ฤดูร้อนนั้นฉันตาย

7 ไอเดียเลิศๆ แต่งตัวไปทำงานแบบฉบับสาวออฟฟิศ !
idea /  office / 

เชื่อว่าปัญหาโลกแตกอย่างหนึ่งของสาวออฟฟิศคือ วันนี้จะแต่งตัวไปทำงานอย่างไรดีน้า ? หลายคนมักจะเร่งรีบในเวลาเช้าและลงเอยด้วยการหยิบจับเสื้อผ้าอะไรก็ได้ในตู้มาใส่ และส่วนมากถ้าเซ้นส์แฟชั่นที่มีอยู่ในตู้เสื้อผ้าของคุณไม่ดีพอ คุณก็มักจะจบไม่สวยกับเสื้อผ้าที่ใส่ อาจจะดูไม่เหมาะสม ไม่มีความแมทช์กัน หรืออะไรก็ตามที วันนี้เรามี 7 ไอเดียสำหรับสไตล์การแต่งตัวไปทำงานให้คุณได้พิจารณากันว่า คุณและที่ทำงานของคุณจะเหมาะกับสไตล์ไหนกันแน่ 1. CLASSIC การแต่งตัวแบบคลาสสิคน่าจะเป็นสไตล์ที่เห็นกันได้ทั่วไปและง่ายที่สุดแล้วสำหรับการหาเสื้อผ้ามาสวมใส่ไปออฟฟิศ แต่ข้อเสียของมันก็คืออาจจะทำให้คุณดูน่าเบื่อไปนิด ดังนั้นจงจำคล็ดลับนี้ไว้ว่า เราสามารถตกแต่งเสื้อผ้าคลาสสิคน่าเบื่อของเราได้อย่างไม่ซ้ำกัน ไม่ว่าจะเป็นรองเท้า กระเป๋า เครื่องประดับ หรือแม้กระทั่งสีลิปสติกและสีเล็บก็ช่วยทำให้เสื้อผ้าของคุณไม่น่าเบื่ออย่างที่เคยเป็นได้ค่ะ 2. CASUAL ลุคดูคล้ายๆสาวนักธุรกิจแต่อาจจะสบายกว่าหน่อย อารมณ์ประมาณว่า 'เฮ้ ฉันสามารถใส่กางเกงยีนส์ไปทำงานก็ได้ !' การแต่งตัวแบบนี้จะสามารถหาเสื้อผ้าแมทช์ได้ง่ายและดูเหมาะสม การแต่งตัวสำหรับสไตล์นี้ส่วนมากก็จะเน้นส้นสูง เสื้อแบบผู้หญิงเก่งๆ ซักตัว สูทคลุมหรือแจ็คเกต ตบท้ายด้วยกระเป๋าเก๋ซักใบก็พอค่ะ 3. CARELESS CHIC เป็นลุคที่เหมือนจะชอบแฟชั่น แต่ก็ไม่ได้ตั้งใจแต่งจนเวอร์เกินไป สามารถเดินตามท้องถนนได้สบายๆ วิธีการแต่งตัวแนวนี้คือเล่นกับไอเท็มส์บนตัวเยอะๆ อาจจะไม่ต้องแคร์เรื่องรูปร่างของหุ่นมาก แต่ถ้าใส่ส้นสูงจะดูเหมาะกับลุคนี้ที่สุดค่ะ 4. GLAMOROUS เป็นลุคสำหรับผู้หญิงเซ็กซี่ที่มั่นใจ พร้อมกับลิปสติกปากสีสันสดใส รองเท้าส้นเข็มและเสื้อผ้าที่สามารถไปไหนมาไหนได้ตั้งแต่เริ่มทำงานจนถึงร้านอาหารหรูๆหลังเลิกงาน สำคัญที่สุดสำหรับลุคนี้คือ ส้นสูงหรูหราซักคู่ น้ำหอมแพงๆ กระโปรงทรงเอ สร้อยคอ และนาฬิกา ไปจนถึงกระเป๋าถือสวยๆ ซักใบ จะทำให้ดูมั่นใจและกล้าที่จะแต่งตัวค่ะ 5. SIMPLE & FEMININE เป็นลุคง่ายๆ สบายๆ เหมาะสำหรับผู้หญิงที่ชอบเดรสพลิ้วๆ เครื่องประดับชิ้นเล็กๆ ดูทะมัดทะแมงตลอดเวลา ถ้าคุณคิดว่าชุดผ้าชีฟองและเดรสระบายพลิ้วๆ ไม่เหมาะกับการทำงานออฟฟิศล่ะก็ คิดใหม่เถอะค่ะ แต่ถ้าจะใส่ไม่ให้ดูแก่ก็ต้องคำนึงถึงความยาวของเดรสด้วยนะคะ ใส่เดรสที่มีความยาวเท่าเข่าหรือเหนือเข่า รัดตรงเอวให้ดูมีส่วนเว้าโค้ง ส่วนรองเท้าจะเลือกส้นสูงหรือรองเท้าแบนๆ ก็ได้หมดเลยค่ะ 6. SOPHISTICATED การใส่ชุดไปทำงานออฟฟิศนั้นเป็นเรื่องง่าย แต่ต้องฝึกฝนและต้องกล้าลองอะไรใหม่ๆ ค่ะ ลุคนี้ต้องการความมั่นใจของคุณในการสวมใส่เสื้อผ้าหลักๆ 1 ชิ้น อาจจะเลือกเสื้อที่ดูมีลุคคลาสสิค แล้วเพิ่มเติมเสริมแต่งด้วยเครื่องประดับอื่นๆ ให้ดูเหมาะกับคาแรคเตอร์ของคุณ จะเป็นกระโปรงทรงเอ หมวกลายปริ้นท์เท่ๆ หรือจะกางเกงยีนส์เดนิมก็ไม่ว่ากัน ทุกอย่างอยู่ที่สไตล์และความเหมาะสมค่ะ สนุกให้เต็มที่ ! 7. The EDGY สไตล์นี้จะดูเหมาะสมกับครีเอทีฟหรือคนที่ทำงานเกี่ยวกับงานที่ครีเอทพอสมควรค่ะ อีกอย่างคือออฟฟิศจะต้องไม่ซีเรียสกับการแต่งตัวมากนักด้วย ส่วนมากก็จะเน้นรองเท้าบูท เสื้อหนัง เสื้อเชิ้ตเท่ๆ อาจจะทาลิปสติกสีเข้มๆ เพ้นท์เล็บสวยๆ และสวมรองเท้ากีฬาเท่ๆ ซักคู่ แต่ก็ควรแมทช์ให้เสื้อผ้าดูไม่เยอะเกินไป หรือจะเขาเรียกกันว่ามินิมอลค่ะ ถ้าหากว่าสาวๆ ไม่มีไอเดียสำหรับชุดใส่ไปทำงาน ลองเลือกสไตล์ที่คุณชอบจาก 7 สไตล์นี้ซิคะ  ------------------------------------------------------------------------- ขอบคุณเรื่องจากเว็บไซต์ thefashiontag.com

ว่านไฉ - ไอซ์ AF9 เสิร์ฟเพลงโรแมนติก 'สวรรค์ In Love' ประกอบ อุบัติรักเทวา
ภรภัสสรณ์ ชัยอนันต์นิธิ /  ว่านไฉ / 

สวรรค์ In Love เพลงประกอบซีรี่ส์ อุบัติรักเทวา อีกผลงานของหนุ่มนักแต่งเพลงมากความสามารถ ว่านไฉ อคิร วงษ์เซ็ง หนึ่งในศิลปินแห่งบ้าน AF ที่ครั้งนี้ลงมือแต่งเนื้อร้อง เรียบเรียง และโปรดิวซ์ด้วยตัวเอง พร้อมถือโอกาสจับมือ ไอซ์ AF9 ภรภัสสรณ์ ชัยอนันต์นิธิ รุ่นน้องจากบ้าน AF มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวรักวุ่นๆ จากซีรีส์เรื่อง อุบัติรักเทวา ผ่านบทเพลงนี้ด้วยกัน เพลง สวรรค์ In Love เล่าถึงความสัมพันธ์ที่ก่อตัวขึ้นมาของพระนางในเรื่องจนกลายเป็นความรักและขอบคุณสวรรค์ที่ได้กำหนดให้คนทั้งคู่ได้มาพบกัน โดยทำนองในเพลงจะเป็นแนวเพลงป๊อปน่ารักๆ ฟังสบายๆ เข้ากับ Mood & Tone ของเรื่องที่พาให้แฟนๆ ของซีรี่ส์ร่วมฟินในแบบที่เรียกว่าจิกหมอนขาด ซีรี่ส์ อุบัติรักเทวา ออกอากาศทางทรูโฟร์ยู ดิจิตอลฟรีทีวีช่อง 24 ทุกวันพุธ – พฤหัสบดี เวลา 20.00 น เป็นเรื่องราวของเทวดาหนุ่มที่เผลอใจหลงรักมนุษย์จนฝ่าฝืนกฎแห่งสวรรค์ จนเป็นเหตุให้เกิดเรื่องราวรักวุ่นๆ ที่ชวนให้จิ้นชวนให้ฟิน นำแสดงโดย กอล์ฟ พิชญะ นิธิไพศาลกุล และ แนน สศิรา ทวียนต์ชัย นางเอกน้องใหม่สังกัดช่องทรูโฟร์ยู สวรรค์ IN LOVE Ost.อุบัติรักเทวา - ไอซ์xว่านไฉ [Official MV] youtube channel : True4U เพลง สวรรค์ in love (ประกอบละคร อุบัติรักเทวา) ศิลปิน อคิร วงษ์เซ็ง / ภรภัสสรณ์ ชัยอนันต์นิธิ ประพันธ์คำร้องและทำนอง อคิร วงษ์เซ็ง เรียบเรียง อคิร วงษ์เซ็ง โปรดิวเซอร์ อคิร วงษ์เซ็ง ยิ่งพบเจอ ยิ่งใกล้เธอมากขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งรู้ตัวว่าหัวใจ ไม่ค่อยเหมือนเหมือนเดิม.... ก็เพราะมองตากันบ่อยบ่อย เลยทำให้คิดคิดคิดหน่อยหน่อย.....ว่าเราเข้ากันดี (เนอะ) ความบังเอิญหรือโชคชะตา ที่จูงมือเธอเดินพามาส่ง โลกของฉันที่เงียบเหงา ตอนนี้มีเธอ ได้เข้าใจการได้เป็นคนที่สำคัญ... สวรรค์จงใจให้เราพบเจอ ใช่ไหม? * (ฟ้าคงส่ง ให้เรามาคู่กัน...) ** รอเธอมาตั้งนาน ขอบคุณสวรรค์าที่ช่วยบันดาล เธอนั่นเองคือคน ที่ตอบเหตุผลรักแท้ในใจ.... ( I am in love with you Are you in love with me? ) รู้ไหมฉันรักเธอขนาดนี้~~~Oh baby รอเธอมาตั้งนาน ขอบคุณสวรรค์ที่ช่วยบันดาล ไม่ต้องการอะไร นอกจากบอกรักรักเธอเรื่อยไป ( I am in love with you Are you in love with me…. ) แค่เราสองคนรักกัน ข้างบนสวรรค์เค้าคงชื่นใจ... เมื่อคนเรา Fall In Love เมื่อมนุษย์พบรักดีดี ใครสักคนบนฟ้า อาจเฝ้าดูเราใกล้ชิดเหมือนดูรายการ Reality... ความรักนั้นงดงามที่สุด...เรื้องนั้นสวรรค์รู้ดีที่สุด I เลยสร้างให้คนรักกัน ไม่เคยหยุด จะไม่ทำให้สวรรค์ผิดหวัง กับความรักของเรา... ฉันสุขใจที่ได้มีเธอ ไม่ว่าสิ่งใดให้เรามาเจอ จะดูแลเธอจนที่สุด และเป็นคนเดียวที่รักที่สุด มีกันเสมอไป.... จากนี้แม้นานเท่าไหร่ หัวใจผูกกันไว้ Wo Wo Wo เชื่อในรักแท้ ไม่มีข้อแม้ จะขอดูแลเพียงเธอ.... มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

5 หนังรายได้สูงสุดของประเทศไทยที่ซึ้งด้วยตลกด้วย!?
ATM เออรัก เออเร่อ /  กวน มึน โฮ / 

5 หนังรายได้สูงสุดของประเทศไทยที่ซึ้งด้วยตลกด้วย!? บางครั้งเวลาจะเลือกดูภาพยนตร์สักเรื่องก็อาจเกิดคำถามขึ้นหน่วง ๆ ในใจว่าจะดูอะไรดี ในเมื่อหนังรักก็ชอบ หนังตลกก็ใช่ สิ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการของเราได้ดีที่สุดจึงหนีไม่พ้นหนังในกลุ่ม โรแมนติกคอเมดี ที่เปรียบเป็นลูกผสมไฮบริดระหว่างความรักหวานซึ้งกับความหฤหรรษ์บันเทิงที่ลงตัว และในวันนี้ เราได้รวบรวมรายชื่อภาพยนตร์โรแมนติกคอเมดี จำนวน 5 เรื่อง ที่เชื่อว่าเป็นที่ประทับใจใครต่อใคร การันตีด้วยยอดรายได้ที่สูงสุดในบ็อกซ์ออฟฟิศประเทศไทย ว่าแต่จะมีเรื่องอะไรบ้าง...มาลุ้นไปพร้อม ๆ กันได้เลย ไอฟาย..แต๊งกิ้ว..เลิฟยู้ ค่าย GTH / ปีที่ฉาย 2557 รายได้ 330.59 ล้านบาท หนังรักเบาสมองเรื่องนี้เกิดขึ้นจากความคิดของ เมษ ธราธร ผู้กำกับภาพยนตร์ที่ต้องการเล่าเรื่องราวความสับสนอลหม่านเมื่อนายช่างหนุ่มผู้ไม่สันทัดภาษาอังกฤษจำเป็นต้องเข้าคอร์สติวอย่างเร่งด่วนจากติวเตอร์สาวเพื่อตามไปง้อแฟนสาวชาวญี่ปุ่นที่ย้ายไปทำงานต่างประเทศ โดยหารู้ไม่ว่าความใกล้ชิดจะทำให้ชายหนุ่มกับหญิงสาวเกิดความรู้สึกดี ๆ ต่อกัน งานนี้เจ้าของสถิติคู่พระนาง 300 ล้าน ก็หนีไม่พ้นนักแสดงลูกหม้อประจำค่ายหนังอารมณ์ดี GTH ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ และ ไอซ์ ปรีชญา พงษ์ธนานิกร ที่มาจับคู่กันได้อย่างเหมาะสมลงตัวสุด ๆ ATM เออรัก เออเร่อ ค่าย GTH / ปีที่ฉาย 2555 รายได้ 152.50 ล้านบาท ยังคงอยู่กับผลงานการกำกับภาพยนตร์ของ เมษ ธราธร ที่ครั้งนี้ได้นำเอาเรื่องราวความรักลับ ๆ ระหว่างชายหญิงที่ทำงานอยู่ในบริษัทเดียวกัน แต่ด้วยกฎเหล็กที่ระบุว่าห้ามพนักงานเป็นแฟนกัน เขาและเธอจึงต้องออกโรงปฏิบัติภารกิจชิงไหวชิงพริบแก้ปัญหาเครื่อง ATM ที่จ่ายเงินเกินอัตรา เพื่อบีบให้อีกฝ่ายลาออกก่อนที่ความลับของทั้งคู่จะถูกเปิดเผยและพานทำให้ถูกไล่ออกไปด้วยกันทั้งสองคน โดยในหนังเรื่องนี้ก็ยังได้นางเอกคู่บุญของผู้กำกับอย่าง ไอซ์ ปรีชญา พงษ์ธนานิกร มารับบทนำประกบคู่กับมือเขียนบทหนังพันล้าน เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี ซึ่งเคมีความเข้ากันของทั้งคู่เลอค่าจนค่ายหนังต้นสังกัดสั่งไฟเขียวทำภาค 2 ในรูปแบบละครซีรีส์ที่ใช้ชื่อว่า ATM 2 คู่เวอร์ เออเร่อ เออรัก รถไฟฟ้า..มาหานะเธอ ค่าย GTH / ปีที่ฉาย 2552 รายได้ 145.82 ล้านบาท หนังรักอารมณ์ดีที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 10 รถไฟฟ้า BTS ที่ได้ ปิ๊ง อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม มาควบสองตำแหน่ง ได้แก่ ผู้กำกับและคนเขียนบท เรื่องราวเล่าถึงชีวิตคนเมืองที่วุ่นวายอยู่กับการทำงาน กว่าจะรู้ตัวอีกทีอายุก็เกือบจะล่วงเลยวัยแห่งการสวีทกับแฟนไปซะแล้ว ผู้กำกับของเรื่องได้เลือกให้ คริส หอวัง มารับบทพนักงานบริษัทธรรมด๊าธรรมดาวัยสามสิบ ผู้ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการขึ้นคานทองนิเวศ เธอจึงต้องเริ่มมองหาชายหนุ่มที่จะมาเติมเต็มชีวิตคู่ของเธอให้สมบูรณ์ และคน ๆ นั้นก็คือ เคน ธีรเดช วงศ์พัวพัน หนุ่มวิศวกรรถไฟฟ้า BTS กะดึก และเรื่องราวคงลงเอยได้อย่างง่ายกว่านี้ หากว่าเธอไม่ใช่คนทำงานกลางวัน ส่วนเขาเป็นคนทำงานกลางคืน นอกจากหนังเรื่องนี้จะปลุกกระแสให้สาวโสดอยากหาแฟนหนุ่มหล่อ ๆ มาไว้ข้างกายสักคน ความนิยมของกลุ่มผู้ชมที่มีต่อภาพยนตร์เรื่องนี้ยังส่งผลให้มีการต่อยอดเรื่องราวในซีรีส์ของค่าย GTH อีกถึง 2 เรื่องด้วยกัน ได้แก่ - GTH Side Story ตอน รถไฟฟ้ามาหานะเพลิน ที่เล่าถึงเรื่องราวของ เพลิน เด็กสาวที่เคยปรากฏตัวในฐานะตัวละครสมทบของภาพยนตร์ รถไฟฟ้ามาหานะเธอ - น้ำตากามเทพ เป็นการนำละครโทรทัศน์ที่ปรากฏเป็นฉากสั้น ๆ ในภาพยนตร์ รถไฟฟ้ามาหานะเธอ มาขยายเป็นเรื่องขนาดยาว กวน มึน โฮ ค่าย GTH / ปีที่ฉาย 2553 รายได้ 130.00 ล้านบาท กวน มึน โฮ คือการผันตัวเองมากำกับหนังรักเป็นครั้งแรกของ โต้ง บรรจง ปิสัญธนะกูล หลังได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือชื่อ สองเงาในเกาหลี ของ ทรงกลด บางยี่ขัน ตัวหนังเล่าถึงการผจญภัยของคู่พระนาง เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี และ หนูนา หนึ่งธิดา โสภณ ชายหนุ่มกับหญิงสาวที่บังเอิญเดินทางไปประเทศเกาหลีใต้ในช่วงเวลาเดียวกัน ภายใต้ความไม่รู้จักกันพวกเขาออกเดินทาง ทั้งกิน ทั้งเที่ยว และสร้างความทรงจำดี ๆ ร่วมกัน จนกลายเป็นเรื่องราวสุดประทับใจทั้งที่ต่างฝ่ายไม่รู้จักชื่อและที่มาที่ไปของกันและกันเลยด้วยซ้ำ (ปล. คนดูก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสรุปแล้วพระเอกนางเอกของเรื่องชื่ออะไร เห็นเรียกแต่ “ด่าง ๆ”) สุดเขตสเลดเป็ด ค่าย M39 / ปีที่ฉาย 2553 รายได้ 125.03 ล้านบาท ภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้ฝีมือการกำกับของ ยอร์ช ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์ ผู้ซึ่งคร่ำหวอดกับหนังประเภทนี้มาหลายปี โดยครั้งนี้เขาได้เล่าเรื่องราวความรักและความฝันผ่านมุมมองหนุ่มอินดี้ผู้ไม่ค่อยจะแคร์เวิลด์ แต่ดันไปตกหลุมรักสาวคลั่งดาราตัวเอ้ แถมมีสกิลปากที่กวนสุด ๆ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงเริ่มต้นขึ้นและดำเนินไปบนความต่างทางนิสัยแบบสุดขั้ว และนอกจากจะได้หนุ่มนักดนตรีมาดเซอร์อย่าง เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ มาเข้าคู่กับสาวสุดติสต์ ยิปโซ อริย์กันตา มหาพฤกษ์พงศ์ (ชื่อเดิม รมิตา มหาพฤกษ์พงศ์) หนังเรื่องนี้ยังได้นักแสดงตลกท็อปฟอร์มมาร่วมสมทบกันอีกมากมายหลายชีวิต อาทิ โก๊ะตี๋ อารามบอย, ตุ๊กกี้ ชิงร้อยชิงล้าน และ แจ๊ส ชวนชื่น

ฟอร์มดุ! ยัดห่วง ไทย อัด สิงคโปร์ 80-28 ศึก Stankovic Cup 2016
Stankovic Cup /  ทีมชาติไทย / 

ทีมชาติไทย ต้องการชัยชนะในเกมนี้ เพื่อการันตีเข้าชิงชนะเลิศ ที่มีทีมชาติฟิลิปปินส์ไปรออยู่แล้ว ผลปรากฏว่าทีมชาติไทย สามารถเอาชนะ สิงคโปร์ ไปได้แบบไม่ยากเย็น 80-28 การแข่งขันบาสเกตบอลชิงแชมป์อาเซียน 5th SEABA Stankovic Cup 2016 ประจำวันพุธที่ 25 พ.ค. คู่ที่สอง  ทีมชาติไทย พบกับ สิงคโปร์ ซึ่งทีมชาติไทยต้องการชัยชนะในเกมนี้เพื่อการันตีเข้าชิงฯ กับฟิลิปปินส์ที่เพิ่งการันตีเข้ารอบชิงฯ ไปก่อนหน้านี้แล้ว ควอเตอร์ 1 ทีมชาติไทย ดูจะเหนือกว่า สิงคโปร์ อยู่เล็กน้อย ในช่วงต้นควอเตอร์ ในขณะที่ สิงคโปร์ มักจะเสียเทิร์นโอเวอร์อยู่เรื่อยๆ ทำให้ทีมชาติไทยนำห่างเป็น 14-5  ก่อนจะทำแต้มได้อย่างต่อเนื่อง ก่อนจบควอเตอร์แรก ทีมชาติไทยออกนำสิงคโปร์ 28-7 ควอเตอร์ 2 ทีมชาติไทย ยิ่งเล่นยิ่งมั่นใจ สามารถรีบาวน์จังหวะเข้าทำของสิงคโปร์ แล้วโต้กลับมาทำแต้มได้อยู่ตลอด ประกอบกับการเสียเทิร์นโอเวอร์อยู่บ่อยครั้งของทางฝั่งสิงคโปร์ จบควอเตอร์ที่ 2 ทีมชาติไทย ยังคงนำ สิงคโปร์ 42-10 ควอเตอร์ 3 เริ่มควอเตอร์มา ทีมชาติไทยยังคงความร้อนแรงต่อเนื่อง กระทำสิงคโปร์อยู่ฝ่ายเดียว ทำแต้มหนีห่างสิงคโปร์ และอาศัยการทำสามแต้มจาก ณกรณ์ ใจสนุก ทำให้ทีมชาติไทยนำห่างในควอเตอร์ที่ 3 อยู่ที่ 61-14 ควอเตอร์ 4 สิงคโปร์ เริ่มดูดีขึ้นจากควอเตอร์ที่ผ่านมา แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถตามทีมชาติไทยที่โกยแต้มห่างไปในควอเตอร์ก่อนหน้านี้ จบเกม! ทีมชาติไทย เอาชนะ สิงคโปร์ 80-28 การันตีเข้ารอต้องพบกับทีมชาติบชิงชนะเลิศไปพบกับฟิลิปปินส์ วันเสาร์นี้ โปรแกรมต่อไป ทีมชาติไทย ต้องพบกับ ฟิลิปปินส์ เป็นเกมสุดท้าย ในวันพฤหัสบดี ที่ 26 พฤษภาคม 2559 ก่อนจะไปเข้าชิงฯ กันเองในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ รายชื่อนักกีฬาทีมชาติไทย: กานต์ณัฐ เสมอใจ, บัณฑิต หลักหาญ, ไพรัช เสกธีระ, จิตรภณ โตเวโรจน์, อรรถพร เลิศมาลัยภรณ์, ปฏิภาณ กล้าหาญ, ณกรณ์ ใจสนุก, ดรงค์พันธ์ อภิรมย์วิไลชัย, ชิตชัย อนันติ, สุขเดฟ โคเกอร์, ธีรวัฒน์ จันทะจร, ชนะชนม์ กล้าหาญ รายชื่อผู้เล่นสิงคโปร์: Tay Ding Loon, Low Weng Hon, Toh Qing Huang, Ng John Jing Lun, Kwek Wei Meng, Lim Shengyu, Chia Zao Liang Lyon, Tang Andrew Wei Jie, Lim Kelvin Hong Da, Goh Kok Chiang Delvin, Lim Yong, Cheng, Tan Chin Hong

ดวงการงาน 12ราศี ประจำเดือน มิถุนายน 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร
12ราศี /  ดวงการงาน / 

ดวงการงาน 12ราศี ประจำเดือน มิถุนายน 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร ราศี มังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) มีเรื่องต้องครุ่นคิดตัดสินใจ ช่วงนี้จึงดูวิตกกังวล ต้องอาศัยสมาธิ คิดด้วยความยุติธรรมจะพบทางออก เรื่องงานค่อนข้างวุ่นวาย ขัดแย้งกับผู้ใหญ่และเพื่อนร่วมงาน รวมไปถึงเนื้องานด้วย เป็นปัญหาที่คุณต้องรีบสะสาง กลางเดือนงานจะล้นมือ ต้องรับผิดชอบมากขึ้น หันไปทางไหนก็ไม่มีใครช่วย ทนเหนื่อยเอาหน่อย เดี๋ยวก็ดีขึ้น ปลายเดือนเสนออะไรไปก็มักจะถูกปฏิเสธ อยู่ในช่วงขาลงสุดๆ อย่าผลีผลามอะไรแย่ๆ ลงไปเด็ดขาด ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) กระตือรือร้นจนผิดสังเกต อยากทำนั่นนี่อยู่ตลอดเวลา หัวรั้นจึงทำให้ขัดใจกับผู้ใหญ่ ให้ใจเย็นลงสักหน่อย ไม่เช่นนั้นเรื่องจะบานปลาย การทำงานช่วงต้นๆ ไปได้เร็วมาก ถ้ามีการสอบแข่งขัน รับรองว่าคุณไม่เป็นรองใครแน่นอน แต่ให้ระวังคำพูดบ้าง จะทำให้ผิดใจกับเพื่อนร่วมงาน หรือผู้บังคับบัญชา ถ้าคุณอยากเปลี่ยนงาน ช่วงปลายเดือนเป็นเวลาที่ดีที่สุด ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) การทำงานยังไม่ค่อยได้รับความเป็นธรรมมากนัก เลยเกิดความรู้สึกเซ็ง ขาดความกระตือรือร้นในงาน อย่าเพิ่งไปคิดน้อยใจ ให้ขยันตั้งใจทำงานไป แล้วตอนท้ายจะมีทางเลือกดีๆ ให้คุณ ส่วนถ้าใครคิดเปลี่ยนย้ายงาน ช่วงนี้ดีสำหรับคุณ ปลายเดือนจะได้รับคำชมจากหัวหน้า ให้แสดงความสามารถให้เต็มที่ ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) การทำงานมีเรื่องให้ต้องรับผิดชอบมากขึ้น ยอมเหนื่อยเพื่อผลตอบแทนที่คุ้มค่า คุณจะทำงานแซงคู่แข่งได้อย่างไม่ยาก แถมช่วงนี้ดวงผู้ใหญ่ยังสนับสนุนอีกด้วย ใครที่อยากเปลี่ยนย้ายงาน ตอนนี้เป็นจังหวะดี มีโอกาสเลื่อนตำแหน่ง พบความก้าวหน้าในเรื่องการงาน ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) การทำงานไม่ตึงเครียด รู้สึกผ่อนคลาย มีแนวโน้มในการเปลี่ยนแปลงที่ดีในเรื่องหน้าที่การงาน ถ้าต้องสอบแข่งขันกับใคร คุณเป็นผู้ชนะแน่นอน ใครเบื่ออยากจะเปลี่ยนงาน ก็ให้รีบเปลี่ยนตอนนี้ จะมีโอกาสใหม่ๆ เข้ามา ระวังเรื่องเอกสารสำคัญ ผิดพลาดจะถูกตำหนิเอาได้ ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) การทำงานมีอุปสรรคจากผู้ใหญ่ ถูกเพ่งเล็ง มีกฏระเบียบเพิ่มขึ้นอย่างที่คุณเองก็เริ่มต่อต้าน  ให้ใจเย็นไว้ก่อน เดี๋ยวทุกอย่างจะดีขึ้นเอง ได้รับงานใหม่ๆ มีความกระตือรือร้น รีบทำงาน สะสางงานเพราะมีแพลนจะไปเที่ยว การทำงานจะรีบเร่งทุกอย่าง งานที่เข้ามาก็มีกำหนดส่งเร็ว แต่คุณก็สามารถทำได้ ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) การทำงานเหนื่อย ไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ช่วงนี้ถูกใช้งานหนัก เป็นโรคอิจฉาตาร้อน ปลายๆ จะรู้สึกดีขึ้น คุณดื้อรั้น ใครมาห้ามก็ไม่ค่อยฟัง แต่โชคดีที่มีคนรักเยอะ มีคนคอยช่วยเหลือทุกอย่างผ่านไปด้วยดี การทำงานต้องวิ่งรอก มีงานนั้นงานนี้ชนๆ เข้ามา แทบไม่มีเวลา แต่ถ้ามองเป็นเรื่องสนุก ก็จะทำได้ดี มีความก้าวหน้า งานทัวร์ งานท่องเที่ยว รวมถึงผับ จะประสบความสำเร็จ มีการเริ่มต้นงานใหม่ๆ ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) การทำงานโดดเด่นไม่เป็นรองใคร พกความมั่นใจและความสามารถมาเต็มร้อย สอบแข่งขัน คู่แข่งกระเจิง แต่ก็ต้องไม่ทำตัวหยิ่งมากเกินไปจะเป็นภัย ผู้ใหญ่จะเขม่นเอา ช่วงนี้ถ้ารับงานสำคัญ ต้องรอบคอบสุดๆ บริวารลูกน้องจะทำให้คุณหน้าแตก การทำงานโหดสุดๆ เป็นช่วงงานตก ถึงแม้จะรีบสะสางก็ไม่ทัน เหนื่อยกับการประสานงาน เกี่ยงงานกันจนน่าเบื่อ แต่ถ้าเพิ่มความอดทนอีกนิด เมื่องานเสร็จ ผลตอบแทนจะคุ้มค่า ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) ไม่ค่อยมีใจในการทำงานสักเท่าไหร่ คนที่ไว้ใจทำให้ผิดหวัง แต่ผ่านช่วงนี้ไปแล้วก็จะดี ราบรื่นขึ้นเยอะ มีพรรคพวกคอยหนุน แต่อย่าเพิ่งผลีผลามลงทุนต่อกรกับใคร งานที่ต้องใช้ความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ ไอเดียบรรเจิด ได้รับการยอมรับ ควรเจรจาเข้าหาผู้ใหญ่บ้าง ชีวิตจะได้รุ่งเรือง ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) มีดวงในการย้ายงาน เปลี่ยนงาน ต้องพึ่งดวงพึ่งโชคลาภ การทำงานเรื่อยเปื่อย ไม่ค่อยถูกเสนอชื่อ ไม่มีความโดดเด่น ต้องขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติม ได้เปลี่ยนแปลง หยิบจับอะไรใหม่ๆ แต่ก็มีรู้สึกอึดอัดบ้าง มีศัตรูคู่แข่งคอยทำร้ายน้ำใจอยู่ตลอด ไม่ควรไปสุงสิงด้วย จะทำให้ตัวเองแย่เปล่าๆ ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม) ไม่ว่าจะหยิบจับอะไร ก็มักมีเพื่อนคอยช่วยเหลือ เริ่มมีพรสวรรค์ มีพวกคอยเชียร์ ทำให้งานสำเร็จได้ไวกว่าที่คิด แต่คุณก็ต้องรู้จักเข้าหาผู้ใหญ่บ้าง เพื่อความก้าวหน้าในชีวิต ควรขยันขันแข็ง ให้ผลงานโดดเด่น เป็นที่พอใจของผู้บังคับบัญชา แต่แทนที่จะก้าวแบบไม่มีอุปสรรค ก็ดันไปขวางบางคน ข้ามหน้าข้ามตาทำให้เกิดความไม่พอใจ ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) เจองานล้นมือ ทั้งเรื่องเอกสารและงานต่างๆ รุมเร้า แต่ถ้าตั้งสติให้ดี สักพักก็จะเคลียร์งานได้หมด ช่วงนี้อดทนทำงานมากกว่าคนอื่นไปก่อน พอผู้ใหญ่เห็นผลงาน รับรองได้รับการโปรโมทแน่ ช่วงนี้การทำงานเปิดทางสะดวก เตรียมพร้อมที่จะลุยเอาความสำเร็จ ถ้ากำลังปั้นงานใหญ่อยู่ รับรองไม่ผิดหวัง รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com บทความนี้ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ได้บนเว็บไซต์ Horoscope.mthai.com เท่านั้น

ละครเจ้าพายุ , เรื่องย่อเจ้าพายุ
ละคร เจ้าพายุ /  เรื่องย่อละครละคร เจ้าพายุ / 

บทประพันธ์โดย : อรชรบทโทรทัศน์โดย : ภูมิ พญาไฟกำกับการแสดงโดย : ทองก้อน ศรีทับทิมผลิตโดย : บริษัท โคลีเซี่ยม อินเตอร์กรุ๊ป จำกัดออกอากาศทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.30น. ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อ ละครเจ้าพายุ หลังจากที่ พายุ (ลิขิต บุตรพรม) ติดคุกในเรือนจำนานถึง 5 ปี เพราะถูกข้อหาปล้นรถขนเงินของธนาคารที่เขาเป็นพนักงานคุมเงินสด เมื่อได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระเขาจึงต้องการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง เพราะเขาคาใจมาตลอดว่าไม่ได้เป็นคนปล้นเงินแต่ถูกจัดฉากให้เป็นแพะรับบาป พายุไปรายงานตัวที่คุมประพฤติโดยมี วีนัส (จิลล์ โรเจอร์) เป็นคนดูแลในเรื่องนี้ พายุบอกว่าเขาต้องการรื้อคดีขึ้นมาใหม่ ทีแรกวีนัสก็เชื่อว่าพายุเป็นคนปล้น แต่พอได้ดูหลักฐาน และเอกสารที่สั่งฟ้องแล้ว เธอจึงมั่นใจ และว่าพายุเป็นแพะในคดีนี้ เธอจึงรับปากที่จะช่วยพายุ เพราะในใจลึก ๆ เธอแอบชอบพายุ มาศจันทร์ (ฮาน่า ลีวิส) ลูกสาวคนเดียวของ นายวิวัฒน์ (สุรวุฑ ไหมกัน) เจ้าของสัมปทานเหมืองทองที่นครสวรรค์ มาเบิกเงินที่ธนาคารแล้วถูกดักปล้น พายุผ่านมาพบเข้าพอดีจึงได้ช่วยเหลือเอาไว้ และจากไปโดยไม่ได้แนะนำตัวว่าเป็นใคร สารวัตรกอบคุณ (อติรุจ สิงหอำพล) เป็นคนทำคดีนี้ เขารู้สึกหลงรักมาศจันทร์ตั้งแต่แรกเห็นทันที ทางด้านนายวิวัฒน์กำลังมีเรื่องกับนายมงคล (ตฤน เศรษฐโชค) นายกเทศมนตรี กับ โตมร (สุทธิคุณ วันทานุ) ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เพราะมงคลต้องการจะฮุบสัมปทานเหมืองทองของวิวัฒน์ มงคลจึงทำได้ทุกอย่างเพื่อแย่งชิงมา ถึงแม้จะต้องฆ่าวิวัฒน์กับลูกสาวก็ตาม ภูผา (จิณณะ นวรัตน์) ติดคุกในฐานะฆ่าคนตาย เพื่อปกป้อง กำนันไผ่ (เอกพัน บรรลือฤทธิ์) พ่อของตัวเอง ภูผาสู้คดีแต่แพ้จึงติดคุกเกือบ 5 ปี ในขณะที่อยู่ในคุกเขาพยายามทำดี และทำงานลดโทษ วันหนึ่งในขณะที่ภูผาออกไปทำงานลอกท่อ เขาพบเงินประมาณ 15 ล้านดอลล่าห์ที่ถูกซุกซ่อนเอาไว้โดยบังเอิญ หลังจากนั้นอีก 7 วันเมื่อเขาพ้นโทษอกมาจึงได้มาเอาเงินจำนวนนั้นไป พายุกลับมาหา สุพจน์ (ศักราช ฤกษ์ธำรงค์) ที่บ้าน แต่สุพจน์ไม่ต้อนรับและไม่นับว่าเขาเป็นลูก เพราะเขามีปมในอดีตเกี่ยวกับ นิ่ม (สุธิตา เกตานนท์) แม่ของพายุที่ท้องก่อนที่จะมาอยู่กับเขา ซึ่งตอนนี้นิ่มก็ได้หนีกลับไปอยู่กับกำนันไผ่สามีเก่า ที่กลายเป็นผู้ต้องหาหนีคดีปล้นหลายคดี อิ่มจิต (ณหทัย พิจิตรา) ภรรยาใหม่ของสุพจน์เอ็นดูพายุเหมือนลูกคนหนึ่ง เพราะอิ่มจิต มี เอื้อมพร (ชัชฎาภรณ์ ธนันทา) ลูกสาววัยเดียวกับพายุด้วย แต่เป็นลูกติดก่อนที่จะมาอยู่กินกับสุพจน์ เอื้อมพรกับพายุโตมาด้วยกัน และเธอก็รักพายุมาตั้งแต่เริ่มเป็นสาว แต่พายุคิดกับเอื้อมพรเป็นเหมือนน้องสาวเท่านั้น นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่สุพจน์เกลียดพายุ เพราะเขาต้องการที่จะเคลมเอื้อมพรเช่นกัน พายุไม่มีที่ไปจึงกลับไปพักอยู่กับ หมู่รงค์ (วัชรบูล ลี้สุวรรณ) เพื่อนรักที่เคยเป็นทหารมาด้วยกันที่ปากน้ำโพ พอดีกับที่สุพจน์มาเปิดบริษัทขนส่งทางน้ำที่นี่ โดยให้เอื้อมพรมาดูแลกิจการ พายุกับเอื้อมพรจึงได้พบกัน แต่ความสัมพันธิ์ยังเป็นแค่พี่น้องเช่นเดิม วิวัฒน์ไม่กลัวอิทธิพลของมงคล จึงทำให้มงคลส่ง จ่านนท์ (ปราบต์ปฎล สุวรรณบาง) อดีตทหารหน่วยรบพิเศษที่ตั้งตัวเป็นซุ้มมือปืน มาดักยิงวิวัฒน์กับมาศจันทร์ แต่พายุกับหมู่รงค์มาช่วยไว้ได้ทัน เพราะพายุช่วยมาศจันทร์ไว้ถึงสองครั้งวิวัฒน์จึงรับเข้ามาทำงานที่เหมือง พายุรู้ตัวว่าแอบรักมาศจันทร์แต่ก็ต้องเจียมตัว พอดีกอบคุณย้ายมาประจำที่ปากน้ำโพ จึงเกิดความไม่พอใจที่เห็นพายุสนิทสนมกับมาศจันทร์ เขาจึงบอกความจริงกับวิวัฒน์ว่าพายุเคยเป็นคนที่ติดคุกมาก่อน พายุจึงตัดสินใจลาออกจากงานไป หลังจากนั้นอีกไม่กี่วันเหมืองของวิวัฒน์ก็ถูกปิด เพราะถูกร้องเรียนว่าปล่อยมลพิษลงแม่น้ำ ซึ่งที่จริงเป็นแผนร้ายของมงคล สุพจน์กับมงคล และโตมร ร่วมมือกันขนของผิดกฎหมายจากทางภาคเหนือ เรื่องนี้เอื้อมพรแอบได้ยิน ทางด้านโตมรรู้สึกชอบเอื้อมพร แต่เอื้อมพรไม่ชอบโตมรจึงให้พายุเข้ามาช่วยกัน แต่ก็ทำได้แค่เพียงบางเวลาเท่านั้น และเธอก็รู้สึกว่าพายุชอบมาศจันทร์ แต่เธอก็ยังรักพายุไม่เสื่อมคลาย ภูผาเอาเงินที่พบบางส่วนมาฟอกที่ปากน้ำโพ จ่านนท์รู้ทีมาของเงินดีจึงพยายามจับภูผาเพื่อคาดคั้นหาเงินที่เหลือ แต่ภูผาหนีรอดไปได้ วีนัสพบหลักฐานที่ส่งฟ้องพายุเป็นหลักฐานเท็จ อีกทั้งยังมีกล้องวงจรปิดอีกหลายมุมที่ไม่ได้นำไปใส่ในสำนวนฟ้อง และคนที่ทำสำนวนฟ้องในขณะนั้นคือกอบคุณซึ่งมียศเป็นร้อยตำรวจเอก วีนัสนำเรื่องนี้ไปบอกกับพายุแล้วยังรู้ว่าจ่านนท์คือหนึ่งในคนที่ปล้นเงิน และยังสืบจนรู้ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดคือมงคลกับโตมร พายุจึงต้องตามล่าภูผาเพื่อติดตามหาเงินที่เหลือ ภูผาหนีไปหากำนันไผ่เพราะเขาเป็นลูกของกำนันไผ่กับนิ่ม ขณะเดียวกันพายุก็ตามไปแต่ตำรวจได้ล้อมจับกำนันไผ่ จ่านนท์ตามไปสังเกตการณ์แล้วยิงนิ่มตาย เพราะพุ่งตัวเข้ามาช่วยพายุลูกชาย ทำให้ภูผาแค้นพายุมาก วิวัฒน์ตัดสินใจให้มาศจันทร์แต่งงานกับกอบคุณ มาศจันทร์จำยอมเพราะในใจต้องการช่วยพายุ เนื่องจากวีนัสบอกกับเธอว่าสงสัยกอบคุณจะเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังการปล้นเงินด้วย มาศจันทร์ยอมให้พายุเข้าใจผิด ก่อนที่มาศจันทร์เกือบเสียตัวให้กอบคุณ เพื่อหาหลักฐานช่วยพายุ แต่พายุก็มาช่วยเธอไว้ทัน เอื้อมพรแต่งงานกับโตมรด้วยความเต็มใจ และด้วยความแค้นที่ถูกสุพจน์ข่มขืน เมื่อเธอแต่งงานกับโตมรแล้ว เธอก็ได้ไปหาหลักฐานที่โตมรกับมงคลบงการปล้นเงินเพื่อช่วยพายุ จนตัวเองถูกจับได้และถูกฆ่าปิดปาก สุพจน์มาพบเข้าจึงถูกโตมรฆ่าอีกคนโดยที่พายุมาช่วยไม่ทัน กำนันเปิดเผยความจริงให้พายุกับภูผารู้ว่าทั้งคู่เป็นพี่น้องกัน ทั้งสองคนจึงเลิกบาดหมางกันและหันมาจับมือกันเพื่อจบเรื่องทั้งหมด มาศจันทร์กำลังจะแต่งงานกับกอบคุณ พายุ และภูผาพร้อมทั้งเพื่อน ๆ ได้บุกเข้ามาชิงตัวมาศจันทร์กลางงาน นอกจากนี้ความจริงยังได้ถูกเปิดเผยว่า ที่แท้กอบคุณเป็นลูกชายของมงคลแต่คนละแม่กับโตมร ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการปล้นทั้งหมดคือมงคล ในที่สุด มงคล โดมร กอบคุณ และจ่านนท์ ก็จบชีวิตลงหลังจากต่อสู้กับตำรวจ พายุล้างมลทินให้กับตัวเองได้สำเร็จ และได้ครองคู่กับมาศจันทร์ ส่วนภูผาก็ตัดสินใจคบหากับวีนัส และทุกคนก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขตลอดไป ติดตามชม ละคร เจ้าพายุ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางช่อง 7 สี รายชื่อนักแสดงนำใน ละครเจ้าพายุ ลิขิต บุตรพรม รับบท พายุฮาน่า ลีวิส รับบท มาศจันทร์จิลล์ โรเจอร์ รับบท วีนัสจิณณะ นวรัตน์ รับบท ภูผาสุรวุฑ ไหมกัน รับบท นายวิวัฒน์อติรุจ สิงหอำพล รับบท สารวัตรกอบคุณตฤน เศรษฐโชค รับบท นายมงคลสุทธิคุณ วันทานุ รับบท โตมรวัชรบูล ลี้สุวรรณ รับบท หมู่รงค์เอกพัน บรรลือฤทธิ์ รับบท กำนันไผ่

หลบฝนในกรุงกับ 5 คาเฟ่สำหรับวีคเอนด์นี้ !
cafe /  กรุงเทพ / 

วันหยุดทั้งที มีเวลาแค่สองวัน หากจะขับรถไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัดแล้วขับกลับก็คงจะเหนื่อยแย่ วีคเอนด์แบบนี้ลองหาคาเฟ่เงียบๆ ซักที่ กาแฟคุณภาพดี ขนมอร่อยๆ ทานกันซิคะ วันนี้เรามี 5 คาเฟ่เก๋ๆ มาแนะนำกัน รับรองว่าคุณจะสามารถใช้วันหยุดของคุณ พักผ่อนได้อย่างสบายใจโดยที่ไม่ต้องเหนื่อยใจเหนื่อยกาย แถมยังมีเวลากับตัวเองมากขึ้นอีกด้วยค่ะ Maygori ถ้าใครที่ชอบรับประทานของหวานคงจะรู้จักร้าน After You ร้านขนมหวานที่มีสาขาทั่วทั้งกรุงเทพ ซึ่งร้าน Maygori นั้นก็เป็นร้านที่เปิดโดยคุณเมย์ที่เป็นผู้ริเริ่มร้าน After You แต่ร้านนี้จะแตกต่างก็ตรงที่ว่า จะมีแต่เมนูน้ำแข็งไสเท่านั้นค่ะ ! น้ำแข็งของที่นี่ก็จะละเอียดนุ่มเหมือนหิมะ ท้อปปิ้งก็มีให้เลือกหลากหลาย เหมาะรับประทานดับร้อนในช่วงนี้เหลือเกิน เมนูแนะนำก็เห็นจะไม่พ้น Mont Blanc ที่เป็นน้ำแข็งไสราดด้วยครีมเกาลัด แถมยังมีเกาลัดชิ้นเล็กๆ โรยเป็นท็อปปิ้ง เสิร์ฟมาพร้อมกับไซรัปเข้มข้นไว้ราดด้านบน หรือจะเป็นน้ำแข็งไส Ichigo Yoghurt Panna Cotta น้ำแข็งไสสตรอเบอร์รี่โยเกิร์ต พร้อมพานาคอตต้าหวานนุ่มละมุนลิ้นสอดแทรกอยู่ด้านใน เสิร์ฟมากับซอสสตรอเบอร์รี่ที่เอาไว้ราดเพิ่มถ้าหากไม่จุใจก็ได้ค่ะ พิกัด : ร้านตั้งอยู่ที่คอมมิวนิตี้มอลล์ The Common ซอย ทองหล่อ 17 เปิดตั้งแต่เที่ยงวันยันเที่ยงคืนเลยค่ะ Cafe Undichi คาเฟ่สไตล์ยุโรปแบบอบอุ่น ด้วยการตกแต่งร้านและขนาดพื้นที่ที่ไม่มากและไม่น้อยเกินไป จึงให้ฟีลราวกับว่านั่งพักผ่อนอยู่ที่บ้านเลยค่ะ โดยตัวร้านจะแบ่งออกเป็นสองส่วน จัดสรรพื้นที่ที่มีอย่างประหยัดได้เป็นอย่างดี เมื่อเข้าไปในร้านจะได้กลิ่นกาแฟหอมอบอวลทั่วร้าน และร้านนี้จะมีพนักงานเพียงสองคนเท่านั้น ซึ่งก็คือเจ้าของร้าน เสิร์ฟเองทำเองทุกอย่างเลยค่ะ เมนูที่นี่จะมีหลากหลาย ทั้งกาแฟ อาหาร แล้วก็ขนมหวาน เมนูที่อยากจะแนะนำก็คือ Affogato ซึ่งเป็นกาแฟช็อตราดบนไอศครีมวานิลลาหวานหอม หรือจะเป็นเมนูรักสุขภาพอย่าง เค้กช็อคโกแลตไร้แป้ง ที่ทำจากช็อคโกแลตชั้นดี ไม่มีแแป้ง เหมาะกับคนที่อยากลดน้ำหนักแต่ก็ขาดของหวานไม่ได้ค่ะ พิกัด : ร้านตั้งอยู่ที่ซอย พหลโยธิน 11 เลี้ยวเข้ามาในซอย ร้านจะอยู่ขวามือต้นซอยเลยค่ะ Sugar Pop ร้านคาเฟ่น้องใหม่ใจกลางย่านอารีย์ที่ใครผ่านไปผ่านมาก็จะเห็น Signature ของร้านซึ่งก็คือ เจ้ากระต่ายตัวใหญ่ ตั้งตระหง่านอยู่นั่นเองค่ะ ภายในร้านก็ตกแต่งแบบโมเดิร์น เน้นสีขาวดำดูสบายตา พร้อมกับมาสคอตของบร้านก็คือ กระต่าย ที่มีชื่อว่า Chef Chin เข้าไปในร้านก็จะมีเรื่องราวของเจ้ากระต่ายติดเอาไว้ที่ผนังร้าน เดินอ่านเพลินๆ ดีค่ะ เมนูของร้านจะเน้นเป็นขนมหวาน ที่พลาดไม่ได้คือเค้กสตรอเบอร์รี่ ครีมสดบวกกับสตรอเบอร์รี่หวานๆ เค้กเนื้อนุ่ม หรือจะเป็น บานอฟฟี่พายที่ฐานเค้กเป็นโอริโอ้เนยเข้มข้น บวกกับคาราเมลหอมหวาน แถมที่นี่ยังมีแพนเค้กและบิงซูให้บริการอีกด้วยค่ะ เรียกได้ว่ามาที่นี่ได้รับประทานขนมหวานครบทุกชาติเลยก็ว่าได้ พิกัด : ร้านตั้งอยู่ในซอยพหลโยธิน 7 เลี้ยวเข้าซอยมาจะอยู่ซ้ายมือติดกับซอยอารีย์ 4 ร้านสีดำๆ หาไม่ยากเลยค่ะ Gastro 1/6 RMA เป็นร้านสไตล์อังกฤษแบบ Open Air ให้บรรยากาศสดชื่น หากจะกลัวว่าอากาศจะร้อนมั้ย ขอบอกว่าไม่เลยค่ะ เพราะว่าในร้านตกแต่งแบบโล่งโปร่งสบาย แถมยังมีต้นไม้ช่วยบดบังแสงแดด ให้ร่มเงาแก่ลูกค้าทุกคนอีกด้วย ตัวร้านตั้งอยู่ใสถาบัน RMA อาจจะเดินทางลำบากซักนิดนึงแต่ถ้าได้เข้าไปแล้วจะไม่อยากออกจากร้านเลยล่ะค่ะ เมนูของร้านส่วนมากก็จะออกเป็นแนว Brunch อย่างเช่น เฟรนช์โทสต์ ครัวซอง แต่อาหารหลักอย่างสปาเก็ตตี้ก็มีพร้อมเสิร์ฟค่ะ อย่างเมนูที่แนะนำก็จะเป็นเฟรนช์โทสต์ ขนมปังชุบไข่เนื้อนุ่มเสิร์ฟพร้อมผลไม้สด ทานแล้วจะรู้สึกสดชื่นทันทีเลยค่ะ หรือจะเป็น Brunch อย่างออมเล็ต และเราสามารถบวกขนมปัง ไส้กรอก เพิ่มได้ด้วยค่ะ พิกัด : อยู่ที่ ซอย สายน้ำทิพย์ 2 คลองเตย ลง BTS พร้อมพงษ์แล้วต่อแท็กซี่จะง่ายสุดค่ะ Heritage Cafe เพียงเดินเข้าไปก็จะได้กลิ่นอบขนมปังใหม่ๆ หอมโชยออกมา เพราะว่าร้านนี้เขาทำขนมเอง อบเองทั้งนั้นค่ะ ตัวร้านก็จะเป็นร้านเล็กๆ มีโต๊ะเพียงไม่กี่โต๊ะ ให้ความรู้สึกอบอุ่นมากค่ะ ส่วนเบเกอรี่และอาหารส่วนมากจะออกสไตล์ฝรั่งเศสซะส่วนใหญ่ค่ะ เมนูที่นี่ก็จะมีครบตั้งแต่อาหารคาว ของหวาน และเครื่องดื่ม ที่อยากจะแนะนำคือ ครัวซองอบใหม่ทุกวัน ชุ่มเนย กรอบนอกนุ่มใน และมาการองที่พิเศษสุดๆ เพราะมีขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือเลย ขอบอกว่าราคาไม่แพงอย่างที่คิดด้วยค่ะ พิกัด : อยู่ในซอยเอกมัยซอย 4 ลง BTS เอกมัย ไม่ไกลจาก BTS มากจึงสามารถเดินไปได้ค่ะ วันหยุดเสาร์อาทิตย์นี้ ลองหาเวลาให้กับตัวเองและไปพักผ่อนตามสไตล์ที่ชอบได้เลยค่ะ !  -------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ขอบคุณภาพจากเว็บไซต์   www.instagram.com/maygori/,www.facebook.com/CaffeUndici, www.wongnai.com/restaurants/, www.facebook.com/Gastro16-162938943751545/, https://www.facebook.com/heritagebakerycafebistro

น่ารักมาก...
Hanne /  การเดินทาง / 

"Hanne" (แฮนี่) เป็นผู้หญิงเยอรมันวัย 70 ที่วนเวียนกลับมาเที่ยวอินเดียซ้ำแล้วซ้ำอีก โดยครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งที่สิบในชีวิตของเธอได้แล้ว ถอยหลังไปห้าปี สมัยที่สามีของป้าแฮนี่ยังมีชีวิตอยู่ ทั้งคู่ออกเดินทางด้วยกันเป็นประจำเสมอ จนวันที่สามีตายป้าแฮนี่ต้องปรับชีวิตตัวเองใหม่ทั้งหมด เธอเริ่มกลับไปเดินทางคนเดียวเหมือนที่เคยทำในช่วงสมัยวัยรุ่น แต่ต่างกันที่การเดินทาง solo ของเธอในวันนี้ ไม่โดดเดี่ยวเสียทีเดียว ‘เธอเดินทางกับตุ๊กตา’ ตุ๊กตาที่ว่านี้ มีชื่อว่า ‘โซเฟีย’ ซึ่งเธอได้มาเพียงไม่กี่ชั่วโมงภายหลังการจากไปของสามีด้วยโรคหัวใจ โซเฟียเป็นทั้งเพื่อนเป็นคู่คิด เป็นเพื่อนนั่งเฝ้าหน้าห้องน้ำ โดยเมื่อเธอต้องเข้าห้องน้ำลำพังในสถานที่ลับตาหรือเมืองที่ไม่คุ้น แฮนี่จะวางโซเฟียไว้ที่หน้าประตูห้องน้ำและแน่นอน ‘โซเฟีย’ เป็นเพื่อนเดินทาง "หลังสามีฉันตายได้สองชั่วโมง ลูกสาวฉันมาถึงโรงพยาบาลพร้อมกับลูกสาวเธอ ซึ่งเป็นหลานสาววัยเจ็ดขวบของฉัน หลานฉันส่งโซเฟียให้ และบอกฉันว่า ‘จะไม่มีวันที่ยายต้องอยู่คนเดียวค่ะ’ นับจากนั้น ตลอดห้าปีที่ผ่านมา โซเฟียเลยเดินทางไปกับฉันในทุกๆที่ จนต่อมาฉันกลัวโซเฟียเหงา เลยเย็บบอดี้การ์ดเพิ่มขึ้นมาอีกสองตัวให้เป็นเพื่อนกับโซเฟียในทุกๆปี ก่อนถึงวันคริสต์มาสฉันจะเตรียมของขวัญเป็นปฏิทินทำมือไว้ให้กับหลานสาวโดยใช้รูปที่ถ่ายโซเฟียในเมืองต่างๆที่ฉันพาโซเฟียไปเดินทางด้วยในรอบหนึ่งปีมาทำ นอกจากหลานสาวฉันจะตื่นเต้นกับปฏิทินที่เปลี่ยนหน้าตาไปทุกปีแล้ว เธอยังได้เรียนรู้เรื่องการเดินทางผ่านโซเฟียในบรรยากาศและวัฒนธรรมที่แตกต่างด้วย" เมื่อถามป้าแฮนี่ถึงอายุของเธอกับโรคภัยไข้เจ็บ หรือการระวังตัวเองในช่วงระหว่างการเดินทาง .. ‘ป้าเคยกลัวไหมคะเกิดไปล้ม ไปเจ็บป่วยที่ไหนคนเดียว จะทำยังไง’? “ที่น่ากลัวที่สุดสำหรับคนอายุขนาดฉัน ไม่ใช่เรื่องว่าจะไปล้มที่ไหน แต่วัยนี้ อยากไปไหน ต้องรีบไปให้ครบ เพราะวันนึงอันใกล้จะไม่มีโอกาสกลับมาทำแบบนี้อีกแล้ว อย่าลืมว่าโลกมันใหญ่มากนะ” พูดถึงวิธีการจองตั๋ว จองที่พักของคุณป้าวัยนี้ ป้าแฮนี่ดูจะได้เปรียบกว่าผู้หญิงในวัยเดียวกัน เพราะป้าอยู่ง่าย กินง่าย เดินเยอะกินน้ำเยอะ ข้อสำคัญ ป้าเป็นคนปรับตัวง่าย อย่างมาอินเดีย ป้าใช้วิธีจองห้องพักผ่านเว็บไซท์ที่เสิร์ชหาเอาทางเน็ต เรื่องอาหารการกินก็เลือกกินเฉพาะในร้านที่ปิดมิดชิดหรือห้องอาหารของโรงแรมบางคนท้วงว่า ‘ห้องอาหารพวกนี้ก็ไม่ได้จะสะอาดร้อยเปอร์เซ็นต์นะ’  แต่สำหรับป้า .. “โลกนี้มันมีอะไรที่ร้อยเปอร์เซ็นต์ บ้างล่ะ”? สิ่งที่ป้าแฮนี่บอกเราก่อนเดินทางต่อไป คือ  ‘ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น คนที่ตายก็ต้องตายไปส่วนคนที่อยู่ ก็ต้องดำเนินชีวิตกันไป ไม่มีใครอยู่กับใครไปทั้งชีวิตได้จริง’ ที่สำคัญ.. แก่ไม่กลัว ป้ากลัวไม่ได้เดินทาง ..

ละครคลื่นชีวิต , เรื่องย่อคลื่นชีวิต
คลื่นชีวิต /  ละครคลื่นชีวิต / 

ละครคลื่นชีวิต ละครช่อง3 คลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย : กรุง ญ ฉัตรกำกับการแสดงโดย : อำไพพร จิตต์ไม่งงผลิตโดย : บริษัท ละครไท จำกัดควบคุมการผลิตโดย : หทัยรัตน์ อมตวณิชย์ออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครคลื่นชีวิต ช่อง3 เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต ความสุขในวัยเด็ก คือสิ่งชโลมใจยามเรามีความทุกข์ เพราะเราจะได้รู้สึกว่า เราเคยผ่านความผาสุกในชีวิตมาแล้ว จีราวัจน์ (อุรัสยา เสปอร์บันต์) ดาราสาวที่เข้าวงการและมีชื่อเสียงด้วยฝีมือการแสดงและข่าวฉาวกับหนุ่มทั้งนอกและในวงการ รวมทั้งนิสัยพูดตรง ถ้าไม่ผิด ก็พร้อมกล้าท้าชนโดยไม่สนใจหน้าไหน จนโดนใครต่อใครตราหน้าว่าจีราวัจน์เป็นผู้หญิงแรง กร้านโลก และง่าย! แต่ใครจะกล่าวว่าเธอยังไง ไม่ทำให้จีราวัจน์เจ็บเท่ากับถูก คุณหญิงจริยา แม่แท้ ๆ ที่ไม่เคยดูแลเธอปล่อยเธอเติบโตตามมีตามเกิด เชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงใจแตก! แต่นั่นยังไม่ทำให้เธอหมดศรัทธากับคำว่า แม่ ของจริยา เท่ากับคืนที่จีราวัจน์โดน สิทธา (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) เจ้าของบริษัททอสังหาริมทรัพย์ สามีคนใหม่ของจริยา ผู้กระหายอำนาจ เงินทองและโลกีย์ สั่งลูกน้องวางยานอนหลับเพื่อหมายข่มขืนจีราวัจน์ แต่จีราวัจน์ก็หนีมาได้ และเมื่อจีราวัจน์บอกเรื่องนี้กับจริยาแทนที่จริยาจะเข้าข้างและปกป้องเธอ แต่จริยากลับเข้าข้างสิทธา จริยานั้นรู้สันดานของสิทธาดี แต่เธอยังทำอะไรสิทธาไมได้ เพราะสิทธาคือคนที่ให้เงิน และอำนาจกับเธอ สิทธาคือคนที่ทำให้ผู้หญิงไร้การศึกษา มีชีวิตอยู่ในสลัม ที่มีแค่ความสวยติดตัว จึงเร่ขายความสวยให้ความสำราญผู้ชาย เธอจึงได้โลดแล่นขึ้นมาเป็นคุณหญิงใจบุญเบอร์หนึ่งของสังคม ที่ใคร ๆ ต่อใครนับหน้าถือตา จริยารู้ดีว่าจีราวัจน์มองเธอเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัว ทะเยอทะยาน หน้าเงิน แต่ที่จริยาดิ้นรนถีบตัวเองขึ้นมาถึงตรงนี้ ก็เพื่อให้ชีวิตเธอ และจีราวัจน์สบาย แม้วันนี้จีราวัจน์เกลียดเธอ ...แต่จริยาเชื่อว่าวันหนึ่ง... จีราวัจน์ต้องเข้าใจ ละครคลื่นชีวิต ญาญ่า หมากปริญ สำหรับจีราวัจน์ ...สิ่งที่เธอต้องการ ไม่ใช่ชีวิตดีงามบนหน้าหนังสือพิมพ์อย่างที่จริยาต้องการ แต่สิ่งที่เธอต้องการคือความรัก ปมเดียวในหัวใจของจีราวัจน์ที่เธอโหยหาย แต่เธอไม่เคยได้ โดยเฉพาะวันที่เกิดเหตุการณ์นั้น ถึงแม้จีราวัจน์จะหนีจากเงื้อมมือสิทธามาได้ แต่เพราะฤทธิ์ยานอนหลับ ทำให้ระหว่างที่จีราวัจน์ขับรถหนีอย่างสุดชีวิต ต้องกลายเป็นฆาตกรโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อรถของจีราวัจน์ชนร่าง ติวดี (พริมา พันธ์เจริย) เต็ม ๆ จนติวดีไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในเวลาต่อมา!! แต่เพราะฤทธิ์ยานนอนหลับทำให้จีราวัจน์หลับและเบลอจนไม่รู้เรื่องติวดี ภายใต้การดูแลของ ดารากา (ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์) เพื่อนสินทตั้งแต่มัธยม ซึ่งเป็นคนเดียวที่จีราวัจน์ติดต่อพูดคุยด้วยตลอด พอจีราวัจน์กลับจากเมืองนอก จีราวัจน์จึงขอให้ดารากามาอยู่ด้วยกัน ดารากาเต็มใจอยู่กับ จีราวัจน์ เพราะความรัก และความสนิทที่ทั้งสองมีด้วยกันมาเกือบ 20 ปี ทำให้ดาราการู้ดีว่า จีราวัจน์หว้าเหว่ แสนเหงา ต้องการใครสักคนเป็นเพื่อน และกว่าจีราวัจน์จะรู้ว่าติวดีเสียชีวิต ก็หลังจากที่ฤทธิ์ยานอนหลับสร่าง เมื่อจีราวัจน์รู้สึกตัว คนกล้าทำกล้ารับอย่างเธอ พร้อมไปรับความผิดกับตำรวจ แต่มันสายเกินไป เพราะ สุกี้ (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ) นักปั้นดารามือทอง ผู้เป็นทั้งคนชักนำเธอเข้าวงการและเป็นผู้จัดการดูแลเธอ ได้จัดการส่งสเตฟาน คนขับรถคนสนิทประจำตัว รับสารภาพผิดกับตำรวจว่าเป็นคนขับรถชนติวดีแทนเธอ โดยสุกี้ยอมเสี่ยงโกหกกับสังคมเพื่อแลกกับอนาคตทางการแสดงของจีราวัจน์ที่กำลังรุ่งเรือง ละครคลื่นชีวิต สุกี้คิดว่าการให้สเตฟานรับผิดแทนจีราวัจน์ จะทำให้เรื่องทุกอย่างจบง่าย ๆ แต่สุกี้คิดผิด เมื่อระหว่างที่ติวดีโดนจีราวัจน์ขับรถชน ติวดีกำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับ สาธิต (ปริญ สุภารัตน์) แฟนหนุ่มผู้เป็นทนายตงฉิน เชื่อว่าใครทำผิดต้องได้รับโทษ นั่นแหละความยุติธรรม! โดยสาธิตเป็นคนเดียวที่ได้ยินเสียงของจีราวัจน์พูดขอโทษติวดี นั่นทำให้เขาปักใจว่าคนที่ขับรถชนคนรัก ไม่ใช่สเตฟานแต่เป็นจีราวัจน์! สาธิตทำทุกวิถีทางพิสูจน์ให้คนทั้งสังคมเห็นว่าฆ่าตกรตัวจริงเป็นใคร โดยมี พ.ต.ต.พิเชษ เพื่อนตำรวจที่รู้จักในระหว่างร่วมงาน เป็นคนช่วยเหลือดูแลคดี โดยสาธิตมั่นใจว่าเขาสามารถลากตัวจีราวัจน์รับโทษอย่างที่เขาเคยส่งคนผิดเข้าคุกมาตลอดอาชีพทนาย แต่ครั้งนี้! สาธิตกลับเจอว่าความจริง พ่ายแพ้อำนาจเงิน! เมื่อหลักฐานทุกอย่างที่จะมัดตัวจีราวัจน์ได้ มันหายไปหมด! สาธิตไม่ยอมแพ้ที่จะหาทางลงโทษจีราวัจน์ แต่ทุกอย่างต้องหยุดลงเมื่อ นวดี (ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของติวดี แม่ครูของเหล่าเด็กกำพร้า เป็นคนขอร้องให้สาธิตหยุดอาฆาตแค้น นวดีไม่อยากให้สาธิตต้องจมอยู่กับความทุกข์ ที่เกิดจากความโกรธแค้นอีก รวมทั้ง พัฒนะ (สันติสุข พรหมศิริ) เจ้าของบริษัทผลิตละคร ที่จีราวัจน์กำลังแสดงละครอยู่ พัฒนะเป็นเพื่อนของพ่อของสาธิต และเปรียบเหมือนเป็นพ่อบุญธรรมของสาธิต เพราะหลังจากที่พ่อแม่ของสาธิตประสบอุบัติเสีย ชีวิตทั้งคู่ พัฒนะคือคนที่ส่งเสียและดูแลสาธิตจนเรียนจบเนติบัณฑิต! ฉะนั้นเมื่อพัฒนะขอให้สาธิตทำอะไร สาธิตพร้อมจะทำ รวมทั้งคำขอร้องที่แสนเฉือนหัวใจ ที่พัฒนะขอร้องให้สาธิตหยุดสืบหาหลักฐานเอาเรื่องจีราวัจน์ เพราะละครที่จีราวัจน์แสดงกำลังทำเงิน ถ้าจีราวัจน์ติดคุกจะมีผลทำให้บริษัทของพัฒนะเสียหาย จนกระทบกับหนี้สินของบริษัทด้วย ละครคลื่นชีวิต ในเมื่อผู้ใหญ่สองคนที่เขารักขอร้องให้เขาหยุด ละครคลื่นชีวิต แม้สาธิตไม่ต้องการหยุดฉีกหน้ากากของจีราวัจน์ แต่เขาต้องหยุด แต่ใครจะรู้ แม้สาธิตจะหยุดดำเนินคดีทางกฎหมายกับจีราวัจน์ แต่เขาไม่หยุดตามจองล้างจองผลาญจีราวัจน์ โดยสาธิตประกาศ ในเมื่อกฎหมายทำโทษจีราวัจน์ไม่ได้ เขาจะใช้กฎแห่งกรรมทำโทษจีราวัจน์เอง ด้านจีราวัจน์นั่นอยากเหลือเกินที่จะบอกสาธิตว่าเธอพร้อมรับผิด แต่เธอทำไม่ได้เพราะเธอต้องแบกความเป็นความตายของคนที่รวมโกหกช่วยเธออยู่ เธอเลือกไถ่โทษด้วยการดูแลนวดี แทนติวดีห่าง ๆ โดยมี ชยันต์ (หลุยส์ สก๊อต) ผู้กำกับฯ หนุ่มติสต์ชื่อดัง ซึ่งเคยเป็นรุ่นพี่สมัยมัธยมของจีราวัจน์ ผู้รักและหวังดีกับจีราวัจน์เสมอมา เพราะชยันต์รู้ว่าผู้หญิงที่แข็งกระด้างภายนอก แต่ภายในช่างแสนอ่อนแอ เขาจึงคอยช่วยเหลือส่งข่าวเรื่องนวดี เพราะชยันต์เป็นเพื่อนกับสาธิต ทำให้ชยันต์รับรู้เรื่องราวของนวดีจากสาธิตโดยตรง แต่ความช่วยเหลือของชยันต์ กลับยิ่งสร้างปัญหาให้จีราวัจน์ เมื่อ ปียากุล (จรินทร์พร จุนเกียรติ) ลูกสาวคนเดียวของพัฒนะ ผู้ควบคุมดูแลงานถ่ายละครภายในบริษัทของพัฒนะ และเป็นภรรยาซุปเปอร์โคตรขี้หึงของชยันต์ ได้ยินข่าวว่าเธอสนิทกับชยันต์มาก ทำให้ปียากุลใช้อำนาจหน้าที่การงานในมือเธอกลั่นแกล้งจีราวัจน์ แต่เพราะจีราวัจน์กำลังเป็นดาราทำเงินของพัฒนะ ทำให้พัฒนะออกตัวปกป้องจีราวัจน์ ทำให้ปียากุลไม่พอใจมาก ทำให้ปียากุลพาลระบายอารมณ์กับสาธิต ซึ่งเธอนับถือเหมือนพี่ชาย ทำให้สาธิตรับรู้ว่า นอกจากจีราวัจน์จะเป็นคนตลบแตลงสังคมว่าตัวเองไม่ใช่ฆาตกรแล้ว จีราวัจน์ยังเป็นผู้หญิงรักสนุกคั่วผู้ชายไม่ซ้ำหน้า แย่งผัวชาวบ้านไปกกได้อย่างหน้าไม่อาย!! ละครคลื่นชีวิต ยิ่งวันทีสาธิตพบจีราวัจน์สนิทสนมกับ เจตต์ (มาสุ จรรยางค์กุลดี) วิศวกรปิโตเลียมผู้มีชีวิตยู่กลางทะเล แต่เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน เขากลับขับรถชนจีราวัจน์ จนทำให้เขาหลงรักนางเอกสาว ซึ่งมันอาจไม่ใช่เรื่องที่สาธิตจะเอามาเป็นข้อเกลียดชังจีราวัจน์ ถ้าสาธิตไม่บังเอิญรู้เรื่องว่าดารากาเพื่อนรักของจีราวัจน์นั้นแอบชอบเจตต์อยู่จาก เจนจิรา (วันศิริ อ่องอำไพ) น้องสาวของเจตต์เจ้าของโรงเรียนที่ดารากาเป็นครูสอน ซึ่งสาธิตได้รู้จักกับเจจิราโดยบังเอิญ และเพราะเจนจิราเป็นคนคุยสนุก มองโลกในแง่ดี เหมือนติวดี ทำให้สาธิตสนุกที่ได้อยู่ร่วมกับเจนจิราโดยสาธิตไม่รู้ว่าความใกล้ชิดที่เขามอบให้เจนจิรานั้น ทำให้เจนจิราแอบชอบสาธิต ชีวิตของจีราวัจน์เจอปัญหาจากสาธิต ปียากุล สิทธา ยังไม่พอ ในเส้นทางสายงานบันเทิง เธอยังต้องเจอ พิม (โชติกา วงศ์วิลาศ) นางเอกจอมสร้างภาพว่าเป็นนางเอกแสนชื่อ แต่แท้จริงปากตลาด ทะเยอทะยาน ใฝ่สูง เคยเป็นอดีตดาราที่สุกี้ปั้นมากับมือ แต่พอดังแล้วก็แยกตัวออกจากสุกี้ ทำให้สุกี้ไม่พอใจพิมมาก หาว่าพิมเนรคุณ แต่พิมไม่แคร์ พิมคิดว่าสุกี้ได้เงินจากค่าตัวเธอเยอะแล้ว ไม่ถือว่ามีบุญคุณต่อกัน โดยตอนพิมออก พิมเอา ลูกน้ำ (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) อดีตเลขาลงสุกี้มาด้วย โดยพิมคิดว่าลูกน้ำทำงานกับสุกี้มานาน จะมี Connection กับเอเจนชี่จะผลักดันให้ความฝันก้าวสู่ การทำงานร่วมกับต่างชาติของเธอสมหวัง แต่เปล่าเลย ลูกน้ำไม่มีรู้จักใครเลย เป็นแค่คนปากกล้า อวดฉลาด แต่สมองกลวง ทำให้พิมเลี้ยงลูกน้ำไว้เป็นกันชนเวลาปะทะกับสุกี้ และเป็นคนหิ้วสัมภาระ รองมือรองเท้าตัวเองเท่านั้น! เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต และการโด่งดังของจีราวัจน์ ทำให้ชื่อเสียงที่กำลังลดฮวบของพิม ยิ่งลดลงไปอีก จากนางเอกเบอร์หนึ่งแทบจะเล่นเป็นนางรอง คนทะเยอทะยานอย่างพิมไม่ยอมรับสภาพอย่างนั้นง่าย ๆ เธอจึงยอมทำทุกอย่าง เพื่อกำจัดจีราวัจน์ไปจากเส้นทางของเธอ เพื่อให้เธอกลับมาเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง รวมทั้งหาลู่ทางเพื่อโกอินเตอร์ แม้แต่ยอมเอาตัวเข้าไปเป็นเมียน้อยของสิทธา เพื่อใช้อำนาจและเงินของสิทธา ปูทางโกอินเตอร์ให้ได้ หลายครั้งที่จีราวัจน์เหนื่อยกับการสู้รบกับความเกลียดชังที่ประเดประดังเข้ามาเหมือนคลื่นกระทบหาดทราย ละครคลื่นชีวิต แต่เธอก็ยังพอมีหลักให้ยึดอีกคน นั่นคือ ครูอารี ครูสอนร้องเพลงตั้งแต่ สมัยจีราวัจน์เรียนมัธยม ครูอารีคือคนที่เอื้ออารีข้าวและขนม เวลาที่จริยาออกไปขายตัว ปล่อยให้จีราวัจน์อยู่กับ ยายจัน ยายข้างบ้านที่มีอาชีพขายขนมจีน สมองไม่ค่อยดี ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ที่เคยเลี้ยงดูจีราวัจน์ พอยายจันออกไปตลาด จีราวัจน์ก็มาวิ่งเล่นบ้านครู ที่นี่เหมือนอีกโลกของจีราวัจน์ เป็นโลกที่สงบ ไม่ใช่โลกมายาที่เธอต้องยิ้มแม้ว่าในหัวใจร้องไห้ และการมาบ้านครูอารีครั้งนี้ ทำให้เธอรู้ว่าบ้านสวนถัดไปเป็นบ้านของนวดี จีราวัจน์หวังจะแอบไปดูความเป็นอยู่ของนวดีเพื่อจะช่วยเหลือ นั่นทำให้เธอเจอสาธิต จีราวัจน์ไม่อยากสู้รบกับสาธิตเพราะเธอรู้ตัวดีว่าผิด แต่สาธิตเหมือนเสือที่จ้องตะครุบเหยื่อ เมื่อเหยื่อเดินเข้ามาหา มีหรือที่เขาจะปล่อย สาธิตจงใจพูดจาแดกดันว่าเธอเป็นคนขี้ขลาด ทำผิดแล้วไม่กล้ารับผิด สาธิตเดินต้อนจีราวัจน์จนไปถึงริมคลอง นั่นเป็นครั้งแรกที่สาธิตเห็นความกลัวในแววตาของจีราวัจน์ ทำให้สาธิตรู้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่แทนที่สาธิตจะปราณีปล่อยเธอไป สาธิตกลับเดินกดดันจนจีราวัจน์ตกน้ำ แม้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่เธอไม่แม้แต่ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากใคร แม้แต่สาธิตที่ยืนมองเธอตะเกียกตะกายในน้ำอยู่ โดยสาธิตยื่นข้อเสนอให้เธออ้อนวอนร้องขอชีวิต แล้วเขาจะยอมช่วย แต่จีราวัจน์ไม่ยอมเอ่ยปาก จนกระทั่ง สีดา ลูกศิษย์สาวจอมก๋ากั่นของครูอารีมาช่วยไว้ทัน นั่นทำให้สาธิตได้เห็นอีกมุมนึงว่าจีราวัจน์เป็นคนรักศักดิ์ศรี ไม่ยอมอ่อนให้ใครง่าย ๆ เหมือนกัน สีดาพาจีราวัจน์กลับมาบ้านครูอารี พร้อมถามว่าใครเป็นคนทำจีราวัจน์ตกน้ำ จีราวัจน์ไม่อยากเอ่ยถึง เธอคิดแต่ว่ามันเป็นการชดใช้กรรมกับสิ่งที่เธอทำกับติวดี อย่างน้อยการที่สาธิตเห็นเธอเกือบตาย อาจทำให้สาธิตลดความโกรธ และเลิกยุ่งกับเธออีกก็ได้ แต่จีราวัจน์คิดผิด ละครคลื่นชีวิต เมื่อละครการกุศลของสมาคมคุณหญิงจริยามีอันต้องสะดุดลง เพราะนางเอกที่วางไว้เสียชีวิตลง ซึ่งก็คือติวดี ทำให้ต้องหานางเอกใหม่ซึ่งทุกคนลงความเห็นที่จีราวัจน์ แต่ก็เหมือนจะเป็นความจงใจของพระพรหม เมื่อผู้รับบทเป็นพระเอกคือสาธิต สาธิตไม่รักษามารยาทในการดูถูกและเหยียดหยามจีราวัจน์ต่าง ๆ นานา ด้านจีราวัจน์นั้น พยายามอดทนไม่อยากตอบโต้ แต่ชยันต์ไม่อาจทนเห็นสาธิตพูดจาดูถูกจีราวัจน์ได้ จึงเป็นคนออกโรงปกป้องแทนเธอ ทำให้สาธิตยิ่งตราหน้าว่าจีราวัจน์กำลังแย่งผัวคนอื่น แต่ดึกรีแรงแค้นของสาธิตต้องสะดุด เมื่อเขาได้เป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ ที่จีราวัจน์ใส่ใจ ในความเป็นความตายของยายจัน หากเขาก็ยิ่งย้ำใจให้แข็งขึ้นอีก เพราะถึงอย่างไรจีราวัจน์ ก็คือมือที่สามที่ทำให้ครอบครัวของชยันต์ต้องมีปัญหา ในงานศพยายจัน จีราวัจน์ถูกลอบยิง แต่เจตต์รับเคราะห์แทน แม้จะจับมือใครดมไม่ได้ แต่ในที่สุดชยันต์ก็ได้รู้ว่าเป็นฝีมือของปียากุล ชยันต์และปียากุลทะเลาะกันหนักขึ้นเรื่อย ๆ ชยันต์เห็นใจลูกจึงพยายามอดทนเสมอ แต่ครั้งนี้ปียากุลทำเกินไป ทำให้ชยันต์คิดว่าต้องทำอะไรตัดนิสัยเอาแต่ใจของปียากุลบ้าง จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอยู่กับปียากุล ปียากุลนั้นรักชื่อเสียงมาก เมื่อชยันต์ขอแยกกันอยู่ และมีข่าวออกหน้าบันเทิง ทำให้ปียากุลเครียด จนต้องไปฟูมฟายระบายกับสาธิต กล่าวหาว่าชยันต์ย้ายออกไป เพื่อไปอยู่กับจีราวัจน์ นักแสดงละครคลื่นชีวิต จีราวัจน์คือต้นเหตุทำให้ชีวิตครอบครัวของปียากุลพังพินาศ สาธิตมาจัดการจีราวัจน์แทนปียากุล แล้วเห็นจีราวัจน์ก็คอยดูแลเจตต์ เพราะต้องเจ็บตัวเพื่อตัวเอง ความสนิทสนมของจีราวัจน์กับเจตต์ทำให้ดารากาไม่พอใจ คิดว่าเพื่อนทรยศทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเธอแอบหลงรักเจตต์ จนกระทั่งทะเลาะกันใหญ่โต ถึงขั้นดารากาย้ายออกจากบ้านเพื่อน สาธิตตามมาสมน้ำหน้าจีราวัจน์ที่มั่วผู้ชายไม่เลือก แม้แต่แฟนเพื่อนก็ไม่เว้น จนสุดท้ายจีราวัจน์ก็ไม่เหลือใคร ชยันต์เข้ามาปลอบใจจีราวัจน์ว่าเธอยังมีเขา ชยันต์คอยเข้ามาประคับปคะคองจีราวัจน์ แต่ชีวิตที่เคยเป็นเด็กบ้านแตกสาแหรกขาด ทำให้จีราวัจน์ไม่อยากเป็นคนทำลายครอบครัวของชยันต์ แต่ชยันต์ปลอบจีราวัจน์ว่า ที่ครอบครัวของเขาจะพัง ไม่ใช่เพราะจีราวัจน์ แต่เป็นเพราะปียากุลกับเขาหมดความเข้าใจต่อกัน ในเมื่อชยันต์ไปกับปียากุลไม่รอด เขาก็อยากหยุดและเริ่มต้นใหม่กับจีราวัจน์ เรื่องย่อคลื่นชีวิต จีราวัจน์เคยผ่านชีวิตบอบซ้ำมา ทำให้จีราวัจน์รู้ว่าความหวังดีที่ชยันต์มีให้กับเธอ มันไม่ใช่ความรักอย่างที่ชยันต์พร่ำบอก มันเป็นแค่ความรู้สึกเห็นใจ เพราะแท้จริงในหัวใจของชยันต์รักปียากุลและเจ็บซ้ำกับสิ่งที่ปียากุลไม่ไว้ใจเขา ดังนั้นคนมีปัญหาอย่างชยันต์ มาเจอกับผู้หญิงที่เจอปัญหามาทั้งชีวิตอย่างเธอ มันจึงเกิดการคลิกกัน จีราวัจน์ขอให้ชยันต์ เป็นเพื่อนที่ดีอย่างเดิม อย่าให้มากกว่านั้นเลย แล้วกลับไปซ่อมแซมครอบครัวของชยันต์ ให้กลับมาสวยงามเหมือนเดิมดีกว่า แต่เคราะห์ของจีราวัจน์ที่จะทำให้สาธิตยิ่งเกลียดเธอ ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อจีราวัจน์รู้ว่าบ้านที่อาศัยอยู่นี้กำลังจะถูกธนาคารยึด จีราวัจน์สั่งสุกี้ให้จัดการเรื่องบ้าน จนเรื่องเข้าหูจริยา จริยาสั่งห้ามจีราวัจน์ไปยุ่งกับนวดีอีก เพราะตอนนี้รูปคดีออกมาว่าไม่มีหลักฐานมัดว่าจีราวัจน์ขับรถชน แต่ถ้าจีราวัจน์ดูแลนวดีมาก ๆ เพราะมันอาจทำให้สาธิตหาช่องโหว่เล่นงานจับจีราวัจน์เข้าคุกได้ จีราวัจน์เสียใจที่แม่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเองจนลืมคำว่ามนุษยธรรม ถ้าลูกของแม่โดนรถชน แม่จะอยู่เฉยไหม จริยาได้แต่ยืนนิ่งไม่ได้ตอบ การทะเลาะกันเสียงดังของจีราวัจน์กับจริยา ทำให้ ศิริลักษณ์ หัวหน้าแม่บ้านประจำบ้านของสิทธา ผู้มีนิสัยประจบสอพลอสิทธา และลึก ๆ หวังสบายเป็นเมียของสิทธา แต่สิทธาไม่เอา ทำให้ศิริลักษณ์อิจฉาและจงเกลียดจงชังจริยาและจีราวัจน์ เมื่อการทะเลาะของจริยากับจีราวัจน์รู้ถึงหูศิริลักษณ์ ศิริลักษณ์จึงไปบอกสิทธาว่าจีราวัจน์ต้องการเงิน ทำให้สิทธาเสนอเงินเธอโดยมีข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งจีราวัจน์รู้ดีว่าคืออะไร จีราวัจน์ตกลงเพราะเห็นถึงวิธีที่จะแก้เผ็ดอีกฝ่าย ในวันนัดจีราวัจน์แอบมอมยาสิทธา พร้อมเอาปืนจ่อหน้าสิทธาและข่มขู่ให้สิทธาเลิกยุ่งกับตัวเองอีกไม่อย่างนั้นเธอฆ่าสิทธาให้ตายตามกันแน่ แล้วจีราวัจน์ก็หนีออกมาจากโรงแรม โดยหวังว่าเรื่องราวยุ่ง ๆ จะจบลงสักที แต่เปล่าเลย เมื่อจีราวัจน์พบสาธิตที่ดักรออยู่ จากการแอบส่งข่าวของพิม ที่รู้ว่าสาธิตจ้องทำลายจีราวัจน์อยู่ พิมจึงเข้ามาตีสนิทกับสาธิต หวังจะยืมมือสาธิตทำลายจีราวัจน์ให้สิ้นซาก ละครคลื่นชีวิต แล้วภาพที่สาธิตเห็นจีราวัจน์เข้าโรงแรมกับสิทธาที่มีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงของจีราวัจน์ ยิ่งทำให้สาธิตขยะแขยงจีราวัจน์ โดยคิดว่าจีราวัจน์มั่ว เห็นแก่เงิน จนไร้ศีลธรรมใช้ผัวร่วมกับแม่ แต่แล้วความเชื่อที่สาธิตมีต่อจีราวัจน์ต้องเจอจุดเปลี่ยน เมื่อสาธิตจำต้องมาพัวพันกับความเลวของสิทธาจนได้ เพราะ เวทิต นักข่าวที่แอบส่งหลักฐานเอาผิดสิทธามาให้เขาก่อนตาย ทำให้สาธิตเริ่มตามสืบพฤติกรรมของสิทธา แล้วนั่นทำให้สาธิตได้เห็นว่าสิทธาชั่วร้ายขนาดไหน แล้วคนที่ตกเป็นเหยื่อของสิทธาไม่ใช่แค่เวทิต แต่เป็นจีราวัจน์ด้วย รวมทั้งจีราวัจน์ได้เข้ามาดูแลนวดี และดูแลเด็ก ๆ กำพร้าที่นวดีสอนหนังสือ และชยันต์ยังมาปรับความเข้าใจกับสาธิตว่าจีราวัจน์ไม่ยอมรับความรักของชยันต์ แต่จีราวัจน์กลับเป็นคนเตือนสติให้ชยันต์กลับไปง้อปียากุล ทำให้สาธิตได้เห็นว่าจีราวัจน์ ได้มีแค่ด้านร้าย แต่เธอยังมีมุมความดี และมีหัวใจที่บอบซ้ำ ไม่ต่างจากเด็กกำพร้าที่นวดีและเขาดูแลเลย ทำให้ความแค้นในใจของสาธิตเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสาร เข้าไปยุ่งกับชีวิตจีราวัจน์โดยไม่รู้ตัว นักแสดงละครคลื่นชีวิต ด้านจีราวัจน์ก็ได้รับรู้มุมอบอุ่นที่เกิดจากความเอาใจใส่ ดูแลด้วยความละเอียดอ่อนของสาธิต ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้จากใคร เป็นความรู้สึกที่เธอโหยหา จนทำให้จีราวัจน์แอบเผลอใจให้สาธิตโดยไม่รู้ตัว สองคนต่างมีความห่วงใยที่ไม่กล้าแสดงออกต่อกัน ละครคลื่นชีวิต จนกระทั่งสิทธามายุ่งเกี่ยวกับจีราวัจน์อีกครั้ง สาธิตออกตัวช่วยจีราวัจน์ให้รอดพ้นเงื้อมมือสิทธา และยังใช้หลักฐานที่ตัวเองได้จากเวทิตข่มขู่สิทธา เพื่อให้สิทธาเลิกยุ่งกับจีราวัจน์ จีราวัจน์อึ้งเมื่อเห็นว่าสาธิตช่วยเหลือตัวเอง โดยสับสนว่าสาธิตช่วยตัวเองทำไม สาธิตรู้สึกอะไรกันแน่ แต่สิทธามองอาการสาธิตออก สิทธารู้ว่าสาธิตกำลังตกบ่วงเสน่หาของจีราวัจน์ และดูเหมือนจีราวัจน์ก็มีใจให้สาธิตเช่นกัน ทำให้สิทธาคิดชั่ว ในเมื่อตัวเองไมได้จีราวัจน์มาครอบครอง ก็อย่าหวังว่าใครจะได้มีความสุขทั้งจีรัวัจน์และสาธิต ดังนั้นสิทธาจึงไปหาสาธิตที่สำนักงาน แล้วมอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เขาเคยส่งคนไปเก็บ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าจีราวัจน์คือคนขับรถชนติวดี เมื่อสาธิตเห็นหลักฐาน ความเจ็บปวดในอดีตจึงย้อนคืนกลับมา สาธิตได้แต่นั่งมองกองหลักฐานอย่างสับสนว่าเขาจะฟ้องเอาจีราวัจน์เข้าคุกหรือไม่ เรื่องสิทธาเอาหลักฐานไปให้สาธิตรู้ถึงหูจริยา จริยารีบไปหาสาธิตเพื่อเจรจาพร้อมเสนอเงินให้ ความเจ็บปวดในใจของสาธิต ทำให้สาธิตบอกจริยาไปว่า เขาจะยอมทำลายหลักฐาน ก็ต่อเมื่อจีราวัจน์เอาตัวมาแลก ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ความชั่วของสิทธายังไม่หยุดเท่านี้ มันเหมือนเสือที่คลั่ง จริงอยู่ที่จีราวัจน์เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา แต่คนอย่างสิทธาไม่เคยยอมให้ใครลูบคมได้ ถ้าประกาศว่าได้ มันต้องได้ สิทธาสั่งพิมให้หลอกล่อจีราวัจน์มาที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของเขา สิทธาวาดหวังจะข่มขืนจีราวัจน์บนเครื่องบิน เพราะไม่มีทางที่จีราวัจน์จะหนีรอดกรงเล็บเสือไปได้ จริยารู้เรื่องแผนการชั่วของสิทธา แม้จะรักเกียรติยศชื่อเสียง แต่หัวใจความเป็นแม่ไม่อาจปล่อยให้ชีวิตลูกตกนรกได้ เมื่อพิมหลอกจีราวัจน์ไปถึงเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของสิทธาได้ จีราวัจน์ดิ้นรนหนีจนไปเจอปืนของสิทธา สิทธาแย่งปืนกับจีราวัจน์ ทันใดนั้น กระสุนจากปากกระบอกปืนในมือของคุณหญิงจริยา ก็ยุติเรื่องเลวร้ายทั้งหมดลงในวินาทีนั้น เป็นครั้งแรกที่จีราวัจน์เข้าไปกอดแม่ จริยาเข้าไปกอดลูกพร้อมพร่ำบอกขอโทษ เป็นเพราะความโลภของตัวเอง ทำให้ชีวิตของจีราวัจน์ต้องเป็นอย่างนี้ เธอขอติดคุกเพื่อชดใช้กับความผิดที่เธอทำ แต่สิ่งหนึ่งที่จริยาอยากให้จีราวัจน์รู้ไว้ ว่าต่อให้เงินสำคัญสำหรับแม่ยังไง แต่เลือดเนื้อและหัวใจของลูกสำคัญกว่า นั่นทำให้หัวใจที่เย็นชาไร้ความรู้สึกของจีราวัจน์ได้รับรู้ความในใจของแม่ ละครคลื่นชีวิต คลื่นชีวิตของจีราวัจน์เหมือนจะกำลังสงบ แต่ยังมีพายุอีกหนึ่งลูก ที่กำลังรอพัดพาชีวิตของจีราวัจน์ให้ล้มลง เมื่อจริยาเอาเรื่องข้อเสนอของสาธิตไปบอกกับจีราวัจน์ เมื่อจีราวัจน์รู้เรื่องข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตแล้ว เธอจะทำเช่นไร จะยอมทำตามข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตหรือไม่ ชยันต์และปียากุลจะกลับมาคืนดีกันไหม เจตต์กับดารากาจะสมหวังกันหรือเปล่า และหัวใจรักของแม่ที่จริยากดเก็บไว้ ไม่เคยแสดงออกให้ลูกเห็น จริยาจะเลือกปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงของตัวเองหรือปกป้องลูก สุดท้ายเส้นทางความรักระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์ที่มีความแค้นขวางกั้นจะมีวันเกิดขึ้นได้หรือไม่ ต้องติดตามชมกันต่อได้ใน ละครคลื่นชีวิต ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต รายชื่อนักแสดงนำใน ละครคลื่นชีวิต ปริญ สุภารัตน์ รับบท สาธิต อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท จีราวัจน์ หลุยส์ สก๊อต รับบท ชยันต์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท ปียากุล ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท ดารากา มาสุ จรรยางค์กุลดี รับบท เจตต์ วันสิริ อ่องอำไพ รับบท เจนจิรา ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ รับบท สิทธา โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท พิม เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ รับบท สุกี้ ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับบท ลูกน้ำ พริมา พันธ์เจริญ รับบท ติวดี สันติสุข พรหมศิริ รับบท พัฒนะ ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท นวดี

12 วลี
ฉันไม่เข้าใจ /  ฝึกภาษา / 

เวลาเจอฝรั่งที่เข้ามาคุยกับเรา ยิ่งคำถามรัวๆ ซึ่งๆ หน้า ทำให้หลายคนตั้งตัวไม่ทันเกิดอาการอ้ำอึ้ง จะไปตอบ I don’t know ก็ไม่ใช่อีก หรือจะพูดว่า I don’t understand ก็เหมือนจะยังไม่ตรงสักเท่าไหร่ แต่ถ้าเราอยากจะบอกประมานว่า เราฟังไม่ทัน ไม่เข้าใจ พูดใหม่อีกครั้ง จะพูดเป็นภาษาอังกฤษได้อย่างไรบ้าง ถ้าอยากรู้ ไปติดตามกัน...และก็อย่าลืมลองฝึกพูดบ่อยๆ กันด้วยนะคะ 12 วลี "ฉันไม่เข้าใจ" พูดยังไงไม่ให้ฝรั่งงง!  I’m afraid I don’t get your idea. “ชั้นเกรงว่า ชั้นไม่เข้าใจที่คุณคิด” I’m afraid I don’t follow. “ชั้นเกรงว่า ชั้นจะตามไม่ทันล่ะ” I’m sorry. I can’t make head or tail of what you’re saying. “ชั้นขอโทษนะ ชั้นจับต้นชนปลายในสิ่งที่คุณพูดกำลังพูดไม่ได้” Sorry. I can’t follow what you’re saying to me. “ขอโทษ ชั้นตามสิ่งที่คุณพูดไม่ทันอะ” I’m sorry I don’t understand what you just said. “ชั้นขอโทษน้า ชั้นไม่เข้าใจสิ่งที่คุณเพิ่งพูดไปอะ” I think I’m unclear about what you mean. “ชั้นคิดว่า ชั้นไม่เข้าใจสิ่งที่คุณจะสื่อ” I’m a bit confused. Do you mind explaining it again? “ชั้นสับสนนิดหน่อย คุณช่วยอธิบายอีกทีได้ไหม” I simply don’t catch what you’re saying. “ชั้นจับใจความไม่ได้ว่าคุณกำลังพูดอะไร” Unfortunately, I can’t clearly make sense of what you’re telling me. “น่าเสียดาย ชั้นไม่เข้าใจในสิ่งที่คุณบอกชั้นเลย” Can you please explain it a little more? “คุณช่วยอธิบายเพิ่มอีกสักนิดได้ไหม” I’m not sure I understand what you mean. “ชั้นไม่แน่ใจว่าชั้นเข้าใจสิ่งที่คุณพูด” Pardon หรือ Pardon me คำนี้เป็นคำที่น้องมายด์ใช้บ่อยที่สุดเลยค่ะ ประมาณว่า “ช่วยพูดใหม่อีกทีได้มั้ยคะ” ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก mindenglish.net