ลูกดารา

ลูกเกด KPN ลูกสาวคนสวยของคุณอิทธิ พลางกูร
ดาวมหาวิทยาลัย /  นักศึกษา / 

ถือว่าเป็นลูกหลานคนดังที่มากความสามารถอีกคนสำหรับ ลูกเกด-ปริยากร พลางกูร หรือ ลูกเกด KPN ลูกสาวคนสวยของคุณอิทธิ พลางกูร ที่ตอนนี้ก็ตามรอยคุณพ่อ เป็นนักร้องเสียงดี นักร้อง KPN คนล่าสุด ลูกเกด KPN ลูกสาวคนสวยของคุณอิทธิ พลางกูร นอกจากจะมีดีเรื่องเสียงร้องแล้ว เรื่องการเรียนก็โดดเด่นเช่นกัน เพราะสาวคนนี้ กำลังจะจบจากคณะนิเทศศาสตร์ สาขา วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ จาก มหาวิทยาลัยศรีปทุม ถึงหน้าจะดูดุๆ แต่สาวลูกเกดก็เป็นคนใจดีสุดๆ ไปเลยนะ “เกดจะเป็นคนที่หน้าดุค่ะ เวลาที่ไม่ยิ้ม เพื่อนๆ ก็จะกลัวกัน ตอนแรกๆ ที่เข้ามาแต่ละคนเขาก็ไม่กล้าเข้าใกล้เกดเลยนะ กลัวเกดกันหมดเลย ไม่กล้าเข้ามาคุย แต่พออยู่ๆ ด้วยกันไป สนิทกันมากขึ้นก็จะรู้ว่า เกดเป็นคนที่ใจดีมากๆ เพราะในกลุ่มเหมือนว่าเกดจะเป็นคนที่อายุมากที่สุด ก็คล้ายๆ กับพี่โตสุดในกลุ่มด้วย เขาก็เลยจะเกรงใจเรา มีอะไรก็จะช่วยๆ กันปรึกษากันได้หมดเลย จากตอนแรกที่ไม่กล้าเข้ามาคุยตอนนี้ก็คุยเล่นกันได้สุดๆ แล้วล่ะค่ะ” ประวัติ ชื่อ : ลูกเกด-ปริยากร พลางกูร เกิด : 4 กรกฎาคม 2534 สูง : 168 ซม. การศึกษา : ปี 4 คณะนิเทศศาสตร์ สาขา วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ม.ศรีปทุม สีที่ชอบ : สีชมพู, ทอง, เงิน อาหารที่ชอบ : ชอบทานทุกอย่าง ทานได้ทุกภาค ชอบของหวานเป็นพิเศษ สไตล์การแต่งตัว : ชอบแต่งตัวเท่ๆ เซ็กซี่นิดๆ แนวๆ ความสามารถพิเศษ : ร้องเพลง, เล่นละครเวที, พิธีกร, เดินแบบ คติประจำใจ : ไม่มีอะไรยากเกินความสามารถของมนุษย์ เครดิต : ขอบคุณรูปภาพจาก IG lookkatekpn23 ติดตามเพิ่มเติมได้ที่นิตยสาร Campus Star No.20 Facebook : www.facebook.com/campusstar และอ่านออนไลน์ฟรีได้ที่ mbookstore

บี พุทธิพงษ์ ถามมีสำนึกไหม คนหนุนแดเนียล รัสเซล วิจารณ์การเมืองไทย
กฎอัยการศึก /  พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์

พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ จัดหนักซัดคนให้สัมภาษณ์ดูถูกเพื่อนร่วมชาติ หลังเห็นงามแดเนียล รัสเซล วิจารณ์การเมืองไทย ชี้เป็นพวกชักศึกเข้าบ้าน อกตัญญูแผ่นดิน ถามยังมีจิตสำนึกหลงเหลืออยู่บ้างไหม นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีตแกนนำ กปปส. ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว@พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ (บี)วานนี้ (29ม.ค.58) แสดงความเห็นถึงกรณีที่มีคนบางกลุ่มออกมาแสดงความเห็นสนับสนุนนายแดเนียล รัสเซล ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐวิพากษ์วิจารณ์ถึงการเมืองไทย โดยระบุว่า "วันนี้คงไม่ต้องพูดถึงการมาเยือนของ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ที่ผ่านมาว่าท่านได้พูดถึงประเทศไทยไว้อย่างไร เพราะผมเชื่อว่าความรู้สึกของคนไทยทั้งประเทศคิดตรงกัน...ขอขอบคุณ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้ตอบโต้แทนคนไทยทั้งประเทศได้สมกับความเป็นคนไทยจริง ๆ คนไทยมีศักดิ์ศรี...ไม่มีการกดดันจากประเทศมหาอำนาจใด ๆ ...ปัญหาภายในประเทศต้องแก้กันในประเทศ... สำหรับคนต่างชาติอาจไม่เข้าใจปัญหาและสาเหตุต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ใครสร้างปัญหาอะไรไว้กับประเทศ ที่มาที่ไปกว่าจะมาถึงวันนี้ แต่ที่อยากจะถามและข้องใจมากกว่าเรื่องของท่านผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ก็คือ คนไทยบางกลุ่มบางคนที่เกิดและเติบโตอยู่บนผืนแผ่นดินไทย ทำมาหากินเล่าเรียนบนแผ่นดินนี้ ทำไมถึงได้อกตัญญูไม่รู้บุญคุณของแผ่นดินไทยที่ให้มันทั้งชีวิตและจิตใจ แต่มันกลับชักศึกเข้าบ้าน...คิดทำร้ายขายชาติ...ให้สัมภาษณ์ดูถูกคนไทยเพื่อนร่วมชาติ...นี่คือสิ่งที่อยากจะถามดัง ๆ ว่าสำนึกของความเป็นคนไม่มีหลงเหลือกันอีกแล้วหรือยังไง...ไม่คิดถึงว่าญาติพี่น้องลูกหลานพวกคุณ จะใช้ชีวิตหรือต้องเดินตลาดอยู่ในเมืองไทยกันแล้วใช่ไหม...หนักแผ่นดินจริง ๆ MThai news

สุดซึ้ง!! หนุ่มเซอร์เบียช่วยหมาติดเกาะใต้สะพาน (มีคลิป)
ช่วยหมาติดเกาะ /  หนุ่มเซอร์เบีย / 

เรื่องสุดซึ้ง เมื่อ หนุ่มเซอร์เบียช่วยหมาติดเกาะใต้สะพาน ที่อยู่เกาะกลางแม่น้ำ เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2558 เว็บไซต์นิวยอร์กเดลี่นิวส์ เผยคลิปวิดีโอภาพเหตุการณ์ 3 หนุ่มใจดีในประเทศเซอร์เบีย ได้ลงไปช่วยลูกหมาจรจัดที่เกาะกลางแม่น้ำใต้สะพาน ซึ่งต้องใช้แรงจากเพื่อนอีก 2 คน ช่วยกันพาเจ้าตูบผู้น่าสงสาร ขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย จนตอนนี้ก็ได้ไปอยู่อย่างมีความสุขกับเจ้าของคนใหม่ที่มาช่วยเจ้าตูบตัวนี้ โดยคลิปอันสุดแสนประทับใจนี้ ได้ลงไปในเว็บไซต์ยูทูบ ความยาวแค่ 1:15 นาทีเท่านั้น แต่ก็ได้รับความสนใจไม่น้อย มีผู้ชมเข้ามาเกือบ ๆ 75,000 วิวแล้ว  MThai news

ทำความรู้จัก 6 หนุ่มนักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ แซ่บลืม!
ประวัติ /  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยขอจัดเต็มให้สาวๆ ได้น้ำลายไหลกันต่อ หลังจากที่ได้เห็นโปสเตอร์ งานรักบี้ประเพณี จุฬา-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 29 ซึ่งหลายคนก็คงจะได้เห็นนักกีฬาแซ๊บแซ่บของทางฝั่ง CU และ TU กันมาพอหอมปากหอมคอ .. ทีนเอ็มไทยนำภาพ 6 หนุ่มนักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ มาเรียกน้ำย่อยสาวๆ กันต่อในแบบฉบับวันสบายๆ กันดูบ้าง ^^ เอาหล่ะชอบใครก็อย่าลืมตามไปเชียร์กันหล่ะ ทำความรู้จัก 6 หนุ่มนักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ แซ่บลืม! ทำความรู้จัก 6 หนุ่มนักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ แซ่บลืม! นักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ : นิค สถาพร วณิชวรพงศ์ ฉายา โอบีทู  หยุ่มคนนี้ไม่เพียงแต่จะเก่งด้านกีฬา อย่างอื่นเขาก็เก่งเหมือนกันนะ! อ่ะ .. ที่หมายถึงคนก็คือ  นิค สถาพร หนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงคนนี้เป็น 1 ใน 4 ผู้บริหารร้านอาหารเกาหลี “Dak Galbi” ได้พิสูจน์ให้เราเห็นด้วยการนำเทรนด์อาหารเกาหลีจากต้นฉบับดั้งเดิม เข้ามาในประเทศไทยหน่ะสิ (อ่านเพิ่มเติม สถาพร วณิชวรพงศ์ ผู้นำเทรนด์ร้านอาหารเกาหลี “DAK GALBI” ) นักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ : นิว วณิชวรพงศ์ ฉายา อมโบ้   นิว อมโบ้ คนนี้ก็เป็นน้องชายของ  นิค สถาพร วณิชวรพงศ์ (โอบีทู) ค่ะ ลูกชายบ้านนี้หล่อกันทั้งบ้านเลย ^^ นอกจากนี้ นิว ยังได้ร่วมเล่นละครภพรัก ของทางช่อง 3 อีกด้วย  นักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ : ตั้ว ณัฐพล วิริยะชัย (เศรษฐศาสตร์) หนุ่มรักบี้คนนี้ก็หล่อไม่เบา เห็นโปสเตอร์หล่อเข้มขนาดนี้ แต่ตัวจริงนี่หล่อใสกิ๊งเลยนะครับ! แถมกำลังมีผลงานกับทางช่อง 3 อีกด้วย งานนี้เป็นนักกีฬาก็ฮอต ถ้าเป็นนักแสดงก็คงมีแฟนคลับตามไปกรี๊ดกันอีกแน่นอน ตั๊วเล่นกีฬารักบี้มาตั้งแต่ ป.4 ส่วนถ้าสาวๆ อยากได้หัวใจหนุ่มนคนนี้ไหปครองก็คงต้องหาเวลาให้เขาเยอะๆ แล้วหล่ะ เพราะหนุ่มคนนี้เป็นคนขี้เหงา และถ้ามีแฟนจะติดแฟนมากๆๆๆๆ ไม่ยอมให้ไปไกลหูไกลตาซะด้วย นักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ : ไมค์ หรือ จึ้ก หนุ่มรักบี้หน้าตี๋ใส หล่อบาดใจ อีกคนแห่งธรรมศาสตร์  นักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ : คำจ๋าย หนุ่มหล่อกล้ามโต แห่งทีมรักบี้ธรรมศาสตร์ นักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ : เบล หนุ่มหล่อกล้ามโต อารมณ์ดี แห่งทีมรักบี้ธรรมศาสตร์ ติดตามข่าวสารในวงการกีฬาเพิ่มเติมได้ที่ sport.mthai.com เรียบเรียงเขียน teen.mthai.com ขอบคุณรูปภาพจากอินสตาแกรม http://instagram.com/nickdakgalbi ,http://instagram.com/newombo , http://instagram.com/tuanattaphol ,http://instagram.com/mikeedech ,http://instagram.com/np_kumjai ,http://instagram.com/bell_sappasit

Official!กลุ่มทุนไทย เทคโอเวอร์ เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ เรียบร้อยแล้ว
ฟุตบอล /  เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ / 

“นกเค้าแมว” เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ ทีมในศึกแชมเปี้ยนส์ชิพอังกฤษ ได้แถลงอย่างเป็นทางการผ่านเว็บไซด์ของสโมสรว่า นายเดชพล จันศิริ นักธุรกิจชาวไทยเทคโอเวอร์กิจการของสโมสรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเจ้าของรายใหม่ของอดีตทีมดังที่เคยวาดลวดลายในพรีเมียร์ลีกเมื่อหลายปีก่อนเป็นเจ้าของบริษัท ไทย ยูเนี่ยน โฟรเซ่น กรุ๊ป หนึ่งในผู้ผลิตอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้เปิดเผยกับเว็บไซด์ทางการเป็นครั้งแรกนับจากเทคโอเวอร์สโมสรอย่างเป็นทางการว่า “ผมตื่นเต้นอย่างมากที่จะได้เทคโอเวอร์สโมสรแห่งนี้ต่อจาก ประธานคนก่อน ผมเชื่อว่าสโมสรมีศักยภาพ และผมเชื่อมั่นในตัวแฟนบอลของเรา” “ผมจะทำงานอย่างหนักเพื่อพาสโมสรประสบความสำเร็จ และผมรู้สึกได้ในระยะเวลาอันสั้นว่าแฟนบอลพร้อมสนับสนุนเราอย่างเต็มที่” “ลูกชายผมเพิ่งไปเป็นมัสคอตในเกมส์กับแบล็กพูลเขาคลั่งไคล้ฟุตบอลเป็นอย่างมาก และเขาจะเป็นแรงบันดาลใจให้ผมในครั้งนี้ ผมสัญญากับเขาและกับแฟนบอลของเรา และเขาจะคอยเตือนสติผมไม่ให้ลืมมันจนกว่าเราจะเอนชั้นกลับขึ้นสู่พรีเมียร์ลีก”

คลิปใหม่สุดกวนจาก Minions เมื่อก๊วนตัวเหลือง ยกขบวนเชียร์ซูเปอร์โบว์ล
Despicable Me /  Minions / 

เป็นภาพยนตร์อีกหนึ่งเรื่อง ที่ไม่เคยปล่อยให้แฟนๆ ต้องคิดถึงนาน กับที่มาของก๊วนลูกกระจ๊อกตัวเหลือง ใน Minions ที่แย่งซีนจนได้ดี มีหนังเดี่ยวของตัวเองจนได้ โดย ยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส และ อิลลูมิเนชั่น เอนเตอร์เทนเมนต์ โดยในการแข่งขันซูเปอร์โบว์ล สนามที่ดุเดือดทั้งการแข่งและประชาสัมพันธ์หนัง ที่กำลังจะมาถึงนี้  มินเนี่ยน ก็ขอเอากับเขาด้วย กับคลิปใหม่ที่ก๊วนตัวเหลือง ยกขบวนกันไปเชียร์ติดขอบสนามแบบเอาเป็นเอาตาย แต่ก็ไม่วายก่อเรื่องวายป่วงอีกซะอย่างนั้น!   มินเนียน มินเนี่ยน มินเนี่ยนเต็มไปหมดเลย... ร่วมภารกิจกับ เควิน สต๊วร์ต และบ็อบ เพื่อออกตามหาเจ้านายใหม่ ไปกับ Minions ในวันที่ 9 ก.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ Minions ได้ที่นี่เลย ------------------------------

ถ่านไฟเก่า...ยังระอุ  เมย์-ปาล์ม ตัดกันไม่ขาด
เมย์ พิชนาฎ /  ข่าวบันเทิงวันนี้ / 

ยังคงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน สำหรับสาวมั่น เมย์ พิชญ์นาฏ และอดีตคนรักเก่าอย่าง ปาล์ม ฐณส ที่ล่าสุดทั้งคู่ก็ทำเอาคนในโลกโซเชียลต่อมเผือกทำงานหูตาลุกวาวขึ้นมาทันที เพราะช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาทั้งสองคนได้ควงกันไปเที่ยวไกลถึงยุโรป แต่งานนี้อย่าตกใจไปว่า เขาควงกันไปกันสองต่อสอง เพราะทริปนี้ยังมีคุณแม่ของหนุ่มปาล์ม และน้องชายสุดหล่ออย่าง เป๋า วฤธ ร่วมทริปนี้ไปด้วย พร้อมพ่วงด้วยเพื่อนๆ ในวงการอีกเพียบ แถมงานนี้ทุกๆ คนก็ถ่ายรูปแชะๆๆ กันอย่างสบายใจ โดยลืมความหลังครั้งเก่าของสาวเมย์และหนุ่มปาล์มไปซะสนิท ว่าเคยเป็นอะไรมาก่อน โดยเฉพาะคุณแม่ของหนุ่มปาล์ม ที่เคยมีข่าวว่าไม่ปลื้มสาวเมย์ งานนี้ขาเม้าท์ดูรูปและรูดซิปปากให้สนิท เพราะคุณแม่ของหนุ่มปาล์มเขายังรักและเอ็นดูสาวเมย์มาโดยตลอด แม้ว่าจะเลิกรากับลูกชายไปแล้ว แต่อะไรๆ ก็ไม่แน่ไม่นอนเสมอไป เพราะคนเคยรักกัน อยู่ใกล้กันขนาดนี้ ถ่านไฟเก่าก็อาจจะระอุขึ้นมาอีกครั้งก็เป็นไปได้ อิอิอิ!!! เมย์ พิชญ์นาฏ เมย์ พิชญ์นาฏ เมย์ พิชญ์นาฏ

เมื่อหมีเท็ดอยากใช้ชีวิตแบบคนปกติ ในตัวอย่างแรก ฮา กวน เสื่อม จาก Ted 2
A Million Ways to Die in the West /  Family Guy / 

หลังจากปล่อยใบปิดแรกออกมาให้ชมกันแล้ว ตอนนี้ก็มาถึงตัวอย่างแรกเสียที สำหรับหนังภาคต่อสุดกวนที่มีหวังมาโกยเงินอีกแน่แท้กับเจ้าหมีป่วน Ted 2 ของผกก. เซ็ธ แม็คฟาร์เลน จาก Family Guy ที่ถึงแม้ตัวอย่างแรกจะเป็นแบบเบาๆ แต่ก็ยังมีแอบโชว์มุกตลกเสื่อมตามสไตล์มาให้ชมกันเพียบ ซึ่งงานนี้นอกจาก มาร์ค วอลเบิร์ก จะกลับมา หนังยังเต็มไปด้วยทีมนักแสดงหน้าใหม่ของหนังชุดนี้อย่าง อแมนด้า ไซย์ฟรี๊ด, มอร์แกน ฟรีแมน และ เลียม นีสัน ที่กลับมาร่วมงานอีกครั้งหลังจากติดใจในบทตลกๆ A Million Ways to Die in the West ครับ โดยเรื่องย่อของหนังภาคต่อนี้จะเป็นภาคต่อที่ดูโต และ จริงจังมากขึ้น เมื่อ เท็ด ได้แต่งงานกับแฟนสาวของเขาและเกิดอยากมีลูก แต่ปัญหาคือกฏหมายดันไม่คุ้มครองเจ้าหมีเท็ด โดยให้ความว่าเขาไม่มีความเป็นคน หรือมีประสิทธิภาพที่จะเป็นมนุษย์ได้ครับ คราวนี้เจ้าหมีเท็ด และ จอห์น จึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อพิสูจน์ความเป็นมนุษย์ของเท็ดให้จงได้ หนังมีกำหนดฉายบ้านเรา มิถุนายน นี้ครับ

นักโทษสาวไทย คลอดลูกในเรือนจำญี่ปุ่น ชะตากรรมของเด็กคือ...?
คลอดลูกในเรือนจำ /  ญี่ปุ่น / 

นักโทษสาวไทย คลอดลูกในเรือนจำญี่ปุ่น ชะตากรรมของเด็กคือ...? วันนี้(29 ม.ค.) สถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่นักโทษสาวไทยคลอดลูกที่เรือนจำญี่ปุ่น โดยระบุว่า สถานทูตฯ ได้มีโอกาสไปเยี่ยมนักโทษคดีลักลอบนำเข้ายาเสพติด ที่ เรือนจำในญี่ปุ่น แต่ที่พิเศษกว่านักโทษคนอื่นนั้น เนื่องจากนักโทษหญิงคนนี้ เธอไม่รู้ตัวว่าตั้งท้องจนมาถูกจับที่ญี่ปุ่น ในระหว่างที่รับโทษอยู่ในเรือนจำ เธอได้คลอดลูกที่นั่นในที่สุด หลังจากคลอด เด็กถูกส่งไปอยู่ที่ศูนย์รับเลี้ยงเด็กทันที ส่วนแม่นั้นถูกส่งตัวกลับเข้าเรือนจำ และทางการญี่ปุ่น มีคำสั่งให้ส่งเด็กคนนี้ออกนอกประเทศภายใน 60 วัน หลังจากเกิด สถานทูตฯ ได้ติดต่อญาตินักโทษคนนั้นเพื่อให้เป็นผู้อุปการะเด็ก แต่ญาติปฏิเสธ เนื่องจากฐานะการเงินที่ไม่พร้อม ชะตาชีวิตของน้องจึงต้องไปอยู่ที่สถานรับเลี้ยงเด็กอ่อนที่เมืองไทย วันนี้สถานทูตฯ พาเด็กมาพบและลาแม่ก่อนที่จะไม่ได้พบกันอีกเกือบ 10 ปี นาทีแรกที่แม่พบหน้าลูกผ่านกระจกในห้องขัง น้ำตาแห่งความคิดถึง และความห่วงหา พรั่งพรูออกมาจากตาของนักโทษหญิง เธอเริ่มสำนึกถึงสิ่งที่เธอกระทำผิดจนทำให้ไม่สามารถเลี้ยงดูลูกน้อยของตัวเองได้ สถานทูตฯได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทางการญี่ปุ่น และยังได้รับเงินบริจาคจากข้าราชการไทยในสำนักงานต่างๆในญี่ปุ่น เพื่อนำไปซื้อของใช้ที่จำเป็นสำหรับนักโทษ จึงขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ ทั้งนี้ สถานทูตฯ อยากเตือนคนไทยที่กำลังคิดอยากรวยทางลัดจนมองไม่เห็นสิ่งที่ถูกหรือผิด ซึ่งสิ่งนั้นไม่ได้ส่งผลเดือดร้อนแต่ตนเองเท่านั้น แต่ยังส่งผลถึงคนที่เรารักหรือรักเราที่สุดด้วย สถานทูตฯ ก็ได้แต่หวังว่าคงจะไม่มีเหตุการณ์เศร้าใจเช่นนี้อีก MThai News

ฮิตข้ามปี! หินสีนำโชค เชื่อมศรัทธา เสริมดวงชะตาปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย
ทับทิม /  ลาพิส ลาซูลี / 

แม้ปัจจุบันจะเป็นยุคแห่งเทคโนโลยี แต่เรื่องความเชื่อในเรื่องโชครางก็คงได้รับความสนใจไม่ได้หายไปตามกลาลเวลาแต่อย่างใด ผู้คนต่างพากันสรรหาของมงคลต่างๆเข้ามาเพิ่มความมั่นใจและความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิตตัวเอง แต่ถ้าจะให้พูดถึงสิ่งที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในขณะนี้คงจะหนีไม่พ้น "หินนำโชค" ซึ่งปัจจุบัน "หินนำโชค" ได้มีการปรับเปลี่ยนนำหินนำโชคมาดัดแปลงเป็นเครื่องประดับหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น กำไร ต่างหู สร้อยคอ ฯลฯ เรียกได้ว่าถูกอกถูกใจคนทั่วไปรวมไปถึงเหล่าดาราคนดังหลายท่านเลยทีเดียว เพราะนอกจากรูปลักษณ์ที่สวยงามของมันแล้ว บุคคลที่มีหินนำโชคยังเชื่อว่าพลังจากหินที่มอบให้จะช่วยเรื่องหน้าที่การงาน เรื่องเงิน เรื่องความรัก หรือแม้กระทั่งเรื่องสุขภาพ สำหรับราคาของหินนำโชคก็เริ่มตั้งแต่หลักร้อยบาทและสูงถึงหลักหมื่นกันเลยทีเดียว ก่อนที่จะไปรู้จักความหมายของหินแต่ละชนิดเราไปทำความรู้จักก่อนว่าหินนำโชคมีมาตั้งแต่เมื่อไหร่ เดิมศาสตร์ของจีนโบราณ มีการใช้หินเพื่อการบำบัดโรคมานานแล้ว ในอียิปต์โบราณ กรีก และประเทศในเอเชียตะวันออกหลายแห่ง ก็มีหลักฐานแสดงถึงการนำหินมาใช้ในการรักษาโรค โดยมีหลักฐานเก่าแก่ที่กล่าวอ้างถึงการรักษาสุขภาพ ปรากฏอยู่บนกระดาษปาปิรุสของอียิปต์ที่มีอายุราว 1,500 ปี ความนิยมของหินจะขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละประเทศ อย่างประเทศเปรู จะนิยมหินสีดำที่ได้จากพื้นดินที่ดำสนิทเท่านั้น ซึ่งหมายถึงความมั่นคงของประเทศชาติ สำหรับการใช้หินเพื่อการบำบัดนั้น เพิ่งจะแพร่หลายกันมาไม่นานนัก แต่ความเชื่อในด้านโชคลาง สวมใส่เป็นเครื่องประดับแล้วจะส่งเสริมสิริมงคล เสริมอำนาจบารมี หรือปกป้องคุ้มครองนั้นมีมานานแล้ว แต่ละชนิดมีความหมายและคุณสมบัติแตกต่างกันอย่างไรวันนี้เราจะมาแนะนำให้รู้จักกัน - อเมทิสต์ (Amethyst) หินแห่งจิตวิญญาณที่สูงส่ง จะมีสีม่วงเข้ม เชื่อกันว่าเป็นหินที่มีพลังในการถ่ายทอดสูง ช่วยทำให้รับรู้ทางประสาทสัมผัสได้เป็นอย่างดี อเมทิสต์จะมีเส้นแรงเหนี่ยวนำทำให้ระบบประสาทสงบลง คนที่ตื่นเต้นสวมใส่สร้อยแล้วก็จะสงบลงขจัดความเครียด รักษาโรคนอนไม่หลับได้ด้วย - เทอร์ควอยซ์ (Turquoise) หินแห่งพลังอำนาจและความศักดิ์สิทธิ์ เป็นหินสีเขียวไข่กาหรือสีน้ำทะเล เชื่อกันว่าเป็นตัวแทนของพลังอำนาจและความศักดิ์สิทธิ์ มีคุณสมบัติในการบำบัดรักษาโรค - หยก (Jade) หินแห่งความศักดิ์สิทธิ์ ชาวจีนโบราณเชื่อว่าหยกเป็นหินศักดิ์สิทธิ์ ช่วยปกป้องคุ้มครอง นำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรือง ส่งเสริมความก้าวหน้า ช่วยให้มีอายุยืนและสุขภาพแข็งแรง นอกจากนี้นี้หยกยังเหมาะกับผู้ที่มีจิตใจอ่อนไหวและท้อแท้ เพราะเชื่อกันว่าหากสวมใส่หยกแล้วจะช่วยสร้างสมดุลให้เกิดขึ้นทั้งร่างกายและจิตใจ - ลาพิส ลาซูลี (Lapis Lazuli) หินแห่งเทพเจ้า ลาพิส รู้จักกันในนามของแซฟไฟร์ (Sapphire)มีสีน้ำเงินครามและสีน้ำเงินปนเขียว เป็นสัญลักษณ์แห่งพลังอำนาจและเกียรติอันสูงส่ง และคอยปกป้องภัยอันตรายต่าง ๆ - ทับทิม (Ruby) เป็นแร่ที่มีสีแตกต่างกันไป ตั้งแต่สีแดง สีชมพู สีม่วง เป็นหินที่ใช้เป็นเครื่องราง มาตั้งแต่สมัยโบราณ เพิ่มความกล้าหาญ และความสง่างาม ให้แก่เจ้าของ เป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก กล้าแสดงออก ก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ และบำบัดโรค - ไหมทอง จะมีลักษณะเป็นควอตซ์แล้วมีเส้นๆ สีทองอยู่ข้างใน ใส่เป็นสร้อย กำไล ไว้รักษาพวกอาการเข่าอักเสบหรือเมื่อย อย่างไรก็ตามนี่ถือเป็นส่วนหนึ่งของหินนำโชคเท่านั้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้วหินนำโชคยังมีให้เลือกใช้และศึกษาอีกมากมายสำหรับผู้ที่กำลังหาที่พึ่งทางจิตใจ หินนำโชคอาจจะทำให้คุณมั่นใจมากขึ้นก็เป็นได้ MThai News 

Justin Bieber-Cher-Celine Dion อาจไม่ได้เกิดมา ถ้าแม่ ทำแท้ง สำเร็จ
Celine Dion /  Cher / 

ไปเจอมาจากอินเตอร์เน็ตครับ เป็นเรื่องเหลือเชื่อมาก ของศิลปิน นักร้อง ชื่อดัง ที่ต้องบอกว่า ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ว่า ศิลปินดัง ที่เรารู้จัก เขาอาจจะไม่ได้แจ้งเกิดเป็นนักร้องจนถึงทุกวันนี้ ถ้าแม่ของเขา ตัดสินใจที่จะทำแท้ง เราอ่านเรื่องแล้ว นี่คือเรื่องจริงหรือนี่??? Cher นักร้องสาวเจ้าของเพลง Believe เชื่อหรือไม่ เธออาจจะไม่ได้เป็น Cher แบบที่หลายคนรู้จักแน่ ถ้าแม่ของเธอตัดสินใจที่จะทำแท้ง เรื่องก็มีอยู่ว่า ช่วงอายุ 20 ปี ของแม่ Cher เป็นช่วงที่ระหองระแหงกับสามี เธอจึงตัดสินใจหนีมาอยู่บ้านกับแม่ และพบว่า ตัวเองท้อง ด้านคุณแม่ ของแม่ Cher ยื่นคำขาด ด้วย 2 ทางเลือก ระหว่าง กลับไปอยู่กับสามี หรือจะทำแท้ง ลองคิดดูนะครับ เกิดเลือกทำแท้งนี่ เราคงจะไม่ได้ยินเพลง Believe หรือ Strong Enough เพลงฮิตของเธอจนถึงทุกวันนี้ก็เป็นได้นะ เพลงที่เชื่อว่า ทุกคนต้องเคยได้ยิน กับเพลง Believe After love, after love [repeat] No matter how hard I try You keep pushing me aside And I can't break through There's no talking to you So sad that you're leaving Takes time to believe it But after all is said and done You're going to be the lonely one, Ohh Oh [CHORUS:] Do you believe in life after love I can feel something inside me say I really don't think you're strong enough, Now Do you believe in life after love I can feel something inside me say I really don't think you're strong enough, Now What am I supposed to do Sit around and wait for you And I can't do that There's no turning back I need time to move on I need love to feel strong 'Cause I've had time to think it through And maybe I'm too good for you Ohh Oh [CHORUS] But I know that I'll get through this 'Cause I know that I am strong I don't need you anymore Oh I don't need you anymore I don't need you anymore No I don't need you anymore [CHORUS repeat to fade] Celine Dion ดีว่าส์สาว เจ้าของเพลงฮิตมากมาย เป็นอีกคน ที่ถ้าแม่ของเธอตัดสินใจทำแท้ง เราอาจจะไม่มีโอกาสได้ฟังเสียงเพราะๆ ของเธอก็เป็นได้ เนื่องจากแม่ของเซลีนตกใจที่รู้ว่า กำลังท้องลูกคนที่ 14 ก็คือเธอนั่นเอง เลยไปปรึกษาบาทหลวงว่า เอาออกดีมั้ย คำตอบคือ "เก็บไว้เถอะ" ไม่งั้น เราอาจจะไม่ได้ฟัง Celine Dion ร้องเพลง The Power Of Love หนึ่งในคลาสสิคฮิตของเธอ ก็เป็นได้ The whispers in the morning Of lovers sleeping tight Are rolling by like thunder now As I look in your eyes I hold on to your body And feel each move you make Your voice is warm and tender A love that I could not forsake 'Cause I am your lady And you are my man Whenever you reach for me I'll do all that I can Lost is how I'm feeling, lying in your arms When the world outside's too Much to take That all ends when I'm with you Even though there may be times It seems I'm far away Never wonder where I am 'Cause I am always by your side 'Cause I am your lady And you are my man Whenever you reach for me I'll do all that I can We're heading for something Somewhere I've never been Sometimes I am frightened But I'm ready to learn Of the power of love The sound of your heart beating Made it clear Suddenly the feeling that I can't go on Is light years away 'Cause I am your lady And you are my man Whenever you reach for me I gonna do all that I can We're heading for something Somewhere I've never been Sometimes I am frightened But I'm ready to learn Of the power of love Justin Bieber นักร้องหนุ่ม ขวัญใจสาวทั่วโลก แม่ของบีเบอร์ เกือบตัดสินใจทำแท้ง เพราะถูกทารุณกรรมทางเพศ เคยพยายามฆ่าตัวตาย และตั้งท้องตอนอายุ 17 ด้านหมอ และ คนในครอบครัว ไม่คัดค้าน หากแม่ของบีเบอร์ ตัดสินใจว่าจะเอาออก แต่สุดท้ายเธอเลือกที่จะเก็บไว้ ด้านนักร้องหนุ่ม ได้ให้สัมภาษณ์กับ Rolling Stone ว่า "ผมว่า การทำแท้ง ก็เหมือนกับเป็นการฆ่าทารกนะครับ" Oh whoa [x3] You know you love me, I know you care Just shout whenever, and I'll be there You are my love, you are my heart And we would never ever ever be apart Are we an item? Girl, quit playing We're just friends, what are you saying? Say there's another and look right in my eyes My first love broke my heart for the first time And I was like... Baby, baby, baby oooh Like baby, baby, baby nooo Like baby, baby, baby oooh I thought you'd always be mine (mine) Baby, baby, baby oooh Like baby, baby, baby nooo Like baby, baby, baby oooh I thought you'd always be mine (mine) Oh, for you I would have done whatever And I just can't believe we ain't together And I wanna play it cool, but I'm losin' you I'll buy you anything, I'll buy you any ring And I'm in pieces, baby fix me And just shake me 'til you wake me from this bad dream I'm going down, down, down, down And I just can't believe my first love won't be around And I'm like Baby, baby, baby oooh Like baby, baby, baby nooo Like baby, baby, baby oooh I thought you'd always be mine (mine) Baby, baby, baby oooh Like baby, baby, baby nooo Like baby, baby, baby oooh I thought you'd always be mine (mine) [Ludacris:] Luda! When I was 13, I had my first love, There was nobody that compared to my baby And nobody came between us or could ever come above She had me going crazy, oh, I was star-struck, She woke me up daily, don't need no Starbucks. She made my heart pound, it skipped a beat when I see her in the street and At school on the playground but I really wanna see her on the weekend. She knows she got me dazing cause she was so amazing And now my heart is breaking but I just keep on saying... Baby, baby, baby oooh Like baby, baby, baby nooo Like baby, baby, baby oooh I thought you'd always be mine (mine) Baby, baby, baby oooh Like baby, baby, baby nooo Like baby, baby, baby oooh I thought you'd always be mine (mine) I'm gone (Yeah Yeah Yeah, Yeah Yeah Yeah) Now I'm all gone (Yeah Yeah Yeah, Yeah Yeah Yeah) Now I'm all gone (Yeah Yeah Yeah, Yeah Yeah Yeah) Now I'm all gone (gone, gone, gone...) I'm gone แปลและเรียบเรียงโดย มิวสิคเอ็มไทย ที่มาจาก townhall.com และจากกระทู้โดยคุณ Paul Erdos สมาชิก Pantip.com ที่มาภาพ : Justin Bieber/Celine Dion/Cher taken from Official Website ยกเว้น จัสตินบีเบอร์และคุณแม่ จาก nydailynews.com / เซลีน ดิออน กับคุณแม่ จากบล็อค thepoweroflove-celinedion.blogspot.com / ป้าแชร์และแม่ของนาง จาก abcnewsradioonline.com มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

มารู้จักทัพ หนังสร้างจากเรื่องจริง ที่ยึดครองเวทีออสการ์ 2015
American Sniper /  Base on true story / 

คงปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าในรายชื่อภาพยนตร์ผู้เข้าชิง ออสการ์ 2015 นี้ บรรดา หนังสร้างจากเรื่องจริง ได้ยพากันยึดแทบทุกสาขา โดยเฉพาะสาขา ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ที่เข้าไปถึง 4 เรื่อง จาก 8 เรื่อง (และแอบอิงเรื่องจริงอีก 1 เรื่อง) ไม่ว่าจะโดยบังเอิญหรือไม่กับปรากฏการณ์ Base in true Story วันนี้ เราจะพาคุณผู้ชมไปรู้จักบรรดา หนังสร้างจากเรื่องจริง เหล่านี้ พร้อมเทียบระหว่างนักแสดงกับตัวจริงให้ดูกันชัดๆ ไปเลย Foxcatcher ปล้ำแค่ตาย สาขาที่เข้าชิง: ผู้กำกับยอดเยี่ยม, นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม, นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม, บทดั้งเดิมยอดเยี่ยม, แต่งหน้าและทำผมยอดเยี่ยม สร้างจากคดีสะเทือนวงการมวยปล้ำอเมริกา ของสองพี่น้องนักมวยปล้ำดาวรุ่ง เดฟ และ มาร์ค ชูทส์  โดยได้รับการสนับสนุนจากมหาเศรษฐี จอห์น ดู ปองท์ ในชื่อทีม Foxcatcher แต่ก่อนจะได้เป็นเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก เดฟ ชูทส์ กลับถูกฆาตกรรมด้วยน้ำมือผู้สนับสนุนของเขาเอง  สตีฟ คาร์เรล / จอห์น ดู ปองท์ ตัวจริง แชนนิ่ง ทาทัม และ มาร์ค รัฟฟาโล่  / เดฟ และ มาร์ค ชูทส์ ตัวจริง ------------------------------- Unbroken คนแกร่งหัวใจไม่ยอมแพ้ สาขาที่เข้าชิง: กำกับภาพยอดเยี่ยม, ผสมเสียงยอดเยี่ยม, ตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม ดัดแปลงจากจากหนังสือขายดี ของ Unbroken: A World War II Story of Survival, Resilience, and Redemption เขียนโดย ลอรา ฮิลเลนแบรนด์ บันทึกเรื่องจริงที่ดราม่าและโหดเสียยิ่งกว่านิยาย ของ หลุยส์ แซมเพอรินี ฮีโร่สงครามและโอลิมปิก ที่ประสบเหตุเครื่องบินตกกลางทะเลขณะไปรบ และต้องเอาตัวรอดด้วยการลอยแพ พร้อมลูกเรืออีก 2 คนอยู่นานถึง 47 วัน ก่อนจะถูกทหารญี่ปุ่นจับไปไว้ในค่ายกักกันอันโหดร้าย แจ็ค โอ’ ดอนเนลล์ / หลุยส์ แซมเพอรินี ตัวจริง  ------------------------------- The Imitation Game ถอดรหัสลับ อัฉริยะพลิกโลก สาขาที่เข้าชิง: ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม, นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม, นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม, บทดัดแปลงยอดเยี่ยม, ออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม, ตัดต่อภาพยอดเยี่ยม, ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม จากชีวประวัติที่บันทึกในหนังสือ Alan Turing: The Enigma เขียนโดย แอนดรูว์ ฮอดจส์ เรื่องราวของ อลัน ทัวริง นักคณิตศาสตร์อัจฉริยะ ผู้สร้างเครื่องถอดรหัส อีนิกมา อันลือลั่นของนาซี และพลิกโฉมสงครามโลกครั้งที่ 2 นำชัยชนะมาสู่ฝ่ายสัมพันธมิตร แต่เขากลับถูกรัฐบาลอังกฤษตั้งข้อหา เพราะอัจฉริยะผู้นี้เป็นรักร่วมเพศ ซึ่งผิดกฎหมายในสมัยนั้นอย่างรุนแรง เบเนดิคต์ คัมเบอร์แบช / อลัน ทัวริง ตัวจริง ------------------------------- The Theory of Everything ทฤษฏีรักนิรันดร สาขาที่เข้าชิง: ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม, นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม, บทดัดแปลงยอดเยี่ยม, ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม ดัดแปลงจากหนังสือ Traveling to Infinity : My Life with Stephen เขียนโดย เจน ฮอว์กิ้ง บันทึกความจริงของช่วงเวลาที่เธอได้อยู่กับ สตีเฟ่น ฮอว์กิ้ง นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก ที่ป่วยเป็นโรคเซลล์ประสาทสั่งการเสื่อม และแพทย์วินิจฉัยว่าเขาจะมีชีวิตอยู่ได้อีก 2 ปีเท่านั้น แต่ก็ได้ เจน ฮอว์กิ้ง แฟนสาวผู้ไม่เคยหวั่นไหว ทั้งสองแต่งงานกัน โดยที่สตีเฟ่นไม่ย่อท้อในการต่อสู้กับโรคร้าย ทั้งคู่สร้างครอบครัว และเริ่มต้นสร้างผลงานใหม่ทางด้านการแพทย์และวิทยาศาสตร์มากมาย และอยู่มาจนถึงศตวรรษที่ 21 ซึ่งเป็นสิ่งยิ่งใหญ่กว่าทั้งคู่เคยนึกฝันไว้ เอ็ดดี้ เรดเมย์น และ เฟลิซิตี้ โจนส์ / สตีเฟ่น และ เจน ฮอว์กิ้ง ตัวจริง ------------------------------- American Sniper อเมริกัน สไนเปอร์ สาขาที่เข้าชิง: ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม, บทดัดแปลงยอดเยี่ยม, ตัดต่อภาพยอดเยี่ยม, ผสมเสียงยอดเยี่ยม, ตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม สร้างขึ้นจากหนังสือในชื่อเดียวกัน เขียนโดย คริส ไคล์ ร่วมกับ จิม เดอเฟอไลซ์ และ สก็ตอต์ แม็คอีเวน ถ่ายทอดช่วงเวลชีวิตของ คริส ไคล์ ตั้งแต่วัยเด็กผู้รักการเป็นคาวบอย ก่อนจะเติบโตขึ้นและเข้าร่วมหน่วยซีล ก่อนเป็นพลซุ่มยิ่งที่ออกปฏิบัติการในสงครามอิรัก และกลายเป็นตำนานที่เด็ดหัวศัตรูไปมากมาย แบรดลีย์ คูเปอร์ / คริส ไคล์ ตัวจริง ------------------------------- Wild สาขาที่เข้าชิง: นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม, นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม ดัดแปลงจากหนังสือขายดี Wild: From Lost to Found on the Pacific Crest Trail ที่ เชอริล สเตรย์ด เขียนขึ้น หลังจากที่เธอไปใช้ชีวิตผจญภัย อันเนื่องมาจากแม่เสียชีวิต และชีวิตแต่งงานล่มสลาย เชอริล สเตรย์ด สิ้นหวังและหันไปเสพยา ก่อนจะตัดสินใจออกผจญภัยด้วยตัวคนเดียว ด้วยการเดินเท้าข้ามทะเลทรายกว่า 1,100 ไมล์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เธอมีชีวิตที่ดีขึ้นอีกครั้ง รีส วิทเธอร์สปูน / เชอริล สเตรย์ด ตัวจริง -------------------------------   Selma สาขาที่เข้าชิง: ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, เพลงประกอบยอดเยี่ยม จากเรื่องจริงที่ต้องบันทึกเป็นประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่ของอเมริกา ถ่ายทอดเรื่องราวในปี 1965 เกิดความขัดแย้งทาางสีผิวอย่างรุนแรง และนำไปสู่การเดินขบวนประท้วงเพื่อเรียกร้องสิทธิในการเลือกตั้งของคนผิวสี จากเซลมาไปมอนต์โกเมอรี เมืองหลวงของรัฐอลาบามา ซึ่งนำโดย มาร์ติน ลูเธอร์ คิง เดวิด โอเยโลโว / มาร์ติน ลูเธอร์ คิง ตัวจริง ------------------------------- Mr.Turner สาขาที่เข้าชิง: ออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม, กำกับภาพยอดเยี่ยม, เครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม, ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม สร้างจากเรื่องจริงในศตวรรษที่ 19 ช่วงเวลา 25 ปีสุดท้าย ของศิลปินหัวขบถชาวอังกฤษ เจ เอ็ม ดับบลิว เทอร์เนอร์ ผู้แสดงท่าทีเกรี้ยวกราด ทว่าครุ่นคิดอยู่ภายใน ซึ่งบุคลิกสุดโต่งนี้ส่งผลกระทบต่อชีวิต และคนรอบข้าง แต่ในขณะเดียวกันมันก็มีผลต่อการสร้างงานศิลปะชั้นเยี่ยมมากมาย จนได้รับการขนามว่าเป็น จิตรกรแห่งแสง เลยทีเดียว   ทิโมธี สปอลล์ และ ภาพวาดเหมือนตนเอง ของ เจ เอ็ม ดับบลิว เทอร์เนอร์ ------------------------------- Birdman เบิร์ดแมน มายาดาว ** เรื่องแถม แม้จะไม่ได้สร้างจากเรื่องจริงโดยตรง แต่มันก็ประชดประชัน ชีวิตจริงของ ไมเคิล คีตัน นักแสดงนำแบบตั้งใจสุดๆ ** สาขาที่เข้าชิง: ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม, นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม, นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม, นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม, บทดั้งเดิมยอดเยี่ยม, กำกับภาพยอดเยี่ยม, ผสมเสียงยอดเยี่ยม, ตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม ไม่ได้สร้างจากเรื่องจริงของคนใดคนหนึ่ง แต่เสียดสีแบบเจ็บจี๊ด ถึงชีวิตจริงของ ไมเคิล คีตัน ที่เคยโด่งดังสุดๆ ในบทมนุษย์ค้างคาว ในภาพยนตร์ แบทแมน ฉบับของผู้กำกับ ทิม เบอร์ตัน ก่อนจะชีวิตจะร่วงไปพร้อมความฮิตของแฟรนไชส์ และแทบไม่มีเด็กรุ่นใหม่ๆ รู้จักเขาเลยเสียด้วยซ้ำโดย Birdman ถ่ายทอดเรื่องราวของอดีตนักแสดง ที่เคยโด่งดังเป็นพลุแตก จากการรับบท มนุษย์นก หรือ Birdman แต่ในวันนี้เขามาถึงจุดตกอับแบบไม่มีใครเหลียวแล และต้องดิ้นรนเอาตัวรอดด้วยการรับบทนำในละครบรอดเวย์ แต่ก็ไม่วายถูกอดีตที่เคยรุ่งโรจน์ตามหลอกหลอนอยู่อย่างนั้น ไม่ว่าตอนจบของ Birdman อดีตดาราคนนี้จะกลับมาดังได้อีกหรือไม่ แต่ในชีวิตจริงของ ไมเคิล คีตัน เขากลับมาแบบรู้จักกันทั้งโลก แถมคว้ารางวัลไปอีกอื้อซ่า สมศักดิ์ศรีรุ่นใหญ่จริงๆ ไมเคิล คีตัน ใน Birdman / ไมเคิล คีตัน ใน Batman ภาพยนตร์ทั้ง 9 เรื่องนี้ บางเรื่องฉายในบ้านเราไปแล้ว บางเรื่องก็มีกำหนดชัดเจน ในขณะที่บางเรื่องก็เงียบหายไปเฉยๆ ซึ่งในฤดูกาลก่อนออสการ์แบบนี้ หลายๆเรื่องมีโอกาสกลับมาให้ผู้ชมชาวไทยได้ชมกันแน่นอน คอหนังทุกท่านโปรดติดตามอย่าให้พลาดสักเรื่องเชียว! -----------------------------------

25 เรื่องจริงของหัวใจ ที่ทำให้คุณต้องทึ่ง
เกร็ดความรู้ /  เรื่องจริง / 

ใกล้เข้าเดือนกุมภาพันธ์ เดือนแห่งความรักแล้ว เพื่อนๆ ลองมาเช็คการทำงานของ "หัวใจ" กันสักหน่อยไหมคะ กับ 25 เรื่องจริงของหัวใจ ที่ทำให้คุณต้องทึ่ง ว่าหัวใจคุณนั้นเป็นมากกว่าอวัยวะในร่างกายธรรมดาๆ เสียอื่น แต่จะมีเรื่องราวน่ารู้อะไรบ้างนั้น ไปติดตามพร้อมๆ กันเลยค่ะ 25 เรื่องจริงของหัวใจ ที่ทำให้คุณต้องทึ่ง 1. ในทุกๆ วัน หัวใจคนเราสร้างพลังงานขึ้น เทียบเท่ากับที่สามารถทำให้ “รถบรรทุก” ขับไปได้ 20 ไมล์ หรือราว 32 กิโลเมตร 2. ซึ่งนั่นหมายความว่า…หัวใจปล่อยพลังงานออกมารวมกันทำให้รถบรรทุกสามารถขับไปถึงดวงจันทร์ไป-กลับได้! 3. หัวใจเราปั้มเลือดไปให้เซลล์ทั่วร่างกายกว่า 75 ล้านล้านเซลล์ 4. มีเพียง Cornea หรือกระจกตาเท่านั้นที่ไม่ต้องการเลือดมาหล่อเลี้ยง 5. หัวใจเราทำงานหนักกว่ากล้ามเนื้อทุกมัดในร่างกายในช่วงชีวิตของเรา 6. ในช่วงชีวิตคนเรา หัวใจปั้มเลือดเป็นจำนวนราว 1.5 ล้านบาเรลล์ ซึ่งเพียงพอที่จะเติมรถไฟได้ 200 ขบวน 7. เซลล์ของหัวใจเซลล์แรกเริ่มเต้นเมื่ออายุได้เพียง 4 สัปดาห์เท่านั้น 8. วาฬสีน้ำเงินมีหัวใจที่ใหญ่ที่สุดคือน้ำหนักอยู่ที่ 1,500 ปอนด์ หรือราว 680 กิโลกรัม 9. รู้หรือไม่ว่า ยิ่งคุณเรียนมาก มีการศึกษามาก ความเสี่ยงของโรคหัวใจของคุณจะลดลง 10. แต่ถึงกระนั้น โรคหัวใจยังคงเป็นภัยที่อันตรายที่สุดของร่างกายมนุษย์ 11. แม้แต่ในมัมมี่ที่อายุ 3,000 ปี ยังพบว่ายังมี “หัวใจ” อยู่ 12. ความสุข การไม่เครียด การออกกำลังกาย และอาหารที่ดีต่อสุขภาพ จะทำให้คุณมีหัวใจที่แข็งแรง 13. อัตราการเกิดอาการหัวใจวาย เกิดมากที่สุดในวันคริสต์มาส รองลงมาคือ 26 ธันวาคม และตามมาด้วยวันปีใหม่ 14. และคุณมีโอกาสหัวใจวายตอนเช้าวันจันทร์ มากกว่าเวลาอื่นๆ 15. ลิ้นของหัวใจมีขนาดประมาณเหรียญครึ่งดอลลาร์ 16. รู้หรือไม่ว่า หัวใจ คนเราคืออุปกรณ์ปล่อยไฟฟ้าอย่างไรของโลก 17. เพราะมันมีกระแสไฟฟ้าของตนเอง และมันสามารถเต้นได้แม้กระทั่งอยู่นอกร่างกายมนุษย์ ตราบเท่าที่ยังมีออกซิเจนหล่อเลี้ยงอยู่ 18. ในปี 1929 Werner Forssmann แพทย์ชาวเยอรมันต้องการศึกษาหัวใจของเขาเอง เขาจึงสอดท่อเข้าไปในเส้นเลือดดำจากแขนของเขาเอง และนั่นคือครั้งแรกของ การสอดท่อเพื่อตรวจหัวใจในปัจจุบัน 19. ในปี 1967 วันที่ 3 ธันวาคม Dr. Christiaan Barnard จากประเทศแอฟริกาใต้ ทำการปลูกถ่ายหัวใจให้แก่ Louis Washansky ซึ่งถึงแม้ว่าคนไข้จะอยู่รอดต่อได้แค่ 18 วัน แต่นั่นถือเป็นการปลูกถ่ายหัวใจครั้งแรกของมนุษย์ที่สำเร็จ 20. เอาลูกเทนนิสมาบีบแน่นๆ นั่นคือเวลาที่หัวใจปั้มพ์เลือด นั่นคือการทำงานหนักของหัวใจของเรา 21. หัวใจของผู้หญิงจะเต้นเร็วกว่าหัวใจของผู้ชาย 22. อย่างที่เราบอกก่อนหน้านี้ ความสุขทำให้หัวใจแข็งแรง ซึ่งที่รวมในนั้นคือ “การหัวเราะ” เพราะการหัวเราะช่วยทำให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้นกว่าเดิม 20% และทำให้ผนังหลอดเลือดผ่อนคลายมากขึ้น 23. ไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าทำไมเมื่อพูดถึงความรัก จึงมีการแทนด้วย “หัวใจ” ทั้งๆ ที่ อารยธรรมโบราณ เมื่อพูดถึง หัวใจ จะนึกถึงอารมณ์ มากกว่า ซึ่งนักประวัติศาสตร์บางคนบอกว่ามันเริ่มมาจากชาวกรีก ที่นำหัวใจกับความรักมาคู่กัน 24. อาการอกหัก คือ เรื่องจริง เพราะหลังจากที่เราเจอเรื่องหนักๆ อย่างเช่นการผิดหวังในความรัก ฮอร์โมนที่ทำให้เรามีความเครียด จะเข้าไปสู่กระแสเลือดและทำให้หัวใจเกิดอาการ “ช็อก” คล้ายๆ กับอาการหัวใจวาย 25. มีผลวิจัยล่าสุดจากนักวิจัยชาวสวีเดนพบว่า ทุกครั้งที่มีการร้องเพลงหมู่ หัวใจคนเราจะเลียนแบบจังหวะของบทเพลงนั้นๆ ข้อมูลและภาพ: kiitdoo, list25

ซิโก้ ชี้ บุรีรัมย์ แกร่งกว่า3ทีมร่วม คิงส์คัพ เชื่อแก้เกมรับได้ถึงแชมป์
คิงส์คัพ /  ช้างศึก / 

ความเคลื่อนไหวหลังเกมที่ ช้างศึก ทีมชาติไทย ชุดสู้ศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ครั้งที่ 43 ลงอุ่นเครื่องเกมสุดท้ายก่อนเข้าสู่ทัวร์นาเมนต์ ด้วยการพลาดท่าพ่าย ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2014 ที่เพิ่งคว้าแชมป์ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานประเภท ก. ไปด้วย 1-0 จากการซัลโวของ มาเชน่า โดยเกมนี้เป็นเกมการกุศลจะนำเงินจากการเก็บบัตรผ่านประตูไปมอบให้ โรงพยาบาลน้ำพอง จ.ขอนแก่น และมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (ม.สงฆ์แห่งประเทศไทย) ซึ่งเกมนี้เก็บค่าผ่านประตูได้ 2,108,040 บาท รวมกับผู้สนับสนุนที่มอบให้อีก 346,000 บาท รวมเป็น 2,454,040 บาท จะแบ่งให้กับทั้ง 2 ที่เท่าๆ กัน จากการพ่ายแพ้เกมนี้ ทำให้ 3 เกมที่ลงสนามอุ่นเครื่อง ช้างศึก ไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลย เสมอ 2 นัด แพ้ 1 นัด ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ เผยว่า เกมนี้ถึงจะแพ้ แต่ก็ยังพอใจในเกมการเล่นของลูกทีม การสู้กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้อย่างสูสีถือเป็นเรื่องที่น่าพอใจ “บุรีรัมย์ เป็นทีมที่แข็งแกร่งและอาจพูดได้ว่าแข็งแกร่งกว่า เกาหลีใต้, ฮอนดูรัส, อุซเบกิสถาน ที่จะมาแข่งขันครั้งนี้ ดังนั้นหากนักเตะเล่นได้แบบนี้ใน คิงส์คัพ ก็เชื่อว่ามีลุ้นแชมป์ไม่ยาก” “อย่างไรก็ตามเกมรับเราต้องแก้ไข เพราะเป็นตำแหน่งเดียวที่ยังไม่ลงตัว แต่โดยรวมทั้งหมดถือว่าน่าพอใจ” ซิโก้ กล่าวทิ้งท้าย

แอมป์-อั้ม เพิ่มความหวานแพลนเที่ยว 365 วัน รอบโลก
อั้ม พัชราภา /  แอมป์ พิธาน / 

กลับมารีเทิร์นออฟเลิฟกันอีกครั้ง สำหรับคู่รักคู่ลุ้นของวงการบันเทิงอย่าง อั้ม พัชราภา กับ แอมป์ พิธาน ที่เคยทำเอาแฟนคลับและเพื่อนๆ ในกลุ่มใจหายใจคว่ำมาแล้วถึงสองรอบ หลังจากที่สาวอั้มออกมาให้สัมภาษณ์ในเชิงทำนองว่าเลิกคุยกับหนุ่มแอมป์ รอบแรกเรื่องหมาตายที่ทำเอาหลายๆ คนถึงกับงง!!! กับไอ้เรื่องแค่นี้ทำไมถึงกับจะต้องเลิกรากัน แต่สุดท้ายเพื่อนๆ ในกลุ่มของสาวอั้มก็วางแผนให้หนุ่มแอมป์ง้อคืนดีสาวอั้ม จนทั้งคู่กลับมาคุยกันเหมือนเดิม แต่รอบที่สองนี่สิ ทะเลาะกันเรื่องอะไรยังไม่มีใครทราบแน่นอน แต่รอบนี้สาวอั้มประกาศตัวแร้งงงงส์ส์ส์...ว่าอยู่ในสถานะคลุมเครือ และไม่อยากใช้คำว่าแฟนอีกต่อไป ทำเอาหลายๆ คนถึงกับเซ็ง เพราะคิดว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในรอบนี้ ทั้งคู่คงต้องเลิกรากันอย่างแน่นอน เพราะผ่านไปเกือบๆ สองเดือนก็ยังไม่มีวี่แววที่จะคืนดีกันให้เห็น แต่พอมาในช่วงปลายปีที่แล้ว แฟนคลับและเพื่อนๆ ในกลุ่มก็ได้ใจชื้นขึ้นมา เพราะทั้งคู่กลับมาคืนดีกันเหมือนเดิม แถมยังตีตั๋วไปปรับความเข้าใจกันถึงประเทศฮ่องกง แต่แค่นี้ยังคงไม่เพียงพอที่จะเพิ่มความหวานให้กลับมาเหมือนเดิม 100% งานนี้หนุ่มแอมป์เลยวางแพลนเตรียมที่จะพาสาวอั้มไปเติมน้ำตาลอีกหลายๆ รอบ ไกลถึงต่างประเทศ เรียกว่าปีนี้หนุ่มแอมป์จัดเต็ม จัดหนัก เตรียมทริปพิเศษสำหรับสาวอั้มแบบเฉพาะกิจชนิด 365 วัน รอบโลกเลยทีเดียว ส่วนเรื่องจะขอแต่งงานหรือไม่ขอแต่งงาน ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับหนุ่มแอมป์แล้วว่าจะตัดสินใจยังไง เพราะเวลานี้ดูเหมือนสาวอั้มเขาก็พร้อมอยากจะสละโสดแล้วเหมือนกัน ยิ่งมาปีนี้มีดารานักแสดงในวงการสละโสดหลายคู่ ก็ยิ่งเพิ่มแรงกดดันมากขึ้นว่าเมื่อไหร่จะถึงคิวของนางเอกเบอร์หนึ่งของประเทศอย่าง อั้ม พัชราภา สักกะที อั้ม-แอมป์ อั้ม-แอมป์ อั้ม-แอมป์ อั้ม-แอมป์

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

หล่อล่ำใหญ่!นักรักบี้CUโชว์ของก่อนบู๊ รักบี้ประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์
sportMthai /  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / 

หลังจากก่อนหน้านี้ทีมงาน SportMThai ได้นำภาพของนักรักบี้กล้ามใหญ่ล่ำบึกของ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มาอวดให้สาวๆได้กรี๊ดกันลั่นมาแล้ว วันนี้ทีมงานขอนำภาพของ นักรักบี้ “ลูกพระเกี้ยว” จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่หล่อล่ำไม่แพ้กันมาให้สาวๆ ได้กรี๊ดกันต่อ ก่อนที่จะมีการแข่งขันงาน รักบี้เพณีจุฬาฯ–ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 29 ซึ่งมีกำหนดแข่งขันในวันที่ 31 มกราคม 2558 ณ สนามกีฬา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

ตร.รวบแก๊งบางอ้อ ยิงแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวดับ ปัดผู้ตายยกมือขอชีวิต
นครชัยศรี /  ยิงแม่ค้าก๋วยเตี๋ยว / 

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลง รวบแก๊งบางอ้อ กราดยิงแม่ค้าก๋วยเตี๋ยว นครชัยศรีดับ สารภาพมีเรื่องทะเลาะวิวาท ปัดผู้ตาย ยกมือขอชีวิต  พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงผลการจับกุม นายยุทธนา สมบูรณ์ หรือ เอ็ม อายุ 24 ปี นายธนวัฒน์ แก้วงาม หรือ อ้วน อายุ 21 ปี และเยาวชนอีก 17 ราย พร้อมยึดอาวุธปืนยี่ห้อซีแซด จำนวน 1 กระบอก หลังร่วมกันก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงใส่ นางกรณัฐ หรือ เจ้นัด ปุเรนโสภา อายุ 39 ปี แม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยว เสียชีวิต ริมถนนบริเวณหน้าบ้าน ต.บางกระเบา อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เสียเมื่อวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ที่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี โดย พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า จากการสืบสวนทราบว่า กลุ่มผู้ต้องหาชื่อ "แก๊งบางอ้อ" เป็นการรวมตัวกันของกลุ่มวัยรุ่นย่านดังกล่าว ก่อนเกิดเหตุกลุ่มผู้ก่อเหตุได้มีเรื่องทะเลาะกับผู้เสียหาย ตั้งแต่วันที่ 23 ม.ค. ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 24 ม.ค. ผู้ต้องหาได้รวมกลุ่มกันขับขี่ จยย.จำนวน 10 คัน ไปขว้างระเบิดปิงปอง 6 ลูก ใส่ร้านก๋วยเตี๋ยวของผู้ตาย จากนั้น บุตรชายของผู้ตายได้มีการยิงปืนออกมาตอบโต้ จึงทำให้เกิดการยิงปะทะกัน ซึ่งระหว่างนั้น ผู้เสียชีวิตได้หลบอยู่หลังเสาไฟฟ้าและวิ่งเข้าบ้านเพื่อปิดประตูจึง ถูกกระสุนปืนเสียชีวิตดังกล่าว ทั้งนี้ ยืนยันว่า ผู้ตายไม่ได้ยกมือไหว้ร้องขอชีวิตตามที่ปรากฏเป็นข่าวแต่อย่างใด จากการตรวจสอบ นายธนวัฒน์ หรือ อ้วน มือยิง พบประวัติมีคดีติดตัวกว่า 10 คดี ทั้งคดียาเสพติด ลักทรัพย์ และเพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำ ช่วงบ่ายของวันเกิดเหตุ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตภายหลังการแถลง ข่าว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มอบเงินเยียวยามารดาของผู้ตายเป็นจำนวนเงิน 100,000 บาท

ของขวัญเกิดครบ 44 ปี ลดน้ำหนัก จากตัวจากคนไซส์ 3 XL มาไซส์ L
ฟิตเนส /  ลดน้ำหนัก / 

ของขวัญเกิดครบ 44 ปีที่มีค่ามากที่สุดการ ลดน้ำหนัก จากตัวจากคนไซส์ 3XL มาเป็นคนไซส์ L ทุกๆ คนย่อมอยากมีหุ่นที่ดูดี ไม่ถูกล้อ จะทำอะไรก็มีแต่ความมั่นใจ เป็นตัวอย่างให้กับคนรอบข้างได้อยู่แล้วครับ Men.MThai เชื่ออย่างนั้น ซึ่งการที่จะมีหุ่นที่ดูดีได้นั้นมันก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเองทั้งนั้น ถ้าเรามีเป้าหมายในชีวิตที่แน่วแน่ และตั้งใจทำเต็มร้อย ผมก็เชื่อว่าทุกๆ คนก็สามารถเอาชนะขีดจำกัดของตัวเองได้ครับ อย่างเช่นคุณ จ่าโหดปืนห่าม สมาชิกเว็บไซต์ Pantip ที่มาแชร์ประสบการณ์ ลดน้ำหนัก ด้วยตัวเอง จากไซส์ 3XL มาเป็น L ได้ ซึ่งทางเราก็คิดว่าความสำเร็จของคุณ จ่าโหดปืนห่าม ในครั้งนี้จะสร้างแรงบัลดาลใจให้กับเพื่อนๆ ที่มีความคิดที่จะ ลดน้ำหนัก ฟิตหุ่นได้เป็นอย่างดี พรุ่งนี้เป็นวันเกิดครบรอบ 44 ปีของผม 26 มกราคม 2558 ก็เลยตัดสินใจแบ่งปันประสพการณ์การเปลี่ยนแปลงตัวเอง จากชายอ้วนวัยกลางคน คนหนึ่งให้ทุกๆ ท่านได้อ่านกันว่า 17 เดือน 22 โล ณ จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงตัวเอง ผมหนัก (ประมาณเพราะไม่กล้าชั่ง) 105 กิโลกรัม และปัจจุบัน ขึ้น ๆลง ๆอยู่ที่ 87 - 85 กิโลกรัม ซึ่งเป้าหมายผมคือ 78 กิโลกรัม (น่าจะต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่) ผมเองรับรูปร่างและน้ำหนักตัวไม่ได้มาต้งแต่ ม. 2 ผมอดอาหาร ทานน้อยๆ บางวันกินแค่ขนมปังหนึ่งก้อนและน้ำอัดลมขวดนึง เพื่อให้มีกำลังในการเล่น (เล่นฟุตบอล) เท่านั้นเอง แต่ก็ไม่เคยดูเป็นคนผอมเสียที ดูเป็นคนบวมๆ มีน้ำมีนวลตลอดเวลา ปกติแล้วเป็นคนชอบออกกำลังกายมาตลอด ชอบเล่นฟุตบอล (เล่นไม่เก่งแต่ก็ชอบ) เคยชกมวย (ที่การกีฬาแห่งประเทศไทย เรียนสนุก ๆ) น้ำหนักตัวผมน้อยที่สุดผมว่าน่าจะเป็นช่วงทำงานปิดเทอม ผมเป็นพนักงานขายรองเท้า เป็นผู้ชายคนเดียว วิ่งเข้าวิ่งออกสโตร์ยกรองเท้าลังรองเท้าสูงถึงเพดานห้องเก็บของ กินวันละมื้อเดียวเป็นแซนด์วิช 1 คู่กับนมพร่องไขมัน 1 แก้ว แล้วก็เดินและวิ่งกลับบ้าน ระยะทางประมาณ 2 - 3 กม.แล้วก็ซิตอัพ กระโดดเชือก ทำอะไรต่อมิอะไรมาเยอะแยะ เพื่อทีจะไม่อ้วน สุดท้ายเมื่อเรียนจบออกมาทำงาน เพียงแค่ ไม่ถึงปี น้ำหนักก็พุ่งพรวดไป 85 ก.ก. จากปกติน้ำหนักอยู่ที่ 6x กก พอดีมีแฟนช่วงนั้นแฟนขอให้ลดความอ้วนเป็นของขวัญวันเกิดซัก 5 กก.ได้มั้ย เลยตัดสินใจไปสถาบันลดความอ้วน บอดี้ๆ เป็นลูกค้าดีเด่น 3 เดือนลดไป 20 กก.ด้วยการควบคุมอาหารอย่างเดียว เรียกลูกค้าให้เค้าได้อีกหลายคน เป็นพรีเซนเตอร์เลยช่วงนั้น แต่ผ่านไปไม่นานน้ำหนักก็มาวนเวียนอยู่แถว ๆ 80 กก.อีก วนไปเวียนมาแต่เราก็รู้วิธีการควบคุมอาหารเพื่อให้น้ำหนักลดลง ผมเคยทานแบบนับแคล กินแค่มื้อละจานน้ำหนักก็ลงแล้ว เพราะเรารู้ว่าเราต้องการพลังงานพื้นฐานเท่าไร และ อาหารจานเดียวแต่ละอย่างมันเฉลี่ยแล้วกี่แคล ก็กินไม่ให้เกิน น้ำหนักก็ลงมา ต่ำสุดๆ ก็ 78 กก. แต่พออายุย่างเข้า เลขสามกลาง ๆทีนี้ น้ำหนักมันขึ้นไม่ยอมลงแล้ว จะกินน้อยกินมากแค่ไหนก็ไม่ยอมลง จนมันเดินทางจาก 85 กก.(ซึ่งเป็นน้ำหนักปกติของผมช่วงหนึ่ง)เข้าสู่ เลข 9 และหลังจากเลข 9 แล้วทีนี้เราก็หาตัวช่วยกลับกลายเป็นไปกันใหญ่ครับ จนทำให้ผมกลายเป็นคนเกิน 100 ในที่สุด และเราก็หมดหวังและคิดว่าชาตินี้ "กูคงอ้วนจนตายแล้วหละ" ปล่อยผ่านเรือยมาไม่น้อยกว่า 5 - 6 ปี จนวันหนึ่งได้กลับไปเจอเพื่อนเก่า ๆ สมัยเรียนมัธยมต้นด้วยกัน มีอยู่คนหนึ่ง เฮ้ยยิ้มหล่อว่ะ ดูดีมาก แล้วที่สำคัญสาว ๆก็กรี้ดกร้าดมันด้วยเพราะรูปร่างดี ล่ำสันสไตล์คนเพาะกายเลย ทั้งที่จำได้ว่าเมื่อก่อนนี้มันตัวเล็ก ๆเหมือนเด็กแกรน ๆ ตัวเท่าลูกหมาเอง แล้วดูกูสิ ดูอีกหลาย ๆคนสิ ยิ้มอ้วนหุ่นเจ๊งกันหมดละ โชคดีที่กูหัวไม่ล้านนะเนี่ยไม่งั้นล่ะก็ แย่เลย ก็เริ่มได้แรงบันดาลใจจากตรงนั้น ว่ามันทำยังไง? อีกอย่างหนึ่งช่วงนั้นจับลูก ๆหัดเรียนว่ายน้ำที่สโมสรหมู่บ้านซึ่งมีฟิตเนสด้วย แต่เราก็เอาแต่นั่งอ้วนดูลูกเรียน ปากก็บ่นด่าลูกไปตามประสา แต่ไม่ได้ออกกำลังเลย เหมือนว่าเราเอาเปรียบลูกอยู่ และก็เริ่มคิดว่าถ้าเราอยากใจะให้ลูก ๆตั้งใจทำ มีความพยายามในการทำ จะมีอะไรดีกว่าการที่จะทำเป็นตัวอย่างให้ลูกเห็น ก็เลยเริ่มหาข้อมูล ก็ถามเพื่อนคนนั้นนั่นแหละว่าจะเริ่มต้นยังไงดี? เพื่อนก็แนะนำให้ลองเข้าเวปไปศึกษาหาข้อมูล ก็เลยเข้าไปทีเวป http://tuvayanon.net/index1.html นับได้ว่าเป็นอาจารย์ท่านแรกของผม และทุกวันนี้ผมยังเข้าไปเสมอ ๆ ผมเมล์ไปถามเรืองทีสงสัยก็ได้รับการตอบกลับมา ดีใจมาก และก็เริ่มออกกำลังกายมาตั้งแต่ช่วงนั้นโดยเท่าที่จำได้ น้ำหนักเริ่มต้นคือ 105 กิโลกรัม ผมตัดสินใจว่าจะเดินบนเส้นทางของนักเพาะกายนี่แหละ เพราะตรงที่สุดแล้วสำหรับคนอ้วนอย่างเราโดยตอนนั้นเพื่อผมวางโปรแกรมในการฝึกมาให้เพื่อเล่นทั้งตัว ขา 2 ท่า อก 2 ท่า หลัง 2 ท่า ไหล่ หลังแขน หน้าแขน และจบด้วยการคาร์ดิโอ 15 นาที ซึ่งผมไม่ทราบเลยว่าการคาร์ดิโอคืออะไร คาร์ดิโอโซนที่เห็นในเครืองออกกำลังกายที่ฟิตเนสคืออะไร? ก็มาหาข้อมูลเอา ทั้งในพันทิพ และ ที่อื่น ๆ และเพื่อให้การเปลียนแปลงไปด้วยดี ผมก็หาข้อมูลเรืองการกินอาหาร ก็ไปเจอเรืองการกินคลีน การลีนไขมัน ทีนี้ปวดหัวกันใหญ่ละมันเป็นเรื่องที่ต้องมีการคำนวณเข้ามาเกี่ยวข้อง ไอ้เราก็ไม่ชอบซะด้วย สรุปในช่วงแรกของการเริ่มต้น จะเกิดความสับสนว่าจะเอาไงดี กินน้อยเพื่อให้น้ำหนักลง? แล้วกล้ามเนื้อหละจะสร้างยังไง? แล้วควรกินอะไรเท่าไหร่? ในช่วงที่ 1. เม.ย. - ต.ค. 2556 ผมทานโยเกิรต์ต หลีกเลี่ยงแป้ง(คาร์โบ)เน้นโปรตีน จนมาอ่านเจอข้อมูลเรืองการกินคลีน ก็ปรับมา ทานข้าวกล้อง โฮลวีท อกไก่อบ(ด้วยหม้อลมร้อน) งดน้ำตาล ของหวานของทอด เน้นผัก สลัด หลังออกกำลังกายทานอาหาร(เสต้กปลาแซลมอนเป็นประจำเลย) ปรากฏว่าสัดส่วนดูเล็กลง แต่ที่น่าตกใจคือน้ำหนักขึ้น !!! โอ้ไม่นะ จาก 105 กก.หนักขึ้นมาเป็น 107 กก. ทำไงดีฟระ อะไรนี่???? พอดีช่วงนั้นพบเฟสของ อ.มาร์ค ไทยทอป ก็เลยแมสเสจไม่ถามอาจารย์ตอบกลับมาว่าให้คุณ เพิ่มการคา์ดิโอตอนเช้าก่อนกินอาหารเช้าด้วย ผมก็จัดไปวันละ 40 นาทีด้วยการปั่นจักรยานในฟิตเนส ตั้งโปรแกรมเป็นแบบขึ้นเขาโดยใช้รอบขาไม่ต่ำกว่า 80 คิดว่าเป็นการซ้อมด้วยเพราะช่วงนั้นเริ่มขี่จักรยานแล้ว เหนื่อยแทบขาดใจ HR. เคยขึ้นถึง 150 กว่า ๆด้วยซ้ำไป ขี่จักรยานก็ปวดแขน ปวดหลังไปหมด แต่ใจสู้คิดเสมอว่า "อะไรที่คนทำได้ คนต้องทำได้" มีคนทำได้เยอะแยะไปหมด สุดท้ายน้ำหนักก็เริ่มลงมา และผมเริ่มแบ่งการกินมาเป็นกินทุก ๆ 2 ชั่วโมง แต่หลังจากทำไปได้ 2 เดือน ก็มีเหตุอีก ปรากฏว่าผมหิวตลอดเวลา หิวทั้งคืน จนสุดท้ายคืนหนึ่งตอนเช้าต้องเข้าโรงพยาบาลอ้วกออกมามีแต่น้ำย่อย นอนให้หมอส่องกล้องดู หมอบอกเป็นกรดไหลย้อน แต่มันย้อนมาแค่ในกระเพาะนะ คือเหมือนน้ำย่อยมันออกมาตลอดเวลา ก็เลยเลิกการกินแบบนั้นไป สรุปว่าในช่วงแรกผมออกกำลังในแต่ละวันคือ เช้า คาร์ดิโอ 40 นาที เย็น เวทเทรนนิ่ง (เน้นยกหนักๆเลย) 90 - 120 นาที น้ำหนักลงมาจาก 107 กก. (คือช่วงพีคสุด) อยู่ที่ 95 กก. และผมก็หยุดไปตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ช่วงที่ 2 เดือน เม.ย. 2557 - เดือนมกราคม 2558 หลังจากหยุดไปแรก ๆผมก็ควบคุมอาหารหลัง ๆก็ช่างมันกินอย่างไร้วินัยที่สุด สุดท้ายน้ำหนักตัวผมตอนเริ่มต้นออกกำลังกายใหม่นี้อยู่ที่ 100 กก. ซึ่งผมก็พอใจว่าขึ้นมา แค่ 5 กิโลกรัม ถ้าดูจากสภาพการยัดเข้าไปแล้วควรจะกลับไปที่ 105 เป็นอย่างน้อย(แสดงว่าเรืองการโยโย่ ที่เคยเจอมาก็ดีขึ้นละ) แต่สภาพนี่อ้วนเหมือนเดิมละ ทีนี้ก็ไปได้แรงบันดาลใจจากน้องอีกคนหนึ่ง ซึ่งตอนนั้นเค้าวิ่ง ๆๆๆ และก็ ปั่น ๆๆๆ จนสุดท้าย ลงไตร เฉยเลย เราก็ "เฮ้ย ถ้าคนธรรมดาคนนึงทำได้เราก็ทำได้วะ ปีหน้าจะลงไตรมั่ง" (แต่จนถึงตอนนี้วิ่งยังไม่ได้ซักเท่าไหร เรื่องว่ายน้ำน้ำว่ายยังแพ้ลูกเลยผมว่ายน้ำไม่เก่ง) ก็เริ่มกลับมาออกำลังกายอีกครั้ง แต่คราวนี้ที่แย่คือ วินัยการกินเจ๊งบ๊ง ผมไม่กินคลงกินคลีนละ ไม่นับแคลไม่สนใจเรืองการกินอีกต่อไป เช้า คาร์ดิโอ 50 นาที ปั่นจักรยานเพิ่มโปรแกรมความหนักมากขึ้น รอบขาเร็วขึ้น เฉลี่ยอยู่ที 100 แข่งกับตัวเอง แข่งกับเวลา วันนี้ต้องทำเวลาและเผาแคลฯได้มากกว่าเมือวานในเวลาที่เท่ากัน (นั่นเป็นเหตุผลที่หลาย ๆคนไม่เข้าใจว่าผมทนนั่งปั่นจักรยานอยู่ได้ไงตั้ง 50 นาทีเบื่อตายชัก) เฉลี่ยตอนเช้าผมเผาแคลฯไปประมาณ 935 แคลทุกๆเช้า(อันนี้ถูกผิดก็ต้องว่าตามเครืองปั่นจักรยานของผมหละ) เย็นก็ เวทหนัก ๆ ในแนวของคนเพาะกาย ทั้งร่างเหมือนเดิม เพิ่มสควอชเข้าไปด้วย ใช้เวลาประมาณ 90 นาที ปรับโปรแกรมตามเวลาและปิดท้ายด้วยการคาร์ดิโอ 15 นาที จนถึงตอนนี้ น้ำหนักผมลดลงจากจุดเริ่มต้น 100 กก.อยู่ที่ (ต่ำสุด) 84 กก. แต่เฉลี่ยก็จะขึ้น ๆลง ๆอยู่แถว 87 กก. ผมไม่สนใจเรืองน้ำหนักเท่าไหร่(จริง ๆก็สนใจเพราะจะได้รุ้ว่าจบภารกิจเมื่อไหร่ เพื่อจะเข้าสเตจ 2 ) รอบเอวผมจากวันที่เริ่มต้นออกกำลังกาย 45 - 46 นิ้ว ปัจจุบันอยุ่ที่ 34 นิ้ว (เล็กกว่าตอนหนัก 78 กก.อีก) รอบอกลงมาจาก 45 นิ้ว อยู่ที่ 40 นิ้ว รอบแขนลงมาจาก 18 นิ้ว อยู่ที่ 14.5 นิ้ว เรื่องของระบบการหายใจดีขึ้นมาก ผมสามารถวิ่งเล่นฟุตบอลตลอดทั้งเกมส์ได้(สนามใหญ่ 90 นาทีสบาย ๆ) และผมเล่นฟุตบอลอาทิตย์ละ 4 วันโดยวันเสาร์เป็นวันแข่ง ผมปั่นจักรยานได้สบาย ๆในระย 50 กม.(โดยไม่เหนื่อย)แต่ยังไม่เคยออกทริปไกล ๆเพราะเกรงใจภรรยา เป็นหวัดน้อยลงแทบจะไม่เป็นเลย จากคนมีปัญหาภูมิแพ้ นอนกรน ก็ดีขึ้นมาก จากที่ตื่นนอนแล้วรู้เลยว่าเรามีปัญหาหยุดหายใจตอนนอน เพราะจะง่วงทั้งวัน ก็ไม่เป็นแล้ว เสื้อผ้าจากไซส์ 3 xl เหลือ XL หรือ L เป้าหมายคือ M ทีดีใจที่สุดก็คือ ถ้าคุณไม่เคยได้ยินคำพูดที่ว่าลุกไม่อยากอ้วนเหมือนพ่อ ลูกกลัวว่าโตขึ้นแล้วต้องอ้วน คุณจะไม่รุ้เลยว่ามันน่าเสียใจแค่ไหนที่เราเป้นตัวน่ารังเกียจของลูก ๆ ทุกวันนี้ลูก ๆก็ดูมีความสุขที่มีพ่อไซส์ปกติ ๆเหมือนพ่อคนอื่น ผมโชคดีที่ไม่เป็นโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันไปเสียก่อน บทสรุป 1.เมื่อคุณเริ่มต้นขอให้มั่นคง จะมีคนเยาะเย้ยถากถางคุณเยอะมาก มีคนคอยซ้ำเติมความล้มเหลวของคุณตลอดเส้นทาง 2.อย่าใจร้อน เราทุกคนเคยผอมมาก่อนอ้วนทั้งนั้นแหละ แล้วทำไมจะกลับไปผอมอีกไม่ได้แต่มันต้องใช้เวลา 3.มั่นคงบนเส้นทางที่ตัดสินใจ เริ่มเดินแล้วอย่าวอกแวกไปเรื่อย ๆ แข่งกับตัวเองเท่านั้นอย่าแข่งกับคนอื่นไม่มีประโยชน์เลย 4.หลักการของผมยึดตามหลักปฏิบัติในพระพุทธศาสนา "ควบคุมเหตุ ไม่สนใจผล" แล้วมันจะมาเอง 5.พยายามหาข้อมูลให้ถูกต้อง มีสติคิดก่อนว่าข้อมูลนั้น ๆถุกต้องไม๊? 6.เลือกเส้นทางที่ยั่งยืน นับแคล ไม่เอาคาร์โบ ยาลดความอ้วน อาหารเสริม ผมผ่านมาหมดแล้วแต่เป็นไง? สุดท้ายผมก็หนักเกิน 100 กิโลอยู่ดี ไม่มีประโยชน์เลยเสียเงิน เสียเวลา เสียสุขภาพทั้งกายและจิต สิ่งที่ผมปฏิบัติตัวอยู่ทุกวันนี้ 1.พยายามทานอาหารเป็นมื้อย่อย ๆ ให้ได้ 4 มื้อขึ้นไป (อย่าเยอะ อย่าปล่อยให้ตัวเองหิว) 2.มื้อแรกของวันหลังการคาร์ดิโอ จะกี่โมงก็ช่าง หลังจากนั้นพยายามทุก ๆ 2 ชั่วโมง และมื้อสุดท้าย(หนัก) อย่าเกิน 5 โมงเย็นอนุโลมให้ได้ถึง 6 โมง หลังออกกำลัง น้ำมะเขือเทศดอยคำ 1 แก้วโต ๆหรือกล้วยหอม 3.ออกกำลัง 5 - 6 วันต่อสัปดาห์ คาร์ดิโอเช้าจำเป็นมากสำหรับคนน้ำหนักตัวเยอะ ๆอย่างผม เวทเทรนนิ่งจำเป็นในการสร้างเตาเผาพลังงาน ฟุตบอลเพื่อความสนุกสนาน (และเป็นการคาร์ดิโอแบบหนึ่ง) จักรยานเพื่อความบันเทิง 4.รุ้ประมาณในการบริโภค ผมหลีกเลี่ยงของทอด หวาน มัน เค็ม จัด น้ำอัดลม น้ำตาล(งดเติมในก๋วยเตี๋ยวมาไม่ต่ำกว่า 20 ปีแล้ว) ตอนนี้ผมทานทุกอย่างแต่ไม่เยอะ ตั้งสติก่อนสตาร์ท สุดท้ายนี้ผมต้องขอขอบคุณ เวป http://tuvayanon.net/index1.html ที่เป็นแรงบันดาลใจ เป็นการให้ข้อมูลที่ดีๆ ขอขอบคุณกลุ่มแนวร่วมลดน้ำหนัก เฟสบุ้คของอาจารย์มาร์ค ไทยทอปฟิตเนส และที่สำคัญที่สุดคือ ภรรยาและลูกที่เป็นทุกอย่างให้กับเรา ผมคงทำไม่สำเร็จถ้าภรรยาไม่อดทนดูแลลูกเล็ก ๆจอมป่วนของผมทั้ง 3 คนให้ในเวลาที่ผมไปออกกำลังกาย ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน ผมทนทุเรศรูปร่างตัวเองมานานมาก แต่ทุกวันนี้ ภรรยาผมบอกว่าผมกลายเป็นพวกหลงตัวเองไปแล้วซึ่งก็จริง (ยอมรับเลย) ไม่ใช่อะไรมันภูมิใจกับความตั้งใจของตัวเอง ขอขอบคุณทุกท่านที่อดทนอ่านมาจนถึงตรงนี้นะครับ Men.MThai เรียบเรียงเนื้อหาจากต้นฉบับ จ่าโหดปืนห่าม สมาชิกเว็บไซต์ Pantip http://pantip.com/topic/33154270