วิทยาศาสตร์กับความงาม

รู้ไว้ใช่ว่า แบกกล้องขึ้นบ่า ตามหาสถานที่ที่คุณเข้าไม่ถึงกับ Google's Street View !
google /  google's street view / 

ลองคิดดูถึงความยากลำบากของการแบกน้ำหนัก 18 กิโลกรัมไว้บนบ่าระหว่างเดินเท้าไปทั่วประเทศไทยซิคะ แต่คุณภานุพงศ์ หลวงสะอาด นักไตรกีฬาคนนี้ ใช้เวลาเดินเท้ามากกว่า 2 ปี ในระยะทาง 500 กิโลเมตร เพียงเพื่อที่จะเก็บภาพให้กับ Google's Street View ในพื้นที่ที่ยากจะเข้าถึง โดยการแบกกล้องที่สามารถถ่ายได้รอบตัวแบบ 360 องศา และซ้ำยังแบกน้ำหนักมากถึง 18 กิโลกรัมไว้บนบ่าทั้งสองข้างของเขาตลอดเวลา ผลจากความมานะของคุณภานุพงศ์ทำให้ Google's Street View ได้ภาพของพื้นที่น่าสนใจที่ไม่เคยมีใครเข้าถึงมาก่อนถึง 150 สถานที่ ทั้งไร่ชา ไร่สตรอเบอร์รี่ ตลาดน้ำ โบราณสถานต่างๆ เราไปดูเส้นทางเดินทางของคุณภานุพงศ์กันค่ะว่าจะมีที่ไหนน่าสนใจบ้าง ต้องขอยกย่องและชื่นชมความมุมานะของคุณภานุพงศ์ที่ทำให้พวกเราได้เห็นสถานที่สวยงามที่ไม่เคยมีใครถ่ายทอดมาก่อน หากใครสนใจเพิ่มเติมสามารถเข้าไปได้ติดตามได้ที่ http://www.google.com/maps/streetview/#thailand-highlights ค่ะ ขอบคุณภาพและบทความจาก: boredpanda

Soul Arms เกมส์ Action RPG ภาพสวย ระบบน่าเล่น เปิดให้เล่นแล้ว
action rpg /  seoul arms / 

Soul Arms เล่นได้ทั้ง iOS และ Android หลังจากที่ได้เปิด ให้ Pre-register ไปแล้ว พร้อมทั้งแจกของในเกมส์ ทั้งอาวุธ และของสำหรับ upgrade ไปหลายรายการ เกมส์ Action RPG ที่เกมเมอร์ชาวญี่ปุ่น และกลุ่มคนไทยที่ชอบเล่นเกมส์ญี่ปุ่น ต่างรอคอย ก็คงไม่พ้นเกมส์นี้ "Soul Arms"  Soul Arms (ソウルアームズ) เป็นเกมมือถือญี่ปุ่นแนว Action RPG ที่มีจุดเด่นในเรื่องการติดตั้งอาวุธไว้ 2 ชนิด แล้วสลับอาวุธในการโจมตีเพื่อทำคอมโบ ซึ่งทำให้เกิดการโจมตีได้หลากหลายรูปแบบ (ในเกมเรียกระบบนี้ว่า Duel Arm Combination) นอกจากนี้ยังมีระบบการติดตั้งสกิลให้อาวุธ การอัพเกรดและวิวัฒนาการอาวุธและเครื่องป้­องกัน ทำให้ตัวละครเก่งขึ้นอีกด้วย !! Seoul Arms เป็นเกมส์ที่มีกราฟิกสวยงาม และระบบการเล่น ที่แปลกใหม่ พัฒนาโดยค่าย Wright Flyer และเพิ่งเปิดให้เล่นได้ครั้งแรก เมื่อ 25 เมษายนที่ผ่านมานี่เองครับ ทั้งระบบ iOs และ Android หาดาวน์โหลดเล่นได้ฟรี ที่ลิงค์ด้านล่างนี้ ภาพเกม Soul Arms ดาวน์โหลดเกม Soul Arms ได้ที่นี่ App Store https://itunes.apple.com/jp/app/id998446876 Google Play https://play.google.com/store/apps/details?id=net.wrightflyer.soularms เว็บไซต์หลักของเกม ▼ "Seoul Arms" official site is here http://soularms.wrightflyer.net/ ▼ "Seoul Arms" official Twitter account is here. https://twitter.com/Soul_Arms ภาพตัวอย่างในเกมส์นี้

Atlantic Ocean Road ติดอันดับ Road Trip ที่ต้องไปสักครั้งก่อนตาย!
10 อันดับถนน /  ถนนอันตราย / 

Atlantic Ocean Road ที่ประเทศนอร์เวย์ เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในถนนที่สวยงามที่สุดในโลก ที่แฝงไปด้วยความท้าทาย รวมถึงเห็นความสวยงามของทิวทัศน์ที่อยู่รอบๆ ได้แบบไม่สิ้นสุด เรียกได้ว่าเป็นถนนเส้นที่นักท่องเที่ยวทั้งหลายต้องมาเห็นด้วยตา และสัมผัสการเดินทางถนนสายนี้ก่อนตายจริงๆ!  Atlantic Ocean Road ติดอันดับ Road Trip ที่ต้องไปสักครั้งก่อนตาย! The Atlantic Ocean Road หรือ the Atlantic Road นั้นมีระยะทาง 8.3 กิโลเมตร (5.2 ไมล์) ถนนเส้นนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ ได้รับรางวัลยกย่องให้เป็น "Norwegian Structure of The country" และเป็นหนึ่งในถนนที่สวยงามที่สุดในโลก และถนนเส้นนี้ถูกจัดให้เป็น National Tourist Route มรดกทางวัฒนธรรม อีกด้วย แต่เดิมนั้นถนนสายนี้เคยถูกเสนอให้ทำเป็นเส้นทางรถไฟ แต่ก็ถูกยกเลิกไป จนทางการสั่งให้มีการก่อสร้างครั้งใหม่ขึ้นเกิดเป็นถนนเส้นนี้ ซึ่งในระหว่างการก่อสร้างนั้นต้องฝ่าฝันอุปสรรคจากการโจมตีของพายุถึง 12 ครั้ง ถนนเส้นนี้สร้างขึ้นเพื่ออยากเอาชนะคลื่นลมแรงที่เกิดจากธรรมชาติ มีการสร้างเส้นถนนนี้เชื่อมจากเมืองใหญ่ 2 เมืองคือ Eide กับ Averøy ผ่านเกาะเล็กๆ ถึง 17 เกาะ หากใครได้มีโอกาสไปท่องเที่ยวและสัมผัสความอัศจรรย์ของที่นี่แล้ว จะต้องร้องว้าว! แน่นอน เพราะระหว่างทางนั้นเราจะได้เห็นความงามของธรรมชาติทั้งภูเขา มหาสมุทรแอดแวนติก และตื่นตัวตลอดเวลา เนื่องจากถนนมีความคดเคี้ยว รูปร่างบิดโค้งไปมาจนน่าหวาดเสียว บางครั้งก็อาจจะเจอกับคลื่นที่ซัดผ่านสะพานข้ามเกาะ ขอบคุณข้อมูล https://en.wikipedia.org/wiki/Atlantic_Ocean_Road

“ยำขโมย” ชื่อแปลกแต่ความอร่อยไม่ธรรมดา!!
น้ำยำ /  ยำ / 

“ยำ” เป็นอาหารไทยที่นิยมกันมาตั้งแต่อดีต ปัจจุบันก็ยังเป็นเมนูยอดนิยมอยู่ แต่ยำของคนโบราณกับคนสมัยนี้จะดูแตกต่างกัน ทั้งอาหารที่นำมายำ แม้กระทั่งน้ำปรุงที่เราเรียกกันกว่า “น้ำยำ” ซึ่งอีกเมนูยำที่อยากจะนำเสนอ อาจเป็นเมนูที่ใครหลายคน โดยเฉาะคนรุ่นใหม่คงจะไม่คุ้นเคยมาก่อน ส่วนเรื่องรสชาติขอรับรองเลยว่าอร่อยไม่แพ้ยำทั่วไปที่เราเคยลิ้มลองมาแล้วอย่างแน่นอน เมนูนี้มีชื่อว่า “ยำขโมย” ชื่อนี้... ได้มาจากไหนกัน? ยำขโมยเป็นยำฉบับย่อของยำใหญ่ ที่มีส่วนผสมเครื่องเคราเอิกเกริกมาก มีทั้งตับลวก ปลาหมึกฉีกฝอย แต่ด้วยความที่ใช้เวลาทำนานจึงเปลี่ยนวิธีทำโดยหยิบโน่นนิดนี่หน่อยเหมือนขโมยมาเพื่อให้ทำได้ง่ายขึ้น จึงเรียกกันว่า “ยำขโมย” ซึ่งวิธีการทำก็แสนจะง่ายดาย สามารถทำได้ทุกโอกาสแถมไม่อ้วนอีกด้วย ว่าแต่จะมีส่วนผสมและขั้นตอนการทำอย่างไรมาดูกัน... ส่วนผสม หัวไช้เท้าฝานบาง แตงกวาฝานบาง ใบสะระแหน่ ผักชีเด็ดเป็นช่อ พริกชี้ฟ้าแดงหั่นเส้น หมูต้มหั่นชิ้นเล็ก ไก่ต้มฉีก กุ้งต้มหั่นชิ้นเล็ก หนังหมูหั่นฝอย เห็ดหูหนูหั่นชิ้นเล็ก ไข่ต้มจัดใส่จานให้สวยงาม ส่วนผสมน้ำปรุง (น้ำยำ) รากผักชี   4 ต้น กระเทียม   4-5 กลีบ พริกชี้ฟ้าแดง   2 เม็ด น้ำปลา น้ำตาลทราย น้ำส้มสายชู วิธีทำ เตรียมส่วนผสมน้ำปรุง โดยตำพริกชีฟ้า กระเทียม และรากผักชีจนละเอียด ปรุงรสให้ได้รสเผ็ด เปรี้ยว เค็ม หวาน และมีกลิ่นหอมของรากผักชี นำส่วนผสมราดบนจานผักที่จัดไว้ เมื่อรับประทานคลุกเคล้าให้เข้ากัน ในหลายประเทศอาจจะมียำที่คล้ายคลึงกับประเทศเราบ้าง แต่ยำของบ้านเราจะดูเด่นชัด มีรสชาติหลากหลาย หอมกลิ่นสมุนไพรและชวนกินมากกว่า จึงไม่ต้องแปลกใจว่า ทำไมรสชาติยำของบ้านเราถึงได้เป็นอาหารจานเด่นที่คนทั่วโลกรู้จัก รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าลืมนำเมนูนี้ไปลองทำตามกันนะ... เครดิตจาก นิตยสาร Gourmet & Cuisine ฉบับเดือนเมษายน 2016 อ่านเพิ่มเติม ได้ที่ www.mbookstore.com

ตามรอยเส้นทาง
ซันนี่ /  เขาเล่าว่า

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชวนเปิดมุมมองการท่องเที่ยวผ่านเรื่องเล่าสุดประทับใจและเรื่องราวอันน่าแปลกใจ ภายใต้โครงการ “เขาเล่าว่า” กับ 24 เส้นทางที่เขาเล่าว่า…นอกจากจะมีความงดงามแล้ว สถานที่แต่ละแห่งยังแอบซ่อนแง่มุมอันลึกซึ้ง ก่อให้เกิดคุณค่าทางจิตใจ สร้างแรงบันดาลใจ และให้กำลังใจในการดำเนินชีวิต ผ่านภาพยนตร์โฆษณาชุด “เขาเล่าว่า” และการเดินทางทั้ง 5 เส้นทาง 5 ภูมิภาคทั่วประเทศกับพระเอกมาดเซอร์ “ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์” ที่มาร่วมเดินทางและบอกเล่าเรื่องราว “เขาเล่าว่า” “เขาเล่าว่า” กับการเดินทางของ “ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์” ซันนี่ เล่าว่า...หลังจากได้ร่วมงานกับ ททท. ทำให้มีโอกาสออกไปเดินทางมากขึ้น ได้รู้ว่าประเทศเรานั้นมีที่เที่ยวอีกเยอะ บางสถานที่ยังไม่รู้จัก บางสถานที่เรารู้จักอยู่แล้ว แต่พอได้รับฟังเรื่องราวเรื่องเล่าที่ “เขาเล่าว่า” ทำให้ได้รู้อะไรเพิ่มขึ้น ลึกขึ้น และรู้สึกอินไปกับมัน ทำให้สถานที่แห่งนั้นยิ่งมีความแปลกใหม่น่าสนใจมากขึ้น           สำหรับเรื่องราวที่ “เขาเล่าว่า” ที่ “ซันนี่ได้เล่า” เป็นเช่นไรมาดูกัน “หินชมนภา” หาดชมดาว อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี เขาเล่าว่า…ณ หาดหินรูปทรงประหลาดอันกว้างใหญ่ ในฤดูน้ำโขงลดจะมีหินกลางน้ำผุดขึ้นมาให้เราได้เห็น ชาวบ้านเชื่อกันว่าให้หาหินนี้ให้เจอ เพราะเป็นจุดชมท้องฟ้าที่ส่องแสงและสีสันได้สวยที่สุด ทั้งแสงแรกแห่งรุ่งอรุณและทะเลดวงดาว สวยระยิบระยับเต็มท้องฟ้าในยามคืนข้างแรม...ท้องฟ้าที่สวยและงดงามดั่งฝัน ใครได้มาเซล์ฟฟี่ตรงนี้ก็จะทำให้เราได้สัมผัสกับชีวิตที่สวยงาม และอย่าลืมแชร์ความสวยงามนี้ไปให้คนอื่นๆได้เห็นกันด้วย “ป่าสีทอง” ทุ่งโปรงทอง ปากน้ำประแส อ.แกลง จ.ระยอง เขาเล่าว่า...แหล่งธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ จะมีพลังที่สุดแสนบริสุทธิ์ปกคลุมอยู่ เมื่อก้าวเข้าไปจะพบกับ 1 กิโลเมตร ความสุขบนสะพานไม้ทอดยาวกลางป่าอันสมบูรณ์ และมีความงดงาม 3 เวลา 3 อารมณ์ แสงสีทองกว้างไกลสุดสายตา ยามเช้าสว่างไสวเหลืองทองอร่าม ดุจจิตรกรนำสีทองมาแต่งแต้มธรรมชาติให้ตระการตา ยามบ่ายป่าสีทองสงบเงียบมีความสุข ในยามเย็นไปสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอดกับมวลความบริสุทธิ์ของพลังงานธรรมชาติป่าชายเลน ที่ผ่านเกณฑ์ประเมินมาตรฐานคุณภาพแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ จำนวนป่าสีทองมหาศาล ที่จะช่วยเติมเต็มพลังกับร่างกาย จิตใจ และความคิด “อุโมงค์แสงมรกต” ลานแสงมรกต ถ้ำภูผาเพชร อ.มะนัง จ.สตูล เขาเล่าว่า...ชีวิตคนเราขอเพียงเห็นแสงที่ปลายอุโมงค์ มันก็เกิดพลังที่จะเดินก้าวต่อไปในชีวิต ในความมืดของถ้ำที่ใหญ่กว่า 50 ไร่  มีอยู่โถงหนึ่งถ้าไปในเวลาที่แสงจากภายนอกทำมุมเข้ามา จะเกิดเป็นถ้ำแสงมรกตให้เห็น เชื่อกันว่านี่คือแสงปลายอุโมงค์ที่เล่าขานกันมา ใครได้มาเห็นสักครั้ง...ก็จะเกิดพลังชีวิต “เมืองที่ห้ามพูดโกหก” เมืองลับแล อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ เขาเล่าว่า...จากตำนานที่เล่าต่อๆ กันมา มีเมืองอยู่เมืองหนึ่ง ที่คนมีบุญเท่านั้นจึงจะได้เข้าไปถึง เมืองนี้เป็นเมืองของคนดี ถือวาจาสัตย์ ใครประพฤติผิดไร้ซึ่งสัจจะวาจา ต้องถูกออกจากเมืองไปทันที “เขาหนุมานวัดใจ” เขาวงพระจันทร์ อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี เขาเล่าว่า...ระยะทางกับความยากลำบากพิสูจน์มิตรภาพและรักแท้ เสริมพลังรักกับลพบุรีเมืองลิง หากได้พาคนที่เรารักไปร่วมพิสูจน์รักแท้ โดยการพิชิตยอดเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งเมืองหนุมานด้วยการเดินขึ้นบันได 3,790 ขั้นไปด้วยกัน พร้อมสักการะรอยพระพุทธบาทและสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขาแห่งนี้ เราจะรู้เลยว่าเขาคือ “รักแท้” ของเราอย่างแน่นอน หรือผู้ที่เกิดปีนักษัตรปีวอก (ปีลิง) ไปกราบไหว้ขอพรเสริมพลัง เป็นสิริมงคลแห่งปีกับเจ้าพ่อพระกาฬ (ศาลพระกาฬ อ.เมือง จ.ลพบุรี) เขาเล่าว่า…ไม่ใช่แค่เล่าให้เชื่อแต่เพื่อให้เราไปสัมผัส...เพราะทุกที่คงเป็นแค่เรื่องเขาเล่าว่า...จนกว่าคุณจะไปสัมผัสด้วยตัวเอง ติดตามการเดินทางทั้ง 5 เส้นทางของ ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ และรายละเอียดแหล่งท่องเที่ยว “เขาเล่าว่า” อีกหลายเส้นทางทั้งหมดได้ที่ Facebook Fanpage เขาเล่าว่า www.facebook.com/TATAccordingtoLegend 

เอเลี่ยนไม่ใช่พ่อ! ใน 8 แฟนอาร์ตสุดงามจากหนัง Independence Day: Resurgence
Independence Day: Resurgence /  Xavier Drago / 

เอเลี่ยนไม่ใช่พ่อ! ประกาศศักดามนุษย์ใน 8 แฟนอาร์ตสุดงาม จาก Independence Day: Resurgence 8 แฟนอาร์ตสุดงดงามจาก Xavier Drago ที่ทำให้รู้ว่าโลกของเราไม่ใช่ของที่ใครจะมายึดครองเป็นเจ้าของได้ง่าย ๆ ซึ่งแต่ละภาพมีความงดงามที่แตกต่างกัน ต่างชาติต่างภาษา เพื่อหยุดยั้งความกลัวในจิตใจของมนุษย์ให้ลุกขึ้นยืนหยัดผ่านพ้นวันแห่งหายนะไปพร้อมกัน Independence Day: Resurgence สงครามวันบดโลก ว่าด้วยเรื่องราวของเอเลียนที่มีวิวัฒนาการก้าวหน้าสามารถรักษาตัวเองได้ พร้อมกับความสามารถในรูปแบบใหม่ที่ทำให้พวกมันแข็งแกร่งอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน และวันนี้พวกมันเดินทางกลับมาอีกครั้งเพื่อยึดครองโลก มีเพียงชายหญิงที่มีความกล้าหาญและมีความชาญฉลาดเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะรับมือกับมหาวินาศกรรมในครั้งนี้ เผ่าพันธุ์มนุษย์จึงต้องร่วมมือกันก้าวข้ามผ่านวันสิ้นหวังไปให้ได้ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเผ่าพันธุ์มนุษย์ 23 มิถุนายนนี้ในโรงภาพยนตร์

ณัฐ ศักดาทร ลุยญี่ปุ่น สื่อความอ้างว้างผ่านเอ็มวี ความหมายที่หายไป
ความหมายที่หายไป /  ณัฐ ศักดาทร

ณัฐ ศักดาทร ลุยญี่ปุ่น สุดคุ้ม เหนื่อยโหด! หนาวสุดขั้ว!! ถ่ายมิวสิควิดีโอ ความหมายที่หายไป ที่แดนปลาดิบ ศิลปินนักร้องครบเครื่อง ณัฐ ศักดาทร ลุยญี่ปุ่นถ่ายทำเอ็มวีเพลง ความหมายที่หายไป เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง FATHERS ที่ณัฐได้แรงบันดาลใจในการแต่งเนื้อร้องทำนองตอนที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นกับครอบครัว ณัฐ เล่าว่า "ภาพยนตร์เรื่อง FATHERS เป็นภาพยนตร์ที่ผมร่วมแสดงกับ พี่อั๊ต อัษฏา และพี่นก สินจัย และได้มีโอกาสแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย โจทย์เพลงผมตีความจากตัวละครในหนัง เพลงนี้แทนความรู้สึกของตัวละครแทบทุกตัวในเรื่อง FATHERS ที่เมื่อวันหนึ่งความรักของทุกคนหายไป ชีวิตและโลกของทุกคนก็เปลี่ยนไปด้วย" "เพลง ความหมายที่หายไป เกิดขึ้นตอนที่ผมไปเที่ยวญี่ปุ่นกับครอบครัว แล้วมันมีโมเม้นท์นึงที่ครอบครัวผมกลับก่อนผมอยู่เที่ยวต่อ มีวันหนึ่งผมได้อยู่กับตัวเองทั้งวัน เป็นวันที่ผมเดินไปรอบเมืองเดินเที่ยวไปเรื่อยๆ ไม่ขึ้นรถ แล้วอยู่ดีๆ ก็เกิดความรู้สึกเหงา เคว้งคว้าง คิดถึงทุกคนในครอบครัวเรารู้สึกว่าพอคนที่เรารักหายไปหมด ความสุขที่อยู่ตรงหน้าและสิ่งที่มีความหมายมันก็หายไปด้วย" ความหมายที่หายไป (ost. FATHERS) - NAT SAKDATORN【MV single version】 youtube channel : GMM GRAMMY OFFICIAL "ในส่วนของเอ็มวีก็ไปถ่ายทำกันที่ญี่ปุ่นครับ เราอยากได้ภาพที่เล่าถึงความรู้สึกที่อยู่ข้างใน สะท้อนความอ้างว้างท่ามกลางเมืองที่เต็มไปด้วยผู้คน จนไปถึงบรรยากาศของหิมะขาวโพลนที่ปกคลุมไปทั่ว สะท้อนความเหงาอ้างว้างให้เห็น ซึ่งก็สมใจครับได้ภาพสวยงาม เหงา อ้างว้างตามที่ต้องการ เป็นการถ่ายทำที่สนุกและท้าทายมาก เจออากาศทุกรูปแบบ เพราะเรานั่งรถไฟไปหลายเมือง ทั้งโตเกียว, ยูซาว่า, นิงาตะ, อุระสะ เจอทั้งแดด ทั้งฝน ทั้งลม และหิมะ แต่ละวันไม่ซ้ำกันเลย บางวันอากาศแค่ 1-3 องศา วันสุดท้ายนี้สนุกมากครับ คือเรานั่งรถไฟกำลังจะกลับไปถ่ายทำต่อที่โตเกียว แต่ระหว่างทางผ่านเมืองอุระสะ ทุกคนมองออกไปเห็นทุ่งนาที่ปกคลุมด้วยหิมะ แล้วรู้สึกเหมือนกันว่ามันคือซีนที่เราอยากได้เลย มันเข้ากับเพลงมาก เลยตัดสินใจนั่งรถไปย้อนกลับไปถ่ายทำที่นั้นแทน แล้วก็ได้ภาพที่สวยมากจริงๆ รอดูกันนะครับ" ดาวน์โหลดเพลง ความหมายที่หายไป (OST. FATHERS) ของ ณัฐ ศักดาทร กันได้ที่ *123 ตามด้วยรหัส 1010 แล้วกดโทรออก และติดตามข่าวสารของณัฐได้ที่ Face book, Instagram, Twitter: MUSICCREAM มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

รีวิว เที่ยวเกาะช้าง จนต้องเอยปากว่า ชีวิตนี้ต้องไปสักครั้ง!!
จันทบุรี /  ทะเล / 

เที่ยวเกาะช้าง (Shutter&Travel) เกาะช้าง เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 1 ในทะเลอ่าวไทย และเป็นเกาะที่ใหญ่อันดับ 2 ในรองเพียงเกาะภูเก็ต อยู่ในเขตจังหวัดตราด มีเกาะบริวารกว่า 52 เกาะ มองจากด้านบนเหมือนรูปโขลงช้าง จึงได้ชื่อว่า เกาะช้าง โอ้ทะเลแสนงาม ฟ้าสีครามสดใส มองเห็นเรือใบ แล่นอยู่ในทะเล… เสียง เพลงที่คุ้นหูดังขึ้นทุกครั้งที่ได้มีโอกาสมาใกล้ชิดทะเล และหวนนึกถึงทริปทะเลมากมายที่มีเคยไปเที่ยวมา ทั้งที่เมื่อนานมาแล้วและเมื่อไม่นานมานี้ เที่ยวเกาะช้าง เพื่อนๆ คงเคยไปเที่ยวทะเลแล้วออกไปดำน้ำกันใช่ไหมครับ? คือนั่งเรือออกไปดำน้ำดูปะการังน้ำตื้นหรือที่เรียกว่าการดำแบบผิวน้ำ (Snorkeling) เรือจะไปจอดทอดสมอตามจุดดำน้ำ ตามเกาะ ตามอ่าวต่างๆ หรือโคดหินรอบๆ เกาะในทะเล เรียกว่าพอเรือจอดสนิท ก็รีบคว้าหน้ากาก (Mask) ท่อหายใจ (Snorkel) เสื้อชูชีพ แล้วกระโดดลงทะเลกันไป ดำน้ำดูปะการังกันทั้งวันจนตัวดำ ผมก็ไปแบบนี้ ต้องลงเรือร่วมไปกับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร มันก็เป็นรูปแบบกิจกรรมหนึ่งสำหรับการท่องเที่ยวทางทะเล แต่สำหรับเด็กคนหนึ่ง ที่ไม่เคยสัมผัสกับการดำน้ำ มันถือเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดเลยก็ว่าได้ ผมลองนึกย้อนกลับไปวัยเด็ก ผมมีโอกาสได้ไปดำน้ำที่หมู่เกาะสุรินทร์ ซึ่งเป็นการดำน้ำครั้งแรกในชีวิตที่ได้ไปกับครอบครัว ถือเป็นการเปิดประสบการณ์ที่ตื่นเต้นและก็แฝงไปด้วยความกลัวเจือปนเข้ามาด้วย กลัวทุกอย่าง กลัวคลื่น กลัวการเดินทาง แล้วก็กลัวปลาฉลาม 555 นึกขึ้นแล้วก็ขำ มันน่าจะมาจากการได้ดูหนังเรื่อง JAW มากไปหน่อย แล้วการลงไปดำน้ำครั้งแรกของผมในวัยเด็กก็ไม่พลาดที่จะนึกถึงปลาฉลามจริงๆ พอดำลงไปแล้วจะหดขาขึ้นมาไม่กล้ายืดขาลงไป กลัวฉลามครับ ต้องคอยก้มดำน้ำไปดูว่ามีตัวอะไรใต้น้ำ แต่เพียงชั่วแว๊บเดียว พอลงน้ำได้ไม่นานก็เริ่มคุ้นเคย ความกลัวก็จะค่อยๆ หายไป อาจเป็นเพราะความสวยงามของโลกใต้ทะเลก็ว่าได้ และมันก็ทำให้เกิดความประทับใจสำหรับการได้เปิดประสบการณ์ดำน้ำครั้งแรกของผม ทั้งตื่นเต้น สวยงาม และน่ากลัว (ปลาฉลาม) 555 ... มาถึงตอนนี้ลูกชายผม 8 ขวบแล้ว สามารถดูแลตัวเองในน้ำได้ระดับหนึ่งจากการเรียนว่ายน้ำมาสักพัก และผมก็คิดว่ามันถึงเวลาที่จะเปิดประสบการณ์แปลกใหม่จากการดำน้ำให้เป็นของขวัญรับปิดเทมอใหญ่แล้วล่ะครับ ทริปนี้เราเลือก “เกาะช้าง” ครับ สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่อาจจะมีวันลายาวๆ ที่ไม่ตรงกันซะทีเดียว และการเดินทางที่ไม่ยากลำบากเหมือนลงไปทางภาคใต้ จากการได้หาข้อมูลก็พบว่าช่วง มี.ค.-เม.ย. น้ำทะเลที่เกาะช้างก็ยังใสอยู่ ว่าแล้วก็ล้อหมุนกันเลยดีกว่าคร๊าบบบบบ ชูวี๊ดูหว่า จะพาเธอไปดำน้ำดูปลาการ์ตูน           ชูวี๊ดูหว่า จะพาเธอไปโต้คลื่น เอาให้หมดแรง .... เราออกเดินทางจากรุงเทพฯ แต่เช้า แต่ก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร เป้าหมายคือท่าเรือข้ามฝากที่อ่าวธรรมชาติ จังหวัดตราด แต่ก่อนจะข้ามฝากไป เราก็แวะเที่ยวโบสถ์คาทอลิกวัดแม่พระปฏิสนธินิรมล ที่จันทบุรีกันก่อน “โบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล” หรือที่เรียกว่า “โบสถ์คริสต์เมืองจันทร์” เป็นโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกแห่งเดียวในจันทบุรี อยู่ที่เดียวกับโรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์ มีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมตะวันตกแบบโกธิค ยอดหลังคาเเหลมสูง ภายในตกแต่งด้วยกระจกสีที่เรียกว่า สเตนกลาส ด้านหน้าโบสถ์เป็นรูปปั้นพระแม่มารีสีหน้าสงบเปี่ยมประกายเมตตา ด้านในอาคารที่เป็นโถงโล่ง ตกแต่งด้วยโทนสีชมพู มีทางเดินเป็นชั้นลอยอยู่ทั้งสองข้าง มีช่องแสงจากหน้าต่างกระจกสี ที่นี่ถือเป็นวัดขนาดใหญ่ที่มีความเก่าแก่และมีความงดงามที่สุดแห่งหนึ่งครับ เราได้ภาพจากด้านนอกโบสถ์เป็นหลักครับ เพราะจังหวะที่เราไปเป็นจังหวะที่มีงานแต่งงานภายในโบสถ์พอดี เราจึงไม่สะดวกนักที่จะเก็บภาพจากด้านในมาได้ แต่เราก็เพลิดเพลินกับความสวยงามของโบสถ์จากด้านนอกกันไม่น้อย และหลังจากที่โบสถ์เราก็มุ่งหน้าสู่ท่าเรือเฟอร์รี่ อ่าวธรรมชาติกันเลย การเดินทางมาเกาะช้างสะดวกสบาย เป็นเรือขนาดใหญ่สามารถนำรถข้ามฝากไปได้ ใช้เวลาเพียง 30 นาที ปัจจุบันถนนหนทางบนเกาะช้างก็ราดยางหมดแล้ว มีบ้างที่บางช่วงก็ยังค่อนข้างเล็กอยู่ เราเลือกพักกันที่ “หาดบางเบ้า” อยู่ทางขวาสุดของเกาะครับ เพราะทริปนี้เราจะเน้นดำน้ำอยู่แล้ว ซึ่งก็ต้องขึ้นเรือที่บางเบ้า ไม่อยากเดินทางไปมาให้วุ่นวาย หาดบางเบ้าอยู่ห่างจากท่าเรือมาทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะช้าง ประมาณ 25 กิโลเมตร มีถนนลัดเลาะไปตามไหล่เขา ค่อนข้างคดเคี้ยวและลาดชันในบางช่วง อยู่ถัดไปจากหาดใบลาน หาดบางเบ้า เรียกกันคุ้นหูอีกชื่อหนึ่ง คือ "ชุมชนประมงบางเบ้า" นักท่องเที่ยวจะได้เห็นวิถีชีวิตเรียบง่ายของชาวประมงขนาดเล็ก จะเห็นการสร้างบ้านแบบปักเสาลงไปในทะเล แล้วมีสะพานเชื่อมต่อกันตลอดแนว ชาวประมงที่นี่นิยมจับปลาหมึกหอม แต่เมื่อความเจริญมีมากขึ้นการท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ก็มีมากขึ้นตามไปด้วย และที่นี่ก็จัดว่าเป็นจุดชมอาทิตย์ตกได้สวยงามอีกแห่งบนเกาะช้าง มีลักษณะเป็นหาดหินสลับกับหาดทรายในบางช่วง ด้วยลักษณะที่เป็นเหมือนหมู่เกาะโอบล้อมสองด้าน จึงเหมาะสำหรับการจอดเรือ วันแรกเราถึงที่พักประมาณ 4 โมงเย็น ก็ไม่ได้คิดอะไรมากมาย เอาตัวลงไปใกล้ชิดทะเล ใครจะเล่นน้ำก็เล่นไป ส่วนผมขอเก็บภาพบรรยากาศชายหาดบางเบ้ามาฝากกันก่อนที่จะนอนเอาแรง เพราะพรุ่งนี้จะต้องดำน้ำกันทั้งวัน ปัจจุบันสภาพแวดล้อมที่เกาะช้างแตกต่างจากสมัยก่อนมาก สมัยนี้รายการสารคดีเกี่ยวกับโลกใต้ทะเลมีมากมาย รายการท่องเที่ยวที่พาไปดำน้ำก็มีให้เห็นเยอะแยะ มันเปรียบเสมือนการกระตุ้นความอยากไปดำน้ำให้กับคนที่ได้ชมมากขึ้นเป็นทวีคูณ ภาพที่เราเห็นในทีวีมันช่างสวยงามเรียกว่าสวรรค์ใต้น้ำเลยก็ว่าได้ นั่นก็เพราะคุณภาพของอุปกรณ์เก็บภาพใต้น้ำและอุปกรณ์กันน้ำที่ดีขึ้นมาก แต่ก็ราคาแสนสาหัสครับ รุ่งเช้าเรามาแวะรอถ่ายภาพกับแสงยามเช้ากันเล็กน้อยก่อนที่จะออกไปน้ำดำ ทริปนี้เราซื้อ package ดำน้ำมาจากกรุงเทพฯ ด้วยการโทรมาจองไว้ราคาท่านละ 550 บาท พอมาถึงก็มีการโทรยืนยันกันเล็กน้อย ก่อนที่เราจะมาถึงท่าเรือเวลา 9 โมงเช้า เพื่อลงเรือพร้อมๆ กัน เรือที่จะพาเราไปดำน้ำทริปนี้เป็นเรือไม้ 2 ชั้นขนาดใหญ่ สามารถรับนักท่องเที่ยวได้ 200 คน สบายๆ แต่วันนี้เป็นวันอาทิตย์ นักท่องเที่ยวจึงมีเพียง 80 คน ได้ไปดำน้ำ 4 เกาะ เกาะยักษ์เล็ก เกาะรัง เกาะยักษ์ใหญ่ และเกาะหวาย พอเรือออกได้สักพักเจ้าหน้าที่ก็จะแจกสน็อคเกิล พร้อมทั้งอธิบายการใช้งานคร่าวๆ แต่หลักๆ จะเน้นว่าถ้าหล่นน้ำ ให้รีบเรียกเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยดำลงไปเก็บ และจะต้องดูแลและคืนตอนจบ หากสูญหายจะต้องชำระ 1,200 บาท นี่ล่ะสาระสำคัญ ^^ การมาดำน้ำในทริปนี้ค่อนข้างโชคดีที่ฟ้ายังเปิดและไม่มีเมฆฝนมาบังแสงเลย มีคนเคยบอกว่าการดำน้ำจะสวยหรือไม่สวยนั้น ขึ้นอยู่กับโชคด้วย หากลมแรง เมฆเยอะ ฟ้าไม่ใส โอกาสที่เราจะได้เจอความสวยงามใต้ทะเลก็ยาก ถึงแม้จะเดินทางมาถึงสิมิลันก็ตาม แต่หากฟ้าเปิด ลมไม่แรง ไม่มีขี้เมฆ มันจะทำให้การดำน้ำไม่ว่าที่ใดสวยขึ้นเป็นกองเลยครับ จึงพอสรุปได้ว่า นอกจากเราควรไปให้ถูกที่แล้ว เราควรจะไปให้ถูกเวลาด้วย นอกนั้นก็เป็นเรื่องของโชคแล้วว่าสภาพอากาศวันนั้นจะเป็นเช่นไร ทริปนี้เราได้เก็บภาพใต้น้ำมาไว้เป็นที่ระลึกด้วย เกาะยักษ์เล็ก เกาะรัง เกาะยักษ์ใหญ่ และเกาะหวาย แต่เป็นภาพที่ถ่ายจากกล้องมือถือที่เราใส่เคสกันน้ำลงไปถ่ายครับ Shutter Tips การถ่ายภาพแสงอาทิตย์ให้เป็นแฉก การถ่ายภาพพระอาทิตย์หรือภาพแสงไฟให้มีลักษณะเป็นประกายแฉกไฟ เปรียบเสมือนการเพิ่มเสน่ห์หรือลูกเล่นให้กับภาพถ่าย มีเทคนิคมากมายหลายวิธี ผู้เขียนมีเทคนิคส่วนตัวที่จะมาแบ่งปันกับเพื่อนๆ ลองไปใช้กันดู ดังนี้ 1. เลือกใช้โหมด M ในการถ่ายภาพ เราจะใช้ค่ารูรับแสงที่แคบ (f16-22 ขึ้นไป) โดยเราจะกำหนดค่าความเร็วม่านซัตเตอร์ (Speed Shutter) ด้วยตนเอง เพื่อจะได้ไล่แสงที่ถูกใจตามต้องการได้สะดวกยิ่งขึ้น ส่วนตัวจึงคิดว่าโหมด M จะสะดวกที่สุดในการที่จะเพิ่มหรือลดค่า Speed Shutter 2. เลือกระบบวัดแสงเฉพาะจุด เนื่องด้วยการถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกจะมีสภาพแสงเปรียบต่างที่ค่อยข้างมาก ภาพที่ได้มีโอกาสที่จะสว่างหรือมืดจนเกินไป ส่วนตัวจึงเลือกใช้ระบบวัดแสดงเฉพาะจุดไปเลย โดยอาจจะเลือกวัดแสงบริเวณรอบๆ ดวงอาทิตย์ ซึ่งหากมืดหรือสว่างเกินไป เราก็ใช้วิธีปรับตั้งค่า Speed Shutter 3. การตั้ง ISO ให้ตั้งน้อยที่สุด โดยไล่ตั้งแต่ ISO100 หลักง่ายๆ คือ พยายามให้ Speed Shutter เร็วพอที่เราสามารถยืนถ่ายด้วยมือเปล่าได้ คือไม่ต่ำกว่า 1/50 หากช้ามากจะทำให้ภาพสั่น เราก็สามารถดัน ISO เพิ่มขึ้นไปได้ 4. เมื่อได้มุมที่จะถ่ายและตั้งค่าของกล้องเรียบร้อยแล้ว ผู้ถ่ายภาพควรสังเกตุจากในกล้องระหว่างถ่ายภาพว่า แสงแฉกที่ได้สวยงามเป็นที่พอใจรึยัง แนะนำให้ลองขยับมุมกล้องทีละนิด (ขอย้ำว่าขยับทีละนิด) เพื่อลองหามุมภาพที่จะรีดแสงแฉกออกมาสวยงามตามที่เราต้องการ *ห้ามนำภาพหรือบทความนี้ไปเผยแพร่ก่อนได้รับการอนุญาตจากเว็บไซต์ travel.mthai.com

เชฟโรเลต เปิดตัว The All New Colorado แกร่งกว่าเดิมเพิ่มเติมความหรูหรา
car /  Chevrolet / 

เชฟโรเลต เซลส์ ประเทศไทย เผย The All New Colorado ที่จะสานต่อตำนานความสำเร็จของรถกระบะเชฟโรเลตที่มีประวัติอันยาวนานเกือบ 100 ปี โคโลราโดใหม่โดดเด่นด้วยคุณสมบัติที่ครบครันทุกด้านในแบบฉบับรถกระบะอเมริกันของเชฟโรเลต มาพร้อมการออกแบบภายนอกและภายในใหม่ สมรรถนะที่เหนือชั้นกว่าเดิม ความปลอดภัยที่ดียิ่งขึ้น ความหรูหรามากกว่าเดิม และเทคโนโลยีระดับผู้นำเซกเมนท์ โคโลราโด รุ่นใหม่ ได้รับการออกแบบให้มีความแข็งแกร่งและความประณีต มีลวดลายเส้นสายที่สวยงามและชัดเจน เปี่ยมไปด้วยดีเอ็นเอแบบฉบับรถกระบะอเมริกันพันธุ์แท้ ตัวถังรถมีสัดส่วนที่บึกบึน เสริมภาพลักษณ์ความสมบุกสมบัน สะท้อนศักยภาพการลุยเส้นทางออฟโรดได้อย่างเต็มที่ รถกระบะรุ่นนี้มาพร้อมเอกลักษณ์การออกแบบระดับโลกที่ถ่ายทอดพละกำลังและความแข็งแกร่ง ด้วยการออกแบบด้านหน้าใหม่ที่เน้นความสปอร์ตทั้งแผงกันชน กระจังหน้า ฝากระโปรง และไฟหน้า ซึ่งทำให้รถกระบะรุ่นนี้โดดเด่นเหนือกว่ารถกระบะทั่วไป รูปลักษณ์ใหม่เน้นความสะดุดตาด้วยไฟส่องสว่างขณะขับขี่กลางวันแอลอีดีรูปทรงเรียวบางที่พร้อมดึงดูดทุกสายตาบนท้องถนน ภายในห้องโดยสารของโคโลราโดรุ่นใหม่ ผสมผสานทั้งความแข็งแกร่งและความหรูหราเหมือนกับภายนอก ด้วยการออกแบบใหม่ทั้งหมดที่เน้นความสะดวกสบาย ความกว้างขวาง ความประณีต และเทคโนโลยี แผงแดชบอร์ดและการตกแต่งเบาะที่นั่งใหม่ยกระดับความรู้สึกพรีเมียม  ขณะที่คอนโซลกลางที่ถูกปรับดีไซน์ใหม่ทำให้ใช้งานได้ง่ายดาย สะดวกสบายด้วยหน้าจอทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว (ขึ้นอยู่กับรุ่น) และระบบอินโฟเทนเมนท์ มายลิงค์ รวมไปถึงวัสดุผ้าให้พื้นผิวสัมผัสนุ่มนวล การตกแต่งทั่วทั้งห้องโดยสารให้ความสะดวกสบาย โคโลราโดรุ่นใหม่ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดูราแม็กซ์ 4 สูบ ดีเซลเทอร์โบ 2.5 ลิตร ที่ถูกปรับปรุงใหม่เพื่อสมรรถนะที่ดีขึ้น ประหยัดน้ำมันยิ่งกว่า และลดมลพิษไอเสีย ด้วยการใช้ระบบเทอร์โบแปรผันหรือ VGT (Variable Geometry Turbocharger) เครื่องยนต์ดูราแม็กซ์ 2.5 ลิตร มีพละกำลัง 180 แรงม้า (132 กิโลวัตต์) ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิด 440 นิวตันเมตร (325 ฟุต-ปอนด์) ที่รอบต่ำ 2,000 รอบต่อนาที เครื่องยนต์รุ่นนี้ผ่านมาตรฐานไอเสียยูโร 4 ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด หรือเกียร์ธรรมดา 6 สปีดตามแต่รุ่นย่อย โดยระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีดได้รับการปรับแต่งอัตราทดเกียร์ใหม่ เพื่อช่วยเพิ่มสมรรถนะและความประหยัดน้ำมัน เครื่องยนต์ดูราแม็กซ์ 2.5 ลิตรถูกติดตั้งวัสดุดูดซับเสียงรบกวนบริเวณหัวฉีด เพื่อให้ทำงานได้เงียบขึ้น โคโลราโดทุกรุ่นยังมาพร้อมยางรองตัวถังและยางรองแท่นเครื่องยนต์แบบใหม่ ซึ่งช่วยลดแรงสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ ทำให้มีระดับเสียงและแรงสั่นสะเทือนภายในห้องโดยสารลดลง จากการทดสอบของทีมวิศวกรแสดงให้เห็นว่าห้องโดยสารของโคโลราโดรุ่นใหม่เงียบลง 2-4 เดซิเบล และมีแรงสั่นสะเทือนลดลง โคโลราโดพัฒนาบนระบบช่วงล่างที่มีความแข็งแกร่ง ทำให้มีความเสถียรยิ่งกว่าเดิม ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้ขับขี่ ห้องโดยสารถูกแยกจากระบบช่วงล่างด้วยยางรองตัวถัง ทำให้สามารถลดเสียงและแรงสั่นสะเทือนลง พร้อมกับทำให้มีการขับขี่ที่คล่องตัวและหนึบมากขึ้น จานดิสก์เบรกชุดใหม่มีเสียงการทำงานที่ลดลง นอกจากนี้ ระบบกันสะเทือนชุดใหม่ยังถูกปรับตั้งพร้อมช็อกอัพแบบไดเกรสซีฟ ซึ่งช่วยให้โคโลราโดมีการขับขี่ที่สะดวกสบายและเสถียรภาพที่เหนือชั้น โคโลราโดรุ่นใหม่ล่าสุด ยังมาพร้อมระบบพวงมาลัยไฟฟ้า (EPS) ที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบายในการบังคับพวงมาลัยสำหรับการขับขี่ในเมืองและขณะจอดรถ อีกทั้งยังช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น ระบบบังคับเลี้ยวจะเพิ่มน้ำหนักขึ้นตามความเร็วในการขับขี่ ดังนั้นโคโลราโดรุ่นใหม่จึงมีน้ำหนักพวงมาลัยที่เหมาะสมเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูงขึ้น ในเรื่องของความปลอดภัยมาพร้อม ระบบความปลอดภัยแบบแอคทีฟและแพสซีฟ (ขึ้นอยู่กับรุ่น), ทั้งระบบป้องกันล้อหมุนฟรีทั้งขณะออกตัวและในโค้ง Traction Control System (TCS), ระบบรองรับการเบรกกะทันหัน Panic Brake Assist (PBA), ระบบกระจายแรงเบรก Electronic Brake Force Distribution (EBD), ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว Electronic Stability Control (ESC), ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน Hill Descent Control (HDC) และระบบป้องกันการไหลของรถเมื่อขึ้นทางชัน Hill Start Assist (HSA) พร้อมกับถุงลมนิรภัยคู่หน้าสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ตลอดจนถุงลมนิรภัยป้องกันหัวเข่าสำหรับผู้ขับขี่ ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ โคโลราโดรุ่นใหม่ล่าสุด โดดเด่นด้วยระบบแจ้งเตือนเมื่อออกจากช่องจราจร, ระบบเตือนการชนด้านหน้า, ระบบช่วยเหลือการจอดด้านหน้าและหลัง, ระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง, เซ็นเซอร์ตรวจจับน้ำฝน, ไฟหน้าเปิด/ปิดอัตโนมัติ, และฟังก์ชั่นรีโมทสตาร์ท ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากเวลาจอดกลางแจ้งด้วยการสตาร์ทเครื่องยนต์ได้จากกุญแจ, ขณะที่ระบบช่วยเหลือการจอดด้านหน้าและกล้องมองหลังช่วยให้การขับขี่ในที่คับแคบมีความสะดวกง่ายดายมากขึ้น

ขนาด เป๊ป ยังเป็นเหยื่อ!! ซาอูล ซัดตูมเดียวพา ตราหมี เชือด พี่เสือ UCLเลกแรก
ตราหมี /  บาเยิร์น มิวนิค / 

ผลบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (รอบรองชนะเลิศ นัดแรก) วันพุธที่ 27 เมษายน 2559 แอตเลติโก้ มาดริด 1-0 บาเยิร์น มิวนิค ผู้ทำประตู : 1-0 ซาอูล นิเกซ น.11 เวลา : 1.45 น. สนาม : บิเซนเต้ กัลเดรอน ถ่ายทอดสด : True Sport HD2 ศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก แอตเลติโก้ มาดริด เปิดสนาม บิเซนเต้ กัลเดรอน ต้อนรับการมาเยือนของ บาเยิร์น มิวนิค ก่อนที่จะเป็นเจ้าถิ่น "ตราหมี" เป็นฝ่ายเฉือนชนะ "เสือใต้" ไปแบบสนุกสุดมันส์ ครึ่งแรก ถือว่าเจ้าบ้านมาได้ประตูที่ต้องการตั้งแต่หัววัน(นาที11)จากจังหวะความสามารถเฉพาะตัวล้วนๆของเจ้าหนู ซาอูล นิเกซ ที่ลากเลื้อยหลบผู้เล่น บาเยิร์น มิวนิค 3-4 คน เข้าไปปลิดชีพด้วยซ้าย บอลโค้งผ่านมา มานูเอล นอยเออร์ เข้าไปสัมผัสก้นตาข่ายอย่างสวยงาม หลังจากนั้น "ตราหมี" ก็กลับมาเล่นในแบบที่ตัวเองถนัดคือตั้งรับ และรอสวนแบบโป้งเดียวจอด แต่ช่วงเวลาที่เหลือยังไม่มีทีมไหนทำประตูกันได้เพิ่ม ทำให้จบ 45 นาทีแรก แอตเลติโก้ มาดริด ยังคงเป็นฝ่ายขึ้นนำที่ 1-0 ครึ่งหลัง ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ยังคงวางหมากมาให้ลูกทีมเล่นรับแล้วรอสวนเหมือนเดิม ขณะเดียวกัน "เสือใต้" ก็พยายามเดินหน้าทวงประตูอเวย์โกลแทบจะทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการส่งตัวสำรองทีเด็ดลงมาแก้เกม แต่ก็ยังไม่สามารถฝ่าด่านแนวรับสุดแกร่งของทางเจ้าบ้านไปได้ ทำให้สุดท้ายจบ 90 นาที แอตเลติโก้ มาดริด เป็นฝ่ายชิงความได้เปรียบในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก ด้วยการเปิดบ้านเอาชนะ บาเยิร์น มิวนิค ไปได้แบบเฉียดฉิว 1-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แอตเลติโก้ มาดริด : แยน โอบลัค(GK), ฆวน ฟราน, สเตฟาน ซาวิช, โฮเซ่ กิเมเนซ, ฟิลิเป้ ลุยส์, โกเก้, กาบี, ซาอูล นิเกซ, ออกุสโต้ เฟร์นันเดซ, เฟร์นานโด ตอร์เรส, อองตวน กรีซมันน์ บาเยิร์น มิวนิค : มานูเอล นอยเออร์(GK), ฟิลิปป์ ลาห์ม, ฆาบี มาร์ติเนซ, ดาวิด อลาบา, ฆวน เบร์นาต, ติอาโก้ อัลคันทาร่า, ชาบี อลอนโซ่, อาร์ตูโร่ วิดัล, ดั๊กลาส คอสต้า, คิงส์ลี่ย์ โกม็อง, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

เปิดตัวเจ้าของเพจดัง
นิมมาน /  ร้านอาหาร / 

เมนูอาหารที่ "โอชิน" คิดค้น มักเกิดขึ้นในบัดดลตามแต่จินตนาการและแรงบันดาลใจที่เกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมา บางช่วงเป็นข้าวซอยอุด้งไปต้มเส้นในน้ำอัญชันบ้าง บางฤดูกาลจัดธีมเป็นอาหารแนว isan soul บ้าง ทั้งเมนูขนมก็ถูกเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ผ่านไปไม่นานนัก ร้านอาหารในบ้านของโอชินก็กลายเป็นร้านอาหารสุดแหวกแนวที่ถูกบอกต่อผ่านกระแสโซเชียลเน็ตเวิร์ค โดยเฉพาะการจัดแต่งอาหารของเธอ ทำเอาสาวกไอจีทั้งหลายต้องคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปกันอยู่นั่นอัพกันทั้งวัน อัพกันจนลืมกิน! ขนาดที่ว่า มีแก๊งคุณป้าชาวจีนซิ่งรถสปอร์ตมาจากปักกิ่ง เพื่อมาแวะรับประทานอาหารของเธอเรียกว่าเที่ยวเชียงใหม่ห้าวันก็แวะกินร้านของโอชินมันห้าวันนั่นล่ะ ‘การทำอาหารและขนม’ ของโอชิน ถือเป็นมรดกชีวิตที่เธอได้รับส่งต่อมาจากแม่โดยไม่รู้ตัว คุณแม่ของโอชินเคยเป็นกุ๊กในร้านอาหาร ตัวเธอเองก็ชอบคิดสูตรทำอาหารและขนม โดยเขียนบอกสูตรลงในเฟซบุ๊ค จนกลายเป็นที่ติดตามของทั้งเว็บพันทิป เฟซบุ๊ค และไอจี กระทั่งจนพอมีคนตามมากๆเข้าโอชินจึงเริ่มทำอาหารแพ็คใส่กล่องวางขายที่ร้านเพื่อน ทำไปทำมา ขายดิบขายดีกันเป็นเทน้ำเทท่าจนต้องขยับที่ขยับทาง เธอหันไปมองพื้นที่ในซอกข้างบ้านตัวเอง ซึ่งมีอยู่น้อยนิดกับเงินออมหกพันบาท และนึกในใจว่า ….“เอาล่ะ เปิดร้านแล้วกัน”..... บรรยากาศร้านอาหารในซอกเล็กๆข้างบ้านของโอชิน เปิดให้บริการเพียง 7 ชั่วโมง ตั้งแต่ 11 โมงเช้าถึงหกโมงเย็น ลูกค้าที่เข้ามากิน จะต้องเดินผ่านห้องครัวของเธอ จนมาถึงโต๊ะอาหารซึ่งมีอยู่เพียงหกโต๊ะ นั่นหมายความว่า ถ้าโต๊ะไม่ว่าง ลูกค้าก็จะต้องอดทนยืนรอต่อแถวกันไป ลูกค้าของเธอมีทุกเพศทุกวัย เด็กคนแก่ คนท้อง คู่เลสเบี้ยน มีหมด วันนี้เราเลยหยิบบางเมนูมาที่ัรบรองว่าเด็ดมาให้ชมกัน "ข้าวซอยบลูอุด้ง" เส้นอุด้งย้อมสีด้วยน้ำอัญชัญเสิร์ฟในน้ำข้าวซอยรสดั้งเดิม เพิ่มเติมคือความงามของสีสัน "โซบะเย็น" เส้นโซบะ จากไร่หญ้าโซบะ(เส้นโฮลวีท)ที่ปลูกในเชียงรายและ "ปีกไก่ทอดนาโกย่า" ปีกไก่อวบๆ หมักน้ำปลาน้ำผึ้งงาดำ ทอดพอเกรียม เสิร์ฟพร้อมผักสด และน้ำซอสโซเมนเย็น เส้นโซบะคลุกไข่ไก่ดิบหรือไข่นกกระทา เพิ่มความมันนุ่มหอมหวาน "ชูใจ ไรซ์ไวน์ กีวี่ซอฟท์เค้ก" ข้าวกลั่นอ่อนๆตัดกับรสหวานอมเปรี้ยวของกีวี่ ผสานรสด้วยวิปปิ้งครีมตีสด "ทาร์ตเลเมิ่น 007"  เลเมิ่นเคิร์ดรสหวานหอมอมเปรี้ยว เคลือบด้วยดาร์กชอคโกแลตเข้มข้น ห่อด้วยแป้งทาร์ตหวานกรอบ แต่กว่าจะมาเป็นวันนี้ขอบอกว่าชีวิตเธอมีครบทุกรสชาติ เปรี้ยว หวาน เผ็ด มัน และขมปี๋ จนครั้งหนึ่งเธอเกือบคิดสั้น! ‘โอชิน’ ปากกัดตีนถีบมาตั้งแต่เด็ก สมัยอายุ 13 พ่อของเธอถูกรถชนจนโดนตัดขา ทำให้ชีวิตของโอชินมีเพียงบ้านกับโรงพยาบาลจนช่วงอายุ 18 ขณะที่พ่อของเธอติดเหล้ามายาวนาน ก็ต้องเสียชีวิตลงด้วยโรคแอลกอฮอลิซึ่ม โอชินผ่านช่วงของความคิดที่เคยอยากฆ่าตัวตายเพราะความเครียดจากหนี้สินที่ต้องแบกความรับผิดชอบไว้ในฐานะลูกคนโต ทั้งไหนจะต้องส่งน้องเรียนอีก แต่เธอก็ผ่านพ้นช่วงวิกฤตินั้นมาได้ภายในช่วงระยะเวลาเพียงสองปี นั่นทำให้เธอทำมาแล้วแทบทุกอย่าง ตั้งแต่ ถักสร้อยขาย รับเพ้นท์เล็บ ก๊อปปี้ซีดีขาย ทำงานศิลปะ ทำวงดนตรี เป็นล่าม เป็นศิลปิน ชีวิตของเธอไม่ธรรมดา เป็นศิลปินดังไกลถึงญี่ปุ่น !  เธอเป็นลูกคนโตในบ้านที่มีพี่น้องฝาแฝดซึ่งเป็นชายแท้ สมัยเรียนหนังสือในสาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เธอมักใช้เวลาในช่วงกลางวันไปกับการรับจ๊อบ ขี่มอเตอร์ไซค์บน ระยะทางสิบกิโลเมตรไปรับจ้างเป็นล่ามให้กับบริษัทของชาวญี่ปุ่นซึ่งคุณสมบัติพิเศษของโอชินในอาชีพล่าม ซึ่งหาไม่ได้ง่ายๆโดยทั่วไปคือ เธอมีความเข้าใจในศิลปะดีเป็นพื้นฐาน ต่อมา โอชินเปลี่ยนสาขาไปเรียนศิลปะในสาขาศิลปะไทยของคณะวิจิตรศิลป์ มช. และทำงานพิเศษอยู่ในห้องสมุดคณะวิจิตรศิลป์ จนสำเร็จการศึกษา เธอจึงได้ทำงานพิเศษเป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์ให้กับห้องสมุด TCDC สาขาเชียงใหม่ ทั้งยังเคยทำงานออฟฟิศเป็นอาร์ตไดเร็กเตอร์ให้กับบริษัทญี่ปุ่นในกรุงเทพฯ ชีวิตของโอชินเวียนวนคลุกคลีอยู่กับผู้คนในวงการศิลปินญี่ปุ่นค่อนข้างมาก กระทั่งเธอเก็บเงินได้ จึงกลับไปเรียนต่อปริญญาโท ในสาขาทัศนศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งจังหวะนี้เอง ผลงานศิลปะของเธออันว่าด้วยเรื่องของการทำศัลยกรรม ทำให้เธอได้รับโอกาสจากโครงการศิลปะแบรนด์นิวของหอศิลป์มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เธอได้รับเลือกเป็น 1 ใน 10 จากการคัดเลือกศิลปินรุ่นใหม่ทั่วประเทศ และได้รับการตีพิมพ์ผลงานลงในนิตยสารศิลปะไฟน์อาร์ตประเทศไทย และ ART4D หลังจากสำเร็จการศึกษาชั้นปริญญาโท ผลงานของเธอได้ถูกเชิญชวนจากภัณฑารักษ์ชาวญี่ปุ่นให้เดินทางไปแสดงผลงานในต่างแดนจนกลายเป็นที่โด่งดังในฐานะของ ‘ศิลปิน’ นับแต่นั้นเป็นต้นมา ทั้งโอชินยังมีโอกาสได้เดินทางไปกลับญี่ปุ่นอีกหลายต่อหลายครั้งไม่ว่าจะถูกเชิญไปบรรยาย แสดงงานศิลปะ จัดเวิร์คช็อปกระทั่งจนปัจจุบัน เธอจับผลัดจับผลูมาทำขนมนี่แหล่ะค่ะ ปัจจุบัน โอชินเปิดร้านขายเบเกอรี่ขนาดเล็ก อยู่ในซอยนิมมานฯ ใช้ชื่อว่า minimeal eatery studio อันเป็นร้านที่ชวนให้นึกถึงบรรยากาศนั่งกินกาแฟเอาท์ดอร์ในต่างประเทศ เธอจัดตกแต่งพื้นที่เองทั้งหมด ทั้งเธอยังมีแผนจะเดินทางไปใช้ชีวิตเพื่อทำงานศิลปะและเรียนต่อระดับปริญาเอกที่แคลิฟอร์เนีย เร็วๆนี้ แต่เพจอาหารและขนมของเธอ "สีนวล สวีทคุ้กกิ้ง" (C’nual Sweet Cooking) จะยังดำเนินต่อไป สำหรับใครที่ชื่นชอบการกินการดื่ม ลองแวะเข้าไปที่เพจของเธอกันดูนะคะ

ดูหนังได้บุญ คุณทองแดง ดิ อินสไปเรชั่นส์ ร่วมบริจาคมูลนิธิศูนย์รักสุนัขหัวหิน
การ์ตูน คุณทองแดง /  คุณทองแดง ดิ อินสไปเรชั่นส์ / 

เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2559 คุณเตือนใจ เตชะรัตนประเสริฐ รองประธานกรรมการ บริษัทสหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในฐานะผู้จัดจำหน่ายภาพยนตร์เรื่อง “คุณทองแดง ดิ อินสไปเรชั่นส์” เป็นตัวแทนนำรายได้ จากการรับจัดจำหน่ายภาพยนตร์ทั้งหมด จำนวนทั้งสิ้น 655,248.97 บาท มอบให้กับ มูลนิธิศูนย์รักษ์สุนัขหัวหิน ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป โดย ดร.ดิสธร วัชโรทัย รองเลขาธิการพระราชวัง และ ในฐานะประธานมูลนิธิศูนย์รักษ์สุนัขหัวหิน ในพระบรมราชูปถัมภ์เป็นผู้รับมอบ ภาพยนตร์แอนิเมชั่นแห่งแรงบันดาลใจ เรื่อง “คุณทองแดง ดิ อินสไปเรชั่นส์” ผลงานการสร้างสรรค์ภาพยนตร์แอนิเมชั่น อำนวยการสร้างโดย เฟรชแอร์ เฟสติวัล (FRESH AIR FESTIVAL) ร่วมกับ 4 สตูดิโอชั้นนำของเมืองไทย ได้แก่ IMAGIMAX, WORKPOINT PICTURES,THE MONK STUDIOS และ DR.HEAD ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก “คุณทองแดง” สุนัขทรงเลี้ยงในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยได้นำคุณงามความดีของ “คุณทองแดง” มาเล่าผ่านคาแรคเตอร์ของตัวละคร ”จร”, “ทองหล่อ” และคอปเปอร์ เพื่อให้ประชาชนได้ชม และได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ไปเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2558 ที่ผ่านมา

Selena Gomez ศิลปินสาวที่เป็นมากกว่า 'นักร้อง'
Selena Gomez /  SELENA GOMEZ REVIVAL TOUR / 

เซเลน่า โกเมซ ศิลปินสาวมากความสามารถ ที่เป็นมากกว่า 'นักร้อง' เซเลน่า โกเมซ (Selena Gomez) เริ่มต้นอาชีพในวงการบันเทิงตั้งแต่วัยเด็ก โดยมีผลงานมากมายทั้ง ภาพยนตร์ ดนตรี และโทรทัศน์ ในส่วนของงานภาพยนตร์นั้น เธอค่อยๆ เพิ่มศักยภาพด้านการแสดงของตัวเองจากนักแสดงเด็กมาเป็นนักแสดงสาวมืออาชีพเต็มตัวผ่านผลงานหลายเรื่อง อาทิ ภาพยนตร์เรื่อง Spring Breakers ซึ่งกำกับการแสดงโดย ฮาร์โมนี่ โครีน (Harmony Korine) ที่เปิดตัวครั้งแรกที่งานเทศกาลภาพยนตร์เวนิซ (Venice Film Festival) ซึ่ง เซเลน่า โกเมซ ฝากฝีมือการแสดงไว้ได้อย่างโดดเด่น จนเป็นที่จับตามองได้รับคำชื่นชมจากนักวิจารณ์และผู้ชมอย่างมากมาย นอกจากนี้เธอยังร่วมแสดงในภาพยนตร์ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ อย่างเรื่อง The Big Short ที่แสดงร่วมกับ แบรด พิทท์ (Brad Pitt) และ ไรอัน กอซลิ่ง (Ryan Gosling) และเรื่อง Fundamentals of Caring ที่แสดงร่วมกับ พอล รัดด์ (Paul Rudd) ซึ่งได้ออกฉายครั้งแรกที่งานเทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์ปี 2559 (the 2016 Sundance Film Festival) ไม่เพียงเท่านั้น เพราะ เซเลน่า ยังได้ร่วมงานกับ ทอม แมคคาร์ธี (Tom McCarthy) ในตำแหน่งเอ็กเซคคูทีฟ โปรดิวเซอร์ ให้ภาพยนตร์ซีรีย์ของ Netflix เรื่อง 30 Reasons Why อีกด้วย เซเลน่า โกเมซ กับเหล่านักแสดงจาก Spring Breakers และอีกไม่นาน เซเลน่า โกเมซ นักแสดงผู้ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน 20 นักแสดงที่ยอดเยี่ยมที่สุดของงานซันแดนซ์ 2559 ก็กำลังจะมีผลงานเรื่องต่อไป อย่าง Neighbors 2 ซึ่งกำกับโดย เซธ โรเก็น (Seth Rogen) และเรื่อง In Dubious Battle ของผู้กำกับ เจมส์ ฟรังโก้ (James Franco) ที่มีกำหนดจะออกฉายในปีนี้ เซเลน่า โกเมซ ทูตคนสวยของยูนิเซฟ นอกจากนี้ การตอบแทนต่อสังคมถือเป็นส่วนสำคัญของชีวิตสาว เซเลน่า โกเมซ เช่นกัน เธอได้รับการแต่งตั้งให้เป็นฑูตสันถวไมตรีของยูนิเซฟเมื่ออายุเพียงแค่ 18 ปี ซึ่งถือเป็นฑูตที่มีอายุน้อยที่สุด และนักร้อง-นักแสดงสาวก็ทำงานอย่างหนักเพื่อสนับสนุนองค์กรนี้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ความทุ่มเทของเธอได้รับการเชิดชูเกียรติที่งาน Unite4: Humanity พร้อมกับ บิล คลินตัน (Bill Clinton) ซึ่งเป็นงานการกุศลครั้งแรกของนิตยสาร วาไรตี้ โดย เซเลน่า ได้รับรางวัลนักมนุษยธรรมรุ่นใหม่ นอกจากนี้เธอยังได้เดินทางไป กาน่า, ชิลี และ เนปาล เพื่ออุทิศตัวให้กับเด็กยากไร้ และยังจัดงาน We Day ในแวนคูเวอร์ และ ชิคาโก้ เพื่อระดมทุนให้กับ Free The Children ซึ่งเป็นองค์กรที่มุ่งผลักดันคนรุ่นใหม่ให้ได้พบศักยภาพของตัวเองและได้ใช้มันอย่างเต็มที่ จนกลายเป็นแรงสนับสนุนที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั่วโลก ด้วยการเป็นพลเมืองที่มีประสิทธิภาพของประเทศและโลกใบนี้ เซเลน่า โกเมซ ร่วมกิจกรรม We Day เพื่อระดมทุนให้องค์กร Free The Children และในฐานะนักร้อง เซเลน่า โกเมซ ทำยอดขายอัลบั้มได้มากกว่า 45 ล้านดาวน์โหลดทั่วโลก ผลงานอัลบั้มล่าสุดของเธอ คืออัลบั้ม Revival นั้นได้รับคำชื่นชมอย่างมาก ซิงเกิ้ล 2 เพลงแรกจากอัลบั้มนี้ อย่าง Good For You และ Same Old Love สามารถขึ้นอันดับ 1 ของชาร์ทยูเอส ท็อป 40 ได้อย่างสวยงาม และในเดือนพฤษภาคมนี้ เซเลน่า โกเมซ จะเริ่มออกทัวร์คอนเสิร์ต Revival Tour ไปทั่วโลก โดยจะเริ่มต้นที่อเมริกา, แคนาดา และเอเชีย Selena Gomez - Good For You youtube channel : SelenaGomezVEVO Selena Gomez - Same Old Love youtube channel : SelenaGomezVEVO และเป็นที่แน่นอนแล้วว่า เซเลน่า โกเมซ ศิลปินสาวสุดฮอตระดับโลก จะลัดฟ้าเปิดการแสดงในประเทศไทยครั้งแรกกับคอนเสิร์ตใหญ่ที่หลายคนรอคอย เซเลน่า โกเมซ รีไวเวิล ทัวร์ (SELENA GOMEZ REVIVAL TOUR) ในวันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคมนี้ ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี บัตรราคา 2,000 / 3,000 / 4,000 และ 5,000 บาท สามารถซื้อบัตรได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา และทาง www.thaiticketmajor.com ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป สิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่ถือบัตร มาสเตอร์การ์ด (Mastercard) สามารถจับจองที่นั่งได้ก่อนใคร ในระหว่างวันที่ 25-29 เมษายนนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0-2262-3838 ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวได้ที่ www.bectero.com, www.facebook.com/bectero, ทวิตเตอร์ @BEC_Tero_Ent และอินสตราแกรม BECTERO_ENTERTAINMENT อีกหนึ่งโปรดักชั่นคุณภาพจาก บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

สถานีขนมหวาน Mr. Jones' Orphanage กับเหล่าขบวนเท็ดดี้บาร์ @SiamCenter
Mr. Jones' Orphanage /  SiamCenter / 

หากใครที่ชอบเดินช้อปสยามเซ็นเตอร์บ่อยๆ คงต้องสะดุดตาและอยากหยุดแวะพัก กับร้านขนมหวานที่ตกแต่งน่ารัก เหมือนท่องอยู่ในแดนมหาสนุก ด้วยไม้สีน้ำตาลอ่อนๆ จำลองที่นั่งแบบโบกี้รถไฟ และยังเต็มไปด้วยเหล่าผู้โดยสารเท็ดดี้แบร์ที่เดินทางมาจากทั่วโลก ทำให้ได้กลิ่นอายอบอุ่นของความเป็นเด­็กๆ ในร้านที่มีชื่อว่า  Mr. Jones' Orphanage (มิสเตอร์โจนส์ ออร์ฟาเนจ) ชั้น 3 สาขาใจกลางกรุง สยามเซ็นเตอร์ สถานีขนมหวาน Mr. Jones' Orphanage กับเหล่าขบวนเท็ดดี้บาร์ @SiamCenter  โดยร้านแห่งนี้มีชื่อเสียงในด้านการตกแต่งที่­น่ารัก โดย Mr. Jones' Orphanage มีสาขาทั้งหมด 6 สาขา ทั้งสาขาทองหล่อ โดยมีไฮไลต์เป็นม้าหมุน, สาขาสยามเซ็นเตอร์, สาขาเอ็มไพร์ ทาวเวอร์, สาขาเซ็นทรัลเวิลด์, สาขาเดอะมอลบางกะปิ และสาขาเทอมินอล 21 คอนเซ็ปต์หรือไฮไลท์ของสาขาสยามเซ็นเตอร์นี้ ก็คือ ที่นั่งทานขนมแบบโบกี้รถไฟ จำลองจากเมืองนอก มีขบวนรถไฟจำลองบรรทุกหมีเท็ดดี้สุดน่ารักไว้รอบร้าน ทำให้มีมุมถ่ายภาพสวยๆ มากมาย เช่นด้วยกับเมนูเบเกอร์รี่ของร้านนี้ ก็สวยหวาน น่ารับประทาน จนเลือกสั่งกันไม่ถูกกันเลยหละ ซึ่งเมนูซิกเนอร์เจอร์ที่อยากแนะนำของร้านนี้เลยก็ คือ เมนู Matcha Toast ที่ผสมผสานความอร่อยลงตัว ทั้งขนมปัง ที่ราดด้วยมัทชะชาเขียวเข้มข้น ทานคู่กับไอศกรีมวานิลลา วิปครีม และสตรอเบอร์รี่ รับรองถูกใจสาวๆ ที่รักชาเขียวแน่นอน ต่อด้วย Choco Cheese Banana Waffle หากใครมาทานทีร้านนี้ ต้องสั่งเมนูนี้เลยค่ะ อร่อยไม่แพ้กัน เพราะตัวบานาน่าและชีสที่โรยอยู่ทั่วจานนี้ ทานเข้ากับขนมหวานอย่างวาฟเฟิลช็อกโกแลตและไอศกรีมได้ดี หรือหากใครที่ชอบ ทานช็อกโกแลตเน้นๆ ก็ต้องเมนูนี้เลย Kit Kat Cake เค้กช็อกโกแลตเนื้อนุ่ม หวานกำลังพอดี กรุบกรอบอร่อยไปกับ ขนมคิทแคทและ M&M สีสันสวยงาม และ Nutella Banana Lava เมนูสำหรับคนอยากเติมความหวานให้ร่างกาย ปิดท้ายด้วย เค้กเนื้อนิ่ม รสชาติกลมกล่อม ทานเล่นคู่กับ Stonehenge ด้านบน มาดูเครื่องดื่มชาร้อนๆ พร้อมเสิร์ฟ อย่าง Earl Grey Tea Pot Set ทานคู่กับขนม หอม สดชื่น หรือจะเลือกเป็นน้ำผลไม้อย่าง Passionfruit Mango Soda หรือ Purple Cow ที่มีให้เลือกฟินมากมาย – ลูกค้าทรู แบล็คการ์ด / เรดการ์ด รับฟรี! Earl Grey Tea Pot Set เมื่อซื้อเค้ก Red Velvet 1 ชิ้น และ Stonehenge 1 ชิ้น – ลูกค้าทรูการ์ด ลด 10 % (1 สิทธิ์ / 1 ใบเสร็จ / สัปดาห์ (ทุกสาขา)  ตั้งแต่วันนี้ – 31 พ.ค. 59 ————————————————————- กิจกรรมพิเศษสำหรับสมาชิก MThai คำถาม : ร้าน Mr. Jones' Orphanage นี้อยู่ที่สาขาอะไร? ใครตอบถูกและสุ่มผู้โชคดี รับ Gift Voucher มูลค่า 100 บาท 20 รางวัล! ** ผู้ที่ร่วมกิจกรรม ควรทำการ ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก ก่อนตอบ และทำการอัพเดทข้อมูล ชื่อ-นามสกุล และที่อยู่ ในProfileของคุณให้เรียบร้อย เพื่อการจัดส่งของรางวัลง่ายขึ้น ผู้ที่มีชื่อได้รางวัลแต่ไม่มีที่อยู่ในการจัดส่ง ทางเราจะถือว่าสละสิทธิ์ให้ผู้อื่นทันที

ซ้ายสั่งตาย! เฮเบอร์ตี้กดเเฮตทริกราชบุรีพลิกเเซงบีจีสุดเร้าใจ
บางกอกกล๊าส เอฟซี /  ราชบุรี มิตรผล เอฟซี / 

“ราชันมังกร” คืนฟอร์มเก่มเปิดบ้านพลิกเฉือน บีจี สุดเร้าใจ เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นานเดซ สวมบทฮีโร่เหมาคนเดียว 3 ประตูให้เปิดบ้านเก็บ 3 คะเเนนไปอย่างสุดมัน ผลฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก วันเสาร์ที่ 23 เมษายน 2559 ราชบุรี มิตรผล เอฟซี 4 - 3 บางกอกกล๊าส เอฟซี ผู้ทำประตู : บดินทร์ ผาลา น.10, แอเรียล โรดิเกวซ น.13, 46, ทาคุยะ มุรายามะ น.15, เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นานเดซ น.45, 57, 60    สนาม : กีฬากลาง จ.ราชบุรี เวลา 19.00 น. การเเข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2016 วันเสาร์ที่ 23 เมษายน 2559 เป็นการพบกันระหว่างเจ้าบ้าน “ราชันมังกร” ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ทีมอันดับที่ 5 ของตารางมีอยู่ 12 คะเเนน เปิดรังรับการมาเยือนขอจ่าฝูง “บีจี” บางกอกกล๊าส เอฟซี ที่มีอยู่ 15 คะเเนน เริ่มเกมการแข่งขันได้เพียง 10 นาทีเป็นทีมเยือน บีจี ออกนำเร็วจากจังหวะที่ บดินทร์ ผาลา เติมเกมก่อนรับบอลที่ฝั่งซ้าย ยิงหนีมือ อุกฤษณ์ เข้าเสียบเสาไกลให้ทีมเยือนบุกมานำ 1-0 นาทีที่ 13 ช็อกเจ้าถิ่นต่อเนื่องเมื่อ บีจี ขยับสกอร์หนีออกอีกจากจังหวะที่ แอเรียล โรดิเกวซ ตัดบอลได้หน้าเขตโทษ จี้เข้าหาประตูซัดบอลเข้าไปตุงตาข่ายให้บางกอกกล๊าส หนีห่างเป็น 2-0 จากนั้นนาทีที่ 15 เจ้าถิ่นราชบุรี เร่งเครื่องใส่เเละมาได้ประตูตีตื้น ทาคุยะ ลากบอลแหวกเเนวรับทีมเยือนจากริมเส้นฝั่งขวาเข้าหาประตู ก่อนล็อกหลบเเผงหลังยิงหนีมือ วัลลภ แซ่จิ๋ว ให้ราชบุรี ไล่มาเป็น 1-2 เข้าสู่นาทีที่ 38 ไฟฟ้าในสนามกีฬากลาง จ.ราชบุรี ดับลงทำให้ต้องหยุดเกมประมาณ 7 นาที ก่อนที่ไฟจะมาเต็มดวง เล่นต่อได้ ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 45 เเฟนเจ้าถิ่นเฮสนั่น เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นานเดซ กระชากหนีตัวประกบจี้เข้าเขตโทษซัดด้วยซ้ายเสียบมุมเสาให้ ราชบุรี ไล่ตีเสมอ 2-2 และเป็นประตูที่ 50 ในการเล่นในไทยลีกของ เฮเบอร์ตี้ พร้อมจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้ เริ่มครึ่งหลัง ได้เพียงแค่นาทีเศษ บีจี มาได้ประตูหนีอีกครั้งเป็น 3-2 จาก แอเรียล โรดิเกวซ ที่ลากพาบอลแหวกแนวรับราชบุรีฯ ก่อนจะตวัดยิงเข้าไปอย่างสุดสวย นาทีที่ 57 เจ้าถิ่นไม่ยอมมาได้ประตูตีเสมอทันควันอีกครั้ง ยานนิค ยาโล แตะบอลหนีกองหลัง บีจี แหวกเข้าทางฝั่งซ้ายจากนั้นไหลเข้ากลางให้ เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นานเดซ เติมมาซัดตุงตาข่ายทีมตีเสมอ 3-3 เกมยังสนุกเร้าใจ นาทีที่ 60 กลายเป็น ราชบุรี ที่กลับมาเป็นฝ่ายพลิกนำบ้างจากลูกฟรีคิกนอกเขตโทษ เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นานเดซ บรรจงปั่นเสียบใต้คานอย่างงดงามให้ทีมขึ้นนำ 4-3 เข้าสู่ช่วงท้ายเกมสถานการณ์ของ บีจี ต้องเลวร้ายไปใหญ่เมื่อนาทีที่ 81 ต้องเหลือ 10 คนในจังหวะที่ สุรชาติ สารีพิมพ์ ไปเสียบ เฮเบอร์ตี้ กรรมการวิ่งปรี่แจกเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม หลังจากนั้นช่วงเวลาที่เหลือทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้จบเกมเป็นเจ้าถิ่น ราชบุรี เฉือนเอาชนะ บีจี ไปอย่างสุดมัน 4-3 รายชื่อ 11 ตัวเเรกทั้งสองทีม ราชบุรี มิตรผล เอฟซี - อุกฤษณ์ วงศ์มีมา (ผู้รักษาประตู), ชุมพล บัวงาม, ชุติพนธ์ ทองแท้ , ทาคุยะ มุรายามะ, เอกลักษณ์ ทองกริต, ศิลา ,ศรีกำปัง, อภิวัฒน์ งั่วลำหิน,อดิศักดิ์ ศรีกำปัง , ปฐมชัย ,เสือสกุล, ลูคัสซ์ กิคีวิชซ์, เฮแบร์ตี้ เฟร์นานเดส (C) บางกอกกล๊าส เอฟซี - วัลลภ แซ่จิ๋ว (ผู้รักษาประตู), แมทธิว สมิธ (C), เอเรียล โรดริเกวซ, ดาเนียล การ์เซีย โรดริเกซ, ลาซารัส คาอิมบี้, ศราวุฒิ มาสุข, บดินทร์ ผาลา, พิชิต เกสโร, ศิวกร แสงวงศ์, ปิยะชนก ดาฤทธิ์, สุวรรณภัทร กิ่งแก้ว

MThai One Day Trip : กินซีฟู๊ด ที่พักดี๊ดี ชอปปิ้งเพลินโยคะ ชมวังตะวันตก @หัวหิน
MThaionedaytrip /  กินเที่ยว / 

                      สวัสดี! ชาวเอ็มไทยทุกท่าน  หลังจากเพลิดเพลินกับการทำบุญและชิมก๋วยเตี๋ยวตาพ้ง ณ ตลาดร้อยปี ร้านกาแฟสุดชิคริมน้ำ จ.ปทุมธานี หรือจะชมเมืองโบราณ ชิมขนมไทยร้านคาเฟ่ร่วมสมัยนิยม (ถูกใจคอฮิปสเตอร์ ย้อนสีไฮเตอร์กันสนุกสนาน)                      สัปดาห์นี้ทีมงาน “MThai One Day Trip”  จะพาคุณไป…สัมผัส กลิ่นอายทะเล หาดทราย สายลม และสองเรา ณ หัวหิน จ. ประจวบคีรีขันธ์  เรียกได้ว่า  “กินหรู ดูดาว ที่พักดี๊ดี แถมได้สุขภาพและชอปปิ้ง ชมวังสไตล์ตะวันตก”  พร้อมแล้วไปลุยกันเลยค่ะ!!! ลายแทง MThai One Day Trip : 2 วัน 1 คืน @หัวหิน Day1 ร้านเจ๊เขียวซีฟู๊ด  (ทานข้าวกลางวัน) ที่พัก หัวหิน แมริออท รีสอร์ทแอนสปา กิจกรรมโยคะชะลอวัย + บรรเทาออฟฟิตซินโดรม ห้องอาหาร The Fish (ทานซีฟู้ดมื้อค่ำ) ตลาดนัดกลางคืน Cicada Day2 ทานมื้อเช้าที่โรงแรม หัวหิน แมริออทฯ พระนิเวศน์มฤคทายวัน เสต็กหลังวัง (ทานข้าวกลางวัน) ซื้อของฝากบ้านขนมนันทวรรณ โดยเราออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาประมาณ 3 -4 ชม. ก็มาถึงตัวเมืองประจวบฯ แวะ ทานอาหารกลางวันที่  ร้านเจ๊เขียวซีฟู้ด ร้านอาหารทะเลขึ้นชื่อของชาวท้องถิ่นและชาว   กรุงเทพฯ ปล. อาหารมาไวไปไว ได้ภาพมาสองแช๊ะ….(ก็แหม่….ทีมงานกำลังหิวกันทุกคนเลย *-*)                                       “ส้มตำทะเลสุดแซบบบ ปะทะ ข้าวเหนียวมะม่วงสุดอร่อย!” บริเวณ Lobby โรงแรม หัวหิน แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา                เราเดินทางมาถึงที่พักโรงแรม “หัวหิน แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา” รู้สึกแปลกตาไม่เหมือนกับที่รีวิวในเน็ตที่หาข้อมูลไว้ ทราบว่ามีการปรับปรุงใหม่ทั้งหมดเพิ่งเปิดได้ราวมีนาคมที่ผ่านมานี้เองค่ะ  การตกแต่งเป็น สไตล์โมเดิร์น ผสมผสานความงานของไทยโคโลเนียล  ส่วนตัวเ ราว่ามันมีความเป็นไทย แต่แฝงด้วงความโมเดิร์น สบายสบาย เหมาะกับการพักผ่อนเป็นที่สุด (ทีมงานติดใจเองถึงขนาดจะแอบมาพักใหม่เชียวนะจ๊ะ) Welcome Drink @ Marriot Huahin Resort & Spa ช่วงที่เรารอพนักงานนำกระเป๋าไปเก็บที่ห้องพัก ทางเราก็ได้รับการต้อนรับจากโรงแรมด้วยเครื่องดื่ม “Welcome Drink”เป็นน้ำเก๊กฮวยผสมกลิ่นขมิ้นอ่อนๆ หอมละมุนสดชื่นสำหรับอากาศร้อนได้ดีค่ะ ตกแต่งด้วยกลีบกุหลาบน่ารักเชียวล่ะ ระหว่างรอเช็คอิน ก็ต้องสำรวจนำภาพมาฝากสมาชิกเอ็มไทยสักหน่อย บริเวณอีกด้านหนึ่งของล็อบบี้โรงแรมติดกับคาเฟ่ของโรงแรม                ลัดเลาะออกมาสูดอากาศด้านนอกเชื่อมทางที่เดินไปสู่ห้องพักต่างๆค่ะ  ดูแล้วใส่ใจทุกรายละเอียดของการตกแต่ง เริ่มตั้งแต่โซนที่นั่งใกล้ล็อบบี้ของโรงแรม การตกแต่งเป็นโซฟาโทนสีเทาไล่ระดับ มีความเรียบง่ายมีกลิ่นอายไทยโคโลเนียลแฝงไว้ด้วยสไตล์โมเดิร์น ทำให้ผู้เข้าพักรู้สึกถึงความสไตล์ในสไตล์รีสอร์ทแอนด์สปาค่ะ บริเวณที่นั่งรับรองใกล้ล็อบบี้โรงแรม เหมาะกับการนั่งพักผ่อนคลาย    เที่ยวชมบริเวณด้านนอกของโรงแรมแมริออทกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาเช็คอินเข้าที่พัก ระหว่างที่เตรียมตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าไปร่วมกิจกรรมโยคะ ก็ถือโอกาสเก็บภาพห้องพักมาฝากเพื่อนๆ ห้องพัก Deluxe Pool Access, Marriott Huahin Resort & Spa บรรยากาศโดยรวมของห้องพัก ณ หัวหิน แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา              หลังจากเราเก็บกระเป๋าเข้าห้องพักเรียบร้อยแล้ว  ก็นั่งพักเตรียมเข้าสู่ศาสตร์แห่งการบำบัดและผ่อนคลาย ต้องยอมรับว่าสำหรับมนุษย์เงินเดือนของเรา สุขภาพก็เป็นเรื่องที่จะต้องใส่ใจเป็นอย่างยิ่งนะคะ ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดี มาถึงหัวหิน ทางแมริออท หัวหิน เองยังการันตีว่าบริเวณโรงแรมเนี่ย เป็นบริเวณริมหาดที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของหัวหินเลยก็ว่าได้ ว่าแล้วจะพลาดไม่ได้เลยกับการสูดโอโซนบริสุทธิ์กันให้เต็มปอด!! และเตรียมพร้อมกับการเล่นโยคะในสถานที่ที่เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ตากอากาศบริสุทธิ์ ริมหาดทรายและทะเลที่สวยงาม ช่างลงตัวกันเป็นอย่างมาก โยคะผ่อนคลาย 2 วัน 1 คืน @ Huahin Marriot  Resort&Spa กิจกรรมโยคะ ผสานความรู้กับวิทยาศาสตร์ชะลอวัย พร้อมบำบัดออฟฟิตซินโดรม                วันนี้ได้รับความรู้จากวิทยากรหมอดุล ทัตแพทย์สมดุลย์  หมั่นเพียรการ คุณหมอเป็นรองผู้อำนวยการศูนย์ทัตกรรมความงามและรากเทียม โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยาที่สำคัญเป็นหนึ่งใน “Manduka Ambassador” อีกด้วยค่ะ ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนโดย “โยคะโอม” (YogaAum) สถาบันสอนโยคะและนำเข้าเสื่อโยคะคุณภาพสูง “Manduka” ส่วนตัวทีมงานเองต้องยอมรับว่ามีทักษะการเล่นอยู่บ้างแต่นาน….มาแล้ว พอได้ลองเสื่อของแมนดูกะ  ต้องยอมรับว่ามีข้อแตกต่างกับเสื่อธรรมดาทั่วไปจริงๆ เค้าจะช่วยในเรื่องของการกันลื่นได้ดีมาก มีผลกับการทรงตัวที่ดีขึ้น และทำให้เราเล่นโยคะได้อย่างมีสมาธิและสนุกมากยิ่งขึ้นค่ะ "มะพร้าวสักลูกรับรองสดชื่นแน่นอนค่ะ" ซึ่งสำหรับคลาสโยคะนี้ เราก็ได้รับความผ่อนคลายจากท่าพื้นฐานของโยคะ  เพิ่มเข้ามาคือศาสตร์บำบัดทางสุนทรียภาพทางจิตใจ รวมไปถึงวิทยาศาสตร์การชะลอวัย ร่างกายคนเราเปรียบเหมือนกับนาฬิกาชีวิตเมื่อใช้งานหนักก็มีโอกาสเจ็บป่วยได้ง่าย  คุณหมอดุลได้อธิบายเกี่ยวกับพฤติกรรมของการทำงานหนักด้วยความที่ท่านเป็นหมอฟัน ทำให้วันนึงต้องใช้เวลานั่งทำฟันให้คนไข้หลายชม. สุดท้าย เคล็ดลับของการชะลอวัยมาจาก การใช้ชีวิตให้สมดุล รวมถึงการออกกำลังกายโดยเฉพาะโยคะจะได้เรื่องของความยืดหยุ่นของร่างกาย จิตใจและสมาธิที่ดีค่ะ ที่สำคัญต้องเข้านอนให้ไวอย่างน้อยอย่าเกินประมาณห้าทุ่ม เพราะร่างกายจะผลิต                      “โกรทฮอร์โมน” เป็นกุญแจหลักสู่ความหนุ่มสาวที่คุณหมอแอบกระซิบมาค่ะ หลังจากจบคลาสโยคะหน้าเด็ก และผ่อนคลายกับท่าโยคะที่ช่วยคลายกล้ามเนื้อที่เมื่อยล้าสำหรับออฟฟิตซินโดรมกันไปแล้ว เราก็มาพักดื่มน้ำมะพร้าวสดสดกันค่ะ รสชาติดีมากไม่หวานเกินไป และไม่จืดเกินไป ทานแต่น้ำกันไปหลายลูกชื่นใจทีเดียว ห้องอาหาร Big Fish “Huahin Marriott  Resort&Spa”            ถึงเวลาอาหารมื้อค่ำที่เรารอคอยมานาน (เพราะรอตั้งใจจะทานซีฟู้ดนั่นเอง) ได้ยินมาว่าที่ห้องอาหาร Big Fish มีคอนเซปท์คือชาวประมงหรือคนท้องถิ่น จะเลือกสรรของสดมาให้กับทางร้าน คุณจึงมั่นใจได้ว่าเมนูในแต่ละวันมีความสดใหม่ แต่เราจะไม่สามารถเลือกได้นะคะว่าวันนี้จะทานปลาหรือกุ้ง แล้วแต่ทางแหล่งวัตถุดิบจัดหามาให้แต่มั่นใจได้ในเรื่องของความสดใหม่ค่ะ เริ่มจากเมนู “เรียกน้ำย่อย” จะเป็นขนมปังพร้อมกับดิปปิ้ง “Big Fish Signature Bread Selection” กับสลัดผักราดด้วยเดรสซิ่งวาซาบิ ผักมีความสดมากหลังๆเลยชวนกันเอาน้ำมันมะกอกและบัลซาลามิกราดได้เป็นอีกหนึ่งเดรสซิ่ง ก็ทานเบาๆระหว่างรอเมนูหลักกันค่ะ กุ้งลายเสือขนาดใหญ่ ปู หอยตลับและปลาสดใหม่ ส่งตรงจากแหล่งวัตถุดิบทุกวัน                มาถึงเมนูเรียกน้ำย่อยอีกเมนูที่เสิร์ฟมาพร้อมกับจานหลัก เริ่มด้วยเมนูแรกเป็น หอยเชลล์กริลล์หมักซอสส้มและใบโอบะ ทานคู่กับแซลมอนสดและไข่ปลาแซลมอน รสชาติเข้ากันกำลังดีตัดด้วยความสดชื่นจากยอดอ่อนของโต้เหมี่ยว และตามมาด้วยเมนูหลัก “The BIG FISH Ice Seafood Tower”  จะประกอบไปด้วย กั้งกระดาน, กุ้งลายเสือไซต์ใหญ่, หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์, หอยเชลล์และแซลมอนทาร์ทาร์ซอส น้ำจิ้มที่ให้มาเข้ากันดีค่ะ ยิ่งทานกับสลัดผักวาซาบิก่อนหน้ายิ่งตัดเลี่ยนลงตัวกับซีฟู้ดได้เป็นอย่างดี  หากบีบเลมอนกับแซลมอนทาร์ทาร์ซอสยิ่งเพิ่มรสชาติความอร่อย To Continue & From Our Charcoal Grill ต่อกันด้วยปลากระพงนึ่งสมุนไพรห่อด้วยใบตองทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ด ปลาสดเนื้อแน่นรสชาติดี เมนูที่เรานำเสนอมากคือบรรดาสหายย่างชุดนี้เลย “From Our Charcoal Grill” เหมาะสำหรับคนชอบปิ้งย่างและที่สำคัญมันครบเครื่องจริงๆ กุ้ง, เนื้อแกะ, พอร์คชอป และเนื้อเทนเดอลอยด์ ปิดท้ายกันด้วยเมนูสุดท้ายกับปลาย่างเกลือ The Garoupa In Sea Salt          เมนูขนมหวาน To Finish With ประกอบไปด้วยทาร์ทมะพร้าวอ่อนแต่งหน้าด้วยสตอเบอร์รี่ ชอบตัวครีมทาร์ต รสนุ่มละมุนลิ้นหอมมะพร้าวอ่อนมาก นอกจากนี้ยังมีเมนูผลไม้ตามฤดูกาลและปิดท้ายด้วย ครีมบูเล่ Cream Brulee แปลกที่สุดคือเป็น ครีมบูเล่มะม่วงทานคู่กับไอศครีมโฮมเมดข้าวเหนียวมะม่วง หวานมันรสชาติลงตัวเข้ากันดีกับเนื้อครีมมะม่วงและน้ำตาลไหม้หน้าของครีมบูเล่ เป็นอันจบดินเนอร์มื้อนี้กันอย่างอิ่มสุดๆไปเลย เที่ยวไนท์บาซา ตลาดซิคาด้า Cicada หรือตลาดนัดจักจั่น             จัดซีฟู้ดจนพุงกางแทบไม่อยากลุกจากที่นั่งกันไปแล้ว ก็ออกมาเดินย่อยอาหารกันสักหน่อย กับตลาดนัดกลางคืนหรือไนท์บาซา กับ ซิคาด้า หรือตลาดจักจั่นที่ยามค่ำคืนมีของแฮนด์เมดพื้นเมืองสุดน่ารัก ให้เลือกสรรหาเป็นของฝากหรือชอปปิ้งเพลินเพลินยากดึกได้อย่างสบายใจ (อาหารก็มีนะจ๊ะ) ของแฮนด์เมดมากมายในตลาดซิคาด้าให้เลือกชอปปิ้งกันอย่างจุใจ Day 2 @HuaHin Marriott Resort&Spa                               เริ่มเช้าวันที่สอง ไม่รอช้า รีบอาบน้ำและลงไปสำรวจความงดงาม                           ของบรรยากาศยามเช้าในโรงแรม มาชมกันค่ะว่าการตื่นเช้าเพื่อมารับความสดชื่น                       จากธรรมชาติจะสบายตาและรื่นรม แค่ไหนมาชมกันดีกว่าค่ะ บรรยากาศภายในโรงแรมมาริออท หัวหิน รีสอร์ทแอนสปา "เอาภาพทะเลสวยสวยริมที่พักมาฝากกันค่ะ" "ดวงอาทิตย์กำลังจะฉายแสงขึ้นบนท้องฟ้า" ฉายแววความเป็นฮิปสเตอร์บ้างอะไรบ้าง.... "ทุ่งดอกไม้สีสันสดใสยามเช้า ดูแล้วสดชื่นสบายตา"            เพลิดเพลินกับบรรยากาศของธรรมชาติยามเช้าแล้วก็ขอมาจัดเต็มกับอาหารเช้าของโรงแรมแมริออท ซักหน่อย เรียกได้ว่าครบจริงๆกับมื้อเช้า มีบริการทุกอย่างตั้งแต่อาหารไทย อเมริกันเบรคฟาสท์  ซีเรียลและสลัดต่างๆ เบเกอรี่ รวมถึงผลไม้และน้ำผลไม้คั้นสดร้อยเปอร์เซนต์ให้เลือกมากมายหลายอย่างแล้วแต่ชอบเลยค่ะ "จัดไม่นักนะที่เห็นนั้นผักเยอะมว๊ากกก แซลมอนสองสามชิ้นจริงๆนะ" "เบเกิ้ลแซลมอนรมควันกันหน่อยมั้ยจ๊ะ" "นม,โยเกิร์ต, ซีเรียล โฮลเกรนและเบอร์รี่ต่างๆก็มีให้บริการค่ะ" มาดูไลน์ของเบเกอรี่กันบ้างดีกว่าค่ะ เดนิชต่างๆทำได้น่าทานทีเดียว :) เริ่มหิวกันแล้วใช่มั้ยละจ๊ะ ^^" ไลน์ผลไม้สดก็มีให้เลือกสรรกันอย่างครบครัน       มุมนี้เรียกว่าเป็นมุมโปรดของทีมงานก็ว่าได้ค่ะ  ก็น้ำผลไม้สดร้อยเปอร์เซนต์แบบนี้จะอดใจไหวได้อย่างไร สามารถมิกซ์ได้ตามที่เราต้องการด้วยนะคะ  สดชื่นมากเลยล่ะ :) หลังจากเช็คเอ้าท์เราออกเดินทางไปต่อกันที่ "พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน" เวลาเปิด – ปิด :  08.30–16.00 น.  (ปิดวันพุธ) พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เปิดให้เข้าชมวันจันทร์-วันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 15 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาท สำหรับผู้เข้าชมเป็นหมู่คณะ    ต้องทำหนังสือถึงผู้กำกับการกองบังคับการฝึกพิเศษ  ค่ายพระรามหก  อำเภอชะอำ  จังหวัดเพชรบุรี  โทร.0 3250 8444-5, 0 3250 8039                   พระราชนิเวศน์แห่งนี้ โปรดเกล้าให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่พักตากอากาศในรัชกาลที่ 6 หรือเรียกว่าเป็นพระราชวังฤดูร้อน เป็นสถาปัตยกรรมแบบไทยประยุกต์คือ(ไทยผสมยุโรป)สร้างด้วยไม้สักทองลักษณะเป็นอาคาร2 ชั้น ควรแต่งการเข้าชมด้วยความสุภาพค่ะ สำหรับมื้อเที่ยงวันนี้ ก่อนที่จะกลับเข้าสู่กรงเทพฯ ทีมงานขอฝากท้อง ไว้ที่ "ร้านเสต็กหน้าวัง"ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน (ไว้จะพาไปดูรีวิวร้านนี้ตัวเต็มกันนะจ๊ะ) ครั้งหน้าทางทีมงาน MThai One Day Trip   จะพารีวิวจังหวัดไหนรับรองว่า "สนุกสนาน ประหยัดและอินเทรนด์แน่นอน" วันนี้ขอลาไปก่อน แวะซื้อของฝากที่ร้านบ้านขนมนันทวรรณก่อนกลับกรุงเทพเป็นอันปิดทริปนี้ "สวัสดีค่ะ" ขอขอบคุณ บัตรเครดิต KTC

Bugatti Chiron หล่อแรงตั้งแต่กำเนิด
Alure car /  Bugatti Chiron / 

Bugatti Chiron หล่อแรงตั้งแต่กำเนิด  ค่ายนี้จะสร้างรถรุ่นไหน? ออกมา บอกเลยว่า “สวย แรง โหด” แน่ๆ ซึ่งทางต้นสังกัดอย่าง Bugatti เคยฝากผลงานระดับท็อปไว้ด้วยการใช้เครื่องยนต์ W16 เอาไว้ ซึ่งคำย่ออย่าง W16 ก็มาจากการเอาเครื่องยนต์ V8 สองเครื่องมารวมกันบนเพลาข้อเหวี่ยงเดียว ซึ่งครั้งนี้ก็ยังใช้เครื่องยนต์ “สุดจี๊ด” อย่าง W16 เช่นเดิม โดยใช้รุ่นเป็น  Bugatti Chiron  โดดเด่นด้วยกระจังหน้าที่มีรูดูดอากาศแนวโค้ง แปะโลโก้ตัวอักษร Bugatti บนพื้นวงรีสีแดงสด ไฟหน้ายกมาแบบ “สว่างสุดๆ” ด้วยการยกเอาหลอดแบบ LED ชนิด Full System มาใช้ มันลดความร้อนในเวลาการเปิดใช้และสว่างกว่าหลอดธรรมดาหลายเท่าตัว ฝากระโปรงทรงสามเหลี่ยมเป็นพื้นที่ของห้องเก็บสัมภาระ โดยเครื่องยนต์วางอยู่ด้านหลังรถ   สวย แรง โหด สมกับเป็น Bugatti รูปแบบของตัวรถนั้นเป็นสปอร์ต 2 ประตู ตัวหลังคาเป็นแบบหลังคาแข็ง แฝงลูกเล่นการออกแบบเรื่องอากาศพลศาสตร์ไว้ด้วยการใช้สันคล้ายแพนหางดิ่งของเครื่องบิน ทั้งนี้ก็เพื่อช่วยเพิ่มความนิ่งเสถียรเกาะถนนเวลาอยู่บนความเร็วสูงๆ นอกจากนั้นยังใช้แนวสันบนหลังคาโค้งต่อไปยังด้านหลังรถ โดยจะมีเสาโค้งรับออกมาเพื่อจัดการมวลลมให้พัดผ่านไปด้านหลังรถให้เร็วและเป็นระเบียบ ก่อนจะมีสปอยเลอร์หลังที่จะกระดกขึ้นมาโดยอัตโนมัติตามความเร็ว ใช้ซุ้มล้อหลังแบบตัว “C” โค้งตั้งแต่ขอบหลังคาจนมาถึงด้านล่างของบอดี้รถ เว้าช่องกดมวลลมให้ถูกดูดผ่านออกไปตามร่องที่จัดรอเอาไว้ เพื่อสะกดรถให้นิ่งที่สุด จุดเติมน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่หลังคนขับ ใช้ฝาครอบชั้นนอกทรงกลม เมื่อเปิดออกจึงจะเห็นฝาชั้นใน กระจกมองข้างมีก้านยื่นออกไปเล็กน้อย ใช้บานกระจกทรงสามเหลี่ยมและเสริมไฟเลี้ยวแบบ LED แทรกอยู่บนโคมกระจกมองข้างอีกด้วย นอกจากนั้นยังประดับขอบ “C” ที่ซุ้มล้อหลังด้วยสเตนเลสเพิ่มความเงางาม ร่องข้างซุ้มล้อนอกจากจะสะกดรถให้นิ่งแล้วยังมีหม้อน้ำอยู่ด้านในอีกด้วย เมื่ออากาศจำนวนมากถูกดูดเข้ามาในพื้นที่อันจำกัด กระแสลมจะเพิ่มความแรงขึ้นและช่วยพัดระบายความร้อนของหม้อน้ำ ชุดไฟท้ายมาแบบเรียบง่ายโดยใช้เส้นตรงเส้นเดียวแล้วเลือกหลอดไฟแบบ LED เข้าประจำการ นอกจากจะสวยสะกดทุกสายตาแล้ว ยังเพิ่มความปลอดภัยได้มากกว่าหลอดแบบเดิมอีกด้วย โดยไฟเลี้ยวจะเป็นเส้นเล็กๆซ่อนอยู่ทางด้านล่างของไฟท้าย และไฟเบรคก็ใช้การออกแบบเช่นเดียวกัน แต่จะถูกวางอยู่ด้านบนไฟท้ายเท่านั้นเอง ความลับของรถที่ใช้เครื่อง W16 ก็คือการมาด้วยขนาดความจุ 8 ลิตร หรือ 8,000 ซีซี. ลองคิดดูง่ายๆ นะครับว่า เครื่องยนต์เบนซิน 2,500 ซีซี. กระตุ้นอะดีนารีนได้มากขนาดไหน? พอมาเป็นเครื่องขนาด 8,000 มันเกินจะบรรยายได้ มันไม่เหมาะกับนักขับมือใหม่ หรือพวกไร้ทักษะในการขับขี่ เพราะมีแรงม้าอยู่ถึง 1,500 ตัว และแรงบิดสูงสุด 1,600 นิวตัน-เมตร สร้างความเร็วได้มากกว่า 420 กิโลเมตร / ชั่วโมง “ย้ำๆ” นะครับว่า มันไปถึงได้ในพริบตาเท่านั้น ตัวรถใช้ยางหน้า ขนาด 285 / 30 R 20นิ้ว และยางหลัง 355 / 25 R 21นิ้ว ซึ่งแน่นอนว่ายางแบบนี้ ขนาดแบบนี้ ต้องเป็นการผลิตที่พิเศษ มันไม่ใช่ยางที่รถสปอร์ตทั่วๆไปจะใช้ เพราะนี่คือยางที่ Bugatti เลือกใช้เท่านั้น! การตกแต่งภายในห้องโดยสาร เน้นสีน้ำตาลอ่อนๆ กับชิ้นส่วนที่โชว์สีอลูมิเนียม ตัวรถไม่มีคลัทช์เพราะมีระบบเปลี่ยนเกียร์แบบเดียวกับรถแข่ง F1 บนแผงหน้าปัดเรือนไมล์แบบดิจิตอล ในส่วนของความเร็ว “ไม่เชื่อ ก็เชื่อไว้เลยนะว่า” Bugatti ให้หลักความเร็วท้ายที่สุดของรถรุ่นนี้ที่ 500 กิโลเมตร / ชั่วโมง ด้านซ้ายบนแผงหน้าปัดเป็นการรายงานเรื่องรอบเครื่องยนต์และปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงอุณหภูมิของน้ำมันเครื่อง และด้านขวาสุดเป็นหน้าจอดิจิตอลรายงานในระบบ GPS ทั้งหมดที่ใช้ในการสั่งการสามารถทำได้บนพวงมาลัยแค่ใช้ปลายนิ้วเท่านั้น นอกจากนั้นยังมีการปรับเครื่องปรับอากาศและที่นั่งรวมถึงไฟฉุกเฉินทางด้านขวามือเหมือนคันเกียร์ ซึ่งคันเกียร์ก็เอาไว้เผื่อใครที่เบื่อการเปลี่ยนเกียร์ด้วยปลายนิ้วมาเป็นการสับเกียร์แบบคลาสสิก กุญแจใช้สลักพิเศษและเป็นแบบกดกระเด้ง ตัวกุญแจเวลาที่ไม่ใช้งานจะเป็นเหมือนกล่องมลๆ เท่านั้น ในห้องโดยสารยังแยกกันอย่างชัดเจนระหว่างผู้ขับและผู้โดยสาร โดยและนี่ก็คือรถที่สร้างความมหัศจรรย์ได้ทุกครั้งที่ขับขี่ เพราะนี่คือ Bugatti Chiron เรียบเรียงโดย A'Lure Magazine bugatti.com/chiron/ ติดตามเพิ่มเติมได้ใน A’Lure Magazine Vol.69

ความจริงเรื่อง ใช้ขวดน้ำซ้ำ ! กับ มะเร็ง มาพลิกดูเครื่องหมาย PET ใต้ก้นขวดกัน
ก่อมะเร็ง /  ขวดน้ำใช้ซ้ำ / 

มีการส่งต่อข้อมูลจากโลกออนไลน์ ถึงกรณี การใช้ขวดน้ำซ้ำ ว่าอาจเป็นสาเหตุนำไปสู่ การเกิดมะเร็ง โดยมีข้อความว่า หยิบขวดน้ำพลาสติก หรือภาชนะพลาสติกที่บ้านคุณขึ้นมา แล้วพลิกก้นมันดู จะเห็นว่ามี ตัวย่อ แบบต่างๆอยู่ ขวดน้ำทั่วไป จะเขียนเป็น PET หรือ PETE ซึ่งมันคือ พลาสติกโพลีเอทิลีนเทอพาทาเลท (Polyethylene Terephthalate) "ออกแบบมาให้ใช้ได้แค่ครั้งเดียว" แลมีสารอะซิทัลดิไฮด์ ซึ่งเป็นสารที่องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมของสหรัฐอเมริการะบุว่าเป็นสารที่อาจก่อให้เกิดมะเร็งในคนรวมทั้งอาจเป็นส่งผลลบต่อพัฒนาการทางสมองครับ และมีผลการศึกษาน้ำแร่ที่บรรจุในขวดเพทพบว่ามีสิ่งชี้บ่งของความเป็นพิษเกิดขึ้นภายหลังจากบรรจุน้ำลงขวดแล้ว 8 สัปดาห์ ดังนั้นจึงไม่ควรดื่มน้ำที่บรรจุในขวดเพทนานเกินกว่า 8 สัปดาห์ ไม่ว่าจะเก็บที่อุณหภูมิใดก็ตาม ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลแล้ว กระทรวงสาธารณสุขเคยให้คำแนะนำเกี่ยวกับการ ใช้ขวดน้ำซ้ำ ไว้ดังนี้ กรมวิทย์ฯยันขวดเพทใช้ใหม่ได้ แต่ต้องหมั่นล้าง-ตรวจคุณภาพ  กรณีที่มีผลงานวิจัยจากต่างประเทศระบุว่า การนำขวดพลาสติคใส หรือขวดเพท  ( PET : Polyethylene Terephthlalate ) ที่บรรจุน้ำอัดลม และน้ำผลไม้ กลับมาใช้ใหม่อาจมีอันตรายต่อสุขภาพได้ หากขวดมีลักษณะบุบ มีรอยร้าว แตก หรือถูกความร้อนทำให้ขวดเปลี่ยนรูปร่างไปจากเดิม โดยสารเคมีจากเนื้อพลาสติคอาจปนเปื้อนกับอาหาร หรือน้ำที่บรรจุในขวด และหากได้รับสารพิษสะสมจำนวนมากจะเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งได้ง่ายขึ้นนั้น นายประกาย บริบูรณ์ ผู้เชี่ยวชาญสำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข  ( สธ. )  เปิดเผยว่า ผลการวิจัยดังกล่าว ส่งผลให้เกิดความโกลาหลไปทั่วโลก จนกระทั่งประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ต้องทำวิจัยศึกษาวิจัยเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยเรียกเก็บขวดเพทจากทั่วประเทศยุโรปมาศึกษา แต่ผลการศึกษาไม่พบว่าขวดเพทที่มีรอยบุบ ร้าว จะมีสารเคมีที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งปนเปื้อนแต่อย่างใด " นักวิจัยจึงได้สอบถามกลับไปยังมหาวิทยาลัยที่ได้เคยศึกษาเรื่องนี้ไว้เดิม โดยได้มีการตรวจสอบใหม่อีกครั้ง จึงพบว่า ขั้นตอนที่ทำให้เกิดการปนเปื้อนสารเคมีเกิดจากความผิดพลาดระหว่างที่ปฏิบัติการในห้องทดลอง "  นายประกายกล่าว และว่า อย่างไรก็ตาม แม้จะมีผลการทดลองยืนยันว่า ขวดเพทปลอดภัยไม่มีสารเคมีปนเปื้อนก็ตาม แต่การนำกลับมาใช้ใหม่ต้องระมัดระวังเรื่องความสะอาด ต้องล้างทำความสะอาดขวดก่อนนำมาใช้ใหม่ โดยเฉพาะภายในขวดที่มีร่องเป็นลวดลายอาจทำความสะอาดไม่ทั่วถึง และเมื่อใช้ไปนานๆ ต้องหมั่นสังเกตว่าสีของขวดเปลี่ยนไปหรือไม่ หากมีคราบสีเหลือง หรือขวดไม่ใสเหมือนเดิมให้ทิ้งทันที เพราะอาจมีเชื้อโรคปนเปื้อนได้ " กรณีที่ขวดบุบ มีรอยร้าว หรือแตก แม้จะไม่มีสารเคมีปนเปื้อนแต่ก็จะเป็นช่องว่างทำให้เชื้อโรค เชื้อแบคทีเรียต่างๆ เข้าไปเกาะตามรอยร้าวนั้นได้ ซึ่งส่วนใหญ่รอยเหล่านี้จะเป็นอุปสรรคในการล้างทำความสะอาด ทำให้ล้างคราบสกปรกออกไม่หมด ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย หากเห็นว่าขวดที่ใช้มีรอยร้าว หรือบุบ ก็ให้ทิ้งทันที ส่วนขวดพลาสติคขุ่นไม่ควรนำมาใช้ใหม่โดยเด็ดขาด "  นายประกายกล่าว นอกจากนี้ นายประกายกล่าวอีกว่า ยังมีบรรจุภัณฑ์ประเภทโฟมที่ต้องระมัดระวัง ร้านอาหารต่างๆ ไม่ควรนำโฟมมาใส่อาหารที่มีความร้อนและอาหารมัน เพราะจะทำให้โฟมละลายสารเคมีและปนเปื้อนในอาหารได้ หากสารเคมีสะสมในร่างกายมาก จะเสี่ยงเป็นโรคมะเร็ง แต่หากเลี่ยงไม่ได้ ควรจะใช้ถุงพลาสติค ถุงร้อน หรือใบตอง รองทั้งด้านบนและด้านล่างกล่องโฟม เพื่อป้องกันไม่ให้อาหารสัมผัสกับโฟมโดยตรง สำนักสารนิเทศ กระทรวงสาธารณสุข 19/พ.ย/2550

ตะลุยถิ่น 'คุมะมง' หมีดำแก้มแดงสุดทะลึ่ง ที่ประเทศญี่ปุ่น (แบบละเอียดยิบ!)
ที่เที่ยวญี่ปุ่น /  ประเทศญี่ปุ่น / 

สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่า คุมะมง คืออะไร เอาง่ายๆ มันคือมาสคอตหมี ตัวนึงครับ นอกจากนี้ผมรู้แค่ว่าเจ้านี่หน่ะ ดังมาก! ดังอย่างไร? เพราะอะไร? และทำไม? ผมไม่ได้ใส่ใจนัก จนกระทั่งมีโอกาสมาเที่ยวที่ จังหวัดคุมะโมะโตะ ถิ่นกำเนิดเจ้าหมีดำแก้มแดงตัวนี้ ใช่แล้วครับ {Was there once} in JAPAN ครั้งนี้จะพาไปตะลุยที่ 'จังหวัดคุมะโมะโตะ' ภูมิภาคคิวชู ประเทศญี่ปุ่น นั่นเอง! ตะลุยถิ่น 'คุมะมง' หมีดำแก้มแดงสุดทะลึ่ง ที่ประเทศญี่ปุ่น (แบบละเอียดยิบ!) กระทู้นี้นอกจากจะชวนเที่ยวแล้ว ยังพร้อมชวนทุกคนไปรู้จัก คุมะมง  หมีดำโคตรน่าหมั่นเขี้ยว น่าหมั่นไส้ และน่าเอ็นดู ไปพร้อมๆ กัน ถ้าพร้อมแล้วไปกันเลยคร้าบบบ! Day1: Kumamoto หลังจากลงเครื่องที่ จังหวัดฟุกุโอกะ ผมจัดแจงซื้อ 3 Days North Kyushu Pass ที่สนามบิน แล้วตรงดิ่งมายัง จังหวัดคุมะโมโตะ ด้วยรถไฟ Shinkansen (ใช้เวลาประมาณ 30 กว่านาที) ผมมาถึง คุมะโมะโตะ ราวบ่ายสามครึ่ง ฝากสัมภาระที่โรงแรม Toyoko Inn Kumamoto Ekimae ที่พักในคืนนี้ เดินจาก JR Kumamoto 3 นาทีเองครับ ผมซื้อบัตร One day Kumamoto Tram city สำหรับการเดินทาง จะใช้วันไหน ก็ขูดเอาเลยครับ เราจะไปด้วยเจ้านี่กันครับ ภายในเป็นโบกี้ธรรมดาๆ เหมือนนั่งบนรถเมล์ไทย เวอร์ชั่นสะอาด ปลอดภัย  (ไม่มีรูปลงเพราะถ่ายติดหน้าชาวญี่ปุ่นชัดมากครับ) **เพิ่มเติม**  สำหรับการเดินทางใน คุมะโมะโตะ มีสองทางหลักๆ 1. Kumamoto Tram city มีสาย A และ B วิ่งมาเชื่อมกันที่ป้าย Karachimacho ก่อนวิ่งตีคู่ขนานตามจุดท่องเที่ยวต่างๆ  ผู้ใหญ่ 150 yen เด็ก 80 yen ขึ้นที่ JR Kumamoto ได้ 2. Kumamoto Castle loop Bus หรือ (Shiromegurin Bus) วิ่งเป็นวงกลมจาก JR Kumamoto มี 18 ป้าย รถออกทุก 20 นาที ตั๋วแบบ One day ราคา 300 เยน ซื้อที่ Tourist information ณ JR Kumamoto ปล. Taxi ก็มีนะ ผมลงป้ายหมายเลข 10 Kumamoto Castle ตามภาพเลยครับ อ้อ...แผนที่เส้นทางเดินรถ มีแจกฟรีบน Tram หรือจะหยิบจากสถานี JR Kumamoto เลยก็ได้ครับ ระหว่างทางเราเจอเจ้าหมีตัวนี้เป็นระยะ โอ๊ะ! ตรงนี้ก็มี คุมะมง นะ >,< ผมเจอหมีดำขนาดย่อมอีกตัว ณ จุดหมายแรกของเรา คือ “Sakura-No-Baba Johsaien” ที่นี่เป็นแหล่งช๊อปปิ้งน่ารักๆ ร้านรวงสวยงาม สะอาดสะอ้าน มีขนม และอาหาร ให้เลือกซื้อไม่มาก รวมถึงของที่ระลึก เจ้าคุมะมง ก็มีเช่นกัน มาถึงขนาดนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเจ้านี่มีดีอะไร!? แต่ที่แน่ๆ ผมรู้สึกโดนหมี คุกคาม... ‘อะไรก๊านนนนนน นี่จะตามไปถึงหนายยยยย!’ เหตุผลนึงที่ทำให้เจ้าคุมะมงแพร่หลายไปทั่ว คือ คุมะโมะโตะ ไม่ได้เรียกเก็บค่าลิขสิทธ์ใดๆ ผลดีคือ ทำให้ คุมะมงเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ ใครๆ ก็อยากมา คุมะโมะโตะ บ้านเกิดหมีดำแก้มแดงกัน (เม็ดเงินมหาศาล) แต่ไม่ใช่เพราะคนเห็นบ่อยหรอกนะที่ทำให้เจ้านี่โด่งดัง มันยังมีอะไรมากกว่านั้น... เรามาที่นี่เพราะ ‘หิว’ แต่ลองด่อมๆ ดู ยังไม่รู้สึกตกหลุมพรางเมนูไหน งั้นเดินไปรอบๆ ดูอีกนิดดีกว่า... ละแวกใกล้ๆกันนอกจาก ปราสาทคุมะโมะโตะ แล้วก็ยังมี อนุสาวรีย์ไดเมียวแห่ง Kumamoto ด้วย ท่านไดเมียวชื่อ คะโต คิโยะมะซะ ‘Koto Kiyomasa’ ครับ ก่อนหน้านี้ ท่านเคยเป็นแม่ทัพใหญ่ 1 ใน 7 ทหารเอกแห่งชิซูคะตะเกะ โด่งดังมาก ชนิดที่ว่าหากเกิดยุคสมัยนี้ คงต้องมีการขอท่านเซลฟี่สักนิด ถัดไปอีกนิดก็มีโซนต้นไม้ใหญ่ริมกำแพงปราสาทคุมะโมะโตะ อากาศสบายๆ สงบเงียบดี **เพิ่มเติม** อนุสาวรีย์ Koto Kiyomasa ตั้งอยู่ใกล้ Kumamoto Castle และ Sakura-No-Baba Johsaien เรียกได้ว่าเป็นทางผ่านเลยก็ได้ เพราะฉะนั้นถ้ามาเที่ยวละแวกนี้ก็เก็บรวดเดียวทั้งสามสถานที่ข้างต้นเดินทางโดย Kumamoto Castle loop bus ป้าย Sakuranobaba Johsaien หรือ Kumamoto Tram city ป้ายหมายเลข 10 Kumamoto Castle / City hall แต่ละจุดใกล้กับแต่ละสถานที่ต่างกันนะ ผมตัดสินใจเดินทางต่อไปยัง Fujisakidai- 1000-year old Camphor Trees นับว่าเป็นสถานที่เปลี่ยวใจ อีกหนึ่งแห่ง ถึงแม้จะมาไกลขนาดนี้ เราก็ยังพบเจอคุมะมงได้ (บริเวณนี้ไม่ใช่เขตท่องเที่ยวเลยครับ) ที่นี่มี ต้นการบูรยักษ์ อายุมากกว่า 1000 ปี หลายต้น ได้รับการอนุรักษ์ให้เป็นมรดกทางธรรมชาติ จริงๆก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษมาก นทท.ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมากันหรอกครับ วิวเมืองคุมะโมะโตะยามเย็น ผมหลงทางเลยพลาดช๊อต ดวงอาทิตย์คล้อยตกแบบพีคๆ นั่นเป็นจุดประสงค์หลักในการมาที่นี่ของผม (เศร้าใจกันเลยทีเดียว) อย่างไรก็ตาม กลิ่นใบไม้ ใบหญ้า อากาศชื้นๆ เย็นๆ ก็ช่วยทดแทนความเฟลข้างต้นได้สบายๆ รอบตัวเราไม่มีใคร มีเพียงแค่เสียงหัวเราะคิกคักของเด็กญี่ปุ่นที่ลอยมาจากทางไหนก็ไม่รู้ >,< **เพิ่มเติม** หากไม่ได้ชอบอยู่เงียบๆ ดมกลิ่นต้นไม้ใบหญ้า ฟังเสียงนกร้อง มองท้องฟ้าสีส้ม ที่นี่อาจจะไม่ใช่ช้อยส์ที่ถูกใจนัก แต่ถ้าอยากลบหลีกคนเ ผมว่าที่นี่ก็ไม่เลวครับ การเดินทาง ใช้บัตร Kumamoto Castle loop bus ลงป้าย Children Culture center แล้วเดินต่อขึ้นเนินไปตามทางอีกประมาณ 7 นาที มองสูงเข้าไว้จะเจอต้นไม้ใหญ่หลายๆ ต้น พิกัดอยู่ใกล้กับสนามเบสบอล Fujisakidai ระหว่างทางไม่มีป้ายบอกแนะนำว่าควรถามทางจะดีที่สุดครับ ควรเซฟรูปเก็บไว้ เพราะคนแถวนั้นก็งงๆ ว่าเราจะไปไหนกัน คำที่ควรพูดออกไปคือ Big trees จะช่วยให้คนญี่ปุ่นเข้าใจได้เยอะ หากเดินทางโดย Tram หรือ รถราง (เหมือนผม) ลงป้าย Daniyama-machai จะเดินค่อนข้างไกลนะครับและอาจหลงทางได้  ***หายากมาก แนะนำมาโดย รถบัส เถอะครับ ‘จ๊อก จ๊อก’ เพราะเสียงท้องร้อง ทำให้เรามาอยู่ที่นี่ Sun Road Shinshigai หรือถนนช๊อปปิ้ง คุมะมงอยู่ด้านบนนั่นไง เห็นทุกหนทุกแห่งขนาดนี้ แต่กว่าเจ้านี้จะโด่งดังแบบพีคๆ ใช้เวลาเกือบสองปีเลยทีเดียวครับ การันตีรายได้ USD $293 ล้าน ในปี 2012 (เกิด 2010) คุมะมง Debut สู่สายตาประชาชีแบบยิ่งใหญ่ ไม่ใช่ที่คุมะโมะโตะ แต่เป็นการไปเดินป้วนเปี้ยนตามจุดดังๆ ใน Osaka City ใครๆก็สงสัยว่าหมีดำตัวนี้คือใคร มาทำอะไร จนกลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์ (twitter) ผมนั่งรถรางไปยังป้าย Karachimacho เดินเข้าถนน Sunroad ชิดขวาเข้าไว้ มองสูงจะเจอตึกปาจิงโกะอยู่ตรงหัวมุมของแยกแรก เลี้ยวขวามือตรงไปอีก 3 นาที ร้านจะอยู่ด้านซ้ายมือครับ ยะฮู้! ได้กินสักที ทงคัตสึร้านนี้อร่อยมากกกกกกก! ผมสั่งเนื้อคนละส่วนมาอย่างละหนึ่ง โดยการโชว์ภาพทงคัตสึที่เซฟมาในมือถือ (เรื่องกินต้องพร้อมเสมอ ฮิฮิ) โชคร้ายที่เราไม่สามารถแยกความต่างระหว่างเนื้อสองจานนี้ได้ - - รู้แค่ว่า 'โออิชิ!!' เมนูร้านไม่มีภาษาอังกฤษนะ และพนักงานพูดอิ้งไม่ค่อยได้ครับ กว่าจะจัดการทงคัตสึตรงหน้าเสร็จ ร้านอื่นๆ ก็ปิดกันหมดแล้ว เดินวนอีกสองรอบชมบรรยากาศเว้งว้าง ได้อารมณ์สตรีทสไตล์ของชาวญี่ปุ่น ละแวกนี้ดีครับ ค่ำคืนนี้จบลงด้วยการหย่อนพุงแน่นๆ ลงบนเตียง (นั่งรถรางกลับมาที่ป้าย JR Kumamoto Station เช่นเดิม) ห้องนอนขนาดกะทัดรัดแต่สบาย ห้องน้ำเล็กนิดนึงแต่ก็ไม่ได้ลำบากอะไร ส่วนใต้เตียงมีพื้นที่สำหรับยัดกระเป๋าใหญ่ๆได้ที่สำคัญ Service mind เต็มร้อย Day2: Kumamoto / Aso นี่คือมื้อเช้าของผม อาหารเช้าฟรีของโรงแรมมีหลากหลายให้เลือกตักตามใจชอบ ดูเหมือนว่าจะเป็น Traditional Food ละมั้ง อืม.. ไม่มีเนื้อสัตว์ให้หน่อยหรอ T_T ระหว่างทางมักมีเรื่องราวน่ารักๆ เสมอ ผมเลือกมาปราสาทคุมะโมะโตะ ในช่วงเช้าของวันที่สอง ยังคงเดินทางโดยบัตร One day trip Kumamoto Tam City ลงป้ายหมายเลข 10 เช่นเดิม มีป้ายบอกทาง อย่ากังวลไปนะ คาวาอิมากเลย เดินตามทางมาจนถึงทางเข้าปราสาท ค่าตั๋ว ราคา 500 เยน (ใช้บัตรลดจาก Tram Cityได้) จ่ายปุ๊ปจะได้โปรชัวร์มาด้วย เอ้า! พลิกดูด้านหลังเร็วเข้าทุกคน .. มีที่ว่างให้ Stamp ด้วยยยยยยยยยย! (ตื่นเต้นเพื่อออ!?)  สถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่นมักจะมี Stamp ให้เราเก็บไว้เป็นที่ระลึก ช่วยเพิ่มคุณค่าทางใจ และความน่ารักใสๆ ให้ตัวเอง 5555555 สิ่งเหล่านี้มันสะท้อนให้เห็นความละเอียด และใส่ใจของชาวญี่ปุ่นที่มีต่อนักท่องเที่ยว ผมชอบจัง ;D เดินผ่านกำแพงพร้อมอากาศร้อนๆ ไปสักครู่เดียว ปราสาทคุมะโมะโตะใหญ่เป็นอันดับ 3 ของญี่ปุ่น สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นป้อมปราการ (มีหอคอยสูง 2 หอ) เดิมถูกเพลิงไหม้เสียหาย  ก่อนได้รับการบูรณาการขึ้นใหม่ หอคอยแรกที่เข้าไปมีขนาดเล็กกว่า หากฟังภาษาญี่ปุ่นออกจะมีเจ้าหน้าที่ช่วยตอบคำถามที่สงสัย ผมลองแอบหลบมุมยืนดูเจ้าหน้าที่อธิบายสาวเจแปนสักครู่ใหญ่ เผื่อจะพอสังเกตท่าทาง แปลความหมายได้ เอ่อออออออ... อืมมมม.. เอ่อะ. หันมากดชัตเตอร์แทนละกัน วิวจากหอคอยเล็กครับ ฝั่งนู้นคือหอคอยใหญ่ที่กำลังจะพาไปแล้ววววว ว่าแล้วก็ชักภาพคู่กับหอคอยใหญ่ สักหนึ่งแช๊ะ หอคอยใหญ่ด้านในจะมีนิทรรศการขนาดย่อมให้เสพ ฝั่งนู้นคือ หอคอยที่เราไปมาไงจ๊ะ หันมาอีกฝั่ง เจอะคุมะมงทักทายมาแต่ไกล ตรงนั้นคือโรงเรียนครับ คุมะมงทำให้ คุมะโมะโตะ กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ไม่ใช่คำพูดที่เกินจริงเลยครับ เห็นเป็นการ์ตูนเด็กๆ อย่างนี้ แต่เจ้านี่ทำให้เมืองทางผ่านอย่างคุมะโมะโตะ ได้รับความสนใจขึ้นมาก ถึงแม้ คุมะมง จะเป็นการ์ตูน แต่ผู้ใหญ่ก็แสดงออกว่ารักและเอ็นดูไม่แพ้กัน มองกลับมาที่บ้านเรา ผู้ใหญ่บางคนยังมองว่าการ์ตูนเป็นเรื่องไร้สาระอยู่เลย... คุมะมงตัวบิ๊กอีกแล้ว อีกมุมหนึ่ง เดินวนดูได้ 360 องศาเลยครับ นอกจากนี้ที่ คุมะโมะโตะ ยังมี คุมะมงสแควร์ สถานที่เอ็กซ์คลูซีฟเพื่อคนรักคุมะมงโดยเฉพาะ (ของแอบแพงนิดๆ นะ) นอกจากจะมี นทท. แล้ว นร.มาทัศนศึกษาที่นี่ก็มีเยอะมากครับ มากันเป็นครอบครัวก็มีแยะ , เราชอบความสัมพันธ์แบบนี้ ความสัมพันธ์แบบเรียบง่าย เรื่อยๆ ไปจนแก่ .. >,< ผมวิ่งขาขวิดด้วยสปีดเดียวกับโดนหมาไล่กัด เพื่อไปหยิบกระเป๋าที่ฝากไว้ ในโรงแรม (เช็คเอาท์เรียบร้อย) เรากำลังนั่งรถไฟไป Aso San หรือภูเขาไฟอะโส กันครับ ที่นี่ถือเป็นไฮไลท์เด่นๆ สำหรับผม คงเพราะผมชอบกลิ่นหญ้าละมั้ง .. รถไฟ Trans-Kyushu Limited  Express ที่เราจับไปวันนี้ หากจะไป Aso ควรอย่างยิ่งที่จะต้องจองรถไฟ ผมไปจองช่วงเช้าก่อนไปปราสาท เกือบจองไม่ทันแหนะ บนรถไฟมี Stamp ให้ด้วย เย๊ส! นอกจากนี้ยังมีแจกลูกอมด้วยนะ รถไฟสายท่องเที่ยวจะมีอะไรน่ารักๆแบบนี้เสมอ (เดินไปขออนุญาตถ่ายรูป พนักงานยิ้มเขินๆ น่ารักมาก อิอิ) พิเศษเข้าไปอีกด้วยป้ายพร้อมบริการถ่ายรูปให้ (ใช้กล้องตัวเองนะ ;P) ความเขียวขจีนอกหน้าต่างยิ่งมองยิ่งตื่นเต้น ยิ่งโหยหายกลิ่นธรรมชาติ ผมเผลอเอาจมูกไปชิดหน้าต่าง หวังให้มีกลิ่นหญ้าลอดมาสักนิด ... อะไรจะขนาดน้านนนน พ่อคู๊ณณณณณณ - -‘’ Kuro คือมาสคอตโด่งดังอีกตัวหนึ่ง Kuro ประจำการอยู่บนรถไฟสายท่องเที่ยว Aso Boy โด่งดังไม่น้อยหน้าขบวนอื่น โดย Aso Boy มีตารางเวลาเดินรถไม่แน่นอน ปกติหากไม่ใช่ช่วง High Season จะมีบริการเสาร์-อาทิตย์ ครับ ที่สำคัญคือ ต้องจองล่วงหน้านะ! คุมะมงแบบฉบับรถก็มา เหมือจะเป็นรถเช่าประจำการที่นี่ครับ ภายในสถานีวินเทจด้วยระบบอัตโนมือซะส่วนใหญ่ มุมนอกสถานี JR Aso  เรียบๆ เงียบๆ เรารอรถบัสเพื่อที่จะนั่งรถไป ภูเขาไฟ Aso อีกต่อ ที่บริเวณนี้เลยครับ อย่าลืมขอแผนที่ละแวก JR Aso และตารางเวลารถบัสนะครับ อย่าลืม Stamp ด้วยหล่ะ ;P โดยขอตารางรถบัสได้ที่ Tourist Information ควรแพลนก่อนนะครับ เดี๋ยวจะตกรถเอา (จ่ายเงินตอนลงนะ) วิวสองข้างทาง เขี๊ยวเขียว Aso Ropeway station ระหว่างทางมีจุดจอดสองป้ายหลัก จุดนี้คือป้ายสุดท้าย Aso Ropeway station สามารถขึ้นกระเช้าไปชมปากปล่องได้ที่นี่ นอกจากนี้ยังมีร้านค้าของที่ระลึก คุมะมง เต็มไปหมดเลย บะหมี่คุมะมง มาม่าคุมะมง ขนมคุมะมง สารพัดจะคุมะมง เขาถึงได้บอกว่า คุมะมง เนี่ย มีมูลค่าเทียบเท่าหรืออาจมากกว่า Hello Kitty ด้วยซ้ำนะครับ รอบนอกมีศาลเจ้าอยู่ ไปชมกันครับ อาศัยเลียนแบบคนญี่ปุ่นครับว่าเขาต้อง ไหว้กันยังไง คนไทยมาไหว้เต็มเลย (ดูจากภาษาไทยที่เขียนอยู่)   มองย้อนไปด้านหลัง เห็นกระเช้าที่เราไม่ได้ขึ้น เนื่องจาก ภูเขาไฟ Aso ปะทุมาสักพักแล้ว นทท.ไม่สามารถขึ้นไปดูปากปล่องได้ คนส่วนใหญ่แนะนำว่าอย่าไป  'มันเสียเวลาเปล่า...ไม่มีอะไรหรอก' แต่เอาจริงๆ  ‘ใช่ว่าเราจะได้เห็นภูเขาไฟปะทุบ่อยซะที่ไหน!’ จะสบายตามากขึ้น ถ้ามีเราอยู่ในรูป.. 55555555555555 (แดดแรง ตาหยีไปนิด) อย่าแปลกใจไป ผมซื้อเจ้าคุมะมงตัวนี้เมื่อสักครู่นี่เอง ก็ไม่ค่อยเห่อเท่าไหร่หรอก.. ร้องหา ทอยเลท ทอยเลท (Toilet) วิ่งแจ้นเข้าไปเปลี่ยนทันที โม้มาตั้งนานมัวเเต่ชมว่า คุมะมง เจ๋ง หลายคนเริ่มถาม แล้วมันเจ๋งยังไง??????? เอาเป็นว่า คุมะมงเนี่ย มีการโปรโมต PR ตัวเองมาตลอด มีแคมเปญโปรโมตตัวเองสม่ำเสมอมา 5 ปี (จนถึงทุกวันนี้) เหตุการณ์เด่นๆคือ วันดีคืนดี เจ้าหน้าที่ออกมาประกาศว่า แก้มแดงๆ ของคุมะมงหายไป ขอช่วยให้ทุกคนตามหาให้หน่อย นอกจากนี้การออกอีเว้นท์และรายการทีวีประหนึ่งดารา เซเลบดัง พร้อมบุคลิก กวนตรีน ทะลึ่ง ที่ทำเอาคนหมั่นเขี้ยวและเอ็นดูไปพร้อมๆ กัน ยิ่งทำให้เจ้านี่โด่งดังมากขึ้น ตัวอย่างภาพเซเลปคุมะมงหยิบจับสินค้า (ภาพทั้งหมดขออนุญาตจากทวิตเตอร์ออฟฟิเชียลแล้วครับ) ความเจ๋งที่ว่ามันจึงกลายเป็นว่า คุมะมง หยิบจับสินค้าอะไรก็ตาม สินค้าชิ้นนั้นก็จะขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แน่นอนว่า การกระจายรายได้สู่ชุมชน  สินค้าของชาวคุมะโมะโตะได้รับผลดีตามๆ ไป เอาเป็นว่า พ่อค้า แม่ค้า ทุกคน อยากให้คุมะมงหยิบจับสินค้าตัวเองกันทั้งนั้น!!! เพราะมันการันตีได้ว่าจะขายดี(ขึ้น) นี่มันเซเลบชัดๆ เรานั่งรถย้อนลงมาที่สถานีทุ่งหญ้า Kusasenri หิวจัง ! หมับเข้าให้ "เนื้อม้าย่าง!!" (เนื้อม้าคือของขึ้นชื่อของเมืองนี้!!) รสชาติประหนึ่งเคี้ยวสันนอกหมูชิ้นหนาๆ  เนื้อหนาและแน่น แต่เคี้ยวไม่ยาก ไม่มีกลิ่นคาว ให้ผวาใจสักนิด พ่อค้าจะย่างไฟร้อนๆ อีกรอบ ก่อนยื่นไม้ต่อให้เรา ถือว่าเวิร์คมากกก ขายอยู่เจ้าเดียว ตรงหน้าร้านขายของใหญ่ๆ ครับ หาไม่ยาก ลงป้ายนี้ยังไงก็ต้องเห็นจ้า ราคาตามป้ายเลยนะครับ ไม้ใหญ่เนื้อล้วน 300 เยน ขอประมาณคร่าวๆ เป็น 100 บาท ไม้เล็กเนื้อผสมมัน เหมือนในรูปด้านบน 150 เยน คร่าวๆ 50 บาท .. แอบแพงครับ (สำหรับผม) ผมไม่เคยทานเนื้อม้าก็เลยลองดูครับ ปากเคี้ยวเนื้อม้าในมือ ตาดูม้าเป็นๆ วิ่งในสนามหญ้า ให้อารมณ์แปร่งๆ ดี ระหว่างกิน มีน้องๆนักเรียนม.ต้น มาทัศนศึกษา(สองรถบัส) กินไป ก็มองไป.. อดไม่ได้ที่จะวางม้าย่างแล้วหยิบกล้องมากดชัตเตอร์ ‘สดใสจัง’ นี่แหละ ความหมายของคำว่า ‘เด็ก’ สำหรับเรา ใกล้ๆ กันมีร้านทาโกะ เปิดท้ายของอาเฮียน่ารักท่านนี้ รสชาติปกติ แต่เซอร์วิส มายด์ สุดยอดดดด ขายอยู่ตรงลานจอดรถเลยครับ เอาไปกินบนรถได้ครับ เดินขึ้นมาทางด้านหลัง Aso volcano museum (ค่าเข้าพิพิธภัณฑ์ 840 เยนครับ) มองเห็นวิว Aso ลิบๆ และสามารถมองเห็น ปากปล่องภูเขาไฟ Naka-dake รูปร่างพิลึกพิลั่น (ปากปล่องดับไปแล้ว) เดินย้อนลงเนินไปด้านหลังจะเจอจุดชมวิวอีกที่ครับ เดินย้อนไปใกล้ๆตามถนน จะเห็น Aso ชัดแบบเต็มๆ ไม่ได้ขึ้นปากปล่อง แต่ก็มีจุดให้เที่ยว ให้ถ่ายรูปเยอะอยู่นะครับ การเดินทาง  รถบัสสาย Mt.Aso ลงที่สถานี Kusasenri (ก่อนถึงสถานี Aso-san Nishi) 470 เยน ลงป้ายสุดท้าย Aso-san Nishi (Aso Ropeway Station) 540 เยน ค่าตั๋ว Ropeway กระเช้าขึ้น-ลง 1000 เยน หากเที่ยวเดียวราคา 600 เยน ใกล้ถึงเวลารถบัสลงจาก Aso ไปยัง JR Aso รอบสุดท้ายแล้วครับ ผมทันเห็นช๊อตฝูงม้าวิ่งเอาจริงเอาจังเริงร่ากับหญ้าตรงหน้าพวกมัน ม้าพวกนี้ใช้สำหรับบริการขี่ให้ นทท. ตกเย็น นทท.กลับหมด ก็ปล่อยอิสระเลยครับ ทุกตัวดูสนุกมากกก เหลือตัวนี้อยู่ตัวนึง เฝ้าบ้าน ม้าที่นี่แบ่งชัดเจน ตัวไหนเลี้ยงเพื่อเป็นอาหาร ตัวไหนเลี้ยงเพื่อใช้งาน ระหว่างทาง เห็นบ้านเรือนยามเย็น ลงเขากันครับ..  มาถึงปุ๊ป ก็ถามเจ้าหน้าที่แถวนั้น บอกว่าอยากเห็นวิถีเจแปนนีสๆ เจ้าหน้าที่เลยชี้มาที่ร้านเล็กๆ มีขนม ของที่ระลึก และผัก ผลไม้ ขาย ด้านในจะมีร้านอาหารด้วยครับ เราไปถึงเย็นเกินไป เขาปิดเรียบร้อย (แถวนี้มีร้านเปิดเย็นๆไม่กี่ร้านครับ) คุมะมงเป็นมาสคอตไม่กี่ตัวที่โดดเด่นออกมา ปัจจุบันมาสคอตในญี่ปุ่นมีถึง 2000 ตัวโดยประมาณ ด้วยความสามารถทั้งหลาย เจ้าคุมะมงจึงได้รับรางวัล“Yurchara Grand Prix 2011” จากเวทีประกวดมาสคอตของญี่ปุ่นเขาด้วยนะ ผมเหลือบไปมองข้างๆ เห็นเจ้าคุมะมงตัวจ้อย มองไปมองมา รู้ตัวอีกทีก็ตกหลุมรักหมีดำแก้มแดงตัวนี้ไปซะแล้ว ปัจจุบันเจ้าหมีตัวนี้ริจะคิดครองโลกโดยการตระเวนเยี่ยมเยียนไปนอกเจแปนเลยนะครับ สุดท้ายนี้ขอลาไปก่อน หากใครติดใจหรืออยากรู้จัก หมีดำแก้มแดง ตัวนี้มากขึ้น ติดตามทวิตออฟฟิเชียลจากเจเเปนเลยเลยครับ ขอบอกว่า หมั่นไส้และหมั่นเขี้ยวมากกกกก ;P ขอบคุณเรื่องราวดีๆ และรูปภาพสวยๆ และแวะมาติดตามเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/wasthereonce https://www.twitter.com/wasthere01 https://www.instagram.com/wasthereonce

18 ดาราเด็กฮอลลีวูดผู้หญิง กับพัฒนาการความสวย
10 อันดับ /  ดาราวัยรุ่น / 

ภาพยนตร์ที่เราดูกันตอนเด็กๆนั้น ก็มักจะเห็นดาราเด็กฮอลีวู้ดเยอะแยะมากมาย หน้าตาน่ารัก ^^ วันนี้ teen.mthai 18 ดาราเด็กฮอลลีวูดผู้หญิง กับพัฒนาการความสวย โตแล้วสวยทุกคน อยากรู้ว่ามีใครบ้างไปชมกันเลยคะ ^^ แล้วครั้งหน้าอย่าลืมติดตาม?ดาราเด็กฮอลลีวูดฝ่ายผู้ชาย กันต่อนะคะ .. เรียบเรียงเขียนโดย teen.mthai.com (ให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยคะ) 18 ดาราเด็กฮอลลีวูดผู้หญิง กับพัฒนาการความสวย 1. ดาโกตา แฟนนิ่ง (Dakota Fanning -อายุ 19 ปี) คนแรกคงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก สาวน้อย ดาโกตา แฟนนิ่ง ที่มีแววสวยตั้งแต่เด็ก เธอโด่งดังจากภาพยนตร์หลายเรื่อง เป็นนักแสดงที่อายุน้อยที่สุดที่ได้รับเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Screen Actors Guild Award และยังได้รับรางวัลการแสดงอีกเป็นจำนวนมาก ดาโกตา แฟนนิง เข้าสู่วงการตั้งแต่อายุ 5 ปี โดยแสดงภาพยนตร์โฆษณา และรับบทเล็กๆ ในภาพยนตร์ซีรีส์ ER, CSI เป็นต้น ภาพยนตร์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับเธอ ในเรื่องI am Sam,เมื่ออายุ 7 ปี ดาโกตาแสดงบทนำในซีรีส์ Taken , ผลงานที่มีชื่อเสียงที่สุดในปัจจุบัน คือภาพยนตร์ War of the Worlds (2005) ,ภาพยนตร์ Charlotte's Web และภาพยนตร์ The Twilight นั่นเอง ^^ 2. เอ็มมา วัตสัน (Emma Charlotte Duerre Watson -อายุ 23 ปี) สาวน้อยผู้โด่งดังจากภาพยนตร์ทีมีคนเฝ้าติดตามชมมากที่สุดในโลกเรื่องหนึ่ง คือ Harry Potter ซึ่งรับบทเป็น?เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ เธอเริ่มแสดงภ.ตั้งแต่อายุได้เพียง 9 ปี จากการแสดงภาพยนตร์เรื่อง?แฮร์รี่ พอตเตอร์ นี้ทำให้เธอได้รับรางวัลเป็นจำนวนมาก และรายได้กว่า 10 ล้านปอนด์ เธอเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลถึง 5 รางวัลจากการแสดงใน?แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ เธอชนะรางวัล Young Artist Award สำหรับนักแสดงนำที่เป็นเยาวชน?ภาพยนตร์ที่วัตสันแสดงนอกเหนือจากเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ เป็นเรื่องแรกคือ บัลเลต ชูส์ (Ballet Shoes) วัตสันได้พากย์เสียงในภาพยนตร์ The Tale of Despereaux ที่ออกฉายในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2551 เธอพากย์เสียงเป็นเจ้าหญิงพี 3. คริสเตน สจ๊วต (Kristen Stewart) สาวสวยผู้โด่งดังเป็นพลุแตกจาก แวมไพร์ ทไวไลท์ (Twilight) อาชีพนักแสดงของคริสเตนเริ่มต้นเมื่อเธออายุได้ 8 ขวบใน The Thirteen Year ภาพยนตร์ทางโทรทัศน์ของ ดิสนี่ย์ แชลแนล หลังจากนั้น คริสเตน ปรากฏตัวใน ภาพยนตร์อิสระเรื่อง The Safety of Objects ซึ่งเธอรับบทเป็น ลูกสาวผู้เป็นทอมของมารดาผู้โดดเดี่ยวและมีปัญหา หลังจากนั้น สจ๊วตได้รับบทสำคัญในภาพยนตร์ฮอลีวูดเรื่อง Panic Room และผลตอบรับในขณะนั้นดีมาก หลังจากความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่อง Panic Room สจ๊วตได้เล่นในภาพยนตร์อีกหลานนเรื่องเช่น Zathura, In the Land of Women, The Messengers, Catch That Kid, และ?Into the Wild ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2007 บริษัทหนัง Submit Entertainment ประกาศว่า คริสเตน สจ๊วต จะรับบทเป็น อิซาเบลล่า'เบลล่า'สวอน ในภาพยนตร์เรื่อง Twilight จากบทประพันธ์ขายดีที่สุดของ สเตฟานี่ เมเยอร์ นิยายในชื่อเดียวกันเกี่ยวกับเรื่องราวความรักระหว่างแวมไพร์ เธอรักกับพระเอกของเรื่อง โรเบิร์ต แพททินสัน ได้ไม่กี่ปีก็ต้องจบความสัมพันธ์ลง เมื่อเธอแอบมีใจให้กับผู้กำกับเรื่อง Snow White ที่เธอรับบทแสดงนำ 4. แมคเคนซี่ ฟอย (Mackenzie Foy) แมคเคนซี่เป็นผู้มีผมยาวนัยน์ตาสวยเข้าสู่วงการตั้งแต่อายุ 4 ขวบ ด้วยการเป็นนางแบบโฆษณาให้แบรนด์ดังอย่าง Polo Ralph Lauren, Gap และ The Walt Disney Company จากนั้นจึงเริ่มมีงานแสดงเมื่อปี พ.ศ.2552 กับบทบาทเล็กๆ ในซีรีส์เรื่อง "Til Death" และหลังจากนั้นก็ได้รับบทบาทในซีรีส์อีกหลายเรื่อง ก่อนจะได้รับบทที่ทำให้คนทั่วโลกได้รู้จักเธอในภาพยนตร์ แวมไพร์ ทไวไลท์ "Twilight" 5. จอร์จี เฮนเลย์ (Georgie Henley - 18 ปี) จอร์จี เฮนเลย์ หรือที่ใครๆรู้จักเธอในชื่ของ "ลูซี่" จอร์จี เป็นหนึ่งในนักแสดงนำของภาพยนตร์สุดอมตะ 7 เล่มเรื่อง อภินิหารตำนานแห่งนาร์เนีย (NARNIA) รับบทเป็นน้องสาวคนสุดท้องชื่อว่าลูซี่ หลังจากนั้น เธอได้รับงานละครเรื่อง Babes in the Wood และในปี 2005 (2548) เธอได้รับรางวัลจากสถาบันโพนิกฟิลม์คลิติกส์ ตำแหน่ง "Best Performance by a Youth in a Lead or Supporting Role - Female" ในเรื่อง อภินิหารตำนานแห่งนาร์เนีย : ราชสีห์ แม่มด และตู้พิศวง 6. แอนนาโซเฟีย ร็อบ (Annasophia Robb - 21 ปี) แอนนาโซเฟีย ร็อบ เพื่อนๆจะคุ้นหน้าคุ้นตาเธอดีจากภาพยนตร์เรื่องชาร์ลี กับ โรงงานช็อกโกแลต (Charlie and the Chocolate Factory) หลังจากเข้าร่วมในโฆษณา McDonald ของ Anna เริ่มอาชีพด้วยการแสดงบทบาทเล็ก ๆ ในตอน" Number one fan "ใน TV series ของDrake & Joshบทบาทที่สำคัญเป็นครั้งแรกของเธอใน"Samantha : An American Girl Holiday" แต่ในปี 2005 เธอก้าวเข้าสู่หน้าจอขนาดใหญ่ที่มีสองเรื่องที่ดัดแปลงจากนวนิยายเด็กชื่อดังของ บทบาทของโอปอลในหนัง"Because of Winn-Dixie"ของเธอและยังปรากฏเป็น Violet Beauregarde ในภาพยนตร์เรื่อง Charlie and the Chocolate Factory สองเรื่องนี้มีความสำเร็จด้วยรายได้สูงจากสำนักงาน Box Office และทั่วโลก ต่อมาในปี 2006 เธอพักการแสดงและได้พากย์เสียงเรื่อง "Phantom Danny" เธอยังร้องเพลงในเรื่องนี้อีกด้วย "Keep Your Mind Wide Open"และวิดีโอเพลงนี้มาออกอากาศซ้ำใน Disney Channel เพลงอันดับที่ 90 ที่จัดขึ้นใน Billboard Hot 100 ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนมีนาคมเป็นครั้งแรกที่ประสบความสำเร็จเดียว ต่อมา Anna ได้แสดงอีกครั้งเรื่อง"The Reaping" พร้อมกับ "Spy School" และ "Jumper" (เธอเล่นเป็น Millie ตอนเด็ก) และหนังดราม่าเรื่อง "Wild Travel" และ "Have Dreams. ในหนัง"Sleepwalking" เธอได้รับคำชมจากนักวิจารณ์ภาพยนตร์นิตยสาร Time 7. อิซาเบล เฟอร์แมน (Isabelle Fuhrman - 17 ปี ) อิซาเบลล์ เฟอร์แมน เป็นนักแสดงชาวอเมริกัน เธอเป็นเป็นที่รู้จักในบทบาทของเอสเธอร์ จากภาพยนตร์เรื่องออร์แฟน เด็กนรก เรื่องนี้หลานคนคงจะจำเธอในบทโรคจิตไปอีกนาน ซึ่งต่อมาเธอก็ได้รับบทหนึ่งในนักแสดง Hunger Games รับบท Clove อิซาเบลล์เกิดเมื่อวันที่25 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1997 ในกรุง วอชิงตัน ดี.ซี. แต่เติบโตใน แอตแลนตา, ประเทศจอร์เจีย?แม่ของเธอเป็นนักข่าวที่อพยพมาจากสหภาพโซเวียต และได้ทำงานให้กับCNN พ่อของเธอเป็นผู้สมัครทางการเมืองและอดีตที่ปรึกษาทางธุรกิจ เธอมีพี่สาวซึ่งเป็นนักร้องและนักแต่งเพลง อิซาเบลล์อาศัยอยู่กับครอบครัวที่ลอสแอนเจลิส, รัฐแคลิฟอร์เนีย 8. ดาโกต้า บลู ริชาร์ด ( Dakota blue richards - 20 ปี) ดาโกต้า บลู ริชาร์ด เป็นนักแสดงนำเด็กในเรื่อง อภินิหารเข็มทิศทองคำ (GOLDEN COMPASS) รับบทเป็น ไลล่า เบลลาควา และภาพยนตร์เรื่อง The Secret Of Moonacre อภินิหารมนตรามหัศจรรย์ 9. เดเวห์ เชส (Daveigh Chase) ในปี 2002 เธอได้รับบทพากย์เสียงในการ์ตูนดิสนีย์ เรื่อง ลีโล่ แอนด์ สติชท์ (Lilo & Stitch) โดยเธอพากย์เป็นลีโล่ สาวน้อยที่บังเอิญเจอกับสัตว์ประหลาดอย่างสติทช์แต่แล้วก็ได้กลายเป็นเพื่อนรักกัน ต่อมาได้แสดงในบทบาทของ มาร่า มอร์แกน ในภาพยนตร์เรื่อง The Ring และเรื่องนี้ทำให้หลายๆคนรู้จักเธอมากขึ้น 10.?Kiernan Shipka นักแสดงเด็กอายุเพียง 15 ปี เธอมีชื่อเสียงจากการเล่นซีรีส์ Mad Men เธอยังเป็นซุปเปอร์โมเดลตั้งแต่เล็กๆอีกด้วย 11. เอมิลี่ เจน บราวน์นิ่ง (Emily Jane Browning) ภาพยนตร์เรื่องแรกที่ทำให้คนรู้จักเอมิลี่ คือ ขอให้เรื่องนี้ไม่มีโชคร้าย หรือThe Lemony Snicket?s A Series of Unfortunate Events (2004) โดยประกบคู่กับนักแสดงชั้นนำอย่าง จิม แครี่ , Ghost Ship เรือผีในปี 2002 และที่โด่งดังที่สุดของเธออีกหนึ่งเรื่อง?Sucker Punch หรือ อีหนูดุ นั่นเอง ^^ เริ่มชีวิตการแสดงของเธอด้วยการรับบทในหนังที่ฉายทางทีวีเรื่อง The Echo of Thunder โดยได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนของพ่อที่มีธุรกิจในแวดวงบันเทิง ซึ่งเขาได้เห็นการแสดงในแบบแปลกๆ ของเธอในโรงเรียน และดึงเธอเข้าสู่เส้นทางการแสดง หลังจากนั้นหลานปีเธอก็มีผลงานมากมาย เช่น High Flyers ,Thunderstone , Something In The Air, Darkness Falls, Ned Kelly , Stranded , The Uninvited 12. โคลอี มอเรตซ์ (Chloe Grace Moretz - 17 ปี) เป็นที่รู้จักจากเรื่อง (500) Days of Summer และในเรื่อง Diary of a Wimpy Kid เธอยังรับบทเป็น ฮิต-เกิร์ล ในหนังแนวซูเปอร์ฮีโรในปี 2010 เรื่อง Kick-Ass ในภาคแรกและภาค 2 และจะรับบทแอบบี้ ใน Let Me In เริ่มงานสายบันเทิงตั้งแต่อายุ 5 ขวบในนิวยอร์กซิตี้ กับงานนางแบบประจำโครงการรณรงค์ระดับชาติต่างๆ ซึ่งพบเห็นได้ตามสื่อสิ่งพิมพ์และโทรทัศน์ ต่อมาเล่นดราม่าเรื่อง The Guardian? ทางช่อง CBS ไม่นานนัก บทบาทแรกในจอเงินก็มาถึงมือเธอ ในหนังนอกกระแสเรื่อง The Heart of the Beholder ต่อมาจึงจับจองบทนำใน The Amityville Horror ฉบับรีเมกโดย ไมเคิล เบย์ ซึ่งทำให้เธอกลายเป็นที่กล่าวขาน 13. แอล แฟนนิง (Elle Fanning - 16 ปี) เธอไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นน้องสาวของ ดาโกตา แฟนนิ่งเองคะ?แอล เริ่มเลิ่นภาพยนตร์เมื่ออายุ 2 ขวบเรื่อง i am sam?แอล รับบทเป็น Lucy เมื่อตอนอายุ 2 ขวบ ส่วดาโกตารับบทเป็น lucy ตอนโตขึ้นมา ต่อมาแสดงภาพยตร์อีกหลายเรื่อง เช่น  Super8, We Bought a Zoo, Ginger & Rosa, Yong ones ล่าสุดในปี 2014 นี้ หลายคนคงตั้งตารอภาพยนตร์เรื่อง Maleficent ที่นางเอกเซ็กซี่ตลอดการอย่าง แองเจลีน่า โจลี ที่ครั้งนี้มารับบทเป็น แม่มดร้าย โดย แอล รับบทเป็นเจ้าหญิงออโรร่า Princess Aurora?ในบทสัมภาษณ์ elle บอกว่า เธอต้องใช้จินตนาการ สูงมากในการแสดงเนื่องจากในห้องถ่ายทำนั้นมีเพียงแค่กระดาษสีเขียวเท่านั้น ที่เธอต้องทำให้ดูเหมือนว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิต 14. เคิร์สเตน ดันสท์  (Kirsten Dunst) ถือว่าเป็นอีกหนึ่งนางเอกตลอดกาลของฮอลลีวูด เคิร์สเตน เริ่มอาชีพนักแสดงตั้งแต่อายุ 7 ปี ในหนังเรื่องแรก New York Stories ซึ่งเธอก็ได้รับงานต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็น โฆษณา, ละคร, โทรทัศน์ และภาพยนตร์ ต่อมาในปี 1994 เธอแสดงใน Little Women ร่วมกับวิโนนา ไรเดอร์และแคลร์ เดนส์ ในปีเดียวกันเธอแสดงใน Interview with the Vampire ของแอน ไรซ์ ร่วมแสดงกับทอม ครูซและแบรด พิตต์ ซึ่งจากเรื่องนี้ทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ เธอยัง ในหนังครอบครัวเรื่อง Jumanji ร่วมกับโรบิน วิลเลียมส์ จากนั้นเธอก็ได้หนังแอนิเมชันเรื่อง Anastasia ของดิสนีย์ และได้แสดงใน เรื่อง Wag The Dog ร่วมกับ ดัสติน ฮอฟแมน และ โรเบิร์ต เดอนิโร, ในปี 1998 ได้แสดงเรื่อง Small Soldiers, ต่อมาแสดงในหนังเบาสมองเรื่อง Dick และ Drop Dead Gorgeous และ The Virgin Suicidesรวมถึงแสดงในหนังเชียร์ลีดเดอร์ใน Bring It On จนได้แสดงในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ในภาพยนตร์สไปเดอร์แมน รับบทเป็น แมรี เจน วัตสัน โดยเธอประกบคู่กับ โทบีย์ แม็คไกวร์ ผู้มารับบทเป็นซูเปอร์ฮีโร่ ไอ้แมงมุม 15. คริสตินา ริชชี (Christina Ricci)  มีชื่อเสียงครั้งแรกจากบทเวดส์เดย์ แอดดัมส์ ในภาพยนตร์เรื่อง The Addams Family (1991) รวมถึงภาคต่อ Addams Family Values (1993) ภาพยนตร์ที่เธอแสดงมีตั้งแต่ภาพยนตร์แนวอาร์ต อย่างเช่น The Ice Storm (1997) หรือหนังดราม่า Monster (2004) หนังตลกนอกกระแสอย่าง The Opposite of Sex (1998) ที่ทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม และยังมีผลงานภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์อย่าง Sleepy Hollow (1999) ริชชีผันตัวจากนักแสดงเด็กไปเป็นนักแสดงขวัญใจวัยรุ่น จนถึงนักแสดงผู้ใหญ่ และเธอยังมีบริษัทผลิตงานของตัวเอง ที่ชื่อ Blaspheme Films ที่มีผลงานอย่าง Pumpkin และ?Prozac Nation เธอยังแสดงภาพยนตร์เรื่อง Black Snake Moan (2007) และ Penelope (2008) และยังแสดงภาพยนตร์ดัดแปลงเรื่อง Speed Racer  ในปี 2008 16. Alexa Vega เธอเป็นทั้งนักแสดงและนักน้อง เธอชื่นชอบการร้องเพลง ภาพยนตร์ที่ทำให้เธอเป็นที่รู้จักนั่นก็คือ SPY KIDS รับบทเป็น คาร์เมน คอร์เตซ เด็กผู้หญิงที่มีพ่อ-แม่เป็นสายลับสุดเจ๋ง , From Prada to Nada (2011) รับบทเป็น?แมรี โดมินเกซ 17.ฮิลารี ดัฟ (Hilary Duff) นางเอกขวัญใจวัยรุ่นตลอดกาล ฮิลารี ดัฟ หลายคนจะรู้จักเธอจากภาพยนตร์วันรุ่น กุ๊กกิ๊ก น่ารัก หลายๆเรื่อง อีกทั้งเสียงร้องที่น่าหลงใหล หลังจากที่เริ่มต้นเข้าสู่วงการด้วยการแสดงบทนำในละครทางโทรทัศน์ Lizzie McGuire ทางช่อง Disney เธอก็มาสู่ผลงานอาชีพบนจอเงินอย่าง Cheaper by the Dozen , The Lizzie McGuire Movie และ A Cinderella Story (2004) เธอยังเดินทางบนสายอาชีพนักร้องอีกด้วย โดยสามารถทำยอดขายอัลบั้มของเธอได้กว่า 13 ล้านแผ่นทั่วโลก และมี 4 แผ่นเสียงทองคำขาว (RIAA certified-platinum albums) เป็นเครื่องการันตี อัลบั้มแรกของเธอ Metamorphosis สามารถทำยอดขายอัลบั้มถล่มทลายอีกด้วย ในปี 2012 เธอได้ให้กำเนิดลูกชายคนแรกกับสามี ไมค์ คอมรี ชื่อว่า ลูกา ครูซ คอมรี แต่ต่อมาในปี 2014 เธอได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ ชี้แจงเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับสามี ไมค์ คอมรี ที่เดินทางมาถึงจุดที่ต้องตัดสินใจและแยกทางกัน 18. ดรูว์ แบร์รีมอร์ (Drew Barrymore) เธอเป็นคนที่อายุน้อยที่สุดในตระกูลแบร์รีมอร์ ครอบครัวนักแสดง เริ่มการแสดงตั้งแต่อายุได้ 11 เดือน แบร์รีมอร์มีผลงานภาพยนตร์บนจอใหญ่ครั้งแรกในเรื่อง Altered States ในปี 1980 หลังจากนั้นแสดงในบทแจ้งเกิดใน E.T. the Extra-Terrestrial ทำให้เธอกลายเป็นนักแสดงเด็กที่เป็นที่รู้จักมาที่สุดคนหนึ่ง ในปี 1995 เธอก่อตั้งบริษัทโปรดักชันที่ชื่อ ฟลาวเวอร์ฟิล์มส ที่มีผลงานสร้างเรื่องแรกคือ?Never Been Kissedที่เธอร่วมแสดงด้วยในปี 1999 และมีผลงานการสร้างภายใต้ชื่อเธออย่างเรื่อง?Charlie's Angels, 50 First Dates, และ Music and Lyrics เช่นเดียวกับหนังคัลต์ที่ชื่อ Donnie Darko โครงการล่าสุดของเธอเช่น He's Just Not That into You, Beverly Hills Chihuahua, และ?Everybody's Fineเธอยังมีชื่ออยู่บนฮอลลีวูดวอล์กออฟเฟม และยังได้ขึ้นปากนิตยสารพีเพิลปี 2007 ฉบับ 100 สิ่งสวยงามที่สุด แบร์รีมอร์ เป็นทูตต่อต้านความหิวโหยให้กับ United Nations World Food Programme (WFP) เธอยังได้บริจาคเงินกว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐให้กับโครงการ ในปี 2007 เธอเป็นนางแบบให้กับ CoverGirl และเป็นโฆษกให้กับเครื่องสำอางให้กับไลน์ใหม่ล่าสุดของอัญมณีกุชชี 19. เอเรียนา ริชาร์ดส (Ariana Richards) โด่งดังจากภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่อง  Jurassic Park และยังทำให้เธอได้รับรางวัลอีกมากมาย เรียบเรียงเขียนโดย teen.mthai.com (ให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยคะ) ข้อมูลโดย wikipedia เพิ่มเติม  ดาราเด็กฮอลลีวูดผู้หญิง กับพัฒนาการความสวย 20. ลินด์ซีย์ ดี โลเอิน (Lindsay Dee Lohan) ในวัยเด็กเธอถือว่าเป็นเด็กสาวที่ฮอตที่สุดในฮอลลีวูดอีดหนึ่งคนเลยทีเดียว แต่พอโตขึ้นกลับมาข่าวฉาวไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งเรื่องยาเสพติด ผู้ชาย วิ่งเล่นให้ตำรวจจับเป็นว่าเล่น ลินด์ซีย์ ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง ด้วยการ ถ่ายโฆษณารถยนต์ฟอร์ด เมื่ออายุเพียงแค่ 3 ขวบ หลัง จากนั้นก็มีงานถ่ายโฆษณาโทรทัศน์กว่า 60 ชิ้น จนกระทั่งได้แสดงละครโทรทัศน์เรื่องแรกคือ "Another World" (1996) ลินด์ซีย์ มีผลงานการแสดงภาพยนตร์ครั้งแรกเมื่อ ปี 1998 ในงานเก่าเอามาทำใหม่เรื่อง “The Parent Trap” เธอรับบทเป็นฝาแฝด แสดงกับเดนนิส เควด และนาตาชา ริชาร์ดสัน หลังจากนั้นก็มีผลงานที่สร้างชื่อให้เธอในบทบาทสาววัยรุ่นอีกหลายเรื่อง เป็นขวัญใจของทุกคนในยุคนั้นมากทีเดียว ลินด์ซีย์ มักเป็นขาประจำหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ โดยสื่อมวลชนมักชอบมอบตำแหน่งทีนควีนให้กับเธอ และเสนอภาพลักษณ์สาวปาร์ตี้ของเธอ โดยเธอเคยตอบโต้ให้เลิกเขียนภาพพจน์ของเธอเช่นนี้ โดยนักแสดงสาวได้ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ว่า “ฉันรังเกียจจริงๆ เวลาที่คนส่วนใหญ่มาเรียกฉันว่าเป็นราชินีหนังวัยรุ่น” นอกจากนี้ ลินด์ซีย์ มักมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ ทั้งน้ำหนัก สารเสพติด และ อาการติดแอลกอฮอล์ 21. เอ็มม่า โรส โรเบิร์ตส์ (Emma roberts) นักแสดงวัยรุ่น เล่นหนังแนววัยรุ่นหลายต่อหลายเรื่อง อีกทั้งยังเป็นนักร้อง,  Voice Actor,  Spokesmodel, โฆษก และเป็น Fashion Designer เรียกได้ว่ามากความสามารถจริง และที่สำคัญเป็นหลานสาวของนักแสดงสาวชื่อดัง จูเลีย โรเบิตส์ เจ้าแม่หนังรักอีกด้วย 22. โจแอนนา โนแอล แบลกเดน เลเวสค์ (Joanna Noëlle Blagden Levesque) หรือที่รู้จักกันในชื่อ โจโจ (JoJo Levesque) เป็นนักร้อง-นักแต่งเพลงป็อป-อาร์แอนด์บีและนักแสดงวัยรุ่น โจโจออกอัลบั้มแรกในชื่อตัวเธอเองเมื่อปี ค.ศ. 2004 ซึ่งในขณะนั้นเธอมีอายุเพียง 13 ปี  มีเพลงฮิตอย่าง "Leave (Get Out)" ซึ่งขึ้นสูงสุดที่อันดับ 12 ในชาร์ตบิลบอร์ดฮ็อต 100 นอกจากนี้ โจโจยังมีผลงานการแสดงในภาพยนตร์เรื่อง Aquamarine (เล่นกับเอ็มม่า โรเบิร์ตส์ ด้วย) และ RV ทั้ง 2 เรื่องออกฉายในปี ค.ศ. 2006 และในปี ค.ศ. 2008 เธอยังได้ถ่ายภาพยนตร์เรื่องใหม่ในชื่อ True Confessions of a Hollywood Starlet ด้วย โดยออกฉายเฉพาะทางทีวีสำหรับเรื่องสุดท้าย (ทั้ง 3 เรื่องมีวางขายในเมืองไทย) 23. เซียร์ชา โรนัน (Saoirse Ronan) ถ้าจะให้พูดถึง ดาราเด็กฮอลลีวูดผู้หญิง ที่มีเส่นห์ สวยเว่อร์วัง! เซียร์ชา โรนัน ก็คงจะอยู่ในอันดับนั้นด้วย นอกจากใบหน้าที่สวยของเธอแล้ว เธอมีดวงตาที่สวยมากๆ เลยทีเดียว เซียร์ชา โรนัน เป็นนักแสดงชาวไอริช-อเมริกัน ชื่อเสียงมาจากการเล่นละครโทรทัศน์และภาพยนตร์ระดับเล็ก ๆ ก่อนที่จะมารับบท ไบรโอนี่ ทาลลิส เด็กสาววัย 13 ขวบที่ฝันอยากจะเป็นนักเขียน แต่จินตนาการของเธอทำให้พี่สาวต้องพลัดพรากกับคนรักไปตลอด ในภาพยนตร์เรื่อง Atonement ซึ่งทำให้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลบาฟต้าครั้งที่ 61, รางวัลลูกโลกทองคำครั้งที่ 65 และรางวัลออสการ์ครั้งที่ 80 ในสาขานักแสดงประกอบหญิงยอดเยี่ยม หลังจากนั้นเธอก็มีผลงานภาพยนตร์และในวงการอีกมากมาย Lost River (2014), Byzantium(2013), The Host(2013), Hanna(2011), The Lovely Bones(2010), City of Ember(2008), I Could Never Be Your Woman(2008), Atonement(2008) เรียบเรียงเขียนโดย teen.mthai.com (ให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยคะ)