ลดไขมัน

โบรกฯคาดหุ้นไทย ลุ้นดีดบวก เช้านี้
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

โบรกฯคาด หุ้นไทยเช้านี้มีลุ้นดีดบวก หลังปัจจัยต่างประเทศหนุน จับตากำไรบจ.จะถูกหั่นหรือไม่ บริษัทหลักทรัพย์ เอเชียพลัส วิเคราะห์ว่า ตลาดหุ้นเช้าวันนี้คาดว่าดัชนีฯหุ้นไทยอาจจะมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น จากปัจจัยภายนอกที่มีความผ่อนคลายมากขึ้น อย่างเช่น การที่ธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB ประกาศเดินหน้าซื้อสินทรัพย์เพิมเติม ได้แก่ Asset Back Securities หรือ ABS และ Corporate Bond ขณะที่ตัวเลข Consumer Price Index หรือCPI ของสหรัฐฯที่ได้มีการประกาศออกมาอยู่ที่ 1.7% ซึ่งดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 1.6% ทำให้ภาพรวมความกดดันเศรษฐกิจของโลกผ่อนคลายดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเกี่ยวกับผลการประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในประเทศ ที่มีแนวโน้มลดลง ทำให้อาจจะต้องมีการปรับประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียนในประเทศลดลง ด้านตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียช่วงเช้านี้ส่วนใหญ่ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนลบ ซึ่งมีแนวโน้มสวนทางตลาดหุ้นไทย หลังจากเมื่อวานนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก อย่างเช่น ฮ่องกง และเกาหลีใต้ ทำให้ในวันนี้จะมีการอ่อนตัวลงมา พร้อมให้แนวต้าน 1,542 จุด แนวรับ 1,532 จุด หุ้นเด็ดรายตัว คลิ๊ก>>>>>>> MThai News

มาร์ค วอลเบิร์ก ผอมขี้ก้าง และติดพนัน ในทีเซอร์แรกจาก The Gambler
Mark Walberg /  Rise of the Planet of the Apes / 

ปล่อยทีเซอร์แรกออกมาแล้ว สำหรับหนังที่พ่อหนุ่ม มาร์ค วอลเบิร์ก ยอมขอลดกล้ามโตๆของเขา ให้เหลือแต่โครงกระดูกเพื่อบทนี้โดยเฉพาะ สำหรับ The Gambler ผลงานดราม่า ตลกร้าย ของผู้กำกับ รูเพิร์ด ไวแอ็ท ที่เรารู้จักเขาดีจากหนังฟอร์มยักษ์อย่าง Rise of the Planet of the Apes ที่มาคราวนี้เขาขอมาจับหนังที่สเกลเล็กลง แต่น่าจะยังคงความสนุกที่แปลกใหม่แบบที่ทีเซอร์แรกบอกอย่างแน่นอน นอกจาก วอลเบิร์ก หนังยังมีหนุ่มร่างท้วมอย่าง จอห์น กู๊ดแมน ร่วมแสดงด้วย ในหนังที่เป็นเรื่องราวของศาสตราจารย์ติดพนัน ที่เรื่องซวยๆดันเกิดเมื่อเขาได้ดันไปแหยมกับแก๊งค์มาเฟีย ที่ต้องทำให้เขาเอาชีวิตรอดที่จากพวกมันให้ หนังมีกำหนดฉาย 19 ธันวาคมนี้ ในอเมริกา ส่วนบ้านเราคงฉายกันประมาณปีหน้าครับ

เทคนิคการกินลด 100 กิโลแคลอรี่ ในแต่ละวัน
กิโลแคลอรี่ /  คุมน้ำหนัก / 

สาเหตุของการควบคุมน้ำหนักไม่ได้นั้น เป็นเพราะขาดความเสมอต้นเสมอปลาย ขาดวินัย เพลิดเพลินกับการกินชนิดกู่ไม่กลับ แต่ที่จริงการคุมน้ำหนักนั้นไม่ได้ยากอย่างที่คิด มีความมุ่งมั่นจริง เรื่องนี้สำคัญที่สุด ไม่อย่างนั้นต่อให้โปรแกรมดีขนาดไหน คุณก็ลดน้ำหนักไม่สำเร็จ กินมื้อเช้าทุกวัน อาหารเช้าเป็นมื้อสำคัญที่สุด เพราะช่วยให้ระบบเผาผลาญไม่ขี้เกียจทำงาน แต่การไม่กินอาหารเช้า จะทำให้ร่างกายไม่ใช้พลังงานส่วนนี้ จึงปรับตัวลดระบบเผาผลาญลง ทำให้แม้เรากินน้อย ก็อ้วนได้ เพราะประสิทธิภาพการเผาผลาญอาหารอืดอาดเสียแล้ว การกินอาหารเช้าสม่ำเสมอ จะช่วยป้องกันไม่ให้อ้วนง่าย ลดน้ำหนักได้ดีกว่าคนที่ไม่กินอาหารเช้า และสำหรับคนที่ลดแล้วก็จะคงน้ำหนักตัวได้ง่าย นอกจากนี้ อาหารเช้าไม่ควรอุดมด้วยไขมัน เช่น ปาท่องโก๋ คุกกี้ เค้ก โดนัท พาย กาแฟ แต่ควรเลือกจากอาหารหลัก 5 หมู่ เช่น ข้าวต้มเครื่อง โจ๊ก ก๋วยเตี๋ยวน้ำ เกี๊ยวน้ำ ตามด้วยนม ผลไม้สด หรือน้ำผลไม้แท้ หรือ อาหารง่ายๆ อย่างนมถั่วเหลืองผสมธัญพืช ตามด้วยผลไม้ หรือโยเกิร์ตสักถ้วยกินกับแครกเกอร์ 5 – 6 แผ่นเล็ก ก็สะดวกดี เลิกคิดเสียทีว่าไม่มีเวลาออกกำลังกาย ลองแบ่งเวลาที่ไม่เป็นประโยชน์ มาให้กับการกินเป็นเวลา และออกกำลังกาย สภาพร่างกายคุณจะดีขึ้นอีกเยอะ ช่วยหนีความอ้วนได้ไม่ยาก คุมสัดส่วนอาหาร อยากลองของแปลกใหม่ที่อร่อยๆ ก็ลองได้ แต่ต้องคุมปริมาณอย่าให้มากเกินไป มื้อไหนกินเยอะก็ลดมื้อถัดไป หรือใช้แรงให้มากขึ้น ออกกำลังกายให้มากขึ้น หรือวันต่อไป กินน้อยลง โดยเฉลี่ยทั้งสัปดาห์แล้ว ได้แคลอรีไม่มากเกินไป หลักง่ายๆ คือ กินข้าวหรือเส้นหรือแป้ง 1/4 เนื้อสัตว์ไขมันต่ำ 1/4 กินผัก1/2 ของจาน แซมด้วยผลไม้และผลิตภัณฑ์นมตบท้าย หรือจะใช้เป็นอาหารระหว่างมื้อ เพื่อกระจายการกินออกไปตลอดทั้งวัน ไม่อัดแน่นในมื้อเดียวให้ระบบย่อยต้องทำงานหนัก อ่านข้อมูลโภชนาการ ที่ฉลากอาหาร จะช่วยให้จ่ายเงินได้คุ้มค่า อาหารสำเร็จรูปส่วนใหญ่จะบอกจำนวนแคลอรี ปริมาณคาร์โบไฮเดรต โปรตีนไขมันชนิดต่างๆ คอเลสเทอรอล ใยอาหาร น้ำตาล และโซเดียมให้ทราบอยู่แล้วอย่ามองข้ามแคลอรีเล็กๆ น้อยๆ ตามหลักเกณฑ์ในการลดน้ำหนัก ถ้าลดเร็วก็เพิ่มเร็ว เพราะเวลาลดได้ก็จะขาดวินัยในการกิน โดยทฤษฏีบอกว่า ถ้าลดพลังงานได้วันละ 500 กิโลแคลอรีจากที่รับประทานปกติ จะช่วยลดน้ำหนักได้สัปดาห์ละ 1/2 กิโลกรัม แต่ถ้าไม่เร่งรีบก็อาจลดแคลอรีวันละ 100 กิโลแคลอรี่ ก็จะช่วยให้น้ำหนักลดลงได้แบบสบายๆ แต่อาจต้องใช้เวลา 5 สัปดาห์ ต่อการลดครึ่งกิโลกรัม ซึ่งคนส่วนใหญ่มองว่า ลดได้น้อยมาก แต่ถ้าทำได้ทั้งปี จะช่วยให้น้ำหนักลดลงได้ประมาณ 4.5 กิโลกรัม ซึ่งดีต่อสุขภาพในระยะยาว ถ้าไม่อยากลดอาหาร มีอีกทางเลือก คือ ใช้พลังงานเพิ่มขึ้นจากปกติวันละ 100 กิโลแคลอรี่ โดยคุมปริมาณอาหารให้คงที่ เทคนิคลด100 แคลอรี่ ในแต่ละวัน 1. จากที่เคยทาขนมปังด้วยเนย 2 ช้อนโต๊ะ (200 กิโลแคลอรี่) ใช้แยมแทน 1 ช้อนโต๊ะ (100 กิโลแคลอรี่) หรือถ้าใช้เนยถั่ว 1 ช้อนโต๊ะ ก็จะได้คุณค่าทางอาหารที่ดีเพิ่มข้น คือได้โปรตีนและไขมันที่ดีแทนที่จะได้คาร์โบไฮเดรตล้วนๆ 2. หากอาหารเช้าของคุณเป็นแบบสไตล์อเมริกัน ให้งดเบคอน (3 ชิ้น = 109 กิโลแคลอรี่) หรือชีส (1 แผ่น = 105 กิโลแคลอรี่) 3. เลือกปลาทูน่าสเต็กในน้ำเกลือ (ขนาด 168 กรัม = 175 กิโลแคลอรี่) แทนปลาทูน่าในน้ำมัน (275 กิโลแคลอรี่) 4. ถ้าคุณเป็นคนรับประทานข้าวมาก ให้ลดข้าว 1 ทัพพี (1/2 ถ้วยตวง = 108 แคลอรี่) 5. หากรับประทานถั่วเม็ดมะม่วง ให้จำกัดปริมาณไว้เพียง 3 ช้อนโต๊ะ (18 เม็ด = 163 กิโลแคลอรี่ 30 เม็ด = 273 กิโลแคลอรี่) หรือลดปริมาณทองหยิบลง 1 ดอก (105 แคลอรี) 6. หากคุณจำเป็นต้องเลือกอาหารประเภทฟาสต์ฟู้ด อย่าเลือกเครื่องดื่มน้ำอัดลมขนาดใหญ่ (ขนาด 21 ออนซ์ 210 กิโลแคลอรี่) เลือกขนาดเล็กของเด็กแทน (ขนาด 12 ออนซ์ = 110 กิโลแคลอรี่) 7. เปลี่ยนจากน้ำสลัดชนิดครีม 2 ช้อนโต๊ะ (ช้อนละ 75-100 แคลอรี) เป็นน้ำสลัดประเภทไขมันต่ำ หรือประเภทน้ำใส 2 ช้อนโต๊ะ ขอบคุณที่มาจาก : www.emaginfo.com

11 พฤติกรรมที่ทำให้ผมบาง หยุดซะนะ
10 อันดับ /  สุขภาพ / 

หนุ่มสาวคนไหนที่รู้สึกว่าตัวเองผมหลุดร่วงบ่อยๆ จนบางทีกลายเป็นคนผมบางไปเลย หรือคนที่ผมบางอยู๋แล้วเมื่อเจอปัญหาแบบนี้ก็ยิ่งทำให้ศรีษะแทบจะล้านกันเลย แบบนี้ต้องมาเช็คกันหน่อยแล้วว่า เรามี 11 พฤติกรรมที่ทำให้ผมบาง กันรึเปล่า ถ้าในชีวิตประจำวันของเราทำ 11 พฤติกรรมนี้บ่อยเกินไป มันก็อาจจะมีผลก็ได้นะ 11 พฤติกรรมที่ทำให้ผมบาง หยุดซะนะ 11 พฤติกรรมที่ทำให้ผมบาง หยุดซะนะ 1. สระผมด้วยน้ำอุ่น สาว ๆ หลายคนรู้สึกฟินที่ได้สระผมด้วยน้ำอุ่น แถมยังแอบคิดไปเองด้วยว่า น้ำอุ่นจะช่วยชำระล้างความสกปรกที่เกาะติดเส้นผมได้มากกว่าน้ำอุณภูมิปกติ ซึ่งจริง ๆ แล้วน้ำอุ่นเป็นผู้ร้ายตัวจริงที่ทำร้ายเส้นผมเรามานักต่อนัก ทั้งทำให้ผมแห้งแตกปลาย ช่วงชิงน้ำมันธรรมชาติบนหนังศีรษะไปอย่างหน้าตาเฉย จนในที่สุดเส้นผมก็มีสภาพอ่อนแอ คราวนี้ก็หลุดร่วงจากศีรษะเราอย่างง่ายดายเลยล่ะค่ะ และในเมื่อรู้อย่างนี้แล้ว สาว ๆ ควรเปลี่ยนพฤติกรรมมาใช้น้ำอุณหภูมิปกติสระผมแทนดีกว่า หรือถ้าใจไม่กล้าพอจะราดน้ำเย็น ๆ ลงบนหัว อนุโลมในการปรับปุณหภูมิน้ำอุ่นเกือบร้อนมาเป็นน้ำอุ่นเบา ๆ เกือบเย็นสระผมแทนก็ได้ 2. จัดแต่งทรงผมด้วยความร้อน สาวคนไหนที่ไดร์ผม หรือหนีบผมเป็นประจำทุกวัน ทราบไหมคะว่าคุณกำลังทำร้ายเส้นผมอย่างรุนแรงมาก ๆ อยู่ เนื่องจากความร้อนจากการจัดแต่งทรงผมจะเข้าไปทำลายเคลือบผม พร้อมกันนั้นโปรตีนที่เลี้ยงเส้นผมก็จะถูกความร้อนทำลายไปด้วย ส่งผลให้ผมแห้งเสียแตกปลาย เปราะบางและหลุดร่วงง่าย ดังนั้นลองเปลี่ยนมาใช้พัดลมเป่าผม หรือปรับโหมดไดร์เป็นเป่าลมเย็นดีกว่า แล้วอย่าลืมเคลือบเส้นผมด้วยเซรั่มป้องกันความร้อนก่อนการจัดแต่งทรงผมด้วยนะจ๊ะ 3. ไดเอทผิดวิธี โปรตีนเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อเส้นผมมาก ฉะนั้นในแต่ละวันเราควรได้รับสารโปรตีนประมาณ 46 กรัม หรือคิดเป็นร้อยละ 20-30% ต่อสารอาหารที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวัน แต่ถ้าคุณกำลังอยู่ในช่วงไดเอทแบบผิด ๆ ด้วยการอดอาหารบ่อย ๆ แบบนี้ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไมเส้นผมถึงเปราะบาง หลุดร่วงง่ายเหลือเกิน 4. ทำรุนแรงในขณะที่ผมเปียก ลำพังแค่หวีผมแรง ๆ ในขณะที่ผมแห้งก็ทำร้ายเส้นผมให้อ่อนแอได้มากแล้ว แต่ถ้ายังทำรุนแรงกับเส้นผมขณะที่ผมเปียกอยู่ด้วย งานนี้จะหวังให้เส้นผมแข็งแรงก็ยากแล้วล่ะค่ะ เพราะเส้นผมที่เปียกชื้นจะบอบบางกว่าปกติหลายเท่า ดังนั้นเพียงแค่ใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมแรง ๆ หรือหวีผมในขณะที่ผมเปียกอยู่ ก็สามารถทำให้สารเคลือบผม และโปรตีนในเส้นผมถูกทำลายอย่างง่ายดาย เราจึงจะสังเกตเห็นผมที่หลุดร่วงได้มากกว่าปกติ 5. มัดผมแน่นเกินไป การมัดผม หรือถักเปียแน่นเกินไปก็เป็นการทำร้ายเส้นผมอย่างหนึ่ง ซึ่งนอกจากจะทำให้โครงสร้างเส้นผมหักงอผิดรูปแล้ว ยังอาจทำร้ายเคลือบผมทางอ้อมได้อีกด้วย ดังนั้นพยายามอย่ามัดผม หรือถักเปียบ่อยนักเลยนะคะ ปล่อยให้ผมทิ้งตัวสบาย ๆ บ้าง เป็นการช่วยให้เส้นผมมีสุขภาพดีขึ้นได้อีกหน่อย แถมยังช่วยลดความเสี่ยงผมเปราะบางหลุดร่วงได้อีกทางหนึ่งด้วย 6. ใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมผิดประเภท ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมที่มีเนื้อหนาหนัก อีกทั้งยังอวดอ้างสรรพคุณว่าสามารถล็อกทรงผมให้อยู่ทรงได้ตลอดทั้งวัน เป็นเหมือนดาบสองคมสำหรับสาว ๆ เนื่องจากผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมชนิดนี้มักจะมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์อยู่มาก ซึ่งเจ้าแอลกอฮอล์ก็เป็นตัวการทำให้ผมแห้งเสีย แตกปลายได้เช่นกัน ถ้าไม่เชื่อลองสังเกตดูเวลาที่คุณหวีผมหลังจากชโลมผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมเหล่านี้สิคะ จะเห็นได้เลยว่าเส้นผมหลุดติดกับหวีมาหลายเส้นเลยทีเดียว และในเมื่อรู้อย่างนี้แล้ว หันมาใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมที่มีเนื้อบางเบา หรือเป็นสเปรย์ที่ไม่ได้เกาะติดอยู่บนผมจนทำให้ผมเหนียวเหนอะหนะแทนก็ได้ 7. รับประทานยาคุมกำเนิด โดยปกติแล้วสาว ๆ ส่วนใหญ่จะมีภาวะผมหลุดร่วงง่ายเมื่อเป็นประจำเดือน หรืออยู่ในช่วงฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าผมยังหลุดร่วงอยู่ แม้จะผ่านพ้นช่วงเป็นประจำเดือนไปแล้วก็ตาม นั่นอาจจะเป็นเพราะผลข้างเคียงของยาคุมกำเนิดที่คุณกำลังรับประทานอยู่ก็ได้นะคะ โดยเฉพาะยาคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมนเพศชายผสมอยู่มาก ดังนั้นลองเปลี่ยนมาทานยาคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมนเพศชาย (ฮอร์โมนแอนโดรเจน) ปริมาณน้อย ๆ ก็น่าจะหยุดปัญหาผมหลุดร่วงได้พอสมควร 8. ปัญหารังแค หลายคนสงสัยว่าปัญหารังแคจะมีส่วนทำให้ผมหลุดร่วงได้อย่างไร ต้องบอกตรงนี้เลยค่ะว่า เมื่อเกิดปัญหารังแคกับหนังศีรษะของเรา อาการคันก็จะตามมา และประเด็นก็อยู่ตรงที่ยิ่งเกาก็ยิ่งทำร้ายหนังศีรษะและเส้นผมมากเท่านั้น เป็นสาเหตุทางอ้อมที่ทำให้ผมหลุดร่วงนั่นเอง ฉะนั้นคงดีกว่าหากคุณจะแก้ปัญหารังแค และอาการคันศีรษะให้หมดไปก่อน ซึ่งขั้นแรกอาจจะเลือกใช้แชมพูที่มีส่วนผสมของเซเลเนียม ซิงค์ และทีทรีออยล์ หรือถ้าต้องการความชัวร์ก็ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญร่วมด้วยก็ดี 9. ตากแดดนาน ๆ รังสียูวีจากแสงแดดไม่เพียงแต่ทำร้ายผิวของเราได้เท่านั้น แต่ยังเป็นต้นเหตุร้ายที่ทำให้เส้นผมสูญเสียความชุ่มชื้น ทำลายสารเคลือบเส้นผม จนทำให้ผมเปราะขาดหลุดร่วงง่าย ดังนั้นนอกจากต้องทาครีมกันแดดปกป้องผิวพรรณแล้ว ก็ควรชโลมเซรั่มบำรุงผมที่มีส่วนผสมของสารกันแดดเพื่อป้องปกป้องสุขภาพเส้นผมด้วยนะจ๊ะ 10. ไม่ค่อยสระผม สมัยนี้มีนวัตกรรมแชมพูแห้งที่ช่วยให้สาว ๆ ไม่ต้องเสียเวลาสระผมและเป่าแห้งอีกต่อไป แต่ดาบคมที่สองจากความสะดวกสบายที่ว่านี้ก็เป็นตัวการทำให้ผมหลุดร่วงได้ด้วยเช่นกัน เนื่องจากการใช้แชมพูแห้งสระผมบ่อย ๆ จะทำให้มีสารตกค้างอยู่บนเส้นผม มากเข้าก็อุดตันหนังศีรษะและเส้นผม จนไม่สามารถรับสารอาหารบำรุงผมใด ๆ ได้อีก ก่อให้เกิดอาการเปราะบาง และผมก็หลุดร่วงได้ง่าย ๆ ดังนั้นทางที่ดีเลือกวิธีทำความสะอาดเส้นผมด้วยการสระผมกันดีกว่านะคะ 11. ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด สำหรับคนที่ต้องรับประทานยาบางชนิดเป็นประจำ เช่น ยาคลายเครียด ยาลดความดันโลหิต หรือยาที่มีส่วนผสมของกลุ่มฮอร์โมน อาจต้องเจอกับปัญหาผมหลุดร่วงอันเนื่องมาจากผลข้างเคียงจากยาได้ ดังนั้นหากคุณรู้สึกว่าช่วงที่รับประทานยาแล้วผมหลุดร่วงมากกว่าปกติ กรณีนี้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางรักษาอื่น ๆ ต่อไปแล้วล่ะค่ะ ขอบคุณข้อมูล girlsallaround.com

หุ้นไทย เปิดบวก 4.74 จุด ลุ้นรีบาวน์เล็กๆ
ข่าว /  ข่าวตลาดหุ้น / 

ตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (24 ต.ค.) เปิดทำการเมื่อเวลา 09.58 น. ดัชนีฯปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.74 จุด แตะที่ระดับ 1,537.46 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2,372.38 ล้านบาท บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส วิเคราะห์ว่า เมื่อวานนี้ (23 ต.ค.) ตลาดหุ้นต่างประเทศยังปรับตัวลงอีก เนื่องจากตลาดหุ้นสหรัฐคืนวันพุธที่ 22 ต.ค. ปรับตัวลงเป็นลบเกือบ 1% โดยได้รับแรงกดดันจากข่าวความไม่สงบในแคนาดา และตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐเดือน ก.ย.ที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาด อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นเอเชียเมื่อวานนี้ไม่ได้ปรับตัวลงรุนแรงมากนัก ก่อนที่เช้านี้ตลาดหุ้นต่างประเทศจะกลับมาดูดีขึ้น หลังดัชนีดาวโจนส์พลิกกลับมาเป็นบวก 1% พร้อมทั้งการขยับบวกต่อเนื่องของตลาดหุ้นยุโรป ช่วยหนุนให้ตลาดหุ้นในเอเชียเช้านี้ส่วนใหญ่ก็กลับมาแกว่งตัวด้านบวกได้ ทำให้ยังคาดว่าดัชนีฯหุ้นไทยจะมีลุ้นโอกาสแกว่งทรงตัว และรีบาวด์กลับขึ้นได้บ้างในช่วงนี้ แต่โอกาสที่ดัชนีฯจะรีบาวด์กลับขึ้นไปได้แรงๆ ยังมีความเป็นไปได้น้อย และสุดท้ายแล้วถ้าไม่ได้มีปัจจัยบวกใหม่ๆ เข้ามาหนุนเพิ่มเติม ก็ยังมีแนวโน้มที่จะกลับไปปรับตัวลงต่อมากกว่าอยู่เช่นเดิม แนวรับ 1,526-1,510 จุด แนวต้าน 1,535-1,546 จุด แนะนำให้เน้นขายลดพอร์ตช่วงบวกต่อ แล้วถือเงินสด เพื่อรอจังหวะซื้อใหม่เมื่อดัชนีไหลลงต่ำ ซึ่งจุดที่จะน่าสนใจกลับเข้าเทรดดิ้งรอบใหม่ เรามองไว้ที่ระดับดัชนีประมาณ 1,500 จุดหรือใกล้เคียง บทวิเคราะห์ หุ้นเด็ดรายตัว คลิ๊ก>>>>>>> MThai News

ครม.ไฟเขียวช่วยชาวสวนยางไร่ละ 1,000บ.
ครม. /  ชาวสวนยาง / 

ที่ประชุมครม.เห็นชอบอนุมัติเงินช่วยเหลือชาวสวนยางไร่ละ 1,000 บาท นายกรัฐมนตรีกำชับต้องมีประสิทธิภาพ ถึงมือเกษตรกรโดยตรง พร้อมสั่งจัดระเบียบรถตู้ วินจยย. ชายหาด พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบตามที่คณะกรรมการนโยบายยาง หรือ กนย. เสนอเงินอุดหนุนช่วยเกษตรผู้ปลูกยางพารา 1,000 บาท ต่อ ไร่ และไม่เกิน 15,000 บาท เพื่อให้ทำสต๊อกนิ่งให้เป็นสต๊อกเคลื่อนไหว ให้มีการซื้อและระบายออกไปในปริมาณเท่ากัน นอกจากนี้ยังมีการกำหนดวงเงินให้เกษตรกรกู้เงินได้รายละไม่เกิน 100,000 บาท รวมทั้งการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคาร ธสก.ซึ่งรัฐบาลช่วยรับภาระร้อยละ 3 จากร้อยละ 5 ทั้งนี้นายกฯ ได้เน้นย้ำให้มาตรการการช่วยเหลือต้องทำให้มีประสิทธิภาพและต้องถึงมือเกษตรกรโดยตรง นอกจากนี้นายกรัฐมนตรี ได้มีสั่งการย้ำให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการจัดระเบียบพื้นที่ใหม่อีกครั้ง ทั้งในส่วนของรถตู้ วินรถจักรยานยนตร์รับจ้าง และการจัดระเบียบตามชายหาด เนื่องจากภายหลังที่มีการจัดระเบียบดังกล่าวไปแล้ว ยังพบว่ามีความไม่เรียบร้อย แต่ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงความเดือดร้อนของผู้ค้าในพื้นที่เหล่านี้ โดยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือควบคู่ไปด้วย ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยโดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานต่างๆประสานงานร่วมกันดูแล หากพบมีช่องโหว่จะกำหนดมาตรลงโทษ MThai News

หุ้นไทยปิดลบ 0.53 จุดที่ระดับ 1,526.14 จุด
ข่าวหุ้น /  ดัชนีฯหุ้น / 

วันนี้ตลาดหุ้นไทยปิด ณ เวลา 16.44 น.ที่ 1,526.14 จุด ลดลง 0.53 จุด หรือลดลง 0.03% ด้วยมูลค่าการซื้อขายกว่า 36,277.72 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่กดดัชนีมากที่สุด 5 อันดับแรก 1.ADVANC ปิดที่ระดับ 223.00 บาท ลดลง -3.00 บาท ราคาหุ้นที่ลดลงมีผลต่อดัชนี -0.9994 จุด 2.SCB ปิดที่ระดับ 172.50 บาท ลดลง -2.00 บาท ราคาหุ้นที่ลดลงมีผลต่อดัชนี -0.7607 จุด 3.PTTEP ปิดที่ระดับ 143.50 บาท ลดลง -1.50 บาท ราคาหุ้นที่ลดลงมีผลต่อดัชนี -0.6673 จุด 4.TPIPL ปิดที่ระดับ 1.80 บาท ลดลง -0.21 บาท ราคาหุ้นที่ลดลงมีผลต่อดัชนี -0.4751 จุด 5.MAKRO ปิดที่ระดับ 36.50 บาท ลดลง -0.75 บาท ราคาหุ้นที่ลดลงมีผลต่อดัชนี -0.4034 จุด MThai News

เจ็บหน้าอก แบบไหนไม่ควรนิ่งนอนใจ
จุกหน้าอก /  เจ็บหน้าอก / 

คุณเคยอยู่ดีๆก็ เจ็บหน้าอก หรือแน่นหน้าอกบ้างไหม บางครั้งอาการเหล่านี้เป็นแปปเดียวก็จะหายไปเอง แต่บางคนก็เป็นๆหายๆ จนอาจจะทำให้รู้สึกกังวลว่าเป็นโรคร้ายอะไรหรือเปล่า วันนี้เรามีวิธีเช็คง่ายๆมาฝากค่ะ ว่า เจ็บหน้าอก แบบไหนที่ไม่ควรนิ่งนอนใจ ไปดูเลย... เจ็บ แน่น หน้าอกตรงกลาง อย่างรุนแรง และอาจจะมีอาการเจ็บร้าวไปที่แขน คอ หรือคาง ร่วมด้วย บางรายมีอาการเหงื่อออกตามมา ผู้ป่วยหลายรายอธิบายอาการ เจ็บหน้าอก แบบนี้ว่า “เจ็บเหมือนจะขาดใจตาย” อาการเช่นนี้ส่วนใหญ่เกิดจากหลอดเลือดหัวใจอุดตัน และกล้ามเนื้อหัวใจกำลังขาดเลือดอย่างรุนแรง เกิดกล้ามเนื้อหัวใจตาย หรือที่เรียกว่า Heart attack นั่นเอง โอกาสที่ผู้ป่วยจะเสียชีวิตที่บ้านมีสูงมาก ดังนั้นควรรีบส่งโรงพยาบาลทันที นอกจากนี้แล้วอาการ เจ็บหน้าอก อย่างรุนแรง ยังอาจจะเกิดจากหลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกขาด ซึ่งจะพบได้ในผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูงค่ะ เจ็บ แน่นหน้าอก และมีอาการหน้ามืดเป็นลม อาการแบบนี้อาจจะเกิดจากการที่หลอดเลือดหัวใจอุดตัน (โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลอดเลือดหัวใจด้านขวา) กล้ามเนื้อหัวใจตาย หัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง หลอดเลือดแดงที่ปอดอุดตัน หรืออาจเกิดจากหลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกขาดก็ได้ ส่วนอาการหน้ามืดเป็นลมนั้นเกิดจากการที่เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอเพราะความดันโลหิตลดลง หรือหัวใจเต้นผิดปกติซึ่งอาจจะเต้นช้าหรือเร็วกว่าปกติ หากมีอาการเช่นนี้ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันทีค่ะ เจ็บหน้าอก และมีอาการหอบเหนื่อย หายใจลำบาก ซึ่งสาเหตุอยู่ที่ปอดเป็นส่วนใหญ่ เช่นถุงลมปอดฉีกขาด มีลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอด หลอดเลือดแดงที่ปอดอุดตัน ซึ่งมีผลทำให้การแลกเปลี่ยนออกซิเจนผิดปกติ และอาการแน่นหน้าอก หอบเหนื่อย หายใจลำบากก็ยังอาจจะพบในผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวได้อีกด้วย ลองสำรวจดูซิค่ะว่าคุณมีอาการต่างๆเหล่านี้หรือไม่ ถ้ามีหละก็อย่างนิ่งนอนใจ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที ขอบคุณที่มาจาก : นิตยสารชีวจิตฉบับที่ 121

ฮาโลวีนปีนี้ ใครแต่งผีลด 50% ที่ คาเฟ่ แคนทารี
คาเฟ่ แคนทารี /  ฮาโลวีน

ฮาโลวีนปีนี้ ใครแต่งผีลด 50% ที่คาเฟ่ แคนทารี คาเฟ่ แคนทารี จัดโปรโมชั่นพิเศษฉลองเทศกาลฮาโลวีนปีนี้ตั้งแต่วันที่ 24 – 31 ตุลาคม 2557ใครแต่งแฟนซีแนวผีมาแบบจัดเต็มและโดนใจมากที่สุดในวันที่ 31 ตุลาคมได้สิทธิ์ซื้อเบเกอรี่ หรือเครื่องดื่มลดราคาถึง 50% มาร่วมสนุกกับเหล่าผีค้างคาว มัมมี่ และแม่มด ที่จะมาร่วมสร้างสีสันได้ที่คาเฟ่ แคนทารีสาขาอยุธยา, ระยอง, เขาหลัก, ศรีราชา และเชียงใหม่ ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเยี่ยมชมที่เว็บไซต์ www.cafekantary.com