รอยสักยันต์ห้าแถว

5 ทรงผมของสาวๆ ที่ผู้ชายช๊อบชอบ
10 อันดับ /  ความสวยความงาม / 

ผู้ชายแต่ละคนนั้นชอบผู้หญิงคนละแบบแตกต่างกันไป และรู้ไหมว่ามีส่วนหนึ่งที่ผู้ชายชอบมองผู้หญิงมากที่สุดอีกหนึ่งอย่างนั่นก็คือ ผมของสาวๆ นั่นเองคะ แต่ละคนก็จะชอบผู้หญิงผมสั้น ผู้หญิงผมยาว, ผมหยิก .. แต่มีทรงผมเบสิคที่ผู้ชายชอบมากทึ่สุด อยากรู้ไหมทรงไหนบ้าง ^^ 5 ทรงผมของสาวๆ ที่ผู้ชายช๊อบชอบ 5 ทรงผมของสาวๆ ที่ผู้ชายช๊อบชอบ 1. ทรงผมหยิกแบบอ่อนๆ ซึ่งในการทำผมทรงนี้ มีความเหมาะสมกับคนที่มีผมน้อย ผมบางเบา แต่เมื่อไปทำการดัดผมมาแล้ว ผมอาจะไม่ค่อยเป็นทรงสวยสักเท่าไหร่นัก เราอาจจะปัดทรงผมของเราเพื่อช่วยให้ทรงผมของเรานั้น เข้าทรงดีขึ้นมาได้ โดยที่ไม่ต้องใส่สเปรย์ลงไปที่ผม ก็สามารถมีทรงผมที่ออกมาสวยได้ รับรองว่า หนุ่มเห็นแล้วจะหลงรักเลยล่ะ 2. ผมตรงแบบธรรมดา ในการทำผมแบบคนที่มีเส้นผมตรงสวย แบบธรรมชาตินั้น ก็จะสวยดีอยู่แล้ว เพียงแค่เราทำให้ผมของเรานั้น มีความตรงสวยไปแบบธรรมชาติแค่ไดตรงธรรมดาด้วยตัวเองก็เพียงพอแล้ว ก็สามารถสวยได้แล้วล่ะ 3. ทรงแบบหัวยุ่งๆเหมือนกำลังพึ่งตื่นนอน ด้วยทรงผมนี้ จะช่วยให้สาวๆแลดูมีเสน่ห์ขึ้นมาได้เพราะว่าทรงผมนี้ เราสามารถทำได้ง่ายๆ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายอะไรเลย ก็จะออกมามีทรงผมที่สวย ขึ้นมาได้ อีกด้วย 4. ทรงรวบหางม้า ซึ่งทรงนี้มีความเหมาะสำหรับคนที่เป็นคนขี้ร้อน ที่สามารถ ทำเองได้ง่าย เพียงแค่รวบผมเป็นหางม้าสูงๆ เพียงเท่านี้ก็เรียบร้อยแล้วล่ะ และออกมาเป็นทรงผมที่ทำได้ง่ายแล้วออกมาดูดี ด้วยล่ะ 5. ทรงแบบธรรมชาติ โดยที่เราไม่ต้องไปดัดแปลงอะไรมากมาย ก็สามารถมีทรงผมที่สวยและดูดีถูกใจหนุ่มๆที่พบเจอได้แล้วล่ะเพียงเท่านี้ทรงผมสวยๆ ก็จะเพิ่มเสน่ห์ให้กับสาวๆ มากขึ้นกว่าเดิมแล้วล่ะ

เตรียมตัวจัมพ์ปิ้งพร้อมกัน! กับคอนเสิร์ตแรกในไทยของ Crayon Pop
Bar Bar Bar /  Crayon Pop / 

เตรียมตัวจัมพ์ปิ้งพร้อมกัน! กับคอนเสิร์ตแรกในไทยของเกิร์ลกรุ๊ปสุดเกรียน Crayon Pop ในมินิคอนเสิร์ต The 7% Project Presents หมวกน้องซ้อนต้องใส่ เกิร์ลกรุ๊ปจากเกาหลี Crayon Pop ที่เพลงฮิตท่าเต้นสุดเพี้ยนอย่าง Bar Bar Bar ของพวกเธอกลายเป็นคลิปสุดฮอตบน Youtube สร้างชื่อจนโด่งดังเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับโลก เตรียมเดิมทางมาประเทศไทยเป็นครั้งแรกเพื่อแสดงมินิคอนเสิร์ตเปิดตัวโครงการ The 7% Project รณรงค์ให้เด็กไทยสวมหมวกกันน็อคก่อนซ้อนมอเตอร์ไซค์ จัดโดย องค์การช่วยเหลือเด็ก (Save the Children) และ มูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชีย (Asia Injury Prevention Foundation - AIP) ในวันที่ 23 พฤศจิกายนนี้ Crayon Pop กล่าวผ่านหน้าเว็บ www.7-percent.org ว่า รู้สึกดีใจมากที่จะได้มาประเทศไทย และได้มีส่วนร่วมสนับสนุนโครงการดีๆ แบบนี้ พร้อมทั้งกล่าวเชิญชวนให้แฟนๆ ทุกคนมาร่วมชมการแสดงของพวกเธอและให้ทุกคนมาพร้อมกับหมวกกันน็อคสุดเจ๋งของตัวเอง เพื่อเตรียมเต้น Bar Bar Bar ไปด้วยกัน ด้วยท่าเต้นที่ทะเล้นสนุกสนานไม่เหมือนใคร ทําให้ Crayon Pop กลายเป็นเกิร์ลกรุ๊ปที่มาแรงที่สุดในวงการ K-Pop จนล่าสุด เลดี้ กาก้า ออกปากชวนร่วมทัวร์อเมริกาด้วยกันมาแล้ว พวกเธอจะขึ้นแสดงพร้อมสวมหมวกกันน็อคคู่ใจเสมอจนเกิดกระแสหมวกกันน็อคฟีเวอร์ เมื่อในปีที่ผ่านมา มีคนอัพโหลดการเต้นคัฟเวอร์แดนซ์ เพลง Bar Bar Bar กว่าล้านคนผ่าน Youtube อลิสัน เซลโควิทซ์ ผู้อํานวยการองค์การช่วยเหลือเด็กประจําประเทศไทย กล่าวว่า "รู้สึกดีใจและตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่ Crayon Pop จะเดินทางมาประเทศไทยเพื่อร่วมรณรงค์ให้เด็กๆ สวมหมวกกันน็อค... ประเทศไทยมีถนนที่อันตรายเป็นอันดับสองของโลก ทุกปีมีเด็กเสียชีวิตกว่า 2,600 คน และอีกกว่า 72,000 คนได้รับบาดเจ็บ แต่กลับมีเด็กเพียง 7% เท่านั้นที่สวมหมวกกันน็อคซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ เราจึงต้องการให้โครงการนี้เป็นจุดเริ่มของการเปลี่ยนแปลง โดยให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อช่วยกันดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของเด็กๆ" ด้าน นางรัตนวดี เหมนิธิ วินเธอร์ ผู้อํานวยการประเทศไทย มูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชีย (AIP Foundation) กล่าวว่า "จากประสบการณ์ทํางานกว่า 15 ปีของเอไอพีในการดําเนินโครงการด้านความปลอดภัยบนท้องถนนไปทั่วโลก พบว่าเส้นทางที่เด็กใช้บ่อยที่สุด คือจากบ้านไปโรงเรียน และเส้นทางดังกล่าวก็เป็นเส้นทางที่เกิดอุบัติเหตุกับเด็กๆ มากที่สุดแห่งหนึ่งอีกด้วย เราจึงวางแผนทํางานร่วมกับโรงเรียนและครอบครัว เพื่อสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยที่ทุกฝ่ายตระหนักถึงความสําคัญของการใส่หมวกกันน็อค" พบกับห้าสาว Crayon Pop ในงาน The 7% Project Presents หมวกน้องซ้อนต้องใส่ ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2557 และจะมีงานแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2557 โดยสามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวและร่วมกิจกรรมได้ผ่านทาง hashtag #helmetpop , https://www.facebook.com/7percent.org , https://twitter.com/7percentorg และ http://instagram.com/7percentorg [[ อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ]] CRAYON POP ส่งตรงสัมภาษณ์พิเศษ อ้อนอยากมาเยือนเมืองไทย! CRAYON POP โชว์เปิดในคอนเสิร์ต Lady Gaga ที่เกาหลี CRAYON POP ส่งเอ็มวีใหม่ Uh-ee ทะลุล้านวิวในวันเดียว! ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ลุยงานก่อน! ฟิล์ม โวคุยหลายคน แต่ยังไม่เลือก!!
ฟิล์ม รัฐภูมิ

เป็นช่วงคิวทองของพระเอกหนุ่ม ฟิล์ม รัฐภูมิ จริงๆ ที่ตอนนี้งานกำลังรุ่ง ทั้งงานบันเทิงและธุรกิจส่วนตัวเลยทำให้เรื่องหัวใจยังไม่คืบหน้าไปไหนสักที ล่าสุด หนุ่มฟิล์ม มาร่วมงาน มหกรรมเล่นกับผีที่เมกาบางนา ตอนเมืองหลอนสยองขวัญ ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา เปิดใจคุยหลายคน ทั้งในและนอกวงการ แต่ยังไม่เลือก! ขอทุ่มเวลากับงานให้ประสบความสำเร็จก่อน... "ตอนนี้แฮปปี้ดีครับ งานละคร 3 เรื่องถ่ายจบหมดแล้วเหลือออกอากาศให้แฟนๆ ได้ดูกันครับ งานผู้จัดละครสนุกและท้าทายความสามารถดีครับ มีปัญหาให้เราต้องแก้อยู่ทุกวัน สนุกดี อย่างที่ผมบอกว่ามันเป็นอีกงานนึงที่ผมรัก ไม่ว่าจะเป็นเบื้องหน้าหรือเบื้องหลังเราก็อยากทำสิ่งดีๆ ให้แฟนๆ ได้ดู และก็กำลังจะเตรียมทำอัลบั้ม แต่เนื่องด้วยนโยบายบริษัทตอนนี้ยังมีการปรับเปลี่ยนอยู่ก็เลยต้องชะลอไปก่อนครับ" "เรื่องความรักยังโสดอยู่ครับ ยังไม่อยากเอาเวลาไปยุ่งตรงนี้มาก อยากลุยงานให้ประสบความสำเร็จมากกว่านี้ก่อน คนคุยก็มีทั่วไปทั้งในและนอกวงการเลยครับ คุยเป็นเพื่อนๆ กัน คุยเยอะแบบนี้ไม่ได้เจ้าชู้นะ เพราะเราไม่ได้ไปให้ความหวังเค้า ไม่ได้คบเผื่อเลือก เค้าคือเพื่อนเราคนนึงที่ตอนนี้ช่วยกันทำธุรกิจไปก่อนครับ เพื่อนรุ่นเดียวกันก็แต่งงานไปหมดแล้ว มันก็มีคิดบ้าง แต่ผมยังไม่อยากโฟกัสเรื่องนี้มาก ตอนนี้ผมอยากมองความสำเร็จมาก่อน ความรักจะได้มั่นคงในอนาคต เรื่องแพลนแต่งงานยังไม่มีเลยครับ ทุกวันนี้ผมยังเหนื่อยอยู่เลย ผมจะรอจนกว่าไม่ต้องทำอะไร ให้เงินทำงานแทน วันนั้นค่อยเอาเวลาไปเที่ยวกับคนรักดูแลคุณพ่อคุณแม่ ถ้าผู้หญิงจะไม่รอหรือจะหายไปฟิล์มไม่ได้แคร์นะ เลือกแคร์คนที่เข้าใจเรา ให้เราทำงานก่อน คนนั้นน่าจะเหมาะกับผม" ฟิล์ม กล่าว ฟิล์ม รัฐภูมิ ฟิล์ม รัฐภูมิ ฟิล์ม รัฐภูมิ ฟิล์ม รัฐภูมิ ฟิล์ม รัฐภูมิ

สาวจีน เลิกแฟน ประชดรัก นั่งกินไก่ที่ KFC ทั้งอาทิตย์!
ประชดรัก /  สาวโสด / 

สาวๆเคยอกหักแล้วทำอะไรบ้าๆบอๆบ้างมั้ยคะ เช่น กินเยอะมาก ปาร์ตี้ลืมวันลืมคืน ร้องไห้น้ำตาเป็นเผาเต่า หรือเมาแล้วทำอะไรรั่วๆ ที่คาดไม่ถึง วันนี้เรามีไอดอลสาวคนหนึ่งจากประเทศจีน ที่อกหักแล้วไปนั่งซัดไก่ที่ร้านเคเอฟซีเกือบ 1 อาทิตย์!!!! เรียกได้ว่า แหกทุกกฏ ประชดรัก ที่สาวๆเคยทำแน่นอน สาวน้อยนางนี้ มีนามว่า Tan Shen อายุ 26 ปี เศร้าหนักหลังถูกแฟนหนุ่มสะบั้นรัก จึงทิ้งตัวเองในร้านเคเอฟซีเป็นเวลากว่า หนึ่งอาทิตย์ โดยเธอได้เข้าไปอยู่ในร้านกับเหตุผลง่ายๆที่ว่า ไม่อยากจะกลับไปที่อพาร์ทเม้นท์ เพราะที่นั่นเต็มไปด้วยเรื่องราวของเธอและแฟน ซึ่งเธอก็ไม่ได้รู้หรอกว่า เธอจะครองแชมป์อยู่ในร้านได้นานเป็นอาทิตย์ ขนาดนี้  โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ณ แหล่งอาหารฟาสต์ฟู๊ดที่สถานีรถไฟในเมือง เฉิงตู ของประเทศจีน พนักงานในร้านได้สังเกตเธอและพบว่าเธอไม่ไปไหนสักที ได้แต่นั่งอยู่ในร้าน จึงเข้าไปสอบถาม เธอก็ให้คำตอบมาว่า " ฉันแค่อยากมีเวลาคิดอะไรหน่อย" และก็สั่งไก่ทอดชุดใหญ่ กับ เฟรนช์ฟรายบิ๊กไซส์ มากินเกือบทั้งสัปดาห์ โดยพนักงานในร้านก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร ปล่อยให้เธอได้คิด ได้ทำอย่างที่เธอต้องการ แต่เมื่อสื่อท้องถิ่นเข้ามาสัมภาษณ์เธอ เธอก็บอกว่า เธอจะไม่อยู่ที่นี่แล้ว เธอจะขอหนีไปอยู่กับพ่อแม่ของเธออีกเมือง พนักงานในร้าน  Jiang Li Lung บอกว่า " พวกเราในร้านคงจะคิดถึงเธอมาก เพราะเธอทำให้ร้านของเรามีสีสันมากขึ้นจริงๆ" เอาเป็นว่า ถ้าอกหักก็ทำอะไรที่พอดีๆแล้วกันนะคะสาวๆ ให้สบายใจและปลอดภัยกับตัวเองและคนอื่น จะได้ไม่ต้องเสียใจภายหลัง จะโศกเศร้า หรือทำอะไร ก็ขอให้มีสติคิดให้รอบคอบนะคะ เรียบเรียงโดย Women Mthai Team ที่มา Metro.co.uk

10 ที่พักที่มีชื่อสุดแปลก
10 อันดับ /  ที่พัก / 

ความแตกต่างของที่พักแต่ละที่นั้นมีความแตกต่างกันออกไป ว่าจะใช้จุดไหนเป็นจุดดึงดูดลูกค้า และวันนี้ทาง Travel.mthai.com ขอแนะนำที่พักที่มีชื่อสุดแปล๊กแปลกและมันเป็นอะไรที่สุดติ่งกระดิ่งแมวมากๆเลยล่ะ แล้วจะรอช้าอยู่ทำไม เลื่อนไปชมกันเลยดีกว่า 10 ที่พักที่มีชื่อสุดแปลก 1. เมียจ๋า (Meir Jarr Hotel)      โรงแรมเมียจ๋า (Meir Jarr Hotel) เป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนที่คุณจะได้ดื่มด่ำกับสีสันของภูเก็ต ด้วยทำเลที่ไม่ไกลจากตัวเมือง สามารถเดินทางไปถึงสนามบินได้ภายใน 45 นาที อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ศูนย์ฝึกมวยไทย, ไซม่อนคาบาเร่ต์, ถนนกลางคืนบางลา, หาดป่าตอง รวมถึงศูนย์การค้าจังซีลอน ในระยะเดินถึง      ส่วนของห้องพักทั้งหมด 83 ห้อง ประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่คัดสรรมาอย่างดี เพื่อมอบความสะดวกสบายแก่ผู้เข้าพัก อาทิ มินิบาร์, ตู้นิรภัย, อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง พร้อมบริการทำความสะอาดทุกวัน นอกจากนี้ด้านนอกของโรงแรมยังมี สระว่ายน้ำกลางแจ้ง ที่มองเห็นวิวภูเขาและท้องฟ้าแบบเปิดโล่ง ปิดท้ายด้วย ห้องอาหารสุดหรู ให้คุณอิ่มเอมกับเมนูอาหารเลิศรสในบรรยากาศสุดพิเศษ รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> เมียจ๋า (Meir Jarr Hotel) _________________________________ 2. ราชา (The Racha)      ราชา (The Racha) รีสอร์ทหรูระดับพรีเมี่ยม บนเกาะราชาใหญ่ทางตอนใต้ของภูเก็ต ที่คุณจะรู้สึกถึงความสบายในแบบที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนราวกับได้พักผ่อนอยู่ในวังของพระราชา วิลล่าที่ให้บริการทุกหลัง มาพร้อมระเบียงชมวิวส่วนตัวและสิ่งอำนวยความสะดวกมาตรฐานสากล      ภัตตาคารในรีสอร์ท ประกอบด้วย Earth Café ที่ดินเนอร์บรรยากาศดีบนระเบียงกลางแจ้ง, Fire Grill  อิ่มอร่อยกับพิซซ่าและพาสต้าในมื้อกลางวัน และอาหารเลิศรสสำหรับมื้อค่ำ รวมถึง Ice Bar และ Club Del Mar ที่พร้อมเสิร์ฟค็อกเทลเย็นๆ นอกจากนี้ ยังมี Sun Set Beach ที่ให้บริการบาร์บีคิวทะเลและสเต็กเนื้อนุ่มริมอ่าวทะเล และรีสอร์ทแห่งนี้ยังได้รับการยอมรับให้เป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ ที่ใครต่อใครต่างหลงเสน่ห์ในบรรยากาศอันเงียบสงบ เหมาะแก่การหลีกหนีความวุ่นวายสู่การพักผ่อนสุดพิเศษบนชายหาดที่สวยงามราวกับภาพวาด   รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ราชา (The Racha) _________________________________ 3. ยายย่า หัวหิน (YaiYa Hua Hin)      ยายย่า หัวหิน (YaiYa Hua Hin) บูติครีสอร์ทสไตล์ไทยๆ ที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงามเป็นเอกลักษณ์ ตัวโรงแรมตั้งอยู่ระหว่างชะอำกับหัวหิน ท่ามกลางสวนสวย พร้อมกลิ่นหอมจากต้นจันทน์เทศที่ปลูกเรียงรายไว้รอบรีสอร์ท เพื่อสร้างความผ่อนคลายแก่ผู้เข้าพัก ห้องพักของที่นี่ก็มีให้เลือกหลายรูปแบบ แต่ละห้องตกแต่งอย่างหรูหราสไตล์ไทยประยุกต์ ไม่ว่าจะเป็นห้องแบบ Pool Villa ที่มีสระว่ายน้ำส่วนตัวและห้องนั่งเล่น, Deluxe Terrace ห้องพักวิวสวน หรือ Deluxe Sea Terrace ห้องพักวิวทะเล นอกจากนี้ ด้านนอกยังมี สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ บนชายหาดส่วนตัว และสามารถเพลิดเพลินไปกับ สปาทรีตเม้นท์ ที่ YaiYa Spa หรือจะเลือกดื่มด่ำรสชาติอาหารไทย และอาหารยุโรป ที่ ร้านอาหาร Thai Pas และนั่งกินบรรยากาศชิลๆที่ The Sand Bar   รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ยายย่า หัวหิน (YaiYa Hua Hin) _________________________________ 4. บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท (Baan Krating Pai Resort)      บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท (Baan Krating Pai Resort) รีสอร์ทธรรมชาติริมแม่น้ำปาย ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองปายเพียง 20 นาที ทัศนียภาพรอบรีสอร์ทสวยงามด้วยวิวภูเขาและทุ่งข้าวสีทองอร่าม ที่นี่บริการห้องพักแบบวิลล่าแยกเป็นหลัง ตกแต่งสไตล์ไทยกลิ่นอายภาคเหนือ      ผู้เข้าพักสามารถเพลิดเพลินกับสระว่ายน้ำและจากุสซี่ด้านนอก ซึ่งล้อมรอบด้วยทิวทัศน์ชนบทอันงดงาม บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท ยังบริการอาหารเหนือและอาหารนานาชาติตลอดทั้งวัน และเต็มไปด้วยกิจกรรมกลางแจ้งสำหรับผู้ที่ชอบความสนุกตื่นเต้น อาทิ กิจกรรมพายเรือคายัคตามลำน้ำปาย, ล่องแก่งไปกับผู้เชี่ยวชาญ, เดินป่า, ขี่ช้างไปตามทุ่งนา, เยี่ยมชมหมู่บ้านชาวเขา, แวะชมน้ำตกและบ่อน้ำพุร้อน, เที่ยวสถานที่น่าสนใจในอำเภอปาย ฯลฯ บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท แห่งนี้จึงเป็นจุดหมายปลายทางของผู้ที่รักธรรมชาติอย่างแท้จริง รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท (Baan Krating Pai Resort) _________________________________ 5. อียิปต์ บูทิก โฮเทล (Egypt Boutique Hotel)      เมืองกรุงก็มีที่พักสไตล์เมืองนอกกับเค้าเหมือนกัน อียิปต์ บูทิก โฮเทล (Egypt Boutique Hotel) ที่พักสไตล์อียิปต์สีสันสะดุดตา ที่นี่เหมือนยกเอาสถาปัตยกรรมจำลองของเมืองไคโร ดินแดนทะเลทรายแห่งอียิปต์มาไว้กลางกรุง โดยเนรมิตพื้นที่ในซอยรามคำแหง 65 หรือซอยลาดพร้าว 122 ให้กลายเป็นเมืองแห่งฟาโรต์ ตั้งแต่แรกเห็น ทุกย่างก้าวจากภายนอกจนถึงในห้องพัก จะได้สัมผัสกับบรรดารูปปั้นสฟิงซ์ และรูปภาพโบราณของอียิปต์ จนแทบลืมไปเลยว่าโรงแรมแห่งนี้อยู่ในเมืองไทย ที่นี่มีห้องพักให้บริการมากถึง 110 ห้อง ทุกห้องแม้จะตกแต่งด้วยสีสันที่ฉูดฉาด แต่กลับให้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลายเมื่อได้เข้าพัก นอกจากนี้ ยังได้รื่นรมย์กับบริการนวดอีกด้วย   รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> อียิปต์ บูทิก โฮเทล (Egypt Boutique Hotel) _________________________________ 10 ที่พักที่มีชื่อสุดแปลก 6. ฮัทช่า รีสอร์ท (Hutcha Resort)      ฮัทช่า รีสอร์ท (Hutcha Resort) รีสอร์ทสุดชิลทางเหนือของเกาะสมุย ซ่อนตัวอยู่ในเมืองเก่าเขตแม่น้ำ ตั้งอยู่ริมทางน้ำที่ไหลมาจากเทือกเขาใกล้ๆ ที่ตั้งของฮัทช่านั้นมีเอกลักษณ์ มีทางเดินลงสู่หาดแม่น้ำที่สวยงาม การออกแบบของฮัทช่านั้นเน้นเรื่องความสะดวกสบายและความทันสมัย กระท่อมปูนฉาบทันสมัยออกแบบมาอย่างเรียบง่าย เข้ากับพื้นกระเบื้องและหลังคามุงจาก "กระท่อม" แต่ละหลังมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายต่างๆ ตั้งแต่น้ำร้อนจนถึงเฉลียงส่วนตัว มีทั้งห้องติดพัดลมและห้องปรับอากาศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้เลือกสรรตามความต้องการ กระท่อมตั้งอยู่ริมลำธารที่คดเคี้ยวอยู่ในรีสอร์ท เติมเต็มด้วยสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติและสวนเขียวขจีของฮัทช่า รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ฮัทช่า รีสอร์ท (Hutcha Resort) _________________________________ 7. สลีป บอกซ์ (SLEEP BOX Hotel)      SLEEP BOX ที่พักบรรยากาศแปลกใหม่ราคาไม่แพง ตอบโจทย์คนที่มีงบประมาณจำกัด SLEEP BOX ตั้งอยู่ริมถนนรัตนโกสินทร์ จังหวัดเชียงใหม่ ไม่ไกลจากกาดเมืองใหม่ (ตลาดสดขนาดใหญ่ ริมแม่น้ำปิง) ด้วยรูปทรงของตู้คอนเทนเนอร์ที่เป็นหัวใจหลักของที่นี่ ซึ่งถูกวางซ้อนกันไว้สองชั้น เว้นที่ว่างระหว่างตู้เอาไว้เป็นทางสัญจร ด้านบนใช้หลังคาเมลัทชีทเพื่อกันความร้อนและฝน ส่วนพื้นที่ภายในแบ่งเป็นห้องพักจำนวน 21 ห้อง ที่ตกแต่งไว้อย่างทันสมัย โซนโถงรับรองก็ใช้ไม้เก่าและไม้ไผ่เป็นวัสดุหลัก รวมไปถึงขวดเปล่าที่ถูกนำมารีไซเคิลเป็นโคมไฟสุดชิค นอกเหนือไปจากภาพลักษณ์อันดุดันของตู้คอนเทนเนอร์แล้ว ที่นี่ยังให้อารมณ์แบบสปอร์ตตี้ สีสันสดใสโดนใจคนรุ่นใหม่อีกด้วย        รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> สลีป บอกซ์ (SLEEP BOX Hotel) _________________________________ 8. หินตกริเวอร์แคมป์ แอท เฮลล์ไฟร์พาส (HinTok River Camp@Hell Fire Pass)      หินตกริเวอร์แคมป์ แอท เฮลล์ไฟร์พาส (Hintok River Camp @ Hell Fire Pass) ที่พักสำหรับนักผจญภัยที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติอันเเสนสงบ ซึ่งตั้งอยู่บนเขาหินตก จังหวัดกาญจนบุรี เป็นสถานที่ที่มีแม่น้ำแควไหลผ่าน และเต็มไปด้วยเรื่องราวอันน่าจดจำทางประวัติศาสตร์ มาที่นี่คุณจะได้พักค้างแรมในเต้นท์หรูสไตล์แอฟริกันซาฟารี เต็นท์ทุกหลังมีห้องน้ำในตัวและระเบียงส่วนตัวที่สามารถมองเห็นวิวป่าไม้และแม่น้ำแควได้อย่างสวยงาม หรือจะเลือกห้องอาบน้ำแบบกลางแจ้งก็ได้บรรยากาศไม่น้อย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมแคมป์ปิ้งที่สนุกตื่นเต้นอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น พายเรือแคนู ล่องแพ ปีนผา บาร์บีคิวกลางแจ้ง และแคมป์ไฟตอนกลางคืน รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> หินตกริเวอร์แคมป์ แอท เฮลล์ไฟร์พาส (HinTok River Camp@Hell Fire Pass) _________________________________ 9. พบทะเล รีสอร์ท (Meet the Sea Resort)      พบทะเล รีสอร์ท (Meet the Sea Resort) รีสอร์ทริมทะลในบรรยากาศเงียบสงบเป็นส่วนตัว ให้คุณผ่อนคลายท่ามกลางธรรมชาติและห้อมล้อมด้วยทิวแถวต้นมะพร้าว รีสอร์ทแห่งนี้ตั้งอยู่บนหาดส่วนตัวในอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ในส่วนห้องพักตกแต่งอย่างหรูหราสไตล์ฮิปสุดเท่ห์ เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เครื่องปรับอากาศ ทีวี เครื่องทำน้ำอุ่น ตู้เย็น และอินเตอร์เน็ต  Wi-Fi ทุกพื้นที่ นอกจากบริการอันน่าประทับใจแล้ว คุณจะได้ผ่อนคลายไปกับบรรยากาศริมชายหาดส่วนตัว เพลิดเพลินกับกิจกรรมต่างๆทั้ง ตกปลา ตกหมึก พายเรือคายัค ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำในสระว่ายน้ำกลางแจ้งริมทะเล พร้อมสระเด็กและจากุซซี่ รวมถึงบริการนวด และอื่นๆอีกมากมาย รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> พบทะเล รีสอร์ท (Meet the Sea Resort) _________________________________ 10. วิลล่า ชาช่า จ้าวหลาว บีช รีสอร์ท (Villa Cha Cha Chaolao Beach Reosrt)      รีสอร์ทชื่อน่ารัก วิลล่า ชาช่า เจ้าหลาว บีช รีสอร์ท (Villa Cha Cha Chaolao Beach Reosrt) ที่พักกลิ่นอายบาหลี ซึ่งถูกออกแบบอย่างเป็นสัดเป็นส่วนในรูปของ บ้านพักหลากสีสัน ที่มาพร้อมระเบียงไม้หน้าบ้านทุกหลัง เพื่อชื่นชมความร่มรื่นของแมกไม้อันเขียวชอุ่ม เติมเต็มความเป็นส่วนตัวในวันพักผ่อนได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ รีสอร์ทตั้งอยู่บนชายหาดส่วนตัว ติดกับหาดเจ้าหลาว ทางฝั่งตะวันออกของจังหวัดจันทบุรี จึงพร้อมเสิร์ฟอาหารทะเลสดๆให้คุณได้ลิ้มลองกันอย่างจุใจ และหากอยากทำกิจกรรมยืดเส้นยืดสาย ที่นี่ก็มีทั้ง กิจกรรมนั่งเรือท้องกระจกชมปะการังน้ำตื้น ตกปลา ไดหมึก ฯลฯ ให้เลือกแบบไม่อั้นเลยทีเดียว รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> วิลล่า ชาช่า จ้าวหลาว บีช รีสอร์ท (Villa Cha Cha Chaolao Beach Reosrt) _________________________________

ย้อนรอย ต้นกำเนิดของส้วมเมื่อหลายพันปีก่อน
ประวัติศาสตร์ /  ส้วม / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยชวนเพื่อนๆ ให้มาย้อนรอย ต้นกำเนิดของส้วมเมื่อหลายพันปีก่อน กันค่ะ ฟังชื่อแล้วอย่าเพิ่งร้องอี้ นะคะ เพราะคอนเฟิร์มว่าเรื่องราวที่มาที่ไปของส้วมนี้ น่าสนใจมากเป็นเหมือนประวัติศาสตร์แปลกๆ หน้าหนึ่งได้เลยทีเดียว อิอิ เกริ่นมาขนาดนี้แล้ว ชักน่าสนใจขึ้นมาแล้วใช่ไหมคะ ถ้างั้นอย่ารอช้าไปติดตามกันเลย... ย้อนรอย ต้นกำเนิดของส้วมเมื่อหลายพันปีก่อน เรื่อง "ส้วม" สิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานของมนุษย์ ผศ.อุดร จารุรัตน์ บรรณาธิการต่วยตูนพิเศษ อดีตอาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี รวบรวมและเรียบเรียงไว้เป็นความรู้ว่า ชาติที่มีอารยธรรมในด้านการขับถ่ายครั้งอดีตไม่มีใครเกินโรมัน จากซากเมืองเมอริดาในสเปน ที่ชนโรมันสร้างไว้ ยังมีหลักฐานเด่นชัดอยู่ด้านหลังของโรงละครแห่งหนึ่ง เป็นสุขากลางแจ้งที่มี ๒๕ ที่นั่งตั้งอยู่เหนือท่อระบายน้ำใหญ่ของเมือง พออึหล่นปุ๊ลงไป น้ำเบื้องล่างก็จะพัดพาเอามันไป ที่นั่งเดิมนั้นเป็นหินตั้งอยู่ในกรอบโลหะ แต่ทางการได้บูรณะโดยหล่อด้วยคอนกรีต เบื้องหน้าของแถวที่นั่งมีรางน้ำทำด้วยหินอ่อน ชาวโรมันจะใช้ไม้ติดฟองน้ำยื่นลงไปจุ่มน้ำในรางแล้วยกมาใช้ชำระก้น โรมันรู้จักการนำน้ำจากบนเขาสูงโดยใช้รางลำเลียงลงมา เรียกว่าระบบอาควีดักต์ (Aqueduct) ระบบท่อน้ำจ่ายน้ำในเมอริดามีความยาวทั้งสิ้น ๕ กิโลเมตร หลังจากล่มสลายของอาณาจักรโรมัน ชนชาวยุโรปก็ทอดทิ้งคุณค่าที่โรมันสร้างสรรค์ไว้อย่างสิ้นเชิง ทั้งที่งานสุขาภิบาลเหล่านี้โรมันสร้างไว้ให้เห็นเกือบทุกหนแห่ง แม้แต่ที่บริเวณกำแพงเมืองฮาเดรียนในบริเทนก็มีสุขาเหลือซากอยู่ และชนบริเทนหรืออังกฤษก็มิได้ใส่ใจบำรุงรักษา ปล่อยให้แตกหักไร้ประโยชน์ ยุโรปทั้งหมดหันกลับไปหาวิธีถ่ายทุกข์แบบเดียวกับที่ใช้ในยุคมืด คือนับเป็นเวลานานยาวถึงพันปีหลังยุคโรมันที่พวกเขาออกไปปลดทุกข์ในพื้นนาพื้นสวน เหมือนที่คนไทย "ไปทุ่ง" นั่นเอง จวบจนเข้าสู่ยุโรปสมัยกลาง จึงเริ่มการสร้างสุขาให้เห็นบ้าง หลักฐานสมัยศตวรรษที่ ๑๓ การขับถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ จะระบายทิ้งลงตามช่องกำแพงเมือง ซึ่งเรียกเป็นภาษานอร์มันว่า "การ์เดโรบส์" (Garderobes) ความหมายเดิมคือที่ใช้เก็บเสื้อผ้า โดยคิดกันว่าก๊าซแอมโมเนียจากปัสสาวะนั้นมีประโยชน์ในการขับไล่ตัวมอดตัวแมลงต่างๆ ไปจากผ้าไหมและผ้าขนสัตว์ของขุนนางเจ้าของปราสาท การ์เดโรบส์มักจะมีที่นั่งถ่ายเป็นกรอบไม้ ข้อเสียของการระบายคือทำให้เบื้องล่างของผนังกำแพงเหม็นคลุ้ง ส่งกลิ่นขึ้นมายามนั่งถ่ายโดยเฉพาะหน้าร้อน ส่วนหน้าหนาวก็มีลมพัดขึ้นมาทำให้ก้นเย็นฉียบ เมื่ออุจจาระกองสุมกันเป็นเนิน ก็จะมีคนจัดการเอาพลั่วตักใส่ถังไปทิ้งที่อื่น จนถึงสมัยทิวดอร์ เริ่มมีการใช้ส้วมตามบ้านคนรวย แต่ก็ยังไม่ถูกสุขลักษณะและมีกลิ่นเหม็นอยู่ดี นั่นคือมีลักษณะเป็นส้วมหลุมที่ขุดลงไปในดิน อาจมีก่ออิฐกันหลุมพัง ส่วนที่นั่งถ่ายก็เป็นแบบหยาบๆ เจาะเป็นรูแล้วถ่ายอุจจาระตกลงไปในหลุมโดยตรง เมื่อหลุมเต็มก็ต้องขนถ่ายปฏิกูลเบื้องล่างออกไปเป็นคราวๆ ที่มีการระบายดีกว่าและปราศจากกลิ่นเหม็นได้แก่บ้านในชนบททางตอนเหนือของเวลส์ สำหรับบ้านที่อยู่ใกล้ลำธารจะปลูกสร้างคร่อมทางน้ำ ใช้กระแสน้ำเป็นตัวพัดพาอุจจาระให้ลอยหรือชะไป แต่ก็น่าจะคำนึงถึงบ้านหรือชุมชนที่อยู่ทางท้ายน้ำซึ่งต้องใช้ลำธารในการอุปโภคเช่นกัน สำหรับส้วมทันสมัยรุ่นแรกๆ กำเนิดขึ้นในปี ๑๕๙๔ ออกแบบสร้างโดย เซอร์ จอห์น ฮาร์ริงตัน ส้วมนี้มีถังเก็บน้ำอยู่เหนือที่นั่ง เมื่อยกก้านวาล์วจะมีน้ำชำระพุ่งลงมาอยู่ในโถ พออึเสร็จก็ยกก้านอันที่สอง น้ำและอุจจาระในโถก็จะระบายลงสู่หลุมเบื้องล่าง และนี่อาจเรียกได้ว่า เป็นส้วมระบบชักโครก (Flush toilet) อันแรกของโลก ฮาริงตันประดิษฐ์ส้วมชนิดนี้เพียง ๒ ชุด ชุดหนึ่งสำหรับตนเอง และอีกชุดถวายแด่แม่ทูนหัวของเขา คือ สมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่ ๑ กระทั่งอีก ๑๗๐ ปี ต่อมา ค.ศ. ๑๗๗๕ ช่างทำนาฬิกา อเล็กซานเดอร์ คัมมิงส์ ได้จดลิขสิทธิ์ส้วมชักโครกเป็นรายแรก โดยใช้คอห่านเพื่อป้องกันกลิ่นมิให้ย้อนขึ้นมา แม้จะมีวาล์วระบายทิ้งจากโถ แต่ก็ใช้งานไม่ค่อยดี บางทีอุจจาระลอยสวนขึ้นมาทำให้มีกลิ่น และท่ออุดตัน งานของคัมมิงส์ได้รับการพัฒนาปรับปรุงขึ้นในปี ๑๗๗๘ โดย โจเซฟ บรามาห์ ด้วยการติดตั้งวาล์วกระดกที่ปล่อยน้ำชำระแบบอัตโนมัติ ทำให้การระบายของเสียหมดจดขึ้น และมีน้ำขังอยู่ในโถตลอดเวลา เป็นการดักกลิ่น ผลงานชิ้นนี้เป็นที่นิยมใช้กันยาวนานกว่า ๑๕๐ ปี มีการติดตั้งในสถานที่ราชการ รวมถึงวังเวสต์มินสเตอร์ และมีผู้ขนานนามว่าเป็น "โรลล์ซรอยส์แห่งส้วม" กระนั้นก็ยังมีชนผู้ดีอีกมากที่ยังคงใช้หม้ออุจจาระตามเดิม ชนชั้นสูงมีโถอุจจาระประจำไว้แม้แต่ในห้องดินเนอร์ โดยเก็บในตู้ถ้วยชาม ล่วงเข้า ค.ศ.๑๘๘๐ จึงมีผลิตภัณฑ์ส้วมชักโครกสำเร็จรูปยูนิทาส (Unitas) ออกจำหน่าย ทำด้วยเซรามิกรูปทรงสวยงามแบบชิ้นเดียว โดยซ่อนคอห่านไว้ภายในมิดชิด ไม่รั่วไม่ซึม และด้วยการผลิตปริมาณมากจึงราคาถูก ขายดีนับล้านชุดทั่วโลก ปี ๑๘๕๔ จอร์จ เจนนิงส์ ออกแบบส้วมสาธารณะสำหรับชาวลอนดอนทั่วไปใช้โดยเสียเงิน ๑ เพนนี เลยเกิดเป็นสำนวน ไปจ่ายหนึ่งเพนนี (to spend a penny) เวลาจะไปส้วมสาธารณะ ราคานี้ใช้อยู่จนถึง ค.ศ.๑๙๗๑ นับว่าน่าทึ่งที่คงอยู่ยาวนานถึง ๑๒๐ ปี เมื่อโถส้วมเซรามิกเก็บท่อไว้ภายในไม่รุงรัง ผู้ผลิตก็เริ่มแข่งขันในด้านออกแบบให้เตะตาน่าจูงใจ เช่น เป็นรูปชามซุป เป็นรูปปลา ส่วนโถฉี่ของสุภาพบุรุษซึ่งมักเป็นรูปกลมเพื่อกันกระเด็นก็อาจออกแบบเป็นรูปลูกกอล์ฟเช่นในอัมสเตอร์ดัม หรือที่โตเกียวก็มีโถฉี่ที่เชิญชวนให้ฉี่ลงไปดับไฟ ส่วนการชำระล้าง ผู้คนใช้วัสดุแปลกๆ แตกต่างกันไป ตั้งแต่หญ้า ขนเป็ด ขนไก่ ซังข้าวโพด บางคนคุ้นเคยกับการใช้เปลือกหอยซึ่งแข็งบางจับถนัดถนี่กว่า กระทั่งปี ๑๘๕๗ โจเซฟ คาเยตตี้ ชาวอเมริกัน จึงประดิษฐ์กระดาษชำระให้ใช้กัน แต่ก็ยังมีผู้คนอีกมากที่นิยมใช้น้ำชำระล้าง เช่นเดียวกับวิธีการนั่งถ่าย ทุกวันนี้ก็ยังแบ่งออกเป็น ๒ ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งถนัดแบบนั่งบนขอบโถชักโครก แต่อีกฝ่ายหนึ่งชอบนั่งยองๆ จุงโก โคบายาชิ สถาปนิกโถส้วมชาวญี่ปุ่น กล่าวว่า เขาจะออกแบบให้มีส้วมนั่งยองไว้อย่างน้อยหนึ่งที่ในศูนย์การค้าสำหรับลูกค้าสูงอายุ และคิดค้นวิธีการสร้างเสียงชักโครกโดยไม่มีน้ำไหลสำหรับลูกค้าหน้าบางที่ชอบกดชักโครกกลบเสียงไม่พึงประสงค์ การอำนวยความสะดวกสบายเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงสำหรับชาวญี่ปุ่น ด้วยเหตุนี้จึงมีระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการให้ที่นั่งส้วมอบอุ่นก่อนจะหย่อนก้นลงไปนอกจากนี้ยังมีปุ่มกดให้มีน้ำฉีดพุ่งออกมาชำระล้างก้นโดยไม่ต้องใช้มือให้เปรอะเปื้อน ส้วมที่ถูกสุขลักษณะมีส่วนช่วยลดโรคระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ มูลนิธิบิลกับเมลินดา เกตส์ จึงจัดตั้งทุนสำหรับผู้ค้นคิดพัฒนาส้วม เช่น มหาวิทยาลัยเดลฟต์ ในเนเธอร์แลนด์ หนึ่งในองค์กรที่ได้รับทุน กำลังค้นคิดติดตั้งอุปกรณ์ที่จะไมโครเวฟอุจจาระให้เกิดก๊าซเร็วขึ้น และนำก๊าซไปใช้ประโยชน์ในครัวเรือน โอ้โฮ้วเรื่องของส้วมนี่เข้มข้นและมีที่มาอย่างยาวนานจริงๆ เชื่อว่าในอนาคตข้างหน้า ส้วมจะต้องถูกพัฒนาให้มีความทันสมัย และสะดวกสบายมากขึ้นกว่านี้อีกแน่ๆ ยังไงก็อย่าลืมติดตามวิวัฒนาการของส้วมกันต่อไปนะคะ ข้อมูลและภาพ : sookjai.com

20 เรื่องจริงคนเหนือมนุษย์
10 อันดับ /  จัดอันดับ 2014 / 

ถ้าลองให้เพื่อนๆ จินตนาการเกี่ยวกับ “คนเหนือมนุษย์” ทีนเอ็มไทยเชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงเหล่าซุเปอร์ฮีโร่ในหนังหรือการ์ตูนกันแน่นอน เพราะความจริงในโลกของเราจะมีคนเหนือมนุษย์อยู่จริงได้ยังไงกันเล่า! แต่อย่าเพิ่งด่วนสรุปไปคะ 20 เรื่องจริงคนเหนือมนุษย์ ที่ทีนเอ็มไทยนำมาให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันนี้ พวกเขาอาจจะไม่ได้มีพลังวิเศษอ่านใจใครได้ บินได้ ปล่อยแสงได้ แต่ทั้ง 20 เรื่องจริงคนเหนือมนุษย์นี้มีความสามารถที่คนธรรมดาอย่างเราทำไม่ได้และไม่คิดว่าจะมีคนแบบนี้ด้วยซ้ำไปหน่ะสิ ถ้าไม่เชื่อเราไปติดตามกันเลยคะ 20 เรื่องจริงคนเหนือมนุษย์ 1. Ma Xiangang (สามารถต้านทานกระแสไฟฟ้าได้) ความบังเอิญเพราะวันหนึ่งนาย Xiangang ได้พยายามซ่อมทีวีที่เสียและบังเอิญมือของเขาดันไปโดนสายไฟที่ยังมีไฟฟ้าเลี้ยงอยู่ แต่แทนที่เขาจะถูกช็อตจนไหม้เกรียม เค้ากลับไม่มีความรู้สึกเจ็บสักนิด และด้วยความสงสัยเค้าเลยไปทดสอบความสามารถของตนเองอีกครั้งด้วยการจับสายไฟที่มีกระแสไฟฟ้ารั่ว และเค้าก็ต้องประหลาดใจ เพราะนอกจากจะไม่ถูกไฟฟ้าช็อตแล้วเค้ายังไม่รู้สึกเจ็บโดยผิวหนังของเขาสามารถต้านทานกระแสไฟฟ้าได้มากกว่าคนทั่วไป 7-8 เท่า 2. Dean Karnazes (ชายที่ไม่มีวันเหนื่อย) พลังพิเศษของเขา คือ สามารถวิ่งมาราธอนได้ถึง 50 รายการใน 50 รัฐ เป็นเวลา 50 วันนอกจากนั้นเขายังวิ่งในระยะทาง 350 ไมล์ (563กิโลเมตร) ในเวลา 3 วันติดต่อกันโดยไม่หยุดพัก ได้มีการทดสอบร่างกายของนาย Dean ว่าทำไมร่างกายเขาจึงสามารถทนทานการออกกำลังกายได้มากกว่าคนทั่วไป และผลการทดสอบพบว่า ถ้าเป็นคนปกติหลังจากการวิ่งมาราธอนกล้ามเนื้อจะได้รับความเสียหายประมาณ 2,400 CPK แต่นาย Dean กลับมีค่าความเสียหายเพียง 447 CPK เท่านั้น สำหรับผลสรุปการทดสอบออกมาได้ว่า ถ้าเขายังคงอยู่ในสภาพนี้ต่อไปเรื่อยๆ เขาจะสามารถวิ่งด้วยความเร็ว 7-10 นาที ต่อไมล์ไปได้เรื่อยๆ ตลอดกาล 3. Stephen Wiltshire (มีความสามารถที่ไม่มีวันลืมสิ่งที่เห็น) Stephen Wiltshire สามารถวาดภาพทิวทัศน์ของประเทศและเมืองต่างๆ จากความทรงจำเท่านั้น เขาสามารถจดจำทุกๆ รายละเอียดได้ แม้ะจะดูแค่เพียงแว้บเดียว และจนถึงทุกวันนี้เค้าก็ยังจดจำภาพที่เขาเคยเห็นได้ทุกภาพ Stephen เป็นคนที่มีอาการของโรคออทิสติก แต่เขาก็มีสิ่งที่ทดแทนกันได้นั่นคือ ความสามารถในการจดจำและเขายังเคยขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปดูทิวทัศน์จากด้านบนของเมือง New York ขนาดใหญ่ที่มีความสมบูรณ์และรายละเอียดได้ ถูกต้อง 100 เปอร์เซ็นต์ อ่านเพิ่มเติม http://teen.mthai.com/variety/57036.html 4. Kim Peek (ความสามารถจดจำทุกสิ่งทุกอย่างได้) เขาสามารถจำเนื้อหาในหนังสือทั้งหมดที่เคยอ่านได้ จำนวน 12,000 เล่มได้ โดยเขาสามารถอ่านได้ทีละ 2 หน้าพร้อมๆกัน ตาซ้ายอ่านหน้าซ้ายตาขวาอ่านหน้าขวา เขายังสามารถจดจำทุกสิ่งที่เคยได้พบเจอมาตลอดชีวิตด้วยลายละเอียดที่ถูกต้องถึง 98 เปอร์เซ็นต์ แม้แต่สภาพอากาศที่ย้อนกลับไป 10 ปีที่แล้ว ซึ่งสาเหตุที่ทำให้นาย Kim มีความสามารถนี้เกิดจากความผิดปกติตั้งแต่กำเนิดชนิดหนึ่ง ซึ่งส่งผลทำให้พื้นที่ความจำของเขามีขนาดใหญ่กว่าคนปกติ โดยนาย Kim Peek เสียชีวิตในปี 2009 อ่านเพิ่มเติม http://teen.mthai.com/variety/57036.html 5. Wim Hof (มีความสามารถในการต้านทานความเย็น) ชายผู้นี้มีความสามารถพิเศษในการต้านทานความหนาวเย็น เพราะความเย็นไม่สามารถทำอะไรร่างกายเขาได้เลย ซึ่งเคยมีการทดลองโดยให้เขาดำน้ำเย็นจัด ที่สามารถฆ่าคนปกติได้ในเวลาไม่กี่นาที แต่ปรากฏว่าอุณหภูมิในร่างกายเขาแทบจะไม่ลดลงเลย ซึ่งเขาสามารถทำได้แม้กระทั่งปีนเทือกเขาเอเวอร์เรสโดยใส่กางเกงขาสั้นเพียงตัวเดียว โดยนาย Wim Hof บอกว่าความสามารถของเค้าได้มาจากการทำสมาธิ 6. Isao Machii (สุดยอดปฏิกิริยารีเฟล็กซ์) ซามูไรผู้ที่มีปฏิกิริยารีเฟร็กซ์(ปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้สมองสั่ง)ที่ยอดเยี่ยมโดยสามารถตัดสิ่งของต่างๆด้วยดาบซามูไรให้ขาดครึ่งได้แม้จะเป็นของเล็กๆ หรือกระทั่งตัดลูกกระสุนปืนอัดลมให้ขาดครึ่งเพราะเป็นความสามารถแบบนี้เราจะพบเจอได้แค่ในหนังเท่านั้น โดยความสามารถของเขาถูกอธิบายไว้ว่า เป็นความสามารถรับรู้ความเคลื่อนไหวของสิ่งที่พุ่งเข้ามาหาเขา และใช้สัมผัศแบบอื่นนอกเหนือจากการมองเห็น โดยเป็นระบบประมวลผลการรับรู้ที่อยู่ในระดับสูงขึ้นไปกว่าในคนทั่วไป 7. Saul Aaron Kripke (ฉลาดจน Harvard เชิญให้ไปเป็นอาจารย์สอนขณะที่เรียนอยู่ไฮสคูล) Kripke เริ่มศึกพีชคณิตเมื่อตอยอยู่เกรด 4 และพอจบชั้นประถมก็เรียนรู้เรขาคณิต และ แคลคิวลัสจนทะลุปรุโปร่ง จึงหันไปสนใจปรัชญา โดยเขียนบทความหลายชิ้นทั้งในเรื่องของอรรถศาสตร์ (semamtics) และตรรกวิทยาแบบ Modal Logic ในขณะที่อายุเพียง 16 ปี และหนึ่งในผลงานด้านตรรกวิทยานั้นทำให้ได้รับจดหมายเชิญจากภาควิชาคณิตศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เชิญชวนให้เขาไปเป็นอาจารย์ ซึ่งเค้ากลับตอบปฏิเสธไปโดยให้เหตุผลว่า “แม่ผมบอกว่าให้ผมเรียนจบไฮสคูลและมหาวิทยาลัยเสียก่อนดีกว่า” Kripke ยังได้รับรางวัล Shock Prize ซึ่งเป็นรางวัลทางด้านปรัชญาที่เทียบได้กับรางวัลโนเบล และในปัจจุบันเขาได้รับการยกย่องว่าเป็นปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกที่ยังมีชีวิตอยู่ 8. Akrit Jaswal (สามารถเป็นศัลยแพทย์ด้วยวัยเพียง 7 ขวบ) “เด็กผู้ชายที่ฉลาดที่สุดในโลก” เพราะมี IQ ถึง 146 และได้รับการยอมรับว่าเป็นคนที่ฉลาดที่สุดเด็กๆที่อายุเท่าๆกัน และในปี 2000 เค้าได้ทำการรักษาคนไข้คนแรกที่บ้านของตัวเองด้วยวัยเพียง 7 ขวบ ซึ่งคนไข้เป็นเด็กอายุ 8 ขวบที่มีฐานะยากจน มือของเธอถูกๆไฟลวกทำให้นิ้วมือกำแน่นติดกัน ซึ่งในตอนนั้นเขายังไม่เคยได้เรียนวิชาทางแพทย์อย่างเป็นทางการ และยังไม่มีประสบการณ์ในการผ่าตัดใดๆ แต่เขาก็สามารถทำให้นิ้วมือของเด็กหญิงคลายออกมาได้และใช้มือได้เป็นปกติอีกครั้ง โดยขณะนี้ Akrit กำลังเรียนเรียนปริญญาตรีสาขาวิทยาศาสตร์อยู่ที่วิทยาลัย Chandigarth และยังเป้นนักศึกษาที่อายุน้อยที่สุดที่มหาวิทยาลัยอินเดียเคยรับเข้าเรียน 9. Gregory Smith (ถูกเสนอชื่อให้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เมื่อมีอายุเพียง 12 ขวบ) Gregory สามารถอ่านหนังสือออกตั้งแต่อายุ 2 ขวบ และเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเมื่ออายุ 10 ขวบเท่านั้น และเด็กหนุ่มคนนี้ตัดสินใจออกเดินทางไปทั่วโลกเพื่อรณรงค์เรื่องสันติภาพและสิทธิเด็ก และได้ก่อตั้ง International Youth Advocates ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้การสนับสนุนหลักการแห่งสันติภาพและความเข้าอกเข้าใจระหว่างเยาวชนทั่วโลก เขาเคยได้พบกับผู้นำคนสำคัญอย่าง Bill Cliton และ Mikhail Gorbachev และยังเคยปฐกถาต่อหน้าที่ประชุม UN อีกด้วย จากการทำงานด้านมนุษยธรรมนี้ ทำให้เขาได้ถูกเสนอชื่อให้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพถึง 4 ครั้ง 10. Kim Ung – Yong (จบปริญญาเอกตอนอายุ 15 และมีไอคิวสูงที่สุดในโลก) ถือได้ว่าเป็นมนุษย์ที่ฉลาดที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่ โดย Guinness Book of World Records บันทึกว่าเค้ามี IQ สูงที่สุดในโลกคือสูงกว่า 210 สามารถอ่านภาษาญี่ปุ่น เกาหลี เยอรมัน และอังกฤษ ได้ตั้งแต่ 4 ขวบ และตอนครบ 5 ขวบก็สามารถแก้โจทย์ แคลคิวลัส ที่ซับซ้อนได้ และยังได้เป็นนักเรียนรับเชิญในชั้นเรียนวิชาฟิสิฟส์ที่มหาวิทยาลัย Hanyang ตั้งแต่อายุ 3-6 ขวบพออายุ 7 ขวบ NASA ก็เชิญเค้าไปที่อเมริกาและเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัย Colorado ในปี 1974 จนได้ Ph.D ด้านฟิสิกส์ตั้งแต่ก่อนที่เขาจะมีอายุครบ 15 ปี โดยระหว่างที่เรียนเขาก็เริ่มทำงานวิจัยที่ NASA ไปด้วย และทำต่อมาตลอดจนกระทั่งกลับเกาหลีจึงได้ตัดสินใจเปลี่ยนสาขาจากฟิสิฟส์ไปเป็นวิศวกรรมโยธาและศึกษาจนได้รับปริญญาเอก ขอบคุณขอ้มูล http://pantip.com/topic/3241414

บิ๊กโปรเจคคมนาคม ใช้เวลา 8 ปี งบ 6.8 หมื่นล้าน
ขนส่ง /  ข่าวโปรเจคคมนาคม / 

คมนาคมเผยบิ๊กโปรเจคเตรียมลงทุนระยะยาว 8 ปี ใช้งบประมาณกว่า 68,000 ล้านบาท สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)เผยหลังประชุม ครม. ว่าเตรียมลงทุนพัฒนาด้านคมนาคมขนส่งของไทยในระยะยาว โดยจะใช้เวลา 8 ปี (2558-2565) และงบประมาณรวมกว่า 68,000 ล้านบาท นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบแผนการดำเนินงานในโครงการลงทุนพัฒนาด้านคมนาคมขนส่งของไทยในระยะยาว ใช้เวลาทั้งหมด 8 ปี ตั้งแต่ปี 2558 ถึง 2565 โดยการลงทุนจะมีทั้งสิ้น 5 แผนงานด้วยกัน คือ 1. การพัฒนาโครงข่ายรถไฟระหว่างเมือง โดยปรับปรุงระบบอุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐานเพื่อแก้ไขปัญหารถไฟตกรางบ่อย โดยจะพัฒนาระบบรถไฟทางคู่ ระยะเร่งด่วน 6 เส้นทาง 903 กม. และระยะที่ 2 จำนวน 8 เส้นทาง รวมระยะทาง 1,626 กม. พัฒนารถไฟทางคู่ขนาดมาตรฐาน 1.435 ม. ความเร็ว 180 กม.ต่อชั่วโมง 3 เส้นทาง กรุงเทพฯ-นครราชสีมา และนครราชสีมา-มาบตาพุด, กรุงเทพฯ-ระยอง และนครราชสีมา-หนองคาย 2. การพัฒนาโครงข่ายขนส่งสาธารณะเพื่อแก้ไขปัญหาจราจรใน กทม.และปริมณฑล โดยจัดหารถเมล์เอ็นจีวีจำนวน 3,183 คัน จัดซื้อในสัญญาลอตแรกเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนจำนวน 489 คัน ในเดือน ม.ค.2558  และก่อสร้างรถไฟฟ้า 10 สาย รวมระยะทาง 464 กม. โดยอยู่ระหว่างการเร่งรัดก่อสร้าง 4 โครงการได้แก่ สายสีม่วง บางใหญ่-บางซื่อ, สายสีน้ำเงิน บางซื่อ-ท่าพระ/หัวลำโพง-บางแค, สายสีเขียว แบริ่ง-สมุทรปราการ และสายสีแดง บางซื่อ-รังสิต 3.โครงการที่เตรียมขออนุมัติประกวดราคา 6 เส้นทางได้แก่ สายสีส้ม ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี, สายสีชมพู แคราย-มีนบุรี, สายสีเหลือง ลาดพร้าว-พัฒนาการ, แอร์พอร์ตลิงค์ช่วงดอนเมือง-พญาไท, สายสีแดงส่วนต่อขยาย บางซื่อ-หัวลำโพง-หัวหมาก และสายสีแดงส่วนต่อขยายรังสิต ม.ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต 4.การพัฒนาโครงข่ายการขนส่งทางน้ำ ได้แก่ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพแม่น้ำป่าสัก การพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง เป็นต้น และ 5.การเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการขนส่งทางอากาศ ได้แก่ โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานภูเก็ต ซึ่งคาดว่าการลงทุนในโครงการ 5 แผนงานดังกล่าว รวมวงเงินทั้งสิ้น 68,000 ล้านบาท จะเป็นอีกทางที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้เติบโดตต่อไป MThai News

รู้หรือไม่ ลูกดอกงานวัด ปายังไง ให้โดนลูกโป่งทุกดอก?
งานวัด /  ปาลูกโป่ง

เที่ยวงานวัด อยากได้ตุ๊กตาหมี แต่ แต่ แต่ .. ปาลูกดอกไม่เคยโดนลูกโป่งสักที เค้าให้เข้าใกล้ลูกโป่งก็แล้ว ปาสุดแรงเกิดก็แล้ว .. เด้งออกมาจะโดนหน้าให้เสียโฉมทู๊กกกกที ... ปัญหานี้จะหมดไป ลองอ่านบทความนี้แล้วทำตามดูนะค๊าบ รู้หรือไม่ ลูกดอกงานวัด ปายังไง ให้โดนลูกโป่งทุกดอก? ภาพจาก BlogGang.com : P_ปรัชญา ที่จริงแล้วปัญหามันอยู่ที่ลูกดอกทางร้านเขาต่างหาก ที่ถ่วงน้ำหนักที่หางเอาไว้ สังเกตุให้ดี ใน 1 ชุดจะมีลูกดอกหางที่มี ความหนาประมาณ 1-2 ดอก และก็ดอกธรรมดาปนอยู่ เพื่อให้เกิดความรู้สึกว่าเกือบได้แล้ว 1 จับที่หางลูกดอกใช้นิ้ว ชี้ กลาง โป้ง จับให้ลูกดอกขนานกับพื้นดิน ทำไมต้องจับหางลูกดอก เพราะลูกดอกที่เราปามันคือลูกดอกที่ถ่วงน้ำหนักที่หาง หางจะหนาเป็นพิเศษ แต่ภาพด้านล่างคือลูกดอกปกติหางบางปายังไงก็ได้ ลองสังเกตุดูใน 3 ดอกนั้นจะมีลูกดอกหางหนาอยู่ 1-2 ดอกเวลาปาไปแล้วมันจะไม่ยอมเอาส่วนที่แหลมเข้ากระทบลูกโป่ง แต่จะเอาหางลูกดอกกลางลูกดอกเข้าชนกับลูกโป่ง ทำให้ลูกดอกกระเด็นออกมา เพราะว่าส่วนหางมีน้ำหนักมากกว่าส่วนแหลม วิธีแก้จึงต้องจับที่หางลูกดอก 2 ก่อนปาต้องตั้งท่าตามภาพด้านบนนะครับ ให้ลูกดอกขนานกับพื้นดิน แล้วก็เล็งใส่ลูกโป่ง ใช้ลูกดอกที่หางหนาที่สุดปาก่อนเพราะคุมทิศทางยาก ถึงแม้เล็งลูกหนึ่งแล้วไปโดนอีกลูกหนึ่งมันก็แตกเหมือนกัน ขอเพียงให้ลูกดอกเอาคมเข้าชนกับลูกโป่ง จากนั้นดึงมือถอยหลัง เตรียมปาลูกดอก 3. การดึงมือถอยหลังเริ่มจากหางลูกศรสีแดงนะครับ ดึงไปจนถึงปลายลูกศรสีแดงหรือประมาณหู โดยแนวการดึงมือตามเส้นตรงสีแดงที่มีลูกดอกอยู่ ให้ลูกดอกมีทิศทางและลักษณะดังภาพนะครับ อย่าให้คมลูกดอกก้มหรือเงยมากนักให้ขนานกับพื้นดินให้มากที่สุด ภาพจากบอร์ด โพสต์จัง ข้อมูล ปาลูกโป่ง ให้โดนทุกดอก จาก www.thaiinfonet.com/ ของแบบนี้ อ่านแล้วต้องพิสูจน์ด้วยตัวเองอีกทีนะฮ๊าบบ ลิงค์น่าสนใจอื่นๆ : รวมประโยคน่ารู้ ที่มักได้ยินบ่อยๆ ในสนามบิน : คำศัพท์ภาษาอังกฤษน่ารู้ ในสนามบิน : 13 สิ่งที่แบ็คแพ็คเกอร์ควรทำ ก่อนออกสู่โลกกว้าง

มาแปลก! บอล ลีกอิตาลี ใส่หมวกนิรภัยลงสนาม
ฟุตบอลอิตาลี /  ลิวอร์โน่ / 

บอล ลีกอิตาลี พักหลังมานี่มักทำอะไรแปลกๆ กันเป็นประจำ คราวนี้เป็นนักเตะ เทร์นาน่า ทีมใน เซเรีย บี อิตาลี ที่เดินลงสนามพร้อมหมวกเซฟตี้ก่อสร้างในเกมที่ต้อนรับการมาเยือนของ ลิวอร์โน่ สาเหตุที่ทำแบบนี้มีการออกมาชี้แจงว่าเป็นเพราะสโมสรต้องการโปรโมตสนับสนุนการหยุดงานประท้วงของคนงานในท้องถิ่น แต่ผลการแข่งขันไม่เข้าทางเลยสักนิดเพราะ เทร์นาน่า เจ้าถิ่นโดนถล่มไป 4-0

รำลึก เดรสที่ดีที่สุดของ ออสการ์ เดอ ลา เรนตา Oscar de la Renta
ชุดเดรส /  ดีไซเนอร์ / 

หากจะบอกว่าเขาคือเจ้าพ่อพรมแดงคงไม่ผิดไปมากนัก เพราะดีไซเนอร์รุ่นใหญ่อย่าง ออสการ์ เดอ ลา เรนตา ( Oscar de la Renta ) นั้นโลดแล่นอยู่ในวงการแฟชั่นในฐานะรุ่นเก๋ามายาวนานตั้งแต่ปี 1963 และ ชุดเดรส ที่เขาออกแบบนั้น ล้วนถูกนำมาพรีเซ็นต์อยู่บนหุ่นสวย ท่ามกลางแสงแฟลชกลางพรมแดง ของเหล่าบรรดา ดาราฮอลลีวู้ดระดับแถวหน้ามาแล้วทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น ซาราห์ เจสสิกา พาร์กเกอร์ , เอมี่ อดัมส์ , ริฮานน่า หรือแม้แต่เหล่า สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งอย่าง มิเชลล์ โอบามา ก็เทใจให้แบรนด์นี้เป็นแบรนด์ในดวงใจมาแล้วเช่นกัน ออสการ์ เดอ ลา เรนตา ดีไซเนอร์ชื่อดังในวงการแฟชั่นระดับโลก ในวัย 82 ปี ที่เสียชีวิต ด้วยโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร หลังจากต่อสู้กับโรคร้ายมาเป็นระยะเวลาหลายปี จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ เขาได้เข้ารับการรักษาอีกครั้งด้วยการให้คีโมเพื่อต้านมะเร็ง แต่ร่างกายของเขาไม่สามารถรับไหว จึงทำให้เราสูญเสีย บุคคลที่มีความสามารถและสร้างชื่อเสียงระดับโลกไปเมื่อวันที่ 20 ตค. 2014 ที่ผ่านมา โดย Oscar de la Renta เสียชีวิตอย่างสงบที่บ้านของเขาในรัฐคอนเนตติกัต ทีมงาน Women Mthai ขอรำลึกการจากไป ของ ออสการ์ เดอ ลา เรนตา ด้วยการรวบรวมภาพ เดรสที่ดีที่สุด ที่ถูกจดจำภาพไว้จากบรรดาสื่อแฟชั่นทั่วโลกมาแล้วทั้งสิ้น เรื่องโดย Women Mthai Team ที่มาภาพจาก nymag.com

สูตร ไดฟูกุ ถั่วแดง กับ สตอเบอร์รี่ลูกโตๆ
ขนมญี่ปุ่น /  ไดฟูกุ

ขนมญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อและที่ขาดไม่ได้ในเมนู dessert ของร้านอาหารญี่ปุ่นที่ต้องมีคือ ไดฟูกุ ซึ่งมีน่าตาน่ารับประทานสุด วันนี้จะมาเสนอวิธีทำ ไดฟูกุ ถั่วแดงและสตอเบอร์รี่ วิธีการทำก็ไม่ยากลองไปดูส่วนผสมและขั้นตอนการทำกันเลยค่ะ (เป็นเพียงภาพประกอบ) วัตถุดิบ แป้งข้าวเหนียว 150 กรัม แป้งข้าวเจ้า 50 กรัม น้ำเปล่า 250 มิลลิลิตร สตอเบอรี่สด 8-12 ลูก แป้งข้าวโพด 30 กรัม ถั่วแดงกวน (ตามจำนวนสตอเบอรี่) วิธีทำ นำแป้งข้าวเหนียวและข้าวเจ้า และน้ำใส่ในชามผสม คลุกเคล้าให้เข้ากัน นำเข้าไมโครเวฟ 2-3 นาที เมื่อเสร็จแล้วนำออกมาคนให้สุกทั่วกันแล้วนำเข้าไมโครเวฟอีกรอบใช้เวลาเท่าเดิม ทำซ้ำแบบนี้ 3 รอบ เมื่อแป้งสุกดีแล้วนำมาแบ่งเป็นก้อนเท่าๆ กัน ขนาดของแป้งจะตามขนาดของสตอเบอร์รี่ นำสตอเบอร์รี่มาห่อด้วยถั่วแดงกวน ห่อให้มิดไม่เห็นลูกสตอเบอร์รี่ นำแป้งที่พักไว้เมื่อสักครู่ มาห่อทับอีกชั้น คลุกด้วยแป้งข้าวโพด เมื่อเสร็จแล้วใส่ลงไปในภาชนะที่ฝาปิดมิดชิด คลิป วิธีทำ ไดฟูกุ ถั่วแดง กับ สตอเบอร์รี่

10 เน็ตไอดอลชาย(สวย) เห็นแล้วผู้หญิงอาย
10 อันดับ /  ทอม / 

ในปัจจุบันเรามักจะได้เห็นผู้ชาย(สวย)กันเยอะๆ มีการยอมรับเพศที่สาม สี่ ห้า ในสังคมมากขึ้น แต่จะว่าไปทอมบางคนก็ยังหล่อกว่าผู้ชาย หรือตุ๊ด กระเทย ก็ยังสวยกว่าจนผู้หญิงแท้ๆชิดซ้ายก็มี .. ผู้ชาย(สวย) ที่เรายอมรับและชื่นชอบมากที่สุดคนหนึ่งในประเทศไทยก็คงจะเป็น ปอย ตรีชฏา เรียกได้ว่าเธอสวยมากจริงๆ แถมได้ขึ้นชื่อว่าสวยกว่าผู้หญิงแท้ๆ เสียอีก อีกทั้งปอยยังเป็นคนแรกๆที่เป็นแรงบันดาลใจ เน็ตไอดอลของน้องสาวที่อยากสวยรุ่นหลังๆ อีกด้วย วันนี้ทีนเอ็มไทยมี 10 เน็ตไอดอลชาย(สวย) เห็นแล้วผู้หญิงอาย ที่โด่งดังในโลกโซเชียลมาฝากเพื่อนๆ กันคะ อ่ะใครดูแล้วชอบคนไหนมาบอกกันสิๆๆๆ ^^ โดย teen.mthai.com (ให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยคะ) 10 เน็ตไอดอลชาย(สวย) เห็นแล้วผู้หญิงอาย 1. เนย ณิศศา เกตุระหงษ์  มิสทิฟฟานี่ ยูนิเวิร์ส 2014 คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ สาขาแฟชั่นและเทคโนโลยีเสื้อผ้า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ 2. มิก รชยา นพการุณ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลปครับ สาขานาฏศิลปไทย คณะศิลปนาฏดุริยางค์ รองชนะเลิศอันดับ 1 Miss Tiffany’s Universe 2014 3. แซมมี่ ศิรภัสสร อัฒยกร - คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ รางวัลชนะเลิศจากทั้งเวทีมิสทิฟฟานี่ยูนิเวิร์สและเวทีมิส อินเตอร์เนชั่นแนลควีน 4. ปิ๊ง มหาวิทยาลัยกรุงเทพ 5. โยชิ ชญาดา บุญเศวต - โรงเรียนมัธยมวัดธาตุทอง 6. ซิน - มหาวิทยาลัยกรุงเทพ 7. ปาร์ตี้ - มหาวิทยาลัยกรุงเทพ 8. ปีโป้ - มหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา 9. ก้อนอิฐ สาวอินดี้ 10. เอิร์ธ - มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ โดย teen.mthai.com (ให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยคะ)

นนทบุรี จังหวัดเล็กๆ ที่ไม่ควรมองข้าม
เกาะเกร็ด /  เครื่องปั้นดินเผา / 

นนทบุรี ถึงแม้จะเป็นเพียงจังหวัดเล็กๆ ในเขตปริมณฑล แต่ความน่าสนใจของจังหวัดนนทบุรีนั้นมีอยู่มากมาย เนื่องด้วยบริบททางวัฒนธรรมที่มีความหลากหลาย แต่สามารถผสมผสานกันได้อย่างลงตัว นนทบุรี จังหวัดเล็กๆ ที่ไม่ควรมองข้าม จังหวัดนนทบุรี เป็นจังหวัดริมแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตภาคกลาง เป็น 1 ใน 5 จังหวัดปริมณฑลที่มีความเจริญเทียบเท่ากับกรุงเทพมหานคร แต่ท่ามกลางความเจริญของสังคมเมือง จังหวัดนนทบุรีกลับมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ งดงามไปด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีแบบไทยดั้งเดิมและไทยผสมผสาน ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสมากมายอย่างคาดไม่ถึง เริ่มกันด้วย พิพิธภัณฑ์นนทบุรี บริเวณท่าน้ำนนท์ ที่ภายในได้บอกเล่าเรื่องราวของจังหวัด ย้อนกลับไปไกลถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่มีการพัฒนาพื้นที่จนกลายเป็นชุมชนใหญ่และเมืองท่า จนในสมัยสมเด็จพระมหาจักพรรดิ ได้พระราชทานชื่อเมืองใหม่ให้ จากบ้านตลาดขวัญ มาเป็นเมืองนนทบุรี รวมไปถึงการบอกเล่าเรื่องขนบธรรมเนียมประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์สืบทอดกันมาอย่างเช่น เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด หุ่นละครเล็ก หุ่นกระบอก หรือจะเป็นผลไม้ที่อุดมสมบูรณ์มาแต่โบราณ เช่น ทุเรียนนนท์ มะปรางท่าอิฐ และกระท้อนบางกร่าง เป็นต้น สถานที่ถัดมาที่ควรไปเยือนและอยู่ห่างจากพิพิธภัณฑ์นทบุรีเพียงไม่กี่ก้าวเดิน คือ ศาลเจ้าแม่ทับทิม ศาลเจ้าสำคัญที่ชาวจีนไหหลำเคารพบูชา โดยถือว่าเจ้าแม่ทับทิมเป็นเทพเจ้าแห่งท้องทะเลที่คอยปกปักษ์คุ้มครองผู้เดินทางทางเรือ โดยพ่อค้าแม่ค้าในแถบท่าน้ำนนท์ได้อัญเชิญองค์เจ้าแม่ทับทิมมาประดิษฐาน เพื่อคอยอำนวยพรให้แก่พ่อค้าแม่ค้าในบริเวณนั้นั่นเอง อีกวัดน่าไปเยือนของจังหวัดนนทบุรี แถวๆ สะพานพระราม 5 คือ วัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร พระอารามหลวงที่อยู่คู่เมืองนนทบุรีมากว่า 135 ปี สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายในวัดมีอุโบสถที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมไทยผสมจีน โดยเฉพาะภาพเขียนฝาผนังอันสวยงาม และพระประธานปางมารวิชัยหล่อด้วยทองแดง ... และไม่ไกลกันนักยังมี อุทธยานกาญจนาภิเษก ที่พักริมน้ำของชาวเมือง รวมถึงเป็นศูนย์รวมพันธุ์ไม้ชายน้ำ พืชสวน และสัตว์ชนิดต่าง ๆอีกด้วย และอย่างที่เกริ่นไว้แต่ต้นว่า จังหวัดนนทบุรี มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม การไปเยี่ยมชม กวานอาม่าน หรือพิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผา บนเกาะเกร็ดอันเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมพื้นบ้านชาวมอญ นั้นจึงเป็นสิ่งไม่ควรพลาด โดยการปั้นเครื่องปั้นดินเผานั้นนับเป็นหัตถกรรมพื้นบ้านที่เก่าแก่ที่สุดในจังหวัดนนทบุรี โดยไฮไลต์ของเครื่องปั้นดินเผาที่ไม่ควรพลาดชมคือ หม้อสลัก หรือ หม้อลายวิจิตร ที่มีสัดส่วนและลวดลายที่สวยงามจนกลายมาเป็นสัญลักษณ์ ตราประจำจังหวัดนนทบุรี นนทบุรี จังหวัดเล็กๆ ที่ไม่ควรมองข้าม และเมื่อได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งการเกษตร จังหวัดนนทบุรีจึงเต็มไปด้วยตลาดน้ำมากมาย เช่น ตลาดน้ำบางคูเวียง อำเภอบางกรวย ที่มักจะมีชาวบ้านนำผลไม้ตามฤดูกาลบรรทุกลงเรือมาค้าขาย แต่ถ้าหากใครอยากมาสัมผัสวิถีแบบชาวบ้านแท้ๆ แนะนำให้มาในช่วงเช้า เพื่อสัมผัสกับบบรรยากาศพระออกบิณฑบาตโดยใช้เรือลำเล็กเป็นพาหนะ ซึ่งนับเป็นภาพหาดูยากในเมืองกรุงปัจจุบัน เครื่องปั้นเครื่องปั้นดินเผา หัตถกรรมพื้นบ้านที่เก่าแก่ที่สุดในจังหวัดนนทบุรี อีกตลาดที่ไม่ควรพลาดคือ ตลาดน้ำไทรน้อย ที่มีอาหารคาวหวาน พืชผัก ผลไม้ จำหน่ายมากมายบนถนนริมฝั่งคลอง อีกตลาดที่น่าแวะไม่แพ้กันคือ ตลาดน้ำวัดตะเคียน ที่ถึงแม้จะเป็นตลาดน้ำขนาดเล็ก ไม่โดดเด่นเรื่องสินค้า เพราะเป็นแค่การรวมตัวกันของชาวบ้านที่ปลูกผักไว้รับประทานเอง เหลือกินจึงนำมาขาย แต่หากนับว่าที่นี่เป็นแหล่งสัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้าน วิถีชีวิตริมคลองแล้ว ที่นี่สามารถตอบโจทย์ได้อย่างดีเยี่ยม และเมื่อได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งการเกษตรแล้ว จังหวัดนนทบุรียังมี ถนนสายดอกไม้ แห่งอำเภอบางใหญ่ที่ทางอำเภอได้มีการส่งเสริมการปลูกดอกไม้ประดับ จนทำให้ถนนกาญจนาภิเษกได้ชื่อว่าเป็นถนนสายดอกไม้ โดยในช่วงระหว่างเดือนธันวาคม-มกราคม ที่อำเภอบางใหญ่ยังมีการจัดงานให้เกษตรกรได้นำไม้ดอกไม้ประดับมาจำหน่ายในราคาไม่แพงอีกด้วย สวนดกไม้อีกแห่งที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กันคือ สวนทิวลิปนนท์ บนถนนแจ้งวัฒนะ ที่สามารถเนรมิตเหมือนยกสวนทิวลิปจากฮอลแลนด์มาให้คนไทยได้สัมผัส กับสีสันและความสวยงามของดอกทิวลิปอย่างใกล้ชิดอีกด้วย โดยสามารถเข้าไปชมความงามของดอกทิวลิปได้ในช่วงปลายเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ แต่หากไม่ได้ไปในช่วงจัดงาน ทางสวนเองก็ยังมีบริเวณด้านนอก ที่จัดจำลองบรรยากาศแบบฮอลแลนด์ให้นักท่องเที่ยวได้เก็บภาพความประทับใจแทน วิถีริมน้ำของชาวนนท์เป็นของคู่กัน ภาพมุมสูงของเกาะเกร็ด เกาะเล็กๆ ที่เต็มเปี่ยมด้วยความหลัง อาหารการกินน่าสนใจของเมืองนนท์ ทุเรียนเมืองนนท์ สุดยอดทุเรียนอร่อย สถานที่ท่องเที่ยว นนทบุรี จังหวัดเล็กๆ ที่ไม่ควรมองข้าม ถึงแม้นนทบุรีจะเป็นแค่จังหวัดเล็ก แต่กลับมีสถานที่ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสมากมายอย่างคาดไม่ถึง แถมด้วยทำเลที่ตั้งที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ มีการคมนาคมสะดวกทั้งทางบกและทางน้ำ ทำให้จังหวัดนนทบุรีเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรมองข้าม

ภาพโฆษณากับความเป็นจริง เบื้องหลังโรงแรมหรู
ภาพถ่ายโรงแรม /  โรงแรมหรู

เพื่อต้องการสร้างความเชื่อถือให้ลูกค้า เว็บจองโรงแรม Oyster แอบส่งนักสืบไปใช้บริการตามโรงแรมต่างๆ แล้วบันทึกภาพมาเปรียบเทียบกับภาพโฆษณาในเว็บไซต์ แน่นอนบางโรงแรมก็ทำให้แขกตกใจเพราะความเป็นจริงช่างต่างกันลิบลับ สระว่ายน้ำกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาแท้จริงมีขนาดเล็กเหมือนสระว่ายน้ำในหลังบ้านใครสักคน หรือไม่ก็กลับเหมือนบ่อปลาคาร์ฟในล็อบบี้ งานแต่งงานบนหาดอันแสนโรแมนติก ความเป็นจริงแล้วกลับมีแขกไม่ได้รับเชิญเป็นนักท่องเที่ยวในชุดว่ายน้ำเนื้อตัวเต็มไปด้วยเซลลูไลท์ยืนเท้าสะเอวดูราวกับชมมหรสพ ฯลฯ ภาพโฆษณากับความเป็นจริง เบื้องหลังโรงแรมหรู โรงแรมเหล่านี้บางแห่งไม่ได้มีเจตนาหลอกลวงแขก แต่เพื่อต้องการสร้างภาพสวยหรูมากเกินไป...คงจะดีไม่น้อยหากขึ้นข้อความด้วยว่า “ภาพเหล่านี้ใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น” ภาพที่ใช้ในการโฆษณาเป็นสระว่ายน้ำที่มีขนาดใหญ่พอสมควร ดูแล้วน่าเล่นมากๆ แต่พอกลับเป็นภาพจริงกลับมีขนาดเล็กนิดเดียวเอง... San Juan Photo Fake out: Bringing the pool crop to a whole new level Miami Photo Fake out: An Indoor Kiddie Pool Turned Adult ภาพที่ใช้ในการโฆษณาทางการตลาดเป็นภาพด้านบนซึ่งไม่มีเสาไฟจราจร และเสาไฟส่องทางถนนเลย...แต่พอภาพความเป็นจริงเสาไฟก็มีขึ้นมาสะงั้น !! ในภาพที่ใช้โฆษณาคู่รักคู่นี้ดูมีความสุขกันมาก นั่งแช่น้ำในอ่างจากุซซี่คุยกันไป ดื่มแชมเปญกันไปอย่างมีความสุข แต่ภาพด้านล่างมันไม่ใช่อย่างงั้นนะสิ....ดูอ่างจากุซซี่จะเล็กเกินไปนะ Jamaica Photo Fake out: Sexy lady phenomenon ภาพด้านบนตกแต่งได้อย่างสวยงามดูแล้วน่าไป..แต่พอภาพด้านล่างดูไม่ค่อยสวยเท่าไรเลย ภาพที่ใช้ในการโฆษณาช่างต่างกับภาพความเป็นจริงเลย ภาพที่ใช้ในการโฆษณาโรงแรมมีนายแบบอยู่ในสระว่ายน้ำขนาดใหญ่..แต่พอไปถ่ายจริงกลับมีขนาดเล็กนิดเดียว ดูภาพด้านบนแล้วช่างสวยงาม มีความสะดวดสบาย สงบน่าไปพักผ่อนสุดๆ แต่ในความเป็นจริงมีผู้คนมาพักผ่อนค่อยข้างเยอะมาก Miami Photo Fake out : Blue Moon shows off a too-blue pool สระว่ายน้ำที่บนดาดฟ้าของตึกดูเหมือนจะมีขนาดใหญ่ ให้ว่ายน้ำเล่นได้ แต่มันไม่ใช่อย่างงั้นเลย กลับมีขนาดเล็ก (นั่งลงแช่น้ำได้อย่างเดียว) New York Photo Fake out: The skinny on a not-so-wide pool New York Photo Fake out: The Two By Four Room ภาพที่ใช้ในทางการตลาดค่อนแตกต่างกับความเป็นจริงมาก...ภาพที่ใช้ในการโฆษณาดุชายหาดช่างกว้างขวางน่าไปเดินเล่น และเล่นน้ำทะะลมากเลย ส่วนในภาพความเป็นจริงมีผู้คนมากมายนอนอยู่บนเก้าอี้อาบแดดกันล้นหลาม ภาพด้านบนดูมีพื้นที่กว้างขวางมากมีที่นั่งให้มานั่งชิวๆ กัน แต่มองดูภาพด้านล่างกลับไม่เหมือนกันสะงั้น ว้าว...ห้องอาหารสุดหรูอาหารหน้าตาน่าทาน ดูสะอาดสะอ้านมากเลย แต่ในความเป็นจริงมันไม่ใช่เลย !! Groupon Photo Fake out: A Not-So-Shiny Pool L.A. Photo Fake out: When flora goes missing ห้องพักที่ตกแต่งได้อย่างสวยงาม น่าเข้าพัก มีวิวที่สวยงาม แต่ดูภาพความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่เลย วิวที่เป็นตึกสูงๆ สวยๆ แต่กลับเป็นอีกด้านหนึ่งของโรงแรม และห้องพักที่ตกแต่งได้สวยงามกลับไม่เหมือนกันเลย Wedding Photo Fake out: A classy, intimate beach wedding for everybody! L.A. Photo Fake out: The magic of framing hides the magic of Macy's ภาพที่ใช้โฆษณาเป็นรูปผู้หญิงเซ็กซี่ และสระว่ายน้ำอันแสนงดงาม แต่พอเป็นภาพถ่ายที่เรา Oyster ได้ถ่ายมามันช่างกันโดยสิ้นเชิง มีแค่เด็กเล็กๆ และครอบครัวเท่านั้นที่เล่นน้ำที่สระนี้ เราเลยไปถามพนักงานโรงแรมว่า ถ้าโรงแรมได้รับความนิยมมากขึ้นจากคู่รักหรือครอบครัว และเขาก็ตอบทันทีว่า "ครอบครัว" โดยไม่รีรออะไรเลย โรงแรมช่างใช้ภาพโฆษณาทางการตลาด และภาพความเป็นจริงไม่ได้ตรงกันเลย ภาพโฆษณากับความเป็นจริง เบื้องหลังโรงแรมหรู ที่มา http://www.oyster.com/hotels/photo-fakeouts/

เทคนิคการกินลด 100 กิโลแคลอรี่ ในแต่ละวัน
กิโลแคลอรี่ /  คุมน้ำหนัก / 

สาเหตุของการควบคุมน้ำหนักไม่ได้นั้น เป็นเพราะขาดความเสมอต้นเสมอปลาย ขาดวินัย เพลิดเพลินกับการกินชนิดกู่ไม่กลับ แต่ที่จริงการคุมน้ำหนักนั้นไม่ได้ยากอย่างที่คิด มีความมุ่งมั่นจริง เรื่องนี้สำคัญที่สุด ไม่อย่างนั้นต่อให้โปรแกรมดีขนาดไหน คุณก็ลดน้ำหนักไม่สำเร็จ กินมื้อเช้าทุกวัน อาหารเช้าเป็นมื้อสำคัญที่สุด เพราะช่วยให้ระบบเผาผลาญไม่ขี้เกียจทำงาน แต่การไม่กินอาหารเช้า จะทำให้ร่างกายไม่ใช้พลังงานส่วนนี้ จึงปรับตัวลดระบบเผาผลาญลง ทำให้แม้เรากินน้อย ก็อ้วนได้ เพราะประสิทธิภาพการเผาผลาญอาหารอืดอาดเสียแล้ว การกินอาหารเช้าสม่ำเสมอ จะช่วยป้องกันไม่ให้อ้วนง่าย ลดน้ำหนักได้ดีกว่าคนที่ไม่กินอาหารเช้า และสำหรับคนที่ลดแล้วก็จะคงน้ำหนักตัวได้ง่าย นอกจากนี้ อาหารเช้าไม่ควรอุดมด้วยไขมัน เช่น ปาท่องโก๋ คุกกี้ เค้ก โดนัท พาย กาแฟ แต่ควรเลือกจากอาหารหลัก 5 หมู่ เช่น ข้าวต้มเครื่อง โจ๊ก ก๋วยเตี๋ยวน้ำ เกี๊ยวน้ำ ตามด้วยนม ผลไม้สด หรือน้ำผลไม้แท้ หรือ อาหารง่ายๆ อย่างนมถั่วเหลืองผสมธัญพืช ตามด้วยผลไม้ หรือโยเกิร์ตสักถ้วยกินกับแครกเกอร์ 5 – 6 แผ่นเล็ก ก็สะดวกดี เลิกคิดเสียทีว่าไม่มีเวลาออกกำลังกาย ลองแบ่งเวลาที่ไม่เป็นประโยชน์ มาให้กับการกินเป็นเวลา และออกกำลังกาย สภาพร่างกายคุณจะดีขึ้นอีกเยอะ ช่วยหนีความอ้วนได้ไม่ยาก คุมสัดส่วนอาหาร อยากลองของแปลกใหม่ที่อร่อยๆ ก็ลองได้ แต่ต้องคุมปริมาณอย่าให้มากเกินไป มื้อไหนกินเยอะก็ลดมื้อถัดไป หรือใช้แรงให้มากขึ้น ออกกำลังกายให้มากขึ้น หรือวันต่อไป กินน้อยลง โดยเฉลี่ยทั้งสัปดาห์แล้ว ได้แคลอรีไม่มากเกินไป หลักง่ายๆ คือ กินข้าวหรือเส้นหรือแป้ง 1/4 เนื้อสัตว์ไขมันต่ำ 1/4 กินผัก1/2 ของจาน แซมด้วยผลไม้และผลิตภัณฑ์นมตบท้าย หรือจะใช้เป็นอาหารระหว่างมื้อ เพื่อกระจายการกินออกไปตลอดทั้งวัน ไม่อัดแน่นในมื้อเดียวให้ระบบย่อยต้องทำงานหนัก อ่านข้อมูลโภชนาการ ที่ฉลากอาหาร จะช่วยให้จ่ายเงินได้คุ้มค่า อาหารสำเร็จรูปส่วนใหญ่จะบอกจำนวนแคลอรี ปริมาณคาร์โบไฮเดรต โปรตีนไขมันชนิดต่างๆ คอเลสเทอรอล ใยอาหาร น้ำตาล และโซเดียมให้ทราบอยู่แล้วอย่ามองข้ามแคลอรีเล็กๆ น้อยๆ ตามหลักเกณฑ์ในการลดน้ำหนัก ถ้าลดเร็วก็เพิ่มเร็ว เพราะเวลาลดได้ก็จะขาดวินัยในการกิน โดยทฤษฏีบอกว่า ถ้าลดพลังงานได้วันละ 500 กิโลแคลอรีจากที่รับประทานปกติ จะช่วยลดน้ำหนักได้สัปดาห์ละ 1/2 กิโลกรัม แต่ถ้าไม่เร่งรีบก็อาจลดแคลอรีวันละ 100 กิโลแคลอรี่ ก็จะช่วยให้น้ำหนักลดลงได้แบบสบายๆ แต่อาจต้องใช้เวลา 5 สัปดาห์ ต่อการลดครึ่งกิโลกรัม ซึ่งคนส่วนใหญ่มองว่า ลดได้น้อยมาก แต่ถ้าทำได้ทั้งปี จะช่วยให้น้ำหนักลดลงได้ประมาณ 4.5 กิโลกรัม ซึ่งดีต่อสุขภาพในระยะยาว ถ้าไม่อยากลดอาหาร มีอีกทางเลือก คือ ใช้พลังงานเพิ่มขึ้นจากปกติวันละ 100 กิโลแคลอรี่ โดยคุมปริมาณอาหารให้คงที่ เทคนิคลด100 แคลอรี่ ในแต่ละวัน 1. จากที่เคยทาขนมปังด้วยเนย 2 ช้อนโต๊ะ (200 กิโลแคลอรี่) ใช้แยมแทน 1 ช้อนโต๊ะ (100 กิโลแคลอรี่) หรือถ้าใช้เนยถั่ว 1 ช้อนโต๊ะ ก็จะได้คุณค่าทางอาหารที่ดีเพิ่มข้น คือได้โปรตีนและไขมันที่ดีแทนที่จะได้คาร์โบไฮเดรตล้วนๆ 2. หากอาหารเช้าของคุณเป็นแบบสไตล์อเมริกัน ให้งดเบคอน (3 ชิ้น = 109 กิโลแคลอรี่) หรือชีส (1 แผ่น = 105 กิโลแคลอรี่) 3. เลือกปลาทูน่าสเต็กในน้ำเกลือ (ขนาด 168 กรัม = 175 กิโลแคลอรี่) แทนปลาทูน่าในน้ำมัน (275 กิโลแคลอรี่) 4. ถ้าคุณเป็นคนรับประทานข้าวมาก ให้ลดข้าว 1 ทัพพี (1/2 ถ้วยตวง = 108 แคลอรี่) 5. หากรับประทานถั่วเม็ดมะม่วง ให้จำกัดปริมาณไว้เพียง 3 ช้อนโต๊ะ (18 เม็ด = 163 กิโลแคลอรี่ 30 เม็ด = 273 กิโลแคลอรี่) หรือลดปริมาณทองหยิบลง 1 ดอก (105 แคลอรี) 6. หากคุณจำเป็นต้องเลือกอาหารประเภทฟาสต์ฟู้ด อย่าเลือกเครื่องดื่มน้ำอัดลมขนาดใหญ่ (ขนาด 21 ออนซ์ 210 กิโลแคลอรี่) เลือกขนาดเล็กของเด็กแทน (ขนาด 12 ออนซ์ = 110 กิโลแคลอรี่) 7. เปลี่ยนจากน้ำสลัดชนิดครีม 2 ช้อนโต๊ะ (ช้อนละ 75-100 แคลอรี) เป็นน้ำสลัดประเภทไขมันต่ำ หรือประเภทน้ำใส 2 ช้อนโต๊ะ ขอบคุณที่มาจาก : www.emaginfo.com

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

ไฮไลท์ปลายฝน ภูทับเบิก ดินแดนแห่งสายหมอก
ที่เที่ยวหน้าหนาว /  ภูทับเบิก / 

ช่วงนี้ ประเทศไทยของเราอยู่ในช่วงปลายฝนต้นหนาวกันแล้ว ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ควรค่าแก่การไปสัมผัสมากมาย และบางแห่งคุณต้องไม่เชื่อแน่ ๆ ว่าเรากำลังอยู่บนโลกมนุษย์ เพราะมันงดงามจนเหมือนหลุดออกมาจากสรวงสวรรค์ (พูดเหมือนกับเคยไปเนอะ) ทาง Travel.mthai.com จึงขอนำเสนอ ไฮไลท์ปลายฝน ที่คุณควรไปเยือนมากที่สุด นั่นก็คือ " ภูทับเบิก " ดินแดนแห่งสายหมอก ไฮไลท์ปลายฝน ภูทับเบิก ดินแดนแห่งสายหมอก ภูทับเบิก ตั้งอยู่ที่ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร ซึ่งเป็นจุดสูงสุดเพชรบูรณ์ ภูมิประเทศมีความงดงามอย่างมาก เต็มไปด้วยทะเลภูเขา ป่าไม้และธรรมชาติมีความอุดมสมบูรณ์ อากาศบริสุทธ์ เย็นสบายตลอดปี ในตอนเช้ามีหมอกและกลุ่มเมฆ มองเห็นเป็นทะเลหมอกตัดกับยอดภูสีเขียว และยังเป็นเป็นแหล่งปลูกกะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อีกด้วย การเดินทางไปภูทับเบิก 1. รถยนต์ส่วนตัว - เส้นทาง จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนพหลโยธิน ( ทางหลวงหมายเลข 1 ) มุ่งหน้าสู่จังหวัด สระบุรี ประมาณ 75 กิโลเมตร จะถึงตัวเมืองสระบุรี จากนั้นขับตรงไปมุ่งหน้าสู่จังหวัดลพบุรี ประมาณ 16 กิโลเมตรสู่ภูทับเบิก จากเพชรบูรณ์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 21 ประมาณ 40 กิโลเมตร ถึงสี่แยกหล่มสัก ตรงไปตามทาง หลวงหมายเลข 203 อีก 13 กิโลเมตร พบป้ายบอกทางไปอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ตามทางหลวง 2011 และทางหลวงหมายเลข 2331 อีก 40 กิโลเมตร ถึงด่านเก็บค่าธรรมเนียมของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าจาก ตรงนี้มีทางแยกขวาเข้าหมู่บ้านทับเบิกไปอีก 6 กิโลเมตร เส้นทางจากหล่มเก่ามาภูทับเบิกจะสูงชันและคดเคี้ยวมาก รถบัสไม่สามารถขึ้นได้ ผู้ที่ใช้รถยนต์หรือรถตู้ ควรขับรถด้วยความระมัดระวัง 2. รถประจำทาง การเดินทางมายังภูทับเบิก หากไม่มีรถยนต์มาเอง ต้องนั่งรถโดยสารมาลงที่หล่มสัก หลังจากนั้นก็เหมาสองแถวเพื่อขึ้นสู่ภูทับเบิก อัตราค่าจ้างก็แล้วแต่ตกลง โดยเฉลียอยู่ในเรตราคา 1200 – 1500 บาท ไร่กะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่พักบนภูทับเบิก มีทั้งแบบบ้านพักและลานกางเต้นท์ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกได้ตามสะดวก อย่ามัวอิ่มเอมกับภาพนะครับ ต้องไปสัมผัสด้วยตัวเองด้วย แล้วจะรู้ว่าไปแล้วไม่อยากกลับจริงๆ หากไปช่วงหน้าหนาวยิ่งอินครับ จะไปกับครอบครัวก็แสนจะอบอุ่น ไปกับแฟนก็สุดยอดแห่งความโรแมนติก หรือจะไปชิลกับผองเพื่อนก็ยิ่งเพลิดเพลิน (อย่าลืมพกเสื้อกันหนาวไปหลาย ๆ ตัวนะครับ เพราะตัวเดียวอาจจะเอาไม่อยู่ อิอิ) ที่มา : phutabberk.sadoodta.com ,paiduaykan.com  เรียบเรียงโดย Travel MThai ขอบคุณรูปภาพจาก : pantip.com , เจ้าของรูปภาพ Facebook คุณ chanomworld ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : ทะเลหมอกแสนสวย.. ภูทับเบิก สัมผัสอากาศแสนดี , ภูทับเบิก… เปลี่ยนแปลง แต่ไม่เปลี่ยนไป , รวมที่เที่ยวหน้าหนาว นักท่องเที่ยวห้ามพลาด!

หนังสือแนะนำเรื่องน่ารักของแมวน่าฟัดแห่งบ้าน ทูนหัวของบ่าว
ทูนหัวของบ่าว /  หนังสือ / 

สมาคมคนรักแมวของบ่าวเชิญทางนี้เลยจ้า หากใครที่ชอบติดตามเสือโคร่ง เสือสมิง เสือชีต้าร์  แมวอโศก แม่มะลิ ละก็ ห้ามพลาดหนังสือแนะนำเรื่องน่ารักของแมวน่าฟัดแห่งบ้าน ทูนหัวของบ่าว กันเลย เมี๊ยววววว^^ หนังสือแนะนำเรื่องน่ารักของแมวน่าฟัดแห่งบ้าน ทูนหัวของบ่าว หนังสือทูนหัวของบ่าว โดยนัชญ์ ประสพสิน ของสำนักพิมพ์ Springbook ได้รวบรวมเรื่องราวที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน ของสมาชิกทั้ง 5 ตัว แห่งบ้าน "บ้านทูนหัวของบ่าว" เพจแมวน่ารักที่มียอด Like เกินล้าน ที่รวมของแมวน่ารักน่าชัง ซึ่งมีคาแร็คเตอร์และนิสัยเฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็น "แมวอโศก" อดีตแมวจรชื่อดังประจำ BTS อโศก ผู้ผันตัวมาเป็นแมวบ้านและเฮียผู้อบอุ่นเนื้อแน่น "เสือโคร่ง" แมวลายวัว ตัวอ้วนกลม เห็นของกินเมื่อไหร่ โลกทั้งใบจะเปลี่ยนไปทันที "เสือสมิง" แมวสาวต่างชาติ สวย เริ่ด เชิด หยิ่ง ไม่ค่อยจะสุงสิงกับผู้ใด "แม่มะลิ" แมวหน้าเหวี่ยงขาใหญ่ประจำบ้าน แต่นิสัยเป็นมิตร ชอบหนีเที่ยวตลอดๆ และ "เสือชีต้าร์ลูก" ลูกแมวน่ารัก น่าฟัก ซนสะบัดเหมือนพ่อ สวยเหมือนแม่ พบกับความน่ารัก ตลก สนุกสนาน พร้อมเกร็ดความรู้ในการเลี้ยงแมวให้อิ่มหมีพลีมันจากทาสแมวตัวจริง เพลิดเพลินกับภาพถ่ายสุดพิเศษ ตลอดจนเรื่องราววีรกรรมสุดแสบประหนึ่งได้เข้าไปอยู่ในบ้านทูนหัวของบ่าว เมื่ออ่านจบแล้ว คุณอาจจะอยากหาแมวมาเลี้ยงสักตัว เพื่อปวารณาตัวเป็นทาส และพร่ำเรียกเขาว่า "ทูนหัวของบ่าว" เลยเชียวละ ข้อมูล se-ed, ภาพ Springbook