วิทยาศาสตร์กับความงาม

SF จัดเต็มให้ลูกค้าดูฟรี Guardians of the Galaxy 10,000 ที่นั่ง
Guardians of the Galaxy /  SF / 

โรงภาพยนตร์ในเครือเอส เอฟ โดยสุพัฒน์ งามวงศ์ไพบูลย์ Marketing Director ร่วมกับ เครื่องดื่มโค้ก โดย เรวดี ตันตระสุวรรณ Group Customer Management Manager บ.ไทยน้ำทิพย์ คอมเมอร์เชียล จำกัด และ  มิสเตอร์ โดนัท โดย กัณตภณ ศรีสุวรรณ General Manager ให้คุณผจญภัยไปกับมหึมาความมันส์พันธุ์ใหม่ ที่รวมเหล่าร้ายทั่วกาแล็คซี่ กับภาพยนตร์แอ็คชั่น ไซไฟฟอร์มยักษ์แห่งปี Guardians of the Galaxy: รวมพันธุ์นักสู้พิทักษ์จักรวาล เพียงลูกค้าซื้อ มิสเตอร์ โดนัท ในราคาปกติ 9 ชิ้น (ชิ้นละ 10 บาทขึ้นไป) พร้อมเครื่องดื่มโค้ก ขนาด 22 ออนซ์ 2 แก้ว ในสาขาที่ร่วมรายการ แล้วนำใบเสร็จรับเงินมาแลกรับบัตรชมภาพยนตร์ฟรี 1 ที่นั่ง รวม 10,000 ที่นั่ง มูลค่ากว่า 2,000,000 บาท แลกรับสิทธิ์กันได้ตั้งแต่วันที่ 31 ก.ค. ตลอดโปรแกรมฉายหรือจนกว่าจะครบจำนวนสิทธิ์ ที่โรงภาพยนตร์เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า, เอส เอฟ เอ็กซ์ ซีเนม่า และ เอส เอฟ ซีเนม่า ซิตี้ ทุกสาขา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SF Call Center 02-268 8888 และ www.sfcinemacity.com หรือ www.facebook.com//Welovesf

คสช. นำชื่อ สนช. 200 คน ทูลเกล้าฯ แล้ว
ข่าววันนี้ /  คสช. / 

คสช. นำชื่อ สนช. 200 คน ทูลเกล้าฯ แล้ว ทหารติดเพียบ ขณะที่ มีชัย หลุดโผ ด้าน พรเพชร-วิษณุ ตัวเต็งเป็นประธาน วันนี้ (28 ก.ค. 57) รายงานข่าวแจ้งว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้มีการนำรายชื่อสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ขึ้นทูลเกล้าฯแล้ว 200 คน จากทั้งหมดที่รัฐธรรมนูญชั่วคราวกำหนดไว้ 220 คน คาดว่าสัปดาห์นี้จะประกาศรายชื่อได้ โดยแหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เผยว่าสมาชิก สนช. ที่นำขึ้นทูลเกล้าฯไป ส่วนใหญ่เป็นนายทหารระดับสูง ในแต่ละเหล่าทัพ ทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ กองบัญชาการทหารสุงสุด และกระทรวงกลาโหม ตั้งแต่ระดับคุมกำลัง คือแม่ทัพภาค ไปจนถึงฝ่ายเสนาธิการ และอดีตนายทหารที่เกษียณไปแล้ว แต่มีความสัมพันธ์อันดีกับสายของ คสช. รวมกันเกือบ 100 คน สัดส่วนรองลงมาจะเป็นนักวิชาการ โดยเฉพาะอธิการบดีมหาวิทยาลัยของรัฐชื่อดังหลายแห่ง แต่ทั้งนี้ในรายชื่อดังกล่าวไม่มีชื่อของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานสนช.ปี 2549 และนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า โดยแหล่งข่าวระบุว่า คสช. เตรียมวางนายบวรศักดิ์ ไปเป็นประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ส่วนสาเหตุที่ทูลเกล้าฯ ไปเพียง 200 รายชื่อนั้น เพื่อเปิดกว้างเอาไว้ให้สามารถแต่งตั้งผู้ที่มีความรู้ความสามารถเข้าไปได้ภายหลัง สำหรับตำแหน่งประธาน สนช. นั้นยังไม่มีข้อสรุป แต่มีตัวเต็งอยู่ 2 ท่าน ก็คือนายพรเพชร วิชิตชลชัย ที่ปรึกษากฎหมายหัวหน้าคสช. กับ นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษากฎหมายคสช. MThai news

FINAL BULLET แนะนำค่าสเตตัสของตัวละคร
Clickalot /  Final Bullet / 

นอกจากรูปแบบที่โดดเด่น และความสวยงามของตัวละคร อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ตัวละครในเกมส์ Final Bullet (fnb.in.th) แตกต่างจากเกมส์อื่นๆ คือ ระยะทางของกระสุนมีผลกับค่าความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับตัวละครแต่มีผลไม่มากนัก และค่าความสามารถของตัวละครในเกมส์ Final Bullet แต่ละตัวก็จะไม่เหมือนกัน รวมถึงเครื่องป้องกันในแต่ละส่วนด้วย โดยหลักๆ ค่าที่มีผลต่อความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับตัวละครมีดังนี้ AP (Armor Point) – ค่าเกราะป้องกัน Defense Chance - โอกาสป้องกัน Damage Reduce – ลดความแรงที่ได้รับ AP (Armor Point) - คือค่าเกราะป้องกันที่จะช่วยลดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวละคร(หลอดสีเหลืองอยู่ใต้หลอดเลือด) โดยค่า AP สูงสุดจะอยู่ที่ 100 และค่า AP(Armor Point) จะได้มาจากค่า Status ของตัวละคร และเครื่องป้องกันในส่วนต่างๆ ที่ตัวละครสวมใส่ ซึ่งค่า AP นั้น จะเป็นค่าที่ลดความเสียหายที่ตัวละครได้รับ Defense Chance - โอกาสป้องกันความเสียหายของตัวละคร ได้มาจากค่า Status ของตัวละคร, หมวก, เครื่องป้องกันส่วนแขน, เครื่องป้องกันส่วนขา ซึ่งปกติแล้วส่วนหัวจะได้รับความเสียหาย 100% (Head Shot) แต่ถ้า(Defense Chance)โอกาสป้องกันสำเร็จ หมวกจะกระเด็นออกไปและตัวละครจะไม่ได้รับความเสียหายใดๆ เช่นเดียวกับเครื่องป้องกันส่วนแขนและส่วนขา หากทำการป้องกันสำเร็จค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวละครก็จะลดลงตามไปด้วย Damage Reduce - ค่าที่ใช้ลดความเสียหายที่เกิดขึ้นหลังจาก Defense Chance สำเร็จ โดยค่า Damage Reduce จะติดอยู่กับตัวละคร และอุปกรณ์ที่มีค่า Defense Chance นั่นก็คือ หมวก, เครื่องป้องกันส่วนแขน และเครื่องป้องกันส่วนขานั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น ใส่หมวกที่มีค่า Defense Chance และทำการป้องกันสำเร็จ ค่า Damage Reduce ของหมวกจะอยู่ที่ 100% ซึ่งจะทำให้ตัวละครไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด แต่หมวกจะกระเด็นออกไปจากตัวละคร เช่นเดียวกับเครื่องป้องกันส่วนแขนและส่วนขาก็จะมีค่า Damage Reduce ที่แตกต่างกันออกไปอีกด้วย อีกค่าหนึ่งซึ่งมีผลต่อความเสียหายของตัวละครนั่นก็คือ ค่า Piercing Damage โดยค่า Piercing Damage นี้จะแตกต่างกันไปในแต่ละประเภทของปืนยกตัวอย่างเช่น ปืน AK-47 มีค่า Piercing Damage อยู่ที่ 60% เมื่อสร้างความเสียหายให้กับตัวละคร จะทำความเสียหายกับ HP ตัวละคร 60% และ ทำความเสียหายให้กับ AP(Armor Point) 40% และส่วนมากปืนประเภท Sniper Rifle จะมีค่า Piercing Damage อยู่ที่ 100% ซึ่งจะทำให้ตัวละครตาย เมื่อถูกยิงในนัดเดียว หลักการคำนวนค่าความเสียหาย เมื่อตัวละครถูกโจมตี การคำนวนค่าความเสียหายที่ตัวละครได้รับจะเรียงลำดับดังนี้ 1. โจมตีโดนส่วนใดของร่างกาย 2. มีอุปกรณ์ป้องกันหรือไม่ 3. การป้องกันสำเร็จหรือล้มเหลว 4. คำนวนค่า Piercing Damage (ถ้าป้องกันสำเร็จความแรงที่นำมาคำนวนจะลดลง) 5. ความแรงที่ตัวละครได้รับ

แรงจริง! นกใหญ่พิฆาต เปิดบ้านอัด พลังเพลิง ไทยลีกตกค้าง
ชัยนาท ฮอร์นบิล /  นกใหญ่พิฆาต / 

ชัยนาท ฮอร์นบิล คว้าชัยชนะเป็นัดที่ 3 ติดต่อกัน ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 13 ของศึกไทยลีก หลังจากเอาชนะ ปตท.ระยอง 2-0 ในเกมนัดตกค้าง สุรเชษฐ งามทิพย์ กับ ลักษณะ คำรื่น ทำคนละประตู ฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2014 คู่ตกค้าง ณ เขาพลอง สเตเดี้ยม ในวันที่ 30 ก.ค. 2557 นกใหญ่พิฆาต ชัยนาท ฮอร์นบิล อันดับที่ 14 ซึ่งชนะมา 2 นัดล่าสุด พบกับ พลังเพลิง ปตท.ระยอง อันดับที่ 19 ที่ไม่ชนะมา 4 นัด ครึ่งแรกทั้ง 2 ทีมเปิดเกมสู้กันอย่างสนุกสนาน แต่ทว่ายังไม่มีทีมใดพังประตูคู่แข่งได้ทำให้ยังคงเสมอกันที่ 0-0 กลับมาฟัดกันต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 62 นกใหญ่พิฆาต ก็พังประตูขึ้นนำจนได้เมื่อ สุมัญญา ปุริสาย ลากจี้เข้าเขตโทษก่อนแทงบอลให้ สุรเชษฐ งามทิพย์ ยิงเช็ดเสาเหลี่ยมในเป็นประตูนำ 1-0 พอขึ้นนำแล้ว เหมือนได้ใจมาได้ประตูต่อเนื่อง นาทีที่ 71 สุมัญญา ปุริสาย เปิดฟรีคิกทางฝั่งซ้ายในเสาแรก ลักษณะ คำรื่น วิ่งโฉบมาโหม่งเช็ดบอลเสียบเสาไกลขยับไปเป็น 2-0 ทว่าช่วงท้ายเกม ชัยนาท ต้องเหลือผู้เล่น 10 คน สุมัญญา ปุริสาย ที่วันนี้เล่นได้โดดเด่นไปทำฟาวล์ ชิตชนก ไชยแสนสุรินทร์ ทำให้โดนใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม ก่อนจะจบการแข่งขันชัยนาทชนะ 2-0 เป็นการชนะ 3 นัดรวด มีเพิ่มเป็น 33 คะแนน

รีวิว ครีมบำรุงสูตรอ่อนโยนพิเศษ “รีพลีโอ” เหมาะสำหรับคนผิวแพ้ง่าย
ผิวแพ้ง่าย /  รีพลีโอ / 

รีวิว ครีมบำรุงสูตรอ่อนโยนพิเศษ “รีพลีโอ” เหมาะสำหรับคนผิวแพ้ง่าย วันนี้เราจะมารีวิว ครีมบำรุง สูตรอ่อนโยนพิเศษ “รีพลีโอ” กันคะ repleo 2-in-1 for sensitive skin (ขวดมี 2 ด้าน) เป็นครีมบำรุงสูตรอ่อนโยน สำหรับผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ ประกอบด้วย 2 ครีมบำรุงผิวหน้า (repair cream & moisturizer) ในขวดเดียว ทำให้สาวๆ สะดวกในการพกพา ไม่ต้องพกหลายขวด ขวดเดียวจบ และแพกเกจที่สวยงามมาก ตัวเนื้อครีมจะประกอบด้วย STEP 1 REPAIR ช่วยลดเลือนรอยแดง รอยดำ และบรรเทาอาการแพ้ แดง ทั้งจาก แสงแดด มลพิษในอากาศ เหงื่อ และการใช้ครีมที่ระคายเคือง หรือมีสเตียรอยด์ ด้วยส่วนผสมที่มีส่วนช่วยลดการระคายเคือง Allantoin,Chamomile extract ,green tea extract และเสริมสร้างความแข็งแรงให้ผิวด้วย CoQ10,Hyarulonic acid STEP 2 PROTECT มอยเจอร์ไรเซอร์ เข้มข้นแต่ซึมซับไว เติมความนุ่ม ชุ่มชื้นให้ผิว ตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ ด้วยส่วนผสมจาก CeramideIII ,jojoba oil, Matrixyl (peptide) ซึ่งช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างยาวนานพิเศษ โดยไม่ระคายเคืองหรืออุดตันผิวของคุณ และช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัยอีกด้วย  ความรู้สึกหลังการใช้ ไม่มีกลิ่นน้ำหอมเลย เนื้อครีมเข้มข้นมาก บีบนิดเดียวพอนะคะ ลองทาแล้วซึมซับไวมากๆ ผิวตรงส่วนที่ใช้รู้สึกนุ่มทันทีหลังจากที่ใช้ ลองทาที่ผิวหน้าก่อนนอน ตื่นมารู้สึกหน้านุ่ม เหมือนใช้มาสก์เลยค่ะ จุดเด่นของ repleo ที่ดีกว่าแบรนด์อื่นๆ • สำหรับผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ ใช้แล้วรู้สึกนุ่ม,ชุ่มชื้น ขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ • มีความอ่อนโยน ปราศจากสี,น้ำหอม, น้ำมัน, แอลกอฮอร์, paraben • ซื้อ 1 ขวด ได้ถึง 2 ครีมบำรุง (Repair cream & moisturizer) • ไม่อุดตันผิว ใช้ได้แม้แต่ผิวที่มัน เป็นง่าย (non-comedogenic) • อ่อนโยน แม้แต่ผิวแพ้ง่าย ผิวติดสเตียรอยด์ โรคผิวหนังต่างๆ • เนื้อครีมเข้มข้น ซึมซับไว และไม่เหนียวเหนอะหนะ       สาวๆคนไหนที่มีผิวแพ้ง่าย ใช้อะไรก็แพ้ไปหมดทุกอย่าง ตัวนี้คอนเฟิร์มไม่แพ้แน่นอนจ้า หาซื้อได้ที่ร้าน watsons ทั่วประเทศนะคะ ^__^ หรือสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/repleoskincare

อีโบลา ระบาด สาธารณสุข ออก 3 มาตราการป้องกัน
ข่าววันนี้ /  ข่าวอีโบรา / 

อีโบลา ระบาด สาธารณสุข ออก 3 มาตราการป้องกัน เตือนประชาชนอย่าเดินทางไปประเทศพื้นที่ระบาดของโรค รายงานข่าวแจ้งว่า ทางกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาตราการป้องกันการระบาด เชื้ออีโบลา ในประเทศไทย ภายหลังโรคดังกล่าวได้ระบาดหนักในประเทศแถวแอฟริกาตะวันตก จนคร่าชีวตผู้คนไปแล้วกว่า 672ราย แม้ว่า ไทยจะมีความเสี่ยงในการระบาดต่ำ ​แต่ก็​ได้จัดระบบเฝ้าระวังและป้องกันไว้แล้ว คือ 1. ให้กรมควบคุมโรคติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ทั่วประเทศเฝ้าระวังผู้ป่วย โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือคนไทยที่เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค หากพบผู้มีอาการอยู่ในข่ายสงสัยให้รายงานทันที 2. ให้โรงพยาบาลทุกแห่งใช้มาตรการดูแลรักษา หากมีผู้ป่วยมีอาการในข่ายสงสัยในระดับเดียวกับโรคไข้หวัดนก ,รคซาร์ส เป็นต้น และ 3.ให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เตรียมความพร้อมในการตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการ นอกจากนี้ยังตั้งศูนย์เฝ้าระวังตามสนามบินนานาชาติทุกแห่งพร้อมทั้งสั่งห้ามประชาชนเดินทางไปยังประเทศเกิดระบาดของเชื้ออีโบลาหากไม่มีความจำเป็น สำหรับไวรัสอีโบลา มีช่องทางการติดต่อโรคเหมือนโรคเอดส์ ไวรัสตับอักเสบ คือ ติดต่อจากคนสู่คนผ่านทางการรับหรือสัมผัสของเหลวจากร่างกายผู้ติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นเลือด น้ำลาย น้ำมูก เหงื่อ สารคัดหลั่งต่าง ๆ ตลอดจนเชื้ออสุจิ โดยยังไม่พบการติดต่อทางทางเดินหายใจ โดยผู้ป่วยจะมีลักษณะ มีไข้สูงทันที อ่อนเพลียปวดกล้ามเนื้อและปวดศีรษะมาก ตามด้วยอาการเจ็บคอ อาเจียน ท้องเสีย และมีผื่นนูนแดงขึ้นตามตัว ในรายที่อาการรุนแรงหรือในบางรายที่เสียชีวิตจะมีอาการเลือดออกง่าย โดยมักเกิดร่วมกับภาวะตับถูกทำลาย ไตวาย มีอาการทางระบบประสาทส่วนกลางและช็อก อวัยวะหลายระบบเสื่อมหน้าที่ ​ และปัจจุบันโรคนี้ยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาเฉพาะ ส่วนการป้องกันการติดเชื้อไวรัสอีโบลานั้น ขอให้หลีกเลี่ยงการกิน สัมผัส สัตว์ป่าที่นำเข้าโดยไม่ผ่านการตรวจโรคทั้งที่ป่วยหรือไม่ป่วย โดยเฉพาะสัตว์จำพวกลิง หรือค้างคาว หรืออาหารเมนูพิสดารที่ใช้สัตว์ป่า หรือสัตว์แปลก ๆ มาประกอบอาหาร รวมถึงหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารคัดหลั่ง เช่น เลือด หรือสิ่งของเครื่องใช้ของผู้ป่วย ศพของผู้เสียชีวิต และหากมีความจำเป็นให้สวมอุปกรณ์ป้องกันร่างกายและล้างมือบ่อยๆ ทั้งนี้หากประชาชนสงสัยอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทร 0-2590-3159, 3538 หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422 MThai news

7 ประเทศ กับทุนเรียนนอกฟรี
ข่าวการศึกษา /  ทุนการศึกษา / 

สำหรับน้องๆ คนไหนที่สนใจการศึกษาต่อต่างประเทศ และต้องการทราบเรื่องทุนของแต่ละประเทศ วันนี้เรานำข้อมูลดีๆ อย่าง 7 ประเทศ กับทุนเรียนนอกฟรี มาฝากกันค่ะ บางประเทศ เป็นแบบที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ไม่ว่าจะค่าเทอม ค่าที่พัก แถมยังให้ค่าใช้จ่ายรายเดือนกับเราอีกด้วย งั้นอย่ารอช้า รีบมาดูกันดีกว่าค่ะว่าจะมีประเทศอะไรบ้างที่ตรงใจเพื่อนๆ... 7 ประเทศ กับทุนเรียนนอกฟรี 1. ประเทศญี่ปุ่น เป็นอีกหนึ่งประเทศที่เหล่าบรรดานักเรียน-นักศึกษาใฝ่ฝันอยากจะไปศึกษาต่อ ประเทศที่ใครๆ ต่างร่ำลือกันว่าค่าใช้จ่ายรวมถึงค่าครองชีพในมหาวิทยาลัยนั้นค่อนข้างสูง แต่ประเทศญี่ปุ่นก็ยังเปิดโอกาสให้ทุนการศึกษาฟรีในระดับปริญญาตรี ผ่านทางกระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ประเทศญี่ปุ่น ให้แก่นักเรียนต่างชาติเป็นประจำทุกปี ซึ่งทางรัฐบาลญี่ปุ่นก็ได้มอบทุนเรียนฟรีให้กับประเทศไทยเช่นเดียวกัน โดยในปีนี้เป็นทุนการศึกษาประจำปี 2558 เริ่มเปิดรับสมัครช่วงเดือนมิถุนายน 2557 ที่ผ่านมา โดยเปิดรับสมัครทั้งหมด 5 สาขาวิชาดังนี้ สาขาสังคมศาสตร์, มนุษยศาสตร์, วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ, แพทย์ และเภสัชศาสตร์ โดยสามารถเลือกเรียนในมหาวิทยาลัยใดก็ได้ในประเทศญี่ปุ่น เป็นอีกหนึ่งประเทศที่เหล่าบรรดานักเรียน-นักศึกษาใฝ่ฝันอยากจะไปศึกษาต่อ ประเทศที่ใครๆ ต่างร่ำลือกันว่าค่าใช้จ่ายรวมถึงค่าครองชีพในมหาวิทยาลัยนั้นค่อนข้างสูง แต่ประเทศญี่ปุ่นก็ยังเปิดโอกาสให้ทุนการศึกษาฟรีในระดับปริญญาตรี ผ่านทางกระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ประเทศญี่ปุ่น ให้แก่นักเรียนต่างชาติเป็นประจำทุกปี ซึ่งทางรัฐบาลญี่ปุ่นก็ได้มอบทุนเรียนฟรีให้กับประเทศไทยเช่นเดียวกัน โดยในปีนี้เป็นทุนการศึกษาประจำปี 2558 เริ่มเปิดรับสมัครช่วงเดือนมิถุนายน 2557 ที่ผ่านมา โดยเปิดรับสมัครทั้งหมด 5 สาขาวิชาดังนี้ สาขาสังคมศาสตร์, มนุษยศาสตร์, วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ, แพทย์ และเภสัชศาสตร์ โดยสามารถเลือกเรียนในมหาวิทยาลัยใดก็ได้ในประเทศญี่ปุ่น รายละเอียดทุน ทุนการศึกษานี้มีระยะเวลาทั้งหมด 6-7 ปี สำหรับผู้สมัครที่เลือกในสาขา แพทยศาสตร์ ทันตแพทย์ สัตวแพทย์ และเภสัชศาสตร์ ที่ต้องเรียน 6 ปี รวมคอร์สภาษาญี่ปุ่นอีก 1 ปี ก็จะใช้เวลารวม 7 ปี ได้รับค่าใช้จ่ายทั้งหมดจนจบปริญญาตรี ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับประเทศญี่ปุ่น และค่าใช้จ่ายรายเดือน 117,000 เยน หรือประมาณ 37,000 บาท และต้องทำวีซ่าที่เรียกว่า “College Student” ryugaku, visas ที่สถานทูตญี่ปุ่นในประเทศตน ก่อนเดินทางไปญี่ปุ่น หากผ่านการคัดเลือกแล้ว เงื่อนไข และ ข้อมูลเพิ่มเติม - สัญชาติไทย มีอายุระหว่าง 17-21 ปี มีเกรดเฉลี่ย 3.80 ขึ้นไป (เกรดเฉลี่ย 3.50 ต้องผ่านการวัดระดับภาษาญี่ปุ่น 3 หรือ 4 ถ้าเกรดเฉลี่ย 3.30 ต้องผ่านการวัดระดับภาษาญี่ปุ่น 1 หรือ 2) และต้องสอบข้อเขียนเป็นภาษาอังกฤษในแต่ละสาขาวิชาที่เลือกด้วย เอกสารทุกอย่างต้องอยู่ในรูปแบบภาษาอังกฤษหรือภาษาญี่ปุ่น - ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :  www.mext.go.jp/a_menu/koutou/ryugaku/boshu/1346539.htm - ผู้สนใจจะต้องคอยเช็กว่าแต่ละปีจะมีมหาวิทยาลัย คณะ และสาขาใดบ้างที่เปิดรับสมัคร 2. ประเทศเกาหลี นอกจากเกาหลีจะเป็นประเทศสวยงามแล้ว การศึกษาของประเทศเกาหลีก็ยังอยู่ในอันดับต้นๆ ของเอเชียอีกด้วย ทางรัฐบาลเกาหลีได้ให้การสนับสนุนและส่งเสริมในด้านการศึกษาเป็นอย่างมาก โดยให้ทุนแก่นักศึกษาจากต่างประเทศได้มีโอกาสเข้ามาศึกษาต่อยังมหาวิทยาลัยในประเทศเกาหลีเป็นประจำทุกปี โดยทุนดังกล่าวเป็นทุนที่จะช่วยส่งเสริมประเทศกำลังพัฒนา อย่างทุนเรียนฟรีจาก “Catholic University of Korea หรือ มหาวิทยาลัยคาทอลิก” เป็นทุนการศึกษาในระดับปริญญาตรี ซึ่งอาจจะต้องแข่งขันกันอยู่สักหน่อย เพราะแต่ละปีก็จะมีทุนเรียนฟรีดีๆ แบบนี้มาไม่กี่ทุนเท่านั้น รายละเอียดทุน ผู้ที่ได้รับคัดเลือกจะได้รับทุนที่ครอบคลุมค่าเล่าเรียน ค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายรายเดือนเป็นเงิน 250,000 วอน (7,962 บาทไทย) ต่อเดือน เป็นเวลา 4 ปี จนจบการศึกษา เงื่อนไข และ ข้อมูลเพิ่มเติม - จะต้องจบการศึกษาในระดับมัธยมปลายแล้ว หรือกำลังจะจบ มีความสนใจในด้านการศึกษาคาทอลิก และเกาหลีศึกษาเป็นพิเศษ เกรดเฉลี่ยรวม 3.0 เป็นต้นไป และมีผลสอบอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ TOEFL iBT 80 คะแนนขึ้นไป / IELTS 5.5 คะแนนขึ้นไป / TOPIK ระดับ 3 ขึ้นไป ที่สำคัญผู้ที่จะสามารถผ่านการคัดเลือกเป็นผู้รับทุนได้นั้นจะต้องเขียน “เรียงความบอกเล่าประวัติแนะนำตนเอง แผนการศึกษา และเป้าหมายในอนาคต” ให้ตรงใจคณะกรรมการในการคัดเลือก ซึ่งเอกสารทั้งหมดต้องอยู่ในรูปภาษาเกาหลีหรือภาษาอังกฤษเท่านั้น - ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.catholic.ac.kr/~cukintl/eng/news.html - ผู้สนใจจะต้องคอยเช็กว่าแต่ละปีจะมีมหาวิทยาลัย คณะ และสาขาใดบ้างที่เปิดรับสมัคร 3. ประเทศจีน สาธารณรัฐประชาชนจีน และประเทศไทย ที่มีความสัมพันธ์อันดีมายาวนาน ผูกพันทั้งทางเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม ในช่วงระยะเวลาเพียง 10 ปี รัฐบาลจีนและไทยมีความร่วมมือและข้อตกลงในหลายๆ ด้านร่วมกัน และเพื่อสานความสัมพันธ์ระหว่างชาวจีนและคนทั่วโลก ทางรัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงศึกษาจีน Ministry of Education of China (MOE) จัดตั้งทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาชาวต่างชาติ เพื่อสนับสนุนการแลกเปลี่ยนและสร้างความเข้าใจทางการศึกษาระหว่างประเทศ และความร่วมมือทางการศึกษาไทย-จีน ทั้งในระดับปริญญาตรี โท และเอก มีทุนเรียนฟรีดีๆ ให้กับนักศึกษาจากประเทศไทยอยู่เป็นประจำ รายละเอียดทุน ทุนในระดับปริญญาตรี 4-5 ปี (พร้อมหลักสูตรเสริมทักษะภาษาจีน 1-2 ปี) รวมทุนที่จะได้รับทั้งหมด 4-7 ปี มีทั้งทุนเต็มจำนวน (Full Scholarships) และทุนบางส่วน (Partial Scholarships) กรณีเป็นทุนเต็มจำนวน จะได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมในการสมัครเรียน ค่าเรียน ค่าใช้จ่ายในการทำการทดลองระหว่างศึกษา ค่าอุปกรณ์ต่างๆ และมีเงินเดือนให้ทุกเดือน คิดเป็นเงินหยวน (CNY Yuan per month) ประมาณ เดือนละ 1,700 หยวน หรือประมาณ 8,971 บาทต่อเดือน เงื่อนไข และ ข้อมูลเพิ่มเติม - ผู้สมัครจะต้องไม่ใช่พลเมืองจีน อายุไม่เกิน 25 ปี มีผลการเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายอยู่ในเกณฑ์ดี ต้องผ่านการสอบของมหาวิทยาลัยต่างๆ ในประเทศจีน หรือได้รับการตอนรับจากทางมหาวิทยาลัยโดยผ่านการแนะนำรับรอง - ดูรายชื่อมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการทุนการศึกษาได้ที่ : http://en.csc.edu.cn/ - Xiamen University Scholarships 2014 www.csc.edu.cn/laihua/universitysearchen.aspx - ผู้สนใจจะต้องคอยเช็กว่าแต่ละปีจะมีมหาวิทยาลัย คณะ และสาขาใดบ้างที่เปิดรับสมัคร 4. ประเทศฟินแลนด์ ประเทศ ฟินแลนด์ ถือว่าเป็นประเทศที่มีระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก และสถิติทางการศึกษาที่น่าสนใจก็คือ มีนักเรียนของประเทศฟินแลนด์จำนวน 66% เข้าเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย ถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงสุดในทวีปยุโรป ประเทศฟินแลนด์จึงเป็นอีกหนึ่งประเทศที่น่าสนใจ หนึ่งตัวเลือกที่ควรนำมาพิจารณาเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศชื่อดังอย่าง อังกฤษ อเมริกา และออสเตรเลีย ซึ่งมีมาตรฐานไม่แพ้กัน และที่สำคัญประเทศฟินแลนด์เปิดโอกาสให้นักศึกษาต่างชาติสามารถเรียนฟรีใน ระดับปริญญาได้โดยมีสิทธิเท่าเทียมกับพลเมืองในประเทศ สามารถสมัครเข้าเรียนได้เหมือนมหาวิทยาลัยทั่วไป ถ้าทางมหาวิทยาลัยตอบรับก็จะเข้าไปศึกษาต่อได้เลยโดยที่ไม่ต้องขอทุน แต่ไม่ใช่ว่าทุกมหาวิทยาลัยในประเทศฟินแลนด์ที่จะเปิดให้เรียนฟรี เพราะมีเพียงบางสถาบันเท่านั้น รายละเอียดทุน ค่าเล่าเรียนฟรีเต็มจำนวนการศึกษาในระดับปริญญาตรีของแต่ละคณะ มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะไม่ออกค่าครองชีพและค่าที่พักให้ นักเรียนต่างชาติจึงต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เอง ซึ่งจะอยู่ที่ประมาณเดือนละ 4,500-6,000 FIM คิดเป็นเงินไทยประมาณ 30,000-40,000 บาทต่อเดือน มหาวิทยาลัยในฟินแลนด์ส่วนมากเริ่มเปิดรับสมัครในเดือนมกราคม เงื่อนไข และ ข้อมูลเพิ่มเติม - ยื่นหลักฐานการสมัครที่มหาวิทยาลัยโดยตรง ไม่มีเอเยนซีใดๆ ถ้ามหาวิทยาลัยตอบรับ ก็จะส่งเอกสารประกอบการขอวีซ่ามาให้ เช่น หนังสือตอบรับการเข้าเรียน, เอกสารการจองที่พัก (หลักประกันว่าเรามีที่อยู่แน่นอน) - ต้องมีเงินฝากในบัญชีธนาคาร ซึ่งเรียกว่า “Living Cost” เพื่อยืนยันคุณมีเงินทุนเพียงพอสำหรับค่าครองชีพ โดยปกติไม่น้อยกว่า 6,000 ยูโร ต่อปี หรือ 500 ยูโรต่อเดือน เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการขอวีซ่า - นักเรียนต่างชาติยังต้องสมัครวีซ่าระยะยาวหรือใบอนุญาตมีถิ่นที่อยู่ เรียกว่า “resident permit” เพื่อจะเรียนที่นั้นได้ - ปริญญาตรีส่วนใหญ่จะใช้ “ภาษาฟินนิช” ในการเรียนการสอน ดังนั้นผู้ที่จะไปศึกษาต่อควรเตรียมตัวด้านภาษาให้พร้อม - เงื่อนไขสำคัญที่จะทำให้คุณเป็นผู้ถูกเลือกนั่นก็คือ “การเขียนจดหมายแนะนำตัว” ให้น่าสนใจและมีจุดเด่น ถึงจะผ่านการคัดเลือกจากทางมหาวิทยาลัยได้ - อีกหนึ่งอุปสรรคที่สำคัญมากในการตัดสินใจไปเรียนต่อประเทศในแถบสแกนดิเนเวียนั่นก็คือ “สภาพอากาศที่หนาวเย็นมาก” ต้องตัดสินใจให้ดี ตัวอย่างรายชื่อมหาวิทยาลัยในประเทศฟินแลนด์ที่เปิดให้เรียนฟรี มหาวิทยาลัยในประเทศฟินแลนด์เปิดในนักศึกษาจากต่างประเทศสามารถไปศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีเป็นจำนวนมาก เช่น - University of Tampere  (www.uta.fi) - University of Lapland (www.ulapland.fi/) - University of Helsinki (www.helsinki.fi) - Finnish Academy of Fine Arts (www.kuva.fi/) - University of Vassa (www.uva.fi) - Abo Akademi University (www.abo.fi/public/en/) - Tampere University of Technology (www.tut.fi/en/) 5. ประเทศนอร์เวย์ ประ เทศนอร์เวย์ถือเป็นประเทศที่มีคุณภาพชีวิต และคุณภาพการศึกษาติดอันดับต้นๆ ของโลก แถมรัฐบาลยังช่วยส่งเสริมการศึกษาของนักเรียนอย่างเต็มที่ และยังเป็นอีกหนึ่งประเทศในแถบสแกนดิเนเวียที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาจากต่าง ประเทศเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีฟรี ซึ่งทั้งนอร์เวย์ และฟินแลนด์เป็นประเทศรัฐสวัสดิการ ไม่ใช่แค่ดูแลเด็กภายในประเทศเท่านั้นแต่รัฐบาลยังดูแลเด็กจากต่างชาติอีก ด้วย แม้ว่าจะมีข่าวลืออยู่เรื่อยๆ ว่าจะเริ่มเก็บค่าเล่าเรียนแล้ว แต่ปัจจุบันทั้งสองประเทศนี้ก็ยังเปิดให้เรียนฟรีตามปกติ รายละเอียดทุน เหมือนกับประเทศฟินแลนด์คือ ค่าเล่าเรียนฟรีเต็มจำนวน ซึ่งระบบการศึกษาในประเทศนอร์เวย์ระดับปริญญาตรีจะใช้เวลาเรียน 3 ปี และปริญญาโท 2 ปี จะไม่ออกค่าครองชีพและค่าที่พักให้ นักศึกษาจึงต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เอง ค่าครองชีพที่นอร์เวย์จะตกอยู่ที่ประมาณเดือนละ 45,000 บาทขึ้นไป มหาวิทยาลัยในนอร์เวย์ส่วนมากเริ่มเปิดรับสมัครในเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป เงื่อนไข และ ข้อมูลเพิ่มเติม - ยื่นหลักฐานการสมัครที่มหาวิทยาลัยโดยตรง ไม่มีเอเยนซีใดๆ ถ้ามหาวิทยาลัยตอบรับ ก็จะส่งเอกสารประกอบการขอวีซ่ามาให้ เช่น หนังสือตอบรับการเข้าเรียน, เอกสารการจองที่พัก (หลักประกันว่าเรามีที่อยู่แน่นอน) - ต้องมีเงินฝากธนาคารของประเทศนอร์เวย์ ซึ่งเรียกว่า “Living Cost” เพื่อยืนยันคุณมีเงินทุนเพียงพอสำหรับค่าครองชีพ โดยปกติไม่น้อยกว่า 6,000 ยูโร (ประมาณ 265,410 บาท) ต่อปี หรือ 500 ยูโร (ประมาณ 22,117 บาท) ต่อเดือน เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการขอวีซ่า - นักเรียนต่างชาติยังต้องสมัครวีซ่าระยะยาวหรือใบอนุญาตมีถิ่นที่อยู่ เรียกว่า “resident permit” เพื่อจะเรียนที่นั้นได้ - เงื่อนไขสำคัญที่จะทำให้คุณเป็นผู้ถูกเลือกนั่นก็คือ “การเขียนจดหมายแนะนำตัว” ให้น่าสนใจและมีจุดเด่น ถึงจะผ่านการคัดเลือกได้ รายชื่อมหาวิทยาลัยในประเทศนอร์เวย์ที่เปิดให้เรียนฟรี - University of Oslo (www.uio.no/) - University of Bergen (www.uib.no) - Norwegian University of Science and Technology (www.ntnu.edu/) - University of Troms? (en.uit.no/) - University of Stavanger (www.uis.no/) - University Centre in Svalbard (www.unis.no/) 6. สาธารณรัฐมาซิโดเนีย หลายคนคงไม่คุ้นหูหรือไม่รู้จัก “สาธารณรัฐมาซิโดเนีย” เป็นประเทศขนาดเล็กตั้งอยู่ในคาบสมุทรบอลข่าน โดยมีประชากรเพียง 2 ล้านกว่าคนเท่านั้น เป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติอย่างเช่นแร่ธาตุ และถ่านหิน รัฐบาลสาธารณรัฐมาซิโดเนีย ได้มอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนต่างชาติรวมถึงนักเรียนไทย เพื่อให้ศึกษาต่อระดับปริญญาตรี เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และสนับสนุนให้ในด้านการศึกษาอย่างเต็มที่ ถ้าใครที่ชอบความสงบประเทศเล็กๆ อย่าง สาธารณรัฐมาซิโดเนีย ก็เป็นตัวเลือกที่ดีตัวเลือกหนึ่งสำหรับการไปศึกษาต่อ ทุนการศึกษาของกระทรวงการศึกษาและวิทยาศาสตร์ ของประเทศมาซิโดเนียนี้ มีทั้งหมด 15 ทุน โดยผู้สนใจสามารถเลือกเรียนมหาวิทยาลัยไหนก็ได้ในประเทศมาซิโดเนีย ครอบคลุมหลักสูตรปริญญาตรีในทุกสาขาวิชา รายละเอียดทุน ครอบคลุมค่าเล่าเรียนเต็มจำนวน ค่าธรรมเนียมวีซ่าและใบอนุญาตถิ่นที่อยู่ ค่าโดยสารเครื่องบิน ค่าที่พักและอาหาร ค่าใช้จ่ายรายเดือนเพิ่มเติม 5,000 ดีนาร์มาซิโดเนีย (ประมาณ 3,624 บาท) ค่าเรียนภาษามาซิโดเนีย เพราะผู้สมัครที่ได้รับเลือกให้รับทุนการศึกษาต้องเรียนภาษามาซิโดเนียช่วงฤดูร้อน ในการเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มต้นภาคเรียนฤดูใบไม้ร่วงของปีการศึกษานั้นๆ เงื่อนไข และ ข้อมูลเพิ่มเติม - ระยะเวลาการให้ทุน 4 ปี เป็นทุนการศึกษาที่มอบให้เป็นรายปี ดังนั้นผู้ที่ได้รับทุนจะต้องมีผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจทุกภาคการศึกษาตลอดหลักสูตร, อายุไม่เกิน 28 ปี จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาเป็นอย่างน้อย และมีความเชี่ยวชาญในด้านภาษาอังกฤษ - ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :   www.uist.edu.mk และ www.ohrid.gov.mk - มหาวิทยาลัย University for Information Technology  หรือมหาวิทยาลัย St Paul the Apostle (UIST) เมือง Ohrid เป็นมหาวิทยาลัยด้านสารสนเทศและเทคโนโลยี มีทุนเรียนฟรีสำหรับนักศึกษาชาวต่างชาติ โดยมอบทุนศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีให้กับประเทศไทยเป็นประจำทุกปี โดยในปีการศึกษา 2557/2558 หมดเขตรับสมัครวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ.2557 เปิดรับสมัครทั้งหมด 7 สาขาวิชา คือ (1) Faculty of Communication Networks and Security (CNS) (2) Faculty of Computer Science and Engineering (CSE) (3) Faculty of Information Systems, Visualization, Multimedia and Animation (ISVMA) (4) Faculty of Information and Communication Science (ICS) (5) Study Program of Digital Business Informatics (DBI) (6) Faculty of Applied IT, Machine Intelligence and Robotics (AITMIR) (7) Study Program of E-Government, E-Business and E-Culture รายละเอียดทุน ทุนการศึกษาครอบคลุมค่าเล่าเรียน ค่าธรรมเนียมการตรวจลงตรา (VISA) และ Resident Permit ค่าบัตรโดยสารเครื่องบินไป - กลับ ค่าหอพักและอาหารสามมื้อ ประกันสุขภาพ และเบี้ยเลี้ยงเดือนละประมาณ 82 ยูโร (ประมาณ 3,624 บาท) โดยที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้จะทำการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ การเขียนเอกสารการสมัครข้อมูลประจำตัวเอกสารจะต้องเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น เงื่อนไข และ ข้อมูลเพิ่มเติม - ระยะเวลาการให้ทุน 4 ปี, เอกสารแสดงผลสอบทางภาษาอังกฤษ เช่น IELTS (6.5 ขึ้นไป) , TOEFL iBT(80 คะแนนขึ้นไป) , GCSE , IGCSE . SAT เป็นทุนการศึกษาที่มอบให้เป็นรายปี ดังนั้นผู้ที่ได้รับทุนจะต้องมีผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจทุกภาคการศึกษาตลอดหลักสูตร, อายุไม่เกิน 22 ปี จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาเป็นอย่างน้อย และมีความเชี่ยวชาญในด้านภาษาอังกฤษ - ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :  www.uist.edu.mk และ www.ohrid.gov.mk - ผู้สนใจจะต้องคอยเช็กว่าแต่ละปีจะมีมหาวิทยาลัย คณะ และสาขาใดบ้างที่เปิดรับสมัคร 7. ประเทศตุรกี ดินแดนไก่งวง เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ทางรัฐบาลได้สนับสนุนให้มีการมอบทุนแก่นักศึกษาชาวต่างชาติจากทั่วโลกที่ต้องการเข้ามาศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีฟรี และไม่ต้องใช้ทุนคืนเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว ทำให้มีผู้สนใจสมัครเยอะพอสมควร ซึ่งทุนเรียนฟรีที่ประเทศตุรกีมอบให้นี้เรียกว่า "T?rkiye Scholarships” โดยจะมีทุนตั้งแต่เลือกเรียนคณะใด สาขาใดก็ได้ (Bosphorus Undergraduate Scholarship Program) ไปจนถึงกำหนดประเภทของทุนอย่างเช่น T?rkiye Scholarships Undergraduate Programme Applications for 2014 ที่ให้เลือกประเภทของทุนด้วย เช่น - Regional Undergraduate Scholarship Programmes - Ibn-i Sina Medical Sciences Scholarship Programme - Yunus Emre Turkish Language Scholarship Programme - Islamic Theology Scholarship Programme รายละเอียดทุน ค่าเล่าเรียนเต็มจำนวนตลอดหลักสูตรปริญญาที่เลือก ค่าเล่าเรียนภาษาตุรกีเป็นเวลา 1 ปี ค่าหอพัก ค่าประกันสุขภาพ ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ และค่าใช้จ่ายรายเดือน เดือนละประมาณ 250 USD ประมาณ 8,098 บาทไทย ซึ่งบางปีอาจฟรีค่าที่พัก เมื่อนักศึกษาตกลงพักกับหอพักรัฐบาล ซึ่งจะให้พักหอในของสถานศึกษาที่ผู้ได้ทุนเลือก หรือหอใกล้สถานศึกษาที่สุดที่อยู่ในระดับเดียวกัน เงื่อนไข และ ข้อมูลเพิ่มเติม - อายุต่ำกว่า 21 ปี จบระดับมัธยมศึกษาตอนปลายแล้ว - มีเกรดเฉลี่ยที่จบมาไม่ต่ำกว่า 90% สำหรับผู้สมัครที่ต้องการสมัครในสาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ และไม่ต่ำกว่า 70% สำหรับผู้สมัครที่ต้องการสมัครในสาขาอื่นๆ - หลักสูตรส่วนมากสอนเป็นภาษาตุรกี ซึ่งหากได้รับทุน จะต้องเข้าเรียนหลักสูตรภาษาตุรกีก่อนเป็นเวลา 1 ปี แต่มีบางหลักสูตรที่สอนเป็นภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส หรือเยอรมัน ซึ่งหากผู้สมัครต้องการเรียนในหลักสูตรที่ไม่ใช่ภาษาตุรกี จะต้องมีเอกสารหรือผลสอบแสดงความสามารถทางภาษานั้นๆ ยื่นประกอบการสมัครด้วย - สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “การเขียนเรียงความ” ที่ต้องแนบไปพร้อมกับใบสมัครถือเป็นตัวชี้วัดเลยว่าคุณสมควรจะเป็นผู้ได้รับทุนนี้หรือไม่ - ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : https://basvuru.turkiyeburslari.gov.tr/en) และ http://www.turkiyeburslari.gov.tr/index.php/en/ - ผู้สนใจจะต้องคอยเช็กว่าแต่ละปีจะมีมหาวิทยาลัย คณะ และสาขาใดบ้างที่เปิดรับสมัคร ข้อมูล : EDUZONES KNOWLEDGE

20 เรื่องที่ไม่ต้องรู้ก็ได้ แต่รู้ไว้ก็ดี ของ Guardians of the Galaxy
20 เรื่อง /  fun fact / 

หลังมาร์เวล สตูดิโอ ปล่อยให้ทีม ดิ อเวนเจอร์ส มาพิทักษ์โลกจนเละเทะ (เอ๊ะ ยังไง?!) ไปแล้ว คราวนี้เลยขอส่งแก๊งใหม่มามั่ง แต่แค่พิทักษ์โลกมันน้อยไป เพราะแก๊งบ้าๆบวมๆ ไม่สมประกอบนี้?! จะมาพิทักษ์ระดับจักรวาล ในภาพยนตร์แอ็คชั่น-ไซไฟ เรื่อง Guardians of the Galaxy รวมพันธุ์นักสู้พิทักษ์จักรวาล เรื่องนี้ โดยนอกจากความมันส์ เพี้ยน เกรียน ที่จัดเต็มในหนังแล้ว เรื่องราว 20 ข้อต่อไปนี้ คือเรื่องจริงเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ ทั้งเบื้องหน้า เบื้องหลัง เบื้องลึก และเรื่องจิปาถะ ที่คุณผู้ชมไม่รู้ก็ไม่เป็นไร แต่รู้ไว้โชว์ข้อมูลแน่นปึ้ก แถมอาจดูหนังสนุกขึ้นด้วยนะจะบอกให้ ว่าแต่ 20 เรื่องที่ว่านี่จะมีอะไรบ้าง ตามมายาวๆกันได้เลย 1. ข้อแรกนี้สำหรับสาวกคงรู้กันอยู่แล้ว แต่เราไม่แคร์ เพราะเราอยากบอก ว่าจริงๆแล้ว Guardians of the Galaxy ไม่ได้อยู่ดีๆ ก็จับตัวบ้าๆบวมๆ มาทำเป็นหนังเลยนะ เพราะมันเป็นการ์ตูนในสังกัดของ มาร์เวล มาก่อนน่ะสิ โดยปรากฎตัวครั้งแรกในหนังสือการ์ตูน มาร์เวล ซูเปอร์-ฮีโร่ส์ เล่มที่ 18  ฉบับเดือนมกราคม 1969 (เอ่อ...มีใครเกิดแล้วมั่งครับ) ซึ่งทีมใหม่เปิดซิงนี้ สร้างขึ้นโดย อาร์โนลด์ เดรค และ จีน โคแลน ชาวคณะ Guardians of the Galaxy รุ่นปี 1969 2. เข้าใจครับว่ากำลังงง อย่าพึ่งทำหน้าแบบนั้น ที่ทีมฉบับต้นตระกูล ยังไม่มีตัวละครเหมือนในหนัง เพราะฉบับหนังนี้ อ้างอิงมาจากทีมผู้พิทักษ์ยุคใหม่ หรือคือทีมที่สอง ที่ถูกใช้ภายใต้ชื่อเดียวกัน ซึ่งปรากฎตัวครั้งแรกใน Guardians of the Galaxy โวลุ่ม 2 เล่ม 1 ฉบับเดือนพฤษภาคม 2008 (โอเค...อันนี้น่าจะเกิดกันแล้ว) ซึ่งได้ แดน แอ๊บเนท และ แอนดี้ แลนนิ่ง เป็นผู้สร้างทีมใหม่นี้ โดยมีสมาชิกทั้ง 7 ได้แก่ สตาร์-ลอร์ด, ร็อคเก็ต แร็คคูน, คัวซาร์, อดัม วอร์ล็อค, กาโมร่า, แดร๊กซ์ จอมพิฆาต และกรูท (แต่ในหนังดันทิ้ง คัวซาร์ กับ อดัม วอร์ล็อค ไปซะอย่างงั้น เสียดายจังเลย..) ชาวคณะ Guardians of the Galaxy รุ่นปี 2008 3. การนำก๊วนแสบอย่าง Guardians of the Galaxy มาทำเป็นหนัง มันก็ต้องน่าสนใจอยู่แล้ว เพราะบรรดาฮีโร่บ้าๆบวมๆ พวกนี้มาอยู่ด้วยกัน คงได้ลุ้นกันสนุกว่ามันจะไปพิทักษ์จักรวาลกันอีท่าไหน แต่ความซวยอยู่ตรงที่ ถ้าเทียบกับหนังเรื่องก่อนๆ ของมาร์เวล แล้ว แก๊งนี้แทบไม่เป็นที่รู้จักเอาเสียเลย ทำให้หลายคนมองว่า มันเป็นหนังที่เสี่ยงที่สุดของ มาร์เวล แต่ผู้กำกับ เจมส์ กันน์ ตอบกลับแบบหล่อๆ ว่า "มันไม่ใช่อย่างงั้นซะหน่อย Iron Man ต่างหากที่่เสี่ยงสุด เพราะมันถูกสร้างตอนบริษัทไม่ได้ร่ำรวย แต่ก็ระดมทุนสร้างหนัง ที่อิงจากการตูนที่ไม่มีคนรู้จักพอๆ กับ การ์เดี้ยน ออฟ เดอะ กาแล็กซี่ นั่นแหละ แล้ว Iron Man ที่เราเห็นตอนนี้เป็นไง การ์เดี้ยน ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ทุกคนมองเราเป็นตัวละครเกรดบี แต่เชื่อเหอะว่าแก่นแท้ของมันมีที่เด็ดกว่านั้นเยอะ!" อืม...ท่าจะจริงตามที่พี่ว่าไว้ละนะ เจมส์ กันน์ ผู้กำกับ Guardians of the Galaxy 4. ก่อนหน้าที่จะมากำกับหนังเรื่องนี้ เจมส์ กันน์ ก็เกรียนไม่แพ้บรรดาตัวละครในหนัง เขาเคยเขียนบท Scooby Doo และ Dawn of the Dead ก่อนจะมากำกับหนังเรื่อง Slither อันว่าด้วยหนอนต่างดาวคุกคามโลก และ Super หนังซูเปอร์ฮีโร่ตลกร้ายเรท R !!! และที่คุณอาจไม่รู้ คือ เขายังกำกับฉากหลังเครดิตของ Thor: The Dark World อันเป็นจุดเชื่อมนำมาสู่ Guardians of the Galaxy เรื่องนี้ด้วย เจมส์ กันน์ ผู้กำกับ Guardians of the Galaxy 5. ดนตรีประกอบหนังเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญที่จะขาดไปเสียมิได้ แต่เหมือนว่าผู้กำกับ เจมส์ กันน์ จะอยากให้นักแสดงอินแบบสุดๆ เลยสั่งการให้ ไทเลอร์ เบทส์ ผู้ประพันธ์เพลงของหนังเรื่องนี้ ทำเพลงให้เสร็จก่อน 2-3 เพลง เพื่อที่เขาจะได้เปิดมัน เพื่อสร้างอารมณ์ร่วมให้กับนักแสดง สร้างบรรยากาศในขณะถ่ายทำ และยังเป็นการตั้งแนวทางของฉากนั้นๆ ด้วย เรียกว่า บิวท์อารมณ์กันแบบสุดๆเลยสิเอ้า และนอกเหนือจากดนตรีประกอบแล้ว เขายังให้แผนกเสียง เปิดเพลงในยุค '70 ที่ ปีเตอร์ ควิลล์ ที่รับบทโดย คริส แพรตต์ ต้องเปิดในเครื่องเล่นเทปเครื่องเก่า ของรักของหวงของตัวเองอีกด้วยต่างหาก ผมปีเตอร์ ควิลล์ ผมรักเพลงยุค ’70 นะครับ (ก็มันไม่มียุคอื่นให้ฟังนี่หว่า!!) 6. แบร์รี่ กิบส์ ผู้จัดการของประกอบฉาก ประจำหนังเรื่องนี้ ต้องถึงคราวซวยจัด เมื่อโจรเกรียน สตาร์ ลอร์ด ต้องมีเครื่องเล่นเทปรุ่นโบร่ำโบราณเป็นของรักติดตัว จึงเป็นเรื่องที่ท้าทาย (และสาหัส) อย่างยิ่ง กับการต้องเที่ยวตามหาแรร์ไอเท็มนี้ในอินเตอร์เน็ตนานกว่า 4 เดือน แต่จนแล้วจนรอดก็ได้มาเพียง 16 เครื่อง แถมยังต้องเอามาซ่อมแซมสารพัดรูปแบบ เพื่อใช้งานให้เหมาะกับหนังอีกต่างหาก ทำเอาเหนื่อยไปหลายตลบเลยทีเดียว (แหม่...ถ้าพี่แกฟังจากไอพอดได้ ก็จบเรื่องไปนานละ! ) แรร์ไอเท็มนะคร้าบ! 7. บรรดาฉากและของแปลกๆ ใน Guardians of the Galaxy ใช่ว่าเอะอะจะกรีนสกรีนกันท่าเดียว มีหลายอย่างที่ผู้กำกับ เจมส์ กันน์ บอกสร้างจริงไปเลยสิ! ภารกิจจึงวิ่งไปตกไปที่ ชาร์ลส์ วู๊ด นักออกแบบงานสร้างและทีมงาน ต้องออกแบบและสร้างฉากใหญ่หลายฉาก ซึ่งงานที่สาหัสที่สุดคงหนีไม่พ้น ฉากคุกอวกาศที่เหล่าผู้พิทักษ์สุดเพี้ยนถูกจับไปขัง เพราะมันเป็นของจริงทั้งหมดรอบตัว 360 องศา อยากถ่ายมุมไหนก็ถ่ายได้ และยังปวดเศียรเวียนเกล้าในเชิงวิศวกรรมสุดๆ เพราะมันต้องใช้เหล็กกว่า 350,000 ปอนด์! และยังมีเจ้าวัตถุลึกลับทรงกลมเจ้าปัญหา ที่ แบร์รี่ กิบส์ (คนเดียวกับที่หาเครื่องเล่นเทปอยู่ 4 เดือนเมื่อตะกี้นั่นแหละ) ผู้จัดการของประกอบฉากและทีมงาน ต้องตั้งหน้าตั้งตาขึ้นรูปเกราะภายนอกด้วยอลูมิเนียม และส่งให้ช่างทำพลอยตกแต่ง และประกอบมันขึ้น ก่อนจะส่งชิ้นงานไปชุบเงินอีกรอบหนึ่ง ถึงจะเสร็จเอามาถ่ายได้ หวังว่านักแสดงคงไม่ทำพังตอนแสดงนะ เพราะมันทั้งยากทั้งเหนื่อยนะเหวยย!!! ฉากและของในหนังไซไฟ นี่มันโหดจริงๆ! 8. เพลงที่คุณผู้ชมได้ยินในตัวอย่างหนัง ที่ร้องด้วยเสียงยียวนว่า "อุกา ชากา อุกา ชากา" อะไรประมาณนี้ คือ เพลง Hooked On A Feeling ของวง Blue Swede วงร็อคชาวสวีเดน ที่โด่งดังในยุค '70 ยุคเดียวกับเพลงโปรดในเครื่องเล่นเทปประจำตัวของ ปีเตอร์ ควิลล์ และเป็นเพลงหลักของหนังเรื่องนี้อีกด้วย อูกา ชากา อูกา ชากา (ซ้ำหลายๆ รอบ) 9. เดฟ บาทิสต้า พี่บึ้กกล้ามโต อดีตแชมป์มวยปล้ำ WWE ที่มารับบท แดร๊กซ์ จอมพิฆาต ที่มีรอยสักและแผลเป็นอยู่แทบทุกอนูบนผิวหนังนั้น ไม้ได้เพราะอยากฮิปหรืออยู่ยงคงกระพันแต่อย่างใด แต่มันเป็นสิ่งที่ใช้บันทึกและบอกเล่าเรื่องราวชีวิตของเขาเลยนะนั่น โดยพี่เดฟ ตัวจริงก็ไม่ได้มีรอยสักตั้งแต่ตัวยันหน้าขนาดนั้น จึงต้องใช้เวลา 4 ชั่วโมงต่อวัน บนเก้าอี้ (บางครั้งก็ยืน) เพื่อให้ช่างเมคอัพได้วาดลวดลายรอยสัก 18 ชิ้น โดยงานบ้าพลังนี้ ต้องใช้ช่างแต่งหน้าถึง 5 คน มามะรุมมะตุ้มเขา ซึ่งถ้าคำนวณแล้ว เดฟ บาทิสต้า ใช้เวลาเมคอัพสำหรับหนังเรื่องนี้ รวมแล้วเป็นเวลากว่า 7 วัน!!! รอยสักนี้ แดร๊กซ์ ได้แต่ใดมา 10. Guardians of the Galaxy เป็นเรื่องวุ่นวายระดับจักรวาลทั้งที ก็ต้องมีตัวประกอบเป็นมนุษย์ต่างดาวหลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งนั่นก็กลายเป็นหน้าที่หลัก (และหน้าที่หนัก) ของทีมเทคนิคพิเศษ ที่ต้องใช้แม่พิมพ์มนุษย์ต่างดาว ที่มีรูปร่างคล้ายคนกว่า 2,000 ชิ้น และต้องลงสีแยกตามเผ่าพันธุ์ ทั้งสีเหลือง, น้ำเงิน และสีชมพู โดยทีมเมคอัพ สเปเชียลเอฟเฟคนี้ ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ แต่งหน้ากว่า 1,250 ชิ้นงาน ใช้ช่างแต่งหน้าทั้งหมดถึง 50 คน ที่ทำงานแยกเป็นทีม สำหรับตัวละครแต่ละตัวโดยเฉพาะ เรียกได้ว่า เฉพาะทีมนี้ก็แทบล้นกองถ่ายกันแล้ว! ชาวดาวอะไรกันมั่งล่ะเนี่ย??!! 11. นอกจากเทคนิคโมชั่นแคปเจอร์ ที่ใช้สร้างแร็คคูณปืนโหด ร็อกเก็ต และอมนุษย์หน้าตาเหมือนต้นไม้ กรูท แล้ว เดวิด ไวท์ นักออกแบบการแต่งหน้าเทคนิคพิเศษประจำกองถ่าย ยังได้สร้างโมเดล 3 มิติ ขนาดเท่าตัวจริงของร็อคเก็ต และโมเดลครึ่งตัวของ กรูท มาใช้ในการถ่ายทำจริงด้วย โดยมันทำหน้าที่หลัก เพื่อเป็นการอ้างอิงสำหรับทีมผู้สร้าง สำหรับการทำเทคนิคด้านภาพและการให้แสงเงา แต่มีหน้าที่เสริม เพื่อให้ตัวละครอื่นๆ สามารถตอบสนองต่อ 2 ต่างดาวพันธุ์พิลึกนี้ได้สมจริงอีกด้วย (ก็คงดีกว่า พูดกับฉากกรีนสกรีนเขียวๆแหละน่า!) ร็อกเก็ตก็ดูน่ารักดี เวลาพี่ไม่แบกปืนมากระหน่ำยิงอ่ะนะ 12. พี่โล้นซิ่งขาโหด วิน ดีเซล ที่รับบทและพากย์เสียงเป็น กรูท อมนุษย์ต้นไม้ผู้เงียบขรึม ต้องฝึกซ้อมเดินบนขาต่ออยู่หลายตลบ เพื่อให้ตัวเองสูงเป็นยักษ์เหมือนความสูงของ กรูท ในเรื่อง ก่อนจะไปผ่านกระบวนการโมชั่นแคปเจอร์ต่อไป และที่สำคัญ วิน ดีเซล ยังทุ่มเทสุดๆกับการพากย์บทสุดเพี้ยนนี้ ถึงแม้ทั้งเรื่อง กรูท จะพูดอยู่ประโยคเดียวซ้ำไปซ้ำมาว่า "I am Groot." ...ครับ แค่นี้เลยจริงๆ ถึงน้อยนิด แต่พี่วิน ก็จัดหนักเพื่อให้ กรูท ได้แสดงอารมณ์หลากหลายและซ่อนความหมายประมาณ "ฆ่ามันเลย!!" "เอาไงเอากัน" หรืออื่นๆ ภายใต้ประโยคเดียวนั้นได้ เหยียบคันเร่ง มันง่ายกว่านี้เยอะเลยนะพวก! ในขณะที่คนอื่นเถียงกันหน้าดำคร่ำเคร่ง พี่กรูทของเราก็ยิ้มแป้น ก่อนจะพูดว่า... ข้า คือ กรูท ข้า คือ กรูท ข้า คือ กรูท ข้า คือ กรูท ข้า... 13. เนื่องจากตัวเองเป็นคนรักสัตว์หน้าตาแอ๊บแบ๊วอย่าง แร็คคูนอยู่แล้ว ผู้กำกับ เจมส์ กันน์ เลยทุ่มเทให้แบบสุดๆ กับตัวละคร ร็อกเก็ต แร็คคูน เริ่มตั้งแต่ใช้ ฌอน กันน์ น้องชายบังเกิดเกล้า มาใส่ชุดรัดติ้วแสดงเป็นแร็คคูน เพื่อบันทึกภาพโมชั่นแคปเจอร์ แต่เหมือนจะยังไม่ถูกใจ เลยใช้นักแสดงคนแคระ อาร์ติ ชาห์ มายืนในการถ่ายทำ เพื่อให้ทีมงานใช้อ้างอิงแสงและการทำเทคนิคด้านภาพ แต่นั่นก็ยังไม่หมด ผู้กำกับผมชี้คนนี้ยังลงทุนจ้าง โอริโอ้ ดาราแร็คคูนที่ป๊อปปูล่าร์สุดๆในประเทศอังกฤษ มาเป็นเหมือนเซเลปเยี่ยมกองถ่าย ให้ทีมงานได้ดูพฤติกรรมและการเคลื่อนไหวจริงๆของมัน แต่ประเด็นคือ เจมส์ กันน์ ดันปลาบปลื้มมันอย่างออกนอกหน้าเลยน่ะสิ นี่ถ้าเอาโอริโอ้มาแสดงเป็น ร็อกเก็ต ได้ล่ะก็ คงทำไปแล้วสินะ พ่อคุณ! ก็ผมรักของผมอ่ะ 14. นักแสดงที่มารับบทพี่น้องสองสาว มือสังหารขาโหดทั้ง กาโมร่า และ เนบิวล่า มีเรื่องราวเบื้องหลังแบบทุ่มเทสุดๆ ที่คุณอาจคาดไม่ถึง โดย โซอี้ ซัลดาน่า ที่มารับบท กาโมร่า นั้น หลายคนอาจนึกไม่ออกว่าเธอเป็นใคร แต่จริงๆแล้ว เธอเคยเป็นนางเอกหนังระดับพันล้านมาแล้วนะครับ! เพราะ โซอี้ ซัลดาน่า ก็คือ เนย์ทีรี นางเอกสาวตัวฟ้าชาวนาวี จาก Avatar นั่นเอง ก่อนจะมาเป็นต่างดาวตัวเขียวอีกครั้งในหนังเรื่องนี้ (จะได้มีผิวปกติมนุษย์กับเขามั่งไหมเนี่ย?!) โดยเธอเสนอให้ทีมงานทาสีเขียวลงบนตัวเธอจริงๆ ไม่ต้องใช้เทคนิคด้านภาพแต่ประการใด ไม่เป็นไรเดี๋ยวค่อยล้างเอา อย่างนี้พลิ้วกว่า ส่วนอีกหนึ่งสาว คาเรน กิลลัน ที่รับบทสาวร้าย เนบิวล่า ทั้งๆที่รู้ว่าเส้นผมนั้นสำคัญกับผู้หญิงขนาดไหน แต่เธอก็ยอมสละผมสลวยสวยเก๋ของตัวเอง จัดโกนหัวซะเกลี้ยงเพื่อรับบทนี้โดยเฉพาะ โซอี้ ซัลดาน่า   คาเรน กิลลัน 15. นักแสดงผิวหมึก ดจิมอน ฮอนชู ถึงกับเงิบ!! เมื่อลูกชายของเขา ที่ชื่นชอบบรรดาซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวลเป็นชีวิตจิตใจ บอกว่า "พ่อ ผมอยากมีผิวขาว เพราะสไปเดอร์แมนเป็นคนผิวขาว!" เขาเลยรับแสดงบท โคราธ สมุนของ โรแนน เพราะอยากให้ลูกได้เห็นตัวเองเป็นตัวละครผิวสี ที่ดูดีเมื่ออยู่บนจอภาพยนตร์นั่นเอง ไหงพูดงั้นล่ะลูกพ่อ... 16. ใน Guardians of the Galaxy ไม่ใช่แค่ตัวละคร แม้แต่ยานอวกาศก็มีที่มาที่ไป โดยยาน มิลาโน ยานอวกาศหน้าตาเฟี้ยวฟ้าวของ ปีเตอร์ ควิลล์ ออกแบบภายนอกโดยได้แรงบันดาลใจมาจากเครื่องบินเร็วเหนือเสียง เบลล์ เอ็กซ์-วัน ที่ขับโดย ชัค เยเกอร์ และออกแบบภายในให้ประกอบไปด้วยหนัง และโครเมียม สไตล์รถอเมริกัน เพื่อสื่อถึงโลกอันเป็นบ้านเกิดของควิลล์ โดยยานที่เห็นในหนังนั้นเป็นของจริง และใช้เวลาสร้างกว่า 14 สัปดาห์ ส่วนยาน ดาร์ค-เอสเตอร์ ลำมหึมาสีดำทะมึนของโรแนน ยึดหลักมินิมัล และดุดัน สร้างภาพลักษณ์ของโลกมืดทึบไร้สีสัน ปราศจากการตกแต่งใดๆ และตั้งใจทำให้มันเหมือนกับสุสานที่บินได้ (สยองจริงๆ!) ยาน มิลาโน ของ ปีเตอร์ ควิลล์ ยาน ดาร์ค-เอสเตอร์ ของ โรแนน 17. นอกจากยาน 2 ลำ ที่ผ่านกระบวนการออกแบบอย่างดีในข้อก่อนหน้านี้แล้ว ยังมีอีกลำหนึ่งที่พิเศษ เสียจนต้องแยกออกมาอีกข้อ เพราะมันคือส่วนสำคัญสุดๆ ในจักรวาลมาร์เวล แน่นอนจะเป็นใครไม่ได้ นอกเสียจากยาน โนว์แวร์ ที่เป็นทั้งฐานทัพ เหมือง รัฐสภา ตลาด และพิพิธภัณฑ์ส่วนบุคคลของ เดอะ คอลเลคเตอร์ นักสะสมระดับจักรวาล ที่มันเป็นทั้งหมดนั่นได้ เพราะมันสร้างมาจากกะโหลกของยักษ์ Celestial สิ่งมีชีวิตที่เก่าแก่ที่สุดในกาแล็กซี่ ลำพังแค่ส่วนหัวที่ เดอะ คอลเลคเตอร์ จับมาทำเป็นที่หากิน ก็ใหญ่พอๆกับดาวเล็กๆหนึ่งดวงแล้ว ถ้าขนาดทั้งตัวเราคงจินตนาการไปไม่ถึง คงใหญ่พอที่จะสะกิดโลกให้เละเป็นจุลได้เลยล่ะ ยาน โนว์แวร์  ในภาพยนตร์ Guardians of the Galaxy ยาน โนว์แวร์ และยักษ์ Celestial ฉบับการ์ตูน 18. ตัวละครลับ ที่แฟนมาร์เวลอยากเห็นแบบเต็มๆ นานๆ สักที อย่างนักสะสมตัวพ่อ เดอะคอลเลคเตอร์ และจอมมาร ธานอส ที่โผล่มาแว้บๆในตอนท้ายเครดิตของ Thor: The Dark World และ The Avengers แต่ใน Guardians of the Galaxy นี้ พวกเขาทั้งสองจะออกจากที่ลับ และปรากฏตัวออกมาแบบเต็มๆ ให้สาแก่ใจแฟนๆ แน่นอน และไม่ใช่ออกมาโชว์ตัวกันเฉยๆ แต่ทั้งสองยังเป็นตัวแปรสำคัญของเรื่องราวเลยทีเดียว ส่วนใครจะออกมากออกน้อยแค่ไหน เราไม่บอกหรอก ไปตามดูในหนังละกัน เรื่องนี้ ตัวบอสจะออกจากที่ลับ! 19. The Infinity Stones อัญมณีทั้ง 6 อันเป็นขุมพลังไร้ที่สิ้นสุด คือ สิ่งที่ผู้มีอิทธิพลในจักรวาลมาร์เวล ต่างแย่งชิงกันแบบถึงเลือดถึงเนื้อ จนบางครั้งถึงขั้นประกาศสงครามระหว่างดวงดาวเลยก็มี! ซึ่งสิ่งนี้นี่แหละ ที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงหนังมาร์เวลทุกเรื่องไว้ด้วยกัน โดยอัญมณีเจ้าปัญหาทั้ง 6 สีนี้ ได้แก่ Space Gem สีม่วง มีพลังในการท่องอวกาศ วาร์ปและส่งวัตถุขนาดใหญ่ผ่านประตูมิติ (เทสเซอแร็ค ใน The Avengers) / Mind Gem สีน้ำเงิน มีพลังควบคุมจิตใจผู้อื่น เปลี่ยนแปลง ลบความจำ โทรจิต (ไม้เท้าของโลกิ) / Soul Gem สีเขียว มีพลังถอดจิตออกจากร่าง ไปโจมตีหรือขโมยวิญญาณผู้อื่น / Reality Gem สีเหลือง มีพลังเปลี่ยนแปลงความจริงทุกอย่างตามหลักวิทยาศาสตร์ / Time Gem สีส้ม มีพลังควบคุมเวลาทั้งอดีต ปัจจุบัน อนาคต เพิ่มลดอายุของสิ่งมีชีวิต / Power Gem สีแดง มีพลังเพิ่มความแข็งแกร่งแบบไร้ขีดจำกัด (อีเธอร์ ใน Thor: The Dark World) ซึ่ง 1 ใน 6 นี่ล่ะ ที่จะเป็นตัวแปรสำคัญใน Guardians of the Galaxy เรื่องนี้ ส่วนจะเป็นสีไหนนั้น เราก็ขอบอกเหมือนเดิมเลยว่า ไปดูกันในหนังนะ บอกหมดก็ไม่สนุกสิ! ขึ้นชื่อว่า The Infinity Stone ใครๆก็อยากได้มาครอบครองยกเซตกันทั้งนั้น 20. หลังจากที่ผู้กำกับ เจมส์ กันน์ พา แดน แอ๊บเนท และ แอนดี้ แลนนิ่ง สองนักเขียนการ์ตูนต้นฉบับไปเยี่ยมกองถ่าย ทั้งสองก็ปลาบปลื้ม ประทับใจกับตัวหนังอย่างแรง จนกลับไปเขียนการ์ตูนพิเศษ 2 ตอนจบ โดยเป็นเรื่องราวปูมหลังของตัวละครก่อนเหตุการณ์ในหนัง โดยตอนแรกเล่าถึงความเป็นมาของ เนบิวล่า ลูกสาวบุญธรรม ธานอส และตอนที่ 2 กับเรื่องราวของคู่หูคู่โหดจาก 2 โลกที่ต่างกันอย่าง ร็อกเก็ต แร็๋คคูน และ กรูท ในชื่อ Marvel's Guardians of the Galaxy Prelude ที่วางจำหน่ายในอเมริกาไปตั้งแต่เดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ส่วนในไทยคุณผู้ชมต้องลองไปสืบดูเอาเองนะ หนึ่งสาวจอมโหด กับ สองคู่หูสุดระห่ำ ฉบับการ์ตูน และทั้งหมดนี้ คือ 20 เรื่องที่คุณไม่รู้ก็ได้ แต่รู้ไว้ก็ดีนะ ของหนังแก๊งพิทักษ์โลกสุดวายป่วงนี้ มีข้อมูลปึ้กกันแล้ว ก็ไปมันส์ ซ่าระห่่ำ และขำแบบโคตรเกรียนได้ในภาพยนตร์ Guardians of the Galaxy รวมพันธุ์นักสู้พิทักษ์จักรวาล ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ ดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ Guardians of the Galaxy ได้ที่นี่เลย ----------------------------------

โยนีศาสตร์ ตำรับดูของลับหญิง
ของลับหญิง /  ดูของลับหญิง / 

Horoscope.Mthai.com ไม่ได้จะมาทะลึ่งนะครับ แต่ต้องการนำเสนออีกแง่มุมหนึ่งของสิทธิการิยะ เกจิอาจารย์ ที่กล่าวไว้ว่าถ้าจะดู ของลับหญิง (ตำรับโยนีศาสตร์) ว่ารูปพรรณสัณฐานและดีชั่วอย่างไร มีวิธีดูดังนี้ สิทธิการิยะ เกจิอาจารย์ ถ้าจะดู ของลับหญิง ว่า ว่ารูปพรรณสัณฐานและดีชั่วอย่างไร ท่านให้เอาวัน-เดือน-ปี เกิดของหญิงที่อยากรู้นั้นบวกรวมเข้าด้วยกัน เอา 3 คูณ 8 หาร หากได้เศษเท่าใด พึงดูคำทำนายตามเศษ ดังนี้เถิด สำหรับวิธีตั้งทำนายนั้น ท่านให้เอา วัน เดือน ปี บวกเข้าด้วยกัน โดยกำหนดนับปีชวดเป็นปีแรกและกำหนดนับเดือนธันวาเป็นเดือนที่ 1 และนับวันอาทิตย์เป็นวันแรกไปจนถึงวัน-เดือน-ปี เกิดของผู้นั้น เศษ 1 ตำราว่ามี รูปโยนีเท่าใบพลูไม่สู้ใหญ่ หนทางเข้านั้นขยับจะคับไป ขนก็ไม่รกปรกแคมรู พิเคราะห์ดูสินทรัพย์อาภัพมาก แต่ขันหมากไม่จนมีคนสู้ ชะตาแรงหนักหนาตำราครู จะมีคู่เลือกเอาเองไม่เกรงใคร เศษ 2 ท่านขยายทำนายว่า โตเท่าฝ่ามือกางอย่างใหญ่ ทั้งขนดำนั้นรกดกกระไร เนื่องขึ้นไปจนบนหนอกดูออกดำ ทายว่าจะอาภัพอัปลักษณ์ ทั้งยศศักดิ์เสื่อมทรามแม่งามขำ สิ่งสมบัติต้องหาอุตส่าห์จำ ทรัพย์ที่ทำกว่าจะได้เหงื่อไหลเซาะ เศษ 3 ท่านทำนายทายทักไว้ ว่าโตใหญ่ขาวโคกดูโหนกเหมาะ ที่ร่องกลางทางจะทำก็จำเพาะ แต่พอเหมาะไม่สู้กว้างเป็นอย่างดี อันโลมามีอยู่ไม่สู้มาก เว้นแต่หากดำสนิทดูมิดหมี แม้นชายใดร่วมรักภัคคินี ต้องคลุกคลี อยู่เคล้าเจ้าร่ำไป เศษ 4 ตำราท่านว่าถ่อย เหมือนกาบหอยแมลงภู่ไม่สู้ใหญ่ ประการหนึ่งถ้าจะอุปมัย พิเคราะห์ไปแล้วก็ลีบเหมือนกีบกวาง ทั้งโลมาดำดกดูรกเลี้ยว หนทางเที่ยวทำเลลึกดูกว้างขวาง ถึงมีคู่คงคิดนอกใจนาง มักรักร้างแรมสนุกไปทุกครา เศษ 5 ว่าโคกกะเปาะเหลาะ เหมือนตาลเฉาะน่าดูสองพูขาว พอสมกายกันไม่สั้นยาว ไม่ห่างหาวแคมสนิทมิดชิดดี ขนก็มีรำไรมิสู้ดก ด้วยเศษตกเบญจเลิศประเสริฐศรี เป็นมหาสิทธิโชคโฉลกดี ทรัพย์ก็มีมากครันด้วยปัญญา เศษ 6 โคกขาวยาวสลวย เหมือนกาบกล้วยตานีดีนักหนา ทั้งโตยาวขาวล้วนชวนวิญญาณ์ เส้นโลมาละเอียดลออมากพอควร เมื่อสาวยังมีทุกข์ไม่สุขแท้ ต่อเมื่อแก่จึงวายหายกำศรวล สุขสมบัติสมบูรณ์ประมูลมวล ประเสริฐส่วนเศษโชคโฉลกงาม เศษ 7 ไม่เท็จถ่อยเหมือนหอยโข่ง กระเปาะโป่งติดตัวชั่วส่ำสาม ตัณหามากราคะจัดกำดัดนาม มักทำตามใจตัวไม่กลัวใคร ทั้งก้าวร้าวห้าวหาญในการโลก สาระโกกเกเรเถลไถล น้ำจิตรักนักเลงโผงเผงไป มีข้อได้พึ่งพาแต่สามี ลำพังตัวแล้วต้องเที่ยวซ่องแซ่ง ไม่มีแหล่งเป็นหลักสิ้นศักดิ์ศรี แม้นชายใดได้ร่วมประเวณี ก็เป็นทีมัวหมองเหมือนต้องไฟ เศษ 0 นูนโหนกเป็นโคกเค้า เหมือนน้ำเต้าผ่าแล่งแถลงไข โลมารายริมรอบเป็นขอบไป ที่ลานใหญ่มีบ้างแต่บางเบา น่าสงวนควรสนองประคองคู่ เป็นคนรู้จักเจียมเสงี่ยมเหงา มักชังชิงสิ่งที่ชั่วไม่มัวเมา ประกอบด้วยเชาว์ปรีชาปัญญายง ใจประมาณบอกอาการที่เพ่งพิศ เจือนักเลงอยู่สักนิดน่าพิศวง มีกลเม็ดเด็ดแท้แม่อนงค์ ชายใดลิ้มรสต้องหลงเสน่ห์นาง

สาวแก้ผ้า เซลฟี่วาบหวิว สนับสนุนทหารป้องกันประเทศอิสราเอล
sexy /  สาวเซ็กซี่ / 

สาวแก้ผ้า เซลฟี่วาบหวิว สนับสนุนทหารป้องกันประเทศอิสราเอล ไม่มีอะไรที่จะขายดีเรียกความสนใจผู้คนไปมากกว่าขายเซ็กส์แน่นอนครับ และสิ่งที่ผู้ชายเรานึกถึงเป็นอันดับต้นๆ ด็คงจะหนีไม่พ้น สาวแก้ผ้า อย่างแน่นอนครับ ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องที่ฮือฮาบนโลกโซเชียลอย่างเต็มเหนี่ยวเลย เพราะว่าล่าสุด สาวๆ ต่างก็พากันเปลื้องผ้าถ่ายนู้ด เป็นแรงใจให้กับ กองกำลังทหารป้องกันประเทศอิสราเอล โดยพวกเธอจะนำเสนอสิ่งที่ขัดแย้งด้วยความรัก ด้วย สาวแก้ผ้า ส่งผ่านให้กับเหล่าทหารที่ออกไปต่อสู้นั่นเองครับ โดยได้มีการสร้างเพจเฟสบุ๊คขึ้นมาเพื่อที่จะสนับสนุน กองกำลังทหารป้องกันประเทศอิสราเอล ขึ้นมา โดยมีจุดประสงค์ให้ สาวๆ ที่อยากจะสนับสนุนเหล่าทหาร สามารถส่งรูปนู๊ด รูปโป๊ของตัวเอง ที่มีคำว่า IDF (Israel Defense Forces) อยู่ในรูปลงในเพจได้นั่นเอง ทาง Men.MThai เราก็ไม่รอช้าครับ เลยไปรวบรวมภาพสาวเซ็กซี่มาฝากเพื่อนๆกันอย่างแน่นอนครับ โดยทางเพจ สนับสนุน กองกำลังทหารป้องกันประเทศอิสราเอล ได้ให้รายละเอียดเพจเอาไว้ว่า ถึง เหล่า กองกำลังทหารป้องกันประเทศอิสราเอล พวกเราตั้งเพจนี้ขึ้นมาเพื่อ นำเสนอความขอบคุณสำหรับพวกคุณ ที่ออกไปทำเพื่อพวกเรา พวกคุณคือฮีโร่ ความสายงามของสาวอิสราเอลรอพวกคุณอยู่ที่บ้าน รีบกลับมาเร็วๆ

เรื่องจริงอีกมุมของพยาบาลรพ.รัฐ ถูกหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า
พยาบาล /  พยาบาลถูกหลอก / 

แฟนเพจบันทึกหมอโหด เผยอีกด้านของวิชาชีพพยาบาล ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ สวัสดิการไม่ได้ดีอย่างที่คิด วันนี้(30 ก.ค.) แฟนเพจบันทึกหมอโหด ได้โพสต์ข้อความหนึ่งที่อ้างว่านำมาจากพยาบาลคนหนึ่งที่ออกมาเปิดเผยถึงอีกมุมของวิชาชีพพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ที่บางคนคิดว่าเป็นอาชีพที่สวัสดิการดี แต่ในอีกมุมหนึ่งมีเรื่องที่อ่านแล้วน่าน้อยใจและมองว่าพยาบาลถูกหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า พยาบาล วิชาชีพที่(ควร)อดทน จริงหรือ (ความจริงที่เราชินชาในระบบของ รพ.รัฐ) 1.วิชาชีพอันสวยงามกับผลตอบแทนคืออัตราเงินเดือน(เพียวๆ)เริ่มต้นเพียง 11,XXX บาท ราคาน้อยกว่าซัมซุงแกรนด์ 2 อีก (ตอนนี้ได้แต่แกน...ไปก่อน) 2.พยาบาลระดับ C8 ซึ่งอนุญาตให้มีได้เพียงคนเดียวใน รพ.  แต่ส่วนมากเป็นกันแค่ C7แล้วต้องเกษียณ 3.งานที่ดีไม่ควรเกิน 48ชั่วโมง/สัปดาห์ แต่งานที่ดีกว่าคือ พยาบาล ซึ่งอาจปาไปมากกว่า 80 ชั่วโมง/สัปดาห์ 4. สิ้นเดือนนี้ไม่ควรนับค่า พ.ต.ส. เพราะออกไม่เคยตรงสักเดือน และ ที่สำคัญอย่าคาดหวังเงินเดือนเพิ่มจาก ป.โท หรือ APN 5.หลายคนตั้งคำถามว่าจะรับโอทีทำไมในเมื่ออยากได้เวลา? คำตอบเรื่องนี้คือขาดคนทำงาน บางคนขายทุกเวรแต่ประเด็นคือไม่มีคนมาขึ้นแทน (หาคนขึ้นเวร ยากยิ่งกว่างมหอยขมในมหาสมุทรอินเดีย) 6.จ้างพยาบาล 1 คน = เสมียน จนท.เอกสาร จนท.ประสานงาน และตำแหน่งอีกหลายอย่างในคนเดียว เหนื่อยได้ บ่นได้แต่ต้องทำ ในยุคสมัยที่เอกสารต่างๆมันจำเป็นเท่ากับหรือมากกว่าการดูแลคนไข้ไปแล้ว 7.พยาบาลน้องใหม่มักอยู่เพียง 1-2 ปี ถ้างานที่เดิมดีเขาคงไม่ลาออก !! 8.วันที่เหมาะแก่การอบรมคือวันหยุดอันมีจำกัด แต่วันที่เหมาะสมกว่านั้นคือ"วันที่เพิ่งลงเวรดึก"!! 9.สำหรับลูกจ้างชั่วคราว ข่าวดีคือได้บรรจุ แต่ข่าวดีกว่านั้นคือ "ได้บรรจุแน่...แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่" 10.สำหรับลูกจ้างชั่วคราว เมื่อเราป่วยเราใช้ประกันสังคม แต่เมื่อครอบครัวเราป่วยเราใช้เงิน 11. สวัสดิการดี มีหอพักให้ แต่ประเด็นคือ “จะได้ย้ายเข้าเมื่อไหร่” ก็เท่านั้นเอง 12.ภาระรับผิดชอบรวมทั้งกฎต่างๆ ถูกออกแบบมาให้เราปปฏิบัติตาม อยากชวนคนออกกฎมาขึ้นเวรด้วยกัน(ถ้าทำได้ดีและไม่บ่น จะกราบงามๆสักครั้ง) 13.ไม่มีกฎหมาย หรือ พรบ.ใดๆรับรองความปลอดภัยในชีวิต ของพยาบาลรีเฟอร์ผู้ป่วย สิ่งที่พวกเราควรได้รับไม่ควรเป็นเพียง"พวงหรีด"จากพวกท่าน 14.พักได้ ลาได้ แต่ต้องดูจังหวะที่เหมาะสม แต่ประเด็นคือจังหวะที่เหมาะสมมันไม่ค่อยมีในปฏิทิน สุดท้ายเราไม่ลืมว่า สภาการพยาบาล มีหน้าที่รับฟังปัญหาเกี่ยวกับวิชาชีพอืม ใช่ รับฟังจริงๆ ปล. เราอยู่กับปัญหา จนเกิดความชินชาและมองว่ามันเป็นเรื่องปกติ รู้สึกเห็นใจคนที่ทำงานเพื่อสังคม แต่ผลตอบแทนควรมีมากกว่านี้ ข้อคิดนี้ คืออุปสรรคของการมีชีวิตที่ดีกว่า คือ การคิดว่าปัจจุบันมีชีวิตดีอยู่แล้ว ข้อมูลจาก เพจบันทึกหมอโหด MThai News

10 ข้อสำคัญ เตรียมพร้อมก่อนเรียนการบิน
ข่าวการศึกษา /  เกร็ดความรู้ / 

เรื่องน่ารู้สำหรับน้องๆ ที่ชอบการบิน หรืออยากเรียนเป็นนักบิน แต่ก็ไม่รู้ว่าถ้าอยากเป็นนักบินควรเรียนคณะอะไร และใช้เวลาเรียนประมาณกี่ปี และค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไร และเรียนที่โรงเรียนอะไร วันนี้เราจึงนำข้อมูลดีๆ อย่าง 10 ข้อสำคัญ เตรียมพร้อมก่อนเรียนการบิน มากฝากน้องๆ กันค่ะ... 10 ข้อสำคัญ เตรียมพร้อมก่อนเรียนการบิน สำหรับน้องๆ ที่ต้องการเป็นนักบินนะคะ ก่อนอื่นจะต้องจบปริญญาตรี เพื่อเข้ารับการคัดเลือกเรียนจนจบหลักสูตรนักบินพาณิชย์ตรีจากสถาบันที่บริษัทการบินต่างๆ ยอมรับ สำหรับประเทศไทยของเราก็คือสถาบันการบินพลเรือน ซึ่งกำหนดคุณสมบัติหลักๆ ของผู้เรียน ดังนี้ 1.สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ หรือคอมพิวเตอร์ 2. ใช้ภาษาอังกฤษได้ดี 3. บุคลิกดี 4. ความสูงไม่น้อยกว่า 165 ซ.ม. 5. อายุไม่เกิน 38 ปี 6. ไม่สายตาสั้น และต้องไม่ตาบอดสี 7. ปฏิภาณไหวพริบดี มีสำนึกในความปลอดภัย 8. รับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่นสูง 9. สามารถตัดสินใจและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว 10. ละเอียดรอบคอบ ความจำดี ช่างสังเกต ในการขับเครื่องบินนั้นจะต้องได้รับใบอนุญาตการบิน ผ่านการตรวจร่างกาย และทดสอบทางจิตเวชจากสถาบันเวชศาสตร์การบินหลังจากผ่านการสอบคัดเลือกตำแหน่งตามเงื่อนไข จะถูกส่งเข้าศึกษาต่อหลักสูตรการบินในสถาบันการบินพลเรือน ในหลักสูตร 1.หลักสูตรวิชานักบินพาณิชย์ตรี เวลาศึกษา 20 เดือน ค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตรประมาณ 2,200,000 บาท 2.หลักสูตรวิชานักบินเฮลิคอปเตอร์ตรี เวลาศึกษา 8 เดือน ค่าใช้จ่ายประมาณ 600,000 บาท 3.หลักสูตรพิเศษ เช่น หลักสูตรวิชานักบินส่วนบุคคล และหลักสูตรเพิ่มวุฒิการบินต่างๆ ได้แก่ การบินหลายเครื่องยนต์ และการบินด้วยเครื่องวัดประกอบการบิน ค่าใช้จ่ายประมาณ 1,800,000 บาท เนื่องจากสถาบันการบินพลเรือนเป็นสถาบันการศึกษานานาชาติที่ได้รับความช่วยเหลือจากองค์การสหประชาชาติ มีหน้าที่ฝึกอบรมนักศึกษาทั้งในประเทศไทยและประเทศในภาคพื้นเอเชียอาคเนย์ในแขวงวิชาชีพต่างๆ ของกิจการการบินพลเรือน นักศึกษาส่วนใหญ่จึงเป็นนักศึกษาฝากเรียนจากหน่วยราชการ องค์การ รัฐวิสาหกิจ จะรับนักศึกษาที่เรียนโดยทุนส่วนตัวเป็นจำนวนน้อย ทั้งนี้เพราะค่าใช้จ่ายในการศึกษาสูงมาก ไม่ต่ำกว่า 1,000,000 บาท แต่สำหรับบางบริษัทการบิน เช่น บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) จะมีให้ทุนสำหรับบุคคลทั่วไปเพื่อสอบเข้าเป็นนักบินฝึกหัดทุนการบินไทย ส่วนสถาบันการศึกษาที่เปิดสอนเกี่ยวกับวิศวกรรมการบินและอวกาศ เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุรนารี เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วอยากเป็นนักบินก็ต้องเข้าเรียนหรืออบรมตามหลักสูตรข้างต้นเช่นเดียวกัน เป็นยังไงกันบ้างคะ กับรายละเอียดข้างต้น หากน้องๆ คนไหนสนใจเป็นนักบินก็ต้องตั้งใจเรียนและมีคุณสมบัติตามที่บอกไปนะคะ ฝันให้ไกลแล้วไปให้ถึง ลุยเลย... ปิดท้ายด้วยภาพศิลปินเกาหลี หนุ่มเรน กับมาดนักบินรบหนุ่มไฟแรง สุดเท่^^เอามาเป็นกำลังใจ ข้อมูล ศูนข่าวการศึกษาไทย / สถาบันการบินพลเรือน

เจ้าหญิงไม้ไผ่ ตำนานที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น
ตำนาน /  ประเทศญี่ปุ่น / 

เรื่องน่ารู้ของ เจ้าหญิงไม้ไผ่ ตำนานที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น เรื่องนึงเลยก็ว่าได้นะคะ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับหญิงสาวที่ถูกส่งมาจากดวงจันทร์ และในตำนานตอนท้ายๆ ยังบอกเล่าถึงจุดกำเนิดของภูเขาไฟฟูจิด้วย เรื่องราวจะเป็นอย่างไรและน่าสนใจขนาดไหน ไปติดตามกันเลยค่ะ... เจ้าหญิงไม้ไผ่ ตำนานที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น หลายคนอาจะเคยได้ยินชื่อ Kaguya Hime หรือ Taketori Monogatari หรือ The Tale of the Bamboo Cutter ไม่ว่าจะเป็นชื่อไหน ก็เป็นเรื่องเล่าของกับหญิงสาวผู้มาจากดินแดนบนดวงจันทร์ (Tsuki no Miyako) ที่ชาวญี่ปุ่นเล่าต่อๆ กันมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 10 ถือได้ว่าเป็นตำนานที่เก่าแก่ที่สุดเรื่องหนึ่งของญี่ปุ่นเลยทีเดียว เรื่องราวนั้นมีอยู่ว่า... ในประเทศญี่ปุ่น เมื่อนาน นาน นาน...มาแล้ว ยังมีชายชราผู้ยากจนคนหนึ่ง ชื่อว่า Taketori no Okina ซึ่งมักจะขึ้นไปตัดไม้ไผ่บนภูเขาอยู่เสมอๆ วันหนึ่งขณะที่เขากำลังตัดไม้ไผ่นั้น เขาก็เหลือบไปเห็นไม้ไผ่ปล้องหนึ่งจู่ๆ ก็มีแสงสว่างสีทองวาบขึ้นมา และด้วยความอยากรู้ ชายชราจึงเข้าไปดูใกล้ๆ แต่แล้วเขาก็ต้องรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก เพราะไม้ไผ่ปล้องที่กำลังส่องแสงสว่างนั้น มีเด็กหญิงน้อยๆ ที่ช่างน่ารักน่าชังอยู่ภายใน และเนื่องจากเขาและภรรยาไม่มีลูก เขาจึงไม่ลังเลใจเลยที่จะนำเด็กหญิงผู้น่ารักคนนั้นกลับบ้าน พวกเขาเลี้ยงดูเด็กหญิงด้วยความรักใคร่เอาใจใส่ โดยให้ชื่อว่า Kaguya Hime หลังจากที่ชายชราได้พบกับ Kaguya Hime ทุกครั้งที่เขาเข้าไปในป่าเพื่อตัดไม้ไผ่ เขาก็จะพบทองคำจำนวนหนึ่งอยู่ในไม้ไผ่ลำที่เขาตัดเสมอ ซึ่งทำให้สองสามีภรรยาร่ำรวยขึ้นในเวลาไม่นานนัก แต่แล้วก็ต้องประหลาดใจเป็นอย่างมาก เมื่อ Kaguya Hime เติบโตจนเป็นหญิงสาวที่มีรูปร่างหน้าตางดงามภายในเวลาไม่กี่เดือนเท่านั้น ความงามของเธออาจจะเป็นภัยกับตัวเธอเอง ดังนั้นชายชราคนตัดไม้ไผ่จึงพยายามไม่ให้มีผู้คนพบเห็นเธอมากนัก แต่ในไม่ช้าเรื่องราวของเธอก็ถูกกล่าวขานไปทั่วประเทศ ชายหนุ่มมากมายมาขอเธอแต่งงาน แต่ Kaguya Hime ก็ปฏิเสธทุกคำขอ มีเพียงชายหนุ่มสูงศักดิ์ 5 คนที่ไม่ละความพยายาม จนทำให้ Kaguya Hime ต้องหาหนทางให้พวกเขาตัดใจ โดยการขอของขวัญจากชายหนุ่มคนละหนึ่งชิ้น (ซึ่งเป็นภารกิจที่เรียกได้ว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้) หากใครนำของขวัญมามอบให้กับเธอได้ เธอจึงจะยอมแต่งงานด้วย หนึ่งคนทำของเลียนแบบมามอบให้ สองคนไม่สามารถหาของจริงมาให้ได้ อีกหนึ่งคนถอดใจระหว่างทาง และคนสุดท้ายได้รับบาดเจ็บสาหัสเจียนตายแต่ก็ไม่สามารถหาของที่ Kaguya Hime ต้องการมาได้ สุดท้ายพวกหนุ่มๆ จึงต้องหัวใจสลายและยอมแพ้กลับไป... จักรพรรดิ Mikado ก็ได้ยินค่ำร่ำลือเกี่ยวกับความงามของ Kaguya Hime เช่นกัน และเมื่อได้พบกับเธอ พระองค์ก็ขอเธออภิเษกทันที แต่ก็ถูกปฏิเสธเช่นกัน เธอให้เหตุผลว่า เธอไม่ใช่คนของดินแดนแห่งนี้จึงไม่สมควรแต่งงานกับพระองค์ แต่เมื่อจักรพรรดิ Mikado ใช้กำลังบังคับ จู่ๆ เธอก็หายวับไปต่อหน้าต่อตาของพระองค์ องค์จักรพรรดิจึงรับรู้ได้ว่านางไม่ใช่บุคคลธรรมดา พระองค์จึงยอมตัดใจกลับไป 3 ปีผ่านไป Kaguya Hime ก็ยังคงสวยวัน สวยคืน แต่เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึง Kaguya Hime ก็เริ่มซึมเศร้า เอาแต่มองท้องฟ้ายามค่ำคืน เธอมักจะเพ่งมองดวงจันทร์และร้องไห้ ชายชราเป็นกังวลมาก จึงถาม Kaguya Hime ว่าเป็นอะไร เธอหันหน้าไปมองท้องฟ้าด้วยสายตาที่โศกเศร้า แล้วตอบว่า แท้จริงแล้วเธอนั้นมาจากดินแดนบนดวงจันทร์ เธอถูกส่งให้มาใช้ชีวิตอยู่บนโลกมนุษย์ และตอนนี้ก็ถึงเวลาที่เธอจะต้องกลับไปแล้ว เธอรู้ว่าเมื่อจากไป เธอจะต้องคิดถึงชายชราและภรรยามาก นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอทุกข์ใจ ชายชราตกใจมากที่ได้รู้ความจริง และไม่ต้องการที่จะปล่อยให้ลูกสาวสุดที่รักต้องจากไป เขาจึงไปปรึกษาองค์จักรพรรดิ Mikado เมื่อถึงคืนวันเพ็ญตามกำหนดที่ Kaguya Hime ต้องกลับไปยังดวงจันทร์ จักรพรรดิก็สั่งให้องครักษ์ของพระองค์ซ่อน Kaguya Hime ไว้ภายในบ้านอย่างมิดชิดและให้เฝ้าไว้เป็นอย่างดี แต่แล้วท้องฟ้ายามค่ำคืนก็กลับสว่างขึ้น มีขบวนทูตสวรรค์จากดวงจันทร์ แต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่สว่างไสวราวกับแสงจันทร์เต็มดวงล่องลอยมาบนเมฆและร่อนลงบนพื้นดิน ในขณะที่เหล่าองครักษ์ก็ตาพร่ามัวไปด้วยแสงประหลาดนั้น ต้องหยุดนิ่งราวกับถูกสาบ และไม่กล้าที่จะทำอะไรทั้งสิ้น Kaguya Hime กล่าวว่าถึงเธอจะรักผู้คนที่เธอรู้จักบนโลกมากมายแค่ไหน เธอก็ต้องกลับไปยังบ้านที่แท้จริงของเธอ เธอมอบเสื้อคลุมของเธอให้ชายชราคนตัดไม้ไผ่และภรรยาเป็นที่ระลึก และก็มอบจดหมายพร้อมกับยาอายุวัฒนะจำนวนหนึ่งฝากองครักษ์ไปให้จักรพรรดิ Mikado จากนั้นทูตสวรรค์ก็นำเธอขึ้นเกี้ยว สวมเสื้อคลุมขนนกให้เธอ และนำเธอจากไป ทิ้งให้พ่อแม่บนโลกมนุษย์มองตามอย่างหัวใจแหลกสลายอยู่เบื้องหลัง... เมื่อ Kaguya Hime จากไป เหล่าองครักษ์ก็นำของที่นางมอบให้ไปถวายจักรพรรดิและรายงานถึงสิ่งที่เกิดขึ้น หลังจากอ่านจดหมายแล้วพระองค์ทรงรู้สึกเศร้าใจมาก ทรงถามข้าราชบริพารว่าภูเขาลูกไหนอยู่ใกล้กับท้องฟ้ามากที่สุด และมีผู้ตอบว่าเป็นภูเขาสูงลูกหนึ่งในจังหวัด Suruga พระองค์จึงสั่งให้นำจดหมายตอบของพระองค์ไปเผาที่ยอดเขาแห่งนั้น โดยหวังว่าข้อความจะถูกส่งไปถึง Kaguya Hime แล้วพระองค์ยังสั่งให้เผายาอายุวัฒนะที่เธอมอบให้ด้วย เพราะพระองค์ไม่ปรารถนาจะมีชีวิตยืนยาวโดยที่ไม่มีโอกาสได้เห็นหน้า Kaguya Hime อีก เชื่อว่า Mount Fuji มีชื่อมาจากคำว่า ไม่มีวันตาย ซึ่งออกเสียงในภาษาญี่ปุ่นว่า fushi หรือ fuji และเขียนด้วยตัวคันจิ ซึ่งแปลตรงๆ ตัวว่า “ภูเขาที่เต็มไปด้วยนักรบ” หมายถึง เหล่าองครักษ์ที่จักรพรรดิส่งไปยังภูเขาแห่งนี้เพื่อนำจดหมายของท่านไปเผา และยังกล่าวกันว่าควันที่เกิดจากการเผาจดหมายและยาอายุวัฒนะของพระองค์ ยังคงประทุอยู่จนถึงทุกวันนี้ (ภูเขาไฟฟูจีเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ) และนี่คือเรื่องราวของ Kaguya Hime หญิงสาวผู้กำเนิดอยู่ในกระบอกไม้ไผ่ มาจากดวงจันทร์ และกลับไปยังที่ที่เธอจากมา... ข้อมูลและภาพ marumura

แฟชั่นฮอตจากญี่ปุ่น ติดไฟบนเล็บ
ช๊อปปิ้ง /  เทรนด์แฟชั่น / 

แฟชั่นฮอตจากญี่ปุ่น ติดไฟบนเล็บ ไม่น่าแปลกใจเลยว่าของสวยๆ งามๆ แปลกใหม่แบบนี้ต้องมาจากแดนปลาดิบแน่นอน เพราะเป็นที่รู้ดีกันว่าสาวญี่ปุ่นนั้นเธอมักสนใจในเรื่องความสวยความงามเป็นพิเศษ แล้วยังเป็นผู้นำเทรนด์เก๋ๆ ตลอดเวลาทำให้เกิดแฟชั่นความสวยความงามใหม่ออกมาให้พวกเราได้ทึ่งกันเป็นระยะๆเลย….. แฟชั่นฮอตจากญี่ปุ่น ติดไฟบนเล็บ สำหรับ “แฟชั่นเล็บระยิบระยับ” หรือ การติดไฟบนเล็บ นี้ มีชื่อเรียกว่า  Lumi Decor Nail ก็คือการติดสติ๊กเกอร์ประดับเล็บ ซึ่งสติ๊กเกอร์นั้นมีความพิเศษตรงที่มีวงจรไฟ LED เล็กๆ กระจายอยู่ทั่วแผ่น เมื่อคลื่นจากสัญญาณโทรศัพท์มือถือมากระทบโดนก็จะมีไฟระยิบระยับออกมา ทำให้ดูเด่นขึ้นและสามารถดึงดูดสายตาคนที่เดินผ่านไปมาได้อย่างดีเยี่ยมเลย!!! รู้สึกว่าจะคล้ายๆ กับเล็บของเซเลอร์มูนในการ์ตูนเลยนะคะ ที่จะมีแสงออกมาเหมือนกัน “Lumi Decor Nail” ผลิตโดยบริษัทของเล่นญี่ปุ่นชื่อว่า Takara Tomy Arts เป็นสติ๊กเกอร์ติดเล็บสำหรับสาวๆ ที่รักความสวยงามและต้องการนำเทรนด์ โดยการวางแผงวงจรไฟฟ้า LED ลงไปในสติ๊กเกอร์ที่มีความหนา 0.5 มิลลิเมตร… นอกจากจะกระพริบเมื่อกระทบกับสัญญาณโทรศัพท์แล้ว อุปกรณ์อิเลคโทรนิคส์ต่างๆที่สามารถปล่อยสัญญาณได้ก็มีผลเช่นกัน!!! สนนราคาอยู่ที่เล็บละ…1200 เยน หรือประมาณ 380 บาทเลยทีเดียว!!! คลิป แฟชั่นฮอตจากญี่ปุ่น ติดไฟบนเล็บ ข้อมูล anngle

เช็คชื่อสนช.200 คน ใครเป็นใคร เคยดำรงตำแหน่งอะไรบ้าง ?
ข่าววันนี้ /  คสช. / 

เช็คชื่อสนช.200 คน ใครเป็นใคร มีตำแหน่งอะไรบ้าง ? ก่อนเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ วันนี้(1 ส.ค.) หลังจากที่ราชกิจจานุเบกษา ประกาศพระบรมราชโองการ แต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ  หรือ สนช. จำนวน200คน ล่าสุดที่เว็บไซต์ของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสได้เผยรายละเอียดของตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติก่อนจะเข้ารับตำแหน่งว่าเป็นใครกันบ้าง ? 1. นายกรรณภว์ ธนพรรคภวิน นักธุรกิจ อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรี 2. พล.ร.ท. กฤษฎา เจริญพานิช  หัวหน้าสำนักตุลาการศาลทหาร 3. พล.ต. กลชัย สุวรรณบูรณ์  สมาชิกวุฒิสภา 4. นายกล้านรงค์ จันทิก อดีตเลขาธิการ ป.ป.ช. 5. นางกอบกาญจน์ สุริยสัตย์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โต ชิบา ไทยแลนด์ จำกัด 6. พล.ท กัมปนาท รุดดิษฐ์ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ปรองดอง สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป 7. นางกาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ ที่ปรึกษาสำนักงานศาลปกครอง 8. พล.ร.อ กําธร พุ่มหิรัญ อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ 9. นายกิตติ วะสีนนท์ อดีตทูตไทยประจำกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ 10. พล.ท กิตติ อินทสร ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายข่าว 11. นายกิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น 12. พล.อ กิตติพงษ์ เกษโกวิท อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม 13. นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ประธานเครือข่ายชาวนาภาคเหนือ 14. พล.ต. กู้เกียรติ ศรีนาคา ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ 15. พล.ร.อ. ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ 16. พล.อ. คณิต สาพิทักษ์ อดีตประธานที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม อดีต แม่ทัพภาคที่ 1 17. พล.อ.ท. จอม รุ่งสว่าง รองเสนาธิการทหารอากาศ 18. พล.ร.อ. จักรชัย ภู่เจริญยศ รองผู้บัญชาการทหารเรือ 19. พล.ต.ท. จักรทิพย์ ชัยจินดา รักษาการผู้บัญชาการตำรวจนครบาล 20. พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ รองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย 21. พล.อ จิรพงศ์ วรรณรัตน์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา 22. พล.อ จีระศักดิ์ ชมประสพ ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก 23. พล.อ จิระเดช โมกขะสมิต ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก 24. นายเจตน์ ศิรธรานนท์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา 25. พล.ท ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข รองเสนาธิการทหารบก 26. นายเฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ อธิการบดีมหาวิทยาศรีนครินทรวิโรฒ 27. พล.ท. เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ 28. พล.อ.อ. ชนะ อยู่สถาพร ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพอากาศ 29. พล.อ.อ. ชนัท รัตนอุบล ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ 30. พล.อ. ชยุติ สุวรรณมาศ ที่ปรึกษาพิเศษกองบัญชาการกองทัพไทย 31. พล.ต.อ. ชัชวาล สุขสมจิตร์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ 32. นายชัชวาล อภิบาลศรี อดีตสมาชิกวุฒิสภา 33. พล.ต. ชัยยุทธ พร้อมสุข ผู้บัญชาการศูนย์การทหารม้า 34. พล.ร.อ. ชัยวัฒน์ เอี่ยมสมุทร ประธานคณะปรึกษากองทัพเรือ 35. พล.ท. ชาญชัย ภู่ทอง แม่ทัพภาคที่ 2 36. นายชาญวิทย์ วสยางกูร อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร รองเสนาธิการ ทหารบก 38. พล.อ.อ. ชาลี จันทร์เรือง อดีตสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภา นิติบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ. 2549 39. พล.ร.อ. ชุมนุม อาจวงษ์ หัวหน้าคณะเตรียมการปฏิรูป 40. พล.ร.ท. ชุมพล วงศ์เวคิน ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 41. นายชูเกียรติ รัตนชัยชาญ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา 42. นายณรงค์ชัย อัครเศรณี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา 43. พล.อ.อ. ณรงค์ศักดิ์ สังขพงศ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา 44. นายดิสทัต โหตระกิตย์ รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา 45. พล.อ.อ. ตรีทศ สนแจ้ง เสนาธิการทหารอากาศ 46. นายตวง อันทะไชย อดีตสมาชิกสภาวุฒิสภา 47. พล.อ. ไตรรัตน์ รังคะรัตน ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก 48. พล.อ.ท. ถาวร มณีพฤกษ์ รองเสนาธิการการทหารอากาศ 49. พล.อ. ทรงกิตติ จักกาบาตร์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด 50. พล.อ.อ. ทรงธรรม โชคคณาพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม 51. คุณหญิงทรงสุดา ยอดมณี นายกสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกา 52. พล.อ. ทวีป เนตรนิยม หัวหน้านายทหารฝ่านเสนาธิการประจำผู้บัญชาการทหารสูงสุด 53. พล.ร.อ. ทวีวุฒิ พงศ์พิพัฒน์ เสนาธิการทหารเรือ 54. นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน ประธานสภาคณาจารย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ นิด้า 55. พล.อ.อ. ธงชัย แฉล้มเขตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ 56. พล.ร.ท. ธราธร ขจิตสุวรรณ ผู้บัญชาการกองทัพเรือภาคที่ 3 57. พล.อ ธวัชชัย สมุทรสาคร อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 58. นายธานี อ่อนละเอียด อดีตสมาชิกวุฒิสภา 59. พล.ท. ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ เจ้ากรมยุทธการทหาร 60. น.พ.ธํารง ทัศนาญชลี อดีตผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข 61. พล.ท ธีรชัย นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 1 62. พล.อ ธีระวัฒน์ บุญยะประดับ รอง ผบ.ทบ. 63. พล.อ ธีรเดช มีเพียร อดีตประธานวุฒิสภา 64. พล.อ นพดล อินทปัญญา ที่ปรึกษา คสช. 65. พล.ร.อ นพดล โชคระดา ร.น. รอง เสธ.ทหาร 66. นายนรนิติ เศรษฐบุตร นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 67. นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี 68. นางนิพัทธา อมรรัตนเมธา อดีต ส.ว. ปัจจุบันเป็นอุปนายกสมาคมนักปกครองแห่งประเทศไทย 69. พล.อ. นิพัทธ์ ทองเล็ก อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม 70. นายนิรวัชช์ ปุณณกันต์ อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 71. พล.ท.นิวัติ ศรีเพ็ญ  เจ้ากรมพระธรรมนูญ 72. นางนิสดารก์ เวชยานนท์  คณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตาร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ 73. นายนิเวศน์ นันทจิต  อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 74. นายบุญชัย โชควัฒนา  ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) 75. นายบุญทักษ์ หวังเจริญ  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) 76. พล.อ.อ.บุญยฤทธิ์ เกิดสุข  รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด 77. พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด และเป็นหนึ่งในสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) 78. พล.ต.ท.บุญเรือง ผลพานิชย์  อดีตผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 79. นายประดิษฐ์ วรรณรัตน์  อธิการบดี สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ 80. นายประมุท สูตะบุตร  อดีตผู้อำนวยการ อสมท. 81. นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์  อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 82. พล.ท.ปรีชา จันทร์โอชา  แม่ทัพภาคที่ 3 น้องชายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. และรักษาการนายกรัฐมนตรี ใน ฐานะหัวหน้า คสช. 83. นายปรีชา วัชราภัย  อดีตเลขาธิการ ก.พ. 84. พ.ต.ท.พงษ์ชัย วราชิต  ประธานกรรมการ บริษัท ลิเบอร์ตี้ ประกันภัย จำกัด 85. ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร  อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา 86. นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์  นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย 87. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ  อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 88. คุณพรทิพย์ จาละ  เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา 89. นายพรเพชร วิชิตชลชัย  อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และอดีต สนช. 90. นายพรศักดิ์ เจียรณัย  ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ 91. พล.ร.อ.พลวัฒน์ สิโรดม  รองปลัดกระทรวงกลาโหม 92. พล.ร.อ.พิจารณ์ ธีรเนตร  ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ 93. พล.ต.อ.พิชิต ควรเดชะคุปต์  อดีต ก.ตร และอดีต ส.ว. 94. พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง  อดีตรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และเคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ เรียบร้อย (ศอ.รส) 95. พล.ท.พิสิทธิ์ สิทธิสาร แม่ทัพน้อยที่ 1 96. นายพีระศักดิ์ พอจิต อัยการพิเศษประจำกรม สำนักงานอัยการ จังหวัดอุตรดิตถ์ และเป็นอดีตรองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 97. นางพิไลพรรณ สมบัติศิริ  กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงแรมปาร์คนายเลิศ จำกัด 98. พล.อ.อ.เพิ่มเกียรติ ลวณะมาลย์  รองผู้บัญชาการทหารอากาศ 99. พล.อ.ไพชยนต์ ค้าทันเจริญ อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม 100. พล.อ.อ.ไพศาล สีตบุตร  ผู้ช่วย ผบ.ทอ. และเป็นพี่ชาย พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ. 101. พล.ต.ไพโรจน์ ทองมาเอง  ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 102. พล.อ.ไพโรจน์ พานิชสมัย  อดีตรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด 103. นายภัทรศักดิ์ วรรณแสง  เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม 104. นายภาณุ อุทัยรัตน์  อดีต ผวจ.ปัตตานี ปัจจุบันเป็นเลขาฯ ศอ.บต. 105. พล.ท.ภาณุวัชร นาควงษม์  ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก ฝ่ายกิจการพลเรือน (ผช.เสธ.ทบ.) 106. นายภิรมย์ กมลรัตนกุล  อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 107. นายมณเฑียร บุญตัน   นายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย และอดีตสมาชิกวุฒิสภาจากการสรรหา 108. นายมนตรี ศรีเอี่ยมสะอาด  ผู้พิพากษาอาวุโสศาลฎีกา 109. นายมนุชญ์ วัฒนโกเมร  กรรมการพํฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) 110. พล.อ.มารุต ปัชโชตะสิงห์  อดีตรอง ผบ.สปท. 111. พล.อ.ยอดยุทธ บุญญาธิการ  ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และเป็น ที่ปรึกษาเศรษฐกิจ คสช. 112. นายยุทธนา ทัพเจริญ  อดีต ผู้ว่าฯ ร.ฟ.ท. 113. พล.ร.อ.ยุทธนา ฟักผลงาม  อดีตรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด 114. พล.อ.ยุวนัฎ สุริยกุล ณ อยุธยา  อดีต ผช.ผอ.รมน 115. นายรัชตะ รัชตะนาวิน  อธิการบดี ม.มหิดล และเป็นประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย 116. พล.อ.เลิศฤทธิ์ เวชสวรรค์  อดีต ส.ว.สรรหา 117. พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร  รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด 118. พล.ท.วลิต โรจนภักดี  แม่ทัพภาคที่ 4 119. พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ  รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 120. นายวันชัย ศารทูลทัต  อดีตประธานการบินไทย และเป็นประธาน ททท. 121. นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์  อดีต ส.ว. และเป็นประธานมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก 122. พล.ร.อ.วัลลภ เกิดผล  อดีตรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด 123. พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา  อดีตประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก 124. พล.อ.วิชิต ศรีประเสริฐ  หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา 125. นายวิทยา ฉายสุวรรณ  ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เขต 15 126. นายวิทวัส บุญญสถิตย์  อดีต ส.ว.สรรหา 127. พล.ต.ท.วิบูลย์ บางท่าไม้  ผบช.สตม. 128. พล.อ.วิลาศ อรุณศรี  อดีต ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก 129. พล.ร.ท.วีระพันธ์ สุขก้อน  ผู้บัญชาการกองทัพเรือภาคที่ 1 130. นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล  อดีตสมาชิกวุฒิสภา 131. พล.ท.วีรัณ ฉันทศาสตร์โกศล  ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ 132. นายวุฒิชัย กปิลกาญจน์  อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 133. นายวุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์  อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง 134. นายศรีศักดิ์ ว่องส่งสาร  อดีตรองผู้อำนวยการใหญ่บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (มหาชน) 135. นายศักดิ์ชัย ธนบุญชัย  อดีตสมาชิกวุฒิสภา 136. นายศักดิ์ทิพย์ ไกรฤกษ์  อดีตปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 137. นายศิระชัย โชติรัตน์  อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ 138. พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล  ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก 139. นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ  อดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์ 140. พล.อ.อ.ศิวเกียรติ์ ชเยมะ  รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) 141. พล.ร.อ. ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ อดีต ส.ว.สรรหา 142. พล.ท. ศุภกร สงวนชาติศรไกร ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายส่งกำลังบำรุง 143. พล.อ. สกนธ์ สัจจานิตย์ ที่ปรึกษารองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. 144. พล.อ. สกล ชื่นตระกูล แม่ทัพภาคที่ 4 145. นายสถิตย์ สวินทร อดีตอธิบดีกรมป่าไม้ 146. พล.ร.ท. สนธยา น้อยฉายา ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (ผบ.นย.) 147. นายสนิท อักษรแก้ว กรรมการในคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) และกรรมการมูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย 148. นายสม จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 149. นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 150. นายสมชาย แสวงการ อดีต ส.ว.สรรหา 151. นายสมบูรณ์ งามลักษณ์ อดีต ส.ว. 152. นายสมพร เทพสิทธา อดีตรองประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย 153. นายสมพล เกียรติไพบูลย์  อดีตประธานตลาดหลักทรัพย์ 154. นายสมพล พันธุ์มณี อดัต ส.ว.สรรหา 155. พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. 156. นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง 157. พล.อ. สมหมาย เกาฏีระ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา 158. พล.อ. สมเจตน์ บุญถนอม อดีต ส.ว.สรรหา อดีตหัวหน้าคณะสำนักงานเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) 159. พล.ต. สมโภชน์ วังแก้ว ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ 160. นายสรณ บุญใบชัยพฤกษ์ อาจารย์ประจำหน่วยโรคหัวใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล 161. พล.อ.อ. สฤษดิ์พงษ์ โกมุทานนท์ รองผู้บัญชาการทหารอากาศ รอง ผบ.ทอ. 162. พล.อ. สิงห์ศึก สิงห์ไพร อดีตที่ปรึกษาพิเศษ ทบ. 163. นายนายสาธิต ชาญเชาวน์กุล อดีตเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ 164. นายสีมา สีมานันท์ อดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) 165. พล.ท. สุชาติ หนองบัว ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก 166. พล.อ.อ. สุทธิพันธ์ กฤษณคุปต์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษทอ. 167. นายสุธรรม พันธุศักดิ์ อดีต ส.ว. และเจ้าของธุรกิจอสังหาฯ วู๊ดแลนด์รีสอร์ท และ ทิฟฟานี่โชว์พัทยา 168. นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 169. คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ ประธานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) 170. นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย อดีต ส.ว. 171. พล.ท. สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รองเสนาธิการทหารบก 172. พล.อ. สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ รองเสนาธิการทหาร 173. พล.อ. สุรวัช บุตรวงษ์ หัวหน้าศูนย์ประสานงานประเทศเพื่อนบ้าน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก (ศปพ.ศปก.ทบ.) 174. พล.ร.อ. สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ 175. นางสุวรรณี สิริเวชชะพันธ์ กรรมการบริหารบริษัทคอลเกต ปาล์มโอลีฟ (ประเทศไทย) จำกัด 176. พล.ท.สุวโรจน์ ทิพย์มงคล หัวหน้าสำนักปลัดกระทรวงกลาโหม 177. นางสุวิมล ภูมิสิงหราช อดีตเลขาธิการวุฒิสภา 178. นางเสาวณี สุวรรณชีพ อดีตผู้ช่วยผู้อำนวยการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) 179. พล.อ. โสภณ ศีลพิพัฒน์ อดีต ส.ว. 180. พล.อ. อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ประสานงานชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน 181. พล.อ.องอาจ พงษ์ศักดิ์ อดีต ส.ว. 182. พล.อ.อ. อดิศักดิ์ กลั่นเสนาะ ประธานที่ปรึกษากองทัพอากาศ 183. พล.ท.อดุลยเดช อินทะพงษ์ เจ้ากรมการเงินกลาโหม 184. พล.ท.อนันตพร กาญจนรัตน์ ปลัดบัญชีทหารบก ประธานคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) 185. นายอนุวัฒน์ เมธีวิบูลวุฒิ อดีตอธิบดีกรมที่ดิน 186.นายอนุศาสน์ สุวรรณมงคล อดีต ส.ว. และเจ้าของโรงแรมซีเอส.ปัตตานี 187. พล.ร.อ. อมรเทพ ณ บางช้าง รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด 188. นางสาวอรจิต สิงคาลวณิช อดีตอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า 189. พล.อ. อักษรา เกิดผล เสนาธิการทหารบก 190. พล.อ.อ. อาคม กาญจนหิรัญ อดีต ส.ว. 191. นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 192. พล.อ.อ. อานนท์ จารยะพันธุ์ คณะที่ปรึกษาและประสานงานด้านความมั่นคง ฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. 193. นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี 194. นายอําพน กิตติอําพน อดีตเลขาธิการคณะรัฐมนตรี 195. พล.ท. อําพล ชูประทุม ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก 196. พล.ต. อินทรัตน์ ยอดบางเตย นายกสมาคมยกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย 197. พล.อ.อ. อิทธพร ศุภวงศ์ อดีต ผบ.ทอ. 198. นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย 199. พลเอก อู้ด เบื้องบน อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม 200. พล.ต.อ. เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ข้อมูลจาก ไทยพีบีเอส MThai News