รอยสักยันต์ห้าแถว

ละครแผนร้ายลงท้ายว่ารัก , เรื่องย่อแผนร้ายลงท้ายว่ารัก
ละครแผนร้ายลงท้ายว่ารัก /  เรื่องย่อละคร แผนร้ายลงท้ายว่ารัก

แผนร้ายลงท้ายว่ารักบทประพันธ์โดย รอยพระจันทร์บทโทรทัศน์โดย เริงใจกำกับการแสดงโดย ฤทัยวรรณ วงศ์สิรสวัสดิ์ออกอากาศทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 18.45 น.และ วันศุกร์ เวลา 19.05 น เรื่องย่อ ละครแผนร้ายลงท้ายว่ารัก ด้วยความผูกพันของสามพี่น้อง ที่เคยลั่นวาจาว่าจะไม่พรากจากกัน ดุจดวงตะวันและดวงดาวไม่เคยหายไปจากท้องฟ้า ทำให้ ฟากฟ้า วางแผนร้ายมาช่วย ตะวัน น้องชายให้รอดพ้นจากการถูกยัดเยียดให้เป็นพ่อของเด็กในท้องของสาวไฮโซตระกูลดัง แต่ในงานวิวาห์ลวงโลกครั่งนั้น แผนร้ายของหญิงสาวเกิดพลาดพลั้ง เธอตกกระไดพลอยโจนให้ต้องจดทะเบียนสมรสกับหนุ่มใหญ่มหาเศรษฐีและนี่เองคือต้นเหตุของ แผนร้าย ลงท้ายว่ารัก ในงานแต่งงานของภาณุมาศ หรือตะวัน หลานชายเจ้าสัวอิทธิ ฤทธิ์ลือปราการกับเพชรชมพู ไฮโซชื่อดัง ผู้เป็นธิดาสุดที่รักของเพชรประภาส แห่งตระกูลประกายเพชร ณ อยุธยา เจ้าบ่าวเจ้าสาวต่างก็เหมาะสมกัน เป็นที่กล่าวขวัญของคนในวงการสังคม แต่ทั้งสองฝ่ายรู้ดีว่าการจัดงานที่มีขึ้นอย่างเร่งด่วนนี้ก็เพราะเพชรชมพูท้อง โดยหญิงสาววางแผนทุกอย่างเพื่อจะจับตะวันมาให้เป็นพ่อของเด็กในท้องให้ได้ ตะวันหรือภาณุมาศปฏิเสธไม่ได้ เพราะเขามีความสัมพันธ์กับหญิงสาวจริง แถมยังมีรูปลับเฉพาะส่งไปยังผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายอีกด้วย เจ้าสัวอิทธิก็แสดงออกชัดเจนว่าต้องการได้เพชรชมพูเป็นสะใภ้ ละคร แผนร้ายลงท้ายว่ารัก งานแต่งงานลวงโลกนี้เองทำให้คคนางค์หรือฟากฟ้า ใส่ชุดคลุมท้องเข้ามาในงาน อ้างสิทธิ์ว่าเป็นเมียของตะวัน แต่แล้วในห้วงนาทีนั้น เพชรแท้ผู้มีศักดิ์เป็นอาของพิ้ง หรือเพชรชมพูกลับประกาศว่าเขาคือสามีตัวจริงของฟ้า แถมยังจูบเธอต่อหน้าแขกทั้งหมด เพื่อยืนยันว่าเขาคือสามีที่แท้จริง ตะวันโกรธมากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพชรแท้ทำอย่างนั้นก็เพื่อไม่ต้องการให้ฟากฟ้าทำลายชีวิตสมรสของหลานสาว เธอถูกขังอยู่ในห้องนอนของเขา โดยมีองอาจทำหน้าที่บอดี้การ์ดคุ้มกันมิให้เธอหนีไปได้ ท่านหญิงรัศมี ผู้มีศักดิ์เป็นท่านยายของเพชรแท้ และเป็นประมุขสูงสุดของตระกูลประกายเพชร รับสั่งให้เพชรแท้จดทะเบียนสมรสกับฟากฟ้า โดยมีรับสั่งว่าห้ามหย่าภายในหนึ่งปี ท่านหญิงได้นำทะเบียนสมรสไปทรงเก็บไว้ด้วยองค์เอง แถมยังให้ไปตรวจว่าเด็กในท้องได้รับความกระทบกระเทือนหรือไม่ โชคดีว่าหมอวายุอยู่เวรพอดี เขาคุ้นเคยกับครอบครัวของฟากฟ้า จึงช่วยเท่าที่ทำได้ ทำให้ทุกคนไม่ระแวง ฟากฟ้าตกกระไดพลอยโจนจึงต้องทำทีว่าท้อง ต้องแต่งตัวในชุดคลุมท้องอยู่ตลอดเวลา ย้อนอดีตอันแสนขมขื่น ครอบครัวของฟากฟ้ากับครอบครัวของตะวันอยู่บ้านติดกัน คฑาวุธ พ่อของฟากฟ้าเป็นเพื่อนสนิทของอิทธิพล พ่อของตะวัน แต่ต่อมาอิทธิพลกับสุธาสินี แม่ของตะวันมาเอ่ยปากยกตะวันให้เป็นบุตรบุญธรรม หลังจากนั้นไม่นานอิทธิพลกับสุธาสินีก็ประสบอุบัติเหตุอย่างมีเงื่อนงำว่าถูกตัดสายเบรก และก่อนการตายเพียงหนึ่งวัน บ้านของอิทธิพลก็ถูกวางเพลิง อันตรายที่เกิดขึ้นนี้เองทำให้คฑาวุธกับนิศากรรับตะวันมาเป็นลูกบุญธรรม เด็กทั้งสามอันประกอบด้วยฟากฟ้า ตะวัน และน้องสาวคนเล็ก นับดาว ต่างสนิทสนมกันและสัญญาว่าจะไม่พรากจากกัน เหมือนกับที่ตะวันกับดาวไม่เคยพรากไปจากท้องฟ้า คฑาวุธกับนิศากรเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยจึงอพยพย้ายไปอยู่ที่ภูเก็ต หลังจากนั้นไม่นาน นิศากรก็ล้มป่วย ก่อนที่เธอจะเสียชีวิตนั้นเจ้าสัวอิทธิได้มารับตัวตะวันไป นิศากรขอให้ตะวันไปอยู่กับตา ไม่นานต่อมา เธอก็เสียชีวิต และอุบัติเหตุร้ายแรงก็พรากชีวิตของคฑาวุธไปในเวลาห่างกันไม่นาน นับดาวถูกส่งไปอยู่โรงเรียนประจำ ด้วยความเป็นห่วงฟากฟ้าจึงตามมาอยู่กับตะวันที่บ้านเจ้าสัวอิทธิ แต่เธอทนรับความกดดันภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ไม่ไหว จึงออกมาเผชิญชีวิตทำธุรกิจร้านเวดดิ้งจนประสบความสำเร็จ นับดาวยังไม่ยอมหายโกรธตะวันที่ผิดคำสัญญาว่าจะไม่พรากจากกัน ต่อมาเจ้าสัวอิทธิส่งตะวันไปเรียนต่อเมืองนอก นับดาวอยากช่วยแบ่งเบาภาระพี่สาวจึงเริ่มเข้าประกวดร้องเพลงและกลายเป็นดารานางแบบดาวรุ่งคนหนึ่งของเมืองไทยในที่สุด โดยมีรินเป็นผู้จัดการส่วนตัว ละคร แผนร้ายลงท้ายว่ารัก ความผูกพันระหว่างฟากฟ้ากับตะวันเป็นเหตุให้ฟากฟ้าต้องมาช่วยน้องชายให้พ้นจากการถูกเพชรชมพูจับเป็นพ่อของเด็กในท้อง ทว่าขณะที่ฟากฟ้าถูกขังอยู่ในห้องนอนของเพชรแท้นั้นเอง เธอได้พบหลักฐานสำคัญคือภาพถ่ายในงานหมั้นระหว่างเพชรประภาสกับสุธาสินี แม่ของตะวัน เธอเชื่อว่าหากอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้ต่อไป เธอจะพบเงื่อนงำเกี่ยวกับการตายของอิทธิพลกับสุธาสินีเพชรแท้ไม่ล่วงเกินเธอ ทั้งสองกลายเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน ทะเลาะกันทุกครั้งที่อยู่ใกล้ ฟากฟ้าอดทนทำดีกับเพชรประภาส ยอมให้เพชรชมพูหาเรื่องเธอสารพัด แต่ก็ไม่ได้ความคืบหน้าใดๆ ครั้นครบหนึ่งเดือนเพชรชมพูตามตะวันไปอยู่ในคฤหาสน์ของเจ้าสัวอิทธิ ที่นี่เองเพชรชมพูได้พบกับความวุ่นวายของบรรดาคนที่อยู่ในบ้านหลังนี้ ส่วนฟากฟ้ารู้จักทุกคนในบ้านนี้ดี เพราะเธอเคยเข้ามาอยู่เมื่อครั้งมาดูแลตะวันในช่วงเวลาหนึ่ง เจ้าสัวอิทธิเสียใจที่สุธาสินี ลูกสาวสุดที่รักหนีงานแต่งงานกับเพชรประภาส ยิ่งรู้ว่าผู้ชายที่เธอหนีตามไปคืออิทธิพล เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้า มีสถานภาพเป็นเพียงพนักงานคนหนึ่งในบริษัท เขาประกาศตัดพ่อตัดลูก นั่นเองที่นำมาซึ่งความสะใจของอภิวัตรหลานชายห่างๆ ที่เจ้าสัวอุปการะ เจ้าสัวเคยออกปากว่าจะยกมรดกให้แก่อภิวัตร ทำให้จริยา ภรรยาของอภิวัตรหวังอยู่ลึกๆ และรอคอยเวลาที่จะได้สมบัติมาเป็นของตนแต่เพื่อความไม่ประมาท เธอจึงใช้สมคิด ลูกน้องเก่าของพ่อตามล่าตัวสุธาสินีและอิทธิพล แต่การณ์กลับเป็นว่าเจ้าสัวอิทธิไปรับตะวันมาเชิดชูในฐานะหลาน โดยที่ปานวัตรกับปิ่นคณา ลูกชายหญิงของเธอไม่อยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย สมคิดทำงานสำเร็จ สุธาสินีกับอิทธิพลตายด้วยอุบัติเหตุ แม้ว่าจะมีหลักฐานว่าเป็นการฆาตกรรม แต่ก็ไม่สามารถจับตัวคนร้ายได้ เจ้าสัวอิทธิเคยได้เสียกับสาวใช้ และมีทายาทที่เจ้าสัวไม่ยอมรับคือหทัยรัก เขาคิดว่าแม่ของหทัยรักตั้งใจประจานเขา อิทธิไม่ยกย่องหทัยรักเป็นลูก ซ้ำยังพูดจาให้หทัยรักเสียใจอยู่ตลอดเวลา หทัยรักอยู่ในบ้านหลังนั้นไม่ต่างจากคนรับใช้คนหนึ่งและตกเป็นลูกไล่ของจริยาอยู่ตลอด หทัยรักเคยหนีออกจากบ้าน พบรักกับภารโรงฐานะยากจน ต่อมาสามีของเธอหายสาบสูญไป และเธอก็ถูกชายสองคนข่มขืนขณะที่ตั้งครรภ์อ่อนๆ หทัยรักกลับมาบ้านในฐานะคนใช้ กล้ำกลืนอดทนทุกอย่าง โดยปิดบังมิให้ณัฐวุธ ลูกชายของนางก็ตกเป็นลูกไล่ของปานวัตรกับปิ่นคณา ลูกชายหญิงจริยา ละคร แผนร้ายลงท้ายว่ารัก เมื่อฟากฟ้าตามเพชรแท้มาที่บ้านเจ้าสัว เธอจึงรู้จักทุกคนเป็นอย่างดี และเริ่มเป็นห่วงพิ้ง การที่พิ้งแพ้ท้อง และเจ้าสัวอิทธิประกาศแต่งตั้งตะหวันหรือภาณุมาศให้เป็นผู้บริหารสูงสุดของบริษัท ทำให้จริยายิ่งแค้นใจ และหาทางทำร้ายพิ้งรวมถึงริษยาทุกคนที่เป็นที่รักของเจ้าสัวอิทธิ ส่วนพิ้งจำณัฐวุธได้ดี แท้ที่จริงเขาคือพ่อของเด็กในท้อง แต่เธอรับไม่ได้ที่เขามีศักดิ์เป็นเพียงลูกคนใช้ จึงวางแผนจับภาณุมาศผู้เป็นหลานโดยตรงให้เป็นพ่อของเด็กในท้อง การได้มาอยู่ร่วมบ้านเดียวกันทำให้เพชรชมพูยิ่งทุกข์เพราะยังรักณัฐวุธอยู่ แต่เธอต้องทำหมางเมินไม่รู้จัก ทำให้ณัฐวุธเศร้าเสียใจ และน้อยใจในชะตากรรมของตนมากขึ้น นับดาวประสบปัญหากับเพื่อนนางแบบ เธอถูกแย่งชุดและไม่มีช่างแต่งหน้าบริการเธอ หญิงสาวจึงติดต่อขอให้ฟากฟ้าไปแต่งหน้าให้ ฟากฟ้าออกจากคฤหาสน์ประกายเพชรไปยังคอนโดที่ตะวันซื้อไว้ให้ ถอดชุดคลุมท้องและสิ่งที่ยัดอยู่ภายในท้องให้ทุกคนเข้าใจตั้งครรภ์ออกเพื่อไปยังโรงแรมที่ใช้จัดงาน เมื่อไปถึงเธอจึงรู้ว่าพลาดไปเสียแล้ว เพราะงานคืนนั้นผู้เป็นเจ้าภาพจัดงานก็คือบริษัทประกายเพชรนั่นเอง การเข้าไปในงานของฟากฟ้ามิอาจรอดพ้นสายตาของเพชรแท้ไปได้ สามีในนามของเธอสั่งให้สืบหาประวัติของเธอทันทีจนแน่ใจว่าเธอคือเด็กกำพร้าที่เข้ามาหลอกลวงเขา เพชรแท้โกรธมาก เกิดการต่อสู้กันขึ้น แต่ฟากฟ้ากลับเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำจนจับไข้ เพชรแท้สั่งให้เธอทำตามแผนต่อไปเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัยของคนในบ้าน ด้วยความใกล้ชิดกัน ทำให้หัวใจแข็งแกร่งของเพชรแท้เริ่มอ่อนลงและผูกพันกับหญิงสาวเพิ่มขึ้นทุกที ยิ่งเห็นเธอทำดีกับเพชรประภาสพี่ชายของเขา และยังดูแลบ้านช่อง ทำขนมอร่อยๆ ทำให้บ้านมีชีวิตชีวาขึ้น เขาก็ยิ่งแอบรักฟากฟ้า เช่นเดียวกับฟากฟ้าก็เริ่มจะหลงรักเขาเช่นกัน แต่ทั่งสองก็ต้องทำปั้นปึ่งต่อกันและแยกห้องนอนกันอยู่ โดยที่เพชรประภาสเข้าใจว่าทั้งสองต้องการความเป็นส่วนตัว จึงไม่ได้แคลงใจแต่อย่างใดครอบครัวเจ้าสัวกับครอบครัวของเพชรประภาสไปพักผ่อนที่หัวหิน จึงจำเป็นที่ทั้งสองต้องอยู่ห้องเดียวกัน ตะวันเกรงว่าพี่สาวของตนจะพลาดท่าเสียทีเพชรแท้จึงแอบเอายานอนหลับให้ฟากฟ้าจัดการกับเพชรแท้ แต่กลับเป็นว่าเพชรแท้หลับสนิทอยู่ที่ระเบียงดูดาวนอกห้องกว่าที่ฟากฟ้าจะเอาตัวเขาเข้ามาในห้องได้ก็ทำให้หญิงสาวแทบถอดใจ ซ้ำร้ายความเหนื่อยล้าของเธอกลับทำให้เธอตื่นทีหลังเขาเสียอีก ในระหว่างที่พักอยู่ที่บ้านพักชายทะเลนั้น จริยาวางแผนทำให้เพชรชมพูแท้ง โดยแกล้งผลักกระถางต้นไม้ตกลงมาใส่จากชั้นสอง แต่ณัฐวุธช่วยหญิงสาวไว้ได้อย่างหวุดหวิด จริยายิ่งเครียดที่แผนการล้มเหลวทุกอย่าง ละคร แผนร้ายลงท้ายว่ารัก ปิ่นคณา พึงใจเพชรแท้ อยากได้เขาเป็นสามี จริยาคิดว่าหากลูกสาวได้แต่งงานกับเพชรแท้ก็หมายถึงความมั่นคงในชีวิต จึงวางแผนกำจัดฟากฟ้า ใช้ลูกน้องของสมคิดขี่จักรยานยนต์ชนฟากฟ้า เพชรแท้พาเธอไปหาหมอ อุบัติเหตุครั่งนี้กลายเป็นทางออกให้ฟากฟ้าบอกกับใครๆ ว่าเธอแท้งแล้ว เธอจึงไม่ได้ใส่ชุดคลุมท้องเหมือนทุกวัน เมื่อจัดการกับฟากฟ้าไม่ได้ จริยาก็วางแผนเล่นงานให้เพชรชมพูแท้งลูก แต่ภาณุมาศมาช่วยไว้ได้ทัน จริยายิ่งแค้นใจที่พลาดหวังอีกครั้งเพชรแท้พยาบาลฟากฟ้าจนกลายเป็นความรักต่อกัน แต่ต่างก็ใจแข็งไม่เอ่ยปากบอกรักกัน นับดาวรู้ความจริงเรื่องที่ฟากฟ้าปิดบังเธอ ด้วยความน้อยใจจึงเตลิดไป ฟากฟ้ากับภาณุมาศติดตามหาน้องสาวแต่ไม่พบ เพชรแท้ช่วยตามหาจนพบว่าเธอดื่มเหล้าในผับเล็กๆ แห่งหนึ่ง และกำลังถูกลวนลาม ภาณุมาศเข้าห้ามเกิดการต่อสู้กันขึ้น แม้เพชรแท้กับบอดี้การ์ดจะมาช่วยทัน แต่คนร้ายก็ยิงภาณุมาศบาดเจ็บสาหัส คนร้ายทิ้งปืนไว้เป็นหลักฐาน พบว่าเป็นปืนของณัฐวุธ ทำให้ณัฐวุธต้องหนีไป โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าเบื้องหลังทั้งหมดนั้นมาจากจริยาซึ่งสวมรอยคนร้ายเพื่อสังหารภาณุมาศ หวังโยนความผิดให้ณัฐวุธ แต่ภาณุมาศก็รอดพ้นได้อีกครั้ง แม้ว่าจะบาดเจ็บสาหัสก็ตาม ก่อนหน้านี้ อภิวัตรติดการพนันและเป็นหนี้สิน จึงหาทางยักยอกเงินของบริษัทแล้วสร้างหลักฐานว่าเป็นความผิดของณัฐวุธ ภาณุมาศเรียกพี่ชายมาซักถาม แต่ณัฐวุธยืนยันว่าเขาไม่ได้เป็นคนทำ ทำให้เป็นข้อสันนิษฐานว่าอาจเป็นแรงจูงใจให้ณัฐวุธปองร้ายภาณุมาศ หทัยรักยืนยันว่าลูกชายเธอไม่ได้เป็นคนทำ แต่ไม่มีใครฟังเพชรชมพูคลอดลูกแฝด ฟากฟ้าและภาณุมาศรู้ว่าคนที่เป็นพ่อเด็กในท้องคือณัฐวุธ แต่เขาก็ไม่อยู่ให้เธอได้ขอโทษเขา แผนร้ายของจริยาค่อยๆ ถูกเปิดโปงจากคนรอบข้าง สมคิดถูกจับและให้การซัดทอดจริยาและลูกชายหญิง เพชรแท้วางแผนกับภาณุมาศรู้ว่าฟากฟ้าอาจจะไม่ปลอดภัย เพราะปิ่นคณารุกคืบเข้ามาใกล้ชิดเพชรแท้และหาทางแต่งงานกับเพชรแท้ให้ได้ เพชรแท้เกรงว่าฟากฟ้าจะถูกปองร้ายจึงแกล้งทะเลาะกับฟากฟ้าและหย่าขาดจากกัน ระหว่างนั้นเขาก็ตีสนิทกับปิ่นคณา จนครอบครัวของปิ่นคณาตายใจ ละคร แผนร้ายลงท้ายว่ารัก ในวันแต่งงานระหว่างเพชรแท้กับปิ่นคณานั้นเอง ตำรวจวางแผนให้สมคิดโทรมาขู่เอาเงิน จริยาโอนเงินให้ ทำให้เป็นหลักฐานมัดตัวจริยา ความชั่วร้ายของจริยาถูกเปิดโปงในงานแต่งงานนั้นเอง ปานวัตรแอบเอาปืนติดตัวมา จึงยิงไปยังฟากฟ้า แต่เพชรแท้มารับกระสุนแทน จริยาจับพิ้งหรือเพชรชมพูเป็นตัวประกัน แต่เกิดการต่อสู้กันณัฐวุธที่เข้ามาในงานในฐานะพยานสำคัญได้เข้าช่วยเพชรชมพูจนถูกยิงบาดเจ็บ จริยา ปิ่นคณาและปานวัตรถูกจับเพชรแท้กับฟากฟ้าสารภาพรักต่อกัน ณัฐวุธรอดตาย เจ้าสัวอิทธิส่งไปเรียนต่อเมืองนอก ใช้ชีวิตกับเพชรชมพูอย่างมีความสุข โดยมีหทัยรักตามไปช่วยเหลือหลานแฝด ขณะที่ภาณุมาศเข้าบริหารบริษัทของเจ้าสัวอิทธิเต็มตัว นับดาวก็กลายเป็นดาราที่มีชื่อเสียงที่สุดของวงการแผนร้ายของฟากฟ้าที่ต้องการช่วยเหลือน้องชายให้รอดพ้นจากการถูกจับแต่งงานนั้นกลายเป็นชนวนให้หญิงสาวต้องพบกับความรักในท้ายที่สุด แผนร้าย ของเธอจึง ลงท้ายว่ารัก รายชื่อนักแสดง ละครแผนร้ายลงท้ายว่ารัก วิทยา วสุไกรไพศาล รับบท หนึ่ง หรือ เพชรแท้นิศาชล ต้วมสูงเนิน รับบท ฟากฟ้า หรือ คคนางค์ณิชาวรินทร์ อรุณรุ่งไพศาล รับบท พิ้ง หรือ เพชรชมพูภัทร ฉัตรบริรักษ์ รับบท ภาณุมาศ หรือ ตะวันลลินา ชูเอ็ทท์ รับบท นับดาว หรือ หนูดาว อดิศร อรรถกฤษณ์ รับบท ปานวัตรการันต์ อร่ามศรี รับบท ณัฐวุธทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี รับบท เพชรประภาสมยุริญ ผ่องผุดพันธ์ รับบท จริยาขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท หทัยรัก ละคร แผนร้ายลงท้ายว่ารัก ละคร แผนร้ายลงท้ายว่ารัก

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

ถ้าจะคบเล่นๆไปทางอื่น! รถเมล์ จริงจังเรื่องรัก เคยเจอคนดีแต่จำเป็นต้องแยกจาก!!
รถเมล์ คะนึงนิจ /  หน้ากากน้อยหน่า / 

        เป็นปลื้มสุดๆ สำหรับพิธีกรและนักแสดงสาว รถเมล์ คะนึงนิจ กับกระแสตอบรับของ หน้ากากน้อยหน่า ในรายการ The Mask Singer ที่ดีเกินคาด แฟนคลับชื่นชอบมากมาย ยอดติดตามไอจีเพิ่มขึ้นสูงถึงหลักหมื่นภายในชั่วข้ามคืน และงานก็ติดต่อเข้ามาไม่ขาดสาย ลักกี้อินเกมส์แล้วแต่ยังไม่ลักกี้อินเลิฟ เพราะตอนนี้ สาวรถเมล์ ขอใช้เวลาอยู่กับตัวเองให้เต็มที่ บอกชีวิตที่ผ่านมาถือว่าโชคดีที่เจอคนดีแต่ก็มีเหตุจำเป็นต้องแยกจากกัน จากนี้ก็ขอเวลาศึกษาดีๆ ตัวเองเป็นคนจริงจังกับความรักและอายุก็เยอะแล้วจึงไม่อยากคบๆ เลิกๆ แต่พูดเลยว่ายังไม่เข็ดความรักและยังรอเจอคนที่ใช่!!              "ฟีดแบกรายการ the mask singer จะบอกว่ามันเป็นปรากฎการณ์ที่เราทำงานเป็น 10 กว่าปีเราไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อน มันเป็นแบบรวดเร็วและการบอกต่อทุกอย่างมันหนักหน่วงมาก ตั้งแต่รายการฉายวันนั้นและยังไม่เปิดหน้ากากด้วยซ้ำ คนก็ส่งมาถามว่าแอบไปร้องเพลงมาหรือเปล่า ทุกคนจะถามแบบนี้หมด เราจะไม่ตอบคำถามใครทั้งนั้น พอเปิดหน้ากากปุ๊บมาทุกทางเลย ทั้งคอมเม้นท์ ทั้งไอจี ภายในข้ามคืนยอดคนติดตามเพิ่มขึ้นเป็นหมื่นคน แม้กระทั่งคนรอบตัวเราทั้งญาติ เพื่อน แม่โดนกระหน่ำถามมาก"              "ก่อนไปก็ตัดสินใจประมาณนึง เพราะจริงๆ เราเป็นคนไม่ค่อยชอบร้องเพลงเท่าไหร่ แต่ตัวแม่กับน้องที่ดูแลบอกว่าไปสิ คือทุกคนดูรายการและอยากให้เราไปออก แต่ช่วยถามนิดนึงเพราะมันเครียดนะคะ แม่บอกลองดู เราก็คุยกับทีมงานเยอะพอสมควรว่าพี่...หนูร้องเพลงไม่เก่ง เค้าก็จะอธิบายว่ามันไม่เป็นอะไร เราก็เลือกเพลงที่เราโอเค เราร้องได้ ค่อยเป็นค่อยไปยังมีเวลาอยู่จนเรารู้สึกว่าลองดูก็ได้ ก็ไปเรียนร้องเพลงจริงจังเลย เพราะเราไม่มั่นใจเลยค่ะ ก็ไปเรียนดีกว่า อย่างน้อยเป็นการสร้างกำลังใจให้กับตัวเองว่าคงไม่ขี้เหร่มากจนเกินไปมั้ง"             "ตอนนี้ทุกคนเรียกน้อยหน่าแล้ว หลังจากวันนั้นพาคุณแม่ไปโรงพยาบาล ตอนเปิดกระจกรถรับบัตรจอดรถ เห็นหน้าพี่รปภ. เรียกเราน้อยหน่ามาจอดนี่เลย เราก็โอ้โหฉันมีที่จอดรถเป็นการส่วนตัวเลยเพราะเป็นน้อยหน่า ทุกคนเรียกน้อยหน่าหมดเลยค่ะ ตอนนี้มีแฟนคลับหลายรุ่นเลย ได้รุ่นเด็กเยอะมาก เด็กเล็กๆ เลย พาหลานไปไหนก็เจอเด็กประมาณ 7-8 ขวบเรียกพี่น้อยหน่า มันได้ทุกกลุ่มจริงๆ ชื่นใจ อย่างน้อยๆ สิ่งที่เรารู้สึกว่าเรากลัวในการร้องเพลงในการมาออกอะไรแบบนี้มันก็ได้ผลตอบรับที่ค่อนข้างดีมาก อีเว้นท์ไม่มีคิวไปร้องเพลงเลย ติดต่อมาก็ชนงานเพราะละครเปิดกล้องแล้วและงานพิธีกรด้วย งานติดต่อเข้ามาเยอะขึ้นจริงแต่ก็ยังเป็นงานพิธีกรเหมือนเดิม งานร้องเพลงทุกวันนี้ยังเขินอยู่ดี แต่ก็ไปได้ค่ะ เมื่อก่อนจริงๆ ก็มีร้องแต่ไม่ได้ร้องเยอะขนาดนั้น มีนิดๆ หน่อยๆ จริงๆ มันก็ร้องได้แต่จะดีมากพอหรือเปล่าเท่านั้นเอง งานละครมีอันนี้ค่ะ ตอนนี้เล่นละครทีละเรื่อง เพราะมันมีงานพิธีกรด้วยเดี๋ยวจะไม่มีเวลาพอ"            "เวลาให้เรื่องหัวใจเหรอ เอ่อ...เดี๋ยวก่อนนะคะคนไหน ยังไม่ได้อะไรมาก เรื่องหัวใจก็เรื่อยๆ ดีกว่าค่ะ ยังไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงต่อไป ใช้เวลากับตัวเอง อยู่กับตัวเองมากๆ จริงจังสักพักนึง มีคนเข้ามาแต่ว่าไม่ได้เยอะแยะมากมาย คนที่จะเข้ามาคุยกับเราก็ต้องคิดเยอะมั้ย เพราะปกติเราอาจจะไม่ได้เล่นๆ ลองคุยไปก่อน ถ้าไม่โอเคก็แยกกันไป คือเราไม่ค่อยชอบแบบนั้นเท่าไหร่ ไม่ได้ปิดตัวเองแต่ก็ไม่ได้อิสระเปิดอะไรขนาดนั้น เป็นคนจริงจัง อยากให้ทุกอย่างมันดี ไม่ชอบคบๆ เลิกๆ หรือคุยแล้วไม่จริงจังกับเรา เรารู้สึกว่าถ้างั้นอย่ามาดีกว่า แล้วยิ่งอายุมากขึ้นเรื่อยๆ มันไม่มีเวลามากพอที่จะคุยกับคนนั้นก็ได้คนนี้ก็ได้ หรือคุยไปเรื่อยๆ ก็ได้ เราไม่สนุกแบบนั้น เรายังมีงานที่ต้องทำ มีครอบครัวที่ต้องดูแล ทุกวันนี้เวลาแค่นี้เราก็โอเคของเรา เราแน่นแล้วค่ะ เอาที่พอดีๆ ดีกว่า คนที่จะเข้ามาเค้าควรจะเข้าใจเราค่ะ"            "เราไม่ได้บอกตัวเองว่าต้องหยุดปีนึงเดือนนึง เราก็ปล่อยตามธรรมชาติ ชีวิตจะเจอใครก็ให้เรียนรู้กันไป เราไม่ได้เข็ดหรอก ชีวิตที่ผ่านมาก็ยังโชคดี ส่วนใหญ่ก็เจอคนที่ดี แต่ก็มีเหตุจำเป็นบางอย่างทำให้ต้องจากกันไป แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะ ยังไงมันก็เป็นความรู้สึกดีๆ ให้กันมากกว่า แม่ก็อาจจะเป็นห่วงบ้างเพราะเริ่มอายุเยอะขึ้นแล้ว แต่เค้าก็ไม่ได้เร่งนะคะ เค้าอยากให้ดูดีๆ มากกว่า ไม่ใช่เจอคนนี้เข้ามาให้คว้าเลย แม่จะเป็นแนวค่อยๆ ดู อย่ารีบ ไม่ต้องรีบ คนรอบตัวจะพูดแบบนี้หมด ตัวเราเองเมื่อก่อนอาจจะรู้สึกกดดัน แต่ตอนนี้ไม่รู้สึกแล้ว มันเลยจุดนั้นมาแล้ว เอาเถอะ...จะใช่ก็ใช่ ไม่ใช่ก็ไม่เป็นไร เรื่อยๆ ถ้าวันนึงมันจะใช่ของเราก็ใช่เอง สบายๆ ค่ะ" รถเมล์ กล่าว       รถเมล์ คะนึงนิจ   รถเมล์ คะนึงนิจ   รถเมล์ คะนึงนิจ   รถเมล์ คะนึงนิจ   รถเมล์ คะนึงนิจ   รถเมล์ คะนึงนิจ  

แอบลุ้น !! สาวคนไหนจะมาถือหมอน ในงานบวช เกรท วรินทร 9 มิ.ย. นี้
เกรท วรินทร

   เตรียมพร้อมเต็มที่แล้วที่จะก้าวเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ในต้นเดือนหน้าแล้ว สำหรับพระเอกยิ้มเสน่ห์ละลายใจสาว เกรท วรินทร ที่ล่าสุดเมื่อวานนี้ (25 พค 60) หนุ่มเกรท ได้ยกพุ่มเทียนพานดอกไม้ไปขอขมาลาบวชกับผู้หลักผู้ใหญ่ที่เคารพที่ช่อง 3 มาลีนนท์ ก่อนที่จะลาอุปสมบท เพื่อตอบแทนพระคุณของบิดามารดา ในวันที่ 9 มิ.ย.นี้ ที่ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ซึ่งหลังจากที่จำพรรษาอยู่ที่วัดบวร 15 วัน แล้วพระเกรทจะย้ายจะจำพรรษาต่อที่วัดแถวบ้านเกิดอีก 15 วัน เพื่อสะดวกแก่ครอบครัวจะได้ร่วมกันใส่บาตรได้ และหนุ่มเกรทจะมีฤกษ์สึกในวันที่ 8 ก.ค.60 เพื่อกลับมาลุยงานกันต่อ    งานนี้หลายคนโดยเฉพาะคุณแม่กุ้ง สุดสตรองคนเก่งของหนุ่มเกรท แอบสงสัยว่าที่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนนี้จะรีบบวชนี่เพื่อเตรียมตัวจะเบียดหรือเปล่า งานนี้ต้องดูกันในงานบวชนี่แหละคร่า ว่าสาวคนไหนจะเป็นคนถือหมอนกันแน่??               CR :IG@great_rider10

ละครบ่วงบรรจถรณ์‬  , เรื่องย่อบ่วงบรรจถรณ์‬
ละครบ่วงบรรจถรณ์ /  เรื่องย่อละครบ่วงบรรจถรณ์ / 

ละครบ่วงบรรจถรณ์‬ ผลิตโดย : บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัดกำกับการแสดง : ภวัต พนังคศิริควบคุมการดำเนินงาน : อรุโณชา ภาณุพันธุ์ เรื่องย่อ ละครบ่วงบรรจถรณ์ บ่วงบรรจถรณ์ เป็นเรื่องวราวของ แพรนวล บุตรสาวคหบดีชาวเชียงรายที่ตัดสินใจหลีกหนีจากสามีเจ้าชู้ ไปอยู่เชียงรายเพื่อรับมรดกบ้านโบราณของบิดา แพรนวลพบเตียงไม้โบราณสมัยเชียงตุงในห้องเก็บของมีความชอบใจจึงนำมาใช้นอน โดยไม่ฟังเสียงทัดทานของแม่บ้าน การนอนคืนแรก แพรนวลนุ่งชุดไทเขินที่ชอบและนอนหลับไปบนเตียง เมื่อตื่นเธอพบว่าตัวเองนอนอยู่ที่สวนลั่นทมของหอคำในเมืองเชียงตุง ด้วยเวลาที่ย้อนกลับมาห้าสิบสี่ปี และ ได้พบกับหลาวเปิง บุตรบุญธรรมของเจ้ากองไท อดีตผู้ครองนครเชียงตุงและตองริ้วน้องสาวต่างบิดาของหลาวเปิง ละครบ่วงบรรจถรณ์นำแสดงโดย มาริโอ้ เมาเร่อ รับบท หลาวเปิงใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ รับบท แพรนวล ละครบ่วงบรรจถรณ์ ละครบ่วงบรรจถรณ์ ละครบ่วงบรรจถรณ์ ละครบ่วงบรรจถรณ์

โตแล้วแม่ไม่ว่า! แพทริเซีย รับเรียก พีช แฟนเต็มปาก
แพทริเซีย กู๊ด /  พีช พรช

   หลังพระเอกหนุ่ม พีช พรช ออกมายอมรับแบบแมนๆ ว่าเรียกนางเอกสาว แพทริเซีย กู๊ด ว่าแฟนแบบเต็มปากล่าสุด สาวแพทริเซีย ก็ได้ออกมาเปิดใจว่าก็ตามที่ หนุ่มพีช ได้พูดไปบอกคุยกันมาสักพักแล้วโดยฝ่ายชายเป็นคนเข้ามาจีบก่อน พอถามว่าคุณแม่ไฟเขียวมั้ย เจ้าตัวบอกแม่ก็ไม่ได้ห้ามอะไรเพราะตนเองโตแล้วปล่อยเป็นเรื่องของเด็กสองคนให้ดูกันไป แพทริเซีย กู๊ด แพทริเซีย กู๊ด

เมินดราม่า!! รัศมีแข เปิดใจกว่ารักจะมาถึงจุดนี้ได้ เคยซดน้ำยาล้างห้องน้ำประชดรักเฉียดตายมาแล้ว!!
รัศมีแข /  ข่าว รัศมีแข / 

    เรียกได้ว่าสมหวังมากๆ แถมยังปังเวอร์จนสาวแท้สาวเทียมต่างพากันอิจฉาไปตามๆ กัน ที่ล่าสุดนักแสดงผิวสีอารมณ์ดีเวอร์อย่าง รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น ได้แลกแหวนแทนใจกับ โจนาส แฟนหนุ่มชาวสวีเดนซึ่งคบหาดูใจกันมายาวนานกว่า 10 ปี โดยวันนี้ (12พ.ค.60) รัศมีแข ได้เดินทางไปเป็นแขกรับเชิญในรายการ คุยหมดเปลือก เปิดใจให้สาวๆ หัวใจสั่นระรัวถึงวินาทีที่แฟนฝรั่งคุกเข่าหมั้น มอบแหวนมัดใจเตรียมบินจดทะเบียนสมรสที่ประเทศสวีเดนในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ ยันเข้าใจที่สังคมบางส่วนยังไม่เปิดรับ พร้อมกับเปิดใจอดีตเคยประชดรักซดน้ำยาล้างห้องน้ำจนเฉียดตายมาแล้ว!!   "ส่วนตัวคิดว่าสังคมมันเปิดแล้ว แต่ว่ายังเปิดไม่หมด ยังมีคนบางกลุ่มที่ยังรู้สึกว่ายังรับไม่ได้ แต่คนที่รับไม่ได้ส่วนมากไม่ได้ออกมาพูดอะไร ส่วนมากจะมีแต่คอมเม้นท์บ้าๆ บอๆ ที่เช้ามาหยาบ ไม่รู้ว่าอึดอัดหรือไม่มีความสุขหรือเปล่า เราบอกไปแล้วด่าเราได้ แต่อย่าด่าผัวแข ด่าผัวเราปุ๊บ เราเขียนกลับไปเลย คือเข้ามาด่าอีฝรั่งบินมาย.ยักษ์ กับกะเทยที่เมืองไทย เราก็เข้าไปดูหน้าตาว่าเขาเป็นใคร และไปเห็นรูปเขาวิดีโอกับลูกสาว เราเลยแคปรูปนั้นแล้วส่งเข้าไป ดึงสติเขานิดหน่อยว่าอ่อนี่หรือความคิดของคนเป็นพ่อ สักพักหนึ่งเขาก็หายไป เราก็หวังว่าเราดึงสติเขาได้แล้ว ทำอะไรก็ให้มีสติหน่อย หรือว่าบางคอมเม้นท์ก็เขียนด่าหยาบคายเหยียดเพศมากๆ ก็มี"   "ไม่เซ็งหรอก เพราะเชื่อว่าเป็นส่วนที่น้อยมากสำหรับโลกในปัจจุบันนี้ แต่แทนที่จะมานั่งแอนตี้ นั่งด่า จะให้ฆ่ากะเทยไปหมดโลกก็คงทำไม่ได้ ก็ควรจะเตรียมตัวพร้อมรับ แล้วสิ่งที่เราห่วงที่สุดคือเด็กว่าจะเข้าใจยังไง เพราะในส่วนของลูกหลานของเรา เราอธิบายแล้ว เขาเข้าใจว่าเป็นยังไง แต่ลูกหลานคนอื่นเราไม่รู้ ฉะนั้นพ่อแม่ก็เตรียมตัวพร้อมรับกับมันดีกว่าเพื่อที่จะอธิบายให้เด็กเข้าใจว่าโลกมันมีหลายแบบ"   "แฟนก็เข้าใจ เพราะแฟนบอกว่าถ้าแขยังอยู่สวีเดนยังไม่ได้เข้าทำงานในวงการ ก็อาจจะไม่มีคนสนใจ พอวันนึงเรามาอยู่ตรงนี้เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าจะมีคนความคิดแตกต่างมา ฉะนั้นทำอะไรไม่ได้นอกจากปลง เราก็ไม่เครียดอะไรอย่างคอมเม้นท์จากเพศที่ 3 เรื่องเหยียดเพศมากๆ เราก็ส่งรูปที่ดีสุดไปคือรูปที่เราไปช่วยตอนที่คนเป็นลม บอกว่าเราไม่เคยเหยียดเพศนะ เราคิดว่าทุกคนเป็นเพื่อนมนุษย์เหมือนกัน อย่างผู้ชายตีกันเราก็เข้าไปช่วย แต่ฟีคแบคดีๆ ก็เยอะ มีพี่ๆ ในวงการมาแสดงความยินดีด้วย คนก็อิจฉา เราก็จะบอกว่าถ้ามองว่าอิจฉา ก็ให้มองแล้วกันว่ากว่าจะรักกันได้ 10 ปีมันผ่านอะไรมาเยอะ ถ้าไปดูในรายการที่เราเคยไปออกจะรู้ว่ามันไม่ง่ายเลย ผ่านอะไรมาเยอะ อันนี้ต้องขอบอกเลยว่าพี่ไม่เคยใช้คำว่าแฟนเก่า เพราะว่าเขาเป็นแฟนคนแรกและคนเดียว ดูสวยอ่ะ (หัวเราะ) ตอนนั้นเราอายุ 20 ทั้งฟัด ทั้งเหวี่ยง เป็นเรื่องอารมณ์ที่หนึ่งเลยไม่ว่าจะเป็นเขวี้ยงข้าว ของ ถือมีด น้ำยาล้างจานก็กินมาแล้ว"   "ไม่ได้ฆ่าตัวตายหรอก เป็นความคิดของเด็ก เราต้องการประชด แต่เอฟเฟ็คท์ไม่เกิดอะไรมาก มีรถพยาบาลมารับ เขาก็ให้กินขนมปังและทำอะไรอีกเยอะแยะ พอเราคิดได้ก็มานั่งคิดว่ามันไม่คุ้ม สุดท้ายเราก็ได้คำตอบว่าเราต้องการเอาชนะเพื่อให้อีกคนหนึ่งเจ็บ แต่จริงๆ การที่เราทำให้อีกคนเจ็บคือการทำร้ายร่างกายตัวเองอยู่ ตอนนั้นเขาก็ตกใจเหมือนเราว่าต้องขนาดนี้เลยเหรอ เขาก็ร้องไห้ ตอนนั้นเราเลยรู้สึกว่ามันไม่โอเค ครั้งนั้นถือว่าเป็นการทะเลาะกันที่รุนแรงที่สุด มันเป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำให้เรารู้ว่าการที่เรารักใครสักคนหนึ่ง แล้วมาทำให้กันเจ็บปวดมันไม่ใช่ สงสารเขานี่เป็นเหตุผลที่รักเขามาก ต้องขอบคุณความอดทนของเขา ล่าสุดเขาก็บินมาเมืองไทย แต่ด้วยดวงอะไรของเราก็ไม่รู้ก็ทำงานทุกวัน เขาก็มากับเพื่อนเวลาไปทำงานจะได้ไม่เหงา ตอนนั้นเราก็จะตื่นเช้า ลงไปทานอาหาร ตอนบ่ายเปลี่ยนเสื้อผ้าไปทำงาน ทำงานเสร็จก็กลับมา แต่ก็ดีเหมือนกันเราได้เห็นการทำงานของเขา เขาก็น้ำตาคลอซึ้ง ถ้าพูดตรงๆ คงซึ้งว่าทีเมียเป็นดารา (หัวเราะ) นางพราว พนักงานโรงแรมมาขอถ่ายรูปด้วย เขาไม่เคยเห็น ไม่เคยรับรู้ในส่วนนี้ พอเขามาเห็นก็ยืนยิ้ม น้ำตาคลอ เราก็อุ๊ย...สวย (หัวเราะ) เขาก็บอกว่าภูมิใจในตัวเองและเห็นว่าความคิดเราเปลี่ยนไป อยู่ดีๆ วันนึงคนเจ้าอารมณ์คนนึงได้มาทำงานในจุดนี้ที่มีความรับผิดชอบสูงมากและบางวันทำงาน 2-3 งานต้องมีความอดทน เขาจะเห็นความอดทนของเราและความรับผิดชอบของเราเขาก็แฮปปี้" ขอบคุณภาพเพิ่มเติมจาก IG rusameekae อ่านข่าว เขินแรง!! รัศมีแข แลกแหวนกับแฟนหนุ่มชาวสวีเดนแล้ว     รัศมีแข รัศมีแข ัรัศมีแข   รัศมีแข รัศมีแข โจนาส แฟนชาวสวีเดน   รัศมีแข โจนาส แฟนชาวสวีเดน  

นก อุษณีย์ ควงแจ๊ค เธมัส สวีทหวานให้โลกอิจฉา!! ช็อตสวีทนี่ฆ่าคนโสดตายเป็นแถว
ข่าวนก อุษณีย์ /  ควงหวานใจตาน้ำข้าว / 

   แหม... เรียกว่ามีช็อตสวีทหวานกับแฟนหนุ่มรุ่นน้องออกมารัวๆ จริงๆ สำหรับสาว นก อุษณีย์ ที่ล่าสุดควงหวานใจตาน้ำข้าว อย่างหนุ่ม แจ๊ค เธมัส แฟนหนุ่มรุ่นน้องสัญชาติอเมริกัน พร้อมครอบครัวมาเที่ยวลั๊นลากันที่อันดามัน แถวหมู่เกาะสิมิรัน งานนี้เลยมีช็อตสวีทหวานออกมาฆ่าบรรดาสาวโสดให้ได้อิจฉาตาร้อนกันอีกแล้ว    โถ.. ก็พ่อหนุ่มแจ๊ค เธมัส นั้นงานดีเริ่ดเอาไปเลย100เต็ม100 ซิกแพคแน่น หน้าเป๊ะ!! ใครที่ได้เห็นช็อตหวานของทั้งคู่รับรองว่าพากันอิจฉาสาวนก กันเป็นแถวแน่นอน ก็คนอาร๊ายมีแฟนแต่ละคนหล่อ เริ่ดน่าหม่ำเป็นที่สู๊ด....               CR :IG@ nokusanee

ละครมัสยา , เรื่องย่อมัสยา
มัสยา /  มัสยา ตอนแรก / 

ผลิตโดยบริษัท พอดีคำ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัดบทประพันธ์โดย พนมเทียนบทโทรทัศน์โดย ปณธี ศุภศักดิ์สุทัศน์กำกับการแสดงโดย วลีทิพย์ นันทเอกพงศ์นำแสดงโดย มิกค์ ทองระย้า, มุกดา นรินทร์รักษ์ออกอากาศทาง สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 มัสยา เป็นละครโทรทัศน์แนว ดราม่า โรแมนติก นำกลับมาสร้างใหม่อีกครั้งในปี พ.ศ. 2560 โดยค่าย พอดีคำ เขียนบทโทรทัศน์โดย ปณธี ศุภศักดิ์สุทัศน์ กำกับการแสดงโดย วลีทิพย์ นันทเอกพงศ์ นำแสดงโดย มิกค์ ทองระย้า, มุกดา นรินทร์รักษ์, พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์, สุภาพร มะลิซ้อน ลักษณ์&มัสยา เรื่องย่อมัสยา ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาล หญิงชราวัย 70 ปี ท่านประมุขใหญ่ของบ้านรัตนมหาศาล ได้ทราบข่าวจากพระนิกรราชการุญ ว่าศัลย์ลูกคนสุดท้องผู้เป็นที่รักได้จากไปด้วยโรคร้ายก่อนวัยอันควร 17 ปีที่ไม่ได้พบกัน แต่ใครเลยจะรู้ว่ามันเป็นการจากลาชั่วนิรันดร์ ท่านผู้หญิงเรียก ร้อยโทลักษณ์ รัตนมหาศาล นายทหารม้าหนุ่มอนาคตไกล ลูกชายเจ้าคุณอัครราชเสวี (ลูกชายคนโต) และคุณหญิงอัครราชเสวี ที่บัดนี้กำพร้าพ่อเหลือแต่แม่ เข้ามาพบ เพื่อสั่งให้ไปนำตัวมัสยา ลูกสาวของศัลย์กลับมาดูแลที่กรุงเทพ ทันทีที่ข่าวเรื่องมัสยาแพร่ออกไป ทำให้ ศจี ลูกสาวคนที่สองไม่พอใจอย่างมาก เพราะเธอเกลียดน้องชายคนนี้เข้ากระดูกดำ จึงพาลเกลียดเลือดเนื้อเชื้อไขไปด้วย ถึงแม้หลวงราชบริรักษ์ผู้เป็นสามี จะบอกให้เธออโหสิกรรมให้กับคนที่ตายไปแล้ว แต่เธอก็ยังเกลียด!!! นั่นเพราะศัลย์ไม่ใช่ลูกแท้ๆของท่านผู้หญิง ศัลย์เป็นลูกของเพื่อนสนิทท่านผู้หญิงที่เสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุ ท่านผู้หญิงกับท่านเจ้าคุณรัตนมหาศาลจึงเอาศัลย์มาเลี้ยงดูเหมือนลูกแท้ๆ ซ้ำท่านผู้หญิงยังรักศัลย์มากกว่าศจี ศจีมีลูกทั้งหมด 6 คน คือ ร้อยตรี พงศ์เทพ ลูกชายคนโต พิณทิพย์ ลูกสาวคนที่สอง เพิ่งเรียนจบปริญญาตรี พัณทิพา ลูกสาวคนที่สาม นักศึกษาปี 1 อ๊อด ลูกชายคนที่สี่ อู๊ด และ อ๋อย ลูกชายคนที่ห้า ลูกสาวคนที่หก ที่ยังเป็นนักเรียนมัธยมและประถม ศจีสั่งให้พงศ์เทพไปช่วยลักษณ์เพื่อเอาหน้ากับคุณย่า และส่งพิณทิพย์กับพัณทิพาให้ไปจับตาดูลูกไพร่อย่างมัสยาว่ามันจะมีฤทธิ์เดชมากแค่ไหน กลัวมันจะทำเยี่ยงอย่างพ่อของมัน ที่ทำให้คุณแม่เสียใจจนล้มเจ็บ ลักษณ์เตรียมตัวเดินทางไปรับมัสยาที่ใต้ เริงใจ น้องสาวขอตามไปด้วย ท่านผู้หญิงรู้สึกดีใจที่หลานๆอยากไปกับลักษณ์ ท่านคิดว่ามีคนรุ่นราวคราวเดียวกับมัสยาไปด้วยก็ดี มัสยาจะได้รู้สึกอุ่นใจ งานนี้พิณทิพย์ชวนนพพร ลูกชาย เจ้าคุณมหศักดิ์ไพศาล เพื่อนข้างบ้านให้ไปเที่ยวด้วยกัน (พิณทิพย์แอบชอบนพพร) ลักษณ์ไปบอกเพ็ญโฉมหญิงสาวที่สนิทที่สุดในตอนนี้ แต่ลักษณ์ยังไม่อยากใช้คำว่าคนรัก ลักษณ์ต้องลงใต้หลายวัน จึงขอของต่างหน้าของเพ็ญโฉมเอาไว้แก้คิดถึง เพ็ญโฉมไม่ให้ แต่กลับบอกว่าเธอจะไปกับเค้าด้วย ลักษณ์ไม่รู้ว่าสถานที่ที่ไปจะลำบากแค่ไหน เธอกลัวเพ็ญโฉมทนไม่ไหว แต่เพ็ญโฉมก็ยังยืนยันว่าอยากไปกับลักษณ์ ลักษณ์จึงเลี่ยงไม่ได้ พงศ์เทพรู้ว่าเพ็ญโฉมไปด้วย ก็ดีใจมาก เพราะเค้าชอบเพ็ญโฉมมากนาน แต่หญิงสาวมีใจให้ลักษณ์ ทำให้พงศ์เทพไม่ค่อยชอบลักษณ์ซักเท่าไหร่ และไม่เคยเคารพลักษณ์ว่าเป็นพี่ชายทั้งๆที่ลักษณ์เกิดก่อนหกเดือน ร้อยโท ลักษณ์ ละครมัสยา ทั้งหมดเดินทางด้วยรถไฟมาถึงยังจุดหมาย ชนัฎ ลูกบุญธรรมของพระนิกรราชการุญ ข้าหลวงประจำจังหวัด และคุณนายแม้น มารอต้อนรับ พ่อของพระนิกรสนิทกับเจ้าเมืองยะหริ่งตาของมัสยา ทั้งสองครอบครัวจึงช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาตลอด พระนิกรเป็นที่พึ่งพิงสุดท้ายให้กับศัลย์ก่อนที่ศัลย์จะสิ้นใจ ชนัฎพาทุกคนเข้ามาในบ้าน แต่ไม่พบมัสยา ชนัฎคิดว่ามัสยาคงไปเล่นอยู่ในสวนแถวนี้ ระหว่างที่ทุกคนรอมัสยากลับมา เริงใจชวนพิณทิพย์ พัณทิพา นพพร ไปเดินเล่น ขณะที่ทั้งสี่คนเดินเข้าไปในดงต้นมะพร้าว เริงใจถูกลิงแย่งหมวก เริงใจรีบวิ่งตามลิงโดยที่ทุกคนไม่คาดคิด นพพรจะตามไปแต่เจอสองสาวรั้งเอาไว้บอกให้นพพรรีบพาพวกเธอกลับบ้านเดี๋ยวนี้! นพพรพาพิณทิพย์กับพัณทิพากลับมา ก็รีบบอกลักษณ์ว่าเกิดเรื่องกับเริงใจ ลักษณ์ พงศ์เทพ เพ็ญโฉมรีบตามนพพรออกไป พิณทิพย์กับพัณทิพาไม่อยากอยู่บ้านกันสองคนจึงรีบตามไปด้วย เริงใจหาลิงจนเจอ มันอยู่บนต้นมะพร้าว เริงใจพยายามพูดให้มันคืนหมวก แต่มันไม่สนใจ ซ้ำยังปาลูกมะพร้าวใส่เริงใจจนเกือบโดน ทุกคนตามมาทัน ลักษณ์บอกให้เริงใจทิ้งหมวกและกลับบ้าน แต่เริงใจไม่ยอม เพราะมันเป็นของชิ้นสุดท้ายที่พ่อซื้อให้ เริงใจบอกให้ลักษณ์ปีนต้นมะพร้าวไปเอาหมวก แต่ลักษณ์ไม่ทำ จะลากเริงใจกลับให้ได้ ทันใดนั้นเพ็ญโฉมเห็นบางอย่างวิ่งมา ทุกคนหันไปมอง ตอนแรกนึกว่าเป็นลิงเพราะปีนต้นมะพร้าวเก่งมาก แต่มองไปมองมา สิ่งนั้นคือคน และคนๆนั้นคือ “มัสยา” แต่ทุกคนยังเห็นหน้าไม่ชัด มัสยาเอาหมวกมาคืนเริงใจ สาวๆพากันไปหลบหลังพงศ์เทพ ลักษณ์ และนพพร ยกเว้นเริงใจที่ไม่กลัว มัสยาเอาหมวกมาคืน ลักษณ์มองผ่านผมที่ปิดหน้ามัสยาลงมา เห็นแววตากลมโต กำลังจะยื่นมือไปจับแขน แต่มัสยากัดแขนลักษณ์จนห้อเลือด แล้วก็รีบวิ่งหนีไป เพ็ญโฉมรีบมาดูแผลให้ลักษณ์ ทุกคนกลับมาบ้านพระนิกรก็ตกใจที่เห็นมัสยาอยู่กับพระนิกร คุณนายแม้น และชนัฎ พิณทิพย์รีบบอกให้ระวังเด็กบ้านี่กัด พระนิกรเห็นท่าไม่ดี จึงรีบแนะนำว่านี่คือลูกสาวของศัลย์ ที่ชื่อมัสยา!! ทุกคนช็อคมาก มัสยาแหวกผมเปิดหน้า เผยให้เห็นดวงหน้าคมเข้ม ดวงตากลมโต ทุกคนมีทีท่ากับมัสยาแตกต่างกันไป เริงใจรู้สึกชอบมัสยา พิณทิพย์เกลียดทันที พัณทิพาเฉยๆ แต่ก็หวาดระแวง นพพรมองสนใจ พงศ์เทพไม่สนใจ ส่วนลักษณ์รู้สึกว่าเด็กคนนี้ไม่ธรรมดาเอาซะเลย!!! พระนิกรแนะนำให้มัสยารู้จักกับผู้ปกครองคนใหม่ของเธอ นั่นคือ ลักษณ์ รัตนมหาศาล มัสยาไม่ไหว้ลักษณ์ ไม่พูดอะไรออกมา ซ้ำยังแลบลิ้นและวิ่งหนีไป ทำเอาทุกคนอึ้ง!!! มัสยาเข้ามาในห้อง สีหน้าเปลี่ยนไปจากเมื่อกี๊ กลายเป็นคนจริงจัง มัสยานึกย้อนกลับไป ตอนที่เจ้าเมืองยะหริ่งตาของเธอ เรียกให้เข้าไปพบ และบอกว่าท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลฝากจดหมายผ่านทางลักษณ์ส่งมาให้เค้า ใจความสำคัญในจดหมาย คือ “กล่าวขอโทษ และขอรับมัสยาไปดูแล เพื่อชดใช้ในความผิดที่เธอทำลงไปกับพ่อและแม่ของมัสยา” เจ้าเมืองยะหริ่งให้อภัย จึงอยากให้มัสยาไปอยู่กับย่า แต่มัสยาไม่ยอม เธอไม่มีวันจะไปเหยียบบ้านนั้นเด็ดขาด!!! เพราะเธอรู้อดีตของพ่อและแม่ รู้ว่าท่านผู้หญิงดูถูกแม่เอาไว้มาก และไล่พ่อกับแม่เธอออกจากบ้าน แต่ว่าคนจากรัตนมหาศาลกำลังเดินทางมา มัสยาคิดในใจว่าจะเล่นงานพวกนั้นให้เผ่นกลับไปแทบไม่ทันเลยคอยดู!!! ลักษณ์ถึงกับเครียดที่ต้องพามัสยากลับบ้านรัตนมหาศาล เพราะมัสยาไม่มีทีท่าเป็นมิตรกับเค้า ซ้ำยังทำตัวขวางโลก และทำวีรกรรมที่แสบที่สุดจนทุกคนทนไม่ได้ ยกเว้นเริงใจกับนพพรที่รู้สึกชอบมัสยามาก และไม่อยากกลับ แต่จำต้องไป ตามคำสั่งของลักษณ์ มัสยาสะใจที่ทำให้ทุกคนกลับไปได้ เธอคิดว่ารอด แต่ปรากฏว่าลักษณ์กลับมา เค้าแค่ไปส่งทุกคนขึ้นรถไฟเท่านั้น มัสยาเจ็บใจมาก ลักษณ์ประกาศลั่น เค้าจะไม่มีวันกลับจนกว่ามัสยาจะกลับไปกับเค้า!! (ตึง!) คืนนั้นมัสยาหายตัวไป ลักษณ์นึกว่ามัสยาหนีเค้าไปแล้ว จนได้รู้จากชนัฎว่ามัสยาไปไหน ลักษณ์ตามไปจนถึงหมู่บ้านชาวประมง ที่นั่นมีงานสังสรรค์ ลักษณ์เห็นหญิงสาวแสนสวยเต้นรำท่ามกลางชาวพื้นเมือง ลักษณ์จ้องมองไม่วางตาด้วยความถูกใจ จนกระทั่งเพลงจบ ลักษณ์เดินเข้ามาหาสาวสวย มัสยาแปลกใจที่ลักษณ์จำเธอไม่ได้ จึงเฉลย ทำเอาลักษณ์หน้าแตก!! มัสยาหัวเราะดังลั่น ลักษณ์รู้สึกอายมาก มัสยา ช่อง7 มัสยาวางแผนกับจุก (ลูกไล่มัสยา เด็กใต้ตัวจริงเสียงจริง) เพื่อขับไล่ลักษณ์ให้กลับไป เธอทำเป็นชวนลักษณ์ไปเที่ยวป่า แต่พอได้จังหวะ มัสยาทิ้งลักษณ์เอาไว้ ก่อนจะรีบกลับออกมากับจุก มัสยาคิดว่าลักษณ์ต้องกลัวแน่ๆ ทำให้กลัวซักพัก แล้วเธอค่อยกลับไปช่วย (มัสยาคิดอะไรแบบเด็กๆ) พอได้เวลา มัสยากลับไปตรงที่เดิม แต่ไม่เจอลักษณ์ กลับเจอเสื้อลักษณ์เปื้อนเลือด เห็นรอยเท้าเสือ มัสยาตกใจมากและแปลกใจเพราะบริเวณนั้นไม่เคยมีเสือมาก่อน มัสยารีบมาบอกพระนิกร เธอใจเสียจนร้องไห้นึกว่าลักษณ์ตาย พระนิกรสั่งสอนมัสยาที่ทำอะไรไม่รู้จักคิด มัสยาต้องไปขอโทษท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลด้วยตัวเอง มัสยาเครียดมาก เธอจึงไปกรุงเทพพร้อมกับพระนิกร มัสยาเดินทางมาถึงบ้านรัตนมหาศาล ถึงบ้านจะใหญ่ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความทุกข์และความมืดมน มัสยาเตรียมคำพูดที่จะบอกท่านผู้หญิง แต่พอเข้าไปในบ้าน กลับเจอลักษณ์ยืนรออยู่ มัสยาจึงได้รู้ความจริงว่าลักษณ์กับพระนิกรร่วมมือกัน ซ้อนแผนของมัสยา ที่รู้เพราะจุกทรยศมาบอกเรื่องนี้ให้ลักษณ์รู้ และก่อนหน้าที่ลักษณ์จะกลับมา ลักษณ์ได้เดินทางไปพบกับเจ้าเมืองยะหริ่งตาของมัสยาอีกครั้ง ลักษณ์สัญญากับท่านจะดูแลและปกป้องมัสยาให้ดีที่สุด แต่หากว่ามัสยาเป็นอะไรไปแม้แต่ปลายนิ้ว ท่านจะขอหลานสาวท่านคืน มัสยาโกรธมาก จะกลับบ้าน แต่ลักษณ์ไม่ยอมให้กลับ พระนิกรบอกให้มัสยาทำใจยอมรับความจริงให้ได้ ก่อนจะเดินทางกลับไป มัสยาโมโห ลักษณ์ท้าทายว่าที่มัสยาไม่กล้ามาอยู่บ้านรัตนมหาศาลเพราะกลัว มัสยาไม่ชอบให้ใครมาดูถูก จึงโพล่งไปว่าเธอจะอยู่ที่นี่ ลักษณ์เบาใจ ลักษณ์พามัสยาไปแนะนำกับทุกคนในบ้าน บอกให้มัสยาไหว้คุณหญิงอัครราชเสวี ศจี หลวงราชบริรักษ์ นมผัน และหม่อมช้อย มัสยาไหว้ลวกๆ ทำให้ศจีไม่พอใจมาก จึงสั่งสอน แต่มัสยาทำหูทวนลม ลักษณ์เห็นท่าไม่ดี…รีบพามัสยาไปหาคุณย่า ทันทีที่มัสยาเจอท่านผู้หญิงก็รับรู้ได้ถึงบุญญาบารมี มัสยาสงบเสงี่ยมลงจนลักษณ์แปลกใจ ท่านผู้หญิงเห็นหน้ามัสยาก็แทบจะร้องไห้ออกมา เพราะมัสยามีดวงตาที่เหมือนศัลย์มาก ท่านผู้หญิงสั่งให้นมผันกับหม่อมช้อยแม่บ้านประจำบ้าน…ดูแลมัสยาและพาไปที่ห้อง อีกสองสามวันท่านจะจัดงานเลี้ยงรับขวัญ เปิดตัวหลานสาวอีกคนของรัตนมหาศาล ท่านผู้หญิงตั้งใจอย่างแน่วแน่ ว่าจะเลี้ยงดูมัสยาอย่างดี แต่ท่านผู้หญิงไม่ได้รู้เลยว่าในภายภาคหน้า ความหวังดีของท่านจะเป็นอาวุธที่ทำร้ายมัสยาได้อย่างเจ็บปวดที่สุด มัสยาถูกจับมาขัดสีฉวีวรรณ ขัดขมิ้น หมักผมด้วยดอกอัญชัน อบตัวในกระโจมสมุนไพร มีช่างตัดเสื้อมาวัดตัวตัดชุดสำหรับวันงาน มัสยาแทบไม่ต้องทำอะไรเอง กลายเป็นนกน้อยในกรงทอง เธออึดอัด ทนไม่ไหว ออกฤทธิ์ออกเดชกับนมผันและหม่อมช้อยจนสองคนปวดหัว มัสยาวิ่งหนี สองสาวแก่ไล่ตาม แต่ไม่ทัน มัสยาแอบปีนกำแพงหนีเข้าไปบ้านของนพพร นพพรดีใจที่ได้เจอมัสยาอีกครั้งจึงช่วยเอาไว้ ที่นี่มัสยาได้เจอกับเจ้าคุณมหศักดิ์ไพศาลพ่อของนพพร เจ้าคุณมหศักดิ์ดูจะถูกอกถูกใจในความเฉลียวฉลาดของมัสยาอย่างมาก นมผันกับหม่อมช้อยถูกท่านผู้หญิงเรียกไปเอ็ดที่ทำให้หลานสาวท่านหายตัวไป ศจีสะใจมากขอให้ไปแล้วไปลับไม่ต้องกลับมา ลักษณ์รู้เรื่องที่เกิดขึ้น เค้าพอเดาออกว่ามัสยาน่าจะไปไหน แล้วก็เป็นไปตามคาด มัสยาไปหานพพรจริงๆ ลักษณ์ลากมัสยากลับมาที่บ้าน ทำให้นพพรไม่พอใจที่ลักษณ์ทำรุนแรง แต่ลักษณ์สั่งไม่ให้นพพรมายุ่งเรื่องครอบครัว มัสยาโมโหเผลอพูดไม่ดีออกไป ลักษณ์จึงจับพาดบ่าตีก้นเป็นการสั่งสอน มัสยาถึงกับตะโกนลั่นว่าเกลียดลักษณ์!!! (มัสยาไม่ยอมเรียกพี่ลักษณ์) เริงใจเป็นเพียงคนเดียวในบ้านที่มัสยาคุยด้วยแล้วสบายใจที่สุด พัณทิพาเหมือนจะอยากคุยกับมัสยา แต่โดนคำสั่งจากศจีไม่ให้เข้าใกล้ลูกไพร่คนนี้ อ๊อด อู๊ด อ๋อย ก็ชอบมาแอบดูมัสยา พอมัสยาหันมามอง เด็กสามคนก็จะวิ่งหนีไปด้วยความกลัว มัสยารู้สึกว่าเธอเหมือนตัวประหลาดในบ้าน วันงานมาถึง ศจีคิดว่ามัสยาต้องทำขายหน้าแน่นอน จึงรอดูความหายนะพร้อมกับลูกสาวทั้งสองของเธอ เพ็ญโฉมควงลักษณ์เข้ามาในงาน พงศ์เทพไม่พอใจ จึงซดเหล้าไม่หยุด ท่านผู้หญิงออกมาพร้อมกับมัสยาที่ตอนนี้ดูดีขึ้นมาก จนทำให้ลักษณ์แปลกใจ มีแต่แขกผู้ใหญ่เฉพาะแค่คนสนิทเท่านั้นที่ถูกเชิญมางานนี้ เจ้าคุณมหศักดิ์ฯ นพพร มรว.ชลทิชา (เพื่อนเพ็ญโฉม) หลวงเวชฯ แพทย์ประจำตัวท่านผู้หญิง และนพมาศลูกสาว ทุกคนนั่งประจำที่โต๊ะซึ่งจัดเป็นเซ็ตดินเนอร์ ศจีจับตาดูมัสยาทุกฝีก้าว คิดว่าเธอต้องทำพังแน่นอน!!! แต่ผิดคาด มัสยาทำได้ดีมาก รู้จักมารยาทบนโต๊ะอาหาร ไม่แสดงกิริยาต่ำๆออกมาให้เห็น ดูเป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว ท่านผู้หญิงมองอย่างพึงพอใจ ลักษณ์แอบอมยิ้ม ส่วนคนที่ทำผิด และทำเสียงดัง คือพัณทิพา ศจีโกรธและเสียหน้าอย่างมาก จึงแอบหยิกพัณทิพาที่ใต้โต๊ะ พัณทิพาร้องลั่น เจ้าคุณมหศักดิ์ชื่นชมมัสยา มัสยาบอกว่าเธอเรียนรู้สิ่งเหล่านี้มาจากคอนเลจ ทุกคนถึงกับทึ่งและอึ้ง การรับประทานอาหารเสร็จสิ้น ท่านผู้หญิงบอกให้ลักษณ์พามัสยาไปเปิดฟลอร์ ลักษณ์ไม่แน่ใจว่ามัสยาจะเต้นรำได้หรือไม่ แต่ก็พาออกมาตามคำสั่งคุณย่า ลักษณ์กำชับให้มัสยาเต้นไปตามเค้า เค้าจะประคองเธอเอง แต่ปรากฏว่ามัสยาเต้นรำได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ จนดูราวกับเป็นคนละคนกับเด็กสาวกะโปโลที่เค้าเคยเจอ มัสยาสง่างามชนิดที่ไม่มีใครละสายตาไปจากเธอได้ซักคน โดยเฉพาะนพพรที่ดูหลงใหล พิณทิพย์เห็นสายตาของนพพรก็ชักสงสัย พงศ์เทพที่เริ่มเมาบอกกับเพ็ญโฉมให้ระวังมัสยาจะแย่งลักษณ์ แต่เพ็ญโฉมไม่เชื่อ เพลงแรกจบ ลักษณ์ชวนเพ็ญโฉมออกไปเต้นรำ พงศ์เทพไม่พอใจ ยื่นเท้าทำให้ลักษณ์สะดุดล้ม วงแตก!!! มัสยาเห็นเหตุการณ์จึงฟ้องท่านผู้หญิงว่าพงศ์เทพแกล้งลักษณ์ ศจีรู้สึกอายมาก พงศ์เทพพูดไม่ออก หันไปมองมัสยาไม่พอใจ ศจีสั่งให้ลูกๆทุกคนกลับบ้าน รวมถึงสามีของเธอด้วย!!! งานเลี้ยงจบลง ลักษณ์เจอมัสยาแอบมาหลบอยู่ตรงมุมหนึ่ง เธอถอดรองเท้าส้นสูงออกเพราะเมื่อย ลักษณ์เตือนว่ามัสยากำลังจะแย่เพราะเธอดันไปฟ้องคุณย่าเรื่องพงศ์เทพ แต่มัสยาไม่สน เธอไม่กลัวใครหรืออะไรทั้งนั้น ลักษณ์หัวเราะที่เด็กน้อยอย่างมัสยาทำเก่ง มัสยาโกรธที่ลักษณ์หาว่าเธอเป็นเด็ก ท่านผู้หญิงจ้างอาจารย์กนก มาสอนหนังสือมัสยาที่บ้านระหว่างรอเปิดภาคเรียน (มัสยาต้องเรียนต่อม.6ที่โรงเรียนคอนเวนต์ โรงเรียนเดียวกับเริงใจ) อิสรภาพของมัสยาได้หมดไปแล้ว ต่อไปนี้เธอต้องเดินตามเส้นทางที่ท่านผู้หญิงวางไว้ให้เท่านั้น แต่หนทางไม่ได้สวยงามราวกับโรยกลีบกุหลาบ เมื่อนพพรแสดงออกว่าสนใจมัสยามากกว่าพิณทิพย์ เวลาที่ให้พิณทิพย์มีน้อยลง และเอาแต่ถามหามัสยา พิณทิพย์แน่ใจว่านพพรชอบมัสยา ทำให้เธอไม่พอใจ พงศ์เทพเห็นอาการของน้องสาวก็รู้ว่าเป็นอะไร จึงบอกให้ร่วมมือกันทำให้มัสยาออกไปจากที่นี่ สองพี่น้องวางแผนรังแกมัสยาด้วยวิธีการต่างๆ โดยมีศจีเป็นแรงสนับสนุน พัณทิพาไม่สบายใจที่ต้องร่วมด้วยแต่จำต้องทำเพราะกลัวแม่กับพี่มากกว่า ถึงอย่างนั้นมัสยาก็สามารถเอาตัวรอดมาได้ เธอตอกกลับศจีอย่างไม่กลัว บางครั้งนพพรก็คอยช่วย และเพราะเหตุนี้ นพพรจึงได้เห็นธาตุแท้ของพิณทิพย์ พิณทิพย์โกรธมัสยามากกว่าเดิม คิดว่าเป็นต้นเหตุให้นพพรเกลียดเธอ!! แต่มัสยาไม่ได้โชคดีตลอดเวลา เธอเพลี้ยพล้ำในที่สุด ถูกหาว่าเป็นขโมย ศจีใส่ไฟให้ท่านผู้หญิงฟัง พิณทิพย์กับพัณทิพาก็เป็นพยาน จะแจ้งความตำรวจให้ได้ พงศ์เทพทำเป็นไกล่เกลี่ยไม่อยากให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ แต่ท่านผู้หญิงยังไม่ปักใจเชื่อ จึงเรียกลักษณ์ให้มาสอบสวน แต่มัสยากลับเข้าใจผิดคิดว่าลักษณ์ก็เหมือนคนอื่นคือคิดว่าเธอเป็นขโมย มัสยาหนีหายออกไปจากบ้าน ศจี พิณทิพย์ พงศ์เทพสะใจมากที่แผนสำเร็จ ส่วนพัณทิพารู้สึกผิด จึงแอบไปบอกลักษณ์ว่ามัสยาถูกใส่ร้าย ลักษณ์จะให้พิณทิพย์ไปบอกคุณย่า แต่พิณทิพย์ไม่กล้า และขอร้องไม่ให้ลักษณ์บอกใครว่าเธอมาบอกความจริง ลักษณ์ไปบอกคุณย่าเรื่องที่มัสยาโดนใส่ร้าย เค้ารู้ว่ามัสยาเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ไม่สามารถบอกย่าได้ว่าเป็นฝีมือใคร หากว่าท่านผู้หญิงก็พอจะรู้…. มัสยาเดินไปตามถนนเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย มัสยาร้องไห้อย่างหนัก จนแทบหมดแรง เธอคิดถึงบ้าน ทันใดนั้นมีรถคันหนึ่งพุ่งมา เพราะความมืดของถนน ทำให้เจ้าของรถเพิ่งเห็นมัสยาตอนใกล้จะถึงตัว มัสยาตกใจ เจ้าของรถหักหลบจนเกือบชนต้นไม้ มัสยารีบเข้ามาดูอาการ เห็นเค้าบาดเจ็บก็รู้สึกผิดมาก จึงอาสาขับรถพาเค้าไปส่งที่บ้าน มัสยามาถึงที่วังมยุรฤทธิ์ ผู้ชายที่เธอมาส่งคือท่านชายสดายุ แต่มัสยาไม่รู้จัก ท่านชายสดายุชวน มัสยาเข้ามาในบ้าน และดูแลอย่างดี มัสยาละอายใจเพราะเธอทำให้เค้าบาดเจ็บ แต่เค้าก็ไม่โกรธ ด้านลักษณ์ยังคงตามหามัสยามาตามทางอย่างไม่ลดละ เค้าเป็นห่วงมัสยาอย่างมาก ท่านชายสดายุเลี้ยงอาหารมัสยาจนทำให้เธอรู้สึกสบายใจขึ้นก่อนพูดคุยถามไถ่ว่ามัสยามาจากไหนและเป็นใคร มัสยาจึงบอกว่าเธอมาหาบ้านรัตนมหาศาล ลักษณ์กลับมาบ้านด้วยความสิ้นหวัง ท่านผู้หญิงลมแทบจับนึกว่าต้องเสียหลานสาวไปแล้วจริงๆ ลักษณ์เป็นห่วงคุณย่าอย่างมาก จนกระทั่งมีโทรศัพท์มาหาลักษณ์ ลักษณ์รีบมาที่วังมยุรฤทธิ์ ทำให้รู้ว่าลักษณ์กับท่านชายสดายุมีความสนิทสนมกันมาก ลักษณ์เห็นท่านชายสดายุบาดเจ็บ ก็โกรธมัสยามากที่เป็นต้นเหตุ ลักษณ์ต่อว่ามัสยาอย่างรุนแรง มัสยาเสียใจมาก ท่านชายสดายุรีบเข้ามาไกล่เกลี่ย และเรียกลักษณ์ไปคุยเป็นการส่วนตัว ท่านชายสดายุจึงรู้เรื่องราวของมัสยาทุกอย่าง พร้อมทั้งแนะนำว่าเด็กอย่างมัสยา จะใช้ไม้แข็งสั่งสอนไม่ได้ ตอนนี้คงจะเสียใจมากแล้ว ลักษณ์ออกมาหามัสยาเห็นว่าหลับคาโซฟาไปแล้ว จึงอุ้มมัสยาพากลับบ้าน และเข้ามาส่งถึงในห้อง มัสยาเพ้อหาพ่อกับแม่แล้วน้ำตาก็ไหล ลักษณ์มองด้วยความสงสาร ท่านผู้หญิงไม่สบาย เพราะเครียดที่มัสยาหนีออกไป มัสยาเข้ามาขอโทษคุณย่า เธอรู้สึกผิดอย่างมาก ท่านผู้หญิงขอให้มัสยาสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก มัสยาสัญญา หลังจากเหตุการณ์วันนั้น มัสยาก็เปลี่ยนไป กลายเป็นเคร่งขรึมมากขึ้น ไม่ทำตัวนอกกรอบ อยู่ในโอวาทของท่านผู้หญิงจนทำให้ท่านพึงพอใจ ศจีแค้นใจที่ทำอะไรมัสยาไม่ได้ ลักษณ์เป็นห่วงที่มัสยาไม่มีชีวิตชีวา เค้าไม่อยากให้มัสยาเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อคนอื่น ลักษณ์ไปเที่ยวกับเพ็ญโฉมก็จริง แต่ในใจกลับคิดถึงแต่มัสยา เพ็ญโฉมทนไม่ไหว ถามไปตรงๆว่าลักษณ์ชอบมัสยารึเปล่า ลักษณ์ถึงกับหัวเราะออกมา และย้ำว่าเค้าชอบมัสยาไม่ได้ เพราะมีศักดิ์เป็นพี่น้องกัน เพ็ญโฉมจึงย้อนถาม แล้วถ้าไม่ใช่พี่น้อง ทำเอาลักษณ์อึ้งไปนิดนึงก่อนจะยืนยันว่าไม่มีวัน เพราะเค้ารักเพ็ญโฉม เพ็ญโฉมอดน้อยใจไม่ได้ ปากบอกรัก แต่ไม่เคยทำเหมือนเธอเป็นคนรักซักนิด การแข่งเทนนิสประจำปีของตระกูลซึ่งจัดขึ้นทุกปีมาถึง แต่ปีนี้มีสมาชิกเพิ่มขึ้นคือมัสยา มัสยาอยากลงแข่งด้วย นพพรจึงอาสาเป็นครูช่วยสอน โดยใช้สนามเทนนิสหน้าบ้านรัตนมหาศาล ลักษณ์เห็นนพพรใกล้ชิดกับมัสยาก็รู้สึกไม่พอใจ เพราะนพพรกับมัสยาไม่ได้เป็นอะไรกัน ลักษณ์จึงไปขออนุญาตคุณย่าว่าเค้าจะสอนเทนนิสมัสยาเอง มัสยารอนพพรมาสอนเหมือนทุกวัน แต่นพพรถูกลักษณ์สั่งห้ามไว้แล้ว ทำให้ไม่พอใจ แต่ทำอะไรไม่ได้ ลักษณ์เป็นครูสอนเทนนิสให้มัสยา ทั้งสองคนใกล้ชิดกันจนดูเหมือนคู่รัก ทุกอย่างอยู่ในสายตาของพงศ์เทพที่คิดแผนการบางอย่างขึ้นมาได้ วันแข่งขันมาถึง มัสยาคู่กับลักษณ์ลงแข่งกับพงศ์เทพและพิณทิพย์ พี่น้องเล่นแรงมาก อัดมัสยาคนเดียว จนลักษณ์รู้สึกได้ ลักษณ์พยายามปกป้อง เพ็ญโฉมเห็นทุกอย่าง พงศ์เทพจงใจตีลูกให้มัสยารับไม่ได้ มัสยาหกล้ม ลักษณ์ตกใจมาก เค้าระเบิดอารมณ์ต่อว่าพงศ์เทพที่แกล้งมัสยา แต่พงศ์เทพเล่นบทดราม่าว่าไม่ได้ตั้งใจ ทุกคนตกใจกับความเกรี้ยวกราดของลักษณ์ ลักษณ์อุ้มมัสยาพาออกไปทำแผล เพ็ญโฉมอึ้งกับท่าทางของลักษณ์ที่ห่วงมัสยามากเกินไป ลักษณ์ทำแผลให้มัสยา แสดงความเป็นห่วงมากจนมัสยาเริ่มหวั่นไหวมากขึ้น พงศ์เทพบอกเพ็ญโฉมเรื่องลักษณ์กับมัสยาคิดว่าคู่นี้มีบางอย่างต่อกัน เพ็ญโฉมทำเป็นไม่เชื่อ ทั้งๆที่ลึกๆก็แอบกลัว เพ็ญโฉมนัดมัสยาให้ออกมาพบกันข้างนอกบ้าน ทำเป็นว่าอยากเลี้ยงอาหารต้อนรับมัสยาเพราะยังไม่เคยทำ แต่ความจริงเพ็ญโฉมนัดลักษณ์ออกมาด้วย ลักษณ์อึ้งที่เห็นมัสยา เพ็ญโฉมแสดงออกว่าเป็นคนรักของลักษณ์ ลักษณ์พยายามเลี่ยงไม่ให้เพ็ญโฉมดูแล ยิ่งทำให้เพ็ญโฉมมั่นใจว่าสิ่งที่พงศ์เทพบอกจะเป็นความจริง มัสยาขอตัวกลับทันทีหลังจากกินข้าวเสร็จ ลักษณ์ขอตัวจากเพ็ญโฉมไปส่งมัสยา ทำให้เพ็ญโฉมรู้สึกน้อยใจ ลักษณ์ไม่ได้พามัสยากลับบ้าน แต่พาเธอไปชอปปิ้งที่ห้างฯ ลักษณ์จำได้ว่าเคยบอกจะซื้อของขวัญให้ มัสยา ตอนที่มัสยาย้ายเข้าบ้านรัตนมหาศาลใหม่ๆ เค้าไม่มีเวลาไปซื้อ จึงให้มัสยามาเลือกด้วยตัวเอง มัสยาสนุกสนานกับการเลือกชุด และขอใส่ชุดใหม่ทันที มัสยาออกมาในเสื้อผ้าตัวใหม่ ลักษณ์ถึงกับตะลึง เค้าเพิ่งเห็นวันนี้ว่ามัสยาโตเป็นสาวแล้วจริงๆ มัสยาเดินเคียงคู่กับลักษณ์ ความสวยและหล่อของชายหนุ่มหญิงสาวทำให้ทุกคนหันมามองเป็นตาเดียวด้วยความชื่นชม หนึ่งในนั้นมีทักษิณ เทพอำนวย ช่างภาพนิตยสาร Modern Fashion และ นิเทศ บุญมาก นักข่าวสังคมนิตยสารเพลินภาพ ทั้งสองคนจำลักษณ์ได้ว่าเป็นใคร และคิดว่ามัสยาเป็นผู้หญิงคนใหม่ของร้อยเอกลักษณ์ ทักษิณจึงแอบถ่ายรูปทั้งคู่เอาไว้โดยที่เธอกับลักษณ์ไม่รู้ตัว ลักษณ์พามัสยาไปส่งที่บ้าน ส่วนตัวเค้าจะไปสังสรรค์กับเพื่อนต่อ แต่มัสยาไม่ยอมกลับ เธออยากไปกับลักษณ์ อยากรู้ว่าที่นั่นมีอะไรดี ถึงทำให้ลักษณ์ไปเที่ยวได้ทุกคืน ในเมื่อมัสยากล้าขอ เค้าก็กล้าที่จะพาไป ทันทีที่พามัสยาเข้าไปในผับ มัสยาตื่นตาตื่นใจอย่างมาก ลักษณ์พามัสยามาแนะนำให้เพื่อนรู้จัก เริ่มจาก นพ.พจน์ พ.ต.เสถียร และ ประจวบ เจ้าของกิจการ สามหนุ่มมีทีท่าสนใจมัสยาจนลักษณ์ต้องร้องห้ามว่านี่เป็นน้องสาวของเค้า ห้ามยุ่ง!! คำว่าน้องสาวทิ่มแทงใจมัสยาอย่างมาก เธออยากเป็นคนที่ยืนเคียงข้างลักษณ์ มัสยาเห็นสาวๆล้อมหน้าล้อมหลังลักษณ์มากมาย บางคนถึงขั้นเสนอตัวให้ บางคนดึงลักษณ์ออกไปเต้นรำ มัสยาทนดูไม่ไหว จึงออกไปรอที่หน้าผับ ลักษณ์ตามออกมาเห็นมัสยานั่งอยู่ลำพัง ไม่ยอมพูดกับเค้า ลักษณ์จับอาการได้ว่ามัสยางอน จึงเดินไปซื้อมาลัยพวงน้อยที่ขายด้านหน้าส่งให้มัสยา ลักษณ์ไม่รู้เลยว่ามาลัยพวงนี้เปลี่ยนความรู้สึกของมัสยาไปตลอดกาล เธอเก็บมันไว้ใต้หมอน เก็บไว้ด้วยหัวใจบูชา วันเกิดท่านชายสดายุ….ท่านชายเชิญทุกคนในตระกูลรัตนมหาศาลให้มาฉลองด้วยกันที่วังมยุรฤทธิ์ งานที่จัดขึ้นเป็นงานภายใน ไม่ได้ใหญ่โต พิณทิพย์ พัณทิพา ฝึกขี่ม้ามาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ศจีรีบอวดลูกสาวให้โชว์ท่านชาย พิณทิพย์กับพัณทิพาทำได้ดี ลักษณ์รู้ว่ามัสยาขี่ม้าเป็นจึงยุให้ออกไป แต่มัสยาไม่ทำ พิณทิพย์ ศจีดูถูก มัสยาด้วยถ้อยคำที่ไม่น่าให้อภัย ลักษณ์โมโหแทน สั่งให้มัสยาขี่ม้าเดี๋ยวนี้ เพ็ญโฉมแปลกใจกับท่าทางของลักษณ์ ลักษณ์มั่นใจว่ามัสยาทำได้จึงประกาศต่อหน้าทุกคน มัสยาขึ้นม้า แต่กลับพลาดตกลงมา ทุกคนตกใจ นพพรรีบเข้ามาดูมัสยา ลักษณ์อึ้งมาก ท่านชายสดายุจับสังเกตลักษณ์กับมัสยาก็รู้สึกสงสัยบางอย่าง นพพรเป็นห่วงมัสยา และไม่พอใจที่ลักษณ์บังคับให้มัสยาขึ้นม้าทั้งๆที่มัสยาขี่ไม่เป็น แล้วทั้งมัสยากับ นพพรก็ได้ยินที่พิณทิพย์ ศจี พงศ์เทพเม้าท์มัสยาลับหลัง มัสยาโกรธมาก เพ็ญโฉมไม่เข้าใจว่าลักษณ์แกล้งมัสยาทำไม ลักษณ์บอกว่าเค้าไม่ได้แกล้ง แต่เค้าอยากให้มัสยาสู้คนเหมือนเมื่อก่อน ไม่นานมัสยาออกมาพร้อมนพพร ได้ยินท่านชายสดายุคุยว่ามีม้าตัวนึงพยศมาก ไม่มีใครปราบอยู่ มัสยาอาสาจะปราบพยศม้าให้ท่านชาย ทำให้ทุกคนประหลาดใจ ศจี พิณทิพย์หัวเราะร่วนมั่นใจว่ามัสยาทำไม่ได้ มีแต่ลักษณ์คนเดียวที่รู้ว่ามัสยาทำได้แน่นอน แล้วมัสยาก็ทำได้จริงๆ เธอจัดการปราบม้าพยศจนมันยอมอยู่ในโอวาท ท่านชายสดายุพอใจมาก และมีความสุขที่สุดจึงยกม้าตัวนี้ให้มัสยา ศจี พิณทิพย์ พงศ์เทพได้แต่อ้าปากค้าง ศจีรีบไปฟ้องท่านผู้หญิงว่ามัสยาทำตัวห้าวหาญเกินงาม ไปอาสาปราบม้าพยศ ถ้าหากบาดเจ็บขึ้นมาจะทำให้ท่านผู้หญิงเดือดร้อน ท่านผู้หญิงเรียกมัสยามาตักเตือน และสั่งไม่ให้ออกไปเที่ยวเล่นที่ไหนสามวัน ลักษณ์รู้ข่าว มาดักรอเจอมัสยา มัสยาโมโหมาก เธอโทษว่าเป็นเพราะลักษณ์ทำให้เธอโดนคุณย่าดุ ถ้าลักษณ์ไม่คะยั้นคะยอให้เธอขี่ม้าตั้งแต่แรก ลักษณ์บอกมัสยาว่า “เค้าชอบมัสยาคนนั้นในวันแรกที่เจอมากกว่ามัสยาคนนี้” ทำเอามัสยาพูดไม่ออก หลังจากเหตุกาณ์นั้น มัสยาสนิทกับท่านชายสดายุมากขึ้น ท่านชายไปมาหาสู่ที่บ้านรัตนมหาศาลบ่อยๆ และชวนมัสยาไปออกงานบ้าง ซึ่งคุณย่าก็อนุญาต มีแต่ลักษณ์ที่สงสัยว่าท่านชายสดายุกับมัสยาชอบพอกัน ลักษณ์ทนเก็บความสงสัยเอาไว้คนเดียวไม่ไหว จึงถามท่านชายสดายุออกไป ท่านชายสดายุหัวเราะร่วน เค้าเอ็นดูมัสยาเหมือนน้องสาวเท่านั้น ทำให้ลักษณ์โล่งใจ ท่านผู้หญิงหลงหลานสาวมาก ศจีหวั่นใจกลัวสมบัติถูกแบ่ง หลวงราชบริรักษ์ ระอาใจกับศจีอย่างมาก ที่วันๆเอาแต่อิจฉามัสยา พัณทิพาเห็นพ่อกับแม่ทะเลาะกันก็รู้สึกเสียใจ ไปนั่งร้องไห้เงียบๆ มัสยาผ่านมาเห็น และเข้ามาปลอบใจ ทำให้พัณทิพารู้สึกดีขึ้น มัสยากับพัณทิพายิ้มให้กันเป็นครั้งแรก ละคร มัสยา ช่อง7 พิณทิพย์เห็นรูปมัสยากับลักษณ์ในนิตยสาร พร้อมข้อความว่าลักษณ์มีหญิงสาวคนใหม่แทนเพ็ญโฉม ศจีเอามาให้ท่านผู้หญิงดู ท่านผู้หญิงใจไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะรู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้ แต่มาวันนึงท่านผู้หญิงได้เห็นลักษณ์กับมัสยาใกล้ชิดกัน ทำให้ท่านเริ่มกลัวว่าสองคนจะทำผิดจารีตประเพณี จึงเฝ้าดูพฤติกรรมจนแน่ใจว่าลักษณ์กับมัสยาน่าจะมีใจให้กัน แต่ยังไม่รู้ตัว ท่านผู้หญิงจึงตัดสินใจไปคุยกับเจ้าคุณมหศักดิ์ฯ อยากให้นารถระพีพี่สาวนพพรที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศหมั้นหมายกับลักษณ์ ทันทีที่ลักษณ์รู้ ลักษณ์ค้านหัวชนฝา เค้าจะไม่มีวันแต่งงานกับคนที่เค้าไม่ได้รัก คุณย่าสวนกลับทันควันว่าจะไม่มีวันนั้น ลักษณ์ต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่ย่าเลือกให้เท่านั้น ลักษณ์กับท่านผู้หญิงมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ลักษณ์ขับรถออกจากบ้าน ท่านผู้หญิงโกรธมาก คนทั้งบ้านรู้เรื่องลักษณ์กับท่านผู้หญิง พงศ์เทพโทรบอกเพ็ญโฉมว่าลักษณ์ต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่ย่าเลือก ทำให้เพ็ญโฉมอึ้ง ด้านมัสยารู้ข่าว เป็นห่วงลักษณ์ จึงตามหาลักษณ์ว่าไปไหน จนนึกได้ว่าลักษณ์น่าจะไปที่ผับประจำ ทันทีที่ไปถึง มัสยาเห็นเพ็ญโฉมอยู่กับลักษณ์ เพ็ญโฉมกำลังปลอบโยนลักษณ์อย่างใกล้ชิด และบอกว่าเธอจะแต่งงานกับลักษณ์เอง มัสยายังไม่ทันฟังที่ลักษณ์ตอบ ก็ทนดูไม่ได้ จึงกลับออกไป ลักษณ์ปฏิเสธเพ็ญโฉม เพ็ญโฉมอึ้ง ทำให้รู้ว่าลักษณ์ไม่ได้รักเธอซักนิด ตอนนี้เค้าไม่อยากเจอใคร จึงไปหาท่านชายสดายุที่วัง และเล่าทุกอย่างให้ฟัง ลักษณ์ถามว่าความรักคืออะไร แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเรารักใคร คำถามนี้ทำให้ท่านชายสดายุแน่ใจว่าสิ่งที่ลักษณ์มีให้เพ็ญโฉมไม่ใช่ความรักแต่เป็นความหลง การที่เรารักใครซักคน ในหัวใจจะมีแค่เค้าเท่านั้น ไม่ว่าจะไปไหน จะทำอะไร ก็จะคิดถึงแต่เค้า ลักษณ์คิดตามที่ท่านชายสดายุพูด จนรู้ใจตัวเองว่าเค้ารักใคร ท่านชายสดายุเดาใจลักษณ์ออกว่า “ลักษณ์รักมัสยา” ลักษณ์อึ้งไปกับคำตอบที่ได้รับ เค้าขอไม่กลับบ้าน ท่านชายเตือนว่าลักษณ์กำลังหนีปัญหา เพ็ญโฉมดื่มตามลำพังในผับ ก่อนหน้านั้นเธอเรียกพงศ์เทพออกมา พงศ์เทพมาหา เพ็ญโฉมระบายว่าลักษณ์ไม่ได้รักเธอเลย พงศ์เทพกอดเพ็ญโฉมปลอบใจ และขอโอกาสให้เค้าได้ดูแลเพ็ญโฉม ลักษณ์กลับมาบ้าน เค้าไม่กล้าสู้หน้ามัสยาจึงหลบหน้าหลบตา ลักษณ์เข้าไปหาคุณย่าเพื่อขอโทษที่เค้าทำตัวไม่ดี ท่านผู้หญิงเตือนสติลักษณ์ ให้หักห้ามใจจากมัสยา อย่าให้ความหวัง เพราะมัสยายังเป็นเด็กที่อารมณ์อ่อนไหวง่าย ถ้าลักษณ์หวังดีกับมัสยาจริง ลักษณ์ต้องทำเพื่อมัสยา นั่นคือแต่งงานกับนารถระพี และระหว่างนี้ลักษณ์ห้ามเจอมัสยาเด็ดขาด หมายความว่าตราบใดที่มัสยาอยู่บ้านรัตนมหาศาล ลักษณ์ก็ต้องเป็นฝ่ายไปอยู่ที่อื่น ลักษณ์ทำตามที่ท่านผู้หญิงบอก แต่มัสยามาดักเจอเค้าที่รถ ลักษณ์ต้องทำตัวไม่ดีเพื่อให้มัสยาเกลียดเค้า แล้วมันก็ได้ผล มัสยาทั้งโมโหทั้งน้อยใจจนวิ่งหนีไป ลักษณ์เจ็บปวดมาก ท่านผู้หญิงเครียดเรื่องมัสยากับลักษณ์มากจนล้มป่วยอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นหนักกว่าเดิม หลวงเวชฯตรวจอาการแล้วบอกว่าท่านผู้หญิงควรจะได้ไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัด เพื่อรับอากาศบริสุทธิ์ ท่านผู้หญิงจึงชวนมัสยาไปเป็นเพื่อน โดยมีนมผัน หม่อมช้อยไปด้วย นารถระพีรู้เรื่องที่ตนถูกหมั้นหมายให้ร้อยเอกลักษณ์จากเจ้าคุณมหศักดิ์ก็ไม่พอใจมาก เพราะเธอเป็นผู้หญิงสมัยใหม่ ที่ไม่ชอบเรื่องคลุมถุงชน แต่ที่สำคัญ ตอนนี้นารถระพีกำลังคบหาอยู่กับ สมาน วราฤทธิ์ เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศ มัสยาอยู่บางแสนด้วยความเหงาจนได้มาเจอกับฉันท์ วิเชียรชัย นักวาดภาพ ฉันท์จำมัสยาได้จากรูปในนิตยสาร เค้าสนใจอยากได้มัสยาเป็นแบบวาดรูป มัสยาตกลงรับปากจึงต้องแวะมาให้ฉันท์วาดรูปทุกวัน ความน่ารักสดใสของมัสยาทำให้ฉันท์หลงรัก ด้านนพพรคิดถึงมัสยามาก แต่เจ้าคุณมหศักดิ์ไม่ให้ไปไหน เพราะนพพรต้องเตรียมตัวไปศึกษาต่อต่างประเทศ นพพรจึงขอให้พ่อไปสู่ขอมัสยาให้เค้าก่อน เจ้าคุณมหศักดิ์รับปาก ทันทีที่ท่านผู้หญิงกลับมา ท่านจะไปเจรจาให้ นารถระพีรู้เรื่องนี้จึงถามนพพรว่ามัสยาเคยบอกรักนพพรเหรอยัง แต่นพพรไม่สน ขอแค่เค้ารักมัสยามันก็เพียงพอแล้ว นารถระพีเตือนน้อง ว่ากำลังจะทำให้มัสยาไม่มีความสุขเหมือนกับเธอ นพพรถึงกับอึ้ง พิณทิพย์รู้เรื่องที่นพพรจะขอหมั้นมัสยาก็ไม่พอใจมาก พิณทิพย์มาอาละวาดใส่นพพร หาว่านพพรนอกใจเธอไปหามัสยา แต่นพพรว่าเค้าไม่เคยรักพิณทิพย์ พิณทิพย์คิดไปเอง พิณทิพย์เสียใจมาก จึงทำตัวเป็นผู้หญิงไม่ดี ออกเที่ยวทุกคืน ถึงแม้มัสยาจะมีเพื่อนใหม่อย่างฉันท์ แต่เธอไม่เคยลืมลักษณ์ได้เลยซักวัน ท่านผู้หญิงเห็นมัสยาร่าเริงปกติก็เข้าใจว่าคงลืมลักษณ์ไปแล้ว มัสยากลับมา เจอนมผันบอกว่าท่านชายสดายุมาเยี่ยมท่านผู้หญิงและเพิ่งกลับออกไป มัสยาดีใจมากรีบตามไปจนเจอท่านชายสดายุ เธอขอตามท่านชายสดายุไปที่บ้านพัก ที่นั่นมัสยาได้พบลักษณ์ที่กำลังหลับโดยบังเอิญ ท่านชายสดายุเล่าว่าลักษณ์เหมือนคนไม่มีวิญญาณ ใช้ชีวิตไปวันๆ ข้าวปลาไม่กิน ท่านชายจึงชวนลักษณ์มาพักผ่อนที่บางแสน แต่ที่ไหนได้ลักษณ์กลับล้มป่วย มัสยาเป็นห่วงลักษณ์จับใจ ไม่นานลักษณ์ตื่นขึ้นมาเพราะฤทธิ์ยาที่หมด ลักษณ์นึกว่าฝันไปที่เห็นมัสยา แต่มัสยาบอกว่านี่เป็นความจริง ลักษณ์พยายามจะหนีมัสยาอีกครั้ง แต่ลักษณ์อ่อนแรงเกินกว่าจะไปไหว มัสยากอดลักษณ์เอาไว้ เธอจะไม่ยอมให้ลักษณ์จากไปอีกแล้ว เธอพร้อมเผชิญหน้าทุกอย่างถึงแม้จะร้ายแรงที่สุด ขอแค่ให้ได้เห็นหน้าลักษณ์ก็พอ หัวใจของลักษณ์อ่อนลง เค้าแพ้ใจให้มัสยา มัสยา ช่อง7 มัสยาโกหกท่านผู้หญิงว่ามาหาท่านสดายุที่บ้านทุกวัน แต่จริงๆเธอมาดูแลลักษณ์ จนลักษณ์มีอาการดีวันดีคืน ท่านชายสดายุเห็นสองหนุ่มสาวเข้ากันได้ ก็สบายใจ ท่านจึงกลับกรุงเทพ ทิ้งหนุ่มสาวไว้ที่นี่ ลักษณ์กับมัสยาได้มีช่วงเวลาดีดีร่วมกัน จนหัวใจของทั้งสองเคลื่อนเข้าหากันมากขึ้น เพ็ญโฉมอกหักจากลักษณ์จึงหนีมาเที่ยวบางแสน พงศ์เทพรู้ข่าวจึงตามมาปลอบโยน แล้วทั้งคู่ก็บังเอิญได้เจอลักษณ์กับมัสยา ภาพที่เห็นทำให้เพ็ญโฉมรู้ทันทีว่าลักษณ์กับมัสยารักกัน จากความเสียใจเปลี่ยนเป็นความโกรธ เพ็ญโฉมอิจฉามัสยาที่ได้หัวใจลักษณ์ไปครอง พงศ์เทพอยากที่จะทำลายลักษณ์อยู่แล้ว จึงยุเพ็ญโฉมให้ไปฟ้องคุณย่า ซึ่งมาที่นี่พอดี ลักษณ์ยังคงเห็นมัสยาเป็นเด็ก จนมัสยาต้องบอกว่าเธอเป็นสาวแล้ว และความจริงเธอก็ไม่ใช่น้องสาวแท้ๆของลักษณ์ด้วย เพราะศัลย์เป็นแค่ลูกบุญธรรมคุณย่า ลักษณ์เข้าใจว่ามัสยาต้องการจะบอกว่าอะไร ถ้าเค้ากับเธอจะรักกัน มันก็ไม่ใช่เรื่องผิด ลักษณ์มองมัสยาแววตาเต็มไปด้วยความรัก เค้ารักผู้หญิงมากเหลือเกิน ลักษณ์ตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ นั่นคือ..จูบมัสยา คนที่เห็นภาพบาดตานั้นคือ ท่านผู้หญิง รัตนมหาศาลกับหม่อมช้อยที่มาตามคำบอกของเพ็ญโฉมกับพงศ์เทพ ลักษณ์กับมัสยาตกใจมาก ท่านผู้หญิงเจ็บปวดและโกรธ เข้ามากระชากมัสยาให้ออกจากลักษณ์ และตบหน้าลักษณ์เต็มแรง!!! ก่อนจะไล่ลักษณ์ให้ออกไปจากรัตนมหาศาล ไม่ต้องมานับย่าหลานกันอีก!!! มัสยาช็อคมาก คุกเข่าอ้อนวอนย่า อย่าทำร้ายลักษณ์ และโพล่งไปว่าเธอรักผู้ชายคนนี้ ท่านผู้หญิงเสียใจอย่างที่สุด จะตบหน้ามัสยาแต่ลักษณ์เข้ามาปกป้อง และขอร้องย่าให้เค้ากับเธอรักกัน ท่านผู้หญิงไม่ยอม!!! และมันจะไม่มีวันนั้น!! มัสยาไม่ยอมกลับไปกับท่านผู้หญิง ลักษณ์ต้องเกลี้ยกล่อม พร้อมทั้งบอกว่าเค้าจะหาทางมาพบเธอ ขอให้เธอรอ มัสยาจึงยอมกลับไป ข่าวเรื่องมัสยากับลักษณ์รู้ไปถึงบ้านรัตนมหาศาล ศจีสาแก่ใจมาก มัสยาไม่ต่างจากพ่อ ทำแต่เรื่องอื้อฉาวให้คาวตระกูล คุณหญิงอัครราชเสวีเป็นห่วงลูกชายอย่างมาก ท่านผู้หญิง หม่อมช้อย มัสยากลับมาที่บ้าน ท่านผู้หญิงสั่งไม่ให้มัสยาออกไปไหน ประจวบเหมาะกับที่เจ้าคุณมหศักดิ์มาทาบทามมัสยาให้นพพร ท่านผู้หญิงตกลงรับปากทันที และขอให้จัดงานแต่งงานโดยเร็วที่สุด เพ็ญโฉมรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุทำให้ลักษณ์ได้รับความเดือดร้อน แต่พงศ์เทพบอกว่าลักษณ์ทำผิด สมควรแล้วที่โดนลงโทษจากคุณย่า พงศ์เทพบอกให้เพ็ญโฉมตัดใจจากลักษณ์!! ละคร มัสยา ตั้งแต่เกิดเรื่อง ลักษณ์หายสาบสูญ ท่านชายสดายุทราบข่าว ก็รีบสั่งให้คนออกตามหาลักษณ์โดยด่วน ด้านมัสยาเตรียมตัวแต่งงานกับนพพร นพพรมีความสุขมาก แต่พอเห็นสีหน้าของมัสยา เค้าก็นึกถึงคำพูดของ นารถระพี ด้านพิณทิพย์โกรธแค้นที่มัสยาได้แต่งงานกับนพพร จึงหาทางวางแผนชั่ว ประจวบเหมาะกับที่พิณทิพย์เห็นฉันท์แอบมาหามัสยา เค้าสืบจนรู้ว่ามัสยาอยู่ที่ไหน ฉันท์รู้เรื่องทั้งหมด เค้าสงสารมัสยามาก ฉันท์จึงเล่าให้มัสยาฟังว่ารูปที่เค้าวาดมัสยาที่ริมหาด เป็นที่ชื่นชอบของเจ้าของห้องศิลป์ในต่างประเทศ ซึ่งตอนนี้ฉันท์เป็นตัวแทนให้ห้องศิลป์นี้ ฉันชวนให้มัสยาเซนต์สัญญาเป็นนางแบบปฏิทินที่จะออกโดยห้องศิลป์นี้ แต่มัสยาต้องไปที่มาเลเซีย พิณทิพย์สืบจนรู้ว่าฉันท์เป็นใคร ก็รีบไปฟ้องคุณย่าว่ามัสยาไปคบกับศิลปินไส้แห้ง ทั้งๆที่กำลังจะแต่งงานกับนพพร คุณย่าเรียกมัสยามาต่อว่าที่ทำตัวใฝ่ต่ำ!!! มัสยาเสียใจมาก จนอยากจะกลับไปหาตา แต่เธอรู้สึกว่าถ้าทำแบบนั้น เธอจะเป็นผู้แพ้ เธอจะสู้เพื่อให้ได้อยู่กับลักษณ์ มัสยาขังตัวเองในห้อง เพราะต้องการเอาชนะท่านผู้หญิง และรอลักษณ์มาหาด้วยความหวังทั้งหมดที่มี ท่านชายสดายุตามหาลักษณ์จนเจอว่าลักษณ์ขอย้ายตัวเองมาประจำที่ชายแดน ท่านชายสดายุตกใจมากที่เห็นสภาพของลักษณ์ ลักษณ์ป่วยเป็นไข้ป่า อาการไม่ดี ท่านชายสดายุรีบย้ายลักษณ์มารักษาตัวในกรุงเทพทันที และรีบให้คนแจ้งเรื่องนี้ให้ทางบ้านรัตนมหาศาลรู้ เริงใจรีบมาบอกมัสยาเรื่องลักษณ์ มัสยาเป็นห่วงมาก แต่เธอไม่กล้าไปเยี่ยมเค้า เพราะกลัวลักษณ์จะเดือดร้อนอีก ท่านผู้หญิงห่วงหลานชายจับใจ รีบไปที่โรงพยาบาลกับคุณหญิงอัครราชเสวี ไม่นานลักษณ์ก็ฟื้นขึ้นมา ท่านผู้หญิงขอให้ลักษณ์กลับมาบ้าน เริงใจสงสารมัสยามาก จึงแอบพามัสยาไปหาลักษณ์ โดยโกหกแม่กับคุณย่าว่าพามัสยาไปซื้อหนังสือ เริงใจกับมัสยามาถึงโรงพยาบาล เธอให้มัสยาเข้าไปหาลักษณ์ มัสยาดีใจมากที่ได้เจอลักษณ์อีกครั้ง ผิดกับลักษณ์ที่นิ่งมาก ลักษณ์รู้ว่ามัสยาจะหมั้นกับนพพร เค้าแสดงความยินดีกับมัสยา มัสยาเสียใจที่ลักษณ์ผลักไสเธอให้คนอื่น ไหนบอกให้เธอรอ เธอก็รอออยู่ทุกวินาที แต่ลักษณ์กลับมาพังความหวังของเธอ ลักษณ์เองเจ็บปวดยิ่งกว่า เพราะก่อนหน้านั้น คุณย่ามาขอร้องให้ลักษณ์พูดกับมัสยาให้ยอมหมั้นกับนพพร มัสยาร้องไห้กับเริงใจบอกว่าลักษณ์ไม่ได้รักเธอ เธอจะยอมแต่งงานกับนพพรตามที่คุณย่าบอก!! ลักษณ์กลับมาบ้าน ในวันที่ท่านผู้หญิงเรียกนักข่าวจากทุกหนังสือพิมพ์มาเพื่อรับฟังการประกาศหมั้นระหว่างร้อยเอกลักษณ์ กับนางสาวนารถระพี (ที่ถูกพ่อบังคับให้แต่งงาน) และ นพพร กับ มัสยา ทั้งสองคู่ถูกจัดให้นั่งตรงหน้านักข่าว โดยมีท่านผู้หญิงเป็นคนจัดการทุกอย่าง ลักษณ์กับมัสยากระอักกระอ่วนอย่างมาก พิณทิพย์เสียใจที่ทำลายงานหมั้นนพพรกับมัสยาไม่ได้ จึงเตลิดเปิดเปิง จนศจีกลุ้มใจ มัสยาสิ้นหวังทุกอย่าง เธอทนอยู่ในขนบธรรมเนียม และสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเธอต่อไปอีกไม่ได้แล้ว มัสยาต้องกลับบ้าน กลับไปหาตาของเธอ ก่อนกลับมัสยาไปหาลักษณ์ที่ห้อง ลักษณ์แปลกใจที่มัสยามาหาเค้าดึกดื่น มัสยาถือวิสาสะเข้ามา เธอถามลักษณ์ว่าเคยรักเธอบ้างมั๊ย ลักษณ์ตอบไปว่ารักในฐานะน้องสาว มัสยาเสียใจอย่างมาก แต่มันทำให้เธอตัดใจที่จะไปจากที่นี่ได้เร็วมากขึ้น มัสยาออกไปจากห้อง เจอท่านผู้หญิงยืนอยู่กับศจี ศจีเห็นลักษณ์กับมัสยาจากหน้าต่างห้อง จึงรีบมาฟ้องท่านผู้หญิง ท่านผู้หญิงสุดทนคิดว่ามัสยาดื้อด้านไม่ฟัง แถมยังมาหาผู้ชายถึงในห้อง จึงด่าด้วยถ้อยคำที่รุนแรง ดูถูก เสียดแทง พาลด่าไปถึงแม่และครอบครัวของเธอทางใต้ ทำให้มัสยาโกรธและเสียใจ จึงวิ่งหนีออกไปขึ้นรถ ลักษณ์รีบตามขึ้นไป ส่วนท่านผู้หญิงหมดสติ ศจีต้องรีบช่วย มัสยาขับรถโดยไม่สนใจคำทัดทานของลักษณ์ เธอคิดจะกลับบ้าน ทันใดนั้นก็เกิดเหตุไม่คาดฝัน รถมัสยาเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำกลางถนน มัสยากับลักษณ์ถูกพาส่งโรงพยาบาล ลักษณ์บาดเจ็บสาหัส แต่มัสยาบาดเจ็บไม่มาก มัสยาร้องไห้ โทษตัวเองไม่หยุด ลักษณ์ต้องเข้าห้องผ่าตัด ท่านผู้หญิง คุณหญิงอัครราชเสวี เริงใจมาถึงไม่เจอมัสยาเพราะเธอแอบหลบอยู่ ไม่นานหมอออกมาบอกอาการลักษณ์ปลอดภัย มัสยาโล่งอก และนับจากวันนั้นก็ไม่มีใครเคยเจอมัสยาอีก เมื่อสอบถามไปทางเจ้าเมืองยะหริ่ง ท่านก็ไม่มีคำตอบให้ ท่านผู้หญิงรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็นที่ประวัติศาสตร์กลับมาซ้ำรอยอีกครั้ง หลังจากลักษณ์ออกจากโรงพยาบาล ลักษณ์ตัดสินใจบวช งานหมั้นระหว่างเค้ากับนารถระพียกเลิก เพราะนารถระพีขู่พ่อว่าถ้ายังให้เธอหมั้น เธอจะไม่กลับบ้านตลอดชีวิต!! มัสยา ช่อง7 ส่วนท่านผู้หญิงมีแต่ทรุดกับทรุดลง จนเวลาผ่านไปหลายเดือน ลักษณ์สึกออกมา และใช้ชีวิตตามปกติ เวลา 1 ปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว ท่านชายสดายุนัดลักษณ์ออกมากินข้าว ที่นั่นเค้าเจอนักร้องชาวมาเลเซียที่ชื่อลิลลี่ ลีลาท่าทางของเธอทำให้เค้าคิดถึงมัสยา แล้วมิสลิลลี่ก็คือมัสยาจริงๆ ลักษณ์ดีใจมากที่ได้พบกับมัสยาอีกครั้ง จึงได้รู้ว่ามัสยาไปมาเลเซียกับฉันท์ (ความจริงเป็นแผนของท่านชายสดายุที่ทำให้ลักษณ์กับมัสยาได้พบกัน) ลักษณ์บอกมัสยาว่าอาการของคุณย่าไม่ดีนัก มัสยาตกใจ มัสยากลับมา พบว่าบ้านเงียบเหงามากกว่าเดิม เริงใจ พัณทิพาไปเรียนเมืองนอกกับนพพร พิณทิพย์กลายเป็นคาสโนวี่ออกเที่ยวทุกคืน พงศ์เทพกับเพ็ญโฉมแต่งงานกัน มัสยาเข้ามากราบคุณย่า ท่านผู้หญิงดีใจจนร้องไห้ ท่านรู้ว่าใกล้ถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ถึงกล่าวขอโทษและขออโหสิกับมัสยาในเรื่องที่ผ่านมา เธอไม่ห้ามมัสยากับลักษณ์อีกแล้ว ถ้าหากจะรักกัน แล้วท่านผู้หญิงก็จากไปอย่างสงบ วันเปิดพินัยกรรม ท่านแบ่งสมบัติให้ทุกคนเท่าเทียม แต่มีข้อพิเศษนั่นคือ สมบัติของศัลย์ให้โอนไปให้มัสยาทั้งหมด แต่ทรัพย์สมบัติจะตกเป็นของมัสยาโดยสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อมัสยาแต่งงานกับลักษณ์แล้วเท่านั้น ท่านชายสดายุเขียนจดหมายมาแสดงความยินดีที่ลักษณ์กับมัสยาได้แต่งงานกันในที่สุด ไม่เท่านั้นท่านชายยังเร่งให้ลักษณ์กับมัสยามีหลานมาให้ท่านเล่นโดยเร็วอีกด้วย ตราบใดที่พี่ยังมีลมหายใจ พี่จะติดตามมัสยาไปจนสุดหล้า ชีวิตนี้พี่คงไม่อาจอยู่ได้โดยปราศจากมัสยา ผู้เป็นหัวใจของพี่ — จบบริบูรณ์ — คุณลักษณ์ - มัสยา ช่อง7 รายชื่อนักแสดงมัสยา มิกค์ ทองระย้า รับบท ร้อยโทลักษณ์ รัตนมหาศาล (ลักษณ์)มุกดา นรินทร์รักษ์ รับบท มัสยาอานัส ฬาพานิช รับบท ท่านชายสดายุ มยุรฤทธิ์พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท ร้อยตรีพงศ์เทพ (พงศ์)สุภาพร มะลิซ้อน รับบท เพ็ญโฉม (เพ็ญ)ชนกันต์ พูลศิริวงศ์ รับบท นพพรริญญารัตน์ วัชรโรจน์สิริ รับบท พิณทิพย์บุศรินทร์ วงศ์ลีลนนท์ รับบท หม่อมราชวงศ์หญิงชลธิชา มยุรฤทธิ์ดวงตา ตุงคะมณี รับบท ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาล

10 ครอบครัวคนบันเทิงที่ได้โชค 2 ชั้น มีลูกแฝด
ครอบครัวคนบันเทิง /  ลูกแฝด / 

   การมีลูกถือเป็นเรื่องที่ดีของคู่รักที่แต่งงานกันและหลายคู่ก็เฝ้าฝันอยากที่จะมีลูกแฝด แหมก็ท้องครั้งเดียวแต่ได้ลูกถึง 2 คน จบปิดอู่ได้ และสำหรับครอบครัวในวงการบันเทิงหลายครอบครัวรวมถึงคู่รักที่แต่งงานใหม่ก็ล้วนแล้วอยากจะมีลูกแฝดด้วยกันทั้งนั้น อย่างเช่นเจ้าแม่แฟชั่นนิสต้า อย่างชมพู่ อารยา ที่ตอนนี้กำลังตั้งท้องลูกชายฝาแฝดอยู่ ไปดุกันดีกว่าว่าครอบครัวคนบันเทิงครอบครัวไหนที่มีลูกแฝดบ้าง เปิ้ล หัทยา - ตั้ว ศรัณยู   เปิ้ล หัทยา - ตั้ว ศรัณยู      เรียกว่าเป็นครอบครัวคนบันเทิงที่มีลูกแฝดอันดับต้นๆ ของวงการเลยทีเดียวสำหรับครอบครัวของ ตั้ว ศรัณยู กับดีเจสาวแหบเสน่ห์ เปิ้ล หัทยา ที่มีลูกสาวฝาแฝดคือ ลูกหนุน ศุภรา และ ลูกหนัง ศีตลา วัย 20 ปี ที่ตอนนี้ทั้งคู่โตเป็นสาว สวยและเก่งมากทั้งคู่ เชื่อว่าต่อไปพ่อตั้วและแม่เปิ้ล ต้องคอยสแกนบรรดาหนุ่มๆ ที่จ่อคิวเข้ามาขายขนมจีบลูกสาวฝาแฝดคู่นี้ให้ดีๆ แล้วล่ะ เพราะเชื่อว่าต้องมีเข้ามาเยอะอย่างแน่นอน ไทด์ เอกพันธ์ กับลูกๆ ทั้ง3   ไทด์ เอกพันธ์  กับลูกสาวฝาแฝด      ถึงแม้ว่าจะมีข่าวว่ากำลังจะหย่ากับเมียคนปัจจุบันอย่าง ยุ้ย คนึงนิจ แต่นักแสดงฝาแฝดอย่าง ไทด์ เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ ก็เป็นอีกคนหนึ่งมีลูกสาวฝาแฝดเช่นเดียวกับตัวเองอย่าง น้องใบเตย กับ น้องใบตอง ที่ตอนนี้ลูกสาวฝาแฝดทั้ง2 เริ่มโตเป็นสาวแถมยังเป็นเด็กกล้าแสดงออก ไม่แน่อาจเดินตามรอยเท้าพ่อ ได้เข้าวงการก็ได้ โจ๊กเกอร์ นพัตฏ์ธร-โบว์ - วรัญญา   โจ๊กเกอร์ นพัตฏ์ธร ลูกสาวฝาแฝด      เรียกว่าหลังจากที่แต่งงานแล้วก็หายหน้าหายตาไปจากวงการไปเลยสำหรับหนุ่ม โจ๊กเกอร์ นพัตฏ์ธร หรือว่า โจ๊กเกอร์ นพชัย มัททวีวงศ์ กลับมาอีกทีพร้อมภรรยาสาวโบว์ วรัญญา พร้อมลูกสาวฝาแฝดอย่าง น้องเคท และน้องคริส มาออกสื่อ อวดความน่ารักน่าเอ็นดูอยู่เนืองๆ ปัจจุบันลูกสาวฝาแฝดก็อายุ 4 ขวบแล้ว เรียกว่ากำลังซน และช่างเจรจาจนทั้งพ่อและแม่ต้องหลงอย่างแน่นอน เอ็ม อภินันท์ -มิลค์-บุสกร   เอ็ม อภินันท์ ลูกสาวฝาแฝด      คุณพ่อสุดเท่ เอ็ม อภินันท์  หลังแต่งงานกับแฟนสาวนอกวงการ มิลค์ บุสกร แล้ว ก็ได้เป็นคุณพ่อสมใจ แถมยังได้โชค 2 ชั้นได้ลูกสาวฝาแฝดมาประดับของวงการ อีก 1 คู่ คือ น้องฌานา -น้องฌารีน วัย 2 ขวบเศษ น่ารักเหมือนตุ๊กตาแถมช่างซักถามไปหมดทุกสิ่ง น่าเอ็นดูจนกลายเป็นขวัญใจพี่ป้าน้าอาไปแล้วทั้งคู่ บ๊อบ ณัฐธีร์- เฮี้ยง ณัฐสินี   บ๊อบ ณัฐธีร์ กับลูชายฝาแฝด      ส่วนคุณพ่อ บ๊อบ ณัฐธีร์ ผู้ประกาศข่าวคนเก่ง เพราะนอกจากจะเลี้ยงลูกสาว อย่างน้องณัชชา ให้ฉลาดและคนเก่งแล้ว คุณพ่อบ๊อบ ก็ยังมีลูกชายฝาแฝด แต่เดิมทีนั้นเป็นแฝด3 แต่ เฮี้ยง ณัฐสินี ภรรยาเกิดเจ็บท้องต้องคลอดก่อนกำหนด ทำให้เสียลูกชายไปคนหนึ่ง ปัจจุบัน น้องพุฒ กับ น้องพร้อม อายุ 4 ขวบแต่ปีถัดมา พ่อบ๊อบก็ได้เฮ เพราะมีน้องเภาลูกชายตัวน้อยเพิ่มมาเป็นสมาชิกในบ้านอีกคน อุ้ย สุธิตา -ทิม โบด้า      อดีตนางเอกที่หลายคนยังคิดถึง อุ้ย สุธิตา เกตานนท์ หลังแต่งงานกับทิม โบด้า สามีชาวสวิตเซอร์แลนด์เชื้อสายฮังการี แล้ว ย้ายสัมมะโนครัวไปอยู่กันที่ประเทศอเมริกา และคลอดลูกชายฝาแฝด คือ น้องลุค กับน้องไซม่อน ซึ่งปัจจุบันหนุ่มน้อยทั้ง2 ก็อายุ 10 ขวบแล้ว บอกเลยว่าตัวแค่นี้ก็ฉายแววหล่อแล้ว สิงโต นำโชค -มาเลีย รีเนโรว์   สิงโต นำโชค กับลูกชายฝาแฝด      คุณพ่อนักดนตรีสุดเท่อย่าง สิงโต นำโชค ก็กลายเป็นคุณพ่อลูก3 หลังภรรยามาเลีย รีเนโรว์ ชาวอเมริกันคลอด น้องไค ลูกชายคนแรกเมื่อปี 55 ล่าสุดเมื่อปีที่แล้วหนุ่มสิงโตก็ได้ต้อนรับสมาชิกใหม่ในครอบครัว ถึง 2คน เป็นลูกชายฝาแฝดหน้าจิ้มลิ้ม คือน้องเคเน กับน้องคาเลโอ บัวชมพู ฟอร์ด – พี่ช้าง สมประสงค์   บัวชมพู ฟอร์ด – พี่ช้าง สมประสงค์      อดีตนักร้องนักแสดงสาวหน้าเด็กอย่าง บัวชมพู ฟอร์ด หลังจากที่แต่งงานกับแฟนหนุ่มนักธุรกิจอย่างพี่ช้าง สมประสงค์  She ก็ยอมทิ้งงานในวงการทุ่มเทเวลาให้ลูกชายทั้ง 3 เต็มที่ คนโต น้องแมตต์ อายุ 8 ขวบแล้ว ส่วนน้องๆฝาแฝด น้องมาร์กซ์ กับน้องเหมา ที่ตอนนี้อายุได้ 4 ขวบแล้วแถมยัง หล่อเหลาเอาการ เป็น 3 ทหารเสือสุดหล่อที่น่าจับตามองในอนาคตจริงๆ นานา ไรบีนา - เวย์ ไทเทเนียม   นานา ไรบีนา - เวย์ ไทเทเนียม      สำหรับคุณพ่อคุณแม่สุดเฮ้ว อย่าง เวย์ ไทเทเนียม และ นานา ไรบีนา คู่นี้เป็นอะไรที่เคมีเข้ากันสุดๆ พอมีลูกฝาแฝดอย่าง น้องบีน่า กับ น้องบรู๊คลิน แล้วทั้งคู่ก็ยังคงหวานไม่เปลี่ยนแปลง แถมยังถ่ายทอดความเปรี้ยวและความเท่มายังลูกแฝดทั้ง 2 อีกด้วย โอปอล์ - หมอโอ๊ค   โอปอล์ - หมอโอ๊ค      น่ารักน่าเอ็นดูเป็นที่สุดสำหรับ2 ลูกลิงน้อย น้องอลิน กับ น้องอลัน ลูกสาวและลูกชายของคุณแม่สุดสตรอง อย่างโอปอล์ ปณิสรา กับ หมอโอ๊ค สมิทธิ์ เรียกว่าเด็กแฝดคู่นี้ลุ้นมากันตั้งแต่ก่อนคลอด จนปัจจุบัน และหลายคนก็ลุ้นอยากให้สุขภาพของ น้องอลินและน้องอลัน แข็งแรงและเติบโตมาด้วยความรักของแม่โอปอล์ และพ่อโอ๊ค

แพทริเซีย เข้าใจ! คนมองออกตัวแรงเปิดตัวคบ พีช เผยความรู้สึกแรกไม่เคยคิดชอบ!!
แพทริเซีย กู๊ด /  พีช พชร

  กลายเป็นคู่รักหวานเวอร์ที่กำลังถูกจับตามองอย่างมากหลังเปิดตัวปังๆ เมื่อไม่นานมานี้ สำหรับ สาวแพทริเซีย กู๊ด กับ หนุ่มพีช พชร โดยล่าสุด สาวแพทริเซีย ได้มาร่วมงานแกรนด์โอเพ่นนิ่งเปิดตัวร้าน Jamba Juice (แจมบาร์ จูซ) ที่สยามพารากอน พร้อมกับเปิดใจถึงเรื่องความสัมพันธ์กับ หนุ่มพีช ครั้งแรกว่าตอนนี้เรียกว่าแฟนได้อย่างเต็มปาก มองความสัมพันธ์เป็นไปอย่างรวดเร็วเพราะรู้จักกันมานานมาก เผยไม่เคยคิดว่าจะชอบฝ่ายชาย แต่พอได้ลองคุยกันแล้วรู้สึกถูกคอ คลิกกันตรงที่ต่างฝ่ายต่างเป็นตัวของตัวเอง   "(สรุปตอนนี้เรียกแฟนได้แล้ว) ก็แล้วแต่ทุกๆ คนจะเรียกค่ะ (ยิ้ม) ในส่วนของหนูก็เรียกค่ะ (หัวเราะ) ก็ตามที่เขาพูดเลยค่ะคือเราก็คุยกันสักพักแล้วค่ะ ถามว่าคลิกกันตรงไหนต่างคนต่างเป็นตัวเองค่ะ อีกอย่างเขาดูแลเราดีใช้ได้ค่ะ (ยิ้ม) (มีขอเป็นแฟน?) มันก็ไม่ได้ขนาดนั้นค่ะ ขอยังไงเหรอ ไม่บอกดีกว่า ขอเก็บไว้รู้เอง (ยิ้ม)"   "จริงๆ ก็อย่างที่พี่พีชบอกค่ะ เรารู้จักกันนานแล้ว คุณพ่อก็ทำงานที่เซนทารา ก็รู้จักกัน แต่ไม่เคยได้คุยกันจริงๆ จังๆ ถามว่าชอบเขาตรงไหนตอนแรกหนูก็ไม่ได้คิดว่าหนูจะชอบเขานะคะ แต่เขาก็เข้ามาคุยกับเรา แล้วก็คุยกันถูกคอ (รู้จักกันตั้งแต่เด็ก) ใช่ค่ะ แต่ไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัวนะคะ แค่รู้จักว่าเขาเป็นใคร เขาก็แค่รู้จักว่าเราเป็นใคร"   "เขาเข้ามาจีบเรายังไง ไปถามเขาเองดีกว่า (ยิ้ม) (โดนว่าออกตัวแรง?) เข้าใจค่ะ เราก็เป็นตัวของเราอย่างนี้ (มีคนบอกเราอวดมาก?) จริงเหรอ ก็เป็นธรรมดาแหละเนอะ ไม่ใช่ (หัวเราะ) ก็ลงรูปกันธรรมดา"   "(แม่ไฟเขียว) มันก็ไม่ได้ขนาดนั้นค่ะ หนูก็โตแล้วแหละ ก็ถือว่าเป็นแฟนที่ เอ๊ย (หัวเราะ) คือหนูบอกคุณแม่ทุกอย่างค่ะ แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรค่ะ แม่พูดเสมอว่าเป็นเรื่องของเด็กสองคนให้ดูกันไป แม่ก็ไม่ได้ห้ามอะไร (แม่พีชก็เอ็นดูเรา) ถ้าเป็นอย่างนั้นก็จะดีค่ะ (ยิ้ม) แต่หนูยังไม่เคยเจอค่ะ แต่เขาเจอแม่เราแล้ว ก็ธรรมดาค่ะ เหมือนเจอแม่เพื่อนทั่วไป"   "ตอนนั้นแม่ก็ไม่รู้จริงๆ ค่ะ แต่พอโพสต์อีกทีก็เคลียร์ค่ะ (ยิ้ม) แม่ไฟเขียวมั้ยอันนี้ก็ไม่รู้ค่ะ ถ้าแม่ชอบก็ดีค่ะ (ยิ้ม)"   "(มีข่าวว่าเราไปหาพีชที่บ้านบ่อยๆ) ไม่ค่ะ หนูเรียนอยู่ตรงนี้ หนูก็อยู่แถวๆ นี้ค่ะ ไม่เคยได้แวะไปที่บ้านเขาเลยค่ะ(ตัวติดกันมาก?) ไม่ค่ะ คือต่างคนก็ต่างทำงาน เวลาว่างก็มาเจอกัน (เขาบอกว่าเวลาอยู่กับเราเขาเป็นตัวเองที่สุด?) ดีแล้วค่ะ หนูก็เป็นอย่างนั้น (ยิ้ม)"   "เราคบใครเราก็อยากคบนานๆ แต่ถามว่ารู้สึกยังไง เอาจริงๆ หนูก็ยังเรียนไม่จบเลย รอไปก่อนแล้วกัน (ถือว่าเป็นว่าที่สะใภ้โรงแรมดังได้หรือยัง?) อย่าเพิ่งเลยดีกว่าค่ะ (ยิ้ม) ค่อยๆ ดูกันไป ส่วนภาพไปงานวันเกิดแหวนแหวนแล้วคนบอกว่าเหมือนถ่ายพรีเว็ดดิ้ง เราเห็นแล้วก็งง คือเราก็แค่ไปร่วมงานค่ะ แค่ไปเลือกชุดร้านเดียวกันเฉยๆ ก็เลยได้มาอย่างนี้ ก็ดูแมชกันดี (ยิ้ม) (ถ้าแต่งจริงๆ อยากให้เป็นอย่างนี้มั้ย?) เดี๋ยวถึงเวลานั้นหนูค่อยคิดอีกทีค่ะ"   "(พีชชอบพาไปกินข้าวตอนดึกๆ) เลยอ้วนอย่างนี้แหละค่ะ (หัวเราะ) เขาก็ดูแลดีค่ะ แต่เขาไม่ได้เป็นคนเอาใจอะไรขนาดนั้นค่ะ'' ขอบคุณภาพเพิ่มเติมจาก IG patriciagood, peach_pachara พีช แพทริเซีย พีช แพทริเซีย พีช แพทริเซีย พีช แพทริเซีย แพทริเซีย กู๊ด แพทริเซีย กู๊ด แพทริเซีย กู๊ด แพทริเซีย กู๊ด

ใหม่ ปัด! ทำตัวติดหรู โพสต์ตอกกลับขาเม้าท์ บินชั้นประหยัดก็นั่งได้
ใหม่ ดาวิกา

   หลังโพสต์รูปลงโซเซียลตอกกลับขาเม้าท์ว่าตนเองติดหรูต้องนั่งเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาสตลอดล่าสุดนางเอกสาว ใหม่ ดาวิกา ออกมาเผยว่า ตั้งใจโพสต์เล่นๆ ให้คนที่มองว่าตนเองติดหรูดูจะได้เคลียร์ๆ เพราะปกติเวลาไปไหนในประเทศเจ้าตัวก็จะนั่งชั้นประหยัดตลอดพร้อมทั้งยืนยันว่าไม่ได้ติดหรูอะไรเลยสักนิด ใหม่ ดาวิกา ใหม่ ดาวิกา

แพท ณปภา โล่ง! ศาลให้ประกันตัวในชั้นฝากขัง
แพท ณปภา /  เบนซ์ เรซซิ่ง

ดาราสาว แพท ณปภา โล่งอกได้กลับบ้านไปเลี้ยงลูก หลังเข้ารับทราบข้อกล่าวหาฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา(15 พ.ค.) เนื่องจากพบความเชื่อมโยงทางการเงินกับทาง เบนซ์ เรซซิ่ง สามีของเธอ เพราะไม่สามารถชี้แจงที่มาของเงินจำนวน 1.9 ล้านบาทได้ ทั้งนี้เธอได้ให้การปฏิเสธ ด้านนายอาคม คงสวัสดิ์ ทนายความ ใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสด 5 แสนบาท ยื่นต่อศาลเพื่อขอปล่อยชั่วคราวในชั้นฝากขัง ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ซึ่งศาลนัดครั้งหน้าในวันที่ 3 ก.ค. นี้ ด้านสาวแพท แจงไม่ได้หนีหมายเรียก แต่หมายมาถึงตนวันที่ 8 พ.ค. ซึ่งในหมายนัดวันที่ 11 พ.ค. ซึ่งเธอเตรียมเอกสารและเงินประกันตัวไม่ทัน ไม่เช่นนั้นวันนี้เธอคงไม่ได้มายืนตรงนี้ ทนาย เปรยในเรื่องเนื้อคดีวันนี้ได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เหลือประเด็นอีกนิดหน่อยก็จะได้รับข่าวดี ซึ่งจะมีการนำเอกสารเสนอพนักงานสอบสวนอีกครั้งไม่เกิน 1-2 วัน แจงเรื่องทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมเพื่อให้พนง.สอบสวนทบทวนหลังแพทตกเป็นผู้ต้องหา สาวแพทบอกรู้สึกตกใจ หลังทราบเรื่องหมายจับ ยันทำทุกอย่างตามกฏหมาย เปรยไม่มีใครอยากตกอยู่ในสภาพแบบนี้ ยิ่งตนเป็นคนมีชื่อเสียงด้วยแล้ว ยันตนก็เป็นแค่คนธรรมดาคนนึง อยากให้ทุกคนเชื่อมันในตน อยู่ตรงนี้มานานรู้ว่าอะไรดีไม่ดี ทนายเสริม ยกเรื่องนี้เป็นตัวอย่างในการรับโอนเงินโดยไม่รู้ เป็นอุทาหรณ์กับสังคมจะรับเงินใครก็ต้องสอบถามกันนิดนึง... รายละเอียดดังนี้ ทนาย "ตอนนี้ศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวที่ 5 แสนบาทเท่ากับของคุณเบนซ์ กำหนดนัดมาศาลครั้งหน้า 3 ก.ค.60 ส่วนเรื่องหมายที่ยังมีหลายคนขัดข้องก็ให้เจ้าตัวอธิบายดีกว่า" แพท "ที่พี่ๆ นักข่าวถามมาเรื่องหมายเรียกนั้น เรื่องหมายวันที่ 11 ก.ค.60 มันค่อนข้างจะเร่งรัดเร็วมาก มาถึงเป็นวันที่ 8 ตอนกลางคืน กว่าเราจะคุยทนายเตรียมเอกสาร แพทเองก็เป็นนายประกันตัวเองด้วย ก็วันที่ 9 พ.ค. วันที่ 10 พ.ค.ก็เป็นวันหยุดด้วยไปธนาคารไม่ได้ เอกสารไม่พร้อม ทำให้วันที่ 11 พ .ค.จึงให้ทนายเข้าไปขอเลื่อนนัดก่อนแต่เผอิญว่าหมายก็ออกมาก่อนที่ทนายจะไปถึง ทั้งๆที่แพทก็ไม่ได้จะหนีหรือไม่ให้ความสำคัญ แต่ก็ต้องมีเวลาให้เราเตรียมตัวด้วย ด้วยระยะเวลาของหมายเร็วมาก ถ้านับตามวันจริงๆ ก็ 3วัน ซึ่งมันก็เร็วสำหรับเราในการเตรียมตัวทุกอย่าง หลายๆ คนก็วิพากษ์วิจารณ์กันว่าแพทไม่มาตามหมาย คือถ้าหนีจริงๆ ก็คงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้หรือให้สัมภาษณ์ตรงนี้แน่นอน คงจะไปอยู่อีกที่นึง เพราะว่าเตรียมเงินประกันก็ไม่ทัน หมายเขาเตรียมไว้ตอนไหนเราก็ไม่รู้ พอทนายไปถึงตอนช่วงประมาณเที่ยงๆ ก็มีหมายแปะที่เอเรียเรียบร้อยแล้วค่ะ ซึ่งจริงๆ เราตั้งใจให้ทนายไปชี้แจงและขอเลื่อนด้วยเหตุผลเราเตรียมตัวไม่ทันแค่นั้นเอง ไม่ได้จะหนีหมายอย่างที่เป็นข่าว อย่างที่บอกถ้าไปตามวันที่ 11 จริงๆ ด้วยระยะเวลา 3 วันแล้ววันที่ 10 พ.ค.ซึ่งเป็นวันหยุดราชการอีก แพทบอกเลยว่าอาจจะไม่ได้มาสัมภาษณ์แพทตรงนี้นะคะ อาจจะต้องสัมภาษณ์ที่อื่นเพราะแพทเตรียมเอกสารไม่ทัน" ทนาย "เอกสารที่เตรียมมาวันนี้ หลักประกันเราก็ใช่สมุดบัญชีเงินฝากจำนวน 5 แสนบาท ท่านก็อนุญาตโดยไม่มีเงื่อนไข และไม่ถูกจำกัดสิทธิ์ออกนอกประเทศ ปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา ใช่ครับ ในเรื่องคดีเราปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ส่วนข้อสงสัยของเจ้าพนักงานเหลือประเด็นอีกนิดเดียวจริงๆ ครับ ถ้าอดทนอีกสักนิดนึงน่าจะได้ยินข่าวดี" ทนาย "นัดครั้งหน้า คือต้องกราบเรียนจริงๆ ว่าน้องจะทำรายการบัญชีปีนึง 622 รายการ และจากที่พวกเราทราบว่ามีรายการที่ติดปัญหาอยู่ 18 รายการอยู่ประมาณ 3% ของทั้งปีแล้วถามว่าวันนี้ทำอะไร วันนี้ไปซื้ออะไรบางทีมันจำไม่ได้ แต่เราก็พยามที่จะรวบรวมหลักฐานและนำเสนอพนักงานสอบสวนอีกครั้งใน 1-2 วันนี้" แพท "ในเรื่องของรูปคดีทั้งหมดแพทขอให้พี่ทนายเป็นคนตอบนะคะแต่ว่าถ้าถามวันนี้เราก็ดำเนินการตามที่เจ้าหน้าบอกและให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ นอกเหนือจากนี้ถ้าจะถามในเชิงกฏหมาย แพทรบกวนถามทนายแพทดีกว่า เพราะแพทไม่ได้เก่งเรื่องนี้ ต่อจากนี้แพทจะไปเลี้ยงลูกแล้วค่ะ" ทนาย "เรื่องเรียกร้องขอความเป็นธรรม ต้องเรียนให้ความรู้อย่างนี้ว่า ที่ผ่านมาเราไม่เคยยื่นหรือร้องขอความเป็นธรรมเลยจนกระทั่งเราทราบหมายเรียกผู้ต้องหา แสดงว่าเราใกล้จะตกเป็นผู้ต้องหาแล้ว เราถึงร้องขอความเป็นธรรมให้เจ้าพนักงานสอบสวนทบทวนก่อนว่าข้อวินิจฉัยและข้อกฏหมายของท่านมันถูกต้องหรือไม่ หลังจากนี้พอวันนี้ตกเป็นผู้ต้องหา เราก็ยังมีสิทธิ์ที่จะนำเสนอหลักฐานในชั้นสอบสวนทั้งหมด ที่มีทั้งก่อน หลัง และระหว่างเกิดเหตุให้ดูทั้งหมดว่าธุรกรรมทางกานเงินของน้องไม่ได้มีอะไรผิดปกติ ใช้จ่ายวันนึง 1-2 พันเป็นปกติอย่างนี้ครับ หลังจากนั้นเราต้องทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมไปที่พนักงานสอบสวนไปอีกครั้งก่อนที้จะดำเนินคดี แน่นอนต้องทำงานร่วมกันหลังจากวันนี้ไปก็ต้องพูดคุยกันแต่ ณ ปัจจุบันยังไม่ได้พูดคุย" แพท "ตอนแจ้งข้อหา เรียกว่าตกใจดีกว่าค่ะ ก็ถ้าทุกคนตามข่าวก็น่าจะเห็นข่าวที่ออกมาเรื่อยๆ ข่าวก่อนหน้าก่อนที่จะมาถึงวันที่ 8 พ.ค.ที่แพทโดนหมายทุกคนก็น่าจะเข้าใจเหมือนที่แพทเข้าใจเราโอเคตามที่ท่านให้ข่าวไว้ คงไม่มีอะไรแล้ว จนมามีหมาย ก็ตกใจ แต่สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดก็ทำทุกอย่างให้เป็นไปตามกฏหมาย เขานัดถ้าเราสะดวกหรือพร้อมเราก็มา ถ้าเราไม่พร้อมเราก็ยื่นเอกสารชี้แจงไปว่าเพราะอะไร จริงๆ มันเป็นอะไรที่พูดยากก็ไม่มีใครอยากจะตกอยู่ในสภาพแบบนี้ เราไม่ได้เก่งไปซะทุกอย่าง แต่อันนี้เราต้องยอมรับว่าเป็นคนธรรมดา และยิ่งตอนนี้อยู่ในจุดที่แบบทุกคนให้ความสนใจ สิ่งสำคัญคือชื่อเสียงที่ตอนนี้มันกลายเป็นข่าวคนจับจ้อง ในส่วนอื่นๆ แพทยังเชื่อในตัวแพทและคนรอบข้าง คนในครอบครัวและเพื่อนก็ยังเชื่อมั่นในตัวแพท แล้วแพทอยากให้ทุกคนเชื่อมั่นในตัวแพท แพทอยู่ในวงการมานานและรู้ว่าอะไรดีอะไรไม่ดี อะไรที่มันทำหรือไม่ต้องทำในส่วนนอกเหนือจากนั้นเราคงกำหนดอะไรไม่ได้จริงๆ" ทนาย "เรื่องนี้เป็นตัวอย่างกรณีของแพทท่านผู้บัญชาการท่านก็ได้ให้สัมภาษณ์ กรณีของน้องก็เป็นตัวอย่างว่าในการรับโอนเงินโดยไม่รู้บางทีก็ต้องสอบถามกันบ้างก็ถือว่าเป็นอุทาหรณ์ให้คนได้ข้อคิดในการรับเงินจากบุคคลใดๆ ก็ต้องสอบถามกันนิดนึง หลักฐานเงินล้านกว่า มีครับ ผมส่งไปหมดแล้ว" แพท ณปภา แพท ณปภา แพท ณปภา แพท ณปภา แพท ณปภา แพท ณปภา แพท ณปภา