ลดไขมัน

หมอสันต์ แนะ เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ ไม่จำเป็นต้องอดน้ำ
ตรวจสุขภาพ /  ตรวจสุขภาพประจำปี / 

การตรวจสุขภาพประจำปี เป็นเรื่องดี ที่แนะนำให้ทำกันโดยเฉลี่ยอย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง เพื่อเป็นลดการปัญหาสุขภาพในอนาคต โดยที่เราไม่ได้ป้องกันตนเอง เพราะเมื่อเรารู้แต่เนิ่นๆ ถึงปัญหาของสุขภาพแล้ว ก็จะสามารถปรับวิถีชีวิต หรือหาวิธีรักษาได้ทันก่อนจะลุกลามเกินไป ทั้งนี้ หลายคน คุ้นเคยกับคำแนะนำที่บอกว่า หากจะ เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ ให้ได้ผลอย่างตรงไปตรงมา ควรงดน้ำและอาหารหลังเที่ยงคืน ซึ่งหลังจาก ทีมงาน Health Mthai ได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณหมอ สันต์ ใจยอดศิลป์ ได้มีคำแนะนำที่น่าสนใจว่า การเจอะเลือด ไม่จำเป็นต้องอดน้ำ น้ำในที่นี้ คือ น้ำเปล่า ไม่นับจำพวกน้ำหวานนะ ถึงแม้ว่าต้อง เจาะเลือด ก็สามารถดื่มน้ำได้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องอด เพราะเมื่อเราอดน้ำ ตั้งแต่เที่ยงคืน ข้ามมาจนรุ่งเช้า กว่าจะได้เจาะเลือดเวลาข้ามผ่านมากว่า 8 ชั่วโมง อาจทำให้เลือดมีค่าความเข้มข้นสูง จนอาจทำให้ผลตรวจเลือดคาดเคลื่อนได้อีกต่างหาก ที่แน่ๆ ผลไตรกลีเซอไรด์ ไม่ตรงแน่ๆ สำหรับในส่วนของการงดอาหารนั้น ยังไม่ชัดเจน ขึ้นอยู่กับว่าตรวจหาอะไร สำหรับการผ่าตัด จำเป็นต้องงดน้ำและอาหาร เพราะนั่นกระทบต่อการรักษา เพราะไม่ต้องการให้มีอาหารหลงเหลืออยู่ในกระเพราะ อย่างเช่น ป้องการการอาเจียรที่เป็นผลจากการดมยาสลบ เป็นต้น นอกจากนี้ หมอสันต์ ยังแนะนำเพิ่มเติมอีกด้วยว่า การตรวจสุขภาพประจำปีนั้น ควรทำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และเลือกโปรแกรมการตรวจไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกปี หรือ การตรวจเฉพาะอย่างก็ไม่จำเป็นต้องตรวจซ้ำๆกันทุกปี อย่างแรกคือ จะได้ไม่สิ้นเปลืองเกินไป เช่น หากปีนี้ เพิ่มการตรวจเช็คเรื่องหัวใจว่าปกติดี ในปีหน้าก็เปลี่ยนไปตรวจในด้านอื่นให้ละเอียดเพิ่มเติม เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่าย และยังเป็นการตรวจสุขภาพได้ครอบคลุมกว่าด้วย รายงานโดย Health Mthai Team

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

ประวิตร แถลงผลงาน กห. 6 เดือน ลุยปรองดองลดขัดแย้ง
กระทรวงกลาโหม /  ประวิตร วงษ์สุวรรณ

"พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ" แถลงผลงาน 6เดือนกระทรวงกลาโหม ลุยปรองดอง ลดความขัดแย้ง รักษาความสงบ ยันรัฐบาลโปร่งใสทุกเรื่อง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในการแถลงผลงานรอบ 6 เดือน ในส่วนของกระทรวงกลาโหม โดยมี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการเหล่าทัพ รวมถึงนายทหารระดับสูงของของกระทรวงกลาโหมเข้าร่วมภายในงานอย่างพร้อมเพรียง โดย พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า กระทรวงกลาโหม ได้ดำเนินภารกิจในหลายด้าน ทั้งการรักษาอธิปไตยตามแนวชายแดนในการป้องกันปัญหายาเสพติดสิ่งผิดกฎหมาย รวมถึงแรงงานต่างด้าว เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน และยังมีการจัดระเบียบพื้นที่และขนส่งมวลชนต่างๆ เช่น วินรถจักรยานยนต์ ส่วนการรักษาความสงบนั้น ทางเจ้าหน้าที่ทหารได้ทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยใช้คำสั่งตามมาตรา 44 ในการตั้งจุดตรวจค้น ไม่ให้เกิดเหตุรุนแรง ลดปัญหาอาชญากรรมรวมถึงดำเนินการจับกุม หากมีผู้กระทำความผิด ทั้งนี้ ต้องสร้างความปรองดองลดความขัดแย้ง ให้ประเทศเกิดความสงบให้ได้ อย่างไรก็ตาม ยังคงมีบุคคลที่สร้างความไม่มั่นคงและสร้างความขัดแย้งอยู่ ซึ่งต้องชี้แจงต่อไป อีกทั้ง ยังมีการปกป้องเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลมีความโปร่งใสในทุกเรื่อง ภาพจาก @Wassana Nanuam MThai News

อาจารย์ไต้หวันวัย 50 แปลงเพศ เป็นหญิง หลังจากภรรยาเสียชีวิต!
อาจารย์ไต้หวันแปลงเพศ /  เกย์ / 

อาจารย์ไต้หวันวัย 50 แปลงเพศ เป็นหญิง หลังจากภรรยาเสียชีวิต! เพราะว่าคนเราเลือกที่จะเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเดินตามความฝันของตัวเองได้ เหมือนอย่างเช่นหนุ่มใหญ่วัย 50 อาจารย์สอนฟิสิกส์ชาวไต้หวันคนที่ Men.MThai กำลังจะนำเสนอ ที่ได้เดินตามความฝันของตัวเองในการที่จะเป็นผู้หญิงอย่างเต็มตัว เจิงข่ายซิน อาจารย์ฟิสิกส์ชาวไต้หวัน วัย 50 ผู้ทำหน้าที่เป็นอาจารย์มามากกว่า 20 ปี ได้ตัดสินใจที่จะผ่าตัด แปลงเพศ ในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ หลังจากที่ภรรยาของเขาได้เสียชีวิตลง เพื่อที่จะตอบสนองความต้องการของตัวเองที่อยากจะเป็นผู้หญิงอย่างเต็มตัวมาตั้งแต่เด็ก ถึงแม้จะขัดต่อความต้องการของพ่อแม่ก็ตาม เขาเผยว่า เขารู้ตัวว่าตัวเองต้องการที่จะเป็นผู้หญิงมาตั้งแต่เรียนประถม แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะพ่อแม่ของเขาต้องการให้เขาแต่งงานสืบสกุล เขาจึงรู้สึกเหมือนกับถูกขังอยู่ในร้างผู้ชาย อีกทั้งเขายังไม่เคยเปิดเผยความต้องการนี้ให้ใครได้รับรู้อีกเลย โดยเขาแต่งงานในวัย 43 กับครูสาวสอนดนตรี และชีวิตแต่งงานของทั้งคู่ก็จบลงในปี 2013 หลังจากที่ภรรยาของเขาเสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็ง เขาได้กล่าวว่าเขารู้สึกเสียใจที่สุดที่ไม่ได้บอกความจริงกับภรรยาของเขา แต่เมื่อภรรยาของเขาได้เสียชีวิตลงไปแล้วเขาก็เหมือนไม่มีอะไรที่ต้องปกปิดอะไรอีกต่อไปเขาจึงตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นผู้หญิงโดยสมบูรณ์ เขาได้ปรับเปลี่ยนตัวเองทีละนิด ด้วยการทำให้ตัวเองมีความเป็นหญิงเล็กๆ น้อยๆ ผ่านการแต่งตัว จนทั้งนักเรียน ผู้บริหาร และผู้ปกครองต่างสังเกตุ ซึ่งในตอนแรกเขาก็กลัวว่าทางโรงเรียนจะรับไม่ได้ แต่ผลกลับออกมาเกินคาด ทั้งนักเรียนทั้งผู้บริหารและผู้ปกครองต่างพากันชื่นชมความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ของเขา และคอยสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่ แต่ไม่ใช่กับทางบ้านของเขา โดยแม่ของเขาได้โทรมาต่อว่าและรับไม่ได้กับพฤติกรรมที่เบี่ยงเบนของเขา แต่เขาก็พยายามที่จะทำตัวเป็นลูกที่ดีและทำให้แม่และครอบครัวยอมรับให้ได้ อนึ่งคนจีนก็ยังคงมีความคิดที่ว่ายังไงผู้ชายก็เป็นเพศที่เหนือกว่าผู้หญิงอยู่ดี จะให้มาเปลี่ยนตัวเองเป็นผู้หญิงก็เหมือนกับลดระดับตัวเองลง ถึงแม้ประเทศไต้หวันจะเกย์เยอะก็ตาม แต่ยังไงเกย์ก็ยังเป็นผู้ชายไม่ได้มีความต้องการเป็นผู้หญิง เขาถึงไม่ได้รู้สึกไม่ยอมรับกับการเปลี่ยนเพศเป็นผู้หญิง ยังไงก็ตามเด็กๆ ของโรงเรียนที่ เจิงข่ายซิน สอนมีความคิดเห็นว่า การดูถูกเหยียดเพศเป็นเรื่องที่ไม่ควรปฏิบัตกับเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เราควรให้เกียรติและเคารพซึ่งกันและกัน อีกทั้ง เจิงข่ายซิน ได้ทำตามความฝันตัวเอง มันเป็นสิ่งที่น่ายินดีและชื่นชมมากกว่าที่เขาสามารถผ่านหลายๆ สิ่งมาถึงจุดนี้ได้ Men.MThai เรียกเรียงเนื้อหาจากต้นฉบับ http://focustaiwan.tw/news/asoc/201504080027.aspx

'คลัง' ย้ำปีนี้ไม่ขึ้น VAT เเน่นอน
ขึ้นVAT /  คลัง / 

'คลัง' ย้ำปีนี้ไม่ขึ้น VAT เเน่นอน ระบุ ศก.ยังไม่ฟื้นตัว เตรียมดึงรายได้รัฐวิสาหกิจเสริม นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันว่า ภายในปีนี้จะไม่มีการปรับขึ้น ภาษีมูลค่าเพิ่ม(VAT) จาก 7% ในปัจจุบัน เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจไทยยังไม่ ฟื้นตัวนัก ทำให้การขึ้นภาษีอาจจะกระทบกับประชาชนได้ ขณะที่จะให้รัฐวิสาหกิจที่มีกำไร นำส่งรายได้ให้กระทรวงการคลังเพิ่มเติม เช่น การจ่ายปันผลเพิ่มเติม เพื่อชดเชยการจัดเก็บรายได้ของภาครัฐที่ลดลง รวมถึง ให้กรมสรรพากรปิดช่องโหว่ของการจัดเก็บรายได้ และขยายฐานภาษีไปในกลุ่มที่ยัง ไม่ได้มีการจัดเก็บเพิ่มขึ้น "เอาหลักการ simple ตามที่ท่านนายกฯพูด ถ้าเศรษฐกิจยังไม่ดี ก็ ยังไม่มีการขึ้นเรื่องของ VAT ถ้าผมยังไม่พูดเรื่องนี้ ก็คือยังไม่ขึ้นในปีนี้ ส่วน รายได้ที่หายไป ก็จะหาจากรัฐวิสาหกิจมาจุนเจือ ก็จะเร่งให้มีการส่งเงินเพิ่ม เช่น จ่ายปันผลระหว่างกาล" นายสมหมาย กล่าว MThai News

มาชมท่าออกกำลังกายลดหน้าท้อง
ผู้หญิง /  สวย / 

มาชมท่าออกกำลังกายลดหน้าท้อง

รู้ยัง! เเต่งชุดไทยเดินห้างเพลินๆ รับส่วนลด80%
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย /  ททท. / 

รู้ยัง! ททท.จับมือ เซ็นทรัล-เดอะมอลล์ 'จัดโครงการเเต่งชุดไทยเดินห้าง'เพลินๆ รับส่วนลด80%   นายศุกรีย์ สิทธิวณิช รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า หลังพบว่ากระแสการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนไทยช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตมากกว่าที่คาดการณ์ไว้คือ มีจำนวนและรายได้นักท่องเที่ยวคนไทยเพิ่ม 8% สูงกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ก่อนเทศกาลว่าจะเติบโต 7.25% โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวคนไทย 2.31 ล้านคน สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนราว 7,524 ล้านบาท ทำให้ประเมินว่าการเดินทางในช่วงโลว์ซีซันปีนี้ ตลาดในประเทศยังมีโอกาสเติบโตและอยู่ในช่วงขาขึ้นต่อเนื่อง ดังนั้น ททท.จึงเตรียมแผนการกระตุ้นตลาดในเชิงกลยุทธ์คู่ขนานไปกับสร้างการรับรู้ปีการท่องเที่ยววิถีไทย ด้วยการร่วมมือกับห้างสรรพสินค้ารายใหญ่ อาทิ กลุ่มเซ็นทรัล กลุ่มเดอะมอลล์ และห้างสรรพสินค้าประจำจังหวัดต่างๆทั่วประเทศ จัดโครงการพิเศษให้คนไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่สวมชุดไทยมาช็อปปิ้งในห้างที่ร่วมรายการสามารถขอรับสิทธิพิเศษในการจับจ่ายสินค้า โดยได้รับการลดราคาพิเศษไม่เกิน 80% หรือให้คูปองลดราคาพิเศษ ภายใต้เงื่อนไขและช่วงเวลาที่แต่ละห้างกำหนด ซึ่งช่วงเวลาร่วมโครงการดังกล่าวจะคาบเกี่ยวกับการจัดมหกรรมลดราคา “อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ แกรนด์เซลล์” ที่จะมีขึ้นเป็นประจำทุกปีในราวเดือน มิ.ย.-ก.ย.นี้ นายศุกรีย์กล่าวว่า นอกจากนั้น ททท.ยังได้ร่วมกับบริษัทท่องเที่ยวออกแบบแพ็กเกจที่เจาะจงการท่องเที่ยวผ่านการช็อปปิ้งสินค้าโอท็อป โดยนำนักท่องเที่ยวลงไปยังชุมชนต่างๆที่มีสินค้าขึ้นชื่อ เพื่อให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวและใช้จ่ายเพื่อกระจายเม็ดเงินเข้าสู่ชุมชนโดยตรง “นายกลินท์ สารสิน ประธานคณะกรรมการ ททท. ได้มอบหมายให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องวางกลยุทธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวในปีนี้ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้คนไทยพาแม่เดินทางท่องเที่ยวเป็นของขวัญช่วงเทศกาลให้มากที่สุด ดังนั้น ททท.จึงร่วมกับบริษัททัวร์เตรียมออกแพ็กเกจที่ออกแบบพิเศษเพื่อให้ตรงกับความต้องการของแม่-ลูก เช่น ทัวร์ไหว้พระ, ทัวร์ช็อปปิ้ง, ทัวร์ผ่อนคลายผ่านการทำสปา หรือนวดเพื่อสุขภาพ โดยจะเริ่มจำหน่ายในงานวันธรรมดาน่าเที่ยว วันที่ 14-17 พ.ค.นี้ ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และโปรโมตต่อเนื่องอีกครั้งในเดือน ก.ค.เพื่อให้นักท่องเที่ยวมีเวลาเลือกซื้อก่อนถึงเทศกาลเดือน ส.ค.”  MThai News แหล่งที่มา

อุทาหรณ์! ไม่เคยเที่ยวกลางคืน แต่ต้องมาติดเอดส์
party /  ติดเอดส์ / 

 ชายคนนี้ไม่เคยเที่ยวกลางคืน แต่ติดเอดส์มาจากแฟนตัวเอง วันนี้ (24เม.ย.) กลายเป็นเรื่องราวที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกพันทิปสมาชิกหมายเลข 1526726 ได้มีการตั้งกระทู้ในหัวข้อเรื่อง "...18+ ไม่เคยเที่ยวกลางคืน แต่ติด เอดส์ มาจากแฟนตัวเอง ..." เจ้าของกระทู้ได้นำเอาเรื่องราว ของชายคนหนึ่งที่เลือกแต่งงานกับแฟนสาว หลังคบหากันมานานถึง 8 ปี  และมีลูกด้วยกัน 2 คนแล้ว แต่อยู่ๆ ก็มีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้น เมื่อทั้งคู่ได้ทราบว่า กำลังติดเชื้อ HIV ทั้งๆ ที่ฝ่ายชายไม่เคยเที่ยวกลางคืนเลย รายละเอียดเรื่องราวมีดังนี้ เนื้อเรื่องต่อจากนี้ คนในเนื้อเรื่องให้นำมาเผยแพร่ ก่อนอื่นขอตั้งนามสมมุติว่า "เจมส์" นะครับ เจมส์ เป็นเพื่อนของผมที่รู้จักกัน เขาได้แต่งงาน กับแฟนที่คบกันมานานถึง 8 ปี ซึ่งชีวิตคู่ดีมาก คอยดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกันตลอด ไม่เคย มีปัญหาหรือเรื่องทะเลาะที่รุนแรงกันเลย ทั้ง 2 รักกันและมีลูกด้วยกัน 2 คน "พัด" นามสมมุติของแฟนเจมส์ พัดเป็น ผู้หญิงที่ดูเรียบง่าย มีจิตใจดี ชอบช่วยเหลือคนอื่น ทำให้เจมส์ตกหลุมรักเธอ พัดเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูดจากับใครที่ไม่สนิทสนมด้วย แต่ถ้าเธออยู่กับคนสนิทสนมด้วยแล้วละก็สุดเหวี่ยงไปเลยครับ วันนึงเธอออกไป party กับเพื่อนสมัยเรียน เป็น party สละโสดของเพื่อนเธอ ใช่ครับเพื่อนเธอจะแต่งงาน และใช่ครับ เจมส์ ไม่ได้ไปกับเธอ เพราะเป็นเพื่อนๆ สมัยมัธยมปลาย แล้วเรื่องมันก็ได้เกิดขึ้นในคืนนั้น เธอไม่กลับบ้านเจมส์ พยายามโทรหาเธอแต่เธอก็ไม่รับสาย จนกระทั่งเพื่อนเธอโทรมาหาเจมส์ บอกเจมส์ว่า เธอเมาให้เธอนอนค้างที่นั้นไหม เจมส์เห็นว่าเป็นบ้านเพื่อนของเธอ ก็ตอบตกลงไป วันรุ่งขึ้นเจมส์ไปรับเธอที่บ้านของเพื่อน กลับมาบ้านตามปกติ หลังจากวันนั้น ผ่านไป 2 ปีเศษ พัดก็เป็นไข้อยู่บ่อยๆ น้ำหนักลด หน้าดูโทรม มีผื่นคัน ตามตัว เจมส์จึงพาเธอไปหาหมอ หมอจึงบอกกับเจมส์ว่า ภรรยาของคุณติดเชื้อ HIV ระยะที่ 2 หลังจากนั้นหมอจึงให้เจมส์ตรวจเชื้อ HIV เจมส์เป็นระยะแรก ซึ่งทำให้เจมส์ตกใจมากว่าทำไมเธอและเขาถึงเป็นโรคนี้ได้ หลังจากที่ทั้งคู่กลับมาบ้าน พัดจึงบอกกับเจมส์ว่า วันที่เธอไปงาน สละโสดเพื่อนเธอ เธอเมาและไปมีอะไรกับเพื่อนสาว ที่รู้จักกันตอนมัธยม เธอไม่ทราบว่า เพื่อนสาวคนนั้นจะเป็นโรคเอดส์  MThai News ขอบคุณสมาชิกพันทิป หมายเลข 1526726

รู้หรือไม่! เดี๋ยวนี้คนไทยนั่ง'เครื่องบินมากกว่ารถทัวร์'
กระทรวงคมนาคม /  รถทัวร์ / 

รู้หรือไม่! เดี๋ยวนี้คนไทยนั่ง'เครื่องบินมากกว่ารถทัวร์' จากตัวเลขที่ ระบุ ยอดนทท.ในช่วงสงกรานต์พบว่า เครื่องบิน 1.94 ล้านคน - รถ บขส. จำนวน 1.7 ล้านคน และบินนอกประเทศมากกว่า 1 ล้านคน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงคมนาคม แถลงผลการบริหารจัดการด้วยความสะดวกและความปลอดภัยรองรับ การเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ 2558 ระหว่างวันที่ 9 -19 เมษายน สรุปว่า ประชาชนเดินทางของประชาชนในระบบขนส่งรวมทั้งสิ้น 10.5 ล้านคน เทียบกับช่วงกิจการปี 57 มีประชาชนเดินทางเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.42 โดยการทางครั้งนี้ประชาชนใช้บริการทางด้านอากาศด้วยเครื่องบินมากที่สุดจำนวนสูงถึง 1.94 ล้านคน โดยเดินทางออกนอกประเทศมากกว่า 1 ล้านคน รองลงมาคือการเดินทางโดยรถ บขส. จำนวน 1.7 ล้านคน โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 27 เทียบกับสงกรานต์ปีก่อน และเดินทางโดยการรถไฟ 1.1 ล้านคน และในช่วงที่ราคาน้ำมันลดลงทำให้ความนิยมการเดินทางโดยรถยน์ยังสูงเช่นกัน คนในกรุงเทพฯมีความสุขในการเล่นสงกรานต์ เพราะว่าในปีนี้ไม่มีปัญหาการชุมนุมทางการเมือง เนื่องจากสงกรานต์ก่อนมีปัญหาการชุนนุมทางการเมือง โดยภาพรวมการเดินทางในครั้งนี้ในส่วนของเส้นทางคมนาคมด้านต่างๆ เกิดอุบัติเหตุ รวมทั้งสิ้น 1,671 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 316 และผู้บาดเจ็บ 1,894 คน ยอดอุบัติเหตุส่วนใหญ่เป็นการขับรถด้วยความเร็วสูง จากปัญหาวินัยจราจร โดยประชาชนเดินทางไปภาคอีสานมากสุด จึงแนะนำทางเลี่ยงให้ประชาชนเดินทางมากขึ้น ประชาชนมีการวางแผนการเดินทางมากขึ้น เนื่องจากกระจายตัวไปยังเส้นทางอื่นนอกจากเส้นทางหนึ่ง สำหรับการเดินทางหยุดยาวอีกครั้งวันที่ 1-5 พ.ค.นี้ คาดว่าจะไม่มีปัญหาการเดินทาง เพราะได้เตรียมความพร้อมเหมือนกับช่วงสงกรานต์ MThai News แหล่งที่มา 

บุญทรง-ภูมิ-มนัส ปัดโกงข้าวจีทูจี ยืนยันไม่ผิด
จีทูจี /  ถอดถอนบุญทรง / 

"บุญทรง" ค้านข้อกล่าหาป.ป.ช.ปัดโกงข้าวจีทูจี ยันทำตามกรอบมุ่งช่วยชาวนา พร้อมขอสนช.ให้ความเป็นธรรม ด้าน "ภูมิ-มนัส" ปัดทุจริต ชี้จำเป็นต้องเร่งระบายข้าว วันนี้ (23 เม.ย.) ที่รัฐสภา ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ แถลงเปิดสำนวนคดีกระบวนการถอดถอนออกจากตำแหน่ง กรณีทุจริตในโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี ต่อ สนช.ว่า ขอคัดค้านสำนวนชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทุกข้อกล่าวหา ซึ่ง ป.ป.ช.เร่งรัดดำเนินคดีโดยไม่ได้ให้ความเป็นธรรมและพบพิรุธการไต่สวนโดยการไม่เรียกสอบพยานฝ่ายผู้ซื้อว่าเป็นผู้ซื้อจากจีนหรือไม่ พร้อมกันนี้ ยืนยันว่า การเร่งระบายข้าวของรัฐบาลเป็นไปตามนโยบายที่กำหนด เพื่อนำเงินมาหมุนเวียนในโครงการรับจำนำข้าว ที่จะช่วยเหลือเกษตรกรชาวนา อีกทั้งตามกรอบยุทธศาสตร์ เน้นระบายข้าวให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด และเพื่อประโยชน์สูงสุดด้วย จึงต้องเก็บเป็นความลับ ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดซื้อขายได้ ขณะเดียวกัน บริษัทที่ติดต่อซื้อขายข้าวเป็นบริษัทรัฐวิสาหกิจที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลจีนที่มีอยู่จริง ทั้งนี้ ตนเองรู้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะทรยศประชาชนที่เลือกตนมาเป็น ส.ส. อย่างไรก็ตาม การมาแถลงคัดค้านวันนี้ เพื่อต้องการขอความเป็นธรรมจาก สนช. ส่วนนายภูมิ สาระผล อดีตรมช.พาณิชย์ ขอคัดค้านคำแถลงกล่าวหาของ ป.ป.ช. โดยกล่าวว่า ภูมิใจที่ได้รับหน้าที่ให้ดำเนินการโครงการระบายข้าวนี้อย่างยิ่ง ทั้งนี้ ยังเห็นว่า นโยบายข้าวเป็นเรื่องสำคัญและเป็นประโยชน์ต่อประเทศ ซึ่งรัฐบาลในขณะนั้น ได้นำระบบโครงการรับจำนำข้าวกลับมาใช้เพื่อให้สะท้อนราคาที่เป็นจริงของข้าว พร้อมได้ขอให้ดำเนินการอย่างโปร่งใส นอกจากนี้ นายภูมิ ยังกล่าวว่า การลดค่าการเก็บรักษาคุณภาพข้าวนั้น ถือเป็นประโยชน์ต่อประเทศ จึงได้มีการพิจารณาให้มีการระบายข้าวต่อไป และได้มีการแต่งตั้งหลายอนุกรรมการขึ้นมาทำหน้าที่ ทั้งนี้ การระบายข้าวในแต่ละครั้งนั้น ได้คำนึงถึงราคาของคู่แข่ง และราคาตลาดโลก อย่างไรก็ตาม นายภูมิ ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาการซื้อขายข้าว และถ้าหากไม่เร่งระบายข้าวจะยิ่งทำให้ข้าวเสื่อมสภาพ อีกทั้ง ยังจะต้องเสียเงินค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีกมากในการเก็บรักษา เช่น การรมยา เป็นต้น ส่วนที่ทำการค้าแบบจีทูจีกับจีนนั้น เพื่อนำเงินที่ได้มาเป็นเงินทุนหมุนเวียน พร้อมกันนี้ นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ก็ได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เช่นเดียวกัน MThai News