ละครบ่วงบรรจถรณ์

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

เลิกแบ๊วแล้วคร่า!! มารี เบิร์นเนอร์ โชว์เซ็กซี่ตามนี้
มารี เบิร์นเนอร์ /  โชแปง / 

  ตั้งแต่ผันตัวเป็นนักแสดงอิสระไร้สังกัด นักแสดงสาว มารี เบิร์นเนอร์ ก็มีงานละครล้นมือถึงShe จะไม่ค่อยได้ออกงาน อีเว้นต์เหมือนนักแสดงคนอื่นๆ แต่ก็ทำให้สาวมารีแฮปปี้มากเพราะได้ทำอะไรมากขึ้น ล่าสุดShe ก็สลัดลุคนางเอกแบ๊วๆ มาโชว์ความเซ็กซี่กับทางนิตยสาร RUSH อีกครั้ง ซึ่งสาวมารีเปิดใจว่า   “ได้กลับมาร่วมงานกับ นิตยสาร RUSH เป็นครั้งที่ 2 แล้วค่ะ รู้สึกดีใจมากๆ ที่พี่ๆทีมงานเรียกกลับมาทำงานอีกครั้ง สำหรับครั้งนี้ได้ทำอะไรที่แตกต่างกว่าคราวที่แล้ว ลุคและสไตล์การแต่งตัวจะดูโตขึ้นมาก ไม่แบ๊วเท่าคราวที่แล้ว เพราะครั้งนี้ดูเซ็กซี่เฉี่ยวมากขึ้น แต่จริงๆ หนูไม่อยากโดนมองว่าเป็นคนเซ็กซี่เลย เกรงใจโชแปงเหมือนกันถ้าหนูต้องมาถ่ายเซ็กซี่มากๆ เพราะเขาก็ค่อนข้างหวง แต่ก็โชคดีที่เขาเข้าใจว่านี่เป็นงานของเราเลยไม่มีปัญหา สำหรับเรื่องความรักยังดีเหมือนเดิม ยังเข้าใจกันดีเหมือนเดิม ทะเลาะกันน้อยลงคงเป็นเพราะเราโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ก็เหตุผลมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน แล้วก็พยายามประคับประคองความรักให้ดีที่สุด หนูมองว่าการมีความลับ การไม่ไว้ใจกัน การไม่คุยกันตรงๆ ไม่ชัดเจน ปัญหาจะตามมาแน่ๆ ก็พยายามไม่ทำซึ่งกันและกันค่ะ” มารี เบิร์นเนอร์ มารี เบิร์นเนอร์ มารี เบิร์นเนอร์ มารี เบิร์นเนอร์ ขอบคุณภาพจากนิตยสาร RUSH

ละครบ่วงบรรจถรณ์‬  , เรื่องย่อบ่วงบรรจถรณ์‬
ละครบ่วงบรรจถรณ์ /  เรื่องย่อละครบ่วงบรรจถรณ์ / 

ละครบ่วงบรรจถรณ์‬ ผลิตโดย : บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัดกำกับการแสดง : ภวัต พนังคศิริควบคุมการดำเนินงาน : อรุโณชา ภาณุพันธุ์ เรื่องยอ ละครบ่วงบรรจถรณ์ บ่วงบรรจถรณ์ เป็นเรื่องวราวของ แพรนวล บุตรสาวคหบดีชาวเชียงรายที่ตัดสินใจหลีกหนีจากสามีเจ้าชู้ ไปอยู่เชียงรายเพื่อรับมรดกบ้านโบราณของบิดา แพรนวลพบเตียงไม้โบราณสมัยเชียงตุงในห้องเก็บของมีความชอบใจจึงนำมาใช้นอน โดยไม่ฟังเสียงทัดทานของแม่บ้าน การนอนคืนแรก แพรนวลนุ่งชุดไทเขินที่ชอบและนอนหลับไปบนเตียง เมื่อตื่นเธอพบว่าตัวเองนอนอยู่ที่สวนลั่นทมของหอคำในเมืองเชียงตุง ด้วยเวลาที่ย้อนกลับมาห้าสิบสี่ปี และ ได้พบกับหลาวเปิง บุตรบุญธรรมของเจ้ากองไท อดีตผู้ครองนครเชียงตุงและตองริ้วน้องสาวต่างบิดาของหลาวเปิง ละครบ่วงบรรจถรณ์นำแสดงโดย มาริโอ้ เมาเร่อ รับบท หลาวเปิงใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ รับบท แพรนวล ละครบ่วงบรรจถรณ์ ละครบ่วงบรรจถรณ์ ละครบ่วงบรรจถรณ์ ละครบ่วงบรรจถรณ์

คิมเบอร์ลี่ บอกให้กำลังใจ ฌอห์ณ เพราะสนิท ไม่ได้แปลว่าเข้าข้าง!!
คิมเบอร์ลี่ /  ฌอห์ณ / 

    กำลังเป็นประเด็นร้อนเลยกับเคสดราม่าของ ฌอห์ณ จินดาโชติ กับอดีตคู่จิ้น เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา โดยล่าสุดทางคู่เลิฟอย่างนางเอก คิมเบอร์ลี่ กับหนุ่ม หมาก ปริญ เองก็ได้ไลฟ์สดทางไอจีให้กำลังใจทางหนุ่มฌอห์ณ โดยสาวคิมบอกอย่าทำให้ประเด็น แจงให้กำลังใจอีกฝ่ายเพราะสนิทกัน ไม่ได้เข้าข้าง!! จ้ะ    ปีนี้ในงานมีเซอร์ไพรส์ไหม?    “ก็คงอยู่ดูแป๊บนึงค่ะเพราะ มารกี้เดินด้วย ให้กําลังใจเพื่อนๆ ด้วย”สังเกตว่าผอมลง?    “ผอมลงแต่น้ำหนักไม่ลงนะคะ ตอนนี้ขึ้นมาอีกด้วย”ยังดูแลสุขภาพเหมือนเดิมไหม?    “ขอดูแลเหมือนเดิมถ้ามีเวลาค่ะ เพราะถ่ายละครด้วย”พอใจกับรูปร่างตัวเองหรือยังตอนนี้?    “ยังค่ะ เพราะมากขึ้นมาอีกแล้วค่ะ มันก็ขึ้นๆ ลงๆ อยู่แบบนี้น่ะค่ะ”ตอนที่เราไลฟ์สด ฌอห์ณเข้ามาคอมเม้นท์?    “เราก็เห็น เพราะตอนนี้กำลังเป็นข่าวอยู่ เราก็เลยให้กำลังใจเขา”สนิทกันไหม?     “ก็สนิทกันตั้งแต่ต้นรักริมรั้ว เล่นละครด้วยกันแต่ว่าเขาย้ายไปเล่นละครอีกช่องก็เลยไม่ได้เจอกัน”กลัวโดนเกลียดไปด้วยไหม?    “ไม่หรอก เพราะว่าเราก็ไม่ได้เข้าข้าง เราแค่ให้กำลังใจบอกว่าสู้ๆ เฉยๆ ใครเป็นข่าวก็ให้กำลังใจหมดค่ะ”ทริปญี่ปุ่นเป็นยังไงบ้าง?    “ทริปนี้มันนานแล้วนะคะ ก็สนุกดีค่ะ”จะมีของขวัญให้อะไรวันวาเลนไทน์ไหม?    “ไม่มีค่ะ ก็อาจจะมีโฟโต้บุ๊คแล้วก็ดอกไม้ เพราะว่าบางรูปก็ไม่ลงไอจีก็เป็นความทรงจำดีๆ”จะมีโปรแกรมทริปอะไรอีกหรือเปล่า?    “มีค่ะ ถ่ายละคร”มีสิ่งอะไรที่คาดหวังกับหมากบ้างในวันวาเลนไทน์?    “ไม่ได้คาดหวังค่ะ เพราะว่าต่างคนก็ต่างทำงาน ปีนี้ก็ไม่ได้เตรียมอะไรไว้เลยค่ะ เพราะว่าต่างคนก็มีงานก็ต้องคู่”กลัวเป็นข่าวกับฌอห์ณไหม?    “ไม่กลัวค่ะ เพราะว่าเราก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ อย่าเขียนให้เป็นประเด็นนะคะ” คิมเบอร์ลี่   คิมเบอร์ลี่   คิมเบอร์ลี่   คิมเบอร์ลี่  

หวานชื่นมื่น!!! เตชินท์ ควง หลิน เข้าประตูวิวาห์ เผยเตรียมฮันนีมูน ที่ อังกฤษ พร้อมปั๊มลูกทันที!!
งานแต่งเตชินท์-หลิน /  เตชินท์ จิรัฐชัย

  ลั่นระฆังวิวาห์แล้วจ้า!! สำหรับนักร้องหนุ่มเสียงดี เตชินท์ จิรัฐชัย กับแฟนสาวนอกวงการอย่างสาว หลิน ลลิดา ที่ทั้งคู่ร่วมปลูกต้นรักกันมานานถึง 2 ปี จนถึงวันนี้ (6 ก.พ. 59) ได้ฤกษ์ดีจับมือกันเข้าพิธีหมั้นและยกน้ำชาตามแบบประเพณีไทย-จีน อย่างชื่นมื่น ณ โรงแรมพลาซ่า แอทธินี กรุงเทพ อะรอยัล เมอริเดียน (Plaza Athenee Bangkok - A Royal Meridien Hotel) ส่วนพิธีภายในงานนั้นต้องบอกว่าอลังฯ สุดๆ ไม่ว่าจะเป็นสินสอดที่มีมูลค่ามากถึง 10 ล้านบาท ที่ฝ่ายเจ้าบ่าวเตรียมมาแบบจัดหนักจัดเต็ม อาทิ ทองคำแท่ง 12 ราศี, ต่างหู, แหวนเพชร 2.22 กะรัต 1 ล้าน8 แสน ,รถยนต์1คัน ,เรือนหอ รวมนับกว่า 10ล้านและที่ดิน นอกจากนี้ภายในงานยังมีการแสดงเชิดสิงโตให้ตื่นตาตื่นใจอีกด้วย เรียกว่ายิ่งใหญ่สมน้ำสมเนื้อจริงๆ ค้าาาา วันนี้พิธีแต่งทำไมถึงเน้นธีมจีนทั้งหมดเลย?  เตชินท์: "บ้านผมและบ้านเขาเป็นคนจีนเหมือนกัน เราเลยมีความรู้สึกว่าส่วนใหญ่เขาจะจัดเป็นแบบไทยๆ หมดเลย ซึ่งเราก็คุยกันว่าเราอยากจะจัดเป็นธีมจีนกันไหม และเขาก็เห็นด้วย แต่ก็จะมีผสมความเป็นไทยลงไปด้วยครับ อีกอย่างทางญาติผู้ใหญ่ของเราที่เป็นคนจีนก็เยอะมาก เราเลยอยากเอาใจเขาด้วย คนจีนเขาถือว่าการจัดพิธีแบบนี้จะทำให้โชคดีและร่ำรวย" หลายคนเซอร์ไพรส์ที่วันนี้มีงานแต่ง เตรียมแพลนไว้นานหรือยัง?  เตชินท์: "เซอร์ไพรส์ใช่ไหมครับ จริงๆ แพลนแต่งเรามีคิดไว้กันเงียบๆ เริ่มแรกเลยคืออาม่าของผมเดินเข้าไปจับมือหลินแล้วบอกว่า อาม่าอยากมีหลานแล้ว ว่างๆ ก็หาฤกษ์แต่งเลย ตอนแรกเราก็งงๆ แต่ด้วยความที่เราทั้งสองคนเชื่อเรื่องดวงกันทั้งคู่ครับ เขาบอกว่าให้มีลูกภายในปีระกา เพราะเราเกิดปีมะโรง หลินเกิดปีมะเมีย ถ้ามีลูกในปีนี้จะช่วยส่งเสริมเราทั้งคู่ และเราก็ได้คุยกันว่าในอนาคตอยากจะมีลูกกันไหม เขาบอกว่าก็คงต้องมี เราก็เลยคิดว่าถ้าไม่เอาลูกปีนี้ต้องรออีก 12 ปี อายุก็จะประมาณ 30-40 กันแล้ว ถ้ามีลูกก็คงจะยากจึงตัดสินใจกันว่าขอแต่งงานตามประเพณีให้ถูกต้องก่อน และเดี๋ยวหลังจากนี้เราจะรีบมีทายาทให้อาม่าได้อุ้มเหลนครับ" แสดงว่าเราตั้งใจที่จะมีลูกในปีนี้เลย?  เตชินท์: "ใช่ครับ"  หลิน: "ก็ต้องไหวค่ะ (หัวเราะ) เราก็มีไปปรึกษาหมอบ้างค่ะ คุณหมอก็ได้แนะนำมา  เตชินท์: "ตอนนี้เราก็พร้อมเต็มร้อยครับ ได้ปรึกษาคุณหมอแล้ว เรามาแต่งช่วงเดือนก.พ. จึงต้องรีบไปปรึกษาคุณหมอช่วยนับลูก เพื่อต้องการให้ลูกคลอดทันภายในปีนี้ แต่เราก็ไม่ได้กดดันอะไรมากนะครับ ไว้รอลุ้นดูว่าจะได้หรือไม่ได้ มันก็อยู่ที่วาสนาคน" แล้วตัวเราอยากได้ลูกผู้หญิงหรือผู้ชาย?  หลิน: "สำหรับหลินได้หมดเลยค่ะ หลินไม่เกี่ยง แต่พี่เตเขาอยากได้ลูกชาย"  เตชินท์: "มันจะได้ตอบโจทย์อาม่า (หัวเราะ)" พูดถึงเส้นทางความรักของเราให้ฟังหน่อยว่าศึกษาดูใจกันมานานแล้วหรือยัง?  เตชินท์: "ระยะเวลาที่เราคบกันน่าจะสั้นครับ เราคบกันประมาณ 2 ปี แต่ด้วยความที่เราทำธุรกิจร้านอาหารด้วยกัน ทำให้เราได้เจอกันทุกวัน เจอปัญหาด้วยกันทุกวัน เราก็ไม่ค่อยมีข้อขัดแย้งกัน เวลาเกิดปัญหาอะไรเราจะช่วยกัน แม้กระทั่งเรื่องอื่นที่เป็นเรื่องใหญ่ที่สุดของร้าน เราก็สามารถแก้ปัญหาผ่านวิกฤตตรงนั้นมาได้ เพราะฉะนั้นเรื่องต่างๆ เรื่องการใช้ชีวิตก็คงไม่น่ามีปัญหาอะไร อีกอย่างผมก็อยากแต่งงานกับเขา เพราะผมคิดว่าคงจะอยู่กับเขาได้นานมากๆ ครับ" ต่างฝ่ายประทับใจอะไรในตัวกันและกันบ้าง?  เตชินท์: "เขาเป็นผู้หญิงที่สวยและเก่ง เขาทำมาหากินเก่ง และค่อนข้างว่องไว ผมเลยประทับใจในตัวเขาครับ อีกอย่างเราก็เป็นลูกพ่อค้าแม่ค้าเหมือนกัน พอเจอผู้หญิงที่ทำงานเก่งๆ เจอผู้หญิงที่เหมือนแม่เรา เราก็ยิ่งชอบครับ นี่แหละคือสิ่งที่ผมประทับใจในตัวเขา"  หลิน: "ส่วนตัวหลินเป็นคนที่ดื้อมาก แต่พอคบกับพี่เตเขาสามารถคุมเราได้ ทำให้เราได้อยู่ในกรอบ เพราะเราโตมาคุณพ่อก็เสียไปแล้ว เราเลยค่อนข้างที่จะใช้ชีวิตอิสระมาก อยู่ตัวคนเดียว ไม่เคยคิดว่าจะแต่งงานเลยด้วยซ้ำ แต่พอมาเจอพี่เตมันเลยทำให้เรารู้สึกว่าคนนี้แหละที่ใช่ มีคนคอยดูแลมันดีกว่าการที่เราต้องอยู่คนเดียว ก็เลยมองเรื่องความรักไปว่าการแต่งงานมันไม่ใช่เรื่องน่ากลัวค่ะ และเราก็พร้อมที่จะอยู่เคียงข้างเขา เพราะเขาก็เป็นคนดี" ถามถึงเรื่องสินสอดวันนี้มีอะไรบ้าง?  เตชินท์: "เงินสดเล็กๆ น้อยๆ ครับ ประมาณ 2 ล้านบาท แหวนหมั้น 2.2 กะรัต ราคาตกอยู่ประมาณ 1.8 ล้าน และมีทองประมาณ 30 บาท ทองรูปพรรณประมาณ 10 กว่าบาทได้ และจะมีทองแท่งที่เป็นรูปนักษัตร เราซื้อเก็บไว้ให้ลูกเลยรวมไปในสินสอด และมีที่ดินของคุณพ่อที่ต่างจังหวัดซึ่งท่านได้มอบเป็นของขวัญให้กับพวกเราครับ" แพลนฮันนีมูนกันไหม?  เตชินท์: "ผมขอเขาไว้ว่าผมยังไม่เคยไปประเทศอังกฤษ เลบคิดว่าน่าจะไปที่อังกฤษ เมืองลอนดอนครับ ถ้าไปคงประมาณสัก 10 วันจะได้คุ้มด้วย" เดินทางไปปั๊มทายาทที่นั่นเลยใช่ไหม?  เตชินท์: "(หัวเราะ) ให้ชื่อน้องลอนดอนเลยใช่ไหมครับ คงไม่ครับ เพราะจริงๆ หมอได้ให้เวลากับเรามาแล้ว คือหลังจากงานแต่งวันนี้เราจะต้องมีเวลาให้เรารีบปฏิบัติการเพื่อให้ลูกได้คลอดทันภายในปีนี้ ทุกอย่างมันมีเป็นสคริปต์หมด เราอาจจะได้ไปฮันนีมูนพร้อมลูกเลยก็ได้ ไปตอนที่เขายังอยู่ในท้อง" กดดันไหม?  เตชินท์: "จริงๆ ก็กดดันนิดๆ ครับ เพราะเราแพลนไว้ว่าอยากจะมีปีนี้จริงๆ และเราก็ตั้งใจไว้ค่อนข้างสูงว่าเราจะต้องได้ลูกชายภายในปีนี้ให้ได้ มันก็ค่อนข้างกดดันนะเพราะเวลามันค่อนข้างน้อย อีกอย่างฤกษ์เรามาวันที่ 6 ก.พ.ด้วย จึงต้องแต่งก่อนแล้วเรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกทีครับ แพลนคลอดประมาณเดือนธ.ค.ครับ ซึ่งหมอบอกวันเรียบร้อยแล้วว่าวันนี้เตต้องทำครับ" แพลนว่าจะมีลูกกี่คน?  เตชินท์: "ตอนนี้ผมกับหลินคิดไว้ว่ามีคนเดียวครับ เราอยากเลี้ยงเขาให้ดีที่สุดก่อน เดี๋ยวอนาคตค่อยว่ากันว่าเราอยากจะมีเพิ่มไหม" ตอนนี้ทั้งคู่จดทะเบียนสมรสกันเรียบร้อยหรือยัง?  เตชินท์: "เราจดทะเบียนสมรสกันก่อนประมาณเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา เพราะมีปัญหาตอนที่เราต้องเข้าไปปรึกษากับคุณหมอ เพราะคุณหมอต้องให้เราจดทะเบียนสมรสกันให้เรียบร้อยก่อนเราจึงจะปรึกษาได้ ซึ่งมันเป็นวิธีตามกฎหมายครับ จริงๆ เราเป็นสามีภรรยากันแล้ว แต่วันนี้ผมอยากเชิญพี่ๆ สื่อมวลชนมาให้รับทราบทั่วกันว่า วันนี้ผมแต่งงานแล้วกับน้องหลินนะครับ และขอขอบคุณพวกพี่ๆ ที่ให้การต้อนรับ วันนี้มากันเยอะต้องขอบคุณมากๆ จริงๆ ครับ" แล้วงานในวงการยังทำอยู่ไหม?  เตชินท์: "ยังรับอยู่ครับ ยังอยากเล่นละคร ยังอยากร้องเพลง เราก็ทำควบคู่ไปกับธุรกิจร้านอาหารของตัวเอง" สุดท้ายเราทั้งคู่มีคำมั่นสัญญาอะไรที่มอบให้กัน?  เตชินท์: "ส่วนใหญ่ผมจะบอกเขาว่า ผมรักเขามากๆ ครับ อย่าซนมาก อย่าดื้อ ให้เชื่อฟังกันด้วย และจากนี้ไปก็จะดูแลเขาตลอดไป เมื่อกี้ก็ได้รับปากกับครอบครัวของเขาว่าสัญญาจะดูแลหลานสาวคนนี้ไปตลอดทั้งชีวิตของผม และจะดูแลให้ดีๆ จะไม่ทำให้เสียใจครับ"  หลิน: "หลินรู้สึกดีมากที่พี่เตจัดงานวันนี้ให้ค่ะ ให้เกียรติหลินมากๆ หลินก็สัญญาว่าจากนี้ไปจะไม่ดื้อ จะทำตัวให้ดีขึ้น และจะคอยอยู่เคียงข้างพี่เต คอยดูแลกันแบบนี้ตลอดไป และจะไม่ทำให้พี่เตเสียใจค่ะ" งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน   

น้ำทะเลยังหวาน!! ขวัญ-กอล์ฟ สวีทหนักไม่แคร์เวิลด์ (มีคลิป)
ขวัญ อุษามณี /  กอล์ฟ พิชญะ

               อะไรๆ ก็ดี...ดี๊...ดีไปหมดเลยค้าาา สำหรับชีวิตช่วงนี้ของนางเอกหน้าบาร์บี้อย่าง ขวัญ อุษามณี กับหนุ่มหล่อ กอล์ฟ พิชญะ ก่อนหน้านี้สาวเจ้าเจอมรสุมค่อนข้างเยอะอยู่ ล่าสุดแฮปปี้ให้ใครๆ ได้อิจฉากันแล้ว เรื่องงานละครฮอตยาวไป เรื่องธุรกิจส่วนตัวรุ่งเรือง ส่วนเรื่องรักน่ะหรอ เริ่ดมากมายจ้า จริงไม่จริงก็ดูเอาจากความหวานของแม่คุณพ่อคุณได้เลย จูงมือสวีทจัดหนักริมทะเลแบบไม่แคร์เวิลด์ จุดนี้คิดอีกทีก็จะไปแคร์ทำไมละเนอะ รักกันก็หวานให้ฉ่ำแฉะไปเลย หวานจริงอะไรจริงสวีทจัดหนักชนิดที่ว่าน้ำทะเลเค็มๆ ยังต้องยอม เอ้า!! ยินดีกับรักครั้งนี้ของทั้งคู่ด้วยนะจ๊ะๆ โตแล้วหวานแค่ไหนก็ไม่น่าเกลียดเนอะ คริๆๆขอบคุณรูปภาพจาก IG : @kwanusa9 @golfpichaya กอล์ฟ - ขวัญ   กอล์ฟ - ขวัญ   กอล์ฟ - ขวัญ   กอล์ฟ - ขวัญ   กอล์ฟ - ขวัญ   ขวัญ - กอล์ฟ   กอล์ฟ - ขวัญ      

ฮอตมว้ากกก!! งานแรกของ เจ๊เปาบางพลี ค่าตัวแพงกว่า กุ๊บกิ๊บ-บี้ ซะอีก!!
เจ๊เปาบางพลี /  น้องเป่าเปา / 

  โอ๊ย!! น่ารักมากๆ เลยละค่า สำหรับ เจ๊เปาบางพลี หรือ น้องเป่าเปา ลูกสาววัย 7 เดือนกว่าๆ ของ กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ และ บี้ KPN หรือ บี้ ธรรศภาคย์ ที่ล่าสุดวันนี้ (7ก.พ.60) เป็นการออกงานอีเว้นท์พบปะประชาชนและแฟนคลับเป็นครั้งแรกของ น้องเป่าเปา ในงาน “โรแมนซ์ ออฟ เลิฟ 2017” (Romance of Love 2017) ณ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 ซึ่งก็ได้ผลเกินคาด น้องเป่าเปา ฮอตมว้ากกก!! แฟนคลับตามมาให้กำลังใจอย่างล้นหลาม แถมสาวน้อยก็ยังรู้งานไม่งอแง ขออวดความน่ารักให้แฟนๆ ได้อมยิ้มตามกันเลยทีเดียว ด้าน คุณแม่กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ เผยค่าตัว น้องเป่าเปา ไม่ถึง 7 หลักแต่ยอมรับว่าแพงกว่าค่าตัวของพ่อและแม่ ฟุ้ง พ่อบี้ รู้สึกปลื้มปริ่มติ่มซำมากที่ลูกสาวเรียก "ปะป๊า" ได้แล้ว เตรียมเอาไว้ใช้ประโยชน์ให้ลูกเรียกพ่อกลับบ้าน ยันตนไม่รู้สึกน้อยใจเพราะยังไง น้องเป่าเปา ก็ติดแม่ แค่มีอะไรให้พ่อได้ชื่นใจบ้างก็เท่านั้น!! เป็นยังไงบ้างน้องเป่าเปาออกงานครั้งแรก? กุ๊บกิ๊บ “เป็นอย่างนี้ค่ะ หน้านิ่งอย่างนี้ตลอดทั้งงานเลย ก็สนุกดี ตอนแรกคิดว่าจะงอแงไหมเพราะนี่เป็นงานช่วงเย็นๆ แล้ว เผื่อบางทีนางจะง่วงนอน แต่โชคดีที่นางไม่งอแง มียิ้มบ้างประปรายเพื่อโปรยเสน่ห์ แต่ไม่มีการพูดจาใดๆ ออกมา” 7-8 เดือนแล้วทำไมถึงเพิ่งรับงานอีเว้นท์ให้ลูก? กุ๊บกิ๊บ “ยังไงที่รัก ทำไมเราถึงเพิ่งรับ” บี้ “เพราะก่อนหน้านี้ยังเด็กไปเนอะเราก็ยังไม่อยากให้รับ แล้ววันนี้เป็นงานทำบุญด้วยไงครับ ก็อยากจะให้ตัวเล็กได้บุญด้วย” มีงานติดต่อมาเยอะไหม? บี้ “เยอะมาก แล้วเป็นงานบุญด้วยก็เลยปรึกษากิ๊บ” กุ๊บกิ๊บ “เอาจริงๆ มีงานติดต่อเป่าเปามาตั้งแต่ยังไม่ครบเดือนเลย มีอีเว้นท์ติดต่อมาแล้ว แต่เรารู้สึกถ้าเขายังไม่โตมากพอ มันก็เสี่ยงเพราะคนเยอะ กลัวเขางอแงด้วย” บี้ “วันนี้เจอคนเยอะแหละ เขาเลยผิดปกตินิดนึง ปกติเขาจะเล่นกับเราได้เยอะกว่านี้ แต่วันนี้เขาจะสังเกตอะไรที่เขาไม่เคยเห็น สมมติเวลาเขาไปเมืองนอก ปกติเขาจะไม่ค่อยเห็นหมา พออยู่เมืองนอกเขาเห็นหมาแล้วเขาชอบมากเลย วันนี้เขาเห็นกล้องใหญ่ๆ ที่เขาไม่เคยเห็น เขาก็ดู เขาก็มอง”กุ๊บกิ๊บ “เขาจะเป็นเด็กที่ชอบคนเยอะๆ เขาก็จะไม่ตื่นคน ไม่งอแง คนกรี๊ดเรียกนาง นางก็ไม่เป็นไร นางก็แฮปปี้” หลังจากนี้จะเริ่มพาออกงานอีเว้นท์บ่อยขึ้นไหม? กุ๊บกิ๊บ “ไม่ค่ะ เราจะเลือกเฉพาะงานที่คิดว่าเหมาะกับเป่าเปา งานที่จำเป็นจริงๆ เราถึงจะออก เพราะเรารู้สึกว่าลูกไม่ได้เป็นนักแสดงเหมือนเรา เราก็เลยคิดว่าพาออกบ้างตามความสมควร ให้คนได้เห็นได้ชื่นชมความน่ารักของเขาบ้าง แต่คงไม่ใช่เดินสายออกอีเว้นท์ เราสงสารเขา มันไม่ใช่เรื่องของเขา” ค่าน้องแยกต่างหากไหม? กุ๊บกิ๊บ “ต่างหากค่ะ ค่าตัวเจ๊เปาเยอะกว่าพ่อแม่อีกค่ะ เดี๋ยวเอาเข้าบัญชีนางไว้เป็นค่าเทอม” น้องเป่าเปาออกงานแรกค่าตัว 7 หลักจริงไหม?กุ๊บกิ๊บ “โอ๊ย...ไม่ถึง ใครจะจ่าย 7 หลัก แพ็คเกจครอบครัวก็พอสมควรตามเรทของกิ๊บของบี้แล้วก็เป่าเปา จริงๆ ที่เราต้องเยอะต้องเรียกประมาณนึงพอสมควร เพราะว่าเดี๋ยวเราต้องเอาไปเลี้ยงข้าวป้าๆ เลี้ยงญาติที่มากันเกือบ 30 คนด้วยค่ะ น่าจะหมดแล้ว แต่ไม่ถึง 7 หลัก อันนี้ไม่ได้ตอบแบบดารานะ แต่ไม่ถึงจริงๆ สรรพากรไม่ต้องมาตรวจค่ะ ไม่ถึงค่ะ” ออกงานครั้งแรกแบบนี้ ครั้งที่สองจะมีอีกไหม? บี้ “ก็คงต้องดูว่างานเป็นลักษณะแบบไหน” พัฒนาการของน้องเป็นยังไงบ้าง? กุ๊บกิ๊บ “พัฒนาการตอนนี้ก็ถือว่าไว เพราะเขาเป็นเด็กที่ช่างสังเกต เขาไม่ถึงกับคลานเก่งมาก แต่เขาอยากยืนและเดินเลย เป่าเปาเป็นเด็กที่พูดได้แล้ว ชอบพูดตาม และเลียนแบบเสียง พูดได้เยอะและเข้าใจสิ่งที่เราสอนเยอะมาก ซึ่งเราก็ดีใจ กิ๊บคิดว่ามันคงเป็นผลดีมาจากตอนที่เราท้องและเราอารมณ์ดี ดูแลตัวเอง” บี้ดีใจไหมที่เป่าเปาเรียกปะป๊า? กุ๊บกิ๊บ “แหม...หน้าบาน คุยกับทุกคน” บี้ “ดีใจมาก เวลาตอนเช้าเขาตื่นขึ้นมา เขาก็จะเรียกปะป๊าๆ ก่อนเลย หลังจากที่เราง่วงๆ งัวเงียไม่อยากตื่น ก็อยากตื่นขึ้นมาเล่นกับเขา” กุ๊บกิ๊บ “พอกลางคืนตอนจะนอนนะ ถ้าพ่อนางยังไม่ขึ้นมา นางจะชูคอแล้วก็เรียกปะป๊าๆ ถ้าพ่อนางมาครบ แม่นางมาครบ เช็คอินชื่อครบ นางถึงจะหลับได้ นางเรียกกิ๊บว่ากิ๊บ” บี้ “ที่เขารู้ว่าบี้คือปะป๊า คือทุกครั้งที่เขาเรียกปะป๊า บี้จะตอบเขาตลอดว่าไงคะ จนเขารู้ว่าเวลาเขาเรียกปะป๊า แล้วผมจะตอบรับ เริ่มรู้แล้วว่านี่คือปะป๊า” กิ๊บไม่น้อยใจเหรอ ไม่เรียกแม่สักที? กุ๊บกิ๊บ “ไม่น้อยใจหรอกค่ะ นางติดแม่อยู่แล้ว ก็มีบางอย่างให้พ่อนางชื่นใจ เอาไว้เรียกพ่อนางกลับบ้าน เราจะต้องมีเคล็ดลับ มีเทคนิคใช้ลูกให้เป็นประโยชน์ เวลาลูกเรียกก็จะแบบ อุ๊ยพ่อ ลูกเรียกอีกแล้ว มาอุ้มลูกเร็ว อย่าไปเลยสงสารลูก ลูกรักมาก อะไรแบบนี้ก็ใช้ได้ผล” ถือว่าคู่เราผ่านดราม่ามาเยอะเป็นยังไงบ้าง? บี้ “ลืมไปแล้วช่วงที่มีดราม่า ตอนนี้ทุกอย่างมันโอเคมาก มันมีความสุขมาก” กุ๊บกิ๊บ “คือจริงๆ กิ๊บว่าอย่าใช้คำว่าดราม่าดีกว่า ใช้คำว่าคนเขาเป็นห่วงดีกว่า เพราะกิ๊บว่าคนเขาก็รักเป่าเปาเหมือนลูกเหมือนหลานเนอะ บางทีบางคนเลี้ยงมาไม่เหมือนกัน มีมุมมองไม่เหมือนกัน เขาก็อาจจะมีติบ้างอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งเราเป็นพ่อเป็นแม่เราก็ต้องพิจารณาอยู่แล้วว่าอะไรดีที่สุดสำหรับลูกเรา แต่ถ้าคนเขาจะเป็นห่วงลูกเรา อยากจะช่วยอะไรแบบนี้ ซึ่งเราก็ต้องโอเค เพราะคนเขารักเป่าเปา เราก็ต้องยอมนะ” อย่างล่าสุดดราม่าพาเป่าเปาดูบ่อเต่า กระทบกระเทือนจิตใจเราแค่ไหน? กุ๊บกิ๊บ "ไม่เป็นไรเลย เพราะพ่อเขาก็ยืนอยู่ข้างๆ และที่ญี่ปุ่นต้องรู้อยู่แล้วว่าความปลอดภัยเขาเต็มที่ ถ้าไม่ได้ดีเขาก็ไม่ให้ยืน เด็กคนอื่นๆ ก็ยืนดูกัน มุมกล้องอาจจะดูหวาดเสียว แต่จริงๆ แต่กิ๊บเชื่อว่าไม่มีใครรักและดูแลเป่าเปาได้ดีเท่าแม่อยู่แล้ว ขนาดขึ้นเครื่องบินบางสายการบินยังไม่มีที่คาดเข็มขัดนิรภัยสำหรับเด็กเลย เพราะเขาบอกอ้อมกอดแม่ดีที่สุด ปลอดภัยที่สุด เพราะฉะนั้นมันไม่มีใครจะดูแลเขาได้ดีเท่าแม่อยู่แล้ว อีกอย่างพ่อแม่บี้ก็อยู่ บางคนบอกว่าเดี๋ยวคนมาเยอะจะมาดัน คือที่ญี่ปุ่นเขาไม่ได้ให้คนเข้าไปทีละเยอะๆ เวลาดูอะไรแบบนี้เขาจะค่อยๆ ปล่อยทีละครอบครัว ปล่อยทีละนิดๆ ซึ่งไม่มีใครอยู่ข้างหลังเรา และเราก็ล็อคเขาไว้อย่างดี" คนยกให้เป็นครอบครัว ดราม่าฆ่าไม่ตาย? กุ๊บกิ๊บ "คือเราไม่ได้สนใจด้วย เรารู้สึกว่าดราม่าก็คือคนที่เขาเป็นห่วงเรา คือถ้ากิ๊บใส่ใจดราม่าก็คงไม่ได้พาลูกออกไปเที่ยวข้างนอก หรือจะมีพัฒนาการที่เร็วแบบนี้" เรามั่นใจว่าก็เป็นพ่อแม่ที่ดีอีกคนนึง? กุ๊บกิ๊บ "กิ๊บไม่รู้ว่าพ่อแม่ที่เลี้ยงลูกดีต้องตัดสินว่าเป็นแบบไหน เราไม่ได้ตัดสินว่าถ้าคนอื่นเลี้ยงลูกไม่เหมือนเรานั่นคือไม่ดี ทุกคนมีสไตล์คนละแบบ มีไม่เหมือนกัน เราไม่รู้ว่าเราเลี้ยงเขาดีไหม แต่เราเลี้ยงเขาแบบที่เท่าที่เราจะทำได้ดีที่สุดของเราแล้ว และกิ๊บก็เชื่อว่าบนโลกใบนี้ไม่มีใครจะดูแลเป่าเปาไปได้ดีมากกว่ากิ๊บกับบี้แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์" ลูกเริ่มโตแล้ว เราจะออกมารับงานมากขึ้นไหม? กุ๊บกิ๊บ "กิ๊บว่าจะรอให้เป่าเปาเข้าโรงเรียนก่อนประมาณ 3 ขวบ แล้วค่อยรับงานเยอะขึ้น ตอนนี้เรารู้สึกว่าอยากสอนเขาด้วยตัวเอง อยากเห็นพัฒนาการเขา ซึ่งตอนนี้ก็รับแต่ก็ดู อันไหนที่กินเวลาเรามากๆ เราก็ไม่เอา เพราะเราเลือกว่าอะไรที่สำคัญกับเรามากที่สุด เวลากับลูกมันย้อนกลับคืนมาไม่ได้" เสียดายถ้ากระแสเราจะดร็อปลง? กุ๊บกิ๊บ "ไม่นะ เราก็อยู่มาตั้งนานแล้ว กิ๊บไม่ได้รู้สึกว่ากระแสเราจะหายไป กิ๊บว่าแบบกิ๊บน่าจะหายากประมาณนึง ไม่ได้คิดว่าแบบกิ๊บมันจะมีมาบ่อยๆ นะ เลยไม่ได้รู้สึกว่าต้องเป็นกระแส เพราะเรายังต้องทำงานอยู่ทุกวัน ยังมีรายการตื่นมาคุยอยู่ ส่วนละครจริงๆ จะยังไม่รับ แต่ว่ามีคุยๆ กับผู้ใหญ่ที่ติดต่อมาไว้คนหนึ่ง เราคุยกันไว้ค่อนข้างนานแล้ว จะมีประมาณกลางปีเรื่องหนึ่ง ซึ่งเราคิดว่าน่าจะนะ แต่ถ้าไม่รับก็คืออยู่กับลูกดีกว่า คือก่อนหน้านี้มีผู้ใหญ่ติดต่อมาเยอะมาก แต่ต้องขอโทษจริงๆ ที่ไม่ได้รับ" ด้านบี้เห็นว่าจะมีบินไปทำงานที่ต่างประเทศอีก? บี้ "ใช่ จะบินไปช่วงมีนาคมครับที่จีน ตอนนี้สัญญาที่บริษัทน่าจะเซ็นกันแล้ว น่าจะใช้เวลาทำงานประมาณ 3-4 เดือนครับ อาจจะได้กลับมาบ้างแต่น้อย" จะแบ่งเวลาให้ครอบครัวยังไง? บี้ "อาจจะเอาเขาไปด้วยครับ เริ่มแรกอาจจะไปคนเดียวก่อน พอถ่ายไปเรื่อยๆ ก็เดี๋ยวลองดูอ่า เพราะเราไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง แต่ผมก็ยังอยากที่จะทำในสิ่งที่ผมรักอยู่" ตัดสินใจรับงานนานไหม เพราะต้องใช้เวลาห่างลูกนาน? บี้ "จริงๆ ไม่นานนะ เราสองคนคุยกันอยู่นานแล้วว่าต่อไปบี้อาจจะมีงานอยู่ต่างประเทศที่แพลนไว้ แล้วเขาก็เข้าใจและเชื่อว่าจะแบ่งเวลาทั้งงานและครอบครัวได้ดี" ก่อนหน้านี้มีหมอดูเคยทำนายไว้ว่าเราจะรวยพันล้าน เพราะมีน้องเป่าเปาเข้ามาในชีวิต? บี้ "ใช่เนอะ หมอลักษณ์ช่วงนี้แม่นมากเลย ผมก็อยากให้แม่นเรื่องผมด้วยนะ ก็ขอให้เป็นแบบนั้น ตั้งแต่วันแรกที่รู้ว่ามีเขาก็รู้แล้วว่า เรามีความสุขซึ่งเป็นอีกความสุขหนึ่งที่เราไม่เคยได้สัมผัสและทุกวันนี้เราก็มีครับ" กุ๊บกิ๊บ บี้ น้องเป่าเปา กุ๊บกิ๊บ บี้ น้องเป่าเปา น้องเป่าเปา กุ๊บกิ๊บ บี้ น้องเป่าเปา น้องเป่าเปา น้องเป่าเปา น้องเป่าเปา กุ๊บกิ๊บ บี้ น้องเป่าเปา กุ๊บกิ๊บ บี้ น้องเป่าเปา น้องเป่าเปา

ลูกตาล ชโลมจิต แหวกอกยังโสดสนิทหลังเลิกสามีฝรั่ง ถึงจะ 44 กะรัตก็เลือกผู้นะ!!
ลูกตาล ชโลมจิต /  ข่าวบันเทิง / 

หลังเลิกราแบบจบไม่สวยกับสามีนายแบบฝรั่งชาวฮังการี อดัม ซีมา ไปเมื่อ 2 ปีก่อน สำหรับนางแบบสาวสุดเซ็กซี่ ลูกตาล ชโลมจิต วัย 44 กะรัต ที่ล่าสุดจัดเต็มออกสื่อมาในชุดเซ็กซี่รัดรูปแนบเนื้อแหวกอกโชว์อึ๋มลึกไปถึงหน้าท้อง พร้อมจับมือหุ้นส่วนอย่าง อองตวน ปินโต เปิดตัวธุรกิจ Hotman Factory อาณาจักรสถานที่ออกกำลังกายย่าน RCA มีโอกาสอัปเดตสถานะหัวใจว่า ตอนนี้โสดสนิท 100% ยังไม่มีหนุ่มๆ มาดูแล ซึ่งก็เปิดรับอยู่ ความสัมพันธ์กับอดีตสามีเป็นเพื่อนกันได้ เจอกันบ่อยเพราะฝ่ายชายมาเป็นที่ปรึกษาให้ในเรื่องธุรกิจ แต่ไม่มีโอกาสรีเทิร์นแน่นอน "วันนี้งานเปิดตัว Hotman เมื่อก่อนเราเปิดสาขาที่ Factory เป็นยิมสตูดิโอเล็กๆ ตอนนี้เรารู้สึกว่าลูกค้าเราเยอะมากขึ้น เราก็เลยขยายมาเป็นใหญ่ขึ้นค่ะ เราก็นำเทคโนโลยีแบบใหม่ เช่นรองเท้า Kangoo Jumps ซึ่งเป็นรองเท้ากระโดดเป็นที่แรกของเอเชียแล้วก็ของประเทศไทย เห็นว่าตรงนี้มันเป็นธุรกิจเกี่ยวกับการออกกำลังกายได้ดีแล้ว คุณอองตวนมียิมมวยสาขาแรกอยู่แล้วก็เลยเชิญมาเปิดด้วยกันข้างๆ จะได้เป็นอาณาจักรการออกกำลังกายร่วมกัน เราเริ่มมาตั้งแต่ปีที่แล้วแล้วค่ะ ย้ายมาเราก็ทำประมาณ 5-6 เดือน ส่วนที่เก่าปรับปรุงเปลี่ยนแปรงใหม่หมดเลยนะคะ" "ความสัมพันธ์กับอดีตสามี ตอนนี้ก็เป็นเพื่อนกันค่ะ คุณอดัมไปเมืองนอก ด้วยความที่เขาเป็นเทรนเนอร์เขาก็ได้นำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามา ก็นำมาพัฒนา Hotman เรื่อยๆ ค่ะ หลังจากที่เลิกรากันไปเข้าก็มาช่วยเหลือในเรื่องธุรกิจ ไม่ได้รีเทิร์นค่ะ คงไม่มีโอกาสอย่างนั้นหรอกค่ะ แต่เรื่องทำงานคงได้เจอกันบ่อย หลังจากนี้เราก็จะมีสาขาจากในห้างขึ้นมา คิดว่าปีนี้จะมีเพิ่มเวทอีก 3 สาขาด้วยค่ะ ทำงานด้วยกันคงไม่มีปัญหาแล้วค่ะ ตอนนี้เขาเป็นที่ปรึกษาแล้วค่ะ ไม่เหมือนเมื่อก่อน เจ้าของหัวใจคนใหม่ยังไม่มีค่ะ ยังเปิดรับอยู่โสด 100% ก็มีคนเข้ามาคุยบ้างนิดหน่อย แต่เป็นแฟนยังไม่มี สเปกอะไรก็ได้ไม่จำเป็น แต่อายุมากขึ้นก็ยังเลือกนะ หนุ่มๆ ที่เห็นไปด้วยกันเยอะๆ คือเทรนเนอร์ของเราเองค่ะ ที่ยิมเรามีแต่เพื่อนๆ เวลาไปกินข้าวที่ไหนคนจะเข้าใจผิด" "โอกาสสลัดผ้าถ่ายแบบ พี่ก็สลัดอยู่บ่อยๆ ยังไม่มีถ่ายเซ็กซี่ขึ้นปก แต่ก็มีจ้างเข้ามา แต่คิดว่าถ่ายสนุกๆ ดีกว่า จริงๆ เราถ่ายเพื่อพีอาร์หรือประชาสัมพันธ์ แต่ที่รับงานคงไม่มี หนังสือคงไม่ได้เห็น จริงๆ ที่เราถ่ายรูปเซ็กซี่เนี่ย คือทำเป็นตัวอย่างให้เห็นว่า 40 กว่าแล้วยังดูแลตัวเองอยู่ ก็อยากให้คนอื่นดูแลตัวเองเหมือนเราบ้างนะคะ กลัวคอมเม้นท์มั้ยเหรอ เรามีดีก็ต้องโชว์สิ คนติก็มี คนชมก็มีเป็นปกติค่ะ ก็เอาให้เหมาะสมกับงานให้พอดี ปกติที่อยู่บ้านก็จะใส่ชุดกีฬามากกว่า งานในวงการบันเทิงตอนนี้มีละครติดต่อมา ยังไงเดี๋ยวจะแจ้งอีกทีค่ะ" ลูกตาล กล่าว อองตวน-ลูกตาล-ลีโอ ลูกตาล ชโลมจิต ลูกตาล ชโลมจิต ลูกตาล ชโลมจิต ลูกตาล ชโลมจิต ลูกตาล ชโลมจิต ลูกตาล ชโลมจิต ลูกตาล ชโลมจิต ลูกตาล ชโลมจิต ลูกตาล ชโลมจิต ลูกตาล ชโลมจิต ลูกตาล ชโลมจิต