วันเกิดยิ่งลักษณ์

กรณ์ จวกรัฐทำงานล้มเหลว เหตุเอาผิดกิตติรัตน์ ไม่ได้
กรณ์ จาติกวณิช /  กิตติรัตน์ ณ ระนอง / 

อดีตรัฐมนตรีคลัง กรณ์ จาติกวณิช โพสต์ซัดรัฐบาลทำงานล้มเหลว หลังไม่ดำเนินคดีกับ กิตติรัตน์ ปมไม่จัดตั้ง กองทุนการออมแห่งชาติ ทั้งๆ ที่เป็นกฎหมายผ่านสภา แนะ คสช. ปรับปรุงกฎหมายใหม่หากมาตราใดมาตราหนึ่งเอาผิดผู้กระทำไม่ได้ วันนี้ (30 ต.ค. 57) นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว @Korn Chatikavanij วิพากษ์วิจารณ์การบริหารงานของรัฐบาลที่ล้มเหลว โดยเฉพาะการเอาผิดกับนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ไม่ได้ ภายหลังไม่ยอมดำเนินการจัดตั้งกองทุนการออมแห่งชาติ ทั้งๆ เป็นกฎหมายที่ผ่านสภาออกมาแล้ว ขณะเดียวกันได้ฝากถึง คสช. ว่า หากมาตรา 157 ใช้กับกรณีนี้ไม่ได้ ก็ควรมีการแก้ไขให้ใช้ได้เสีย ระบบรัฐล้มเหลว นิติบัญญัติออกกฎหมาย - ฝ่ายบริหารไม่ทำตาม - องค์กรอิสระไม่มีทางไป เรื่องนี่ยาวนิดนึง แต่มีผลต่อเราทุกคนครับ 1. ข้อเท็จจริง “รัฐสภา” สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ได้ออกกฎหมาย “กองทุนการออมแห่งชาติ” (กอช.) เพื่อเป็นเครื่องมือของรัฐในการส่งเสริมการออมให้กับประชาชนที่ไม่ได้อยู่ในระบบบำเหน็จบำนาญประมาณ 25 ล้านคน กฎหมายมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ต้นปี 2554 โดยผู้รักษาการกฎหมายคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กลางปี 2554 เปลี่ยนรัฐบาลเป็นรัฐบาลยิ่งลักษณ์ มีคุณธีระชัยและคุณกิตติรัตน์ มาเป็นรัฐมนตรีคลังตามลำดับ คุณธีระชัยอยู่ในตำแหน่งไม่นาน พอคุณกิตติรัตน์เข้ามาสานต่อก็ปฏิเสธที่จะดำเนินการจัดตั้ง กอช. ตามที่กฎหมายกำหนด การละเว้นโดยเจตนานี้พิสูจน์ได้จากบทสัมภาษณ์ จากการรายงานโดยข้าราชการ และจากการที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ไม่ได้จัดสรรงบประมาณตามกำหนดเพื่อจัดตั้งกองทุนตามบทบัญญัติของกฎหมาย กองทุนเพื่อส่งเสริมเงินออมของคนไทย 25 ล้านคนจึงเกิดไม่ได้ ทั้งหมดนี้คือความจงใจของฝ่ายบริหาร ที่จะไม่ทำตามกฎหมายของบ้านเมือง กฎหมายที่มาจากการลงคะแนนสนับสนุนโดยนักการเมืองจากทุกพรรค รวมไปถึงวุฒิสภา 2. คำถามสามข้อ คำถามข้อที่หนึ่ง ผมขอถามว่า ฝ่ายบริหารควรมีสิทธิ์หรือไม่ ในการที่จะเลือกว่าจะไม่ปฏิบัติตามกฎหมายฉบับที่ผ่านสภามาแล้ว ผมมั่นใจว่าทุก ๆ คนก็ต้องตอบว่า "ไม่มีสิทธิ์ !” รัฐบาลรวมถึงรัฐมนตรีทุกคนมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายทุกฉบับ มิเช่นนั้นยุ่งแน่ครับ หากละเลยก็จะกลายเป็นว่าฝ่ายบริหารเปรียบเป็นพระเจ้า นิติบัญญัติร่างกฎหมายไป ก็โดนปฏิเสธง่าย ๆ ด้วยการนิ่งเฉย กฎหมายไม่สามารถคุ้มครองสิทธิให้ใคร คำถามที่สอง ผมขอถามต่อว่า “เอาผิดเขาได้ไหม” เดิมทีผมก็คิดว่าน่าจะได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ระบุว่า “ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาทหรือ ทั้งจำทั้งปรับ” คำถามที่สาม สรุปว่าเอาผิดอดีตรัฐมนตรีกิตติรัตน์ได้ไหม ไม่ได้ครับ เพราะ ป.ป.ช. ได้พิจารณาเรื่องนี้และมีมติ “ยกคำร้อง” โดยให้เหตุผลว่าคุณกิตติรัตน์ "ไม่มีเจตนาทำผิดทางอาญา และไม่ส่อไปในทางทุจริต หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่" (จากคำแถลงผลการประชุมกรรมการ ป.ป.ช. วันที่ 21 ตุลาคม) 3. ทางออก ที่ผมและพวกยื่นฟ้องคุณกิตติรัตน์ ไม่ใช่เพราะเราหวังร้ายต่อท่าน เราเพียงหวังว่าเราจะสามารถกระตุ้นให้ผู้เป็นรัฐมนตรีทำตามหน้าที่เท่านั้น ผมขอไม่เถียงกับ ป.ป.ช. ที่สำคัญคือข้อเท็จจริงที่วันนี้ประชาชน 25 ล้านคนเสียโอกาสที่จะได้รับจากการสมทบเงินออมของเขาจากรัฐบาล คนหาเช้ากินคํ่านับสิบล้านคนมีแต่หนี้ ไม่มีเงินออม ไม่มีหลักประกันชีวิตในวัยชรา ส.ส. จากทุกพรรคได้ช่วยกันออกกฎหมายนี้เพื่อช่วยแก้ปัญหา ประเด็นสำคัญคือเราจะทำอย่างไรให้กองทุนตามกฎหมายนี้กลับมาเดินหน้าได้ และเราจะทำอย่างไรไม่ให้ฝ่ายบริหารเลือกใช้อำนาจตามใจชอบแบบนี้อีก ผมไม่ขอพูดถึงเหตุผลของคุณกิตติรัตน์ที่ไม่ยอมทำตามหน้าที่ แต่ขอพูดเพียงว่า “กฎหมายคือกฎหมาย” ถ้าฝ่ายบริหารคิดว่ากฎหมายไม่ดี ก็ควรเสนอแก้กฎหมายในสภา ตอนนั้นคุณก็มีเสียงข้างมากอยู่แล้ว แต่เมื่อ ป.ป.ช. บอกว่าเราไม่สามารถเอาผิดฝ่ายบริหารที่มีพฤติกรรมแบบนี้ได้ ผมว่านี่คือความล้มเหลวของระบบการบริหารบ้านเมือง และถ้าเป็นเช่นนี้ผมก็ไม่รู้ว่าเราจะมานั่งเสียเวลาออกกฎหมายใหม่กันทำไม ถ้ารัฐบาลในอนาคตไม่ต้องทำตาม และ ป.ป.ช. ก็ยืนยันว่าเอาผิดเขาไม่ได้ ดังนั้นเมื่อ ป.ป.ช. ตีความกฎหมายอย่างนี้ เราจึงต้องขอฝากให้ คสช. และสภาปฏิรูปช่วยพิจารณาปัญหานี้ด้วยครับ ถ้ามาตรา 157 ใช้กับกรณีนี้ไม่ได้ ก็ควรแก้ให้ใช้ได้เสีย เพราะหากกฎหมายที่ผ่านสภาไร้ความหมาย หากอำนาจเท่านั้นที่จะเป็นตัวกำหนดว่าประชาชนมีสิทธิอะไรบ้าง เมื่อนั้น... ประเทศไทยคงไม่ใช่สังคมที่น่าอยู่ MThai news

พบศพชายนอนตายคาม่านรูดย่านกระทุ่มแบน
กระทุ่มแบน /  ข่าววันนี้ / 

เกิดเหตุ! พบชายไม่ทราบชื่อเสียชีวิตอยู่ในม่านรูดชื่อดัง ย่านกระทุ่มแบน เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิตภายในห้องพักรายวัน ไม่ทราบเลขที่ห้อง ของโรงแรมม่านรูดลักซอร์ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ในเขตของพื้นที่ สภ.กระทุ่มแบน เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิต เป็นเพศชาย สัญชาติไทย ยังไม่ทราบชื่อและอายุที่แน่ชัด โดยนอนเสียชีวิตอยู่ภายในห้องพักดังกล่าว จากการตรวจสอบภายในห้อง พบกระป๋องกาวยาง และขวดเบียร์จำนวนหนึ่ง วางอยู่ใกล้ผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปตรวจสอบในบริเวณสถานที่เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตของผู้ตายแล้วซึ่งหากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป (ภาพประกอบข่าว)

ใบเตย-จ๊ะ ควงคู่สยบข่าวเกาเหลา!!
ใบเตย อาร์สยาม /  ใบเตย สุธีวัน / 

ร่วมงานไร้ปัญหา ใบเตย อาร์สยาม ควง จ๊ะ คันหู สยบข่าวเกาเหลา! แจงคลิปต้นเหตุนานแล้ว สาวจ๊ะชี้เป็นการแสดงเพื่อเอ็นเตอร์เทนคนดูเท่านั้น โดยส่วนตัวมีโอกาสได้เคลียร์กันเรียบร้อยแล้ว ปัดผู้ใหญ่เรียกคุย ก่อนจะพูดกันเป็นเสียงเดียวว่าไม่ใช่การสร้างกระแสโปรโมทเพลงใดๆ ทั้งสิ้น งงยังเป็นข่าว... ใบเตย "ไม่งงเนอะ ความสัมพันธ์เหมือนเดิมไม่มีอะไรเลย" จ๊ะ "วันนี้นิ่งๆ คือจริงๆ แล้วจ๊ะตื่นตั้งแต่ตี 4 ก็เลยนิ่งคือแบบว่าไม่ได้นอนง่วงมากค่ะ ไม่ได้กลัวเป็นข่าวเพราะว่าข่าวก็เป็นมาอยู่แล้วอ่ะ ก็ไม่รู้ว่ามายังไงก็งงเหมือนกัน" ใบเตย "คือความจริงระหว่างหนูกับน้องไม่ต้องเคลียร์อะไรกันมากเพราะว่าเรารู้กันว่าอะไรเป็นอะไร แล้วก็ความจริงก็ไม่มีอะไรเลยค่ะ น้องก็ยังไลน์มาหาหนู น่ารักเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง" ใบเตย "คือความจริงเพิ่งได้มาคุยกันแบบปกติเมื่อตอนซ้อมเต้นเนอะ ไม่ได้มีหลังจากคอนเสิร์ตหรืออะไร ไม่มีค่ะ ไม่มีผู้ใหญ่ คือในเรื่องนี้ใบเตยต้องชี้แจงว่ามันเป็นเรื่องของผลงานการแสดง เพราะฉะนั้นใบเตยไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายตรงนี้กับน้อง ก็ต้องให้บริษัทหรือผู้ใหญ่เป็นคนที่พูดคุยอะไรอย่างนี้ค่ะ" จ๊ะ "คือจริงๆ แล้วนะคะ ถ้าใครได้ติดตามชีวิตหนูก็จะรู้ว่าหนูเป็นคนขี้เล่นมาก และคลิปนั้นมันเป็นคลิปที่นานตั้งแต่พี่ใบเตยดังแน่นอก คือ ณ ตอนนั้นน่ะหนูเล่นที่ไหนก็จะมีแต่คนพูดถึงพี่ใบเตย พี่ใบเตยๆ คือตอนนั้นดังมาก แน่นอกใช่ไหมคะก็เลยพูด พอพูดเสร็จปุ๊ป ทุกสิ่งทุกอย่างหนูพูดจบแล้วหนูพูดบอกว่าทุกสิ่งทุกอย่างคือการแสดง บนเวทีคือการแสดงทั้งหมด เพราะหนูเล่นแนวเอ็นเตอร์เทนใช่ไหมคะ แต่กลับมีแค่คลิปนั้นลงแต่ไม่มีคำพูดที่หนูบอกว่าเป็นการแสดงลงใช่ค่ะ" จ๊ะ "คือจริงๆ หนูได้คุยกับพี่คนที่สนิทกับพี่เตย ก็คือเคลียร์ตั้งแต่แรกแล้ว มีข่าวตั้งแต่แรกๆ อันนี้มันเป็นข่าวนานมาแล้วใช่ไหมคะ หนูเคลียร์เลยเพราะหนูเป็นคนที่ชัดเจน หนูบอกเลยว่าเป็นการแสดง ถ้าหนูไม่ชอบพี่เขาจริงๆ หนูไม่ต้องด่าบนเวทีหรอกค่ะ คือถ้าหนูไม่ถูกจริงๆ หนูไม่จำเป็นต้องมาบอกสื่อด้วยใช่ไหมคะ" ใบเตย "ไม่ทราบเลย แต่ว่าที่ไม่ได้ทราบเนี่ยไม่ได้โกรธ หรือว่าขุ่นเคือง ไม่งั้นคงโต้ตอบผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คหรือทุกอย่าง แต่ว่าเรารู้แล้วว่ามันคือตัวของน้อง มันคือความเป็นน้องเป็นคนแบบนี้ น้องการเอ็นเตอร์เทนแบบนี้บนเวที ซึ่งได้เคยเห็นน้องเขียนลงในไอจีแล้ว" จ๊ะ "คือหนูเป็นคน ตอนแรกไลน์พี่เตยไม่มี เบอร์พี่เตยไม่มี หนูขอไลน์จากคนใกล้ชิดพี่เตยเพื่อหนูจะไลน์ไป เพราะหนูงงมากว่าข่าวออกมาได้ยังไง เพราะมันเป็นอะไรที่แบบมันนานมาแล้วน่ะค่ะ แล้วมันไม่น่ามาเกิดอีกรอบนึงอะไรอย่างนี้ คือหนูเคลียร์ไปแล้ว" จ๊ะ "จริงๆ แล้วคุยกันตั้งแต่วันมาซ้อมเต้น หนูถามเลยว่าพี่ข่าวมันมาได้ยังไง มันคืออะไร อะไรอย่างนี้หนูก็ถามเลย" ใบเตย "ร่วมงานกันได้ สบายมากค่ะ ไม่เกาเหลา ไม่มีปัญหา ค่ายเดียวกันค่ะ ผู้ใหญ่เรียกคุย ไม่นะคะ เพราะเวลาเจอหน้ากันเราไม่มีปัญหาอะไรกันอยู่แล้วค่ะ ยืนยันไม่ได้เกาเหลา ค่ะ ความจริงไม่ต้องสยบข่าวเพราะต่อไปเราก็คงได้ร่วมงานกันอีกเยอะ ถึงไม่ใช่งานนี้ เราค่ายเดียวกันน่ะค่ะทุกงานก็ต้องได้เจออะไรอย่างนี้ มันก็เป็นเรื่องของมิตรภาพมากกว่า กระแส ไม่มีอ่ะค่ะ อย่างสร้างเลย" ใบเตย "เหมือน ณ วันนี้ก็เป็นสีสันของวงการมากกว่า เป็นสีสันของการเริ่มต้นงานใหม่เนอะ อยากให้มองอย่างงั้น ความจริงก็ไม่มีใครตั้งใจอยากจะให้มันเป็นกระแส ยิ่งเป็นกระแสที่ไม่ดี ไม่โอเคกับทั้งสองฝ่ายอะไรอย่างงี้ค่ะ แต่ว่ามันคือความเป็นข่าวที่เริ่มต้นผลงานใหม่อะไรอย่างงี้ค่ะ" จ๊ะ "คือจริงๆ แล้วจ๊ะต้องบอกไว้เลยว่า มีคอมเม้นท์บางคอมเม้นท์ที่คอมเม้นท์ว่าหนูสร้างกระแสเพลงนี้ หนูพูดเลยนะคะว่าหนูไม่จำเป็นต้องสร้างกระแส และหนูก็ไม่เคยคิดที่จะสร้างกระแส เพราะว่าหนูเป็นคนตรงมาก หนูเป็นคนชัดเจน ถ้าอะไรที่หนูทำ หนูจะบอกว่าทำ แต่ถ้าอะไรที่ไม่ทำ หนูคือไม่ทำ บอกไว้เลยว่าหนูไม่ได้สร้างกระแสแน่นอน แต่หนูก็งงว่าข่าวออกมาได้ยังไง และหนูก็ยังเฮ้ยมันเป็นกระแสอะไรยังงี้ได้ยังไง เพราะเพลงใกล้จะออกอย่างนี้ แต่หนูยืนยันว่าหนูไม่ได้สร้างกระแส" ใบเตย - จ๊ะ อาร์สยาม ใบเตย - จ๊ะ อาร์สยาม ใบเตย - จ๊ะ อาร์สยาม ใบเตย - จ๊ะ อาร์สยาม

ผัวหึงโหด ราดน้ำมันจุดไฟเผาเมีย ระแวงมีชายใหม่
ข่าววันนี้ /  จุดไฟเผาเมีย / 

สามีใช้น้ำมันราดภรรยาแล้วจุดไฟเผา ระแวงมีชายใหม่ วันนี้(30ต.ค.) เจ้าหน้าที่สภ.เลย ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุสามีใช้น้ำมันราดภรรยาแล้วจุดไฟเผา จากการตรวจสอบพบว่า หญิงที่ถูกไฟไหม้คือ นางพร คำมาลา อายุ 24 ปี ซึ่งเป็นภรรยาของ นายณัฐวิทย์ นาตาดี อายุ 24 ปี เมื่อทำการสอบสวนทราบว่ากลางดึกที่ผ่านมา สองผัวเมียได้นั่งกินเหล้าด้วยกัน แต่ทั้งคู่เกิดทะเลาะกันอย่างรุนแรง เนื่องจากนายณัฐวิทย์หึงหวงและระแวงคิดว่าภรรยามีชายคนใหม่ ด้วยความโมโหนายณัฐวิทย์ได้เอาขวดที่ใส่นำมันราดไปที่ตัวภรรยา แล้วจุดไฟเผา แต่เมื่อเห็นว่าภรรยาร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดจึงช่วยดับไฟให้จนไฟลวกมือตนเอง จากนั้นก็ได้ติดต่อทางรถกู้ภัยจาก ร.พ.เลย มารับภรรยาเพื่อทำการรักษา อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับตัวนายณัฐวิทย์ได้ จึงคุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสด MThai News

ททท.ตราด ชวนเที่ยว 6 เกาะในฝัน เมืองต้องห้ามพลาด
หมู่เกาะรัง /  เกาะกูด / 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตราดร่วมกับสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตราด จัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวข้ามภูมิภาค ภายใต้กิจกรรม “ กาลครั้งหนึ่ง ณ เกาะในฝัน ..... ทะเลตราด จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 – 30 พฤศจิกายน 2557 เส้นทางตราด – เกาะกูด – หมู่เกาะรัง เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดตราด และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์กระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวทะเลตราด ททท.ตราด ชวนเที่ยว 6 เกาะในฝัน เมืองต้องห้ามพลาด นางสาววรรณประภา สุขสมบูรณ์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานตราด กล่าวเสริมว่า “กิจกรรมในครั้งนี้ เป็นการแจ้งให้นักท่องเที่ยวได้รู้ว่าทะเลตราดที่สวยงามพร้อมต้อนรับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวทางทะเลแล้วและในปีนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ชู 3 กลยุทธ์กระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศภายใต้แนวคิด “หลงรักประเทศไทย” ซึ่งเป็นแผนปฏิบัติการท่องเที่ยวด้านตลาดในประเทศประจำปี 2558 ประกอบด้วย1. โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองทางเลือก 2. โครงการ Dream Destinations 2015 กาลครั้งนั้น...ความฝันผลิบาน ส่งเสริมให้คนไทยออกไปท่องเที่ยวในเส้นทางสายดอกไม้ตลอดทั้งปี และ 3. โครงการวันธรรมดาน่าเที่ยวสำหรับการเปิด12แหล่งท่องเที่ยวจังหวัดทางเลือกใหม่ทั่วประเทศ จะเป็นการกระจายการท่องเที่ยวสู่จังหวัดท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์และมีศักยภาพ ในการรองรับนักท่องเที่ยวภายใต้แนวคิด “เมืองต้องห้าม...พลาด” ประกอบด้วยจังหวัดตราด ลำปาง เพชรบูรณ์ บุรีรัมย์ เลย สมุทรสงคราม ราชบุรี จันทบุรี ตรัง ชุมพร น่าน และนครศรีธรรมราช ซึ่งในส่วนของจังหวัดตราดเราได้กำหนดให้พื้นที่นี้เป็น “เมืองเกาะในฝัน” ในส่วนของกิจกรรม “กาลครั้งหนึ่ง ณ เกาะในฝัน ..... ทะเลตราด” ประกอบด้วยการศึกษาเรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์จังหวัดตราด ณ พิพิธภัณฑสถานเมืองตราด เดินทางไปสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมืองตราด, เยี่ยมชมความมหัศจรรย์ของพื้นที่แบนราบกลางทะเลและฝูงกวางป่านับร้อยตัว ณ เกาะกระดาด ชายหาดเกาะกูดที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “อัญมณีอ่าวไทย” ชมความสวยงามโลกใต้ทะเลหมู่เกาะรัง,น้ำตกคลองเจ้า, ชมวิถีชีวิตของชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว ชุมชนที่ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (รางวัลกินรี), และการเยี่ยมชมสวนสละสมโภชน์ สวนสละพันธุ์สุมาลีที่มีคุณภาพ พร้อมกันนี้ยังได้จัดให้นักท่องเที่ยวทุกคนร่วมกันปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำลงสู่ทะเลตราด เพื่อเป็นการสร้างความสมดุลให้กับธรรมชาติอีกด้วย” ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมกิจกรรมคนละ 4,299 บาท/ท่าน (พักคู่) รับจำนวนจำกัดดาวน์โหลดกำหนดการ traveleastthailand.org สมัครได้ที่สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตราด โทรศัพท์. 08-1777-2124 (ภายในวันที่ 24พฤศจิกายน 2557) สอบถามเพิ่มเติม ททท.สำนักงานตราด โทรศัพท์. (039) 597-259-60 (ทุกวันในเวลาราชการ)

เตือนภัยนศ. แก๊งต้มตุ๋น หลอกช่วยให้เรียนจบ 2 ปีครึ่ง
ข่าวการศึกษา /  ปัญหาวัยรุ่น

ฟังดูแล้วเป็นเรื่องที่วัยรุ่นนักเรียน-นักศึกษาอย่างเราพลาดไม่ได้ทีเดียว ในสังคมมีภัยอันตรายเกิดขึ้นมามากมาย เราจะเห็นอยู่บ่อยๆ ว่ามักจะมีข่าวแก๊งต้มตุ๋นหลอกชาวบ้านเรื่องเงินทอง ที่ดิน สินทรัพย์ต่างๆ มากมาย และล่าสุด! ทางมหาวิทยาลัยรามคำแหงได้ออกมาเตือนภัยนักศึกษา เกี่ยวกับแก๊งต้มตุ๋นที่หลอกช่วยให้เรียนจบภายในเวลา 2 ปีครึ่ง เรื่องแบบนี้เป็นภัยที่เราจะมองข้ามไม่ได้เชียวนะ .. เตือนภัยนศ. แก๊งต้มตุ๋น หลอกช่วยให้เรียนจบ 2 ปีครึ่ง  เตือนภัยนศ. แก๊งต้มตุ๋น หลอกช่วยให้เรียนจบ 2 ปีครึ่ง เมื่อวาน ( 29 ต.ค) ที่ผ่านมา ผศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้ แถลงข่าวเตือนภัยนักศึกษาให้ระวังแก๊งต้มตุ๋น หรือกลุ่มบุคคลแอบอ้างชื่อ ม.ร.ไปแสวงหาประโยชน์หลอกลวงนักศึกษา เพื่อเรียกเก็บเงิน อ้างอำนวยความสะดวกในการลงทะเบียนเรียน ช่วยให้เรียนจบใน 2 ปีครึ่ง ด้วยการโฆษณาเชิญชวนผ่านสื่อต่างๆ ว่าสามารถช่วยเหลือนักศึกษาในการสมัครเรียน การลงทะเบียนเรียน วางแผนการเรียน การติว และการสอบ จนถึงขั้นรับรองผลว่า จะช่วยให้นักศึกษาสำเร็จการศึกษาที่ ม.ร.ได้ ทำให้มีผู้เข้าใจผิดว่า เป็นบริการส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัย และหลงเชื่อใช้บริการ และเสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก บางคนเสียเป็นหลักหมื่นบาท แต่ผลที่ได้ไม่เป็นไปตามที่โฆษณาชวนเชื่อ ทั้งนี้ ขอชี้แจงว่า ม.ร.ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องการดำเนินการดังกล่าว จึงขอเตือนนักศึกษาอย่าหลงเชื่อ และสาเหตุที่แก๊งมิจฉาชีพเหล่านี้ มุ่งเป้าหลอกลวงนักศึกษา ม.ร. เนื่องจากมีนักศึกษาจำนวนมาก อีกทั้งค่าหน่วยกิตถูก ทำให้บางคนหลงเชื่อ ให้แก๊งเหล่านี้ซึ่งเป็นเหมือนธุรกิจนายหน้า คอยอำนวยความสะดวกให้ และคิดค่าบริการเพิ่ม กรณีที่หลอกลวงว่าสามารถติว เก็งข้อสอบ และรับประกันผลสอบได้นั้น ไม่ทราบว่าแก๊งเหล่านี้ มีกระบวนการดำเนินการอย่างไร และวิชาที่นักศึกษาลงทะเบียนจำนวนมาก เช่น เศรษฐศาสตร์เบื้องต้น ภาษาอังกฤษเบื้องต้น มักจะตกเป็นเป้าของกระบวนการ กรณีล่าสุดที่พบเป็นแก๊งต้มตุ๋น ซึ่งเป็นหญิง 2-3 คน แต่งกายชุดฟอร์ม ทั้งที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ ม.ร. นำพาเด็กมาสมัครเรียน จึงได้แจ้งความที่ สน.หัวหมากเมื่อวันที่ 3 ก.ค. และตรวจพบมีเอกสารในการให้บริการนักศึกษา ม.ร.ในกระเป๋าเพียงวันเดียวถึง 300 คน นอกจากนี้ยังได้รับการร้องเรียนจากนักศึกษาที่ถูกหลอก โดยการันตีผลการเรียน แต่เมื่อผลการเรียนออกมา ปรากฏไม่เป็นตามที่ตกลง หรือบางคนถูกหลอกว่า สามารถสำเร็จการศึกษาภายใน 2 ปีครึ่ง นอกจากนี้ยังมีรูปแบบของการรุกเข้าไปประชาสัมพันธ์ถึงตามโรงเรียน ทั้งที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของ ม.ร.จึงขอให้สถานศึกษาตรวจสอบให้แน่ชัด ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ม.ร. และมีหนังสือ ม.ร.ที่แต่งตั้งให้ไปประชาสัมพันธ์ตามสถานศึกษาหรือไม่ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า ไม่ทราบจะแจ้งข้อหาอะไร เนื่องจากเป็นการสมยอม Cr. thairath.co.th

2 คนขับรถเมล์ ดวลกันเดือด ทุบกระจกเย้ยตำรวจ
ข่าววันนี้ /  คนขับต่อยกัน / 

แชร์ว่อนโลกออนไลน์ 2 คนขับรถเมล์ ดวลกันเดือด ทุบกระจกโชว์ตำรวจ วันนี้(30ต.ต.) กลายเป็นเรื่องฮือฮาบนโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้ หลังจากมีผู้นำคลิปเหตุการณ์การทะเลาะวิวาทกันระหว่างคนขับรถเมล์2สาย ซึ่งทางผู้โพสต์ระบุว่า สถานที่เกิดเหตุอยู่บริเวณ ซ.อินทามระ-ถ.สุทธิสารวินิจฉัย ภายในคลิปเผยให้เห็นชาย 2 คน กำลังชกต่อยกันอย่างดุเดือน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและกระเป๋ารถเมล์หญิงรายหนึ่งเข้าห้ามปราม จากเหตุการณ์การที่เกิดขึ้นคาดว่า รถเมล์คันสีส้มขับชนท้ายรถเมล์คันสีฟ้าขาว ทำให้คนขับรถเมล์คันสีฟ้าขาวไม่พอใจ และเมื่อพูดคุยกันไม่ลงตัว จึงเกิดการชกต่อยกันในที่สุด หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจแยกทั้งคู่ออกจากกัน ชายที่คาดว่าเป็นคนขับรถเมล์คันสีส้มได้ระบายความโมโหโดยการทุบกระจกรถของคู่กรณี แต่ในที่สุดทั้งคู่ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวและดำเนินคดีตามกฏหมาย ขอบคุณคลิปจาก เฟซบุ๊คคุณ Tong Nimnuan MThai News 

กลิ่นไม่ดี! บิ๊กเปี๊ยก ชี้มีล้มบอล/เสธ.ตุ้ม สั่งเบรกงาน เปายะ-เปาสุชาติ
ชัยยะ มหาปราบ /  ดร.องอาจ ก่อสินค้า / 

เริ่มส่งกลิ่นไม่ดีสำหรับวงการฟุตบอลไทย หลังจาก บิ๊กเปี๊ยก ดร.องอาจ ก่อสินค้า ประธานบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด ออกมายอมรับว่า บริษัท สปอร์ตเรดาร์ องค์กรระดับโลกที่ร่วมมือกับ ตำรวจสากล หรือ อินเตอร์โพล ที่เข้ามาช่วยดูแลตรวจสอบการแข่งขันฟุตบอลลีกเมืองไทย ที่เข้าข่ายการล็อคผลหรือล้ม ได้มีการรายงานฟุตบอลลีกไทยมีเข้าข่ายการล็อคผลและล้มบอล โดย บิ๊กเปี๊ยก เผยในงานแถลงข่าว “มีต เดอะ เพรส” ว่า บ.ปสอร์ตเรดาร์ ได้รายงานเข้ามาว่ามีบางคู่ที่เข้าข่ายการทุจริต แต่ตนไม่สามารถเปิดเผยอะไรได้มาก ต้องขอตรวจเช็คข้อมูลก่อน ซึ่งเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อวงการฟุตบอลไทย หรือความเสียหายต่อสโมสรที่ถูกกล่าวหา อย่างไรก็ตามหากตรวจพบว่าทุจริตจริงๆ ก็จะต้องมีบทลงโทษตาม พ.ร.บ.กีฬาอาชีพ แน่นอน เสธ.ตุ้ม สั่งเบรกงาน เปายะ-เปาสุชาติ ด้าน  เสธ.ตุ้ม พ.อ.ชินเสณ ทองโกมล ประธานคณะกรรมการผู้ตัดสิน ได้สั่งระงับการไปทำหน้าที่เกม อาร์มี่ ยูไนเต็ด พบ โอสถสภาฯ ของ เปายะ ชัยยะ มหาปราบ และเปาสุชาติ ฝางมาลา ที่จะไปเป็นไลน์แมนคู่เชียงใหม่ เอฟซี พบ บีบีซียู เนื่องจากมองว่าทำหน้าที่ผิดพลาดในที่ ชัยนาท ฮอร์นบิล เสมอกับ ชลบุรี เอฟซี 1-1 โดยจังหวะปัญหามีขึ้น 2 จังหวะที่ชัดเจนนาทีที่ 25 แอนเดอร์สัน ด๊อส ซานโต๊ส โหม่งบอลแย่งกับ กฤษกร เกิดเผล ผู้รักษาประตูชัยนาท ที่รับบอลได้ก่อนจะตกมาเข้าทาง แอนเดอร์สัน ด๊อส ซานโต๊ส ยิงเข้าไป แต่ไม่ได้ประตูหลังถูกมองว่าทำฟาวล์ผู้รักษาประตู ส่วนอีกจังหวะช่วงทดเจ็บ แอนเดอร์สัน ด๊อส ซานโต๊ส ก็โหม่งบอล เข้าไปแต่ก็ถูกจับล้ำหน้า ทั้งนี้ เสธ.ตุ้ม ได้ส่ง ชัยฤกษ์ งามสม ลงทำหน้าที่แทน ชัยยะ มหาปราม และวีระยุทธ ขุนพิลึก เป็นผู้ช่วยผู้ตัดสินแทน สุชาติ ฝางมาลา ที่อยู่ระหว่างรอการตรวจสอบการทำหน้าที่

ด่วน! รถไฟชนรถพ่วงที่ขอนแก่น ตาย4บาดเจ็บกว่า20คน
ขอนแก่น /  รถไฟชน / 

ด่วน ! รถไฟชนรถพ่วงที่ขอนแก่น ตาย4บาดเจ็บกว่า20คน วันนี้(30 ต.ค.)  ศูนย์ข่าวทานตะวันขอนแก่น รายงานข่าวว่าเกิดเหตุรถไฟชนรถพ่วงบริเวณใกล้กับสถานีบ้านสำราญ จังหวัดขอนแก่น โดยมีผู้เสียชีวิต4 คนและบาดเจ็บกว่า20 คน ขณะนี้มีการปิดเส้นทางชั่วคราวเพื่อทำการช่วยเหลือและนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยถึงสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้ หากมีความคืบหน้าของเหตุการณ์ทีมข่าว MThai news จะรายงานให้ทราบต่อไป เพิ่มเติม...ถกู้ภัยนำส่ง ร.พ.ศรีนครินทร์แล้ว ส่วนคนขับรถสิบล้อ ไม่เสียชีวิต นำตัวส่ง ร.พ.ศรีนครินทร์แล้วเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นทราบทุกฝ่ายแล้วและกำลังเดินทางเข้าจุดเกิดเหตุ ผู้บาดเจ็บนำส่ง รพ.ศรีนครินทร์ 8 ราย รพ.กรุงเทพขอนแก่น 4 ราย รพ.ขอนแก่น 1 ราย และยังมีผู้บาดเจ็บหลงเหลือในจุดเกิดเหตุ อยู่ในระหว่างนำส่ง Mthai News ขอบคุณภาพจาก ศูนย์ข่าวทานตะวันขอนแก่นและจส.100

ลือทักษิณ ถูกจับที่จีน ผู้ช่วย ประวิตร ยันไม่จริง
ข่าวทักษิณถูกจับ /  ข่าววันนี้ / 

ผู้ช่วยรองนายกฯ ปัด ข่าวทักษิณ ถูกจับที่จีน ชี้แค่ข่าวลือปลุก เสื้อแดง โจมตีรัฐบาล เกิดเป็นที่ฮือฮาในโลกออนไลน์ หลังมีข้อความปรากฎในหน้าเพจเฟซบุ๊กระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกทางการจีนจับกุมตัวหลังทางการไทยได้ประสานงานจีนให้จับกุม ซึ่งข้อความดังกล่าวระบุว่า พ.ต.ท. ทักษิณ ก็ได้ถูกตำรวจสากลสะกดรอยติดตามมานาน จนกระทั่งทางการไทยประสานงานไปอย่างลับ ๆ แล้วให้ตำรวจจีนจับกุมตัวไว้ พร้อมยึดพาสปอร์ตทุกเล่มชั่วคราว ขณะที่ พ.ต.ท. ทักษิณ มีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด และขอให้โทรศัพท์ประสานงานมายังผู้มีอำนาจในรัฐบาลไทยเพื่อขอให้ปล่อยตัว แต่ถูกปฏิเสธ และขณะที่ถูกจับกุมตำรวจจีนได้แสดงหมายจับของทางการไทยทันที ไม่อนุญาตให้พูดและพาขึ้นรถตำรวจไปอย่างรวดเร็ว โดยมีหน่วยคอมมานโดตามประกบอย่างแน่นหนา พาไปสถานที่ที่ไม่เปิดเผย อย่างไรก็ดีเมื่อข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ก้ได้สร้างความสนใจให้กับผู้ที่พบเห้นเป็นจำนวนมาก ก่อนที่นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ) จะออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว @Paisal Puechmongkol ตอบโต้ถึงกระแสข่าวลือดังกล่าวโดยระบุว่า ข่าวดังกล่าวเป็นเพียงข่าวลวงปลุกคนเสื้อแดงเท่านั้น หลอกด่ารัฐบาล ไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด "ความปราชัยของข่าวลือ!!! หลังปล่อยข่าวเท็จว่า พล.อ. ประวิตร ดอดพบท่านแม้วที่เมืองจีนเจ๊งบ๊งไปแล้ว ก็เปลี่ยนข่าวเท็จใหม่จากข่าวซูเอี๋ยเป็นข่าวลบว่าทักษินถูกตำรวจจีนจับเพื่อหลอกพี่น้องเสื้อแดงให้ด่ารัฐบาลอีกแล้ว ผมเช็กแล้วไม่ได้ถูกจับครับแต่ไปดูหมีแพนด้าที่เสฉวนโน่น ไปไหว้ศาลขงเบ้งมั่งก็น่าจะดีนะโยม" ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ได้ออกมาปฏิเสธเช่นกันว่า การเดินทางไปประเทศจีนของ พล.อ. ประวิตร เป็นการเดินทางไปเพื่อกระชับความสัมพันธ์และงานความมั่นคง รวมไปถึงการเจรจาเรื่องข้าวและราคายางพาราเท่านั้น ไม่ได้ไปพบกับ พ.ต.ท. ทักษิณ เพราะเรื่องการเคลียร์คดีของ พ.ต.ท. ทักษิณนั้น ไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว เนื่องจากเป็นเรื่องของกฎหมาย ดังนั้นทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย และถ้า พ.ต.ท. ทักษิณ อยากกลับประเทศไทย ก็ไม่ต้องต่อสายตรงถึงใคร ให้ขึ้นเครื่องบินกลับมาเลย MThai news

 อย. ย้ำ พาราเซตามอล ยังปลอดภัย แต่ต้องระวังการกินยาเกินขนาด
กินยาพาราเกินขนาด /  พารา / 

อย. ย้ำ ยา พาราเซตามอล ยังปลอดภัย สามารถบริโภคได้เอง แต่ต้องระวังการกินยาซ้ำ  หรือกินยาเกินขนาดโดยไม่รู้ติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้เกิดพิษร้ายแรงจนตับวายเสียชีวิตได้ อย. จึงเร่งออกมาตรการป้องกัน โดยออกคำสั่งตามกฎหมายให้ผู้ผลิตแก้ไขฉลากและเอกสารกำกับยา ขณะนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนให้ได้ข้อสรุป ก่อนบังคับใช้ต่อไป ภก.ประพนธ์ อางตระกูล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และในฐานะโฆษก อย. เปิดเผยว่า ยา พาราเซตามอล เป็นยาที่ควรเลือกใช้เป็นอันดับแรกสำหรับบรรเทาอาการปวดลดไข้  เป็นยา ที่ได้ผลดี ปลอดภัย ทั้งในผู้ใหญ่ เด็ก ผู้ป่วยโรคไต โรคแผลในกระเพาะอาหาร ไข้หวัดใหญ่ ตลอดจนผู้ป่วย หอบหืดซึ่งอาจแพ้ยาในกลุ่มแอสไพรินได้ แต่ในปัจจุบันพบรายงานการเกิดพิษ จากยา พาราเซตามอล โดยเฉพาะพิษต่อตับ จากการได้รับยาเกินขนาดโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งมีสาเหตุสำคัญคือ การกินยาซ้ำซ้อน การกินยาเกินขนาดไม่เหมาะสมกับน้ำหนักตัว หรือเกินขนาดสูงสุดที่ควรได้รับ ในแต่ละวัน จึงเร่งออกมาตรการเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว การกินยาซ้ำซ้อนนั้น เป็นเพราะมียาที่นิยมใช้ทั่วไปหลายชนิด เช่น แก้ไข้หวัด ไอ แก้ปวด คลายกล้ามเนื้อ มีตัวยา พาราเซตามอล ผสมอยู่ด้วย ถ้าใช้ยาโดยดูแต่ยี่ห้อไม่สังเกตชื่อตัวยาจะทำให้กินยาซ้ำเกินขนาดได้โดยไม่รู้ตัว  เพื่อป้องกันปัญหานี้ อย.จึงออกมาตรการแก้ไขฉลากยา โดยเพิ่มข้อความ "ยานี้มี พาราเซตามอล" ตามด้วยความแรงของยาไว้ให้เห็นเด่นชัดและไม่ให้ใช้ชื่ออื่นๆของ พาราเซตามอล เช่นอะเซตามิโนเฟน (acetaminophen) จึงขอให้ประชาชนอ่านฉลากยาให้ละเอียด และสอบถามเภสัชกรให้แน่ใจว่ายาทุกชนิดที่ใช้อยู่ ไม่มีตัวยาซ้ำซ้อนกัน ในด้านขนาดยาที่แนะนำ อย. ได้ออกมาตรการแก้ไขขนาดยาที่ระบุบนฉลากของยาเม็ดและ ยาน้ำพาราเซตามอลทุกชนิด โดยให้แนะนำขนาดยาตามน้ำหนักตัวของแต่ละคน ขนาดที่แนะนำบนฉลาก ในผู้ใหญ่และเด็กอยู่ในช่วง 10-15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เพราะน้ำหนักตัวเฉลี่ยของคนไทยต่ำกว่าชาวตะวันตกมาก ประชาชนควรเลือกใช้ยา พาราเซตามอล ขนาด 325 มิลลิกรัม แทนขนาด 500 มิลลิกรัม ซึ่งนิยมจำหน่ายกันอย่างแพร่หลาย เพราะปลอดภัยในการใช้มากกว่า การใช้ยา พาราเซตามอล ขนาด 500 มิลลิกรัม ในขนาดครั้งละ 2 เม็ด นั้นจะเหมาะสมกับผู้ที่มีน้ำหนักตัวตั้งแต่ 66.7 กิโลกรัมขึ้นไป โดยกินได้ไม่เกินวันละ 4 กรัมหรือ 8 เม็ด เท่านั้น หากกินยาแล้วอาการปวดในผู้ใหญ่ไม่บรรเทาใน 10 วัน ให้ไปพบแพทย์เนื่องจากอาจเป็นอาการของโรคที่ร้ายแรงได้ สำหรับผู้ที่กินยาหลายชนิด ดื่มสุราเป็นประจำ เป็นโรคตับหรือโรคไต จะมีขนาดยาที่เหมาะสมแตกต่างจากคนทั่วไป จึงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา พาราเซตามอล หากจำเป็นต้องใช้ยาเอง ให้ใช้ยาเท่าที่จำเป็น ในช่วงสั้นๆ ไม่ใช้ติดต่อกัน การใช้ พาราเซตามอล ในเด็กต้องระวัง โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 2 เดือน ให้ปรึกษาแพทย์ และระมัดระวังการเลือกซื้อยาเพราะแต่ละยี่ห้อมีขนาดยาต่อ 1 ช้อนชาไม่เท่ากัน ที่มีจำหน่ายโดยทั่วไป จะมี พาราเซตามอล 120,125,160 หรือ 250 มิลลิกรัมต่อ 1 ช้อนชา (1 ช้อนชาเท่ากับ5 มิลลิลิตร หรือ 5 ซีซี) จึงควรอ่านฉลากยาให้แน่ใจก่อนว่าใน 1 ช้อนชามี พาราเซตามอล กี่มิลลิกรัมก่อนป้อนยาให้กับเด็ก        และต้องระวังเป็นพิเศษกับยาพาราเซตามมอลแบบหยด ซึ่งเข้มข้นถึง 100 มิลลิกรัม ต่อยา 1 ซีซี ก่อนการใช้ยาแบบหยดกับเด็กควรตวงยาโดยใช้กระบอกฉีดยา (ไซริงค์) เสมอ ทั้งนี้ไม่ควรกินติดต่อกันนาน หากกินยาแล้วอาการของไข้ไม่ลดภายใน 3 วัน หรืออาการปวดของเด็กไม่บรรเทาภายใน 5 วัน ให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุให้ชัดเจน สำหรับข้อมูลยาที่จำเป็นนั้นนอกจากอ่านจากฉลากยาแล้ว อย. ได้ออกมาตรการให้ผู้ผลิตจัดทำเอกสารกำกับยาฉบับประชาชนที่อ่านเข้าใจได้ง่าย แจกไปพร้อมกับบรรจุภัณฑ์ของยา พาราเซตามอล อีกด้วย การแก้ไขฉลากและเอกสารกำกับยาเป็นมาตรการระยะสั้น ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ทั้งทางเว็บไซท์ การออกหนังสือ และการจัดประชุมปรึกษาหารือ แล้วนำมาปรับปรุง ก่อนเสนอคณะกรรมการยาและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขพิจารณาออกเป็นกฎหมาย ในระยะยาว อย. จะเร่งทบทวนทะเบียนตำรับยาที่มี พาราเซตามอล เป็นส่วนประกอบให้เหมาะสมยิ่งขึ้นต่อไป รองเลขาธิการ ฯ กล่าวในตอนท้ายว่า การประชุมหารือรับฟังความคิดเห็น เรื่องยา พาราเซตามอล  จะจัดขึ้นในวันที่ 31 ตุลาคม 2557 เพื่อหาขอสรุปและข้อเสนอต่อมาตรการของ อย. หากเรื่องยา พาราเซตามอล นี้ผ่านการพิจารณา จะมีผลบังคับใช้ภายใน 180 วัน นับแต่วันถัดจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา  หากต้องการข้อมูลเรื่องยา พาราเซตามอล เพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูข้อมูลได้ที่ http://drug.fda.moph.go.th/zone_admin/admin56.asp ขอบคุณที่มาจาก : กองพัฒนาศักยภาพผู้บริโภค อย. 

ไฟฟ้าแจ้ง งดจ่ายไฟกรุงเทพฯ-นนฯ หลายพื้นที่
กฟน. /  กรุงเทพฯ / 

ไฟฟ้าแจ้ง งดจ่ายไฟกรุงเทพฯ-นนฯ หลายพื้นที่ ตั้งแต่ 31 ตค.-2 พย. นี้ 08.00-17.00 น. เพื่อพัฒนา และบำรุงรักษาระบบจ่ายไฟ การไฟฟ้านครหลวง หรือกฟน. ประกาศแจ้งมีความจำเป็นต้องทำงานเกี่ยวกับสายป้อนไฟฟ้าแรงสูง ทั้งนี้เพื่อพัฒนา และบำรุงรักษาระบบจ่ายกระแสไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน การไฟฟ้านครหลวงจึงจำเป็นต้องงดจ่ายกระแสไฟฟ้าชั่วคราวบางพื้นที่ในเขตกรุงเทพมหานคร และนนทบุรี วันที่ 31 ตุลาคม ถึง 2 พฤศจิกายน 57 วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม 2557 กรุงเทพมหานคร เวลา 08.00-17.00 น. ถนน รพช.ประชาอุทิศ90 บริเวณหมู่บ้านพี.เค.โฮม วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2557 กรุงเทพมหานคร เวลา 08.00-17.00 น. ถนนประชาอุทิศ-คู่สร้าง(ฝั่งขาออกกทม.)ตั้งแต่ซอยครูแจ่มถึงฝั่งตรงข้ามซอยประชาสามัคคี ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล ซอยเทียนทะเล25 (ฝั่งวัดประชาบำรุง) ตั้งแต่วัดประชาบำรุงถึงประตูน้ำคลองขุนราช ถนนประชาอุทิศ ซอยประชาอุทิศ69 บริเวณโรงเรียนสามัคคีบำรุง (ดับเฉพาะจุด) ถนนมิตรไมตรี ตั้งแต่ซอยมิตรไมตรี12-18/2 เวลา 09.00-14.00 น. ถนนนวมินทร์ ซอยนวมินทร์145 นนทบุรี เวลา 08.30-15.30 น. ถนนกาญจนาภิเษก บางใหญ่ซิตี้ซอย2 ถนน345ซอยวัดสะพานสูงบริเวณสามแยกวัดสะพานสูง ถนนต้นเชือก-ไทรน้อย ซอยลิ้มกุล วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2557 กรุงเทพมหานคร เวลา 08.00-16.00 น. ถนนนิมิตใหม่ (หัวถนนนิมิตใหม่ ฝั่งตรงข้ามไปรษณีย์มีนบุรี) เวลา 08.00-17.00 น. ถนนคู่สร้าง-ศาลาแดง (ฝั่งตรงข้ามวัดคู่สร้าง) ตั้งแต่สามแยกศาลาแดงถึงสามแยกไปอบต.บางปลากด ถนนสุขสวัสดิ์ ซอยสุขสวัสดิ์74(ฝั่งเลขคู่) ตั้งแต่ซอยสุขสวัสดิ์74แยก10ถึงซอยสุขสวัสดิ์74แยก14 ถนนสุขสวัสดิ์(ฝั่งขาเข้ากทม.)ตั้งแต่หมวดการทางถึงร้านอุดมสินค้าไม้(ยกเว้นซอยเคเบิ้ล,ซอยบัญชา,ซอยคู่สร้าง,ซอยวัดชังเรือง) เวลา 08.30-14.30 น. ถนนพหลโยธิน ซอยศุภราช1(ด้านพหลโยธิน8) ถึงทางเข้ากรมทหารร.1รอ.(ซอยศุภราช1ดับถึงก่อนออกซอยพหลโยธิน14,ซอยสายลม2,ซอยสายลม3) (ยกเว้นกรมทหารร.1รอ.) เวลา 08.30 -15.30 น. ถนนสิรินทรตั้งแต่คลองบางกอกน้อยถึงศูนย์อีซูซุ ถนนวงศ์สว่างริมถนนจากซอยวงศ์สว่าง1ถึงซอยวงศ์สว่าง13 เวลา 08.30 -16.30 น. ถนนสุวินทวงศ์ตั้งแต่ปั๊มน้ำมันเอสโซ่ถึงทางแยกสุวินทวงศ์ตัดถนนเชื่อมสัมพันธ์(ซอยสุวินทวงศ์29,หมู่บ้านซื่อตรง สุวินทวงศ์,ซอยสุวินทวงศ์31) เวลา 09.00 -15.00 น. ถนนสุขุมวิท ซอยสุขุมวิท23ตั้งแต่ปากซอยถึงซอยคาวบอย นนทบุรี เวลา 08.30 -15.30 น. ถนนกาญจนาภิเษก ซอยข้างโรงกรองน้ำประปามหาสวัสดิ์และคลองขื่อขวาง MThai News

(คลิป) ดราม่าบอลไทยฉบับปลาทู แฟนร้องเพลงรอนักเตะออกมาทักทาย
ดราม่าบอลไทยฉบับปลาทู /  ดราม่าฟุตบอลไทย / 

เกิดเรื่องดราม่าไม่เว้นแต่ละวันสำหรับวงการฟุตบอลไทย และเวลานี้ตามหน้าโลกออนไลน์ก็ได้พูดถึงคลิปดราม่าวงการฟุตบอลไทยอีกหนึ่งคลิป ซึ่งครานี้เป็น ดราม่าบอลไทยฉบับปลาทู แฟนร้องเพลงรอนักเตะออกมาทักทาย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา เกมดังกล่าว ปลาทูคะนอง สมุทรสงคราม เอฟซี เปิดรังเหย้าชั่วคราวสนามกีฬากลางจังหวัดราชบุรี พ่ายให้กับ เพื่อนตำรวจ ไป 0-5 ซึ่งคลิปดังกล่าวโพสโดยคุณ “ภัทรพล กัส นิลเลี่ยม” ในคลิปบันทึกภาพเหตุการณ์หลังจบเกม ซึ่งนักฟุตบอลปลาทูคะนอง เข้าห้องพักนักเตะทันที โดยไม่มีการทักทายแฟนบอลที่ตามมาเชียร์แม้แต่น้อย เมื่อเป็นเช่นนั้นแฟนบอลราว 20 คน ก็ยังยังคงร้องเพลง ปลาทู รอกว่า 20 นาที จนไฟสนามดับ ทำให้แฟนบอลกลุ่มนี้ตัดสินใจเดินไปหานักฟุตบอลด้วยตัวเอง พร้อมกับตีกลองและส่งเสียงร้องเพลงเชียร์ตลอดเวลา จนนักเตะสมุทรสงคราม ต้องออกมารับฟังคำจากใจแฟหนบอลกลุ่มดังกล่าว โดยคำพูดในคลิปของแฟนบอลปลาทูคะนองสร้างความสะเทือนใจให้แก่ผู้ฟังไม่น้อย ด้วยอารมณ์น้อยใจ และใจความตัดพ้อประมาณว่า พวกเรามาด้วยใจ ไม่มีต้นทุน ถึงแม้จะแพ้ 0-5, 0-10 เราก็ไม่เคยว่า แต่ขอให้มาทักทายกันบ้าง พวกเรามากันไกล เสียเงินมา ให้เกียรติพวกเราด้วย “พวกเราอยู่กับทีมมานานกว่าพวกคุณบางคนซะอีก ทีมบ้านผม  ผมก็รัก จำไว้นะครับ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน แต่ที่นี่คุณใช้ชื่อสมุทรสงคราม เอฟซี คุณต้องรักพวกเรา” “คุณมีต้นทุนการเดินทาง กินฟรี เที่ยวฟรี แต่พวกเราไม่มี! เรารู้ว่าตกชั้นมานานแล้ว แต่เราก็ตามเชียร์ ขอให้ทักทายเราบ้าง มีสปิริตบ้าง” ทั้งนี้ ปลาทูคะนอง สมุทรสงคราม เอฟซี ตกชั้นเป็นทีมแรก และในฤดูกาลนี้ก็โดนแบนสนามทำให้ไม่ได้เล่นในถิ่น เนื่องจากสนามไม่ผ่านมาตรฐาน จึงต้องใช้สนามกีฬากองทัพบก และสนามกีฬากลางจังหวัดราชบุรี เป็นสนามเหย้า แต่แฟนบอล ก็ยังตามไปดูทุกนัดไม่ว่าจะเตะที่ไหน

เปิดค่าแท็กซี่อัตราใหม่ แก้ปัญหา ไม่รับผู้โดยสาร ได้จริงหรือ ?
TAXI /  ขึ้นราคาค่าแท็กซี่ / 

พูดถึงค่าครองชีพของคนไทย ยิ่งเวลาผ่านไปก็ยิ่งสูงเรื่อยๆ ทั้งค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าน้ำมัน และค่าโดยสารที่ทยอยปรับขึ้น สวนทางกับรายได้ที่คงที่ หรือเพิ่มขึ้นไม่มากเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายในแต่ละวันที่ต้องแบกรับ ด้วยปัจจัยทั้งเงินเฟ้อ ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น คนกรุงต้องกระอักกับข้าวของที่แพงขึ้น รวมถึงล่าสุดผู้โดยสารที่ใช้บริการแท็กซี่ ต้องควักกระเป๋าจ่ายเพิ่มอีก เพราะมีการเตรียมอนุมัติปรับขึ้นค่าโดยสาร หลังจากกลุ่มแท็กซี่งอแง เรียกร้องขอขึ้นมานาน นับเวลาถอยหลัง ดีเดย์ 1 ธ.ค.นี้ จะมีการปรับมิเตอร์ใหม่ โดยจะนำไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา คาดมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ธันวาคมนี้ ค่าโดยสารยังเริ่มต้นที่ 35 บาท แต่จะเพิ่มขึ้นในกิโลเมตรถัดไป กิโลเมตรละ 50 สตางค์ คือ กิโลเมตรที่ 1-10 ราคา 5.50 บาท กิโลเมตรที่ 11-20 ราคา 6 บาท กิโลเมตรที่ 21-40 ราคา 6.50 บาท กิโลเมตรที่ 41-60 ราคา 7 บาท กิโลเมตรที่ 61-80 ราคา 8 บาท ช่วงรถติดและจอดนิ่ง จะปรับเพิ่มจากนาทีละ 1.50 บาท เป็น 2 บาท การอนุมัติปรับขึ้นค่าโดยสารตามระยะทาง เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 13 เปอร์เซ็นต์ จะแบ่งการปรับเป็น 2 ช่วง คือ ระยะที่ 1 ช่วงต้นเดือนธันวาคม จะให้ปรับค่าโดยสาร 7-8 เปอร์เซ็นต์ ยังไม่เต็มเพดาน เพื่อทดสอบและประเมินคุณภาพการให้บริการตัวรถและคนขับก่อน ว่าเป็นไปตามมาตรฐานที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด และจะใช้ระยะเวลาประมาณ 6 เดือน หากผ่านมาตรฐานบริการจึงจะอนุมัติให้ปรับขึ้นค่าโดยสารในระยะที่ 2 ระยะที่ 2 ให้ปรับเต็มเพดานเฉลี่ยที่ 13 เปอร์เซ็นต์ ช่วงเดือนมิถุนายน 2558 แต่ผู้ขับแท็กซี่จะต้องปรับปรุงคุณภาพการบริการให้เป็นไปตามมาตรฐานและเงื่อนไขของกรมการขนส่งทางบก เช่น รถต้องมีสภาพความปลอดภัย สะอาดทั้งภายในและภายนอก เครื่องปรับอากาศต้องเย็นเพียงพอ ผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ แต่งกายและมีกิริยาที่สุภาพ ตามที่ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคมตั้ง คราวนี้ ผลดีตกอยู่กับใคร? แน่นอนว่าคนขับแท็กซี่ย่อมได้ประโยชน์จากการขึ้นค่าโดยสาร อาจจะลดปัญหาการปฏิเสธผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางไปในย่านที่รถติด การคมนาคมคับคั่ง เพราะหากขึ้นราคาแล้ว รถจอดสนิทก็มีการปรับเพิ่มจาก 1.50 บาท เป็น 2 บาท ไม่ว่าจะระยะทางไกล หรือ ทางที่รถติด แท็กซี่ก็ได้ประโยชน์ แต่ก็ใช่ว่าจะแก้ปัญหาได้ทั้งหมดทีเดียว เพราะบางครั้งแท็กซี่ก๊าซฯ หมด ก็ไม่สามารถรับผู้โดยสารได้ หมดเวลา หมดกะ ก็ต้องไปเข้าคิวเติมก๊าซฯ เพื่อส่งรถ เป็นเหตุผลที่ผู้โดยสารเจอกันประจำ แต่ผลเสียที่ตามมาเป็นอย่างไร? ผู้โดยสารอาจจะรู้สึกว่า หากนั่งแท็กซี่แล้วรถติด ต้องเสียค่าโดยสารเพิ่มจากเดิม ดังนั้น อาจจะมีคนที่ยอมขอลงจากรถก่อนถึงที่หมาย แล้วไปต่อรถเมล์แทน และเมื่อเดินทางไปในระยะทางไกลๆ หากรู้สึกว่าแพง สุดท้ายคนก็เลี่ยงที่จะไม่นั่งแท็กซี่หันไปใช้วิธีการเดินทางด้วยวิธีอื่นแทน ต่อจากนี้ไปต้องคอยดูว่าแนวโน้มผู้โดยสารอาจจะน้อยลง และหากเป็นเช่นนั้นปัญหาแท็กซี่แย่งผู้โดยสารกันอาจเกิดขึ้นอีก ทั้งนี้ การปรับขึ้นค่าโดยสารจะยังไม่หยุดอยู่แค่นี้ ด้านประธานเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ ยืนยันค่าโดยสารต้องขึ้นที่ 20% ถึงจะสะท้อนต้นทุน และให้ปรับครั้งเดียวมากกว่า 13% ไปเลย เนื่องจากต้นทุนที่นำมาคำนวณใช้ฐานจากกรมการขนส่งทางบก เป็นตัวเลขคลาดเคลื่อนใช้อัตราเงินเฟ้อในปี 2551 ไม่ได้คำนวณจากเงินเฟ้อทั้งระบบ ในขณะที่ค่าแท็กซี่ไม่ได้ปรับขึ้นเต็มที่ตามเงินเฟ้อมานับสิบปี ควรใช้ฐานในปี 2548มาคำนวณ อย่างไรก็ตาม ความคาดหวังของผู้โดยสาร เมื่อขึ้นค่าบริการแล้ว ก็หวังว่าจะมีการยกระดับการบริการ อบรมมารยาทผู้ขับขี่ มีใบอนุญาติอย่างถูกต้อง และหากเรียกแล้วปฎิเสธผู้โดยสาร ไม่ว่าจะเหตุผลใด ผู้ประกอบการก็ต้องมีมาตรการเข้มงวดกวดขันให้มากขึ้น และเชื่อว่า หากมีการบริการที่ดีขึ้น ผู้โดยสารรู้สึกปลอดภัย ไม่ว่าจะเพิ่มเป็นเท่าไร ก็ยินดีจ่ายในราคาที่สูงขึ้นกว่าเดิม MThai News

เผยชีวิตมนุษย์เงินเดือน ชีวิตหน้าจอคอมทำไมต้องมีประกัน ?
ชีวิตมนุษย์เงินเดือน /  ประกัน / 

เผยชีวิตมนุษย์เงินเดือน ชีวิตหน้าจอคอมทำไมต้องมีประกัน ? วันนี้(30 ต.ค.) Zocial,Inc.ได้เผยผลสำรวจจากการทำแบบสอบถามจำนวน 520 ชุด จากคนอายุ 25-35 ปี เพื่อสอบถามถึง Life Style และปัญหาที่พบในชีวิตประจำวัน โดยผลสรุปข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ชีวิตของกลุ่มสำรวจดังนี้ จะเห็นได้ว่าการใช้ชีวิตเหมือนมนุษย์เงินเดือนทั่วไปปกติ ที่เดินทางไปทำงานด้วยรถยนต์และใช้เวลาทำงานทั้งวันอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ แต่พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปคือ “การกินอาหารสุขภาพ และ ออกกำลังกาย บ่อยขึ้น” ซึ่งอาจจะมาจากกระแสรักสุขภาพ อาหาร Clean Food และออกกำลังกาย (เช่น T25, ปั่นจักรยาน) ปัญหาสุขภาพที่เคยเจอ 12% เคยเจ็บป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาลมาแล้วกว่า 1 ครั้งในปีนี้ กว่า 79% พวกเขามักเกิดอาการ Office Syndrome มีเพียงแค่ 7% ที่ไม่เคยเจ็บป่วยเล็กๆน้อยๆ เช่น เป็นหวัด ไอ หรือปวดหัว กว่า 79% มักเกิดอาการ Office Syndrome  ซึ่งเป็นโรคยอดฮิตของหนุ่มสาว พนักงานเงินเดือนที่มักมองข้ามแต่มันอาจเป็นเรื้อรังและนำพาไปสู่โรคสุ่ม เสี่ยงในอนาคตได้ เมื่อได้ยินแบบนี้แล้ว คุณเริ่มมองเห็นภัยเงียบที่กำลังก่อตัวขึ้นหรือเปล่า? และมันถึงเวลาที่คุณควรจะได้รับ ‘การคุ้มครอง’ แล้วหรือยัง? พวกเขาคิดว่าอยากจะเริ่มทำประกันตอนช่วงอายุเท่าไร? กว่า 84% อยากทำประกันก่อนอายุ 35 ปี เบี้ยประกันที่ยินดีจ่ายคือ ไม่เกิน 1,000 บาท ต่อประกันต่อเดือน  ถ้าจะต้องทำประกัน พวกเขา ‘เลือก’ ที่จะทำประกันประเภทไหน 16% บอกว่า ประกันคุ้มครองค่ารักษาโรงพยาบาล 15% บอกว่า ประกันคุ้มครองอุบัติเหตุ 12% บอกว่า ประกันคุ้มครองสุขภาพพ่อแม่ 10% บอกว่า ประกันชดเชยรายได้ 9% บอกว่า ประกันออมทรัพย์เพื่อสร้างในในอนาคต อีก 38% บอกว่าประกันอื่นๆ จะเห็นได้ว่าการทำประกันที่กลุ่มสำรวจนึกถึง ไม่ได้มีเพียงการทำประกันเพื่อตัวเองเท่านั้น แต่พวกเขายังวางแผนการซื้อประกันคุ้มครองสุขภาพพ่อแม่อีกด้วย  ถ้าจะต้องทำประกัน พวกเขา ‘เลือก’ ที่จะคุ้มครองโรคใดบ้าง จริงๆแล้วการซื้อประกันก็คือการออมเงินรูปแบบหนึ่งและเป็นการคุ้มครองชีวิตที่มนุษย์เงินเดือนควรจะมีติดตัวเพื่ออนาคตที่มั่นคงกว่า จากข้อมูลการใช้ชีวิตและปัญหาที่พบ ประเภทประกันที่คนวัยทำงานต้องมีติดตัวไว้คือ    แบบประกันเพื่อเป็นหลักประกันครอบครัว  แบบประกันเพื่อการออมในอนาคต    แบบประกันคุ้มครองโรคร้ายแรง ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก Zocial.inc MThai News

สุดดราม่า!! เมียไล่ หอบลูกออกจากบ้านมีเงินติดตัวแค่ 17 บาท
ข่าวล่าสุด /  ชายอุ้มลูกหนี / 

สุดดราม่า!! ชีวิตหนุ่ม เมียไล่หอบลูกออกจากบ้านมีเงินติดตัวแค่ 17 บาท เมื่อวันที่ 29 ต.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยสว่างฯได้โพสต์ภาพชายวัยกลางคนท่านหึ่งกับลูกน้อย 2 คน นอนอยู่ในเต๊นท์ของโรงเจของสมาคมพุทธสมาคมสว่างรัตนตรัยธรรมสถานสระบุรี หรือ โรงเจสระบุรี พร้อมมีการระบุข้อความว่า ชายที่อยู่ในภาพทะเลาะกับภรรยาและถูกไล่ออกจากบ้านจึงอุ้มลูกเดินเร่ร่อนเนื่องจากไม่มีที่พักอาศัย ทางเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์กู้ภัยสว่างรัตนตรัยสระบุรีท่านหนึ่งเปิดเผยว่า พบชายคนดังกล่าวนำลูกน้อย 2 คน ใส่รถเข็นซาเล้งมีข้าวของมาด้วย ทราบว่าเป็นอุปกรณ์ทำน้ำเต้าหู้ 3คนพ่อลูกกำลังเดินเร่ร่อนจึงรับมานอนที่โรงเจสระบุรี จากการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นกับชายที่อยู่ในภาพ ทราบชื่อคือ นายสุทิน (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี เป็นชาว จ.สระบุรี เผยว่า ก่อนหน้านี้เคยทำอาชีพทำก่อสร้าง ต่อมาได้มาทำปาท่องโก๋น้ำเต้าหู้ขาย อาศัยอยู่บ้านเช่าแห่งหนึ่งในตัวเมืองสระบุรี ซึ่งตนได้ทะเลาะกับภรรยาและถูกไล่ออกจากบ้าน จึงเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจพาลลูกสาวคนโตวัย 1 ขวบเศษ และคนเล็กวัย 7 เดือนใส่รถเข็นเดินออกมา ไม่รู้จะทำอย่างไร ทั้งที่ตัวมีเงินติดตัวเพียง 17 บาทเท่านั้น เมื่อเรื่องดังกล่าวถูกเผยแพร่บนโลกสังคมออนไลน์ ผู้คนต่างนำข้าวของมาบริจาคให้ 3คนพ่อลูก ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีคนจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นำหนูน้อยทั้ง 2 คนไปดูแล ส่วนคุณลุงหลังได้รับเงินจากการบริจาคก็ได้นำไปเป็นทุนในการขายปาท่องโก๋และน้ำเต้าหู้ขายต่อไป MThai News

หลอนยิ่งกว่าผีใต้เตียง! กับสิ่งที่ไม่คิดว่าจะมาอยู่ใต้เตียง
งูยักษ์ /  ใต้เตียง

หลอนยิ่งกว่าผีใต้เตียง! กับสิ่งที่ไม่คิดว่าจะมาอยู่ใต้เตียง

ปริศนาเซเรน่า ในตัวอย่าง และ ภาพนิ่งใหม่ๆ จาก Serena
Serena /  Silver Lining Playbook / 

บ้านเราก็มีโอกาสเข้าฉายกับเขาด้วย กับหนังที่เป็นการโคจรกลับมาเจอกันอีกครั้งระหว่าง เจนนิเฟอร์ ลอวเรนซ์ และ แบรดลี่ย์ คูเปอร์ ใน Serena ที่ตอนนี้หนังมีตัวอย่างใหม่ที่เอาไว้จัดจำหน่ายใน อเมริกา ออกมาให้ชมกัน พร้อมตัวอย่างใหม่ๆเพียบ กับผลงานของผู้กำกับมือดีอย่าง ซูซาน เบียร์ส ที่ทีมนักแสดงสมทบก็ยังมีทั้ง แซม รี๊ด และ ไรส์ ไอฟานส์ จาก The Amazing Spider-Man ร่วมด้วย ซึ่งดูจากตัวอย่างใหม่ก็น่าจะเป็นหนังอารมณ์คาวบอยที่หดหู่ไม่แพ้เรื่องก่อนๆอย่างแน่นอน หนังเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในดินแดนสุดแห้ง แล้ง เป็นเรื่องราวของคู่สามี ภรรยา คู่หนึ่ง ที่ทางด้านของสามีอย่าง จอร์จ กำลังจะได้พบความจริงว่าแท้จริงแล้วภรรยาของเขาอย่าง เซรีน่า ไม่สามารถมีบุตรได้ จึงทำให้ทั้งคู่ต้องเริ่มปรับความสัมพันธุ์ และถกเถียงถึงปัญหาที่จะตามมา เนื่องจากในสมัยนั้นการมีบุตรเพื่อสืบทอดนามสกุล เป็นอะไรที่หลากครอบครัวต้องการมากๆนั่นเอง