ราชบัณฑิตยสถาน

รัฐชวนคนไทยใช้'พจนานุกรม'ฉบับปี 54 ถวายพระเกียรติ'ในหลวง'
ข่าว /  ข่าวด่วน / 

รบ.เตรียมจัดพิมพ์ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 เผยแพร่ให้ สื่อมวลชน หน่วยราชการ สถาบันการศึกษา เพื่อถวายพระเกียรติแด่ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" พร้อมเชิญชวนคนไทยร่วมกันใช้อ้างอิง เพื่อเป็นมาตรฐานเดียวกัน -----------------------ขอบคุณข่าวจาก

คำที่เขียนผิด ในชีวิตประจำวัน
นักศึกษา /  นักเรียน / 

เนื่องจาก ภาษาไทย ในปัจจุบันนี้มี วัยรุ่น จำนวนมากจะมี คำที่เขียนผิด?อาจจะเป็น เพราะทุกวันนี้ เด็กไทยไม่ได้ อ่านหนังสือ หรือ เขียนหนังสือกันสักเท่าไร ! ยิ่งตอนนี้ก็มีแท็ปแล็ต คอมพิวเตอร์เล่นกัน เวลาหาข้อมูลทำการบ้าน รายงาน ก็แค่ ก๊อปปี้ แล้ว วาง ง่ายสะดวก ก็เลยอาจจะเป็นหนึ่งในสาเหตุ ที่ทำให้เด็กไทยเขียนหนังสือ ผิดๆถูกๆ หรือ สะกดคำ ไม่ถูกต้อง (บางทีเราก็เขียนผิด เข้าใจผิดอยู่) เพื่อให้กระจ่างแจ้ง ตาม teen.mthai ไปดู คำที่เขียนผิด?พร้อมคำอธิบาย กันว่าจะมีคำไหนบ้าง? ลองนับดูเล่นๆ ว่าเพื่อนๆเคยเขียนผิดกันมาแล้วกี่คำ? ^_^ "สังเกตุ" หรือ "สังเกต" คำนี้หลายคนเข้าใจว่า ต้องเขียนว่า "สังเกตุ" คือ มีสระอุ ใต้ "ต"?แต่ที่ถูกต้องตามพจนานุกรม จะต้องเขียนว่า "สังเกต" คือ ไม่มีสระอุ เพราะหากเติมสระอุ เมื่อใด ความหมายจะผิดเพี้ยน ความหมายตามพจนานุกรม "สังเกต" ก. กําหนดไว้, หมายไว้, เช่น ทำเครื่องหมายไว้เป็นที่สังเกต; ตั้งใจดู, จับตาดู, เช่น ไม่ได้สังเกตว่าวันนี้เขาแต่งตัวสีอะไร สังเกตกิริยาท่าทางเขาไว้ว่าเป็นคนดีหรือคนร้าย "เกตุ", "เกตุ"- [เกด, เก-ตุ-, เกด-] น. ธง; (โหร) ชื่อดาวพระเคราะห์ดวงที่ ๙ หมายถึงตําแหน่งที่ดวงจันทร์ผ่านจากเหนือระนาบสุริยวิถี ลงสู่ใต้ระนาบสุริยวิถี ส่วนตําแหน่งที่ดวงจันทร์ผ่านจาก ใต้ระนาบสุริยวิถีขึ้นเหนือระนาบสุริยวิถี เรียกว่า พระราหู. (ป., ส.). "สร้างสรรค์" กับ "สรรค์สร้าง" หรือ "สรรสร้าง" โดยทั่วไปเราทราบกันดีว่า คำว่า "สร้างสรรค์" นั้น ความหมายคือ การสร้างสิ่งที่ไม่มีให้มีขึ้น ความหมายตามพจนานุกรม สร้างสรรค์ ก. สร้างให้มีให้เป็นขึ้น (มักใช้ทางนามธรรม) เช่น สร้างสรรค์ความสุขความเจริญให้แก่สังคม. ว. มีลักษณะริเริ่มในทางดี เช่น ความคิดสร้างสรรค์ ศิลปะสร้างสรรค์. แต่บางครั้ง เราพบว่า มีการใช้คำๆ นี้ สลับกัน จาก "สร้างสรรค์" เป็น "สรรค์สร้าง" โดยผู้ใช้ ที่ใช้ตาม อาจจะได้ยินมา (สัน-สร้าง) และเข้าใจว่า ต้องเขียนเป็น "สรรค์สร้าง" ซึ่งดูแปลก และเก๋ ดี แต่ความจริงแล้ว เมื่อใดก็ตามหากจะเขียนให้ออกเสียงต่างกัน นั่นต้องมาจากจุดประสงค์ ที่เข้าใจว่าต้องการสื่ออะไร เพราะการที่ใช้คำว่า "สรรค์สร้าง" การเขียนที่ถูกต้องคือ "สรรสร้าง" คือ ไม่มี "ค์" ต่อหลัง "สรร" เพราะโดยแท้จริงผู้ที่เข้าใจถูกต้องจะใช้คำนี้โดยสื่อว่า "สรร" นั่นคือ การหามา รวบรวมมา แล้วนำมาสร้าง ซึ่งความหมายจะแตกต่างจากคำว่า "สร้างสรรค์" "สร้างสรรค์" กับ "รังสรรค์" ใช้อย่างไร อีกคำหนึ่งที่เราเห็นใช้กันบ่อยหน และคิดว่าเป็นคำที่สวยงาม โดยขาดความเข้าใจว่า สองคำนี้ แม้จะความหมายเดียวกัน แต่การนำมาใช้นั้น ต้องเลือกใช้ให้ถูกต้อง ซึ่งเรามักจะพบใช้คำว่า "สร้างสรรค์" กันโดยส่วนใหญ่ แต่บางครั้งจะได้ยินหรือได้เห็นผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ใช้คำว่า "รังสรรค์" คำว่า "รังสรรค์" โดยความหมายแล้ว จะใช้เฉพาะกับสิ่งที่กล่าวถึงนั้น เป็นงานศิลปะ งานจิตรกรรม เช่น "กาลิเลโอ คีนิ จิตรกรเอกผู้รังสรรค์งานศิลป์ ในพระที่นั่งอนันตสมาคม" เราจะไม่ใช้ว่า "ให้เรามาร่วมกัน รังสรรค์สังคมให้น่าอยู่" แต่จะใช้ "สร้างสรรค์สังคม" "นะคะ" หรือ "นะค่ะ" อีกคำหนึ่งที่มักเห็นเขียนผิดกันบ่อยครั้ง คือคำว่า "นะคะ" กับ "นะค่ะ" คำที่ลงท้ายว่า "คะ" ใช้กับการบอกกล่าว คำที่ลงท้ายว่า "ค่ะ" ใช้กับการ รับคำ แต่เรามักเห็น เขียนคำว่า "นะค่ะ" เป็นคำบอกกล่าว เช่น "อย่าลืมซื้อเค้ก มาฝาก นะค่ะ" ซึ่งจริงๆ ต้องเขียนว่า "นะคะ" (ออกเสียงค๊ะ) โดยไม่ต้องเติม ไม้เอก เพราะว่า... "คะ" อักษรต่ำ คำตาย สระเสียงสั้น ไม่มีวรรณยุกต์ ออกเสียงตรี เช่นเดียวกับ "นะ" "จ๊ะ" "วะ" "ค่ะ" อักษรต่ำ คำตาย สระเสียงสั้น มีวรรณยุกต์เอก ออกเสียงโท เช่นเดียวกับ "น่ะ" "จ้ะ" "ว่ะ" "โอกาศ" หรือ "โอกาส" เป็นคำที่พบบ่อยคำหนึ่ง ส่วนใหญ่มักจะเขียนเป็น "โอกาศ" ซึ่งในพจนานุกรมไม่ปรากฏความหมายของคำนี้ ความหมายตามพจนานุกรม โอกาส [กาด] น. อธิบายไว้ว่า หมายถึง ช่อง, ทาง; เวลาที่เหมาะ, จังหวะ. (ป.; ส. อวกาศ).?บางครั้งเมื่อใช้ในพระราชพิธี หรือ งานที่มีพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จฯ จะใช้ "วโรกาส" ซึ่งเป็นราชาศัพท์ ที่สื่อความหมายเดียวกันกับข้างต้น ขอให้พึงจำว่า "กาศ" ใช้กับ "อากาศ" "อวกาศ" "ประกาศ" เป็นอาทิ เหตุเพราะคำว่า "โอกาศ" เขียนผิดเป็นส่วนมาก ฉะนั้น เราจึงต้องหา "โอกาส" เรียนรู้ ฝึกฝน เพื่อที่จะเขียนคำว่า "โอกาส" ให้ถูกต้อง "อนุญาต" หรือ "อนุญาติ" กันแน่ หลายคนคุ้นตา กับ การเขียนเป็น "อนุญาติ" ซึ่งแท้จริงแล้วคำนี้ เขียนผิด และไม่มีความหมาย ความหมายตามพจนานุกรม "อนุญาต" ไม่ต้องมีสระ "อิ" หลัง "ต" โดยให้ความหมายของคำไว้ว่า อนุญาต ก. ยินยอม, ยอมให้, ตกลง. "ญาติ" , ญาติ- [ยาด, ยาติ-, ยาดติ-] น. ได้อธิบายว่า หมายถึง คนในวงศ์วานที่ยังนับรู้กันได้ทางเชื้อสาย ฝ่ายพ่อหรือฝ่ายแม่. (ป.). ฉะนั้น ต่อไปเราจะไม่ยอมเขียนว่า "อนุญาติ" แต่จะพึงจำและเขียนว่า "อนุญาต" เสมอและ "อนุญาต" ให้ทุกท่านฝึกฝน หัดเขียนหลายๆ หน จนคุ้นตา "น้ำแข็งใส" ไม่ใช่...พึงจำไว้ต้องเขียน "น้ำแข็งไส" หลายครั้ง เมื่อเราผ่านร้านขนมหวาน ทีมีรายการชวนทานให้ชื่นใจ ที่ใส่มาพร้อมน้ำแข็งเกล็ดละเอียด หลายร้านมักเขียนเป็น "น้ำแข็งใส"?อาจจะเป็นเพราะ คิดเหมาสรุปความไปเอง เข้าใจไปเอง จากที่เคยได้ยินมา เลยเขียนเป็น "น้ำแข็งใส" โดยคิดว่า ความหมายคือ ความ "ใส" ของน้ำแข็ง แต่แท้จริงแล้ว ที่มาของ "น้ำแข็งไส" ว่าเป็นกริยา การไสน้ำแข็งไปบนม้า ที่มีลิ้นเป็นใบมีด เมื่อไสก้อนน้ำแข็งไปบนใบมีด ก็จะได้เกล็ดน้ำแข็งเป็นแผ่นเล็กๆ ร่วงลงมาในถ้วยที่รองรับ ก่อนที่จะราดด้วยนม น้ำเชื่อม น้ำหวาน พร้อมเครื่องเคราอีกตามชอบ ซึ่งหากย้อนไปสัก 20-30 ปี จะพบ การขายน้ำแข็งไสแบบนี้อยู่ดาษดื่น โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อน เป็นที่นิยมนัก ฉะนั้น "น้ำแข็งไส" คือเกล็ดน้ำแข็งที่ได้จากการ "ไส" น้ำแข็ง หาใช่ความ "ใส" ของน้ำแข็ง ฉะนั้น จึงต้องเขียนให้ถูกเป็น "น้ำแข็งไส" คำนี้เขียนอย่างไรดี "สีสรรค์" "สีสัน" หรือว่า "สีสรร" หลายครั้ง เราอาจจะเคยอ่านพบข้อเขียน "บรรยากาศในวันนั้น มีหลากหลายรายการที่ผู้จัดงานได้นำมาช่วยสร้างสีสรร" บ้างก็เขียนว่า "วันนี้ ทุกคนต่างสนุกสนานกันถ้วนหน้า ที่นักแสดงชื่อดัง ได้มาร่วมร้องเพลงสร้างสีสรรค์" หากไม่คุ้นกับการเขียนคำนี้ หลายคนก็อาจจะผ่านตาไป ไม่ได้สนใจ แต่บางคนก็จะนึกขัดๆ ตา และถามตัวเองว่า จริงๆ แล้วคำนี้ เขียนว่า "สีสัน" "สีสรรค์" หรือว่า "สีสรร" กันแน่ ความหมายตามพจนานุกรม "สีสรรค์" เราจะไม่พบอะไร ส่วนคำว่า "สีสรร" เมื่อค้น ก็จะไม่พบความหมายเช่นกัน แต่อาจจะแปลความตามหลักการผสมคำได้ว่า สี+สรร ซึ่งจะรวมความหมายแปลได้ว่า สีที่สรร หรือ สีที่เลือกสรร มา ซึ่งความหมายก็จะไม่ตรงกับจุดประสงค์ที่ต้องการสื่อผ่านประโยคดังข้างต้น ครั้นค้นความหมายคำว่า "สีสัน" เราก็จะไม่พบความหมายในพจนานุกรมเช่นกัน ทว่า ได้มีการนำมาใช้เขียนเมื่อต้องการบรรยายในเชิงศิลปะ หรือ บรรยากาศ ที่เกี่ยวเนื่องด้วยภาพ เสียงดนตรี หรือความรื่นรมย์ บันเทิงต่างๆ ซึ่งในหมู่นักเขียน จะเข้าใจในทิศทางเดียวกัน เมื่อใด ที่เห็นว่า เหมาะควรจะใช้คำนี้ เราจึงเขียนว่า "สีสัน" "ราดหน้า" หรือว่า "ลาดหน้า"..."ราดยาง" หรือ "ลาดยาง" อีกคำหนึ่งที่มักเห็นเขียนผิดกันมาก คือคำว่า ก๋วยเตี๋ยว "ราดหน้า" หลายๆ ร้าน มักจะเขียนก๋วยเตี๋ยว "ลาดหน้า" ขณะเดียวกัน คำว่า ถนนลาดยาง มักเขียนผิดเป็น "ถนนราดยาง" ความหมายตามพจนานุกรม ลาด ก. ปูแผ่ออกไป เช่น ลาดพรม ปูลาดอาสนะ, โดยปริยายหมายถึง สิ่งที่มีอาการคล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น ถนนลาดยาง. ว. เทตํ่าหรือ เอียงขึ้นน้อยๆ เช่น ที่ลาด ราด ก. เทของเหลวๆ เช่นนํ้าให้กระจายแผ่ไปหรือให้เรี่ยรายไปทั่ว เช่น ราดนํ้า, ก๋วยเตี๋ยวราดหน้า, ข้าวราดแกง โดยปริยายหมายถึงอาการที่ คล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น ปัสสาวะราด เมื่อพิจารณาการผสมคำ เราจะจำได้ง่ายขึ้น และเข้าใจว่าทำไม "ลาดหน้า" และ "ราดยาง" ทั้ง 2 คำนี้จึงเขียนผิด "อบอวน" กับ "อบอวล" ชวนสงสัย เป็นอีกคำหนึ่ง ที่หลายๆ คนสับสน สงสัย ว่าเขียนอย่างไร จึงถูก ซึ่งคำว่า "อบอวน" หากแปลตรงๆ จะได้ความหมายว่า นำ "อวน" ซึ่งเป็นเครื่องมือประเภทหนึ่ง ที่ใช้สำหรับหาปลา นำมา "อบ" คือการปรุงกลิ่นด้วยควัน หรือ ใช้ความร้อนจากไฟ จากไอน้ำ โดยไม่ให้ความร้อนหรือกลิ่นออกไป ซึ่งเมื่อพิจารณาถึงเบื้องหลังของการใช้คำนี้เพื่อขยายความแล้ว การใช้คำว่า "อบอวน" จึงผิด เพราะหมายถึงการทำให้ เครื่องมือหาปลามีกลิ่น ขณะที่ เมื่อเราเขียนว่า "อบอวล" เพื่อขยายความ เช่นประโยคที่ว่า "เพียงเดินเข้าไปยังห้องบรรทม ก็อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้" หาก ลองค้นคำ ในพจนานุกรม จะพบการอธิบายคำว่า "อบอวล" ไว้ว่า...อบอวล ก. ตลบ, ฟุ้ง, (ใช้แก่กลิ่น). ว. มีกลิ่นตลบ, มีกลิ่นฟุ้ง. จึงเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง และควรจำไว้เสมอว่า "อบอวน" เขียนผิด แต่ "อบอวล" เขียนถูก "เท่" ดีไหม...หรือจะ "เท่ห์" ดี บ่อยหน ที่เราจะพบคนส่วนใหญ่ มักจะเขียนว่า "เท่ห์" เพื่อขยายความในสิ่งที่พบเจอ ซึ่งแท้จริง คำว่า "เท่ห์" เป็นคำที่ไม่มีความหมายแต่อย่างใด หากค้นคว้าในพจนานุกรม ก็จะไม่พบคำอธิบาย เมื่อพิจารณาดู จะพบว่า "เท่ห์" มักตั้งเป็นแต่ชื่อคนเท่านั้น ขณะที่ลอง ตัด "ห์" ออกไป แล้วค้นคำว่า "เท่" เราจะได้ความหมายของคำอธิบายในพจนานุกรมว่า... ความหมายตามพจนานุกรม เท่ ว. เอียงน้อยๆ (มักใช้แก่การสวมหมวก); โก้เก๋ เช่น แต่งตัวเท่ ฉะนั้น คำว่า "เท่" จึงเป็นคำที่ถูกต้อง ต่อไปนี้ ขอให้ลืมไปเลยกับคำว่า "เท่ห์" เว้นแต่ใช้เป็นนามเฉพาะในการตั้งชื่อคน ซึ่งเป็นที่นิยมตั้งชื่อ ทั้งชื่อจริง และชื่อเล่นว่า "เท่ห์" ขอให้จำไว้ว่า เมื่อต้องการขยายความในสิ่งที่เห็น "เท่ห์" เขียนผิด ต้องเขียน "เท่" จึงจะถูกต้อง อยากรู้คำว่า ญัตติ.. เขียนแบบไหน "ญัติติ" หรือ "ญัตติ" เราจะมาพิจารณาด้วยกัน ว่าเขียนอย่างไรจึงจะถูก...เริ่มจาก ค้นหาคำว่า "ญัติติ" ซึ่งค้นหาเท่าไร ก็ไม่พบความหมาย ครั้นค้นคำว่า "ญัตติ" จะพบข้อมูลดังนี้ ความหมายตามพจนานุกรม ญัตติ น. คําประกาศให้สงฆ์ทราบเพื่อทํากิจของสงฆ์ร่วมกัน เช่น ญัตติทุติยกรรมวาจา ญัตติจตุตถกรรมวาจา, คําเผดียงสงฆ์ ก็ว่า ข้อเสนอเพื่อลงมติ เช่น ผู้แทนราษฎรเสนอญัตติเข้าสู่สภาเพื่อขอให้ที่ประชุมลงมติว่าจะเห็นชอบด้วยหรือไม่; หัวข้อโต้วาที เช่น โต้วาทีในญัตติว่า ขุนช้างดีกว่าขุนแผน. (ป.). ฉะนั้น "ญัติติ" เขียนผิด ต้องเขียน "ญัตติ" จึงจะถูกต้อง "หลับไหล" หรือ "หลับใหล"... "หลงไหล" กับ "หลงใหล" เป็นอีก 2 ประโยค ทีชวนให้สงสัย และสับสนกันมานาน สำหรับคำที่ใช้สระ-ใ (ไอ-ไม้ม้วน) จริงๆ คำที่ใช้ สระไอ-ไม้ม้วน ถ้าท่องคำกลอน 20 ม้วนจำจงดี เมื่อตอนเรียนสมัยประถมน่าจะถูกนะครับ" พร้อมฝากบทกลอนไว้ดังนี้... ผู้ใหญ่หาผ้าใหม่ให้สะใภ้ใช้คล้องคอ ใฝ่ใจเอาใส่ห่อมิหลงใหลใครขอดู จะใคร่ลงเรือใบดูน้ำใสและปลาปู สิ่งใดอยู่ในตู้มิใช่อยู่ใต้ตั่งเตียง บ้าใบ้ถือใยบัวหูตามัวมาใกล้เคียง เล่าท่องอย่าละเลี่ยงยี่สิบม้วนจำจงดี พร้อมกำชับว่า "ส่วนคำไหนไม่ได้อยู่ในนี้ก็ใช้สระไอ ไม้มลายนะคะ" ความหมายตามพจนานุกรม "ไหล" เปรียบเทียบกับ "ใหล" ซึ่งคำว่า "ไหล" หมายถึง เลื่อนไป หรือเคลื่อนที่ไปอย่างของเหลว "หลงใหล" หมายถึง เผลอไผล สติเฟือน (...สองเผือพี่หลับใหล ลืมตื่น ฤาพี่.../ในลิลิตพระลอ) จะเห็นว่า ส่วนใหญ่จะใช้ "หลับใหล" จะมีบ้างที่ใช้ หลับไหล แต่ไม่นิยม ควรรู้เพิ่มเติมว่า โดยปกติแล้วคำว่า "ใหล" ที่ใช้ไม้ม้วน จะไม่ใช้ลำพัง แต่ต้องใช้ซ้อนกับคำอื่น ได้แก่ ใช้ซ้อนกับคำว่า หลง เป็น หลงใหล และซ้อนกับคำว่า หลับ เป็น หลับใหล คำว่า "ใหล" ที่ใช้ไม้ม้วนนี้ จึงทำให้เข้าใจได้ว่า หมายถึงอาการคล้ายละเมอ เพราะในภาษาลาวมีคำว่า ใหล (สะกดด้วยสระไอ ไม้ม้วน) หมายถึง ละเมอ หรือ พูดในเวลาเผลอสติ อย่างคนบ้าจี้ที่ถูกหลอกให้ตกใจแล้วมักจะพูดโพล่งออกมา จึงเข้าใจได้ว่า "หลับใหล" เป็นอาการของคนที่หลับไม่รู้สึกตัว เผลอ ละเมอออกมา อย่างไม่ได้สติ ฉะนั้น จึงพบราชบัณฑิตและผู้ที่เข้าใจรากศัพท์ภาษา เขียนเป็น "หลับใหล" ส่วนอีกคำ เชื่อว่าหลายคนจะจำได้แล้วว่า ต้องเขียนว่า "หลงใหล" จึงถูกต้อง ขอบคุณบทความ :: ทิวสน ชลนรา คำที่มักเขียนผิด?ในชีวิตประจำวัน

พล.อ.เปรม บอก ใครทรยศชาติขอให้พินาศ
บรรยาย /  พระสยามเทวาธิราช / 

เชื่อ พระสยามเทวาธิราชมีจริง สาปแช่งคนไม่ดี ผู้สื่อข่าว Mthai News รายงานจาก สำนักงานสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย หรือ UN ว่า สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้จัดงานสัมมนาวิชาการและบรรยายพิเศษเนื่องในโอกาสครบรอบ 12 ปีผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยมี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ เดินทางมาร่วมงานพร้อมกับมอบรางวัลเกียรติยศ “คนดีแห่งแผ่นดิน” เพื่อเชิดชูเกียรติให้แก่นายดุสิต นนทะนาคร อดีตประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และประธานหอการค้าไทย คนที่ 21 และนายชาญชัย จารุวัสตร์ อดีตกรรมการผู้อำนวยการ สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (ไอโอดี) ซึ่งบุคคลทั้งสองมีคุณสมบัติเป็นที่ยอมรับจากสาธารณชน พร้อมทั้งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนกระบวนการเพื่อสร้างความโปร่งใสและต่อต้านคอร์รัปชันมายาวนานและเป็นที่ประจักษ์ต่อสังคม ทั้งนี้ พล.อ.เปรมได้ กล่าวบรรยายพิเศษมีใจความตอนหนึ่งว่า ตนมีความคิดเห็นว่าหากมีการพูดถึงเรื่องจริยธรรมแล้ว ต้องพูดถึงเรื่องคุณธรรมด้วย เพราะถ้าพูดสองคำไปพร้อมๆกันจะทำให้มีความสมบูรณ์ของความหมาย ที่ผ่านมาตนพูดเสมอว่าเกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ซึ่งตนเป็นคนคิดเองและมาพูดในที่สาธารณะมา 23 ปี อีกทั้งวันนี้ก็ยังชอบพูดประโยชน์นี้อยู่มากๆ แต่คิดว่าไม่ค่อยมีคนชอบฟังมากเท่าไหร่ คำว่าการเกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดินนั้นอธิบายได้สองวิธี คือแบบสั้นหมายความว่าคิดทำความดี เพื่อให้แผ่นดินมีความสงบ คนในแผ่นดินมีความสุข ช่วยกันสร้างคนดีในแผ่นดิน อีกทั้งไม่ทำให้แผ่นดินมีปัญหา ไม่ทำให้คนในแผ่นดินเดือดร้อน ซึ่งเฉพาะคนดีเท่านั้นถึงจะทำได้ คนไม่ดีทำไม่ได้ เพราะว่าเป็นเรื่องที่ทำยากมาก แต่ก็ทำได้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ยากกว่านั้นคือการรักษาความดีให้คงอยู่กับผู้ทำตลอดไปจนกระทั่งตาย มีหลายคนในประเทศของเราเคยทำความดีให้ปรากฏจนกระทั่งได้รับการยกย่องสรรเสริญได้รับความศรัทธา แต่ในที่สุดก็ไม่สามารถรักษาความดีที่ตนทำไว้ได้ เป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก ทั้งนี้ สำหรับการอธิบายแบบยาวนั้น 1.ต้องมีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 2.ต้องมีความซื่อสัตย์ สุจริต เสียสละ จงรักภักดี 3.ผู้บังคับบัญชาต้องประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา มีความเมตตา เป็นคนไทยต้องมีความเป็นไทย มีความเป็นธรรม เป็นนายคนต้องมีแต่ให้ จะรับได้อย่างเดียวคือรับความทุกข์ ความลำบากยากเข็ญของคนอื่นนำมาพิจารณาแก้ไข เหมือนอย่างที่ผู้ตรวจการแผ่นดินทั้ง 3 คนกำลังดำเนินการอยู่ 4. ปัญหาชาติบ้านเมืองที่เป็นปัญหาสำคัญที่สุดคือความยากจน เพราะฉะนั้นเราต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน หาทางขจัดความยากจนในแผ่นดินของเรา 5.เราต้องยึดถือและปฏิบัติตามพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ 6.ภาครัฐ เอกชน หรือภาคไหนๆ ต้องทำงานให้คุ้มค่า คุ้มเวลา คุ้มความเป็นคน ที่น่าจะเข้าใจได้ง่ายว่าเกิดมาเป็นคนต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ตนใช้วิธีทำงานต้องยึดถือ 3 อย่างคือ สะดวก เรียบง่าย ประหยัด ถ้าทุกคนนำไปใช้ก็คิดว่าน่าจะได้ประโยชน์ 7.ต้องดำรงวัฒนธรรมไทย เช่นการละเล่นท้องถิ่นภาคต่างๆ การพูดภาษาท้องถิ่น ไม่ควรจะลอกเรียนฝรั่งจนไม่เหลือความเป็นไทยก็น่าเสียดายความเป็นไทย 8 .ผู้ใหญ่ต้องถือว่าเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบที่จะดูแลยุวชนและเยาวชน เพราะความสำคัญของเด็กเป็นความสำคัญของชาติบ้านเมือง ต้องถือว่าเป็นหน้าที่โดยตรงที่เราต้องรับผิดชอบดูแลให้เด็กเติบโตมาเป็นคนดีของชาติบ้านเมืองให้ได้ 9. ศ.กาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิตที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องภาษาไทย ได้ให้คำชี้แจงกับตนเรื่องคุณธรรมจริยธรรม ซึ่งหมายถึงความดีที่มีอยู่ในใจของตน ทำให้ผู้มีคุณธรรมประพฤติดี ปฏิบัติดี คุณธรรมเป็นธรรมะที่ควบคุมจิตใจของคนให้คิดให้พูดในสิ่งที่เป็นคุณ พร้อมกันนี้ โดยเฉพาะเป็นผลดีต่อผู้อื่น คุณธรรมเป็นความรู้สึกนึกคิดที่เกิดขึ้นเอง หรือเกิดจากการอบรมสั่งสอน ที่เมื่อยึดมั่นเป็นคุณธรรมฝั่งในจิตใจ คนดีมีคุณธรรมจะต้องซื่อสัตย์ สุจริต คิดดี ทำดี พูดดี คิดตรง ทำตรง พูดตรง มีเมตตาช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่คดโกงแม้ว่าไม่มีผู้รู้เห็น จะไม่เอารัดเอาเปรียบ ข่มเหงผู้ที่อ่อนแอกว่า ไม่ฉ้อราษฎร์บังหลวง ไม่ทุจริต ส่วนเรื่องจริยธรรม หมายถึงความประพฤติทางกายและวาจาที่แสดงออกถึงธรรมะที่อยู่ในใจ จริยธรรมหมายถึงการปฏิบัติในทางดีควบคู่กับคำว่าศีลธรรมที่มีการชี้แจงชัดเจน จริยธรรมบังคับได้แต่กายวาจา บังคับใจไม่ได้ ส่วนคุณธรรมบังคับใจ ความดีที่มีอยู่ในใจ คุณธรรมคือเรื่องของใจ จริยธรรมเรื่องของกายและวาจา ขณะเดียวกัน ตนได้อ่านประมวลจริยธรรม เช่นของ ส.ส. ส.ว. ซึ่งเป็นเรื่องดีมากและเป็นประโยชน์มาก หากรวมคุณธรรมเข้าไปด้วย ผมสังเกตว่าในประมวลจริยธรรมหากไม่ปฏิบัติก็ไม่มีบทลงโทษ เพราะฉะนั้นคิดว่าจะตัดสินได้อย่างไร ซึ่งก็ต้องใช้มโนธรรมและกติกาในใจของตนเองเป็นมาตรการในการตัดสิน มโนธรรมคือการรู้สึกผิดชอบชั่วดี แยกความดีจากความชั่วได้ อย่างไรก็ตามผมขอพูดนอกเรื่องว่า ผมเชื่อมั่นว่าชาติบ้านเมืองเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีใครมีสิทธิยึดถือเป็นของตนเองได้ เชื่อว่าพระสยามเทวาธิราชมีจริง จะปกป้องคนดีและสาปแช่งคนไม่ดี สาปแช่งคนทรยศต่อชาติบ้านเมืองให้พินาศ ผมเชื่ออย่างนั้น ผู้มีเกียรติจะเชื่อหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับคุณธรรมจริยธรรมของแต่ละคน Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

อัพเดทศัพท์วัยรุ่น เยอะจุงเบย
ภาษาวัยรุ่น /  เกร็ดความรู้

ราชบัณฑิตยสถาน?จัดหนัก?อัพเดทศัพท์วัยรุ่น?กว่าพันคำ?ลง พจนานุกรมคำใหม่เล่ม 4 ออกเผยแพร่ปลายปี?ไม่ว่าจะเป็น ศัพท์ใหม่? ศัพท์วัยรุ่น ที่ทันยุคสมัย คำสแลง เพื่อเป็นแหล่งค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลคำใหม่ต่างๆ และบันทึกคำเหล่านี้ไว้เป็นหลักฐานแสดงการเกิดและการเปลี่ยนแปลงของคำที่ใช้ในสังคมไทย (โอ้มันลึกซึ่งมาก O0O! ) ซึ่งวัยรุ่นไทยอย่างเราก็ไม่รู้หรอกว่าเคยพูดเคยใช้ กันมั้งหรึเปล่า! แต่ ราชบัณฑิตยสถาน บอกว่ามี?ศัพท์วัยรุ่น?กว่า 1พันคำ (โห้เยอะจุงเบย ^^)?เอาละเรามาดูกันคะว่า?ศัพท์ใหม่ ศัพท์วัยรุ่น ที่?ราชบัณฑิตยสถาน จัดแจงรวบรวมกว่าพันคำมีอะไรบ้าง ? ตัวอย่างคำและความหมายของ ศัพท์วัยรุ่น บางส่วน บางคำ กรรมสะสมไมล์ -?เป็นการเปรียบเทียบคนที่ชอบทำบาปกรรมว่าเป็นการสะสมไมล์ เหมือนที่สายการบินให้ลูกค้าสะสมไมล์เมื่อเดินทาง กระบือบำบัด -?คำนี้มาจากโครงการใช้ควายบำบัดเด็กออทิสติกจนประสบความสำเร็จ กองร้อยน้ำหวาน - ตำรวจจราจรหญิงในยุคบุกเบิก เป็นกองกำลังหนึ่งของกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน กองบัญชาการ ตำรวจนครบาล กอดเสาเข่าทรุด -?เกิดขึ้นจากเหตุการณ์อุทกภัยช่วงปลายปีที่ผ่านมาหลังจากประชาชนกลับเข้าไปบ้านเมื่อเห็นสภาพความเสียหายมากมายถึงขั้นเกิดอาการกอดเสาเข่าทรุด กากๆ - คำศัพท์ที่วัยรุ่นนิยมใช้ในอินเตอร์เน็ต โดยเป็นการดูถูกว่าเป็นคนที่ทำตัวไม่ค่อยมีประโยชน์ กิจกาม - เป็นคำที่ใช้เลียนแบบคำว่า กิจกรรม ซึ่งแทนที่จะไปทำกิจกรรมต่างๆ ก็มุ่งไปเรื่องเพศสัมพันธ์อย่างเดียว กินตับ - มีความหมายมาจากเพลงกินตับ (หรออ!) กินอิ่มนอนอุ่น - แทนที่วัยรุ่นจะพูดว่ากินอิ่มนอนหลับ เพื่อความเท่และทันสมัยก็จะพูดคำดังกล่าว เกรียน - เป็นคำสแลงของคนที่มีพฤติกรรมก่อกวนคนอื่นและก้าวร้าวทางคำพูด ขนแขน สแตนอั้ป - พูดเมื่อเวลาเจอเรื่องน่าตื่นเต้น ขออภัยมณีศรีสุวรรณ - แทนที่จะพูดว่าขออภัยคำเดียว ก็จะเติมสร้อยให้ดูทันสมัย ครูตู้ - คือทีวีการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม จอนูน /จอแบน - เป็นการพูดถึงลักษณะของผู้หญิง (ลักษณะอะไรคะ?) จัดชุดใหญ่/จัดเต็ม/จัดแน่น/จัดหนัก/จัดใหญ่ - เป็นคำที่ใช้พูดในสถานการณ์ที่ต้องการทำอะไรบางอย่างแบบเต็มที่ แพล้งกิ้ง - ช่วงที่ผ่านมาวัยรุ่นได้ฮิตทำท่าแปลกๆ คล้ายคนที่ตาย แท็บเหล็ต/แท็บเบล็ต - หนึ่งในนโยบายของ รัฐบาลชุดปัจจุบันที่แจกแท็บเหล็ตให้กับนักเรียน ป.1 เฟ้สบุ๊ก - โปรแกรมที่คนทั่วโลกกำลังนิยมเล่น ชะโงกทัวร์ - มาจากการได้ไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ แต่ทำได้แค่ยืนมองโดยไม่ได้ลงไปชมความงามอย่างเต็มที่ แต๊งกิ้วหลาย - เป็นคำที่วัยรุ่นทับศัพท์มาจากภาษาอังกฤษแล้วใช้ภาษาอีสานเติมเป็นสร้อย ตีขอร์ดหยอดสาว - พฤติกรรมของผู้ชายที่ใช้เวลาในการเล่นกีฬาไปจีบผู้หญิง (เพิ่งเคยได้ยินวันนี้แหละ!) นักปั้นน้ำ - มีความหมายมาจากคนที่ชอบโกหกไปเรื่อยๆ ซ่อนดาบในรอยยิ้ม - ใบหน้ายิ้มแย้มแต่ในใจลึกๆ กำลังคิดร้าย เม้าธ์มอย - เป็นการนินทาหรือกล่าวหาผู้อื่น, ?มีหัวไว้คั่นหู? ใช้ด่าและประชดประชันคนที่ถูกมองว่าโง่ สมใจนึกบางลำพู - มาจากร้านขายเสื้อผ้าย่านบางลำพู ใครๆ ก็รู้จัก เวลาพูดว่าจะไปซื้อเสื้อผ้าที่บางลำพู ก็จะบอกว่าไปร้านนี้ (ไม่เคยนะ!) เคลียร์คัดชัดเจน - ใช้พูดเวลาที่ทำความเข้าใจในเรื่องนั้นจนชัดเจนกระจ่างแจ้งแล้ว โนเวย์สเตชั่น - แทนที่จะใช้คำว่า ไม่ ก็จะใช้คำนี้แทน ฟ้ามีตา - ใช้พูดเตือนสติคนที่คิดว่าทำชั่วแล้วจะไม่มีใครรู้เห็น ขั้นเทพ? - ดีอย่างยิ่ง, เก่งอย่างยิ่ง, เช่น แกงนี่อร่อยขั้นเทพเลย, ฝีมือวาดภาพขั้นเทพอย่างนี้ ราคาคงแพงมาก เข็มขัดสั้น?- คาดการณ์ไม่ถึง, คาดไม่ถึง, (ใช้พูดเล่น) เช่น ถ้าจะให้อีกฝ่ายสนใจ เราจะต้องปฏิบัติการแบบ เข็มขัดสั้น คนเคยรวย? - ผู้ที่มีฐานะดี แต่ได้รับผลจากวิกฤตเศรษฐกิจ ทำให้ฐานะตกต่ำลง เช่น ตอนนี้พวกคนเคยรวยพากันขนข้าวของในบ้านใส่รถมาเปิดท้ายขายของ คาร์บอมบ์? - ระเบิดที่ซุกซ่อนไว้ในรถเพื่อให้ระเบิดทำลายบุคคล หรือสถานที่ที่ต้องการ เช่น ผู้ก่อการร้ายใช้คาร์บอมบ์ระเบิดสะพาน งามไส้? ?- น่าขายหน้าอย่างยิ่ง เช่น งามไส้ไหมล่ะ เจ้าหน้าที่เป็นโจรเสียเอง ตั้งแก๊งฉกทรัพย์ในสนามบิน ชัวร์ป้าบ,ชัวร์ป้าบนิ่ม?- แน่นอนอย่างยิ่ง เช่น วันนี้เขาต้องมาที่นี่แน่ ๆ ชัวร์ป้าบนิ่ม ชาบู ชาบู? - อาหารหม้อไฟแบบญี่ปุ่นที่นำมาปรุงรับประทานเอง ใช้เนื้อวัว หรือหมูหั่นบางมาก ลวกจิ้มน้ำจิ้มปรุงรสด้วยเต้าเจี้ยวบด ซีอิ๊ว งา กระเทียม ?(เห้ย ! ที่ฉันรู้และพูดมา มันไม่ได้หมายถึง หมอไฟญี่ปุ่นนะเจ๊ มัน เดี้ยะ บร๊ะเจ้าก็โกรธหรอก) ชื่นสะดือ?- ชื่นใจ, สบายใจ, สมดังที่ต้องการ, เช่น หยุดคราวนี้จะไปเที่ยวให้ชื่นสะดือเลย (ห๊ะ! มีคำนี้ด้วยหรือนี้) ชุมชนออนไลน์?- กลุ่มคนที่เป็นสมาชิกเว็บไซต์ที่ให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการพูดคุย เผยแพร่ภาพ คลิปวิดีโอ รวมทั้งแบ่งปันข้อมูลอื่น ๆ แก่กันและกัน เช่น เขาหมกมุ่นอยู่แต่ในชุมชนออนไลน์จนไม่มีเวลาทำการบ้าน โชะ, โชะ ๆ?- ถูกต้องชัดเจน, ตรงประเด็น,สำเร็จเรียบร้อยอย่างรวดเร็ว,(มักใช้ซ้ำ)เช่นเวลาสั่งงานอย่าอ้อมค้อม ต้องสั่งแบบโชะ ๆ เลย ซะ?- ?มากจน (ตามด้วยกริยาที่ละไว้) เช่น เขาทำแค่นิดเดียว ชม ซะ (อาย) ซื้อเวลา?- ทำเพื่อให้เหตุการณ์ที่จะเป็นปัญหา หรือก่อปัญหาทอดยาวออกไปได้อีกระยะหนึ่ง เช่น ถ้าเรามัวแต่ซื้อเวลาไปเรื่อย ๆ แบบนี้ ปัญหาก็ไม่จบหรอก เซโรงัง?- เซ, เดินไม่ตรง, เช่น เขาให้มาช่วยเดินแบบงานการกุศล ไอ้เราก็อายุมากแล้ว เวลาหมุนตัวก็กลัวว่าจะเซโรงังตกแคตวอล์ก เซียะ?- สวยมาก เช่น ชุดใหม่ของเธอเซียะสุดสุด นางเอกคนใหม่นี่ทั้งแซ่บ ทั้งเซียะเลย ดราม่า?- ละครที่แสดงบนเวที หรือทางวิทยุโทรทัศน์เกี่ยวกับปัญหาชีวิตที่หนักหน่วง มีการแสดงอารมณ์ ( เอิ้บ ฉันว่า ดราม่าในวัยรุ่น หมายถึง เหตุการณ์ไม่ดี ที่มีการ ทะเลาะโต้เถียง โต้แย้ง กัน จนทำให้เกิด การดราม่า ไม่ใช่ละครเวที) เด็กในคาถา?- ลูกน้องที่ทำทุกอย่างตามความต้องการของเจ้านาย เช่น คนนี้ไว้ใจได้แน่นอนเพราะเป็นเด็กในคาถาของผมเอง เด๊ด, เด๊ดสะมอเร่?- ตาย เช่น ไอ้ตูบข้างบ้านถูกรถชนเด๊ดสะมอเร่ไปแล้ว เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว?- ทำเรื่องเสียหายเพียงเล็กน้อยแต่ก่อผลกระเทือนเป็นทอด ๆ จนเกิดความเสียหายอย่างมากต่อสิ่งแวดล้อมของโลก (อันนี้เหมือนเคยได้ยินแวปๆ) เดี๊ยะ?- ทุกประการ เช่น แกงที่นี่รสชาติเหมือนที่บ้านเดี๊ยะเลย ติดสาย?- ไม่สามารถรับโทรศัพท์ได้เพราะกำลังใช้โทรศัพท์อีกเครื่องหนึ่ง เช่น หัวหน้าติดสาย จะฝากข้อความไว้ไหมคะ ไต่สวนสาธารณะ?- กระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องก่อนที่จะตัดสินใจอย่างเป็นทางการในการดำเนินการใด ๆ ท็อปฟอร์ม?- รูปแบบ หรือลักษณะที่ดีที่สุด (ใช้กับการเล่นกีฬา) เช่น เขากำลังอยู่ในช่วงท็อปฟอร์ม แข่งขันสนามไหนก็ชนะหมด และนอกจากนี้ยังมี :: คิดเองเออเอง, คุ้ยแคะแกะเกา, จิ้งจกเปลี่ยนสี, เจิมปาก, ชื่นรูหู, เช็ดเม็ด, ซูโดกุ, ตายซับตายซ้อน, พรแสวง, ยิมน้าสติก, ร้องเพลงรอ, ริกเต้อร์ และโลว์ซีซั่น (?โห้เยอะจุงเบย?ไม่ไหวจะเคลียร์ เพลียร่างมากๆ เยอะจัด ! ) ซึ่งถ้า ราชบัณฑิตยสถาน ได้ทำการคัดเลือก ศัพท์วัยรุ่น?คำศัพท์ใหม่ เสร็จเรียบร้อย ก็จะตีพิมพ์ออกเผยแพร่ในช่วงปลายปี 2555 ทันที !

ต่อไปนี้โปรดเรียก
Laptop /  คอมพิวเตอร์วางตัก

ด้วยความปราถนาดีจากราชบัณฑิต ศ.กิติคุณ ดร.กาญจนา  นาคสกุล ผู้เชี่ยวชาญภาษาและวรรณคดีไทย มีความเป็นห่วงต่อการ ใช้ภาษาของคนไทย โดยเฉพาะกับนักเรียนนอก วัยรุ่น โดยเฉพาะภาษาที่ใช้กับสังคมอินเตอร์เนต ที่ชอบใช้ไทยคำอังกฤษคำ ไม่ถูกอัขระ ไร้ความปราณีต และมีการทับศัพท์ในส่วนของภาษาต่างประเทศ ทำให้หลงลืมรากศัพท์เดิม  จึงเปิดคำภาษาไทยใช้แทนคำทับศัพท์อังกฤษ “บางคนไม่สามารถถ่ายทอดความหมายของคำบางคำได้ เช่น อาการของคำว่า ซาบซึ้งใจ บางคนไม่รู้จัก ชื่อขนมไทย ชื่ออาหาร ดอกไม้ แม้กระทั่ง สิ่งที่แสดงถึงอารมณ์ความรู้สึก หรือ คำกริยา เช่น การปิ้ง ย่าง ทอด ที่นำมาใช้กันอย่างสับสน บางครั้งเด็กนึกไม่ออกว่าจะใช้ศัพท์นี้กับประโยคใดบ้าง  และทำให้ใช้ภาษาผิดเพี้ยนไป” ราชบัณฑิต กล่าว ศ.กิติคุณ ดร.กาญจนา  นาคสกุล ในส่วนของคำต่างประเทศที่นิยมใช้ทับศัพท์  เช่น คำว่า accident แอกซิเดนต์ สามารถใช้คำไทยว่า อุบัติเหตุ, เหตุขัดข้อง, check เช็ก สามารถใช้คำไทยว่าตรวจสอบ สอบถาม หาข้อมูล ตรวจ , free ฟรี สามารถใช้คำไทยว่า ว่าง, ไม่เสียเงิน, indoor อินดอร์ สามารถใช้คำไทยว่า ในร่ม, ในอาคาร,  logo โลโก สามารถใช้คำไทยว่า ตราสัญลักษณ์, และ poll โพล สามารถใช้คำไทยว่า สำรวจประชามติ นอกจากนี้ ยังมีคำที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี สังคมอินเทอร์เน็ต โดยอ้างจากหนังสือศัพท์คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ  เช่น  e-mail (electronic mail) อีเมล (ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์) ส่งอีเมล (ส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์) network เครือข่าย โครงข่าย,วงจรข่าย,  search ค้นหา การค้นหา,  laptop computer คอมพิวเตอร์วางตัก แล็ปท็อปคอมพิวเตอร์, overload  โหลดเกิน, ภาระเกิน, โอเวอร์โหลด และ adapter  ตัวปรับต่อ, ตัวปรับ เป็นต้น  จึงเรียนเพื่อทราบและเข้าใจตรงกันหากพบเห็น รีวิวคอมพิวเตอร์วางตัก และอื่นๆ สวัสดี!! Source By Blognone

สื่อออนไลน์ แฉ ตีแผ่เปิดโปง หรือสะท้อนสังคม??
คลิปนักเรียนตบ /  นิสิต ม.เกษตรฯ / 

ในปัจจุบันโซเชียลเน็ตเวิร์คแทบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนเราไปแล้ว ไม่ว่าจะทำกิจกรรมอะไร อยู่ที่ไหน อยู่กับใครก็กลายเป็นประเด็นชวนคุยในโลกออนไลน์ได้เสมอ หากประเด็นไหนน่าสนใจก็จะถูกพูดถึงจนกลายเป็นกระแสสังคม จึงทำให้สื่อมวลชนต้องมีการปรับตัวให้ทันกับเหตุการณ์โลกยุคโซเชียลที่มาเร็วไปเร็ว การนำเสนอข่าวจากโลกออนไลน์ จึงมาเป็นอีก 1 ช่องทางทำข่าวของสื่อทั้งโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อออนไลน์ ตามเว็บไซต์ต่างๆ แน่นอนว่าประเด็นที่สื่อมวลชนจับมาเล่น มักเกิดจากการส่งต่อ การถูกประโคมข่าวจากคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งจนเกิดเป็นกระแส และถูกนำเสนอเป็นข่าวในที่สุด ไม่ว่าเรื่องราวนั้นจะเป็นเรื่องดี ไม่ดี ข่าวฉาว ข่าวสร้างสรรค์ แต่หากเป็นที่สนใจของคนในสังคมออนไลน์ขึ้นมา เรื่องราวนั้นมักถูกตีแผ่เป็นข่าวได้เสมอ ซึ่งสอดคล้องกับ ความหมายของคำว่า "ข่าว" ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ หมายถึง "น. คําบอกเล่าเรื่องราวซึ่งโดยปกติมักเป็นเรื่องเกิดใหม่หรือเป็นที่สนใจ, คําบอกกล่าว, คําเล่าลือ." ประเด็นที่มักได้รับความสนใจนั้น ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกระทบกับความรู้สึกของคนเรา อย่างที่เรียกกันว่า Human Interest และสิ่งที่ตามมาจากการอ่านข่าว ก็คือการแสดงความคิดเห็นต่อข่าวนั้นๆ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละบุคคล ซึ่งข่าวเหล่านี้อาจแยกเป็นหลากหลายประเภท ดังนี้ กระแสชื่นชม อย่างกรณีภาพ นิสิตชายม.เกษตรศาสตร์ นำอิฐวางบนถนนเพื่อให้นิสิตหญิงเดินข้ามไปท่ามกลางสายฝน เมื่อภาพนี้ถูกนำมาทำเป็นข่าวก็ได้รับเสียงชื่นชมจากผู้ใช้อินเตอร์เน็ตจำนวนมาก หรือกรณีล่าสุดที่นักศึกษาสาวรายหนึ่ง ป้อนขนมให้กับขอทานพิการไม่มีแขน บนสะพานลอยที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ก็เรียกคะแนนความชื่นชมจากผู้คนบนโลกออนไลน์ได้เยอะเช่นกัน หรือจะเป็นคลิปสาวชาวต่างชาติที่ร้องเพลง “ฉันไม่พูดภาษาไทย” บอกเล่าเรื่องราวการเรียนรู้ภาษาไทยของเธอ เมื่อคลิปนี้ถูกจับมานำเสนอ ก็มีผู้ติดตามดูและชื่นชมในความพยายามของเธอ กระแสถก เป็นกระแสที่นำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของคน จึงทำให้มีทั้งผู้เห็นด้วยและมองต่างมุมออกไป กรณีการรับน้องด้วยระบบโซตัสของมหาวิทยาลัยรัฐบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งกลายเป็นกระแสข่าวคึกโครม เนื่องจาก มีการโพสต์ข้อความแสดงความเห็นกันผ่านเฟสบุ๊ก และถูกนำมาเผยแพร่ต่อ คนจำนวนมากไม่เห็นด้วยกับระบบโซตัส มองว่าเป็นระบบที่สร้างความแตกแยกให้นิสิตนักศึกษา เป็นระบบที่ต่างชาติไม่มี เพราะไม่ได้คารพกันที่อายุ แต่เคารพกันที่วุฒิภาวะ มีผู้แสดงความเห็นเข้ามามากมาย แต่ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นการแสดงความเห็นที่บอกเล่าทั้งความรุ้สึกและแง่คิดให้สังคมได้ ความเห็นจากสมาชิกเว็บไซต์ MThai.com คุณ A344GT5 ได้แสดงความเห็นว่า ..."ต่างชาติเค้าไม่มา สนใจว่าคุณอายุเท่าไร แต่เค้ามองแค่คุณมีความสามารถแค่ไหน ไม่แคร์ว่าคุณแก่หรือเด็ก ถ้าความสามารถคุณมีพร้อม ก็ได้รับการนับหน้าถือตา มีเครดิต แต่เมืองไทยนี่อะไร บ้าบอคอแตกกับระบบโซตัส รุ่นน้องต้องกราบรุ่นพี่ เพราะ มันเข้าเรียนก่อน ทำมาอ้างว่า เด็กจะได้เรียนรู้การอยู่ในสังคม ถุ_ย….ชีวิตในสังคมจริงๆ กับมหาลัยมันคนละเรื่องเลย" ขณะที่ผู้ที่เห็นด้วยกับระบบโซตัสก็แสดงความเห็นในอีกด้านว่า การรับน้องจะช่วยหล่อหลอมพฤติกรรมได้ คุณ  sarasin ได้แสดงความคิดเห็นว่า  ..."เอาแค่พอควร ไม่ต้องหักดิบ ค่อยเป็นค่อยไป รุ่นน้องมาใหม่ร้อยพ่อพันแม่ บางคนมาแข็งท้าต่อยรุ่นพี่ sotus หลอมกลายเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตนพลิกหน้ามือเป็นหลังมือก็มี จบไปได้ดีหลายคน อีกอย่าง sotus ไม่ใช่แค่รับน้อง มันเป็นรากฐานปูไปถึงอนาคต รุ่นพี่จบไปเขาก็ดูความประพฤติน้องๆนั่นแหละ น้องทำตัวดี สอนง่าย คุยง่าย เขาก็เอาไปทำงานด้วย น้องแข็งกร้าว ไม่เคารพ เกรงใจผู้ที่มีคุณวุฒิหรือวัยวุฒิมากกว่า เขาก็ไม่ค่อยเอาเข้าร่วมงานหรอก แม้จะเกียรตินิยมก็เถอะ"... กระแสดราม่า นอกจากประเด็นนี้แล้ว ยังมีกระแสข่าวอีกมากมายที่เกิดขึ้นเพราะโลกออนไลน์ ที่เกิดเป็นกระแสแบบปากต่อไป ในเรื่องที่ไม่ค่อยดีนัก กลายเป็นคำที่ชาวบ้านเรียกว่า "แฉ" ที่เห็นได้ชัดในปัจจุบันคงหนีไปพ้น คลิปหลุดการทำอนาจาร หรือคลิปเด็กนักเรียนตบตีกัน อย่างคลิปพระสงฆ์นั่งเครื่องบิน ก็ถือเป็นประเด็นวิจารณ์อย่างหนักและเกิดการขุดคุ้ยค้นหาข้อมูลที่ลึกลงไปเรื่อยๆ  ล่าสุดกับการเผยโฉมบ้านสุดหรูของพ่อแม่ของพระสงฆ์ที่ตกเป็นข่าว หรือภาหลุดคล้ายพระองค์ดังกล่าวนอนกับหญิงสาว ก็เช่นกัน ปฎิเสธไมได้ว่าโลกออนไลน์เป็นอีกแหล่งข่าวที่ถึงคนยุคโซเชียล จึงเป็นอีกช่องทางในการนำเสนอแง่มุมต่างๆให้สังคมรับรู้ ซึ่งก็คงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเหรียญนั้นมี 2  ด้าน ขณะที่ผู้รับสาร คนดูข่าวบางคนพอใจกับการได้รับรู้ข่าว เพราะถือเป็นความจริงของสังคม และสามารถใช้เป็นแนวทางในการดำรงชีวิตให้ดีขึ้นได้ ในมุมกลับกันก็มีคนบางกลุ่มที่มองว่าไม่สมควรถูกตีแผ่ เพราะจะทำให้สภาพสังคมแย่ลง ถือเป็นการส่งเสริมให้คนเห็นช่องทางในการกระทำผิดมากขึ้น ดังนั้นแล้วก็ต้องขึ้นอยู่ที่วิจารณญาณของผู้รับสารเอง ที่จะเป็นผู้เลือกรับสาร หรือเลือกนำข้อคิดจากข่าวสารมาประยุกต์ใช้กับชีวิตอย่างรู้เท่าทัน MThai News

มีอะไรใหม่ในเซ็กซ์ของคนรุ่นใหม่ ?
sex /  เซ็กส์ / 

‘อังเคิลอลิศ’ เพิ่งจะเล่าเรื่องโหงวเฮ้งทางเพศไปเมื่อเล่มสองเล่มก่อนหน้านี้ คนหนุ่มสาวร่วมสมัยเกิดมีคำถามว่า คอลัมน์นี้ชักจะไม่ค่อยเป็นวิทยาศาสตร์เสียแล้ว การไม่เป็นวิทยาศาสตร์ก็คือ ความไม่มีเหตุผลที่พิสูจน์ได้มาอ้างอิง เช่น อ้างถึงสถาบันวิทยาการต่างๆ บรรดามีในโลก โดยเฉพาะอ้างอิงถึงนักวิชาการฝรั่งหรือต่างชาติเพื่อให้ดูดีมีฐานะและความทันสมัยมากขึ้นเท่านั้นเอง แต่ Sex Talk อ้างแต่นักปราชญ์ราชบัณฑิตในยุคโบราณที่นักวิชาการรุ่นใหม่บางคนอาจทำท่าว่าจะเมินเฉยและมองข้ามไป เขาว่า คอลัมน์นี้ยิ่งเขียนไปก็ยิ่งถอยหลังไปหายุคโบราณเข้าไปทุกที GM เป็นนิตยสารของคนรุ่นใหม่ น่าจะนำแนวความคิดเรื่องเพศที่ร่วมสมัยมาถกแถลงกันจะดีกว่าไหม ? อังเคิลอลิศ ฟังแล้วก็อดขำไม่ได้ เด็กๆ ที่กำลังเติบโตด้วยพลังของวัยเจริญพันธุ์ อาจไม่รู้ว่า ปัญหาเรื่องเพศของมนุษย์เรานั้น โคตรจะซ้ำซากเอาทีเดียว กี่ร้อยปีก็ไม่มีอะไรใหม่ไปกว่าเดิม หรือเกิดความเปลี่ยนแปลงไปนักหนาเท่าไร สัจธรรมนี้ยังต้องอยู่อีกหรือ ? เซ็กซ์ในอดีตมาจนถึงเดี๋ยวนี้ก็มีแต่กิจกรรมซ้ำๆ ทั้งนั้น เพราะถ้าไม่ทำอะไรซ้ำๆ ไฉนเลยจะมีลูกเต้าเติบโตมาจนทุกวันนี้ แล้วก็ทำซ้ำๆ กันต่อไปเพื่อดำรงพันธุ์มนุษย์เอาไว้ไม่ให้สูญสลาย (ส่วนลีลาท่าทางที่เพิ่มขึ้น อังเคิลอลิศ ไม่เกี่ยวด้วย) แต่ความก้าวหน้าทางเพศของคนสมัยนี้ก็คือ เรื่องเพศถูกเปิดเผยในที่สาธารณะมากขึ้นทุกที โดยเฉพาะเรื่องราวคาวโลกีย์เกี่ยวกับวงการดารานักแสดง ประเภททำท้องแล้วไม่ยอมรับเป็นพ่อ หรือแกล้งยืนยันว่าเป็นลูกของดาราคนนั้นคนนี้เพื่อสร้างกระแส หรือเพราะความคับแค้นที่ถูกทอดทิ้ง กระทั่งเรื่องคนใหญ่ในวงการบันเทิงที่ออกมาแฉว่า ฝ่ายหญิงไปนอนกับใครมา 4-5คน เพื่อปกป้องธุรกิจและนักร้องในสังกัดของตัว ตลอดจนการใส่ร้ายป้ายสีดาราฝ่ายหญิงของลูกผู้ชายบางคนว่า มีอะไรกับตัวเองอย่างนั้นอย่างนี้ เพื่อแสดงให้เห็นว่า เขาคือลูกผู้ชายคนหนึ่งที่กล้าหาญชาญชัยในการออกมาปกป้องลูกผู้ชายด้วยกันไม่ให้เสียหาย แสดงออกมาแล้วก็ไม่รู้ว่า พากันเป็นลูกผู้ชายแบบไหน ถึงได้ช่วยกันเหยียบย่ำซ้ำเติมผู้หญิงได้ขนาดนั้น แม้ว่าเรื่องของความสัมพันธ์แต่เก่าก่อนจะเป็นความจริง แต่มันทำให้ดูเป็น ‘แมน’ กว่าเดิมหรืออย่างไรที่จะนำเรื่องลับเฉพาะตัวคนมาไขในที่แจ้ง ความก้าวหน้าเรื่องเพศของคนรุ่นใหม่อีกด้านหนึ่งก็คือ ยาปลุกเซ็กซ์ใหม่จากเมืองจีนที่ถูกกว่าและมีประสิทธิภาพเหนือกว่ายาไวอะกร้า เม็ดสีฟ้า กินแล้วจะขึงขังพร้อมพรักภายใน 1 ชั่วโมง ทำให้อวัยวะแข็งตัวราวกับสาก หัวใจเต้นแรง หน้าตาแดงก่ำเหมือนคนเมาเหล้าก่อนจะขึ้นขย่มอย่างดุเดือด บางรายอาจถึงขั้นหัวใจวายคาอกเอาดื้อๆ ความก้าวหน้าเรื่องยาปลุกเซ็กซ์สำหรับผู้หญิง กินเข้าไปแล้วก็สามารถสร้างให้ผู้หญิงดีๆ หรือผู้หญิงที่ดี แต่เสียแล้ว อาจถึงขั้นเสียจริต ขาดวุฒิภาวะ กระทั่งขาดสติ จนพร้อมจะโรมรันพันตูกับใครก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นแฟน คนรักหรือสามี ความก้าวหน้าของคนรุ่นใหม่อีกอย่างก็คือ การเป็นเกย์หรือกะเทยอย่างเปิดเผย กล้าหาญ อาจจะมีความเป็นลูกผู้ชายมากกว่าผู้ชายบางคนเสียด้วยซ้ำไป เพราะไม่มีใครปิดบังอำพรางกันต่อไปอีกแล้ว ตั้งแต่เดิมอยู่ในที่ลับ ก็ออกมาสู่สาธารณะ และทางรายการทีวี ละคร หนัง และอื่นๆ จะเป็นแบบอย่างให้รุ่นหลังเยาวชนเลิกแอบจิตไปด้วยก็เป็นไปได้ทั้งนั้น แสดงว่า สมัยก่อน ปิดในสิ่งที่ควรปิด ส่วนสมัยนี้เปิดในสิ่งที่ควรปิด เรื่องเซ็กซ์สมัยก่อนมีเสน่ห์เย้ายวนกว่าตรงที่การปกปิด ซ่อนเร้น และสมัยนี้ยิ่งเปิดเผยมาก การกระตุ้นความอยากและค้นหาความเย้ายวน ก็แทบจะไม่มีอะไรเหลือ คนรุ่นใหม่สมัยนี้อาจด้านชากับเซ็กซ์กันไปหมดแล้ว จนอาจต้องใช้วิทยาศาสตร์วิทยาการเข้าช่วย เช่น ยาที่ปลุกกระตุ้นเร้าเซ็กซ์ หรือวิดีโอโป๊ เครื่องมือสำเร็จความใคร่แบบที่ไม่ต้องพึ่งมนุษย์เพศตรงข้าม พัฒนาการของคนรุ่นใหม่เหล่านี้ น่าติดตามมากกว่าจิตวิญญาณทางเพศที่ลุ่มลึกแบบโบราณเลยหรืออย่างไร ? sex สิ่งที่หนุ่มๆ กลัวเรื่องเซ็กซ์..xxx! สิ่งที่หนุ่มๆ กลัวเรื่อง เซ็กซ์ sex !.. ใครว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นเฉพาะผู้หญิง หนุ่มๆ เขาก็กังวลเหมือนกันนะ ผู้ชายกลัวโป๊ ผมเองนั้นไม … ศิลปะแห่งการเป็นนักรักชั้นดี สำหรับผู้ชายแล้ว การเป็นนักรักที่ดีคืออะไร ? บางคนคิดว่า การมีเมียน้อยหรือมีกิ๊กหลายคน คือการเป็นนักรักที่ยิ่งใหญ่ แต่ภาพของผู้ชายปร … ความสุขทางเพศแบบเต๋า ชีวิตร่วมสมัยยุคใหม่ ผมเล่าเรื่องเทคนิคทางเพศ สลับกับปัญหาทางเพศของคนหนุ่มสาวยุคใหม่มาทั้งปีแล้ว ก็ต้องยอมรับว่า ผมใช้หลักของเต๋าโบราณเป็นเกณฑ์ในการสร้า …

เทียนพรรษา ทำมาจากอะไร
ประวัติ /  วันเข้าพรรษา / 

รู้หรือไม่? เทียนพรรษา ทำมาจากอะไร? หลายคนอาจจะสงสัย ว่า เทียนพรรษา คืออะไร??เทียนพรรษา?ใช้ทำอะไร? เพราะช่วงนี้เป็นช่วง เข้าพรรษา ก็จะต้องมีการนำเทียนมาถวายวัด หรือ การยกขบวน แห่เทียนพรรษา เอาละเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราไปดูกันดีกว่าว่า?เทียนพรรษา ทำมาจากอะไร? กำเนิด เทียนพรรษา ศาสนาพราหมณ์ - ฮินดู นับถือวัวเพราะถือว่า วัวเป็นพาหนะของพระอิศวร เมื่อวัวตาย จะเอาไขจากวัวมาทำเป็นน้ำมันเพื่อจุดบูชาพระผู้เป็นเจ้าที่ตนเคารพ?แต่ชาวพุทธซึ่งนับถือ ศาสนาพุทธ จะทำเทียนเพื่อจุดบูชา พระรัตนตรัย โดยการเอารังผึ้ง ร้างมาต้มเอาขี้ผึ้ง แล้วฟั่นเป็นเทียนเล่มเล็ก ๆ มีความยาวตามต้องการ เช่น ยาวเป็นคืบ หรือเป็น ศอกแล้วใช้จุดบูชาพระ เทียนพรรษา เริ่มมีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล ชาวพุทธจะยึดถือเป็นประเพณีนำเทียนไป ถวายพระภิกษุในเทศกาล เข้าพรรษา เพื่อปรารถนาให้ตนเองเป็นผู้เฉลียวฉลาด มีไหวพริบ ประดุจ แสงสว่างของดวงเทียน วิวัฒนาการของ เทียนพรรษา เทียนพรรษา คือ เทียนขนาดใหญ่และยาวเป็นพิเศษกว่าเทียนชนิดอื่น สำหรับจุดใน โบสถ์ตั้งแต่วัน เข้าพรรษา จนถึงวัน ออกพรรษา (พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525) การทำเทียนพรรษา มีวิวัฒนาการมาเป็นลำดับ จากการนำรังผึ้งมาต้มเอาขี้ผึ้งไปฟั่น เป็นเทียนนำไปถวายพระภิกษุ เอาเทียนเล่มเล็ก ๆ หลาย ๆ เล่ม มามัดรวมกันเป็นลำต้นคล้ายกับ ต้นกล้วย หรือลำไม้ไผ่ แล้วนำไปติดกับฐาน ซึ่งการมัดรวมกันแบบนี้เป็นสาเหตุหนึ่งที่นิยมเรียกว่า ต้นเทียน หรือต้นเทียนพรรษา ภาพขบวนแห่?เทียนพรรษา?ไปถวายพระที่วัดในอดีต ต้น เทียนพรรษา?ประเภทแรก คือ " มัดรวมติดลาย " เป็นการเอาเทียนเล่มเล็ก ๆ มามัด รวมกันบนแกนไม้ไผ่ให้เป็น ต้นเทียน ขนาดใหญ่ แล้วตัดกระดาษเงิน กระดาษทองเป็นลายต่าง ๆ ติดประดับโดยรอบต้นเทียน ต่อมามีการคิดทำต้นเทียนเป็นต้นเดี่ยว เพื่อใช้จุดให้ได้นาน โดย การใช้ลำไม้ไผ่ที่ทะลุปล้องเป็นแบบหล่อ เมื่อหล่อเทียนเป็นต้นเสร็จแล้วจึงนำมาติดที่ฐาน และจัด ขบวนแห่เทียนไปถวายพระที่วัด การตกแต่งต้นเทียน เริ่มมีขึ้นโดยภูมิปัญญาชาวบ้าน ใช้ขี้ผึ้งลนไฟหรือตากแดดให้อ่อน แล้วปั้นเป็นรูปดอกลำดวนติดต้นเทียน หรือเอาขี้ผึ้งไปต้มให้ละลาย แล้วใช้ผลมะละกอ หรือ ผล ฟักทองนำมาแกะเป็นลวดลาย ใช้ไม้เสียบนำไปจุ่มในน้ำขี้ผึ้ง แล้วนำไปจุ่มในน้ำเย็น แกะขี้ผึ้งออก จากแบบ ตัดและตกแต่งให้สวยงามนำไปติดที่ต้นเทียน พ.ศ. 2482 มีช่างทองชื่อ นายโพธิ์ ส่งศรี เริ่มทำลายไทยไปประดับบนเทียน โดยมี การทำแบบพิมพ์ลงในแผ่นปูนซีเมนต์ซึ่งถือว่าเป็นแบบพิมพ์ หรือแม่พิมพ์ แล้วเอาขี้ผึ้งที่อ่อนตัว ไปกดลงบนแม่พิมพ์จะได้ขี้ผึ้งเป็นลายไทย นำไปติดกับลำต้นเทียน ต่อมา นายสวน คูณผล ได้คิดทำลายให้นูนและสลับสี จนเห็นได้ชัด เมื่อส่งเทียนเข้า ประกวดจึงได้รับรางวัลชนะเลิศ และในปี พ.ศ. 2497 นายประดับ ก้อนแก้ว คิดประดิษฐ์ทำหุ่นเป็น เรื่องราวพุทธประวัติ และเอาลวดลายขี้ผึ้งติดเข้าไปที่หุ่น ทำให้มีลักษณะแปลกออกไป จึงทำให้ เทียนพรรษาได้รับรางวัลชนะเลิศ และชนะเลิศมาทุกปี ในเทียนพรรษาประเภทติดพิมพ์ ปี พ.ศ. 2502 มีช่างแกะสลักลงใน เทียนพรรษา คนแรก คือ นายคำหมา แสงงาม และ คณะกรรมการตัดสินให้ชนะการประกวด ทำให้เกิดการประท้วงคณะกรรมการตัดสิน ทำให้ในปี ต่อๆ มามีการแยกประเภทต้นเทียนออกเป็น 2 ประเภทชัดเจนคือ ประเภทติดพิมพ์ (ตามแบบเดิม) ประเภทแกะสลัก การทำ เทียนพรรษา มีวิวัฒนาการเรื่อยมาไม่หยุดนิ่ง ในปี พ.ศ. 2511 ผู้คนได้พบเห็น ต้น เทียนพรรษา ขนาดใหญ่และสูงขึ้น มีการแกะสลักลวดลายในส่วนลำต้นอย่างวิจิตรพิสดาร ใน ส่วนฐานก็มีการสร้างหุ่นแสดงเรื่องราวทางศาสนา และความเป็นไปในสังคมขณะนั้น กลายเป็น ประติมากรรม เทียนพรรษา ที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งช่างผู้ริเริ่มในการทำต้นเทียนยุคหลังคือ นายอุตส่าห์ และ นายสมัย จันทรวิจิตร สองพี่น้อง นับเป็นงานสร้างสรรค์ทางศิลปะอันเกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้าน อย่างแท้จริง คราวนี้เราก็ทราบกันแล้วใช่ไหมละว่า?เทียนพรรษา?ทำมาจาก?อะไร? ซึ่งเทศกาลงานบุญ เข้าพรรษา เรียกได้ว่าเป็น เทศกาลประจำชาติไทย อยากจะเชิญชวนวัยรุ่นทุกคน ร่วมงานบุญใหญ่ในครั้งนี้ เพราะสามารถช่วยกันสืบสานประเพณีวัฒนธรรมไทย ที่ดีงามนี้ไว้ให้เพื่อนๆลูกๆหลานๆวัยรุ่นไทย ต่อๆไป thank:: isangate.com /mohanamai.com

จุงเบย แปลว่าอะไร จักแร้เปี้ยก
ภาษาวัยรุ่น /  เกร็ดความรู้

คำว่า จุงเบย แปลว่าอะไร แล้วมีที่มาที่ไปยังไง? ทำไม จุงเบย ถึงเกิดคำนี้ขึ้นมา...(เออนั้นสิ) แล้วยังจะบรรจุคำศัพท์ใหม่ คำวัยรุ่น คำแสลง ที่ในปัจจุบันเขาพูดกัน ลง?พจนานุกรมคำศัพท์ใหม่?เล่ม4 อีก (โอ้ยตาย!นึกว่า นารูโตะ ) ความหมายของ จุงเบย ในไทย? จุงเบย?เพี้ยนมาจาก?จังเลย?แสดงความแอ๊บแบ๊ว บางคนบอกว่าปัญญาอ่อน ความหมายของ จุงเบย ในต่างประเทศ แต่รู้หรือไม่คำว่า จุงเบย ในภาษา คัสซาบลังกา หรือ?คาซาบลังกา (?โมร็อกโก ) แปลว่า จักแร้เปี้ยก ! เธอน่ารัก จุงเบย =?เธอน่ารัก?จักแร้เปี้ยก (555555) ที่มาของ จุงเบย จุง ? จัง สระ อุ และ ไม้หันอากาศ (?ั)?เป็นสระที่อยู่ใกล้กันในคีย์บอร์ด ทำให้พิมพ์ผิด โดยพิมพ์สลับกันบ่อยๆ จนเลยเถิดกลายเป็นศัพท์วัยรุ่น เบย ? เลย ล และ บ เป็นตัวอักษรที่อยู่ใกล้กันในคีย์บอร์ด ทำให้พิมพ์ผิด โดยพิมพ์สลับกันบ่อยๆ จนเลยเถิดกลายเป็นศัพท์วัยรุ่น ตัวอย่าง การใช้ จุงเบย? คิดถึงจุงเบย เธอน่ารักจุงเบย คำว่า ? จุงเบย ? กับ?พจนานุกรม ฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน ล่าสุดราชบัณฑิตฯ เตรียมบัญญัติ คำว่า ? จุงเบย ? เป็นศัพท์ใหม่ใน พจนานุกรมคำศัพท์ใหม่?รวมถึงคำว่า ?เม้าธ์มอย, กาก, กินตับ, เกรียน, เช็ดเม็ด ,?จอนูน, จอแบน, โนเวสเตชั่น, แพล้งกิ้ง?และอื่นๆ อยากรู้ ดูที่นี้ อัพเดทศัพท์วัยรุ่น เยอะจุงเบย http://teen.mthai.com/variety/47312.html เรียบเรียง teen.mthai?ข้อมูล?guchill.com หมายถึง จุงเบย daddy หรอคะ? เตรียมพร้อมรับมือ จุงเบย บุกโลก นั้นไง?ต็มไปหมดเบย กริ๊ดๆๆ โดนตบ เบย น่ารัก จุงเบย ได้แฟนเพราะ จุงเบย? ถ้าไม่พูดว่า จุงเบย จะเฉยป่าวว่ะ ( เอิ้บ ไม่พูด จุงเบย ไม่เท่าไร แต่ถ้าใครไม่รู้จัก โคตรเฉย จุงเบย นะ !) อาย อี ไพร่สถุนสยามตัวไหนมาพูด จุงเบย กูจักจับกุดหัวเสีย จักได้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ลูกหลานชาวสยามสืบไป คำขวัญประเทศไทย ปีหน้า ?เรารักประเทศไทย จุงเบย

ครม.โยกกระจุย! ตั้ง ประเวศน์ เลขาฯ ปปท.คนใหม่!
ข่าวดยกย้ายตำแหน่ง /  ข่าวรัฐบาล / 

ครม.โยกกระจุย! ตั้ง ประเวศน์ เลขาฯ ปปท.คนใหม่! เด้งอธิบดีสรรพากร นั่งผู้ตรวจฯ ดัน"สุเทพ" ขึ้นปลัดพลังงาน วันนี้ 27 ส.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ ได้มีมติเห็นชอบแต่งตั้งนายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน เป็นปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่ แทนนายณอคุณ สิทธิพงศ์ ที่จะเกษียณอายุราชการ ทั้งนี้ ครม. ยังแต่งตั้งข้าราชการระดับ 10 (อธิบดี) ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ดังนี้ 1.ตั้งนายราฆพ ศรีศุภอรรถ ผู้ตรวจราชการ เป็นอธิบดีกรมศุลกากร แทนตำแหน่งที่ว่างอยู่ นายสุทธิชัย สังข์มณี จากผู้ตรวจราชการ เป็นอธิบดีกรมสรรพากร สลับกับนายสาธิต รังคสิริ จากอธิบดีกรมสรรพากร ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณฯ ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการสำนักงบประมาณคนใหม่ แทนนายวรวิทย์ จำปีรัตน์ ที่เกษียณอายุราชการ ขณะเดียวกัน ครม.ยังเห็นชอบต่อเวลาการดำรงตำแหน่งนางสาวกนกวลี ชูชัยยะ เลขาธิการราชบัณฑิตยสถาน แล้วต่ออายุนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ เป็นผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ออกไปอีก 1 ปี พร้อมกันนี้ ยังแต่งตั้ง พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข เป็นเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. แต่งตั้ง พ.ต.ท.พงษ์ธร ธัญญสิริ เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และให้นายขจร วีระใจ เป็นรองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2556 นับแต่ทรงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง MThai News

คำทำนาย วันสงกรานต์
ดวง /  ดูดวง / 

สงกรานต์ เป็นประเพณีเก่าแก่ของไทยซึ่งสืบทอดมาแต่โบราณคู่มากับประเพณีตรุษ จึงมีการเรียกรวมกันว่า ประเพณีตรุษสงกรานต์ หมายถึงประเพณีส่งท้ายปีเก่า และต้อนรับปีใหม่คำว่าตรุษเป็นภาษาทมิฬ แปลว่าการสิ้นปีพิธีสงกรานต์ เป็นพิธีกรรมที่เกิดขึ้นในสมาชิกในครอบครัว หรือชุมชนบ้านใกล้เรือนเคียง แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนไปสู่สังคมในวงกว้าง และมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนทัศนคติ และความเชื่อไป ในความเชื่อดั้งเดิมใช้สัญลักษณ์เป็นองค์ประกอบหลักในพิธี ได้แก่ การใช้น้ำเป็นตัวแทน แก้กันกับความหมายของฤดูร้อน ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษ ใช้น้ำรดให้แก่กันเพื่อความชุ่มชื่น มีการขอพรจากผู้ใหญ่ การรำลึกและกตัญญูต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับ ในชีวิตสมัยใหม่ของสังคมไทยเกิดประเพณีกลับบ้านในเทศกาลสงกรานต์ นับวันสงกรานต์เป็นวันครอบครัว ในพิธีเดิมมีการสรงน้ำพระที่นำสิริมงคล เพื่อให้เป็นการเริ่มต้นปีใหม่ที่มีความสุข ปัจจุบันมีพัฒนาการและมีแนวโน้มว่าได้มีการเสริมจนคลาดเคลื่อนบิดเบือนไป เกิดการประชาสัมพันธ์ในเชิงการท่องเที่ยวว่าเป็น ?Water Festival? เป็นภาพของการใช้น้ำเพื่อแสดงความหมายเพียงประเพณีการเล่น มาดูคำทำนายในแต่ละวันในวันมหาสงกรานต์ คำทำนายในวันมหาสงกรานต์ 1. ถ้าวันอาทิตย์ เป็น วันมหาสงกรานต์ ปีนั้นพืชพันธุ์ธัญญาหารไม่สู้จะงอกงามนัก ถ้าวันอาทิตย์เป็น วันเนา ข้าวจะตายฝอย คนต่างด้าวจะเข้าเมืองมาก ท้าวพระยาจะร้อนใจ ถ้าวันอาทิตย์เป็น วันเถลิงศก พระมหากษัตริย์จะมีพระบรมเดชานุภาพ ปราบศัตรูได้ทั่วทุกทิศ 2. ถ้าวันจันทร์ เป็น วันมหาสงกรานต์ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ตลอดจนคุณหญิง คุณนายทั้งหลายจะเรืองอำนาจ ถ้าวันจันทร์เป็น วันเนา มักเกิดความไข้ต่างๆ และเกลือจะแพง นางพญาจะร้อนใจ ถ้าวันจันทร์เป็น วันเถลิงศก พระราชินีและท้าวนางฝ่ายในจะมีความสุขสำราญ 3. ถ้าวันอังคาร เป็น วันมหาสงกรานต์ โจรผู้ร้ายจะชุกชุม จะเกิดการเจ็บไข้ร้ายแรง แต่ถ้าวันอังคารเป็น วันเนา ผลหมากรากไม้จะแพง ถ้าวันอังคารเป็น วันเถลิงศก ข้าราชการทุกหมู่เหล่าจะมีความสุข มีชัยชนะแก่ศัตรูหมู่พาล 4. ถ้าวันพุธ เป็นวัน มหาสงกรานต์ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จะได้รับการยกย่องจากต่างประเทศ ถ้าวันพุธเป็น วันเนา ข้าวปลาอาหารจะแพง แม่หม้ายจะพลัดที่อยู่ ถ้าวันพุธเป็น วันเถลิงศก บรรดานักปราชญ์ราชบัณฑิตจะมีความสุขสำราญ 5. ถ้าวันพฤหัสบดี เป็น วันมหาสงกรานต์ ผู้น้อยจะแพ้ผู้เป็นใหญ่ และเจ้านาย ถ้าวันพฤหัสบดีเป็น วันเนา ผลไม้จะแพง ราชตระกูลจะมีความร้อนใจ ถ้าวันพฤหัสบดีเป็น วันเถลิงศก สมณชีพราหมณ์จะปฏิบัติกรณียกิจอันดีงาม 6. ถ้าวันศุกร์ เป็น วันมหาสงกรานต์ พืชพันธุ์ธัญญาหารจะอุดมสมบูรณ์ ฝนชุก พายุพัดแรง ผู้คนจะเป็นโรคตาและเจ็บไข้กันมาก ถ้าวันศุกร์เป็น วันเนา พริกจะแพง แร้งกาจะเป็นโรค สัตว์ป่าจะเป็นอันตราย แม่หม้ายจะมีลาภ ถ้าวันศุกร์เป็น วันเถลิงศก พ่อค้าคหบดีจะทำมาค้าขึ้น มีผลกำไรมาก 7. ถ้าวันเสาร์ เป็น วันมหาสงกรานต์ โจรผู้ร้ายจะชุกชุม จะเกิดการเจ็บไข้ร้ายแรง ถ้าวันเสาร์เป็น วันเนา ข้าวปลาจะแพง ข้าวจะได้น้อย ผลไม้จะแพง น้ำน้อย จะเกิดเพลิงกลางเมือง ขุนนางจะต้องโทษ ถ้าวันเสาร์เป็น วันเถลิงศก บรรดาทหารทั้งปวงจะมีชัยชนะแก่ข้าศึกศัตรู ฉะนั้นสงกรานต์ตามคตินิยมโบราณ นิยมสรงน้ำพระและผู้เฒ่าผู้แก่อันเป็นการแสดงความเคารพนับถือแสดงความกตัญญูและเพื่อความเป็นสิริมงคล เพื่อให้เป็นการเริ่มต้นปีใหม่ที่มีความสุข บทความ อ .ตั้ม ศรีนเรศพยากรณ์ ใส่เสื้อผ้าสีอะไรถูกโฉลกกับเล่น สงกรานต์ ปีนี้ สงกรานต์เที่ยวไหนดี? เรามีคำตอบ! ประเพณีสงกรานต์ สืบสานตำนานไทย

เฉลิม ไล่ สมชัยลาออก เตือนสุเทพระวังซ้ำรอยสนธิ
กปปส. /  ปิดกรุงเทพ / 

เฉลิม ไม่เชื่อคนกรุงร่วมปิดกทม.เตือน สุเทพ ระวังชะตากรรมเหมือน สนธิ  ลิ้มทองกุล ถูกยิงกว่าร้อยนัด ไล่ส่ง สมชัย พ้น กกต. หากไม่อยากจัดเลือกตั้ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน กล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกลุ่ม กปปส.จะปิดกรุงเทพฯในวันที่ 13 ม.ค. นี้ ว่า ตนได้ทราบเรื่องดังกล่าวแล้วรู้สึกหนักใจ เพราะคนกรุงเทพฯ จะเดือดร้อน แต่ไม่เชื่อว่านายสุเทพจะมีอิทธิพล ที่จะดำเนินการเรื่องดังกล่าวได้ และตนไม่ทราบว่านายสุเทพไปเอาอิทธิฤทธิ์ อิทธิเดชมาจากไหนถึงได้กล้าประกาศเช่นนี้ เพราะในที่ชุมนุมนั้นตามข้อมูลทราบ ว่า มีการขนคนมาจากภาคใต้ 70-80 เปอร์เซ็นต์ เป็นคนกรุงเทพฯแค่ 20 เปอร์เซ็นต์และนายสุเทพไม่มีอิทธิพลทางจิตใจต่อคนกรุงเทพฯขนาดนั้น ร.ต.อ.เฉลิม ยังกล่าวว่า กปปส.เป็นหน่วยงานเถื่อน ไม่มีใครรองรับ การปราศรัยบนเวทีก็มีคนเขียนสคริปให้ และใช้คำที่ไม่สมควรพูดในการปราศรัยอีก จึงขอตั้งข้อสังเกตว่า จังหวัดที่รับสมัครเลือกตั้งไม่ได้คนของพรรคประชาธิปัตย์ขัดขวางทั้งนั้น และตนขอถามว่า การที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) จังหวัดให้ย้ายสถานที่รับสมัครไปยังค่ายทหารนั้นผิดกฎหมายข้อใด และขอฝากไปถึงนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการกกต. ด้านการบริหารจัดการเลือกตั้ง ว่า วันนี้คุณเป็นกกต.ไม่ได้เป็นพีเน็ตและหากไม่ต้อง การจัดการเลือกตั้งก็ให้ลาออกไป เพราะถ้า นายสมชัยลาออก คนอื่นก็ทำงานได้ให้เขาดำเนินการ เป็นกกต.จะต้องตรงไปตรงมา เพราะทางการเมือง เมื่อถึงเวลาไม่มีใครกลัวใคร และในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ระบุว่าหากเลือกตั้งได้ไม่ครบ 95 เปอร์เซ็นต์ยังเปิดสภาไม่ได้ และต้องดำเนินการเลือกตั้งจนกว่าจะได้ครบ โดยรัฐธรรมนูญให้เวลาในกรอบ 180 วัน ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวอีกว่า ตนจะเสนอต่อที่ประชุมศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) และนายกรัฐธมนตรีว่า ให้มีการตั้งสภาปฏิรูปโดยให้กกต.ดำเนินการเป็นตัวแทนจากจังหวัดละคน รวมกับนักนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ นักปราชญ์ และราชบัณฑิตให้ได้ 99 คนเพื่อดำเนินการยกร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อยกร่างเสร็จแล้วต้องสอบถามความคิดเห็นของประชาชน แล้วจึงยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ ส่วนกรณีชายชุดดำบนดาดฟ้าอาคารกระทรวงแรงงานในวันที่มีการปะทะกันที่หน้าศูนย์กีฬาเยาวชนไทย-ญี่ปุ่นดินแดง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า คนที่เห็นในภาพกลุ่มดังกล่าวเป็นกลุ่มคนฝ่ายผู้ชุมนุมที่ใช้สถานที่ตรงนั้นเป็นฐานในการยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ขึ้นไปง่ายเพราะบันไดขึ้นดาดฟ้านั้นอยู่นอกตัวอาคารเป็นที่โล่งขึ้นได้ง่าย ตนขอย้อนถามว่า จะมีตำรวจที่ไหนชั่วพอไปยิงตำรวจด้วยกัน เพราะถ้าทำตามที่ผุ้ชุมนุมกล่าวหาคนไทยคงต้องเหลือไม่ถึง 60 ล้านคน อย่างไรก็ตามในวันดังกล่าว พอตนทราบว่ามีคนอยู่บนดาดฟ้า ก็ได้สั่งการปลัดกระทรวงให้ดำเนินการไล่คนเหล่านั้นลงมา ร.ต.อ.เฉลิม ยังได้กล่าวอีกว่า อนาคตนายสุเทพ ต้องไปสู่ชะตากรรมเดียวกันกับ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาธิปไตยเพื่อประชาชน (พธม.) ส่วนจะจริงเท็จอย่างไรผมไม่รู้ ถ้านายสุเทพ ยังเดินทรงนี้ เดินต่อไปอย่างนี้ในประเทศไทยคงไม่มีใครกล้า เหมือนที่ครั้งหนึ่งนายสนธิ กล้าจนถูกยิงร้อยกว่านัด สุดท้ายจบด้วยวิธีการอย่างนี้แน่ MThai news

ผกก.มั่นใจ
กัณฑ์ปวิตร ภูวดลวิศิษฏ์ /  นมัสเตอินเดีย / 

หลังจากบทภาพยตร์เรื่อง “นมัสเตอินเดีย ส่งเกรียนไปเรียนพุทธ” ได้รับทุนสนับสนุนจากโครงการไทยเข้มแข็ง “กัณฑ์ปวิตร ภูวดลวิศิษฏ์” เจ้าของบทภาพยนตร์จึงสานต่องานที่ต้องการนำเสนอเรื่องราวของพุทธศาสนาให้ไม่เหมือนใคร ย่อยง่าย เข้าใจเร็วทันที กระทั่งออกมาเป็นภาพยนตร์ส่งท้ายปีพุทธชยันตีที่พูดถึงเรื่องราวพุทธๆ ณ สังเวชยสถานทั้งสี่ ในแบบเกรียนสุดติ่ง “มันเริ่มจากที่ครั้งหนึ่งผมเคย ซื้อแพ็คเกจทัวร์ไปตามรอยพระพุทธเจ้าที่อินเดีย ในสังเวชนียสถานทั้งสี่ มีที่ลุมพินีวัน ซึ่งเป็นที่ประสูตร, พุทธคยา เป็นที่ตรัสรู้, สารนาถ ที่ปฐมเทศนา และกุสินารา ที่ปรินิพพาน ช่วงนั้นมีปัญหาชีวิต ก็คิดว่าไปทำบุญเยอะๆ แล้วชีวิตจะเปลี่ยน จะดีขึ้น แต่ไปเสร็จกลับมาก็เหมือนเดิม จึงมีคำถามเกิดขึ้นว่าวัตถุประสงค์ในการไปสังเวชนียสถานสี่ตำบล จริงๆแล้วมันคืออะไร เวลาเราไปกับทัวร์เขาจะแจกธูปเทียน จุด กราบไหว้ จบ แล้วทุกคนก็กลับมาอิ่มบุญ คือไม่ได้บอกนะว่าอย่างนั้นไม่ได้บุญแต่คิดว่ามันน่าจะมีอะไรมากกว่านั้น ก็เลยมาศึกษาเพิ่มเติมจากหนังสือท่านพุทธทาสก็เลยทำให้เข้าใจแก่นของพระพุทธศาสนามากขึ้นก็เลยเอามาตีเป็นโจทย์ว่าจริงๆแล้วเราควรจะได้อะไรกลับมาจากการไปสังเวชนียสถานทั้งสี่ตำบล  ก็เอามาพัฒนาเป็นบทหนัง ซึ่งตอนที่ทำก็ทำเพราะความอยากจริงๆ โดยการเอาประสบการณ์จริงของเราเข้ามาผสมด้วย และคิดว่ามันจะออกมาไม่น่าเบื่อ เพราะตอนที่เขียนรู้อยู่แล้วว่าหนังจะออกมาหน้าตาเป็นอย่างไร ง่ายๆเลยผมคิดว่าน่าจะเหมือนทำให้คนดูมีทัศนคติต่อศาสนาพุทธต่างไปจากเดิม เท่าที่ฟังจากฟี๊ดแบ็คจากคนที่ได้ดูแล้วก็เชื่อว่าพุทธศาสนาจากเรื่องนี้มันไม่ได้เป็นเรื่องน่าเบื่อ ถ้าเราทำให้มันย่อยง่าย เข้าใจง่าย แล้วผลตอบรับจากการฉายโชว์ในงาน เทศกาลภาพยนตร์พุทธปัญญานานาชาติ กรุงเทพ 2555 ก็ออกมาน่าพอใจมากด้วยครับ มีคนพูดถึงหนังเรื่องนี้เยอะในทิศทางที่ดีจากงานนั้น” ติดตามชีวิตเด็กพุทธสุดเกรียนกับการเปิดโลกทัศน์พุทธๆครั้งสำคัญของเขาได้ใน “นมัสเตอินเดีย ส่งเกรียนไปเรียนพุทธ” ในเครือเมเจอร์ ซีเนเพล็กซ์ 13 ธันวาคม ศักราชนี้ ตี๋ตั๋วสู่นิพพาน -------------------------------- มีภาพสวยๆจากในหนังมาให้ได้ชมกันครับ

 9ตลก.ศาลรธน.ไม่หวั่นม็อบขู่-312ส.ส.-ส.ว.ไม่แจงแน่
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ /  เสื้อแดง / 

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ยังไม่ร้องขอการคุ้มครองเพิ่มเติมจากตำรวจ เป็นการส่วนตัว หลังถูกเสื้อแดงประกาศตามล่าตัว ขณะที่ "จารุพงศ์"ยัน 312 ส.ส. และ ส.ว. ไม่แจงศาล ปมแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา ชี้ นิติบัญญัติทำถูกทางแล้ว นายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวถึง การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ในนามกลุ่มวิทยุสื่อประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือ กวป. บริเวณด้านหน้าอาคารสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีการชุมนุมแบบยืดเยื้อกดดันให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ลาออก และแกนนำของผู้ชุมนุม ได้มีการประกาศในทำนองว่า ให้ประกาศจับตัวตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ว่า ในเรื่องนี้ทางตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 ท่าน ยังไม่มีการประสานขอการคุ้มครองเพิ่มเติม จากเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นการส่วนตัวแต่อย่างใด และไม่รู้สึกหนักใจในการทำหน้าที่ หลังมีการกดดันจากผู้ชุมนุม และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 ท่าน ยังคงปฏิบัติงานตามปกติ ไม่ได้รู้สึกหนักใจอะไร ส่วนกรณีที่ได้มีการส่งตัวแทนไปแจ้งความดำเนินคดีกับทางแกนนำคนเสื้อแดงที่มาชุมนุมหน้าศาลรัฐธรรมนูญไว้ที่กองปราบปรามนั้น ทางพนักงานสอบสวนยังไม่มีการขอพยานหลักฐานเพิ่มหรือเชิญผู้แทนไปให้ข้อมูลเพิ่มเติมแต่อย่างใด ’จารุพงศ์’ ยัน 312 ส.ส.-ส.ว. ไม่แจงศาลรธน.นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวยืนยันกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ในวันที่ 15 พ.ค. 2556 นี้ 312 ส.ส. และ ส.ว. จะไม่เข้าไปชี้แจงการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ต่อศาลรัฐธรรมนูญแน่นอน เนื่องจากทางฝ่ายนิติบัญญัติทำถูกต้องแล้ว อีกทั้ง ตาม ม.68 ต้องมีการยื่นผ่านอัยการสูงสุด เหมือนกับที่ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ราชบัณฑิต และเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ตีความไว้ และใช้สอนนิสิตนักศึกษามาแล้วจำนวนมาก คนที่ไม่ยอมจึงไม่ยอม ดังนั้น เรื่องนี้จึงต้องไปถามศาลรัฐธรรมนูญ หากต่างฝ่ายต่างมองว่าตนเองถูกต้อง ส่วนกรณีนี้ ศาลจะตีความออกมาอย่างไร ไม่มีใครสามารถคาดการณ์ได้ เพราะต้องแล้วแต่ศาลพิจารณา

นางสงกรานต์57 โคราคะเทวี มือถือมีด ทำนายปท.จะทุกข์ยาก
นางสงกรานต์ 2557 /  สงกรานต์ 2557

นางสงกรานต์ปี 57 นามว่า "โคราคะเทวี" มือถือมีด ทำนาย ประเทศจะทุกข์ยาก แพ้อำมาตย์ เกิดความเดือนร้อน คนเจ็บไข้ ประกาศสงกรานต์จุลศักราช 1376 พุทธศักราช 2557 ปีมะเมีย ฉศก จันทรคติเป็น ปกติมาส ปกติวาร สุริยคติ เป็น ปกติสุรทิน วันมหาสงกรานต์ ตรงกับวันจันทร์ที่ 14 เมษายน เวลา 8 นาฬิกา 11 นาที 24 วินาที จันทรคติ ตรงกับ วันจันทร์ ขึ้น 15 ค่ำ เดือนห้า ปีมะเมีย โดย นางสงกรานต์นามว่า "โคราคะเทวี" ทรงพาหุรัด ทัดดอกปีบ อาภรณ์แก้วมุกดาหาร ภักษาหารน้ำมัน หัตถ์ขวาทรงขรรค์ หัตถ์ซ้ายทรงไม้เท้า เสด็จยืน มาเหนือหลังพยัคฆ์(เสือ) เป็นพาหนะ เกณฑ์พิรุณศาสตร์ ปีนี้ เสาร์ เป็นอธิบดีฝน บันดาลให้ฝนตก 400 ห่า ตกในเขาจักรวาล 160 ห่า ตกในป่าหิมพานต์ 120 ห่า ตกในมหาสมุทร 80 ห่า ตกในโลกมนุษย์ 40 ห่า เกณฑ์ธาราธิคุณ ชื่อ เตโช(ธาตุไฟ) น้ำน้อย อากาศยังร้อน  เกณฑ์นาคราชให้น้ำ ปีมะเมีย นาคราชให้น้ำ 5 ตัว ทำนายว่า ฝนต้นปีงาม กลางปีงาม และปลายปีก็งามแล เกณฑ์ธัญญาหารชื่อ ปาปะ ข้าวกล้าในไร่นา จะได้ 1 ส่วน เสีย 10 ส่วน คนทั้งหลายจะตกทุกข์ได้ยากลำบากแค้น เพราะกันดารอาหารบ้าง จะฉิบหายเป็นอันมากแล ซึ่งสรุปความตามทำนาย ช่วงวันดังนี้ วันจันทร์ เป็นวันมหาสงกรานต์ : ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ จะแพ้เสนาบดี ท้าวพระยาและนางพระยาทั้งหลาย, วันอังคาร เป็นวันเนา : หมากพลู ข้าวปลาจะแพง จะแพ้อำมาตย์มนตรีทั้งปวง, วันพุธ เป็นวันเถลิงศก : ราชบัณฑิต ปุโรหิตโหราจารย์ จะมีสุขสำราญเป็นอันมากแลฯ, นางสงกรานต์ ยืน : จะเกิดความเดือดร้อนเจ็บไข้

พจนานุกรมคำใหม่เล่ม4 จาก ราชบัณฑิตยสถาน
ภาษาวัยรุ่น /  เกร็ดความรู้

เรียบเรียง teen.mthai ยังไม่จบ ! ราชบัณฑิตยสถาน?จะเตรียมทำ พจนานุกรมคำใหม่ เล่มที่ 4 ที่รวบรวม ศัพท์ใหม่ ศัพท์วัยรุ่น ที่ทันยุคสมัย และคำสแลง รวมถึงสำนวนที่ใช้จนติดปากกัน หลังจากที่ ราชบัณฑิตยสถาน ออกมายืนยันว่าจะไม่เปลี่ยนคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ จำนวน 176 คำ?ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ฉบับล่าสุด เรามาดูพร้อมๆกันว่า จะมีศัพท์ใหม่ ศัพท์วัยรุ่น คำสแลง ไหนบรรจุอยู่ใน?พจนานุกรมคำใหม่ เล่มที่ 4 จาก ราชบัณฑิตยสถาน ขั้นเทพ? หมายถึง ดีอย่างยิ่ง, เก่งอย่างยิ่ง, เช่น แกงนี่อร่อยขั้นเทพเลย, ฝีมือวาดภาพขั้นเทพอย่างนี้ ราคาคงแพงมาก เข็มขัดสั้น?หมายถึง คาดการณ์ไม่ถึง, คาดไม่ถึง, (ใช้พูดเล่น) เช่น ถ้าจะให้อีกฝ่ายสนใจ เราจะต้องปฏิบัติการแบบ เข็มขัดสั้น คนเคยรวย? หมายถึง ผู้ที่มีฐานะดี แต่ได้รับผลจากวิกฤตเศรษฐกิจ ทำให้ฐานะตกต่ำลง เช่น ตอนนี้พวกคนเคยรวยพากันขนข้าวของในบ้านใส่รถมาเปิดท้ายขายของ คาร์บอมบ์? หมายถึง ระเบิดที่ซุกซ่อนไว้ในรถเพื่อให้ระเบิดทำลายบุคคล หรือสถานที่ที่ต้องการ เช่น ผู้ก่อการร้ายใช้คาร์บอมบ์ระเบิดสะพาน งามไส้? ?หมายถึง น่าขายหน้าอย่างยิ่ง เช่น งามไส้ไหมล่ะ เจ้าหน้าที่เป็นโจรเสียเอง ตั้งแก๊งฉกทรัพย์ในสนามบิน ชัวร์ป้าบ,ชัวร์ป้าบนิ่ม หมายถึง แน่นอนอย่างยิ่ง เช่น วันนี้เขาต้องมาที่นี่แน่ ๆ ชัวร์ป้าบนิ่ม ชาบู ชาบู? หมายถึง อาหารหม้อไฟแบบญี่ปุ่นที่นำมาปรุงรับประทานเอง ใช้เนื้อวัว หรือหมูหั่นบางมาก ลวกจิ้มน้ำจิ้มปรุงรสด้วยเต้าเจี้ยวบด ซีอิ๊ว งา กระเทียม ชื่นสะดือ หมายถึง ชื่นใจ, สบายใจ, สมดังที่ต้องการ, เช่น หยุดคราวนี้จะไปเที่ยวให้ชื่นสะดือเลย ชุมชนออนไลน์ หมายถึง กลุ่มคนที่เป็นสมาชิกเว็บไซต์ที่ให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการพูดคุย เผยแพร่ภาพ คลิปวิดีโอ รวมทั้งแบ่งปันข้อมูลอื่น ๆ แก่กันและกัน เช่น เขาหมกมุ่นอยู่แต่ในชุมชนออนไลน์จนไม่มีเวลาทำการบ้าน โชะ, โชะ ๆ คือ ถูกต้องชัดเจน, ตรงประเด็น,สำเร็จเรียบร้อยอย่างรวดเร็ว,(มักใช้ซ้ำ)เช่นเวลาสั่งงานอย่าอ้อมค้อม ต้องสั่งแบบโชะ ๆ เลย ซะ หมายถึง มากจน (ตามด้วยกริยาที่ละไว้) เช่น เขาทำแค่นิดเดียว ชม ซะ (อาย) ซื้อเวลา หมายถึง ทำเพื่อให้เหตุการณ์ที่จะเป็นปัญหา หรือก่อปัญหาทอดยาวออกไปได้อีกระยะหนึ่ง เช่น ถ้าเรามัวแต่ซื้อเวลาไปเรื่อย ๆ แบบนี้ ปัญหาก็ไม่จบหรอก เซโรงัง หมายถึง เซ, เดินไม่ตรง, เช่น เขาให้มาช่วยเดินแบบงานการกุศล ไอ้เราก็อายุมากแล้ว เวลาหมุนตัวก็กลัวว่าจะเซโรงังตกแคตวอล์ก เซียะ หมายถึง สวยมาก เช่น ชุดใหม่ของเธอเซียะสุดสุด นางเอกคนใหม่นี่ทั้งแซ่บ ทั้งเซียะเลย ดราม่า หมายถึง ละครที่แสดงบนเวที หรือทางวิทยุโทรทัศน์เกี่ยวกับปัญหาชีวิตที่หนักหน่วง มีการแสดงอารมณ์ เด็กในคาถา หมายถึง ลูกน้องที่ทำทุกอย่างตามความต้องการของเจ้านาย เช่น คนนี้ไว้ใจได้แน่นอนเพราะเป็นเด็กในคาถาของผมเอง เด๊ด, เด๊ดสะมอเร่ หมายถึง ตาย เช่น ไอ้ตูบข้างบ้านถูกรถชนเด๊ดสะมอเร่ไปแล้ว เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว หมายถึง ทำเรื่องเสียหายเพียงเล็กน้อยแต่ก่อผลกระเทือนเป็นทอด ๆ จนเกิดความเสียหายอย่างมากต่อสิ่งแวดล้อมของโลก เดี๊ยะ หมายถึง ทุกประการ เช่น แกงที่นี่รสชาติเหมือนที่บ้านเดี๊ยะเลย ติดสาย หมายถึง ไม่สามารถรับโทรศัพท์ได้เพราะกำลังใช้โทรศัพท์อีกเครื่องหนึ่ง เช่น หัวหน้าติดสาย จะฝากข้อความไว้ไหมคะ ไต่สวนสาธารณะ หมายถึง กระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องก่อนที่จะตัดสินใจอย่างเป็นทางการในการดำเนินการใด ๆ ท็อปฟอร์ม หมายถึง รูปแบบ หรือลักษณะที่ดีที่สุด (ใช้กับการเล่นกีฬา) เช่น เขากำลังอยู่ในช่วงท็อปฟอร์ม แข่งขันสนามไหนก็ชนะหมด อัพเดทศัพท์วัยรุ่น เยอะจุงเบย http://teen.mthai.com/variety/47312.html

เที่ยวอีสาน เสน่ห์มนตราริมโขง
เที่ยวอีสาน /  เม่น้ำโขง

แม่น้ำโขง มหานทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ กำเนิดจากเทือกเขาหิมาลัยบริเวณที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบต ประเทศจีน ไหลผ่านนานาประเทศในภูมิภาค ด้วยความยาวถึง 4,880 กิโลเมตร สู่ประเทศไทยที่จังหวัดเชียงราย กลายเป็นเส้นแบ่งพรมแดมตามธรรมชาติระหว่างประเทศไทย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เริ่มต้นเข้าเขตภาคอีสานที่จังหวัดเลย ก่อนไหลออกไปประเทศกัมพูชาที่จังหวัดอุบลราชธานี เที่ยวอีสาน เสน่ห์มนตราริมโขง หล่อเลี้ยงชีวิตริมสองฝั่ง ก่อเกิดแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่งดงามมากมาย การท่องเที่ยวตามสายแม่น้ำโขง จึงเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ ที่จะทำให้คุณประทับใจกับวิถีชีวิตผู้คนริมสองฝั่งที่ผูกพันกับสายน้ำอย่างลึกซึ้ง จนเกิดเป็นสะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว ที่เชื่อมความสัมพันธ์แห่งความเป็นบ้านพี่เมืองน้องให้แน่นแฟ้นทั้งการค้า วัฒนธรรม ตลอดการท่องเที่ยวที่มีกันมาอย่างยาวนาน..   จังหวัดเลย มาเริ่มต้นกันที่ จังหวัดเลย ที่ อำเภอเชียงคาน เมืองริมโขงสุดฮิตที่มีอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี เสน่ห์ที่นี่คือ เรือนแถวบ้านไม้ และที่พักเก๋ๆ พร้อมด้วยวิถีชีวติที่เรียบง่าย วัดศรีคุนเมือง สถาปัตยกรรมแบบล้านช้างผสมล้านนา มีพระพุทธรูปไม้ปางประทานอภัย ธรรมาสน์ไม้ยอดปราสาท และฮูบแต้ม หรือจิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องทศชาติ ต่อด้วยวัดพระพุทธบาทภูควายเงิน ที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทสมัยทวารวดี เที่ยวแก่งคุดคู้ และที่อำเภอปากชม อย่าลืมหาโอกาสไปชิมปลาแม่น้ำโขงรสชาติดี จังหวัดนครพนม ขึ้นภูลังกา อำเภอบ้านแพง แปลกตากับเจดีย์กองข้าวศรีบุญเนาว์สีทองอร่าม ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่อันเชิญมาจากเนปาล ระหว่างทางขึ้นภูยังได้ดูวิวลำน้ำโขง และประเทศลาวจากมุมสูงอีกด้วย ลงจากภูก็เข้าไปวัดพระธาตุท่าอุเทน อำเภอท่าอุเทน สักการะพระธาตุ ซึ่งจำลองแบบมาจากพระธาตุพนม มาให้สักการะกันถึงริมฝั่งโขงเลย จากนั้น เปลี่ยนบรรยากาศมาเที่ยวหมู่บ้านมิตรภาพไทย-เวียดนาม (บ้านโฮจิมินห์) ที่บ้านนาจอก อำเภอเมือง สถานที่ท่านโฮจิมินห์ อดีตประธานาธิบดีของเวียดนาม ได้เคยมาลี้ภัยทางการเมือง โดยอาศัยพักที่นี่ถึง 7 ปี และบนถนนสุนทรวิจิตร ที่เลีบยแม่น้ำโขงในตัวอำเภอเมืองนี้ รับรองว่าจะรื่นรมย์ไปกับอาคารเก่าแก่แบบเฟรนช์โคโลเนียล เกือบทั้งหมดเป็นฝีมือการออกแบบและสร้างโดยนายช่างชาวเวียดนามจากเมืองท่าแขกในประเทศลาว แล้วเลี้ยวเข้าวัดนักบุญอันนา หรือโบสถ์หนองแสง ริมฝั่งแม่น้ำโขงเป็นศูนย์กลางของชาวคริสต์ริมฝั่งโขง สร้างแบบสถาปัตยกรรมกอธิก และเมื่อขับรถเลียบโขงมาอีกเรื่อยๆ ก็จะถึงอำเภอธาตุพนม ที่ตั้งของพระธาตุพนม อันเป็นที่เคารพศรัทธาของคนทั้งสองฝั่ง จังหวัดหนองคาย จากจังหวัดเลย ล่องตามแม่น้ำโขงไหลต่อไปหนองคาย จังหวัดที่ทอดตัวยาวขนานไปกับแม่น้ำโขงมากที่สุด โดยมีถึง 8 อำเภอที่อยู่ริมแม่น้ำโขง และเป็นจังหวัดแรกที่มีสะพานข้ามแม่น้ำโขงเพื่อสู่ประเทศเพื่อนบ้านอีกฝั่ง นั่นคือ ประเทศลาว เริ่มทัวร์บุญกันที่ ถ้ำศรีมงคล หรือวัดถ้ำดินเพียง ที่อำเภอสังคม ถ้ำที่มีลักษณะลึกลับซับซ้อน ว่ากันว่าคล้ายเมืองบาดาลอันเป็นที่อยู่อาศัยของพญานาค ตามความเชื่อของคนโบราณ แล้วไปกราบรูปหล่อของหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ที่วัดหินหมากเป้ง อำเภอศรีเชียงใหม่ ปฏิบัติธรรมเสริมบุญ ดูทัศนียภาพของแม่น้ำโขง แล้วสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ที่ประดิษฐานอยู่ในพระสุธรรมเจดีย์ ที่วัดอรัญบรรพต ไหว้พระธาตุบังพวน ที่อำเภอท่าบ่อ ยอดเขาสูงสุดเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ แล้วไปชมประติมากรรมเรื่องราวพระพุทธประวัติและเทพเจ้าในศาสนาฮินดู ที่ศาลาแก้วกู่ (วัดแขก) ปูชียสถานเทวาลัยที่อำเภอเมือง แวะช้อปปิ้งแสนสนุกที่ตลาดท่าเสด็จ เป็นอันสมบูรณ์แบบ จังหวัดมุกดาหาร ที่อำเภอหว้านใหญ่ แวะสักการะสถานพระมารดาแห่งมรณสักขี (วัดสองคอน) ศาสนสถานคาทอลิกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สร้างแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ สวยงามและใหญ่ที่สุดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ภายในมีหุ่นขี้ผึ้งของบุญราศีทั้งเจ็ดนอนอยู่ในโรงกระจกแก้ว ปิดท้ายจังหวัดนี้ ด้วยการช้อที่ตลาดสินค้าอินโดจีน ที่ตัวอำเภอเมือง มีสารพัดสินค้าน่าสนุกชื้อ จังหวัดอุบลราชธานี ที่นี่คือ จุดสุดท้ายของมหานทีสายน้ำโขง ที่ไหลผ่านดินแดนไทย แวะไปอำเภอเขมราฐ เพื่อเที่ยวแก่งหินสามพันโบก กลุ่มหินที่เรียงตัวทอดยาวเป็นสันดอนขนาดใหญ่ พื้นที่กว่า 30 ตารางกิโลเมตร ชมโบกหรือหลุมแอ่งขนาดต่างๆ จำนวนมากมาย จนถูกขนานนามว่า สามพันโบก ไปต่อที่ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ครอบคลุมพื้นที่อำเภอโขงเจียม อำเภอศรีเมืองใหม่ และอำเภอโพธิ์ไทร เป็นแหล่งอารยธรรมโบราณพันปี มีภาพเขียนสี ซึ่งเขียนต่อกันยาวที่สุดในประเทไทย มีจุดชมวิวแม่น้ำโขงที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่ง สามารถมองไกลไปถึงฝั่งลาวได้ สุดเส้นทางกันที่โขมเจียม อำเภอด้านตะวันออกสุด ที่เห็นดวงอาทิตย์ขึ้นก่อนใคร เป็นจุดที่แม่น้ำมูลไหลลงสู่ลำน้ำโขง เรียกจุดนั้นว่า ปากมูล สายน้ำสองสีที่ไหลมาบรรจบกันเป็นที่มาของคำว่า "โขงสีปูน มูลสีคราม" ชมได้ชัดเจนที่บริเวณวัดถ้ำคูหาสวรรค์ นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นแหล่งชุมนุมของฝูงปลาน้ำโขงหลากชนิด และเป็นตลาดขายส่งปลาแม่น้ำโขงที่ใหญ่ที่สุดในเขตอีสานใต้ ***ตลาดอินโดจีน มาเที่ยวริมฝั่งแม่น้ำโขงแล้วพลาดไม่ได้ กับการช้อปปิ้งที่ ตลาดอินโดจีน แหล่งช้อปปิ้งริมฝั่งโขง ซึ่งเป็นแหล่งชื้อขานสินค้านานาชนิดจากต่างประเทศ ทั้งจากรัสเซีย จีน เวียดนาม และสปป.ลาว หลั่งไหลเข้ามาให้นักท่องเที่ยวได้เลือกชื้อ มีตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องสำอาง เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม เซรามิค อาหารการกิน ของที่ระลึกต่างๆ มากมาย จำหน่ายทั้งปลีกและราคาส่ง และสินค้าพื้นเมืองของอีสานมาจำหน่ายอีกด้วย เช่น ผ้าไหม ผ้ามัดหมี่ และบรรยากาศของตลาดอินโดจีน จะคึกคักตั้งแต่เช้าจรดเย็น โดยเฉพาะถ้าเป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ผู้คนจะไปจับจ่ายชื้อของกันมากเป็นพิเศษ ซึ่งมีอยู่หลายแห่ง เช่น ตลาดอินโดจีน มุกดาหาร ตั้งอยู่บริเวณถนนสำราญชายโขง ตลาดอินโดจีน หนองคาย หรือ ตลาดท่าเสด็จ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง ในเขตเทศบาลเมือง ตลาดอินโดจีน นครพนม ตั้งอยู่บนถนนสุนทรวิจิตรทางตอนใต้ การเดินทาง จากจังหวัดเลย ใช้ทางหลวงหมายเลข 201 มายังอำเภอเชียงคาน จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 211 เลาะริมโขงมาตลอดจนถึงจังหวัดหนองคาย จึงเปลี่ยนมาใช้ทางหลวงหมายเลข 212 เลาะโขงต่อไป จนถึงอำเภอเมืองมุกดาหาร ตากนั้นใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 212 วกมาจนถึงอำเภออำนาจเจริญ โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 202 ไปอำเภอเขมราฐ ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 2112 เที่ยวสามพันโบก แล้ววิ่งรถต่อมาจนถึงอำเภอโขมเจียม View Larger Map ข้อมูลและภาพ : เที่ยวอีสาน.com / chiangkhan.org / tatsanuk.blogspot.com / bpsthai.igetweb.com เรียบเรียงโดย Travel MThai

ยิ่งลักษณ์ แบ่งงานรองนายกฯ มอบพล.อ.ยุทธศักดิ์ ดูความมั่นคงแทน พล.ต.อ.โกวิท
ครม.ปู2 /  รองนายกรัฐมนตรี

Mthai News ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุสรณ์ เอื่ยมสะอาด แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ที่ประชุมเห็นชอบคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 23/2555 เรื่อง มอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี โดย พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี กำกับการบริหารราชการแทนนายกรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม,กระทรวงการต่างประเทศ,กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร,กระทรวงวัฒนธรรม,กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, กระทรวงศึกษาธิการ,กระทรวงสาธารณสุข,สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ,ราชบัณฑิตยสถาน และกำกับการบริหารราชการและสั่ง และปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ในส่วนสำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งเป็นงานเดิมของพล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ทั้งหมด ส่วนการแบ่งงานของรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายนิวัฒน์ ธำรงบุญทรงไพศาล สั่งและปฏิบัติราชการฯ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี,สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี, สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ,สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ,สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ,สำนักงานคณะกรรมการพิเศษ เพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ, กรมประชาสัมพันธ์ และบริษัท อสมท จำกัด(มหาชน) นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สั่งและปฏิบัติราชการฯสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (เฉพาะสำนักงานคณะกรรมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น),สำนักงบประมาณ,สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และกำกับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ, สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน(องค์การมหาชน) และสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) นางนลินี ทวีสิน สั่งและปฏิบัติราชการฯ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี(เฉพาะสำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ),สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (เฉพาะสำนักโฆษก) ราชบัณฑิตยสถาน,สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ,สำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และกำกับดูแล,สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน),สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย,สำนักงานรับรองมาตรฐาน และประเมินคุณภาพการศึกษา นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ยังอนุมัติแต่งตั้งนางฐิติมา ฉายแสง เป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง (นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี), พล.อ.จงศักดิ์ พานิชกุล เป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง (พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี), พ.ต.อ.ปราณ์รนต์ สันติปราน์รนต์ เป็นที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี) พล.ต.ต.ไพฑูรย์ เชิดมณี เป็นที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี),ร.ต.ท.เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ เป็นที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี) ,พล.ต.ต.บุญเลิศ นันทวิสิทธิ์ เป็นที่ปรึกษานายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายโสภณ เพชรสว่าง เป็นที่ปรึกษานายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี,นายอดุลย์ วรรณสรณ์ เป็นที่ปรึกษานางนลินี ทวีสิน รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายวิม รุ่งวัฒนจินดา เป็นเลขานุการนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี,นายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์ เป็นเลขานุการนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายสุวัฒน์ ม่วงศิริ เป็นเลขานุการนางนลินี ทวีสิน รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com