ลดไขมัน

หลังหักอีกแล้ว! เกมส์ BEEP บน Steam ลดโหดโคตรๆ เพียง 5 บาท
Beep /  Steam

ไม่นานมานี้ ผู้พัฒนาเกมส์อิสระประกาศทำโปรโมชั่นจำหน่ายเกมส์ The Hat Man: Shadow Ward ลดราคาถึง 96 เปอร์เซนต์เหลือเพียง 5 บาท สร้างความสนใจแก่ผู้เล่นเกมส์ PC เป็นจำนวนมาก ล่าสุด Big Fat Alien ทำการลดราคาจำหน่ายเกมส์ BEEPเกมส์แนวแอคชั่นผจญภัยสุดอินดี้เหลือเพียง 5 บาท จากราคาปกติถึง 129 บาท และวางขายถึงวันที่ 25 พฤษภาคม 2015 นี้ เกมส์ BEEP เป็นเกมส์จากอดีตทีมงานจาก LucasArts และ Bioware ทีมพัฒนาเกมส์ Star Wars: The Old Republic และ Mass Effect ได้รับแรงบันดาลใจจากเกมส์นอกกระแสอย่าง Cave Story, Yoshi’s Island, Trine และ Half-Life 2 เกมส์นี้ให้ผู้เล่นใช้ปืนแรงโน้มถ่วง (Gravity Gun) ใช้สำหรับป้องกันตัวจากศัตรูหรือใช้สำรวจพื้นที่จากการดึงวัตถุภายในฉากและผลักออกด้วยการยิง ผู้เล่นจะได้รับความสนุกจากการไขปริศนาอันหลากหลายรูปแบบและต่อสู้กับศัตรู ซึ่งเป็นความท้าทายของเกมส์นี้ สำหรับผู้เล่นเกมส์ที่สนใจ สามารถซื้อเกมส์ BEEP ในราคา 5 บาท ได้ถึงวันที่ 25 พฤษภาคม 2015 นี้ ดูเพิ่มเติมที่ http://store.steampowered.com/app/104200/

'สุรชัย'เชื่อพ.ร.บ.งบปี59ไม่มีปัญหาทันใช้1ต.ค.
ประธานสนช. /  สนช. / 

"สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย" เชื่อ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2559 ไม่มีปัญหา สามารถประกาศใช้ได้ตามกรอบ 1 ต.ค. นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผยกับ สำนักข่าว INN ถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2559 ว่า หลังจากที่ทาง สนช. ได้มีมติผ่านวาระแรกแล้ว ขั้นตอนต่อไป คือ การตั้งคณะกรรมาธิการจำนวน 50 คน ประกอบด้วยจากคณะรัฐมนตรี 10 คน จาก สนช. 34 คน และเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ อีก 6 คน เพื่อดำเนินการพิจารณารายมาตรา โดยมีกรอบระยะเวลาในการดำเนินการ 90 วัน ส่วน สมาชิก สนช. สามารถยื่นคำขอแปรญัตติได้ภายใน 15 วัน จากนั้น คณะกรรมาธิการจะนำคำแปรญัตติไปพิจารณาว่าจะมีการปรับลดในส่วนของกระทรวง หรือหน่วยงานใดอย่างไร และเมื่อดำเนินการเสร็จ ก็จะทำรายงานส่งกลับมายัง สนช. เพื่อนัดประชุมพิจารณาในวาระ 2 และ 3 และหากผ่านวาระ 3 นายกรัฐมนตรี ก็จะทำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมให้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงลงพระปรมาภิไธยและประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งคาดว่าไม่น่าจะมีปัญหา และสามารถประกาศใช้ได้ทัน ในวันที่ 1 ต.ค. 2558 นี้

ลดน้ำหนักจาก 175kg โดยการออกกำลังกาย (มีกินอาหารเสริมช่วย)
Fitness /  ฟิตเนส / 

ลดน้ำหนักจาก 175kg โดยการออกกำลังกาย (มีกินอาหารเสริมช่วย) เพราะว่าชีวิตเรามันก็ขึ้นอยู่กับตัวเรา การที่จะตั้งใจจะเปลี่ยนแปลงอะไรซักอย่างมันก็อยู่ที่ตัวเรา และ แรงใจของเราล้วนๆ ซึ่มเหมือนกับคุณอาร์ต สมาชิกเว็บไซต์ Pantip ที่เขาเข้ามาแบ่งปันประสบการณ์ดีๆ เกี่ยวกับการลดน้ำหนักที่เขาได้ทำมา ลดน้ำหนักจาก 175kg จนเหลือ 110 เปลี่ยนไปอย่างกะคนละคนเลยทีเดียว ขอแน่ะนำตัว ผมชื่อ อาร์ต ปัจจุบันอายุ 28 ปี สูง 180 cm. ผมเป็นเด็กที่อ้วนมาตั้งแต่เกิดเลย แม่บอกว่าตอนผมเกิดพยาบาลตั้งให้เป็น Big Baby เพราะมีน้ำหนักเยอะที่สุดในช่วงเวลานั้น น้ำหนักจะเพิ่มทุกๆปีตั้งแต่เด็ก ปีละ 10 kg จนน้ำหนักที่พีคที่สุดคือ 182 kg ตอนนี้เริ่มทำงานแล้ว เป็นช่วงที่เริ่มคิดได้ว่าต้องเริ่มลดน้ำหนักแล้วนะ ส่วนแรงบันดาลใจที่ลดน้ำหนักอีกอย่างคือ อยากมีแฟนนั้นแหละครับ ตอนที่คิดจะลดอยากมีแฟนมากเพราะไม่เคยมี เพื่อนๆรอบข้างมีแต่คนบอกว่าอย่าไปมีเลยนรกชัดๆ คือมันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ แต่ผมก็ยังอยากที่จะมีอยู่ดี 555555+ ผมได้เริ่มเข้ามาทำงานที่แรกตอนนี้หาที่ชั่งน้ำหนักได้แล้ว ตอนนั้นน้ำหนักอยู่ที่ ประมาณ 160 กิโลครับ ผมทำงานเกี่ยวกับพวกกราฟฟิค งานหนักมากอยู่ครับ ยิ่งตอนทำงานดึกๆหิวมากครับงานมันใช้สมองเยอะมาก จะไม่กินก็ไม่ได้เมนูช่วงเวลา ดึกๆ ก็คงไม่พ้น แมค พิซซ่า KFC แน่นอนครับกินนอนอยู่แต่หน้าคอม กินทีก็จัดหนักมาก เวลาส่วนตัวไม่ต้องพูดถึงครับ มีเวลาทีก็หมดไปกับการนอนหมดแล้ว เพราะบางทีก็กลับเช้า พักผ่อนได้น้อยมาก งานเริ่มหนักแต่สังคมทำงานดีมากๆเลยครับไม่อยากออกเลย อยู่มา 1 ปี แต่สุดท้ายก็ต้องออกครับเพราะไม่ไหวจริงๆ พอเปลี่ยนที่ทำงานชีวิตดีขึ้นมากๆ ชีวิตแฮปปี้การกินแฮปปี้ มีเวลาส่วนตัวมากขึ้น ที่ทำงานใหม่ของกินรอบด้านเลย พอทำได้มาปีนึงน้ำหนักขึ้นมาเป็น 175 แล้ว เสื้อที่ใส่ 4XL ใส่จนเสื้อปริออกมาแล้ว แล้วก็โชคดีมากที่ออฟฟิตใหม่ได้พาไปญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิตผมเลย ทีนี้ลำบากหาเสื้อกันหนาวอีก พอถึงญี่ปุ่นเป็นทัวร์กินกินแหลกจริงๆ แต่ละมื้อบุฟเฟ่ต์ครับกินแต่ละมื้อนี้ไม่อั้น เพียง 5 วัน ที่ไปญี่ปุ่นน้ำหนักพุ่งขึ้นมาเป็น 182 กิโล ตอนนี้ผมเริ่มกลัวแล้ว เริ่มรู้สึกตัวเองอึดอัดมาก ขึ้นรถเมล์ไปทำงานก็กลัวจะไปเบียดคนอื่น เดียวเขาจะอึดอัดตามเราไปด้วยยิ่งตอนเหงื่อแตกนี้ เหมือนน้ำตกเคลื่อนที่มากออกทีเปียกทั้งตัว เริ่มคิดจะลดความอ้วน เลยไปซื้อลูกกลิ้งที่เล่นน่าท้องมาเล่นครับ เล่นอยู่แค่นั้นอ่ะครับ มีซิดอัฟด้วยนิดหน่อย อดอาหารเย็นแต่เช้ากลางวันก็กินปกติ แต่น้ำหนักลงครับกลับมาที่ 175kg แล้วก็ขี้เกียจไม่ทำต่อ วน Loop กลับมากินเหมือนเดิม จุดเปลี่ยนชีวิตที่ได้ลดน้ำหนักแบบจริงจัง คือพอดีน้องที่ออฟฟิสไปเข้าฟิตเนต แล้วก็มีวันนึงอะไรดลใจให้ถามเรื่องที่น้องเขาไปเล่นฟิตเนตก็ไม่รู้ คุยไปคุยมาน้องเขาบอกว่าพาเข้าฟรีได้ครั้งนึงนะ ผมก็ ตัดสินใจอยู่นาน จนตัดสินใจเอาว่ะของฟรีไม่เสียอะไรลองดูสักครั้ง วันแรกที่เข้าไปเซลเขาก็แน่ะนำเครื่องออกกำลังต่างๆ พามาสอนท่าออกกำลังกาย ก็แปลกดีครับ จนสุดท้ายเซ็นสัญญากับฟิตเนตวันนั้นเลย จากที่ไม่ตั้งใจจะไป กลายมาเป็นวันที่เริ่มเปลี่ยนชีวิตครั้งแรกซะงั้น แต่ผมก็ดีใจที่ตัดสินใจได้ไม่งั้นคงไม่มีวันนี้ จากคนที่ไม่เคยออกกำลังกายมานานมากตั้งแต่เรียน ปวช. แล้วกลับมาออก ร่างกายแหกครับ ครั้งแรกผมไปปั่นจักรยานซึ่งเป็นคลาสของทางฟิตเนต เพียง 10 นาที ถึงป่าวก็ไม่รู้ ผมเดินออกครับเหนื่อยมาก ปวดขาสุดๆ ไม่ได้ใส่เกียร์หนักอะไรเลย คิดในใจร่างกายอ่อนแอขนาดนี้เลยเหรอว่ะ จนวันรุ่งขึ้นตื่นมาตอนเช้า ร่างกายจะแตก ล้ามากแต่ก็ฝืนไปฟิตเนต เพราะจำความรู้แบบว่าปวดล้ายังไงก็ต้องซ้ำมัน ไปฟิตเนต 7 วันไม่เคยพัก ส่วนมากจะเข้าคลาสของทางฟิตเนต ล้วนแต่จะเป็นคาดิโอซะส่วนมาก บางทีก็มาวิ่งบนลู่วิ่งบ้าง เล่นเวดก็เล่นแค่อกกับแขน หน้าท้องเล่นน้อยมาก ออกกำลังกายได้มั่วสุดๆ จนสุดท้ายลองจ้างเทรนเนอร์ครับ เทรนได้ผลมากบวกกับการที่เริ่มลดปริมาณอาหาร แค่ลดนะครับแต่ก็ยังกินไม่ค่อยเลือกอยู่ พวกของมันของทอดก็กินปกติ จะมีเพิ่มมากินสลัด ช่วงเย็น ตอนนั้นความรู้ทางโภชการไม่มีเลยไม่รู้ว่าจะต้องกินยังไง แบ่งมื้อยังไง แค่ลดปริมาณอย่างเดียว ผ่านไปเกือบ 4 เดือนลงไป 20 โล ดีใจมากเลยครับ แรงฮึดมาเต็ม คนอ้วนมากๆน้ำหนักจะลงเร็วมาก ขาผมเดินแทบไม่ได้ไปเกือบครึ่งปี จะแบบว่านั้งนานๆพอจะลุกเดินปวดขามาก ต้องยืนสักแปปถึงจะเดินได้ แต่ก็ฝืนเล่นทุกวัน พอลดไปได้ 20 กว่าโล ผมก็ไม่ได้จ้างเทรนต่อแล้วเพราะด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงอยู่ ผมเลยเล่นเองโดยการเข้าคลาสของทางฟิตเนตไป ถามเทรนเนอร์ พี่ๆ ในฟิตเนตบ้าง เริ่มมีความรู้ในการออกกำลังกายมากขึ้น ออกกำลังมาเกือบ 1 ปี น้ำหนักลงมาอยู่ที่ 125kg ดีใจมาก ผมอาจจะกะเวลาเอานะครับ เพราะผมไม่เคยจดบันทึกอะไรไว้เลย พอมาออกกำลังกายด้วยตัวเอง ก็จะเป็นคาดิโอซะส่วนมาก เวดก็เล่นเยอะนะครับ แต่คาดิโอมากกว่า สุดท้ายโยโย่ เนื้อห้อยน่าเกลียดมาก ใส่เสื้อดูเหมือนจะเฟริม แต่พอถอดเสื้อเท่านั้นแหละ เนื้อแพละออกมาเลย เลยหันมาเล่นเวดเยอะขึ้นคาดิโอน้อยลง ไม่มองน้ำหนักเลย เริ่มโฟกัสที่รูปร่าง จนลดมาได้ 107kg เริ่มเฉยๆกับน้ำหนักแล้วตอนนี้เอาหุ่นก่อน เริ่มหันมากินอาหารคลีน วันๆกินแต่ไก่ ผัก เน้นโปรตีนเยอะขึ้น แล้วพอดีผมได้มีโอกาสมาเข้าโครงการของ พี่อั้ม อธิชาติ เข้าคัคเลือกคน 20 คน ผมโชคดีที่โครงการเขารับเลือก ซึ่งโครงการได้โคกับทาง ฟิตจังชั่น ของโคชฟ้าใส ช่วงนี้จะได้ควารู้มากมาย เริ่มนับแคลในการกินของแต่ละมื้อ ช่วงนี้จะจริงในการกินมาก เพราะจะโดนกำหนดว่ากินได้กี่แคลต่อวันและได้ตารางการออกกำลังกายมา แล้วก็กินอาหารเสริมของทางโครงการด้วย เอาเป็นว่าผมบอกเลยละกันว่า คือ ATipower ต้องให้เครคิตเพราะ ถ้าไม่มีโครงการนี้ผมก็คงได้ความรู้ต่างๆมากมายอีกอย่างโครงการไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆเลย ร่วมโครงการทั้งหมดประมาณ 2 เดือนกว่าๆครับ พอเข้ามาแล้วน้ำหนักผมลดลงไปเหลือ 105kg หลังจบโครงการ หลังจากได้ความรู้มากมาย ผมเลยเอามาปรับใช้กับตัวเอง ปัจุบันผมน้ำหนักขึ้นมาเป็น 110kg แต่ใส่ชุดได้เล็กลง เพราะต้องการเอาเนื้อห้อยออกเลยต้องกินให้บวมเน้นโปรตีน เล่นเวดเยอะ คาดิโอพอประมาณ เพื่อจะให้กระชับมากขึ้น หนทางยังอีกไกลมากไม่รู้ว่าผมจะไปไกลได้ขนาดไหน ก็อยากเป็นแรงบันดาลใจให้สำหรับคนที่เริ่มลด แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลที่จะลดเอง ถ้าไม่มุ่งมั่นจริงๆ ไม่จริงจังที่จะลดจริงๆ ต่อให้มีแรงบันดาลใจเป็นร้อยพัน ก็ไม่เกิดผลอะไร เพราะผมก็เคยอยู่จุดนั้นมาก่อน การที่จะเริ่มต้นที่ว่ายากแล้ว ลงมือทำกับรักษาคงไว้ยากกว่าหลายเท่ามาก จะอ้างไม่มีเวลา ขีเกียจ ถ้าคนคิดจะจริงจังจริงๆ มันต้องยอมเสียสละบางอย่างบ้าง แต่ก็ต้องมีความสุขในการดำเนินชีวิตไปด้วย ข้อความที่ผมพิมเป็นแค่การเล่าชีวิตของผมเท่านั้น ไม่มีวิธีการออกกำลังกาย อาหารการกินก็ไม่มีเลย เพราะผมไม่ได้จริงจังแต่แรก ก็เลยไม่มีการบันทึกใดๆไว้เลย ไม่ค่อยชอบทำเอกสารเท่าไหร่ ที่มาได้ขนาดนี้ก็ไม่อยากจะเชื่อตัวเองเหมือนกันว่ามาได้ไง ผมคงบอกได้แค่ว่า สู้ๆ เท่านั้นอ่ะครับ อย่าคิดว่าจะทำ จงลงมือทำครับ ผมทำได้ทุกคนก็ทำได้ ถึงผมจะยังไม่ถึงเป้าหมาย เราก็จะเดินไปพร้อมกันครับ เป็นกำลังใจให้คนที่คิดจะลงมือทำจริงๆนะครับ Men.MThai ขอบคุณคุณ อาร์ต สมาชิกเว็บไซต์ Pantip http://pantip.com/topic/33643772

บอร์ดสลาก ยกเลิกแจ็คพอต ลดทุน สลาก เหลือ70.40บ.
บอร์ดสลาก /  รางวัลแจ๊คพอต / 

บอร์ดสลากมีมติ ยกเลิกรางวัลแจ๊คพอต พร้อมลดต้นทุน 'สลาก' เหลือเพียง 70.40 บาท คาดเริ่มใช้งวด 16 มิ.ย.นี้ วันนี้ (19 พ.ค.) พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนัดแรกว่า ที่ประชุมอนุมัติโครงสร้างราคาใหม่ โดยการลดต้นทุน เหลือ 70.40 บาท เพื่อทำให้ราคาขายไม่เกิน ใบละ 80 บาท สำหรับมูลนิธิ องค์กรต่าง ๆ กำหนดราคาขายส่งราคา 68.80 บาท จากเดิมต้นทุน 72.82 บาท คาดว่าเริ่มดำเนินการได้ในงวดออกรางวัล 16 มิถุนายนนี้ อย่างไรก็ตาม จะจัดตั้งทีมเฉพาะกิจ เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบ ทั้งผู้ค้ารายใหญ่ หรือ ยี่ปั๊ว และรายย่อย ทั่วประเทศ หากพบผู้ค้าปลีกขายเกินราคาจะมีความผิดปรับ 10,000 บาท โทษจำคุก 1 เดือน ส่วนยี่ปั๊ว ถ้ามีการบวกราคาขายเกินสัญญา จะทำการยกเลิกสัญญา และถูกตรวจสอบรายได้โดยสรรพากร และ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นควรให้ยกเลิกรางวัล แจ๊คพอต ชุดที่ 1-30 สำหรับสลากกินแบ่งรัฐบาลจำนวน 30 ล้านบาท และชุดที่ 49-74 รางวัลแจ็คพอร์ต 22 ล้านบาท เพราะเป็นสาเหตุการรวมชุดมาขายเกินราคา MThai News

6 กฎเหล็ก หากอย่าง ลดน้ำหนัก ให้ได้ผลชัวร์ๆ
คุมน้ำหนัก /  ลดความอ้วน / 

หลายคนประสบปัญหาเรื่องน้ำหนักและไขมันส่วนเกินของร่างกาย ซึ่งอาจกำลังวางแผน ลดน้ำหนัก ด้วยการพยายามคุมอาหาร แต่ยังสับสนปนไม่แน่ใจว่า…จะบาลานซ์การควบคุมอาหารแบบไหนให้พอเหมาะ พอดีกับความต้องการของร่างกาย เพราะถ้าควบคุมอาหารมากเกินไปก็จะส่งผลเสียต่อร่างกายได้ หรือถ้าน้อยเกินไปอาจจกลายเป็นว่าน้ำหนักลดช้าหรืออาจไม่ลดเลยหรือเปล่า เราจะมาแนะนำกฏของการ ลดน้ำหนัก ทั้ง 6 ข้อ เพื่อให้การควบคุมอาหารและลดน้ำหนักของคุณประสบความสำเร็จตรงตามความต้องการ 1. รู้ปริมาณอาหารที่พอเหมาะ ปัญหาหลักของการควบคุมปริมาณอาหารนั้น เราส่วนใหญ่มักจะไม่รู้ว่าปริมาณที่เหมาะสมกับร่างกายคือแค่ไหน? ครั้นจะให้พกเครื่องชั่งน้ำหนักติดตัวไปชั่งก่อนกินอาหารทุกมื้อก็ดูชีวิตจะยุ่งยากเกินไป เราขอเสนอทริคง่ายๆ ของการกะปริมาณอาหารที่เหมาะสมกับร่างกายด้วย “มือ” …ใช่แล้วล่ะ! มือเนี้ยละอ่านไม่ผิดหรอก…มือสองข้างของเรานี้เอง ที่จะเป็นตัวช่วยในการจัดการเรื่องปริมาณอาหารที่เหมาะสม วิธีการก็ไม่ยุ่งยากเลย - ฝ่ามือ = หนึ่งส่วนของเนื้อแดง, เนื้อปลา และสัตว์ปีก - กำปั้น = หนึ่งส่วนของข้าว, พาสต้า, ผลไม้ และผัก - หนึ่งกำมือ = ลูกเกด ถั่ว สำหรับกินเป็นของว่าง - สองกำมือ = ซุป สลัด หรือซีเรียล - นิ้วหัวแม่มือ = เนยถั่วขนาด 1 เสิร์ฟ, ชีส 1 แผ่น, เนย, น้ำมัน หรือน้ำตาล 2. ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน การชั่งน้ำหนักสำหรับผู้ที่น้ำหนักเกินค่อนข้างจะเป็นเรื่องยาก เพราะไม่อยากเห็นตัวเลขที่ขึ้นเอาๆ แล้วพาลจะทำให้ปวดใจจิตตกเปล่าๆ แต่การลดน้ำหนักให้ได้ผลนั้น เราจะต้องคอยติดตามความคืบหน้าของการลดน้ำหนักผ่านการชั่งน้ำหนักและจดบันทึกว่าเริ่มต้นวันไหน ออกกำลังกายอย่างไร ขนาดสัดส่วนต่างๆ ของร่างกายเท่าไร เพื่อที่จะสามารถติดตามผลได้ ว่าการคุมอาหารและการออกกำลังกายนั้นได้ผลหรือไม่ ถ้าไม่จะได้ปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้การลดน้ำหนักสำเร็จต่อไป 3. ห้ามอดอาหารโดยเด็ดขาด สำหรับสิ่งแรกที่คนส่วนใหญ่นึกถึงเมื่อต้องการจะลดน้ำหนักนั้นคือการพยายามอดอาหารให้ได้มากที่สุดนั้นเอง หรือในบางรายอาจถึงขั้นใช้ยาลดความอ้วนกันเลยทีเดียว แต่อยากจะบอกข้อเท็จจริงอะไรบางอย่างไว้ก่อนว่า การอดอาหารและการใช้ยาลดน้ำหนักนั้น ในระยะยาวไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพของคุณเลย และในท้ายที่สุดคุณก็จะกลับมาอ้วนแบบโย่โย่อย่างแน่นอน ทั้งนี้ เพราะการอดอาหารจะทำให้ร่างกายของคุณเริ่มเข้าสู่ระบบเก็บสะสมไขมัน ซึ่งร่างกายเรียนรู้ว่าต้องกักตุนพลังงานสำรองไว้ใช้ก่อน เนื่องจากภาวะร่างกายได้พลังงานน้อยกว่าปกตินั้นเอง แล้วทีนี้จะทำให้ร่างกายเบิร์นไขมันออกยากกว่าปกติ อีกทั้งยังเสี่ยงต่อภาะวะระบบเผาผลาญเสียหายอีกด้วย 4. ต้องพักผ่อนอย่างเพียงพอ การพักผ่อนที่น้อยเกินไป และอดนอนจะทำให้ร่างกายปรับเปลี่ยนระดับฮอร์โมน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความหิวอาหาร เป็นสาเหตุให้เกิดความอยากอาหารมากกว่าปกติ การนอนนั้นมีความสำคัญมากพอๆ กับการออกกำลังกายเลยทีเดียว การทำงานของสองระบบนี้ต้องทำงานอย่างสมดุลและประสานกัน ดังนั้นอย่าอดหลับอดนอนเชียวนะ อย่างน้อยควรพักผ่อนหลับอย่างต่อเนื่อง 6 ชั่วโมงขึ้นไป 5. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารมื้อดึก ต่อเนื่องมาจากการอดนอนและพักผ่อนไม่เพียงพอ จะส่งผลถึงความอยากอาหารที่มากกว่าปกติ ทำให้เกิดอาการหิวขึ้นมาช่วงดึก และถ้าหากเรารับประทานอาหารที่มากเกินไปในเวลากลางคืน ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายไม่ค่อยได้ใช้พลังงานในการทำกิจกรรมอะไรมากมายนัก จะทำให้อาหารที่เรารับประทานเข้าไปนั้นสะสมในรูปแบบของไขมันอยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งจะส่งผลให้เกิดภาวะโรคอ้วนในอนาคตได้ 6. ออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ ร่างกายของคนเราประกอบไปด้วยกล้ามเนื้อและไขมัน ซึ่งทำหน้าที่แตกต่างกันไป ซึ่งหลักๆ คือ กล้ามเนื้อจะใช้พลังงานในการคงอยู่ตลอดเวลา แต่ไขมันจะเป็นรูปแบบของพลังงานสำรอง ซึ่งมีไว้ก็ไม่ได้ทำให้ร่างกายใช้พลังงานแต่อย่างใด ซึ่งหมายความว่าหากเราต้องการให้ระบบเผาผลาญในร่างกายเรามากขึ้น จะต้องสร้างกล้ามเนื้อทดแทนไขมันที่สะสมไว้ ซึ่งการที่จะสร้างกล้ามเนื้อได้นั้นต้องมาจากการออกกำลังกายเท่านั้น ดังนั้นเราจึงควรออกกำลังกายด้วย Weight Training เพื่อสร้างกล้ามเนื้อ ควบคู่กับการ Fat Burn เพื่อลดไขมันเป็นประจำอย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์และควบคุมการประทานอาหารให้เหมาะสม ก็จะทำให้เรามีรูปร่างที่ดีขึ้นและช่วยให้ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ห่างไกลโรคต่างๆ อีกด้วย เห็นไหมว่า การลดความอ้วนไม่ใช่เรื่องยากเลย ใครๆ ก็ทำได้ เพียงแค่คุณจำกฎทั้ง 6 ข้อนี้ไว้ และจะเอาไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับการใช้ชีวิตของคุณก็ได้ ซึ่งหากคุณทำได้อย่างต่อเนื่อง เรารับรองว่าคุณจะสามารถควบคุมน้ำหนักและได้รูปร่างที่ดีอย่างที่คุณต้องการแน่นอน ที่มาบทความจาก http://www.emaginfo.com  ได้รับอนุญาติให้เผยแพร่บน http://health.mthai.com/

รู้ไว้ใช่ว่า..ใส่บ่าแบกหาม .. 7ข้อห้าม 4อุปกรณ์ นักปั่นต้องรู้
กฎหมายจักรยาน /  จักรยาน / 

ข้อห้ามสำคัญ และอุปกรณ์ที่คนขี่จักรยานต้องรู้ ที่สำคัญผู้ขับขี่ทุกคนควรมีสติ-น้ำใจ เคารพกฎ เท่านี้ก็ช่วยลดอุบัติเหตุได้ ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีเหตุสลด รถชนจักรยานเกิดขึ้นหลายคดี จนทำให้มีคำถามขึ้นในหัวว่าเหตุดังกล่าวมีที่มายังไงแน่ อาจเป็นเพราะคนขับรถใหญ่ หรือคนขี่จักรยาน ที่ละเลยในความปลอดภัยประมาทเลินเล่อ จึงนำไปสู่เหตุดังกล่าวได้ แต่กระนั้นก็ยังไม่ข้อสรุป เป็นเพียงข้อสันนิษฐานที่เกิดขึ้น แน่นอนเหตุนี้ป้องกันได้ไม่ให้เกิดซ้ำ หากทั้งผู้ขับรถยนต์ คนใช้จักรยาน พึงมีสติขับขี่ระวัง เคารพกฎจราจร โดยเฉพาะรถเล็กอย่างจักรยาน ควรเสริมปลอดภัยให้ตัวเอง ด้วยการติดตั้ง อุปกรณ์เชฟตี้ 4 อย่างให้กับตัวรถ อาทิ -กระดิ่งที่ให้เสียงสัญญาณ ได้ยินได้ในระยะไม่น้อยกว่า 30 เมตร -เบรก ทั้งล้อหน้าและหลัง ที่สำคัญต้องใช้งานได้ดี -ไฟหน้าแสงสีขาว ต้องเห็นทางได้ชัดเจน ในระยะไม่น้อยกว่า 15 เมตร และสุดท้ายไฟท้ายรถหรือวัตถุสะท้อนแสงสีแดงแทน เพื่อให้ผู้พบเห็นเวลาขับขี่อยู่บนถนน ทั้งนี้นอกจากอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยดังกล่าว ผู้ขับขี่เองพึงมีวินัยขับขี่ให้ถูกกฎและห้ามมีพฤติกรรม 7 ข้อดังนี้ -ขับโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน -ขับโดยไม่จับคันบังคับรถหรือขับปล่อยมือ -ขับขนานกันเกิน 2 คัน เว้นแต่ขับในทางที่จัดไว้สำหรับจักรยาน -ขับโดยนั่งบนที่อื่นที่มิใช่อานที่จัดไว้เป็นที่นั่งตามปกติ -ขับโดยบรรทุกผู้อื่น เว้นแต่รถจักรยานสามล้อสำหรับบรรทุกคน -ห้ามบรรทุกหรือถือสิ่งของใดๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวาง การจับคันบังคับรถ หรืออาจจะเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน -เกาะหรือพ่วงรถอื่นที่กำลังแล่นอยู่ หากพบเห็นอานถูกสั่งจับปรับดำเนินคดีได้ เนื่องจากมีความผิดทางกฎหมายตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 80, 81, 82 และ 83 ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 200-500 บาท คนขับขี่ที่ใช้รถบนถนนทั้งหลายทราบแล้วเปลี่ยน! ไมว่าจะเล็กหรือใหญ่ หากเอาใจใส่สักนิดมีสติ ส่งน้ำใจ ปฏิบัติตามกฎ เคารพจราจร อุบัติเหตุบนท้องถนนก็จะทุเลาลงได้ และเหตุสลดรถยนต์ชนจักรยานก็จะได้ไม่เกิดขึ้นซ้ำอีก อยู่ที่ทุกคน!! MThai News

หอการค้าไทย คาดเศรษฐกิจไทยปี 58 โตร้อยละ 3.5
หอการค้าไทย /  เศรษฐกิจไทย / 

สมาคมหอการค้าไทย เผย เศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัวชัดเจน คาดปี 58 โตขึ้นตามเป้าร้อยละ 3.5 วันนี้ (19 พ.ค. 58) นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวถึงแนวโน้มเศรษฐกิจไทย ปี 58 ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยเริ่มเห็นการฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการค้าชายแดนและการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง ส่วนการลงทุนภาครัฐและเอกชนเริ่มมีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ เนื่องจากรัฐบาลได้มีการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ ทำให้ภาคธุรกิจและประชาชนเกิดความเชื่อมั่น มีการใช้จ่ายบริโภคและการลงทุนเพิ่ม ทั้งนี้แม้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกปีนี้ ยังคงทรงตัวต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา เพราะกำลังซื้อประชาชนหดตัวตามรายได้ภาคเกษตรที่ลดลง ทำให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลงเพราะไม่มั่นใจต่อรายได้ในอนาคต สำหรับการส่งออกที่ลดลงมีเพียง ตลาด CLMV คือ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ที่เติบโต ร้อยละ 10 ซึ่งหากตลาดประเทศคู่ค้ากลับมาฟื้นตัว และอัตราแลกเปลี่ยนอ่อนค่าลง จะทำให้การส่งออกของไทยกลับขยายตัวดีขึ้นในช่วงที่เหลือของปีนี้ โดยประเมินว่า การส่งออกทั้งปีนี้จะเติบโตไม่เกิน ร้อยละ 1 และเศรษฐกิจไทยจะเติบโตตามเป้าหมายที่ ร้อยละ 3.5 อย่างไรก็ตาม สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ยังเสนอให้ภาครัฐขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยโดยนำเทคโนโลยีดิจิตอลเข้ามาใช้ในการพัฒนาผู้ประกอบการไทยให้ก้าวสู่การเป็น Digital Economy เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขายสินค้า และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจไทย

DIY เติมลวดลาย ให้ กระเป๋าหนัง ด้วย ครีมกันแดด
กระเป๋าหนัง /  ครีมกันแดด / 

แอดมินเข้าใจว่า กระเป๋าหนัง แท้ราคาแพงๆ ที่เราครอบครองกันอยู่ทุกวันนี้ เราก็ต้องทะนุถนอม ดูแลกันอย่างดี กลัวสีเปลี่ยน กลัวหนังลอก กลัวเสียทรง กันทั้งนั้น แต่ลองมาดู สิ่งที่บริษัท Nendo บริษัทเครื่องหนังในประเทศญี่ปุ่น เขาทำการทดลองกับเครื่องหนังของเขาดูสิคะ ว่าได้เปลี่ยนโลกใหม่ให้กับเครื่องหนังขนาดไหน เมื่อนำหนังแท้ มาทาซันแทนเคลือบไปก่อน 1 ชั้น จากนั้นลงครีมกันแดดวางลายกราฟฟิกตามที่ต้องการ แล้วปล่อยไว้อย่างนั้น คุณจะได้ลายหนังลายใหม่ที่เป็นของคุณเองโดยเฉพาะ " เราปล่อยให้เวลาค่อยๆ ทำให้เกิดลวดลายเหล่านี้ตามธรรมชาติ บ้างก็ใช้เวลาเป็นปีๆ ซึ่งก็ไม่ได้ลดคุณภาพของเครื่องหนังลงเลย แต่กลับเป็นการเพิ่มคาแรคเตอร์ให้มันด้วยซ้ำ นั่นแหละที่ทำให้มันดูน่าสนใจ น่าใช้มากยิ่งขึ้น " ใครจะนำไปทดลองกับเครื่องหนังของตัวเองบ้างก็ไม่ว่ากันนะคะ เทคนิคนี้ DIY ก็ได้นะตัว ที่มาจาก Sobadsogood เรียบเรียงโดย Women MThai Team

วิจารณ์แซด ห้ามนิสิตขับรถมอไซค์ ในมหาวิทยาลัย อ้างเพื่อสิ่งแวดล้อม
มหาวิทยาลัยนเรศวร /  ห้ามขับรถมอไซค์ / 

วิจารณ์แซด ม.ดังห้ามนิสิตขับรถมอไซค์ ภายในมหาวิทยาลัย อ้างเพื่อสิ่งแวดล้อม บนโลกออนไลน์ได้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีที่มีการเผยแพร่หนังสือบันทึกข้อความจากสำนักงานอธิการบดี กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ส่งหนังสือให้นิสิตงดใช้รถจักรยานยนต์ ภายในมหาวิทยาลัย โดยเผยว่า ทางมหาวิทยาลัยได้เข้าร่วมโครงการมหาวิทยาลัยสีเขียว เพื่อส่งเสริมให้อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและลดการใช้พลังงานภายในมหาวิทยาลัย รวมถึงลดการใช้ก๊าซคาบอนไดออกไซต์ด้วย ซึ่งปัจจุบันมหาวิทยาลัยประสบปัญหาการจราจรหนาแน่น จึงมีนโยบายให้งดใช้รถจักรยานยนต์โดยเริ่มตั้งแต่ วันที่ 1 ก.ค.นี้เป็นต้นไป ทั้งนี้จากประกาศดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับบรรดานิสิตในมหาวิทยาลัยจำนวนมาก โดยได้มีการแสดงความคิดเห็นมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระและการเดินทางมหาวิทยาลัยเองไม่สะดวกสบาย ระบบคมคมยังไม่เอื้ออำนวยพอ รวมถึงแต่ละตึกห่างไกลกันมาก หมดเวลาเรียนและเปลี่ยนตึกอาจจะไม่ทันได้ จึงเรียกร้องให้ทางมหาวิทยาลัยทบทวนใหม่อีกครั้ง MThai News