ลดไขมัน

บก.จร.แนะเลี่ยง รามคำแหง ฟาดแข้งไทย-มาเลย์
การจราจร /  ซูซูกิคัพ / 

บก.จร. แจ้งหลีกเลี่ยงเส้นทางถนนรามคำแหง คาดคน 5 หมื่นคน แห่ชม "ช้างศึกไทย" ฟาดแข้ง "เสือเหลือง" บอลซูซูกิคัพ เย็นนี้ ที่ราชมังคลาฯ เมื่อวัน ที่ 17 ธันวาคม กองบังคับการตำรวจจราจร ประกาศแจ้งว่า สน.หัวหมาก ได้ประชาสัมพันธ์ วันพุธที่ 17 ธันวาคม เวลาประมาณ 19.00 น. จะมีการแข่งขันฟุตบอล AFF SUZUKI CUP 2014 รอบชิงชนะเลิศนัดแรก ระหว่างทีมชาติไทย กับ ทีมชาติมาเลเซีย ที่ราชมังคลากีฬาสถาน ภายในการกีฬาแห่งประเทศไทย หัวหมาก ทั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้มาชมการแข่งขันประมาณ 50,000 คน อาจทำให้มีปัญหาการจราจรในเส้นทางถนนรามคำแหง จึงแจ้งผู้ใช้เส้นทางให้ทราบเป็นข้อมูลและพิจารณาหลีกเลี่ยงเส้นทาง ผกก.สน.หัวหมาก เผย จะเริ่มเร่งระบายรถหน้า ม.รามคำแหงตั้งแต่บ่าย เพื่อให้ผู้ชมเดินทางมาดูฟุตบอลไทย-มาเลย์ เย็นนี้ พ.ต.อ. ณรงค์ฤทธิ์ พรหมสวัสดิ์ ผู้กำกับการ สน.หัวหมาก เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ในการแข่งขันฟุตบอลเย็นนี้ได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมสถานการณ์ จำนวน 500 นาย และเริ่มจัดการระบายรถบริเวณถนนรามคำแหง ตั้งแต่บ่ายโมงเป็นต้นไป เพราะเมื่อครั้งที่แล้วประชาชนที่มาดูการแข่งขันฟุตบอลบางรายมาไม่ทันการแข่งขัน โดยแบ่งเจ้าหน้าตำรวจจราจรไปตามจุดที่กำหนด สำหรับผู้ที่จะ เดินทางมาชมฟุตบอล แนะนำให้มารถโดยสารหรือรถสาธารณะจะดีกว่า แต่ถ้าหากจะนำรถมาเองให้มาเป็นหมู่คณะ เพื่อที่จะประหยัดพื้นที่ในการจอดรถและลดการเกิดจราจรติดขัดอีกทางหนึ่ง ด้วย ผกก.สน.หัวหมาก กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องของการจำหน่ายต๋วผีหรือตั๋วขายเกินราคาหน้าสนามนั้น เบื้องต้น ตำรวจไม่มีมาตรการลงโทษ เนื่องจากว่าเป็นตั๋วจริงที่ซื้อมาจริงแล้วมาขายต่อ และต้องดูอีกที่ว่าเป็นของจริงหรือไม่

'สมชาย' ชี้ GDP ไทยปีนี้โต 1% ถือว่าดีแล้ว
GDP /  จีดีพี

นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ ชี้ GDP ไทยปีนี้โต 1% ถือว่าดีแล้ว ขณะราคาพลังงานปรับลดทำอัตราแลกเปลี่ยนผันผวน รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง เปิดเผยว่า ภาพเศรษฐกิจไทยทั้งสามไตรมาสบวกเล็กน้อย ส่วน จีดีพี ปีนี้จะมากหรือน้อยต้องรอดูตัวเลขไตรมาสที่สี่ โดยหากทั้งปีอยู่ที่ 1% ก็ถือว่าดีแล้ว ขณะงบประมาณที่ค้างท่อของภาครัฐมองว่าจะส่งผลดีกับเศรษฐกิจไทยปีหน้า รวมทั้งธุรกิจภาคเอกชนด้วย นอกจากนี้ การที่ราคาพลังงานปรับลดต่อเนื่องส่งผลให้อัตราแลกเปลี่ยนมีความผันผวน ส่วนนโยบายปรับขึ้น VAT ในปีหน้านั้นจะส่งผลให้ราคาสินค้าปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และอาจมากกว่า 10% ด้วย รศ.ดร.สมชาย กล่าวอีกว่า สำหรับปัญหาหนี้ครัวเรือนที่มาจากโครงการรถคันแรกนั้น จะต้องหาวิธีการที่ให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มมากขึ้น เพื่อนำมาชำระหนี้

หนาวจัด! ขนาด 'ขนตา' ยังกลายเป็นน้ำแข็ง
จีน /  ทหารจีน / 

จีนหนาวจัด  อุณหภูมิติดลบที่ 42 องศาเซลเซียส น้ำแข็งเกาะคลุม ไปทั่วเมือง ขณะที่ประเทศไทยอุณหภูมิจะลดลงอีก 2-3 องศาเซลเซียส ทางภาคเหนือ สำนักข่าวต่างประเทศ เผยภาพทหารจีน กำลังเผชิญกับสภาพอากาศหนาวจัด  ขนตาถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง ขณะฝึกระหว่างการฝึกอบรมทางกายภาพโดยเฉพาะ มณฑลเฮย์หลงเจียง ประเทศจีน กำลังเผชิญกับสภาพอากาศที่หนาวจัด ล่าสุดอุณหภูมิติดลบที่ 42 องศาเซลเซียส ขณะที่ มณฑลหูหนาน อุณหภูมิติดลบ 5 องศาเซลเซียส เด็กนักเรียนต้องเดินฝ่าความหนาวเพื่อไปเรียนหนังสือ เนื่องจากส่วนใหญ่มีฐานะยากจน ไม่มีเงินไปซื้อเสื้อผ้ากันหนาว ขณะที่สภาพอากาศในบ้านเรา กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ ฉบับที่ 12 ลงวันที่ 18 ธันวาคม 2557 ประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลงอีก 2-3 องศาเซลเซียส โดยบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำกว่า 15 องศาเซลเซียส ส่วนบริเวณยอดเขาสูงจะมีน้ำค้างแข็งเกิดขึ้นในบางพื้นที่ MThai News

สนช. รับหลักการร่างพรบ.ภาษีมรดกวาระแรกแล้ว
ข่าววันนี้ /  ภาษีมรดก / 

สนช. รับหลักการร่างพรบ.ภาษีมรดกวาระแรกแล้ว ด้านสมหมายย้ำลดเหลื่อมล้ำนำเงินพัฒนาปท. รายงานข่าวแจ้งว่า การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ วันนี้ (18 ธ.ค. 57) ที่ประชุมได้มีมติ 160:16 เสียงรับหลักการร่างพรบ.ภาษีมรดกวาระแรกแล้ว โดยกำหนดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ 25 คน แปรญัตติ 15 วัน ระยะเวลาดำเนินงาน 90 วัน ขณะที่นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เผยว่าการเก็บภาษีดังกล่าว นอกจากรัฐจะมีรายได้เพิ่ม ยังจะช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมได้ด้วย เนื่องจากที่ผ่านมาการถ่ายโอนทรัพย์สินทางกองมรดกไม่ต้องเสียภาษี ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม จึงควรจัดเก็บเพื่อไปพัฒนาพัฒนาประเทศยกระดับการดำรงชีพประชชนยากไร้โดยไม่ให้กระทบผู้ได้รับมรดกพอสมควรกับการดำรงชีพ สำหรับร่างพรบ. ภาษีมรดกมีหลักการสำคัญคือ ผู้รับมรดกมากกว่า 50ล้าน จะเสียภาษีดังกล่าวที่ 10% ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "ภาษีมรดก" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> MThai news

แอร์พอร์ต ลิงค์ รับปีใหม่ เปิดให้บริการถึงตีสอง
ปีใหม่2558 /  แอร์พอร์ต ลิงค์

แอร์พอร์ต ลิงค์ ต้อนรับเทศกาลปีใหม่2558 เปิดให้บริการถึงตีสอง พร้อมปรับความถี่รถเพิ่มรองรับบริการ ข่าววันนี้  พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร ประธานกรรมการ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เปิดเผยว่า เนื่องจากต้อนรับเทศกาลปีใหม่ปี 2558 ที่จะถึงนี้ ในวันที่ 31 ธ.ค.57 เป็นวันส่งท้ายปีเก่า และวันที่ 1 ม.ค.58 เป็นวันปีใหม่ ทางบริษัทจะเพิ่มเวลาเปิดให้บริการ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงค์ จากเดิมให้บริการเวลา 06.00 - 24.00 น.เป็นเวลา 06.00 - 02.00 น.เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารที่ร่วมเฉลิมฉลองงานปีใหม่ ทั้งนี้ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงค์ ได้ปรับความถี่จาก 15 - 20 นาที เป็น 12 - 15 นาที พร้อมขบวนเสริมเช้าเย็นอีก ช่วงละ 5 ขบวน เริ่ม 1 ม.ค.58 เป็นต้นไป (1 - 4 ม.ค.ใช้ตารางเดินรถวันหยุด เดินรถทุก 15 นาที) อีกทั้งรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงค์ ประเภทรถไฟฟ้าธรรมดา ทั้งหมด 5 ขบวน สามารถกลับมาพร้อมใช้งานได้ทั้งหมดแล้ว ส่งผลให้ปรับเพิ่มความถี่ในการให้บริการรถไฟฟ้าธรรมดาเป็น 12 และ 15 นาที โดยดำเนินการทำ Partial Overhaul ซึ่งกำหนดแล้วเสร็จจะเป็นเดือน ก.พ.58 แต่ขณะนี้ทางบริษัทฯ ได้ทำการซ่อมบำรุงดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยก่อนกำหนด จึงได้จัดแผนปรับความถี่ในการให้บริการใหม่ เพื่อให้ทันมอบเป็นของขวัญปีใหม่ ประจำปี 2558 และสำหรับรถไฟฟ้าด่วนหากทำการซ่อมบำรุงเป็นไปตามแผนที่วางไว้ จะสามารถจัดรถเสริมการให้บริการได้ตามความจำเป็น และความต้องการโดยสารได้ อย่างไรก็ตาม การดำเนินการปรับแผนการเดินรถในครั้งนี้ จะส่งผลทำให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวก ปลอดภัยในการเดินทาง และการเดินทางที่รวดเร็วขึ้น ลดความแออัดในสถานี จากเดิมที่มีการตกค้างของผู้โดยสารบนชานชาลา ประมาณ 13% หากมีการปรับตารางเดินรถแล้ว ส่งผลให้จำนวนผู้ตกค้างของผู้โดยสารหมดไป ไม่มีการตกค้างในชานชาลาของทุกเที่ยวการให้บริการ สำหรับการให้บริการรถไฟฟ้าธรรมดา มีการปรับเพิ่มเที่ยวมากขึ้นอีกด้วย โดยมีจำนวนเที่ยวในการให้บริการเพิ่มขึ้นคือ วันจันทร์ - วันศุกร์ จากเดิม 125 เพิ่มเป็น 161 เที่ยว/วัน เสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ จากเดิม 111 เที่ยว เพิ่มเป็น 146 เที่ยว/วัน สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 1690 , www.srtet.co.th, Fanpage , www.facebook.com/AirportRailLink และ twitter : AirportRailLink MThai news ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก แนวหน้าออนไลน์

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

SuperGift SuperSports สินค้ากีฬาลดสูงสุด30%
Gift /  promotion the 1 card / 

โปรโมชั่น : Super Gift Supersports มามอบสินค้ากีฬาให้เป็นของขวัญในช่วงปีใหม่นี้กันเถอะ! ที่ Supersports ที่ให้คุณได้เลือกซื้อชุดกีฬา รองเท้ากีฬา และอุปกรณ์กีฬาทั้งสินค้าใหม่ สินค้าลดราคาหรือ จะซื้อแบบเป็นเซ็ตก็คุ้มค่า มอบให้เป็นของขวัญสุดโดนใจในช่วงปีใหม่นี้ได้นะคะ กับโปรโมชั่น Super Gift ยิ่งซื้อยิ่งลดสูงสุดถึง 30%! ว๊าววๆ Super Gift Supersports ยิ่งซื้อยิ่งลดและรับส่วนลดสูงสุด 20% - สำหรับสินค้าคอลเลคชั่นใหม่และสินค้าสุตฮอต - สินค้าที่จัดเป็นกิ๊ฟเซต ราคาสุดพิเศษ - โปรโมชั่นพิเศษ อาทิเช่น สินค้าลด 50% ขึ้นไป/ซื้อ 1 แถม 1/ซื้อ 2 แถม 1 หรือ สิทธิในการรับของสมนาคุณ - ซื้อสินค้าราคาปกติที่ร่วมรายการ 2 ชิ้น รับส่วนลด   15% - ซื้อสินค้าราคาปกติที่ร่วมรายการ 3 ชิ้นขึ้นไป รับส่วนลด 20% สำหรับสมาชิก The 1 Card สามารถนำคะแนนมาใช้เป็นส่วนลดได้สูงสุดถึง 30% เลยคะ เมื่อซื้อชุดกีฬา รองเท้าและอุปกรณ์กีฬาที่ร่วมรายการ - คะแนน The 1 Card  40  คะแนน  แลกรับส่วนลด 10% - คะแนน The 1 Card 80   คะแนน แลกรับส่วนลด  15% - คะแนน The 1 Card 150 คะแนน แลกรับส่วนลด  20% - คะแนน The 1 Card 500 คะแนน แลกรับส่วนลด  30% *เฉพาะสินค้าและแบรนด์ที่ร่วมรายการ / โปรดตรวจสอบเงื่อนไขเพิ่มเติม ณ จุดขาย  โปรโมชั่น Super Gift ได้ระหว่างวันที่ 11 ธันวาคม 2557 – 11 มกราคม 2558 พบกันที่ช้อป Supersports ใน Central, Robinson, Centralworld และทุกสาขา ติดตามหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์  Supersport หรือโทร. 02-101-7300 ปีใหม่นี้ หาของขวัญชิ้นโปรดสำหรับคนที่คุณรัก ที่ Supersports เพื่อมอบให้เป็นของขวัญเพื่อส่งความรัก ที่ห่วงใยเป็นสินค้ากีฬาดูบ้างนะคะ ไม่แน่ของขวัญชิ้นนั้นจะทำให้คุณพบกับมิตรภาพที่ยาวนานยิ่งขึ้น ก็ได้นะคะ ♥ โบรชัวร์สินค้า ที่มา: Supersport

ชาวบ้านชุมชนบ้านหนองโพธิ์ อ.เมือง นครราชสีมา แจ้งผ่านร่วมด้วยช่วยกันว่าถนนทางเข้าวัดหนองหญ้างาม ชำรุดเป็นหลุมเป้นบ่อ
ร่วมด้วยช่วยกัน /  ร้องเรียน / 

หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านชุมชนบ้านหนองโพธ์ ต.หนองกระทุ่ม อ.เมือง จ.นครราชสีมา ที่เดือดร้อนจากเส้นทางชำรุดยาวกว่า 50 เมตร ศูนย์ประสานงานร่วมด้วยช่วยกันจังหวัดนครราชสีมา จึงลงพื้นที่ตรวจสอบ ถนนเซนเมรี่ ทางเข้าวัดหนองหญ้างาม ชุมชนบ้านหนองโพธ์ ต.หนองกระทุ่ม อ.เมือง จ.นครราชสีมา พบถนนป็นหลุมเป็นบ่อลักษณะเป็นลูกคลื่น รถขับผ่านทีต้องเบรคกันตัวโก่ง ยิ่งผู้ขับขี่ที่ไม่ชินเส้นทาง หากมาด้วยความเร็วอาจเสียหลักเกิดอุบัติเหตุได้ ส่วนพื้นถนนที่เป็นหินคลุกเวลารถวิ่งผ่านไปมาโดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วนช่วงเช้าและช่วงเย็นที่มีผู้สัญจรเป็นจำนวนมากยิ่งทำให้เกิดฝุ่นคลุ้งทั่วบริเวณ ชาวบ้านที่ในพื้นที่ทำได้แค่นำน้ำมารดหน้าบ้านเพื่อลดปริมานฝุ่น ศูนย์ร่วมด้วยช่วยกันฯนครราชสีมาจึงรับเรื่องและประสานงานไปที่ อบต.หนองกระทุ่ม โดยประสานกับปลัด อบต. คุณ มัลลิกา เสริฐนวลแสง ซึ่งได้ให้ข้อมูลว่าขณะนี้ทาง อบต.ได้รับทราบข้อมูลปัญหาดังกล่าวแล้วและไม่นิ่งนอนใจที่จะแก้ปัญหา เนื่องจากถนนในบริเวณที่ชำรุดเคยป็นคลองมาก่อนจึงต้องใช้งบประมานในการซ่อมแซมสูง ขณะนี้ทาง อบต.ได้เตรียมงบประมาณการที่จะดำเนินการซ่อมถนนเส้นดังกล่าวแล้วและจะรีบดำเนินการปรับปรุงแก้ไขให้กับชาวชุมชนบ้านหนองโพธ์ ต.หนองกระทุ่ม อ.เมือง จ.นครราชสีมาต่อไป

พาณิชย์เผยราคาสินค้าวันนี้ส่วนใหญ่ทรงตัว
กระทรวงพาณิชย์ /  ราคาสินค้า

กระทรวงพาณิชย์ เผย วันนี้ราคาสินค้าส่วนใหญ่ทรงตัว มีผักคะน้ารายการเดียวที่ราคาลดลง กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน รายงานภาวะราคาสินค้าจำหน่ายปลีกในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ล่าสุด วันนี้พบว่าราคาสินค้าส่วนใหญ่ทรงตัว เมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า มีผักคะน้ารายการเดียวที่ราคาลดลงเหลือกิโลกรัมละ 22-25 บาท โดยสินค้าที่ราคาทรงตัว ได้แก่ เนื้อหมู ราคากิโลกรัมละ 122-126 บาท ไก่สดทั้งตัว ราคากิโลกรัมละ 75-80 บาท กุ้งขาว กิโลกรัมละ 250-280 บาท ไข่ไก่ เบอร์ 2 ราคาฟองละ 2.80-2.90 บาท ไข่ไก่ เบอร์ 3 ราคาฟองละ 2.70-2.80 บาท ถั่วฝักยาว กิโลกรัมละ 45-48 บาท  ผักบุ้งจีน กวางตุ้ง กะหล่ำปลี กิโลกรัมละ 15-18 บาท แตงกวา กิโลกรัมละ 18-20 บาท มะเขือเทศ กิโลกรัมละ 22-25 บาท พริกขี้หนู กิโลกรัมละ 40-50บาท ต้นหอม กิโลกรัมละ 80-90 บาท และ ผักชี กิโลกรัมละ 120-130 บาท