ลดไขมัน

เพื่อไทย-นปช. แนะ ประยุทธ์ เลิกกฎอัยการศึก หลังนั่งนายกฯ
กฎอัยการศึก /  ก่อแก้ว พิกุลทอง / 

เพื่อไทย-นปช. ยินดี ประยุทธ์ นั่งนายกฯ แนะภารกิจแรกยกเลิกกฎอัยการศึก เพิ่มความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว นักลงทุน รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (22 ส.ค. 57) พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้ออกมาแสดงความยินดีกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หลังได้รับเลือกจากที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คนที่ 29 ของไทย พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการยกเลิกกฎอัยการศึกทันทีหลังเข้ารับสนองพระบรมฯ โปรดเกล้า โดยนายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีต สส.พรรคเพื่อไทยและแกนนำนปช. กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับหัวหน้า คสช. ที่ได้รับการสรรหาให้เป็นนายกฯ และสิ่งที่ต้องทำก่อนคือ ควรยกเลิกกฎอัยการศึก เพราะทุกวันนี้บ้านเมืองไม่มีปัญหาวุ่นวาย และหากยกเลิกจะทำให้ภาพลักษณ์ประเทศดีขึ้น ขณะที่นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ ควรทำตามโรดแมปที่วางไว้ เพราะเป็นสัญญาประชาคมที่ คสช.ทำไว้กับประชาชนและชาวโลก ซึ่งหากทำได้ตามแผนกำหนด ความเชื่อมั่นก็จะเกิดกับประเทศตามมา อีกทั้งควรยกเลิกกฎอัยการศึก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นลดความหวาดกลัวให้กับนักท่องเที่ยว MThai news

10 อันดับดินแดนมหัศจรรย์ในตำนาน
10 อันดับ /  ตำนาน / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยมี 10 อันดับดินแดนมหัศจรรย์ในตำนาน มาให้เพื่อนๆ ได้ดูกันคะ โดยทั้ง 10 ดินแดนนี้เป็นเรื่องเล่า ตำนานที่คนหลายยุคหลายสมัยนั้นเล่าต่อและสืบขานมายังปัจจุบัน เรียกได้ว่าแต่ละที่นั้นล้วนเป็นดินแดนมหัศจรรย์ มีความพิเศษที่แตกต่างกันไป เป็นเมืองในอุดมคติ - สวรรค์ของมนุษย์ที่อยากจะมีทั้งนั้น ถ้าเพื่อนๆ อ่านแล้วชอบดินแดนไหนมาบอกต่อกันนะคะ ^^ 10 อันดับดินแดนมหัศจรรย์ในตำนาน  1. Shangri-la (แชงกรี-ลา) เมืองแห่งความสงบ ณ ภูเขาหิมาลัย ตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง สถานที่ทุกอย่างสวยงาม และอุดมสมบูรณ์ จนทุกคนพูดเหมือนกันว่า Utopia (เมืองในอุดมคติ) เป็นเมืองที่มีแต่ความสุขและสงบ ทุกคนที่อยู่ที่นี่เกือบจะเป็นอมตะทุกคน แชงกรี-ลา เป็นดินแดนสมมุติที่ปรากฏในนวนิยายเรื่อง Lost Horizon ของเจมส์ ฮิลตัน นักเขียนชาวอังกฤษ ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1933 อาจกล่าวได้ว่าสถานที่นี้เปรียบเหมือนสวรรค์บนดิน ทำขึ้น เพื่อปลอบประโลมจิตวิญญาณของผู้คนที่กำลังสับสนกับชีวิตหลังสงครามโลกครั้ง ที่ 1 โดยหนังสือเล่มนี้ทำให้ชาวโลกรู้จักเมืองแชงกรีลาซึ่งเป็นภาษาธิเบตหมายถึง ทางนำไปสู่ดวงตะวันและดวงจันทร์โดยดวงจิต หรือ ดินแดนอีกด้านหนึ่งของโลก หรือ แดนสวรรค์บนโลก โดยหนังสือได้พรรณนาว่าเป็นดินแดนเร้นลับแห่งใดแห่งหนึ่งในธิเบต และมีความเชื่อที่ว่า นี่คือดินแดนในฝันของมนุษยชาติชุมชนที่สวยงามสงบสุข มีอารยธรรมสูง ไม่มีความรุนแรง ไร้ซึ่งความกังวลใจ ตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขาสูงใหญ่ที่ยอดเขาปกคลุมด้วยหิมะตลอดทั้งปี ความสงบ อากาศเย็น และผู้คนมีความเป็นมิตร มีอายุวัฒนะ แต่จะหายไปทันทีถ้าใครออกไปนอกเขตแชงกรีลา ปัจจุบันชื่อของแชงกรีลากลายเป็นชื่อเมืองหนึ่งของจีน คือตี๋ชิง(Diqing) อำเภอตี๋ชิง เขตจงเตี้ยน บริเวณตะเข็บรอยต่อของมณฑลยูนนานและทิเบต โดยทางจีนประกาศอย่างเป็นทางการ เมื่อปี 1997 (โดยศึกษาค้นคว้า ตามคำบรรยายของ เจมส์ ฮิลตัน เทียบกับพื้นที่ต่างๆในประเทศจีนมาร่วมปี) 2.Garden of Eden (สวนอีเด็น หรือ สวนเอเดน) สวน อีเดน เป็นสถานที่บรรยายไว้ในพระธรรมปฐมกาล ว่าเป็นสถานที่มนุษย์สองคนแรกที่พระเจ้าสร้าง คือ อาดัมและอีฟ นอกจากนั้นมันยังอยู่ในบันทึกจารึกในตำนานของชาวสุเมเรียนด้วยว่าเป็นดินแดน ที่พระเจ้าสร้างมนุษย์ที่นั่น สวนที่ทุกคนไม่ต้องทำอะไร ทุกคนเป็นเพื่อนกันหมด คุณสามารถขี่เสือไปตามแมกไม้ต่างๆได้ อยากนอนที่ไหนก็นอน อาหารก็มีเพียบพร้อม วัน ๆ ไม่ต้องทำอะไร แถมทุกคนที่อยู่ที่นี่ เปลือยหมดทุกคน! (อาจเป็นสวรรค์ของผู้ชาย รึเปล่า?) คงมีเรื่องห้ามอยู่แค่สองเรื่องคือ ห้ามกินแอปเปิ้ล และ อย่าฟังคำพูดของงู โดยสวนนั้นบรรยายไว้ว่าสวยงามราวกับสวรรค์ สงบสุข มีพืชพรรณอาหารอุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยสัตว์ป่า แม่น้ำใสสะอาด ต้นไพรพฤษาแผ่เงาร่มเย็น แต่ปัญหาคือถ้าสถานที่นี้มีจริง มันจะอยู่จุดไหนของโลกกันแน่ โดยหลายคนเชื่อว่าสวนอีเดนนี้อยู่ในโมโสโปเตเนีย ทางภาคกลาง เนื่องจากบันทึกการสร้างโลกในพระธรรมปฐมกาลได้กล่าวถึงที่ตั้งของสวนอีเด็น ว่าอยู่ในบริเวณแม่น้ำสำคัญสี่สาย คือ แม่น้ำพิชอน แม่น้ำกิฮอน แม่น้ำไทกริส และแม่น้ำยูเฟรติส (ซึ่งอยู่ในบริเวณประเทศอาร์เมเนีย,ยอดเขาอารารัต,เยเรวาน หรือที่ราบสูงอาร์เมเนีย) อยู่ในบริเวณประเทศอิรักในปัจจุบัน น่าจะเป็นบริเวณคอเคซัสโบราณโดยเฉพาะบริเวณใกล้กับอาร์เมเนีย แต่ที่ตั้งของแม่น้ำทั้งสี่ยังเป็นที่ถกเถียงกันและยังไม่มีหลักฐานเป็นที่ แน่นอนที่สนับสนุนที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของแม่น้ำนอกจากที่กล่าวในพระธรรมปฐม กาลเอง และ วรรณกรรมยิว-คริสเตียนเช่น “จูบิลี” สมมุติฐานอื่นก็ว่าตั้งอยู่ที่เมโสโปเตเมีย ทวีปแอฟริกา หรือ อ่าวเปอร์เซีย สมมุติฐานหลังมาจากหลักฐานของลุ่มแม่น้ำสี่สายที่มาพบกันที่เป็นที่ผลิต ทองคำ และยางไม้หอม ซึ่งตรงกับการพรรณนาการสร้างโลกดังกล่าว 3. Cockaigne เป็นดินแดนจินตนาการในตำนานในยุคกลาง ที่เรียกว่าสวรรค์บนดินชัดๆ โดยเล่าว่า เป็นดินแดนที่ไม่มีกฎหมายและไม่มีกฎใดๆ ในเมืองแห่งนี้ มีเสรีภาพทางเพศ มีอาหารการกินอุดมสมบรณ์ทั้งบนดินและบนท้องฟ้า(ฝนตกเป็นชีส) และอากาศที่สบายเหมาะแก่การนอน โดยเมืองแห่งนี้ปรากฏอยู่ในบันทึก the Latin "Cucaniensis" และ the Middle English "Cokaygne" นอกจากนั้นในประเทศต่างๆ เรียกชื่อเมืองนี้แตกต่างกัน เช่น ดัตช์เรียกเมืองนี้ว่า "ดินแดนแห่งความขี้เกียจ" เยอรมันเรียกเมืองนี้ว่า "ดินแดนแห่งน้ำนมและน้ำผึ้ง" สวีเดนเรียก ดินแดนเพื่อนสันหลังยาวและไขมัน บางประเทศก็เรียก "ดินแดนแห่งอาหาร" แน่นอนดินแดนแห่งนี้ไม่มีอยู่จริงในโลกแน่นอน โดยที่มาของเมืองนี้เป็นการสมมุติเมืองแบบยูโทเปียแบบเมืองสวรรค์ ที่ความเกียจคล้ายและการกินเป็นอาชีพหลัก ซึ่งถือว่าเป็นดินแดนในฝันของชาวนายุคกลาง ซึ่งอาชีพชาวนาสมัยนั้นลำบากมากๆ 4. Valhalla (วัลฮัลลา) สวรรค์ วัลฮัลลา เป็นตำนานของสแกนดิเนเวีย ปรากฏในศตวรรษที่ 13 ในกวี Edda ตามตำนานเล่าว่าที่แห่งนี้เป็นสวรรค์ของชาวนอร์ส (หรือพวกไวกิ้ง) ปกครองโดยพระเจ้าโอดินที่มีคำสั่งให้วาลคิวรี รวบรวม วิญญาณของเหล่านักรบผู้กล้าที่ตายมาในดินแดนแห่งนี้ เพื่อฝึกฝนเตรียมตัวในการทำสงครามแร็คนาร็อก โดยจะมีสัตว์ประหลาดออกมาเพื่อต่อสู้ หากชนะก็จะสามารถกินดื่มกันไม่อั้น ภายในมีอาคารขนาดใหญ่ที่เรียกว่าวิหารแห่ง นักรบ Valhalla วิหารแห่งนี้มี 540 ประตู ใช้หอกเป็นจันทัน ใช้โล่เป็นหลังคา และใช้แผ่นเกราะตรงหน้าเป็นม้านั่ง นอกจากนั้นยังมีหมาป่าเป็นผู้รักษาประตูทิศตะวันตกและนกอินทรีย์คอยบินโฉบ เฉี่ยวไปมา ที่นี้สามารถดื่มสำราญกันอย่างไม่มีสิ้นสุด หมูที่กินไปหมดแล้วก็มีมาเรื่อยๆ ไม่รู้จักหมด น้ำที่ดื่มเป็นไวน์ที่ดื่มก็ไม่มีพร่อง และเมื่อถึงเวลาสงครามนักรบ 800 คนจะเดินสวนสนามออกไปทางแต่ละประตู (ดินแดนแห่งนี้ปรากฏในการ์ตูนเรื่องการผจญภัยของบิลลี่กับแมนดี้)  เป็นสวรรค์สำหรับนักรบอย่างแท้จริง 5. Beimeni (น้ำพุแห่งความวัยเยาว์ ) ที่นี่คือสถานที่ที่มีน้ำพุแห่งชีวิตซึ่งบำรุงผิวพรรณและทำให้ไม่แก่ลง เพราะฉะนั้น ที่นี้ คุณจะไม่มีวันแก่ มีรอยเหี่ยว แต่จะเป็นหนุ่มเป็นสาวไปตลอดชีวิต น้ำพุแห่งความวัยเยาว์ เป็นเรื่องเล่าของนักสำรวจสเปน ที่ได้พบเห็นน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ซึ่งผู้ใดได้ดื่มกินจะกลับเป็นหนุ่มสาวได้ โดยเรื่องนี้เริ่มขึ้นเมืองนักสำรวจสเปนชื่อดังนามฮวน ปองเซ เดอ ลีอองต้องการเดินทางไปในดินแดนแห่งใหม่คืออเมริกา ระหว่างทางเขาได้ยินชาวพื้นเมืองที่กล่าวถึงน้ำพุนี้อย่างน่าสนใจ เขาเลยออกตามหา โดยสถานที่แรกที่ไปคือบริเวณที่ตั้งของรัฐฟลอริด้าในปัจจุบัน ไปจนถึงเกาะแห่งหนึ่งคือเกาะบิมินี่ แต่กระนั้นเขาก็ไม่เคยเห็นน้ำพุที่ว่านี้ด้วยตาของตนเองเลยชั่วชีวิต แต่เขาก็เชื่อว่ามันมีอยู่จริง จึงนำเรื่องของมันเล่าแก่เพื่อนๆ นักเดินเรือจนเป็นที่แพร่หลายแก่หมู่นักเดินเรือชาวสเปนในยุคสำรวจโลกในเวา ต่อมา ปัจจุบันน้ำพุแห่งวัยเยาว์กล่าวเป็นศัพท์ที่ที่อุปมาเกี่ยวกับแนวทางการค้น หาชีวิตที่จะทำให้ชีวิตมนุษย์ยืนยาวในทางวิทยาศาสตร์ 6. Avalon (อวาลอน) อวาลอน (คาดว่ามาจากคำในภาษาเคลติก abal หมายถึง แอปเปิ้ล) เป็นเกาะและเมืองในตำนานกษัตริย์อาเธอร์ ได้เชื่อว่าเป็นเมืองที่กษัตริย์อาเธอร์อยู่ก่อนที่เขาจะเสียชีวิต ปรากฏครั้งแรกในวรรณกรรมของเจฟฟรีย์แห่งมอนมอธ ในบันทึกประวัติศาสตร์จำลอง ฉบับ ค.ศ. 1136 เรื่อง Historia Regum Britanniae ("ประวัติกษัตริย์แห่งบริเตน") ในตำนานเล่าว่าในที่แห่งนี้เป็นดินแดนแห่งแอปเปิล มีที่สวยงามและอร่อยที่สุดในโลก และยังเป็นสถานที่ที่สร้างดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์ของกษัตริย์อาเธอร์ และเป็นที่ซึ่งอาเธอร์ใช้รักษาแผลบาดเจ็บจากการรบ หลังจากการศึกครั้งสุดท้ายที่คัมลานน์ นอกจากนั้น ในตำนานของชาวคริสต์ ช่วงที่พระเยซูฟื้นจากความตาย ได้บอกกับโจเซฟว่า เขาจะไปยังที่อวาลอนแห่งนี้ ซึ่งความจริงแล้วบนโลกของเรามีชื่อเกาะอวาลอนอยู่จริง ในประเทศอังกฤษ ซึ่งในปีค.ศ.1911 นักบวชที่วิหารกลาสตันเบอรี่ ในซอมเมอร์เซต บน พบพระศพของกษัตริย์และราชินีคู่หนึ่ง ต่อมาประกาศว่าเป็นพระศพของกษัตริย์อาเธอร์และราชินีของพระองค์ ทางพระเจ้าเฮนรี่ที่ 2 จึงโปรดให้จัดพิธีฝังพระศพขึ้นใหม่เพื่อเป็นสัญลักษณ์อันดีงามและเป็นความ ฝันของชาวอังกฤษ หากแต่ในเวลาต่อมาก็พบว่ามันเป็นของปลอม และเกาะอวาลอนที่แท้จริงนั้นก็ยังไม่มีใครทราบว่ามันอยู่ที่ใดกันแน่ (เกาะอวาลอนปรากฏอยู่ในการ์ตูนหลายเรื่อง หนึ่งในคือการ์ตูนมหาสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์) 7. El Dorado (นครทองคำ) เป็น ภาษาสเปนเดิมมีความหมายว่า “มนุษย์ทองคำ” แต่กในเวลาต่อมาก็เปลี่ยนเป็น “นครทองคำ” ซึ่งเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยทองคำและอัญมณีที่มีค่า เป็นสถานที่ที่ตกแต่งด้วยทอง ทุกอย่างทำด้วยทอง แม้แต่การประกอบพิธีกรรมหัวหน้าเผ่าจะต้องเปลือยกายลงไปชุบตัวในบ่อทอง แล้วจึงจะประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ ได้ ซึ่งพอตกค่ำหัวหน้าเผ่าก็จะชำระร่างกายไปกับกระแสน้ำเพื่อพัดเอาทองออกไป คิดดูว่าใช้ทองได้สิ้นเปลืองกันขนาดนี้ ถ้าได้อยู่ที่นี่เอาทองไปขาย ท่าทางจะไม่ต้องทำอะไรกันแล้ว ในตำนานเล่าว่าเรื่องของนครทองคำนี้มาจากอินเดียแดงเผ่าชิบชาเชื้อสายมูอิส กาบนเทือกเขาแอนดีส เมืองแห่งนี้ทุกบ้านตกแต่งด้วยทอง ทุกอย่างทำด้วยทอง แม้แต่พิธีกรรมสำคัญของพวกเขาอย่างพิธีบวงสรวงเทวีแห่งทะเลสาบกัวตาวีตา กษัตริย์มูอิสกาจะต้องทาตัวด้วยยางไม้จนทั่วแล้วลงไปเกลือกในผงทองแล้วโดดลง ในน้ำในทะเลสาบล้างผงทองตามตัว แล้วโยนเครื่องทองและอัญมณีลงทะเลสาบ โดยประเพณีดังกล่าวถูกยกเลิกในปี 1500 แต่มันก็ได้กระตุ้นให้มันก็ได้กระตุ้นให้นักสำรวจชาวสเปนและชาวยุโรปเข้ามา สำรวจและยึดคลองดินแดนหลายแห่งในทวีปอเมริกาใต้(รวมไปถึงการปล้นทองคำจากชาว พื้นเมืองหลายพื้นที่) แม้แต่โคลัมบัสก็เคยได้ยินเรื่องนี้และพยายามตามหาเหมือนกัน (เมื่อปี 1502) โดยคาดว่านครทองคำนี้อยู่ห่างจากแม่น้ำโอรีโนโก ในเวเนซุเอลา ใช้เวลาเดินทาง 10 วัน แต่ก็ล้มเหลว ต่อมาก็มีนักสำรวจหลายคนพยายามค้นหานครที่ว่านั้นในอเมริกาใต้ โดยครอบคลุมถึงแม่น้ำอเมซอนเลยทีเดียว หากแต่คนที่รอดกลับมานั้นมีไม่กี่คน และชื่อของเอลโดราโดก็อยู่ในนิยายและวรรณกรรมหลายเรื่อง นอกจากนั้นยังถูกตั้งเป็นชื่อเมืองและสถานทีในอเมริกาใต้และอเมริกาหลายแห่ง เช่น เอลโดราโดเคาน์ตีในแคลฟอร์เนียและรัฐอาร์คันซอ 8. ตำนานป่าหิมพานต์ ตามตำนานกล่าวไว้ว่าป่าหิมพานต์ตั้งอยู่บนเขา หิมพานต์ หรือหิมาลายา (หิมาลัย) คำว่า “หิมาลายา” นั้นเป็นคำที่ มีรากศัพท์มาจากภาษาสันสกฤตซึ่งแปลว่าสถาน ที่ๆ ถูกปกคลุมด้วยหิมะ ภูเขาหิมพานต์ประดิษฐานอยู่ในชมพูทวีปมีเนื้อที่ ประมาณ ๓,๐๐๐ โยชน์ วัดโดยรอบได้ ๙,๐๐๐ โยชน์ ประดับด้วยยอด ๘๔,๐๐๐ ยอด มีสระใหญ่ ๗ สระคือ ๑ สระอโนดาต ๒ สระกัณณมุณฑะ ๓ สระรถการะ ๔ สระฉัททันตะ ๕ สระกุณาละ ๖ สระมัณฑากิณี ๗ สระสีหัปปาตะ บรรดาสระใหญ่ทั้ง ๗ นั้น สระอโนดาตแวดล้อมไปด้วยภูเขาทั้ง ๕ ที่จัดเป็นยอดเขาหิมพานต์ ยอดเขาทุกยอด มีส่วนสูงและสัณฐาน ๒๐๐ โยชน์ กว้างและยาวได้ ๕๐ โยชน์ สวรรค์ของคนชอบว่ายน้ำจริงๆ! 9. Utopia (ยูโทเปีย) ยูโทเปีย เป็นแนวคิดเมืองในอุดมคติที่ไม่สามารถเกิดขึ้นจริงบนโลกของเราได้ โดยแนวคิดนี้เป็นของ โทมัส มอร์ นักปรัชญามนุษยนิยมชาวอังกฤษ เขียนขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1516 โดยตั้งใจเขียนเป็นวรรณกรรมเสียดสีล้อเลียนความโง่เขลาและความเลวร้ายของ สังคมในสมัยนั้น โดยสมมุติเมืองหนึ่งที่ผู้คนเป็นคนดีมีศิลธรรมและความพึงพอใจในการใช้ชีวิต ไม่ให้ความสำคัญกับวัตถุ เห็นเงินทองเป็นสิ่งหยาบช้า ไม่มีค่า ในเมืองไม่มีกฎหมายออกมาบังคับประชาชนมากมาย พวกเขาอยู่ร่วมกันด้วยการให้เกียรติซึ่งกันและกัน ใส่เสื้อผ้าเรียบง่ายคล้ายคลึงกัน เสื้อผ้าแต่ละชุด ใช้ทนทานนานถึงเจ็ดปี และผู้คนในระดับผู้ปกครองก็ไม่มีสิ่งบ่งบอกด้วยวัตถุใดๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าอาภรณ์ หรือสิ่งประดับที่ชี้ให้เห็นว่าแตกต่างจากประชาชนอื่นๆ บ้านเรือนทุกบ้านเป็น สวนปลูกดอกไม้ ผลไม้หรือพืชผัก ไม่มีกลอนหรือกุญแจบ้าน เพราะไม่จำเป็น และความเป็นอยู่ไม่ขัดสน อยู่ดีกินดีมาก ไม่มีการแก่งแย่งกัน และชาวเมืองต่างทำงานตามหน้าที่โดยไม่เกรียจคร้าน ไม่มีร้านเหล้า ไม่มีการพนัน หรือสิ่งยั่นยุอื่นๆ ความบันเทิงคือการศึกษาหาความรู้ เรียกได้ว่าเป็นสังคมอุดมคติอย่างแท้จริง 10. Atlantis (แอตแลนติส) แอตแลนติส เป็นเมืองเกาะในตำนานที่ปรากฏในหนังสือของเพลโตนักคิดแห่งกรุงเอเธนส์ ที่เขียนราว 400 ปีก่อนคริสตกาล ในบทสนทนาระหว่าง "ทิมาอีอุส" กับ "ไครติอัส" โดยไครติอัส ที่พรรณนาเมืองแห่งนี้ว่า เป็นเมืองที่ปปกครองโดยกษัตริย์ปกครองแผ่นดินที่มีมหานครบนกลางเกาะ และในใจกลางนครมีหมาราชวังและวิหารที่ยิ่งใหญ่ของเทพโพไซดอน ดินแดนแห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์ มีต้นไม้สีเขียวทุกหนแห่ง อากาศที่แสนวิเศษ ทำให้ผลไม้สุกปีละสองครั้ง ในแผ่นดินมีช้าง และสัตว์อื่นๆ มากมาย ทั้งสัตว์ป่า และสัตว์เลี้ยง ที่เมืองก็เจริญมั่งคั่งทั้งมีน้ำพุร้อนและเย็นสำหรับอาบ เป็นน้ำพุประดับ สวนสาธารณะและสวนผลไม้ มีที่สำหรับออกกำลังกายสำหรับบุรุษและม้า สนามม้าแข่งขนาดใหญ่ โรงทหาร ห้องคนเฝ้ายาม อู่เรือ ท่าเรือ เต็มไปด้วยเรือสิน ค้าและเรือทหาร ผู้คนเคารพกฎหมาย กษัตริย์ของพวกเขาก็ปกครองอย่างชาญฉลาดและยุติธรรม หากต่อมาพวกเขาต่างละโมบโลภมากและทะเยอทะยานจนเป็นเหตุทำให้ ซุส กษัตริย์แห่งทวยเทพโกรธเป็นอย่างมากเลยบันดาลให้เกิดมหันตภัยธรรมชาติ แผ่นดินไหวและน้ำท่วมใหญ่ ทั้งวันและคืนที่โหดร้าย แผ่นดินแยกและกลืนกินชีวิตนักรบของเอเธนส์ทั้งหมด ในขณะที่เกาะยิ่งใหญ่แห่งแอตแลนติสก็จมหายไปในทะเลไปตลอดกาล ปัจจุบันยังมีมีการค้นหาเมืองแอตแลนติสแห่งนี้เนื่องจากเชื่อว่ามีอาวุธ โบราณร้ายแรงอยู่ที่นั่น โดยคาดว่าอาจอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เพราะนักประดาน้ำบางคนพบขุมทองบริเวณนั้นนั่นเอง เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ขอบคุณข้อมูล pantip, .wikipedia

พาณิชย์ เผย วันนี้ราคาสินค้าส่วนใหญ่ทรงตัว
กระทรวงพาณิชย์ /  ราคาสินค้า

กระทรวงพาณิชย์ เผย วันนี้ราคาสินค้าส่วนใหญ่ทรงตัว เมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า มีเพียงผักคะน้ารายการเดียวที่ราคาลดลง กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน รายงานภาวะราคาสินค้าจำหน่ายปลีกในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ล่าสุดวันนี้ ราคาสินค้าส่วนใหญ่ทรงตัวเมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า มีเพียงผักคะน้ารายการเดียวที่ราคาลดลงมาอยู่ที่ กิโลกรัมละ 22-25 บาท โดยสินค้าที่ราคาทรงตัว ได้แก่ เนื้อหมู ราคา กก. ละ 140-145 บาท ไก่สดทั้งตัว กก. ละ 75-80 บาท ไข่ไก่เบอร์ 2 ราคาฟองละ 3.80-3.90 บาท ไข่ไก่เบอร์ 3 ราคาฟองละ 3.70-3.80 บาท ถั่วฝักยาว กก. ละ 20-22 บาท กวางตุ้ง กก. ละ 15-18 บาท ผักบุ้งจีน กก. ละ 12-15 บาท แตงกวา กะหล่ำปลี กก. ละ 18-20 บาท ต้นหอม และ ผักชี กก. ละ 50-60 บาท

โดน ต่อหัวเสือ ต่อย! ทำอย่างไรดี?
ตัวต่อ /  ต่อต่อย / 

จากข่าวที่ ลุงหอม ไกด์นำเที่ยวจังหวัดเชียงราย ที่ยอมถูกต่อหัวเสือต่อยแทนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จนทำให้ตัวเองเสียชีวิตนั้น นางวงเดือน รวมจิตร ภรรยาของลุงหอมได้เล่าว่า ลุงหอมทำงานเป็นไกด์นำเที่ยวทัวร์ช้างเดินป่ามานานถึง 20 กว่าปีแล้ว แม้จะอายุมากแล้วแต่ก็จะออกไปทำทัวร์อยู่เสมอ เพื่อนไกด์ของลุงหอมเล่าว่า ในวันเกิดเหตุลุงหอมได้พานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 6 คน ไปทัวร์ช้างและเดินป่าที่บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร ในช่วงที่ต้องเดินเท้าเข้าป่า ระหว่างทางเจอชาวบ้านที่มาสอยรังต่อ และวางรังไว้ที่ทางเดิน ทำให้ลุงหอมที่เดินอยู่ข้างหน้าโดน ต่อหัวเสือ รุมต่อย ลุงหอมตะโกนให้นักท่องเที่ยวรีบหนีออกมาจากตรงนั้น เพราะกลัวว่านักท่องเที่ยวจะได้รับอันตราย หลังจากส่งลุงหอมไปที่โรงพยาบาลแล้ว ลุงหอมอาการค่อนข้างหนัก แต่ก็ยังพูดคุยได้และยังถามภรรยาว่า นักท่องเที่ยวทั้งหมดปลอดภัยหรือเปล่า นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้เขียนจดหมายขอบคุณลุงหอมไว้ แต่ยังไม่ทันที่ลุงหอมจะได้อ่าน เช้าวันต่อมาลุงหอมก็จากไปอย่างสงบ เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้เพื่อนร่วมอาชีพและผู้คนในจังหวัดเชียงรายต่างยกย่องลุงหอม ที่เสียสละตัวเอง ปกป้องนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จนตัวเองต้องเสียชีวิต ในทุกๆปีมักมีข่าวชาวบ้านถูก ต่อหัวเสือ ต่อย บางคนอาการสาหัส บางคนก็เสียชีวิตอย่างเช่นลุงหอม วันนี้ Health.Mthai จะพามารู้จักกับ ต่อหัวเสือ และวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นกันค่ะ เผื่อว่าวันหนึ่งที่เราจะต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์นี้ เราจะได้ปฏิบัติตัวกันอย่างถูกต้อง ไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ “ ต่อหัวเสือ ” เป็นแมลงอันตราย  ลักษณะของลำตัวมี สีดำ ปีกสีน้ำตาล ท้องมีแถบสีส้มปนเหลือง (คล้ายๆลายเสือ) มีขนาดลำตัวยาว 3.00-3.50 เซนติเมตร ต่อหัวเสือ ในไทยของเรา พบได้ทั่วทุกภาค พี่น้องอีสานเรียกว่า ต่อนอนเว็น (ต่อนอนกลางวัน) เพราะต่อหัวเสือนั้นกลางวัน มันจะนอนซ่อนตัวอยู่ในรัง และเริ่มออกหากินในเวลากลางคืน พี่น้องทางใต้เรียกมันว่า “ต่อรัดพัดผ้าแดง” ก็คงดูจากรูปร่างสีสันในตัวของมัน ที่เหมือนเอาผ้าแดงๆมาพันคอไว้ วิธีการหากินของตัวต่อจะเข้าไปต่อยตัวหนอนให้ สลบแล้วจึงอุ้มตัวหนอนนั้นมาวางไว้ตามช่องภายในรังเพื่อเป็น อาหารลูกอ่อนของตัวต่อที่จะเกิดขึ้นมา  อาหารของต่อส่วนใหญ่จะเป็นพวกเนื้อสัตว์ แต่มันก็ยังกินน้ำหวานเพิ่มเติมด้วยเพื่อใช้ในการเผาผลาญให้เกิดพลังงานแก่ร่างกาย แหล่งที่เป็นพลังงานสำคัญของต่อคือ น้ำหวานจากผลไม้สุกและเกสรดอกไม้ ในการกินเกสรดอกไม้ของต่อหรือผึ้งก็จะเป็นประโยชน์กับต้นไม้ เพราะเป็นการช่วยผสมเกสรให้ดอกไม้ไปในตัว อาวุธร้ายของมันก็คือ เหล็กใน (sting) ซึ่งจะซ่อนอยู่ตรงปลายสุดของลำตัว ที่แหลมเหมือนเข็มฉีดยา  ก็คล้ายกับผึ้ง แต่ที่น่ากลัวกว่าก็คือ ในขณะที่ผึ้งจะต่อยได้แค่ครั้งเดียวแล้วก็ฝังเหล็กในไว้บนผิวหนังแล้วตัวมันเองก็ตาย (เหมือนพวกระเบิดพลีชีพไม่มีผิด!) แต่เจ้า ต่อหัวเสือ นั้น...เมื่อมันต่อย มันจะไม่ฝังเหล็กในทันที แต่จะถอนเหล็กในออกอย่างรวดเร็ว แล้วต่อยซ้ำๆ กันได้หลายๆ ครั้งติดต่อกัน(เหมือนต่อยรัวๆๆๆ) ใครที่โดน ต่อหัวเสือ ถึงกับรุมเล่นงาน จะมีอาการหนักหนาสาหัสเพียงใด นั้น  ขึ้นอยู่กับชนิดของต่อที่ต่อย ปริมาณพิษที่ได้รับ และจำนวนครั้งที่โดนต่อต่อย แต่ที่สำคัญก็คือ  แต่ละคนมีอาการแพ้พิษในระดับที่ไม่เท่ากัน ในขณะที่บางคนเพียงเจ็บคันและบวมเล็กน้อย   แต่บางคนนอกจากจะปวดบวมมากแล้ว เป็นลมพิษ  เกิดปฏิกิริยารุนแรง ถึงขั้นหายใจไม่ออก ช็อคและเสียชีวิตได้ คนที่โชคดีที่ไม่แพ้แมลง (non-allergic) ก็อาจแค่คันตรงบริเวณผิวหนังที่ถูกพิษ หรือเป็นตุ่มบวม เจ็บ แดง ร้อน แต่แบบนี้เป็นอาการไม่รุนแรงไม่น่ากลัว อาการรุนแรงสองแบบที่เรากลัวเป็นอาการภูมิแพ้ คือเป็นปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายต่อพิษของมันที่แทรกซึมเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งอาจทำให้เกิดปฏิกิริยาตามระบบต่างๆทั่วร่างกาย ที่อันตรายคือทำให้กล่องเสียง หลอดลมบวม เป็นเหตุให้ทางเดินหายใจอุดตัน หรือมีอาการหอบหืดเฉียบพลัน อีกอาการหนึ่งคือทำให้เกิดอาการช็อค จากหลอดเลือดส่วนปลายขยายตัวเฉียบพลัน อาการรุนแรงทั้งสองแบบนี้ไม่ต้องต่อยหลายตัว ไม่กี่ตัวก็เกิดได้เพราะเป็นปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกาย  อาการรุนแรงอีกแบบหนึ่งคือการถูกต่อยหลายๆตัว ได้รับพิษจำนวนมากที่เข้าสู่ร่างกาย จะเกิดผลเสียต่ออวัยวะต่างๆเช่นเกิดไตวายได้ เป็นต้น การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อโดนตัว ต่อหัวเสือ ต่อย ใช้กระดาษหรือแผ่นพลาสติกแข็ง เช่น  บัตรเติมเงิน บัตรเอทีเอ็ม กดข้างๆเพื่อเอาเหล็กในออก ซึ่งจะช่วยลดปริมาณพิษลง และยังป้องกันแพ้อย่างรุนแรงได้ เอาถุงน้ำแข็ง   หรือแผ่นประคบเย็น ประคบแผลเพื่อลดความเจ็บปวด และอาการบวม ใช้ครีมสเตียรอยด์เช่น 1% ไฮโดรคอร์ติโซน ทาบริเวณที่ถูกกัดวันละสามครั้งจนกว่าจะหาย กินยาแก้แพ้ ประเภทแอนตี้ฮิสตามีน เช่นไดเฟนไฮดรามีน กรณีที่มีอาการแพ้อย่างรุนแรง จะมีอาการหน้าบวม ตาบวม ริมฝีปากบวม บ่งบอกว่า เยื่อบุทางเดินหายใจภายในจะบวมคล้ายๆกัน จะมีอาการหายใจเสียงดัง หายใจลำบาก   หรือหน้าซีด   ตัวเย็น ไม่ค่อยรู้ตัว   เป็นลม กรณีเช่นนี้ต้องรีบนำส่ง สถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุดโดยด่วนเลยนะครับ หากในกรณีที่มีอาการรุนแรงคุณหมอจะให้ยาฉีดอดรีนาลีนทันทีเพื่อลดอาการบวมของทางเดินหายใจ ป้องกันอย่างไร จึงปลอดภัยจาก ต่อหัวเสือ ? ที่สำคัญที่สุดก็คือ คุณพ่อคุณแม่ต้องสอนลูกๆหลานๆว่า พบรัง ต่อ แตน หรือผึ้งที่ไหนก็ตาม ห้ามเขี่ย-แหย่หรือทำลายรังของมันอย่างเด็ดขาด มิฉะนั้นก็จะเกิดเหตุร้ายอย่างที่เป็นข่าวมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน (หากไม่รู้วิธีจริง อย่าทำลายรังเองโดยเด็ดขาด การกำจัดเผาทำลายรังปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญเถิด) อย่าเลือกอาศัยในบริเวณที่มีคนเพาะรังต่อเป็นอาชีพ  เพราะเหตุว่า มีคนไม่น้อยเลยที่นิยมหม่ำตัวอ่อนของต่อ เปิบพิสดารเมนูนี้มี ทั้งย่าง-เผาไฟ-นึ่ง หรือเคี้ยวกันดิบๆ (ว่ากันว่ารสชาติหวานมันยิ่งนัก) แถมราคารังละ 300 บาท จึงมีคนยอมเสี่ยงภัยยึดอาชีพดังกล่าว เพราะเห็นว่าคู่แข่งน้อย แถมไม่ต้องลงทุนเพราะไม่ต้องให้อาหาร  บางบ้านจึงเพาะรังต่อไว้ถึง 20 -30 รังกันเลย ที่เล่ามาทั้งหมด อาจทำให้เห็นว่าเจ้าต่อหัวเสือคือซาตานที่ไม่ควรผุดขึ้นมาในโลกนี้เลย  ซึ่งที่จริงแล้วโลกเราก็ได้คุณประโยชน์จากพวกมันไม่ใช่น้อยๆ  ทั้งภาคการเกษตรกรรม ที่กำจัดศัตรูพืชผักที่ปลูก เช่น   เพลี้ยอ่อน   หนอนผีเสื้อ   ตัวอ่อนตั๊กแตน โดยมันจะจับแมลงเหล่านี้กินเป็นอาหาร (แถมยังขนกลับไปกินที่รังอีกด้วย) ในภาคระบบนิเวศน์ สร้างสมดุลให้ระบบด้วยการ กินซากเนื้อสัตว์ แต่ถึงอย่างไรมันก็ไม่ใช่มิตรรักที่แสนเชื่องของมนุษย์อย่างแน่นอน หวังว่าทุกคนจะได้ประโยชน์จากความรู้ที่นำมาฝากกันนะคะ ทางที่ดี เราควรอยู่ให้ห่างจากบริเวณที่มีรังต่อจะดีต่อเรามากที่สุดค่ะ ขอบคุณข้อมุลจาก : www.csip.org เรียบเรียงโดย : health.mthai.com

ธ.ก.ส.เท1หมื่นล้านช่วยเกษตรกรแก้หนี้นอกระบบ
กู้เงินดอกเบี้ยต่ำ /  ข่าววันนี้ / 

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ออกเงินกู้ช่วยเกษตรกรแก้หนี้นอกระบบ ครัวเรือนละไม่เกิน 100,000 บาท วงเงินรวม 10,000 ล้านบาท เริ่มโครงการ 1 กันยายน 2557 ถึง 30 กันยายน 2558 นายสมศักดิ์ กังธีระวัฒน์ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส. มีมติเห็นชอบให้ ธ.ก.ส. จัดทำโครงการแก้ไขหนี้นอกระบบของเกษตรกรและบุคคลในครัวเรือน เพื่อลดภาระหนี้ที่เกิดจากความจำเป็นที่กู้มาเพื่อใช้ในการประกอบอาชีพ โดยจะปล่อยสินเชื่อให้รายละไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 12 ต่อปี กรณีที่ผู้กู้ไม่สามารถชำระคืนเงินกู้ที่ถึงกำหนดทั้งหมดหรือบางส่วน ธนาคารจะคิดเบี้ยปรับเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 3 ต่อปี กำหนดระยะเวลาชำระหนี้คืนไม่เกิน 10 ปี กรณีพิเศษไม่เกิน 12 ปี โดยหลักประกันสามารถใช้อสังหาริมทรัพย์ เงินฝาก การค้ำประกันกลุ่ม และหรือบุคคลค้ำประกัน ธนาคารจะเริ่มปล่อยกู้ในโครงการดังกล่าวตั้งแต่ 1 กันยายน นี้ ถึงวันที่ 30 กันยายน 2558 วงเงินรวม 10,000 ล้านบาท ทั้งนี้ จะต้องเป็นหนี้ที่เกิดจากเหตุสุจริตจำเป็นและเป็นภาระหนัก รวมทั้งเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 กันยายน 2557 และมีเอกสารหลักฐานการเป็นหนี้จริง

เจค จิลเลนฮาล เป็นบ้า ในตัวอย่างใหม่จาก Nightcrawler
Enemy /  Nightcrawler / 

ดูเหมือนหลังๆเขาจะมาในแนวของเวที ชิงรางวัล อีกครั้ง สำหรับนักแสดงหนุ่มที่เก็บฝีมือมานานอย่าง เจค จิลเลนฮาล ที่หลังจากทำเอาคนดูงงงวยไปกับ Prisoners หนังใหม่ของเขาก็ดูจะจี๊ดไม่แพ้กัน กับ Nightcrawler ที่มีหลายสื่อเก็งว่านี่คือเรื่องที่จะทำให้ออสการ์กลับมาเหลียวหลังมองเขาอีกครั้ง หลังจากพลาดสมทบชายใน Prisoners ไปจากปีที่แล้วนั่นเอง โดยเรื่องนี้ เจค ลงทุนลดน้ำหนักจนโครงหน้าซีดอย่างที่เห็นในตัวอย่างนั่นเอง หนังเป็นเรื่องราวของนักข่าวอาชญากรรม ที่ทะเยอะทะยานเพื่อตำแหน่งที่สูงขึ้นของตน จนวันนึงเขานี่แหละที่กลับกลายเป็นตัวละครในข่าวอาชญากรรมเสียเอง ซึ่งถ้าใครชอบหนุ่ม เจค หรือสไตล์หนังฟีล์มนัวร์แนวนี้ ก็น่าจะรอชมกันได้ครับ หนังมีกำหนดฉายปลายปี ซึ่งเป็นช่วงล่ารางวัลนั่นเอง

มูรินโญ่ เตรียมปล่อย ตอร์เรส ไปอยู่ เอซี มิลาน
จ่ามู /  ตอร์เรส / 

มีรายงานว่า หลังจากที่ เอซี มิลาน ตกลงปล่อย มาริโอ บาโลเตลลี่ ดาวยิงตัวเก่งไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล ทำให้พวกเขาต้องเร่งหาแนวรุกตัวใหม่เข้ามาทดแทน และตอนนี้ "ปีศาจแดง-ดำ" เลือกเป้าหมายได้แล้วโดยเล็งไปที่ เฟร์นานโด ตอร์เรส หัวหอกก้นด้านของ เชลซี มาล่าตาข่ายแทน จานลูก้า ดิ มาร์โซ นักข่าวของ SkySports รายงานว่า โชเซ่ มูรินโญ่ เตรียมปล่อยดาวยิงชาว สแปนิช วัย 30 ปี ออกจากทีม หลังจากฟอร์มการเล่นซีซั่นที่ผ่านมาบอดสนิท ทำให้ "จ่ามู" จำเป็นต้องอัญเชิญออกจากทัพ "สิงห์บลู" แถมจะเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายที่ปัจจุบัน ตอร์เรส ได้รับค่าเหนื่อยสูงถึง 175,000 ปอนด์/สัปดาห์ ทั้งนี้ เฟร์นานโด ตอร์เรส ลงสนามรับใช้ เชลซี ไปแล้วทั้งหมด 172 นัด สังหารตาข่ายได้แค่ 45 ประตู ตั้งแต่ย้ายมาร่วมทัพ "สิงห์บลู" เมื่อปี 2010 ถึงปัจจุบัน

5 อาหาร ดีๆ ที่กินเยอะไปไม่ดี
กะหล่ำปลี /  กินเยอะไปไม่ดี / 

จากประโยคที่บอกต่อๆกันมาว่า กินผักเยอะๆ จะได้มีสุขภาพดี กินผลไม้เยอะๆ แล้วจะได้ผิวสวยๆนั้น บางทีก็อาจจะไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไปแล้ว เพราะบอกเลยว่าไม่ว่า อาหาร ผัก ผลไม้นั้นจะมีประโยชน์มากมายสักแค่ไหน แต่ถ้ากินมากไป ก็มีผลเสียด้วยกันทั้งนั้น 1. มะละกอ มะละกอ ผลไม้ดี มีประโยชน์มากมายไขมันและคอเรสเตอรอลน้อย และยังดีต่อระบบขับถ่าย จึงมีประสิทธิภาพเหมาะสมกับการลดน้ำหนักเป็นอย่างมาก และแน่นอนว่าเมื่อระบบขับถ่ายดีขึ้นนั้น โรคต่างๆที่เกี่ยวกับระบบย่อย อาหาร นั้นก็พลอยจะบรรเทาลงไปด้วย การจะกินมะละกอเป็นผลไม้ลดน้ำหนักนั้นจึงไม่ใช่เรื่องน่าเป็นห่วงแต่อย่างใด แต่ก็ควรกินในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่มากจนเกินไป เพราะถ้ากินมากเกินไปมะละกออาจทำให้คุณมีผิวที่เหลืองขึ้นได้ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อนะ และนอกจากนี้มะละกอยังมีวิตามินเอ สูง ถ้ากินมากไป มีความเสี่ยงต่อกระดูกและข้อต่อ อาจมีอาการเบื่อ อาหาร เซื่องซึม นอนไม่หลับ กระวนกระวาย ผมร่วง ปวดศีรษะ ท้องผูก 2. ส้ม ใครๆ ก็รู้ว่ากินส้มเยอะๆ แล้วจะช่วยให้ผิวดี ระบบขับถ่ายดี เพราะส้มจัดเป็นผลไม้ประเภทหนึ่งที่มีวิตามินซีสูงมาก ซึ่งวิตามินซี (Vitamin C) มีประโยชน์หลายอย่าง ทั้งเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย, ป้องกันอนุมูลอิสระ, ต่อต้านโรคหัวใจ, ช่วยให้สุขภาพเหงือกแข็งแรง ทั้งยังโด่งดังเรื่องบรรเทาอาการหวัด แต่การได้รับปริมาณวิตามินซีมากเกินไป..มากกว่า 500 มิลลิกรัมต่อวันต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานาน สามารถทำให้เกิดนิ่วในไตได้ รวมถึงหากรับประทานวิตามินซีมากเกิน 1,000 มิลลิกรัม ยังอาจทำให้เกิดอาการท้องเสีย และหากทานตอนท้องว่างก็อาจเกิดการระคายเคืองในทางเดิน อาหาร เนื่องจากความเป็นกรดของวิตามินซี ทั้งยังอาจเกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือถึงขั้น คลื่นไส้ อาเจียน ได้ด้วย 3. ทูน่า ทูน่า ปลาทะเลน้ำลึก หนึ่งใน อาหาร ทะเลมีไขมันและคอเลสเตอรอลต่ำ มี DHA (DOCOSAHEXAENOIC ACID) ซึ่งมีประโยชน์โดยตรงกับสมอง ช่วยบำรุงเซลล์สมอง และเสริมสร้างความจำ แต่แม้ปลาทูน่าจะมีคุณประโยชน์สูง แต่สำหรับสำหรับสตรีมีครรภ์ เด็กเล็ก และหญิงที่เพิ่งคลอดควรหลีกเลี่ยง หรือรับประทานแต่น้อย ประมาณ 3 ก้อนสำหรับไลท์ทูน่า หรือ 1 กระป๋องสำหรับทูน่าขาว เพื่อป้องกันอันตรายจากสารปรอท เพราะทูน่ามีสารปรอทอยู่ในเนื้อปลาเอง ถ้ากินมาก อาจทำให้มีปรอทสะสมมากเกินไปในร่างกาย อาจทำให้เกิดผลเสีย ต่อระบบประสาท เช่นการตายของเนื้อสมองบางส่วน 4. กะหล่ำปลี กะหล่ำปลี ผักยอดฮิต ของ อาหาร สุดแซ่บอย่างส้มตำ ที่ดับเผ็ดได้ดี ซึ่งอันที่จริงกะหล่ำปลีนั้นมีประโยชน์มากมาย แต่ทว่า การกินกะหล่ำปลีดิบมากๆ อาจเป็นปัญหากับสุขภาพในระยะยาว พืชตระกูลกะหล่ำทุกตัว จะมีคุณสมบัติในการป้องกันและยับยั้งการเกิดมะเร็งได้ในหลาย ๆ ส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ กระเพาะ อาหาร เต้านม มดลูก รังไข่ และยังมีฤทธิ์ในการขับสารพิษออกจากร่างกายได้ แต่ถ้าคุณรับประทานกะหล่ำปลีเป็นประจำ ก็จะเพิ่มประสิทธิภาพของตับให้ทำงานดีขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ในกะหล่ำปลี ก็มีสาร Goitrogen อยู่มาก ซึ่งสารGoitrogen oนี้จะไปกันไม่ให้ต่อมไทรอยด์จับไอโอดีนไปสร้างเป็น Thyroscine ส่งผลจะทำให้เกิดโรคคอหอยพอกได้ หากชอบกินกะหล่ำปลีประจำ ควรกินกะหล่ำปลีสุกจะดีกว่ากินกะหล่ำปลีดิบ เพราะสารGoitrogenนี้จะถูกทำลายได้โดยการทำให้สุก ดังนั้นควรทำให้สุก และกินแต่พอดี 5. น้ำ แม้แต่น้ำ ก็ไม่พ้นจากข้อครหานี้ไปได้… จริงอยู่ที่ น้ำเป็นสิ่งที่ร่างกายคนเราขาดไม่ได้ แต่การดื่มน้ำมากเกินวันละ 6-7 ลิตร เพราะเสี่ยงเกิดอาการไฮโปแนทรีเมีย สมองบวมจนเสียชีวิตได้ การดื่มน้ำมากไป จะทำให้ร่างกายได้รับน้ำปริมาณมากเกินไปในเวลารวดเร็ว ทำให้เกิดภาวะน้ำเกิน หรือน้ำเป็นพิษ และน้ำจะมีผลให้ธาตุโซเดียมในเลือดลดลงอย่างรวดเร็ว ร่างกายจะรักษาสมดุลน้ำระหว่างนอกเซลล์และภายในเซลล์ ไม่ได้ ทำให้เซลล์บวมและทำให้ช็อค อาจกระตุกหรือชัก สมองบวม ปอดบวม หมดสติ และเสียชีวิตได้ เพราะฉะนั้นดื่มในปริมาณที่เหมาะสมตามปกติที่ วันละ 6-8 แก้ว หรือประมาณ 2 ลิตร ดื่มอย่างพอเหมาะพอควร ก็เพียงพอสำหรับร่างกายแล้ว ขอบคุณที่มาจาก : www.emaginfo.com

ผี เตรียมปล่อย อันแดร์สัน ชิชาริโต้ แบบไร้ค่าตัว เพราะค่าจ้างแพง
ชิชาริโต้ /  นานี่ / 

Mail on Sunday รายงานว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมปล่อย 2 ผู้เล่นหน้าเก่าอย่าง อันแดร์สัน และ ชิชาริโต้ ออกจากทีมไปแบบฟรีๆ ด้วยปัญหาการแบกภาระค่าเหนื่อย รายงานยังบอกอีกว่า "ปีศาจแดง" ยังคงต้องแบกค่าเหนื่อยของ นานี่ ปีกอินดี้ที่เพิ่งย้ายไปอยู่กับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน แบบยืมตัว ถึง 94,000 ปอนด์/สัปดาห์ โดยทาง "เหยี่ยวลิสบอน" ควักกระเป๋าจ่ายไปแค่ 35,000 ปอนด์ ตลอดสัญญาเช่า การเจรจาครั้งนี้ดูเหมือนปัญหาทั้งหมดจะไปตกอยู่กับ อันแดร์สัน และ ชิชาริโต้ ที่ได้รับค่าเหนื่อยร่วม 8 หมื่นปอนด์ ด้วยกันทั้งคู่ แถมจะให้ทีมไหนซื้อไปพร้อมอัพค่าเหนื่อยเพิ่มขึ้นคงจะดูไม่เหมาะสมกับฝีเท้าและอายุ ทางเดียวที่จะแก้ได้คือเจรจาลดค่าจ้าง หรือปล่อยให้สโมสรอื่นคว้าตัวไปแบบฟรีๆ เพื่อให้น้ำหนักในสัญญาเบาลง

อาบน้ำด้วย สบู่เหลว ตายเร็วจริงหรือ?
SLS /  ตายเร็ว / 

หลังจากที่มีการแชร์บทความที่บอกว่า การอาบน้ำด้วย สบู่เหลว ทำให้ตายเร็ว ออกไปเป็นจำนวนมากในสังคมออนไลน์ ทำให้หลายคนสงสัยว่าเป็นจริงอย่างที่บทความนี้บอกหรือ โดยบทความที่แชร์กันออกไปนั้น มีข้อความดังนี้ ".....อาบน้ำด้วย สบู่เหลว ตายเร็ว!! ถ้าคุณชอบอาบน้ำด้วย สบู่เหลว ละก้อ ควรอ่านบทความนี้... เดี๋ยวนี้สบู่เหลวได้รับ ความนิยมยิ่งขึ้น ด้วยเหตุผลของความสะดวกสบาย เป็นสำคัญ แต่คุณรู้ไหมว่า สบู่เหลว ที่เราใช้กันอยู่นั้นไม่ใช่สบู่ แต่ เป็นสารเคมีล้วนๆ สบู่เหลวที่ดีจริงๆจะต้องมีส่วนผสมของเนื้อสบู่อย่างน้อย 25% แล้วที่เหลือเป็นน้ำ แต่ความเป็นจริงแล้วไม่มีสบู่เหลวแบบนี้วางขายอยู่เลย เพราะผลิตภัณฑ์เกือบทุกชนิดที่วางขายอยู่นั้น เป็นแค่ใช้สารซักฟอกหรือดีเทอเจน ผสมกับสารเคมีสังเคราะห์ อื่นๆ แล้วทำให้อยู่ในรูปของเหลว ซึ่งสารซักฟอก หรือดีเทอเจนก็คือสารเคมีหลัก ที่ใช้ในการผลิตแชมพู น้ำยาล้างจาน น้ำยาทำความสะอาดพื้น หรือแม้แต่น้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำนั่นเอง จะผิดกันก็แต่ว่าความเข้มข้นของสารซักฟอก ที่ใช้ทำ สบู่เหลว มีความเจือจางกว่าเท่านั้น ผล กระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ สบู่เหลว คงไม่เกิดขึ้นในฉับพลันทันที แต่จะสะสมเป็นปัญหาในระยะยาวได้ เพราะสารเคมีเหล่านี้จะแทรกซึมลงไปในผิวหนัง อวัยวะ ภายใน และกระแสเลือดได้ทุกครั้งที่เราอาบน้ำ SLS หรือ โซเดียมลอริลซัลเฟต เป็นตัวอย่างหนึ่งของสารเคมีหลักที่มักใช้ในสบู่ คุณลองไปพลิกพวกผลิตภัณฑ์ซักล้างทุกอย่างดู จะเห็นส่วน ผสมนี้จริงๆ บางทีใช้ชื่อว่าลอริล) และเป็นสารเคมีอันตราย หลายประเทศในยุโรปและอเมริกามีกฏหมายห้ามใช้ แล้ว และบางประเทศก็จำกัด ให้มีการใช้น้อยลง แต่ในบ้านเรากลับใช้กัน อย่างแพร่หลาย ทั้งๆที่ SLS เป็นสารเคมีที่ดูดซึมผ่านผิวหนังได้ ง่ายและรวดเร็ว สามารถสะสมอยู่ในดวงตา สมอง หัวใจ ตับ และก่อปัญหาในระยะยาว หากยิ่งมีการใช้ร่วมกับ สารประกอบตระกูลอามีน ก็จะกลายเป็นสารก่อมะเร็งในที่สุด เพราะฉะนั้น เราอาจต้องถามตัวเองดูใหม่ ว่ามีความจำเป็นแค่ไหนที่จะต้องใช้ สบู่เหลว ซึ่งจริงๆแล้วคือสารเคมีล้วนๆ แต่ถ้ายังคงต้องการที่จะใช้ การใช้ สบู่เหลว สำหรับเด็กก็จะดีกว่า ไม่ได้หมายความว่าปลอดภัย เพียงแต่มีสารเคมีเจือ จางกว่าเท่านั้น) แต่ถ้าจะให้ดี การกลับไปใช้สบู่ก้อนจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด......" ซึ่งหลังจากที่ลองตรวจสอบที่มาของข้อมูลนี้นั้น กลับเป็นบทความเก่าที่เป็นฟอร์เวิร์ดเมลแบบผิดๆส่งต่อกันมาตั้งแต่ปี 2553 แล้ว แต่กลับมามีคนเอามาแชร์ต่อเมื่อไม่นานมานี้ ทำให้เกิดความสงสัยขึ้นมาอีกครั้งในหมู่สังคมออนไลน์ ที่บางคนอาจจะยังไม่เคยเห็นข่าวนี้ วันนี้เราเลยจะมาตอบข้อสงสัยของทุกคนกันค่ะ โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ออกมาให้ข้อมูลแก่ประชาชน ดังนี้ นายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กล่าวว่าในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหลายชนิด เช่น แชมพูสระผม สบู่เหลว น้ำยาล้างจาน มีการใช้สารลดแรงตึงผิว ( Surfactant ) เป็นส่วนผสม ซึ่งมีทั้งหมด 4 ประเภท ได้แก่ 1.  สารลดแรงตึงผิวชนิดประจุลบ ( anionic surfactant ) มีคุณสมบัติทำความสะอาดได้ดี มีราคาถูก และมีความแรงมากกว่าชนิดอื่น จึงอาจทำให้เกิดการระคายต่อผิวได้มาก เช่น sodium lauryl sulfate ( SLS ) 2.  สารลดแรงตึงผิวชนิดประจุบวก ( cationic surfactant ) มักใช้ร่วมกับชนิดประจุลบในการแก้ไขจุดบกพร่องของผลิตภัณฑ์ เช่น benzalkonium chioride 3.  สารลดแรงตึงผิวชนิดประจุบวกและประจุลบ ( amphoteric surfactant ) เช่น cocamidopropyl betaine 4.  สารลดแรงตึงผิวชนิดมีประจุระคายเคืองต่อผิวหนังน้อย เช่น nonyl phenol groups ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กหรือ สบู่เหลว จึงมักใช้สารลดแรงตึงผิวประเภทที่ 3 และ 4 เป็นส่วนผสม เนื่องจากมีความอ่อนโยนกว่าประเภทอื่น        ส่วนกรณีที่มีการเสนอข่าวว่า หาก สบู่เหลว ซึ่งมีส่วนผสมของสารโซเดียมลอริลซัลเฟต( SLS ) ไปผสมกับสารประกอบตระกูลเอมิน ( amine ) แล้วจะกลายเป็นสารก่อมะเร็งนั้นจากข้อมูลทางวิชาการพบว่า สารโซเดียมลอริลซัลเฟตสามารถทำปฏิกิริยากับสารตระกูลเอมินแล้วเกิดเป็นสารไนโตรซามิน จะต้องมีองค์ประกอบหรือสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมซึ่งทำให้เกิดปฏิกิริยาในโตรเฟชั่น ( nitrofation ) เช่น ต้องมีอุณหภูมิที่สูงกว่า 100 C ทำให้มีโอกาสเกิดสารก่อมะเร็งได้น้อยมาก อย่างไรก็ตามในปัจจุบันพบว่ายังมีการนำสารโซเดียมลอริลซัลเฟตมาเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ แต่ผู้ประกอบการจะต้องมีการปรับสูตรให้เหมาะสมตามเกณฑ์มาตรฐานและความปลอดภัย รวมทั้งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีการติดตามตรวจสอบส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้ปลอดภัยอยู่เสมอ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวต่ออีกว่าสำหรับ สบู่เหลว ทั่วไปและที่ใช้ในสปาไม่น่าจะมีอันตราย หากผลิตภัณฑ์มีการใช้สารลดแรงตึงผิวในปริมาณที่เหมาะสมและเลือกใช้ให้ถูกต้องตรงวัตถุประสงค์ของแต่ละสูตรตำรับ ซึ่งอาจมีการเติมสารอื่นๆ นั้น ไม่น่าจะเกิดอันตราย เพราะเป็นการเจือจาง สบู่เหลว เวลาใช้ อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยหลายอย่างที่ไม่เหมือนกันในแต่ละบุคคล ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน อาจจะทำให้เกิดผิวหนังแห้งได้ ดังนั้น ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ให้ความชุ่มชื้นภายหลังการแช่น้ำด้วย และเนื่องจาก สบู่เหลว เป็นเครื่องสำอางทั่วไป กองเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย จึงได้ตรวจสอบการปนเปื้อนของ เชื้อจุลินทรีย์และการระคายเคืองเบื้องต้น ซึ่งจากการตรวจตัวอย่างที่ผ่านมาไม่พบการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์เกินมาตรฐาน และเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อโรค รวมทั้งไม่เกิดการระคายเคืองเบื้องต้น อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องหลายแห่งได้ร่วมกันติดตามข้อมูลต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ หากมีปัญหาหรือมีข้อมูลของความไม่ปลอดภัย ก็จะมีการแจ้งเตือนภัยให้ประชาชนได้รับทราบ รวมทั้งเร่งดำเนินการตามกฎหมายและพิจารณายกเลิกห้ามใช้ ทั้งนี้ก็เพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชน ขอบคุณที่มาจาก : webdb.dmsc.moph.go.th