ลดไขมัน

ไขความลับ เพราะเหตุใด 'cockpit' จึงถูกล็อกจากด้านใน
cockpit /  ล็อกจากด้านใน / 

หลายสมุมุติฐาน ‘เยอรมันวิงส์’  กรณีเงื่อนงำใหม่ เมื่อห้องนักบินถูกล็อกจากด้านใน จนทำให้หนึ่งในนักบินไม่สามารถเข้า cockpit ได้ก่อนเครื่องพุ่งชนเทือกเขาแอลป์ เป็นข่าวช็อกโลก ในกรณีเครื่องบินโดยสารแอร์บัส เอ320 เที่ยวบิน 4U 9525 เครื่องบินโดยสารของสายการบิน ‘เยอรมันวิงส์’ หลังจากการถอดเทปจากกล่องดำที่ยังคงสภาพและใช้ได้ดี ล่าสุดวันนี้สื่อนอกตีข่าว พบหลักฐานใหม่ ที่แสดงถึงเงื่อนงำบางอย่าง ของการเกิดโศกนาฏกรรมพุ่งชนบริเวณเชิงเขาของเทือกเขาแอลป์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศส ขณะเดินทางจากเมืองบาร์เซโลนา ของสเปน ไปยังเมืองดุสเซลดอร์ฟ ในเยอรมนี เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา วันนี้ ทีมข่าวเอ็มไทยได้เกาะติดกระแสการไขปริศนาดังกล่าว จากรายงานของสำนักข่าว 'ดิ อินดิเพนเดนธ์' ที่ออกมาตั้งสมมุติฐานเกี่ยวกับกรณีที่ประตูห้องนักบิน หรือ 'cockpit' เกิดล็อกจากด้านในก่อนเครื่องจะดิ่งลงบริเวณที่เกิดเหตุ อันน่าสนใจดังนี้ 1.ระบบการรักษาความปลอดภัย เนื่องจากเครื่องบินส่วนใหญ่ จะมีฉากกั้นระหว่างห้องโดยสารและห้องนักบินที่ค่อนข้างบาง สายการบินส่วนใหญ่จึงมีความกังวลเรื่องความปลอดภัย ยกตัวอย่างจากกรณี เหตุการณ์ วินาศกรรมก้องโลก 9/11 เมื่อมีผู้ก่อการร้ายใช้อาวุธจี้ข่มขู่นักบินเพื่อเข้าควบคุมการบินในขณะทำการก่อความไม่สงบ หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว สายการบินต่างๆได้ตระหนักถึงภัยจากการก่อการร้าย และเริ่มทุ่มทุนเพื่อทำการติดตั้งประตูเสริมสร้างความปลอดภัย ป้องกันห้องนักบิน ซึ่งเป็นห้องควบคุมเครื่องจากการบุกรุก และสามารถกันกระสุน ซึ่งน่าจะหมายรวมถึงระบบการป้องกันการลุกล้ำเข้าไปอย่างรัดกุมดังกล่าว คือการล็อกประตูจากด้านในนั่งเอง 2.มีวิธีที่ลูกเรือจะสามารถเข้าไปในห้องดังกล่าวหรือไม่ ? ในความเป็นจริงแล้ว หากนักบินออกมาทำธุระนอกห้อง cockpit สายการบินส่วนใหญ่จะมีระบบคีย์การ์ดหรือรหัสมาตรฐานที่จะสามารถนำพาลูกเรือกลับเข้าไปในห้องควบคุมได้ แต่ประตูจะไม่สามารถเปิดจากด้านนอกได้ในระยะเวลาที่ตั้งเวลาไว้ล่วงหน้า ประมาณ 5-20 นาที ซึ่งเป็นไปได้ว่า หลักฐานจากการถอดเทป คือเสียงที่ทำการเคาะประตู อาจจะเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลา 5 -20 นี้ก็เป็นได้ 3.มาตรฐานการบิน กับจำนวนของนักบิน มีความสำคัญมากน้อยแค่ไหน ? ปัจจุบันมีสายการบินมากมายที่กำหนดให้เครื่องทะยาน ภายใต้การปฏิบัติงานของนักบินเพียงหนึ่งได้ จะสามารถควบคุมการบินแต่แบบเดี่ยวๆ จากสายการบิน มาเลเซีย แอร์ไลน์ กระนั้นเยอรมันวิงส์ มีนโยบายให้ประตูระหว่างห้องโดยสารและcockpit ถูกเปิดออกน้อยครั้งที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ 4.สองทฤษฏีที่ขัดแย้ง จนนำไปสู่โศกนาฏกรรม ! สองข้อสังเกตที่อาจเป็นไปได้ในกรณีของ เยอรมันวิงส์ คือนักบินผู้ที่ทำการควบคุมอยู่เพียง 1 รายใน cockpit มีร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ต่อการปฏิบัติงาน เช่นเจ็บป่วย และพยายามจะนำเครื่องลงฉุกเฉิน โดยเริ่มต้นจากการลดระดับความสูงลง แต่อาจจะเป็นไปได้ว่าโชคร้ายที่ไม่สามารถดำเนินการต่อได้ หรืออาจเป็นเพราะระบบ keycode ล้มเหลว และอีกหนึ่งข้อสงสัยคือ นักบินที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น จงใจให้เกิดเหตุร้ายขึ้น กล่าวคือ มูลเหตุจากการฆ่าตัวตาย สองสมมุติฐานที่มีความเป็นไปได้ ถูกตั้งขึ้นท่ามกลางข้อกังขา 5.สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป BEA หน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการไขปริศนา โศกนาฏกรรม ‘เยอรมันวิงส์’ จะถูกกดดันทั้งจากญาติผู้เสียชีวิตและสังคม ให้เปิดเผยสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดเหตุการณ์สลดใจ ซึ่งอาจจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้สายการบินน้อยใหญ่เปลี่ยนแปลงนโยบายการดำเนินงาน เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการสายการบินทั่วโลก MThai News

JAS ประกาศแผนธุรกิจเตรียมทุ่ม 3.5 หมื่นล.ประมูล 4G
4G /  JAS / 

พิชญ์ โพธารามิก ประกาศแผนธุรกิจ จับมือพันธมิตร ร่วมประมูล 4จี คาดใช้เงินลงทุนประมาณ 25,000-35,000 ล้านบาท ยันไม่ขายหุ้น JAS แน่นอน นายพิชญ์ โพธารามิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS เปิดเผยว่า กระแสข่าวลือที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ว่าทางผู้บริหารได้ขายหุ้นของบริษัท ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลงแรง ซึ่งขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะหากมีการขายหุ้นจริง ข้อมูลต้องเเจ้งทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ส่วนประเด็นการขายหุ้น ที่ซื้อคืน 142.73 ล้านหุ้นนั้น บริษัทไม่มีนโยบายขายหุ้นออก แต่จะนำไปลดทุนเพื่อนตอบแทนผู้ถือหุ้น 'ผมยืนยันว่า ไม่มีทางขายหุ้นที่ถืออยู่ เเน่นอน ซึ่งนักลงทุนควรใช้วิจารณญาณในการรับฟังข่าวต่าง เนื่องจากบริษัทได้สร้างการเติบโตของธุรกิจ อย่างต่อเนื่อง ในกรณีที่โบรกฯ แนะนำให้ขายหุ้นก็ต้องขึ้นอยู่ว่านักลงทุนประเมินแบบไหน' นายพิชญ์ กล่าว ส่วนแผนขยายธุรกิจใหม่ Mobile Boardband 4G (MBB) ที่บริษัทเตรียมได้ดำเนินการ เบื้องต้นมีการพูดคุยกับพันธมิตรอยู่ 2-3 ราย อาทิ เกาหลี เเละ ญี่ปุ่น ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจ 4G และทางบริษัทจะเลือกพันธมิตรที่เหมาะสมที่สุด คาดได้ข้อสรุปช่วง ไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ ขณะนี้ได้วางงบลงทุนในระยะเเรก ในการดำเนินธุรกิจ 4G  ไว้ประมาณ 25,000-35,000 ล้านบาท มาจากเงินจากการตั้งกองทุน JASIF 10,000 ล้านบาท และการร่วมทุนกับพันธมิตรอีก 10,000 ล้านบาท รวมทั้งเงินที่ได้จากการ ด้านการออก JAS-W3 จำนวน 3,497 ล้านหน่วย ราว 15,000 ล้านบาท และหากถ้ามีความจำเป็นต้องลงทุนเพิ่ม บริษัทจะพิจารณากู้ยืมเงินจากสถาบันทางการเงิน เนื่องจากบริษัทฯ สถานะทางการเงินที่เเข็งเเกร่ง สำหรับธุรกิจ บรอดแบนด์ อินเทอร์เน็ต บริษัทได้วางงบลงทุนปีนี้ไว้ ราว 5,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา โดยจะนำไปใช้เพื่อ ขยายโครงการข่าย บรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต ให้ครอบคลุม 100% ของ 7,000 ตำบลทั่วประเทศ จากสิ้นปี 57 อยู่ที่ 3,400 ตำบล ละคาดว่าลูกค้า ณ สิ้นปีนี้ จะอยู่ที่ราว 2 ล้านราย จากฐานรวม ขณะนี้ 1.7 ล้านราย ส่วนรายได้ของบริษัทฯ ในปีนี้ คาดว่าจะเติบโตขึ้น 20-25% จากปีก่อน มีรายได้ 12,411 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิคาดว่าจะเติบโต 15-20% จาก ปีก่อนกำไรอยู่ที่ 3,271 ล้านบาท MThai News ขอบคุณคลิปข่าวจาก mono 29

ลดน้ำหนักเป็นคู่ เห็นผลเร็วกว่า ทำคนเดียว!!
ลดความอ้วน /  ลดน้ำหนัก / 

ชวนแฟนมา ลดน้ำหนัก กันเถอะ!       สาวๆ women mthai ที่เริ่มต้น ลดน้ำหนัก สูตรส่วนใหญ่จะแนะนำให้เราเปลี่ยนการกินเป็นอันดับแรก แล้วตามด้วยการออกกำลังกาย แต่รู้หรือเปล่าว่าการลดน้ำหนักที่เห็นผลดีที่สุด คือการลดน้ำหนักกันเป็นคู่       คนส่วนใหญ่ทราบดีอยู่แล้วว่า สิ่งสำคัญในการลดน้ำหนัก คือการทานอาหารในปริมาณที่เหมาะสม และออกกำลังกายเป็นประจำ แต่มันช่างเป็นเรื่องยากเสียเหลือเกิน ผลการวิจัยจากอังกฤษ พบว่าคู่รักที่จับมือกัน เลิกสูบบุหรี่ ออกกำลังกาย และ ลดน้ำหนัก จะได้ผลดีกว่าการออกกำลังกายคนเดียว หรือ การมีคนรักเป็นคนรักสุขภาพซะอีก        จากการศึกษานี้ทำให้เรารู้ว่า การมีคู่จะทำให้เราหันมาเปลี่ยนแปลงตัวเองไปสู่สิ่งดีๆด้วยกัน เรื่องยากกลับกลายเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น สาเหตุที่การออกกำลังกายเป็นคู่จึงมีผลลัพธ์ที่ดีกว่า เป็นเพราะว่าต่างคนต่างเป็นกำลังใจให้กัน หรือบางคู่รักจะแข่งกันออกกำลังกาย จนกลายเป็นแรงผลักดันให้รู้สึกอยากออกกำลังกายมากขึ้น         อย่างเช่น คู่ของ อดัม เลวีน นักร้องนำ maroon 5 กับภรรยาสาวสุดเซ็กซี่ บีฮาติ พรินส์ลู เธอเป็นนางแบบจึงต้องรักษารูปร่างให้ดูดีอยู่ตลอดเวลา บางครั้งที่ภรรยาของเขารู้สึกขี้เกียจออกกำลังกายขึ้นมา  อดัม ก็จะชักชวนภรรยามาออกกำลังกายด้วยกัน หรือบางครั้งก็แข่งกันว่าใครจะชนะ หลังจากนี้สาวๆ women อย่าลืมชวนคนรักมาออกกำลังกายด้วยกันจะได้หุ่นดีไปด้วยกันไง!!! เรียบเรียงโดย women mthai team

ปล่อยยาก! ไตรมาสแรกปีนี้ คนกู้บ้านไม่ผ่านพุ่ง 30%
กิตติ พัฒนพงศ์พิบูล /  ประธานสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย / 

ยอดการปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัย Q1/58 พุ่ง  30%  สมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย ระบุดีต่อ 'ปัญหาหนี้เสีย' นายกิตติ พัฒนพงศ์พิบูล ประธานสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาสเเรกของปี มียอดการปฏิเสธสินเชื่อเพื่อกู้ซื้อบ้านถึง 30% ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะยอดปฏิเสธสินเชื่อ ที่สูงนั้นจะเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้มีรายได้ไม่เพียงพอต่อการผ่อนชำระ ให้สามารถผ่อนบ้านได้เพราะจะเกิดปัญหาหนี้เสียในภายหลัง ซึ่งปีนี้ เป็ฯช่วงที่ดีสำหรับการซื้อบ้าน เนื่องจาก พบว่าราคาบ้านไม่เพิ่มขึ้น จากที่ราคาน้ำมันลดลงทำให้ต้นทุนในการก่อสร้างลดลง เช่นกันและคาดว่าสินเชื่อที่อยู่อาศัยปีนี้จะเติบโต 10-12% จากปีก่อนที่มียอดสินเชื่อที่อยู่อาศัยคงค้าง 2.7 ล้านล้านบาท เนื่องจากดอกเบี้ยที่ลดลงและจากภาครัฐลงทุนระบบคมนาคมทำให้ส่งผลดีต่อผู้ประกอบการเปิดโครงการที่อยู่อาศัยมากขึ้นแต่มีปัจจัยที่น่ากังวลที่มีผลต่อการขยายตัวของสินเชื่อฯ คือ ปัจจัยต่างประเทศภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่ยัฟื้นตัวงไม่แน่นอน รวมถึงปัจจัยในประเทศคือหนี้สินครัวเรือน ช่วง 3 เดือนนี้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังไม่ฟื้นตัวเท่าที่ควร.โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียม ที่เปิดขายลดลงถึง 9,000 ยูนิตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีการเปิดตัวโครงการใหม่ถึง 14,000 ยูนิต เนื่องจากมีสินค้าเหลือชายในตลาดจำนวนมากและคาดว่าทั้งปีนี้จะมีคอนโดฯเปิดใหม่ 65,000 ยูนิตลดลงจากปีก่อนที่เปิดตัวถึง 75,000 ยูนิต MThai News

'พีระศักดิ์' หนุน 'นายก' เลิกกฎอัยการศึก ดันท่องเที่ยวพุ่ง!
คสช. /  ประยุทธ์ จันทร์โอชา / 

'พีระศักดิ์' หนุน 'นายก' เลิกกฎอัยการศึก ดันท่องเที่ยวพุ่ง! ยืนยันช่วนนี้ ประเทศชาติกำลังสงบไม่มีม็อบ นาย พีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. คนที่สอง กล่าว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เตรียมยกเลิกกฎอัยการศึก และใช้มาตรา 44 ออกเป็นคำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. แทน ว่าเห็นด้วยกับแนวทางของ คสช. เพราะ คสช. ถือเป็นผู้รับผิดชอบด้านความมั่นคงทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ ส่วนสาเหตุ ส่วนหนึ่งอาจมาจากการกดดันของต่างประเทศ โดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยว และอีกส่วนหนึ่ง คสช. ก็คงมีข้อมูลที่ชัดเจนว่า ควรใช้มาตรการใดในการบริหารประเทศ ซึ่งตนคิดว่าเป็นการลดระดับการบังคับใช้มาตรการทางกฎหมาย จากกฎอัยการศึกที่สูงสุดลงมา แสดงว่าปัญหาเริ่มคลี่คลาย แต่ท้ายที่สุดแล้ว คสช. ต้องรับผิดชอบทุกอย่าง ซึ่งตนเข้าใจและเห็นใจ คสช.ที่ต้องแบกรับหน้าที่นี้ อย่างไรก็ดี เชื่อว่าการยกเลิกกฎอัยการศึกจะเป็นผลดี หากสามารถควบคุมความสงบได้ เพราะมาตรการ 44 มีความแตกต่างจากการบังคับใช้กฎอัยการศึก อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวดีขึ้น ซึ่งในมุมมองของตนที่รับผิดชอบด้านกฎหมาย และได้ลงพื้นที่พบประชาชน จึงยืนยันได้ว่า ประชาชนในพื้นที่ตลอดจนภาคเอกชน ไม่มีเสียงสะท้อนออกมาว่า ได้รับผลกระทบจากกฎอัยการศึกเลย มีแต่เพียงสะท้อนปัญหาทางเศรษฐกิจ ซึ่งการบังคับใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญ ถือเป็นการใช้กฎหมายตามปกติ เหมือนที่เรามี คสช. ครม. สนช. สปช. คณะกรรมาธิการ​(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ว สำหรับการควบคุม มาตรการดังกล่าวนี้ จะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้หรือไม่ นายพีระศักดิ์ กล่าวต่อว่า  คงตอบไม่ได้ แต่คิดว่าเอาอยู่ เมื่อถามว่า การพิจารณา ร่างพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ของ สนช. จะช่วยส่งเสริมด้านความมั่นคงหรือไม่ นายพีระศักดิ์ กล่าวว่า ยังอยู่ในการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ ซึ่งล่าสุดขอขยายเวลาพิจารณาออกไปอีก 30 วัน เพื่อความรอบคอบในการกลั่นกรองกฎหมาย ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ไม่เกี่ยวกับการยกเลิกกฎอัยการศึก หรือเมื่อมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะแค่การใช้มาตรา 44 ก็เพียงพอแล้ว กฎหมายชุมนุมเป็นเพียงการสร้างแนวทางเผื่อไว้ให้รัฐบาลชุดต่อๆไป ซึ่งก็ไม่ทราบว่า จะผ่านการพิจารณาของสนช.หรือไม่ การชุมนุมหรือการประท้วงไม่น่าจะเกิดขึ้นในช่วงนี้ เพราะแม้จะยกเลิกกฎอัยการศึก แต่ก็ไม่ใช่สถานการณ์ที่เหมาะสม สำหรับทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งฝ่ายที่ชอบรัฐบาลและไม่ชอบรัฐบาล เพราะเชื่อว่าชาวบ้านจะไม่เอาด้วย MThai News

'มอเตอร์โชว์' หนุนยอดขายรถยนต์ เดือน มี.ค ตลาดรวมยังไปได้
ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค /  ตลาดรวมยอดขายรถยนต์ / 

'มอเตอร์โชว์' หนุนยอดขายรถยนต์ เดือน มี.ค ตลาดรวมยังไปได้ส่วนยอดขายรถยนต์ประจำเดือน ก.พ. 58 หดตัว  10.8% นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดรถยนต์ ในเดือน มี.ค.แนวโน้มทรงตัว จากเสถียรภาพทางการเมืองที่อยู่ในเกณฑ์ที่ดี ควบคู่ไปกับจากการเร่งรัดการใช้จ่ายและการดำเนินโครงการที่สำคัญของภาครัฐ ประกอบกับการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ จากค่ายรถยนต์ต่างๆ ตลอดจนการจัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ในช่วงปลายเดือน มี.ค.ล้วนเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญในการกระตุ้นการเติบโตของตลาดรถยนต์ แต่อย่างไรก็ตาม ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเดือน ก.พ.ปรับตัวลง จากความกังวลต่อความไม่แน่นอนของสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลให้เกิดความกังวลต่อการฟื้นตัวของการส่งออก รวมทั้งกำลังซื้อภาพรวม จึงทำให้ ตลาดรวมยอดขายรถยนต์ประจำเดือน ก.พ. 58 อยู่ที่ 63,949 คัน ลดลง 10.8% แบ่งเป็น รถยนต์นั่ง 25,425 คัน ลดลง 12.5% - รถเพื่อการพาณิชย์ 38,524 คัน ลดลง 9.6% - รถกระบะขนาด 1 ตัน จำนวน 30,719 คัน ลดลง 12.6% เนื่องจาก ตลาดรถยนต์มีปริมาณการขาย ลดลง 10.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตลดลง 12.5% - ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตลดลง 9.6% เนื่องจากกำลังซื้อที่ยังไม่ขยายตัว อันเป็นผลมาจากภาวะภัยแล้งที่เกิดขึ้น ส่งผลต่อผลิตผลทางการเกษตร ทำให้รายได้เกษตรกรทรงตัวในระดับต่ำ และส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อ ส่วนตลาดรถยนต์สะสม 2 เดือน (ม.ค.-ก.พ.58) มีปริมาณการขาย 123,670 คัน ลดลง 11.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่ง มีอัตราการเติบโตลดลง 12.0% ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตลดลง 11.7% เป็นผลต่อเนื่องมาจากภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ผู้บริโภคยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย MThai News

ผู้บริหารลุฟฮันซ่าแถลงเครื่องที่ตกสภาพยังดีเยี่ยม
สภาพที่ดีเยี่ยม /  สายการบินลุฟท์ฮันซ่า / 

ผู้บริหารสายการบินลุฟท์ฮันซ่า แถลง เครื่องบินเยอรมันวิงส์ที่ประสบอุบัติเหตุตกอยู่ในสภาพที่ดีเยี่ยม แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถอธิบายหรือให้ข้อมูลเพิ่มเติมใดๆได้ คาร์สเทน ชปอร์ ผู้บริหารสายการบินลุฟท์ฮันซ่า ออกแถลงการณ์ว่า เครื่องบินของเยอรมันวิงส์สายการบินต้นทุนต่ำในเครือลุฟฮันซ่า ที่ประสบเหตุตกบริเวณเทือกเขาแอลป์ของฝรั่งเศส อยู่ในสภาพดีเยี่ยมโดยในแถลงการณ์ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถอธิบายหรือให้ข้อมูลเพิ่มเติมใดๆเกี่ยวกับสาเหตุเครื่องบินตกเมื่อวันอังคาร ซึ่งทำให้มีผู้โดยสารเสียชีวิต 144 คนและลูกเรืออีก 6 คน ทั้งที่เครื่องบินอยู่ในสภาพที่ดีและนักบินสองคนมีประสบการณ์แล้ว ผู้บริหารแถลงว่า ลุฟท์ฮันซาจะบริการเที่ยวบินเมืองดุสเซลดอร์ฟและเมืองบาร์เซโลนามายังเมืองมาร์เซยทางภาคใต้ของฝรั่งเศสตั้งแต่วันพฤหัสบดีเพื่อนำส่งญาติและครอบครัวผู้เสียชีวิตซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวเยอรมันและสเปนมายังพื้นที่ประสบเหตุ ซึ่งสิ่งสำคัญในตอนนี้คือการให้ความช่วยเหลือครอบครัวของผู้เคราะห์ร้าย

5 บุคคลเปลี่ยนโลกถึงแม้จะถูกขังอยู่ในคุก!
ต่างประเทศ /  เกร็ดความรู้ / 

ขึ้นชื่อว่า "คุก" คงไม่มีใครอยากทำผิดแล้วต้องเข้าไปอยู่ที่นั่นแน่ๆ แต่ใครจะไปรู้ว่า 5 คนที่ทีนเอ็มไทยกำลังพูดถึงอยู่นี้ เขาทำผิดกฏหมายและต้องเข้าไปจำคุกอยู่นาน ทั้ง 5 คนนี้กลับฉายความคิด ไอเดีย และความสามารถออกมา ทั้งๆที่อยู่ในที่ที่น่าหดหู่เช่นนั้น แล้วพวกเขาสร้างอะไรหล่ะ? อย่ารอช้า ตามมาดูกันเลยดีกว่า >,< 5 บุคคลเปลี่ยนโลกถึงแม้จะถูกขังอยู่ในคุก! 5 บุคคลเปลี่ยนโลกถึงแม้จะถูกขังอยู่ในคุก! 1. เดวิด มาร์แชลล์ วิลเลียมส์ (David Marshall Williams) เดวิด มาร์แชลล์ วิลเลียมส์ เกิดเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ค.ศ. 1900 บิดาเป็นผู้มีอาชีพทำฟาร์ม เป็นผู้มีฐานะดีผู้หนึ่งในแคโรไรน่า พ่อเขาเป็นคนดี แต่เขาไม่ทำถ่านเลยสักนิด เขาไม่ชอบโรงเรียน ชอบหนีเรียน แถมชอบเที่ยวเตร่ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาชำนาญคือเขาประกอบปืนเป็น!! แถมยังประดิษฐ์ปืนด้วยตนเองเสียด้วย พอเดวิดโตขึ้น เขาก็ทำธุรกิจผลิตสุราเถื่อน ตอนแรกมันถูกกฎหมายแต่พอรัฐบาลห้ามเขาก็เลิกไม่ได้ซะแล้ว จนกระทั้งวันหนึ่งในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1920 นายอำเภอท้องถิ่น พร้อมทั้งข้าราชการพากันไปล้อมโรงต้มกลั่นของเดวิดเพื่อจะจับตัวเขาและพรรคพวกในฐานฝ่าฝืนกฎหมาย ทำให้เดวิดและพรรคพวกต้องต่อสู้กันอย่างชุลมุนวุ่นวาย ผลคือเขาทำให้เจ้าหน้าที่คนหนึ่งตาย เขาเลยหลบหนี แต่ในที่สุดเขาก็มอบตัวและสู้คดีผลคือเขาต้องใช้ชีวิตในเรือนจำ 30 ปี และนี้คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนโลกเพราะในคุกนั้นเขาได้สิทธิพิเศษบางอย่างที่ไม่ใช้ขอกินพุดดิ้งหรือขอดูแมนยูแตะกับเซสซี หากแต่ เขามีสิทธิพิเศษในการประกอบปืนและออกแบบปืนได้ตามใจปรารถนา โดยเขาได้คิดค้นปืนระบบแก๊ส-ลูกสูบ เนื่องจากเขาเห็นว่าปืนของเจ้าหน้าที่ที่ใช้อยู่นั้นไม่เหมาะในการยิงนักโทษ(ในกรณีที่นักโทษก่อความรุนแรง) เขาเป็นคนออกแบบปืนทั้งๆ ที่อยู่ในคุก โดยปืนที่เขาคิดค้นนั้นเป็นประโยชน์ต่อวงการหลายๆอย่าง เช่นทำให้ปืนยิงเร็ว มีอนุภาพร้ายแรงขึ้น เป็นปัจจัยสำคัญในการลดน้ำหนักของปืน จนทุกวันนี้ปืนระบบแก๊ส 99.9% ใช้หลักการของ วิลเลียมส์ทั้งสิ้น อีกทั้งทำให้สงครามปืนทันสมัย เวลาเล่นเกม Call of Duty ก็ไม่น่าเบื่อสำหรับคุณอีกต่อไป 4. วิลเลียม แอดดิส (William Addis) เพื่อนๆ คงไม่เชื่อว่าเรือนจำที่แสนสกปรกที่เต็มนั้นจะเป็นที่กำเนิดอุปกรณ์ทำความสะอาดอย่าง “แปลงสีฟัน” ได้ และเจ้าสิ่งนี้เองที่ทำให้มันติดในอันดับของใช้ที่โลกขาดไม่ได้ในบัดดล ที่จริงสมัยก่อนก็มีหลายคนใช้ยาสีฟัน เช่น กิ่งไม้, ขนนก, กระดูกสัตว์, ขนเม่น จนกระทั้งมีนักประดิษฐ์คิดค้นแปรงสีฟันคนแรกก็คือ วิลเลียม แอดดิส ชาวเมืองเคิร์กเคนวอลล์ ซึ่งเกิดทำผิดมีอันต้องเข้าไปนอนในคุกข้อหาใช้ความรุนแรง ในปี 1770 ตอนนั้นผู้คนทั้งในและนอกคุกใช้วิธีแปรงฟันโดยใช้เกลือหรือเขม่ามาใส่ในเศษผ้า นำมาถู ๆ ที่ฟัน รวมถึงนายแอดดิสด้วย เขาทำแบบนี้หลายปีจนเขามีความคิดว่าน่าจะเป็นการดีถ้ามีอุปกรณ์ที่ช่วยในการทำความสะอาดฟันดีกว่านี้ โดยเขาได้ใช้ กระดูก จากนั้นก็นำมาเจาะเป็นรูเล็ก ๆ แล้วก็ขอขนแปรงจากผู้คุมมายัดลงไปในรูแล้วติดกาว แล้วตัดขนแปรงให้พอเหมาะ ได้แล้วแปรงสีฟันอันแรกของโลก และเมื่อแอดดิสออกจากคุก เขาก็เริ่มกิจการประดิษฐ์แปรงสีฟันเพื่อจำหน่ายอย่างที่หวังไว้ และก็มีขายมาจนทุกวันนี้ (เขาตายในปี 1840) ซึ่งรูปแบบและสีสันก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงและคิดค้นอีกภายหลัง  3. เจสซี่ ฮอว์ลี่ย์ (Jesse Hawley) เจสซี่ ฮอว์ลี่ย์ เป็นพ่อค้าแป้งในกรุงเจนีวา นิวยอร์ค เขาถูกจำคุกในปี 1807 เนื่องจากเขามีปัญหาการขนส่งจนเป็นหนี้ ต้องติดคุก 20 เดือน จุดเริ่มต้นเเกิดขึ้นในระหว่างอยู่ในคุกเขาได้เขียนเรียงความเรื่องหนึ่งชื่อ “Hercules” ออกเผยแพร่ว่าน่าจะขุดคลองอีรีห์ (Erie Canal) จากแม่น้ำฮัดสันเพื่อแก้ปัญหาขนส่ง ผลงานของเขานั้นกลายเป็นผลงานที่โดดเด่นจนทำให้ผู้เกี่ยวข้องมีความคิดจะขุดคลองให้มันเป็นจริง และเรียงความของเขาได้รับการพิสูจน์ว่ามีอิทธิพลในการพัฒนาคลองอย่างแท้จริง ซึ่งคลองอีรีห์นั้นทำให้อเมริกาเจริญจนถึงทุกวันนี้นั่นเอง เพราะคลองอีรีห์เป็นคลองที่ถูกขุดในนิวยอร์คยาว 363 ไมล์ (584 กม.) จากอัลบานี นิวยอร์ค ในแมนฮัดสัน ไปยัง บัฟฟาโล นิวยอร์ค เริ่มขุด1817-1825 (เปิดอย่างเป็นทางการ 26 ตุลาคม 1825) มีส่วนความสำคัญมากต่อศูนย์กลางการค้าขายในทวีปอเมริกาเหนือ สมัยก่อนนั้นอเมริกาต้องใช้การขนส่งโดยใช้เกวียนเป็นหลัก หากแต่หลังจากมีการสร้างคลองทำให้มีการขนส่งด้วยเรือเพิ่มขึ้นมา และคลองนี้ เป็นท่าเรือเพียงแห่งเดียวในภูมิภาคนี้ที่สามารถขนส่งสินค้าออกไปยังแอตแลนติกได้ ซึ่งมีผลทำให้รัฐนิวยอร์คและเมืองนิวยอร์คกลายเป็นเมืองที่และศูนย์กลางค้าขายของอเมริกาอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังตัวจุดชนวนกระแสการลงทุนในเรื่องการขนส่งและการขยายตัวทางเศรษฐกิจใหม่ของสหรัฐอเมริกา 2. โรเบิร์ต แฟรงคลิน (Franklin Robert Stroud) โรเบิร์ต แฟรงคลิน(28 มกราคม 1890-21 พฤศจิกายน 1963) ก่อนที่จะนักโทษนั้น เขายังเป็นวัยรุ่นเลือดร้อนแถววอชิงตัน อเมริกาที่หลงรักหญิงคาบาเร่ต์คนหนึ่ง ที่จริงทั้งสองน่าจะมีชีวิตมีความสุขตลอดกาล หากแต่น่าเศร้า เมื่อต่อมาเขาทำร้ายร่างกายแฟนตัวเองอย่างรุนแรง ทำให้เขาถูกพิพากษาจำคุก 12 ปี ฐานฆาตกรรม และถูกขังในคุกอัลคาทราซด้วย ดูๆ ไปชีวิตของเขาก็เหมือนนักโทษธรรมดา หากแต่แปลกหน่อยตรงที่ ระหว่างที่เขาถูกจำคุกอยู่ เขาได้พบรักใหม่ นั้นก็คือ “นก” เขาเริ่มรักนก รักถึงขนาดนำเลี้ยงนกในห้องขัง ซึ่งตามกฎเรือนจำไม่ให้อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ (จนเป็นเหตุย้ายไปขังในคุกอัลคาทราซ) แต่กระนั้นเขาก็ได้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องนกโดยบริยาย และได้เขียนหนังสือ iseases of Canaries และ Stroud's Digest on the Diseases of Birds เกี่ยวกับพยาธิและโรคในนก ซึ่งมีส่วนอย่างมากในการพัฒนาวงการสัตวแพทย์ เกี่ยวกับพยาธิวิทยา ทั้งๆ ที่แพทย์วินิจฉัยว่าเขาเป็นคนบ้า แต่กระนั้นเขามีไอคิวถึง 134 และนอกจากนี้เรื่องราวของเขายังถูกสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง Birdman of Alcatraz ซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจภาพยนตร์แนวคนคุกจนถึงปัจจุบัน 1. มีเกล เด เซร์บันเตส (Miguel de Cervantes Saavedra) มีเกล เด เซร์บันเตส เป็นในตระกูลชนชั้นกลางในปี ค.ศ. 1547-1616 ที่เมืองอัลกาลาเดเอนาเรส ประเทศสเปน เขาไม่เคยเรียนระดับมหาวิทยาลัย เขาเป็นทหารและบาดเจ็บจนมือซ้ายของเขาพิการ แถมยังถูกเคยโจรสลัดจับในประเทศแอลจีเรียอีก เขาถูกขังตั้งแต่ปี 1575 จนกระทั่งกองโจรได้รับค่าไถ่ตัวและปล่อยเขาเป็นอิสระในปี ค.ศ. 1580 แต่ชีวิตของเขาก็ติดคุกอีก เมื่อปี 1597 ในข้อหาปัญหาหนี้สิน ระหว่างที่เขาถูกขังในคุกเขาได้แต่งนิยายเรื่องดอนกิโฆเต้ขึ้น(และตีพิมพ์ส่วนแรกของเรื่องเมื่อปี ค.ศ. 1605)  ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า ขุนนางต่ำศักดิ์นักฝัน (El ingenioso hidalgo don Quixote de la Mancha) เป็นนิยายที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก เป็นนิยายเสียดสีล้อเลียนนิยายอัศวิน เนื้อเรื่องของนวนิยายเรื่องนี้ กล่าวถึงขุนนางต่ำศักดิ์ผู้สูงอายุ และไร้เรี่ยวแรงคนหนึ่งแห่งแคว้นลามันช่า ซึ่งคลั่งไคล้นิยายอัศวินมาก ถึงกับขายที่ดินจำนวนมากเพื่อหาซื้อนิยายอัศวิน ในที่สุดก็คิดไปว่าทุกสิ่งทุกอย่างในนิยายเหล่านั้นเป็นเรื่องจริง จึงปรารถนาที่จะเป็นยอดอัศวินดังที่ปรากฏในหนังสือเหล่านั้น เขาสร้างเกราะและหมวกจากกระดาษแข็ง นำม้าผอมโซตัวหนึ่งมาตั้งชื่อว่าโรสินันเต้ จากนั้นจึงตั้งชื่อของตนใหม่ว่า ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า และแต่งตั้งชาวนาเป็นอัศวินสำรอง "ซานโช่ ปันซ่า" ทั้งสองคนร่วมผจญภัยโดยต่อสู้กับศัตรูร้ายในความคิดของดอนกิโฆเต้ เช่น กังหันลมซึ่งดอนกิโฆเต้เข้าใจว่าเป็นยักษ์ แม้นิยายเรื่องนี้จะมีอายุ 400 ปีแล้วก็ตาม หากแต่หนังสือนี้ได้รับยกย่องว่าเป็นนิยายดีที่สุดที่โลกนี้เคยมีมา บ้างกล่าวว่า ดอนกิโฆเต้ คือนิยายเรื่องแรกของโลก เป็นหนังสือที่แปลเป็นภาษาอื่น มากที่สุดในโลก รองจากไบเบิ้ล ดอนกิโฆเต้ฯ ได้ชื่อว่าเป็นไบเบิ้ลแห่งมนุษยชาติ และเนื้อหาคงอ่านง่ายไม่ซับซ้อนเหมือนหนังสือโบราณเรื่องอื่นๆ ขอบคุณที่มา kon-mee-klass.blogspot.com, http://www.cracked.com/article_18422_5-people-who-changed-world-from-inside-prison.html, th.wikipedia.org

ผู้ว่าฯกทม.เผย มีอากาศแปรปรวน คาดการณ์ผิด
น้ำท่วม /  น้ำท่วมกทม. / 

"สุขุมพันธุ์" เผย ขณะนี้ มีอากาศแปรปรวน ทำให้คาดการณ์ อากาศผิดพลาด ชี้ พื้นที่ส่วนใหญ่สามารถระบายน้ำได้หมด ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงข่าวภายหลังจากเรียกหน่วยงานในสังกัดเข้าร่วมประชุม เพื่อหาแนวทางรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมขังผิวถนน ซึ่ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ในขณะนี้ มีสภาพอากาศที่ค่อนข้างจะแปรปรวน ส่งผลให้การคาดการณ์เกิดการผิดพลาด แต่เป็นเพียงบางจุดเท่านั้นที่เกิดปัญหา ซึ่งส่วนใหญ่ถนนสายหลักและสายรอง สามารถระบายน้ำได้ทั้งหมด แต่ต้องใช้ระยะเวลา เนื่องจากมีปัญหาเรื่องขยะ ที่อุดตันตามท่อระบายน้ำ และการก่อสร้างต่าง ๆ อาจมีเศษขยะหล่นลงไปในท่อ รวมถึงการทิ้งเศษขยะของประชาชนลงในท่อระบายน้ำ ทำให้ประสิทธิภาพในการระบายน้ำลดลง ซึ่งในสัปดาห์หน้าจะเรียกหน่วยงานเอกชน และภาครัฐต่างๆ หารือร่วมกัน เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหา รวมถึงขอความร่วมมือจากประชาชนไม่ทิ้งขยะลงในแม่น้ำ สำหรับปัญหาที่ทางกรุงเทพมหานคร เป็นห่วงอยู่ในขณะนี้ คือ ปัญหาภัยแล้ง ซึ่ง กทม. ต้องดูแลและจัดการน้ำอย่างสมดุล เนื่องจากทางกรุงเทพตะวันออก มีพื้นที่เกษตรกรรมกว่า 1 แสนไร่ จึงจำเป็นต้องเตรียมน้ำไว้ใช้ในช่วงหน้าแล้ง อย่างไรก็ตามจะไม่ทิ้งปัญหาน้ำท่วมขัง และได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมตลอดเวลา จึงขอให้ประชาชนไว้วางใจในการทำงานของกรุงเทพมหานคร พร้อมขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ได้ปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังจนสามารถทำให้ผิวจราจรกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว ส่วนเรื่องของการพร่องน้ำนั้น จะต้องพิจารณาตามความเหมาะสม ต้องไม่ทิ้งประชาชนส่วนใดส่วนหนึ่ง และหากทางรัฐบาลต้องการจะตรวจสอบการทำงาน ทางกรุงเทพมหานคร ก็ยินดีที่จะชี้แจง

จัดให้! สรรพากร บอกส่งคืนภาษีแล้ว 2 ล้านราย
ประสงค์ พูนธเนศ /  ภาษี / 

จัดให้! สรรพากรบอก ส่งคืนภาษีแล้ว 2 ล้านราย ระบุ การยื่นภาษีทางอินเตอร์เน็ตได้เงินคืนเร็วกว่า นายประสงค์  พูนธเนศ  อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมสรรพากรได้ทยอยคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไปแล้ว 2 ล้านราย จากผู้ที่ยื่นขอคืนภาษีทั้งหมด 2,300,000 ราย     จากจำนวนผู้ที่ยื่นแบบแสดงรายการชำระภาษีทั้งสิ้น 7 ล้านราย โดยในส่วนนี้เป็นการยื่นแบบทางอินเตอร์เน็ต 75%   ขณะที่ในปีภาษี 2557 กรมสรรพากรตั้งเป้าว่าจะมีผู้ยื่นแบบแสดงรายการชำระภาษีทั้งหมด 10 ล้านราย ซึ่งวงเงินในการคืนภาษีปีนี้อาจจะไม่มาก  รวมทั้งจำนวนผู้ยื่นขอคืนก็ลดลงจากปีก่อนเล็กน้อย   เนื่องจากการปรับขั้นอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จาก 5 เป็น 7 ขั้น ทำให้ยอดในการคืนภาษีลดลง นอกจากนี้ อธิบดีกรมสรรพากร ยังได้เเนะนำประชาชนที่ต้องการได้เงินคืนภาษีที่รวดเร็วขึ้น ให้ยื่นแบบชำระภาษีทางอินเตอร์เน็ต เพราะนอกจากจะได้คืนภาษีเร็วแล้ว กรมสรรพากรยังขยายระยะเวลาการยื่นชำระภาษีเพิ่มอีก 8 วัน จากที่สิ้นสุดในวันที่ 31 มีนาคม 58  เป็น 8 เมษายน  58 MThai News