วัยว้าวุ่น

ขี้เหร่ แถมมีลูกติด “กระแต อคัมย์สิริ” กลายเป็นนางแบบสุดเอ็กซ์ คนตามดูนมเป็นแสน แค่ 1 ปี หาเงินได้กว่า 10 ล้าน
กระแต อคัมย์สิริ /  กระต่าย แม็กซิม

   ต้องบอกว่าชีวิตพลิกฝุ่นตลบเลยทีเดียวสำหรับ “กระแต อคัมย์สิริ” พี่สาวสุดเอ็กซ์ของ “กระต่าย แม็กซิม” ที่เคยสร้างวีรกรรม ใส่ชุดแหวกนมผ่าข้างถึงก้น เดินเฉิดฉายในงานพรมแดง ที่นอกจากจะฆ่าเซ็กซี่สตาร์ดีกรีแม็กซิมน้องสาวแท้ๆ อย่างกระต่ายดับอนาถแล้ว กระแตก็ยังสวยเซ็กโดดเด่นจนสื่อทุกฉบับต่างก็ลงภาพของเธอในงานนั้นอย่างโดดเด่น เบียดซูเปอร์สตาร์คนดังตกแผงไปเลยทีเดียวแต่ใครจะรู้ว่าผู้หญิงที่สวยแซบมียอดฟอลโล่คนตามเป็นแสนภายในเวลาไม่ถึง 1 ปีนี้ เมื่อ 1 ปีที่แล้วยังเป็นผู้หญิงธรรมดาหน้าตาโคตรธรรมดา ยิ่งถ้าเทียบกับน้องสาวต้องบอกว่า “ขี้เหร่ชิดซ้าย ตกเหวตาย” ไปเลย ยิ่งเมื่อกระต่ายเข้าวงการด้วยการชนะการประกวดมิสแม็กซิม ภาพสาวสวยของกระต่ายยิ่งส่องประกายในขณะที่กระแตเดินตามก้นน้องต้อยๆ คอยรับงานทำหน้าที่ผู้จัดการส่วนตัวจัดคิวให้กระต่าย แต่จู่ๆ ก็เหมือนถูกหวยรางวัลที่ 1 เมื่อจู่ๆ ก็ได้รับการติดต่อจาก คลินิกศัลยกรรมความงามแห่งหนึ่งให้เป็นพรีเซ็นเตอร์คู่กับน้องสาว ได้รับการผ่าตัดโมดิฟายแปลงโฉมตั้งแต่หัวจรดเท้าฟรีงานนี้กระแตก็เลยยกเครื่องหน้าฟรีไม่ว่าจะเป็น ตา จมูก ปาก รวมไปถึงหน้าอกที่อัพไซส์จนอึ๋ม รวมมูลค่าทั้งหมดเป็นเงินหลักล้านเลยทีเดียว เปลี่ยนจากสาวหน้าตาธรรมดากลายเป็นสาวเซ็กซี่สไตล์ญี่ปุ่นบ้องแบ๊วน่ารัก กระแตเริ่มได้รับการติดต่อให้ถ่ายแบบกับกระต่าย สองศรีพี่น้องแข่งกันอึ๋มขึ้นปกออกรายการโทรทัศน์ ชีวิตพลิกจากคนเบื้องหลังหิ้วกระเป๋าให้น้องกลายเป็นเซ็กซี่สตาร์ซะเอง เมื่อชีวิตมันปังขนาดนี้ กระแตเริ่มมองหาโอกาสใหม่ๆ ให้กับชีวิต เพื่อส่งเสริมจังหวะชีวิตที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป ทั้งการทำบุญเสริมดวงเดินสายรับความเฮง หรือจะพูดกันแบบบ้านๆ เข้าใจง่ายๆ ก็คือ เล่นของ พกของดี เสริมความเฮง ผลก็คือเวลาผ่านไปแค่ 1 ปี จากที่รับเงินเดือนจากน้องสาวเดือนละไม่กี่เมือง กลายเป็นมีเงิน 10 กว่าล้าน เป็นเจ้าของรถทัวร์ให้เช่าหลายคัน กระแต อคัมย์สิริ     "สมัยเด็กๆ เคยคิดน้อยใจว่าทำไมไม่สวยเหมือนน้องสาว ไปไหนมาไหนก็มีแต่คนมองน้องสาวไม่เห็นจะมองตนเองบ้าง และมี ก็ไม่คิดเหมือนกันค่ะว่าชีวิตเราจะเปลี่ยนไปขนาดนี้ เมื่อก่อนตั้งแต่เด็กจนโตจะโดนว่าตลอดว่า ทำไมน้องสวยจัง ทำไมเราไม่สวย ไปไหนมาไหนก็มีแต่คนมองน้อง ก็รู้สึกน้อยใจนิดๆ ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง ไม่คิดไม่ฝันเลยว่า วันนี้ในวัย 30 ปีจะได้เข้าวงการบันเทิงเป็นนางแบบ ได้ถ่ายรูปลงหนังสือ เพราะกระแตเป็นคนที่หน้าตาธรรมดามากๆ กระทั่งจังหวะของชีวิตได้มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้คลินิกศัลยกรรม และต้องโมดิฟายทั้งตัว ทำให้เราสวยขึ้นดูดีขึ้นมีความมั่นใจมากขึ้น" กระแต อคัมย์สิริ            "ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็มีงานถ่ายแบบเข้ามาการที่เราสวยและดูดีขึ้นก็อาจจะเป็นโอกาสให้กับตัวเราด้วย แต่หลายๆ คนก็บอกว่า ถ้าจะให้ดีก็ต้องให้เฮงด้วย ซึ่งปกติเป็นคนไม่ค่อยเชื่อเรื่องดูดวง เรื่องศาสตร์ตัวเลขสักเท่าไหร่แต่ไม่ค่อยขัดใจใครค่ะ มีคนแนะนำอาจารย์ฉุย(ณรล วิทรูประสาทผล)ให้ก็ไปๆ งั้นๆ แหละ ไม่คิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่เหมือนปาฏิหาริย์พอได้เบอร์มาเปิดใช้ปุบ มีงานเข้ามาถ่ายปก สามเล่ม ถ่ายเซตในอีกไม่ได้นับ คือเยอะมาก งานเข้าแบบปังๆ มาทั้งถ่ายแบบ ทั้งพรีเซนเตอร์สินค้า รีวิวสินค้า ออกงาน ถ่ายรายการ ละคร งานเยอะมาก ทั้งปีเลย แต่เราเองนี่แหละที่เป็นคนเบรกตัวเอง เพราะหนูอยากทำธุรกิจแบรนด์เสื้อผ้าของตัวอง ซึ่งต่อยอดมาจากที่บ้านที่เป็นโรงงานทอผ้าผืนอยู่แล้ว แต่เป็นของพ่อแม่ไง เราก็อยากทำอะไรที่เป็นของเราเลยทำเสื้อผ้าสำเร็จรูปเป็นแบรนด์ของเรา ตอนนี้กำลังเริ่มๆ อยู่ค่ะ"           "ไม่อยากเชื่อเลยค่ะว่าการเปลี่ยนเบอร์ด้วยศาสตร์ตัวเลขมงคลของอาจารย์ฉุยจะทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ จากที่เคยมีรายได้จากการเป็นผู้จัดการน้องเดือนละไม่ถึงแสน เป็นหลักหมื่น ตอนนี้หนูมีเงินเก็บที่เอามาลงทุนทำรถทัวร์ 2 คัน และกำลังจะทำธุรกิจทำแบรนด์เสื้อผ้ารวมๆ แล้วเกิน 10 ล้านนะ ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ นี่ก็ว่าจะนัดอาจารย์ฉุยเพื่อปรึกษาเรื่องเบอร์ใหม่ให้ซัพพอร์ทกับธุรกิจเสื้อผ้าแบรนด์ใหม่ที่กำลังจะทำ ชีวิตตอนนี้ยิ่งกว่าความฝันอีก ใครจะไปคิดว่าอายุขนาดเรานี่แล้วแถมมีลูกติดอีก จะได้มาเข้าวงการ ได้ถ่ายแบบ ถ่ายละคร ไปไหนมาไหนมีคนรู้จักมีคนทักทาย มีเงินเก็บมีกิจการเป็นของตัวเอง ซึ่งเหล่านี้ที่ได้มา หนูกล้าพูดได้เลยว่าเป็นเพราะเบอร์โทรศัพท์ที่อาจารย์ฉุยให้มามีส่วนช่วยได้มากจริงๆ มันยิ่งกว่าปาฏิหาริย์อีกค่ะ” กระแต อคัมย์สิริ   กระแต อคัมสิริ   กระแต อคัมย์สิริ   กระแต กระต่าย  

พร้อมหรือยัง ? ที่จะยิ้มรับลมหนาวไปกับ 3 หนังไทยสไตล์ฟีลกู๊ดประจำปลายปีนี้
20 ใหม่ ยูเทิร์นวัย หัวใจรีเทิร์น /  กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม / 

เหมือนเป็นธรรมเนียมนิยมอย่างหนึ่งเลยทีเดียว สำหรับช่วงโค้งสุดท้ายปลายปีที่ค่ายหนังต่าง ๆ มักจะพากันส่งหนังฟีลกู๊ดเข้าโรงฉายเพื่อให้ผู้ชมได้รู้สึกอิ่มเอมใจไปพร้อม ๆ กับลมหนาวและศักราชใหม่ที่กำลังจะมาเยือน และในปีนี้วงการภาพยนตร์ไทยบ้านเราก็ได้ส่งหนังฟีลกู๊ดเข้ามาสร้างพื้นที่ความสุขแก่หมู่มวลผู้ชมด้วยกัน 3 เรื่องจาก 3 ค่าย ได้แก่... 20 ใหม่ ยูเทิร์นวัย หัวใจรีเทิร์น ผู้กำกับ : อารยะ สุริหาร นักแสดง : ดาวิกา โฮร์เน่, สหรัถ สังคปรีชา, กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม เข้าฉาย : 24 พ.ย. 2559 เรื่องราววุ่นวายเกิดขึ้นเมื่อคุณย่าวัยเจ็ดสิบที่กำลังจะถูกส่งไปอยู่บ้านพักคนชรา บังเอิญเกิดปาฏิหาริย์ได้ย้อนวัยกลับเป็นสาวอายุยี่สิบ เธอจึงออกเดินทางทำตามความฝันที่อยากจะเป็นนักร้องอีกครั้งโดยการเข้าร่วมวงดนตรีของหลานชายตัวเอง และดูเหมือนว่าความรักครั้งใหม่จะเกิดขึ้นระหว่างเธอกับหนุ่มหล่อโปรดิวเซอร์รายการเพลง อ่านรีวิว : คลิก พรจากฟ้า ผู้กำกับ : จิระ มะลิกุล, นิธิวัฒน์ ธราธร, ชยนพ บุญประกอบ, เกรียงไกร วชิรธรรมพร นักแสดง : ณภัทร เสียงสมบุญ, วิโอเลต วอร์เทียร์, ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ , นิษฐา จิรยั่งยืน, ฉันทวิชช์ ธนะเสวี, หนึ่งธิดา โสภณ เข้าฉาย : 1 ธ.ค. 2559 หนังสั้น 3 เรื่องที่ได้รับแรงบันดาลใจจากบทเพลงพระราชนิพนธ์ ยามเย็น, Still on my Mind และพรปีใหม่ โดยร้อยเรียงชุดความสัมพันธ์ของชาย-หญิง 3 คู่ที่ดำเนินไปในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ อ่านรีวิว : คลิก จำเนียรวิเวียนโตมร ผู้กำกับ : ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์ นักแสดง : ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์, ธีรเดช เมธาวรายุทธ, อารยา เอ ฮาร์เก็ต เข้าฉาย : 29 ธ.ค. 2559 สาวสวยผู้เชื่อในโชคลางได้มาขอพรเรื่องความรักจากศาลเจ้าแห่งหนึ่ง และบุญพาวาสนาก็ส่งชายหนุ่มสุดหล่อตรงสเป๊กเข้ามาในชีวิตของเธอพร้อมกันถึง 2 คน ภารกิจแย่งกันจีบสาวจึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับอันตรายที่ติดตามพวกเขาทั้งสองมาแบบเงาตามตัว งานนี้ใครจะอยู่ใครจะตาย...ต้องไปพิสูจน์ด้วยตาตนเอง

ละคร แสงสุดท้าย , เรื่องย่อ แสงสุดท้าย
ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย /  ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย ช่อง 7

ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย เรื่อง น้ำผึ้งเดือน 8บทโทรทัศน์ ดรีมทีมกำกับการแสดง อัษฎาวุธ เหลืองสุนทรออกอากาศ วันพุธที่ 7 ธันวาคม 2559 เวลา 20.20 น. ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 เรื่องย่อละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย แสงเทียน เด็กหนุ่มวัย 17 ผู้มีพรสวรรค์ทางด้านศิลปะเป็นอย่างมาก ประทีป พ่อของเทียนก็มีฝีมือทางด้านศิลปะ มากอยู่เหมือนกัน เขาเคยใฝ่ฝันจะเป็นศิลปิน เพียงแต่ตอนนี้ดวงตาทั้ง 2 ข้างของประทีปไม่สามารถใช้การได้เหมือนเดิม ที่พอจะมองเห็นได้ มีเพียงแสงมัวๆ ประทีปตั้งความหวังเอาไว้ ว่าเทียนจะสานฝันของเค้าได้ และเทียนก็ทำได้จริงๆ เทียนสอบเข้าเรียนที่ อาชีวะปลูกศิลป์ ได้สำเร็จด้วยคะแนนอันดับหนึ่ง ทำให้เขาได้เป็นนักเรียนทุนของสถาบัน ประทีปปลื้มใจมาก ชีวิตชายพิการยากจน ต้องอาศัยวัดอยู่ ดูมีความหวังเรืองรองขึ้นมา ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย ผลการเรียนของเทียนออกมาดีมาก ฝีมือวาดภาพและปฏิมากรรมอันเก่งฉกาจของเทียนทำให้ อ. สัญญา พอใจ และมักจะหางานพิเศษมาให้เทียนทำ เพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ทั้ง อ.สัญญา และประทีปกังวล ก็คือ กลุ่มเพื่อนของเทียน ซึ่งประกอบไปด้วย วิณ ลูกชายนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ผู้มั่งคั่งซึ่งมีนิสัยรักพวกพ้องมาก บิ๊ก ลูกชายร้านซ่อม มอเตอร์ไซค์ ผู้มีนิสัยเกเรและชอบหาเรื่องมาให้เพื่อนๆ ไม่เว้นแต่ละวัน ส่วน โจ๊ก ลูกแม่ค้าในตลาด และ ภูมิ ลูกครูก็ทำตัว เป็นลูกสมุนของบิ๊ก ผู้ที่พร้อมจะลุยเสมอเพียงแต่บิ๊กเอ่ยปาก กลุ่มของบิ๊ก คือ ตัวปัญหาของสถาบัน เมื่อเกิดเรื่องอะไรขึ้น บิ๊กจะกระพือไฟให้ลุกลาม ยุยงเพื่อนร่วมสถาบันให้ลุกขึ้นมาต่อยตีกับคู่อริต่างสถาบัน เทียนก็มักจะ ติดร่างแหไปกับเค้าด้วยทุกครั้ง มันทำให้ประทีปเจ็บปวดหัวใ เหตุผลที่เทียนต้องเข้าไปยุ่งกับการทะเลาะวิวาททุกครั้ง ก็เพราะเขาห่วงวิณ วิณเป็นเพื่อนสนิทของเทียน ถึงแม้ว่า วิณจะเป็นลูกคนรวย แต่ก็ไม่เคยรังเกียจเด็กวัดจนๆ อย่างเทียน เวลาที่เทียนลำบาก วิณจะช่วยเหลือทุกครั้งไป อ.สัญญา และ หลวงพ่อ รู้ดีว่าเทียนไม่ใช่เด็กที่ชอบมีเรื่อง เทียนเป็นเด็กดีและมีน้ำใจ ว่างๆ เทียนมักจะจับเด็กเล็กๆ แถววัดมาสอนวาดรูป โดยไม่ได้คิดมูลค่าใดๆ เลย เพื่อให้เด็กๆ มีกิจกรรมที่สร้างสรรค์ในวันหยุด ดีกว่าไปเกกมะเหรกเกเร ทุกอย่างอยู่ในสายตา หลวงพ่อเสมอ ทุกครั้งที่เทียนไปมีเรื่องมา ประทีปมักจะใส่อารมณ์กับลูกเสมอ แม้เทียนจะอธิบายเหตุผลก็ตาม นี่เองที่เป็นสาเหตุ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูก เป็นไปอย่างกระท่อนกระแท่น พ่อลูกจะพูดคุยกันเท่าที่จำเป็นเท่านั้น วันหนึ่งๆ ประทีปจะขลุกอยู่กับการปั้นพระประธาน เขาค่อยๆ คลำปั้นไปทีละเล็กละน้อยจนเป็นที่เวทนาของชาวบ้าน เพราะดูแล้วก็ไม่มีวี่แววว่าจะเสร็จ ประทีบมีลูกมือตัวน้อย คือ น้ำขิง คอยเล่นซนช่วยหยิบจับอุปกรณ์ต่างๆ อยู่ใกล้ๆ น้ำขิงทำให้ประทีปคิดถึง แสงทอง ลูกสาวที่ภรรยาของเขาพาหนีไปตอนที่ตัวเท่าๆ กับน้ำขิง จึงทำให้ประทีปเอ็นดูน้ำขิงเป็นพิเศษ ป้านิ่ม ย่าของน้ำขิงเป็นคนพูดมาก แม้จะมีน้ำใจหาข้าวปลามาให้กินทุกวัน แต่ก็อดบ่นโน่นบ่นนี่ ค่อนแคะถึงความล่าช้าในการสร้างพระประธานของประทีปไม่ได้ แกเคยเปรยๆ กับหลวงพ่อว่า ให้ไปสั่งซื้อแถวเสาชิงช้าน่าจะง่ายกว่า แต่หลวงพ่อก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ถึงแม้จะโดนค่อนแคะทุกวัน แต่ประทีปก็ยังคงยึดมั่น ในความเพียร อย่างที่ในหลวงทรงสอนเอาไว้ ผ่านพระราชนิพนธ์ พระมหาชนก เทียนเองก็อยากจะช่วยพ่อทำ แต่เข้าใกล้กันทีไร ก็มักจะมีเรื่องให้ทะเลาะกันเสมอ จึงทำให้เทียนต้องคอยเลี่ยงที่จะอยู่ใกล้พ่อ อีกสิ่งหนึ่งที่ประทีปทำเป็นประจำ ก็คือ การไปเฝ้ารอรับเสด็จองค์พระบาทพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ ที่โรงพยาบาลสิริราช ยิ่งช่วงหลังๆ ที่มีข่าวพระอาการประชวรของพระองค์ออกมาถี่เหลือเกิน ยิ่งทำให้ประทีปไม่สบายใจ ต้องไปเฝ้ารอฟังข่าวพระอาการของพระองค์บ่อยขึ้น ถึงแม้การเดินทางไปแต่ละครั้งจะยากลำบากแค่ไหน ประทีปก็จะไป เทียนเป็นห่วงพ่อ แต่ทักท้วงเท่าไหร่พ่อก็ไม่ฟัง ทำให้เทียนเหนื่อยใจ คนที่รู้ทุกเรื่องและเป็นที่ปรึกษาให้เทียน คือ เพลงชนก เพลงมีความรู้สึกดีๆ ให้เทียน เทียนเองก็หลงรักเด็กสาว หน้าตาน่ารัก จิตใจดี ฝีมือเขียนรูปฉกาจอย่างเพลง เพียงแต่เทียน รู้สึกเจียมตน จึงไม่เผยความรู้สึกใดๆ ออกมาและอีกหนึ่งเหตุผลก็คือ เทียนรู้ว่าวิณชอบเพลง ถ้าเพื่อวิณแล้ว เทียนยอมได้ ทุกอย่าง แม้ตัวเองจะต้องเจ็บปวดหัวใจก็ตาม ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย วันหนึ่งนักเรียนอาชีวะยกพวกตีกันครั้งใหญ่ จนทำให้ หมี เพื่อนสนิทในชั้นเรียนคนนึงของเทียนต้องตาย หมีเป็นคนหงอๆ ขี้กลัว มักจะคอยบอกเทียนให้เลิกยุ่งกับบิ๊ก แต่เทียนไม่เชื่อ การตายของหมี ทำให้เทียนเสียใจมาก อ.สัญญาเรียกกลุ่มหัวโจกมาตักเตือน ทำให้เกิดการโต้เถียงกัน อ. สัญญาบันดาลโทสะไปตบหน้าวิณเข้า เรื่องไปถึงพ่อวิณ ผอ.รำไพ ต้องเข้ามาช่วยเคลียร์ปัญหาด้วยความลำบากใจ เพราะพ่อวิณบริจาคเงินสร้างห้องภาพพิมพ์ ห้องคอมพิวเตอร์ และอีกสารพัดอย่างในโรงเรียนแห่งนี้ ซึ่งมันมีประโยชน์ต่อการเรียนการสอนมาก ผอ.รำไพ ขอให้ อ.สัญญาขอขมาพ่อวิณ เพื่อให้ทุกปัญหาเบาลง อ.สัญญาน้อยใจมาก จะขอลาออก ผอ.รำไพขอร้องให้พิจารณาให้ดี เพราะโรงเรียนยังต้องการครูดีๆ อย่าง อ.สัญญา ให้อยู่ช่วยอบรมสั่งสอน และคอยกันพวกเด็กๆ ออกจากพวกรุ่นพี่นักเลงหัวไม้ ที่แม้จะจบไปแล้ว แต่ก็ยังวนเวียนคอยยุงให้น้องรักสถาบันแบบผิดๆ อย่าง แบงค์ อ.สัญญาท้อใจบอกกับ ผอ.รำไพว่าไม่มีใครมาเปลี่ยนวิถีชีวิต ของเด็กพวกนี้ได้ แต่ ผอ.แย้งว่า ถ้าพวกเขามีแบบอย่างที่ดี มีคนอบรมสั่งสอนที่ดี วันหนึ่งพวกเขาจะเปลี่ยนได้ อ.สัญญาฟัง ก็ใจอ่อน ตั้งหน้าตั้งตารอปาฏิหาริย์ ส่วนประทีปเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ 2 พ่อลูกถึงจุดแตกหัก ประทีปโกรธเทียนมากถึงขั้นลงไม้ลงมือ ทำให้เทียน เสียใจมาก เทียนน้อยใจที่ประทีปไม่เคยมั่นใจในตัวเขาเลย ถ้าพ่อมีเหตุผลพอและรับฟังเขาอย่างตั้งใจ พ่อจะรู้ว่าเขาไม่ผิด และไม่ได้ตั้งใจที่จะมีเรื่องต่อยตี หลังจากวันนั้น พ่อลูกก็แทบไม่ได้คุยกันเลยพ่อของบิ๊กเป็นเพียงเจ้าของร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์เล็กๆ แต่เขากลับมีเงินให้ลูกผลาญเล่นอย่างเหลือเฟือ แท้จริงแล้ว เขาแอบขายยาไอซ์ให้กลุ่มวัยรุ่นละแวกนั้นและยังมีแผนขยายเข้าไปสู่สถาบันการศึกษาอีกต่างหาก บิ๊กไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน เพราะพ่อไม่อยากให้บิ๊กรู้ คนเป็นพ่อย่อมอยากจะดูดีเสมอในสายตาลูก แต่โจ๊กและภูมิรู้ดี นั่นเป็นเหตุผลที่ 2 คน อยากเป็น ลูกไล่บิ๊ก เพราะจะได้รางวัลเล็กๆ น้อยๆ จากพ่อของบิ๊กอยู่เสมอ คนที่สงสัยในตัวพ่อบิ๊กอีกคนหนึ่งคือ เทียน นั่นเป็นเหตุผล ที่เขาพยายามดึงวิณออกจากกลุ่มของบิ๊ก แต่วิณไม่ยอม การมีบิ๊กและกลุ่มนักเรียนนักเลงคุ้มหัว การได้ออกไปต่อยไปตี ทำให้วิณรู้สึกได้ถึงพลังและอำนาจบางอย่างที่เขาไม่เคยมี วันหนึ่งวิณถูกเพลงปฏิเสธ เพลงให้เหตุผลว่าเธอมีคนอื่นในใจแล้ว วิณถามเพลงว่าใช่เทียนหรือเปล่า เพลงไม่ปฏิเสธ ทำให้วิณเสียใจมากเหมือนถูกหักหลัง เขาโกรธเทียนมาก เทียนเองก็เสียใจ ตั้งแต่นั้นมาวิณก็เลิกคบเทียน ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย เก้า และ ไม้ เป็นคู่อริต่างสถาบัน ไม่ชอบขี้หน้าเทียนมากๆ เพราะเพลงชนกเธอดังข้ามสถาบัน เป็นขวัญใจหนุ่มๆ คนที่ได้ใกล้ชิดเธออย่างเทียนย่อมถูกหมั่นไส้ เท่ากับเทียนกำลังตกที่นั่งลำบาก ต้องเจอทั้งศึกนอกศึกใน ไหนจะเรื่องพ่ออีก ในเวลานี้มีเพียง อ.สัญญาเท่านั้นที่คอยเป็นกำลังใจให้คำชี้นำที่ดีแก่เทียน และพยายามชี้นำให้เทียนเข้าอกเข้าใจพ่อของเขา ประทีปได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับในหลวงที่เขาไม่อยากได้ยินตลอดทั้งวัน เขาไม่สบายใจแม้ใครๆ จะบอกว่าให้รอฟัง ประกาศจากรัฐบาล ประทีปก็แทบจะรอไม่ไหว แม้จะป่วยหนักประทีปก็มุ่งมั่นที่จะไปรอฟังข่าวที่ศิริราชให้ได้ ทำให้เทียน ทนไม่ไหวต้องขออาสาพาพ่อไปเอง ครั้งนี้เองทำให้ 2 พ่อลูกตื้นตันใจที่ได้กลับมาคุยกัน เทียนและประทีปเกือบจะเดินพ้นวัด ออกไปอยู่แล้ว ภูมิก็วิ่งเข้ามาส่งข่าวว่ากลุ่มของบิ๊กกับวิณกำลังจะมีเรื่อง ตอนนี้ถูกนักเรียนต่างสถาบันกลุ่มใหญ่ล้อมไว้อยู่ เทียนไม่ฟังคำทัดทานของพ่อ เขารีบรุดไปที่เกิดเหตุทันทีเพื่อไปช่วยวิณ เมื่อไปถึง เหตุการณ์บานปลายไปมากแล้ว เทียนลุยเข้าไปจนถึงตัววิณ ช่วยวิณเอาไว้ได้ แต่ฝ่าวงล้อมกลับออกไปไม่ได้ เทียนกับวิณคิดว่าต้องตายแน่ แต่ประทีปก็เข้ามา ช่วยได้พอดี ประทีปโดนลูกหลงเข้าอย่างจังจนเขาล้มลง เหตุการณ์กำลังเข้าขั้นวิกฤติ แต่ทุกอย่างต้องชะงักลง เมื่อโทรทัศน์ ออกประกาศแถลงการณ์การเสด็จสวรรคตขององค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทุกอย่างหยุดนิ่งเหมือนต้องมนต์ สิ้นสุดการประกาศ เสียงร้องไห้ระงมของชาวบ้านก็ดังขึ้น ประทีปหัวใจสลายที่ไปไม่ทัน!!! เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ อ.สัญญาเสียใจและท้อใจที่จะสอนเด็กๆ อีกต่อไป เขารู้แล้วว่าไม่มีอะไรที่จะมาเปลี่ยนใจเด็ก พวกนี้ได้ เขาประกาศลาออกหน้าเสาธงในเช้าวันรุ่งขึ้น เทียนรู้สึกว่าเขาสูญเสียทุกอย่างแล้ว เขาจะเสียครูดีๆ ไปไม่ได้ เขาจึงขึ้นไปพูดโน้มน้าวเพื่อนๆ ร่วมสถาบัน พ่อไม่ได้สอนให้เรารักพ่อ แต่พ่อสอนให้เรารักกัน และเทียนขอปฏิญาณตน เลิกทะเลาะวิวาท เพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ซึ่งเพื่อนๆ ร่วมสถาบันทุกคนก็เห็นดีเห็นงามด้วย ข่าวนี้แพร่สะพัดไปทุกสถาบัน นำมาซึ่งการนัดรวมตัวกันถวายสัตย์ปฏิญาณที่จะเลิกทะเลาะวิวาทกัน อ.สัญญาดีใจมาก ผอ.รำไพว่านี่แหละ คือ ปาฏิหาริย์ ในงานศพของประทีปที่จัดแบบเรียบง่าย หลวงพ่อได้เล่าภูมิหลังของประทีปให้เทียนฟังว่า ประทีปเป็นคนมีฝีมืิ ทางด้านศิลปะ เขาได้รับแรงบันดาลใจเมื่อครั้งได้เห็นภาพวาดฝีพระหัตถ์ตั้งแต่ยังเป็นเด็กๆ จึงฝึกฝนวาดรูปจนเก่ง ได้รับทุนเรียนดี แต่ด้วยความใจร้อน ประทีปมักมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับคนอื่นเป็นประจำ จนวันหนึ่งพลาดท่าถูกคู่อริทำร้าย ด้วยระเบิดทำให้ตาทั้งสองข้างถูกทำลาย เพราะไม่มีเงินจึงรักษาได้ไม่ดีพอ ทำให้ตาทั้ง 2 ของประทีปพิการตั้งแต่นั้นมา ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย ประทีปฝากความหวังทั้งหมดไว้กับเทียน อยากเห็นเทียนเป็นตัวแทนของตน อยากให้เทียนเก่งศิลปะเหมือนในหลวง และอยากให้เทียนนำความสามารถของตนไปรับใช้สังคมและประเทศชาติ เทียนได้ฟังแล้วก็เข้าใจ เขาเสียใจที่ได้รู้ความจริง ในวันที่สายไปเสียแล้ว เทียนจึงขอบวชให้พ่อและตั้งใจว่าจะไม่สึก จนกว่าจะสานต่องานปั้นพระประธานต่อจากพ่อ ได้สำเร็จลุล่วง ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจจะต้องใช้เวลาทั้งชีวิตของเทียนเลยทีเดียว แต่ อ.สัญญาและเพื่อนๆ ก็ไม่ทอดทิ้งเทียน ทุกคนที่รู้ข่าวต่างมาช่วยเทียนปั้นพระ พ่อของวิณก็สนับสนุนในเรื่องทุนทรัพย์ในขั้นตอนของการหล่อโลหะ อย่างเต็มที่ เทียนซาบซึ้งใจมากและขอบคุณทุกๆ คน วิณว่าเค้าต้องรีบช่วยเทียนปั้นพระให้เสร็จ ไม่งั้นเพลงได้ขึ้นคานแน่ๆ ด้วยพระบารมีล้นเกล้าของในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านทรงบันดาลให้เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ กลายเป็นจริงขึ้นมาได้ นับครั้งไม่ถ้วน รวมทั้งเหตุการณ์ถวายสัตย์ของนักเรียนอาชีวะกรุงเก่าในครั้งนี้ โดยหวังว่านี่จะเป็นแบบอย่างให้นักเรียน อาชีวะทั่วประเทศ เกิดสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณจนเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี...อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน นักแสดง ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย ภัทรพลฒ์ เดชพงษ์วรานนท์ รับบท เทียน (แสงเทียน สว่างพร) รมิดา ธีรพัฒน์ รับบท เพลงชนก (เพลงชนก ศรีจันทร์) ธนากร ศรีบรรจง รับบท บิ๊ก (ยิ่งใหญ่ ประสงค์ทรัพย์) วรพล จินตโกศล รับบท วิณ (มาวิณ ทรัพย์มั่นคง) กษิดิ์เดช หงส์ลดารมย์ รับบท ภูมิ (ภูมิใจ ทองมาก) ศุภกิจ อมรฐิติพงศ์ รับบท โจ๊ก (ยงยุทธ เสียงใส) เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์ รับบท หมี (นฤบดินทร์ วิเศษดี) วัชรบูล ลี้สุวรรณ รับบท อ. สัญญา วงศ์อร่ามอัษฎาวุธ เหลืองสุนทร รับบท ทีป (ประทีป สว่างพร)ภรัณญู โรจนวุฒิธรรม รับบท แบงค์ (มนูญ ท่องจำ) ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย

45 กะรัตยังแจ๋ว!! ต้อม รัชนีกร สวยแซ่บคงกระพัน คว้ารางวัล นรสิงห์ ต้นแบบการทำดี!!
หม่อมราชวงศ์ จิราคม กิติยากร /  ต้อม รัชนีกร / 

  เป็นอีกหนึ่งนักแสดงรุ่นใหญ่ที่สวยแซ่บคงกระพันจนได้รับฉายา สาวสองพันปี อีกราย สำหรับนางเอกในตำนานวัย 45 กะรัตอย่าง ต้อม รัชนีกร ที่มาพร้อมกับชื่อใหม่ไฉไลกว่ากว่าเก่า ตอล ลภัสนันท์ พันธุ์มณีธนากร ที่ต้องนับว่าดวงเฮงสุดๆ หลังจากเปลี่ยนชื่อและนามสกุลใหม่ เพราะช่วงนี้นางเอกในตำนานงานปังมีละครเพียบ แถมล่าสุด ต้อม รัชนีกร หรือ ตอล ลภัสนันท์ ได้ถูกคัดเลือกให้เข้ารับรางวัลประกาศเกียรติคุณรางวัล นรสิงห์ ครั้งที่ 1 โดย หม่อมราชวงศ์ จิราคม กิติยากร เพื่อมอบให้กับบุคคลที่เป็นต้นแบบในการทำดี และ เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับประเทศชาติ มีหลากหลายสาขาอาชีพ ซึ่งคัดเลือกโดยคณะกรรมการ สมาคมเสริมสวยแห่งประเทศไทย สมาคมบุคคลต้นแบบ ทดแทนคุณแผ่นดินแห่งประเทศไทย ร่วมกับโครงการบุคคลต้นแบบ คนดี 4 แผ่นดิน ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ นับว่าเป็นความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตของ สาวต้อม เลยก็ว่าได้   "เป็นความภาคภูมิใจมากคะกับรางวัลนรสิงห์ คือรางวัลที่ซื่อสัตย์สุจริตกับในด้านอาชีพการงาน ในสิ่งที่เราได้ทำมา ในส่วนของตอลเองได้ในสาขานักแสดง ที่เกี่ยวกับรำไทย เป็นสิ่งที่เราซื่อสัตย์และปฏิบัติมาในหน้าที่การงาน ที่เป็นส่วนสำคัญของเรามาตลอดชีวิต ทั้งการสืบสานงานด้านการรำ การแสดงทางหน้าจอทีวีและความภาคภูมิใจในการถ่ายทอดความสามารถของตัวเองได้ถวายงานต่อหน้าพระพักตร์มาตลอด เป็นสิ่งที่เราภูมิใจมาก ไม่เคยคิดที่จะทำในด้านนี้ไปในทางที่เสื่อมเสีย และที่สำคัญรู้สึกภูมิใจกับรางวัลนี้มาก เพราะทำให้เรารู้ว่าสิ่งที่เราตั้งใจทำและถ่ายทอดวิชาความรู้ เป็นคุณครูด้วย ตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษเราได้สืบสานวิชารำไทยนาฏศิลป์มาแล้วหลายรุ่น ตอลก็ใช้ความรู้ความสามารถที่ตัวเองมีถ่ายทอดสืบไปอีก ไม่ให้มรดกไทยสืบหายไปอย่างแน่นอน" ต้อม รัชนีกร   ต้อม รัชนีกร   ต้อม รัชนีกร   ต้อม รัชนีกร