ฤดูร้อนนั้นฉันตาย

ดวงความรัก 12ราศี ประจำเดือนพฤษภาคม 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร
ดวงความรัก /  ดวงเนื้อคู่ / 

ดวงความรัก 12ราศี ประจำเดือนพฤษภาคม 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร ราศี มังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) ความรักเจ้าเสน่ห์ ใครพบเห็นก็ชอบความน่ารัก และไหวพริบที่ดีของคุณ แนะนำถ้าโสดก็หว่านเสน่ห์ได้เต็มที่ แต่ถ้ามีแฟนแล้วระวังปัญหาเรื่องหึงหวงนะจ๊ะ ดวงความรักช่วงกลางดเือนไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไหร่ ไม่เคยรู้ใจเอาเสียเลย คนโสดแรงกว่า ได้เจอคนที่รู้ใจจากการเดินทางไกล ความสัมพันธ์รุดหน้าไปมาก ปลายเดือนความรักมีการเลี้ยงฉลอง ได้รับข่าวดีจากคนใกล้ชิด คู่ที่ดูใจกันอยู่ จะได้ลงเอยกันเสียที คนโสดมีพ่อสื่อแม่ชักคอยแนะนำ คงได้สละโสดเร็วๆ นี้ ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) ดวงความรักหงอยเหงาเป็นพักๆ แต่ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวก็กลับมาสวีทกันเหมือนเดิม คนโสดทำตัวน่ารักสดใสเข้าไว้ เข้าตาเพศตรงข้ามแน่นอน กลางเดือนโลกเป็นสีชมพู มีรักกุ๊กกิ๊กตลอด คนโสดแทบไม่ว่างเลย ช่วงนี้เสน่ห์แรง ใครพบเห็นก็ชื่นชมชื่นชอบ  แอบรักแอบชอบใครอยู่ ให้บอกความในใจได้เลย ถ้ามีคนรักแล้ว ควรวางแผนเที่ยวพักผ่อน ความรักก้าวหน้า มีข่าวดีเรื่องบุตร ปลายเดือนความรักจมอยู่กับอดีต ลองมองคนใหม่ๆ บ้าง เปิดโอกาสให้กับตัวเอง ถ่านไฟเก่าจะกลับมาลุกโชน ส่วนคนมีแฟนแล้วคิดหนัก เพราะมีเด็กมายั่วให้น้ำลายไหล ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) ถ้ามีคนรักแล้ว ให้รักษาน้ำใจกันบ้าง คำพูดที่เกิดจากอารมณ์จะทำให้แตกหักกันได้ แต่เดี๋ยวก็จะได้กุ๊กกิ๊กกัน คนโสดมีแววจะได้เจอเนื้อคู่ ดวงความรักช่วงกลางเดือนยังสับสน คนที่เข้ามาไม่แน่ใจว่าเป็นรักแท้ หรือแค่รักหลง แก้ปัญหาของคนอื่นได้ตลอด แต่พอถึงเรื่องของตัวเองจนมุมทุกที ปลายเดือนถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยหวือหวา ร้อนแรง แต่เป็นรักที่มั่นคงยืนยาว คบใครให้ศึกษากันนานๆ แล้วคุณจะพบรักแท้ ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) ความรักงอนกันไปมา ถ้าไม่ยอมลดทิฐิลงมาบ้าง เรื่องก็คงไม่จบ คนโสดหาคนถูกใจยังไม่เจอ แต่ถ้าทีเล่นทีจริงมีเต็มไปหมด กลางเดือนมัวแต่รักพี่เสียดายน้อง ถ้ามีคนรักแล้วหวานน้อย ทะเลาะเยอะ แต่ก็จบด้วยความเข้าใจ ปลายเดือนลองเปลี่ยนแปลงตัวเองสักหน่อย จะรู้ว่าคุณเองก็เสน่ห์แรงไม่แพ้ใครเหมือนกัน ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) ความรักไม่มีใครยอมใคร บู๊เข้าหากัน ก็เลือดตกยางออกทั้งคู่ สู้ทำดี เอาใจเขามาใส่ใจเรา ให้รักหวานชื่นจะดีกว่า ส่วนคนโสดมีแผนการร้าย ไปแอบชอบคนมีเจ้าของ กลางเดือนมีความสุขสุดๆ กลายเป็นคู่หวานแห่งปี ส่วนคนโสดไม่น้อยหน้า ได้เจอคนถูกใจ มีประสบการณ์แปลกใหม่ให้ตื่นเต้น สิ้นเดือนความรักแง่งอนกันพอหอมปากหอมคอ แต่สุดท้ายคนรักของคุณก็ต้องเป็นฝ่ายยอมอ่อนข้อ ช่วยเหลือปัญหาของคุณจนได้ คนโสดต้องหาเพื่อนช่วยแก้เหงาไปก่อน เล็งใครไว้ส่วนใหญ่มีคู่แล้วทั้งนั้น ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) ความรักต่างคนต่างมีดี เลยไม่ค่อยง้อกัน ช่วงนี้ห่างๆ ขาดความเข้าใจ ถูกยุแยงง่าย ยังไงมีเหตุผลหน่อยก็ดี จะได้ไม่พลาด ส่วนคนโสด รักใครชอบใครต้องกล้า ต้องตื้อ ถึงจะได้ครอบครองใจ กลางเดือนมีปากเสียงกันบ่อย ดื้อกันทั้งคู่ ส่วนคนโสดช่วงนี้เสน่ห์แรง มีรักเข้ามาให้เลือก แต่ก็ยังลังเล รักพี่เสียดายน้อง หาข้อสรุปไม่ได้ ปลายเดือนความรักถ้าอยู่ไกลกัน จะมีโอกาสได้เจอกัน คุยกันให้หายคิดถึง โรแมนติกทีเดียว ส่วนคนโสดมักไปเจอกับคนที่ผิดหวัง ปลอบไปปลอบมา เลยกลายเป็นความรักอีกครั้ง ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) ความรักคนโสดคงได้สมใจ ช่วงนี้ดวงดี ไปไหนมาไหน ก็มีแต่คนเข้ามาทักทาย มาขอความรัก ส่วนถ้ามีคู่แล้ว ต้องเปลี่ยนบรรยากาศ พากันไปเที่ยวบ้างรักจะได้ยืนยาว กลางเดือนถ้ามีความรักแล้วช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาให้กันเลย เอาใจใส่เขาบ้าง ความรักจะได้สดชื่น ปลายเดือนความรักมาแบบแปลกใหม่ มีประสบการณ์น่าประทับใจ คนโสดได้สะดุดรัก ถ้ามีคนรักแล้วดูท่าจะมีคนทำให้เขว ทำใจให้มั่นคงหน่อยเดี๋ยวเป็นเรื่อง ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) ความรักช่วงต้นก็แง่งอนกันตามระเบียบ แต่พอช่วงกลางเริ่มแผ่ว รักกันหวานชื่นดูดดื่ม แถมมีลมพัดหวน ความรักเก่าจะกลับมา คนโสดได้เพื่อนรู้ใจช่วยแนะนำคนดีๆ ให้ กลางเดือนเสน่ห์แรงสุดๆ ใครพบเห็นก็ห้ามไม่อยู่ ต้องเข้ามาทักทาย ยิ้มให้ ทำให้อารมณ์ดีได้ตลอด แต่ถ้ามีคนรักแล้วระวังตัวหน่อย จะเป็นเหตุให้มีปากเสียงกันได้ ปลายเดือนชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ คนรักหลงคุณสุดๆ อยากได้อะไรเป็นต้องหามาให้ ส่วนคนโสดอารมณ์ดีได้เลย ช่วงนี้สวยหล่อเลือกได้ มีคนมารุมจีบ ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) ความรักอบอุ่น กำลังหวานชื่น คนโสดได้ลงคานเสียที ช่วงนี้เสน่ห์แรง มีคนมาสารภาพรัก ถ้ามีคนรักแล้วหวานฉ่ำ แต่ปลายๆ มีขัดแย้งกันบ้าง ระวังคำพูดหน่อย กลางเดือนใครที่ยังโสด จะได้คู่ชู้ชื่น มีเรื่องราวน่าประทับใจ ส่วนถ้ามีคู่แล้ว จะขี้หึง ขี้หวงเป็นพิเศษ อารมณ์ขึ้นลง แต่สักพักก็หวานกันเหมือนเดิม ปลายเดือนคนมีคู่จะมีมือที่สามเข้ามาแทรกกลาง ทำให้มีปัญหากันบ่อย ส่วนคนโสดความรักค่อยๆ เริ่มจากความเป็นเพื่อน ดูใจกันไปก่อน ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) ความรักเกิดอาการสับสน รักคนนั้นเสียดายคนนี้ คงถึงเวลาต้องเลือก ส่วนคนโสดได้ปิ๊งรักจากการเดินทาง หรือคนต่างที่ต่างถิ่น กลางเดือนดวงความรักถึงพริกถึงขิง ตีกันทุกวัน ไม่ทะเลาะกันเพราะไม่เข้าใจกันเอง ก็มีปากเสียงเพราะมือที่สาม ให้ใจเย็นๆ มีดวงแตกหัก ส่วนคนโสดได้พบรักโดยบังเอิญ ปลายเดือนความรักมึนตึงตลอด ไม่ค่อยมีเวลาให้กัน เผลอๆ อาจมีมือที่สามเข้ามาแทรก พยายามหาเวลาเคลียร์กันดู จะเป็นทางออกที่ดีที่สุด คนโสดเป็นได้แค่กิ๊ก เจอคนถูกใจทั้งที ก็ดันไปเจอคนมีเจ้าของ ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม) ความรักท่าจะแย่ มีมือที่สามเข้ามาเกี่ยวพัน ช่วงนี้ต้องเอาอกเอาใจแฟนให้ดี จะได้ไม่เผลอไผลไปกับสิ่งยั่งยุ ส่วนคนโสดพอมีเรื่องเด็ดๆ เข้ามาบ้าง แต่ก็ต้องระวังตัว มักเจอต่คนเจ้าชู้ กลางเดือนต้องเรียนรู้กันให้มาก ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ ช่วงนี้ดวงขัดแย้งสูงมาก ส่วนคนโสดคงได้แต่แอบมอง ความสัมพันธ์ยังไม่ก้าวหน้า ปลายเดือนมาตกม้าตายตอนจบ ให้คำแนะนำคนอื่นสวยหรู พอถึงคราวตัวเองก็ไปเคยไปรอด คนโสดเริ่มมีคนเข้ามาพัวพัน แต่ด้วยความกล้าๆ กลัวๆ ทุกอย่างเลยดูคลุมเครือ ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) ความรักเริ่มมีปากเสียงกันรุนแรงขึ้น ถ้าไม่ออมคำพูดบ้าง อาจมีแตกหัก เลิกรากันได้ ส่วนคนโสดปิ๊งทีไร เป็นต้องไปเจอคนมีเจ้าของประจำ กลางเดือนถ้ารักใครชอบใครต้องแสดงออก ไม่อย่างนั้นจะโดนแย่งเอาได้ ส่วนถ้ามีแฟนเป็นตัวเป็นตน จะมีข่าวดี ความสัมพันธ์ก้าวหน้า ได้ขอแต่งงาน ปลายเดือนกลุ้มใจเรื่องรัก พอไม่มีก็เหงา พอมีก็เข้ามาให้เลือกหลายคน และแถมมีแววว่าจะต้องมานั่งเสียใจที่เลือกคนผิด รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

7 ไม้ประดับมงคล ที่เหมาะนำมาแต่งบนโต๊ะทำงาน
ต้นไม้มงคล /  ไม้ประดับ

วันนี้ Decor.Mthai ได้นำเรื่อง 7 ไม้ประดับมงคล ที่เหมาะนำมาแต่งบนโต๊ะทำงาน มาฝากเพื่อนๆ ค่ะ การจัดโต๊ะทำงานให้ดูน่านั่งทำงาน มีแรงพลังอำนาจในการทำงานนั้นไม่ควรปล่อยให้ของวางรกเต็มโต๊ะ ควรจัดของบนโต๊ะให้เป็นระเบียบ แต่ไม่ควรปล่อยโล่งจนเกินไป แนะนำให้มีของประดับโต๊ะสักชิ้นสองชิ้น และนอกจากของประดับโต๊ะแล้ว ควรมีไม้ประดับมาวางสักต้น เพื่อเพิ่มสีสัน ช่วยให้ดูสบายตา เพราะสีเขียวเป็นพลังจากธรรมชาติจะช่วยคุณผ่อนคลายจากความเครียดได้ ที่สำคัญช่วยเพิ่มบรรยากาศดีๆ ให้บริเวณโต๊ะทำงานอีกด้วย 7 ไม้ประดับมงคล ที่เหมาะนำมาแต่งบนโต๊ะทำงาน 1. ต้นกระบองเพชร ต้นกระบองเพชร : นอกจากจะดูน่ารัก น่ามองแล้วยังมีประโยชน์ในการดูดคลื่นรังสีจากจอคอมพิวเตอร์เป็นไม้ประดับที่คงทน ปลูกง่าย แต่มีความเชื่อว่าไม่เหมาะแก่คนโสด เพราะจะทำให้ผิดหวังในความรัก 2. แก้วกาญจนา แก้วกาญจนา : เป็นไม้ประดับที่มีความสวยงาม ทนกับความชื้นต่ำได้ดี อยู่ได้เป็นเดือนโดยไม่ต้องรดน้ำหรือได้รับแสงแดด เป็นไม้ที่อยู่ในร่มได้นาน จึงเหมาะกับคนที่งานยุ่ง ไม่ค่อยมีเวลาดูแล 3. บอนสี บอนสี : เป็นไม้มงคล ช่วยคุ้มครองชีวิตจากภัยอันตรายต่างๆ ให้ชีวิตมีแต่ความสุข เป็นไม้ประดับที่แข็งแรง อยู่ในร่มได้ แต่ควรนำออกแดดบ้าง เวลารดน้ำควรรดให้อยู่ระดับโคนก็พอ ไม่เช่นนั้นใบไม้จะเน่าได้ 4.พลูด่าง พลูด่าง : เป็นพันธุ์ไม้เลื้อยสวยงาม เหมาะแก่การประดับโต๊ะทำงาน โดยสามารถนำมาทำเป็นกระถางแขวนหรือใส่เป็นแจกันวางบนโต๊ะ ถ้านำไปไว้ในบริเวณที่มีแสงแดดส่องถึงก็จะยิ่งดี 5. เฟิร์นเงิน เฟิร์นเงิน : จะช่วยดูดความร้อน ลดอุณหภูมิจากภายนอก ช่วยให้บรรยากาศที่ทำงานดีขึ้นแถมยังเชื่อกันว่าจะทำให้มีเงินไม่ขาดมืออีกด้วย ปลูกง่ายโดยการเติมน้ำในระดับโคนต้น พรมน้ำเบาๆ ระหว่างวัน และน้ำออกแดดสามครั้งต่อสัปดาห์ 6. สับปะรดสี สับปะรดสี : เป็นไม้ตระกูลสับปะรด มีสีสันสวยงาม ปลูกไว้ที่ทำงาน ช่วยให้ผ่อนคลาย สบายตา ทำให้ชีวิตราบรื่นไร้อุปสรรค ควรวางในที่ที่มีแสงแดดส่องถึงเพื่อให้ต้นได้โดนแสงในยามเช้า 7. หน้าวัว หน้าวัว : เป็นไม้ประดับที่มีรูปร่างเป็นเอกลักษณ์ มีสีสันสวยงาม เหมาะกับคนที่เครียดจากการทำงาน เมื่อได้มองแล้วจะสบายตา แต่บางความเชื่อบอกไว้ว่าสามารถช่วยเสริมดวงความรักได้ด้วย เหมาะกับปลูกในที่ที่มีอากาศเย็น ที่ร่ม และมีแสงรำไร

พักหรู อยู่สบาย แต่อาจตายไม่รู้ตัว Side Story สยองก่อนดู บุปผาอาริกาโตะ
App webtoon /  ต้อม-ยุทธเลิศ / 

ก่อนจะไปดูความสยองปนฮาของภาพยนตร์เรื่อง บุปผาอาริกาโตะ ในวันที่ 5 พฤษภาคมนี้ รีบไปอ่านการ์ตูนสนุกๆ เรื่อง “ออสการ์ ลอดจ์” ไปพลางๆ ก่อนและกันนะจ๊ะ กับเรื่องราวของที่พักสุดหรู ที่พร้อมให้คุณกินอยู่อย่างสบายแต่ระวังให้ดี เพราะคุณๆๆ ที่มาพักอาจตายไม่รู้ตัว กับบ้านพักกลางเมืองหิมะที่มีประวัติความสยองยะเยือกที่เหล่าแก๊งแฟนฉันจะต้องเผชิญกับบรรยากาศ หนาว หลอน ขำ ใน “บุปผาอาริกาโตะ” แต่ก่อนที่จะไปสัมผัสกับบุปผาคนใหม่ เก้า สุภัสรา ธนชาต พร้อมแก๊งๆ หนุ่มแฟนฉันในโรงภาพยนตร์ 5 พ.ค.นี้ ผู้กำกับ ต้อม ยุทธเลิศ สิปปภาค ชวนเหล่าสาวก “บุปผาFC.” สัมผัสความหลอน สยอง ขำและเลือดสาดก่อนใครกับ การ์ตูน "ออสการ์ ลอดจ์" side Story (ไซด์ สตอรี่) สยองจากบุปผาอาริกาโตะออกมาให้อ่านกันทาง App webtoon (แอพ เว็บตูน) และ www.webtoons.com/th เริ่มต้นดาวน์โหลดหรือเข้าไปหาอ่านกันได้ตั้งแต่ ศุกร์ที่ 29 เม.ย.นี้เป็นต้นไป

แม่ก็คือแม่!! ชมพู่ จัดเต็ม ไม่หวั่นแม้วันร้อนมว๊ากกก!!!
ชมพู่ อารยา /  งานบวงสรวง / 

ขึ้นชื่อว่าเป็นซุปตาร์แถวหน้าอย่าง ชมพู่ อารยา ไม่เคยทำให้แฟนๆ ผิดหวังเลยสักครั้ง แม้ว่าอากาศจะร้อน แดดจะเปรี้ยงแค่ไหน แต่ก็ยังคงความเป็นแฟชั่นนิสต้าของเมืองไทยแต่งจัดเต็มเดรสลายดอกสุดหวาน กระโปรงยาวจีบระบายฟูฟ่อง พร้อมต่างหูไซส์บิ๊ก ร่วมงานบวงสรวงเปิดกล้องซีรี่ส์ The Cupids บริษัทรักอุตลุด 8 เรื่อง 8 รส เมื่อเช้าวานนี้ (28 เม.ย.) โชว์สปิริตยิ้มหวานสู้กล้อง ทักทายแฟนๆ ที่มาให้กำลังใจกันล้นช่อง 3 หนองแขมกันเลยทีเดียว เพราะแม่ก็คือแม่... ไปชมภาพเก็บตกความน่ารักของขุ่นแม่กันเลยดีกว่าจ้าาา จัดเต็มทุกงาน บวงสรวงท่ามกลางอากาศร้อน มีความห่วงใย ดูแลความสวย นางเอกรุ่นน้อง กับพระเอกคู่ขวัญ ในความร้อนก็ยังแอบมีลม ลมพัดแรงจนร่มจะพัง ไม่หวั่นแม้วันร้อนมาก ยิ้มสู้แดด เพราะแม่ก็คือแม่ อย่าลืมติดตามละครแม่นะคะ

อิจฉาหนักมาก!! เมื่อ ชิปปี้ ออกกำลังกายกับ อองตวน ปินโต มีความมุ้งมิ้ง!!
ชิปปี้ -อองตวน /  ชิปปี้ ศิรินทร์ / 

จะมุ้งมิ้งไปไหนกันจ๊ะ!! สำหรับนักแสดงสาวหน้าใหม่ ชิปปี้ ศิรินทร์ ที่แจ้งเกิดจากบทบาทของ หทัยรัตน์ หรือ หมอรัตน์ ในละคร สุดแค้นแสนรัก กับหวานใจหนุ่มดีกรีนักมวยหล่อ อองตวน ปินโต ที่นอกจากจะโพสต์ภาพสุดมุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้งให้แฟนๆ ได้ยลกันบ่อยๆ แล้ว แต่ที่เด็ดสุดเห็นจะเป็นลีลาการออกกำลังกายของ สาวชิปปี้ ที่มีเทรนเนอร์ทั้งหล่อและเก่งอย่าง หนุ่มอองตอน คอยดูแลเทคแคร์อย่างใกล้ชิด ทำเอาสาวๆ ค่อนข้างประเทศอิจฉาตาร้อนกันเลยทีเดียว มาดูกันว่าพัฒนาการความแข็งแรง และความน่ารักของ สาวชิปปี้ จะมีมากขนาดไหน เมื่อได้เทรนเนอร์ดีขนาดนี้ บอกเลยว่างานนี้มีช็อตมุ้งมิ้งให้ได้ฟินกันด้วยค่า อิอิ!! ขอบคุณภาพจาก IG sirinissirin, antoine_pinto ชิปปี้ อองตวน ชิปปี้ อองตวน ชิปปี้ อองตวน ชิปปี้ อองตวน

รีวิว เที่ยวเกาะช้าง จนต้องเอยปากว่า ชีวิตนี้ต้องไปสักครั้ง!!
จันทบุรี /  ทะเล / 

เที่ยวเกาะช้าง (Shutter&Travel) เกาะช้าง เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 1 ในทะเลอ่าวไทย และเป็นเกาะที่ใหญ่อันดับ 2 ในรองเพียงเกาะภูเก็ต อยู่ในเขตจังหวัดตราด มีเกาะบริวารกว่า 52 เกาะ มองจากด้านบนเหมือนรูปโขลงช้าง จึงได้ชื่อว่า เกาะช้าง โอ้ทะเลแสนงาม ฟ้าสีครามสดใส มองเห็นเรือใบ แล่นอยู่ในทะเล… เสียง เพลงที่คุ้นหูดังขึ้นทุกครั้งที่ได้มีโอกาสมาใกล้ชิดทะเล และหวนนึกถึงทริปทะเลมากมายที่มีเคยไปเที่ยวมา ทั้งที่เมื่อนานมาแล้วและเมื่อไม่นานมานี้ เที่ยวเกาะช้าง เพื่อนๆ คงเคยไปเที่ยวทะเลแล้วออกไปดำน้ำกันใช่ไหมครับ? คือนั่งเรือออกไปดำน้ำดูปะการังน้ำตื้นหรือที่เรียกว่าการดำแบบผิวน้ำ (Snorkeling) เรือจะไปจอดทอดสมอตามจุดดำน้ำ ตามเกาะ ตามอ่าวต่างๆ หรือโคดหินรอบๆ เกาะในทะเล เรียกว่าพอเรือจอดสนิท ก็รีบคว้าหน้ากาก (Mask) ท่อหายใจ (Snorkel) เสื้อชูชีพ แล้วกระโดดลงทะเลกันไป ดำน้ำดูปะการังกันทั้งวันจนตัวดำ ผมก็ไปแบบนี้ ต้องลงเรือร่วมไปกับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร มันก็เป็นรูปแบบกิจกรรมหนึ่งสำหรับการท่องเที่ยวทางทะเล แต่สำหรับเด็กคนหนึ่ง ที่ไม่เคยสัมผัสกับการดำน้ำ มันถือเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดเลยก็ว่าได้ ผมลองนึกย้อนกลับไปวัยเด็ก ผมมีโอกาสได้ไปดำน้ำที่หมู่เกาะสุรินทร์ ซึ่งเป็นการดำน้ำครั้งแรกในชีวิตที่ได้ไปกับครอบครัว ถือเป็นการเปิดประสบการณ์ที่ตื่นเต้นและก็แฝงไปด้วยความกลัวเจือปนเข้ามาด้วย กลัวทุกอย่าง กลัวคลื่น กลัวการเดินทาง แล้วก็กลัวปลาฉลาม 555 นึกขึ้นแล้วก็ขำ มันน่าจะมาจากการได้ดูหนังเรื่อง JAW มากไปหน่อย แล้วการลงไปดำน้ำครั้งแรกของผมในวัยเด็กก็ไม่พลาดที่จะนึกถึงปลาฉลามจริงๆ พอดำลงไปแล้วจะหดขาขึ้นมาไม่กล้ายืดขาลงไป กลัวฉลามครับ ต้องคอยก้มดำน้ำไปดูว่ามีตัวอะไรใต้น้ำ แต่เพียงชั่วแว๊บเดียว พอลงน้ำได้ไม่นานก็เริ่มคุ้นเคย ความกลัวก็จะค่อยๆ หายไป อาจเป็นเพราะความสวยงามของโลกใต้ทะเลก็ว่าได้ และมันก็ทำให้เกิดความประทับใจสำหรับการได้เปิดประสบการณ์ดำน้ำครั้งแรกของผม ทั้งตื่นเต้น สวยงาม และน่ากลัว (ปลาฉลาม) 555 ... มาถึงตอนนี้ลูกชายผม 8 ขวบแล้ว สามารถดูแลตัวเองในน้ำได้ระดับหนึ่งจากการเรียนว่ายน้ำมาสักพัก และผมก็คิดว่ามันถึงเวลาที่จะเปิดประสบการณ์แปลกใหม่จากการดำน้ำให้เป็นของขวัญรับปิดเทมอใหญ่แล้วล่ะครับ ทริปนี้เราเลือก “เกาะช้าง” ครับ สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่อาจจะมีวันลายาวๆ ที่ไม่ตรงกันซะทีเดียว และการเดินทางที่ไม่ยากลำบากเหมือนลงไปทางภาคใต้ จากการได้หาข้อมูลก็พบว่าช่วง มี.ค.-เม.ย. น้ำทะเลที่เกาะช้างก็ยังใสอยู่ ว่าแล้วก็ล้อหมุนกันเลยดีกว่าคร๊าบบบบบ ชูวี๊ดูหว่า จะพาเธอไปดำน้ำดูปลาการ์ตูน           ชูวี๊ดูหว่า จะพาเธอไปโต้คลื่น เอาให้หมดแรง .... เราออกเดินทางจากรุงเทพฯ แต่เช้า แต่ก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร เป้าหมายคือท่าเรือข้ามฝากที่อ่าวธรรมชาติ จังหวัดตราด แต่ก่อนจะข้ามฝากไป เราก็แวะเที่ยวโบสถ์คาทอลิกวัดแม่พระปฏิสนธินิรมล ที่จันทบุรีกันก่อน “โบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล” หรือที่เรียกว่า “โบสถ์คริสต์เมืองจันทร์” เป็นโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกแห่งเดียวในจันทบุรี อยู่ที่เดียวกับโรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์ มีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมตะวันตกแบบโกธิค ยอดหลังคาเเหลมสูง ภายในตกแต่งด้วยกระจกสีที่เรียกว่า สเตนกลาส ด้านหน้าโบสถ์เป็นรูปปั้นพระแม่มารีสีหน้าสงบเปี่ยมประกายเมตตา ด้านในอาคารที่เป็นโถงโล่ง ตกแต่งด้วยโทนสีชมพู มีทางเดินเป็นชั้นลอยอยู่ทั้งสองข้าง มีช่องแสงจากหน้าต่างกระจกสี ที่นี่ถือเป็นวัดขนาดใหญ่ที่มีความเก่าแก่และมีความงดงามที่สุดแห่งหนึ่งครับ เราได้ภาพจากด้านนอกโบสถ์เป็นหลักครับ เพราะจังหวะที่เราไปเป็นจังหวะที่มีงานแต่งงานภายในโบสถ์พอดี เราจึงไม่สะดวกนักที่จะเก็บภาพจากด้านในมาได้ แต่เราก็เพลิดเพลินกับความสวยงามของโบสถ์จากด้านนอกกันไม่น้อย และหลังจากที่โบสถ์เราก็มุ่งหน้าสู่ท่าเรือเฟอร์รี่ อ่าวธรรมชาติกันเลย การเดินทางมาเกาะช้างสะดวกสบาย เป็นเรือขนาดใหญ่สามารถนำรถข้ามฝากไปได้ ใช้เวลาเพียง 30 นาที ปัจจุบันถนนหนทางบนเกาะช้างก็ราดยางหมดแล้ว มีบ้างที่บางช่วงก็ยังค่อนข้างเล็กอยู่ เราเลือกพักกันที่ “หาดบางเบ้า” อยู่ทางขวาสุดของเกาะครับ เพราะทริปนี้เราจะเน้นดำน้ำอยู่แล้ว ซึ่งก็ต้องขึ้นเรือที่บางเบ้า ไม่อยากเดินทางไปมาให้วุ่นวาย หาดบางเบ้าอยู่ห่างจากท่าเรือมาทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะช้าง ประมาณ 25 กิโลเมตร มีถนนลัดเลาะไปตามไหล่เขา ค่อนข้างคดเคี้ยวและลาดชันในบางช่วง อยู่ถัดไปจากหาดใบลาน หาดบางเบ้า เรียกกันคุ้นหูอีกชื่อหนึ่ง คือ "ชุมชนประมงบางเบ้า" นักท่องเที่ยวจะได้เห็นวิถีชีวิตเรียบง่ายของชาวประมงขนาดเล็ก จะเห็นการสร้างบ้านแบบปักเสาลงไปในทะเล แล้วมีสะพานเชื่อมต่อกันตลอดแนว ชาวประมงที่นี่นิยมจับปลาหมึกหอม แต่เมื่อความเจริญมีมากขึ้นการท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ก็มีมากขึ้นตามไปด้วย และที่นี่ก็จัดว่าเป็นจุดชมอาทิตย์ตกได้สวยงามอีกแห่งบนเกาะช้าง มีลักษณะเป็นหาดหินสลับกับหาดทรายในบางช่วง ด้วยลักษณะที่เป็นเหมือนหมู่เกาะโอบล้อมสองด้าน จึงเหมาะสำหรับการจอดเรือ วันแรกเราถึงที่พักประมาณ 4 โมงเย็น ก็ไม่ได้คิดอะไรมากมาย เอาตัวลงไปใกล้ชิดทะเล ใครจะเล่นน้ำก็เล่นไป ส่วนผมขอเก็บภาพบรรยากาศชายหาดบางเบ้ามาฝากกันก่อนที่จะนอนเอาแรง เพราะพรุ่งนี้จะต้องดำน้ำกันทั้งวัน ปัจจุบันสภาพแวดล้อมที่เกาะช้างแตกต่างจากสมัยก่อนมาก สมัยนี้รายการสารคดีเกี่ยวกับโลกใต้ทะเลมีมากมาย รายการท่องเที่ยวที่พาไปดำน้ำก็มีให้เห็นเยอะแยะ มันเปรียบเสมือนการกระตุ้นความอยากไปดำน้ำให้กับคนที่ได้ชมมากขึ้นเป็นทวีคูณ ภาพที่เราเห็นในทีวีมันช่างสวยงามเรียกว่าสวรรค์ใต้น้ำเลยก็ว่าได้ นั่นก็เพราะคุณภาพของอุปกรณ์เก็บภาพใต้น้ำและอุปกรณ์กันน้ำที่ดีขึ้นมาก แต่ก็ราคาแสนสาหัสครับ รุ่งเช้าเรามาแวะรอถ่ายภาพกับแสงยามเช้ากันเล็กน้อยก่อนที่จะออกไปน้ำดำ ทริปนี้เราซื้อ package ดำน้ำมาจากกรุงเทพฯ ด้วยการโทรมาจองไว้ราคาท่านละ 550 บาท พอมาถึงก็มีการโทรยืนยันกันเล็กน้อย ก่อนที่เราจะมาถึงท่าเรือเวลา 9 โมงเช้า เพื่อลงเรือพร้อมๆ กัน เรือที่จะพาเราไปดำน้ำทริปนี้เป็นเรือไม้ 2 ชั้นขนาดใหญ่ สามารถรับนักท่องเที่ยวได้ 200 คน สบายๆ แต่วันนี้เป็นวันอาทิตย์ นักท่องเที่ยวจึงมีเพียง 80 คน ได้ไปดำน้ำ 4 เกาะ เกาะยักษ์เล็ก เกาะรัง เกาะยักษ์ใหญ่ และเกาะหวาย พอเรือออกได้สักพักเจ้าหน้าที่ก็จะแจกสน็อคเกิล พร้อมทั้งอธิบายการใช้งานคร่าวๆ แต่หลักๆ จะเน้นว่าถ้าหล่นน้ำ ให้รีบเรียกเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยดำลงไปเก็บ และจะต้องดูแลและคืนตอนจบ หากสูญหายจะต้องชำระ 1,200 บาท นี่ล่ะสาระสำคัญ ^^ การมาดำน้ำในทริปนี้ค่อนข้างโชคดีที่ฟ้ายังเปิดและไม่มีเมฆฝนมาบังแสงเลย มีคนเคยบอกว่าการดำน้ำจะสวยหรือไม่สวยนั้น ขึ้นอยู่กับโชคด้วย หากลมแรง เมฆเยอะ ฟ้าไม่ใส โอกาสที่เราจะได้เจอความสวยงามใต้ทะเลก็ยาก ถึงแม้จะเดินทางมาถึงสิมิลันก็ตาม แต่หากฟ้าเปิด ลมไม่แรง ไม่มีขี้เมฆ มันจะทำให้การดำน้ำไม่ว่าที่ใดสวยขึ้นเป็นกองเลยครับ จึงพอสรุปได้ว่า นอกจากเราควรไปให้ถูกที่แล้ว เราควรจะไปให้ถูกเวลาด้วย นอกนั้นก็เป็นเรื่องของโชคแล้วว่าสภาพอากาศวันนั้นจะเป็นเช่นไร ทริปนี้เราได้เก็บภาพใต้น้ำมาไว้เป็นที่ระลึกด้วย เกาะยักษ์เล็ก เกาะรัง เกาะยักษ์ใหญ่ และเกาะหวาย แต่เป็นภาพที่ถ่ายจากกล้องมือถือที่เราใส่เคสกันน้ำลงไปถ่ายครับ Shutter Tips การถ่ายภาพแสงอาทิตย์ให้เป็นแฉก การถ่ายภาพพระอาทิตย์หรือภาพแสงไฟให้มีลักษณะเป็นประกายแฉกไฟ เปรียบเสมือนการเพิ่มเสน่ห์หรือลูกเล่นให้กับภาพถ่าย มีเทคนิคมากมายหลายวิธี ผู้เขียนมีเทคนิคส่วนตัวที่จะมาแบ่งปันกับเพื่อนๆ ลองไปใช้กันดู ดังนี้ 1. เลือกใช้โหมด M ในการถ่ายภาพ เราจะใช้ค่ารูรับแสงที่แคบ (f16-22 ขึ้นไป) โดยเราจะกำหนดค่าความเร็วม่านซัตเตอร์ (Speed Shutter) ด้วยตนเอง เพื่อจะได้ไล่แสงที่ถูกใจตามต้องการได้สะดวกยิ่งขึ้น ส่วนตัวจึงคิดว่าโหมด M จะสะดวกที่สุดในการที่จะเพิ่มหรือลดค่า Speed Shutter 2. เลือกระบบวัดแสงเฉพาะจุด เนื่องด้วยการถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกจะมีสภาพแสงเปรียบต่างที่ค่อยข้างมาก ภาพที่ได้มีโอกาสที่จะสว่างหรือมืดจนเกินไป ส่วนตัวจึงเลือกใช้ระบบวัดแสดงเฉพาะจุดไปเลย โดยอาจจะเลือกวัดแสงบริเวณรอบๆ ดวงอาทิตย์ ซึ่งหากมืดหรือสว่างเกินไป เราก็ใช้วิธีปรับตั้งค่า Speed Shutter 3. การตั้ง ISO ให้ตั้งน้อยที่สุด โดยไล่ตั้งแต่ ISO100 หลักง่ายๆ คือ พยายามให้ Speed Shutter เร็วพอที่เราสามารถยืนถ่ายด้วยมือเปล่าได้ คือไม่ต่ำกว่า 1/50 หากช้ามากจะทำให้ภาพสั่น เราก็สามารถดัน ISO เพิ่มขึ้นไปได้ 4. เมื่อได้มุมที่จะถ่ายและตั้งค่าของกล้องเรียบร้อยแล้ว ผู้ถ่ายภาพควรสังเกตุจากในกล้องระหว่างถ่ายภาพว่า แสงแฉกที่ได้สวยงามเป็นที่พอใจรึยัง แนะนำให้ลองขยับมุมกล้องทีละนิด (ขอย้ำว่าขยับทีละนิด) เพื่อลองหามุมภาพที่จะรีดแสงแฉกออกมาสวยงามตามที่เราต้องการ *ห้ามนำภาพหรือบทความนี้ไปเผยแพร่ก่อนได้รับการอนุญาตจากเว็บไซต์ travel.mthai.com

เปิดตัวเจ้าของเพจดัง
นิมมาน /  ร้านอาหาร / 

เมนูอาหารที่ "โอชิน" คิดค้น มักเกิดขึ้นในบัดดลตามแต่จินตนาการและแรงบันดาลใจที่เกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมา บางช่วงเป็นข้าวซอยอุด้งไปต้มเส้นในน้ำอัญชันบ้าง บางฤดูกาลจัดธีมเป็นอาหารแนว isan soul บ้าง ทั้งเมนูขนมก็ถูกเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ผ่านไปไม่นานนัก ร้านอาหารในบ้านของโอชินก็กลายเป็นร้านอาหารสุดแหวกแนวที่ถูกบอกต่อผ่านกระแสโซเชียลเน็ตเวิร์ค โดยเฉพาะการจัดแต่งอาหารของเธอ ทำเอาสาวกไอจีทั้งหลายต้องคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปกันอยู่นั่นอัพกันทั้งวัน อัพกันจนลืมกิน! ขนาดที่ว่า มีแก๊งคุณป้าชาวจีนซิ่งรถสปอร์ตมาจากปักกิ่ง เพื่อมาแวะรับประทานอาหารของเธอเรียกว่าเที่ยวเชียงใหม่ห้าวันก็แวะกินร้านของโอชินมันห้าวันนั่นล่ะ ‘การทำอาหารและขนม’ ของโอชิน ถือเป็นมรดกชีวิตที่เธอได้รับส่งต่อมาจากแม่โดยไม่รู้ตัว คุณแม่ของโอชินเคยเป็นกุ๊กในร้านอาหาร ตัวเธอเองก็ชอบคิดสูตรทำอาหารและขนม โดยเขียนบอกสูตรลงในเฟซบุ๊ค จนกลายเป็นที่ติดตามของทั้งเว็บพันทิป เฟซบุ๊ค และไอจี กระทั่งจนพอมีคนตามมากๆเข้าโอชินจึงเริ่มทำอาหารแพ็คใส่กล่องวางขายที่ร้านเพื่อน ทำไปทำมา ขายดิบขายดีกันเป็นเทน้ำเทท่าจนต้องขยับที่ขยับทาง เธอหันไปมองพื้นที่ในซอกข้างบ้านตัวเอง ซึ่งมีอยู่น้อยนิดกับเงินออมหกพันบาท และนึกในใจว่า ….“เอาล่ะ เปิดร้านแล้วกัน”..... บรรยากาศร้านอาหารในซอกเล็กๆข้างบ้านของโอชิน เปิดให้บริการเพียง 7 ชั่วโมง ตั้งแต่ 11 โมงเช้าถึงหกโมงเย็น ลูกค้าที่เข้ามากิน จะต้องเดินผ่านห้องครัวของเธอ จนมาถึงโต๊ะอาหารซึ่งมีอยู่เพียงหกโต๊ะ นั่นหมายความว่า ถ้าโต๊ะไม่ว่าง ลูกค้าก็จะต้องอดทนยืนรอต่อแถวกันไป ลูกค้าของเธอมีทุกเพศทุกวัย เด็กคนแก่ คนท้อง คู่เลสเบี้ยน มีหมด วันนี้เราเลยหยิบบางเมนูมาที่ัรบรองว่าเด็ดมาให้ชมกัน "ข้าวซอยบลูอุด้ง" เส้นอุด้งย้อมสีด้วยน้ำอัญชัญเสิร์ฟในน้ำข้าวซอยรสดั้งเดิม เพิ่มเติมคือความงามของสีสัน "โซบะเย็น" เส้นโซบะ จากไร่หญ้าโซบะ(เส้นโฮลวีท)ที่ปลูกในเชียงรายและ "ปีกไก่ทอดนาโกย่า" ปีกไก่อวบๆ หมักน้ำปลาน้ำผึ้งงาดำ ทอดพอเกรียม เสิร์ฟพร้อมผักสด และน้ำซอสโซเมนเย็น เส้นโซบะคลุกไข่ไก่ดิบหรือไข่นกกระทา เพิ่มความมันนุ่มหอมหวาน "ชูใจ ไรซ์ไวน์ กีวี่ซอฟท์เค้ก" ข้าวกลั่นอ่อนๆตัดกับรสหวานอมเปรี้ยวของกีวี่ ผสานรสด้วยวิปปิ้งครีมตีสด "ทาร์ตเลเมิ่น 007"  เลเมิ่นเคิร์ดรสหวานหอมอมเปรี้ยว เคลือบด้วยดาร์กชอคโกแลตเข้มข้น ห่อด้วยแป้งทาร์ตหวานกรอบ แต่กว่าจะมาเป็นวันนี้ขอบอกว่าชีวิตเธอมีครบทุกรสชาติ เปรี้ยว หวาน เผ็ด มัน และขมปี๋ จนครั้งหนึ่งเธอเกือบคิดสั้น! ‘โอชิน’ ปากกัดตีนถีบมาตั้งแต่เด็ก สมัยอายุ 13 พ่อของเธอถูกรถชนจนโดนตัดขา ทำให้ชีวิตของโอชินมีเพียงบ้านกับโรงพยาบาลจนช่วงอายุ 18 ขณะที่พ่อของเธอติดเหล้ามายาวนาน ก็ต้องเสียชีวิตลงด้วยโรคแอลกอฮอลิซึ่ม โอชินผ่านช่วงของความคิดที่เคยอยากฆ่าตัวตายเพราะความเครียดจากหนี้สินที่ต้องแบกความรับผิดชอบไว้ในฐานะลูกคนโต ทั้งไหนจะต้องส่งน้องเรียนอีก แต่เธอก็ผ่านพ้นช่วงวิกฤตินั้นมาได้ภายในช่วงระยะเวลาเพียงสองปี นั่นทำให้เธอทำมาแล้วแทบทุกอย่าง ตั้งแต่ ถักสร้อยขาย รับเพ้นท์เล็บ ก๊อปปี้ซีดีขาย ทำงานศิลปะ ทำวงดนตรี เป็นล่าม เป็นศิลปิน ชีวิตของเธอไม่ธรรมดา เป็นศิลปินดังไกลถึงญี่ปุ่น !  เธอเป็นลูกคนโตในบ้านที่มีพี่น้องฝาแฝดซึ่งเป็นชายแท้ สมัยเรียนหนังสือในสาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เธอมักใช้เวลาในช่วงกลางวันไปกับการรับจ๊อบ ขี่มอเตอร์ไซค์บน ระยะทางสิบกิโลเมตรไปรับจ้างเป็นล่ามให้กับบริษัทของชาวญี่ปุ่นซึ่งคุณสมบัติพิเศษของโอชินในอาชีพล่าม ซึ่งหาไม่ได้ง่ายๆโดยทั่วไปคือ เธอมีความเข้าใจในศิลปะดีเป็นพื้นฐาน ต่อมา โอชินเปลี่ยนสาขาไปเรียนศิลปะในสาขาศิลปะไทยของคณะวิจิตรศิลป์ มช. และทำงานพิเศษอยู่ในห้องสมุดคณะวิจิตรศิลป์ จนสำเร็จการศึกษา เธอจึงได้ทำงานพิเศษเป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์ให้กับห้องสมุด TCDC สาขาเชียงใหม่ ทั้งยังเคยทำงานออฟฟิศเป็นอาร์ตไดเร็กเตอร์ให้กับบริษัทญี่ปุ่นในกรุงเทพฯ ชีวิตของโอชินเวียนวนคลุกคลีอยู่กับผู้คนในวงการศิลปินญี่ปุ่นค่อนข้างมาก กระทั่งเธอเก็บเงินได้ จึงกลับไปเรียนต่อปริญญาโท ในสาขาทัศนศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งจังหวะนี้เอง ผลงานศิลปะของเธออันว่าด้วยเรื่องของการทำศัลยกรรม ทำให้เธอได้รับโอกาสจากโครงการศิลปะแบรนด์นิวของหอศิลป์มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เธอได้รับเลือกเป็น 1 ใน 10 จากการคัดเลือกศิลปินรุ่นใหม่ทั่วประเทศ และได้รับการตีพิมพ์ผลงานลงในนิตยสารศิลปะไฟน์อาร์ตประเทศไทย และ ART4D หลังจากสำเร็จการศึกษาชั้นปริญญาโท ผลงานของเธอได้ถูกเชิญชวนจากภัณฑารักษ์ชาวญี่ปุ่นให้เดินทางไปแสดงผลงานในต่างแดนจนกลายเป็นที่โด่งดังในฐานะของ ‘ศิลปิน’ นับแต่นั้นเป็นต้นมา ทั้งโอชินยังมีโอกาสได้เดินทางไปกลับญี่ปุ่นอีกหลายต่อหลายครั้งไม่ว่าจะถูกเชิญไปบรรยาย แสดงงานศิลปะ จัดเวิร์คช็อปกระทั่งจนปัจจุบัน เธอจับผลัดจับผลูมาทำขนมนี่แหล่ะค่ะ ปัจจุบัน โอชินเปิดร้านขายเบเกอรี่ขนาดเล็ก อยู่ในซอยนิมมานฯ ใช้ชื่อว่า minimeal eatery studio อันเป็นร้านที่ชวนให้นึกถึงบรรยากาศนั่งกินกาแฟเอาท์ดอร์ในต่างประเทศ เธอจัดตกแต่งพื้นที่เองทั้งหมด ทั้งเธอยังมีแผนจะเดินทางไปใช้ชีวิตเพื่อทำงานศิลปะและเรียนต่อระดับปริญาเอกที่แคลิฟอร์เนีย เร็วๆนี้ แต่เพจอาหารและขนมของเธอ "สีนวล สวีทคุ้กกิ้ง" (C’nual Sweet Cooking) จะยังดำเนินต่อไป สำหรับใครที่ชื่นชอบการกินการดื่ม ลองแวะเข้าไปที่เพจของเธอกันดูนะคะ

มองแรง!มาดูปฏิกิริยาของเมสซี่เจเมื่อโดนตูเญซเตะบอลอัดหัว
ชนาธิป สรงกระสินธ์ /  บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด / 

ควันหลงศึกซุปเปอร์บิ๊กแมตช์ที่ เอสซีจีเมืองทอง ยูไนเต็ด บุกไปถล่มเอาชนะ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ขาดลอย 3-0 เมื่อ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ดาวเตะตัวจิ๊ดของทีมเยือน โดน อันเดรส ตูเญซ กองหลังของเจ้าบ้านเตะบอลอัดใส่หัวในจังหวะที่บอลตายไปแล้ว แต่เมสซี่เจ ควบคุมอารมณ์ได้เยี่ยมและตอบโต้ด้วยการมองค้อนไปครั้งเดียวเท่านั้น

วงในเผยข่าวช็อก! Prince เป็นเอดส์ ก่อนเสียชีวิต
Prince /  Prince เป็นเอดส์ / 

นอกจากการจากไปของศิลปินระดับตำนาน Prince จะสร้างความเศร้าเสียใจให้กับครอบครัวและแฟนเพลงทั่วโลกแล้ว ข่าวคราวของ Prince ก็ยังคงมีออกมาให้ติดตามอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดแหล่งข่าวได้บอกผ่าน National Enquirer. ว่า Prince ได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคเอดส์ เมื่อ 6 เดือนก่อน แต่เขาปฏิเสธรับการบำบัดรักษาทางการแพทย์ โดยให้เหตุผลว่า "พระเจ้าจะเป็นผู้รักษาเขาเอง" Prince เป็นเอดส์ ก่อนเสียชีวิต รายงานระบุว่า Prince มีน้ำหนักเพียง 80 ปอนด์ หรือ 36 กิโลกรัมก่อนเสียชีวิต ซึ่งเขาก็ยอมรับชะตากรรมและเตรียมพร้อมเผชิญความตาย แหล่งข่าวผู้ไม่ประสงค์ออกนามกล่าวว่า "แพทย์ระบุว่า Prince มีความดันเลือดต่ำ อุณหภูมิในร่างกายก็ต่ำกว่าคนปกติที่อยู่ที่ 37 องศาเซลเซียส แต่ Prince นั้นมีอุณหภูมิร่างกายที่ 34.4 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นภาวะอันตราย เขามีภาวะขาดธาตุเหล็ก ร่างกายอ่อนแอมากและมีภาวะงุนงงตลอดเวลา ทานอาหารก็ไม่ได้ เพราะถ้ากินเข้าไปก็จะอาเจียนออกมาหมด" ขณะที่การตรวจสอบร่างกายหลังเสียชีวิตก็พบยาแก้ปวดในร่างกายของนักร้องดัง สอดคล้องกับรายงานที่ว่าพบใบสั่งยาในบ้านที่พบร่างไร้วิญญาณของ Prince อย่างไรก็ตาม Prince เคยได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อ HIV เมื่อปี 1990 ก่อนที่เชื้อนั้นจะพัฒนาเป็นเชื้อเอดส์ เมื่อ 6 เดือนก่อน. Prince เป็นเอดส์ ก่อนเสียชีวิต มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ละครเหยี่ยวรัตติกาล , เรื่องย่อเหยี่ยวรัตติกาล
เหยี่ยวรัตติกาล /  ละครเหยี่ยวรัตติกาล / 

เหยี่ยวรัตติกาล ละครเหยี่ยวรัตติกาล ละครช่อง7 บทประพันธ์โดย : นอร์แมน วีรธรรมกำกับการแสดงโดย : อนุวัฒน์ ถนอมรอดผลิตโดย : บริษัท กันตนา มูฟวี่ทาวน์ จำกัดออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางช่อง 7 สี เหยี่ยวรัตติกาล เรื่องย่อเหยี่ยวรัตติกาล เรื่องราวของผู้หญิงสาวสวยคนหนึ่ง ที่ได้รับพรจากสวรรค์ เหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์พันปี ที่ร่ำลือกันว่ามีพลังพิเศษ จนสามารถเปลี่ยนให้เธอกลายเป็นฮีโร่สาวเหนือมนุษย์ใดใด ย้อนไปเมื่อเด็กหญิงราตรี หรือน้องไนท์ อายุ 5 ขวบ ลูกสาวตำรวจมือสะอาด รอง อ.ธ.ศักดิ์สิทธิ์ (โอ๋-ฐาปกรณ์) กับรัตนา (ตุ๋ย-นวลปรางค์) ภริยานายตำรวจ ราตรีเกิดตอนเที่ยงคืน ของวันที่ 12 เดือน 12 พอดี จึงได้ชื่อนี้และชื่อเล่นว่าไนท์ วันหนึ่งศักดิ์สิทธิ์กับรัตนาพาราตรีไปเที่ยวหัวหิน ระหว่างทางกลับบ้านเด็กหญิงได้เห็นแสงสีทองสะท้อนเข้าตา ราตรีจึงร้องทัก เมื่อพ่อแม่เพ่งดูปรากฏว่าเป็นแดดที่สะท้อนจากหลังคาวัดแห่งหนึ่งรัตนาบอกให้ศักดิ์สิทธิ์แวะไหว้พระก่อนกลับ ระหว่างที่เข้าไปกราบพระในโบสถ์ ในระหว่างที่รัตนากับศักดิ์สิทธิ์กำลังสนทนาธรรมกับพระเจ้าอาวาส เด็กหญิงราตรีก็หายตัวไป รัตนาตกใจพารีบออกไปตามหา พบว่าราตรีกำลังคุยเล่นกับลุงคนหนึ่ง ซึ่งหลวงพ่อบอกว่าชื่อลุงมายง เป็นคนทิเบตที่มาอาศัยอยู่ที่วัดนี้ไม่มีพิษมีภัยอะไร แต่รัตนาก็ยังไม่วายเป็นห่วงลูกสาว ตอนกลับมาถึงบ้านรัตนายิ่งแปลกใจเมื่อเห็นที่คอของราตรีมีสร้อยเหรียญรูปเหยี่ยวห้อยอยู่ ศักดิ์สิทธิ์ดูจึงรู้ว่าน่าจะเป็นของลุงมายงที่วัด เพราะชาวทิเบตนับถือเหยี่ยวกันมาก รัตนาบอกให้เอาไปคืน แต่ศักดิ์สิทธิ์กลับว่าลุงมายงน่าจะแอบให้เพราะรู้ว่าถ้าให้กับพ่อแม่คงไม่ยอมรับเพราะเป็นเหรียญที่มีค่าและดูท่าราตรีจะชอบสร้อยอันนี้ด้วย หากกลับเอาไปคืนวันนี้ลุงคงจะเสียใจ ค่อยหาโอกาสเอาไปคืนในวันหลังจะดีกว่า ยามค่ำคืนในห้องนอนราตรี เหรียญรูปเหยี่ยวที่คอของเด็กน้อยก็เรืองแสงขึ้นมา แล้วเหรียญนั้นก็ค่อย ๆ หายไปในร่างของราตรี ในขณะที่ราตรีหลับใหลอย่างไม่รู้สึกตัว รุ่งเช้าศักดิ์สิทธิ์พบว่าสร้อยนั้นไม่ได้อยู่ที่คอราตรีแล้วแต่ก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร เพราะคิดว่าราตรีคงซุกซนทำตกหายไป จนกระทั่งทุกคนลืมเรื่องราวของเหรียญรูปเหยี่ยวไป 15 ปีผ่านไป.. ราตรี (จั๊กจั่น-อคัมย์สิริ) จบการศึกษาสาขานิติศาสตร์ จบแล้วได้ทุนไปเรียนต่อกฎหมายระหว่างประเทศที่อเมริกาจนจบโทจึงเดินทางกลับมาเมืองไทย ศักดิ์สิทธิ์ตอนนี้ได้เป็นรองอธิบดีกรมตำรวจ ราตรีกลับมาทำงานเป็นทนายอิสระช่วยว่าความช่วยเหลือคนจน ราตรีมีเพื่อนเก่าชื่อ นุชนาถ (เตย-กัญญกร) เป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ฉบับเล็ก ๆฉบับหนึ่ง ชื่อ อธิปไตย นสพ.ถูกฟ้องร้องจาก นายสมศักดิ์ ตระกูลวงศาเจริญยิ่ง นักธุรกิจมาเฟียคนหนึ่ง ซึ่งนุชนาถลงข่าวว่ามีส่วนพัวพันกับธุรกิจผิดกฎหมายและหลบเลี่ยงภาษีรวมทั้งกว้านซื้อที่นาจ้างคนทำนาให้กับบริษัทต่างชาติที่หนุนหลังอยู่ นุชนาถได้ติดต่อมาให้ราตรีช่วยว่าความให้..ด้วยความฉลาดของราตรีทำให้นุชนาถ หลุดจากคดี ทำให้สมศักดิ์นักธุรกิจมาเฟียโกรธแค้นมาก นุชนาถพาราตรีไปกินข้าวฉลองความสำเร็จ ระหว่างที่นุชนาถขับรถมาส่งราตรีก็ถูกรถตู้ปาดหน้า มีมือปืน 4-5 คนออกมาจากรถยิงสาดด้วยปืนกล นุชนาถถูกกระสุนทรุด ยามคับขันราตรีเอาร่างบังร่างของนุชนาถไว้ กระสุนถูกร่างของราตรีทั้งตัว ทันใดนั้นก็มีแสงจ้าสาดออกมาจากร่างของราตรี พวกมือปืนต่างตกใจ แสงสว่างจ้าจนมองอะไรไม่เห็น ทันใดนั้นก็มีเสียงเหมือนเหยี่ยวร้อง.. และมีเงาดำปรากฏ พวกมือปืนสาดกระสุนปืนเข้าใส่เสียงดังสนั่นหวั่นไหว..แต่แล้วเงาดำก็วูบเข้ามา กลายเป็นเสียงพวกมันร้องโหยหวนแทน ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดสนิท ละครเหยี่ยวรัตติกาล ผู้กองเซนต์ (วิน-ธาวิน) มาตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ต้องแปลกใจเมื่อเจ้าหน้าที่รายงานว่า พบศพของคนร้าย 5 คน แต่ละคนมีแผลเหวอะหวะที่คอหอยเหมือนถูกกรงเล็บของสัตว์ปีก กำลังส่งไปให้ผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์ว่าเป็นกรงเล็บของสัตว์ชนิดใด ที่โรงพยาบาล นุชนาถอยู่ในห้องพักฟื้น มีอาการบาดเจ็บจากกระสุนสองสามแห่ง แต่ปลอดภัยแล้ว ราตรีนั่งเฝ้าอยู่ข้าง ๆ ครู่หนึ่งนุชนาถก็รู้สึกตัว นุชนาถบอกว่าเห็นทีตนจะต้องปิดหนังสือพิมพ์เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง และครอบครัว ราตรีบอกว่าขอให้เปิดต่อไป โดยที่ตัวเองจะรับผิดชอบทั้งหมดเอง เพราะตนเองก็ต้องการต่อสู้กับพวกที่มีอิทธิพลพวกนี้เช่นกัน ในที่สุดนุชนาถก็ตกลง ผู้กองเซนต์มาดักรอราตรีที่โรงพยาบาล เพื่อสอบปากคำว่าราตรีรอดมาได้อย่างไร และเห็นอะไรบ้าง ราตรีบอกว่าตนเองก็จำไม่ได้ คงเป็นเพราะโชค และสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองมากกว่า สุดท้ายเซนต์อาสาไปส่งราตรี ระหว่างทางเซนต์ถามถึงนุชนาถว่าเป็นอย่างไรบ้าง ราตรีเล่าว่านุชนาถกลัวมากจนจะปิดหนังสือพิมพ์แต่ตัวเองขอสานต่องานทั้งหมด เซนต์เตือนราตรีให้ระวังตัว อย่างไรก็ตาม เซนต์ให้นามบัตรราตรีไว้ และบอกว่าตนเองก็ไม่ชอบระบบคอรัปชั่น และพยายามที่จะกำจัดพวกมาเฟียเช่นกัน ถ้ามีอะไรที่จะช่วยได้ก็ขอให้ราตรีโทรหาตน ราตรีกล่าวขอบคุณและหวังว่าเซนต์เป็นตำรวจที่ดีอย่างที่คุยไว้ ราตรีถึงคอนโด ก็สำรวจร่างกายตนเองเพราะแปลกใจเหมือนกันที่รอดมาได้ พอดีได้รับโทรศัพท์จากพ่อ รองศักดิ์สิทธิ์ถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยความเป็นห่วง และบอกให้ราตรีไปหาโดยเร็วที่สุด ราตรีรับปากว่าจะไปหาแต่เช้า รุ่งเช้าราตรีไปหาพ่อแม่ที่บ้าน หลังจากนั้นพ่อก็พาราตรีขึ้นไปห้องพระ และถามถึงเรื่องเหยี่ยวที่เป็นข่าว ราตรีบอกว่าจำเหตุการณ์อะไรไม่ได้เลย ในที่สุดพ่อก็เล่าเรื่องเหรียญเหยี่ยวที่ราตรีได้รับเมื่อตอนเด็ก ๆ รองศักดิ์สิทธิ์สันนิษฐานว่าเหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์มาช่วยราตรี ราตรีไม่ค่อยอยากจะเชื่อนัก พ่อจึงพาราตรีไปหาหลวงพ่อเจ้าอาวาสที่วัดหัวหิน ซึ่งเป็นอาจารย์ที่นับถือ เมื่อหลวงพ่อได้พบกับราตรีก็ทักทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น โดยที่ศักดิ์สิทธิ์ยังไม่ทันได้เล่าเรื่องเหรียญเหยี่ยว หลวงพ่อยังบอกอีกว่าราตรีได้รับพลังของเหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์ เมื่อใดที่ราตรีระลึกถึงพลังของเหยี่ยวก็จะทำให้ร่างกายของราตรีมีพลัง สามารถทนทานต่ออาวุธทุกชนิด มีชั้นเชิงในการล่าหรือต่อสู้กับศัตรูเยี่ยงเหยี่ยว ประสาทสัมผัสเยี่ยงเหยี่ยว มีสัญชาติในการได้ยินได้เห็นเยี่ยงเหยี่ยว และที่สำคัญถ้าราตรีเชื่อมั่น ก็สามารถบินได้เหมือนเหยี่ยว เหมือนกับว่าราตรีเป็นเหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์ตามตำนานของชาวทิเบตที่มีมาช้านาน ราตรีฟังแล้วคาดไม่ถึง ส่วนรองศักดิ์สิทธิ์กลับพยักหน้าเชื่อ และให้ราตรีตั้งสมาธินำพลังของเหยี่ยวมาใช้เพื่อป้องกันตัวเอง และปราบพวกอธรรมอย่างที่ราตรีตั้งใจไว้ ราตรีรับปากว่าจะลองทำทุกอย่างเพื่อให้เกิดขึ้นจริงอย่างที่ท่านอาจารย์กล่าว ผู้กองเซนต์ ละครเหยี่ยวรัตติกาล ช่อง7 ราตรีจัดแถลงข่าวที่นุชนาถถอนตัวจากหนังสือพิมพ์และตนจะรับหน้าที่แทน ทั้งนี้เพื่อให้คนร้ายเลิกยุ่งกับนุชนาถ และที่สำคัญเพื่อให้นุชนาถและครอบครัวปลอดภัย ข่าวที่นุชนาถถอนตัวจากหนังสือพิมพ์ ทำให้สมศักดิ์ สะใจที่จัดการกับนุชนาถได้ และคิดว่าบรรณาธิการคนใหม่คงจะได้รับบทเรียนแล้ว และคงไม่กล้ายุ่งกับตนอีก นายสมศักดิ์ถูกเรียกตัวไปประชุมกับนักธุรกิจอีก 10 คน โดยมี นายพิเชษฐ์ (บี๋-สวิช) นักธุรกิจที่มีหน้ามีตาในสังคมเป็นหัวหน้าใหญ่ พิเชษฐ์บรรยายแผนให้ทุกคนขยายเครือข่ายไปทุกจังหวัดแทรกแซงเข้าหน่วยราชการ และส่งคนเข้าพรรคการเมือง เป้าหมายคือควบคุมการดำเนินการทางธุรกิจทุกอย่างของประเทศ สุดท้ายพิเชษฐ์ตำหนิว่าสมศักดิ์ทำงานโดยพละการ ทำให้กลายเป็นเป้าหมาย ข่าวใหญ่เป็นที่จับตามองของสังคม และกฎหมายซึ่งจะทำให้เป็นภัยต่อองค์กร และเตือนให้ทุกคนอย่าเอาเยี่ยงอย่างสมศักดิ์ สมศักดิ์ยืนยันว่าตนสามารถควบคุมทุกอย่างให้อยู่ในกำมือได้แน่นอน หลังจากราตรีเข้าคุมหนังสือพิมพ์ สองวันต่อมาราตรีก็ลงข่าวการถูกยิงของนุชนาถ ซึ่งมีรายชื่อสมศักดิ์เกี่ยวข้องอยู่ด้วย ทำให้สมศักดิ์โกรธมากที่ตกเป็นเป้าสังคม และทางการจึงคิดกำจัดราตรี เซนต์สนใจราตรีตั้งแต่แรกเพราะความสวยของราตรี จึงหาเรื่องมาที่สำนักพิมพ์บ่อย ๆ อ้างเรื่องการสอบสวนเพิ่มเติม และมาเตือนว่านายสมศักดิ์อาจหาทางเล่นงานราตรีแบบที่เล่นงานนุชนาถมาแล้ว ราตรีรับฟังและขอบคุณที่เซนต์มีน้ำใจ เช้าวันหนึ่งราตรีตื่นแต่เช้าแล้วขับรถมุ่งหน้าไปบ้านพักในต่างจังหวัดซึ่งเป็นบ้านของรองศักดิ์สิทธิ์ ที่สร้างไว้เพื่อพักผ่อน และอยู่ลึกเข้าไปจากถนนห่างไกลผู้คน ราตรีไปถึงแล้วเริ่มนั่งสมาธิเรียกพลังเหยี่ยวอย่างที่พ่อลองบอก เมื่อสมาธิเข้าที่ทันใดก็รู้สึกได้ยินเสียงรอบตัวสารพัดเสียง สายตาเหมือนมองเห็นทุกอย่างที่ตนคิดอยากจะเห็น ราตรีลองนึกถึงสมศักดิ์ดู ก็เห็นภาพสมศักดิ์กำลังสั่งมือปืนให้กำจัดตน ราตรีเกิดโมโห ร่างของราตรีค่อย ๆ ลอยขึ้นมาจากพื้นโดยไม่รู้ตัว...พอลืมตาขึ้นก็เห็นตัวเองลอยอยู่กลางอากาศ ราตรีจึงลองนึกว่าตนเองบินได้ ปรากฏว่าร่างของราตรีลอยพุ่งออกหน้าต่างไปอยู่เหนือหลังคาบ้าน ราตรีทดลองร่อนไปมาดูก็ทำได้ดังใจ วันหนึ่งสมศักดิ์ได้รับจดหมายฉบับหนึ่งว่าตนเองมีความผิดฐานสั่งการให้สังหารชีวิตของคู่แข่ง และผู้ที่เป็นอริกับตนหลายครั้งหลายหน ต้องได้รับกรรมที่ก่อไว้ด้วยชีวิต ลงชื่อ เหยี่ยวรัตติกาล สมศักดิ์โกรธ และจัดงานแถลงข่าวทันที โดยเอาจดหมายให้นักข่าวดู แก้ไขความผิดตน พร้อมท้าทายว่าตนพร้อมที่จะลุยกับเหยี่ยวรัตติกาลได้ทุกเวลา คืนหนึ่งสมศักดิ์ออกจากงานเลี้ยงและแวะไปที่ตึกทำงานของตน แต่พอจอดรถหน้าตึกก็เห็นเงาร่อนอยู่เหนือตึก พวกมือปืนต่างรีบพาสมศักดิ์เข้าไปในตึก แต่พอขึ้นไปถึงที่ทำงานต้องตกใจเมื่อพบกับร่างหญิงสาวในชุดหนัง ใบหน้ามีหน้ากากอำพรางเห็นแต่นัยน์ตาที่คมกริบดุจพญาเหยี่ยว พวกมือปืนต่างสาดกระสุนเข้าใส่ แต่ร่างในชุดหนังพุ่งออกหน้าต่างหายไป พวกมือปืนรีบพานายหนี แต่แล้วร่างในชุดหนังก็พุ่งกลับเข้ามาทางกระจกสาดกระสุนเข้าใส่พวกมือปืน ต่อสู้ด้วยชั้นเชิงที่คล่องแคล่วว่องไว จนเหลือแต่สมศักดิ์คนเดียว หญิงในชุดลึกลับกล่าวคำอำลาแล้วจบชีวิตชั่วของสมศักดิ์มาเฟียลงในที่สุด ก้องเกียรติ ละครเหยี่ยวรัตติกาล ช่อง7 รุ่งขึ้นภาพของหญิงชุดดำใส่หน้ากากลอยลงจากยอดตึกลงสู่พื้นปรากฏอยู่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์อธิปไตย จับภาพได้โดยเหยี่ยวข่าวสาวคนดังคนล่าสุดของเมืองไทย คือราตรีภายในมีข่าวของสมศักดิ์เสียชีวิตในสำนักงานและพบนามบัตรของเหยี่ยวรัตติกาลอยู่บนศพของสมศักดิ์ มีข้อความว่า จุดจบของผู้ที่คิดร้ายต่อแผ่นดิน กองทัพนักข่าวต่างปรากฏตัวที่สำนักงานหนังสือพิมพ์อธิปไตย เพื่อรอสัมภาษณ์ราตรี ราตรีให้สัมภาษณ์ว่าตนได้ติดตามพฤติกรรมของนายสมศักดิ์อยู่ และก็ได้เห็นเหยี่ยวรัตติกาลปรากฏตัวจึงมีโอกาสได้เก็บภาพไว้ โดยไม่รู้รายละเอียดอะไรอีกเลย เซนต์มาหาราตรีชวนไปนั่งทานกาแฟ และขอสอบถามเรื่องเหยี่ยวรัตติกาล ราตรีปฏิเสธและกล่าวเป็นเชิงชมว่าดีใจที่มีเหยี่ยวรัตติกาลออกมากวาดล้างผู้มีอิทธิพล เซนต์ยิ้มบอกว่าตนก็เห็นด้วย จนใจที่ตัวเองเป็นกฎหมาย จึงได้รับคำสั่งให้สืบสวนและตามจับตัวเหยี่ยวรัตติกาลมาให้ได้ หลังจากนั้นเป็นต้นมาก็มีข่าวของเหยี่ยวรัตติกาลช่วยเหลือคนที่ถูกทำร้าย ปล้น รังแก อยู่อย่างไม่ขาดสาย บางครั้งก็มีภาพลง แน่นอนย่อมเป็นหนังสือพิมพ์อธิปไตยของราตรี โดยฝีมือของราตรีเท่านั้น จึงเป็นที่มาของข่าวซุบซิบว่าราตรีมีส่วนรู้เห็นกับคดีที่เกิดขึ้นโดยฝีมือของเหยี่ยวรัตติกาล..ซึ่งราตรีก็ปฏิเสธและอ้างว่าตนเป็นนักข่าวที่ทำงานหนักคอยเฝ้าคอยติดตามเรื่องนี้ ช่วยไม่ได้ที่นักข่าวคนอื่น ๆไม่มีความสามารถพอที่จะได้ภาพเหยี่ยวรัตติกาล เพราะเหตุที่หนังสือพิมพ์อธิปไตยลงข่าวและรูปของเหยี่ยวรัตติกาลอยู่ตลอดเวลา ทำให้คนทั่วไปรวมทั้งชาวบ้านในต่างจังหวัดทุกหนทุกแห่งเมื่อได้รับความเดือดร้อนหรือถูกรังแกจากผู้มีอิทธิพล ก็จะส่งจดหมายเข้ามาลงที่หนังสือพิมพ์อธิปไตย เพื่อหวังว่าจะส่งสารไปถึงเหยี่ยวรัตติกาลให้มาช่วยเหลือ หลังจากที่บทความขอความช่วยเหลือได้ลงหนังสือพิมพ์อธิปไตย ต่อมาก็มีข่าวว่าเหยี่ยวรัตติกาลปรากฏตัวปราบพวกเหล่าร้ายพวกนั้นจนราบคาบ สร้างความกลัวให้พวกคนร้าย และยิ่งทำให้คนส่งสารผ่านมาทางหนังสือพิมพ์อธิปไตยมากขึ้น พิเชษฐ์กดดันให้ทางการปิดหนังสือพิมพ์อธิปไตยเพราะทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายผู้คนแตกตื่น แต่ราตรีก็แก้ต่างจนหลุดคดีความจนได้ การตายของสมศักดิ์ ทำให้พิเชษฐ์สั่งหน่วยงานของตนให้ระวังตัว ทำงานกันอย่างรอบคอบมากยิ่งขึ้น แต่สุดท้ายแล้วหน่วยงานของสรสินก็ถูกบุก หัวหน้าหน่วยถูกเก็บ เครือข่ายที่อยู่ต่างจังหวัดถูกทำลายด้วยฝีมือของเหยี่ยวรัตติกาล ทำให้พิเชษฐ์โกรธแค้นอย่างยิ่ง สั่งเพิ่มกำลังและป้องกันอย่างเต็มที่ ภายใต้หน้ากากองนักธุรกิจตัวอย่าง เป็นบุคคลดีเด่นที่สังคมยอมรับ สังคมไม่มีใครรู้ว่าพิเชษฐ์ซ่อนความชั่วร้ายไว้มากมาย จั๊กจั่น ละครเหยี่ยวรัตติกาล เซนต์ และราตรีต่างก็สืบสวน และหาทางเปิดโปงนายสรสินให้สังคมได้รู้หน้ากากที่แท้จริง โดยมีผู้ช่วยเซนต์ชื่อ ก้องเกียรติ (หลุยส์ เฮสดาร์สัน) และผู้ช่วยของราตรีชื่อ อีท (แจม-ปาณิชดา) คอยช่วยเหลือการกระชากหน้ากากของพิเชษฐ์และกระบวนการ แต่สังคมส่วนใหญ่ถูกปิดหูปิดตาด้วยเงินที่นายพิเชษฐ์หว่านลงไปอย่างไม่อั้น โดยใช้เงินจากการรีดไถผูกขาดค้ากำไรเอาเปรียบคนอื่นแทบทั้งสิ้น แม้ว่าเหยี่ยวรัตติกาลจะปราบปรามทำลายหน่วยงานต่าง ๆ ของนายพิเชษฐ์ลงไปมากมายแต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งเครือข่ายของนายพิเชษฐ์ได้ จริงอยู่ที่เหยี่ยวรัตติกาลสามารถจบชีวิตของนายพิเชษฐ์ได้ แต่ก็เชื่อว่าต้องมีตัวแทนมาสานต่อขบวนการชั่วของมัน มีทางเดียวคือต้องเปิดโปงให้สังคมได้รู้ความจริงเท่านั้น เมื่อสังคมรู้ความจริงนายพิเชษฐ์หมดสภาพ ขบวนการของนายพิเชษฐ์ต้องพังพินาศลงอย่างแน่นอน เซนต์ และราตรีได้ใช้เวลาร่วมกันหาความจริงจนสนิทสนมมีใจต่อกัน และต้องเผชิญกับอันตรายร่วมกันหลายครั้งจากพวกมือปืนของพิเชษฐ์ทำให้ยิ่งมีความรู้สึกลึกซึ้งต่อกันมากขึ้น..ปัญหาก็คือเหยี่ยวรัตติกาล แม้ว่าเหยี่ยวรัตติกาล จะได้เผชิญหน้ากับเซนต์ และช่วยเหลือเซนต์ให้รอดพ้นจากมือปืนของพิเชษฐ์หลายครั้ง จนเซนต์เองก็ชื่นชมเหยี่ยวรัตติกาลไม่น้อย แต่ก็ไม่สามารถจะหยุดยั้งผู้บังคับบัญชา หรือหน่วยงานอื่นที่จ้องจะจับเหยี่ยวรัตติกาลให้เลิกตามล่าได้ พิเชษฐ์เองเมื่อได้รับความเดือดร้อนจากเหยี่ยวรัตติกาลรวมทั้งข่าวลือที่ว่าเหยี่ยวรัตติกาลมีพลังที่ลึกลับ ถึงกับส่งคนไปตามหาคนที่มีความรู้เรื่องเหยี่ยวมาจากทิเบตเพื่อมาปราบเหยี่ยวรัตติกาล ซึ่งได้พบอาจารย์ผู้มีวิชาหลายอย่าง ทั้งสะกดจิต บังคับจิตคนให้เห็นในสิ่งต่าง ๆ นานา จนกลายเป็นคนบ้าคลั่งขาดสติได้ สรสินจึงให้อาจารย์ผู้นี้ใช้วิชากำจัดศัตรูของตนด้วยไปในตัว ละครเหยี่ยวรัตติกาล เหยี่ยวรัตติกาลออกตามเรื่องและได้มีการเผชิญหน้ากันหลายครั้งกับอาจารย์ผู้นี้และมีการต่อสู้ผลัดกันรุกผลัดกันรับ ฝีมือสูสีกินกันไม่ลง อย่างไรก็ตามเวลาผ่านไป ด้วยการสืบสวนของเซนต์ และราตรีก็พบหลักฐานการโยกย้ายเงินที่เกี่ยวข้องกับพิเชษฐ์ซึ่งโยงใยถึงเครือข่ายต่าง ๆ ของพิเชษฐ์รวมถึงหลักฐานการรับเงินจากต่างประเทศ จนกระทั่งพิเชษฐ์ถูกเปิดโปง สรสินให้อาจารย์ใช้วิชากำจัดผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อปกปิดความลับของตนแต่ครั้งนี้เหยี่ยวรัตติกาลตามประกบติด จนในที่สุดก็ซ้อนแผนสามารถกำจัดอาจารย์ผู้นี้ได้ ในที่สุดพิเชษฐ์ก็ได้รับโทษ ถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต เซนต์ กับราตรีเปิดโปงเส้นทางการเงินที่มาจากต่างประเทศ และผู้ที่อยู่เบื้องหลังจนเส้นทางการเงินพิเชษฐ์ถูกปิดเครือข่ายล่มสลายทั่วประเทศ เมื่อสังคม บ้านเมืองกลับมาสงบ เหยี่ยวรัตติกาลคงไม่ได้ออกมาปรากฏตัวอีกนาน หลังงานสำเร็จสามารถจัดการกับคนชั่วคอรัปชั่นได้ เซนต์กับราตรีต่างฉลองความสำเร็จร่วมกันรวมทั้งทีมงานคนอื่น ๆ ที่ร่วมต่อสู้ฝ่าฟันกันมาด้วยกัน ทั้งทีมตำรวจของ เซนต์ ผู้ช่วยมือขวาของเซนต์คือก้องเกียรติ และทีมงานของ ราตรี และอีทผู้ช่วยคนสวยของราตรี ที่ตอนนี้ปิ๊งกันกับก้องเกียรติเรียบร้อยแล้ว เช่นเดียวกับความรักของเซนต์กับราตรีที่หวานชื่นและดำเนินต่อไป แต่มีอีกอย่างหนึ่งที่ยังคงคาใจของเซนต์ และทุกคนก็คือ เหยี่ยวรัตติกาล ติดตามชม ละครเหยี่ยวรัตติกาล ได้เร็ว ๆ นี้ทางช่อง 7 สี รายชื่อนักแสดวนำใน ละคร เหยี่ยวรัตติกาล อคัมย์สิริ สุวรรณศุข รับบท ราตรี ธาวิน เยาวพลกุล รับบท เซนต์ หลุยส์ เฮสดาร์ซัน รับบท ก้องเกียรติ ปาณิชดา แสงสุวรรณ รับบท อีท สวิช เพชรวิเศษศิริ รับบท พิเชษฐ์ อนิสา นูกราฮา รับบท เรวดี กัญญกร พินิจ รับบท นุชนาถ ฐาปกรณ์ ดิษยนันทน์ รับบท รอง อ.ธ.ศักดิ์สิทธิ์ นวลปรางค์ ตรีชิต รับบท รัตนา พัฒนะ พันธุ์เทวะ รับบท พีท ทองขาว ภัทรโชคชัย รับบท อาจารย์บาตง ตรีวรัตถ์ ชุติวัฒน์ขจรชัย รับบท ทัช กฤษณ์ ไตรรัตน์ รับบท ซาเอะ ช่อง7 ละครเหยี่ยวรัตติกาล ละครเหยี่ยวรัตติกาล ละครเหยี่ยวรัตติกาล จั๊กจั่น ละครเหยี่ยวรัตติกาล จั๊กจั่น

ดีเจ.เพียบ! เตรียมพบ Together Festival 2016 เทศกาลดนตรีสุดเร้าใจแห่งปี
Andrew Rayel /  Disclosure / 

ชาวไทยเตรียมตัวแดนซ์ฟลอร์เดือดกันอีกหน โดยเฉพาะคอเพลงอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อโปรโมเตอร์สายแข็ง อย่าง Retox Sessions และ Contango ที่รู้จักกันดีในฐานะโปรโมเตอร์ปาร์ตี้ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำของเมืองไทย ประกาศนำสู่เทศกาลดนตรีแดนซ์ระดับคุณภาพที่มาพบกับคุณเป็นประจำในเดือนพฤษภาคมของทุกปีอีกครั้ง ต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 5 กับ Corolla Altis Esport Presents Together Festival 2016 เทศกาลดนตรีที่ร้อนแรงที่สุด มันที่สุด และเร้าใจที่สุดแห่งพ.ศ. ในวันที่ 6 พฤษภาคมนี้ เตรียมสนุกสุดๆ กับคอนเสิร์ตที่ไม่ควรพลาด จากเหล่าศิลปินแถวหน้าชื่อดังระดับโลก อย่าง... Disclosure สุดยอดคู่หูสายอิเล็กทรอนิกส์สุดล้ำจากเกาะอังกฤษ จะเดินทางมาเยือนเมืองไทยเป็นครั้งแรก ซึ่งการแสดงสดของพวกเขาได้รับการยอมรับไปทั่วโลกว่าเจ๋งมากๆ จนได้รับการเสนอเข้าชิงรางวัล แกรมมี่ อวอร์ดส์ และ บริต อวอร์ดส์ มาแล้วจากทั้งอัลบั้มแรก Settle และอัลบั้มล่าสุดอย่าง Caracal มานำทีมให้กับงาน Corolla Altis Esport Presents Together Festival 2016 ในครั้งนี้ซึ่งเป็นครั้งแรกของพวกเขาในการมาแสดงในประเทศไทย เป็นอีกครั้งที่ชาวไทยจะได้ Eat, Sleep, Cake, Repeat ไปกับดีเจซูเปอร์สตาร์ Steve Aoki เจ้าพ่อปาเค้ก, ดีเจ., โปรดิวเซอร์ชื่อดังเจ้าของค่าย Dim Mak Record ที่จะมาพร้อมกับซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุด 2 หนุ่มจากสวีเดน Christian Karlsson และ Linus Eklöw ที่เรารู้จักเขาในนาม Galantis เจ้าของ 2 รางวัลแกรมมี่ อะวอร์ด ในปีที่แล้วเขาได้ปล่อยผลงานอัลบั้มสุดฮิต Pharmacy รวมถึงเพลงฮอต อย่าง Runaway (U & I) ก็ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่ อะวอร์ด ในปีนี้อีกด้วย ครั้งนี้ Galantis เตรียมเซ็ตเดือดเพื่อมาฝากแฟนเพลงชาวไทยอย่างจุใจแน่นอน สายฟิวเจอร์ เฮ้าส์ ไม่ควรพลาด เมื่อดีเจหนุ่มสายเลือดฝรั่งเศส Tchami ที่สร้างชื่อจากการออกทัวร์ร่วมกับดีเจชื่อดัง Skrillex, Diplo และ DJ Snake ซึ่งล่าสุดเพิ่งฝากลีลาโชว์เร้าใจในเทศกาลดนตรียักษ์ของโลกอย่าง Coachella คราวนี้ Tchami จะมาร่วมเนรมิตความสนุกให้ระเบิดขึ้นสำหรับแฟนๆ ขาแดนซ์ในเมืองไทยได้เดือดกันอย่างเต็มที่แน่นอน การพบกันครั้งแรกในเมืองไทยของโปรดิวเซอร์ และดีเจสายแทรนซ์ชื่อดังเชื้อสายมอลโดเวีย Andrew Rayel เจ้าของ rank อันดับ40 จากการจัดอันดับ Top 100 DJ ของนิตยสาร DJ MAG ดีเจสองสาวจอมซ่าส์จากออสเตรเลีย อย่าง Nervo ปิดท้ายด้วยดีเจคู่หูสุดแสบจากเนเธอร์แลนด์ Firebeatz โดย คุณคริษฐ์ ยุวบูรณ์ Managing Director ของ Retox Sessions โปรโมเตอร์มือทองของเมืองไทย กล่าวถึงการจัดงานในครั้งนี้ว่า “ปีนี้นับเป็นปีที่ 5 ของการจัดงาน Together Festival ในประเทศไทย Line up ของงานเราในปีนี้ก็สามารถยืนยันถึงคุณภาพที่เรารักษาไว้ในทุกปีของการจัดงาน ด้วยการเป็นผู้สรรหาดีเจที่โดดเด่นชั้นนำระดับโลก โดยทาง Retox Sessions พร้อมสร้างความสุขอย่างคุ้มค่าให้กับแฟนๆ Together Fest ทุกท่าน ปีนี้เราการันตีเรื่องของศิลปินและความสุขเหมือนเช่นเคย ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของการทำงานจาก Retox Sessions ครับ..." พลาดไม่ได้กับเทศกาลดนตรีสุดมันระดับโลก Corolla Altis Esport Presents Together Festival 2016 วันศุกร์ที่ 6 พฤษภาคม 2559 ณ Hall 102-104 ไบเทค บางนา ประตูเปิดเวลา 16.00 น บัตรราคา 2,200 บาท มีจำหน่ายแล้ววันนี้ ที่ไทยทิกเก็ตเมเจอร์ โทร. 02-262-3456 และ www.togetherfestival.net (** จำกัดสำหรับผู้มีอายุ 20 ปีขึ้นไปเท่านั้น ต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชน หรือ หนังสือเดินทางก่อนเข้างาน**) มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

6 ค่ายยักษ์ใหญ่ชูทีเด็ด! งาน Bangkok Comic Con 2016 ที่ไปแล้วไม่ควรพลาด
Agent of S.H.I.E.L.D. /  Bangkok Comic Con 2016 / 

6 ค่ายยักษ์ใหญ่ชูทีเด็ด! งาน Bangkok Comic Con 2016 ที่ไม่ควรพลาด นับถอยหลังไม่กี่ชั่วโมงกับงานมหกรรมความบันเทิงแห่งประสบการณ์ป๊อบคัลเจอร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แบงค็อก คอมิค คอน 2016 (Bangkok Comic Con 2016) ที่ บริษัท ทรู วิชั่น กรุ๊ป จำกัด ขนทัพความบันเทิงระดับฮอลลีวูดมารวมกันอยู่ที่งานนี้เลยทีเดียว ซึ่งทีเด็ดของงานที่คนไทยไม่ควรพลาดมีดังต่อไปนี้ วอลท์ ดิสนีย์ ประเทศไทย มาร่วมงานครั้งแรกในปีนี้พร้อมพาแฟน ๆ ซูเปอร์ฮีโร่ไปร่วมนิทรรศการจากภาพยนตร์ที่ซูเปอร์ฮีโร่ที่ทั้งโลกรอคอย Captain America: Civil War (กัปตันอเมริกา: ศึกฮีโร่ระห่ำโลก) วอร์เนอร์ บราเดอร์ส (Warner Bros.) ไม่น้อยหน้าขนทีมตัวละครจากฝั่งดีซีที่เป็นวายร้ายจากเรื่อง Suicide Squad มาในงานนี้ และไฮไลต์อยู่ที่ บริการนกกระสา เบบี๋เดลิเวอรี (Storks) ซึ่งจะจำลองโรงงาน Stork ที่ใช้เทคโนโลยีสุดล้ำในการผลิตและส่งทารกโดยนกกระสา ทเวนตี้ เซ็นจูรี ฟ็อกซ์ (20th Century Fox) จัดเต็มกับภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ที่ทั่วทั้งโลกรอคอยอีกเช่นกัน X-Men Apocalypse (X-เม็น อะพอคคาลิปส์) และดับร้อนด้วยอุณภูมิขั้วโลกกับภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องดังอย่าง Ice Age: Collision Course (ไอซ์เอจ: ผจญอุกกาบาตสุดอลเวง) United International Pictures Thailand เตรียมเทคนิคสุดล้ำ Green Screen ที่ให้ผู้เข้าชมงานได้กลายเป็นหนึ่งในนักแสดงนำของภาพยนตร์เรื่อง Warcraft: The Beginning เสมือนยืนอยู่กลางสนามรบอย่างแท้จริง และอีกหนึ่งไฮไลต์คือการได้สัมผัสกับสี่นินจาเต่าไซส์จริงทั้งหมด 4 ตัว ในภาพยนตร์เรื่อง Teenage Mutant Ninja Turtles: Out of the Shadows HBO นาทีนี้น้อยคนนักที่จะไม่มีใครไม่รู้จักซีรีส์ชื่อดังของโลกอย่าง Game of Throne’s และเอกซ์คลูซีฟสุด ๆ ด้วยการเปิดให้ชมซีรีส์เรื่องนี้ในแบบ 4 มิติด้วยแว่น Virtual Oculus Rift ทันทีที่สวมแว่นสิ่งที่เคยเห็นในซีรีส์จะปรากฏขึ้นรอบตัวราวกับเป็นเรื่องจริงเลยทีเดียว FOX ค่ายทีวีซีรีส์อันดับ 1 ในสหรัฐอเมริกาเตรียมขนกองทัพซีรีส์ชื่อดังมาร่วมในงานแล้ว อาทิ Agent of S.H.I.E.L.D. ซีรีส์ NCIS และซีรีส์ The Walking Dead คาแรคเตอร์ตัวการ์ตูนจากต่างประเทศอีกมากมาย อาทิ โปเกมอน จาก True Visions, Bloody Bunny จาก 2 SPOT STUDIO, วันพีซและอุลตราแมน, กิงกะ จาก DEX, กล้วยหอมจอมซน จาก Australia Plus มหกรรมความสนุกสนานที่พร้อมสร้างความบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบนี้มีเพียง 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน – 1 พฤษภาคมนี้เท่านั้น ที่ไบเทค บางนา ฮอลล์ 101-102 บัตรเข้าชมงานราคา 200 บาท อย่าปล่อยให้ความสนุกสนานต้องผ่านจอทีวีเพียงอย่างเดียว เพราะงานนี้ทุกค่ายจะมาทำความรู้จักกับแฟน ๆ ทุกคนอย่างใกล้ชิด แฟน ๆ ห้ามพลาดโดยเด็ดขาด

รีวิว บุฟเฟ่ต์ทุเรียน  และผลไม้หลากชนิดที่ สวนละไม จ.ระยอง
ทุเรียน /  บุฟเฟ่ต์ทุเรียน / 

ช่วงนี้เป็นหน้าผลไม้ ที่ใครๆ ก็ต้องนึกถึง เงาะ ทุเรียน และจังหวัดที่คิดถึงแรกๆ คงไม่พ้นจังหวัด ระยองและจันทบุรี เมื่อปีก่อน เห็นมีในกรุงเทพฯ ที่เปิดบริการ บุฟเฟ่ต์ทุเรียน ซึ่งก็ประสบความสำเร็จมากๆ มีคนแชร์ และพูดถึงกันเยอะมากๆ แต่วันนี้ ผมมีโอกาสไป รีวิวบุพเฟ่ต์ผลไม้ ถึงสวนกันเลยทีเดียว ซึ่งก็ไม่ผิดหวัง เพอเฟ็คมากๆ เพราะเขาบริหารจัดการดี และเข้าใจถึงลูกค้าทุกขั้นตอนเลย นับว่าเป็นสวนผลไม้ที่น่าจับตามองเลยทีเดียว ซึ่งสวนที่ผมเพิ่งไปรีวิวมาก็คือ สวนละไม สวนผลไม้บนเขา พร้อมกับฟาร์มแกะ ที่มีไว้ต้อนรับลูกค้าที่ชอบแกะด้วยอีกทางหนึ่ง ป้ายหน้าทางเข้าสวนละไม บุฟเฟ่ต์ผลไม้ ที่สวนละไม มีบริการทั้งผลไม้ นานาชนิด เช่น เงาะ, ทุเรียน, ลองกอง, มังคุด, แก้วมังกร, มะม่วง, ขนุน, แตงโม  และส้มตำรสเด็ด โดยเฉพาะทุเรียนนั้น สามารถทานได้ไม่อั้น ถ้าไม่กลัวร้อนในซะก่อน ก็ทานได้เต็มที่เลย บางคนไม่ชอบทุเรียน ก็มีอย่างอื่นให้เลือก และส้มตำก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่หลายๆ คนชอบ วันที่ผมไปนั้นส้มตำ ตำแทบไม่ทันเลย เพราะอร่อยจริงๆ ทุกอย่างนี้คือฟรี ในราคา 300 บาทครับ สำหรับเด็กสูงไม่เกิน 120 ซม. คิดครึ่งราคา คุ้มจริงๆ เพราะเด็กๆ ชอบไปดูแกะด้วย โดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่มเลย เสียแค่ค่าหญ้า กำละ 10 บาทเท่านั้นเอง เริ่มต้นจากการเดินทาง เราไปแต่เช้าหน่อย คนจะไม่เยอะ ทางสวนบอกว่า ราวๆ 8-9 โมงเช้ากำลังดี ถ้าสายๆ คนจะเยอะมาก ทำให้ต้องรอคิวเยอะ และบางครั้งผลไม้อาจจะเติมไม่ทันบ้าง โดยเฉพาะเสาร์อาทิตย์ จะยิ่งเยอะมากๆ บางวันลูกค้ามากกว่า 1.5 พันคนเลยทีเดียว ซึ่งถึอว่าเยอะจริงๆ ครับ มาจากกรุงเทพฯ วิ่งราวๆ 2 ชั่วโมง จากมอเตอร์เวย์ วิ่งเส้น บ้านบึง-ระยอง แล้วไปกลับรถที่ กม.67 และเลี้ยวซ้ายก่อนถึงปั้ม ปตท. สังเกตป้ายบอกทาง ไปสวนละไม เป็นระยะๆ ไม่น่าหลง หลังจากจอดรถแล้ว ก็เดินไปที่เคาท์เตอร์ ซื้อตั๋วซะก่อน และก็ดูราคาต่างๆ ตามป้ายนี้เลยครับ หลังจากซื้อตั๋วแล้วก็รอให้เจ้าหน้าที่เรียกขึ้นรถครับ โดยจะนั่งแถวละ 4 คน/คันๆ หนึ่งก็ได้ราวๆ 10 - 20 คนนะ บัตรเข้าสวนละไม เพื่อชิมบุฟเฟ่ต์ผลไม้ เจ้าหน้าที่จะฉีกเก็บไว้ส่วนหนึ่ง เราเก็บไว้ด้วยเพื่อเอามาเข้าชมฟาร์มแกะอีกครั้ง อย่าเพิ่งทิ้งบัตรนะครับ เสร็จแล้วก็ขึั้นรถวิ่งขึ้นเขา เพื่อไปชิมผลไม้สดๆ จากต้นกันเลย ถึงแล้วจุดแรก จะจอดให้เรากินเงาะ ที่ทางสวนเก็บไว้ให้ครับ ซึ่งตอนที่เราไป เงาะยังไม่สุกเลย ทางสวนก็เลยไปเก็บจากต้นที่สุกแล้วมาไว้ให้เรา พร้อมมีเงาะลอยแก้ว และน้ำดื่มต่างๆ บริการฟรีจุดนี้ เงาะยังไม่สุกมันก็เขียวๆ แบบนี้ล่ะครับ ใจจริงอยากเก็บเงาะจากต้นเลยนะ ไปเร็วเกินยังไม่สุกก็ได้แต่ถ่ายรูปมาฝากนี่แหละ ไว้ราวๆ ปลายเดือนพฤษภาคม ถึงต้นๆ เดือนมิถุนายน น่าจะสุกแดงเต็มที่แล้วครับ จากนั้น นั่งรถต่อไปบนเขาอีกนิดหน่อย ก็จะเจอจุดทานทุเรียนและผลไม้อื่นๆ เป็นซุ้มใหญ่เลยนะครับ ราวๆ 3 ซุ้ม และมีเป็นโต๊ะๆ บริเวณที่โล่งๆ อีกหลายจุดไว้บริการ เลือกได้เลยว่าจะนั่งตรงไหน ขนาดผมไปถึงราวๆ 9 โมงกว่าๆ คนก็เยอะแล้วนะครับเนี่ย ไว้คราวหน้าไปวันธรรมดาดีกว่า คนน่าจะน้อยกว่านี้ จุดนี้จะมีต้นทุเรียนเยอะแยะ ซึ่งที่นี่จะมีเฉพาะ ทุเรียนหมอนทองนะ มีก้านยาวต้นเดียว ส่วนชะนีไม่มีเลย ส่วนใหญ่ไปถ่ายรูปนะครับ ส่วนทุเรียนที่เราไปกินเขาจะมีแกะไว้ให้อยู่แล้ว บุฟเฟ่ต์ทุเรียน ที่ จ.ระยอง จุดที่เราไปยืนต่อแถวรับทุเรียนไปทานครับ มีทั้งหมอนทอง และ ชะนี แต่ที่รอๆ กันนี่คือรอหมอนทองทั้งนั้นเลย ส่วนชะนี ก็ที่เห็นๆ นี่แหละครับ คนกินน้อยกว่าหมอนทอง ผลไม้อย่างอื่นก็มีนะครับ ที่ทางสวนเตรียมไว้ให้กลัวลูกค้าไม่อิ่ม นอกจากผลไม้ ก็มีส้มตำไว้บริการด้วย ส้มตำขายดีจริงๆ รอคิวกันยาวเหยียด ตำแทบไม่ทันเลย จุดบริการทุเรียนอีกจุดหนึ่ง แกะแล้วกินเลย สดๆ อร่อยมากๆ ใครอยากกินข้าวเหนียวทุเรียนก็มีบริการนะครับ ทุกอย่างฟรีหมด มีแรงกินกินเลยทั้งวัน ไหนก็มาแล้ว ทำตามกติกากันหน่อยครับ ป้ายชี้แจงเรื่อง รับทุเรียนครั้งละ 1 จาน เพราะบางคนหยิบไปเยอะแล้วกินไม่หมด จะเสียของนะครับ หลังกินเสร็จก็มีจุดให้ล้างมือ ดับกลิ่นทุเรียนด้วย ไม่ต้องห่วงเรื่องกลิ่นบนรถไม่มีแน่นอน สุดท้าย หลังจากกินทุเรียน ผลไม้อื่นๆ และส้มตำอิ่มหนำสำราญแล้ว ก็นั่งรถลงมา เพื่อชมฟาร์มแกะที่ด้านล่างกันต่อ ซึ่งใครพาเด็กๆ ไปก็รับรองไม่ผิดหวังครับ สนุกสนานเขาล่ะ โดยเฉพาะถ้าไปวันที่ไม่ค่อยมีแดด ไม่มีฝนด้วยละก็ เด็กๆ ไม่อยากกลับบ้านกันเลยทีเดียว สำหรับทริปนี้คงจะพอแค่นี้ก่อนนะครับ ไว้คราวหน้า ผมจะเสาะหาสวนเงาะ สวนทุเรียนแห่งใหม่ มาแนะนำเพื่อนๆ อีกเช่นเคย แล้วพบกันครับ (เป็นบทความของปี 2558 ที่เคยไปเมื่อที่แล้ว ส่วนรายละเอียดของปี 2559 ตามได้ที่แฟนเพจเลยค่ะ) ติดต่อสอบถามได้ที่ 098-737-4983, 098-737-4984, 098-737-4985 ข้อมูลอื่นๆ ในการชม สวนละไม คลิกที่นี่