วันพีช ตอนที่ 620

สนช. ซัด เฉลิม มโนเอง เพื่อไทยหวนรัฐบาลหลังเลือกตั้ง
ข่าววันนี้ /  เจตน์ ศิรธรานนท์ / 

เจตน์ ศิรธรานนท์ ซัด เฉลิม มโนเอง เพื่อไทยหวนรัฐบาลหลังเลือกตั้ง บอกประชาชนเท่านั้นเป็นผู้ตัดสิน เชื่อผลงานรัฐบาลประยุทธ์เป็นคำตอบได้ จากกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้ออกมาวิเคราะห์สถานการณืทางการเมือง โดยเชื่อว่าการัฐประหารครั้งพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นคนที่มีความสุขที่สุด อีกทั้งยังเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยจะกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้งหลังเลือกตั้งนั้น วันนี้ (20 ต.ค. 57) นาย.เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก็ได้ออกมาแสดงความเห็นถึงเรื่องดังกล่าว ว่า เป็นเพียงความคิดเห็นของท่านเฉลิม ตนคงไปคิดตอบโต้ไม่ได้ ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ เป็นเรื่องของประชาชนมากกว่า ขึ้นอยู่กับว่า รัฐบาลชั่วคราวนี้จะแก้ปัญหาชาติบ้านเมืองได้อย่างไร และจะเป็นเครดิตให้รัฐบาลนี้ ซึ่งฝ่ายที่ต่อต้านก็จะลำบากหากเกิดการเลือกตั้งขึ้น อาจจะเป็นไปตามกระแสเดิมที่ประชาชนจะเลือกพรรคเดิมหรือไม่ก็ได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับผลงานของรัฐบาลนี้ MThai news

คสช.อนุญาต 'ยิ่งลักษณ์' บินเที่ยวญี่ปุ่น
คสช. /  พ.อ.วินทัย สุวารี / 

โฆษกกองทัพบก ยอมรับ "ยิ่งลักษณ์" บินญี่ปุ่น ขออนุญาต คสช.แล้ว ปัดไม่ทราบ "สนธิ"บินฮอกไกโดด้วย ด้านมท.1 ชี้ไปได้ หากอยู่ในเงื่อนไขกฎหมาย ขณะไม่ติดใจชู 3 นิ้วงาน "อภิวันท์" วันนี้ (20 ต.ค.) พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ในฐานะทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือน้องไปป์ บุตรชาย เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นวานนี้ (19 ต.ค.)ว่า เป็นการเดินทางออกนอกประเทศตามปกติ โดยได้มีการแจ้งกำหนดการเดินทางให้ คสช.ได้รับทราบแล้ว ตามที่ คสช.เคยขอความร่วมมือไว้ แต่สำหรับรายละเอียดการเดินทางและวันเดินทางกลับนั้น ตนไม่ขอเปิดเผย เพราะเป็นกำหนดการส่วนตัว ส่วนกรณีที่มีข่าวว่านายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เดินทางไปเมืองฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่นด้วยเช่นกันนั้น พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ขณะตนยังไม่ทราบ ด้านพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า ตนเองยังไม่ทราบเรื่อง และ คสช. ยังไม่ได้มีการประชุมในเรื่องนี้ ทั้งนี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ และนายสนธิ สามารถทำได้หากปฏิบัติตามเงื่อนไขและกฎหมาย ส่วนการแสดงสัญลักษณ์ชู 3 นิ้วภายในงานศพ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฏรนั้น  ตนยืนยันว่าจะชอบอย่างไร เห็นทิศทางต่างกันอย่างไร ไม่มีปัญหา แต่ต้องระลึกเสมอว่าต้องไม่นำไปสู่ความขัดแย้ง "เห็นต่างกันได้อยู่ร่วมกันได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย อยากให้มองส่วนร่วมเป็นที่ตั้ง ถ้าอันไหนส่งผลไม่ดีก็ขอว่าอย่าทำเลย สังคมจะไม่ได้ประโยชน์อะไร" MThai News

กว่าจะรู้เดียงสา (2530) 1/3
หนังไทย

เรื่องย่อ : ครอบครัวของทิพย์ (มาช่า วัฒนพานิช) เป็นผู้ดีเก่า มีคุณแม่ (พิศมัย วิไลศักดิ์) เป็นคนดูถูกคนจน เมื่อทิพย์อายุ 15 ย่าง 16 ได้รู้จักกับหนุ่มดาวโรงเรียนชื่อ ไชยา (สุริยา เยาว์สังข์) ทั้งสองคนมักพบปะกันประจำโดยทางบ้านไม่รู้ พี่ชายของไชยา (นพพล โกมารชุน) เปิดร้านขายเเละซ่อมจักรยาน และมักทะเลาะกับไชยาประจำ ทำให้เขาเบื่อที่บ้านมาก เมื่อทิพย์ไปเที่ยวน้ำตกกับไชยา ทั้งคู่ก็ได้มีความสัมพันธ์กัน จนท้องขึ้นมาและหนีไปอยู่ด้วยกัน พ่อแม่ของทิพย์ตามไปที่ร้านของพี่ชายไชยาและกล่าวว่าโทษให้ ทั้งคู่หนีไปอยู่กรุงเทพฯ แฉล้ม (อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ) ผู้หญิงหากินพาไปเช่าบ้านอยู่ ทั้งสองต้องแยกกันหางานทำ ไชยาไปทำงานเป็นลูกจ้างร้านคนจีนซ่อมจักรยาน ส่วนทิพย์ไปเป็นพี่เลี้ยงเด็กทำงานบ้านที่บ้านครู แต่อยู่ได้ไม่นานสามีเจ้าของบ้านเข้ามาลวนลาม โชคดีที่ทิพย์ได้ใช้ขวดตีที่ศีรษะเเละหนีออกมาได้ จึงหนีไปหาไชยาที่ร้านซ่อมจักรยาน แต่ก็ไม่เจอกัน เพราะไชยาได้ลาออกไปแล้ว จึงกลับไปหาแฉล้ม โดยขอโทรศัพท์กลับไปที่บ้าน หวังให้คุณพ่อรับหลานไปเลี้ยงหลังคลอด แต่ก็ต้องตกใจ เพราะพี่ชายบอกว่าคุณพ่อได้หย่ากับคุณแม่แล้วและไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน พี่ชายต้องการให้ทิพย์กลับไปอยู่ด้วยกันพร้อมยินดีรับเลี้ยงลูกของทิพย์ แต่ไม่ทันที่จะพูดอะไรมาก ทิพย์ก็ร้องไห้วางสายโทรศัพท์ด้วยความเสียใจกับข่าวที่พ่อหายตัวไป อีกทั้งยังรู้ว่าไชยาซึ่งติดยาถูกรถชนตายเพราะวิ่งหนีตำรวจ แฉล้มจึงได้โอกาสเกลี้ยกล่อมให้ทิพย์ทำงานเป็นผู้หญิงหากินและเอาไปฝากไว้ที่บ้านของแม่เล้า เมื่อทิพย์คลอดลูก ก็โดนพาไปขายที่หาดใหญ่ ทิพย์ต้องทำงานและเลี้ยงลูกไปด้วย จากนั้นหมอสุริยา (อธิป ทองจินดา) ญาติของทิพย์ ได้มาตรวจร่างกายในซ่อง จึงพยายามหาทางช่วยทิพย์ แต่ทิพย์ต้องการให้ลูกออกไปได้ก่อน ทิพย์ตัดสินใจผูกคอตาย หมอสุริยาส่งเด็กให้กับพี่ชายทิพย์เลี้ยง แม่ของทิพย์จึงรู้ว่าทิพย์ได้จากไปแล้ว กว่าจะรู้เดียงสา เป็นภาพยนตร์ไทย ที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2530 ที่ดัดแปลงสร้างมาจากนวนิยายของ โบตั๋น จัดจำหน่ายโดย ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น กำกับโดย ชนะ คราประยูร บทภาพยนตร์โดย ชนะ คราประยูร และ นพมาศ ศิริกายะ นำแสดงโดย พิม (มาช่า) วัฒนพานิช, สุริยา เยาว์สังข์, อธิป ทองจินดา, นพพล โกมารชุน, อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ,กำธร สุวรรณปิยะศิริ, สุริวิภา กุลตังวัฒนา, สุเชาว์ พงษ์วิไล, ไกรลาศ เกรียงไกร ออกฉายเมื่อวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2530 กว่าจะรู้เดียงสา ได้สร้างเป็นละครโทรทัศน์ 3 ครั้ง ครั้งแรกและครั้งที่ 2 โดย ดาราวิดีโอ ออกอากาศทาง ช่อง 7 ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2531 นำแสดงโดย มาช่า วัฒนพานิช, สิวะ แตรสังข์, พิศมัย วิไลศักดิ์ ครั้งที่สองปี พ.ศ. 2543 นำแสดงโดย คีตภัทร อันติมานนท์, วีรภาพ สุภาพไพบูลย์, ดวงดาว จารุจินดา และครั้งที่สามปี พ.ศ. 2555 นำแสดงโดย ธีรภัทร์ แย้มศรี, พิรุณรัตน์ เกตุคำ, รชยา รักกสิกรณ์ สร้างและออกอากาศทางช่อง media channel รายชื่อนักแสดง มาช่า วัฒนพานิช ............ แว่นทิพย์ (ทิพย์) สุริยา เยาว์สังข์ ............ ไชยา อธิป ทองจินดา ............ หมอสุริยา นพพล โกมารชุน ............ พี่ชาย ไชยา พิศมัย วิไลศักดิ์ ............ แม่ของทิพย์ อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ ............ แฉล้ม (หญิงขายบริการ) กำธร สุวรรณปิยะศิริ ............ พ่อของทิพย์ สุริวิภา กุลตังวัฒนา ............ เพื่อนสาวของทิพย์ สุเชาว์ พงษ์วิไล ............ สามีของครู (นายจ้างของทิพย์) ไกรลาศ เกรียงไกร ............ สิงห์ (คนคุมส่งหญิงขายบริการ) ยุวดี ไทยหิรัญ ............ ครู (นายจ้างของทิพย์) ปุยฝ้าย ไทยหิรัญ ............ เพื่อนชายของไชยา นภาพร หงสกุล ............ เฉลา เพื่อนของแฉล้ม (อาชีพค้าผู้หญิงบริการ) บู๊ วิบูลย์นันท์ ............ เสี่ยเจ้าของสถานบริการบันเทิง (นายจ้างของทิพย์) ชูศรี มีสมมนต์ ............ แม่เล้าในซ่อง ชินดิษฐ์ บุนนาค ............ นายจ้างร้านซ่อมจักรยานของไชยา เรืองศรี อินทรกำแหง ............ เรือง (พนักงานโรงเเรม) ขจรศักดิ์ ศุกระจันทร์ ............ พี่ชายของทิพย์ ทัศนีย์ ชินวัตร ............ พี่สะใภ้ของทิพย์ ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2014/07/2530-master-vcd.html 1/3 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413839651.html 2/3 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413844670.html 3/3 -

Pokemon XY ตอนที่ 46 Saibergamer ซับไทย  แย่แล้ว พูกุริง vs โบแมนเดอร์ที่ กำลังอะลาวาด ( Pokemon )
Pocket /  Monsters / 

https://www.facebook.com/saibergamer/ Pocket Monsters ( Pokemon ) XY ตอนที่ 46 ซัพไทย [Saibergamer] แย่แล้ว พูกุริง vs โบแมนเดอร์ที่ กำลังอะลาวาด โหลด http://www.one2up.com/view_content.php?content_ID=948151

Pokemon XY ตอนที่ 41  ซัพไทย google โปเกม่อนในตำนาน เซอร์เนีย ในหมอก
Pokemon /  XY / 

แฟนเพจ https://www.facebook.com/saibergamer ดาวน์โหลด http://dl-9.one2up.com/onetwo/content/2014/10/13/5a6110725e3463c2df335e3862c8badd.mp4

รวมเด็ด เศรษฐกิจ MThai 20 ตค.
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

รวมข่าวเด็ด เศรษฐกิจ MThai News 20 ตค. 1. รัฐฯจ่อ ออกบอนด์ 9 แสนล้าน ล้างหนี้ ‘จำนำเกษตร’ รัฐบาลมีแผนออกบอนด์ 9 แสนล้านบาท ล้างหนี้ จำนำข้าวกว่า 5 แสนล้าน ภาคเกษตรอื่น 2 แสนล้าน ด้าน ‘หม่อมอุ๋ย‘ ชี้เป็นนโยบายเสียหายมากที่สุดในโลก (อ่านต่อ) 2. เริ่มแล้ววันนี้! จ่ายเงินชาวนาไร่ละ 1,000 เริ่มวันนี้วันแรก (20 ต.ค) ธ.ก.ส.จ่ายเงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 นำร่อง 8 จังหวัด (อ่านต่อ) 3. เริ่มแล้ว! แลกคูปองทีวีดิจิตอล วันแรก เริ่มวันแรก คูปองดิจิตอลทีวี กว่า 4 ล้านใบ ใน 21 จังหวัด กสทช.เตือนผู้รวบรวมบัตรประชาชนแลกกล่อง หรือเอากล่องเวียนรับคูปอง เจอโทษหนัก (อ่านต่อ) 4. เบนซิน-โซฮอล์ลง 50 สต./ลิตร ปตท.-บางจากฯ ประกาศลดราคาขายปลีกกลุ่มเบนซิน-โซฮอล์ 50 สต./ลิตร มีผล 21 ต.ค (อ่านต่อ) 5. คลังส่งซิก เงินฝืด แต่เชื่อ ไม่เสี่ยงต่อศก. คลัง เผยไทยเริ่มมีสัญญาณเข้าสู่ภาวะเงินฝืด เชื่อไม่กลายเป็นความเสี่ยงเศรษฐกิจ จากผู้มีรายได้น้อยไม่มีกำลังใช้จ่าย แต่ย้ำพื้นฐานโดยรวมยังแข็งแกร่ง (อ่านต่อ) MThai News

Pokemon XY ตอนที่ 44 ซัพไทย google ซาล่ายิม ปิ๊กกาจูปะทะเมก้าลูคาริโอ้
Pokemon /  XY / 

https://www.facebook.com/saibergamer ดาวน์โหลด http://www.one2up.com/view_content.php?content_ID=944531

กสม.เชิญจนท.แจงซ้อม2ผตห.ฆ่าฝรั่ง 27ต.ค.จ่อขอX-ray
ข่าวฆ่านักท่องเที่ยวบนเกาะเต่า /  ฆ่า / 

กสม. เชิญ ตำรวจ ชุดสอบสวนคดีฆ่า 2 นักท่องเที่ยวอังกฤษ เข้าชี้แจงกรณีซ้อมผู้ต้องหา วันที่ 27 ต.ค. นี้ พร้อมให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย น.พ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ ประธานคณะอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง เปิดเผยถึงการชี้แจงข้อเท็จจริงในการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ คดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ที่เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทั้งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และสำนักงานตำรวจ โดย พ.ต.อ.ประชุม เรืองทอง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเกาะพงัน ให้ข้อมูลว่า ในช่วงแรกของการเกิดเหตุ โดยมีชุดสืบสวนสอบสวนจากทั้งส่วนกลาง ส่วนจังหวัด และท้องที่กว่า 7-8 ชุด ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เมื่อจับกุมผู้ต้องหา 2 คนได้ ก็ไม่ได้มีการซ้อมทรมาน หรือทุบตีผู้ต้องหาแต่อย่างใด และผู้ต้องหายังได้รับสิทธิ์ตั้งทนายความตามกฎหมาย ดังนั้น จึงไม่ทราบว่ามีการทรมานผู้ต้องหาในขั้นตอนการสืบสวนของชุดสืบสวนชุดใด โดยในวันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม คณะกรรมการสิทธิฯ จะเชิญหน่วยงานชุดสืบสวนสอบสวนทั้งหมดเข้าชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีการซ้อมผู้ต้องหา เพื่อรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่าย พร้อมย้ำจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ขณะที่นิติวิทยาศาสตร์ได้ลง พื้นที่พูดคุยกับผู้ต้องหา ทราบว่าเจ้าหน้าที่มีพฤติกรรมทำร้าย ทุบตี ซึ่งจากการตรวจสอบไม่พบร่องรอยบาดแผลหรือฟกช้ำตามร่างกาย แต่มีจุดกดเจ็บบริเวณทรวงอกผู้ต้องหา 1 ราย ดังนั้น คณะกรรมการสิทธิฯ จึงได้ทำหนังสือประสานงานไปยังผู้บัญชาการเรือนจำขอให้มีการตรวจร่างกาย เพื่อร่องรอยการบาดเจ็บอีกครั้ง

ทูตนรกล้านปี Tremors เตรียมกลับมาระห่ำเป็นภาคที่ 5
Kevin Bacon /  Tremors / 

ถ้าใครยังจำเจ้าหนอนทะเลทราย หนังไซไฟ สยองขวัญ คลาสสิคอีกเรื่อง ที่ภาคแรกมี เควิน เบค่อน แสดงนำได้ ก็คงจะรู้ดีว่าตัวหนังสมัยนั่นสามารถทำได้สนุกแค่ไหน สำหรับเจ้า ทูตนรกล้านปี Tremors ที่ตอนนี้มีข่าวว่ามันกำลังจะกลับมาเป็นภาคที่ 5 แล้ว สำหรับเจ้าหนอนทะเลทรายนี้ แถมยังได้นักแสดงจากภาคก่อนอย่าง ไมเคิล กลอส กลับมารับบท เบิร์ท กัมเมอร์ อีกด้วย ซึ่งความพิเศษของมันคือนอกจากจะมีเจ้าหนอนทะเลทราย และ สัตว์ประหลาดจากภาคก่อนๆกลับมาทำให้คนดูสยองกันอีกรอบ คราวนี้ทางผู้สร้างยังได้คิดค้นสัตว์ประหลาดตัวใหม่เอาไว้เขย่าขวัญผู้ชมกันเรียบร้อยแล้วด้วย แต่ยังไม่เปิดเผยหน้าตาของมันว่าจะเป็นตัวอะไร โดยเจ้า Tremors ภาคแรก เรียกได้ว่าเป็นหนังอีกเรื่องที่ตอกย้ำความดังของ เควิน เบค่อน ในสมัยนั่น ซึ่งการดูจากวีดีโอในสมัยเด็กๆทำให้เรารู้สึกสยอง และ ขนลุกทุกครั้งที่เห็นเจ้าหนอนทะเลทรายนี้ ซึ่งถ้าภาค 5 กลับมา ก็แน่นอนหวังว่าตัวหนังจะสามารถยกระดับจากการเป็นหนังแผ่นให้ดูสนุกกว่าภาค 3 และ 4 แน่นอน

รวมเรื่องเด็ด วีรกรรมผู้โดยสารตัวป่วนบนเครื่องบิน
บนเครื่องบิน /  ผู้โดยสาร / 

หากจะกล่าวถึงเครื่องบิน หลายท่านคงคิดว่ามีแต่ความสะดวกสบาย เป็นการเดินทางที่ไม่น่าจะมีปัญหากวนใจอะไรมากนัก แต่แท้จริงแล้วผู้ที่เดินทางบ่อย และเหล่าบรรดาแอร์โฮสเตสหรือสจ๊วตอาจไม่คิดเช่นนั้น เพราะพวกเขามักจะพบเจอผู้โดยสารที่ทำตัวไม่ค่อยน่ารักอยู่เป็นประจำ บางรายเป็นตัวปัญหาถึงขั้นต้องเชิญลงจากเครื่องเลยทีเดียว ทาง Travel.mthai.com จึงขอรวบรวมประสบการณ์ของผู้ที่พบเจอเหตุการณ์ไล่ผู้โดยสารลงจากเครื่องมาให้ได้อ่านกันครับ รวมเรื่องเด็ด วีรกรรมผู้โดยสารตัวป่วนบนเครื่องบิน สมาชิกเว็บไซต์ พันทิป ที่ชื่อว่า เคี้ยวคำอ่านคำ ได้ตั้งกระทู้ "เคยอยู่ในเหตุการณ์ที่ผู้โดยสารโดนไล่ลงจากเครื่องบินไหมคะ เล่าสู่กันฟังค่ะ" โดยมีสมาชิกได้มาร่วมแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์แปลกๆ บนเครื่องบินดังนี้ - ความคิดเห็นที่ 4 คุณ flymom "ฝรั่งคนนึงขึ้นเครื่องมา ทีแรกก็สงบเสงี่ยมดี พอปิดประตูเครื่อง push back แล้ว ฝรั่งรายนี้กดเรียกพนักงาน เราก็ไปดูว่าจะเอาอะไร ปรากฏว่าจะเอาคอกเทลเดี๋ยวนั้น เราบอกว่าไม่ได้ ต้องรอจนเครื่องอยู่บนอากาศจน Level up แต่เขากลับหันมาบอกว่า Bitch เราก็แบบว่า ไหนพูดใหม่ซิ พูดผิดพูดใหม่ได้นะ เขาก็ยังด่าเราว่า -ucking bitch เราเดินไปโทรหากัปตันเดี๋ยวนั้น บอกว่าต้องกลับไปที่เกต เรียกตำรวจมาด้วยนะ มาเอาผู้โดยสารคนนี้ลงไป เขาเพิ่งด่าฉันว่า bitch เพราะไม่ยอมไปหยิบดริ้งค์มาให้ตอนนี้ พอถึงเกตประตูเครื่องเปิด ตำรวจสนามบินตัวเท่าตู้เย็นสามคนก็เดินไปอัญเชิญชายคนนั้นลงจากเครื่อง พอรู้ว่าโดนไล่ลงเขาก็ร้องไห้บอกแม่ชั้นตายชั้นต้องไปงานศพแม่ ให้ชั้นขึ้นเครื่องเถอะ ทั้งกัปตันทั้งตำรวจหันมามองหน้าเรา เราบอกไปเลยว่า อย่ามามองหน้าฉัน ถ้าเขาไป ฉันจะไม่ไป แค่นั้นจบ เอาตัวไปนอนสงบสติอารมณ์จนสร่างในห้องขังเรียบร้อย" - ความคิดเห็นที่ 8 คุณ Ms...plum "เคยเจอเมื่อหลายสิบปีก่อนสายการบินเตอกีสแอร์ไลน์ ไฟลท์จากอิสตันบูลกลับไทย ผู้โดยสารหนุ่มสาวเดินกอดคอกันขึ้นเกต ทำเสียงตะโกนตลอดทาง แล้วดวงซวยก็บังเกิด ไอ้คู่นั้นเผอิญมานั่งอยู่หลังเรา อาการคล้ายเมา ทำเสียงดัง แล้วเอาเท้าถีบเบาะเราตลอด จนเราต้องหันไปตบเบาะแล้วบอกว่ามันไป มันก็ยังถีบเบาะอีก คิดเลยว่าไฟลท์นี้คงไม่ได้นอนแน่ สักพักแอร์เดินมาใกล้ เราก็เลยถามแอร์ว่าเปลี่ยนที่นั่งได้ไหม แอร์ก็มองไปที่สองคนนี้น สักพักก็มีเจ้าหน้าที่พร้อมการ์ดตัวโตเชิญไปสร่างเมานอกเครื่องบิน เรานี่อยากปรบมือดัง ๆ ผู้โดยสารใกล้เคียงก็โล่งใจกันไปตาม ๆ กัน" - ความคิดเห็นที่ 10 คุณ Lilac Girl "ตุลาปีที่แล้วค่ะ บินจากอเมริกาไปเนเธอร์แลนด์ จู่ ๆ นักบินประกาศดีเลย์เที่ยวบิน ซักพักทั้งตำรวจ ทั้ง US Immigration ขึ้นมาเชิญผู้โดยสารออกไปจากเครื่อง ทราบทีหลังว่า ท่านขึ้นมาแล้ว เอาไม้เท้าทุบผนังเครื่องไม่ยอมหยุด เลยอดไปเลย" - ความคิดเห็นที่ 13 คุณ pka เคยเจอตอนบินจากกรุงเทพฯ ไปอัมสเตอร์ดัมค่ะ ระหว่างทางผู้ชายข้างหน้ามีท่าทางแปลกๆ กระวนกระวายตลอดเวลา แต่ไม่โวยวายอะไรนะ แต่เขาเดินไปห้องน้ำบ่อยๆ ก็ว่าผิดปกติอะไรสักอย่าง พอเครื่องลงจอด ก็รอนานมาก กว่าจะลงจากเครื่องได้ ปรากฎว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินขึ้นเครื่องมา จับตัวผู้ชายคนนั้นไป ... สรุปก็คือ เขาไปเสพยาในห้องน้ำน่ะแหล่ะค่ะ" - ความคิดเห็นที่ 37 คุณ Paradise Slice and double shot "เพิ่งเจอมาตอนที่บินกลับมาอังกฤษครั้งล่าสุดเมื่อไม่นานนี่เอง เจอแบบใกล้ชิดมากเรียกว่าจำได้ทุกชอต เนื่องจากนั่งอยู่แถวเดียวกัน เรานั่งอยู่ริมทางเดิน ถัดจากทางเดินไปมีคุณลุงฝรั่งนั่งหลับอยู่ (คือหลับแบบจริงจังมากกก) พอผู้โดยสารขึ้นเครื่องครบแล้ว อยู่ดีๆ ก็มีพ่อหนุ่มต่างชาติผิวสีผมทรงแอฟโฟร เดินมานั่งข้างๆคุณลุงคนนั้น ตอนแรกก็ไม่อะไร พี่แอฟโฟรนั่งๆไปซักพักก็จ้องหน้าคุณลุงค่ะ จ้องแบบเอาเป็นเอาตาย (โดยที่คุณลุงไม่รู้เรื่องอะไรเลย หลับลึกมาก) และจู่ๆ พี่แกก็ตะโกนว่า ... He's DEAD!!  อิชั้นเหวอ แอร์ฯเหวอ ผู้โดยสารคนอื่นเหวอกันหมด ... แต่คุณลุงยังหลับอยู่ เชื่อเค้าเลย เกิดความเงียบไปชั่วขณะก่อนที่แอร์ฯท่านนึงเข้ามาแก้สถานการณ์ "No no he's ok sir, he's just sleeping" แต่พี่แอฟโฟรเถียงว่า "No no no he's dead! I don't wanna sit next to dead person!!" พร้อมกับจิ้มไปที่แขนคุณลุง เราคิดเลยว่าเค้าเมาแน่ๆ เมามากด้วย มากขนาดที่ว่ามโนได้ว่าคุณลุงตายแล้ว 55555 พี่แอฟโฟรก็พูดไปจิ้มไป คุณลุงจึงตื่นจากภวังค์ พร้อมกับยิ้มให้ทุกๆ คนและพูดว่า "I'm fine" สรุปว่าเมาทั้งคู่ ถูกเชิญลงจากเครื่องไปตามระเบียบ" - ความคิดเห็นที่ 51 คุณ Puanholy "อันนี้เป็นเรื่องป่วนๆ แต่ไม่ถึงกับเชิญผู้โดยสารออก เราบินจากโตเกียวมาที่มินิอาโพลิส พอขึ้นเครื่องมาเราก็หลับแบบไม่สนใจใคร ปรากฎว่าตื่นมาอีกที เครื่องยังไม่ได้บินไปไหน ยังคงอยู่ที่เดิม ถามฝรั่งข้างๆว่า เกิดอะไรขึ้นคะ ฝรั่งบอกมีป้าชาวจีนอาละวาดไม่ยอมให้เครื่องขึ้น ไม่ยอมคาดเข็มขัด เราก็อ๋อๆ .. เสร็จแล้วก็ได้ยินแอร์ประกาศว่า "มีผู้โดยสารท่านใดสามารถพูดภาษาจีนได้บ้าง" เราเคยเรียนมานะ แต่มันพูดได้แค่ ชือ ฟ่าน เลอ มา (กินข้าวหรือยัง) แค่นั้น สักพักสจ๊วตเดินมา พอเค้าเจอหน้าเราเท่านั้นแหละ เค้ารีบเชิญเราไปเลยจ้า เราบอกว่าฉันพูดภาษาจีนไม่ได้นะเฮ้ยยย เค้าบอกช่างเถอะมาก่อน ... เราก็เดินตามไป ฝรั่งมองทั้งลำค่ะ พอไปถึงแถวที่ป้านั่ง (หน้าสุด เก้าอี้มี 3 ตัว) ป้านั่งติดหน้าต่าง โวยวายอาละวาดไม่ยอมคาดเข็มขัด ชี้ออกนอกหน้าต่างอย่างเดียว ชี้หิมะ แล้วก็กรีดร้อง แอร์นั่งกลางจะจับป้านั่งตลอด แอร์เพอเซอ สจ๊วตทุกคนมารุมเรา บอกว่าให้ช่วยบอกป้านี้ที ว่าให้ช่วยนั่งหน่อย ป้าเค้าเป็นอะไร เราก็เลย "หนีห่าว .. (ส่งยิ้ม)" ป้าเริ่มหยุด .. เราถามต่อ "ชือ ฟ่าน เลอ มา" .. คือ ณ จุดนั้นกรูพูดได้แค่นี้ค่า พี่แอร์ขา ... แต่ป้ากลับเงียบ มองเรา จับมือเรา แล้วก็นั่งลงชี้ไปข้างนอก พูดๆๆๆ พ่นภาษาจีนใส่เรา .. ณ อารมณ์นั้นอิฉันต้องทำตัวเหมือนนางงาม ตบมือป้าเบาๆ พร้อมนั่งลง คาดเข็มขัด ไม่ได้พูดอะไร โชคดีป้ายอมทำตาม แอร์ถามเราว่า เค้าว่ายังไง .. เราเลยบอกว่า เค้าคงกลัวหิมะ คงคิดว่าเป็นพายุ .. พอป้านั่งสงบได้สักพัก แอร์รีบส่งสัญญาณให้กัปตันเอาเครื่องขึ้น (บินในประเทศแค่ 1 ชั่วโมง) กัปตันคงเห็นว่าเอาอยู่มั้ง เครื่องก็ขึ้นไป สรุปอิฉันได้ไปนั่งกับป้าจ้ะ มีแอร์นั่งคั่นกลาง อาหาร Snack อะไรก็ไม่ได้กิน แอร์ถามว่าเราพูดอะไรกับป้า .. เราเลยบอกว่า เราถามว่าป้ากินข้าวหรือยัง สรุปป้าได้กินกล้วยจ้ะ 5555 แล้วป้าก็ชมแอร์ว่าสวย บลาๆๆ เราก็ถามแอร์ว่าป้ามาคนเดียวหรอ สรุปคือ ป้ามาคนเดียว บินเดี่ยวจ้า ... พอเครื่องแลนดิ้งเท่านั้นแหละ ฝรั่งตบมือให้อิฉัน เริ่ดป่ะล่ะ นางป้าคนนั้นได้ลงเครื่องคนแรก อิฉันรอเดินไปเอาของที่แครี่ออนตรงที่เก่า ฝรั่งเดินมาเช็คแฮนด์ พร้อมบอกว่า thank you very much แหม่ .. น้ำตาจะไหล ในใจนี่คือ ถ้าป้าไม่ยอมสงบ อิฉันแปลไม่รู้เรื่อง คงต้องเชิญออกล่ะจ้ะ เหตุการณ์นี้ตอบแทนมาด้วยการให้อัพเกรดเก้าอี้ที่นั่งขากลับไทยให้เป็น Business พร้อมส่วนลดเวลาซื้อตั๋วนิดๆ หน่อยๆ .. ปลื้มใจมากค่ะ 555" อ่านความคิดเห็นทั้งหมดเพิ่มเติม > http://pantip.com/topic/32714638 ที่มา : pantip.com  ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : มนุษย์ลุงฉุน โดนเชิญลงจากเครื่อง ผู้โดยสารช่วยปรบมือไล่

สับไม่เลี้ยง!! น้าเอ๋อ องค์ลง จวกแนวรับ หงส์ กากสุดในลีก
พรีเมียร์ลีก /  ลิเวอร์พัดเลี่ยน / 

เจมี่ คาร์ราเกอร์ กองหลังระดับตำนานของ ลิเวอร์พูล ออกโรงจวกอดีตต้นสังกัดหลังเห็นฟอร์มบรรดาแนวรับรุ่นน้องที่เล่นกันได้อ่อนปวกเปียก และพร้อมโดยสอยตาข่ายทุกวินาทีที่เสียลูกตั้งเตะ ในแมตช์เฉือน ควีนส์ปาร์ค 3-2 แบบต้องพึ่งปาฏิหาริย์ โดย น้าคาร่า บอกว่าตอนนี้แนวรับ "หงส์แดง" จัดว่าห่วยแตกที่สุดถ้าเทียบจากทุกทีมใน พรีเมียร์ลีก ไปแล้ว อดีตเซ็นเตอร์ฮาร์ฟวัย 36 ปี จารณ์ทีมเก่าผ่าน Sky Sports ว่า "ปัญหาแนวรับของ ลิเวอร์พูล ถือเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ของทีมมาตั้งนานแล้ว" "ตอนนี้ ลิเวอร์พูล คือทีมที่ป้องกันลูกเซ็ทพีชได้ห่วยแตกที่สุดใน พรีเมียร์ลีก เพราะคุณจะเห็นได้จากจำนวนประตูที่พวกเขาโดนถลุงเป็นว่าเล่น โอเค ลิเวอร์พูล จะชนะได้ แต่ยังไงซะพวกเขาก็ยังคงเป็นทีมที่มีกองหลังอ่อนปวกเปียกที่สุดอยู่ดี" แนวรับลูกหม้อ หงส์แดง ตบท้าย

ตีสิบ 26 สิงหาคม 2557 มนุษย์จอมพลัง
ตีสิบ /  ตีสิบ ย้อนหลัง / 

ตีสิบ รายการโทรทัศน์ วาไรตี้บันเทิงยามดึก คืนวันอังคารที่ 26 สิงหาคม 2557 ตอนล่าสุดมนุษย์จอมพลัง โชว์ความแข็งแรงของร่ายกาย SocialCan แม่บ้านมีหนวดโล้ชิงช้า ช่วงสนทนา โชว์ความแข็งแรงของร่ายกาย อาทิเช่น ผู้หญิงตัวเล็กโชว์ความสามารถ รับน้ำหนักผู้ชายกล้ามโตตัวใหญ่

ปังปอนด์ลดโลกร้อน ตอน เกมคอมพิวเตอร์
ปังปอนด์ลดโลกร้อน /  ตอน / 

ปังปอนด์ลดโลกร้อน ตอน เกมคอมพิวเตอร์

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

แชร์ว่อน คลิปเปิดเพลงเสียงดัง อีกฝั่งควักปืนออกมายิง
ข่าววันนี้ /  ควักปืนออกมายิง / 

เปิดเพลงเสียงดัง อีกฝั่งควักปืนออกมายิง วันนี้(20ต.ค.)กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ ร้านยาง พีพีออโต้ ได้เผยแพร่คลิปที่มีชื่อว่า เปิดเพลงเสียงดัง ควักปืนออกมายิง ผู้โพสต์ได้ระบุคำบรรยายคลิปดังกล่าวว่า ลูกน้องได้เปิดเพลงฟังในร้านเวลา 9-10 โมง ร้านปลาเผาฝั่งตรงข้ามออกมายิงปืน 3-4 นัดตรงหน้าถนน ขณะเกิดเหตุทางผู้โพสต์คลิปนั่งอยู่ในออฟฟิตจึงเดินออกมาดู เห็นผู้ชายคนหนึ่งยืนถือปืนอยู่บนถนน และเวลาผ่านไปเพียงไม่นานชายคนดังกล่าวก็ได้ไปพาทหารมาเจรจากับทางผู้โพสต์คลิป ซึ่งคลิปที่ถูกเผยแพร่เป็นเหตุการณ์การเจรจาของคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย ชายที่เป็นผู้ยิงปืนข่มขู่ได้ชี้แจงถึงการก่อเหตุในครั้งนี้ว่า คู่กรณีมีการเปิดเพลงดังเกินไปจนทำให้ทนไม่ไหว  ขณะที่อีกฝั่งได้แย้งว่าเรื่องที่เกิดขึ้นน่าจะพูดคุยกันดีๆไม่ควรยิงปืนเพื่อข่มขู่กันเช่นนี้ อย่างไรก็ตามภายหลังคลิปถูกเผยแพร่ชาวสังคมออนไลน์ ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ในมุมมองที่ต่างกัน บ้างก็มองว่าการเปิดเพลงก็ไม่สมควรที่จะเปิดให้เสียงดังไปรบกวนผู้อื่น แต่การยิงปืนข่มขู่ผู้อื่นก็ถือเป็นเรื่องไม่ถูกไม่ควร เพราะหากมีการตอบโต้กันขึ้นมาอาจเกิดการสูญเสียได้ ขอบคุณคลิปจาก เฟซบุ๊ค ร้านยาง พีพีออโต้ MThai News

Pokemon XY ตอนที่ 43 ซัพไทย google มาสเตอร์ทาวเวอร์ ประวัติการพัฒนาร่างเมก้า
Pokemon /  XY / 

เพจ https://www.facebook.com/saibergamer ดาวน์โหลด http://www.one2up.com/view_content.php?content_ID=944506

ละครภพรัก , เรื่องย่อภพรัก
ละครภพรัก /  ละครภพรัก ช่อง 3 / 

เรื่องย่อละครภพรัก ความตาย.. อาจเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับ “เธอ” .. การดับสูญที่ยิ่งใหญ่นำมาซึ่งความผูกพันล้ำค่าบนโลกใบสวย .. ความรักระหว่าง “เธอ” และ “เขา” อาจเป็นไปไม่ได้หากแต่ใน “ภพรัก”…ความสุขในความรักระหว่างเขาและเธอ สดใสและงดงามเสมอ หมวดเหยี่ยว เป็นลูกชายคนเดียวของ วิหค นายตำรวจมือปราบที่เลื่องชื่อในอดีต เหยี่ยวกำพร้าพ่อและแม่มาตั้งแต่เล็กเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน ด้วยสาเหตุที่หลายคนยังตั้งข้อสงสัย วิหคเป็นตำรวจน้ำดีที่หลายคนให้การยกย่อง ทำงานตรงไปตรงมาแบบยอมหักไม่ยอมงอ แต่แล้วจู่ๆ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนปริศนาที่คนขับชนแล้วหนี เหยี่ยวอาศัยอยู่ในชุมชนริมน้ำหลังวัดเก่ากับ ยายนวล ยายตาบอดอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส ชอบทำบุญอยู่ในศีลในธรรม มีข้อเดียวที่ยายนวลผิดศีลอย่างเลิกไม่ได้คือต้องเล่นหวยอยู่เป็นนิจ และยายนวลก็เหมือนมีพรายกระซิบทุก 15 วัน ??? ตั้งแต่เหยี่ยวเล็กจนโต.. ยายนวลถูกหวยงวดเว้นงวด !!! เหยี่ยว มุ่งมั่นเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนสอบเข้าทำงานในสำนักงานสืบสวนพิเศษได้ หากแต่ในวิชาชีพตำรวจเหยี่ยวกลับทำไม่ได้ดีเหมือนพ่อ คดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบมักมีข้อผิดพลาดไม่ราบรื่น ยิ่งโดนเปรียบ เทียบกับพ่อ.. เหยี่ยวยิ่งทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งหลังผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดต้องรอดคดีไปได้อย่างลอยนวล เพราะการสอบสวนแบบถึงลูกถึงคนของแหยี่ยวโดนบันทึกภาพผ่านโทรศัพท์มือถือของ ทนายผู้ต้องหา และการนำสืบชี้นำไปที่เหยี่ยวขาดวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ข่มขู่ผู้ต้องหาให้รับสารภาพ หมวดเหยี่ยวถูกคาดโทษจากผู้บัญชาการว่าจะต้องถูกย้ายหากมีข้อผิดพลาดอะไร เกิดขึ้นอีก !!! ดูเหมือนชีวิตของหมวดเหยี่ยวกำลังรอคอยใครบางคน ใครบางคนที่จะเติมเต็ม.. ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น คืนวันหนึ่งขณะหมวดเหยี่ยวออกจากสำนักงานสืบฯ กำลังจะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเขารู้สึกแปลกๆ ในจิตใจคล้ายมีคลื่นพลังงานบางอย่างเข้ามากระทบในโสตสัมผัส เมื่อเลี้ยวรถตรงทางแยกหน้าปากซอย เขาพบรถสปอร์ตเกิดอุบัติเหตุตกบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ข้างทาง เมื่อ กองพิสูจน์หลักฐานดึงรถยนต์คันงามขึ้นมา.. ทุกคนต้องแปลกใจเพราะภายในรถว่างเปล่า !! ไม่ปรากฏร่างเจ้าของรถผู้ขับขี่ ตำรวจตรวจดูโดยรอบแล้วไม่พบศพผู้เสียชีวิต !!! ขณะ เหยี่ยวช่วยตำรวจท้องที่กันบรรดาไทยมุงออกมาจากพื้นที่ เขาสะดุดสายตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางต่างจากชาวบ้านแถบนั้นโดยสิ้นเชิง เงอะๆ งะๆ จนเกือบจะเข้าไปในเขตห้ามเข้า เหยี่ยวต้องเอ่ยปากไล่ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ เดี๋ยวจะเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญ หญิงสาวคนนั้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเดินหนีออกไป ก่อนขับรถกลับบ้าน เหยี่ยวพบสร้อยคอพร้อมล็อกเก็ตรูปหัวใจตกอยู่ข้างรถ เขาหยิบล็อกเก็ตเส้นนั้นและนำกลับไปบ้านด้วยอย่าง เผลอตัว ความแปลกประหลาดเริ่มบังเกิดขึ้นกับเหยี่ยวนับตั้งแต่วินาทีนั้น.. ตอนกลับบ้าน เสียงหมาวัดแถวนั้นต่างพากันประสานเสียงหอนกันระงมราวกับเห็นผี ! ยายนวลที่ตาบอดยังร้องทักว่าเหยี่ยวพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านทำไมไม่บอก จะได้หาข้าวหาปลาให้ทาน มิวายที่เหยี่ยวจะปฏิเสธ แต่ยายนวลกลับไม่เชื่อเถียงคอเป็นเอ็นหาว่าหลานชายแอบเอาสาวเข้าบ้านโดยไม่ บอกให้ยายรู้ จนเหยี่ยวต้องเรียก จ่านกน้อย ตำรวจคู่หูที่อยู่ข้างบ้านมายืนยันว่าไม่มีใครมาด้วย ยายนวลถึงจะเชื่อและเรียกจ่านกน้อยไปขูดต้นกล้วยหลังวัดด้วยกันอย่างออกรส ตามประสาคนบ้าหวยด้วยกัน จ่านกน้อยเป็นตำรวจที่มีอดีตไม่น่าจดจำ บ้าหวยทำตัวไร้สาระก็เพื่อลบปมเศร้าสะเทือนใจในชีวิต เมื่อ 5 ปีที่แล้ว.. นกยูง ลูกสาววัยรุ่นของจ่านกน้อยเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด เพราะพ่อบ้างานจนไม่มีเวลาให้ หลังเสียลูกสาวไม่นานเมียก็ต้องเสียชีวิตตามไปอีกคน เพราะโดนคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกัน แล้วจ่าเข้าไปช่วยไม่ทัน นับตั้งแต่นั้น.. ชีวิตจ่านกน้อยก็ไร้แก่นสาร ทำงานไปแบบวันเติมวัน เหมือนกำลังรอวันลาโลก!!! ย่ำ รุ่งคืนวันนั้นเอง เหยี่ยวกลับได้ยินเสียงร้องสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารในสวนหลังบ้าน เหยี่ยวพบกับหญิงสาวคนเดียวกับเมื่อตอนหัวค่ำ เธออยู่ในชุดขาวสวยเฉี่ยวทันสมัย ร้องไห้พลางบอกว่าไม่มีที่ไป ไม่มีใครเห็นเธอเลยนอกจากเหยี่ยว ภาพหญิงสาวค่อยๆ จางหายไป .. พร้อมๆ กับพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า !หมวดเหยี่ยวอึ้งแทบไม่เชื่อภาพที่ปรากฏต่อสายตา เขาพบกับผีสาว ! ตัวจริง ! เสียงจริง ! เช้าวันรุ่งขึ้น.. เหยี่ยวตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรกับ หลวงตาเคี้ยง เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หลวงตาฟังไปพร้อมกับตาลุกด้วยความตื่นเต้น อรรถาธิบายว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่าง เพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงยังล่องลอยไม่มีที่พึ่ง พออธิบายเสร็จ หลวงตาเคี้ยงก็รีบให้ศีลให้พร จ้ำอ้าวๆ กลับกุฏิแทบไม่ทัน สมดังคำล่ำลือว่าหลวงตาเคี้ยงไม่ค่อยถูกชะตากับพลังงานลึกลับ ?!?!? ทุกวันเมื่อไปทำงานสำนักงานสืบฯ เหยี่ยวต้องปะทะคารมอย่างรุนแรงกับ ผบ.สงคราม ที่จ้องจับผิดตลอดเวลา แม้ผบ.สงครามจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพ่อ แต่ความจริงที่เหยี่ยวไม่รู้ก็คือ.. สงครามไม่ได้เป็นเพื่อนกับวิหค แต่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานตำรวจ แข่งกันทุกครั้งสงครามก็แพ้วิหคทุกครั้ง .. หนำซ้ำการเสียชีวิตของวิหค ยังมีข่าวลืออีกว่าเป็นเพราะกำลังทำงานลับบางอย่างแข่งกับสงคราม จึงต้องเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ล่า สุดกับคดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบ.. จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น เขาเกือบทำพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อไว้ใจทิ้งหลักฐานวิดีโอการซื้อขายยาที่จะมัดตัวจอมบงการไว้กับสายสืบ นักข่าวคนหนึ่งที่แปรพักตร์เพราะโดนข่มขู่จากเจ้าพ่อ โชคดีที่ขณะจะกลับ เสียงผีสาวมาบอกให้ไปจับคนร้ายเสียก่อน เหยี่ยวจึงทำงานสำเร็จ ได้รับคำชมเชยเป็นครั้งแรกจาก ผบ.สงคราม คืน วันนั้นเหยี่ยวออกมาที่ต้นลำดวนหลังบ้าน เรียกหญิงคนนั้นเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด วิญญาณสาวคนเดิมออกมาตามเสียงเรียก เธอเรียกตัวเองว่า “น้ำ” แต่จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อ น้ำริน ของตัวเอง น้ำ รินไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องตามเหยี่ยวมาที่นี่ รู้แต่ว่าเธอต้องตามติดเหยี่ยวไปในทุกที่.. เพียงแต่ในช่วงกลางวันเหยี่ยวจะมองไม่เห็นร่างของเธอเท่านั้น ตั้งแต่ นั้นความโกลาหลในชีวิตเหยี่ยวจึงบังเกิด ?!? หมวดเหยี่ยวประสาทเสียที่จู่ๆ ก็มีวิญญาณสาวสวยคอยติดตามไปทุกที่ แม้ในเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ และ เวลานอน ?!? หนำซ้ำยายนวลยังเป็นอีกคนที่ได้ยินเสียงเหยี่ยว กับน้ำรินคุยกันบ่อยๆ เหยี่ยวเดาเอาเองจากการที่ยายถูกหวยทุกงวดว่าน่าจะเป็นเพราะยายมีสัมผัสที่ หก ได้ยินเสียงพรายกระซิบเป็นประจำ จึงไม่แปลกที่ยายจะได้ยินเสียงน้ำรินเช่นเดียวกับเขา เหยี่ยวโกหก ยายนวลว่าน้ำรินเป็นพยานปากเอกที่เขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานสืบฯ ให้นำตัวมาเก็บไว้ โดยใช้บ้านเหยี่ยวเพื่อเป็นเซฟเฮ้าส์ ยายนวลจึงคลายใจหันมาคุยกับน้ำรินวิญญาณสาวอย่างออกรสด้วยนึกว่าหล่อนเป็นคน เมื่อเวลาผ่านไป.. การสนิทสนมกับน้ำรินทำให้ชีวิตยายนวลมีชีวิตชีวามากขึ้น น้ำรินเป็นผีสาวความจำเสื่อมที่อารมณ์ดี มองโลกสดใสในทางบวก ความทรงจำน้ำรินเริ่มกลับมาทีละน้อยๆ เธอจำได้ว่าตัวเองมีฝีมือในการทำขนมไทยอย่างหาตัวจับยาก ตั้งแต่นั้นบ้านหลังน้อยของหมวดเหยี่ยวจึงเกิดกิจกรรมพิเศษของสองคู่ซี้ต่าง วัยและต่างภพ ทำขนมไทยสารพัดชนิดเพื่อเป็นรายได้เสริม ขนมไทยแสนอร่อยของยายนวลเป็นที่นิยมชมชอบของคนในชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆ ยาย นวลชวนจ่านกน้อยคู่ซี้มาทำขนมด้วยกันในตอนค่ำ เพื่อละเลิกจากกิจกรรมขี้เมาบ้าหวย สร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินให้กับจ่าไม่น้อย แต่จ่านกน้อยกับชาวบ้านแถบนั้นรวมไปถึงหลวงตาเคี้ยงยังไม่วายต้องผวาไปกับ เสียงแปลกๆ ยามค่ำ และพฤติกรรมเหมือนกำลังคุยกับผีของยายนวลอยู่เนืองๆ สินค้าขนมไทยของยายนวลในชุมชน ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ธารา นักธุรกิจสาวที่ผันตัวเองจากโลกธุรกิจ มาทำมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ ธาราต้องนั่งรถเข็นจากการเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ตั้งแต่นั้นธาราจึงอุทิศตัวเองเพื่อสังคม หันหลังให้กับโลกธุรกิจปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้บริหารมืออาชีพ ส่วนตัวเองหันมาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม เมื่อน้ำรินเห็นหน้าธารา.. เธอรู้สึกแปลกๆ เหมือนรู้จักผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างดี แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเคยพบกันที่ไหน ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ดูเหมือนวิญญาณน้ำรินกำลังทำความดีชดเชยกับเรื่องราวในอดีตที่เธอยังจำไม่ได้ น้ำรินไม่รู้เลยว่าในตอนมีชีวิตอยู่ เธอมีส่วนทำให้นกยูงลูกสาวจ่านกน้อยเสียชีวิต เพราะ เสพยาเกินขนาด!! วันหนึ่งน้ำรินมีโอกาสเห็นรูปนกยูงโดยบังเอิญ เธอจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์กับเธอที่ใดที่หนึ่งเกี่ยวกับการทำขนม ยิ่งไปกว่านั้น..น้ำรินจำได้ว่าเด็กสาวคนนี้เสียชีวิตเพราะเธอเฉยเมย ไม่ยอมช่วยนกยูงที่เอ่ยปากขอเบี้ยเลี้ยงล่วงหน้า ทำให้นกยูงเข้าสู่วังวนของการส่งยา ค้ายา จนถึงขั้นนกยูงโดนฆ่าตายเพราะคนร้ายต้องการปิดปากเรื่องเครือข่ายค้ายาฯ นกยูงโดนจัดฉากว่าเสพยาเกินขนาด เธอพยายามทำทุกวิถีทางให้ชีวิตของจ่านกน้อยดีขึ้น หลัง จากนั้นเป็นต้นมา เหยี่ยวกับน้ำรินยิ่งใกล้ชิดผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสนิทสนม ยิ่งทำให้ทั้งคู่กลายเป็นส่วนผสมของความกุ๊กกิ๊กอลวนที่ลงตัว น้ำรินแสดงถึงความเป็นคุณหนูไฮโซให้เห็นมากขึ้น เธอทั้งซุกซน ซุ่มซ่าม และเผลอเอาแต่ใจตัวเอง น้ำรินขอร้องให้ เหยี่ยวช่วยสืบหาว่าเธอเป็นผีมาจากไหน มีประวัติความเป็นมายังไง .. เหตุใดเธอจึงยังไม่ไปผุดไปเกิดซะที แต่แล้ววันหนึ่งน้ำรินก็ได้พบกับ ป้าปริก วิญญาณอีกดวงนึงที่ดูเหมือนเป็นวิญญาณที่ความอารมณ์ดี ป้าปริกสอนให้น้ำรินกลายเป็นวิญญาณคุณภาพ สามารถควบคุมให้สิ่งของต่างๆ เคลื่อนที่ได้ น้ำรินสามารถหยิบจับของต่างๆ และรับรู้ความรู้สึกในการสัมผัสได้ราวกับมีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์ ต่างกันเพียงว่าไม่มีใครมองเห็นเธอได้… นอกจากเหยี่ยวเพียงคนเดียว และการที่รู้สึกและหยิบจับของต่างๆ ได้เหมือนมนุษย์นี่เอง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำรินกับเหยี่ยวออกอาการกุ๊กกิ๊กแนบแน่นมาก ขึ้นกว่าเดิม เพราะเหยี่ยวมักเผลอโอบคอน้ำรินเหมือนเคยๆ ทุกครั้งเพราะไม่เคยทำได้สักที แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นรู้สึกได้ว่าเขากำลังกอดคอหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งยิ่งทำให้ทั้งคู่เขินอายและต้องระวังตัวระหว่างกันมากยิ่งขึ้น น้ำ รินมีโอกาสช่วยเหลือเหยี่ยวในการทำงานสำนักงานสืบฯ หลายครั้ง คดีสำคัญก็คือ.. เหยี่ยวสามารถคลี่คลายคดียาเสพติดในหมู่วัยรุ่นได้ เขาจับตัวการที่โยงใยทำให้นกยูงลูกสาวของจ่านกน้อยตาย จ่านกน้อยมีจิตใจดีขึ้นมากขึ้น เพราะความจริงปรากฏชัดว่านกยูงไม่ได้เสพยาเกินขนาดจนตาย แต่เธอตายเพราะต้องการเปิดโปงเครือข่ายค้ายา นกยูงตายเพื่อความถูกต้องในสังคม สมกับเป็นลูกสาวตำรวจอย่างจ่านกน้อย จ่านกน้อยเลิกขี้เมา บ้าหวย หันมาใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ อุทิศตนเองให้กับชุมชนฯ เหยี่ยว เหมือนเป็นนายตำรวจพรายกระซิบ ทำงานสำคัญๆ สำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ น่าแปลกที่ทุกครั้ง ที่น้ำรินช่วยเหยี่ยวคลี่คลายคดีสำคัญได้ ความทรงจำของเธอจะกลับมาหนึ่งอย่างเสมอ เหมือนการช่วยแก้ไขคดีแต่ละคดีเป็นการทดแทนการทำความผิดพลาดในอดีตหมวดแนน แฟนเก่าของเหยี่ยว กลับมาคลุกคลีกับเหยี่ยวอีกครั้ง จนน้ำรินเริ่มหึง ซึ่งเหยี่ยวเริ่มจับสังเกตได้ ภพธร กับนับดาว ยังไม่หยุดแผนที่จะฆ่าธารา จนสงครามเริ่มสงสัยในตัวภพธร จึงพาธาราไปซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ โดยให้เหยี่ยวตามไปดูแล คุ้มครองธารา ที่นั่นเอง สงครามได้แสดงความรักที่มีต่อธารามาอย่างช้านาน แต่ธาราปฎิเสธ เพราะไม่อยากผิดต่อพ่อของน้ำริน ซึ่งเป็นเพื่อนรักของสงครามนั่นเอง ถนนทางเข้าเซฟเฮ้าส์ คือถนนที่ครั้งหนึ่ง เหยี่ยว เคยนั่งรถมาพร้อมกับพ่อและแม่ และที่นี่เอง เหยี่ยวได้สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปกับอุบัติเหตุ ทุกครั้งที่เหยี่ยวขี่จักรยานผ่านจุดเกิดเหตุ เขาก็อดนึกถึงอดีตอันเจ็บปวดไม่ได้ น้ำรินซึ่งติดตามเหยี่ยวมาด้วย พยายามพูดให้กำลังใจ ให้เหยี่ยวต่อสู้กับอดีตอันเลวร้ายให้ได้ ทำให้เหยี่ยวรู้สึกเข้มแข็งขึ้นเมื่อได้อยู่กับน้ำรินน้ำรินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าธารามาก แต่ยังนึกเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้สักที จำได้แต่ว่า ก่อนตายเธอใกล้มีความสุขที่สุดในชีวิต .. น้ำรินกำลังจะแต่งงาน !!! แล้วจู่ๆ สร้อยล็อตเก็ตรูปหัวใจก็ตกลงจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของเหยี่ยว เหยี่ยวระลึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอหยิบมาจากริมบึงที่มีรถจมน้ำ.. ต้องเป็นเพราะล็อคเก็ตรูปหัวใจแน่ๆ น้ำรินถึงมาติดอยู่กับเขาแบบนี้ !!! เหยี่ยว สืบเรื่องของน้ำรินโดยเริ่มจากคดีรถสปอร์ตจมหายไปในน้ำ ตามไปถึงบ้านใหญ่โตของเจ้าของรถ ในที่สุดเหยี่ยวจึงรู้ว่าน้ำรินคือเจ้าของรถคันนั้น เป็นลูกสาวคนเดียวของ ธารา เศรษฐีนีแม่ม่ายเจ้าของเครือโรงแรมสตาร์ออฟสยาม เครือข่ายโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ ความจริงแล้วน้ำรินเป็นลูกสาวของคุณธารา สาวใหญ่ใจดีเจ้าของมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ วิญญาณเธอได้พบกับแม่ เพียงแต่เธอจำแม่ไม่ได้ เหยี่ยวปักใจเชื่อว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็น ภพธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่ชายบุญธรรม ผู้บริหารเครือโรงแรมนี้ทั้งหมด และเป็นอดีตคู่หมั้นของน้ำริน ภพธรคือคนที่น่าสงสัยที่สุด เมื่อ ตอนมีชีวิตอยู่.. น้ำรินเติบโตมากับภพธรผู้เป็นเหมือนพี่ชาย ภพธรเป็นลูกชาย นุติ อดีตเจ้าของเดอะสตาร์ออฟสยาม ที่ฆ่าตัวตายเพราะทำธุรกิจผิดพลาดจนต้องให้ ธารา แม่ของน้ำรินเข้าซื้อกิจการ แต่มีข่าวลือในวงธุรกิจ.. ความจริงแล้วนุติฆ่าตัวตายเพราะทนไม่ได้ที่โดนธาราโกงจนหมดตัว ธารารู้สึกผิด.. จึงส่งเสียเลี้ยงดูภพธรเป็นลูกบุญธรรม ให้เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับน้ำรินลูกแท้ๆ ธาราเดินไม่ได้เพราะได้รับอุบัติเหตุจากการขับรถเมื่อปีก่อน ทำให้อำนาจการบริหารโรงแรมทั้งหมดอยู่ในมือของภพธรลูกบุญธรรมซึ่งกำลังจะ แต่งงานกับน้ำริน และธารารู้สึกผิดกับบาปที่ตัวเองสร้างไว้ในอดีต เธอจึงหันมาทำมูลนิธิช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในสังคม ต้องการไถ่บาปสร้างความดีเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำไว้ในอดีต น้ำ รินขอบคุณเหยี่ยวและขอให้พาเธอไปสถานที่แห่งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เป็นบ้านสวนริมน้ำของ นับดาว ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนรักของเธอมาตั้งแต่เด็ก นับดาวเป็นเหมือนเพื่อนคู่หูน้ำรินมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเรื่อยมาจน กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยและจบการศึกษา เธอเป็นเหมือนเพื่อนรัก… หากแต่ซ่อนปมความคิดอิจฉาริษยาเพื่อนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างอย่างน้ำรินมา ตลอด นับ ดาวกำลังอยู่กับภพธรฉันท์สามีภรรยา จากคำพูดที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน น้ำรินจึงรู้ว่าทั้งสองแอบคบกันมานานแล้ว เพราะปมชีวิตของนับดาวที่ไม่อาจจะสู้น้ำรินได้ตลอดมา ทำให้นับดาวคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับน้ำรินโดยน้ำรินไม่รู้ตัว สิ่งที่นับดาวเอาชนะน้ำรินได้อย่างเด็ดขาดคือการพิชิตหัวใจของภพธร เพราะภพธรโกรธแค้นครอบครัวของน้ำรินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสองตั้งใจจะฮุบกิจการโรงแรมของธาราโดยเร็วที่สุด ทั้งเพื่อแก้แค้นให้ภพธรและเพื่อตัวของพวกเขาเอง.. นับดาวเป็นคนวาง แผนบงการทำให้ธาราต้องพิการ และวางแผนฆ่าน้ำรินก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้น !!! น้ำรินมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาเป็นประจำทุกวัน ภพธรแอบเปลี่ยนยาทำให้น้ำรินหมดสติ ขับรถตกบึงน้ำขนาดใหญ่ ก่อนจะอำพรางนำศพของเธอไปเผาทิ้ง ทำให้น้ำรินกลายเป็นบุคคลหายสาปสูญไปเพื่อทำลายหลักฐาน !!! นับดาวกับภพธรแอบเปิดประตูให้คนร้ายเข้าไปในคฤหาสน์ของธารา แต่ขณะที่กำลังจะทำอันตรายธารา เหยี่ยวกับน้ำรินเดินทางมาช่วยธาราได้ทันเวลา นับดาวกับภพธรถูกตำรวจจับ…และถูกลงโทษตามความผิดที่ตัวเองกระทำ ฐานทำร้ายน้ำรินถึงแก่ความตาย เวลานี้ภารกิจของน้ำรินดูเหมือนจะเสร็จสิ้นแล้ว พลังงานภายในวิญญาณของเธออ่อนแรงลง น้ำ รินรู้สึกว่าดวงวิญญาณของเธออาจดับสูญภายในคืนนี้.. เธอรวบรวมพลังงานทั้งหมดเท่าที่เหลืออยู่ ปรากฏกายให้เหยี่ยวเห็นเป็นครั้งสุดท้าย แม้ช่วงเวลาที่น้ำรินจะอยู่กับเหยี่ยวมีเพียงช่วงสั้นๆ หากแต่ความผูกพันในช่วงเวลาอันน้อยนิดระหว่างเธอกับเขา แนบแน่นจนกลายเป็น “ความรัก” ไปเสียแล้ว … เช่นเดียวกับเหยี่ยวที่รู้ใจตัวเองว่ารัก น้ำริน.. วิญญาณ สาวที่กำลังจะดับสลายไปในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ เหยี่ยวอยากจะอ้อนวอนขอให้น้ำรินอยู่กับเขาตลอดไป แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้…ไม่มีใครฝืนสัจธรรมการแตกดับนี้ไปได้ เหยี่ยวจึงตั้งจิตมั่นสัญญาไว้กับน้ำริน เขาจะรักเธอตลอดไป จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีให้เธอ ทั้งสองจากกันด้วยน้ำตา… 18 ปีต่อมา… หมวดเหยี่ยวนายตำรวจหนุ่มไฟแรงจบใหม่ในอดีต.. กลายเป็นหนุ่มใหญ่ผู้บัญชาการสำนักงานสืบสวนพิเศษในปัจจุบัน เขามุ่งมั่นในการทำงานจนไม่มีเวลาเหลือให้กับใคร คนเก่าคนแก่ภายในสำนักงานสืบสวนฯ ต่างรู้ดีว่าผู้บัญชาการผู้นี้ยังคงมีอดีตรักฝังใจที่ยากจะลืมเลือน ผบ.เหยี่ยวไม่มีหัวใจจะรักใครได้อีกแล้ว.. จวบจนวันนี้…วันที่สำนักงานสืบสวนพิเศษได้มีโอกาสต้อนรับ น้ำค้าง นักข่าวหญิงเพิ่งจบใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย สาวนักข่าวที่ทันทีที่ผบ.เหยี่ยวเห็นหน้าแล้วต้องชะงักด้วยความตกใจ ฤาสัญญารักที่เขาเคยให้ไว้กับน้ำรินมีผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้วในวันนี้… น้ำค้าง…มีใบหน้าบุคลิก ท่าทาง รอยยิ้ม เหมือนกับน้ำริน .. ราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน !

วาเลนติโน รอสซี เก่งบวกเฮงเข้าวินบิดออสเตรเลียนกรังด์ปรีซ์
ฆอร์เก ลอเรนโซ /  ฐิติพงศ์ วโรกร / 

“เดอะด็อกเตอร์” วาเลนติโน รอสซี นักบิดยามาฮ่า เก่งไม่พอแถมเฮงอีกต่างหาก หลังฉวยโอกาสที่ “ไอ้หนูน้อย” มาร์ค มาร์เกวซ จากเรปโซล ฮอนด้า ที่เพิ่งคว้าแชมป์โลกไปในสนามที่แล้ว ล้มในช่วง 10 รอบสุดท้าย ทะยานเข้าเส้นชัยเป็นคันแรก ด้วยเวลา 40 นาที 46.405 วินาที ศึกโมโตจีพี รายการ ออสเตรเลียน กรังด์ ปรีซ์ ณ ฟิลิปป์ ไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย โดยมี ฆอร์เก ลอเรนโซ ตามเข้าวินเป็นอันดับที่ 2 และแบรดลีย์ สมิธ จากมอนสเตอร์ ยามาฮ่า เข้าป้ายเป็นอันดับที่ 3 ส่วนรุ่นโมโตทู มาเวอริค วินาเลส จากทีมพากินัส เอชพี 40 คว้าแชมป์ไปครอง ด้วยเวลา 39 นาที 10.419 วินาที ส่วน เจ้าฟีม รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ จากทีมแอร์ เอเชีย เคเตอร์แฮม และฐิติพงศ์ วโรกร จากเอพี ฮอนด้า เดอะ พิซซ่า แซ็ก ไม่จบการแข่งขันพลาดท่าล้มล้มทั้งคู่ สำหรับสนามต่อไปจะไปบิดกันที่สนามเซปัง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย รายการ มาเลเซียน กรังด์ ปรีซ์ ในวันที่ 24-26 ต.ค.57