วัยว้าวุ่น,

ขวัญใจคนใหม่! บลินด์ สร้างสถิติจ่ายบอลมากที่สุดในทีม
Squawka /  ชาวฮอลแลนด์ / 

แค่ฟอร์มการเปิดตัวนัดแรกก็สร้างผลงานได้ดีซะแล้ว สำหรับ ดาลีย์ บลินด์ มิดฟิลด์มาดเท่ชาวฮอลแลนด์ ซึ่งได้กลายเป็นขวัญใจคนใหม่ของเหล่า สาวกปีศาจแดง ได้อย่างทันที ดาลีย์ บลินด์ นักเตะซ้ายสารพัดประโยชน์ วัย 24 ปี ที่ย้ายเข้ามายัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างเป็นทางการในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะ อย่างพอดิบพอดี ด้วยค่าตัว 14 ล้านปอนด์ แต่ด้วยเพียงนัดแรกที่ลงประเดิมสนามเท่านั้น เขาก็สามารถปรับตัวเข้ากับทีมได้เป็นอย่างดี และยังโชว์ฟอร์มการเล่นอันยอดเยื่ยมออกมาได้อย่างโดดเด่น จนสร้างสถิติจ่ายบอลให้เพื่อนมากที่สุด 112 ครั้ง สูงเป็นอันดับ 5 ตั้งแต่เริ่มพรีเมียร์ลีกมาในฤดูกาลนี้ ทั้งนี้ในการจ่ายของเขา 112 ครั้ง เป็นการจ่ายเข้าเป้าถึง 107 ครั้งด้วยกัน นับเป็น 95 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว จากการเผยสถิติของ Squawka โดยเจ้าตัวก็ได้กล่าวถึงการปรับตัวของตัวเองว่า "ในเกมลูกหนังเราพูดภาษาเดียวกัน และโค้ช ยังใช้ภาษาอังกฤษซะส่วนใหญ่ ผมเลยปรับตัวให้เป็นที่รู้จักในหมู่เพื่อนๆ ได้ ที่นี่ผมรู้สึกเหมือนบ้าน ผมได้รับการตอนรับอย่างอบอุ่น หวังว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีนะ"

โหดเหี้ยม พ่อใช้มีดถลกหนังหัวลูก ก่อนทำร้ายร่างกายจนสลบ
ชายซาอุถลกหนังหัวลูก /  ชาวซาอุดิอาระเบียถลกหนังหัวลูก / 

ชายชาวซาอุดิอาระเบียสุดโหด ใช้มืดถลกหนังหัวลูกชายพร้อมใช้น้ำยาล้างหัองน้ำราดแผล ก่อนทำร้ายร่างกายซ้ำจนหมดสติ ชายชาวซาอุดิอาระเบียที่ไม่ได้รับการเปิดเผยชื่อ วัย 49 ปี ใช้มีดถลกหนังหัว อาลี ลูกชายวัย 8 ขวบ พร้อมใช้น้ำยาล้างห้องน้ำผสมน้ำร้อนราดลงไปบนแผลโดยตรง และยังทำร้ายร่างกายซ้ำจนสลบ อย่างไรก็ตาม เขาได้รับสารภาพความผิดทั้งหมด และเด็กชายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเมืองซาเบีย อย่างเร่งด่วน โชคดีที่แพทย์สามารถช่วยชีวิตเขาไว้ได้ทัน เด็กชายอาลีเผยกับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น หลังจากได้สติว่า พ่อของเขาโมโหที่เขาไม่ออกไปขโมยสิ่งของตามที่สั่ง จึงได้ใช้มีดถลกหนังศีรษะตน โดยที่มีพี่ชายวัย 11 ขวบ ช่วยอยู่ไม่ห่าง พ่อนำตัวเขาไปที่ห้องสุขาในบ้าน จากนั้นก็ใช้มือปิดปากเพื่อป้องกันเขาส่งเสียงร้อง แล้วเทน้ำยาล้างห้องน้ำผสมน้ำร้อนลงบนแผลโดยตรง พ่อยังทำร้ายร่างกายเขาจนสลบอีกด้วย เด็กชายตื่นขึ้นมาอีกทีก็อยู่ทีโรงพยาบาลแห่งนี้แล้ว โดยจากคำให้การจาก "แม่ของอาลี"เธอได้เปิดเผยว่าเธอมีลูกกับชายคนนี้ 7 คน และหย่าขาดกันในเวลาต่อมา รวมถึงเขามักจะบังคับให้ลูกๆออกไปขโมยสิ่งของเพื่อนำเงินมายังชีพ รวมถึงเป็นผู้สอนวิธีการขโมยให้เด็กๆด้วย Mthai News

กล้า(จ่าย)พอไหม! โรนัลโด้ ขอค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 5 แสนป.หากผีอยากให้กลับ
คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ /  ซานติเอโก้เบอร์นาเบว / 

เดลลี่ มิเรอร์ สื่อในเมืองผู้ดีรายงานว่า คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะตัวเก่ง เรอัล มาดริด ร้องขอค่าเหนื่อยจาก  แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมเก่า 500,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หากต้องการให้ย้ายกลับไปร่วมงานกันอีกครั้ง โดยในตอนนี้นักเตะที่รับค่าเหนื่อยสูงสุดอันดับที่สองของทีม “ปีศาจแดง” ได้แก่ เวนย์ รูนี่ย์ กัปตันทีม ที่รับค่าเหนื่อยอยู่สัปดาห์ละ 250,000ปอนด์  โดยมี ราดาเมล ฟัลเกา ที่เพิ่งย้ายมาใหม่เป็นอันดับที่ 1 ด้วยค่าเหนื่อย 280,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ จากการเจรจาของ ฮอร์เก้ เมนเดส เอเย่นต์คนเดียวกับที่ โรนัลโด้ ใช้บริการอยู่ สำหรับปีกวัย 29 ปี ที่ปัจจุบันรับค่าเหนื่อยจาก เรอัล มาดริด ต้นสังกัดสัปดาห์ละ 350,000 ปอนด์ และมีข่าวพัวพันว่าจะกลับมาค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกอีกครั้งในฤดูกาลหน้า โดยให้เหตุผลในการย้ายออกจากซานติเอโก้ เบอร์นาเบว เพราะว่าไม่มีความสุข เพราะมีปัญหากับ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสร

ตะลึง! หมู่บ้านตุ๊กตาญี่ปุ่น ตัวแทนไว้คลายเหงา
สถานที่แปลก /  หมู่บ้านตุ๊กตาญี่ปุ่น / 

"ตุ๊กตา" เป็นทั้งของเล่นและเพื่อนยามเหงาในวัยเด็ก แน่นอนว่าความผูกพันธ์ระหว่างคนกับตุ๊กตาย่อมเป็นอีกหนึ่งความทรงจำ ที่แม้ว่าเราจะโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว บ้างคนก็ก็ยังไม่เคยลืม! และวันนี้ Travel MThai จะขอพาสมาชิกไปเยือน นาโกโร (Nagoro) หมู่บ้านญี่ปุ่นเล็กๆ บนเกาะชิโกะกุ ของประเทศญี่ปุ่น เกาะที่ยังคงรักษาความเงียบสงบและบรรยากาศแบบธรรมชาติเอาไว้ได้เป็นอย่างดี ตะลึง! หมู่บ้านตุ๊กตาญี่ปุ่น ตัวแทนไว้คลายเหงา หมู่บ้านนาโกโร (Nagoro) เป็นหมู่บ้านตุ๊กตาในหุบเขาอิยะ หุบเขาที่สวยงามในเขตจังหวัดโทะกุชิมะ (Tokushima Prefecture) สำหรับความพิเศษของหมู่บ้านที่สามารถเรียกความสนใจจากนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างมากก็คือ ประชากรส่วนใหญ่ในหมู่บ้านนั้นไม่ใช่คน! แต่กลับเป็นตุ๊กตาผ้าจำนวนกว่า 350 ตัว และคาดว่าจะเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคตข้างหน้านี้ หมู่บ้านนาโกโร ในอดีตเคยมีผู้คนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ทว่าในวันหนึ่งผู้คนในหมู่บ้านได้ค่อยๆ ทยอยอพยพไปอยู่ที่อื่นเพื่อหางานทำที่ดีกว่า จนกระทั่งเหลือคนอาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้เพียงแค่ 37 คนเท่านั้นเอง ต่อมาได้มีคุณป้าคนหนึ่งที่ชื่อว่า อะยาโนะ สึกิมิ (Ayano Tsukimi) ได้เกิดไอเดียที่จะสร้างสรรค์บรรยากาศของหมู่บ้านที่แสนเงียบเหงาขึ้นมาใหม่ ด้วยการตัดสินใจสร้างจำนวนประชากรของหมู่บ้านขึ้นจากตุ๊กตาผ้า โดยตุ๊กตาผ้าที่สร้างขึ้นเหล่านี้ล้วนมีขนาดเท่าคนจริงเลยทีเดียว ในช่วงแรกๆ คุณป้าอะยาโนะ สึกิมิเริ่มทำตุ๊กตาตัวแรกโดยหวังให้เป็นหุ่นไล่กา ทว่าเธอกลับทำตุ๊กตาตัวแล้วตัวเล่าเพื่อแทนผู้คนที่เธอเคยพบเห็น รวมไปถึงคนธรรมดา ชาวนา ชาวบ้าน นักเรียน ครูใหญ่ ฯลฯ บางตัวก็ทดแทนคนที่จากไป จากนั้นก็นำตุ๊กตาที่สร้างไปวางไว้ตามที่ต่างๆ ของหมู่บ้าน เดินอยู่บนถนน อยู่ในทุ่งนา ยืนอยู่หน้าบ้าน ตกปลา เสมือนกับผู้คนใช้ชีวิตในอดีต แม้แต่ที่โรงเรียน ที่ตอนนี้ถูกปิดตาย ไม่มีการเรียนการสอน ไม่มีนักเรียน เธอจึงสร้างเด็กนักเรียน และคุณครูใหญ่ไว้ด้วย ความพิเศษของตุ๊กตาที่คุณป้าอะยาโนะ สึกิมิทำขึ้นมานั้น ดูเหมือนว่าทุกตัวจะมีสีหน้าแสดงอารมณ์ความรู้สึกที่ดูแล้วหลายคนอาจบอกว่าน่าสะพรึงกลัวมากกว่าน่ารัก! เธอเย็บปากให้ยิ้ม ให้เม้มปาก เหมือนกับผู้คนที่เธอเคยรู้จัก และเคยมีชีวิตอยู่จริงๆ เธอทำตุ๊กตาของผู้ที่จากไป เธอนึกถึงพวกเขาเมื่อยังมีชีวิต มีสุขภาพดี จนกระทั่งปัจจุบันตุ๊กตาที่คุณป้าอะยาโนะ สึกิมิทำก็มีจำนวนประมาณ 350 ตัว และก็ยังเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุด! ผลงานของคุณป้าอะยาโนะ สึกิมิได้ถูกเผยแพร่สู่สาธารณชน เมื่อเร็วๆ นี้ในสารคดีชื่อ The Valley of Dolls ผลิตโดยนักหนังสือพิมพ์ และช่างภาพที่ชื่อ Fritz Schumann สำหรับที่ต้องการสัมผัสความแปลกใหม่ และไม่กลัวบรรยากาศวังเวงท่ามกลางตุ๊กตานับร้อยตัวล่ะก็ ก็ลองมาเที่ยวที่หมู่บ้านตุ๊กตาแห่งนี้ กันได้นะ... View Larger Map Photo by Fritz Schumann/The Verge ข้อมูลและภาพ : unusualplaces.org / travel.thaiza.com เรียบเรียงโดย Travel MThai 46 อย่าง ที่คนต่างชาติตกใจเมื่อไป เที่ยวญี่ปุ่น เรื่องน่ารู้ มารยาทของคนญี่ปุ่น

ลอฟเรน หักหน้า ลียง เลือก หงส์ เป็นทีมที่ดีและมีลุ้นถ้วย UCL มากกว่า
ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก /  ลอฟเรน / 

เดยัน ลอฟเรน เซ็นเตอร์ฮาร์ฟใหม่แกะกล่องของ ลิเวอร์พูล ยอมรับว่ารู้สึกดีมากๆที่จะได้ลงสัมผัสบรรยาการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกครั้ง โดยแนวรับชาว โครเอเชีย มั่นใจว่าโอกาสสัมผัสแชมป์หนนี้แตกต่างจากตอนที่เล่นให้ ลียง เพราะ "หงส์แดง" คือทีมที่ดีและยิ่งใหญ่กว่าต้นสังกัดเก่าจากแดนน้ำหอม กองหลังวัย 25 ปี ให้สัมภาษณ์ก่อนเกมที่จะเจอกับ ลูโดโกเร็ตส์ วันอังคารนี้ว่า "มันยอดเยี่ยมมากสำหรับทุกคนที่จะได้กลับไปลงเล่นในรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกครั้ง" "แชมเปียนส์ลีก ก็คือแชมเปียนส์ลีก รายการนี้คือหนึ่งในเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกฟุตบอล บอกเลยความคาดหวังตอนนี้ไม่เหมือนกับตอนผมอยู่ ลียง เพราะผมรู้ดีว่า ลิเวอร์พูล เป็นสโมสรที่ดีกว่า" อดีต เซ็นเตอร์แบ็ค เซาแธมป์ตัน ตบท้าย

ภาพสุดท้ายในชีวิตของอึนบี - ริเซ วง Ladies' Code
LADIES CODE /  นักร้องเกาหลี / 

เทปบันทึกภาพการแสดงทางโทรทัศน์ครั้งสุดท้ายในชีวิตของ “อึนบี” และ “ริเซ” แห่งวง Ladies' Code จะถูกนำมาแพร่ภาพทางสถานีโทรทัศน์ KBS ในวันอาทิตย์นี้ หลังไอดอลสาวทั้งสองต้องจากโลกนี้ไปอย่างน่าเศร้า จากอุบัติเหตุครั้งร้ายแรงเมื่อต้นเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ภาพสุดท้ายในชีวิตของอึนบี - ริเซ วง Ladies' Code  ภาพสุดท้ายในชีวิตของอึนบี - ริเซ วง Ladies' Code  เจ้าหน้าที่ของสถานีโทรทัศน์ KBS ได้ยืนยันแล้วว่าจะมีการนำภาพการแสดงของวง Ladies' Code ซึ่ง อึนบี และ ริเซ ได้ฝากการแสดงเอาไว้เป็นครั้งสุดท้ายในรายการ Open Concert มาแพร่ภาพในวันอาทิตย์ที่ 14 ก.ย. ที่จะถึงนี้ โดยทีมงานจะนำภาพการแสดงทั้งหมดมาแพร่ภาพออกอากาศโดยไม่มีการตัดทอนใดๆ ตามคำขอร้องของต้นสังกัด และครอบครัวของสมาชิกวงทั้ง 2 คนที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ โดยสาวๆ Ladies' Code มีโอกาสไปบันทึกเทปรายการเพลง Open Concert ทาง KBS เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุในช่วงเช้ามืดของวันที่ 3 ก.ย. เมื่อรถยนต์ที่พวกเธอโดยสารมาหลังไปทำการแสดงที่แดกูได้เสียหลักจากถนนที่เปียกน้ำฝน จนเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงที่ทำให้ อึนบี วัย 20 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที ส่วน ริเซ วัย 22 ปี ได้เสียชีวิตลงหลังจากนั้น 4 วัน โดยสมาชิก 3 คนที่เหลือมี 2 คนที่บาดเจ็บเล็กน้อย ส่วน โซจอง ได้รับบาดเจ็บพอสมควร และอาจต้องรับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลอีกหลายเดือน ขอบคุณข้อมูล www.popcornfor2.com

ลัลลาน่า ยอมรับ สุดผิดหวังกับการประเดิมสนามพร้อมความพ่ายแพ้
ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก /  ลัลลาน่า / 

อดัม ลัลลาน่า ปีกป้ายแดงของ ลิเวอร์พูล ยอมรับว่าความพ่ายแพ้ในแมตช์ประเดิมสนามให้ทัพ "หงส์แดง" แต่โดน แอสตัน วิลล่า บุกมาสอยคารัง แอนฟิลด์ 0-1 เป็นอะไรที่แย่มากๆ แถมเพื่อนร่วมทีมยังพากันเซ็งเป็นแถว โดยอดีตแข้ง เซาแธมป์ตัน มองว่าตอนนี้ทุกคนต้องฟื้นให้เร็ว และกำชัยชนะในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก วันอังคารนี้ มาปลอบใจให้ได้ มิดฟิลด์ตัวรุกวัย 26 ปี ให้สัมภาษณ์หลังเกมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า "มันเป็นอะไรที่แย่มากๆ เพราะเราอุตส่าห์ได้ผลการแข่งขันที่ต้องการของสองคู่ก่อนหน้า ซึ่งมันเป็นเกมที่เราต้องคว้าสามแต้มเพื่อจ่อหัวตารางให้ได้" "เราทุกคนผิดหวังกันสุดๆ แต่ตอนนี้สิ่งที่ต้องทำก็คือกลับเข้าสู่โหมดปรกติให้เร็วที่สุด และคว่ำคู่แข่งในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก วันอังคารนี้ ให้ได้" ลัลลาน่า ทิ้งท้าย

ยังไม่ทันไร เอ็มเร่ ชาน เจ็บหนักใช้ไม้ค้ำช่วยเดิน
ชาน /  บาดเจ็บ / 

เล่นเอาแฟนหงส์แดงเซ็งไปตามๆกันเมื่อมีภาพว่า เอ็มเร่ ชาน กองกลางดาวรุ้งมาดเข้มของทีมใช้ไม้ค้ำยันขโยกตัวเองออกจากสนามซ้อม เมลวู้ด เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยภาพดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ชาน ไม่สามารถใช้เท้าเดินเพื่อลงน้ำหนักได้เลย และคาดการกันว่าน่าจะพักยาวอย่างน้อย 3 เดือนเลยที่เดียวหากผลการตรวจแบบละเอียดระบุว่า ชาน ต้องผ่าตัด ทั้งนี้ ชาน วัย 20 ที่เพิ่งย้ายจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เมื่อซัมเมอร์ มีปัญหาบาดเจ็บข้อเท้าจากการเล่นให้ทีมชาติเยอรมัน รุ่น ยู 21 นัดที่ถล่ม โรมาเนีย 8-0 ในเกม ยูโร รุ่น ยู 21 ตั้งแต่สุดสัปดาห์ก่อน แต่ ณ ตอนนี้อาการบาดเจ็บก็ยังไม่ดีขึ้น

4 พฤติกรรม ตามใจปาก ลำบากกาย
กินตามใจปาก /  กินตามใจปากลำบากกาย / 

พฤติกรรมของคนเราไม่มีใครไม่ชอบกิน การกินล้วนเป็นสิ่งที่เพลินทั้งพุง เพลินทั้งใจ ความสุขของคนส่วนใหญ่อยู่ที่การ ตามใจปาก แต่หากรู้ไม่ว่า บางสิ่งอาจทำให้ลำบากกายในอนาคต 1. กินรสจัด แซ่บ ตามใจปาก พฤติกรรมการกินของคนไทยมักนิยมชมชอบในอาหารรสจัดเป็นที่สุด บ้างก็เค็มจัด บ้างก็เปรี้ยวจัด บางก็เผ็ดจัด จำไว้ว่า อะไรที่มันเกินพอดี มักจะมีโทษ ยิ่งหากกินรสจัดมากๆ เกินพอดีสิ่งที่ตามมาคือ จะมีโรคแถมมาให้ เปรี้ยวจัด : ไม่ดีต่อกระเพาะอาหาร อาจมีอาการท้องร่วง และกระดูกผุได้ หวานจัด : เสี่ยงสารพัดโรค เสี่ยงต่อน้ำตาลในเลือดสูง เบาหวาน โรคอ้วน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เผ็ดจัด : มีผลต่อกระเพาะอาการ ทำให้เกิดกรดในกระเพาะ ถ้ากรดมากก็จะทำให้ ท้องอืด , แสบท้อง, ปวดท้อง หรือที่บางคนคิดไม่ถึงคือโรคอ้วน และเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจเพราะ ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานหนักเกินไป และที่น่าห่วงคือการพฤติกรรมการทาน เค็มจัด ของคนไทย เพราะมีการสำรวจ พบว่าคนไทยกว่า 17.5% ป่วยเป็นโรคไตและเสียชีวิตจำนวน 108 คน ต่อวัน และไม่เพียงแค่โรคไตเท่านั้น ยังมีงานวิจัยทางการแพทย์พบว่า สารโซเดียม หรือ เกลือ เป็นสาเหตุของโรคความดันโลหิตสูง มีผลร้ายแรงอย่างต่อเนื่องกับโรคหัวใจ และอัมพฤกษ์ 2. ของหมัก ของดอง การนำวัตถุดิบสดๆ มาหมักหรือดอง ถือว่าเป็นการถนอมอาหารที่เป็นภูมิปัญญาของคนโบราณมาอย่างช้านานแล้ว แต่ก่อนนั้นมีการหมักดองเป็นการถนอมอาหารกันเองในครัวเรือน แต่ในปัจจุบัน อาหารหมักดองกลายมาเป็นอุตสาหกรรมมากขึ้น แล้วพออร่อยถูกปาก ก็เป็นที่ต้องการมากขึ้น พ่อค้าแม่ค้าก็หัวใสใส่สารเคมีที่เป็นอันตรายผสมเข้าไปเพื่อเพิ่มรสชาติ หรือทำให้หน้าตาดูน่ากิน หรือไม่ก็ยืดอายุ ซึ่งสารเหล่านี้เป็นสารก่อมะเร็ง หรือในบางครั้ง หากเลือกกินผักผลไม้ดอง แม้จะไม่ได้ใส่สารพิษอื่นๆ ลงไป แต่อาจมีการตกค้างอยู่ของยาฆ่าแมลง หากสะสมอยู่ในร่างกายมาๆ จะทำให้เกิดมะเร็งได้ 3. บะหมี่กึ่ง ที่พึ่งยามหิวโหย บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ถือเป็นอาหารจานด่วน แบบด่วนมากที่สุด และประหยัดที่สุดเท่าที่มีอยู่ เติมน้ำร้อนประมาณ 3-5 นาที เสร็จก็ทานได้ ดังนั้นคนจึงนิยมกินกันมาก โดยเฉพาะเด็กในวัยเรียน วัยรุ่น และเด็กหอพัก จริงอยู่ที่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทำให้อิ่มท้องได้ แต่ว่ามันไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ ทั้งก่อให้เกิดโทษต่อสุขภาพ หากมีการบริโภคเป็นอาหารหลัก จากงานวิจัยของสมาคมผู้บริโภคออสเตรเลีย (เอซีเอ) สำรวจพบว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 1 ซอง มี “ไขมัน” มากพอ ๆ กับ “อาหารขยะ” ก็เท่ากับมันฝรั่งทอดจำนวน 1 ห่อเล็ก แถมยังมีโซเดียม ที่ผสมในเครื่องปรุงรสอยู่ในปริมาณที่เกินความต้องการของร่างกาย โดยปริมาณโซเดียมที่เกินปริมาณที่ต้องการจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคไต นอกจากนี้ยังเสี่ยงต่อการสะสมของ “คาร์บอน” ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง จากน้ำมันพืชที่ใช้ในกระบวการทอด และหรือหากในกระบวนการทอดใช้น้ำมันพืชราคาถูก เช่น น้ำมันปาล์ม ซึ่งมีคุณสมบัติ แตกตัวเป็น “กรดไขมันชนิดทราส์” ที่เป็นหนึ่งในปัจจุบันที่ทำให้เกิดโรคหัวใจได้ 4. ละเลยผงชูรส คุณเคยนึกย้อนไหมว่าวันหนึ่งๆ อาหารที่รับประทานมีผงชูรสเป็นส่วนผสมอยู่มากน้อยเพียงใด เพราะปัจจุบันคนเรามักมองข้ามส่วนผสมเหล่านี้ไป นึหถึงเพียงแต่ความอร่อย จนลืมว่าบางที่มันอาจมีโทษต่อร่างกายได้ โทษของผงชูรสนี้ หากมีการเติมลงไปในอาหารเป็นสารเพิ่มรสชาติ ในปริมาณที่มากเกินไป หรือในบางรายที่แพ้ผงชูรสเมื่อรับประทานเข้าไป อาจเกิดอาการเหนื่อยอ่อน ปวดหัว หรือมีไข้ และยังส่งผลต่อร่างกายในระยะยาวได้ จำไว้ว่า อะไรที่มันเกินพอดี มักจะมีโทษ ยิ่งเป็นพฤติกรรมการกินแล้วล่ะก็ไม่ใช่สิ่งทีคนจะสามารถมองข้ามไปได้ จงจำไว้ว่า อย่ามัวอร่อย ตามใจปาก มากเกินไป มิฉะนั้นอาจต้องเสียเงินทองมากมายไปกับการรักษาร่างกาย ซึ่งไม่คุ้มค่าเลย… ขอบคุณที่มาจาก : www.emaginfo.com

เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าวัยเพียง 12 ปีสร้างรายได้นับล้าน
Mo’s Bows /  กิจกรรมวัยรุ่น / 

วันนี้ทีนเอ็มไทย ขอแนะนำเรื่องราวน่าทึ่งของนักธุรกิจตัวน้อยคนนี้ที่เป็นถึง เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าวัยเพียง 12 ปีสร้างรายได้นับล้าน กับแฟชั่นหูกระต่าย หลายคนอยากรู้ว่าเขาทำได้อย่างไร งั้นวันนี้เราลองมาติดตามจุดเริ่มต้นของแนวคิด และการเดินตามความฝันของเขาจนประสบความสำเร็จกันค่ะ... เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าวัยเพียง 12 ปีสร้างรายได้นับล้าน อย่างที่รู้กันดีว่าเด็กวัย 12 ปี ส่วนใหญ่ก็ยังสนใจเล่นเกมส์ออนไลน์ หรือไม่ก็ทำกิจกรรมกับเพื่อนฝูง แต่ใครจะไปคิดว่า เจ้าหนู โมซิอาห์ บริดจส์  (Moziah Bridges) วัย 12 ปีคนนี้ ที่อาศัยอยู่ในเมืองเมมฟิส มลรัฐเทนเนสซี่ ประเทศสหรัฐอเมริกา จะหันมาสนใจหลงใหลในแฟชั่นหูกระต่ายสุดๆ โดยจุดเริ่มต้นเมื่อตอนเขาอายุ 9 ขวบ เขาชื่นชอบการแต่งตัวชุดสูทของ คุณพ่อและคุณตาเป็นอย่างมาก เพราะให้ความรู้สึกเหมือนกับว่า ต้องไปพบกับบุคคลสำคัญ เขาชื่นชอบมาก และได้ยึดถือมาเป็นแบบการแต่งตัวมาโดยตลอด แต่ด้วยความเป็นเด็ก ก็ต้องหาอะไรมาประดับ เพื่อให้การแต่งตัวดูดี มีสไตล์ขึ้นมาบ้างพอจะเทียบชั้นกับผู้ใหญ่ หูกระต่าย จึงเป็นทางเลือกสำหรับเขา บริดจส์จึงได้เลือกซื้อหูกระต่ายมาเก็บสะสมไว้ แต่ลวดลายของมัน ดูช่างจืดชืดไม่สวยงามเอาเสียเลย จึงได้ปรึกษากับคุณแม่และคุณยาย ว่าควรจะแก้ไขมันอย่างไรดี ให้กลายเป็นเครื่องแต่งกายที่เด่นขึ้นมาได้ หลังจากเขาไปปรึกษากับคุณยายที่เย็บผ้าเก่ง ซึ่งแทนที่คุณยายจะด่าว่าไร้สาระ เธอกลับช่วยหลานแบบเต็มที่ ด้วยที่คุณยายมีประสบการณ์การเย็บผ้ามานานมาก จึงได้สอนการตัดเย็บผ้าหูกระต่ายให้กับหลานชาย และมอบจักรเย็บผ้าให้หลานชายด้วย จึงทำให้เขาสามารถผลิตหูกระต่ายได้ถึง 30 อันเลยทีเดียวและทำให้เขาพบว่าตลาดในปัจจุบันไม่มีรูปแบบที่ตัวเองถูกใจเลยจากนั้นเขาก็เริ่มคิดว่า “ทำไมเราไม่ทำเองซะเลยล่ะ” จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจเล็กๆ จากนั้น บริดจส์ ก็เริ่มเปิดแบรนด์ของตัวเองที่ชื่อว่า “Mo’s Bows” ขึ้นเมื่อปี 2011 โบหูกระต่ายจะมีชื่อรุ่น เป็นของตัวเอง สนนราคาอันละ 25-60 เหรียญสหรัฐ วางจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้าและเว็บไซต์ มีเหล่าดาราชายคนดังต่างเป็นลูกค้าประจำของเจ้าหนูหนุ่มน้อยคนนี้ แต่เขาก็ไม่ได้เปิดร้านใหญ่โตจนเกินตัวหรอกนะ แต่เน้นไปทางด้านออนไลน์มากกว่า ซึ่งยอดขายของเขาถล่มทลายมากโดยมีจุดขายสำคัญคือการที่เขามีอายุเพียง 9 ขวบในตอนนั้น (ปัจจุบันอายุ 12) แล้วการเดินตามฝันนี้ก็ก้าวไปไกลขึ้นเรื่อยๆ เมื่อสื่อยักษ์ใหญ่เชิญเจ้าหนูไปสัมภาษณ์นับไม่ถ้วน จนตอนนี้กิจการของ บริดจส์ มีพนักงาน 5 คนแล้ว (รวมยายกับแม่) แถมทำกำไรได้กว่า $150,000 (ราว 4.5 ล้านบาท) สำหรับแผนการในอนาคต ของนักธุรกิจตัวน้อยคนนี้ คือจะทำธุรกิจเกี่ยวกับเสื้อผ้าของเขาเอง เมื่อตอนอายุ 20 ปี แต่สำหรับตอนนี้ เขาจะไปศึกษาต่อที่โรงเรียนสอนการออกแบบเสื้อผ้า Parsons School of Design ในมหานครนิวยอร์กเพื่อปูเส้นทางอาชีพให้มีความรู้และความชำนาญให้มากขึ้น และตั้งความหวังว่าจะจะทำเน็คไทสูทกีฬา และ ascot ties ต่างๆ เพิ่มเติมอีกด้วย บริดจส์ได้ให้ข้อคิดว่า “หูกระต่ายที่เขาออกแบบมาเองนั้นไม่เพียงแต่ทำให้เขาแต่งตัวออกมาดูดีแล้ว แต่มันยังแสดงถึงพลังในการมีไฟในการเป็นนักธุรกิจอีกด้วย” น่าชื่นชมกับเด็กที่คิดจะทำธุรกิจตั้งแต่อายุ 12 ปี คนนี้นะคะ เพราะมีเวลาสามารถพัฒนาไปได้อีกไกล และหวังว่า โมซิอาห์ บริดจส์  (Moziah Bridges) จะเป็นแบบอย่างในการเดินตามความฝันและความหวังให้กับใครหลายๆ คนที่อยากประสบความสำเร็จแบบนี้ด้วย เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ที่มา: businessinsider, catdumb

ผัก-ผลไม้น้ำพริกปลาป่น เคล็ดลับอายุยืนยาย 114 ปี
คุณยาวอายุยืน /  ต้มยำปลาช่อน / 

พบหญิงชราวัย 114 ปี เผยชอบกินน้ำพริกปลาป่นผักต้ม และต้มยำปลาช่อน คาดเป็นเคล็ดลับอายุยืนยาว วันนี้ (14 ก.ย.) มีรายงานว่า ในพื้นที่หมู่ 3 บ้านเพ็ดน้อย ต.หันห้วยทราย อ.ประทาย จ.นครราชสีมา มีหญิงชราวัย 114 ปี สุขภาพร่างกายแข็งแรง อาศัยในพื้นที่ทราบชื่อคือ คุณยายแว่น ยางจุบุ อายุ 114 ปี  โดยบัตรประชาชนตลอดชีพ ระบุปีเกิด พ.ศ. 2443 ออกบัตรเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2548 โดยนางพันธ์ ปุ๋ยไธสง อายุ 80 ปี ลูกสาวคนโตของคุณยายแว่น เล่าว่า มารดามีลูกทั้งหมด 6 คน ปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่ 2 คน คือนางเนาว์ จันทศร อายุ 76 ปี ลูกสาวคนสุดท้อง และตนเอง โดยยายแว่น อาศัยอยู่กับลูกหลานเหลนรวม 5 คน ที่ผ่านมาไม่เคยป่วยและมีโรคประจำตัวแต่อย่างใด สุขภาพร่างกายโดยรวมถือว่าแข็งแรงดี พูดคุยรู้เรื่องทุกอย่าง เพียงแต่ต้องพูดเสียงดังๆ เพราะหูไม่ค่อยได้ยิน ส่วนสายตาไม่สามารถมองเห็นแล้ว และไม่สามารถเดินได้ ส่วนอาหารที่คุณยายชอบกินจะเป็นต้มยำปลาช่อนเพราะปลาช่อนมีเนื้อจำนวนมากและหวาน นอกจากนี้ ยังชอบกินน้ำพริกปลาป่น กับผักต้ม ซึ่งกินมาตั้งแต่สมัยสาวๆ MThai News

อย่างเทพ! เด็ก 10 ขวบ เล่นเกมส์ดนตรี ดีดกีตาร์-เบส เก่งสุดๆ
ROCKSMITH 2014 /  เด็กเล่นเกมส์ ROCKSMITH

เว็บไซต์ต่างประเทศ นำเสนอเด็กต่างชาตินาม Audrey วัย 10 ขวบ ที่อาศัยอยู่ในเมืองนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น เล่นเกมส์ ROCKSMITH 2014 เกมส์ดนตรีชื่อดังบนเครื่องเล่น PC โดยเธอสามารถทำคะแนนการเล่นเกมส์มากถึงหลักล้านแต้มด้วยระดับความยากของเกมส์แบบสูงสุด สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่เกมเมอร์ต่างประเทศทั่วไป และถือว่าเป็นเกมเมอร์คนหนึ่งที่มีอายุยังน้อย เธอผู้นี้ได้เปิดเพจ Youtube ที่ใช้ชื่อว่า audrey123talks แสดงการเล่นเกมส์ ROCKSMITH 2014 ผ่านจอยกีตาร์และเบส ด้านเพลงที่เธอเลือกเล่นมานั้น ส่วนมากจะเป็นเพลงที่มีความยากระดับ 10 ดาว ซึ่งตัวโน้ตที่ปรากฎภายในเกมส์นอกจากจะมีจำนวนมากแล้ว ยังสร้างความสับสนและอาศัยการแยกประสาทในการเล่นเป็นอย่างสูง แต่ทว่า เธอสามารถเล่นเกมส์ได้อย่างราบรื่น แทบไม่มีพลาดใดๆ นอกจากนี้ เธอยังมีน้องสาวชื่อว่า Kate คอยสร้างสีสันด้วยการเต้นและร้องเพลง สร้างรอยยิ้มให้กับผู้ชมที่เข้ามาดูวิดีโอเล่นเกมส์ครั้งนี้ด้วย ด้านผู้ชมที่เข้ามาเยี่ยมชมการเล่นเกมส์บน Youtube ต่างทึ่งกับความสามารถของเด็กสาวผู้นี้ เพราะปกติตัวเกมส์มีความยากอยู่แล้ว มีเพียงเกมเมอร์เก่งๆเท่านั้นที่สามารถทำคะแนน ผู้เล่นสามารถติดตามการเล่นเกมส์ของเธอได้ที่ youtube.com/user/audrey123talks/

นิโคล คิดแมน ช็อค เสียพ่อกะทันหัน
ดาราสาว /  พ่อ / 

นิโคล คิดแมน (Nicole Kidman) ที่ต้องสูญเสีย นายแอนโทนี่ คิดแมน (Antony Kidman) วัย 80 ปี ผู้เป็นพ่อไปอย่างกะทันหัน จากอุบัติเหตุลื่นล้มในห้องน้ำโรงแรม

เทศกาลโลกของกว่าง นักสู้แห่งขุนเขา ประจำปี 2557
กิจกรรมท่องเที่ยว /  งานประเพณี / 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแพร่ ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยว และผู้สนใจเที่ยวงาน “เทศกาลโลกของกว่าง นักสู้แห่งขุนเขา ประจำปี 2557” ในระหว่างวันที่ 24 – 30 กันยายน 2557 ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอปัว จังหวัดน่าน เทศกาลโลกของกว่าง นักสู้แห่งขุนเขา ประจำปี 2557 นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ ผู้อำนวยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแพร่ ซึ่งรับผิดชอบการส่งเสริมการตลาดและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดแพร่ น่าน อุตรดิตถ์ กล่าวว่า อำเภอปัว กำหนด จัดงาน“เทศกาลโลกของกว่าง นักสู้แห่งขุนเขา ประจำปี 2557” ในระหว่างวันที่ 24 – 30 กันยายน 2557 ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอปัว จังหวัดน่าน เพื่อเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีการประลองกว่างอันเก่าแก่ของภาค เหนือให้แก่อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษา และดำรงรักษาให้คงอยู่ ตลอดจนเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ และส่งเสริมการท่องเที่ยวของอำเภอปัว จังหวัดน่าน กว่างเป็นชื่อเรียกด้วงปีกแข็งชนิดหนึ่ง มี 6 ขา มีทั้งชนิดมีเขาและไม่มีเขา ชอบกินน้ำหวานจากอ้อย มีวงจรอายุหนึ่งปีเริ่มจากระยะที่เป็นตัวหนอน หรือด้วงจะมีสีขาว อาศัยอยู่ในดิน กินเศษใบไม้ผุ ตอไม้หรือต้นไม้ที่ผุ ซึ่งนับเป็น การช่วยธรรมชาติในการช่วยย่อยสลายใบไม้กลายเป็นปุ๋ยให้ดินเป็นอย่างดี ต่อมาเจริญเติบโตกลายเป็นดักแด้ และด้วงกว่างเต็มวัยที่พร้อมสืบพันธ์ได้ จากนั้นเมื่อเข้าสู่ฤดูฝนและดินอ่อน ด้วงกว่างที่เจริญเติบโตเต็มที่ก็จะ ดันดินออกมาสู่โลกภายนอก เพื่อหาแหล่งอาหารใหม่ และผสมพันธ์ กว่างตัวผู้ที่แข็งแรงเท่านั้นที่มีโอกาสรอดเพื่อการผสมพันธ์ โดยกว่างจะต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงตัวเมีย ที่เรียกกันว่า การชนกว่าง และฝ่ายที่ชนะก็จะได้ผสมพันธ์ กับตัวเมีย นับเป็นการคัดเลือกสายพันธ์โดยธรรมชาติอย่างแท้จริง ซึ่งจากธรรมชาติเช่นนี้ จึงเป็นที่มาของกิจกรรมชนกว่างของชาวบ้านในภาคเหนือในช่วงว่างเว้นหลังจากปลูกนา จังหวัดน่านถือได้ว่ามีกว่างเป็นจำนวนมาก แต่ในปัจจุปันนี้ เริ่มมีจำนวนลดลงเพราะมีการเผาป่าใช้สารเคมี ไข่และตัวอ่อนในดินจึงไม่รอดชีวิตเติบโตมาได้ อย่างไรก็ตามหากฤดูฝนปีใดมีจำนวนกว่างมาก ก็นับได้ว่าเป็นการบ่งชี้ถึงความอุดมสมบูรณ์ของดินได้ด้วย งาน “เทศกาลโลกของกว่าง นักสู่แห่งขุนเขา ประจำปี 2557” มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ การแสดงนิทรรศการโลกของกว่างและวงจรชีวิตของกว่าง และภูมิปัญญาพื้นบ้าน การแสดงและจำหน่ายสินค้าท้องถิ่น การ จำหน่ายสินค้าราคาถูกจากคาราวานสินค้า การออกร้านมัจฉาพาโชค การแข่งขันประลองกำลังกว่าง การประกวดกว่างสวยงาม การแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปิน มหกรรมอาหาร การแข่งขันกีฬาตระกร้อ และวอลเล่ย์บอล การ ประกวดวาดภาพ การประกวดแข่งขันร้องเพลง การประกวดเทพีกว่าง การประกวดธิดากว่างจำแลง ททท.สำนักงานแพร่ จึงขอเชิญชวนผู้สนใจเดินทางท่องเที่ยวจังหวัดน่าน และร่วมงาน “เทศกาลโลกของกว่าง นักสู้แห่งขุนเขา ประจำปี 2557” ในระหว่างวันที่ 24 – 30 กันยายน 2557 ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอปัว จังหวัด น่าน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ที่ว่าอำเภอปัว โทรศัพท์ 0 5479 1495 หรือสอบถามข้อมูลการเดินทางและการท่องเที่ยวจังหวัดแพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ได้ที่ ททท.สำนักงานแพร่ โทรศัพท์ 0 5452 1127 ขอบคุณข่าวสารจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ของขึ้นแล้วเฟ้ย! ริโอจวกยับแท็คติก มอยส์ สุดกากทำผีหล่นไปอยู่ที่ 7  
ควีนปาร์ค เรนเจอร์ /  พรีเมียร์ลีก / 

มหกรรมการแฉนายเก่าเริ่มขึ้นแล้ว เมื่อ ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตปราการหลัง “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาจวก เดวิด มอยส์ อดีตนายเก่าว่าเอาแท็คติกสุดห่วยมาใช้กับทีมจนทีมจบอันดับที่ 7 และไม่ได้ไปเล่นฟุตบอลยุโรปเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 19 ปี โดยแข้งวัย 35 ปีที่ตอนนี้ไปค้าแข้งกับ ควีนปาร์ค เรนเจอร์ ทีมที่เพิ่งโดน “ปีศาจแดง” ถล่ม 4-0 ได้แฉนายเก่าผ่านหนังสือชีวประวัติของตัวเอง “เขาทำให้บรรยากาศของเราตกต่ำลงเรื่อยๆ” “ตอนอยู่กับเฟอร์กี้ เรามีแต่ความคิดในทางบวก เขา (มอยส์) ค่อยๆทำลายเราลงทีละน้อย ผมบอกเลยว่าไม่เคยมีความสุขภายใต้การนำทีมของเขา” ริโอ จัดหนักใส่อดีตนายเก่าที่คุมทีมได้ 8 เดือนก่อนโดนไล่ออก “บางทีแท็คติกของเราคือการใช้บอลยาว และการโยนจากด้านข้าง มันโคตรจะอัปยศ มีเกมส์ในบ้านนัดหนึ่งกับฟูแล่มเราโยนไป 81 ครั้ง ผมเคยคิดนะทำไมเราต้องทำแบบนั้นวะ กองหน้าทีมเรามี แอนดี้ คาร์โรลล์ เป็นกองหน้าหรือไงวะ” “เขาเอาแต่สอนวิธีการเล่นอย่างไรไม่ให้เราแพ้ แต่พวกเราคุ้นเคยแต่วิธีการเล่นเพื่อชัยชนะมาตลอด” ริโอ ทิ้งท้าย

ดาราแม่ลูกดกของเมืองไทย
ดาราลูกดก

ว้าว!!! การเป็นแม่นั้นสุดสนจะลำบาก เพราะต้องอุ้มท้องลูกแต่ละคนนานถึง 9 เดือนแถมยังต้องคอยเตือนตัวเองห้ามกินโน่นกินนี่ เพราะเดี๋ยวจะเป็นอันตรายกับลูกในท้องแบบไม่ตั้งใจ แต่สำหรับคุณแม่ๆ ทั้งหลายก็คงจะมีความสุขที่นั่งนับวันรอคอยเจ้าตัวน้อยลืมตาดูโลกคราวนี้มาดูกันดีกว่าว่าดาราในเมืองไทยของเราคนไหนขึ้นชื่อว่าเป็นคุณแม่ลูกดกกันบ้าง แหมๆๆๆตำแหน่งนี้ขอสงวนให้กับบรรดาคุณแม่ที่มีลูก 3 คนขึ้นไปเท่านั้นนะคะ กลายเป็นนัมเบอร์วันเรื่องการปั๊มทายาทไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับคุณแม่ยังสาวอย่างพลอย ชิดจันทร์ เพราะตั้งแต่นางแต่งงานอย่างกะทันหันกับนักธุรกิจหนุ่มฮ่องกง เคน ฮุง จนต้องขอเข้าไปฉีกสัญญากับทางช่อง3 ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้อนาคตในวงการแสดงของสาวพลอย ชิดจันทร์ก็กำลังไปได้สวยเลยทีเดียว ก็จัดว่าเป็นการตัดสินใจที่โอเค เพราะนี้ตอนนี้นางก็สุดแสนจะแฮปปี้และมีความสุขเป็นที่สุด เพราะมีทายาทสืบสกุลด้วยกัน 3 คนคือ น้องทาชิโน่,น้องชิลี่,น้องชีต้าร์ และยังอยู่ในท้องยังไม่คลอดอีก1ค้า และคาดว่าสามีของสาวพลอยยังเดินหน้าปั๊มลูกต่อไปอย่างไม่หยุดเพราะต้องการให้ลูกๆ มาช่วยสานต่อกิจการลำไยอบแห้งนั่นเอง พลอย ชิดจันทร์ อดีตนางร้ายแถวหน้าของเมืองไทยอย่างกิ๊ก สุวัจนี ทำเอาบรรดาแฟนคลับสมัยก่อนช็อคไปตามๆ กัน เพราะจู่ๆ นางก็ออกมาประกาศแต่งงานฟ้าแลบ แถมยังมีทีท่าว่าจะอำลาจากวงบันเทิงหันไปทำหน้าที่ศรีภรรยาดูแลลูกๆ และสามีทายาทนักธุรกิจดังอย่างหนุ่มแจ็คกี้ ธรรมจักร พานิชชีวะ จนตอนนี้สาวกิ๊กมีทายาททั้งหมด 3 คนคือน้องธัญย่า,น้องธาช่า และน้องธอนถึงแม้ก่อนหน้านี้สาวกิ๊กจะเคยแท้งลูกสาวไปหนึ่งคนก็ตาม นางก็จัดว่าเป็นดาราแม่ลูกดกอีกคนหนึ่งของวงการ กิ๊ก สุวัจนี เป็นคุณแม่ยังสาวอีกคนหนึ่งที่เคยตั้งเป้าไว้ว่าอยากจะมีทายาท4 คนขึ้นไปสำหรับสาว ปู มัณฑนา เพราะตั้งแต่แต่งงานกับหนุ่มหาญส์ หิมะทองคำ นางก็ตั้งหน้าตั้งตาช่วยกันปั๊มทายาทเป็นว่าเล่นจนตอนนี้มีทายาททั้งหมด 3 คนคือ น้องเพียร์ซ, น้องเพิร์ล และน้องพอล แต่เห็นทีคนที่4 นี่จะยากสักหน่อย เพราะตอนนี้สาวปูนางก็กลับมาโลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงเหมือนเดิมแล้ว ส่วนคุณสามีก็เดินหน้าเล่นการเมือง ถึงแม้ว่าช่วงนี้เรื่องการเมืองจะถูกเบรคอยู่ก็ตาม ปู มัณฑนา ถือว่าเป็นครอบครัวคนบันเทิงที่น่ารักที่สุดของวงการอีกครอบครัวหนึ่งสำหรับครอบครับวรรธนะสิน ซึ่งงานนี้คุณแม่ยังสาวและสวยมากความสามารถอย่างปิ่น เก็จมณี ก็ทำหน้าที่ศรีภรรยาของเจ้าพ่อแดนซ์กระจายอย่างเจ เจตรินได้สมบูรณ์แบบสุดยอด เพราะสามารถมีทายาท3 หนุ่มสุดหล่อมาช่วยประดับวงการเพราะไม่ว่าจะเป็นเจ้านาย,เจ้าขุนรวมถึงเจ้าสมุทร ออกมาพร้อมหน้าพร้อมตากับคุณพ่อเมื่อไหร่ก็มักจะได้รับเสียงกรี๊ดดังสนั่นตลอดเวลาเช่นกัน ปิ่น เก็จมณี เรียกว่าออกจากวงการบันเทิงเพื่อไปทำหน้าที่ศรีภรรยาจริงๆ สำหรับนักร้องสาวเสียงนุ่มอย่างบัวชมพู ฟอร์ด เพราะตั้งแต่นางแต่งงานอย่างด่วนจี๋กับนักธุรกิจพี่ช้าง สมประสงค์ นางก็หันไปดูแลปฎิบัติสามีจนตอนนี้มีทายาท เป็นหนุ่ม3 น้อยวัยกำลังน่ารักน่าชัง ไม่ว่าจะเป็นน้องแมตต์,และลูกชายแฝด น้องมาร์กซ์ กับ น้องเหมา เรียกว่างานนี้หลงกันทั้งบ้านโดยเฉพาะคุณพ่อช้าง เพราะแว่วมาว่าตอนนี้คุณพ่อช้างเริ่มอยากจะได้ลูกสาวมาเพิ่มสีสันให้กับครอบครัวอีกแล้วจ้า บัวชมพู อดีตนางแบบสาวสุดฮอตอย่างอ้อม ศานันทินี นางยอมถอนตัวออกจากวงการนางแบบ เพราะต้องหันไปทำหน้าที่แม่บ้านที่ดีให้กับสามีอย่างเกริก ซิลเล่อร์ เป็นครอบครัวดาราที่น่ารักและอบอุ่นไม่แพ้ใครอีกครอบครัวหนึ่งเหมือนกัน สำหรับคุณแม่คนเก่งอย่างอ้อม ศานันทินี และตอนนี้นางยังหันไปทำธุรกิจส่วนตัวอยู่ด้วยด้านครอบครัวนางมีลูกสาววัยกำลังโตด้วยกัน 3 คน คือ น้องแซมมี่, น้องวินนี่ และน้องบิวตี้ เรียกว่าสวยถอดแบบคุณแม่มาเลยทีเดียว อ้อม ศานันทินี อดีตเจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิงอย่างแหม่ม คัทลียา แมคอินทอช ซึ่งก่อนหน้านี้หลายคนพยายายามลุ้นนางให้เป็นคู่จิ้นกับพระเอกคู่บุญอย่างแท่ง ศักดิ์สิทธิ์ แต่จู่ๆ นางก็ทำเรื่องช็อควงการเพราะท้องแล้วปิดเงียบแถมยังท้ากินเบนโลต่อหน้าสื่อจนถูกตั้งฉายาว่านางเอกเบนโล จนนางต้องตัดสินใจแต่งงานกับบี่บี๋-สงกรานต์ กระจ่างเนตร์ นักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ เป็นการเร่งด่วนเพราะมีน้องแมค,ทั้งคู่อยู่กินด้วยกันจนต่อมามีน้องคินและลูกสาวคนสุดท้องน้องเนซซี่ ตอนนี้จัดว่าครอบครัวกระจ่างเนตร์ เป็นครอบครัวที่น่ารักของวงการถ้าไม่นึกถึงเรื่องในอดีต เพราะตอนนี้คุณแม่แหม่มก็พร้อมเต็มที่ แล้วสำหรับงานในวงการบันเทิงหลังจากที่เคยโดนแบนมาหลายปี แหม่ม คัทลียา อดีตนางงามสุดฮอตอย่างเฮเลน ปทุมรัตน์ ซึ่งพักหลังๆ มานางผันตัวมาเป็นนางแบบสุดฮอตของเมืองไทยคู่กับเพื่อนสาวสุดซี้ลูกเกด เมทินี ต้องยอมรับว่าสาวเฮเลนเป็นที่หมายตาของบรรดาหนุ่มในวงการแต่สุดท้ายนางก็ตัดสินใจแต่งงานกับหนุ่มเจมส์ เบอร์เกอร์ และย้ายสัมมโนครัวไปอยู่อเมริกาจนมีลูกด้วยกัน 3 คน คนโตเป็นลูกสาวชื่อ น้องเฮลี่ ต่อมามีลูกชายอีกสองคนคือ น้องจาวา และน้องไรคาร์ดและนางก็ยังเดินสายประกวดนางงามสำหรับคนที่แต่งงานแล้วที่อเมริกาอยู่บ่อยๆ แต่สำหรับชีวิตครอบครัวข่าวนี้ทำเอาหลายคนอึ้ง เพราะจู่ๆ ก็มีข่าวว่าเฮเลนประกาศแยกทางกับสามีเป็นที่เรียบร้อยสุดท้ายนางก็ออกมาโต้แล้วว่าตอนนี้ขาเตียงยังแข็งแรงเหมือนเดิมเจ้าค้า เฮเลน ปทุมรัตน์

10 เรื่องจริง สัตว์กินคน เหตุการณ์จริงในอดีต
สัตว์โลก /  สัตว์ในตำนาน / 

หลายครั้งหลายคราวที่เรามักจะเห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์ หรือสื่อต่างๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์สัตว์ทำร้ายมนุษย์ ซึ่งมันก็เกิดได้หลายสาเหตุเช่น พวกมันอาจจะป้องกันตัวเอง สภาวะทางอารมณ์ หรือสัญชาตญาณ วันนี้ทีนเอ็มไทยมี 10 เรื่องจริง สัตว์กินคน เหตุการณ์จริงในอดีต มาฝากเพื่อนๆ กันคะ 10 เรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นข่าวครึกโครม เกี่ยวกับสัตว์ทำร้ายและกินคนเป็นจำนวนมาก ทำให้หลายๆคนขวัญผวาและกลัวเป็นอย่างมาก 10 เรื่องจริง สัตว์กินคน เหตุการณ์จริงในอดีต 10. The lions of Njombe เกิดขึ้นปี 1932 ในแทนซาเนียใกล้เมืองจ็อมเบ เกิดเหตุการณ์ฝูงสิงโตยักษ์ออกมาฆ่าคนอย่างบ้าคลั่ง เรื่องมีอยู่ว่าสิงโตได้รับการควบคุมโดยแม่มดหมอผีในชนเผ่าท้องถิ่นชื่อมาตามูลา แมนเกรา (Matamula Mangera) ที่เธอมักส่งฝูงสิงโตออกมาทำร้ายคนหากใครก็ตามที่ลบหลู่เธอหรือต่อต้านเธอ แม่มดมาตามูลา มีอำนาจบาตรใหญ่มากขนาดหัวหน้าเผ่าอื่นๆ ไม่กล้ายุ่งกับเธอเลย ฝูงสิงโตของเธอนั้นได้คร่าชีวิตมนุษย์ไปถึง 1,500 ศพ (บางคนบอกว่า 2,000 คน) และนี้คือเหตุการณ์สิงโตทำร้ายมนุษย์ที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ และหนึ่งใน กรณีของสัตว์ทำร้ายมนุษย์เลวร้ายที่สุดที่เคยบันทึกไว้ จนกระทั้งจอร์จ (George Rushby 1900–1968) นายพรานที่มีชื่อเสียงได้ตัดสินใจ ปราบฝูงสิงโตนั้น เขาฆ่าสิงโตไป 15 ตัวและทำให้เหตุการณ์สิงโตทำร้ายคนยุติลงในที่สุด และเรื่องราวของจอร์จได้ถูกนำมาสร้างละครกึ่งสารคดี BBC ในชื่อ “The Man-eating Lions of Njombe.” ออกอากาศในเดือนกรกฎาคม 2005 9. Two Toed Tom “ทอมสองขา” เป็นจระเข้กินคนที่ค่อนข้างคลุมเครือ และยากจะทราบได้ว่า เรื่องของจระเข้ตัวนี้เป็นเรื่องจริงหรือเป็นแค่ตำนาน จระเข้ตัวนี้เป็นเรื่องที่เล่าต่อๆ มากันมาของอเมริกาทางตอนใต้ อาศัยอยู่ในบึ่ง terrorized ในรัฐอลาบามา ชายแดนฟอริด้า ชื่อของมันมีที่มาจาก ขาของมันมีสองเท้า เนื่องจากขาของมันหายไปเพราะโดนกับดักเหล็กจนขาขาด และนั้นเป็นสาเหตุทำให้มันเจ็บแค้นมนุษย์ และเริ่มออกอาละวาดทำร้ายมนุษย์ ในช่วงยุค 20 หลายคนอ้างว่ามันมีขนาดใหญ่กว่าสี่เมตรครึ่ง มันน่ากลัวมากเหมือนมันเป็นปีศาจส่งมาจากนรกเพื่อล่าพวกเขา มันชอบกินวัวและมนุษย์ผู้หญิง (มันชอบคว้ากระชากเสื้อผ้าของพวกเขาแล้วลากลงไปกินในน้ำ) แม้นายพรานท้องถิ่นจะมีการใช้ปืนหรือระเบิดแต่ก็ไม่สามารถฆ่ามันได้ จนกระทั้งมีนายพรานหนึ่งโยนถังที่เต็มไปด้วยระเบิด สิบห้าถังลงไปในน้ำ และจุดให้มันระเบิด ทอมก็หายไป แต่หลายคนเชื่อว่าทอมน่าจะยังมีชีวิตอยู่และรอคอยโอกาสที่จะแก้แค้นตามแบบฉบับของมันและก็เป็นจริงๆ ทอมก็ปรากฏตัวมาอีกครั้ง และได้กินลูกสาวของคนโยนระเบิด และบรรดาเด็กๆ ของเกษตรกรที่อยู่ตามชายฝั่ง ก่อนที่มันจะหายไปไม่กลับมาอีกเลย มีหลายคนบอกว่าเรื่องเหล่านี้น่าจะเป็นเพียงนิทานพื้นบ้าน หากแต่ชาวบ้านในละแวกนั้นบอกว่าเป็นเรื่องจริง และเชื่อว่ามันยังคงเดินเตร่อยู่ในหนองน้ำฟอริด้าหลายปีจากนั้นมีรายงานพบเห็นมันต่อเนื่องถึง จระเข้ขนาดใหญ่สองขาอยู่เป็นระยะและที่สำคัญคือทอมไม่เคยถูกจับได้เลย 8. Kesagake ”หมีสีน้ำตาลบุกหมู่บ้านซันเคซาเบ๊ะทสึ (The Sankebetsu brown bear incident)” เป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นเกี่ยวกับการ โจมตีของหมีสีน้ำตาลที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ที่โจมตีหมู่บ้าน ซันเคซาเบ๊ะทสึ เมืองโทมาม่า ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น เหตุการณ์เกิดขึ้นในวันที่ 9 เดือน ธันวาคม ถึง 14 ธันวาคม 1915 โดยสมัยก่อนนั้นหมู่บ้านแห่งนี้พึ่งจะมีคนอยู่อาศัย กำลังบุกเบิก จำนวนคนในหมู่บ้านน้อยมากและส่วนใหญ่อาศัยอยู่บนป่าเขา และพื้นที่แห่งนี้ได้เป็นที่อยู่อาศัยของหมีเพศผู้ ขนาดยักษ์ที่หลายคนเรียกมันว่า “เคะซากาเกะ” ซึ่งมันชอบขโมยข้าวโพด จนสร้างความรำคาญในแก่ชาวบ้าน มันเลยถูกยิงจนบาดเจ็บแล้วหนีขึ้นบนเขา เมื่อมันหนีไป ชาวบ้านก็รู้สึกโล่งใจเพราะหมีคงจะรู้สึกกลัวคนและอยู่ห่างจากพืชผลของเขา หากแต่พวกเขาคิดผิด!! 9 ธันวาคม 1915 เวลา 10.30 น. เจ้าหมียักษ์กลับมาอีกครั้ง มันเริ่มออกปฏิบัติการ แก้แค้นฉบับเลือดต้องล้างด้วยเลือด มันเลือกเหยื่อรายแรกของมันคือครอบครัว โอตะ (ota Family) ในขณะนั้นอาเบะ เมยูและฮายูมิ มิกิโอะ (Abe Mayu and Hasumi Mikio) ภรรยาของครอบครัว และทารกที่เธอดูแลอยู่ก็ถูกเจ้าหมีตัวบุกเข้า มาในบ้านเพื่อหมายฆ่าคนทั้งสอง ทารกถูกกัดศีรษะจนเสียชีวิต ส่วนฝ่ายหญิง พยายามต่อสู้โดยสาดฟืนเข้าใส่ แต่ท้ายสุดเธอก็ถูกหมีลากเข้าป่า และเมื่อชาว บ้านมาถึงที่เกิดเหตุถึงกับต้องตะลึง โดยพวกเขาบรรยายว่าเหมือนโรงฆ่าสัตว์ไม่มีผิด เพราะเลือดสาดกระจายทั้งบนพื้นและผนัง ชาวบ้านรู้สึกโกรธแค้นหมี พวกเขาเลยจับกลุ่มสามสิบคนบุกเข้าป่าและพยายามยิงมันแต่มันก็หนีไปได้ หลังจากพวกเขาสำรวจบริเวณรอบๆ ก็พบชิ้นส่วนศพที่มีเพียงหัว และชิ้นส่วนที่เหลือของฝ่ายหญิงฝังอยู่ใต้หิมะ คาดว่าหมีคงเก็บอาหารของมันไว้กินภายหลัง และหลังจากนั้นคืนถัดมา (8.00 น.) หมีก็กลับมาที่ฟาร์มโอตะอีกครั้ง ซึ่งชาวบ้านบางส่วนได้จับกลุ่มรอเตรียมรับมืออยู่แล้ว ชาวบ้านพยายามยิงหมีแต่ว่ามันก็รอดไปอีก โชคดีเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีใครบาดเจ็บ ในเวลาไม่นานนัก เจ้าหมีได้เลือกครอบครัว มิโซเค (Miyoke family) ซึ่งอยู่หมู่บ้านอื่นที่ไร้ทางป้องกัน (เพราะไม่นึกว่าหมีจะมา) ซึ่งเจ้าหมีตัวนี้ฆ่าคนในครอบครัวนี้อย่างโหดเหี้ยม ซึ่งเวลานั้นภรรยาที่ตั้งครรภ์ของครอบครัวยาโย (Yayo) กำลังเตรียมอาหารและได้ยินเสียงข้างนอกดังก้อง และไม่ทันที่จะตรวจสอบหมีก็บุก เข้าทางหน้าต่างแล้วเข้ามาในบ้าน หม้อปรุงอาหารพลิกคว่ำ เปลวไฟและความหวาดกลัวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เธอพยายามหนีออกจากบ้าน แต่เด็กสองคนในบ้านหนีไม่ทันจึงถูกฆ่าตาย และหญิงที่ตั้งครรภ์หนีไม่ไหวร้องขอชีวิตลูกในครรภ์ของเธอ แน่นอนมันไร้สาระ เจ้าหมีก็ฆ่าเธอเช่นเดียวกันเหยื่อก่อนหน้าของมัน เมื่อพวกชาวบ้านมาถึงพวกเขาก็พบร่างที่เต็มไปด้วยเลือดของเด็กสองคน และหญิงและตัวอ่อนในครรภ์ทั่วพื้นดิน เจ้าหมีตัวนี้ใช้เวลาเพียงสองวันฆ่าคนทั้งหกคนจนทำให้ชาวบ้านละแวกนั้นหวาดกลัวเป็นอันมาก หลังจากนั้นเจ้าหมีก็ถูกไล่ล่าอย่างหนัก (ระหว่างนั้นมันก็อาละวาดฆ่าคนไปไปด้วย) จนในที่สุดเรื่องก็จบลงเมื่อวันที่ 14 ธันวาคมนายพรานคนหนึ่งได้ยิงหมีที่เชื่อว่าเป็น ตัวต้นเหตุได้ มันมีขนาดยาวกว่าสามเมตร หนักกว่า 380 กิโล เมื่อผ่าท้องมาก็พบ ชิ้นส่วนมนุษย์อยู่ในกระเพาะอาหารของมัน และแล้วเหตุการณ์สัตว์โจมตีที่เลวร้าย ที่สุดในญี่ปุ่นก็จบลง หากแต่ชื่อของเจ้าหมีตัวนี้ก็ปรากฏอยู่ในนิยายและละครมากมาย ปัจจุบันหมู่บ้านซันเคซาเบ๊ะทสึกลายเป็นที่ร้างคน แต่มียังมีการจำลองแสดง เหตุการณ์ดังกล่าว โดยมีรูปจำลองของหมีและบ้านโอตะที่หมีเคยมาอาละวาดตั้งอยู่ให้นักท่องเที่ยวเข้าชม และการ์ตูนมังงะโบราณอย่าง “ไอ้เขี้ยวเงิน” หนึ่งในหมี ที่เป็นศัตรูกับไอ้เขี้ยวเงินนั้น มีหมีตัวหนึ่งนำมาจากเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย ชมคลิป .. http://www.youtube.com/watch?v=u3NuxLb9udQ 7. The New Jersey Shark คุณเคยดูหนังสัตว์ทำร้ายคนคลาสสิกเรื่อง “Jaws (1975)” ที่กำกับโดยสตีเว่น สปิลเบิร์ดไหม ที่เกี่ยวกับฉลามขนาดยักษ์ทำร้ายคน ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างขึ้นโดยมีเค้าโครงเรื่องจากนวนิยายเรื่อง “Jaws (1974)” ของปีเตอร์ เบนช์ลีย์ ซึ่งก็มีข้อมูลมาจากเรื่องจริง ซึ่งเขาได้แรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์หนึ่งที่เรียกขานว่า “Jersey Shore shark attacks of 1916 ” หรือ “เดอะ นิวเจอร์ซีย์ ชอร์” เป็นเหตุการณ์ฉลามขาวยักษ์ (ไม่รู้ว่ามาตัวเดียวหรือมีมากกว่าหนึ่งตัว) ทำร้ายคนอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง นอกชายฝั่งของมลรัฐนิวเจอร์ซีย์ในสหรัฐอเมริการะหว่างช่วงฤดูร้อนของ วันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 12 กรกฎาคม ปี 1916 เหตุการณ์ครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตไป 4 รายและบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง (พูดง่ายๆ คือไม่ทราบจำนวนที่แท้จริง) เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลทำให้ชุมชนริมทะเลและรีสอร์ทราย ล้อมชายหาดที่เกิดเหตุจ้องเพิ่มการป้องกันอย่างเข้มงวด ไม่ว่าการเอาตาข่ายมากันไม่ให้คนเข้าใกล้ชายหาดเลยทีเดียว สมัยก่อนนั้นนักวิทยาศาสตร์ไม่เชื่อว่าฉลามนั้นเป็นสัตว์ทำร้ายคน แต่เหตุการณ์ที่ทำให้พวกเขาต้องคิดเสียใหม่ (แม้จะเป็นกรณีที่หายากมาก) โดยทุกอย่างเริ่มขึ้นที่แนวชายฝั่งนิวเจอร์ซีย์เหยื่อรายแรก คือหนุ่มชาร์ลส์ แวนแซงท์(Charles Vansant) ถูกฉลามทำร้ายในน้ำตื้นมากในขณะว่ายน้ำกับสุนัข คนหลายคนเห็นฉลามทำร้ายต่างพยายามช่วยเหลือชายหนุ่มคนนั้น แต่ว่าฉลามกัดแน่นมากมันกัดจนขาของเขาฉีกขาดจนเขาขาดใจตายก่อนส่งถึงโรงพยาบาล ห้าวันต่อมาก็มีเหยื่ออีกคน คือชาร์ลส์ (Charles Bruder) ถูกฉลามทำร้ายในขณะว่ายน้ำห่างจากชายฝั่ง ตอนแรกหลายคนคิดว่าเขากำลังพายเรือแคนูสีแดง หากแต่ความจริงคือ ฉลามยักษ์ที่เต็มไปด้วยเลือดที่มาจากขาที่ฉีกขาดของเขาต่างหาก ซึ่งกว่าจะช่วยเขาก็ไม่ทันการเสียแล้ว เพราะว่าเขาขาดใจตายก่อนที่จะขึ้นชายหาดเสียอีก แม้ว่าจะมีพยานหลายคนบอกว่าฉลามโจมตีมนุษย์ แต่ว่านักวิทยาศาสตร์ก็แจ้งเตือนประชาชนว่า ตัวการร้ายในเหตุการณ์ครั้งนี้น่าจะเป็น วาฬเพชฌฆาตหรือเต่าทะเล!! จากนั้นก็มีรายงานเห็นฉลามในพื้นที่ชายหาดใกล้นิวเจอร์ซีย์มากมาย ในวันที่ 12 กรกฎาคมเด็กอายุ 11 ปีถูกทำร้ายโดยฉลาม และลากเขาไปใต้น้ำ คนที่เห็นเหตุการณ์พยายามเข้าไปช่วย ชายคนหนึ่ง ชื่อ สแตนเลย์ ฟิชเชอร์ (Stanley Fishe) พยายามช่วยเหลือเด็ก หากแต่เขาถูกทำร้ายโดยฉลาม และเสียชีวิตจากบาดแผล และเหยื่อที่ห้ารายสุดท้ายคือเด็กหนุ่มอายุ 14 ชื่อ โจเซฟ ดันน์ (Joseph Dunn) ที่ถูกฉลามโจมตีทั้งๆ ที่เวลาพึ่งผ่านไป 30 นาที หลังจากฉลามทำร้ายสแตนเลย์ ฟิชเชอร์ แม้ว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่เขาเป็นเหยื่อเพียงหนึ่งเดียวที่รอด จนกระทั้ง 14 กรกฎาคม ชายคนหนึ่งชื่อไมเคิล (Michael Schleisser) ได้จับฉลามขาวที่ยาวกว่า 2.3 เมตร หนัก 147 กิโล ได้ในอ่าวราริแทน ซึ่งฉลามตัวนี้พยายามทำร้ายเขาโดยการทำให้เรือจม แต่เขาก็ได้ฆ่ามันด้วยไม้พายที่หัก เมื่อเขาเปิดกระเพาะของมันออกก็มีชิ้นส่วนศพของหญิงสาวติดมาด้วย และหลังการจับฉลามนี้ได้ ก็ไม่มีเหตุการณ์ฉลามโจมตีในชายฝั่งนิวเจอร์ซีย์อีกเลย ดูเพิ่มเติม http://weirdnj.com/stories/matawan-man-eater/ 6. The Bear of Mysore หมีแห่งมัยซอร์ เป็นชื่อของหมีสลอทที่ดุร้าย ก้าวร้าวจนผิดปกติ และออกอาละวาดฆ่าคนตามเมืองต่างๆ ในมัยซอร์ ประเทศอินเดีย และมันฆ่าคนอย่างน้อย 12 คนซึ่งโดยปกติแล้วหมีชนิดนี้เป็นสัตว์กลัวคน และไม่ทำอันตรายต่อใคร อีกทั้งมันไม่กินเนื้อคน ซึ่งมันชอบกินแมลงปลวก ผลไม้ และน้ำผึ้งเป็นพิเศษ แต่หมีแห่งมัยซอร์กลับทำร้ายคน ทำให้หลายคนสันนิษฐานว่า อะไรที่ทำให้มันดุร้ายถึงขนาดนี้ บางคนเชื่อว่าหมีตัวนี้โกรธแค้นที่มนุษย์ขโมยลูกของมัน บางคนเชื่อว่าคู่ของมันถูกลักพาตัวไป และบางคนเชื่อว่าสาเหตุ เนื่องจากมันเคยมีประสบการณ์ที่ตกเป็นของเล่นของมนุษย์ที่ป่าเถื่อน จะด้วยเหตุผลใดก็ตามมันก็ได้เป็นเครื่องจักรนักฆ่าโดยสมบูรณ์แบบ โดยมันจัดการฆ่ามนุษย์กว่าโหลโดยฉีกใบหน้าเหยื่อด้วยกาม และฟันของมัน (และกินชิ้นส่วนศพบางส่วน) ซึ่งเหยื่อบางคนมีชีวิตรอดหากแต่ก็พิการโดยสมบูรณ์มันออกอาวะลาดฆ่าคนทั้งกลางวันและกลางคืน สุดท้ายมันก็ถูกฆ่าโดย เคนเน็ธ แอนเดอร์สัน (Kenneth Anderson 1910-1970 นักล่าและนักเขียนชาวอินเดีย ที่เขียนหนังสือหลายเล่มที่เกี่ยวกับการผจญภัยของเขาในป่าทางใต้ของอินเดีย) ซึ่งเขาได้บันทึกความทรงจำนี้ในหนังสือ Man-Eaters and Jungle Killers 5. The Beast of Gevauden“สัตว์ร้ายแห่งเชโวดอง” เป็นหนึ่งในเหตุการณ์สัตว์ทำร้ายคนที่ลึกลับกว่าอันดับทั้งหมดใน 10 เรื่องจริง สัตว์กินคน เหตุการณ์จริงในอดีต นี้ โดยเหตุการณ์นี้เริ่มเกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1764 -1767 ที่เมืองเชโวดอง แคว้นโอแวร์ญ ซึ่งเป็นย่านภูเขาอยู่ในทางภาคกลางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส จู่ๆ มีสัตว์ประหลาดที่ไม่รู้ว่ามันเป็นตัวอะไรกันแน่ ออกอาละวาดไล่ฆ่าผู้คนตายไปหลายราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและสตรีที่อ่อนแอ (เหยื่อรายแรกเป็นเด็กสาว เมื่อมิถุนายน 1764) ส่วนจำนวนของ ”สัตว์ร้าย” ตัวนี้มีจำนวนไม่แน่ชัดแต่คาดว่ามันน่าจะมีตัวเดียว และรูปร่างมันมีลักษณะตามคำบอกเล่าของผู้พบเห็น ไม่ตรงกันสักราย แต่ก็พอสรุปว่า มันเหมือนหมาป่าตัวโตๆ เกือบเท่ากับวัว หัวโตมาก จมูกยาวแหลมและยื่น ขนสีเทา หูสั้นและฟันใหญ่ กรงเล็บขนาดใหญ่แหลมคม (ใหญ่กว่าหมาป่าปกติ) และหางยาว ดูเผินๆ แล้วมันก็ดูเหมือนป่าหมาตัวโตๆ ที่โตมาก แต่พิเศษที่ต่างจากหมาป่าทั่วไป คือ เจ้าสัตว์ร้ายตัวนี้เดินได้ด้วย 2 ขาหลัง !! เหมือนมนุษย์ ไม่มีผิด (หลายฝ่ายเชื่อว่ามันน่าจะเป็นไฮยีน่าโบราณ) โดยสถานที่มันปรากฏตัวมากที่สุดคือปศุสัตว์และทุ่งเลี้ยงสัตว์ (และป่าเขาทางเดินสัญจร) จากรายงานมี 210 คนถูกทำร้าย 113 ตกเป็นเหยื่อเสียชีวิต และ 98 ถูกกิน ทำให้หลายคนเชิญว่าเป็นเป็นปีศาจที่มาจากนรก มีนายพรานหลายราย ที่พยายามที่จะล่ามันแต่สุดท้ายก็ล้มเหลวต้องกลับบ้านด้วยมือเปล่า จนกระทั้งปี 1767 นายพรานท้องถิ่นคนหนึ่งชื่อจีน ชาลเตล(Jean Chastel)ได้จัดการเป่า มันด้วยปืนคาบศิลา (บางตำนานบอกว่าใช้กระสุนเงินยิงมันและเมื่อจัดการผ่าท้องมันก็พบศพเหยื่อรายสุดท้ายที่มันกินด้วย) ก่อนที่นำซาก “สัตว์ร้าย” ไปสตั๊ฟและ ไปถวายพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 ก่อนที่จะนำซากนั้นไปฝัง และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา “เจ้าสัตว์ร้าย” ก็ไม่มาอาละวาดให้ผู้คนในเชโวดองอีกเลย ตลอดกาล 4. The Ghost and the Darkness ผีร้ายและความมืด เป็นชื่อของสิงโตคู่กินคนที่ออกอาละวาดฆ่าคนงานก่อสร้างแรงงานทางรถไฟจากเคนย่าไปยูกันดา ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงธันวาคม 1898โดยหลายคนขนานนามเหตุการณ์นี้ว่า “Tsavo maneaters” มันเริ่มขึ้นเมื่อจักรวรรดิอังกฤษกำลังแผ่ขยายอำนาจไปทั่วทวีปแอฟริกา ในเดือนมีนาคม 1898 ทางการอังกฤษได้เริ่มต้นสร้างทางรถไฟข้ามแม่น้ำซาโว ในเคนย่าโครงการนี้ควบคุมโดย พ.ตท.จอห์น เฮนรี่ แพ็ตเตอร์สัน(John Henry Patterson) ในช่วงแรกพวกคนงานต้องผจญกับสัตว์ป่าที่ทำร้ายพวกเขา เนื่องจากพวกเขา สร้างทางรถไฟในเขตป่า แต่กระนั้นในเหตุการณ์เหล่านี้ก็สามารถควบคุมได้อยู่หมัด จนกระทั้งเก้าเดือนต่อมามัจจุราชที่แท้จริงก็ปรากฏ เมื่อจอห์นได้รับรายงานจากคนงานว่าพวกเขากำลังผจญหน้ากับสิงโตคู่เพศผู้ พันธุ์ซาโว (เป็นสิงโตพันธุ์หนึ่งที่มีขนาดใหญ่และมักร่วมมือสิงโตเพศเดียวกันตัวอื่นเพื่อล่าอาหาร จุดเด่นคือมันไม่มีแผงขนที่คอ) ที่มันมักลากพวกคนงาน (ส่วนมากเป็นชาวอินเดีย) จากเต้นท์ของพวกเขาในเวลากลางคืนและกลืนพวกเขาเป็นอาหารมาหลายราย คนงานพยายามป้องกันสิงโตคู่นี้โดยการทำรั้วหนามรอบๆ ค่าย แต่ก็ไม่สามารถป้องกันมัจจุราชคู่นี้ได้เลย เพราะว่ามันฉลาดพอในการแก้ปัญหานี้ โดยการคลานผ่านรั้วลวดหนาม หลายครั้งก็ทวีความรุนแรงและน่ากลัวขึ้น เพราะมันเริ่มล่าทั้งกลางคืน กลางวัน จนทำให้คนงานหวาดกลัวพวกมันอย่างมากและเรียกขานพวกมันว่าผีร้ายและความมืด พวกมันมีเขี้ยวที่ยาวเป็นพิเศษทำให้พวกเขาไม่เชื่อว่าพวกมันไม่ใช่สิงโตแต่เป็นปีศาจร้ายที่หลุดมาจากนรก ในขณะที่บางคนเชื่อว่าสิงโตนี้เป็นร่างเกิดใหม่ของกษัตริย์โบราณของท้องถิ่นที่พยายามขับไล่ผู้รุกรานอังกฤษ (เป็นความเชื่อของ แอฟริกาตะวันออกที่เชื่อว่าสิงโตเป็นร่างกลับชาติมาเกิดของกษัตริย์) คนงานหลายคนลังเลที่จะสร้างสะพานต่อ และบางคนหนีออกจากค่ายดีกว่าจะรอเป็นเหยื่อของสิงโตปีศาจ เหตุการณ์เหล่านี้ส่งผลทำให้จอห์นต้องหยุดงานทำสะพาน และเริ่มออกล่าสิงโตคู่นี้ชนิดเอาเป็นเอาตาย เขาวางกับดักและพยายามเกาะรอย ดักฆ่ามันในตอนกลางคืนจากต้นไม้ แต่กระนั้นจอห์นก็ไม่สามารถฆ่าสิงโตคู่นี้ได้เสียที จนกระทั้งเขายิงสิงโตตัวแรกได้เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 1898 (เขาใช้เวลานานถึง 9 เดือน) และสามสัปดาห์ต่อมาเขาก็ฆ่าสิงโตตัวที่สองได้ โดยสิงโตทั้งสองตัวมีขนาดใหญ่ถึง 3 เมตร (วัดจากจมูกถึงปลายหาง) นอกจากนี้จอห์นและคณะยังพบถ้ำที่เป็นที่อยู่ของมันซึ่งได้พบซากของผู้ตกเป็นเหยื่อของสิงโตจำนวนมาก มีทั้งกระดูก เสื้อผ้าและเครื่องประดับ หลังจากที่จอห์นจัดการสิงโตทั้งคู่ได้สำเร็จ เขาก็กลับมาทำสะพานต่อจนสำเร็จลุล่วงเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 1899 และจอห์นได้เขียนหนังสือที่เล่าเหตุการณ์นี้ในชื่อ “The Man-Eaters of Tsavo(1907)” โดยจำนวนผู้ตกเป็นเหยื่อสิงโตคู่นั้น ไม่สามารถระบุได้ชัดเจน แต่หลายคนเชื่อว่าเหยื่อน่าจะสูงถึง 135-140 คนหรือมากกว่านั้น ในปี 1924 ขนสตั๊มฟ์ของสิงโตคู่นี้ถูกขายให้พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่ ชิคาโกในราคา 5,000 เหรียญสหรัฐ ในสภาพดีมาก 3. The Panar Leopard จริงอยู่ที่เสือดาวนั้นเป็นชนิดที่มีขนาดเล็กในจำนวนสัตว์ตระกูล “แมวใหญ่” และมักไม่ทำอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดใหญ่กว่ามัน หากแต่ที่จริงแล้วเสือดาวนั้นเป็นนักล่าเก่าแก่ที่สุดที่เรารู้จักจากการพบฟอสซิลกระดูกญาติๆ ของมันก็บ่บอกได้ว่าเจ้าแมวลายตัวนี้เคยรับประทานบรรพบุรุษของมันมากกว่าสามล้านปีที่ผ่านมา ดังนั้นขอเพียงแค่อยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมล่ะก็แมวดำจะทำร้ายมนุษย์ทันที และเมื่อมันพบว่ามันพอใจเนื้อมนุษย์มากกว่าอาหารอื่นๆ มันจะกลายเป็นเครื่องจักรสังหารอย่างแท้จริง เหมือนในกรณีเสือดาวแห่งพานาร์ซึ่งเป็นเสือดาวกินคนที่ออกล่ากินคนในช่วงศตวรรษที่ 20 ในอำเภอคามาออน (Kamaon) ทางภาคเหนือของอินเดีย ที่ว่ากันว่ามันฆ่าและกินคนถึง 400 คน แต่สุดท้ายวลีที่ว่า “สุดท้ายมนุษย์ก็ยังเป็นสัตว์ที่น่ากลัว” นั้นคงจะจริง เพราะเจ้าเสือดาวนั้นได้พลาดท่า ถูกกระสุนนายพรานจนได้รับบาดเจ็บ มันหนีเข้าป่าและไม่ล่ามนุษย์อีกเลย และในปั่นปลายชีวิตสุดท้ายของมันทำได้แต่เพียงหนีนักล่าที่ไล่ล่ามันเท่านั้น และผลสุดท้ายมันก็จบชีวิตในปี 1910 โดยนักล่าในตำนานจิม คอร์เบ็ตต์ (Jim Corbett 1875-1955 นายพรานชาวอังกฤษ นักล่า นักอนุรักษ์ และนักธรรมชาติวิทยา ที่มีชื่อเสียงในการฆ่าเสือและเสือดาวกินคนในประเทศอินเดีย เขาได้เขียน หนังสือ Man-Eaters of Kumaon ที่เล่าประสบการณ์ของเขาในการล่าเสือดาว แห่งพานาร์ จนโด่งดัง และอินเดียได้ตั้งชื่อเขตอุทยานแห่งชาติในคามาออนเป็น ชื่อของเขาเพื่อเกียรติต่อเขาในปี 1957) 2. The Champawat Tigress ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ชายแดนประเทศเนปาลและเมืองคาเมออน ประเทศอินเดียและ ได้เกิดอสูรกายซึ่งเป็นเสือเบงกอลตัวหนึ่งไล่ล่าคนจำนวนมาก มันชอบซุ่มทำร้ายคนกลางป่าเขา มีชายหญิงและเด็กตกเป็นเหยื่อมากมาย หลายคนืเริ่มออกมากล่าวขนานมันว่ามันเป็นปีศาจหรือสิ่งที่ลงมาจากเบื้องบนเพื่อลงโทษพวกเขา มันชื่อ “เสือร้ายแห่งซัมพาวัต” และที่น่าสนใจคือ “มันเป็นเสือตัวเมีย” เสือร้ายแห่งซัมพาวัตได้รับการกล่าวขานว่าเป็นเสือที่ฆ่าคนกว่า 436 ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเป็นการอ้างในเอกสารการเสียชีวิตของราชการเนปาลและอินเดีย แต่กระนั้นมันก็ได้ถูกจารึกชื่อว่าเป็นสัตว์ตัวเดียวที่ฆ่ามนุษย์มากที่สุดในโลก หลังจากที่มันฆ่าคนกว่า 200 คนในเนปาล ส่งผลทำให้ทางรายการไม่อยู่เฉย พวกเขาจัดการส่งกองทัพแห่งชาติเนปาลข้ามพรมแดนอินเดียเพื่อไปฆ่ามัน และนี้คงเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายในประวัติศาสตร์ที่มีการใช้ทหารจำนวนมากในการฆ่าสัตว์เพียงตัวเดียว แต่ปรากฏว่าล้มเหลวและกลายเป็นว่ามันกลับเพิ่มชื่อเสียงให้แก่เสือตัวนี้ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น มันเพิ่มความกล้าหาญถึงขั้นข้ามพรมแดนเข้าสู่หมู่บ้านชัมพาวัต ประเทศอินเดีย มันโจมตีกลางวันแสกๆ และหากินรอบๆ หมู่บ้านจนทำให้ชาวบ้านไม่กล้าออกจากกระท่อม และพวกเขามักหวาดกลัวทุกครั้งเมื่อได้ยินเสียงคำรามของมันจนทางการอินเดียถึงขั้นเขียนป้ายเตือนว่าจุดนี้เป็นสถานที่ของเสือแห่งซัมพาวัตออกมาโปรดเลี่ยงใช้เส้นทางอื่น และรัฐบาลอินเดียติดประกาศหานายพรานมือฉมังไปจัดการอย่างเร่งด่วน สุดท้ายเจ้าเสือตัวนี้ก็ถูกยิง โดยจิม คอร์เบ็ตต์ (คนเดียวกับอันดับ 3) ในปี 1911 ซึ่งการกระทำครั้งนี้ทำให้ชาวบ้านยกย่องเขาจนเปรียบเสมือนพราหมณ์ที่เบื้องบนส่งมาโปรด (นอกจากนั้นเขายังไม่เอาเงินรางวัล) และเรื่องราวประสบการณ์เหล่านี้ได้ถูกเขียนในหนังสือ Maneaters of Kumaon (1944) 1. Gustave จากอันดับทั้งหมดส่วนใหญ่สัตว์ที่ฆ่ามนุษย์นั้นมักพบจุดจบด้วยฝีมือมนุษย์ทั้งสิ้นหากแต่ยกเว้นสัตว์ประหลาดตัวหนึ่ง มันคือ “กุสตาฟ” จระเข้แม่น้ำไนล์ ยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกาและของโลก (จระเข้เลี้ยงและใหญ่ที่สุดอยู่ในประเทศไทย ยาว 6 เมตรเช่นกัน) มันอาศัย และอาละวาดคนในบริเวณแม่น้ำลูซิซิและชายฝั่งทางตอนเหนือของทะเลสาปแทนแกนยิกา ประเทศบุรุนดี ทวีปแอฟริกา ด้วยความยาวกว่าหกเมตร (ในปี 2004 มีการประมาณว่า มันมีอายุ 60 ปี ยาวกว่า6.1 เมตร หนักกว่า 1 ตัน จึงไม่แปลกแต่อย่างใดที่หลายคนขนานนามว่ามอนสเตอร์ แห่งแอฟริกา รวมไปถึงมันเป็นสัตว์นักล่ากินคนด้วยมัน ได้ฆ่าคนกว่า 300 คนและอาจมากขึ้นในอนาคต เพราะจนบัดนี้มันยังคงมีชีวิต ไม่ได้หายไปไหน และไม่ได้ ถูกฆ่าแต่อย่างใด และมันเป็นสัตว์ฆ่ามนุษย์เพียงตัวเดียวที่ยังเป็นตำนานที่ยังมีลม หายใจชีวิตอยู่ ( เหยื่อ 300 รายนั้นไม่ได้ถูกบันทึกเป็นทางการ ซึ่งอาจเป็นการกล่าวอ้างที่เกินจริงของคนพื้นเมือง) กุสตาฟถูกตั้งชื่อโดย แพทริช เฟย์ (Patrice Faye) ชาวฝรั่งเศสที่ตั้งถิ่นฐานในบุรุนดีและพยายามที่จะจับมันตั้งแต่ปี 1998 ซึ่งเขาพยายามนำกรงเหล็กใหญ่ล่อมัน แต่จระเข้นั้นฉลาดมาก ไม่เคยหลงกลติดกับแม้แต่หนเดียว แถมมันเยาะเย้ย ทีมงานของแพทริชอีก แต่กระนั้นภาพของมันก็ถูกบันทึกออกอากาศทาง PBS พฤษภาคม 2004 ชาวบ้านในท้องถิ่นต่างบอกว่าสาเหตุที่มันล่ามนุษย์นั้น เพื่อความสนุกสนานของมันเท่านั้น หลักฐานคือเอกลักษณ์ประจำตัวมันคือเมื่อมันฆ่าเหยื่อที่เป็นมนุษย์แล้วมันจะเหลือซากทิ้งไว้ไม่ได้กินหมดแต่อย่างใด อีกทั้งมันฉลาดมากเพราะเมื่อมันฆ่าคนแล้วมันจะหายไปอาจนานเป็นเดือนหรือเป็นปีมันจะออกมาอีกครั้งในสถานที่แตกต่างกันเพื่อฆ่าอีกครั้ง จนไม่มีคาดการได้ว่ามันจะปรากฏที่ใด นอกจากเจ้าจระเข้นี้ยังมีความต้องการอาหารมากกว่าปกติ ถึงขั้นฆ่าช้างน้ำฮิปโปโปเตมัสตัวเต็มวัยได้ (ฮิปโปโปเตมัสเป็นสัตว์อันตรายมาก และเป็นสัตว์ที่จระเข้ไม่กล้ากินพวกมันและพยายามหลีกเลี่ยง) เกราะร่างกายของเจ้ากุสตาฟนั้นเต็มไปด้วยรอยแผลนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็น มีด หอก หรือแม้กระทั้งอาวุธปืน มันสามารถเอาชีวิตได้แม้ว่าจะมีนายพรานหรือทหารติดอาวุธมาล่ามันก็ตาม และตำนานของมันได้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง  Primeval (ชื่อไทย โคตรเคี่ยมสะพรึงโลก) คลิปความน่ากลัวที่หลายคนขนานนามว่า “โครตไอ้เข้” ..  http://www.youtube.com/watch?v=s6u0qYUfUwc&feature=player_embedded เรียบเรียง teen.mthai.com ขอบคุณข้อมูล redheat atcloud.com,www.oknation.net,weirdnj.com

สุดเจ๋งคลิป2นักเรียนชาย ดีดพิณตีกลองเป๊ะเวอร์
ข่าวคลิป /  ดนตรีอีสาน / 

โลกออนไลน์ชื่นชม คลิป 2นักเรียนชาย ดีดพิณตีกลองไพเราะเสนาะหู วันนี้ (14ก.ย.) หลังจากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ ค้อสยาม มหานครอีสาน แชร์คลิป 2นักเรียนชายเล่นดนตรีเปิดหมวกได้อย่างไพเราะเพราะพริ้ง โดยเด็กทั้ง2ได้หยิบเอาเครื่องดนตรีพื้นบ้านอย่างพิณมาทำการแสดงควบคู่กับการตีกลองเพื่อเพิ่มความสนุกสนานในการแสดง แม้การแสดงในลักษณะนี้จะมีให้เห็นทั่วไป แต่สำหรับการแสดงที่ผู้เล่นเป็นเด็กชายอายุน้อยเช่นนี้คงมีให้เห็นไม่มากนัก ยิ่งว่าด้วยเครื่องดนตรีพื้นบ้านเด็กสมัยนี้จะไม่ค่อยสนใจบางรายอาจไม่รู้จักเลยก็ว่าได้ เพราะปัจจุบันเด็กจะสนใจเครื่องดนตรีเช่น กีตาร์ เบส เสียมากกว่าเครื่องดนตรีพื้นบ้านอย่างพิณ หลายๆท่านหลังจากได้ชื่นชมคลิปการแสดงของ 2หนุ่มน้อยล้วนแล้วแต่ชื่นชมในความสามารถ เพราะเป็นการแสดงที่น่ารักดูแล้วเพลิดเพลิน ไม่น่าเชื่อว่าเด็กวัยนี้จะมีความสามารถเทียบเท่าผู้ใหญ่ และการนำคลิปมาเผยแพร่เช่นนี้นอกจากจะเกิดความบันเทิงแก่ผู้ที่รับชมแล้ว อาจทำให้เด็กคนอื่นที่ได้เข้าชมคลิปนำไปเป็นตัวอย่างในการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์อีกด้วย MThai News

หงส์ถูกกระทำ!! ราชัน หวังสอย ราฮีม 39 ล้านป. ถ้าเสีย โด้จิ๋ว คืนสู่เหย้าผี
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ /  ฟลอเรนติโน่ เปเรซ / 

มีข่าวหลุดออกมาว่า เรอัล มาดริด ยอดทีมแห่งศึก ลาลีกา สเปน กำลังวางแผนกระชาก ราฮีม สเตอร์ลิ่ง วันเดอร์คิดฟอร์มสะท้านฟ้าของ ลิเวอร์พูล มาเติมจี๊ดริมเส้นในช่วงซัมเมอร์หน้า หากต้องเสีย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปีกตัวเก่งกลับไปอยู่รังเก่าอย่าง แมนเชสเตอ์ ยูไนเต็ด อย่างที่กำลังตกเป็นข่าว ปีกระดับโลกชาว โปรตุเกส วัย 29 ปี มีทีท่าจะหันหลังให้เวที ลาลีกา ช่วงสิ้นสุดฤดูกาล งานนี้ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสร เรอัล มาดริด ดูจะไม่รู้สึกกังวลกับเรื่องนี้มากเท่าไหร่ เพราะหาตัวแทนที่จะมาสานต่อความอันตรายได้แล้ว โดยเล็งไปที่เจ้าหนู สเตอร์ลิ่ง วัย 19 ปี แถม "ราชันชุดขาว" ยังกล้าทุ่มงบที่สูงถึง 39 ล้านปอนด์ ให้ "หงส์แดง" พิจารณาในช่วงซัมเมอร์หน้าอีกด้วย ทั้งนี้แข้งดีกรีทีมชาติ อังกฤษ และลิเวอร์พูล ลงสนามช่วยต้นสังกัดไปแล้วทั้งหมด 79 นัด พังตาข่ายได้ 14 ประตู ตั้งแต่ถูกคว้ามาร่วมทัพจาก ควีนส์ปาร์ค ด้วยค่าตัว 5 แสนปอนด์ เมื่อปี 2011 ถึงปัจจุบัน