วันเกิดยิ่งลักษณ์

แห่ชื่นชม ต๊อด ปิติ บริจาครถป้ายแดง! ให้แท็กซี่หัวใจหล่อ
ข่าว ต๊อด ปิติ /  นุ่น ต๊อด / 

ชาวเน็ตแห่ชื่นชม และแชร์เรื่องราวดีๆ หลังหนุ่ม ต๊อต ปิติ สามีของนางเอกสาว นุ่น วรนุช ได้บริจาครถแท็กซี่คันใหม่ให้กับ สุวรรณฉัตร พรมชาติ หรือแท็กซี่หัวใจหล่อ ที่ให้บริการ พระสงฆ์ สามเณร แม่ชี คนพิการ และคนตาบอดนั่งฟรี โดยทางด้านคนขับแท็กซี่ได้โพสต์โซเชียลขอบคุณหนุ่มต๊อดมาดังนี้ “กราบ ขอบพระคุญ คุณ ต๊อด ปิติ ภิรมย์ภักดี ที่เมตตาบริจาครถป้ายแดง โดยสั่งจองไว้แล้ว กำลังตกแต่งเป็นรถแท็กซี่ เพื่อมาช่วยเหลือผู้ป่วย ผู้พิการ อัมพฤกษ์ อัมพาต นอนติดเตียง นั่งรถเข็น หรือพิการตลอดชีวิต เพื่อทดแทนรถคันเดิมที่ใช้มา7ปีกว่าแล้ว ทุกๆบุญ ในทุกๆวันที่ข้าพเจ้าได้ทำมา21ปี ขอให้คุณต๊อดและครอบครัว ทุกคนทุกท่าน สุขภาพแข็งแรง ชีวิตมีแต่ความสุขความเจริญครับ กราบขอบพระคุณอย่างสูงที่สนับสนุนในการทำความดีเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมครับ ซาบซึ้งใจตื้นตันใจเป็นที่สุดครับ” คนดีต้องสนับสนุน ขอปรบมือให้รัวๆ กับทั้งคู่เลยจ้าาาาาาาาาขอขอบคุณ ภาพและข้อมูลจาก FB สุวรรณฉัตร พรมชาติ และ Todd Piti ต๊อด ปิติ บริจาครถป้ายแดงให้ สุวรรณฉัตร พรหมชาติ ต๊อด ปิติ บริจาครถป้ายแดงให้ สุวรรณฉัตร พรหมชาติ ต๊อด ปิติ ต๊อด ปิติ ต๊อด - นุ่น

มาร์คัส วิลลิส แร็กเก็ตโนเนม กับความฝันเหนือจริงที่ วิมเบิลดัน
มาร์คัส วิลลิส /  วิมเบิลดัน / 

ย้อนเวลากลับไปไม่นานแค่ 2-3 วันก่อนหน้านี้ หากเอ่ยชื่อ มาร์คัส วิลลิส ขึ้นมา แม้ว่าคุณจะเป็นคอเทนนิสตัวยง แต่รับประกันได้เลยว่าคงไม่รู้จักเจ้าหนุ่มวัย 25 ปีจากสหราชอาณาจักรผู้นี้แน่นอน มาในตอนนี้ ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่เขา ทั้งที่เข้าร่วมการแข่งขันทัวร์นาเม้นท์ แกรนด์สแลม ที่แสนยิ่งใหญ่อย่าง วิมเบิลดัน ด้วยอันดับ 772 โดย วิลลิส ต้องกรุยทางมาด้วยความยากลำบากตั้งแต่รอบคัดเลือกถึง 6 รอบ ก่อนที่จะได้ประเดิมสนามที่ ออลล์ อิงแลนด์ คลับ คอร์ต 17 พร้อมคว้าชัยเหนือมืออันดับ 54 โลกอย่าง ริคาร์ดิส เบรานคิส ไปได้ 3 เซตรวด ชนิดที่เรียกได้ว่าสุดเซอร์ไพรส์ เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ในปี 2016 วิลลิส ทำเงินรางวัลจากการแข่งขันระดับอาชีพไปได้แค่ 220 ปอนด์ เท่านั้น ทำเอาเขาท้อจนเกือบจะแขวนแร็กเก็ต เพื่อหันไปประกอบอาชีพครูสอนเทนนิสที่สหรัฐอเมริกาแทน อย่างไรก็ตาม แฟนสาวของเขาก็โน้มน้าวให้ลองฮึดสู้ดูอีกสักครั้ง จนกระทั่งสร้างชื่อในวงการหวดลูกสักหลาดได้สำเร็จ ไม่เพียงเท่านั้น เงินรางวัลที่การันตีเข้ากระเป๋าของเขาในตอนนี้พุ่งไปเป็น 50,000 ปอนด์ แล้ว ซึ่งตัวเลขนี้เขาอาจจะต้องใช้เวลาหลายเดือน หรืออาจจะเป็นปีๆ ด้วยซ้ำ หากตัดสินใจไปเป็นครูสอนเทนนิสที่แดนลุงแซมอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ในตอนแรก ความฝันที่เหนือจริงครั้งนี้ของ วิลลิส ยังจะไปไกลเกินจินตนาการอีก เมื่อโปรแกรมแข่งรอบ 2 ของเขาใน วิมเบิลดัน จะเป็นการเจอกับตำนานที่ยังโลดแล่นอย่าง โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ แน่นอนว่าแมตช์นี้มีโอกาสสูงที่จะถูกจัดไปแข่งในเซ็นเตอร์คอร์ต ต่อหน้าผู้ชม 15,000 คน ไม่ว่าผลการแข่งขันจะออกมาเป็นเช่นไร แต่เชื่อเหลือเกินว่า มาร์คัส วิลลิส น่าจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครหลายคนที่กำลังจะยอมแพ้ความตั้งใจอะไรบางอย่าง และการก้าวเท้าสู่เซ็นเตอร์คอร์ต วิมเบิลดัน ของเขา แทนที่จะเป็นคอร์ตเก่าๆ ที่ไหนสักแห่งในสหรัฐอเมริกา จะกลายเป็นเรื่องราวที่ถูกเล่าขานต่อไปอีกหลายปีในวงการเทนนิสโลกอย่างแน่นอน

ดีเจโซดา ยังต้องหลบ!  มารายห์ แครี่ สวมแค่ชุดชั้นใน เปิดตัวเป็นดีเจ
Mariah Carey /  ชุดชั้นใน / 

ยิ่งนานวันยิ่งแซ่บขึ้นๆ!! สำหรับดีว่าสาว มารายห์ แครี่ (Mariah Carey) ที่ทำเอาตากล้องรัวแฟลชแทบไม่ทัน เมื่อเธอปรากฎตัวในงานเปิดตัวการเป็นดีเจของเธอเองที่ลาสเวกัส เมื่อค่ำวันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา ด้วยชุดชั้นในคอร์เซ็ทซีทรูสีดำอวดหน้าอกหน้าใจไซส์ยักษ์ แต่ยังแอบปกปิดนิดๆ ด้วยการหยิบแจ็กเก็ตหนังมาสวมทับ งาานนี้จัดขึ้นที่ 1 OAK nightclub โรงแรม The Mirage โดยนักร้องสาววัย 46 ปี ปรากฎตัวตอนเวลาราวๆ ตี 1 เมื่อเริ่มวาดลวดลายเปิดเพลง มารายห์ แครี่ ก็ไม่ลืมสลัดแจ็กเก็ตทิ้งเพื่ออวดหุ่นแซ่บแบบเต็มๆ มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ละครพิษสวาท , เรื่องย่อพิษสวาท
ละคร พิษสวาท /  เรื่องย่อละครละคร พิษสวาท / 

บทประพันธ์โดย : ทมยันตีบทโทรทัศน์โดย : พิมพ์มาดา พัฒนอลงกรณ์, วรรณถวิล สุขน้อย, พิมสิรินทร์ พงษ์วานิชสุข, ณัฐกฤตา แย้มศิริกำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่ออำนวยการผลิตโดย : นิพนธ์ ผิวเณร, ถกลเกียรติ วีรวรรณออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางช่อง one เรื่องย่อละคร พิษสวาท ปีพุทธศักราช ๒๕๕๙ อัคนี (ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์) นักโบราณคดีหนุ่ม ได้พบกับหญิงสาวลึกลับนามว่า สโรชินี (วรนุช ภิรมย์ภักดี) เธอแนะนำตัวว่าเธอเป็นนักนิยมโบราณคดี และนักทำนายอดีตอัคนีได้รู้จักกับเธอผ่าน ทับทิมสีเลือด ที่เชษฐา (เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์) หมอนิติเวชเพื่อนซี้รุ่นน้องของอัคนีผ่าเจอในศพของโจรผู้ขโมยวัตถุโบราณ ทันทีที่อัคนีได้สัมผัสทับทิมเม็ดนี้เขาก็รู้สึกผูกพันอย่างประหลาด อัคนียอมรับหน้าที่ค้นหาที่มาของทับทิมเพื่อช่วยเชษฐาตามหาตัวฆาตกรในคดี ละคร พิษสวาท อัคนีค้นหาข้อมูลของทับทิมก็ได้พบว่าทุกอย่างตรงกับที่สโรชินีบอกไว้ ทำให้เขา และสโรชินีต้องติดต่อพูดคุย กันจนทำให้ ทิพอาภา (เรวิญานันท์ ทาเกิด) หญิงสาวสวยผู้เป็นเจ้าของแกลลอรี่ย่านใจกลางเมือง เจ้าของหัวใจ และคู่หมั้น ของอัคนีเริ่มสงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ซึ่งทันทีที่สโรชินีเข้ามาในชีวิตของอัคนี เรื่องราวแปลกก็เกิดขึ้นรอบ ๆ ตัวของคนใกล้ชิดอัคนีเสมอ รวมถึงคุณหญิงอัมพวัน (ปานเลขา ว่านม่วง) ผู้เป็นแม่ และพลโทอัครา (เกรียงไกร อุณหะนันทน์) พ่อของอัคนี อดีตเสนาธิการกองทัพบก ผู้ปลดเกษียณตัวเองด้วยทั้งคุณหญิงอัมพวัน และอัครารู้สึกได้ถึงความลึกลับ และน่าเกรงขามของสโรชินี ต่างกับพันตรีดนัย (อธิวัฒน์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา) รองเลขาธิการพรรค เทอดธรรม เพราะทันทีที่เขาได้เจอกับสโรชินี เขาก็รู้สึกสนใจในตัวสโรชินี และพยายามจะเอาตัวสโรชินีมาเป็นของตัวเองให้ได้ โดยไม่สนใจว่า คุณหญิงอรุณฉาย (ภัทรวรินทร์ ทิมกุล) ภริยาของเขาจะชอบใจหรือไม่ก็ตาม ดนัยเองนอกจากต้องจัดการเรื่องสโรชินีแล้ว เขายังต้องการกำจัดเสี้ยนหนามอย่าง พันโทณรงค์ (ภูทฤทธิ์ พรหมบันดาล) เพื่อนสนิทร่วมรุ่นของอัครา ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ไทธำรงค์ พรรคฝ่ายค้าน ผู้ซึ่งคอยขวางทางการคดโกงของดนัยมาโดยตลอดด้านอัคนีเองก็พยายามบอกกับทิพอาภาว่าระหว่างสโรชินี และเขาไม่ได้มีอะไรเกินเลยอย่างที่ทิพอาภา กังวล แต่แท้จริงแล้วในความรู้สึกลึก ๆ ของอัคนี รู้สึกผูกพันกับสโรชินีอย่างประหลาด และยิ่งใกล้ชิดเธอมากเท่าไหร่ ก็ทำให้เขาฝันถึงนางรำในสมัยอยุธยาที่ชื่อ อุบล มากขึ้นเรื่อย ๆ ละคร พิษสวาท อุบล คือนางรำหลวงแห่งราชสำนักถูกพระราชทานให้เป็นเมียของ พระอรรคทหารเอกมากฝีมือแห่ง กรุงอโยธยาในปีพุทธศักราช ๒๓๐๓ หลังจากศึกอลองพญาสิ้นสุดลง เธอ และเขาต่างจงรัก และภักดีต่อแผ่นดินยิ่งชีพ แต่เมื่อวาระสุดท้ายของกรุงอโยธยามาถึง พระอรรคจำต้องลงดาบฆ่าเมียอันเป็นที่รัก เพื่อมอบหมายหน้าที่ ผู้เฝ้าทรัพย์แผ่นดิน ให้กับเธอ ซึ่ง สโรชินี คือร่างจำแลงของอุบลเธอพยายามใช้ทับทิมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ ศิราภรณ์ในชุดนางรำหลวงของอุบลเป็นสื่อทำให้อัคนีค่อย ๆ ฟื้นความทรงจำในอดีตชาติของอัคนีว่าความจริงในอดีตนั้นเขาคือพระอรรคขุนศึกแห่งอยุธยา สามีผู้ทรยศความรักความภักดีของเธอนั่นเอง อุบลต้องแบกรับภาระหน้าที่อันทรงเกียรติด้วยความทุกข์ทรมานรักแท้จึงแปรเปลี่ยนเป็นอาฆาตเขาผู้นั้นจักต้องเป็นผู้ปลดเปลื้องพิษสวาทนี้ให้แก่เธอ ละคร พิษสวาท อุบลจึงขออนุญาตจากท่านยมเทพให้เธอได้ลงมาเวียนว่ายอยู่ในวัฏสงสารของมนุษย์ เพียงเพื่อต้องการ จัดการกับอัคนี เธอต้องทำให้เขาจดจำอดีต และสำนึกในสิ่งที่เขาเคยทำต่อเธอให้ได้ เพราะหากถ้าเธอมิอาจทำให้เขาจดจำ และสำนึกในสิ่งที่เขาทำกับเธอไว้ เธอก็จะต้องโดนจองจำให้เป็นผู้เฝ้าทรัพย์สมบัติแห่งแผ่นดินนานต่อไปจนชั่วกัปชั่วกัลป์ ความแค้น ที่อุบลมีต่อขุนอรรคจะได้รับการให้ ชดใช้ หรือไม่ ? ความรักที่ได้รับการทรยศเป็นสิ่งตอบแทนจะลงเอยอย่างไร ? ตามหาคำตอบได้ใน ละครพิษสวาท ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางช่อง one รายชื่อนักแสดงนำใน ละครพิษสวาท วรนุช ภิรมย์ภักดี รับบท สโรชินี/อุบล ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ รับบท อัคนี/ขุนอรรค เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ รับบท เชษฐา เรวิญานันท์ ทาเกิด รับบท ทิพอาภา/ทิพ เกรียงไกร อุณหะนันทน์ รับบท พลโทอัครา/พระโหราจารย์ อธิวัฒน์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา รับบท ดนัย/พระยาพลเทพ ภัทรวรินทร์ ทิมกุล รับบท อรุณฉาย ปานเลขา ว่านม่วง รับบท อัมพวัน วรินทร รัตนสรรค์ รับบท จัน

รวมภาพวันเกิดปีที่ 35 ของ ชมพู่ อารยา อบอุ่น-แฮปปี้เป็นที่สุด!!
ชมพู่ อารยา /  วันเกิด ชมพู่ อารยา / 

อายุครบ 35 ปีบริบูรณ์ในวันนี้ (28 มิ.ย.) สำหรับซุปตาร์สาว ชมพู่ อารยา ที่วานนี้ได้ควงคุณสามี น็อต วิศรุต และคุณแม่ของทั้งคู่ รวมทั้งเพื่อนพี่น้องคนสนิท อาทิ หน่อย บุษกร, ปู ไปรยา ไปร่วมทำบุญวันเกิด ณ วัดมกุฎกษัตริยารามราชวรวิหาร และในเย็นวันเดียวกัน หนุ่มน็อต ก็พา สาวชม ไปดินเนอร์-เป่าเค้กก้อนเล็กๆ พร้อมหน้าครอบครัว ในบรรยากาศที่อบอุ่น เรียบง่าย มีแต่รอยยิ้มและความสุขของคนในครอบครัว ยังไงก็ขออวยพรให้ สาวชม มีความสุขมากๆ เตรียมตัวเป็นคุณแม่มีเบบี๋น้อยเร็วๆ นะคะ ขอบคุณภาพจาก IG @chomismaterialgirl, prayalundberg, hwanjeabjeab, yod_yakuzaboss, iammamp, pussycatkillkill, nottvisrut ชมพู่ ทำบุญวันเกิด ชมพู่ ทำบุญวันเกิด ชมพู่ ควง น็อต ทำบุญวันเกิด ชมพู่ ควง น็อต ทำบุญวันเกิด ชมพู่ ควง น็อต ทำบุญวันเกิด ชมพู่ ทำบุญวันเกิด ชมพู่ ทำบุญวันเกิด ชมพู่ ทำบุญวันเกิด คุณแม่ของ น็อต-ชม น็อต วิศรุต ชมพู่ ทำบุญวันเกิด หน่อย-ชมพู่ ชมพู่ ทำบุญวันเกิด ชมพู่ ทำบุญวันเกิด ชมพู่-คุณแม่ วันเกิด ชมพู่ อารยา วันเกิด ชมพู่ อารยา วันเกิด ชมพู่ อารยา

หนีกรุงไปชาร์จแบต บ้านลีซูโฮมสเตย์ ดอยหลวงเชียงดาว
ดอยหลวงเชียงดาว /  ที่เที่ยวหน้าฝน / 

ฝนตก นํ้าท่วม รถติด ลองหาเวลาพักผ่อนกันบ้างมั้ย เป็นห่วง ผมคิดว่าหลายๆ คนคงคุ้นเคย เห็นภาพ โฮมสเตย์ที่ดอยหลวงเชียงดาว มากันบ้างแล้ว บรรยากาศที่นั่นสุดยอดมาก ผมได้ข่าวจากกลุ่มในเฟสบุคว่ามีโฮมสเตย์เปิดใหม่ วิวแจ่มมาก ผมเห็นรูปแล้วไม่รอช้า ออกเดินทางไปสัมผัส แล้วนำมารีวิวให้ได้ชมกันครับ หนีกรุงไปชาร์จแบต บ้านลีซูโฮมสเตย์ ดอยหลวงเชียงดาว เริ่มต้นกันก่อนที่การเดินทางครับ อันดับแรกเลย พาตัวเองไปที่เชียงใหม่ครับ จะรถทัวร์ รถไฟ เครื่องบิน รถส่วนตัว ก็แล้วแต่กำลังทรัพย์และความสะดวกเลยครับ ส่วนใครที่อยู่เชียงใหม่อยู่แล้ว ก็นะ (อิจฉา) ผมเลือกไปรถทัวร์ครับ ป.2 379 บาท (งก) 555 ออกจากหมอชิต 19.50 ครับ ถึงเชียงใหม่ ประมาณ 7 โมงเช้ากว่าๆ จากนั้นก็พาตัวเองไปสถานีขนส่งช้างเผือกครับ จะโบกรถแดง ก็ประมาณ 40 บาท หรือจะไปรถคิว 20 บาท ครับ ขนส่งช้างเผือกอยู่ไม่ไกลครับ ถ้ารถแดงไม่พาอ้อม ฮาาาาา ถึงแล้ว จากนั้นเดินเข้าไปเลยครับ มองหารถสีส้มที่เขียนว่า เชียงใหม่-ท่าตอน เขียนง่ายมาก รถออกทุกครึ่งขั่วโมงครับ เจอรถแล้ว ยังขึ้นไม่ได้ ไปซื้อตั๋วก่อนนะครับ ใกล้ๆกันเลย บอกไปเชียงดาวโลด 40 บาท ได้ตั๋วแล้วขึ้นรถโลดดดด อย่าลืมบอกเด็กรถด้วยนะครับ ว่าจอดโลตัสเชียงดาวให้ด้วยโว้ยยยยยยย (อย่าโว้ยตามผมนะ เดี๋ยวโดนถีบลงรถ) จากนั้นก็ตามสะดวกครับ จะนอน ฟังเพลง ชมวิว ก็ตามใจ รถวิ่งประมาณ 1.30 ชม. ก็ถึงแล้วครับ ลงตรงโลตัส ได้เลย แนะนำให้หาข้าวกินก่อนครับ หรือจะหาซื้อขนมไปกินก็ได้ แต่รีบๆ หน่อยนะครับ เดี๋ยวจะไม่มีรถขึ้น ไม่งั้นได้เหมารถล่ะ ค่าใช้จ่ายบาน ถ้าพร้อมแล้วก็ให้เดินตรงมาอีกนิดนึงครับ จะเจอสี่แยก ให้มองหาร้านแสงจันทร์ครับ แล้วเลี้ยวขวาไปอีกนิด จะเจอคิวรถที่ไปเมืองคองครับ ลองถามชาวบ้านเค้าจะแนะนำและช่วยหารถชาวบ้านที่ขึ้นไปครับ พูดง่ายๆ ติดรถชาวบ้านไปนั่นล่ะ บอกว่า จะไปบ้านระเบียงดาวก็ได้ครับ แถวนั้นเค้ารู้กัน ช่วยค่ารถให้สัก 50 บาทครับ ทางขึ้นค่อนข้างชัน แต่ถนนดีครับ ตัดภาพมาอยู่บนรถเลยละกัน ทริปนี้ผมไปคนเดียวครับ ได้เพื่อนใหม่มาด้วย นั่งกินลมชมวิวอยู่หลังกระบะกันเพลินเลย จุดนี้ผมเห็นตอนขากลับ ทะเลหมอกตรงนี้สวยมากครับ แต่แวะไม่ได้ ติดรถเค้ามา T_T เกรงใจ ประมาณ ครึ่งชั่วโมงนิดๆ ก็ถึงแล้วครับ ทางลงบ้านระเบียงดาว เดินไปจะเจอบ้านระเบียงดาวเลยครับ แต่ที่ผมจองไว้ต้องเดินลงเนินไปอีกนิด ไม่ไกลครับผม เดินลงเนินมานิดนึงสังเกตทางซ้ายตามรูปเลยครับ จะเป็นทางลงไปบ้านลีซู หรือเดินเลยไปถามที่บ้านสายหมอกก็ได้ครับ เค้าซี้กัน หรือก่อนขึ้นก็โทรหาน้องต้าก็ได้ครับ เค้าดูแลอยู่ที่นั่น บริการและดูแลดีมากครับ จากนั้นก็ไปที่บ้านพักกันเลย ที่นี่เพิ่งเปิดได้ 3 อาทิตย์ครับ เลยยังใหม่มาก ^^ มีที่นอนนุ่มๆ กับผ้าห่มหนาๆ อย่าคิดว่ามันหนาเกินนะครับ ถ้าฝนตกนี่ หนาวเลยทีเดียว มีห้องนํ้าในตัวครับ เตรียมผ้าเช็ดตัว สบู่ ยาสระผม ยาสีฟัน แปรงสีฟันมาเองนะครับ วันที่ผมไปนี่ เหมือนเป็นเจ้าของโฮมสเตย์เลยครับ พักอยู่คนเดียว 555 เงียบ สงบมาก พระอาทิตย์จะตกด้านหลังโฮมสเตย์ครับ ทำให้ระเบียงข้างหน้านี่ร่มรื่นครับ มีเสื่อ มาปูนอนได้เลยครับ ลมเย็น มีโต๊ะไว้ทานข้าว หรือวางของได้ครับ ลมเย็นเกินจนผมเผลอหลับครับ T_T ตื่นมาอีกทีช่วงเย็นๆ เลยลองออกไปเดินชมวิวครับ ที่นี่เค้าเป็นเครือญาติกัน ลองเดินเข้าไปชมวิวได้ทุกที่ครับ ลองขึ้นไปที่บ้านสายหมอกครับ ช่วงนี้กำลังปรับปรุง น้องต้าแอบกระซิบ จะเปิดให้บริการเดือนหน้าครับผม แสงเปลี่ยนตลอดเวลาครับ เกิดจากแสงที่ลอดผ่านเมฆ ทำให้เพลินเลยครับกับการถ่ายรูป เพลินจนน้องต้าต้องมาบอกว่า ทานข้าวได้แล้ว เตรียมข้าวไว้ที่บ้านพักแล้วครับ ช่วงนั้นฝนตั้งเค้ามาพอดี แจ่มเลย ทานข้าวเคล้าสายฝน มื้อเย็นครับ อิ่มแปล้ กินคนเดียว สักพักนึงฝนหยุดครับ พอมีแสงเย็นโผล่ออกมาอีกนิด นิดเดียวจริงๆครับ แล้วฝนก็เทลงมาต่อ ผมอยู่ถ่ายรูปต่อถึงประมาณ 1 ทุ่มครับ ฟ้าก็เริ่มมืดลงเรื่อยๆ ตอนผมไปยังไม่มีไฟฟ้าครับ แต่ตอนนี้ทางน้องต้ากำลังติดตั้งระบบไฟให้ครับ เพิ่มความสะดวกสะบาย แต่คงไม่ปล่อยไฟทั้งวันครับ คงปล่อยแค่ช่วงกลางคืน เพราะอยากให้พักผ่อนกันจริงๆครับ ลาคืนแรกด้วยภาพนี้ละกันครับ 2 ทุ่ม นอนได้ ชาร์จแบตจริงๆ หรือจะมานั่งที่ระเบียงก็ได้ครับ มีตะเกียงไฟฟ้าให้ เอาเสื่อมาปูนอน ดูหิ่งห้อยก็เพลินดีครับ แต่ของผมฝนตก นอนนนนนนน หลังจากผ่านคืนแรก ด้วยการหลับสนิท มาสะดุ้งตื่นตอนเที่ยงคืน ที่ฝนหนักขึ้น แล้วก็หลับต่อ มาตื่นอีกทีตอน 05.30 ตามเสียงนาฬิกาที่ปลุก แต่ด้วยอากาศเย็นๆ เสียงฝนเบา เลยนอนต่อไปถึง 6 โมง ถึงได้มีสติลุกจากเตียง พอเลื่อนประตูห้องออกเท่านั้นแหละ อื้อหืออออ ฝนตก 5555 หมอกเพียบเลยย เป็นไงล่ะ ฟินมั้ยย หลังจากจิบกาแฟ ที่น้องต้าได้เอามาวางไว้ให้ ก็ออกไปดื่มดํ่ากับสายฝน สายหมอกกัน เปียกช่างมัน บรรยากาศเป็นใจ 555 หมอกมหาศาลเลยล่ะ ข้อดีของฝนตกเค้าล่ะ หลังจากถ่ายรูปจนหนำใจ กลับไปที่ห้องพัก ข้าวต้มร้อนๆ ก็รออยู่แล้วว หิวพอดีเลย บอกตรงๆ เป็นมื้อเช้าที่สุดจริงๆ แล้วก็ออกไปถ่ายรูปต่อ ภาพนี้เวลา 09.30 ฝนหยุดแล้ว แต่หมอกก็มาเรื่อยๆ หลังจากเสพบรรยากาศจนอิ่มแล้ว ก็ให้น้องที่โฮมสเตย์พามาส่งที่ปากทาง รอโบกรถกลับเชียงดาวครับ ก็ตรงที่เราลงรถขามานั่นแหละ หลังจากไปคุยตีซี้กับชาวบ้าน ได้นิดนึง เค้าก็ช่วยไปคุยกับชาวบ้านที่จะลงไปเชียงดาวให้ครับ รอดละ ได้รถกลับ ชาวบ้านที่นั่นใจดีครับ ขอแค่เรากล้าที่จะไปคุย สอบถาม ^^ แล้วก็ได้น้องใจดีพาไปส่งถึงจุดพักรถเลยครับ ขอบคุณมากคร้าบบบบ รอดละๆ ถึงตรงนี้ก็สบายแล้ววว รอรถกลับเชียงดาวได้เลยครับ ไปรอตรงรถบัสขาล่องนะครับ ถามก่อนขึ้นนิดนึง ว่าไปเชียงใหม่ใช่มั้ย ถ้าใช่ก็ขึ้นโลดดดด 40 บาท ยาวไปครับ ถึงตอนนี้ ยังจำบรรยากาศตอนนั้นได้เลยครับ ยังไงถ้าจะไป ลองโทรไปคุยกับน้องต้าได้เลยครับ 091-724-7536 สอบถามการเดินทาง ได้ทุกอย่างครับ อ้อ ลืมบอกไป ค่าที่พัก 500 บาท/ 1คน + อาหาร 2 มื้อ (มื้อเย็น-มื้อเช้า) ครับ ขอบคุณที่ติดตามกันครับ ผิดพลาดอย่างไรขออภัยด้วยครับ ถูกใจแชร์ได้น้าาา สวัสดีครับ ขอบคุณข้อมูล-รูปภาพ https://www.facebook.com/thaibackpack ติดตามการเดินทางเพิ่มเติมได้ที่ : facebook ไป เที่ยว ทำ ไม

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

ฮันเนส โฟร์ ฮัลล์ดอร์สชัน ผู้รักษาประตูทีมชาติไอซ์แลนด์...และนักทำหนัง
Hannes Þór Halldórsson

ใครจะไปคิดว่า ผู้รักษาประตูทีมชาติไอซ์แลนด์วัย 32 ปี และนักเตะทีมเอ็นอีซี ไนจ์เมเก็น (NEC Nijmegen) ที่ซึ่งพาทีมเฉือนชนะทีมชาติอังกฤษ และผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายในศึกฟุตบอลยูโร 2016 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติได้สำเร็จ จะเคยเป็นคนทำหนังมาก่อนด้วย https://vimeo.com/148240996 ฮันเนส โฟร์ ฮัลล์ดอร์สชัน (Hannes Þór Halldórsson) ใช้เวลานอกจากการเล่นฟุตบอลอาชีพในบ้านเกิด ทำทั้งหนังสั้น MV งานวิดีโอ ไปจนถึงงานโฆษณา โดยมีงานที่ดังที่สุดคือ มิวสิควิดีโอเพลง Never forget ของ Greta Salome & Jonsi ตัวแทนประกวดยูโรวิชั่นปี 2012 ของไอซ์แลนด์เอง ก่อนที่เจ้าตัวซึ่งเริ่มติดทีมชาติครั้งแรกในปี 2011 จะตัดสินใจพักงานด้านทำหนัง และมาทุ่มเทด้านฟุตบอลอย่างจริงจัง จนถูกเซ็นสัญญาแบบยืมตัวไปเล่นในทีมฟุตบอลดิวิชั่น 1 ของเนเธอร์แลนด์อย่าง เอ็นอีซี ไนจ์เมเก็น และเกือบจะได้ไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายปี 2014 (แต่ไปแพ้โครเอเชียในรอบเพลย์-ออฟ) ก่อนจะพาทีมเข้าสู่รอบสุดท้ายฟุตบอลยูโร 2016 ได้สำเร็จ ส่วนเรื่องทำหนังนั้น เจ้าตัวให้สัมภาษณ์ว่า คงจะได้กลับมาทำอีกครั้งอย่างจริงจังหลังจากแขวนสตั้ดไปแล้วนั่นเอง (ดูผลงานของเขาได้ที่ยูทูบส่วนตัวของฮัลล์ดอร์สซัน) ตัวอย่างผลงานของ ฮันเนส โฟร์ ฮัลล์ดอร์สชัน  Greta Salome & Jonsi - Never forget https://www.youtube.com/watch?v=KrZHQ4nOags งานโฆษณาบางส่วน https://www.youtube.com/watch?v=8dh2Nb31q0k https://www.youtube.com/watch?v=Xu44--NCHuk ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

ท้าพิสูจน์!! Samsung Galaxy S7 ในพูลปาร์ตี้ริมสระ แบบฉบับยิ่งมืดยิ่งมันส์
mobile /  s7 / 

ซัมซุงชวนท้าพิสูจน์ความสามารถกันน้ำและถ่ายสวยแม้แสงน้อยอีกครั้ง จัดงาน Samsung Galaxy S7 #TGIF Pool Party ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ยิ่งมืดยิ่งมันส์” ชวนผู้ร่วมงานกระโดดลงน้ำโพสต์และถ่ายภาพใต้น้ำอย่างสนุกสนาน พร้อมเซอร์ไพรส์สุดว้าวจากแขกรับเชิญที่มาในความมืด ซึ่งทางซัมซุงท้าทายให้ผู้ร่วมงานยกกาแลคซี่ เอส 7 ขึ้นมาถ่ายเพื่อการันตีว่าชัดและสว่างยิ่งกว่าที่ตาเห็น ซัมซุง นำโดย นายวิชัย พรพระตั้ง รองประธานองค์กร ธุรกิจโทรคมนาคมและไอทีร่วมด้วยนายบุญสืบ จันทร์แจ่มศรี ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายสื่อสารการตลาด และ นางสาววราพร ลิขิตจรรยากุล ผู้จัดการผลิตภัณฑ์อาวุโส ร่วมกันเพื่อพิสูจน์ความสามารถเด่นสุดว้าว ไม่ว่าจะเป็น ความสามารถกันน้ำได้ลึกสุดถึง 1.50 เมตร นานสุด 30 นาที ด้วยมาตรฐานไอพี 68 หมดกังวลแม้สมาร์ทโฟนเปียกน้ำหรือเล่นน้ำอยู่ในสระ จึงสนุกกับชีวิตได้แบบไร้ขีดจำกัด และ ความสามารถในการถ่ายรูปได้สวยชัดแม้แสงน้อย ด้วยรูรับแสงกว้าง F1.7 เรียกว่ามืดแค่ไหนก็ถ่ายได้ ชัดยิ่งกว่าที่ตาเห็น ซัมซุงได้จัดสตูดิโอได้น้ำให้ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมสนุก โดยสามารถเลือกได้ว่าจะเป็นลงไปโพสต์ท่าใต้น้ำ หรือจะไปเก็บภาพนางแบบก็ได้ แต่มีข้อแม้ว่าต้องนำกาแลคซี่ เอส 7 ลงไปใต้น้ำด้วย และซัมซุงยังได้จัดโซนอาหารที่มีสีสันสวยงามให้ผู้เข้าร่วมงานได้ทดลองใช้โหมด Food shot ในการทดลองถ่ายภาพอีกด้วย นอกจากนี้ยังได้นักร้องคู่หวานอย่าง คัตโตะ วงลิปตา และ เบียร์ เดอะ ว้อยซ์ ที่มาสร้างความสนุกสนานครื้นเครง แต่ก่อนจะได้เห็นหน้านักร้องอย่างชัดเจนนั้น ซัมซุงมีกิมมิคให้ผู้ร่วมงานได้พิสูจน์ความสามารถในการถ่ายภาพในที่แสงน้อยกันอีกครั้ง ที่ซัมซุงกล้าการันตีว่าชัดยิ่งกว่าที่ตาเห็น ก่อนที่จะเผยว่านักร้องที่มาเป็นใครนั้นก็มีการปิดไฟในงานแล้วให้ใช้กาแลคซี่ เอส 7 ส่องดูว่าจะเดาออกหรือไม่ว่านักร้องที่มาร่วมงานเป็นใคร ปิดท้ายงานอย่างประทับใจด้วยโชว์สุดพิเศษจากซัมซุงให้ผู้ร่วมงานได้เก็บภาพความประทับใจในความมืดกันอีกครั้งกับ Ping Pong Ball Projecting

อดีตดาราเด็ก จีโน่ ชูทส์ เล่าชีวิตที่เดินทางผิด ติดยา!! จนเกือบตาย
จีโน่ ชูทส์ /  จีโน่ ชูทส์ ติดยา

อึ้ง!! อดีตดาราเด็กชื่อดัง จีโน่ ชูทส์ โพสต์เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อ Jino Schutz เล่าชิวีตตัวเองหลังหลงผิดไปใช้ยาเสพติดหลายชนิด!! จนเกือบจะทำให้หัวใจวายตายมาแล้ว โดยปัจจุบันหนุ่มจีโน่ วัย 25 ปี ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเจ้าตัวได้กลับใจแล้ว ขณะนี้กำลังเข้ารับการบำบัด และอยากจะให้เคสของตนเป็นอุทาหรณ์กับคนทั่วไปนั่นเอง "บางทีคนเรานะ เกิดมา มีร่างกายพร้อม แต่เลือกที่จะทำร้ายตัวเอง โดยการเล่นยา กินเหล้าจนไม่ได้สติ ผมเข้าใจว่าบางทีมันเกิดจากปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้เราเลือกเดินไปในทางที่ผิด อย่างตัวผม ผมโตมาตอนเด็กๆ โดยการเป็นดารา ผมไม่รู้จักคำว่าวัยเด็ก ผมไม่รู้จักคำว่าการอยู่ร่วมกับสังคมตอนเด็กๆ ผมไม่มีพ่ออยู่กับผม ผมเป็นเด็กอ้วนๆ ที่แสดงละคร ที่ถูกคนตราหน้าว่าแม่ตัวเองโดนฝรั่งทำท้องและทิ้งไป(ซึ่งแม่งไม่จริงเลย) ทุกๆ วันที่ผมเดินออกจากบ้าน ผมต้องถูกถามว่าพ่อไปไหน ทำไมถึงอ้วน เป็นดารานี่ดีเนอะ มีนู่นมีนี่(แม่งก็ไม่จริงอีก)" "พอผมเริ่มจะออกจากวงการ เพราะตอนที่ผม 14-15 เป็นช่วงเวลาที่หาบทยาก เพราะจะเด็กก็ไม่ใช่จะวัยรุ่นก็ไม่ใช่ ผมเริ่มดื่มกับเริ่มดูดกัญชา ตอนอายุสิบห้า ผมไม่รู้ว่าหลังจากการเป็นดาราผมควรเป็นอะไรผมควรเดินไปทางไหน" "พอผมอายุ 16-17 ผมมาอยู่สวิส ผมรู้สึกว่าผมอาจจะได้เริ่มชีวิตใหม่ ผมลดความอ้วน(ด้วยใจไม่พึ่งอะไร) ผมลดน้ำหนักไป 65 โล ผมคิดว่านี่แหละ คือชีวิตใหม่ผม พอผมเริ่มผอม แทนที่ผมจะมีชีวิตที่ดีขึ้น ผมกับเดินไปในทางที่ผิด ผมเริ่มที่จะเที่ยว เริ่มที่จะติดผู้หญิง(เพราะผมอ้วนตอนเด็กไม่มีใครเอา) ผมเริ่มที่จะใช้ยา เช่นโคเคน และ แอมเฟสตามีน และดื่มหนักมาก" "มันเหมือนกับคนๆ นึงทวงหาความสุขที่ไม่เคยตอนเด็กๆ ในทางที่ผิด.. ผมเริ่มกลายเป็นคนโกหก กับแม่ตัวเองกับแฟนตัวเอง แต่ในความผิดพลาดของผมตอนนั้นผมยังสามารถพยุงตัวเองให้เรียนจบได้ ผมมีความโชคดีอย่างนึง คือผมมีเพื่อนดีๆ คนดีๆ รอบตัวมาทั้งชีวิต มีแค่คนไม่กี่คนที่ผมตราหน้าว่ามันแย่..." "ผมเริ่มติดหนักขึ้นมาเรื่อยๆ ผมรักผู้หญิงคนนึง ผมรักเค้ามาก ผมเคยขอเค้าแต่งงาน แต่ตัวผมตอนนั้นมันไม่ดีเลย ผมติดทั้งเหล้าติดทั้งยา มีผู้หญิงคนอื่น ทำเค้าเสียใจจนเราไม่สามารถแต่งงานกันได้แล้ว... พอเริ่มห่างกัน แทนที่ผมจะดีขึ้น ผมกับเสพหนักกว่าเดิม" "ทุกๆ วันที่ผมตื่นไปทำงานผมเริ่มดื่ม ระหว่างพักงานผมเสพเพื่อให้ตัวเองตื่น เลิกงานผมดื่มเพราะผมเครียด ดื่มจนไม่ได้สติ ทุกๆ วันจะเป็นวังเวียนแบบนี้..." "..แต่พอมาถึงวันนึงที่ผมรู้สึกว่าผมเริ่มคิดลำบากแล้ว เพื่อนที่เคยให้ยาผมตลอด ก็เริ่มไม่ให้ผมแล้วเพราะพวกนี้มันก็รักผม และรู้ว่าผมไม่ไหวแล้ว... ผมมาถึงจุดที่ว่าคิดเริ่มลำบาก พูดไม่รู้เรื่อง อารมณ์รุนแรง.." "แม่เริ่มร้องไห้หนักขึ้นเรื่อยๆ" "สุดท้ายผมมานั่งคิดว่าผมโทษอะไรไม่ได้ ทุกอย่างมันผ่านมาแล้ว ผมกลับไปแก้ไม่ได้(วัยเด็กผม)" "ผมเริ่มคิดแล้วว่า อายุเราก็ 25 แล้ว ถ้าเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ อนาคตผมไม่เป็นขอทานผมคงหัวใจวายตาย(ผมเคยหัวใจวายรอบนึงเพราะโคเคน) ผมรู้จักพี่ชายที่แสนดีคนนึง เพราะยาก็เป็นส่วนนึงทำให้เค้าต้องจบชีวิตลง ทิ้งลูกทิ้งครอบครัวไว้ ผมไม่อยากเป็นแบบนั้น..." "ปัจจุบันนี้ผมเข้าสถานบำบัด ผ่านมาจะอาทิตย์นึงแล้ว ผมเหงื่อออก นอนไม่หลับ เห็นภาพหลอน แต่ผมเชื่อว่าผมจะผ่านมันไปได้..." "ที่ผมมาเขียนวันนี้เพราะผมอยากจะกลับมาอ่านในอีกสิบปีข้างหน้าว่าผมผ่านมันได้และถ้าผมมีลูก ผมอยากให้ลูกผมอ่าน ผมเป็นคนมีความฝัน ผมไม่อยากให้ความฝันผมมาหยุดอยู่แค่นี้..." "ผมอยากระบาย... ผมจะไม่กลับไปทำร้ายตัวเองอีก ผมเขียนมาขนาดนี้แล้ว ในเฟสผมมีทั้งครู ทั้งเพื่อนแม่ ทั้งญาติ ถ้าผมกลับมาทำผมก็หมาตัวนึง ตอนนี้ผมมีกำลังใจที่ดี จากครอบครัว จากแฟนคนปัจจุบัน จากเพื่อนๆ ผมไม่ได้สู้ตัวคนเดียว" "สิ่งที่อยากจะฝากบอกไว้คือ คนที่คุณเห็นทุกๆ วันว่าเค้าอาจจะดูไม่มีปัญหา หรือ เค้าอาจจะยิ้มกับคุณเสมอ แต่ข้างในเค้าอาจจะต้องการความช่วยเหลือมากกว่าคนที่โดนรถชนหรือแขนขาขาด" "แต่สุดท้ายแล้ว ถ้าตัวเค้าเองคิดไม่ได้ มันก็ไม่มีใครช่วยเค้าได้.. สมองน่ะถ้าถูกทำลายแล้ว เอากลับมาไม่ได้แล้วนะครับ ขอบคุณนะครับที่อ่าน อยากให้แชร์กันเยอะๆ เพื่อคนที่เป็นแบบผมจะได้อ่าน เราอย่าอายถ้าเรามีปัญหา อย่าดัดจริตว่าชีวิตดี" จีโน่ ชูทส์ #คนไม่ดีที่คิดได้ #เป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ ขอขอบคุณ ภาพและข้อมูลจากเฟสบุ๊ค Jino Schutz จีโน่ ชูทส์ จีโน่ ชูทส์ จีโน่ ชูทส์ จีโน่ ชูทส์

ยูโร 2016 ดาวเด่นประจำวัน 26 มิ.ย. อองตวน กรีซมันน์ (ฝรั่งเศส)
กรีซมันน์ /  ฝรั่งเศส / 

สถานการณ์ของ ฝรั่งเศส ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูโร 2016 เป็นรองตั้งแต่ต้นเกม เมื่อถูก ไอร์แลนด์ ทำประตูขึ้นนำไปก่อนอย่างรวดเร็ว จากนั้นโอกาสทวงประตูคืนของทีมตราไก่ก็มีให้เห็นเรื่อยๆ แต่ยังไม่เป็นผล จนกระทั่งช่วงเกือบครบชั่วโมงของเกม กับการซัด 2 ลูกติดๆ กันของศูนย์หน้าที่ไปแจ้งเกิดในสเปนอย่าง อองตวน กรีซมันน์ ดาวเตะจาก แอตเลติโก มาดริด สานต่อฟอร์มอันยอดเยี่ยมจากระดับสโมสรมาสู่ทีมชาติ แต่เขาก็ยังไม่ได้ฉายแสงโดดเด่นที่สุด จนกระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมา การรัว 2 ประตูของเขาในช่วงเวลาแค่ 4 นาทีส่งผลถึงการผ่านเข้าสู่รอบต่อไปสำหรับชาติบ้านเกิด ซึ่งตลอดเกมแข้งวัย 25 ปีวิ่งหาช่องเข้าทำได้อย่างยอดเยี่ยม แถมยังเกือบหลุดไปทำแฮตทริคได้ด้วยซ้ำ หากว่า เชน ดัฟฟี่ แนวรับไอริชไม่ยินยอมที่จะสละใบแดงในจังหวะเสียบสกัดจากด้านหลังไปซะก่อน ด้วยผลงานเช่นนี้ ดวงดาวที่ส่องสว่างที่สุดในเกมเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ที่ผ่านมา เราจึงยกให้ อองตวน กรีซมันน์ เบียดเอาชนะ เอเด็น อาซาร์ ของ เบลเยียม และ จูเลียน แดร็กซ์เลอร์ ของ เยอรมัน เข้าป้ายไปเลย

ชัดเจนนะ วุ้นเส้น - ชาคริต กลับมาหวาน ฉ่ำมว๊าก!!
วุ้นเส้น ชาคริต /  คู่รักดารา / 

รักยังไม่เปลี่ยนแม้จะมีปัญหาแต่ก็ปรับตัวเข้ากันได้ดี ส่วนเรื่องข่าวเมาท์มอยว่าหนุ่ม ชาคริต แย้มนาม และภรรยาสาวสวย วุ้นเส้น วิริฒิพา ได้แยกกันอยู่กว่า 6 เดือนจนเป็นกระแสว่าเลิกกันจริงหรือเปล่านั้น ทั้งสองก็ออกมารับว่าทะเลาะกันจริงแต่ยังไม่ถึงขั้นเลิกราและที่เห็นห่างกันเป็นเพราะเรื่องงานล้วนๆ ส่วนเรื่องทะเลาะก็เป็นธรรมดาของคู่สามีภรรยา ล่าสุดทั้งคู่ก็ได้โพสต์รูปหวานๆ กันอีกครั้ง กลบกระแสข่าวฉาวย้ำชัดเรื่องความสัมพันธ์ ซึ่งเป็นภาพฉลองวันเกิดย้อนหลังของฝ่ายชายในโมเม้นท์ที่หวานฉ่ำจนใครหลายคนต้องอิจฉา นอกจากนี้แคปชั่นของแต่ละภาพก็หวานนนนน ไม่แพ้กัน เริ่มจากฝ่ายชายก่อน “Birthday night with my Baby @vjwoonsen”, “Started with lunch @vjwoonsen”, ”Thanks for one of the best day again and again @vjwoonsen” ส่วนแคปชั่นจากฝ่ายหญิงก็คือ “Happy birthday 25 june ... @shahkrit wish your wish come true na ka”, “Our tourist's day ….” ยังไงต้องขอเป็นกำลังใจให้ทั้งคู่ด้วยอีกแรงจ้าาาาาขอบคุณภาพจาก @shahkrit, @vjwoonsen วุ้นเส้น - ชาคริต วุ้นเส้น - ชาคริต วุ้นเส้น - ชาคริต วุ้นเส้น - ชาคริต วุ้นเส้น - ชาคริต

เลิกเถียงกัน! “เปาอั๋น” ชี้ลูกยิง เทโรฯ ไม่ล้ำหน้า
บีอีซี เทโรศาสน /  ภิรมย์ อั๋นประเสริฐ / 

อดีตเชิ้ตดำชื่อดังของเมืองไทย ฟันธงยืนยันลูกยิงของทัพมังกรไฟไม่ล้ำหน้า พร้อมวอนทุกทีมให้ความสำคัญกับกฎกติกาเพิ่มมากขึ้น ภิรมย์ อั๋นประเสริฐ ประธานฝ่ายประเมินผู้ตัดสินสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯยืนยันจังหวะปัญหาที่เกิดขึ้นในเกมที่ อาร์มี่ ยูไนเต็ด พบกับ บีอีซี เทโรศาสน ว่าผู้ตัดสินทำหน้าที่ได้ถูกต้องเเล้ว พร้อมวอนขอทุกสโมสรในเมืองไทยควรเรียนรู้กติกาการเเข่งขันให้มากขึ้น “ผู้ตัดสินทำหน้าที่ถูกต้องแล้ว กติกาคือหากผู้เล่นฝ่ายรุกอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า ถ้าบอลไปสัมผัสกองหลังที่ไม่เจตนาเล่นบอล นั่นจึงจะถือว่าเป็นลูกล้ำหน้า แต่ถ้าบอลไปสัมผัสกองหลังที่ตั้งใจจะสกัดหรือมีเจตนาเล่นบอล แม้ผู้เล่นฝ่ายรุกจะยืนอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าก็จะถือว่าไม่ล้ำ” “ผู้ช่วยเขาอยู่ไกลเลยไม่เห็นว่าโดนฝ่ายรับหรือไม่ แต่ผู้ตัดสินในสนามนั้นเห็นเหตุการณ์ชัดเจน เขาจึงสามารถจะกลับคำตัดสินของผู้ช่วยได้ และบอกให้ผู้ช่วยเอาธงลงในจังหวะที่ยกขึ้นมา อันที่จริงกฎล้ำหน้ารูปแบบนี้มันมีมานานแล้ว แต่ส่วนใหญ่เราไม่ทราบกัน ผมจึงอยากให้สโมสรต่างๆให้ความสำคัญกับรายละเอียดของกฎกติกาให้มากกว่านี้” เปาอั๋น กล่าวปิดท้าย เครดิตภาพ : Goal.com