รูปภาพท่องเที่ยว

ให้ขุนเขา และสายหมอก โอบกอดคุณที่ คาเมรอน ไฮแลนด์
cameron highlands /  การท่องเที่ยวมาเลเซีย / 

คาเมรอน ไฮแลนด์ (cameron highlands) เมืองแห่งหุบเขาที่วางตัวอยู่ทางตอนเหนือของประเทศมาเลเซีย ที่รัฐปาหัง อาจจะเป็นชื่อที่พอคุ้นหูนักเดินทางบ้าง ข้อมูลโดยสังเขปของที่ราบสูงที่ถูกขุนเขา และเมฆหมอกโอบกอดตลอดทั้งวันแห่งนี้ อยู่ห่างจากกัวลาลัมเปอร์ เพียงแค่ 200 กิโลเมตรหรือ 4 ชั่วโมงด้วยการเดินทางโดยรถยนต์ ซึ่ง อาจจะมีบางช่วงบ้างที่ใช้หน่วยเป็นกิโลแม้วเพราะบางเส้นทางที่พาเราไต่ลัดเลาะขึ้นเขามีความสลับซับซ้อน ที่นี่ถูกค้นพบโดย วิลเลียม คาเมรอน นักสำรวจชาวอังกฤษ ในปี 1885 ก่อนที่จะถูกพัฒนาให้มีชุมชนเป็นเมืองพักตากอากาศของผู้สูงอายุ ข้าราชการเกษียณเจ้าของไร่ชา และฟาร์ม รวมไปถึงชาวจีน ที่ทำไร่และสวนผัก โดยเข้ามาจับจ้องพื้นที่อยู่ร่วมกับคนท้องถิ่นที่มีอยู่ก่อน สร้างความหลากหลายและสีสันให้กับเมืองบนที่ราบสูง ที่อยู่ใกล้แผ่นฟ้าที่สุดในดินแดนมาเลเซีย คาเมรอน ไฮแลนด์ ประกอบด้วยสามเมืองเล็กๆ คือ ริงเลต, ทานาราตา และ บรินชาง เรียงตามลำดับความสูงจากน้ำทะเล ด้วยสภาพอากาศที่น่าอิจฉาเฉลี่ยแค่ 18 องศาตลอดทั้งปี ห้องพักบางโรงแรมไม่ง้อเครื่องปรับอากาศ และพัดลม ไม่ต้องแปลกใจเลยว่า ที่ราบสูงแห่งนี้คือสถานที่พักผ่อนตากอากาศยอดนิยมของชาวมาเลเซีย และนักท่องเที่ยวจากชาติอื่นๆ ที่ตบเท้าเดินทางไปเยี่ยมเยียนกันตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นฤดูอะไร ที่ คาเมรอน ถือว่ามีความหลากหลายทางเชื้อชาติ อาศัยอยู่รวมกัน ทั้งชาวมาเลย์ จีน อินเดีย และชาติอื่นๆ ทำให้มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่สัมผัสและเข้าถึงได้ง่ายที่สุดโดยใช้เวลาไม่นานเห็นทีจะเป็นอาหารของแต่ละชาติ แนะนำว่า ไม่ควรพลาด เมนูหม้อไฟ ที่ขึ้นชื่อของทีนี่ และถ้าคุณใจเด็ดพอ อาหารอินเดียแท้ๆเสิร์ฟบนใบตอง ก็เป็นตัวเลือกที่ท้าทายไม่น้อย หรือจะลองอาหารแบบมาเลย์แท้ๆก็มีให้ลองลิ้ม ไปทำอะไรกันดีที่ คาเมรอน ไฮแลนด์ ไร่ชา แรกเริ่มเดิมทีคาเมรอน ไฮแลนด์ มีชาเป็นผลผลิตทางการเกษตรเป็นอย่างแรก ก่อนที่ทุกวันนี้จะกลายเป็นแหล่งผลิตชาแหล่งใหญ่ที่สุดของมาเลเซีย ซึ่งนักท่อเที่ยวจะเห็นว่าภูเขาถูกปกคลุมไปด้วยสีเขียวของใบฟ้าตัดกับท้องฟ้าสีครามและเมฆสีขาว และมีชาชื่อดังอย่าง BOH ที่มีไร่ชาหลายร้อยไร่บนหุบเขา และมีโรงงาน แถมมีร้านชาที่อยู่ท่ามกลางบรรยากาศของขุนเขาที่ปกคลุมไปด้วยต้นชา โดยมีชาหลากหลายชนิด พร้อมกับขนมเค้กให้นั่งละเลียดไปกับบรรยากาศแสนสดชื่น ฟาร์มสตรอว์เบอร์รี ด้วยอากาศที่เย็นสบาย ทำให้ผลไม้ในเมืองหนาวอย่าง สตรอว์เบอร์รี สามารถปลูกได้ง่ายๆ และเป็นอีกหนึ่งผลผลิตหลักที่คุณจะพบได้ทั่วไปบนที่ราบสูงแห่งนี้ ฟาร์มปลูกสตรอว์เบอร์รี มีหลายแห่งให้เลือก ที่มีทั้งแบบให้เข้าไปเลือกเก็บสดๆจากต้นเอง หรือจะซื้อแบบที่แพ็กใส่กล่อง พร้อมช็อคโลแกตแบบฟองดูให้จิ้ม นอกจากนี้ยังมีเป็นรูปแบบแปรรูปทั้งแยม และไอศกรีมสุดแท้แต่จะคิดค้นกันออกมาได้ ฟาร์มผีเสื้อ ถ้าคุณหลงรัก สีสันสวยงามของผีเสื้อ และดอกไม้ ก็ไม่ควรพลาดการไปชื่นชมความงามของฟาร์มผีเสื้อที่ประชากร นานาพันธุ์ แถมผีเสื้อยังรู้งาน อยู่นิ่งๆให้ถ่ายภาพกันได้ตามใจชอบ และยังมีสัตว์แปลกๆ หายากๆให้ดูอีกเพียบ ฟาร์มดอกลาเวนเดอร์ น่าจะเป็นดอกไม้ที่ชื่อคุ้นหูคุ้นตา แต่อาจจะไม่ได้เห็นตัวจริงกันนัก ที่ฟาร์มดอกลาเวนเดอร์แห่งนี้จะทำให้คุณได้ฟิน เพราะอัดแน่นไปด้วยดอกลาเวนเดอร์สีม่วง แถมยังมีดอกไม้อื่นๆมากมายสีสันอย่างเช่น ซัลเวีย บีโกเนีย เหมาะแก่การถ่ายรูปเป็นที่ระลึก แถมยังมีมุมของฝากให้เลือกชมกันอีกด้วย ตลาด Kea Farm ผลผลิตแทบจะทั้งหมดของ คาเมรอน ไฮแลนด์ ถูกรวบรวมมาไว้ที่นี่ ตลาดเล็กๆที่น่ารักแห่งนี้ที่มีตั้งแต่ ผักผลไม้สดๆ จากสวนของชาวไร่ที่นี่ ไปจนถึงของฝาก กระจุกกระจิกทั้งหลาย ให้เลือกซื้อ เลือกช็อปกันตามใจชอบ เดินป่า กิจกรรมการเดินป่า ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ค่อนข้างป็อบปูล่าในหมู่นักท่องเที่ยวทางฝั่งยุโรปไม่น้อยเลยที่เดียว แถมที่ คาเมรอน ไฮแลนด์ ยังมีเส้นทางหลากหลายให้เลือกไปเดินได้ตามใจชอบ และที่โรงแรมมักจะมีป้ายเตือนให้นักท่องเที่ยวแจ้ง พนักงานของโรงแรมก่อนทุกครั้งหากอาจจะออกไปหาความท้าทายตามเส้นทางในป่า เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเอง ทั้งหมดทั้งมวลนี้ คงเทียบไม่ได้ กับการสัมผัสด้วยตา รับรู้ด้วยตัวเอง ว่าแล้วก็อยากจะเชิญชวนเก็บกระเป๋าเดินทาง วางแผนไปสูดอากาศบริสุทธิ์ที่ คาเมรอน ไฮแลนด์ ไปอยู่ท่ามกลางสายหมอกและอ้อมกอดขุนเขา ดูซักครั้ง สำหรับการเดินทาง นอกจากการเดินทางด้วยเครื่องบินไปลงยังกัวลาลัมเปอร์ แล้วต่อรถไปยังจุดหมาย นักท่องเที่ยวสามารถขับรถเข้ามาทางด่านสะเดา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แล้วเดินทางสู่คาเมรอน ไฮแลนด์ได้เช่นกัน คลิกตรงนี้สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมจากการท่องเที่ยวมาเลเซีย ขอขอบคุณ การท่องเที่ยวมาเลเซีย Asialife Media Thailand

หมอชิตแน่น-หัวลำโพงคึก ปชช.ทยอยกลับเข้ากทม.
ข่าวล่าสุด /  วันสงกรานต์ / 

บรรยากาศหมอชิต 2 ประชาชนยังทยอยเดินทางกลับเข้า กทม.ต่อเนื่อง ขณะที่หัวลำโพงเช้านี้คึกคัก จนท.ตร.รถไฟพร้อมอำนวยความสะดวก บรรยากาศการเดินทางกลับเข้ากรุงเทพมหานครของประชาชน ที่ สถานีขนส่งหมอชิต 2 ในช่วงเช้าวันนี้ ซึ่งเป็นวันทำงานวันแรก หลังการหยุดยาวช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ พบว่า ยังมีประชาชนทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง และส่วนใหญ่ต่างแบกสัมภาระกลับมาเพื่อมาเป็นเสบียงลดค่าครองชีพ ใน กทม. ทั้งข้าวสารและอาหารแห้งต่างๆ ซึ่งการเดินทางกลับของประชาชนในวันนี้ อาจไม่มากเหมือนเมื่อวานนี้ ที่ บขส.คาดว่าจะมีคนเดินทางมากที่สุด ราว 150,000 คน พร้อมประสานกับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. จัดรถรองรับผู้โดยสารเฉพาะที่สถานีขนส่งหมอชิต 2 เพิ่มขึ้นด้วย ป้องกันปัญหาแท็กซี่มีไม่เพียงพอ ในขณะที่การจราจรโดยรอบสถานียังถือว่าใช้การได้ดี ซึ่งทางกรมทหารราบที่ 11 ได้นำรถมาร่วมบริการประชาชนเพื่อออกไปต่อแท็กซี่ด้านนอก บริเวณ BTS หมอชิต และสวนจตุจักร หัวลำโพงเช้านี้คึกคักปชช.ทยอยเดินทางเข้ากทม. บรรยากาศที่สถานีรถไฟกรุงเทพ หรือ หัวลำโพง ในช่วงเช้าวันนี้ (16 เม.ย.) เป็นไปด้วยความคึกคัก ประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้ทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพมหานคร ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจการเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวต่างจังหวัดเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ เพื่อเตรียมตัวปฏิบัติงานในวันนี้ซึ่งเป็นวันแรกในการเริ่มทำงานตามปกติ โดยประชาชนส่วนใหญ่มีการขนสัมภาระและสิ่งของต่างๆ รวมถึงของอุปโภคบริโภคมาด้วย อย่างไรก็ตาม สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟคอยดูแลรักษาความปลอดภัย พร้อมอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ ให้กับประชาชนที่มาใช้บริการ ซึ่งบรรยากาศโดยทั่วไปเป็นไปด้วยความเรียบร้อย หัวลำโพงปชช.ทยอยเดินทางเข้า-ออกอย่างต่อเนื่อง บรรยากาศที่สถานีรถไฟกรุงเทพ หรือ หัวลำโพง ล่าสุด ประชาชนยังคงเดินทางเข้ากรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังมีประชาชนที่เดินทางออกต่างจังหวัดด้วยเช่นกัน พร้อมกันนี้ ภายหลังจากรถไฟเข้าเทียบชานชาลาทุกขบวนแล้ว จะมีเจ้าหน้าที่การรถไฟ คอยทำการตรวจสอบความปลอดภัย และทำความสะอาดทุกครั้งก่อนการเคลื่อนขบวนออกไปตามจุดหมายต่างๆ ทั้งนี้ มาตรการรักษาความปลอดภัยนอกจากจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟแล้ว ยังมีเจ้าหน้าที่ทหารตั้งจุดเพื่อให้บริการประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือ รวมถึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ส่วนการให้บริการรถโดยสารต่างๆ บริเวณด้านหน้าสถานีรถไฟหัวลำโพง ยังคงมีให้บริการอย่างเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน

ปชช.เดินทางกลับกทม.มิตรภาพคล่องตัวหัวลำโพงคึกคัก
ระเบิดบางนา /  สงกรานต์58

ถนนมิตรภาพมุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ จราจรเคลื่อนตัวได้ต่อเนื่อง จนท.ตั้งจุดให้บริการประชาชน ขณะหัวลำโพงคึกคักแล้ว ประชาชนทั้งชาวไทยและต่างชาติได้ทยอยเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร อย่างต่อเนื่อง บรรยากาศการสัญจรของประชาชนและนักท่องเที่ยวบริเวณถนนมิตรภาพเพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพมหานคร ภายหลังการท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนาของประชาชนจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ล่าสุดบริเวณร้านขายของฝากและของที่ระลึกในช่วงเส้นทางก่อนถึงหน้าโรงงานอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ และตลอดเส้นทางการจราจรยังคงเคลื่อนตัวได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีการติดขัดแต่อย่างใด นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ทั้งหน่วยงานรัฐและภาคเอกชนได้มีการตั้งจุดบริการประชาชน จุดพักรถ รวมถึงจุดบริการรถพยาบาลฉุกเฉิน รถดับเพลิงและถังดับเพลิงเพื่ออำนวยความสะดวกประชาชน และนักท่องเที่ยวที่เดินทางสัญจรไปมา รวมถึงมีการติดป้ายหลีกเลี่ยงเส้นทางหรือการใช้ทางลัดเพื่อป้องกันรถขัดในขณะที่สัญจรมาไป ตลอดเส้นทางมีการปิดจุดกลับรถชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย. ที่ผ่านมาจนถึงวันที่ 19 เม.ย. เพื่อไม่ให้การจราจรเกิดการติดขัดและหลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตามคาดว่าการจาจรในช่วงถนนมิตรภาพจะเริ่มหนาแน่นมากขึ้นในช่วงเย็นวันนี้ เสาร์ และ อาทิตย์ เนื่องจากประชาชนและนักท่องเที่ยวเริ่มเดินทางเพื่อไปทำงานในวันจันทร์ที่ 19 เม.ย. นี้ ส่วนสภาพการจราจรและประชาชนที่เริ่มทยอยกลับเข้ากรุงเทพมหานคร พบว่าท่ารถต่างจังหวัดหน้าโรงภาพยนตร์เมเจอร์ รังสิต ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เริ่มมีประชาชนกลับเข้ากรุงเทพฯ บ้างแล้ว แต่ยังไม่มากนัก ซึ่งทุกคนที่กลับมาต่างขนสัมภาระมาเหมือนทุกปีที่ผ่านมา ขณะที่ภาพการจราจรถนนพหลโยธินขาเข้า กม.35 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พบว่ารถที่เข้ากรุงเทพฯ ยังมีปริมาณน้อยทำความเร็ว คาดว่าในช่วงบ่ายประชาชนและปริมาณที่กลับเข้ากรุงเทพฯ จะมีมากขึ้น

หมอดู 10 โหราศาสตร์สุดแปลก Thailand Only
ดูดวง /  ศาสตร์แปลก / 

หมอดู ศาสตร์แปลกในประเทศไทย ขึ้นชื่อว่า Thailand Only ย่อมไม่มีใครเหมือนอย่างแน่นอน ไม่เว้นแม้แต่ศาสตร์ดูดวงในเมืองไทยมี หมอดู ชื่อดังที่ใช้ ศาสตร์อื่นๆในการทำนายดวง ที่ไม่เหมือนศาสตร์ทั่วไปที่เราคุ้นเคย แม่หมอ แห่ง Horoscope.mthai.com  เลยรวบรวม 10 หมอดู ศาสตร์แปลก มาฝากกันค่ะ เผื่อจะสนใจเป็นอีกตัวเลือกใหม่ในการดูดวง 1. ดูดวงจาก รูเล็ต โดย "หมอ เอื้อ อัครเทพ" หมอดู รูเล็ตผ่าดวง หนึ่งเดียวในโลก ใช้เวลาศึกษาคิดค้นศาสตร์ดูดวงด้วยรูเล็ตกว่า 10 ปี เป็นการนำเอา 4 ศาสตร์ แห่งการหยั่งรู้ ทั้งตะวันตก และ ตะวันออก มารวมกันและปรับใช้ เข้าหากันอย่างลงตัว 4 ศาสตร์ จำแนก ชะตา ชีวิต ทั้ง 4 แขนง ได้แก่ 1.)การพยากรณ์ที่อาศัยจักรวาลและดวงดาวในการทำนาย เช่น โหราศาสตร์ หัวใจของดวงดาว 2.)การพยากรณ์โดยอาศัย วิธีการอธิฐานศาสตร์ เช่น เซียมซี หัวใจของเทพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 3.)การอาศัย ร่างกายในการทำนาย เช่น โหงวเฮ้ง ลายมือ หัวใจของฟ้า 4.)การพยากรณ์ที่อาศัย พลังจิต เช่น การนั้งทางใน หัวใจของสวรรค์ เมื่อนำทั้ง 4 ศาสตร์มารวมกัน ได้เป็นเป็นศาสตร์ใหม่ ผสมผสานอย่างลงตัว โดยให้ผู้รับคำทำนาย อธิฐาน ในสิ่งที่อยากรู้ แล้วหมุนวงล้อรูเล็ตและปล่อยลูกบอลให้วิ่งไปบนวงล้อนั้น ลูกบอลจะตกลงไปอยู่ในช่องใดช่องหนึ่ง ซึ่งทุกช่อง ทุกเลขมีความหมาย เป็นรหัสลับจากสวรรค์ รหัสลับแห่งชีวิต เป็นสัญญลักษณ์ของดวงดาวทางโหราศาสตร์ และเลขศาสตร์ (Numerology)  สามารถบอกได้ ทั้งเคระห์กรรมดีและไม่ดี ทั้งบุญและบาปของบุคคลนั้น 2."ศาสตร์ไพ่มาจอง" หรือไพ่นกกระจอกของนักโหรา "ฮั่น มาจอง" ที่ผันตัวเองจากอินทีเรียมือดี มาเป็นนักทำนายดวงอาชีพเมื่อ 6-7 ปีที่ผ่านมา ฮั่น มาจอง อธิบายศาสตร์การดูดวงของตัวเองให้ฟังว่า การดูไพ่ของเขานั้นมีรากมาจากสังคมเกษตรกรรม อิงกับปรัชญาจีนโบราณ แล้วผนวกกับความรู้ด้านอื่นๆ ของจีน ผ่านตัวไพ่ 144 ตัว พร้อมด้วยกระดานนภา 13 ตำแหน่ง จึงต่อยอดการตอบโจทย์ของผู้มาทำนายได้หลากหลาย ประมาณว่าอยากรู้อะไรก็บอกได้ และให้รายละเอียดได้เป็นอย่างดีอีกด้วย การดูดวงทั่วไปแบบวันเดือนปีเกิดจะให้แต่พื้นดวงว่าใครวาสนาจะเป็นอย่างไร แต่ตัวไพ่มาจองจะให้รายละเอียดในเรื่องของคำตอบ แบ่งเป็น 4 ด้าน ได้แก่ ดวงชะตาตัวเอง สิ่งกำลังเกิดขึ้น การตอบโจทย์ปัญหา และบทสรุปของการแก้ปัญหา และมีความเชื่อของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของจีนเข้ามาด้วย อย่างไรก็ตาม ผมนิยมดูอนาคตมากกว่าอดีต ส่วนความแม่นยำของการทำนายก็อยู่ที่ราวๆ 70% ขึ้นไป 3.หมอดู สเก็ตซ์กรรม โด่งดังและเป็นที่พูดถึงมากที่สุดในช่วงนี้ หลังจากที่ได้มาออกรายการวูดดี้เกิดมาคุยถึงหลายครั้ง สำหรับ "หมอเก่ง สเก็ตซ์กรรม" กับเรื่องราวและความสามารถของเขา ที่ไม่เหมือนคนอื่น ด้วยการวาดภาพวิญญาณที่กำลังรังควาน และ รับรู้ได้ว่าวิญญาณเหล่านี้นั้นเป็นใคร และเกี่ยวข้องอะไรกับคนที่มีชีวิตอยู่ หมอเก่ง ได้เล่าว่าเคยเฉียดตายมาแล้วตอนอายุ 9 ขวบ และด้วยการจมน้ำและฟื้นขึ้นมาพร้อมกับมีเหรียญหลวงพ่อบ้านแหลมติดมาด้วยนั้นเอง ซึ่งพ่อของหมอเก่งเชื่อว่าเป็นเพราะบารมีของหลวงพ่อช่วยชีวิตหมอเก่งเอาไว้ และหลังจากนั้น หมอเก่งก็ได้ไปบวชและก็พบเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับดวงวิญญาณไม่ว่าจะเป็น ผี คนตาย และ เจ้ากรรมนายเวร จากที่เห็นเพียงเลือนลางมาเป็นภาพขาวดำ จนเห็นชัดเป็นสี จนสามารถสเก็ตซ์ออกมาเป็นภาพได้อย่างชัดเจน และก็ยังสามารถรับรู้ได้อีกด้วยว่า เป็นใครมาจากไหน แล้วเป็นอะไรตาย และต้องการอะไร รวมไปถึงคนที่มีปัญหาในชีวิต ชีวิตไม่ราบรื่น ทำไมไม่รวยสักที ซึ่งหมอเก่งก็สามารถสเก็ตซ์และบอกได้ว่าเพราะอะไร? 4.หมอดูหลังมือ เคยแต่หงายมือให้หมอดู มาครั้งนี้คว่ำมือให้ “อ.คงชลัฐ สว่างเรือง”ทาย ซึ่งบอกตรงๆ ว่า อึ้ง ทึ่ง เสียว เพราะ 80-90% ถูกต้อง หลักการทายหลังมือมีเส้นชีวิต เส้นการงาน เส้นกำเนิด เส้นการเงิน และเส้นอารมณ์ หลายเส้นที่คล้ายกับการดูฝ่ามือด้านใน เช่น ถ้าเส้นชีวิตขึ้นซ้อนกันจะเก็บเงินอยู่และร่ำรวย แต่ถ้าเส้นถ่างออกกว้างจะเก็บเงินไม่อยู่  บางคนมีเส้นนี้ชัดจะร่ำรวยมาก หลังมือดูได้ทั้งอดีต ปัจจุบัน อนาคต และดีกว่าหน้ามือตรงที่ให้คำทำนายชัดเจนได้เป็นพิเศษเกี่ยวกับเรื่องโรคภัย ไข้เจ็บ เรื่องโรค เรื่องเคราะห์จะแม่น สีของเล็บก็ใช้ดูประกอบด้วย สีเล็บของแต่ละนิ้วหมายถึงจุดต่างๆ ในร่างกาย จะบ่งบอกถึงอาการและชนิดของโรคที่เจ้าของมือเป็น  หลายครั้งที่เส้นมรณะขึ้น อาจารย์บอกว่าดูแล้วไม่เคยพลาด คนที่มีเส้นนี้ขึ้นมักต้องเสียชีวิตภายใน 2 สัปดาห์ เส้นหลังมือนี้ไม่เปลี่ยน ไม่ลด มีแต่จะเพิ่มขึ้น การต่อของเส้น หรือการประของเส้นมีความหมายในทางพยากรณ์ทั้งสิ้น  ที่สำคัญต้องขอบอกว่าแม่นยำเหนือความคาดหมายจริงๆ!! 5.โหรกีตาร์ "กฤษณะ วงศ์นาวัฒน์" เป็นที่รู้จักกันดีเมื่อเขาออกรายการโทรทัศน์และได้รับการสัมภาษณ์ลงหนังสือมากมายหลายฉบับ นักดนตรีที่มาพร้อมกับกีตาร์คู่ใจ โดยจะให้ลูกค้าเลือกคอร์ดเองว่าชอบคอร์ดไหนเป็นพิเศษ และถ้าระดับตัวโน้ตแตกต่างกันไป ก็จะทำให้พลังงานที่ออกมานั้นแตกต่างกันด้วย กล่าวคือกีตาร์นั้นสามารถแยกเสียงได้เป็น 21 เสียง เท่ากับ 21 ประเภทบุคคล มีคอร์ดพิเศษอีก 8 คอร์ด รวมทั้งหมดเป็น 29 คอร์ด เมื่อรวมทุกรายละเอียดของคอร์ดแล้วก็จะเสมือนว่าเท่ากับหนึ่งภพภูมิ คือจักรวาลของโลกเราพอดี และเมื่อเราเลือกคอร์ดแล้ว หมอกฤษณะจะเล่นกีตาร์ด้วยคอร์ดที่เลือกอย่างไพเราะเพราะพริ้งสมกับเป็นนัก ดนตรีเก่า พร้อมกับบอกคำทำนาย 6.สัมผัสจิตผ่านใบไม้ ได้ยินไม่ผิด! ใบไม้บอกชะตาชีวิตหรือพื้นฐานชีวิตของทุกคนได้ ต้นไม้เป็นเหมือนชีวิตเรามากที่สุด เพราะมีเกิด เติบโต เติบใหญ่ แตกกิ่งก้านสาขา ออกดอกออกผล แม้แต่การหายใจก็ยังต้องใช้ออกซิเจน "สุมาลี อาแวกะจิ" หรือชื่อที่เธอขอให้ทุกคนเรียกคือ พี่บิ๋ม ชาวปราจีนบุรีวัย 47 ปี สืบทอดศาสตร์การดูใบไม้มาจากคุณพ่อ เธอบอกว่าวิชานี้ไม่มีการเรียนการสอนที่ไหน แต่เมื่อถึงเวลาก็จะดูได้เอง และจะสืบทอดไปถึงรุ่นลูก ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะเป็นลูกคนไหน วิธีดูใบไม้ของพี่บิ๋มคือ ให้เลือกใบไม้ไปให้พี่บิ๋มดูคนละใบ นั่งเผชิญหน้ากัน แล้วสัมผัสจิตผ่านใบไม้ เธอจะบอกเรื่องราวและตอบข้อข้องใจแก่ผู้ดูได้ไม่มีที่สิ้นสุด จะคุยสั้นคุยยาวแค่ไหนขึ้นอยู่กับแต่ละคน ที่พิเศษคือมีการติดตามผล โดยจะซักถามภายหลังว่าประสบความสำเร็จหรือไม่ อย่างไร สุดยอดจริงๆค่ะ 7.ไพ่ไทย ไพ่ไทยชุดแรกของไทยและของโลก อันเกิดจากการศึกษาเรียนรู้และสั่งสมการทำนายของโหราศาสตร์ทุกแขนงเพื่อถ่าย ทอดเป็นรูปภาพลงในรูปไพ่ ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดย อ.พรหมญาณ รัตนญาณพิโมกขิ์ นำเอาประวัติเทพเทวดาและเรื่องราวของตัวละครในวรรณคดีและนิทานพื้น บ้านของไทยมาใช้ในการอธิบายบนหน้าไพ่ เช่น ขุนแผนกับนางพิมพิลาไลย นางเบญจกัลยาณี ไกรทองปราบชาละวัน พระรามกับนางสีดา พระอภัยมณีกับนางผีเสื้อสมุทร และพระพรหมฤๅษี ฯลฯ นอกจากนั้นแล้วยังมีไพ่อีกสองใบที่จะไม่นำมาสับรวมในสำรับเด็ดขาด นั่นก็คือพระพรหม และพญาพิเภก ซึ่งถือว่าเป็นไพ่ครู ใช้สำหรับการวางเป็นตัวแทนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้การดูไพ่แม่นยำและถูกต้องมากยิ่งขึ้น จุดเด่นของไพ่พรหมญาณอยู่ที่ความง่าย เพราะเมื่อดูภาพแล้วจะสามารถเข้าใจได้ในระดับหนึ่ง เพราะทุกอย่างที่อยู่บนหน้าไพ่นั้นผูกพันกับเราคนไทยมานานแสนนานแล้ว ไม่แปลกที่เมื่อพลิกไพ่ขึ้นมาคุณจะทั้งตื่นเต้น สนุกสนานและเพลิดเพลิน รวมทั้งเข้าใจอารมณ์ของไพ่เป็นอย่างดี เหมือนกับว่ากำลังอ่านวรรณคดีไทยฉบับรีมิกซ์อยู่เลยทีเดียว 8.หมอดูลายเท้า วิชาดูลายเท้าเป็นของศาสนาอิสลาม ในวัยเด็กครอบครัวของ  อ.พิศมัย ทรัพย์สุคนธ์ นับถือศาสนาอิสลาม และเรียนวิชาดูลายเท้าตั้งแต่อายุ 8 ปี เรียนจบตอนอายุ 16 และเริ่มดูหมอนับแต่นั้นมา 60 ปี ผ่านไป ศาสตร์การดูลายเท้าทำให้เธอโด่งดังมากขึ้น ทั้งออกรายการโทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ และชื่อเสียงก็แพร่หลายไปยังนานาประเทศ การดูลายเท้าไม่ใช่ว่าใครจะดูจะศึกษาก็ได้ แต่ศาสตร์จะเป็นผู้เลือกคนที่จะเป็นหมอดูเอง อ.พิศมัยพูดถึงตัวเองว่า เป็นลูกชาวนาชาวไร่ แต่ฝ่าเท้านิ่ม มีลายเท้าไม่เหมือนใคร อ.พิศมัย สามารถดูลายเท้าไม่ถึง 5 วินาที ก็สามารถเล่าเรื่องราวชีวิตของคนคนนั้นได้เป็นฉากๆ  การดูลายเท้าก็เหมือนการดูลายมือ เส้นไม่เปลี่ยนแต่อาจจะมีเพิ่มขึ้น อ.พิศมัยแอบเผยความลับลายเท้าให้เรารู้ว่า ถ้าใครมีเส้นกากบาทขึ้นที่บริเวณนิ้วโป้งเท้า นั่นหมายความว่าดวงถึงฆาต! แต่เธอสามารถบอกวิธีต่ออายุได้ จะจริงเท็จอย่างไรคงต้องพิสูจน์ด้วยตัวเอง 9.ศาสตร์แห่งครัสตัล "กามล แสงวงศ์" เอ่ยว่าศาสตร์การดูดวงแขนงนี้เขาเป็นเจ้าตำรับคิดขึ้นมาเอง โดยดัดแปลงตกผลึกจากศาสตร์พยากรณ์โหราศาสตร์สากล ดวงดาว ไพ่ยิปซี และเลขศาสตร์ และใช้คริสตัล 5 สี ได้แก่ สีแดง สีขาว สีน้ำตาล สีฟ้า และสีฟ้าอมเขียว เป็นตัวแทนธาตุไฟ, ดิน, น้ำ, ลม และไม้ จำนวน 100 เม็ด เป็นตัวกลางในการสื่อสาร โดยไม่ต้องใช้วันเดือนปีเกิดหรือเวลาตกฟากมาคำนวณ ส่วนวิธีการดูก็ไม่ยุ่งยาก นักพยากรณ์กามล บอกว่า แค่หยิบเม็ดคริสตัลขึ้นมาตามใจที่อยากจะหยิบ แล้วเอามาวางไว้บนผ้า จากนั้นเขาก็จะเริ่มทำนาย (ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าแค่วิธีการแค่นี้ แต่ความแม่นยำนั้นเข้าขั้น 85-90% ทีเดียวนะจ๊ะ) "สิ่งที่หยิบออกมาก็คือแบบจำลองในชีวิตหรือจุดกำเนิดในชีวิตของคุณ เมื่อได้สัมผัสพลังชีวิตที่คริสตัลดูดซับไว้ ผมก็จะสามารถแนะนำให้รู้ว่าชีวิตของคุณนั้นมีศักยภาพอะไรบ้าง และตัวคุณเองจะสามารถปรับตัวให้เข้ากับศักยภาพที่มีได้มากน้อยเพื่อต่อยอด ได้ขนาดไหน ทั้งนี้ เพราะศาสตร์แห่งคริสตัลไม่ใช่การทำนายในเชิงโหราแบบลิขิตชะตา ทว่า จะเน้นการให้คำแนะนำตามความเป็นตัวตน ดูจุดดี จุดเด่น  และสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวยค่ะ 10.ศาสตร์หมากรุกจีน ขณะที่ "ศาสตร์หมากรุกจีน" ที่เคยรุ่งเรืองเมื่อ 6,000 ปีก่อน และซบเซาในอีก 1,000 ปีให้หลัง จนเริ่มมาบูมอีกครั้งในปัจจุบัน ก็เป็นอีกหนึ่งการดูหมอที่ไม่ใคร่จะได้พบเจอได้ทั่วไป (ยกเว้นย่านเยาวราช) คงมีแต่ "นริศ สหชาติศิริ" นักพยากรณ์วัย 64 ปีที่ยังคงทำนายได้ และอายุงานกว่า 30 ปีก็เป็นเครื่องการันตีความเก๋าในด้านความแม่นยำได้เป็นอย่างดี โดยใช้พื้นฐานศาสตร์มาจากปฏิทินชาวนา และปราชญ์จีนมารวบรวมเป็นตำรา ความพิเศษของการดูดวงด้วยศาสตร์ดังกล่าวคือ จะแม่นเรื่องหาฤกษ์ยามมาก โดยเฉพาะฤกษ์ดีอย่างฤกษ์แต่งงาน ผ่านการใช้สัญลักษณ์ของดิน, น้ำ, ไฟ, ทอง และเทวดาประจำตัว ซึ่งทั้งหมดจะคำนวณจากวันเดือนปีเกิดและเวลาตกฟาก แล้วค่อยๆ วางหมากรุกจากตัวหมาก 22 ตัว แบ่งเป็นหมากนภา 10 ตัว และหมากปฐพี 12 ตัว ลงใน 8 ช่อง 4 แถว ที่จะระบุให้รู้ถึงระดับวาสนา อาชีพสังคม เนื้อคู่ ความร่ำรวย สังขาร อาการเจ็บป่วย ชื่อเสียง ความหวัง คุณธรรม และจะดียิ่งขึ้นหากทำนายพร้อมกันเป็นคู่สามี-ภรรยา เพราะจะได้รู้ว่าใครหนุนใคร ขาดตกบกพร่องตรงไหน เทวดาประจำตัวให้คุณให้โทษอย่างไร หลบเลี่ยงหรือแก้เคล็ดได้หรือไม่ เรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

โพลเผยคน 61.54% เห็นว่าสงกรานต์ดีกว่าปีก่อน
ดุสิตโพล /  สงกรานต์

ดุสิตโพลเผยผลสำรวจ พบคน 61.54% เห็นว่าสงกรานต์ดีกว่าปีที่แล้ว เชื่อผลจากเหตุบ้านเมืองสงบ แต่ไม่ปลื้มของแพง วันนี้ (15 เม.ย. 58) สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต wfhเปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ ในหัวข้อ "เปรียบเทียบ “สงกรานต์” ปี 2557 กับปี 2558" จากประชาชน จำนวน 1,058 คน ระหว่างวันที่ 12-15 เมษายน 2558 พบว่า 61.54% สงกรานต์ปีนี้ดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว เพราะบ้านเมืองสงบ ภาครัฐมีมาตรการป้องกันควบคุมที่ดี เป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น คนส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือ ฯลฯ 20.19% แย่ลงกว่าปีที่แล้ว เพราะเศรษฐกิจยังไม่ดี ของแพง ไม่มีเงินจับจ่ายใช้สอย 18.27% เหมือนเดิม เพราะยังมีการทะเลาะวิวาท อุบัติเหตุจากสุรา ขับรถประมาท รถติด การแต่งกาย การเล่นน้ำไม่สุภาพ ฯลฯ เมื่อถามว่า “ข้อดี” ของสงกรานต์ ปี 58 มีอะไรบ้างนั้น ตามความคิดเห็นของประชาชน คือ 86.18% ได้หยุดพักผ่อน ได้กลับบ้านอยู่กับครอบครัว ทำกิจกรรมร่วมกัน 79.03% บรรยากาศในบ้านเมืองเป็นไปด้วยดี คึกคัก คนไทยได้สนุกสนาน รื่นเริง 78.29% เป็นการอนุรักษ์ สืบสานวัฒนธรรมที่ดีงามของไทยให้อยู่ต่อไป 62.11% ทำให้เงินสะพัดโดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้า 60.25% ภาครัฐมีมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุที่เข้มงวด ทำให้เป็นระเบียบมากขึ้น ส่วน “ข้อเสีย” ของสงกรานต์ ปี 58 นั้นประกอบด้วย ตามความคิดเห็นของประชาชน คือ 82.47%เศรษฐกิจไม่ดี ของแพง พ่อค้าแม่ค้าฉกฉวยโอกาสขึ้นราคา ไม่มีเงินใช้จ่าย 80.63% การดื่มของมึนเมาจนขาดสติ ทำให้ทะเลาะวิวาท เกิดอุบัติเหตุตามท้องถนน 63.20% สภาพอากาศแปรปรวน อากาศร้อนจัดและฝนตกหนักในบางพื้นที่ ทำให้เล่นน้ำไม่สนุก 58.16% มีมาตรการ ข้อห้าม ข้อจำกัดในการเล่นสงกรานต์ ทำให้กังวล ไม่กล้าเล่น ต้องระมัดระวัง และ55.51% มักมีโจร ขโมย มิจฉาชีพออกตระเวนลักทรัพย์ตามบ้านและสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งนี้เมื่อถามว่าในปีหน้าคาดหวังหรืออยากเห็นสงกรานต์เป็นอย่างไร? นั้น 85.09% เป็นสงกรานต์ที่สนุกและปลอดภัย อุบัติเหตุลดน้อยลง 84.75% เศรษฐกิจดีขึ้น ประชาชนมีเงินใช้จ่าย สถานะทางการเงินดีขึ้น 80.33% บ้านเมืองสงบสุข คนไทยรักและสามัคคีกัน 77.87% ภาครัฐมีกิจกรรมดีๆ ที่เป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีไทยให้มีสืบต่อไป และ64.44% ประชาชนได้มีวันหยุดยาว ได้กลับบ้าน กลับภูมิลำเนาพบปะครอบครัว ญาติพี่น้อง MThai News

ท่องเที่ยวพุ่ง 26% หนุน GDP ไตรมาส 1/58 คาดโต 3%
GDP /  กระทรวงคมนาคม / 

ท่องเที่ยวพุ่ง 26% หนุน GDP ไตรมาส 1/58 คาดโตได้ 3% บวกการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมรถยนต์ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. เปิดเผยภายหลัง การประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจว่า สศช. มองว่า GDP ของไทยในช่วงไตรมาส 1/58 จะโตได้ 3% เนื่องจาก ยอดการท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ดูได้จากรายงานข้อมูลนักท่องเที่ยว ของวันที่ 1 ม.ค.-15 เม.ย.58 เพิ่มขึ้น 26% บวกกับการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมรถยนต์ที่สามารถส่งออกได้มากขึ้น ดุลการค้าและดุลบริการไทยดีขึ้น มีเงินทุนไหลเข้ามา ทำให้ดุลการชำระเงินเป็นบวกอยู่ที่ 3,000 ล้านเหรียญฯ และทำให้ฐานะต่างประเทศเรายังดีอยู่ แต่แม้ว่าจะมีเกินดุลบัญชีเดินสะพัด อาจจะทำใหบาทแข็งขึ้น แต่เชื่อว่า ธปท.จะดูแลไม่ให้แข็งค่ามากเกินไป เพราะจะส่งผลกระทบต่อภาค SMEs สำหรับ ภาคการส่งออกที่ ถือเป็นรายได้หลักของประเทศซึ่งมีสัดส่วน 70% ยังอยู่ในสภาวะอ่อนตัวจากเศรษฐกิจโลก แต่ยังประเมินว่าส่งออกทั้งปีจะอยู่ที่ 3.5% ซึ่งยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แต่ได้รับการชดเชยจากการท่องเที่ยว และประหยัดเงินราคาน้ำมัน ส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจสามารถโตได้ต่อเนื่อง ส่วนภาคการส่งออกจะเห็นสัญญาณบวกตอนไหนนั้น ต้องขึ้นอยู่กับการส่งออกสินค้าโดยเฉพาะสินค้าเกษตรว่าจะส่งออกได้มากน้อยแค่ไหน รวมถึงตลาดอย่างสหรัฐ ยุโรปมีการปรับตัวดีขึ้นมากกว่าเดิมหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การจัดเก็บภาษีภาครัฐเพิ่มจากปีที่แล้ว แม้ว่าจะต่ำกว่าประมาณการก็ตาม โดย 5 เดือนแรกอยู่ที่ 0.9% แต่ถ้านับ ม.ค.-ก.พ.อยู่ที่ 1.1% เทียบกับช่วงเดียวกัน โดยมาจากรายได้การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม อยู่ที่ 0.5% จะส่งผลดีให้การบริโภคในประเทศมากขึ้น ส่วนการประเมิน GDP ยังคงเป้าเดิม ติดตามข่าว การเงิน-การคลังทั้งหมดที่นี่>>>>> MThai News