ราชบัณฑิตยสถาน

ดีเอสไอ เตรียมให้ราชบัณฑิตฯ ตีความ
DSI /  ดีเอสไอ / 

วันนี้(10 ก.ย.) มีรายงานข่าวว่า จากกรณีที่ น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ภาพตัดต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คู่กับป้ายอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ซึ่งดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ ผู้เชี่ยวชาญคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดี   เผยว่า พ.ต.ต.ยุทธนา เผยว่า จะมีการรวบรวมข้อมูลคำแปลของราชบัณฑิตยสถานตลอดจนความเห็นเสนอเข้าที่ประชุมคณะพนักงานสอบสวนเพื่อพิจารณาออกหมายเรียก น.ส.มัลลิกา มาให้ถ้อยคำ เกี่ยวกับโพสต์ข้อความป้ายดังกล่าว ทั้งนี้ยังไม่สามารถชี้ได้ว่าผิดหรือถูกเพราะการกระทำดังกล่าวอาจจะ เข้าข่ายผิดมาตรา 14 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ว่าด้วยการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าจะทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นและประชาชนและเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และอาจเข้าข่าย ม.16 เกี่ยวกับการตัดต่อและทำให้ผู้อื่นเสื่อมเสียชื่อเสียงด้วย MthaiNews

ทำไม!! ต้องมัดตราสังศพ..?
ความเชื่อ /  ตราสัง / 

หลายคนคงสงสัยว่าทำไมคนที่ตายไปแล้ว ทางด้านสัปเหร่อจึงต้องนำศพมาทำการ มัดตราสัง เพื่ออะไร และเหตุผลเป็นอย่างไร วันนี้ Horoscope.Mthai.com นำข้อมูลมาบอกกัน การตราสัง หมายความว่าการมัดศพ หรือการผูกศพให้เป็นเปลาะ ๆ ด้วยด้ายดิบ เป็นต้น ส่วนคำว่า สัง ใน ตราสัง นั้น นักปราชญ์บางคนสันนิษฐานว่ามาจากคำ สังขาร แต่ศาสตราจารย์พระยาอนุมานราชธน (ยง เสฐียรโกเศศ) สันนิษฐานว่า น่าจะมาจากคำ สาง ซึ่งแปลว่า ผี หรือ ซากศพ การตราสัง หรือการ มัดตราสัง เมื่อมีคนตาย และทำพิธีเบื้องต้นให้แก่ศพ เช่น อาบน้ำศพ และแต่งตั้งศพ เสร็จแล้ว ก่อนนำศพใส่โลง ต้องทำพิธี มัดตราสัง ด้วยสายสิญจน์ นิยมมัดเป็น ๓ เปลาะ คือ ที่คอ ที่มือและที่เท้า มีผู้แต่งคำโคลงอธิบายการมัดตราสังเป็น ๓ เปลาะไว้ดังนี้ มีบุตรห่วงหนึ่ง เกี้ยว พันคอ ทรัพย์ผูกบาทา คลอ หน่วงไว้ ภริยาเยี่ยงอย่าง ปอ รึงรัด มือนา สามห่วงใคร พ้นได้ จึงพ้น สงสาร (โคลงโลกนิติ) ในการ มัดตราสัง ศพ เมื่อนำบ่วงคล้องคอ สัปเหร่อจะว่าคาถา ปุตฺโต คีวํ หมายความว่า ลูกคือห่วงผูกคอ เมื่อเวลามัดว่าคาถารัดประอก เป็นห่วงที่ ๑ แล้วโยงเชือกมากลางลำตัว ทำเป็นห่วงตะกรุดเบ็ด ผูกหัวแม่มือ ของศพที่พนมถือกรวยดอกไม้ธูปเทียนอยู่ รวบมือศพผูกให้พนมไว้ที่หน้าอก ว่าคาถา ธนํ หตฺเถ ความหมายว่าทรัพย์คือห่วงผูกมือ ในเวลามัดว่าคาถารัดประคดเอว เป็นห่วงที่ ๒ แล้วโยงเชือกมาที่เท้าทำเป็นบ่วงผูกหัวแม่เท้า ผูกข้อเท้าทั้งสองให้ติดกัน ว่าคาถา ภริยา ปาเท หมายความว่า ภริยาคือห่วงผูกเท้า เป็นห่วงที่ ๓ (แม้ศพผู้หญิงก็ว่าคาถาแบบเดียวกัน) บางตำราใช้คาถา ธนํ ปาเท ไม่ใช่ ภริยา ปาเท และบางตำราก็ให้ผูกข้อเท้าขึ้นมาก่อน เสร็จแล้วให้เอาผ้าขาวผืนใหญ่ห่อตัวโดยขมวดไว้ด้านศีรษะ เพื่อจะได้เป็นการสะดวก เมื่อเวลาเปิด เอานํ้ามะพร้าวล้างหน้าศพก่อนเผา แล้วเอาด้ายดิบขนาดนิ้วหัวแม่มือ มัดเป็นเปลาะๆ ให้แน่นเป็น ๕ เปลาะ เป็นปริศนาธรรม หมายถึงนิวรณ์ ๕ คือ ๑. กามฉันทะ ๒. ความพยาบาท ๓. ความง่วงเหงาหาวนอน ๔. ความฟุ้งซ่านรำคาญใจ ๕. ความลังเลใจ ทั้ง ๕ ประการนี้ คือสิ่งขวางกั้นจิต ไม่ให้บรรลุความดี วัตถุประสงค์ของการตราสังศพ หรือการ มัดตราสัง นั้น ก็เพื่อไม่ให้ศพพองขึ้นจนดันโลงแตกเมื่อตอนขึ้นอืด จึงต้องมีการมัดให้แน่น และจัดให้ศพนอนตะแคงในโลง ส่วนการปล่อยเชือกมัดออกมานอกโลงนั้น ก็เพื่อผูกผ้าโยงให้พระบังสุกุล บุญจะได้แล่นเข้าถึงตัวศพ และด้วยเพราะในสมัยโบราณ ไม่มียาสำหรับฉีดรักษาศพ จึงต้องมัดไว้ให้ดี เพื่อให้ผ้าซับนํ้าเลือดนํ้าเหลืองและป้องกันโลงแตกเพราะศพขึ้น นอกจากนี้ ราชบัณฑิตยสถานยังว่า การตราสัง หรือการ มัดตราสัง นั้นก็เพราะกลัวผีจะมารังควาน จึงมัดเสียแน่นหนา ไม่ต้องการให้ผีเดินมาได้ ขอบคุณข้อมูลจาก th.wikipedia, Night siam.com ขอบคุณภาพจาก watphramahajanaka

ราชบัณฑิต เสนอแก้ 176 คำทับศัพท์ แนะเพิ่มวรรณยุกต์เขียนตรงเสียง
คำทับศัพท์ /  คำศัพท์ / 

นางกาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิต และนายกสมาคมครูภาษาไทยแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้กองศิลปกรรมได้จัดทำแบบสำรวจความคิดเห็นประมาณ 300 ชุด เกี่ยวกับการเขียนคำยืมจากภาษาอังกฤษในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 เพื่อสอบถามความเห็นจากคณะกรรมการราชบัณฑิต ภาคีสมาชิก และผู้ที่เกี่ยวข้องในการเปลี่ยนแปลงการเขียนคำที่ยืมจากภาษาอังกฤษใหม่ เนื่องจากพบว่ามีคำศัพท์ที่ยืมมาจากคำภาษาอังกฤษ 176 คำ เขียนผิด และไม่ตรงกับเสียงวรรณยุกต์ของคำนั้นๆ ตามอักขรวิธีไทย และการอ่านออกเสียง ที่ผ่านมามีหลายคนตั้งคำถามว่าทำไมคำคำนี้ เขียนแบบนี้ โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่มาเรียนภาษาไทย หรือว่าฝึกอ่านภาษาไทย ซึ่งได้เรียนวิธีการเขียนและอ่านอย่างถูกต้องมาแล้ว เมื่อมาเจอคำศัพท์บางคำที่ไม่มีวรรณยุกต์ ก็เกิดความสับสน และอ่านไม่ออก นางกาญจนากล่าวต่อว่า ปัญหานี้เกิดขึ้นมาจากขั้นตอนการถอดคำ หรือว่ายืมคำมาจากภาษาอังกฤษ เมื่อแปลมาเป็นภาษาไทย ไม่ได้เติมวรรณยุกต์เสียงเอก โท หรือตรี รวมทั้ง ไม้ไต่คู้ ให้ตรงตามอักขรวิธีไทย อย่างคำว่า "แคลอรี" การเขียนให้ตรงกับการออกเสียงต้องเป็น "แคลอรี่" หรือว่าคำว่า "โควตา" ถ้าจะให้ตรงกับการออกเสียงต้องเป็นคำว่า "โควต้า" รวมทั้ง "เรดาร์" ต้องเป็นคำว่า "เรด้าร์" เพื่อให้ตรงตามเสียงของคำนี้ เป็นต้น "ที่หลายคนกังวลว่าการเปลี่ยนวิธีการเขียนคำครั้งนี้ อาจทำให้สับสน หรือว่าเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเขียนศัพท์ต่างๆ นั้น ไม่น่าจะสับสน เพราะถ้าอ่านภาษาไทยก็ไม่น่าสับสน คำศัพท์หลายๆ คำในปัจจุบันมีคนเขียนตามคำศัพท์ที่จะเปลี่ยนแปลงแล้ว แต่ถ้าใครจะเขียนแบบเดิมๆ ก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ที่เสนอให้แก้ไข เพื่อให้เขียนถูกต้องตามเสียงของคำนั้นๆ แม้ว่าหลายคนอาจมองว่าแปลก และไม่ควรแก้ไข" นางกาญจนากล่าว นางกาญจนากล่าวต่อว่า เบื้องต้นได้สอบถามความเห็นจากสภาราชบัณฑิต ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการเติมวรรณยุกต์ และเปลี่ยนแปลงคำศัพท์ทั้ง 176 คำ เพื่อเขียนให้ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม คงต้องรอดูผลการสำรวจความคิดเห็นอีกครั้งว่าส่วนใหญ่จะเห็นด้วยทุกคำ หรือเห็นด้วยเฉพาะบางคำ ซึ่งตามกำหนดเวลาแล้ว ภายในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ ทุกคนต้องส่งแบบสอบถามดังกล่าวกลับที่กองศิลปกรรม เพื่อประมวลผลความคิดเห็นว่าเห็นด้วยหรือไม่ และมีข้อเสนออะไร ทั้งนี้ การขอปรับแก้คำศัพท์ทั้ง 176 คำนั้น หากเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยว่าควรเปลี่ยน ก็จะนำไปบรรจุในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตย สถาน พ.ศ.2554 ซึ่งกำลังดำเนินการปรับปรุงเพื่อจัดพิมพ์เล่มใหม่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำศัพท์ที่อยู่ในแบบสำรวจ เพื่อขอความเห็นในการเปลี่ยนแปลงการเขียนใหม่ ดังนี้ 1.คำที่ใส่เครื่องหมายไม้ไต่คู้เพื่อแสดงสระเสียงสั้น ได้แก่ ซีเมนต์ เปลี่ยนเป็น ซีเม็นต์, เซต-เซ็ต, เซนติกรัม-เซ็นติกรัม, เซนติเกรด-เซ็นติเกรด, เซนติลิตร-เซ็นติลิตร, ไดเรกตริกซ์-ไดเร็กตริก, เทนนิส-เท็นนิส, นอต-น็อต, นิวตรอน-นิวตร็อน, เนตบอล-เน็ตบอล, เนปจูน-เน็ปจูน, เบนซิน-เบ็นซิน, แบคทีเรีย-แบ็คทีเรีย, มะฮอกกานี-มะฮ็อกกานี, เมตริก-เม็ตตริก, เมตริกตัน- เม็ตริกตัน, แมงกานิน-แม็งกานิน, อิเล็ก ตรอน-อิเล็กตร็อน, เฮกโตกรัม-เฮ็กโตกรัม, เฮกโตลิตร-เฮ็กโตลิตร 2.คำที่เปลี่ยนตัวพยัญชนะเป็นอักษรสูง ได้แก่ คอร์ด-ขอร์ด, แคโทด-แคโถด, ซัลเฟต-ซัลเฝต, ไทเทรต-ไทเถรต, ไนต์คลับ-ไน้ต์ขลับ, พาร์เซก-พาร์เส็ก, แฟลต-แฝล็ต, สเปกโทร สโกป-สเป็กโทรสโขป, ไอโซโทป-ไอโซโถป 3.คำที่ใส่เครื่องหมายวรรณยุกต์เอก ได้แก่ กอริลลา-กอริลล่า, แกโดลิเนียม-แกโดลิ เนี่ยม, แกมมา-แกมม่า, แกลเลียม-แกลเลี่ยม, คูเรียม-คูเรี่ยม, แคดเมียม-แคดเมี่ยม, แคลเซียม-แคลเซี่ยม, แคลอรี-แคลอรี่, โครเมียม-โครเมี่ยม, ซิงโคนา-ซิงโคน่า, ซิลิคอน-ซิลิค่อน, ซีเซียม-ซีเซี่ยม, ซีนอน-ซีน่อน, ซีเรียม-ซีเรี่ยม, โซลา-โซล่า, ดอลลาร์-ดอลล่าร์, เทคโนโลยี-เท็คโนโลยี่, แทนทาลัม-แทนทาลั่ม, ไทเทเนียม-ไทเท เนี่ยม, เนบิวลา-เนบิวล่า, ไนลอน-ไนล่อน, แบเรียม-แบเรี่ยม, ปริซึม-ปริซึ่ม, ปิโตรเลียม-ปิโตรเลี่ยม, แพลทินัม-แพลทินั่ม, ฟังก์ชัน-ฟังก์ชั่น, ฟาทอม-ฟาท่อม, ไมครอน-ไมคร่อน, ยิปซัม-ยิปซั่ม, ยูเรเนียม-ยูเรเนี่ยม, เลเซอร์-เลเซ่อร์, วอลเลย์บอล-วอลเล่ย์บอล, อะลูมิเนียม-อะลูมิเนี่ยม, อีเทอร์-อีเท่อร์, เอเคอร์-เอเค่อร์, แอลฟา-แอลฟ่า, ฮาห์เนียม-ฮาห์เนี่ยม, ฮีเลียม-ฮีเลี่ยม 4.คำที่ใส่ ห นำเพื่อแสดงเสียงวรรณยุกต์เอก ได้แก่ กะรัต-กะหรัต, แกรนิต-แกรหนิต, คลินิก-คลิหนิก, คาทอลิก-คาทอหลิก, คาร์บอเนต-คาร์บอเหนต, คาร์บอลิก-คาร์บอหลิก, โคออร์ดิเนต-โคออร์ดิเหนต, รูเล็ตต์- รูเหล็ตต์, 5.คำที่เติมเครื่องหมายวรรณยุกต์โท ได้แก่ กลูโคส-กลูโค้ส, กิโลไซเกิล-กิโลไซเกิ้ล, กิโลเมตร-กิโลเม้ตร, กิโลเฮิรตซ์-กิโลเฮิ้รตซ์, กีตาร์-กีต้าร์, แกรไฟต์-แกรไฟ้ต์, คาร์บอน-คาร์บ้อน, คาร์บูเรเตอร์-คาร์บูเรเต้อร์, เคเบิล-เคเบิ้ล, โควตา-โควต้า, ชอล์ก-ช้อล์ก, ซอส-ซ้อส, โซเดียม-โซเดี้ยม, ไดนาไมต์-ไดนาไม้ต์, แทนเจนต์-แทนเจ้นต์, แทรกเตอร์-แทรกเต้อร์, นิกเกิล-นิกเกิ้ล, ไนต์คลับ-ไน้ต์ขลับ, ไนโตรเจน-ไนโตรเจ้น, บารอมิเตอร์-บารอมิเต้อร์, บีตา-บีต้า, ปาทังกา-ปาทังก้า, ปาร์เกต์-ปาร์เก้ต์, พลาสติก-พล้าสติก, ฟาสซิสต์- ฟ้าสซิสต์, มอเตอร์-มอเต้อร์, เมตร-เม้ตร, ไมกา-ไมก้า, ยีราฟ-ยีร้าฟ, เรดอน-เรด้อน, เรดาร์-เรด้าร์, เรเดียม-เรเดี้ยม, ลิกไนต์- ลิกไน้ต์, แวนดา-แวนด้า, อาร์กอน-อาร์ก้อน, แอนติบอดี-แอนติบอดี้, เฮิรตซ์-เฮิ้รตซ์, ไฮดรา-ไฮดร้า, ไฮโดรเจน-ไฮโดรเจ้น 6.คำที่เติมเครื่องหมายวรรณยุกต์ตรี ได้แก่ กราฟ-กร๊าฟ, ก๊อซ-ก๊อซ, กอล์ฟ-ก๊อล์ฟ, เกาต์-เก๊าต์, ออกไซด์-อ๊อกไซด์, โคบอลต์- โคบ๊อลต์, ดราฟต์-ดร๊าฟต์, ดัตช์-ดั๊ตช์, ดิสโพรเซียม-ดิ๊สโพรเซี่ยม, เดกซ์โทรส-เด๊ก โทรัส, เต็นท์-เต๊นท์, บาสเกตบอล-บ๊าสเก้ต บอล, บิสมัท-บิ๊สมั้ท, แบงก์-แบ๊งก์, โบต-โบ๊ต, ปลาสเตอร์-ปล๊าสเต้อร์, ปิกนิก-ปิ๊กหนิก, ออกซิเจน-อ๊อกซิเย่น, ออกซิเดชัน-อ๊อก ซิเดชั่น, ออกไซด์-อ๊อกไซด์, อาร์ต-อ๊าร์ต, เอกซเรย์-เอ๊กซเรย์, แอสไพริน-แอ๊สไพริน, แอสฟัลต์-แอ๊สฟัลต์, โอ๊ด-โอ๊ต และ 7.คำที่มีหลายพยางค์ ได้แก่ คอนเดนเซอร์-ค็อนเด็นเซ่อร์, คอนแวนต์-ค็อนแว็นต์, คอนเสิร์ต-ค็อนเสิร์ต, คอมพิวเตอร์-ค็อมพิ้วเต้อร์, คอมมานโด-ค็อมมานโด, คอมมิวนิสต์-ค็อมมิวนิสต์, คูปอง- คูป็อง, เครดิตฟองซิเอร์-เครดิตฟ็องซิเอร์, แคดเมียม-แค็ดเมี่ยม, แคปซูล-แค็ปซูล, แคลเซียมไซคลาเมต-แคลเซี่ยมไซคลาเมต, ช็อกโกเลต/ ช็อกโกแลต-ช็อกโกแล็ต, เซนติเมตร-เซ็นติเม้ตร, โซเดียมคาร์บอเนต-โซเดี้ยมคาร์บอเหนต, โซเดียมไซคลาเมต-โซเดี้ยมไซคลาเหมต, โซเดียมไฮโดรเจนกลูทาเมต-โซเดี้ยมไฮโดรเจ้นกลูตาเหมต, โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต-โซเดี้ยมไฮโดร เจ้นคาร์บอเหนต, ดีเปรสชัน-ดีเปร๊สชั่น, เทคโนโลยี-เท็คโนโลยี่, แทรกเตอร์-แทร็ก เต้อร์, แบดมินตัน-แบ็ดมินตั้น, แบตเตอรี่-แบ็ตเตอรี่, พลาสมา-พล้าสม่า, โพแทสเซียม-โพแท้สเซี่ยม, เมนทอล-เม็นท่อล, แมงกานีส-แม็งกานี้ส, แมกนีเซียม-แม็กนีเซี่ยม, รีดักชัน-รีดั๊กชั่น, ลอการิทึม-ล็อกการิทึ่ม, สเปกตรัม-สเป๊กตรั้ม, สเปกโทรสโกป-สเป็กโตรสโขป, ออกซิเดชัน-อ๊อกซิเดชั่น, อัลตราไวโอเลต-อัลตร้าไวโอเหล็ต, แอกทิเนียม-แอ๊กทิเนี่ยม, แอนติอิเล็ก ตรอน-แอ็นติอิเล็กตร็อน, เฮกตาร์-เฮ็กต้าร์ และเฮกโตเมตร- เฮ็กโตเม้ตร ขอบคุณข้อมูลจาก มติชนออนไลน์ Mthai News

ที่ว่าการอำเภอปากเกร็ด

อาคารที่ว่าการอำเภอปากเกร็ด สร้างเมื่อ พ.ศ.2427 ตรงบริเวณที่ดินธรณีสงฆ์ของวัดสนามเหนือ ตำบลปากเกร็ด ขณะนั้นเป็นแขวงเรียกว่า แขวงตลาดขวัญ และประกาศยกฐานะเป็นอำเภอในปีเดียวกัน พระรามัญนนทเขตคดี เนียม นนทนาคร เป็นนายอำเภอปากเกร็ดคนแรก และนายอำเภอ คนปัจจุบัน คือ นายวัฒนา เลิศธรรมเทวี ปัจจุบันที่ต้งอาคารอยู่ที่ริมถนนแจ้งวัฒนะ ตรงข้างโรงเรียนปากเกร็ด เป็นอาคาร 5 ชั้น คำว่า ปาก สันนิษฐานว่า คงจะเนื่องมาจากชื่อวัดปากอ่าว ส่วนคำว่าเกร็ด ตามความหมายในพจนานุกรมของราชบัณฑิตยสถานฉบับ พ.ศ.2493 หมายถึงง ห้วงน้ำแคบ ต่อจากห้วงน้ำใหญ่ ทั้งสอง ฉะนั้น คำว่าปากเกร็ด น่าจะหมายถึง บริเวณผืนแผ่นดินที่เป็นปากอ่าวมีอาณาเขตติดต่อกับแม่น้ำใหญ่

ราชบัณฑิตยฯยัน ยังไม่แก้คำทับศัพท์ ชี้เป็นเพียงข้อเสนอ
คำทับศัพท์ /  ราชบัณฑิตยสถาน

เลขาธิการราชบัณฑิตยสถาน ยืนยันยังไม่มีการแก้ไขคำทับศัพท์ในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 แน่นอน เพราะขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการจัดพิมพ์แล้ว น.ส.กนกวลี ชูชัยยะ เลขาธิการราชบัณฑิตยสถาน กล่าวถึงกรณีข้อเสนอการแก้ไขคำทับศัพท์ 176 คำ ที่มีการเขียนถอดคำไม่ถูกต้องตามเสียงวรรณยุกต์ ว่า ข้อเสนอดังกล่าวเป็นเพียงข้อเสนอส่วนบุคคลของ ศ.กิตติคุณ ดร.กาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิตภาษาไทย ซึ่งยังอยู่ระหว่างการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาเป็นการภายในราชบัณฑิตยสถาน โดยการออกแบบสอบถามภายในองค์กรไปถึงภาคีสมาชิกและกรรมการวิชาการ ก่อนที่จะสรุปผลเสนอสภาราชบัณฑิตในเดือนธันวาคมนี้ จากนั้นจะต้องมีกระบวนการประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เนื่องจากถือเป็นเรื่องใหญ่ที่คนไทยทุกคนควรต้องมีส่วนร่วมในภาษาของชาติ เลขาธิการราชบัณฑิตยสถาน ยืนยันด้วยว่า จะยังไม่มีการแก้ไขคำทับศัพท์ดังกล่าวในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 ที่จะเผยแพร่ภายในต้นปี 2556 อย่างแน่นอน เพราะขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการจัดพิมพ์แล้ว โดยพจนานุกรมฉบับนี้นับเป็นฉบับที่ 4 ในรัชกาลปัจจุบัน ต่อจากฉบับ พ.ศ.2493 พ.ศ.2525 และ พ.ศ.2542 เป็นฉบับเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งจะบรรจุคำที่เกี่ยวข้องกับพระเจ้าอยู่หัว และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เช่น คำว่า “แกล้งดิน” และยังเป็นฉบับแรกที่จะจัดพิมพ์ 100,000 เล่ม แจกจ่ายให้กับสถานศึกษา องค์กร หน่วยงาน และสื่อสารมวลชนด้วย(สำนักข่าวไทย) Mthai News .................................................................. ข่าวที่เกี่ยวข้อง ราชบัณฑิต เสนอแก้ 176 คำทับศัพท์ แนะเพิ่มวรรณยุกต์เขียนตรงเสียง ครูลิลลี่ไม่เห็นด้วย แก้ 176 คำทับศัพท์ ชี้ ทำให้เด็กเกิดความสับสน

ราชบัณฑิตฯ ค้านตั้งชื่อกระทรวงดิจิตอล
กระทรวงดิจิตอล /  กระทรวงนวเศรษฐการ / 

ราชบัณฑิตฯ ค้านตั้งชื่อกระทรวงดิจิตอล อ้างเป็นคำทับศัพท์ ไม่เหมาะกับไทย แนะใช้ชื่อกระทรวงนวเศรษฐการ ดีที่สุด หลังจากครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ. 2 ฉบับ กำหนดให้มีคณะกรรมการดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อวางนโยบายและทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิตอลของประเทศ และเปลี่ยนชื่อกระทรวงไอซีที เป็นกระทรวงดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (19 ธ.ค. 57)ศ.นพ.สมชัย บวรกิตติ ราชบัณฑิตฯ ได้ออกมากล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรีมีมติ เปลี่ยนชื่อกระทรวงไอซีที เป็นกระทรวงดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ว่า ตนไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนชื่อกระทรวงดังกล่าว เพราะเป็นคำทับศัพท์ และอยากให้ใช้ชื่อ ภาษาไทยมากกว่า ซึ่งหากรัฐบาลยังยืนยันที่จะเปลี่ยนชื่อกระทรวงจริงอยากแนะนำให้เปลี่ยนเป็นชื่อ กระทรวงนวเศรษฐการแทน เนื่องจากเป็นคำที่มีความหมายครอบคลุมกว้างขวาง ไม่เฉพาะเจาะจงที่เทคโนโลยีสารสนเทศดิจิทัลเท่านั้น ขณะเดียวกันเพื่อไม่ให้รัฐบาลต้องคอยเปลี่ยนชื่อกระทรวงตามเทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามาแทนที่เรื่อยๆ จึงขอเสนอชื่อดังกล่าวน่าจะเหาะสมที่สุด ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "กระทรวงดิจิตอล" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> MThai news

คนไทยมาจากเทือกเขาอัลไต ประวัติศาสตร์ปลอม ที่ยังเชื่อกันอยู่
คนไทยมาจากเทือกเขาอัลไต /  คนไทยมาจากไหน / 

[บทความ] คนไทยมาจากไหน....? ประวัติศาสตร์ที่เป็นคำตอบคลุมเครือ แต่ในแบบเรียนที่เราๆท่านๆ ยังจำกันได้ในสมัยเด็กเขียนไว้ว่ามีแนวคิดว่า 'ชนชาติไทยมาจากเทือกเขาอัลไต' ปัจจุบันต้องยอมรับว่านักวิชาการทางประวัติศาสตร์ตีตกประเด็นนี้ไปแล้วเพราะมองว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะกว่าจะเดินทางมาถึงแผ่นดินสยาม ไม่ใช่ระยะทางใกล้ๆ นับพันกิโลเมตร ต้องผ่านสภาพภูมิประเทศที่กันดารและลำบากมากทั้งภูเขาสูง ความหนาวเย็น ความแห้งแล้งและทะเลทราย คราวนี้ลองย้อนกลับไปดูว่า ประวัติศาสตร์ปลอมที่ถูกตีตกไปนี้ เข้ามาอยู่ในหัวคนไทยตั้งแต่เมื่อไหร่ และใครเป็นผู้เริ่มต้น แนวคิดคนไทยมาจากเทือกเขาอัลไต เริ่มมาจาก วิลเลียม คลิฟตัน ดอดด์ (William Clifton Dodd) มิชชันนารีที่เดินทางสำรวจพื้นที่หลายชาติพร้อมทั้งเผยแพร่ศาสนา เริ่มจากเชียงรายไปจนถึงจีน ซึ่งหมอดอดด์ได้เขียนผลงานชื่อ The Thai Race : The Elder Brother of the Chinese ในปี พ.ศ.2452 พร้อมทั้งสรุปว่าคนไทยสืบเชื้อสายจากมองโกลและเป็นชาติเก่าแก่กว่าจีนและฮิบรู ซึ่งต่อมาแนวคิดนี้ ขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธ์) นักวิชาการคนสำคัญของไทยได้แต่งหนังสือชื่อ หลักไทย พร้อมทั้งสรุปว่า คนไทยมีจุดกำเนิดมาจากบริเวณเทือกเขาอัลไต โดยอ้างแนวคิดของวิลเลี่ยม คลิฟตัน ดอดด์ ถึงขนาดที่หนังสือเล่มนี้ได้รับพระราชทานรางวัลประกาศนียบัตรวรรณคดีของราชบัณฑิตยสภาของพระบาทสมเด็กพระปกเกล้าฯ  ใน พ.ศ.2471 ต่อมาในยุคสมัยจอมพลป.พิบูลสงคราม แนวคิดชาตินิยมเริ่มหนักแน่นมากขึ้น หลวงวิจิตรวาทการได้เขียนประวัติศาสตร์นิพนธ์สนับสนุนแนวคิดนั้น ระบุว่า ชนชาติไท-กะได มาจากเทือกเขาอัลไต แล้วมาสร้างอาณาจักรน่านเจ้า ต่อมาแยกตัวออกมาสร้างล้านนาและสุโขทัย โดยเชื่อว่าคำว่าไต ท้ายคำว่า อัลไต (Altai) หมายถึงชนชาติไท-กะได จากสุโขทัยเรื่อยมาถึงอยุธยา ธนบุรี และกรุงรัตนโกสินทร์ในปัจจุบัน ไม่เพียงเท่านั้นแนวคิดคนไทยมาจากเทือกเขาอัลไต ได้ถูกบรรจุลงในแบบเรียนของกระทรวงศึกษาธิการและหนังสือภูมิศาสตร์ประเทศไทย โดยทองใบ แตงน้อย ซึ่งมีอิทธิพลอย่างมากต่อการรับรู้เรื่องชาติพันธุ์ของคนไทย เนื่องจากหนังสือและแบบเรียนถูกผลิตซ้ำก่อให้เกิดชุดความคิดซ้ำๆว่า คนไทยมาจากเทือกเขาอัลไต จนกลายเป็นประวัติศาสตร์ที่เราได้เรียนกันในตอนเด็ก จนถึงตอนนี้แม้ในหมู่แวดวงนักวิชาการและวงการประวัติศาสตร์จะตีตกแนวคิดนี้ไปแล้ว แต่สำหรับเราๆท่านๆ ที่เรียนแล้วผ่านเลย ย่อมไม่ได้สนใจว่าประวัติศาสตร์จะเปลี่ยนไปเท่าไหร่ ถึงตอนนี้ผู้ใหญ่หลายคนยังเข้าใจอยู่เลยว่า คนไทยมาจากเทือกเขาอัลไตจริงๆ อันเป็นผลมาจากการผลิตซ้ำของประวัติศาสตร์ที่ผิดพลาด นอกจากประเด็นแนวคิดที่มาของชนชาติไทยแล้ว ยังมีอีกหลายประเด็นทางประวัติศาสตร์ที่สมัยเราเรียนเป็นอย่างหนึ่ง แต่จนถึงวันนี้มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ใหม่ๆเข้ามาทำให้ข้อมูลมันเปลี่ยนไป แต่ก็ไม่ได้มีการประกาศเรื่องการค้นพบให้หลักฐานใหม่ๆข้อมูลใหม่ๆให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้อย่างเข้าใจ รวมไปถึงปัญหาคนที่เชื่อฝังใจในประวัติศาสตร์แบบเดิมๆ ทำให้เขาไม่พอใจและคิดว่าหลักฐานใหม่เป็นสิ่งที่มาขัดล้างความเชื่อและศรัทธาที่มีอยู่เดิม นั่นคือปัญหาที่สำคัญต่อการเผยแพร่และรับรู้ข้อมูลประวัติศาสตร์ที่สำคัญของชนชาติไทย ทุกวันนี้แม้รัฐบาลคสช.จะพยายามผลักดันวิชาประวัติศาสตร์ให้เป็นวิชาสำคัญในหลักสูตรการศึกษาแต่อย่าลืมด้วยว่า ประวัติศาสตร์ที่อยู่ในบทเรียนควรเป็นประวัติศาสตร์ที่ได้รับการกลั่นกรองตามวิธีประวัติศาสตร์อย่างถูกต้อง ไม่ใช่ประวัติศาสตร์เชิงนโยบายชาตินิยมที่ปลูกฝังให้รักชาติเพียงอย่างเดียวแต่ไม่ได้รับรู้ความจริงที่เป็นไปของเหตุการณ์ในอดีตเลย ที่สำคัญคือประวัติศาสตร์เป็นวิชาที่สามารถให้เราตั้งคำถาม โต้แย้งกับมันได้ ซึ่งควรให้ผู้เรียนได้ฝึกการคิดวิเคราะห์อย่างหลายมุมมองของประวัติศาสตร์ด้วยเช่นกัน Mthai News

รับน้องได้ แต่ไม่ว้ากได้ไหมพี่  MThai ข่าวภาคซ่าส์
ANTI SOTUS /  Mthaiข่าวภาคซ่าส์ / 

กิจกรรมรับน้องเป็นสิ่งที่นักเรียนนักศึกษาใหม่หลายๆ คนให้ความสนใจและอยากจะเข้าร่วม ในอดีตกิจกรรมนี้คงมีเพียงในรั้วมหาวิทยาลัย แต่ปัจจุบันบางโรงเรียนเองก็มีการจัดกิจกรรมนี้ขึ้นเช่นกัน วัตถุประสงค์หลักๆ คงเป็นเรื่องของการละลายพฤติกรรมให้เหล่านักเรียนนักศึกษาได้ผูกมิตรไมตรีกับเพื่อนใหม่ ที่มาจากต่างที่ต่างสถาบันได้อยู่ร่วมกัน เมื่อยุคสมัยมันเปลี่ยนไปกิจกรรมที่ทางรุ่นพี่ได้จัดเตรียมไว้ให้รุ่นน้องได้ร่วมสนุก บางกิจกรรมดูจะไม่ถูกใจทั้งผู้ร่วมกิจกรรมและผู้ปกครอง MThai ข่าวภาคซ่าส์ วันนี้จะมาพูดถึงประเด็นนี้กัน รับน้องให้อะไร ทำไมต้องมี…? แม้จะมีผู้คนจำนวนไม่น้อยมองว่า กิจกรรมรับน้องไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ และตั้งคำถามว่ามีไปแล้วได้อะไรมันช่วยอะไร? แต่ยังมีผู้คนอีกจำนวนไม่น้อยเห็นว่า กิจกรรมรับน้องเป็นสิ่งมีประโยชน์ ซึ่งกิจกรรมการรับน้องใหม่ ตามพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน นั้นหมายถึง “สิ่งที่นิยมถือประพฤติปฏิบัติสืบ ๆ กันมา จนเป็นแบบแผน ขนบธรรมเนียม หรือจารีตประเพณี” ซึ่งกิจกรรมรับน้องนั้นก็ถือเป็นสิ่งที่มีการสืบทอดต่อ ๆ กันมาจากรุ่นสู่รุ่น อาจเรียกได้ว่ามันคือประเพณีหนึ่งในรั้วมหาวิทยาลัย ผู้จัดกิจกรรมต่างมองว่า หากน้องๆได้เข้าร่วมกิจกรรมจะสามารถละลายพฤติกรรม สร้างความสมัครสมานสามัคคีให้เกิดขึ้นในหมู่คณะ โดยเฉพาะในรั้วมหาวิทยาลัยที่กว้างขวาง มันจะช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเพื่อน พี่น้อง ที่อยู่ในสถาบันเดียวกัน อีกทั้งยังมองว่า หากไม่มีอาจทำให้นักเรียนนักศึกษาต่างคนต่างอยู่ไม่รักใคร่กัน มีได้แต่ไม่ว้ากได้ไหมหล่ะรุ่นพี่…? ทางกลุ่ม ANTI SOTUS ได้ร่วมกับ สมัชชาเสรีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เชิญร่วมลงชื่อสนับสนุน ยกเลิกการว้ากในกิจกรรมรับน้องประชุมเชียร์ เพื่อนำรายชื่อไปเสนอแก่ ทางมหาวิทยาลัย และ กระทรวงให้พิจารณาต่อ ซึ่งทางกลุ่มมองว่า การที่รุ่นพี่ว้ากรุ่นน้อง เป็นการละเมิดสิทธิขึ้นพื้นฐาน นักศึกษาซึ่งถือเป็นผู้ใหญ่แล้ว ควรมีความเข้าใจและเคารพในหลักการสิทธิมนุษยชน อันมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย อีกทั้งยัง เรียกร้องให้ทางมหาวิทยาลัยออกระเบียบว่า ด้วยการทำกิจกรรมการรับน้อง โดยให้เป็นไปตามกฎระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการและหลักสิทธิมนุษยชน รวมถึงไม่อนุญาตให้มีการรับน้องนอกสถานที่ ทางกลุ่มมองว่า การรับน้องที่รุนแรงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ ไม่ได้ต้องการให้ยกเลิกกิจกรรมแต่อยากให้มีการรับน้องแบบสร้างสรรค์ไม่กระทบต่อชีวิตผู้อื่น โดยเริ่มต้นจาก เลิกว้าก อย่างไรก็ตามกิจกรรมรับน้องในแต่ละสถาบัน จะมีการสอบถามความสมัครใจของผู้เข้าร่วมก่อน โดยมีการทำหนังสือขออนุญาตผู้ปกครอง แต่นักศึกษาใหม่ส่วนใหญ่ก็จะเข้าร่วมทั้งนั้น หากใครไม่เข้าอาจถูกมองว่า น้องคนนี้ไม่เอาระบบ น้องคนนั้นไม่เอารุ่น สิ่งที่จะตามมาสำหรบคนกลุ่มน้อยเหล่านี้ พวกเขาอาจตกเป็น เป้าสายตาถูกวิพากษ์วิจารณ์ และสุดท้ายพวกเขาอาจอยู่ในรั้วโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยไม่ได้ การยกเลิกกิจกรรมอาจไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง เพราะพวกเขาอาจแอบไปจัดกิจกรรมกันเอง โดยที่อาจารย์หรือผู้ปกครองไม่รู้ ยิ่งจะควบคุมกันยากเข้าไปอีก หากคงกิจกรรมไว้ก็ควรมีอาจารย์ดูแลและส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์ รวมทั้งมีบทลงโทษชัดเจนหากรุ่นพี่ฝ่าฝืนทำกิจกรรมที่รุนแรง MThai News

แฟชั่น STARLETTE แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์
แพนเค้ก-เขมนิจ /  แฟชั่น

แฟชั่น STARLETTE แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ ภาพแฟชั่น จาก นิตยสาร IMAGE ฝนน่าจะหมดแล้วอย่างหมดจด เตรียมรับลมหนาวมาเยือน • IMAGE ต้อนรับเดือนก่อนสุดท้ายของปีด้วยปกสวยจากเหล่านางแบบ ซาร่า เล็กจ์, มาลินี โคทส์, ฝนทิพย์ วัชรตระกูล, มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล • และอีกปก แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ • PERSPECTIVE สัมภาษณ์ ศรันย์ ทองปาน หนุ่มใหญ่ร่างท้วมที่มีส่วนผสมในตัวน่าสนใจ ไม่เพียงความรู้ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี อีกภาคของเขา คือนักร้องประสานเสียงในกาลก่อน และที่ยังไม่ทิ้งร้างคือนักแสดงละครเวทีที่แม้จะไม่ใช่พระเอก แต่บทบาทและเสียงร้องของเขา-เราจะไม่ลืม • อีกหนุ่มที่แม้ไม่หล่อ แต่เสน่ห์เหลือเกิน ยิ่งเมื่อเขาร้องเล่นเต้นแสดง ‘คริส เลิฟอีส’ มาพูดคุยกับเราอย่างร่าเริง และเปิดเผยใน STAR EXCLUSIVE • ความงามและสุขภาพของเส้นผมเป็นปัจจัยที่ไม่อาจมองข้าม นอกจากแฟชั่นเซ็ตภายในเล่ม BEAUTY INSIGHT พาคุณไปเยือนลอนดอนและสัมผัสถึงเบื้องลึกของผมสวยสุขภาพดีจากแบรนด์ดัง Tony & Guy • เดินตามรอย ‘เส้นทางสายไหม’ จากอดีตกาลถึงปัจจุบันสมัยไปกับสารคดีพิเศษของเราใน ON ASSIGNMENT นำเสนอโดย วีรศักร จันทร์ส่องแสง • I-ON MEN แนะนำช่างภาพหนุ่มวัยสามสิบปลาย ที่ฝากฝีมือต่อเนื่องในอิมเมจมาหลายปีจนทุกวันนี้ ศุภชัย เกศการุณกุล พร้อมทรรศนะน่าสนใจไม่ติด ‘เปลือก’ หรือ ‘สร้างภาพ’ (แม้เขาจะต้องทำงานเกี่ยวกับภาพโดยตรงก็ตามที) • ผาด พาสิการณ์ นักเขียนผู้สนุกกับภาษาและมีปัญหากับการถอดคำ-ทับศัพท์จากภาษาต่างประเทศมาเนิ่นนาน ขานรับประเด็นร้อนจากราชบัณฑิตยสถานไปคิดต่อ นำมาสู่บทความ ‘กับไอ้ปลาเวรตัวหนึ่ง (ซึ่งอยู่ได้ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม)’ เห็นแค่ชื่อก็ต้องอ่านแล้วใน NIEGHBOURS MATTERS • สาธยายกันไม่หวาดไม่ไหว เพราะทุกเซคชั่นใน IMAGE จัดให้แบบไม่ค่อยออมแรง น่าเสียดายแย่เลยหากคุณไม่อ่านครบถ้วนทุกหน้า – เตรียมพบกับ IMAGE Vol.25.No.11 November 2012 ที่ร้านจำหน่ายหนังสือชั้นนำและแผงหนังสือทั่วประเทศ

ประกาศผลรางวัลผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น ปี 57
จุ๋ย วรัทยา นิลคูหา /  รางวัลผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น / 

ประกาศผลรางวัลผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น ปี 57 โดยงานมอบรางวัล "ราชบัณฑิตยสถานสรรเสริญ" นี้เป็นของทางสำนักงานราชบัณฑิตยสภา เพื่อสนองพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงห่วงใยปัญหาการใช้ภาษาไทยในสังคมไทยปัจจุบัน และเพื่อเป็นการส่งเสริมให้คนไทยมีจิตสำนึกรักและหวงแหนภาษาไทยอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติ จึงได้คัดเลือกนักแสดงและผู้ดำเนินรายการที่เป็นแบบอย่างที่ดีในการใช้ภาษาไทยและคัดเลือกนักเรียนที่ใช้ภาษาไทยดีเด่น โดยมีคณะกรรมการคัดเลือกผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่นของสำนักงานราชบัณฑิตยสภาเป็นผู้พิจารณา ประกาศผลรางวัลผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น ปี 57 สำหรับดาราที่ได้รับรางวัล “ราชบัณฑิตยสถานสรรเสริญ” ประจำพุทธศักราช ๒๕๕๗ มีดังนี้ นักแสดงรายการโทรทัศน์ผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น นักแสดงนำชาย ได้แก่ นายพัชฏะ นามปาน จากละครเรื่อง สาปพระเพ็ง บริษัท เป่าจินจง จำกัด นักแสดงนำหญิง ได้แก่ นางนุสบา ปุณณกันต์ จากละครเรื่อง บุญผ่อง องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย นักแสดงประกอบชาย ได้แก่ นายวฤษฎิ์ ศิริสันธนะ จากละครเรื่อง ลูกทาส บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด นักแสดงประกอบหญิง ได้แก่ นางปนัดดา โกมารทัต จากละครเรื่อง หน้าต่างสีรุ้ง องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น  ผู้ดำเนินรายการชาย ได้แก่ นายภาษิต อภิญญาวาท จากรายการ เป็นข่าวเช้านี้ สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง ๓  ผู้ดําเนินรายการหญิง ได้แก่ นางสาววรัทยา นิลคูหา จากรายการ ชิงช้าสวรรค์ สถานีโทรทัศน์ช่อง ๑ เวิร์คพอยท์ และสำหรับ นักเรียนที่ใช้ภาษาไทยดีเด่น รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ด.ช.สหรัธ ปานผา โรงเรียนมารีวิทยากบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ได้แก่ ด.ญ.หทัยภัทร อิสริยอนันต์ โรงเรียนอนุบาลสุธีธร จังหวัดนครปฐม รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒ ได้แก่ ด.ญ.สิริกัลยา แข็งขัน โรงเรียนวัดสลักเพชร จังหวัดตราด ข้อมูลและภาพจาก ราชบัณฑิตยสถาน, ไอจี @warattaya, IG @maiwarit

 9ตลก.ศาลรธน.ไม่หวั่นม็อบขู่-312ส.ส.-ส.ว.ไม่แจงแน่
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ /  เสื้อแดง / 

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ยังไม่ร้องขอการคุ้มครองเพิ่มเติมจากตำรวจ เป็นการส่วนตัว หลังถูกเสื้อแดงประกาศตามล่าตัว ขณะที่ "จารุพงศ์"ยัน 312 ส.ส. และ ส.ว. ไม่แจงศาล ปมแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา ชี้ นิติบัญญัติทำถูกทางแล้ว นายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวถึง การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ในนามกลุ่มวิทยุสื่อประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือ กวป. บริเวณด้านหน้าอาคารสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีการชุมนุมแบบยืดเยื้อกดดันให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ลาออก และแกนนำของผู้ชุมนุม ได้มีการประกาศในทำนองว่า ให้ประกาศจับตัวตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ว่า ในเรื่องนี้ทางตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 ท่าน ยังไม่มีการประสานขอการคุ้มครองเพิ่มเติม จากเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นการส่วนตัวแต่อย่างใด และไม่รู้สึกหนักใจในการทำหน้าที่ หลังมีการกดดันจากผู้ชุมนุม และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 ท่าน ยังคงปฏิบัติงานตามปกติ ไม่ได้รู้สึกหนักใจอะไร ส่วนกรณีที่ได้มีการส่งตัวแทนไปแจ้งความดำเนินคดีกับทางแกนนำคนเสื้อแดงที่มาชุมนุมหน้าศาลรัฐธรรมนูญไว้ที่กองปราบปรามนั้น ทางพนักงานสอบสวนยังไม่มีการขอพยานหลักฐานเพิ่มหรือเชิญผู้แทนไปให้ข้อมูลเพิ่มเติมแต่อย่างใด ’จารุพงศ์’ ยัน 312 ส.ส.-ส.ว. ไม่แจงศาลรธน.นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวยืนยันกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ในวันที่ 15 พ.ค. 2556 นี้ 312 ส.ส. และ ส.ว. จะไม่เข้าไปชี้แจงการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ต่อศาลรัฐธรรมนูญแน่นอน เนื่องจากทางฝ่ายนิติบัญญัติทำถูกต้องแล้ว อีกทั้ง ตาม ม.68 ต้องมีการยื่นผ่านอัยการสูงสุด เหมือนกับที่ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ราชบัณฑิต และเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ตีความไว้ และใช้สอนนิสิตนักศึกษามาแล้วจำนวนมาก คนที่ไม่ยอมจึงไม่ยอม ดังนั้น เรื่องนี้จึงต้องไปถามศาลรัฐธรรมนูญ หากต่างฝ่ายต่างมองว่าตนเองถูกต้อง ส่วนกรณีนี้ ศาลจะตีความออกมาอย่างไร ไม่มีใครสามารถคาดการณ์ได้ เพราะต้องแล้วแต่ศาลพิจารณา

เฉลิม ไล่ สมชัยลาออก เตือนสุเทพระวังซ้ำรอยสนธิ
กปปส. /  ปิดกรุงเทพ / 

เฉลิม ไม่เชื่อคนกรุงร่วมปิดกทม.เตือน สุเทพ ระวังชะตากรรมเหมือน สนธิ  ลิ้มทองกุล ถูกยิงกว่าร้อยนัด ไล่ส่ง สมชัย พ้น กกต. หากไม่อยากจัดเลือกตั้ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน กล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกลุ่ม กปปส.จะปิดกรุงเทพฯในวันที่ 13 ม.ค. นี้ ว่า ตนได้ทราบเรื่องดังกล่าวแล้วรู้สึกหนักใจ เพราะคนกรุงเทพฯ จะเดือดร้อน แต่ไม่เชื่อว่านายสุเทพจะมีอิทธิพล ที่จะดำเนินการเรื่องดังกล่าวได้ และตนไม่ทราบว่านายสุเทพไปเอาอิทธิฤทธิ์ อิทธิเดชมาจากไหนถึงได้กล้าประกาศเช่นนี้ เพราะในที่ชุมนุมนั้นตามข้อมูลทราบ ว่า มีการขนคนมาจากภาคใต้ 70-80 เปอร์เซ็นต์ เป็นคนกรุงเทพฯแค่ 20 เปอร์เซ็นต์และนายสุเทพไม่มีอิทธิพลทางจิตใจต่อคนกรุงเทพฯขนาดนั้น ร.ต.อ.เฉลิม ยังกล่าวว่า กปปส.เป็นหน่วยงานเถื่อน ไม่มีใครรองรับ การปราศรัยบนเวทีก็มีคนเขียนสคริปให้ และใช้คำที่ไม่สมควรพูดในการปราศรัยอีก จึงขอตั้งข้อสังเกตว่า จังหวัดที่รับสมัครเลือกตั้งไม่ได้คนของพรรคประชาธิปัตย์ขัดขวางทั้งนั้น และตนขอถามว่า การที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) จังหวัดให้ย้ายสถานที่รับสมัครไปยังค่ายทหารนั้นผิดกฎหมายข้อใด และขอฝากไปถึงนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการกกต. ด้านการบริหารจัดการเลือกตั้ง ว่า วันนี้คุณเป็นกกต.ไม่ได้เป็นพีเน็ตและหากไม่ต้อง การจัดการเลือกตั้งก็ให้ลาออกไป เพราะถ้า นายสมชัยลาออก คนอื่นก็ทำงานได้ให้เขาดำเนินการ เป็นกกต.จะต้องตรงไปตรงมา เพราะทางการเมือง เมื่อถึงเวลาไม่มีใครกลัวใคร และในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ระบุว่าหากเลือกตั้งได้ไม่ครบ 95 เปอร์เซ็นต์ยังเปิดสภาไม่ได้ และต้องดำเนินการเลือกตั้งจนกว่าจะได้ครบ โดยรัฐธรรมนูญให้เวลาในกรอบ 180 วัน ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวอีกว่า ตนจะเสนอต่อที่ประชุมศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) และนายกรัฐธมนตรีว่า ให้มีการตั้งสภาปฏิรูปโดยให้กกต.ดำเนินการเป็นตัวแทนจากจังหวัดละคน รวมกับนักนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ นักปราชญ์ และราชบัณฑิตให้ได้ 99 คนเพื่อดำเนินการยกร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อยกร่างเสร็จแล้วต้องสอบถามความคิดเห็นของประชาชน แล้วจึงยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ ส่วนกรณีชายชุดดำบนดาดฟ้าอาคารกระทรวงแรงงานในวันที่มีการปะทะกันที่หน้าศูนย์กีฬาเยาวชนไทย-ญี่ปุ่นดินแดง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า คนที่เห็นในภาพกลุ่มดังกล่าวเป็นกลุ่มคนฝ่ายผู้ชุมนุมที่ใช้สถานที่ตรงนั้นเป็นฐานในการยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ขึ้นไปง่ายเพราะบันไดขึ้นดาดฟ้านั้นอยู่นอกตัวอาคารเป็นที่โล่งขึ้นได้ง่าย ตนขอย้อนถามว่า จะมีตำรวจที่ไหนชั่วพอไปยิงตำรวจด้วยกัน เพราะถ้าทำตามที่ผุ้ชุมนุมกล่าวหาคนไทยคงต้องเหลือไม่ถึง 60 ล้านคน อย่างไรก็ตามในวันดังกล่าว พอตนทราบว่ามีคนอยู่บนดาดฟ้า ก็ได้สั่งการปลัดกระทรวงให้ดำเนินการไล่คนเหล่านั้นลงมา ร.ต.อ.เฉลิม ยังได้กล่าวอีกว่า อนาคตนายสุเทพ ต้องไปสู่ชะตากรรมเดียวกันกับ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาธิปไตยเพื่อประชาชน (พธม.) ส่วนจะจริงเท็จอย่างไรผมไม่รู้ ถ้านายสุเทพ ยังเดินทรงนี้ เดินต่อไปอย่างนี้ในประเทศไทยคงไม่มีใครกล้า เหมือนที่ครั้งหนึ่งนายสนธิ กล้าจนถูกยิงร้อยกว่านัด สุดท้ายจบด้วยวิธีการอย่างนี้แน่ MThai news

น.พ.ประเวศระบุพัฒนาประเทศยั่งยืนต้องคืนอำนาจ
น.พ.ประเวศ วะสี /  ปฏิรูปประเทศ / 

"หมอประเวศ" ระบุ การพัฒนาประเทศที่ยังยืน คืนอำนาจให้ชุมชน ท้องถิ่น และจังหวัด บริหารด้วยตนเอง ศ.เกียรติคุณ น.พ.ประเวศ วะสี ราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ราษฎรอาวุโส และประธานคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานสัมนาวิชาการประจำปี พ.ศ. 2557 เรื่อง "อนาคตประเทศไทย สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนด้วยปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง" ว่า ทิศทางการพัฒนาประเทศ เป็นตัวกำหนดชะตากรรมของทุกสิ่ง ทั้งวิกฤติเศรษฐกิจ วิกฤติสังคม และวิกฤติสิ่งแวดล้อม ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาที่ไม่ยั่งยืน ซึ่งการพัฒนาสมัยใหม่ เริ่มต้นมาจากคนตะวันตก ที่อาศัยโลภะจริตเป็นตัวขับเคลื่อน จึงเป็นการพัฒนาแบบแยกส่วน ในขณะที่ การพัฒนาแบบแยกส่วน นำไปสู่การเสียความสมดุลและความไม่ยั่งยืน ทั้ง นี้ กระบวนทัศน์ใหม่เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนนั้น ควรคิดและพัฒนาอย่างบูรณาการ โดยเอาพื้นที่เป็นตัวตั้งและคืนอำนาจให้กับพื้นที่ทั้งชุมชน ท้องถิ่น และจังหวัด ได้จัดการตนเอง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของการพัฒนาที่ยั่งยืน อย่างไรก็ตาม การพัฒนาที่ยั่งยืน ต้องมีการปฏิรูปประเทศไทย เพื่อสร้างความเป็นธรรมด้วยเช่นกัน

ผกก.มั่นใจ
กัณฑ์ปวิตร ภูวดลวิศิษฏ์ /  นมัสเตอินเดีย / 

หลังจากบทภาพยตร์เรื่อง “นมัสเตอินเดีย ส่งเกรียนไปเรียนพุทธ” ได้รับทุนสนับสนุนจากโครงการไทยเข้มแข็ง “กัณฑ์ปวิตร ภูวดลวิศิษฏ์” เจ้าของบทภาพยนตร์จึงสานต่องานที่ต้องการนำเสนอเรื่องราวของพุทธศาสนาให้ไม่เหมือนใคร ย่อยง่าย เข้าใจเร็วทันที กระทั่งออกมาเป็นภาพยนตร์ส่งท้ายปีพุทธชยันตีที่พูดถึงเรื่องราวพุทธๆ ณ สังเวชยสถานทั้งสี่ ในแบบเกรียนสุดติ่ง “มันเริ่มจากที่ครั้งหนึ่งผมเคย ซื้อแพ็คเกจทัวร์ไปตามรอยพระพุทธเจ้าที่อินเดีย ในสังเวชนียสถานทั้งสี่ มีที่ลุมพินีวัน ซึ่งเป็นที่ประสูตร, พุทธคยา เป็นที่ตรัสรู้, สารนาถ ที่ปฐมเทศนา และกุสินารา ที่ปรินิพพาน ช่วงนั้นมีปัญหาชีวิต ก็คิดว่าไปทำบุญเยอะๆ แล้วชีวิตจะเปลี่ยน จะดีขึ้น แต่ไปเสร็จกลับมาก็เหมือนเดิม จึงมีคำถามเกิดขึ้นว่าวัตถุประสงค์ในการไปสังเวชนียสถานสี่ตำบล จริงๆแล้วมันคืออะไร เวลาเราไปกับทัวร์เขาจะแจกธูปเทียน จุด กราบไหว้ จบ แล้วทุกคนก็กลับมาอิ่มบุญ คือไม่ได้บอกนะว่าอย่างนั้นไม่ได้บุญแต่คิดว่ามันน่าจะมีอะไรมากกว่านั้น ก็เลยมาศึกษาเพิ่มเติมจากหนังสือท่านพุทธทาสก็เลยทำให้เข้าใจแก่นของพระพุทธศาสนามากขึ้นก็เลยเอามาตีเป็นโจทย์ว่าจริงๆแล้วเราควรจะได้อะไรกลับมาจากการไปสังเวชนียสถานทั้งสี่ตำบล  ก็เอามาพัฒนาเป็นบทหนัง ซึ่งตอนที่ทำก็ทำเพราะความอยากจริงๆ โดยการเอาประสบการณ์จริงของเราเข้ามาผสมด้วย และคิดว่ามันจะออกมาไม่น่าเบื่อ เพราะตอนที่เขียนรู้อยู่แล้วว่าหนังจะออกมาหน้าตาเป็นอย่างไร ง่ายๆเลยผมคิดว่าน่าจะเหมือนทำให้คนดูมีทัศนคติต่อศาสนาพุทธต่างไปจากเดิม เท่าที่ฟังจากฟี๊ดแบ็คจากคนที่ได้ดูแล้วก็เชื่อว่าพุทธศาสนาจากเรื่องนี้มันไม่ได้เป็นเรื่องน่าเบื่อ ถ้าเราทำให้มันย่อยง่าย เข้าใจง่าย แล้วผลตอบรับจากการฉายโชว์ในงาน เทศกาลภาพยนตร์พุทธปัญญานานาชาติ กรุงเทพ 2555 ก็ออกมาน่าพอใจมากด้วยครับ มีคนพูดถึงหนังเรื่องนี้เยอะในทิศทางที่ดีจากงานนั้น” ติดตามชีวิตเด็กพุทธสุดเกรียนกับการเปิดโลกทัศน์พุทธๆครั้งสำคัญของเขาได้ใน “นมัสเตอินเดีย ส่งเกรียนไปเรียนพุทธ” ในเครือเมเจอร์ ซีเนเพล็กซ์ 13 ธันวาคม ศักราชนี้ ตี๋ตั๋วสู่นิพพาน -------------------------------- มีภาพสวยๆจากในหนังมาให้ได้ชมกันครับ

รวมสถานที่จัดงาน วันวิสาขบูชา 2558
กิจกรรมทางศาสนา /  พุทธศาสนา / 

วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา โดยได้รับการยกย่องให้เป็นวันสำคัญของโลก เนื่องจากเป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน ซึ่งทั้ง 3 เหตุการณ์นั้น เกิดขึ้นตรงกันอย่างน่าอัศจรรย์ ในปีนี้จะตรงกับวันที่ 1 มิถุนายน 2558 travel.mthai.com ได้รวบรวมรายชื่อสถานที่จัดงานมาให้ชาวพุทธทุกท่านได้ทราบกัน โดยส่วนมากก็จะจัดงานกันทุกวัดอยู่แล้ว เพียงแต่เราแนะนำสถานที่หลัก ให้คุณได้พิจารณาเพื่อการตัดสินใจไปร่วมงาน รวมสถานที่จัดงาน วันวิสาขบูชา 2558 1. ท้องสนามหลวง มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย ขอเชิญร่วมงาน “วันวิสาขบูชา”โดยมีกิจกรรม อาทิ จัดริ้วขบวนอัญเชิญพระไตรปิฎก,พิธีทำบุญตักบาตรเวียนเทียน,สาธยายพระไตรปิฎก, เสวนาวิชาการทางพระพุทธศาสนา,แข่งขันประกวดสวดมนต์สรภัญญะ, ประกวดร้องเพลงเสริมศีลธรรม, ออกร้านของดีจังหวัดนครปฐม วันที่ 29 พฤษภาคม–9 มิถุนายน 2558 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง 2. เมืองโบราณ สมุทรปราการ เมืองโบราณ สมุทรปราการ และเทศบาลตำบลบางปู จังหวัดสมุทรปราการ จัดงาน “สัปดาห์วิสาขบูชา สักการะพระบรมสารีริกธาตุสี” ระหว่างวันที่ 25 พฤษภาคม ถึง 1 มิถุนายน 2558 เวลา 9.00-19.00 น. ณ พระที่นั่งสรรเพชญปราสาท ภายในเมืองโบราณ พิพิธภัณฑ์เอกชนกลางแจ้งแห่งสยามประเทศ เพื่อเฉลิมฉลองวันสำคัญของชาวพุทธและส่งเสริมการท่องเที่ยวที่สอดแทรกสาระทางพระพุทธศาสนา 3. ซีคอน บางแค “ซีคอน บางแค” ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมงานบุญยิ่งใหญ่ในงาน “วิสาขบูชามหามงคล” เวียนเทียนกับศิลปินดาราทูตวิสาขบูชาโลก รอบพระธาตุอินทร์แขวนองค์จำลอง จังหวัดลำพูน ระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม – 1  มิถุนายน 2558 บริเวณลานกลาง ชั้น 1 ศูนย์สรรพสินค้าซีคอน บางแค ถนนเพชรเกษม เสริมสิริมงคลนมัสการพระธาตุประจำปีเกิด 12 นักษัตร อิ่มบุญสุขใจกับกิจกรรมมากมายในลานบุญมหากุศล นำรายได้จากการทำบุญจัดซื้อเสื้อเกราะให้ทหาร 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พิเศษ! วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2558 เวลา 14.00 น. ดาราศิลปินเข้าร่วมรับรางวัลทูตพระพุทธศาสนา วันวิสาขบูชาโลก ประจำปี พ.ศ. 2558 4. สวนตุง เชียงราย เทศบาลนครเชียงราย ร่วมรำลึกวันวิสาขบูชาประจำปี 2558 จัดกิจกรรม การจัดโต๊ะหมู่บูชาชุมชน พร้อมมอบใบประกาศเกียรติคุณยกย่องครอบครัวปฏิบัติธรรมตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2558 นี้ ณ สวนตุงและโคมนครเชียงราย 5. ดอยสุเทพ เชียงใหม่ งานประเพณีเดินขึ้นดอยสุเทพในวันวิสาขบูชา พระธาตุดอยสุเทพเป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรทสารีริกธาตุเจดีย์ ทุกปีในคืนก่อนวันวิสาขบูชา ( 1 มิ.ย.2558) ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7 คือคืนวันที่ 31 พฤษภาคม 2558 จะมีประเพณีการเดินขึ้นดอยสุเทพเป็นประจำ เพื่อนมัสการพระธาตุดอยสุเทพ ศาสนิกชนทุกท่าน ร่วมสำรวมจิต ทำจิตบริสุทธิ์ เดินเท้าขึ้นสักการะพระบรมธาตุดอยสุเทพ บูชาด้วยการประพฤติดีปฏิบัติดี 6. วัดพระธรรมกาย  วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน วัดพระธรรมกายและวัดสาขาทั่วโลก 181 แห่ง จึงพร้อมใจกันจัดกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในวันวิสาขบูชาขึ้น โดยที่วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี ภาคเช้าจัดให้มีพิธีตักบาตรพระสงฆ์ 2,000 รูป ภาคสาย ปฏิบัติธรรม เจริญสมาธิภาวนา ภาคบ่ายพิธีอุปสมบท  อุทิศชีวิตสามเณรเปรียญธรรม จำนวน12 รูป โดยได้รับความเมตตาจากพระเดชพระคุณพระมหาโพธิวงศาจารย์   (ป.ธ.9, ราชบัณฑิต) เจ้าอาวาสวัดราชโอรสาราม เป็นพระอุปัชฌาย์  ภาคค่ำ เวลา 19.30 น. เป็นพิธีจุดวิสาขประทีป และเวียนประทักษิณรอบมหารัตนวิหารคด นอกจากนี้ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ (ขสมก.) ได้จัดเดินรถไหว้พระ 9 วัด รอบเกาะรัตนโกสินทร์ในวันที่ 1 มิถุนายน 2558 เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้พาครอบครัวเดินทางไปไหว้พระและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเป็นสิริมงคล ในวันวิสาขบูชา ... 1. วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร 2. วัดสามพระยาวรวิหาร 3. วัดบวรนิเวศวรวิหาร 4. วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร 5. วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร 6. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์) 7. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) 8. วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร 9. วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร นอกจากนี้ ขสมก. ยังได้จัดเจ้าหน้าที่สายตรวจพิเศษ และนายตรวจให้บริการผู้โดยสารตามจุดบริการ ณ วัดต่าง ๆ ในเส้นทางที่รถวิ่งผ่าน และจัดตั้งศูนย์อำนวยการบริการที่อู่หมอชิต 2 เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนอีกด้วย ต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้บริการ สอบถามเส้นทางรถเมล์ หรือ แนะนำบริการได้ที่ www.bmta.co.th หรือ ศูนย์ Call Center 1348 ทุกวันตั้งแต่เวลา 05.00-22.00 น. ที่มา : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย , www.thairath.co.th  /  เรียบเรียงโดย : Travel MThai

ราชบัณฑิต ล้มแผน แก้ 176 คำทับศัพท์อังกฤษ
คำทับศัพท์ /  ราชบัณฑิต

หลังจากกรณี นางกาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิตและนายกสมาคมครูภาษาไทยแห่งประเทศไทย ได้จัดทำแบบสำรวจความคิดเห็นจากคณะกรรมการราชบัณฑิต และภาคีสมาชิก เกี่ยวกับการขอเปลี่ยนแปลงการเขียนคำที่ยืมจากภาษาอังกฤษใหม่ 176 คำ เนื่องจากมองว่าเขียนไม่ตรงกับเสียงวรรณยุกต์ของคำนั้นๆ อาทิ โควตา เป็น โควต้า, ซีเมนต์ เป็น ซีเม็นต์, เมตร เป็น เม้ตร, คอนเสิร์ต เป็น ค็อนเสิร์ต, คอมพิวเตอร์ เป็น ค็อมพิ้วเต้อร์ เป็นต้น ล่าสุด เว็บไซต์มติชนออนไลน์ รายงานว่า นายอุดม วโรตม์สิกขดิตถ์ ราชบัณฑิต ประธานสำนักศิลปกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณากำหนดแนวทางการเขียนคำที่ยืมมาจากต่างประเทศ เปิดเผยว่า กองศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน ได้สรุปผลสำรวจดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว จากแบบสอบถามทั้งหมด มีราชบัณฑิต และภาคีสมาชิก ตอบคำถาม และส่งคืนทั้งหมด 283 ชุด ผลปรากฎว่า - มีผู้เห็นด้วย ที่ต้องการแก้ไขคำยืมจากภาษาอังกฤษใหม่ 17 คน - ไม่เห็นด้วย 178 คน นอกจากนี้ ยังมีผู้ที่เห็นด้วย แต่เห็นด้วยบางคำ 81 คน และไม่ลงความเห็นอีก 7 คน รวมทั้งหมด 283 คน เมื่อจำแนกความเห็นของราชบัณฑิต และภาคีสมาชิกออกเป็นส่วนๆ พบว่า - สำนักวิทยาศาสตร์ ไม่เห็นด้วย 61 คน - สำนักศิลปกรรม เห็นด้วย 5 คน ไม่เห็นด้วย 4 คน เห็นด้วยบางคำ 10 คน - สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง เห็นด้วย 7 คน ไม่เห็นด้วย 1 คน เห็นด้วยบางคำ 5 คน และไม่ออกความเห็น 5 คน - กรรมการวิชาการ กองวิทยาศาสตร์ เห็นด้วย 1 คน ไม่เห็นด้วย 30 คน เห็นด้วยบางคำ 23 คน - กรรมการวิชาการ กองศิลปกรรม เห็นด้วย 1 คน ไม่เห็นด้วย 35 คน เห็นด้วยบางคำ 17 คน ไม่ออกความเห็น 2 คน - กรรมการวิชาการ กองธรรมศาสตร์และการเมือง เห็นด้วย 1 คน ไม่เห็นด้วย 32 คน เห็นด้วยบางคำ 17 คน และ - ไม่ระบุสังกัด เห็นด้วย 2 คน ไม่เห็นด้วย 15 คน และเห็นด้วยบางคำ 9 คน MThai News

นางสงกรานต์ 57 โคราคะเทวี มือถือมีดทำนายประเทศ จะทุกข์ยาก
นางสงกรานต์ /  นางสงกรานต์ 2557 / 

นางสงกรานต์ปี 57 นามว่า "โคราคะเทวี" มือถือมีด ทำนาย ประเทศจะทุกข์ยาก แพ้อำมาตย์ เกิดความเดือนร้อน คนเจ็บไข้ ประกาศสงกรานต์จุลศักราช 1376 พุทธศักราช 2557 ปีมะเมีย ฉศก จันทรคติเป็น ปกติมาส ปกติวาร สุริยคติ เป็น ปกติสุรทิน วันมหาสงกรานต์ ตรงกับวันจันทร์ที่ 14 เมษายน เวลา 8 นาฬิกา 11 นาที 24 วินาที จันทรคติ ตรงกับ วันจันทร์ ขึ้น 15 ค่ำ เดือนห้า ปีมะเมีย โดย นางสงกรานต์นามว่า "โคราคะเทวี" ทรงพาหุรัด ทัดดอกปีบ อาภรณ์แก้วมุกดาหาร ภักษาหารน้ำมัน หัตถ์ขวาทรงขรรค์ หัตถ์ซ้ายทรงไม้เท้า เสด็จยืน มาเหนือหลังพยัคฆ์(เสือ) เป็นพาหนะ เกณฑ์พิรุณศาสตร์ ปีนี้ เสาร์ เป็นอธิบดีฝน บันดาลให้ฝนตก 400 ห่า ตกในเขาจักรวาล 160 ห่า ตกในป่าหิมพานต์ 120 ห่า ตกในมหาสมุทร 80 ห่า ตกในโลกมนุษย์ 40 ห่า เกณฑ์ธาราธิคุณ ชื่อ เตโช(ธาตุไฟ) น้ำน้อย อากาศยังร้อน เกณฑ์นาคราชให้น้ำ ปีมะเมีย นาคราชให้น้ำ 5 ตัว ทำนายว่า ฝนต้นปีงาม กลางปีงาม และปลายปีก็งามแล เกณฑ์ธัญญาหารชื่อ ปาปะ ข้าวกล้าในไร่นา จะได้ 1 ส่วน เสีย 10 ส่วน คนทั้งหลายจะตกทุกข์ได้ยากลำบากแค้น เพราะกันดารอาหารบ้าง จะฉิบหายเป็นอันมากแล ซึ่งสรุปความตามทำนาย ช่วงวันดังนี้ วันจันทร์ เป็นวันมหาสงกรานต์ : ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ จะแพ้เสนาบดี ท้าวพระยาและนางพระยาทั้งหลาย, วันอังคาร เป็นวันเนา : หมากพลู ข้าวปลาจะแพง จะแพ้อำมาตย์มนตรีทั้งปวง, วันพุธ เป็นวันเถลิงศก : ราชบัณฑิต ปุโรหิตโหราจารย์ จะมีสุขสำราญเป็นอันมากแลฯ, นางสงกรานต์ ยืน : จะเกิดความเดือดร้อนเจ็บไข้