ลดไขมัน

เตรียมเสื้อหนาว !! อุตุฯชี้ 6-8ก.พ. เหนือหนาวอีกระลอก
ColdSnaps2016‬ /  Snow Challenge / 

กรมอุตุนิยมวิทยา เผย วันที่ 4 - 6 ก.พ. นี้ ภาคเหนืออุณภูมิลดลง 3 - 6 องศาฯ ส่วนภาคใต้ฝรตกแห่งบางแห่ง กทม. มีหมอกตอนเช้า กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์ลักษณะอากาศประจำวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 ในช่วงวันที่ 6 - 8 กุมภาพันธ์ 2559 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ ทำให้บริเวณดังกล่าว มีอากาศหนาวเย็นลง และอุณหภูมิจะลดลง 3 - 6 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพ เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงนี้ไว้ด้วย ส่วนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณภาคใต้ มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2 - 4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย ส่วนพยากรณ์อากาศสำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล เวลา 17.00 น. วันนี้ - 17.00 น. วันพรุ่งนี้ มีเมฆบางส่วน กับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 22 - 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 - 34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 - 30 กม./ชม. ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เก็บตกลมหนาว ประมวลภาพปรากฏการณ์ยะเยือกในเอเชีย ผู้โดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส 25 ม.ค. 2559 ประชาชนสวมใส่เครื่องแต่งกายกันหนาว เดินตามท้องถนน พนักงานรักษาความปลอดภัยบนรถไฟฟ้า บีทีเอส สวมใส่เสื้อกันหนาว ในวันที่ 25 ม.ค. 2559 แม่ค้าขายอาหารข้างทาง สวมใส่เครื่องแต่งกาย เพื่อป้องกันความหนาว กทม. 25 ม.ค. 2559 เวียดนาม 25 ม.ค. 2559 ไต้หวัน 25 ม.ค. 2559 ปากีสถาน 25 ม.ค. 2559 ฟุกุโอะกะ ญี่ปุ่น 25 ม.ค. 2559 ญี่ปุ่น 26 ม.ค. 2559 ชาวบ้านในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ถูกขังอยู่ภายในบ้าน เนื่องจากผลกระทบจากพายุหิมะถล่ม  ข่าวต่างประเทศ รายงานผลกระทบจากพายุหิมะในสหรัฐฯ กรณีที่นาย ชอว์ หยิน และ เฮเลน หลิว สามีภรรยา ซึ่งอาศัยอยู่ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ไม่สามารถออกจากบ้านได้ หลังจากที่เปิดประตูบ้านมาเจอกำแพงหิมะสีขาวหนาหลายเมตร กลบทางเข้าออกจนมิด จากนั้นทั้งคู่ รีบโทรเรียกหน่วยกู้ภัยมาช่วยเหลือโดย แต่โชคร้ายที่สภาพอากาศอันเลวร้าย ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเดินทางออกมาปฏิบัติหน้าที่ได้ จนกระทั่งเมื่อกู้ภัยมาถึง พวกเขาต้องใช้เวลานานกว่าชั่วโมงเพื่อขุดหิมะออกจากหน้าประตูบ้านได้ในที่สุด ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- สาวแท้-เทียมแห่แชร์กระแสใหม่ ฝรั่งล่ำแก้ผ้าท้าหนาว โดดใส่หิมะสนั่นโซเชียล  หากคุณอาศัยอยู่ในประเทศ หรือเมืองที่อากาศหนาวอุณหภูมิติดลบ ถึงขึ้นหิมะตก แน่นอนว่าคุณจะต้องสวมใส่เสื้อผ้าหนา และพยายามไม่ออกไปอยู่ในที่ที่อากาศหนาว แต่ไม่ใช่สำหรับ ชาเลนจ์รอบใหม่ ซึ่งเป็นการท้าหนาวที่ต้องใช้ความ 'สตรอง' สุด ๆ จนทำให้ ไอซ์ บัคเก็ต ชาลเลนจ์ เป็นแคมทเปญที่ดูเด็ก ๆ ไปเลย หลังจากกระแส ไอซ์ บัคเก็ต ชาลเลนจ์ ซาไป ในช่วงที่วิกฤตอากาศหนาวกระจายตัวไปทั่วโลกเช่นนี้ ได้เกิดไวรัลระลอกใหม่เกิดขึ้น นั่นก็คือ สโนว์ ชาลเลนจ์ (Snow Challenge) ซึ่งเป็นการท้าทายให้เพื่อน ๆ ออกมาสวมเสื้อผ้าน้อยชิ้น หรือชุดว่ายน้ำ พร้อมทั้งออกนอกบ้าน เพื่อเผชิญกับอากาศหนาวติดลบ และมีหิมะปกคลุมทั่วพื้นที่ จากนั้น ผู้รับคำท้า จะต้องกระโดด พุ่งตัวลงสู่กองหิมะ เผชิญกับอากาศหนาวยะเยือก นอกจากนี้ ยังมีการแชร์คลิปฝรั่งแซ่บในแคมเปญด้งกล่าว จากเพจ สมาคมนิยมฝรั่งล่ำ ที่รวบรวมเอาหนุ่มหล่อ หุ่นดี ซึ่งกำลังปฏิบัติภาระกิจ สโนว์ ชาลเลนจ์ ทำให้มีผู้เข้าไปกดไลท์ และ แชร์คลิปดังกล่าวต่อออกไปราว 8 พันครั้ง ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- สลดใจ ! สหรัฐฯ ประชาชนเสียชีวิตเฉียดครึ่งร้อย จากผลพวงของปรากฏการณ์พายุหิมะถล่ม สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว กรณีที่สหรัฐฯ ได้รับผลกระทบจากพายุหิมะถล่มอย่างหนักในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นผลให้มีผู้เสียชีวิตราว 48 ราย ซึ่งส่วนใหญ่มาจากสาเหตุหัวใจวายฉับพลัน ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- สื่อชิลีเผยแพร่ภาพขณะคลื่นยักษ์สูง 5 เมตรซัดเข้าฝั่งเมืองวีญา เดล มาร์ ซึ่งความรุนแรงของคลื่น ทำให้รถที่จอดอยู่บริเวณใกล้เคียงตะแคงข้าง สาเหตุสาเหตุของการเกิดคลื่นสูงครั้งนี้ เป็นผลพวงมาจากที่ ชิลีเผชิญพายุรุนแรงซึ่งเกิดจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ทั้งยังเกิดอุทกภัย บ้านเรือนราว 15,000 ต้องเผชิญกับไฟดับราวชั่วโมง ทั้งนี้คลื่นยักษ์ สร้างความเสียหายให้กับรถยนต์ ไฟทาง และแผงกั้นจราจรจำนวนมาก จนกระทั่งทางการต้องนำธงแดง มาปักไว้เพื่อเตือนภัยบริเวณชายหาดตลอดแนว พร้อมทั้งมีคำ สั่งห้ามประชาชนลงว่ายน้ำในทะเลอย่างเด็ดขาด พร้อมทั้งสั่งปิดถนนบริเวณหน้าหาด อย่างไรก็ตามรายงานระบุว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย ขอบคุณข้อมูลจาก BBC Thai ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เกิดประเด็นร้อนแรง ที่มีการพูดถึงเรื่องหิมะในประเทศไทย เนื่องจากขณะนี้ อุณหภูมิลดลงในช่วง 1-2 วันอย่างเห็นได้ชัด ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการมูลนิธิภัยพิบัติแห่งชาติ คาดว่า อีก 3-4 วันอากาศจะร้อนขึ้น และเมื่อเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์จะเข้าสู่ฤดูร้อน โดยสาเหตุที่ในช่วงนี้มีอากาศหนาว มีความเกี่ยวข้องกับสภาวะโลกร้อน ปรากฎการณ์เอลนินโญ และการเปลี่ยนทิศทางของกระแสน้ำอุ่น ทำให้เกิดสภาพอากาศที่เรียกว่า 'หนาวสองชั้นอากาศ' คืออากาศเย็นจากขั้วโลกเหนือ และลมแรงกระทบพื้นที่สูงมากผิดปกติ ส่งผลให้ลมหนาวลงมาถึงภาคใต้ตอนบน เมื่อพูดถึงกรณีที่จะมีหิมะตกในประเทศไทย ได้ความว่า หากอุณหภูมิพื้นผิวโดยปกติต้องต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียสอย่างดอยอินทนนท์ แต่ที่เห็นในภาพโซเชียลเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาว หรือเพียงแต่เกิดปรากฏการณ์แม่คะนิ้งเท่านั้น แต่นั่นถือเป็นจุดเริ่มต้นปรากฏการณ์หิมะตก เพราะอุณหภูมิไม่ต่ำมากพอ และหากอุณหภูมิติดลบฝนที่ตกลงมาก็จะกลายเป็นหิมะได้ สนับสนุนข้อมูลโดย springnews ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ในทุก ๆ ปี เมืองคาสโนยาสค์ เมืองที่ตั้งอยู่ในแคว้นไซบีเรียน ประเทศรัสเซีย จะมีการจัดเทศกาลประจำปี โดยสมาชิกของสโมสรว่ายน้ำราว 300 ชีวิต จะออกมาว่ายน้ำในแม่น้ำเยนีเซย์ เพื่อท้าอากาศหนาวในช่วงที่อุณหภูมิติดลบ ด้วยเหตุผลอันน่าประหลาดใจ โดยสมาชิกสโมสรดังกล่าว จะมีวัยตั้งแต่ ต่ำกว่า 1 ปี ไปจนถึง 79 ปี โดยส่วนใหญ่ จะเป็นผู้ที่อยู่ในวัยเกษียณ ทั้งนี้สมาชิกบางคนได้ให้เหตุผลว่า การอาบน้ำด้วยน้ำเย็นยะเยือกเช่นนี้ ส่งผลดีต่อสุขภาพของพวกเขา ทั้งยังมีการกล่างอ้างว่า กิจกรรมนี้ ช่วยให้พวกเขามีภูมิคุ้มกันเพิ่มมากขึ้น ส่วนสมาชิกคนอื่น ๆ เผยว่า กิจกรรมนี้ช่วยผ่อนคลาย และเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้น อย่างไรก็ตาม ในแต่ละปี น้ำในแม่น้ำเยนีเซย์ จะกลายเป็นน้ำแข็งปีละหลายเดือน เนื่องจากสถาพอากาศที่หนาวเหน็บติดลบราว ๆ 30 องศาเซลเซียส ซึ่งเรียกได้ว่า เป็นอากาศที่หนาวเหน็บและสามารถคร่าชีวิตคนได้เลยทีเดียว ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ชาวเมืองในรัสเซีย ผจญอากาศหนาวสุดขั้ว อุณหภูมิ ติดลบ 50 องศา ยาวนานกว่า 280 วัน ล่าสุด 'บีบีซีไทย' ได้นำเสนอเรื่องราว วิถีชีวิตของชาวเมืองในรัสเซียที่อุณหภูมิต่ำกว่า -50 องศาเซลเซียส ในเมืองโนรีลส์ก แคว้นไซบีเรีย ประเทศรัสเซีย ซึ่งเมืองนี้ เป็นหนึ่งในเมืองที่ตั้งอยู่เหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล หรือ เส้นสมมุติบริเวณขั้วโลกเหนือที่ลากขนานกับเส้นศูนย์สูตร ในเมืองดังกล่าว เต็มไปด้วยอุตสาหกรรมเหมืองแร่ที่ถูกค้นพบในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เช่นแร่จำพวก นิกเกิล ทองแดง และโคบอลต์ ทำให้เกิดการสะสมของสารพิษเป็นวงกว้าง แต่นั่นเป็นสิ่งที่ดึงดูดผู้คนมาตั้งถิ่นฐานด้วยเช่นกัน โดยสภาพอากาศที่นั่นจะหนาวจัดตลอดเวลา อุณหภูมิโดยเฉลี่ย -9 องศาเซลเซียส มีฤดูหนาวยาวนานถึง 280 วัน อุณหภูมิในฤดูหนาวอาจถึง -58 องศาเซลเซียส โดยมีประชากรอาศัยอยู่ในเมืองดังกล่าว ราว ๆ 170,000 คน ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ทะเลสาบและหาดโคลนในเอเชียตะวันออกกลายเป็นน้ำแข็ง วิกฤตอากาศหนาวรุนแรงในรอบศตวรรษ สำนักข่าว บีบีซี รายงานข่าว วิกฤตอากาศหนาว ที่ส่งผลกระทบไปทั่วทวีปเอเชีย ที่ล่าสุด ในเกาหลีใต้เกิดอุบัติเหตุขึ้นบนท้องถนน จากสภาพอากาศที่เลวร้าย ตามเกาะและท่าอากาศยานกลายเป็นอัมพาต เพราะเกิดพายุหิมะครั้งใหญ่ที่สุดในรอบศตวรรษ โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาเกาหลีใต้ ออกคำเตือนกรณีที่คลื่นอากาศหนาวในกรุงโซลเมืองหลวงของประเทศ รุนแรง ทั้งอุณหภูมิในเมืองหลวงยังลดลงถึง -18 องศาเซลเซียสเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ที่มา koreaherald ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เกาหลีใต้เผชิญสภาพอากาศหนาวเฉียบพลัน ทำให้สำนักอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนภัยหนาว ในกรุงโซล ครั้งแรกในรอบ 5 ปี สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ได้เกิดคลื่นความเย็นพาดผ่านประเทศเกาหลีใต้ ทำให้อากาศในกรุงโซล หนาวจัดอย่างฉับพลัน ทำให้สำนักอุตุนิยมวิทยาของเกาหลีใต้ ต้องประกาศเตือนภัยสภาพอากาศหนาวในเมืองหลวง ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี โดย อิทธิพลของคลื่นความเย็น ทำให้อุณหภูมิอากาศในกรุงโซล เริ่มหนาวเย็นมาตั้งแต่เมื่อวานนี้ ซึ่งวัดได้ ถึงลบ 16 องศาเซลเซียสและวันที่ 24 ม.ค. วัดได้ถึงลบ 18 องศาเซลเซียส โดย สำนักอุตุฯ เกาหลีใต้ คาดว่า อุณหภูมิอากาศในกรุงโซลในช่วงอย่างน้อย 2-3 วันข้างหน้า จะมีอุณหภูมิอากาศลดต่ำสุด ที่ระดับต่ำกว่าลบ 15 องศาฯ ในตอนเช้า ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก INN ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- วันนี้ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก ออกมาโพสต์รูปภาพแสดงอุณหภูมิที่ลดลงในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศไทย ประชาชนส่วนใหญ่สวมใส่เสื้อกันหนาวออกมาทำงานนอกบ้าน ขณะที่สื่อในเอเชีย รายงานว่าปีนี้มีหิมะตกในหลายประเทศ อาทิ เวียดนามที่มีหิมะปกคลุมไปทั่วภูเขาสูงที่ซาปา ทั้งกว่าครึ่งประเทศมีอากาศหนาวปกคลุม โดยอุณหภูมิติดลบ 5 องศาเซลเซียส ซึ่งนับว่าต่ำที่สุดในรอบหลายปี แม้ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดปรากฏการณ์หิมะตก แต่ในปีนี้นับปีที่มีหิมะตกปริมาณมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในตลอดหลายๆ ปี นอกจากนี้ สปป.ลาว มีรายงานว่าหิมะตกหลังอุณหภูมิติดลบ 3 องศาฯ ใน จ.หัวพัน มีการแพร่ภาพถ่ายเกล็ดหิมะปกคลุมเป็นหย่อมๆ เบาบาง แต่อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์ครั้งนี้ สร้างความตื่นเต้นฮือฮาให้ชาวบ้านเป็นอย่างมาก ทางฝั่ง ไต้หวัน ที่โดยปกติไต้หวันจะมีหิมะตกเฉพาะในเขตภูเขาสูงระดับพันเมตรแต่คราวนี้มีหิมะตกในระดับความสูงเพียง 400 ม.เท่านั้น ทั้งอุณหภูมิยังลดลงต่ำสุดในรอบ 40 ปี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากภาวะอากาศหนาวแล้วถึง 15 คน ในเขตซินไถเป่ยและไท่หยวน ส่วนทางด้าน จีน ทางตอนใต้ ที่มีสภาพอากาศกึ่งร้อนชื้น รวมถึงในช่วงฤดูหนาว อากาศในพื้นที่ไม่หนาวจัด แต่ในปีนี้แปลกกว่าทุกปี เนื่องจากในมณฑลกวางตุ้งประสบกับคลื่นความหนาวรุนแรง เกิดน้ำแข็งจับตัว โดยวานนี้ นครกว่างโจวเกิดหิมะตกครั้งแรกในรอบ 60 ปี ทำให้ประชาชน ออกมาเล่นตุ๊กตาหิมะกันอย่างสนุกสนานในวันนี้ อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ อุณหภูมิที่ลดต่ำลง เกิดจากคลื่นกระแสลมหนาว ได้เคลื่อนตัวลงมาถึงเขตที่มีสภาพอากาศกึ่งร้อนชื้นและเขตร้อนชื้น ทว่าโดยปกติมักไม่หนาวจัดถึงจุดเยือกแข็งหรือเกิดหิมะตก แต่ในปีนี้บางประเทศในอาเซียนกลับมีอากาศเย็นยะเยือกจนน้ำค้างจับตัวเป็นน้ำแข็ง ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

ตามคาด! กนง.มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.5%
กนง. /  คงอัตราดอกเบี้ย / 

มติกนง.คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ที่ 1.5% ยอมรับปัจจัยต่างประเทศเสี่ยงเพิ่มขึ้น ชี้ ยังมีพื้นที่ที่จะลดอัตราดอกเบี้ยได้อีก นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1.50 ต่อปี โดย กนง. เห็นว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4 ปี 2558 ทยอยฟื้นตัวต่อเนื่องใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้ จากการใช้จ่ายภาครัฐที่ทำได้ดีต่อเนื่อง จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศทยอยปรับตัวดีขึ้นจากนักท่องเที่ยวจีน การบริโภคภาคเอกชนที่มีทิศทางดีขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากผลชั่วคราวของมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงก่อนปีใหม่ อย่างไรก็ตาม กนง. ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2559 ยังขยายตัวใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้ที่ร้อยละ 3.5 ขณะที่ความเสี่ยงจากปัจจัยต่างประเทศสูงขึ้น ซึ่งจะเป็นแรงกดดันทำให้เศรษฐกิจไทยอาจโตต่ำกว่าที่คาดหมายได้ ทั้งนี้ ทาง กนง. พร้อมติดตามสถานการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด และหากการคาดการณ์เศรษฐกิจไม่เป็นไปตามคาด กนง. ยังมีพื้นที่ที่จะลดอัตราดอกเบี้ยได้อีก เพื่อดูแลเศรษฐกิจแตกต่างจากประเทศอื่นที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ แต่ยืนยันดอกเบี้ยในระดับปัจจุบันมีความเหมาะสมเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม กนง. ประเมินว่าราคาน้ำมันมีโอกาสจะปรับตัวลงต่อต่ำกว่า 40 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลต่อเนื่องมายังราคาสินค้าโภคภัณฑ์ให้ปรับตัวลงต่อ ทำให้แรงกดดันเงินเฟ้อปรับลดลงต่อเนื่อง โดยมองว่า ราคาน้ำมันยังมีความเสี่ยงที่จะปรับขึ้นได้ และอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มที่จะกลับมาเป็นบวกในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2559 และ ยังไม่เกิดภาวะเงินฝืด เพราะเศรษฐกิจยังขยายตัวได้ดี ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy MThai News

5 ประโยชน์ ของ น้ำมันมะพร้าว ที่คุณอาจไม่เคยรู้
ดีต่อสุขภาพ /  น้ำมันมะพร้าว / 

มาดูประโยชน์ ของ น้ำมันมะพร้าว ที่ดีต่อสุขภาพ ว่ามีอะไรบ้างกันค่ะ 1.ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมัน มีปัญหาเรื่องความอ้วนและไขมันส่วนเกินใช่ไหม ใช้ น้ำมันมะพร้าว ให้เป็นประโยชน์สิคะ ไขมันอีกชนิดในน้ำมันมะพร้าวจะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมันในส่วนท้องของคุณ จากผลการศึกษาพบว่าการทานน้ำมันมะพร้าวประมาณ 30 มิลลิลิตรต่อวันจะช่วยลดชั้นไขมันได้ 2.ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง กรดไขมันสายกลาง (medium chain fatty acid) ในน้ำมันมะพร้าวช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองและกระบวนการรับรู้ของมนุษย์ นอกจากนี้ผลการศึกษายังบอกด้วยว่ากรดไขมันสายกลาง ในน้ำมันมะพร้าวยังช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ด้วย 3. ช่วยให้กระดูกแข็งแรง ประโยชน์อีกอย่างหนึ่งของน้ำมันมะพร้าวคือ ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กระดูก การทาน น้ำมันมะพร้าว เป็นประจำเป็นการเพิ่มแคลเซียมและแมกนีเซียมให้กับกระดูก ทำให้กระดูกเจริญเติบโตได้ดีและแข็งแรง 4.ช่วยให้ผมสวย ลองชโลมน้ำมันมะพร้าวให้ทั่วแล้วทิ้งไว้ประมาณ 10 – 15 นาที แล้วค่อยสระผมล้างออก จะช่วยให้ผมของคุณมีน้ำหนักเงางามขึ้น 5.ช่วยรักษาอาการผิดปกติทางผิวหนัง ผลการศึกษามากมายพบว่าน้ำมันมะพร้าวช่วยรักษาอาการผิดปกติทางผิวหนัง เช่น โรคเรื้อน สิว โรคสะกิดเงิน นอกจากนี้หากใช้เป็นประจำน้ำมันมะพร้าวยังช่วยสมานแผลต่างๆ ด้วย ที่มาเนื้อหาจาก http://th.theasianparent.com/

กบง.ลดราคาขายปลีกก๊าซ LPG หลังราคาเนื้อก๊าซตลาดโลกลดลง
LPG /  NGV / 

กบง.ลดราคาขายปลีกก๊าซ LPG 2 บาทต่อกิโลกรัม หลังราคาเนื้อก๊าซในตลาดโลกปรับลดลง มีผลวันพรุ่งนี้ นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือ กบง. ว่า ที่ประชุมมีมติปรับลดราคาขายปลีกก๊าซ LPG ในประเทศ 2 บาทต่อกิโลกรัม มาอยู่ที่ 20.29 บาทต่อกิโลกรัม มีผลวันพรุ่งนี้ (4 ก.พ.) หลังราคาเนื้อก๊าซในตลาดโลกปรับลดลง 66 เหรียญสหรัฐต่อตัน มาอยู่ที่ 297 เหรียญสหรัฐต่อตัน ส่งผลให้มีการปรับอัตราเงินส่งเข้ากองทุนสำหรับ LPG จากเดิมเก็บในอัตรา 23 สตางค์ต่อกิโลกรัม มาเป็นการชดเชย 41 สตางค์ต่อกิโลกรัม โดยสถานะของกองทุน LPG ล่าสุดอยู่ที่ 7,291 ล้านบาท และกองทุนน้ำมันเป็นบวกที่ 35,428 ล้านบาท นอกจากนี้ มีมติยกเลิกการชดเชยค่าขนส่งก๊าซ LPG ไปยังภูมิภาคต่าง ๆ แต่จะยังควบคุมราคาขายปลีกหน้าคลัง LPG ทั่วประเทศเป็นเวลา 3 เดือน เพื่อให้ผู้ประกอบการปรับตัวและเอื้อให้เกิดการแข่งขันเสรีมากขึ้น รวมถึงป้องกันผู้ค้าฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา ซึ่งจะทำให้ราคา LPG ที่จำหน่ายในแต่ละภูมิภาคมีการปรับลดลง ยกเว้นคลัง LPG ที่จังหวัดลำปาง ซึ่งมีต้นทุนค่าขนส่งสูงที่สุดในประเทศที่ 2 บาทต่อกิโลกรัม ดังนั้นเมื่อหักลบราคาขายปลีกที่ปรับลดลงกับต้นทุนค่าขนส่งแล้ว จะทำให้ราคาขายปลีกแอลพีจีที่ลำปางอยู่ในระดับเดิมที่ 22.29 บาทต่อกิโลกรัม พร้อมมอบหมายให้กรมธุรกิจพลังงานและ สนพ. ประสานกับกระทรวงพาณิชย์ ในการพิจารณาบัญชีค่าขนส่งด้วย ขอบคุณข้อมูล  INN เริ่มวันนี้! กบง.ลอยตัวราคา NGV คุม 6 เดือน กบง.มีมติลอยตัวราคาก๊าซ NGV คุม 6 เดือน ขณะที่รีดเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในส่วน เบนซิน 95 E10 และดีเซล 60 สต.ต่อลิตร นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือ กบง. มีมติให้ลอยตัวราคาก๊าซเอ็นจีวีแบบมีเงื่อนไข โดยมีผลตั้งแต่วันนี้ (21 ม.ค.59) โดยมอบหมายให้ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ประกันราคาเป็นเวลา 6 เดือน ตั้งแต่มกราคม - กรกฎาคม 2559 หากเดือนใดราคาเนื้อก๊าซเกินกว่า 13.50 บาทต่อกิโลกรัม ให้ ปตท. เป็นผู้รับภาระส่วนเกิน ซึ่งการประกาศลอยตัว NGV ในครั้งนี้ เนื่องจากคาดการณ์ว่าราคาเนื้อก๊าซเอ็นจีวีในตลาดโลกมีทิศทางปรับลดลงต่อเนื่อง ภายใต้ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับ 30 - 40 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล จึงใช้โอกาสนี้ในการปรับโครงสร้าง ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว จะช่วยให้เกิดการลงทุนเชื่อมต่อสถานีท่อก๊าซ NGV ของ ปตท. จากเอกชนรายอื่นเพิ่มขึ้น และอยู่ในระดับที่แข่งขันได้ ขณะที่ราคา NGV สำหรับรถโดยสารสาธาณะ ปตท. จะช่วยเหลือกำกับดูแลราคา NGV ไม่เกิน 10 บาทต่อกิโลกรัมต่อไปจนกว่าจะมีกลไกถาวร ทั้งนี้ จะสามารถเห็นสูตรราคาเนื้อก๊าซใหม่ได้ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ และคาดว่าราคา NGV เดือนมีนาคมจะสามารถปรับลดลงได้ ตามราคาน้ำมันในตลาดโลกที่อยู่ในช่วงขาลง นอกจากนี้ นายทวารัฐ ยังเผยเปิดว่า จากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับลดลงต่อเนื่อง และค่าการตลาดที่ยังอยู่ในระดับสูง ที่ประชุม กบง. จึงมีมติปรับขึ้นอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเพิ่ม 60 สตางค์ต่อลิตร สำหรับน้ำมันเบนซิน 95 แก๊สโซฮฮล์ 95 แก๊สโซฮอล์ 91 และน้ำมันดีเซล โดยจะไม่ส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกน้ำมันแต่ละประเภท และทำให้จากนี้ส่วนต่างราคาขายปลีกระหว่างแก๊สโซฮฮล์ 95 แก๊สโซฮอล์ 91 และ E20 จะขยับขึ้นมาอยู่ที่ 3 บาทต่อลิตร จากเดิมที่ 2.40 บาทต่อลิตร โดยการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนอัตราใหม่ ในส่วนของน้ำมันเบนซิน 95 อยู่ที่ 6.75 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล 95 อยู่ที่ 0.65 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 0.60 สตางค์ต่อลิตร ดีเซล จัดเก็บเข้ากองทุน 0.58 บาทต่อลิตร ซึ่งจะทำให้มีเม็ดเงินไหลเข้ากองทุนเพิ่มขึ้น 1,152 ล้านบาทต่อเดือน โดยสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงล่าสุดเป็นบวกอยู่ที่ 42,225 ล้านบาท แบ่งเป็นกองทุนน้ำมันที่ 34,944 หมื่นล้านบาท และกองทุนก๊าซ LPG อยู่ที่ 7,281 ล้านบาท ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy MThai News

3 อาหารต้องห้ามเวลา ท้องเสีย
ท้องร่วง /  ท้องเสีย / 

เชื่อว่าหลายคนคงมีคำถามนี้อยู่ในใจทุกครั้งที่มีอาการ ท้องเสีย ว่าเราควรงดกินอาหารอะไร หรือควรกินอะไรเพื่อให้อาการทุเลาลงไปและไม่เป็นหนักมากกว่าเดิม วันนี้เรามีคำตอบดีๆมาคลายข้อสงสัยกันค่ะ อาการ ท้องเสีย เรื้อรัง มักมีอาการปวดท้องและถ่ายเหลว ซึ่งจะเป็นๆหายๆนานติดต่อกันเป็นแรมเดือน บางทีเราอาจเรียกอาการนี้ว่า “โรคธาตุอ่อน” อาหารต้องห้าม ได้แก่ อาหารรสเปรี้ยว รสเผ็ด อาหารมัน น้ำส้มสายชู กะทิ เหล้า เบียร์ นมสด ชา กาแฟ อาหารควรกิน ได้แก่ กินอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ ข้าวกล้อง ธัญพืชต่างๆ อาหารที่มีไขมันต่ำ อาหารที่มีจุลินทรีย์แล็คโตบาซิลลัส (Lactobacillus) หรือไบฟิโดแบคทีเรีย (Bifidobacterium) และไม่ควรกินอาหารแต่ละครั้งมากเกินไป นอกจากนี้ควรเคี้ยวอาหารให้ละเอียด อาการ ท้องเสีย เฉียบพลัน เป็นอาการที่เกิดอย่างทันทันใด มีลักษณะถ่ายเป็นน้ำบ่อยครั้ง และมีอาการปวดท้องร่วมด้วย อาหารต้องห้าม ได้แก่ผัก ผลไม้ และน้ำผลไม้ อาหารควรกิน ได้แก่ ผงน้ำตาลเกลือแร่ชงน้ำ ซึ่งใช้ดื่มบ่อยๆ แทนน้ำอาหารที่ย่อยง่าย โดยเน้นอาหารที่มีข้าวหรือแป้งเป็นหลัก รู้วิธีรับมือเรื่องกินแล้ว อย่าละเลยการออกกำลังกายและผ่อนคลายจิตใจด้วยนะคะ ขอบคุณที่มาจาก : นิตยสารชีวจิตฉบับที่ 275

สาวโพสต์แจง ไม่ใช่หญิงถูกแก๊งวัยรุ่นรุมข่มขืน-โยนทิ้งเหว
ข่าวข่มขืน /  ข่าวจังหวัดพัทลุง / 

สาวโพสต์เฟซบุ๊กชี้แจง หลังมีคนเข้าใจผิด คิดว่าเป็นเหยื่อถูกแก๊งวัยรุ่นรุมข่มขืน-โยนทิ้งเหว  หลังจากเกิดคดีสะเทือนขวัญที่กลุ่มวัยรุ่น 4 คน ลวงชายหนุ่ม อายุ 19 ปี และแฟนสาว เข้าไปฆ่าหมกป่า และทำการข่มขืนฝ่ายหญิงต่อหน้าฝ่ายชาย ก่อนจับโยนลงเหวเพื่ออำพราง แต่ฝ่ายหญิงรอดชีวิตกลับมาได้ หลังเรื่องดังกล่าวตกเป็นข่าวดังตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้คนอีกจำนวนหนึ่งได้เข้าไปค้นหาเฟซบุ๊กฝ่ายชายซึ่งเป็นผู้เสียชีวิต และย้อนดูในไทม์ไลน์เฟซบุ๊กของผู้ตายประมาณ ช่วงเดือนเมษายน 2558 ที่ผ่านมา ก็ได้พบว่าผู้ตายได้ถ่ายภาพคู่กับหญิงสาวท่านหนึ่งโพสต์เฟซบุ๊ก ดูท่าทางสนิทกัน ทำให้ชาวเน็ตจำนวนหนึ่งตีความไปว่า หญิงที่ปรากฏในภาพดังกล่าวคือเหยื่อที่ปรากฏอยู่ในข่าว ถูก 4 วัยรุ่นขืนใจก่อนโยนทิ้งเหว แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา สมาชิกเฟซบุ๊ก น้อง' ฟิล์ม  ซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ในภาพดังกล่าวได้ออกมายืนยันว่า เธอไม่ใช่เหยื่อเคราะห์ร้ายที่ปรากฏอยู่ในข่าว เธอไม่ได้ถูกแทงและถูกข่มขืนอย่างที่ใครหลายคนเข้าใจผิด แต่ยอมรับว่าเป็นแฟนเก่าของผู้ตาย ซึ่งก่อนหน้านี้ได้พยายามของให้ผู้ตายลบภาพเธอออกไปแล้ว แต่ฝ่ายนั้นไม่ได้ลบ อยากจะให้ทุกคนเข้าใจเพราะ ขณะนี้เครียดหนัก พร้อมระบุว่าเธอไม่รู้จักคนร้ายสักคน MThai News --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 'บิ๊กตู่' ชี้ เปลี่ยนกฎหมายคดีข่มขืนเท่ากับประหารสุดโต่งเกินไป เหมือนการตัดสินของเปาบุ้นจิ้น ! วานนี้ (4 ก.พ. 59) มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. กล่าวถึงกรณีที่มีคนเสนอให้เปลี่ยนกฎหมายคดีข่มขืนเท่ากับประหารชีวิต ว่า นี่คือคนไทยที่มีแต่ความสุดโต่งเหมือนกับการตัดสินของเปาบุ้นจิ้น ซึ่งจะประหารชีวิตอย่างเดียวไม่ได้ เพราะกฎหมายมีขั้นตอน และปัญหาไม่ได้อยู่ที่กฎหมาย แต่อยู่ที่การบังคับใช้กฎหมายว่าทำได้หรือไม่ได้ และจิตสำนึกของคน ด้าน พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้อธิบายถึงความหมายของคำว่า 'สุดโต่ง' ที่ท่านนายกฯ กล่าวไม่ได้หมายความว่าจะปกป้องหรือเข้าข้างผู้กระทำผิด แต่ต้องการให้สังคมร่วมกันพิจารณาอย่างรอบคอบ แท้จริงแล้วต้นเหตุของปัญหาคืออะไร การใช้กฎหมายรุนแรงบังคับแต่เพียงอย่างเดียว จะแก้ไขปัญหาได้จริงหรือไม่ ทั้งนี้นายกฯ ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมไปศึกษาข้อมูลและหาทางออกในเรื่องดังกล่าว โดยนำกรณีศึกษาจากประเทศต่าง ๆ มาเปรียบเทียบด้วย เพื่อให้เกิดการยอมรับตามหลักสากล MThai News --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- วันนี้ (4 ก.พ. 59) เน วัดดาว จัดนักโพสต์ขู่แก๊งฆ่าโจ๋ฝังดิน ข่มขืนแฟน บอกนักโทษทุกคนรออยู่ แนะยิ้มให้เต็มที่ เพราะนี่อาจเป็นยิ้มสุดท้าย วานนี้ (3 ก.พ. 59) ที่เฟซบุ๊ก @Makharin Phumssart ซึ่งเป็นของ "เน วัดดาว" ได้มีการโพสต์ข้อความแสดงความเห็นถึงกรณีที่แก๊งโจ๋ฆ่าฝังดินคู่อริ ก่อนข่มขืนแฟนสาวและนำร่างทิ้งลงเหว ที่จ.พัทลุง จนทำให้มีคนออกมาเรียกร้องผ่านโลกออนไลน์ให้มีการแก้กฎหมาย "ข่มขืนโทษประหารชีวิต" ว่า กฎหมายที่ประชาชนเรียกร้องอย่างบทลงโทษผู้กระทำความผิดฆ่าข่มขืน เรียกร้องให้มีโทษประหารกัน แต่ก็ไม่มีใครมาดำเนินการ พร้อมทั้งฝากข้อความถึง 4 โจ๋ใจเหี้ยมว่า คดีแบบนี้หากเข้าไปในคุกโดนหนักแน่ เชิญยิ้มให้สบาย เพราะอาจจะเป็นรอยยิ้มสุดท้ายก็ได้ "ยิ่งอยู่ไปอยู่ไป กฎหมายจราจรยิ่งแก้ให้หนักขึ้นๆ ปรับแพงขึ้น อนาคต ขับย้อนศรหรือไม่ใส่หมวกคงแก้เป็นติดคุกสัก 10 ปี ละมั้ง และดูกฎหมายที่ประชาชนเรียกร้องกันสิ ฆ่าข่มขืนเท่ากับประหารกี่ศพและที่เขาเรียกร้องให้แก้กัน ไม่เห็นมีใครออกมาดำเนินการหรือออกมาพูดคุยให้ประชาชนฟังกันบ้างหรอ ผมก็ 1ในขี้คุก แต่คดีแบบนี้ "บอกตรงๆ เข้าไปข้างในมึงหนัก. ตอนโดนจับพวกมึงยิ้มแบบไม่สลด เดี๋ยวเข้าไปมึงจะไม่มีรอยยิ้มอีกเลย รีบยิ้มสะให้เต็มที่เลยนะพวกมึงเพราะมันอาจเป็นรอยยิ้มสุดท้ายของพวกมึง กูเชื่อว่าทุกคุกเขารอพวกมึงอยู่" เน วัดดาว --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- คดีฆ่าหนุ่มหมกป่า-ข่มขืนสาวทิ้งเหว สามารถย้ายมาศาลอาญาได้ ส่วนเยาวชน 2 ราย ยังไม่มีข้อสรุปว่าขึ้นกับศาลใด พ.ต.อ.วิชัย วิชยานฤพล ผกก.สภ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง เผยคดีฆ่าโหดหนุ่มหมกป่า ข่มขืนแฟนสาวจับทิ้งเหว หากจะมีการย้ายจากศาลเยาวชนมายังศาลปกติสามารถทำได้ ส่วนสำนวนคดีที่จะนำส่งศาลเพื่อสั่งฟ้องนั้นรวบรวมได้แล้ว 80 เปอร์เซ็นต์ โดยขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่จับตัวผู้ต้องหาได้แล้ว 5 ราย เป็น เยาวชน 2 ราย ผู้ใหญ่ 3 ราย และได้ขออำนาจศาลฝากขังไปแล้ว 4 ราย ทั้งนี้ ยังกล่าวถึงผู้ต้องหาอีก 2 ราย ที่เข้ามามีส่วนในเรื่องนี้ว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย ไม่ได้มีการพูดถึงว่ามีความเกี่ยวข้องแต่อย่างใด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่มองว่าไม่น่าจะมีส่วนร่วมเนื่องจากเพียงแค่ผ่านดื่มน้ำมาเท่านั้น นอกจากนี้ นางยุพิน องอาจ ผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดพัทลุง เผยขณะนี้เยาวชนชาย 2 ราย อยู่ในความดูแลของสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดตรัง เนื่องจากในขณะนี้สถานพินิจฯ พัทลุง อยู่ระหว่างดำเนินการเปิดเป็นสถานแรกรับ จึงต้องไปฝากไว้ที่สถานพินิจฯ ตรัง เป็นการชั่วคราวก่อน ส่วนประเด็นว่าผู้ต้องหา 2 รายนี้ จะถูกพิจารณาในศาลเด็กและเยาวชน หรือศาลอาญาปกตินั้น ขณะนี้ศาลยังไม่ได้มีการพิจารณา ยังอยู่ในระหว่างการสืบเสาะหาข้อเท็จจริงว่าเป็นเช่นไร ซึ่งกระบวนการต่อไปต้องดำเนินการไปตามกฎระเบียบที่วางเอาไว้ อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.วิชัย กล่าวถึงหญิงสาวที่ได้รับบาดเจ็บขณะนี้ว่า อาการดีขึ้นแล้ว ซึ่งได้มีการจัดชุดดูแลความ ปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง รวมไปถึงหลังจากออกจากโรงพยาบาลด้วย เพื่อคุ้มครองพยานในคดี ที่มา : INN MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- โลกออนไลน์ระอุ!! คนแห่โพสต์ภาพรณรงค์แก้โทษฆ่าข่มขืน ชี้ ‘กี่ศพแล้ว กี่ศพเล่า กฎหมายไทย ทำไมไม่แก้’ รายงานข่าวแจ้งว่า ตลอดช่วงวันของวันนี้ (3 ก.พ. 59) ผู้คนในโลกออนไลน์ พร้อมใจกันโพสต์ภาพเขียนข้อความ เรียกร้องให้ทางการไทยแก้กฎหมาย "ยกเลิกอภัยโทษคดีฆ่าข่มขืน" ไม่ว่าผู้ต้องหาจะเป็นผู้ใหญ่บรรลุนิติภาวะ หรือเป็นเพียงเยาวชน ซึ่งการรณรงค์เรียกร้องดังกล่าวเกิดเป็นกระแสในสังคมอีกครั้ง หลังจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญกลุ่มวัยรุ่นลวงฆ่าคู่อริฝังดิน ก่อนจะข่มขืนแฟนสาว และพยายามฆ่าอำพรางด้วยการทิ้งลงเหว แต่โชคดีที่รอดมาได้ ขณะที่ข้อความรณรงค์ให้แก้กฎหมายข่มขืนให้ได้รับโทษสูงสุด ระบุว่า "ฆ่าข่มขืน กี่ศพแล้ว กี่ศพเล่า กฎหมายไทย ทำไมไม่แก้" สำหรับการเรียกร้องแก้กฎหมายข่มขืนเคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง ขณะเกิดคดีพนักงานบนรถไฟฆ่าข่มขืนด.ญ.วัย 13 ปี บนรถไฟก่อนโยนศพทิ้งป่าทางเมื่อปี 2557 แต่จนถึงทุกวันนี้กฎหมายก็ยังไม่รับการปรับเปลี่ยนแก้ไขแต่อย่างใด รวบสาวทอม 1 ในแก๊งฆ่าหมกป่าแฟนหนุ่ม ก่อนข่มขืนแฟนสาวท้องต่อหน้า และจับโยนทิ้งเหว จากกรณีกลุ่มวัยรุ่น 4 คน ลวงชายหนุ่ม อายุ 19 ปี และแฟนสาว เข้าไปฆ่าหมกป่าและข่มขืนฝ่ายหญิงต่อหน้าฝ่ายชาย ก่อนจับโยนลงเหวเพื่ออำพราง แต่ฝ่ายหญิงรอดชีวิตกลับมาได้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุดผู้ต้องหาให้การซักทอดถึงสาวทอมคนร้ายอีก 1 คน คือ น.ส.ศิริมา ภูพวก อายุ 20 ปี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมได้แล้ว ขณะที่ผู้ต้องหากำลังหลบซ่อนตัวอยู่ในสวนยางพารา ซึ่งยอมรับว่าเป็นผู้ร่วมในขบวนดังกล่าวจริง แต่ไม่ได้ร่วมลงมือในการสังหารโหดเหยื่อแต่อย่างใด เพียงทำหน้าที่คอยซื้ออาหารให้กลุ่มคนร้ายตามคำสั่งของ นายคิว เท่านั้น ด้าน พ.ต.อ.วิชัย กล่าวว่า น.ส.ศิริมา ผู้ต้องหารายนี้ ไม่มีบัตรประชาชน ไม่มีชื่ออยู่ในสำเนาทะเบียนบ้าน มารับจ้างเป็นลูกจ้างกรีดยางในสวนยางพารา โดยเจ้าของสวนยางเป็นญาติขของ นายคิว จึงได้นำตัวไปส่งพนักงานสอบสวน สภ.ศรีนครินทร์ ดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ทั้งนี้ผู้ต้องหาทุกคนได้รับสารภาพทุกข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาเยาวชน 2 ราย ส่งตัวไปฝากขังที่สถานพินิจของ จ.พัทลุง คาดว่า จะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน ในการสรุปสำนวนคดีเพื่อส่งฟ้องต่อศาลเยาวชน ขณะที่ผู้ต้องหา อีก 3 คน ที่อายุเกิน 18 ปี เจ้าหน้าที่ได้ฝากขังไปยังเรือนจำ ก่อนจะเร่งส่งสำนวนคดีต่อศาล เพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเร็วที่สุด MThai News ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- บุ๋ม ปนัดดา ปรี๊ด!! โพสต์ IG วอนศาล ตัดสินสถานหนักคดี 2 โจ๋ พัทลุง ฆ่า - ข่มขืน คู่แฟนวัยรุ่น แฟนคลับแห่โพสต์กระหน่ำ เห็นด้วย จากเหตุการณ์ แก๊งวัยรุ่น 4 คน ลวงชายหนุ่ม อายุ 19 ปี และแฟนสาว เข้าไปฆ่าหมกป่าและข่มขืนฝ่ายหญิงต่อหน้าฝ่ายชาย ก่อนจับโยนลงเหวเพื่ออำพรางคดี แต่ฝ่ายหญิงรอดชีวิตกลับมาได้ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 2 คน แต่อีก 2 คน ยังหลบหนีอยู่ และได้ติดต่อมอบตัวแล้วแต่ยังไม่ระบุสถานที่และเวลา ซึ่งเรื่องนี้กลายเป็นกระเด็นร้อน ที่คนในโลกออนไลน์ให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง ล่าสุด นักแสดงสาว "บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ได้โพสต์อิสตาแกรมส่วนตัว @boompanadda เรียกร้องต่อศาล ขอให้ลงโทษเด็กวัยรุ่นกลุ่มนี้สถานหนัก โดยมีข้อความระบุว่า "โจ๋พัทลุง เรียกคู่แฟนวัยรุ่นออกไปพบ ขุดหลุมมัดผู้ชายลงก้นหลุมให้ดูแฟนตัวเองที่กำลังท้อง 3 เดือน โดนข่มขืนเรียงคิวต่อหน้าและยิงให้ตายฝังหลุม ส่วนผู้หญิงก็โดนแทงยับแล้วโยนก้นเหว ด้วยแรงฮึดสาวท้องปีนจากก้นเหวออกมาขอความช่วยเหลือ วัยรุ่นกลุ่มนี้รวมตัวเป็นแก๊งทำมาหลายคดี รอดเพราะเป็นเยาวชน แต่ครั้งนี้มันเกินไปไหมคะ บุ๋มเล่นละครเป็นตัวร้ายขนาดไหนยังไม่เคยเหี้ยมโหดขนาดนี้เลย นี่มันยิ่งกว่ามาเฟีย คนร้ายที่มอบตัว 2 คน อายุแค่ 19 กับ 17 ปี?!? ต่อให้ต้องโทษประหาร แต่ถ้ารับสารภาพก็ลดโทษกึ่งนึง และศาลยังลดได้อีกส่วนนึงตามดุลยพินิจของศาล เรียนศาลที่เคารพ หนูรู้ว่าเราต้องให้โอกาสแก่เยาวชน แต่เรายังมีเด็กยากจนและเป็นคนดีอีกมากที่อยากได้โอกาส ไม่ใช่เด็กกลุ่มนี้ที่ไม่เคยทำอะไรดีต่อพ่อแม่และสังคมเลย เราถึงเวลาแล้วไหมคะ ที่ต้องคัดเลือกเยาวชนที่มีคุณภาพ!!! เราไม่ต้องการเยาวชนที่ฆ่าคนอื่นได้อย่างโหดเหี้ยมค่ะ ปล่อยให้อยู่ในคุกยาว ๆ ไปเลยนะคะ ช่วยคุ้มครองพวกเราด้วยค่ะ" ทั้งนี้เมื่อข้อความดังกล่าวได้โพสต์ออกไปมีแฟนคลับเข้ามาแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยมีความเห็นไปในทางเดียวกันให้ศาลตัดสินลงโทษ แก๊งวัยรุ่นกลุ่มนี้อย่างสถานหนัก เช่นกัน ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก INN -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- โฆษก ยธ. ชี้ทำได้โอนคดีฆ่า-ข่มขืนแฟนโยนเหว ไปศาลปกติ เหตุ "แก่เกินวัยใจอาชญากร" นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรม ได้ออกมาแสดงความเห็นถึงกรณีที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ ได้เรียกร้องให้การดำเนินคดีฆ่าแฟนหนุ่ม - ข่มขืนแฟนสาวท้องก่อนโยนลงเหวที่พัทลุง เป็นเหมือนกับคดีของผู้ใหญ่ และให้มีบทลงโทษเทียบเท่า แม้ว่าผู้ต้องหาทั้งหมดจะเป็นเพียงเยาวชนนั้น ว่า จากคดีดังกล่าวที่เกิดขึ้นการดำเนินคดีสามารถโอนจากศาลเยาวชนและครอบครัว ไปพิจารณาในคดีธรรมดาได้ เนื่องจากพฤติการของผู้ก่อเหตุ "แก่เกินวัยใจอาชญากร" เพราะ 1.มีการวางแผนเตรียมการมาก่อน 2.มีลักษณะอุกอาจ โหดร้ายทารุณ 3.ผลที่เกิดขึ้นก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง หรือ เกิดความเสียหายแก่สังคมโดยรวม 4.กระทำโดยขาดความเห็นอกเห็นใจเหยื่อ และ 5.เคยมีประวัติการกระทำผิดในทำนองเดียวกันมาก่อน ไม่ว่าจะถูกจับกุมหรือไม่ โดยตามพ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัวมาตรา 97 วรรคสองระบุว่า คดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลเยาวชนและครอบครัว ถ้าศาลเยาวชนและครอบครัว พิจารณาโดยคำนึงถึงร่างกาย สติปัญญา สุขภาพภาวะแห่งจิตและนิสัย แล้วเห็นว่าในขณะกระทำความผิด หรือ ในระหว่างการพิจารณาเด็กหรือเยาวชนที่ต้องหาว่า กระทำความผิดมีสภาพเช่นเดียวกับบุคคลที่มีอายุตั้งแต่สิบแปดปีบริบูรณ์ขึ้นไป ก็ให้มีอำนาจสั่งให้โอนคดีไปพิจารณาในศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีธรรมดาได้   ไม่สลด! 2 โจ๋ฆ่าหมกป่า-ข่มขืนสาวทิ้งเหว นั่งหัวเราะยิ้มขณะให้การ ขณะที่บุ๋ม ปนัดดา จี้ลงโทษ "ประหารชีวิต" จากกรณีกลุ่มวัยรุ่น 4 คน ลวงชายหนุ่ม อายุ 19 ปี และแฟนสาว เข้าไปฆ่าหมกป่าและข่มขืนฝ่ายหญิงต่อหน้าฝ่ายชาย ก่อนจับโยนลงเหวเพื่ออำพราง แต่ฝ่ายหญิงรอดชีวิตกลับมาได้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้าล่าสุด (2 ก.พ. 59) พ.ต.อ.วิชัย วิชยานฤพล ผกก.สภ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง เผยสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ครบทั้ง 4 ราย โดยให้การรับสารภาพทั้งหมด และในวันนี้จะนำตัวบางคนไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านผู้ต้องหา บริเวณจุดที่ผู้ต้องหาทำการข่มขื่นและฝังศพ รวมทั้งจุดที่ทำร้ายร่างการเหยื่อสาว ก่อนจับโยนลงเหวเพื่ออำพรางคดี ขณะที่ในโลกออนไลน์ ได้มีการส่งต่อข้อความเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด แม้ว่าผู้ต้องหาทั้งหมดจะเป็นแค่เยาวชนก็ตาม เพราะนับว่าเป็นคดีอุกฉกรรจ์ และมีจิตใจเหี้ยมโหดเกินจะรับได้ โดยเฉพาะดาราสาวชื่อดัง บุ๋ม ปนัดดา วงษ์ผู้ดี ที่ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นอย่างดุเดือดถึงเรื่องดังกล่าวผ่านอินสตราแกรมส่วนตัว เรียกร้องให้ศาลตัดสินคดีขั้นสูงสุด (ประหารชีวิต) เพราะเห็นว่ากลุ่มผู้ต้องหาไม่ได้สำนึกผิดในที่ได้ก่อเหตุในครั้งนี้ "นี่คือสีหน้าของคนที่เพิ่งฆ่าคน ข่มขืนคนท้อง ลงมือกระทำอย่างโหดเหี้ยม??? ไว้ชีวิตแม่งเพื่ออะไร ในเมื่อมันดูไม่สำนึกอะไรเลย???" ภาพจาก instagram @boompanadda MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ญาติสาวถูกข่มขืนจับโยนทิ้งเหวอำพราง สั่งงดเยี่ยมหลังพบชายฉกรรจ์ 5 บุกโรงพยาบาลตามหาตัวหลานสาว จากกรณีกลุ่มวัยรุ่น 4 คน ลวงชายหนุ่ม อายุ 19 ปี และแฟนสาว เข้าไปฆ่าหมกป่าและข่มขืนฝ่ายหญิงต่อหน้าฝ่ายชาย ก่อนจับโยนลงเหวเพื่ออำพราง แต่ฝ่ายหญิงรอดชีวิตกลับมาได้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้าล่าสุด (1 ก.พ. 59) มารดาและคนในครอบครัวของเหยื่อสาว ได้เดินทางมาจาก อ.นาทวี จ.สงขลา เพื่อมาเฝ้าอาการของหญิงสาวด้วยความห่วงใยและเป็นกังวล เนื่องจากเมื่อวันที่ 31 ม.ค.-1 ก.พ. มีชายฉกรรจ์หน้าตาดุดันที่ทางญาติไม่รู้จักถึง 5 คน พยายามมาค้นหาสืบเสาะว่า หญิงสาวพักอยู่ชั้นไหนห้องใด ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลรู้สึกผิดสังเกตจึงปฏิเสธไม่ให้เข้าเยี่ยม ญาติจึงขอเคลื่อนย้ายคนเจ็บไปตึกอื่นที่ไม่ใช่ตึกรวม เพื่อป้องกันอันตราย เพราะคิดว่าอาจเป็นคนของฝ่ายผู้ต้องหา นอกจากนี้ทาง รพ.ก็สั่งเฝ้าตรวจเข้มตลอด 24 ชม. ขอบคุณข้อมูล เดลินิวส์ MThai News ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- มอบตัวแล้ว! 2 โจ๋โหด ลวงฆ่าคู่อริหมกป่า ก่อนข่มขืนแฟนสาวโยนทิ้งเหวอำพราง วันนี้ (1 ก.พ. 59) มีรายงานความคืบหน้ากรณี กลุ่มวัยรุ่น 4 คน ลวง นายภาสกร คงสวัสดิ์ อายุ 19 ปี และแฟนสาว อายุ 19 ปี ไปฆ่าหมกป่า ก่อนข่มขืนแฟนสาวของผู้ตายและจับโยนทิ้งเหว โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 2 คน แต่อีก 2 คน ได้หลบหนีออกจากหมู่บ้าน ล่าสุดญาติของผู้ต้องหาทั้ง 2 คน คือ นายนพพร ทองเอียด หรือคิว อายุ 19 ปี และนายวรเมธ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ได้ติดต่อขอนำผู้ต้องหาทั้ง 2 คน เข้ามอบตัวที่ สภ.หลังสวน จ.ชุมพร ทั้งนี้ จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ข่มขืนแฟนสาวของผู้ตาย โดยให้ผู้ตายนั่งดูและขู่บังคับให้ผู้ตายลงไปนั่งในหลุมเพื่อทดลองว่าลึกพอหรือยัง และให้โอกาสผู้ตายได้สั่งเสียถึงคนที่บ้าน ก่อนใช้ปืนยิงนัดแรก ตามด้วยอีกคน ยิงนัดที่ 2 จน นายภาสกร เสียชีวิต ส่วนแฟนสาวของผู้ตาย หลังถูกข่มขืนได้ร้องขอชีวิต ตนจึงใจอ่อนไม่ฆ่าทิ้ง ซึ่งระหว่างที่ขุดหลุมและข่มขืนได้ถ่ายคลิปวีดีโอเก็บเอาไว้ด้วย นอกจากนี้ยังพบว่า แฟนสาวของผู้ตายตั้งครรภ์อยู่ 3 เดือน อย่างไรก็ตามคดีนี้พบมีผู้ที่เกี่ยวข้องอีกอย่างน้อย 3 คน เป็นผู้หญิง 1 คน สาวทอม 1 คนและเป็นผู้ปกครอง ซึ่งจะต้องสอบปากคำผู้ต้องหา ญาติของผู้ตายและฝ่ายผู้หญิงที่ได้รับบาดเจ็บ ขอบคุณข้อมูล เดลินิวส์ MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- วัยรุ่นพัทลุง ลากคู่อริกับแฟนสาวเข้าป่า ก่อนข่มขืนฝ่ายหญิงแล้วทิ้งลงเหว ส่วนฝ่ายชายถูกยิงดับจับฝังอำพราง วานนี้ (30 ม.ค. 59) มีรายงานว่า นายสาคร คงทรัพย์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 9 ต.บ้านนา อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง แจ้งว่า นายภาสกรณ์ (อัฐ) คงสวัสดิ์ อายุ 18 ปี ชาวบ้านในตำบลเดียวกัน ได้หายตัวไปจากบ้านพักพร้อมแฟนสาว ชื่อ น.ส.จุฑามาศ อายุ 19 ปี อาศัยอยู่ที่ ต.สะท้อน อ.นาทวี จ.สงขลา ตั้งแต่วันที่ 27 ม.ค. 59 ก่อนมีคนพบ น.ส.จุฑามาศ ถูกทำร้าย แทงด้วยของมีคม และทุบตีด้วยของแข็ง ได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลนาโยง และนำส่งต่อโรงพยาบาลตรัง เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 59 โดย น.ส.จุฑามาศ ได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีนครินทร์ ว่า ตนและแฟนหนุ่มถูกกลุ่มวัยรุ่น 4 คน ในหมู่บ้าน หลอกเข้าไปในป่า และช่วยกันขุดหลุมเพื่อฝังแฟนหนุ่มของตน ก่อนข่มขืนตนต่อหน้าแฟนหนุ่ม โดยหลังจากขุดหลุมเสร็จได้นำแฟนหนุ่มไปนั่งในหลุมและใช้ปืนยิงจนเสียชีวิต พร้อมช่วยกันฝังศพ โดยหลังจากนั้น กลุ่มวัยรุ่นได้ใช้หินทุบตีและมีดแทงตนจนหมดสติ และนำร่างตนไปโยนทิ้งเหว ซึ่งตนหมดสติไป 1 คืน เมื่อฟื้นขึ้นมา จึงพยายามคลานขึ้นจากเหวลึก มานอนขอความช่วยเหลือบนถนน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จึงออกค้นหาศพ พบถูกฝังลึกลงไปจากผิวดินประมาณ 50 เซนติเมตร ในป่าบนเทือกเขาบรรทัด ห่างไปทางทิศตะวันตกของสำนักสงฆ์ป่าสนเขาคราม หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านนา อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง ประมาณ 5 กิโลเมตร และในเหวห่างจากสถานที่พบศพ ประมาณ 2 กิโลเมตร เจอรถจักรยานยนต์ของผู้ตายถูกนำไปทิ้งไว้ อย่างไรก็ตาม ล่าสุดสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 2 ราย คือ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี เป็นชาวบ้านพื้นที่ ต.ลำสินธุ์ อ.ศรีนครินทร์ และ นายบี (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ชาวบ้าน ต.บ้านนา อ.ศรีนครินทร์ ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 ราย อยู่ระหว่างการหลบหนี ที่มา : INN MThai News

หุ้นไทยปิดพุ่งกว่า 9จุด! ด้านโบรกฯ ชู MONO น่าลงทุน
MONO /  ตลาดหุ้น / 

ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดที่  1,306.29 จุด เพิ่มขึ้น 9.18 จุด หรือ (+0.71%) มูลค่าการซื้อขายรวม 38,527.91 ล้านบาท สำหรับ 5 อันดับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด ได้แก่ ADVANC ปิดที่ 165.50 -0.50 เปลี่ยนแปลง (-0.30%) SCB ปิดที่ 132.50 +2.00 เปลี่ยนแปลง (+1.53%) CPALL ปิดที่ 42.75 +0.25 เปลี่ยนแปลง (+0.59%) KBANK ปิดที่ 169.00 +4.00 เปลี่ยนแปลง (+2.42%) PTT ปิดที่ 242.00 +4.00 เปลี่ยนแปลง (+1.68%) บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า MONO เป็นหุ้นที่ซื้อเก็งกำไรได้ เนื่องจากได้ผลบวกจากการที่ผลการประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาทีวีดิจิทัลในวันที่ 3 ก.พ. 58 ที่ผ่านมา ได้เสนอมาตรการช่วยเหลือทีวีดิจิทัลหลายมาตรการ รวมถึงสนับสนุนแนวทางการการเปิดโอกาสให้คืนใบอนุญาตโดยไม่ต้องจ่ายงวดที่เหลือ ซึ่งหากได้รับความเห็นชอบจากบอร์ด กสทช. และ คสช. จะส่งผลบวกอย่างมากต่ออุตสาหกรรมในระยะยาวด้วยการที่จะมีผู้แข่งขันน้อยลง ทั้งนี้ จะส่งผลดีต่อผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจต่อไปทั้งด้านรายได้และต้นทุนซึ่งรวมถึง MONO จึงทำให้วานนี้ราคาหุ้นผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล อาทิ WORK, RS, GRAMMY รวมถึง BEC ปรับตัวขึ้น 6.2% 3.2% 3.8% และ 2.5% ตามลำดับ ขณะราคาหุ้น MONO แม้เป็น 2.4 เท่า ของ BVS ณ สิ้นงวด 3Q58 แต่ราคาหุ้น MONO ยัง Laggard หุ้นสื่อทีวีอื่นๆ ดังกล่าวจึงแนะนำซื้อเก็งกำไร และเชื่อว่า MONO พร้อมจ่ายเงินค่าใบอนุญาตงวด 3 ดังที่บริษัทเปิดเผย เนื่องจาก MONO มีฐานะการเงินระยะยาวมั่นคงด้วยสัดส่วนหนี้สินรวมต่อทุน (D/E) เพียง 0.88 เท่า ขณะที่ ธุรกิจสื่อทีวีช่อง MONO (30% ของรายได้) มีเรตติ้งอยู่ในอันดับที่ 5 และมีส่วนแบ่งผู้ชม 5% ในเดือน ธ.ค. 58 เผย! หุ้นไทย ดัชนีปรับขึ้นเป็นอันดับ 2 ของโลก แนะ เก็งหุ้นงบปี 58 เด่น นักวิเคราะห์ เผย ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นเป็นอันดับ 2 ของโลก ชี้ เป็นผลจากรัฐบาลไทยมีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง บล.โกลเบล็ก คาดหุ้นไทยจะมีแรงซื้อดักงบและปันผลปี 58 ที่จะประกาศออกมาช่วยพยุงไม่ให้ดัชนีทรุดตัวแรง แนะกลยุทธ์ลงทุนระยะสั้น เลือกซื้อหุ้นที่มีปัจจัยบวกหนุน เช่น กลุ่มที่คาดว่างบไตรมาส 4 ดี แนะนำ EPG, QTC, FSMART, KCE, TVT, GL, BEAUTY, EA, SYNEX, SMPC, SPALI, ORI, UBIS ช่วงไฮซีซั่นการท่องเที่ยว และหุ้นที่ได้ประโยชน์จากต้นทุนน้ำมันปรับตัวลง แนะ AOT, BA, AAV ขณะที่กลุ่มจ่ายปันผลสูง คือ INTUCH, ADVANC และ KTB ด้าน นาย ไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล. ทิสโก้ ระบุว่า หุ้นไทยตั้งแต่ต้นปี มีการปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบกับดัชนีปลายปี 58 ซึ่งปรับขึ้นเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากตลาดตุรกี โดยตลาดหุ้นทั่วโลกปีนี้ที่ปรับตัวขึ้นมีเพียง 3 ประเทศ คือ ตลาดหุ้นตุรกี ไทย และเม็กซิโก ทั้งนี้ หุ้นไทยที่ปรับขึ้นเป็นผลจากการที่รัฐบาลไทยมีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง ขณะที่รัฐบาลหลายประเทศหยุดกระตุ้นเศรษฐกิจ และยังเป็นผลจากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ จะเปิดรับฟังความเห็นและปรับร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือว่าส่งผลดีต่อตลาด อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าเม็ดเงินลงทุนต่างชาติจะไหลกลับเข้าหุ้นไทยได้ก็ต่อเมื่อตัวเลขเศรษฐกิจไทยดีขึ้น และแบงก์ชาติปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งหากปรับลดลงอีก 0.25% มองว่าเป็นระดับที่เหมาะสม สำหรับระยะนี้ตลาดหุ้นไทยที่ทรงตัวถือเป็นจังหวะในการทยอยเลือกซื้อหุ้นที่จ่ายปันผลสูง ซึ่งที่ผ่านมาราคาหุ้นหลายบริษัทปรับตัวลง เช่น กลุ่มสื่อสาร ทำให้บางบริษัทมีผลตอบแทนจากเงินปันผลที่สูงถึง 10% ขอบคุณข้อมูล  อินเด็กซ์ 51 ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy MThai News

ทหารเตือน 'ประวิตร' วิจารณ์คสช.ผ่านโซเชียล
ประวิตร โรจนพฤกษ์ /  ประวิตรลาออก / 

ทหารเรียก "ประวิตร โรจนพฤกษ์" กินกาแฟ ถกความเข้าใจ ห่วงการแสดงความเห็นทางการเมืองผ่านโซเชียล เว็บไซต์ประชาไท รายงานว่า "ประวิตร โรจนพฤกษ์" ผู้สื่อข่าวอาวุโสเว็บไซต์ข่าวสด ภาคภาษาอังกฤษ ได้เปิดเผยหลังถูกเจ้าหน้าที่ทหารเชิญกินกาแฟ เพื่อแนะนำผู้บังคับบัญชาคนใหม่ของเขตพื้นที่บางกะปิ แต่กลับไม่ได้เจอ เพราะติดภารกิจเร่งด่วน ซึ่งก่อนหน้านี้ ประวิตรเคยถูกเรียกเข้าค่าย "ปรับทัศนคติ" แล้ว 2 ครั้ง โดยการกินกาแฟครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกหลังออกจากค่าย โดยการ 'กินกาแฟ' ครั้งนี้ มีร้อยโทชลภัทร ผึ่งผาย นายทหารยุทธการ บก.ชค.ร.12 พัน.2 รอ และทหารอีกนายเข้าร่วมพูดคุย โดยนอกจากประวิตรแล้ว ยังมีผู้ร่วมจิบกาแฟอีกสามคน ได้แก่ สุนัย ผาสุก ที่ปรึกษาองค์กรสิทธิ ฮิวแมนไรท์วอทช์, พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม และแซม ซาริฟิ คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล (ICJ) พร้อมด้วยทนายความ ผู้สื่อข่าวจากวอยซ์ทีวีและข่าวสด อิงลิชเข้าร่วมสังเกตการณ์ ซึ่งเนื้อหาหลักของการพูดคุย ได้แก่ การแสดงความเป็นห่วงต่อการแสดงความเห็นในประเด็นการเมืองของประวิตร ผ่านโซเชียลมีเดียต่างๆ ทั้งเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ ขณะที่ประวิตร ย้ำ ได้มีความระมัดระวังเรื่องนี้มาตลอด พร้อมได้แลกเปลี่ยนกับทหารว่า ตนมีความเป็นห่วงในหลายๆ เรื่อง ทั้งเรื่องอารมณ์อันแปรปรวนของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และกระแสต่อต้านรัฐธรรมนูญ พร้อมทั้งเสนอว่า หาก คสช.สามารถปรับได้ ควรส่งสัญญาณที่ชัดเจนให้กรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อพบกันครึ่งทาง เพราะเท่าที่ทราบมาประชาชน ก็ไม่เห็นด้วยกับการร่างในครั้งนี้ อ่านข้อความทั้งหมดได้ที่ >>> prachatai / ภาพ FB ฟ้ารุ่ง ศรีขาว ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News บรรยากาศส่วนหนึ่ง ระหว่าง "ประวิตร โรจนพฤกษ์" พูดคุยกับทหาร ตามที่ทหารนัดหมาย ณ ร้านกาแฟแห่งหนึ่งวันนี้(3 ก.พ.59) โดยเป็นการพบกันระหว่างเวลา 11.10 น. - 11.45 น. ติดตามบรรยากาศเต็มๆ แบบ HD เร็วๆ นี้นัดกินกาแฟจบแยกย้ายกันกลับแล้ว นายประวิตร โรจนพฤกษ์ ผู้สื่อข่าวอาวุโสเว็บไซต์ข่าวสดภาคภาษาอังกฤษ และทหารที่ดูแลพื้นที่ซึ่งมีบ้านของเขาในพื้นที่ ได้นัดพบพูดคุยโดยในตอนแรกทหารระบุว่า นายทหารยศพันโทซึ่งย้ายมาใหม่ จะมาพบเพื่อแนะนำตัว แต่เมื่อถึงเวลาจริงเป็นนายทหารยศร้อยโท มาพูดคุยโดยระบุว่า มีความห่วงใยการแสดงความคิดเห็นเรื่องการเมือง ส่วนนายทหารยศพันโท ติดภารกิจ จึงไม่ได้มาด้วยในวันนี้ ส่วนนายสุณัย ผาสุข ที่ปรึกษา HRW ระบุว่า บ้านอยู่แถวนี้ ผ่านมาจึงเข้าสังเกตการณ์ Posted by Fahroong Srikhao ฟ้ารุ่ง ศรีขาว on 2 กุมภาพันธ์ 2016 'ประวิตร' ลาออกแล้ว! เผย ไม่อยากให้ 'เนชั่น' ถูกกดดัน! 'ประวิตร โรจนพฤกษ์' เผย ลาออกจาก "เนชั่น" แล้ว ชี้ ไม่อยากให้องค์ที่รักมากว่า 23 ปี ถูกกดดัน!  จากกรณีนาย ประวิตร โรจนพฤกษ์ ผู้สื่อข่าวอาวุโส หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น ได้ถูกทหารเรียกปรับทัศนคติและได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา พร้อมกับมีกระแสข่าวว่าหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น เตรียมดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับนายประวิตร หลังถูกหลายฝ่ายกดดันอย่างหนัก วันที่ 17 ก.ย. นาย ประวิตร โรจนพฤกษ์ ผู้สื่อข่าวอาวุโสหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น โพสต์เฟซบุ๊ก "Pravit Rojanaphruk" ระบุว่า ผมตัดสินใจลาออกจากนสพ.เดอะเนชั่นแล้วหลังจากพูดคุยกับผู้บริหารเพื่อลดแรงกดดันจากทุกทิศต่อองค์กรที่ผมรัก เหลือเพียงค่าชดเชยที่ยังต้องต่อรองเพื่อให้เป็นธรรม ขอบคุณ นสพ.เดอะเนชั่นสำหรับเวลา 23 ปีที่อยู่ร่วมกัน I have decided to resign from The Nation newspaper after a meeting with the management and being requested to resign in order to save the paper from enormous pressure from all sides in the aftermath of being detained by the military junta. I care and love the paper I have been working for 23 years and if by this act I could help alleviate some pressure then I would gladly do so. There's only the issue of just compensation to be discussed and I thank The Nation for all the good and difficult times we shared and endured. ‪#‎Thailand‬ ‪#‎thenation‬ ข่าวที่เกี่ยวข้อง >>> ‘กนก’ ชี้ เนชั่นถูกกดดันหนัก จ่อจัดการ ‘ประวิตร’เด็ดขาด คสช.ปล่อย’พิชัย-เก่ง’-บก.เนชั่น จี้ปล่อย ‘ประวิตร’ ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

เบน ชลาทิศ ฟิวส์ขาด! หลังเจอพฤติกรรมเพื่อนไม่สนิท 'สารเลว!'
Ben chalatit /  ชลาทิศ ตันติวุฒิ / 

เป็นคนดังมันว่าตัวลำบาก! โดยเฉพาะเมื่อโดนเกาะหวังใช้ประโยชน์ ใช้คำว่า 'เพื่อน' มากดราคาและหวังขอของฟรี เมื่อไม่ได้ดั่งใจก็ใส่ร้ายสารพัด!! ทำเอา เบน ชลาทิศ ตันติวุฒิ นักร้องเสียงทรงพลังผู้มีอารมณ์ดีเป็นนิจถึงกับยิ้มไม่ออก หยิบเอาพฤติกรรมของ 'เพื่อนไม่สนิท' มาเล่าผ่านสเตตัสเฟซบุ๊คส่วนตัว ซึ่งงานนี้เชื่อว่าทำเอาเจ้าตัวอดไม่ไหว ฟิวส์ขาดจนวีนแตก ด่า 'สารเลว' กลางโลกโซเชี่ยลเลยทีเดียว "พูดถึงเรื่องเพื่อน ... จากตอนสมัยมัธยมต้นที่ไม่ได้สนิทสนม ถ้าเรามีน้องสาว แล้ววันนึงน้องเราจะแต่งงาน เรารู้ว่าเพื่อนเราเปิดร้านทอง เราคงไม่ไปบอกเพื่อนคนนั้นว่า เฮ้ยเพื่อน น้องสาวของเราจะแต่งงาน ขอทองมาเป็นของขวัญในงานแต่งน้องเราหน่อยสิ !! เราคงต้องคิดไปซื้อกับเพื่อน ไปอุดหนุนเพื่อน ถ้าเพื่อนจะมีส่วนลดให้ ก็ถือเป็นน้ำใจที่มีให้กัน แต่เราคงจะไม่หน้าทนถึงขั้นต่อขอราคาทุนเพื่อน หรือขอลดราคาครึ่งนึง เพราะมันเสียมารยาทนะ แล้วยิ่งถ้าเพื่อนมีส่วนลดให้แล้ว แต่เราเองที่ไม่ซื้อ คิดว่าลดน้อยเกินไป คิดว่าไม่คุ้มค่า ซื้อไม่ไหว หรือไม่มีปัญญาซื้อ เราก็ยิ่งควรจะต้องเกรงใจและขอบใจเพื่อนคนนั้นเขานะ เพราะอย่างน้อยเขาก็เสนอน้ำใจมาให้ เราจะไม่เที่ยวไปบอกกับใครต่อใครว่า ร้านทองของเพื่อนเราแม่งก็งั้นๆ แหละ กูมีปัญญา กูจะไปซื้อที่ไหน ร้านไหนก็ได้ จะซื้อแพงกว่า ร้านดังกว่า ร้านดีกว่าที่มึงขายก็ได้ ทำไมน้ำใจให้เพื่อนแค่นี้ก็ให้กันไม่ได้ ... สำหรับกูนะ บอกตรงๆ มันตลก มึงติดต่อกูไปร้องงานแต่งน้องมึง กูลดให้มึงสามหมื่นจากราคาโชว์ปกติ ค่าใช้จ่ายกู นักดนตรีกูหกคน คนละหกพัน ซาวด์เอนจิเนียร์กูหกพัน เทคนิคเชี่ยนกูอีกสามคน ค่ารถตู้กู ค่ารถวง ค่ารถเครื่องดนตรี ค่าคนดูแล สิ่งที่กูได้กลับมาคือมึงไปบอกใครต่อใครว่ากูไม่มีน้ำใจ ... โอเค กูจะจำไว้เพื่อน กูเองก็อยากรู้ ถ้าเป็นมึง เอาเงินให้เพื่อนมึง หรือให้ใครไปซักสามหมื่น หรือแค่ให้เขายืมคิดดอกด้วย มึงจะพูดเป็นบุญคุณเป็นเจ้าชีวิตเขาซักขนาดไหน !?! กูถาม!! นี่ไม่เกี่ยวกับเรื่องรวยจนนะ กูไม่สนใจ กูไม่เคยไปแบมือขอมึงแดก แต่นี่แค่เรื่องที่ว่า มึงมันสารเลว !!! จากกู นักร้องที่ไม่ดังแถมยังไม่มีน้ำใจ" ด้าน คัตโตะ นักร้องนำวง ลิปตา ก็ได้เข้ามาคอมเม้นต์ในสเตตัสของ เบน ชลาทิศ ดังกล่าว เล่าถึงประสบการณ์ที่ตนเองเคยเจอ ซึ่งทำเอาเจ้าตัววางตัวลำบากเพราะ 'เพื่อน' ไว้เช่นกัน ข้อมูลจาก www.facebook.com/crazymandance ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com