วัยว้าวุ่น,

ไก่,หงส์,ปืน เตรียมเงิบ!! ชาลเก้ พร้อมจับ ฮุนเตลาร์ พังตาข่ายเมืองเบียร์อีกปี
คลาส-แยน ฮุนเตลาร์ /  ชาลเก้ / 

The Express สื่อจอมโยงข่าวของเกาะอังกฤษ รายงานว่า ชาลเก้ 04 ทีมดังจากศึก บุนเดสลีกา เตรียมมอบสัญญาฉบับใหม่ให้กับ คลาส-แยน ฮุนเตลาร์ ดาวยิงตัวเก่งของทีมออกไป หลังสัญญาปัจจุบันของหัวหอกดีกรีทีมชาติ ฮอลแลนด์ จะสิ้นสุดลงกับต้นสังกัด หลังจบฤดูกาลนี้ ซัมเมอร์ที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล, อาร์เซน่อล หรือแม้กระทั่ง สเปอร์ ต่างให้ความสนใจศูนย์หน้าวัย 31 มาร่วมทัพด้วยสุดถูก แต่สุดท้ายทั้งสามดีลต้องมาพังพินาศ ทำให้พวกเขาจำเป็นต้องเร่งเดินเรื่องคว้า ฮุนเตลาร์ มาร่วมทัพให้ได้ในช่วงปีใหม่ และจะไปย้ายฟรีหลังจบฤดูกาล แต่ทาง ชาลเก้ ไม่ขาดทุนเหมือนกัน ล่าสุดเตรียมงัดสัญญาฉบับใหม่ให้อดีตหัวหอก เรอัล มาดริด พิจารณาแล้ว ทั้งนี้ คลาส-แยน ฮุนเตลาร์ ลงสังหารตาข่ายให้ ชาลเก้ ไปแล้วทั้งหมด 149 นัด กดสกอร์ได้ 97 ประตู ตั้งแต่ถูกซื้อตัวมาร่วมทัพเมื่อปี 2010 ถึงปัจจุบัน

หนุ่มใหญ่ไต้หวันหึงจัด ตัดหู จมูก ปาก แฟนสาวทิ้งลงชักโครก
ตักจมูก /  ตักปาก / 

หนุ่มใหญ่จอมทมิฬ ชาวไต้หวัน ก่อเหตุตัดจมูก ปาก หู แฟนสาว เหตุหึงหวงฝ่ายหญิง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมนาย หวาง วัย 79 ปี ในไต้หวัน หลังจากที่เขาตัด จมูก หู และปาก ของแฟนสาวของเขา ทิ้งลงชักโครก ด้วยสาเหตุมาจากความหึงหวง เพราะระแคะระคายว่าแฟนของเขาจะไปมีความสัมพันธ์กับชายอีกคนหนึ่ง จากรายงานเขาใช้เชือกมัดมือ เท้า ของเธอ และทำการตัดอวัยวะต่างๆบนใบหน้า ตั้งแต่ หู ปาก และจมูกของเธอ ซึ่งเมื่อเหยื่อกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด คนร้ายใช้ผ้าขนหนูยัดปาก หลังจากนั้นเขาได้ทิ้งอวัยวะที่ตัดออกลงในชักโครก และเป็นคนโทรเรียกรถพยาบาลในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตาม ตำรวเผยต่อสำนักข่าวกลาง ว่าก่อนหน้านี้ทั้งคู่ทะเลาะกันบ่อยครั้ง แต่คนร้ายดูมีนิสัยที่ค่อนข้างหึงหวงฝ่ายหญิงอย่างมาก ก่อนหน้านี้ เขาเคยเขียนจดหมายขู่เธอว่าจะมีเรื่องราวเลวร้ายเกิดขึ้นแน่ หากเธอนอกใจเขา Mthai News

ส่อง รายได้หนัง ในไทยวันที่ 23 - 29 ต.ค. ใครรอดใครร่วง มาดูกัน!
box office /  Doraemon The Movie / 

กลับมาตามนัดอีกเช่นเคย กับการรายงานตาราง รายได้หนัง ว่าในไทยช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ใครมาแรงใครร่วงดังอนาถกันบ้าง และในวันที่ 23 - ต.ค. ที่ผ่านมานี้ การกลับมาของ คีอานู รีฟส์ ก็ส่งผลให้เกิดการผันผวนเขย่าเก้าอี้ในหลายๆตำแหน่งเลยทีเดียว หนังเรื่องไหนจะรอด เรื่องไหนจะร่วงบ้าง มาดูกัน การทวงบัลลังก์ของแอ็คชั่นสตาร์ คีอานู รีฟส์ ที่มากับ John Wick ครั้งนี้ นับได้แทบจะดับเครื่องชนแบบแรงสุดๆ สะเทือนตารางรายได้หนัง เพราะเพียงสัปดาห์เดียวก็เก็บรายได้ขึ้นแชมป์ไปเรียบร้อย เบียด Dracula Untold แชมป์เก่าร่วงลงมาอันดับ 2 ทันที แต่ผีดูดเลือดตนนี้ ก็ดู่าจะยังไม่สิ้นฤทธิ์ง่ายๆ เพราะยังแรงแซงขบวนรถถังแห่ง Fury และขบวนการทวงเมียสุดเข้มข้นแห่ง Gone Girl มาแบบทิ้งห่างหลายช่วงตัว ด้านหนังไทย O.T. ผี Overtime ก็พาแผนหลอกผีฉบับหักมุมเข้าตารางตามมาติดๆ และทำท่าจะโกยรายได้งามๆ ต่อไป ในส่วนของ Doraemon The Movie ก็เจียมเนื้อเจียมตัวเก็บไปเพียงเบาๆ แต่นั่นก็ยังทิ้งให้โรแมนติกหวานแหววของ The Best of Me กับ Love, Rosie นั่งเหงาๆ ต่อไป ตามมาติดๆ ด้วย วัยเป้งง นักเลงขาสั้น ที่ถึงแม้ช่วงที่ผ่านมาจะแผ่วปลาย แต่รายได้รวมก็ไม่ขี้ริ้วขี้เหร่ ปิดท้ายด้วย Saint Seiya: Legend of Sanctuary กับพลังคอสโม่ขัดลำกล้อง นอนสงบเงียบอยู่ท้ายตารางต่อไป สัปดาห์หน้าต้อนรับฮาโลวีนด้วยการมาถึงของ The Eyes Diary คนเห็นผี และ The Couple รัก ลวง หลอน ที่เข้าโรงจ๊ะเอ๋กันพอดี มาดูกันคุณผีดูดเลือด หรือแผนหลอกผีพนักงานออฟฟิศ จะเกาะกลุ่มวันปล่อยผี ไปรอดได้อีกเฮือกหนึ่งหรือไม่  ต้องรอติดตามกัน ที่มา: Bioscope --------------------------

เห็นด้วยกะเฮียนะ! คีน จับผิด สโคลส์ แขวนสตั้ด แล้วออกสื่อบ๋อยบ่อย
คีน /  ปีศาจแดง / 

รอย คีน ผู้ช่วยผู้จัดการทีม แอสตัน วิลล่า เกิดอาการคันปากออกมาเน็บแนมอดีตเพื่อนร่วมทีม อย่าง พอล สโคลส์ ว่าในสมัยที่เป็นนักเตะ เขาไม่ค่อยกล้าจะออกสื่อ แต่พอเลิกเล่น กลับกล้าที่จะมารับงานวิเคราะห์ฟุตบอลซะงั้น พอล สโคลส์ อดีตมิดฟิลด์ตัวรุก ของ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วัย 39 ปี ที่ปัจจุบันหันไปเป็นนักวิเคราะห์ฟุตบอล ซึ่งภาพลักษ์ในอดีตของเขานั้น ผู้คนต่างมองว่า เขาเป็นนักเตะที่พูดน้อย เขินอาย ไม่ค่อยกล้าที่จะออกสื่อสักเท่าไหร่ แต่พอเขาได้แขวนสตั้ตเลิกเล่นไปแล้วนั้น กลับมาทำงานทางด้านสื่อ ในการวิเคราะห์เกมฟุตบอล ทำให้ รอย คีน อดีตกัปตันทีม ปีศาจแดง ออกมาแฉว่าเป็นเพราะเรื่องเงิน โดย คีน ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่า "ผู้คนไม่ค่อยตระหนักกันนักว่าสโคลซี่สามารถออกรายการให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์กับยูไนเต็ดได้ แต่เขาไม่สนใจมันหรอก ผู้คนอาจจะคิดกันว่าเขาเป็นคนที่เขินอายต่อกล้องแต่จริงๆ แล้ว เป็นเพราะเขาไม่สนใจเรื่องพวกนี้เองต่างหาก ไม่มีใครที่ชอบการให้สัมภาษณ์ต่างๆ แต่มันเป็นความรับผิดชอบอย่างหนึ่ง และคุณก็ต้องแชร์สิ่งนี้กันสำหรับนักเตะภายในห้องแต่งตัวของทีม เขาอาจจะอ่อนน้อมเกินไปที่จะทำแบบนั้น แต่ตอนนี้เขามารับงานออกสื่อต่างๆ บางทีมันอาจจะเป็นเรื่องเงินที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ถ้าเขานั่งอยู่กับผม ผมก็จะบอกเขาเรื่องนี้นะ"

10 ผู้หญิงสวยที่สุดในโลก มีใครกันบ้าง จากนิตยสาร Mode Lifestyle
Mode /  จัดอันดับ / 

นิตยสาร Mode Lifestyle Magazine ได้ประกาศผลการจัดอันดับ 100 อันดับ ผู้หญิงสวยที่สุดในโลก ปี 2014 (World’s 100 Most Beautiful Women of 2014) โดยปีนี้ที่ 1 ตกเป็นของ นางแบบและนักแสดงชาวอเมริกัน Tania Marie Caringi วัย 28 ปี เธอเป็นลูกครึ่งอิตาเลี่ยน-อเมริกัน ที่มีใบหน้าคมเข้มและรูปร่างได้ที่สัดส่วน  และอันดับอื่นๆใน 1-10 จะมีสาวคนไหนในใจบ้าง มาดูกัน! 1. Tania Marie Caringi สาวนางแบบลูกครึ่ง อิตาเลียน อเมริกัน นัยน์ตาคมเข้ม อายุ 28 ปี โดยเธอได้รับคอมเม้นจากนิตยสารว่า เธอทั้งอบอุ่น และมีความสวยทั้งจากภายในและภายนอกเลยทีเดียว 2. Clara Lee นักแสดงและนางแบบมาแรงชาวเกาหลี  โดยถือเป็นนางแบบเอเชียคนแรกของนิตยสารเลยก็ว่าได้ โดยคลาร่า ได้รับคอมเม้นจากนิตยสารว่าเธอ มีดวงหน้าที่สดใส และบุคลิกที่น่าจับตามอง 3.Cristina Maria Saracut นางแบบสุดสวยจากดินแดนแดรกคิวล่า โรมาเนีย 3. Jessica Alba นักแสดงชื่อดังจาก Fantastic  4 และหนังดังอีกนับไม่ถ้วน เชื่อว่าใครๆต้องคุ้นหน้าสาวน้อยคนนี้แน่นอน กับแววตาซุกซนปนน่ารักของเธอ 5. Alessandra Ambrosio นางแบบชื่อดัง ชาวบราซิล และ ที่เห็นแบบนี้ อายุ 33 แล้วนะเธอ! 6.Scarlett Johansson สาวนักแสดงมากฝีมือ กับดวงหน้ายั่วยวน ริมผีปากอวบอิ่ม และหน้าอกสุดเซ็กซี่ 7. Beyonce ไม่มีใครไม่รู้จักเธอ นอกจากฝีมือการร้องเพลงและเต้นสุดเหวี่ยง แล้ว หุ่นของเธอยังสะบึมบึ้มไม่เหมือนใคร 8. Candice Swanepoel อีกหนึ่ง Angel ของแบรนด์ Victoria Secret วัย 26 ปี 9. Adriana Lima สาวนางแบบ ลูกผสมอย่างลงตัวจากหลากเชื้อชาติทั้งสวิส ญี่ปุ่น โปรตุเกส อเมริกัน และแอฟริกันดั้งเดิม ที่เริ่มเดินแบบให้กับ Victoria Secret ตั้งแต่ปี 2000 10.Angelina Jolie นักแสดงคนสวย และคุญแม่ลูกหก ผู้มากความสามารถ และสวยไม่เคยสร่างแม้กาลเวลาจะพาเธอมาได้ถึง 39 ปีแล้ว คุณแม่คนสวยคนนี้ก็ยังเข้าตาประชาชน ให้เป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกคนหนึ่งด้วย ส่วนอันดับที่เหลือ  ดูได้ตามด้านล่างนี้เลยจ้า เรียบเรียงโดย Women Mthai Team ที่มาจาก Thairath , Facebook Clara lee

โฟกัส จิระกุล เผยทุกสิ่ง กับบทสาวขี้หึง ไม่ว่าเป็นหรือตาย!! ใน The Eyes Diary
The Eyes Diary /  คนเห็นผี / 

หลังจากที่แอบปลื้มนาน ในที่สุดนักแสดงสาว โฟกัส จิระกุล ก็ได้ร่วมงานกับ มะเดี่ยว ชูเกียรติ ผู้กำกับในดวงใจ ในภาพยนตร์ The Eyes Diary คนเห็นผี งานนี้ โฟกัสขอท้าทายตัวเอง สวมบทบาทหญิงสาวขี้หึงและชอบให้แฟนแสดงออกว่ารักตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย และในวันนี้ โฟกัส จะมาเผยทุกข้อสงสัยและทุกสิ่งที่คุณอยากรู้ เกี่ยวกับผลงานเรื่องล่าสุดนี้กัน โฟกัส จิระกุล ก่อนอื่นเลย ขอให้โฟกัสอัพเดตตัวตน และผลงานที่ผ่านมาหน่อยครับ? "สวัสดีค่ะ โฟกัส จิระกุล นะคะ เริ่มต้นทำงานตั้งแต่อายุ 6 ขวบเริ่มจากพวกโฆษณา และมีโอกาสได้มาเล่นหนังเรื่องแรกเรื่องแฟนฉันตอนอายุ 9 ขวบ จากนั้นก็เล่นหนัง เล่นละคร แสดงเอ็มวี ทำหลายอย่างค่ะในระหว่างหลายปีที่ผ่านมา เป็นพิธีกรก็เป็นมาแล้ว ล่าสุดตอนนี้กำลังมีผลงานหนังเรื่อง The Eyes Diary ค่ะ" หลายๆคน คุ้นเคยกับโฟกัสในภาพยนตร์ โดยส่วนตัวแล้วผูกพันกับงานภาพยนตร์มากน้อยแค่ไหนครับ? "จริงๆก็โตมากับหนังค่ะ จุดเริ่มต้นของเราคือภาพยนตร์ ก็เหมือนสนใจภาพยนตร์เรื่อยๆมาโดยตลอด ก็คิดไว้ว่าอยากจะเรียนภาพยนตร์ ต่อมาได้มีโอกาสมาเล่นละคร แต่ก็รู้สึกได้เลยว่าเราชอบเล่นหนังมากกว่า คนที่เล่นหนังก็จะชอบเล่นหนัง แต่สำหรับคนเล่นละครมาก็จะบอกว่าเล่นละครง่ายกว่า จนกระทั่งพอเข้ามหาวิทยาลัยก็เลยเลือกเรียนภาพยนตร์ ตอนนี้ก็เรียนอยู่ชั้นปี4 วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒค่ะ จริงๆก็อยากลองเขียนบทค่ะ ก็ได้เรียนเขียนบทกับอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย รู้สึกว่าเราก็พอเขียนได้ พอเริ่มเรียนก็รู้สึกว่าอยากลองเขียนดู แต่ยอมรับว่าการจะเขียนบทสักเรื่องหนึ่งมันเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะต้องใช้เวลานานมาก ขนาดเรื่องที่เขียนส่งอาจารย์ ก็ยังรู้สึกว่ามันยาก จริงๆหนูเป็นคนชอบดูหนังค่ะ การเป็นคนชอบดูหนังมันก็จะทำให้เราเก็บเกี่ยวประสบการณ์เอาอันนั้นผสมกับอันนี้แล้วมันอาจจะออกมาเวิร์คมากกว่า แต่เราก็ไม่ได้เป็นคนจินตนาการสูงขนาดนั้น" ในผลงานล่าสุด The Eyes Diary คนเห็นผี เป็นไงมาไงถึงได้มาเป็นตัวละครสำคัญในเรื่องนี้ครับ? "พอดีมีพี่ที่รู้จักกันทำงานอยู่กับพี่มะเดี่ยวเป็นแคสติ้งค่ะ พอเขาเห็นบทแล้วนึกถึงเราว่าเราเล่นได้ เลยลองเสนอกับพี่มะเดี่ยวดู ซึ่งพี่มะเดี่ยวก็โอเคให้มาแคสติ้ง กัสอ่านบทแล้วก็โอเค เพราะแค่ขึ้นชื่อว่าพี่มะเดี่ยวกลับมาทำหนังสยองขวัญก็ตื่นเต้นแล้ว กัสติดตามพี่เขามาตั้งแต่ 13 เกมสยอง คือพี่เขาทำไว้สยองจริงๆ ค่ะ ชื่นชมผลงานพี่เขาด้วย เลยตัดสินใจรับเล่นเรื่องนี้" ตอนที่เห็นบท-อ่านบทครั้งแรกรู้สึกอย่างไรบ้างครับ? "ตอนเห็นบทหนังเรื่องนี้ครั้งแรกก็นึกถึงพี่มะเดี่ยวก่อนเลยค่ะ ว่าเขาจะทำออกมาได้สยองขนาดไหน เพราะจากเรื่อง 13 เกมสยองพี่เขาทำไว้ได้โอเคมากๆ และพอมาเรื่องนี้อ่านบทดูก็คิดว่าน่าจะมีจุดเด็ดๆอยู่หลายจุด เพราะในหนังเรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่หนังแนวสยองขวัญเพียงอย่างเดียว แต่มันมีในเรื่องของความรักในวัยรุ่นด้วย เป็นความรักหนุ่มสาว แต่มันจะเกี่ยวกับความสยองขวัญยังไงต้องไปดูค่ะ" แบบนี้ต้องให้โฟกัสเล่าให้ฟังแล้วว่า ความน่าสนใจของคาแรคเตอร์ที่ได้รับเป็นอย่างไรบ้าง? "คาแรคเตอร์ของปลาก็จะเป็นผู้หญิงวัยรุ่นคนหนึ่งที่จริงจังในเรื่องความรักมาก มีนิสัยเหมือนผู้หญิงทั่วไป คือขี้งอน ขี้หึง เรียกร้องความสนใจ อยากให้แฟนสนใจ อยากให้เขาแสดงความรักกับเรามากกว่านี้ ในขณะที่น็อต (แสดงโดย ปั้นจั่น)ที่เป็นแฟนเราเขาก็แบบไม่ค่อยแสดงออก แบบแค่นี้ก็พอรึเปล่า นอกจากนี้ตัวปลาเองก็จะเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับสิ่งของทุกอย่างที่แฟนให้มาไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตาที่เคยได้มาในวันครบรอบ หรือตัวเขาก็จะรักตุ๊กตาตัวนี้มาก พูดได้ว่าตัวละครปลาจะเน้นหนักไปในเรื่องของความรัก ทั้งเรื่องก็จะอยู่กับความรัก ส่วนในเรื่องของผีนี่ถ้านับจริงๆเรียกได้ว่าปลาเป็นคนที่เจอผีบ่อยที่สุด เยอะที่สุด โดยที่ตัวปลาเองไมได้อยากจะเห็นผีเลย แต่ก็ต้องมาเห็น" คาแรคเตอร์ของปลากับโฟกัส เหมือนหรือแตกต่างกันบ้างไหมครับ? "ปลาเป็นผู้หญิงร่าเริง โลกสวย ยิ้มง่าย เหมือนผู้หญิงทั่วไป แต่ในเรื่องความรักเขาจะเป็นคนที่ใส่ใจมากๆ รักแฟน หวงแฟน ขี้หึง ขี้งอน โกรธง่าย ซึ่งมันคนละแบบกับกัสนะ เรียกได้ว่าไม่ใกล้กันเลย คือตัวจริงกัสจะเป็นคนที่เฮฮากว่าเยอะ ส่วนในเรื่องของความรักก็ไม่ได้เป็นคนขี้งอนขนาดนั้น ไม่ได้แบบว่าเธอต้องจดวันสำคัญวันนี้ให้ได้นะ และกัสก็ไมได้ขี้หึงขนาดนั้นด้วย แต่ส่วนในเรื่องรักใครรักจริง รักแฟนมากๆ กัสว่าเป็นแบบนี้ทุกคนแหละเวลาที่เรารักใครนะ" ภาพยนตร์ The Eyes Diary มีเรื่องราวเป็นยังไงบ้างครับ? "ก็เป็นเรื่องราวของผู้ชายคนหนึ่งที่เขารักและผูกพันกับแฟนของเขามาก แต่คืนหนึ่งก็มีเหตุให้ทะเลาะกันแล้วก็ขับรถไปชน ทำให้แฟนตัวเองตาย ชีวิตก็เปลี่ยนไป ฝังตัวเองอยู่กับความเศร้า คิดแต่ว่าอยากจะเจอแฟนสักครั้ง เลยพยายามหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองเห็นผีแล้วหวังว่าหนึ่งในผีเหล่านั้นก็อาจจะเป็นแฟนตัวเอง ก็เริ่มจากไปเป็นอาสาเก็บศพแล้วก็แอบเก็บของคนตายโหงกลับมาบ้าน แต่จะเห็นผีมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ  เพื่อนๆมหาวิทยาลัยที่เรียนมาด้วยกันหรือแม้แต่เพื่อนที่มูลนิธิพยายามเตือนก็ไม่ฟัง เริ่มถลำตัวเองลงไปลึกอีกเรื่อยๆ  และกลายเป็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนอกจากมันไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดแล้ว แต่มันกลับส่งผลต่อทุกชีวิตที่อยู่รอบตัวเขาแทน" ลองเล่าถึงมิติความหลอนของ The Eyes Diary หน่อยครับ "อันแรกก็คือในส่วนของผีในภาพยนตร์เรื่อง The Eyes Diary คือมีผีเยอะมากๆ แล้วผีทุกตัวก็จะมีเรื่องราว จะไม่ใช่แค่โผล่ออกมาหลอกแฮ่แล้วจบ ซึ่งผีแต่ละตัวจะถูกออกแบบมาให้มีสภาพที่แตกต่างกัน ซึ่งอันนี้ต้องยกนิ้วให้พี่ทีมเอฟเฟกต์ค่ะ เก่งมากจริงๆ คือแต่งออกมาได้เหมือนมาก น่ากลัวมากๆ แล้วก็สถานที่และบรรยากาศในการถ่ายทำด้วยความที่เป็นหนังผี ความโหดร้ายจะอยู่ตรงสถานที่ และที่ฟังมาสถานที่ถ่ายทำทุกที่คือเป็นสถานที่ที่ร้างจริงๆ โรงพยาบาลร้างที่สร้างไม่เสร็จแล้วทุกอย่างมันก็คือยังไม่สมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นบันได รูลิฟท์ แล้วยังมีพวกท่อที่สามารถเดินตกลงไปได้เลย แล้วตอนที่ถ่ายเป็นกลางคืนด้วย ต้องมีคนคอยส่องไฟฉายให้ตลอดเวลา เพราะถ้าพลาดนิดหนึ่งนี่คือตกลงมาข้างล่างเลยนะ เพราะเราถ่ายกันอยู่ที่ชั้น 3-4 ตกลงมาก็มีขาหักได้ค่ะ ส่วนบ้านร้างก็คือร้างจริงๆ แอบน่ากลัว คือสถานที่โหด จริงๆ ไม่ได้กลัวนะคะ อาจเป็นเพราะว่าเราชอบอะไรแนวนี้อยู่แล้วด้วย แต่ถ้าให้ไปถ่ายคนเดียวคงไม่กล้า เพราะมันร้างจริงๆ แต่บ้านสวยนะ ถ้าไม่ร้างจะดีมาก" ทราบมาว่าในการถ่ายทำหนังผีเรื่องนี้ มีอุปสรรคพอสมควร จริงหรือเปล่าครับ? "อุปสรรคในเรื่องนี้ที่จริงมีเยอะมากค่ะ อย่างแรกเลยเราถ่ายช่วงที่มีฝนตก(พายุฤดูร้อน) แล้วยุงเยอะมาก เหมือนเป็นแหล่งชุกชุมของยุง คนที่แต่งเอฟเฟกต์ก็ร้อนเห็นแล้วสงสารเลย ที่เห็นว่าออกมาน่ากลัวขนาดนี้จริงๆ แล้วเขาทนร้อน ทนยุง ทนเหงื่อ แบบทุ่มทุนกันสุดๆ ฝุ่นเยอะด้วยค่ะทั้งกัสทั้งพี่มะเดี่ยวก็แพ้ฝุ่นคันตามตัว และด้วยอากาศแบบฝนๆ ร้อนๆ สถานที่ก็มีฝุ่นเยอะพี่มะเดี่ยวถึงขั้นป่วยเข้าโรงพยาบาล แต่ด้วย สปีริทของผู้กำกับเขาก็กำกับผ่านเฟสไทม์ค่ะ แต่นักแสดงเรื่องนี้ก็ทุ่มเทกันสุดๆนะ อย่างกัสนี่แพ้ฝุ่นและเป็นตากุ้งยิงด้วย พักผ่อนน้อย ส่วนแจ๊คก็คอเคล็ดเพราะต้องแสดงฉากแอคชั่น น่าสงสารนะ กัสเข้าใจเวลาคอเคล็ดมันก็จะหันลำบาก พอแจ๊คต้องมาเข้าฉากมันก็ลำบากเวลาหันมาคุยกันก็ต้องหันทั้งตัว และยังมีพี่ปั้นจั่นอีก คนนี้เหนื่อยหน่อยเพราะระหว่างที่เขาถ่ายหนัง ก็มีถ่ายละครด้วย เขาจะต้องบินไปบินกลับ เหนื่อยสุดๆ แล้วเขาก็ปวดไหล่ด้วย นี่แหละค่ะอายุก็ไม่ใช่น้อยๆ กระดูกไม่แข็งแรง (หัวเราะ)ที่จริงในเรื่องนี้เราเล่นจริงกันหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นโดนผีกระชากขาบ้าง ก็เล่นเองหมดเลย ก็เป็นคนชอบอะไรแบบนี้อยู่แล้วด้วย สนุกดีค่ะ ก็เป็นประสบการณ์แบบใหม่ดี เคยเล่นหนังผีมาก่อนนะ แต่มันคนละแนวกันเลย" มีการใช้เทคนิคใหม่ๆ และมุมกล้องทางด้านภาพ มาช่วยเพิ่มระดับดีกรีความหลอนอีกด้วย เล่าให้ฟังหน่อยครับ? "หนังเรื่องนี้มีเทคนิคการถ่ายทำเยอะมาก ไม่ใช่แค่วางกล้องแล้วจบนะคะ เพราะเรามีถ่ายบน Drone เหมือนเอากล้องไปติดไว้กับเครื่องบินบังคับ ก็ถ่ายกันทั้งมุมเบิร์ดอายวิว (มุมกล้องทางอากาศ) ไหนยังมี สเตดิแคมที่แทนสายตาคนดู (ผกก.ภาพแบกกล้องติดกับตัว เดินหรือวิ่งเข้าไปถ่ายใกล้ชิดกับตัวละคร) เวลาถ่ายออกมามันจะทำให้คนดูมีอารมณ์ร่วมไปกับหนังมากขึ้น และด้วยความที่เป็นหนังผี ถ้าภาพมันเหมือนกับการที่เราได้มีส่วนเข้าไปอยู่ในหนังด้วย เห็นเหตุการณ์ไปพร้อมๆ กับตัวละครนั้นด้วย มันก็จะเพิ่มดีกรีความหลอน ความสยองยิ่งขึ้นค่ะ" พูดถึงการทำงานร่วมกับผู้กำกับภาพยนตร์ที่ชื่อ มะเดี่ยว หน่อยครับ? "พี่มะเดี่ยวเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดของหนังมากๆ ทุกอย่างเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเฟรมภาพ แสงต้องได้แบบนี้นะ นักแสดงต้องเล่นได้ขนาดนี้ พี่เขาจะเป็นคนที่เป๊ะมากๆ เป๊ะจริงๆ แต่ละฉากนี้สังเกตได้เลยว่าทุกคนจะโดนเหมือนกันหมดคือพี่มะเดี่ยวจะบอกว่าดีๆ ขออีกทีเผื่อไว้ เขาจะบอกว่าแบบนี้ดีแล้ว แต่อยากให้ดีมากกว่านี้ ขออีกทีหนึ่ง เผื่อเก็บไว้ คือในเรื่องนี้เราต้องเล่นกันจริง ไม่ว่าจะโดนผีกระชากขา แต่งเอฟเฟกต์ที่ขา เจอผีก็ต้องกรี๊ด พี่มะเดี่ยวเขาจะมีสูตรว่าเวลาเจอผีต้องแบบนี้นะ ก่อนจะกรี๊ดต้องตกใจแบบนี้ พี่มะเดี่ยวก็จะเข้ามาสอนทุกๆ ฉากที่สำคัญ อย่างฉากเจอผีพี่เขาจะมาเล่นให้ดู มาคอยบอก คอยสอน กัสก็จะเก็บมาแล้วทำตาม เพราะบางครั้งเราคิดไม่ออกว่าจะต้องขนาดไหน ดีค่ะ เป็นประสบการณ์ที่ดีถือว่าได้ทำงานร่วมกับผู้กำกับมือทอง พี่มะเดี่ยวนอกจากจะเป็นผู้กำกับแล้ว ยังเหมือนเป็นแอคติ้งโค้ชให้ด้วยค่ะ ก็จะคอยมาบอกว่ามันเล่นแบบนี้นะ อยากให้มันเป็นแบบนี้ เขาก็จะมาคอยบอก คอยสอน   แล้วในแง่ความทุ่มเท อย่างตอนที่พี่มะเดี่ยวป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ มากองไม่ได้ แต่ก็หยุดกองไม่ได้ เพราะคิวจะรวน ก็ต้องกำกับผ่านเฟสไทม์กัน คือทุกคนในกองไม่เคยเจอเรื่องอย่างนี้เลย ขนาดกำกับทางไกล พี่มะเดี่ยวก็ยังละเอียด สรุปพี่เขาก็นอนเช้าพร้อมพวกเราที่กองนั่นแหละ แค่ว่า อยู่คนละที่  ไม่รวมว่า พี่เขาก็จะเล่นเป็นเล่น ทำงานเป็นทำงาน จริงจังมาก ตอนเล่น พี่เขาจะฮามาก แต่พอทำงานจะดุ เป็นคนละคน กัสกับพี่ปั้นจั่นก็จะติดเล่นนิดนึง ก็โดนดุบ้าง" (หัวเราะ) พูดถึงเพื่อนนักแสดงที่ร่วมงานบ้าง ทำงานกับปั้นจั่นเป็นอย่างไรบ้างครับ ต้องถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกการเป็นคู่ที่รักกัน? "ในตัวบทเองมีอะไรให้เล่นเยอะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นของพี่ปั้นจั่นหรือของโฟกัสเองก็จะมีหลายมุมค่ะในเรื่องนี้ แบ๊ว ดราม่า รักโรแมนติก มีครบหมดเลยค่ะในเรื่องนี้ ได้เล่นหมดเลย ได้เจอผีด้วย ก็ดีค่ะถือเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ดี อย่างในเรื่องพี่ปั้นจั่นจะรับบทเป็นน็อต ซึ่งเป็นแฟนกับปลา เราอยู่บ้านเช่าหลังเดียวกัน การเป็นแฟนกันก็จะมีมุมหวานแหวว กุ๊กกิ๊ก งุ๊งงิ๊งกัน และก็ต้องมีทะเลาะกันด้วย ก็จะได้เห็นหลายมุมหน่อย ทำงานกับพี่ปั้นจั่นเหมือนเราคุยกันค่ะ อย่างฉากหวานจะหวานยังไง หวานขนาดไหน คนดูจะเชื่อรึเปล่าว่าเราเป็นแฟนกัน เราก็จะปรึกษากันตลอด ในมุมทะเลาะพี่เขาก็จะเสนอไอเดียให้ตบจริง กัสก็เกรงใจเขา แต่เขาก็ยังยืนยัน ตอนแรกๆก็ไม่กล้าตบเพราะไม่เคยตบใคร เลยตบเบาๆ พี่ปั้นก็บอกแรงๆ เลย ไม่เจ็บหรอก ตัวเล็กๆแบบนี้จะแรงเยอะขนาดไหนเชียว กัสก็เลยตบจริงๆ คือฉากนั้นเงียบทั้งกอง เพราะกัสตบแรงมาก ขึ้นรอยแดงเลยแหละ พี่ปั้นบอกเจ็บยิ่งกว่าเข้าฉากเตะต่อยเวลาไปถ่ายละครแอ็คชั่นอีกง กัสก็ว่าฟาดไม่หนักนะ (หัวเราะ) ถ้าถามว่าหนักใจอะไรมั้ย ก็คงหนักใจตอนที่รู้อายุพี่ปั้นจั่นมากกว่าค่ะ(หัวเราะ) เพราะว่าพี่เขาอายุ27แล้ว ส่วนคนอื่นๆก็จะอยู่ในช่วงมหาวิทยาลัยกันอยู่เลย ตอนที่ยังไม่เจอกันก็คิดนะว่าพี่เขาจะเล่นกับเรารึเปล่า เขาจะเป็นคนยังไง เพราะไม่เคยเจอกันเลย แต่พอมาเจอจริงๆ พี่เขาน่าเฮฮา ขี้เล่นดีค่ะ ก็สบายใจ แต่ไอ้ความขี้เล่นทำให้เวลาอยู่ในกองส่วนใหญ่เราจะเล่นกัน ทำให้เวลาเข้าฉากที่ต้องทำอารมณ์มากๆ กัสจะมีปัญหาหลุดขำ ยิ่งเวลาที่เขามองหน้าเราเมื่อไหร่ ก็จะเริ่มขำ ส่วนพี่ปั้นจั่นเขาจะไม่ค่อยมีปัญหา เขาจะทำเข้มๆตามบทไป แต่ชีวิตจริงเขาไม่ได้เข้มเหมือนพระเอกในเรื่องนะคะ พี่ปั้นจั่นเป็นคนที่ตั้งใจทำงานมาก อย่างซีนอารมณ์เขาก็จะเต็มที่ไม่ว่าจะกี่เทคและเต็มที่กับทุกๆเทคด้วย" เม้าส์ถึงเพื่อนๆ ในกองถ่ายหน่อยครับ มีอะไรสนุกๆบ้าง? "เริ่มจากแจ๊ค (Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ ,เกรียนฟิคชั่น) ก่อนเลยค่ะ แจ๊คก็จะเป็นคนตั้งใจทำงาน เขาจะเป็นคนที่เตรียมตัวมาดีมากๆ อ่านบทท่องบทมาเป๊ะมากๆ แต่แจ๊คก็ชอบมาพูดบทข้างๆนะ อยู่ดีๆ เดินมานั่งแล้วพูดบทขึ้น กัสก็ห๊ะ..อะไรนะ..? แจ๊คก็จะอ่อ..เปล่า ท่องบทอยู่จะให้กัสต่อบทด้วย (หัวเราะ) ตอนแรกเลยแจ๊คเขาจะไม่ค่อยกล้าเข้ามาเล่นกับกัสนะ ไม่รู้ว่ากลัวหรืออะไร เหมือนยังเกร็งๆ ไม่กล้าทัก แต่พอมาหลังๆเริ่มสนิทกัน แต่ก็ยังไม่ค่อยกล้าแกล้งกัสอยู่ดี เพราะกัสเป็นมือแกล้งในกอง (หัวเราะ) ส่วนเมโกะ (ตั้งวง,Mary is Happy,Mary is Happy) ก็จริงๆ ไม่ค่อยได้เข้าฉากด้วยกันนะ ไม่มีบทสนทนากันเลยในเรื่อง แต่ด้วยความที่เราเป็นวัยใกล้ๆ กัน ร่วมงานกันครั้งแรกก็ดีนะ มีเล่นกันบ้าง เอาเป็นว่าเราจะไม่กัดผู้หญิงด้วยกันค่ะ (หัวเราะ) คนสุดท้ายพี่ปั้นจั่น คนนี้เขาจะพยายามแอ๊บเด็กตลอดเวลา ก็ชอบมาเล่นมาแกล้งน้องๆ ก็ทำให้บรรยากาศในกองสนุกสนานดีค่ะ ขอเม้าส์อีกหน่อยว่าพี่ปั้นจั่นเป็นคนที่กลัวผีมากๆ บางครั้งไม่มีคิวถ่ายแต่ถ้าต้องอยู่ห้องคนเดียวก็จะแบบเดี๋ยวไปให้กำลังใจเพื่อนดีกว่า แต่เอาลึกๆ แล้วคือกลัวมากกว่าอยากมาให้กำลังใจ ไม่กล้าอยู่คนเดียว" ถ่ายหนังผี เล่นหนังผี แบบนี้ มีการเจออะไรแปลกๆ หลอนๆ ในกองบ้างรึเปล่าครับ? "มันก็มีแหละคะ ด้วยความเป็นหนังผีนะ ส่วนใหญ่เราถ่ายทำกลางคืน และสถานที่ถ่ายทำมันก็คือสถานที่จริง อย่างแจ๊คก็เจอรอยนิ้วมือตรงท้อง รอยข่วนตรงคางซึ่งเราก็พิสูจน์ไม่ได้ น่ากลัวดีค่ะ เมโกะด้วยนะ เห็นน้องเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูดอะไรเลยนี้เท่าไหร่ แต่พอถามปุ๊บก็จะค่อยๆ หลุดออกมาทีละนิดๆ ว่าเห็นเหมือนกัน ส่วนพี่ปั้นจั่นขานี้เขาไม่ค่อยเจออะไรค่ะ เพราะแขวนพระตลอดเวลา ด้วยความเป็นคนที่กลัวผีสุดฤทธิ์ แค่พูดว่าพี่ปั้นระวังนะ บ่นใหญ่เลย" แล้วโฟกัสล่ะ ได้เจออะไรแปลกๆ หลอนๆ บ้างรึเปล่าครับ? "ก็รู้สึกเหมือนมีอะไร ทั้งที่โรงแรมด้วย และที่กองด้วย แค่รู้สึกแต่เป็นคนไม่มีเซนส์ ในกองมันจะมีฉากที่ทีมงานทั้งหมดต้องออกไปอยู่ข้างนอกบ้าน และกัสต้องวิ่งออกจากบ้านไปข้างนอก ซึ่งในบ้านก็ไม่มีทีมงานอยู่เลย มืดมาก ไฟก็ถูกขนออกไปหมดแล้ว กัสอยู่ในบ้านคนเดียว ตอนที่เดินมาหน้าประตูก็รู้สึกเหมือนมีคนมองมาจากด้านหลังตลอดเวลา ตอนแรกก็คิดว่าคิดไปเอง ไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง แต่พอเมโกะมาเล่าว่าเห็นคนแก่หัวล้านอยู่ในบ้าน แล้วพี่ทีมงานก็มาบอกอีกว่าเห็นเหมือนเมโกะเลย ก็เลยรู้สึกว่าน่าจะมีแหละ เพราะตัวเองก็รู้สึกเหมือนมีใครมองมาจากด้านหลังเหมือนกัน แต่ไม่คิดว่าจะเจอไง รู้สึกโฟกัสจะมีเจอที่ห้องที่โรงแรมด้วยนะ เห็นเป็นเงาดำๆ ตอนแรกนึกว่าแม่ แต่ก็ไม่ใช่ แต่เขาก็ไม่ได้มากวนอะไร" มีอะไรให้อึ้ง ทึ่งกับการทำงานในภาพยนตร์เรื่อง The Eyes Diary ไหมครับ? "นอกจากตัวหนังแล้ว โฟกัสรู้สึกอึ้งทึ่งพี่ทีมงานและนักแสดงทุกคนมากกว่า เพราะหนังที่เราถ่ายทำกันอยู่มันเป็นหนังผี เวลาถ่ายก็ต้องถ่ายถึงเช้าแทบทุกวันเลย ด้วยพี่ๆทีมงานเองที่อดหลับอดนอนกันเพื่อหนังเรื่องนี้ การทำงานเรื่องนี้ถือว่าโหด เพราะมันเป็นการทำงานที่อดหลับอดนอนติดต่อกันหลายวันสัก4วันได้แล้วที่นอนเช้ากัน นับถือทีมงานและนักแสดงทุกคนจริงๆว่าสุดยอด โดยไม่มีใครบ่นค่ะว่าต้องนอนเช้า ทุกคนก็จะเต็มที่กับงานหมด ถ้าถามว่าโฟกัสรักตัวละครตัวนี้มั๊ย ก็รักค่ะ เพราะในเรื่องปลาเองก็มีจุดมุ่งหมายของเขาเหมือนกันคล้ายกับน็อตที่เขาก็มีจุดมุ่งหมายของเขา การดำเนินเรื่องทุกคนมันมีจุดมุ่งหมายว่าทำไม เพราะอะไร ดูมีมิติดีค่ะ น่าสนใจ" สำหรับโฟกัสแล้ว มีซีนไหนที่ยากโหดหินมากๆในการทำงานภาพยนตร์เรื่องนี้ไหมครับ? "ซีนที่ยากที่สุดและรู้สึกว่าไม่ชอบที่สุด และซีนที่โหดที่สุด ก็คงเป็นซีนที่มีอุบัติเหตุบนถนน ก็จะต้องปิดถนนกันค่ะไกลมากเลย แล้วก็มีอุบัติเหตุกัน มันก็จะต้องมีเอฟเฟกต์ใช่มั๊ยค่ะ มันก็จะมีเลือด แล้วเลือดมันเหนียวมาก แล้วหนูเป็นคนที่ไม่ชอบอะไรเหนอะหนะ แล้วนี่ต้องเหนอะไปนอนกลางถนน ตอนนอนอยู่ก็คิด ว่าอยากผ่านซีนนี้ไปเร็วๆซึ่งจริงๆ ซีนนี้เป็นซีนที่ใช้เวลาถ่ายไม่ได้นานสักเท่าไร ใช้เวลาสักชั่วโมง แต่ว่ายากจริงเพราะว่ามันใช้ Drone ถ่าย(กล้องติดอุปกรณ์คล้ายๆวิทยุบังคับลอยบนท้องฟ้า) แล้วก็เป็นซีนอารมณ์นิดๆ ด้วย ยาก เหนียวด้วย แต่ก็ได้กลับไปอาบน้ำนะคะ แล้วก็กลับมาถ่ายใหม่ ตอนตี4ยังนอนอยู่กลางถนนแล้วก็กลับไปอาบน้ำ แล้วกลับมาถ่ายใหม่ตอนตี 5" ติดตามบทบาทของสาวโฟกัส ที่จะมาชวนคุณไปเห็นสิ่งที่ทุกคนกลัว! ไปกับ The Eyes Diary คนเห็นผี ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ The Eyes Diary ได้ที่นี่ --------------------------------

ลูกดารา ฉายแววตามรอยพ่อแม่
อ้อม พิยดา /  พอลล่า เทเลอร์ / 

ต๊าย...ตาย ไอ้ที่เขาว่ากันว่า ลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น สงสัยว่าจะจริงซะแล้วละค้า...ก็แหมๆๆ ดูบรรดาทายาทคนบันเทิงสมัยนี้สิคะ หน้าตาน่ารัก สวยหล่อ ได้พ่อได้แม่มาทั้งน้านนน...แถมเรื่องความสามารถก็ฉายแววซุป’ตาร์กันมาตั้งแต่แบเบาะเลยทีเดียว พอเริ่มโตขึ้นหน่อยก็ชิมลางงานในวงการบันเทิงได้อย่างไม่เคอะไม่เขิน ทั้งถ่ายแบบ เดินแบบ พรีเซ็นเตอร์ เล่นละคร บลาๆๆ ทำได้สารพัดสมเป็นลูกคนดัง เอ้า!!! ลองไปเบิ่งกันหน่อยซิว่ามีลูกเต้าเหล่าใครกันบ้าง น้องนาวา น้องนาวา หนูน้อย นาวา ลูกสาวสุดที่เลิฟของ แม่อ้อม พิยดา และ พ่ออาร์ต ศรา ยิ่งโตก็ยิ่งหน้ารัก ใครเห็นเป็นต้องหลง เรียกว่าสาวน้อยคนนี้มีพัฒนาการไวอย่างเห็นได้ชัด ออร่าความน่ารักก็จับใช่ย่อย งานนี้คุณพ่อคุณแม่คงตั้งใจปั้นมาอย่างดี น้องนาวาถึงได้ออกมาน่ารักครบสูตร พร้อมเจิดจรัสขึ้นแท่นเป็น ซุป'ตาร์ตามคุณแม่ค้าาา... น้องไลลา น้องไลลา เป็นอีกหนึ่งเด็กน้อยที่เชื้อไม่ทิ้งแถว สำหรับ น้องไลลา ลูกสาวตัวน้อยๆ ของคุณแม่ยังสาว พอลล่า เทเลอร์ ที่บอกว่าเชื้อไม่ทิ้งแถวเนี่ย เพราะหนูไลลาเธอน่ารักถอดแบบคุณแม่มาอย่างกับโคลนนิ่ง ส่วนเรื่องความสามารถไม่ต้องพูดถึง พอลล่าน้อยตัวจิ๋วชิมลางงานในวงการบันเทิงแบบถี่ยิบ ทั้งถ่ายโฆษณา เดินแบบ ถ่ายแบบ ทำได้สบายมาก อ๊ะๆๆ อนาคตคงได้สืบทอดงานในวงการแทนคุณแม่แน่นอน เจ้านาย เจ้าขุน เจ้าสมุทร เจ้านาย เจ้าขุน เจ้าสมุทร ไม่พูดถึงไม่ได้แล้ว สำหรับสามหนุ่มหล่อวัยละอ่อนอย่าง เจ้านาย, เจ้าขุน, เจ้าสมุทร ลูกชายหัวแก้วหัวแหวานของ เจ เจตริน และคุณแม่สวยไม่สร่าง ปิ่น เก็จมณี จุดนี้ไม่มีอะไรมาก แค่จะบอกว่าเด็กอะไรไม่รู้ยิ่งโตยิ่งหล่อ แว่วว่าลูกชายบ้านนี้เป็นที่หมายของสาวๆ ไปทั่วบ้านทั่วเมือง แหม...ก็อย่างว่าล่ะนะ เกิดมาหน้าตาดี ใครๆ ก็อยากงาบ เอ้ย!!! อยากรู้จัก อยากจับจองกันทั้งนั้น หุหุ น้องโสน น้องโสน เผลอแป๊บเดียวโตขึ้นเป็นกอง สำหรับ น้องโสน สิสราญ ลูกสาวสุดที่รักของ มอส ปฏิภาณ รายนี้ยิ่งโตก็ยิ่งรู้งาน พาโชว์ตัวที่ไหนคุณเธอไม่มีอาการงอแง กวนใจพ่อแม่ให้งานเสีย แถมเจอกล้องยังยิ้มสู้ตลอด ไอหยะ!!! คำว่าซุปตาร์ฝังอยู่ในสายเลือดจริงๆ นะเนี่ย อิอิ น้องโปรด น้องโปรด หนุ่มน้อยคนนี้ก็ใช่ย่อย สำหรับ น้องโปรด อัษศดิณย์ ลูกชายสุดที่เลิฟของ พ่อป๊อป นิธิ และ แม่เป้ย ปานวาด เรียกว่าปั้นให้หน้าตาถอดกันมาแบบเป๊ะเว่อร์ แก้มยุ้ย ตาโต ปากกระจับ ฉายแววพระเอกตั้งแต่เล็กๆ เลยทีเดียว แถมยังฮอตแข่งกับแม่ซะด้วย เพราะมียอดฟอลโล่ในไอจีที่คุณแม่สร้างให้เหยียบหลักแสน อุ๊ตะ!!! เยอะกว่าดาราบ้างคนซะอีกนะเนี่ย คิกๆๆ น้องณดา น้องณดา เด็กอาร๊ายยย...น่ารักน่าชั่งจริงๆ เชียว สำหรับ น้องณดา ปุณณดา ลูกสาวคนสวยของนางเอกตัวแม่ กบ สุวนันท์ กับคุณพ่อสุดหล่อ บรู๊ค ดนุพร พูดลยว่าเป็นซุปตาร์ตัวจิ๋วที่น่าจับตามอง เพราะยิ่งโตออร่าก็ยิ่งเปล่ง คอนเฟิร์มเลยว่าอนาคตคงจะได้เห็นหนูน้อยณดาขึ้นแท่นเป็นนางเอกแถวหน้าแทนแม่กบแน่ๆ ก็ขนาดตัวแค่นี้ยังฉายแววซุปตาร์ให้เห็นแล้วเลย หุหุ น้องณัชชา น้องณัชชา เป็นหนูน้อยอัจฉริยะไปแล้ว สำหรับ น้องณัชชา ลูกสาวคนเก่งของ พ่อบ๊อบ ณัฐธีย์ หลายคนคงติดหูติดตาและติดปากกันดีผ่านรายการ เอเชียคอนเน็ค ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อเด็กอะไรเก่งเกินตัวจริงๆ และเพราะความเก่งเกินร้อยของหนูน้อยนั่นแหละ ที่โดดเด่นจนกลายเป็นที่พูดถึงในโลกโซเชียลอย่างล้นหลาม ชมบ้าง ติบ้าง จนเด็กงง เอ้า!!! ดูปากณัชชาชัดๆ นะคะ ว่าหนูไม่ได้ดัดจริตแต่มันเป็นฟิลลิ่งค้าาา...อย่าคิดมาก

โฉมแรก Terminator: Genisys พระนาง และ หุ่นยนต์ บนปกนิตยสารใหม่
Arnold /  Avatar / 

ปล่อยออกมาแล้ว สำหรับโฉมแรกของหนังคนเหล็กภาคใหม่ ที่คราวนี้จะมาในกึ่งของรูปแบบ รีบู๊ต สำหรับ Terminator: Genisys ที่เปลี่ยนพระเอก นางเอก ยกเครื่อง จะมีเหลืออยู่คงจะเห็นแต่ป๋า อาร์โนลด์ แต่คราวนี้เขาไม่ได้มาขึ้นปกด้วย โดยปกนิตยสารดังกล่าวเป็นของ Entertainment Weekly ที่ได้เผยโฉมแรกของหนังเรื่องนี้ โดยปล่อยปกออกมา 2 แบบด้วยกัน แบบแรกคือภาพของ เจสัน คลาร์ก จาก Dawn of the Planet of the Apes และ แม็ธ สมิธ จาก Doctor Who ในบท จอห์น คอนเนอร์ และ คู่หู ส่วนอีกปกนึงเป็นด้านของนางเอกสาว เอมิเลียร์ คลาร์ก จาก Game of Thrones และ ไจ คอร์ทนี่ย์ จาก A Good Day to Die Hard ในบท ซาร่าห์ คอนเนอร์ และ ไคลย์ รีส ครับ โดยภาคนี้จะเป็นการย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้น เมื่อ จอห์น คอนเนอร์ ต้องส่ง ไคลย์ รีส กลับมาเพื่อ ปกป้อง ซาร่าห์ คอนเนอร์ จากการที่เขาจะถูกฆ่าตั้งแต่วัยเด็ก โดยหุ่นสังหาร นั่นเอง แต่เรื่องราวแน่นอนตามแบบฉบับกึ่งรีบู๊ต ก็จะมีใส่ไข่ แต่งกลิ่นกันให้มันส์ขนาดที่ อาร์โนลด์ อ่านบทแล้วยังต้องขอกลับมาเล่นเลยเสียด้วย หนังกำกับโดย อลัน เทย์เลอร์ จาก Thor: The Dark World มีกำหนดฉาย กรกฏาคม 2015 ครับ **อัพเดทภาพใหม่ๆจากหนัง**

สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล นำท่านสู่ประสบการณ์พิเศษ เฟ้นหา ‘Gentoo Penguin Ambassador’ ต้อนรับการมา “เจนทูเพนกวิน”
สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล /  อุทยานสัตว์น้ำ / 

ใกล้เทศกาลส่งท้ายปีเก่า เข้าปีใหม่กันไปทุกที สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล อุทยานสัตว์น้ำมาตรฐานระดับโลก ใจกลางกรุงเทพมหานคร ก็ไม่พลาดที่จะร่วมนับถอยหลังกับปรากฎการณ์ความพิเศษล่าสุด ที่คนไทยจะได้ยลโฉม เจ้า “เจนทูเพนกวิน” เป็นครั้งแรก ที่แรก และที่เดียวในประเทศไทย ณ สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล แห่งนี้เท่านั้น... สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล นำท่านสู่ประสบการณ์พิเศษ เฟ้นหา ‘Gentoo Penguin Ambassador’ ต้อนรับการมา “เจนทูเพนกวิน” เจ้าเพนกวินสายพันธุ์ใหม่ล่าสุดนี้มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล มาจาก บิลลุนด์ ประเทศเดนมาร์ก นำความสดใสร่าเริง อยากรู้อยากเห็น และท่าเดินอันเป็นเอกลักษณ์มาให้พบกันเร็วๆ นี้ โดย สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล ก็ไม่ปล่อยให้การรอคอยเสียเปล่า จัดกิจกรรมพิเศษสุด นำโดยคู่ขวัญรุ่นจิ๋วอย่าง น้องแม็ค ด.ช. ณัฐพัชร์ นิมจิรวัฒน์ และ น้องอันดา ด.ญ. กุลฑีรา ยอดช่าง ที่จะมาปรากฎตัวในฐานะ “Gentoo Penguin Ambassador” และเชิญชวนเข้าร่วมกิจกรรม “Gentoo Penguin Ambassador Search” ชักชวนแฟนๆ รุ่นจิ๋วร่วมนับถอยหลัง สู่ประสบการณ์พิเศษส่งท้ายปีไปพร้อมๆกัน น้องแม็ค และ น้องอันดา คุณนพดล ประพิมพ์พันธ์ ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจกรุงเทพ บริษัท เมอร์ลิน เอ็นเตอร์เทนเมนท์ กรุ๊ป กล่าวถึงกิจกรรมการเตรียมความพร้อมในครั้งนี้ว่า “ที่ สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล ให้ความสำคัญกับการมอบประสบการณ์ การเรียนรู้ ที่สร้างทั้งความสุขควบคู่กับสนับสนุนการเรียนรู้นอกห้องเรียนของเด็กๆ มาโดยตลอด ซึ่งนับเป็นโอกาสอันดี ที่จะได้ต้อนรับการมาของ ‘เจนทูเพนกวิน’ เป็นครั้งแรก เราจึงตั้งใจเตรียมความพร้อมเพื่อให้เป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุด สำหรับแฟนๆของ สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล ทุกคน โดยเราได้ส่งเจ้าหน้าที่ดูแลสัตว์น้ำไปศึกษาเรื่องการเลี้ยงและดูแลเพนกวิน สายพันธุ์นี้อย่างจริงจัง ณ ประเทศออสเตรเลียเป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือน ยิ่งกว่านั้นยังมีกิจกรรมสุดพิเศษอีกหนึ่งอย่าง เพื่อเปิดโอกาสให้แฟนๆรุ่นจิ๋วได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างเต็มรูปแบบ กับกิจกรรม “Gentoo Penguin Ambassador Search” ที่เชิญชวนให้แฟนๆวัยเยาว์เข้าร่วมประกวด ซึ่งผู้ที่ได้รับคัดเลือกจะเป็นคู่แรกที่ได้สัมผัสประสบการณ์การต้อนรับ เจนทูเพนกวินอย่างใกล้ชิดที่สุด ผมจึงอยากให้เด็กๆมาร่วมกิจกรรมกันเยอะๆ ความประทับใจแบบนี้มีครั้งเดียวในชีวิตครับ” ด้าน น้องแม็ค ด.ช. ณัฐพัชร์ นิมจิรวัฒน์ และ น้องอันดา ด.ญ. กุลฑีรา ยอดช่าง ช่วยกันเล่าถึงความรู้สึก ที่มีโอกาสได้เป็น ตัวแทนกิจกรรม “Gentoo Penguin Ambassador Search” ว่า “แม็คตื่นเต้นดีใจมากครับ เพิ่งมีโอกาส ได้ร่วมงานกับ สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล ครั้งแรก ก็โชคดีที่จะได้เป็นหนึ่งในเด็กกลุ่มแรกที่ได้ต้อนรับ ‘เจนทูเพนกวิน’ อย่างใกล้ชิด ก่อนใครเพื่อนเลย รู้สึกดีใจแทนเพื่อนๆคนอื่นด้วยครับ เพราะนอกจากทุกคนกำลังจะได้เจอกับเจ้าเพนกวินชนิดนี้ เป็นครั้ง แรก โดยที่ไม่ต้องเดินทางไปถึงต่างประเทศแล้ว เพื่อนๆยังจะได้เป็นหนึ่งในเด็กกลุ่มแรกร่วมกับแม็คและอันดา ในฐานะ ‘Gentoo Penguin Ambassador’ ที่จะได้ใกล้ชิดเจ้าเพนกวินก่อนใครเลยครับ” ส่วน น้องอันดา เล่าว่า “รู้สึกมีความสุขที่ได้กลับมา สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล อีกครั้งค่ะ ครั้งที่แล้วอันดามาก็ได้ ความรู้และประสบการณ์น่าประทับใจกลับบ้านไปมากมาย มาคราวนี้อันดาจะได้เป็นหนึ่งในเด็กกลุ่มแรกที่ได้ต้อนรับ เพื่อนเพนกวินตัวใหม่ อย่าง ‘เจนทูเพนกวิน’ แถมยังจะได้ร่วมเรียนรู้เกี่ยวกับถิ่นกำเนิด ลักษณะจำเพาะ ตลอดจนวิธีการดูแลเจ้าเพนกวินสายพันธุ์นี้ กับ สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล อย่างใกล้ชิดด้วย จึงอยากเชิญชวนเพื่อนๆ มาสมัครเป็น  Gentoo Penguin Ambassador กันเยอะๆนะคะ อันดากับแม็ครออยู่ค่ะ” สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล ขอเชิญเด็กชายและเด็กหญิง ที่มีอายุระหว่าง 6-10 ปี ร่วมสนุกกับ กิจกรรม Gentoo Penguin Ambassador Search กติกาง่ายๆ เพียงถ่ายคลิปวีดีโอความยาวไม่เกิน 5 นาที แนะนำตัวและเล่าถึง ความประทับใจส่วนตัวที่มีต่อเพนกวิน ส่งคลิปเข้ามาที่ https://www.facebook.com/SiamOceanWorld  ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2557 ทาง สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล จะทำการคัดเลือกเด็กชายและเด็กหญิง 1 คู่ เป็น Gentoo Penguin Ambassador ซึ่งจะได้รับ โอกาสต้อนรับการมาของเจนทูเพนกวิน เรียนรู้การดูแลเพนกวิน บัตรเข้าสยาม โอเชี่ยน เวิร์ลฟรี ตลอด 1 ปี และทุนการศึกษา มูลค่าทุนละ 10,000 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-658-0060 หรือ www.siamoceanworld.co.th)

เต้ยโคตรโศก!! สเตอร์ริดจ์ รับทำใจลำบาก ที่เอาแต่นั่งดูเพื่อนแข่ง
ลิเวอร์พูล /  สเตอร์ริดจ์ / 

แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ดาวยิงจอมฟ้อนรำของ ลิเวอร์พูล ยอมรับว่าปัจจุบันที่กำลังพักฟื้นรักษาอาการบาดเจ็บ เป็นอะไรที่โหดร้ายกับตัวเขามากๆ ที่เอาแต่นั่งเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆบนอัฒจันทร์ แถมยังไม่เคยลงซ้อมช่วงปรีซีซั่นแบบเต็มตัวหลังกลับมาจากศึก ฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล เลยด้วย ศูนย์หน้าวัย 25 ปี ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้กับ ลิเวอร์พูล เอ็คโค่ ว่า "สำหรับผมมันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากมากๆ" "ตั้งแต่ได้รับบาดเจ็บกับทีมชาติ อังกฤษ ครั้งแรก มันยากมากนะที่จะยอมรับได้ เพราะตอนนั้นผมอยากเล่น และทำทุกอย่างเพื่อผลักดันตัวเองให้กลับมาลงสนามได้อีกครั้ง ผมคิดถึงมัน และอยากกลับไปเล่นฟุตบอลอีกครั้ง การที่เอาแต่นั่งชมเพื่อบนอัธจรรย์ มันเป็นอะไรที่ลำบากใจมากๆ สำหรับผม" อดีตนักเตะสำรอง เชลซี ตบท้าย

ขนน้องสาว บอกความร้อนแรงของเธอได้นะ รู้ยัง
ขนน้องสาว /  ขนในที่ลับ / 

ขนน้องสาว บอกความร้อนแรงของเธอได้นะ รู้ยัง 1.ขนเส้นใหญ่แข็ง มักเอาแต่ใจตัวเอง บุคลิคค่อนข้างตรงไปตรงมา ถ้าขนออกแนวตรงๆเป็นแปรงให้ฟันธงเลยนะว่าหล่อน เข้าขั้นขวานผ่าซาก(หาได้ยาก)สาวหมู่นี้ดูๆไปก็จริงใจไม่น้อยอารมณ์พิศวาสออกจะรุนแรงและเปิดเผยพอควร ถ้าอวัยวะเพศสมบูรณ์ดีจะยิ่งดี 2. ขนน้องสาว หยาบกระด้างไม่ว่าจะดกหนาหรือบางชีวิตรักของเจ้าหล่อน เต็มไปด้วยอุปสรรค์ขวากหนามอาจโดนหลอกทำร้าย คนแล้วคนเล่าถ้าประกอบกับจิ๊มิลีบเล็ก แคบๆและไม่มีเนินจับลูบโดนแต่กระดูก ให้ฟันธงลงไปเลยว่าอาภัพรัก มักถูกหลอกฟันแล้วทิ้ง หาชายจริงใจด้วยยากยิ่งเวลาขึ้นขับแล้วแข็งกระด้าง หาความรัญจวญใจมิได้เลย ท่านให้เลี่ยงเสียจะดีกว่าประเภทนี้ มักเจ้าอารมณ์แสนงอนแบบรั้นๆไม่มีเหตุผล อาจโหดร้ายในบางคนแต่ถ้าอยู่บนอวัยวะที่สมบูรณ์ บวกความดีให้อีกกึ่งหนึ่ง 3.ขนเส้นเล็ก ถ้าเล็กแล้วแข็งแบบแปรงก็จะยังลำบาก อาภัพอยู่บ้าง จิตใจหล่อนหวั่นไหวไม่มั่นคงนัก แต่ไม่ดื้อรั้นเท่าสองข้อข้างบน ยังพอเอาอยู่ 4 ขนน้องสาว เล็กละเอียดนุ่ม ยิ่งถ้าดุเงางามหน่อยจะดีกว่า หัวอ่อนกว่าอารมณ์ไม่ร้อนนัก แบบนี้ค่อนข้างดีให้พิจารณาประกอบกับอวัยวะด้วยเหมือนกัน 5.นุ่มสลวย ดุจแพรไหม อันนี้หญิงจริง มักจะเกิดในสาวมีสกุลสักหน่อย ใครได้แบบนี้ทายว่าดีเอาใจเก่ง สร้างความสุขความเจริญให้คู่ครอง ยิ่งถ้าไปอยุ่บนอวัยวะที่สะอาด สมบูรณ์ยิ่งเพิ่มค่าขึ้นไปใหญ่  แต่ถ้าอวัยวะลีบเล็กไม่ส่งเสริมกัน ท่านให้ทอนความดีลงครึ่งหนึ่ง 6.ไร้ขน นารีใดไร้ ขนน้องสาว โดยธรรมชาติไม่ได้เกิดจากการโกนนะ ท่านว่าอาภัพนัก ขนแสดงถึงความสมบูรณ์และพลังในเรื่องลับ ถ้ามีดกหนามากเกินไปชีวิตก็จะยุ่งยากซับซ้อนมากหน่อยถ้าเบาบางมากเกินไปก็เสมือนไม่มีไรคอยรองรับ ปัญหาอุปสรรคจะมีปานกลาง แต่ถ้าไร้ขนปกคลุมเท่ากับว่าทุกอย่างวิ่งเข้าชนได้เต็มๆ ท่านว่าราคะของหล่อนจะร้อนแรง อาจแรงเกินไปจนเอาไม่อยู่ ถ้าอยู่ในสาวที่อวัยวะใหญ่โตจะยิ่ง มากตัญหาจนหยุดไม่อยู่ เก็บไม่มิดเลยที่เดียวแต่ในความคิดเห็นของ จขกท.ที่เคยเจอมา มันน่ารักดีนะโล้นนวลดีจัง แต่หล่อนก็ร้อนแรงแบบยั้งไม่อยู่จริงๆ สาวไร้ขนให้จัดไว้เป็นครู หายากมากและไม่เหมาะจะเป็นคู่ครอง บอกให้ไว้พอเป็นแนวทางนะหาได้บังคับให้ต้องเชื่อทั้งหมดเพราะคนเราจะดีชั่ว มันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่าง อวัยวะบางส่วนในกายอาจเอาไว้ประกอบการพิจารณาดู ขนน้องสาว และ ขนรักแร้ก็ได้(ถ้ามี) เพราะสองอย่างเหมือนกัน ดูแต่ลักษณะไม่รวมสีนะเพราะสีขนเป็นแค่ของปรุงแต่งไม่ใช่แก่นของอารมณ์ ที่มาเนื้อหาจาก av-group

ระทึก! โพสต์FBช่วยเด็กตกซอกหินลานหินแตก
ตกซอกหิน /  ติดซอกหิน / 

นักท่องเที่ยวโพสต์เฟซบุ๊ก นาทีชีวิตช่วยหนูน้อยตกซอกหินลานหินแตก บนภูหินร่องกล้า เตือนให้เดินตามลูกศร เพิ่มความระมัดระวังในช่วงหน้าฝน ในเฟซบุ๊กของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า มีผู้โพสต์รูปและข้อความ นาทีชีวิตช่วยเหลือหนูน้อย ที่ประสบอุบัติเหตุ ตกลงไปในซอกหินของลานหินแตก สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า โดยเจ้าของภาพใช้ชื่อในเฟซบุ๊กว่า Vongsaton Binthep ทั้งนี้ เจ้าของภาพได้เขียนข้อความว่า ได้พยายามให้ความช่วยเหลือหนูน้อย วัยประมาณ 3 ขวบ ที่พลัดตกลงไปในซอกหินที่แคบและมีความลึก แต่โชคดีที่มีรากไม้ขนาดใหญ่กั้นขวางอยู่ ทำให้ตัวของหนูน้อยค้างติดอยู่กับรากไม้จึงทำให้ไม่ตกลงไป ต่อมาก็สามารถช่วยเหลือหนูน้อยรายนี้ขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ เจ้าของเฟซบุ๊ก Vongsaton Binthep ยังได้โพสต์ภาพและข้อความเตือนอีกว่า การเดินบนลานหินแตก ควรเดินตามลูกศรและขากลับต้องเดินย้อนศรกลับมา (บางช่วงไม่มีศรชี้ขากลับ) นักท่องเที่ยวหลายคน หาทางกลับไม่เจอ หรือประมาทมักกระโดดข้ามร่องซึ่งอันตรายมาก ๆ และมีอุบัติเหตุถึงเสียชีวิตหลายคนแล้ว ถ้าสังเกตทุกช่วงข้ามจะมีสะพาน หรือมีลักษณะเป็นหินธรรมชาติรองรับ ไม่มีการกระโดดข้ามร่องเด็ดขาด ถ้ามาถูกทาง โดยเฉพาะในหน้าฝนยิ่งต้องระวัง

หนุ่มหึงโหดยิงสาวดับก่อนยิงตัวตายตาม2ศพ
ข่าววันนี้ /  ยิงกัน / 

หนุ่มใหญ่เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี วัย 40 หึงโหดยิงสาว 18 ดับ ก่อนยิงตัวตายตาม รวม 2 ศพ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งมีเหตุยิงกันและมีผู้เสียชีวิตที่หน้าบ้านเลขที่ 97/2 หมู่ 10 ริมถนนสายเดิมบาง-บ้านทึง ต.นางบวช อ.เดิมบางนางบวช จึงรุดไปตรวจสอบ พบศพ นายแมน เหมือนแก้ว อายุ 40 ปี  มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนลูกซอง นอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่หน้าบ้าน ใกล้กันพบอาวุธปืนลูกซองตกอยู่ ขณะเดียวกันยังพบว่าที่บ้านเลขที่ 120 หมู่ 10 ต.นางบวช ที่อยู่ใกล้เคียงกันมีคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 รายคือ น.ส.สุกัญญา ด้วงนิยม อายุ 18 ปี ที่อาชีพเป็นพนักงานให้บริการผู้โดยสารบนรถโดยสารปรับอากาศสายเดิมบางนางบวช-กรุงเทพมหานคร มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนขนาดเดียวกันเข้าเต็มใบหน้า ญาติได้ช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลเดิมบางนางบวชไปก่อนหน้าแล้ว แต่ น.ส.สุกัญญา ได้เสียชีวิตหลังถูกนำส่งโรงพยาบาล สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่ น.ส.สุกัญญา กำลังนอนพักผ่อนอยู่ในบ้าน นายแมน ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุและได้มาหลงรัก น.ส.สุกัญญา ได้เดินเข้ามาขอพูดคุย แต่ น.ส.สุกัญญา ไม่ยอมคุยด้วย จึงเกิดการโต้เถียงกันขึ้นอย่างรุนแรง ก่อนที่ นายแมน จะชักอาวุธปืนที่พกมาด้วย ยิงใส่ น.ส.สุกัญญา เต็มใบหน้า 1 นัด จน น.ส.สุกัญญา ล้มลง จากนั้น นายแมน ได้เดินออกจากบ้านไปและใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันยิงศีรษะตัวเองจนเสียชีวิตที่บริเวณหน้าบ้านที่พบศพ ทั้งนี้ พ.ต.อ.เชิดศักดิ์ เฉลียวศิลป์ ผกก.สภ.เดิมบางนางบวช เผยว่า สาเหตุมาจากเรื่องที่ นายแมน กลัวว่า น.ส.สุกัญญา จะไปมีใจให้ชายอื่น จึงใช้อาวุธปืนยิง น.ส.สุกัญญา จนเสียชีวิต ก่อนจะใช้ปืนยิงตัวเองตายตามดังกล่าว

กรณ์ จวกรัฐทำงานล้มเหลว เหตุเอาผิดกิตติรัตน์ ไม่ได้
กรณ์ จาติกวณิช /  กิตติรัตน์ ณ ระนอง / 

อดีตรัฐมนตรีคลัง กรณ์ จาติกวณิช โพสต์ซัดรัฐบาลทำงานล้มเหลว หลังไม่ดำเนินคดีกับ กิตติรัตน์ ปมไม่จัดตั้ง กองทุนการออมแห่งชาติ ทั้งๆ ที่เป็นกฎหมายผ่านสภา แนะ คสช. ปรับปรุงกฎหมายใหม่หากมาตราใดมาตราหนึ่งเอาผิดผู้กระทำไม่ได้ วันนี้ (30 ต.ค. 57) นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว @Korn Chatikavanij วิพากษ์วิจารณ์การบริหารงานของรัฐบาลที่ล้มเหลว โดยเฉพาะการเอาผิดกับนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ไม่ได้ ภายหลังไม่ยอมดำเนินการจัดตั้งกองทุนการออมแห่งชาติ ทั้งๆ เป็นกฎหมายที่ผ่านสภาออกมาแล้ว ขณะเดียวกันได้ฝากถึง คสช. ว่า หากมาตรา 157 ใช้กับกรณีนี้ไม่ได้ ก็ควรมีการแก้ไขให้ใช้ได้เสีย ระบบรัฐล้มเหลว นิติบัญญัติออกกฎหมาย - ฝ่ายบริหารไม่ทำตาม - องค์กรอิสระไม่มีทางไป เรื่องนี่ยาวนิดนึง แต่มีผลต่อเราทุกคนครับ 1. ข้อเท็จจริง “รัฐสภา” สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ได้ออกกฎหมาย “กองทุนการออมแห่งชาติ” (กอช.) เพื่อเป็นเครื่องมือของรัฐในการส่งเสริมการออมให้กับประชาชนที่ไม่ได้อยู่ในระบบบำเหน็จบำนาญประมาณ 25 ล้านคน กฎหมายมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ต้นปี 2554 โดยผู้รักษาการกฎหมายคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กลางปี 2554 เปลี่ยนรัฐบาลเป็นรัฐบาลยิ่งลักษณ์ มีคุณธีระชัยและคุณกิตติรัตน์ มาเป็นรัฐมนตรีคลังตามลำดับ คุณธีระชัยอยู่ในตำแหน่งไม่นาน พอคุณกิตติรัตน์เข้ามาสานต่อก็ปฏิเสธที่จะดำเนินการจัดตั้ง กอช. ตามที่กฎหมายกำหนด การละเว้นโดยเจตนานี้พิสูจน์ได้จากบทสัมภาษณ์ จากการรายงานโดยข้าราชการ และจากการที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ไม่ได้จัดสรรงบประมาณตามกำหนดเพื่อจัดตั้งกองทุนตามบทบัญญัติของกฎหมาย กองทุนเพื่อส่งเสริมเงินออมของคนไทย 25 ล้านคนจึงเกิดไม่ได้ ทั้งหมดนี้คือความจงใจของฝ่ายบริหาร ที่จะไม่ทำตามกฎหมายของบ้านเมือง กฎหมายที่มาจากการลงคะแนนสนับสนุนโดยนักการเมืองจากทุกพรรค รวมไปถึงวุฒิสภา 2. คำถามสามข้อ คำถามข้อที่หนึ่ง ผมขอถามว่า ฝ่ายบริหารควรมีสิทธิ์หรือไม่ ในการที่จะเลือกว่าจะไม่ปฏิบัติตามกฎหมายฉบับที่ผ่านสภามาแล้ว ผมมั่นใจว่าทุก ๆ คนก็ต้องตอบว่า "ไม่มีสิทธิ์ !” รัฐบาลรวมถึงรัฐมนตรีทุกคนมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายทุกฉบับ มิเช่นนั้นยุ่งแน่ครับ หากละเลยก็จะกลายเป็นว่าฝ่ายบริหารเปรียบเป็นพระเจ้า นิติบัญญัติร่างกฎหมายไป ก็โดนปฏิเสธง่าย ๆ ด้วยการนิ่งเฉย กฎหมายไม่สามารถคุ้มครองสิทธิให้ใคร คำถามที่สอง ผมขอถามต่อว่า “เอาผิดเขาได้ไหม” เดิมทีผมก็คิดว่าน่าจะได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ระบุว่า “ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาทหรือ ทั้งจำทั้งปรับ” คำถามที่สาม สรุปว่าเอาผิดอดีตรัฐมนตรีกิตติรัตน์ได้ไหม ไม่ได้ครับ เพราะ ป.ป.ช. ได้พิจารณาเรื่องนี้และมีมติ “ยกคำร้อง” โดยให้เหตุผลว่าคุณกิตติรัตน์ "ไม่มีเจตนาทำผิดทางอาญา และไม่ส่อไปในทางทุจริต หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่" (จากคำแถลงผลการประชุมกรรมการ ป.ป.ช. วันที่ 21 ตุลาคม) 3. ทางออก ที่ผมและพวกยื่นฟ้องคุณกิตติรัตน์ ไม่ใช่เพราะเราหวังร้ายต่อท่าน เราเพียงหวังว่าเราจะสามารถกระตุ้นให้ผู้เป็นรัฐมนตรีทำตามหน้าที่เท่านั้น ผมขอไม่เถียงกับ ป.ป.ช. ที่สำคัญคือข้อเท็จจริงที่วันนี้ประชาชน 25 ล้านคนเสียโอกาสที่จะได้รับจากการสมทบเงินออมของเขาจากรัฐบาล คนหาเช้ากินคํ่านับสิบล้านคนมีแต่หนี้ ไม่มีเงินออม ไม่มีหลักประกันชีวิตในวัยชรา ส.ส. จากทุกพรรคได้ช่วยกันออกกฎหมายนี้เพื่อช่วยแก้ปัญหา ประเด็นสำคัญคือเราจะทำอย่างไรให้กองทุนตามกฎหมายนี้กลับมาเดินหน้าได้ และเราจะทำอย่างไรไม่ให้ฝ่ายบริหารเลือกใช้อำนาจตามใจชอบแบบนี้อีก ผมไม่ขอพูดถึงเหตุผลของคุณกิตติรัตน์ที่ไม่ยอมทำตามหน้าที่ แต่ขอพูดเพียงว่า “กฎหมายคือกฎหมาย” ถ้าฝ่ายบริหารคิดว่ากฎหมายไม่ดี ก็ควรเสนอแก้กฎหมายในสภา ตอนนั้นคุณก็มีเสียงข้างมากอยู่แล้ว แต่เมื่อ ป.ป.ช. บอกว่าเราไม่สามารถเอาผิดฝ่ายบริหารที่มีพฤติกรรมแบบนี้ได้ ผมว่านี่คือความล้มเหลวของระบบการบริหารบ้านเมือง และถ้าเป็นเช่นนี้ผมก็ไม่รู้ว่าเราจะมานั่งเสียเวลาออกกฎหมายใหม่กันทำไม ถ้ารัฐบาลในอนาคตไม่ต้องทำตาม และ ป.ป.ช. ก็ยืนยันว่าเอาผิดเขาไม่ได้ ดังนั้นเมื่อ ป.ป.ช. ตีความกฎหมายอย่างนี้ เราจึงต้องขอฝากให้ คสช. และสภาปฏิรูปช่วยพิจารณาปัญหานี้ด้วยครับ ถ้ามาตรา 157 ใช้กับกรณีนี้ไม่ได้ ก็ควรแก้ให้ใช้ได้เสีย เพราะหากกฎหมายที่ผ่านสภาไร้ความหมาย หากอำนาจเท่านั้นที่จะเป็นตัวกำหนดว่าประชาชนมีสิทธิอะไรบ้าง เมื่อนั้น... ประเทศไทยคงไม่ใช่สังคมที่น่าอยู่ MThai news

เผยชีวิตมนุษย์เงินเดือน ชีวิตหน้าจอคอมทำไมต้องมีประกัน ?
ชีวิตมนุษย์เงินเดือน /  ประกัน / 

เผยชีวิตมนุษย์เงินเดือน ชีวิตหน้าจอคอมทำไมต้องมีประกัน ? วันนี้(30 ต.ค.) Zocial,Inc.ได้เผยผลสำรวจจากการทำแบบสอบถามจำนวน 520 ชุด จากคนอายุ 25-35 ปี เพื่อสอบถามถึง Life Style และปัญหาที่พบในชีวิตประจำวัน โดยผลสรุปข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ชีวิตของกลุ่มสำรวจดังนี้ จะเห็นได้ว่าการใช้ชีวิตเหมือนมนุษย์เงินเดือนทั่วไปปกติ ที่เดินทางไปทำงานด้วยรถยนต์และใช้เวลาทำงานทั้งวันอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ แต่พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปคือ “การกินอาหารสุขภาพ และ ออกกำลังกาย บ่อยขึ้น” ซึ่งอาจจะมาจากกระแสรักสุขภาพ อาหาร Clean Food และออกกำลังกาย (เช่น T25, ปั่นจักรยาน) ปัญหาสุขภาพที่เคยเจอ 12% เคยเจ็บป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาลมาแล้วกว่า 1 ครั้งในปีนี้ กว่า 79% พวกเขามักเกิดอาการ Office Syndrome มีเพียงแค่ 7% ที่ไม่เคยเจ็บป่วยเล็กๆน้อยๆ เช่น เป็นหวัด ไอ หรือปวดหัว กว่า 79% มักเกิดอาการ Office Syndrome  ซึ่งเป็นโรคยอดฮิตของหนุ่มสาว พนักงานเงินเดือนที่มักมองข้ามแต่มันอาจเป็นเรื้อรังและนำพาไปสู่โรคสุ่ม เสี่ยงในอนาคตได้ เมื่อได้ยินแบบนี้แล้ว คุณเริ่มมองเห็นภัยเงียบที่กำลังก่อตัวขึ้นหรือเปล่า? และมันถึงเวลาที่คุณควรจะได้รับ ‘การคุ้มครอง’ แล้วหรือยัง? พวกเขาคิดว่าอยากจะเริ่มทำประกันตอนช่วงอายุเท่าไร? กว่า 84% อยากทำประกันก่อนอายุ 35 ปี เบี้ยประกันที่ยินดีจ่ายคือ ไม่เกิน 1,000 บาท ต่อประกันต่อเดือน  ถ้าจะต้องทำประกัน พวกเขา ‘เลือก’ ที่จะทำประกันประเภทไหน 16% บอกว่า ประกันคุ้มครองค่ารักษาโรงพยาบาล 15% บอกว่า ประกันคุ้มครองอุบัติเหตุ 12% บอกว่า ประกันคุ้มครองสุขภาพพ่อแม่ 10% บอกว่า ประกันชดเชยรายได้ 9% บอกว่า ประกันออมทรัพย์เพื่อสร้างในในอนาคต อีก 38% บอกว่าประกันอื่นๆ จะเห็นได้ว่าการทำประกันที่กลุ่มสำรวจนึกถึง ไม่ได้มีเพียงการทำประกันเพื่อตัวเองเท่านั้น แต่พวกเขายังวางแผนการซื้อประกันคุ้มครองสุขภาพพ่อแม่อีกด้วย  ถ้าจะต้องทำประกัน พวกเขา ‘เลือก’ ที่จะคุ้มครองโรคใดบ้าง จริงๆแล้วการซื้อประกันก็คือการออมเงินรูปแบบหนึ่งและเป็นการคุ้มครองชีวิตที่มนุษย์เงินเดือนควรจะมีติดตัวเพื่ออนาคตที่มั่นคงกว่า จากข้อมูลการใช้ชีวิตและปัญหาที่พบ ประเภทประกันที่คนวัยทำงานต้องมีติดตัวไว้คือ    แบบประกันเพื่อเป็นหลักประกันครอบครัว  แบบประกันเพื่อการออมในอนาคต    แบบประกันคุ้มครองโรคร้ายแรง ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก Zocial.inc MThai News

โลกโซเชียลแห่ติดตามทวิตเตอร์ 'โมนิกา ลูวินสกี'
ทวิตเตอร์ /  บิล คลินตัน / 

โมนิกา ลูวินสกี หญิงสาวที่เคยตกเป็นข่าวกับนาย บิล คลินตัน จนนำไปสู่การถอดถอนออกจากตำแหน่ง เข้าสมัครเป็นสมาชิกทวิตเตอร์ ชาวเน็ตแห่ติดตามเพียบ วันนี้ (30ต.ค.) รายการ Around the world by CNN ทางช่อง Mono29 รายงานเรื่องราวของ โมนิกา ลูวินสกี อดีตเจ้าหน้าที่ฝึกงานที่ทำเนียบขาว ที่เคยโด่งดัง จากการมีข่าวอื้อฉาวกับ นาย บิล คลินตัน อดีตประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา จนทำให้ถุูกกระบวนการอิมพีชเม้นต์ถอนออกจากตำแหน่งผู้นำสหรัฐ ที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกเว็บไซต์ออนไลน์ทวิตเตอร์ ในวันจันทร์ ที่ 20ต.ค. ที่ผ่านมา แต่เพียงในเวลาไม่นานเธอมีผู้เข้ามาติดตามบัญชีผู้ใช้ของเธอถึง 7 หมื่นคน โดยปัจจุบัน โมนิกา ลูวินสกี วัย 41 ปี เธอระบุข้อมูลในบัญชีมวิตเตอร์ว่า เธอประกอบอาชีพนักเคลื่อนไหวเพื่อสังคม และนักเขียนประจำนิตยสาร ข่าวที่เกี่ยวข้อง บิล คลินตัน เยือนไทย ปาฐกถาโลกร้อน ข่าวล่ามาแรง บิล คลินตัน เตรียมปรากฏตัวใน The Hangover 2 Mthai News ขอบคุณ รายการ Around the world by CNN ทางช่อง Mono29 

ใจงดงาม มาลาลา มอบเงินล้านสร้างโรงเรียนในปาเลสไตน์
ปากีสถาน /  มาลาลา / 

มาลาลา ยูซาฟไซ  สาวน้อยยอดนักสู้ชาวปากีสถาน มอบกว่าล้านเพื่อสร้างโรงเรียนใหม่ในปาเลสไตน์ หลังจากการถูกอิสราเอลยิงขีปนาวุธโจมตีเสียหาย วันนี้ (31ต.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว สำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานของสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์และตะวันออกใกล้แห่งสหประชาชาติ เผยว่า น.ส.มาลาลา ยูซาฟไซ วัย 17 ปี ชาวปากีสถาน ที่ได้ร่วมครองรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพในปีนี้ ได้บริจาคเงินจำนวน 50,000 ดอลาร์หรือราว 1.6 ล้านบาท ให้แก่องค์กรดังกล่าว โดยวัตถุประสงค์ เพื่อนำไปสร้างโรงเรียนแห่งหนึ่งของยูเอ็นในฉนวนกาซา ที่ถูกกองทัพอิสราเอลยิงขีปนาวุธมาโจมตีระหว่างเปิดฉากสู้รบกับกลุ่มติดอาวุธฮามาส ในปาเลสไตน์ เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา จนพังเสียหาย มาลาลา เผยว่า เด็กๆ ในปาเลสไตน์ควรได้รับการศึกษาที่ดี และหากที่ใดปราศจากการศึกษา หมายถึงที่นั่นจะไม่มีสันติภาพและความสงบสุขตามไปด้วย โดยเมื่อวันที่ 29 ต.ค. มาลาลา ยังได้คว้ารางวัล ‘เยาวชนโลก’ ด้านสิทธิของเด็ก และกลายเป็นบุคคลแรกที่ได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ และ The World’s Children Prize ในปีเดียวกัน ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง มาลาลา สาวนักสู้หัวใจเพชร รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ใจงดงาม มาลาลา มอบเงินสร้างโรงเรียนในปาเลสไตน์ 'ยิ่งลักษณ์' ชื่นชม 'มาลาลา-ไกรลาศ'ต่อสู้เพื่อเสรีภาพ 'มาลาลา' เด็กสาว17ปี คว้าโนเบลสันติภาพ MThai News