วอลเลย์บอลไทย

ละครเงามือ ที่เที่ยวหัวหิน เปิดใหม่ สุดยอดศิลปะการแสดงระดับโลก
ชะอำ /  ละครเงามือ / 

เปิดแล้ว ที่เที่ยวหัวหิน แห่งใหม่ "ละครเงามือ" และ มหัศจรรย์ มายากล ระดับโลก โดย อาจารย์ณฤทธิ์ ภักดีภูเบศร์ ที่ เวเนเซีย หัวหิน ละครเงามือ ที่เที่ยวหัวหิน เปิดใหม่ สุดยอดศิลปะการแสดงระดับโลก สถานที่เที่ยวหัวหิน แห่งใหม่ ที่มาหัวหิน แล้วคุณต้องมาชม .. โชว์ที่ดีที่สุดอีกที่หนึ่ง "ละครเงามือ" ศิลปะการแสดง ระดับโลก ที่ถูกสืบทอดมานับพันปี ต้นกำเนิดจากนักแสดงชาวอียิปต์โบราณ สำหรับแสดงให้องค์ราชา และราชวงศ์ชั้นสูง สืบทอดมาเป็นศิลปะการแสดงเงามือในปัจจุบัน ปัจจุบันการแสดงละครเงาได้มีการแสดงในหลายประเทศ ทั่วโลก และเป็นการแสดงที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง ซึ่งนักแสดงจะต้องผ่านการฝึกฝนทักษะ และต้องใช้ ความสามารถพิเศษ ค่อนข้างสูงมาก ในการใช้มือเพียง 2 ข้าง ที่จะต้องดัดแปลงและทำรูปร่าง ๆ ต่างๆ ให้เหมือนจริง และถ่ายทอดเรื่องราวเพื่อความบันเทิง ความสนุกสนาน ให้กับท่านผู้ชม แต่ในเมืองไทย แทบจะไม่มีให้ชม และขาดการสืบสาน สานต่อศิลปะการแสดงแขนงนี้ ทั้งนี้ อาจารย์ณฤทธิ์ ภักดีภูเบศร์ ได้ใช้การแสดงชุดนี้ สะกดคนดูกว่า 20,000 คนที่ประเทศอินโดนีเซีย และได้รับรางวัลระดับโลก คือ แชมป์ Best of Entertainer 2000 และด้วยความตั้งใจที่จะอนุรักษ์ศิลปะการแสดงชุดนี้จัดทำเป็นโรงละครขึ้นโดยเปิดแสดงที่ เวเนเซีย หัวหิน ทุก ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ นอกจากท่านผู้ชมจะได้ชม ศิลปะ "ละครเงามือ" แล้ว อาจารย์ณฤทธิ์ ได้นำการแสดงมายากลระดับโลก มาให้ท่านผู้ชมได้ชมอีกซึ่งท่านจะได้ตะลึง มายากลสุดอัศจรรย์ กับการเสกมอเตอร์ไซด์ทั้งคัน มายากลการแสดงเสกคนให้ลอยกลางอากาศ การแสดงมายากลแยกตัว แบบเดวิดคอปเปอร์ฟิลด์ การแสดงมายากลตลก เอ็นเตอร์เทนผู้ชม และอื่น ๆ อีกมากมาย ทั้งนี้ ช่วงเปิดใหม่ ทางโรงละครได้จัดทำราคาพิเศษ ปกติ บัตร 500 บาท พิเศษ ครึ่งราคา เพียง 250 บาท สำหรับกรุ๊ป หรือ นักเรียน นักศึกษา สอบถามติดต่อได้โดยตรง ที่คุณวันฤดี โทร. 083-5030-999 แล้วมาพบกันที่โรงละครนะคะ เพราะนี่คืออีกที่สุดโชว์ ที่ทุกคนมาหัวหินแล้วต้องมาชม "ละครเงามือ" @ เวเนเซีย หัวหิน HAND SHADOW SHOW & MAGIC SHOWS BY NRIS @ VENEZIA HUA HIN Contact no. 083-5030-999

ดอยอินทนนท์ เสน่ห์ดึงดูดที่งดงามไม่เปลี่ยนแปลง
ดอยอินทนนท์ /  ที่เที่ยวหน้าหนาว / 

"ดอยอินทนนท์" ยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย ถือเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญในจังหวัดเชียงใหม่ เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตอันดับต้น ๆ ของภาคเหนือเลยก็ว่าได้ และหน้าหนาวที่จะถึงนี้ หากใครมีแพลนไปเที่ยวเชียงใหม่ ทาง Travel.mthai.com ขอชวนคุณขึ้นไปรับลมหนาว สัมผัสวิวสวยได้ที่นี่เลยครับ ดอยอินทนนท์ เสน่ห์ดึงดูดที่งดงามไม่เปลี่ยนแปลง ดอยอินทนนท์ ถูกประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อปี พ.ศ. 2515 ถือเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 6 ของประเทศไทย มีพื้นที่ 482.4 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ในเขตอำเภอจอมทอง อำเภอแม่แจ่ม อำเภอแม่วาง และกิ่งอำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ "ดอยอินทนนท์" แต่เดิมมีชื่อว่า "ดอยหลวง" หรือ "ดอยอ่างกา" ดอยหลวง มาจากขนาดของดอยที่ใหญ่มาก ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า "ดอยหลวง" (หลวง เป็นภาษาเหนือ แปลว่า ใหญ่) การเดินทางจากตัวเมืองขึ้นไปจนถึงยอดดอยอินทนนท์ มีระยะทางประมาณ 106 กม. เส้นทางเป็นถนนลาดยางอย่างดี แต่ค่อนข้างสูงชัน ผู้ที่ใช้รถยนต์ส่วนตัว รถจะต้องมีสภาพดี ส่วนผู้ที่ไม่มีสามารถเช่ารถสองแถวที่น้ำตกแม่กลางได้ โดยทางอุทยานฯนั้น มีที่พักไว้บริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย นอกจากนี้ในอาณาบริเวณโดยรอบของอุทยานฯ จะประกอบไปด้วยน้ำตกหลายแห่งและเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ควรค่าแก่การไปเที่ยวชมอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น น้ำตกแม่ยะ น้ำตกแม่กลาง น้ำตกวชิรธาร เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา และเส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกผาดอกเสี้ยว เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน  เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา เส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกผาดอกเสี้ยว สถานที่ท่องเที่ยวบนดอยอินทนนท์ มีความหลากหลายและน่าสนใจอยู่มากมาย คนที่ไม่เคยไป ควรลองไปสัมผัสดูสักครั้ง ส่วนคนที่เคยไปแล้ว อย่าแน่ใจว่าท่านสำรวจครบแล้วทั้งหมด หนาวนี้อย่าลืมกลับเยี่ยมที่นั่นอีกครั้ง ต่างเวลา ความประทับใจย่อมไม่เหมือนกันแน่นอนครับ ที่มา : ดอยอินทนนท์.com เรียบเรียงโดย Travel MThai ขอบคุณภาพจาก : nattawantour.com, tourchiangmaibyaon.blogspot.com, pantip.com,fotorelax.com, thaitourcheap.com, deekub.wordpress.com, unseeninthai.com, uasean.com, cityford.co.th ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : ดอยอินทนนท์ , รวมที่เที่ยวหน้าหนาว นักท่องเที่ยวห้ามพลาด

กรมเชื้อเพลิงฯ เปิดยื่นขอสิทธิ สำรวจ-ผลิตปิโตรเลียม
กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ /  ข่าว / 

กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดให้ยื่นขอสิทธิสำรวจ และผลิตปิโตรเลียม ทั้งบนบก และในทะเล จำนวน 29 แปลง วันนี้ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๗ ได้มีการเผยแพร่ ประกาศกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เรื่อง เขตพื้นที่แปลงสำรวจปิโตรเลียมบนบก และในทะเลอ่าวไทย ที่เปิดให้ยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ประกาศระบุว่า อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๘ แห่งพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. ๒๕๑๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติปิโตรเลียม (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๕๐ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้ ๑. ให้ยกเลิกประกาศกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เรื่อง เขตพื้นที่แปลงสำรวจปิโตรเลียมบนบก และในทะเลอ่าวไทยที่เปิดให้ยื่นขอสัมปทานปิโตรเลียม ลงวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๕ ๒. กำหนดเขตพื้นที่แปลงสำรวจปิโตรเลียมบนบกและในทะเลอ่าวไทยที่เปิดให้ยื่นขอสิทธิสำรวจ และผลิตปิโตรเลียม จำนวน ๒๙ แปลง โดยมีแนวเขตตามแผนที่หมายเลข ป.๙๔/๒๕๕๗ ท้ายประกาศนี้ การกำหนดชายฝั่งทะเลให้ถือแนว ณ ระดับน้ำทะเลปานกลาง แต่เส้นแบ่งเขตไหล่ทวีปส่วนที่อยู่ ในทะเลนั้น ให้เป็นไปตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศที่ยอมรับนับถือกันโดยทั่วไปและสัญญากับต่างประเทศ MThai News

บลจ.กสิกรไทย

ธนาคารกสิกรไทยมุ่งมั่นเป็นสถาบันการเงินที่มั่นคงที่สุด ที่ริเริ่มในสิ่งใหม่ และกระทำทุกวิถีทางเพื่อเป็นสถาบันการเงินไทยที่ให้บริการอย่างดีที่สุดแก่ลูกค้า

คลิปพายุหมุนดูดน้ำในบ่อกุ้งขึ้นฟ้า ที่สงขลา
บ่อกุ้ง /  พายุหมุน / 

แชร์ว่อน คลิปพายุหมุนดูดน้ำในบ่อกุ้งขึ้นฟ้า ที่สงขลา วันนี้(21 ต.ค.) บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปพายุหมุนที่เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อกีกี้ สิทธิพร อินทคง เป็นผู้อัพโหลดคลิปความยาวกว่า3.47 นาที เป็นเหตุการณ์ที่พายุหมุนกำลังดูดน้ำบ่อกุ้งขึ้นไปบนฟ้าที่อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ส่งผลให้บ่อกุ้ง กุ้งและเครื่องจักรได้รับความเสียหาย โดยเหตุการณ์ในคลิปมีการพูดว่าพายุหมุนมันเคลื่อนไปเรื่อยๆและขนาดใหญ่ขึ้น ขอบคุณคลิปจาก สมาชิกเฟซบุ๊คชื่อกีกี้ สิทธิพร อินทคง

'พาณิชย์' นำ 135 เอกชน ออกบูธ SIAL 2014 ขยายตลาด EU
SIAL 2014 /  กระทรวงพาณิชย์ / 

'พาณิชย์' นำ 135 เอกชนไทย ออกบูธร่วมเจรจาธุรกิจ ในงานแสดงสินค้าอาหาร และเครื่องดื่ม SIAL 2014 ที่ฝรั่งเศส หวังขยายตลาด EU สร้างความเชื่อมั่นสินค้าไทย นายวุฒิชัย ดวงรัตน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์จะเป็นหัวหน้าคณะเดินทางเพื่อสร้างความเชื่อมั่นสินค้าไทยในสหภาพยุโรป หรือ EU ระหว่างวันที่ 19 - 24 ตุลาคมนี้ ซึ่งเป็นช่วงการจัดงานแสดงสินค้าอาหาร และเครื่องดื่มที่มีชื่อเสียง SIAL 2014 ณ ประเทศฝรั่งเศส โดยได้นำภาคเอกชนไทยกว่า 135 รายที่ร่วมงานแสดงสินค้า หารือกับภาคเอกชน สมาคมการค้า และผู้นำเข้า เพื่อเจรจา จับคู่ธุรกิจ และหารือเกี่ยวกับลู่ทางการจัดกิจกรรมส่งเสริมการค้าร่วมกันในอนาคต สำหรับงานแสดงสินค้า SIAL 2014 จัดต่อเนื่องมาเป็นครั้งที่ 27 และเป็นงานใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ซึ่งปีนี้ไทยเข้าร่วมงานเป็นครั้งที่ 19 จองพื้นที่ประมาณ 1,345 ตร.ม. ประกอบด้วยผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมงาน 135 ราย เข้าร่วมงานทั้ง 8 โซนสินค้า อาทิ ร้านขายของชำ 40 ราย อาหารกระป๋อง 27 ราย ของทานเล่น ข้าว ผลไม้ และผัก อาหารพร้อมทาน อาหารแช่เย็นแช่แข็ง เป็นต้น ทั้งนี้การค้ารวมระหว่างไทยกับอียู ในช่วง 8 เดือนแรก(ม.ค.-ส.ค.) ของปีนี้มีมูลค่า 28,397 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยไทยส่งออกไปอียู15,496 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลง 3.1% คิดเป็นสัดส่วน 10.3% ของการส่งออกของไทยไปยังตลาดโลก MThai News

โบรกฯคาดหุ้นไทย ผันผวน ตามภูมิภาค
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

โบรกฯคาดหุ้นไทย ผันผวนตามภูมิภาค แต่มีแนวโน้มลงต่อ ชะลอเก็งกำไร ซื้อที่แนวรับ 1,520-1,500 จุด บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส วิเคราะห์ว่า เมื่อวานนี้ดัชนีฯหุ้นไทยดีดกลับขึ้นได้ดีในช่วงต้นชั่วโมง ก่อนที่จะมีแรงขายออกมากดดันให้ดัชนีค่อยๆ ไหลย้อนลงมาเป็นลบอีกครั้ง เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่ๆ เข้ามาหนุน ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปส่วนใหญ่เปิดทำการเป็นลบมากพอควร หลังเยอรมนีเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิตลดลงมากกว่าคาด อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตลาดหุ้นยุโรปปิดเป็นลบอยู่ แต่ตลาดหุ้นสหรัฐยังมีแรงซื้อกลับเข้ามา หลังจากดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลงแรงในช่วงต้น โดยได้รับแรงหนุนจากมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทเอกชนในสหรัฐ ทำให้สุดท้าย DJIA ยังปิดบวกได้เล็กน้อย ส่งผลให้ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดทำการไม่ได้เลวร้ายนัก โดยยังมีลักษณะแกว่งตัวบวก-ลบแคบๆ คาดว่าวันนี้ดัชนีฯก็น่าที่จะยังแกว่งทรงตัวเป็นบวก หรือลบไม่กว้างมากนักได้ แต่ถ้ายังไม่มีปัจจัยสนับสนุนใหม่ๆ เข้ามาเสริม เราคาดว่าจะเป็นการทรงตัวเพื่อรอปรับลงต่ออีก ซึ่งกรอบบวกช่วงนี้น่าจะยังจำกัด ดังนั้น จึงไม่น่าสนใจในการที่จะตามเข้าเทรดดิ้ง โดยให้รอจังหวะซื้ออีกครั้งเมื่อใกล้แนวรับที่ 1,520-1,500 จุด และแนวต้านที่ 1,530-1,540 จุด ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต ประเมินว่า แม้ดัชนีฯหุ้นไทยอ่อนแอกว่าที่คาดการณ์ไว้เมื่อวาน อย่างไรก็ตาม ยังคาด Technical Rebound ระยะสั้นไปที่ 1,545-1,555 จุด หลังปิด Gap ทางเทคนิคที่ 1,520 จุด ไปแล้วตั้งแต่สัปดาห์ก่อนขณะที่แนวโน้มการฟื้นตัวระยะสั้นของ Dow Jones และตลาดหุ้นหลักในยุโรป คาดว่าจะเป็นตัวช่วยหนุนการดีดกลับระยะสั้น กลุ่มธนาคาร มีแนวโน้มแข็งแกร่งกว่าตลาด พอร์ตหลัก แนะนำซื้อหุ้นกลับเข้าพอร์ตเป็น 90-100% ต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้ โดยเน้นกลุ่มหุ้น Domestic Plays โดยเฉพาะกลุ่มธนาคาร ที่มีแนวโน้มแข็งแกร่งกว่าตลาด อย่าง KBANK, BBL รวมไปถึงกลุ่มอสังหาฯ ที่คาดการณ์กำไรไตรมาส 3 ออกมาดีอย่าง SPALI ขณะที่กลุ่มสื่อสารแนะนำ ADVANC, INTUCH และ SAMART หุ้นเด็ดรายตัว คลิ๊ก>>>>>>> MThai News

กสทช.เผย กทม. แลกคูปองสูงสุดกว่า 4 พันใบ
การตลาด /  ข่าวทีวีดิจิตอล / 

กสทช.เผย กทม.ใช้คูปองทีวีดิจิทัลมากสุด 4,024 ใบ พร้อมเตรียมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบประเด็นการนำจ่ายคูปองไม่โปร่งใส นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กล่าวถึง ยอดใช้คูปองทีวีดิจิทัลล่าสุด โดยมีประชาชนนำไปใช้รวมกว่า 13,000 ใบ โดยเป็นทั้งแลกซื้อกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอล และแลกซื้อโทรทัศน์เครื่องใหม่ โดยพื้นที่ที่แลกมากที่สุดคือ กทม. กว่า 4,024 ใบ รองลงมาคือ นนทบุรี 1,239 ใบ ปทุมธานี 1,122 ใบ สมุทรสาคร 33 ใบ และชัยนาท 20ใบ จากการตรวจสอบล่าสุดจากไปรษณีย์พบว่าแจกเกือบ 100 เปอร์เซ็นแล้ว แต่ขณะนี้เหลือประชาชนที่ยังไม่ได้รับคูปองประมาณ 300,000 ราย เพราะไม่อยู่บ้านและไม่ได้ไปรับกับทางไปรษณีย์ไทย อีกทั้งบางคงอาจไม่ทราบว่าตัวเองมีสิทธิรับคูปอง สำหรับกรณีที่ประชาชนแจ้งผ่าน Call Center ของสำนักงานกสชท.หมายเลข 1200 ว่ามีการนำจ่ายคูปองไม่โปร่งใส ล่าสุด กสชท.ได้ดำเนินการหารือกับบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด แล้ว และจำทำการจัดตั้งกรรมการตรวจเพื่อสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นต่อไป MThai News เริ่มแล้ว! แลกคูปองทีวีดิจิตอล วันแรก ชาวบ้านเถียงกันดุเดือด ‘คูปองทีวีดิจิตอล’ เพิ่งเริ่มแจกก็วุ่นแล้ว ! กสทช.ควักเพิ่ม 2,000 ล้าน แจกคูปองให้ชุมชนแออัด

กว่าจะรู้เดียงสา (2530) 1/3
หนังไทย

เรื่องย่อ : ครอบครัวของทิพย์ (มาช่า วัฒนพานิช) เป็นผู้ดีเก่า มีคุณแม่ (พิศมัย วิไลศักดิ์) เป็นคนดูถูกคนจน เมื่อทิพย์อายุ 15 ย่าง 16 ได้รู้จักกับหนุ่มดาวโรงเรียนชื่อ ไชยา (สุริยา เยาว์สังข์) ทั้งสองคนมักพบปะกันประจำโดยทางบ้านไม่รู้ พี่ชายของไชยา (นพพล โกมารชุน) เปิดร้านขายเเละซ่อมจักรยาน และมักทะเลาะกับไชยาประจำ ทำให้เขาเบื่อที่บ้านมาก เมื่อทิพย์ไปเที่ยวน้ำตกกับไชยา ทั้งคู่ก็ได้มีความสัมพันธ์กัน จนท้องขึ้นมาและหนีไปอยู่ด้วยกัน พ่อแม่ของทิพย์ตามไปที่ร้านของพี่ชายไชยาและกล่าวว่าโทษให้ ทั้งคู่หนีไปอยู่กรุงเทพฯ แฉล้ม (อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ) ผู้หญิงหากินพาไปเช่าบ้านอยู่ ทั้งสองต้องแยกกันหางานทำ ไชยาไปทำงานเป็นลูกจ้างร้านคนจีนซ่อมจักรยาน ส่วนทิพย์ไปเป็นพี่เลี้ยงเด็กทำงานบ้านที่บ้านครู แต่อยู่ได้ไม่นานสามีเจ้าของบ้านเข้ามาลวนลาม โชคดีที่ทิพย์ได้ใช้ขวดตีที่ศีรษะเเละหนีออกมาได้ จึงหนีไปหาไชยาที่ร้านซ่อมจักรยาน แต่ก็ไม่เจอกัน เพราะไชยาได้ลาออกไปแล้ว จึงกลับไปหาแฉล้ม โดยขอโทรศัพท์กลับไปที่บ้าน หวังให้คุณพ่อรับหลานไปเลี้ยงหลังคลอด แต่ก็ต้องตกใจ เพราะพี่ชายบอกว่าคุณพ่อได้หย่ากับคุณแม่แล้วและไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน พี่ชายต้องการให้ทิพย์กลับไปอยู่ด้วยกันพร้อมยินดีรับเลี้ยงลูกของทิพย์ แต่ไม่ทันที่จะพูดอะไรมาก ทิพย์ก็ร้องไห้วางสายโทรศัพท์ด้วยความเสียใจกับข่าวที่พ่อหายตัวไป อีกทั้งยังรู้ว่าไชยาซึ่งติดยาถูกรถชนตายเพราะวิ่งหนีตำรวจ แฉล้มจึงได้โอกาสเกลี้ยกล่อมให้ทิพย์ทำงานเป็นผู้หญิงหากินและเอาไปฝากไว้ที่บ้านของแม่เล้า เมื่อทิพย์คลอดลูก ก็โดนพาไปขายที่หาดใหญ่ ทิพย์ต้องทำงานและเลี้ยงลูกไปด้วย จากนั้นหมอสุริยา (อธิป ทองจินดา) ญาติของทิพย์ ได้มาตรวจร่างกายในซ่อง จึงพยายามหาทางช่วยทิพย์ แต่ทิพย์ต้องการให้ลูกออกไปได้ก่อน ทิพย์ตัดสินใจผูกคอตาย หมอสุริยาส่งเด็กให้กับพี่ชายทิพย์เลี้ยง แม่ของทิพย์จึงรู้ว่าทิพย์ได้จากไปแล้ว กว่าจะรู้เดียงสา เป็นภาพยนตร์ไทย ที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2530 ที่ดัดแปลงสร้างมาจากนวนิยายของ โบตั๋น จัดจำหน่ายโดย ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น กำกับโดย ชนะ คราประยูร บทภาพยนตร์โดย ชนะ คราประยูร และ นพมาศ ศิริกายะ นำแสดงโดย พิม (มาช่า) วัฒนพานิช, สุริยา เยาว์สังข์, อธิป ทองจินดา, นพพล โกมารชุน, อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ,กำธร สุวรรณปิยะศิริ, สุริวิภา กุลตังวัฒนา, สุเชาว์ พงษ์วิไล, ไกรลาศ เกรียงไกร ออกฉายเมื่อวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2530 กว่าจะรู้เดียงสา ได้สร้างเป็นละครโทรทัศน์ 3 ครั้ง ครั้งแรกและครั้งที่ 2 โดย ดาราวิดีโอ ออกอากาศทาง ช่อง 7 ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2531 นำแสดงโดย มาช่า วัฒนพานิช, สิวะ แตรสังข์, พิศมัย วิไลศักดิ์ ครั้งที่สองปี พ.ศ. 2543 นำแสดงโดย คีตภัทร อันติมานนท์, วีรภาพ สุภาพไพบูลย์, ดวงดาว จารุจินดา และครั้งที่สามปี พ.ศ. 2555 นำแสดงโดย ธีรภัทร์ แย้มศรี, พิรุณรัตน์ เกตุคำ, รชยา รักกสิกรณ์ สร้างและออกอากาศทางช่อง media channel รายชื่อนักแสดง มาช่า วัฒนพานิช ............ แว่นทิพย์ (ทิพย์) สุริยา เยาว์สังข์ ............ ไชยา อธิป ทองจินดา ............ หมอสุริยา นพพล โกมารชุน ............ พี่ชาย ไชยา พิศมัย วิไลศักดิ์ ............ แม่ของทิพย์ อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ ............ แฉล้ม (หญิงขายบริการ) กำธร สุวรรณปิยะศิริ ............ พ่อของทิพย์ สุริวิภา กุลตังวัฒนา ............ เพื่อนสาวของทิพย์ สุเชาว์ พงษ์วิไล ............ สามีของครู (นายจ้างของทิพย์) ไกรลาศ เกรียงไกร ............ สิงห์ (คนคุมส่งหญิงขายบริการ) ยุวดี ไทยหิรัญ ............ ครู (นายจ้างของทิพย์) ปุยฝ้าย ไทยหิรัญ ............ เพื่อนชายของไชยา นภาพร หงสกุล ............ เฉลา เพื่อนของแฉล้ม (อาชีพค้าผู้หญิงบริการ) บู๊ วิบูลย์นันท์ ............ เสี่ยเจ้าของสถานบริการบันเทิง (นายจ้างของทิพย์) ชูศรี มีสมมนต์ ............ แม่เล้าในซ่อง ชินดิษฐ์ บุนนาค ............ นายจ้างร้านซ่อมจักรยานของไชยา เรืองศรี อินทรกำแหง ............ เรือง (พนักงานโรงเเรม) ขจรศักดิ์ ศุกระจันทร์ ............ พี่ชายของทิพย์ ทัศนีย์ ชินวัตร ............ พี่สะใภ้ของทิพย์ ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2014/07/2530-master-vcd.html 1/3 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413839651.html 2/3 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413844670.html 3/3 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413847705.html

กว่าจะรู้เดียงสา (2530) 2/3
หนังไทย

เรื่องย่อ : ครอบครัวของทิพย์ (มาช่า วัฒนพานิช) เป็นผู้ดีเก่า มีคุณแม่ (พิศมัย วิไลศักดิ์) เป็นคนดูถูกคนจน เมื่อทิพย์อายุ 15 ย่าง 16 ได้รู้จักกับหนุ่มดาวโรงเรียนชื่อ ไชยา (สุริยา เยาว์สังข์) ทั้งสองคนมักพบปะกันประจำโดยทางบ้านไม่รู้ พี่ชายของไชยา (นพพล โกมารชุน) เปิดร้านขายเเละซ่อมจักรยาน และมักทะเลาะกับไชยาประจำ ทำให้เขาเบื่อที่บ้านมาก เมื่อทิพย์ไปเที่ยวน้ำตกกับไชยา ทั้งคู่ก็ได้มีความสัมพันธ์กัน จนท้องขึ้นมาและหนีไปอยู่ด้วยกัน พ่อแม่ของทิพย์ตามไปที่ร้านของพี่ชายไชยาและกล่าวว่าโทษให้ ทั้งคู่หนีไปอยู่กรุงเทพฯ แฉล้ม (อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ) ผู้หญิงหากินพาไปเช่าบ้านอยู่ ทั้งสองต้องแยกกันหางานทำ ไชยาไปทำงานเป็นลูกจ้างร้านคนจีนซ่อมจักรยาน ส่วนทิพย์ไปเป็นพี่เลี้ยงเด็กทำงานบ้านที่บ้านครู แต่อยู่ได้ไม่นานสามีเจ้าของบ้านเข้ามาลวนลาม โชคดีที่ทิพย์ได้ใช้ขวดตีที่ศีรษะเเละหนีออกมาได้ จึงหนีไปหาไชยาที่ร้านซ่อมจักรยาน แต่ก็ไม่เจอกัน เพราะไชยาได้ลาออกไปแล้ว จึงกลับไปหาแฉล้ม โดยขอโทรศัพท์กลับไปที่บ้าน หวังให้คุณพ่อรับหลานไปเลี้ยงหลังคลอด แต่ก็ต้องตกใจ เพราะพี่ชายบอกว่าคุณพ่อได้หย่ากับคุณแม่แล้วและไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน พี่ชายต้องการให้ทิพย์กลับไปอยู่ด้วยกันพร้อมยินดีรับเลี้ยงลูกของทิพย์ แต่ไม่ทันที่จะพูดอะไรมาก ทิพย์ก็ร้องไห้วางสายโทรศัพท์ด้วยความเสียใจกับข่าวที่พ่อหายตัวไป อีกทั้งยังรู้ว่าไชยาซึ่งติดยาถูกรถชนตายเพราะวิ่งหนีตำรวจ แฉล้มจึงได้โอกาสเกลี้ยกล่อมให้ทิพย์ทำงานเป็นผู้หญิงหากินและเอาไปฝากไว้ที่บ้านของแม่เล้า เมื่อทิพย์คลอดลูก ก็โดนพาไปขายที่หาดใหญ่ ทิพย์ต้องทำงานและเลี้ยงลูกไปด้วย จากนั้นหมอสุริยา (อธิป ทองจินดา) ญาติของทิพย์ ได้มาตรวจร่างกายในซ่อง จึงพยายามหาทางช่วยทิพย์ แต่ทิพย์ต้องการให้ลูกออกไปได้ก่อน ทิพย์ตัดสินใจผูกคอตาย หมอสุริยาส่งเด็กให้กับพี่ชายทิพย์เลี้ยง แม่ของทิพย์จึงรู้ว่าทิพย์ได้จากไปแล้ว กว่าจะรู้เดียงสา เป็นภาพยนตร์ไทย ที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2530 ที่ดัดแปลงสร้างมาจากนวนิยายของ โบตั๋น จัดจำหน่ายโดย ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น กำกับโดย ชนะ คราประยูร บทภาพยนตร์โดย ชนะ คราประยูร และ นพมาศ ศิริกายะ นำแสดงโดย พิม (มาช่า) วัฒนพานิช, สุริยา เยาว์สังข์, อธิป ทองจินดา, นพพล โกมารชุน, อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ,กำธร สุวรรณปิยะศิริ, สุริวิภา กุลตังวัฒนา, สุเชาว์ พงษ์วิไล, ไกรลาศ เกรียงไกร ออกฉายเมื่อวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2530 กว่าจะรู้เดียงสา ได้สร้างเป็นละครโทรทัศน์ 3 ครั้ง ครั้งแรกและครั้งที่ 2 โดย ดาราวิดีโอ ออกอากาศทาง ช่อง 7 ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2531 นำแสดงโดย มาช่า วัฒนพานิช, สิวะ แตรสังข์, พิศมัย วิไลศักดิ์ ครั้งที่สองปี พ.ศ. 2543 นำแสดงโดย คีตภัทร อันติมานนท์, วีรภาพ สุภาพไพบูลย์, ดวงดาว จารุจินดา และครั้งที่สามปี พ.ศ. 2555 นำแสดงโดย ธีรภัทร์ แย้มศรี, พิรุณรัตน์ เกตุคำ, รชยา รักกสิกรณ์ สร้างและออกอากาศทางช่อง media channel รายชื่อนักแสดง มาช่า วัฒนพานิช ............ แว่นทิพย์ (ทิพย์) สุริยา เยาว์สังข์ ............ ไชยา อธิป ทองจินดา ............ หมอสุริยา นพพล โกมารชุน ............ พี่ชาย ไชยา พิศมัย วิไลศักดิ์ ............ แม่ของทิพย์ อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ ............ แฉล้ม (หญิงขายบริการ) กำธร สุวรรณปิยะศิริ ............ พ่อของทิพย์ สุริวิภา กุลตังวัฒนา ............ เพื่อนสาวของทิพย์ สุเชาว์ พงษ์วิไล ............ สามีของครู (นายจ้างของทิพย์) ไกรลาศ เกรียงไกร ............ สิงห์ (คนคุมส่งหญิงขายบริการ) ยุวดี ไทยหิรัญ ............ ครู (นายจ้างของทิพย์) ปุยฝ้าย ไทยหิรัญ ............ เพื่อนชายของไชยา นภาพร หงสกุล ............ เฉลา เพื่อนของแฉล้ม (อาชีพค้าผู้หญิงบริการ) บู๊ วิบูลย์นันท์ ............ เสี่ยเจ้าของสถานบริการบันเทิง (นายจ้างของทิพย์) ชูศรี มีสมมนต์ ............ แม่เล้าในซ่อง ชินดิษฐ์ บุนนาค ............ นายจ้างร้านซ่อมจักรยานของไชยา เรืองศรี อินทรกำแหง ............ เรือง (พนักงานโรงเเรม) ขจรศักดิ์ ศุกระจันทร์ ............ พี่ชายของทิพย์ ทัศนีย์ ชินวัตร ............ พี่สะใภ้ของทิพย์ ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2014/07/2530-master-vcd.html 1/3 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413839651.html 2/3 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413844670.html 3/3 -

ฆาตกรต่อเนื่องชาวมะกัน ฆ่าคนมา 20 ปี เพิ่งถูกจับได้ ??
ฆาตกรต่อเนื่อง /  ฆาตกรต่อเนื่องนาน 20 ปี

ฆาตกรต่อเนื่องที่มีส่วนพัวพันธ์กับการตายของหญิงสาวถึง 7 คน ให้การสารภาพว่าเขาคือฆาตกรต่อเนื่องที่ฆ่าคนมาเรื่อยๆนานกว่า 20 ปี วันนี้ (21ต.ค.) สำนักข่าวเดอะมิรเรอร์ รายงานข่าว ดาร์เรน วาน วัย 43 ปี จากรัฐอินเดียนา ของสหรัฐฯ ที่ในขั้นแรก เขาตกเป็นผู้ต้องสงสัย ในคดีฆาตกรรมหญิงสาวอย่างน้อย 7 ราย ซึ่งต่อมาเขารับสารภาพว่า เป็นฆาตกรต่อเนื่องมายาวนานกว่า  20 ปีแล้ว ทั้งนี้ ผู้บังคับการตำรวจรัฐอินเดียน่าเผยว่า นายวาน ให้การว่า ได้ก่อคดีฆาตกรรมมาเป็นเวลากว่า 20 ปีแล้ว โดยสังหารเหยื่อที่เป็นหญิงขายบริการ อายุ 19 ปี ด้วยการบีบคอ และพบศพในโรงแรม ทั้งยังพาเจ้าหน้าที่ไปพบศพที่เขาลงมือฆ่าด้วยตัวเองอีกอย่างน้อย 3 ศพด้วย อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่ทราบแน่ชัดว่ามีร่วมมือในการก่ออาชญากรรมครั้งนี้กับนายวานด้วยหรือไม่ นาย เจสัน คลาร์ก โฆษกภาควิชากฎหมายอาญา ในเท็กซัส  เผยว่า นายวาน เคยถูกตัดสินจำคุก 5 ปี ข้อหาล่วงละเมิดทางเพศ เมื่อเดือนกรกฎาคมในปี 2008 และพยายามที่จะบีบคอผู้หญิงวัย 25 ปีในอพาร์ทเม้นออสติน เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง หนึ่งในฆาตกรต่อเนื่องที่เลวร้ายที่สุดของโลกคนใหม่ในบราซิล !! ลีโอนาร์โด เตรียมรับบท ฆาตกรต่อเนื่องแห่งศตวรรษที่ 19 รวบฆาตกรต่อเนื่อง 9 คดี วางยาพิษขโมยรถ จุดจบ ไอ้หนุ่ย ฆาตกรต่อเนื่อง บทเรียน ปัญหาสังคมไทย!! Mthai News

ม็อบมิลานเป็นเหตุ 'ปวิน'ปะทะ 'วาสนา นาน่วม'
กระบอกเสียงคสช. /  คสช. / 

"ปวิน" ฉะ "วาสนา นาน่วม" เป็นกระบอกเสียงให้คสช. ผิดหวังทำหน้าที่สื่อไม่เป็นกลาง แนะนักข่าวอย่าเอาอย่าง วาสนาโต้ พูดแรงไป! นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเกียวโต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว "Pavin Chachavalpongpun" แสดงความคิดเห็นถึง น.ส.วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหาร ที่นำเสนอข่าวว่า ไม่มีม็อบต้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ที่เดินทางเข้าร่วมประชุมอาเซม ที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ซึ่งนายปวิน ระบุว่า "ผมผิดหวังในตัวคุณวาสนา นาน่วมมาก ที่เป็นกระบอกเสียงให้ คสช.แทนที่จะทำหน้าที่สื่ออย่างตรงไปตรงมา กรณีงานที่มิลานชี้ว่า คุณวาสนาเล่นด้วยกับการไม่พูดความจริงของสรรเสริญ (พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกรัฐบาล) วันนี้ผมเลยขอเขียนตำหนิคุณวาสนา และร้องขอให้ผู้สื่อข่าวที่ยังมีจรรยาบรรณเหลืออยู่ อย่าได้เอาเยี่ยงอย่าง" โดยก่อนหน้านี้น.ส.วาสนา ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊คส่วนตัว "Wassana Nanuam" ว่า "ร่วมแจมม็อบฝรั่ง ขอถ่ายภาพ สร้างข่าว..."เสธ.ไก่อู"แจง คนไทยแค่ร่วมแจมม็อบอิตาลี ต้านเหยียดสีผิว เพื่อหวังสร้างภาพสร้างข่าว แต่ไม่ใช่ตัดต่อภาพ เผยตรวจสอบไปกับทีมนายกฯ ยืนยันว่าไม่มีเหตุประท้วงในเวลานั้น เพราะเกิดพื้นที่อื่น ระบุมีคนไทยสบโอกาสไปร่วมม็อบ น.ศ.มิลาน ต้านสีผิวถ่ายภาพสร้างข่าว พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกรัฐบาล แจง ไม่ได้ระบุว่าภาพการประท้วงต่อต้าน พล.อ.ประยุทธ์ นั่นเป็นการตัดต่อ แต่เนื่องจากมีนักข่าวโทรมาถามหลายสำนัก หลังมีภาพเผยแพร่ทางออนไลน์ ตนเองจึงตรวจสอบไปกับทีมที่ติดตามนายกฯ ก็ยืนยันว่าไม่มีเหตุประท้วงใดๆ มีแต่คนไทยมาให้กำลังใจนายกฯ ทั้งนี้ ในเวลานั้นยังไม่รู้ เพราะเหตุการณ์นี้เกิดในพื้นที่อื่น โดยพบว่า มีคนไทยบางคนที่ตนไม่อยากระบุชื่อ อาศัยโอกาสที่นักศึกษาอิตาลี เดินขบวนต่อต้านการเหยียดสีผิว ไม่ใช่การต้านนายกฯ ไทย แต่ไปขอร่วม และขอให้นักศึกษาช่วยถือป้ายด้วย แล้วถ่ายภาพถ่ายคลิปในหลายมุม เพื่อมาสร้างข่าวให้ดูว่า ชาวมิลานร่วมด้วยจำนวนมาก แต่จริงๆ เป็นแค่การไปขอร่วม เพื่อหวังผลนั่นเอง" ทั้งนี้ หลังจากที่นายปวินได้โพสต์ข้อความดังกล่าวลงเฟซบุ๊ค ก็ได้มีการโพสต์ตอบโต้กลับไปมาระหว่าง น.ส.วาสนา กับ นายปวิน โดยน.ส.วาสนา ตอบโต้ว่า "นายปวินเขียนด่าแรงไป เพราะการนำเสนอข่าวดังกล่าว ก็นำเสนอตามที่ พล.ต.สรรเสริญ (เสธ.ไก่อู) ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่มีม็อบต้านนายกฯ ที่อิตาลี สื่อฉบับอื่นก็นำเสนอข่าวเหมือนกันหมด และที่มาหาว่าชะเลียนายกฯ นั้นก็ไม่เป็นความจริง แค่นำเสนอข่าวไปตามความจริง" ส่วน นายปวิน โต้ว่า "แค่อยากเตือนการนำเสนอข่าว ว่าอย่าเอนเอียงไปทางทหาร รายงานในสิ่งที่ทหารสั่งให้รายงาน โดยไม่ตั้งข้อสงสัย ผมถือว่าเป็นการบิดเบือนข่าวสาร ซึ่งผมทำหน้าที่ของนักวิชาการในการวิพากษ์วิจารณ์ ไม่ได้เกลียดเป็นการส่วนตัว และทิ้งท้ายว่า จะไม่ยอมให้ทหารใช้สื่อหลอกประชาชน" ข้อมูลจากแนวหน้า MThai News

ละครภพรัก , เรื่องย่อภพรัก
ละครภพรัก /  ละครภพรัก ช่อง 3 / 

เรื่องย่อละครภพรัก ความตาย.. อาจเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับ “เธอ” .. การดับสูญที่ยิ่งใหญ่นำมาซึ่งความผูกพันล้ำค่าบนโลกใบสวย .. ความรักระหว่าง “เธอ” และ “เขา” อาจเป็นไปไม่ได้หากแต่ใน “ภพรัก”…ความสุขในความรักระหว่างเขาและเธอ สดใสและงดงามเสมอ หมวดเหยี่ยว เป็นลูกชายคนเดียวของ วิหค นายตำรวจมือปราบที่เลื่องชื่อในอดีต เหยี่ยวกำพร้าพ่อและแม่มาตั้งแต่เล็กเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน ด้วยสาเหตุที่หลายคนยังตั้งข้อสงสัย วิหคเป็นตำรวจน้ำดีที่หลายคนให้การยกย่อง ทำงานตรงไปตรงมาแบบยอมหักไม่ยอมงอ แต่แล้วจู่ๆ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนปริศนาที่คนขับชนแล้วหนี เหยี่ยวอาศัยอยู่ในชุมชนริมน้ำหลังวัดเก่ากับ ยายนวล ยายตาบอดอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส ชอบทำบุญอยู่ในศีลในธรรม มีข้อเดียวที่ยายนวลผิดศีลอย่างเลิกไม่ได้คือต้องเล่นหวยอยู่เป็นนิจ และยายนวลก็เหมือนมีพรายกระซิบทุก 15 วัน ??? ตั้งแต่เหยี่ยวเล็กจนโต.. ยายนวลถูกหวยงวดเว้นงวด !!! เหยี่ยว มุ่งมั่นเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนสอบเข้าทำงานในสำนักงานสืบสวนพิเศษได้ หากแต่ในวิชาชีพตำรวจเหยี่ยวกลับทำไม่ได้ดีเหมือนพ่อ คดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบมักมีข้อผิดพลาดไม่ราบรื่น ยิ่งโดนเปรียบ เทียบกับพ่อ.. เหยี่ยวยิ่งทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งหลังผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดต้องรอดคดีไปได้อย่างลอยนวล เพราะการสอบสวนแบบถึงลูกถึงคนของแหยี่ยวโดนบันทึกภาพผ่านโทรศัพท์มือถือของ ทนายผู้ต้องหา และการนำสืบชี้นำไปที่เหยี่ยวขาดวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ข่มขู่ผู้ต้องหาให้รับสารภาพ หมวดเหยี่ยวถูกคาดโทษจากผู้บัญชาการว่าจะต้องถูกย้ายหากมีข้อผิดพลาดอะไร เกิดขึ้นอีก !!! ดูเหมือนชีวิตของหมวดเหยี่ยวกำลังรอคอยใครบางคน ใครบางคนที่จะเติมเต็ม.. ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น คืนวันหนึ่งขณะหมวดเหยี่ยวออกจากสำนักงานสืบฯ กำลังจะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเขารู้สึกแปลกๆ ในจิตใจคล้ายมีคลื่นพลังงานบางอย่างเข้ามากระทบในโสตสัมผัส เมื่อเลี้ยวรถตรงทางแยกหน้าปากซอย เขาพบรถสปอร์ตเกิดอุบัติเหตุตกบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ข้างทาง เมื่อ กองพิสูจน์หลักฐานดึงรถยนต์คันงามขึ้นมา.. ทุกคนต้องแปลกใจเพราะภายในรถว่างเปล่า !! ไม่ปรากฏร่างเจ้าของรถผู้ขับขี่ ตำรวจตรวจดูโดยรอบแล้วไม่พบศพผู้เสียชีวิต !!! ขณะ เหยี่ยวช่วยตำรวจท้องที่กันบรรดาไทยมุงออกมาจากพื้นที่ เขาสะดุดสายตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางต่างจากชาวบ้านแถบนั้นโดยสิ้นเชิง เงอะๆ งะๆ จนเกือบจะเข้าไปในเขตห้ามเข้า เหยี่ยวต้องเอ่ยปากไล่ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ เดี๋ยวจะเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญ หญิงสาวคนนั้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเดินหนีออกไป ก่อนขับรถกลับบ้าน เหยี่ยวพบสร้อยคอพร้อมล็อกเก็ตรูปหัวใจตกอยู่ข้างรถ เขาหยิบล็อกเก็ตเส้นนั้นและนำกลับไปบ้านด้วยอย่าง เผลอตัว ความแปลกประหลาดเริ่มบังเกิดขึ้นกับเหยี่ยวนับตั้งแต่วินาทีนั้น.. ตอนกลับบ้าน เสียงหมาวัดแถวนั้นต่างพากันประสานเสียงหอนกันระงมราวกับเห็นผี ! ยายนวลที่ตาบอดยังร้องทักว่าเหยี่ยวพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านทำไมไม่บอก จะได้หาข้าวหาปลาให้ทาน มิวายที่เหยี่ยวจะปฏิเสธ แต่ยายนวลกลับไม่เชื่อเถียงคอเป็นเอ็นหาว่าหลานชายแอบเอาสาวเข้าบ้านโดยไม่ บอกให้ยายรู้ จนเหยี่ยวต้องเรียก จ่านกน้อย ตำรวจคู่หูที่อยู่ข้างบ้านมายืนยันว่าไม่มีใครมาด้วย ยายนวลถึงจะเชื่อและเรียกจ่านกน้อยไปขูดต้นกล้วยหลังวัดด้วยกันอย่างออกรส ตามประสาคนบ้าหวยด้วยกัน จ่านกน้อยเป็นตำรวจที่มีอดีตไม่น่าจดจำ บ้าหวยทำตัวไร้สาระก็เพื่อลบปมเศร้าสะเทือนใจในชีวิต เมื่อ 5 ปีที่แล้ว.. นกยูง ลูกสาววัยรุ่นของจ่านกน้อยเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด เพราะพ่อบ้างานจนไม่มีเวลาให้ หลังเสียลูกสาวไม่นานเมียก็ต้องเสียชีวิตตามไปอีกคน เพราะโดนคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกัน แล้วจ่าเข้าไปช่วยไม่ทัน นับตั้งแต่นั้น.. ชีวิตจ่านกน้อยก็ไร้แก่นสาร ทำงานไปแบบวันเติมวัน เหมือนกำลังรอวันลาโลก!!! ย่ำ รุ่งคืนวันนั้นเอง เหยี่ยวกลับได้ยินเสียงร้องสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารในสวนหลังบ้าน เหยี่ยวพบกับหญิงสาวคนเดียวกับเมื่อตอนหัวค่ำ เธออยู่ในชุดขาวสวยเฉี่ยวทันสมัย ร้องไห้พลางบอกว่าไม่มีที่ไป ไม่มีใครเห็นเธอเลยนอกจากเหยี่ยว ภาพหญิงสาวค่อยๆ จางหายไป .. พร้อมๆ กับพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า !หมวดเหยี่ยวอึ้งแทบไม่เชื่อภาพที่ปรากฏต่อสายตา เขาพบกับผีสาว ! ตัวจริง ! เสียงจริง ! เช้าวันรุ่งขึ้น.. เหยี่ยวตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรกับ หลวงตาเคี้ยง เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หลวงตาฟังไปพร้อมกับตาลุกด้วยความตื่นเต้น อรรถาธิบายว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่าง เพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงยังล่องลอยไม่มีที่พึ่ง พออธิบายเสร็จ หลวงตาเคี้ยงก็รีบให้ศีลให้พร จ้ำอ้าวๆ กลับกุฏิแทบไม่ทัน สมดังคำล่ำลือว่าหลวงตาเคี้ยงไม่ค่อยถูกชะตากับพลังงานลึกลับ ?!?!? ทุกวันเมื่อไปทำงานสำนักงานสืบฯ เหยี่ยวต้องปะทะคารมอย่างรุนแรงกับ ผบ.สงคราม ที่จ้องจับผิดตลอดเวลา แม้ผบ.สงครามจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพ่อ แต่ความจริงที่เหยี่ยวไม่รู้ก็คือ.. สงครามไม่ได้เป็นเพื่อนกับวิหค แต่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานตำรวจ แข่งกันทุกครั้งสงครามก็แพ้วิหคทุกครั้ง .. หนำซ้ำการเสียชีวิตของวิหค ยังมีข่าวลืออีกว่าเป็นเพราะกำลังทำงานลับบางอย่างแข่งกับสงคราม จึงต้องเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ล่า สุดกับคดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบ.. จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น เขาเกือบทำพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อไว้ใจทิ้งหลักฐานวิดีโอการซื้อขายยาที่จะมัดตัวจอมบงการไว้กับสายสืบ นักข่าวคนหนึ่งที่แปรพักตร์เพราะโดนข่มขู่จากเจ้าพ่อ โชคดีที่ขณะจะกลับ เสียงผีสาวมาบอกให้ไปจับคนร้ายเสียก่อน เหยี่ยวจึงทำงานสำเร็จ ได้รับคำชมเชยเป็นครั้งแรกจาก ผบ.สงคราม คืน วันนั้นเหยี่ยวออกมาที่ต้นลำดวนหลังบ้าน เรียกหญิงคนนั้นเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด วิญญาณสาวคนเดิมออกมาตามเสียงเรียก เธอเรียกตัวเองว่า “น้ำ” แต่จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อ น้ำริน ของตัวเอง น้ำ รินไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องตามเหยี่ยวมาที่นี่ รู้แต่ว่าเธอต้องตามติดเหยี่ยวไปในทุกที่.. เพียงแต่ในช่วงกลางวันเหยี่ยวจะมองไม่เห็นร่างของเธอเท่านั้น ตั้งแต่ นั้นความโกลาหลในชีวิตเหยี่ยวจึงบังเกิด ?!? หมวดเหยี่ยวประสาทเสียที่จู่ๆ ก็มีวิญญาณสาวสวยคอยติดตามไปทุกที่ แม้ในเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ และ เวลานอน ?!? หนำซ้ำยายนวลยังเป็นอีกคนที่ได้ยินเสียงเหยี่ยว กับน้ำรินคุยกันบ่อยๆ เหยี่ยวเดาเอาเองจากการที่ยายถูกหวยทุกงวดว่าน่าจะเป็นเพราะยายมีสัมผัสที่ หก ได้ยินเสียงพรายกระซิบเป็นประจำ จึงไม่แปลกที่ยายจะได้ยินเสียงน้ำรินเช่นเดียวกับเขา เหยี่ยวโกหก ยายนวลว่าน้ำรินเป็นพยานปากเอกที่เขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานสืบฯ ให้นำตัวมาเก็บไว้ โดยใช้บ้านเหยี่ยวเพื่อเป็นเซฟเฮ้าส์ ยายนวลจึงคลายใจหันมาคุยกับน้ำรินวิญญาณสาวอย่างออกรสด้วยนึกว่าหล่อนเป็นคน เมื่อเวลาผ่านไป.. การสนิทสนมกับน้ำรินทำให้ชีวิตยายนวลมีชีวิตชีวามากขึ้น น้ำรินเป็นผีสาวความจำเสื่อมที่อารมณ์ดี มองโลกสดใสในทางบวก ความทรงจำน้ำรินเริ่มกลับมาทีละน้อยๆ เธอจำได้ว่าตัวเองมีฝีมือในการทำขนมไทยอย่างหาตัวจับยาก ตั้งแต่นั้นบ้านหลังน้อยของหมวดเหยี่ยวจึงเกิดกิจกรรมพิเศษของสองคู่ซี้ต่าง วัยและต่างภพ ทำขนมไทยสารพัดชนิดเพื่อเป็นรายได้เสริม ขนมไทยแสนอร่อยของยายนวลเป็นที่นิยมชมชอบของคนในชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆ ยาย นวลชวนจ่านกน้อยคู่ซี้มาทำขนมด้วยกันในตอนค่ำ เพื่อละเลิกจากกิจกรรมขี้เมาบ้าหวย สร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินให้กับจ่าไม่น้อย แต่จ่านกน้อยกับชาวบ้านแถบนั้นรวมไปถึงหลวงตาเคี้ยงยังไม่วายต้องผวาไปกับ เสียงแปลกๆ ยามค่ำ และพฤติกรรมเหมือนกำลังคุยกับผีของยายนวลอยู่เนืองๆ สินค้าขนมไทยของยายนวลในชุมชน ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ธารา นักธุรกิจสาวที่ผันตัวเองจากโลกธุรกิจ มาทำมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ ธาราต้องนั่งรถเข็นจากการเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ตั้งแต่นั้นธาราจึงอุทิศตัวเองเพื่อสังคม หันหลังให้กับโลกธุรกิจปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้บริหารมืออาชีพ ส่วนตัวเองหันมาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม เมื่อน้ำรินเห็นหน้าธารา.. เธอรู้สึกแปลกๆ เหมือนรู้จักผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างดี แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเคยพบกันที่ไหน ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ดูเหมือนวิญญาณน้ำรินกำลังทำความดีชดเชยกับเรื่องราวในอดีตที่เธอยังจำไม่ได้ น้ำรินไม่รู้เลยว่าในตอนมีชีวิตอยู่ เธอมีส่วนทำให้นกยูงลูกสาวจ่านกน้อยเสียชีวิต เพราะ เสพยาเกินขนาด!! วันหนึ่งน้ำรินมีโอกาสเห็นรูปนกยูงโดยบังเอิญ เธอจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์กับเธอที่ใดที่หนึ่งเกี่ยวกับการทำขนม ยิ่งไปกว่านั้น..น้ำรินจำได้ว่าเด็กสาวคนนี้เสียชีวิตเพราะเธอเฉยเมย ไม่ยอมช่วยนกยูงที่เอ่ยปากขอเบี้ยเลี้ยงล่วงหน้า ทำให้นกยูงเข้าสู่วังวนของการส่งยา ค้ายา จนถึงขั้นนกยูงโดนฆ่าตายเพราะคนร้ายต้องการปิดปากเรื่องเครือข่ายค้ายาฯ นกยูงโดนจัดฉากว่าเสพยาเกินขนาด เธอพยายามทำทุกวิถีทางให้ชีวิตของจ่านกน้อยดีขึ้น หลัง จากนั้นเป็นต้นมา เหยี่ยวกับน้ำรินยิ่งใกล้ชิดผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสนิทสนม ยิ่งทำให้ทั้งคู่กลายเป็นส่วนผสมของความกุ๊กกิ๊กอลวนที่ลงตัว น้ำรินแสดงถึงความเป็นคุณหนูไฮโซให้เห็นมากขึ้น เธอทั้งซุกซน ซุ่มซ่าม และเผลอเอาแต่ใจตัวเอง น้ำรินขอร้องให้ เหยี่ยวช่วยสืบหาว่าเธอเป็นผีมาจากไหน มีประวัติความเป็นมายังไง .. เหตุใดเธอจึงยังไม่ไปผุดไปเกิดซะที แต่แล้ววันหนึ่งน้ำรินก็ได้พบกับ ป้าปริก วิญญาณอีกดวงนึงที่ดูเหมือนเป็นวิญญาณที่ความอารมณ์ดี ป้าปริกสอนให้น้ำรินกลายเป็นวิญญาณคุณภาพ สามารถควบคุมให้สิ่งของต่างๆ เคลื่อนที่ได้ น้ำรินสามารถหยิบจับของต่างๆ และรับรู้ความรู้สึกในการสัมผัสได้ราวกับมีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์ ต่างกันเพียงว่าไม่มีใครมองเห็นเธอได้… นอกจากเหยี่ยวเพียงคนเดียว และการที่รู้สึกและหยิบจับของต่างๆ ได้เหมือนมนุษย์นี่เอง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำรินกับเหยี่ยวออกอาการกุ๊กกิ๊กแนบแน่นมาก ขึ้นกว่าเดิม เพราะเหยี่ยวมักเผลอโอบคอน้ำรินเหมือนเคยๆ ทุกครั้งเพราะไม่เคยทำได้สักที แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นรู้สึกได้ว่าเขากำลังกอดคอหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งยิ่งทำให้ทั้งคู่เขินอายและต้องระวังตัวระหว่างกันมากยิ่งขึ้น น้ำ รินมีโอกาสช่วยเหลือเหยี่ยวในการทำงานสำนักงานสืบฯ หลายครั้ง คดีสำคัญก็คือ.. เหยี่ยวสามารถคลี่คลายคดียาเสพติดในหมู่วัยรุ่นได้ เขาจับตัวการที่โยงใยทำให้นกยูงลูกสาวของจ่านกน้อยตาย จ่านกน้อยมีจิตใจดีขึ้นมากขึ้น เพราะความจริงปรากฏชัดว่านกยูงไม่ได้เสพยาเกินขนาดจนตาย แต่เธอตายเพราะต้องการเปิดโปงเครือข่ายค้ายา นกยูงตายเพื่อความถูกต้องในสังคม สมกับเป็นลูกสาวตำรวจอย่างจ่านกน้อย จ่านกน้อยเลิกขี้เมา บ้าหวย หันมาใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ อุทิศตนเองให้กับชุมชนฯ เหยี่ยว เหมือนเป็นนายตำรวจพรายกระซิบ ทำงานสำคัญๆ สำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ น่าแปลกที่ทุกครั้ง ที่น้ำรินช่วยเหยี่ยวคลี่คลายคดีสำคัญได้ ความทรงจำของเธอจะกลับมาหนึ่งอย่างเสมอ เหมือนการช่วยแก้ไขคดีแต่ละคดีเป็นการทดแทนการทำความผิดพลาดในอดีตหมวดแนน แฟนเก่าของเหยี่ยว กลับมาคลุกคลีกับเหยี่ยวอีกครั้ง จนน้ำรินเริ่มหึง ซึ่งเหยี่ยวเริ่มจับสังเกตได้ ภพธร กับนับดาว ยังไม่หยุดแผนที่จะฆ่าธารา จนสงครามเริ่มสงสัยในตัวภพธร จึงพาธาราไปซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ โดยให้เหยี่ยวตามไปดูแล คุ้มครองธารา ที่นั่นเอง สงครามได้แสดงความรักที่มีต่อธารามาอย่างช้านาน แต่ธาราปฎิเสธ เพราะไม่อยากผิดต่อพ่อของน้ำริน ซึ่งเป็นเพื่อนรักของสงครามนั่นเอง ถนนทางเข้าเซฟเฮ้าส์ คือถนนที่ครั้งหนึ่ง เหยี่ยว เคยนั่งรถมาพร้อมกับพ่อและแม่ และที่นี่เอง เหยี่ยวได้สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปกับอุบัติเหตุ ทุกครั้งที่เหยี่ยวขี่จักรยานผ่านจุดเกิดเหตุ เขาก็อดนึกถึงอดีตอันเจ็บปวดไม่ได้ น้ำรินซึ่งติดตามเหยี่ยวมาด้วย พยายามพูดให้กำลังใจ ให้เหยี่ยวต่อสู้กับอดีตอันเลวร้ายให้ได้ ทำให้เหยี่ยวรู้สึกเข้มแข็งขึ้นเมื่อได้อยู่กับน้ำรินน้ำรินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าธารามาก แต่ยังนึกเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้สักที จำได้แต่ว่า ก่อนตายเธอใกล้มีความสุขที่สุดในชีวิต .. น้ำรินกำลังจะแต่งงาน !!! แล้วจู่ๆ สร้อยล็อตเก็ตรูปหัวใจก็ตกลงจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของเหยี่ยว เหยี่ยวระลึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอหยิบมาจากริมบึงที่มีรถจมน้ำ.. ต้องเป็นเพราะล็อคเก็ตรูปหัวใจแน่ๆ น้ำรินถึงมาติดอยู่กับเขาแบบนี้ !!! เหยี่ยว สืบเรื่องของน้ำรินโดยเริ่มจากคดีรถสปอร์ตจมหายไปในน้ำ ตามไปถึงบ้านใหญ่โตของเจ้าของรถ ในที่สุดเหยี่ยวจึงรู้ว่าน้ำรินคือเจ้าของรถคันนั้น เป็นลูกสาวคนเดียวของ ธารา เศรษฐีนีแม่ม่ายเจ้าของเครือโรงแรมสตาร์ออฟสยาม เครือข่ายโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ ความจริงแล้วน้ำรินเป็นลูกสาวของคุณธารา สาวใหญ่ใจดีเจ้าของมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ วิญญาณเธอได้พบกับแม่ เพียงแต่เธอจำแม่ไม่ได้ เหยี่ยวปักใจเชื่อว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็น ภพธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่ชายบุญธรรม ผู้บริหารเครือโรงแรมนี้ทั้งหมด และเป็นอดีตคู่หมั้นของน้ำริน ภพธรคือคนที่น่าสงสัยที่สุด เมื่อ ตอนมีชีวิตอยู่.. น้ำรินเติบโตมากับภพธรผู้เป็นเหมือนพี่ชาย ภพธรเป็นลูกชาย นุติ อดีตเจ้าของเดอะสตาร์ออฟสยาม ที่ฆ่าตัวตายเพราะทำธุรกิจผิดพลาดจนต้องให้ ธารา แม่ของน้ำรินเข้าซื้อกิจการ แต่มีข่าวลือในวงธุรกิจ.. ความจริงแล้วนุติฆ่าตัวตายเพราะทนไม่ได้ที่โดนธาราโกงจนหมดตัว ธารารู้สึกผิด.. จึงส่งเสียเลี้ยงดูภพธรเป็นลูกบุญธรรม ให้เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับน้ำรินลูกแท้ๆ ธาราเดินไม่ได้เพราะได้รับอุบัติเหตุจากการขับรถเมื่อปีก่อน ทำให้อำนาจการบริหารโรงแรมทั้งหมดอยู่ในมือของภพธรลูกบุญธรรมซึ่งกำลังจะ แต่งงานกับน้ำริน และธารารู้สึกผิดกับบาปที่ตัวเองสร้างไว้ในอดีต เธอจึงหันมาทำมูลนิธิช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในสังคม ต้องการไถ่บาปสร้างความดีเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำไว้ในอดีต น้ำ รินขอบคุณเหยี่ยวและขอให้พาเธอไปสถานที่แห่งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เป็นบ้านสวนริมน้ำของ นับดาว ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนรักของเธอมาตั้งแต่เด็ก นับดาวเป็นเหมือนเพื่อนคู่หูน้ำรินมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเรื่อยมาจน กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยและจบการศึกษา เธอเป็นเหมือนเพื่อนรัก… หากแต่ซ่อนปมความคิดอิจฉาริษยาเพื่อนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างอย่างน้ำรินมา ตลอด นับ ดาวกำลังอยู่กับภพธรฉันท์สามีภรรยา จากคำพูดที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน น้ำรินจึงรู้ว่าทั้งสองแอบคบกันมานานแล้ว เพราะปมชีวิตของนับดาวที่ไม่อาจจะสู้น้ำรินได้ตลอดมา ทำให้นับดาวคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับน้ำรินโดยน้ำรินไม่รู้ตัว สิ่งที่นับดาวเอาชนะน้ำรินได้อย่างเด็ดขาดคือการพิชิตหัวใจของภพธร เพราะภพธรโกรธแค้นครอบครัวของน้ำรินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสองตั้งใจจะฮุบกิจการโรงแรมของธาราโดยเร็วที่สุด ทั้งเพื่อแก้แค้นให้ภพธรและเพื่อตัวของพวกเขาเอง.. นับดาวเป็นคนวาง แผนบงการทำให้ธาราต้องพิการ และวางแผนฆ่าน้ำรินก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้น !!! น้ำรินมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาเป็นประจำทุกวัน ภพธรแอบเปลี่ยนยาทำให้น้ำรินหมดสติ ขับรถตกบึงน้ำขนาดใหญ่ ก่อนจะอำพรางนำศพของเธอไปเผาทิ้ง ทำให้น้ำรินกลายเป็นบุคคลหายสาปสูญไปเพื่อทำลายหลักฐาน !!! นับดาวกับภพธรแอบเปิดประตูให้คนร้ายเข้าไปในคฤหาสน์ของธารา แต่ขณะที่กำลังจะทำอันตรายธารา เหยี่ยวกับน้ำรินเดินทางมาช่วยธาราได้ทันเวลา นับดาวกับภพธรถูกตำรวจจับ…และถูกลงโทษตามความผิดที่ตัวเองกระทำ ฐานทำร้ายน้ำรินถึงแก่ความตาย เวลานี้ภารกิจของน้ำรินดูเหมือนจะเสร็จสิ้นแล้ว พลังงานภายในวิญญาณของเธออ่อนแรงลง น้ำ รินรู้สึกว่าดวงวิญญาณของเธออาจดับสูญภายในคืนนี้.. เธอรวบรวมพลังงานทั้งหมดเท่าที่เหลืออยู่ ปรากฏกายให้เหยี่ยวเห็นเป็นครั้งสุดท้าย แม้ช่วงเวลาที่น้ำรินจะอยู่กับเหยี่ยวมีเพียงช่วงสั้นๆ หากแต่ความผูกพันในช่วงเวลาอันน้อยนิดระหว่างเธอกับเขา แนบแน่นจนกลายเป็น “ความรัก” ไปเสียแล้ว … เช่นเดียวกับเหยี่ยวที่รู้ใจตัวเองว่ารัก น้ำริน.. วิญญาณ สาวที่กำลังจะดับสลายไปในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ เหยี่ยวอยากจะอ้อนวอนขอให้น้ำรินอยู่กับเขาตลอดไป แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้…ไม่มีใครฝืนสัจธรรมการแตกดับนี้ไปได้ เหยี่ยวจึงตั้งจิตมั่นสัญญาไว้กับน้ำริน เขาจะรักเธอตลอดไป จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีให้เธอ ทั้งสองจากกันด้วยน้ำตา… 18 ปีต่อมา… หมวดเหยี่ยวนายตำรวจหนุ่มไฟแรงจบใหม่ในอดีต.. กลายเป็นหนุ่มใหญ่ผู้บัญชาการสำนักงานสืบสวนพิเศษในปัจจุบัน เขามุ่งมั่นในการทำงานจนไม่มีเวลาเหลือให้กับใคร คนเก่าคนแก่ภายในสำนักงานสืบสวนฯ ต่างรู้ดีว่าผู้บัญชาการผู้นี้ยังคงมีอดีตรักฝังใจที่ยากจะลืมเลือน ผบ.เหยี่ยวไม่มีหัวใจจะรักใครได้อีกแล้ว.. จวบจนวันนี้…วันที่สำนักงานสืบสวนพิเศษได้มีโอกาสต้อนรับ น้ำค้าง นักข่าวหญิงเพิ่งจบใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย สาวนักข่าวที่ทันทีที่ผบ.เหยี่ยวเห็นหน้าแล้วต้องชะงักด้วยความตกใจ ฤาสัญญารักที่เขาเคยให้ไว้กับน้ำรินมีผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้วในวันนี้… น้ำค้าง…มีใบหน้าบุคลิก ท่าทาง รอยยิ้ม เหมือนกับน้ำริน .. ราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน !

ซี.พี.โต้ข่าวฮุบ ‘เทสโก้’ ในไทย
ซี.พี. /  ซื้อกิจการ / 

ซี.พี. ปฏิเสธ ซื้อกิจการ เทสโก้ โลตัสในไทย ยันไม่มีเงินพอเข้าไปซื้อ ด้าน เทสโก้ ย้ำนโยบายบริษัทแม่ยังไม่เปลี่ยนแปลง นายสารสิน วีระผล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซี.พี.) กล่าวว่า ตามที่มีกระแสข่าวว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซี.พี.) สนใจจะซื้อกิจการ เทสโก้ โลตัสในไทยนั้น ยืนยันว่า ไม่มีแผนที่จะซื้อกิจการดังกล่าว โดยจากการวิเคราะห์ในเบื้องต้นเห็นว่า หากเทสโก้ต้องการจะขายจะขายในราคาที่สูงมาก “ข่าวนี้ไม่มีข้อมูลยืนยันใดๆ แต่เชื่อว่าไม่น่าจะเป็นซี.พี. เพราะซี.พี.ไม่ได้มีเงินถุงเงินถังมากพอที่จะเข้าไปซื้อทุกกิจการ และอาจจะถูกมองว่าผูกขาดจากสังคมได้" ด้านนางสาวสลิลลา สีหพันธุ์ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกิจการบรรษัทสื่อสารองค์กร บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ผู้บริหารเครือข่ายร้านค้าปลีก "เทสโก้ โลตัส" ระบุ นโยบายการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยของเทสโก้ โลตัส ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด และยังไม่มีนโยบายใหม่ๆ ออกมา ทั้งนี้นโยบายการดำเนินธุรกิจในไทย นอกจากเร่งขยายสาขาแล้ว ยังมุ่งผลักดันสินค้าไทยขยายตลาดทั่วโลกผ่านเครือข่ายร้านค้าปลีกของบริษัทแม่ ที่ผ่านมาส่งออกสินค้าไทยหลายประเภทไปยังร้านค้าของกลุ่มเทสโก้ 12 ประเทศทั่วโลก ทั้งผลไม้ไทยตามฤดูกาล อาหารทะเล อาหารกระป๋อง อาหารสัตว์ ของเล่น และเครื่องเขียน ปีที่ผ่านมา มีมูลค่าส่งออกรวมประมาณ 3,200 ล้านบาท ตั้งเป้าหมายเติบโต 15% ในปีนี้ MThai News

ท่านงงใครจะเข้าใจ! บังยี มึนการจัดอันดับทีมชาติของฟีฟ่า
จัดอันดับทีมฟุตบอล /  ช้างศึก / 

บังยี วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งมีดีกรีเป็น ฟีฟ่าเมมเบอร์ ยอมรับว่าไม่ค่อยเข้าใจการจัดอันดับทีมฟุตบอลของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ สืบเนื่องมาจากการจัดอันดับสหของพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ซึ่ง ช้างศึก ทีมชาติไทย ถูกจัดอันดับให้อยู่ที่ 158 ของโลก เป็นที่ 31 ของเอเชีย ส่วนในอาเซียน ช้างศึก อยู่อันดับที่ 7 เป็นรองทั้ง ฟิลิปปินส์, เวียดนาม, เมียนมาร์, สิงคโปร์, มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ถือเป็นอันดับโลกแย่ที่สุดตั้งแต่มีการจัดอันดับมาของ ทีมชาติไทย ล่าสุด บังยี ออกมาเปิดใจถึงเรื่องการจัดอันดับโลกว่า ยังไม่ค่อยเข้าใจกับระบบการให้คะแนนของ ฟีฟ่า เท่าไหร่นัก ยกตัวอย่าง รายการ เอเอฟซี ชาเลนจ์ คัพ ที่เปิดโอกาสให้ทีมที่อยู่ระหว่างการพัฒนาได้มีการแข่งขันขึ้นกลับมีคะแนนมากกว่า เอเอฟเอฟ ซูซุกิ คัพ ซึ่งเป็นรายการที่แข็งกว่า หรือแม้กระทั่ง ฟิลิปปินส์ ที่ตอนนี้อยู่อันดับหนึ่งของอาเซียน ถ้ามาแข่งกับไทย ก็มั่นใจว่าเขาน่าจะแพ้เรา ซึ่งเราจะทำเรื่องท้วงติงไปทาง ฟีฟ่า อีกครั้ง เพื่อให้มีการพิจารณากฎ และกติการการให้คะแนน แรงกิง ใหม่อีกที

โครงการเปิดตาดีสู่สังคมไทย ปีที่3 โดยBIG Cameraและสภากาชาดไทย
BIG Camera /  โครงการ / 

BIG Camera ร่วมกับ สภากาชาดไทย เชิญชวนผู้ที่รักการถ่ายภาพร่วมเปลี่ยน “ความรัก” เป็นพลังของการ “ให้” ใน “โครงการเปิดตาดีสู่สังคมไทย ปีที่3 “ เพื่อคืนแสงสว่างและเปิดโอกาสในการมองเห็น ให้ผู้ที่ประสบปัญหาทางสายตาในถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศ ได้กลับมามองเห็นสิ่งต่าง ๆ รอบตัวอีกครั้ง โดยสมทบทุนมอบให้กับหน่วยแพทย์จักษุศัลยกรรม สภากาชาดไทย ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมเปิดตาดีให้กับผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส ด้วยการร่วมสนับสนุนเสื้อยืดโครงการ จำหน่ายในราคา 200 บาท และตุ๊กตาหมี ในราคา 350 บาท ภายในงาน Big Camera Big Pro Days ครั้งที่8 ระหว่างวันที่ 2-7 กันยายน 2557 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ หรือสมทบทุนได้ที่กล่อง Love Box ณ BIG Camera ทั้ง 220 สาขาทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังสามารถแบ่งปันความรัก โดยการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาสุรวงศ์ ประเภท "กระแสรายวัน" ชื่อบัญชี "สภากาชาดไทย" เลขที่บัญชี 023-6-06799-0 หรือบริจาคผ่านระบบออนไลน์ได้ที่ www.redcrossfundraising.org มาร่วมเปลี่ยน “ความรัก” เป็นพลังของการ “ให้” อย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพื่อดวงตาที่รอคอยโอกาส และยังคงมีความหวังจะกลับมา “ตาสว่าง”

หุ้นไทยปิดลบ 0.53 จุดที่ระดับ 1,526.14 จุด
ข่าวหุ้น /  ดัชนีฯหุ้น / 

วันนี้ตลาดหุ้นไทยปิด ณ เวลา 16.44 น.ที่ 1,526.14 จุด ลดลง 0.53 จุด หรือลดลง 0.03% ด้วยมูลค่าการซื้อขายกว่า 36,277.72 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่กดดัชนีมากที่สุด 5 อันดับแรก 1.ADVANC ปิดที่ระดับ 223.00 บาท ลดลง -3.00 บาท ราคาหุ้นที่ลดลงมีผลต่อดัชนี -0.9994 จุด 2.SCB ปิดที่ระดับ 172.50 บาท ลดลง -2.00 บาท ราคาหุ้นที่ลดลงมีผลต่อดัชนี -0.7607 จุด 3.PTTEP ปิดที่ระดับ 143.50 บาท ลดลง -1.50 บาท ราคาหุ้นที่ลดลงมีผลต่อดัชนี -0.6673 จุด 4.TPIPL ปิดที่ระดับ 1.80 บาท ลดลง -0.21 บาท ราคาหุ้นที่ลดลงมีผลต่อดัชนี -0.4751 จุด 5.MAKRO ปิดที่ระดับ 36.50 บาท ลดลง -0.75 บาท ราคาหุ้นที่ลดลงมีผลต่อดัชนี -0.4034 จุด MThai News

ย้อนรอย 5 โรคร้ายที่เคย ระบาด คร่าชีวิตผู้คนไปทั่วโลก!
กาฬโรค /  ติดเชื้ออีโบลา / 

ในปี 2557 นี้ โรคระบาดที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกต่างหวาดกลัวคงจะหนีไม่พ้น โรคติดเชื้อไวรัส อีโบลา ที่เริ่ม ระบาด ในทวีปแอฟริกา มาตั้งแต่กลางปีจนถึงปัจจุบันก็ยังมีผู้ติดเชื้ออยู่ และเริ่มหลุดรอดกระจายไปยังทวีปอื่นๆ ซึ่งทำให้เป็นที่วิตกกังวลของผู้คนทั่วโลก เนื่องจากยังไม่มียารักษาที่ได้ผล 100% ทำให้องค์การอนามัยโลกและสาธารณสุขของทุกประเทศเฝ้าระวังกันอย่างต่อเนื่อง นอกจาก โรคติดเชื้อไวรัส อีโบลา ที่เราติดตามกันอยู่ในขณะนี้ ในอดีตก็เคยมีโรค ระบาด ครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้น และได้คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกไปเป็นจำนวนมาก วันนี้เราจะพาไปย้อนรอยโรคร้ายที่เคย ระบาด บนโลกใบนี้กันค่ะ ไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์สเปน (Spanish flu) Spanish flu ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ สเปน ที่ระบาดในปี 1918 คือ การแพร่ ระบาด ของเชื้อไข้หวัดใหญ่ ครั้งใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีสาเหตุมาจาก เชื้อไวรัส (Virulent) ที่มีอันตรายถึงตายสายพันธุ์ A สายพันธุ์ย่อย H1N1 โดยเริ่มมีการ ระบาด ในช่วงแรกเมื่อ เดือนมีนาคม 1918 ถึง มิถุนายน 1920 โดยเริ่มแพร่ระบาดจาก ฝั่งอาร์กติกข้ามมายังฝั่ง แปซิฟิกและมีการประมาณการว่ามีผู้เสียชีวิต จากไข้หวัดใหญ่ ครั้งนี้ไม่น้อยกว่า 50 - 100 ล้านคนทั่วทั้งโลก หรือเท่ากับประชากร 1 ใน 3 ของทวีปยุโรปในยุคนั้น และประมาณ 500 ล้านคน หรือ ประมาณ 1 ใน 3 ของประชากรทั่วทั้งโลกในขญะนั้นเป็นผู้ติดเชื้อ นักวิทยาศาสตร์ได้เก็บกระดาษทิชชู่ที่เปื้ยนเชื้อโรค ทำการแช่แข็งไว้ เพื่อไว้เป็นตัวอย่างสำหรับการศึกษาเชื้อโรค และพัฒนาการรักษาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นับเป็นหนึ่งในการแพร่ ระบาด ของเชื้อโรคครั้งร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในโลกที่สุดสยอง ลักษณะโรคเป็นการติดเชื้อไวรัสที่ระบบทางเดินหายใจแบบเฉียบพลัน โดยอาการจะมีไข้สูงแบบทันทีทันใด ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหายเป็นปกติภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่มีบางรายที่มีอาการรุนแรง เนื่องจากมีภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญคือ ปอดบวม ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้ ผู้ที่เสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนหรือเสียชีวิต ได้แก่ ผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไป เด็กที่อายุต่ำกว่า 2 ปี ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคปอด โรคหัวใจ โรคไต เบาหวาน ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ความน่ากลัวของโรค : แม้ว่าโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์สเปนจะหายไปนานถึง 96 ปีแล้ว แต่ก็ใช่ว่าจะไม่สามารถกลับมาได้อีก เพราะเคยกลับมา ระบาด ในช่วงปี 1977 เช่นกัน และเพราะเชื้อไข้หวัดใหญ่ไม่ได้มีแค่สายพันธุ์นี้อย่างเดียว ดังเช่นที่ผ่านมามีทั้ง ไข้หวัดนก ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา กาฬโรค (Plague) โรคกาฬโรคเป็นโรคติดต่อเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อ Yersinia pestis เกิดจากหมัดหนูที่มีเชื้อกัด เมื่อมีการ ระบาด ของโรคหนูจะตายก่อน หมัดหนูจะกระโดดมายังสัตว์อื่น และกัดทำให้เกิดโรคขึ้นมา การดูแลเรื่องความสะอาด และควบคุมการแพร่พันธ์ของหนูทำให้โรคนี้มีการระบาดน้อยลง โดยอาการของกาฬโรคแบ่งออกเป็นสามกลุ่มคือ ติดเชื้อที่ต่อมน้ำเหลือง ติดเชื้อในกระแสเลือด และติดเชื้อจากการสูดเอาเชื้อที่อยู่ในอากาศเข้าปอด ผู้ป่วยจะมีอาการ ไข้สูง หนาวสั่น ต่อมน้ำเหลืองโต เลือดออกในปาก จมูก ก้น เกิดภาวะช็อก shock ปวดท้อง คลื่นไส้ และท้องเสีย ความน่ากลัวของโรค : ในอดีตกาล การ ระบาด ของกาฬโรคเกิดขึ้นหลายครั้งในหลายทวีป และทำให้ผู้ป่วยหลายล้านคนเสียชีวิต จึงจัดเป็นโรคติดต่อที่อันตรายร้ายแรงที่สุดโรคหนึ่ง แต่ในปัจจุบันพบผู้ ป่วยเพียงประปรายเฉพาะในพื้นที่แถบชนบทของบางประเทศเท่านั้น และในประเทศไทยก็ไม่พบผู้ป่วยมากว่า 60 ปีแล้ว โรคไทฟอยด์ แมรี่ (Typhoid Mary) ไทฟอยด์ เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่เรียกว่า Salmonella Typhi และ  และ Samonella paratyphi เชื้อนี้จะอยู่ในน้ำและอาหาร สามารถติดต่อโดยการดื่มน้ำและกินอาหารที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่ หลังจากได้รับเชื้อนี้1-2 สัปดาห์ผู้ป่วยจะเริ่มเกิดอาการเบื่ออาหาร ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดตามตัว มีไข้สูงไข้จะสูงขึ้นเรื่อยๆสูงได้ถึง 40.5 องศาโดยไข้จะคงที่หลังจากเกิดไข้แล้ว 7 วัน มีอาการท้องร่วง บางรายอาจจะมีผื่นขึ้นตามตัว บางรายอาจจะมีอาการแน่นท้อง หากไม่รักษาผู้ป่วยบางรายหายเองได้ใน3-4 สัปดาห์ แต่ก็มีบางส่วนที่เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ลำไส้ทะลุ หรืออาจแพร่กระจายไปตามอวัยวะเกิดถุงน้ำดีอักเสบ เยื่อบุหัวใจอักเสบ และเกิดภาวะเลือดเป็นพิษในที่สุด ในประวัติศาสตร์ของอเมริกา โรคไทฟอยด์ แมรี่ เป็นที่โด่งดังมาก "แมรี่ มัลลอน" หญิงสาวที่อพยพจากไอร์แลนด์เหนือมาอยู่ที่นิวยอร์ค ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โรคไทฟอยด์ กำลังแพร่ ระบาด ในอเมริกา ครอบครัวที่แมรี่ทำงานด้วยก็ป่วยเป็นโรคนี้เช่นกัน หลังจากนั้นเธอก็เปลี่ยนที่ทำงานไปหลายที่มากๆ ในระหว่างนี้มีผู้ป่วยไทรอยด์เพิ่มขึ้นอีก 22 ราย และจากการตรวจสอบแทบทุกครอบครัวจะป่วยเป็นโรคไทฟอยด์หลังจากที่แมรี่เข้ามา ทำงานได้ไม่นานนัก หลังจากนั้นเธอถูกจับและกักตัวไว้เพื่อตรวจ พบว่าเธอมีเชื้อไทฟอยด์จริง แต่เชื้อกลับไม่แสดงอาการใดใด เธอจึงใช้ชีวิตได้อย่างปกติ แต่เธอคือพาหะของโรคนี้ หลังจากเธอถูกกักตัวอยู่ในโรงพยาบาลประมาณ 3 ปี เธอจึงขอออกมาใช้ชีวิตข้างนอกโดยมีเงื่อนไขว่าจะไม่ทำงานเกี่ยวกับอาหาร และจะรายงานตัวว่าเธออยู่ที่ไหนและทำอะไรอยู่เป็นระยะ แต่ 5 ปีให้หลังเธอก็ขาดการติดต่อไป เธอปลอมชื่อและเข้าไปทำงานที่ฝ่ายการครัว อยู่ในโรงพยาบาลสูตินารีของนิวยอร์ค ทำให้ในโรงพยาบาล มีผู้ป่วยด้วยโรคไทฟอยด์ 25 คนและเสียชีวิต 2 คน ด้วยเหตุนี้ แมรี่จึงถูกกักตัวอีกครั้งและใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในโรงพยาบาลจนกระทั่งเสีย ชีวิตไปในปี 1938 ความน่ากลัวของโรค : หาก คุณรับประทานอาหารที่ไม่สะอาด ไม่ปรุงสุกและผ่านความร้อนมาแล้ว อาจจะติดเชื้อโรคไทฟอยด์ได้ และการดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่นก็มีโอกาสเสี่ยงที่จะได้รับ เชื้อเช่นกันเพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าใครบ้างที่เป็นพาหะของโรคนี้ดัง เช่น แมรี่ มัลลอน โรคซาร์ส (Severe Acute Respiratory Syndrome : SARS) โรคซาร์ส หรือโรคไข้หวัดมรณะ เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดใหม่ ที่อยู่ในตระกูลเดียวกับ"โคโรน่าไวรัส" ที่เป็นตัวการก่อไข้หวัด  ผู้ติดเชื้อไวรัสจนเป็นโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันร้ายแรงจะมีอาการไข้ขึ้นสูง 38-40 องศาเซลเซียส, ไอแหบแห้ง, หายใจขัดและเป็นช่วงสั้นๆ เมื่อนำตัวผู้ป่วยไปเอกซเรย์ จะพบความผิดปกติที่ปอด ซึ่งดูคล้ายเป็นปอดบวม สามารถติดต่อได้ทางละอองน้ำลาย หรือการไอ จาม เชื้อไวรัสซาร์สยังสามารถลอยตัวอยู่ในอากาศนอกตัวคนไข้ได้นานราว 3-6 ชั่วโมง การรักษาควรแยกผู้ป่วยไว้อีกห้อง และผู้ดูแลควรสวมอุปกรณ์ป้องกัน หน้ากากป้องกันการติดเชื้อ แว่นตา ผ้ากันเปื้อน ผ้าคลุมศีรษะ และถุงมือ เพื่อป้งกันการติดเชื้อ ความน่ากลัวของโรค : ในปีพ.ศ. 2546 โรคซาร์ส หรือโรคไข้หวัดมรณะ ได้มีการแพร่ ระบาด ไปยัง 29 ประเทศ รวมมีรายงานป่วย 8,098 ราย และเสียชีวิต 774 ราย ถึงแม้ว่าโรคซาร์สจะหายไปนานเป็น 10 ปีแล้ว แต่เมื่อปี 2556 ก็มีผู้ป่วยต้องสงสัยที่มีอาการคล้ายโรคซาร์สเช่นกัน องค์การอนามัยโรคบอกว่า มันคือ “ไวรัสโคโรนาใหม่ 2012” และล่าเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2557 องค์การอนามัยโรคออกมาประกาศว่ามีการระบาดของโรคไวรัสโคโรนาใหม่ 2012 อีกครั้ง ซึ่งมีผู้ติดเชื้อ 896 ราย เสียชีวิต 357 ราย แต่ยังไม่พบการ ระบาด นี้ในประเทศไทย โรคติดเชื้อไวรัส อีโบลา (Ebola Virus Disease : EVD) ผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาจะมีไข้สูงทันทีทันใด อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ และเจ็บคอ ตามด้วยอาการ อาเจียน ท้องเสีย และมีผื่นนูนแดงตามตัว ในรายที่มีอาการรุนแรงและเสียชีวิต จะพบมีเลือดออกง่าย โดยเกิดทั้งเลือดออกภายในและภายนอกร่างกาย มักเกิดร่วมกับภาวะตับถูกทำลาย ไตวาย หรือก่อให้เกิดอาการของระบบประสาทส่วนกลาง ช็อก และเสียชีวิตได้ ไวรัสนี้สามารถติดต่อได้โดยการสัมผัสเลือด หรือสารคัดหลั่งจากผู้ป่วย ได้แก่ เลือด น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย ของใช้ของผู้ป่วย หรือสัตว์ที่ป่วย รวมทั้งการนำสัตว์ที่ป่วยมาทำเป็นอาหาร โดยผ่านทางเยื่อบุในปากและทางเดินอาหาร, เยื่อบุตา และรอยแยกหรือแผลบนผิวหนัง3 ระยะที่เกิดการติดต่อได้เริ่มตั้งแต่ผู้ป่วยเริ่มมีอาการนำ (ประมาณ 7 วัน) ซึ่งในระยะนี้ยังจัดเป็นความเสี่ยงต่ำ การติดต่อจะติดได้ง่ายขึ้นเมื่อผู้ป่วยเข้าสู่ระยะท้ายของโรค การรักษาไม่มีการรักษาจําเพาะ ในรายที่มีอาการรุนแรงต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด ให้สารนํ้าอย่างเพียงพอ ความน่ากลัวของโรค : อย่างที่ทราบกันดีว่าโรคติดเชื้อไวรัส อีโบลา ยังไม่มียาป้องกันและรักษาที่มั่นใจได้ 100% ตัวยาต่างๆยังอยู่ในช่วงทดลองใช้ ทำให้โรคนี้น่ากลัวมากหากได้รับเชื้อ ซึ่งมีผู้คนจำนวนมากที่ต้องเสียชีวิต องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศว่า พบโรคติดเชื้ออีโบลา ระบาด ในวงกว้าง จำนวน 3 ประเทศ ได้แก่ กินี ไลบีเรีย และเซียร์ราลีโอน รวมทั้งสิ้น 9,191 ราย เสียชีวิต 4,546 ราย และพบในประเทศที่มีผู้ป่วยรายแรกหรือมีการ ระบาด ในพื้นที่จำกัด จำนวน 4 ประเทศ ได้แก่ ไนจีเรีย เซเนกัล สเปน และสหรัฐอเมริกา รวมทั้งสิ้น 25 ราย เสียชีวิต 9 ราย ตอนนี้ทางองค์การอนามัยโลกและสาธารณสุขของประเทศต่างๆก็ต่างเฝ้าระวังกันอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้เชื้อกระจายไปในประเทศต่างๆมากขึ้น เรียบเรียงโดย : health.mthai.com ขอบคุณข้อมูลจาก : สำนักระบาดวิทยา สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ สารานุกรมเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องรู้ก็ได้ www.siamhealth.net/ wowboom.blogspot.com

ขนาดนั้นเลย! เสธ.ตุ้ม จัดชุดคุมกันพิเศษดูแล เปาหนอม เป่าเกมเจ้าท่า-BEC
ถนอม บริคุต /  บีอีซี เทโรศาสน / 

ความเคลื่อนไหวหลังจากที่มีการจับสลากผู้ตัดสินลงทำหน้าที่ในศึกโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก นัดกลางสัปดาห์ วันที่ 22 ต.ค.57 ซึ่งคู่ระหว่าง เจ้าท่า สิงห์ท่าเรือ พบ มังกรไฟ บีอีซี เทโรศาสน ได้ท่าเปามากความสารถอย่าง เปาหนอม ถนอม บริคุต มาลงทำหน้าที่ ทำให้ทาง เจ้าท่า สิงห์ท่าเรือ เตรียมยื่นหนังสือเพื่อขอเปลี่ยนตัวผู้ตัดสิน เนื่องจาก เปาหนอม ถนอม บริคุต เคยมีปัญหากับแฟนบอลเจ้าถิ่นมาแล้ว ทางทีมจึงเกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเดิม ทว่าล่าสุด เสธ.ตุ้ม พล.อ.ชินเสณ ทองโกมล ประธานผู้ตัดสิน ได้ออกมาเปิดเผยว่า จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้ตัดสินแน่นอน เนื่องจากเป็นการจับสลากมา ดังนั้นจึงมีความโปร่งใสที่สุดแล้ว ซึ่งเกมนี้หากมีอะไรเกิดขึ้นเจ้าบ้านต้องเป็นคนรับผิดชอบ “ทั้งนี้เราจะจัดชุดดูแลความปลอดภัยเป็นพิเศษไปคุ้มกัน เปาหนอม ถนอม บริคุต ในนัดดังกล่าวด้วย”