รูปภาพท่องเที่ยว

แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ตามรอยภาพยนต์ Alexander เที่ยวอุบลราชธานี
Alexander /  ตามรอยหนัง / 

จังหวัดอุบลราชธานี เปิดแหล่งท่องเที่ยว ตามรอยหนังดัง เส้นทางถ่ายทำภาพยนตร์ Alexander อุบลราชธานี เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัด ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวและกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยว โดยมีการแสดงอุปกรณ์การถ่ายทำ, เสื้อผ้า,อาวุธ,ฉากถ่ายภาพ พร้อมชมภาพยนตร์ฉากที่ถ่ายทำในประเทศไทย ที่แหล่งท่องเที่ยวที่บ้านบัวเทิง ตำบลท่าช้าง อำเภอสว่างวีระวงศ์ อุบลราชธานี แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ในอุบลราชธานี ตามรอยภาพยนต์ Alexander นายสุรพันธ์ ดิสสะมาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานเปิด แหล่งท่องเที่ยว ตามรอยเส้นทางการถ่ายทำภาพยนตร์ Alexander ซึ่งเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อำเภอโขง เจียม ในปี 2547 โดยมีบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ นักแสดงไทยร่วมแสดงด้วย ซึ่งการเปิดแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่นี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและสร้างจุดเด่นของจังหวัดอุบลราชธานี ให้เป็นที่รู้จักและสนใจแก่นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป อีกทั้งยังสามารถเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ เช่น อุทยานแห่งชาติผาแต้ม, สามพันโบก, หาดชมจันทร์, หาดสลึง, ปากบ้อง, เขื่อนสิริธร, เขื่อนปากมูล, แม่น้ำสองสี, ด่านพรมแดนช่องเม็ก และแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดใกล้เคียง โดยแหล่งท่องเที่ยว ตามรอยเส้นทางการถ่ายทำภาพยนตร์ Alexander ตั้งอยู่ที่ริมฝั่งแม่น้ำมูล ตามเส้นทางถนนเลี่ยงเมืองสายอุบลราชธานี - พิบูลมังสาหาร บ้านบัวเทิง ตำบลท่าช้าง อำเภอสว่างวีระวงศ์ ภายในพื้นที่ได้จัดให้เป็นกระโจมแสดงนิทรรศการประวัติของกษัตริย์ Alexander การถ่ายทำภาพยนตร์ ผู้แสดง,พร้อมแสดงอุปกรณ์ประกอบการถ่ายทำเช่น เสื้อผ้า, อาวุธ, ฉากภาพยนตร์,สถานที่ถ่ายภาพ พร้อมชมการฉายภาพยนตร์ฉากที่ถ่ายทำในอุทยานแห่งชาติผาแต้ม ให้ชมในระบบ 4 มิติอีกด้วย ซึ่งนักท่องเที่ยว ประชาชนทั่วไป ตลอดจนสถาบันการศึกษา สามารถเข้าชมได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ตามรอยภาพยนต์ Alexander เที่ยวอุบลราชธานี พงษ์สถิตย์ อรอินทร์ ส.ปชส.อุบลราชธานี /ข่าว BN-007 / ภาพ ที่มา : สำนักประชาสัมพันธ์เขต 2 อุบลราชธานี ข้อมูลและภาพ จาก http://www.hugubon.com/ ติดตามความเคลื่อนไหวใน จังหวัดอุบลราชธานี https://www.facebook.com/Hugubon24

อิ่มบุญกับงานประเพณีสุดยิ่งใหญ่ ณ เขาคิชฌกูฏ
งานประเพณี /  รอยพระพุทธบาท / 

ประเพณีที่ว่าก็คือ งานนมัสการรอยพระพุทธบาท ณ เขาคิชกูฏ จังหวัดจันทบุรี จะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะในเทศกาลตรุษจีนถึงช่วงวันมาฆบูชาของทุกปี (ปลายเดือนมกราคม - มีนาคม) รวมระยะเวลา 2 เดือน การนมัสการรอยพระพุทธบาท เปรียบเหมือนได้เข้าเฝ้าองค์พระศาสดา ซึ่งถือเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ ผู้คนนับพันจึงพากันดั้นด้นมาที่นี่ จุดหมายคือยอดเขาคิชกูฏอันสูงลิบ เพื่อนมัสการรอยพระพุทธบาทอันงดงาม ขอบคุณรูปภาพจาก Unseen Tour Thailand อิ่มบุญกับงานประเพณีสุดยิ่งใหญ่ ณ เขาคิชฌกูฏ เขาคิชกูฏ นั้นมีผู้คนเป็นจำนวนมากที่พยายามจะขึ้นไปให้ถึงสุดปลายยอดเขา เพื่อกราบนมัสการรอยพระพุทธบาท ซึ่งถือเป็นงานประเพณีที่สำคัญประจำปี และได้ปฏิบัติสืบทอดกันมานาน โดยมีความเชื่อว่าจะได้บุญสูงสุด และเป็นการฝึกจิตใจให้มีความอดทนไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก ขอบคุณภาพจากคุณ Cha-orn Sudprasert ภาพจากคุณ สาวเจียระไน ช่างตุ๊ ภาพจากคุณ แยม อันโกะจัง การเดินทางไปเขาคิชฌกูฏ เริ่มต้นที่วัดพลวง ต้องขึ้นรถกระบะโฟว์วีลไปตามถนนที่ลาดชันมาก ระยะทางราว 8 กิโลเมตร จากนั้นต้องเดินเท้าขึ้นเขาไปอีกประมาณ 1.2 กิโลเมตร บนยอดเขายังมีปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่มาผูกกับตำนานทางพระพุทธศาสนาอยู่มากมาย ทั้งศิลาเจดีย์ หินรูปบารตคว่ำ ถ้ำฤาษี ลานแข่งรถพระอินทร์ หินที่มีรูปร่างคล้ายเต่าและช้างขนาดยักษ์ บนยอดเขาพระพุทธบาทอากาศเย็นสบาย สามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองจันทบุรีได้อย่างชัดเจน ใครยังไม่เคยไป ต้องลองครั้งหนึ่งในชีวิต รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอนครับ ภาพจากคุณ Top's Attapon ประเพณีแห่งศรัทธาตามรอยพระพุทธบาท ในครั้งถัดไป มีกำหนดการดังนี้ พิธีบวชชีพราหมณ์                     วันที่ 5 - 9 มกราคม 2558 งานบวงสรวง ปิดป่า-เปิดงาน       วันที่ 17 มกราคม 2558 และงานเปิดนมัสการ                   วันที่ 19 มกราคม - 19 มีนาคม 2558 หากคุณเป็นพุทธศาสนิกชน ต้องลองไปสักครั้งนะครับ แล้วคุณจะพบว่า พลังแห่งศรัทธา สามารถทำอะไรได้บ้าง ?สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฎ โทร. 0 3945 2074 ขอบคุณที่มา : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย , facebook.com/UnseenThailand  เรียบเรียงโดย : Travel MThai

ล้ำเหลือเกิน ไม่สบายอยู่บ้าน ก็ส่งหุ่นยนต์ไปเรียนแทนได้
Jeffrey Kaji /  ข่าวการศึกษา / 

ล้ำเหลือเกิน ไม่สบายอยู่บ้าน ก็ส่งหุ่นยนต์ไปเรียนแทนได้ มีจริงแล้วด้วยนะคะ หลังจากที่มีเด็กอเมริกาคนหนึ่งป่วยหนักไม่สบาย จนทำให้เขาไม่สามารถไปเรียน 1 สัปดาห์ และนั้นจึงเป็นปัญหาในการเรียนที่เขาอาจตามเพื่อนไม่ทัน แต่ปัญหากวนใจก็ต้องหมดไป เพราะเค้าสามารถส่งหุ่นยนต์ไปนั่งเรียนหนังสือแทนได้แล้วซะอย่างนั้นอ่ะ เจ๋งป่ะละ ล้ำเหลือเกิน ไม่สบายอยู่บ้าน ก็ส่งหุ่นยนต์ไปเรียนแทนได้ โดยเด็กหนุ่มที่ว่านี้ก็คือ Jeffrey Kaji หรือเจ้าหนูที่เพิ่งเข้ารับการผ่าตัดไส้ติ่งและป่วยจนไปโรงเรียนไม่ไหว จึงเป็นปรากฎการณ์ใหม่ในห้องเรียนครั้งแรกของ Long Island  รัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา นั่นคือ ถึงแม้เขาจะไม่สามารถมาโรงเรียนเรียนด้วยตัวเองได้ แต่เขาสามารถส่งเจ้าหุ่นยนต์ล้อเลื่อนมาเรียนได้แทน ทั้งสามารถเห็นหน้าตา โต้ตอบสื่อสาร เคลื่อนที่เปลี่ยนห้องเรียน  หรือนั่งจับกลุ่มคุยกับเพื่อนช่วงพักทานอาหารกลางวันได้หมด  ทำให้เขาไม่พลาดการเรียนแน่นอน ซึ่งหุ่นยนต์ตัวนี้ มาจากที่แม่ของ Jeffrey Kaji ทำงานอยู่ในบริษัทเทคโนโลยีชื่อว่า  A+ Technology จึงได้นำหุ่นยนต์มหัศจรรย์มาให้กับลูกชาย โดยวิธีการควบคุมของเจ้าหุ่นยนต์ก็คือ การเชื่อมโยงเข้ากับคอมพิวเตอร์ในบ้าน และลูกชายของเธอสามารถบังคับทิศทางด้วยล้อเลื่อนโดยการขยับเม้าส์ได้ตามใจชอบ อีกทั้งหุ่นยนต์ตัวนี้ก็จะทำหน้าที่เหมือน Skype ที่ทำให้ Jeffrey Kaji สามารถคุยกับครูหรือ เพื่อนๆได้นั่นเอง นอกจากนี้คุณแม่  Jeffrey Kaji  ยังบอกอีกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในโรงเรียนตอนนี้ก็เหมือนกับว่า  Jeffrey Kaji อยู่ในโรงเรียนนี้ด้วย และตอนนี้กำลังเป็นหนุ่มฮอต โดนรุมล้อมด้วยเหล่าเด็กๆ และเพื่อนนักเรียน ในขณะที่เขาเคลื่อนที่หุ่นยนต์ไปตามที่ต่างๆ แม้มันจะฟังดูประหลาดไปบ้าง แต่นักเรียนและครูหลายคนก็ชอบความพิสดารนี้ไม่น้อย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ จึงทำให้บริษัท A+ Technology อย่าง Steve Cina ออกมาพูดว่า อุปกรณ์หุ่นยนต์นี้ยังเหมาะสำหรับคนที่มีร่างกายพิการหรือเจ็บป่วย ให้กลับมามีโอกาสใช้ชีวิตและทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ "ผมคิดว่าตอนนี้เราสามารถนำเสนอบริการให้เช่าหุ่นยนต์สำหรับสถานการณ์ที่เฉพาะเจาะจงเช่นนี้ให้กับโรงเรียนได้" ลองมาดูคลิป เมื่อหุ่นยนต์ไปเรียนแทนจะเป็นยังไง? นับว่าเป็นความล้ำทางเทคโนโลยีจริงๆ นะคะ ที่สามารถช่วยเหลือเด็กที่ไม่สามารถเดินทางมาเรียนได้ อาจด้วยเหตุจำเป็นหรือความผิดปกติของร่างกายต่างๆ นั้นทำให้พลาดช่วงเวลาสำคัญไป เชื่อว่าอีกไม่นานเจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้อาจจะเข้ามาช่วยเหลือเด็กๆ ที่มีปัญหาเหล่านี้ให้หมดไปได้ค่ะ แต่สำหรับน้องๆ คนไหนที่ร่างกายปกติ พี่คิดว่าช่วงชีวิตที่เราได้เดินทางไปเรียน พูดคุยกับเพื่อนๆ มีช่วงเวลาดีๆ ในวัยเรียนด้วยตัวเองนั้น ยังไงก็เป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุดนะคะ  ติดตามดูเรื่องอื่นๆ ได้ที่ tech  เรียบเรียง teen.mthai.com ข้อมูล: Dailymail, catdumb รูปภาพ: Youtube, people.com

สวีทหวาน! โค้ชอ๊อต เฝิง คุน อวดภาพพรีเวดดิ้งที่จีน
วอลเล่ย์ /  เฝิง คุน / 

รักหวานจนน่าอิจฉาสำหรับ โค้ชอ๊อต เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร กุนซือลูกยางสาวไทย ควงว่าที่เจ้าสาว เฝิง คุน อดีตจอมตบสาวจีน บินไปถ่ายพรีเวดดิ้งชุดที่สอง ณ ประเทศจีน บ้านเกิดขอฝ่ายหญิง ที่เน้นบรรยากาศสถานที่ท่องเที่ยวพร้อมกับวิวทะเลสุดสวยเพิ่มความหวาน โดยก่อนหน้าที่คู่รักนักอดีตนักวอลเล่ย์ โค้ชอ๊อต เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร และ ว่าที่เจ้าสาว เฝิง คุน ได้ควงกันไปถ่ายภาพพรีเวดดิ้งที่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ที่ทำงานของฝ่ายชายกันมาแล้ว และล่าสุดทั้งคู่ยังได้ปล่อยภาพชุดพรีเวดดิ้ง ที่ประเทศจีน บ้านเกิดของฝ่ายหญิง มาให้แฟนๆ ได้ชม ทั้งนี้ โค้ชอ๊อต เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร และ ว่าที่เจ้าสาว เฝิง คุน จะจูงมือกันเข้าพิธีงานวิวาห์ วันที่ 4 ธันวาคมนี้

ชูวิทย์ ชี้เป้า ผบ.ตร. ตำรวจทำผิด อาจอยู่ดูใกล้ๆ ตัว
ข่าววันนี้ /  ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ / 

ชูวิทย์ แนะ ผบ.ตร. คดีจับ บิ๊กตำรวจ บอกอาจจะมีคนบงการตัวเบ้งกว่า ที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล หันไปก็เจอแล้ว นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ส่วนตัว @ชูวิทย์ I′m No.5 วานนี้ (25 พ.ย. 57) แสดงความเห็นถึงกรณีที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแถลงข่าวจับกุม พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางพร้อมพวกฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ และหมิ่นม.112 โดยเผยระบุ "ไม่ว่าใหญ่แค่ไหน อยู่ในยุคผมต้องถูกจับ" นั้นว่า เรื่องดังกล่าวยังไม่จบ เพราะอาจจะคนบงการระดับบิ๊กที่ใหญ่กว่าไม่ใกล้ไม่ไกล ใหญ่แค่ไหนก็จับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ มีตำแหน่งเป็นถึงผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง มีอำนาจสืบสวนสอบสวนจับกุมผู้กระทำความผิดทางอาญาทั่วประเทศ เป็นผู้บังคับบัญชากองปราบปราม ตำรวจน้ำ ตำรวจเศรษฐกิจ ตำรวจป่าไม้ ตำรวจทางหลวง ตำรวจท่องเที่ยว ถือเป็นตำแหน่งที่สำคัญและอยู่ในตำแหน่งนี้มาเป็นเวลาหลายปี ให้คุณให้โทษได้อย่างมหาศาล โดยเฉพาะกับบรรดากลุ่ม "ธุรกิจสีเทา" บ่อนการพนันที่แอบอ้าง อันเป็นรายได้ที่มิชอบมหาศาลตามที่เป็นข่าวคือ บ่อนพระราม 9 (บ่อนโคลอนเซ่) และย้ายมาเปิดย่านรัชดาภิเษก ใกล้แยกห้วยขวาง ที่ผมเคยนำมาเปิดเผยเป็นคลิปในสภา โดยหลังจากที่ผมพูดไปแล้ว 3 วัน ปล่อยให้นำรถสิบล้อไปขนของออกกันโครม ๆ แม้กระทั่ง ฝ้า พรม ยังขนออก กลายเป็นอาคารร้างชั่วข้ามคืน แล้วตำรวจถึงเข้าไปตรวจสอบ ต่อมา ตำรวจสรุปผลการสืบสวนข้อเท็จจริง ตามหนังสือเลขที่ ตช 0006.2/1771 ว่า ผลการสืบสวนข้อเท็จจริงฟังได้เป็นที่ยุติว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ถูกสืบสวนข้อเท็จจริงและมีหน้าที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบทุกคน ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสนใจและเอาใจใส่ตามสถานะ ภารกิจ และหน้าที่ความรับผิดชอบแล้ว จึงไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะต้องถูกพิจารณาข้อบกพร่องในการป้องกันปราบปรามอบายมุข จึงมีบันทึกสั่งให้ยุติเรื่อง" เมื่อผลการสืบสวนไม่มีผู้กระทำความผิดบกพร่อง แต่ตอนนี้เรื่องแดง พบผู้กระทำความผิด ผู้ต้องหาคือ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และ พล.ต.ต.โกวิทย์ โดยมีต้นเหตุจากการแอบอ้างบ่อนการพนันพระราม 9 และรัชดา หาก พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ เป็น "ตัวการ" จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มี "ผู้สนับสนุน" เครือข่ายย่อมไม่ใช่แค่ระดับพันตำรวจเอกและดาบตำรวจสองสามคน ตามโครงสร้างที่ท่าน ผบ.ตร. แถลงข่าววันนี้เท่านั้น หาก ผบ.ตร. บอกว่า "ใหญ่แค่ไหนก็จับ" ก็ต้องไปดูรายชื่อตามที่ผมเคยร้องเรียนไว้ในเรื่องเกี่ยวกับบ่อนรัชดาที่นำไปแอบอ้าง กระซิบบอก ผบ.ตร. ไม่ใกล้ไม่ไกลหรอกครับ เผลอ ๆ แค่หันหน้าก็เจอแล้ว ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "คดี พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> MThai news

เรื่องจริง 17 นิสัยคอมเม้นของคนไทยบนเฟสบุ๊ค
10 อันดับ /  เรื่องจริง / 

เดี๋ยวนี้ข่าวบนโลกโซเชียลนั้นมาไวกว่าจรวดซะอีก มีทั้งเรื่องดีงามและเรื่องแย่ๆ ปะปนกันไป ซึ่งในตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นกระแสข่าวอะไร ผู้คนก็มักจะนำเรื่องนั้นๆ มโพสต์แชร์ส่งต่อกันไปเรื่อยๆ และแน่นอนว่านิสัยคนไทยก็ชอบที่จะคอมเม้นกันอยู่เป็นประจำ และเพื่อนๆ รุ้ไหมว่าคนบ้านเรานั้นชอบเม้นกันแบบไหนบ่อยที่สุด ถ้านึกไม่ออก ตามทีนเอ็มไทยมาดู เรื่องจริง 17 นิสัยคอมเม้นของคนไทยบนเฟสบุ๊ค ! กันคะ (ขำขำละกันโน๊ะ >,<) เรื่องจริง 17 นิสัยคอมเม้นของคนไทยบนเฟสบุ๊ค  1. เม้นแรก เม้นสอง :  พวกนี้เป็นพวกที่วันๆ อยู่แต่หน้าจอคอมพร้อมกับนิ้วที่สัมผัสปุ่ม F5 ตลอดเวลา การได้เม้นแรกของพวกเขาจึงมีความสำคัญกว่าการสอบได้ที่ 1 เสียอีก 2. เม้นสี เม้นผี เม้นตะขาบ : พวกนี้มักขาดความอบอุ่น ชอบเรียกร้องความสนใจ อยากมีคนฟอลโล่เยอะๆ ก็เลยมักไปสิงตามพวกเพจที่มีคนเยอะๆ แล้วก็เม้นสีให้คนมาด่าพ่อด่าแม่เล่น 3. เม้นภาพ ไม่เน้นพูด เน้นภาพ : ไม่มีคำพูด มีแค่คำพูดในรูป เช่น มึงไปเล่นตรงนู้น กูกลัว ผมนี่ยืนขึ้นเลย ในคอมของพวกเค้าจะมีแต่รูปไอ้พวกนี้อยู่เต็มไปหมด พร้อมเอามาใช้ในทุกสถานการณ์ 4. เม้นเรื่องตลก : เหมือนกับพวกเม้นภาพ แต่พวกนี้มักก๊อปเรื่องตลกๆ มาเก็บไว้เป็นคลังส่วนตัวแทน พวกนี้มักจะได้ท็อปเม้นบ่อยๆ เพราะคนไทยชอบอะไรฮาเฮอยู่แล้ว 5. วันนี้วันสำคัญผม (เพื่อ!?) : “วันนี้วัน … ไลค์หน่อยครับ” พวกนี้มักเก็บความดีใจไว้กับตัวไม่อยู่ อยากแชร์ให้สังคมได้รับรู้ เช่น วันนี้วันเกิดผม วันเกิดลูกผม ผมเพิ่งได้ลูกชาย แม่ผมถูกหวย กด LIKE หน่อยครับ 6. เน็ตน้อย :  “เปลืองเน็ตตูอิ๊บอ๋าย” “เอาเน็ตตูคืนมา !!” พวกนี้มักใช้แพ็คเกจเน็ตราคาต่ำ หรือเน้นซื้อชั่วโมงเน็ต เพราะฉะนั้นเน็ตแต่ละกิโลไบท์ของพวกเค้าจึงมีค่ามาก หากพวกเค้าโดนดักมักจะสบถวลีติดปากออกมา 7. ด่าอย่างเดียว : พวกนี้ยังไงก็ด่า ขอให้ได้ด่า ตัวอย่างเช่น เจอคลิปตบกันก็ด่า พอเค้าตบปลอมๆ เป็นคลิปรณรงค์ก็ด่า ขอให้ได้ด่าเป็นพอ ด่าแล้วสบายใจ 8. บ้าอ่านเม้น : “ดีนะ กูอ่านเม้นก่อน” พวกนี้บางทีคลิปไม่ดู เอะอะอ่านเม้นก่อนๆ บางทีก็อ่านเพลินจนลืมดูคลิป ข้อดีของพวกนี้คือ ไม่โดนหลอกเวลาเจอคลิปผี 9. ถอดจิต : “วิธีถอดจิตออกจากร่าง” พวกนี้มักชอบเป็นจุดเด่น กะเม้นให้ได้ท็อปเม้น แต่หารู้ไม่ว่า ถอดจิตแม่งเชยแล้ว กากสิ้นดี 10. พวกดูหลายรอบ : “ใครดูเกิน 2 รอบ Like” พวกนี้เป็นคนละเอียด ชอบเก็บรายละเอียดในสิ่งที่เห็น แต่ไม่เก่งบรรยาย สุดท้ายก็เม้นได้แค่ว่า “ใครดูเกิน 2 รอบ Like เลย” แต่บางทีก็มี 3 4 5 รอบ แล้วแต่ความน่าสนใจ 11. พวกสมาธิสั้น  : “ใครดูไม่จบเหมือนกูบ้าง” พวกนี้ส่วนมากสมาธิจะสั้น ดูอะไรไม่ค่อยจบ หรือไม่ก็เป็นพวกขี้เกียจ พวกนี้มักจะชอบแอบเล่นเฟสบุ๊ค แชท Line เวลาเรียนหรือเวลางาน 12. ก๊อปคำพูดในคลิป : พวกนี้ไม่มีอะไรมาก ไม่ต้องคิดอะไร แค่หาประโยคเด็ดๆ ในคลิปที่ดู แล้วพิมพ์ลงไปแบบนั้นตรงๆ นี่แหละ วิธีง่ายโง่แบบนี้ ได้ท็อปเม้นกันมานักต่อนักแล้ว 13. ปลุกกระแสดราม่า : “ใครเกลียดอีนี่บ้าง” พวกนี้มักนำรูปภาพคนที่พูดจาไม่ดีมาแชร์ต่อ ให้คนอื่นร่วมด่ารุมประนามเจ้าของภาพกันอย่างเมามันส์ บางทีก็ไม่รู้หรอกตัวจริงตัวปลอมโพสต์ ขอให้ได้ก๊อปมาให้ชาวบ้านเค้าด่าก่อนเป็นพอ 14. พวกสร้างเงื่อนไข : “ถ้าได้ … ไลค์ จะทำ …” ถือว่าเป็นพวกบ้าไลค์จนยอมทำได้ทุกอย่าง ชอบสร้างเงื่อนไขอุบาทว์ๆ เช่น “ถ้าได้ 1,000 ไลค์ จะเลียไข่หมา” แต่พอไลค์ถึงแล้วมักหายหัวไปกันหมด ก็คนไทยลืมง่ายนินา 15. หื่น : “ขอ Youporn หน่อย” พวกนี้มักโผล่มาดึกๆ ยิ่งหลัง 4 ทุ่มจะเยอะมาก โผล่มาแล้วก็โพสต์ภาพโป๊ๆ โชว์นม ตามด้วยขอ Youporn ซึ่งเอาจริงๆ แล้วมึงไป Search หาในกูเกิ้ลจะเร็วกว่าเยอะเลย ให้ดิ้นตาย 16. เวลามีค่า : “เอาเวลา … ตูคืนมา” ถือว่าเวลาของคนพวกนี้มีค่ามาก เพราะหากเสพเนื้อหาที่ไม่ใช่สาระเข้าไปแล้วจะรู้สึกกระอักกระอ่วน ตรอมใจ เสียดายเวลาที่ใช้ไป ดังนั้นพวกเขามักจะเรียกร้องเวลาอันมีค่าของพวกเขาคืนเสมอ 17. โลกสวย : “ตูไม่ได้โลกสวยนะ แต่” ต้องบอกก่อนว่าการเป็นคนโลกสวยไม่ใช่คนดีจนน่าหมั่นไส้ แต่แค่ตอนนี้เราไม่มีเส้นแบ่งว่าขนาดไหนคือโลกสวย โลกดีๆ โลกเสื่อม แต่ละคนมักเอาความคิดตัวเองเป็นที่ตั้งหมด สุดท้ายก็ดราม่า 555+ ขอบคุณที่มา พี่หมี เพชรมายา petmaya.com

สมุทรปราการ วันเดียวก็เที่ยวได้
ตลาดคลองสวน /  ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง / 

สมุทรปราการ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าเมืองปากน้ำ หรือเมืองพระประแดง นั้น นับเป็นจังหวัดปริมณฑลที่อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ เพียง29 กิโลเมตร เป็นเมืองที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา มีความสำคัญเพราะเป็นเมืองปลายสุดของแม่น้ำเจ้าพระยา จึงเหมาะกับทั้งเป็นเมืองท่า และเมืองเกษตรกรรม สมุทรปราการ วันเดียวก็เที่ยวได้ จนมีคำขวัญประจำจังหวัดว่า “ป้อมยุทธนาวีพระเจดีย์กลางน้ำฟาร์มจระเข้ใหญ่งามวิไลเมืองโบราณสงกรานต์พระประแดงปลาสลิดแห้งรสดีประเพณีรับบัวครบถ้วนทั่วอุตสาหกรรม” เมื่อได้ชื่อว่าสมุทรปราการ อันหมายถึงเมืองท่าเมืองหน้าด่าน การแวะเที่ยวชมป้อมพระจุลจอมเกล้า ปราการเก่าทรงคุณค่าจึงนับเป็นสิ่งต้องทำอันดับแรกๆ หากได้มาเยือนสมุทรปราการ โดยป้อมแห่งนี้เป็นที่จอดเรือรบหลวงแม่กลอง เรือรบที่เก่าแก่เป็นอันดับ2 ของโลก พร้อมด้วยพื้นที่โดยรอบ ที่จัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงประวัติศาสตร์ทหารเรือ  รวมทั้งร้านอาหารรสชาติดีที่มีให้บริการอยู่ในบริเวณเดียวกัน อีกหนึ่งความภูมิใจของชาวสมุทรปราการที่หาจังหวัดอื่นมาเทียบเคียงได้ยาก คือ ประเพณีพื้นเมืองต่างๆ ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น งานพระสมุทรเจดีย์ หรือการนมัสการมหาเจดีย์คู่บ้านคู่เมือง โดยการล่องเรือแห่ผ้าห่มแดงไปตามแม่น้ำเจ้าพระยา จนถึงอำเภอพระประแดง และทำการแห่ขึ้นห่มพระเจดีย์ ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์ของสมุทรปราการ จนปรากฏเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัด งานประเพณีนี้จะจัดขึ้นทุกปี ในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี (ประมาณปลายเดือนตุลาคม- พฤศจิกายน) อีกหนึ่งประเพณีสำคัญของจังหวัดสมุทรปราการคือ ประเพณีโยนบัว ของวัดบางพลี ซึ่งนับเป็นแห่งเดียวในโลกที่จะได้เห็นการโยนบัวลงในเรือขวบนแห่พระพุทธรูปจำลองหลวงพ่อโต ทั้งทางบกและทางน้ำ โดยงานจะมีขึ้นในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 (ประมาณเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน) และเมื่อได้ชื่อว่าเป็นเมืองปากแม่น้ำ สมุทรปราการเองจึงมีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชม ไม่ว่าจะเป็น สถานตากอากาศบางปู ที่สามารถไปทำกิจกรรมได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น กินปู ดูนก เต้นรำ หรือท่องป่าชายเลน ก็สามารถทำได้ อีกหนึ่งสถานที่แนะนำคือ บางกระเจ้า หรือ เกาะสีเขียว ที่มีพื้นที่มากถึง 11,000 ไร่ โอบล้อมด้วยแม่น้ำเจ้าพระยา จนได้รับการยกย่องให้เป็นปอดของกรุงเทพ และ Best Urban Oasis of Asia จากนิตยสารไทม์ โดยนักท่องเที่ยวสามารถข้ามเกาะไปปั่นจักรยาน ดูนก ดูป่าชายเลน และสัมผัสกับอาการบริสุทธิ์ได้ ส่วนเรื่องการช้อปปิ้งนั้น สมุทรปราการก็นับว่าไม่น้อยหน้าที่ใดในประเทศ เพราะนอกจากจะเป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าใหญ่อย่างอิเกียและเมกาบางนาแล้ว ที่สมุทรปราการยังมีตลาดน้ำอย่างตลาดน้ำบางน้ำผึ้งไว้คอยต้อนรับนักท่องเที่ยว โดยตลาดน้ำแห่งนี้ถึงแม้จะเป็นตลาดน้ำน้องใหม่ แต่กลับเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของวิถีชีวิตชาวบ้านริมคลอง ที่ส่วนใหญ่เป็นคนเชื้อสายมอญซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือ สัมผัสกับความงดงามของวิถีชีวิตและสวนผลไม้ของชาวบ้านได้ ส่วนสินค้าขึ้นชื่อของตลาดที่ควรซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้าน เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้ปลาสลิดและขนมจาก เป็นต้น ตลาดคลองสวนก็นับเป็นอีกหนึ่งตลาดสำคัญของจังหวัดสมุทรปราการที่มีอายุมากถึง 100 ปี โดดเด่นด้วยบรรยากาศย้อนอดีตที่ยังคงมนต์เสน่ห์แห่งการซื้อขายแลกเปลี่ยน รวมไปถึงอาหารรสชาติดี และของซื้อของขายมากมาย นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวที่แนะนำไปแล้วนั้น จังหวัดสมุทรปราการยังมีสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอีกมากมายให้เลือกไปแวะเยี่ยมเยือน ไม่ว่าจะเป็น เมืองโบราณ มรดกแห่งภูมิปัญญาไทยที่จัดแสดงอาคารทางสถาปัตยกรรมไทยรูปแบบต่างๆ พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ พิพิธภัณฑ์ที่เก็บรักษาศิลปวัตถุมรดกทางวัฒนธรรมด้านต่างๆ เพื่อสืบสานอนุรักษ์งานศิลป์ไทย ฟาร์มจระเข้ ก็นับเป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวคู่จังหวัดที่นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติต่างให้ความนิยมมาแวะดูการแสดงมากมาย ถึงแม้ว่าสมุทรปราการจะเป็นเพียงจังหวัดเล็กๆ ที่หลายคนอาจมองข้ามแต่หากได้ลองมาทำความรู้จักกับวัฒนธรรมธรรมชาติอาหารการกินแหล่งท่องเที่ยวแล้ว เราจะพบว่าสมุทรปราการนั้นเพียบพร้อมไปด้วยเสน่ห์เป็นจังหวัดที่มีเวลาแค่วันเดียวก็เที่ยวได้ แถมยังไม่ต้องเดินทางไกลและเที่ยวได้ตลอดทั้งปี เอาเป็นว่าหากสุดสัปดาห์นี้ยังไม่มีโปรแกรมไปไหนอย่าลืมมาลองทำความรู้จักกับสมุทรปราการดู สมุทรปราการ เที่ยวได้ทั้งปี ภายในบริเวณ วัดมงคลโคธาวาส สมุทรปราการ วันเดียวก็เที่ยวได้

งบ 1,500 บาท พักเชียงใหม่ที่ไหนดี
ที่พักเชียงใหม่ /  เที่ยวเชียงใหม่

หน้าหนาวกันแล้วใครมีแพลนไปเที่ยวที่ไหนกันบ้างค่ะ วันนี้ทาง Travel.mthai.com จึงขอแนะนำที่พักในเชียงใหม่ ซึ่งมีงบแค่ 1,500 บาท ก็สามารถพักในที่พักในเชียงใหม่ได้ แล้วมันมีที่ไหนกันบ้างล่ะ งั้นจะรอช้าอยู่ทำไมเราไปดูกันเลยดีกว่า งบ 1,500 บาท พักเชียงใหม่ที่ไหนดี 1. รอยัลปิง การ์เด้น แอนด์ รีสอร์ท (Royal Ping Garden & Resort) 1. รอยัลปิง การ์เด้น แอนด์ รีสอร์ท (Royal Ping Garden & Resort) รอยัลปิง การ์เด้น แอนด์ รีสอร์ท (Royal Ping Garden & Resort) บูติกรีสอร์ท ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศอันร่มรื่นของแมกไม้นานาพันธุ์ ริมฝั่งแม่น้ำปิง พร้อมลานกว้างสำหรับตั้งแคมป์ไฟ ภายในบ้านพักสไตล์อเมริกันล็อคโฮม ตกแต่งอย่างสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมล้านนา ห้องพักแยกห้องนอนเป็นส่วนตัว มีทั้งเตียงเดี่ยวและเตียงคู่ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน นอกจากนี้ยังมีบริการนวดฝ่าเท้า, สวนสมุนไพร และห้องอาหารอินทขิน ที่เสิร์ฟอาหารเหนือ และบุฟเฟ่ต์นานาชาติ พร้อมค็อกเทลเย็นๆ ในบรรยากาศที่ร่มและกลางแจ้ง ซึ่งมองเห็นพระอาทิตย์ตกยามเย็น รวมถึงบ้านเรือนของชาวชุมชนใกล้เคียง รีสอร์ทแห่งนี้จึงเป็นบ้านพักอันคุ้มค่า สำหรับการเที่ยวพักผ่อนแบบหมู่คณะ ในบรรยากาศสบายๆเป็นกันเอง รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> รอยัลปิง การ์เด้น แอนด์ รีสอร์ท (Royal Ping Garden & Resort) _________________________________ 2. ยูเรเซีย เชียงใหม่ (Eurasia Chiang Mai Hotel) 2. ยูเรเซีย เชียงใหม่ (Eurasia Chiang Mai Hotel) ยูเรเซีย เชียงใหม่ (Eurasia Chiang Mai Hotel) เป็นโรงแรมที่ตั้งอยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่ บนพื้นที่กว้างขวางถึง 13 ไร่ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์ ห้องพักมีให้เลือกทั้ง บ้านเดี่ยวสไตล์โคโลเนียล พร้อมระเบียงที่ล้อมรอบด้วยไม้ผลต่างประเทศ และห้องยูเรเซีย สวีท มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย นอกจากนี้ ยังมี รูมเซอร์วิส และร้านอาหาร Garden terrace Restaurant & Bar ที่มีทั้งอาหารพื้นเมือง และอาหารนานาชาติให้บริการ รวมถึงกิจกรรมเพื่อการผ่อนคลายอีกมากมาย อาทิ นวดบำบัด ณ อิมพีเรียล สปา, ห้องสมุด, โรงเพาะกล้วยไม้ และสวนผลไม้ ไม่ว่าจะเป็น มะม่วง ลำไย ลิ้นจี่ มะละกอ และกล้วย ซึ่งแขกที่พักกับทางรีสอร์ทสามารถเด็ดรับประทานได้ตามความพอใจ รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ยูเรเซีย เชียงใหม่ (Eurasia Chiang Mai Hotel) _________________________________ 3. อิมม์ โฮเทล ท่าแพ เชียงใหม่ (Imm Hotel Thaphae Chiang Mai) 3. อิมม์ โฮเทล ท่าแพ เชียงใหม่ (Imm Hotel Thaphae Chiang Mai) อิมม์ โฮเทล ท่าแพ เชียงใหม่ (Imm Hotel Thaphae Chiang Mai) มีจุดเด่นคือ ทำเลที่ตั้งหน้าลานเอนกประสงค์ประตูท่าแพ ศูนย์กลางความเจริญที่คู่ไปกับอารยธรรมเก่าแก่ของเมืองเชียงใหม่ ประตูท่าแพเป็นหัวใจของการจัดกิจกรรมและเทศกาลของเชียงใหม่มาช้านาน เช่น เทศกาลไม้ดอกไม้ประดับ ประเพณีสงกรานต์ ประเพณีลอยกระทง ซึ่งขบวนแห่ต่างๆ ที่สำคัญทุกวันอาทิตย์ บริเวณนี้จะกลายเป็นถนนคนเดินเชียงใหม่ ที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาตินิยมมาเยือน เพื่อซื้อหาสินค้าหัตถกรรมท้องถิ่น ไปจนถึงภาพวาด และงานแฮนด์เมดต่างๆ จึงไม่แปลกที่ อิมม์ โฮเทล ท่าแพ จะเป็นสวรรค์แห่งความบันเทิงสำหรับนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> อิมม์ โฮเทล ท่าแพ เชียงใหม่ (Imm Hotel Thaphae Chiang Mai) _________________________________ 4. แอท นาธา เชียงใหม่ ชิค จังเกิล (At Nata Chiang Mai Chic Jungle) 4. แอท นาธา เชียงใหม่ ชิค จังเกิล (At Nata Chiang Mai Chic Jungle) แอท นาธา เชียงใหม่ ชิค จังเกิล (At Nata Chiang Mai Chic Jungle) โรงแรมขนาดเล็ก ใน อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ไม่ว่าจะเป็น หมู่บ้านชาวเขา น้ำตกแม่สา สวนสิริกิติ์ ฟาร์มงูแม่สา ฟาร์มกล้วยไม้ และปางช้างแม่สา การออกแบบโรงแรมผสมผสานความทันสมัยเข้าไว้กับธรรมชาติ โดยรักษาเสน่ห์ของเค้าโครงเดิมเอาไว้ บริเวณโรงแรมเป็นที่ลาดเชิงเขาไล่ระดับลดหลั่นลงมาถึงบริเวณน้ำตก มองเห็นเป็นลำธารเล็กๆ ไหลผ่านโขดหินและลงสู่แอ่งน้ำธรรมชาติ ผู้เข้าพักจึงได้สัมผัสความสดชื่น รื่นรมย์ ในบรรยากาศที่สงบและผ่อนคลาย มีห้องพักให้เลือกทั้ง Superior Room ที่ตกแต่งสไตล์โมเดิร์น เน้นปูนเปลือย, Modern Cottage 3 แบบ 3 สไตล์, Sweet Cottage ตกแต่งพิเศษด้วยการเพ้นท์สีและลวดลายศิลปะ, So Sweet Room เน้นดีไซน์แปลกตา เห็นวิวธรรมชาติและน้ำตกแม่สาได้อย่างชัดเจน และ Villa Story เป็นบ้านทรงแปดเหลี่ยม ประกอบด้วย 2 ห้องนอน และชั้นลอย พร้อมพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง ส่วนด้านนอกมี สระว่ายน้ำ ให้บริการอีกด้วย รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> แอท นาธา เชียงใหม่ ชิค จังเกิล (At Nata Chiang Mai Chic Jungle) _________________________________ 5. วี วัลเลย์ บูติก โฮเต็ล (We Valley Boutique Hotel) 5. วี วัลเลย์ บูติก โฮเต็ล (We Valley Boutique Hotel) วี วัลเลย์ บูติก โฮเต็ล (We Valley Boutique Hotel) ตั้งอยู่ในมุมมองที่สวยที่สุดของเชียงใหม่ เป็นที่พักอันสะดวกสบายและทันสมัย มีห้องพักให้บริการถึง 62 ห้อง แต่ละห้องมีเอกลักษณ์ในแบบของตัวเอง ผู้เข้าพักจะเพลิดเพลินไปกับการเลือกโทนสีและรูปแบบของห้องพักที่ชื่นชอบ พร้อมเพลิดเพลินไปกับความสงบเงียบ ท่ามกลางธรรมชาติและภูเขา ห้องพักมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น We-Express โดดเด่นด้วยสไตล์และสีสันที่ไม่เหมือนใคร, We-Valley ได้บรรยากาศโรแมนติก พร้อมทิวทัศน์ภูเขาอัน+สวยงาม และสุดท้ายคือ We-Suite ห้องพักพิเศษ สไตล์อังกฤษ พร้อมห้องนั่งเล่น สามารถชมวิวภูเขา และมองเห็นสถานที่สำคัญๆของเชียงใหม่ได้ในมุมกว้าง รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> วี วัลเลย์ บูติก โฮเต็ล (We Valley Boutique Hotel) _________________________________ งบ 1,500 บาท พักเชียงใหม่ที่ไหนดี 6. ลา วิลเล็ตต้า เชียงใหม่ (We Valley Boutique Hotel) 6. ลา วิลเล็ตต้า เชียงใหม่ (We Valley Boutique Hotel) ลา วิลเล็ตต้า เชียงใหม่ (We Valley Boutique Hotel) โรงแรมสไตล์บูติกโมเดิร์น ในบรรยากาศที่ร่มรื่น ตั้งอยู่บริเวณตลาดหนองหอย ใกล้กับแม่น้ำปิง และสามารถเดินทางไปตลาดไนท์บาร์ซ่าและถนนคนเดินได้ภายใน 10-15 นาที เท่านั้น โรงแรมแห่งนี้ให้บริการห้องพักรวมอาหารเช้าจำนวน 14 ห้อง แบ่งเป็น Deluxe Room และ Grand Deluxe Room ทุกห้องมีระเบียงส่วนตัว พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ด้านนอกมี สระว่ายน้ำกลางแจ้ง ให้ยืดเส้นยืดสายพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งที่นี่ยังอยู่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยว อาทิ รติล้านนาสปา และเดอะ พีค แอดเวนเจอร์ หากคุณกำลังจะมาเที่ยวเชียงใหม่ โรงแรมลา วิลเล็ตต้า พร้อมให้บริการด้วยใจเพื่อวันพักผ่อนสุดพิเศษของคุณ รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ลา วิลเล็ตต้า เชียงใหม่ (We Valley Boutique Hotel) _________________________________ 7. แม่สา วัลเล่ย์ รีสอร์ท (Mae Sa Valley Craft Village Resort) 7. แม่สา วัลเล่ย์ รีสอร์ท (Mae Sa Valley Craft Village Resort) แม่สา วัลเล่ย์ รีสอร์ท (Mae Sa Valley Craft Village Resort) บ้านพักกลางหุบเขา บนความสูงถึง 2000 ฟุตจากระดับน้ำทะเล เรียกว่าเป็นสถานที่พักผ่อนในเชียงใหม่ที่น้อยคนเคยมาสัมผัส บ้านพักหลังคามุงจาก และกระท่อมไม้ไผ่ ของที่นี่ ถูกออกแบบมาให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม รอบๆมีเนินขั้นบันได ให้เดินชมแปลงดอกไม้และผักนานาชนิด ส่วนกลางคืนอากาศที่นี่จะหนาวเย็น เหมาะกับการปาร์ตี้รอบกองไฟ นอกจากนี้ยังมี ร้านอาหารบัวตอง และร้านอาหารน้ำตก ใกล้ชิดธรรมชาติสุดๆ รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> แม่สา วัลเล่ย์ รีสอร์ท (Mae Sa Valley Craft Village Resort) _________________________________ 8. อิมพีเรียล เชียงใหม่ รีสอร์ท & สปอร์ตคลับ (Imperial Chiang Mai Resort & Sport Club) 8. อิมพีเรียล เชียงใหม่ รีสอร์ท & สปอร์ตคลับ (Imperial Chiang Mai Resort & Sport Club) อิมพีเรียล เชียงใหม่ รีสอร์ท แอนด์ สปอร์ต คลับ (Imperial Chiang Mai Resort & Sport Club) แม้จะซ่อนตัวอยู่ริมฝั่งแม่น้ำปิง แต่ก็ใช้เวลาขับรถไม่นาน เพื่อไปท่องเที่ยวตามเส้นทางธรรมชาติยอดนิยมใน อ.แม่ริม เช่น ปางช้าง, สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์, กิจกรรมผจญภัย รวมถึงสนามกอล์ฟคุณภาพ ที่สำคัญห้องพักทุกห้อง มีระเบียงที่มองเห็นทิวทัศน์อันสวยงามของภูเขาและบรรยากาศรอบๆรีสอร์ท รวมถึงมีบริการ สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ที่มี โอลิมปิก พูล บาร์, สวนหย่อม ที่มีไม้ผลนานาชนิด และร้าน เดอะ การ์เด้น วิว เทอร์เรซ ซึ่งจะเติมเต็มความสุขในวันหยุดของคุณได้ทุกรูปแบบ รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> อิมพีเรียล เชียงใหม่ รีสอร์ท & สปอร์ตคลับ (Imperial Chiang Mai Resort & Sport Club) _________________________________ 9. คุณใหม่บ้านสวนรีสอร์ท (Khun Mai Baansuan Resort) 9. คุณใหม่บ้านสวนรีสอร์ท (Khun Mai Baansuan Resort) คุณใหม่บ้านสวนรีสอร์ท (Khun Mai Baansuan Resort) อ.แม่อาย เชียงใหม่ ที่นี่คุณจะเดินเล่นสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติจากต้มไม้นานาพรรณอย่างเต็มอิ่ม ที่ลานสวนหย่อม รวมถึงสามารถมองเห็นวิวแม่น้ำกกและวิวภูเขาได้อีกด้วย ส่วนภายในมีพื้นที่กว้างขวาง ห้องพักแต่ละห้อง ถูกตกแต่งอย่างสวยงามและเรียบง่าย ด้วยดีไซน์ที่แตกต่างกันออกไป เหมาะสำหรับคู่รัก ครอบครัว หรือคนที่มาพักเดี่ยว ส่วนของห้องอาหาร ก็มีทั้งอาหารไทยและอาหารนานาชาติรสเลิศ ฝีมือเชฟซึ่งเป็นเจ้าของรีสอร์ทที่ลงมือทำด้วยตัวเอง และเมนูขึ้นชื่อก็คือ ซี่โครงตระไคร้ทอด ต้มยำกุ้งวุ้นเส้นแห้ง ปลาช่อนโบราณ ผัดเผ็ดหมูป่า ปลาดอลลี่ย่างซีอิ้ว หมึกเทมปุระ กุ้งผัดสัปปะรด หมูสามชั้นทอดกรอบ แกงพะแนง ผัดฉ่ากบ ปลาทับทิมราดพริกแกง ห่อหมกทะเล ไก่อบซอส ยำทูน่า ยำยอดคะน้า ฯลฯ พร้อมเครื่องดื่มหลากหลายยี่ห้อ ให้ลิ้มลองในบรรยากาศสดชื่นและเงียบสงบ รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> คุณใหม่บ้านสวนรีสอร์ท (Khun Mai Baansuan Resort) _________________________________ 10. ดิ แอดเวนเจอร์ เชียงใหม่ (The Adventure Chiangmai Hotel) 10. ดิ แอดเวนเจอร์ เชียงใหม่ (The Adventure Chiangmai Hotel) ดิ แอดเวนเจอร์ เชียงใหม่ ห้องพักทั้งหมด 72 ห้อง ออกแบบทันสมัย เป็นส่วนตัวด้วยห้องพักที่ตกแต่งสวยงาม เครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น เครื่องปรับอากาศ, ภาพยนตร์ชมในห้องพัก, โต๊ะเขียนหนังสือ, เครื่องเป่าผม, รูมเซอร์วิส 24 ชั่วโมง, บริการซักรีด/ซักแห้ง, ร้านอาหาร, มีบริการรถรับส่งที่สนามบิน โรงแรม ดิ แอดเวนเจอร์ บริการอาหารไทย-จีน และเครื่องดื่มตลอด 24 ชั่วโมง และ CNX Cafe ให้ทานลิ้มลองกาแฟสด โรงแรม ดิ แอดเวนเจอร์ ให้เป็นสถานที่พักผ่อนอย่างแท้จริง ทำให้ท่านที่มาพักอยู่ในโรงแรมแห่งนี้ได้รับความสุขกายสบายใจ สะดวกสบาย และอบอุ่นใจเสมือนเป็นบ้านของท่านเอง ดิ แอดเวนเจอร์ เชียงใหม่ ขอเสนอประสบการณ์ที่แตกต่างของห้องที่ถูกออกแบบมาในธีมอันหลากหลาย เช่น โลกใต้น้ำ อวกาศ ฮาเร็ม จูราสสิก วาเลนไทน์ คลาสสิค คาสิโน ขนมปัง ห้องกระจก พรีเมียร์ลีก และรูปแบบคาราวาน รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ดิ แอดเวนเจอร์ เชียงใหม่ (The Adventure Chiangmai Hotel) บทความเกี่ยวข้อง   10 ที่พักในไทย บรรยากาศเหมือนเมืองนอก  15 ที่พักริมน้ำ เที่ยวพักผ่อนสบายๆ 10 ที่พักร่มรื่นเกินคำบรรยาย ส่งท้ายหน้าฝน

สระบุรี เมืองนี้ไม่ใช่แค่เมืองทางผ่าน
ทุ่งทานตะวัน /  น้ำตกเจ็ดสาวน้อย / 

ถึงสระบุรีแล้วเลี้ยวขวา เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินคำนี้ อาจด้วยเพราะว่าจังหวัดสระบุรีนั้นนับเป็นจังหวัดรอยต่อระหว่างภาคกลาง และภาคอีสาน หลายคนจึงใช้สระบุรีเป็นทางผ่านเพื่อมุ่งหน้าไปยังภาคอีสาน แต่เอาเข้าจริงสระบุรีเป็นจังหวัดที่มีสถานที่ที่เที่ยวอยู่มากมาย ทั้งด้านพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ประเพณี และธรรมชาติ แถมยังอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯที่เพียงขับรถชั่วโมงกว่าๆ ก็สามารถหลีกหนีความวุ่นวายของเมืองกรุง ออกมาสัมผัสวิถีชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจได้มากมาย สระบุรี เมืองนี้ไม่ใช่แค่เมืองทางผ่าน ตามคำขวัญประจำจังหวัดที่ว่า “พระพุทธบาทสูงค่าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ฐานผลิตอุตสาหกรรมเกษตรนำล้ำแหล่งเที่ยวหนึ่งเดียวกะหรี่ปั๊บนมดีประเพณีตักบาตรดอกไม้งามเหลืองอร่ามทุ่งทานตะวันลือลั่นเมืองชุมทาง” ว่าแล้วเราจึงขอเริ่มต้นสถานที่ท่องเที่ยวตามคำขวัญประจำจังหวัดเลยแล้วกัน เพื่อให้การท่องเที่ยวในสระบุรีครบถ้วนไม่ตกหล่น วัดพระพุทธฉาย คือสถานที่ท่องเที่ยวแรกที่เราจะไปกัน โดยวัดพระพุทธฉายนั้นนับเป็นวัดสำคัญของจังหวัดด้วยว่าเป็นที่ประดิษฐาน รอยพระพุทธรูปบนแผ่นหินบนชะง่อนผา และมีภาพเขียนลายเส้นยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่บริเวณเชิงผาและบริเวณโดยรอบอีกทั้งยังมีรอยพระพุทธบาทเบื้องขวาอยู่ในบริเวณเดียวกันอีกด้วยอีกสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญไม่แพ้กันอีกแห่งหนุ่งคือ วัดพระพุทธบาทราชววรมหาวิหาร สถานที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทที่ประทับไว้บนแผ่นหินเหนือไหล่เขาสุวรรณบรรพต ซึ่งค้นพบในสมัยพระเจ้าทรงธรรมและนับเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองสระบุรีนับแต่นั้นเป็นต้นมา และหากมีโอกาสมาที่วักพระพุทธบาทในวันเข้าพรรษาก็จะได้ร่วมประเพณีตักบาตรดอกไม้ที่นับเป็นประเพณีโบราณ และมีที่จังหวัดสระบุรีเพียงแห่งเดียว เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจของจังหวัด ด้วยว่าเขื่อนแห่งนี้เป็นเขื่อนดินที่ยาวที่สุดในประเทศ และได้ก่อสร้างขึ้นตามโครงการพัฒนาลุ่มแม่น้ำป่าสัก ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยชื่อเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์นั้นมีความหมายว่าเขื่อนแม่น้ำป่าสักที่เก็บน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ไม่ควรพลาดไปเยือน คือ น้ำตกเจ็ดสาวน้อย แห่งอำเภอมวกเหล็ก ที่มีต้นกำเนิดมาจาดผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่โดยน้ำตกเจ็ดสาวน้อยนั้นสามารถลงเล่นน้ำได้บริเวณชั้นที่1-4และจะสวยงามที่สุดในช่วงเดือนพฤศจิกายน-เมษายน อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น ก็นับเป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่หากมีเวลาก็ไม่ควรพลาดเช่นกัน ด้วยว่าภายในอุทยานนั้นประกอบไปด้วยภูเขาน้อยใหญ่ โดยมีเขาครก เป็นจุดชมวิวเมืองสระบุรีที่สำคัญ รวมไปถึงมีอ่างเก็บน้ำ และน้ำตกอีกหลายแห่งให้แวะเที่ยวชม และถึงแม้ว่าจังหวัดสระบุรีจะได้ชือว่าเป็นฐานผลิตทางอุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศ แต่สระบุรีเองก็นับเป็นแหล่งเกษตรกรรมที่สำคัญเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ไร่องุ่นแห่งอำเภอมวกเหล็ก ที่สามารถออกผลผลิตได้ตลอดทั้งปี นักท่องเที่ยวสามารถชิมองุ่นสด หรือเลือกซื้อผลิตภัณฑ์แปรรูปจากองุ่น เป็นของฝากติดมือกลับบ้านได้ อีกแห่งหนึ่งคือ ฟาร์มโคนมไทย- เดนมาร์ก ที่นอกจากจะเป็นแหล่งผลิตนมคุณภาพดีแล้ว ที่นี่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สำคัญ และแหล่งเลี้ยงโค จนสระบุรีได้ชื่อว่าเป็นเมืองคาวบอยอีกด้วย และอีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวสำคัญที่นักท่องเที่ยวหลายคนอยากมีโอกาสไปสัมผัสความงามคือ ทุ่งทานตะวัน ที่ตั้งอยู่รอยต่อระหว่างจังหวัดสระบุรี และลพบุรี โดยทุ่งทานตะวันจะออกดอกสีเหลืองสะพรั่ง พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว ในช่วงเดือนพฤศจิกายน- ธันวาคม เท่านั้นและหากจะพูดถึงของฝากติดไม้ติดมือที่สำคัญนอกเหนือไปจากองุ่น และนมแล้ว คงหนีไม่พ้นกระหรี่พั๊ฟหลากไส้ ทั้งคาวและหวานที่นับเป็นของฝากชื่อดังติดอันดับของสระบุรี เล่ากันมาขนาดนี้แล้ว หากใครมีเวลาว่างลองแวะไปเยือนจังหวัดสระบุรีกันดู จะไปแค่เช้าเย็นกลับ หรือจะลองตั้งแค้มป์ค้างคืนก็ได้ เชื่อเหลือเกินว่า หากได้ลองท่องเที่ยวและทำความรู้จักกับสระบุรีแล้ว จะรู้ได้ทันทีว่า สระบุรีนั้นไม่ใช่เมืองทางผ่าน แต่เป็นเมืองน่าเที่ยวที่มาได้ง่าย และเที่ยวได้ตลอดทั้งปีเลยทีเดียว   สระบุรี เมืองนี้ไม่ใช่แค่เมืองทางผ่าน

สนุกสุดเหวี่ยงในเทศกาลดนตรี Wonderfruit
Wonderfruit /  เทศกาลดนตรี / 

“ สนุกสุดเหวี่ยงในเทศกาลดนตรี Wonderfruit พร้อมพักผ่อนเต็มอิ่มที่โอโซ่ พัทยา - ห้องพักสำหรับ 3 คืน พร้อมอาหารเช้า ในราคาเพียง 7,800 บาท++” สนุกสุดเหวี่ยงในเทศกาลดนตรี Wonderfruit ธันวาคม 57 นี้ จังหวัดชลบุรีจะเป็นสถานที่จัดงาน Wonderfruit เทศกาลที่รวบรวมดนตรีและศิลปะรูปแบบใหม่แกะกล่องครั้งแรกในเมืองไทย สำหรับแฟนดนตรีและศิลปะอยากสัมผัสประสบการณ์ใหม่ของเทศกาลนี้ โดยที่ไม่อยากกังวลกับการนอนเต้นท์ โอโซ่ พัทยา นำเสนอแพ็คเกจห้องพักราคาพิเศษสำหรับการเข้าพัก 3 คืน พร้อมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน ในราคาเริ่มต้นเพียง 7,800 บาท++ พร้อมรถรับส่งจากโรงแรมสู่บริเวณงาน เพื่อให้ผู้เข้าพักได้สนุกกับเทศกาลอย่างเต็มอิ่ม Wonderfruit จะจัดขึ้น 3 วันระหว่างวันที่ 19-21 ธันวาคม 2557 คับคั่งด้วยการแสดงดนตรีจากศิลปินชื่อดังระดับนานาชาติ อาทิ Little Dragon, Fat Freddy's Drop Chet Faker รวมถึงศิลปินไทย อาทิ บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ อพาร์ตเม้นต์คุณป้า และ ฮิวโก้ ที่จะมาร่วมให้ความบันเทิง พร้อมพบกับผลงานศิลปะที่ตระการตา และกิจกรรมสนุกๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ภายในงานยังมีการฉายภาพยนตร์ การแสดงแฟชั่นเสื้อผ้าจากทุกมุมโลก สินค้าเพื่อสุขภาพ แนวความคิดเชิงนิเวศการเกษตร รวมทั้งตลาดเกษตรกร และงานเลี้ยงจากเชฟที่ได้รับรางวัล โอโซ่ พัทยา เป็นโรงแรมที่เพิ่งเปิดใหม่ เหมาะกับผู้เข้าพักที่ชอบการออกไปค้นหาความตื่นเต้น และแรงบันดาลใจ ผู้ที่มาร่วมงานเทศกาลนี้ จะได้สัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวแนวใหม่ที่เป็นเอกลักษณ์ของโอโซ่ ไม่ว่าจะเป็นห้องพักแสนสบายพร้อมหมอนสุดนุ่ม ผ้าม่านที่ป้องกันแสงสว่างได้อย่างมิดชิดเพื่อให้ผู้เข้าพักสามารถนอนหลับได้อย่างเต็มอิ่ม ก่อนออกไปเที่ยวอย่างสนุกสนานภายในงานเทศกาลยามค่ำคืน อภินันทนาการอินเตอร์เน็ตไวไฟเพื่ออัพเดทบรรยากาศภายในงานเทศกาลฯ ได้ทันที พร้อมบริการเพื่อความสะดวกสบาย อาทิ EAT2Go บริการที่ให้ผู้เข้าพักสามารถเลือกซื้ออาหารเมนูง่ายๆ แบบเร่งด่วน พร้อมออกไปทานนอกสถานที่ได้อย่างสะดวกสบาย สนุกสุดเหวี่ยงในเทศกาลดนตรี Wonderfruit รายละเอียดของแพ็คเกจ Wonderfruit* · เข้าพัก 3 คืน ในห้องพักแบบสลีป พร้อมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน · บริการรถรับส่งระหว่างโรงแรมและบริเวณงาน ระหว่างวันที่ 19-21 ธันวาคม 2557 (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 25 นาที) · บริการรถรับส่งออกจากโรงแรมสู่บริเวณงาน เวลา 09.00 น., 11.00 น., 13.00 น. และ 16.00 น. · บริการรถรับส่งออกจากบริเวณงานกลับสู่โรงแรม เวลา 14.30 น., 17.30 น และ 22.00 น. · แพ็คเกจนี้ใช้สำหรับการเข้าพักระหว่างวันที่ 15-25 พฤศจิกายน 2557 ราคาดังกล่าวไม่รวมค่าภาษี ค่าบริการ และค่าบัตรเข้าชมงาน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โอโซ่ พัทยา โทร. +66 (0) 3810 3777 หรือ www.ozohotels.com/pattaya