ราชบัณฑิตยสถาน

ทำนาย สงกรานต์ ปี พ.ศ. 2557
ทำนายทำนาย สงกรานต์ พ.ศ. 2557 /  นางสงกรานต์ / 

อีกไม่กี่วันสงกรานต์ ปี พ.ศ. 2557 ก็จะมาถึงแล้ว ใช่ว่าคุณจะรอสนุกกับการเล่นน้ำเพียงอย่างเดียว แต่คุณรู้หรือไม่ว่า สงกรานต์ ปีนี้ ทาง Horoscope.Mthai.com ก็มีคำทายในช่วงประเพณีมาฝากกันด้วยเช่นกัน เล่นน้ำสงกรานต์ วันมหาสงกรานต์ ตรงกับ วันจันทร์ที่ 14 เมษายน เวลา 8 นาฬิกา 11 นาที 24 วินาที จันทรคติ ตรงกับ วันจันทร์ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนห้า(๕) ปีมะเมีย นางสงกรานต์ปี2557 นางสงกรานต์ คือ โคราคะเทวี ทรงพาหุรัด ทัดดอกปีบ อาภรณ์แก้วมุกดาหาร ภักษาหารน้ำมัน หัตถ์ขวาทรงขรรค์ หัตถ์ซ้ายทรงไม้เท้า เสด็จยืน มาเหนือหลังพยัคฆ์(เสือ) เป็นพาหนะ ทำนาย สงกรานต์ ปี พ.ศ. 2557 เกณฑ์พิรุณศาสตร์ ปีนี้ เสาร์ เป็นอธิบดีฝน บันดาลให้ฝนตก 400 ห่า ตกในเขาจักรวาล 160 ห่า ตกในป่าหิมพานต์ 120 ห่า ตกในมหาสมุทร 80 ห่า ตกในโลกมนุษย์ 40 ห่า เกณฑ์ธาราธิคุณ ชื่อ เตโช(ธาตุไฟ) น้ำน้อย อากาศยังร้อน เกณฑ์นาคราชให้น้ำ ปีมะเมีย นาคราชให้น้ำ 5 ตัว ทำนายว่า ฝนต้นปีงาม กลางปีงาม และปลายปีก็งามแล เกณฑ์ธัญญาหารชื่อ ปาปะ ข้าวกล้าในไร่นา จะได้ 1 ส่วน เสีย 10 ส่วน คนทั้งหลายจะตกทุกข์ได้ยากลำบากแค้น เพราะกันดารอาหารบ้าง จะฉิบหายเป็นอันมากแล วันเถลิงศก ตรงกับ วันพุธที่ 16 เมษายน เวลา 12 นาฬิกา 9 นาที 0 วินาที(เวลามาตรฐานประเทศไทยปัจจุบัน) จันทรคติ ตรงกับ วันพุธ แรม ๒ ค่ำ เดือนห้า(๕) ปีมะเมีย สงกรานต์ 2557 คำทำนาย สงกรานต์ 2557 วันจันทร์ เป็นวันมหาสงกรานต์ : ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ จะแพ้เสนาบดี ท้าวพระยาและนางพระยาทั้งหลาย , วันอังคาร เป็นวันเนา : หมากพลู ข้าวปลาจะแพง จะแพ้อำมาตย์มนตรีทั้งปวง , วันพุธ เป็นวันเถลิงศก : ราชบัณฑิต ปุโรหิตโหราจารย์ จะมีสุขสำราญเป็นอันมากแล ฯ , นางสงกรานต์ ยืน : จะเกิดความเดือดร้อนเจ็บไข้ ขอบคุณข้อมูลจาก www.myhora.com

20 คำแปลกในหนังสือพจนานุกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน
นักศึกษา /  นักเรียน / 

หนังสือที่เราจะมาแนะนำในวันนี้?เป็นหนังสือที่จะทำให้คุณ รู้ รัก และเขียนภาษาไทย ได้ถูกต้องยิ่งขึ้น กับ?พจนานุกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔ ?ของสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์?ที่ได้เพิ่มเติมจากพจนานุกรรมปี ๒๕๕๒ ด้วยคำศัพท์ใหม่ถึง ๒,000 คำ ทั้งคำพูดภาษาปาก คำศัพท์เฉพาะสาขาวิชาและมีศัพท์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงใช้ในการพัฒนา รวมทั้งคำที่รู้จักกันแพร่หลาย แต่ยังไม่มีในพจนานุกรม เช่น เด็ดสะระตี่ ดูดเสียง ของสูง ฯลฯ งั้นเราลองมาดูคำศัพท์ใหม่ๆ ที่เพิ่มเติมเข้ามาในเล่ม สนุกๆ คลายเครียดกัน เพราะ 20 คำเหล่านี้ อาจเป็นคำที่คุณรู้อยู่แล้วแต่มักเขียนผิด หรือเป็นคำที่คุณอาจไม่เคยได้ยินเลยก็ได้ วันนี้เราจะมารู้จัก และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ถูกต้องกัน...20 คำแปลกในหนังสือพจนานุกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน 20 คำแปลกในหนังสือพจนานุกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน 1.แกล้งเกลา หมายถึง ประณีต, ประดิดประดอย 2.?กุกขี้หมู คือ?ดู รักหมู ที่ รัก 3.ขนเพชร หลายคนอาจตีความหมายคำนี้ผิด เพราะความหมายตามพจนานุกรรมไทย หมายถึง ขนสีขาวที่ขึ้นแปลกเป็นพิเศษ มีลักษณะยาวกว่าปรกติ 4.ขยุ้มตีนหมา คือ ชื่อโรคผิวหนังชนิดหนึ่ง มีพิษอักเสบ ออกเป็นเม็ดผื่นดวงๆ 5 จับเจี๋ยว (ออกเสียงกันให้ถูกนะจ๊ะ ไม่งั้นผิดความหมายแน่) หมายถึง หม้อดินเล็กๆ มีพวยและที่จับ สำหรับต้มน้ำ 6.จิ่ม ก็คือ การล่วงเข้าไปแต่น้อย เช่น ใส่กลอนจิ่มไว้นิดเดียว 7.จ้อกวอก คือ ขาวมาก ขาวมากเกินไป 8. จางปาง คือ สว่างจ้า, สว่างโล่ง 9.ชาคระ (ออกเสียง ชาคะระ) คือ ความเพียร 10.ชุมรุม คือ ที่พัก, ที่อาศัย 11. ซ่อกๆ คือ เที่ยวไปที่โน่นที่นี่ตลอดเวลาไม่อยู่นิ่ง 12. ด๊กๆ (ภาษาปาก) คือ อาการที่รีบไปทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้ ด้วยความเต็มใจ เช่น พอเจ้านายอยากได้ต้นไม้มาประดับห้อง เขาก็ด๊กๆ ไปหามาให้ 13. ตีอีตื้อ คือ นิ่งเฉย, ดื้อด้าน 14. มะเรื่อง คือ วันถัดจากวันมะรืนไปวันหนึ่ง 15. มุคคะ (หรือ มุกคะ) คือ ถั่วเขียว 16. ซัด หมายถึง กิน หรือ การชกต่อย 17. ตุ๊ยตุ่ย, ตุ๋ยตุ่น คือ ชื่อว่าว คล้ายว่าวจุฬา เมื่อถูกลมพัดใบธนูที่ทำด้วยใบลานจะพลิกไปมา ทำให้เกิดเสียงตุ๊ยตุ่ย 18. ทรรป (ออกเสียงว่า ทับ) คือ ความโง่, ความเซ่อ, ความโอ้อวด, ความเย่อหยิ่ง 19. ผกเรือก คือ ต้นไทร 20.เพิดเพ้ย คือ เย้อยหยัน หรือ ร้องเฮ้ย (ใช้เป็นคำร้องไล่ ให้หนีไป) เป็นไงกันบ้างคะ? สำหรับ?20 คำแปลกที่ลองยกตัวอย่างมา พอจะคุ้นหูคุ้นตากันบ้างไหม? จริงๆ แล้วยังมีอีกหลายคำศัพท์แปลกๆ ที่มีความหมายน่าสนใจมากมาย สามารถติดตามได้ในหนังสือพจนานุกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ๒๕๕๔ กันได้เลยค่ะ เรียบเรียงโดย?http://teen.mthai.com/?หากนำไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยค่ะ ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ พจนานุกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน

'สุรพงษ์' ชี้ ใช้คำ 'โรฮิงยา' ตามเดิม ไม่ใช่ 'โรฮีนจา'
Rohingya /  สุรพงษ์ กองจันทึก / 

เอาไงแน่! สุรพงษ์  ชี้ ควรใช้ โรฮิงยา แบบเดิม  ไม่ใช่ โรฮีนจา เพราะเป็นคำเก่าดั้งเดิม ใช้มานับสิบปี  กรณีโฆษกกอ.รมน.อ้างอิงความเห็นของราชบัณฑิตยสถาน  ตั้งแต่ 31 ก.ค.56 ว่า สองคำนี้ ต้องใช้ว่า โรฮีนจา และเมียนมา และระบุว่า การใช้ว่า โรฮิงยาและเมียนมาร์ นั้นผิด ทำให้ผู้ใช้ภาษาไทยจำนวนมากกังวลว่า จำเป็นต้องใช้สองคำนี้อย่างไร และหากเขียนผิดจะมีความผิดอย่างไร นายสุรพงษ์ กองจันทึก อนุกรรมการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ตามนโยบายภาษาแห่งชาติ นโยบายภาษาท้องถิ่นทั้งภาษาตระกูลไทและภาษาตระกูลอื่นๆ ราชบัณฑิตยสถาน ได้กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า กลุ่มคนโรฮิงยา เรียกตัวเองว่า โรฮิงยา เป็นชื่อดั้งเดิมของพวกเขา และออกสำเนียงเรียกตัวเองว่าโรฮิงยา ชาวต่างชาติจึงเรียกพวกเขาตามสำเนียงนั้น จากนั้นคนไทยก็เรียกพวกเขาตามทับศัพท์ภาษาอังกฤษ คำว่า "Rohingya" เป็น"โรฮิงยา" เนื่องจากในภาษาไทยเดิมไม่มีคำเรียกกลุ่มนี้โดยตรง และใช้กันมานานนับสิบปี จนกลายเป็นคำไทยคำหนึ่ง ต่อมาราชบัณฑิตยสถานตอบข้อสงสัยเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในเรื่องคำว่า โรฮิงยา โดยไม่เข้าใจวิวัฒนาการทางภาษาที่มีการใช้ทับศัพท์จากภาษาอังกฤษของคำนี้ จึงส่งเรื่องให้คณะกรรมการจัดทำหลักเกณฑ์การทับศัพท์ภาษาพม่าพิจารณา แทนที่จะเป็นคณะกรรมการจัดทำหลักเกณฑ์การทับศัพท์ภาษาอังกฤษพิจารณา ทำให้มีการบัญญัติคำศัพท์ขึ้นมา"ใหม่"ว่า "โรฮีนจา" ทั้งที่คำว่า โรฮิงยา เป็นคำเก่าดั้งเดิม ขอบคุณภาพจาก mcot.net MThai News

นางสงกรานต์57 โคราคะเทวี มือถือมีด ทำนายปท.จะทุกข์ยาก
นางสงกรานต์ 2557 /  สงกรานต์ 2557

นางสงกรานต์ปี 57 นามว่า "โคราคะเทวี" มือถือมีด ทำนาย ประเทศจะทุกข์ยาก แพ้อำมาตย์ เกิดความเดือนร้อน คนเจ็บไข้ ประกาศสงกรานต์จุลศักราช 1376 พุทธศักราช 2557 ปีมะเมีย ฉศก จันทรคติเป็น ปกติมาส ปกติวาร สุริยคติ เป็น ปกติสุรทิน วันมหาสงกรานต์ ตรงกับวันจันทร์ที่ 14 เมษายน เวลา 8 นาฬิกา 11 นาที 24 วินาที จันทรคติ ตรงกับ วันจันทร์ ขึ้น 15 ค่ำ เดือนห้า ปีมะเมีย โดย นางสงกรานต์นามว่า "โคราคะเทวี" ทรงพาหุรัด ทัดดอกปีบ อาภรณ์แก้วมุกดาหาร ภักษาหารน้ำมัน หัตถ์ขวาทรงขรรค์ หัตถ์ซ้ายทรงไม้เท้า เสด็จยืน มาเหนือหลังพยัคฆ์(เสือ) เป็นพาหนะ เกณฑ์พิรุณศาสตร์ ปีนี้ เสาร์ เป็นอธิบดีฝน บันดาลให้ฝนตก 400 ห่า ตกในเขาจักรวาล 160 ห่า ตกในป่าหิมพานต์ 120 ห่า ตกในมหาสมุทร 80 ห่า ตกในโลกมนุษย์ 40 ห่า เกณฑ์ธาราธิคุณ ชื่อ เตโช(ธาตุไฟ) น้ำน้อย อากาศยังร้อน  เกณฑ์นาคราชให้น้ำ ปีมะเมีย นาคราชให้น้ำ 5 ตัว ทำนายว่า ฝนต้นปีงาม กลางปีงาม และปลายปีก็งามแล เกณฑ์ธัญญาหารชื่อ ปาปะ ข้าวกล้าในไร่นา จะได้ 1 ส่วน เสีย 10 ส่วน คนทั้งหลายจะตกทุกข์ได้ยากลำบากแค้น เพราะกันดารอาหารบ้าง จะฉิบหายเป็นอันมากแล ซึ่งสรุปความตามทำนาย ช่วงวันดังนี้ วันจันทร์ เป็นวันมหาสงกรานต์ : ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ จะแพ้เสนาบดี ท้าวพระยาและนางพระยาทั้งหลาย, วันอังคาร เป็นวันเนา : หมากพลู ข้าวปลาจะแพง จะแพ้อำมาตย์มนตรีทั้งปวง, วันพุธ เป็นวันเถลิงศก : ราชบัณฑิต ปุโรหิตโหราจารย์ จะมีสุขสำราญเป็นอันมากแลฯ, นางสงกรานต์ ยืน : จะเกิดความเดือดร้อนเจ็บไข้

พจนานุกรมฉบับใหม่ 2554 เพิ่มศัพท์กว่า 1,000 คำ
ประวัติ /  ภาษาวัยรุ่น / 

สาวก พจนานุกรม เตรียมเฮ เพราะเดือนธันวา 2556 ราชบัณฑิตยสถาน เปิดตัว พจนานุกรมฉบับใหม่ 2554 เพิ่มศัพท์กว่า 1,000 คำ?ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 ว่า สาเหตุที่ผลิต พจนานุกรมฉบับใหม่ 2554?ฉบับนี้ขึ้นมาเป็นเพราะภาษาไทยเป็นภาษาประจำชาติไทย เป็นภาษาที่คนไทยทั้งประเทศภูมิใจ และเป็นภาษาที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้นจึงต้องรวบรวมและจัดเป็นหมวดหมู่ใหม่อีกครั้ง นอกจากนี้ พจนานุกรมดังกล่าวทางราชบัณฑิตยสถานได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์อีกด้วย เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ใช้ ก่อนที่จะแจกจ่ายต่อองค์กรสถาบันการศึกษาและหน่วยงานรัฐประมาณ 85,000 แห่ง คาดว่าใช้งบประมาณทั้งหมด 40 ล้านบาท ส่วนประชาชนทั่วไปสามารถหาซื้อได้ในเดือนธันวาคมนี้ สำหรับ?พจนานุกรมฉบับใหม่ 2554?ฉบับใหม่นี้ จัดพิมพ์เรียบร้อยแล้วจำนวน 100,000 เล่ม โดยมีเพิ่มเติมศัพท์ใหม่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ศัพท์เฉพาะสาขาวิชากว่า 1,000 คำ อาทิ ธนาคารโค, แก้มลิง เป็นต้น รวมถึงคำที่มาจากภาษาปาก เช่น คำว่า ซัด ซึ่งหมายถึงกินหรือการชกต่อย หรือคำศัพท์ทั่ว ๆ ไปที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย เช่น เครื่องดื่ม สปา วัตถุมงคล ห้างสรรพสินค้า ก็ยังอยู่ในพจนานุกรมฉบับนี้ ส่งผลให้ฉบับนี้เป็นฉบับที่พิเศษกว่าฉบับอื่น และมีคำศัพท์รวมทั้งหมดประมาณ 39,000 คำ ขณะที่พจนานุกรมปี 2542 มีคำศัพท์ที่ 37,000 คำ เท่านั้น นอกจากนี้ เรื่องการพิมพ์จะให้เอกชนเข้ามาใช้สิทธิจัดพิมพ์จำนวน 50,000 เล่ม และระหว่างนี้สามารถสืบค้นคำจาก พจนานุกรมฉบับใหม่ 2554?ฉบับนี้ได้จากเว็บไซต์ของ ราชบัณฑิตยสถาน www.royin.go.th เพื่ออำนวยความสะดวกในการสืบค้นหาทางสื่อออนไลน์ และเป็นการส่งเสริมคนไทยให้ใช้ภาษาไทยอย่างเป็นมาตรฐานเดียวกัน ก่อนที่จะไปเรียนภาษาอื่น

สื่อออนไลน์ แฉ ตีแผ่เปิดโปง หรือสะท้อนสังคม??
คลิปนักเรียนตบ /  นิสิต ม.เกษตรฯ / 

ในปัจจุบันโซเชียลเน็ตเวิร์คแทบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนเราไปแล้ว ไม่ว่าจะทำกิจกรรมอะไร อยู่ที่ไหน อยู่กับใครก็กลายเป็นประเด็นชวนคุยในโลกออนไลน์ได้เสมอ หากประเด็นไหนน่าสนใจก็จะถูกพูดถึงจนกลายเป็นกระแสสังคม จึงทำให้สื่อมวลชนต้องมีการปรับตัวให้ทันกับเหตุการณ์โลกยุคโซเชียลที่มาเร็วไปเร็ว การนำเสนอข่าวจากโลกออนไลน์ จึงมาเป็นอีก 1 ช่องทางทำข่าวของสื่อทั้งโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อออนไลน์ ตามเว็บไซต์ต่างๆ แน่นอนว่าประเด็นที่สื่อมวลชนจับมาเล่น มักเกิดจากการส่งต่อ การถูกประโคมข่าวจากคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งจนเกิดเป็นกระแส และถูกนำเสนอเป็นข่าวในที่สุด ไม่ว่าเรื่องราวนั้นจะเป็นเรื่องดี ไม่ดี ข่าวฉาว ข่าวสร้างสรรค์ แต่หากเป็นที่สนใจของคนในสังคมออนไลน์ขึ้นมา เรื่องราวนั้นมักถูกตีแผ่เป็นข่าวได้เสมอ ซึ่งสอดคล้องกับ ความหมายของคำว่า "ข่าว" ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ หมายถึง "น. คําบอกเล่าเรื่องราวซึ่งโดยปกติมักเป็นเรื่องเกิดใหม่หรือเป็นที่สนใจ, คําบอกกล่าว, คําเล่าลือ." ประเด็นที่มักได้รับความสนใจนั้น ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกระทบกับความรู้สึกของคนเรา อย่างที่เรียกกันว่า Human Interest และสิ่งที่ตามมาจากการอ่านข่าว ก็คือการแสดงความคิดเห็นต่อข่าวนั้นๆ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละบุคคล ซึ่งข่าวเหล่านี้อาจแยกเป็นหลากหลายประเภท ดังนี้ กระแสชื่นชม อย่างกรณีภาพ นิสิตชายม.เกษตรศาสตร์ นำอิฐวางบนถนนเพื่อให้นิสิตหญิงเดินข้ามไปท่ามกลางสายฝน เมื่อภาพนี้ถูกนำมาทำเป็นข่าวก็ได้รับเสียงชื่นชมจากผู้ใช้อินเตอร์เน็ตจำนวนมาก หรือกรณีล่าสุดที่นักศึกษาสาวรายหนึ่ง ป้อนขนมให้กับขอทานพิการไม่มีแขน บนสะพานลอยที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ก็เรียกคะแนนความชื่นชมจากผู้คนบนโลกออนไลน์ได้เยอะเช่นกัน หรือจะเป็นคลิปสาวชาวต่างชาติที่ร้องเพลง “ฉันไม่พูดภาษาไทย” บอกเล่าเรื่องราวการเรียนรู้ภาษาไทยของเธอ เมื่อคลิปนี้ถูกจับมานำเสนอ ก็มีผู้ติดตามดูและชื่นชมในความพยายามของเธอ กระแสถก เป็นกระแสที่นำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของคน จึงทำให้มีทั้งผู้เห็นด้วยและมองต่างมุมออกไป กรณีการรับน้องด้วยระบบโซตัสของมหาวิทยาลัยรัฐบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งกลายเป็นกระแสข่าวคึกโครม เนื่องจาก มีการโพสต์ข้อความแสดงความเห็นกันผ่านเฟสบุ๊ก และถูกนำมาเผยแพร่ต่อ คนจำนวนมากไม่เห็นด้วยกับระบบโซตัส มองว่าเป็นระบบที่สร้างความแตกแยกให้นิสิตนักศึกษา เป็นระบบที่ต่างชาติไม่มี เพราะไม่ได้คารพกันที่อายุ แต่เคารพกันที่วุฒิภาวะ มีผู้แสดงความเห็นเข้ามามากมาย แต่ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นการแสดงความเห็นที่บอกเล่าทั้งความรุ้สึกและแง่คิดให้สังคมได้ ความเห็นจากสมาชิกเว็บไซต์ MThai.com คุณ A344GT5 ได้แสดงความเห็นว่า ..."ต่างชาติเค้าไม่มา สนใจว่าคุณอายุเท่าไร แต่เค้ามองแค่คุณมีความสามารถแค่ไหน ไม่แคร์ว่าคุณแก่หรือเด็ก ถ้าความสามารถคุณมีพร้อม ก็ได้รับการนับหน้าถือตา มีเครดิต แต่เมืองไทยนี่อะไร บ้าบอคอแตกกับระบบโซตัส รุ่นน้องต้องกราบรุ่นพี่ เพราะ มันเข้าเรียนก่อน ทำมาอ้างว่า เด็กจะได้เรียนรู้การอยู่ในสังคม ถุ_ย….ชีวิตในสังคมจริงๆ กับมหาลัยมันคนละเรื่องเลย" ขณะที่ผู้ที่เห็นด้วยกับระบบโซตัสก็แสดงความเห็นในอีกด้านว่า การรับน้องจะช่วยหล่อหลอมพฤติกรรมได้ คุณ  sarasin ได้แสดงความคิดเห็นว่า  ..."เอาแค่พอควร ไม่ต้องหักดิบ ค่อยเป็นค่อยไป รุ่นน้องมาใหม่ร้อยพ่อพันแม่ บางคนมาแข็งท้าต่อยรุ่นพี่ sotus หลอมกลายเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตนพลิกหน้ามือเป็นหลังมือก็มี จบไปได้ดีหลายคน อีกอย่าง sotus ไม่ใช่แค่รับน้อง มันเป็นรากฐานปูไปถึงอนาคต รุ่นพี่จบไปเขาก็ดูความประพฤติน้องๆนั่นแหละ น้องทำตัวดี สอนง่าย คุยง่าย เขาก็เอาไปทำงานด้วย น้องแข็งกร้าว ไม่เคารพ เกรงใจผู้ที่มีคุณวุฒิหรือวัยวุฒิมากกว่า เขาก็ไม่ค่อยเอาเข้าร่วมงานหรอก แม้จะเกียรตินิยมก็เถอะ"... กระแสดราม่า นอกจากประเด็นนี้แล้ว ยังมีกระแสข่าวอีกมากมายที่เกิดขึ้นเพราะโลกออนไลน์ ที่เกิดเป็นกระแสแบบปากต่อไป ในเรื่องที่ไม่ค่อยดีนัก กลายเป็นคำที่ชาวบ้านเรียกว่า "แฉ" ที่เห็นได้ชัดในปัจจุบันคงหนีไปพ้น คลิปหลุดการทำอนาจาร หรือคลิปเด็กนักเรียนตบตีกัน อย่างคลิปพระสงฆ์นั่งเครื่องบิน ก็ถือเป็นประเด็นวิจารณ์อย่างหนักและเกิดการขุดคุ้ยค้นหาข้อมูลที่ลึกลงไปเรื่อยๆ  ล่าสุดกับการเผยโฉมบ้านสุดหรูของพ่อแม่ของพระสงฆ์ที่ตกเป็นข่าว หรือภาหลุดคล้ายพระองค์ดังกล่าวนอนกับหญิงสาว ก็เช่นกัน ปฎิเสธไมได้ว่าโลกออนไลน์เป็นอีกแหล่งข่าวที่ถึงคนยุคโซเชียล จึงเป็นอีกช่องทางในการนำเสนอแง่มุมต่างๆให้สังคมรับรู้ ซึ่งก็คงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเหรียญนั้นมี 2  ด้าน ขณะที่ผู้รับสาร คนดูข่าวบางคนพอใจกับการได้รับรู้ข่าว เพราะถือเป็นความจริงของสังคม และสามารถใช้เป็นแนวทางในการดำรงชีวิตให้ดีขึ้นได้ ในมุมกลับกันก็มีคนบางกลุ่มที่มองว่าไม่สมควรถูกตีแผ่ เพราะจะทำให้สภาพสังคมแย่ลง ถือเป็นการส่งเสริมให้คนเห็นช่องทางในการกระทำผิดมากขึ้น ดังนั้นแล้วก็ต้องขึ้นอยู่ที่วิจารณญาณของผู้รับสารเอง ที่จะเป็นผู้เลือกรับสาร หรือเลือกนำข้อคิดจากข่าวสารมาประยุกต์ใช้กับชีวิตอย่างรู้เท่าทัน MThai News

เด็กไทยควรรู้ คำไทยที่เรามักเขียนผิดประจำ
คำไทย /  ภาษาไทย / 

เด็กไทยควรรู้ คำไทยที่เรามักเขียนผิดประจำ จะได้เลิกเขียนภาษาไทยผิดสักทีนะคะ แต่ต้องขอเกริ่นก่อนว่า คำไทยของเราในตอนนี้ หรือคำทับศัพท์มีการใช้ผิดเพี้ยนไปเยอะมาก จนบางทีเรามองเห็นคำผิดนั้นบ่อย ๆ จนชินก็คิดว่า เขียนแบบนี้ถูกซินะ (อ่ะเป็นงั้นไป) วันนี้ทีนเอ็มไทยเลยขอนำข้อมูลที่ถูกต้องมาฝากเพื่อนๆ กัน เด็กไทยควรรู้ คำไทยที่เรามักเขียนผิดประจำ คำว่า "สูญญากาศ" ที่เราคิด แต่จริงๆแล้ววิธีเขียนที่ถูก คือ เขียนถูก : สุญญากาศ เขียนผิด : สูญญากาศ การเขียน "ไม้ยมก" เขียนถูก : นาน ๆ ที เขียนผิด : นานๆที, นานๆ ที การใช้คำว่า "นานา" เขียนถูก : นานาชนิด เขียนผิด : นา ๆ ชนิด เพราะไม่ใช่คำซ้ำ แต่เป็นคำมูลสองพยางค์ที่รับมาจากภาษาบาลี แปลว่า "ต่าง ๆ" คำว่า "สังเกตุ" ที่ชอบใช้กันแบบนี้แต่จริงๆ แล้วคือ เขียนถูก : สังเกต เขียนผิด : สังเกตุ คำว่า "คำนวณ" มักสะกดผิดว่า คำนวน คำว่า "เครื่องสำอาง" มักสะกดผิดว่า เครื่องสำอางค์ คำว่า หญิงม่าย หรือ หญิงหม้าย สามารถเขียนได้ทั้งสองแบบค่ะ คำว่า ปกติ หรือ ปรกติ สามารถเขียนได้ 2 แบบ และมีความหมายเหมือนกัน เพียงแต่ ปกติ มาจากภาษาบาลี และ ปรกติ มาจากภาษาสันสกฤต คำว่า กระหรี่ และ กระเทย ที่เขียนผิดนี้ ไม่ต้องใส่ ร. เขียนถูก : กะหรี่, กะเทย คำว่า "เท่" มักเขียนผิดเป็น เท่ห์ คำว่า "น้ำมันก๊าด" มักเขียนผิดเป็น น้ำมันก๊าซ, -ก๊าส คำว่า "น้ำแข็งไส" มักเขียนผิดเป็น น้ำแข็งใส (นั่นเพราะ "น้ำแข็งไส" คือเกล็ดน้ำแข็งที่ได้จากการ "ไส" น้ำแข็ง ไม่ใช่ความ "ใส" ของน้ำแข็ง ดังนั้น จึงต้องเขียนให้ถูกเป็น "น้ำแข็งไส" ค่ะ) "โรงเรียน" กับ "โรงแรม" ใช้ตัวย่อเหมือนกันว่า รร. super เขียนถูก : ซูเปอร์ เขียนผิด : ซุปเปอร์ e-mail เขียนถูก : อีเมล เขียนผิด : อีเมลล์, อีเมล์ Cookie เขียนถูก : คุกกี้ เขียนผิด : คุ้กกี้, คุ๊กกี้ facebook เขียนถูก : เฟซบุ๊ก เขียนผิด : เฟสบุ๊ค, เฟซบุ๊ค, เฟสบุ๊ก อาจจะมีบางคนที่ทราบวิธีเขียนที่ถูกต้องแล้วบ้าง และก็อาจมีบางส่วนที่ยังเข้าใจผิดอยู่ แต่ไม่ครบทุกคำนะคะ ดังนั้นเพื่อนๆ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ รายชื่อคำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด, สำนักงานราชบัณฑิตยสภา

น.พ.ประเวศระบุพัฒนาประเทศยั่งยืนต้องคืนอำนาจ
น.พ.ประเวศ วะสี /  ปฏิรูปประเทศ / 

"หมอประเวศ" ระบุ การพัฒนาประเทศที่ยังยืน คืนอำนาจให้ชุมชน ท้องถิ่น และจังหวัด บริหารด้วยตนเอง ศ.เกียรติคุณ น.พ.ประเวศ วะสี ราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ราษฎรอาวุโส และประธานคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานสัมนาวิชาการประจำปี พ.ศ. 2557 เรื่อง "อนาคตประเทศไทย สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนด้วยปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง" ว่า ทิศทางการพัฒนาประเทศ เป็นตัวกำหนดชะตากรรมของทุกสิ่ง ทั้งวิกฤติเศรษฐกิจ วิกฤติสังคม และวิกฤติสิ่งแวดล้อม ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาที่ไม่ยั่งยืน ซึ่งการพัฒนาสมัยใหม่ เริ่มต้นมาจากคนตะวันตก ที่อาศัยโลภะจริตเป็นตัวขับเคลื่อน จึงเป็นการพัฒนาแบบแยกส่วน ในขณะที่ การพัฒนาแบบแยกส่วน นำไปสู่การเสียความสมดุลและความไม่ยั่งยืน ทั้ง นี้ กระบวนทัศน์ใหม่เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนนั้น ควรคิดและพัฒนาอย่างบูรณาการ โดยเอาพื้นที่เป็นตัวตั้งและคืนอำนาจให้กับพื้นที่ทั้งชุมชน ท้องถิ่น และจังหวัด ได้จัดการตนเอง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของการพัฒนาที่ยั่งยืน อย่างไรก็ตาม การพัฒนาที่ยั่งยืน ต้องมีการปฏิรูปประเทศไทย เพื่อสร้างความเป็นธรรมด้วยเช่นกัน

ทำไม!! ต้องมัดตราสังศพ..?
ความเชื่อ /  ตราสัง / 

หลายคนคงสงสัยว่าทำไมคนที่ตายไปแล้ว ทางด้านสัปเหร่อจึงต้องนำศพมาทำการ มัดตราสัง เพื่ออะไร และเหตุผลเป็นอย่างไร วันนี้ Horoscope.Mthai.com นำข้อมูลมาบอกกัน การตราสัง หมายความว่าการมัดศพ หรือการผูกศพให้เป็นเปลาะ ๆ ด้วยด้ายดิบ เป็นต้น ส่วนคำว่า สัง ใน ตราสัง นั้น นักปราชญ์บางคนสันนิษฐานว่ามาจากคำ สังขาร แต่ศาสตราจารย์พระยาอนุมานราชธน (ยง เสฐียรโกเศศ) สันนิษฐานว่า น่าจะมาจากคำ สาง ซึ่งแปลว่า ผี หรือ ซากศพ การตราสัง หรือการ มัดตราสัง เมื่อมีคนตาย และทำพิธีเบื้องต้นให้แก่ศพ เช่น อาบน้ำศพ และแต่งตั้งศพ เสร็จแล้ว ก่อนนำศพใส่โลง ต้องทำพิธี มัดตราสัง ด้วยสายสิญจน์ นิยมมัดเป็น ๓ เปลาะ คือ ที่คอ ที่มือและที่เท้า มีผู้แต่งคำโคลงอธิบายการมัดตราสังเป็น ๓ เปลาะไว้ดังนี้ มีบุตรห่วงหนึ่ง เกี้ยว พันคอ ทรัพย์ผูกบาทา คลอ หน่วงไว้ ภริยาเยี่ยงอย่าง ปอ รึงรัด มือนา สามห่วงใคร พ้นได้ จึงพ้น สงสาร (โคลงโลกนิติ) ในการ มัดตราสัง ศพ เมื่อนำบ่วงคล้องคอ สัปเหร่อจะว่าคาถา ปุตฺโต คีวํ หมายความว่า ลูกคือห่วงผูกคอ เมื่อเวลามัดว่าคาถารัดประอก เป็นห่วงที่ ๑ แล้วโยงเชือกมากลางลำตัว ทำเป็นห่วงตะกรุดเบ็ด ผูกหัวแม่มือ ของศพที่พนมถือกรวยดอกไม้ธูปเทียนอยู่ รวบมือศพผูกให้พนมไว้ที่หน้าอก ว่าคาถา ธนํ หตฺเถ ความหมายว่าทรัพย์คือห่วงผูกมือ ในเวลามัดว่าคาถารัดประคดเอว เป็นห่วงที่ ๒ แล้วโยงเชือกมาที่เท้าทำเป็นบ่วงผูกหัวแม่เท้า ผูกข้อเท้าทั้งสองให้ติดกัน ว่าคาถา ภริยา ปาเท หมายความว่า ภริยาคือห่วงผูกเท้า เป็นห่วงที่ ๓ (แม้ศพผู้หญิงก็ว่าคาถาแบบเดียวกัน) บางตำราใช้คาถา ธนํ ปาเท ไม่ใช่ ภริยา ปาเท และบางตำราก็ให้ผูกข้อเท้าขึ้นมาก่อน เสร็จแล้วให้เอาผ้าขาวผืนใหญ่ห่อตัวโดยขมวดไว้ด้านศีรษะ เพื่อจะได้เป็นการสะดวก เมื่อเวลาเปิด เอานํ้ามะพร้าวล้างหน้าศพก่อนเผา แล้วเอาด้ายดิบขนาดนิ้วหัวแม่มือ มัดเป็นเปลาะๆ ให้แน่นเป็น ๕ เปลาะ เป็นปริศนาธรรม หมายถึงนิวรณ์ ๕ คือ ๑. กามฉันทะ ๒. ความพยาบาท ๓. ความง่วงเหงาหาวนอน ๔. ความฟุ้งซ่านรำคาญใจ ๕. ความลังเลใจ ทั้ง ๕ ประการนี้ คือสิ่งขวางกั้นจิต ไม่ให้บรรลุความดี วัตถุประสงค์ของการตราสังศพ หรือการ มัดตราสัง นั้น ก็เพื่อไม่ให้ศพพองขึ้นจนดันโลงแตกเมื่อตอนขึ้นอืด จึงต้องมีการมัดให้แน่น และจัดให้ศพนอนตะแคงในโลง ส่วนการปล่อยเชือกมัดออกมานอกโลงนั้น ก็เพื่อผูกผ้าโยงให้พระบังสุกุล บุญจะได้แล่นเข้าถึงตัวศพ และด้วยเพราะในสมัยโบราณ ไม่มียาสำหรับฉีดรักษาศพ จึงต้องมัดไว้ให้ดี เพื่อให้ผ้าซับนํ้าเลือดนํ้าเหลืองและป้องกันโลงแตกเพราะศพขึ้น นอกจากนี้ ราชบัณฑิตยสถานยังว่า การตราสัง หรือการ มัดตราสัง นั้นก็เพราะกลัวผีจะมารังควาน จึงมัดเสียแน่นหนา ไม่ต้องการให้ผีเดินมาได้ ขอบคุณข้อมูลจาก th.wikipedia, Night siam.com ขอบคุณภาพจาก watphramahajanaka

แฟชั่น STARLETTE แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์
แพนเค้ก-เขมนิจ /  แฟชั่น

แฟชั่น STARLETTE แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ ภาพแฟชั่น จาก นิตยสาร IMAGE ฝนน่าจะหมดแล้วอย่างหมดจด เตรียมรับลมหนาวมาเยือน • IMAGE ต้อนรับเดือนก่อนสุดท้ายของปีด้วยปกสวยจากเหล่านางแบบ ซาร่า เล็กจ์, มาลินี โคทส์, ฝนทิพย์ วัชรตระกูล, มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล • และอีกปก แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ • PERSPECTIVE สัมภาษณ์ ศรันย์ ทองปาน หนุ่มใหญ่ร่างท้วมที่มีส่วนผสมในตัวน่าสนใจ ไม่เพียงความรู้ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี อีกภาคของเขา คือนักร้องประสานเสียงในกาลก่อน และที่ยังไม่ทิ้งร้างคือนักแสดงละครเวทีที่แม้จะไม่ใช่พระเอก แต่บทบาทและเสียงร้องของเขา-เราจะไม่ลืม • อีกหนุ่มที่แม้ไม่หล่อ แต่เสน่ห์เหลือเกิน ยิ่งเมื่อเขาร้องเล่นเต้นแสดง ‘คริส เลิฟอีส’ มาพูดคุยกับเราอย่างร่าเริง และเปิดเผยใน STAR EXCLUSIVE • ความงามและสุขภาพของเส้นผมเป็นปัจจัยที่ไม่อาจมองข้าม นอกจากแฟชั่นเซ็ตภายในเล่ม BEAUTY INSIGHT พาคุณไปเยือนลอนดอนและสัมผัสถึงเบื้องลึกของผมสวยสุขภาพดีจากแบรนด์ดัง Tony & Guy • เดินตามรอย ‘เส้นทางสายไหม’ จากอดีตกาลถึงปัจจุบันสมัยไปกับสารคดีพิเศษของเราใน ON ASSIGNMENT นำเสนอโดย วีรศักร จันทร์ส่องแสง • I-ON MEN แนะนำช่างภาพหนุ่มวัยสามสิบปลาย ที่ฝากฝีมือต่อเนื่องในอิมเมจมาหลายปีจนทุกวันนี้ ศุภชัย เกศการุณกุล พร้อมทรรศนะน่าสนใจไม่ติด ‘เปลือก’ หรือ ‘สร้างภาพ’ (แม้เขาจะต้องทำงานเกี่ยวกับภาพโดยตรงก็ตามที) • ผาด พาสิการณ์ นักเขียนผู้สนุกกับภาษาและมีปัญหากับการถอดคำ-ทับศัพท์จากภาษาต่างประเทศมาเนิ่นนาน ขานรับประเด็นร้อนจากราชบัณฑิตยสถานไปคิดต่อ นำมาสู่บทความ ‘กับไอ้ปลาเวรตัวหนึ่ง (ซึ่งอยู่ได้ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม)’ เห็นแค่ชื่อก็ต้องอ่านแล้วใน NIEGHBOURS MATTERS • สาธยายกันไม่หวาดไม่ไหว เพราะทุกเซคชั่นใน IMAGE จัดให้แบบไม่ค่อยออมแรง น่าเสียดายแย่เลยหากคุณไม่อ่านครบถ้วนทุกหน้า – เตรียมพบกับ IMAGE Vol.25.No.11 November 2012 ที่ร้านจำหน่ายหนังสือชั้นนำและแผงหนังสือทั่วประเทศ

คนไทยมาจากเทือกเขาอัลไต ประวัติศาสตร์ปลอม ที่ยังเชื่อกันอยู่
คนไทยมาจากเทือกเขาอัลไต /  คนไทยมาจากไหน / 

[บทความ] คนไทยมาจากไหน....? ประวัติศาสตร์ที่เป็นคำตอบคลุมเครือ แต่ในแบบเรียนที่เราๆท่านๆ ยังจำกันได้ในสมัยเด็กเขียนไว้ว่ามีแนวคิดว่า 'ชนชาติไทยมาจากเทือกเขาอัลไต' ปัจจุบันต้องยอมรับว่านักวิชาการทางประวัติศาสตร์ตีตกประเด็นนี้ไปแล้วเพราะมองว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะกว่าจะเดินทางมาถึงแผ่นดินสยาม ไม่ใช่ระยะทางใกล้ๆ นับพันกิโลเมตร ต้องผ่านสภาพภูมิประเทศที่กันดารและลำบากมากทั้งภูเขาสูง ความหนาวเย็น ความแห้งแล้งและทะเลทราย คราวนี้ลองย้อนกลับไปดูว่า ประวัติศาสตร์ปลอมที่ถูกตีตกไปนี้ เข้ามาอยู่ในหัวคนไทยตั้งแต่เมื่อไหร่ และใครเป็นผู้เริ่มต้น แนวคิดคนไทยมาจากเทือกเขาอัลไต เริ่มมาจาก วิลเลียม คลิฟตัน ดอดด์ (William Clifton Dodd) มิชชันนารีที่เดินทางสำรวจพื้นที่หลายชาติพร้อมทั้งเผยแพร่ศาสนา เริ่มจากเชียงรายไปจนถึงจีน ซึ่งหมอดอดด์ได้เขียนผลงานชื่อ The Thai Race : The Elder Brother of the Chinese ในปี พ.ศ.2452 พร้อมทั้งสรุปว่าคนไทยสืบเชื้อสายจากมองโกลและเป็นชาติเก่าแก่กว่าจีนและฮิบรู ซึ่งต่อมาแนวคิดนี้ ขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธ์) นักวิชาการคนสำคัญของไทยได้แต่งหนังสือชื่อ หลักไทย พร้อมทั้งสรุปว่า คนไทยมีจุดกำเนิดมาจากบริเวณเทือกเขาอัลไต โดยอ้างแนวคิดของวิลเลี่ยม คลิฟตัน ดอดด์ ถึงขนาดที่หนังสือเล่มนี้ได้รับพระราชทานรางวัลประกาศนียบัตรวรรณคดีของราชบัณฑิตยสภาของพระบาทสมเด็กพระปกเกล้าฯ  ใน พ.ศ.2471 ต่อมาในยุคสมัยจอมพลป.พิบูลสงคราม แนวคิดชาตินิยมเริ่มหนักแน่นมากขึ้น หลวงวิจิตรวาทการได้เขียนประวัติศาสตร์นิพนธ์สนับสนุนแนวคิดนั้น ระบุว่า ชนชาติไท-กะได มาจากเทือกเขาอัลไต แล้วมาสร้างอาณาจักรน่านเจ้า ต่อมาแยกตัวออกมาสร้างล้านนาและสุโขทัย โดยเชื่อว่าคำว่าไต ท้ายคำว่า อัลไต (Altai) หมายถึงชนชาติไท-กะได จากสุโขทัยเรื่อยมาถึงอยุธยา ธนบุรี และกรุงรัตนโกสินทร์ในปัจจุบัน ไม่เพียงเท่านั้นแนวคิดคนไทยมาจากเทือกเขาอัลไต ได้ถูกบรรจุลงในแบบเรียนของกระทรวงศึกษาธิการและหนังสือภูมิศาสตร์ประเทศไทย โดยทองใบ แตงน้อย ซึ่งมีอิทธิพลอย่างมากต่อการรับรู้เรื่องชาติพันธุ์ของคนไทย เนื่องจากหนังสือและแบบเรียนถูกผลิตซ้ำก่อให้เกิดชุดความคิดซ้ำๆว่า คนไทยมาจากเทือกเขาอัลไต จนกลายเป็นประวัติศาสตร์ที่เราได้เรียนกันในตอนเด็ก จนถึงตอนนี้แม้ในหมู่แวดวงนักวิชาการและวงการประวัติศาสตร์จะตีตกแนวคิดนี้ไปแล้ว แต่สำหรับเราๆท่านๆ ที่เรียนแล้วผ่านเลย ย่อมไม่ได้สนใจว่าประวัติศาสตร์จะเปลี่ยนไปเท่าไหร่ ถึงตอนนี้ผู้ใหญ่หลายคนยังเข้าใจอยู่เลยว่า คนไทยมาจากเทือกเขาอัลไตจริงๆ อันเป็นผลมาจากการผลิตซ้ำของประวัติศาสตร์ที่ผิดพลาด นอกจากประเด็นแนวคิดที่มาของชนชาติไทยแล้ว ยังมีอีกหลายประเด็นทางประวัติศาสตร์ที่สมัยเราเรียนเป็นอย่างหนึ่ง แต่จนถึงวันนี้มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ใหม่ๆเข้ามาทำให้ข้อมูลมันเปลี่ยนไป แต่ก็ไม่ได้มีการประกาศเรื่องการค้นพบให้หลักฐานใหม่ๆข้อมูลใหม่ๆให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้อย่างเข้าใจ รวมไปถึงปัญหาคนที่เชื่อฝังใจในประวัติศาสตร์แบบเดิมๆ ทำให้เขาไม่พอใจและคิดว่าหลักฐานใหม่เป็นสิ่งที่มาขัดล้างความเชื่อและศรัทธาที่มีอยู่เดิม นั่นคือปัญหาที่สำคัญต่อการเผยแพร่และรับรู้ข้อมูลประวัติศาสตร์ที่สำคัญของชนชาติไทย ทุกวันนี้แม้รัฐบาลคสช.จะพยายามผลักดันวิชาประวัติศาสตร์ให้เป็นวิชาสำคัญในหลักสูตรการศึกษาแต่อย่าลืมด้วยว่า ประวัติศาสตร์ที่อยู่ในบทเรียนควรเป็นประวัติศาสตร์ที่ได้รับการกลั่นกรองตามวิธีประวัติศาสตร์อย่างถูกต้อง ไม่ใช่ประวัติศาสตร์เชิงนโยบายชาตินิยมที่ปลูกฝังให้รักชาติเพียงอย่างเดียวแต่ไม่ได้รับรู้ความจริงที่เป็นไปของเหตุการณ์ในอดีตเลย ที่สำคัญคือประวัติศาสตร์เป็นวิชาที่สามารถให้เราตั้งคำถาม โต้แย้งกับมันได้ ซึ่งควรให้ผู้เรียนได้ฝึกการคิดวิเคราะห์อย่างหลายมุมมองของประวัติศาสตร์ด้วยเช่นกัน Mthai News

จุงเบย แปลว่าอะไร จักแร้เปี้ยก
ภาษาวัยรุ่น /  เกร็ดความรู้

คำว่า จุงเบย แปลว่าอะไร แล้วมีที่มาที่ไปยังไง? ทำไม จุงเบย ถึงเกิดคำนี้ขึ้นมา...(เออนั้นสิ) แล้วยังจะบรรจุคำศัพท์ใหม่ คำวัยรุ่น คำแสลง ที่ในปัจจุบันเขาพูดกัน ลง?พจนานุกรมคำศัพท์ใหม่?เล่ม4 อีก (โอ้ยตาย!นึกว่า นารูโตะ ) ความหมายของ จุงเบย ในไทย? จุงเบย?เพี้ยนมาจาก?จังเลย?แสดงความแอ๊บแบ๊ว บางคนบอกว่าปัญญาอ่อน ความหมายของ จุงเบย ในต่างประเทศ แต่รู้หรือไม่คำว่า จุงเบย ในภาษา คัสซาบลังกา หรือ?คาซาบลังกา (?โมร็อกโก ) แปลว่า จักแร้เปี้ยก ! เธอน่ารัก จุงเบย =?เธอน่ารัก?จักแร้เปี้ยก (555555) ที่มาของ จุงเบย จุง ? จัง สระ อุ และ ไม้หันอากาศ (?ั)?เป็นสระที่อยู่ใกล้กันในคีย์บอร์ด ทำให้พิมพ์ผิด โดยพิมพ์สลับกันบ่อยๆ จนเลยเถิดกลายเป็นศัพท์วัยรุ่น เบย ? เลย ล และ บ เป็นตัวอักษรที่อยู่ใกล้กันในคีย์บอร์ด ทำให้พิมพ์ผิด โดยพิมพ์สลับกันบ่อยๆ จนเลยเถิดกลายเป็นศัพท์วัยรุ่น ตัวอย่าง การใช้ จุงเบย? คิดถึงจุงเบย เธอน่ารักจุงเบย คำว่า ? จุงเบย ? กับ?พจนานุกรม ฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน ล่าสุดราชบัณฑิตฯ เตรียมบัญญัติ คำว่า ? จุงเบย ? เป็นศัพท์ใหม่ใน พจนานุกรมคำศัพท์ใหม่?รวมถึงคำว่า ?เม้าธ์มอย, กาก, กินตับ, เกรียน, เช็ดเม็ด ,?จอนูน, จอแบน, โนเวสเตชั่น, แพล้งกิ้ง?และอื่นๆ อยากรู้ ดูที่นี้ อัพเดทศัพท์วัยรุ่น เยอะจุงเบย http://teen.mthai.com/variety/47312.html เรียบเรียง teen.mthai?ข้อมูล?guchill.com หมายถึง จุงเบย daddy หรอคะ? เตรียมพร้อมรับมือ จุงเบย บุกโลก นั้นไง?ต็มไปหมดเบย กริ๊ดๆๆ โดนตบ เบย น่ารัก จุงเบย ได้แฟนเพราะ จุงเบย? ถ้าไม่พูดว่า จุงเบย จะเฉยป่าวว่ะ ( เอิ้บ ไม่พูด จุงเบย ไม่เท่าไร แต่ถ้าใครไม่รู้จัก โคตรเฉย จุงเบย นะ !) อาย อี ไพร่สถุนสยามตัวไหนมาพูด จุงเบย กูจักจับกุดหัวเสีย จักได้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ลูกหลานชาวสยามสืบไป คำขวัญประเทศไทย ปีหน้า ?เรารักประเทศไทย จุงเบย

ความเชื่อ...! น้ำมนต์รักษาโรค
ความเชื่อ /  ความเชื่อน้ำมนต์ / 

น้ำมนต์ กับความเชื่อในการรักษาโรค นั้น จริงๆแล้ว ก็มีมานานคู่กับคนไทย ไม่ว่าจะไปทำบุญที่ไหน วัดไหน ก็มักจะให้หลวงพ่อ หลวงพี่ รด น้ำมนต์ เพื่อเป็นสิริมงคล หรือ ถ้ามีโรคภัยไข้เจ็บอยู่ก็จะนำ น้ำมนต์ หลวงพ่อกลับมาอาบ มาดื่ม อีกด้วย น้ำมนต์  คือ น้ำที่ได้ผ่านพิธีทำ น้ำมนต์ ปกติจะสำเร็จด้วยการเจริญพระพุทธมนต์ของพระสงฆ์ ในงานพิธีมงคลต่างๆ หรือการเสกของพระภิกษุ หรือ คฤหัสถ์ ผู้ทรงวิทยาคุณ ซึ่งก็คือ ผ่านการทำสมาธิ ที่แน่วแน่ และพระปริตร ที่เป็นมนต์ทางศาสนา มาแล้ว นั่นเอง น้ำมนต์ นิยมนำมาอาบ หรือดื่ม หรือประพรมที่ศีรษะ ประพรมภายในบ้าน บริเวณบ้าน ป้ายร้านค้า เป็นต้น  นี่เป็นความหมายของ น้ำมนต์ จากพจนานุกรมเพื่อการศึกษาพุทธศาสน์ ชุดคำวัดของพระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) ป.ธ.๙ ราชบัณฑิต อย่างไรก็ตาม เพื่อเพิ่มความขลังและความศักดิ์สิทธิ์ ผู้จัดทำส่วนใหญ่จะนำ น้ำมนต์ จากพระอารามหลวง 75 จังหวัด มาเทผสมรวมกัน ซึ่ง น้ำมนต์ ที่ขึ้นชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์ นอกเหนือจากพระอารามหลวง ทั้ง 75 จังหวัดแล้ว ยังมีอีก 2 แห่ง คือ 1. น้ำมนต์ ศักดิ์สิทธิ์ จากเศียรหลวงพ่อทองสุข วัดตูม (พระอารามหลวง) อยู่ใน จ.พระนครศรีอยุธยา ตามตำนานกล่าวว่า …สมเด็จพระนเรศวรใช้ น้ำมนต์ วัดตูม ชุบพระแสง และเป็นอารามที่ประกอบพิธีปลุกเสกเครื่องพิชัยสงคราม มาแต่ครั้งสมัยอยุธยา 2. น้ำมนต์ จากเศียรหลวงพ่ออุ่นเมือง วัดน้ำฮูม อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ตามตำนานกล่าวว่า …พระเกศา พระสุพรรณกัลยา บรรจุอยู่ในสถูปวัดน้ำฮูมแห่งนี้ คติความเชื่อเรื่อง น้ำมนต์ นั้น นอกจากความเป็นสิริมงคลสำหรับผู้ประพรม อาบและดื่มแล้ว ยังมีคติความเชื่อ ที่ว่าด้วย น้ำมนต์ ยังนำสิริมงคล และความสวัสดีมีโชคมาให้ ตลอดถึงกำจัด ปัดเป่าสิ่งอัปมงคล อันตราย และภัยพิบัติต่างๆ ได้ เช่น กรณีของ น้ำมนต์ เสือกินน้ำ ซึ่งเป็นตำรับการทำ น้ำมนต์ ของพระครูปลัดปริยัติวรวัฒน์ หรือหลวงพ่อบุญเลิศ เจ้าอาวาสวัดปราโมทย์ อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม ซึ่งท่านได้รับการถ่ายทอดจากพระธุดงค์รูปหนึ่งเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว ขอบคุณภาพจาก news.nipa watparsomdej1.com

ชาวบ้านตื่นตา หิ่งห้อยหลายหมื่นตัว ปรากฏกายกลางทุ่งพิจิตร
ข่าวจังหวัดพิจิตร /  หิ่งห้อย

ชาวบ้านต.ดงป่าคำ อ.เมืองพิจิตร แห่ชมหิ่งห้อยจำนวนมาก ส่องแสงเรืองรองกลางทุ่งนาร้าง ในพื้นที่สร้างความตื่นตาตื่นใจอย่างมาก เผยพบเป็นปีที่ 2 แล้ว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จ.พิจิตร มีชาวบ้านจำนวนมากพากันแห่ไปชมปรากฏการณ์ธรรมชาติ หลังฝูงหิ่งจำนวนมากโผล่บินปรากฏกายให้เห็นที่บริเวณทุ่งนาร้างในพื้นที่ หมู่ที่ 2 บ้านโฉง ตำบลดงป่าคำ อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ทั้งๆ ที่บริเวณดังกล่าวเป็นทุ่งโล่งกว้าง ไม่มีแม้ต้นลำภูสักต้นเดียว โดยนายนิกร วงษ์โพธิ์ อายุ 36 ปี ชาวบ้านในพื้นที่เผยว่า จุดที่พบหิ่งห้อยดังกล่าวเป้นทุ่งนาร้างที่ถูกน้ำท่วมขัง และมีต้นข้าวขึ้นอยู่ประปราย โดยบริเวณทุ่งนากว้างประมาณ 13 ไร่ ได้มีหิ่งห้อยหลายหมื่นตัว บินวนส่งแสงระยิบระยับอยู่เหนือต้นข้าวทั่วบริเวณ เมื่อบวกกับความมืดทำให้มองคล้ายดวงดาวที่กำลังส่งแสงระยิบระยับไปทั่วท้องทุ่งนา ซึ่งเป็นภาพที่สวยงามหาชมยากเป็นอย่างมาก ด้านนายสมคิด ทองละมูล อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 กล่าวว่า พื้นที่เป็นพื้นที่ของญาติที่ตนเองเช่าเพื่อทำนา ช่วงนี้เป็นช่วงที่หยุดทำนาเนื่องจากเกรงว่าน้ำจะไม่พอ ทำให้นามีพื้นที่รกร้าง มีน้ำขังและมีหญ้าระมานเกิดขึ้น เมื่อกลางเดือนตุลาคมเริ่มมีหิ่งห้อยในแปลงนาแต่ยังไม่มากนัก และเริ่มเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ จนมีหลายหมื่นตัวในช่วงนี้ และจากการรวมตัวกันจำนวนมากทำให้มีความสวยงามจากแสงระยิบระยับของดวงไฟในตัวหิ่งห้อยสร้างความประทับใจให้กับผู้พบเห็น ทั้งนี้การพบหิ่งห้อยดังกล่าวไม่ใช่ครั้งแรก แต่เมื่อปีที่ผ่านมาได้มีหิ่งห้อยบินมารวมตัวกันบริเวณดังกล่าวเป็นจำนวนมาก โดยคราวนั้นมีมากกว่าแสนตัว และเชื่อว่าหิ่งห้อยจะบินมาให้ชมแสงจนถึงกลางเดือนธันวาคมนี้ หากใครสนใจก็สามารถไปชื่นชมความงามได้ แต่ต้องทำด้วยความระมัดระวังเรียบร้อย อย่าส่งเสียงดัง และต้องดับไฟทุกดวงให้มืดด้วย โดยในแต่ละคืนหิ่งห้อยจะออกมารวมตัวกันจำนวนมากโดยจะเริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 น. ไปจนถึงเวลาประมาณ 22.00 น. สำหรับ หิ่งห้อย หรือ ทิ้งถ่วง เป็นแมลงปีกแข็งในวงศ์ Lampyridae ในอันดับ Coleoptera ทั่วทั้งโลกมีหิ่งห้อยประมาณ 2,000 ชนิด คำว่า “หิ่งห้อย” นี้ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน อธิบายไว้สั้นๆ ว่า แมลงชนิดหนึ่ง มีแสงเรืองๆ ที่ก้น ทิ้งถ่วงตัวเต็มวัยเพศผู้มีปีก ส่วนเพศเมียมีทั้งมีปีกและไม่มีปีก ทิ้งถ่วงมีอวัยวะทำแสงอยู่บริเวณส่วนท้องด้านล่าง เพศผู้มีอวัยวะทำแสง 2 ปล้อง เพศเมียมี 1 ปล้อง แต่บางชนิดตัวเต็มวัยเพศเมียมีรูปร่างลักษณะคล้ายหนอน มีอวัยวะทำแสงด้านข้างของลำตัว เกือบทุกปล้องแสงของทิ้งถ่วงเกิดจากปฏิกิริยาของสารลูซิเฟอริน (Luciferin) ที่อยู่ในอวัยวะทำแสงกับออกซิเจน มีเอนไซม์ลูซิเฟอเรส (Luciferase) เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา และมีสารอดีโนซีนไตรฟอสเฟต (Adenosine Triphosphate,ATP) เป็นตัวให้พลังงานทำให้เกิดแสง ทิ้งถ่วงกะพริบแสงเพื่อการผสมพันธุ์และสื่อสารซึ่งกันและกัน หิ่งห้อย นับว่าเป็นแมลงที่มีคุณลักษณะพิเศษ คือสามารถบ่งชี้ถึงความอุดมสมบูรณ์และสมดุลของธรรมชาติได้ โดยเฉพาะมีคุณสมบัติที่สามารถใช้เป็น “ตัวห้ำ” ในการควบคุมศัตรูพืชตามหลักการทางชีวภาพ เป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่การเกษตรกรรม ซึ่งเป็นวิถีชีวิตหลักของคนไทย ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

อัพเดทศัพท์วัยรุ่น เยอะจุงเบย
ภาษาวัยรุ่น /  เกร็ดความรู้

ราชบัณฑิตยสถาน?จัดหนัก?อัพเดทศัพท์วัยรุ่น?กว่าพันคำ?ลง พจนานุกรมคำใหม่เล่ม 4 ออกเผยแพร่ปลายปี?ไม่ว่าจะเป็น ศัพท์ใหม่? ศัพท์วัยรุ่น ที่ทันยุคสมัย คำสแลง เพื่อเป็นแหล่งค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลคำใหม่ต่างๆ และบันทึกคำเหล่านี้ไว้เป็นหลักฐานแสดงการเกิดและการเปลี่ยนแปลงของคำที่ใช้ในสังคมไทย (โอ้มันลึกซึ่งมาก O0O! ) ซึ่งวัยรุ่นไทยอย่างเราก็ไม่รู้หรอกว่าเคยพูดเคยใช้ กันมั้งหรึเปล่า! แต่ ราชบัณฑิตยสถาน บอกว่ามี?ศัพท์วัยรุ่น?กว่า 1พันคำ (โห้เยอะจุงเบย ^^)?เอาละเรามาดูกันคะว่า?ศัพท์ใหม่ ศัพท์วัยรุ่น ที่?ราชบัณฑิตยสถาน จัดแจงรวบรวมกว่าพันคำมีอะไรบ้าง ? ตัวอย่างคำและความหมายของ ศัพท์วัยรุ่น บางส่วน บางคำ กรรมสะสมไมล์ -?เป็นการเปรียบเทียบคนที่ชอบทำบาปกรรมว่าเป็นการสะสมไมล์ เหมือนที่สายการบินให้ลูกค้าสะสมไมล์เมื่อเดินทาง กระบือบำบัด -?คำนี้มาจากโครงการใช้ควายบำบัดเด็กออทิสติกจนประสบความสำเร็จ กองร้อยน้ำหวาน - ตำรวจจราจรหญิงในยุคบุกเบิก เป็นกองกำลังหนึ่งของกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน กองบัญชาการ ตำรวจนครบาล กอดเสาเข่าทรุด -?เกิดขึ้นจากเหตุการณ์อุทกภัยช่วงปลายปีที่ผ่านมาหลังจากประชาชนกลับเข้าไปบ้านเมื่อเห็นสภาพความเสียหายมากมายถึงขั้นเกิดอาการกอดเสาเข่าทรุด กากๆ - คำศัพท์ที่วัยรุ่นนิยมใช้ในอินเตอร์เน็ต โดยเป็นการดูถูกว่าเป็นคนที่ทำตัวไม่ค่อยมีประโยชน์ กิจกาม - เป็นคำที่ใช้เลียนแบบคำว่า กิจกรรม ซึ่งแทนที่จะไปทำกิจกรรมต่างๆ ก็มุ่งไปเรื่องเพศสัมพันธ์อย่างเดียว กินตับ - มีความหมายมาจากเพลงกินตับ (หรออ!) กินอิ่มนอนอุ่น - แทนที่วัยรุ่นจะพูดว่ากินอิ่มนอนหลับ เพื่อความเท่และทันสมัยก็จะพูดคำดังกล่าว เกรียน - เป็นคำสแลงของคนที่มีพฤติกรรมก่อกวนคนอื่นและก้าวร้าวทางคำพูด ขนแขน สแตนอั้ป - พูดเมื่อเวลาเจอเรื่องน่าตื่นเต้น ขออภัยมณีศรีสุวรรณ - แทนที่จะพูดว่าขออภัยคำเดียว ก็จะเติมสร้อยให้ดูทันสมัย ครูตู้ - คือทีวีการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม จอนูน /จอแบน - เป็นการพูดถึงลักษณะของผู้หญิง (ลักษณะอะไรคะ?) จัดชุดใหญ่/จัดเต็ม/จัดแน่น/จัดหนัก/จัดใหญ่ - เป็นคำที่ใช้พูดในสถานการณ์ที่ต้องการทำอะไรบางอย่างแบบเต็มที่ แพล้งกิ้ง - ช่วงที่ผ่านมาวัยรุ่นได้ฮิตทำท่าแปลกๆ คล้ายคนที่ตาย แท็บเหล็ต/แท็บเบล็ต - หนึ่งในนโยบายของ รัฐบาลชุดปัจจุบันที่แจกแท็บเหล็ตให้กับนักเรียน ป.1 เฟ้สบุ๊ก - โปรแกรมที่คนทั่วโลกกำลังนิยมเล่น ชะโงกทัวร์ - มาจากการได้ไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ แต่ทำได้แค่ยืนมองโดยไม่ได้ลงไปชมความงามอย่างเต็มที่ แต๊งกิ้วหลาย - เป็นคำที่วัยรุ่นทับศัพท์มาจากภาษาอังกฤษแล้วใช้ภาษาอีสานเติมเป็นสร้อย ตีขอร์ดหยอดสาว - พฤติกรรมของผู้ชายที่ใช้เวลาในการเล่นกีฬาไปจีบผู้หญิง (เพิ่งเคยได้ยินวันนี้แหละ!) นักปั้นน้ำ - มีความหมายมาจากคนที่ชอบโกหกไปเรื่อยๆ ซ่อนดาบในรอยยิ้ม - ใบหน้ายิ้มแย้มแต่ในใจลึกๆ กำลังคิดร้าย เม้าธ์มอย - เป็นการนินทาหรือกล่าวหาผู้อื่น, ?มีหัวไว้คั่นหู? ใช้ด่าและประชดประชันคนที่ถูกมองว่าโง่ สมใจนึกบางลำพู - มาจากร้านขายเสื้อผ้าย่านบางลำพู ใครๆ ก็รู้จัก เวลาพูดว่าจะไปซื้อเสื้อผ้าที่บางลำพู ก็จะบอกว่าไปร้านนี้ (ไม่เคยนะ!) เคลียร์คัดชัดเจน - ใช้พูดเวลาที่ทำความเข้าใจในเรื่องนั้นจนชัดเจนกระจ่างแจ้งแล้ว โนเวย์สเตชั่น - แทนที่จะใช้คำว่า ไม่ ก็จะใช้คำนี้แทน ฟ้ามีตา - ใช้พูดเตือนสติคนที่คิดว่าทำชั่วแล้วจะไม่มีใครรู้เห็น ขั้นเทพ? - ดีอย่างยิ่ง, เก่งอย่างยิ่ง, เช่น แกงนี่อร่อยขั้นเทพเลย, ฝีมือวาดภาพขั้นเทพอย่างนี้ ราคาคงแพงมาก เข็มขัดสั้น?- คาดการณ์ไม่ถึง, คาดไม่ถึง, (ใช้พูดเล่น) เช่น ถ้าจะให้อีกฝ่ายสนใจ เราจะต้องปฏิบัติการแบบ เข็มขัดสั้น คนเคยรวย? - ผู้ที่มีฐานะดี แต่ได้รับผลจากวิกฤตเศรษฐกิจ ทำให้ฐานะตกต่ำลง เช่น ตอนนี้พวกคนเคยรวยพากันขนข้าวของในบ้านใส่รถมาเปิดท้ายขายของ คาร์บอมบ์? - ระเบิดที่ซุกซ่อนไว้ในรถเพื่อให้ระเบิดทำลายบุคคล หรือสถานที่ที่ต้องการ เช่น ผู้ก่อการร้ายใช้คาร์บอมบ์ระเบิดสะพาน งามไส้? ?- น่าขายหน้าอย่างยิ่ง เช่น งามไส้ไหมล่ะ เจ้าหน้าที่เป็นโจรเสียเอง ตั้งแก๊งฉกทรัพย์ในสนามบิน ชัวร์ป้าบ,ชัวร์ป้าบนิ่ม?- แน่นอนอย่างยิ่ง เช่น วันนี้เขาต้องมาที่นี่แน่ ๆ ชัวร์ป้าบนิ่ม ชาบู ชาบู? - อาหารหม้อไฟแบบญี่ปุ่นที่นำมาปรุงรับประทานเอง ใช้เนื้อวัว หรือหมูหั่นบางมาก ลวกจิ้มน้ำจิ้มปรุงรสด้วยเต้าเจี้ยวบด ซีอิ๊ว งา กระเทียม ?(เห้ย ! ที่ฉันรู้และพูดมา มันไม่ได้หมายถึง หมอไฟญี่ปุ่นนะเจ๊ มัน เดี้ยะ บร๊ะเจ้าก็โกรธหรอก) ชื่นสะดือ?- ชื่นใจ, สบายใจ, สมดังที่ต้องการ, เช่น หยุดคราวนี้จะไปเที่ยวให้ชื่นสะดือเลย (ห๊ะ! มีคำนี้ด้วยหรือนี้) ชุมชนออนไลน์?- กลุ่มคนที่เป็นสมาชิกเว็บไซต์ที่ให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการพูดคุย เผยแพร่ภาพ คลิปวิดีโอ รวมทั้งแบ่งปันข้อมูลอื่น ๆ แก่กันและกัน เช่น เขาหมกมุ่นอยู่แต่ในชุมชนออนไลน์จนไม่มีเวลาทำการบ้าน โชะ, โชะ ๆ?- ถูกต้องชัดเจน, ตรงประเด็น,สำเร็จเรียบร้อยอย่างรวดเร็ว,(มักใช้ซ้ำ)เช่นเวลาสั่งงานอย่าอ้อมค้อม ต้องสั่งแบบโชะ ๆ เลย ซะ?- ?มากจน (ตามด้วยกริยาที่ละไว้) เช่น เขาทำแค่นิดเดียว ชม ซะ (อาย) ซื้อเวลา?- ทำเพื่อให้เหตุการณ์ที่จะเป็นปัญหา หรือก่อปัญหาทอดยาวออกไปได้อีกระยะหนึ่ง เช่น ถ้าเรามัวแต่ซื้อเวลาไปเรื่อย ๆ แบบนี้ ปัญหาก็ไม่จบหรอก เซโรงัง?- เซ, เดินไม่ตรง, เช่น เขาให้มาช่วยเดินแบบงานการกุศล ไอ้เราก็อายุมากแล้ว เวลาหมุนตัวก็กลัวว่าจะเซโรงังตกแคตวอล์ก เซียะ?- สวยมาก เช่น ชุดใหม่ของเธอเซียะสุดสุด นางเอกคนใหม่นี่ทั้งแซ่บ ทั้งเซียะเลย ดราม่า?- ละครที่แสดงบนเวที หรือทางวิทยุโทรทัศน์เกี่ยวกับปัญหาชีวิตที่หนักหน่วง มีการแสดงอารมณ์ ( เอิ้บ ฉันว่า ดราม่าในวัยรุ่น หมายถึง เหตุการณ์ไม่ดี ที่มีการ ทะเลาะโต้เถียง โต้แย้ง กัน จนทำให้เกิด การดราม่า ไม่ใช่ละครเวที) เด็กในคาถา?- ลูกน้องที่ทำทุกอย่างตามความต้องการของเจ้านาย เช่น คนนี้ไว้ใจได้แน่นอนเพราะเป็นเด็กในคาถาของผมเอง เด๊ด, เด๊ดสะมอเร่?- ตาย เช่น ไอ้ตูบข้างบ้านถูกรถชนเด๊ดสะมอเร่ไปแล้ว เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว?- ทำเรื่องเสียหายเพียงเล็กน้อยแต่ก่อผลกระเทือนเป็นทอด ๆ จนเกิดความเสียหายอย่างมากต่อสิ่งแวดล้อมของโลก (อันนี้เหมือนเคยได้ยินแวปๆ) เดี๊ยะ?- ทุกประการ เช่น แกงที่นี่รสชาติเหมือนที่บ้านเดี๊ยะเลย ติดสาย?- ไม่สามารถรับโทรศัพท์ได้เพราะกำลังใช้โทรศัพท์อีกเครื่องหนึ่ง เช่น หัวหน้าติดสาย จะฝากข้อความไว้ไหมคะ ไต่สวนสาธารณะ?- กระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องก่อนที่จะตัดสินใจอย่างเป็นทางการในการดำเนินการใด ๆ ท็อปฟอร์ม?- รูปแบบ หรือลักษณะที่ดีที่สุด (ใช้กับการเล่นกีฬา) เช่น เขากำลังอยู่ในช่วงท็อปฟอร์ม แข่งขันสนามไหนก็ชนะหมด และนอกจากนี้ยังมี :: คิดเองเออเอง, คุ้ยแคะแกะเกา, จิ้งจกเปลี่ยนสี, เจิมปาก, ชื่นรูหู, เช็ดเม็ด, ซูโดกุ, ตายซับตายซ้อน, พรแสวง, ยิมน้าสติก, ร้องเพลงรอ, ริกเต้อร์ และโลว์ซีซั่น (?โห้เยอะจุงเบย?ไม่ไหวจะเคลียร์ เพลียร่างมากๆ เยอะจัด ! ) ซึ่งถ้า ราชบัณฑิตยสถาน ได้ทำการคัดเลือก ศัพท์วัยรุ่น?คำศัพท์ใหม่ เสร็จเรียบร้อย ก็จะตีพิมพ์ออกเผยแพร่ในช่วงปลายปี 2555 ทันที !

พจนานุกรมคำใหม่เล่ม4 จาก ราชบัณฑิตยสถาน
ภาษาวัยรุ่น /  เกร็ดความรู้

เรียบเรียง teen.mthai ยังไม่จบ ! ราชบัณฑิตยสถาน?จะเตรียมทำ พจนานุกรมคำใหม่ เล่มที่ 4 ที่รวบรวม ศัพท์ใหม่ ศัพท์วัยรุ่น ที่ทันยุคสมัย และคำสแลง รวมถึงสำนวนที่ใช้จนติดปากกัน หลังจากที่ ราชบัณฑิตยสถาน ออกมายืนยันว่าจะไม่เปลี่ยนคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ จำนวน 176 คำ?ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ฉบับล่าสุด เรามาดูพร้อมๆกันว่า จะมีศัพท์ใหม่ ศัพท์วัยรุ่น คำสแลง ไหนบรรจุอยู่ใน?พจนานุกรมคำใหม่ เล่มที่ 4 จาก ราชบัณฑิตยสถาน ขั้นเทพ? หมายถึง ดีอย่างยิ่ง, เก่งอย่างยิ่ง, เช่น แกงนี่อร่อยขั้นเทพเลย, ฝีมือวาดภาพขั้นเทพอย่างนี้ ราคาคงแพงมาก เข็มขัดสั้น?หมายถึง คาดการณ์ไม่ถึง, คาดไม่ถึง, (ใช้พูดเล่น) เช่น ถ้าจะให้อีกฝ่ายสนใจ เราจะต้องปฏิบัติการแบบ เข็มขัดสั้น คนเคยรวย? หมายถึง ผู้ที่มีฐานะดี แต่ได้รับผลจากวิกฤตเศรษฐกิจ ทำให้ฐานะตกต่ำลง เช่น ตอนนี้พวกคนเคยรวยพากันขนข้าวของในบ้านใส่รถมาเปิดท้ายขายของ คาร์บอมบ์? หมายถึง ระเบิดที่ซุกซ่อนไว้ในรถเพื่อให้ระเบิดทำลายบุคคล หรือสถานที่ที่ต้องการ เช่น ผู้ก่อการร้ายใช้คาร์บอมบ์ระเบิดสะพาน งามไส้? ?หมายถึง น่าขายหน้าอย่างยิ่ง เช่น งามไส้ไหมล่ะ เจ้าหน้าที่เป็นโจรเสียเอง ตั้งแก๊งฉกทรัพย์ในสนามบิน ชัวร์ป้าบ,ชัวร์ป้าบนิ่ม หมายถึง แน่นอนอย่างยิ่ง เช่น วันนี้เขาต้องมาที่นี่แน่ ๆ ชัวร์ป้าบนิ่ม ชาบู ชาบู? หมายถึง อาหารหม้อไฟแบบญี่ปุ่นที่นำมาปรุงรับประทานเอง ใช้เนื้อวัว หรือหมูหั่นบางมาก ลวกจิ้มน้ำจิ้มปรุงรสด้วยเต้าเจี้ยวบด ซีอิ๊ว งา กระเทียม ชื่นสะดือ หมายถึง ชื่นใจ, สบายใจ, สมดังที่ต้องการ, เช่น หยุดคราวนี้จะไปเที่ยวให้ชื่นสะดือเลย ชุมชนออนไลน์ หมายถึง กลุ่มคนที่เป็นสมาชิกเว็บไซต์ที่ให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการพูดคุย เผยแพร่ภาพ คลิปวิดีโอ รวมทั้งแบ่งปันข้อมูลอื่น ๆ แก่กันและกัน เช่น เขาหมกมุ่นอยู่แต่ในชุมชนออนไลน์จนไม่มีเวลาทำการบ้าน โชะ, โชะ ๆ คือ ถูกต้องชัดเจน, ตรงประเด็น,สำเร็จเรียบร้อยอย่างรวดเร็ว,(มักใช้ซ้ำ)เช่นเวลาสั่งงานอย่าอ้อมค้อม ต้องสั่งแบบโชะ ๆ เลย ซะ หมายถึง มากจน (ตามด้วยกริยาที่ละไว้) เช่น เขาทำแค่นิดเดียว ชม ซะ (อาย) ซื้อเวลา หมายถึง ทำเพื่อให้เหตุการณ์ที่จะเป็นปัญหา หรือก่อปัญหาทอดยาวออกไปได้อีกระยะหนึ่ง เช่น ถ้าเรามัวแต่ซื้อเวลาไปเรื่อย ๆ แบบนี้ ปัญหาก็ไม่จบหรอก เซโรงัง หมายถึง เซ, เดินไม่ตรง, เช่น เขาให้มาช่วยเดินแบบงานการกุศล ไอ้เราก็อายุมากแล้ว เวลาหมุนตัวก็กลัวว่าจะเซโรงังตกแคตวอล์ก เซียะ หมายถึง สวยมาก เช่น ชุดใหม่ของเธอเซียะสุดสุด นางเอกคนใหม่นี่ทั้งแซ่บ ทั้งเซียะเลย ดราม่า หมายถึง ละครที่แสดงบนเวที หรือทางวิทยุโทรทัศน์เกี่ยวกับปัญหาชีวิตที่หนักหน่วง มีการแสดงอารมณ์ เด็กในคาถา หมายถึง ลูกน้องที่ทำทุกอย่างตามความต้องการของเจ้านาย เช่น คนนี้ไว้ใจได้แน่นอนเพราะเป็นเด็กในคาถาของผมเอง เด๊ด, เด๊ดสะมอเร่ หมายถึง ตาย เช่น ไอ้ตูบข้างบ้านถูกรถชนเด๊ดสะมอเร่ไปแล้ว เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว หมายถึง ทำเรื่องเสียหายเพียงเล็กน้อยแต่ก่อผลกระเทือนเป็นทอด ๆ จนเกิดความเสียหายอย่างมากต่อสิ่งแวดล้อมของโลก เดี๊ยะ หมายถึง ทุกประการ เช่น แกงที่นี่รสชาติเหมือนที่บ้านเดี๊ยะเลย ติดสาย หมายถึง ไม่สามารถรับโทรศัพท์ได้เพราะกำลังใช้โทรศัพท์อีกเครื่องหนึ่ง เช่น หัวหน้าติดสาย จะฝากข้อความไว้ไหมคะ ไต่สวนสาธารณะ หมายถึง กระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องก่อนที่จะตัดสินใจอย่างเป็นทางการในการดำเนินการใด ๆ ท็อปฟอร์ม หมายถึง รูปแบบ หรือลักษณะที่ดีที่สุด (ใช้กับการเล่นกีฬา) เช่น เขากำลังอยู่ในช่วงท็อปฟอร์ม แข่งขันสนามไหนก็ชนะหมด อัพเดทศัพท์วัยรุ่น เยอะจุงเบย http://teen.mthai.com/variety/47312.html

เฉลิม ไล่ สมชัยลาออก เตือนสุเทพระวังซ้ำรอยสนธิ
กปปส. /  ปิดกรุงเทพ / 

เฉลิม ไม่เชื่อคนกรุงร่วมปิดกทม.เตือน สุเทพ ระวังชะตากรรมเหมือน สนธิ  ลิ้มทองกุล ถูกยิงกว่าร้อยนัด ไล่ส่ง สมชัย พ้น กกต. หากไม่อยากจัดเลือกตั้ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน กล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกลุ่ม กปปส.จะปิดกรุงเทพฯในวันที่ 13 ม.ค. นี้ ว่า ตนได้ทราบเรื่องดังกล่าวแล้วรู้สึกหนักใจ เพราะคนกรุงเทพฯ จะเดือดร้อน แต่ไม่เชื่อว่านายสุเทพจะมีอิทธิพล ที่จะดำเนินการเรื่องดังกล่าวได้ และตนไม่ทราบว่านายสุเทพไปเอาอิทธิฤทธิ์ อิทธิเดชมาจากไหนถึงได้กล้าประกาศเช่นนี้ เพราะในที่ชุมนุมนั้นตามข้อมูลทราบ ว่า มีการขนคนมาจากภาคใต้ 70-80 เปอร์เซ็นต์ เป็นคนกรุงเทพฯแค่ 20 เปอร์เซ็นต์และนายสุเทพไม่มีอิทธิพลทางจิตใจต่อคนกรุงเทพฯขนาดนั้น ร.ต.อ.เฉลิม ยังกล่าวว่า กปปส.เป็นหน่วยงานเถื่อน ไม่มีใครรองรับ การปราศรัยบนเวทีก็มีคนเขียนสคริปให้ และใช้คำที่ไม่สมควรพูดในการปราศรัยอีก จึงขอตั้งข้อสังเกตว่า จังหวัดที่รับสมัครเลือกตั้งไม่ได้คนของพรรคประชาธิปัตย์ขัดขวางทั้งนั้น และตนขอถามว่า การที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) จังหวัดให้ย้ายสถานที่รับสมัครไปยังค่ายทหารนั้นผิดกฎหมายข้อใด และขอฝากไปถึงนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการกกต. ด้านการบริหารจัดการเลือกตั้ง ว่า วันนี้คุณเป็นกกต.ไม่ได้เป็นพีเน็ตและหากไม่ต้อง การจัดการเลือกตั้งก็ให้ลาออกไป เพราะถ้า นายสมชัยลาออก คนอื่นก็ทำงานได้ให้เขาดำเนินการ เป็นกกต.จะต้องตรงไปตรงมา เพราะทางการเมือง เมื่อถึงเวลาไม่มีใครกลัวใคร และในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ระบุว่าหากเลือกตั้งได้ไม่ครบ 95 เปอร์เซ็นต์ยังเปิดสภาไม่ได้ และต้องดำเนินการเลือกตั้งจนกว่าจะได้ครบ โดยรัฐธรรมนูญให้เวลาในกรอบ 180 วัน ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวอีกว่า ตนจะเสนอต่อที่ประชุมศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) และนายกรัฐธมนตรีว่า ให้มีการตั้งสภาปฏิรูปโดยให้กกต.ดำเนินการเป็นตัวแทนจากจังหวัดละคน รวมกับนักนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ นักปราชญ์ และราชบัณฑิตให้ได้ 99 คนเพื่อดำเนินการยกร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อยกร่างเสร็จแล้วต้องสอบถามความคิดเห็นของประชาชน แล้วจึงยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ ส่วนกรณีชายชุดดำบนดาดฟ้าอาคารกระทรวงแรงงานในวันที่มีการปะทะกันที่หน้าศูนย์กีฬาเยาวชนไทย-ญี่ปุ่นดินแดง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า คนที่เห็นในภาพกลุ่มดังกล่าวเป็นกลุ่มคนฝ่ายผู้ชุมนุมที่ใช้สถานที่ตรงนั้นเป็นฐานในการยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ขึ้นไปง่ายเพราะบันไดขึ้นดาดฟ้านั้นอยู่นอกตัวอาคารเป็นที่โล่งขึ้นได้ง่าย ตนขอย้อนถามว่า จะมีตำรวจที่ไหนชั่วพอไปยิงตำรวจด้วยกัน เพราะถ้าทำตามที่ผุ้ชุมนุมกล่าวหาคนไทยคงต้องเหลือไม่ถึง 60 ล้านคน อย่างไรก็ตามในวันดังกล่าว พอตนทราบว่ามีคนอยู่บนดาดฟ้า ก็ได้สั่งการปลัดกระทรวงให้ดำเนินการไล่คนเหล่านั้นลงมา ร.ต.อ.เฉลิม ยังได้กล่าวอีกว่า อนาคตนายสุเทพ ต้องไปสู่ชะตากรรมเดียวกันกับ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาธิปไตยเพื่อประชาชน (พธม.) ส่วนจะจริงเท็จอย่างไรผมไม่รู้ ถ้านายสุเทพ ยังเดินทรงนี้ เดินต่อไปอย่างนี้ในประเทศไทยคงไม่มีใครกล้า เหมือนที่ครั้งหนึ่งนายสนธิ กล้าจนถูกยิงร้อยกว่านัด สุดท้ายจบด้วยวิธีการอย่างนี้แน่ MThai news

รัฐชวนคนไทยใช้'พจนานุกรม'ฉบับปี 54 ถวายพระเกียรติ'ในหลวง'
ข่าว /  ข่าวด่วน / 

รบ.เตรียมจัดพิมพ์ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 เผยแพร่ให้ สื่อมวลชน หน่วยราชการ สถาบันการศึกษา เพื่อถวายพระเกียรติแด่ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" พร้อมเชิญชวนคนไทยร่วมกันใช้อ้างอิง เพื่อเป็นมาตรฐานเดียวกัน -----------------------ขอบคุณข่าวจาก