ฤดูร้อนนั้นฉันตาย

หมอรามาฯ เผยชัดๆ กระบวนการตรวจ DNA ปมร้อนเกาะเต่า
หมอรามา /  โรงพยาบาลรามาธิบดี / 

หมอโรงพยาบาลรามาธิบดี เผยวิธีการตรวจ DNA ปมร้อนเกาะเต่า

ลูกดารา ฉายแววตามรอยพ่อแม่
อ้อม พิยดา /  พอลล่า เทเลอร์ / 

ต๊าย...ตาย ไอ้ที่เขาว่ากันว่า ลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น สงสัยว่าจะจริงซะแล้วละค้า...ก็แหมๆๆ ดูบรรดาทายาทคนบันเทิงสมัยนี้สิคะ หน้าตาน่ารัก สวยหล่อ ได้พ่อได้แม่มาทั้งน้านนน...แถมเรื่องความสามารถก็ฉายแววซุป’ตาร์กันมาตั้งแต่แบเบาะเลยทีเดียว พอเริ่มโตขึ้นหน่อยก็ชิมลางงานในวงการบันเทิงได้อย่างไม่เคอะไม่เขิน ทั้งถ่ายแบบ เดินแบบ พรีเซ็นเตอร์ เล่นละคร บลาๆๆ ทำได้สารพัดสมเป็นลูกคนดัง เอ้า!!! ลองไปเบิ่งกันหน่อยซิว่ามีลูกเต้าเหล่าใครกันบ้าง น้องนาวา น้องนาวา หนูน้อย นาวา ลูกสาวสุดที่เลิฟของ แม่อ้อม พิยดา และ พ่ออาร์ต ศรา ยิ่งโตก็ยิ่งหน้ารัก ใครเห็นเป็นต้องหลง เรียกว่าสาวน้อยคนนี้มีพัฒนาการไวอย่างเห็นได้ชัด ออร่าความน่ารักก็จับใช่ย่อย งานนี้คุณพ่อคุณแม่คงตั้งใจปั้นมาอย่างดี น้องนาวาถึงได้ออกมาน่ารักครบสูตร พร้อมเจิดจรัสขึ้นแท่นเป็น ซุป'ตาร์ตามคุณแม่ค้าาา... น้องไลลา น้องไลลา เป็นอีกหนึ่งเด็กน้อยที่เชื้อไม่ทิ้งแถว สำหรับ น้องไลลา ลูกสาวตัวน้อยๆ ของคุณแม่ยังสาว พอลล่า เทเลอร์ ที่บอกว่าเชื้อไม่ทิ้งแถวเนี่ย เพราะหนูไลลาเธอน่ารักถอดแบบคุณแม่มาอย่างกับโคลนนิ่ง ส่วนเรื่องความสามารถไม่ต้องพูดถึง พอลล่าน้อยตัวจิ๋วชิมลางงานในวงการบันเทิงแบบถี่ยิบ ทั้งถ่ายโฆษณา เดินแบบ ถ่ายแบบ ทำได้สบายมาก อ๊ะๆๆ อนาคตคงได้สืบทอดงานในวงการแทนคุณแม่แน่นอน เจ้านาย เจ้าขุน เจ้าสมุทร เจ้านาย เจ้าขุน เจ้าสมุทร ไม่พูดถึงไม่ได้แล้ว สำหรับสามหนุ่มหล่อวัยละอ่อนอย่าง เจ้านาย, เจ้าขุน, เจ้าสมุทร ลูกชายหัวแก้วหัวแหวานของ เจ เจตริน และคุณแม่สวยไม่สร่าง ปิ่น เก็จมณี จุดนี้ไม่มีอะไรมาก แค่จะบอกว่าเด็กอะไรไม่รู้ยิ่งโตยิ่งหล่อ แว่วว่าลูกชายบ้านนี้เป็นที่หมายของสาวๆ ไปทั่วบ้านทั่วเมือง แหม...ก็อย่างว่าล่ะนะ เกิดมาหน้าตาดี ใครๆ ก็อยากงาบ เอ้ย!!! อยากรู้จัก อยากจับจองกันทั้งนั้น หุหุ น้องโสน น้องโสน เผลอแป๊บเดียวโตขึ้นเป็นกอง สำหรับ น้องโสน สิสราญ ลูกสาวสุดที่รักของ มอส ปฏิภาณ รายนี้ยิ่งโตก็ยิ่งรู้งาน พาโชว์ตัวที่ไหนคุณเธอไม่มีอาการงอแง กวนใจพ่อแม่ให้งานเสีย แถมเจอกล้องยังยิ้มสู้ตลอด ไอหยะ!!! คำว่าซุปตาร์ฝังอยู่ในสายเลือดจริงๆ นะเนี่ย อิอิ น้องโปรด น้องโปรด หนุ่มน้อยคนนี้ก็ใช่ย่อย สำหรับ น้องโปรด อัษศดิณย์ ลูกชายสุดที่เลิฟของ พ่อป๊อป นิธิ และ แม่เป้ย ปานวาด เรียกว่าปั้นให้หน้าตาถอดกันมาแบบเป๊ะเว่อร์ แก้มยุ้ย ตาโต ปากกระจับ ฉายแววพระเอกตั้งแต่เล็กๆ เลยทีเดียว แถมยังฮอตแข่งกับแม่ซะด้วย เพราะมียอดฟอลโล่ในไอจีที่คุณแม่สร้างให้เหยียบหลักแสน อุ๊ตะ!!! เยอะกว่าดาราบ้างคนซะอีกนะเนี่ย คิกๆๆ น้องณดา น้องณดา เด็กอาร๊ายยย...น่ารักน่าชั่งจริงๆ เชียว สำหรับ น้องณดา ปุณณดา ลูกสาวคนสวยของนางเอกตัวแม่ กบ สุวนันท์ กับคุณพ่อสุดหล่อ บรู๊ค ดนุพร พูดลยว่าเป็นซุปตาร์ตัวจิ๋วที่น่าจับตามอง เพราะยิ่งโตออร่าก็ยิ่งเปล่ง คอนเฟิร์มเลยว่าอนาคตคงจะได้เห็นหนูน้อยณดาขึ้นแท่นเป็นนางเอกแถวหน้าแทนแม่กบแน่ๆ ก็ขนาดตัวแค่นี้ยังฉายแววซุปตาร์ให้เห็นแล้วเลย หุหุ น้องณัชชา น้องณัชชา เป็นหนูน้อยอัจฉริยะไปแล้ว สำหรับ น้องณัชชา ลูกสาวคนเก่งของ พ่อบ๊อบ ณัฐธีย์ หลายคนคงติดหูติดตาและติดปากกันดีผ่านรายการ เอเชียคอนเน็ค ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อเด็กอะไรเก่งเกินตัวจริงๆ และเพราะความเก่งเกินร้อยของหนูน้อยนั่นแหละ ที่โดดเด่นจนกลายเป็นที่พูดถึงในโลกโซเชียลอย่างล้นหลาม ชมบ้าง ติบ้าง จนเด็กงง เอ้า!!! ดูปากณัชชาชัดๆ นะคะ ว่าหนูไม่ได้ดัดจริตแต่มันเป็นฟิลลิ่งค้าาา...อย่าคิดมาก

ยังอยู่ไทย! คิงบียอร์น แย้มยังเล่นไทยลีกแม้หมดสัญญากับสุพรรณบุรี
คิงบียอร์น /  ช้างศึกยุทธหัตถี / 

ช่วงนี้เป็นโค้งสุดท้ายของศึกโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2014 จะมีการฟาดแข้งกัน 10 คู่ 10 สนาม ในวันที่ 2 ต.ค.57 ทำให้เวลานี้ตลาดนักเตะในเมืองไทย เริ่มที่จะมีออกมาบ้างแล้ว โดยเฉพาะนักเตะที่กำลังจะหมดสัญญากับสโมสร ล่าสุด คิงบียอร์น บียอร์น ลินเดมันน์ ดาวเตะชาวเยอรมัน ของ ช้างศึกยุทธหัตถี สุพรรณบุรี เอฟซี ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น ลงสนาม 33 นัด ซัดไป 17 ประตู จากการเป็นตัวปั่นเกม โดย คิงบียอร์น ที่กำลังจะหมดสัญญากับทีมเมืองขุนแผน เปิดเผยว่า เรื่องอนาคตผมอยากรอให้เล่นนัดสุดท้ายเสร็จเสียก่อน และผมก็จะขอพักร้อนเพื่อใช้ความคิด ใช่ผมรู้ว่าสัญญาของผมกับสุพรรณบุรีจะหมดลงหลังจบฤดูกาล และก็มีโคราชที่สนใจ “ส่วนเรื่องข่าวลือที่ว่าผมจะกลับเยอรมันนั้นไม่เป็นความจริงแน่นอน ผมกล้ารับปากนะว่าผมจะเล่นในประเทศไทยต่อไป ผมรักประเทศไทย แต่ผมยังไม่รู้ว่าผมจะได้เล่นกับสโมสรไหน” คิงบียอร์น กล่าวทิ้งท้าย

สธ.เผยคนไทยเสพข่าวทำให้เครียดมากกว่า2หมื่นข่าว/ปี
คนไทยเสพข่าว /  อ่านข่าวเครียด / 

ปลัด สธ. เปิดงานอารมณ์ดีชีวีมีสุข ชี้ คนไทยเสพข่าวทำให้เครียด ปีละ 2 หมื่นข่าว ระวังเป็นโรคร้าย นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดงานสัปดาห์สุขภาพจิตแห่งชาติ ประจำปี 2557 ระหว่าง วันที่ 1-7 พฤศจิกายน 2557 หัวข้อ “ร่วมสร้างอารมณ์ดี ให้ทุกชีวีมีความสุข” เพื่อให้ความรู้ ส่งเสริมให้ประชาชนไทยทุกคน สามารถจัดการปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวเองและคนรอบข้างได้อย่างสมดุล เนื่องจากเหตุการณ์ ของความรุนแรงหรือความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคม ล้วนเกิดจากอารมณ์ทั้งสิ้น โดยมีผลการศึกษาทางการแพทย์ยืนยันตรงกันว่า ผู้ที่เกิดความเครียดทางจิตใจ จะปรากฏอาการออกมาทั้งในระยะเฉียบพลันคือหงุดหงิด โมโหง่าย อารมณ์ร้อน อาจก่อความรุนแรงได้ง่าย และหากสะสมทิ้งไว้นานจะก่อให้เกิดโรคจิต และโรคทางกาย และที่ร้ายแรงที่สุดคือโรคมะเร็ง ซึ่งเป็นผลมาจากกลไกในร่างกายทำงานผิดปกติ ปลีด สธ. กล่าวว่า จากรายงานการวิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์ข่าวความรุนแรงทางสังคมที่เกิดขึ้น จากสื่อสิ่งพิมพ์ จำนวน 48 ฉบับ สื่อโทรทัศน์ จำนวน 10 สถานี เว็บไซต์และสำนักข่าวออนไลน์ จำนวน 40 เว็บไซต์ ของกรมสุขภาพจิต พบว่าในปี 2557 เพิ่มขึ้นจากปี 2556 ถึง ร้อยละ 26 โดยมีข่าวเกี่ยวกับความรุนแรงทั้งทางสังคมและการเมือง ในชายแดนใต้ ต่อสตรีและเด็ก ในครอบครัวและความรุนแรงของเด็กและวัยรุ่น รวม 29,238 ครั้ง ขณะที่ปี 2556 มีจำนวน 21,456 ครั้ง มากที่สุดคือความรุนแรงทางสังคมและการเมือง 10,246 ครั้ง รองลงมาคือความรุนแรงในชายแดนใต้ 7,843 ครั้ง ความรุนแรงต่อสตรีและเด็ก 5,064 ครั้ง ความรุนแรงในครอบครัว จำนวน 4,737 ครั้ง และความรุนแรงของเด็กและวัยรุ่น จำนวน 1,348 ครั้ง ความรุนแรงเหล่านี้ เป็นตัวสะท้อนถึงภาวะทางอารมณ์ของคนเราที่ขาดการจัดการอย่างถูกต้องเหมาะสม

ไปเกาหลีกับ t’way แค่ 13,800.-
t’way /  ตั๋วเครื่องบิน / 

โปรโมชั่น บินด่วนไปเกาหลีกับ t’way แค่ 13,800 บาท ใครมีทริปเร่งด่วนหรือตั้งใจจะเดินทางไปเกาหลีอาทิตย์หน้าแต่ยังไม่มีตั๋วเครื่องบิน เชิญทางนี้ t’way เขามีตั๋วเครื่องบินราคาประหยัดบินตรงสู่สนามบินอินชอนให้จับจองกันแน่ะ ช่วงเวลาจอง: วันนี้ – จนกว่าที่นั่งจะหมด ช่วงเวลาเดินทาง: 5-9 พฤศจิกายน 2557 (เช็คอินคืนวันที่ 4) ราคา: 1 ท่าน ที่นั่งละ 14,300 บาท, 2 ท่านขึ้นไป ที่นั่งละ 13,800 บาท สอบถามรายละเอียดหรือสำรองที่นั่ง: โทร. 02 653 2111 บินไปเกาหลีต้นฤดูหนาวในราคาถูกแสนถูกกับ t’way วันนี้ ไม่ต้องเสียค่าเลือกที่นั่งเพิ่ม ไม่ต้องเสียค่าโหลดกระเป๋าเพิ่ม โหลดกันไปเลยสวยๆ ท่านละ 20 กิโลกรัม แถมยังหิ้วขึ้นเครื่องได้เก๋ๆ อีกท่านละ 10 กิโลกรัม เวลาเดินทางสวยไม่แพ้สายการบินระดับชาติ ขาไปเครื่องออกเวลา 01.25 น. ไปถึงเกาหลี 08.35 น. (เวลาท้องถิ่น) แล้วเที่ยวต่อได้ทันที ขากลับเครื่องออกเวลา 20.05 น. ถึงเมืองไทยเวลา 00.10+1 น. (เวลาท้องถิ่น) เรียกว่าเที่ยวได้คุ้มจนหยดสุดท้าย ตั๋วปล่อยค่อนข้างกระชั้นชิดวันเดินทางและกำหนดระยะเวลาเที่ยวเพียงสั้นๆ ตามประสา t’way แต่ข้อดีคือถูกจนน่าใจหาย ใครสนใจอย่ามัวรอช้า ตั๋วมีจำนวนจำกัดนะคะ!

หนุ่มหึงโหดยิงสาวดับก่อนยิงตัวตายตาม2ศพ
ข่าววันนี้ /  ยิงกัน / 

หนุ่มใหญ่เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี วัย 40 หึงโหดยิงสาว 18 ดับ ก่อนยิงตัวตายตาม รวม 2 ศพ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งมีเหตุยิงกันและมีผู้เสียชีวิตที่หน้าบ้านเลขที่ 97/2 หมู่ 10 ริมถนนสายเดิมบาง-บ้านทึง ต.นางบวช อ.เดิมบางนางบวช จึงรุดไปตรวจสอบ พบศพ นายแมน เหมือนแก้ว อายุ 40 ปี  มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนลูกซอง นอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่หน้าบ้าน ใกล้กันพบอาวุธปืนลูกซองตกอยู่ ขณะเดียวกันยังพบว่าที่บ้านเลขที่ 120 หมู่ 10 ต.นางบวช ที่อยู่ใกล้เคียงกันมีคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 รายคือ น.ส.สุกัญญา ด้วงนิยม อายุ 18 ปี ที่อาชีพเป็นพนักงานให้บริการผู้โดยสารบนรถโดยสารปรับอากาศสายเดิมบางนางบวช-กรุงเทพมหานคร มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนขนาดเดียวกันเข้าเต็มใบหน้า ญาติได้ช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลเดิมบางนางบวชไปก่อนหน้าแล้ว แต่ น.ส.สุกัญญา ได้เสียชีวิตหลังถูกนำส่งโรงพยาบาล สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่ น.ส.สุกัญญา กำลังนอนพักผ่อนอยู่ในบ้าน นายแมน ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุและได้มาหลงรัก น.ส.สุกัญญา ได้เดินเข้ามาขอพูดคุย แต่ น.ส.สุกัญญา ไม่ยอมคุยด้วย จึงเกิดการโต้เถียงกันขึ้นอย่างรุนแรง ก่อนที่ นายแมน จะชักอาวุธปืนที่พกมาด้วย ยิงใส่ น.ส.สุกัญญา เต็มใบหน้า 1 นัด จน น.ส.สุกัญญา ล้มลง จากนั้น นายแมน ได้เดินออกจากบ้านไปและใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันยิงศีรษะตัวเองจนเสียชีวิตที่บริเวณหน้าบ้านที่พบศพ ทั้งนี้ พ.ต.อ.เชิดศักดิ์ เฉลียวศิลป์ ผกก.สภ.เดิมบางนางบวช เผยว่า สาเหตุมาจากเรื่องที่ นายแมน กลัวว่า น.ส.สุกัญญา จะไปมีใจให้ชายอื่น จึงใช้อาวุธปืนยิง น.ส.สุกัญญา จนเสียชีวิต ก่อนจะใช้ปืนยิงตัวเองตายตามดังกล่าว

รู้แล้ว! เหตุรถไฟขยี้ 'คัมรี่' GPS เป็นต้นเหตุ
GPS /  รถไฟขยี้คัมรี่ / 

เหตุรถไฟขยี้เก๋งคัมรี่สองสามี-ภรรยา ญาติ เชื่ออุบัติเหตุ ไม่ใช่ฆ่าตัวตาย คาดก่อนเกิดเหตุสลด จอดดู GPS เช็คเส้นทางแล้วลืมดูทางรถไฟ  จากเหตุรถไฟสายหัวหิน-กทม.ขยี้รถเก๋งคัมรี่ของนายวิทยา รัตนะ หน.ฝ่ายบริหาร รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ และนางรชตวรรณ รัตนะ ภรรยา จนทำให้ไฟลุกไหม้เสียชีวติคาซากรถ 2 ศพ บริเวณจุดตัดทางรถไฟบ้านนาแค หมู่ 5 ต.ต้นมะม่วง อ.เมือง จ.เพชรบุรี เหตุเกิดเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยจนท.ตำรวจสงสัยว่าเจตนาฆ่าตัวตาย รถไฟชนเก๋งคัมรี่ เสียชีวิตสองศพ โดยจากการตรวจสอบภาพวงจรปิดของ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเพชรบุรี พบว่ารถเก๋งคัมรี่ขับมาจอดนานประมาณ 20 นาที แล้วเหยียบคันเร่งพุ่งให้รถไฟชน ก่อนไฟลุกท่วม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตั้งปมอาจเป็นการฆ่าตัวตาย หรืออุบัติเหตุ ความคืบหน้า วานนี้ (29 ต.ค.) นายวริช รัตนะ บุตรชายนายวิทยา และนางรจนวรรณ กล่าวถึงสาเหตุการเสียชีวิตของบิดา มารดาที่อาจเป็นการฆ่าตัวตายว่า ประเด็นนี้ไม่มีทางเป็นไปได้ ญาติพี่น้องและคนรู้จักทุกคนไม่มีใครเชื่อ เพราะบิดามารดาของตนตั้งใจไปร่วมงานแต่งงานที่ จ.ขอนแก่น โดยจะแวะรับลูกสาวอีกคน และเยี่ยมยายที่กรุงเทพฯ ก่อนเดินทางไป จ.ขอนแก่น ซึ่งปกติบิดามารดาเดินทางไปกรุงเทพฯ เป็นประจำ แต่วันเกิดเหตุต้องการแวะซื้อของฝากที่ตัวเมืองเพชรบุรี จึงขับออกนอกเส้นทางที่เคยขับปกติ ช่วงเที่ยงก่อนเกิดเหตุยังโทรศัพท์สอบถามเส้นทางจากคนอื่นๆ รวมถึงถามเพื่อนๆ ว่าต้องการของฝากอะไรหรือไม่ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะฆ่าตัวตาย นายวริชกล่าวอีกว่า ในการเดินทางบิดามารดาจะมีไอแพดและGPSใช้หาเส้นทาง และจากภาพเหตุการณ์จะเห็นว่า เมื่อมาถึงทางรถไฟรถของบิดามารดาได้จอดเข้าข้างทาง และเปิดไฟกะพริบ ซึ่งเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากกำลังตั้งระบบGPSอยู่ และบริเวณที่เกิดเหตุยังไม่มีไม้กั้น และไม่มีสัญลักษณ์แจ้งเตือน เมื่อเห็นรถคันหน้าขับข้ามทางรถไฟไป ก็เป็นสัญชาตญาณของคนขับตามหลังที่ออกรถตามไปด้วย โดยที่บิดามารดาอาจไม่ทันได้สังเกตว่ามีรถไฟวิ่งมา ด้านร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองเพชรบุรี เจ้าของคดี ระบุว่า จากการสอบสวนคนในครอบครัวของผู้ตาย เบื้องต้นสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นอุบัติเหตุ ไม่ใช่การจงใจฆ่าตัวตาย เนื่องจากทางญาติพี่น้องยืนยันตรงกันว่าทั้ง 2 ไม่เคยมีปัญหาเรื่องการเงินหรือเรื่องใดๆ ความรักก็ปกติ ก่อนเกิดเหตุผู้ตายทั้ง 2 กำลังเดินทางไปร่วมงานแต่งงาน โดยออกเดินทางมาจากบ้านที่นราธิวาส มาพักค้างคืนที่ชุมพร 1 คืน ก่อนเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ระหว่างทางได้ติดต่อพูดคุยกับทางญาติตลอด คาดว่าทั้ง 2 คนน่าจะหลงทางและกำลังเปิดเครื่อง GPS นำทางพร้อมโทรศัพท์ติดต่อพูดคุยกับญาติตลอดเวลา ส่วนภาพวงจรปิดที่เห็นทั้ง 2 จอดรถนานผิดปกตินั้น ทางญาติยืนยันว่าทั้ง 2 กำลังเปิดเครื่อง GPS เพื่อหาเส้นทางเดินทางไปยังหาดเจ้าสำราญ เพื่อซื้อของฝากและวิ่งตามถนนเลียบชายทะเล กระทั่งมาเกิดเหตุน่าโศกเศร้าขึ้นดังกล่าว นอกจากนี้ พยานที่เห็นเหตุการณ์ดังกล่าวได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นนายวิทยา กำลังก้มๆ เงยๆ อยู่กับแท็บเล็ตในรถ ขณะที่จอดอยู่ข้างทาง ก่อนที่รถจะเคลื่อนตัวออกไปเพื่อข้ามทางรถไฟ จนกระทั่งรถไฟพุ่งชนท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ MThai News ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ญาติยัน2ผัวเมียรถไฟชนดับ ไม่ใช่ฆ่าตัวตาย รถไฟชนคัมรี่ ไฟลุกวอดทั้งคัน ดับสยอง 2 ศพ

อุกอาจ! ชักปืนยิงหนุ่มใหญ่ดับต่อหน้าลูกชาย
ชักปืนยิง /  ชักปืนยิงต่อหน้าลูกชาย / 

คนร้ายชักปืน 9 มม. จ่อยิงหนุ่มใหญ่ชาวภูเก็ต เสียชีวิตต่อหน้าลูกชาย กลางสี่แยก หลังขับรถปาดหน้ากัน ร.ต.อ. ราชันย์ พรรณไวย์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง และมูลนิธิ เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ หลังได้รับแจ้งมีคนถูกยิงเสียชีวิตที่บริเวณสี่แยกสัญญาณไฟจราจร หน้าธนาคารไทยพาณิชย์ ถนนรัษฎานุสรณ์ (ทางขึ้นไปบ้านกู้กู) ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต พบศพ นายเฉลียว ปิยภาณีกุล อายุ 47 ปี ชาว จ.ภูเก็ต ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .9 มม. เข้าที่บริเวณเหนือคิ้วด้านซ้าย กระสุนฝังใน 1 นัด เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ สภาพนอนคว่ำหน้าติดอยู่กับเสาไฟฟ้า สวมเสื้อเชิ้ตสีเหลือง สวมเสื้อกั๊กวินจักรยานยนต์รับจ้างสีส้มทับอีกชั้นหนึ่ง ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ของผู้ตาย ยี่ห้อฮอนด้า หมายเลขทะเบียน 1 กข-6735 ภูเก็ต จอดอยู่ 1 คัน ส่วนสาเหตุเบื้องต้นคาดว่า น่าจะเกิดมาจากขับรถปาดหน้ากันและมีการพูดจาถากถาง เมื่อถึงที่เกิดเหตุ ผู้ตายจอดรถและไล่ให้ลูกชายที่นั่งซ้อนท้ายอยู่ด้านหลังให้ออกห่างจากที่ เกิดเหตุ ในระหว่างนั้น คนร้ายก็ชักอาวุธปืนออกมาจากเอว แล้วจ่อยิงผู้ตายต่อหน้าลูกชายและประชาชนที่จอดรถติดสัญญาณไฟจราจรอยู่จำนวน มาก จากนั้น คนร้ายก็ได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ขณะนี้ตำรวจเร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

รำลึก 8 ปี 'นวมทอง ไพรวัลย์'สละชีพต้านรัฐประหาร 49
ข่าวนวมทอง /  ชนรถถังทหาร / 

รำลึก 8 ปี "นวมทอง ไพรวัลย์" ผูกคอตายสะพานลอยหน้าสนพ.ไทยรัฐ ต่อต้านอำนาจรัฐประหารปี 49 ทหาร-ตำรวจวางกำลังเข้ม ห้ามจัดกิจกรรมฝืนคำสั่งคสช. กลุ่มตัวแทนนักศึกษาจากศูนย์กลางนักศึกษาเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย หรือ ศนปท. ได้เดินทางมายังบริเวณสะพานลอยหน้าสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ถนนวิภาวดี ซึ่งเป็นอนุสรณ์ที่นายนวมทอง ไพรวัลย์ คนขับแท็กซี่ ที่ขับรถชนกับรถถังทหาร ประท้วงการรัฐประหาร พ.ศ. 2549 และผูกคอเสียชีวิตที่บริเวณดังกล่าว เมื่อวันที่ 31 ต.ค.2549 เพื่อทำการวางพวงหรีด รำลึก 8 ปี ลุงนวมทอง โดยการยืนสงบนิ่งไว้อาลัย 1 ชั่วโมง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการตำรวจนครบาล และทหาร ทั้งในและนอกเครื่องแบบ กว่า 1 กองร้อย ตรึงกำลังเพื่อรักษาความปลอดภัย และห้ามทำกิจกรรมในบริเวณดังกล่าว พร้อมเข้าเจรจากับกลุ่มต่างๆที่เดินทางมาเพื่อไว้อาลัยให้ออกจากพื้นที่ เนื่องจากเป็นการฝ่าฝืนประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ฉบับที่ 7/2557 เรื่องห้ามชุมนุมทางการเมือง นอกจากนี้ ยังมีประชาชนเดินทางเข้าไว้อาลัยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงนางบุญชู ไพวัลย์ ภรรยาของนายนวมทอง เดินทางมาวางดอกไม้ เพื่อไว้อาลัยด้วยอาการโศกเศร้า ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เดินทางกลับทันที และขอไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆกับสื่อมวลชน โดยนายนวมทอง เป็นคนขับรถแท็กซี่ โตโยต้า โคโรลล่า สีม่วง ทะเบียน ทน 345 กรุงเทพมหานคร พุ่งชนรถถังของคณะรัฐประหารและได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2549 ซึ่งต่อมาในคืนวันที่ 31 ตุลาคมปีเดียวกัน นายนวมทอง ได้ผูกคอเสียชีวิตกับราวสะพานลอย บริเวณถนนวิภาวดีรังสิตฝั่งขาออก เยื้องกับที่ตั้งสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ โดยในจดหมายลาตายระบุว่า "ต้องการลบคำสบประมาทของพันเอกอัคร ทิพโรจน์ รองโฆษก คปค. ที่ว่า ไม่มีใครมีอุดมการณ์มากขนาดยอมพลีชีพได้" ในคืนที่นวมทองผูกคอเสียชีวิต เขาตั้งใจสวมเสื้อยืดสีดำ สกรีนข้อความเป็นบทกวี ที่เคยใช้ในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย โดยด้านหน้าเป็นบทกวีของรวี โดมพระจันทร์ และด้านหลังเป็นบทกวีของศรีบูรพา (กุหลาบ สายประดิษฐ์) โดยนายนวมทองเป็นพลเมืองไทยเพียงคนเดียว ที่ประกาศตนต่อสาธารณชนว่า ได้พยายามกระทอัตวินิบาตกรรม เพื่อประท้วงรัฐประหารไทยปี 2549 และได้บรรลุเจตนารมณ์ดังกล่าวในที่สุด เพื่อสนองคำพูดของรองโฆษกคณะรัฐประหารที่เขาถือว่าเป็นการเหยียดหยามวัตถุประสงค์แห่งกรรมของเขา

หนุ่มแค้นไม่ยอมจบ ประกบยิงแฟนใหม่อดีตแฟนสาวดับ
ข่าวจังหวัดอยุธยา /  ข่าวยิง / 

หนุ่มอ่างทองแค้น ถูกอดีตแฟนสาวบอกเลิก ตามประกบยิงหนุ่มคนใหม่เสียชีวิต ที่อยุธยา รายงานข่าวแจ้งว่า ที่จ.พระนครศรีอยุธยา ได้เกิดเหตุสุดระทึกขึ้นเมื่อมีชายคนหนึ่งก่อเหตุจ่อยิงแฟนใหม่ของอดีตแฟนสาวเสียชีวิตภายในรถที่บริเวณหน้ารพ.พระนครศรีอยุธยา ถนนอู่ทอง ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนจะทราบชื่อผู้ก่อเหตุต่อมาคือนายปัญญา ฉายสุวรรณ อายุ 24 ปี อยู่ ต.บ้านลี อ.เมือง จ.อ่างทอง ทั้งนี้จากการสอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ ได้ความว่าก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ขับรถมาที่บริเวณดังกล่าวพร้อมนักศึกษาสาวสถาบันแห่งหนึ่ง 2 คน เพื่อซื้อโรตี โดยระหว่างที่ผู้ตายจอดรถนั่งรอเพื่อนอยู่นั้น คนร้ายได้ขี่จักรยานยนต์มาประกบและจะใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่จำนวน 6 นัด ก่อนที่จะหลบหนีไป ส่วนสาเหตุนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเผยว่าน่าจะเกิดจากความหึงหวง เพราะ 1 ในนักศึกษาสาวเป็นอดีตแฟนของผู้ก่อนเหตุโดยก่อนหน้านี้ฝ่ายหญิงได้ขอเลิกเพื่อมาคบกับผู้ตาย แต่ผู้ก่อเหตุไม่ยอมด้วยความโมโหจึงตามมาประกบยิงเพื่อล้างแค้น เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่เร่งสอบสวนหาหลักฐานจากคลิปมือถือ หลังมีพลเมืองดีสามารถเก็บภาพเหตุการณ์ไว้ได้ เพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป MThai news

ว่อน! ภาพนักร้องสาววง Cup C ขึ้นปกหนังเอวี
นักร้องเกิร์ลกรุ๊ป /  นักร้องวงคัพซี / 

เรียกว่าเซ็กซี่ร้อนแรงจนฉุดไม่อยู่เลยทีเดียว สำหรับนักร้องเกิร์ลกรุ๊ปน้องใหม่อย่าง คัพซี (CUP C) จากค่าย โมโนฟูโก ในเครือ โมโนมิวสิค เพราะล่าสุดงานก็เข้าอย่างจัง หลังภาพโปรโมทสุดเซ็กซี่ของพวกเธอโผล่ขึ้นปกหนังเอวีของแดนปลาดิบซะงั้น! โดยภาพดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ว่อนทั่วไปคลองถม ซึ่งก่อนหน้านี้พวกเธอได้เรียกเสียงฮือฮาจนหนุ่มๆ ตาลุกวาวกันมาแล้ว จากภาพโปรโมทที่แซ่บเว่อร์ เพราะเลียนแบบปกแนว หนังผู้ใหญ่ !!! ทั้งนี้สมาชิกในวง คัพซี (CUP C) ประกอบไปด้วย 5 สาวสมาชิกอย่าง เนม นภศร วงศ์จิตต์ , ลูกแพร์ วรัญญา ปั้นประณต , ซองค์ พรวลี เมนะเนตร , นิกกี้ พลอยลดา วณิชพงศ์ปรีชา และ มิ้ม สุขฤทัย โตส้ม โดย 5 สาวสุดแซ่บ Cup C ได้ปล่อยซิงเกิ้ลแรก ถอดไม่ถอด ออกมาเรียกน้ำย่อยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว วง CUP C งานเข้า! ภาพโปรโมทวงขึ้นปกหนังเอวี วง CUP C จากค่าย โมโนฟูโก วง CUP C จากค่าย โมโนฟูโก วง CUP C จากค่าย โมโนฟูโก วง CUP C จากค่าย โมโนฟูโก วง CUP C จากค่าย โมโนฟูโก วง CUP C จากค่าย โมโนฟูโก

เมโกะ ชนนิกานต์ เผยทุกสิ่งที่คุณอยากรู้ กับการเห็นผีสุดสะพรึงใน The Eyes Diary
The Eyes Diary /  คิว กิตติชนม์ กุลรัตน์ชล / 

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งคลื่นลูกใหม่ที่น่าจับตา สำหรับนักแสดงสาวหน้าเก๋ เมโกะ ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย กัลผลงานล่าสุดสุดสะพรึง The Eyes Diary คนเห็นผี หลังจากสาว เมโกะ เคยฝากผลงานไว้ในหนังอินดี้เมื่อปีกลายกับ Marry is happy, Marry is happy และ ตั้งวง ไปแล้ว การกลับมาปล่อยของใน The Eyes Diary ก็โรแมนติคสยองขวัญ ชวนขนลุกจนผู้กำกับ มะเดี่ยว ยังต้องยกนิ้วให้ และในวันนี้ เราจะมารู้จัก เมโกะ หรือ มดตะ ในหนังเรื่องล่าสุดนี้กัน เมโกะ ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย ก่อนอื่นแนะนำตัวกันก่อนเลย? "สวัสดีค่ะ เมโกะ ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพค่ะ ถ้าถามถึงความฝันจริงๆ เมอยากเป็นแอร์โฮสเตสคะ ฟังๆดูแล้วมันดูขัดๆกันนะ จริงๆก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้มีโอกาสเข้ามาทำงานในวงการบันเทิงด้วย ตอนเด็กๆก็ชอบแสดงออกนะคะ เป็นงานเวทีที่โรงเรียนประมาณนี้มากกว่า ผลงานที่ผ่านมาก็มีโฆษณาเล็กๆ น้อยๆ ก็สก็อตเพรียวเร่ค่ะ แล้วก็มี MV บ้าง ส่วนผลงานภาพยนตร์ที่ผ่านมาก็มีเรื่องตั้งวง และ marry is happy ที่คนจะจดจำได้เยอะสุด" เมโกะคิดอย่างไรกับการแสดงครับ? "เมว่าเมชอบการแสดงนะ หลงใหลในมนต์เสน่ห์ของการแสดงค่ะ หลังๆ มานี่ก็จะมีผลงานเยอะขึ้น อาจจะเป็นเพราะคนเห็นผลงานเราเยอะขึ้นและชื่นชอบในตัวละครที่เราได้รับบทให้เล่นมากกว่า ล่าสุดตอนนี้ก็กำลังจะมีหนังเรื่อง The Eyes Diary ซึ่งเมแสดงเป็น มดตะ ค่ะ" เป็นมาอย่างไรถึงได้เข้ามารับบทเป็น 1 ตัวละครสำคัญในหนังเรื่องใหม่ของผู้กำกับ มะเดี่ยว? "เมไม่รู้ว่าพี่มะเดี่ยวเห็นอะไรในตัวเมรึเปล่า หรืออะไรเขาถึงไว้วางใจให้เมมารับบทเล่นหนังเรื่องนี้ เพราะว่ามันไม่ใช่หนังผีทั่วไปธรรมดาๆ ค่ะ มันเป็นหนังผีที่มีความโรแมนติคเข้าไปด้วย ซึ่งมันหายากมากเลยนะในประเทศไทยเราตอนนี้ โดยปกติแล้วหนังผีทั่วไปก็จะเป็นผีออกมาหลอกแบร้ แต่เรื่องนี้มีการผสมผสานเรื่องโรแมนติคเข้าไปทำให้หนังเรื่องนี้น่าสนใจขึ้นมาค่ะ คือพี่มะเดี่ยวให้พี่โปรดิวเซอร์ติดต่อมาค่ะ" พอได้มาร่วมงานกับพี่มะเดี่ยวรู้สึกอย่างไรบ้างครับ? "เมชอบผลงานเรื่อง Home ของพี่มะเดี่ยวมาก แต่ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะมีโอกาสได้ความไว้วางใจในการรับเลือกมาเล่นหนังของพี่เขา เพราะว่าเมอยู่ในสายอินดี้มาตลอด คนก็จะมองว่าเมเล่นหนังแบบปกติทั่วไปไม่ได้ พอได้มาร่วมงานกับพี่มะเดี่ยวแล้วเรารู้เลยว่าพี่มะเดี่ยวเป็นคนตั้งใจทำงานค่ะ เขาเป็นคนดุนะ แต่เราเข้าใจเขาว่าที่เขาดุเพราะอยากให้ทั้งตัวเราและทั้งตัวหนังเป็นอะไรที่ออกมาแล้วเฟอร์เฟ็คที่สุด ซึ่งเมชอบการทำงานของเขา มีวันหนึ่งที่พี่มะเดี่ยวไม่สบาย ก็ยังต้องมีการถ่ายทำ ถึงแม้จะมีการถ่ายแบบเฟสไทม์มา แล้วก็สั่งคิว เราเห็นสปีริทความตั้งใจในการทำหนังของพี่มะเดี่ยว มันเลยทำให้หนังแสดงมีสปิริทที่อยากจะทำงานกับเขาค่ะ คือพี่มะเดี่ยวเป็นหนัก แต่ยังมีสปิริทในการเป็นผู้กำกับ เมว่าพี่มะเดี่ยวเป็นคนที่มีวิชชั่นที่แปลกแต่ดี มันจะไม่ค่อยเหมือนผู้กำกับทั่วไปในประเทศเราค่ะ คือเขาจะมีมุมกล้องแปลกๆ ของเล่นแปลกๆ และอะไรที่มันน่าตื่นเต้นในการเสนอดำเนินเรื่อง ในบทในคำพูดเล็กๆ น้อยๆ มันเป็นอะไรที่มีความใหม่ มีความสด และน่าสนใจ พี่มะเดี่ยวเป็นคนทำหนังที่เมรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวกับคนค่ะ หนังมันคือการถ่ายทอดความรู้สึกของผู้กำกับ ทุกๆ เรื่อง ทุกๆ ผู้กำกับเลย มันคือการถ่ายทอดในสิ่งที่เขาได้ไปเจอะเจอมา สิ่งจากคนรอบข้างเขา ประสบการณ์ต่างๆ คือเมรู้สึกว่าหนังพี่มะเดี่ยวล้วนสร้างมาจากพื้นฐานความเป็นจริงค่ะ" ตอนที่ได้มีโอกาสอ่านบทครั้งแรกรู้สึกอย่างไรบ้างครับ? "ตั้งแต่เห็นบทครั้งแรกตื่นเต้นค่ะ ไม่เคยเล่นหนังผี ไม่เคยเจอผี ไม่เคยรู้ว่าผีเป็นยังไง ต้องกลัวผียังไง คือเมว่าการเล่นหนังผีเป็นอะไรที่ท้าทายมากเลยนะ เราไม่เคยสัมผัสว่าผีเขาเป็นยังไงแต่เราต้องแสดงความรู้สึก สิ่งที่เรามโนขึ้นมาว่ามันเป็นรูปร่างยังไง เมดูหนังผีเยอะมาก จริงๆ เป็นคนชอบดูหนังผีอยู่แล้วค่ะ แล้วก็พยายามสังเกตตัวละครที่เขาเล่นหนังผีว่าเขากลัวยังไง เวลาเจอเขาแสดงออกยังไง คือหนังเรื่องนี้เป็นการรวบรวมความรู้สึกของตัวละครต่างๆ เข้ามา ทำให้มันเกิดเรื่องราวขึ้น คือตัวละครแต่ละตัวจะมีอารมณ์ มีออฟเจ็คต์ที่แตกต่างกันออกไป แล้วมันทำให้เกิดเป็นเรื่องราวซึ่งมีทั้งแอคชั่น ฮอร์โรร์ และก็โรแมนติก ผสมผสานกันจนเป็นเรื่องเป็นราว เป็นหนังเรื่อง The Eyes Diary ซึ่งน่าสนใจมากค่ะ" ตัวละคร มดตะ ที่ได้รับ มีบทบาทและคาแร็คเตอร์แบบไหนครับ? "มดตะ เป็นเด็กสาววัยรุ่นทั่วๆ ไปที่มีชอบไปเที่ยวกับเพื่อน สังสรรค์กับเพื่อน  เพียงแต่ที่ผ่านมามด ตะอาจจะเจอเรื่องราวต่างๆในชีวิตมาเยอะพอสมควร ทำให้เขามีปมลึกๆ ในจิตใจ แต่เป็นคนเลือกที่จะปิดความรู้สึกนั้นไว้ อาจจะเป็นการหลอกตัวเอง หรือเป็นการพยายามสร้างความสุขให้ตัวเองในการใช้ชีวิต โดยไม่เอาปมของตัวเองไปทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อน และปมที่ว่านี้ มันดันไปคอนเน็กกับน็อต ซึ่งเราสองคนมีปมคล้ายๆ กัน เป็นเรื่องความรัก เป็นเรื่องคนใกล้ตัวเนี้ยแหละค่ะ" การรับบทใน The Eyes Diary เรื่องนี้ มีความท้ายทายอะไรบ้างไหมครับ? "มันยากเลยแหละ มันไม่ใช่แค่คำว่าท้าทายหรอก จริงๆ มันท้าทาย มันน่าสนใจค่ะ แต่ว่ามันก็ยากนะ เพราะเราไม่เคยเจอผี ไม่เคยรู้ว่ามันเป็นรูปร่างแบบนี้นะ เราต้องกลัวเขาอย่างนี้นะ ต้องแสดงออกกับเขาแบบนี้นะ คือเมรู้สึกนะว่าถ้าในชีวิตประจำวันเจอผี อยากคุยกับเขาด้วยซ้ำว่าทำไมถึงเป็นผี" (หัวเราะ) อะไรคือเสน่ห์ของ The Eyes Diary? "เสน่ห์ของหนังเรื่องนี้คือโลกคนเป็นกับโลกคนตายมันเชื่อมต่อกัน เชื่อมโยงกัน ซึ่งเมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้มันยังมีอยู่ในชีวิตจริง แม้แต่กระทั่งไม่ใช่ในหนังนะค่ะ ในชีวิตจริงคนเรามันยังมีความเชื่อที่จะไปวัด ไปทำบุญโลงศพ เพื่อที่จะคอนเน็กกับเขารึเปล่า เมไม่รู้ว่าคนที่ทำแบบนี้เพื่ออะไร มีพิธีบูชาโน้นนี้ มันทำให้รู้สึกว่า หนังเรื่องนี้แหละมันคือการถ่ายทอดเรื่องราวอารมณ์ของคนเหล่านั้น ว่าเราเองรึเปล่าที่เป็นคนเปิดรับเขาเข้ามา เราเป็นคนเลือกที่จะให้สิ่งพวกนี้เข้ามาวนเวียนอยู่รอบกายเรา และเสน่ห์ของหนังเรื่องนี้คือเราได้เห็นอีกโลกของวิญญาณ ได้เห็นอีกโลกหนึ่งของคนตายที่เขาตายไปแล้วเขารู้สึกยังไง เขาอยากจะคอนเน็กกับเราเพื่ออะไร มีจุดประสงค์อะไร เรารับรู้ได้ถึงความรู้สึกของคนที่ตายไปแล้ว แล้วก็ความต้องการของคนตาย หนังเรื่องนี้มีความใหม่ค่ะ คืออย่างที่บอกไม่เคยมีใครเห็นผีตัวเป็นๆ มันต้องใช้ความพยายามซึ่งยากมากในการครีเอทมันขึ้นมา ว่ามันต้องมีรูปร่างแบบนี้ ลักษณะแบบนี้ ท่าทางแบบนี้ เสียงแบบนี้ เมรู้สึกว่าพี่มะเดี่ยวดีไซน์มันออกมาได้เพอร์เฟ็คค่ะ แล้วทุกตัวละครล้วนมีเสน่ห์ในตัวเองคือทุกตัวละครจะมีความต้องการแตกต่างกัน เมรู้สึกว่าทุกคนมีปมในใจ มีเรื่องที่เกิดขึ้นในใจแตกต่างกัน แต่ว่าเรื่องทุกเรื่องที่เกิดขึ้นมันจะสามารถเชื่อมโยงกันได้ทุกตัวเลย อันนี้คือเสน่ห์ของตัวละครในเรื่องนี้ แล้วทุกคนคอนเน็กกันจริงๆ ค่ะ มีเรื่องราวที่ผสมผสานกันจนเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวโยงกันได้" ลองเล่าถึงความหลอนสยองของ The Eyes Diary ให้คุณผู้ชมฟังหน่อย? "คือเรื่องนี้เป็นหนังผีที่เหนื่อยค่ะ เมรู้สึกว่าคนดูก็จะเหนื่อยตามเมไปด้วย เมรู้สึกว่าในหนังเรื่องนี้ตัวละครของเราเจอผีกันไม่หยุดไม่หย่อน ผีมีหลายตัวมาก ซึ่งผีแต่ละตัวไม่เหมือนกันเลยค่ะ บางทีผีวิ่งตาม เราพยายามหนีจนเหนื่อย จนล้า คือไม่เอาแล้วค่ะ มันก็ยังตามมา แล้วด้วยมุมกล้องนะคะ ทำให้ไอเดียนี้เป็นอะไรที่ใหม่ และคนดูน่าจะกลัวตามๆ นักแสดงไปด้วย มันมีซีนหนึ่งที่ผีต้องเดินตามเม คือเราก็คิดว่าแค่เดินตามธรรมดา พอถ่ายจริงคือมันน่ากลัวมาก มากๆ ด้วยสถานที่ ด้วยมุมกล้อง พอเมไปดูในมอนิเตอร์แล้วขนลุกมาก คือมันเดินตามจริงๆ แล้วชิดมากแบบหายใจรดต้นคอ แล้วเราก็ไม่รู้จุดประสงค์ของเขาว่าเขาจะมาทำร้ายเรารึเปล่า หรือเขาต้องการอะไรจากเรา คือเมใช้คำว่าหนีไม่พ้น หนีไม่รอด หนีไม่ได้ จนมุมเลยดีกว่าค่ะ ผีตามไม่เลิกลาเลยจริงๆ เขาเป็นผีเขาคงไม่เหนื่อยหรอกนะ คือมันหนีจนไม่มีทางหนีแล้วค่ะ แต่เดี๋ยวต้องไปดูในหนังว่าเราจะสามารถหนีมันพ้นรึเปล่า" ได้ข่าวว่ามีการเพิ่มดีกรีความหลอน จากะสถานที่ที่ใช้ในการถ่ายทำด้วย จริงหรือเปล่าครับ? "สถานที่ทุกสถานที่ที่ไปถ่ายเป็นสถานที่ร้างจริงๆ ไม่ได้เซ็ตอัพขึ้นมา หนังเรื่องอื่นอาจจะเซ็ตอัพขึ้นมา แต่เรื่องนี้ใช้สถานที่จริงๆ แล้วก็พร็อพบางชิ้นที่อยู่ในหนัง เมคิดว่ามันเป็นของจริงที่อยู่กับสถานที่นี้ด้วยซ้ำ เมนั่งมอเตอร์ไซต์พี่ปั้นจั่นแล้วเมยังคุยกับพี่ปั้นดูซิ เห็นเปล่า เหมือนเชือกผูกคอตาย พี่ปั้นก็บ้าเหรอ ไม่มีหรอก แต่มันเป็นสิ่งที่เขาเซ็ตขึ้นมาค่ะ แล้วมันเหมือนจนทำให้เมหลอนมาก อยากจะหยาบคายออกมาว่า หลอนโคตรโคตร แล้วเวลาเดินไปไหน อย่างพื้นที่โรงพยาบาลร้างที่เวชปัญญามันมีหลุม มีอะไรเหมือว่าเป็นสถานที่ที่มีอันตรายอยู่รอบตัวเลยค่ะ  แล้วทีมงานทุกคนก็เหมือนแบบ เดี๋ยวเจอโน้น เดี๋ยวเจอนี้ แล้วเมก็ชอบทีมเมคอัพเอฟเฟกต์มาก (แต่งโดย คิว กิตติชนม์ กุลรัตน์ชล - Special Effect make up) จากคิวเอฟเฟกต์เวิร์คช็อพQ FX workshop ผู้เชี่ยวชาญพิเศษในการสร้างสรรค์งานเมคอัพเอฟเฟกต์ในโลกภาพยนตร์มือ 1 ของไทยที่มีความสามารถโดดเด่นในระดับโลกอยู่เบื้องหลังความยับเยินปางตายของไรอัน กอสลิงใน Only God Forgives ,แปลงโฉมหน้าของ โจวเหวินฟะให้กลายเป็นขงจื้อตอนแก่ใน Confucius ,ดอนนี่ เยน ใน ICEMAN3D, Hang over , WUXIAเดชไอ้ด้วนเวอร์ชั่นดอนนี่ เยน-ปีเตอร์ ชาน  ฯลฯ) คือเขาแต่งตัวผีออกมาได้เหมือนมาก ตัวแผล หรือว่าตัวผีต่างๆ เขามีความครีเอทีฟมากๆ ว่ามันจะต้องออกมาอย่างนี้นะ เลือดมันควรจะไหลไปทางนี้นะ คือจริงๆ ทุกคนมีพื้นฐานของความตั้งใจทำงานมาก มันเลยทำให้หนังเรื่องนี้ออกมาหลอน ทำให้คนดูสัมผัสได้ถึงพลังงานอะไรบางอย่างแน่นอน" ถ่ายหนังผีอย่างนี้ มีประสบการณ์เกี่ยวกับการเห็นผีบ้างรึเปล่า? "เมไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองมีเซ้นส์ มันเป็นความรู้สึกว่าเราคิดไปเองรึเปล่า เพราะเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่วิทยาศาสตร์เขาพิสูจน์ไม่ได้ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องที่เรามโนจิตไปเอง แต่ว่าแจ๊คค่ะ แจ๊คจะเจอหนักมาก คือตื่นมาแล้วมีรอยมือที่ท้อง เป็นรอยมือซึ่งครบ 5 นิ้วเลย ถ้ามันเกิดด้วยตัวแจ๊คเองนะ คนเรามันตื่นมาสักพักแล้วรอยพวกนั้นมันต้องหายไปแล้วค่ะ แต่นี่รอยมันยังอยู่ แล้วแจ็คก็เจอกดคาง ไม่รู้ว่าชาติที่แล้วไปทำอะไรใครมารึเปล่าไม่รู้" ที่ว่าหนังเรื่องนี้เป็นประสบการณ์การทำงานที่มีครบทุกรสชาติที่ไม่มีวันลืม จริงหรือเปล่า? "ได้ทำอะไรเยอะมากค่ะ ไม่เคยถ่ายอะไรที่แบบ 6 โมงเย็น ถึง 6 โมงเช้าของอีกวันค่ะ เราเคยแต่ทำงานที่ ม. หรือทำงานหนักๆ แต่ว่านี่เราต้องอยู่เช็ตตั้งแต่ 6 โมงเย็น จนถึง 6 โมงเช้า แล้วฝนก็ตก อากาศก็มืด ยุงก็กัด คืออะไรๆ มันก็เอื้ออำนวยเรา ด้วยความที่เรามาอยู่เชียงใหม่ แต่ว่าเมรู้สึกว่ามันสนุกและอยากจะทำมัน ไม่ได้รู้สึกว่าโดนบังคับหรืออะไรเลย อย่างต้องวิ่งกันจนปวดขาเลยทีเดียว คือตัวละครที่เป็นคนนี้ เราก็ต้องหนีผีคะ เราคงไม่ไปนั่งคุยกับผีหรอก ในฉากมีเมกับพี่ปั้น แล้วพี่ปั้นเขาตัวใหญ่แรงเยอะมาก เวลาถ่ายเขาต้องลากหนูค่ะ แล้วมันเจ็บมาก เขาเป็นคนวิ่งเร็วคะ หนูวิ่งตามเขาไม่ทัน จนแบบต้องใส่เกียร์หมาวิ่ง แต่ยังวิ่งตามไม่ทันเลยอ่ะ ที่สำคัญเมรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้มีเสน่ห์ในตัวของมันเองค่ะ แม้วันที่เมไม่มีคิว เมยังอยากที่จะมากองเพื่อที่จะมาให้กำลังใจนักแสดงคนอื่น ฮาๆๆ แต่จริงๆ แล้วเมว่าเป็นเพราะความหลอนไม่อยากอยู่โรงแรมคนเดียวมากกว่า" (หัวเราะ) พอรู้ว่าจะต้องมาเล่นหนังผี คนรอบข้างมีใครให้คำแนะนำอะไรบ้างไหมครับ? "เมเป็นคนซนค่ะ ทุกคนจะรู้อยู่แล้วว่าเมเป็นคนซนมาก จะชอบพูดโน้นพูดนี้ แหย่โน้นแหย่นี้ แต่ถ้าถามว่ากลัวมั๊ย เมเป็นคนไม่กลัวผีนะ แต่ว่าไม่เคยลบหลู่ คือก่อนนอน คุณพ่อก็จะให้สวดมนต์ แต่เมเชื่อเองว่าเมไม่ได้ไปล้ำเส้นของเขา เขาก็จะไม่มาล้ำเส้นของเม" ทราบมาว่ามีการคิดค้นมุมภาพใหม่ๆแปลกๆ เพื่อสร้างบรรยากาศความเป็นหนังผีโรแมนติคสยองขวัญเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นพิเศษด้วย เล่าให้ฟังหน่อย? "คือทางพี่มะเดี่ยว และผู้กำกับภาพมีการนำเอาเจ้าDRONE มาใช้ในการถ่ายทำในภาพยนตร์เรื่องนี้ คือเมชอบอุปกรณ์เครื่องนี้มาก เป็นเครื่องที่มีใบพัด 4 ใบหมุนติ้วๆ คล้ายๆเครื่องบังคับวิทยุโดยมีกล้องถ่ายทำภาพยนตร์ติดอยู่ ชอบมากค่ะ อยากขโมยกลับ อยากเห็นภาพที่จะฉายในโรงภาพยนตร์ด้วย สำหรับในภาพยนตร์เราจะได้เห็นในฉากที่น็อตกับมดตะเข้าไปในโรงพยาบาลร้าง ซึ่ง Drone จะถ่ายตอนที่เราขับมอเตอร์ไซด์เข้าไปภาพจะเห็นเป็นมุมกว้าง เมพูดกับพี่ปั้นตั้งแต่ตอนแรกแล้วว่าเมชอบมาก อยากได้กลับไปเล่นที่บ้านมาก มันเป็นเครื่องที่มีมาสักพักแล้วล่ะคะ แล้วต่างชาติเขาก็ใช้กัน เมยังไม่ค่อยเห็นหนังไทยเรื่องไหนใช้เลยนะ วันแรกที่เมลงมาจากโรงแรมแล้วมาเจอเครื่องนี้ เมโทร.ไปบอกเพื่อนว่าอยากได้มาก เมคุยกับพี่ที่เป็นคนบังคับว่าเดี๋ยวหนูขอเล่นนะคะ เมรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่ยุโรปมากเลยค่ะ รู้สึกเป็นอะไรที่มันใหม่แล้วก็สวยงามมาก เมนั่งคุยกับพี่ปั้นว่าถ้ามุมกล้องมันเป็นแบบนี้มันต้องออกมาสวยแน่เลย คือมันอำนวยความสะดวกเราด้วยแหละ กล้องแฮนดี้แคมมันจะไม่สามารถถ่ายได้มุมสวยขนาดนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นในฉากนี้เราจะได้เห็นว่ามดตะเป็นคนที่ขาดความอบอุ่นเล็กๆ นะคะ เขาพยายามโหยหาความอบอุ่นที่เขาไม่เคยได้รับ จากเหตุการณ์ จากปมในใจของเขา จนเขาเลือกน็อตเป็นตัวแทนในการแชร์ความรู้สึกหรือว่าในการเอาอารมณ์ความรู้สึกของน็อตเข้ามาร่วมกับตัวมดตะ แล้วก็ในฉากนี้มันคือการเริ่มต้นของการผจญภัยของทั้งคู่ในหนังผีเรื่องนี้ แล้วภาพที่ออกมา ทั้งๆ ที่ไม่ได้ดูในมอนิเตอร์ แต่ได้เห็นตอนมันขึ้น หรือว่ามันถ่าย มันต้องออกมาสวยมากๆ แน่เลย แล้วทุกคนจะได้เห็นความดาร์ก ความน่ากลัวของสถานที่แห่งนี้ค่ะ" สุดท้ายครับ อยากฝากบอกอะไรกับแฟนๆของเมโกะเกี่ยวกับ The Eyes Diary หนังเรื่องล่าสุดของเราบ้างไหม "ฝากผลงานหนังเรื่องที่ 3 ในชีวิตของเมด้วยนะคะ กับ The Eyes Diary ค่ะ ก็หนังผี หนังโรแมนติก แอคชั่น เป็นอะไรที่ครบรสมากๆ ก็อยากให้ทุกคนติดตามกันในมุมมองการแสดงใหม่ๆ ของเมด้วยค่ะ" ติดตามผลงานของ เมโกะ ที่จะมาทำให้ทุกคนต้องสะพรึงจนนั่งไม่ติดเก้าอี้ ไปกับ The Eyes Diary คนเห็นผี ได้แล้ววันนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ The Eyes Diary ได้ที่นี่เลย ------------------------------