ฤดูร้อนนั้นฉันตาย

สุดยอดความน่าทึ่งกับ 10 ความเชื่อเรื่องนาฬิกา
10 ความเชื่อเรื่องนาฬิกา /  ความเชื่อ / 

ใครจะรู้บ้างว่านอกจาก นาฬิกา จะมีหน้าที่บอกเวลาแล้ว นาฬิกา ยังจัดได้ว่าเป็นวัตถุมงคล และเป็นสัญลักษณ์แห่งโชคลาภมากมายด้วยเช่นกัน และนี่คือ 10 ความเชื่อเกี่ยวกับ นาฬิกา ที่คุณควรได้รู้ จะมีอะไรบ้างนั้น เราลองไปดูกัน นาฬิกา สำหรับ นาฬิกา ถือว่าเป็นเครื่องประดับ และเป็นของใช้ที่สำคัญสิ่งหนึ่งในการใช้ชีวิต เพราะมันทำหน้าที่เป็นเครื่องบ่งบอกเวลาให้เราได้รู้ว่าเราควรทำอะไร เวลาไหน นอกจากนี้มันยังทำหน้าที่เป็นเครื่องประดับบ่งบอกสไตล์และสเตตัสของผู้สวมใส่ และนี่คือ 10 ความเชื่อเกี่ยวกับ นาฬิกา 1 ตำแหน่งที่แขวนนาฬิกา ตำแหน่งในการแขวน นาฬิกา บางคนอาจไม่ให้ความสำคัญเท่าไหร่ อยากจะแขวนไว้ตรงไหนก็ตามแต่ความพึงพอใจ โดยหารู้ไม่ว่ามันอาจส่งผลต่อชีวิตของคุณได้อย่างไม่คาดฝัน โบราณเชื่อว่าการแขวน นาฬิกา ต้องไม่แขวนไว้ตรงกันข้ามกับประตูบ้านพอดี เพราะมันจะเป็นสิ่งแรกที่เราได้เห็นเวลาเข้าบ้าน เชื่อกันว่าเป็นการเร่งวันเร่งคืนให้คนที่เดินเข้าบ้านนี้ (โดยเฉพาะตัวเจ้าของบ้าน) หมดอายุขัยเร็วๆ 2 ไม่ควรปล่อยให้นาฬิกาตาย ความเชื่อนี้เชื่อกันมากในหมู่ชาวจีน โดยเชื่อว่าการเดินของ นาฬิกา เป็นสัญลักษณ์แห่งอายุขัย เป็นความก้าวหน้า ความราบรื่น และการหมุนเวียนของพลังงานที่ดี เมื่อนาฬิกาตาย โชคลาภ พลังแห่งความก้าวหน้าที่มากับ นาฬิกา ก็จะพลอยตายไปด้วย นาฬิกาประเภทที่เดินยาวนานที่สุดก็คือ นาฬิกาสี่ร้อยวันตั้งโต๊ะที่มีครอบแก้ว โดยไขลานเพียงครั้งเดียว แต่ยังมีนาฬิกาที่เดินนานที่สุดที่นักสะสมนาฬิกามักบอกว่าเดินกันชั่วชีวิต คือ นาฬิกา Almos เป็นนาฬิกาที่เดินด้วยความกดอากาศหรืออุณหภูมิ โดยใช้หลักการในทุก ๆ 4 นาที อุณหภูมิของอากาศจะเปลี่ยนขึ้นลงตลอดเวลา 3 นาฬิการูปแปดเหลี่ยม (โป๊ยก่วย) ในประเทศจีนบ้านที่ตั้งอยู่ในฮวงจุ้ยไม่ดี เช่น บนทางสามแพร่ง หรือมีถนนตัดเข้ามาถึงหน้าบ้าน จะแขวน นาฬิกา รูปแปดเหลี่ยมที่เรียกว่านาฬิกาโป๊ยก่วยไว้ เพื่อใช้แก้อาถรรพ์ นาฬิกา ชนิดนี้เหมือนยันต์แปดทิศ และมีพลังหยินหยางแฝงอยู่ในตัวสมบูรณ์ สามารถขับไล่ภูตผีปีศาจทุกเวอร์ชั่นไม่ให้เข้ามาเป็นแขกกิตติมศักดิ์ในบ้าน ชาวจีนเชื่อว่าในบ้านควรมีนาฬิกาทรงกลมอย่างน้อยหนึ่งอัน เพราะทรงกลมของมันคล้ายกับเหรียญเงิน เจ้าของบ้านจะได้มีเงินทอง ทั้งลาภจริงลาภลอยไหลเข้าบ้านไม่ขาดสาย ความเชื่อเรื่องนาฬิกา 4 นาฬิกาซิกโซ่ นาฬิกาตั้งพื้นที่นิยมนำมามอบเป็นของขวัญที่ระลึกวันเปิดร้านหรือเริ่มต้นกิจการอะไรใหม่ๆ ซึ่งกระจกด้านหน้าที่มีข้อความเขียนคำอวยพรเป็นภาษาจีนที่ล้วนแต่เป็นคำมงคลเกี่ยวกับโชคลาภ ความเจริญรุ่งเรือง ร้อยละเก้าสิบของ นาฬิกา ประเภทนี้จะมีคำอวยพรทั้งนั้น นักสะสมบางคนชอบเก็บสะสมคำอวยพรไว้ซึ่งเป็นความหมายที่ดี 5 เสียงตีของนาฬิกา เป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศ ชื่อเสียง ความเกรียงไกร และช่วยกล่อมจิตใจเจ้าของบ้านให้ร่มเย็นเป็นสุข  นาฬิกา ที่เอาแต่บอกเวลาแต่ไม่ตีจึงถือว่าไม่ใช่นาฬิกาที่ดี ถ้าเอาเข้ามาแขวนคนในบ้านนั้นจะมีแต่ความเร่งร้อน ต้องทำงานหนักงกๆ จนไม่มีเวลาพักผ่อนและจิตใจก็หาความสุขไม่ได้ 6 หน้าปัดนาฬิกาสะท้อนตัวตนของคนใส่ คนที่เชื่อเรื่อง นาฬิกา จึงนิยมใส่นาฬิกาหน้าปัดใหญ่ๆ เพื่อเพิ่มสิริมงคลให้ตัวเองดูภูมิฐาน ชีวิตอุดมสมบูรณ์ ทำมาค้าขึ้น และจะเน้นหน้าปัดที่เป็นกระเบื้อง เพราะกระเบื้องมีความเงางามเป็นมันสดใสไม่มัวหมองง่ายๆ แม้จะเก่าแค่ไหนก็ตาม โชคชะตาของคนใส่จะได้สดใสไม่มีวันเสื่อมไปด้วย 7 สีมงคลประจำวันเกิด สีประจำวันเกิดน่าจะเป็นสีที่ส่งผลต่อความสุขความเจริญ ประจำราศีเกิดของคนนั้น หน้าปัดของ นาฬิกา ที่มีสีต่างๆ ก็ควรจะเลือกตามสีวันเกิดหรือราศีเกิดของตัวเอง เพื่อช่วยเสริมพลังชีวิตให้เจริญก้าวหน้า 10 ความเชื่อเรื่องนาฬิกา 8 หัวโขนของนาฬิกา คนจีนสั่งสอนกันมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตาทวดว่า นาฬิกา ที่มีรูปม้าและนกอินทรีอยู่ด้านบนสุด ถือว่าเป็นนาฬิกาซูเปอร์เฮง เฮงจริง เฮงจัง ควรมีไว้เป็นเครื่องรางประจำบ้าน เพราะม้าเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีและความสมหวัง เจ้าของบ้านจะทำอะไรก็สำเร็จได้ผลดีไปหมดทุกอย่าง แต่มีข้อแม้ว่าต้องเป็นม้าสีทอง สีเงิน และสีน้ำตาลเท่านั้น ส่วนม้าสีดำเป็นม้าแห่งความตายลูกหลานคนไหนทะเล้นอุ้มเข้าบ้านมีหวังถูกด่าจนหูชา สำหรับนกอินทรีนั้นเป็นสัญลักษณ์ของความสง่างาม วาสนาอันสูงส่ง การเริ่มต้นที่ดีและความรุ่งเรือง ยิ่งถ้านกตัวนั้นทำท่าเหินร่อนเหมือนจะบินก็ยิ่งเป็นอภิชาตนก เหมาะจะตั้งไว้ในห้องรับแขกให้เป็นสิริมงคลกับครอบครัว เพราะนกตัวนี้จะเรียกเงินทองโชคลาภและความเจริญรุ่งเรืองมาให้วงศ์ตระกูล นาฬิกาที่มีรูปสิงโตอยู่ด้านบนเป็นของมงคลยอดฮิตอีกอย่างหนึ่งของชาวจีน เชื่อว่ามีแล้วลูกชายบ้านนั้นจะเจริญก้าวหน้า มีความเข้มแข็งและได้เป็นผู้นำหรือเป็นเจ้าคนนายคน เหมือนสิงโตเจ้าป่ายังไงยังงั้น 9 หน้าปัดนาฬิกาที่ดี ควรทำจากกระจกที่เจียระไนเหลี่ยมมุมให้สะท้อนแสงได้คล้ายเพชร กระจกแบบนี้จะสะท้อนพลังงานดีๆ ไปทั่วบ้าน ช่วยให้คนที่อาศัยมีแต่ความสุข ปลอดโปร่งใจ ฐานะการเงินก็มั่นคงไม่ต้องวิ่งหนีเจ้าหนี้กันขาขวิด 10 พระจันทร์ยิ้ม เชื่อว่าพระอาทิตย์-พระจันทร์ เป็นตัวแทนแห่งพลังหยิน-หยาง หมุนเวียนสลับสับเปลี่ยนกัน ถือว่าเป็นมงคลนัก เต็มไปด้วยพลังแห่งความกระตือรือร้น ไม่เฉื่อยชา พระจันทร์เป็นสัญลักษณ์แห่งความร่มเย็นจิตใจที่อ่อนโยน และจะนำเรื่องความรักความเมตตามาสู่ท่านด้วย มิน่าล่ะ นาฬิกา พระจันทร์ยิ้มถึงแพงและหายาก ก็เพราะเป็นแบบนี้นี่เอง และนี่ก็คือ10 ลักษณะนาฬิกาที่เป็นมงคล โดยที่กล่าวมานี้ เป็นความเชื่อส่วนหนึ่งที่ยึดถือกันมาแต่ครั้งโบราณ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากวุ่นวายอะไรนัก การที่เราจะเชื่อหรือยึดถือปฏิบัติตามเพื่อความสบายใจของการใช้ชีวิตและการอยู่อาศัยก็ไม่เรื่องเสียหายอะไร ขอบคุณข้อมูลจาก blog.dealfish.co.th ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต

กีฟ อรลีฬห์ เลิกคบ พอร์ช แฉนิสัยไม่ดี!!
กีฟ อรลีฬห์ /  พอร์ช ศรัณย์ / 

นางร้ายช่อง 7 กีฟ อรลีฬห์ ออกโรงป้อง เกรซ น้องสาวไม่ได้โดนพระเอก พอร์ช ศรัณย์ หักอก! แฉฝ่ายชายนิสัยไม่ดี(พูดออกสื่อไม่ได้) จึงเลิกกับน้องสาว ซึ่งทางหนุ่มพอร์ชเองที่เป็นฝ่ายตามง้อ ส่วนตอนนี้ไม่แน่ใจสถานะของทั้งคู่ แต่ไม่สนับสนุนให้คบกัน สำหรับเธอกับหนุ่มพอร์ช ลั่นไม่อยากเจอ ไม่อยากคุยด้วย สัมพันธ์เหลือแค่อดีตเพื่อน!! "ต้องบอกว่ากลับมาคุยอีกครั้ง เพราะว่าเขาเคยคุยกันก่อนหน้านี้แล้วก็เลิกคุยไป เพราะว่าศรัณย์ทำนิสัยไม่ค่อยดีน่ะค่ะ แล้วก็เขาก็เหมือนขอโอกาสแล้วก็ให้กลับมาอีก แล้วก็ทำอีกอ่ะ มันเป็นเรื่องที่แบบไม่น่าจะออกสื่อสาธารณะ เอาเป็นว่านิสัยที่ไม่ดีมากสำหรับผู้หญิงก็แล้วกันค่ะ" "เราไม่โอเคค่ะ รับรู้ค่ะ แต่ว่าก็เข้าใจว่าคือเขารับปากไว้ว่าไม่ว่าจะเป็นฐานะอะไรก็ตาม แต่ว่าฉันไม่ทำน้องแกเสียใจแน่นอน แกก็รู้ฉันรักแกมากแค่ไหน เจ้าชู้ ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ เพราะน้องบอกแค่ว่าเขาทำไม่ดีอ่ะ หนูไม่แน่ใจว่าตอนนี้ความสัมพันธ์เขาเป็นยังไง แต่ว่าเห็นแค่ว่าเขาสนิทกันค่ะใช่" "ข่าวที่ออกไปอย่างแรกคือศรัณย์หักอกน้องสาวหนู ไม่เป็นความจริงเล้ยยยย(เสียงสูง) เพราะว่าคนที่มาตามง้อ โทรศัพท์มาไม่รู้กี่สาย ไลน์มาหานี่คือศรัณย์ ไม่ใช่น้องสาวหนูนะ พอเขาทำไม่ดีครั้งที่สองเนี่ยน้องหนูก็บอกว่า เออพี่กิ๊ฟหนูไม่เอาแล้ว หนูไม่อยากมีเพื่อนแบบนี้ แต่เหมือนแบบเขาก็ตามมาง้อน่ะ น้องหนูก็แบบอ่ะๆ เป็นเพื่อนกันคุย ลองคุยกันอีกก็ได้" "หนูไม่ได้สนับสนุน แต่ว่าก็ไม่มีสิทธิ์ไปห้าม เพราะว่าน้องหนูก็โตแล้วน่ะค่ะ แต่ว่าพี่สาวทั้งสองคนไม่โอเคอ่ะกับผู้ชายคนนี้ ต้องใช้คำว่าเคยสนิทกันมากกว่าค่ะ เพราะว่าปัจจุบันหนูไม่คุยกับศรัณย์แล้ว ไม่คุย ไม่มองหน้า แล้วก็ไม่ตอบไลน์ หนูแค่รู้สึกว่าผู้ชายเวลารับปากอะไรสักอย่างน่ะถ้าทำไม่ได้ไม่ควรจะรับปากส่งๆ" "หนูไม่ได้ตีกับเขาน่ะค่ะ แต่ว่าแค่ไม่อยากคุยด้วย ไม่อยากพูดด้วย คือตั้งใจบอกน้องไว้ว่าจะไม่ทำ แต่ทำ คือถ้าเขาพิสูจน์ในอนาคตได้ว่าเออเขากลับตัวได้ สิ่งที่เขาทำไม่ดีเนี่ยเขาเลิกได้แล้วอย่างนี้ค่ะ ก็โอเคอ่ะ แต่ว่าหนูไม่ใช่คนแบบ เขาเรียกอะไรอ่ะ หนูไม่ได้ปิดกั้นบอกน้องว่าเฮ้ยห้ามไปคุยกับผู้ชายแบบนี้ ก็ไม่ แต่ว่าเขาอาจจะยังเป็นเพื่อนกัน อาจจะมีนิสัยดีๆ บางอย่างที่เขาคุยด้วยแล้วรู้สึกว่าสบายใจ แล้วก็มองข้ามสิ่งไม่ดีได้อะไรอย่างนี้ค่ะ" "มองหน้ากันไม่ติด เรียกว่าไม่มองดีกว่า ไม่ใช่มองไม่ติดค่ะ เพราะว่า คือตอนนี้ศรัณย์เคยเป็นเพื่อนหนูนะ แต่ว่าตอนนี้คือเขาหายไปจากชีวิตหนูแล้ว เขาเคยเป็นอดีตเพื่อนของหนูค่ะ ถ้าในอนาคตเขาปรับตัวได้ก็ยังโอเคกลับมาเป็นเพื่อนกัน แต่ว่าตอนนี้ก็ไม่ได้อยากคุยอะไรอย่างนี้ค่ะ" กีฟ กล่าว กีฟ อรลีฬห์ กีฟ อรลีฬห์ กีฟ อรลีฬห์ กีฟ อรลีฬห์ พอร์ช ศรัณย์

สองพี่น้องกตัญญูช่วยแม่กวาดขยะหาเลี้ยงชีพ
ข่าววันนี้ /  ช่วยแม่กวาดขยะ / 

สองพี่น้องกตัญญูช่วยแม่กวาดขยะหาเลี้ยงชีพ ส่งตัวเองเรียนหลังพ่อตาย ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ วันนี้ พบ ด.ช.ธนวัฒน์ ช้างสาร อายุ 11 ปี เรียนอยู่ชั้น ป.5 และ ด.ญ.บุษยา ช้างสาร อายุ 9 ขวบ เรียนอยู่ชั้น ป.3/2 โรงเรียนเทศบาลวัดธรรมิการาม อ.เมืองประจวบฯ ซึ่งเป็นบุตรของ นางคนึงนิตย์ อยู่หนุน อายุ 35 ปี ทั้ง 3 อาศัยอยู่ตามลําพัง 3 คนแม่ลูกในบ้านเลขที่ 36/3 หมู่ที่ 3 ต.เกาะหลัก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ สองพี่น้องนักเรียนได้ออกมาช่วยแม่กวาดขยะบนถนนของเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ปิดภาคเรียนและช่วงใกล้สว่างก่อนไปโรงเรียนตั้งแต่เวลา 02.00-06.00 น. ทุกคืน ซึ่งได้รับค่าจ้าง 8,500 บาทต่อเดือน และพ่อได้เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้แล้วประมาณ 7 เดือน ด้วยโรคหัวใจรั่วทําให้ครอบครัวขาดเสาหลัก อยู่อย่างลําบากต้องประหยัด อดเอาเพื่อให้ลูกได้ไปโรงเรียน บางครั้งมีงานแก้บนเล่นหนังตะลุงก็ไปขออาศัยเป็นลูกมือโดยการช่วยเล่นเครื่องดนตรีที่ง่ายๆ นํามาเสริมจุนเจือครอบครัวเป็นค่าอาหารและหลังจากหนังตะลุงเลิกจึงไปรับจ้างกวาดถนนซึ่งเป็นงานประจําต่อ

ประโยคทำร้ายคนรัก อย่าได้เผลอพูดกับผู้หญิง ไม่งั้นตาย!!
คู่รัก /  ประโยคทำร้ายคนรัก / 

ความสัมพันธ์ นอกจากการกระทำแล้ว คำพูดก็สำคัญเช่นกันค่ะ แน่นอนว่ามันต้องควบคู่กัน ไม่ว่าคุณจะทำดีแค่ไหนแต่คำพูดคุณทำร้ายจิตใจคนที่คุณรักทุกวันๆ มันก็ทำให้ความสัมพันธ์พังลงไปได้ เพราะฉะนั้น เรารวบรวมคำพูดที่ " คุณผู้ชาย อย่าได้ลั่นออกไปเป็นอันขาด " เพราะไม่งั้นคุณอาจจะคอขาดตาย  ความสัมพันธ์ครั้งนี้อาจจะขาดสะบั้น เป็นบ่อเกิดให้เกิดปัญหาใหญ่ที่คุณเองก็อาจจะคาดไม่ถึง (ผู้หญิงเขาคิดเยอะกว่าที่คุณคิดนะ)  ลองมาเช็คกันดูดีกว่า ว่าคุณแฟนของเราหลุดพูดคำ หรือ ประโยคทำร้ายคนรัก ไหนออกมาแล้วบ้างนะ ? 1.นี่จะใส่ชุดนี้ไปเที่ยวจริงๆหรอ? (นี่ก่อนออกจากบ้าน ฉันเลือกตั้งนาน นี่คือคำพูดของเธอหรอ!!) 2.เช้านี้หน้าดูเปลี่ยนไปนะ (คือจะบอกเป็นนัยๆว่าฉันโทรมงี้ ? ) 3.ใจเย็นก่อนได้มั้ย (ก็ตอนนั้น มันเย็นไม่ได้แล้วนี่) 4.นี่จะกินขนาดนี้จริงๆหรอ (หาว่าฉันอ้วนใช่ไหม!!!) 5.ผมไม่ชอบเพื่อนของคุณ ( ก็มันเพื่อนของฉัน จะมายุ่มย่ามอะไร คบเพื่อนนี้มาหลายสิบปี เธออย่ามา!!) 6.อย่ามางี่เง่าน่ะเธอ ( แรกๆ ไม่เห็นเคยพูด พอหลังๆมาหาว่าเรางี่เง่า เชอะ) 7.คุณต้องหัดมาเข้ายิมกับผมบ้างได้แล้ว ( นี่ก็หาว่าอ้วนอีกแล้วใช่ไหม!) 8.เมนส์จะมาใช่ไหม ถึงได้ทำตัวแบบนี้ ( จะหาว่าไร้เหตุผลใช่ไหม ... ใช่สิ ) 9.เธอหัดทำตัวสบายๆบ้างก็ได้นะ จะเครียดไรนักหนาเนี่ย (ก็จะให้ทำตัวสบายๆได้ไง ก็มันเป็นห่วงนี่นา หน้าผมฉันต้องเป๊ะสิยะ  ) 10.แฟนเก่าผมค่อนข้างสนิทกับที่บ้านผมน่ะ ( อ๋อหราาาาา มาบอกทำไม ใครอยากรู้ เรื่องศัตรูยะ ) 11.อยากทำไรก็ทำเลย ผมไม่แคร์ เข้าใจป่ะ ( ไม่แคร์ใช่ไหม ด๊ายยยย ฉันจะทำทุกอย่างเล้ยยยย ฮื) 12.จะแต่งหน้าหนาไปไหน (ก็มันหน้าฉันอะ อยากสวยก็ต้องแต่งหน้าหรือเปล่า จะเอามั้ย หน้าโล้นๆ เดินกับศพน่ะ) 13. นี่โกนขนขาครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่เนี่ย ? (นี่หาว่าขนขาฉันดกหรอเนี่ยย เสียเซลฟ์เป็นนะ!! ) 14.ถามจริงเถอะ หนักเท่าไหร่แล้ว (เห้อ ... คำถามนี้เมื่อไรจะหายไปจากโลกนะ) 15.พี่สาว/น้องสาวเธอนี่น่าสนใจจริงๆ (อ่าว ... นี่กะจะตีท้ายครัวกันเลยหรือไง? ) 16.เธอไม่มีวันเข้าใจหรอก (ก็ทำให้มันเข้าใจสิคะ จะมาตัดบทแบบนี้ได้ไง) 17.ก็ดูปกติดีนี่ (เออ ไม่สวยเลยสินะ ) 18.ถ้าคุณรักผมจริง คุณต้อง .... ( เหตุผลน่ะรู้จักมั้ย ไม่ใช่เอาเรื่องรักมาเกี่ยวสิ ทำอะไรต้องมีเหตุผลหน่อย ไม่ใช่เอะอะยกเรื่องนี้ ) 19.ผมทำอะไรไป คุณก็ไม่มีวันพอใจหรอก (จะมาตัดพ้อแบบนี้ทำไม นี่จะราดน้ำมันใส่ไฟกันชัดๆ) 20.คุณก็รู้ว่าผมเป็นแบบนี้ตั้งแต่วันแรกที่เจอกันแล้วนี่ ( อ๋อ... ก็คือไม่คิดจะปรับตัวให้ดีขึ้นเลยว่างั้น ?) แต่ไม่ใช่ว่าคำพูดเหล่านี้ จะทำให้สาวๆปรี๊ดแตกตลอดเวลานะคะ ถ้าพูดในเวลาที่เหมาะสมและอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจ แฟนสาวของคุณก็พร้อมจะเข้าใจและไม่งี่เง่าแน่นอนค่ะ แต่ก็นะ เลี่ยงๆหน่อยดีกว่า จิตใจของสาวๆ เปราะบางกว่าที่คิดนะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน! ที่มาจาก Cosmopolitan เรียบเรียงโดย Women Mthai Team 

ควายแม่ลูกอ่อน ไล่ขวิดหนุ่มสุรินทร์ ดับสยองคาทุ่งนา
ข่าวล่าสุด /  ควายขวิดคน / 

สลด!! ควายแม่ลูกอ่อน ขวิดหนุ่มสุรินทร์ดวงกุดร่างเยิน ดับสยอง ช่วงเย็นของวันที่ 18 ธ.ค. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สังขะ อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกควายขวิดจนเสียชีวิตกลางทุ่งนาใน บ้านหัวกระบือ ม.4 ต.ขอนแตก อ.สังขะ เมื่อเจ้าหน้าที่รุดสอบที่เกิดเหตุพบศพ ชาย 1 ราย ทราบชื่อคือ นายสวัตร ใจมนต์ อายุ 43 ปี มีบาดแผลฉกรรจ์ที่บริเวณหน้าอกขวา และตามร่างกายหลายแห่ง ลักษณะคล้ายถูกทิ่มแทงจากของมีคม จากการสอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า ชายที่เสียชีวิตได้เดินเท้าเพื่อไปหาปลาบริเวณคลองใกล้บ้าน หลังจากหาปลาเสร็จเตรียมจะกลับบ้าน พบว่ามีควายแม่ลูกอ่อน อายุประมาณ 10 ปี  เป็นควายของ นายหัด  อินดี ผูกไว้อยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุ ผู้ตายถูกควายแม่ลูกอ่อนชนขวิดจนเสียชีวิตก่อนจะขวิดลากศพออกจากที่เกิดไปอีก ประมาณ 2-3 เมตร ก่อนที่อาการคลุ้มคลั่งจะสงบลงและเดินหนีไป ชาวบ้านที่นำวัวไปเลี้ยงใกล้ที่เกิดเหตุเปอดเผยว่า ระหว่างเกิดเหตุนั้นตนได้ยินเสียงคนร้องดังมาก ก่อนที่จะวิ่งไปดูพบว่าควายแม่ลูกอ่อนกำลังขวิดนายสุวัตร ติดคาเขาควายอยู่ จึงรีบหาไม้ช่วยไล่ตีควายแต่แต่ไม่ทันการณ์ นายสุวัตรได้เสียชีวิตลงก่อนแล้ว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สันนิษฐานในเบื้องต้นเชื่อว่าเกิดจากสัตว์ทำร้ายจนถึงแก่ความตาย ด้านมารดาของผู้ตาย ไม่ติดใจถึงสาเหตุของการเสียชีวิต ซึ่งแพทย์จาก รพ.สังขะจะได้ชันสุตรสรุปสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง MThai News ขอบคุณข้อมูลข่าวจาก

7 ไอเดีย แต่งหน้า คืนความสุข งาน คริสต์มาส ปาร์ตี้ ปีนี้ต้องแซ่บ
คริสต์มาส /  ปาร์ตี้ / 

เทศกาลแห่งความสุข ใกล้เข้ามาทุกวัน ถึงจะ แต่งหน้า สวยอยู่ทุกวันเป็นปกติ แต่งานนี้ อยากขอคืนความสุข ให้มากยิ่งขึ้นเป็นพิเศษ สำหรับ งาน คริสต์มาส ปาร์ตี้ที่กำลังจะมาถึงนี้แล้ว จะให้ตวัดแปรง แต่งหน้า ตามที่เคยแต่ง ก็ไม่เฉี่ยว ไม่เปรี้ยว ไม่เฟี้ยว และ ไม่เฟี๊ยซ ไม่สมกับที่เป็นผู้หญิง MThai สิ อยากเปรี้ยว ให้มาทางนี้ เราขอนำเสนอ 7 ไอเดีย การแต่งหน้าที่คุณสามารถแต่งตามเองได้ หรือเอาเป็นแบบให้ช่างเขาสะบัดแปรงให้ก็ได้นะจ๊ะ 1. ลุคนี้ เน้นที่ดวงตา แต่งแบบสโมคกี้อายส์ เพียงแต่เลือกอายแชโดว์สีอ่อน อย่างสีเหลืองทองที่มีส่วนผสมชิมเมอร์ ให้ดูฟรุ้งฟริ้ง เมื่อลงหน้า ในขั้นพื้นฐานเสร็จเรียบร้อย ให้ลงอายไพร์มเมอร์ ที่เปลือกตา เพื่อให้เม็ดสีอายแชโดว์ติดทนนาน ทั้งยังช่วยขับเม็ดสีให้โดดเด่นขึ้นด้วย ( เราจึงบอกให้คุณลงอายไพร์มเมอร์ไงล่ะ ) จากนั้นให้ค่อยๆ ใช้แปรงพู่กันแตะสีอายแชโชว์สีเหลืองทองนี้ลงโดยเริ่มจากชิดขนตาบนขึ้น ไปก่อน แล้วค่อยๆ แตะขึ้นให้ฟุ้งไปทีละนิดๆ ดูเหมือนจะง่าย แต่ต้องใจเย็นนะจ๊ะ งานนี้ต้องละเมียด บอกเลย จากเมื่อเปลือกตาบนสวย อย่างใจหมายแล้ว ให้ใช้ปลายแปรงอายแชโดว์แตะอายแชโดว์สีเหลืองทองนี้เบาๆ แค่ปลายๆ ขนแปรงก็พอนะจ๊ะ แล้วแตะเปลือกตาล่าง เบาๆ ใช้แตะกด แตะกดเบาๆ ไม่ต้องลากเพราะจะทำให้สีฟุ้ง แถมยังทำให้ใต้ตาช้ำด้วยนะเออ ถ้าสีกระจาย ไม่งามตามภาพ ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ต้องตกใจ แต้มใต้รอบตาให้ครบรอบตา แล้วค่อยใช้ คัตต้อนบัดจุ่มเมคอัพรีมูฟเวอร์เก็บงานอีกครั้งค่ะ จากนั้นให้ปัดมาสคาร่า แล้ว ปัดแก้มสีกุหลาบอ่อนๆ เบาๆ แต้มลิปด้วยสีนู้ด ก็ได้ลุคเริ่ดๆ แบบนี้แล้ว 2. ลุคนี้แต่งแบบแม่สาวแวมไพร์ ชิ้นสำคัญที่ต้องมีคือ ลิปสติกสีเฉดแดงเบอร์รี่ งานนี้ปากจะเด่นเพราะฉะนั้น ตาต้องเบาค่ะ ใช้แค่คอนซีลเลอร์เก็บซ่อนรอยคล้ำใต้ตาก็พอ จากนั้นวาดขอบปากด้วยลิปไลเนอร์สีเข้มกว่าสีลิปสติก 1 เฉด จากนั้นให้มช้ลิปไลเนอร์แท่งเดียวกัน นั่นแหละค่ะ เติมสีให้ทั่วปาก แล้วค่อยๆ ใช้แปรงทาปากเบลนด์สีให้ทั่วปากอีกครั้ง แล้วทาลิปสติกสีแดงเบอร์รี่ตาม เท่านี้ ลุคสาวแซ่บแวมไพร์จะไปไหนเสียล่ะ 3. กลิตเตอร์มีไว้ใช้นะจ๊ะ ช่วงเทศกาลอย่างนี้ เอามาแต่งเถอะ มีแต่อิน กับ อิน เท่านั้น ไม่มีเอ้าท์ เริ่มแรกให้ทาอายแชโดว์แบบครีมสีนู้ด แล้วค่อยลงด้วยกลิตเตอร์ให้เต็มเบ้าตา ตามรูป แต่เดี๋ยวก่อน สมัยนี้มีอายแชโดว์กลิตเตอร์ผลิตออกมาในตัวให้สาวๆ ได้เลือกช้อป เลือก ใช้อยู่แล้ว สามารถใช้งานได้ง่าย และปลอดภัยต่อดวงตามากกว่า อันนี้ขอแนะนำเป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลนะจ๊ะ แต่จะใช้กลิตเตอร์ก็ได้ ไม่ว่ากัน จากนั้นกรีดอายไลเนอร์สีดำเพื่อเพิ่มความคม และปัดมาสคาร่าตาม ส่วน ปากให้ใช้ลิปสเตน หรือ ลิปสติกสีชมพู เท่านี้ ก็เป๊ะ ! 4. การแต่งหน้าด้วย อายแชโดว์สีสว่าง อย่างสีขาวหรือ สีเงิน จะช่วยเสริมกลิ่นอายของ เกล็ดหิมะ ในฤดูหนาว เพื่อฉลองคริสต์มาสได้เป็นอย่างดี ค่อยๆ แต้มอายแชโดว์จากกึ่งกลางเปลือกตาจนถึงหัวตา ค่อยใช้ปลายแปรงเล็กๆ และแต้มอายแชโดว์เบาๆ ทีละนิดนะคะ จากนั้นใช้ ดินสออายไลเนอร์สีเงิน แต้มที่หัวตาด้านใน ส่วนปากให้เลือกสีธรรมชาติที่ใกล้เคียงสีปากจริงที่สุด จะช่วยให้ลุคสวยสมบูรณ์แบบค่ะ 5. ถ้าคุณเลือกไม่ได้ระหว่างว่าจะเน้นที่ตา หรือ ปากดี ? ก็ให้แต่งทั้ง 2 ส่วนให้สมดุลด้วยเฉดสีมาเจนต้า หรือ แดงอมม่วง หรือแดงเลือดหมู สำหรับปาก และ แต่งเปลือกตาด้วยเฉดสีม่วง จะเข้ากันได้ดีค่ะ แต่ระวังอย่าแต่งให้หนักมือ จะดูกลายเป็นงานแฟนตาซีที่ล้ำเกินไป ค่อยๆ แต้มสีบนเปลือกตาเบาๆ อ่อนๆ แล้วเช็คเป็นระยะว่าพอใจแล้วรึยัง 6. ไอเดีย การแต้มกลิตเตอร์เฉพาะกึ่งกลางดวงตาก็เริ่ดดดดดด อย่าบอกใครนะ ให้ทาลิปบาล์มสีใสที่กึ่งกลางเปลือกตา เพื่อให้กลิตเตอร์ติดทน จากนั้นใช้นิ้วแต้มผงกลิตเตอร์แล้วกดเบาๆ ที่จุดกึ่งกลางเปลือกตาที่ทาลิปบาล์มไว้นั่นแหละค่ะ ส่วนปากทาสีชมพูเนื้อแมทท์ไว้ เริ่ด 7. ลุคแคท อายส์ เฉี่ยวทุกงานนะ ให้เลือกใช้ลิควิดอายไลเนอร์เส้นเล็กๆ วาดให้ชิดกับขอบตาบนและวาดเส้นให้เฉี่ยวยาวออกมาเล็กน้อยจากหางตา จากนั้นวาดอายไลเนอร์สีเดียวกันให้ชิดขอบตาล่างให้บรรจบที่จุดเดียวกัน เก็บอายไลเนอร์ที่เลอะออกมาด้วย คัตต้อนบัดชุบเมคอัพรีมูฟเวอร์ เพื่อให้เนี้ยบ จากนั้นแต้มริมฝีปากด้วยลิปสเตน สีปะการัง (ชมพูอมส้ม) หรือ สีกุหลาบ เท่านี้ก็เป๊ะล่ะ ออกงานได้ ภาพจาก IMAXTree เรียบเรียงโดย Women MThai Team

'เฟซบุ๊ก' จัดอันดับ 10 ประเด็นดังประจำปี 2014
ที่สุดแห่งปี 2014 /  เฟซบุ๊ก 2014 / 

วันนี้ทีมข่าว MThai ได้หยิบยกการนำเสนอจากรายการ Around the world by CNN ประเด็นฮอตฮิต ที่ถูกพูดถึงมากที่สุด 10 อับดับในเฟซบุ๊กจากทั่วโลก ในปี 2014 มานำเสนอ จะมีเรื่องเด่นเรื่องดังอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย.. วันนี้ (19 ธ.ค.) รายการ Around the world by CNN ทางช่อง MONO 29 รายงานเรื่องราว จากเว็บโซเชี่ยวเน็ตเวิร์ค ชื่อดังอย่าง เฟซบุ๊ก ที่ได้มีการวิเคราะห์หัวข้อการสนธนาผ่านเฟซบุ๊ก ผ่านเว็บไซต์ yearinreview.fb.com ซึ่งรวบรวมข้อมูลสำคัญตลอดปีที่ผ่านมา เพื่อค้นหาว่า ประเด็นใด ที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุดในระดับโลก ประจำปี 2557 ที่ผ่านมา ซึ่งครอบคลุมทั้งข่าวใหญ่ มหกรรมกีฬา และปรากฏการณ์ต่างๆในโลกโซเชี่ยว โดยประเด็นที่มีการสนธนามากที่สุดในระดับโลกบนเฟซบุ๊ก ประจำปี 2557 คือ 1.ฟุตบอลโลก 2.การระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลา 3.การเลือกตั้งในบราซิล 4.โรบิน วิลเลี่ยม 5.ไอซ์ บัคเก็ต ชาลเลนจ์ 6.ความขัดแย้งในฉนวนกาซ่า 7.สายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ 8.ซุปเปอร์โบวล์ (การแข่งขันชิงแชมป์อเมริกันฟุตบอลอาชีพประจำปีในสหรัฐฯ) 9.คดีไมเคิล บราวน์ เมืองเฟอร์กูสัน 10.โอลิมปิก ฤดูหนาวที่เมือง ซูชิ นอกจากประเด็นสนธนาที่เป็นไฮไลท์จากทั่วโลกเฟซบุ๊กยังรวมรวม 10 อับดับหัวข้อสนธนา และสถานที่เช็กอินสุดฮิต หลายๆประเทศทั่วโลก พร้อมด้วยรายชื่อเกมส์ที่มีผู้เล่นมากที่สุดทั่วโลกในปีที่ผ่านมาอีกด้วย MThai News ขอบคุณ  Around the world by CNN ทางช่อง MONO 29 และเว็บไซต์   yearinreview.fb.com

10อันดับนักกีฬาที่ถูกค้นหาในกูเกิลมากสุดปี 2014
นักกีฬา /  มาริโอ เกิทเซ / 

เหลืออีกไม่กี่วันก็จะข้ามปี2014กันแล้วซึ่งทางกูเกิลได้เปิดเผยข้อมูลว่านักกีฬาคนไหนถูกค้นหามากสุดในปี2014 มาดูเลยกันดีกว่าว่าใครเป็นจะเป็นนักกีฬาที่ค้นหามากสุดในปีนี้ อันดับ10 ริชาร์ด เชอร์แมน(นักกีฬาอเมริกันฟุตบอลNFL) ริชาร์ด เชอร์แมน กับตำแหน่ง คอร์เนอร์แบ็กระดับพระกาฬแห่งศึก NFL เป็นอย่างดี หนึ่งในขุมกำลังคนสำคัญของ "เหยี่ยวทะเล" ซีแอทเทิล ซีฮอวค์ส กับแชมป์ซูเปอร์โบวล์ปีล่าสุด ด้วยลีลาชอบเยาะเย้ยคู่แข่ง กับการคุยโอ้อวดก่อนเกม ส่งผลให้แฟนกีฬาต่างชื่นชอบบุคลิกของเชอร์แมน และค้นหาข้อมูลในกูเกิลจนติดลิสต์มาอยู่ในท็อปเท็น อันดับ9 ไมเคิล เฟล์ปส(นักกีฬาว่ายน้ำ) โดยปีนี้ ซูเปอร์สตาร์ ชาวสหรัฐฯ มีข่าวฉาวประเด็นร้อนเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาหลังถูกแฉว่า มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ เทย์เลอร์ ไลแอนน์ แชนด์เลอร์ แฟนสาว ซึ่งออกมายอมรับว่าตนเป็นผู้ชายตั้งแต่กำเนิด แต่ได้ผ่าตัดกำจัดอวัยวะเพศแล้ว อันดับ8 ฟรานซิสโก โอชัว(นักกีฬาฟุตบอล) เขาเป็นใครมาจากไหน ไม่มีใครรู้ จนกระทั่งช่วงฟุตบอลโลกที่ประเทศบราซิล นายด่านมือกาวคนนี้ โชว์ฟอร์มมือปลาหมึก เซฟหนแล้วหนเล่าให้กับทีมชาติเม็กซิโก จนทีมชาติของเขาทะลุไปถึงรอบ 16 ทีม อันดับ7 จูลส์ เบียงคี(นักแข่งรถF1) ถูกค้นหาจากกูเกิลอย่างล้นหลามในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมาเนื่องจาก จูลส์ เบียงคี นักขับชาวฝรั่งเศสจากทีม มารัสเซีย หลังรถแข่งเสียการควบคุม ก่อนจะหลุดโค้งชนเข้ากับรถเครน ระหว่างการแข่งขัน เอฟวัน รายการ เจแปนีส กรังด์ ปรีซ์ ที่ประเทศญี่ปุ่นโดยล่าสุด นักขับวัย 25 ปี มีอาการทรงตัวแล้วและกำลังรักษาตัวอยู่ที่ประเทศบ้านเกิดของตัวเอง อันดับ6 มาริโอ เกิทเซ(นักกีฬาฟุตบอล) แข้งรูปหล่อจาก"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิกรายนี้ ประกาศศักดาให้ทั่วโลกได้เห็นหลังตะบันประตูชัยให้กับทัพ "อินทรีเหล็ก" เยอรมัน เฉือนเอาชนะ "ฟ้าขาว" อาร์เจนตินา 1-0 ในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกที่ผ่านมา อันดับ5 เนย์มาร์(นักกีฬาฟุตบอล) โดยประเด็นที่ร้อนแรงที่สุดที่ทำให้เนย์มาร์โดนค้นหาชื่อมากสุดก็คือเหตุการณ์ในช่วงบอลโลกที่เนย์มาร์ ถูก ฮวน ซูนิกา คู่แข่งจากโคลอมเบียกระโดดแทงเข่าคู่ ส่งผลให้เขาต้องปิดฉากฟุตบอลโลกไปก่อนเวลาอันควร และมีข่าวลือออกมาว่าอาการบาดเจ็บที่กระดูกสันหลังของเนย์มาร์ถึงขั้นพิการ ทีเดียว อันดับ4 หลุยส์ ซัวเรซ(นักกีฬาฟุตบอล) แข้งสุดฮอตระดับต้นๆในปีนี้คงจะหนีไม่พ้น หลุยส์ ซัวเรซ หัวหอก ฟันไม่เข้าของ บาร์เซโลนา ที่มีข่าวอื้อฉาวโด่งดังไปทั่วสารทิศกับจังหวะงับคอ จอร์โจ คิเอลลินี ในช่วงฟุตบอลโลกที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้ทางฟีฟ่า สั่งแบนเป็นเวลา 4 เดือนและห้ามรับใช้ทีมชาติอีก 9 นัดด้วยกัน อันดับ3 เรย์ ไรซ์(นักกีฬาอเมริกันฟุตบอลNFL) เจ้าของตำแหน่งรันนิงแบ็กระดับ "โพรโบวล์"  3 สมัย จาก บัลติมอร์ ราเวนส์ ทีมอเมริกันฟุตบอลจากลีก NFL ได้สร้างวีรกรรมสุดอื้อฉาวระบือไปทั่วโลก หลังจากทำร้ายร่างกาย จาเนย์ พาลเมอร์ อดีตคู่หมั้นสาว อย่างรุนแรงถึงขั้นสลบภายในลิฟต์และถูกประธาน NFL สั่งห้ามลงเล่นให้กับทีมไหนจนกว่าคดีจะจบ อันดับ2 มิชาเอล ชูมัคเกอร์(อดีตนักแข่งF1) ถือว่าเป็นปีที่ไม่ดีของ อดีตตำนานนักขับฟอร์มูลาร์ วัน เจ้าของแชมป์โลก 7 สมัย ชาวเยอรมันรายนี้หลังเกิดอุบัติเหตุขณะเล่นสกี ศีรษะกระแทกกับก้อนหิน จนถึงขั้นโคม่า ต้องนอนรักษาตัวมาเป็นเวลานาน แต่ล่าสุดอาการของ "ชูมี่" ได้ดีวันดีคืนแล้ว แต่ยังต้องรับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญต่อไป อันดับ1 ฮาเมส โรดริเกซ(นักกีฬาฟุตบอล) ฮาเมส โรดริเกซ จอมทัพจากสโมสร เรอัล มาดริด เจ้าของตำแหน่งรองเท้าทองคำฟุตบอลโลก หรือ ดาวซัลโวฟุตบอลโลก 2014 ด้วยผลงาน 6 ประตู

ขอตายรังหงส์!! ปลาคราฟ หวังอนาคตจบชีวิตค้าแข้งที่ แอนฟิลด์
มาร์ติน สเคอร์เทล /  รัสเซีย / 

มาร์ติน สเคอร์เทล ปราการหลังตัวคีย์แมนของ ลิเวอร์พูล ยอมรับว่าตัวเขาเองฝันจะประกาศแขวนสตั๊ดในถิ่น แอนฟิลด์ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม โดยแนวรับวัย 30 ปี อยู่เฝ้าหลังบ้านให้ "หงส์แดง" มานานร่วม 7 ปี หลังจากตกลงย้ายมาร่วมทัพจากสโมสร เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ทีมดังแห่งลีก รัสเซีย เมื่อฤดูกาล 2007/08 เซ็นเตอร์ฮาร์ฟกัปตันทีมชาติ สโลวาเกีย ใหสัมภาษณ์กับ Dennik Sport ถึงเรื่องนี้ว่า "ผมได้จินตนาการว่าตัวเองจะลงเล่นให้ ลิเวอร์พูล จนถึงบั้นปลายอาชีพการเป็นนักฟุตบอล" "มันขึ้นอยู่กับวิธีการว่าผมจะเล่นยังไงเมื่อมีอายุมากขึ้น และถ้าหาก 2-3 ฤดูกาลข้างหน้าผมต้องแขวนสตั๊ด มันก็เป็นอะไรที่เข้าใจได้ แต่วินาทีนี้ผมไม่สามารถบอกได้หลอกนะว่าจะมีแรงเล่นฟุตบอลได้นานแค่ไหน" สเคอร์เทล ทิ้งท้าย

เจอแล้วดต.โหดยิงสาวท้อง3ด.ดับพบฆ่าตัวตาย ที่ จ.น่าน
จ่อยิงแฟนเก่า /  ตำรวจยิงแฟนเก่า / 

ผกก.สภ.นาหมื่น เผย ด.ต.จ่อยิงสาวท้อง 3 เดือน ดับ พร้อมลากร่างยัดเก๋งขับหนี พบอีกทีเป็นศพคู่ ที่ จ.น่าน คาดยิงตัวตายตาม พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สารีรัตน์ ผกก.สภ.นาหมื่น เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ความคืบหน้าจากกรณีที่ ด.ต.บุญญฤทธิ์ เรือนเย็น อายุ 37 ปี ผบ.หมู่งานฝ่ายสืบสวน สน.ลาดกระบัง ยิง นางสาวรุ่งนภา หรือ หมวย ต้ะมูล อายุ 21 ปี ชาวจังหวัดน่าน อดีตแฟนสาวที่ตั้งครรภ์ 3 เดือน ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนที่จะทำการลากผู้ได้รับบาดเจ็บขึ้นรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า วีออส สีดำ หมายเลขทะเบียน กท 1921 นครสวรรค์ หลบหนีไปไม่ทราบทิศทาง ล่าสุด ได้พบรถยนต์คันดังกล่าวจอดอยู่หน้าอนามัยใน ต.เมืองลี อ.นาหมื่น จ.น่าน จากการตรวจสอบภายในพบร่างไร้วิญญาณของผู้ก่อเหตุและหญิงสาวเคราะห์ร้าย นอนเสียชีวิตแน่นิ่งอยู่ในรถยนต์คันดังกล่าว ใกล้กันยังพบปืนขนาด .357 ลูกโม่ ตกอยู่ โดยคาดว่าคนร้ายน่าจะใช้อาวุธปืนยิงตัวตายตามอดีตแฟนสาวที่เสียชีวิตมาตั้งแต่พื้นที่ก่อเหตุครั้งแรก (สน.พระโขนง) ก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งศพของผู้เสียชีวิตทั้งคู่ไปชันสูตรพลิกศพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขอบคุณภาพจาก บ้านเมือง 

วิกฤตหนัก พายุฤดูหนาวซัดญี่ปุ่น หิมะกระหน่ำ สังเวย 11 ชีวิต
ญี่ปุ่น /  พายุฤดุหนาว / 

อุตุฯญี่ปุ่น เปิดเผยยอดผู้เสียชีวิตมากกว่า 11 ศพ สังเวยภัยหนาวในญี่ปุ่น เนื่องจากเกิดหิมะถล่มจากอิทธิพลหย่อมความกดอากาศ เจ้าหน้าที่เร่งให้การช่วยเหลือ วันนี้ (19 ธ.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (เจเอ็มเอ)ประกาศ เฝ้าระวังและเตือนภัยการเกิดหิมะถล่มในพื้นที่แทบทุกภาคส่วนของประเทศ จากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำที่ก่อตัวอยู่ในทะเลญี่ปุ่น และยังคงทวีกำลังรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ก่อให้เกิดพายุฤดูหนาวที่มีความเร็วลม รุนแรงถึง 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้งนี้ มีรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตวิกฤติดังกล่าวแล้วอย่างน้อย 11 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ควมถึงประชาชนอย่างน้อย 270 คน ติดอยู่ท่ามกลางพื้นที่หุบเขาระหว่างจังหวัดนิงาตะ กับ จังหวัดนางาโนะ เนื่องจากหิมะถล่มลงมาปิดเส้นทางการจราจรทั้งหมด โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือแล้ว อย่างไรก็ตาม สายการบินและผู้ให้บริการขบวนรถไฟพากันออกประกาศแจ้งให้ประชาชนหมั่นตรวจสอบกำหนดการเดินทางกับผู้ให้บริการ เนื่องจากเที่ยวบินและขบวนรถไฟจะไม่สามารถให้บริการได้ครบทุกเส้นทางในระยะนี้ หรืออาจจะล่าช้ากว่าปกติ MThai News ขอบคุณรูปภาพจาก wn.com