ราชบัณฑิตยสถาน

เกรียน กาก กินตับ ติดโผ!! ราชบัณฑิต เตรียมเพิ่มศัพท์โจ๋เข้าพจนานุกรม
กาก /  กินตับ / 

ราชบัณฑิต เตรียมเพิ่มศัพท์โจ๋ เข้าพจนานุกรม กากๆ กินตับ ติดโผ ราชบัณฑิตยสถาน เผยศัพท์ใหม่ ศัพท์วัยรุ่น ศัพท์โจ๋ ศัพท์แสลง โดยนางกาญจนา นาคสกุล ในฐานะราชบัณฑิต  สำนักศิลปกรรม ประเภทวรรณศิลป์ สาขาภาษาไทย กล่าวว่า เตรียมบัญญัติคำเหล่านี้ไว้ในพจนานุกรม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมให้ทันยุคทันสมัย คาดว่าจะมีการรวบรวมคำใหม่กว่า 1 พันคำ โดยจะมีการออกเผยแพร่ในปลายปีนี้ โดยตัวอย่างคำศัพท์ที่ราชบัณฑิตยสถานจะรวบรวมใหม่ เช่น กากๆ กินตับ กรรมสะสมไมล์ กองร้อยน้ำหวาน กอดเสาเข่าทรุด เกรียน กระบือบำบัด ขออภัยมณีศรีสุวรรณ แตงกิ้วหลาย มีหัวไว้คั่นหู โนเวย์สเตชั่น เม้าธ์มอย สมใจนึกบางลำภ คุ้ยแคะแกะเกา ร้องเพลงรอ ซูโดกุ ทั้งนี้ ถือว่าเป็นครั้งที่ 4 ที่มีการบัญญัติศัพท์ใหม่ลงในพจนานุกรม โดยจะมีการอธิบายคำ และตัวอย่างวิธีการใชีคำให้ถูกต้อง Mthai News

สนช.จ่อพิจารณาร่างกม.อีก2ฉ.ก่อนขอมติถอดถอน
ถอดถอน นิคม-สมศักดิ์ /  ร่างกฎหมาย / 

สนช. เตรียมพิจารณาร่างกฎหมายอีก 2 ฉบับ ก่อนเข้าวาระขอมติเห็นชอบถอดถอน "นิคม-สมศักดิ์" หรือไม่ บรรยากาศที่รัฐสภาเช้านี้ การรักษาความปลอดภัยเป็นไปอย่างเข้มงวด เนื่องจาก ในเวลา 10.00 น. จะมีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเร่งด่วนที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ โดยพิจารณาต่อจากวานนี้อีก 2 ฉบับ คือ ร่างพระราชบัญญัติกองอาสารักษาดินแดน (ฉบับที่...) พ.ศ. ... เพื่อกำหนดให้ทายาทของสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ซึ่งเมื่อเสียชีวิตภายหลังจากที่ได้บำนาญพิเศษ เพราะเหตุพิการ ทุพพลภาพ มีสิทธิ์ได้รับบำเหน็จตกทอด และร่างพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสภา พ.ศ. ... เพื่อเป็นการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยราชบัณฑิตยสถาน โดยสมควรเปลี่ยนชื่อจาก ราชบัณฑิตยสถาน เป็น ราชบัณฑิตยสภา รวมถึงการปรับปรุงอำนาจหน้าที่และการบริหารงานวิชาการให้แพร่หลายมากขึ้น จากนั้น จึงเข้าสู่วาระการพิจารณาขอมติที่ประชุมว่าเห็นชอบให้มีการถอดถอน นายนิคม ไวยรัชพานิช และ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ หรือไม่

อัพเดทศัพท์วัยรุ่น เยอะจุงเบย
ภาษาวัยรุ่น /  เกร็ดความรู้

ราชบัณฑิตยสถาน?จัดหนัก?อัพเดทศัพท์วัยรุ่น?กว่าพันคำ?ลง พจนานุกรมคำใหม่เล่ม 4 ออกเผยแพร่ปลายปี?ไม่ว่าจะเป็น ศัพท์ใหม่? ศัพท์วัยรุ่น ที่ทันยุคสมัย คำสแลง เพื่อเป็นแหล่งค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลคำใหม่ต่างๆ และบันทึกคำเหล่านี้ไว้เป็นหลักฐานแสดงการเกิดและการเปลี่ยนแปลงของคำที่ใช้ในสังคมไทย (โอ้มันลึกซึ่งมาก O0O! ) ซึ่งวัยรุ่นไทยอย่างเราก็ไม่รู้หรอกว่าเคยพูดเคยใช้ กันมั้งหรึเปล่า! แต่ ราชบัณฑิตยสถาน บอกว่ามี?ศัพท์วัยรุ่น?กว่า 1พันคำ (โห้เยอะจุงเบย ^^)?เอาละเรามาดูกันคะว่า?ศัพท์ใหม่ ศัพท์วัยรุ่น ที่?ราชบัณฑิตยสถาน จัดแจงรวบรวมกว่าพันคำมีอะไรบ้าง ? ตัวอย่างคำและความหมายของ ศัพท์วัยรุ่น บางส่วน บางคำ กรรมสะสมไมล์ -?เป็นการเปรียบเทียบคนที่ชอบทำบาปกรรมว่าเป็นการสะสมไมล์ เหมือนที่สายการบินให้ลูกค้าสะสมไมล์เมื่อเดินทาง กระบือบำบัด -?คำนี้มาจากโครงการใช้ควายบำบัดเด็กออทิสติกจนประสบความสำเร็จ กองร้อยน้ำหวาน - ตำรวจจราจรหญิงในยุคบุกเบิก เป็นกองกำลังหนึ่งของกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน กองบัญชาการ ตำรวจนครบาล กอดเสาเข่าทรุด -?เกิดขึ้นจากเหตุการณ์อุทกภัยช่วงปลายปีที่ผ่านมาหลังจากประชาชนกลับเข้าไปบ้านเมื่อเห็นสภาพความเสียหายมากมายถึงขั้นเกิดอาการกอดเสาเข่าทรุด กากๆ - คำศัพท์ที่วัยรุ่นนิยมใช้ในอินเตอร์เน็ต โดยเป็นการดูถูกว่าเป็นคนที่ทำตัวไม่ค่อยมีประโยชน์ กิจกาม - เป็นคำที่ใช้เลียนแบบคำว่า กิจกรรม ซึ่งแทนที่จะไปทำกิจกรรมต่างๆ ก็มุ่งไปเรื่องเพศสัมพันธ์อย่างเดียว กินตับ - มีความหมายมาจากเพลงกินตับ (หรออ!) กินอิ่มนอนอุ่น - แทนที่วัยรุ่นจะพูดว่ากินอิ่มนอนหลับ เพื่อความเท่และทันสมัยก็จะพูดคำดังกล่าว เกรียน - เป็นคำสแลงของคนที่มีพฤติกรรมก่อกวนคนอื่นและก้าวร้าวทางคำพูด ขนแขน สแตนอั้ป - พูดเมื่อเวลาเจอเรื่องน่าตื่นเต้น ขออภัยมณีศรีสุวรรณ - แทนที่จะพูดว่าขออภัยคำเดียว ก็จะเติมสร้อยให้ดูทันสมัย ครูตู้ - คือทีวีการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม จอนูน /จอแบน - เป็นการพูดถึงลักษณะของผู้หญิง (ลักษณะอะไรคะ?) จัดชุดใหญ่/จัดเต็ม/จัดแน่น/จัดหนัก/จัดใหญ่ - เป็นคำที่ใช้พูดในสถานการณ์ที่ต้องการทำอะไรบางอย่างแบบเต็มที่ แพล้งกิ้ง - ช่วงที่ผ่านมาวัยรุ่นได้ฮิตทำท่าแปลกๆ คล้ายคนที่ตาย แท็บเหล็ต/แท็บเบล็ต - หนึ่งในนโยบายของ รัฐบาลชุดปัจจุบันที่แจกแท็บเหล็ตให้กับนักเรียน ป.1 เฟ้สบุ๊ก - โปรแกรมที่คนทั่วโลกกำลังนิยมเล่น ชะโงกทัวร์ - มาจากการได้ไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ แต่ทำได้แค่ยืนมองโดยไม่ได้ลงไปชมความงามอย่างเต็มที่ แต๊งกิ้วหลาย - เป็นคำที่วัยรุ่นทับศัพท์มาจากภาษาอังกฤษแล้วใช้ภาษาอีสานเติมเป็นสร้อย ตีขอร์ดหยอดสาว - พฤติกรรมของผู้ชายที่ใช้เวลาในการเล่นกีฬาไปจีบผู้หญิง (เพิ่งเคยได้ยินวันนี้แหละ!) นักปั้นน้ำ - มีความหมายมาจากคนที่ชอบโกหกไปเรื่อยๆ ซ่อนดาบในรอยยิ้ม - ใบหน้ายิ้มแย้มแต่ในใจลึกๆ กำลังคิดร้าย เม้าธ์มอย - เป็นการนินทาหรือกล่าวหาผู้อื่น, ?มีหัวไว้คั่นหู? ใช้ด่าและประชดประชันคนที่ถูกมองว่าโง่ สมใจนึกบางลำพู - มาจากร้านขายเสื้อผ้าย่านบางลำพู ใครๆ ก็รู้จัก เวลาพูดว่าจะไปซื้อเสื้อผ้าที่บางลำพู ก็จะบอกว่าไปร้านนี้ (ไม่เคยนะ!) เคลียร์คัดชัดเจน - ใช้พูดเวลาที่ทำความเข้าใจในเรื่องนั้นจนชัดเจนกระจ่างแจ้งแล้ว โนเวย์สเตชั่น - แทนที่จะใช้คำว่า ไม่ ก็จะใช้คำนี้แทน ฟ้ามีตา - ใช้พูดเตือนสติคนที่คิดว่าทำชั่วแล้วจะไม่มีใครรู้เห็น ขั้นเทพ? - ดีอย่างยิ่ง, เก่งอย่างยิ่ง, เช่น แกงนี่อร่อยขั้นเทพเลย, ฝีมือวาดภาพขั้นเทพอย่างนี้ ราคาคงแพงมาก เข็มขัดสั้น?- คาดการณ์ไม่ถึง, คาดไม่ถึง, (ใช้พูดเล่น) เช่น ถ้าจะให้อีกฝ่ายสนใจ เราจะต้องปฏิบัติการแบบ เข็มขัดสั้น คนเคยรวย? - ผู้ที่มีฐานะดี แต่ได้รับผลจากวิกฤตเศรษฐกิจ ทำให้ฐานะตกต่ำลง เช่น ตอนนี้พวกคนเคยรวยพากันขนข้าวของในบ้านใส่รถมาเปิดท้ายขายของ คาร์บอมบ์? - ระเบิดที่ซุกซ่อนไว้ในรถเพื่อให้ระเบิดทำลายบุคคล หรือสถานที่ที่ต้องการ เช่น ผู้ก่อการร้ายใช้คาร์บอมบ์ระเบิดสะพาน งามไส้? ?- น่าขายหน้าอย่างยิ่ง เช่น งามไส้ไหมล่ะ เจ้าหน้าที่เป็นโจรเสียเอง ตั้งแก๊งฉกทรัพย์ในสนามบิน ชัวร์ป้าบ,ชัวร์ป้าบนิ่ม?- แน่นอนอย่างยิ่ง เช่น วันนี้เขาต้องมาที่นี่แน่ ๆ ชัวร์ป้าบนิ่ม ชาบู ชาบู? - อาหารหม้อไฟแบบญี่ปุ่นที่นำมาปรุงรับประทานเอง ใช้เนื้อวัว หรือหมูหั่นบางมาก ลวกจิ้มน้ำจิ้มปรุงรสด้วยเต้าเจี้ยวบด ซีอิ๊ว งา กระเทียม ?(เห้ย ! ที่ฉันรู้และพูดมา มันไม่ได้หมายถึง หมอไฟญี่ปุ่นนะเจ๊ มัน เดี้ยะ บร๊ะเจ้าก็โกรธหรอก) ชื่นสะดือ?- ชื่นใจ, สบายใจ, สมดังที่ต้องการ, เช่น หยุดคราวนี้จะไปเที่ยวให้ชื่นสะดือเลย (ห๊ะ! มีคำนี้ด้วยหรือนี้) ชุมชนออนไลน์?- กลุ่มคนที่เป็นสมาชิกเว็บไซต์ที่ให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการพูดคุย เผยแพร่ภาพ คลิปวิดีโอ รวมทั้งแบ่งปันข้อมูลอื่น ๆ แก่กันและกัน เช่น เขาหมกมุ่นอยู่แต่ในชุมชนออนไลน์จนไม่มีเวลาทำการบ้าน โชะ, โชะ ๆ?- ถูกต้องชัดเจน, ตรงประเด็น,สำเร็จเรียบร้อยอย่างรวดเร็ว,(มักใช้ซ้ำ)เช่นเวลาสั่งงานอย่าอ้อมค้อม ต้องสั่งแบบโชะ ๆ เลย ซะ?- ?มากจน (ตามด้วยกริยาที่ละไว้) เช่น เขาทำแค่นิดเดียว ชม ซะ (อาย) ซื้อเวลา?- ทำเพื่อให้เหตุการณ์ที่จะเป็นปัญหา หรือก่อปัญหาทอดยาวออกไปได้อีกระยะหนึ่ง เช่น ถ้าเรามัวแต่ซื้อเวลาไปเรื่อย ๆ แบบนี้ ปัญหาก็ไม่จบหรอก เซโรงัง?- เซ, เดินไม่ตรง, เช่น เขาให้มาช่วยเดินแบบงานการกุศล ไอ้เราก็อายุมากแล้ว เวลาหมุนตัวก็กลัวว่าจะเซโรงังตกแคตวอล์ก เซียะ?- สวยมาก เช่น ชุดใหม่ของเธอเซียะสุดสุด นางเอกคนใหม่นี่ทั้งแซ่บ ทั้งเซียะเลย ดราม่า?- ละครที่แสดงบนเวที หรือทางวิทยุโทรทัศน์เกี่ยวกับปัญหาชีวิตที่หนักหน่วง มีการแสดงอารมณ์ ( เอิ้บ ฉันว่า ดราม่าในวัยรุ่น หมายถึง เหตุการณ์ไม่ดี ที่มีการ ทะเลาะโต้เถียง โต้แย้ง กัน จนทำให้เกิด การดราม่า ไม่ใช่ละครเวที) เด็กในคาถา?- ลูกน้องที่ทำทุกอย่างตามความต้องการของเจ้านาย เช่น คนนี้ไว้ใจได้แน่นอนเพราะเป็นเด็กในคาถาของผมเอง เด๊ด, เด๊ดสะมอเร่?- ตาย เช่น ไอ้ตูบข้างบ้านถูกรถชนเด๊ดสะมอเร่ไปแล้ว เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว?- ทำเรื่องเสียหายเพียงเล็กน้อยแต่ก่อผลกระเทือนเป็นทอด ๆ จนเกิดความเสียหายอย่างมากต่อสิ่งแวดล้อมของโลก (อันนี้เหมือนเคยได้ยินแวปๆ) เดี๊ยะ?- ทุกประการ เช่น แกงที่นี่รสชาติเหมือนที่บ้านเดี๊ยะเลย ติดสาย?- ไม่สามารถรับโทรศัพท์ได้เพราะกำลังใช้โทรศัพท์อีกเครื่องหนึ่ง เช่น หัวหน้าติดสาย จะฝากข้อความไว้ไหมคะ ไต่สวนสาธารณะ?- กระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องก่อนที่จะตัดสินใจอย่างเป็นทางการในการดำเนินการใด ๆ ท็อปฟอร์ม?- รูปแบบ หรือลักษณะที่ดีที่สุด (ใช้กับการเล่นกีฬา) เช่น เขากำลังอยู่ในช่วงท็อปฟอร์ม แข่งขันสนามไหนก็ชนะหมด และนอกจากนี้ยังมี :: คิดเองเออเอง, คุ้ยแคะแกะเกา, จิ้งจกเปลี่ยนสี, เจิมปาก, ชื่นรูหู, เช็ดเม็ด, ซูโดกุ, ตายซับตายซ้อน, พรแสวง, ยิมน้าสติก, ร้องเพลงรอ, ริกเต้อร์ และโลว์ซีซั่น (?โห้เยอะจุงเบย?ไม่ไหวจะเคลียร์ เพลียร่างมากๆ เยอะจัด ! ) ซึ่งถ้า ราชบัณฑิตยสถาน ได้ทำการคัดเลือก ศัพท์วัยรุ่น?คำศัพท์ใหม่ เสร็จเรียบร้อย ก็จะตีพิมพ์ออกเผยแพร่ในช่วงปลายปี 2555 ทันที !

วัยรุ่นคิดยังไง กับ การแก้ไข คำทับศัพท์
ข่าวการศึกษา /  นักศึกษา / 

นางกาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิต และนายกสมาคมครูภาษาไทยแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้กองศิลปกรรมได้จัดทำแบบสำรวจความคิดเห็นประมาณ 300 ชุด เกี่ยวกับการเขียนคำยืมจากภาษาอังกฤษในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 เพื่อสอบถามความเห็นจากคณะกรรมการราชบัณฑิต และผู้ที่เกี่ยวข้องในการเปลี่ยนแปลงการเขียนคำที่ยืมจากภาษาอังกฤษใหม่ เนื่องจากพบว่ามีคำศัพท์ที่ยืมมาจากคำภาษาอังกฤษ 176 คำ เขียนผิด และไม่ตรงกับเสียงวรรณยุกต์ของคำนั้นๆ นางกาญจนา กล่าวต่อว่า ปัญหานี้เกิดขึ้นมาจากขั้นตอนการถอดคำ หรือว่ายืมคำมาจากภาษาอังกฤษ เมื่อแปลมาเป็น ภาษาไทย ไม่ได้เติมวรรณยุกต์เสียงเอก โท หรือตรี ให้ตรงตามอักขรวิธีไทย อย่างคำว่า"แคลอรี" การเขียนให้ตรงกับการออกเสียงต้องเป็น "แคลอรี่" หรือว่าคำว่า "โควตา" ถ้าจะให้ตรงกับการออกเสียงต้องเป็นคำว่า "โควต้า" รวมทั้ง "เรดาร์" ต้องเป็นคำว่า "เรด้าร์" การศึกษา นางกาญจนา กล่าวต่อว่า เบื้องต้นได้สอบถามความเห็นจากสภาราชบัณฑิต ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการเติมวรรณยุกต์ และเปลี่ยนแปลงคำศัพท์ทั้ง 176 คำ เพื่อเขียนให้ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม คงต้องรอดูผลการสำรวจความคิดเห็นอีกครั้งว่าส่วนใหญ่จะเห็นด้วยทุกคำ หรือเห็นด้วยเฉพาะบางคำ ซึ่งตามกำหนดเวลาแล้ว ภายในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ ทุกคนต้องส่งแบบสอบถามดังกล่าวกลับที่กองศิลปกรรม เพื่อประมวลผลความคิดเห็นว่าเห็นด้วยหรือไม่ ทั้งนี้การขอปรับแก้คำศัพท์ทั้ง 176 คำนั้น หากเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยว่าควรเปลี่ยน ก็จะนำไปบรรจุในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตย สถาน พ.ศ.2554 ซึ่งกำลังดำเนินการปรับปรุงเพื่อจัดพิมพ์เล่มใหม่ คำศัพท์ ที่อยู่ในแบบสำรวจ เพื่อขอความเห็นในการเปลี่ยนแปลงการเขียนใหม่ มีดังนี้ 1.คำที่ใส่เครื่องหมายไม้ไต่คู้เพื่อแสดงสระเสียงสั้น ได้แก่ ซีเมนต์ - ซีเม็นต์ เซต-เซ็ต เซนติกรัม-เซ็นติกรัม เซนติเกรด-เซ็นติเกรด เซนติลิตร-เซ็นติลิตร ไดเรกตริกซ์-ไดเร็กตริก เทนนิส-เท็นนิส นอต-น็อต นิวตรอน-นิวตร็อน เนตบอล-เน็ตบอล เนปจูน-เน็ปจูน เบนซิน-เบ็นซิน แบคทีเรีย-แบ็คทีเรีย มะฮอกกานี-มะฮ็อกกานี เมตริก-เม็ตตริก เมตริกตัน- เม็ตริกตัน แมงกานิน-แม็งกานิน อิเล็กตรอน-อิเล็กตร็อน เฮกโตกรัม-เฮ็กโตกรัม เฮกโตลิตร-เฮ็กโตลิตร 2.คำที่เปลี่ยนตัวพยัญชนะเป็นอักษรสูง ได้แก่ คอร์ด-ขอร์ด แคโทด-แคโถด ซัลเฟต-ซัลเฝต ไทเทรต-ไทเถรต ไนต์คลับ-ไน้ต์ขลับ พาร์เซก-พาร์เส็ก แฟลต-แฝล็ต สเปกโทรสโกป-สเป็กโทรสโขป ไอโซโทป-ไอโซโถป 3.คำที่ใส่เครื่องหมายวรรณยุกต์เอก ได้แก่ กอริลลา-กอริลล่า แกโดลิเนียม-แกโดลิเนี่ยม แกมมา-แกมม่า แกลเลียม-แกลเลี่ยม คูเรียม-คูเรี่ยม แคดเมียม-แคดเมี่ยม แคลเซียม-แคลเซี่ยม แคลอรี-แคลอรี่ โครเมียม-โครเมี่ยม ซิงโคนา-ซิงโคน่า ซิลิคอน-ซิลิค่อน ซีเซียม-ซีเซี่ยม ซีนอน-ซีน่อน ซีเรียม-ซีเรี่ยม โซลา-โซล่า ดอลลาร์-ดอลล่าร์ เทคโนโลยี-เท็คโนโลยี่ แทนทาลัม-แทนทาลั่ม ไทเทเนียม-ไทเทเนี่ยม เนบิวลา-เนบิวล่า ไนลอน-ไนล่อน แบเรียม-แบเรี่ยม ปริซึม-ปริซึ่ม  ปิโตรเลียม-ปิโตรเลี่ยม แพลทินัม-แพลทินั่ม ฟังก์ชัน-ฟังก์ชั่น ฟาทอม-ฟาท่อม ไมครอน-ไมคร่อน ยิปซัม-ยิปซั่ม ยูเรเนียม-ยูเรเนี่ยม เลเซอร์-เลเซ่อร์ วอลเลย์บอล-วอลเล่ย์บอล อะลูมิเนียม-อะลูมิเนี่ยม อีเทอร์-อีเท่อร์ เอเคอร์-เอเค่อร์ แอลฟา-แอลฟ่า ฮาห์เนียม-ฮาห์เนี่ยม ฮีเลียม-ฮีเลี่ยม 4.คำที่ใส่ ห นำเพื่อแสดงเสียงวรรณยุกต์เอก ได้แก่ กะรัต-กะหรัต แกรนิต-แกรหนิต คลินิก-คลิหนิก คาทอลิก-คาทอหลิก คาร์บอเนต-คาร์บอเหนต คาร์บอลิก-คาร์บอหลิก โคออร์ดิเนต-โคออร์ดิเหนต รูเล็ตต์- รูเหล็ตต์ 5.คำที่เติมเครื่องหมายวรรณยุกต์โท ได้แก่ กลูโคส-กลูโค้ส กิโลไซเกิล-กิโลไซเกิ้ล กิโลเมตร-กิโลเม้ตร กิโลเฮิรตซ์-กิโลเฮิ้รตซ์ กีตาร์-กีต้าร์ แกรไฟต์-แกรไฟ้ต์ คาร์บอน-คาร์บ้อน คาร์บูเรเตอร์-คาร์บูเรเต้อร์ เคเบิล-เคเบิ้ล โควตา-โควต้า ชอล์ก-ช้อล์ก ซอส-ซ้อส โซเดียม-โซเดี้ยม ไดนาไมต์-ไดนาไม้ต์ แทนเจนต์-แทนเจ้นต์ แทรกเตอร์-แทรกเต้อร์ นิกเกิล-นิกเกิ้ล ไนต์คลับ-ไน้ต์ขลับ ไนโตรเจน-ไนโตรเจ้น บารอมิเตอร์-บารอมิเต้อร์ บีตา-บีต้า ปาทังกา-ปาทังก้า ปาร์เกต์-ปาร์เก้ต์ พลาสติก-พล้าสติก ฟาสซิสต์- ฟ้าสซิสต์ มอเตอร์-มอเต้อร์ เมตร-เม้ตร ไมกา-ไมก้า ยีราฟ-ยีร้าฟ เรดอน-เรด้อน เรดาร์-เรด้าร์ เรเดียม-เรเดี้ยม ลิกไนต์- ลิกไน้ต์ แวนดา-แวนด้า อาร์กอน-อาร์ก้อน แอนติบอดี-แอนติบอดี้ เฮิรตซ์-เฮิ้รตซ์ ไฮดรา-ไฮดร้า ไฮโดรเจน-ไฮโดรเจ้น 6.คำที่เติมเครื่องหมายวรรณยุกต์ตรี ได้แก่ กราฟ-กร๊าฟ ก๊อซ-ก๊อซ กอล์ฟ-ก๊อล์ฟ เกาต์-เก๊าต์ ออกไซด์-อ๊อกไซด์ โคบอลต์- โคบ๊อลต์ ดราฟต์-ดร๊าฟต์ ดัตช์-ดั๊ตช์ ดิสโพรเซียม-ดิ๊สโพรเซี่ยม เดกซ์โทรส-เด๊กโทรัส เต็นท์-เต๊นท์ บาสเกตบอล-บ๊าสเก้ตบอล บิสมัท-บิ๊สมั้ท แบงก์-แบ๊งก์ โบต-โบ๊ต ปลาสเตอร์-ปล๊าสเต้อร์ ปิกนิก-ปิ๊กหนิก ออกซิเจน-อ๊อกซิเย่น ออกซิเดชัน-อ๊อกซิเดชั่น ออกไซด์-อ๊อกไซด์ อาร์ต-อ๊าร์ต เอกซเรย์-เอ๊กซเรย์ แอสไพริน-แอ๊สไพริน แอสฟัลต์-แอ๊สฟัลต์ โอ๊ด-โอ๊ต 7.คำที่มีหลายพยางค์ ได้แก่ คอนเดนเซอร์-ค็อนเด็นเซ่อร์ คอนแวนต์-ค็อนแว็นต์ คอนเสิร์ต-ค็อนเสิร์ต คอมพิวเตอร์-ค็อมพิ้วเต้อร์ คอมมานโด-ค็อมมานโด คอมมิวนิสต์-ค็อมมิวนิสต์ คูปอง- คูป็อง เครดิตฟองซิเอร์-เครดิตฟ็องซิเอร์ แคดเมียม-แค็ดเมี่ยม แคปซูล-แค็ปซูล แคลเซียมไซคลาเมต-แคลเซี่ยมไซคลาเมต ช็อกโกเลต/ ช็อกโกแลต-ช็อกโกแล็ต เซนติเมตร-เซ็นติเม้ตร โซเดียมคาร์บอเนต-โซเดี้ยมคาร์บอเหนต โซเดียมไซคลาเมต-โซเดี้ยมไซคลาเหมต โซเดียมไฮโดรเจนกลูทาเมต-โซเดี้ยมไฮโดรเจ้นกลูตาเหมต โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต-โซเดี้ยมไฮโดรเจ้นคาร์บอเหนต ดีเปรสชัน-ดีเปร๊สชั่น เทคโนโลยี-เท็คโนโลยี่ แทรกเตอร์-แทร็กเต้อร์ แบดมินตัน-แบ็ดมินตั้น แบตเตอรี่-แบ็ตเตอรี่ พลาสมา-พล้าสม่า โพแทสเซียม-โพแท้สเซี่ยม เมนทอล-เม็นท่อล แมงกานีส-แม็งกานี้ส แมกนีเซียม-แม็กนีเซี่ยม รีดักชัน-รีดั๊กชั่น ลอการิทึม-ล็อกการิทึ่ม สเปกตรัม-สเป๊กตรั้ม สเปกโทรสโกป-สเป็กโตรสโขป ออกซิเดชัน-อ๊อกซิเดชั่น อัลตราไวโอเลต-อัลตร้าไวโอเหล็ต แอกทิเนียม-แอ๊กทิเนี่ยม แอนติอิเล็กตรอน-แอ็นติอิเล็กตร็อน เฮกตาร์-เฮ็กต้าร์ เฮกโตเมตร- เฮ็กโตเม้ตร ขอขอบคุณข้อมูลจาก

'สุรพงษ์' ชี้ ใช้คำ 'โรฮิงยา' ตามเดิม ไม่ใช่ 'โรฮีนจา'
Rohingya /  สุรพงษ์ กองจันทึก / 

เอาไงแน่! สุรพงษ์  ชี้ ควรใช้ โรฮิงยา แบบเดิม  ไม่ใช่ โรฮีนจา เพราะเป็นคำเก่าดั้งเดิม ใช้มานับสิบปี  กรณีโฆษกกอ.รมน.อ้างอิงความเห็นของราชบัณฑิตยสถาน  ตั้งแต่ 31 ก.ค.56 ว่า สองคำนี้ ต้องใช้ว่า โรฮีนจา และเมียนมา และระบุว่า การใช้ว่า โรฮิงยาและเมียนมาร์ นั้นผิด ทำให้ผู้ใช้ภาษาไทยจำนวนมากกังวลว่า จำเป็นต้องใช้สองคำนี้อย่างไร และหากเขียนผิดจะมีความผิดอย่างไร นายสุรพงษ์ กองจันทึก อนุกรรมการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ตามนโยบายภาษาแห่งชาติ นโยบายภาษาท้องถิ่นทั้งภาษาตระกูลไทและภาษาตระกูลอื่นๆ ราชบัณฑิตยสถาน ได้กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า กลุ่มคนโรฮิงยา เรียกตัวเองว่า โรฮิงยา เป็นชื่อดั้งเดิมของพวกเขา และออกสำเนียงเรียกตัวเองว่าโรฮิงยา ชาวต่างชาติจึงเรียกพวกเขาตามสำเนียงนั้น จากนั้นคนไทยก็เรียกพวกเขาตามทับศัพท์ภาษาอังกฤษ คำว่า "Rohingya" เป็น"โรฮิงยา" เนื่องจากในภาษาไทยเดิมไม่มีคำเรียกกลุ่มนี้โดยตรง และใช้กันมานานนับสิบปี จนกลายเป็นคำไทยคำหนึ่ง ต่อมาราชบัณฑิตยสถานตอบข้อสงสัยเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในเรื่องคำว่า โรฮิงยา โดยไม่เข้าใจวิวัฒนาการทางภาษาที่มีการใช้ทับศัพท์จากภาษาอังกฤษของคำนี้ จึงส่งเรื่องให้คณะกรรมการจัดทำหลักเกณฑ์การทับศัพท์ภาษาพม่าพิจารณา แทนที่จะเป็นคณะกรรมการจัดทำหลักเกณฑ์การทับศัพท์ภาษาอังกฤษพิจารณา ทำให้มีการบัญญัติคำศัพท์ขึ้นมา"ใหม่"ว่า "โรฮีนจา" ทั้งที่คำว่า โรฮิงยา เป็นคำเก่าดั้งเดิม ขอบคุณภาพจาก mcot.net MThai News

รวมสถานที่จัดงาน วันวิสาขบูชา 2558
กิจกรรมทางศาสนา /  พุทธศาสนา / 

วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา โดยได้รับการยกย่องให้เป็นวันสำคัญของโลก เนื่องจากเป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน ซึ่งทั้ง 3 เหตุการณ์นั้น เกิดขึ้นตรงกันอย่างน่าอัศจรรย์ ในปีนี้จะตรงกับวันที่ 1 มิถุนายน 2558 travel.mthai.com ได้รวบรวมรายชื่อสถานที่จัดงานมาให้ชาวพุทธทุกท่านได้ทราบกัน โดยส่วนมากก็จะจัดงานกันทุกวัดอยู่แล้ว เพียงแต่เราแนะนำสถานที่หลัก ให้คุณได้พิจารณาเพื่อการตัดสินใจไปร่วมงาน รวมสถานที่จัดงาน วันวิสาขบูชา 2558 1. ท้องสนามหลวง มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย ขอเชิญร่วมงาน “วันวิสาขบูชา”โดยมีกิจกรรม อาทิ จัดริ้วขบวนอัญเชิญพระไตรปิฎก,พิธีทำบุญตักบาตรเวียนเทียน,สาธยายพระไตรปิฎก, เสวนาวิชาการทางพระพุทธศาสนา,แข่งขันประกวดสวดมนต์สรภัญญะ, ประกวดร้องเพลงเสริมศีลธรรม, ออกร้านของดีจังหวัดนครปฐม วันที่ 29 พฤษภาคม–9 มิถุนายน 2558 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง 2. เมืองโบราณ สมุทรปราการ เมืองโบราณ สมุทรปราการ และเทศบาลตำบลบางปู จังหวัดสมุทรปราการ จัดงาน “สัปดาห์วิสาขบูชา สักการะพระบรมสารีริกธาตุสี” ระหว่างวันที่ 25 พฤษภาคม ถึง 1 มิถุนายน 2558 เวลา 9.00-19.00 น. ณ พระที่นั่งสรรเพชญปราสาท ภายในเมืองโบราณ พิพิธภัณฑ์เอกชนกลางแจ้งแห่งสยามประเทศ เพื่อเฉลิมฉลองวันสำคัญของชาวพุทธและส่งเสริมการท่องเที่ยวที่สอดแทรกสาระทางพระพุทธศาสนา 3. ซีคอน บางแค “ซีคอน บางแค” ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมงานบุญยิ่งใหญ่ในงาน “วิสาขบูชามหามงคล” เวียนเทียนกับศิลปินดาราทูตวิสาขบูชาโลก รอบพระธาตุอินทร์แขวนองค์จำลอง จังหวัดลำพูน ระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม – 1  มิถุนายน 2558 บริเวณลานกลาง ชั้น 1 ศูนย์สรรพสินค้าซีคอน บางแค ถนนเพชรเกษม เสริมสิริมงคลนมัสการพระธาตุประจำปีเกิด 12 นักษัตร อิ่มบุญสุขใจกับกิจกรรมมากมายในลานบุญมหากุศล นำรายได้จากการทำบุญจัดซื้อเสื้อเกราะให้ทหาร 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พิเศษ! วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2558 เวลา 14.00 น. ดาราศิลปินเข้าร่วมรับรางวัลทูตพระพุทธศาสนา วันวิสาขบูชาโลก ประจำปี พ.ศ. 2558 4. สวนตุง เชียงราย เทศบาลนครเชียงราย ร่วมรำลึกวันวิสาขบูชาประจำปี 2558 จัดกิจกรรม การจัดโต๊ะหมู่บูชาชุมชน พร้อมมอบใบประกาศเกียรติคุณยกย่องครอบครัวปฏิบัติธรรมตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2558 นี้ ณ สวนตุงและโคมนครเชียงราย 5. ดอยสุเทพ เชียงใหม่ งานประเพณีเดินขึ้นดอยสุเทพในวันวิสาขบูชา พระธาตุดอยสุเทพเป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรทสารีริกธาตุเจดีย์ ทุกปีในคืนก่อนวันวิสาขบูชา ( 1 มิ.ย.2558) ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7 คือคืนวันที่ 31 พฤษภาคม 2558 จะมีประเพณีการเดินขึ้นดอยสุเทพเป็นประจำ เพื่อนมัสการพระธาตุดอยสุเทพ ศาสนิกชนทุกท่าน ร่วมสำรวมจิต ทำจิตบริสุทธิ์ เดินเท้าขึ้นสักการะพระบรมธาตุดอยสุเทพ บูชาด้วยการประพฤติดีปฏิบัติดี 6. วัดพระธรรมกาย  วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน วัดพระธรรมกายและวัดสาขาทั่วโลก 181 แห่ง จึงพร้อมใจกันจัดกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในวันวิสาขบูชาขึ้น โดยที่วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี ภาคเช้าจัดให้มีพิธีตักบาตรพระสงฆ์ 2,000 รูป ภาคสาย ปฏิบัติธรรม เจริญสมาธิภาวนา ภาคบ่ายพิธีอุปสมบท  อุทิศชีวิตสามเณรเปรียญธรรม จำนวน12 รูป โดยได้รับความเมตตาจากพระเดชพระคุณพระมหาโพธิวงศาจารย์   (ป.ธ.9, ราชบัณฑิต) เจ้าอาวาสวัดราชโอรสาราม เป็นพระอุปัชฌาย์  ภาคค่ำ เวลา 19.30 น. เป็นพิธีจุดวิสาขประทีป และเวียนประทักษิณรอบมหารัตนวิหารคด นอกจากนี้ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ (ขสมก.) ได้จัดเดินรถไหว้พระ 9 วัด รอบเกาะรัตนโกสินทร์ในวันที่ 1 มิถุนายน 2558 เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้พาครอบครัวเดินทางไปไหว้พระและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเป็นสิริมงคล ในวันวิสาขบูชา ... 1. วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร 2. วัดสามพระยาวรวิหาร 3. วัดบวรนิเวศวรวิหาร 4. วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร 5. วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร 6. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์) 7. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) 8. วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร 9. วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร นอกจากนี้ ขสมก. ยังได้จัดเจ้าหน้าที่สายตรวจพิเศษ และนายตรวจให้บริการผู้โดยสารตามจุดบริการ ณ วัดต่าง ๆ ในเส้นทางที่รถวิ่งผ่าน และจัดตั้งศูนย์อำนวยการบริการที่อู่หมอชิต 2 เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนอีกด้วย ต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้บริการ สอบถามเส้นทางรถเมล์ หรือ แนะนำบริการได้ที่ www.bmta.co.th หรือ ศูนย์ Call Center 1348 ทุกวันตั้งแต่เวลา 05.00-22.00 น. ที่มา : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย , www.thairath.co.th  /  เรียบเรียงโดย : Travel MThai

 9ตลก.ศาลรธน.ไม่หวั่นม็อบขู่-312ส.ส.-ส.ว.ไม่แจงแน่
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ /  เสื้อแดง / 

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ยังไม่ร้องขอการคุ้มครองเพิ่มเติมจากตำรวจ เป็นการส่วนตัว หลังถูกเสื้อแดงประกาศตามล่าตัว ขณะที่ "จารุพงศ์"ยัน 312 ส.ส. และ ส.ว. ไม่แจงศาล ปมแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา ชี้ นิติบัญญัติทำถูกทางแล้ว นายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวถึง การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ในนามกลุ่มวิทยุสื่อประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือ กวป. บริเวณด้านหน้าอาคารสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีการชุมนุมแบบยืดเยื้อกดดันให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ลาออก และแกนนำของผู้ชุมนุม ได้มีการประกาศในทำนองว่า ให้ประกาศจับตัวตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ว่า ในเรื่องนี้ทางตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 ท่าน ยังไม่มีการประสานขอการคุ้มครองเพิ่มเติม จากเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นการส่วนตัวแต่อย่างใด และไม่รู้สึกหนักใจในการทำหน้าที่ หลังมีการกดดันจากผู้ชุมนุม และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 ท่าน ยังคงปฏิบัติงานตามปกติ ไม่ได้รู้สึกหนักใจอะไร ส่วนกรณีที่ได้มีการส่งตัวแทนไปแจ้งความดำเนินคดีกับทางแกนนำคนเสื้อแดงที่มาชุมนุมหน้าศาลรัฐธรรมนูญไว้ที่กองปราบปรามนั้น ทางพนักงานสอบสวนยังไม่มีการขอพยานหลักฐานเพิ่มหรือเชิญผู้แทนไปให้ข้อมูลเพิ่มเติมแต่อย่างใด ’จารุพงศ์’ ยัน 312 ส.ส.-ส.ว. ไม่แจงศาลรธน.นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวยืนยันกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ในวันที่ 15 พ.ค. 2556 นี้ 312 ส.ส. และ ส.ว. จะไม่เข้าไปชี้แจงการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ต่อศาลรัฐธรรมนูญแน่นอน เนื่องจากทางฝ่ายนิติบัญญัติทำถูกต้องแล้ว อีกทั้ง ตาม ม.68 ต้องมีการยื่นผ่านอัยการสูงสุด เหมือนกับที่ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ราชบัณฑิต และเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ตีความไว้ และใช้สอนนิสิตนักศึกษามาแล้วจำนวนมาก คนที่ไม่ยอมจึงไม่ยอม ดังนั้น เรื่องนี้จึงต้องไปถามศาลรัฐธรรมนูญ หากต่างฝ่ายต่างมองว่าตนเองถูกต้อง ส่วนกรณีนี้ ศาลจะตีความออกมาอย่างไร ไม่มีใครสามารถคาดการณ์ได้ เพราะต้องแล้วแต่ศาลพิจารณา

ความเชื่อ...! น้ำมนต์รักษาโรค
ความเชื่อ /  ความเชื่อน้ำมนต์ / 

น้ำมนต์ กับความเชื่อในการรักษาโรค นั้น จริงๆแล้ว ก็มีมานานคู่กับคนไทย ไม่ว่าจะไปทำบุญที่ไหน วัดไหน ก็มักจะให้หลวงพ่อ หลวงพี่ รด น้ำมนต์ เพื่อเป็นสิริมงคล หรือ ถ้ามีโรคภัยไข้เจ็บอยู่ก็จะนำ น้ำมนต์ หลวงพ่อกลับมาอาบ มาดื่ม อีกด้วย น้ำมนต์  คือ น้ำที่ได้ผ่านพิธีทำ น้ำมนต์ ปกติจะสำเร็จด้วยการเจริญพระพุทธมนต์ของพระสงฆ์ ในงานพิธีมงคลต่างๆ หรือการเสกของพระภิกษุ หรือ คฤหัสถ์ ผู้ทรงวิทยาคุณ ซึ่งก็คือ ผ่านการทำสมาธิ ที่แน่วแน่ และพระปริตร ที่เป็นมนต์ทางศาสนา มาแล้ว นั่นเอง น้ำมนต์ นิยมนำมาอาบ หรือดื่ม หรือประพรมที่ศีรษะ ประพรมภายในบ้าน บริเวณบ้าน ป้ายร้านค้า เป็นต้น  นี่เป็นความหมายของ น้ำมนต์ จากพจนานุกรมเพื่อการศึกษาพุทธศาสน์ ชุดคำวัดของพระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) ป.ธ.๙ ราชบัณฑิต อย่างไรก็ตาม เพื่อเพิ่มความขลังและความศักดิ์สิทธิ์ ผู้จัดทำส่วนใหญ่จะนำ น้ำมนต์ จากพระอารามหลวง 75 จังหวัด มาเทผสมรวมกัน ซึ่ง น้ำมนต์ ที่ขึ้นชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์ นอกเหนือจากพระอารามหลวง ทั้ง 75 จังหวัดแล้ว ยังมีอีก 2 แห่ง คือ 1. น้ำมนต์ ศักดิ์สิทธิ์ จากเศียรหลวงพ่อทองสุข วัดตูม (พระอารามหลวง) อยู่ใน จ.พระนครศรีอยุธยา ตามตำนานกล่าวว่า …สมเด็จพระนเรศวรใช้ น้ำมนต์ วัดตูม ชุบพระแสง และเป็นอารามที่ประกอบพิธีปลุกเสกเครื่องพิชัยสงคราม มาแต่ครั้งสมัยอยุธยา 2. น้ำมนต์ จากเศียรหลวงพ่ออุ่นเมือง วัดน้ำฮูม อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ตามตำนานกล่าวว่า …พระเกศา พระสุพรรณกัลยา บรรจุอยู่ในสถูปวัดน้ำฮูมแห่งนี้ คติความเชื่อเรื่อง น้ำมนต์ นั้น นอกจากความเป็นสิริมงคลสำหรับผู้ประพรม อาบและดื่มแล้ว ยังมีคติความเชื่อ ที่ว่าด้วย น้ำมนต์ ยังนำสิริมงคล และความสวัสดีมีโชคมาให้ ตลอดถึงกำจัด ปัดเป่าสิ่งอัปมงคล อันตราย และภัยพิบัติต่างๆ ได้ เช่น กรณีของ น้ำมนต์ เสือกินน้ำ ซึ่งเป็นตำรับการทำ น้ำมนต์ ของพระครูปลัดปริยัติวรวัฒน์ หรือหลวงพ่อบุญเลิศ เจ้าอาวาสวัดปราโมทย์ อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม ซึ่งท่านได้รับการถ่ายทอดจากพระธุดงค์รูปหนึ่งเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว ขอบคุณภาพจาก news.nipa watparsomdej1.com

ทำไม!! ต้องมัดตราสังศพ..?
ความเชื่อ /  ตราสัง / 

หลายคนคงสงสัยว่าทำไมคนที่ตายไปแล้ว ทางด้านสัปเหร่อจึงต้องนำศพมาทำการ มัดตราสัง เพื่ออะไร และเหตุผลเป็นอย่างไร วันนี้ Horoscope.Mthai.com นำข้อมูลมาบอกกัน การตราสัง หมายความว่าการมัดศพ หรือการผูกศพให้เป็นเปลาะ ๆ ด้วยด้ายดิบ เป็นต้น ส่วนคำว่า สัง ใน ตราสัง นั้น นักปราชญ์บางคนสันนิษฐานว่ามาจากคำ สังขาร แต่ศาสตราจารย์พระยาอนุมานราชธน (ยง เสฐียรโกเศศ) สันนิษฐานว่า น่าจะมาจากคำ สาง ซึ่งแปลว่า ผี หรือ ซากศพ การตราสัง หรือการ มัดตราสัง เมื่อมีคนตาย และทำพิธีเบื้องต้นให้แก่ศพ เช่น อาบน้ำศพ และแต่งตั้งศพ เสร็จแล้ว ก่อนนำศพใส่โลง ต้องทำพิธี มัดตราสัง ด้วยสายสิญจน์ นิยมมัดเป็น ๓ เปลาะ คือ ที่คอ ที่มือและที่เท้า มีผู้แต่งคำโคลงอธิบายการมัดตราสังเป็น ๓ เปลาะไว้ดังนี้ มีบุตรห่วงหนึ่ง เกี้ยว พันคอ ทรัพย์ผูกบาทา คลอ หน่วงไว้ ภริยาเยี่ยงอย่าง ปอ รึงรัด มือนา สามห่วงใคร พ้นได้ จึงพ้น สงสาร (โคลงโลกนิติ) ในการ มัดตราสัง ศพ เมื่อนำบ่วงคล้องคอ สัปเหร่อจะว่าคาถา ปุตฺโต คีวํ หมายความว่า ลูกคือห่วงผูกคอ เมื่อเวลามัดว่าคาถารัดประอก เป็นห่วงที่ ๑ แล้วโยงเชือกมากลางลำตัว ทำเป็นห่วงตะกรุดเบ็ด ผูกหัวแม่มือ ของศพที่พนมถือกรวยดอกไม้ธูปเทียนอยู่ รวบมือศพผูกให้พนมไว้ที่หน้าอก ว่าคาถา ธนํ หตฺเถ ความหมายว่าทรัพย์คือห่วงผูกมือ ในเวลามัดว่าคาถารัดประคดเอว เป็นห่วงที่ ๒ แล้วโยงเชือกมาที่เท้าทำเป็นบ่วงผูกหัวแม่เท้า ผูกข้อเท้าทั้งสองให้ติดกัน ว่าคาถา ภริยา ปาเท หมายความว่า ภริยาคือห่วงผูกเท้า เป็นห่วงที่ ๓ (แม้ศพผู้หญิงก็ว่าคาถาแบบเดียวกัน) บางตำราใช้คาถา ธนํ ปาเท ไม่ใช่ ภริยา ปาเท และบางตำราก็ให้ผูกข้อเท้าขึ้นมาก่อน เสร็จแล้วให้เอาผ้าขาวผืนใหญ่ห่อตัวโดยขมวดไว้ด้านศีรษะ เพื่อจะได้เป็นการสะดวก เมื่อเวลาเปิด เอานํ้ามะพร้าวล้างหน้าศพก่อนเผา แล้วเอาด้ายดิบขนาดนิ้วหัวแม่มือ มัดเป็นเปลาะๆ ให้แน่นเป็น ๕ เปลาะ เป็นปริศนาธรรม หมายถึงนิวรณ์ ๕ คือ ๑. กามฉันทะ ๒. ความพยาบาท ๓. ความง่วงเหงาหาวนอน ๔. ความฟุ้งซ่านรำคาญใจ ๕. ความลังเลใจ ทั้ง ๕ ประการนี้ คือสิ่งขวางกั้นจิต ไม่ให้บรรลุความดี วัตถุประสงค์ของการตราสังศพ หรือการ มัดตราสัง นั้น ก็เพื่อไม่ให้ศพพองขึ้นจนดันโลงแตกเมื่อตอนขึ้นอืด จึงต้องมีการมัดให้แน่น และจัดให้ศพนอนตะแคงในโลง ส่วนการปล่อยเชือกมัดออกมานอกโลงนั้น ก็เพื่อผูกผ้าโยงให้พระบังสุกุล บุญจะได้แล่นเข้าถึงตัวศพ และด้วยเพราะในสมัยโบราณ ไม่มียาสำหรับฉีดรักษาศพ จึงต้องมัดไว้ให้ดี เพื่อให้ผ้าซับนํ้าเลือดนํ้าเหลืองและป้องกันโลงแตกเพราะศพขึ้น นอกจากนี้ ราชบัณฑิตยสถานยังว่า การตราสัง หรือการ มัดตราสัง นั้นก็เพราะกลัวผีจะมารังควาน จึงมัดเสียแน่นหนา ไม่ต้องการให้ผีเดินมาได้ ขอบคุณข้อมูลจาก th.wikipedia, Night siam.com ขอบคุณภาพจาก watphramahajanaka

ครูลิลลี่ไม่เห็นด้วย แก้ 176 คำทับศัพท์ ชี้ ทำให้เด็กเกิดความสับสน
ครูลิลลี่ /  คำทับศัพท์ / 

ผู้ที่เห็นด้วยมองว่าการเปลี่ยนแปลงอาจช่วยให้เด็กอ่านศัพท์ได้ง่ายขึ้น เว็บไซต์มติชนรายงานว่า จากกรณีที่กองศิลปกรรมได้จัดทำแบบสำรวจความคิดเห็นประมาณ 300 ชุด เกี่ยวกับการเขียนคำยืมจากภาษาอังกฤษในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 เพื่อสอบถามความเห็นจากคณะกรรมการราชบัณฑิต ภาคีสมาชิก และผู้ที่เกี่ยวข้องในการเปลี่ยนแปลงการเขียนคำที่ยืมจากภาษาอังกฤษใหม่ เนื่องจากพบว่ามีคำศัพท์ที่ยืมมาจากคำภาษาอังกฤษ 176 คำ เขียนผิด และไม่ตรงกับเสียงวรรณยุกต์ของคำนั้นๆ ตามอักขรวิธีไทย และการอ่านออกเสียง ได้มีกระแสสะท้อนความคิดเห็นจากนักวิชาการและครูผู้สอน ทั้งจากฝ่าย ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งเกรงว่าจะทำให้เกิดความสับสนมากขึ้นกว่าเดิม นายกิจมาโนจญ์ โรจนทรัพย์ หรือครูลิลลี่ ครูวิชาภาษาไทยสถาบันกวดวิชาชื่อดัง ได้แสดงความคิดเห็นไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เพราะอาจทำให้เด็กเกิดความสับสนมากยิ่งขึ้น แม้ว่าคำยืมจากภาษาอังกฤษในปัจจุบันจะยังออกเสียงไม่ตรงวรรณยุกต์แต่เห็นว่าไม่จำเป็น เพราะทุกคนทราบดีว่าคำเหล่านั้นต้องออกเสียงยังไง ในฐานะเป็นครูภาษาไทย คิดว่าวิธีการดีที่สุดควรจะสอนให้เด็กอ่าน ออกเสียงให้ถูกต้องว่า ถ้าอ่านออกเสียงแบบนี้เป็นการออกเสียงตามแบบภาษาอังกฤษ และ แบบนี้คือการออกเสียงแบบภาษาไทย เพื่อให้เด็กมีความเข้าใจถูกต้อง ส่วนกรณีกังวลว่าชาวต่างชาติที่มาเรียนภาษาไทยแล้วจะสับสนว่าศัพท์บางตัวไม่มีวรรณยุกต์นั้น ครูลิลลี่แสดงความเห็นว่า ควรจะมองคนในชาติเป็นหลักมากกว่าจะไปห่วงชาวต่างชาติ เพราะเวลาคนไทยไปเรียนภาษาต่างประเทศก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับเจ้าของภาษาเช่นกัน เช่นเดียวกับนายบุญส่ง อุษณรัสมี อนุกรรมการประเมินผลงานครูวิชาภาษาไทย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และอดีตครูเชี่ยวชาญภาษาไทย โรงเรียนสตรีวิทยา 2 กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยเช่นกัน เพราะรูปแบบการเขียนภาษาอังกฤษไม่เหมือนกับภาษาไทย ซึ่งเป็นภาษาที่มีวรรณยุกต์ แต่ภาษาอังกฤษไม่มี ดังนั้นไม่ควรนำการออกเสียงของไทยไปกำหนดรูปแบบการเขียนทับศัพท์ในภาษาอังกฤษ ควรจะคงรูปแบบการเขียนเดิมเอาไว้ ขณะที่ผู้ที่เห็นด้วยก็มีการแสดงความคิดเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงอาจช่วยให้เด็กอ่านศัพท์ได้ง่ายขึ้นและคิดว่าเด็กจะไม่เกิดความสับสน นางเบญจลักษณ์ น้ำฟ้า รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า หากราชบัณฑิตมีการเปลี่ยนแปลงคำยืมมาจากในภาษาอังกฤษ เพื่อให้อ่านออกเสียงง่ายขึ้นคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับเด็ก ทั้งในการเรียนวิชาภาษาไทย และภาษาอังกฤษ นางสาววีณา อัครธรรม ผู้อำนวยการ สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สพฐ.กล่าวว่า ในมิติของ สพฐ.ซึ่งเป็นส่วนราชการ หากราชบัณฑิตเปลี่ยนแปลงคำศัพท์อะไรก็คงต้องใช้ตาม เชื่อว่าคงไม่เกิดความสับสน หากมีการชี้แจงให้รอบด้าน และเท่าที่ทราบเป็นการเปลี่ยนแปลงการเขียนคำที่นำมาจากต่างประเทศ ให้ชัดเจนขึ้นระหว่างภาษาอ่านกับภาษาเขียน ส่วนตัวแล้วเห็นด้วยเป็นเรื่องดี ไม่ใช่เรื่องเสียหาย นายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เห็นด้วย เป็นเรื่องที่น่าทำ เพราะจะทำให้ภาษามี วิวัฒนาการร่วมสมัยมากขึ้น และที่สำคัญทำให้ช่องว่างเรื่องภาษาลดลง เป็นประโยชน์กับนักเรียนในการสะกดคำให้ตรงตัวมากขึ้น ซึ่งทางราชบัณฑิตฯเองจะต้องทำประชา สัมพันธ์เกี่ยวกับศัพท์ใหม่ผ่านช่องทางต่าง ๆ หรืออาจเชิญนักเรียนมาร่วมพูดคุยรับฟังความคิดเห็นเพื่อให้เด็กๆ ได้เข้ามามีส่วนร่วม ขอบคุณข้อมูลจาก มติชนออนไลน์ Mthai News

เฉลิม ไล่ สมชัยลาออก เตือนสุเทพระวังซ้ำรอยสนธิ
กปปส. /  ปิดกรุงเทพ / 

เฉลิม ไม่เชื่อคนกรุงร่วมปิดกทม.เตือน สุเทพ ระวังชะตากรรมเหมือน สนธิ  ลิ้มทองกุล ถูกยิงกว่าร้อยนัด ไล่ส่ง สมชัย พ้น กกต. หากไม่อยากจัดเลือกตั้ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน กล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกลุ่ม กปปส.จะปิดกรุงเทพฯในวันที่ 13 ม.ค. นี้ ว่า ตนได้ทราบเรื่องดังกล่าวแล้วรู้สึกหนักใจ เพราะคนกรุงเทพฯ จะเดือดร้อน แต่ไม่เชื่อว่านายสุเทพจะมีอิทธิพล ที่จะดำเนินการเรื่องดังกล่าวได้ และตนไม่ทราบว่านายสุเทพไปเอาอิทธิฤทธิ์ อิทธิเดชมาจากไหนถึงได้กล้าประกาศเช่นนี้ เพราะในที่ชุมนุมนั้นตามข้อมูลทราบ ว่า มีการขนคนมาจากภาคใต้ 70-80 เปอร์เซ็นต์ เป็นคนกรุงเทพฯแค่ 20 เปอร์เซ็นต์และนายสุเทพไม่มีอิทธิพลทางจิตใจต่อคนกรุงเทพฯขนาดนั้น ร.ต.อ.เฉลิม ยังกล่าวว่า กปปส.เป็นหน่วยงานเถื่อน ไม่มีใครรองรับ การปราศรัยบนเวทีก็มีคนเขียนสคริปให้ และใช้คำที่ไม่สมควรพูดในการปราศรัยอีก จึงขอตั้งข้อสังเกตว่า จังหวัดที่รับสมัครเลือกตั้งไม่ได้คนของพรรคประชาธิปัตย์ขัดขวางทั้งนั้น และตนขอถามว่า การที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) จังหวัดให้ย้ายสถานที่รับสมัครไปยังค่ายทหารนั้นผิดกฎหมายข้อใด และขอฝากไปถึงนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการกกต. ด้านการบริหารจัดการเลือกตั้ง ว่า วันนี้คุณเป็นกกต.ไม่ได้เป็นพีเน็ตและหากไม่ต้อง การจัดการเลือกตั้งก็ให้ลาออกไป เพราะถ้า นายสมชัยลาออก คนอื่นก็ทำงานได้ให้เขาดำเนินการ เป็นกกต.จะต้องตรงไปตรงมา เพราะทางการเมือง เมื่อถึงเวลาไม่มีใครกลัวใคร และในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ระบุว่าหากเลือกตั้งได้ไม่ครบ 95 เปอร์เซ็นต์ยังเปิดสภาไม่ได้ และต้องดำเนินการเลือกตั้งจนกว่าจะได้ครบ โดยรัฐธรรมนูญให้เวลาในกรอบ 180 วัน ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวอีกว่า ตนจะเสนอต่อที่ประชุมศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) และนายกรัฐธมนตรีว่า ให้มีการตั้งสภาปฏิรูปโดยให้กกต.ดำเนินการเป็นตัวแทนจากจังหวัดละคน รวมกับนักนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ นักปราชญ์ และราชบัณฑิตให้ได้ 99 คนเพื่อดำเนินการยกร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อยกร่างเสร็จแล้วต้องสอบถามความคิดเห็นของประชาชน แล้วจึงยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ ส่วนกรณีชายชุดดำบนดาดฟ้าอาคารกระทรวงแรงงานในวันที่มีการปะทะกันที่หน้าศูนย์กีฬาเยาวชนไทย-ญี่ปุ่นดินแดง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า คนที่เห็นในภาพกลุ่มดังกล่าวเป็นกลุ่มคนฝ่ายผู้ชุมนุมที่ใช้สถานที่ตรงนั้นเป็นฐานในการยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ขึ้นไปง่ายเพราะบันไดขึ้นดาดฟ้านั้นอยู่นอกตัวอาคารเป็นที่โล่งขึ้นได้ง่าย ตนขอย้อนถามว่า จะมีตำรวจที่ไหนชั่วพอไปยิงตำรวจด้วยกัน เพราะถ้าทำตามที่ผุ้ชุมนุมกล่าวหาคนไทยคงต้องเหลือไม่ถึง 60 ล้านคน อย่างไรก็ตามในวันดังกล่าว พอตนทราบว่ามีคนอยู่บนดาดฟ้า ก็ได้สั่งการปลัดกระทรวงให้ดำเนินการไล่คนเหล่านั้นลงมา ร.ต.อ.เฉลิม ยังได้กล่าวอีกว่า อนาคตนายสุเทพ ต้องไปสู่ชะตากรรมเดียวกันกับ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาธิปไตยเพื่อประชาชน (พธม.) ส่วนจะจริงเท็จอย่างไรผมไม่รู้ ถ้านายสุเทพ ยังเดินทรงนี้ เดินต่อไปอย่างนี้ในประเทศไทยคงไม่มีใครกล้า เหมือนที่ครั้งหนึ่งนายสนธิ กล้าจนถูกยิงร้อยกว่านัด สุดท้ายจบด้วยวิธีการอย่างนี้แน่ MThai news

เที่ยวอีสาน เสน่ห์มนตราริมโขง
เที่ยวอีสาน /  เม่น้ำโขง

แม่น้ำโขง มหานทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ กำเนิดจากเทือกเขาหิมาลัยบริเวณที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบต ประเทศจีน ไหลผ่านนานาประเทศในภูมิภาค ด้วยความยาวถึง 4,880 กิโลเมตร สู่ประเทศไทยที่จังหวัดเชียงราย กลายเป็นเส้นแบ่งพรมแดมตามธรรมชาติระหว่างประเทศไทย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เริ่มต้นเข้าเขตภาคอีสานที่จังหวัดเลย ก่อนไหลออกไปประเทศกัมพูชาที่จังหวัดอุบลราชธานี เที่ยวอีสาน เสน่ห์มนตราริมโขง หล่อเลี้ยงชีวิตริมสองฝั่ง ก่อเกิดแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่งดงามมากมาย การท่องเที่ยวตามสายแม่น้ำโขง จึงเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ ที่จะทำให้คุณประทับใจกับวิถีชีวิตผู้คนริมสองฝั่งที่ผูกพันกับสายน้ำอย่างลึกซึ้ง จนเกิดเป็นสะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว ที่เชื่อมความสัมพันธ์แห่งความเป็นบ้านพี่เมืองน้องให้แน่นแฟ้นทั้งการค้า วัฒนธรรม ตลอดการท่องเที่ยวที่มีกันมาอย่างยาวนาน..   จังหวัดเลย มาเริ่มต้นกันที่ จังหวัดเลย ที่ อำเภอเชียงคาน เมืองริมโขงสุดฮิตที่มีอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี เสน่ห์ที่นี่คือ เรือนแถวบ้านไม้ และที่พักเก๋ๆ พร้อมด้วยวิถีชีวติที่เรียบง่าย วัดศรีคุนเมือง สถาปัตยกรรมแบบล้านช้างผสมล้านนา มีพระพุทธรูปไม้ปางประทานอภัย ธรรมาสน์ไม้ยอดปราสาท และฮูบแต้ม หรือจิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องทศชาติ ต่อด้วยวัดพระพุทธบาทภูควายเงิน ที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทสมัยทวารวดี เที่ยวแก่งคุดคู้ และที่อำเภอปากชม อย่าลืมหาโอกาสไปชิมปลาแม่น้ำโขงรสชาติดี จังหวัดนครพนม ขึ้นภูลังกา อำเภอบ้านแพง แปลกตากับเจดีย์กองข้าวศรีบุญเนาว์สีทองอร่าม ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่อันเชิญมาจากเนปาล ระหว่างทางขึ้นภูยังได้ดูวิวลำน้ำโขง และประเทศลาวจากมุมสูงอีกด้วย ลงจากภูก็เข้าไปวัดพระธาตุท่าอุเทน อำเภอท่าอุเทน สักการะพระธาตุ ซึ่งจำลองแบบมาจากพระธาตุพนม มาให้สักการะกันถึงริมฝั่งโขงเลย จากนั้น เปลี่ยนบรรยากาศมาเที่ยวหมู่บ้านมิตรภาพไทย-เวียดนาม (บ้านโฮจิมินห์) ที่บ้านนาจอก อำเภอเมือง สถานที่ท่านโฮจิมินห์ อดีตประธานาธิบดีของเวียดนาม ได้เคยมาลี้ภัยทางการเมือง โดยอาศัยพักที่นี่ถึง 7 ปี และบนถนนสุนทรวิจิตร ที่เลีบยแม่น้ำโขงในตัวอำเภอเมืองนี้ รับรองว่าจะรื่นรมย์ไปกับอาคารเก่าแก่แบบเฟรนช์โคโลเนียล เกือบทั้งหมดเป็นฝีมือการออกแบบและสร้างโดยนายช่างชาวเวียดนามจากเมืองท่าแขกในประเทศลาว แล้วเลี้ยวเข้าวัดนักบุญอันนา หรือโบสถ์หนองแสง ริมฝั่งแม่น้ำโขงเป็นศูนย์กลางของชาวคริสต์ริมฝั่งโขง สร้างแบบสถาปัตยกรรมกอธิก และเมื่อขับรถเลียบโขงมาอีกเรื่อยๆ ก็จะถึงอำเภอธาตุพนม ที่ตั้งของพระธาตุพนม อันเป็นที่เคารพศรัทธาของคนทั้งสองฝั่ง จังหวัดหนองคาย จากจังหวัดเลย ล่องตามแม่น้ำโขงไหลต่อไปหนองคาย จังหวัดที่ทอดตัวยาวขนานไปกับแม่น้ำโขงมากที่สุด โดยมีถึง 8 อำเภอที่อยู่ริมแม่น้ำโขง และเป็นจังหวัดแรกที่มีสะพานข้ามแม่น้ำโขงเพื่อสู่ประเทศเพื่อนบ้านอีกฝั่ง นั่นคือ ประเทศลาว เริ่มทัวร์บุญกันที่ ถ้ำศรีมงคล หรือวัดถ้ำดินเพียง ที่อำเภอสังคม ถ้ำที่มีลักษณะลึกลับซับซ้อน ว่ากันว่าคล้ายเมืองบาดาลอันเป็นที่อยู่อาศัยของพญานาค ตามความเชื่อของคนโบราณ แล้วไปกราบรูปหล่อของหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ที่วัดหินหมากเป้ง อำเภอศรีเชียงใหม่ ปฏิบัติธรรมเสริมบุญ ดูทัศนียภาพของแม่น้ำโขง แล้วสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ที่ประดิษฐานอยู่ในพระสุธรรมเจดีย์ ที่วัดอรัญบรรพต ไหว้พระธาตุบังพวน ที่อำเภอท่าบ่อ ยอดเขาสูงสุดเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ แล้วไปชมประติมากรรมเรื่องราวพระพุทธประวัติและเทพเจ้าในศาสนาฮินดู ที่ศาลาแก้วกู่ (วัดแขก) ปูชียสถานเทวาลัยที่อำเภอเมือง แวะช้อปปิ้งแสนสนุกที่ตลาดท่าเสด็จ เป็นอันสมบูรณ์แบบ จังหวัดมุกดาหาร ที่อำเภอหว้านใหญ่ แวะสักการะสถานพระมารดาแห่งมรณสักขี (วัดสองคอน) ศาสนสถานคาทอลิกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สร้างแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ สวยงามและใหญ่ที่สุดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ภายในมีหุ่นขี้ผึ้งของบุญราศีทั้งเจ็ดนอนอยู่ในโรงกระจกแก้ว ปิดท้ายจังหวัดนี้ ด้วยการช้อที่ตลาดสินค้าอินโดจีน ที่ตัวอำเภอเมือง มีสารพัดสินค้าน่าสนุกชื้อ จังหวัดอุบลราชธานี ที่นี่คือ จุดสุดท้ายของมหานทีสายน้ำโขง ที่ไหลผ่านดินแดนไทย แวะไปอำเภอเขมราฐ เพื่อเที่ยวแก่งหินสามพันโบก กลุ่มหินที่เรียงตัวทอดยาวเป็นสันดอนขนาดใหญ่ พื้นที่กว่า 30 ตารางกิโลเมตร ชมโบกหรือหลุมแอ่งขนาดต่างๆ จำนวนมากมาย จนถูกขนานนามว่า สามพันโบก ไปต่อที่ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ครอบคลุมพื้นที่อำเภอโขงเจียม อำเภอศรีเมืองใหม่ และอำเภอโพธิ์ไทร เป็นแหล่งอารยธรรมโบราณพันปี มีภาพเขียนสี ซึ่งเขียนต่อกันยาวที่สุดในประเทไทย มีจุดชมวิวแม่น้ำโขงที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่ง สามารถมองไกลไปถึงฝั่งลาวได้ สุดเส้นทางกันที่โขมเจียม อำเภอด้านตะวันออกสุด ที่เห็นดวงอาทิตย์ขึ้นก่อนใคร เป็นจุดที่แม่น้ำมูลไหลลงสู่ลำน้ำโขง เรียกจุดนั้นว่า ปากมูล สายน้ำสองสีที่ไหลมาบรรจบกันเป็นที่มาของคำว่า "โขงสีปูน มูลสีคราม" ชมได้ชัดเจนที่บริเวณวัดถ้ำคูหาสวรรค์ นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นแหล่งชุมนุมของฝูงปลาน้ำโขงหลากชนิด และเป็นตลาดขายส่งปลาแม่น้ำโขงที่ใหญ่ที่สุดในเขตอีสานใต้ ***ตลาดอินโดจีน มาเที่ยวริมฝั่งแม่น้ำโขงแล้วพลาดไม่ได้ กับการช้อปปิ้งที่ ตลาดอินโดจีน แหล่งช้อปปิ้งริมฝั่งโขง ซึ่งเป็นแหล่งชื้อขานสินค้านานาชนิดจากต่างประเทศ ทั้งจากรัสเซีย จีน เวียดนาม และสปป.ลาว หลั่งไหลเข้ามาให้นักท่องเที่ยวได้เลือกชื้อ มีตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องสำอาง เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม เซรามิค อาหารการกิน ของที่ระลึกต่างๆ มากมาย จำหน่ายทั้งปลีกและราคาส่ง และสินค้าพื้นเมืองของอีสานมาจำหน่ายอีกด้วย เช่น ผ้าไหม ผ้ามัดหมี่ และบรรยากาศของตลาดอินโดจีน จะคึกคักตั้งแต่เช้าจรดเย็น โดยเฉพาะถ้าเป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ผู้คนจะไปจับจ่ายชื้อของกันมากเป็นพิเศษ ซึ่งมีอยู่หลายแห่ง เช่น ตลาดอินโดจีน มุกดาหาร ตั้งอยู่บริเวณถนนสำราญชายโขง ตลาดอินโดจีน หนองคาย หรือ ตลาดท่าเสด็จ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง ในเขตเทศบาลเมือง ตลาดอินโดจีน นครพนม ตั้งอยู่บนถนนสุนทรวิจิตรทางตอนใต้ การเดินทาง จากจังหวัดเลย ใช้ทางหลวงหมายเลข 201 มายังอำเภอเชียงคาน จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 211 เลาะริมโขงมาตลอดจนถึงจังหวัดหนองคาย จึงเปลี่ยนมาใช้ทางหลวงหมายเลข 212 เลาะโขงต่อไป จนถึงอำเภอเมืองมุกดาหาร ตากนั้นใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 212 วกมาจนถึงอำเภออำนาจเจริญ โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 202 ไปอำเภอเขมราฐ ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 2112 เที่ยวสามพันโบก แล้ววิ่งรถต่อมาจนถึงอำเภอโขมเจียม View Larger Map ข้อมูลและภาพ : เที่ยวอีสาน.com / chiangkhan.org / tatsanuk.blogspot.com / bpsthai.igetweb.com เรียบเรียงโดย Travel MThai

ศัพท์ใหม่วัยโจ๋ สื่อสารได้ ไม่ทำให้วิบัติ
จุงเบย /  บ่องตง / 

ภาษาไทย ในยุคปัจจุบัน มีแนวโน้มว่าจะมีศัพท์ใหม่เกิดขึ้นมามากมาย เพราะการเปลี่ยนแปลงของภาษา เป็นไปตามกาลเวลา และกระแสของโซเชียลเน็ตเวิร์ค ทำให้บรรดาผู้ใหญ่หลายคน ยังไม่คุ้นหูกับศัพท์ ที่ไม่คาดคิดว่าเกิดขึ้นมาได้อย่างไร โดยวันภาษาไทย ที่เพิ่งจะผ่านพ้นไป ทำให้มีการพิจารณาว่า "การใช้คำศัพท์ใหม่ๆของวัยรุ่นนั้น สามารถยอมรับได้หรือไม่" ซึ่งนายอุดม วิโรตม์สิกขดิตถ์ อุปนายกราชบัณฑิตยสถาน ได้ออกมาระบุว่า คำศัพท์ใหม่วัยรุ่นสามารถนำมาใช้ได้ ถ้าใช้สื่อสารได้เข้าใจ ก็ไม่เป็นปัญหาอะไร เพราะธรรมชาติของภาษานั้นมีการเปลี่ยนแปลงซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติ และเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย และที่ผ่านมา ราชบัณฑิตยสถานมีการรวบรวม พจนานุกรมคำใหม่ ทั้งคำศัพท์ใหม่-ศัพท์วัยรุ่น-คำแสลง ซึ่งเป็นคำศัพท์ที่ยังไม่ได้บรรจุอยู่ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 นับ 1,000 คำ เพื่อเป็นแหล่งค้นคว้า และรวบรวมข้อมูลคำใหม่ต่างๆ และบันทึกคำเหล่านี้ไว้เป็นหลักฐานแสดงการเกิด และการเปลี่ยนแปลงของคำที่ใช้ในสังคมไทย ตัวอย่างที่แสดงให้เห็นชัดเจนถึงความเปลี่ยนแปลงของภาษานั่นก็คือ เมื่อย้อนกลับไปดูวรรณกรรมไทยโบราณ ละครย้อนยุค หรือหลักฐานทางวรรณคดีต่างๆ ก็จะพบว่า มีบางคำที่วัยรุ่นไม่คุ้นหูเช่นเดียวกัน และถูกเลิกใช้ไป เป็นความเปลี่ยนแปลงของภาษาทั้งเกิดขึ้นใหม่ และสูญไป เช่นคำว่า ขอรับ(ครับ) อุรา(จิตใจ) แต่สิ่งที่สำคัญก็คือ การใช้คำให้ถูกต้องตามความหมายที่สื่อสาร และการเขียนให้ถูกต้อง แม้ว่าจะเป็นคำใหม่ ก็จะต้องเขียน และอ่านให้ตรงกับหลักภาษาเช่นกัน ฉะนั้นจึงต้องทำความเข้าใจกับศัพท์ใหม่ที่เกิดขึ้น อาทิ จิ้น  หมายถึง จินตนาการ ตัวอย่าง ดาราทั้งสองเป็นคู่จิ้นกัน ฟิน  หมายถึง ที่สุด สุดๆ มาจากภาษาฝรั่งเศส ฟินาเล่ (Finale) และถึงจุดไคลแมกซ์ จุงเบย เพี้ยนมาจากคำว่า จังเลย ตัวอย่างเช่น น่ารักจุงเบย คีบับ มาจากคำว่า คือแบบ บ่องตง มาจากคำว่า บอกตรงๆ อัลไล มาจากคำว่า อะไร แอ๊ว หมายถึง ยั่วยวน จีบ ซั่ม หมายถึง มีเพศสัมพันธ์ โลกสวย หมายถึง ผู้ที่มองในแง่ดีไปทุกเรื่อง ติ่ง หมายถึง แฟนคลับ ผู้คลั่งไคล้ หรา มาจากคำว่า หรือ, เหรอ  เช่น จริงหรือ จิงเหรอ (คนละความหมายกับคำว่า โชว์หรา) หยั่มมา มาจากคำว่า อย่ามา เช่น อย่ามาทำอวดดี เตง หมายถึง ตัวเอง ใช้เรียกกับคนอื่น เช่น ไปทำอะไรมาอ่ะเตง น่ามคาน หมายถึง น่ารำคาญ ฝุดฝุด มาจากคำว่า สุดสุด เมายาคุม ใช้เรียกคนที่มีอาการเบลอ ทำอะไรไม่อยู่กับร่องกับรอย คล้ายกับคำว่า เวิ่นเว้อ ช๊ะ (ใช่ป่ะ) ใช้พูดต่อท้ายประโยค อุต๊ะ คำอุทานมาจากคำว่า อุ้ยตาย อย่างไรก็ตาม คำเหล่านี้ มักจะเกิดมาแล้วหายไปตามกระแส อยู่ได้เพียงไม่นาน แม่ว่าจะไม่ใช่เรื่องผิดในการสื่อสาร แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องคงรักษาภาษาไทยที่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์เอาไว้ ทั้งการพูดในที่ชุมชน การเขียนหนังสือรายงานต่างๆ รวมถึงการสื่อสารกับผู้ที่ไม่คุ้นเคยหรือพูดคุยอย่างเป็นทางการ เพราะภาษาไทย ถือเป็นวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของชาติ ชาวต่างชาติหลายคนก็ให้ความสนใจเรียนภาษาไทยกันมากขึ้น แม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านก็หันมาเรียนภาษาไทย จึงควรทำให้ภาษาไทยเข้าใจง่ายและถูกต้อง MThai News

ราชบัณฑิต เสนอแก้ 176 คำทับศัพท์ แนะเพิ่มวรรณยุกต์เขียนตรงเสียง
คำทับศัพท์ /  คำศัพท์ / 

นางกาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิต และนายกสมาคมครูภาษาไทยแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้กองศิลปกรรมได้จัดทำแบบสำรวจความคิดเห็นประมาณ 300 ชุด เกี่ยวกับการเขียนคำยืมจากภาษาอังกฤษในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 เพื่อสอบถามความเห็นจากคณะกรรมการราชบัณฑิต ภาคีสมาชิก และผู้ที่เกี่ยวข้องในการเปลี่ยนแปลงการเขียนคำที่ยืมจากภาษาอังกฤษใหม่ เนื่องจากพบว่ามีคำศัพท์ที่ยืมมาจากคำภาษาอังกฤษ 176 คำ เขียนผิด และไม่ตรงกับเสียงวรรณยุกต์ของคำนั้นๆ ตามอักขรวิธีไทย และการอ่านออกเสียง ที่ผ่านมามีหลายคนตั้งคำถามว่าทำไมคำคำนี้ เขียนแบบนี้ โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่มาเรียนภาษาไทย หรือว่าฝึกอ่านภาษาไทย ซึ่งได้เรียนวิธีการเขียนและอ่านอย่างถูกต้องมาแล้ว เมื่อมาเจอคำศัพท์บางคำที่ไม่มีวรรณยุกต์ ก็เกิดความสับสน และอ่านไม่ออก นางกาญจนากล่าวต่อว่า ปัญหานี้เกิดขึ้นมาจากขั้นตอนการถอดคำ หรือว่ายืมคำมาจากภาษาอังกฤษ เมื่อแปลมาเป็นภาษาไทย ไม่ได้เติมวรรณยุกต์เสียงเอก โท หรือตรี รวมทั้ง ไม้ไต่คู้ ให้ตรงตามอักขรวิธีไทย อย่างคำว่า "แคลอรี" การเขียนให้ตรงกับการออกเสียงต้องเป็น "แคลอรี่" หรือว่าคำว่า "โควตา" ถ้าจะให้ตรงกับการออกเสียงต้องเป็นคำว่า "โควต้า" รวมทั้ง "เรดาร์" ต้องเป็นคำว่า "เรด้าร์" เพื่อให้ตรงตามเสียงของคำนี้ เป็นต้น "ที่หลายคนกังวลว่าการเปลี่ยนวิธีการเขียนคำครั้งนี้ อาจทำให้สับสน หรือว่าเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเขียนศัพท์ต่างๆ นั้น ไม่น่าจะสับสน เพราะถ้าอ่านภาษาไทยก็ไม่น่าสับสน คำศัพท์หลายๆ คำในปัจจุบันมีคนเขียนตามคำศัพท์ที่จะเปลี่ยนแปลงแล้ว แต่ถ้าใครจะเขียนแบบเดิมๆ ก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ที่เสนอให้แก้ไข เพื่อให้เขียนถูกต้องตามเสียงของคำนั้นๆ แม้ว่าหลายคนอาจมองว่าแปลก และไม่ควรแก้ไข" นางกาญจนากล่าว นางกาญจนากล่าวต่อว่า เบื้องต้นได้สอบถามความเห็นจากสภาราชบัณฑิต ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการเติมวรรณยุกต์ และเปลี่ยนแปลงคำศัพท์ทั้ง 176 คำ เพื่อเขียนให้ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม คงต้องรอดูผลการสำรวจความคิดเห็นอีกครั้งว่าส่วนใหญ่จะเห็นด้วยทุกคำ หรือเห็นด้วยเฉพาะบางคำ ซึ่งตามกำหนดเวลาแล้ว ภายในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ ทุกคนต้องส่งแบบสอบถามดังกล่าวกลับที่กองศิลปกรรม เพื่อประมวลผลความคิดเห็นว่าเห็นด้วยหรือไม่ และมีข้อเสนออะไร ทั้งนี้ การขอปรับแก้คำศัพท์ทั้ง 176 คำนั้น หากเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยว่าควรเปลี่ยน ก็จะนำไปบรรจุในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตย สถาน พ.ศ.2554 ซึ่งกำลังดำเนินการปรับปรุงเพื่อจัดพิมพ์เล่มใหม่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำศัพท์ที่อยู่ในแบบสำรวจ เพื่อขอความเห็นในการเปลี่ยนแปลงการเขียนใหม่ ดังนี้ 1.คำที่ใส่เครื่องหมายไม้ไต่คู้เพื่อแสดงสระเสียงสั้น ได้แก่ ซีเมนต์ เปลี่ยนเป็น ซีเม็นต์, เซต-เซ็ต, เซนติกรัม-เซ็นติกรัม, เซนติเกรด-เซ็นติเกรด, เซนติลิตร-เซ็นติลิตร, ไดเรกตริกซ์-ไดเร็กตริก, เทนนิส-เท็นนิส, นอต-น็อต, นิวตรอน-นิวตร็อน, เนตบอล-เน็ตบอล, เนปจูน-เน็ปจูน, เบนซิน-เบ็นซิน, แบคทีเรีย-แบ็คทีเรีย, มะฮอกกานี-มะฮ็อกกานี, เมตริก-เม็ตตริก, เมตริกตัน- เม็ตริกตัน, แมงกานิน-แม็งกานิน, อิเล็ก ตรอน-อิเล็กตร็อน, เฮกโตกรัม-เฮ็กโตกรัม, เฮกโตลิตร-เฮ็กโตลิตร 2.คำที่เปลี่ยนตัวพยัญชนะเป็นอักษรสูง ได้แก่ คอร์ด-ขอร์ด, แคโทด-แคโถด, ซัลเฟต-ซัลเฝต, ไทเทรต-ไทเถรต, ไนต์คลับ-ไน้ต์ขลับ, พาร์เซก-พาร์เส็ก, แฟลต-แฝล็ต, สเปกโทร สโกป-สเป็กโทรสโขป, ไอโซโทป-ไอโซโถป 3.คำที่ใส่เครื่องหมายวรรณยุกต์เอก ได้แก่ กอริลลา-กอริลล่า, แกโดลิเนียม-แกโดลิ เนี่ยม, แกมมา-แกมม่า, แกลเลียม-แกลเลี่ยม, คูเรียม-คูเรี่ยม, แคดเมียม-แคดเมี่ยม, แคลเซียม-แคลเซี่ยม, แคลอรี-แคลอรี่, โครเมียม-โครเมี่ยม, ซิงโคนา-ซิงโคน่า, ซิลิคอน-ซิลิค่อน, ซีเซียม-ซีเซี่ยม, ซีนอน-ซีน่อน, ซีเรียม-ซีเรี่ยม, โซลา-โซล่า, ดอลลาร์-ดอลล่าร์, เทคโนโลยี-เท็คโนโลยี่, แทนทาลัม-แทนทาลั่ม, ไทเทเนียม-ไทเท เนี่ยม, เนบิวลา-เนบิวล่า, ไนลอน-ไนล่อน, แบเรียม-แบเรี่ยม, ปริซึม-ปริซึ่ม, ปิโตรเลียม-ปิโตรเลี่ยม, แพลทินัม-แพลทินั่ม, ฟังก์ชัน-ฟังก์ชั่น, ฟาทอม-ฟาท่อม, ไมครอน-ไมคร่อน, ยิปซัม-ยิปซั่ม, ยูเรเนียม-ยูเรเนี่ยม, เลเซอร์-เลเซ่อร์, วอลเลย์บอล-วอลเล่ย์บอล, อะลูมิเนียม-อะลูมิเนี่ยม, อีเทอร์-อีเท่อร์, เอเคอร์-เอเค่อร์, แอลฟา-แอลฟ่า, ฮาห์เนียม-ฮาห์เนี่ยม, ฮีเลียม-ฮีเลี่ยม 4.คำที่ใส่ ห นำเพื่อแสดงเสียงวรรณยุกต์เอก ได้แก่ กะรัต-กะหรัต, แกรนิต-แกรหนิต, คลินิก-คลิหนิก, คาทอลิก-คาทอหลิก, คาร์บอเนต-คาร์บอเหนต, คาร์บอลิก-คาร์บอหลิก, โคออร์ดิเนต-โคออร์ดิเหนต, รูเล็ตต์- รูเหล็ตต์, 5.คำที่เติมเครื่องหมายวรรณยุกต์โท ได้แก่ กลูโคส-กลูโค้ส, กิโลไซเกิล-กิโลไซเกิ้ล, กิโลเมตร-กิโลเม้ตร, กิโลเฮิรตซ์-กิโลเฮิ้รตซ์, กีตาร์-กีต้าร์, แกรไฟต์-แกรไฟ้ต์, คาร์บอน-คาร์บ้อน, คาร์บูเรเตอร์-คาร์บูเรเต้อร์, เคเบิล-เคเบิ้ล, โควตา-โควต้า, ชอล์ก-ช้อล์ก, ซอส-ซ้อส, โซเดียม-โซเดี้ยม, ไดนาไมต์-ไดนาไม้ต์, แทนเจนต์-แทนเจ้นต์, แทรกเตอร์-แทรกเต้อร์, นิกเกิล-นิกเกิ้ล, ไนต์คลับ-ไน้ต์ขลับ, ไนโตรเจน-ไนโตรเจ้น, บารอมิเตอร์-บารอมิเต้อร์, บีตา-บีต้า, ปาทังกา-ปาทังก้า, ปาร์เกต์-ปาร์เก้ต์, พลาสติก-พล้าสติก, ฟาสซิสต์- ฟ้าสซิสต์, มอเตอร์-มอเต้อร์, เมตร-เม้ตร, ไมกา-ไมก้า, ยีราฟ-ยีร้าฟ, เรดอน-เรด้อน, เรดาร์-เรด้าร์, เรเดียม-เรเดี้ยม, ลิกไนต์- ลิกไน้ต์, แวนดา-แวนด้า, อาร์กอน-อาร์ก้อน, แอนติบอดี-แอนติบอดี้, เฮิรตซ์-เฮิ้รตซ์, ไฮดรา-ไฮดร้า, ไฮโดรเจน-ไฮโดรเจ้น 6.คำที่เติมเครื่องหมายวรรณยุกต์ตรี ได้แก่ กราฟ-กร๊าฟ, ก๊อซ-ก๊อซ, กอล์ฟ-ก๊อล์ฟ, เกาต์-เก๊าต์, ออกไซด์-อ๊อกไซด์, โคบอลต์- โคบ๊อลต์, ดราฟต์-ดร๊าฟต์, ดัตช์-ดั๊ตช์, ดิสโพรเซียม-ดิ๊สโพรเซี่ยม, เดกซ์โทรส-เด๊ก โทรัส, เต็นท์-เต๊นท์, บาสเกตบอล-บ๊าสเก้ต บอล, บิสมัท-บิ๊สมั้ท, แบงก์-แบ๊งก์, โบต-โบ๊ต, ปลาสเตอร์-ปล๊าสเต้อร์, ปิกนิก-ปิ๊กหนิก, ออกซิเจน-อ๊อกซิเย่น, ออกซิเดชัน-อ๊อก ซิเดชั่น, ออกไซด์-อ๊อกไซด์, อาร์ต-อ๊าร์ต, เอกซเรย์-เอ๊กซเรย์, แอสไพริน-แอ๊สไพริน, แอสฟัลต์-แอ๊สฟัลต์, โอ๊ด-โอ๊ต และ 7.คำที่มีหลายพยางค์ ได้แก่ คอนเดนเซอร์-ค็อนเด็นเซ่อร์, คอนแวนต์-ค็อนแว็นต์, คอนเสิร์ต-ค็อนเสิร์ต, คอมพิวเตอร์-ค็อมพิ้วเต้อร์, คอมมานโด-ค็อมมานโด, คอมมิวนิสต์-ค็อมมิวนิสต์, คูปอง- คูป็อง, เครดิตฟองซิเอร์-เครดิตฟ็องซิเอร์, แคดเมียม-แค็ดเมี่ยม, แคปซูล-แค็ปซูล, แคลเซียมไซคลาเมต-แคลเซี่ยมไซคลาเมต, ช็อกโกเลต/ ช็อกโกแลต-ช็อกโกแล็ต, เซนติเมตร-เซ็นติเม้ตร, โซเดียมคาร์บอเนต-โซเดี้ยมคาร์บอเหนต, โซเดียมไซคลาเมต-โซเดี้ยมไซคลาเหมต, โซเดียมไฮโดรเจนกลูทาเมต-โซเดี้ยมไฮโดรเจ้นกลูตาเหมต, โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต-โซเดี้ยมไฮโดร เจ้นคาร์บอเหนต, ดีเปรสชัน-ดีเปร๊สชั่น, เทคโนโลยี-เท็คโนโลยี่, แทรกเตอร์-แทร็ก เต้อร์, แบดมินตัน-แบ็ดมินตั้น, แบตเตอรี่-แบ็ตเตอรี่, พลาสมา-พล้าสม่า, โพแทสเซียม-โพแท้สเซี่ยม, เมนทอล-เม็นท่อล, แมงกานีส-แม็งกานี้ส, แมกนีเซียม-แม็กนีเซี่ยม, รีดักชัน-รีดั๊กชั่น, ลอการิทึม-ล็อกการิทึ่ม, สเปกตรัม-สเป๊กตรั้ม, สเปกโทรสโกป-สเป็กโตรสโขป, ออกซิเดชัน-อ๊อกซิเดชั่น, อัลตราไวโอเลต-อัลตร้าไวโอเหล็ต, แอกทิเนียม-แอ๊กทิเนี่ยม, แอนติอิเล็ก ตรอน-แอ็นติอิเล็กตร็อน, เฮกตาร์-เฮ็กต้าร์ และเฮกโตเมตร- เฮ็กโตเม้ตร ขอบคุณข้อมูลจาก มติชนออนไลน์ Mthai News

คำที่เขียนผิด ในชีวิตประจำวัน
นักศึกษา /  นักเรียน / 

เนื่องจาก ภาษาไทย ในปัจจุบันนี้มี วัยรุ่น จำนวนมากจะมี คำที่เขียนผิด?อาจจะเป็น เพราะทุกวันนี้ เด็กไทยไม่ได้ อ่านหนังสือ หรือ เขียนหนังสือกันสักเท่าไร ! ยิ่งตอนนี้ก็มีแท็ปแล็ต คอมพิวเตอร์เล่นกัน เวลาหาข้อมูลทำการบ้าน รายงาน ก็แค่ ก๊อปปี้ แล้ว วาง ง่ายสะดวก ก็เลยอาจจะเป็นหนึ่งในสาเหตุ ที่ทำให้เด็กไทยเขียนหนังสือ ผิดๆถูกๆ หรือ สะกดคำ ไม่ถูกต้อง (บางทีเราก็เขียนผิด เข้าใจผิดอยู่) เพื่อให้กระจ่างแจ้ง ตาม teen.mthai ไปดู คำที่เขียนผิด?พร้อมคำอธิบาย กันว่าจะมีคำไหนบ้าง? ลองนับดูเล่นๆ ว่าเพื่อนๆเคยเขียนผิดกันมาแล้วกี่คำ? ^_^ "สังเกตุ" หรือ "สังเกต" คำนี้หลายคนเข้าใจว่า ต้องเขียนว่า "สังเกตุ" คือ มีสระอุ ใต้ "ต"?แต่ที่ถูกต้องตามพจนานุกรม จะต้องเขียนว่า "สังเกต" คือ ไม่มีสระอุ เพราะหากเติมสระอุ เมื่อใด ความหมายจะผิดเพี้ยน ความหมายตามพจนานุกรม "สังเกต" ก. กําหนดไว้, หมายไว้, เช่น ทำเครื่องหมายไว้เป็นที่สังเกต; ตั้งใจดู, จับตาดู, เช่น ไม่ได้สังเกตว่าวันนี้เขาแต่งตัวสีอะไร สังเกตกิริยาท่าทางเขาไว้ว่าเป็นคนดีหรือคนร้าย "เกตุ", "เกตุ"- [เกด, เก-ตุ-, เกด-] น. ธง; (โหร) ชื่อดาวพระเคราะห์ดวงที่ ๙ หมายถึงตําแหน่งที่ดวงจันทร์ผ่านจากเหนือระนาบสุริยวิถี ลงสู่ใต้ระนาบสุริยวิถี ส่วนตําแหน่งที่ดวงจันทร์ผ่านจาก ใต้ระนาบสุริยวิถีขึ้นเหนือระนาบสุริยวิถี เรียกว่า พระราหู. (ป., ส.). "สร้างสรรค์" กับ "สรรค์สร้าง" หรือ "สรรสร้าง" โดยทั่วไปเราทราบกันดีว่า คำว่า "สร้างสรรค์" นั้น ความหมายคือ การสร้างสิ่งที่ไม่มีให้มีขึ้น ความหมายตามพจนานุกรม สร้างสรรค์ ก. สร้างให้มีให้เป็นขึ้น (มักใช้ทางนามธรรม) เช่น สร้างสรรค์ความสุขความเจริญให้แก่สังคม. ว. มีลักษณะริเริ่มในทางดี เช่น ความคิดสร้างสรรค์ ศิลปะสร้างสรรค์. แต่บางครั้ง เราพบว่า มีการใช้คำๆ นี้ สลับกัน จาก "สร้างสรรค์" เป็น "สรรค์สร้าง" โดยผู้ใช้ ที่ใช้ตาม อาจจะได้ยินมา (สัน-สร้าง) และเข้าใจว่า ต้องเขียนเป็น "สรรค์สร้าง" ซึ่งดูแปลก และเก๋ ดี แต่ความจริงแล้ว เมื่อใดก็ตามหากจะเขียนให้ออกเสียงต่างกัน นั่นต้องมาจากจุดประสงค์ ที่เข้าใจว่าต้องการสื่ออะไร เพราะการที่ใช้คำว่า "สรรค์สร้าง" การเขียนที่ถูกต้องคือ "สรรสร้าง" คือ ไม่มี "ค์" ต่อหลัง "สรร" เพราะโดยแท้จริงผู้ที่เข้าใจถูกต้องจะใช้คำนี้โดยสื่อว่า "สรร" นั่นคือ การหามา รวบรวมมา แล้วนำมาสร้าง ซึ่งความหมายจะแตกต่างจากคำว่า "สร้างสรรค์" "สร้างสรรค์" กับ "รังสรรค์" ใช้อย่างไร อีกคำหนึ่งที่เราเห็นใช้กันบ่อยหน และคิดว่าเป็นคำที่สวยงาม โดยขาดความเข้าใจว่า สองคำนี้ แม้จะความหมายเดียวกัน แต่การนำมาใช้นั้น ต้องเลือกใช้ให้ถูกต้อง ซึ่งเรามักจะพบใช้คำว่า "สร้างสรรค์" กันโดยส่วนใหญ่ แต่บางครั้งจะได้ยินหรือได้เห็นผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ใช้คำว่า "รังสรรค์" คำว่า "รังสรรค์" โดยความหมายแล้ว จะใช้เฉพาะกับสิ่งที่กล่าวถึงนั้น เป็นงานศิลปะ งานจิตรกรรม เช่น "กาลิเลโอ คีนิ จิตรกรเอกผู้รังสรรค์งานศิลป์ ในพระที่นั่งอนันตสมาคม" เราจะไม่ใช้ว่า "ให้เรามาร่วมกัน รังสรรค์สังคมให้น่าอยู่" แต่จะใช้ "สร้างสรรค์สังคม" "นะคะ" หรือ "นะค่ะ" อีกคำหนึ่งที่มักเห็นเขียนผิดกันบ่อยครั้ง คือคำว่า "นะคะ" กับ "นะค่ะ" คำที่ลงท้ายว่า "คะ" ใช้กับการบอกกล่าว คำที่ลงท้ายว่า "ค่ะ" ใช้กับการ รับคำ แต่เรามักเห็น เขียนคำว่า "นะค่ะ" เป็นคำบอกกล่าว เช่น "อย่าลืมซื้อเค้ก มาฝาก นะค่ะ" ซึ่งจริงๆ ต้องเขียนว่า "นะคะ" (ออกเสียงค๊ะ) โดยไม่ต้องเติม ไม้เอก เพราะว่า... "คะ" อักษรต่ำ คำตาย สระเสียงสั้น ไม่มีวรรณยุกต์ ออกเสียงตรี เช่นเดียวกับ "นะ" "จ๊ะ" "วะ" "ค่ะ" อักษรต่ำ คำตาย สระเสียงสั้น มีวรรณยุกต์เอก ออกเสียงโท เช่นเดียวกับ "น่ะ" "จ้ะ" "ว่ะ" "โอกาศ" หรือ "โอกาส" เป็นคำที่พบบ่อยคำหนึ่ง ส่วนใหญ่มักจะเขียนเป็น "โอกาศ" ซึ่งในพจนานุกรมไม่ปรากฏความหมายของคำนี้ ความหมายตามพจนานุกรม โอกาส [กาด] น. อธิบายไว้ว่า หมายถึง ช่อง, ทาง; เวลาที่เหมาะ, จังหวะ. (ป.; ส. อวกาศ).?บางครั้งเมื่อใช้ในพระราชพิธี หรือ งานที่มีพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จฯ จะใช้ "วโรกาส" ซึ่งเป็นราชาศัพท์ ที่สื่อความหมายเดียวกันกับข้างต้น ขอให้พึงจำว่า "กาศ" ใช้กับ "อากาศ" "อวกาศ" "ประกาศ" เป็นอาทิ เหตุเพราะคำว่า "โอกาศ" เขียนผิดเป็นส่วนมาก ฉะนั้น เราจึงต้องหา "โอกาส" เรียนรู้ ฝึกฝน เพื่อที่จะเขียนคำว่า "โอกาส" ให้ถูกต้อง "อนุญาต" หรือ "อนุญาติ" กันแน่ หลายคนคุ้นตา กับ การเขียนเป็น "อนุญาติ" ซึ่งแท้จริงแล้วคำนี้ เขียนผิด และไม่มีความหมาย ความหมายตามพจนานุกรม "อนุญาต" ไม่ต้องมีสระ "อิ" หลัง "ต" โดยให้ความหมายของคำไว้ว่า อนุญาต ก. ยินยอม, ยอมให้, ตกลง. "ญาติ" , ญาติ- [ยาด, ยาติ-, ยาดติ-] น. ได้อธิบายว่า หมายถึง คนในวงศ์วานที่ยังนับรู้กันได้ทางเชื้อสาย ฝ่ายพ่อหรือฝ่ายแม่. (ป.). ฉะนั้น ต่อไปเราจะไม่ยอมเขียนว่า "อนุญาติ" แต่จะพึงจำและเขียนว่า "อนุญาต" เสมอและ "อนุญาต" ให้ทุกท่านฝึกฝน หัดเขียนหลายๆ หน จนคุ้นตา "น้ำแข็งใส" ไม่ใช่...พึงจำไว้ต้องเขียน "น้ำแข็งไส" หลายครั้ง เมื่อเราผ่านร้านขนมหวาน ทีมีรายการชวนทานให้ชื่นใจ ที่ใส่มาพร้อมน้ำแข็งเกล็ดละเอียด หลายร้านมักเขียนเป็น "น้ำแข็งใส"?อาจจะเป็นเพราะ คิดเหมาสรุปความไปเอง เข้าใจไปเอง จากที่เคยได้ยินมา เลยเขียนเป็น "น้ำแข็งใส" โดยคิดว่า ความหมายคือ ความ "ใส" ของน้ำแข็ง แต่แท้จริงแล้ว ที่มาของ "น้ำแข็งไส" ว่าเป็นกริยา การไสน้ำแข็งไปบนม้า ที่มีลิ้นเป็นใบมีด เมื่อไสก้อนน้ำแข็งไปบนใบมีด ก็จะได้เกล็ดน้ำแข็งเป็นแผ่นเล็กๆ ร่วงลงมาในถ้วยที่รองรับ ก่อนที่จะราดด้วยนม น้ำเชื่อม น้ำหวาน พร้อมเครื่องเคราอีกตามชอบ ซึ่งหากย้อนไปสัก 20-30 ปี จะพบ การขายน้ำแข็งไสแบบนี้อยู่ดาษดื่น โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อน เป็นที่นิยมนัก ฉะนั้น "น้ำแข็งไส" คือเกล็ดน้ำแข็งที่ได้จากการ "ไส" น้ำแข็ง หาใช่ความ "ใส" ของน้ำแข็ง ฉะนั้น จึงต้องเขียนให้ถูกเป็น "น้ำแข็งไส" คำนี้เขียนอย่างไรดี "สีสรรค์" "สีสัน" หรือว่า "สีสรร" หลายครั้ง เราอาจจะเคยอ่านพบข้อเขียน "บรรยากาศในวันนั้น มีหลากหลายรายการที่ผู้จัดงานได้นำมาช่วยสร้างสีสรร" บ้างก็เขียนว่า "วันนี้ ทุกคนต่างสนุกสนานกันถ้วนหน้า ที่นักแสดงชื่อดัง ได้มาร่วมร้องเพลงสร้างสีสรรค์" หากไม่คุ้นกับการเขียนคำนี้ หลายคนก็อาจจะผ่านตาไป ไม่ได้สนใจ แต่บางคนก็จะนึกขัดๆ ตา และถามตัวเองว่า จริงๆ แล้วคำนี้ เขียนว่า "สีสัน" "สีสรรค์" หรือว่า "สีสรร" กันแน่ ความหมายตามพจนานุกรม "สีสรรค์" เราจะไม่พบอะไร ส่วนคำว่า "สีสรร" เมื่อค้น ก็จะไม่พบความหมายเช่นกัน แต่อาจจะแปลความตามหลักการผสมคำได้ว่า สี+สรร ซึ่งจะรวมความหมายแปลได้ว่า สีที่สรร หรือ สีที่เลือกสรร มา ซึ่งความหมายก็จะไม่ตรงกับจุดประสงค์ที่ต้องการสื่อผ่านประโยคดังข้างต้น ครั้นค้นความหมายคำว่า "สีสัน" เราก็จะไม่พบความหมายในพจนานุกรมเช่นกัน ทว่า ได้มีการนำมาใช้เขียนเมื่อต้องการบรรยายในเชิงศิลปะ หรือ บรรยากาศ ที่เกี่ยวเนื่องด้วยภาพ เสียงดนตรี หรือความรื่นรมย์ บันเทิงต่างๆ ซึ่งในหมู่นักเขียน จะเข้าใจในทิศทางเดียวกัน เมื่อใด ที่เห็นว่า เหมาะควรจะใช้คำนี้ เราจึงเขียนว่า "สีสัน" "ราดหน้า" หรือว่า "ลาดหน้า"..."ราดยาง" หรือ "ลาดยาง" อีกคำหนึ่งที่มักเห็นเขียนผิดกันมาก คือคำว่า ก๋วยเตี๋ยว "ราดหน้า" หลายๆ ร้าน มักจะเขียนก๋วยเตี๋ยว "ลาดหน้า" ขณะเดียวกัน คำว่า ถนนลาดยาง มักเขียนผิดเป็น "ถนนราดยาง" ความหมายตามพจนานุกรม ลาด ก. ปูแผ่ออกไป เช่น ลาดพรม ปูลาดอาสนะ, โดยปริยายหมายถึง สิ่งที่มีอาการคล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น ถนนลาดยาง. ว. เทตํ่าหรือ เอียงขึ้นน้อยๆ เช่น ที่ลาด ราด ก. เทของเหลวๆ เช่นนํ้าให้กระจายแผ่ไปหรือให้เรี่ยรายไปทั่ว เช่น ราดนํ้า, ก๋วยเตี๋ยวราดหน้า, ข้าวราดแกง โดยปริยายหมายถึงอาการที่ คล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น ปัสสาวะราด เมื่อพิจารณาการผสมคำ เราจะจำได้ง่ายขึ้น และเข้าใจว่าทำไม "ลาดหน้า" และ "ราดยาง" ทั้ง 2 คำนี้จึงเขียนผิด "อบอวน" กับ "อบอวล" ชวนสงสัย เป็นอีกคำหนึ่ง ที่หลายๆ คนสับสน สงสัย ว่าเขียนอย่างไร จึงถูก ซึ่งคำว่า "อบอวน" หากแปลตรงๆ จะได้ความหมายว่า นำ "อวน" ซึ่งเป็นเครื่องมือประเภทหนึ่ง ที่ใช้สำหรับหาปลา นำมา "อบ" คือการปรุงกลิ่นด้วยควัน หรือ ใช้ความร้อนจากไฟ จากไอน้ำ โดยไม่ให้ความร้อนหรือกลิ่นออกไป ซึ่งเมื่อพิจารณาถึงเบื้องหลังของการใช้คำนี้เพื่อขยายความแล้ว การใช้คำว่า "อบอวน" จึงผิด เพราะหมายถึงการทำให้ เครื่องมือหาปลามีกลิ่น ขณะที่ เมื่อเราเขียนว่า "อบอวล" เพื่อขยายความ เช่นประโยคที่ว่า "เพียงเดินเข้าไปยังห้องบรรทม ก็อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้" หาก ลองค้นคำ ในพจนานุกรม จะพบการอธิบายคำว่า "อบอวล" ไว้ว่า...อบอวล ก. ตลบ, ฟุ้ง, (ใช้แก่กลิ่น). ว. มีกลิ่นตลบ, มีกลิ่นฟุ้ง. จึงเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง และควรจำไว้เสมอว่า "อบอวน" เขียนผิด แต่ "อบอวล" เขียนถูก "เท่" ดีไหม...หรือจะ "เท่ห์" ดี บ่อยหน ที่เราจะพบคนส่วนใหญ่ มักจะเขียนว่า "เท่ห์" เพื่อขยายความในสิ่งที่พบเจอ ซึ่งแท้จริง คำว่า "เท่ห์" เป็นคำที่ไม่มีความหมายแต่อย่างใด หากค้นคว้าในพจนานุกรม ก็จะไม่พบคำอธิบาย เมื่อพิจารณาดู จะพบว่า "เท่ห์" มักตั้งเป็นแต่ชื่อคนเท่านั้น ขณะที่ลอง ตัด "ห์" ออกไป แล้วค้นคำว่า "เท่" เราจะได้ความหมายของคำอธิบายในพจนานุกรมว่า... ความหมายตามพจนานุกรม เท่ ว. เอียงน้อยๆ (มักใช้แก่การสวมหมวก); โก้เก๋ เช่น แต่งตัวเท่ ฉะนั้น คำว่า "เท่" จึงเป็นคำที่ถูกต้อง ต่อไปนี้ ขอให้ลืมไปเลยกับคำว่า "เท่ห์" เว้นแต่ใช้เป็นนามเฉพาะในการตั้งชื่อคน ซึ่งเป็นที่นิยมตั้งชื่อ ทั้งชื่อจริง และชื่อเล่นว่า "เท่ห์" ขอให้จำไว้ว่า เมื่อต้องการขยายความในสิ่งที่เห็น "เท่ห์" เขียนผิด ต้องเขียน "เท่" จึงจะถูกต้อง อยากรู้คำว่า ญัตติ.. เขียนแบบไหน "ญัติติ" หรือ "ญัตติ" เราจะมาพิจารณาด้วยกัน ว่าเขียนอย่างไรจึงจะถูก...เริ่มจาก ค้นหาคำว่า "ญัติติ" ซึ่งค้นหาเท่าไร ก็ไม่พบความหมาย ครั้นค้นคำว่า "ญัตติ" จะพบข้อมูลดังนี้ ความหมายตามพจนานุกรม ญัตติ น. คําประกาศให้สงฆ์ทราบเพื่อทํากิจของสงฆ์ร่วมกัน เช่น ญัตติทุติยกรรมวาจา ญัตติจตุตถกรรมวาจา, คําเผดียงสงฆ์ ก็ว่า ข้อเสนอเพื่อลงมติ เช่น ผู้แทนราษฎรเสนอญัตติเข้าสู่สภาเพื่อขอให้ที่ประชุมลงมติว่าจะเห็นชอบด้วยหรือไม่; หัวข้อโต้วาที เช่น โต้วาทีในญัตติว่า ขุนช้างดีกว่าขุนแผน. (ป.). ฉะนั้น "ญัติติ" เขียนผิด ต้องเขียน "ญัตติ" จึงจะถูกต้อง "หลับไหล" หรือ "หลับใหล"... "หลงไหล" กับ "หลงใหล" เป็นอีก 2 ประโยค ทีชวนให้สงสัย และสับสนกันมานาน สำหรับคำที่ใช้สระ-ใ (ไอ-ไม้ม้วน) จริงๆ คำที่ใช้ สระไอ-ไม้ม้วน ถ้าท่องคำกลอน 20 ม้วนจำจงดี เมื่อตอนเรียนสมัยประถมน่าจะถูกนะครับ" พร้อมฝากบทกลอนไว้ดังนี้... ผู้ใหญ่หาผ้าใหม่ให้สะใภ้ใช้คล้องคอ ใฝ่ใจเอาใส่ห่อมิหลงใหลใครขอดู จะใคร่ลงเรือใบดูน้ำใสและปลาปู สิ่งใดอยู่ในตู้มิใช่อยู่ใต้ตั่งเตียง บ้าใบ้ถือใยบัวหูตามัวมาใกล้เคียง เล่าท่องอย่าละเลี่ยงยี่สิบม้วนจำจงดี พร้อมกำชับว่า "ส่วนคำไหนไม่ได้อยู่ในนี้ก็ใช้สระไอ ไม้มลายนะคะ" ความหมายตามพจนานุกรม "ไหล" เปรียบเทียบกับ "ใหล" ซึ่งคำว่า "ไหล" หมายถึง เลื่อนไป หรือเคลื่อนที่ไปอย่างของเหลว "หลงใหล" หมายถึง เผลอไผล สติเฟือน (...สองเผือพี่หลับใหล ลืมตื่น ฤาพี่.../ในลิลิตพระลอ) จะเห็นว่า ส่วนใหญ่จะใช้ "หลับใหล" จะมีบ้างที่ใช้ หลับไหล แต่ไม่นิยม ควรรู้เพิ่มเติมว่า โดยปกติแล้วคำว่า "ใหล" ที่ใช้ไม้ม้วน จะไม่ใช้ลำพัง แต่ต้องใช้ซ้อนกับคำอื่น ได้แก่ ใช้ซ้อนกับคำว่า หลง เป็น หลงใหล และซ้อนกับคำว่า หลับ เป็น หลับใหล คำว่า "ใหล" ที่ใช้ไม้ม้วนนี้ จึงทำให้เข้าใจได้ว่า หมายถึงอาการคล้ายละเมอ เพราะในภาษาลาวมีคำว่า ใหล (สะกดด้วยสระไอ ไม้ม้วน) หมายถึง ละเมอ หรือ พูดในเวลาเผลอสติ อย่างคนบ้าจี้ที่ถูกหลอกให้ตกใจแล้วมักจะพูดโพล่งออกมา จึงเข้าใจได้ว่า "หลับใหล" เป็นอาการของคนที่หลับไม่รู้สึกตัว เผลอ ละเมอออกมา อย่างไม่ได้สติ ฉะนั้น จึงพบราชบัณฑิตและผู้ที่เข้าใจรากศัพท์ภาษา เขียนเป็น "หลับใหล" ส่วนอีกคำ เชื่อว่าหลายคนจะจำได้แล้วว่า ต้องเขียนว่า "หลงใหล" จึงถูกต้อง ขอบคุณบทความ :: ทิวสน ชลนรา คำที่มักเขียนผิด?ในชีวิตประจำวัน

20 คำแปลกในหนังสือพจนานุกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน
นักศึกษา /  นักเรียน / 

หนังสือที่เราจะมาแนะนำในวันนี้?เป็นหนังสือที่จะทำให้คุณ รู้ รัก และเขียนภาษาไทย ได้ถูกต้องยิ่งขึ้น กับ?พจนานุกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔ ?ของสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์?ที่ได้เพิ่มเติมจากพจนานุกรรมปี ๒๕๕๒ ด้วยคำศัพท์ใหม่ถึง ๒,000 คำ ทั้งคำพูดภาษาปาก คำศัพท์เฉพาะสาขาวิชาและมีศัพท์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงใช้ในการพัฒนา รวมทั้งคำที่รู้จักกันแพร่หลาย แต่ยังไม่มีในพจนานุกรม เช่น เด็ดสะระตี่ ดูดเสียง ของสูง ฯลฯ งั้นเราลองมาดูคำศัพท์ใหม่ๆ ที่เพิ่มเติมเข้ามาในเล่ม สนุกๆ คลายเครียดกัน เพราะ 20 คำเหล่านี้ อาจเป็นคำที่คุณรู้อยู่แล้วแต่มักเขียนผิด หรือเป็นคำที่คุณอาจไม่เคยได้ยินเลยก็ได้ วันนี้เราจะมารู้จัก และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ถูกต้องกัน...20 คำแปลกในหนังสือพจนานุกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน 20 คำแปลกในหนังสือพจนานุกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน 1.แกล้งเกลา หมายถึง ประณีต, ประดิดประดอย 2.?กุกขี้หมู คือ?ดู รักหมู ที่ รัก 3.ขนเพชร หลายคนอาจตีความหมายคำนี้ผิด เพราะความหมายตามพจนานุกรรมไทย หมายถึง ขนสีขาวที่ขึ้นแปลกเป็นพิเศษ มีลักษณะยาวกว่าปรกติ 4.ขยุ้มตีนหมา คือ ชื่อโรคผิวหนังชนิดหนึ่ง มีพิษอักเสบ ออกเป็นเม็ดผื่นดวงๆ 5 จับเจี๋ยว (ออกเสียงกันให้ถูกนะจ๊ะ ไม่งั้นผิดความหมายแน่) หมายถึง หม้อดินเล็กๆ มีพวยและที่จับ สำหรับต้มน้ำ 6.จิ่ม ก็คือ การล่วงเข้าไปแต่น้อย เช่น ใส่กลอนจิ่มไว้นิดเดียว 7.จ้อกวอก คือ ขาวมาก ขาวมากเกินไป 8. จางปาง คือ สว่างจ้า, สว่างโล่ง 9.ชาคระ (ออกเสียง ชาคะระ) คือ ความเพียร 10.ชุมรุม คือ ที่พัก, ที่อาศัย 11. ซ่อกๆ คือ เที่ยวไปที่โน่นที่นี่ตลอดเวลาไม่อยู่นิ่ง 12. ด๊กๆ (ภาษาปาก) คือ อาการที่รีบไปทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้ ด้วยความเต็มใจ เช่น พอเจ้านายอยากได้ต้นไม้มาประดับห้อง เขาก็ด๊กๆ ไปหามาให้ 13. ตีอีตื้อ คือ นิ่งเฉย, ดื้อด้าน 14. มะเรื่อง คือ วันถัดจากวันมะรืนไปวันหนึ่ง 15. มุคคะ (หรือ มุกคะ) คือ ถั่วเขียว 16. ซัด หมายถึง กิน หรือ การชกต่อย 17. ตุ๊ยตุ่ย, ตุ๋ยตุ่น คือ ชื่อว่าว คล้ายว่าวจุฬา เมื่อถูกลมพัดใบธนูที่ทำด้วยใบลานจะพลิกไปมา ทำให้เกิดเสียงตุ๊ยตุ่ย 18. ทรรป (ออกเสียงว่า ทับ) คือ ความโง่, ความเซ่อ, ความโอ้อวด, ความเย่อหยิ่ง 19. ผกเรือก คือ ต้นไทร 20.เพิดเพ้ย คือ เย้อยหยัน หรือ ร้องเฮ้ย (ใช้เป็นคำร้องไล่ ให้หนีไป) เป็นไงกันบ้างคะ? สำหรับ?20 คำแปลกที่ลองยกตัวอย่างมา พอจะคุ้นหูคุ้นตากันบ้างไหม? จริงๆ แล้วยังมีอีกหลายคำศัพท์แปลกๆ ที่มีความหมายน่าสนใจมากมาย สามารถติดตามได้ในหนังสือพจนานุกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ๒๕๕๔ กันได้เลยค่ะ เรียบเรียงโดย?http://teen.mthai.com/?หากนำไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยค่ะ ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ พจนานุกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน

ที่ว่าการอำเภอปากเกร็ด

อาคารที่ว่าการอำเภอปากเกร็ด สร้างเมื่อ พ.ศ.2427 ตรงบริเวณที่ดินธรณีสงฆ์ของวัดสนามเหนือ ตำบลปากเกร็ด ขณะนั้นเป็นแขวงเรียกว่า แขวงตลาดขวัญ และประกาศยกฐานะเป็นอำเภอในปีเดียวกัน พระรามัญนนทเขตคดี เนียม นนทนาคร เป็นนายอำเภอปากเกร็ดคนแรก และนายอำเภอ คนปัจจุบัน คือ นายวัฒนา เลิศธรรมเทวี ปัจจุบันที่ต้งอาคารอยู่ที่ริมถนนแจ้งวัฒนะ ตรงข้างโรงเรียนปากเกร็ด เป็นอาคาร 5 ชั้น คำว่า ปาก สันนิษฐานว่า คงจะเนื่องมาจากชื่อวัดปากอ่าว ส่วนคำว่าเกร็ด ตามความหมายในพจนานุกรมของราชบัณฑิตยสถานฉบับ พ.ศ.2493 หมายถึงง ห้วงน้ำแคบ ต่อจากห้วงน้ำใหญ่ ทั้งสอง ฉะนั้น คำว่าปากเกร็ด น่าจะหมายถึง บริเวณผืนแผ่นดินที่เป็นปากอ่าวมีอาณาเขตติดต่อกับแม่น้ำใหญ่