อด้วยวัดพระพุทธบาทภูควายเงิน ที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทสมัยทวารวดี เที่ยวแก่งคุดคู้ และที่อำเภอปากชม อย่าลืมหาโอกาสไปชิมปลาแม่น้ำโขงรสชาติดี จังหวัดนครพนม ขึ้นภูลังกา อำเภอบ้านแพง แปลกตากับเจดีย์กองข้าวศรีบุญเนาว์สีทองอร่าม ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่อันเชิญมาจากเนปาล ระหว่างทางขึ้นภูยังได้ดูวิวลำน้ำโขง และประเทศลาวจากมุมสูงอีกด้วย ลงจากภูก็เข้าไปวัดพระธาตุท่าอุเทน อำเภอท่าอุเทน สักการะพระธาตุ ซึ่งจำลองแบบมาจากพระธาตุพนม มาให้สักการะกันถึงริมฝั่งโขงเลย จากนั้น เปลี่ยนบรรยากาศมาเที่ยวหมู่บ้านมิตรภาพไทย-เวียดนาม (บ้านโฮจิมินห์) ที่บ้านนาจอก อำเภอเมือง สถานที่ท่านโฮจิมินห์ อดีตประธานาธิบดีของเวียดนาม ได้เคยมาลี้ภัยทางการเมือง โดยอาศัยพักที่นี่ถึง 7 ปี และบนถนนสุนทรวิจิตร ที่เลีบยแม่น้ำโขงในตัวอำเภอเมืองนี้ รับรองว่าจะรื่นรมย์ไปกับอาคารเก่าแก่แบบเฟรนช์โคโลเนียล เกือบทั้งหมดเป็นฝีมือการออกแบบและสร้างโดยนายช่างชาวเวียดนามจากเมืองท่าแขกในประเทศลาว แล้วเลี้ยวเข้าวัดนักบุญอันนา หรือโบสถ์หนองแสง ริมฝั่งแม่น้ำโขงเป็นศูนย์กลางของชาวคริสต์ริมฝั่งโขง สร้างแบบสถาปัตยกรรมกอธิก และเมื่อขับรถเลียบโขงมาอีกเรื่อยๆ ก็จะถึงอำเภอธาตุพนม ที่ตั้งของพระธาตุพนม อันเป็นที่เคารพศรัทธาของคนทั้งสองฝั่ง จังหวัดหนองคาย จากจังหวัดเลย ล่องตามแม่น้ำโขงไหลต่อไปหนองคาย จังหวัดที่ทอดตัวยาวขนานไปกับแม่น้ำโขงมากที่สุด โดยมีถึง 8 อำเภอที่อยู่ริมแม่น้ำโขง และเป็นจังหวัดแรกที่มีสะพานข้ามแม่น้ำโขงเพื่อสู่ประเทศเพื่อนบ้านอีกฝั่ง นั่นคือ ประเทศลาว เริ่มทัวร์บุญกันที่ ถ้ำศรีมงคล หรือวัดถ้ำดินเพียง ที่อำเภอสังคม ถ้ำที่มีลักษณะลึกลับซับซ้อน ว่ากันว่าคล้ายเมืองบาดาลอันเป็นที่อยู่อาศัยของพญานาค ตามความเชื่อของคนโบราณ แล้วไปกราบรูปหล่อของหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ที่วัดหินหมากเป้ง อำเภอศรีเชียงใหม่ ปฏิบัติธรรมเสริมบุญ ดูทัศนียภาพของแม่น้ำโขง แล้วสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ที่ประดิษฐานอยู่ในพระสุธรรมเจดีย์ ที่วัดอรัญบรรพต ไหว้พระธาตุบังพวน ที่อำเภอท่าบ่อ ยอดเขาสูงสุดเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ แล้วไปชมประติมากรรมเรื่องราวพระพุทธประวัติและเทพเจ้าในศาสนาฮินดู ที่ศาลาแก้วกู่ (วัดแขก) ปูชียสถานเทวาลัยที่อำเภอเมือง แวะช้อปปิ้งแสนสนุกที่ตลาดท่าเสด็จ เป็นอันสมบูรณ์แบบ จังหวัดมุกดาหาร ที่อำเภอหว้านใหญ่ แวะสักการะสถานพระมารดาแห่งมรณสักขี (วัดสองคอน) ศาสนสถานคาทอลิกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สร้างแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ สวยงามและใหญ่ที่สุดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ภายในมีหุ่นขี้ผึ้งของบุญราศีทั้งเจ็ดนอนอยู่ในโรงกระจกแก้ว ปิดท้ายจังหวัดนี้ ด้วยการช้อที่ตลาดสินค้าอินโดจีน ที่ตัวอำเภอเมือง มีสารพัดสินค้าน่าสนุกชื้อ จังหวัดอุบลราชธานี ที่นี่คือ จุดสุดท้ายของมหานทีสายน้ำโขง ที่ไหลผ่านดินแดนไทย แวะไปอำเภอเขมราฐ เพื่อเที่ยวแก่งหินสามพันโบก กลุ่มหินที่เรียงตัวทอดยาวเป็นสันดอนขนาดใหญ่ พื้นที่กว่า 30 ตารางกิโลเมตร ชมโบกหรือหลุมแอ่งขนาดต่างๆ จำนวนมากมาย จนถูกขนานนามว่า สามพันโบก ไปต่อที่ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ครอบคลุมพื้นที่อำเภอโขงเจียม อำเภอศรีเมืองใหม่ และอำเภอโพธิ์ไทร เป็นแหล่งอารยธรรมโบราณพันปี มีภาพเขียนสี ซึ่งเขียนต่อกันยาวที่สุดในประเทไทย มีจุดชมวิวแม่น้ำโขงที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่ง สามารถมองไกลไปถึงฝั่งลาวได้ สุดเส้นทางกันที่โขมเจียม อำเภอด้านตะวันออกสุด ที่เห็นดวงอาทิตย์ขึ้นก่อนใคร เป็นจุดที่แม่น้ำมูลไหลลงสู่ลำน้ำโขง เรียกจุดนั้นว่า ปากมูล สายน้ำสองสีที่ไหลมาบรรจบกันเป็นที่มาของคำว่า "โขงสีปูน มูลสีคราม" ชมได้ชัดเจนที่บริเวณวัดถ้ำคูหาสวรรค์ นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นแหล่งชุมนุมของฝูงปลาน้ำโขงหลากชนิด และเป็นตลาดขายส่งปลาแม่น้ำโขงที่ใหญ่ที่สุดในเขตอีสานใต้ ***ตลาดอินโดจีน มาเที่ยวริมฝั่งแม่น้ำโขงแล้วพลาดไม่ได้ กับการช้อปปิ้งที่ ตลาดอินโดจีน แหล่งช้อปปิ้งริมฝั่งโขง ซึ่งเป็นแหล่งชื้อขานสินค้านานาชนิดจากต่างประเทศ ทั้งจากรัสเซีย จีน เวียดนาม และสปป.ลาว หลั่งไหลเข้ามาให้นักท่องเที่ยวได้เลือกชื้อ มีตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องสำอาง เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม เซรามิค อาหารการกิน ของที่ระลึกต่างๆ มากมาย จำหน่ายทั้งปลีกและราคาส่ง และสินค้าพื้นเมืองของอีสานมาจำหน่ายอีกด้วย เช่น ผ้าไหม ผ้ามัดหมี่ และบรรยากาศของตลาดอินโดจีน จะคึกคักตั้งแต่เช้าจรดเย็น โดยเฉพาะถ้าเป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ผู้คนจะไปจับจ่ายชื้อของกันมากเป็นพิเศษ ซึ่งมีอยู่หลายแห่ง เช่น ตลาดอินโดจีน มุกดาหาร ตั้งอยู่บริเวณถนนสำราญชายโขง ตลาดอินโดจีน หนองคาย หรือ ตลาดท่าเสด็จ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง ในเขตเทศบาลเมือง ตลาดอินโดจีน นครพนม ตั้งอยู่บนถนนสุนทรวิจิตรทางตอนใต้ การเดินทาง จากจังหวัดเลย ใช้ทางหลวงหมายเลข 201 มายังอำเภอเชียงคาน จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 211 เลาะริมโขงมาตลอดจนถึงจังหวัดหนองคาย จึงเปลี่ยนมาใช้ทางหลวงหมายเลข 212 เลาะโขงต่อไป จนถึงอำเภอเมืองมุกดาหาร ตากนั้นใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 212 วกมาจนถึงอำเภออำนาจเจริญ โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 202 ไปอำเภอเขมราฐ ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 2112 เที่ยวสามพันโบก แล้ววิ่งรถต่อมาจนถึงอำเภอโขมเจียม View Larger Map ข้อมูลและภาพ : เที่ยวอีสาน.com / chiangkhan.org / tatsanuk.blogspot.com / bpsthai.igetweb.com เรียบเรียงโดย Travel MThai

ขอเชิญร่วมสืบสาน งานประเพณีอัฐมีบูชา จังหวัดอุตรดิตถ์
งานประเพณีอัฐมีบูชา /  เที่ยวอุตรดิตถ์

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแพร่ ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและผู้สนใจร่วมสืบสานงานประเพณีอัฐมีบูชา ในระหว่างวันที่ 13-21 พฤษภาคม 2557 ณ วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ขอเชิญร่วมสืบสาน งานประเพณีอัฐมีบูชา จังหวัดอุตรดิตถ์ นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ ผู้อำนวยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแพร่ ซึ่งรับผิดชอบการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของ จังหวัดแพร่ น่าน อุตรดิตถ์ กล่าวว่า จังหวัดอุตรดิตถ์ ร่วมกับ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง และส่วนราชการในจังหวัดอุตรดิตถ์ กำหนดจัดงานประเพณีอัฐมีบูชา จังหวัดอุตรดิตถ์ ประจำปี 2557 ขึ้นในระหว่างวันที่ 13-21 พฤษภาคม 2557 รวมระยะเวลา 9 วัน 9 คืน ณ วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อเป็นการอนุรักษ์ สืบสานศิลปวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น และส่งเสริมให้ เยาวชน ประชาชนเกิดความตระหนักเห็นคุณค่าในมรดกทางศิลปวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงาม ตลอดจนเป็นการส่งเสริมการสร้างจิตสำนึกและเจตคติที่ดีของพุทธศาสนิกชนต่อพระ พุทธศาสนา รวมถึงสืบทอดงานประเพณีอัฐมีบูชาของชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ให้คงอยู่สืบไป ประเพณีอัฐมีบูชา เป็นพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระพุทธเจ้าจำลอง ซึ่งตามพุทธประวัติ จัดขึ้นหลังวันวิสาขบูชา 8 วัน กล่าวคือในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 เป็น “วันวิสาขบูชา” และวันแรม 8 ค่ำเดือน 6 เป็น “วันอัฐมีบูชา” งานประเพณีอัฐมีบูชานับเป็นงานวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นที่สำคัญของชาว อุตรดิตถ์ ที่มีการจัดงานสืบต่อกันมาช้านานกว่า 50 ปี มีเพียงไม่กี่แห่งที่ยังมีการรักษา ประเพณีนี้ไว้ เป็นการน้อมจิตรำลึกถึงองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตลอดจนพระธรรมคำสั่งสอนของพระองค์ ซึ่งถือว่ามีความสำคัญยิ่งต่อพุทธศาสนิกชนโดยทั่วไป และเป็นความเชื่อของพุทธ ศาสนิกชนว่าหากได้มีโอกาสร่วมพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระพุทธเจ้าจำลองจะ ได้รับอานิสงส์ผลบุญมาก กิจกรรมภายในงานวันอัฐมีบูชา เริ่มต้นในวันที่ 13 พฤษภาคม 2557 ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชา มีพิธีเวียนเทียน เนื่องในวันวิสาขบูชา รอบพระบรมธาตุทุ่งยั้ง ขบวนแห่น้ำสรงพระราชทาน พิธีสรงน้ำพระ บรมธาตุพระราชทาน พิธีแสดงพระธรรมเทศนา ส่วนในวันที่ 14-20 พฤษภาคม 2557 มีกิจกรรมลานเทศน์ - ลานธรรม การแสดงพระธรรมเทศนาทุกวัน สำหรับในวันสุดท้ายคือวันที่ 21 พฤษภาคม 2557 ซึ่งเป็นวันอัฐมีบูชา จะมีพิธีแห่ผ้าห่มพระบรมธาตุพระราชทาน พิธีห่มผ้าพระบรมธาตุพระราชทาน พิธีสลากภัต และมหรสพสมโภช มวยพื้นบ้าน และไฮไลท์สำคัญของ คือวันนี้จะมีการแสดง แสงเสียงที่แสดงเรื่องราวของพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระพุทธเจ้าจำลอง ในเวลา 20.00 น. ททท.สำนักงานแพร่ จึงขอเชิญชวนผู้สนใจ ร่วมอนุรักษ์สืบสานประเพณีอันดีงามของจังหวัดอุตรดิตถ์ และร่วมบำเพ็ญกุศลทานบารมี รักษาศีล เผยแพร่ธรรมะ ในระหว่างวันที่ 13 พฤษภาคม – 21 พฤษภาคม 2557 ณ วัดบรมธาตุทุ่งยั้ง ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง โทร. 0 5581 6652, 08 4493 9972 สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ โทร. 0 5540 3093 สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์โทร. 0 5541 2729 สอบถามข้อมูลการเดินทาง และการท่องเที่ยวจังหวัดแพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ได้ที่ ททท.สำนักงานแพร่ โทรศัพท์ 0 5452 1127 ขอบคุณข่าวสารจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ณ ช่องเขาขาด ร่องรอยประวัติศาสตร์ และธรรมชาติที่แสนสงบ
ช่องเขาขาด /  เที่ยวกาญจนบุรี

“ช่องเขาขาด” หรือ “ช่องไฟนรก” ฟังแล้วดูน่ากลัวเพราะมีความจริงซ่อนอยู่ในอดีตที่ผ่านมา ตอนนี้สร้างเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งความทรงจำ ตั้งอยู่บริเวณ กม. 64–65 บนทางหลวง 323 สายกาญจนบุรี-ไทรโยค-ทองผาภูมิ จากแต่เดิมเคยเป็นพื้นที่ที่เหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัว ปัจจุบันที่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลภาพถ่าย ข้าวของเครื่องใช้ระหว่างการสร้างทางรถไฟสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยรัฐบาลออสเตรเลีย ได้จัดตั้งพิพิธภัณฑ์ขึ้นได้อย่างเป็นระเบียบสวยงาม ณ ช่องเขาขาด ร่องรอยประวัติศาสตร์ และธรรมชาติที่แสนสงบ ภายในบริเวณมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติไปยังช่องเขาขาด ซึ่งเป็นสวนหนึ่งของทางรถไฟสายมรณะที่เชลยศึกในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ตัดเจาะภูเขาหินด้วยมือปราศจากเครื่องมืออันทันสมัย ให้เป็นช่องสำหรับสร้างทางรถไฟไทย-พม่า (เส้นทางรถไฟสายมรณะ) ปัจจุบันยังมีร่องรอยของทางรถไฟปรากฏอยู่ของเส้นทางรถไฟ ประวัติการขุดเจาะช่องเขาขาดเริ่มในเดือนเมษายนปี พ.ศ. 2486 ปรากฏว่างานล่าช้ากว่ากำหนดจึงมีช่วงที่เร่งงานซึ่งเชลยศึกออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ทั้งหลายที่ถูกจับมาเป็นแรงงาน ต่างก็ต้องทำงานข้ามวันข้ามคืน ใช้แรงคนในการสกัดภูเขาด้วยมือ ซึ่งเป็นการทำงานที่ทารุณยิ่ง เนื่องจากต้องปีนลงไปสกัดในช่องเขาซึ่งบางช่วงสูงถึง 11 เมตร จนแทบไม่มีอากาศหายใจทั้งยังต้องทำงานท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าวในช่วงเดือนมีนาคม คำบอกเล่าจากอดีตเชลยศึกท่านหนึ่ง ที่บังเอิญได้พบในวันรำลึกเหตุการณ์ ทำให้รู้สึกหดหู่ใจ เพราะการใช้แรงงานเชลยศึกในครานั้น ตกอยู่ในภาวะขาดแคลนน้ำและอาหาร เมื่อเจ็บป่วยแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ก็ไม่เพียงพอต่อการพยาบาล ต้องดูแลกันตามมีตามเกิด มีทั้งเชลยที่ล้มป่วย และมีทั้งเชลยที่ต้องเสียชีวิตลง ภาพของเชลยศึกและกรรมกรที่ช่องเขาขาดต้องทำงานตอนกลางคืนด้วยแสงไฟจากคบ เพลิงและกองเพลิงทำให้ สะท้อนให้เห็นเงาของเชลยศึกและผู้คุมวูบวาบบนผนัง ทำให้ที่นี่ได้รับการขนาน นามว่า… “ช่องไฟนรก” กระนั้นแล้ว ที่นี่ก็เป็นที่ที่คนแวะมาเยือน รำลึกประวัติศาสตร์อยู่เป็นนิจ… จากผลการโหวตของนักท่องเที่ยว “นับล้านคน” จากทั่วโลก พิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาดได้คะแนนมากเป็นอันดับ 4 ในย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาจจะด้วยเพราะพิพิธภัณฑ์นี้จัดไว้อย่างเป็นระเบียบสวยงาม ภายในบริเวณมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติไปยังช่องเขาขาด ทำให้ตรึงใจนักท่องเที่ยวได้มหาศาล ธรรมชาติที่ปกคลุมเต็มสองข้างของช่องเขา ทำให้พื้นที่ศึกษาประวัติศาสตร์แห่งนี้ร่มรื่น และทำให้คนได้เดินชมประวัติศาสตร์แบบแอบอิงธรรมชาติ อย่างเย็นสบาย มีเรื่องราว ข้าวของเครื่องใช้ในสมัยที่มีการสร้างทางรถไฟ แสดงเป็นหลักฐานให้คนได้ย้อนรำลึกถึงประวัติศาสตร์ได้อย่างชัดเจน ซึ่งแน่นอนว่าใครที่ยังไม่เคยมา เราแนะนำว่า ครั้งหนึ่งท่านต้องมาให้ได้ ในทุกวันที่ 25 เมษายนของทุกปี จะมีชาวต่างชาติ และคนไทยมากหน้าหลายตาเดินทางมาร่วมพิธีวันรำลึกถึงเชลยศึก ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ซึ่งเรียกว่าวัน ANSAC DAY ซึ่งอาจเป็นบรรดาญาติพี่น้อง ครอบครัว และรวมถึงอดีตเชลยศึกชาวออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอีกหลายๆ ชาติ ที่รอดชีวิต ดอกไม้ แสงเทียน และพวงมาลา เป็นสิ่งแสดงความเสียใจ และแสดงความรำลึกนึกถึงการจากไปของผู้เป็นที่รัก ในเหตุการณ์ที่ตราตรึงของช่องเขาขาด ในครานั้น… ภาพโดย Little Ant บทความน่าอ่านจาก http://www.emaginfo.com ร่วมกับ travel.mthai.com View Larger Map

เคล็ดลับ เสริมดวงรับโชคลาภ ง่ายกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว
ดูดวง /  เคล็ดลับ / 

ในทุกๆวันนี้มีข้อมูลเคล็ดลับการ เสริมดวงรับโชคลาภ ออกมาหลากหลายด้วยกัน ซึ่งแต่ละอย่างที่ต้องทำนั้น ก็ล้วนแต่ยากเป็นอย่างมาก แต่วันนี้  Horoscope.Mthai.com มีเคล็ดลับการ เสริมดวงรับโชคลาภ แบบง่ายๆ ไม่ยาก มาบอกกันครับ ซึ่งเชื่อว่าทุกคนต้องทำตามกันได้อย่างแน่นอน เคล็ดลับ เสริมดวงรับโชคลาภ กระเป๋าสตางค์ เปลี่ยนกระเป๋าสตางค์ใบใหม่เสมอในวันขึ้นปีใหม่ใส่เงินจำนวน 900 หรือ 9,000 บาท ในกระเป๋าไว้สักวันหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็มๆ เพื่อเอาเคล็ดเอาฤกษ์ เพื่อให้กระเป๋าใบนั้นเป็นกระเป๋าที่ดีเรียกเงินเรียกทองเข้ากระเป๋าได้มากมีเก็บมากกว่าจะต้องควักออกไป และทุกครั้งที่รับเงินสดเข้ามา ควรนำเงินมาใส่กระเป๋าเอาไว้ก่อน บางคนอาจจะยังคงปล่อยเงินไว้ในซองแล้วก็นำไปฝากธนาคารซึ่งถ้าจะเอาเคล็ดเรียก โชคกันจริงๆ ตามความเชื่อของคนเฒ่าคนแก่ก็ควรเอาเงินเก็บใส่กระเป๋าสตางค์ไว้ก่อน พระสิวลี หาโอกาสไปกราบไหว้พระสีวลีที่วัดใดก็ได้ในท้องที่ที่อาศัย พระสีวลีเป็นเอตทัคคะโชคลาภ ท่านเป็น 1 ใน 80 ศิษย์เอกของพระพุทธเจ้า เมื่อไปกราบไหว้ขอพรจากพระสีวลี ชีวิตจะมีโชคดีขึ้นและมีความราบรื่นก้าวหน้า มีเงินมีทองเพิ่มพูนมากขึ้น ยักษ์และราหู ไม่ควรมีรูปภาพหรือรูปปั้นยักษ์และราหูประดับตกแต่งในบ้าน เพราะจะทำให้คนในบ้านทะเลาะเบาะแว้งกัน มีแต่เรื่องร้อนๆ ขาดโชคขาดลาภ พลังของวิญญาณ อย่านำโปสเตอร์, รูปภาพหนังผี คนบาดเจ็บจากนิตยสารที่มีแต่ความน่ากลัว มาติดผนังบ้านหรือรูปคนตายมาติดประดับไว้ที่ห้อง (ยกเว้นภาพถ่ายบุคคลในครอบครัวที่เสียชีวิตไปแล้ว) หลีกเลี่ยงภาพน่ากลัว หรือดูดุร้ายเพราะล้วน เป็นแหล่งเรียกคลื่นพลังงานที่ไม่เป็นมงคล จะทำให้โชคลาภหดหายคนในบ้านจะมีแต่เรื่องร้าย ๆ เกิดขึ้น เกิดอุบัติเหตุ การนำภาพมาติดผนังประดับบ้านควรเลือกภาพที่ดูสวยงาม เตียงนอน อย่าตั้งเตียงนอนโดยเอาหัวเตียงหันไปชนกับผนังห้องน้ำ เพราะจะทำให้เสื่อมโชคอับโชค อย่าตั้งเตียงนอนโดยหันปลายเตียงเล็งตรงกับประตู ทางเข้าพอดี เพราะจะทำให้ฝันร้ายและอับโชค สุนัขแมวจรจัด แบ่งอาหารและน้ำให้แก่สุนัข หรือ แมวจรจัดที่หิวโหยบ้างในวันฝนตกก็อนุญาตให้สัตว์จรจัดเข้ามาหลบฝน ในชายคาบ้านการทำบุญทำทาน กับสัตว์นั้นให้อานิสงส์ผลบุญแก่ตัวเราได้อย่างมหาศาล ห้องครัว ดูแลปัดกวาดเช็ดถูและจัดข้าวของเครื่องใช้ในครัวให้สะอาดอยู่เสมอ อย่าปล่อยให้ครัวสกปรก เพราะครัวเป็นขุมพลังของบ้าน บ้านที่ปล่อยให้ครัวสกปรกจะอับโชคเงินทองหามาได้ก็ต้องจ่ายออกไป ผ้าเช็ดหน้า อย่าให้ของขวัญคนรัก หรือเพื่อนสนิทเป็นผ้าเช็ดหน้า เพราะถือว่าเป็นลางไม่ดีถือเป็นของขวัญอับโชค มอบให้กันแล้วจะมีเรื่องต้องพลัดพราก จากกันหรือมีเรื่องต้องเมินหมาง ห่างเหินกันไป กระจก ขัดถูกระจกในบ้านให้สะอาดใสอยู่เสมอ ถ้าปล่อยให้กระจกขุ่นมัวเป็นประจำ ดวงชะตาของคนในบ้านจะหม่นหมองทำอะไรไม่ขึ้น วันบริสุทธิ์ วันที่ควรงดเว้นการมีเพศสัมพันธ์กับคู่รัก คือ วันโกน, วันพระ, วันเกิด และวันเข้าพรรษา ตามธรรมเนียมโบราณนิยมปฏิบัติกันเช่นนี้ เพื่อให้เทวดาคุ้มครองรักษาตลอดไป เหรียญนำโชค เมื่อเจอเงินตกอยู่ตามทางเดินแม้จะเป็นเพียงเหรียญบาทก็ให้เก็บเอาไว้ ให้ถือเสมือนเป็นเหรียญนำโชค การเดินผ่านเลยไป เพราะเห็นว่าเป็นเพียงเหรียญบาท เหรียญสลึงนั้น ถือเป็นการดูถูกเงินทองไม่เห็นคุณค่าของเงินคนเฒ่าคนแก่ เชื่อกันว่ามันจะทำให้คุณอับโชคทั้งวัน หรือในช่วง 3-7 วันนั้น แหวนเสริมดวง เลือกสวมแหวนที่ถูกโฉลกกับเดือนเกิดหรือวันเกิดเพื่อเสริมโชคดีให้ชีวิต ถ้าอยากเสริมดวงการเงิน – ควรสวมแหวนทอง , แหวนเงิน , แหวนหยก และแหวนหัวพลอยสีที่ถูกโฉลก ถ้าอยากเสริมดวงความรัก ให้สวมแหวนรูปหัวใจ , รูปดาว , แหวนเพชร , เทอร์ควอยซ์ก็ได้ ส่วนแหวนลูกปัดและหินสีต่างๆ จะช่วยเสริมดวงเสน่ห์ การสวมแหวน สวมแหวนนิ้วกลาง ข้างขวา-เสริมดวงการเงินและบารมี สวมแหวนนิ้วนาง หรือ นิ้วก้อย-เสริมเสน่ห์และเสริมดวงความรัก ทำบุญโลงศพ ไปที่มูลนิธิใกล้บ้าน ทำบุญบริจาคเงินร่วมกันซื้อโลงศพ ให้ศพอนาถาที่ไร้ญาติการทำบุญโลงศพจะช่วย เสริมดวงชะตาให้กล้าแข็ง เหมาะสำหรับช่วงดวงอ่อนและมีทุกข์มีเคราะห์ พระพรหมศักดิ์สิทธิ์ หาโอกาสไปกราบไหว้พระพรหมสักครั้ง ศาลพระพรหมแห่งใดก็ได้ทั้งนั้นพระพรหมเป็นเทพศักดิ์สิทธิ์ที่กล่าวขวัญกันมากว่าบนบานอธิษฐาน ขออะไรมักได้ดังปรารถนา ด้วยว่าท่านเป็นเทพแห่งความสำเร็จนั่นเอง หิ้งพระ หิ้งพระหรือหิ้งบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นเทพต่างๆ หรือรัชกาลที่ 5 ในหลวงของเราเมื่อตั้งหิ้งบูชาแล้วจะต้องหมั่นดูแลรักษา ความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ หมั่นเปลี่ยนดอกไม้, พวงมาลัย, ถวายน้ำสะอาด ถ้าปล่อยให้หิ้งสกปรกมีแต่ฝุ่นจับเต็มไปหมด บ้านนั้นจะมีแต่ความเสื่อม ถอย โชคลาภหดหายยากที่ จะเจริญรุ่งเรือง ไข่และส้ม ในบ้านเรือนควรมีไข่และมีส้มไว้ในตะกร้าเสมออย่าให้ขาด เพื่อเรียกความสมบูรณ์พูนสุขเข้าบ้าน ทำให้ชีวิตอยู่ดีมีสุขตลอดไป ไข่หรือส้ม เป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ และความโชคดี

สักคิ้ว 3 มิติ สวย เริ่ดกว่า จริงหรอ?
สักคิ้ว /  สักคิ้ว 3 มิติ

         ชีวิตในยุคนี้เต็มไปด้วยความเร่งรีบและวุ่นวาย ทุกเช้าที่ตื่นขึ้นมาคาดว่าหลายคนคงต้องเสียเวลาในการแต่งหน้าเป็นอย่างมาก ซึ่งการเขียนคิ้วก็เป็นขั้นตอนหนึ่งที่ถือว่าใช้เวลานานที่สุดเลยก็ว่าได้ จะมีวิธีใดบ้างที่ประหยัดเวลาแต่ทำให้สวยเร็วทันใจ ในยุคนี้คนส่วนใหญ่จึงเลือกวิธี " สักคิ้ว 3 มิติ " เพื่อให้คิ้วมีรูปทรงเหมาะสมกับใบหน้า โดยไม่ต้องมานั่งเขียน และเสียเวลากันทุกวัน         แต่เนื่องจากการ สักคิ้ว หรือเพ้นท์คิ้ว 3 มิติเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่จะต้องควบคุมด้วยช่างมืออาชีพ ถือเป็นเทคนิคที่ต้องใช้ความชำนาญและเครื่องไม้เครื่องมือที่มีคุณภาพทั้งนี้คิ้วคู่ใหม่ก็จะอยู่บนใบหน้าของเราไปอีกเป็นเวลานาน ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจทำ ก็ควรมารู้จักข้อดี และข้อเสียของการ สักคิ้ว หรือเพ้นท์คิ้ว 3 มิติกันเสียก่อน ข้อดีของการสักคิ้ว 3 มิติ     1.ใบหน้าสวยขึ้น เพราะเมื่อคิ้วสวยได้รูปทรง ก็จะทำให้ใบหน้าสวยขึ้นตามไปด้วย เนื่องจากกรอบของใบหน้าจะมีความชัดเจน ทำให้รูปทรงหน้าดูเรียวสวยขึ้น           2. ประหยัดเวลาในการแต่งหน้า เพราะการเขียนคิ้วถือเป็นขั้นตอนการแต่งหน้าที่ใช้เวลานาน ดังนั้นเมื่อมีคิ้วที่ได้รูปทรงสวยดีแล้ว ก็ไม่ต้องเสียเวลากับการเขียนคิ้วอีกต่อไป           3. ไม่ต้องแต่งหน้ามากถ้าหากมีโครงคิ้ว สวยเข้ม เพียงแต่งหน้าเบาๆ ก็ถือว่าเอาอยู่แล้ว เพราะรูปหน้าสวยด้วยคิ้วทรงที่เหมาะสม จึงไม่ต้องแต่งหน้าอะไรมาก           4. ไม่เจ็บ หรืออักเสบ หลังเข้ารับการ สักคิ้ว หรือเพ้นท์คิ้ว 3 มิติสามารถทำกิจกรรมต่างๆได้ทันที           5. แก้จุดบกพร่องของคิ้วการ สักคิ้ว หรือ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ สามารถแก้ไขจุดบกพร่องต่างๆได้ อาทิ คิ้วบาง, คิ้วแหว่ง, คิ้วตก หรือรอยแผลเป็นที่คิ้ว เป็นต้น           6. ปรับโหงวเฮ้ง เพราะคิ้วที่ดีจะต้องมีลักษณะโค้งสวยงาม ขนคิ้วเรียงเป็นระเบียบ และขนคิ้วมีเส้นละเอียดเป็นธรรมชาติ จะสามารถบ่งบอกถึงโหงวเฮ้งที่ดีได้           7. สีลายเส้นคงทน สีจะไม่เพี้ยนเป็นสีเขียวเหมือนกับการสักคิ้วถาวรแบบเดิม ข้อเสียของการสักคิ้ว 3 มิติ     1. สีจะติดอยู่กับเราไปอีกโดยเฉลี่ย 3 - 5ปีถ้าหากอยากจะเปลี่ยนทรงคิ้วใหม่ก็ไม่สามารถทำได้ทันทีจะต้องรอให้รอยเดิมหมดเสียก่อนซึ่งต้องใช้เวลาเป็นปีๆ           2. ความคงทนของลายเส้น ขึ้นอยู่กับสภาพผิวหนาบางของแต่ละบุคคล เนื่องจากเป็นการสักลงบนผิวหนังชั้นนอก ดังนั้นการติดทนของแต่ละคนก็จะแตกต่างกันไป             ก่อนที่เราจะตัดสินใจสักคิ้วหรือเพ้นท์คิ้ว 3 มิติ ก็ควรศึกษารายละเอียดให้ถี่ถ้วน เลือกรูปทรงคิ้วให้เหมาะสมกับใบหน้าของเรารวมทั้งเลือกสถานบริการที่ชำนาญ และมีความน่าเชื่อถือ เพื่อให้คิ้วคู่ใหม่ของเราออกมาสวยถูกใจ ซึ่งทาง Smith & John เองก็เป็นอีกแห่งหนึ่งที่รับประกันคุณภาพ และพร้อมยินดีให้บริการนะคะ ^^ ขอบคุณนื้อหาจาก threedeyebrow.com

สถานีหัวหิน…ความทรงจำแห่งรัก
สถานีหัวหิน /  เที่ยวหัวหิน

การเดินทางที่แสนคลาสสิก มุ่งสู่ดินแดนแห่งปรารถนาจุดมุ่งหมายของมหัศจรรย์แห่งรักที่ทุกคู่รักมิอาจลืมเลือน จากความทรงจำที่ตราตรึงใจ “หัวหิน ถิ่นมนต์ขลัง” ดื่มด่ำความสุขที่ห้อมล้อมด้วยธรรมชาติที่แสนงดงาม ความเงียบสงบของหาดทรายสีขาวทอดยาว สลับเรียงรายร้อยเป็นทางคู่เคียงไปกับทะเลแสนงาม อาทิตย์ยามเช้าเป็นการเริ่มต้นวันใหม่ของคู่รักที่จะครองรักกันจนชั่วฟ้าดินสลาย สถานีหัวหิน…ความทรงจำแห่งรัก "Memories Hua Hin Station of Love“ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสครบรอบ 64 ปี ในวันที่ 28 เมษายน พุทธศักราช 2557 แห่งพระราชพิธีราชาพิธีราชาภิเษกสมรม และร่วมย้อนรำลึกความประทับใจ วันที่ 29 เมษายน พุทธศักราช 2498 ที่เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐาน โดยทางรถไฟมายัง พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อประทับพักผ่อนพระราชอิริยาบถ เป็นความสุขใจของชาวหัวหินโดยแท้ที่ได้รับเสด็จในคราวนั้น กลุ่มกระตอย หัวหิน ร่วมกับสถานีรถไฟหัวหิน และโรงแรมเซ็นทาร่า แกรนด์บีช รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า หัวหิน เพื่อรำลึกถึงวันฉลองพระราชพิธีราชาภิเษกสมรมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้จัดกิจกรรมที่มีชื่อว่า “สถานีหัวหิน ความทรงจำแห่งรัก ในวันที่ 26 เมษายน 2557 เวลา 12.00 – 22.00 น. ณ สถานีรถไฟหัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยทำการขายบัตรให้คู่รัก ผู้สนใจ กาล่าดินเนอร์การกุศล ในราคาคนละ 1,964 บาท (รายได้สมทบทุนโครงการมัคคุเทศก์น้อย) รับสมัครเพียง 32 คู่ (64 คน) วันเสาร์ที่ 26 เมษายน 2557 เวลา 12.00 น. นิทรรศการภาพถ่าย “สถานีหัวหิน ความทรงจำแห่งรัก” เวลา 16.30 น. คู่รักลงทะเบียนและรับประกาศนียบัตร เวลา 17.30 น. ปาร์ตี้ค็อกเทล เวลา 18.00 -22.00 น. รับประทานอาหารค่ำแบบเช๊ตเมนู  เคล้าเสียงดนตรีในค่ำคืนแห่งความทรงจำ สอบถามรายละเอียดได้ที่ huahinfans@gmail.com หรือโทร. 08 0351 4455

ขอต้อนรับสู่สวนไดโนเสาร์ จูราสสิค เวิลด์ ใน 3 ภาพแรกจาก Jurassic World
3D /  Dinosaurs / 

ในที่สุดก็เผยโฉมออกมาแล้ว กับอภิมหาหนังภาคต่อ ที่ไม่เคยมีใครคิดว่าจะได้เห็นมัน กับ Jurassic World หรือในอีกนามนึงคือ Jurassic Park 4 นั่นเอง ที่ในตอนนี้ทาง ยูนิเวอร์แซล ก็ได้ปล่อยภาพเรียกน้ำย่อย 3 ภาพของหนังออกมาแล้ว โดยภาพแรกเป็นของนักแสดงสาวที่จะมารับบทนำของเรื่องอย่าง ไบรส์ ดัลลัส ฮาวเวิร์ด จาก 50/50 ซึ่งแน่นอนว่าบทนี้น่าจะทำให้เธอแจ้งเกิดได้สักที หลังจากเป็นดาวเด่นที่ถูกมองข้ามอยู่นาน ตามมาด้วยภาพที่ 2 ที่เป็นของรถยนต์ของ จูราสสิค พาร์ค ที่ถูกพังยับ และภาพสุดท้ายคือเก้าอี้ผู้กำกับจากกองถ่ายนั้นเองครับ ซึ่งในภาคนี้เรื่องราวคร่าวๆจะเป็นการเปิดสวนไดโนเสาร์ขึ้นมาใหม่ในนาม จูราสสิค เวิล์ด โดยกลุ่มนักวิทยาศาสตร์สมองใสได้คิดค้นวิธีนำเอาไดโนเสาร์กลับมาอีกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่ามันก็มีอะไรผิดพลาด จนทำให้เหล่าไดโนหลุดออกมาอาละวาดตามเคย หนังยังมีนักแสดงอย่าง คริส แพลทท์ จาก Guardians of the Galaxy, วินเซนต์ ดี โอโนฟรีโอ จาก Full Metal Jacket และ โอมาร์ ไซ จาก X-Men : Days of Future Past ด้วยครับ มีกำหนดฉาย 11 มิถุนายน 2015 ในระบบ 3D ด้วยเช่นกัน