วันพีช ตอนที่ 620

มหากาพย์กิลกาเมช ตำนานน้ำท่วมโลกเก่าแก่ที่สุดในโลก
ตำนาน /  ต่างประเทศ / 

ไม่นานมานี้เพื่อนๆ หลายคนอาจจะได้ดูภาพยนตร์เรื่อง NOAH ที่เกี่ยวกับตำนานน้ำท่วมโลกที่ทำให้เกิดโดยพระเจ้าหรือเทพเจ้าเพื่อทำลายอารยธรรม โดยเป็นการตอบสนองผลกรรม ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นประเด็นที่แพร่หลายในตำนานกรีก และตำนานในวัฒนธรรมอื่นๆ อีกมากมาย เรื่องราวของโนอาห์และเรือของโนอาห์ในเจเนซิส, มัสยาวตาร ในคัมภีร์ปุราณะ ของฮินดู, ดูเคเลียน ในตำนานเทพเจ้ากรีก และ อุตนาปิชติม ในมหากาพย์กิลกาเมช เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของตำนานต่างๆที่เราคุ้นเคยกันดี และนี่คือ มหากาพย์กิลกาเมช ตำนานน้ำท่วมโลกเก่าแก่ที่สุดในโลก ที่นักโบราณคดีหลายๆ คนบอกว่า มหากาพย์เรื่องนี้มีความเป็นไปได้ในทางประวัติศาสตร์ ว่าบุคคลที่ถูกพูดถึงในนิยายเล่มนี้อาจจะเคยมีชีวิตอยู่จริงๆก็ได้!  มหากาพย์กิลกาเมช ตำนานน้ำท่วมโลกเก่าแก่ที่สุดในโลก มหากาพย์กิลกาเมช (Gilgamesh) เป็นตำนานน้ำท่วมโลกที่เก่าแก่ที่สุดในยุคของเมโสโปเตเมียโบราณ และเป็นหนึ่งในงานวรรณกรรมประเภทนิยายที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอีกด้วย นักวิชาการเชื่อว่ามหากาพย์เรื่องนี้มีกำเนิดมาจากตำนานกษัตริย์สุเมเรียนและบทกวีเกี่ยวกับวีรบุรุษในตำนานที่ชื่อว่า กิลกาเมช ซึ่งถูกรวบรวมเอาไว้กับบรรดาบทกวีอัคคาเดียนในยุคต่อมา มหากาพย์กิลกาเมช ตำนานน้ำท่วมโลกเก่าแก่ที่สุดในโลก เป็นเรื่องราวการผจญภัยของวีรบุรุษนามว่า กิลกาเมช (Gilgamesh) กษัตริย์ในตำนานแห่งนครอุรุค ซึ่งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำไทกริส-ยูเฟติส อารยธรรมเมโสโปเตเมีย (ประเทศอิรักปัจจุบัน) เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างกิลกาเมช กับเพื่อนของเขาชื่อ เอนกิดู เนื้อหาส่วนใหญ่ในมหากาพย์เน้นย้ำถึงความรู้สึกสูญเสียของกิลกาเมช หลังจากเอนกิดูเสียชีวิต และกล่าวถึงการกลับเป็นมนุษย์อีกครั้งพร้อมกับเน้นย้ำเรื่องความเป็นอมตะ มหากาพย์กิลกาเมช มหากาพย์ในต้นฉบับสุเมเรียนที่เก่าแก่ที่สุดมีอายุอยู่ในช่วงราชวงศ์ที่ 3 ของอูร์ (Ur) คือระหว่าง 2150-2000 ปีก่อนคริสตกาล ส่วนฉบับอัคคาเดียนที่เก่าแก่ที่สุดอยู่ในช่วงต้นๆ ของสหัสวรรษที่ 2 มหากาพย์อัคคาเดียนฉบับ "มาตรฐาน" ประกอบด้วยแผ่นดินเหนียว 12 แผ่น ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งระหว่าง 1300-1000 ปีก่อนคริสตกาล ค้นพบอยู่ในหอจารึกของ Ashurbanipal ที่เมืองนีนะเวห์ (Nineveh) หอสมุดแห่งนี้ถูกพวกเปอร์เซียทำลายเมื่อ 612 ปีก่อนคริสตกาล และจารึกทั้งหมดก็พินาศไปด้วย มหากาพย์ชุดที่สมบูรณ์ที่สุดในปัจจุบันปรากฏในแผ่นดินเหนียว 12 แท่งซึ่งเก็บรักษาไว้ที่หอเก็บจารึกของกษัตริย์แห่งอัสซีเรีย เมื่อราวศตวรรษที่ 7 ก่อนคริสตกาล มหากาพย์อัคคาเดียนนี้ ถูกจารึกระบุชื่อผู้แต่งไว้ด้วย ซึ่งนับเป็นเรื่องที่แปลกมาก เนื่องจากในสมัยโบราณ แทบจะไม่มีการจารึกชื่อผู้แต่งเรื่องใด ๆ (จารึกไทยในสมัยสุโขทัยหรืออยุธยาก็ไม่มีการจารึกชื่อผู้แต่งเช่นกัน) ผู้แต่งจารึกนี้คือ ชิเนฆิอุนนินนิ (Shin-eqi-unninni) อาจกล่าวได้ว่า บุคคลผู้นี้เป็นนักเขียนที่เก่าแก่ที่สุดในโลกวรรณกรรม ที่เราสามารถระบุชื่อได้ มหากาพย์ มีชื่อดั้งเดิมว่า ผู้มองเห็นเบื้องลึก (He who Saw the Deep) หรือผู้ยิ่งใหญ่กว่าราชันทั้งปวง (Surpassing All Other Kings) มีการคาดเดาว่า  กิลกาเมชอาจจะเป็นผู้ปกครองที่มีตัวตนจริงในอดีตระหว่างราชวงศ์ที่ 2 ของยุคต้นของสุเมเรีย (ประมาณ 2,700 ปีก่อนคริสตกาล) การค้นพบวัตถุโบราณอายุประมาณ 2600 ปีก่อนคริสตกาลที่มีความเกี่ยวข้องกับ Enmebaragesi แห่ง Kish ผู้ปรากฏชื่ออยู่ในตำนานว่าเป็นบิดาของศัตรูคนหนึ่งของกิลกาเมช ทำให้มหากาพย์เรื่องนี้มีความเป็นไปได้ในทางประวัติศาสตร์มากขึ้น และช่วยยืนยันว่ากิลกาเมชน่าจะมีตัวตนจริง มหากาพย์กิลกาเมช หลงเหลืออยู่เป็นวรรณกรรมในหลายภาษา เช่น ของชาวอัคคาเดีย (ภาษาตระกูลเซมิติค ซึ่งมีความสัมพันธ์กับภาษาฮีบรู, เป็นภาษาที่พูดกันในอาณาจักรบาบิโลน) นอกจากนี้ยังมีปรากฏบนแผ่นจารึกดินเหนียว เป็นภาษาฮูร์เรียน และภาษาฮิตไตต์ (ภาษาหนึ่งในตระกูลอินโด-ยูโรเปียน ซึ่งพูดกันในเขตรอยต่อยุโรปและเอเชีย นับเป็นหนึ่งในบรรดาภาษาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก) ภาษาทั้งหมดที่พูดมานี้ จารด้วยอักษรลิ่ม หรือที่เราคุ้นเคยกันด้วยชื่อ คูเนฟอร์ม มหากาพย์กิลกาเมช ตามตำนานได้เล่าไว้ว่า ... กิลกาเมช เป็นษัตริย์แห่งนครอูรุก ซึ่งเป็นนครรัฐใหญ่ของชาวสุเมอร์เรียน พระองค์ทรงมีพระมารดาเป็นเทพและมีพระบิดาเป็นมนุษย์ ทำให้ทรงมีเลือดเทพอยู่ในวรกายครึ่งหนึ่ง กิลกาเมชเป็นกษัตริย์ที่มัวเมาในเรื่องของกามารมณ์เป็นอย่างมาก พระองค์ใช้เวลาในแต่ละวันไปกับการหาสาวงามมาสนองตัณหาของตัวเอง โดยไม่ละเว้นว่า หญิงสาวผู้นั้นจะเป็นสาวโสดหรือมีคู่ครองแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระองค์มักจะไปปรากฏตัวในงานแต่งงานและเรียกร้องสิทธิในการนอนกับเจ้าสาวในคืนแรกของการสมรส ซึ่งการกระทำเหล่านี้ทำให้พลเมืองชาวอูรุกพากันคับแค้นใจอย่างมาก แต่ก็มิอาจทำอะไรได้ เนื่องจากเกรงกลัวในอำนาจของกษัตริย์และสายเลือดแห่งเทพของกิลกาเมช ด้วยเหตุนี้เอง บรรดาปวงชนผู้ทุกข์ร้อนจึงพากันไปสวดอ้อนวอนต่อเทพเจ้าให้ทรงจัดการกับกิลกาเมช และเมื่อเสียงสวดอ้อนวอนของประชาชนไปถึงสวรรค์ เหล่าเทพเจ้าจึงลงมติที่จะต้องจัดการกับมนุษย์ครึ่งเทพผู้นี้ โดยเหล่าเทพได้ให้เทพีอารารูปั้นดินเหนียวเป็นรูปบุรุษผู้หนึ่งและให้นามว่า เอ็นคิดู โดยเทพเจ้าได้นำความป่าเถื่อนของสัตว์ป่า 12 ชนิดใส่ลงไปในตัวของเขา เพื่อให้เขาทรงพลังพอที่จะจัดการกับกิลกาเมชได้ เอ็นคิดูมีร่างกายท่อนบนเป็นชายหนุ่มรูปร่างกำยำสูงใหญ่ขณะที่ขาทั้งสองข้างนั้นเป็นขาของวัวกระทิง ส่วนบนศีรษะยังมีเขากระทิงงอกออกมาอีกด้วย เหล่าเทพได้ส่งเอ็นคิดูลงมาอยู่กับบรรดาสัตว์ป่าในป่านอกเมืองอูรุก ซึ่งเอ็นคิดูได้ใช้พลังของตนปกป้องสัตว์เหล่านั้นจากสัตว์นักล่าและนายพราน บรรดานายพรานต่างไม่พอใจที่มีผู้มาขัดขวางการล่าสัตว์ ทว่าเมื่อพวกเขาได้พบกับเอ็นคิดูแล้ว ก็เกิดความพรั่นพรึงในตัวของมนุษย์ครึ่งกระทิงผู้นี้ พวกนายพรานจึงคิดหาวิธีจัดการกับเอ็นคิดู โดยพากันไปว่าจ้าง แซมฮัต ยอดหญิงนครโสเภณีประจำเทวาลัยแห่งอูรุก ให้ไปล่อลวงเอ็นคิดูออกมาจากป่าและทำให้พลังกับความป่าเถื่อนของมนุษย์ผู้นี้ลดน้อยลง แซมฮัตใช้มารยาหญิงยั่วยวนจนเอ็นคิดูหลงในบ่วงสวาทของเธอ ทั้งคู่อยู่ร่วมกันถึงเจ็ดราตรีและการที่เอ็นคิดูมาใช้ชีวิตอยู่กับนางได้ทำให้เหล่าสัตว์ป่าที่เคยแวดล้อมเขา พากันหนีหายไป อีกทั้งพลังของเอ็นคิดูเองก็ลดน้อยลงด้วย จากนั้นแซมฮัตก็ชักชวนเอ็นคิดูเข้าเมืองและนำเขาไปรู้จักการใช้ชีวิตแบบชาวเมืองจนในที่สุด เอ็นคิดูก็หมดสภาพความป่าเถื่อนและกลายเป็นชาวเมืองโดยสมบูรณ์ วันหนึ่งขณะที่เอ็นคิดูกับแซมฮัตพำนักอยู่ด้วยกันกับเหล่าคนเลี้ยงแกะ พวกเขาก็ได้ข่าวว่า ราชากิลกาเมชกำลังจะเสด็จไปที่งานแต่งงาน งานหนึ่งเพื่อเรียกร้องสิทธิ์ในการนอนกับเจ้าสาวในคืนแรก ซึ่งเมื่อเอ็นคิดูทราบเรื่องก็ไม่พอใจเป็นอย่างมาก เขารีบตรงดิ่งไปที่งานและเข้าขัดขวางกิลกาเมชไม่ให้กระทำการอันน่าบัดสีนั้น กษัตริย์หนุ่มทรงกริ้วที่มีผู้มาขัดขวาง พระองค์จึงเข้าต่อสู้กับเอ็นคิดูอย่างดุเดือดจนบ้านเรือนรอบข้างพังพินาศ ทว่าหลังจากทั้งสองขับเคี่ยวกันเป็นเวลานานต่างก็ไม่มีใครปราบใครลงได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้กิลกาเมชทรงประทับใจในพละกำลังของอีกฝ่าย พระองค์จึงได้ยุติการต่อสู้และขอให้เอ็นคิดูมาอยู่กับพระองค์ในฐานะพระสหาย มิตรภาพทำให้กิลกาเมชเปลี่ยนไป กษัตริย์หนุ่มทรงเลิกพฤติกรรมร้ายกาจที่เคยทำจนหมดสิ้นและด้วยคำแนะนำของเอ็นคิดู พระองค์ได้หันมาใส่พระทัยกับการดูแลบ้านเมือง จนนครอูรุกเจริญรุ่งเรืองและประชาชนต่างพากันแซ่ซ้องสรรเสริญในคุณงามความดีของราชากิลกาเมช ทว่าในขณะที่ประชาชนทั่วทั้งนครพากันมีความสุขภายใต้การปกครองของราชาหนุ่ม กิลกาเมชกลับเริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายชีวิตที่สงบสุขนี้ พระองค์ปรารถนาที่จะแสวงหาความตื่นเต้นในชีวิต จึงได้ตรัสชวนเอ็นคิดูเดินทางไปยังป่าซีดาร์แห่งทิศตะวันตกเพื่อเผชิญหน้ากับอสูรฮูวาวา เมื่อได้ยินดังนั้น เอ็นคิดูก็ส่ายศีรษะอย่างไม่เห็นด้วยกับความคิดของสหาย เขากล่าวเตือนกิลกาเมชว่า ”อสูรตนนี้สูงใหญ่เทียมฟ้า ลมหายใจของมันเป็นเปลวไฟที่นำมาซึ่งความตายอย่างน่าสยดสยอง อีกทั้งเทพเอนลิลยังประทานพละกำลังให้มันเพื่อเป็นผู้ปกป้องป่าซีดาร์แห่งทิศตะวันตก การเผชิญหน้ากับมันไม่ผิดอะไรกับการเดินเข้าหาความตาย” “หากข้าชนะ ข้าจะได้รับเกียรติอย่างยิ่งใหญ่หรือหากข้าตายในการต่อสู้ครั้งนี้ ข้าก็ยังได้รับชื่อเสียงว่า เป็นผู้กล้าที่จะเผชิญหน้ากับจอมอสูรฮูวาวา ซึ่งนั่นคือการตายที่มีศักดิ์ศรี” กิลกาเมชตรัส ก่อนจะตำหนิ เอ็นคิดูว่า ไม่มีความกล้าหาญที่จะตายอย่างมีศักดิ์ศรี ซึ่งเมื่อถูกผู้เป็นสหายตำหนิดังนั้นแล้ว เอ็นคิดูจึงตัดสินใจที่จะร่วมเดินทางไปกับกิลกาเมชเพื่อเผชิญหน้ากับอสูรฮูวาวา ทั้งสองออกเดินจากนครอูรุกโยปราศจากผู้ติดตามและหลังจากเดินทางเป็นเวลานับเดือนก็มาถึงเขตป่าซีดาร์ยักษ์ของอสูรฮูวาวา หลังจากนั้นพวกเขาก็ช่วยกันโค่นต้นซีดาร์ลงเพื่อท้าทายจอมอสูรให้ปรากฏตัว เมื่อฮูวาวารู้ว่ามีมนุษย์บุกเข้ามาโค้นต้นไม้ของมัน เจ้าอสูรก็ปรากฏกายขึ้นด้วยรูปร่างอันสูงใหญ่เทียมฟ้า เสียงคำรามของมันดังไปไกลทั่วผืนป่า ขณะที่ดวงตาแดงก่ำจ้องมองสองมนุษย์ผูอหังการ์ กิลกาเมชและเอ็นคิดูต่างรวมกำลังกันเข้าต่อสูกับฮูวาวาอย่างกล้าหาญ การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดและรุนแรง จนในที่สุด กิลกาเมชก็สามารถสังหารฮูวาวาลงได้ ด้วยการทิ่มดาบลงบนเท้าอันมหึมาของจอมอสูรจนมันถึงกับทรุดลง จากนั้นเขาก็กระโดดขึ้นไปเหยียบบ่าและใช้ดาบตัดหัวของอสูรร้ายขาดกระเด็น ร่างมหึมาที่ไร้ศีรษะของฮูวาวาล้มครืนราวภูเขาถล่มทลาย เมื่อสังหารจอมอสูรลงได้แล้ว กิลกาเมชกับเอ็นคิดูก็ช่วยกันโค่นป่าซีดาร์จนราบเรียบ ชัยชนะในครั้งนี้ส่งผลให้ชื่อเสียงของทั้งคู่เลื่องลือระบือไกล จนแม้ทวยเทพบนสรวงสวรรค์ก็ยังรับรู้ ในยามนั้น เทพีอิชตาร์ เทพีแห่งความงาม ความรัก สงคราม และตัณหา ทรงได้ยินเรื่องราวของกิลกาเมช พระนางจึงเสด็จลงมาเพื่อทอดพระเนตรราชาหนุ่มและเมื่อได้เห็นแล้ว องค์เทพีก็บังเกิดความเสน่หาในตัวกิลกาเมช พระนางจึงมาปรากฏองค์ต่อหน้าเขาและขอให้เขาเสกสมรสกับพระนางโดยทรงยื่นข้อเสนอว่าจะมอบอำนาจอันยิ่งใหญ่ให้กับเขาเป็นการตอบแทน ทว่ากิลกาเมชกลับปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใย ทั้งยังตรัสกับเทพีด้วยว่า เขารู้ดีว่า เกิดอะไรขึ้นบ้างกับอดีตคู่รักของพระนาง ยามเมื่อพระนางสิ้นรักแล้ว และเขาไม่ปรารถนาจะเป็นเช่นนั้น เทพีทรงโกรธและอับอายที่ถูกปฏิเสธซึ่งหน้า จึงเสด็จไปเข้าเฝ้าเทพอนู พระบิดาของพระนางเพื่อขอให้ลงโทษมนุษย์โอหังผู้นี้ “กิลกาเมชทำให้ข้าได้รับความอับอายยิ่งนัก ขอพระบิดาได้โปรดส่งกระทิงสวรรค์ไปสังหารมันและทำลายนครของมันให้พินาศสิ้นด้วยเถิด และหากพระบิดามิทรงยอมตามที่ลูกร้องขอ ลูกจะไปทลายประตูนรกเพื่อปลดปล่อยเหล่าผีร้ายให้ขึ้นมาย่ำยีมวลมนุษย์” เมื่อทรงได้ฟังคำขอของพระธิดาแล้ว เทพอนูจึงส่งกระทิงสวรรค์ลงมาเพื่อสังหารกิลกาเมชและทำลายนครอูรุก โดยในทันทีที่กระทิงสวรรค์เหยียบลงบนแผ่นดินอูรุก เพียงครั้งแรกที่มันพ่นลมหายใจออกมา ก็เกิดแผ่นดินแยกและสูบเอาทหารของกิลกาเมชลงไปถึง 100 คน และเมื่อมันพ่นลมหายใจครั้งที่สองก็ทำให้ทหารถูกสูบลงไปอีก 500 คน และในการพ่นลมหายใจครั้งที่สาม เอ็นคิดูก็พลัดตกลงไปในรอยแยกของแผ่นดิน ทว่าชายหนุ่มสามารถปีนกลับขึ้นมาได้และพุ่งเข้าจับเขาของกระทิงสวรรค์เอาไว้ พร้อมกับร้องบอกให้กิลกาเมชใช้ดาบแทงเข้าไปยังจุดตายที่อยู่ระหว่างเขาและคอของมัน กษัตริย์หนุ่มใช้ดาบแทงเข้าไปตามที่สหายร้องบอกและกระทิงสวรรค์ก็สิ้นชีพลงในทันที ความอหังการ์ของสองสหาย ทำให้เหล่าเทพตัดสินใจให้บทเรียนที่สำคัญแก่กิลกาเมช โดยบันดาลให้เอ็นคิดูล้มป่วยและเสียชีวิตลง ความตายของสหายทำให้กิลกาเมชเศร้าเสียใจเป็นอย่างยิ่ง เขาจมอยู่กับความทุกข์เป็นเวลานาน ทั้งยังเกิดความหวาดหวั่นสิ่งหนึ่งขึ้นภายในใจ นั่นคือ ความหวาดหวั่นว่า วันหนึ่ง พระองค์จะต้องสิ้นชีวิตลงเช่นเดียวกับสหาย ในที่สุด กิลกาเมชจึงตัดสินพระทัยหาวิธีที่จะทำให้พระองค์ไม่ต้องตาย โดยออกเดินทางไปยังต้นน้ำแห่งแม่น้ำทั้งมวลของโลก เพื่อค้นหา อุชนาปิชติม มนุษย์ผู้รอดตายจากเหตุการณ์น้ำท่วมโลกและได้รับพรจากเทพเจ้าให้เป็นอมตะ กิลกาเมชออกเดินทางเพียงลำพังและเผชิญหน้ากับสิ่งแปลกประหลาดมากมาย เช่น มนุษย์แมงป่องยักษ์ที่น่ากลัวสองตนที่ทำหน้าที่เฝ้าหนทางสู่โลกใต้พิภพ มนุษย์แมงป่องทั้งสองรู้ว่า กิลกาเมชมีสายเลือดของเทพเจ้าอยู่ในตัวโดยกล่าวว่า “ท่านมีความเป็นเทพอยู่สองในสามส่วน มีความเป็นมนุษย์อยู่หนึ่งในสามส่วน” และเมื่อพวกมนุษย์แมงป่องรู้ถึงความตั้งใจของกิลกาเมช พวกนั้นก็เอ่ยเตือนเขาถึงอันตรายที่รออยู่ข้างหน้า แต่สุดท้ายก็ยอมปล่อยให้เขาเดินทางต่อไป หลังเดินทางผ่านดินแดนแห่งความมืดแล้ว กิลกาเมชก็มาถึงหุบเขาแห่งแสงสว่างและสวนพฤกษาแห่งอัญมณีซึ่งต้นไม้ทุกต้นมีผลเป็นอัญมณีเลอค่า จากนั้นกิลกาเมชก็ไปถึงยังฝั่งทะเลแห่งมรณะและเมื่อข้ามพ้นทะเลแห่งนั้น เขาก็ได้พบกับอุชนาปิชติม ซึ่งอุชนาปิชติมบอกกับกิลกาเมชว่า “ความตายเป็นสิ่งที่มนุษย์หลีกเลี่ยงไม่พ้น เพราะเหล่าเทพเจ้ามีประสงค์ให้ชีวิตมนุษย์เป็นเพียงสิ่งชั่วคราว” แต่กิลกาเมชก็ยังคงดึงดันที่จะเป็นอมตะ อุชาปิชติมจึงเล่าถึงเหตุการณ์น้ำท่วมโลกและกล่าวถึงการที่เทพเจ้าสั่งให้ตนต่อเรือช่วยสิ่งมีชีวิตบนโลกให้รอดตาย จากนั้นจึงได้รับพรจากเทพเจ้าให้เป็นอมตะ อย่างไรก็ตาม ในที่สุด อุชนาปิชติมก็ทนการอ้อนวอนของกิลกาเมชไม่ไหว เขาจึงบอกให้กิลกาเมชดำน้ำลงไปต้นมหาสมุทร ณ จุดสิ้นสุดของโลก เพื่อนำเอาต้นไม้แห่งการกลับคืนสู่ความหนุ่มสาวขึ้นมา กิลกาเมชทำได้สำเร็จและดีใจมาก เขาตั้งใจจะนำต้นไม้นี้กลับไปทดลองกับคนชราที่เมืองอูรุก ทว่าระหว่างเดินทางกลับ งูตัวหนึ่งได้มาขโมยต้นไม้ต้นนั้นไป ทำให้เหล่างูทั้งหลายสามารถลอกคราบเพื่อกลับคืนสู่ความเป็นหนุ่มเป็นสาวได้อีกครั้ง แม้กิลกาเมชจะผิดหวังกับความพยายามที่สุดท้ายก็สูญเปล่าของตน แต่ในที่สุด เขาก็ได้เข้าใจถึงสัจจะธรรมของชีวิตและยอมรับชะตากรรมของชีวิตโดยไม่คิดดิ้นรนเป็นอมตะอีกต่อไป จากนั้นกิลกาเมชก็สั่งให้ขุนนางจารึกเรื่องราวการเดินทางของพระองค์ไว้ที่ฐานของประตูเมืองและกลายเป็นตำนานที่เล่าขานมานานนับพันปี กล่าวขานสืบมาและเป็นอมตะในความทรงจำของคนรุ่นต่อมา สืบมาจนกระทั่งถึงวันนี้ ขอบคุณข้อมูล wikipedia, komkid, earthunseen.blogspot, myfirstbrain เรียบเรียงโดย teen.mthai.com

ส. ธุรกิจบ้านจัดสรร คาดอสังหาฯปีหน้าโตเกิน 5%
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร คาด ธุรกิจอสังหาฯ ปีหน้าขยายตัวเกิน 5% โครงการรถไฟฟ้าสีชมพู - ส้ม ช่วยหนุน นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า การเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ จะทรงตัว หรือติดลบเล็กน้อย แม้ว่าการซื้อขายที่อยู่อาศัยในช่วงครึ่งปีหลัง จะฟื้นตัวขึ้นจากภาวะการเมืองที่ดีขึ้น แต่จากปัญหาเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและการเมืองร้อนแรงในช่วงครึ่งปีแรก ทำให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ติดลบถึงร้อยละ 5 อย่างไรก็ตาม มองว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ จะทำให้การเติบโตของภาคอสังหาริมทรัพย์ในอนาคตดีขึ้น โดยเฉพาะความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ ที่มีความชัดเจน เช่น สายสีชมพูและสายสีส้ม หากภาวะเศรษฐกิจขยายตัวได้ร้อยละ 4-5 ในปีหน้า จะทำให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ในปีหน้าขยายตัวได้เกินร้อยละ 5 ส่วนนโยบายการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของกระทรวงการคลัง มองว่าเป็นแนวทางที่ดีที่ทำให้คนที่มีที่ดินรกร้างและไม่ได้ทำประโยชน์ ปล่อยที่ดินออกมา ส่งผลให้ราคาที่ดินแถบชานเมืองและต่างจังหวัดมีราคาสมดุลมากขึ้น

5 อันดับข่าวฮอต ประจำวันที่ 21 ส.ค.57
5 อันดับข่าวฮอต /  Mthai News / 

รวมข่าว 5 อันดับประจำวันที่ 21 ส.ค. 2557 อันดับ 1 สนช. เลือก พล.อ.ประยุทธ์ นั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คนที่ 29 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช.ได้รับการเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่29 ซึ่งมีการเสนอชื่อเพียงชื่อเดียวโดย นายตวง อันทะไชย สนช. เสนอชื่อและได้มีการลงมติเห็นชอบรับรอง 191 เสียง งดออกเสียง3เสียง จากจำนวนสมาชิก 194 คน และจะมีการนำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯวันนี้ (อ่านต่อ. . .) อันดับ 2 คลิปทำร้ายเด็กขายโรตีข้างถนน เหตุ รำคาญโดนทวงค่าโรตี สมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ พงษ์พันธ์ โช๊คอัพ ได้เผยแพร่คลิปชื่อ ชายคนหนึ่งทำร้ายเด็กขายโรตีข้างถนน โดยเจ้าของคลิปเขียนบรรยายไว้ว่า “…เด็กขายโรตี เข็นรถเข็นผ่านหน้าร้านทุกวัน มันไปทำไรให้คุณโกรธหรอคับ มันยังเด็กอยู่เลยผมเห็นแล้วสงสาร…” (อ่านต่อ . . .) อันดับ 3 ในหลวงพระราชทานความช่วยเหลือ ด.ญ.วัย 12 ถูกทิ้งลำพัง ในหลวงพระราชทานความช่วยเหลือ “น้องเขียว“ ด.ญ.วัย 12 ถูกทิ้งลำพัง ด้านด.ญ. ปลาบปลื้มในพระมหากรุณาธิคุณที่ทำให้ได้มีชีวิตใหม่ (อ่านต่อ . . .) อันดับ 4 สลด! กลับไปหาลูกเพิ่งคลอด แต่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุพะเยา ผู้โดยสารกลับไปหาลูกเพิ่งคลอด แต่เสียชีวิตจากสิบล้อพ่วงชนรถโดยสารสมบัติทัวร์ ที่พะเยาก่อนตาย โพสต์รูปรถบัสเสียแล้วต้องเปลี่ยนรถ (อ่านต่อ . . .) อันดับ 5 ชาวพุทธ เดือด ค้านสติ๊กเกอร์ LINE รูปพระพุทธเจ้า ชาวพุทธ เดือด ค้านสติ๊กเกอร์ LINE รูปพระพุทธเจ้า ชี้ ลบหลู่ศาสนา เข้าชื่อเรียกร้องไลน์ ลบด่วน ! (อ่านต่อ . . .)

Deepsea Challenge 3D : ชีวิตมันต้องดำตามหาความฝัน
Deepsea Challenge 3D /  National Geographic / 

สิ่งแรกที่ดังขึ้นมาในหัวหลังจากดู Deepsea Challenge 3D จบ ไม่ใช่เสียงคลื่นซัดสาด หรือเสียงบุ๋งๆ ของความกดดันใต้น้ำ แต่เป็นท่อนหนึ่งของเพลงฮิตวงบอดี้แสลม และการที่หนังประกาศให้คนดูได้รู้ไว้ก่อนเลยว่า เราเป็นสารคดี นะคร้าบ ซึ่งมันก็จะทำหน้าที่ถ่ายทอดความเป็นจริง อย่างตรงไปตรงมา มากกว่าจะมาสับขาหลอก มุ่งปลุกเร้าอารมณ์ให้หายใจหายคอไม่ทัน เพราะนี่คือหนังที่ว่าด้วยการทำตามความฝัน เจมส์ คาเมรอน หาใช่ สารคดีสัตว์โลกใต้ทะเลแต่อย่างใด Deepsea Challenge 3D คือ ภารกิจครั้งมโหฬารที่ป๋า เจมส์ คาเมรอน ผู้กำกับทรงพลัง เจ้าของผลงานอย่าง Titanic และ Avatar ที่นอกจากทำหนังแล้ว ยังเลิฟสุดๆ กับกาสำรวจใต้ท้องทะเล จึงแท็คทีมกับ National Geographic ทำการสร้างยานดำน้ำ เพื่อดำดิ่งสู่ร่องน้ำลึกมาเรียน่า จุดที่ได้ชื่อว่าลึกที่สุดในโลก ถึง 36,000 ฟุต ที่มีมนุษย์พร้อมเรือดำน้ำ ลงไปแตะๆ ก้นทะเล แล้วก็รีบพุ่งพรวดกลับขึ้นมาเมื่อ 50 กว่าปีก่อนนู่น แต่ครั้งนี้ เจมส์ คาเมรอน จะขอลุยเดี่ยว ดำลงไปและทำการสำรวจค้นหาสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ ที่มนุษย์อาจยังไม่เคยรู้จัก และที่สำคัญกว่านั้น ภารกิจครั้งนี้ ยังเดิมพันด้วยทั้งความฝัน และความเป็นความตายของเขาอีกด้วย สำหรับคุณผู้ชมที่คาดหวังว่า จะได้ชมงานด้านภาพ ที่ออกมาหรูอลังการสไตล์ Avatar ฉบับโลกใต้ทะเลอะไรประมาณนั้น ก็ขอแสดงความเสียใจด้วยเบาๆ เพราะหนังไม่ได้ขายตรงจุดนั้น เราอาจจะได้สิ่งมีชีวิตหน้าตาพิลึกอยู่บ้างในบางชอต แต่มันก็เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ที่ทำให้ เจมส์ คาเมรอน ในยานแคบๆ ได้ตื่นเต้นดีใจแค่เพียงเท่านั้น ไม่ได้จะมาโชว์แหวกฝูงปลานับหมื่น ปะทะฉลามขาว ลอดท้องปลาวาฬยักษ์ ตามที่จะคุ้นๆกันในสารคดี NG แบบนั้น แต่เล่นกับอารมณ์ของมนุษย์ ที่กำลังเผชิญกับสิ่งแปลกใหม่มากกว่า ทั้งสิ่งมีชีวิต หรือเครื่องไม้เครื่องมือไฮเทค ที่พร้อมจะเจ๊งใส่ อันนำไปสู่สถานการณ์ที่ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็ไม่จำเป็นมากมายนัก ที่ต้องชมแบบ 3D ตามที่จั่วหัวไว้ในชื่อเรื่อง และมีเพียงไม่กี่ฉากเท่านั้น ที่ 3D ได้ทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่ อย่างที่กล่าวไว้ว่า หนังดำดิ่งสู่ใต้มหาสมุทรเรื่องนี้ เป็น "สารคดี" ดังนั้นมันจึงไม่เหมาะกับการใส่ตีไข่ เสียจนเลอะเทอะ ซึ่งอาจทำให้คุณผู้ชมที่ต้องการความระทึกสุดขีด บีบอารมณ์จนหน้าเขียว อาจเซ็งนิดๆ ได้ หนังจึงมุ่งประเด็นไปที่ การบอกเล่าจากปากของ เจมส์ คาเมรอน เอง ที่นอกจากการกำกับหนังฮอลลีวูดแล้ว ยังอุทิศตัวเพื่อการสำรวจใต้ท้องทะเลอย่างเอาเป็นเอาตายอีกด้วย โดยเริ่มตั้งแต่ความฝันสูงสุดในวัยเด็ก พัฒนาการของการสำรวจครั้งที่ผ่านๆ มา ที่ค่อยๆเติบโตขึ้น สเกลใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และมาจบที่ภารกิจ Deepsea Challenge ครั้งนี้ ที่เขาบอกไว้ตั้งแต่ต้นเรื่องว่า เป็นความฝันตั้งแต่เด็กๆ ก่อนจะส่งต่อมายังบทสรุป ที่คุณผู้ชมก็น่าจะรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่า ต้องสำเร็จแหงๆ ไม่งั้นป๋าจะกลับมาเล่าได้ยังไงล่ะเนอะ! แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ การได้ติดตามเส้นทางการพัฒนาโปรเจ็คนี้ ให้เป็นรูปเป็นร่าง ตั้งแต่รวบรวมทีมงาน สร้างยานดำน้ำ ทดสอบ และดำดิ่งที่มีชีวิตเป็นเดิมพัน หรืออีกนัยหนึ่ง มันก็คือเส้นทางการทำ"ความฝัน" ให้ค่อยๆ กลายเป็น "ความจริง" ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบนี้ ยังสามารถเป็นตัวจุดชนวนชั้นดี สำหรับคุณผู้ชมที่มีฝันยิ่งใหญ่อลังการ จนคนอื่นมองว่า บ้าไปแล้วเรอะ! ซึ่งการที่ เจมส์ คาเมรอน เอาชีวิตไปขังไว้แท่งเหล็กไฮเทค ที่ทิ้งลงก้นทะเลแบบนั้น มันก็เป็นเรื่องบ้าเอามากๆ  เหมือนกันไม่ใช่หรอกเหรอ หนังเรื่องนี้ได้พิสูจน์ให้ทุกคนทั่วโลกรู้แล้วว่า ความฝันบ้าๆ ในจินตนาการสมัยเด็ก ถึงจะผ่านกาลเวลา และเติบโตมากพอจนรู้จักคำว่าเป็นไปไม่ได้แล้วนั้น ถ้าตั้งใจจะทำมัน สักวันความฝันก็เปลี่ยนสถานะเป็นความจริง เหมือนที่ เจมส์ คาเมรอน ได้เดิมพันด้วยชีวิต ดำดิ่งไปตามหาความฝัน และทำให้จุดที่ลึกที่สุดในโลกนี้ บรรจบกับจุดที่สูงที่สุดในใจ ได้สำเร็จ เรื่องนี้ให้ 8/10 ครับ โดย Lecter --------------------------------------

Teenage Mutant Ninja Turtles : 4 เต่าเกรียน รวมพลังปราบเซียนตัวร้าย
Battle: Los Angeles /  Teenage Mutant Ninja Turtles / 

จัดได้ว่าเป็นหนังสุดเซอร์ไพรส์สำหรับซัมเมอร์นี้ก็ว่าได้ ถ้าหากว่ากันถึงเรื่องของรายได้ สำหรับ เต่านินจา ฉบับใหม่ที่มี ไมเคิล เบย์ นั่งแท่นโปรดิวเซอร์ เพราะมันทำเงินครองอันดับหนึ่งในอเมริกาไปถึง 2 อาทิตย์ พร้อมได้ไฟเขียวภาคต่อทันที ซึ่งมันมีดีอย่างที่ตัวเลขรายได้บอกหรือไม่ ต้องติดตาม เมืองต้องการวีรบุรุษ ความมืดมนได้ยึดครองนิวยอร์กซิตี้เมื่อชเรดเดอร์ และกองกำลังฟุตแคลนที่ชั่วร้ายของเขาได้ยึดครองทุกอย่างตั้งแต่ตำรวจจนไปถึง นักการเมือง อนาคตนั้นริบหรี่จนกระทั่งสี่พี่น้องนอกสังคมจากท่อระบายน้ำได้ค้นพบชะตาของ พวกเขาในฐานะ Teenage Mutant Ninja Turtles ทั้งสี่ต้องร่วมมือกับเอพริล นักข่าวสาวที่ไม่ยำเกรง และเวิร์น เฟนวิค ตากล้องผู้หัวหมอ เพื่อกอบกู้เมืองนี้ หนังกำกับการแสดงโดย โจนาธาน ลีเบสแมน จาก World Invasion และ Wrath of the Titans ซึ่งดูจากเครดิตรายชื่อของผกก.คนนี้แล้ว หนังส่วนมากก็จะออกมาเน้นขายฉากบู๊แบบไม่คิดมาก ระเบิดภูเขาเผากระท่อมให้ยิ่งใหญ่เป็นพอ ซึ่งนั่นก็ดูจะเหมาะมากสำหรับโปรเจคต์ที่ต้องการชุบชีวิต เต่านินจา ของ พาราเมาท์ ที่พ่วงผกก.อย่าง ไมเคิล เบย์ มานั่งแท่นโปรดิวเซอร์แถมยังคอยทำหน้าที่ช่วยกำกับอยู่หลายฉาก จนมีหลายช่วงรู้สึกว่า 'นี่เรากำลังดูหนังไมเคิล เบย์ อยู่รึเปล่า?' ซึ่งถ้าหากให้ลองถามท่านผู้อ่านดูเลยว่า พวกคุณอยากจะเห็นอะไรใน เต่านินจา ส่วนมากก็คงจะหนีไม่พ้น มุกตลกสุดฮา และ ฉากแอ็คชั่นสุดมันส์ ซึ่งถ้าหากคุณหวังที่จะเห็น 2 สิ่งนั่น เต่านินจา ฉบับใหม่ก็สามารถจัดเต็มให้คุณได้ เพราะแน่นอนว่ามันดูเหมือนเป็นของถนัดสำหรับผู้กำกับอยู่แล้ว ในแง่ของ ฉากแอ็คชั่น ใน เต่านินจา ฉบับใหม่นี่ ซึ่งอาจจะมาค่อนข้างน้อย แต่เมื่อมาทีก็จัดได้ว่าค่อนข้างสมน้ำสมเนื้อ และสามารถทำให้คนดูลุ้นตัวโก่งร่วมกันไปได้ เช่นกันกับด้านของมุกตลกสุดกวน ที่ยังเป็นอีกหัวใจของ เต่านินจา ทุกฉบับ ซึ่งถ้าหากเอาไปเทียบกับภาคอนิเมชั่น TMNT เมื่อปี 2006 ในแง่ของการสร้างคาแรกเตอร์ 4 เต่า ก็ต้องขอมอบให้ฉบับปี 2014 ชนะไปอย่างเป็นเอกฉันท์ จนทำให้มุกตลกหลายมุกของมันเกิดขึ้นได้เพราะการแนะนำ 4 เต่าในฐานะมิตรที่น่าคบหา และกลุ่มเพื่อนที่คอยเล่าเรื่องโจ๊กให้ฟังอย่างไม่ขาดสาย แต่ในขณะเดียวกัน เมื่อ ฉากแอ็คชั่น และ มุกตลก กำลังทำหน้าที่ให้คนดูคอหนังแอ็คชั่น และหนังซัมเมอร์ฟอร์มยักษ์ต้องสนุกร่วมลุ้นไปด้วย ด้านของตัวบทหนัง และ วิธีการดำเนินเรื่อง กลับค่อนข้างถอยหลังลงคลองเป็นส่วนมาก โดยเฉพาะในแง่ของตัวบทหนัง ที่ดูมาไวไปไว จบแล้วจบกัน รวมถึงวิธีการดำเนินเรื่องที่เล่าผ่านตัวละคร เอพริล โอ นีล มีสัดส่วนมากกว่าเหล่า 4 เต่า เลยอาจจะทำให้แฟนๆของน้องเต่ามีเคืองได้ ที่ปล่อยให้ตัวละครคนมีบทเด่นกว่า แถมยังเป็นตัวละครที่เราคนดูต้องสวมมุมมองแทนอีกด้วย ซึ่งรอบที่ตัวผมดูนั่นได้ดูเป็นระบบ 3D ซึ่งมันอาจจะไม่เชิงว่าจำเป็นสำหรับตัวหนังซะทีเดียว แต่กระนั่นด้านระบบ 3D ของ เต่านินจา ฉบับนี้ก็ทำออกมาได้ดีเกินคาด มีทั้งฉากที่เล่นกับคนดู ปาของเข้าหน้า และรวมถึงยังไม่ลืมที่จะถ่ายช็อตให้แต่ละฉากนั่นมีมิติอีกด้วย เพราะฉะนั้นถ้าหากใครที่เป็นคนที่ชื่นชอบระบบนี้ ก็อย่าพลาดเลยหล่ะครับ เพราะฉะนั้นแล้วดูเหมือนว่าที่เขียนมาทั้งหมด เต่านินจา ฉบับนี้ จะดูเหมาะกับท่านผู้อ่านที่ชื่นชอบหนังซัมเมอร์ ป๊อปคอร์น ที่ดูเพลินกับฉากแอ็คชั่น ขำขันกับมุกตลก แต่อาจจะไม่เหมาะกับใครที่ต้องการอะไรมากกว่าหนังคลายเครียดฆ่าเวลาเรื่องหนึ่งนั่นเอง เรื่องนี้ผมให้ 7/10 ครับ

ร่วมเจาะลึกนวัตกรรมลูกหนังอันก้าวล้ำกับ ไนกี้ ฟุตบอล
nike hypervenom /  บราซิล / 

ร่วมเจาะลึกนวัตกรรมลูกหนังอันก้าวล้ำกับ ไนกี้ ฟุตบอล หลังจากมาริโอ เกิทเซ่ ได้ใช้รองเท้าไนกี้ มาจิสต้า ยิงประตูชัยให้กับทีมชาติเยอรมันในช่วงมหกรรมกีฬาฟุตบอลโลกที่ประเทศบราซิลในช่วงกลางปีผ่านมา ซึ่งการแข่งขันดังกล่าวเต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นและเร้าใจเปรียบเสมือนเป็นแรงกระตุ้นชั้นดีที่ผลักดันให้นักฟุตบอลจากทั่วโลกได้โชว์ฝีเท้าออกมาอย่างเต็มที่ และก่อนการแข่งขันฟุตบอลลีกฤดูกาล 2014/2015 จะกลับมาเปิดฉากการแข่งขันอีกครั้ง ไนกี้ฟุตบอลขอเป็นส่วนหนึ่งในการจุดประกายการเล่นฟุตบอลให้แก่แฟนลูกหนังทั่วโลก ด้วยการมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมผ่านผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆจากไนกี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เล่นทุกคนสามารถแสดงศักยภาพทางลูกหนังออกมาได้อย่างเต็มที่ รองเท้าฟุตบอลที่ก้าวล้ำที่สุดสำหรับเกมฟุตบอลยุคใหม่ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ไนกี้ ได้นำเสนอรองเท้าฟุตบอลรุ่นใหม่เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นรองเท้ารุ่นไฮเปอร์เวน่อม เทียมโป้ 5 มาจิสต้าและเมอร์คิวเรียล ชุเปอร์ฟลาย โดยรองเท้าทั้งหมดนี้ได้รับการชื่นชมและสวมใส่จากนักเตะฟุตบอลฝีเท้าระดับโลกจำนวนมาก ในช่วงการแข่งขันมหกรรมกีฬาฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ณ ประเทศบราซิล  “ปีนี้เป็นปีที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับไนกี้ในด้านการนำเสนอนวัตกรรมกีฬาฟุตบอล และเราเชื่อว่าในปี 2014 นี้ เป็นอีกปีหนึ่งที่ไนกี้ฟุตบอลจะได้รับการจารึกว่า เป็นผู้สร้างมาตรฐานรองเท้าฟุตบอลใหม่อีกครั้งเฉกเช่นเดียวกับปี 1998 ที่เราเคยนำเสนอรองเท้ารุ่นเมอร์คิวเรียลอาร์ 9 ที่สวมใส่โดยโรนัลโด้” เดนิส เดอโควิช ผู้อำนวยการด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ของไนกี้ฟุตบอลกล่าว ในช่วงหนึ่งปีแห่งการพัฒนานวัตกรรมที่น่าตื่นตาตื่นใจของไนกี้ ได้ถูกเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ฤดูร้อนที่ผ่านมา เมื่อเนย์มาร์ได้เป็นนักฟุตบอลคนแรกของโลกสวมใส่รองเท้าฟุตบอลรุ่นไฮเปอร์เวน่อม อันเป็นรองเท้าที่ออกแบบสำหรับผู้เล่นศูนย์หน้าที่เน้นการโจมตีแบบว่องไวโดยเฉพาะ โดยรองเท้ารุ่นนี้ยังได้เป็นอาวุธคู่ใจนักเตะชั้นนำคนอื่นๆอีกมากมาย เช่น เวย์น รูนี่ย์ และเดเนียล สเตอรริดจ์ ในช่วงสิ้นปี 2013 ที่ผ่านมา ไนกี้ยังได้นำเสนอรองเท้าฟุตบอลรุ่นเทียมโป้ 5  รองเท้ารุ่นใหม่จากตระกูลเทียมโป้ ที่ได้รับการปรับปรุงจากนวัตกรรมขั้นสูง โดยรองเท้ารุ่นคลาสสิกนี้ได้รับการสวมใส่โดยนักฟุตบอลชื่อดังอย่างเซร์คิโอ้ รามอสและคาร์ลอส เตเวซ และในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ไนกี้ยังได้นำเสนอรองเท้าฟุตบอลรุ่นมาจิสต้า ซึ่งสรรสร้างขึ้นจากนวัตกรรมที่ล้ำหน้าอย่างที่สุดของไนกี้ โดย มาจิสต้าเป็นรองเท้าที่ปฏิวัติวงการลูกหนังทั้งทางด้านรูปลักษณ์และประสิทธิภาพของรองเท้าฟุตบอลทั้งหมดที่เคยผ่านมา โดยรองเท้ารุ่นนี้ยังเป็นรองเท้ารุ่นที่มาริโอ เกิทเซ่ สวมใส่ในขณะยิงประตูชัยในนัดชิงชนะเลิศในช่วงมหกรรมกีฬาฟุตบอลที่ผ่านมาอีกด้วย ปรัชญาด้านการออกแบบของไนกี้ที่มุ่งมั่นในการปรับปรุงความกระชับของรองเท้า การสัมผัสลูกบอลและการยึดเกาะช่วยให้ไนกี้สามารถพัฒนารูปแบบรองเท้าให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ซึ่งต่อมายังมีรองเท้าอีกหนึ่งรุ่น คือรองเท้าฟุตบอลไนกี้ เมอร์คิวเรียล ซุเปอร์ฟลาย ที่คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นผู้เปิดตัวอย่างเป็นทางการที่กรุงมาดริดเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา นอกจากนี้รองเท้ารุ่นนี้ยังได้รับการสวมใส่โดยนักฟุตบอลชั้นนำอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น ราฮีม สเตอร์ลิ่งและอเล็กซิส ซานเชซ เป็นต้น สุดยอดแอพลิเคชั่นจากไนกี้ฟุตบอลที่กำลังเข้าไปอยู่ในกระเป๋ากางเกงของคุณ เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ไนกี้ฟุตบอลยังได้นำเสนอแอพลิเคชั่นสำหรับอุปกรณ์มือถือที่รวมรวบทุกเรื่องราวและกิจกรรมจาก ไนกี้ฟุตบอล ไว้ในที่เดียว แอพลิเคชั่นไนกี้ฟุตบอลสามารถช่วยให้นักฟุตบอลได้รับโอกาสลงแข่งขันได้มากยิ่งขึ้น เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการแข่งขันฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะเปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ แอพลิเคชั่นไนกี้ฟุตบอลนี้จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการแข่งขัน พูดคุยกับเพื่อนร่วมทีมหรือเพื่อนคนอื่นๆ ที่ใช้งานด้วยกันและยังช่วยให้ผู้ใช้งานได้รับข่าวสารจากไนกี้ฟุตบอลก่อนใคร ซึ่งผู้ใช้งานแอพลิเคชั่นนี้ยังได้รับโอกาสให้ก้าวสู่ฟุตบอลอาชีพและเข้ารับการฝึกที่ไนกี้ อะคาเดมี่ (Nike Academy) ผ่านโครงการ Most Wanted ที่ช่วยให้นักฟุตบอลสมัครเล่นทั่วโลกก้าวเข้าสู่การเป็นนักเตะมืออาชีพกับสโมสรฟุตบอลชั้นนำ โดยผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดแอพลิเคชั่นไนกี้ ฟุตบอลได้ที่Itune Store และ Google Play ฟุตบอลลีกชั้นนำของโลกต่างเชื่อมั่นและเลือกใช้ไนกี้ ออร์เดมบอล ไนกี้เป็นผู้สนับสนุนลุกฟุตบอลให้กับฟุตบอลลีกชั้นนำของยุโรปถึง 3 ลีก คือบาร์เคลย์พรีเมียร์ลีกของอังกฤษ ซีรี่ย์ เอ ทิม อิตาลี และ ลา ลีก้า บีบีวีเอของสเปน  ซึ่งลูกฟุตบอลรุ่นนี้เป็นลูกฟุตบอลที่ล้ำหน้าทั้งทางด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และด้านอากาศพลศาสตร์มากที่สุดของไนกี้ โดยในการแข่งขันที่ต้องใช้ทั้งแรงกายและเทคนิคการเล่น ไนกี้ออร์เดมสามารถช่วยให้ผู้เล่นควบคุมการเล่นได้ดั่งใจโดยไม่ต้องคำนึงถึงลูกบอลเลย ไนกี้ออร์เดม ลูกฟุตบอลสำหรับนักฟุตบอลยุคใหม่นี้มอบสัมผัสที่ดีขณะจับบอล ด้วยเทคนิคการตัดเย็บชิ้นส่วนต่างๆเข้าด้วยกันอย่างแนบเนียน ลอยตัวในอากาศได้ดีขึ้นด้วยเทคโนโลยีไนกี้แอร์โร่แทร็ก และสามารถช่วยให้ผู้เล่นมองเห็นได้ไวกว่าเดิมด้วยเทคโนโลยีไนกี้เรดาห์ ฝึกซ้อมอย่างสบายได้ดั่งใจด้วยคอลเลกชั่นชุดฝึกซ้อมฟุตบอลอันก้าวล้ำ หลังจากฤดูร้อนที่เต็มไปด้วยเกมฟุตบอลระดับชาติอันน่าตื่นตาตื่นใจ นักฟุตบอลหลายๆคนกำลังฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วงเพื่อให้พร้อมกับการแข่งขันฟุตบอลลีกฤดูกาลใหม่  คอลเลกชั่นชุดฝึกซ้อมฟุตบอลประจำฤดูใบไม้ร่วงปี 2014 จากไนกี้ได้รับการออกแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพขณะลงซ้อม ความกระชับที่มากขึ้นที่มาพร้อมกับเนื้อผ้าไดร-ฟิตอันมีชื่อเสียง เสื้อแขนสั้นไนกี้ แฟรช ท็อป ไดร-ฟิต อีลีท (Nike Flash Top Dri-Fit Elite) ได้รับการออกแบบให้กระชับกับตัวผู้สวมใส่เพื่อให้เคลื่อนไหวได้อย่างไร้กังวล รูปทรงเสื้อที่ไร้รอยตะเข็บยังช่วยให้เคลื่อนไหวในสนามได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ด้วยเนื้อผ้าไดร-ฟิตที่มีน้ำหนักเบาช่วยให้ผู้เล่นรู้สึกตัวแห้ง ไม่ดูดซึมเหงื่อและระบายอากาศได้ดี กางเกงขาสั้นไนกี้สไตรค์ช๊อตอีลีท (Nike Strike Short Elite) มีรอยฝีเข็มมากถึง 4 ทางเพื่อช่วยให้เคลื่อนไหวได้สะดวกและสวมใส่ได้สบายขณะอยู่ในสนาม รูระบายอากาศที่เจาะด้วยแสงเลเซอร์และเนื้อผ้าไดร-ฟิตช่วยให้ผู้เล่นรู้สึกตัวแห้งและไม่ซึมซับเหงื่อ และเพื่อให้นักฟุตบอลทุกท่านลงซ้อมฟุตบอลได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไนกี้ยังมีถุงเท้ารุ่นแมตช์ฟิต อีลีท (Matchfit Elite Sock) ที่มีความกระชับไม่ย้วยเข้าไปรองเท้าเช่นเดียวกับถุงเท้าของนักฟุตบอลอาชีพ ถุงเท้านี้มีลวดลายพิเศษที่ป้องกันการขยับตัวของถุงเท้าขณะสวมใส่ อีกทั้งยังมีลวดลายพิเศษบริเวณช่วงนิ้วเท้าเพื่อลดแรงกดและแรงกระแทก ในขณะที่เนื้อผ้าไดร-ฟิตยังช่วยให้เท้าของผู้สวมใส่เย็นสบายและแห้งตลอดเวลา

ประมวลภาพ ซอฮยอน SNSD เข้าพิธีจบการศึกษาเป็นที่เรียบร้อย
girl's generation /  SNSD / 

ประมวลภาพ ซอฮยอน SNSD เข้าพิธีจบการศึกษาเป็นที่เรียบร้อย และขอแสดงความยินดีกับเธอด้วย โดยซอฮยอน (Seo Hyun) แห่ง SNSD ยังได้เปิดเผยความรู้สึกของเธอหลังจากจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอีกด้วย... ประมวลภาพ ซอฮยอน SNSD เข้าพิธีจบการศึกษาเป็นที่เรียบร้อย วันที่ 21 สิงหาคม ซอฮยอนได้เข้าร่วมพิธีจบการศึกษาสำหรับฤดูใบไม้ร่วงปี 2014 ณ มหาวิทยาลัยทงกุก กรุงโซล ซอฮยอนได้เข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยมาตั้งแต่ในปี 2010 ในสาขาการละคร ซอฮยอนนั้นได้เข้ารับปริญญาหลังจากที่เธอต้องทำงานอย่างหนักและใส่ตารางเรียนไว้ในตารางการทำงานที่ยุ่งของเธอด้วย หลังจากเข้าพิธีจบการศึกษาไปแล้ว ซอฮยอนได้เปิดเผยว่า “มันดูเหมือนเมื่อวานนี้เองตอนที่ฉันได้ลงทะเบียนเรียนค่ะ และฉันไม่อยากที่จะเชื่อเลยว่าฉันจะจบการศึกษาไปแล้วค่ะ ฉันได้รับความรู้อย่างมากมายในขณะที่ฉันได้เข้าเรียน ฉันอยากจะขอบคุณอาจารย์ทุกๆ คนที่คอยสอนฉันด้วยค่ะ ฉันอยากที่จะขอบคุณเพื่อนร่วมงานทุกคนที่คอยให้ความช่วยเหลือฉันมาตลอดค่ะ” เนื่องจากผลงานของเธอนั้น สร้างชื่อเสียงให้กับทางมหาวิทยาลัย ทำให้ซอฮยอนได้รับรางวัลแห่งความสำเร็จจากประธานาธิบดีในระหว่างพิธีสำเร็จการศึกษาในวันนี้อีกด้วย ซอฮยอนกล่าวทิ้งท้ายว่า “ฉันรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับรางวัลที่มีความหมายนี้ในวันจบการศึกษาค่ะ ฉันจะทำงานอย่างเต็มที่และจะเป็นคนหนึ่งในสังคม ที่มีส่วนต่อความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่และรู้หน้าที่ของตัวเองค่ะ” ข้อมูลจาก http://www.popcornfor2.com

นักเรียนญี่ปุ่น เหยื่อคนไทยเมาแล้วขับ ตายเพิ่มอีก 1 คน
ข่าววันนี้ /  คนไทยเมาแล้วขับ / 

นักเรียนญี่ปุ่น เหยื่อคนไทยเมาแล้วขับตายเพิ่มอีก 1 คน ขณะที่ทูตไทยเผยไม่กระทบสัมพันธ์ แต่ให้คนไทยระวังเคารพกฎหมายของต่างประเทศ จากกรณีที่มีคนไทย 3 คน เมาแล้วขับจนทำให้เกิดอุบัติเหตุชนเด็กนักเรียนญี่ปุ่นเสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บสาหัส 1 คน ที่บริเวณ 4 แยกชิบะ เมื่อวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมานั้น วันนี้ (20 ส.ค. 57) สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว ได้เผยว่า นักเรียนหญิงที่บาดเจ็บสาหัส และเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลได้เสียชีวิตลงแล้ว ทำให้อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมีผู้บาดเจ็บ 2 ราย ขณะที่ผู้ต้องหาที่เป็นคนไทยทั้ง 3 คนตอนนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของตำรวจญี่ปุ่น และในวันนี้ทางสถานทูตไทยจะเข้าพบกับคนไทย 1 คน ที่ได้ร้องขอประสานให้ทางสถานทูตช่วยเหลือ ด้านนายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เผยว่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแม้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น แต่ขอให้คนไทยเพิ่มความระมัดระวังในระหว่างที่อยู่ต่างประเทศ และขอให้เคารพกฎหมายของแต่ละประเทศอย่างเคร่งครัดด้วย เพราะทางการไทยไม่สามารถแทรกแซงการทำงานของฝ่ายกฎหมายของแต่ละประเทศได้ ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และเอกอัครราชทูตไทยประจำญี่ปุ่น ได้ส่งหนังสือแสดงความเสียใจแก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิต และ กระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่นแล้ว MThai news

Getawayshop ชุดว่ายน้ำเซ็กซี่น่ารัก ของโฟร์ ศกลรัตน์
บิกินี่ /  เน็ตไอดอล / 

ระยะหลังมานี้ธุรกิจแฟชั่นชุดว่ายน้ำนั้นเรียกได้ว่ากำลังบูมสุดๆ! ไม่ว่าจะฤดูไหนสาวๆ ก็สามารถใส่ชุดว่ายน้ำ บิกินี่ ลงสระได้ตลอดเวลา .. ซึ่งตอนนี้แฟชั่นของชุดว่ายน้ำก็มีหลากหลายแบบมากๆ ผสมผสานสไตล์วินเทจ ใส่เสื้อสีให้สวยงาม รวมถึงการออกแบบรูปทรงของชุดว่ายน้ำให้ดูเหมาะกับสาวๆ ในปัจจุบันมากขึ้น มีทั้งใส่แล้วดูเซ็กซี่แต่ไม่โป๊จนเกินไป ใส่แล้วดูน่ารักคิกขุก็ว่ากันไป และนี้ก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจของเน็ตไอดอลสาวหน้าเด็ก โฟร์ ศกลรัตน์ วรอุไร ที่หันมาหยิบจับค้าขายชุดว่ายน้ำคะ .. Getawayshop ชุดว่ายน้ำเซ็กซี่น่ารัก ของโฟร์ ศกลรัตน์ Getawayshop ชุดว่ายน้ำเซ็กซี่น่ารัก ของโฟร์ ศกลรัตน์ ขอบคุณรูปภาพ อินสตาแกรม Getawayshop

อยากทำ เลสิก สายตา ควรทำอย่างไร?
lasik /  สาตยายาว / 

เลสิก  หรือ  LASIK ย่อมาจากคำว่า  “Laser In-Situ Keratomileusis”  คือเทคโนโลยีการรักษาสายตาโดยการใช้แสงเลเซอร์ ใน การรักษา สายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมที่สร้างประวัติศาสตร์อันโดดเด่นของการรักษาสายตา เนื่องจากเป็นวิธีที่ง่าย สะดวก ปลอดภัยและรวดเร็ว โดยใช้เวลาเพียง 15 นาทีต่อการรักษา 1 ข้างและให้ผลอย่างถาวร ทำให้ผู้ที่ได้รับการรักษาไม่ต้องใส่แว่นหรือคอนแทคเลนส์ ในปัจจุบันการรักษาด้วยการใช้แสงเลเซอร์ด้วยเครื่องเอ็กไซเมอร์เลเซอร์ (Excimer Laser) แก้ไข ความผิดปกติของสายตามีความแม่นยำสูงมาก สามารถแก้ไขปรับเปลี่ยนรูปร่างของกระจกตาให้เหมาะสมเพื่อให้แสงที่ผ่านเข้า ตาสามารถโฟกัสได้พอดีที่จอประสาทตา คุณสมบัติ พิเศษของเอ็กไซเมอร์เลเซอร์ คือ เป็นแสงที่ให้พลังงานสูงมาก มีความแม่นยำสูง สามารถขัดผิวกระจกตาได้เรียบ ไม่ทำให้เกิดรอยไหม้เกรียม และไม่ทำอันตรายต่อเนื้อเยื่อใกล้เคียง ที่สำคัญที่สุดคือ ไม่สามารถผ่านทะลุเข้าไปในลูกตาได้ จึงไม่ทำอันตรายต่ออวัยวะภายในลูกตา ผู้เข้ารับการทำ เลสิก ควรต้องมีคุณสมบัติเบื้องต้น ดังนี้ มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป ค่าสายตาคงที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในระยะ 1 ปีที่ผ่านมา ไม่มีโรคที่เป็นข้อห้าม เช่น โรค SLE, โรคเบาหวานขั้นรุนแรงหรือควบคุมไม่ได้ เป็นต้น ไม่อยู่ในช่วงตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร งดใส่คอนแทคเลนส์ชนิดนิ่ม อย่างน้อย 3วัน, คอนแทคเลนส์ชนิดแข็ง อย่างน้อย 7 วัน ก่อนเข้ารับการตรวจ การปฏิบัติตัวก่อนผ่าตัด ทำ เลสิก อาบน้ำสระผมให้สะอาด ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีกลิ่นทุกชนิด เช่น น้ำมัน ครีมบำรุงผม โลชั่น หรือน้ำหอม เนื่องจากกลิ่นอาจรบกวนการทำงานของเลเซอร์ได้ ควรสวมเสื้อผ้าผ่าหน้า ที่ถอดได้สะดวก เพื่อไม่ให้เสื้อผ้าสัมผัสดวงตาเวลาถอด ควรมีญาติมาด้วยในวันผ่าตัด เนื่องจากหลังผ่าตัดการมองเห็นยังไม่ชัดเจน ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น ตาแดง ขี้ตา ไม่สบาย ไอจาม มีไข้ โปรดแจ้งให้ทราบล่วงหน้าก่อนวันผ่าตัด นำแว่นตากันแดดมาด้วย เพื่อสวมหลังทำผ่าตัดเสร็จแล้ว การปฏิบัตตัวหลังผ่าตัด หลังผ่าตัด 1-2 วันแรก ท่านอาจมีอาการดังต่อไปนี้ได้ เช่นเคืองตา ไม่สบายตาเหมือนมีทรายหรือผงในตา น้ำตาไหล หากมีการปวดตาให้รับประทานยาแก้ปวดได้ทุก 4-6 ชั่วโมง นอนพักให้มากๆและลดการใช้สายตา หากตอนเช้ารู้สึกมีอาการตาแห้งมาก ควรหยอดน้ำตาเทียม 1-2 หยดก่อนจะลืมตา ให้ปิดฝาครอบตาเวลานอนทุกวันเป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการขยี้ตาในระหว่างนอนหลับ หลีกเลี่ยงแสงแดดในตอนกลางวัน งดทำงานหรือเล่นกีฬากลางแจ้ง หากจำเป็นควรใส่แว่นตาป้องกัน หากมีน้ำตาไหล หรือขี้ตามากให้ใช้สำลีสะอาดเช็ดบริเวณเปลือกตา ระมัดระวังไม่ให้เข้าในลูกตา ระมัดระวังไม่ให้น้ำ เหงื่อ ฝุ่นควัน เข้าตาเป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ห้ามขยี้ตาโดยเด็ดขาด งดใช้เครื่องสำอางค์บริเวณใบหน้า และรอบดวงตาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ไม่ควรใช้สายตาต่อเนื่องกันเป็นเวลานานๆ ขอบคุณที่มาจาก : พ.ญ. ไรนา จินดาศักดิ์ จักษุแพทย์ โรงพยาบาลสมิติเวช ธนบุรี

ส่องความน่ารัก! ปู่นก-ย่านก เลี้ยงหลาน น้องเรย์
นก ฉัตรชัย /  นก สินจัย / 

น่ารักน่าชังเป็นที่สุด!! สำหรับ น้องเรย์ เปล่งพานิช หนูน้อยวัย 2 เดือนลูกชายของ ดอม พีรดนย์ กับ ลินดา ภรรยานางแบบลูกครึ่ง และเป็นหลานคนแรกของ นก ฉัตรชัย และ นก สินจัย ซึ่งทั้งคุณปู่-คุณย่าดูจะเห่อหลานชายแบบสุดๆ โดยเฉพาะ ย่านก ที่ขยันอวดภาพความน่ารักของเจ้าหนูน้อยผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวตล๊อดตลอด แถมได้ช่วยเลี้ยงหลานเองแบบนี้ บ่องตง... ทั้งรัก ทั้งหลง มากกกกกก!! ย่านก-น้องเรย์ ย่านก-น้องเรย์ ปู่นก-น้องเรย์ ปู่นก-น้องเรย์ ครอบครัวเปล่งพานิช น้องเรย์ เปล่าพานิช น้องเรย์ เปล่าพานิช น้องเรย์ เปล่าพานิช

อั้ม ยอมรับ! มีปัญหา นัท ไม่เกี่ยว เบลล่า มือที่3
อั้ม อธิชาติ /  นัท มีเรีย / 

แต่งงานมาได้ไม่นานก็มีข่าวรักร้าวซะแล้ว! สำหรับคู่ของพระเอกหนุ่ม อั้ม อธิชาติ กับภรรยาสาว นัท มีเรีย ที่มีตาดีแอบเห็นฝ่ายชายควงนางเอกสาว เบลล่า ราณี เที่ยวผับสองต่อสอง แถม สาวนัท ยังโพสต์ไอจีเชิงตัดพ้อจน สาวเบลล่า ถูกมองเป็นมือที่ 3 ล่าสุด หนุ่มอั้ม เปิดใจ! ยอมรับชีวิตคู่มีปัญหากันจริงแต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด ยืนยันไม่เกี่ยวคนอื่นหรือมือที่ 3 แต่มีการปรับความเข้าใจกันแล้ว ตอนนี้ชีวิตคู่ยังแฮปปี้ดี!! "มีข่าวเบลล่าเป็นมือที่ 3 จริงๆ ก็สนิทกันในการทำงานอยู่แล้ว เพราะน้องๆ นักแสดงทุกคนในกองเราก็จะสนิทกัน เพราะทำงานด้วยกันแล้วก็จะมีกิจกรรมทำกันอยู่ตลอดในกองถ่ายครับ นัทหึงมั้ยตอนที่มีข่าวว่าเบลล่าเป็นมือที่ 3 จริงๆ ก็ไม่ได้มีอะไรหรอกครับ อยากจะบอกว่าในชีวิตคู่ของผมมันก็มีปัญหาบ้าง มันเป็นเรื่องปัญหาชีวิตคู่ปกติ ก็เกิดมาจากข้อบกพร่องข้อผิดพลาดของผมเอง ซึ่งผมเองก็ไม่อยากจะให้ดึงใครเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะเรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน มันเกิดขึ้นแล้วผมก็สามารถจัดการทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง" "ผลกระทบต่อชีวิตคู่ก็ไม่ได้มีนะครับ อย่างที่บอกถ้ามันจะมีปัญหาในเรื่องอื่นที่มันเกิดขึ้น มันเกิดขึ้นจากตัวผมเกิดจากข้อผิดพลาด ข้อบกพร่องในตัวผมเองซึ่งมันไม่ได้เกิดขึ้นจากคนอื่นครับ กับเบลล่าใช่สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาขึ้นมั้ย จริงๆ เราก็ปกติกันดีอยู่ ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ผมคุยกับทางคุณนัทก็อธิบายด้วยเรื่องราวมันเป็นยังไงครับ ปรับความเข้าใจกันแล้ว กับเบลล่าก็ไม่ได้มีเคลียร์อะไรนะครับ เพราะเราก็เจอกันตามงานปกติโดยทั่วไป" "มีกระแสข่าวตอกย้ำว่าเบลล่าเป็นมือที่ 3 เพราะมีคนเห็นไปผับด้วยกัน อย่างที่ผมบอกว่านักแสดงในกองเราสนิทกัน บางทีมันก็จะมีการทำกิจกรรมในกองกันบ้างแค่นั้นเองก็ในระดับของการทำงานร่วมกัน ไม่ได้มีไปสังสรรปาร์ตี้ครับ จะมีแบบทานข้าวเจอกัน ส่วนใหญ่เราจะใช้ชีวิตอยู่ในกองกันมากกว่า หลายคนโยงว่าที่นัทโพสต์ไอจีหมายถึงเบลล่า ทางคุณนัทลงคำคมต่างๆ ปรัชญาเป็นประจำอยู่แล้ว ก็ไม่อยากให้มองว่าจะไปเกี่ยวข้องกับใคร เอาเป็นว่าผมขอไม่พูดถึงเรื่องของคนอื่นแล้วกัน เพราะว่ามันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนจริงๆ สำหรับเรื่องพวกนี้นะครับ" "กลัวคนจะมองว่ากำลังโปรโมทกระแสละครมั้ย จริงๆ ไม่ได้มองอย่างนั้น มันก็ไม่ได้เป็นกระแสที่มันควรจะโปรโมทแบบนี้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นถ้าผมไม่พูดถึงใครเลยมันก็จะดีกว่า ในการทำงานมันก็จะสะดวกสบายง่ายขึ้นด้วย ไม่อยากให้ใครต้องมาเดือดร้อนเพราะผม พอเวลามีข่าวคนก็จะตีความต่อกันไปเรื่อยๆ ก็ได้ ซึ่งเราก็ต้องใช้วิจารณญาณกันนิดนึง ในสมัยนี้ก็ต้องยอมรับว่าการสื่อสารมันค่อนข้างเร็ว ใครจะพูดยังไงอะไรก็ได้ มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน การที่จะพูดถึงใครหรืออะไรยังไงผมก็ขอไว้แล้วกันเพราะว่ามันไม่ใช่แค่คนๆ เดียวที่มันเดือดร้อน มันจะเดือดร้อนอีกหลายคน" "แปลว่ามันมีปัญหากันจริงๆ ใช่มั้ยถึงต้องไปปรับความเข้าใจกับนัท ไม่หรอกครับ อย่างที่ผมบอกว่ามันคือปัญหาชีวิตคู่ ผมไม่สามารถบอกได้ว่ามันเป็นเรื่องอะไร ขอไว้เป็นเรื่องของคนสองคนแล้วกัน แต่ผมก็ยอมรับว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้นหรืออะไรก็แล้วแต่มันเกิดขึ้นจากตัวผม ข้อบกพร่องข้อผิดพลาดต่างๆ ในตัวผม ซึ่งผมไม่ขอลงรายละเอียด แต่ว่าก็ต้องมีการปรับความเข้าใจกันอยู่บ้างครับ ไม่ใช่ปัญหามือที่ 3 ครับ" "มีปรับตัวอะไรเพื่อจูนเข้าหากันมั้ย ก็ไม่ได้มีหรอกครับ เพราะทุกอย่างมันค่อนข้างเป็นปกติอยู่แล้ว บางทีเราก็อาจจะหลงลืมอะไรไปบ้างแค่นั้นเองครับ ก็ได้เจอกันครับ ก็มีกิจกรรมผมจะพาคุณนัทไปออกกำลังกายเป็นประจำมากขึ้นเรื่อยๆ ครับ ข่าวแบบนี้กระทบชีวิตคู่มั้ย มันก็ต้องมีบ้าง ผมเชื่อว่าทุกอย่างสามารถแก้ปัญหาแล้วก็ผ่านไปได้ด้วยดี ผมว่าทุกชีวิตคู่มันก็ต้องมีข่าวเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว คือไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบนี้เจอกับใครหรืออะไรก็แล้วแต่ ตอนนี้ชีวิตคู่แฮปปี้ดีครับ" "การวางตัวกับนักแสดงรุ่นน้องเราต้องระวังมากขึ้นมั้ย ผมก็ทำตัวเหมือนเดิมนะครับ ปกติมันก็เหมือนกันทุกคนอย่างกับหลายๆ คนผมก็สนิทแบบนี้หรืออย่างกับน้องแมทเองก็สนิทมาก ทั้งตัวน้องแมทเองและคุณแม่น้องก็น่ารักครับ ตอนนี้ผมไม่อยากดึงใครเข้ามาเกี่ยวข้องเพราะมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนครับ" "ประเด็นนี้กับเบลล่ายังไม่ได้คุยกันครับ ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เจอกันที่กองด้วยครับ เพราะไม่ค่อยมีคิวที่ตรงกันเท่าไหร่ ผมก็ตอบค่อนข้างชัดเจนนะ ณ ตอนนี้ผมไม่ได้มีปัญหาอะไร สิ่งต่างๆ ในชีวิตคู่ที่มันเกิดขึ้นถ้ามันจะผิดพลาดก็เกิดที่ตัวผม ไม่ได้อยากไปโยงถึงใครหรือสาเหตุอะไรก็แล้วแต่ครับ เอาเป็นว่าทุกวันนี้มันโอเค กระแสบางคนอาจจะพูดต่อๆ ไปเรื่อยๆ ให้มันแย่ลงผมก็ขอไว้แล้วกัน เพิ่งแต่งงานไปได้ไม่นานก็มีกระแสข่าวแบบนี้ มันก็เป็นเรื่องธรรมชาตินะครับ ปัญหาทุกอย่างมันสามารถเกิดขึ้นได้ เคลียร์เรียบร้อยแล้วกับนัท ก็โอเคครับไม่ได้มีปัญหาอะไร มีความสุขดีครับ เรื่องลูกก็เป็นปกติ ตามธรรมชาติเลยครับ" อั้ม กล่าว อั้ม อธิชาติ อั้ม อธิชาติ อั้ม อธิชาติ อั้ม อธิชาติ อั้ม-นัท อั้ม-นัท เบลล่า ราณี