วันพีช ตอนที่ 620

แพร งัดแชทหลักฐานยัน ฟิล์ม น้องใหม่ฯ ทำร้ายลูก ให้สังคมตัดสินว่าใครโกหก!!
แพร ชนิตา /  ฟิล์ม น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์ / 

แถลงระลอกสอง แพร ชนิตา อดีตภรรยาสาวของนักแสดงหนุ่ม ฟิล์ม ณัฐกวี ขอแสดงความบริสุทธิ์ด้วยการหอบหลักฐานเป็นอินบ็อกซ์จากพี่สาวของฝ่ายชาย ที่เจ้าตัวยอมรับกับพี่สาวเองว่าทำร้ายลูกชายเพราะควบคุมตัวเองไม่ได้! ยันคุณแม่ของหนุ่มฟิล์มทราบเรื่องตั้งแต่เธอท้องได้ 6 เดือน ในส่วนนี้มีหลักฐานเป็นแชทของเธอกับคุณแม่ของฝ่ายชายมาโชว์ หลังจากนี้ขอจบ ถ้าอีกฝ่ายไม่ออกมาพูดอะไรกระทบเธอและลูกอีก บอกอโหสิกรรมให้ เปรยอยากเริ่มต้นชีวิตใหม่แล้ว ไม่เชื่อว่าฝ่ายชายรักลูก บอกปล่อยให้ลูกเป็นคนตัดสินเองว่าอยากจะเจอพ่อเขามั้ย ส่วนถ้าหนุ่มฟิล์มจะไม่ได้อยู่ในวงการก็เพราะทำตัวเอง เรื่องที่บอกจะฆ่าตัวตายก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเธอ... รายละเอียดต่างๆ มีดังนี้ “ที่เขาแถลงก็ได้ฟังอยู่นะ แต่ที่รู้สึกว่าฟังแล้วเป็นเรื่องจริงก็คือเขายอมรับว่าเขาเป็นพ่อแล้วเราขายขนมจีบด้วยกัน แค่นั้น” “เรื่องทำร้ายลูก ดูไลน์ค่ะ ที่เขาแชทมาขอเลิกกับเรา เขาก็บอกว่าฉันไม่อยากทำร้ายเธอด้วยความรุนแรงแบบนี้อีกแล้ว เขายอมรับว่าเขาเจ้าชู้เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีกับพอร์ช เขายอมรับด้วยตัวเขาเองว่าเขาไม่อยากทำร้ายเราด้วยความรุนแรง แล้วที่เขาว่าเขาไม่เคยตามเทียวไร้เทียวขื่อเรา แต่เขาก็ยังไลน์มาตามทุกครั้ง” “ฉันอยากรู้เธอทำอะไร ฉันเหนื่อยก็อยากกอดเธอ อยากไปเที่ยวที่เธออยากไป ฉันรู้สึกเป็นเดอะฮักเลยที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ เขาก็ไลน์มาดราม่าคิดถึงเรื่องเก่าๆ เมื่อคืนฉันฝันถึงเธอด้วย จิตใต้สำนึกฉันมันคิดถึงแต่เรื่องเธอ เหมือนเราเคยมีกันและกันเลิกไปมันเลยรู้สึกขัดๆ ถ้าย้อนเวลาฉันจะย้อนไปวันที่ตัดสินใจกลับมาทำงานตรงนี้อีกไหม เขาจะเลือกไม่ทำแล้วจะขายขนมจีบด้วยกันต่อไปเรื่อยๆ นี่เป็นข้อความที่คุยกันตอนที่เขาขอเลิกกับเราไปแล้วแต่เราก็ยังคุยกันอยู่” “ประเด็นที่เขาปฎิเสธว่าเขาไม่ได้ทำร้ายลูก ในส่วนนี้พี่สาวของเขาได้ติดต่อเรามาทางเฟซบุ๊ค พี่สาวกับพ่อของเขาเพิ่งทราบเรื่องว่ามีน้องพอร์ช ก็เข้ามาขอโทษแทนเขา ก็บอกว่าอาจจะไม่สามารถขอโทษแทนตัวผู้ชายได้นะแต่ก็อยากจะขอโทษ แล้วเขาก็ได้คุยกับน้องชายเขาแล้ว เขาก็รับสารภาพว่าเขาทำจริงๆ” “พี่สาวคุยกับเราบอกว่า ทางผู้ชายโทรมาหาเราทางเฟซบุ๊ค ว่าเราเสียๆ หายๆ ว่าไม่ยอมฟังยอมเตี๊ยมกับมันก่อน แล้วเอ่ยชื่อเราว่าอีแพร์ อย่าไปคุยกับมันอีกนะ พี่สาวเขาก็มาบอกเรา หลังจากนั้นเขาก็ไปว่าพี่สาวเขาว่าโพสต์อย่างนั้นทำไม หลังจากที่พี่สาวเขาและพ่อเขาโพสต์ขอโทษแพร์จริงๆ ที่เขาไม่เคยรู้มาก่อน ทางผู้ชายก็ไปต่อว่าพี่สาวว่าเขาไม่โอเคที่โพสต์ไปแบบนั้น” “พี่สาวเขาก็มาเล่าว่าน้องชายเขามาโวยวาย ว่าจะทำอะไรก็ทำเลยนะกูไม่เคยเห็นมึงเป็นพี่อยู่แล้ว เงินสักบาทก็ไม่เคยช่วย พ่อปู่ย่าห่านั่นอ่ะไม่ใช่ญาติกู มีแต่อยากเห็นกูตกต่ำ นี่คือคำที่พี่สาวเขาบอกมา” “แล้วก็จะมีไลน์ของพี่สาวเขาที่เขาคุยกับน้องเขาส่งมาให้แพร ซึ่งเขายอมรับว่ามันร้อง เขาควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ พี่สาวเขาก็ถามว่าจะทำยังไงต่อเขาก็บอกช่างมันเหอะปล่อยวางแล้ว คือตัวผู้ชายยอมรับกับตัวพี่สาวว่าเขาทำจริงๆ พี่สาวเขาบอกว่าตอนแรกเหมือนตัวน้องชายเขาอ่อนลงเริ่มที่จะยอมรับแต่ก็ไม่รู้ว่าเขาไปคุยกับใครถึงกลายเป็นว่าเขาเฟซบุ๊คมาด่าพี่เขา ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วออกมาแถลงข่าวไม่ยอมรับ” “พี่สาวเขามาซัพพอร์ทเรา เขาพูดกับเราเลยว่า น้องเขารักนะไม่ใช่ไม่รักแต่เขาไม่อยากรักแบบพ่อแม่รังแกฉัน ทางพ่อก็รักแต่ด้วยความที่โตมาคนละครอบครัว เขาไม่ได้ใกล้ชิดผูกพันแต่เขาก็พยายามจะสอนตลอด เขาเลยรู้สึกว่าถ้าน้องเขาต้องเป็นดาราแล้วเป็นดาราที่นิสัยไม่ดีเขายอมให้น้องไม่เป็นดาราดีกว่า เขาอยากเอาน้องเขาออกมาเพื่อรับผิดชอบ ทำหน้าที่ที่ควรทำ ไม่ใช่ว่าออกมาปฎิเสธแล้วอยู่กับความสังคม ความหน้าตาดีแบบนี้ เขาบอกว่าถ้ารักตัวผู้ชายจริงๆ ต้องดึงเขาออกมา ไม่ใช่ถลำให้เขาทำผิดซ้ำไปอีก” “พี่สาวเขามาเข้าข้างเรา รู้สึกเฉยๆ ก่อนในตอนแรกเพราะไม่รู้ว่าใครเป็นยังไง ก็รู้สึกว่าเขาก็พูดถูกในหลายเรื่อง ก็รู้สึกดีที่ยังมีความถูกต้องอยู่บนโลกใบนี้” “แม่ฟิล์มบอกว่าเพิ่งทราบเรื่องพร้อมสื่อ แพรไม่มีหลักฐานแน่ชัดแต่เขาทราบตั้งแต่ที่แพรท้องได้ 6 เดือน เขาก็ทราบเรื่องแล้วไม่ใช่ว่าเพิ่งมาทราบก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ก็มีหลักฐานเป็นแชทที่คุยกัน แพรเริ่มเปิดว่าแพรมีลูกตอนเขาได้ 1 ขวบ ก็เอารูปลูกโพสต์เฟซบุ๊ค น้าเขาก็แชทมาว่าจริงรึเปล่า ใช่ลูกเธอกับหลานเขาไหม อย่าลบเขาออกจากเฟซบุ๊คนะ” “ตัวผู้ชายไม่ยอม เหมือนพอเราเปิดเผยตัวก็ไลน์มาต่อว่า ว่าเราทำให้ที่บ้านเขาทะเลาะกัน ถ้าเรื่องนี้ถึงหูยาย ยายจะไม่ส่งเงิน เธอไม่คิด ฉันเครียดมากแทนที่จะอยู่บ้านได้ต้องออกไปอยู่ที่อื่น เราก็บอกว่าเราผิดอะไร นี่คือลูกฉันแล้วฉันไม่ได้เปิดเผยว่าฉันมีลูกกับใคร คือเรากลายเป็นคนผิดที่ทำให้น้าๆ ญาติเขารู้ ตอนนั้นน้าเขาเองดีกับเรามาก ไม่โกรธไม่เกลียดเรา เพราะเขายังพิมพ์มาบอกว่าอย่าลบเขาออกนะ ยังคุยกับเขาได้อยู่นะ” “ส่วนคุณแม่เขาที่บอกว่าเพิ่งทราบว่าเรามีลูก เราก็มีหลักฐานเป็นแชทจากเฟซบุ๊คเขาทักมาหาเรา เมื่อวันที่ 9 เม.ย. สืบเนื่องมาจากเราอินจากการดูละครสะท้อนสังคม จึงโพสต์เฟซบุ๊คว่า เด็กจะโตมายังไงก็แล้วแต่จุดเริ่มต้นมาจากพ่อแม่และการเลี้ยงดู จากนั้นแม่เขาก็ทักมาว่า จะพูดจะโพสต์อะไรให้มันเกรงใจบ้าง คนที่ต้องถูกสั่งสอนมากๆ ก็คือเธอ เป็นแม่คนต้องรับผิดชอบหลายอย่างจะสนใจใครทำไมว่าจะเอาลูกมั้ย ที่เขาบอกว่า เขาคิดว่าน้องพอร์ชคือหลานเรา อันนี้คือประเด็นที่เขายอมรับด้วยตัวเขาเองว่า เราเป็นแม่คน นั่นแสดงว่าเขารู้แล้วว่าเรามีลูกแล้ว และเขาก็ด่าเราค่อนข้างแรง แล้วอะไรที่คุณแม่บอกว่าพอร์ชเป็นหลาน เขารู้มาตลอดตามหลักความจริงว่าพอร์ชคือลูกของเราคือหลานของเขา ถ้าหลักฐานเอกสารแน่ชัดเราไม่มี แต่ถ้าเป็นคำพูดตอนน้องเกิด เขาไม่ให้ลูกชายเซ็นรับรองบุตร เพราะกลัวเรื่องของเอกสารทะเบียนราษฎร์ คุณแม่จะให้สามีเขาเซ็นรับเป็นพ่อแทน แต่เราไม่ยอมด้วยความเป็นแม่ สุดท้ายเราได้ของทางผู้ชายให้เซ็นตามที่แถลงไปตอนแรก” “ที่เขาแถลงแล้วพูดว่าเขารักลูก ต้องบอกว่าจะมีช่วงนึงที่แพรขอเอกสารเพื่อจะทำพาสปอร์ตให้น้อง เราก็ไปศึกษาว่าต้องใช้เอกสารบิดามั้ย ก็ไปบอกเขาว่ามันต้องใช้นะ เขาตอบกลับมาว่าไม่รู้ไม่ต้องใช้ก็ได้มั้ง ก็บอกไปว่าพ่อเด็กตายหรือว่าเลิกไปแล้วก็ได้ นี่เหรอคะที่บอกว่ารักลูก” “เขาบอกว่าอยากเจอลูกมาก แต่เหมือนเราขวางไม่ให้เจอ แพรไม่เคยเลยที่จะไม่ให้เขาเจอลูก เขารู้หมดว่าบ้านเราอยู่ไหน แล้วลูกจะอยู่ที่ไหน ชีวิตประจำวันเราไม่ได้ทำอะไรมาก ถ้าเขาคิดถึงลูกจริงๆ หรือรักลูกจริงๆ ไม่ยากที่จะมาเจอ เราไม่ใช่คุณแม่ใจยักษ์ใจมาร คุณแม่เขามีโอกาสได้เจอหลานแล้วตอนน้องเกือบ 1 ขวบ เราก็มีหลักฐานแน่นอนไม่ได้พูดลอยๆ” “เขาแถลงปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาหมดเลย พูดหนังคนละม้วนกับเราเลย เราขอคุยด้วยหลักฐานดีกว่า ใครๆ ก็ออกมาพูดได้ว่า เธอทำร้ายลูก ฉันไม่ได้ทำร้ายลูก ถ้าไม่มีหลักฐานตรงนี้เอาตามหลักความจริงก็ได้ คิดว่าแพรเป็นแม่ที่อยู่ดีๆ จะตีลูกตัวเองให้เขียวเล่นๆ แล้วถ่ายรูปเก็บไว้ตั้งแต่ 3 ขวบด้วยนะ จะทำไปเพื่ออะไร” “ถามว่าทำไมเราเพิ่งออกมาพูดตอนนี้ เรากับเขาไม่ใช่เพิ่งเลิกกัน เราผ่านการเลิกผ่านการให้อภัยมาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว ครั้งนี้มันไม่ใช่ประเด็นหึงหวง เราทำแบบนี้เพราะอยากจะออกมาจากชีวิตเขาแล้ว ฉันอยากจะไปมีอนาคตของฉันแล้ว คุณก็ไปมีอนาคตของคุณ ถ้าเราอยากจะไปดึงเขากลับไปจะมาทำแบบนี้มั้ย เราไม่อยากจะดึงเขากลับมาเลย เรามีแต่อยากให้เขาไปจากชีวิตเรา แต่เขาก็ยังมาวนเวียนอยู่ในชีวิตเราก็ไม่อยากจะอยู่กับความซ้ำๆ ซากๆ แล้ว” “ครั้งนี้แพรเรียกว่าอโหสิกรรมเลยดีกว่า แต่ถ้าเขายังยืนยันว่ารักลูกมาก ก็ให้เป็นสิทธิ์ของลูกตัดสินว่าอยากจะเจอพ่อเขามั้ย เราไม่ไปกีดกันเพราะเขาเป็นพ่อลูกกัน เมื่อวานเขาขอโทษ อโหสิกรรมให้ค่ะ อโหสิกรรมก็คือการให้อภัยแล้วนะ ให้อภัยคืออาจจะมีการวนเวียนกลับมา แต่อโหสิกรรมคือขาดเลย” “ฟ้องร้อง ไม่มีค่ะ ถ้าจะทำ ทำไปนานแล้ว ถ้าเขาจะหอบหลักฐานมาโต้อีกครั้ง ก็จะสู้ไปกับลูกค่ะ ผิดว่าตามผิด เราว่าไปตามความจริง เราสู้ด้วยความจริงดีกว่า อย่าสู้ด้วยคำโกหกค่ะ มันเหนื่อย” “ทางเขาบอกว่าเราพูดไม่หมด ไม่บอกว่าเป็นครูฝึกสอน เราอาจจะไม่ได้แบบลงรายละเอียดว่ามันเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น แต่ถามว่าเจอกันที่โรงเรียนไหม ใช่ค่ะ เราเจอกันวันแม่ที่ 12 สิงหา ซึ่งเป็นช่วงตอนปลายจะจบเทอมต้น พอปิดเทอมเราถึงตัดสินใจที่จะคุยกับเขา คบกับเขา เพราะเขาก็พูดเองว่าเมื่อคุณออกไปข้างนอกก็เป็นคนธรรมดาทั่วไปแล้วนะ ไม่ได้สอนเขาหรืออยู่ในโรงเรียนนั้นแล้ว เราจึงตัดสินใจที่จะคบกัน คือเทอมสองเราไม่ได้อยู่โรงเรียนเดียวกับเขาแล้ว ไปฝึกอีกสถาบัน ต่างเทอมก็ต่างที่” “กระแสครูจีบนักเรียน เราเริ่มต้นความสัมพันธ์เหมือนรุ่นพี่รุ่นน้องเลย แต่ถ้าถามว่าเจอกัน จุดเริ่มต้น มันเจอกันที่โรงเรียน แต่เราคบกันหลังจากปิดเทอมแล้ว เขาจีบเรานับจากวันนั้น โดยใช้วิธีการเหมือนที่เขาแถลงค่ะ โดยปรึกษาว่าอยากจะเข้าวิศวะ แต่เขาเรียนศิลป์คำนวณเข้าวิศวะไม่ได้ เราก็เลยให้คำปรึกษาเพื่อที่จะเป็นแนวทางในการไปเข้ามหาวิทยาลัยแค่นั้น แต่หลังจากนั้นก็มีการคุย มีการจีบพาไปนู่นไปนี่ พอสิงหาคมมันก็ปลายแล้ว ตุลาคมก็ปิดเทอม หลังจากนั้นเดือนสองเดือนเราก็ถึงค่อยเริ่มสานความสัมพันธ์” “ตั้งแต่มีเรื่อง ทางเขาไม่ติดต่อมาเลยค่ะ คุณแม่เขาบอกจะเป็นกาวใจ ไม่เลยค่ะ คือจริงๆ เขามีเบอร์แม่เรานะ แม่เราไม่ได้บล็อคเบอร์เขา มีแต่เราที่บล็อคเบอร์เขา เพราะเราไม่ขอยุ่งเกี่ยวอะไรอีกแล้ว แต่ถ้าเขาจะติดต่อในเรื่องของลูก อย่างที่บอกค่ะ เราไม่ใช่เซเลป เขารู้ชีวิตประจำวันและรู้ว่าบ้านเราอยู่ที่ไหน ถ้าเขาอยากจะเจอน้องพอร์ชมันง่ายมากเลย ง่ายกว่าที่หนูอยากจะไปเจอเขาด้วยซ้ำ” “ถ้าเขาติดต่อมา ยืนยันคำเดิมค่ะ เราไม่มีอะไรต้องคุยหรือต้องเคลียร์กันแล้ว มันก็อยู่ที่เขาค่ะ หลักฐานทั้งหมดเป็นความจริง แพรไม่ได้มานั่งปั้นหรือมโนอะไรขึ้นมา คำขอโทษหรือชดใช้ ไม่ค่ะ ไม่มีประโยชน์ต่อแพร คำขอโทษหรือสิ่งชดใช้อะไรไม่ได้ทำให้ชีวิตแพรดีขึ้นหรือแย่ลง” “อยากให้เรื่องจบยังไง ก็จบแบบที่แพรออกมายืนยัน คือเมื่อวานที่เขาออกมาปฏิเสธโดยเขาทำให้แพรโดนสังคมตราหน้าว่ากุเรื่อง สร้างเรื่องโกหก เพราะฉะนั้นแพรก็ออกมายืนยันว่าแพรไม่ได้โกหกแค่นั้นจบ แพรว่าสังคมตัดสินได้ค่ะ” “ที่บอกว่าจะจบ ไม่ขุดขุ้ยแล้ว ก็ขอให้เขาจบจริงๆ นะคะ เพราะเราจบแล้ว เราจะจบได้ต่อเมื่อเราเป็นผู้บริสุทธิ์ หนูออกมายืนยันความบริสุทธิ์ของหนู ที่หนูแถลงเพราะอยากให้ทุกคนรู้ความจริงเป็นยังไง ใครโกหก ใครไม่โกหก เรารู้อยู่แก่ใจ แต่คนภายนอกเขาไม่ได้อยู่ใต้เตียงเราเขาไม่รู้หรอก อยู่ที่เขาว่าจะจบไหมหรือจะทำอะไรอีก” “ถ้าเขาออกมาอีก ก็อยู่ที่ว่าเขาจะออกมาในรูปแบบไหน อย่างที่บอกไปว่าแพรจะไม่ออกมาแล้วถ้าไม่กระทบแพรกับลูก แต่ก่อนหน้าที่เขาออกมาคือมันกระทบมาบอกว่าเราพูดไม่จริง เราเลยต้องออกมาพูดอีก แต่ถ้าเขาจะออกมาพูดแล้วให้กระทบเราอีก เราก็ต้องออกมาต่อสู้ค่ะ อยากให้เป็นเคสสุดท้ายจริงๆ คือไม่รู้ว่ามันจะมีบ่วงกรรมแบบนี้เกิดขึ้นอีกไหม ขอให้แพรไปเริ่มต้นชีวิตใหม่เถอะ แพรออกมาแล้วไม่ขอเดินกลับไปอีก” “ความรู้สึกรัก เยื่อใย มันรักไม่ลงค่ะ มันไม่เหลือแล้วอ่ะ พยายามจะให้ความเป็นพ่อของลูกนะคะ แต่มันก็อยู่ที่ตัวเขาว่าพยายามจะทำตัวเป็นพ่อของลูกหรือเปล่า ปากเขาบอกว่ารักลูก คิดถึงลูก อยากเจอลูก แต่มันก็ยังเป็นแบบเดิม ไม่มีประโยชน์อะไร” “ครั้งหนึ่งเคยรักคนนี้ แพรยอมรับนะคะว่ามันเป็นความผิดพลาดของตัวเรา แต่คนทุกคนต้องมีความผิดพลาดเนอะ ไม่มีใครจะเพอร์เฟคตลอด แต่แพรขอเอาความผิดพลาดครั้งนี้เป็นบทเรียนในชีวิต ให้มันเป็นบทเรียนราคาแพงที่สุดของชีวิตแพรเลยดีกว่า" “อยากบอกอะไรสังคม แพรว่าในสังคมเรื่องแบบนี้มันต้องเกิดขึ้นอีกแน่นอน จะเกิดกับใครก็ไม่รู้ จะเป็นข่าวหรือไม่เป็นข่าวเท่านั้นเอง อยากบอกแค่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ให้ใช้สติมากกว่าอารมณ์ ถ้าเราเห็นว่าความถูกใจ พอใจ มาก่อนความถูกต้องเหมาะสม เมื่อนั้นชีวิตก็พัง แต่แพรไม่ได้ท้อกับชีวิตถึงกับต้องคิดสั้น คิดว่ามีชีวิตอยู่ไม่ได้แล้วเมื่อเจอเหตุการณ์แบบนี้ แพรคิดเสมอค่ะวันนี้ไม่ใช่วันที่แย่ที่สุดของแพรหรอก มันต้องมีวันที่แย่กว่านี้อีก และต้องมีวันที่ดีกว่านี้อีกแน่นอน” “การที่ออกมาพูดอาจทำให้ฟิล์มอยู่ในวงการไม่ได้แล้ว มันก็ไม่ใช่ตัวแพรทำนะ มันก็เป็นตัวเขาทำ ถ้าเขาเป็นคนดีก็ไม่มีใครออกมาแฉเขาได้ถูกไหมคะ” “อธิบายตอนที่เขายอมรับกับพี่สาวว่าเขาทุบตีลูกอีกครั้ง ในไลน์ใช่ไหมคะ เขาบอกว่ามันร้องเลยควบคุมตัวเองไม่ได้ แต่เมื่อวานเขายอมรับว่าเคยตีลูกตอนหนึ่งขวบเพราะลูกดื้อ ตีเพราะสั่งสอนก็มีเกิดขึ้น แต่ไม่ได้รุนแรงเท่าตอนสามเดือน และที่เขาบอกไม่เคยทำร้ายร่างกายแพร ทำลายแต่ข้าวของใช่ไหม ทำร้ายข้าวของก็ทำแต่แพรไม่มีหลักฐาน ส่วนทำร้ายร่างกายแพรมีหลักฐานค่ะ แต่ไม่เห็นหน้าแพรนะ หากไม่เชื่อเดี๋ยวแพรจะเอาชุดนี้มาให้ดู ยังมีชุดนี้อยู่ ประมาณ 6 เดือนที่แล้วค่ะ ส่วนมากที่จะทะเลาะเชื่อไหมว่าจำไม่ได้ มันไม่น่าจำอ่ะ แต่ถ้าพูดเรื่องหึงหวงบอกเลยว่าไม่ เพราะโทรศัพท์เขากับโทรศัพท์เราคนละโลกเลย ไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัวกัน แต่ถ้าทะเลาะจะเป็นเพราะเขาชอบแกล้งให้เราโมโหหรือหงุดหงิด แพรโดนเขาทำร้าย 2-3 ครั้งค่ะ ด้วยเรื่องพวกนี้จะไม่ใช่เรื่องหึงหวงเลย จะมีแต่เรื่องงี่เง่าที่ไม่น่าทะเลาะ” “ฟิล์มบอกว่าตั้งแต่เกิดเรื่องเครียดถึงขั้นอยากฆ่าตัวตาย มันก็ไม่เกี่ยวกับแพรแล้วเนอะ แต่ว่าถ้าถามความรู้สึกจริงๆ อยากฝากบอกเขาว่าปัญาหาที่เขาเจอตอนนี้ไม่เท่าที่แพรเจอมาตลอดนะ สิ่งที่แพรเจอมาตลอดบวกกับสิ่งที่แพรต้องดำเนินชีวิตต่อไปมันหนักหนากว่าที่เขาเจออีกถ้าเขาคิดได้แค่ว่าเขาไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว มันก็ไม่มีใครช่วยเขาได้แล้วค่ะ ถ้ามนุษย์แม่คนไหนเคยเป็นมนุษย์แม่หรือซิงเกิ้ลมัมจะรู้เลยว่ามันต้องการกำลังใจ มันเหนื่อยมาก เหนื่อยจนน้ำตาไหล แต่เหนื่อยแค่ไหนพอเห็นหน้าลูก ความเหนื่อยมันหายไปหมดเลย ถ้าเขารักลูกเหมือนที่เขาพูดนะคะ เขาจะอยากมีกำลังใจ อยากมีชีวิตอยู่ต่อค่ะ โดยที่ไม่ต้องมีใครมาดึงมาเติมเขาเลย” “อนาคตเราก็ดี เรียนจบแล้วต้องไปทำงานที่ญี่ปุ่น แต่พอมีลูกเลยต้องอยู่แบบนี้ ใช่ค่ะ เหมือนที่เขาบอกว่าเพศแม่หรือเพศหญิงยอมที่จะให้อนาคตตัวเองเป็นยังไงได้เพื่อลูกเพื่อครอบครัว ก็อยากจะบอกเขาว่าเราก็เสียสละแล้วนะในจุดๆ นึง มันถึงเวลาแล้วที่เขาต้องเสียสละบ้าง มันไม่มีใครหรอกที่จะเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ไปตลอดค่ะ” “เขาไม่ไปซื้อแพมเพิร์ส เพราะเขาบอกว่าเขาเป็นดารา จุดนี้คือจริง คือเขาไม่สามารถที่จะหิ้วแพมเพิร์สห่อใหญ่ๆ ได้ เพราะว่าคนจะสงสัยได้ว่าเขาซื้อแพมเพิร์สไปให้ใคร เราก็หิ้วเอง ไม่มีรถก็หิ้วนั่งมอไซต์ไป” “เขาบอกว่าถ้าเขาดัง มีเงินจะยอมเปิดเผยครอบครัว เอาแค่ปัจจุบันนี้ดีกว่าค่ะ เขากล้าเผชิญความจริงหรือเปล่า ถ้าปัจจุบันคุณกล้าเผชิญความจริง อนาคตมันดีแน่นอน หนูไม่กล้าคาดหวังถึงอนาคตค่ะ” “แม่เขาเครียดมากที่ลูกจะฆ่าตัวตาย ส่วนแม่เรา ไม่มีแม่คนไหนไม่รักลูกเนอะ แม่แพรก็รักแพร แม่แต่ละคนมีวิธีการจัดการ เลี้ยงดูหรือบ่มเพาะลูกไม่เหมือนกัน แม่แพรไม่ใช่ไม่เครียด แต่เขาก็อยากที่จะให้อภัย เขาพูดกับแพรมาคำนึงว่าเธอชนะแล้วเธอสวมมงกุฏอยู่ในนรกเธอโอเคมั้ย แพรก็เลยบอกว่าเมื่อก่อนแพรก็อยู่ในนรกมาตลอดนะแม่ แต่แพรไม่ได้สวมมงกุฏแค่นั้นเอง” แพร ชนิตา กล่าว แพร ชนิตา แพร ชนิตา แพร ชนิตา ฟิล์ม ณัฐกวี

มันส์แน่นอน! ผลจับสลากแบ่งกลุ่ม ชปล. เป๊ปโคจรเจอบาร์ซ่า, โด้คว้าผู้เล่นยอดเยี่ยม
ผลจับสลาก /  ฟุตบอลยุโรป / 

ผ่านพ้นกันไปแล้ว! สำหรับผลการจับสลากแบ่งกลุ่ม การแข่งขันฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ประจำฤดูกาล 2016-17 รอบแบ่งกลุ่ม ไฮไลท์อยู่ที่การโคจรมาเจออดีตทีมเก่าของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่าร์ ที่ต้องพาทีมใหม่ของเขาอย่าง แมนฯ ซิตี้ ต่อกรกับ บาร์เซโลน่า ส่วน เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ล่าาสุด เจองานเบาในรอบนี้ กลุ่มเอ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (ฝรั่งเศส), อาร์เซน่อล (อังกฤษ), เอฟซี บาเซิ่ล (สวิตเซอร์แลนด์), ลูโดโกเร็ตส์ (บัลแกเรีย) กลุ่มบี เบนฟิก้า (โปรตุเกส), นาโปลี (อิตาลี), ดินาโม เคียฟ (ยูเครน), เบซิคตัส (ตุรกี) กลุ่มซี บาร์เซโลน่า (สเปน), แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (อังกฤษ), โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค (เยอรมัน), กลาสโกว์ เซลติก (สกอตแลนด์) กลุ่มดี บาเยิร์น มิวนิค (เยอรมัน), แอตเลติโก มาดริด (สเปน), พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น (เนเธอร์แลนด์), รอสตอฟ (รัสเซีย) กลุ่มอี ซีเอสเคเอ มอสโก (รัสเซีย), ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น (เยอรมัน), ทอตแน่ม ฮอทสเปอร์ (อังกฤษ), โมนาโก (ฝรั่งเศส) กลุ่มเอฟ เรอัล มาดริด (สเปน), โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (เยอรมัน), สปอร์ติ้ง ลิสบอน (โปรตุเกส), ลีเกีย วอร์ซอว์ (โปแลนด์) กลุ่มจี เลสเตอร์ ซิตี้ (อังกฤษ), เอฟซี ปอร์โต้ (โปรตุเกส), คลับ บรูช (เบลเยียม), โคเปนเฮเก้น (เดนมาร์ก) กลุ่มเอช ยูเวนตุส (อิตาลี), เซบีย่า (สเปน), โอลิมปิก ลียง (ฝรั่งเศส), ดินาโม ซาเกร็บ (โครเอเชีย) ส่วนรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำปี ตกเป็นของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่พา เรอัล มาดริด คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และแชมป์ยูโร 2016 กับทีมชาติโปรตุเกส โดยมี อองตวน กรีซมันน์ และ แกเร็ธ เบล เป็นแคนดิเดตในรางวัลดังกล่าว

ละครคลื่นชีวิต , เรื่องย่อคลื่นชีวิต
คลื่นชีวิต /  ละครคลื่นชีวิต / 

ละครคลื่นชีวิต ละครช่อง3 คลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย : กรุง ญ ฉัตรกำกับการแสดงโดย : อำไพพร จิตต์ไม่งงผลิตโดย : บริษัท ละครไท จำกัดควบคุมการผลิตโดย : หทัยรัตน์ อมตวณิชย์ออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครคลื่นชีวิต ช่อง3 เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต ความสุขในวัยเด็ก คือสิ่งชโลมใจยามเรามีความทุกข์ เพราะเราจะได้รู้สึกว่า เราเคยผ่านความผาสุกในชีวิตมาแล้ว จีราวัจน์ (อุรัสยา เสปอร์บันต์) ดาราสาวที่เข้าวงการและมีชื่อเสียงด้วยฝีมือการแสดงและข่าวฉาวกับหนุ่มทั้งนอกและในวงการ รวมทั้งนิสัยพูดตรง ถ้าไม่ผิด ก็พร้อมกล้าท้าชนโดยไม่สนใจหน้าไหน จนโดนใครต่อใครตราหน้าว่าจีราวัจน์เป็นผู้หญิงแรง กร้านโลก และง่าย! แต่ใครจะกล่าวว่าเธอยังไง ไม่ทำให้จีราวัจน์เจ็บเท่ากับถูก คุณหญิงจริยา แม่แท้ ๆ ที่ไม่เคยดูแลเธอปล่อยเธอเติบโตตามมีตามเกิด เชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงใจแตก! แต่นั่นยังไม่ทำให้เธอหมดศรัทธากับคำว่า แม่ ของจริยา เท่ากับคืนที่จีราวัจน์โดน สิทธา (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) เจ้าของบริษัททอสังหาริมทรัพย์ สามีคนใหม่ของจริยา ผู้กระหายอำนาจ เงินทองและโลกีย์ สั่งลูกน้องวางยานอนหลับเพื่อหมายข่มขืนจีราวัจน์ แต่จีราวัจน์ก็หนีมาได้ และเมื่อจีราวัจน์บอกเรื่องนี้กับจริยาแทนที่จริยาจะเข้าข้างและปกป้องเธอ แต่จริยากลับเข้าข้างสิทธา จริยานั้นรู้สันดานของสิทธาดี แต่เธอยังทำอะไรสิทธาไมได้ เพราะสิทธาคือคนที่ให้เงิน และอำนาจกับเธอ สิทธาคือคนที่ทำให้ผู้หญิงไร้การศึกษา มีชีวิตอยู่ในสลัม ที่มีแค่ความสวยติดตัว จึงเร่ขายความสวยให้ความสำราญผู้ชาย เธอจึงได้โลดแล่นขึ้นมาเป็นคุณหญิงใจบุญเบอร์หนึ่งของสังคม ที่ใคร ๆ ต่อใครนับหน้าถือตา จริยารู้ดีว่าจีราวัจน์มองเธอเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัว ทะเยอทะยาน หน้าเงิน แต่ที่จริยาดิ้นรนถีบตัวเองขึ้นมาถึงตรงนี้ ก็เพื่อให้ชีวิตเธอ และจีราวัจน์สบาย แม้วันนี้จีราวัจน์เกลียดเธอ ...แต่จริยาเชื่อว่าวันหนึ่ง... จีราวัจน์ต้องเข้าใจ ละครคลื่นชีวิต ญาญ่า หมากปริญ สำหรับจีราวัจน์ ...สิ่งที่เธอต้องการ ไม่ใช่ชีวิตดีงามบนหน้าหนังสือพิมพ์อย่างที่จริยาต้องการ แต่สิ่งที่เธอต้องการคือความรัก ปมเดียวในหัวใจของจีราวัจน์ที่เธอโหยหาย แต่เธอไม่เคยได้ โดยเฉพาะวันที่เกิดเหตุการณ์นั้น ถึงแม้จีราวัจน์จะหนีจากเงื้อมมือสิทธามาได้ แต่เพราะฤทธิ์ยานอนหลับ ทำให้ระหว่างที่จีราวัจน์ขับรถหนีอย่างสุดชีวิต ต้องกลายเป็นฆาตกรโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อรถของจีราวัจน์ชนร่าง ติวดี (พริมา พันธ์เจริย) เต็ม ๆ จนติวดีไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในเวลาต่อมา!! แต่เพราะฤทธิ์ยานนอนหลับทำให้จีราวัจน์หลับและเบลอจนไม่รู้เรื่องติวดี ภายใต้การดูแลของ ดารากา (ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์) เพื่อนสินทตั้งแต่มัธยม ซึ่งเป็นคนเดียวที่จีราวัจน์ติดต่อพูดคุยด้วยตลอด พอจีราวัจน์กลับจากเมืองนอก จีราวัจน์จึงขอให้ดารากามาอยู่ด้วยกัน ดารากาเต็มใจอยู่กับ จีราวัจน์ เพราะความรัก และความสนิทที่ทั้งสองมีด้วยกันมาเกือบ 20 ปี ทำให้ดาราการู้ดีว่า จีราวัจน์หว้าเหว่ แสนเหงา ต้องการใครสักคนเป็นเพื่อน และกว่าจีราวัจน์จะรู้ว่าติวดีเสียชีวิต ก็หลังจากที่ฤทธิ์ยานอนหลับสร่าง เมื่อจีราวัจน์รู้สึกตัว คนกล้าทำกล้ารับอย่างเธอ พร้อมไปรับความผิดกับตำรวจ แต่มันสายเกินไป เพราะ สุกี้ (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ) นักปั้นดารามือทอง ผู้เป็นทั้งคนชักนำเธอเข้าวงการและเป็นผู้จัดการดูแลเธอ ได้จัดการส่งสเตฟาน คนขับรถคนสนิทประจำตัว รับสารภาพผิดกับตำรวจว่าเป็นคนขับรถชนติวดีแทนเธอ โดยสุกี้ยอมเสี่ยงโกหกกับสังคมเพื่อแลกกับอนาคตทางการแสดงของจีราวัจน์ที่กำลังรุ่งเรือง ละครคลื่นชีวิต สุกี้คิดว่าการให้สเตฟานรับผิดแทนจีราวัจน์ จะทำให้เรื่องทุกอย่างจบง่าย ๆ แต่สุกี้คิดผิด เมื่อระหว่างที่ติวดีโดนจีราวัจน์ขับรถชน ติวดีกำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับ สาธิต (ปริญ สุภารัตน์) แฟนหนุ่มผู้เป็นทนายตงฉิน เชื่อว่าใครทำผิดต้องได้รับโทษ นั่นแหละความยุติธรรม! โดยสาธิตเป็นคนเดียวที่ได้ยินเสียงของจีราวัจน์พูดขอโทษติวดี นั่นทำให้เขาปักใจว่าคนที่ขับรถชนคนรัก ไม่ใช่สเตฟานแต่เป็นจีราวัจน์! สาธิตทำทุกวิถีทางพิสูจน์ให้คนทั้งสังคมเห็นว่าฆ่าตกรตัวจริงเป็นใคร โดยมี พ.ต.ต.พิเชษ เพื่อนตำรวจที่รู้จักในระหว่างร่วมงาน เป็นคนช่วยเหลือดูแลคดี โดยสาธิตมั่นใจว่าเขาสามารถลากตัวจีราวัจน์รับโทษอย่างที่เขาเคยส่งคนผิดเข้าคุกมาตลอดอาชีพทนาย แต่ครั้งนี้! สาธิตกลับเจอว่าความจริง พ่ายแพ้อำนาจเงิน! เมื่อหลักฐานทุกอย่างที่จะมัดตัวจีราวัจน์ได้ มันหายไปหมด! สาธิตไม่ยอมแพ้ที่จะหาทางลงโทษจีราวัจน์ แต่ทุกอย่างต้องหยุดลงเมื่อ นวดี (ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของติวดี แม่ครูของเหล่าเด็กกำพร้า เป็นคนขอร้องให้สาธิตหยุดอาฆาตแค้น นวดีไม่อยากให้สาธิตต้องจมอยู่กับความทุกข์ ที่เกิดจากความโกรธแค้นอีก รวมทั้ง พัฒนะ (สันติสุข พรหมศิริ) เจ้าของบริษัทผลิตละคร ที่จีราวัจน์กำลังแสดงละครอยู่ พัฒนะเป็นเพื่อนของพ่อของสาธิต และเปรียบเหมือนเป็นพ่อบุญธรรมของสาธิต เพราะหลังจากที่พ่อแม่ของสาธิตประสบอุบัติเสีย ชีวิตทั้งคู่ พัฒนะคือคนที่ส่งเสียและดูแลสาธิตจนเรียนจบเนติบัณฑิต! ฉะนั้นเมื่อพัฒนะขอให้สาธิตทำอะไร สาธิตพร้อมจะทำ รวมทั้งคำขอร้องที่แสนเฉือนหัวใจ ที่พัฒนะขอร้องให้สาธิตหยุดสืบหาหลักฐานเอาเรื่องจีราวัจน์ เพราะละครที่จีราวัจน์แสดงกำลังทำเงิน ถ้าจีราวัจน์ติดคุกจะมีผลทำให้บริษัทของพัฒนะเสียหาย จนกระทบกับหนี้สินของบริษัทด้วย ละครคลื่นชีวิต ในเมื่อผู้ใหญ่สองคนที่เขารักขอร้องให้เขาหยุด ละครคลื่นชีวิต แม้สาธิตไม่ต้องการหยุดฉีกหน้ากากของจีราวัจน์ แต่เขาต้องหยุด แต่ใครจะรู้ แม้สาธิตจะหยุดดำเนินคดีทางกฎหมายกับจีราวัจน์ แต่เขาไม่หยุดตามจองล้างจองผลาญจีราวัจน์ โดยสาธิตประกาศ ในเมื่อกฎหมายทำโทษจีราวัจน์ไม่ได้ เขาจะใช้กฎแห่งกรรมทำโทษจีราวัจน์เอง ด้านจีราวัจน์นั่นอยากเหลือเกินที่จะบอกสาธิตว่าเธอพร้อมรับผิด แต่เธอทำไม่ได้เพราะเธอต้องแบกความเป็นความตายของคนที่รวมโกหกช่วยเธออยู่ เธอเลือกไถ่โทษด้วยการดูแลนวดี แทนติวดีห่าง ๆ โดยมี ชยันต์ (หลุยส์ สก๊อต) ผู้กำกับฯ หนุ่มติสต์ชื่อดัง ซึ่งเคยเป็นรุ่นพี่สมัยมัธยมของจีราวัจน์ ผู้รักและหวังดีกับจีราวัจน์เสมอมา เพราะชยันต์รู้ว่าผู้หญิงที่แข็งกระด้างภายนอก แต่ภายในช่างแสนอ่อนแอ เขาจึงคอยช่วยเหลือส่งข่าวเรื่องนวดี เพราะชยันต์เป็นเพื่อนกับสาธิต ทำให้ชยันต์รับรู้เรื่องราวของนวดีจากสาธิตโดยตรง แต่ความช่วยเหลือของชยันต์ กลับยิ่งสร้างปัญหาให้จีราวัจน์ เมื่อ ปียากุล (จรินทร์พร จุนเกียรติ) ลูกสาวคนเดียวของพัฒนะ ผู้ควบคุมดูแลงานถ่ายละครภายในบริษัทของพัฒนะ และเป็นภรรยาซุปเปอร์โคตรขี้หึงของชยันต์ ได้ยินข่าวว่าเธอสนิทกับชยันต์มาก ทำให้ปียากุลใช้อำนาจหน้าที่การงานในมือเธอกลั่นแกล้งจีราวัจน์ แต่เพราะจีราวัจน์กำลังเป็นดาราทำเงินของพัฒนะ ทำให้พัฒนะออกตัวปกป้องจีราวัจน์ ทำให้ปียากุลไม่พอใจมาก ทำให้ปียากุลพาลระบายอารมณ์กับสาธิต ซึ่งเธอนับถือเหมือนพี่ชาย ทำให้สาธิตรับรู้ว่า นอกจากจีราวัจน์จะเป็นคนตลบแตลงสังคมว่าตัวเองไม่ใช่ฆาตกรแล้ว จีราวัจน์ยังเป็นผู้หญิงรักสนุกคั่วผู้ชายไม่ซ้ำหน้า แย่งผัวชาวบ้านไปกกได้อย่างหน้าไม่อาย!! ละครคลื่นชีวิต ยิ่งวันทีสาธิตพบจีราวัจน์สนิทสนมกับ เจตต์ (มาสุ จรรยางค์กุลดี) วิศวกรปิโตเลียมผู้มีชีวิตยู่กลางทะเล แต่เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน เขากลับขับรถชนจีราวัจน์ จนทำให้เขาหลงรักนางเอกสาว ซึ่งมันอาจไม่ใช่เรื่องที่สาธิตจะเอามาเป็นข้อเกลียดชังจีราวัจน์ ถ้าสาธิตไม่บังเอิญรู้เรื่องว่าดารากาเพื่อนรักของจีราวัจน์นั้นแอบชอบเจตต์อยู่จาก เจนจิรา (วันศิริ อ่องอำไพ) น้องสาวของเจตต์เจ้าของโรงเรียนที่ดารากาเป็นครูสอน ซึ่งสาธิตได้รู้จักกับเจจิราโดยบังเอิญ และเพราะเจนจิราเป็นคนคุยสนุก มองโลกในแง่ดี เหมือนติวดี ทำให้สาธิตสนุกที่ได้อยู่ร่วมกับเจนจิราโดยสาธิตไม่รู้ว่าความใกล้ชิดที่เขามอบให้เจนจิรานั้น ทำให้เจนจิราแอบชอบสาธิต ชีวิตของจีราวัจน์เจอปัญหาจากสาธิต ปียากุล สิทธา ยังไม่พอ ในเส้นทางสายงานบันเทิง เธอยังต้องเจอ พิม (โชติกา วงศ์วิลาศ) นางเอกจอมสร้างภาพว่าเป็นนางเอกแสนชื่อ แต่แท้จริงปากตลาด ทะเยอทะยาน ใฝ่สูง เคยเป็นอดีตดาราที่สุกี้ปั้นมากับมือ แต่พอดังแล้วก็แยกตัวออกจากสุกี้ ทำให้สุกี้ไม่พอใจพิมมาก หาว่าพิมเนรคุณ แต่พิมไม่แคร์ พิมคิดว่าสุกี้ได้เงินจากค่าตัวเธอเยอะแล้ว ไม่ถือว่ามีบุญคุณต่อกัน โดยตอนพิมออก พิมเอา ลูกน้ำ (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) อดีตเลขาลงสุกี้มาด้วย โดยพิมคิดว่าลูกน้ำทำงานกับสุกี้มานาน จะมี Connection กับเอเจนชี่จะผลักดันให้ความฝันก้าวสู่ การทำงานร่วมกับต่างชาติของเธอสมหวัง แต่เปล่าเลย ลูกน้ำไม่มีรู้จักใครเลย เป็นแค่คนปากกล้า อวดฉลาด แต่สมองกลวง ทำให้พิมเลี้ยงลูกน้ำไว้เป็นกันชนเวลาปะทะกับสุกี้ และเป็นคนหิ้วสัมภาระ รองมือรองเท้าตัวเองเท่านั้น! เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต และการโด่งดังของจีราวัจน์ ทำให้ชื่อเสียงที่กำลังลดฮวบของพิม ยิ่งลดลงไปอีก จากนางเอกเบอร์หนึ่งแทบจะเล่นเป็นนางรอง คนทะเยอทะยานอย่างพิมไม่ยอมรับสภาพอย่างนั้นง่าย ๆ เธอจึงยอมทำทุกอย่าง เพื่อกำจัดจีราวัจน์ไปจากเส้นทางของเธอ เพื่อให้เธอกลับมาเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง รวมทั้งหาลู่ทางเพื่อโกอินเตอร์ แม้แต่ยอมเอาตัวเข้าไปเป็นเมียน้อยของสิทธา เพื่อใช้อำนาจและเงินของสิทธา ปูทางโกอินเตอร์ให้ได้ หลายครั้งที่จีราวัจน์เหนื่อยกับการสู้รบกับความเกลียดชังที่ประเดประดังเข้ามาเหมือนคลื่นกระทบหาดทราย ละครคลื่นชีวิต แต่เธอก็ยังพอมีหลักให้ยึดอีกคน นั่นคือ ครูอารี ครูสอนร้องเพลงตั้งแต่ สมัยจีราวัจน์เรียนมัธยม ครูอารีคือคนที่เอื้ออารีข้าวและขนม เวลาที่จริยาออกไปขายตัว ปล่อยให้จีราวัจน์อยู่กับ ยายจัน ยายข้างบ้านที่มีอาชีพขายขนมจีน สมองไม่ค่อยดี ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ที่เคยเลี้ยงดูจีราวัจน์ พอยายจันออกไปตลาด จีราวัจน์ก็มาวิ่งเล่นบ้านครู ที่นี่เหมือนอีกโลกของจีราวัจน์ เป็นโลกที่สงบ ไม่ใช่โลกมายาที่เธอต้องยิ้มแม้ว่าในหัวใจร้องไห้ และการมาบ้านครูอารีครั้งนี้ ทำให้เธอรู้ว่าบ้านสวนถัดไปเป็นบ้านของนวดี จีราวัจน์หวังจะแอบไปดูความเป็นอยู่ของนวดีเพื่อจะช่วยเหลือ นั่นทำให้เธอเจอสาธิต จีราวัจน์ไม่อยากสู้รบกับสาธิตเพราะเธอรู้ตัวดีว่าผิด แต่สาธิตเหมือนเสือที่จ้องตะครุบเหยื่อ เมื่อเหยื่อเดินเข้ามาหา มีหรือที่เขาจะปล่อย สาธิตจงใจพูดจาแดกดันว่าเธอเป็นคนขี้ขลาด ทำผิดแล้วไม่กล้ารับผิด สาธิตเดินต้อนจีราวัจน์จนไปถึงริมคลอง นั่นเป็นครั้งแรกที่สาธิตเห็นความกลัวในแววตาของจีราวัจน์ ทำให้สาธิตรู้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่แทนที่สาธิตจะปราณีปล่อยเธอไป สาธิตกลับเดินกดดันจนจีราวัจน์ตกน้ำ แม้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่เธอไม่แม้แต่ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากใคร แม้แต่สาธิตที่ยืนมองเธอตะเกียกตะกายในน้ำอยู่ โดยสาธิตยื่นข้อเสนอให้เธออ้อนวอนร้องขอชีวิต แล้วเขาจะยอมช่วย แต่จีราวัจน์ไม่ยอมเอ่ยปาก จนกระทั่ง สีดา ลูกศิษย์สาวจอมก๋ากั่นของครูอารีมาช่วยไว้ทัน นั่นทำให้สาธิตได้เห็นอีกมุมนึงว่าจีราวัจน์เป็นคนรักศักดิ์ศรี ไม่ยอมอ่อนให้ใครง่าย ๆ เหมือนกัน สีดาพาจีราวัจน์กลับมาบ้านครูอารี พร้อมถามว่าใครเป็นคนทำจีราวัจน์ตกน้ำ จีราวัจน์ไม่อยากเอ่ยถึง เธอคิดแต่ว่ามันเป็นการชดใช้กรรมกับสิ่งที่เธอทำกับติวดี อย่างน้อยการที่สาธิตเห็นเธอเกือบตาย อาจทำให้สาธิตลดความโกรธ และเลิกยุ่งกับเธออีกก็ได้ แต่จีราวัจน์คิดผิด ละครคลื่นชีวิต เมื่อละครการกุศลของสมาคมคุณหญิงจริยามีอันต้องสะดุดลง เพราะนางเอกที่วางไว้เสียชีวิตลง ซึ่งก็คือติวดี ทำให้ต้องหานางเอกใหม่ซึ่งทุกคนลงความเห็นที่จีราวัจน์ แต่ก็เหมือนจะเป็นความจงใจของพระพรหม เมื่อผู้รับบทเป็นพระเอกคือสาธิต สาธิตไม่รักษามารยาทในการดูถูกและเหยียดหยามจีราวัจน์ต่าง ๆ นานา ด้านจีราวัจน์นั้น พยายามอดทนไม่อยากตอบโต้ แต่ชยันต์ไม่อาจทนเห็นสาธิตพูดจาดูถูกจีราวัจน์ได้ จึงเป็นคนออกโรงปกป้องแทนเธอ ทำให้สาธิตยิ่งตราหน้าว่าจีราวัจน์กำลังแย่งผัวคนอื่น แต่ดึกรีแรงแค้นของสาธิตต้องสะดุด เมื่อเขาได้เป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ ที่จีราวัจน์ใส่ใจ ในความเป็นความตายของยายจัน หากเขาก็ยิ่งย้ำใจให้แข็งขึ้นอีก เพราะถึงอย่างไรจีราวัจน์ ก็คือมือที่สามที่ทำให้ครอบครัวของชยันต์ต้องมีปัญหา ในงานศพยายจัน จีราวัจน์ถูกลอบยิง แต่เจตต์รับเคราะห์แทน แม้จะจับมือใครดมไม่ได้ แต่ในที่สุดชยันต์ก็ได้รู้ว่าเป็นฝีมือของปียากุล ชยันต์และปียากุลทะเลาะกันหนักขึ้นเรื่อย ๆ ชยันต์เห็นใจลูกจึงพยายามอดทนเสมอ แต่ครั้งนี้ปียากุลทำเกินไป ทำให้ชยันต์คิดว่าต้องทำอะไรตัดนิสัยเอาแต่ใจของปียากุลบ้าง จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอยู่กับปียากุล ปียากุลนั้นรักชื่อเสียงมาก เมื่อชยันต์ขอแยกกันอยู่ และมีข่าวออกหน้าบันเทิง ทำให้ปียากุลเครียด จนต้องไปฟูมฟายระบายกับสาธิต กล่าวหาว่าชยันต์ย้ายออกไป เพื่อไปอยู่กับจีราวัจน์ นักแสดงละครคลื่นชีวิต จีราวัจน์คือต้นเหตุทำให้ชีวิตครอบครัวของปียากุลพังพินาศ สาธิตมาจัดการจีราวัจน์แทนปียากุล แล้วเห็นจีราวัจน์ก็คอยดูแลเจตต์ เพราะต้องเจ็บตัวเพื่อตัวเอง ความสนิทสนมของจีราวัจน์กับเจตต์ทำให้ดารากาไม่พอใจ คิดว่าเพื่อนทรยศทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเธอแอบหลงรักเจตต์ จนกระทั่งทะเลาะกันใหญ่โต ถึงขั้นดารากาย้ายออกจากบ้านเพื่อน สาธิตตามมาสมน้ำหน้าจีราวัจน์ที่มั่วผู้ชายไม่เลือก แม้แต่แฟนเพื่อนก็ไม่เว้น จนสุดท้ายจีราวัจน์ก็ไม่เหลือใคร ชยันต์เข้ามาปลอบใจจีราวัจน์ว่าเธอยังมีเขา ชยันต์คอยเข้ามาประคับปคะคองจีราวัจน์ แต่ชีวิตที่เคยเป็นเด็กบ้านแตกสาแหรกขาด ทำให้จีราวัจน์ไม่อยากเป็นคนทำลายครอบครัวของชยันต์ แต่ชยันต์ปลอบจีราวัจน์ว่า ที่ครอบครัวของเขาจะพัง ไม่ใช่เพราะจีราวัจน์ แต่เป็นเพราะปียากุลกับเขาหมดความเข้าใจต่อกัน ในเมื่อชยันต์ไปกับปียากุลไม่รอด เขาก็อยากหยุดและเริ่มต้นใหม่กับจีราวัจน์ เรื่องย่อคลื่นชีวิต จีราวัจน์เคยผ่านชีวิตบอบซ้ำมา ทำให้จีราวัจน์รู้ว่าความหวังดีที่ชยันต์มีให้กับเธอ มันไม่ใช่ความรักอย่างที่ชยันต์พร่ำบอก มันเป็นแค่ความรู้สึกเห็นใจ เพราะแท้จริงในหัวใจของชยันต์รักปียากุลและเจ็บซ้ำกับสิ่งที่ปียากุลไม่ไว้ใจเขา ดังนั้นคนมีปัญหาอย่างชยันต์ มาเจอกับผู้หญิงที่เจอปัญหามาทั้งชีวิตอย่างเธอ มันจึงเกิดการคลิกกัน จีราวัจน์ขอให้ชยันต์ เป็นเพื่อนที่ดีอย่างเดิม อย่าให้มากกว่านั้นเลย แล้วกลับไปซ่อมแซมครอบครัวของชยันต์ ให้กลับมาสวยงามเหมือนเดิมดีกว่า แต่เคราะห์ของจีราวัจน์ที่จะทำให้สาธิตยิ่งเกลียดเธอ ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อจีราวัจน์รู้ว่าบ้านที่อาศัยอยู่นี้กำลังจะถูกธนาคารยึด จีราวัจน์สั่งสุกี้ให้จัดการเรื่องบ้าน จนเรื่องเข้าหูจริยา จริยาสั่งห้ามจีราวัจน์ไปยุ่งกับนวดีอีก เพราะตอนนี้รูปคดีออกมาว่าไม่มีหลักฐานมัดว่าจีราวัจน์ขับรถชน แต่ถ้าจีราวัจน์ดูแลนวดีมาก ๆ เพราะมันอาจทำให้สาธิตหาช่องโหว่เล่นงานจับจีราวัจน์เข้าคุกได้ จีราวัจน์เสียใจที่แม่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเองจนลืมคำว่ามนุษยธรรม ถ้าลูกของแม่โดนรถชน แม่จะอยู่เฉยไหม จริยาได้แต่ยืนนิ่งไม่ได้ตอบ การทะเลาะกันเสียงดังของจีราวัจน์กับจริยา ทำให้ ศิริลักษณ์ หัวหน้าแม่บ้านประจำบ้านของสิทธา ผู้มีนิสัยประจบสอพลอสิทธา และลึก ๆ หวังสบายเป็นเมียของสิทธา แต่สิทธาไม่เอา ทำให้ศิริลักษณ์อิจฉาและจงเกลียดจงชังจริยาและจีราวัจน์ เมื่อการทะเลาะของจริยากับจีราวัจน์รู้ถึงหูศิริลักษณ์ ศิริลักษณ์จึงไปบอกสิทธาว่าจีราวัจน์ต้องการเงิน ทำให้สิทธาเสนอเงินเธอโดยมีข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งจีราวัจน์รู้ดีว่าคืออะไร จีราวัจน์ตกลงเพราะเห็นถึงวิธีที่จะแก้เผ็ดอีกฝ่าย ในวันนัดจีราวัจน์แอบมอมยาสิทธา พร้อมเอาปืนจ่อหน้าสิทธาและข่มขู่ให้สิทธาเลิกยุ่งกับตัวเองอีกไม่อย่างนั้นเธอฆ่าสิทธาให้ตายตามกันแน่ แล้วจีราวัจน์ก็หนีออกมาจากโรงแรม โดยหวังว่าเรื่องราวยุ่ง ๆ จะจบลงสักที แต่เปล่าเลย เมื่อจีราวัจน์พบสาธิตที่ดักรออยู่ จากการแอบส่งข่าวของพิม ที่รู้ว่าสาธิตจ้องทำลายจีราวัจน์อยู่ พิมจึงเข้ามาตีสนิทกับสาธิต หวังจะยืมมือสาธิตทำลายจีราวัจน์ให้สิ้นซาก ละครคลื่นชีวิต แล้วภาพที่สาธิตเห็นจีราวัจน์เข้าโรงแรมกับสิทธาที่มีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงของจีราวัจน์ ยิ่งทำให้สาธิตขยะแขยงจีราวัจน์ โดยคิดว่าจีราวัจน์มั่ว เห็นแก่เงิน จนไร้ศีลธรรมใช้ผัวร่วมกับแม่ แต่แล้วความเชื่อที่สาธิตมีต่อจีราวัจน์ต้องเจอจุดเปลี่ยน เมื่อสาธิตจำต้องมาพัวพันกับความเลวของสิทธาจนได้ เพราะ เวทิต นักข่าวที่แอบส่งหลักฐานเอาผิดสิทธามาให้เขาก่อนตาย ทำให้สาธิตเริ่มตามสืบพฤติกรรมของสิทธา แล้วนั่นทำให้สาธิตได้เห็นว่าสิทธาชั่วร้ายขนาดไหน แล้วคนที่ตกเป็นเหยื่อของสิทธาไม่ใช่แค่เวทิต แต่เป็นจีราวัจน์ด้วย รวมทั้งจีราวัจน์ได้เข้ามาดูแลนวดี และดูแลเด็ก ๆ กำพร้าที่นวดีสอนหนังสือ และชยันต์ยังมาปรับความเข้าใจกับสาธิตว่าจีราวัจน์ไม่ยอมรับความรักของชยันต์ แต่จีราวัจน์กลับเป็นคนเตือนสติให้ชยันต์กลับไปง้อปียากุล ทำให้สาธิตได้เห็นว่าจีราวัจน์ ได้มีแค่ด้านร้าย แต่เธอยังมีมุมความดี และมีหัวใจที่บอบซ้ำ ไม่ต่างจากเด็กกำพร้าที่นวดีและเขาดูแลเลย ทำให้ความแค้นในใจของสาธิตเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสาร เข้าไปยุ่งกับชีวิตจีราวัจน์โดยไม่รู้ตัว นักแสดงละครคลื่นชีวิต ด้านจีราวัจน์ก็ได้รับรู้มุมอบอุ่นที่เกิดจากความเอาใจใส่ ดูแลด้วยความละเอียดอ่อนของสาธิต ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้จากใคร เป็นความรู้สึกที่เธอโหยหา จนทำให้จีราวัจน์แอบเผลอใจให้สาธิตโดยไม่รู้ตัว สองคนต่างมีความห่วงใยที่ไม่กล้าแสดงออกต่อกัน ละครคลื่นชีวิต จนกระทั่งสิทธามายุ่งเกี่ยวกับจีราวัจน์อีกครั้ง สาธิตออกตัวช่วยจีราวัจน์ให้รอดพ้นเงื้อมมือสิทธา และยังใช้หลักฐานที่ตัวเองได้จากเวทิตข่มขู่สิทธา เพื่อให้สิทธาเลิกยุ่งกับจีราวัจน์ จีราวัจน์อึ้งเมื่อเห็นว่าสาธิตช่วยเหลือตัวเอง โดยสับสนว่าสาธิตช่วยตัวเองทำไม สาธิตรู้สึกอะไรกันแน่ แต่สิทธามองอาการสาธิตออก สิทธารู้ว่าสาธิตกำลังตกบ่วงเสน่หาของจีราวัจน์ และดูเหมือนจีราวัจน์ก็มีใจให้สาธิตเช่นกัน ทำให้สิทธาคิดชั่ว ในเมื่อตัวเองไมได้จีราวัจน์มาครอบครอง ก็อย่าหวังว่าใครจะได้มีความสุขทั้งจีรัวัจน์และสาธิต ดังนั้นสิทธาจึงไปหาสาธิตที่สำนักงาน แล้วมอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เขาเคยส่งคนไปเก็บ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าจีราวัจน์คือคนขับรถชนติวดี เมื่อสาธิตเห็นหลักฐาน ความเจ็บปวดในอดีตจึงย้อนคืนกลับมา สาธิตได้แต่นั่งมองกองหลักฐานอย่างสับสนว่าเขาจะฟ้องเอาจีราวัจน์เข้าคุกหรือไม่ เรื่องสิทธาเอาหลักฐานไปให้สาธิตรู้ถึงหูจริยา จริยารีบไปหาสาธิตเพื่อเจรจาพร้อมเสนอเงินให้ ความเจ็บปวดในใจของสาธิต ทำให้สาธิตบอกจริยาไปว่า เขาจะยอมทำลายหลักฐาน ก็ต่อเมื่อจีราวัจน์เอาตัวมาแลก ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ความชั่วของสิทธายังไม่หยุดเท่านี้ มันเหมือนเสือที่คลั่ง จริงอยู่ที่จีราวัจน์เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา แต่คนอย่างสิทธาไม่เคยยอมให้ใครลูบคมได้ ถ้าประกาศว่าได้ มันต้องได้ สิทธาสั่งพิมให้หลอกล่อจีราวัจน์มาที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของเขา สิทธาวาดหวังจะข่มขืนจีราวัจน์บนเครื่องบิน เพราะไม่มีทางที่จีราวัจน์จะหนีรอดกรงเล็บเสือไปได้ จริยารู้เรื่องแผนการชั่วของสิทธา แม้จะรักเกียรติยศชื่อเสียง แต่หัวใจความเป็นแม่ไม่อาจปล่อยให้ชีวิตลูกตกนรกได้ เมื่อพิมหลอกจีราวัจน์ไปถึงเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของสิทธาได้ จีราวัจน์ดิ้นรนหนีจนไปเจอปืนของสิทธา สิทธาแย่งปืนกับจีราวัจน์ ทันใดนั้น กระสุนจากปากกระบอกปืนในมือของคุณหญิงจริยา ก็ยุติเรื่องเลวร้ายทั้งหมดลงในวินาทีนั้น เป็นครั้งแรกที่จีราวัจน์เข้าไปกอดแม่ จริยาเข้าไปกอดลูกพร้อมพร่ำบอกขอโทษ เป็นเพราะความโลภของตัวเอง ทำให้ชีวิตของจีราวัจน์ต้องเป็นอย่างนี้ เธอขอติดคุกเพื่อชดใช้กับความผิดที่เธอทำ แต่สิ่งหนึ่งที่จริยาอยากให้จีราวัจน์รู้ไว้ ว่าต่อให้เงินสำคัญสำหรับแม่ยังไง แต่เลือดเนื้อและหัวใจของลูกสำคัญกว่า นั่นทำให้หัวใจที่เย็นชาไร้ความรู้สึกของจีราวัจน์ได้รับรู้ความในใจของแม่ ละครคลื่นชีวิต คลื่นชีวิตของจีราวัจน์เหมือนจะกำลังสงบ แต่ยังมีพายุอีกหนึ่งลูก ที่กำลังรอพัดพาชีวิตของจีราวัจน์ให้ล้มลง เมื่อจริยาเอาเรื่องข้อเสนอของสาธิตไปบอกกับจีราวัจน์ เมื่อจีราวัจน์รู้เรื่องข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตแล้ว เธอจะทำเช่นไร จะยอมทำตามข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตหรือไม่ ชยันต์และปียากุลจะกลับมาคืนดีกันไหม เจตต์กับดารากาจะสมหวังกันหรือเปล่า และหัวใจรักของแม่ที่จริยากดเก็บไว้ ไม่เคยแสดงออกให้ลูกเห็น จริยาจะเลือกปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงของตัวเองหรือปกป้องลูก สุดท้ายเส้นทางความรักระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์ที่มีความแค้นขวางกั้นจะมีวันเกิดขึ้นได้หรือไม่ ต้องติดตามชมกันต่อได้ใน ละครคลื่นชีวิต ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต รายชื่อนักแสดงนำใน ละครคลื่นชีวิต ปริญ สุภารัตน์ รับบท สาธิต อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท จีราวัจน์ หลุยส์ สก๊อต รับบท ชยันต์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท ปียากุล ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท ดารากา มาสุ จรรยางค์กุลดี รับบท เจตต์ วันสิริ อ่องอำไพ รับบท เจนจิรา ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ รับบท สิทธา โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท พิม เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ รับบท สุกี้ ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับบท ลูกน้ำ พริมา พันธ์เจริญ รับบท ติวดี สันติสุข พรหมศิริ รับบท พัฒนะ ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท นวดี

ออกแบบ บ้านอยู่สบาย ตามทิศลม ทิศแดด
ทิศทางลม /  ทิศทางแดด / 

วันนี้ Decor.MThai ได้หยิบบทความดีๆ เกี่ยวกับการออกแบบ บ้านอยู่สบาย ตามทิศลม ทิศแดด มาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ บทความนี้เป็นบทความที่ทางเว็บไซต์ rukban.com เขียนขึ้นมาค่ะ ว่าแล้วเราไปอ่านเนื้อหาดีๆ กันเลยค่ะ นอกจากการตกแต่งบ้านให้ดูสวยงามตามสไตล์ที่ผู้อยู่อาศัยชื่นชอบแล้ว เรื่องทิศแดด ทิศลม ก็สำคัญเช่นกัน ห้องนั่งเล่นที่มีอากาศสบายไม่ร้อนตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงเย็น ห้องครัวอากาศหมุนเวียนถ่ายเทดี สำหรับใครที่กำลังจะสร้างบ้านหรือต้องการปรับแก้บางส่วนของบ้านให้ดีขึ้น สถาปนิกจะช่วยวางแปลนบ้านและปรับบริเวณบางส่วนให้เหมาะกับทิศแดด ทิศลมเพื่อให้บ้านอยู่เย็นสบาย ออกแบบ บ้านอยู่สบาย ตามทิศลม ทิศแดด การออกแบบห้องนอน : ให้ห้องนอนอยู่ทางทิศตะวันออกเพื่อรับแดดอ่อนๆ ในตอนเช้า ช่วงบ่ายแสงไม่ส่องเข้าห้องทำให้ตอนค่ำห้องไม่ร้อน ส่วนห้องน้ำ : อยู่ทางทิศตะวันตกเพราะสามารถรับแสงแดดแรงๆได้โดยไม่กระทบผู้อยู่อาศัย แล้วยังระบายความอับชื้นภายในห้องน้ำอีกด้วย สำหรับทิศทางลมควรวางแปลนบ้านเป็นทรงผืนผ้าโดยหันด้านยาวไปทางทิศเหนือ-ใต้ เพราะลมจะมาทางทิศใต้ช่วงเดือนกุมภาพันธ์-กันยายน มาทางทิศเหนือช่วงเดือนตุลาคม-มกราคม แล้วออกแบบให้มีประตูหน้าต่างมารองรับทางลมเข้า-ออก เป็นต้น ขอบคุณบทความ : http://www.rukban.com ขอบคุณภาพสวยๆ : มะโน ดีไซน์

ปล่อยของโค้งสุดท้าย! คล็อปป์ เน้นที่คันพร้อมกระชากแบ็คซ้าย ลีดส์ แย่งตำแหน่ง โมเรโน่
ข่าวลือซื้อขายนักเตะ /  ชาลีย์ เทย์เลอร์ / 

กลายเป็นอีกหนึ่งดีลที่สาวก "เดอะค็อป" อยากให้เกิดขึ้นมากสุดในเวลานี้ซะแล้ว! สำหรับผู้เล่นตำแหน่ง แบ็คซ้าย ที่ล่าสุด Daily Star สื่อดังเมืองผู้ดีประโคมข่าว ลิเวอร์พูล กำลังทุ่มความสนไปที่เจ้าหนู ชาลีย์ เทย์เลอร์ แบ็คซ้ายดาวรุ่งของ ลีดส์ ยูไนเต็ด ที่กำลังโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมกับต้นสังกัด และเป็นที่หมายปองของหลายทีมใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เวลานี้ รายงานยังบอกด้วยว่าแนวรับเลือดผู้ดีวัย 22 ปี กำลังได้รับความสนใจจาก เวสต์บรอมวิช และ มิดเดิลสโบรห์ ในการดึงตัวมาร่วมทัพหลังจากฤดูกาลที่ผ่านมาทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจกับกองทัพ "ยูงทอง" โดยเชื่อว่าเจ้าหนู เทย์เลอร์ มีค่าตัวในการย้ายทีมอยู่ราวๆ 7 ล้านปอนด์ โดยก่อนหน้านี้เจ้าตัวได้ร้องขอสโมสรให้ขึ้นบัญญชีขาย แต่ทางฝั่ง แกรี่ มังค์ บอสใหญ่ของทีมพยายามรั้งตัววันเดอร์คิดรายนี้ให้อยู่กับทีมต่อไปอย่างเต็มที่ แต่ดูท่าจะเป็นไปได้ยากเมื่อล่าสุด "หงส์แดง" เป็นอีกทีมที่พร้อมคว้าตัวแข้งรายนี้มาเบียดตำแหน่งแย่งกับ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ ที่ฟอร์มเกมรับจัดว่าแจกโชคทองสองชั้นให้คู่แข่งเป็นประจำเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา-ปัจจุบัน ทั้งนี้ ชาลีย์ เทย์เลอร์ ทำสถิติลงสนามรับใช้ ลีดส์ ยูไนเต็ด เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา 2015/16 ในศึก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ เป็นจำนวน 39 นัด ยิงได้ 1 ประตู และแอสซิสต์ให้เพื่อนเจาะตาข่ายได้ 7 ครั้งด้วยกัน โดยเด็กหนุ่มเลือดผู้ดีรายนี้ จัดว่าเป็น แบ็คซ้าย ที่สามารถขยับขึ้นไปเล่นเป็น ปีก ได้อย่างสบายหายห่วง ต้องมาดูกันว่าท้ายที่สุดแล้วทีมงาน เจอร์เกน คล็อปป์ จะสามารถเผด็จศึกแข้งรายนี้มาร่วมทัพก่อนตลาดซื้อขายจะปิดตัวลงอย่างที่แฟนบอลกำลังเฝ้าปรารถนาได้หรือไม่

ก้อย Saturday Seiko /  โย่ง อาร์มแชร์

    เป็นอีกคู่ที่หวานชื่นรื่นรมย์อยู่เสมอ สำหรับคู่รักขวัญใจเด็กแนว โย่ง อาร์มแชร์ และ ก้อย แซทเทอร์เดย์ เซโกะ ที่ล่าสุดเพิ่งไปออกทริปท่องเที่ยวหวานๆ ร่วมครึ่งเดือน ไกลถึงลอนดอน หวังให้มีน้องลอนดอน แต่เป็นอันต้องหมดลุ้นไป ซึ่งเจ้าตัวก็ได้พยายามด้วยวิธีธรรมชาติมาพักใหญ่ แต่หลังจากนี้ อาจจะต้องมีการปรึกษาแพทย์อีกทางหนึ่ง     โดย โย่ง ได้ออกมาบอกว่า ตนอยากมีลูกมาก ได้ปรึกษาทั้งหมอไทย หมอจีน แต่ก็ยังไม่มาสักที ตอนนี้ตั้งใจมากเพราะเคยบอกไปว่า ถ้าปี 60 ไม่มาก็คงไม่ลุ้นแล้ว เพราะไม่อยากให้คุณก้อยมีลูกตอนอายุเยอะ แต่หลังจากนี้หากไม่มาจริงๆ คงต้องมีการปรึกษาแพทย์จริงจังเพราะตนอยากมีลูกมากที่สุด เห็นคนอื่นมีกันก็อิจฉา ส่วนเรื่องฝากไข่ คุณหมอบอกว่าถ้าร่างกายแข็งแรงก็อยากให้ลองวิธีธรรมชาติไปก่อน โชคดีที่ครอบครัวเราทั้งคู่ไม่กดดัน เขาเข้าใจดี มันเป็นเรื่องธรรมชาติ เดี๋ยวจะกลายเป็นผิดจุดประสงค์ เราต้องการให้ลูกเกิดจากความรักจริงๆ ตั้งใจสร้างเด็กตัวน้อยๆ ให้เป็นคนดี มีอนาคตขึ้นมา มากกว่าจะตั้งใจเพื่อเป็นทายาท ซึ่งมันผิดจุดประสงค์ เลยยังไม่ค่อยอยากคิดเรื่องวิธีทางวิทยาศาสตร์เท่าไร ขอบคุณรูปภาพจาก yongarmchair, koiseiko

5 คู่รักคนดังที่ทำให้รู้ว่า อดีตและอนาคตไม่สำคัญเท่ากับปัจจุบันที่มีเธอ
Angelina Jolie /  Brad Pitt / 

5 คู่รักคนดังที่ทำให้รู้ว่า อดีตและอนาคตไม่สำคัญเท่ากับปัจจุบันที่มีเธอ ดาราคนดังฝั่งตะวันตกหลายต่อหลายคู่มีข่าวรัก ๆ เลิก ๆ ให้เห็นในหน้าสื่ออยู่บ่อยครั้ง แต่จะมีสักกี่คู่ที่ความรักของคนทั้งสองจะยังต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน และอนาคตก็ยังมีแววว่าจะจับมือจูงกันเดินต่อไป แม้จะมีข่าวฉาวมากมายมาสั่นคลอนความสัมพันธ์ก็ตาม และ 5 คู่รักคนดังต่อไปนี้จะแสดงให้เห็นว่าในวันนี้เขาและเธอก็ยังเดินบนเส้นทางชีวิตไปพร้อม ๆ กัน เดวิด - วิคตอเรีย เบ็คแฮม (David Beckham & Victoria Beckham) คู่รักที่ฮอตที่สุดในเวลานี้ เรียกได้ว่าเป็นตัวแทนความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอังกฤษเลยทีเดียว พวกเขาครองรักกันมานาน 19 ปี ทั้งคู่ได้เจอกันและสานสัมพันธ์กันครั้งแรกในปี 1997 และอีก 2 ปีต่อมาก็แต่งงานใช้ชีวิตร่วมกันจนมีโซ่รักคล้องใจ ทั้งหมด 4 คน บรูคลิน, โรมิโอ, ครูซ และลูกสาวคนสุดท้อง ฮาร์เปอร์ พวกเขาทั้งคู่ได้ถูกโหวตให้เป็นคู่รักที่เซ็กซี่ที่สุดของโลกอีกด้วย แบรด พิตต์ - แอนเจลีนา โจลี (Brad Pitt & Angelina Jolie) ต่างที่รู้กันว่าทั้ง แอนเจลีนา โจลี และ แบรด พิตต์ ต่างผ่านอะไรมาด้วยกันเยอะ ไม่ว่าจะเป็นตอนที่แอนเจลีนา โจลี ป่วยจนต้องเข้ารับการรักษาผ่าตัดแบรด พิตต์ ก็คอยอยู่ดูแลเธอไม่ห่าง และพวกเขาก็ถือเป็นตัวท็อประดับแถวหน้าของฮอลลีวูดอีกด้วย ทั้งสองได้แต่งงานกันและมีครอบครัวที่ค่อนข้างใหญ่ เพราะมีลูกถึง 6 คน โดยแบรด พิตต์ ได้เคยเขียนเล่าเรื่องราวความรักของเขากับแองเจลินา โจลี ได้อย่างน่าสนใจว่า "ภรรยาก็คือภาพสะท้อนของสามี ถ้าคุณรักภรรยามาก เธอก็จะรักคุณมากเช่นกัน" อดัม เลอวีน - เบฮาตี พรินสลู (Adam Levine & Behati Prinsloo) มาถึงคู่นักร้องที่แซ่บที่สุดกับนางฟ้าจาก Victoria’s Secret เรียกได้ว่าคู่นี้หวานกันมาก อดัม เลอวีน เริ่มคบหากับ เบฮาตี พรินซ์ลู นางแบบวิกตอเรียส์ซีเคร็ตชาวนามิเบีย เมื่อเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2012 และหมั้นกันในเดือนกรกฎาคมปี 2013 แต่งงานกันในวันที่ 19 กรกฎาคม ค.ศ. 2014 และทั้งคู่กำลังจะมีบุตรคนแรกด้วยกัน ด้วยความที่อดัมเองก็ติดภรรยาคนนี้มาก จะเห็นว่าในอินสตาแกรมจะมีรูปภรรยาอยู่ไม่น้อยเลย แถมเวลาปาปารัซซีถ่ายก็จะเจอพวกเขาทั้งคู่จู๋จี๋ และแสดงความรักกันออกจะบ่อย เรียกได้ว่าทำให้แฟน ๆ ต่างอิจฉากันใหญ่ แซม แคลฟลิน - ลอร่า แฮดด็อก (Sam Claflin & Laura Haddock) คุณเคยได้ยินคำนี้ไหม “ความโรแมนติกมันมีอยู่จริง!” คู่รักที่กำลังหวานชื่นกับลูกที่น่ารักในท้องของภรรยา ที่แฟน ๆ ต่างพูดกันว่าเวลาที่ แซม แคลฟลิน มอง ลอร่า แฮดด็อก สายตาของเขาเหมือนอีโมจิมีชีวิตได้เลย และทั้งคู่ตอนนี้กำลังดังเป็นพลุแตก ยิ่งตัวของแซม ด้วยแล้วบอกเลยว่าราศีคุณพ่อราศีคนดังกำลังจับ เรียกได้ว่าคู่นี้เป็นอีกหนึ่งคู่ที่เรายกให้ว่าเลิศเพอร์เฟกต์ที่สุด บารัค - มิเชลล์ โอบามา (Barack – Michelle Obama) มาถึงคู่สุดท้าย เรียกได้ว่าคู่นี้ก็เป็นอีกคู่ที่ถูกจับตามองทั่วโลกกับประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา และสตรีหมายเลขหนึ่ง บารัค โอบามา และ มิเชลล์ โอบามา ทั้งคู่พบเจอกัน เมื่อก่อนที่บารัคเป็นนักศึกษาฝึกงานที่บริษัทกฎหมาย Sidley Austin ในชิคาโก และมิเชลล์ เป็นพี่เลี้ยงของบารัค โอบามา เขาได้ตกหลุมรักเธอครั้งแรกและนัดเธอออกเดท จนทั้งคู่ได้แต่งงานกันและใช้ชีวิตคู่มาร่วม 20 ปี ความหวานของทั้งคู่ก็ยังไม่จางหาย เพราะบารัคมักจะแสดงความรักต่อภรรยาที่รักออกสื่อและในที่สาธารณะอยู่บ่อยครั้ง และนี้จึงเป็นสาเหตุของจุดกำเนิดของหนังเรื่อง Southside with You ให้รักเปลี่ยนโลก ภาพยนตร์ที่ว่าด้วยเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง เล่าเรื่องเดทแรกของทั้งคู่ที่คุณไม่เคยรู้มาก่อนผ่านแผ่นฟิล์มที่กำลังจะฉายในโรงภาพยนตร์