ลีลารัก

การกลับมาของความรักทอมดี้ Yes Or No 2.5
Yes or No /  Yes or No 2.5 / 

การกลับมาของความรักทอมดี้ Yes Or No 2.5 หลังประสบความสำเร็จอย่างมากจากภาพยนตร์รักสุดประทับใจ Yes Or No 1 และ 2 ค่ายคัมออน สวีท กำลังจะกลับมาสร้างความตราตรึงอีกครั้ง ใน Yes Or No 2.5 ซึ่งเพิ่งได้ฤกษ์บวงสรวงไปเมื่อวันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม 57 การกลับมาของความรักทอมดี้ Yes Or No 2.5 "พี่ขลุ่ย" ชัชฎา มูสิกะระทวย ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ที่โด่งดังไปในหลายประเทศกล่าวว่า Yes Or No เป็นภาพยนตร์แนวหญิงรักหญิงที่สร้างความรู้สึกดีๆ และแม้ว่าการกลับมาอีกครั้งใน Yes Or No 2.5 จะไม่ใช่เรื่องราวเดิมที่ต่อเนื่องจาก Yes Or No 1 และ 2 แต่ก็ยังเป็นหนังรัก ที่ให้อารมณ์ละมุนละไม สำหรับการเปิดหัวใจให้รักแท้ที่ไม่มีข้อจำกัด การกลับมาของ Yes Or No ในภาคใหม่นี้ ได้ "ติ๊นา" ศุภนาฎ จิตตลีลา กลับมาเป็นนักแสดงหลัก พร้อมกับเสริมทีมนักแสดงใหม่เข้าไปอย่างลงตัว กับ "นัน" สุนันทา ยูรนิยม และ "หงหยก" จันษกร กิตติวัฒนากร สอง "คู่จิ้น" จากบ้าน AF10 ที่จะมาทำให้แฟนคลับได้ยิ้ม หัวเราะ และมีน้ำตาไปกับเรื่องราว Yes Or No ของพวกเขา ความรักบทใหม่ ใน Yes Or No 2.5 กำลังจะเดินหน้าถ่ายทำ และคาดว่า จะส่งความประทับใจครั้งใหม่นี้ สู่ทุกโรงภาพยนตร์ในช่วงต้นปีหน้า "เพราะคนเรา มีหัวใจเพื่อเปิดรับความรัก ไม่ใช่มีหัวใจเพื่อปิดกั้นความรู้สึก" ทุกความรัก ล้วนมีสถานการณ์ Yes Or No มาเปิดหัวใจให้พบความรักกันอีกครั้ง ใน Yes Or No 2.5 เร็วๆ นี้ ข้อมูลและภาพ คัมออน สวีท เรียบเรียงโดย teen.mthai.com

King’s Daughter Soo Baek Hyang เจ้าหญิงแห่งเพคเจ4
King’s /  Daughter / 

King’s Daughter Soo Baek Hyang โจฮยอนแจจะรับบทเป็น มยองนง ลูกชายของ กษัตริย์มูรยอง (รับบทโดย อีแจรยง) ที่จะได้รับขึ้นครองตำแหน่งมกุฏราชกุมาร โดยจะมาถ่ายทอดความรักกับ จินมู (รับบทโดย จอนแทซู) ลูกชายของกษัตริย์รักร่วมเพศ ซูแพคฮยาง (ซอลนัน/รับบทโดย ซอฮยอนจิน) กับซอลฮี (รับบทโดย ซออู)’King’s Daughter Soo Baek Hyang’ เป็นละครประวัติศาสตร์ที่เล่าถึงเรื่องราวอัตชีวประวัติของ ซูแพคฮยาง ลูกสาวของกษัตริยูมูรยอง แห่งอาณาจักรแพ็กเจ

พิสูจน์รักแท้ เจ้าสาวแต่งหน้าเป็นหญิงแก่ แต่เจ้าบ่าวไม่ขำ ?(ชมคลิป)
ข่าวจีน /  งานแต่งงานในจีน / 

เจ้าสาวจีนวัดใจ แต่หน้าเป็นหญิงชราวัย 70 พิสูจน์รักแท้เจ้าบ่าว แต่ฝ่ายชายฉุนจัด เดินหนีทิ้งเจ้าสาวนั่งร้องไห้กลางถนน วานนี้ (23 ต.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงาน เรื่องราวของ หนุ่มสาวชาวจีน ในเมือง เซิ้นเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง คู่นี้ตกลงใจว่าจะแต่งงานกัน โดยทั้งสองได้เลือกสถานที่ถ่ายรูปแต่งงานคู่กันโดยเลือกตัวเมืองเป็นฉาก แต่ว่าที่เจ้าสาวเกิดอยากทดลองใจว่าที่เจ้าบ่าวว่าจะรักตัวเองจริง ๆ หรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ฝ่ายชายมีนิสัยเจ้าชู้ และมีผู้หญิงหลายคน เธอจึงวางแผนแต่งหน้าเป็นสาวแก่วัย 70 เพื่อวัดใจฝ่ายชาย แต่เหตุการณ์กลับพลิกล็อก เพราะว่าที่เจ้าบ่าวหัวเสียอย่างมาก และบอกให้เธอไปแต่งหน้าใหม่ แต่ฝ่ายหญิงปฏิเสธ  และต่อว่าเธออย่างรุนแรงและเดินจากไป ทิ้งให้เธอร้องไห้ท่ามกลางสายตาชาวเมือง Mthai News

เห็น เฮียหน่อง เงียบๆ แต่สาวเพียบนะคะ
หน่อง ธนา

อุ๊ยตาย!!! บ้านฉัตรบริรักษ์ นี่เขาหน้าตาดีกันทั้งบ้านจริงๆ แต่ละคนสาวกรี๊ดทั้งนั้น อย่างหนุ่มคนกลางในบ้าน หน่อง ธนา ที่บุคลิกภายนอกดูเป็นคนเงียบๆ ขี้อาย มาดนิ่งๆ มีโลกส่วนตัวสูง แต่เห็น He เงียบๆ อย่างนี้ สาวเพียบนะคะคุณ จุ๊ๆๆ พูดแล้วอย่าเอ็ดไปในบรรดา 3 คนพี่น้อง บอย - หน่อง - ภัทร หนุ่มคนกลางนามว่าหน่องเนี่ยละค่ะ มีผู้หญิงในสังกัดเยอะที่สุด ก็แหม...ซุ่มเงียบตลอดเลยผู้ชายคนนี้ ก็ไม่รู้ว่าที่สาวเยอะเนี่ย เป็นเพราะหนุ่มหน่องเป็นคนอัธยาศัย ขี้เล่นด้วยรึเปล่า เลยทำให้สาวๆ ที่อยู่ใกล้อ่อนระทวยไปหมด ขนาดน้องสาวคนเล็กของบ้านอย่าง น้องวันใหม่ ยังตามติดแจ พร้อมการันตีด้วยว่าเฮียหน่องหล่อกว่าเฮียบอย เฮียภัทร จุดนี้ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อจริงๆ ว่าเสน่ห์ของเฮียหน่องล้นเหลือสุดๆ เพราะที่ผ่านมาหนุ่มหน่องเคยตกเป็นข่าวกุ๊กกิ๊กอยู่กับสาวหลายต่อหลายคน ไม่ว่าจะเป็นสาวมั่นอย่าง ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ สาวร่างเล็กอย่าง ออม สุชาร์ อุ๊ตะ!!! ธรรมดาซะที่ไหน นอกจากความหล่อที่มีเต็มพิกัดแล้ว เรื่องของนิสัยยังดี๊ดีอีกด้วย เรียกว่าน่ารักกันทั้งบ้านเลยละค่ะ งานนี้ต้องขอยกความดีความชอบให้ คุณแม่งามทิพย์ ไปเต็มๆ เพราะเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังความฮอตของลูกๆ ที่คอยหล่อหลอมเลี้ยงดูให้หนุ่มๆ ทั้ง 3 กลายเป็น 3 หนุ่มเนื้อทองแห่งบ้านฉัตรบริรักษ์ จนเป็นที่หมายปองของชะนีค่อนประเทศเลยทีเดียว หน่อง ธนา หน่อง ธนา

ไม่กลัว เอพริล เข้าใจผิด! แอล ควง ชิน แค่เพื่อน!!
แอล ลูกสาว กรุง ศรีวิไล /  ชิน ชินวุฒ ควง แอล ลูกสาว กุรง / 

หลังมีภาพของนักร้องหนุ่ม ชิน ชินวุฒิ นั่งกินข้าวสองต่อสองอยู่กับสาวสวยคนหนึ่งที่่มองยังไงก็ไม่ใช่ น้องเอพริล แฟนของ หนุ่มชิน แต่กลายเป็น สาวแอล กมลวรรณ นางเอกเลือดใหม่วิก 7 สีและยังเป็นลูกสาวสุดเลิฟของดารารุ่นเก๋า กรุง ศรีวิไล งานนี้ สาวแอล ชี้แจงกลางงานเปิดร้าน Sister Sprink Clinic สาขาสะพานควาย เผยควง หนุ่มชิน ทานข้าวแค่เพื่อน เริ่มติดต่อเจอกันทางเฟสบุ้ค ยันฝ่ายชายไม่ได้จีบแค่ชวนหุ้นธุรกิจ โต้เป็นมือที่ 3 และไม่กลัวอีกฝ่ายเข้าใจผิด!! "ภาพที่ไปกินข้าวกับชินก็เป็นเพื่อนกันค่ะ ไปคุยงานกันค่ะ ไม่มีอะไร ไปสองต่อสองก็ไม่กลัวคนเข้าใจผิดนะคะเพราะเป็นเพื่อนกัน ก็เพิ่งรู้จัก ไม่สนิทมากเท่าไหร่ แต่มีอะไรก็คุยได้ตลอดค่ะ เพราะเค้าก็เป็นคนที่มีความคิดที่ดีเป็นผู้ใหญ่ค่ะ เค้าจีบหรือเปล่าอันนี้ก็ไม่ทราบเลยค่ะ ไม่ทราบด้วยว่าเค้ามีหวานใจอยู่แล้ว แอลไม่ได้เป็นคนเข้าหา เราแค่คุยงานกันเฉยๆ อีกฝ่ายก็คงจะเข้าใจ คือชินเค้าชวนคุยงานให้ทำธุรกิจร่วมกัน เห็นว่าเรามีคนรู้จักเยอะมีเพื่อนเยอะเค้าก็เลยชวนเราค่ะให้ลองมาคุยดู ธุรกิจของเค้าแอลก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ ยังไม่ได้มีการตกลงอะไรกันค่ะ ก็งงมากที่เค้ามาชวน ตอนแรกไม่คิดว่าจะเป็นชินตัวจริงด้วยซ้ำ เค้าติดต่อมาทางเฟสบุ้คค่ะ จริงๆ ก็เคยเจอกันตามงานแต่ไม่เคยคุยกันค่ะ" "ไม่กลัวข่าวมือที่ 3 ค่ะ เพราะเราไม่ได้คิดอะไรเกินไปกว่าตรงนั้น ตอนนี้เป็นเพื่อนเป็นพี่น้องกัน มีอะไรก็ปรึกษากันค่ะ เราจริงใจเพราะเราไม่ได้คิดอะไรกับชิน เราเป็นเพื่อนกันค่ะ วันนี้งานเปิดร้านของแอลก็มีคุยไลน์เค้าก็แสดงความยินดีปกติค่ะ ตอนเจอก็คุยเรื่องธุรกิจ ถ้าคุยไลน์ก็ทักทำอะไรอยู่แค่นั้นค่ะ หนูไม่คิดว่าเค้าจะมาจีบนะ หนูไม่ได้ดีพอขนาดที่ชินจะมาจีบ เค้าไม่ได้ทักมาทุกวันแต่ก็คุยกันนิดๆ หน่อยๆ แอลว่าเค้าน่าจะเป็นสเป็กของผู้หญิงหลายๆ คนเลยค่ะ เค้าเต้นเก่ง แอลก็ชอบเต้นด้วย เค้าเท่ดี แต่ก็ไม่รู้ว่าไลฟ์สไตล์จะยังไง" "สำหรับแอลยังไม่มีอะไรที่พัฒนาค่ะ เป็นเพื่อนกันไปก่อนเพิ่งจะรู้จัก ต้องดูกันนานๆ เอาจริงๆ ถ้ามีคนมาจีบ แอลก็เปิดรับทุกคน เพราะแอลไม่ค่อยมีใครมาจีบ ตอนนี้แอลโสดค่ะ ส่วนมากที่คนไม่กล้าจีบเพราะกลัวคุณพ่อค่ะ คุณพ่อก็ไม่เคยยุ่งเรื่องความรักและไม่เคยห้ามไม่ให้คบใครค่ะ กับข่าวพี่ชินคุณพ่อก็ทราบแล้วค่ะ คุณพ่อก็ถามว่าใครคือชิน ไม่ใช่ว่าไม่รู้จักแค่นึกไม่ออกว่าคนไหน คุณพ่อก็ถามว่าใคร เราก็บอกว่าเป็นเพื่อนค่ะ" แอล กล่าว แอล กมลวรรณ แอล กมลวรรณ แอล กมลวรรณ แอล กมลวรรณ แอล-ชิน เอพริล

ติ่งแมท ยิ้มหน้าบาน…ฮอตเงียบๆ ละครเพียบนะยะ
ข่าวบันเทิงวันนี้

ฮอตไม่แพ้เพื่อนพ้องพี่น้องร่วมสังกัดเลยจริงๆ สำหรับนางเอกสุดมั่น พูดตรง โผงผางอย่าง แมท ภีรนีย์ อีกหนึ่งผลผลิตจากวิก 3 พระราม 4 เรียกว่านาทีนี้งานมะรุมมะตุ้มสุดฤทธิ์ แม้กระแสความพีคความแรงจะมาแบบเนิบๆ เบาๆ ไม่เปรี้ยงปร้างเรตติ้งละครสูงปรี๊ดเท่าเพื่อนนางเอกบางคนก็เถอะ แต่ละครเจ้าหล่อนนั้นถี่ยิบเป็นว่าเล่น ลาจอไป 2 เรื่อง 2 รส ล่าสุดพีเรียดย้อนยุคเรื่อง ข้าบดินทร์ ก็ใกล้ร่อนลงจอให้บรรดาแฟนคลับได้ชื่นมื่นกันอีกแล้ว งานนี้ทำเอาสาวกคนรักแมทออกอาการปลื้มปริ่มแทนเจ้าตัว ที่ละครออนแอร์ตล๊อด...ตลอด ไม่เว้นระยะให้ต้องคิดถึง แม้บทบาทในพีเรียดเรื่องข้าบดินทร์จะโดนเม้าท์มอยว่าไม่เหมาะสมเท่าไหร่ เพราะหน้าฝรั่งเกินจะห่มสไบ แต่สาวเจ้าก็บ่ยั่น เดินหน้าแอ็คชั่นต่อไป เอ้า!!! จุดนี้แมงเม้าท์จะฝอยจะพร่ำอะไรอย่าได้แคร์ แค่นั่งสวยนั่งฮอตแบบเงียบๆ แต่ส่งละครให้ติ่งได้ดูเพียบก็โอเคแล้วค้าาา... แมท ภีรนีย์ แมท ภีรนีย์ แมท ภีรนีย์

8 เรื่องปาฏิหารย์ คู่ แม่ลูก ความรักที่คุณจะซาบซึ้ง
ปาฏิหารย์ /  เรื่องแปลก / 

ความรักของแม่นั้น ถือเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ในชีวิตของสาวๆทุกคน แต่เรื่องราวปาฏิหารย์ก็มากับสาวๆที่ได้กลายเป็นแม่เช่นกัน เรียกได้ว่าใครได้ก้าวเป็นแม่คนแล้วนั้น ชีวิตของเธอจะเปลี่ยนไปในทันที วันนี้เรามีเรื่องปาฏิหารย์ของแม่ลูก ที่สาวๆจะต้องอึ้งและอยากลองเป็นแม่คนดูสักครั้ง 1.Jane Woodhead ผู้หญิงคนหนึ่งที่เกิดมาพร้อมความผิดปกติที่มี มดลูก 2 อัน และ คอมดลูก 2 อันในร่างกาย ที่เรียกว่า uterus didelphys  โดยคุณหมอบอกว่า เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากหากเธอจะตั้งครรภ์ด้วยวิธีธรรมชาติ โดยเธอและสามีจึงตัดสินใจทดลองวิธี IVF (เด็กหลอดแก้ว)  แต่หลังจากหนึ่งอาทิตย์ที่เริ่มเก็บน้ำเชื้อ คุณแม่วัย 40 คนนี้ กลับได้รับข่าวดีจากคุณหมอ ว่าเธอตั้งครรภ์ได้แล้ว 7 สัปดาห์  หลังจากได้รับการตรวจสแกน ทั้งคู่ก็น้ำตาไหลอย่างมีความสุข เมื่อได้เห็นร่างน้อยๆในครรภ์ พร้อมตั้งชื่อ ลูกรักน่ารักคนนี้ที่แสนจะสร้างปาฏิหารย์ให้เธอว่า " เกรส" 2.Erica Nigrelli   คุณแม่ผู้เป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษ เกือบตายหลังจากให้กำเนิดลูกสาว โดย เอริก้ามีอายุครรภ์ 36 สัปดาห์ และล้มลงในห้องเรียนในปี 2013 โดยสามีของเธอ ผู้เป็นครูเช่นกันบอกว่า เธอมีอาการน้ำลายฟูมปาก และตาค้าง เพื่อนร่วมงานช่วยเธอด้วยการทำ CPR และช่วยให้เธอกลับมาหายใจอีกครั้ง และนำส่งรพ. คุณหมอได้จัดการนำลูกในท้องออก ในขณะที่คุณแม่ได้หยุดหายใจไปแล้ว  โดยคุณหมอได้ช่วยให้เอริก้าฟื้น เนื่องจากเธอทรมานจากกล้ามเนื้อหัวใจหนา " โดย 9 ใน 10 ของคน จะเสียชีวิตทันทีที่เริ่มรู้ว่าป่วย ราวกับเป็นเหมือนระเบิดเวลาร่างกาย และการให้กำเนิดลูกสาวในตอนที่เธอไม่หายใจ และตัวฉันก็ฟื้นขึ้น ถือเป็นเรื่องดีที่ฉันรู้สึก ยิ่งกว่า ขอบคุณ "  3. ทารกจากการปลูกถ่ายมดลูกคนแรกของโลก ทารกน้อย Vincent เด็กคนแรกของโลกที่เกิดจากการ ปลูกถ่ายมดลูก จากคุณแม่คนหนึ่งแห่งสวีเดน วัย 36 ปี  โดยเธอรู้ตัวในวัย 15 ปี ว่า เธอไม่มีมดลูก และไม่อาจเป็นแม่คนได้ และเธอจึงได้เข้ารับการทดลงปลูกถ่ายมดลูก จากญาติคนหนึ่งของเธอ ซึ่งได้ผลเป็นอย่างดี และได้ตั้งชื่อลูกน้อยว่า Vincent ที่มาความหมายว่า " ชนะ" 4. Claire Diaz-Ortiz สาวผู้พัฒนาโปรแกรมบริษัทโซเชียลมีเดียชื่อดัง " twitter " ได้ทวิตข้อความบอกฟอลโล่วเวอร์ 300,000 คน ในระหว่างที่เธอน้ำคร่ำแตก เรียกได้ว่าแบบ Real Time กันนาทีต่อนาที โดยใช้แฮซแทคว่า #inlabor 5. Roxana Rodriguez แม่ชีนักบวชแห่งประเทศเอลซัลวาดอร์ วัย 31 ปี ให้กำเนิดลูกน้อยในเดือน ม.ค. 2014 ที่ประเทศอิตาลี โดยเธออ้างว่าเธอไม่รู้เลยว่าเธอตั้งครรภ์ และมีอาการปวดท้องในสำนักแม่ชี เธอจึงรีบไปที่โรงพยาบาล และได้ให้กำเนิดลูน้อยในวันนั้น และตั้งชื่อลูกตามพระสันตะปาปาว่า " Francis " และเธอก็ยอมรับในที่สุดว่า เธอท้องขณะที่เดินทางไปเที่ยวที่เมือง เพื่อทำพาสปอร์ตใหม่  โดยเพื่อนแม่ชี ต่างก็รู้สึกต่อต้าน เนื่องจากเธอไม่ขัดขืนสิ่งยั่วยุเหล่านี้ ทั้งที่เป็นแม่ชีอยู่ 6. George King  หนูน้อย จอร์จ ทารกอวบอ้วนแห่งเมืองอังกฤษ โดยมีน้ำหนักอลังการงานสร้างถึง 7 กิโลกรัม (ซึ่งพอๆกับเด็กทารกสองคนเลยทีเดียว) คุณแม่วัย 21 ปี ได้ทำการคลอดแบบวิธีธรรมชาติอีกด้วย! โดยไหล่ของพ่อหนุ่มน้อยจอร์จติดแหง่กอยู่ออกไม่ได้ แถมยังไม่หายใจอีกด้วย จอร์จมีโอกาสรอดเพียงแค่ 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่หนุ่มน้อยคนเก่งนี้ก็รอดมาอย่างปาฏิหารย์ ! 7. Sarah Thistlethwaite คุณแม่ที่รู้ว่า ลูกของเธอมีอาการปกติ เพราะเธอกำลังตั้งต้องลูกฝาแฝดร่วมถุงน้ำคร่ำ (Monoamniotic Twins หรือ Momo twins) ที่มีโอกาสเกิดขึ้นเพียง 1 ใน 10,000 เท่านั้น! โดยใช้วิธีผ่าคลอด และความน่ารักของฝาแฝดน้อยก็คือ ทั้งคู่จับมือกันเกิดเลยล่ะ ! โดยแฝดคู่นี้มีชื่อว่า Jenna และ Jillian นั่นเอง น่ารักซะไม่มี!  8. Trish Staine คุณแม่ผู้คิดว่าตัวเองมีอาการปวดหลัง เนื่องจากอาการเจ็บปวดของการวิ่ง Half Marathon เมื่อ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา แต่แท้จริงแล้ว เธอกำลังตั้งท้องอย่างไม่คาดฝัน และได้ให้กำเนิดลูกในชั่วโมงต่อมา เรียบเรียงโดย Women Mthai Team ที่มาจาก Mirror.co.uk  

King’s Daughter Soo Baek Hyang เจ้าหญิงแห่งเพคเจ1
King’s /  Daughter / 

King’s Daughter Soo Baek Hyang โจฮยอนแจจะรับบทเป็น มยองนง ลูกชายของ กษัตริย์มูรยอง (รับบทโดย อีแจรยง) ที่จะได้รับขึ้นครองตำแหน่งมกุฏราชกุมาร โดยจะมาถ่ายทอดความรักกับ จินมู (รับบทโดย จอนแทซู) ลูกชายของกษัตริย์รักร่วมเพศ ซูแพคฮยาง (ซอลนัน/รับบทโดย ซอฮยอนจิน) กับซอลฮี (รับบทโดย ซออู)’King’s Daughter Soo Baek Hyang’ เป็นละครประวัติศาสตร์ที่เล่าถึงเรื่องราวอัตชีวประวัติของ ซูแพคฮยาง ลูกสาวของกษัตริยูมูรยอง แห่งอาณาจักรแพ็กเจ

เปล่ากลัวโดนยี้! เจมส์จิ ไม่ค่อยถ่ายรูปคู่ ญาญ่า
เจมส์ จิรายุ /  ญาญ่า อุรัสยา / 

กำลังมีผลงานละครคู่กันสำหรับพระเอกสุดฮอต เจมส์ จิรายุ ประกบนางเอกสาว ญาญ่า อุรัสยา ในละครพีเรียดเรื่อง หนึ่งในทรวง ที่ถ่ายทำไปได้ถึง 60% แล้ว งานนี้สองพระนางจะจิ้นกันขึ้นหรือไม่ หนุ่มเจมส์ ฝากให้คนดูเป็นคนตัดสิน ชม สาวญาญ่า น่ารักร่วมงานกันแล้วสนุกดี ปัดกลัวโดนยี้แค่ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปคู่ลงไอจีเท่านั้น!! "ฉายาเจ้าพ่องานการกุศล จริงๆ ก็รับมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ช่วงแรกแล้วครับ มีอะไรช่วยได้ก็อยากจะช่วยครับ ก็เป็นอะไรที่ดีครับที่ได้เป็นส่วนหนึ่งช่วยเหลือสังคม งานจ้างส่วนมากก็เป็นเรื่องของโฆษณาครับ เป็นงานของพรีเซนเตอร์ครับ คิวละครก็กินไปครึ่งนึงแล้ว แต่ก็ยังพอมีเวลาทำงานให้พรีเซนเตอร์บ้างครับ มันก็เป็นเรื่องของเวลาที่เราต้องจัดสรรให้ดีที่สุด ตอนนี้กำลังถ่ายละครเรื่องหนึ่งในทรวงครับ เพิ่งกลับมาจากประจวบฯ เมื่อวันก่อนนี่เองครับ ไปถ่ายที่อ่าวมะนาวมาก็ถ่ายไปได้ 60% แล้วครับเกินครึ่งเรื่องมานิดหน่อย" "กระแสต่อต้านผมกับญาญ่า ผมว่าไม่ค่อยมีแล้วครับ ก็อยากจะให้ติดตามชมกัน หลังๆ ยิ่งเล่นยิ่งสนุกขึ้น ก็อยากให้ทุกคนได้ดูกันอย่างสนุกสนานครับ จะจิ้นกันได้มั้ยก็รอดูในละครดีกว่า ให้ผู้ชมตัดสินดีกว่าครับ ร่วมงานกับญาญ่าสนุกมากครับ พักหลังๆ เริ่มสนิทกันมากขึ้น สบายใจขึ้น ได้พูดคุยกันมากขึ้นครับ รู้สึกว่าญาญ่าเป็นคนที่น่ารักมากๆ คนนึงเลยครับ เป็นที่เก่งด้วยคอยสอนเราในกองด้วย แฟนๆ น่าจะได้ชมช่วงต้นปีครับ ก็ต้องคอยติดตามว่าจะเป็นช่วงเดือนไหน ไม่ช้าแน่นอนครับ หลายคนมองว่าไม่มีรูปคู่ลงไอจีเลย จริงๆ ไม่ค่อยได้ถ่ายด้วยกันครับ เอาแต่เม้าท์มอยกันเลยไม่ค่อยได้ถ่ายรูป ไม่ได้กลัวกระแสอะไรครับ" เจมส์ กล่าว เจมส์ จิรายุ เจมส์ จิรายุ เจมส์ จิรายุ เจมส์จิ-ญาญ่า เจมส์จิ-ญาญ่า เจมส์จิ-ญาญ่า

ภาพถ่ายจริง สาวญี่ปุ่นยุคโบราณถ่ายรูปแอ๊บแบ๊ว
ประเทศญี่ปุ่น /  ย้อนอดีต / 

ตอนแรกที่ได้เห็นถึงกับตกใจกันเลยทีเดียว ทีนเอ็มไทยก็เพิ่งรู้นะเนี่ยว่า การถ่ายภาพแอ๊บแบ๊วที่สาวๆ ในปัจจุบันนี้ชอบถ่ายกัน ที่จริงแล้วต้นกำเนิดเขามีมานานมากแล้ว .. และนี่คือ ภาพถ่ายจริง สาวญี่ปุ่นยุคโบราณถ่ายรูปแอ๊บแบ๊ว อ่ะดูเอา สู้ปัจจุบันได้รึเปล่า อิอิ ^^ ภาพถ่ายจริง สาวญี่ปุ่นยุคโบราณถ่ายรูปแอ๊บแบ๊ว โดย ภาพถ่ายจริง สาวญี่ปุ่นยุคโบราณถ่ายรูปแอ๊บแบ๊ว นี้ถูกเผยแพร่กันในโลกโซดชียลเป็นจำนวนมาก ผ่านทวิตเตอร์ของคุณ “Yuppi” ที่สะท้อนให้เห็นอีกมุมมองของประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นที่น้อยคนนักจะเคยเห็น จนชาวเน็ตบางส่วนถึงขั้นแซวว่า “นี่สินะต้นกำเนิดความแบ๊ว”! โดยภาพที่ว่านี้สันนิษฐานกันว่าน่าจะเกิดในช่วงปี 1900 และขอบอกว่าดีกรีความคิขุอาโนเนะน่ะเกินร้อย เพราะสาวญี่ปุ่นทุกคนที่ถ่ายรูปหมู่ใบนี้ มีลีลาการเก๊กใบหน้าที่เด็ดไม่แพ้ท่วงท่าของสาวๆ ผู้ชอบถ่ายเซลฟี่ในยุคนี้เลยสักนิด หากใครสังเกตสาวญี่ปุ่นในวงกลมสีเหลืองดีๆจะพบว่า เธอโคตรจะพยายามที่จะห้ามไม่ให้ตัวเองระเบิดเสียงหัวเราะออกมาขณะผองเพื่อนทำท่าสุดเกรียน Cr. meekhao, rocketnews24

ข้อดีของคน มีแฟนอ้วน ตุ้ยนุ้ย
คู่รัก /  สาวโสด / 

เทรนด์ลดความอ้วนก็ชอบมากันจัง สาวๆจะรู้ไหมนะ ว่า มีแฟนอ้วน น่ารักน่ะ มีข้อดีอยู่เหมือนกันนะ ใครที่มีแฟนผอมมาตลอดอาจจะต้องคิดใหม่นะเธ๊อ เพราะเทรนด์ มีแฟนอ้วน นี่มีหลายข้อเจ๋งๆทั้งนั้น สาวๆที่ มีแฟนอ้วน ช่วยตัดสินทีค่ะว่าจริงมั้ยนะ  1. หุ่นเหมือนหมีน่ารักจะตายเธอ หนุ่มร่างอวบระยะสุดท้าย ออกจะดูน่ารักเหมือนหมี มีแฟนอวบๆนั่งด้วย ก็เหมือนมีพี่หมีเป็นของตัวเอง เอาไว้พิงก็นุ่มนิ่มสบาย มีพุง มีเนื้อนิ่มๆไว้ให้เล่น แถมผู้ชายที่แก้มยุ้ยๆยังดูใจดี อบอุ่นอีกด้วย . 2. หน้าหนาว กอดอุ่นสุดๆ ใกล้หน้าหนาวแล้ว ใครที่มีแฟนอวบหมดห่วงเลย นอกจากจะกอดอุ่นแล้ว ยังเอาแฟนไว้บังลมได้อีกด้วย สรุปนี่จะเป็นได้ทุกอย่างเลยใช่ไหมเนี่ย 3.เดินด้วยแล้ว เราจะผอมเพรียวทันที ถ้ามีแฟนผอมหุ่นเฟิร์ม ก็ต้องมานั่งพะวงว่าหุ่นเราจะเป๊ะมั้ย เดินด้วยแล้วชั้นจะดูตัวบานมั้ยนะ แต่แต่ถ้าแฟนเราอ้วนกว่า ถึงแม้เราจะไม่ได้ผอมเพรียวมากนัก เดินด้วยกันเราก็ผอมอยู่ดีค่ะ ยิ่งถ้ายุคนี้ต้องเซลฟี่กันบ่อยๆ ไม่ต้องแย่งกันยืนไกลๆกล้องเลยค่ะ ยืนไหนเราก็ผอม ฟันธง ! . 4. กินของอร่อย ได้สบายใจ และมีความสุข คนอวบ ก็ย่อมจะเชี่ยวชาญในเรื่องอาหารการกิน แถมยังให้ความสำคัญกับการกินด้วย เขาจะชวนเรากินอาหารอร่อยๆ ที่ร้านต่างๆ โดยไม่มัวไม่แคร์เรื่องน้ำหนัก ส่วนเราเหรอก็กินอย่างสบายใจ ถึงจะอ้วนขึ้นก็มีแฟนอ้วนกว่า สบายใจกว่าพวกหุ่นฟิตเห็นๆ 5. หมดปัญหาโดนสาวอื่นแย่ง  หนุ่มซิกซ์แพค ย่อมเป็นที่เป้าสายตาของสาวๆ ( และเหล่าหนุ่มๆอีกด้วย ) สาวหุ่นเป๊ะก็เช่นกัน ส่วนแฟนหุ่นหมีของเราจะไม่ค่อยตกเป็นเป้าสายตาเท่าไหร่ ปลอดภัยกว่าเยอะค่ะ เก็บไว้กอดคนเดียวได้สบายๆ 6. ไม่ขี้เก๊ก ให้เสียอารมณ์ หนุ่มอวบส่วนใหญ่จะรู้สึกว่าตัวเองไม่หล่อ ก็เลยไม่เก๊ก ไม่ค่อยรักษาฟอร์มเท่าไหร่ แถมยังไม่ค่อยเรื่องเยอะ (เพราะไม่ได้คิดว่าหล่อเลือกได้) เวลาอยู่ด้วยก็ไม่ต้องเกร็ง แถมบางทียังมีมุมตลกๆน่ารัก ไว้เล่นกับเราแบบไม่ห่วงหล่อด้วยซ้ำ 7. คนอ้วนจะอารมณ์ดีกว่าคนผอม  ข้อนี้ไม่ได้มโนนะคะ เพราะมีผลวิจัยยืนยันว่า คนอ้วนจะมีพันธุกรรมชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า ‘fat gene’ FTO หรือเรียกว่า “ยีนแห่งความสุข” ช่วยลดความเครียด ยีนนี้ทำให้คนอ้วนมีอารมณ์ ความรู้สึก ที่มีความสุขกว่าคนที่มีรูปร่างผอม คนอ้วนจึงมักอารมณ์ดี สนุกสนาน ทำให้อยู่ด้วยแล้วสบายใจนั่นเอง ขอบคุณที่มาจาก Girlfriendclub

ใครเป็นใครใน O.T. ผี Overtime และเขากลัวผี หรือกลัวแผน?
O.T. ผี Overtime /  กันยรินทร์ นิธินพรัศม์ / 

ก่อนจะเข้าไปทำโอ ไปดู โอ.ที. ผีโอเวอร์ไทม์ ในโรงหนัง มารู้จักกับเหล่าพนักงานที่จะสร้างความน่ากลัว และหัวเราะกันก่อน เร แม๊คโดแนลด์ รับบท ที ครีเอทีฟ ไดเร็คเตอร์มาดเซอร์ 1 ในหุ้นส่วนบริษัท มีนิสิยชอบแกล้งคนเป็นชีวิตจิตใจ แต่หลังจากที่เคยแกล้งลูกน้องจนเป็นเหตุให้ลูกน้องต้องเสียชีวิต จิตใจก็ห่อเหี่ยวรู้สึกผิดอย่างมาก จนกลายเป็นคนหมดอาลัยตายอยากและทำบริษัทย่ำแย่ โอที คำๆนี้คุณนึกถึง.. ..ถ้าเอ่ยคำว่าโอที จะนึกถึงตีสามภาคแรกของไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น  ย้อนกลับไปประมาณสองสามปีที่แล้ว ซึ่งถือว่าเป็นหนังผี สยองขวัญ ที่เต็มไปด้วยการหักมุม ความกวนที่เข้ากันอย่างลงตัว แต่เอาเข้าจริงๆ โอทีก็คือการทำโอเวอร์ไทม์ การทำงานหามรุ่งหามค่ำ เพื่อให้งาน หรือโปรเจค เสร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี แต่ว่าโอทีผมไม่เคยทำนะ เพราะว่าไม่มีงานประจำ แต่เดาว่าน่าจะเป็นความรู้สึกคล้ายๆกับตอนนี้นะครับ เพราะตั้งแต่เรามาถ่ายภาพยนตร์เรื่องนี้ มันรู้สึกว่าทำโอทีจริงๆ คือโอเวอร์ไทม์หามรุ่งหามค่ำกันตลอดเวลา คุณกลัวผีหรือแผน.. ..ผีกับแผน ก็คงต้องบอกว่ากลัวแผนมากกว่า เพราะว่ามันจะเป็นอะไรที่เพื่อนๆ หรือพี่ๆเนี่ย วางแผนเพื่อที่จะมาหลอกเรา จะมาทำให้เราเนี่ยเกิดอาการกลัวหรืออะไรก็แล้วแต่ จะบอกว่าแผนของคนเนี่ยน่ากลัวกว่าผี อนันดา เอเวอริงแฮม รับบท บดินทร์ :   หนึ่งในหุ้นส่วนบริษัท ดินเหมือนเป็นส่วนผสมของการันและที คือเขาสามารถบริหารได้ในขณะที่ก็สามารถคิดงานสร้างสรรค์ใหม่ๆ ได้เช่นกัน แม้จะเป็นคนที่มีนิสัยชอบแกล้งแต่ก็เป็นคนรักเพื่อน และอยากให้เพื่อนทั้งสองกลับมาใช้ชีวิตของตัวเองเหมือนเดิม โอที คำๆนี้คุณนึกถึง.. ..ถ้าพูดถึงคำว่าโอที ก็จะนึกถึงการถ่ายทำ ภาพยนตร์เรื่องโอทีเนี่ยแหละครับ รู้สึกโอทีเยอะเหลือเกิน ไม่จบ ไม่สิ้น บอกว่าเลิกหกโมง เลิกเก้าโมงเช้าอะไรอย่างเนี่ย  (หัวเราะ)    นี่แหละโอที โอทีผีโอเวอร์ไทม์ ถ้าเป็นคำว่าโอที มันเลือกได้หลายๆอย่าง คือโอทีก็อาจจะเป็นข้ออ้างที่จะบอกภรรยาว่าแบบกำลังทำอะไรอยู่ แต่จริงๆแล้วเราไปหาเด็ก (หัวเราะ) โอทียังมีอีกอันนึงให้นึกถึงคือ โอ๊ยตายแล้ว โอที โอ๊ยตายแล้ว (หัวเราะ) คุณกลัวผีหรือแผน.. ..ผีกับแผน ก็ต้องกลัวผีสิวะ ก็แหมมันเป็นเหมือนผักกะหญ้าอะจะกินอันไหนอะ ใครจะกินหญ้าไม่มีใครกินหญ้าอยู่แล้ว แต่ถ้าเปลี่ยนไปเป็นผีกับคนอะ ผมกลัวคนมากกว่านะ แต่  แผนกับผีผมกลัวผี ชาคริต แย้มนาม รับบท การัน :   ผู้บริหารหนุ่มที่เป็น 1 ในหุ้นส่วนบริษัท แต่หลังจากคืนนี้ที่เขาและที เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ลูกน้องเสียชีวิต การันก็บาดเจ็บทั้งกายและใจจนต้องพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลอย่างไม่มี กำหนด พูดถึงภาพยนตร์ O.T. ผี OVERTIME... “ครับ เรื่องนี้ผมก็รับบทการัน ก็เป็นหุ้นส่วนกับที(เร)  เปิดเป็นบริษัทโปรดักชั่นเฮ้าส์ รับงานโฆษณา อีเว้นท์ ประมาณนี้ครับ เป็นบริษัทที่ชอบแกล้งกันภายในออฟฟิต สำหรับ O.T. ผี OVERTIME ก็จะได้เห็นตัวละครที่เพิ่มมากขึ้น มีหุ้นส่วนอีกคนนึงกลับมา ก็คือบดินทร์ (อนันดา) ซึ่งก็ยังคงคอนเซปต์เดิม ยังคงชอบแกล้งลูกน้อง แต่คราวนี้คงไม่ได้แกล้งลูกน้องอย่างเดียว ยังบานปลายไปแกล้งเพื่อน แกล้งคนอื่นด้วย ก็คงจะแสบมากกว่าเดิม คุณไม่รู้หรอกว่า จะเจอผีหรือเจอแผน” อัค อัครัฐ นิมิตรชัย รับบท อั้น ลูกชายมหาเศรษฐีมีเงินมากจนไม่รู้จะเอาไปทำอะไร รูปร่างหน้าตาผิวพรรณดีตามอย่างลูกผู้ดีมีตระกูล  แต่ด้วยความเป็นลูกคนเดียว จึงมีนิสัยเอาแต่ใจ ใจแคบ แพ้ไม่เป็น และชอบอยู่เหนือผู้อื่นเสมอ  แต่ยังมีส่วนดีอยู่บ้างคือเป็นคนรักเดียวใจเดียว โอที คำๆนี้คุณนึกถึง.. ..ถ้าพูดถึงคำว่าโอที จะนึกถึงการทำงานเกินเวลาแล้วได้เงินตอบแทน คุณกลัวผีหรือแผน..    ..ผีกับแผน อัคกลัวแผนมากกว่า เพราะว่าคนน่ากลัวกว่าผี เจอผียังไม่เท่าไหร่นะผมว่า แต่ถ้าเจอคนที่มีแผนเยอะๆ รับรองได้เลยว่าไม่โอเคแน่ๆ ตูน พิมพ์ปวีณ์ โคกระบินทร์ รับบท ตาล   อดีตสาวน้อยช่างฝัน ดาวมหาลัยตอนปีหนึ่ง ชีวิตเคยสดใสเรียบร้อยน่าหลงไหล แต่ดันตกมาอยู่ในเกมส์หักเหลี่ยมของ แฟนหนุ่มกับรุ่นพี่ที่เคารพเพราะความ ไร้เดียงสาของเธอ จนทำ        ให้ตาลต้องเปลี่ยนไปเป็นคนละคน กลายเป็นคนเงียบๆเก็บกดเพราะถูกทำร้ายจิตใจจากผู้ชายที่รัก โอที คำๆนี้คุณนึกถึง.. ..ถ้าพูดถึงคำว่าโอที นึกถึงร้านข้าวต้มโอทีแถวบ้าน (หัวเราะ) เพราะร้านนี้เด็ดมาก เคยไปกินครั้งนึง มันจะเป็นร้านข้าวต้มตอนกลางคืน รถจอดทานกันเยอะมาก คือเราก็อยากรู้เลยลองไปกินดู คือถ้าพูดถึงคำว่าโอทีจะคิดถึงร้านนี้มันเด็ดมาก คนกินเยอะมาก คุณกลัวผีหรือแผน.. ..ผีกับแผน ตูนจะกลัวแผนมากกว่าค่ะ เพราะตั้งแต่มารับเล่นเรื่องนี้ ตอนเราได้อ่านบท เรารู้สึกว่าคนมันน่ากลัวอะ คนที่แบบเจ้าคิด เจ้าแค้น เจ้าวางแผน มันน่ากลัว  มันลึกมากกว่าผีอีกนะ คือผีเขาอาจจะทำตามชีวิตประจำวัน แล้วเราอาจจะบังเอิญไปเห็นเข้า แต่แผนมันคาดเดาไม่ได้ว่ามันจะเป็นอย่างไร แล้วแต่ละแผนของคนที่คิดเนี่ย มันเด็ดๆทั้งนั้นอะ เพราะเราไม่รู้จะเจออะไร มันยิ่งน่ากลัวกว่าผีอีกนะ แต่เอาเข้าจริงๆก็ไม่อยากเจอเลยนะ ทั้งผีทั้งแผนอ่ะ น่ากลัว ฝน นลินทิพย์ เพิ่มภัทรสกุล รับบท แหม่ม สาวออฟฟิศนัยน์ตาช่างฝัน วันๆฝันถึงแต่ความโรแมนติกชีวิตดราม่าทุ่มเททุกอย่างให้ผู้ชายที่หลงรัก ทั้งร่างกายที่แสนเซ็กซี่ และหัวใจอันเปราะบางดูภายนอกเป็นสาวทำงานเก่ง แต่งตัวเซ็กซี่แต่เรื่องผู้ชายกลับไม่ประสา หลงรักที แบบหัวปักหัวปำ แถมยังชอบเอาเรื่องความรักของตัวเองไปตั้งกระทู้ในพันทิปให้คนด่า โอที คำๆนี้คุณนึกถึง.. ..สำหรับฝน คำว่าโอที เป็นการทำงานล่วงเวลา น่ากลัว แต่ได้เงินเพิ่ม แต่ก็ต้องเหนื่อยหน่อย อันนี้คือนิยามคำว่าโอที สั้นๆเลยค่ะ คุณกลัวผีหรือแผน.. ..ผีกับแผน ฝนถ้าให้เอาจริงๆ ตอนนี้เลือกยากมากเลยนะ เอาจริงผีก็น่ากลัว เอาเป็นว่ากลัวผีแล้วกัน เพราะว่าแผนเราไม่รู้ไง ว่ามันคืออะไร เราก็เลือกเป็นผีแล้วกัน เพราะมันไม่มีตัวตนยอมกลัวผีดีกว่าค่ะ แม็กกี้ ศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ รับบท ฮาร์ท อาร์ตตัวเกรียน อายุแค่สามสิบกว่าๆ แต่เป็นซีเนียร์ในออฟฟิศ เพราะคนที่แก่กว่าลาออกไปหมดแล้ว ที่ยังไม่ได้ไปไหนเพราะไม่มีใครเอา พูดจาโผงผาง ชอบแกล้งคนอื่น บ้านไม่กลับชอบอาศัยนอนแอร์ในออฟฟิศ กลัวผีที่สุดแต่ขี้เมาที่หนึ่ง เลยหักล้างกัน ผีหลอกไม่ค่อยได้เพราะเมา สภาพแต่ละวันจึงเน่าๆเหม็นๆ เพราะไม่ค่อยอาบน้ำ ทำตัวซกมก แต่ไม่ค่อยมีใครกล้าด่าเพราะเป็นรุ่นน้องเจ้าของบริษัท และเวลาทำงานจริงๆก็เก่งไม่แพ้ใคร โอที คำๆนี้คุณนึกถึง.. ..เมื่อเอ่ยถึงคำว่าโอที นึกถึงอะไร นึกถึงคำว่าวันไทม์ ชีวิตเราเวลาจะตัดสินใจทำอะไรสำคัญๆสักอย่างหนึ่ง มันมีแค่วันไทม์ คือมันมีแค่ครั้งเดียว บางสิ่งบางอย่างมันพลาดไปแล้ว มันไม่สามารถกลับคืนมาได้ แต่ถ้าแปลความหมายตรงตัว มันก็คือการทำงานล่วงเวลาแต่ผมก็ไม่เคยได้สัมผัสการทำงานล่วงเวลาเลย ผมมีความเชื่อว่าคนเราไม่จำเป็นต้องทำงานเช้าถึงเย็น เราไม่จำเป็นต้องฟิกเวลาเหมือนกับคนอื่นๆที่สังคมกำหนดให้ว่า ช่วงเวลานี้ถึงเวลานี้คุณต้องทำงานนะ ช่วงเวลานั้นถึงเวลานั้นเราควรนอน ผมว่าคนเราเกิดมาในโลกใบนี้   มีวันเวลาเท่ากัน แต่ว่าเราจะใช้ชีวิตยังไง ให้มันได้ครบรส ได้เรียนรู้สิ่งต่างๆที่มีอยู่บนโลกใบนี้ หรือว่าเราวางแผนจะทำอะไรสักอย่างหนึ่ง เราทำตามคนอื่น ทำตามแผนที่คนอื่นวางไว้ มันก็จะสู้เขาไม่ได้ คุณกลัวผีหรือแผน.. ..ผีกับแผน แม็กกี้กลัวแผนมากกว่า เพราะว่าเพื่อนเนี่ย ลิมิตมันมีนะ ลิมิตที่เพื่อนจะแกล้งเราเนี่ย ถ้าเป็นเพื่อนที่สนิทก็จะรู้ว่าลิมิตเราก็มากอยู่นะคือแผนมันทำร้ายเราได้ แต่พี่เนี่ยเรายังไม่เคยเจอ ก็ไม่รู้มันจับตัวเราโดนไหมก็เลยไม่กลัว แต่แผนเนี่ย เรารู้ๆกันอยู่ คาดคะเนออกว่ามึงต้องโดนเนื้อโดนตัวกูแน่ๆ แพ็ตตี้ เพตี้อิ โฮการิ รับบท รัส นักศึกษาฝึกงานอีกคนเพื่อนคู่หูของเนอส ดูแข็งๆปราดเปรียวคล่องแคล่ว แต่ซุ่มซ่ามชอบโชว์หวิวแบบไม่ตั้งใจประจำ เพราะชุดที่ใส่มันปิดรูปร่างเหมือนนางแบบเพลย์บอยไม่มิด ถึงแต่งตัวไม่โป๊แต่ความแน่นมันทำให้ปิดอะไรต่ออะไรไม่อยู่ โอที คำๆนี้คุณนึกถึง.. เมื่อเอ่ยถึงคำว่าโอที แพ็ตตี้ว่าจริงๆโอที มันก็คือ Overtime คือทำงานที่เกินจากเวลาทำงานปกติ คุณกลัวผีหรือแผน.. ..ผีกับแผน จริงๆแพ็ตตี้ก็กลัวผีนะ แต่วันนั้นเจอแผนเข้าไปก็ชักจะกลัวแผนเหมือนกันแหละ มิลาน เกตุสุวรรณ รับบท เนอส นักศึกษาฝึกงาน สดๆจากรั้วมหาลัย อ่อนต่อโลกอยากรู้อยากเห็นอยากทำงาน ขาว เอ็กซ์เสื้อฟิตกระโปรงสั้น พร้อมรับประสบการณ์ใหม่ๆอยู่เสมอ มีรัสเพื่อนคู่หูที่ตัวติดกันตลอด ชอบพูดอะไรต่อๆกัน โอที คำๆนี้คุณนึกถึง.. ..ถ้าพูดถึงคำว่าโอที มิลานจะนึกถึงการทำงานล่วงเวลา ทำงานเหนือกว่าเวลาที่กำหนดไว้ ประมาณนี้ค่ะ คุณกลัวผีหรือแผน.. ..ผีกับแผน มิลานกลัวแผนมากกว่าค่ะ เพราะว่ามันเป็นการวางแผนของคน แต่ถ้าผีมันก็เป็นผีอะ ยอมเจอผีดีกว่า ทนได้ ส้วม สุขพัฒน์ โล่ห์วัชรินทร์ รับบท หนึ่ง ฝ่ายศิลป์ป้ายแดง เพิ่งจ้างเข้ามาใหม่ มีรางวัลติดตัวจากมหาลัยชนะทุกงานประกวด มั่นใจตัวเองสุดๆ กะว่าทำงานเก็บประสบการณ์สักปีจะไปโด่งดังที่เมืองนอก มีเป้าหมายเป็นนักออกแบบศิลป์ระดับโลก และเชื่อว่าจะไปถึงในเร็ววัน หน้าตาเนิร์ดๆ แต่คิดว่าหล่อกว่าณเดช เชื่อว่าผู้หญิงชอบคนเก่ง และในเมื่อกูเก่งระดับโลก ผู้หญิงทุกคนแค่ดีดนิ้วก็พร้อมจะถวายตัวให้ ตอนนี้ยังไม่รีบแต่แอบดูหนังโป๊เวลางาน และแอบถ่ายกระโปรงเด็กฝึกงานไปก่อน โอที คำๆนี้คุณนึกถึง.. ถ้าพูดถึงคำว่าโอที ผมนึกถึงเพื่อนที่ชื่ออ๊อด เขาบอกว่าโอทีมันคืองานที่ล่วงเวลาอย่างหนึ่ง คุณกลัวผีหรือแผน.. ..ผีกับแผน ส้วมผมกลัวผีครับ เพราะผมเคยโดนผีหลอกมาแล้ว ผมรู้ว่าผีน่ากลัวมาก แต่เดิมทีผมจะกลัวแผน เพราะมีคนบอกเยอะว่า คนอะน่ากลัวกว่าผี แต่ที่ผีน่ากลัวกว่าคน เพราะว่า ผีจะมาตอนไหนก็ไม่รู้ เราไม่รู้ว่าผีมายังไง กลัวว่าถ้าพูดว่าแผนเดี๋ยวผีจะมาหลอกครับ (หัวเราะ) กัน อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์ รับบท โอ  :   เออีหนุ่มมาดสำอาง แต่งตัวบูติก ใช้ของแบรนด์เนม พูดจาเหมือนคนขี้โม้ แต่เรียกงานให้บริษัทได้เยอะ ทำงานเก่งแต่ใช้เงินเก่งกว่า เงินจึงไม่ค่อยเหลือบัตรเครดิตเต็มประจำ ทำให้ต้องรับงานนอกตลอดเวลา จนบางทีก็สับสนส่งงานลูกค้าผิดคติประจำใจหยุดหาเงินเมื่อไหร่เจ้าหนี้โทรหาเมื่อนั้น อาหารหลักคือมาม่า เวลามีเงินก็กินหรูเวอร์ โอที คำๆนี้คุณนึกถึง.. ..โอทีของกันก็จะนึกสถานที่ท่องเที่ยว แถวเอกมัย ท่องหล่อ ชื่อว่าร้านโอทีครับ(หัวเราะ) เป็นแบบร้านนั่งอะครับ อันนี้กันคิดเองนะครับ คุณกลัวผีหรือแผน.. ..ผีกับแผน ของกันมันเลือกไม่ได้อะครับ กลัวหมดเลย แผนก็น่ากลัว ผีก็น่ากลัว แต่ถ้าเลือกได้ไม่อยากเจอทั้งแผนทั้งผีเลยครับ เตยหอม กันยรินทร์ นิธินพรัศม์ รับบท งิ้ง : สาวออฟฟิศที่ถูกแกล้งโดยการันและที ทำให้เสียชีวิตพร้อมกับบั๊ม โอที คำๆนี้คุณนึกถึง.. ..เมื่อได้ยินคำว่าโอที จะนึกถึง own time ค่ะ เพราะว่ามันเป็นเวลาของฉัน ฉันจะทำอะไรก็ได้นะ เพราะฉันอยู่ในออฟฟิตคนเดียว ก็ทำงาน ฟังเพลง และนอกจาก own time ก็จะมี overtime แต่อันนี้ก็ต้องอยู่สองคนนะ (หัวเราะ) คุณกลัวผีหรือแผน.. ..ผีกับแผน ตอบยากมาก แต่เตยหอมคิดว่าน่าจะกลัวผีมากกว่า เพราะว่าเราไม่รู้ว่ามันมีจริงหรือไม่มีจริง เราไม่รู้ว่าเรา    จะใช้วิธีสู้กับมันยังไง แต่แผนเนี่ยมีจริง แผนเนี่ยเรายังสู้ได้ เพราะว่าเราฉลาด คือแผนมันเป็นแผนก็จริง แต่ถ้ามันคลี่คลาย ออกมายังไง เรายังหาวิธีสู้ได้ แผนอะถ้าเราเอะใจสักนิดนึง เราก็จะรู้วิธีสู้กับมัน ระวังตัวไว้ให้ดี คุณไม่มีทางรู้หรอกว่า จะเจอผี หรือ เจอแผน พบกันในโรงภาพยนตร์ 23 ตุลา 2557 เป็นต้นไป #OTTHEMOVIE #OTผีOVERTIME ---------------------------

รวมเด็ด...ดารา-คนดังสาวมั่นตัวแม่!!! แซบสะท้านวงการ
สะท้านวงการ /  ดาราสาวมั่น / 

ถ้าจะพูดถึงสาวสุดมั่น ลุกส์แรง วงการบันเทิงบ้านเรามีให้เห็นมากมายไม่ใช่น้อยๆ เลยเจ้าค่ะ เรียกว่าแต่ละคนมีบุคลิกชัดเจน เตะตาโดนใจประชาชีฝุดๆ บ้างปากร้ายพูดตรง บ้างบุคลิกมั่นไม่มีแคร์สื่อ แซบจนหลายคนยกให้เป็นไอดอลในดวงใจหรือเป็นแรงบันดาลใจการเปลี่ยนแปลงชีวิตก็ยังมี อ๊ะๆๆ งานนี้รอช้าไม่ได้ ตามไปดูกันหน่อยดีกว่าว่าซุปตาร์คนไหน เป็น สาวมั่นตัวแม่ ที่ แซบสะท้านวงการ จนโดนใจแฟนคลับกันบ้าง บุ๋ม ปนัดดา สาวสวยสุดมั่นดีกรีนางสาวไทยอย่าง บุ๋ม ปนัดดา จัดว่าเป็นสาวเก่ง สาวมั่นตัวแม่อีกหนึ่งคนของวงการบันเทิง เห็นสวยหวานยิ้มหยาดเยิ้มตามแบบฉบับนางงามเยี่ยงนี้ แต่ถ้าใครแหยมมาพูดจาไม่ดีเข้าหูนางล่ะก็ เป็นอันได้เรื่องนะฮ๊าาา…สาวเจ้าสวนกลับแบบชัดเจน ตรงไปตรงมา ไม่มีแอ๊บกันเลยทีเดียว เมย์ พิชญ์นาฏ สวยแซบเว่อร์เป็นสาวมั่นอีกคน สำหรับนางร้ายตาเฉี่ยว เมย์ พิชญ์นาฎ ก่อนหน้านี้ดีกรีความมั่นหน้าและความแรงมีมากแค่ไหนไม่รู้ แต่หลังจากอกหักรักคุด เจอผู้ชายห่วยๆ ผ่านเข้ามาในชีวิตเข้าหน่อย ความมั่นความแรงดูเหมือนจะมากขึ้นเป็นทวีคูณ ใครกล่าวหาเจ้าหล่อนไม่ว่าจะด้วยเรื่องอะไรแบบสุ่มสี่สุ่มห้าล่ะก็ เตรียมตัวโดนฉะกลับได้เลย แหมมม…แอ๊บนางเอกไม่เป็นแบบนี้ เรียกว่าสวยพิฆาตได้ป่ะ หุหุ โอปอล์ ปาณิสรา ถ้าพูดถึงสาวผิวคล้ำดำสวยที่ชื่อ โอปอล์ ปาณิสรา เชื่อว่าหลายๆ คนคงยกให้เธอผู้นี้เป็นไอดอลไม่มากก็น้อยล่ะค้าาา เพราะความสวยแบบไม่แคร์โลก ความมั่นใจในตัวเองแบบไม่แคร์สื่อ เธอผู้นี้มีเหลือล้น การพูดจา ความคิดความอ่าน สไตล์การแต่งตัวบ่งบอกถึงความมั่นอกมั่นใจเกินร้อย เรียกว่าเป็นแรงบันดาลให้ผู้หญิง (ไม่สวย) ได้ลุกขึ้นมาสลัดความกลัว แล้วสะบัดบ๊อบแบบเก๋ๆ ให้โลกได้ตะลึงไปเลยล่ะ กาละแมร์ พัชรศรี เป็นพิธีกรสาวสุดมั่นของวงการอีกหนึ่งคน สำหรับ กาละแมร์ พัชรศรี ความโดดเด่นในเรื่องของความสามารถและฝีปากของเธอคนนี้ว่าไม่ธรรมดาแล้วนะ มาเจอสำนวนการเขียนพ็อคเก็ตบุคชนิดตำหนิติเตียนบรรดาคุณผู้ชายห่วยๆ ทั้งหลายแล้ว ทำเอาหงายเงิบไปเลย เพราะดุเด็ดเผ็ดมันส์ โดนใจชะนีฝุดๆ งานนี้ถ้าไม่ใช่สาวมั่นอย่าง กาละแมร์ ทำไม่ได้นะคะ…ขอบอก!!! ทาทา ยัง นี่ก็สุดแสนจะเป็นผู้หญิงมั่นมาตั้งแต่วัยละอ่อน สำหรับ ทาทา ยัง เวลานี้แต่งงานแต่งการไปแล้ว ความมั่นใจ ความแซบตามแบบฉบับทาทาก็ยังคงมีอยู่ เรียกว่าเป็นศิลปินคนเก่งที่ฉะฉาน ตรงไปตรงมา อดีตมีเอกลักษณ์ที่ติดตายังไง ปัจจุบันก็ยังคงมีให้เห็นอยู่อย่างนั้น เอ้า!!! อ้าแขนรับตำแหน่งสาวมั่นตัวแม่แซบสะท้านวงการไปได้เลยจ้า(อดีต)สาวน้อยมหัศจรรย์ เจนนิเฟอร์ คิ้ม หลายคนอ้วน หลายคนไม่สวย มักท้อแท้ไม่กล้าแสดงออก แต่นั่นไม่ใช่ตัวตนของ เจนนิเฟอร์ คิ้ม เลยสักกะนิ๊ด...เพราะเธอคนนี้เป็นสาวมากความสามารถที่มีความมั่นใจและไม่แคร์ปากหอยปากปูที่ไหนเลยจริงๆ เรียกว่าเป็นไอดอลให้กับใครหลายคนที่ขาดความมั่นใจได้เป็นอย่างดี เพราะความเก่งความสามารถที่มีอยู่ในตัว ไม่ควรถูกบดบังด้วยรูปลักษณ์ภายนอก แหมๆๆ จุดนี้ขอปรบมือให้สาวมั่นเสียงอย่างเจ๊คิ้มแบบรัวๆ ไปเลยจ้า เมญ่า นนธวรรณ สร้างความฮือฮาให้กับเวทีนางงามได้มากโข สำหรับ เมญ่า นนธวรรณ ผู้ฉีกกฎตำแหน่งนางงามแบบเดิมๆ ที่มักต้องมีผิวขาวใสสวยฟรุ้งฟริ้งเท่านั้นถึงจะสวมมงกุฎได้ เพราะเธอคนนี้เอาความเก่ง ความมั่นใจ ความสามารถ กระแทกใจกรรมการจนคว้ามงกุฎมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2014 ไปครองได้แบบเก๋ๆ ซึ่งทุกคนลงความเห็นตรงกันว่า She นี่แหละเหมาะสมสุด ก็เล่นสวยเก่งไม่เหมือนใคร แถมความมั่นใจเป็นเริ่ดอีกต่างหาก คริๆ

โอ๊ย...ขนลุก! แต่งหน้ารับ วันฮาโลวีน เอาไปเลย 10 กะโหลก
วันฮาโลวีน /  ฮาโลวีน / 

ไอเดีย แต่งหน้ารับ วันฮาโลวีน น่ากลัวไปป่ะ!      คุณแม่ชาวอังกฤษ นิคกี้ เชลลีย์ วัย 33 ปี  ตอนนี้เธอกลายเป็นช่างเพ้นท์หน้าระดับมืออาชีพไปแล้ว เธอหัดเพ้นท์หน้าเมื่อหลายปีก่อน โดยเริ่มจากเพ้นท์หน้าให้ลูกของเธอเพื่อไปร่วมงานโรงเรียน แล้วเธอก็ค้นพบพรสวรรค์ของตัวเอง จากนั้นก็เริ่มหลงรักการเพ้นท์ ตั้งแต่เพ้นท์หน้า เพ้นท์ตัว และ Glitter Tattoo เพ้นท์ด้วยกลิตเตอร์เพิ่มความระยิบระยับให้เด่นสะดุดตา หลังจากนั้นเธอจึงเริ่มเพ้นท์หน้าให้เพื่อนๆและครอบครัวในงานเทศกาลต่างๆ เช่น วันฮาโลวีน งานวันเกิด งานแต่งงาน กิจกรรมการกุศล และงานอื่นๆอีกมายมาย  .  .         เธอแปลงโฉมหน้าตัวเองให้กลายเป็นปีศาจ ได้สารพัดรูปแบบทั้ง ซอมบี้ ผีหัวขาด มนุษย์หมาป่า มัมมี่ แวมไพร์ หรือแม้กระทั่ง เอเลี่ยน ในช่วงปีกว่าๆ เธอได้กระแสตอบรับดีมากจนเธอเองก็ไม่อยากจะเชื่อเลย ตอนนี้เธอหวังว่าในอนาคตจะได้มีโอกาสทำงานร่วมกับรายการทีวีและวงการภาพยนตร์ .      เธอบอกว่าการเพ้นท์มีวิธีทำความสะอาดทำได้ง่ายๆ เพียงใช้สบู่และน้ำเปล่าก็ล้างออกได้หมดจดแล้ว ส่วน Glitter Tattoo จะติดทนนานอยู่ได้ถึง 5-7 วัน หลังจากนั้นก็ค่อยเช็ดออกด้วย เบบี้ออยล์ หรือ กระดาษเปียกสำหรับเช็ดทำความสะอาดผิว ใครที่ชอบสไตล์การแต่งหน้าผีแบบนี้ไปติดตามเธอได้ที่ facebook : The Painting Lady - Face & Body Art, Rugby  Tooth Fairy ปีศาจฟันน้ำนม  เทอร์มิเนเตอร์ หรือ คนเหล็ก มัมมี่  ผีหัวขาด งานนี้ถ้าผีจริง กับ ผีปลอม มาเจอกันไม่รู้ว่าใครจะกลัวใครกันแน่ แต่ถ้าเจอตอนกลางคืนแบบนี้มีวิ่งป่าราบแน่นอน... เรียบเรียงโดย Women mthai team

จับกระแส! เพจคนการเมืองยุค คสช.
คสช. /  สกู๊ปข่าว / 

จับกระแส! เพจคนการเมืองยุค คสช. หลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เข้าควบคุมอำนาจ และประกาศกฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2557 เพื่อทำหน้าที่พิทักษ์ปกป้องประเทศให้อยู่ในความสงบสุขเรียบร้อยนั้น หลายเหตุการณ์ความขัดแย้ง อาทิ การชุมนุมประท้วงต่อต้านนิรโทษกรรมของกลุ่มกปปส. และชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยของกลุ่มนปช. รวมถึงกลุ่มคนที่ออกมาเดินขบวนต่อต้านการทำรัฐประหาร และความวุ่นวายในบ้านเมืองได้คลายลง สามารถลดความตึงเครียด สร้างความสงบสุขให้ประชาชน ได้เป็นอย่างดี แต่อีกหนึ่งปัญหาหลักของประเทศ คือ เรื่องการเมือง ที่ขณะนี้ยังไม่นิ่งสงบซะทีเดียว สังเกตได้จากบทสัมภาษณ์ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.ที่ยอมรับว่า “ยังมีคลื่นใต้น้ำกระเพื่อมอยู่ แม้ว่าจะอยู่ภายใต้กฎอัยการศึกก็ตามที” อย่างไรก็ตาม กฎอัยการศึก จึงส่งผลให้ คนการเมืองหรือคอการเมือง รวมถึงนักเคลื่อนไหวทั้งหลาย ถูกตีกรอบและจำกัดสิทธิ ไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้ตามปกติ หันไปติดตามสถานการณ์บ้านเมือง และแสดงความเห็นทางการเมืองผ่านโลกโซเชียลมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากยอดเพจคนดังในแวดวงการเมืองที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ โดยเฉพาะเพจและเฟซบุ๊คส่วนตัวของบุคคลสำคัญทางการเมือง และนักวิชาการ ที่ต่างตั้งขึ้นมา เพื่อเป็นพื้นที่ส่วนตัวในการแสดงความคิดเห็นและบอกเล่าเรื่องราวของตนเอง อาทิ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายพ.ต.ท.ทักษิณ นอกจากนี้ยังมี นายนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. หรืออีกฟากฝั่ง คือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ หรือ พระสุเทพ รวมถึงหลวงปู่พุทธะอิสระ และอีกหนึ่งสีสันของการเมืองที่ไม่เคยตกกระแสเลยก็ว่าได้ นั่นก็คือ นักการเมืองจอมแฉอย่างนายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย หรือแม้แต่กลุ่มนักวิชาต่างๆที่ชอบออกมาแสดงความคิดเห็นกันอยู่บ่อยครั้ง ทั้งนี้อาจารย์วีรพัฒน์ ปริยวงศ์ นักกฎหมายอิสระได้ตั้งข้อสังเกตว่า “เพิ่งสังเกตว่ายอดกด like เพจนักการเมืองเปลี่ยนไปเร็ว เพจ 'ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร' 3.4 ล้าน เพจ 'อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ' 2.3 ล้าน จำได้คร่าวๆ ว่าเมื่อปีกว่าที่แล้ว เพจ 'อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ' ยังนำอยู่พอสมควร น่าสนใจว่า การรัฐประหารและการจำกัดพื้นที่ข่าวสารในสื่อกระแสหลัก ได้มีผลต่อจำนวนผู้ติดตามเพจนักการเมืองหรือไม่ ?” และเมื่อลองสังเกตจากแฟนเพจของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตามที่อาจารย์วีรพัฒน์ ได้ตั้งข้อสังเกตนั้นพบว่า เมื่อประมาณเดือนตุลาคมของปี 2556 ยอดแฟนเพจของนางสาวยิ่งลักษณ์ ในขณะที่ยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อยู่ที่ 1,001,706 likes แต่ ณ ปัจจุบันเรตติ้งพุ่งพรวดขึ้นมาถึง 3,491,600 likes ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 ล้านคน แสดงว่าให้เห็นมีประชาชนชาวโซเชียลจำนวนไม่น้อย ที่คอยสนับสนุนและติดตามความเคลื่อนไหวของนางสาวยิ่งลักษณ์ ในขณะเดียวกันนี้ปีที่แล้ว แฟนเพจของนายอภิสิทธิ์ นั้นอยู่ที่ประมาณ 1,300,000 likes ซึ่งนำหน้านางสาวยิ่งลักษณ์อยู่ไม่มาก และปัจจุบันได้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2,360,000 like แต่ก็ยังทิ้งห่างจากนางสาวยิ่งลักษณ์มากกว่า 1 ล้าน นอกจากนี้แฟนเพจของนายอภิสิทธิ์ ก็ยังมีจำนวนน้อยกว่าแฟนเพจของนายสุเทพ เทือกสุบรรรณ ที่มีถึง 2,870,000 likes ด้วย และที่น่าจับตาคือ แฟนเพจของนายพานทองแท้ ชินวัตร ที่มีถึง 2,480,000 likes สูสีกับนายอภิสิทธิ์เห็นๆ ถึงแม้นายพานทองแท้จะไม่ใช่นักการเมืองก็ตาม แต่ก็มีแฟนเพจไม่น้อยหน้าใครเช่นกัน ซึ่งอาจมองได้ว่าการทำรัฐประหารและประกาศกฎอัยการศึกนั้น อาจมีส่วนในการจำกัดพื้นที่ และตีกรอบการนำเสนอข่าวสารในสื่อกระแสหลัก ส่งผลทำให้ยอดผู้ติดตามของเพจคนดังเหล่านี้ มีผู้เข้ามาติดตามมากขึ้น และเป็นช่องทางหนึ่งที่คอการเมือง สามารถรับข่าวสารได้โดยตรงนั่นเอง อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามกันต่อว่าเมื่อหมดยุคของคสช. สื่อในโลกโซเชียลจะยังมีอิทธิพลอยู่หรือไม่ หรือมากน้อยเพียงใด คนการเมืองจะเคลื่อนไหวในรูปแบบไหน และประเทศจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร ในสถานการณ์ที่ไม่อาจคาดเดาได้..... MThai News

เทพยุทธจ้าวจันทรา_04
เทพยุทธจ้าวจันทรา

นำแสดงโดย ฟ่างเหวินฟาง/หลี่เซี๊ยะซุ่น เรื่องราวความรักของ โฮ่วอี้ และฉางเอ๋อ ในสมัยที่โลกยังมีดวงอาทิตย์ 10 ดวง โลกร้อนเป็นไฟ สายน้ำแห้งเหือด เล่าลือว่านักแม่นธนูนามโฮ่วอี้ ใช้ธนูยิงดวงอาทิตย์ทั้ง 9 ดวง เป็นเหตุให้ล่วงเกินสวรรค์ ทำให้ฉางเอ๋อภรรยาอันเป็นที่รักต้องกลับดวงจันทร์และจากกันตลอดกาล

King’s Daughter Soo Baek Hyang เจ้าหญิงแห่งเพคเจ2
King’s /  Daughter / 

King’s Daughter Soo Baek Hyang โจฮยอนแจจะรับบทเป็น มยองนง ลูกชายของ กษัตริย์มูรยอง (รับบทโดย อีแจรยง) ที่จะได้รับขึ้นครองตำแหน่งมกุฏราชกุมาร โดยจะมาถ่ายทอดความรักกับ จินมู (รับบทโดย จอนแทซู) ลูกชายของกษัตริย์รักร่วมเพศ ซูแพคฮยาง (ซอลนัน/รับบทโดย ซอฮยอนจิน) กับซอลฮี (รับบทโดย ซออู)’King’s Daughter Soo Baek Hyang’ เป็นละครประวัติศาสตร์ที่เล่าถึงเรื่องราวอัตชีวประวัติของ ซูแพคฮยาง ลูกสาวของกษัตริยูมูรยอง แห่งอาณาจักรแพ็กเจ