วันเกิดยิ่งลักษณ์

ลูกครึ่งเฮ!! กลาโหม ไฟเขียวให้รับราชการทหารได้
กระทรวงกลาโหม /  รับราชการทหาร / 

มติสภากลาโหม เห็นชอบ แก้ไขการกำหนดสัญชาติพลเรือนที่สมัครเข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารให้พ่อหรือแม่เป็นสัญชาติไทยอย่างเดียวได้ พ.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงว่า มติสภากลาโหมเห็นชอบร่างระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการกำหนดสัญชาติของผู้ที่จะบรรจุเข้ารับราชการ นายทหารประทวนประจำการ หรือพลทหารประจำการ ทั้งนี้จากสถานการณ์ความมั่นคงที่เปลี่ยนไปและการบังคับใช้ระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยเรื่องดังกล่าวมาเป็นระยะเวลายาวนานตั้งแต่ปี 2506 ซึ่งอยู่ในสถานการณ์ภัยคอมมิวนิสต์ ส่งผลให้การสรรหาบุคคลพลเรือนที่จะบรรจุเข้ารับราชการทหารในตำแหน่งทั่วไป หรือในตำแหน่งวิชาชีพขาดแคลนของหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ มีขอบเขตจำกัดกว่าข้าราชการประเภทอื่น หรือแม้กระทั่งทหารกองประจำการที่ปลดเป็นกองหนุนบางรายที่มีสัญชาติไทยโดยการเกิด แต่หากบิดามารดาคนใดคนหนึ่งเป็นผู้มีสัญชาติอื่น ก็ไม่สามารถสมัครเข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารได้ จึงปรับปรุงระเบียบนี้เพื่อเป็นประโยชน์แก่ทางราชการและเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามาเป็นทหารได้มากขึ้น โดยแก้ไขการกำหนดสัญชาติของผู้ที่จะรับราชการเป็นพลทหารประจำการ นายทหารประทวนประจำการ นายทหารสัญญาบัตรประจำการ มีความสำคัญดังนี้ โดยในกรณีของนักเรียนทหาร เช่น นักเรียนเตรียมทหาร นักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า นักเรียนนายเรือ นักเรียนนายเรืออากาศ นักเรียนแพทย์พระมงกุฎเกล้า นักเรียนนายสิบทหารบก นักเรียนจ่าทหารเรือ นักเรียนจ่าทหารอากาศ รวมถึงนักเรียนในสถาบันการศึกษาสังกัดกระทรวงกลาโหมอื่น เช่น นักเรียนช่างฝีมือทหาร นักเรียนพยาบาล นักเรียนดุริยางค์ ยังคงกำหนดสัญชาติที่มีความเข้มข้นเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง สำหรับบุคคลพลเรือนที่สมัครเข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารได้ปรับระดับความเข้มข้นของการกำหนดสัญชาติ ให้เปรียบได้กับข้าราชการตำรวจ ข้าราชการอัยการ ตุลาการ เพื่อให้การสรรหาบุคคลของหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย และเหล่าทัพสามารถดำเนินการได้กว้างขวางยิ่งขึ้น คือพ่อหรือแม่เป็นสัญชาติไทยอย่างเดียวก็ได้ ส่วนตำแหน่งสำคัญ เช่น ผู้บังคับอากาศยาน ผู้บังคับการเรือหลวงหรือตำแหน่งที่ปฏิบัติงานที่กำหนดชั้นความลับ ส่วนราชการอาจกำหนดหลักเกณฑ์การบรรจุหรือแต่งตั้งเป็นการเฉพาะเรื่องเพื่อให้มีระดับความเข้มข้นของการกำหนดสัญชาติได้ตามความเหมาะสม โดยไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ MThai News

ประวิตร ปัดล็อกปธ.กมธ. ยกร่าง รธน.
ข่าววันนี้ /  ประวิตร วงษ์สุวรรณ / 

พล.อ.ประวิตร ปัดล็อกสเปกประธาน กมธ.ยกร่าง รธน. ชม "บวรศักดิ์" เก่งกฎหมาย มีประสบการณ์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการคัดเลือกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญในสัดส่วนของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. และคณะรัฐมนตรี ว่า ขึ้นอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ที่จะเป็นคนตัดสินใจ ยืนยันไม่มีการล็อกสเปกตัวบุคคลที่จะมาเป็นประธานคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะเป็น นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ นั้น ตนเองคิดว่าก็อาจจะเป็นไปได้ เนื่องจาก นายบวรศักดิ์ เป็นนักกฎหมายที่มีความรู้ความสามารถ และมีประสบการณ์ในการทำงาน อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้มีการนัดพบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ในต่างประเทศนั้น พล.อ.ประวิตร บอกว่า เป็นเรื่องส่วนตัวที่สามารถกระทำได้

ทำไปได้! หนุ่มมาซิโดเนียตัดจู๋ทิ้ง เหตุซ้ำใจแฟนตีจาก
ข่าววันนี้ /  ตัดจู๋ / 

หนุ่มมาซิโดเนียน้อยใจแฟนตีจาก หยามเรื่องขนาด ตัดสินใจเฉือนอวัยวะเพศตัวเองทิ้ง แต่โชคดีแพทย์ต่อติดให้ได้ สำนักข่าวต่างประเทศ ได้รายงานว่า ที่มาซิโดเนียได้เกิดเรื่องราวสุดช็อคขึ้น เมื่อหนุ่มวัย 22 ปีรายหนึ่งตัดสินใจเฉือนเจ้าโลกตัวเองทิ้ง เหตุซ้ำใจอย่างหนักหลังแฟนสาวบอกเลิก แถมยังเหยียดหยามเรื่องขนาดอวัยวะเพศ และไม่เก่งเรื่องบนเตียง โดยรายงายระบุว่า เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลในเมืองโคคานี ของมาซิโดเนียได้รับโทรศัพท์จากชายคนหนึ่งให้เข้าช่วยเหลือเขาเป็นการด่วน เนื่องจากเขามีอาการเลือดออกไม่หยุด ซึ่งเมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่พบว่าบริเวณเป้ากางเกงของเขาเต็มไปด้วยเลือด ก่อนจะทราบว่าเขาได้ตัดอวัยวะเพสของตัวเองทิ้ง ทางเจ้าหน้าที่จึงรีบช่วยกันห้ามเลือด ก่อนจะส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลเร็วที่สุด ทั้งนี้นับว่าโชคดีมากที่แพทย์สามารถต่ออวัยวะเพศให้เขากลับมาได้ แม้ว่าจะถูกส่งตัวไปถึง 2 โรงพยาบาลก็ตาม สำหรับเหตุการณ์เฉือนอวัยวะเพศตัวเองทิ้งจากเหตุแฟนทิ้ง เคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งครั้งนั้นทางแแพทย์ไม่สามารถต่อกลับคืนให้ได้เพราะเขาตัดลงโถส้วมและได้กดชักโครกทิ้งไปด้วยนั่นเอง MThai news

ทนาย 'ปู' ปัดยกทีมพบพี่น้อง 'ชินวัตร'วางแผนสู้จำนำข้าว
คดีจำนำข้าว /  ทักษิณ / 

"พิชิต ชื่นบาน" ปฏิเสธข่าวยกทีมทนายบินญี่ปุ่น พบ "ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ" เตรียมแผนสู้คดีจำนำข้าว ยันไม่มีกำหนดไปอินเดียตามกระแส นายพิชิต ชื่นบาน คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวว่า ตนนำทีมทนายไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ประเทศญี่ปุ่น พร้อม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือถึงแนวทางเตรียมสู้คดีรับจำนำข้าว ว่า เป็นข่าวคาดเคลื่อน ตนเพียงแค่ไปส่งเท่านั้น พร้อมทั้งปฏิเสธข่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ และ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางไปทำบุญที่ประเทศอินเดีย พร้อมกับอดีตรัฐมนตรี และ ส.ส.พรรคเพื่อไทยว่า ไม่มีแผนที่จะเดินทางไปตั้งแต่แรก ไม่ใช่เป็นการเปลี่ยนใจไม่เดินทางไปเพราะ คสช.เพ่งเล็ง แต่บังเอิญเป็นช่วงปิดเทอมของ ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือน้องไปป์ ที่ต้องการไปเที่ยวพักผ่อน และไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ตามประสาพี่น้อง ไม่มีเรื่องอื่น ทุกอย่างเป็นไปตามโปรแกรมที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้แจ้งขอ คสช.เพื่อขอเดินทางไปญี่ปุ่นและจีน ที่เมืองปักกิ่งและกว่างโจว เท่านั้น ไม่มีการขอ คสช.เดินทางไปประเทศอินเดีย ส่วนคดีจำนำข้าวนั้น นายพิชิต กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการร่วมอัยการสูงสุด และคณะกรรมการป.ป.ช. และก่อนการเดินทางก็ไม่ได้พูดคุยเรื่องคดี เพราะเห็นว่าอดีตนายกฯ ไปพักผ่อน คงไม่ไปพูดอะไรที่ทำให้การเดินทางไม่สนุก MThai News

เขาว่าเด็กไม่พูดโกหก 8 เรื่องหลอนที่ไม่คิดว่าเด็กจะพูดออกมา
10 อันดับ /  halloween / 

เขาว่ากันว่า .. เด็กเล็กๆ นั้นเปรียบเหมือนผ้าขาวบริสุทธิ์ ไร้เดียงสา อีกทั้งเด็กยังพูดจาโกหกไม่เป็นอีกด้วย เขาเห็นหรือคิดอะไรก็จะพูดออกมาแบบนั้นเลย แต่ถ้าพูดเรื่องดีๆ ตลกขำขันก็คงไม่แปลกเท่าไหร่ แต่ถ้าเกิดเขาพูดในสิ่งที่เขาไม่ควรพูดออกมาหล่ะ! นี่คือเรื่องจริง 8 เหตุการณ์หลอนๆ ที่เด็กนั้นพูดออกมา บางเรื่องทำให้ผู้ใหญ่ขนลุกหัวพองกันเลยทีเดียว .. เขาว่าเด็กไม่พูดโกหก 8 เรื่องหลอนที่ไม่คิดว่าเด็กจะพูดออกมา เขาว่าเด็กไม่พูดโกหก 8 เรื่องหลอนที่ไม่คิดว่าเด็กจะพูดออกมา 1. ลูกสาวของเพื่อนที่ทำงานอายุราวๆสี่ขวบ ชอบคิดว่าเสียงโครกครากของท่อน้ำในห้องครัวคือเสียงของ “หมาป่าสีขาว” แล้วจะเป็นเสียงที่ทำให้ลูกสาวกลัวอยู่เสมอ วันหนึ่งลูกสาวได้นั่งในครัวกับแม่แล้วก็พูดว่า “แม่ค่ะ จริงๆแล้วหมาป่าสีขาวก็ไม่ได้ชั่วร้าย พวกมันเป็นมิตรกับเรา” พอแม่ได้ยินอย่างนั้นด้วยความอยากให้ลูกหายกลัวก็เลยพูดเสริมว่า “ใช่จ้ะลูก ! หมาป่าสีขาวคอยปกป้องเรา พวกมันเป็นมิตรกับเรา” หลังจากนั้นลูกสาวก็พูดว่า “แล้วก็ไม่น่ากลัวเหมือนกับผู้ชายที่คลานอยู่ที่พื้นแล้วก็ชอบมายืนข้างเตียงหนูบ่อยๆด้วย..” 2. ตอนที่กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าให้กับลูกสาวของฉันโดยที่ประตูของตู้เสื้อผ้ายังเปิดอยู่ จู่ๆลูกสาวของฉันก็หัวเราะออกมา ฉันเลยถามว่าหัวเราะเรื่องอะไร ทันใดนั้นลูกสาวก็บอกว่า “ผู้ชาย..” ฉันเลยถามว่า “ผู้ชายที่ไหน?” หลังจากนั้นลูกสาวก็ชี้ไปที่ตู้เสื้อผ้าแล้วบอกว่า “ผู้ชายมีงูที่คอ” ฉันหันหลังกลับไปมองก็ไม่เห็นมีอะไร ฉันไม่อยากจะนึกเลยว่าบ้านนี้จะมีประวัติผู้ชายผูกคอตายในตู้เสื้อผ้ารึเปล่า แต่อย่างน้อยลูกสาวฉันก็ไม่กลัวล่ะนะ 3. ครั้งหนึ่งหลานสาวได้วางมือบนท้องของภรรยาผมแล้วพูดว่า “ลูกของเธอจะต้องตาย..” 4. ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ลูกสาวสองขวบของผมกำลังจะเข้านอน ก็เหมือนกับเด็กทั่วไปที่เพิ่งจะเรียนนับเลข ลูกสาวก็ชี้ไปที่ตัวเอง แล้วก็ชี้มาที่ตัวผม “หนึ่ง..สอง..” ก่อนที่จะกระโดดแล้วก็ชี้ไปรอบๆตัวในห้องที่ว่างเปล่า “สาม, สี่, ห้า, หก, เจ็ด, แปด, เก้า, สิบคน!” 5. คืนหนึ่งฉันเข้านอนกับลูกสาวที่อายุเพิ่งจะห้าขวบ ในตอนที่กำลังหลับ ฉันฝันว่าตัวเองเป็นฆาตกรกำลังไล่ฆ่าคน ตอนเช้าฉันตื่นมาแล้วกำลังนึกย้อนถึงเรื่องที่ฝันเมื่อคืน จู่ๆลูกสาวฉันก็ลืมตาตื่นแล้วก็พูดว่า “แม่คะ..หนูฝันเห็นแม่วิ่งไล่ฆ่าคน” 6. หลานสาวของฉันอายุราวๆสามขวบจู่ๆก็พูดกับแม่ของเขาว่า “แม่คะ..ทำไมสามีของหนูถึงต้องเอาปืนยิงหนูคะ? ทำไมเขาถึงทำแบบนั้น? แม่คิดว่ายังไงคะ?” 7. ตอนที่ฉันเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน ครอบครัวที่ฉันไปอาศัยด้วยมีลูกสาวฝาแฝดอายุห้าขวบ หนึ่งในนั้นเชื่อว่าตัวเองสามารถเห็นรังสีออร่าและพูดคุยกับนางไม้ได้ แม่ค่อนข้างเชื่อทีเดียวแต่ทางด้านพ่อคิดว่าเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ เช้าวันหนึ่งพ่ออยู่คนเดียวในบ้านเลยพูดกับต้นไม้ในครัวว่า ‘ เฮ้ย, นางไม้ ถ้ามีตัวตนจริงๆ ตอนกินข้าวมื้อเย็นวันนี้ให้บอกลูกสาวฉันด้วยว่าให้พูดคำว่า “สีเขียว” ’ ในเย็นวันนั้นลูกสาวของเขาก็ดูต้นไม้ตามปรกติแล้วก็หันมาบอกพ่อเขาว่า ‘ พ่อๆ นางไม้บอกให้หนูบอกพ่อว่า “สีเขียว” ‘ หลังจากนั้นพ่อก็เชื่อว่านางไม้มีจริงในทันที 8. ภรรยาผมได้ปลุกลูกชายอายุสองขวบในตอนเช้าก็เห็นเขายืนอยู่บนเตียงอยู่แล้ว ก็เลยถามลูกชายว่าทำอะไรอยู่ ลูกชายก็ตอบมาว่า “กำลังดูน้องสาวที่อยู่ในท้องของแม่” ภรรยาผมก็หัวเราะแล้วก็คิดว่าคงเป็นจินตนาการเรื่อยเปื่อยของเด็กๆ ที่ไหนได้พอไปตรวจที่คลีนิค ภรรยาผมท้องได้สองอาทิตย์แล้ว และที่สำคัญพอคลอดออกมาผมก็ได้ลูกสาวจริงๆ!! Cr. http://www.yamsayong.tv/

กาละแมร์ โร่แจ้งปอท.ล่าตัวบล็อกเกอร์หมิ่นฯ
กาละแมร์ พัชรศรี /  กาละแมร์ แจ้งความ / 

เดินทางเข้าแจ้งความแล้ว สำหรับผู้ประกาศข่าวและพิธีกรชื่อดัง กาละแมร์ พัชรศรี หลังจากถูกกล่าวหาพูดจาดูถูกประเทศเพื่อนบ้านกลางรายการ "กาละแมร์" ขณะกำลังสัมภาษณ์ดาราหนุ่ม กอล์ฟ เบญจพล โดยมีบล็อกเกอร์และชาวเน็ตต่างก็โพสต์ข้อความโจมตีเธออย่างรุนแรง จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลฯ ! ล่าสุดเมื่อช่วงสายๆ ของวันนี้(24ต.ค.57) ณ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมเทคโนโลยี หรือ บก.ปอท. ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อาคาร B ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง กาละแมร์ เข้าแจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวันกับร้อยตำรวจโท พิภพ กลมกลืน พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอท. ให้ดำเนินคดีบล็อกเกอร์ดังกล่าวในข้อหาหมิ่นประมาท พร้อมทั้งเปิดใจกับสื่อมวลชน ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า "จากในรายการกาละแมร์ที่พูดแซว กอล์ฟ เบญจพล ถูกกล่าวหาคำว่า เรา เป็นคำว่า ลาว ทำให้เสื่อมเสีย เข้าใจผิด มีคนนำไปโพสต์ในบล็อก OKnation แล้วยังเผยแพร่ต่อ เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนบุคคล มันกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ส่วนตัวเดินทางไปลาวบ่อย มีแฟนคลับจากลาวเยอะที่ดูทีวีไทยและอ่านหนังสือของเรา" "วันนี้มาเรียกร้องความเป็นธรรม ให้ความยุติธรรมกับตัวเอง ไม่ให้บานปลายเลยมาแจ้งความข้อหาหมิ่นประมาททำให้เสียชื่อเสียง กับบุคคลที่เขียนข้อความไม่จริงและเผยแพร่ ตอนนี้ใครแชร์มีความผิด อยู่ในขั้นตอนกฏหมายต่อไป หาคนเขียนบล็อกและคนแชร์ต่อไป" "เบื้องต้นไม่ทราบว่าคนเขียนบล็อกเป็นใคร แต่น่าจะมีการตามหาตัวได้ ตามวิธีของตำรวจ ยืนยันตัวเองไม่มีเจตนาพูดอย่างนั้น รายการนี้เป็นเทปไม่ใช่รายการสด ทางช่องต้องเซ็นเซอร์ตรวจสอบก่อนออนอยู่แล้วถ้าไม่สมควร" "หากตามเจอคนทำ จะเชิญมาคุยกันว่าทำแบบนั้นทำไมยังไง มีคนลาวมาคอมเม้นท์บางคนก็น่ารักและเข้าใจ แต่คนที่ไม่เข้าใจก็มี เลยมาแจ้งความเพื่อไม่ให้บานปลาย เชื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตามตัวได้ไม่ยาก" "ฝากให้คนเล่นโซเชียลฯ ใช้สติ วิจารณญาน ก่อนเขียน ก่อนแชร์ อย่างรับผิดชอบ ให้ครั้งนี้เป็นกรณีศึกษา ผู้ใหญ่ไม่ได้เรียกเข้าไปคุย ไม่กลัวมีผลกระทบต่อรายการ เพราะเราไม่ได้ทำอะไรผิด แค่รักษาความยุติธรรมให้ตัวเอง" กาละแมร์ กล่าว กาละแมร์ พัชรศรี กาละแมร์ พัชรศรี กาละแมร์ พัชรศรี กาละแมร์ พัชรศรี กาละแมร์ พัชรศรี

หมอสมภพไม่มีใบอนุญาตเฉพาะทางทำศัลยกรรมสาวผู้ดี
ข่าวล่าสุด /  ข่าววันนี้ / 

น.ต.น.พ.บุญเรือง เผย หมอสมภพ ไม่มีใบอนุญาตเฉพาะทาง คดีทำศัลยกรรมให้สาวอังกฤษจนเสียชีวิต ชี้แจ้งข้อหาแล้ว พร้อมปิดสถานที่ดังกล่าว 60 วัน นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำตัว นายแพทย์สมภพ แสนศิริ อายุ 51 ปี แพทย์ที่ทำการผ่าตัดตกแต่งศัลยกรรมให้ นางสาวจอย โนอา วิลเลี่ยม อายุ 24 ปี สัญชาติอังกฤษ จนเสียชีวิต มาตรวจค้นที่ เอสพี คลินิกเวชกรรม เลขที่ 1519/69-70 ถนนลาดพร้าว ซอย 41/1 จากการเข้าตรวจสอบพบว่า คลินิกดังกล่าวได้เปิดเป็นสถานพยาบาลศัลยกรรมเฉพาะทาง โดยมีใบอนุญาตถูกต้องและเปิดให้บริการสำหรับผู้ป่วยนอกเท่านั้น โดยจะไม่ให้มีการค้างคืนและต้องปิดบริการเวลาประมาณ 20.00 น. แต่พบว่าวันเกิดเหตุ ได้เลยเวลาปิดทำการ จึงเข้าข่ายมีความผิด และจากการตรวจสอบพบว่า นายแพทย์สมภพ ที่ทำการผ่าตัด ไม่ได้มีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมเฉพาะทาง มีเพียงใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมทั่วไป จึงเข้าข่ายมีความผิดเช่นกัน เจ้าหน้าที่จะได้ส่งเรื่องไปยังแพทยสภาเพื่อดำเนินการสอบสวน รวมถึงจรรยาบรรณของแพทย์ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหากระทำการโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และได้มีการแจ้งปิดสถานพยาบาลดังกล่าวเป็นเวลา 60 วัน ทั้งนี้จากการชันสูตรพลิกศพของสถาบันนิติเวชพบว่านางสาวจอย เสียชีวิตจากภาวะระบบหายใจล้มเหลว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหาต่อนพ. สมภพ แพทย์ผู้ทำการผ่าตัด 2 ข้อหา ประกอบด้วย ความผิดตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ม.16 และม.24  ในข้อหาประกอบกิจการและดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท และความผิดฐานกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.291 รวมทั้งแจ้งข้อหาต่อนายแพทย์ณรงค์เดช เจียรพีพันธ์ ในฐานะผู้ดำเนินการสถานพยาบาล มีความผิดตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ม.34(2) ในข้อหาเป็นผู้ดำเนินการไม่ควบคุมดูแลให้ผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาลปฎิบัติหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพเวชกรรม มีโทษจำคุก 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000บาท ……………………………………………………………………….. เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง พบอีก สาวอังกฤษเสียชีวิตขณะทำศัลยกรรมย่านลาดพร้าว อุทาหรณ์ สาวเสียชีวิตระหว่างผ่าตัดทำศัลยกรรม ภาวะ Malignant Hyperthermia จากการวางยาสลบ อีกสาม!! สาวไทยศัลยกรรมเกาหลี ในรายการ let me in คลิปศัลยกรรม ดูจบแล้วจะไม่อยากทำศัลยกรรม ไม่เชื่อลองดู วิธีดูแลตัวเองหลัง ทำจมูก มาใหม่ !

เบื้องหลังงานสร้าง หนังรถถังจากสงครามโลก Fury วันปฐพีเดือด
Fury /  รถถัง / 

“ไม่มียศหรือตำแหน่งในรถถัง" นี่คือคำขวัญของหน่วยรถถังของกองทัพสหรัฐ ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง และรถถังก็กลายเป็นตัวละครหลักในหนังที่สร้างจากเรื่องจริงโดยฝีมือของผู้กำกับและเขียนบท เดวิด เอเยอร์ นำแสดงโดย แบรด พิตต์, ไชอา เลอเบิฟ, โลแกน เลอร์แมน, ไมเคิล เพน่า และ จอห์น เบิร์นธัล ที่เล่าเรื่องราวของ 5 ทหารกล้าประจำรถถังเชอร์แมน ที่ต้องต่อสู้เอาชีวิตรอดในเยอรมันในโค้งสุดท้ายของสงครามโลกครั้งที่สอง เดวิด เอเยอร์ ที่เขียนบทให้หนังออสการ์ Training Day และมีผลงานการกำกับเรื่อง End of Watch ก็เคยเป็นนาวิกโยธินของสหรัฐมาก่อน และนี่ก็ถือเป็นโปรเจ็คในฝันของเขา "คุณปู่และคุณตาของผมเคยร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่สอง คนหนึ่งต่อสู้ในแปซิฟิก อีกคนต่อสู้ในยุโรป ผมเติบโตขึ้นมาด้วยการฟังเรื่องราวผ่านประสบการณ์ของพวกเขา นี่ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อกอบกู้โลก แต่มันเป็นการต่อสู้ที่ส่งผลกระทบไปถึงทุกคน ทั้งความเจ็บปวดและการสูญเสีย มันไม่ใช่แค่การต่อสู้กับข้าศึกที่อยู่ตรงหน้า แต่มันยังหมายถึงการต่อสู้กับสภาพจิตใจของตัวเองอีกด้วย" เพื่อความยิ่งใหญ่สมกับสเกล เอเยอร์ ได้รับอนุมัติทุนสร้างกว่า 100 ล้านดอลลาร์ เพื่อที่จะทำทุกอย่างที่ฝันไว้เป็นความจริง ซึ่งก็รวมถึงตัวละครที่สำคัญที่สุดอย่าง "ฟิวรี่" ชื่อของรถถังเชอร์แมนที่หน่วยของพระเอกใช้ในหนัง โดยทีมงานก็ได้ยืมมาจากของส่วนตัวของนักสะสม รวมถึงยอมจากพิพิธภัณฑ์รถถังที่โบวิงตัน โดย เดวิด เอเยอร์ ก็กล่าวถึงการใช้รถถังโบราณเพื่อถ่ายทำว่า "มันเยี่ยมที่สุดที่เราได้รถถังจากสงครามโลกจริงๆมาใช้ เรานำรถถังมาจากทั่วทั้งยุโรป โดยเฉพาะรถถัง “ไทเกอร์ II” ของเยอรมันที่ยังใช้งานได้จริงและเหลืออยู่คันเดียวในโลก การได้เห็นรถถังเชอร์แมนกับรถถังไทเกอร์ต่อสู้กันอย่างดุเดือด มันเหมือนฝันที่เป็นจริงสำหรับผม" สำหรับนักแสดงนำอย่าง แบรด พิตต์ ที่เข้ามารับบทเป็นนายทหารที่มีฉายาว่า "วอร์แดดดี้" ก็ถือเป็นนักแสดงคนแรกที่ตกลงเข้ามาแสดงในหนังเรื่องนี้ โดยเขาก็พูดถึงบทภาพยนตร์ที่เขาคิดว่าทรงพลังว่า "ผมอ่านมันจบภายในทีเดียวและก็ชอบที่ตัวละครทั้ง 5 คนต่างก็มีเรื่องราวของตัวเอง พวกเขาไม่ใช่คนที่ทำสิ่งที่ถูกต้องเสมอไป แต่เมื่อได้ทำความรู้จักกับพวกเขา คุณก็จะเข้าใจถึงแรงกดดัน ความเหงา และความคิดถึงบ้าน ในขณะเดียวกันคุณก็สามารถถูกฆ่าได้ทุกเสี้ยวนาที สิ่งเดียวที่คุณพึ่งพาได้ก็คือเพื่อนอีก 4 คนที่อยู่ในรถถัง ผมคิดว่านี่คือหนังสงครามที่เข้มข้นที่สุด" แบรด พิตต์ ยังพูดถึงประสบการณ์ในการเข้าแค้มป์ทหารเป็นเวลาหนึ่งเดือน ร่วมกับนักแสดง 4 คนที่รับบทเป็นลูกทีมของเขาในเรื่อง "มันคือค่ายทหารจริงๆเลย ตั้งแต่วันแรกพวกเราก็ต้องทิ้งโทรศัทพ์มือถือไว้หน้าประตู และชีวิตของคุณนับตั้งแต่วินาทีนั้นตลอด 24 ชั่วโมง คุณก็จะกลายเป็นทหารจริงๆ มันไม่มีคำว่าอาวุโสหรืออีโก้ และนี่ก็ไม่ใช่แค่การฝึกเป็นทหารเท่านั้น แต่มันหมายถึงการทำให้พวกเราเป็นพี่น้องและเป็นครอบครัวเดียวกัน ซึ่งมันก็สำคัญมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเป็นทหารหน่วยรถถัง" สำหรับการเข้าแค้มป์ทหาร เดวิด เอเยอร์ เผยว่านอกจากการเรียนรู้ซึ่งกันและกันแล้ว มันคือการฝึกให้นักแสดงทั้ง 5 คนสามารถออกรบได้เลย "เพราะผมเคยเป็ฯนาวิโยธินมาก่อน ผมเชื่อว่าถ้าคุณอยากสนิทกับใครสักคน คุณก็ต้องร่วมออกรบกับเขา พวกเราได้ให้นักแสดงทั้งห้าคนได้ร่วมกันฝึกใช้อาวุธสงคราม รวมถึงการฝึกใช้รถถังจริงๆ ผมไม่ต้องการให้พวกเขาทำเป็นเหมือนขับรถถังเป็น แต่อยากให้พวกเขาได้สัมผัสถึงความรู้สึก สภาพแวดล้อม และทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นจริง" สำหรับการถ่ายทำภายในรถถัง ก็มีการสร้างรถถังใหม่ขึ้นมาที่สามารถถอดประกอบชิ้นส่วนต่างๆได้ง่าย เพื่อให้มีพื้นที่สำหรับกล้องเข้าไปจับภาพนักแสดงแต่ละคน ในขณะเดียวกันทีมงานก็ได้เดินทางไปถ่ายทำฉากสงครามขนาดใหญ่ในชนบทของสหราชอาณาจักร ที่ยังคงบรรยากาศในยุคสมัยเก่าเอาไว้ โดยเพื่อให้สมกับสเกลที่ยิ่งใหญ่ หนังก็ยังมีนักแสดงสมทบในฉากการเผชิญหน้ากันของสหรัฐและเยอรมันกว่าพันคน รวมถึงรถถังที่มาเข้าฉากกว่า 60 คัน ------------------- ดูวีดีโอ เบื้องหลังงานสร้าง

ปีเตอร์ พูลลี่ นักปั่น สิงห์อินฟินิท ผงาดแชมป์ทัวร์เดอบันยูวางีอีเจียน
Le Mamotte 2014 /  ทัวร์ เดอ บันยูวางี อีเจียน 2014 / 

หลังจากทีมจักรยานสัญชาติไทย สิงห์อินฟินิท ได้ฤกษ์เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา นักแข่งของทีมก็ต่างสามารถสร้างผลงานคว้าแชมป์รวมถึงทำเวลาได้ดีจนขึ้นโพเดี้ยมรับรางวัลในหลายรายการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การคว้าแชมป์ในทวีปยุโรป รายการ “Le Mamotte 2014” ที่ประเทศฝรั่งเศส เมื่อเดือนกรกฎาคม ล่าสุดทีม สิงห์อินฟินิท ก็ได้รับเชิญจากสหพันธ์จักรยานนานาชาติ (UCI) ให้ร่วมลงแข่งขันในรายการจักรยานทางไกลสนามใหญ่ระดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ในรายการ “ทัวร์ เดอ บันยูวางี อีเจียน 2014” ที่เมืองบันยูวางี จังหวัดชวาตะวันออก ประเทศอินโดนีเซีย แบ่งการแข่งขันเป็น 4 สเตจ ระยะทางรวม 623 กม. เมื่อ 16-19 ต.ค.ที่ผ่านมา เป็นรายการที่อยู่ใน UCI Asia Tour ซึ่งมีทีมนักปั่นอาชีพจาก 14 ประเทศร่วมลงแข่งฃ โดยทีม สิงห์อินฟินิท ก็สามารถคว้าแชมป์เวลารวมได้สำเร็จ จากผลงานของ ปีเตอร์ พูลี่ นักปั่นของทีมสัญชาติฝรั่งเศส ด้วยเวลา 16.44.43 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังคว้ารางวัล แชมป์สเตจ 1 โดย เคียวสึเกะ ทาคาอิ แชมป์จ้าวภูเขา (สเตจ 2) และแชมป์สเตจ 3 โดยปีเตอร์ พูลลี่ วิสุทธิ์ กสิยะพัท ผู้จัดการของทีม กล่าวว่า ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นก้าวแรกของทีมจักรยานสัญชาติไทย สิงห์อินฟินิท ในการเริ่มเก็บแรงค์กิ้งสำหรับทำอันดับเข้าร่วมการแข่งขันจักรยานศึกใหญ่ของสหพันธ์จักรยานนานาชาติ เป็นบันไดก้าวสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้ทิมได้เข้าสู่ลีกการแข่งขันระดับ UCI Continental ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของทีม จากนี้ต้องลุ้นกันต่อไปว่าทีมจักรยานระดับอาชีพสัญชาติไทยทีมนี้จะก้าวเข้าสู่การแข่งขันในระดับโลกได้หรือไม่ แต่จากความสำเร็จในวันนี้ก็ถือเป็นก้าวแรกของทีมที่ในสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย อนาคตอาจจะมีนักปั่นไทยโรจน์แล่นเก็บเงินรางวัลในลีกการแข่งขันจักรยานระดับโลกก็เป็นได้

พิสูจน์รักแท้ เจ้าสาวแต่งหน้าเป็นหญิงแก่ แต่เจ้าบ่าวไม่ขำ ?(ชมคลิป)
ข่าวจีน /  งานแต่งงานในจีน / 

เจ้าสาวจีนวัดใจ แต่หน้าเป็นหญิงชราวัย 70 พิสูจน์รักแท้เจ้าบ่าว แต่ฝ่ายชายฉุนจัด เดินหนีทิ้งเจ้าสาวนั่งร้องไห้กลางถนน วานนี้ (23 ต.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงาน เรื่องราวของ หนุ่มสาวชาวจีน ในเมือง เซิ้นเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง คู่นี้ตกลงใจว่าจะแต่งงานกัน โดยทั้งสองได้เลือกสถานที่ถ่ายรูปแต่งงานคู่กันโดยเลือกตัวเมืองเป็นฉาก แต่ว่าที่เจ้าสาวเกิดอยากทดลองใจว่าที่เจ้าบ่าวว่าจะรักตัวเองจริง ๆ หรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ฝ่ายชายมีนิสัยเจ้าชู้ และมีผู้หญิงหลายคน เธอจึงวางแผนแต่งหน้าเป็นสาวแก่วัย 70 เพื่อวัดใจฝ่ายชาย แต่เหตุการณ์กลับพลิกล็อก เพราะว่าที่เจ้าบ่าวหัวเสียอย่างมาก และบอกให้เธอไปแต่งหน้าใหม่ แต่ฝ่ายหญิงปฏิเสธ  และต่อว่าเธออย่างรุนแรงและเดินจากไป ทิ้งให้เธอร้องไห้ท่ามกลางสายตาชาวเมือง Mthai News

8 วิธีบอกลา มือด้าน
บำรุงมือ /  มือด้าน / 

สาวๆ หลายคน ทุกวันนี้อาจจะมัวแต่ใส่ใจกับเสื้อผ้าหน้าผม จนลืมอวัยวะบางส่วนที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือมือนั่นเอง ถึงใบหน้าจะไร้สิว และผมจะเงางามมีน้ำหนักขนาดไหนแต่หากไม่ดูแลมือตัวเองจนผิวเหี่ยวย่น และมือสากล่ะก็ ตายตอนจบได้เลยทีเดียว บางคนถึงกับไม่กล้าเช็คแฮนด์กับใครเลยไม่กล้วให้ใครเห็นมือตัวเองด้วยซ้ำ ดังนั้นสาวๆ ทั้งหลายอย่ามองข้ามมือของเราที่ต้องใช้ทำงานอย่างหนักไปตลอดชีวิต ถึงอากาศบ้านเราจะไม่แห้งไม่หนาว อันเป็นเหตุผลสำคัญของการแก่ก่อนวัยของผิวรวมทั้งมือแล้ว แต่หลายๆ คนต้องนั่งทำงานในออฟฟิศที่อากาศเย็นจัดจนเกินไปอยู่เสมอ ซึ่งไม่ดีแน่เลย หลายคนอาจจะเกิดมามีมือที่อวบอิ่มดูมีเนื้อมีหนัง ไม่เห็นกระดูก เล็บสวยนิ้วเรียวยาวก็ถือเป็นโชคอีแล้วนะ ส่วนสาวๆ ที่ไม่ได้เป็นอย่างนั้นก็ไม่ต้องน้อยใจไป เราสามารถดูแลมือเราเองให้อวบอิ่มไม่เหี่ยวย่นได้แน่นอนถ้าเราใส่ในการดูแล 8 วิธีบำรุงผิวมือ ไม่ให้ มือด้าน วิธีการที่นำเสนอเหล่านี้จะช่วยทำให้มือของคุณนุ่มขึ้นละไม่สากอีกต่อไปจะ เลือกวิธีไหนก็ได้ครับ หรือจะลองหลายสูตรตามแต่สะดวก 1. ผสมน้ำตาล เบบี้ออยล์ และสบู่เหลวอย่างล่ะ 2 ช้อนโต๊ะ แล้วนำน้ำตาลและเบบี้ออยล์มาเทใส่มือผสมกัน แล้วถูมือไปมาเหมือนเวลาฟอกสบู่ล้างปกตินั้นแหละ ให้ทำเช่นนี้ประมาณ 5 นาทีเป็นอย่างน้อย จากนั้นใช้สบู่เหลาวล้างมืออีกรอบให้สะอาด มือของคุณจะรเยบเนียนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 2. ผสมน้ำตาล น้ำมะนาว และ ครีมสดอย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ เข้าด้วยกันและนวดฝ่ามือไปเรื่อยๆ จนน้ำตาลละลายจนหมด 3. ผสมนมสดแบบธรรมดาไม่ต้อง low – fat อุ่นๆสักครึ่งถ้วยกับน้ำตาลและโยเกิร์ตธรรมชาติอย่างละ 2 ช้อนชา และน้ำมันกลิ่นลาเวนเดอร์ 2 -3 หยดให้เข้ากันดีใส่ในกะละมัง จากนั้นแช่มือในส่วนผสมประมาณ 7 นาที พร้อมนวดมือไปด้วยในตัวแล้วจึงล้างออกให้สะอาด 4. ถ้าวันไหน มือทำงานที่หนักๆ เช่นทำสวนหลังบ้าน หรือล้างรถเป็นต้น หลังจากทำงานเสร็จเรียบร้อยแล้วให้เทเกลือใส่ฝ่า มือด้าน หนึ่งและน้ำมันมะกอก ใส่มืออีกด้านหนึ่งแล้ว๔มือเด้วยกันประมาณ 7 นาทีแล้วจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่นให้สะอาด(ต้องเป็นน้ำอุ่นกำลังพอดีๆ ไม่เอาแบบร้อนจนเกินไป เพราะกลับจะทำให้มือแห้งขาดความชุ่มชื้นมากกว่าเดิม)ต่อมาให้สวมถุงมือผ้าฝ้าย เพื่อเก็บความชุ่มชื้น จะใส่ถุงมือไว้ตลอดคืนเลยก็ได้ 5. ใช้เกลือ 1 ช้อนโต๊ะและน้ำมะนาว 2 ช้อนชา ผสมกันแล้วถูมือเบาๆหรือใช้แปรงสีฟันที่ไม่ใช้แล้วขัดเบาๆ ก็ได้เพื่อกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป ทั้งนี้ไม่ควรทำเกินอาทิตย์ละครั้ง แต่สูตรนี้จะให้ให้มือของคุณนุ่มขึ้น และทำให้สีผิวเท่ากันสม่ำเสมอกันด้วย แต่ถ้าหากมือมีแผลอยู่ยังไม่ควรทำ ให้พักไปก้อนเพราะจะแสบสะดุ้งกันเลยที่เดียว 6. สำหรับมือที่แตกแห้งและเหี่ยวย่นมากๆ ให้นำข้างโอ๊ตดิบ 1 ถ้วยไปปั่นจนเป็นผงเสร็จแล้วเทใส่ชามล้างมือลงไปถูในแป้งเบาๆ จนทั่ว วิธีนี้จะทำให้ผิวที่แห้งแตกและลอกนั้นหลุดออกไปด้วย ล้างด้วยน้ำเย็นและทาโลชั่นสำหรับทามือ 7. สาวๆ คนไหนต้องล้างจานบ่อยๆ เป็นประจำมือจะสาก วิธีป้องกันให้ผสมน้ำมันเมล็ดอัลมอนดืลงในน้ำที่ใช้ล้างจานเล็กน้อย น้ำจะทำให้มือคุณนิ่มขึ้น ส่วนผสมน้ำมันเมล้ดอัลมอนด์จะทำหน้าที่ล้อกความชุ่มซื้นเอาไว้ นอกจากนี้สเปรย์น้ำส้มสายวูลงบนมือหลังจากล้างจานเสร็จแล้วก้ช่วยได้ระดับ หนึ่งเช่นกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการป้องกันที่ได้ผลดที่สุดก้คือการให้ถุงมือล้างจาน บางคนอาจไม่ถนัดแต่เพื่อถนอมือของคุณแล้วคุรก็ควรใช้ถุงมือมากกว่า ทั้งยังเป็นการหลีกเลี่ยงการสัมผัสสารเคมีจากน้ำยาล้างจานด้วย 8. วิธีง่ายๆที่ทำกันตลอดเวลาและไม่ยุ่งยากก็คือ การทาโลชั่นหรือครีมทามือบ่อยๆ เป็นประจำ หากมี่จะใช้วาสลีนหรือปิโตเลียมเจจลลี่แทนก้ได้ทาบ่อยได้เท่าที่คุณต้องการ อย่าลืมเอา 8 วิธีเหล่านี้ ไปใช้กันนะสาวๆ ถ้าปล่อยให้ มือด้าน เวลาจับมือกับหนุ่มๆ อายเขาแย่! ขอบคุณที่มาจาก : www.emaginfo.com

เจาะลึก 'เด็กขอทาน' ปัญหาเรื้อรังการค้ามนุษย์ในไทย
การค้ามนุษย์ /  ปัญหาการค้ามนุษย์ / 

เจาะลึกเรื่องราว ปัญหาที่อยู่คู่สังคมไทยมานานแสนนาน กับปัญหา "เด็กขอทาน" ซึ่งเป็นปัญหาที่คาบเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ในไทย วันนี้ (24ต.ค.) คุณ วิธนะพัฒน์ รัตนาวลีพงษ์ หัวหน้าโครงการรณรงค์ยุติธุรกิจเด็กขอทาน มูลนิธิกระจกเงา ได้ให้สัมภาษณ์ผ่าน รายการ  Night Time Report Special ทางช่อง MONO29 เกี่ยวกับเรื่องราวปัญหา เด็กขอทาน สาเหตุ และรากฐานของปัญหาดังกล่าวเกิดจากอะไร และมีการเกี่ยวโยงกับการค้ามนุษย์ และการลักพาตัว รวมถึงปัญหาข้ามชาติที่เกิดขึ้นในขณะนี้ จะเป็นอย่างไรติดตาม ทางรายการ Night Time Report Special  ทั้งสองตอนได้เลย “เด็กขอทาน” ปัญหาเรื้อรังการค้ามนุษย์ ตอนที่1 “เด็กขอทาน” ปัญหาเรื้อรังการค้ามนุษย์ ตอนที่2 Mthai News ขอบคุณรายการ รายการ  Night Time Report Special ทางช่อง MONO29

เอมมี่ อยากปั๊มลูกแล้ว! รอคอย ฮาเวิร์ด ขอแต่ง!!
เอมมี่ อมลวรรณ /  ฮาเวิร์ด หวัง / 

รักกันปานจะกลืนกิน! สำหรับคู่รักแสนหวานของสาวทรงโตเอมมี่ อมลวรรณ และแฟนหนุ่ม ฮาเวิร์ด หวัง ที่อาจจะมีช่วงระหองระแหงกันบ้างแต่ก็ครองรักกันนานเข้าสู่ปีที่ 4 แล้ว ล่าสุด สาวเอมมี่ เปิดใจพร้อมแต่งงานเต็มที เหลือแค่รอฝ่ายชายกลับเมืองไทยมาสู่ขอ แถมออกปากต่อให้ยังไม่แต่งก็พร้อมปั๊มลูกแล้วจ้าาา!! "เป็นนางเอกละครเรื่องแรกตื่นเต้นมากค่ะ ใกล้จะออนแอร์แล้ว ขอบคุณคนที่ตั้งตารอดูค่ะ ในไอจีเอมมี่มีแต่คอมเม้นท์ดีๆ ทั้งนั้นค่ะ ไม่ค่อยมีใครมาต่อว่า ก็ขอบคุณที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างเรา ทุกวันนี้เอมมี่ไม่มานั่งแคร์กระแสแอนตี้แล้ว นางเอกละครเรื่องแรกโดนฮาเวิร์ดด่าค่ะ เมื่อวานก็ทะเลาะกันเพิ่งบอกเลิกกันไป แต่เค้าก็ขอโทษ เค้าบอกเข้าใจแล้ว ก็คุยกับทีมงานแล้วว่าถ้าลงรูปนี้รูปเซ็กซี่ซึ่งเป็นรูปละครต้องบ้านแตกแน่ แล้วก็ทะเลาะกันเอมมี่บอกเลิก บอกให้เค้าขนของเอาเสื้อผ้าของเอมมี่ออกมาเลย ไม่เอาแล้วพอแล้วทำไมไม่เข้าใจ คือเค้าไม่อยากให้เซ็กซี่ไม่ชอบ" "แต่เอมมี่บอกว่าเราเกิดมาแบบนี้ เราโตมาแบบนี้จะไม่ให้เซ็กซี่ไม่ได้หรอก แต่ตอนนี้เค้าก็เข้าใจแล้วค่ะ เค้าขอแค่นิดเดียวว่าเวลาถ่ายรูปไม่ต้องให้ผู้ชายใกล้ตัวได้มั้ย ไม่ต้องเอาหน้าอกไปใกล้ได้มั้ย คือถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่มีหน้าอกเล่นมันก็อาจจะดูธรรมดา แต่บังเอิญเอมมี่ดันเป็นผู้หญิงที่มีหน้าอกซึ่งใหญ่ด้วยมันก็เลยดูน่าเกียจ เอมมี่เลยอยากให้เค้าเข้าใจตรงนี้ นมก็นมปลอมจะมาหวงอะไร จริงๆ เอมมี่แสดงให้เค้าเห็นว่าเราบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้มีใคร จะไปไหนก็บอกตลอด ทุกวันนี้ถ่ายรูปกับเพื่อนผู้ชายก็ไม่กล้าโพสต์ เพราะเค้าดราม่าชอบร้องไห้ก็สงสารเค้าเหมือนกัน เอมมี่เชื่อว่าถ้าเค้ากลับมาเมืองไทยเมื่อไหร่ เอมมี่คงจะกลายเป็นลูกหมาคอยตามหึงเค้าเหมือนกัน เพราะเค้าฮอตสาวๆ เมืองไทยคงจะต้องการเค้าเหมือนกัน เค้าจะกลับเมื่อไหร่ก็ยังไม่ทราบค่ะ แต่นี่ก็ 2 ปีแล้วค่ะก็น่าจะใกล้กลับมาได้แล้ว ถ้าเค้ากลับมาเราคงสวีทมากๆ เอมมี่เตรียมไว้หมดแล้ว ยังคุยกับเพื่อนเลยว่าผู้หญิงที่นี่ต้องอิจฉาฉัน ถึงฉันจะหน้าปลาร้าแต่ฉันได้ใจฮาเวิร์ด" "เค้าเคยขอเราแต่งงานแล้ว แต่มีช่วงนึงที่ความคิดเค้ายังเด็ก เราก็เลยยังไม่พร้อม เค้าพูดว่าถ้ากลับเมืองไทยได้เมื่อไหร่จะขอแต่งเลย อาจจะไม่ได้จัดงานแต่งอะไรมากมาย อาจจะแค่ผูกแขนขอขมาพ่อแม่ เอมมี่คุยกันแล้วว่าอยากจะเอาเงินที่ต้องใช้สิ้นเปลืองกับงานแต่งมาแพลนอนาคตของเราดีกว่า ให้ลูกเราดีกว่า ถ้ามาขอก็แต่งเลยค่ะ เพราะทุกวันนี้ผู้ชายก็แค่อยากจะ...เราเท่านั้น แต่คนที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างเรา พร้อมจะเช็ดน้ำตาเรา รองรับอารมณ์เรา เราก็ขอบคุณนะ เราเป็นผู้หญิงที่โชคดี สวยก็ไม่สวย แต่มีแฟนหน้าตาดีขนาดนี้ รักเราขนาดนี้ก็พอแล้วค่ะ ไม่เจ้าชู้แล้วค่ะ" "เค้าตั้งใจทำงานหาเงินเพื่อให้เราบินไปหาเค้าได้บ่อยๆ เอมมี่มานั่งดูแล้วว่าคนที่เข้ามาไม่มีใครดีเหมือนเค้าเลย ผ่านทุกข์ผ่านสุขมากับเราทุกอย่าง ไม่มีใครรักเอมมี่เท่าฮาเวิร์ดแล้ว ทุกวันนี้เค้าเริ่มดีขึ้น เอมมี่บอกไว้ว่าไม่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ขอให้เค้าแพลนอนาคตของเราไว้เพราะอยากมีลูก และอยากให้ลูกหน้าเหมือนเค้า คงจะน่ารักน่าดู ต่อให้ยังไม่แต่งแค่ผูกแขนก็อยากมีลูกเลย พร้อมเสมอค่ะ ตอนนี้คบกันมาเข้าปีที่ 4 แล้วค่ะก็แฮปปี้ดี" เอมมี่ กล่าว เอมมี่ อมลวรรณ เอมมี่ อมลวรรณ เอมมี่ อมลวรรณ เอมมี่ อมลวรรณ เอมมี่ อมลวรรณ เอมมี่ อมลวรรณ เอมมี่-ฮาเวิร์ด เอมมี่-ฮาเวิร์ด

รวมเด็ด...ดารา-คนดังสาวมั่นตัวแม่!!! แซบสะท้านวงการ
สะท้านวงการ /  ดาราสาวมั่น / 

ถ้าจะพูดถึงสาวสุดมั่น ลุกส์แรง วงการบันเทิงบ้านเรามีให้เห็นมากมายไม่ใช่น้อยๆ เลยเจ้าค่ะ เรียกว่าแต่ละคนมีบุคลิกชัดเจน เตะตาโดนใจประชาชีฝุดๆ บ้างปากร้ายพูดตรง บ้างบุคลิกมั่นไม่มีแคร์สื่อ แซบจนหลายคนยกให้เป็นไอดอลในดวงใจหรือเป็นแรงบันดาลใจการเปลี่ยนแปลงชีวิตก็ยังมี อ๊ะๆๆ งานนี้รอช้าไม่ได้ ตามไปดูกันหน่อยดีกว่าว่าซุปตาร์คนไหน เป็น สาวมั่นตัวแม่ ที่ แซบสะท้านวงการ จนโดนใจแฟนคลับกันบ้าง บุ๋ม ปนัดดา สาวสวยสุดมั่นดีกรีนางสาวไทยอย่าง บุ๋ม ปนัดดา จัดว่าเป็นสาวเก่ง สาวมั่นตัวแม่อีกหนึ่งคนของวงการบันเทิง เห็นสวยหวานยิ้มหยาดเยิ้มตามแบบฉบับนางงามเยี่ยงนี้ แต่ถ้าใครแหยมมาพูดจาไม่ดีเข้าหูนางล่ะก็ เป็นอันได้เรื่องนะฮ๊าาา…สาวเจ้าสวนกลับแบบชัดเจน ตรงไปตรงมา ไม่มีแอ๊บกันเลยทีเดียว เมย์ พิชญ์นาฏ สวยแซบเว่อร์เป็นสาวมั่นอีกคน สำหรับนางร้ายตาเฉี่ยว เมย์ พิชญ์นาฎ ก่อนหน้านี้ดีกรีความมั่นหน้าและความแรงมีมากแค่ไหนไม่รู้ แต่หลังจากอกหักรักคุด เจอผู้ชายห่วยๆ ผ่านเข้ามาในชีวิตเข้าหน่อย ความมั่นความแรงดูเหมือนจะมากขึ้นเป็นทวีคูณ ใครกล่าวหาเจ้าหล่อนไม่ว่าจะด้วยเรื่องอะไรแบบสุ่มสี่สุ่มห้าล่ะก็ เตรียมตัวโดนฉะกลับได้เลย แหมมม…แอ๊บนางเอกไม่เป็นแบบนี้ เรียกว่าสวยพิฆาตได้ป่ะ หุหุ โอปอล์ ปาณิสรา ถ้าพูดถึงสาวผิวคล้ำดำสวยที่ชื่อ โอปอล์ ปาณิสรา เชื่อว่าหลายๆ คนคงยกให้เธอผู้นี้เป็นไอดอลไม่มากก็น้อยล่ะค้าาา เพราะความสวยแบบไม่แคร์โลก ความมั่นใจในตัวเองแบบไม่แคร์สื่อ เธอผู้นี้มีเหลือล้น การพูดจา ความคิดความอ่าน สไตล์การแต่งตัวบ่งบอกถึงความมั่นอกมั่นใจเกินร้อย เรียกว่าเป็นแรงบันดาลให้ผู้หญิง (ไม่สวย) ได้ลุกขึ้นมาสลัดความกลัว แล้วสะบัดบ๊อบแบบเก๋ๆ ให้โลกได้ตะลึงไปเลยล่ะ กาละแมร์ พัชรศรี เป็นพิธีกรสาวสุดมั่นของวงการอีกหนึ่งคน สำหรับ กาละแมร์ พัชรศรี ความโดดเด่นในเรื่องของความสามารถและฝีปากของเธอคนนี้ว่าไม่ธรรมดาแล้วนะ มาเจอสำนวนการเขียนพ็อคเก็ตบุคชนิดตำหนิติเตียนบรรดาคุณผู้ชายห่วยๆ ทั้งหลายแล้ว ทำเอาหงายเงิบไปเลย เพราะดุเด็ดเผ็ดมันส์ โดนใจชะนีฝุดๆ งานนี้ถ้าไม่ใช่สาวมั่นอย่าง กาละแมร์ ทำไม่ได้นะคะ…ขอบอก!!! ทาทา ยัง นี่ก็สุดแสนจะเป็นผู้หญิงมั่นมาตั้งแต่วัยละอ่อน สำหรับ ทาทา ยัง เวลานี้แต่งงานแต่งการไปแล้ว ความมั่นใจ ความแซบตามแบบฉบับทาทาก็ยังคงมีอยู่ เรียกว่าเป็นศิลปินคนเก่งที่ฉะฉาน ตรงไปตรงมา อดีตมีเอกลักษณ์ที่ติดตายังไง ปัจจุบันก็ยังคงมีให้เห็นอยู่อย่างนั้น เอ้า!!! อ้าแขนรับตำแหน่งสาวมั่นตัวแม่แซบสะท้านวงการไปได้เลยจ้า(อดีต)สาวน้อยมหัศจรรย์ เจนนิเฟอร์ คิ้ม หลายคนอ้วน หลายคนไม่สวย มักท้อแท้ไม่กล้าแสดงออก แต่นั่นไม่ใช่ตัวตนของ เจนนิเฟอร์ คิ้ม เลยสักกะนิ๊ด...เพราะเธอคนนี้เป็นสาวมากความสามารถที่มีความมั่นใจและไม่แคร์ปากหอยปากปูที่ไหนเลยจริงๆ เรียกว่าเป็นไอดอลให้กับใครหลายคนที่ขาดความมั่นใจได้เป็นอย่างดี เพราะความเก่งความสามารถที่มีอยู่ในตัว ไม่ควรถูกบดบังด้วยรูปลักษณ์ภายนอก แหมๆๆ จุดนี้ขอปรบมือให้สาวมั่นเสียงอย่างเจ๊คิ้มแบบรัวๆ ไปเลยจ้า เมญ่า นนธวรรณ สร้างความฮือฮาให้กับเวทีนางงามได้มากโข สำหรับ เมญ่า นนธวรรณ ผู้ฉีกกฎตำแหน่งนางงามแบบเดิมๆ ที่มักต้องมีผิวขาวใสสวยฟรุ้งฟริ้งเท่านั้นถึงจะสวมมงกุฎได้ เพราะเธอคนนี้เอาความเก่ง ความมั่นใจ ความสามารถ กระแทกใจกรรมการจนคว้ามงกุฎมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2014 ไปครองได้แบบเก๋ๆ ซึ่งทุกคนลงความเห็นตรงกันว่า She นี่แหละเหมาะสมสุด ก็เล่นสวยเก่งไม่เหมือนใคร แถมความมั่นใจเป็นเริ่ดอีกต่างหาก คริๆ

มองไม่เห็น...นางเอกหน้าไหน มาแทนที่เบอร์หนึ่ง อั้ม พัชราภา
อั้ม พัชราภา /  ข่าวบันเทิงวันนี้

อินสตาแกรมทะลุหลักล้านเป็นคนแรกของประเทศ คงเป็นส่วนหนึ่งของการการันตีได้ว่านางเอกเบอร์หนึ่งของ พ.ศ. นี้ ต้องยกให้กับ อั้ม พัชราภา คนเดียวเท่านั้น แม้ว่าจะมีนางเอกรุ่นเดียวกัน หรือรุ่นใหม่ๆ เกิดขึ้นมามากหน้าหลายตา แต่ก็ยังไม่มีใครสามารถเทียบรัศมีกับเธอได้สักคน โดยเฉพาะนางเอกช่องเดียวกัน ที่ตอนนี้มีแต่เฉพาะนางเอกรุ่นน้องที่เกิดขึ้นมาใหม่อีกหลายคน ส่วนนางเอกรุ่นเดียวกับเธออย่าง นุ่น วรนุช, ชมพู่ อารยา ก็ต่างก็พากันแยกย้ายไปแต่งงาน หรือไม่ก็หนีไปอยู่ช่องอื่น เลยทำให้สาวอั้มต้องกลายเป็นนางเอกรุ่นเดอะที่สุดของวิกหมอชิตในเวลานี้ ส่วนนางเอกรุ่นน้องคนอื่นๆ ที่จะมาแทนที่เธอได้ บอกเลยว่ายังมองไม่เห็นวี่แววว่าใครจะมาแทนที่สาวอั้มได้สักคน หากเธอหมดวาระการเป็นนางเอกของวิกหมอชิตไปแล้ว อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา

ชาวอ.จอหอ ร้องผู้ใจบุญ ร่วมบริจาคเงิน ไถ่ชีวิตควายตาบอด
ข่าวจังหวัดนครราชสีมา /  ข่าววันนี้ / 

ชาวอ.จอหอ ร้องผู้ใจบุญ ร่วมบริจาคเงิน ไถ่ชีวิตควายตาบอด หลังมันหนีรอดจากโรงฆ่าสัตว์ในพื้นที่ เว็บไซต์ข่าวสด ได้รายงานว่าชาวบ้านในพื้นที่ .จอหอ จ.นครราชสีมา ได้ออกมาเรียกร้องให้ผู้ใจบุญร่วมบริจาคเงิน เพื่อช่วยเหลือไถ่ชีวิตควายตาบอดตัวหนึ่งที่หลบหนีจากโรงฆ่าสัตวมาอยู่กับควายของชาวบ้านที่เลี้ยงไว้ในบริเวณดังกล่าว โดย นางกนกพร สุขสนิท อายุ 52 ปี ผู้พบเห็นควายตัวดังกล่าว เล่าว่าเมื่อวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา ควายเพศผู้ตัวนี้ ได้วิ่งเข้ามาอาศัยอยู่ในสวน ด.ต.บัลลังค์ ศรีหมื่นไวย ซึ่งมีบริเวณกว้างกว่า 30 ไร่ ริมถนนสายบายพาสนครราชสีมา-ขอนแก่น ที่ตระกูลศรีหมื่นไวย รับควาย 2 ตัว ที่ชาวบ้านช่วยกันบริจาคเงินไถ่ชีวิตมาจากโรงฆ่าสัตว์มาเลี้ยงไว้ โดยมียายสมหมาย นิติธรรม อายุ 63 ปี เป็นผู้เลี้ยงควาย และได้พบควายตัวนี้ จึงได้แจ้งให้ชาวบ้านทราบ เพื่อตามหาเจ้าของ จะได้ไม่ทำให้เกิดข้อครหาว่าขโมยมา ซึ่งต่อมาได้ทราบว่าควายตัวนี้เพิ่งหนีออกมาจากโรงฆ่าสัตว์ ตนจึงได้ไปเจรจากับเจ้าของควายเพื่อขอไถ่ชีวิต จนเจ้าของยินดีหากมีเงินจำนวน 20,000 บาทมาคืนให้ภายใน 1 สัปดาห์ แต่ด้วยความที่เป็นแค่ลูกจ้างไม่รู้จะหาเงินมาจากไหน จึงได้ประกาศหาผู้ใจบุญมาช่วยกันคืนชีวิตให้ควายหนุ่มตาบอดในครั้งนี้ ซึ่งผู้ใจบุญที่ประสงค์จะบริจาคเงินช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่นางกนกพร สุขสนิท เบอร์โทรศัพท์ 089-5797937 เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้สัตว์ดังกล่าวมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ต่อไป MThai news

รับทรัพย์!! อาชีพเสริม ลงทุนน้อย ปลูกดอกอัญชันขาย รายได้งาม
ดอกอัญชัน /  ปลูกดอกอัญชัน / 

อาชีพเสริมรับทรัพย์ !! ปลูกดอกอัญชันขาย ลงทุนน้อย รายได้งาม เป็นกอบเป็นกำ... เป็นอีกหนึ่งอาชีพเสริมที่รับทรัทย์แบบไม่ต้องใช้เงินลงทุนมากมาย บานตะเกียง ที่ทีมงาน 108 อาชีพภูมิใจนำเสนอนั่นก็คือ การ 'ปลูกดอกอัญชัน' ขายทั้งแบบสด และตากแห้ง แค่ปลูกดอกอัญชันทิ้งไว้ตามแนวรั้วก็เป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้เงินเข้ากระเป๋าได้แบบสบายๆ ปัจจุบันราคาดอกอัญชันสดที่แม่ค้าขนมรับซื้อเพื่อนำน้ำไปทำเป็นสีผสมในขนม แบบสด ตกกิโลกรัมละ 60 – 100 บาทเชียวนะคุณ ส่วนราคาดอกอัญชันตากแห้งจำหน่ายอยู่ที่ กิโลกรัมละ 250-500 บาท สาเหตุที่ดอกอัญชันมีราคาสูง เป็นเพราะว่า ปัจจุบันได้รับความนิยมรับประทานอย่างกว้างขวาง ทั้งยังสกัดเป็นแชมพูสระผมก็มีมากหลายยี่ห้อ เนื่องจากเป็นดอกไม้ที่ให้คุณประโยชน์ต่อร่างกายเพราะมีสารแอนโธไซยานินที่ทำให้การไหลเวียนในหลอดเลือดเล็กทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็น และยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีคุณสมบัติเสริมภูมิต้านทานจากธรรมชาติช่วยป้องกันเชื้อแบคทีเรีย ป้องกันการแพ้ได้ด้วย คุณสมบัติที่หลากหลายของดอกอัญชันนี้ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาด โดยเฉพาะดอกอัญชันสด ด้านสรรพคุณทางยาก็น่าสนใจ เช่น ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ช่วยป้องกันโรคต้อกระจก ต้อหิน ที่สำคัญทำให้เลือดไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆได้ดีมากขึ้น อย่างเช่นบริเวณรากผม ทำให้เส้นผมดกดำเป็นเงางาม จะเห็นว่ามีการนำดอกอัญชันไปใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์หลายชนิดทั้งครีมนวดผม ยาสระผม ปลูกดอกอัญชันตากแห้งขาย จึงเป็นอาชีพอิสระที่น่าสนใจ การปลูกดอกอัญชันขาย จึงนับว่าเป็นอาชีพอิสระอีกหนึ่งที่น่าสนใจ เนื่องจากสามารถทำควบคู่ไปกับงานอื่นๆ ได้อย่างสบาย เพราะสามารถเก็บดอกในช่วงเช้าๆที่อากาศไม่ร้อนมากนัก หากนำมาตากแห้งก็ไม่ต้องดูแลหรือใช้เวลามากแต่อย่างใด วิธีการปลูกอัญชันก็ง่ายแสนง่าย แถมยังไม่ต้องดูแสรักษาให้มากวิธี... เพียงนำต้นกล้าจากการเพาะเมล็ดมาปลูกลงแปลงปลูก ปัดรั้ว หรือไม้ระแนงเพื่อให้เถาอัญชันเลื้อยพาด หรือยึดเกาะเพื่อการทรงตัวได้ รดน้ำวันละ 2 ครั้ง ในช่วงเช้าและช่วงเย็น ขึ้นได้ดีในดินร่วนปนทราย ที่มีการระบายน้ำได้ดี หรือจะปลูกในกระถ่างก็ยังสามารถทำได้ เพียงนำเมล็ดแก่มาเพาะบนสำลีที่ชุ่มน้ำ 2 วันก็งอกแล้วเจ้าค่ะ ประมาณ 1-2 เดือนก็เริ่มมีดอกให้เก็บแล้วค่ะ ปลูกง่าย โตไว ได้ผลผลิตต่อเนื่องโดยไม่ต้องลงทุนอะไรให้มากมาย แล้วจะช้าอยู่ใย มาปลูกดอกอัญชันขายเสริมรายได้กันดีกว่าค่ะ... คุณขา... MThai News

ตร.คุมตัว 2 ผัวเมีย ทำแผนฆ่าหั่นศพ 'ครูญี่ปุ่น'
คดีฆ่าครูญี่ปุ่น /  คดีฆ่าหั่นศพครูญี่ปุ่น / 

ตร.คุมตัว 2 ผัวเมีย ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ คดีฆ่าหั่นศพ'ครูญี่ปุ่น' พร้อมทำพิธีขอขมาดวงวิญญาณ หลังจากนั้นนำตัวฝากขังต่อศาลอาญาต่อไป ความคืบหน้าคดีฆ่าหั่นศพนายโยชิโนริ ครูสอนภาษาชาวญี่ปุ่น บ่ายวันนี้(24 ต.ค.)ที่สถานีตำรวจภูธรบางเสาธง มีการประชุมเพื่อวางแผนชี้จุดเกิดเหตุ และทำแผนประกอบคำรับสารภาพ จากนั้นเวลา 14.10 ตำรวจได้นำตัวนางพรชนกและนายสมชาย ออกจากห้องขัง สภ.บางเสาธง ขึ้นรถตู้เพื่อไปชี้จุดเกิดเหตุ และทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยเริ่มต้นจากจุดแรกคือ จุดกลับรถใต้สะพานคลองนางทิ้ม จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจพาผู้ต้องหาทั้ง 2มายัง จุดที่2คือ บ้านพักเคหะบางพลี ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรปราการเพื่อเก็บหลักฐานเพิ่มเติมเมื่อคืน ซึ่งเป็นบ้านของลูกสาวคนโต ที่พบ มีด เสื้อผ้า โดยเฉพาะกางเกงชั้นใน ตามคำสารภาพของนายสมชาย ที่ระบุว่า ใส่กางเกงชั้นในตัวเดียวขณะฆ่าหั่นศพ จุดนี้เป็นจุดหลังจากที่นายสมชาย และนางพรชนก นำร่างของผู้เสียชีวิตไปทิ้งที่คลองนางทิ้มแล้ว และกลับมาที่เคหะบางพลี เพื่อทำการเผาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับตัวผู้เสียชีวิต เช่น บัตรเครดิต และนามบัตร โดยนายสมชายให้การว่าเมื่อทำการทิ้งศพแล้วจึงกลับมาเผาเอกสารที่นี่ โดยลงมือเผาเอกสารเพียงคนเดียว ขอบคุณ ภาพจาก‏@Chanida_Sr  จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำ นางพรชนกมายังโรงพยาบาลบางนา2 ซึ่งเป็นจุดที่มีผู้พลเห็นนายโยชิโนริเป็นจุดสุดท้าย ซึ่งนางพรชนกได้ชี้จุดบริเวณหน้าห้องฉุกเฉิน ซึ่งเป็นจุดที่รับตัวนายโยชิโนริออกจากโรงพยาบาล และขณะนี้ ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหา ไปยังจุดสุดท้าย คือ หมู่บ้านออร์คิด ที่ใช้เป็นที่อำพรางศพ พร้อมทำพิธีขอขมาดวงวิญญาณ หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว 2 ผู้ต้องหาไปฝากขังต่อศาลอาญาต่อไป MThai News