ละคร โซ่เสน่หา

ขวัญใจวัยรุ่นยุค 2000!! แน็ก ชาลี พระเอกมาดติสท์ สาวรัก สาวหลง
แน็ก ชาลี /  แน็ก แฟนฉัน / 

    พระเอกซุปตาร์วัยรุ่นยุค 2000 ที่โด่งดังในช่วงนั้นคงจะหนีไม่พ้นหนุ่มมาดติสท์วัย 24 ปี แน็ก ชาลี ที่มีคนรู้จักเจ้าตัวจากภาพยนตร์เรื่อง แฟนฉัน ซึ่งต้องยอมรับว่าหนุ่มคนนี้เป็นนักแสดงวัยรุ่นที่มีความสามารถล้นเหลือจนใครหลายๆ คน เอ่ยปากชมว่า เก่ง เพราะไม่ว่าจะเป็นผลงานภาพยนตร์หรือละคร เจ้าตัวก็สามารถเข้าถึงตัวละครได้ทุกบทบาท เรียกว่าอินสุดๆ ไปเลย    ส่วนด้านชีวิตส่วนตัวของหนุ่มแน็กนั้น ปัจจุบันใครที่ติดตามเจ้าตัวอยู่ก็จะรู้ว่าพ่อหนุ่มคนนี้เป็นคนที่ติสท์มากกก โดยเฉพาะเรื่องการเรียนที่เจ้าตัวเอ่ยปากเลยว่าจะไม่ขอกลับไปเรียนต่อ แต่จะทำงานหาเงินเลี้ยงสัตว์แทน อุต๊ะ!! ซึ่งพอแฟนคลับได้ยินอย่างนี้แล้ว พวกนางๆ ก็ไม่ยอมหนีไปไหน แถมยังให้กำลังใจนักแสดงที่ตนชื่นชอบอย่างเต็มที่ หูยยย น่าอิจฉาซะจริงๆ     ส่วนใครที่คิดถึงหนุ่มแน็ก ชาลีก็สามารถรับชมภาพยนตร์ของหนุ่มแน็กได้เพิ่มเติมที่ seeme.mthai.com กันได้เลย ดูไว้ให้หายคิดถึงกันนะจ๊ะๆ สามารถชมภาพยนตร์ตัวเต็มเรื่อง สุดสาคร ได้ที่นี่ ขอบคุณรูปภาพจากไอจี: @nakcharlie_fc,@nak_charlie_

ละครสายลับจับแอ๊บ , เรื่องย่อสายลับจับแอ๊บ
เรื่องย่อละคร สายลับจับแอ๊บ

สายลับจับแอ๊บ บทประพันธ์โดย : หัสวีร์, เพฑูรย์, พิมาลินย์บทโทรทัศน์โดย : มานะ สติกำกับการแสดงโดย : คิง สมจริง ศรีสุภาพผลิตโดย : บริษัท กู๊ด ฟิลลิ่ง จำกัดออกอากาศทุกวัน พุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30น. ทางช่อง 3 เรื่องย่อละคร สายลับจับแอ๊บ แอ๊บได้แอ๊บไป ระวัง จี-สแกนเปิดโปง ! พวกแอ๊บจะไม่ได้กินชะนีอีกต่อไป จี-สแกน บริษัทสืบเกย์ความหวังสุดท้ายของสาว ๆ ในยุคผู้ชายกลายพันธุ์ ที่เกิดจากการรวมตัวกันแบบไม่ตั้งใจของสามสาวเพื่อนรัก นำทีมโดย พรนางฟ้า สาวสวยหุ่นเป๊ะแต่สมองโก๊ะผู้โดนเกย์หนุ่มหักอกเป็นอาจิณเลยทำให้เธอเชี่ยวชาญในการสแกนเกย์ ผลงานการสแกนเกย์ที่ดังกระฉ่อนไปทั่วประเทศ คือการที่เธอแอบตามแฟนหนุ่มที่นอกใจหนีไปเที่ยวกับเจ้านายเกย์ของเธอ เมื่อความลับถูกเปิดเผย พรนางฟ้าจัดการเจ้านายไม่ยั้ง ทำให้เจ้านายไล่เธอออก และขัดขวางการสมัครงานทุกที่จนเธอกลายเป็นคนว่างงาน ความแค้นนี้ทำให้พรนางฟ้าโพสต์เรื่องราวของตัวเองแฉลงในพันทิป และด้วยกระแสของกระทู้นี้เองทำให้ ชลลัมภีร์ เจ้าของนิตยสารกรี๊ดบันเทิงจ้างให้เธอสืบคดีคู่จิ้น วงบลูปรินซ์ บอยแบนด์ที่ดังสุดในประเทศไทย แต่ยังไม่ทันสืบคดีแรกคดีที่สองก็ตามมาติด ๆ เมื่อเธอได้รับว่าจ้างให้สืบเกย์ผู้กำกับหล่อเซอร์ชื่อดังพรนางฟ้าจึงไปชักชวนผู้ร่วมทีมคนที่สองคือ บัวบุหงา สาวเก่ง มาดแมนซึ่งกำลังมีปัญหารุมเร้าทั้งเรื่องหนี้สินที่บ้านเหตุเกิดจาก พ่อเต่า พ่อที่เป็นเกย์ของเธอกู้เงินมาทำร้านอาหารอิตาลีก่อนร้านจะเจ๊งไม่เป็นท่า แถมงานถ่ายแบบนิตยสารแนวผู้ชายเซ็กซี่ของเธอดันโดนเด็กรุ่นใหม่ไฟแรงเข้ามาแทนที่ บัวบุหงาจึงตัดสินใจร่วมทีมกับพรนางฟ้า เพื่อนำเงินมาใช้หนี้ ทั้งสองคนกำลังจะเริ่มสืบคดี แต่ก็ดันมีคดี ที่สามเข้ามาเพิ่ม ! ซึ่งคนที่มาว่าจ้างกลับไม่ใช่คนอื่นไกลแต่เป็น แพรพิณ เพื่อนรักสาวสวยฟอร์มจัดของพวกเธอ ที่สงสัยว่าคู่หมั้นของหลานสาวตัวเองจะเป็นเกย์ เมื่อ 3 คดีทับถมเข้ามาพรนางฟ้าจึงตัดสินใจให้แพรพิณเข้าร่วม เป็น 1 ในจีสแกนเพื่อสืบคดีหลานสาวซะเลย ! งานนี้สามสาวต้องช่วยกันสืบคดีทั้งสามคดีที่รับมาให้สำเร็จ! ละคร สายลับจับแอ๊บ พรนางฟ้า เริ่มสืบข้อมูลวงบลูปรินซ์จาก อันนา หลานสาวของแพรพิณ ซึ่งเป็นแฟนคลับตัวแม่ของวงนี้บลูปรินซ์ประกอบไปด้วยสมาชิก 4 คนคือ เควิน, คฑา, ไลออน และจุงเบ โดยมีโปรติวเซอร์สุดโหดอย่าง พาที คอยดูแลวงอย่างใกล้ชิด พรนางฟ้าพบว่าคู่จิ้นที่คนเชียร์มากที่สุดของวงคือ เควิน และไลออน และเร็ว ๆ นี้บลูปรินซ์จะจัดงาน fan meeting พรนางฟ้าจึงจะใช้โอกาสนี้ในการเข้าไปแสกนบลูปรินซ์ แต่โชคชะตากลับไม่เข้าข้าง เมื่องานนี้อนุญาตให้คนที่มีบัตรเข้าเท่านั้น ! พรนางฟ้า บัวบุหงา และแพราพิณ จึงหาใช้ทั้งเล่ห์กลมารยาหาบัตรเข้างานไปได้อย่างทุลักทุเล โดยมี ต้อย และติ่ง หัวหน้าแฟนคลับคอยสแกนคนตลอดเวลาด้วย และในงานนั้นเอง ทำให้พรนางฟ้าได้เจอกับพาที ผู้ชายที่พรนางฟ้าเคยเจอที่สนามบิน และคิดว่าเขาเป็นการ์ด ทั้งคู่ไม่ชอบหน้ากันทันที พรนางฟ้าพยายามโกหกพาทีว่าเธอเป็นญาติเครวิน พาทีซึ่งรู้เรื่องบลูปรินซ์ดีที่สุดโมโหมาก สั่งให้บอดี้การ์ดลากพรนางฟ้าออกไป พรนางฟ้ารู้ตัวว่าจะทำงานยากขึ้นจึงปลอมตัวเป็นแองจี้ หลานสาวชลลัมภีร์เพื่อเข้าไปสัมภาษณ์วงบลูปรินซ์โดยอ้างว่าจะตีพิมพ์เรื่องทั้งหมดลงนิตยสารที่ประเทศเกาหลี การเข้าไปของพรนางฟ้าทำให้วงบลูปรินซ์ประทับใจเพราะเธอเป็นหญิงสาวสวย ฉลาด มากความสามารถ และแก้ปัญหาให้บลูปรินซ์ได้ทันท่วงที ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคู่เต้นในโชว์ลีลาศของเควินที่ไม่มาซ้อม พรนางฟ้าก็มาช่วยซ้อมแทนเพราะเต้นลีลาศเป็น หรือเรื่องที่แฟนคลับบุกร้านอาหารในระหว่างการให้สัมภาษณ์ของบลูรินซ์พรนางฟ้าก็สามารถหาทางลัดพาทั้งสี่หนุ่มหนีรอดมาได้ ทั้งสี่คนจึงเริ่มให้ความไว้วางใจตัวเธอ แต่นั่นก็ไม่ช่วยให้เธอสแกนเกย์บลูปรินซ์ได้มากขึ้น ! เธอจึงหาหนทางเข้าไปอยู่ร่วมชายคาเดียวกับสี่หนุ่มบลูปรินซ์เพื่อสแกนแบบเข้มข้น และโชคก็เข้าข้างเมื่อ นาเดียร์ เลขาของพาที และผู้ช่วยผู้จัดการวงมีเรื่องกับคฑาจนโดนไล่ออก เควินกับไลออนเลยเสนอให้พรนางฟ้าเข้ามาทำหน้าที่แทน ทุกคนที่เหลือในวงเห็นด้วย พาทีจึงต้องยอมรับพรนางฟ้าเข้ามาทำงานอย่างไม่เต็มใจนัก ทางด้านบัวบุหงาถูกพรนางฟ้าทิ้งให้สืบคดีจับ พันธิตร ผู้กำกับหน้าใหม่ที่เพิ่งกลับมาจากเมืองนอกสด ๆ ร้อน ๆ บัวบุหงานัดเจอ อรนาฏ แม่ของพันธิตรเพื่อรับคดี อรนาฏยื่นซองเงิน 100,000 บาท เพื่อเป็นค่าดำเนินการ และบอกว่าทางที่ง่ายที่สุด ในการสืบเกย์ลูกชายตัวเองคือแฝงตัวเข้าไปในกองถ่ายภาพยนตร์ ทะเลลาเวนเดอร์ที่พันธิตรเป็นโปรดิวเซอร์ บัวบุหงาหาหนทางแฝงตัวเข้าไปในกองถ่ายอย่างง่ายดายเพราะรู้จักกับ โดม ประทาย ซึ่งเป็นช่างแต่งหน้าของภาพยนตร์เรื่องนี้ และเป็นเพื่อนสนิทของพ่อบัวบุหงา โดยมี ตรีชวา นางเอกของเรื่องใช้เส้นสายช่วยให้บัวบุหงาได้เข้าไปเป็นตากล้องภาพนิ่งในกองถ่าย ละคร สายลับจับแอ๊บ พันธิตรเพียงเห็นหน้าบัวบุหงาก็ไม่พอใจ เพราะไม่เชื่อมั่นในความสามารถของตากล้องผู้หญิง คอยเป็นไม้เบื่อไม้เมาลับฝีปากดูถูกความสามารถเธอเสมอ ทำให้บัวบุหงาแค้นและอยากหาหลักฐานมัดตัวพันธิตรให้ได้โดยเร็ว เธอตามสืบพันธิตรทุกฝีก้าว และเจอว่าพันธิตรชอบแตะเนื้อต้องตัวผู้ชายในกอง ชอบด่าดาราสาวสวยที่เล่นไม่ดี และเมื่อบัวบุหงาแอบเปิดไลน์ของพันธิตร ก็เจอว่าเขาคุยกับ วทันยู เพื่อนผู้ชายที่อยู่ต่างประเทศทุกวัน เธอจึง caption หน้าจอให้อรนาฏดู อรนาฏแทบเป็นลม เธอกลัวลูกชายคนเดียวจะเป็นเกย์เหมือนพ่อของเขาที่ทิ้งครอบครัวหนีไปแต่งงานกับผู้ชายที่อเมริกา อรนาฏจึงจ้างบัวบุหงาต่อให้ช่วยกีดกันพันธิตรออกจากผู้ชายทุกคน และถ้าสามารถทำให้เขาเปลี่ยนใจมาชอบผู้หญิงได้จะมีโบนัสพิเศษ ! บัวบุหงาเริ่มมีความหวังในชีวิตทันที บัวบุหงาพยายามหาสาว ๆ มายั่วยวนพันธิตร แต่ไม่สำเร็จ จึงลงทุนเปลี่ยนโฉมมาดแมน กลายเป็นสาวสวยเปรี้ยว เพื่อกระชากใจพันธิตรเพราะคิดว่าเขาคงชอบของแปลก และของแปลกตัวจริงต้องเป็นเธอเท่านั้น ! พันธิตรรู้สึกดีกับบัวบุหงามากขึ้น แต่ก็ยังวางฟอร์ม และปั่นหัวบัวบุหงาเล่นไม่เลิก ทางด้านแพรพิณหลังจากที่ตกลงกับเพื่อน ๆ ว่าจะสืบคดี คุณชายหมอไทย คุณชายหมอลูกแหง่แห่งวังมัจฉาด้วยตัวเอง จากที่ผ่านมาเธอจะมีช่องว่างไม่ค่อยก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของหมอไทย แพรพิณเริ่มเข้าไปแทรกตัวในทุก ๆ กิจกรรมของหมอไทยเพื่อสืบอย่างใกล้ชิด และเจอกับชยุต เพื่อสนิทของหมอไทยที่มาหาหมอไทยทุกเย็นเพื่อจะไปเล่นกีฬาด้วยกัน แพรพิณสังเกตว่าหมอไทยจะดีใจทุกครั้งที่ชยุตมาหา ทำให้เธอสงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งสองคน แพรพิณจึงลงทุนตามหมอไทย และชยุตไปฟิตเนสทุกวัน หมอไทยชอบเล่นกล้ามแต่ชยุตชอบเล่นโยคะ และแบดมินตันเหมือนแพรพิณ แพรพิณเล่นโยคะฟลายกับชยุต แต่ด้วยความโก๊ะก็พลาดท่าตกลงมา และชยุตรับไว้ได้ แต่สบตาชยุต แพรพิณก็หัวใจเต้นแรง หมอไทยมาเห็นเข้าก็รีบมาดูอาการของชยุต แพรพิณยิ่งสงสัยมากขึ้นจึงหาทางตามทั้งสองคนไปสนามฟุตบอลกับพรนางฟ้า และบัวบุหงา เธอเห็นชยุต และหมอไทยมักจะเตะเนื้อต้องตัวกัน จึงหาทางเข้าไปแทรกกลางระหว่างทั้งคู่เสมอ จนกระทั่งวันหนึ่งพรนางฟ้าไปซาวน์น่า และเจอชยุคกับหมอไทยเข้าไปด้วยกัน แพรพิณรีบตามมาจับผิด และเห็นทั้งสองคนออกมาด้วยกันอย่างเหนื่อยอ่อน แพรพิณเสียใจมาก และเริ่มปักใจเชื่อว่าหมอไทยเป็นเกย์ และรู้สึกเสียใจขึ้นไปอีกเมื่อรู้ว่าชยุตก็น่าจะเป็นเกย์เช่นกัน เธอเริ่มสับสนในตัวเองว่าเธอจะคิดถึงชยุคทำไม ละคร สายลับจับแอ๊บ วันหนึ่งในงานเลี้ยง 80 ปี ของ คุณย่านวล แห่งวังมัจฉา มีแขกคุณหญิงคุณท่านมากมาย แพรพิณชวนบัวบุหงา พรนางฟ้าไปร่วมงานเพื่อช่วยหาหลักฐานยืนยันว่าหมอไทยกับชยุครักกัน พรนางฟ้าแอบเอาไลออนซึ่งตกหลุมรักพรนางฟ้าไปร่วมงานด้วย โดยปลอมเป็นแขกในงานอย่างแนบเนียน และแล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อคุณย่านวลจันทร์ประกาศกลางงานเลี้ยงว่า อันนาหลานสาวของแพรพิณกับหมอไทยจะมีพิธีหมั้นภายในสัปดาห์หน้า ! หมอไทยตกใจ และโกรธาก แพรพิณเมื่อรู้ว่าหมอไทยโกรธก็ยิ่งเพิ่มความเชื่อมั่นว่าหมอไทยกับชยุตรักกัน ไลออนที่ไม่ได้แตะแอลกอฮอล์นาน เมาจนเผลอประกาศตัวว่าเขาคือ ไลออน แห่งบลูปรินซ์ และจับหมอไทยที่ยืนใกล้ ๆ มาจูบ สร้างความฮือฮาในงาน และมีนักข่าวถ่ายภาพนี้ได้ โชคดีที่พรนางฟ้าขอร้องให้ชลลัมภีร์ช่วยปิดข่าวนี้ไว้ โดยอ้างว่าถ้าไม่ช่วยปิดข่าวก็จะไม่สืบเกย์วงบลูปรินซ์ต่อ ชลลัมภีร์ตกลง งานนี้พรนางฟ้าเรียกคะแนนความมั่นใจจากลูบปรินซ์ได้อีกครั้งแต่พาทีจอมเฮี๊ยบก็ยังไม่ไว้วางใจเธอ วันรุ่งขึ้นเป็นงานเปิดกล้องภาพยนตร์ ทะเลลาเวนเดอร์ ของสี่หนุ่มบลูปรินซ์ พร้อมดาราคับคั่ง พรนางฟ้าที่ต้องตามมาด้วยในฐานะผู้ช่วยผู้จัดการวง พบกับตรีวานางเอกของเรื่อง เธอแทบช็อกเพราะตรีชวา คือรักแรกของเธอสมัยประถมที่ตอนนี้สวยแซงหน้าเธอไปแล้ว ! ทั้งสองคนทำตัวถูกเมื่อเจอหน้ากัน และเมื่อเปิดปากพูดก็เริ่มทะเลาะกันถึงเรื่องในอดีตร่ำไป ! ในงานเปิดตัว นักข่าวรุมล้อมขอสัมภาษณ์ไลออนแต่เขายังเมาค้าง และตอบอะไรผิด ๆ ถูก ๆ พันธิตรเซ็งกับความไม่รับผิดชอบของไลออนจึงเปลี่ยนตัวพระเอกกะทันหันเป็นคฑา เรด้าร์สแกนเกย์ของบัวบุหงาทำงานทันที เธอเห็นสายตาแปลก ๆ ของพันธิตรที่มีให้คฑามาโดยตลอด นั่นทำให้เธอยิ่งเชื่อว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องทำ เพื่อคฑาอย่างแน่นอน ! บัวบุหงากับพันธิตรยังคงเป็นไม้เบื่อไม้เมาไม่เลิกรา ทั้งสามกลับมารายงานความเคลื่อนไหวของแต่ละคน ทุกคนดูเริ่มจะได้ข้อมูลมากขึ้น มีแพรพิณที่ยิ่งรู้ข้อมูลมากเท่าไหร่ก็ยิ่งช้ำใจมากเท่านั้น เพราะเธอรู้สึกหึงชยุค ! แล้วก็มีเรื่องแซ่บมาตอกย้ำความเศร้าของแพรพิณ เมื่อบัวบุหงาเห็น หมอไทยกับชยุต ฟอลโล่อินสตาแกรมรูปผู้ชายโป๊ แพรพิณเสียใจจนไม่เป็นอันทำอะไร บัวบุหงาพรนางฟ้าทนไม่ไหวในนิสัยขี้แยของแพรพิณ จึงวางแผนสืบหาความจริงเรื่องหมอไทยกับชยุตเอง โดยวางแผนให้ทั้งสองคนมาถ่ายรูปเซ็กซี่เพื่อให้โฆษณาคลินิกเสริมความงามของหมอไทย แล้วเอาผู้ชายหล่อ 3-4 คนที่เธอจ้างไว้มาช่วยหลอกล่อให้หมอไทยกับชยุตแต๋วแตก ละคร สายลับจับแอ๊บ แต่แล้วกลับเป็นผู้ชายเหล่านั้นที่แต๋วแตกแพ้ความขี้เล่นเป็นกันเองของชยุต และหมอไทย ทุกอย่างกำลังไปได้สวยแต่เรื่องราวกลับใหญ่โต เมื่อแพรพิณที่เอาของมาคืนบัวบุหงาเห็นภาพที่กลุ่มผู้ชายมารุมล้อมกอดชยุตก็อาละวาดตบตีจนผู้ชายทุกคนหนีกลับบ้าน หมอไทย ชยุต พรนางฟ้า และบัวบหงามองแพรพิณอย่างไม่เข้าใจว่าเธอไล่ผู้ชายทุกคนทำไม แพรพิณที่กลัวทุกคนจับได้ว่าเธอเริ่มชอบชยุตวิ่งหนีกลับบ้าน และเรียก ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊ก จิ๋วจิ๋ว นักเรียนของแพรพิณที่เธอสนิทมากมาปรึกษาปัญหาหัวใจ เด็ก ๆ รู้ทันทีว่าครูแพรพิณชอบชยุต และสัญญาว่าจะช่วยสืบเรื่องนี้ให้ได้ จะได้รู้กันไปเลยว่าหมอไทยกับชยุตเป็นคู่เกย์ หรือเป็นแค่คู่จิ้นที่แพรพิณคิดไปเอง ! ด้านบวบุหงาที่พยายามกีดกันพันธิตรออกจากผู้ชายทุกคน ได้ใกล้ชิดพันธิตรก็เริ่มหวั่นไหวว่าตัวเองชอบเกย์รึเปล่า เธอพยายามห้ามใจแต่ยิ่งห้ามเท่าไหร่ก็ห้ามไม่อยู่ ด้านพรนางฟ้าที่ต้องอยู่ใกล้ชิดกับพาที และวงบลูปรินซ์มากขึ้นเริ่มรู้สึกถึงพลังเกย์อะไรบางอย่าง จากตอนแรกที่คิดว่า ไลออนกับเควินจะเป็นคู่จิ้นเกย์กัน แต่กลับเห็นโมเม้นพ่อแง่แม่งอนของเควินกับพาทีตลอดเวลาเธอเริ่มสืบพาทีมากขึ้นจนพาทีเริ่มสงสัย ด้านพาทีเองก็แอบจับตาพรนางฟ้าทุกฝึกก้าว แล้วใช้โอกาสที่จะมีงานปาร์ตี้ฉลองความสำเร็จบลูปรินซ์ เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของพรนางฟ้า โดยเขา และพรนางฟ้าจะเป็นผู้จัดงานแค่สองคน ในงานนี้มีผู้เกี่ยวข้องมาร่วมงานด้วยทั้งหมดไม่เว้นแม้กระทั่งพันธิตร บัวบุหงา และแพรพิณ รวมถึงปอนเซอร์ของวงอย่างคลินิกเสริมความงามของคุณชายหมอไทย แม้กระทั่งพ่อเต่าก็ขอแอบตามเข้ามาด้วย งานนี้ ตรีชวา รับหน้าที่พิธีกร และประกาศว่าจีโชว์เรียกเสียงกรี๊ดโดยจะจับทุกคนแต่งตัวเพื่อขึ้นเดินแฟชั่นโชว์สลับเพศ พาทีแต่งเป็นเซเลอร์มูน คู่กับพรนางฟ้าที่เป็นตราก้อนบอล พันธิตรกลายร่างเป็นซินเดอเรลล่าคู่กับบัวบุหงาที่แต่งเป็นเจ้าชาย คุณชายหมอไทยมาในลุคนางเงือก และแพรพิณอยู่ในชุดพระอภัยมณี ส่วนชยุตที่ตามมาด้วยแต่งเป็นนางพันธุรัตน์ ทางด้านบลูปรินซ์แต่งเป็นสาวสวยวงเกาหลี โชว์นี้เป็นที่เรียกเสียงกรี๊ดได้อย่างดี และช่วยให้พรนางฟ้าเห็นพิรุธเกย์บางอย่างจากจุงเบ และคฑา ! ในคืนนั้นเองพาทีมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับพรนางฟ้าตลอดการจัดงาน ทำให้ทั้งคู๋เริ่มหวั่นไหว และเริ่มมีความรู้สึกดี ๆ ให้กัน โดยทั้งหมดอยู่ในสายตาของไลออน ไลออนที่แอบชอบพรนางฟ้า จึงถือโอกาสดึงพรนางฟ้าสารภาพรัก และขอพรนางฟ้าเป็นแฟนเพื่อตัดหน้า พรนางฟ้าอึ้งทำตัวไม่ถูกไลออนจึงจับจูบทันที โดยไม่รู้ว่ามีปาปารัสซี่แอบถ่ายภาพไปแล้ว ! ซึ่งในภาพเห็นแต่ไลออนไม่เห็นพรนางฟ้า พรนางฟ้าสับสนแต่ก็ใช้ไหวพริบถ่วงเวลาโดยการยื่นข้อเสนอให้ไลออนช่วยสืบเกย์ในวงให้หน่อย ถ้าไลออนสืบได้พรนางฟ้าจะยอมตกลงเป็นแฟน ไลออนจึงตอบตกลง ละคร สายลับจับแอ๊บ ด้านแพรพิณที่ติดอยู่ในห้องน้ำด้วยความซุ่มซ่ามพยายามร้องให้คนช่วยจนหมดแรง ชยุคมาได้ยินก็รีบผลักประตูห้องน้ำไปช่วยเธอ แพรพิณเห็นชยุตก็ดีใจมาก ทั้งสองคนชวนกันหนีออกไปจากงาน เนื่องจากทั้งคู่ไม่ชอบงานปาร์ตี้เสียงดัง คืนนั้นทั้งคู่มาเดินเล่นชมแสงไฟยามค่ำคืน ชยุคที่รู้สึกดีกับแพรพิณมานานพยายามซ่อนความรู้สึกไว้ ส่วนแพรพิณก็พยายามตอกย้ำตัวเองว่าชยุตเป็นเกย์เพื่อไม่ให้ชอบเขาไปมากกว่านี้ ภายในงานพ่อเต่าเมามาก และไล่กอดผู้ชายไปทั่วงาน บัวบุหงาโมโหพ่อที่ทำให้อับอายขายหน้า รีบลากพ่อกลับบ้านโดยมีพันธิตรขับรถไปส่ง ระหว่างทางเธอด่าพ่อที่ทำตัวเละเทะด้วยความเสียใจ แต่พ่อก็เมาไม่รู้เรื่องเมื่อพันธิตรมาที่บ้านบัวบุหงา ก็รู้ว่าพ่อแม่พยายามช่วยหาเงินด้วยการเปิดร้านอาหารตามสั่งเล็ก ๆ และหาของมาขายเรื่อย ๆ แต่เนื่องจากพ่อไม่ค่อยแข็งแรงบัวบุหงาต้องทำงานในบ้านทุกอย่าง ตั้งแต่กวาดบ้านยันซ่อมไฟพันธิตรรู้สึกศรัทธาในตัวบัวบุหงามากขึ้น บัวบุหงาชวนพันธิตรดื่มเบียร์ หลังจากจัดการธุระเสร็จ และระบายความรู้สึกทั้งหมดให้ฟัง พันธิตรจึงเล่าเรื่องตัวเองที่พ่อของเขาทิ้งครอบครัวหนีไปแต่งงานกับผู้ชายที่อเมริกา เขาก็โดนเพื่อนล้อมมาตลอด แถมยังโดนแม่คอยจับผิดทุกฝีก้าวทำให้เขาอึดอัดไม่เชื่อฟังแม่ แต่พ่อเต่าแม้จะเป็นกะเทย แต่ก็ยังรักแม่และซื่อสัตย์ต่อแม่ของบัวบุหงา แถมดูแลครอบครัวเป็นอย่างดี ให้อิสระแก่ชีวิตบัวบุหงาทุกอย่าง บัวบุหงาได้ฟังก็ร้องไห้ และกอดพันธิตรแน่น ทั้งสองคนรู้สึกดีต่อกันอย่างมาก ทั้งสองมองตาและพร้อมใจกันจูบอย่างไม่มีใครให้สัญญาณ ทางด้านพรนางฟ้าหลังจากปาปารัซซี่แอบถ่ายภาพเธอกับไลออนจูบกัน ทำให้บลูปรินซ์โดนกระแสข่าวดังจนเธอทะเลาะกับพาทีอย่างหนัก แม้ในรูปข่าวจะดูไม่รู้ว่าสาวปริศนาเป็นใคร ทำให้พรนางฟ้าพอใช้ชีวิตในสังคมได้บ้าง ไลออนแม้จะเป็นข่าวดังแต่ก็รู้สึกดี เมื่อเห็นพาทีกับพรนางฟ้าทะเลาะกันหนัก เพราะมันทำให้เขามีโอกาสในตัวพรนางฟ้ามากยิ่งขึ้น ไลออนรีบทำคะแนนพิชิตหัวใจเธอด้วยการตามสืบเควินกับจุงเบ เพราะเขาสงสัยมานานว่าทั้งสองคนเป็นแฟนกัน จนวันหนึ่งที่คฑาขอกลับบ้าน ไลออนแสร้งออกไปข้างนอก และแอบกลัวเข้ามาเขาย่องไปที่ห้องนอนของจุงเบเจอเควินกับจุงเบจูบกัน ไลออนถ่ายรูปไว้ และรีบส่งให้พรนางฟ้า พรนางฟ้าช็อกมากรีบส่งรูปไปในกรุ๊ปไลน์จีสแกนทันที พรนางฟ้าทะเลาะกับพาทีอย่างหนักจนโดนพาทีลากขึ้นรถไปทะเลลางดึก พาทีพาพรนางฟ้ากลับมาที่หมู่บ้านชาวประมงซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา ที่นั่นพรนางฟ้าพบ ลุงจบ ลุงของพาที และรู้ความจริงว่าพาทีเป็นพี่ของเควิน ทั้งสองคนเคยเป็นเด็กชาวประมงที่ต้องดิ้นรนต่อสู้ เพื่อให้ได้เข้าสู่วงการเพลง ลุงจบเล่าให้ฟังว่าพาทีรักน้องมาก ทำเพื่อน้องได้ทุกอย่าง แถมเงินที่ทั้งสองคนได้มาก็มาช่วยเหลือญาติ ๆ ทุกคนในหมู่บ้านเพราะยากจน พรนางฟ้ารู้สึกรัก และศรัทธาในตัวพาทีมากขึ้น และตัดสินใจจะไม่แฉเรื่องเกย์ของเควินกับจุงเบเพราะอยากให้วงบลูปรินซ์ดังต่อไป ละคร สายลับจับแอ๊บ ในขณะที่กองถ่ายภาพยนตร์ทะเลลาเวนเตอร์ ก็เกิดปัญหาอีกเมื่อพันธิตรยกกองถ่ายไปถ่ายคาบาเรด์โชว์แล้วบัวบุหงาเจอพ่อเต่าเต้นโชว์อยู่บนเวที พร้อมเพื่อนเก่าที่นั่นเพื่อช่วยลูกหาเงินใช้หนี้ บัวบุหงาเสียใจในตัวพ่อมากที่เคยสัญญาว่าไม่แต่งหญิ และพังงานโชว์ทั้งหมดจนกองถ่ายมีปัญหา อรนาฏที่อยู่ในกองถ่ายด่าบัวบุหงา และเผลอเปิดเผยเรื่องที่จ้างบัวบุหงามาสืบเรื่องพันธิตรออกมา พันธิตรเสียใจมาก และไล่บัวบุหงายออกจากกองถ่าย พันธิตรทะเลาะกับอรนาฏจนอรนนาฏเลิกสัญญาว่าจ้างทั้งหมดกับบัวบุหงาเช่นกัน บัวบุหงาเสียใจมากร้องไห้กลับมาที่บ้าน เพราะไม่มีงาน และไม่มีเงิน เมื่อมาถึงก็เจอใบแจ้งหนี้จะยึดบ้านเพราะเธอค้างชำระมาหลายงวด บัวบุหงาทรุดนั่งร้องไห้ที่หน้าบ้าน พ่อเต่าที่ตามกลับมาเห็นบัวบุหงาก็รู้สึกน้อยใจที่ลูกต่อว่าตนเองต่อหน้าคนดู พ่อเต่าอธิบายให้บัวบุหงาฟังว่าการได้เป็นนักแสดงคาบาเรต์โชว์เป็นความฝันของพ่อเต่า และมันจะช่วยให้ที่บ้านหมดหนี้ได้ แต่ถ้าบัวบุหงาไม่พอใจมากขนาดนี้ เขาก็จะทิ้งความฝัน และอยู่อย่างไม่มีความสุขเพื่อลูก พ่อเต่าเดินร้องไห้ขึ้นไปบัวบุหงาเสียใจมาก บัวบุหงาร้องไห้เปิดมือถือจะโทรหาเพื่อน แต่เห็นพรนางฟ้าส่งอะไรบางอย่างมากรุ๊ปไลน์จึงเปิดดู เมื่อเห็นเป็นรูปเควินกับจุงเบจูบกัน ก็ดีใจที่ได้หลักฐานชิ้นสำคัญมา จึงรีบส่งให้ชลลัมภีร์โดยพลการเพราะบัวบุหงาอยากได้เงินมาใช้หนี้ให้เร็วที่สุด รุ่งขึ้นข่าวฉาวของเควิน และจุงเบแห่งวงบลูปรินซ์เป็นคู่รักกันดังไปทั่วประเทศ ทำให้วงบลูปรินซ์ถูกยกเลิกงานพรีเซ็นเตอร์โฆษณา ยกเลิกคอนเสิร์ต และภาพยนตร์ทะเลลาเวนเดอร์ของพันธิตรถูกเลื่อนฉายไปก่อน พันธิตรบุกไปชกหน้าเควิน และจุงเบถึงบ้านของลูปรินซ์ จนเป็นเรื่องราวใหญ่โต โหมข่าวบลูปรินซ์ให้ลุกเป็นไฟกว่าเดิม บัวบุหงารู้เรื่องทั้งหมดก็รู้สึกผิดในสิ่งที่ตัวเองทำ สิ่งที่เธอทำทำให้คนอื่นพังพินาศ แต่เธอก็ยังอยากได้เงิน เพื่อช่วยที่บ้าน เมื่อเธอไปทวงเงินจากชลลัมภีร์กลับโดนชลลัมภีร์หักหลัง ไม่ยอมจ่ายเงิน และปิดเครื่องหนี บัวบุหงาเครียดมากจนแทบอยากฆ่าตัวตาย พรนางฟ้ามาที่บ้านเพื่อจะต่อว่าแต่พอเห็นเพื่อนคิดสั้น ก็รีบเข้ามากอด และบอกว่าตอนนี้ทุกคนต่างมีปัญหา เรามาช่วยแก้ปัญหาไปทีละอย่างดีกว่า ก่อนจะยื่นเงินของเธอให้บัวบุหงาจ่ายเป็นค่าบ้าน บัวบุหงากอดเพื่อนร้องไห้จนหมดแรง ทั้งสองคนรวมหัวกันเล่นงานชลลัมภีร์ที่หลอกใช้ตัวเองเป็นอันดับแรก โดยเอาหลักฐานการว่าจ้างทำคดี ซึ่งพรนางฟ้าอัดคลิปเสียงไว้ และคลิปเสียงการพบกันทั้งหมด แฉไปตามนิตยสารบันเทิง และโซเชียลมีเดีย ทำให้นิตยสารในเครือชลลัมภีร์โดนแบนทั้งหมด เนื่องจากไม่มีจรรยาบรรณในการหาข่าว มีคนเริ่มเห็นใจบลูปรินซ์มากขึ้น แต่การแฉตัวเองลงนิตยสาร ทำให้พาทีรู้เช่นกันว่าพรนางฟ้าไม่จริงใจ จึงไล่พรนางฟ้าออกจากตำแหน่งผู้จัดการอย่างไม่ใยดี พรนางฟ้าไม่ตอบได้ยอมรับความผิดแต่โดยดี ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊ก จิ๋วจิ๋ว โทรให้แพรพิณรีบมาหาที่คอนโดของชยุตด่วน เด็กทั้งสามคนแอบสะกดรอยตามหมอไทยจากคลินิก และเห็นหมอไทยประคองชยุคที่ดูหมือนหมดสติขึ้นไปบนคอนโดของหมอไทย แพรพิณใจสั่นมาก เมื่อไปถึงคอนโดแพรพิณที่มีกุญแจอยู่แล้วค่อย ๆ ไขประตูเข้าไป พรนางฟ้าผู้หัวไวรีบถ่ายคลิปเอาไว้ตั้งแต่หน้าประตู แต่ทั้งหมดเป็นเรื่องโอละพ่อเข้าใจผิดไม่มีอะไรในก่อไผ่ทั้งคู่ไม่ได้เป็นเกย์ ละคร สายลับจับแอ๊บ ด้านบัวบุหงายินดีกับคดีของแพรพิณที่ลุล่วงไปได้ด้วยดี มีแต่คดีตนเองที่จะพังย่อยยับไม่เป็นท่า เธอรู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นงานเปิดตัวภาพยนตร์ทเลลาเวนเดอร์ แต่เธอก็ไปไม่ได้เพราะเชื่อว่าพันธิตรเกลียดเธอ ภายในงานเปิดตัวเงียบกริบ มีเพียงนักข่าวไม่กี่สำนัก แต่แล้วคนที่มาร่วมงานคือ อรนาฏ นักแสดงนำ เดินขึ้นเวทีประหนึ่งไม่มีอะไรเกิดขึ้น พันธิตรร้องไห้ว่าสุดท้ายคนที่รักเขามากที่สุดคือ แม่นั้นเอง ทั้งสองปรับความเข้าใจกัน พันธิตรแอบเห็นบัวบุหงาก็อยู่ในงานเดินหลบ ๆ ซ่อน ๆ พันธิตรเข้าไปขอโทษบัวบุหงา และสารภาพรักเธอ ก่อนจะยืนยันว่าตัวเองว่าเป็นผู้ชายทั้งแท่ง บัวบุหงาเผลอเขิน และดีใจออกมาโดยไม่รู้ตัว เป็นอันว่าภารกิจบัวบุหงาจบลงอย่างสวยหรู พรนางฟ้าที่ภารกิจแฉบลูปรินซ์เสร็จสิ้น แต่ภารกิจหัวใจพังทลายตั้งใจจะหนีหายไปอย่างเงียบ ๆ แม้จะรู้ว่าคอนเสิร์ตใหญ่ของวงบลูปรินซ์ที่เธออยากให้เกิดขึ้นโดนระงับ อันนาพาเพื่อน ๆ แฟนคลับหลายคนมาขอร้องให้พระนางฟ้าช่วยรวมบลูปรินซ์กลับมาอีกครั้ง ตอนแรกเธอยังลังเล แต่บัวบุหงากับแพรพิณจะช่วยอีกแรง และบอกว่าถือเป็นการขอโทษในความผิดที่ผ่านมา อยากให้พรนางฟ้าคิดซะว่าทำเพื่อบลูปรินซ์ และแฟนคลับทุกคน พรนางฟ้าตกปากรับคำ และหาวิธีรวมทุกคนอย่างเงียบ ๆ โดยมีญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊ก จิ๋วจิ๋ว พ่อเต่า และตรีชวาคอยช่วยเหลือเต็มที่จนกระทั่ง ไลออน คฑา จุงเบ กลับมา เหลือแต่พาทีกลับเควิน พรนางฟ้ารู้ว่าน่าจะหลบตัวอยู่ที่หมู่บ้านชาวประมงพรนางฟ้าบุกไปตามพาที และเควินกลับมาจนสำเร็จทั้งสี่มาเจอกัน และปรับความเข้าใจกันนี่สุด ในที่สุดคอนเสิร์ตบลูปรินซ์ก็ได้จัดขึ้น แฟนคลับยังต้อนรับอย่างดี แม้พวกเขาจะเป็นอะไรเพศไหนสุดท้ายทุกคนก็ยังรัก และศรัทธาในเพลงของพวกเขา ในงานคอนเสิร์ต แพรพิณ ชยุต บัวบุหงา พันธิตร และพรนางฟ้าไปร่วมงานด้วย บลูปรินซ์เซอร์ไพรส์แฟน ๆ ด้วยเพลงขอบคุณ และโชว์ประทับใจมากมาย และก่อนปิดคอนเสิร์ตเปิดตัวพาที ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จบลูปรินซ์มาตลอด พาทีขึ้นมาร้องเพลง และเล่นใหญ่ด้วยการร้องเพลงสารภาพรักพรนางฟ้าจนทุกคนในฮอลล์ฮือฮา พาทีขอโทษพานางฟ้าขอให้พรนางฟ้ายกโทษให้ พรนางฟ้ายิ้มเบา ๆ เหมือนจะเฉยชาไม่น้อมรับคำขอโทษ แล้วก็วิ่งพรวดจากแถวหลังสุดขอที่นั่ง จนถึงเวทีก่อนจะกระชากพาทีมาจูบต่อหน้าทุกคน แฟนคลับกรี๊ดปรบมือดีใจ และตะโกนคำว่า แต่งเลย ! ดังทั้งฮอล์ สุดท้ายทุกคู่ต่างสมหวังในความรัก พวกเธอได้เรียนรู้ว่าความเชื่อใจเป็นสิ่งสำคัญในความรัก และความรักก็ไม่เคยแบ่งเพศเช่นกัน...บ๊ายบาย บริษัทจี-สแกน ไม่มีสายลับจับแอ๊บอีกต่อไปแล้ว ติดตาม ละครสายลับจับแอ๊บ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร สายลับจับแอ๊บ ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ รับบท พาทีแพทริเซีย กู๊ด รับบท พรนางฟ้า (จี-สแกน)รังสิต ศิรนานนท์ รับบท ชยุตภัสธรากรณ์ บุษราคัมวดี รับบท แพรพิณ (จี-สแกน)ณวัสน์ ภู่พันฑัชสีห์ รับบท พันธิตรปัณณ์ญาณํช จิรโรจน์ธนเกษม รับบท บัวบุหงา (จี-สแกน)กฤตฎ์ อมรชัยฤกษ์ รับบท หมอไทยอารดา อารยวุฒิ รับบท อันนาจักริน ภูริพัฒน์ รับบท ไลออน (บลูปรินซ์)ภูวดล เวชวงศา รับบท เควิน (บลูปรินซ์)สุทธิรักษ์ ตั้งสุทธิชัย รับบท จุงเบ (บลูปรินซ์)ณัฐพล วงศาวณิชชากร รับบท คฑา (บลูปรินซ์) ละคร สายลับจับแอ๊บ ละคร สายลับจับแอ๊บ ละคร สายลับจับแอ๊บ ละคร สายลับจับแอ๊บ

ละครบ่วงเสน่หา , เรื่องย่อบ่วงเสน่หา
ละคร บ่วงเสน่หา /  ช่อง ONE 31 / 

บ่วงเสน่หา บทโทรทัศน์ : พิมพ์มาดา พัฒนอลงกรณ์, ร่มเกล้ากำกับการแสดง: ธนวัจน์ ปัญญรินทร์อำนวยการผลิต : ถกลเกียรติ วีรวรรณ, นิพนธ์ ผิวเณร ออกอากาศ: ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.30 น. ช่อง ONE 31 เรื่องย่อละคร บ่วงเสน่หา ชีวิตของหญิงสาวคนหนึ่งที่ใครๆ ก็เรียกเธอว่าซินเดอเรลล่าอย่าง มินตรา(นุ่น ศิรพันธ์) เธอได้พบรักและแต่งงานกับ ภีม(กัปตัน ภูธเนศ) หนุ่มไฮโซทายาทตระกูลดัง ภีมเริ่มส่ออาการแปลกๆ ตั้งแต่วันแรกของการแต่งงาน เพราะจู่ๆ แจ็ค(อัค อัครัฐ) นายแบบหนุ่มเพลย์บอยได้มาร่วมงานแต่งโดยไม่ได้รับเชิญ แต่ความเป็นจริงแล้วความสัมพันธ์ระหว่างภีมกับแจ็คมันซับซ้อนกว่านั้น สำหรับมินตราแม้ภายนอกเธอมีชีวิตที่สาวๆ นึกอิจฉา แต่เบื้องหลังเธอต้องทำงานอย่างหนักเพื่อพิสูจน์ตัวให้ครอบครัวสามีเห็นว่าเธอไม่ได้มาเกาะลูกชายเขา มินตราใช้ความสามารถของเธอช่วยภีมทำเครื่องดื่มตัวใหม่ที่เน้นเจาะตลาดกลุ่มผู้ชาย จึงให้เอเจนซี่หาพรีเซนเตอร์โดยมีข้อแม้ว่า "ห้ามเป็นเกย์" เพราะกลัวจะเสียภาพลักษณ์ของเครื่องดื่ม แจ็คเลยได้มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ละคร บ่วงเสน่หา ทันทีที่แจ็คก้าวเข้ามาในชีวิตของมินตรา ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อมินตราพบว่าแจ็คคือคู่ขาของภีม สามีของเธอ แจ๊คทำทุกวิถีทางที่จะเขี่ยมินตราออกไปจากชีวิตภีม ภีมให้สัญญาว่าจะพยายามเลิกเป็นเกย์ มินตราซึ่งยังรักภีมอยู่มาก ประกอบกับที่เธอมีปัญหาเรื่องเงินที่ต้องใช้ดูแลแม่กับน้องสาวที่ป่วย และยังถูก แม่สามี ปวีณา(จุ๋ม อุทุมพร) สั่งห้ามหย่า ไม่งั้นเธอจะไม่ได้อะไรเลยรวมถึงงาน เธอจึงยอมให้ภีมพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง และหันไปปรึกษาปัญหาชีวิตต่างๆ กับ ต้น(ตูมตาม ยุทธนา) หนุ่มรุ่นน้อง ต้นเองก็มีใจให้กับมินตราและอยากให้มินตราเลิกกับภีม ละคร บ่วงเสน่หา วันหนึ่งแจ๊คออกอุบายให้ภีมพาแจ็คเข้ามาอยู่ร่วมบ้านกับมินตรา มินตราเสียใจมาก ทำให้เริ่มเอนเอียงไปหาต้น แจ็คต้องการให้มินตราเลิกกับภีมจึงไปหา อาย(พิม พิมพ์จิรา) น้องสาวมินตราเขาตั้งใจจะขู่ แต่อาการป่วยที่ร้ายแรงทำให้อายเสียชีวิต มินตราเสียใจและมารู้ว่าเป็นฝีมือของแจ็คจึงคิดจะปล่อยมือจากภีม ต้นเข้ามาดูแลมินตราจนทั้งคู่เผลอมีความสัมพันธ์กันลึกซึ้ง มินตราสัญญากับต้นว่าจะหย่ากับภีมแล้วมาอยู่กับต้น แจ๊คเอาเรื่องมินตรากับต้นไปเป่าหูภีม โดยหวังให้ภีมเลิกสนใจมินตราและกลับมารักเขาเพียงคนเดียว แต่กลับผิดคาดเพราะภีมรู้สึกทั้งโกรธทั้งหึงหวงเลยปล้ำมินตรา จนมินตราเกิดตั้งท้องขึ้นมาแต่เธอไม่แน่ใจว่าลูกในท้องของเธอเป็นลูกของภีมหรือต้นกันแน่จึงคิดจะปิดเรื่องท้องไว้ก่อน พอแจ๊ครู้เรื่องมินตราท้อง จึงรู้ดีว่าตนเองกำลังจะเสียภีมไป หนำซ้ำข่าวเรื่องที่เขาเป็นเกย์ก็ถูกเม้าท์จนสนุกปาก แจ็คจึงไปอาละวาดมินตราและเผลอผลักมินตราที่ตั้งท้องอยู่ตกบันไดจนตกเลือด ละคร บ่วงเสน่หา แต่ในที่สุดภีมก็รีบนำไปส่งโรงพยาบาลแล้วช่วยลูกในท้องไว้ได้ทัน ทำให้ทุกคนรู้เรื่องที่มินตราท้อง มินตราต้องพบกับเรื่องปวดหัวทั้งแม่สามีที่บังคับให้เธอต้องตรวจดีเอ็นเอว่าเด็กเป็นลูกใคร และภีมก็ยังแอบกลับไปมีอะไรกับแจ๊คอีก สุดท้ายมินตราจะเลือกหนทางออกจาก บ่วง ที่ผูกรัดเธอครั้งนี้ได้อย่างไร? ตามชมได้ในซีรีส์ เสน่หาไดอารี่ ตอน บ่วงเสน่หา เร็วๆ นี้ทางช่องวัน 31 นักแสดงนำละคร บ่วงเสน่หา ศิรพันธ์ วัฒนจินดา รับบท มินตรา ภูธเนศ หงษ์มานพ รับบท ภีมยุทธนา เปื้องกลาง รับบท ต้นอัครัฐ นิมิตรชัย รับบท แจ็คอุทุมพร ศิลาพันธ์ รับบท ปวีณา ดิลก ทองวัฒนา รับบท ภาคภูมิกาญจนาพร ปลอดภัย รับบท นุชนภางค์ พิมพ์จิรา เจริญลักษณ์ รับบท อาย ละคร บ่วงเสน่หา ละคร บ่วงเสน่หา ละคร บ่วงเสน่หา ละคร บ่วงเสน่หา ละคร บ่วงเสน่หา ละคร บ่วงเสน่หา

10 ดาราที่ผันตัวมาเป็นผู้กำกับคุณภาพ
ผู้กำกับ /  จากนักแสดง / 

   เรียกว่าเก็บเกี่ยวประสบการณ์เบื้องหน้ามาอย่างโชกโชนเลยทีเดียวสำหรับนักแสดงมากฝีมือจนตอนนี้แต่ละคนก็เริ่มผันตัวมาทำหน้าที่คนเบื้องหลังด้วยการเป็นผู้กำกับมากฝีมือ ซึ่งต้องยอมรับว่าฝีไม้ลายมือของแต่ละคนนั้นไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ออฟ พงษ์พัฒน์      เป็นผู้คร่ำหวอด อยู่ในวงการมานาน เรียกว่าทำมาแล้วเกือบทุกอย่างในวงการสำหรับผู้กำกับมือทอง อย่าง ออฟ พงษ์พัฒน์ แถมผลงานในการกำกับของออฟ พงษ์พัฒน์ นั้นก็ดังเป็นพลุแตกเกือบทุกเรื่อง แหม..ก็นักแสดงที่ได้ร่วมงานกับออฟ พงษ์พัฒน์ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าถ้าไม่เป๊ะไม่ผ่าน ไม่แปลกใจเลยว่างานที่ออกมาทุกชิ้นล้วนแล้วแต่มีคุณภาพคับจอ บุ๋ม รัญญา      บุ๋ม รัญญา เป็นนักแสดงสาวมากความสามารถที่คร่ำหวอดอยุ่ในวงการบันเทิงมานานแล้วอีกหนึ่งคน แถมยังมีผลงานทั้งภาพยนตร์ ละคร,ละครเวที รวมถึงงานเพลง ช่วงหลังๆมานี่บุ๋ม รัญญา เริ่มผันตัวมาเป็นผู้กำกับ ตั้งแต่ ปี 52 และก็มีผลงานให้เห็นอย่างต่อเนื่องทั้งช่อง3 รวมถึงช่อง7 ด้วย วุษ อัษฏาวุธ      เป็นอีกหนึ่งพระเอกลูกหม้อของช่อง7 ที่ความสามามารถคับจอจริงๆ เพราะงานในวงการเกือบทุกประเภทก็ล้วนแล้วแต่เคยผ่านมือของ วุษ อัษฏาวุธ แทบทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นงานภาพยนตร์ ละคร,ละครเวที, พิธีกร, งานพากษ์ รวมถึงดีเจ และตอนนี้เขาก็ได้ผันตัวไปเป็นทั้งผู้จัดและเป็นผู้กำกับในค่ายมันดูดีเองด้วย ตั้งแต่ 54 และมีผลงานมาตลอดอย่างต่อเนื่อง ฟิวส์ กิตติศักดิ์      จากอดีตนักแสดงวัยรุ่น ได้รับความไว้วางใจจากผู้จัดรุ่นเก๋า อย่างเจ๊ปิ่น ณัฏฐนันท์ บิ๊กบอสของค่ายทีวีซีน จนตอนนี้ผันมาเป็นผู้กำกับอย่างเต็มตัวสำหรับหนุ่ม ฟิวส์ กิตติศักดิ์ แถมยังมีผลงานละครออกมาให้ชมอย่างต่อเนื่องซึ่งแต่ละเรื่องก็ล้วนแล้วจะดังแทบทั้งนั้น หนุ่ม อรรถพร      หนุ่ม อรรถพร ธีมากร นักแสดงหนุ่มมากความสามารถ ที่เรียกว่างานในวงการผู้ชายคนนี้ทำมาเกือบหมดแล้วจริงๆ ถึงแม้ว่าตอนนี้หนุ่มจะผันตัวไปเป็นผู้กำกับแต่สำหรับงานเบื้องหน้าเขาก็ยังไม่ทิ้ง ยังคงทำควบคู่กันไป หนุ่ม อรรถพร เริ่มหันมากำกับละครอย่างจริงจังในปี 44 และก็ยังคงมีผลงานเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ โดนัท มนัสนันท์      นักแสดงสาวติสท์ อย่าง โดนัท มนัสนันท์ ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ตอนนี้ผันไปเป็นคนเบื้องหลังถึงแม้จะไม่เต็มตัวก็ตาม เริ่มจากการชิมลางกำกับมิวสิควีดิโอ หนังสั้น จนมาถึงกำกับละคร แถมสาวโดนัทยังขึ้นแท่นเป็นผู้จัดละครอีกด้วย แต่สำหรับงานเบื้องหน้าสาวโดนัทก็ยังมีให้เห็นอย่างประปราย แดน วรเวช     เรียกว่าไม่เสียแรงที่ไปเรียนตัดต่อที่ประเทศอังกฤษมาจริงๆ แถมเจ้าตัวยังคลุกคลีอยู่กับเบื้องหลัง จนตอนนี้หลายคนมองว่าหนุ่ม แดน วรเวช กลายเป็นคนเบื้องหลังไปแล้ว เพราะตั้งแต่กลับมาจากต่างประเทศหนุ่มแดนก็ได้โชว์ฝีไม้ลายมือในการกำกับภาพยนตร์และละครให้เห็นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 53 ชาย ชาตโยดม      สำหรับคุณพ่อลูกอ่อน อย่าง ชาย ชาตโยดม ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในวงการมาอย่างเต็มเปี่ยม เพราะทำงานในวงการมาเยอะแยะมากมายซะเหลือเกิน จนเมื่อปี 55 หนุ่มชายได้ลองชิมลางผันตัวไปเป็นผู้กำกับ กับเรื่องตะวันฉายในม่านเมฆ และก็มีผลงานอย่างต่อเนื่อง ส่วนงานเบื้องหน้าหนุ่มชายก็ยังทิ้งนะจ๊ะ เพราะยังคงทำควบคู่กันไป โอ๊ต วรวุฒิ         เป็นนักแสดงหนุ่มพ่อลูกอ่อนอีกหนึ่งคนสำหรับหนุ่ม โอ๊ต วรวุฒิ เพียงลงมือกำกับละครเพียงแค่เรื่องเดียวก็ได้รับรางวัลมาเพียบ กับละครสะท้อนสังคม เรื่องดวงใจพิสุทธิ์ แหม...แววมาดีขนาดนี้เชื่อว่าหนุ่มโอ๊ต คงหันไปกำกับละครคุณภาพให้เราได้ดูกันอย่างต่อเนื่องแน่นอน กัปตัน ภูธเนศ      สำหรับว่าที่คุณพ่อมือใหม่อย่าง กัปตัน ภูธเนศ คนนี้ก็เก็บเกี่ยวประสบการณ์เบื้องหน้าในวงการมาเพียบ ไม่ว่าจะเป็นนักร้อง นักแสดง พิธีกร มาถึงวันนี้เขาพร้อมเต็มที่แล้วที่จะผันมาทำงานเบื้องหลังโดยการเป็นผู้กำกับ เพราะหนุ่มกัปตันนั้นเริ่มสนใจงานเบื้องหลังมาได้2 ปีกว่าๆ แล้วกับละครเรื่อง 2 รัก 2 วิญณาณ และตอนนี้กำลังกำกับละครเรื่องริมฝั่งน้ำให้กับทางช่อง 3 อีกด้วย     แต่ดาราที่คุณภาพคับจอแล้วผันตัวมาเป็นผู้กำกับไม่ได้มีเพียงแค่ 10 คนนี้เท่านั้น ยังมีดาราอีกหลายคนที่ยังรับผิดชอบทั้งเบื้องหน้าและเบีื้องหลังและละครที่กำกับต่างก็เป็นละครที่มีคุณภาพ ไม่แตกต่างกันอีกด้วย จะแตกต่างกันก็ตรงพล็อตเรื่องกับดาราที่มาแสดงนี่แหละคร้า...

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

เจมส์ จิรายุ ปลื้มปริ่ม!! คนชมสปิริตแรง เตรียมพร้อมแฟนมีตติ้ง สปป.ลาว!!
เจมส์ จิรายุ /  ข่าว เจมส์ จิรายุ / 

    ฮอตข้ามประเทศกันเลยทีเดียว สำหรับ เจมส์ จิรายุ ที่ล่าสุดกำลังเตรียมพร้อมเต็มที่สำหรับแฟนมีตติ้งโชว์คอนเสิร์ตที่ สปป.ลาว ในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ งานนี้การันตีแฟนคลับชาวลาวไม่ผิดหวังแน่นอน พร้อมกันนั้น หนุ่มเจมส์ ยังเผยถึงงานวันบวช พระเกรท วรินทร ที่ผ่านมาไม่เห็นภาพตนร่วมงานว่า ตนตั้งใจว่าจะไปแต่ติดถ่ายละครก็เลยไม่มีโอกาสได้ไปร่วมงานในวันนั้น แต่หลังจากถ่ายละครเสร็จก็ได้ไปกราบ พระเกรท ในวันนั้นเลย หากมีเวลาจะไปฝากตัวทำหน้าที่เด็กวัด ส่วนเรื่องงานบวชของตนได้คุยกับพ่อแม่แล้วว่าจะบวชหลังอายุ 25 ปี ซึ่งตอนนี้ 23 แล้ว พร้อมกับยอมรับว่าช่วงนี้ถ่ายละครหนักถึง 2 เรื่องควบ ส่วนเรื่องอ้อนนางเอกก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว!   "ตอนแรกตั้งใจว่าจะไปครับ แต่ติดถ่ายละคร ก็เลยไม่ได้ไป ได้ไปตอนถ่ายละครเสร็จแทนครับ (หลายคนลุ้นถือหมอน) ไม่ได้ถือจริงๆ หรอกครับ (หัวเราะ) เราก็แซวกันเล่นๆ ไปเจอมาแล้วครับ ก็เจอวันที่บวชเลยครับ ได้มีโอกาสไปกราบและไปพูดคุยกับท่านด้วยครับ ผมก็ว่าจะไปเป็นเด็กวัดอยู่ครับ จริงๆ ก็บอกพระท่านไว้เหมือนกันครับ แต่ยังไม่มีเวลาเหมาะๆ เลยครับ แต่น่าจะอาทิตย์นี้แหละครับ (จะบวชบ้างมั้ย) มีคิดครับ ได้มีโอกาสคุยกับคุณพ่อคุณแม่ไว้แล้วด้วย เขาก็อยากให้บวช เขาก็ดีใจ คิดว่าน่าจะเป็นอายุหลัง 25 ไปครับ แต่ก็ไม่น่าช้ามาก ตอนนี้ผมก็ 23 แล้วครับ"   "(สปิริตแรง มาซ้อมตั้งแต่เช้า แล้วกลับไปถ่ายละคร แล้วกลับมาอีก) ครับ ก็มาตอนเช้าด้วย ยังไม่มีใครมาเลยครับ เป็นช่วงที่เช้ามาก แล้วก็รีบกลับไปทำงานต่อ ช่วงนี้ก็ถ่ายละครหนักพอสมควรครับ เนื่องจากสองเรื่องด้วย เรื่องหนึ่งเป็นพีเรียตก็ต้องไปถ่ายไกลๆ แต่ก็สนุกดีครับ สองเรื่องค่อนข้างต่างกัน แรกๆ ก็งงอยู่ครับ ออกมาก็เดินงงๆ พูดงงๆ อยู่ครับ แต่สักพักหนึ่งมันก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง ก็ดีขึ้นครับ (เจอ แต้ว ณฐพร ทั้ง 2 เรื่อง) ใช่ครับ พี่แต้วเป็นคนที่มีเสน่ห์มากเลยครับ พี่แต๊วเป็นคนที่ทำงานดีมากๆ เก่งมากๆ ได้สิ่งดีๆ จากเขามาเยอะครับ เจอกันสองเรื่องก็มีสับสนในคาแรคเตอร์นิดหน่อยครับ (อ้อนนางเอก) ก็พอประมาณครับ (ยิ้ม) ก็เล่นปกติแหละครับ ไม่มีอะไร"   "ความพร้อมจะไปโชว์ตัวที่ลาว เตรียมพร้อมไปได้เยอะมากๆ แล้วครับ ในเรื่องของโชว์ทุกๆ อย่างก็เหลืออีกนิดหน่อย ต้องเก็บรายละเอียด แต่ว่าครั้งนี้ถือว่ามีเวลาซ้อมค่อนข้างเยอะครับ ก็เลยค่อนข้างสบายใจหน่อยนิดหนึ่ง เดินทางล่วงหน้าประมาณ 1-2 วันครับ น่าจะไปช่วงกรกฎาคมครับ ก็มีแขกรับเชิญพิเศษที่ไปโชว์ที่นู่นด้วย มีคนของที่นู่นมาโชว์ด้วยครับ ก็สนุกดีครับ สดๆ ครับ (ยิ้ม) แต่ก็มีเวลาเตรียมตัวค่อนข้างเยอะครับ มีแขกรับเชิญด้วยครับ ก็มีพี่แซ็ค ชุมแพ ที่ผมได้มีโอกาสร้องเพลงคัฟเวอร์ด้วยกัน และมีแขกพิเศษอีก ต้องไปเจอกันที่นู่นครับ (ยิ้ม)"   เจมส์ จิรายุ   เจมส์ จิรายุ   เจมส์ จิรายุ   เจมส์ จิรายุ  

ส่องชีวิต เคน ธีรเดช ทายาทคนบันเทิงสู่พระเอกฮอตตลอดกาล
เคน ธีรเดช /  พระเอกนัมเบอร์วัน / 

               ยังครองใจแฟนคลับได้อย่างเหนียวแน่น แม้ดาวรุ่งดวงใหม่ๆ จะแจ้งเกิดล้นหลาม สำหรับพระเอกตลอดกาล เคน ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ หลายคนบอกว่าหมดยุคทองเขาคนนี้ไปแล้ว แต่ฝีมือด้านการแสดงและประสบการณ์ที่สั่งสมมานาน ก็ทำให้หนุ่มเจ้าสามารถยึดตำแหน่งพระเอกตลอดกาลไว้ได้แบบไม่ค้านสายตาใคร ล่าสุดก็ยังส่งผลงานละครออกมาให้ชื่นชมเรื่อยๆ ไม่หายหน้าไปไหน เขาคนนี้เข้ามาโลดแล่นในเส้นทางสายบันเทิงได้อย่างไร วันนี้เราจะไปย้อนรอยเส้นทางมายาของพระเอกรูปหล่อที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นนัมเบอร์วันคนนี้กันทายาทคนบันเทิง               ไม่ค่อยมีคนรู้มากนักว่าแท้จริงแล้ว เคน ธีรเดช ก็เป็นทายาทของคนในแวดวงบันเทิง เคนเป็นลูกชายคนเล็กของ วีรประวัติ วงศ์พัวพันธ์ กับ กาญจนา วงศ์พัวพันธ์ คุณพ่อของเคนเป็นผู้กำกับ ส่วนคุณแม่เป็นคนเขียนบทละครโทรทัศน์ เคนจึงจัดว่าเป็นลูกไม้ที่หล่นไม่ไกลต้น พ่อกำกับ แม่เขียนบท ลูกเป็นพระเอก อีกทั้งพี่สาวคนโตยังเป็นแฟชั่นดีไซน์เนอร์อีกด้วย เคนเกิดวันที่ 3 ธันวาคม 2520 ปลายปีนี้เขาจะอายุครบ 40 ปีเต็มแล้ว แต่ความหล่อไม่เคยสร่างซา เส้นทางสายบันเทิง               เคน ธีรเดช เขาสู่วงการบันเทิงตั้งแต่อายุ 7 ขวบ โดยคุณพ่อของเขาเป็นคนแนะนำ ฝากผลงานละครไว้ 2 เรื่องแล้วกลับไปใช้ชีวิตแบบเด็กทั่วไป ก่อนจะเดินทางไปศึกษาที่อเมริกา เคนกลับเมืองไทยอีกครั้งในอีก 2 ปีหลังจากนั้น เขาถูกทาบทามให้เข้ามามีผลงานในวงการบันเทิงอีกหน ซึ่งผลงานช่วงแรกๆ เป็นการถ่ายมิวสิกวิดีโอ ถ่ายแบบ และถ่ายโฆษณาพระเอกช่อง 7               แม้เราจะคุ้นเคยกับ เคน ธีรเดช ในบทบาทของพระเอกวิก 3 แต่รู้กันไหมว่าเคนเริ่มต้นบทพระเอกจากละครเรื่องแรกที่ออกอากาศทาง ช่อง 7 สี โดยเขารับบทเป็น ไกรสร ในละคร ราชินีลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ ปี 2542 และต่อด้วยผลงานภาพยนตร์จอเงินอย่าง โกซิกซ์ : โกหก ปลิ้นปล้อน กะล่อน ตอแหล ผลงานการกำกับของ พจน์ อานนท์ ในปี 2543 ก่อนจะกลายมาเป็นพระเอกช่อง 3 ที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันดีในทุกวันนี้ ซุปตาร์ช่อง 3                หลังจากชิมลางบทบาทพระเอกทางช่อง 7 และภาพยนตร์จอเงินมาแล้ว เคน ธีรเดช ได้กลายมาเป็นนักแสดงเลือดใหม่ของช่อง 3 และเป็นอย่างถาวร โดยแรกเริ่มเดิมทีนั้นเขาเป็นลูกหม้อ ค่ายยูม่า มีละครให้แฟนๆ ชื่นชมหลายเรื่องซึ่งเป็นละครแนวบู๊ซะส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น เสือ 11 ตัว, ไอ้ม้าเหล็ก และอีกมากมายพระเอกนัมเบอร์วัน               เคน ธีรเดช สั่งสมประสบการณ์ด้านการแสดงมามากมาย ส่งผลงานให้แฟนๆ ได้ชื่นชมต่อเนื่อง ในเวลาต่อมาเคนกลายเป็นพระเอกเบอร์ต้นๆ ของวงการบันเทิงไปโดยปริยาย ด้วยความหล่อบวกความสามารถ ออร่าความเป็นพระเอกส่งให้เจ้าตัวขึ้นแท่นเป็น นัมเบอร์วัน ในยุคนั้น ผลงานภาพยนตร์อย่าง รถไฟฟ้า มาหานะเธอ ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้เคนฮอตปังดังเปรี้ยง แม้เสียงแว่วๆ เรื่องความเยอะ ความเป็นพระเอกเทวดาจะมีให้ได้ยินอยู่บ้างเมื่อครั้งที่เจ้าตัวขึ้นไปยืนในจุดสูงสุด แต่ก็เป็นเสียงเม้าท์มอยซะมากกว่า เคนยังคงเป็นพระเอกแถวหน้าของวงการและเป็นที่หนึ่งในใจแฟนคลับหลายต่อหลายคนคู่ขวัญเจ้าหญิง               ช่วงเวลาของความฮอตความพีคไม่ได้มีแค่ เคน ธีรเดช เพียงคนเดียว เพราะพระเอกต้องมีนางเอกเคียงคู่กันไป ซึ่งเคนนั้นจูงมือเจ้าหญิงในวงการบันเทิงอย่าง แอน ทองประสม ฮอตไปพร้อมๆ กันในละครหลากหลายเรื่อง แรงเงา ในปี 2544 เป็นละครเรื่องแรกที่เขาทั้งคู่ร่วมงานกัน ดราม่าจัดหนักจนคนดูติดกันทั่วบ้านทั่วเมือง จากนั้นมาทั้ง 2 ก็มีละครร่วมกันอีกหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็น อุ้มรัก, สวรรค์เบี่ยง, 365 วันแห่งรัก, สูตรเสน่หา กลายเป็นคู่ขวัญที่สร้างสรรค์ความฟินให้กับคอละครรัวๆตกหลุมรักรุ่นพี่               ลักกี้อินเกมแล้วก็ขอลักกี้อินเลิฟด้วย แม้หลายๆ คนจะกรี๊ดกร๊าดปลื้มปริ่ม เคน ธีรเดช มากมาย แต่ก็ได้แค่ปลื้มอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ เพราะเคนมีเจ้าของแล้ว พระเอกฮอตที่ไม่โสดคนนี้พบรักกับนักแสดงรุ่นพี่ที่หลายคนรู้จักดีนั่นคือ หน่อย บุษกร เมื่อครั้งร่วมงานกับค่ายยูม่า นอกจากเคนจะได้ประสบการณ์ในการทำงานแล้ว ยังได้พบรักแท้อีกต่างหาก เคน-หน่อย เป็นคู่รักคนบันเทิงที่น่าอิจฉาไม่แพ้คู่ใคร ทั้ง 2 จูงมือเข้าประตูวิวาห์ไปเมื่อปี 2550 และเวลานี้ก็มีลูกชายเป็นโซ่ทองคล้องใจแล้วถึง 2 คน โตเป็นหนุ่มหล่อทันคุณพ่อแล้วด้วย พระเอกตลอดกาล               ในวันนี้ เคน ธีรเดช ยังคงเป็นพระเอกฮอตตลอดกาล เป็นพระเอกแถวหน้าในวงการบันเทิงที่หลายคนอยากยกตำแหน่ง สามีแห่งชาติ ให้ เป็นผู้ชายอบอุ่น รักครอบครัวม้าก…มาก ผลงานมากมาย รางวัลหลากหลายที่เคนได้รับ การันตีตำแหน่งพระเอกคุณภาพได้อย่างดีเยี่ยม อีกทั้งยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทูตพิเศษเพื่อเยาวชนขององค์การยูนิเซฟ ประจำประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบันด้วย แหมมม...เป็นพระเอก เป็นพ่อพระ เป็นหัวหน้าครอบครัว นี่แหละซุปเปอร์สตาร์ตัวจริงเสียงจริงขอบคุณรูปภาพประกอบบางส่วนจาก Ch7, Ch3, Pantip     เคน ธีรเดช   เคน ธีรเดช   เคน ธีรเดช   เคน ธีรเดช   เคน ธีรเดช (คนที่ 2 จากซ้าย)   เคน ธีรเดช   เคน ธีรเดช   เคน ธีรเดช   เคน ธีรเดช   เคน - แอน   แอน - เคน   เคน - แอน   เคน ธีรเดช   เคน ธีรเดช   เคน ธีรเดช   เคน - หน่อย เคน - หน่อย   หน่อย - เคน   หน่อย - เคน   หน่อย - เคน   เคน - ลูก   เคน - ลูก - หน่อย   เคน ธีรเดช    

ปั้นจั่น ยิ้มรับดีต่อใจ ฉายาสามีแห่งชาติคนใหม่ ไม่อึดอัดเปลี่ยนสไตล์โอปป้า!!
ปั้นจั่น ปรมะ /  สามีแห่งชาติ / 

ขึ้นแท่นสามีแห่งชาติคนใหม่ สำหรับหนุ่มเซอร์ที่เปลี่ยนลุคมาเป็นโอปป้าอย่าง ปั้นจั่น ปรมะ กับบทบาท ปีมงคล จากซีรี่ส์ เดอะคิวปิด บริษัทรักอุตลุต ซึ่งประกบคู่กับนางเอกรุ่นพี่ คริส หอวัง ทำเอาดังเปรี้ยงปร้างคนดูติดกันทั้งบ้านทั้งเมืองและยังเหนียวแน่นแม้จะจบไปแล้ว ล่าสุดมีโอกาสเจอ หนุ่มปั้นจั่น มาร่วมงาน "LINE MAN 1st ANNIVERSARY" เจ้าตัวขอบคุณฉายาสามีแห่งชาติคนใหม่ ถือเป็นกำลังใจที่ดีมากในการทำงานต่อไป ยอมรับทำให้วางตัวยากขึ้นนิดนึง เพราะปกติเป็นคนเซอร์ๆ ไม่ใส่ใจในรายละเอียดการแต่งตัวเท่าไหร่ ซึ่งปัจจุบันต้องให้ความสนใจและเปลี่ยนสไตล์ตัวเองให้เนี้ยบมีความเป็นโอปป้ามากขึ้น เปลี่ยนแล้วดีก็ไม่ได้อึดอัดอะไร และตอนนี้ก็เริ่มสนุกกับแฟชั่นการแต่งตัวแล้ว "ขึ้นแท่นสามีแห่งชาติ ผมว่ามันเปลี่ยนเป็นช่วงๆ ครับตอนนี้ละครเต้ยเพิ่งจบไปเป็นตอนโตโน่แล้ว ได้รับตำแหน่งสามีแห่งชาติก็ดีใจครับ มันเหมือนกระแสละครเราดี คนรักเราในคาแรคเตอร์ปีมงคลก็เลยให้ฉายานี้มา กระแสตอบรับดีแบบนี้เราก็มีกำลังใจในการทำงานมากขึ้น ตอนแรกไม่คาดหวังจริงๆ อย่างที่บอกว่าคิวปิดมัน 8 เรื่อง ทุกคนหล่อหมดเลย พูดตรงๆ ผมก็นะ...อย่างที่รู้กัน เราก็ไม่คิดว่ากระแสมันจะดีขนาดนี้ พอมันเกิดขึ้นผมก็ดีใจมาก ทุกที่ก็สนุกคึกครื้นมากกว่าเดิมเพราะมีแฟนๆ ตามไปแบบนี้มันก็ดีต่อใจเรา" "ก็เขินๆ นิดนึงคนชมเราดูดีขึ้น ตอนนี้ก็พยายามแต่งตัวมากขึ้นจนโดนแซว แต่ผู้ใหญ่ก็ให้กำลังใจว่าแต่งไปเถอะถ้าเป็นสิ่งที่มันดีเราก็ต้องเปลี่ยนบ้าง เวลาที่ปั้นจั่นไม่ได้ออกงานก็แต่งตัวเหมือนเดิม เราก็ไม่ได้ใส่ใจเรื่องพวกนี้มาตั้งนานแล้ว แต่ทำงานพวกนี้ก็ต้องให้ความสำคัญมันบ้าง พอให้ความสำคัญมันก็ดี แฟนๆ ก็รอชมภาพสวยๆ จากเรา สำหรับปั้นจั่นก็ทำให้วางตัวยากขึ้นนิดนึงนะครับ ปกติเราเป็นคนไม่ได้ใส่ใจดีเทลเรื่องพวกนี้ ตัวเองก็ไม่ได้มีความรู้เรื่องแฟชั่นมากมาย ก็พยายามถามเพื่อนในวงการที่เค้าแต่งตัวเก่งๆ ว่าจะต้องเป็นยังไง เอาที่มันเหมาะกับตัวเอง แมชให้มันดี" "ปกติตัวผมใส่กางเกงยีนส์เสื้อห่านคู่ใส่อยู่แต่แบบนั้นไม่ได้มีอะไรที่น่าติดตามน่าดู พอเรามาแต่งตัวเปลี่ยนทรงผมคนก็ชอบ เปลี่ยนตัวเองก็ไม่ได้อึดอัด ก็สนุกดี เริ่มเข้าใจว่าการสนุกกับแฟชั่นมันเป็นยังไง ผมก็ถามพี่โทนี่ เค้าก็บอกตอนแรกๆ ก็แต่งไม่เป็นหรอก แต่งแล้วเราต้องสนุกกับมันก่อน ตอนแรกเข้าใจว่าการแต่งตัวต้องใช้ของเยอะ คือมันดูแพง ก็ไปหาที่ดีๆ มีของมือสองราคาถูก หรืออย่างเวลามางานก็ไปยืมชุดเอานะ (ยิ้ม) สาวๆ ก็ชมมากขึ้นกว่าเดิม เพราะเราเหมือนได้หลายลุคขึ้น ปกติก็ได้ลุคเซอร์ๆ ก็กลุ่มนึง ตอนนี้มีโอปป้าขึ้นอีกกลุ่มนึง เนี้ยบบ้าง เซอร์บ้าง เกาหลีบ้าง ก็พยายามเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ก็เริ่มเข้าใจแล้วนะว่าการที่น้องๆ เค้ากรี๊ดเกาหลีกัน เค้ากรี๊ดอะไรกัน เพราะเราก็ดูซีรี่ส์เกาหลีมากขึ้น มันก็ดีต่อใจครับ" ปั้นจั่น กล่าว ปั้นจั่น ปรมะ ปั้นจั่น ปรมะ ปั้นจั่น ปรมะ ปั้นจั่น ปรมะ ปั้นจั่น ปรมะ ปั้นจั่น ปรมะ ปั้นจั่น ปรมะ ปั้นจั่น ปรมะ ปั้นจั่น ปรมะ ปั้นจั่น ปรมะ

แต้ว ณฐพร เคลียร์คิวควงแม่นิดมุ่งปฎิบัติธรรมเชียงราย
นางเอกสุดฮอต /  ข่าว แต้ว ณฐพร / 

  กลายเป็นนางเอกสุดฮอตที่มีงานแน่นเอี๊ยด7 วันรวด เพราะช่วงนี้ She รับละครไว้ถึง 2 เรื่อง สำหรับ แต้ว ณฐพร ซึ่งเจ้าตัวถึงกับออกตัวว่ารีบเคลียร์คิวงานทุกอย่าง เพราะตั้งใจอยากจะมาเข้าร่วมโครงการวิปัสสนากรรมฐาน สติรู้ตัวปัญญารู้คิด ของพระอาจารย์เอกชัย สิริญาโณ เจ้าอาวาสวัดใหม่ศรีร่มเย็น อ.เชียงของ จ.เชียงราย   ซึ่งก่อนหน้านี้ทางโครงการได้ติดต่อให้เธอมาเข้าร่วมโครงการ แต่เพราะช่วงที่ผ่านมางานแน่นมาก ไม่สามารถปลีกตัวมาร่วมปฏิบัติธรรมได้เลย ล่าสุดมีโครงการนี้อีกครั้งเจ้าตัวเลยไม่รีรอรีบเคลียร์คิวได้ปุ๊บก็ควงคุณแม่นิดนุ่งขาวห่มขาว หน้าสดไร้เครื่องสำอาง บินตรงมาเข้าร่วม ปฏิบัติธรรมเป็นเวลา 3 วัน 2 คืนโดยทันที ซึ่งงานนี้สาวแต้วยอมรับว่าช่วงนี้เครียดหนัก เพราะงานแน่นไม่มีเวลาพักผ่อน แต่พอได้มาฝึกสมาธิเพื่อฝึกจิตใจให้นิ่งสงบ มันทำให้รู้สึกดีมากๆ สาวแต้วเลยอยากจะเชิญชวนเพื่อนๆหันมาปฎิบัติธรรมที่ไหนก็ได้เพื่อทำให้จิตใจนิ่งและสงบไม่ฟุ้งซ่านซึ่งมันดีต่อใจสำหรับคนที่ได้ลงมือปฏิบัติจริงๆ CR: IG@taewaew_natapohn

ลูกว่าไงแม่ก็ว่างั้น!! แม่หน่อย ไฟเขียวไม่หวง แพนเค้ก แต่ง สารวัตรหมี!!
แม่หน่อย นวลนง /  ข่าว แพนเค้ก เขมนิจ / 

  ยังคงมีเรื่องราวดีๆ อยู่ตลอดๆ สำหรับนางเอกสาว แพนเค้ก เขมนิจ ที่ล่าสุดเพิ่งจะจัดทริปงานบุญไกลถึงประเทศเนเธอร์แลนด์ แถมยังมีหวานใจในเครื่องแบบ พี่หมี พ.ต.ต.ศักดิ์สุนทร ตามไปเทคแคร์ดูแลไม่ห่าง งานนี้เลยมีกระแสข่าวเม้าท์มอยออกมาอีกระลอกว่า ฝ่ายชายได้ทำเซอร์ไพรส์ขอ แพนเค้ก แต่งงานแล้ว ล่าสุด แพนเค้ก เขมนิจ ควง แม่หน่อย นวลนง มาร่วมงาน "The Emquartiear Taiwan One More Time by TECO" @ควอเทียร์ แกลอรี่ ชั้น M ดิ เอ็มควอเทียร์ โดย แม่หน่อย ฟุ้ง แพนเค้ก-สารวัตรหมี มีโมเม้นท์แอบหวานกินข้าวกล่องริมคลองกันสองคน ยันไม่เคยห้ามเรื่องแต่งงานเพราะโตๆ กันแล้ว ลูกว่าอย่างไรแม่ก็ว่าตาม แต่ตอนนี้ยังติดเรื่องการเรียน พร้อมกับเปิดใจถึงละคร นางฟ้าไร้ปีก ที่ยุติการถ่ายทำและทำให้ต้องยุติบทบาทของผู้จัดฯไปด้วย ยันทางช่องต้นสังกัดยังเชื่อใจตนอยู่ แพนเค้ก "(จะไปพบแฟนๆ ที่ไต้หวัน) ใช่ค่ะ ถ้าว่างเราก็จะไปเจอเขาทุกๆ ปี ได้เจอกันเหมือนเป็นการแลกเปลี่ยนไทยกับไต้หวันค่ะ ยังไม่ได้ฟิกซ์วัน แต่ก็ดูช่วงเวลาอยู่ อาจจะสิ้นปีที่อากาศเริ่มเย็น กำลังดูโปรแกรมกันอยู่ค่ะ แฟนคลับหลักๆ ก็เป็นชาวไต้หวัน เหมือนรวมตัวกันมา เขาคงได้มีโอกาสติดตามผลงานเราในประเทศไทย ก็จะเป็นกำลังในการสนับสนุนกันเสมอ"   "เพิ่งไปเที่ยวมา เป็นทริปบุญค่ะ จริงๆ คือไปทำบุญทอดผ้าป่า ที่วัดพุทธวิหาร ที่กรุงอัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ ซึ่งไปเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ตั้งแต่ครั้งแรกที่ไปกับพี่พี สะเดิด ที่เราหาเงินแล้วก็ทำบุญต่อเนื่องกันทุกๆ ปี ไปเจอพี่น้องคนไทยที่โน้น แล้วก็ได้ไปสวิตที่เบิร์น ไปร่วมกันทำดอกไม้จันทน์" แม่หน่อย "แล้วก็ได้เป็นวิทยากร" แพนเค้ก "เนื่องจากทำที่เมืองไทยหลายงาน ที่โน้นเลยไปช่วยกัน ไปแนะนำ คนที่โน้นงานเยอะมาก จริงๆ เขาอยากจะทำมากกว่านี้อีก แต่เพราะว่าอาจจะด้วยสถานที่ที่จำกัด ทริปนี้ไปพร้อมกันเลยค่ะ ไปเนเธอร์แลนด์แล้วไปที่สวิตต่อค่ะ ไปอาทิตย์นึงค่ะ ไปกันหลายคน ทีมงานเราพรั่งพร้อมมาก ก็ต้องไปช่วยกันหลายคน ไปช่วยกัน ไปร่วมบุญด้วย มิกิ น้องสาวแพนก็ยังไม่เคยไป เขาขอไปด้วย แล้วเขาก็ได้ไปเที่ยวประเทศอื่นๆ ต่อ พี่หมีเคยไปม่แล้วครั้งนึง ปีนี้ถ้าจัดสรรเวลาได้ก็อยากให้ไปด้วยกัน อันนี้เป็นทริปที่ต้องล็อกตัวล่วงหน้า ไปทำวีซ่าไว้ก่อน ได้ไม่ได้ไปไม่รู้ เขาก็ต้องลาอย่างถูกต้องตามช่วงเวลาไป นี่กลับมาก็กลับไปทำงานแล้ว" ทริปนี้มีโมเม้นท์หวานๆ พี่หมีมาขออะไรพี่แพนไหม? แม่หน่อย "คงจะมีแต่พี่แพนขอพี่หมี ขอซื้อของ ไม่มี ก็เหมือนไปเติมพลังกัน" แพนเค้ก "พี่หมีเป็นหนุ่มคนเดียวในทริปนี้ เพราะฉะนั้นต้องดูแลสาวๆ ประมาณ 5-6 คน เหนื่อยมาก ความหวานขนาดไหน จริงๆ ก็เหมือนเดิมค่ะ เราดีใจที่ได้ไปด้วยกันมากกว่า หายจากการเดินทางด้วยกันค่อนข้างนานมาก เลยรู้สึกว่าได้ไปอีกทีก็มีความสุข" หลายคนเห็นรูปหวานก็รอคอยข่าวดี? แพนเค้ก "ชิลๆ เราก็ดูข่าวดีของคนอื่นไปก่อนเนอะ ติดตามกันไป โมเม้นท์พิเศษก็มีไปเดินเล่นกัน ไปทานข้าว ได้ชิลๆ กัน เนื่องจากประเทศเขาเป็นประเทศที่มันน่ารักของเมือง" แม่หน่อย "แล้วแพนก็กินข้าวกล่องกันริมคลองสองคน" แพนเค้ก "เปลี่ยนบรรยากาศไม่ต้องนั่งกินที่ร้าน ซื้อบะหมี่มากิน อากาศเย็นๆ ก็ได้อีกบรรยากาศนึง" เรื่องงานแต่งหลายคนบอกว่าพี่หมีขอแล้ว แต่คุณแม่ยังไม่ให้? แม่หน่อย "โห ไม่เลย ทุกอย่างโตกันหมดแล้ว แม่คงไม่ต้องอะไรกับเขาแล้ว จริงๆ แล้วยังติดเรื่องเรียนกันอยู่ ก็ยังไม่มีการพูดคุยอะไรกัน จริงๆ แล้วแพนอยู่ในวัยที่จะตัดสินใจอะไรเองได้แล้ว เมื่อถึงเวลาๆ แม่ก็ให้เขาตัดสินใจกันเอง ลูกว่าไง แม่ก็ว่างั้นแหละ พี่หมีก็ดูแลสม่ำเสมอ ดูแลน้องๆ เป็นอย่างดี ช่วงนี้พี่หมีก็กำลังคร่ำเคร่งกับมิกิอยู่ ก็เลยไม่ได้มายุ่งกับพี่แพนมาก เพราะมิกิเริ่มโตเป็นสาว หวงน้องมาก ดูแลมิกิให้แทน" แพนเค้ก "เหมือนเขาเห็นมิกิตั้งแต่ใส่กระโปรงโรงเรียน พอน้องเริ่มโตขึ้นก็เป็นสาวขึ้น เขาทนไม่ได้ เห็นน้องเที่ยวเดินทางตลอด ก็เป็นห่วง ตัวเองไม่เคยมีน้อง เขาก็รู้สึกหวง เห็นมาตั้งหลายปี ไม่อยากให้ไปไหน เขาก็จะห่วงไปหมด แต่เขาก็รุ็ว่าเขาพูดอะไรกับมิกิมากไม่ได้ (หัวเราะ) แรกๆ เขาก็ปรับ เพราะไม่มีพี่ผู้ชายถามนอกจากพี่เตอร์ พี่หมีเขาจะคอยดูทุกอย่างหมด แต่เขาก็โอเคแล้ว รู้ว่าห้ามไม่ได้แน่นอน" ดูแลดีขนาดนี้ให้ฐานะว่าที่ลูกเขยไหม? แม่หน่อย "ก็พิเศษที่สุด ก็เป็นคนพิเศษของเราแหละ" ถามถึงละครบ้างในฐานะผู้จัดเราไม่ได้รับต่อแล้ว? แม่หน่อย "จริงๆ อันนี้เป็นเรื่องของสถานี ที่เขาคงจะมีการพูดคุยกันเรียบร้อยแล้วล่ะ เราก็คงยังไม่ได้รับอะไรที่ต่อเนื่องมาที่จะบอกได้ เดี๋ยวถ้ามีอะไรคืบหน้าก็จะแจ้งกันต่อละกัน เราก็ยังไม่ได้รับแจ้งอะไรที่ชัดเจน รอคอนเฟิร์มอีกทีนึง ทุกอย่างการทำงานมันก็จะต้องมีการปรับ การเปลี่ยนแก้ทุกอย่างตามสถานการณ์ เราก็พร้อมที่จะเดินหน้าสิ่งต่างๆ ที่สถานีมอบหมาย ก็พร้อมเสมอ ยุติการทำงานด้วยดี ไม่ได้มีอะไรที่เลวร้ายหรือว่าอะไร ไม่มี มีการพูดคุยกันอย่างชัดเจน จริงๆ สถานีตอนนี้ก็มีโปรเจคใหญ่อันนึงที่รออยู่ ส่วนในเรื่องตรงนั้นมันยังคงเป็นเรื่องที่ใช้เวลาได้ ยังไม่รีบเร่ง ถ้าจะมีต่อหรือจะมีการเปลี่ยนแปลงปรับเปลี่ยนอะไรต่างๆ มันยังคงได้ เพราะว่าสิ่งที่จะต้องรีบทำ แล้วก็แพนเองก็จะต้องเรียนรำอย่างคร่ำเคร่งมากๆ ในบทจะต้องเป็นคนที่รำสวยที่สุด ก็จะต้องให้เวลากับเรื่องการทำเวิร์คช็อปมาก เราจะต้องมุ่งกับตรงนั้นอยู่ ณ ตอนนี้คุณแม่ก็ยังไม่ได้เคลื่อนไหวอะไร ยังคงมายุ่งอยู่กับงานเรื่องนี้ของแพนอยู่   ตอนนี้ก็ยังคงนิ่งอยู่ ไม่ได้เฟลนะ ถือว่าเราเป็นแรงขับเคลื่อนหนึ่งแรงของสถานี ที่จะคอยช่วยดูว่าอันไหนมันเหมาะหรือไม่เหมาะ ถ้าอันไหนไม่ดี อย่าได้ฝืนที่จะเดินหน้า หยุดปรับปรุงหรืออะไรก็ตามแต่ แม่คงอยู่ในสถานะอย่างนั้นมากกว่า คือช่วยสถานีในฐานะที่สถานีมีความเมตตากับลูกเรามาก เพราะฉะนั้นแม่เองก็เห็นการทำงานตรงนี้มาเยอะ เพราะฉะนั้นสิ่งใดก็ตามที่จะออกมาเป็นผลไม่ดีเท่าที่ควรกับสถานี เราก็มีการพูดคุยกันแล้ว แม่อยู่ในบทบาทอย่างนั้นมากกว่า (การที่มีข่าวบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อสถานีของคุณแม่กับแพนไหม) ไม่เลยนะ เพราะปกติเราเดินบนเส้นทางของการเป็นนักแสดงตรงนี้ ทั้งหน้าจอ หลังจอ ก็เห็นทุกอย่าง มีปัญหาหมด ในการทำงานในกองถ่ายมีปัญหามากมายที่เราเป็นคนนึงที่นั่งอยู่ตรงนั้นมาตลอดเป็นเวลา 10 กว่าปี เห็นทุกอย่างหมด บางอย่างแก้ไขได้ บางอย่างต้องปล่อยผ่านมากมาย แต่สิ่งที่ท้อไม่ได้คือผลงานในเรื่องการแสดงมันเป็นหัวใจสำคัญของคน เพราะฉะนั้นเราท้อไม่ได้ เราต้องทำดีๆ และแม่เชื่อแน่ว่า ทรูโฟร์ยูเขามีความตั้งใจอย่างแน่นอนที่จะอยากทำงานอะไรดีๆ ออกมาให้ผู้ชมได้ชมอยู่แล้ว แต่ปัญหาที่เกิดไม่ได้ทำให้เราสั่นคลอนหรืออะไรเลย ทุกฝ่ายต้องไปปรับ ไปแก้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลงทุน ไม่ใช่ว่าเราเสียเปล่า ไม่เลย พวกเราต้องทำทุกอย่างให้คุ้มกับการลงทุนที่สุด ตรงนี้อาจจะไม่ดี แต่เราก็ต้องไปทำตรงอื่นให้ชดเชยมาได้ ไม่มี เราต้องสู้ต่อ” ขอบคุณภาพเพิ่มเติมจาก IG khemanito แพนเค้ก แม่หน่อย แพนเค้ก แม่หน่อย แพนเค้ก เขมนิจ แพนเค้ก เขมนิจ แพนเค้ก เขมนิจ แพนเค้ก พี่หมี

ละครThe Cupids บริษัทรักอุตลุด ตอน กามเทพจำแลง , เรื่องย่อThe Cupids บริษัทรักอุตลุด ตอน กามเทพจำแลง
The Cupids บริษัทรักอุตลุด ตอน กามเทพจำแลง /  กามเทพจำแลง / 

The Cupids บริษัทรักอุตลุด ตอน กามเทพจำแลง บทประพันธ์โดย : แพรณัฐบทโทรทัศน์โดย : นักเขียนเรืองแสงกำกับการแสดงโดย : ษรัณยู จิราลักษม์ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อละคร The Cupids บริษัทรักอุตลุด ตอน กามเทพจำแลง พริมา ได้รับคำสั่งประกาศิตให้ตามหาตัว เควิน เบลค ซีอีโอของโซลเมทดอตคอม บริษัทจับคู่ที่มีสาขาในอเมริกาและหลายประเทศในยุโรป มีข่าวลือว่าโซลเมทดอตคอมจะขยายธุรกิจมาที่เอเชีย บริษัทจับคู่แถบเอเชียต่างแข่งกันหาทางเข้าถึงตัวเควินเพื่อเสนอตัวร่วมธุรกิจคิวปิดฮัตก็มีเป้าหมายเดียวกัน ภีม ต้องการให้เควินเลือกคิวปิดฮัตเป็นเฮดออฟฟิศเชียลเอเชีย เควินขึ้นชื่อว่าเป็นเพลย์บอยตัวพ่อ ภีมจึงสั่งให้พริมาแม่ชีผู้เคร่งครัดใช้เสน่ห์หญิงทุกวิถีทางทำให้เควินยอมสนใจคิวปิดฮัตให้ได้ แต่พริมายืนกรานจะพบกับเควินในแบบที่เป็นตัวของตัวเอง โดยเชื่อว่าความดีและการรักษาศีล 5 จะทำให้ชนะทุกสิ่ง ซึ่งขัดกับทัศนคติของเควินโดยสิ้นเชิง เควินไม่เคยมีศรัทธาในสิ่งใดแม้กระทั่ง ความรัก ที่ทำให้เขามีธุรกิจที่ประสบความสำเร็จขนาดนี้ได้ เพราะเควินเติบโตมาอย่างคนที่ขาดความรักจากแม่ เควินเข้าใจว่าแม่ทิ้งเขากับพ่อพร้อมกอบโกยเงินทองจากตระกูลเบลคหนีกลับเมืองไทยไป เควินถูกฝังความคิดมาว่าผู้หญิงไทยเห็นแก่ตัวและมองว่าเงินคือพระเจ้า สิ่งที่เควินเชื่อมั่นมีเพียงตัวเองจนกระทั่งเควินได้พบกับคนแปลกหน้าที่เรียกตัวเองว่า คิวปิด ทำให้เควินได้บังเอิญเจอกับพริมา The Cupids บริษัทรักอุตลุด ตอน กามเทพจำแลง เมื่อเขาปลอมตัวเป็นนักท่องเที่ยวมาประเทศไทยเพื่อตามหาแม่ตามความต้องการของพ่อที่กำลังป่วยหนัก แต่พริมากลับเข้าใจว่าเควินเป็นโรคจิตที่คอยตามลวนลามเธอหลายครั้ง เควินได้พบภีมซึ่งรู้จักตัวจริงของเควินมาก่อน ภีมรู้ว่าเควินต้องการตามหาร่องรอยของแม่จึงอาสาช่วยแต่มีข้อแลกเปลี่ยนให้เควินพิจารณาคิวปิดฮัต เควินตอบตกลง ภีมรู้ว่าเควินถูกใจพริมาจึงสั่งให้พริมาคอยดูแลเพื่อนของภีมที่มาจากต่างประเทศ พริมาช็อคเมื่อรู้ว่าเพื่อนของภีมคือเควินแต่ไม่กล้าปฏิเสธเพราะอาจทำให้ชีวิตหน้าที่การงานพินาศได้ เควินมีล็อกเกตรูปหัวใจครึ่งดวงของพ่อและอีกครึ่งหนึ่งควรจะอยู่ที่แม่ แต่เควินพบว่ามันกลับมาอยู่ที่พริมา พริมาจึงต้องช่วยเควินตามหาที่มาของล็อกเกตที่เธอซื้อมาจากแผงขายของ พริมาต้องพาเควินไปกระบี่สองต่อสองเพื่อย้อนรอยล็อกเกต ทำให้พริมากังวลใจมากเพราะเควินแสดงออกชัดเจนว่าคิดไปในทางชู้สาวกับเธอ แม่ชีคิวปิดรับไม่ได้กับการละเมิดศีลข้อ 3 จึงระวังตัวเองแจ เควินรู้สึกว่าพริมาไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นที่เคยเจอ แม้ระยะแรกเควินจะคิดแค่หาเรื่องเล่นสนุกตอนอยู่เมืองไทย เขาอยากได้ผู้หญิงอย่างพริมาเป็นคู่ควงแต่พริมากลับไม่ง่ายอย่างที่คิด ยิ่งพริมาจีบยากเท่าไรเควินยิ่งอยากเอาชนะกายชนะใจเธอให้ได้ เควินหว่านเสน่ห์สารพัดเพื่อให้แม่ชีศีลแตก The Cupids บริษัทรักอุตลุด ตอน กามเทพจำแลง แต่หลังจากใช้เวลาร่วมกันเควินกลับรู้สึกใจสงบผ่อนคลายเมื่ออยู่ใกล้กับพริมา เควินรู้ตัวว่าตกหลุมรักพริมาจริงๆ เข้าแล้ว พริมาได้ลั่นวาจาว่าจะไม่ยอมรับคนที่ศีลไม่เสมอกัน ทำให้เควินอยากจะสารภาพว่าตัวจริงของเขาเป็นใครแต่มีเหตุฉุกเฉินทำให้เขาพูดไม่ได้ทุกที ในที่สุดเควินก็ได้เบาะแสของแม่และพบว่าแม่ไม่ได้หนีเขากับพ่อไป แต่มีเหตุทำให้กลับไปหาเขาไม่ได้ ด้านพริมาได้รู้ถึงตัวจริงของเควิน พริมารับไม่ได้ที่ถูกหลอกมาตลอดแม้ตัวเองจะมีใจให้เควินแล้ว แต่ก็เลือกจะตัดทางโลกมุ่งหน้าเข้าทางธรรม เควินจึงต้องยืมมือเหล่าคนใกล้ตัวพริมาช่วยปฏิบัติแผนการสึกชีหนีรัก จนในที่สุดพริมายอมใจอ่อนรับรักเขาเสียที รายชื่อนักแสดงนำใน กามเทพจำแลง ธีรเดช เมธาวรายุทธ รับบท เควินกัญญ์ณรัณ วงศ์ชจรไกล รับบท พริมานิรุตติ์ ศิริจรรยา รับบท คิวปิดพลวัฒน์ มนูประเสริฐ รับบท เกรกมณีรัตน์ วงศ์จีระศักดิ์ รับบท วดีเพ็ญพักตร์ ศิริกุล รับบท มาร์ธาสุพจน์ จันทร์เจริญ รับบท กุ๊กชินสุคนธวา เกิดนิมิต รับบท ไอรีณชนกวนันท์ รักชีพ รับบท แพรไหมศิระ แพทย์รัตน์ รับบท อธิปวิศววิท วงษ์วรรณลภย์ รับบท คมกฤชจิราวัฒน์ วชิรศรัณย์ภัทร รับบท หาญวิพุธ รัตน์ริมจง รับบท กุ้งด.ช.ณัฐพัชร์ นิมจิรวัฒน์ รับบท เควิน (เด็ก)กนกฉัตร มรรยาทอ่อน รับบท ร.ต.ท. ปรัชวินทร์ The Cupids บริษัทรักอุตลุด ตอน กามเทพจำแลง The Cupids บริษัทรักอุตลุด ตอน กามเทพจำแลง The Cupids บริษัทรักอุตลุด ตอน กามเทพจำแลง

ละครมัสยา , เรื่องย่อมัสยา
มัสยา /  มัสยา ตอนแรก / 

ผลิตโดยบริษัท พอดีคำ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัดบทประพันธ์โดย พนมเทียนบทโทรทัศน์โดย ปณธี ศุภศักดิ์สุทัศน์กำกับการแสดงโดย วลีทิพย์ นันทเอกพงศ์นำแสดงโดย มิกค์ ทองระย้า, มุกดา นรินทร์รักษ์ออกอากาศทาง สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 มัสยา เป็นละครโทรทัศน์แนว ดราม่า โรแมนติก นำกลับมาสร้างใหม่อีกครั้งในปี พ.ศ. 2560 โดยค่าย พอดีคำ เขียนบทโทรทัศน์โดย ปณธี ศุภศักดิ์สุทัศน์ กำกับการแสดงโดย วลีทิพย์ นันทเอกพงศ์ นำแสดงโดย มิกค์ ทองระย้า, มุกดา นรินทร์รักษ์, พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์, สุภาพร มะลิซ้อน ลักษณ์&มัสยา เรื่องย่อมัสยา ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาล หญิงชราวัย 70 ปี ท่านประมุขใหญ่ของบ้านรัตนมหาศาล ได้ทราบข่าวจากพระนิกรราชการุญ ว่าศัลย์ลูกคนสุดท้องผู้เป็นที่รักได้จากไปด้วยโรคร้ายก่อนวัยอันควร 17 ปีที่ไม่ได้พบกัน แต่ใครเลยจะรู้ว่ามันเป็นการจากลาชั่วนิรันดร์ ท่านผู้หญิงเรียก ร้อยโทลักษณ์ รัตนมหาศาล นายทหารม้าหนุ่มอนาคตไกล ลูกชายเจ้าคุณอัครราชเสวี (ลูกชายคนโต) และคุณหญิงอัครราชเสวี ที่บัดนี้กำพร้าพ่อเหลือแต่แม่ เข้ามาพบ เพื่อสั่งให้ไปนำตัวมัสยา ลูกสาวของศัลย์กลับมาดูแลที่กรุงเทพ ทันทีที่ข่าวเรื่องมัสยาแพร่ออกไป ทำให้ ศจี ลูกสาวคนที่สองไม่พอใจอย่างมาก เพราะเธอเกลียดน้องชายคนนี้เข้ากระดูกดำ จึงพาลเกลียดเลือดเนื้อเชื้อไขไปด้วย ถึงแม้หลวงราชบริรักษ์ผู้เป็นสามี จะบอกให้เธออโหสิกรรมให้กับคนที่ตายไปแล้ว แต่เธอก็ยังเกลียด!!! นั่นเพราะศัลย์ไม่ใช่ลูกแท้ๆของท่านผู้หญิง ศัลย์เป็นลูกของเพื่อนสนิทท่านผู้หญิงที่เสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุ ท่านผู้หญิงกับท่านเจ้าคุณรัตนมหาศาลจึงเอาศัลย์มาเลี้ยงดูเหมือนลูกแท้ๆ ซ้ำท่านผู้หญิงยังรักศัลย์มากกว่าศจี ศจีมีลูกทั้งหมด 6 คน คือ ร้อยตรี พงศ์เทพ ลูกชายคนโต พิณทิพย์ ลูกสาวคนที่สอง เพิ่งเรียนจบปริญญาตรี พัณทิพา ลูกสาวคนที่สาม นักศึกษาปี 1 อ๊อด ลูกชายคนที่สี่ อู๊ด และ อ๋อย ลูกชายคนที่ห้า ลูกสาวคนที่หก ที่ยังเป็นนักเรียนมัธยมและประถม ศจีสั่งให้พงศ์เทพไปช่วยลักษณ์เพื่อเอาหน้ากับคุณย่า และส่งพิณทิพย์กับพัณทิพาให้ไปจับตาดูลูกไพร่อย่างมัสยาว่ามันจะมีฤทธิ์เดชมากแค่ไหน กลัวมันจะทำเยี่ยงอย่างพ่อของมัน ที่ทำให้คุณแม่เสียใจจนล้มเจ็บ ลักษณ์เตรียมตัวเดินทางไปรับมัสยาที่ใต้ เริงใจ น้องสาวขอตามไปด้วย ท่านผู้หญิงรู้สึกดีใจที่หลานๆอยากไปกับลักษณ์ ท่านคิดว่ามีคนรุ่นราวคราวเดียวกับมัสยาไปด้วยก็ดี มัสยาจะได้รู้สึกอุ่นใจ งานนี้พิณทิพย์ชวนนพพร ลูกชาย เจ้าคุณมหศักดิ์ไพศาล เพื่อนข้างบ้านให้ไปเที่ยวด้วยกัน (พิณทิพย์แอบชอบนพพร) ลักษณ์ไปบอกเพ็ญโฉมหญิงสาวที่สนิทที่สุดในตอนนี้ แต่ลักษณ์ยังไม่อยากใช้คำว่าคนรัก ลักษณ์ต้องลงใต้หลายวัน จึงขอของต่างหน้าของเพ็ญโฉมเอาไว้แก้คิดถึง เพ็ญโฉมไม่ให้ แต่กลับบอกว่าเธอจะไปกับเค้าด้วย ลักษณ์ไม่รู้ว่าสถานที่ที่ไปจะลำบากแค่ไหน เธอกลัวเพ็ญโฉมทนไม่ไหว แต่เพ็ญโฉมก็ยังยืนยันว่าอยากไปกับลักษณ์ ลักษณ์จึงเลี่ยงไม่ได้ พงศ์เทพรู้ว่าเพ็ญโฉมไปด้วย ก็ดีใจมาก เพราะเค้าชอบเพ็ญโฉมมากนาน แต่หญิงสาวมีใจให้ลักษณ์ ทำให้พงศ์เทพไม่ค่อยชอบลักษณ์ซักเท่าไหร่ และไม่เคยเคารพลักษณ์ว่าเป็นพี่ชายทั้งๆที่ลักษณ์เกิดก่อนหกเดือน ร้อยโท ลักษณ์ ละครมัสยา ทั้งหมดเดินทางด้วยรถไฟมาถึงยังจุดหมาย ชนัฎ ลูกบุญธรรมของพระนิกรราชการุญ ข้าหลวงประจำจังหวัด และคุณนายแม้น มารอต้อนรับ พ่อของพระนิกรสนิทกับเจ้าเมืองยะหริ่งตาของมัสยา ทั้งสองครอบครัวจึงช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาตลอด พระนิกรเป็นที่พึ่งพิงสุดท้ายให้กับศัลย์ก่อนที่ศัลย์จะสิ้นใจ ชนัฎพาทุกคนเข้ามาในบ้าน แต่ไม่พบมัสยา ชนัฎคิดว่ามัสยาคงไปเล่นอยู่ในสวนแถวนี้ ระหว่างที่ทุกคนรอมัสยากลับมา เริงใจชวนพิณทิพย์ พัณทิพา นพพร ไปเดินเล่น ขณะที่ทั้งสี่คนเดินเข้าไปในดงต้นมะพร้าว เริงใจถูกลิงแย่งหมวก เริงใจรีบวิ่งตามลิงโดยที่ทุกคนไม่คาดคิด นพพรจะตามไปแต่เจอสองสาวรั้งเอาไว้บอกให้นพพรรีบพาพวกเธอกลับบ้านเดี๋ยวนี้! นพพรพาพิณทิพย์กับพัณทิพากลับมา ก็รีบบอกลักษณ์ว่าเกิดเรื่องกับเริงใจ ลักษณ์ พงศ์เทพ เพ็ญโฉมรีบตามนพพรออกไป พิณทิพย์กับพัณทิพาไม่อยากอยู่บ้านกันสองคนจึงรีบตามไปด้วย เริงใจหาลิงจนเจอ มันอยู่บนต้นมะพร้าว เริงใจพยายามพูดให้มันคืนหมวก แต่มันไม่สนใจ ซ้ำยังปาลูกมะพร้าวใส่เริงใจจนเกือบโดน ทุกคนตามมาทัน ลักษณ์บอกให้เริงใจทิ้งหมวกและกลับบ้าน แต่เริงใจไม่ยอม เพราะมันเป็นของชิ้นสุดท้ายที่พ่อซื้อให้ เริงใจบอกให้ลักษณ์ปีนต้นมะพร้าวไปเอาหมวก แต่ลักษณ์ไม่ทำ จะลากเริงใจกลับให้ได้ ทันใดนั้นเพ็ญโฉมเห็นบางอย่างวิ่งมา ทุกคนหันไปมอง ตอนแรกนึกว่าเป็นลิงเพราะปีนต้นมะพร้าวเก่งมาก แต่มองไปมองมา สิ่งนั้นคือคน และคนๆนั้นคือ “มัสยา” แต่ทุกคนยังเห็นหน้าไม่ชัด มัสยาเอาหมวกมาคืนเริงใจ สาวๆพากันไปหลบหลังพงศ์เทพ ลักษณ์ และนพพร ยกเว้นเริงใจที่ไม่กลัว มัสยาเอาหมวกมาคืน ลักษณ์มองผ่านผมที่ปิดหน้ามัสยาลงมา เห็นแววตากลมโต กำลังจะยื่นมือไปจับแขน แต่มัสยากัดแขนลักษณ์จนห้อเลือด แล้วก็รีบวิ่งหนีไป เพ็ญโฉมรีบมาดูแผลให้ลักษณ์ ทุกคนกลับมาบ้านพระนิกรก็ตกใจที่เห็นมัสยาอยู่กับพระนิกร คุณนายแม้น และชนัฎ พิณทิพย์รีบบอกให้ระวังเด็กบ้านี่กัด พระนิกรเห็นท่าไม่ดี จึงรีบแนะนำว่านี่คือลูกสาวของศัลย์ ที่ชื่อมัสยา!! ทุกคนช็อคมาก มัสยาแหวกผมเปิดหน้า เผยให้เห็นดวงหน้าคมเข้ม ดวงตากลมโต ทุกคนมีทีท่ากับมัสยาแตกต่างกันไป เริงใจรู้สึกชอบมัสยา พิณทิพย์เกลียดทันที พัณทิพาเฉยๆ แต่ก็หวาดระแวง นพพรมองสนใจ พงศ์เทพไม่สนใจ ส่วนลักษณ์รู้สึกว่าเด็กคนนี้ไม่ธรรมดาเอาซะเลย!!! พระนิกรแนะนำให้มัสยารู้จักกับผู้ปกครองคนใหม่ของเธอ นั่นคือ ลักษณ์ รัตนมหาศาล มัสยาไม่ไหว้ลักษณ์ ไม่พูดอะไรออกมา ซ้ำยังแลบลิ้นและวิ่งหนีไป ทำเอาทุกคนอึ้ง!!! มัสยาเข้ามาในห้อง สีหน้าเปลี่ยนไปจากเมื่อกี๊ กลายเป็นคนจริงจัง มัสยานึกย้อนกลับไป ตอนที่เจ้าเมืองยะหริ่งตาของเธอ เรียกให้เข้าไปพบ และบอกว่าท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลฝากจดหมายผ่านทางลักษณ์ส่งมาให้เค้า ใจความสำคัญในจดหมาย คือ “กล่าวขอโทษ และขอรับมัสยาไปดูแล เพื่อชดใช้ในความผิดที่เธอทำลงไปกับพ่อและแม่ของมัสยา” เจ้าเมืองยะหริ่งให้อภัย จึงอยากให้มัสยาไปอยู่กับย่า แต่มัสยาไม่ยอม เธอไม่มีวันจะไปเหยียบบ้านนั้นเด็ดขาด!!! เพราะเธอรู้อดีตของพ่อและแม่ รู้ว่าท่านผู้หญิงดูถูกแม่เอาไว้มาก และไล่พ่อกับแม่เธอออกจากบ้าน แต่ว่าคนจากรัตนมหาศาลกำลังเดินทางมา มัสยาคิดในใจว่าจะเล่นงานพวกนั้นให้เผ่นกลับไปแทบไม่ทันเลยคอยดู!!! ลักษณ์ถึงกับเครียดที่ต้องพามัสยากลับบ้านรัตนมหาศาล เพราะมัสยาไม่มีทีท่าเป็นมิตรกับเค้า ซ้ำยังทำตัวขวางโลก และทำวีรกรรมที่แสบที่สุดจนทุกคนทนไม่ได้ ยกเว้นเริงใจกับนพพรที่รู้สึกชอบมัสยามาก และไม่อยากกลับ แต่จำต้องไป ตามคำสั่งของลักษณ์ มัสยาสะใจที่ทำให้ทุกคนกลับไปได้ เธอคิดว่ารอด แต่ปรากฏว่าลักษณ์กลับมา เค้าแค่ไปส่งทุกคนขึ้นรถไฟเท่านั้น มัสยาเจ็บใจมาก ลักษณ์ประกาศลั่น เค้าจะไม่มีวันกลับจนกว่ามัสยาจะกลับไปกับเค้า!! (ตึง!) คืนนั้นมัสยาหายตัวไป ลักษณ์นึกว่ามัสยาหนีเค้าไปแล้ว จนได้รู้จากชนัฎว่ามัสยาไปไหน ลักษณ์ตามไปจนถึงหมู่บ้านชาวประมง ที่นั่นมีงานสังสรรค์ ลักษณ์เห็นหญิงสาวแสนสวยเต้นรำท่ามกลางชาวพื้นเมือง ลักษณ์จ้องมองไม่วางตาด้วยความถูกใจ จนกระทั่งเพลงจบ ลักษณ์เดินเข้ามาหาสาวสวย มัสยาแปลกใจที่ลักษณ์จำเธอไม่ได้ จึงเฉลย ทำเอาลักษณ์หน้าแตก!! มัสยาหัวเราะดังลั่น ลักษณ์รู้สึกอายมาก มัสยา ช่อง7 มัสยาวางแผนกับจุก (ลูกไล่มัสยา เด็กใต้ตัวจริงเสียงจริง) เพื่อขับไล่ลักษณ์ให้กลับไป เธอทำเป็นชวนลักษณ์ไปเที่ยวป่า แต่พอได้จังหวะ มัสยาทิ้งลักษณ์เอาไว้ ก่อนจะรีบกลับออกมากับจุก มัสยาคิดว่าลักษณ์ต้องกลัวแน่ๆ ทำให้กลัวซักพัก แล้วเธอค่อยกลับไปช่วย (มัสยาคิดอะไรแบบเด็กๆ) พอได้เวลา มัสยากลับไปตรงที่เดิม แต่ไม่เจอลักษณ์ กลับเจอเสื้อลักษณ์เปื้อนเลือด เห็นรอยเท้าเสือ มัสยาตกใจมากและแปลกใจเพราะบริเวณนั้นไม่เคยมีเสือมาก่อน มัสยารีบมาบอกพระนิกร เธอใจเสียจนร้องไห้นึกว่าลักษณ์ตาย พระนิกรสั่งสอนมัสยาที่ทำอะไรไม่รู้จักคิด มัสยาต้องไปขอโทษท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลด้วยตัวเอง มัสยาเครียดมาก เธอจึงไปกรุงเทพพร้อมกับพระนิกร มัสยาเดินทางมาถึงบ้านรัตนมหาศาล ถึงบ้านจะใหญ่ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความทุกข์และความมืดมน มัสยาเตรียมคำพูดที่จะบอกท่านผู้หญิง แต่พอเข้าไปในบ้าน กลับเจอลักษณ์ยืนรออยู่ มัสยาจึงได้รู้ความจริงว่าลักษณ์กับพระนิกรร่วมมือกัน ซ้อนแผนของมัสยา ที่รู้เพราะจุกทรยศมาบอกเรื่องนี้ให้ลักษณ์รู้ และก่อนหน้าที่ลักษณ์จะกลับมา ลักษณ์ได้เดินทางไปพบกับเจ้าเมืองยะหริ่งตาของมัสยาอีกครั้ง ลักษณ์สัญญากับท่านจะดูแลและปกป้องมัสยาให้ดีที่สุด แต่หากว่ามัสยาเป็นอะไรไปแม้แต่ปลายนิ้ว ท่านจะขอหลานสาวท่านคืน มัสยาโกรธมาก จะกลับบ้าน แต่ลักษณ์ไม่ยอมให้กลับ พระนิกรบอกให้มัสยาทำใจยอมรับความจริงให้ได้ ก่อนจะเดินทางกลับไป มัสยาโมโห ลักษณ์ท้าทายว่าที่มัสยาไม่กล้ามาอยู่บ้านรัตนมหาศาลเพราะกลัว มัสยาไม่ชอบให้ใครมาดูถูก จึงโพล่งไปว่าเธอจะอยู่ที่นี่ ลักษณ์เบาใจ ลักษณ์พามัสยาไปแนะนำกับทุกคนในบ้าน บอกให้มัสยาไหว้คุณหญิงอัครราชเสวี ศจี หลวงราชบริรักษ์ นมผัน และหม่อมช้อย มัสยาไหว้ลวกๆ ทำให้ศจีไม่พอใจมาก จึงสั่งสอน แต่มัสยาทำหูทวนลม ลักษณ์เห็นท่าไม่ดี…รีบพามัสยาไปหาคุณย่า ทันทีที่มัสยาเจอท่านผู้หญิงก็รับรู้ได้ถึงบุญญาบารมี มัสยาสงบเสงี่ยมลงจนลักษณ์แปลกใจ ท่านผู้หญิงเห็นหน้ามัสยาก็แทบจะร้องไห้ออกมา เพราะมัสยามีดวงตาที่เหมือนศัลย์มาก ท่านผู้หญิงสั่งให้นมผันกับหม่อมช้อยแม่บ้านประจำบ้าน…ดูแลมัสยาและพาไปที่ห้อง อีกสองสามวันท่านจะจัดงานเลี้ยงรับขวัญ เปิดตัวหลานสาวอีกคนของรัตนมหาศาล ท่านผู้หญิงตั้งใจอย่างแน่วแน่ ว่าจะเลี้ยงดูมัสยาอย่างดี แต่ท่านผู้หญิงไม่ได้รู้เลยว่าในภายภาคหน้า ความหวังดีของท่านจะเป็นอาวุธที่ทำร้ายมัสยาได้อย่างเจ็บปวดที่สุด มัสยาถูกจับมาขัดสีฉวีวรรณ ขัดขมิ้น หมักผมด้วยดอกอัญชัน อบตัวในกระโจมสมุนไพร มีช่างตัดเสื้อมาวัดตัวตัดชุดสำหรับวันงาน มัสยาแทบไม่ต้องทำอะไรเอง กลายเป็นนกน้อยในกรงทอง เธออึดอัด ทนไม่ไหว ออกฤทธิ์ออกเดชกับนมผันและหม่อมช้อยจนสองคนปวดหัว มัสยาวิ่งหนี สองสาวแก่ไล่ตาม แต่ไม่ทัน มัสยาแอบปีนกำแพงหนีเข้าไปบ้านของนพพร นพพรดีใจที่ได้เจอมัสยาอีกครั้งจึงช่วยเอาไว้ ที่นี่มัสยาได้เจอกับเจ้าคุณมหศักดิ์ไพศาลพ่อของนพพร เจ้าคุณมหศักดิ์ดูจะถูกอกถูกใจในความเฉลียวฉลาดของมัสยาอย่างมาก นมผันกับหม่อมช้อยถูกท่านผู้หญิงเรียกไปเอ็ดที่ทำให้หลานสาวท่านหายตัวไป ศจีสะใจมากขอให้ไปแล้วไปลับไม่ต้องกลับมา ลักษณ์รู้เรื่องที่เกิดขึ้น เค้าพอเดาออกว่ามัสยาน่าจะไปไหน แล้วก็เป็นไปตามคาด มัสยาไปหานพพรจริงๆ ลักษณ์ลากมัสยากลับมาที่บ้าน ทำให้นพพรไม่พอใจที่ลักษณ์ทำรุนแรง แต่ลักษณ์สั่งไม่ให้นพพรมายุ่งเรื่องครอบครัว มัสยาโมโหเผลอพูดไม่ดีออกไป ลักษณ์จึงจับพาดบ่าตีก้นเป็นการสั่งสอน มัสยาถึงกับตะโกนลั่นว่าเกลียดลักษณ์!!! (มัสยาไม่ยอมเรียกพี่ลักษณ์) เริงใจเป็นเพียงคนเดียวในบ้านที่มัสยาคุยด้วยแล้วสบายใจที่สุด พัณทิพาเหมือนจะอยากคุยกับมัสยา แต่โดนคำสั่งจากศจีไม่ให้เข้าใกล้ลูกไพร่คนนี้ อ๊อด อู๊ด อ๋อย ก็ชอบมาแอบดูมัสยา พอมัสยาหันมามอง เด็กสามคนก็จะวิ่งหนีไปด้วยความกลัว มัสยารู้สึกว่าเธอเหมือนตัวประหลาดในบ้าน วันงานมาถึง ศจีคิดว่ามัสยาต้องทำขายหน้าแน่นอน จึงรอดูความหายนะพร้อมกับลูกสาวทั้งสองของเธอ เพ็ญโฉมควงลักษณ์เข้ามาในงาน พงศ์เทพไม่พอใจ จึงซดเหล้าไม่หยุด ท่านผู้หญิงออกมาพร้อมกับมัสยาที่ตอนนี้ดูดีขึ้นมาก จนทำให้ลักษณ์แปลกใจ มีแต่แขกผู้ใหญ่เฉพาะแค่คนสนิทเท่านั้นที่ถูกเชิญมางานนี้ เจ้าคุณมหศักดิ์ฯ นพพร มรว.ชลทิชา (เพื่อนเพ็ญโฉม) หลวงเวชฯ แพทย์ประจำตัวท่านผู้หญิง และนพมาศลูกสาว ทุกคนนั่งประจำที่โต๊ะซึ่งจัดเป็นเซ็ตดินเนอร์ ศจีจับตาดูมัสยาทุกฝีก้าว คิดว่าเธอต้องทำพังแน่นอน!!! แต่ผิดคาด มัสยาทำได้ดีมาก รู้จักมารยาทบนโต๊ะอาหาร ไม่แสดงกิริยาต่ำๆออกมาให้เห็น ดูเป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว ท่านผู้หญิงมองอย่างพึงพอใจ ลักษณ์แอบอมยิ้ม ส่วนคนที่ทำผิด และทำเสียงดัง คือพัณทิพา ศจีโกรธและเสียหน้าอย่างมาก จึงแอบหยิกพัณทิพาที่ใต้โต๊ะ พัณทิพาร้องลั่น เจ้าคุณมหศักดิ์ชื่นชมมัสยา มัสยาบอกว่าเธอเรียนรู้สิ่งเหล่านี้มาจากคอนเลจ ทุกคนถึงกับทึ่งและอึ้ง การรับประทานอาหารเสร็จสิ้น ท่านผู้หญิงบอกให้ลักษณ์พามัสยาไปเปิดฟลอร์ ลักษณ์ไม่แน่ใจว่ามัสยาจะเต้นรำได้หรือไม่ แต่ก็พาออกมาตามคำสั่งคุณย่า ลักษณ์กำชับให้มัสยาเต้นไปตามเค้า เค้าจะประคองเธอเอง แต่ปรากฏว่ามัสยาเต้นรำได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ จนดูราวกับเป็นคนละคนกับเด็กสาวกะโปโลที่เค้าเคยเจอ มัสยาสง่างามชนิดที่ไม่มีใครละสายตาไปจากเธอได้ซักคน โดยเฉพาะนพพรที่ดูหลงใหล พิณทิพย์เห็นสายตาของนพพรก็ชักสงสัย พงศ์เทพที่เริ่มเมาบอกกับเพ็ญโฉมให้ระวังมัสยาจะแย่งลักษณ์ แต่เพ็ญโฉมไม่เชื่อ เพลงแรกจบ ลักษณ์ชวนเพ็ญโฉมออกไปเต้นรำ พงศ์เทพไม่พอใจ ยื่นเท้าทำให้ลักษณ์สะดุดล้ม วงแตก!!! มัสยาเห็นเหตุการณ์จึงฟ้องท่านผู้หญิงว่าพงศ์เทพแกล้งลักษณ์ ศจีรู้สึกอายมาก พงศ์เทพพูดไม่ออก หันไปมองมัสยาไม่พอใจ ศจีสั่งให้ลูกๆทุกคนกลับบ้าน รวมถึงสามีของเธอด้วย!!! งานเลี้ยงจบลง ลักษณ์เจอมัสยาแอบมาหลบอยู่ตรงมุมหนึ่ง เธอถอดรองเท้าส้นสูงออกเพราะเมื่อย ลักษณ์เตือนว่ามัสยากำลังจะแย่เพราะเธอดันไปฟ้องคุณย่าเรื่องพงศ์เทพ แต่มัสยาไม่สน เธอไม่กลัวใครหรืออะไรทั้งนั้น ลักษณ์หัวเราะที่เด็กน้อยอย่างมัสยาทำเก่ง มัสยาโกรธที่ลักษณ์หาว่าเธอเป็นเด็ก ท่านผู้หญิงจ้างอาจารย์กนก มาสอนหนังสือมัสยาที่บ้านระหว่างรอเปิดภาคเรียน (มัสยาต้องเรียนต่อม.6ที่โรงเรียนคอนเวนต์ โรงเรียนเดียวกับเริงใจ) อิสรภาพของมัสยาได้หมดไปแล้ว ต่อไปนี้เธอต้องเดินตามเส้นทางที่ท่านผู้หญิงวางไว้ให้เท่านั้น แต่หนทางไม่ได้สวยงามราวกับโรยกลีบกุหลาบ เมื่อนพพรแสดงออกว่าสนใจมัสยามากกว่าพิณทิพย์ เวลาที่ให้พิณทิพย์มีน้อยลง และเอาแต่ถามหามัสยา พิณทิพย์แน่ใจว่านพพรชอบมัสยา ทำให้เธอไม่พอใจ พงศ์เทพเห็นอาการของน้องสาวก็รู้ว่าเป็นอะไร จึงบอกให้ร่วมมือกันทำให้มัสยาออกไปจากที่นี่ สองพี่น้องวางแผนรังแกมัสยาด้วยวิธีการต่างๆ โดยมีศจีเป็นแรงสนับสนุน พัณทิพาไม่สบายใจที่ต้องร่วมด้วยแต่จำต้องทำเพราะกลัวแม่กับพี่มากกว่า ถึงอย่างนั้นมัสยาก็สามารถเอาตัวรอดมาได้ เธอตอกกลับศจีอย่างไม่กลัว บางครั้งนพพรก็คอยช่วย และเพราะเหตุนี้ นพพรจึงได้เห็นธาตุแท้ของพิณทิพย์ พิณทิพย์โกรธมัสยามากกว่าเดิม คิดว่าเป็นต้นเหตุให้นพพรเกลียดเธอ!! แต่มัสยาไม่ได้โชคดีตลอดเวลา เธอเพลี้ยพล้ำในที่สุด ถูกหาว่าเป็นขโมย ศจีใส่ไฟให้ท่านผู้หญิงฟัง พิณทิพย์กับพัณทิพาก็เป็นพยาน จะแจ้งความตำรวจให้ได้ พงศ์เทพทำเป็นไกล่เกลี่ยไม่อยากให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ แต่ท่านผู้หญิงยังไม่ปักใจเชื่อ จึงเรียกลักษณ์ให้มาสอบสวน แต่มัสยากลับเข้าใจผิดคิดว่าลักษณ์ก็เหมือนคนอื่นคือคิดว่าเธอเป็นขโมย มัสยาหนีหายออกไปจากบ้าน ศจี พิณทิพย์ พงศ์เทพสะใจมากที่แผนสำเร็จ ส่วนพัณทิพารู้สึกผิด จึงแอบไปบอกลักษณ์ว่ามัสยาถูกใส่ร้าย ลักษณ์จะให้พิณทิพย์ไปบอกคุณย่า แต่พิณทิพย์ไม่กล้า และขอร้องไม่ให้ลักษณ์บอกใครว่าเธอมาบอกความจริง ลักษณ์ไปบอกคุณย่าเรื่องที่มัสยาโดนใส่ร้าย เค้ารู้ว่ามัสยาเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ไม่สามารถบอกย่าได้ว่าเป็นฝีมือใคร หากว่าท่านผู้หญิงก็พอจะรู้…. มัสยาเดินไปตามถนนเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย มัสยาร้องไห้อย่างหนัก จนแทบหมดแรง เธอคิดถึงบ้าน ทันใดนั้นมีรถคันหนึ่งพุ่งมา เพราะความมืดของถนน ทำให้เจ้าของรถเพิ่งเห็นมัสยาตอนใกล้จะถึงตัว มัสยาตกใจ เจ้าของรถหักหลบจนเกือบชนต้นไม้ มัสยารีบเข้ามาดูอาการ เห็นเค้าบาดเจ็บก็รู้สึกผิดมาก จึงอาสาขับรถพาเค้าไปส่งที่บ้าน มัสยามาถึงที่วังมยุรฤทธิ์ ผู้ชายที่เธอมาส่งคือท่านชายสดายุ แต่มัสยาไม่รู้จัก ท่านชายสดายุชวน มัสยาเข้ามาในบ้าน และดูแลอย่างดี มัสยาละอายใจเพราะเธอทำให้เค้าบาดเจ็บ แต่เค้าก็ไม่โกรธ ด้านลักษณ์ยังคงตามหามัสยามาตามทางอย่างไม่ลดละ เค้าเป็นห่วงมัสยาอย่างมาก ท่านชายสดายุเลี้ยงอาหารมัสยาจนทำให้เธอรู้สึกสบายใจขึ้นก่อนพูดคุยถามไถ่ว่ามัสยามาจากไหนและเป็นใคร มัสยาจึงบอกว่าเธอมาหาบ้านรัตนมหาศาล ลักษณ์กลับมาบ้านด้วยความสิ้นหวัง ท่านผู้หญิงลมแทบจับนึกว่าต้องเสียหลานสาวไปแล้วจริงๆ ลักษณ์เป็นห่วงคุณย่าอย่างมาก จนกระทั่งมีโทรศัพท์มาหาลักษณ์ ลักษณ์รีบมาที่วังมยุรฤทธิ์ ทำให้รู้ว่าลักษณ์กับท่านชายสดายุมีความสนิทสนมกันมาก ลักษณ์เห็นท่านชายสดายุบาดเจ็บ ก็โกรธมัสยามากที่เป็นต้นเหตุ ลักษณ์ต่อว่ามัสยาอย่างรุนแรง มัสยาเสียใจมาก ท่านชายสดายุรีบเข้ามาไกล่เกลี่ย และเรียกลักษณ์ไปคุยเป็นการส่วนตัว ท่านชายสดายุจึงรู้เรื่องราวของมัสยาทุกอย่าง พร้อมทั้งแนะนำว่าเด็กอย่างมัสยา จะใช้ไม้แข็งสั่งสอนไม่ได้ ตอนนี้คงจะเสียใจมากแล้ว ลักษณ์ออกมาหามัสยาเห็นว่าหลับคาโซฟาไปแล้ว จึงอุ้มมัสยาพากลับบ้าน และเข้ามาส่งถึงในห้อง มัสยาเพ้อหาพ่อกับแม่แล้วน้ำตาก็ไหล ลักษณ์มองด้วยความสงสาร ท่านผู้หญิงไม่สบาย เพราะเครียดที่มัสยาหนีออกไป มัสยาเข้ามาขอโทษคุณย่า เธอรู้สึกผิดอย่างมาก ท่านผู้หญิงขอให้มัสยาสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก มัสยาสัญญา หลังจากเหตุการณ์วันนั้น มัสยาก็เปลี่ยนไป กลายเป็นเคร่งขรึมมากขึ้น ไม่ทำตัวนอกกรอบ อยู่ในโอวาทของท่านผู้หญิงจนทำให้ท่านพึงพอใจ ศจีแค้นใจที่ทำอะไรมัสยาไม่ได้ ลักษณ์เป็นห่วงที่มัสยาไม่มีชีวิตชีวา เค้าไม่อยากให้มัสยาเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อคนอื่น ลักษณ์ไปเที่ยวกับเพ็ญโฉมก็จริง แต่ในใจกลับคิดถึงแต่มัสยา เพ็ญโฉมทนไม่ไหว ถามไปตรงๆว่าลักษณ์ชอบมัสยารึเปล่า ลักษณ์ถึงกับหัวเราะออกมา และย้ำว่าเค้าชอบมัสยาไม่ได้ เพราะมีศักดิ์เป็นพี่น้องกัน เพ็ญโฉมจึงย้อนถาม แล้วถ้าไม่ใช่พี่น้อง ทำเอาลักษณ์อึ้งไปนิดนึงก่อนจะยืนยันว่าไม่มีวัน เพราะเค้ารักเพ็ญโฉม เพ็ญโฉมอดน้อยใจไม่ได้ ปากบอกรัก แต่ไม่เคยทำเหมือนเธอเป็นคนรักซักนิด การแข่งเทนนิสประจำปีของตระกูลซึ่งจัดขึ้นทุกปีมาถึง แต่ปีนี้มีสมาชิกเพิ่มขึ้นคือมัสยา มัสยาอยากลงแข่งด้วย นพพรจึงอาสาเป็นครูช่วยสอน โดยใช้สนามเทนนิสหน้าบ้านรัตนมหาศาล ลักษณ์เห็นนพพรใกล้ชิดกับมัสยาก็รู้สึกไม่พอใจ เพราะนพพรกับมัสยาไม่ได้เป็นอะไรกัน ลักษณ์จึงไปขออนุญาตคุณย่าว่าเค้าจะสอนเทนนิสมัสยาเอง มัสยารอนพพรมาสอนเหมือนทุกวัน แต่นพพรถูกลักษณ์สั่งห้ามไว้แล้ว ทำให้ไม่พอใจ แต่ทำอะไรไม่ได้ ลักษณ์เป็นครูสอนเทนนิสให้มัสยา ทั้งสองคนใกล้ชิดกันจนดูเหมือนคู่รัก ทุกอย่างอยู่ในสายตาของพงศ์เทพที่คิดแผนการบางอย่างขึ้นมาได้ วันแข่งขันมาถึง มัสยาคู่กับลักษณ์ลงแข่งกับพงศ์เทพและพิณทิพย์ พี่น้องเล่นแรงมาก อัดมัสยาคนเดียว จนลักษณ์รู้สึกได้ ลักษณ์พยายามปกป้อง เพ็ญโฉมเห็นทุกอย่าง พงศ์เทพจงใจตีลูกให้มัสยารับไม่ได้ มัสยาหกล้ม ลักษณ์ตกใจมาก เค้าระเบิดอารมณ์ต่อว่าพงศ์เทพที่แกล้งมัสยา แต่พงศ์เทพเล่นบทดราม่าว่าไม่ได้ตั้งใจ ทุกคนตกใจกับความเกรี้ยวกราดของลักษณ์ ลักษณ์อุ้มมัสยาพาออกไปทำแผล เพ็ญโฉมอึ้งกับท่าทางของลักษณ์ที่ห่วงมัสยามากเกินไป ลักษณ์ทำแผลให้มัสยา แสดงความเป็นห่วงมากจนมัสยาเริ่มหวั่นไหวมากขึ้น พงศ์เทพบอกเพ็ญโฉมเรื่องลักษณ์กับมัสยาคิดว่าคู่นี้มีบางอย่างต่อกัน เพ็ญโฉมทำเป็นไม่เชื่อ ทั้งๆที่ลึกๆก็แอบกลัว เพ็ญโฉมนัดมัสยาให้ออกมาพบกันข้างนอกบ้าน ทำเป็นว่าอยากเลี้ยงอาหารต้อนรับมัสยาเพราะยังไม่เคยทำ แต่ความจริงเพ็ญโฉมนัดลักษณ์ออกมาด้วย ลักษณ์อึ้งที่เห็นมัสยา เพ็ญโฉมแสดงออกว่าเป็นคนรักของลักษณ์ ลักษณ์พยายามเลี่ยงไม่ให้เพ็ญโฉมดูแล ยิ่งทำให้เพ็ญโฉมมั่นใจว่าสิ่งที่พงศ์เทพบอกจะเป็นความจริง มัสยาขอตัวกลับทันทีหลังจากกินข้าวเสร็จ ลักษณ์ขอตัวจากเพ็ญโฉมไปส่งมัสยา ทำให้เพ็ญโฉมรู้สึกน้อยใจ ลักษณ์ไม่ได้พามัสยากลับบ้าน แต่พาเธอไปชอปปิ้งที่ห้างฯ ลักษณ์จำได้ว่าเคยบอกจะซื้อของขวัญให้ มัสยา ตอนที่มัสยาย้ายเข้าบ้านรัตนมหาศาลใหม่ๆ เค้าไม่มีเวลาไปซื้อ จึงให้มัสยามาเลือกด้วยตัวเอง มัสยาสนุกสนานกับการเลือกชุด และขอใส่ชุดใหม่ทันที มัสยาออกมาในเสื้อผ้าตัวใหม่ ลักษณ์ถึงกับตะลึง เค้าเพิ่งเห็นวันนี้ว่ามัสยาโตเป็นสาวแล้วจริงๆ มัสยาเดินเคียงคู่กับลักษณ์ ความสวยและหล่อของชายหนุ่มหญิงสาวทำให้ทุกคนหันมามองเป็นตาเดียวด้วยความชื่นชม หนึ่งในนั้นมีทักษิณ เทพอำนวย ช่างภาพนิตยสาร Modern Fashion และ นิเทศ บุญมาก นักข่าวสังคมนิตยสารเพลินภาพ ทั้งสองคนจำลักษณ์ได้ว่าเป็นใคร และคิดว่ามัสยาเป็นผู้หญิงคนใหม่ของร้อยเอกลักษณ์ ทักษิณจึงแอบถ่ายรูปทั้งคู่เอาไว้โดยที่เธอกับลักษณ์ไม่รู้ตัว ลักษณ์พามัสยาไปส่งที่บ้าน ส่วนตัวเค้าจะไปสังสรรค์กับเพื่อนต่อ แต่มัสยาไม่ยอมกลับ เธออยากไปกับลักษณ์ อยากรู้ว่าที่นั่นมีอะไรดี ถึงทำให้ลักษณ์ไปเที่ยวได้ทุกคืน ในเมื่อมัสยากล้าขอ เค้าก็กล้าที่จะพาไป ทันทีที่พามัสยาเข้าไปในผับ มัสยาตื่นตาตื่นใจอย่างมาก ลักษณ์พามัสยามาแนะนำให้เพื่อนรู้จัก เริ่มจาก นพ.พจน์ พ.ต.เสถียร และ ประจวบ เจ้าของกิจการ สามหนุ่มมีทีท่าสนใจมัสยาจนลักษณ์ต้องร้องห้ามว่านี่เป็นน้องสาวของเค้า ห้ามยุ่ง!! คำว่าน้องสาวทิ่มแทงใจมัสยาอย่างมาก เธออยากเป็นคนที่ยืนเคียงข้างลักษณ์ มัสยาเห็นสาวๆล้อมหน้าล้อมหลังลักษณ์มากมาย บางคนถึงขั้นเสนอตัวให้ บางคนดึงลักษณ์ออกไปเต้นรำ มัสยาทนดูไม่ไหว จึงออกไปรอที่หน้าผับ ลักษณ์ตามออกมาเห็นมัสยานั่งอยู่ลำพัง ไม่ยอมพูดกับเค้า ลักษณ์จับอาการได้ว่ามัสยางอน จึงเดินไปซื้อมาลัยพวงน้อยที่ขายด้านหน้าส่งให้มัสยา ลักษณ์ไม่รู้เลยว่ามาลัยพวงนี้เปลี่ยนความรู้สึกของมัสยาไปตลอดกาล เธอเก็บมันไว้ใต้หมอน เก็บไว้ด้วยหัวใจบูชา วันเกิดท่านชายสดายุ….ท่านชายเชิญทุกคนในตระกูลรัตนมหาศาลให้มาฉลองด้วยกันที่วังมยุรฤทธิ์ งานที่จัดขึ้นเป็นงานภายใน ไม่ได้ใหญ่โต พิณทิพย์ พัณทิพา ฝึกขี่ม้ามาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ศจีรีบอวดลูกสาวให้โชว์ท่านชาย พิณทิพย์กับพัณทิพาทำได้ดี ลักษณ์รู้ว่ามัสยาขี่ม้าเป็นจึงยุให้ออกไป แต่มัสยาไม่ทำ พิณทิพย์ ศจีดูถูก มัสยาด้วยถ้อยคำที่ไม่น่าให้อภัย ลักษณ์โมโหแทน สั่งให้มัสยาขี่ม้าเดี๋ยวนี้ เพ็ญโฉมแปลกใจกับท่าทางของลักษณ์ ลักษณ์มั่นใจว่ามัสยาทำได้จึงประกาศต่อหน้าทุกคน มัสยาขึ้นม้า แต่กลับพลาดตกลงมา ทุกคนตกใจ นพพรรีบเข้ามาดูมัสยา ลักษณ์อึ้งมาก ท่านชายสดายุจับสังเกตลักษณ์กับมัสยาก็รู้สึกสงสัยบางอย่าง นพพรเป็นห่วงมัสยา และไม่พอใจที่ลักษณ์บังคับให้มัสยาขึ้นม้าทั้งๆที่มัสยาขี่ไม่เป็น แล้วทั้งมัสยากับ นพพรก็ได้ยินที่พิณทิพย์ ศจี พงศ์เทพเม้าท์มัสยาลับหลัง มัสยาโกรธมาก เพ็ญโฉมไม่เข้าใจว่าลักษณ์แกล้งมัสยาทำไม ลักษณ์บอกว่าเค้าไม่ได้แกล้ง แต่เค้าอยากให้มัสยาสู้คนเหมือนเมื่อก่อน ไม่นานมัสยาออกมาพร้อมนพพร ได้ยินท่านชายสดายุคุยว่ามีม้าตัวนึงพยศมาก ไม่มีใครปราบอยู่ มัสยาอาสาจะปราบพยศม้าให้ท่านชาย ทำให้ทุกคนประหลาดใจ ศจี พิณทิพย์หัวเราะร่วนมั่นใจว่ามัสยาทำไม่ได้ มีแต่ลักษณ์คนเดียวที่รู้ว่ามัสยาทำได้แน่นอน แล้วมัสยาก็ทำได้จริงๆ เธอจัดการปราบม้าพยศจนมันยอมอยู่ในโอวาท ท่านชายสดายุพอใจมาก และมีความสุขที่สุดจึงยกม้าตัวนี้ให้มัสยา ศจี พิณทิพย์ พงศ์เทพได้แต่อ้าปากค้าง ศจีรีบไปฟ้องท่านผู้หญิงว่ามัสยาทำตัวห้าวหาญเกินงาม ไปอาสาปราบม้าพยศ ถ้าหากบาดเจ็บขึ้นมาจะทำให้ท่านผู้หญิงเดือดร้อน ท่านผู้หญิงเรียกมัสยามาตักเตือน และสั่งไม่ให้ออกไปเที่ยวเล่นที่ไหนสามวัน ลักษณ์รู้ข่าว มาดักรอเจอมัสยา มัสยาโมโหมาก เธอโทษว่าเป็นเพราะลักษณ์ทำให้เธอโดนคุณย่าดุ ถ้าลักษณ์ไม่คะยั้นคะยอให้เธอขี่ม้าตั้งแต่แรก ลักษณ์บอกมัสยาว่า “เค้าชอบมัสยาคนนั้นในวันแรกที่เจอมากกว่ามัสยาคนนี้” ทำเอามัสยาพูดไม่ออก หลังจากเหตุกาณ์นั้น มัสยาสนิทกับท่านชายสดายุมากขึ้น ท่านชายไปมาหาสู่ที่บ้านรัตนมหาศาลบ่อยๆ และชวนมัสยาไปออกงานบ้าง ซึ่งคุณย่าก็อนุญาต มีแต่ลักษณ์ที่สงสัยว่าท่านชายสดายุกับมัสยาชอบพอกัน ลักษณ์ทนเก็บความสงสัยเอาไว้คนเดียวไม่ไหว จึงถามท่านชายสดายุออกไป ท่านชายสดายุหัวเราะร่วน เค้าเอ็นดูมัสยาเหมือนน้องสาวเท่านั้น ทำให้ลักษณ์โล่งใจ ท่านผู้หญิงหลงหลานสาวมาก ศจีหวั่นใจกลัวสมบัติถูกแบ่ง หลวงราชบริรักษ์ ระอาใจกับศจีอย่างมาก ที่วันๆเอาแต่อิจฉามัสยา พัณทิพาเห็นพ่อกับแม่ทะเลาะกันก็รู้สึกเสียใจ ไปนั่งร้องไห้เงียบๆ มัสยาผ่านมาเห็น และเข้ามาปลอบใจ ทำให้พัณทิพารู้สึกดีขึ้น มัสยากับพัณทิพายิ้มให้กันเป็นครั้งแรก ละคร มัสยา ช่อง7 พิณทิพย์เห็นรูปมัสยากับลักษณ์ในนิตยสาร พร้อมข้อความว่าลักษณ์มีหญิงสาวคนใหม่แทนเพ็ญโฉม ศจีเอามาให้ท่านผู้หญิงดู ท่านผู้หญิงใจไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะรู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้ แต่มาวันนึงท่านผู้หญิงได้เห็นลักษณ์กับมัสยาใกล้ชิดกัน ทำให้ท่านเริ่มกลัวว่าสองคนจะทำผิดจารีตประเพณี จึงเฝ้าดูพฤติกรรมจนแน่ใจว่าลักษณ์กับมัสยาน่าจะมีใจให้กัน แต่ยังไม่รู้ตัว ท่านผู้หญิงจึงตัดสินใจไปคุยกับเจ้าคุณมหศักดิ์ฯ อยากให้นารถระพีพี่สาวนพพรที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศหมั้นหมายกับลักษณ์ ทันทีที่ลักษณ์รู้ ลักษณ์ค้านหัวชนฝา เค้าจะไม่มีวันแต่งงานกับคนที่เค้าไม่ได้รัก คุณย่าสวนกลับทันควันว่าจะไม่มีวันนั้น ลักษณ์ต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่ย่าเลือกให้เท่านั้น ลักษณ์กับท่านผู้หญิงมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ลักษณ์ขับรถออกจากบ้าน ท่านผู้หญิงโกรธมาก คนทั้งบ้านรู้เรื่องลักษณ์กับท่านผู้หญิง พงศ์เทพโทรบอกเพ็ญโฉมว่าลักษณ์ต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่ย่าเลือก ทำให้เพ็ญโฉมอึ้ง ด้านมัสยารู้ข่าว เป็นห่วงลักษณ์ จึงตามหาลักษณ์ว่าไปไหน จนนึกได้ว่าลักษณ์น่าจะไปที่ผับประจำ ทันทีที่ไปถึง มัสยาเห็นเพ็ญโฉมอยู่กับลักษณ์ เพ็ญโฉมกำลังปลอบโยนลักษณ์อย่างใกล้ชิด และบอกว่าเธอจะแต่งงานกับลักษณ์เอง มัสยายังไม่ทันฟังที่ลักษณ์ตอบ ก็ทนดูไม่ได้ จึงกลับออกไป ลักษณ์ปฏิเสธเพ็ญโฉม เพ็ญโฉมอึ้ง ทำให้รู้ว่าลักษณ์ไม่ได้รักเธอซักนิด ตอนนี้เค้าไม่อยากเจอใคร จึงไปหาท่านชายสดายุที่วัง และเล่าทุกอย่างให้ฟัง ลักษณ์ถามว่าความรักคืออะไร แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเรารักใคร คำถามนี้ทำให้ท่านชายสดายุแน่ใจว่าสิ่งที่ลักษณ์มีให้เพ็ญโฉมไม่ใช่ความรักแต่เป็นความหลง การที่เรารักใครซักคน ในหัวใจจะมีแค่เค้าเท่านั้น ไม่ว่าจะไปไหน จะทำอะไร ก็จะคิดถึงแต่เค้า ลักษณ์คิดตามที่ท่านชายสดายุพูด จนรู้ใจตัวเองว่าเค้ารักใคร ท่านชายสดายุเดาใจลักษณ์ออกว่า “ลักษณ์รักมัสยา” ลักษณ์อึ้งไปกับคำตอบที่ได้รับ เค้าขอไม่กลับบ้าน ท่านชายเตือนว่าลักษณ์กำลังหนีปัญหา เพ็ญโฉมดื่มตามลำพังในผับ ก่อนหน้านั้นเธอเรียกพงศ์เทพออกมา พงศ์เทพมาหา เพ็ญโฉมระบายว่าลักษณ์ไม่ได้รักเธอเลย พงศ์เทพกอดเพ็ญโฉมปลอบใจ และขอโอกาสให้เค้าได้ดูแลเพ็ญโฉม ลักษณ์กลับมาบ้าน เค้าไม่กล้าสู้หน้ามัสยาจึงหลบหน้าหลบตา ลักษณ์เข้าไปหาคุณย่าเพื่อขอโทษที่เค้าทำตัวไม่ดี ท่านผู้หญิงเตือนสติลักษณ์ ให้หักห้ามใจจากมัสยา อย่าให้ความหวัง เพราะมัสยายังเป็นเด็กที่อารมณ์อ่อนไหวง่าย ถ้าลักษณ์หวังดีกับมัสยาจริง ลักษณ์ต้องทำเพื่อมัสยา นั่นคือแต่งงานกับนารถระพี และระหว่างนี้ลักษณ์ห้ามเจอมัสยาเด็ดขาด หมายความว่าตราบใดที่มัสยาอยู่บ้านรัตนมหาศาล ลักษณ์ก็ต้องเป็นฝ่ายไปอยู่ที่อื่น ลักษณ์ทำตามที่ท่านผู้หญิงบอก แต่มัสยามาดักเจอเค้าที่รถ ลักษณ์ต้องทำตัวไม่ดีเพื่อให้มัสยาเกลียดเค้า แล้วมันก็ได้ผล มัสยาทั้งโมโหทั้งน้อยใจจนวิ่งหนีไป ลักษณ์เจ็บปวดมาก ท่านผู้หญิงเครียดเรื่องมัสยากับลักษณ์มากจนล้มป่วยอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นหนักกว่าเดิม หลวงเวชฯตรวจอาการแล้วบอกว่าท่านผู้หญิงควรจะได้ไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัด เพื่อรับอากาศบริสุทธิ์ ท่านผู้หญิงจึงชวนมัสยาไปเป็นเพื่อน โดยมีนมผัน หม่อมช้อยไปด้วย นารถระพีรู้เรื่องที่ตนถูกหมั้นหมายให้ร้อยเอกลักษณ์จากเจ้าคุณมหศักดิ์ก็ไม่พอใจมาก เพราะเธอเป็นผู้หญิงสมัยใหม่ ที่ไม่ชอบเรื่องคลุมถุงชน แต่ที่สำคัญ ตอนนี้นารถระพีกำลังคบหาอยู่กับ สมาน วราฤทธิ์ เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศ มัสยาอยู่บางแสนด้วยความเหงาจนได้มาเจอกับฉันท์ วิเชียรชัย นักวาดภาพ ฉันท์จำมัสยาได้จากรูปในนิตยสาร เค้าสนใจอยากได้มัสยาเป็นแบบวาดรูป มัสยาตกลงรับปากจึงต้องแวะมาให้ฉันท์วาดรูปทุกวัน ความน่ารักสดใสของมัสยาทำให้ฉันท์หลงรัก ด้านนพพรคิดถึงมัสยามาก แต่เจ้าคุณมหศักดิ์ไม่ให้ไปไหน เพราะนพพรต้องเตรียมตัวไปศึกษาต่อต่างประเทศ นพพรจึงขอให้พ่อไปสู่ขอมัสยาให้เค้าก่อน เจ้าคุณมหศักดิ์รับปาก ทันทีที่ท่านผู้หญิงกลับมา ท่านจะไปเจรจาให้ นารถระพีรู้เรื่องนี้จึงถามนพพรว่ามัสยาเคยบอกรักนพพรเหรอยัง แต่นพพรไม่สน ขอแค่เค้ารักมัสยามันก็เพียงพอแล้ว นารถระพีเตือนน้อง ว่ากำลังจะทำให้มัสยาไม่มีความสุขเหมือนกับเธอ นพพรถึงกับอึ้ง พิณทิพย์รู้เรื่องที่นพพรจะขอหมั้นมัสยาก็ไม่พอใจมาก พิณทิพย์มาอาละวาดใส่นพพร หาว่านพพรนอกใจเธอไปหามัสยา แต่นพพรว่าเค้าไม่เคยรักพิณทิพย์ พิณทิพย์คิดไปเอง พิณทิพย์เสียใจมาก จึงทำตัวเป็นผู้หญิงไม่ดี ออกเที่ยวทุกคืน ถึงแม้มัสยาจะมีเพื่อนใหม่อย่างฉันท์ แต่เธอไม่เคยลืมลักษณ์ได้เลยซักวัน ท่านผู้หญิงเห็นมัสยาร่าเริงปกติก็เข้าใจว่าคงลืมลักษณ์ไปแล้ว มัสยากลับมา เจอนมผันบอกว่าท่านชายสดายุมาเยี่ยมท่านผู้หญิงและเพิ่งกลับออกไป มัสยาดีใจมากรีบตามไปจนเจอท่านชายสดายุ เธอขอตามท่านชายสดายุไปที่บ้านพัก ที่นั่นมัสยาได้พบลักษณ์ที่กำลังหลับโดยบังเอิญ ท่านชายสดายุเล่าว่าลักษณ์เหมือนคนไม่มีวิญญาณ ใช้ชีวิตไปวันๆ ข้าวปลาไม่กิน ท่านชายจึงชวนลักษณ์มาพักผ่อนที่บางแสน แต่ที่ไหนได้ลักษณ์กลับล้มป่วย มัสยาเป็นห่วงลักษณ์จับใจ ไม่นานลักษณ์ตื่นขึ้นมาเพราะฤทธิ์ยาที่หมด ลักษณ์นึกว่าฝันไปที่เห็นมัสยา แต่มัสยาบอกว่านี่เป็นความจริง ลักษณ์พยายามจะหนีมัสยาอีกครั้ง แต่ลักษณ์อ่อนแรงเกินกว่าจะไปไหว มัสยากอดลักษณ์เอาไว้ เธอจะไม่ยอมให้ลักษณ์จากไปอีกแล้ว เธอพร้อมเผชิญหน้าทุกอย่างถึงแม้จะร้ายแรงที่สุด ขอแค่ให้ได้เห็นหน้าลักษณ์ก็พอ หัวใจของลักษณ์อ่อนลง เค้าแพ้ใจให้มัสยา มัสยา ช่อง7 มัสยาโกหกท่านผู้หญิงว่ามาหาท่านสดายุที่บ้านทุกวัน แต่จริงๆเธอมาดูแลลักษณ์ จนลักษณ์มีอาการดีวันดีคืน ท่านชายสดายุเห็นสองหนุ่มสาวเข้ากันได้ ก็สบายใจ ท่านจึงกลับกรุงเทพ ทิ้งหนุ่มสาวไว้ที่นี่ ลักษณ์กับมัสยาได้มีช่วงเวลาดีดีร่วมกัน จนหัวใจของทั้งสองเคลื่อนเข้าหากันมากขึ้น เพ็ญโฉมอกหักจากลักษณ์จึงหนีมาเที่ยวบางแสน พงศ์เทพรู้ข่าวจึงตามมาปลอบโยน แล้วทั้งคู่ก็บังเอิญได้เจอลักษณ์กับมัสยา ภาพที่เห็นทำให้เพ็ญโฉมรู้ทันทีว่าลักษณ์กับมัสยารักกัน จากความเสียใจเปลี่ยนเป็นความโกรธ เพ็ญโฉมอิจฉามัสยาที่ได้หัวใจลักษณ์ไปครอง พงศ์เทพอยากที่จะทำลายลักษณ์อยู่แล้ว จึงยุเพ็ญโฉมให้ไปฟ้องคุณย่า ซึ่งมาที่นี่พอดี ลักษณ์ยังคงเห็นมัสยาเป็นเด็ก จนมัสยาต้องบอกว่าเธอเป็นสาวแล้ว และความจริงเธอก็ไม่ใช่น้องสาวแท้ๆของลักษณ์ด้วย เพราะศัลย์เป็นแค่ลูกบุญธรรมคุณย่า ลักษณ์เข้าใจว่ามัสยาต้องการจะบอกว่าอะไร ถ้าเค้ากับเธอจะรักกัน มันก็ไม่ใช่เรื่องผิด ลักษณ์มองมัสยาแววตาเต็มไปด้วยความรัก เค้ารักผู้หญิงมากเหลือเกิน ลักษณ์ตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ นั่นคือ..จูบมัสยา คนที่เห็นภาพบาดตานั้นคือ ท่านผู้หญิง รัตนมหาศาลกับหม่อมช้อยที่มาตามคำบอกของเพ็ญโฉมกับพงศ์เทพ ลักษณ์กับมัสยาตกใจมาก ท่านผู้หญิงเจ็บปวดและโกรธ เข้ามากระชากมัสยาให้ออกจากลักษณ์ และตบหน้าลักษณ์เต็มแรง!!! ก่อนจะไล่ลักษณ์ให้ออกไปจากรัตนมหาศาล ไม่ต้องมานับย่าหลานกันอีก!!! มัสยาช็อคมาก คุกเข่าอ้อนวอนย่า อย่าทำร้ายลักษณ์ และโพล่งไปว่าเธอรักผู้ชายคนนี้ ท่านผู้หญิงเสียใจอย่างที่สุด จะตบหน้ามัสยาแต่ลักษณ์เข้ามาปกป้อง และขอร้องย่าให้เค้ากับเธอรักกัน ท่านผู้หญิงไม่ยอม!!! และมันจะไม่มีวันนั้น!! มัสยาไม่ยอมกลับไปกับท่านผู้หญิง ลักษณ์ต้องเกลี้ยกล่อม พร้อมทั้งบอกว่าเค้าจะหาทางมาพบเธอ ขอให้เธอรอ มัสยาจึงยอมกลับไป ข่าวเรื่องมัสยากับลักษณ์รู้ไปถึงบ้านรัตนมหาศาล ศจีสาแก่ใจมาก มัสยาไม่ต่างจากพ่อ ทำแต่เรื่องอื้อฉาวให้คาวตระกูล คุณหญิงอัครราชเสวีเป็นห่วงลูกชายอย่างมาก ท่านผู้หญิง หม่อมช้อย มัสยากลับมาที่บ้าน ท่านผู้หญิงสั่งไม่ให้มัสยาออกไปไหน ประจวบเหมาะกับที่เจ้าคุณมหศักดิ์มาทาบทามมัสยาให้นพพร ท่านผู้หญิงตกลงรับปากทันที และขอให้จัดงานแต่งงานโดยเร็วที่สุด เพ็ญโฉมรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุทำให้ลักษณ์ได้รับความเดือดร้อน แต่พงศ์เทพบอกว่าลักษณ์ทำผิด สมควรแล้วที่โดนลงโทษจากคุณย่า พงศ์เทพบอกให้เพ็ญโฉมตัดใจจากลักษณ์!! ละคร มัสยา ตั้งแต่เกิดเรื่อง ลักษณ์หายสาบสูญ ท่านชายสดายุทราบข่าว ก็รีบสั่งให้คนออกตามหาลักษณ์โดยด่วน ด้านมัสยาเตรียมตัวแต่งงานกับนพพร นพพรมีความสุขมาก แต่พอเห็นสีหน้าของมัสยา เค้าก็นึกถึงคำพูดของ นารถระพี ด้านพิณทิพย์โกรธแค้นที่มัสยาได้แต่งงานกับนพพร จึงหาทางวางแผนชั่ว ประจวบเหมาะกับที่พิณทิพย์เห็นฉันท์แอบมาหามัสยา เค้าสืบจนรู้ว่ามัสยาอยู่ที่ไหน ฉันท์รู้เรื่องทั้งหมด เค้าสงสารมัสยามาก ฉันท์จึงเล่าให้มัสยาฟังว่ารูปที่เค้าวาดมัสยาที่ริมหาด เป็นที่ชื่นชอบของเจ้าของห้องศิลป์ในต่างประเทศ ซึ่งตอนนี้ฉันท์เป็นตัวแทนให้ห้องศิลป์นี้ ฉันชวนให้มัสยาเซนต์สัญญาเป็นนางแบบปฏิทินที่จะออกโดยห้องศิลป์นี้ แต่มัสยาต้องไปที่มาเลเซีย พิณทิพย์สืบจนรู้ว่าฉันท์เป็นใคร ก็รีบไปฟ้องคุณย่าว่ามัสยาไปคบกับศิลปินไส้แห้ง ทั้งๆที่กำลังจะแต่งงานกับนพพร คุณย่าเรียกมัสยามาต่อว่าที่ทำตัวใฝ่ต่ำ!!! มัสยาเสียใจมาก จนอยากจะกลับไปหาตา แต่เธอรู้สึกว่าถ้าทำแบบนั้น เธอจะเป็นผู้แพ้ เธอจะสู้เพื่อให้ได้อยู่กับลักษณ์ มัสยาขังตัวเองในห้อง เพราะต้องการเอาชนะท่านผู้หญิง และรอลักษณ์มาหาด้วยความหวังทั้งหมดที่มี ท่านชายสดายุตามหาลักษณ์จนเจอว่าลักษณ์ขอย้ายตัวเองมาประจำที่ชายแดน ท่านชายสดายุตกใจมากที่เห็นสภาพของลักษณ์ ลักษณ์ป่วยเป็นไข้ป่า อาการไม่ดี ท่านชายสดายุรีบย้ายลักษณ์มารักษาตัวในกรุงเทพทันที และรีบให้คนแจ้งเรื่องนี้ให้ทางบ้านรัตนมหาศาลรู้ เริงใจรีบมาบอกมัสยาเรื่องลักษณ์ มัสยาเป็นห่วงมาก แต่เธอไม่กล้าไปเยี่ยมเค้า เพราะกลัวลักษณ์จะเดือดร้อนอีก ท่านผู้หญิงห่วงหลานชายจับใจ รีบไปที่โรงพยาบาลกับคุณหญิงอัครราชเสวี ไม่นานลักษณ์ก็ฟื้นขึ้นมา ท่านผู้หญิงขอให้ลักษณ์กลับมาบ้าน เริงใจสงสารมัสยามาก จึงแอบพามัสยาไปหาลักษณ์ โดยโกหกแม่กับคุณย่าว่าพามัสยาไปซื้อหนังสือ เริงใจกับมัสยามาถึงโรงพยาบาล เธอให้มัสยาเข้าไปหาลักษณ์ มัสยาดีใจมากที่ได้เจอลักษณ์อีกครั้ง ผิดกับลักษณ์ที่นิ่งมาก ลักษณ์รู้ว่ามัสยาจะหมั้นกับนพพร เค้าแสดงความยินดีกับมัสยา มัสยาเสียใจที่ลักษณ์ผลักไสเธอให้คนอื่น ไหนบอกให้เธอรอ เธอก็รอออยู่ทุกวินาที แต่ลักษณ์กลับมาพังความหวังของเธอ ลักษณ์เองเจ็บปวดยิ่งกว่า เพราะก่อนหน้านั้น คุณย่ามาขอร้องให้ลักษณ์พูดกับมัสยาให้ยอมหมั้นกับนพพร มัสยาร้องไห้กับเริงใจบอกว่าลักษณ์ไม่ได้รักเธอ เธอจะยอมแต่งงานกับนพพรตามที่คุณย่าบอก!! ลักษณ์กลับมาบ้าน ในวันที่ท่านผู้หญิงเรียกนักข่าวจากทุกหนังสือพิมพ์มาเพื่อรับฟังการประกาศหมั้นระหว่างร้อยเอกลักษณ์ กับนางสาวนารถระพี (ที่ถูกพ่อบังคับให้แต่งงาน) และ นพพร กับ มัสยา ทั้งสองคู่ถูกจัดให้นั่งตรงหน้านักข่าว โดยมีท่านผู้หญิงเป็นคนจัดการทุกอย่าง ลักษณ์กับมัสยากระอักกระอ่วนอย่างมาก พิณทิพย์เสียใจที่ทำลายงานหมั้นนพพรกับมัสยาไม่ได้ จึงเตลิดเปิดเปิง จนศจีกลุ้มใจ มัสยาสิ้นหวังทุกอย่าง เธอทนอยู่ในขนบธรรมเนียม และสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเธอต่อไปอีกไม่ได้แล้ว มัสยาต้องกลับบ้าน กลับไปหาตาของเธอ ก่อนกลับมัสยาไปหาลักษณ์ที่ห้อง ลักษณ์แปลกใจที่มัสยามาหาเค้าดึกดื่น มัสยาถือวิสาสะเข้ามา เธอถามลักษณ์ว่าเคยรักเธอบ้างมั๊ย ลักษณ์ตอบไปว่ารักในฐานะน้องสาว มัสยาเสียใจอย่างมาก แต่มันทำให้เธอตัดใจที่จะไปจากที่นี่ได้เร็วมากขึ้น มัสยาออกไปจากห้อง เจอท่านผู้หญิงยืนอยู่กับศจี ศจีเห็นลักษณ์กับมัสยาจากหน้าต่างห้อง จึงรีบมาฟ้องท่านผู้หญิง ท่านผู้หญิงสุดทนคิดว่ามัสยาดื้อด้านไม่ฟัง แถมยังมาหาผู้ชายถึงในห้อง จึงด่าด้วยถ้อยคำที่รุนแรง ดูถูก เสียดแทง พาลด่าไปถึงแม่และครอบครัวของเธอทางใต้ ทำให้มัสยาโกรธและเสียใจ จึงวิ่งหนีออกไปขึ้นรถ ลักษณ์รีบตามขึ้นไป ส่วนท่านผู้หญิงหมดสติ ศจีต้องรีบช่วย มัสยาขับรถโดยไม่สนใจคำทัดทานของลักษณ์ เธอคิดจะกลับบ้าน ทันใดนั้นก็เกิดเหตุไม่คาดฝัน รถมัสยาเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำกลางถนน มัสยากับลักษณ์ถูกพาส่งโรงพยาบาล ลักษณ์บาดเจ็บสาหัส แต่มัสยาบาดเจ็บไม่มาก มัสยาร้องไห้ โทษตัวเองไม่หยุด ลักษณ์ต้องเข้าห้องผ่าตัด ท่านผู้หญิง คุณหญิงอัครราชเสวี เริงใจมาถึงไม่เจอมัสยาเพราะเธอแอบหลบอยู่ ไม่นานหมอออกมาบอกอาการลักษณ์ปลอดภัย มัสยาโล่งอก และนับจากวันนั้นก็ไม่มีใครเคยเจอมัสยาอีก เมื่อสอบถามไปทางเจ้าเมืองยะหริ่ง ท่านก็ไม่มีคำตอบให้ ท่านผู้หญิงรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็นที่ประวัติศาสตร์กลับมาซ้ำรอยอีกครั้ง หลังจากลักษณ์ออกจากโรงพยาบาล ลักษณ์ตัดสินใจบวช งานหมั้นระหว่างเค้ากับนารถระพียกเลิก เพราะนารถระพีขู่พ่อว่าถ้ายังให้เธอหมั้น เธอจะไม่กลับบ้านตลอดชีวิต!! มัสยา ช่อง7 ส่วนท่านผู้หญิงมีแต่ทรุดกับทรุดลง จนเวลาผ่านไปหลายเดือน ลักษณ์สึกออกมา และใช้ชีวิตตามปกติ เวลา 1 ปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว ท่านชายสดายุนัดลักษณ์ออกมากินข้าว ที่นั่นเค้าเจอนักร้องชาวมาเลเซียที่ชื่อลิลลี่ ลีลาท่าทางของเธอทำให้เค้าคิดถึงมัสยา แล้วมิสลิลลี่ก็คือมัสยาจริงๆ ลักษณ์ดีใจมากที่ได้พบกับมัสยาอีกครั้ง จึงได้รู้ว่ามัสยาไปมาเลเซียกับฉันท์ (ความจริงเป็นแผนของท่านชายสดายุที่ทำให้ลักษณ์กับมัสยาได้พบกัน) ลักษณ์บอกมัสยาว่าอาการของคุณย่าไม่ดีนัก มัสยาตกใจ มัสยากลับมา พบว่าบ้านเงียบเหงามากกว่าเดิม เริงใจ พัณทิพาไปเรียนเมืองนอกกับนพพร พิณทิพย์กลายเป็นคาสโนวี่ออกเที่ยวทุกคืน พงศ์เทพกับเพ็ญโฉมแต่งงานกัน มัสยาเข้ามากราบคุณย่า ท่านผู้หญิงดีใจจนร้องไห้ ท่านรู้ว่าใกล้ถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ถึงกล่าวขอโทษและขออโหสิกับมัสยาในเรื่องที่ผ่านมา เธอไม่ห้ามมัสยากับลักษณ์อีกแล้ว ถ้าหากจะรักกัน แล้วท่านผู้หญิงก็จากไปอย่างสงบ วันเปิดพินัยกรรม ท่านแบ่งสมบัติให้ทุกคนเท่าเทียม แต่มีข้อพิเศษนั่นคือ สมบัติของศัลย์ให้โอนไปให้มัสยาทั้งหมด แต่ทรัพย์สมบัติจะตกเป็นของมัสยาโดยสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อมัสยาแต่งงานกับลักษณ์แล้วเท่านั้น ท่านชายสดายุเขียนจดหมายมาแสดงความยินดีที่ลักษณ์กับมัสยาได้แต่งงานกันในที่สุด ไม่เท่านั้นท่านชายยังเร่งให้ลักษณ์กับมัสยามีหลานมาให้ท่านเล่นโดยเร็วอีกด้วย ตราบใดที่พี่ยังมีลมหายใจ พี่จะติดตามมัสยาไปจนสุดหล้า ชีวิตนี้พี่คงไม่อาจอยู่ได้โดยปราศจากมัสยา ผู้เป็นหัวใจของพี่ — จบบริบูรณ์ — คุณลักษณ์ - มัสยา ช่อง7 รายชื่อนักแสดงมัสยา มิกค์ ทองระย้า รับบท ร้อยโทลักษณ์ รัตนมหาศาล (ลักษณ์)มุกดา นรินทร์รักษ์ รับบท มัสยาอานัส ฬาพานิช รับบท ท่านชายสดายุ มยุรฤทธิ์พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท ร้อยตรีพงศ์เทพ (พงศ์)สุภาพร มะลิซ้อน รับบท เพ็ญโฉม (เพ็ญ)ชนกันต์ พูลศิริวงศ์ รับบท นพพรริญญารัตน์ วัชรโรจน์สิริ รับบท พิณทิพย์บุศรินทร์ วงศ์ลีลนนท์ รับบท หม่อมราชวงศ์หญิงชลธิชา มยุรฤทธิ์ดวงตา ตุงคะมณี รับบท ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาล

เชิญจ้ะ..มโนได้ไม่ว่า!! เจนี่ อุบตอบรักหรือเลิก กึ้ง ยันเรื่องส่วนตัวไม่ใช่เรื่องของคนทั้งประเทศ!!
เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ /  ข่าว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ / 

  ยังคงถูกจับตามองไม่น้อยสำหรับความสัมพันธ์ที่ยังคลุมเครือของนางเอกสาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ กับไฮโซหนุ่มทายาทธุรกิจกาแฟชื่อดังอย่าง กึ้ง เฉลิมชัย ที่พักหลังไม่ค่อยมีความเคลื่อนไหวใดๆ ทำเอาหลายคนสงสัยว่าคู่นี้ยังรักกันดีอยู่หรือว่าเลิกกันไปแล้ว ล่าสุดวันนี้ (22มิ.ย.60) นางเอกสาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ได้มาร่วมงานบวงสรวงละครสุดแซ่บ แรงเงา 2 ที่บริษัท บรอดคาซท์ไทย เทเลวิชั่น พร้อมกับเปิดใจช่วงนี้ขอชาร์จพลังหลังจากทำงานหนัก ยันไม่เกี่ยวกับการพักใจ ปฏิเสธตอบความสัมพันธ์กับ หนุ่มกึ้ง ยันขอเก็บเอาไว้เป็นเรื่องส่วนตัวและไม่อยากให้เรื่องส่วนตัวกลายเป็นเรื่องส่วนรวมของคนทั้งประเทศ   "(ช่วงนี้หายหน้าหายตาไปเลย) ใช่ค่ะ เพิ่งปิดละครเรื่องเพลิงบุญด้วย อยากพักจริงๆ ให้คนอื่นเขาเป็นข่าวบ้าง เราก็ไปเมืองนอกค่ะ ก็ยังชาร์จไม่เต็ม เดี๋ยวไปอีก งานอีเว้นท์ยังอะค่ะ ก็อยากอยู่เงียบๆ คนเดียว(หัวเราะ) (ไม่ได้เป็นการพักใจ) ไม่เกี่ยวค่ะ ไม่ค่ะ คือเวลาเราโตแล้ว เล่นละคร เราต้องใช้เอ็นเนอร์จี ใช้จิตในการเล่นเยอะมากค่ะ เพราะฉะนั้นเวลาจบละครเรื่องหนึ่งเนี่ย เราก็จะพักจริงๆ เพราะเรารู้สึกว่าเวลาเราเล่นเราทุ่มให้มันทั้งใจจริงๆ คืองานเราไม่ได้คิดแค่ว่าถ่ายแล้วก็จบ ตัวละครตัวนั้นมันจะอยู่ในความรู้สึก เพราะว่าเวลาเล่นเราให้ใจ เพราะว่าเราร้องไห้เยอะ เราใช้เอ็นเนอร์จีข้างในเยอะมากค่ะ"   "(เรื่องแรงเงา2 ก็ต้องหนักอีก) ก็ต้องปรับ เพราะฉะนั้นตอนนี้เหมือนเราโตขึ้นด้วย พลังในการเล่นมันต้องใช้เยอะ เพราะฉะนั้นเวลาพัก ก็อยากพักจริงๆ คือเราก็จะรู้สึกว่า เราทำงานเราก็ไม่ใช่เด็กๆ แล้ว ที่ทำแค่แบบแป๊บเดียวแล้วก็ทำอันต่อไป เราอยากให้คนดู ดูแล้วรู้สึกว่าอินกับมัน จะไปเที่ยวไหนยังไม่รู้เหมือนกัน แต่ไปคนเดียวค่ะ อีเว้นท์มีติดต่อมาค่ะ แต่ไม่รับ เพราะว่าเราอยากพัก คืออยากพักจริงๆ พอเราโตขึ้นก็จะรู้สึกว่า ควอลิตี้ในการทำงานมันต้องสูงขึ้นด้วยค่ะ บางครั้งเงินก็ไม่ใช่ปัจจัย"   "(ความสัมพันธ์กับ "กึ้ง") เจนไม่ขอพูดได้ไหมคะ เจนไม่อยากให้เรื่องส่วนตัวเป็นเรื่องของส่วนรวม ขอไม่พูดเลยได้ไหม เพราะเจนี่รู้สึกว่ามันไม่ดีกับเจนี่เอง แล้วก็กลับกลายว่าเป็นเรื่องของทุกคนในประเทศนี้(หัวเราะ) และเจนี่ว่าทุกคนก็คงไม่อยากรู้ด้วยค่ะ เพราะฉะนั้นขอพูดเรื่องงานอย่างเดียวดีกว่า เอาอย่างงี้ดีกว่า(หัวเราะ) เราอยู่ในวงการมาเยอะแล้ว เจนอยาก keep เรื่องส่วนตัวไว้ให้เป็นเรื่องส่วนตัวจริงๆ ค่ะ เดาได้ ไม่ว่ากัน เพราะว่าเจนคงจะไปห้ามให้ใครเดาไม่ได้ แต่ว่าอะไรที่ออกจากปากเจน เจนอยากให้มันมีคุณค่าจริงๆ ค่ะ ไม่เป็นไร เจนอยู่ในวงการนี้มา 20 กว่าปี การมโนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นโดยปกติอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเจนอยู่เงียบๆ ดีกว่า ไม่คิดเสพข่าวอะไร เจนอยากอยู่เงียบๆ"   "เพื่อนๆ ไม่ถามแล้ว มีลูกมีครอบครัวกันหมดแล้ว (กับ เจนสุดา) ก็คุยค่ะ เจอหลาน เจอเพื่อนตลอดๆ"   "(มุมมองการใช้ชีวิตดูเปลี่ยนไป) โตขึ้นด้วยค่ะ ก็เราทำงาน แล้วเราก็รู้สึกว่าเจนี่ต้องโฟกัสงาน เราอยากทุ่มให้กับงานจริงๆ อยากให้มันเป็นอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอัน เป็นควอลิตี้จริงๆ เจนพูดเรื่องของตัวเอง มันก็เหมือนกับคนเขาก็ไม่ได้อยากรู้อะ เพราะฉะนั้นเจนอยู่เงียบๆ ดีกว่า (คนรอบข้างให้กำลังใจยังไงกับข่าวที่ผ่านมา) ไม่มีใครใก้กำลังใจ(หัวเราะ) เจนี่ว่ามันเหมือนเป็นวัฏจักรของข่าวค่ะ มันมาเดี๋ยวมันก็ไป เดี๋ยวพอวันนี้เจนออกข่าว พรุ่งนี้มันก็หายไปแล้วอะ ส่วนแฟนคลับเขาไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัวค่ะ กับเพื่อนๆ เจอกันบ่อยค่ะ เพียงแต่ไม่ได้อัพไอจี เจนรู้สึกว่าหวงชีวิตส่วนตัวของตัวเองนิดหนึ่ง โตขึ้น โลกส่วนตัวก็อาจจะสูงขึ้นนิดหนึ่งค่ะ คือเจนว่าพอโตขึ้น มันจะเข้าใจชีวิตมากขึ้นว่าเราต้องรักตัวเองค่ะ หลานคือความสุขของเจนี่ (จะได้เห็นเจนี่แต่งงานไหม) โอ้ย ขออยู่กับหลานนะคะ"   "ถ้าเพลิงบุญ เจนว่าต้องแรงไปถึงปีหน้า ส่วนงานแฟชั่นโชว์ เราโตแล้ว เราต้องให้น้องๆ บ้างแล้วค่ะ ถ่ายเซ็กซี่ไม่ออกละค่ะ ต้องให้เด็กๆ แล้ว จริงๆ ก็ไม่ได้ลดนะ แต่อาจจะเลือกอะไรที่มันมีคุณภาพมากขึ้น (ชุดว่ายน้ำไม่ถ่ายแล้วเหรอ?) ไม่อยากรับปากว่าจะไม่มี แต่ก็ยังไม่รู้ว่าอะไรยังไง คือตอนนี้มี 911 ด้วย เพราะฉะนั้นภาพเจนมันจะแบบ เจนก็อยากทำธุรกิจด้วยเพราะฉะนั้นเราต้องแบบดูแลตัวเองดีๆ ไม่มีเต้าให้แขวนค่ะ มันเล็กจนแขวนไม่ได้ค่ะ มีถ่ายหนังสือติดต่อมาบ้าง เรื่องอะไรพวกนี้คนก็อยากดูอยู่แล้ว แต่ด้วยอายุ และด้วยวัยวุฒิ คุณวุฒิ มันก็นิดหนึ่ง เขาก็อยากเห็นเด็กๆ ไหมล่ะ ก็สกรีนงานมากขึ้นกว่าเดิมค่ะ" เจนี่กล่าว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ