รูปภาพท่องเที่ยว

สิงคโปร์ กรังค์ปรีซ์ !ความมันส์ที่ไร้ขีดจำกัด เมื่อฟอร์มูล่าวันหลอมรวมกับเอนเตอร์เทนเมนท์
ฟอร์มูล่าวัน /  รถสูตรหนึ่ง / 

เป็นอีกครั้งที่ทีมงานสปอร์ตเอ็มไทยได้รับเกียรติจาก การท่องเที่ยวสิงคโปร์ และเวิร์ฟ ที่เชิญให้ร่วมเดินทางไปยังประเทศสิงคโปร์ เพื่อติดตามการเตรียมความพร้อมของการจัดการแข่งขันรถสูตรหนึ่ง หรือ เอฟวัน รายการ “สิงคโปร์แอร์ไลน์ สิงคโปร์กรังค์ปรีซ์” ที่จะจัดขึ้นใจกลางเมือง ด้วยการเนรมิตย่านดาวน์ทาวน์ชื่อดังของเมืองอย่าง มาริน่า เบย์แซนด์ ให้เป็นสนามแข่งขันที่เพียบพร้อมไปด้วยความบันเทิงแบบเต็มรูปแบบ ในระหว่างวันที่ 19-21 กันยายนนี้ นับเป็นปีที่ 7 แล้วที่รัฐบาลลอดช่องปิดเมืองให้ยอดนักขับระดับโลกได้ประลองความเร็วกัน ทันทีที่เหยียบย่างถึงสนามบินชางฮี หลังจากผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองที่แถวค่อนข้างจะยาวสะท้อนให้เห็นการท่องเที่ยวมันเริ่มคึกคักจริงๆ เจ้าภาพก็ส่งคุณ โจเซฟิน ไกค์มาคอยต้อนรับและดูแลทีมงานอย่างดี ต้องบอกว่าเวลาบนรถตู้เพียงแค่ 20 นาทีจากสนามบินถึงที่พักเราได้รู้เบื้องลึกเบื้องหลังของประเทศเล็กๆที่อันแน่นไปด้วยคุณภาพแห่งนี้มากกว่า การใช้เวลาอยู่ 1 วันเต็มของทริปก่อนเสียอีก เข้าเรื่องกันเลย สำหรับทริปนี้ทางเจ้าภาพต้องการให้ทีมข่าวจากประเทศเพื่อนบ้านที่ส่งออกนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมเยือนบ่อยๆได้รู้ถึง เบื้องหลังการเตรียมตัวจัดการแข่งขันรถฟอร์มูล่า วัน อีกกีฬามอเตอร์สปอร์ตที่ติดตลาดโลกไปแล้วกันชนิดทุกซอกทุกมุม เลยจัดเต็มทั้งการบรรยายและพาไปชมสนามพร้อมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆที่จะเกิดขึ้นในช่วงที่มีการแข่งขัน เริ่มตั้งแต่การ เปลี่ยนเมืองให้เป็นสนามแข่งขัน"มาริน่า เบย์ สตรีท เซอร์กิต" ที่ได้มาตรฐาน ความยาวประมาณ 5 กิโลเมตรต่อรอบ มีสปอร์ตไลท์ไฟส่องสว่างถึง 1,500 ดวงทำให้ความมืดไม่เป็นอุปสรรคต่อการแข่งกลางคืน บนแทร็กที่ห้อมล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้าชื่อดัง โรงแรมระดับหรู สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน 6 สถานี และลานจอดรถ ที่เรียกได้ว่าหายห่วงเรื่องการเดินทาง นอกจากนี้ยังมีทีวีจอยักษ์ไว้ถ่ายทอดการแข่งขัน อัฒจรรย์สำหรับผู้ชม มีทั้งแบบธรรมดา ห้องสูทเอาไว้รับรองผู้ชมประเภทกระเป๋าหนัก พร้อมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครัน และยังมีเวทีให้ศิลปินชื่อดังอย่าง เจนิเฟอร์ โลเปซ และ ร็อบบี้ วิลเลี่ยม (ทั้งคู่จะขึ้นโชว์ที่เวทีปาดัง ที่เป็นเวทีหลักที่สามารถจุผู้ชมได้ถึง 65,000 คน)รวมไปถึงศิลปินจาก หลายประเทศหลากหลายแนวมาแสดงมากถึง 9 เวที ปีที่ผ่านมามีแฟนความเร็วตีตั๋วเข้ามาชมการแข่งขันถึง 87,000 คนสูงที่สุดตั้งแต่ปี 2008 ซึ่งปีนี้คาดว่าสถิติน่าจะถูกทำลายได้ไม่ยาก เมื่อดูจากกิจกรรมทุกส่วนที่ส่งเสริมให้ สิงคโปร์ กรังค์ปรีซ์ เป็นมากกว่าทัวร์นาเม้นท์มอเตอร์สปอร์ต ที่ทุกคนสามารถได้รับความบันเทิงจากทุกรูปแบบ ไม่ใช่แค่การเชียร์นักขับและทีมในดวงใจ โดยงบการจัดงานในครั้งนี้ใช้ไปทั้งหมด 150 ล้านดอลล่าสิงคโปร์ หรือเกือบๆ 4,000 ล้านบาท โดยรัฐบาลสิงคโปร์รับผิดชอบ 60 เปอร์เซ็น และอีก 40 เป็นของบริษัทสิงคโปร์จีพี ที่รับหน้าเสื่อในการจัดงานในครั้งนี้ แน่นอนว่าสิ่งที่ทั้งรัฐบาล และผู้จัดคาดหวังไม่ใช่เพียงแค่ ยอดจำหน่ายจากตั๋ว หรือลิขสิทธิ์ การถ่ายทอดเท่านั้น หากแต่เป็นการประชาสัมพันธ์ประเทศ ในด้านการท่องเที่ยว และศักยภาพในด้านอื่นๆที่เกาะเล็กๆที่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพแห่งนี้จะมีโอกาสได้รองรับ นักท่องเที่ยวผู้ชื่นชอบความเร็วจากทั่วทุกมุมโลก ที่จะมาใช้จ่ายเม็ดเงินให้หมุนเวียนอยู่ในระบบ สำหรับเรื่องราคาตั๋วเข้าชม ทางเจ้าภาพออกแบบมาให้รองรับทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยจะแบ่งเป็นโซนทั้ง 4 โซน ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 68 ดอลล่าสิงคโปร์ หรือประมาณ 1,700 บาทสำหรับการเข้าชมการแข่งขันทั้งสามวัน และยังสามารถดูโชว์ได้ทั้งหมด ไปจนถึงตั๋วที่แพงที่สุดราคา 9,095 ดอลล่าสิงคโปร์ หรือประมาณ 227,000 บาท ที่ท่านจะได้เข้าชมการแข่งขันทั้งสามวันในห้องสูทรับรองอย่างดี พร้อมอาหารรสเลิศ และมุมมองในการชมแบบสุดเอ็กซ์คลูซีฟ โดยฝ่ายจัดเตรียมไว้กว่า 125 ห้องคาดว่าน่าจะรองรับแขกระดับ VIP ได้ไม่น้อยกว่า 3,000 คนเลยทีเดียว โดย โจนาธาน ฮัลเล็ต ผู้อำนวยการการแข่งขัน ได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่าการจัดการแข่งขัน มีจำนวนแฟนที่เพิ่มขึ้นทุกปี ทางฝ่ายจัดก็ได้เพิ่มความสนุกทั้งเวที และศิลปินที่มากขึ้น โดยคนที่ซื้อตั๋วใบเดียวก็สามารถมีส่วนร่วมได้ทุกกิจกรรม ของทุกวันทั้งวันซ้อม วันคลอลิฟาย และ วันแข่งจริง ด้วยราคาตั๋วที่แตกต่าง ทำให้ทุกๆคนสามารถเข้าร่วมได้ และนอกจากนี้ความตื่นเต้นในสนาม มาริน่า เบย์ สตรีท เซอร์กิต ก็ไม่เป็นรองสนามไหนในโลก เพราะเป็นการแข่งขันในเวลากลางคืน โดยจะเริ่มตั้งแต่เวลา 2 ทุ่ม และเป็นการแข่งขันในเมืองทำให้นักขับต้องมุ่งสมาธิในการขับมากขึ้นอีกหลายเท่า โดยสถิติฟ้องว่าในแต่ละรอบ นักแข่งจะเปลี่ยนเกียร์ถึง 80 ครั้งต่อรอบ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของสนามอื่นๆกว่า เท่าตัว โดยจากการพูดคุยกับนักขับส่วนตัวหลายคนยกให้ สนามแห่งนี้เป็นสนามโปรด (แต่คนที่โปรดที่สุดน่าจะเป็น เซบาสเตียน เวลเทล แห่งทีมเร้ดส์บูล เพราะผงาดขึ้นโพเดียมอันดับที่ 1 ในสนามนี้มาแล้วสามสมัยติดต่อกัน) และนี่คือสิ่งที่ผู้ชมจะได้รับประสบการณ์ความตื่นเต้นเร้าใจ และความสนุกสนาน จากบริเวณรอบๆสนาม ยังไม่รวมความบันเทิงที่เจ้าภาพได้จัดเอาไว้ให้อีกเพียบทั้งที่เที่ยวที่กิน ชนิดที่ว่าเต็มเกาะ ขอให้ท่านผู้อ่านที่น่ารักโปรดติดตามตอนต่อไปเร็วๆนี้ ขอขอบคุณ การท่องเที่ยวสิงคโปร์ และ เวิร์ฟ

เกมส์เศรษฐี LINE's Let Get Rich แนะนำเทคนิคสำหรับเศรษฐีมือใหม่
LINE's Let Get Rich /  เกมส์เศรษฐี / 

ขอแนะนำเทคนิคเบื้องต้นของเกมส์เศรษฐีออนไลน์ หรือ LINE's Let Get Rich เกมส์แคชชวลชื่อดัง ณ ขณะนี้ ผู้เล่นมือใหม่ สำหรับผู้เล่นมือใหม่ที่ต้องการทราบเกี่ยวกับวิธีการเล่นเกมตั้งต้นจน จบเกมว่าเราควรทำอย่างไรบ้าง การสร้างตัวละครหลังจากที่ล๊อกอินเข้าสู่เกมแล้ว เราจะพบกับหน้าต่างเลือกตัวละครที่เราสามารถเลือกเล่นได้ เลือกตัวละครที่เราต้องการได้แล้ว จากนั้นกดปุ่ม "เลือกตัวละคร" ตั้งชื่อตัวละครที่ต้องการ 1. แล้วกดปุ่ม "ตรวจสอบ" ถ้าสำเร็จจะมีกล่องข้อความขึ้นว่า "ชื่อนี้สามารถใช้ได้" 2. เลือกเพศที่ต้องการ 3. และกดลงทะเบียน เป็นอันเสร็จสิ้น Tutorial Mode เป็นโหมดที่จะสอนการเล่นต่างๆผ่านในเกม เมื่อจบจากโหมดนี้จะได้ของรางวัลพิเศษที่ใช้ในเกม การเลือกห้องเข้าเล่น 1. เข้าห้องที่ มีผู้เล่นอื่นได้สร้างไว้ 2. เข้าห้องแบบรวดเร็ว โดยที่ระบบจะค้นหาห้องให้อัตโนมัติ 3. สร้างห้องเอง โดยที่สามารถระบุ ข้อจำกัดต่างๆได้ การสร้างห้อง - ชื่อห้อง สามารถตั้งได้เอง - รหัสผ่าน ไว้ล็อกห้องที่ไม่ต้องการให้คนอื่นเข้ามาได้ - ทั่วไป/ทีม เลือกโหมดว่าจะเล่นแบบ เดี่ยว หรือ ต้องการเล่นแบบจับคู่เป็นทีม - สมาชิก สามารถเลือกได้ว่าเราต้องการให้ห้องมีผู้เล่นกี่คน - เลือก Map เลือกสนามที่จะเล่น แต่ละสนามเมืองและแผนที่จะชื่อไม่เหมือนกัน การกดพร้อมเริ่มเกม เมื่อกดพร้อมแล้วหัวหน้าห้องจะกดเข้าสู่เกม การเล่นผ่านในเกม 1) การเลือกและ เทิร์น (Turn) เมื่อเริ่มเกม จะเริ่มต้นด้วยการคัดเลือกอันดับในการโยนลูกเต๋า ให้ผู้เล่นเลือกการ์ดหนึ่งใบจากทั้งหมดที่ปรากฏอยู่ เพื่อสุ่มหาผู้เริ่มก่อน ลำดับการโยนลูกเต๋าจะเริ่มจากผู้เล่นที่ถูกกำหนดเป็นลำดับ 1 แล้วเรียงไปยังลำดับ 2,3,4 ตามลำดับเข็มนาฬิกา เมื่อจัดลำดับการโยนลูกเต๋าได้แล้ว เกมจะดำเนินการเริ่มเทิร์นแรกจากผู้เล่นลำดับ 1 เมื่อผู้เล่นแต่ละคนได้เดินเกม 1 ครั้งครบทุกคนแล้ว จำนวนเทิร์นที่จำกัดก็จะลดไป 1 รอบด้วย 2) ปุ่มลูกเต๋า (ROLL) กดปุ่ม ROLL เพื่อโยนลูกเต๋า ตัวละครผู้เล่นจะเดินไปยังจุดหมาย ตามจำนวนรวมของเลขที่ปรากฏจากลูกเต๋า 2 ลูกโดยอัตโนมัติ เวลากดปุ่ม ROLL หากกดปุ่มให้เกจของลูกเต๋ายิ่งขึ้นสั้น อัตราการออกเลขน้อยก็จะยิ่งสูง ในขณะที่หากกดปุ่มให้เกจยิ่งขึ้นยาว อัตราการออกเลขเยอะก็จะยิ่งสูงขึ้น สามารถใช้ปุ่มคู่,คี่ เพื่อบังคับให้เลขที่ออกจากลูกเต๋าเป็นคู่หรือคี่เท่านั้นได้ หากใช้ปุ่มคู่, คี่ร่วมกับวิธีการกดปุ่ม ROLL ตามเกจลูกเต๋า จะยิ่งเพิ่มอัตราทำให้ผู้เล่นไปถึงตำแหน่งที่หมายที่ต้องการสูงขึ้น 3) ลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หากผู้เล่นเดินไปตกเมืองที่ยังไม่มีเจ้าของ สามารถซื้อเมืองดังกล่าวได้ทันที (หากมีเจ้าของอยู่ก่อนแล้ว ผู้เล่นจะต้องจ่ายค่าผ่านทาง) เมื่อซื้อเมือง จะสามารถสร้างตึกอาคารพร้อมกันได้ (ไม่สามารถสร้างตึกอาคารในสถานที่ท่องเที่ยว ชายหาด / เกาะได้) หากผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามเดินมาตก ณ เมืองที่ผู้เล่นซื้อไว้ ผู้เล่นจะได้รับกำไรจากค่าผ่านทางทันที หากคลิกที่แต่ละเมือง จะสามารถดูราคาก่อสร้าง / ค่าผ่านทางของเมืองนั้นๆ ได้ 4) ก่อสร้างตึก สามารถสร้างบ้าน / อาคาร /โรงแรม / Landmark ภายในเมืองได้ เมื่อซื้อเมืองครั้งแรก จะสามารถสร้างได้เพียงบ้านเท่านั้น ทุกครั้งที่ผ่านจุดเริ่มต้น ผู้เล่นจึงจะถูกเลื่อนขั้นให้สามารถสร้างสิ่งก่อสร้างในระดับต่อไปได้ (บ้าน -> อาคาร (จำกัดในรอบแรก) -> โรงแรม (จำกัดในรอบสอง) -> Landmark ) หากเดินไปตกยังเมืองที่ผู้เล่นเองได้สร้างบ้าน, อาคาร, โรงแรมไว้หมดแล้ว จะสามารถสร้าง Landmark ได้ทันที เมืองที่สร้าง Landmark ไว้แล้ว จะสามารถป้องกันการซื้อต่อได้ 5) รับค่าผ่านทาง ในกรณีที่ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามเดินมาตกยังเมืองของผู้เล่นเอง จะได้รับค่าผ่านทาง ค่าผ่านทางจะสูงขึ้นด้วยวิธีต่างๆ เช่น การสร้างตึกเพิ่ม, Victory, เมืองเทศกาล, จัดโอลิมปิก เป็นต้น 6) Double ในกรณีโยนลูกเต๋า แล้วผลออกมาเป็นเลขเดียวกันทั้ง 2 ลูก ผู้เล่นจะได้สิทธิ์ Double ทันที ในกรณีที่ได้ Double หลังจากตัวละครเดินและทำภารกิจซื้อขายเสร็จเรียบร้อย จะได้สิทธิ์ในการโยนลูกเต๋าอีกหนึ่งครั้ง หากได้ Double ต่อเนื่องกัน 3 ครั้ง จะได้รับโทษโดยการถูกจับติดเกาะร้างในทันที 7) Victory หากครอบครองเมืองที่อยู่แถบสีเดียวกันทั้งหมดได้ จะได้เป็นเขต Victory ในทันที เมืองที่เป็นเขต Victory ค่าผ่านทางจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า หากเมืองใดเมืองหนึ่งในเขต Victory ถูกซื้อต่อไป สิทธิประโยชน์เขต Victory จะหายไปในทันที 8) การซื้อต่อ ผู้เล่นสามารถซื้อเมืองของฝ่ายตรงข้ามได้โดยการซื้อต่อ ผู้เล่นต้องจ่าย Point เป็น 2 เท่าของราคาสิ่งก่อสร้างที่มีอยู่ ณ ขณะนั้นของเมืองดังกล่าว จึงจะสามารถซื้อต่อเมืองได้ ไม่สามารถซื้อต่อเมืองที่สร้าง Landmark แล้วได้ การซื้อต่อแต่ละครั้งต้องใช้ค่าใช้จ่ายมากพอสมควร โปรดคิดไตร่ตรองให้ดีก่อนการลงทุน 9) เงื่อนไขการจบเกม เมื่อผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามล้มละลายหมด เหลือผู้เล่นอยู่เพียงผู้เดียว เมื่อผู้เล่นสามารถทำตามเงื่อนไขการชนะแบบ Victory ได้ เงื่อนไขการชนะแบบ Victory - Triple Victory : ทำ Color victory ได้สามจุดก็จะชนะในทันที (ได้รับ Point x1.5) - Line Victory : ครองเมืองและแหล่งท่องเที่ยว ตลอดแถวใดแถวหนึ่งใน 4 แถวได้ จะเป็นฝ่ายชนะทันที (ได้รับ Point x2) - Tourism Victory : ครอบครองเมืองท่องเที่ยว (เมืองที่ไม่สามารถสร้างตึกได้ นอกจากที่ดินได้อย่างเดียว) ทั้งหมด 6 แห่งได้ จะเป็นฝ่ายชนะทันที (ได้รับ Point x3) เมื่อถึงกำหนดครบเวลาหรือรอบ Turn ที่กำหนดไว้ (กำหนดไว้ที่ 25 นาที กับ 35 (Turn) ผู้เล่นที่เป็นอันดับ 1 ในขณะนั้นจะถือว่าเป็นฝ่ายชนะทันที

โซฟีสกาย ทราเวล

โซฟีสกาย ทราเวล จำหน่าย บริการ ตั๋วเครื่องบิน, แพคเกจทัวร์, ทัวร์, จัดกรุ๊ปทัวร์, รับทำวีซ่า ท่องเที่ยว, รับจองโรงแรม, จองรถ, กรุ๊ปบริษัท

BOARDING PASS Cruise Edition Ep1/1
BOARDING PASS /  สิงคโปร์ เมืองเซมารัง เกาะบาหลี เกาะลอมบอก

ออกเดินทางครั้งสำคัญบนเรือสำราญกับ TC ซัน พร้อมผู้ร่วมเดินทางนับพันคนบนโรงแรมกลางม­หาสมุทร สูง 14 ชั้น จัดเต็มทั้ง สระว่ายน้ำ โรงละคร พร้อมแวะเที่ยวสิงคโปร์ เมืองเซมารัง เกาะบาหลี เกาะลอมบอก ประเทศอินโดนีเซีย มาดื่มด่ำกับการท่องเที่ยว...ในมุมที่ต่าง­กับ ชีวิตแบบเอ็กซ์คลูซีฟกลางมหาสมุทร ติดตามได้ในรายการ Boarding Pass : Cruise Edition (Singapore-Semarang-Bali-Lombok)

5 อันดับข่าวฮอต MThai News ประจำวันที่ 24 ก.ค. 57
ข่าวประจำวัน /  ข่าววันนี้ / 

รวมข่าว 5 อันดับเด่น MThai News ประจำวันที่ 24 กันยายน 2557 อันดับ 1 คสช. เห็นชอบขยายถนน ผ่านเขาใหญ่-ดงพญาเย็น คสช. เห็นชอบขยายถนน ผ่านเขาใหญ่-ดงพญาเย็น เชื่อมผืนป่ามรดกโลก แก้ปัญหาอุบัติเหตุ ขณะที่กรมทางหลวง เล็งของบฯ 2,900 ล้านบาท สร้างเป็นอุโมงค์ หวังให้คนและสัตว์สามารถร่วมใช้เส้นทางด้วยกันได้ (อ่านต่อ . . .) อันดับ 2 อุจาด! ภาพส้วมโผล่กลาง ภูเขาหญ้า จ.ระนอง ส้วมหลุม-บ่อพัก โผล่กลาง ภูเขาหญ้า สถานที่ท่องเที่ยวมีชื่อ จ.ระนอง ขณะที่ชาวบ้านจี้ รื้อถอนด่วน เหตุบัดบังทัศนะวิสัยธรรมชาติอันซีนชื่อดังของประเทศ (อ่านต่อ . . .) อันดับ 3 หนุ่มเว็บบอร์ดดัง หาคนแฉข้อมูล อ.อุบล ช่วยด้วย สมาชิกเว็บไซต์พันทิปท่านหนึ่งได้ประกาศเชิญชวนคนบนโลกออนไลน์ให้ร่วมส่งหลักฐานและข้อมูลเกี่ยวกับ อ.อุบลแห่งบ้านสวนพีระมิด (อ่านต่อ . . .) อันดับ 4 หนุ่มหน้าตาดี แอบถ่ายใต้กระโปรงสาวแบบเนียนๆ แห่แชร์คลิป หนุ่มหน้าตาดีพยายามใช้โทรศัพท์มือถือแอบถ่ายใต้กระโปรงสาวบนรถไฟฟ้า แต่ชาวเน็ตส่วนหนึ่งกลับมองว่าหากเป็นการแอบถ่ายจริงทำไมไม่พบแสงไฟจากมือถือ (อ่านต่อ . . .) อันดับ 5 แอนดี้ ลูอิสทำลายสถิติโลกลีลาไต่เชือกสุดเสียว “แอนดี้ ลูอิส” เจ้าของแชมป์โลกการแข่งขันไต่เชือกผาดโผนหลายสมัย เดินทางมาวาดลีลาการไต่เชือกที่เมืองไทยเมื่อ วันที่ 23 ก.ค. พร้อมทำลายสถิติโลกที่เจ้าตัวเคยทำไว้ได้สำเร็จ (อ่านต่อ . . .)

BOARDING PASS : Cruise Edition Ep.3/2
BOARDING PASS /  เที่ยวสิงคโปร์ เมืองเซมารัง เกาะบาหลี เกาะลอมบอก

ออกเดินทางครั้งสำคัญบนเรือสำราญกับ TC ซัน พร้อมผู้ร่วมเดินทางนับพันคนบนโรงแรมกลางม­หาสมุทร สูง 14 ชั้น จัดเต็มทั้ง สระว่ายน้ำ โรงละคร พร้อมแวะเที่ยวสิงคโปร์ เมืองเซมารัง เกาะบาหลี เกาะลอมบอก ประเทศอินโดนีเซีย มาดื่มด่ำกับการท่องเที่ยว...ในมุมที่ต่าง­กับ ชีวิตแบบเอ็กซ์คลูซีฟกลางมหาสมุทร ติดตามได้ในรายการ Boarding Pass : Cruise Edition (Singapore-Semarang-Bali-Lombok)

การเตรียมตัวจัดกระเป๋าเที่ยวหน้าหนาว ในเมืองต่างๆ รอบโลก
จัดกระเป๋าเดินทาง /  เที่ยวหน้าหนาว

วันนี้เรามีทิปส์การเตรียมตัวกระเป๋าเดินทาง สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในฤดูหนาว ไม่ว่าคุณจะไปปีนดอยเหนือสุดของประเทศ ไปเดินเล่นเมืองหนาวกำลังสบาย หรือจะไปเยือนเมืองแถบขั้วโลกที่หนาวติดลบ เรามีวิธีการเตรียมตัวจัดกระเป๋ารับมือกับความหนาวได้ทุกระดับและทุกรูปแบบมาฝากคุณ รับประกันได้ว่าคุณไม่ต้องแบกตู้เสื้อผ้าไปแน่นอน การเตรียมตัวจัดกระเป๋าเที่ยวหน้าหนาว ในเมืองต่างๆ รอบโลก ก่อนอื่นเราต้องมาแบ่งการจัดกระเป๋าเป็น 3 ระดับตามความหนาว 1.ระดับหนาวเย็นกำลังสบาย (15-20 องศาเซลเซียส) อากาศระดับประมาณนี้คุณสามารถนำเสื้อยืด กระโปรง หรือเดรสลำลองที่ใส่หน้าร้อนมาปรับใส่ได้ โดยอาจจะนุ่งเลกกิ้งส์ (leggings) ไว้ด้านในเพื่อเพิ่มความอบอุ่น และสวมแจ็กแก็ตบางๆ หรือขนอ่อน หรือเสื้อกันหนาวรุ่นไม่หนามากและเป็นพวกเส้นใยฝ้ายหรือสังเคราะห์ทับไว้ด้านบน อุณหภูมิระดับนี้ถือเป็นอุณหภูมิโดยเฉลี่ยของช่วงกลางวันฤดูหนาวในจังหวัดทางเหนือของไทย ส่วนประเทศในแถบตะวันตกอย่างยุโรปจะเป็นอากาศช่วงฤดูใบไม้ร่วง และเป็นอุณหภูมิเฉลี่ยของช่วงปลายปีในประเทศอเมริกาฟากตะวันออก เช่น รัฐฟลอริดา (Florida State) และแถบทางใต้ของญี่ปุน เช่น โอะกินะวะ (Okinawa) เสื้อผ้า เสื้อยืดได้ทั้งแขนสั้น แขนยาว ผ้ายืดธรรมดา กางเกงยีนส์ เสื้อแจ็กแก็ต เสื้อคลุมคาดิแกน (cardigan) เสื้อกันหนาวแบบสวม (jumper) หรือสเวตเตอร์ (sweater) รองเท้า รองเท้าผ้าใบ รองเท้าบู้ทสั้นแบบครึ่งข้อ เครื่องแต่งกายอื่นๆ ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ถุงเท้าแบบธรรมดาไม่ต้องหนามาก หรือถุงน่องบางๆ 2.ระดับหนาวยะเยือก (1-15 องศาเซลเซียส) หนาวระดับนี้ถือว่าหนาวมากสำหรับเมืองร้อนแบบบ้านเรา หนาวระดับนี้ อาจจะได้เจอบนดอยในช่วงฤดูหนาว จังหวัดทางเหนือและทางภาคอีสานในช่วงเช้าและตกดึก และเป็นอุณหภูมิในช่วงจะเข้าฤดูหนาวของประเทศทางแถบตะวันตก สำหรับคนที่จะเดินทางไปประเทศอเมริกาฝั่งคาบสมุทรตะวันตก หรือทวีปแคลิฟอร์เนีย (California State) อากาศระดับนี้ถือเป็นอุณหภูมิเฉลี่ยของฤดูหนาว เช่นเดียวกับจังหวัดในตอนกลางของประเทศญี่ปุ่น เช่น โตเกียว (Tokyo) ฟุกุโอกะ (Fukuoka) และโอซาก้า (Osaka) เป็นต้น ส่วนคนที่จะเดินทางไปเกาหลีใต้หรือประเทศจีน และประเทศในแถบข้างเคียง อาจจะต้องเจอระดับอุณหภูมิประมาณหนาวยะเยือกไปถึงหนาววัดใจแบบติดลบในบางช่วงของวัน เสื้อผ้า ชั้นใน ชุดชั้นในแบบหนา เสื้อกล้ามหรือเสื้อเบาบางไว้ใส่ชั้นในเพิ่มความอบอุ่น เสื้อกล้ามเส้นใยผ้าไหมบางๆ แต่อุ่นดีทีเดียว บางคนที่ชินกับอากาศหนาว อาจไม่ต้องใส่ก็ได้ แต่ถ้าไม่คุ้นเคย ควรพกลองจอห์น (long john) ติดตัวไปด้วยเผื่อใส่ด้วยก็ได้ ชั้นกลาง เสื้อปิดคอแขนยาว เสื้อแขนยาว เสื้อคลุม หรือเสื้อสเวตเตอร์รุ่นอย่างหนา สำหรับอุณหภูมิตำกว่า 10 องศา ควรใส่เสื้อสเวตเตอร์ที่มีเส้นใยผสมขนสัตว์นิดหน่อย และกางเกงยีนส์หนา ทั้งนี้ ถ้าไม่ได้ใส่ลองจอห์น อาจใส่เลกกิ้งส์เพิ่มอีกชั้น หรือมีเลกวอร์มเมอร์ (ทีคลุมตั้งแต่ข้อเท้าจนถึงเข่า) ไปเผื่อ ชั้นนอก เสื้อแจ็กเก็ตหรือเสื้อโค้ทแบบหนาที่มีฮู้ดไว้กันลม โดยด้านนอกสุดของเสื้อควรเป็นเส้นใยแบบกันลม เพราะแม้อุณหภูมิไม่ต่ำมาก แต่โดนลมพัดนาน ก็ทำให้หนาวมากได้ หากอุณหภูมิต่ำกว่า 10 องศา ด้านในควรเป็นขนเป็ด รองเท้า รองเท้าผ้าใบ รองเท้าบูทได้ทุกรุ่นตั้งแต่ครึ่งข้อ ครึ่งเข่าไปจนถึงบูทสูง เครื่องแต่งกายอื่นๆ ถุงเท้าอย่างหนาหากไม่ได้ใส่บู้ท ใส่หมวกไหมพรม หากเสื้อแจ็กเก็ตหรือเสื้อโค้ทไม่มีฮู้ด ผ้าพันคออย่างหนา หาแบบที่ทำจากขนสัตว์ (Wool) หรือขนแกะจะช่วยได้ดีมาก ถุงมือ ถุงเท้าอย่างหนา ถุงน่องรุ่นแพนตี้โฮส (pantyhose) หรือไทต์ (tight) หมวกสำหรับหน้าหนาว หรือใครจะนิยมบีนนี่ (beanie) ที่เป็นหมวกไหมพรมหรือผ้ายืดอย่างหนาไปจนถึงขนแกะไว้ใส่คลุมปิดตั้งแต่หน้าผาก หู และคลุมท้ายทอยหรือต้นคอก็ได้ตามแต่ความทนทานความหนาวของแต่ละบุคคลไป 3.ระดับหนาวติดลบ (1 องศาเซลเซียสลงไปจนถึงหนาวติดลบ) ระดับนี้เป็นหนาววัดใจหรือบางคนอาจเรียกว่าหนาวหูหลุด เพราะจะหนาวมากจนคุณรู้สึกชาบริเวณข้อต่อต่างๆ ของร่างกาย หนาวระดับนี้แน่นอนว่าจะเป็นอุณหภูมิของทุกเมืองที่มี “หิมะตก” เช่น ซัปโปโร (Sapporo) และเมืองทางเหนือของญี่ปุ่น เกาหลีใต้ในเขตจังหวัดคังวอน (Gangwon-do) หรือในเมืองที่เป็นแหล่งสกีมีหิมะตก ประเทศแถบใกล้กับขั้วโลกเหนือ เช่น รัสเซีย แคนาดา ประเทศแถบยุโรป อเมริกาตอนเหนือ เช่น นิวยอร์ค (New York) ชิคาโก (Chicago) และวอชิงตัน ดีซี (Washington DC) เป็นต้น เสื้อผ้า ชั้นใน จัดเสื้อผ้าอย่างหนาแบบหนาวระดับยะเยือกแต่อาจต้องใส่หลายชั้นหน่อย เช่น ชุดชั้นในไหมพรม ลองจอห์น (ถ้ามีหิมะ ใช้ลองจอห์นแบบระบายความชืันได้อย่างรวดเร็ว) หรือเสื้อกล้ามหนาด้านบนแล้วนุ่งไทต์เลกกิ้งส์อย่างหนา หรือแพนตี้โฮสด้านล่าง ชั้นกลาง แจ็กเก็ตเสื้อขนอ่อน หรือเสื้อไหมพรมแบบผสมขนสัตว์สัก 40% ขึ้นไป กางเกงยีนส์ ถ้าหิมะตก แนะนำใส่กางเกงผ้าร่มที่บุขนอ่อนและกันเปียก (แบบสำหรับเล่นสกีได้) ชั้นนอก ที่สำคัญเวลาหิมะตกแล้วจะเปียกและลื่นได้ง่าย ควรสวมเสื้อโค้ทขนเป็ดทีด้านนอกกันเปียก ถ้าไม่ได้ใส่กางเกงแบบสำหรับใส่เล่นสกีได้ แนะนำเป็นเสื้อโค้ทยาว รองเท้า ถุงเท้าอย่างหนาหรืออย่างบางแต่ผสมขนสัตว์ รองเท้าบูทสูง รองเท้าที่สำหรับเดินบนหิมะได้ไม่ลื่น เครื่องแต่งกายเสริม เช่นเดียวกับระดับหนาวยะเยือก เช่น ผ้าพันคออย่างหนา ถุงมือกันเปียกกันลม เลกกิ้งส์อย่างหนา แต่เพิ่มที่ปิดหูเพิ่มเข้ามา หรือหมวกที่ปิดหูได้ หรือบีนนี่ยาวคลุมหูได้ เอาไปเท่าไหร่ เสื้อโค้ทที่จะใส่ด้านนอกเอาไปแค่ 1 ตัวหรือไม่เกิน 2 ตัว กางเกงยีนส์ 2 ตัว เสื้อคอเต่า หรือ เสื้อแขนยาวไม่เกิน 3 ตัว รองเท้า 2 คู่ ขอให้เป็น บูท 1 คู่ และผ้าใบ 1 คู่ แจ็กเก็ต สเว็ตเตอร์ไม่เกิน 2 ตัว ส่วนเลกกิ้งส์ หรือ พวกไว้สวมใส่ด้านในเพิ่มความอบอุ่นอาจจะเอาไปสัก 3-4 ชิ้น เพราะเครื่องแต่งกายเหล่านี้เบาและม้วนแพคได้ง่าย ส่วนเครื่องแต่งกายอื่นๆ เช่นผ้าพันคอ หมวก ถุงมือก็ขอให้ไม่เกิน 2 ชิ้นต่ออย่าง ส่วนถุงเท้าสัก 5 คู่ก็ได้ ชุดนอน 1-2 ชุด ส่วนชุดชั้นใน ก็คำนวณเอาตามความเหมาะสม อย่าลืมว่าโรงแรมที่พักส่วนใหญ่ คุณสามารถส่งซักได้ หรือแม้กระทั่งจะไปหยอดเหรียญตู้ซักผ้าในร้านซักรีดทั่วไปก็ไม่ลำบากมากมายอะไรนัก สิ่งจำเป็นอื่นๆ ที่ควรแพคติดประเป๋าเดินทาง ครีม/โลชั่นถนอมความชุ่มชื่นของผิวหน้า ผิวกาย และมือ หากไม่คุ้นเคยกับลมหนาวและอากาศแห้ง ขอแนะนำให้ใช้ครีม/โลชั่นสำหรับเมืองหนาว ลิปบาล์มหรือลิปกลอส น้ำตาเทียม โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ใส่คอนแท็กเลนส์หรือมีปัญหาตาแห้ง ยาแก้ไข้หวัด ยาแก้แพ้อากาศ และยาประจำตัวที่มีฉลากภาษาอังกฤษถูกต้อง ครีม/โลชั่นกันแดด แม้ฤดูหนาวถึง 0 องศา แต่ในบางแห่งก็อาจมีแดดในตอนกลางวันได้เช่นกัน แว่นกันแดด อุปกรณ์เสริมสำหรับไปขึ้นเขา ขึ้นดอย หรือเล่นสกี แว่นกันลม สำหรับการไปเล่นสกี หรือปีนเขา ปีนดอยที่มีลมพัดแรง ถุงมือสกี ซึ่งมีความหนากว่าถุงมือปกติและยังสามารถกันน้ำได้ ที่มา http://www.skyscanner.co.th/ การเตรียมตัวจัดกระเป๋าเที่ยวหน้าหนาว ในเมืองต่างๆ รอบโลก 20 เทคนิค เที่ยวต่างประเทศยังไง ไม่ให้เฟล

เที่ยวเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก ดินแดนแห่งเทพนิยาย
เที่ยวรัสเซีย /  เที่ยวเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก

เมืองเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก เป็นเมืองที่ไม่ควรพลาดในการมาเยือนรัสเซีย ด้วยอารยธรรมที่เก่าแก่ และสถาปัตยกรรมที่เอป็นเอกลักษณ์ เซนต์ปีเตอร์เบิร์ก ถือเป็นเมืองที่น่าลองไปเหยียบสักครั้งในชีวิต นอกจากจะได้สัมผัสบรรยากาศที่ดีต่างจากเมืองอื่นๆ ในรัสเซียแล้ว ยังมีความลึกลับจากสถาปัยที่โดดเด่นยิ่งกว่า และมีความสำคัญไม่แพ้กรุงมอสโค ทั้งการค้าการขายกับทางยุโรป หรือจะเรื่องที่เขาว่ากันว่า ผู้หญิงที่นี่สวยที่สุดในโลกตะวันตก เที่ยวเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก ดินแดนแห่งเทพนิยาย ขอย้อนเวลาหาอดีตสักหน่อย สมัยเริ่มก่อตั้งดินแดนแห่งนี้ พระเจ้าปีเตอร์มหาราช หรือ ปีเตอร์ เดอะ เกรตแห่งรัสเซียมีโอกาศได้มาเยือนดินแดนที่ติดกับคาบสมุทรบอลติกใกล้กลับ ประเทศฟินแลนด์ พระองค์เกิดหลงไหลได้ปลื้มกับพื้นที่นี้มากถึงกับมีคำสั่งให้ สร้างเมืองขึ้นบริเวณนี้ทันที คล้อยหลังต่อมาไม่ถึง 10 ปี ด้วยความวิจิตรงดงามราวเทพนิยาย เซนต์ปีเตอร์บิร์กก็ถูกสถาปนาเป็นนครหลวงแทนกรุงมอสโก เซนต์ปีเตอร์บิร์กเติบโตด้วยเม็ดเงินจากท้องพระคลังหมายมั้นปั้นมือจะวัด ความทันสมัยให้ได้เท่าอัมสเตอร์ดัมของฮอลแลนด์และลอนดอนของอังกฤษ ด้วยสไตล์ที่เรียกว่า “ยูโรเปียน” ความงามของเมืองเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก ถูกรังสรรค์จากศิลปินทั่วทุกมุมแผ่นดินยุโรป ทำให้เมืองแห่งนี้ดูยุโรปจ๋ามากกว่ามอสโกและเมืองต่างๆ ในรัสเซีย แต่ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ก็มาเยือนเมืองแห่งนี้อีกครั้ง หลังจากสิ้นสุดยุคการปกครองของกษัตริย์ทำให้มีการย้ายเมืองหลวงกลับไปเป็น ที่มอสโก และหลังจากการตายของเลนิน เซนต์ปีเตอร์เบิร์กถูกเปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็นเลนินกราดเพื่อเป็นเกียรติต่อ เลนิน เซนต์ปีเตอร์เบิร์กต้องรับการมาเยือนภัยครั้งใหญ่ที่ฮิตเลอร์สั่งพลทหารนาซี หมายยึดรัสเซียที่กำลังอ่อนแรงทำให้ หน้าต่างของยุโรปบานนี้เสียหายอย่างหนักมีประชากรล้มตายแตะหลักล้าน กลับมาพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวในเซนต์ปีเตอร์เบิร์กบ้าง อย่างที่บอกเป็นเซนต์ปีเตอร์เบิร์กเป็นนครที่ใครหลายคนเคยมาแล้วต้องตกหลุม รัก หากพูดถึงเมืองแห่งนี้คงอดพูดไม่ได้กับอภิมหาสถาปัตยกรรมระดับโลก “มหาวิหารเซนต์ไอแซค” มหาวิหารแห่งนี้เปรียบเสมือนป้ายบอกทางว่านี้ละ เซนต์ปีเตอร์เบิร์ก วิหารเซนต์ไอแซคถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1710 โดยใช้หินแกรนิตชิ้นเดียวขนานกว่า 118 ตัน จำนวน 48 ชิ้นเพื่อนำมันมาเป็นฐานรองรับโดมที่ใหญ่ติดระดับโลกอีกชิ้นหนัก 67 ตัน บนพื้นที่กว่า 4000 ตารางเมตร วิหารแห่งนี้ใหญ่พอที่จะรับคนร่วม 10000 ภายในถูกตกแต่งไปด้วยอัญมณีประดับ เช่น มาคาไคล ลาปิสลาสุลีและหินอ่อนคุณภาพดีหลากสีตามด้วยเครื่องตกแต่งที่ทำด้วยสำริด เครือบทองคำเปลว และภาพปูนเปียก รวมถึงรูปปูนปั้นแกะสลักถูกใช้แต่งโบสถ์ ทั้งภายนอกและภายในเพื่อความอลังการด้วยช่างฝีมือดีทั่วรัสเซียกว่า 200 คน วิหารแห่งนี้ถูกทำและขยายต่อทั้งหมด 3 ครั้ง กินระยะเวลาถึง 40 ปี กินเงินหลวงไปจำนวนมหาศาลแต่ผลลัพธ์ของมันวิจิตรเกินกว่าใครจะทำได้อีกครั้ง และใกล้พื้นที่ใกล้เคียงกันกับมหาวิหารไอแซคก็จะมีรูปปั้นที่เรียกว่า “The Bronze Horseman” รูปปั้นแห่งนี้เปรียบเสมือนรูปจำลองของพระเจ้าปีเตอร์มหาราชที่ได้สร้าง เมืองแห่งนี้ขึ้นมา เป็นความตั้งใจของพระนางแคทเธอรีนที่ต้องการสัญลักษณ์เพื่อระลึกถึงบุรุษใน ดวงใจของพระนาง พระนางแคทเธอรีนสั่งศิลปินชื่อดังจากเมืองน้ำหอม นามว่า เอเตียง โมริส ฟัลโคเน็ต ให้ปั้นร่างพระเต้าปีเตอร์ชี้พระหัตถ์ไปยังแม่น้ำเนวา พร้อมทอดพระเนตรไปทิศทางเดียวกันแสดงถึงปณิธานของพระองค์ที่ทรงหวังว่าเมือง แห่งนี้จะกลายเป็นศูนย์กลางและมหาอำนาจใหม่ของยุโรป ส่วนงูที่อยู่ใต้เกือกม้าหมายถึงภัยร้ายที่ไม่สามารถกลั้นกลายเข้ามาในถิ่น นี้ได้ รูปปั้นแห่งนี้ใช้เวลาตั้งแต่ปี ค.ศ.1766-1778  วิหารไอแซคเปิดให้บริการวันพฤหัสถึงอังคารตั้งแต่เวลา 10.00 – 18.00 เข้าชมได้ 2 ชั่วโมง ข้ามมาที่ ปีเตอร์ฮอฟหรือปีเตอร์ดวาเวซ พระราชวังฤดูร้อนที่ตั้งอยู่แทบชานเมืองของที่นี้ ปีเตอร์ฮอฟเป็นพระราชวังที่ถูกนิรมิตโดยศิลปินเอกในสมัยนั้น ที่ชื่อว่าฟรานเชสโก ราสเทรลลี่ และเลอ บรอง ทั้งสองทำคนละส่วนในพระราชวังนี้โดยตัวภายในพระราชวังนั้นเป็นหน้าที่หลัก ของราสเทรลลี่ที่ออกแบบความงามในสไตล์ผสมเรอเนสซองส์ บารอคและคลาสสิก ราสเทรลลี่เลือกที่จะใช้โคมไฟระย้า งานไม้แกะสลักและภาพวาดสีน้ำมันเป็นหลัก มีการแทรกงานภายในอีกหลายจุดในแบบจีนไม่ว่าจะเป็นห้องที่ใช้ไหมทอเป็นลายนก และอิทธิพลจากเติร์กในห้องนอนด้านหน้าจะหันออกสู่อ่าวฟินแลนด์ ส่วนของเลอ บรองถูกพระเจ้าปีเตอร์เชิญมาสร้างลานน้ำพุโดยเฉพาะ ลานน้ำพุแห่งนี้ถือเป็นจุดหลักของประสาทแห่งนี้ก็ว่าได้สถานที่แห่งนี้จะ เปิดทุกวันยกเว้นวันจันทร์ - อังคารสุดท้ายของเดือน ตั้งแต่เวลา 10.30 - 18.00 แต่หากใครจะไปชมน้ำพุต้องเลือกเวลาไปสักหน่อยเพราะจะเปิดลานแค่เดือนพฤษภาคม - กันยายนเท่านั้น โบสถ์สโมนี่ย์คอนแวนส์ โบสถ์สีฟ้าอ่อนสวยฝันของสาวๆ ที่ชอบความสดใสปนน่ารัก สโมนี่ย์เป็นโบสถ์สไตล์บารอคตั้งตระหง่านริมแม่น้ำเนวา ออกแบบโดยฟรานเชสโก ราสเทรลลี่เจ้าเก่าที่เป็นผู้ออกแบบ สถาปัยตกรรมของเมืองนี้เกินกว่าครึ่งเป็นงานของราสเทรลลี่เริ่มแรกถูกสร้าง ขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่ในการศึกษาด้านศาสนาของแม่ชีแหงออโธดอกซ์ ต่อมาสถานที่แห่งนี้กลายเป็นสำนักชีสำหรับเด็กสาวที่มีเชื้อขุนนางและ กษัตริย์ เมื่อเวลาล่วงเลยมาสำนักชีแห่งนี้กลายเป็นหอแสดงคอนเสิร์ต กลายเป็นสถานที่ราชกาล สุดท้ายกลายเป็นสมบัติของคณะสังคมศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแห่ง มหาวิทยาลัยเซนต์ปีเตอร์เบิร์กในที่สุด ตามต่อกันที่ซาร์สกาเยเซโล พระราชวังที่ถูกรอบกรอบด้วยสวยขนาดใหญ่ ถูกออกแบบโดยศิลปินเจ้าเดิมฟรานเชสโก ราสเทรลลี่ อาคารสูงกว่า 3 ชั้นลากความยาวไกลถึง 300 เมตร ภายในเน้นความสง่างามแบบอ่อนช้อยและหรูหรา เน้นความสดใสจากสีฟ้าตัดสีขาว มีงามปั้นประดับเสาและหัวเสาด้วยสีทอง แต่พระนางแคทเธอรีนมหาราชที่เข้ามาพักผิงกลับไม่เห็นด้วยกับงานภายในของราส เทรลลี่จึงมีการเปลี่ยนแปลง พระนางแคทเธอรีนจัดงานนี้ให้สถาปิกคนสนิทที่ชื่อว่าชาร์ล คาเมรอลเข้ามาแก้ เปิดทุกวันตั้งแต่ 10.00 - 17.00 ปิดวันจันทร์และอังคารสุดท้ายของเดือนเหมือนเคย เมื่อพูดถึงพระนางแคทเธอรีนมหาราชกับช่างคนโปรดที่ทำงานกันมาอย่างต่อเนื่อง ครั้นพอพระนางมีราชบุตรนามว่า พอลที่ 1 พระองค์จึงตัดสินใจให้สร้างพระราชวังปาฟลอฟ ในลักษณะคล้ายกับซาร์สกาเยเซโล ปาฟลอฟถูกตั้งอยู่กลางสวนกว้าง โดยมีชาร์ลคุมงานงานสร้างแต่พระเจ้าพอลที่ 1 กลับไม่ประทับใจเท่าไหร่จึงมีคำสั่งให้วินเซนโซ เบรนนาช่างอิตาลีอีกคนมาทำงานร่วมกับคาเมรอนให้ออกแบบปาฟลอฟ พระนางแคทเธอรีนและบุตรชายต้องการเห็นปาฟลอฟออกมาเป็นฝรั่งเศสมากกว่าให้ เป็นอิตาลี ทำเอาชาร์ล คาเมรอนงอนไปพักหนึ่งก่อนกลับมากลับมาสร้างจนเสร็จ พระราชวังแห่งนี้มีความงดงามและยิ่งใหญ่กว่าซาร์สกาเยเซโลมาก ว่ากันว่าเป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีชของศิลปินทั้งสองก็ว่าได้ ปาฟลอฟ เปิดตั้งแต่ 10.00 - 17.00 ทุกวัน พูดถึงความกลัวของพระเจ้าพอลที่ 1 กันหน่อย ครั้นเมื่อพระองค์ทรงได้ขึ้นครองราชบังลังก์ย์พระองค์มีความเกลียดพระมารดา ของตนที่แอบเล่นชู้และยังกลัวการลอบทำร้ายจากคนรอบข้าง กลัวที่จะถูกปลงประชนม์จึงของย้ายออกจากพระราชวังฤดูหนาวและสั่งให้วินเซนโซ เบรนนาและวาซิลี บาเซนอฟสร้างพระราชวังมิคาอิลลอฟสกี้ขึ้นมา ในปี ค.ศ. 1797 วังแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาอย่างรวดเร็วเป็นอาคารทรง 8 เหลี่ยมแบบยุคกลางล้อมรอบด้วยสวนขนาดใหญ่ยักษ์ ตีกรอบด้วยแม่น้ำล้อมตัวอาคารอีกชั้น ทั้งยังมีรับสั่งให้สร้างปราการภายในตัวอาคาร เครื่องตกแต่งภายในด้วยของล้ำค่ามากมายและหนึ่งในนั้นมีบางอย่างที่พระองค์ เอามาจากทาวาริชเชสกี้พาเลซ คฤหาสน์ชายชู้ของพระมารดาของตน แต่สุดท้ายพระเจ้าพอลที่ 1 ก็ถูกลอบปลงพระชนม์ในห้องบรรทมหลังจากพระองค์มาประทับได้เพียง 47 วัน ปัจจุบันวังแห่งนี้กลายเป็นสถานศึกษาเกี่ยวกับวิศกรรม เป็นพิพิธภัณฑ์แกลอรี่ศิลปพและรวมรวบภาพวาดของกษัตริย์รัสเซียตั้งแต่ศตวรรต ที่ 17 - 20 ประสาทแห่งนี้เปิดให้เข้าชมได้ 2 ชั่วโมงตั้งแต่เวลา 10.00 - 17.00 หยุดวันอังคารครับ ต่อโอราเนียนบาร์ม ที่แปลต้นไม้สีส้ม ตามภาษาท่องถิ่น เป็นวังเก่าของเจ้าชายอเล็กซานเดอร์ เมนชิคอฟที่เป็นสหายคนสนิทของพระเจ้าปีเตอร์ วังแห่งนี้ถูกสร้างไกลออกจากเมืองเซนต์ปีเตอร์เบร์กได้ราว 40 กิโล ก่อนกลายเป็นแกรนด์ พาเลซในช่วงสมัยของพระนางแคทเธอรีนที่ 2 ได้สร้างวังทรงจีนที่มีความอ่อนช้อยสไตล์บารอคและตกแต่งภายในด้วยความ อลังการในรูปแบบรอคโคโค เพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนในวันหยุด พระราชวังแห่งนี้เคยผจญสงครามในยุคสมัยของฮิตเลอร์ที่ต้องการยึดโซเวียต แต่พระเจ้าทรงคุ้มครองความงามแห่งนี้ไว้ไม่ได้ถูกทำลายลงเหมือนวังนอกเมือ งอื่นๆ ที่นี้ยังคงตฺมไปด้วยศิลปะแบบรัสเซียดั้งเดิมไว้ทั้งดุ้นพร้อมรับแขกที่มา เยือนวังแห่งนี้ เปิดบริการตั้งแต่ 9.00 - 20.00 ฝั่งสวย ในตัวอาคารเปิดตั้งแต่ 10.00 - 18.00 หยุดวันจันทร์วันเดียวนอกนั้นของให้เดินเที่ยวได้ตามสบาย ปิดท้ายด้วยเฮอร์มิเทจและอเล็กซานเดอร์คอลัมน์ ที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งที่ที่เจ้าของงานสร้างชื่อว่า ฟรานเชสโก ราสเทรลลี่ พระราชวังฤดูหนาวแห่งนี้ถูกตกแต่งในสไตล์บารอค ใช้ลวดลายที่อ่อนช้อยสวยงามตัดทองแต้มแต่งด้วยโดมระย้าดูเลิศหรู ประดับด้วยปูนปั้นฝีมือบรมครูและงานแกะสลักระดับเทพ ถือเป็นสุดยอดสถาปัยอีกชิ้นที่ราสเทรลลี่รังสรรค์ได้อย่างวิจิตร ปัจจุบันที่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งสมบัติที่ล้ำค่ามากที่สุดในโลกมากกว่า 2.7 ล้านชิ้น ร่วมถึงผลงานของศิลปินที่โด่งดังสุดๆ ไม่ว่าจะเป็น Leonardo Da Vinci, Picasso, Raphael, Rubens, Rembrandt, Botticelli, Michelangelo, Velazquez, Goya และงานที่คนไทยรู้จักกับดีก้านข้าวโพดทองคำประดับด้วยเพชรปักในถ้วยน้ำเจียร จากก้อนหินคริสตัน หรือมงกุฎขนาดเล็กของซาร์ทาด้วยทองคำ เงิน เพชร ทับทิม ไพลิน ทั้งหมดถูกรวมไว้ที่แห่งนี้หมดแล้ว พระราชวังฤดูหนาวเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.30 - 18.00 ปิดวันจันทร์ ยังเหลืออีกหลายที่ที่เรายังไม่ได้แนะนำในเมืองแห่งนี้ หากคุณได้มีโอกาศไปรัสเซียจริงๆ คุณอย่าพลาดที่จะไปเหยียบเมืองแห่งนี้ เซนต์ปีเตอร์เบิร์กมันคือหน้าต่างของยุโรปจริง บทความน่าอ่านจาก http://www.emaginfo.com ร่วมกับ travel.mthai.com

BOARDING PASS : Cruise Edition Ep.3/3
BOARDING PASS /  เที่ยวสิงคโปร์ เมืองเซมารัง เกาะบาหลี

ออกเดินทางครั้งสำคัญบนเรือสำราญกับ TC ซัน พร้อมผู้ร่วมเดินทางนับพันคนบนโรงแรมกลางม­หาสมุทร สูง 14 ชั้น จัดเต็มทั้ง สระว่ายน้ำ โรงละคร พร้อมแวะเที่ยวสิงคโปร์ เมืองเซมารัง เกาะบาหลี เกาะลอมบอก ประเทศอินโดนีเซีย มาดื่มด่ำกับการท่องเที่ยว...ในมุมที่ต่าง­กับ ชีวิตแบบเอ็กซ์คลูซีฟกลางมหาสมุทร ติดตามได้ในรายการ Boarding Pass : Cruise Edition (Singapore-Semarang-Bali-Lombok)