ลดไขมัน

5 สิ่งต้องรู้! ข้อมูลเบื้องต้น เที่ยวออสเตรีย ยุโรปในฝัน
Austria /  hallstatt / 

ออสเตรีย คือ หนึ่งในประเทศยุโรปที่มีความสวยงามด้าน วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม และธรรมชาติ อันดับต้นๆของโลก โดยมีอิทธิพลจากยุโรปผสมกับอาณาจักรโมัน ต่อเนื่องเป็น อาณาจักรออสเตรีย-ฮังการี บ่มเพาะความเจริญผ่านศิลปะโดยเฉพาะเสียงดนตรี (พระราชวังเชินบรุนน์) ออสเตรีย เป็นหนึ่งในประเทศที่ปลอดภัยจากการก่อการร้าย เพราะหลังแพ้สงครามโลก ก็ไม่สามารถส่งทหารร่วมรบในสนธิสัญญา(ทางทหาร)กับใครเลย รอด!! 1. ต้องรู้ อุณหภูมิและฤดู ของ ออสเตรีย ออสเตรีย เป็นประเทศแถบยุโรป ซึ่งเพื่อนๆก็เลือกฤดูที่จะไปเที่ยวได้เลย อากาศหนาวตั้งแต่เดือน ธ.ค. – มี.ค. อากาศแบบเย็นสบายหลัง มี.ค. เป็นต้นไป และจะร้อนมากไม่ต่างจาก กทม. เอาตอนเดือน ก.ค. และ ส.ค. (ใส่เสื้อกล้ามเดินถนนได้เลยล่ะ) ซึ่งทีมงานเราไป เวียนนา  (เขตเมือง)เดือน ก.ค. ครับผม แต่บ้านเมืองเขาก็แบ่งโซนพื้นที่อีก เช่น โซนหุบเขาแอลป์จะมีอากาศเย็นแบบที่สูงครับ เช่น เมือง Hallstatt ที่บรรยากาศคล้าย Switzerland แต่ว่า บ้านเรือนริมทะเลสาบไล่เขา เขามีสันลูกกวาด ตกแต่งดอกไม้สวยงาม) (พระราชวังเชินบรุนน์: ด้านหลัง) 2. ภาษา และธรรมเนียม ในการ เที่ยวออสเตรีย ภาษา: ที่นี่มีภาษาทางการเป็นเยอรมัน แต่ว่า ร้านค้าส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษได้ คนที่นี่น่ารักต้อนรับ ทางที่นี่ รู้ศัพท์พื้นฐานของที่นี่ไว้บ้างก็ได้ครับ (ออกเสียง และสำเนียงถูกต้องอย่างไร ค้นหา คลิป หรือ แอพ เองนะ) Guten Tag (กูเทน ถาก) สวัสดี Dunke schon (ดังเค่อ เชิน) ขอบคุณมาก Wasser trinken ถ้าเห็นป้ายนี้ตามสาธารณะ หมายถึงว่า น้ำสะอาดรองดื่มได้ครับ Herren ป้ายหน้าห้องน้ำของผู้ชาย Damen ป้ายห้องน้ำคุณผู้หญิงครับ Schweien หมู, Rind เนื้อวัว, Hahnchen เนื้อไก่, Kalp เนื้อลูกวัว ธรรมเนียมที่ควรรู้: ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ควรยืนรอบริกรต้อนรับที่หน้าร้าน หรือจุดยืนรอ อย่าไปหาโต๊ะหรือจองโต๊ะเอง การให้ทิป จะไม่ให้ทิปเลยก็ได้ครับ ถ้าจะให้ก็อยู่ระหว่าง 5-10% ของราคาอาหาร เอาล่ะ พร้อมเที่ยวแล้ว เราก็มาแนะนำข้อมูลเมืองที่ควรรู้ก่อน 3. แผนที่ เดินทาง และซิมมือถือ สำหรับ เที่ยวออสเตรีย 3.1 ข้อมูล กรุงเวียนนา (พระราชวังฮอฟบวร์ก) เวียนนาคือ เมืองหลวง แหล่งช้อปปิ้ง และที่ตั้งของพระราชวังหลายแห่งที่มีสถาปัตยกรรมที่งดงาม ข้อมูลที่เที่ยว กรุงเวียนนา อ่านต่อที่นี่ > เที่ยวออสเตรีย กับ 20 สถานที่ยอดฮิตในกรุงเวียนนา (Vienna) 3.2 ข้อมูลเมือง Salzburg Salzburg เป็นเมืองแห่งการถ่ายทำหนัง โดยมีสวนดอกไม้ บ้านเรือนที่เป็นจุดถ่ายหนัง โดยเฉพาะ Sound of Music บ้านเกิดและบ้านที่ทำงานของโมสาร์ท ปราสาทป้อมปราการบนเขา และถนนตึกเก่าสวยๆน่ารักๆ (ข้อมูลท่องเที่ยวเมือง Salzburg เร็วๆนี้) ดาวโหลดแผนที่ ที่เที่ยว Salzburg ที่นี่ 3.3 ข้อมูลเมือง Hallstatt ข้อมูลที่เที่ยวเมือง Hallstatt อ่านต่อ > ฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt) ออสเตรีย เมืองริมทะเลสาบ ที่สวยที่สุดในโลก 3.4 แผนที่รถไฟฟ้าใต้ดิน หรือ Metro (เวียนนา) ดาวน์โหลดแผนที่ metro (รถไฟฟ้า) กรุงเวียนนาที่นี่ แผนที่ดูง่ายครับ จุดที่ต้องจำไว้คือ Wien Mitte (อ่านว่า วีน มิตเต้อ) หรือ Landstrasse เป็นสถานที่จะเชื่อมกับ รถไฟฟ้าสาย CAT กับ สนามบินครับ และ สถานี Wien Hofbanhof (อ่านว่า วีน ฮอฟ บาน หอฟ) หรือ Sudtiorler Platz เป็นเหมือนหัวลำโพงที่จะเชื่อมไปยังรถไฟสายต่างๆที่ออกนอกเมือง ค่ารถไฟฟ้า metro ครั้งละ 2.2 ยูโร ไม่ว่าจะใกล้ไกลต่อหนึ่งการเดินทาง (และถ้าซื้อแบบ validate ทันที คือจะใช้เลย ไม่งั้นก็ซื้อล่วงหน้าแล้วมา validate ทีหลังกับเครื่องสแตมป์บัตรที่สถานทีก็ได้) ค่ารถไฟฟ้า metro แบบเหมาวัน (ภายใน 24 ชั่วโมง หลังจาก validate) 7.6 ยูโร นะครับ (ถ้าวางแผนไว้ว่าจะเดินทางเที่ยวมากกว่า 4 ทริปต่อวันก็ซื้อเหมาวันดีกว่า) และมีแบบเหมาสัปดาห์ด้วย เช็คราคาเองนะครับ 3.5 รถไฟฟ้าสีเขียว ระหว่างเมือง (เวียนนา)และสนามบิน แบบรวดเดียว 16 นาที และมีรถออกทุกๆ 30 นาที เรียกว่า CAT (City – Airport Train) ราคา 17 ยูโร แบบไปกลับ (หมายความว่า เก็บบัตรไว้ใช้ตอนกลับนะครับ ภายใน 30 วัน) เช็คข้อมูลรถไฟ ระหว่างเวียนนาและสนามบิน CAT ที่นี่ ซื้อได้ที่ตู้ขายอัตโนมัติที่สนามบิน หรือที่เคาน์เตอร์ก็ได้ 3.5 รถไฟระหว่างเมือง เข้าได้ที่ เว็บ รถไฟ ยุโรป นะครับ (รถไฟ ไปยังประเทศต่างๆนอก ออสเตรีย ได้ด้วย) ค้นชื่อสถานีต้นทาง ปลายทางได้ เช่น ถ้าไป Hallstatt ก็ใส่ปลายทางเป็น Hallstatt HBF หรือไป Salzburg ก็ใส่ปลายทางเป็น Salzburg HBF ราคาแปรผันตามช่วงเวลา ช่วงโปรโมชั่นราคาอาจจะลดลงถึง 21 ยูโรต่อหนึ่งทริป (เที่ยวเดียว) แต่ราคาปกติก็ประมาณ 51 ยูโรครับ คุณสามารถดาวน์โหลด app ได้ด้วย แล้วก็รถไฟ ระหว่างเมืองบางรอบ ซื้อล่วงหน้าด้วยบัตรเครดิตราคาถูกกว่า 3.6 ซิมมือถือ แพ็คเก็จน่าจะคล้ายๆกัน เราได้ลองใช้ยี่ห้อ Vectone ราคา 20 ยูโร ได้โหลดข้อมูลได้ 5 GB ก็เร็วดี 4.อาหารการกิน ประเทศออสเตรีย ที่นี่มีการกินที่ เป็นส่วนผสมระหว่างความเป็นเยอรมนี (กินของเย็นๆชืดๆ) และยุโรปกลาง (กินของร้อนๆ พิถีพิถันนิดนึง) เราและนำอาหารของทีนี่และร้านอาหารที่อร่อย และร้านอาหารประทังชีวิตดังนี้ อาหารที่เป็นเอกลักษณ์ ของ ออสเตรีย  สลัดผัก (ซึ่งสลัดผักที่นี่ ปลูกในประเทศ ส่วนใหญ่จะใช้ น้ำมันเมล็ดฟักทอง แทนน้ำมันมะกอกทำให้มีรสชาติหวานหอมไปอีกแบบนึง) คนออสเตรียแนะนำยีห้อ Steirisches ที่มีรางวัล (สติ๊กเกอร์สีทอง) การันตี Schnitzel ซึ่งมีทั้งแบบหมูและลูกวัว โดยที่ มีขายแทบทุกร้านเป็นหมูชุบแป้งทอด กินเปล่าๆกับผักหรือกินกับซอสแครนเบอร์รี่รสหวาน ซุป Gulasch ส่วนใหญ่เป็นซุปเนื้อเครื่องเทศ ถ้าใครไม่กินเนื้อ บางแห่งจะมี ซุปฟักทอง ซุปมันฝรั่ง หรือซุป celerie เป็นออเดิร์ฟครับ Topfen และ Topfencreme มันคือ ชีสเหลวของที่นี่ หรือที่เยอรมนี เรียกว่า Quark นะครับ รสชาติเหมือนมีความเปรี้ยวมัน คล้ายๆโยเกิร์ตแต่มันกว่า ซึ่ง topfen จะเป็นชีสแบบหนึ่งมักจะเอาไปทำเค้กด้วย (ถ้าเห็น topfen … torte ก็ลองชิมนะ torte แปลว่า cake) ส่วน topfencreme มักจะเห็นวางขายใกล้ๆกับโยเกิร์ตในซุปเปอร์มาร์เก็ต เป็นแพ็กพร้อมผลไม้เบอร์รี่ อ่านเนื้อหาเกี่ยวกับ Quark (ที่ไม่ใช่โยเกิร์ต) Cafe ร้านกาแฟ ขนม (คาเฟ่) ที่ออสเตรีย (โดยเฉพาะ เวียนนา) ถือว่า เป็นร้านที่เท่ที่สุดในโลก เนื่องจาก ส่วนใหญ่ กาแฟอร่อย เค้กอร่อย บรรยากาศดี ในอาคารตกแต่งทรงยุโรปสวย แต่สิ่งที่ต้องรู้ คือ Eiskaffee  (อ่านว่า ไอส์ คาฟเฟ่) ที่นี่จะเป็นแบบ กาแฟเย็นใส่ไอศกรีมนะครับ (เช่นเดียวกับ Eischocolat ก็เป็น ช็อกโกแล็ท เย็นใส่ไอศกรีม เช่นกัน) * ถ้าอยากกินกาแฟเย็น ให้สั่งเป็น Iced Capuccino/ Latte จะชัดเจนกว่า หรือไม่ก็ต้อง สั่ง Iced Coffee (อ่านว่า ไอซ์ คอฟฟี่ แบบอังกฤษทับศัพท์ หรือ Geeister Kaffee อ่านว่า เกไอซ์แทร์ คาฟเฟ่) * รวมทั้งที่น่าสนใจคือ หลายๆร้านที่นี่ มีเมนูเครื่องดื่ม สำหรับ ฤดูร้อน และ ฤดูหนาว ต่างกัน Sacher Cake คือ สิ่งที่หลายคนจะแนะนำกันให้มาชิม เป็นเค้กช็อกโกแล็ท ณ โรงแรม Sacher (ค้นหาได้ครับ) แต่ต้องเป็นคนชอบของหวานนะครับ และที่สำคัญ หลายๆ คาเฟ่ ก็จะมี เค้กช็อกโกแล็ท โดดเด่นประจำร้านตัวเองเช่นกัน ร้านอาหาร และแหล่งกิน อาหารฟาสท์ฟู้ด (เบอร์เกอร์หลายๆยี่ห้อ ไม่ว่าจะ แม็ค หรือ คิง หรือ บัคส์) หาได้ตามจุดท่องเที่ยวโดยเฉพาะ Stephenplatz และ Graben อาหารอิตาเลียนตามสั่ง ร้าน Vapiano เข้าไปแล้วเขาจะให้ cash card เปล่าๆไว้ แล้วเราก็เข้าไปสั่งอาหารมีอยู่สาม station มี pizza, salad และ pasta ก็ไปสั่งอาหารตามเมนู ยืนรอรับเลย (เหมือนอาหารตามสั่งบ้านเรา) พอได้รับอาหารแล้วก็ทาบบัตรกับเครื่องหน้า station นั้น กินเสร็จค่อยเอาบัตรไปแสดงตัวจ่ายเงินครับ อาหารรสชาติดี กินง่าย เพราะเราก็คุ้นเคยกับอาหารอิตาเลียนอยู่แล้ว ซุปเปอร์มาร์เก็ต มีสองแหล่งใหญ่คือ Billa และ Spar ซึ่งมีขายทั้ง แซนด์วิช สลัด และอาหารชุดแช่เย็น เช่น บะหมี่(จีน) ข้าวหน้าปลาดิบ ซื้อไปทานประทังชีวิตได้ (คือมันก็อร่อยนะครับ ที่พูดเช่นนี้ เพราะคนไทยเรา คุ้นเคยกับอาหารเสิร์ฟร้อนมากกว่า) ร้านอาหารแนะนำอื่นๆ เราแนะนำอีกสามร้าน ตามลิงค์ลงรายละเอียดนะจ๊ะ Café Central, Demel Café, Figlmuller 5. ของฝาก คู่ควร กับการเที่ยว ออสเตรีย ช็อกโกแล็ท ชื่อดังของที่นี่ มียี่ห้อ Manner (ที่หลายคนชอบ คือ เวเฟอร์ Hazelnut แต่ผมรู้สึกว่า ที่นี่ติดหวานจัดนะ) Heindl และ Mozartkugeln (หรือที่คน เรียกว่า ช็อกโกแล็ท Mozart) ทั้งสามยี่ห้อนี่หาซื้อได้ทุกที่เลย ถ้าแนะนำที่รสชาติดีก็ยี่ห้อ Manner นะ มีสาขาใหญ่ๆที่ Stephanplatz ตามสถานีรถไฟ และที่สนามบินครับ แต่แนะนำให้ซื้อที่ Billa หรือ Spar supermart ได้หลายแบบหลายขนาด และได้ราคาดีที่สุด ราคาตั้งแต่ 1 ยูโร แพ็คเล็ก จนถึง กล่องเหล็ก 10 ยูโรอ่อ ผมซื้อ เหล้าช็อกโกแล็ท มาชิมด้วยครับ เดี๋ยวรสชาติเป็นอย่างไร จะมาบอกอีกที (มีขายทั้งขวดใหญ่ ขวดเล็ก ขายทั้งที่สนามบิน และตามซุปเปอร์มาร์เก็ต) กล่องดนตรี เนื่องจากเป็นเมืองเสียงดนตรี แหล่งเกิด และแหล่งทำงานดัง ของศิลปินหลายท่าน ก็เลยมีกล่องเพลงทั้งกล่องเล็กใหญ่ เริ่มต้น ราคา 7 ยูโร ขึ้นไป ตะไบเล็บประดับคริสตัล หาซื้อได้ตามร้านของฝาก คุณผู้หญิงเขาแนะนำว่าไม่ค่อยเจอตะไบเล็บสวยๆแบบนี้ ราคาเริ่มต้น 6.5 ยูโร Swarovski คริสตอลแบรนด์ดังมีต้นกำเนิดที่เมือง อินส์บูร์ก ประเทศออสเตรีย นี่แหละ ดังนั้น สินค้านี้ จึงราคาถูกกว่า และมีโปรโมชั่นส่วนลดเยอะกว่า คน ออสเตรีย เขาแนะนำให้ เราหาซื้อ น้ำมันเมล็ดฟักทองไว้ทานกับสลัด (แทนน้ำมันมะกอก หอมหวานกว่า) โดยซื้อในซุปเปอร์มาร์เก็ต สังเกตตราที่มีรางวัลการันตีเอา เกลือ !!! ใช่ครับ หลายเมืองของ ออสเตรีย ทั้ง Salzburg (แปลว่า ปราสาทเกลือ) และ Hallstatt มีเหมืองเกลือ จึงมีเกลือหลายแบบ ทั้งแบบผสมเครื่องหอม แบบผสมเครื่องเทศ และแบบมีแร่ธาตุผสม (สีสันต่างๆ) ซึ่งบรรดานักชิม และนักปรุงอาหารน่าจะเข้าใจมากกว่า แอดมิน นะ (เหอๆ เข้าไม่ถึงจริงครับ)  (ภาพจาก http://www.salzwelten-shop.at/en.html) การขอคืนภาษี ซื้อสินค้า Tax Free การซื้อของใน ออสเตรีย หากราคาถึง 75 ยูโร สามารถขอฟอร์มคืนภาษีได้ โดยขอคืนได้ที่หลัง ตม. มองหา custom เพื่อเอาฟอร์มที่กรอกแล้วไปประทับตราศุลกากรก่อนแล้ว มองหา Global Blue Tax Free เพื่อขอคืนภาษี (แนะนำว่า เอาของที่ซื้อใส่กระเป๋าถือเผื่อว่า โดนเรียกตรวจสินค้า ที่ไม่ใช่โลชั่นของเหลวนะครับ ถ้าเป็นของเหลว ให้อ่านคู่มือเพื่อตรวจและประทับตราก่อนนำกระเป๋าโหลดดิ้งนะ)

Suicide Squad เริ่มแผ่ว! น้องใหม่ Sausage Party และ Pete's Dragon ขึ้นที่สองและสามบ็อกซ์ออฟฟิศ
Pete Dragon /  Sausage Party / 

Suicide Squad เริ่มแผ่ว! น้องใหม่ Sausage Party และ Pete's Dragon ขึ้นที่สองและสามบ็อกซ์ออฟฟิศ การตัดสินใจของ อแมนดา วอลเลอร์ รับบทโดย วิโอลา เดวิส (Viola Davis) ไม่ผิดเลย การรวมทีมของเหล่าวายร้ายยังสามารถครองใจคนในสหรัฐอเมริกาได้อย่างต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สอง แม้จะยังคงอยู่ในอันดับที่หนึ่งของบ็อกซ์ออฟฟิศในสัปดาห์นี้ แต่รายได้ก็ลดลงกว่าสัปดาห์ที่แล้วมากกว่าครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว และดูเหมือนว่าหลายคนตั้งตารอคอยเวอร์ชั่นเต็ม ๆ หลังจากออกจากโรงภาพยนตร์มากกว่า ยังคงขึ้นอันดับที่หนึ่งของตารางบ็อกซ์ออฟฟิศในสัปดาห์นี้ สำหรับภาพยนตร์ ทีมพลีชีพมหาวายร้าย Suicide Squad การรวมตัวของเหล่าอาชญากรที่มีความสามารถในรูปแบบต่าง ๆ จากจักรวาลดีซี ต้องมาทำหน้าที่ที่ต้องเอาชีวิตตนเองไปเสี่ยงตาย ซึ่งหลังจากที่ภาพยนตร์เข้าฉายก็มีกระแสในแง่ลบออกมามากมายจากภาพยนตร์เรื่องนี้ แต่สุดท้ายแล้วแฟน ๆ ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ก็คงไม่พลาดที่จะชมอย่างแน่นอน ทำรายได้เพิ่มเติมไปอีก 43.7 ล้านเหรียญ ตัวอย่างและเรื่องย่อ Suicide Squad ทีมพลีชีพมหาวายร้าย รีวิว Suicide Squad : มหาวายร้ายกลายเป็นฮีโร่ ต่อเนื่องกับภาพยนตร์เรต R ที่เข้ามาใหม่ Sausage Party แม้ภายนอกจะดูเป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่น แต่มันไม่ได้เหมาะสมกับเด็กที่อายุต่ำกว่า 17 ปีเข้าชม ยกเว้นจะมีผู้ปกครองให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดเท่านั้น เพราะว่าด้วยเรื่องราวของอาหารที่มีชีวิตและพวกมันก็พร้อมแล้วที่จะถูกเลือกให้ผู้บริโภคอย่างมนุษย์พามันกลับบ้าน ทว่า...สิ่งที่คิดแตกต่างจากความเป็นจริงโดยสิ้นเชิง ความโหดร้ายทารุณกำลังรอพวกมันอยู่ในห้องครัวของมนุษย์นั่นเอง เปิดตัวด้วยรายได้ 33.6 ล้านเหรียญ ตัวอย่างและเรื่องย่อ Sausage Party ถ้า Sausage Party จะทำให้ผู้ปกครองหวั่นใจในการพาบุตรหลานเข้าชมภาพยนตร์แล้วล่ะก็...ดิสนีย์ได้ส่งภาพยนตร์ดูง่าย ๆ สบาย ๆ เอาใจคนได้ทุกเพศทุกวัยอย่าง Pete Dragon ภาพยนตร์ที่จะสร้างความประทับใจว่าด้วยเรื่องราวของเด็กชายกำพร้าที่อาศัยอยู่กับสิ่งมีชีวิตปริศนาในป่าลึก น่าจะเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ที่เข้ามาสร้างความบันเทิงให้น้อง ๆ หนู ๆ ได้หลังจากที่ The Secret Life of Pets สร้างความบันเทิงมานานถึง 6 สัปดาห์ ทำรายได้เปิดตัวเริ่มต้นที่ 21.5 ล้านดอลลาร์ ตัวอย่างและเรื่องย่อ Pete’s Dragon พีทส์ กับมังกรมหัศจรรย์

ละครเทพธิดาป่าคอนกรีต , เรื่องย่อเทพธิดาป่าคอนกรีต
ละครเทพธิดาป่าคอนกรีต /  ละครเทพธิดาป่าคอนกรีต ช่อง7 / 

บทประพันธ์โดย : นันทนา วีระชนบทโทรทัศน์โดย : สรรพชัย เกิดอุทัย, วรวรรณ ชัยสกุลสุรินทร์ ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.35 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 18.20 น. ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อละคร เทพธิดาป่าคอนกรีต ชัย (วีระชัย หัตถโกวิท) ผู้รับเหมาก่อสร้างรายเล็ก มีภรรยาคือ กอบแก้ว (รัศมี ทองสิริไพรศรี) ติดตามไปขายอาหารในไซด์งานด้วย ทั้งคู่มีลูก 2 คน คนโตชื่อ แววดาว (ตาล-กัญญา รัตนพชร์) ฝันอยากสบาย และไม่ค่อยพอใจความเป็นอยู่ครอบครัวนัก ขณะที่ แววเดือน (เจด้า-ศรัณย่า ชุณหศาสตร์) ลูกคนเล็ก เรียนจบสถาปัตย์ฯ และตั้งใจจะช่วยงานพ่อ 2 พี่น้องมีความฝันที่เหมือนกันคือ มีบ้านให้พ่อแม่อยู่สบายขึ้นความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เมื่อชัยพลัดตกจากนั่งร้านเสียชีวิต ยืนยง (กลม-นพพล พิทักษ์โล่พานิช) ผู้ช่วยชัย ซึ่งแอบรักแววดาวอยู่ เข้ามาสานต่องานที่ค้าง และช่วยทุกอย่างด้วยความเคารพรักชัย และกอบแก้ว ทั้งที่รู้ว่าถูกแววดาวรังเกียจ แถมยังต้องตกเป็นขี้ปาก นางเปลี่ยน (ราตรี วิทวัส) และลูก ๆ ที่คอยพูดเหน็บว่าเขาคิดเหมาผู้หญิงทั้งบ้านทำเมีย เหตุการณ์ที่เกิดกับยืนยง อยู่ในสายตา ใยไหม (น้ำฝน-ปริตา ไชยรักษ์) ลูกร้านวัสดุก่อสร้าง ที่ทั้งเห็นใจ และเป็นห่วงยืนยง หนุ่มที่เธอแอบชอบ บริษัทของ 3 พี่น้อง ยุดาวดี (มาริสา แอนนิต้า), พฤกษ์ (แอมป์-พีรวัศ กุลนัสท์วัฒน์) และพงษ์สิทธิ์ (หมู-ภูษณะ บัวงาม) มีการคัดเลือกสาวสวยมาเป็นพรีเซ็นเตอร์แชมพู คู่กับ เมญ่า (แพร-พรรัมภา สุขได้พึ่ง) นักแสดงที่กำลังจะร่วงในอีกไม่ช้า เพราะไปยุ่งกับ ธรรธนพ (เซน-ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์) ผู้ชายของยุดาวดีเข้า เรื่องนี้ทำให้ยุดาวดีโกรธจึงคิดลดบทบาทเธอลงด้วยการหานางแบบใหม่มาเสริม จึงเป็นโอกาสดีของแววดาว เธอไปสมัครทันทีโดยมีพงษ์สิทธิ์คอยช่วยเพราะถูกใจเธออยู่ แววเดือนผลักดันพี่สาวเต็มที่ แต่หลังจากแววดาวได้งานนี้ แววเดือนก็ถูกกันออกห่าง อนุชา (เสนาหอย-เกียรติศักดิ์ อุดมนาค) ผู้จัดการซึ่งดูแลแววดาว อ้างว่าพื้นฐานครอบครัวจะเป็นตัวถ่วงไม่ให้ดัง จากนั้นก็ให้แววดาวย้ายไปอยู่ลำพังที่คอนโด ตามคำสั่งพงษ์สิทธิ์ เพื่อเขาจะได้ใกล้ชิดเธอโดยไม่มีแววเดือนคอยขวาง แต่ชายหนุ่มที่แววดาวรักตั้งแต่แรกพบกลับเป็นพฤกษ์พี่ชายของเขา โดยแววดาวก็ไม่รู้ว่าพฤกษ์นั้นมีใจให้น้องสาวต่างหากไม่ใช่ตัวเธอ ยืนยงยังคงคาใจเรื่องสาเหตุการตายของชัย จึงแอบสืบเรื่องนี้อย่างลับ ๆ และพุ่งเป้าไปที่ครอบครัวของนางเปลี่ยน และลูก ๆ ซึ่งมีหนี้สินกับชัยอยู่ก้อนหนึ่ง โดยเรื่องนี้มีเพียงใยไหมที่รับรู้ และคอยช่วยเหลือเขา อนุชาหางานป้อนให้แววดาวมากมายทั้งงานโฆษณา และละครจนโด่งดัง ชีวิตแววดาวเริ่มถอยห่างจากแม่ และน้องสาวออกไป ขณะที่แววเดือนยังคงตั้งใจขยันขันแข็ง ช่วยยืนยงทำโครงการของพ่อต่อ ส่วนกอบแก้วก็ยังคงไปขายอาหารที่ไซด์ก่อสร้างตามเดิม โดยมีพฤกษ์แวะเวียนไปที่ไซด์งานบ่อยครั้ง จนเขาและแววเดือนเริ่มสนิทสนม และมีความรู้สึกดี ๆ ให้กัน หลังจากรู้ว่าแววเดือนนั้นเรียนจบสถาปัตย์พฤกษ์จึงเอ่ยปากชวนให้ไปสมัครงานที่บริษัทของเขา แววเดือนดีใจ เพราะนี่คือโอกาสที่จะได้มีชีวิตที่ดีขึ้น เพียงแต่ขอเวลาเพื่อทำโครงการสุดท้ายของพ่อให้สำเร็จลุล่วงไปก่อน ธรรธนพ พบแววดาวก็ถูกใจ พอรู้ว่าแววดาวปกปิดนักข่าวเรื่องครอบครัวเลยเอาเรื่องนี้ไปขู่จนแววดาวต้องจำใจยอมไปกินข้าวด้วย เมญ่าพยายามเตือนแววดาวว่าอย่าไปยุ่งกับธรรธนพ ไปรมา (เฟิร์น-ณัฐชยกานต์ ปากหวาน) นักแสดงคู่อริที่เคยมีเรื่องตบตีกับแววดาว แกล้งโทรบอกนักข่าว พอยุดาวดีเห็นข่าวก็โกรธ จะถอดแววดาวออกจากงาน แต่พงษ์สิทธิ์ห้ามไว้ ยุดาวดีรู้ว่าน้องชายชอบแววดาวจึงสั่งห้ามไม่ให้ยุ่งกับแววดาวอีก โครงการสุดท้ายของชัยใกล้เสร็จแล้ว แววเดือนตกลงใจไปทำงานที่บริษัทของพฤกษ์ เพราะเห็นลู่ทางเพื่อชีวิตที่ดีกว่าเพื่อแม่ ที่บริษัท แววเดือนสนิทกับ ปุ๊ก (น้ำ-ธรณสร กุมชพร) และเจนจบ (ม.ล.อรรถดิศ ดิศกุล) พนักงานฝ่ายการตลาด แต่ไม่ถูกกับ พิมพ์ชนก (มีน-พิมพ์ชนก แก้วลุ่มใหญ่) เลขาขี้อิจฉาที่ชอบประจบยุดาวดี และคอยหาเรื่องแกล้งเธอ มาริสา (หมิว-สิริลภัส กองตระการ) ผู้ช่วยของพฤกษ์ ชวนแววเดือนไปร่วมงานเลี้ยงที่บ้านพฤกษ์ จึงได้พบกับแววดาวที่ไปในงานเดียวกัน พี่น้องไม่ได้ทักทายกันเพราะแววดาวเคยสั่งห้ามไม่ให้แววเดือนแสดงตนว่ารู้จักเธอ เมื่อแววดาวรู้ว่าน้องสาวสนิทกับพฤกษ์ก็เริ่มไม่พอใจ ถึงกับเอ่ยปากขอพฤกษ์จากแววเดือน ๆ เห็นแก่พี่สาวจึงตัดสินใจลาออกจากบริษัทพฤกษ์ และพยายามพาตัวออกห่างจากเขา ยุดาวดีที่สืบรู้ว่าแววเดือนเป็นน้องสาวแววดาวเลยพาลนึกรังเกียจไปด้วย เธอจึงวางแผนเปิดทางให้ ดลฤทัย (แพร เอมเมอรี่) อดีตคนรักของพฤกษ์ที่ต้องการจะกลับมาสานสัมพันธ์ต่อ ได้มีโอกาสเข้ามาใกล้ชิดกับพฤกษ์อีกครั้ง ด้วยการรับดลฤทัยเข้ามาทำงานในบริษัท ส่วนแววดาวที่พยายามจะใช้พงษ์สิทธิ์เพื่อเข้าให้ถึงตัวพฤกษ์ แต่กลับทำให้พงษ์สิทธิ์รู้ตัวว่าเป็นได้แค่สะพาน จึงตัดใจเลิกยุ่งกับแววดาวแล้วหันไปควงกับไปรมาแทน ยืนยงสืบจนแน่ใจว่า การตายของชัย มีครอบครัวนางเปลี่ยนอยู่เบื้องหลัง จึงตัดสินใจบอกให้แววเดือนรู้ ทั้งคู่ชวนกันไปหาแววดาวเพื่อจะบอกเรื่องนี้ แต่แววดาวกลับแสดงทีท่าไม่ต้อนรับ ยืนยง และแววเดือนจึงกลับมาด้วยความรู้สึกผิดหวัง ขณะเดียวกันกอบแก้วเกิดล้มป่วย ต้องเข้าผ่าตัด แววเดือนพยายามส่งข่าวให้พี่สาวรู้ แต่ถูกอนุชากีดกัน จนไม่สามารถเข้าถึงตัวแววดาวได้ พอไปหาที่คอนโดก็ไม่ได้รับการต้อนรับอีก ความน้อยใจทำให้แววเดือนตัดสินใจไม่รับเงินที่แววดาวฝากอนุชามาให้ ขณะที่แววดาวเข้าใจว่าทางบ้านได้รับเงินไปแล้ว เพราะอนุชายักยอกเงินนั้นไว้เอง พฤกษ์รู้เรื่องกอบแก้วป่วยก็ยื่นมือเข้าช่วยจนได้รับการผ่าตัด กอบแก้วมีอาการดีขึ้น สองแม่ลูกรู้สึกขอบคุณพฤกษ์ และหวังว่าจะมีโอกาสตอบแทนบุญคุณของเขา เมื่อไม่มีใคร แววดาวจึงหันไปคว้าธรรธนพเพราะคิดว่าเขาจะเป็นตัวเชื่อมให้เธอเข้าถึงพฤกษ์ได้ แต่สุดท้ายแววดาวก็เสียท่า โดนธรรธนพวางยา แถมถ่ายภาพเปลือยไว้ขู่จนเธอต้องยอมมีสัมพันธ์ด้วย ยืนยงเห็นธรรธนพออกจากคอนโดของแววดาว ก็เป็นห่วง จึงเตือนแววดาวและต่อว่าที่เธอทำตัวเหลวแหลก แต่แววดาวไม่ฟังแถมยังด่าว่าดูถูกยืนยง ทำให้ยืนยงตัดใจจากแววดาวทันที หันมามุมานะทำงานสร้างเนื้อสร้างตัว โดยมีใยไหมเป็นตัวช่วย 3 ปีต่อมา ชีวิตแววดาวที่เคยโด่งดังเต็มที่เริ่มเปลี่ยนไปในทางเลวร้าย เมื่อวินัยในการทำงานลดลง แถมมีข่าวเสียหายจนอนุชาระอาที่ต้องคอยแก้ข่าวให้ แววเดือนที่ออกจากงานประจำมาทำงานฟรีแลนซ์ ยอมลำบากโดยไม่คิดจะรับเงินจากพี่สาว จนในที่สุดก็ได้งานในบริษัทแห่งหนึ่ง แต่โชคชะตาก็พาให้ได้พบพฤกษ์อีกครั้ง เมื่อบริษัทที่เธอทำงานถูกควบรวมกิจการกับบริษัทพฤกษ์ แววเดือนเลยจำต้องมาทำงานที่บริษัทพฤกษ์อีก เมื่อได้ใกล้ชิดกันความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็กลับมาดีดังเดิม แม้ดลฤทัยจะพยายามพาตัวเข้ามาแทรกแต่ก็ไม่อาจทำลายความสัมพันธ์ลงได้ แววเดือนเก็บเงินได้ก้อนหนึ่งจึงตัดสินใจผ่อนบ้านหลังเล็กๆ แล้วพาแม่ย้ายมาอยู่ด้วย พฤกษ์ช่วยติดต่อจนได้ราคาลดพิเศษ พิมพ์ชนกเอาข่าวไปสอพลอ จนยุดาวดีไม่พอใจ หาทางกีดกันน้องชายจากแววเดือน แววดาวรู้ตัวว่าท้องกับธรรธนพเลยวางแผนจับพงษ์สิทธิ์ แต่พงษ์สิทธิ์ไม่ติดกับ พอไปปรึกษาอนุชา ๆ ก็ไม่รับรู้ จึงตัดสินใจไปทำแท้งโดยไม่ฟังคำทัดทานจากเมญ่าที่พยายามจะเตือนสติ ยุดาวดีที่ให้คนตามถ่ายรูป ยืมมือไปรมาให้ไปบอกนักข่าว โชคดีที่ยืนยงมาช่วยพาแววดาวหนีออกจากโรงพยาบาลได้ทัน พฤกษ์ช่วยแววเดือนปิดข่าวพี่สาวแต่แววดาวกลับคิดว่าพฤกษ์มีใจให้ เธอจึงวาดฝันจะต้องจับพฤกษ์ให้ได้ แววเดือนเตือนสติพี่สาว แต่แววดาวกลับโกรธ ด่าแววเดือนว่าอยากกันท่าเอาไว้เอง พฤกษ์สารภาพรักกับแววเดือน แววเดือนเห็นใจพี่สาวจึงปฏิเสธ แต่พฤกษ์ก็ยืนยันว่าจะรอเธอ สุดท้ายแววเดือนก็ใจอ่อนยอมแต่งงานกับพฤกษ์เงียบ ๆ เพื่อไม่ให้แววดาวรู้ ท่ามกลางเสียงคัดค้านของยุดาวดี ชีวิตแววดาวตกต่ำลงเรื่อย ๆ เพราะมีปัญหา ทั้งเบี้ยวงาน เสพยา แถมยังมีคลิปโป๊แพร่ออกไปอีก กอบแก้วเห็นข่าวก็ตกใจจนช็อกเข้าโรงพยาบาล พฤกษ์ที่ตามมาบังเอิญเห็นยืนยงกอดปลอบใจแววเดือน จึงเริ่มระแวงทั้งคู่ ดลฤทัยก็หาเรื่องแกล้งแววเดือนโดยไม่ให้พฤกษ์รู้ แถมยังเข้าหาพฤกษ์จนแววเดือนเข้าใจผิด ขณะที่พฤกษ์ก็เข้าใจผิดคิดว่าแววเดือนเป็นชู้กับยืนยงโดยมียุดาวดีคอยยุ จนทั้งคู่ระหองระแหงกัน ยุดาวดีส่งทนายไปเจรจาเรื่องหย่ากับแววเดือน โดยอ้างว่าพฤกษ์เห็นชอบแล้ว และจะให้เงิน 10 ล้าน เพื่อจ้างให้หย่า แววเดือนที่รู้ตัวว่าท้องแต่เพราะน้อยใจพฤกษ์ จึงยอมหย่าให้โดยไม่รับเงินแม้แต่บาทเดียว เพราะลูกเท่านั้นคือสิ่งที่เธอต้องการ จากนั้นก็ย้ายกลับมาอยู่ที่บ้าน แววดาวซ้ำเติมน้องว่าท้องไม่มีพ่อ แถมยังเชื่อตามข่าวลือคิดว่าแววเดือนมีสัมพันธ์กับยืนยงอีก ใยไหมที่รู้ความจริงทุกอย่างโกรธแทนถึงกับจะตบแววดาวแต่แววเดือนห้ามไว้ และขอให้ปิดเรื่องนี้เป็นความลับ ยุดาวดีสะใจมากที่ทุกอย่างเป็นไปตามต้องการ เมื่อหมดประโยชน์ดลฤทัยจึงเป็นรายต่อมาที่ถูกไล่ออก ยุดาวดีรู้ว่าธรรธนพเลี้ยงผู้หญิงจึงตามไปตบตีกับแววดาว และถูกธรรธนพทำร้ายรุนแรงจนมดลูกแตก ไม่สามารถมีลูกได้ เมื่อรู้ว่าแววเดือนท้อง จึงไปทวงหลาน บอกว่าลูกของพฤกษ์เป็นทรัพย์สินของตระกูลเธอ แววเดือนโมโหไล่ยุดาวดีไป แต่ก็ทำให้แววดาวรู้ว่า แท้จริงลูกในท้องแววเดือนเป็นลูกของพฤกษ์ไม่ใช่ยืนยง แววดาวติดยาหนักขึ้น จนกอบแก้ว และยืนยงต้องช่วยกันจับส่งสถานบำบัด ด้านยุดาวดีก็บังคับให้พฤกษ์ไปเอาลูกคืนให้ได้ เพราะแววเดือนไม่ยอมให้ ยืนยันว่าลูกเป็นของเธอไม่ว่าพ่อจะเป็นใคร พฤกษ์ก็ไม่มีสิทธิ์ พฤกษ์ที่รู้ตัวว่าเข้าใจผิด และรู้ว่าแววเดือนท้องจึงพยายามง้อขอปรับความเข้าใจแต่แววเดือนก็ใจแข็ง แววเดือนเกิดหกล้มจนต้องคลอดก่อนกำหนด พฤกษ์นั่งเฝ้าแววเดือนไม่ห่าง ยืนยง และกอบแก้วช่วยเกลี้ยกล่อมให้แววเดือนใจอ่อนเพื่อเห็นแก่ลูก แต่แววเดือนยังลังเล เมื่อแม่ และเด็กแข็งแรงขึ้นจนกลับบ้านได้ ยุดาวดีวางแผนให้ธรรธนพใช้แววดาวไปขโมยหลาน แววเดือนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นพฤกษ์จึงไปต่อว่า กอบแก้วที่รู้ความจริงว่าแววดาวเป็นคนทำ โกรธมากขนาดจะตัดแม่ตัดลูกหากแววดาวไม่ยอมเอาหลานมาคืน กอบแก้วเสียใจ พูดเตือนสติจนแววดาวเริ่มสำนึก แววเดือนบุกไปชิงลูกคืนจากยุดาวดี โดยมียืนยง และใยไหมไปด้วย ยุดาวดียอมคืนให้เพราะแววเดือนขู่จะแจ้งความ แต่หลังจากนั้นก็สั่งให้ธรรธนพตามไปชิงคืนมาอีก ธรรธนพตามไปชิงเด็ก แถมใช้ปืนทำร้ายพฤกษ์ และยืนยงจนบาดเจ็บ ก่อนจะเอาเด็กไปยังที่ ๆ นัดกับยุดาวดีไว้ แววดาวที่สำนึกตัวว่าได้ทำผิดมามาก ตัดสินใจไปหายุดาวดีเพื่อจบทุกอย่าง เมื่อธรรธนพไปถึง จึงพบยุดาวดีถูกแทงนอนจมกองเลือดอยู่ก่อนแล้ว แววดาวทำร้ายธรรธนพอีกคนเพื่อแก้แค้น ทุกคนตามมาช่วยเด็กไว้ได้ แววดาวยอมมอบตัวเข้าไปชดใช้ความผิดในคุก เรื่องทุกอย่างจบลง พฤกษ์กับแววเดือนปรับความเข้าใจกัน และกลับมาใช้ชีวิตร่วมกันอีกครั้ง ติดตามชมละคร เทพธิดาป่าคอนกรีต ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.35 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 18.20 น. ทางช่อง 7 สี ละคร เทพธิดาป่าคอนกรีต เริ่มตอนแรกวันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคมคม 2559 รายชื่อนักแสดงนำใน ละครเทพธิดาป่าคอนกรีต ศรัณย่า ชุณหศาสตร์ รับบท แววเดือนพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท พฤกษ์ กัญญา รัตนเพชร์ รับบท แววดาวภูษณะ บัวงาม รับบท พงษ์สิทธิ์นพพล พิทักษ์โล่พานิช รับบท ยืนยงปริตา ไชยรักษ์ รับบท ใยไหมมาริสา แอนนิต้า รับบท ยุดาวดีณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์ รับบท ธรรธนพวีระชัย หัตถ์โกวิท รับบท ชัยรัศมี ทองสิริไพรศรี รับบท กอบแก้วแพร เอมเมอรี่ รับบท ดลฤทัยเกียรติศักดิ์ อุดมนาค รับบท อนุชาพรรัมภา สุขได้พึ่ง รับบท เมญ่า

งานผม งานออแกนิคต้องมา กับ Must Have 6 สุดยอดผลิตภัณฑ์ จากธรรมชาติ เพื่อผมหนานุ่มสลวยสุขภาพดี
บำรุงผม /  ผมยาวช้า / 

สวัสดีค่ะ สาวๆ MThai วันนี้ จะมาเสนอวิธีดูแลเส้นผม ในรูปแบบต่าง เพราะหลายๆคนคงเคยมีปัญหาผมมาบ้างไม่มากก็น้อย เช่น ผมเสีย ผมแตกปลาย ผมยาวช้า ผมร่วง เป็นต้น วันนี้ MThai เลยจะมาแนะนําผลิตภัณฑ์ที่ลองใช้แล้วแบบ เฮ้ย มันเวิร์คมากๆ สําหรับคนรักผม ต้องห้ามพลาดกันเลยค่ะ .... 1. สาวผมร่วง เอามือสางผมทีไรติดมาเป็นกําๆ มีปัญหาผมบาง จะทําผมทรงไหนก็ไม่สวย ดูแก่ แนะนําตัวนี้ เลย MThai ลองใช้แล้ว ลดผมร่วงได้ไวมาก ใช้ไปซัก 2 อาทิตย์ เริ่มมีผมงอกขึ้นใหม่เต็มเลย แล้วก็เวลาสางผมก็ไม่ค่อยมีหลุดติดมือละค่ะ คือดีงามจริงๆ AloEx hair regrowth shampoo and Serum จะเป็นแชมพูกับเซรั่มที่มีส่วนผสมจากสารสกัดธรรมชาติ ที่เน้นการรักษาและฟื้นฟูรากผมและหนังศีรษะ โดย เสริมสร้างการไหลเวียนของเลือดภายใต้หนังศีรษะ ให้รากผมได้รับสารอาหารเต็มที่ใช้ได้ทั้งในผู้ชาย ผู้หญิง รวมถึงคนที่ผิวบอบบางแพ้ง่าย มั่นใจว่าไม่มีสารเคมีใดๆ ตกค้างบนศีรษะอย่างแน่นอน นอกจากนี้ คนที่มีพันธุกรรมผมบาง ใช้ตัวนี้แล้วผมงอกขึ้นด้วยนะ คอนเฟิ ร์ม! ใช้ไปเรื่อยๆ หนังศีรษะจะสุขภาพแข็งแรงขึ้น หัวไม่มัน ไม่คัน และพวกสะเก็ด รังแคต่างๆก็หายไปด้วยนะ คือดีงามสุดๆ www.aloexhair.com 2. สาวผมแห้งแตกปลาย ต้องนี่เลย L’occitane Aromachology Repairing Mask มาร์สหมักผมแนวอโรม่าที่ช่วยฟื้นฟู และบํารุงผมเสียแบบขั้นสุด สูตรนี้เน้นการฟื้นฟูผมเสียแตกปลายได้ดีมากๆ ไม่ว่าผมจะแห้งแข็ง เหมือนไม้กวาดขนาดไหน ใช้ตัวนี้แล้วผมจะนุ่ม ลื่น มี moisturizer สูงมากที่สามารถเคลือบเส้นผมและเกล็ดผมได้ดี แล้วที่สําคัญจุดเด่นของผลิตภัณฑ์นี้คือกลิ่นหอมมากๆ ใช้แล้วได้ฟิลลิ่งเหมือนอยู่ในสปา ผ่อนคลายสุดๆ เดินไปไหน ก็มีแต่กลิ่นผมหอมๆติดตัว โอ้ยเริ่ด! ตัวนี้สารสกัดหลักก็มาจากธรรมชาติ และมี sweet almond oil เชียร์บัตเตอร์และสารสกัดจากธรรมชาติอื่นๆ ที่ช่วยให้ผมลื่น สุขภาพดี ไม่ผสมซิลิโคนและพาราเบนจ้ะ รับรองว่าได้ผมหอมๆสวยๆ แล้วยังปลอดภัยอีกด้วย http://th.loccitane.com/ 3. สาวผมทําสี สาวผมทําสีมักจะอยากให้สีที่ย้อม ติดทน เงางาม ต้องนี่เลย EverPure Sulfate-Free Color Care System Moisture Conditioner by L'oreal Paris Hair Expertise นั้นเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม ที่ไม่มีส่วนผสมของสารอันตรายจําพวก Sulfates ที่จะยิ่งทําให้ผมของเราหมอง ไม่เงางาม แล้วก็แห้งกระด้างไม่ชุ่มชื่นค่ะ แล้วตัวนี้ก็ไม่มีสารกันเสีย มีเทคโนโลยี Anti-Fade Complex เทคโนโลยีเพื่อการคงประกายสีผมให้ไม่หมอง หยุดยั้งการซีดจางของสีผม เพิ่มความเงางาม เหมือนเพิ่งทําสีผมมาใหม่ นอกจากนี้ยังป้องกันสีผมไม่ให้เพี้ยน บํารุงปลายผมไม่ให้แห้ง หลอดนี้ มีกลิ่น Rosemary Juniper หอมสมุนไพรสุดๆ สาวทําสีผมห้ามพลาดนะคะ http://www.lorealparisusa.com/ 4. สาวผมลีบแบน อันนี้เคยเป็นเหมือนกันค่ะ ผมไม่รู้จะลีบไปไหน ลีบจนหูโผล่ตลอด อยากได้ผมสวยมี volume เด้งๆ ต้องนี่เลยค่ะ Aveda thickening tonic เป็นแบรนด์ที่ดังมากๆในอเมริกา และมีความเป็นออแกนิคสูงมาก ขวดนี้ใช้ฉีดตรงโคนผม ช่วยยกโคนให้ผมดูพองหนา ดูผมเยอะ เซ็ตผมทรงไหนก็สวย ผมดูหนาตั้งแต่รากจรดปลายผมทันทีที่ใช้ ให้ฉีดเข้าที่โคนผมหลังจากเป่าผมแห้งแล้ว และหวีผมตามปกติ ก็ได้ผม volume สวยๆ ตัวนี้ส่วนผสมหลัก 97% ก็มาจากพืชธรรมชาติ และมีกลิ่นหอมอ่อนๆ จากน้ำมันหอมระเหยสกัด ไม่มีสารเคมีด้วยนะ เลิฟสุดๆ http://www.aveda.com 5. สาวผมยาวช้า เคยอยากตัดผมบ๊อบน่ารักแบบเกาหลี แต่ช่างตัดผมดันเนรมิตรทรงคุณป้า อาจุมม่ามาให้ บางครั้งก็ตัดจนสั้นเด๋อ มันเครียด ส่องกระจกเมื่อไหร่ผมจะยาวซักที ต้องใช้ตัวนี้เลยค่ะ sunsilk co-creations ขวดสีเขียว สูตรนี้จะมีวิตามิน และไบโอติน ซึ่งก็คือวิตามินชนิดหนึ่ง รู้จักในอีกชื่อของวิตามินบี 7 หรือวิตามินเอช สามารถเจอได้ในอาหารจําพวกไข่แดง นม แป้งถั่วเหลือง เนย ถั่วลิสง บริเวอร์ยีสต์ และข้าวที่ไม่ผ่านการขัดสี คุณสมบัติหลักของมันช่วยบํารุงเส้นผมให้ไม่หงอก เพิ่มความชุ่มชื่น ทําให้รากผมแข็งแรงขึ้น ป้องกันผมร่วง พอมาอยู่ในซันซิลขวดสีเขียว เลยทําให้ผมสาวๆ ยาวไวขึ้น เห็นผลได้ชัดเจน มากๆเลยจ้า http://www.sunsilkthailand.com/ 6. สาวที่ขี้เกียจสระผม งานนี้บอกเลยว่าต้องพึ่ง dry shampoo เท่านั้นจ้ะ Mthai ลองมาแล้ว และชอบตัวนี้มากๆ คือ Living proof Perfect hair Day (PhD) ที่ ช่วยดูดซับความมัน เหงื่อ และกลิ่นไม่พึงประสงค์บนหนังศีรษะ โดยไม่ทําให้ผมเสียทรงหรือสูญเสียความชุ่มชื้น มีส่วนผสมหลักของ patented molecule, OFPMA ที่มีใน fast absorbing powder โดยไม่ทิ้งคราบผงแป้งบนหนังศีรษะ ทําความสะอาดเส้นผมได้ในเวลาอันรวดเร็ว ฉีดแล้วจะมีกลิ่นสดชื่นๆ เหมือนเพิ่งสระผมเสร็จใหม่ๆเลย ขวดนี้ใช้ได้ทุกเพศ ทุกวัย ผมทําสี หรือ ผิวบอบบางแพ้ง่าย ก็ใช้ได้นะคะ เพราะไม่มีส่วนผสมของพาราเบนจ้า http://www.livingproof.com/

แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ โฮจิมินห์ ดาลัด มุยเน่ 4 คืน 5 วัน มันส์โคตร! (ตอนที่ 1)
ที่พักเวียดนาม /  ที่เที่ยวเวียดนาม

เพจเก็บกระเป๋า ได้แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ ซึ่งทริปนี้เป็นทริปต่างประเทศครั้งแรก ตื่นเต้นสิ ไปกันสามคน สามสาว สามโสด 4 - 8 มีนาคม 2558 4 คืน 5 วัน แบกเป้เร่ร่อน โฮจิมินห์ - ถิ่นลุงโฮ ||| ดาลัด - ปารีสตะวันออก เมืองไม้ดอก อากาศดี๊ดี ||| มุยเน่ - เมืองทะเลทรายชายทะเล ทั้งเดิน วิ่ง แว๊น แท็กซี่ รถเมล์ รถบัส มินิบัส รถจิ๊บ เจอหลากสภาพอากาศ ทั้งร้อน ร้อนโคตร เย็น เย็นโคตรๆ ที่สำคัญ จดจำเหตุการณ์นี้ไปตลอดชีวิต กับการตกเครื่องครั้งแรก ความเงิบจึงบังเกิด แต่ก็ทำให้เราได้อยู่ต่ออีก 1 วัน หุหุ แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ โฮจิมินห์ ดาลัด มุยเน่ 4 คืน 5 วัน มันส์โคตร! (ตอนที่ 1) ค่าใช้จ่ายทั้งหมด คนละ = 8,700 บาท ตั๋วเครื่องบินไปกลับ + ค่าอาหาร + ของฝาก + ที่พัก (ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบินที่ซื้อใหม่นะ) ปล.ภาพนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากสมาชิกพันทิปท่านนึง ถ่ายรูปสวยมาก เวลา 5 ทุ่ม เมื่อปีที่แล้ว เพื่อนเราไลน์ชวนไปเที่ยวเวียดนาม เราก็ตอบตกลงไป คำเดียวแบบไม่คิด และจองตั๋วไปกลับ ดอนเมือง-ไซง่อน(โฮจิมินห์) ในคืนนั้นเลย 3,000 บาท คือก็ไม่ได้เห่อนะ แต่อารมณ์อยากเที่ยวมันพาไป กิกิ >\\<  จนเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ที่ผ่านมา เวลาที่เราสองสามคนเฝ้ารอก็มาถึง ตื่นเต้นสิคะ ตปท.ครั้งแรกน้าาา เราได้ Flight FD 650 DMK-SGN 07.45 น. ก่อนเดินทางเราได้ศึกษาข้อมูลมาพอสมควร และแลกเงินที่ซุปเปอร์ริชทั้งเงิน USD และ VND  พวกทศนิยมเล็กๆ น้อยๆ อย่าไปคิดมากค่ะ แลกให้พอมีติดตัว เน้นความสะดวก เพราะถ้าหาร้านรับแลกที่โน่นไม่เจอก็แย่ เราใช้เวลาเดินทาง 1.30  ชม. ก็มาถึงสนามบินนานาชาติเตินเซินเญิ้ต ไซง่อนหรือนครโฮจิมินห์นั่นเองค่ะ โฮจิมินห์อดีตเมืองหลวงของเวียดนามใต้ เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม และเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจอีกด้วยค่ะ ถึงสนามบินแล้ว สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ซื้อซิมค่ะ เดี๋ยวลงแดง !! ที่นี่จะมี vinaphone กับ mobifone (แบรนด์นี้ พนง.ไม่ให้เราถ่ายรูป) เราเลือก vinaphone แพ็คเกจกะมีให้เลือกเยอะกว่า และถูกกว่า เราเลือกแพ็คเกจ unlimited 1.2 GB เล่นเน็ตได้อย่างเดียว ราคา 1่15.000 ดอง (จะใช้ . แทน ,) พอดีใช้ซิม Standard เลยได้ลดอีก 18.000 ดอง เก๋ๆ วิธีคิดค่าเงินง่ายๆ คือ ตัดศูนย์ข้างหลังทศนิยมออก x 1.5 เช่น 115.000 ดอง เป็นเงินไทย 115 x 1.5 = 172.5 บาท เราเดินออกจากสนามบินมาทางขวามือ มอง 45 องศาอีกฝั่ง ประมาณ 500 เมตร จะเจอรถเมล์สาย 152 (เฮ้ยยยย ข้อมูลที่หามา เป๊ะอ๊ะะะ !!) เราขึ้นไปนั่งรอบนรถ สุดท้ายหน้าแตกจ้ะ รถที่ออกคือคันหลัง - - ได้ย้ายกันทั้งคัน ค่าโดยสารเข้าเมือง ราคา 5.000 ดอง ใครมีเป้ ข้าวของ เอาวางไว้ที่ตักนะคะ เด๋วจะโดนเรียกเก็บเป็น 10.000 ดอง แต่บางทีถ้าเราเอามาวางไว้ที่ตักแต่กระเป๋าเรามันใหญ่มากๆ เขาก็คิดเพิ่มนะคะ นั่งรถเข้าเมืองใช้เวลาประมาณ 30 นาที ค่ะ รถจะผ่านวงเวียนใหญ่ ตรงตลาดเบนถัน(ตามรูป) และรถจะจอดให้ลง ที่นี่สมคำร่ำลือจริงๆ เมืองแห่งมอไซค์ค่ะ คือรถโคตรเยอะ แซ้บบอยสก๊อยเกิลก็เถอะ เจอพี่เวียดเข้าไป เป็นต้องหลบให้เลยค่ะ ที่นี่ใส่หมวกกันน็อคกันทุกคนนะคะ ชอบมาก อยากให้คนไทยเป็นแบบนี้ เวียดนามจะมีรถสามล้อที่เป็นเอกลักษณ์ แต่เราไม่นั่งค่ะ ได้เห็น ได้ถ่ายรูปพอละ เสี่ยงโดนโกง และเปลืองตัง ห้าาา ขณะนี้เวลา 11.45 น. เรารีบกางแผนที่ ตามหาเวียตซีค่ะ (Vietsea Tourist) เราจะจองทริปครึ่งบ่ายไปอุโมงค์กู๋จี ตอนแรกมึนมาก เดินมาผิดทาง เพราะมองแผนที่กลับหัว เอิ้กๆ วิธีมา >> ต้องเดินตามถนน PhanNgu Lao เส้นสวนสาธารณะนะคะ จะเจอเวียตซีอยู่ซ้ายมือชั้นล่าง ใต้โรงแรม KIM KHOI HOTEL ค่ะ ค่าทัวร์ 5 USD/คน พนง.จะนัดเวลา มาให้ตรงเวลานะคะ ไม่งั้นหมี่เหลืองแน่ จากนั้นเราเดินหา บริษัท Phuong Trang ค่ะ เป็นบริษัทรถที่เราจะจองไปดาลัดคืนนี้ >> จากเวียตซี เดินต่อไปนิดเดียวจะเจอแยกถนน De Tham  เลี้ยวซ้ายเข้าซอย 100 เมตร จะเจอที่ขายตั๋วค่ะ เราจองรถนอนไปดาลัด รอบประมาณ 23.45 น.  ราคา 230.000 ดอง ซึ่งรถจะ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมงค่ะ ถ้าซื้อเวียตซีจะโดนชาร์จนิดหน่อย แต่ถ้าไม่ลำบากอะไร ไปซื้อเองดีกว่าค่ะ ใกล้กันมากๆ ระหว่างรอขึ้นรถไปอุโมงค์กู๋จีเราก็เดินๆ หาอะไรกินกันค่ะ ปรากฏว่าเพลิน ลืมกิน เวลาก็จวนจ่ำ เลยต้องรีบเดินกลับค่ะ หลังๆ ดูเวลา เดินไม่ได้แล้วค่ะ วิ่งสิคะ โห...ผมนี่ติดสปีชเลย แต่เชื่อมั้ยว่าไม่ทัน ช้าไป 5 นาที ร้องไห้แปรบบบ เหงือนี่แตกพราก หิวก็หิว เหนื่อยก็เหนื่อย แต่ พนง.ที่เวียตซีน่ารักมากค่ะ พาเราเดินไปรอรถอีกฝั่ง น่าจะให้วนมารับอีกรอบ ตอนขึ้นรถนี่พูดได้เต็มปากว่า "โคตรอาย"  ดังนั้นเพื่อนๆ อย่าเผลอนะคะ กะเวลาเวลาดีๆ ไม่งั้นหมี่เหลืองแน่ เรานั่งรถบัสที่ทางเวียตซีจัดให้ไปอุโมงค์กู๋จี ส่วนใหญ่เป็นต่างชาติเกือบทั้งคัน มีไกด์ชื่อ คุณแจ็ค ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง พอถึงอุโมงค์กู๋จี ไกด์จะเก็บเงินเป็นค่าธรรมเนียมในการเข้าชมคนละ 110.000 ดอง และจะพาเราไปปรับพื้นฐานเบื้องต้นก่อนไปสถานที่ต่างๆ ไกด์พามาดูกับดักค่ะ ด้านล่างจะมีเหล็กแหลมคอยดักศัตรูให้ติดกับ อุโมงคกู๋จี ห่างจากโฮจิมินห์ 40 กิโลเมตร เป็นอุโมงค์ของชาวเวียดกงที่ขุดขึ้นขนาดพอดีกับตัวในสมัยที่ทำสงครามกับกองทัพอเมริกา รวมถึงกองทหารพันธมิตรจากนานาประเทศ ใช้ซุ่มโจมตีกองกำลังทหาร ทำให้ทหารเวียดนามได้รับชัยชนะในการรบกับทหารอเมริกา ถึงขั้นที่อเมริกาคิดที่จะมาทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ แต่พันธมิตรยับยั้งไว้ก่อน โดยอุโมงค์นี้มความยาวกว่า 200 กิโลเมตร อยู่ได้ถึง 80,000 คน ใช้เป็นที่บัญชาการทางทหาร เป็นหลุมหลบภัย และอุโมงค์นี้ยังสามารถทะลุออกแม่น้ำไซ่ง่อนได้อีกด้วย มีทั้งให้ลองลอดอุโมงค์ บางอุโมงค์ต้องคลานเท่านั้น คืออิชั้นขอบายค่ะ คุณลุงทหารกำลังทำรองเท้าอยู่ค่ะ รองเท้าทำมาจากยาง สมัยก่อนทหารเวียดนามจะใส่รองเท้าสลับหัวท้าย เพื่อเป็นกลอุบาย หลอกล่อศัตรู ให้เดินมาติดกับดัก อารมณ์เดียวกับ กัณหา ชาลี เลย คือทหารเวียดนามฉลาดมากอ่า ก่อนกลับไกด์พามาที่โรงอาหารของทหารเวียดนาม เป็นโต๊ะไม้ยาวๆ มีของกินด้วยนะคะ "มันเผา" แบบฉบับทหารเวียดนาม จิ้มกับพริกเกลือ แต่ที่นี่จะใส่ถั่วลิสง รสชาติอร่อยดีนะ หอมๆ แปลกดี ทุกจุดที่ไกด์พากรุ๊ปทัวร์ไป เราจะเป็นสามคนสุดท้ายที่ไปช้าเสมอ และไกด์ก็มักเรียกเราด้วยประโยคนี้เสมอ เฮ้ มายกรุ๊ป คัมเฮีย !! เราใช้เวลาอยู่ที่อุโมงค์กู๋จี 1.45 ชั่วโมง กลับเวลา 16.30 น. ใช้เวลาเดินทางอีก 2 ชั่วโมงเหมือนเดิมค่ะ ช่วงว่างๆ นี่ นอนเอาแรงเหอะ ^^ Zzz. กว่าจะถึงโฮจิมินห์ก็ 18.30 น. ละค่ะ เราลงจากรถมองหาของกินอันดับแรกเลย เจอร้านน้ำผลไม้ปั่น น่ากินดี ราคา 15.000 ดองเอง เลยสั่งมาสามแก้ว น้ำส้ม น้ำมะม่วง น้ำสับปะรด รสชาติโอเคเลยถ้าเทียบกับราคา เราขอฝากกระเป๋าไว้ที่เวียตซี แล้วบอกเขาว่าจะมาเอาตอน 3 ทุ่ม เพราะถ้าเดินแบกไปเรื่อยๆ อาจมีหลังทรุด เราเดินไปตามสวนสาธารณะ จุดหมายอยู่ที่ Night Market แถวตลาดเบนถัน หาของกิน หาของกิน หาของกิน โฮจิมินห์ เป็นเมืองที่มีสวนสาธารณะเยอะมาก และคนเวียดนามก็ชอบมาออกกำลังกายที่นี่ และตอนกลางคืนก็มีหลายคู่ที่มานั่งจู่จี๋ตามสวนสาธารณะ บ้างก็มาเล่นกีฬาเตะลูกขนไก่ค่ะ  เรานั่งดูเพลินเลย ลูกขนไก่เล็กขนาดนั้นเตะกันได้ลูกเด้งดึ๋ง ปริงได้ดีมาก แล้วก็มีแบบเป็นแก๊งด้วยนะ มากระโดด โลดโผน ตีลังกา อารมณ์ศิษย์วัดเส้าหลินอ่ะ ตื่นตาตื่นใจมาก โหะๆ เราข้ามถนนตรงวงเวียนมาฝั่งตลาด วิธีการข้ามถนนที่นี่ คือ ข้ามตรงทางม้าลายปลอดภัยสุด ถ้าตรงไหนไม่มีทางม้าลาย หายใจเข้าลึกๆ แล้วรีบข้ามค่ะ ส่วนใหญ่รถจะหลีกทางให้เราเองนะ คหสต.เชื่อว่าหลับตาข้ามคงไม่โดนชนแน่นอน (แต่อย่าทำนะ) มาที่นี่ตอนแรกไม่ชินค่ะ เสียงแตรรถบีบกันถี่และดังมาก สะดุ้งทุกๆ สามวิก็ว่าได้ แต่อยากจะบอกว่า เรายังไม่เห็นอุบัติเหตุเลยนะ สงสัยเขาขับรถเชี่ยวกันมาก ที่ Night Market จะเหมือนถนนคนเดินเล็กๆ ไม่ใช่คนเท่านั้นที่เดินนะคะ รถมอไซค์ก็ขับผ่านไปมาพรุกพร่าน ระวังโดนซอยตูดกันด้วยค่ะ เสียว เราเดินเซอร์เวย์มาเรื่อยๆ มีร้านอาหารไม่กี่ร้านนะ แต่เราสะดุดร้านนี้ค่ะ ร้านหาบเร่เล็กๆ ขายบุ๋นเรียว ลักษณะคล้ายๆ ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กน้ำใสใส่ลูกชิ้นปลาสไลด์ ราคา 20.000 ดอง (ราว 30 บาท) เลยจัดไปถ้วยนึง อยากชิมของข้างทางแบบคนไซง่อนเขากินกัน คำแรกที่ซดน้ำซุป โห...น้ำตาจะไหล อร่อยอ่ะ มันเด็ดมาก ไม่ต้องปรุงเลย รสชาติเปรี้ยวมะนาว เค็มๆ หวานๆ เผ็ดพริกซอยเล็กๆ จัดว่าเด็ด !!!! บุ๋นเรียว 1 ถ้วย กินกัน 3 คน มันจะไปอิ่มอะไร เราไม่รีรอค่ะ เดินเข้าร้านสั่งอาหารเลย เราสั่งข้าวผัดทะเล ปอเปี๊ยะสด ผัดผัก ต้มปลาใส่ผัก(เรียกอะไรไม่รู้แต่เป็นอาหารท้องถิ่นของที่นี่) ข้าวผัดจะใส่อะไรไม่รู้ กรอบๆ แข็งๆ เป็นเอกลักษณ์ แต่ความรู้สึกเราเหมือนข้าวหุงไม่สุก ข้าวก้นหม้อ ประมาณนั้น แต่คือหิว สั่งอะไรมาก็หมด ห้าาา ผลไม้ที่ซื้อมารูปร่างเหมือนละมุดยักษ์ แต่รสชาติเหมือนมะพร้าว อร่อยมาก ชอบ หวานนวลๆ มื้อนี้ค่าเสียหายอยู่ที่ 270.000 ดอง ค่ะ เสร็จจากมื้อนี้ เราเดินเล่นไปเรื่อยๆ ยังไม่ได้ซื้อของนะ เพราะขี้เกียจถือ แค่นี่ก็หลายสิ่งแล้ว เราลองถามราคาเสื้อผา ของที่ระลึกต่างๆ ปรากฏว่าแพงนะ เลยไม่เอา แต่หลังจากไม่เอานี่แหละ สงครามประสาทก็เกิดขึ้น คนขายจะมาง้อเรา พร้อมเครื่องคิดเลข 1 เครื่อง ให้เรากดเสนอราคาที่เราพอใจ แหมะ ธัมโม สังโฆ คือไม่ค่อยชอบวิธีการ แต่ก็เอาวะ ลองดู ประเด็นอยากได้เสื้อยืดรูปธงเวียดนามไง ราคาประมาณ 120.000 ดอง เราเลยลองต่อครึ่งนึง นังบอก "โนววววววววว" ให้เสนอราคามาใหม่ คราวนี้เราเลยต่อไป เหลือ 80.000 ดอง (120 บาท) คนขายบอกโอเค เมื่อพอใจในราคาทั้งสองฝ่าย การซื้อขายจึงสิ้นสุดลง และเราก็ได้เสื้อยืดสีแดง รูปดาวมาสมใจ กิกิ มองดูเวลาสมควรแก่การอาบน้ำ เราเดินกลับไปเอากระเป๋าที่เวียตซี ห้องน้ำที่นั่นมีห้องเดียวเล็กๆ แถมกรุ๊ปทัวร์เยอะด้วย เราเลยหอบกระเป๋าไปห้องน้ำที่สวนสาธารณะ  ซึ่งเป็นห้องน้ำระดับสี่ห้าดาวของเวียดนามเลย เราจัดแจงแตรียมของไปอาบน้ำ พอเดินเข้าไปเท่านั้นแหละ ห้องน้ำปิด เอิ่ม....ความพยายามทั้งหมดที่ทำมา ไม่เป็นไร เราตัดสินใจเดินไปขึ้นรถที่ Phuong Trang โชคดีมาก ที่นั่นมีห้องน้ำ ไม่มีใครเข้าด้วย เพราะมันอยู่ด้านใน เสร็จเราสองสามคนจ้าาา เลยได้ล้างหน้าล้างตา แปรงฟัน เอาน้ำลูบๆ ทาแป้งเย็นให้สบายเนื้อสบายตัวก่อนขึ้นรถไปดาลัด รถนอนที่นี่ นอนกันจริงจังมาก นั่งแทบไม่ได้ ก่อนขึ้นรถเขาจะให้ถอดรองเท้าเอาใส่ถุงพลาสติกแล้วเก็บไว้ที่ใต้เบาะนอนด้านบนนะคะ ฝรั่งบางคนขายาวมาก น่าสงสารอ่ะ เอาเท้าสอดเข้าช่องไม่ได้ เลยต้องนอนชันเข่าทั้งคืน ต่อจากนี้อีก 6 ชั่วโมง ก็จะถึงดาลัดแล้ว ราตรีสวัสดิ์ค่ะ. **เพิ่มเติม ค่าใช้จ่ายวันที่ 1 รวม 1793.000 VND + 15 USD / 3 คน ค่ะ เฉลี่ยใช้จ่ายคนละประมาณ 1,000*** บาทค่ะ สำหรับวันที่ 2 ณ เมืองดาลัด ปารีสตะวันออก เมืองไม้ดอก อากาศดีดี๊ ^^ เราถึงดาลัดประมาณ 05.30 น. อยากจะบอกว่า ดาลัดหนาวมากกกกก เราแคปเจอร์หน้าจอไว้เป็นหลักฐานมาด้วย ถึงแล้วให้บอกคนขับรถตู้ของ Phuong Trang (บริการฟรี) ว่าไปที่ไหน....เอ่อแล้วไปที่ไหนล่ะ ไม่ได้จองโรงแรมไว้ เรากะ walk in เลย ที่หาข้อมูลไว้คือ เกสเฮาส์แถวๆ โรงแรมทิวลิป ตอนแรกคนขับรถไม่สนใจเรา โคตรเซง เลยต้องนั่งเสริจหารูปภาพโรงแรมและที่อยู่ให้เขาดู ถึงยอมไปส่งเรา ระหว่างทางเพื่อนเราก็ถ่ายรูปไป พนง.ก็ไล่ส่งคนจนเหลือแค่เราสามคน เขาบอกให้เราไปนั่งหน้า จะได้ถ่ายรูปได้สะดวกๆ ใจดีจุง กว่าจะถึงหน้าโรงแรมทิวลิปก็ 06.30 แล้ว แนะนำว่าเมื่อถึงหน้าโรงแรมทิวลิปให้ทันหน้าเข้าหาโรงแรม แล้วเดินไปทางด้านซ้ายมือ จะเจอเกสเฮาส์เพียบบบ ควรเลือกเกสเฮ้าที่มีรถมอไซค์ให้เช่า และมี พนง.ที่สื่อสารกับเราได้ ไม่งั้นปัญหาอาจจะเกิดขึ้นเหมือนเรา (ไว้จะเล่าอีกที) เราพักที่  NHA NGHI Guesthouse ด้านล่างจะเป็นร้านกาแฟ ชื่อ Coffee Dau Tay 2 ราคา 300.000 ดอง/คืน ถือว่าโอเคเลย แต่ไม่ได้ถ่ายรูปไว้อ่า แล้วเราก็ให้ทางร้านจองรถไปมุยเน่พรุ่งนี้เช้า ราคา 150.000 ดอง/คน พร้อมเช่ามอไซค์ ได้ร้านข้างๆ ติดกับที่พักนี่เอง ค่าเช่ามอไซค์ 2 คัน เราต่อได้คันละ 100.000 ดอง กิกิ แล้วจะช้าอยู่ใย ไปแว๊นกันเถอะ ถนนที่นี่ขับเลนส์ขวา แซงเลนส์ซ้ายนะคะ ต้องจูนสมองพักนึงเลย เราซื้อแผนที่มาจากร้านเช่ามอไซค์ 15.000 ดอง ไปเติมน้ำมันด้วย สองคัน 80.000 ดอง ที่แรกที่เราแวะเที่ยวคือ  Vuon Hoa Thanh Pho Da Lat หรือ The flowers garden เป็นสวนดอกไม้นานาชนิด สวยดีค่ะ เอารถจอดไว้ด้านหน้า เสียค่าจอด 6.000 ดอง ส่วนตั๋วซื้อได้ที่ด้านหน้า ราคา 30.000/คน ไปชมภาพบรรยากาศกันค่ะ ^^ โหมดสาระ : สวนพฤกษศาสตร์ดาลัด (Dalat Flower Gardens) อยู่ทางทิศใต้ของทะเลสาบซวนฮวาง บนถนนฟูดงเตียนหวุง (Phu Dong Thien Vuong) สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2409 เพื่อให้คำปรึกษาแก่เกษตรกรภาคใต้ ดาลัดได้รับการขนานนามว่าเมืองแห่งดอกไม้ ที่นี่จะมีดอกไม้บานสะพรั่งตลอดทั้งปี รวบรวมพรรณไม้ไว้อย่างมากมาย ทั้งไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้ต้น และกล้วยไม้ ที่มีทั้งกล้วยไม้สายพันธุ์แท้และลูกผสม ซึ่งกล้วยไม้ตัดดอกทั้งหมดที่อยู่ในเวียดนามมาจากที่นี่ค่ะ มีพวกผักเมืองหนาวด้วย ทำให้ที่นี่เป็นแหล่งพืชผักผลไม้ที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของเวียดนามเลยทีเดียว ที่แรกผ่านไป ต่อด้วยแว๊นมอเตอร์ไซค์ไปที่ที่สอง หุบเขาแห่งความรักค่ะ (Valley of Love) ที่นี่อยู่ทางเหนือของทะเลสาบซวนฮวางประมาณ 5 กิโลเมตร หุบเขาแห่งความรัก คนเวียดนามเรียก "ทุงหลุงติงห์เอียว" เป็นหุบเขาที่มีวิวทะเลสาบ ล้อมรอบไปด้วยเนินเขาเตี้ยๆ ปกคลุมด้วยไม้สนค่ะ คืออากาศดีมากกกก ชอบมากกก ระหว่างขับรถด้านข้างจะเป็นทะเลสาบซวนฮวาง ถ้าใครแว๊นมากะแฟนนี่โคตรฟิน พูดเลยยยย >\\< แต่ละที่ระยะทางไม่ห่างกันมากค่ะ แต่ควรกะเวลาให้พอดีนะคะ เพราะเราเที่ยวแบบต๊ะต่อนยอนมาก ห้าา Valley of Love เขามีตำนานนะคะ เอามาจากคุณ *Pacharawalai ว่ากันว่า "เมื่อก่อนที่นี่เป็นสถานที่นัดพบระหว่างนายทหารชาวดาลัดนายหนึ่งกับหญิงสาวผู้เป็นที่รัก โดยเหตุการณ์นี้เกิดในช่วง ศตวรรษที่ 17  ซึ่งเป็นช่วงที่นายทหารผู้นี้ต้องไปทำการรบกับข้าศึกชาวจีนมองโกเลียที่มารุกรานเวียดนาม โดยสองคนนี้ได้สัญญาว่าเมื่อชายหนุ่มกลับมาพบกันตามเวลาที่นัดหมาย ก็จะแต่งงานกัน เมื่อถึงเวลานัด ฝ่ายหญิงก็ไปรอนายทหารหนุ่มคู่รักที่หุบเขาแห่งนี้ แต่เผอิญอีตาทหารหนุ่มเกิดไม่ได้มาตามนัดซะงั้น สาวเจ้าก็เศร้าโศกเสียใจ คิดว่าคนรักตายในสนามรบซะแล้ว เลยโดดหุบเขาฆ่าตัวตายที่นี่ สุดท้ายเมื่อนายทหารหนุ่มกลับมาและได้ข่าวว่าคนรักตัวเองโดดเขาตาย เขาจึงฆ่าตัวตายตามไปในที่สุด ว่ากันว่าชาวดาลัดเรียกหุบเขาแห่งความรักนี้ว่า ดอยสองศพค่ะ เนื่องจากชาวบ้านได้นำเอาร่างของคนทั้งคู่มาฝังร่วมกันที่นี่" และทั้งหมกก็คือตำนาน จบ. มาต่อกันดีกว่า เมื่อมาถึง Valley of Love แล้วต้องเอารถไปจอดด้านในนะคะค่าฝาก 6.000 ดอง/คัน แล้วเดินออกมาซื้อตั๋วด้านนอก ราคา 30.000 ดอง/คน ค่ะ ที่นี่จะมีให้เราเลือกแพคเกจเที่ยวโดยรถไฟ รถจิ๊บ เดิน บลาๆๆ ซึ่งราคาแอบแพง เราเลยเลือกเดิน เข้าไปแล้วจะเจอสวนดอกไม้ มีมุมให้ถ่ายรูปสวยๆ เยอะเลยค่ะ แนะนำว่าให้มาก่อนเที่ยงนะคะ ไม่งั้นตะวันตรงหัวเวลาถ่ายรูปแล้วเงาจะตกลงมาที่หน้าค่ะ จะมิงามมมม ^^ เข้าไปด้านในจะเจอร้านอาหาร เครื่องเล่น รถถีบด้วยค่ะ(ภาษาอะไรเนี้ย แอร๊ยยย) เราแวะกินข้าวกลางวันที่นี่หมดไป 230.000 ดอง แนะนำว่าเวลาไปตามสถานที่ท่องเที่ยว แล้วอยากกินก๋วยเตี๋ยวให้อ่านเมนูดีๆ นะคะ มาไกลถึงเวียดนามไม่อยากให้สั่งมาแล้วเงิบ เจอเส้นมาม่าเหมือนเรา ห้าา เพิ่มพลังกันแล้ว เดินต่อค่ะ จะได้ย่อย  ^^ เดินเข้าไปด้านในเรื่อยๆ ไม่นานก็จะเจอภาพนี้ค่ะ ครั้งแรกที่เห็น ต้องอุทานออกมาดังๆ ว่า "เห้ยยยยยยยยยยยยยยย" วิวดีอ่า สวยมาก ด้านล่างจะเป็นทะเลสาบล้อมไปด้วยหุบเขา อยากให้มาเห็นด้วยตังเองจังค่ะ มีก๊อกน้ำลอยได้ด้วยนะ เก๋ๆ มาถึงแล้วขอถ่ายรูปเป็นที่ระทึกซักหน่อยค่ะ ด้านล่างเขาจะทำเป็นสวนผีเสื้อ ไม่ใช่ผีเสื้อธรรมดานะคะ แต่เป็นผีเสื้อยักษ์ !! ถ้าลงบันไดไปด้านล่างอีกก็จะมีเรือให้ปั่นเล่นที่ทะเลสาบค่ะ แต่เราไม่ได้ลง กลัวเวลาไม่พอ ต้องไปแล้วสิ ไปเอารถที่ฝากไว้ค่ะ เตรียมแว๊นไปที่ XQ Đà Lạt Sử Quán  อยู่ใกล้ๆ Valley of Love ทีนี่เป็นศูนย์แสดงหัตถกรรมผ้าปักเวียดนามและเป็นแกลอรี่แสดงงานศิลปะ ติดตามโพสต่อไปนะคะ ที่นี่เด็ดไม่แพ้ที่อื่นๆ เลย  ขอลาไปด้วยภาพนี้ที่พี่เป็นสก๊อยเวียดนาม โหะ โหะ โหะ.... ^O^ สถานีต่อไป XQ Đà Lạt Sử Quán ขับรถไปนิดเดียวก็จะเจอ อย่างที่บอกว่าทีนี่เป็นศูนย์แสดงหัตถกรรมผ้าปักเวียดนามและเป็นแกลอรี่แสดงงานศิลปะ  ดูข้างนอกว่าสวยแล้ว  ข้างในสิสวยกว่า ปล.กล้องเราแบตหมด เซงมากกก ดีนะมีกล้องเพื่อนกะกล้องมือถือ ไม่งั้นร้องไห้ค่ะ ดังนั้นเพื่อนๆ เตรียมแบตสำรอง ชาร์จมาให้พร้อมนะคะ ตอนนี้ 16.00 น. ต้องรีบละค่ะ เรากลัวเก็บไม่หมด มาถึงก็ฝากรถไว้ 10.000 ดอง แล้วขึ้นไปด้านบนค่ะ จะเจอวิวเมืองดาลัดสวยๆ แบบนี้ ^^ เราเข้าไปซื้อตั๋ว cable car ให้บริการเวลา 07:00-11:30 และ 13:30-17:00 มีหยุดพักเที่ยวด้วยนะคะ ไปอย่างเดียว 50.000 ดอง ไป-กลับ 70.000 ดอง ขากลับเรากะนั่งแท็กซี่ลงมา เพราะใช้เวลานั่ง cable car ไปกลับ 30 นาที นานเกิน มาชมกันค่ะ ชมภาพทิวสนสีเขียวนวลตา ระหว่างนั่ง cable car ข้ามไปวัด Truc Lam ฟินลืมมม แต่คนที่กลัวความสูงนี่อดนะคะ >< 15 นาทีผ่านไป ลงจาก cable car เข้าสู่วัด Truc Lam ข้อมูลจาก Mr.hotsia บอกว่าวัดนี้เป็นวัดพุทธนิกายเซน ซึ่งเป็นพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน นับถือกันอย่างแพร่หลายในแถบเอเชียตะวันออก (จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลี) พระอารามห่างจากใจกลางเมืองของดาลัด 5 กม. ตั้งอยู่บนภูเขาฟินิกซ์เหนือมีทะเลสาบ Tuyen Lam Lake วัดนี้ไม่เพียงเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดลัมดอง (Lam Dong) เมืองดาลัดอยู่ภายใต้จังหวัดลัมดองค่ะ ลืมบอกเลย สิ่งที่พลาดไม่ได้ในการมาเที่ยววัดนี้คือการเดินออกไปชมวิวทะเลสาบตังแลม(Tuyen Lam Lake) หลังวัดซึ่งเราพลาด เหมือนตอนที่ไป เขามีป้ายซึ่งเราเข้าใจว่าห้ามเข้านะ อด ขากลับเรานั่งแท็กซี่กลับค่ะ ตอนแรกแอบกลัวโดนโกง จากข้อมูลที่หามาบอกว่า ให้นั่งของ Vina sun กับ Mai Linh เท่านั้น ซึ่งเราเลือกนั่งของ Vina sun ผู้หญิงขับด้วยค่ะ เค้าบอกว่าคิดราคาตามมิเตอร์ เราก็โอเค สรุปหมดไป 80.000 ดอง ค่ะ เก๋ๆ อิชั้นไม่โดนโกงนะค้าาาา เชื่อมั้ยกว่าจะถึง Crazy House ก็ปาไปเกือบ 6 โมงเย็นแล้ว ชีวิต....สิ้นนนนนน !!! คงได้เก็บสถานที่นี้เป็นที่สุดท้าย ณ ดาลัด เศร้าแปรบบบ  ขอย้ำ ขอซ้ำ ขอให้จำว่า "มาดาลัดต้องอยู่ 2 วัน ถึงจะเก็บหมดแบบชิวๆ" อิชั้นผิดเองที่ต๊ะต่อนยอน ขอสุมาเต๊อะ อดไปพระราชวัง Bao Dai พิพิธภัณฑ์รถไฟ โบสถ์สีชมพูโดเมนเดมารี นั่ง sliding car ไปน้ำตกดาตันลา เจดีย์มังกรเอย TT  จบบบบ สิ้นนนน ถือเป็นบทเรียนค่ะ (ขอโทษที่ข้อมูลไม่ครบนะคะ) ถ้าอยากครบต้องมีซ้ำ แต่ไม่เป็นไรเป้าหมายเราอยู่ที่วันพรุ่งนี้ คือ มุยเน่ เมืองทะเลทรายชายทะเล ตามรอยเราสองสามคน มโนรมณ์ว่าเป็นสุนทรีย์ แอร๊ยยย >\\< ต่อค่ะๆๆ ไปถึง Crazy House จอดรถไว้ด้านข้างนะคะ ค่าฝากรถ 4.000 ดอง ค่าเข้า 40.000 ดอง เวลานี้โพ้เพ้มาก เริ่มมืด ตื่นเต้น และน่ากลัวไม่น้อย หึหึ (คนอวดผีป่ะเนี้ยย) ไปดูภาพบรรยากาศกันค่ะ Crazy House เป็น 1 ใน 10 Houses to See Before You Die คนออกแบบคือ มาดาม Hang Nga ซึ่งเป็นลูกสาวของอดีตรองประธานาธิบดีที่ 2 ของเวียดนามค่ะ เรียนจบสถาปัตกรรมจากฝรั่งเศส จุดเด่นของ Crazy House คือจะคล้ายๆ ถ้ำของมนุษย์ยุคหิน ข้างในจะตกแต่งด้วยของหน้าตาประหลาดๆ เราอยากบอกว่าด้านบนบางจุดอันตรายนะ ถ้าไปตอนเย็นๆ ทางเดินจะมืด บางจุดยังสร้างไม่เสร็จ สะพานข้ามเปราะๆ ดูแล้วไม่ค่อยแข็งแรง เห็นโครงเหล็กฉาบปูนอยู่เลย ตรงไหนรู้สึกเสี่ยง ก็เลี่ยงนะคะ (เอ๊ะ !! หรือว่าเขาตั้งใจทำ - -) เดิน วิ่ง กระโดด โลดโผน ปีน ป่าย เสร็จ ก็ได้เวลากลับที่พักค่ะ เวลา 1 ทุ่ม เราถึงที่พัก สิ่งที่ทำอย่างแรกคือ ชาร์จแบตกล้อง เด๋วคงต้องใช้กล้องมือถือถ่ายแล้วแหละ เราไม่รีรอที่จะออกหากิน แว๊นมอไซค์ไปจอดข้างถนน แล้วเดินข้ามไปอีกฝั่งซึ่งเป็น Night Market ค่ะ โหหห คนเยอะและของกินแยะเรียงรายตามบันได เห็นแล้วแทบจะเกลือกกลิ้ง อากาศก็เย้นเย็นนน อยากกินไรอะไรร้อนๆ มาก คือเราหิวมากต่อจากนี้ไป เราจะกิน กิน กิน และกิน มาเริ่มกันเลยค่ะ หมายเลข 1 เป็นต้นอาร์ติโชค เอาไว้ทำชาร้อนๆ จิบตอนอากาศเย็นๆ ฟินน หมายเลข 2 ไม่ใช่ของกิน ห้าา แต่เป็นปูนปาสเตอร์ก้อนกลมๆ แบนๆ ร้อยใส่เชือกเทียน ยังไม่เคยเห็นที่ไทยนะ น่ารักดี หมายเลข 3 เป็นขนม คล้ายขนมขี้หนูม้วน ข้างในสอดใส้ถั่วหวานๆ หอมๆ หมายเลข 4 ของปิ้งย่าง ลูกชิ้น ฮอทดอก ไส้กรอก หมู เนื้อ ปิ้ง ที่ชอบคืออะไรไม่รู้คล้ายๆ หมูห่อใบชะพลู รสชาติแปลกดี หมายเลข 5 เต้าฮวย ต่างจากไทยตรงที่เต้าฮวยที่นี่นุ่มนิ่มเด้งดึ๋งมาก ราดน้ำเชื่อมและกะทิด้านบน หมายเลข 6 แพนเค้ก จะมีแม่พิมพ์ใช้ทำอยู่ เลือกใส่ไส้ได้ตามใจชอบ มีทั้งชอก สตอ บลูเบอรี่ รสชาติก็งั้นๆ นะ เราทำอร่อยอีก (ดู๊วว) หมายเลข 7 บุ๋นเรียว ของขึ้นชื่อของดาลัดเลยนะ อร่อยมาก ก้อนๆ นั่นทำจากไข่ไก่ผสมไข่ปลา (เห็นเขาว่ามาอย่างงั้น) ยัง ยังไม่หมด อย่าลืมว่าเรามากันสองสามคน เวลาซื้อของกินเราจะซื้อทีละนิดทีละหน่อย พอให้กระเพาะได้มีพื้นที่ไว้ยัดของกินอย่างอื่นอีก ห้าาา หมายเลข 1,2 ร้านนี้ขายหลายอย่าง เราสั่งก๋วยเตี๋ยวเส้นหมี่น้ำใสมา(ตั้งชื่อเอง) ข้าวต้มหมู(อร่อยมาก) และต้มไก่ ร้านนี้ใช้เตาถ่านนะ กลิ่นเลยเฉพาะ น้ำซุปห๊อมหอม หมายเลข 3 บุ๋นเรียวต้องใส่กะปิด้วยนะลืมบอกเลย เหมือนข้าวปุ้นน้ำแจ่วที่เชียงคาน หมายเลข 4 เต้าฮวยนุ่มนิ่ม ต่อค่ะๆ อย่าให้ขาดช่วง หมายเลข 1 ผลไม้แช่อิ่ม ขายที่ตลาดด้านล่างคล้ายๆ ที่กาดหลวง กาดต้นพยามเชียงใหม่ เราโหวตมะม่วงอร่อยสุด แม่ค้านี่กวักมือรัวๆ เรียกเราให้เข้าไปชิม ไอเราก็ใจง่าย ไปเฉยเลย เจอเอาของกินเข้าล่อก็เงี้ยะ แม่ค้าขนของออกมาให้ลองแทบจะหมดร้านละค่ะ ทั้งชา กาแฟ โห...รู้ตัวอีกทีคือตรูแหลกของเค้าไปเยอะเลย ถ้าไม่ซื้อก็ไม่ได้ เลยเอามะม่วง พลับ กับบ๊วย ตอนจ่ายตังมีเงิบ 450.000 ดอง ธัมโม สังโฆ (แต่มารู้ทีหลังว่าถูกกว่าตลาดเบนถันอีกนะ) อ่อ เราซื้อกาแฟที่นี่ด้วย กาแฟ G7 กับกาแฟบด ขี้ชมดก็มี หมายเลข 2,4 น้ำเต้าหู้ของดาลัดเก๋มาก ทำจากถั่วเหลือง ถั่วเขียว และถั่วลิงสง รสชาติและกลิ่นแตกต่างกันไป เราโหวตถั่วเขียว อร่อยดี กินคู่กับซาลาเปาทอด หรือขนมปังที่ร้านมีไว้ให้(แต่อย่ากินเลย เหนียว แข็ง และไม่อร่อย) หมายเลข 3 พิซซ่าเวียดนาม แป้งกรอบ อร่ยยยยยมาก จัดว่าเด็ด ปกติจะเป็นแผ่นกลมๆ อันนี้แม่ค้าตัดมาให้เราพอดีคำ ใครจะไปต้องลองนะคะ ข้อสังเกต : คนดาลัดให้ความสำคัญกับอาหารมาก ทุกอย่างมีประโยชน์ ก๋วยเตี๋ยว เฝอ บุ๋นเรียว มีผักฟรีให้กินเยอะมาก น้ำเต้าหู้จากถั่วชนิดต่างๆเอย เต้าฮวยเอย คือเป็นเมืองที่คนใส่ใจดูแลสุขภาพมาก หุ่นแต่ละคนเป๊ะอ่า ไม่มีใครอ้วนเลย เห็นแล้วรู้สึกว่าควรหันมาใส่ใจตัวเองด่วน ! สรุปค่าใช้จ่าย วันที่ 2 รวมค่าใช้จ่าย 2840.000 VND = 4,260 บาท เฉลี่ยคนละ 4,260/3 = 1,420 บาท ค่ะ ^^ ปล.ค่าอาหาร พวกก๋วยเตี๋ยวราคา เฉลี่ยอยู่ที่ 20.000 ดอง หรือ 30 บาทค่ะ ถูก อร่อย ดี ต้องที่ "ด่าหลัด" อ่านเพิ่มเติม : แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ โฮจิมินห์ ดาลัด มุยเน่ 4 คืน 5 วัน มันส์โคตร! (ตอนที่ 2) ขอบคุณข้อมูลการเดินทางและภาพสวยๆ เพจเฟสบุ๊ค เก็บกระเป๋า ติดตามภาพสวยๆ ได้ที่ Page : http://www.facebook.com/kepkrapao Facebook : https://www.facebook.com/supaporn.jainoon IG : http://www.instagram.com/kepkrapao

งานรุ่ง-รักเริ่ด! ออม บลูเบอร์รี่ อาร์สยาม มีลุ้นแต่ง 'หนุ่มญี่ปุ่น'
ออม บลูเบอร์รี่ /  ออม บลูเบอร์รี่ อาร์สยาม

กำลังฮอตจริงๆ สำหรับ ออม บลูเบอร์รี่ อาร์สยาม เจ้าของซิงเกิ้ล อกสั่น ที่ปล่อยออกมาปุ๊บก็ได้กระแสตอบรับค่อนข้างดีจากเหล่าแฟนเพลง ไม่เพียงเท่านั้นเพราะเธอยังมีธุรกิจตัวแทนจำหน่ายกางเกงลดสัดส่วนที่กำลังไปได้สวย แถมล่าสุดก็ร่วมงานกับแฟนหนุ่ม 'โยชิ' เพื่อสานต่อธุรกิจในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย... พูดได้ว่างานก็รุ่ง รักก็เริ่ด ลงตัวสุดๆ! จนเจ้าตัวเองแอบเปรยมาว่าช่วงนี้แฮปปี้และอาจมีข่าวดีในไม่ช้า ออม บลูเบอร์รี่ อาร์สยาม ให้สัมภาษณ์ว่า "แฮปปี้สุดๆ เลยค่ะช่วงนี้ เพราะงานเพลงซิงเกิ้ลใหม่ อกสั่น ที่เพิ่งออกมาได้ซักพักก็ได้กระแสตอบรับที่ดี แถมธุรกิจกางเกงลดสัดส่วน La Billion ที่ ออม ทำแบรนด์เองมาหลายปีก็กำลังไปได้สวย และยังลุยธุรกิจใหม่ที่ทำร่วมกับบริษัทญี่ปุ่นของพี่โยชิเกี่ยวกับเครื่องสำอางและเมคอัพต่างๆ ใช้ชื่อว่า AmAommy เรียกได้ว่าอยู่ในช่วงสร้างอนาคตที่มั่นคงให้ตัวเองค่ะ เพราะเราก็อายุมากขึ้นทุกวัน" อกสั่น (Shake) : ออม บลูเบอร์รี่ อาร์ สยาม [Official MV] youtube channel : RsiamMusic : อาร์สยาม "ออม โชคดีที่มีพี่โยชิเป็นที่ปรึกษา เพราะเขามีประสบการณ์มากกว่า คือตั้งแต่ศึกษาดูใจกันมา ออม ได้เรียนรู้อะไรมากมาย แม้ในเวลาที่เราเจอปัญหาเขาก็จะคอยอยู่เคียงข้างเราตลอด อย่างเหตุการณ์ที่ ออม รู้สึกซึ้งใจมากๆ คือตอนที่เงินในบัญชีถูกถอนออกไปโดยที่ไม่รู้สาเหตุ และวันนั้นมีเงินสดติดตัวแค่ 500 บาท ส่วนพี่โยชิต้องเดินทางกลับญี่ปุ่นพอดี ซึ่งเขาก็ให้เงินทั้งหมดที่มีในตัวกับออม โดยที่เขาเดินทางกลับไปแบบไม่มีเงินเลย สิ่งที่เขาทำเพื่อเรา มันแสดงให้เห็นว่าผู้ชายคนนี้แหละที่จะเป็นว่าที่สามีในอนาคตของเราได้ จริงๆ แล้วเราสองคนก็มีการวางแผนอนาคตไว้บ้างแล้วค่ะ เพราะเพื่อนๆ รอบข้างหลายคนก็มีครอบครัวกันเกือบหมดละ คิดว่าถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดก็อาจจะมีข่าวดีเร็วๆ นี้ค่ะ" ออม บลูเบอร์รี่ กล่าวทิ้งท้าย A photo posted by Aommy Blueberry Rsiam (@aommybb_rsiam) on Aug 20, 2016 at 11:34pm PDT A photo posted by Aommy Blueberry Rsiam (@aommybb_rsiam) on Aug 15, 2016 at 7:31am PDT A photo posted by Aommy Blueberry Rsiam (@aommybb_rsiam) on Jul 30, 2016 at 11:44pm PDT มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ละครเลือดรักทระนง , เรื่องย่อเลือดรักทระนง
ละครเลือดรักทระนง ช่อง3 /  ละครเลือดรักทระนง ตอนแรก / 

เลือดรักทระนง บทประพันธ์โดย : นางแก้วบทโทรทัศน์โดย : ดนยา ทรัพย์ยิ่งออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อ ละครเลือดรักทระนง จะเลือดดีเลือดชั่ว หรือเลือดใด ๆ ถ้าตั้งใจจะเป็นคนดี ทำดี ก็จะทระนงได้ว่า ตนคือคนดี เลือดดี ในขณะที่พุดกรอง (ธัญญาเรศ รามณรงค์) กำลังลำบากลำบนกับการเบ่งคลอดลูกนั้น ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ด้านนอก ตำรวจกำลังล้อมจับเสือกาจ (จักรกฤษณ์ อำมรัตน์) เสือร้ายจอมโหดสามีของนางพุดกรองนั่นเอง และในทีสุดเสือกาจ ก็ถูกตำรวจจับตัวได้ ในจังหวะที่พุดกรองคลอดลูกออกมาสำเร็จเป็นลูกสาวเสือกาจไม่มีโอกาสที่จะลาเมียหรือเห็นหน้าลูกแม้แต่น้อย แต่นั่นก็เป็นไปตามความตั้งใจของพุดกรอง เพราะพุดกรองคือคนที่วางแผน ส่งสาส์นไปบอกตำรวจให้มาจับเสือกาจในวันที่เธอคลอดลูก และเมื่อเสือกาจถูกจับแล้ว พุดกรองก็ตั้งใจทิ้งลูกน้อยที่เพิ่งคลอดไว้กับนางกุเลา พี่สาวของเสือกาจ พุดกรองเกลียดเสือกาจ หลอกเธอว่าร่ำรวยจนหลงเชื่อ ทิ้งสามีเก่า และลูกมาอยู่ด้วย แต่เมื่อเสือกาจไม่ได้รวยอย่างที่หวัง และเธอยังตั้งท้องกับเสือกาจ โดยไม่ได้ต้องการ เธอจึงคิดตีจาก และกำจัดเสือกาจ และทิ้งลูกน้อยอย่างไม่ใยดี หญิงงามที่มีจิตใจโหดเหี้ยมโลภโมโทสันต์ อย่างพุดกรอง จะไม่ยอมให้ชีวิตต้องตรากตรำ อยู่กับความจนแน่นอน เธอตั้งใจมั่นว่าเธอต้องมีชีวิตที่สุขสบายเป็นคุณนายให้ได้ และเธอก็ได้นำพาชีวิตตัวเองไปพบสิ่งที่ตั้งใจไว้ เธอจึงเดินทางไปพบนางละมุด (รมิดา ประภาสโนบล) ญาติสาวที่เป็นบ่าวในคฤหาสน์นารายณ์ ณ คฤหาสน์นารายณ์ คุณพระศานต์ เลิศพาณิชย์ (ดอม เหตระกูล) คหบดีม่ายผู้มีจิตใจเมตตา อารีย์ ตั้งแต่ภรรยาเสียชีวิตไป พระศานต์ก็มอบหมายให้ แม่นิ่ม (รามาวดี นาคฉัตรีย์) ญาติของภรรยาเป็นแม่นมคอยดูแลราม ราชภักดี เลิศพาณิชย์ (ธนวรรธน์ วรรธนภูติ) บุตรชายคนเดียวเป็นอย่างดี ส่วนตัวคุณพระศานต์ เมื่อได้พบเจอกับพุดกรอง ที่ทำว่ามาเยี่ยมนางละมุดบ่าวในบ้าน นางพุดกรอง พยายาม ปั้นเสน่ห์ต่าง ๆ ให้คุณพระ ติดใจหลงใหล จนต้องขอแต่งงาน ตามแผนที่พุดกรองตั้งใจไว้ ข่าวการแต่งงานใหม่ของนางพุดกรอง รู้ถึงหูของเสือกาจที่ติดคุกอยู่ เสือกาจถึงกับคลั่งแค้น จนต้องพยายามแหกคุกออกมา หวังจะดูน้ำหน้าหญิงคนชั่วที่ทิ้งลูก และวางแผนให้เขาต้องติดคุกอยู่หลายปี เสือกาจออกมาหานางกุเลา และรับกระถิน (เดียร์น่า ฟลีโป) ลูกน้อยสายเลือดโจร ผู้อาภัพ ต้องถูกเลี้ยงดูแบบตกระกำลำบาก อด ๆ อยาก ๆ ไม่ได้รับการอบรม จึงมีนิสัยคล้ายเด็กผู้ชาย และดื้ออย่างมหาวายร้าย พูดจาหยาบคายทุกคำ เสือกาจมารับตัวกระถินเพื่อตามหาพุดกรองที่เมืองกรุงพูดกรองเมื่องแต่งงานอย่างสุขสบายเป็นคุณนาย และได้นางละมุดเป็นต้นห้องที่เรียกได้ว่านายว่าขี้ข้าพลอยในทุกเรื่อง แม้ว่าทุกคนจำต้องยอมรับ คุณนายคนใหม่ แต่รามก็ไม่ได้ยอมรับในตัวพุดกรอง วันนึงพุดกรองจำใจต้องพาสร้อยสน (ณัฐวรา วงศ์วาสนา) ลูกสาวคนแรกให้มาอยู่ด้วยเนื่องจากสามีคนแรกตาย และญาติของนายสนสามีคนแรกก็พาสร้อยสนมาทิ้งไว้ที่หน้าคฤหาสน์นารายณ์ คุณพระศานต์เองก็ยินดีที่จะเลี้ยงดูสร้อยสนด้วยความเมตตา ละครเลือดรักทระนง รามเกลียดตัวพุดกรองจนรังเกียจมาถึงสร้อยสน ผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ความเกลียดชังของราม แสดงออกมาอย่างที่คุณพระก็ห้ามไม่ได้ แต่แม่นมของราม คือแม่นิ่มจะคอยสอนเด็กชายให้มีใจกว้าง ๆ เป็นสุภาพบุรุษ ยอมรับในความสุขของบิดา และเอื้อเฟื้อทุกคนที่ต่ำต้อยกว่า แม่นิ่มเป็นผู้ที่อยู่ในศีล ในธรรม จึงดูแลและปกป้องคนในบ้านด้วยใจเมตตา แม่นิ่มมีต้นห้องชื่อจันทร์ (นฤมล พงษ์สุภาพ) ที่คอยช่วยเหลือเป็นหูเป็นตา เมื่อพุดกรองถูกรามเกลียดมาก ๆ นางจึงเกลียดตอบด้วย และคิดแค้นหาทางแกล้งราม และแม่นิ่มอยู่เสมอ เมื่อเสือกาจเดินทางมาถึง คฤหาสน์นารายณ์ เขาอ้างว่าเป็นพี่ชายมาหาพุดกรอง มาเข้าพบเข้ากับนางจันทร์ นางจันทร์หวังดีจึงนำความไปบอกพุดกรองต่อหน้าคุณพระ ทำให้พุดกรองออกมาพบ แต่พุดกรองก็ต้องตกใจสุดขีด เมื่อพบว่า คนที่มาคือ เสือกาจ และกระถิน พุดกรองไม่ยอมรับคนทั้งสอง และยังขับไล่เหมือนหมูเหมือนหมา แม้ว่ากระถินจะเข้าไปหา และกอดตัวพุดกรองไว้ นางกลับสะบัด และถ่มน้ำลายใส่ ทำให้เสือกาจแค้นใจ เข้าตบตีทำร้ายกระถิน เหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ในสายตาของรามที่แอบดูอยู่ เมื่อคุณพระศานต์ออกมาเห็นเหตุการณ์ เสือกาจก็จะเข้าทำร้ายคุณพระนายทด (กรุณพล เทียนสุวรรณ) ทนายความประจำตระกูล เข้าช่วยจะยิงเสือกาจตกน้ำหายไป กระถินตกใจร่ำร้องหาพ่อให้เป็นที่น่าเวทนานัก คุณพระสอบถามความจริงทั้งหมด แต่นางพุดกรองไม่ยอมรับ รามจึงออกมาเปิดเผยความจริงต่อหน้าคุณพระศานต์ คุณพระรู้สึกเวทนาสงสารกระถินน้อยผู้อาภัพ ที่แม่ไม่ใยดี จึงออกปากสั่งให้พุดกรองรับกระถินไว้ในอุปการะของคฤหาสน์นารายณ์ด้วย แล้วคุณพระจึงจะให้อภัยพุดกรองดังเดิม พุดกรองผูกใจเจ็บราม และรอเวลาที่จะชิงสมบัติทุกอย่างของรามให้ได้ กระถินถูกพุดกรองรังเกียจเดียดฉันท์ จนแม่นิ่มอดเวทนาไม่ได้ จึงรับเป็นผู้ดูแลขัดเกลา กระถินเอง กระถินจากเด็กทโมนให้กลายเป็นเด็กที่มีมารยาท และฉลาดเฉลียว เธอรักแม่นิ่มมากราวกับเป็นแม่แท้ ๆ เพราะเธอไม่มีใครในโลกให้รักอีกแล้ว แม่นิ่มสงสารที่กระถินมักจะถูกแม่แท้ ๆ และนางละมุดเองก็ชอบด่าว่า ว่าเป็นเลือดโจร แม่นิ่มสั่งสอนให้กระถินได้คิด และเอาดีให้ได้ ว่าจะเลือดดีเลือดชั่ว หรือเลือดใด ๆ ถ้าตั้งใจจะเป็นคนดี ทำดี ก็จะทระนงได้ว่า ตนคือคนดี เลือดดี ซึ่งกระถินจดจำไว้เสมอ รามเห็นใจกระถินที่ถูกพุดกรองปฏิเสธ เขาจึงเอ็นดู และให้ความสนิทสนมกับกระถิน จนสร้อยสนน้อยใจเสมอ เพราะรามแสดงความรังเกียจสร้อยสน จนเธอเข้าหน้าเขาไม่ติดเลย ความรู้สึกของรามที่มีต่อกระถินค่อย ๆ พัฒนา และผูกพัน อย่างที่รามเองก็ไม่รู้ตัว ขณะเดียวกันสองพี่น้องราชนิกูลบ้านใกล้เคียง ม.จ.บรรณบริวัฒน์ ปานปรีย์ (อเล็กซ์ เรนเดล) และม.จ.บัวบูชา ปานปรีย์ (พิจิตรา สิริเวชพันธ์) ก็ไปมาหาสู่กับคฤหาสน์นารายณ์ตลอด โดยที่ท่านบรรณเอ็นดูกระถิน ให้ความสนิทสนมด้วย และยินดีที่จะอุปการะกระถิน ถ้าหากไม่มีใครต้องการ ทำให้รามหึงหวง ไม่ค่อยพอใจ พุดกรองเองอยากให้ท่านชายบรรณคบหากับสร้อยสน ก็ต้องผิดหวัง พุดกรองเริ่มเบื่อคุณพระที่แก่ขึ้นทุกวัน เธอจึงแอบลักลอบได้เสียกับนายทด ที่หนุ่มแน่นเข้าขากับเธอมากกว่ากระถินเริ่มโตเป็นสาวน้อย สดใส เรียนเก่ง ในขณะที่สร้อยสนเป็นเด็กหัวช้า จนต้องเรียนซ้ำชั้นกับกระถิน และมักจะทำอะไรไม่ได้ดังใจพุดกรอง ความฉลาดเฉลียวของกระถินเป็นที่ถูกใจคุณพระ คุณพระจึงให้กระถินมาคอยอ่านหนังสือให้คุณพระที่เจ็บออดๆ แอดๆ ฟัง พุดกรองเริ่มระแวงเพราะกระถินนั้น พอเริ่มเป็นสาวก็สวยคมสมส่วน เธอกลัวว่ากระถินจะประจบเอาใจคุณพระจนเธอหมดความหมายส่วนรามนั้น ความรู้สึกของเขาได้พัฒนาจนเป็นความรัก ความผูกพันต่อสาวน้อยกระถินอย่างจริงจัง คุณพระส่งรามไปเรียนต่อเมืองนอก ตามที่พุดกรองคาด และหวังไว้ คุณพระให้กระถินเป็นผู้เขียนจดหมายโต้ตอบกับรามแทนเขา โดยแอบหวังให้รามกับกระถินได้รักใคร่ชอบพอกัน กระถินไม่อยากถูกยัดเยียดให้ราม เธอถูกให้เขียนจดหมายให้เขา ตามหน้าที่ ส่วนรามก็รู้สึกสนุกที่จะได้เขียนโต้ตอบกับหญิงสาวที่ตนแอบรัก ละครเลือดรักทระนง ในระหว่างที่รามเริ่มถูกใจกระถิน สร้อยสนก็แอบชอบพอกับนิธิ (วัทธิกร เพิ่มทรัพย์หิรัญ) หลานของทด ที่ทดส่งเสียให้เรียนหมอ เพราะนิธิจะมาคอยดูแล และตัวหนังสือให้สร้อยสน สร้อยสนแอบเห็นความสัมพันธ์ชู้สาวของทด และพุดกรอง เธอไม่สบายใจต่อการกระทำของแม่ จึงขอร้องให้แม่เลิกพฤติกรรมแบบนี้ แต่กลับถูกพุดกรองตบตี ด่าว่า และจับได้ว่าสร้อยสนแอบรักกับนิธิ พุดกรองไม่พอใจเพราะต้องการให้สร้อยสนได้กับราม เธอโกรธมาก ขอให้ทดไล่นิธิออกไปจากชีวิตสร้อยสน กระถินได้แอบรับรู้เรื่องราวทั้งหมด ทั้งพุดกรองกับทด สร้อยสนกับนิธิ เธอรู้สึกเป็นห่วงสร้อยสน และในขณะเดียวกันก็ผิดหวัง และสงสารคุณพระศานต์มากที่ถูกพุดกรองสวมเขา แต่เธอก็ไม่กล้าที่จะเปิดโปงแม่แท้ ๆ ของเธอได้ลงคอ รามกลับมาเยี่ยมบ้าน คราวนี้เขาได้แสดงออกชัดเจนว่าชอบกระถิน ส่วนกระถินก็ยังไม่กล้าพอที่จะยอมรับ และไม่อยากให้ถูกจับคู่ง่าย ๆ รามจึงเข้าใจผิดคิดว่ากระถินมีใจให้กับท่านชายบรรณ ทั้งคู่จึงกระเง้ากระงอดกันอยู่เสมอ ปาริชาติหรือปูเป้ (ชนิดาภา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์) ลูกสาวพลตรีคร้าม (ทนงศักดิ์ ศุภการ) นายทหารใหญ่ถูกใจราม ตั้งแต่ที่พบกับบนเรืองตอนเดินทางกลับไทย ปาริชาติพยายามหาทางรู้จักราม และรุกด้วยการมาหารามถึงที่บ้าน สร้างความไม่พอใจให้พุดกรองเพราะคิดว่าปาริชาติจะมาเป็นเสี้ยนหนามของสร้อยสน และเมื่อปาริชาติรู้ความจริงว่าพุดกรองเป็นเพียงแม่เลี้ยงของราม ก็ไม่ให้ความเคารพ ปาริชาติวางท่ากร่างใส่ทุกคน และกระถินเองก็ไม่พอใจที่ปาริชาติก้าวร้าวต่อพุดกรอง กระถินออกโรงปกป้องพุดกรองจนมีเรื่องกับปาริชาติ จนรามต้องออกมาห้ามปราม และให้กระถินขอโทษต่อแขกผู้มาเยือน กระถินแอบน้อยใจที่รามตำหนิตัวเอง จนในที่สุดเธอก็รู้ตัวเองว่าเธอหลงรักรามนั่นเอง และยิ่งกระถินรู้ใจตัวเอง เธอก็ยิ่งหนีหัวใจของตัว ทำตัวออกห่างจากรามให้มากเพราะคิดว่ารามกำลังชอบพอกับ ปาริชาติ และรามก็พยายามหาโอกาสอธิบาย และปรับความเข้าใจกับกระถิน โดยมีแม่นิ่มเป็นตัวกลาง ที่รามพยายามมาปรึกษาเรื่องราวของหัวใจเสมอรามต้องกลับไปเรียนต่อที่เมืองนอก โดยที่ระหว่างนั้น ร่างกายของคุณพระศานต์ทรุดหนักลงทุกวัน รามสัญญาต่อคุณพระว่าจะรีบเรียนให้จบ และกลับมาดูแลกิจการแทนคุณพระโดยเร็ววัน รามฝากให้กระถินดูแลคุณพระผู้เป็นพ่อแทนเขา เพราะเขาไม่ไว้ใจใคร นอกจากแม่นิ่ม และกระถินเท่านั้น กระถินรีบรับปากว่าจะดูแล และปกป้องคุณพระเท่าชีวิตของตัวเองทีเดียว กระถินแอบจับได้ว่าพุดกรอง ร่วมกับทนายคดโกงเงินในบัญชีบริษัท และยังวางแผนจะแอบขโมย พินัยกรรมที่พระศานต์ทำขึ้น และปลอมแปลงขึ้นใหม่ เนื่องจากคุณพระต้องการยกสมบัติให้กับรามในฐานะทายาท ส่วนของพุดกรอง คุณพระกลับมอบให้กระถินดูแล กระถินตัดสินใจพูดห้ามปรามพุดกรอง แต่กลับถูกพุดกรองด่าทอและตบตี กระถินยอมให้พุดกรองตี เธอบอกว่าต่อให้พุดกรองตีเธอให้ตายไปต่อหน้า เธอก็จะไม่ยอมให้พุดกรองทำร้าย และโกงผู้มีพระคุณ อย่างคุณพระศานต์ กระถินถูกพุดกรองตบตีจนเจ็บไปทั้งตัว สร้องสนทนไม่ได้สงสารกระถิน กระถินขอร้องสร้อยสนว่าต้องไม่ยอมให้พุดกรองเนรคุณต่อผู้ชุบเลี้ยงให้ชีวิตมา เช่นคุณพระศานต์ สร้อยสนรับปาก ละครเลือดรักทระนง เมื่อรามกลับไปศึกษาต่อ คราวนี้ด้วยปาริชาตใช้เล่ห์มารยา ความเป็นผู้หญิง รามเสียท่าพลาดพลั้ง มีความสัมพันธ์กับปาริชาติ จนปาริชาติถือโอกาสย้ายเข้ามาอยู่กับรามให้รามรับผิดชอบ ปาริชาติจับได้ว่ารามกับกระถินเขียนจดหมายหากันตลอด เธอจึงเก็บจดหมายทั้งหมดของกระถินไว้ และแอบส่งรูปของเธอกับรามกลับไปให้กระถิน เพื่อนแสดงตัวว่าเป็นคนรักของราม กระถินเจ็บปวดมากเมื่อรู้ว่ารามคบกับปาริชาติไปแล้วและเมื่อพุดกรองรอวันให้คุณพระศานต์ ตายไปเองไม่ไหว เธอจึงคิดวางแผน วางยาคุณพระด้วยความร่วมมือของทด และละมุด คุณพระถูกวางยาจะร่างกายทรุดหนัก กระถินเริ่มเอะใจ เธอตามสืบจนพบว่า ละมุดใส่ยาในอาหาร และกระถินเองที่เป็นคนป้อนอาหารให้คุณพระกับมือ เธอพยายามจะพาคุณพระไปรักษา แต่สายไปเสียแล้ว ก่อนที่พระศานต์จะเสียชีวิต เขาขอร้องให้กระถินแต่งงานกับราม กระถินอึดอัดใจแต่ไม่กล้าขัดจึงรับปากตามที่คุณพระต้องการ รามได้รับข่าวร้ายการตายของคุณพระศานต์ ผู้เป็นบิดา เขารีบเดินทางกลับมาทันที หลังจากงานศพคุณพระผ่านไป สร้อยสนร่วมมือกับกระถิน ในการไม่ยอมรับพุดกรอง และทดที่ทำการโกงได้สำเร็จ สร้อยสนแอบดูพินัยกรรม ที่ทดทำขึ้นใหม่ เพื่อจะไว้ใช้หักหลังพุดกรอง โดยในพินัยกรรมระบุว่า ให้รามแต่งงานกับลูกสาวของพุดกรองจนมีทายาท ถึงจะมีสิทธิในสมบัติคนละครึ่งกับพุดกรอง แต่หากรามไม่ยอมแต่งงาน จะถือว่าสละสมบัติทั้งหมดให้พุดกรองแต่เพียงผู้เดียว รามโกรธจัดเรื่องพินัยกรรม เพราะพุดกรองบอกว่ารามต้องแต่งงานกับสร้อยสน แต่สร้อยสนวางแผนหักหลังพุดกรองโดยให้กระถินเข้าพิธีแต่งงานแทนตัวเอง รามจำใจคิดว่าต้องแต่งงานกับสร้อยสนเพราะต้องการรักษาคฤหาสน์ที่เป็นของแม่เขาไว้ รามพาลโกรธกระถินเพราะคิดว่ากระถินรู้เห็นเป็นใจกับพุดกรอง และรามไม่รู้ว่ากระถินเองก็โกรธเรื่องปาริชาติ เธอกับรามมีปากเสียงกัน จนในที่สุดกระถินรู้ว่ารามไม่น่าจะรู้เห็นเรื่องจดหมายของเธอที่เขียนไป และรูปที่ปาริชาติส่งกลับมาในงานแต่งงาน กระถินมาปรากฏตัวขึ้นในฐานะเจ้าสาวแทนสร้อยสนที่หายตัวไป กระถินประกาศต่อหน้าแขกเหรือที่มางานว่าตัวเองเป็นลูกสาวคนนึงของพุดกรองเช่นกัน ทำให้พุดกรองไม่พอใจที่รามได้ทั้งการแก้เผ็ดพุดกรอง และได้แต่งงานกับกระถินตามความต้องการอยู่แล้ว รามจึงประกาศยืนยันแต่งงานกับกระถินด้วยความเต็มใจ หลังจากพิธีแต่งงาน รามพยายามคาดคั้นกระถินเรื่องพินัยกรรม แต่กระถินไม่ยอมบอก ปล่อยให้ทุกอย่างเลยตามเลย เพราะเป็นสิ่งที่คุณพระศานต์ได้เคยขอร้องเอาไว้อยู่แล้ว รามจึงมีความรู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่ากระถินมีบางอย่างที่เป็นความลับ และไม่ยอมบอกต่อเขา ละครเลือดรักทระนง รามได้ทียกให้กระถินเป็นคุณผู้หญิงของบ้านเพื่อลดบทบาทของพุดกรอง สร้อยสนแกล้งโกหกว่าเธอถูกกระถินจับขังตัวเอาไว้ พุดกรองเจ็บใจที่ถูกซ้อนแผนแย่งชิงอำนาจไป เธอจึงสั่งให้ทดหาทางกำจัดรามไปให้ได้เพื่อที่สุดท้ายแล้วเธอจะได้แย่งสมบัติจากกระถินมาเป็นของเธอ กระถินละอายที่ใช้วิธีชุบมือเปิบเข้ามาเป็นภรรยาของราม ด้วยเหตุนี้เธอจึงพยายามเลี่ยงด้วยการเป็นภรรยาแต่เพียงในนามแต่ไม่ยอมเข้าหอกับราม ตรงกันข้ามกับรามที่ต้องการจะแต่งงานอยู่กินกับกระถินจริง ๆ เพราะเขารู้สึกว่ากระถินมีเรื่องอะไรบางอย่างปกปิดไว้อยู่ และเขาเชื่อว่าถ้าได้เป็นคน ๆ เดียวกันแล้วเขาจะปรามกระถินได้อยู่หมัด และกระถินจะไม่กล้ามีความลับกับเขาอีกจันทร์กับแม่นิ่มพยายามจะปราบพยศให้กระถินยอมย้ายไปอยู่ห้องเดียวกับราม กระถินทำหน้าที่ภรรยาดูแลรามแบบตะขิดตะขวงใจ รามอยากให้กระถินยอมเป็นภรรยาของเขาด้วยความเต็มใจ กระถินเอาแต่เขินอาย และไว้ตัวจนกระทั่งเธอนึกได้ว่านายทด และพุดกรองอาจจะวางแผนเก็บรามอีกคน กระถินจึงยอมที่จะย้ายไปอยู่ห้องข้าง ๆ รามเพื่อจะได้ปกป้องเข้าได้อย่างใกล้ชิด รามแอบดีใจเพราะคิดว่ากระถินยอมใจอ่อนให้เขาแล้วแต่เขาก็รอเวลาให้เธอยินยอมพร้อมใจ รามถือโอกาสพากระถินไปฮันนีมูนที่หัวหิน ทดคิดจะใช้โอกาสนี้เก็บรามเสียเพื่อไม่ให้มีคนสงสัย ที่หัวหินรามกับกระถินต้องพักอยู่ห้องเดียวกัน กระถินยอมเป็นของรามด้วยความเต็มใจโดยมีแม่นิ่ม และจันทร์คอยลุ้นอยู่ทุกขณะจิต ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังดี่มด่ำกับห้วงรักในระหว่างฮันนีมูน ความรักของราม และกระถินกำลังจะไปด้วยดี แต่ปาริชาติ ก็ตามมาอาละวาดอีก ถือสิทธิ์ว่าเป็นภรรยาของรามอีกคน รามขอตัดขาดกับปาริชาติ ทำให้พลโทคร้าม พ่อของปาริชาติบีบบังคับทางการค้า ทำให้รามจนตรอก ไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร ไหนจะเรื่องของพุดกอง และทด ที่พยายามจะวางแผนฆ่าราม และกระถินเพื่อเอาสมบัติ เรื่องราวความรักของราม และกระถินจะลงเอยอย่างไร ต้องติดตามชมกันต่อได้ในละคร เลือดรักทระนง ที่ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละคร เลือดรักทระนง เริ่มตอนแรกวันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม 2559 รายชื่อนักแสดงนำใน ละครเลือดรักทระนง ธนวรรธน์ วรรธนภูติ รับบท ราม เลิศพาณิชย์เดียร์น่า ฟลีโป รับบท กระถิน ธัญญาเรศ รามณรงค์ รับบท พุดกรอง อเล็กซ์ เรนเดล รับบท ม.จ.บรรณบริวัฒน์ ณัฐวรา วงศ์วาสนา รับบท สร้อยสนวัทธิกร เพิ่มทรัพย์หิรัญ รับบท นิธิดอม เหตระกูล รับบท คุณพระศานต์ รามาวดี นาคฉัตรีย์ รับบท แม่นิ่มกรุณพล เทียนสุวรรณ รับบท ทดชนิดาภา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์ รับบท ปาริชาติจักรกฤษณ์ อำมะรัตน์ รับบท เสือกาจพิจิตรา สิริเวชพันธ์ รับบท บัวบูชา ละครเลือดรักทระนง ละครเลือดรักทระนง ละครเลือดรักทระนง ละครเลือดรักทระนง ละครเลือดรักทระนง ละครเลือดรักทระนง ละครเลือดรักทระนง