วัยว้าวุ่น

'ทู เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์' พลิกฝันร้าย 9/11 ให้กลายเป็นสถาปัตย์ชั้นสูง
9/11 /  ทู เวิล์ดเทรด เซ็นเตอร์ / 

จ่อสร้างตึก 'ทู เวิล์ดเทรด เซ็นเตอร์' ผลงานการออกแบบโดยสถาปนิกหนุ่มหล่อชาวเดนมาร์ก เปรยเปิดใช้งานในปี 2564 หลังจากเหตุการณ์ช็อกโลก กับเหตุวินาศกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2011 ซึ่งการโจมตีแบบพลีชีพครั้งนั้น นอกจากความสูญเสียชีวิตประชาชนเป็นจำนวนมาก จากการก่อการร้ายแล้ว ครั้งนั้นสหรัฐฯได้สูญเสียตึกแฝดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ในนครนิวยอร์กไปอย่างไม่มีวันหวนกลับอีกด้วย ล่าสุด เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ต่างประเทศ ได้มีการเผยแพร่เรื่องราวของการวางแผนสร้าง หอคอย ทู เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ จากผลงานการออกแบบของ 'Bjarke Ingels' สถาปนิกชาวเดนมาร์ก วัย 40 ปี ที่ผสมผสานระหว่างแนวคิดแนวอนุรักษ์นิยม และเคารพสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์แบบฉบับดั้งเดิม และเพิ่มเติมความโดดเด่น ด้วยรูปทรงแบบขั้นบันได 7 ชั้น ทั้งนี้สถาปนิกหนุ่มหล่อไฟแรงรายนี้ยังใช้รหัสลับของโครงการดังกล่าว ว่า Project Gotham ซึ่งมีเป้าหมายให้เป็นทั้งอนุสรณ์สถาน และศูนย์กลางการค้าของโลก นอกจากนี้ ทางนัยตรงด้านการฟื้นฟูเมืองแมนฮัตตัน ให้เป็นสถานที่ที่มีชีวิตชีวา และเหมาะกับการอยู่อาศัย รวมไปถึงการทำงาน เมื่อ 3 พฤศจิกายน 2557 ที่ผ่านมา บริษัท Condé Nast บริษัทสื่อในฐานะบริษัทประชาสัมพันธ์การโฆษณาการออกแบบ และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม เปิดตัวตึก วันเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ซึ่งตั้งอยู่ในโลว์เออร์แมนฮัตตัน นครนิวยอร์ก ใช้ชื่อเดียวกับหอคอยแฝดเหนือของเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์เดิมซึ่งถูกทำลายในเหตุวินาศกรรม 11 กันยายนและตั้งอยู่ ณ มุมตะวันตกเฉียงเหนือของที่ตั้งเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ อาคารสูง 104 ชั้นมาตรฐาน แต่มีชั้นจริง 94 ชั้น อย่างไรก็ตาม จากแผนการก่อสร้าง ทู เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ศูนย์การค้าโลกแห่งนี้ เพื่อเปิดให้บริการในวันครบรอบ 20 ปี 11 กันยายน ในปี 2564 MThai News ที่มา wired

สาว16 ปลื้ม จะได้พบพ่อฝรั่ง หลังทิ้งให้ อยู่กับแม่แต่เกิด
น้องแหม่ม /  พรทิพย์ ภาเจริญ

น้องแหม่ม สาวลูกครึ่งไทย-อเมริกัน วัย 16 จะได้พบหน้าพ่อชาวสหรัฐแล้ว หลังสำนักข่าวดังได้ตีแผ่เรื่องราวชีวิต จากกรณีข่าวสดออนไลน์ได้มีการเผยแพร่เรื่องราวชีวิตของน.ส.พรทิพย์ ภาเจริญ หรือน้องแหม่ม เด็กสาวลูกครึ่งไทย-อเมริกัน วัย 16 ปี ที่ ต้องออกมาทำงานพิเศษเพื่อหาเงินเรียนและเลี้ยงครอบครัวด้วยการขายนมยี่ห้อหนึ่ง อีกทั้งยังประกาศตามหาพ่อที่เป็นอดีตทหารอเมริกัน เพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเจอหน้าพ่อเลยนั้น วานนี้ (30 มิ.ย. 58) ได้มีความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว โดยนางกิ่งแก้ว ภาเจริญ อายุ 43 ปี แม่ของเด็กสาวเล่าว่า พ่อของน้องแหม่มได้ติดต่อกลับมาแล้ว หลังจากกระแสข่าวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ซึ่งพ่อของน้องแหม่มจะมาพบหน้าเร็วๆ นี้ พร้อมทั้งจะช่วยเหลือในเรื่องค่าเล่าเรียนเป็นจำนวนเงิน 5,000 บาทด้วย ส่วนการประกาศตามหาพ่อของลูกสาวนั้นคงเป็นเพราะเขาอยากเห็นหน้าเนื่องจากตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยพบหน้าแล้ว สำหรับตัวเองนั้นไม่ได้ต้องการอะไร แค่อยากขอให้มาดูแลลูกสาวและส่งเสีย ให้ลูกได้เรียนหนังสือเท่านั้นก็พอใจแล้ว ข้อมูลจาก ข่าวสด MThai News

ดาราหนุ่ม วัย 40 กะรัต อายุหลักสี่แต่ความหล่อไม่ลดตาม
ก้อง สหรัถ /  ดาราหนุ่ม วัย 40 / 

40 ก็ยังแจ๋ว รวมฮิต ดาราหนุ่ม วัย 40 อัพ แต่หล่อทะลุมิติ ถึงเขาจะมีคำที่บอกว่า 30 ยังแจ๋วก็ตาม แต่ตอนนี้คิดว่าแค่หลักสามมันอาจจะไม่ได้แจ๋วเด็ดเพียงหลักเดียวแล้วแหละครับ เพราะว่าตอนนี้ผู้ชายหลักสี่ก็เป็นอะไรที่แจ๋วพอๆ กันนะ ด้วยเหตผลที่ว่าสมัยที่เปลี่ยนทำให้ผู้ชายเราดูแลและใส่ใจกับรูปลักษณ์ของตัวเองมากขึ้น เราจึงเห็นได้ว่า 40 สมัยนี้ก็ดูหล่อและใสพอฟัดพอเหวี่ยงกับวัย 20 ปลายๆ เลยก็ว่าได้ และวันนี้ Men.MThai เราจะขอนำเสนอสุดยอด ดาราหนุ่ม วัย 40 แต่หล่อหยุดเวลามาให้เราได้ดูกันครับ โจ้ โจอี้ บอย หนุ่มขาแร็ปขวัญใจฮิปฮอปไทยเห็นแบบนี้เขาอายุ 40 ปีแล้วนะครับ (เกิดเมื่อ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2518) อั๊ต อัษฎา พานิชกุล หนุ่มหล่อมากฝีมือขวัญใจสาวๆ ทั่วเอเชียคนนี้ ถึงแม้จะดูหน้าเด็ก แต่เขา 41 แล้วนะ (เกิดเมื่อ 3 กันยายน พ.ศ. 2517) เต๋า สมชาย เข็มกลัด หนุ่มคนนี้ ยิ่งอายุเยอะยิ่งเพิ่มความเก๋าเลยจริงๆ เพราะว่าไม่ว่าผ่านไปกี่ปีต่อกี่ปี พลังงานความเก๋าเขาก็ยิ่งเพิ่มขึ้น 41 แล้ว ความเก๋านี่เอาไป 100+ (เกิดเมื่อ 26 มกราคม พ.ศ. 2517) หนุ่ม ศรราม เทพพิทักษ์ พระเอกตลอดกาลของชาวไทย ที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีเขาก็ยังคงภาพพระเอกไว้ได้เสมอ ตอนนี้เขาอายุ 42 แล้ว (เกิดเมื่อ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2516) มอส ปฏิภาณ ปฐวีกานต์ แน่นอนแหละเมื่อพูดถึงพระเอกหน้าหล่อที่กาลเวลาทำอะไรเขาไม่ได้ เราก็ต้องนึกถึงมอสก่อนเลย เห็นหล่อๆ แบบนี้ 42 นะเออ (เกิดเมื่อ 23 มีนาคม พ.ศ. 2516) ก้อง สหรัถ สังคปรีชา ผู้ชายต้นแบบแห่งหนุ่มไทย ที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีต่อกี่ไป ความสุขุมนุ่มลึกของเขาก็ไม่เคยที่จะลดลงเลย เห็นแบบนี้ 47 แล้วนะครับ (เกิดเมื่อ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2511) แท่ง ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง หนุ่มทะเล้นมากฝีมือคนนี้ ไม่บอกไม่รู้นะว่าเขาอายุ 48 (เกิดเมื่อ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2510) เรื่องน่ารู้ของหนุ่มวัย 40+ ตามปกติแล้วผู้ชายวัย 40 ปีขึ้นไปจะมีระดับฮอร์โมนเพศชายลดลงประมาณปีละ 1 % โดยจะลดลงไปเรื่อยๆ แต่ไม่มีการหยุดทำงาน แต่หากว่าเรามีการรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ แม้จะย่างเข้าสู่วัย 80 ผู้ชายก็อาจจะยังมีฮอร์โมนเพศและมีสุขภาพที่ดีอยู่ได้ครับ เนื้อหาโดย Men.MThai ภาพประกอบจาก Instagram

ตกงานแป๊บเดียว! จิ้งจอกสยามเตรียมดึง ฮิดดิ้งค์ นั่งเก้าอี้กุนซือ
กุส ฮิดดิ้งค์ /  จิ้งจอกสยาม / 

DailyMail สื่อดังเมืองผู้ดีตีข่าว เลสเตอร์ ซิตี้ เตรียมยื่นข้อเสนอให้กับ กุส ฮิดดิ้งค์ อดีตเทรนเนอร์ทีมชาติ ฮอลแลนด์ เข้ามารับงานผู้จัดการทีม "จิ้งจอกสยาม" ลุยศึกพรีเมียร์ลีกในซีซั่นหน้า หลังจากที่ เลสเตอร์ ซิตี้ ทำการปลด ไนเจล เพียร์สัน พ้นตำแหน่งกุนซือไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ล่าสุดเจ้าของสโมสรชาวไทยเตรียมหันไปใช้บริการ กุส ฮิดดิ้งค์ เทรนเนอร์ชาวดัตช์เข้ามาสั่งการข้างสนาม โดยมีชื่อ นีล เลนน่อน และแซม อัลลาร์ไดซ์ เป็นอีก 2 ตัวเต็งสำหรับการเข้ามาคุมทัพในรัง คิงพาวเวอร์ สเตเดี้ยม ฤดูกาลหน้า ทั้งนี้ ฮิดดิ้งค์ ในวัย 68 ปี เคยมีประสบการณ์บนเวที พรีเมียร์ลีก ครั้งที่มารับงานกุนซือ เชลซี เมื่อปี 2009 แถมในระดับทีมชาติยังเคยพา เกาหลีใต้ คว้าอันดับ 4 ในศึกฟุตบอลโลก 2002 มาแล้วด้วย

เสร็จหม้อ!! งูใหญ่ ทำช็อคโอเคขาย ชากิรี่ ให้ สโต๊ค 17 ลย.
งูใหญ่ /  ช่างปั้นหม้อ / 

Gazzetta dello Sport สื่อดังของ อิตาเลี่ยน กระพือข่าว อินเตอร์ มิลาน โอเคค่าตัวกับ สโต๊ค ซิตี้ ในการปิดดีล เซอร์ดาน ชากิรี่ ปีกมะขามข้อเดียวที่เพิ่ง ย้ายมาร่วมทัพ "งูใหญ่" ในช่วงเดือนมกราคม ที่ผ่านมาได้แล้ว รายงานระบุว่า วันเดอร์คิดดีกรีทีมชาติ สวิสเซอร์แลนด์ วัย 23 ปี จ่อย้ายไปร่วมทัพ "ช่างปั้นหม้อ" ในราคา 17 ล้านยูโร หลังจาก ชากิรี่ ไม่สามารถการันตีตำแหน่งตัวจริงในถิ่น จูเซ็ปเป้ เมอัซซ่า ภายใต้การทำทีมของ โรแบร์โต้ มันชินี่ ในช่วงที่ผ่านมาได้ ทั้งนี้ ฤดูกาล 2014/15 เซอร์ดาน ชากิรี่ ทำสถิติลงสนามรับใช้ อินเตอร์ มิลาน ไปแล้วทั้งหมด 20 นัด เจาะตาข่ายได้ 3 ประตู โดยพา "งูใหญ่" รั้งอันดับ 8 ของตารางคะแนน

นางเอกขาลง! หยาด งานเยอะแต่ไม่เปรี้ยง!!
หยาดทิพย์ ราชปาล /  หยาด หยาดทิพย์ / 

ถูกจัดอยู่ในกลุ่มนางเอกขาลงไปซะแล้ว!! สำหรับสาว หยาด หยาดทิพย์ ราชปาล ทั้งที่มีงานเข้ามาไม่ขาดสายแต่กระแสไม่ดังเปรี้ยงปร้างสักที แถมล่าสุดมีข่าวว่า เธอถูกเปลี่ยนตัวละครเรื่องนางทาส จากตอนแรกวางไว้ให้เป็นบทสาลี่ กลับถูกเปลี่ยนเป็นบทบุญมี ซึ่งหลายคนมองว่าไม่เหมาะสม! งานนี้เจ้าตัวบอกรอผู้ใหญ่ออกมาชี้แจงดีที่สุด ส่วนกระแสนางเอกขาลง สาวหยาด บอกไม่ซีเรียส! เพราะถือว่าปีนี้งานเยอะกว่าปกติด้วยซ้ำ!! "เรื่องเปลี่ยนตัวละครนางทาส อย่างที่บอกนะคะว่าพี่ปิ่นขอให้สัมภาษณ์เอง บวงสรวงวันที่ 9 ที่กำลังจะถึงนี้ รอให้พี่ปิ่นออกมาพูดเองดีกว่า คือมันก็มีการเปลี่ยนแปลงนิดหน่อยนะคะ แต่หยาดเป็นเด็กเนอะ ให้ผู้ใหญ่เป็นคนพูดน่าจะดีกว่าค่ะ" "สำหรับนางทาส หยาดมาที่หลังนักแสดงคนอื่นหมดเลย หยาดเพิ่งคิวได้ และละครอีกเรื่องที่ถ่ายอยู่ยอมที่จะแชร์คิวได้ หยาดเลยได้มาเล่นเรื่องนี้ แต่ถ้าเป็นอะไรลึกๆ ตัวหยาดไม่ทราบรายละเอียดเหมือนกันค่ะ คือเรื่องอดีต ใครจะวางเป็นใครก็ปล่อยมันไปดีกว่าค่ะ ณ ปัจจุบันใครได้รับบทไหนก็พยายามทำให้ดีที่สุดดีกว่าค่ะ" "หยาดยังไม่อยากพูดว่าได้บทไหน จริงๆ อย่างที่บอกว่าทางผู้ใหญ่ขอเป็นคนพูด รอวันที่ 9 ดีกว่านะคะ เรื่องนี้ไม่มีอะไรกระทบค่ะ เพียงแต่ว่าหยาดต้องพยายามทำให้ดีที่สุด เพราะเป็นละครรีเมคที่เคยดัง และตัวหยาดเคยเล่นด้วยตอน 5 ขวบ เล่นเป็นลูกอีเย็นค่ะ พอหยาดได้กลับมาเล่นก็ดีใจ รู้สึกตื่นเต้นได้เล่นละครที่เคยเล่นตอนเด็ก คือตอนนี้หยาดได้เล่นเป็นสาลี่นะคะ แต่เรื่องที่เค้าติดต่อมาตอนแรกให้เราเล่นบทอะไรนั้นให้มันผ่านไปดีกว่า เราโฟกัสตอนนี้ดีกว่าค่ะ" "สัญญากับทางช่องก็ยังมีอีกสักพักนึงค่ะ ส่วนจะต่อมั้ยยังไม่ได้คิดเลย เราทำงานเยอะยังไม่ได้ไปคิดตรงนั้นค่ะ จริงๆ หยาดก็เซ็นมาหลายรอบแล้วนะคะ คือหมดเมื่อไหร่ก็ค่อยคุยกันค่ะ แต่ก่อนจะหมดไม่ได้คุยกันเรื่องนี้อยู่แล้ว ส่วนใหญ่คุณแม่เป็นคนดูแล เรื่องจะเป็นอิสระ ตอนนี้ยังอยู่กับที่นี่ก่อนค่ะ" "ส่วนกระแสนางเอกขาลง หยาดว่าคำถามนี้ทุกคนก็โดนแหละ แต่มันอยู่ที่คนมองเนอะ ใครจะมองอะไรก็แล้วแต่ แต่ปีนี้หยาดถือว่าเป็นปีที่หยาดงานดีกว่าปกติด้วยซ้ำ เพราะตอนนี้ถ่ายละคร 3 เรื่องเลย และบทที่หยาดรับก็เป็นตัวเด่นของเรื่องค่ะ หยาดก็ไม่ได้อยากจะไปเล่นเป็นนางเอกแบ๋วๆ ใสๆ อายุ 20 เพราะหยาดคงไม่ได้แล้วเหมือนกัน พอโตขึ้นได้เปลี่ยนมาเป็นบทร้ายหรือตัวแรงๆ ของเรื่อง หยาดก็ถือว่าเป็นการที่ผู้ใหญ่ให้โอกาสมากเลย มันเป็นการพิสูจน์ฝีมือ และน้องๆ ที่ยังเด็กคงยังไม่ถึงวัยที่จะมาเล่นตรงนี้ค่ะ" หยาด กล่าว หยาดทิพย์ ราชปาล หยาดทิพย์ ราชปาล หยาดทิพย์ ราชปาล หยาดทิพย์ ราชปาล

โจ๋มะกันปวดหูสาหัส พบ 'ตะขาบยาว 4 นิ้ว' อยู่ภายใน
ตะขาบ /  ตะขาบยาว 4 นิ้ว / 

ขนลุกเข้าไปได้ไง!! ตะขาบยาว 4 นิ้ว มุดเข้าหูวัยรุ่นชาวอเมริกัน ปวดหูสาหัส แพทย์ถึงกับผงะ !! เมื่อวันพุธที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา สำนักข่าวในประเทศสหรัฐฯ รายงานเรื่องราวสุดสยอง ของ 'แกรนท์ บอตติ' วัยรุ่นชาวอเมริกันวัย 14 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในรัฐอาร์คันซอ รัฐทางตอนใต้ของสหรัฐอเมริกา มีอาการปวดหูอย่างรุนแรง จึงตัดสินใจเดินทางไปพบแพทย์ แต่ถึงกับต้องตกใจสุดขีดเมื่อทราบว่าสิ่งที่อยู่ภายในหูของเขา คือตะขาบตัวใหญ่ ที่มีความยาวถึง 4 นิ้ว และยังคงมีชีวิตอยู่ รายงานระบุว่า แกรนท์ บอตติ รู้สึกได้ถึงความผิดปกติที่อยู่ภายในโพรงหูของเขา เนื่องจากมีสิ่งมีชีวิตบางอย่างบิดตัวไปมาภายใน ทั้งนี้ทั้งนั้น หลังจากคีบเอาตะขาบตัวนี้ออกมา มารดาของวัยรุ่นชายรายนี้ ได้นำตะขาบตัวนี้ใส่ซองพลาสติกไว้ และรีบนำตัวลูกชายส่งโรงพยาบาลเข้าห้องฉุกเฉินทันที โดยคาดว่าสาเหตุที่ตะขาบเข้าไปในหู เนื่องจากก่อนหน้านี้ลูกชายของเธอไปว่ายน้ำกลางแจ้ง อย่างไรก็ตามนับว่ายังเคราะห์ดีที่เขาไม่ได้รับบาดเจ็บมากนัก มีเพียงรอยถลอกเล็กน้อยภายในเยื่อแก้วหูเท่านั้น MThai News ที่มา nydailynews

วัยซนคนการ์ตูน โดดเด้งมาสู่โลกแห่งความจริง ในตย. Bakuman ฉบับคนแสดง
Bakuman /  The World of Kanako / 

จัดได้ว่าเป็นอีกหนึ่งมังงะสุดฮิต ที่ได้รับการสร้างเป็นหนังคนแสดงเสียที สำหรับ Bakuman หรือชื่อไทย วัยซนคนการ์ตูน ที่ตอนนี้ฉบับหนังคนแสดงได้มีตัวอย่างใหม่ออกมาให้เราชมกันแล้วครับ ซึ่งดูจากตัวอย่างแล้วก็น่าจะฝากความหวังสำหรับแฟนๆมังงะไว้ได้ดีทีเดียว สำหรับงานกำกับของผกก. ฮิโรชิ วัน ที่ขนทัพนักแสดงมาทั้ง ซาโต้ ทาเครุ, คามิกิ เรียวโนสุเกะ, นานะ โคมัตสึ จาก The World of Kanako, ลิลลี่ แฟรงกี้ จาก Like Father, Like Son และ ยังมี โชตะ ซาเมทานิ ที่เราคงคุ้นหน้าคุ้นตากันไปแล้วใน Parasyte ฉบับคนแสดงนั่นเอง โดยตัวหนังจะเล่าเรื่องราวของ มาชิโระ โมริทากะ และ ทาคากิ อาคิโตะ สองคู่หูนักเรียนมัธยมที่จับมือร่วมกันเขียนการ์ตูนเพื่อทำความฝันในการก้าว สู่การเป็นนักเขียนการ์ตูนอาชีพ ซึ่งท้ายสุดแล้วตัวหนังจะเป็นความหวังใหม่ของ หนังที่ดัดแปลงมาจากมังงะในยุคนี้หรือไม่ รอติดตามกระแสจากญี่ปุ่นได้ เพราะหนังมีคิวฉายที่นู้น 3 ตุลาคมนี้ครับ

แชร์กระหึ่ม เทคนิค กินข้าววันละมื้อ ทำให้อายุลดลง จาก56 เหลือ 39
กินข้าว /  กินข้าวมื้อเดียว / 

เทคนิค กินยังไงให้อายุ ลดลง คุณหมอท่านนี้ กินข้าววันละมื้อ ปัจจุบันอายุ 56 แต่หน้า เหมือน 36/39 เขาทำได้อย่างไร มาดูกันค่ะ ว่าทานมื้อเดียวได้ประโยชน์อะไร Being Hungry Makes You Healthy หนังสือ “ยิ่งหิวยิ่งสุขภาพดี” เขียนโดย นายแพทย์โยะชิโนะริ นะงุโม (Yoshinori Nagumo) ในบทนำมีการเกริ่นว่า ผู้เขียนเริ่มทานอาหารเหลือวันละมื้อ เมื่ออายุ 45 ปี เพราะปัญหาเรื่องสุขภาพ ผ่านไปสิบปี เมื่อเขาไปตรวจร่างกาย พบว่า อายุหลอดเลือดของเขา เท่ากับคนอายุ 26 ปี เขาเล่าว่า มนุษย์ในอดีต ไม่ได้มีกินอุดมสมบูรณ์ โดยกินสามมื้อเหมือนปัจจุบันนี้ ในอดีตเรากินวันละมื้อก็บุญแล้ว ดังนั้นร่างกายเราจึงมีภูมิคุ้มกันในตัวเอง เมื่อเราหิว ไม่มีกิน เราจะมียีนที่ชื่อ เซอร์ทูอิน ออกมาซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอต่างๆ ภายในร่างกาย ในขณะเดียวกันร่างกายก็จะผลิต Growth Hormone ออกมาซึ่งเจ้า Growth Hormone นี้ทำให้เรากลับเป็นหนุ่มสาวมากขึ้น ซึ่งเป็นกระบวนการเพื่อการอยู่รอด ปัญหาก็คือเมื่อร่างกายอิ่ม กลไกนี้ไม่เกิด เราจึงแก่ไปเรื่อยๆ สรุปง่ายๆ ก็คือ การกินมากไปคือสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคภัยต่างๆและที่สำคัญ ร่างกายเราไม่ได้ถูกออกแบบให้กินอิ่ม เราจึงปรับตัวให้การกินอิ่มได้ไม่ดี ทำให้กระบวนการธรรมชาติของร่างกายเรารวนนั่นเอง ในเรื่องการ กินวันละมื้อ ผู้เขียนได้แนะนำสิ่งที่เขาทำมาแล้วได้ผล เขาบอกว่า เขาเพลิดเพลินกับการที่ได้ยินเสียงท้องร้องจ๊อกๆ เพราะว่า เขารู้ว่าร่างกายเรากำลังซ่อมแซม และปรับตัวให้เยาว์วัย ด้วยกระบวนการที่กล่าวถึงข้างต้น ในเชิงหลักการทางวิทยาศาสตร์ เขาอธิบายดังนี้ (1) ปากทางเข้าลำไส้เล็ก จะมีเซ็นเซอร์เตรียมรอรับของกินอยู่ ถ้าไม่มีอาหารไหลลงมาเสียที ลำไส้เล็กก็จะรีบหลั่งฮอร์โมนสำหรับย่อยอาหาร โมลิติน (Molitin) ออกมา ทำให้กระเพาะอาหารบีบตัว เพื่อส่งของกินที่อาจจะตกค้างอยู่ในกระเพาะอาหารเข้าไปในลำไส้เล็ก เรียกว่า “การบีบตัวเมื่อหิว” และเป็นตัวการที่แท้จริงของอาการท้องร้องจ๊อกๆ (2) เมื่อกระเพาะรู้ตัวว่า หิวจะหลั่งฮอร์โมนเกรลิน (Ghrelin) ออกมา เกรลินจะถูกหลั่งออกมาจากเยื่อบุกระเพาะอาหารซึ่งถูกกระตุ้นเพราะความหิว โดยจะออกฤทธิ์ที่สมองส่วนไฮโปทาลามัส (Hypothalamus) ทำให้เกิดความอยากอาหาร ขณะเดียวกันก็จะออกฤทธิ์ที่ต่อมใต้สมอง ทำให้หลั่ง Growth Hormone ออกมาเจ้า Growth Hormone นี้เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ฮอร์โมนที่ทำให้กลับไปเป็นหนุ่มสาว” นั่นหมายความว่า ตอนที่ท้องกำลังร้องจ๊อกๆ เพราะหิว คุณจะค่อยๆ มีเสน่ห์ขึ้น จากฮอร์โมนที่ทำให้กลับเป็นหนุ่มสาวถึงท้องจะร้อง ก็อย่าเพิ่งรีบกินอาหาร ให้มาลองเพลิดเพลินกับประสิทธิภาพของการกลับเป็นหนุ่มสาวที่ได้จาก Growth Hormone กันสักครู่หนึ่งก่อน (3) ตอนที่ท้องกำลังร้องจ๊อกๆ นั้น ความสามารถในการอยู่รอดอันยอดเยี่ยมกำลังพลุ่งพล่านขึ้นมานั่นก็คือ “ยีนเซอร์ทูอิน” ที่มีสมญาว่า “ยีนต่ออายุขัย” หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ยีนที่ทำให้อายุยืน” กำลังทำงาน จากการทดลองกับสัตว์หลายชนิดพบว่า เมื่อลดปริมาณอาหารลง 40% จะทำให้อายุยืนขึ้น 1.5 เท่า ทว่ายีนนี้จะมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อ มีเงื่อนไขบางประการ นั่นคือ “ความหิว” ตราบใดที่ท้องไม่ร้องจ๊อกเพราะหิว ยีนนี้ก็จะไม่ทำงาน ดังนั้น การกินอาหารทั้งที่ยังไม่หิว จึงหมายถึง การมีของดีอยู่กับตัว แต่ไม่ใช้ให้เป็นประโยชน์ มาทำให้ท้องร้องจ๊อก ด้วยการกินอาหารวันละมื้อดีกว่า แล้วยีนเซอร์ทูอินนี้จะช่วยสแกนยีนในร่างกายอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งค่อยๆ ฟื้นฟูส่วนที่เสียหาย กล่าวกันว่า ความแก่ชราและโรคมะเร็ง ก็มีสาเหตุมาจากความผิดปกติของยีน ดังนั้น เราสามารถทำให้กลับเป็นหนุ่มสาว และป้องกันโรคมะเร็งด้วยการกินอาหารวันละมื้อ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อหิวแล้วอาหารยังตกไม่ถึงท้อง ร่างกายจะนำไขมันที่สะสมไว้ในช่องท้องมาเปลี่ยนเป็นสารอาหาร ทำให้หน้าท้องแบนราบ นอกจากการกินวันละมื้อแล้ว ผู้เขียนมีข้อมูลใหม่เพิ่มเติมอีกว่า การนอนที่ดีคือ นอนในช่วงร่างกายผลิต Growth Hormone ได้ดีที่สุด นั่นก็คือ ช่วงเวลาระหว่าง สี่ทุ่มถึงตีสอง หลังอ่านจบผมมีความเห็นส่วนตัวว่าสิ่งที่จะทำคือ (1) รอให้ท้องร้องจ๊อกๆ บ่อยๆ เพื่อซ่อมแซมตัวเองและทำให้เยาว์วัยลง และ (2) ทานน้อยลง 60% ของแต่ละมื้อ…….” นอกจากที่คุณอดิศรเขียนแล้ว ผมไปค้นคว้าเพิ่มเติมและพบว่า เมื่อตอนคุณหมอนะงุโมมีอายุ 37 ปี เขาหนัก 77 กิโลกรัม และเมื่ออายุ 57 ปี หนัก 62 กิโลกรัม ความดันโลหิตเท่ากับคนอายุ 26 ปีอายุมวลกระดูกเท่ากับคนอายุ 28 ปี และสมองมีอายุเท่ากับคนอายุ 38 ปี จากที่ดูรูปในอินเทอร์เน็ตถึงแม้ขณะนี้คุณหมออายุ 59 ปี แต่หน้าตาเหมือนไม่ถึง 40 ปี ด้วยซ้ำ คุณหมอพูดในโทรทัศน์ว่า แค่เริ่มต้นไม่กี่วัน ก็จะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของสุขภาพแล้ว กลิ่นตัวจะหายไป ผิวหนังจะเนียนขึ้น หน้าท้องจะเรียบขึ้น รูปลักษณ์ของคนผอมจะเริ่มปรากฏ และจิตใจคึกคักขึ้นกว่าเก่า คุณหมอแนะนำให้ทำติดต่อกัน 52 วัน โดยกินอาหารวันละหนึ่งมื้อ คือมื้อกลางวัน ในมื้อนี้อยากกินือะไรก็ตามใจตัวเองได้ หากหิวมากก็อาจเสริมด้วยผลไม้และอาหารเบาๆ หมายเหตุ: ตีพิมพ์ครั้งแรก คอลัมน์ “อาหารสมอง” กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่อังคาร 20 ม.ค. 2558

10 ผู้รักษาประตู ที่ค่าเหนื่อยสูงที่สุดในโลก
ค่าเหนื่อย /  จัดอันดับ / 

10 ผู้รักษาประตู ที่ค่าเหนื่อยสูงที่สุดในโลก ซัลวาตอเร่ ซิริกู - ปารีส แซ็งต์แชร์กแมง 50,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ นายทวารทีมชาติอิตาลีที่อยู่ภายใต้ร่มเงาของ จิอันลุยจิ บุฟฟ่อน มาตลอด เขาสร้างชื่อกับ ปาแลร์โม่ ก่อนจะย้ายมาช่วย เปแอชเช กวาดแชมป์ ลีกเอิง สามสมัยรวด มาร์ค-อันเดร แทร์ สเตเก้น - บาร์เซโลน่า 55,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ นายทวารวัย 22 ปีจากเยอรมัน เขาช่วย บาร์ซ่า คว้าสามแชมป์ในฤดูกาลนี้แม้จะได้ลงเล่นในบอลถ้วยทุกนัดแต่ก็ไม่ได้เล่นในบอลลีกซักเกม ดาบิด เด เคอา - แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 55,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ โชว์ความหนึบให้แฟนผีแดงได้ตะลึงมาตลอดฤดูกาล ข่าวลือรุนแรงว่าเขาจะย้ายกลับไปเล่นในสเปนอีกครั้งกับยักษ์ใหญ่แห่ง ลาลีก้า อย่าง เรอัล มาดริด จิอันลุยจิ บุฟฟ่อน -  ยูเวนตุส 60,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ว่าที่ตำนานจอมเซฟแห่งอิตาลี เขาคือมือหนึ่งใน ทีมชาติอิตาลี และเป็นดั่งสัญลักษณ์ของทีมม้าลายแห่งตูริน บุฟฟ่อน มีสัญญากับ ยูเว่ ถึงปี 2017 ฮูโก้ ยอริส - ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส 70,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ นายทวารจากฝรั่งเศสพิสูจน์แล้วว่าฝีมือเซฟสมค่าเหนื่อย คาดกันว่าเขาจะได้เลื่อนชั้นเป็นกัปตันทีมไก่เดือยทองในซีซั่นหน้าหากไม่ย้ายไป แมนฯ ยูฯ ซะก่อน ปีเตอร์ เช็ก - เชลซี 100,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ กลายเป็นนายทวารที่ค่าเหนื่อยสูงที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรปืนใหญ่ซึ่ง อาร์เซน เวนเกอร์ คงยินดีจ่ายเพื่อแก้ปัญหาในตำแหน่งนี้หลังจากตามหาผู้เล่นที่ไว้ใจได้มานาน มานูเอล นอยเออร์ - บาเยิร์น มิวนิค 110,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ อาจจะได้รับการยกย่องว่าเป็นนายทวารที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกตอนนี้ แต่เขาไม่ใช่คนที่ได้รับค่าเหนื่อยมากที่สุดแม้จะการันตีฝีมือด้วยการคว้าอันดับสามรางวัล บัลลงดอร์ ก็ตาม โจ ฮาร์ท - แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 120,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ สัญญากับทีมเรือใบเมื่อธันวาคมปีก่อนทำให้นายด่านชาวอังกฤษกลายเป็นผู้รักษาประตูที่มีค่าเหนื่อยสูงที่สุดเป็นอันดับสามของโลกและเขาน่าจะอยู่ช่วยทีมเรือใบไปอีกนาน บิคตอร์ บัลเดส - แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 150,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ อดีตนายด่าน บาร์ซ่า ตกลงค่าเหนื่อยมหาศาลกับ โมนาโก ก่อนจะมาบาดเจ็บที่หัวเข่าอย่างหนักจึงตรวจร่างกายไม่ผ่าน ทีมปีศาจแดงซึ่งยอมช่วยจ่ายค่าเหนื่อยให้ส่วนหนึ่งเลยได้ตัวเขามา อิเคร์ กาซียาส - เรอัล มาดริด 165,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ สุดยอดนายทวารชาวสเปนที่ค่าเหนื่อยสูงสุดในโลก เขาสามารถกลับมาเป็นมือหนึ่งในทีมราชันชุดขาวได้อีกครั้งหลังยุคที่ขมขื่นภายใต้การคุมทีมของ โฆเซ่ มูรินโญ่

แต่งห้องน้ำ อย่างไรให้ปลอดภัย
แต่งห้องน้ำ

วันนี้ Decor.MThai ได้นำเรื่องราวจากหนังสือ Life and Home เป็นเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับ แต่งห้องน้ำ อย่างไรให้ปลอดภัย มาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ บทความการแต่งห้องน้ำอย่างไรให้ปลอดภัยนี้เป็นบทความของคุณสุคนธา ฉ่ำมิ่งขวัญ และภาพประกอบสวยๆ จากทีมงานไลฟ์แอนด์โฮมค่ะ ว่าแล้วเราไปดูการแต่งห้องน้ำให้ปลอดภัยกันเลยดีกว่าค่ะ แต่งห้องน้ำ อย่างไรให้ปลอดภัย นอกเหนือฟังก์ชั่นการใช้งานที่สะดวกสบาย มีความสวยงามตรงตามใจผู้เป็นเจ้าของแล้ว ความปลอดภัยก็เป็นอีกเรื่องสำคัญในห้องน้ำที่ไม่ควรมองข้างเพราะบ่อยครั้งที่อุบัติเหตุภายในบ้านเกิดขึ้นขณะใช้งานในห้องน้ำ ทั้งที่ความจริงแล้วเราสามารถป้องกันได้  ตั้งแต่เรื่องของการออกแบบไปจนถึงวัสดุที่มีความเหมาะสม Bath Decor ในฉบับนี้ จึงมีวิธีการตกแต่งห้องน้ำให้ปลอดภัยมาแนะนำค่ะ 1. การออกแบบห้องน้ำ การออกแบบห้องน้ำ : ควรมีการระบายอากาศที่ดี เพราะเป็นพื้นที่ที่ต้องเผชิญกับความชื้นอยู่ตลอดเวลา ตำแหน่งที่เหมาะสมคือทิศตะวันตก ใช้ความร้อนของแสงแดดในช่วงบ่ายมาขับไล่ความชื้น อันเป็นสาเหตุของเชื้อราและเชื้อโรคต่างๆ ติดตั้งหน้าต่างหรือหลังคา Skylight ก็เป็นอีกทางที่ช่วยทั้งระบายอากาศ และรับแสงแดดเพิ่มเติมส่วนการออกแบบพื้นห้องน้ำไม่ควรมีความสูงในระดับที่ต่างกันเพื่อป้องกันการสะดุดล้ม 2. วัสดุ วัสดุ : แน่นอนว่าวัสดุที่นำมาปูพื้นมีหลากหลายประเภทเช่น กระเบื้อง หินสังเคราะห์ หินอ่อน ไม้สังเคราะห์ ซึ่งเราสามารถใช้ได้หมด แต่ที่ควรคำนึงคือผิวสัมผัสของวัสดุนั้น ต้องมีผิวสัมผัสแบบด้านเพื่อป้องกันการลื่นล้มขณะเท้าเปียกน้ำ ต่อมาคือการเลือกใข้กระจก หากเป็นกระจกใสสำหรับกั้นพื้นที่หรือเป็นประตูห้องควรเลือกกระจกที่มีความหนาเป็นพิเศษ เช่นกระจกเทมเปอร์ กระจกลามิเนต ซึ่งเมื่อเกิดการแตกหัก ก็จะไม่มีเหลี่ยมคมมาทำอันตรายส่วนกระจกเงาไม่ควรติดไว้ใกล้กับส่วนเปียก อย่างส่วนชาวเวอร์ เพราะมีโอกาศลื่นล้มได้ง่ายกว่าส่วนอื่นๆ 3. อุปกรณ์ที่เกี่ยวกับไฟฟ้า อุปกรณ์ที่เกี่ยวกับไฟฟ้า : เริ่มกันตั้งแต่แสงไฟที่ควรมีแสงสว่างเพียงพอ ไม่มืดทึบจนเกินไปในการทำกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะบริเวณกระจกเงาส่องหน้า ส่วนปลั๊กหรือเต้าเสียบต่างๆ ควรเลือกรุ่นที่มีฝาปิด สำหรับป้องกันความชื้นและน้ำกระเด็นใส่จนเกิดการลัดวงจร ส่วนตำแหน่งที่ติดตั้งควรอยู่ในส่วนแห้ง สูงเหนือกว่าก๊อกน้ำ และอ่างล้างหน้า ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า อย่างเครื่องทำน้ำอุ่น ห้ามลืมติดตั้งสายดินเด็ดขาดเพื่อป้องกันไฟรั่ว 4. การเลือกใช้สุขภัณฑ์ การเลือกใช้สุขภัณฑ์ : ควรเลือกใช้สุขภัณฑ์ที่ไม่มีเหลี่ยมมุมแหลมคม ในกรณีที่ครอบครัวมีเด็กเล็กและผู้สูงอายุใช้ร่วมกัน โดยปัจจุบันมีสุขภัณฑ์สำหรับเด็กและผู้สูงอายุโดยเฉพาะซึ่งจะมีความสูงที่เหมาะสมมากกว่า พยายามหลีกเลี่ยงสุขภัณฑ์ที่ผลิตไม่ได้มาตรฐาน เพราะจะแตกหักง่าย หรือใช้วัสดุสมัยใหม่อื่นๆ มาทดแทนเช่นหินสังเคราะห์เป็นต้น หากห้องน้ำมีการใช้ร่วมกันทุกช่วงวัยควรคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยเล็กๆ น้อยๆ ด้วย เช่นการติดตั้งราวจับไว้ใกล้กับโถสุขภัณฑ์เพื่อช่วยผู้สูงอายุพยุงตัว เลือกใช้พรมยางกันลื่นแทนพรมเช็ดเท้าทั่วๆ ไป ราวแขวนผ้าที่ควรติดตั้งให้อยู่เหนือศีรษะเป็นต้น ติดตามอ่านเนื้อหาเพิ่มเติมในหนังสือ Life and Home ฉบับเดือน Jan 2014 จาก Mbookstore คลิ๊ก

หงส์,ปืน กอดคอซดแห้ว!! มิลาน แถลงเช็คบิล อาเดรียโน่ 5 ปีเต็ม
ชัคตาร์ โดเน็ทส์ก /  ลิเวอร์พูล / 

เอซี มิลาน ประกาศปิดดีล หลุยซ์ อาเดรียโน่ ศูนย์หน้าชาว บราซิล ของ ชัคตาร์ โดเน็ทส์ก มาเสริมทัพด้วยสัญญาระยะยาวถึงปี 2020 โดยเม็ดเงินในการเสริมทัพครั้งนี้อยู่ที่ 5.5 ล้านปอนด์เท่านั้น ก่อนหน้านี้สองบิ๊กทีมจากเกาะอังกฤษอย่าง ลิเวอร์พูล และอาร์เซน่อล ให้ความสนใจแข้งชาวแซมบ้าวัย 28 ปี รายนี้มาใช้บริการ ทว่าท้ายที่สุดเป็นทางฝั่ง "ปีศาจแดง-ดำ" ที่เช็คบิลปาดหน้ามาเสริมทัพได้สำเร็จ ทั้งนี้ฤดูกาล 2014/15 หลุยซ์ อาเดรียโน่ ทำสถิติลงสนามรับใช้ ชัคตาร์ โดเน็ทส์ก ไปแล้วทั้งหมดทุกรายการ 33 นัด ถลุงตาข่ายยับเยินไปถึง 21 ประตู ต้องมาดูกันว่าเจ้าตัวจะสามารถระเบิดฟอร์มในศึก กัลโช่ เซเรีย อา อย่างที่เคยฝากฝังผลงานในลีกยูเครนได้หรือเปล่า

หนังโลกที่เราอยากดู : Kumiko, the Treasure Hunter (2014)
BIOSCOPE /  Fargo / 

Kumiko, the Treasure Hunter (2014) หญิงสาวผู้ตามหาสมบัติใน Fargo เรื่อง : พัทธดนย์ สิริอมราพร / ชายธี ท่ามกลางหิมะขาวโพลนรอบถนนไฮเวย์ที่แผ่ขยายอาณาเขตไปไกลจนสุดลูกหูลูกตา ชายหนุ่มแปลกหน้าในชุดเสื้อคลุมสีน้ำตาลเข้มกำลังนั่งคุกเข่าอยู่ริมรั้วแบ่งเขตระหว่างถนนกับทุ่งหญ้าซึ่งถูกปกคลุมไปด้วยหิมะหนาเตอะ ใบหน้าที่แสดงความเจ็บปวดอยู่เป็นระยะของเขาเกรอะกรังไปด้วยเลือด สองมือแดงฉานของเขากำลังฝังกลบกระเป๋า ใส่เงินสีเข้มตรงหน้าด้วยอาการลุกลี้ลุกลน ก่อนที่มันจะจมหายกลืนไปกับพื้นหิมะจนมองแทบไม่เห็น เขาปักมีดขูดน้ำแข็งด้ามสีแดงสดเอาไว้เหนือผืนหิมะเพื่อทำเป็นเครื่องหมาย ก่อนจะเร่งรีบไปจากที่นั่นเพื่อหาทางจบเรื่องบ้าๆ ทั้งหมดนี้เสียที... นั่นคือฉากหนึ่งใน Fargo หนังธริลเลอร์-ตลกร้ายฝีมือพี่น้อง โจเอล และ อีธาน โคเอน ในปี 1996 ที่เล่าเรื่องราวของเซลส์แมนขายรถกิ๊กก๊อกคนหนึ่งที่ร้อนเงินหนัก จนคิดพิเรนทร์จ้างโจรกระจอกสองคนให้มาจับเมียตัวเองไปเรียกค่าไถ่จากพ่อตาผู้ร่ำรวย แต่แผนการกลับเลยเถิดเกินควบคุม และนำพาทุกคนที่เกี่ยวข้องไปสู่หายนะชนิดที่ไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ – โดยฉากในข้างต้นก็ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์บ้าๆ เหล่านั้น เมื่อโจรหัวหมอที่กำลังบาดเจ็บ (สตีฟ บุสเซมี) ตัดสินใจเอาเงินเรียกค่าไถ่ส่วนหนึ่งมาซุกไว้กลางหิมะ หลังได้พลั้งมือฆ่าตัวละครสำคัญตัวหนึ่งไป และมันก็คงจะเพียงแค่เรื่องบ้าๆ ในหนังเรื่องหนึ่งเท่านั้น ...หากแต่ในอีก 5 ปีถัดมา หญิงสาวชาวญี่ปุ่นวัย 20 ตอนปลายที่ชื่อ ทาคาโกะ โคนิชิ จะลงทุนเดินทางมายังรัฐมินเนโซตา สหรัฐอเมริกา -อันเป็นฉากหลังของ Fargo- เพื่อค้นหาเงินสดในกระเป๋าซึ่งถูกฝังเอาไว้ใต้ผืนหิมะตามที่ปรากฏอยู่ในหนัง! ข่าวสุดพิลึกพิลั่นเช่นนี้ ไปเตะตาสองพี่น้องนักทำหนังอย่าง เดวิด และ นาธาน เซลล์เนอร์ ขณะกำลังนั่งอ่านข่าวทางอินเตอร์เน็ตเข้าอย่างจัง “เรื่องของเธอมีคุณสมบัติในการเป็นตำนานที่จะไม่มีวันเชย มันเหมือนกับเป็นนิทานปรัมปราของคนยุคโมเดิร์นพวกเราเอาแต่คิดว่าอะไรกันที่จะดลใจให้คนคนหนึ่งเดินทางเพื่อการนี้” เดวิดที่รับหน้าที่เป็นผู้กำกับกล่าว และแม้ว่าข่าวนี้จะยังมีช่องโหว่เรื่องความสมเหตุสมผลอยู่อีกหลายจุด แต่นั่นก็ยิ่งทำให้พวกเขาอยากเติมเต็มมันด้วยจินตนาการของพวกเขาเอง ซึ่งหลังจากร่วมกันพัฒนาไอเดียมานานกว่า 14 ปี (!) มันก็ได้กลายมาเป็น Kumiko, the Treasure Hunter หนังขวัญใจนักวิจารณ์ตามเทศกาลหนังหลายแห่งในช่วงปีที่ผ่านมาเรื่องนี้ ว่าด้วย คูมิโกะ (รินโกะ คิคูชิ) หญิงสาวชีวิตเส็งเคร็งจากโตเกียวที่เริ่มเชื่อว่าสมบัติซึ่งถูกฝังอยู่กลางหิมะในหนังอเมริกันที่เธอชอบดูนั้นมีอยู่จริง ซึ่งแม้ว่า Kumiko, the Treasure Hunter จะต้องใช้เวลานานถึง 14 ปีในการปลุกปั้น แต่พี่น้องเซลล์เนอร์บอกว่ามันกลับส่งผลดีต่อตัวหนังอยู่ไม่น้อย เพราะ... ยุคสมัยช่วยบ่มเพาะเรื่องเล่า : ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารมีให้เลือกเสพอย่างจำกัด (ไม่ต้องพูดถึงโซเชียลมีเดียที่ยังไม่เกิด!) เรื่องราวของโคนิชิจึงมีสถานะเป็นเหมือนกับเรื่องเล่าสุดพิศวงที่ดูสดใหม่และน่าสนใจในทุกครั้งที่นึกถึง และข้อมูลที่มีอยู่จำกัดนี้เองก็ทำให้พวกเขาสามารถต่อยอดเรื่องราวไปได้อีกไม่รู้จบ ซึ่งถ้าหากว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน พวกเขาก็คงลังเลที่จะเขียนบทหนังเกี่ยวกับมัน เพราะ “มันคงเป็นข่าวที่ถูกเคี้ยวและคายทิ้งในเวลาอันรวดเร็ว” มีเวลาฝึกปรือฝีมือ : แม้จะเป็นบทที่ถูกเขียนไว้เป็นเรื่องแรกๆ แต่กว่าจะได้เปิดกล้องก็ปาเข้าไปสิบกว่าปีแล้ว แต่กระนั้น พวกเขาก็ไม่ได้ทำตัวว่างไปวันๆ แต่เลือกที่จะสั่งสมประสบการณ์ด้วยการทำทั้งหนังสั้นและหนังยาว อาทิ Goliath (2008) และ Kid-Thing (2012) ซึ่งหลังจากที่ได้ผ่านผลงานมามากขึ้น มันก็ช่วยให้พวกเขาสามารถหาเงินทุนในการทำ Kumiko ได้ง่ายขึ้น แถมยังทำให้ อเล็กซานเดอร์ เพย์น (Nebraska) เล็งเห็นฝีมือและยอมมาเป็นผู้อำนวยการสร้างให้อีกด้วย การทำหนังคือการวิ่งมาราธอน : “การทำหนังไม่ใช่การวิ่งแข่งระยะสั้นๆ ถ้าคุณรู้จักอดทนเรียนรู้และปรับปรุงผลงานไปเรื่อยๆ มันก็จะช่วยให้คุณสามารถสร้างสิ่งที่ถูกที่ควรขึ้นมาได้” เดวิดพูดถึงการใช้ชีวิตอยู่กับหนังสักเรื่องเป็นเวลานานๆ “ข้อดีก็คือ มันช่วยให้พวกเราได้มีเวลาขัดเกลาเรื่องราวให้ดียิ่งขึ้น แล้วพอเราเริ่มถ่ายทำจริง มันเหมือนว่าเราได้ตัดต่อหนังไว้ในหัวเรียบร้อยแล้ว การทำงานเลยง่ายขึ้น ...แต่ก็คงดีกว่า ถ้าเรื่องหน้าเราจะไม่ใช้เวลาเตรียมงานกันนานขนาดนี้” (ฮา) https://www.youtube.com/watch?v=sDK9jdtwdTo ... จริงๆ แล้ว ไม่ได้มีแค่พี่น้องเซลล์เนอร์เท่านั้นที่สนใจเรื่องของโคนิชิ เพราะย้อนกลับไปในปี 2001 พอล เบิร์กเซลเลอร์ ผู้กำกับชาวอเมริกันที่อาศัยอยู่ในกรุงลอนดอน ก็หยุดคิดถึงข่าวชิ้นนี้ที่เขาได้อ่านมาจากหนังสือพิมพ์ The Daily Telegraph ไม่ได้เช่นกัน เขาจึงตัดสินใจที่จะทำหนังเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยเริ่มต้นสืบหาความจริงด้วยการโทรไปหาตำรวจเมืองดีทรอยต์เลคส์เพื่อขอดูแฟ้มคดี ก่อนที่จะใช้ข้อมูลและชื่อของผู้คนที่ปรากฏอยู่ในนั้นมาเป็นเบาะแสเบื้องต้น พร้อมกับจ้างตากล้องรวมถึงนักแสดงสาวอย่าง มิมิ โอโมริ ให้มาสวมบทโคนิชิด้วย “ผมอยากให้มิมิแต่งตัวแบบเดียวกับที่โคนิชิแต่ง เจอกับคนที่โคนิชิเจอ ถ่ายทำในห้องพักที่โคนิชิเคยพักผมอยากให้ทุกอย่างใกล้เคียงกับความเป็นจริงที่สุด ให้เหมือนกับว่าได้นำตัวตนของเธอกลับมา” แล้วพวกเขาก็ตรงดิ่งไปที่มินเนโซตา และรวบรวมข้อมูลตามสถานที่ต่างๆ ที่โคนิชิเคยไปเยือน ทว่าจุดพลิกผันในการสืบเรื่องนี้ของเบิร์กเซลเลอร์ เกิดขึ้นหลังจากการสนทนากับ เจสซี เฮลแมน จนท.ตำรวจผู้อ้างว่าเคยได้พูดคุยกับโคนิชินานกว่า 4 ชั่วโมง เขาเล่าว่ามือของโคนิชิกุมแผ่นกระดาษที่ไม่มีรูปอะไรเลยนอกจากถนนกับต้นไม้เอาไว้ แถมยังเอาแต่พูดอะไรงึมๆ งำๆ ที่ฟังดูคล้ายกับคำว่า Fargo อีกต่างหาก “ผมฟังภาษาญี่ปุ่นไม่ออกหรอกนะ และเธอก็พูดอังกฤษไม่ได้ด้วย แต่เธอก็เอ่ยคำว่า Fargo ออกมา เธอคงอยากไปที่ที่เงินถูกฝังเอาไว้ในหนัง” เฮลแมนว่า แต่เรื่องเล่านี้ของเขากลับทำให้เบิร์กเซลเลอร์เกิดเอะใจขึ้นมา “อ้าว! แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าเธอพูดถึง Fargo ในเมื่อเธอไม่ได้พูดอังกฤษเลยสักนิด” คำถามนี้ทำเอาเฮลแมนถึงกับอึ้งกิมกี่ “ตอนนั้นเองที่ผมเข้าใจทุกอย่าง ...หมอนั่นกุเรื่องขึ้นมาเองทั้งหมด! เรื่องสาวญี่ปุ่นบ้าๆ ผู้ดั้นด้นมาตามหาเงินที่ทุกคนสนใจกันนักหนา มันเป็นแค่เรื่องโกหกคำโต!” เบิร์กเซลเลอร์เล่า แต่ถึงกระนั้น เขายังคงมีคำถามที่ค้างคาใจ ‘ถ้าโคนิชิไม่ได้เดินทางมาตามหาสมบัติ แล้วเธอมาทำอะไรกันแน่?’ เขาจึงเดินทางไปยังบ้านพักของโคนิชิที่ย่านชิบูยะในโตเกียวตามที่อยู่ที่ปรากฏในแฟ้มคดี จนได้พบกับเจ้าของบ้านผู้พาเขาไปดูห้องที่โคนิชิเคยพักอาศัยอยู่ เขาจึงได้รู้ว่า โคนิชิเป็นเพียงหญิงบ้านนอกที่เดินทางมาทำงานเป็นสาวบาร์ในย่านโคมแดงของกรุงโตเกียว ซึ่งเมื่อประกอบเข้ากับอีกหนึ่งข้อมูลสำคัญที่ระบุว่า ในคืนสุดท้ายที่โคนิชิยังมีชีวิตอยู่ เธอใช้เงินไม่ต่ำกว่า 88 ดอลลาร์ในการโทรศัพท์ 40 นาทีไปยังสิงคโปร์ เบิร์กเซลเลอร์จึงสืบสาวตามไปจนพบว่ามันเป็นเบอร์ฯ ของนายธนาคารหนุ่มชาวอเมริกันจากเมืองฟาร์โกผู้ที่โคนิชิเคยตกหลุมรักในโตเกียว ก่อนที่เขาจะทิ้งเธออย่างไม่ใยดีแล้วย้ายไปอยู่สิงคโปร์ ในจดหมายลาตายของโคนิชิที่เธอเขียนส่งถึงครอบครัว -ซึ่งเป็นหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่เบิร์กเซลเลอร์ตามสืบไปถึง- มีเนื้อความสุดสะเทือนใจว่า เธอได้เดินทางมายังบ้านเกิดของคนรักเก่าเพื่อปลิดชีพตัวเอง โดยศพของเธอถูกพบที่เมืองดีทรอยต์เลคส์ในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2001 และผลการชันสูตรก็ทำให้พบยาในร่างกายมากกว่าหกชนิด ตั้งแต่ยานอนหลับ, ยากล่อมประสาท ไปจนถึงยาต้านโรคจิต “เธอดื่มแชมเปญสองขวด ก่อนจะเอนกายลงบนพื้นหิมะ ความเป็นจริงนี้ช่างน่าหดหู่เกินกว่าที่เราทุกคนจะคาดคิดไปถึงเสียอีก” เบิร์กเซลเลอร์ทิ้งท้าย - ซึ่งต่อมา เบิร์กเซลเลอร์ก็รวบรวมทั้งหมดกลายเป็นหนังสารคดีทางโทรทัศน์ยาว 25 นาทีที่ชื่อ This Is a True Story (2003) นั่นเอง (ดูแบบเต็มเรื่องได้ ที่นี่) **เรียบเรียงจาก BIOSCOPE ฉบับที่ 159 (เมษายน 2015)

20ปี นรกบนดิน สาวโสมขาวถูกผัวบังคับ เสพสวาทชาย 1,000 คน
#HelpLeeJungHee /  กระทำชำเรา / 

โลกโซเชียลรวมตัว ช่วย 'ลี จุง ฮี' สาวเกาหลี ผู้ถูกสามีบังคับให้มีเพศสัมพันธ์-ขายบริการกับชาย 1,000 คน ตลอดระยะเวลา 20 ปี ขณะนี้สื่อหลายประเทศกำลังให้ความสนใจกับแคมเปญมหากาพย์ดราม่าดุเดือด ในสื่อสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับที่มาของแคมเปญการรวมพลังของโลกโซเชี่ยล ที่พร้อมใจกันออกมาติด #HelpLeeJungHee (ช่วยเหลือลี จุง ฮี) เพื่อบอกเล่า-ต่อต้าน รวมถึงให้ความช่วยเหลือ เหยื่อของเรื่องราวอันน่าอัปยศอดสู ที่มีชื่อว่า 'ลี จุง ฮี' หญิงสาวชาวเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นบุคคลที่กำลังถูกพูดถึงกันอย่างกว้างขวางในสื่อสังคมออนไลน์หลายประเทศทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยที่มีชาวโซเชี่ยลบางกลุ่ม รณรงค์ให้ทางรัฐบาลเกาหลีเหนือ ออกมาให้ความช่วยเหลือเหยื่อที่ปรากฏในเรื่องราวทั้งหมดด้วย เรื่องราวของ 'ลี จุง ฮี' วัย 40 ปี ถูกพูดถึงนับตั้งแต่เมื่อช่วงปลายปี 2557 ที่ผ่านมา เนื่องจากมีจดหมายที่อ้างตัวว่าเป็นเหยื่อ ถูกโพสต์ลงในอินเตอร์เน็ตเป็นภาษาเกาหลี โดยที่ยังไม่ได้ผ่านการพิสูจน์ทางกระบวนการยุติธรรม เนื้อความระบุว่า  เมื่อ ลี จุง ฮี มีครอบครัว เธอถูกสามีผู้เป็นศิษยาภิบาล หรือฆราวาสผู้ดูแลคริสตจักร บังคับ หรือ วางยา และสารกระตุ้นความต้องการทางเพศ และให้หลับนอนกับชายอื่นมากมายนับไม่ถ้วน ส่วนลูกชายทั้ง 2 คนของเธอเอง ก็ต้องตกอยู่ในชะตากรรมไม่ต่างกัน เขาต้องร่วมเพศกับคนมากหน้าหลายตาราว 300 รายในระยะเวลานาน 10 ปี และยังต้องค้าบริการทางเพศอย่างกล้ำกลืนฝืนทน เรื่องราวของ 'ลี จุง ฮี' แดงขึ้นเมื่อปลายปีที่ผ่านมา หลังจากปรากฏเป็นข่าวว่าเธอออกมาแจ้งความจับสามี และพ่อของสามีที่เป็นศิษยาภิบาลเช่นเดียวกัน แต่ด้วยอิทธิพลของทั้งสอง ขั้นตอนทางกระบวนการยุติธรรมจึงเงียบลง จนเธอต้องอาศัยพลังจากสื่อสังคมออนไลน์ ด้วยการเขียนจดหมายบอกเล่าเรื่องราวที่ตนเองได้เจอมาในการเรียกร้องความยุติธรรมแทน แต่ผู้ใช้โลกออนไลน์บางส่วนไม่ปักใจเชื่อ และตั้งข้อสังเกตว่า นี่อาจเป็นเรื่องโอละพ่อ ที่หลอกลวงให้เรื่องราวหลั่งไหลในโลกออนไลน์เท่านั้น เพราะไม่คาดคิดว่า จะมีใครในโลกที่เลวร้ายได้ถึงเพียงนั้น หลังจากนั้นได้มีผู้นำเอาเรื่องราวของเธอไปแปลเป็นภาษาต่าง ๆ มากมาย อาทิ ภาษา อังกฤษ ภาษาเยอรมัน ภาษาฝรั่งเศษ ภาษาโปรตุเกส ภาษารัสเซีย ภาษาตุรกิซ ภาษาสเปน ภาษาอินโดนีเซีย ภาษาเวียดนาม รวมถึงภาษาไทย ที่มีผู้ใช้เว็บไซต์พันทิป ชื่อกระทู้ '#HelpLeeJungHee เธอถูกสามีและคนในครอบครัวข่มขืน 20 ปี ผ่านมาเธอต้องนอนกับชาย1,000 คน ลูกชายเธอถูกข่มขืน 300 คน 10 ปี' ที่แปลบทความต่างๆ ที่รวบรวมจากแหล่งต่างๆ เป็นชนวนของประเด็นถกเถียงกันอย่างดุเดือดในขณะนี้ แม้เรื่องราวต่างๆ จะเงียบไปนานกว่าครึ่งปี แต่ล่าสุดเชื้อไฟได้จุดประเด็น ให้เรื่องราวทั้งหมดกลายมาเป็นประเด็นถกเถียงกันอีกครั้ง หลังจากที่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา มีบุคคลปริศนา ออกมาอ้างตัวเป็นลูกชาย และหญิงสาวที่ปรากฏเรื่องราวสุดขื่นขมในโลกอินเตอร์เน็ต พร้อมทั้งอัดคลิปวีดีโอขอความช่วยเหลือจากสังคมเกาหลีใต้ พร้อมทั้งยืนยันว่าเรื่องราวทั้งหมดเป็นความจริง แม้เหยื่อทั้งสามจะหลบหนีออกมาจากขุมนรกนั้นแล้ว แต่บิดาของพวกเขากำลังพลิกแผ่นดินตามหาพวกเขาอย่างจ้าละหวั่น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีการตั้งเพจเฟซบุ๊คชื่อ 'Help Lee Jung Hee'ให้กับ 'ลี จุง ฮี' ซึ่งจากการเผยแพร่คลิปครั้งนี้ เป็นการจุดชนวนให้มีการหยิบยกเรื่องดังกล่าว มาพูดถึง และปรากฏเป็นข่าวอีกครั้ง ทำให้ทางฝ่าย บริษัทในเครือคริสตจักรที่สามีของ 'ลี จุง ฮี' สังกัดอยู่ออกมาตอบโต้การเคลื่อนไหวของ ลี จุง ฮี พวกเขาระบุว่า ปัญหาทั้งหมดเกิดจากความขัดแย้งเพียงแค่ในครอบครัว และคิดว่า 'ลี จุง ฮี' น่าจะไม่มีเสถียรภาพทางจิตใจ และเรื่องราวทั้งหมดน่าจะถูกแต่งขึ้น มันเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ ซึ่งทางศาสนาจักร จำเป็นต้องคลี่คลายเรื่องราวดังกล่าวให้เป็นที่กระจ่าง รวมถึงเปิดเผยความจริงให้สังคมได้รับรู้ อย่างไรก็ตามขณะนี้ มีบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้ หลั่งไหลอยู่ในเว็บไซต์สื่อสังคมออนไลน์ icnn เดอะ การ์เดียน และเว็บข่าวอีกมากมาย รวมทั้งการรณรงค์ภายในเว็บไซต์ change.org ที่มีแคมเปญลงชื่อเรียกร้องให้รัฐยื่นมือเข้าช่วยเหลือเหยื่อทั้งสามราย ให้รอดพ้นจากขุมนรกดังกล่าว MThai News ที่มา  ireport.cnn.com  pann.nate  soompi  helpleejunghee ขอบคุณข้อมูลจากเพจ Drama-addict