รอยสักยันต์ห้าแถว

มาเฟียฟู้ดตะลุย เทศกาลกินเจ 2557 จังหวัดภูเก็ต ตอนที่ 1
ยกเสาโกเต้ง /  ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย / 

เทปพิเศษเฉพาะกิจ กับการตะลุย เทศกาลกินเจ ของมาเฟียฟู้ด มาร่วมประเพณีถือศีลกินผักกันถึงจังหวัดภูเก็ต ประเพณีถือศีลกินผักของชาวภูเก็ตได้ปฎิบัติสืบทอดกันมาทุกปีนับเวลาได้เป็นหลายร้อยปีแล้วเป็นประเพณีอันดีงามของชาวภูเก็ต ซึ่งเทศกาลกินเจปีนี้พิเศษกว่าทุกปีคืองานจะจัดขึ้นสองครั้ง ตามปฏิทินฝ่ายจีน(จันทรคติ) ได้กำหนดมีเดือน 9 สองครั้ง มาเฟียฟู้ดและทีมงานตามรอยนักชิมถือโอกาสดีได้มาเทศกาลกินเจที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อรีวิวให้ชาวสมาชิก MThai ได้ชมกัน และได้โอกาสเผยแพร่ประเพณีอันดีงามของชาวภูเก็ตที่สืบต่อกันมาอย่างช้านาน เป็นการร่วมทำบุญไปพร้อมๆ กับมาเฟียฟู้ด มาเฟียฟู้ดตะลุย เทศกาลกินเจ 2557 จังหวัดภูเก็ต ตอนที่ 1 ครั้งแรกระหว่าง 23 กันยายน - 3 ตุลาคม 2557 เมื่อวันอังคารที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๕๗ ๑๗.๐๐ น. ประกอบพิธียกเสาโก้เต้ง ๒๓.๐๐ น. ประกอบพิธีเส้เจ่งอ๊าม(ชำระศาลเจ้าด้วยไม้หอม) ๒๓.๔๕ น. ประกอบพิธีอัญเชิญองค์หยกฮ๋องส่งเต่ และองค์กิ้วฮ๋องไต่เต่ มาเฟียฟู้ดพามาชมพิธียกเสาโกเต้ง ที่ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย ยกเสาโกเต้งขึ้นและอัญเชิญตะเกียง 9 ดวง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นพิธีถือศีลกินผัก ประกอบพิธียกเสาโก้เต้ง การยกเสาโกเต้ง ไว้หน้าศาลเจ้านั้น เป็นการประกอบพิธีอัญเชิญ เจ้ายกฮ่องซ่งเต่ หรือพระอิศวร และกิ๋วอ๋องไต่เต่ หรือพระผู้ใหญ่ทั้งเก้า มาเป็นประธานในพิธี และจะนำตะเกียง 9 ดวง ซึ่งถือว่าเป็นสัญลักษณ์ ของการเริ่มพิธีไว้บนเสาโกเต้ง เสร็จสิ้นพิธียกเสาโกเต้งของวันที่ 23 กันยายน 2557 ตามมาเฟียฟู้ดไปชิมอาหารเจที่ตลาดบริเวณหน้าศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย ซึ่งมีอาหารเจขายมากมายเต็มถนน มีหลากหลายร้านให้เลือกซื้อ ไม่ว่าจะเป็น ทอดมันเจ เผือกทอด เบือทอด โรตีเจ ซูชิเจ ซาลาเปา และอีกหลายอย่างมากมาย ขอบอกว่าคนกินเจมาคราวนี้รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน ทางทีมงานเก็บภาพกันไม่หวัดไม่ไหวเลยทีเดียว                 ร้านอาหารเจบริเวณหน้าศาลเจ้า จะยังมีอยู่ถึงวันที่ 3 ตุลาคม 2557 และจะมีอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 23 ตุลาคม - 2 พฤศจิกายน 2557 สำหรับคนที่อยากมาสัมผัสบรรยากาศเทศกาลกินเจต้องไม่พลาด เดินซื้อของกินกันเพลินอยากจะนั่งพักทานอาหารสบายๆ จนมาเจอร้าน อาหารเจ เหอเต๋อ สะดุดกับเมนูอาหารมากมายหลายอย่าง สีสันน่าทาน วางเรียงรายอยู่เต็มหน้าร้าน และประทับใจกับป้ายที่เขียนไว้ว่า รายได้นำไปเผยแพร่ธรรม จึงตัดสินใจเข้าไปนั่งกินกันเลยค่ะ นอกจากจะอิ่มบุญจากการกินเจแล้วยังอิ่มบุญมากขึ้นไปอีกเพราะว่ารายได้ทั้งหมดนำไปใช้ประโยชน์ในทางธรรมอีกด้วย รายละเอียดเพิ่มเติม เป็นอันสิ้นสุดกับเทศกาลกินเจของวันนี้ ขอบอกเลยว่าอิ่มบุญและอิ่มอกอิ่มใจ และเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการเผยแพร่ประเพณีกินเจของชาวภูเก็ต วันต่อไปสำหรับทริปภูเก็ตจะเป็นอย่างไรติดตามได้ใน food.mthai.com เท่านั้น ขอขอบคุณการสนับสนุน จาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ตโทรศัพท์ 07-621-1036,07-621-2213 โทรสาร 07-621-3582อีเมล์ : tatphiket@tat.or.thwww.tourismthailand.orgwww.facebook.com/tatphuket-------------------------------------------------------------มาเฟียฟู้ดตะลุย เทศกาลกินเจ 2557 จังหวัดภูเก็ต ตอนที่ 2

ประวัติศาสตร์ เนเฟอร์ติติ ราชินีอียิปต์ผู้หายสาบสูญ
ประวัติศาสตร์ /  ประเทศอียิปต์ / 

ถ้าพูดถึงความสวยความงามของสตรีที่อยู่คู่กับอารยธรรมอียิปต์โบราณ เชื่อว่าหลายๆ คนคงต้องนึกถึงพระนางคลีโอพัตรา (Cleopatra) เป็นอันดับแรกถูกต้องไหมคะ แต่ยังมีอีกหนึ่งสตรีที่มีชื่อเสียงและเลอโฉมไม่แพ้กัน นั่นก็คือ พระนางเนเฟอร์ติติ (Nefertiti) ผู้ที่โด่งดังจากรูปปั้นท่อนบน ที่ตอนนี้จัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์อียิปต์แห่งชาติเยอรมนีในนครเบอร์ลิน และรูปปั้นดังกล่าวเป็นรูปที่ถูกทำเลียนแบบซ้ำมากที่สุดในบรรดาศิลปวัตถุของไอยคุปต์ ซึ่งสร้างขึ้นโดยประติมากร Djhutmose สำหรับใครที่ชื่นชอบเรื่องอียิปต์ ฟาโรห์ คงต้องรู้จักพระนางเนเฟอร์ติติ แน่นอน แต่ถ้าใครไม่รู้จักวันนี้เราจะพาเพื่อนๆ มาติดตามเรื่องราวน่ารู้เกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ เนเฟอร์ติติ ราชินีอียิปต์ผู้หายสาบสูญ กันค่ะ   ประวัติศาสตร์ เนเฟอร์ติติ ราชินีอียิปต์ผู้หายสาบสูญ ราชินี “เนเฟอร์ติติ” แปลว่า "ผู้งดงามหมดจด" แห่งอียิปต์โบราณได้รับการยกย่องมานานหลายพันปีว่าเป็นเจ้าของใบหน้าที่งดงามสมบูรณ์แบบ และรูปปั้นท่อนบนนี้เองที่เป็นตัวอย่างของความเข้าใจอย่างถ่องแท้ของชาวอียิปต์โบราณเกี่ยวสัดส่วนขององค์ประกอบบนใบหน้าในตำนานได้กล่าวไว้ว่า อียิปต์ไม่เคยสร้างหญิงใดงามได้เท่าพระนางเนเฟอร์ติติซึ่งเป็นผู้สมบูรณ์แบบด้วยพระสิริโฉมอันงดงาม สวมมงกุฎสูง และโกนพระเกศาเพื่อป้องกันเหาโรคร้าย และความร้อนของอียิปต์ นอกจากนี้เรื่องราวชีวิตต้นตระกูลของเนเฟอร์ติติก็ไม่มีใครทราบว่าบิดามารดาของเนเฟอร์ติติเป็นใคร แต่มีผู้เห็นพ้องต้องกันว่าเธออาจเป็นธิดาของเอย์ ผู้ที่ได้เป็นฟาโรห์ในเวลาต่อมา กับมเหสีที่มีชื่อว่าเทย์ อีกทฤษฎีหนึ่งกล่าวว่าเนเฟอร์ติติแท้จริงคือเจ้าหญิงทาดูคีปา ธิดาของกษัตริย์ทัชรัตตาแห่งมีทานนี ในม้วนคัมภีร์โบราณมีการกล่าวถึงชื่อนีเมรีธิน เป็นอีกชื่อหนึ่งของพระนาง แต่ก็ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ ยังมีผู้เสนอแนวคิดว่าพระนางเป็นธิดา หรือพระญาติกับฟาโรห์อาเมนโฮเทปที่สาม หรือไม่ก็เป็นชนชั้นสูงของชาวเธบ อีกทฤษฎีหนึ่งยกให้เนเฟอร์ติติเป็นธิดาของซีตามุน น้องสาวต่างมารดาของอาเมนโฮเทปที่สาม โดยมีพระราชินีเอียเรเป็นพระมารดาของนาง เอียเรเคยมีตำแหน่งเป็นองค์รัชทายาท แต่ตำแหน่งดังกล่าวต้องสิ้นสุดลงเมื่ออาเมนโฮเทปที่สามขึ้นครองบัลลังก์ ซีตามุนถูกเลี้ยงดูให้เป็นมเหสีของทีเย แต่ก็ไม่มีหลักฐานว่าพระนางมีโอรสธิดากับผู้ใดหรือไม่ มีหลักฐานอย่างหนึ่งที่บ่งบอกว่าทั้งซีตามุนและเนเฟอร์ติติต่างก็มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกัน นั่นคือชื่อของทั้งคู่ต่างก็หมายความว่า "ผู้เลอโฉม" เนเฟอร์ติตินับถือเทพเพียงองค์เดียว นั่นก็คืออาตอน ทั้งนี้ อาเคนาเตน สวามีของพระนางอาจเป็นพระบิดา หรือไม่ก็พี่ชายต่างมารดาของฟาโรห์ตุตันคามุน ขึ้นอยู่กับว่าจะนับญาติแบบไหน วันที่เนเฟอร์ติติอภิเษกสมรสกับอาเมนโฮเทปที่สี่ และต่อมาได้รับการสถาปนาเป็นพระชายาของพระองค์นั้นไม่อาจระบุได้แน่นอน อย่างไรก็ดี ทั้งคู่มีบุตรสาวด้วยกันหกคน ตามรายชื่อและปีเกิดต่อไปนี้: เมรีตาเตน - เกิดในปีที่ 2 หลังจากที่อาเมนโฮเทปที่สี่ขึ้นครองราชย์ (1348 ปีก่อนคริสตกาล) เมเคตาเตน - เกิดในปีที่ 3 (1347 ปีก่อนคริสตกาล) อานเคเซนปาเตน, ผู้ที่ต่อมาเป็นชายาของ ฟาโรห์ตุตันคามุน - เกิดในปีที่ 4 (1346 ปีก่อนคริสตกาล) เนเฟอร์เนเฟอรัวเตน ตาเชริต - เกิดในปีที่ 6 (1344 ปีก่อนคริสตกาล) เนเฟอร์เนเฟอร์รูเรNeferneferure - เกิดในปีที่ 9 (1341 ปีก่อนคริสตกาล) เซเตเปนเร - เกิดในปีที่ 11 (1339 ปีก่อนคริสตกาล) ในปีที่สี่ของการครองราชย์ (1346 ปีก่อนคริสตกาล)อาเมนโฮเทปที่สี่ได้เริ่มสร้างศาสนสถานเพื่อบูชาเทพอาเตน และยังเชื่ออีกว่าปีเดียวกันนี้พระองค์ได้เริ่มก่อสร้างอาเคตาเตน เมืองหลวงแห่งใหม่ ซึ่งปัจจุบันนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อเมืองอามาร์นา ในปีที่ห้าของการครองราชย์ (1345 ปีก่อนคริสตกาล) อาเมนโฮเทปที่สี่ ได้เปลี่ยนพระนามของพระองค์อย่างเป็นทางการเป็นอาเคนาเตน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของศาสนสถานแห่งใหม่ คาดกันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในวันที่ 2 มกราคมของปีนั้น ในปีที่เจ็ดของการครองราชย์ (1343 ปีก่อนคริสตกาล) ได้มีการย้ายเมืองหลวงจากกรุงธีบ ไปยังอามาร์นา แม้ว่าจะยังมีการก่อสร้างต่อไปอีกถึงสองปี (จนกระทั่ง 1341 ปีก่อนคริสตกาล เมืองใหม่ถูกอุทิศให้กับศาสนาใหม่ของทั้งคู่ เชื่อกันว่ารูปปั้นครึ่งตัวอันโด่งดังของเนเฟอร์ติติถูกสร้างขึ้นในปีนี้เอง อักษรจารึกชิ้นหนึ่งระบุว่าราววันที่ 21 พฤศจิกายน ในปีที่ 12 ของการครองราชย์ (1338 ปีก่อนคริสตกาล) ได้มีการกล่าวถึงเมเคตาเตน พระธิดาเป็นครั้งสุดท้าย จึงเชื่อกันว่านางอาจจะสิ้นพระชนม์ไม่นานหลังจากนั้น รูปสลักนูนต่ำในสุสานของอาเคนาเตนในสุสานกษัตริย์แห่งอามาร์นามีรูปงานศพของนาง ในช่วง ศตวรรษที่ 14 ก่อนคริสตกาล ฟาโรห์ผู้ปกครองอาณาจักรไอยคุปต์ทรงพระนามว่า อาเคนาเตน (Akhenaten) ระยะเวลา 17 ปี ที่ครองราชย์นั้น พระองค์ได้ปฏิรูปศาสนา และศิลปกรรมของอียิปต์อย่างมากมาย ก่อความระส่ำระสายให้แก่นักบวชดั้งเดิมจนกลายเป็นความโกรธแค้นอาฆาต ซึ่งบุคคลที่สนับสนุนอยู่เบื้องหลังฟาโรห์และมีอิทธิพลต่อราชวงศ์ไอยคุปต์ก็คือ พระมเหสีเอกของพระองค์ผู้มีพระนามว่า เนเฟอร์ติตี (Nefertiti) ดังจะเห็นได้จากจิตรกรรมและประติมากรรมต่างๆในยุคนั้น ที่มีรูปพระนางเนเฟอร์ติตีปรากฏอยู่ร่วมกับพระรูปของอาเคนาเตนเสมอๆ จนบางครั้งแทบดูไม่ออกว่าองค์ใดคือกษัตริย์ องค์ใดคือราชินี รูปโฉมของเนเฟอร์ติตี มีลักษณะเป็นสตรีเอวบาง แต่บั้นท้ายและสะโพกหนา ชุดที่พระนางสวมใส่ มักจะบางเบาโปร่งแสง ทำให้แลดูมีเสน่ห์ยั่วยวน จนได้รับสมญาว่า "พระพักตร์งาม ทรงความเบิกบาน เป็นผู้ให้ความสำราญหาใครเทียม" และแต่เดิมนั้น บรรดาประชากรอียิปต์ มีศาสนาที่นับถือพระเจ้าหลายองค์ (พหุเทวนิยม) โดยมีเหล่านักบวช เป็นผู้ดูแลทำพิธีในวิหารต่างๆ แต่อาเคนาเตน ได้นำเอาศาสนาพระเจ้าองค์เดียว (เอกเทวนิยม) คือ สุริยเทพอาเตน มายัดเยียด และได้ปฏิรูปศาสนา อย่างถอนรากถอนโคน อาทิ หลังจากขึ้นครองราชย์ได้ไม่นาน ฟาโรห์ก็ ทรงมีบัญชาให้สร้างเมืองหลวงขึ้นใหม่ กลางดินแดนอียิปต์ระหว่างเมืองธีบิสกับเมมฟิส สำหรับการสักการบูชาเทพอาเตน โดยเฉพาะชื่อของนครนี้ คือ อาเคตาเตน (Akhetaten) แปลว่า "ขอบฟ้าแห่งเทพอาเตน" ทรงย้ายสมาชิกในราชวงศ์ ตลอดจนขุนนาง และบริพารใกล้ชิดไปอยู่ที่เมืองหลวงใหม่นี้ ใจกลางนครมีมหาวิหารสถิตเทพอาเตนกับมีพระราชวังหลวง โดยมีอาคารพักอาศัยของข้าราชบริพารอยู่รอบนอก มีสุสานของพระราชวงศ์อยู่ที่หน้าผานอกเมือง แม้แต่พระนามเดิมของฟาโรห์คือ เอเมนโฮเทปที่ 4 ก็ยังทรงเปลี่ยนมาเป็น อาเคนาเตน ซึ่งแปลว่า "วิญญาณอันรุ่งโรจน์ของอาเตน" เทพอาเตน มีสัญลักษณ์เป็นแผ่นกลมที่มีรัศมีแผ่ออกมาเป็นรูปมือเล็กๆ ซึ่งหมายถึงกำเนิดชีวิต หรือจะหมายถึงพลังแห่งสุริยเทพก็ได้มหาวิหารทีฟาโรห์และมเหสีสร้างถวาย เทพอาเตนนั้น เป็นแบบวิหารสุริยโบราณที่ไม่มีหลังคา ปล่อยให้แสงแดดส่องลงมาได้เต็มที่ นอกจากจะคลั่งไคล้บูชาอาเตนเต็มที่แล้ว ฟาโรห์ยังกระทำยํ่ายีศาสนาเดิม โดยมีบัญชาให้ปิดวิหารเทพเจ้าอื่นๆ จนสิ้น ลบรูปสัญลักษณ์ต่างๆในวิหาร ริบข้าวของสมบัติต่างๆ ภายในวิหารแล้วนำเอารูปเทพอาเตน เข้าไปตั้งแทน เพื่อให้ราษฎรอียิปต์สักการบูชา สร้างความโกรธเป็นเดือดเป็นแค้นแก่ นักบวชที่เคยมีอิทธิพลต่อจิตใจ ของชนอียิปต์อย่างมากมาย ในปีที่ 1336 ก่อนคริสตกาล ฟาโรห์อาเคนาเตน สิ้นพระชนม์ แผ่นดินตกอยู่ในการปกครองของผู้สำเร็จราชการนาม เนเฟอร์เนเฟอรู อาเตน ซึ่งไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าเขาเป็นใครมาจากไหน บางคน กล่าวว่า เป็นลูกพี่ลูกน้องกับอาเคนาเตน ผู้มีนามว่า เสม็นคาเร แต่หลายคนกล่าวว่า เขามิใช่ใครอื่น หากแต่เป็นมเหสีเอกเนเฟอร์ติตีนั่นเอง เนเฟอร์ติตินั้นไม่ปรากฏพระองค์ หรือมีบทบาทใดๆ ให้เห็นในช่วงท้ายๆ รัชกาลอาเคนาเตน จะเป็นด้วยเหตุผลใดไม่แน่ชัด แต่สันนิษฐานว่าทรงรู้ดีว่าพระองค์นั้นมีส่วนร่วมกับฟาโรห์ทำลายล้างศาสนาเดิม และได้สร้างศัตรูไว้มากมาย จึงต้องทรงซ่อนเร้นและปกครองอียิปต์ต่อมาอย่างไม่เปิดเผยพระองค์ ในช่วงระยะเวลาอันสั้นราว 3 ปี ในฐานะผู้สำเร็จราชการนี้ ได้มีความพยายามที่จะประนีประนอมรื้อฟื้นการบูชาเทพเจ้าดั้งเดิมขึ้นใหม่ เพื่อบรรเทาความอาฆาตแค้นของศัตรู หากแต่ไม่เป็นผล การสิ้นพระชนม์ของเนเฟอร์ติตีเป็นเรื่องลึกลับ บางคนถึงกับอ้างว่า พระนางสิ้นพระชนม์ก่อนหน้า พระสวามีด้วยซํ้า อย่างไรก็ตาม โดยที่มีผู้เกลียดชังมาก ทำให้ภาพของเนเฟอร์ติติตามวัง และวิหารต่างๆ ถูกลบพระพักตร์ ออก อันเป็นการกระทำ ที่เกิดจากความเคียดแค้นอาฆาต ที่สะสมมานาน และโดยเหตุที่พระนาง มีใบหน้าที่สวยงามกว่านางใดในแผ่นดิน ด้วยเหตุนี้เองที่ใบหน้า ของพระนางในรูปเขียนต่างๆ จึงถูกทำลายอย่างเฉพาะเจาะจง! และแม้แต่มัมมี่ของพระนาง ก็ยังไม่มีหลักฐานปรากฏชัดเจนว่าอยู่หนใด! จวบจนกระทั่งนักอียิปต์ วิทยาได้สันนิษฐานว่ามัมมี่ 1 ใน 3 ร่าง ที่พบในสุสานหมายเลข KV 35 แห่งหุบเขากษัตริย์ ใกล้เคียงกับสุสานของตุตันคาเมน นั่นน่าจะเป็นมัมมี่ของเนเฟอร์ติติดังที่กล่าว ในเบื้องต้นนั่น เหตุผลของการสันนิษฐานประมวลได้ว่า มัมมี่ร่างนั้นมีคอเรียวยาวดุจหงส์ ซึ่งละม้ายกับรูปลักษณ์ของเนเฟอร์ติติผู้งดงาม และอายุของมัมมี่นี้ก็อยู่ในยุคเดียวกับพระนาง นอกจากนี้ ตลอดร่างของมัมมี่ก็ถูกทำลายเสียหาย เช่น ใบหูถูกเจาะ ศีรษะถูกโกน คิ้วถูกกดเป็นรอย ลำตัวมีริ้วรอย ซึ่งล้วนตรงกับความเสียหายที่เกิดขึ้น ต่อภาพเขียนทั้งหลายของพระนาง และที่สำคัญคือ ได้พบวิกผมสไตล์นูเบียน ตกอยู่ใกล้ๆ กับมัมมี่ทั้ง 3 เป็นแบบวิกผมที่ เนเฟอร์ติติ และสมาชิกราชวงศ์ของเธอสวมใส่ อยู่เป็นประจำ! ทำให้น่าเชื่อได้ว่า มัมมี่นี้ก็คือพระศพ ของพระนางเนเฟอร์ติติ ราชินีผู้มีบทบาทสำคัญทั้งในฐานะเมียและแม่นั่นเอง สำหรับรูปแกะสลักของเนเฟอร์ติติกับ อาเคนาเตน และธิดาสามองค์ จากเมืองอามาร์นา ปัจจุบันอยู่ที่พิพิธภัณฑ์อียิปต์ แห่งกรุงเบอร์ลิน เนเฟอร์ติติ (1370 - 1330 ปีก่อนคริสตกาล) เป็นราชินีของฟาโรห์อาเมนโฮเทป ที่ 4 แห่งอียิปต์ (ภายหลังได้เปลี่ยนพระนามมาเป็นอาเคนาเตน) และพระมารดาสะใภ้ของฟาโรห์ตุตันคามุน กล่าวกันว่าเนเฟอร์ติติอาจเคยขึ้นครองบัลลังก์อียิปต์เป็นช่วงเวลาสั้นๆหลังจากพระสวามีสิ้นพระชนม์ และก่อนที่ฟาโรห์ตุตันคามุนจะเถลิงศิริราชสมบัติ แต่ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันในหมู่นักวิชาการ ชื่อของพระนางอาจแปลได้โดยสังเขปว่า โฉมงามผู้มาสู่ และยังพ้องกับคำเรียกเครื่องประดับชนิดหนึ่งที่เป็นลูกปัดทองคำรูปยาวรี ดังที่เราเห็นรูปปั้นของเธอสวมใส่อยู่เสมอ ลูกปัดชนิดนี้เรียกว่า ลูกปัด"เนเฟอร์" เนเฟอร์ติติโด่งดังจากรูปปั้นท่อนบน ที่ตอนนี้จัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์อียิปต์แห่งชาติเยอรมนีในนครเบอร์ลิน รูปปั้นดังกล่าวเป็นรูปที่ถูกทำเลียนแบบซ้ำมากที่สุดในบรรดาศิลปวัตถุของไอยคุปต์ สร้างขึ้นโดยประติมากร Djhutmose และถูกค้นพบในห้องทำงานศิลปะของเขา รูปปั้นท่อนบนนี้มีชื่อเสียงโด่งดังเนื่องจากเป็นตัวอย่างของความเข้าใจอย่างถ่องแท้ของชาวอียิปต์โบราณเกี่ยวสัดส่วนขององค์ประกอบบนใบหน้า พระนางถูกเรียกขานมากมายหลายชื่อ ที่วิหารคาร์นัก มีศิลาจารึกที่ขานพระนางว่าเป็น 'ผู้สืบทอด' 'ที่สุดของผู้เป็นที่โปรดปราน' 'ผู้มีสเน่ห์' 'ผู้แผ่ความสุข' 'ชายาผู้อ่อนหวาน' 'ผู้เป็นที่รัก' 'ผู้ปลอบประโลมหัวใจขององค์ราชาในวัง' 'ผู้มีถ้อยคำอ่อนโยน' 'ชายาแห่งอียิปต์ตอนบนและอียิปต์ตอนล่าง' 'ชายาของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่' 'ผู้ที่กษัตริย์ทรงรัก' 'สตรีแห่งดินแดนทั้งสอง' 'เนเฟอร์ติติ' พระเศียรจำลองของ “เนเฟอร์ติติ” ถูกค้นพบในอียิปต์เมื่อปี 1912 บริเวณ เตล เอล อมาร์นา ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงในรัชสมัยของฟาโรห์อเคนาเตน พระราชสวามีของพระองค์ เรียบเรียงโดย : teen.mthai.com ข้อมูลและภาพ : วิกิพีเดีย, trueplookpanya, sites.google.com

เล่นมาแล้ว! เกมส์ฟุตบอล FIFA 15 ก้าวหน้ากับการเล่นที่เสมือนจริง
FIFA /  FIFA 15 / 

เกมส์ FIFA 15 เป็นเกมส์ฟุตบอลชื่อดัง พัฒนาระบบการเล่นเกมส์ที่เสมือนจริงมากขึ้นทุกองค์ประกอบ โดยเกมส์ภาคล่าสุดมีการเพิ่มเติมและปรับปรุงเกมส์เข้ามาใหม่ แต่ขณะเดียวกันมีลูกเล่นบางอย่างที่ปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมมาแล้ว ก็อาจไม่ถูกใจและรู้สึกแปลกๆกับเกมเมอร์คอฟุตบอลอยู่บ้าง แน่นอนว่าเกมส์ FIFA 15 มีการปรับปรุงเรื่องระบบกราฟิกเกมส์ให้มีความคมชัดและเก็บรายละเอียดของวัตถุแวดล้อมแบบละเอียด ถ่ายทอดด้วยเอนจิ้น Ignite ที่สำคัญ มีการปรับปรุงเรื่องกลไกการเล่นฟุตบอลบนสนามที่มอบความสมจริงมากขึ้น เริ่มตั้งแต่ผู้รักษาประตูที่มีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงครั้งใหญ่ที่อิงจากพฤติกรรมและความรู้สึกของตัวละครเอง ถือว่าเป็นตัวชี้ะตาว่าสามารถรักษาประตูให้กับทีมได้หรือไม่ ขณะที่สมาชิกนักเตะบนสนามมีความคล่องตัวและมีความสามารถที่อ้างอิงจากค่าสถานะของนักเตะที่ระบุเอาไว้ ส่วนท่าทางลูกล่อลูกชนในการแข่งขัน พบว่ามีบางส่วนที่เป็นบกพร่องและยากต่อการแย่งลูกบอลจากฝ่ายตรงข้ามมาเป็นฝ่ายเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเปิดช่องในการส่งผ่านบอลที่ค่อนข้างแคบ ยากต่อการแย่งบอลฝ่ายตรงข้าม เรื่องความไม่สมดุลในการขว้างลูกบอลอาจไม่ถูกใจในบางคน แต่ขณะที่บางคนมองว่าเป็นสไตล์และเอกลักษณ์ของนักเตะในการขว้างลูกบอลอยู่แล้ว ส่วนกรณีลูกฟุตบอลที่ถูกเตะไปมาบนสนาม พบว่ามีความลื่นไหล มีน้ำหนัก และมีความหลากหลายในการกลิ้งบอลของมัน สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาของเกมส์ FIFA 15 คือ ทีมสโมสรฟุตบอลทั้ง 20 ทีม ตามมีสนามแข่งเป็นของตัวเองแล้ว ทำให้ผู้เล่นได้สัมผัสกับสนามของเจ้าบ้าน อีกทั้งมี Custom Match Intro และเสียงผู้พากษ์กีฬาแบบใหม่ นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มเติมในส่วนของทีมนานาชาติเข้ามา แต่ว่าจัดทำออกมาไม่ประทับใจสักเท่าไร ความขลังของนักเตะชั้นนำที่รวมทีมเข้ามาดูบางๆและแปลกๆอยู่บ้าง ด้านโหมดผู้เล่นคนเดียวหรือโหมดเนื้อเรื่อง พบว่าจัดทำค่อนข้างธรรมดาไม่มีอะไรแปลกใหม่ แถมระบบอย่างสอดแนมนักเตะก็ดูไม่เป็นจริงเป็นจัง สังเกตจากเลือกบุคคลที่อายุ 18 ปี เลือกไปสอดแนมนักเตะดัง และลองเปรียบเทียบว่าหากเป็นชีวิตจริง ผู้เล่นจะเลือกบุคคลดังกล่าวไปทำหน้าที่หรือไม่ ส่วนโหมดอย่าง Be A Pro และ Manager ก็มอบความสนุกต่อการเล่นได้ระดับหนึ่ง แต่อย่าไปคาดหวังกับการเล่นที่มากกว่านี้ สำหรับเอนจิ้นเกมส์ Ignite ที่ปรากฏในเกมส์ FIFA 15 ก็ยังคงมอบความคมชัดทั้งภาพและรายละเอียดพื้นผิวและวัตถุอย่างเสมือนจริง ระบบอนิเมชั่นนักเตะมีความลื่นไหลและคล่องตัวในการบังคับการเล่น เห็นรายละเอียดทอเสื้อของนักเตะแบบชัดเจ หากผู้เล่นได้สัมผัสกับเกมส์ FIFA 15 จะพบว่าการแข่งขันการเล่นดูจริงจัง ดำเนินเกมส์เร็วและเปิดโอกาสให้ผู้เล่นเล่นเกมส์รุกอย่างสนุกสนาน ประเด็นของตัวละครผู้รักษาประตูที่จัดทำออกมาสมจริงและรู้สึกท้าทายต่อการเล่น เกมส์ภาคนี้ยังมีความแข็งแกร่งเรื่องการจำลองเกมส์ฟุตบอลโดยเฉพาะในการเล่นบนสนามที่เสมือนจริง พูดได้เลยว่า แฟนเกมส์ฟุตบอล”ต้องไม่พลาด” และ”ยังไม่ผิดหวัง” กับเกมส์ตระกูล FIFA เหมือนเดิม

ตู้ เหวินเจ๋อ ฟิตปั๋ง! ขอไฟเขียวภรรยา มานัวเนียสาวเอวี!!  ใน ซั่มกระฉูด ทะลุโตเกียว
anri okita /  Infernal Affairs / 

เคยพิูจน์ฝีมือกันมาแล้ว เมื่อ ตู้ เหวินเจ๋อ หรือ แชปเมน โต นักแสดงหนุ่มดาวตลก ที่เคยพลิกบทบาทรับบทดราม่า หนักเข้ม กับบท อาคัง ลูกน้องในแก๊งค์มาเฟียจากหนังดัง Infernal Affairs ทั้ง 3 ภาค และ Initial D ซึ่งโดดเด่นจนเป็นที่จดจำ และยังเข้าชิงรางวัลนักแสดงประกอบชายยอดเยี่ยม แต่ในการกลับมาใน Naked Ambition 3D  ซั่มกระฉูด ทะลุโตเกียว ครั้งนี้ ตู้ เหวินเจ๋อ  ต้องเจองานใหญ่เข้าอย่างจัง!! แบบเสี่ยงสุดๆ ต่อคำอนุญาตจากภรรยา?! เพราะใน ซั่มกระฉูด ทะลุโตเกียว เรื่องนี้ หนุ่ม ตู้ เหวินเจ๋อ ต้องรับบทนำเป็น พระเอกหนังโป๊ ที่ต้องเข้าฉากนัวเนียกับสาวๆ ดาราเอวีแถวหน้าของญี่ปุ่น อาทิ อันริ โอคิตะ, ยูอิ ทัซซึมิ และ นาโซมิ อาโซะ ทำเอาตื่นเต้นสุดๆ จนกังวลว่า เทียน เย่าหนี ภรรยาของเขา (ซึ่งเป็นนักแสดงชาวฮ่องกงเช่นเดียวกัน) จะไฟเขียวหรือไม่ แต่หลังจากผ่านการเจรจากับภรรยาสาวจนเข้าล็อค พ่อหนุ่มเอวีหน้าใหม่ ตู้ เหวินเจ๋อ ของเรา ก็เข้าออกยิมเป็นว่าเล่น ฟิตร่างกายให้พร้อมรับมือกับสาวๆ เอวีสุดฮอตจากญี่ปุ่น ที่หนุ่มๆ หลายคนต้องอิจฉาแน่นอน โดย ตู้ เหวินเจ๋อ ได้เล่าถึงการทำงานครั้งนี้ว่า "สำหรับการประชันบทบาทกับดาราเอวีในหนังครั้งนี้ หลังจากที่ผมได้รับอนุญาตจากภรรยาเป็นที่เรียบร้อย ผมก็มุ่งมั่นเข้ายิม ขอฟิตร่างกายให้พร้อม สำหรับบทบาทในหนัง Naked Ambition 3D ซึ่งจะเล่าถึงเรื่องราวเบื้องหลังการถ่ายทำหนังโป๊ ของทีมงานจากฮ่องกง ใน ประเทศญี่ปุ่น แน่นอนว่าแม้มันจะเป็นหนังตลก แต่ยังไงผมก้ต้องฟิตให้ปั๋ง เพื่อไม่ให้สาวๆ ญี่ปุ่นผิดหวังละครับ" พระเอกของเรากล่าวอย่างอารมณ์ดี แต่นั่นยังไม่หมด เพราะดาวตลกชื่อดัง ตู้ เหวินเจ๋อ ยังคุยฟุ้งอีกว่าดาราสาวเซ็กซี่ชาวญี่ปุ่น อันริ โอคิตะ ที่เข้าฉากกับเขาในหนังเรื่องนี้ เป็นเจ้าของหน้าอกหน้าใจขนาด "คัพแอล" เลยทีเดียว  และ ตู้ เหวินเจ๋อ ยังยอมรับอีกว่า ร่างกายของเขานั้นมีปฏิกิริยาโต้ตอบ กับเรือนร่างสุดเซ็กซี่ของสาวๆ เอวี โดยหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย เพราะมันคือเรื่องธรรมชาติจริงๆ ซึ่งสาวๆ เอวีของญี่ปุ่นที่ร่วมงานกับเขา ก็เป็นมืออาชีพกันมาก พวกเธอไม่ถือสาเรื่องแบบนี้  และหาก ตู้ เหวินเจ๋อ ไม่รู้สึกรู้สา หรือไร้การตอบสนอง ใดๆ เลยนี่สิ พวกเธอคงเครียดน่าดู ก็เพราะว่าอาชีพของพวกเธอนั้นก็ทำ ผลงานมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ!! ตู้ เหวินเจ๋อ และ เทียน เย่าหนี และก่อนหน้านี้ เทียน เย่าหนี ภรรยาของเขาเคยบอกกับสื่อว่า เธอไม่ได้คิดอะไรมาก หากสามีจะต้องทำงานกับดาราหนังเอวี โดยเธอยังเอ่ยปากชื่นชมสาว ๆ เหล่านี้ด้วยซ้ำว่า เป็นนักแสดงมืออาชีพ "ฉันยกย่องดาราเอวีมากค่ะ พวกเธอถือว่าเป็นนักแสดงคนหนึ่งเหมือนกัน ก่อนหน้านี้เขา (ตู้ เหวินเจ๋อ) ก็เคยเล่นฉากถึงเนื้อถึงตัวกับดาราหญิงคนอื่นมาแล้ว ทั้ง โจว ซิ่วนา หรือ ซิ ข่ายฉี เพราะฉะนั้น ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยนี่ค่ะ" ภรรยาของดาวตลกคนดังยังบอกอีกว่า สามีของเธอเองก็ยังให้เกียรติเธอมาก ด้วยการขอความเห็นก่อนที่จะรับเล่นหนังเรื่องนี้ ซึ่งเธอก็คิดว่าถ้าเขารู้สึกชอบในบทนี้ และคิดว่าตัวละครเหมาะสมกับตัวเอง ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องปฏิเสธแต่อย่างใด Naked Ambition 3D ซั่มกระฉูด ทะลุโตเกียว เรื่องนี้ เป็นภาคต่อของ Naked Ambition ที่เข้าฉายตั้งแต่เมื่อ 10 ปีก่อน โดยในหนังภาคแรกมี กู่ เทียนเล่อ และ เฉินอี้ซิน รับบทนำ ในเรื่องราวที่ว่าด้วยวงการหนังวับๆ แวมๆ เกรด 3 ของฮ่องกง และในภาคต่อนี้ ก็ยังได้ กู่ เทียนเล่อ กลับมารับบท พระเอกหนังโป๊ เจ้าปัญหาที่ทำให้เกิดเหตุการณ์อลวน ล้นกองถ่าย จนทำให้ ตู้ เหวินเจ๋อ จับพลัดจับผลู มารับบท พระเอกหนังโป๊ เข้าให้ แต่ถึง ซั่มกระฉูด ทะลุโตเกียว จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับวงการ "หนังโป๊" แต่อย่าเพิ่ง ฟันธงว่านี่คือ "หนังโป๊" อย่างที่คิด เพราะนี่คือ "หนังทะลึ่ง" ที่คุณต้องดูแห่งปี 2014 ชนิดพลาดแล้วจะเสียใจ ติดตามความฮากระจาย ติดเรท น.18 (ผู้ชมอายุต่ำกว่า 18 ปีควรได้รับคำแนะนำ) โดยทีมพากย์ พันธมิตร สุดทะลึ่งตึงตังแบบทะลุจอ!! ไปกับ  Naked Ambition 3D ซั่มกระฉูด ทะลุโตเกียว ได้ในวันที่ 2 ต.ค. ทั้งในระบบ 2D และ 3D ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ ซั่มกระฉูด ทะลุโตเกียว ได้ที่นี่เลย ---------------------------------------- มารู้จักนางเอกเอวี อันริ โอคิตะ กันซะหน่อย http://men.mthai.com/girl-interest/56717.html

ย้อนรอย บอยแบนด์ในตำนาน D2B
d2b /  บอยแบนด์ / 

กว่าจะมาเป็นบอยแบนด์อันดับ1 ได้ ต้องฝ่าฟันอะไรมาบ้าง ร่วมย้อนรอยไปกับ D2B

10 อาหารแคลอรี่ต่ำ ช่วยควบคุมน้ำหนัก
ควบคุมน้ำหนัก /  ลดความอ้วน / 

จากการที่กระแสลดน้ำหนักและการทานอาหารคลีนยังคงไม่หายไปไหน อีกอย่างนึงที่ต้องควบคู่กันไปนั่นคือ การเลือกทานอาหารที่ดูแคลอรี่ เพื่อให้เราสามารถเผาผลาญพลังงานเหล่านั้นออกไปได้ ไม่เกิดการสะสม และอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำ ก็มีอยู่มิใช่น้อย ซึ่งบางอย่างไม่อร่อย แต่พูดถึงคุณประโยชน์ก็มากพอสมควรค่ะ 1. ไข่ อาหารแคลอรี่ต่ำ อย่างไข่ มีแคลอรี่เพียง 70-80 แคลอรี่ต่อหนึ่งฟอง แน่นอนไข่เป็นอาหารที่ทำง่ายและมีอยู่เกือบทุกเมนู แต่เน้นการปรุงด้วยวิธีอบ ต้ม นึ่งดีกว่านะคะ ไม่เช่นนั้น อาหารแคลอรี่ต่ำ จะกลายเป็นอาหารเพิ่มความอ้วน เปลี่ยนจากไข่ดาว ไข่เจียวมาเป็นไข่ลวก ไข่ต้ม ไข่ตุ๋น สารพัดไข่ซึ่งมันให้คุณได้รับแคลอรี่ไม่เกิน 100 แคลอรี่แน่นอน 2. มันเทศ มันเทศเป็น อาหารแคลอรี่ต่ำ ที่เหมาะจะนำมาเป็นขนมขบเคี้ยวที่ดี เพราะมันเทศมีแคลอรี่เพียง 55 แคลอรี่ ทั้งยังไม่มีน้ำมันและไม่ทำให้คุณต้องกังวลเกี่ยวกับการจำกัดจำนวนแคลอรี่ 3. ถั่วเหลือง ถั่วเหลืองคั่วกรอบเป็นอะไรที่อร่อยมาก และข่าวดีก็คือถั่วเหลืองนับเป็น อาหารแคลอรี่ต่ำ ที่มีแคลอรี่ต่ำกว่า 100 แคลอรี่ ถั่วเหลือง 3 ช้อนโต๊ะจะมีปริมาณเพียงแค่ 80 แคลอรี่เท่านั้น คุณจึงสามารถเพลิดเพลินกับมันได้อย่างน่าพอใจทีเดียว 4. แตงโม อาหารแคลอรี่ต่ำ เช่น แตงโมช่วยให้คุณรู้สึกสดชื่น มีกำลังอยากจะทำสิ่งต่อไป แตงโมเป็นผลไม้ที่เหมาะมากกับฤดูร้อน คุณไม่ต้องกังวลกับการหม่ำแตงโมให้สดชื่นทุกวัน เพราะแตงโมให้แคลอรี่เพียง 90 แคลอรี่เท่านั้น 5. บลูเบอร์รี่ หากอาหารที่คุณทานเข้าไปไม่ค่อยจะมีประโยชน์สักเท่าไหร่แถมแคลอรี่ยังมหาศาล ลองหันมาหาอาหารว่างที่กินแล้วสดชื่นและเป็น อาหารแคลอรี่ต่ำ อย่างบลูเบอร์รี่ เพราะมันให้พลังงานแค่ 85 แคลอรี่ และยังอุดมสมบูรณ์ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน เกลือแร่ และบรรดาสิ่งดีๆที่ ร่างกายของคุณต้องการจริงๆ คุณสามารถทานบลูเบอร์รี่สดเป็นอาหารว่างยามบ่าย หรือนำมาผสมกับโยเกิร์ตและซีเรียลของคุณเป็นอาหารเช้าเพื่อสุขภาพของคุณเอง 6. ลูกพีช อาหารแคลอรี่ต่ำ ได้แก่ พีชขนาดกลางหนึ่งลูกได้รับ 40 แคลอรี่ หมายความว่าคุณสามารถทานผลไม้ได้โดยไม่ทำลายขีดจำกัดของแคลอรี่ 100 แคลอรี่ คุณสามารถแบ่งครึ่งซึ่งมีประมาณ 20 แคลอรี่ใส่ไว้ในเครื่องปั่น แล้วเทโยเกิร์ต 6 ออนซ์ (อีก 80 แคลอรี่) และปั่นรวมกัน คุณก็จะได้ทาน อาหารแคลอรี่ต่ำ กว่า 100 เป็นของว่าง 7. Oyster Crackers หากคุณชื่นชอบคุกกี้หรือแครกเกอร์ อาหารแคลอรี่ต่ำ อย่าง Oyster Crackers เป็น อาหารแคลอรี่ต่ำ ที่จะทำให้คุณสามารถเพลิดเพลินกับการทานกับเพื่อนได้ โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าจะเกินขีดจำกัด เพราะว่าแคร๊กเกอร์ชนิดนี้มีเพียงแค่ 60 แคลอรี่เท่านั้น 8. ขนมเจลาติน ขนมเจลาตินเป็น อาหารแคลอรี่ต่ำ ที่น่าแปลกใจ เพราะมีแคลอรี่อยู่ในระดับ 10 ถึง 30 แคลอรี่ต่อถ้วยซึ่งก็ขึ้นอยู่กับรส แต่ขนมเจลาตินอาจจะดูเป็นของหวานเกินไป หรืออาจจะทำให้คุณรู้สึกไม่ดี อาจจะต้องมีน้ำแข็งเพื่อทำให้อร่อยยิ่งขึ้นก็ได้ 9. หัวไชเท้า หัวไชเท้าฟังดูไม่ค่อยน่าทานเท่าไหร่ แต่มันเป็น อาหารแคลอรี่ต่ำ ที่ให้แคลอรี่เพียงแค่ 14 แคลอรี่เท่านั้น หัวไชเทาเป็นแหล่งอาหารที่ดีของวิตามิน แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัสทองแดงและเหล็ก ซึ่งหมายความว่าคุณควรจะมีสารอาหารเหล่านี้ในร่างกายแม้ว่าคุณไม่ได้ใส่ใจที่จะทานก็ตาม นอกจากแคลอรี่ต่ำแล้วยังมีประโยชน์มากมาย สามารถปรับเปลี่ยนเมนูอาหารเพื่อใส่พวกนี้เป็นส่วนประกอบ แต่อย่าลืมหาอย่างอื่นทานควบคู่ไปด้วย เช่น พวกคาร์โบไฮเดรต มันอาจไม่ได้เป็น อาหารแคลอรี่ต่ำ แต่คุณก็จำเป็นต้องรับประทานเพื่อทำให้สุขภาพคุณแข็งแรงด้วยการรับอาหารครบทุกหมู่ค่ะ ขอบคุณที่มาจาก : www.womanplusmagazine.com

สงสัยไหม ทำไมเกลือถึงใช้ไล่ปีศาจได้
ผี /  เกร็ดความรู้ / 

สงสัยไหม ทำไมเกลือถึงใช้ไล่ปีศาจได้ เวลานั่งดูหนังหรือซีรีย์ฝรั่ง ที่เกี่ยวกับปีศาจ ทำไมต้องใช้เกลือไล่ปีศาจทุกครั้งไป ธรรมดาถ้าเป็นหนังไทยก็คงเป็นข้าวสารเสกถูกม่ะ วันนี้ทีนเอ็มไทยจะพาเพื่อนๆ มาหาคำตอบกันว่าเกลือมีดีอย่างไร ไล่ปีศาจได้จริงหรือไม่...  สงสัยไหม ทำไมเกลือถึงใช้ไล่ปีศาจได้ เกลือ จัดเป็นเครื่องปรุงอาหารที่ให้รสเค็มที่มีมาตั้งแต่โบราณ สามารถใช้ถนอมอาหาร ซึ่งในประวัติศาสตร์เกลือเคยถูกใช้เป็นค่าตอบแทนในกองทัพโรมัน และในหลายศาสนาก็มีการกล่าวถึงเกลือไว้ด้วย อีกทั้งเกลือยังมีประโยชน์อีกหลากหลายประโยชน์จนน่าทึ่ง อย่าง ป้องกันการเกิดเพลิงไหม้ ให้เก็บกล่องที่ใส่เกลือไว้ใกล้ ๆ กับอุปกรณ์เครื่องครัวและตู้อบต่าง ๆ เพราะหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เกลือสามารถที่จะดับไฟได้ ลดการละลายของเทียน ถ้าหากคุณนำเทียนแท่งใหม่ ๆ ที่ยังไม่ได้ใช้มาแช่ในน้ำที่ผสมเกลือ จากนั้นเมื่อเทียนแห้ง เทียนจะละลายได้น้อยลงเมื่อคุณจุดเทียนใช้ ถ้าไม่เชื่อลองดูได้เลย ทำให้อาหารสุกเร็วขึ้น เพราะเกลือช่วยให้อุณหภูมิของน้ำเดือดเพิ่มขึ้นได้ ดังนั้น ถ้าคุณจะลวกไข่สักฟอง ให้ใส่เกลือลงไปด้วย จะทำให้ไข่สุกเร็วขึ้น และทำให้อาหารอื่น ๆ สุกเร็วขึ้นเช่นกัน ซ่อมกำแพง กำแพงมีรอย หรือมีรู เกลือก็เป็นตัวช่วยที่ดีของคุณ ผสมเกลือ 2 ช้อนโต๊ะเข้ากับแป้งข้าวโพดอีก 2 ช้อนโต๊ะ ตามด้วยน้ำในปริมาณที่พอเหมาะ คนให้เข้ากัน เท่านี้ก็สามารถนำไปปิดรูหรือลบรอยบนกำแพงได้เลย เห็นไหมคะว่า ประโยชน์มีมากมายจริงๆ และในทางเรื่องลี้ลับก็ยังใช้ประโยน์ได้เช่นกัน โดยความเชื่อเกี่ยวกับเกลือนี้ มีว่า เกลือสามารถขจัดสิ่งอัปมงคลและสิ่งชั่วร้ายได้ อย่างเช่นในสมัยโบราณหากมีการไปงานศพ เมื่อกลับมาถึงบ้าน ก่อนที่จะเข้าบ้านจะมีการโรยเกลือที่ทางเข้าบ้านเสียก่อนจึงค่อยก้าวเท้าเข้าบ้าน เนื่องจากชาวญี่ปุ่น(โบราณ)เชื่อกันว่า เกลือเป็นสิ่งบริสุทธิ์เมื่อก้าวข้ามทางเกลือไปแล้ว เกลือจะชำระล้างสิ่งไม่ดีที่ติดตัวมากับงานศพ แล้วยังเชื่ออีกว่า เกลือสามารถจะไล่ผีได้ ยังมีการใช้เกลืออีกทางหนึ่งซึ่งอยากเล่าคือ การใช้เกลือโรยที่รอบสนามซูโม่ก่อนการแข่ง เพราะมีเหตุผล 2 ประการที่ทำคือ 1. ก่อนทำการแข่งขันทุกครั้ง นักกีฬาจะต้องทำพิธีโรยเกลือ เพราะมีความเชื่อว่าจะขับไล่สิ่งชั่วร้ายออกไป และทำให้เวทีบริสุทธิ์ เพื่อชำระล้างร่างกายและจิตใจของผู้เข้าแข่งขัน แล้วยังทำให้การแข่งขันบริสุทธิ์ยุติธรรมอีกด้วย 2. การแข่งขันซูโม่ เมื่อผู้แข่งคนใดดันคู่ต่อสู้ออกนอกเส้นสนามได้คือผู้ชนะ เพราะฉะนั้นผู้ที่ถูกดันออกนอกสนามจะมีเกลือติดที่ฝ่าเท้า เป็นการง่ายต่อการตัดสิน เกี่ยวกับการไล่ผีนั้น เชื่อว่าองเมียว(นักพลังจิตในสมัยเฮอัน)ใช้เกลือในการทำพิธีไล่วิญญานที่ ชั่วร้าย เมื่อมีการทำพิธีที่ศาลเจ้าก็จะมีเกลือเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เหตุที่เชื่อว่าเกลือสามารถทำที่กล่าวมาได้เนื่องจาก สีขาวบริสุทธิ์ของเกลือนั่นเอง และนี่คือความเชื่อเกี่ยวกับเกลือของคนญี่ปุ่น สำหรับ การโรยเกลือ spilling salt ของชาวตะวันตกเชื่อว่า เกลือ เป็นวัตถุหรือสสารที่บริสุทธิ์ การโรยเกลือไว้โดยรอบจะป้องกันการบุกรุกของพวกปีศาจ แต่หากใครทำเกลือหก หรือตั้งใจทำตกระหว่างปรุงอาหารจะเป็นลางร้าย ที่อาจหมายถึงการสูญเสียญาติพี่น้องในครอบครัว โดยความเชื่อเรื่องนี้ก็คือเกลืออยู่ในฐานะของสิ่งศักดิ์สิทธิ ชาวตะวันตกเชื่อว่าทุกย่างก้าวของเราล้วนแต่ถูกจับจ้องด้วยดวงตาปีศาจ และเกลือนี่เองจะเป็นสิ่งที่ช่วยปราบปีศาจอีกวิธีนึง โดยการโรยเกลือไปทางด้านหลังของไหล่ซ้ายคือทำโดยจู่ๆ สาดเกลือไปที่ไหล่ซ้ายเลยโดยไม่ให้ทันตั้งตัว ซึ่งจะเหมือนการสาดเกลือเข้าใส่ตาปีศาจ ทำให้ปีศาจได้รับความเจ็บปวด และหนีไป และการกระทำนี้ยังจะช่วยนำเอาโชคร้ายออกไปด้วยค่ะ ปัจจุบันนี้บางคนได้เอาเกลือไส่ในกระเป๋าบ้าง ใส่บรรจุสร้อยคล้องคอบ้าง คือไม่ว่าจะเอาไปด้วยวิธีใดก็ถือว่าปลอดภัยจากแน่นอนจากปีศาจและสิ่งร้ายๆ ตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่นและตะวันตกคะ เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ---หากนำไปใช้กรุณาให้เครดิตด้วย--- ข้อมูลแลพภาพ: wikipedia, krupansake.blogspot.com, halsey.cofc.edu, trendytarot.com, Forward mail, filmax.in.th, google

เชียงใหม่ผวา เสือโคร่งอาละวาดออกกินสัตว์เลี้ยง
ข่าวจังหวัดเชียงใหม่ /  ข่าววันนี้ / 

ชาวบ้านใน จ.เชียงใหม่ ผวาเสือโคร่ง ป่าอุทยานศรีลานนา ออกอาละวาดกินวัวควาย เตรียมส่งทีมล่าลงพื้นที่ในวันพรุ่งนี้ ชาวบ้านในพื้นที่บ้านหมู่1 บ้านห้วยส้าน ตำบลสันทราย อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ต้องหวาดผวาตลอดสัปดาห์นี้ เนื่องจากพบว่า มีเสือโคร่งตัวใหญ่ ได้ออกอาละวาดกินวัวควายของชาวบ้านไปเป็นตัวที่ 3 แล้ว ที่บนดอยห่างจากจุดตรวจบ้านห้วยส้านไปข้างบนไม่ถึง 30 เมตร โดยนายวิเชียร ชัยลุน ผู้ใหญ่บ้านหมู่1 บ้านห้วยส้าน กล่าวว่า ดูจากรอยเท้าแล้วมีลักษณะเหมือนรอยเท้าเสือขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางถึง 16 เซนติเมตร ความยาวของตัวเสือน่าจะตัวใหญ่ไม่ต่ำกว่า 8 ศอก สังเกตดูจากร่องรอยวัวที่ถูกลากไปไกลและช่วงก้าวของรอยเท้าที่ห่างกันมาก ซึ่งพื้นที่เกิดเหตุของหมู่บ้านห้วยส้าน หมู่1 ต.สันทราย เป็นเขตติดต่อของอุทยานศรีลานนา ล่าสุดทางอุทยานแห่งชาติ และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้เรียกประชุมและกำหนดส่งทีมล่าลงพื้นที่ในวันพรุ่งนี้ หลังตรวจสอบข้อมูลทุกด้าน เพื่อป้องกันความผิดพลาด ซึ่งควายตัวแรกที่ถูกเสือตัวดังกล่าวลากไปกินเมื่อ 6 วันก่อน ชาวบ้านยังไม่แน่ใจ จนพบซากที่เหลือและมีรอยเท้าเสือ ต่อมาวัวก็ถูกกินจนตัวล่าสุดตัวที่ 3 ทำให้ต้องแจ้งประชาชนอย่าออกบ้านยามกลางคืนและห้ามเข้าป่าขณะนี้ ทำให้หลายคนต้องงดไปสวนไปไร่ และเกรงว่าหากไม่มีสัตว์กิน เสือตัวนี้จะเข้ามาชุมชนได้เนื่องจากจุดเกิดเหตุก็อยู่ห่างจากถนนทางเข้าหมู่บ้านไปเพียงไม่ถึง 30 เมตร เท่านั้น

ขวัญกระเจิงกับ Monster หนังสั้นก่อนจะเป็น The Babadook ระวังอย่าดูคนเดียว!!
Monster /  The Babadook / 

เมื่อนิทานก่อนนอนสักเล่ม ไม่ได้ทำให้เด็กฝันดีอีกต่อไป แต่มันจะนำปีศาจที่ยิ่งกว่าฝันร้ายมาเยือนคุณถึงเตียง!! เตรียมตัวพบสัมผัสกับภาพยนตร์ The Babadook บาบาดุค ปลุกปีศาจ ที่การันตีความสะพรึงด้วยรางวัลมากมาย และเสียงร่ำลือจากนักวิจารณ์ต่างพากันซูฮกถึงคุณภาพกระตุกขวัญที่ยิ่งกว่า The Conjuring และ Insidious แต่คุณผู้ชมรู้หรือไม่ว่า ก่อนจะเป็น The Babadook ผู้กำกับ เจนนิเฟอร์ เคนท์ ได้เคยทำหนังสั้นอันเป็นจุดเริ่มต้นความสยองครั้งนี้เอาไว้ก่อนหน้า และนี่คือ Monster หนังสั้นที่จะมาทำให้คุณผวา และขอเตือนไว้ก่อนว่า ระวัง อย่าดูคนเดียว!!! Monster โดย เจนนิเฟอร์ เคนท์ เห็นฉบับหนังสั้นทำให้สะพรึงขนาดไหน รับรองได้ว่าในฉบับภาพยนตร์  จะยิ่งทวีความสยอง กดดัน และกระตุกขวัญคุณให้กระเจิดกระเจิง ถ้าคุณกล้่าขอเชิญพิสูจน์นิทานแห่งปีศาจเล่มนี้ไปกับ The Babadook บาบาดุค ปลุกปีศาจ ได้ในวันที่ 9 ต.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ ดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ The Babadook ได้ที่นี่เลย --------------------------------------------

ฟินเวอร์ ก้อย-ลีเดีย โอ-บอม จัดซีนเด็ด Green Concert #17
Club Friday /  Green Concert # 17 Love Scenes Love Songs Club Friday 9th Anniversary / 

กรี๊ดสนั่น ก้อย-ลีเดีย โอ-บอม เซอร์วิสซีนเด็ด Green Concert #17 Love Scenes Love Songs Club Friday 9th Anniversary ร้องเพลงรักผ่านตำราชีวิต ในรูปแบบ ดรามาติคคอนเสิร์ต ต้องยกให้เป็นคอนเสิร์ตสุดคุ้มแห่งปีจริงๆ เพราะจัดหนักทั้งเพลงเพราะและซีนเด็ดแบบละครเวทีที่ยกกันมาให้ได้ดูเพลินแบบเหนือความคาดหมายตลอด 4 ชั่วโมงเต็ม สำหรับ Green Concert # 17 Love Scenes Love Songs Club Friday 9th Anniversary คอนเสิร์ตฉลองใหญ่ 9 ปีคลับฟรายเดย์ที่ พี่ฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ขนทัพศิลปินและนักแสดง 30 กว่าชีวิต ได้แก่ อ๊อฟ ปองศักดิ์ / ก้อง สหรัถ / สิงโต นำโชค / ตู่ นันทิดา / มอส ปฏิภาณ / แก้ม วิชญาณี / โรส ศิรินทิพย์ / พลพล / กบ ทรงสิทธิ์ / มาเรียม / หมู มูซู / ลีเดีย ศรัณย์รัชต์ / ก้อย รัชวิน/ ดิว เดอะสตาร์ / เก้า จิรายุ / โฟกัส จีระกุล / ออย ธนา / คริส หอวัง / บอย พิษณุ / รถเมล์ คะนึงนิจ / เจสัน ยัง /สายป่าน อภิญญา / ปิ่น เก็จมณี / โอ อนุชิต / บอม อนุรักษ์ / ออม สุชาร์ / คิริน ไซมอน ยัง / ญี่ปุ่น ณภัทร / เก้า ฮอร์โมน / ต่อ ฮอร์โมน / มาร์ช ฮอร์โมน / นิค พาวิช / พิม หทัยชัช / บิ๊ก ณทรรศชัย และเป้ มายด์ มาถ่ายทอดทุกความประทับใจตลอดเส้นทาง 9 ปี โดยรายได้ส่วนหนึ่งของกรีนคอนเสิร์ตครั้งนี้จะนำไปมอบให้กับ โครงการช่วยหนูด้วย มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก โดยครั้งนี้กรีนเวฟเนรมิตรพารากอนฮอลล์ให้กลายเป็นโรงละครเวทีขนาดใหญ่สุดอลังการ เปิดซีนแรกด้วยการยกสตูดิโอ คลับ ฟรายเดย์ โดยมี ดีเจพี่ฉอด - ดีเจพี่อ้อย ปรากฎตัวขึ้นกลางฮอลล์ จัดรายการกันแบบสดๆเป็นการเกริ่นนำเข้าสู่คอนเสิร์ต แล้วจึงเปิดตัวเพลง “ความรักไม่ผิด” โดย เป้ มายด์ และมาเรียม เพลงหลักที่แต่งพิเศษมาเพื่อคอนเสิร์ตครั้งนี้ ก่อนส่งต่อเข้าสู่ช่วงต่างๆของความรัก ที่มีครบทุกอารมณ์ ประเดิมด้วย แก็งค์วัยใสจาก ครั้งหนึ่งในความทรงจำ…ทำไปได้ยังไง เก้า -มาร์ช ฮอร์โมน, บิ๊ก ณทรรศชัย - นิค พาวิช , พิม หทัยชัช - ต่อ ฮอร์โมน ที่จับคู่มาร้องเล่นเต้นแบบมิวสิคคัลเล่าเรื่องราวได้แบบน่ารักสุดๆ ทำเอาคนดูยิ้มกันไม่หุบ ต่อด้วยช่วง เรื่องจริงยิ่งกว่านิยาย ที่สะกดอารมณ์คนดูให้อินตามจนน้ำตาคลอกันเป็นแถว เพราะได้ยอดฝีมืออย่าง กบ ทรงสิทธิ์ - ปิ่น เก็จมณี ถ่ายทอดบทคู่รักที่ต้องจากลาเพราะความตายในเพลง อยู่เพื่อใคร ได้ชวนขนลุก และเพลง ความผูกพันซื้อไม่ได้ -แก้ม วิชญาณี และรักเธอสุดหัวใจ ก้อง สหรัถ ที่แต่ละคนเค้นอารมณ์ถ่ายทอดบทบาทของตัวเองได้อย่างสุดยอด ก่อนร่วมกันสรุปความรักในซีนนี้ด้วยเพลง เรื่องจริงยิ่งกว่านิยาย โดยมี อ๊อฟ ปองศักดิออกมาช่วยขยี้อารมณ์ให้พีคกันไปถึงขีดสุด ส่วนซีนที่ทำให้คนดูทั้งกรี๊ด ทั้งสยิว หนีไม่พ้นคู่จิ้นหญิง-หญิง ก้อย - ลีเดีย ที่โชว์ฟอร์มเลสเบี้ยน ทั้งร้องทั้งแสดงผ่านเพลง รักไม่ต้องการเวลา ทำเอาคนดูขนลุกซู่ๆกับความอีโรติกของคู่นี้กันแบบสุดๆ ส่วนคู่จิ้นชาย-ชายอย่าง โอ อนุชิต - บอม อนุรักษ์ ก็โชว์ทีเด็ดท่าเต้นชวนเสียวด้านหลังในเพลง คุณและคุณเท่านั้น เรียกว่าหมด 2 ซีนนี้ไปเสียงแหบเสียงแห้งกันเป็นแถวก่อนพักยกฟังเพลง ยิ่งรักยิ่งห่าง ของ สิงโต นำโชค ก่อนโยนเข้า part หนักหน่วงบีบหัวใจในช่วงท้ายอย่าง “หรือรักแท้จะแพ้...” โดยเริ่มที่ หรือรักแท้จะแพ้ความต่าง กับ 3 เพลงสุดน่ารักของ 3 คู่จิ้นสุดฟินอย่าง มอส - ญี่ปุ่น ในเพลง คู่กัด , คีริน - ออม สุชาร์ เพลงภูมิแพ้กรุงเทพ และโฟกัส-เก้า จิรายุ กับเพลงกะทันหัน แล้วจึงต่อเนื่องกับซีนจาก 2 เรื่องที่กระแสร้องแรงที่สุดแห่งปีอย่าง หรือรักแท้จะแพ้ความต้องการ เปิดฉากด้วยซีนการยั่วยวนด้วยคำพูดชวนคิดลึกของ ออย ธนาและคริส หอวัง ที่ดุเดือดยิ่งกว่าในละคร ส่วน รถเมล์ โชว์ฝีมือเล่นละครสดๆร้องไห้น้ำตาไหลพรากๆแถมร้องเพลง น้อยไปอีกหรือ ทำเอาคนดูอิน จนร้องไห้ตามไปหลายราย ส่วน บอย พิษณุ ก็ใช่ย่อยเค้นน้ำตาลูกผู้ชายพร้อมเพลง ผิดตรงไหน ถ่ายทอด ได้น่าสงสารสุดๆ ก่อนส่งต่อให้ ลีเดีย กับเพลง เสียใจไม่ยอมเสียเธอ มาช่วยเพิ่มดีกรีความเร่าร้อนให้ซีนนี้พีคขึ้นไปอีก ส่วนซีนสุดท้ายที่สะเทือนใจคนดูทั้งฮอลล์หนีไม่พ้น สายป่าน , ตู่ นันทิดา และ เจสัน ยัง ที่ยกเอาซีนสุดพีคในซีรี่ส์ที่เกิดขึ้นในห้องนอนมาไว้กลางเวที เมื่อ สายป่าน ต้องเข้ามาเห็นว่า ตู่ กำลังมีอะไรกับ เจสัน ซึ่งเป็นสามีของเธออยู่บนเตียงแบบตำตา ซีนนี้ทั้ง 3 คนเชือดเฉือนอารมณ์กันแบบทะลุเวทีทั้งร้องจริง ตบจริง จนคนดูเหมือนทะลุมิติเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์กันแบบสดๆ ได้ใจคนไปทั้งฮอลล์ ก่อนส่งเข้าเพลง เจ็บจนเข้าใจ - ตู่ นันทิดา ที่ยิ่งตอกย้ำอารมณ์ให้ดำดิ่งลงไปอีกขั้น ถึงช่วงส่งท้ายกับ Love Songs แบบชุดใหญ่ให้ได้ฟังกันแบบเต็มอิ่มรวดเดียว อาทิ มากกว่ารัก - โรส , ปาฎิหาริย์ - กบ , อยากเป็นคนนั้น - มาเรียม , ลึกสุดใจ - ก้อง , ไม่เหลือเหตุผลที่จะรัก - แก้ม , ชั่วฟ้าดินสลาย - พลพล , แววตา - ปิ่น , คิดถึงกันบ้างไหม - เจสัน ยัง , คืออะไร - มอส , รักเธอคนเดิม - ตู่ นันทิดา , เจ็บแต่จบ - อ๊อฟ , คนถูกทิ้ง - หมู มูซู , ตอบได้ไหมว่าได้หม ดิว + บอม + โอ และ ออย ธนา , อยู่ต่อเลยได้ไหม - สิงโต ก่อนปิดท้ายกับซีนด้วยเพลง ความรักไม่ผิด ที่รวมหมู่นักร้องและนักแสดง 30 กว่าชีวิตพร้อมกันอีกครั้ง  ทิ้งท้ายให้ทุกคนได้ประทับใจกันแบบฟินสุดๆ งานนี้พูดได้คำเดียวว่าเกินคุ้มเต็มอิ่มทั้งเพลงเพราะ แถมยังได้ชมการปะทะฝีมือของนักแสดงแถวหน้ากันแบบจุใจ และยังได้ร่วมกันทำบุญส่งกำลังใจให้น้องๆที่ถูกทำร้ายจากมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็กกันอีกด้วย แหม่! ครบรสแบบนี้ต้องยกให้ กรีนคอนเสิร์ตเวทีเดียวจริงๆจ้า.. มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

เซตภาพสยองของหนัง ตุ๊กตาผี แอนนาเบลล์
Annabelle /  stills / 

ปล่อยภาพแบบจัดเต็มมาให้ได้ชมกันแล้ว กับภาพจากหนัง จากภาพยนตร์เรื่อง Annabelle ตุ๊กตาผี ที่เธอทำให้คุณผวามาแล้วในเรื่อง “The Conjuring” แต่ครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของแอนนาเบลล์ทั้งหมด  ความเลวร้ายจนยากเกินจะบรรยายของตุ๊กตาที่มีตัวตนจริง ซึ่งถูกเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับเวทมนตร์คาถาในคอนเนคติคัท มีเพียงนักบวชที่เดินทางมาให้ศีลเธอเดือนละ 2 ครั้งเท่านั้น ภาพเซตใหญ่อยู่ด้านล่าง และแถมด้วยภาพแอนนาเบลล์ ไปหลอนสื่อถึงออฟฟิศ และแบบที่คุณอาจไปเจอได้ตามโรงหนังนะครับ ใครไปดูหนังที่โรงมองหาแอนนาเบลล์ดูนะ ตุ๊กตาผี แอนนาเบลล์ อย่าไปปลุกซะหล่ะ ภาพยนตร์ระทึกขวัญเหนือธรรมชาติ ผลงานจาก New Line Cinema เรื่อง “Annabelle” ถือกำเนิดขึ้นมาก่อนที่ความชั่วร้ายจะถูกปลดปล่อยออกมา จอห์น ฟอร์มได้พบของขวัญที่เหมาะกับ มีอา ภรรยาของเขาที่กำลังตั้งครรภ์เป็นตุ๊กตาสวมชุดแต่งงานสีเขียวแนววินเทจที่หาได้ยาก แต่มีอา ชื่นชมแอนนาเบลล์ได้เพียงไม่นานนัก ความน่ากลัวเกิดขึ้นในกลางดึกคืนหนึ่ง เมื่อบ้านของพวกเขาถูกสมาชิกกลุ่มลัทธิซาตานเข้ามาบุกรุกและทำร้ายทั้งคู่อย่างสาหัส พวกเขาไม่ได้ฝากไว้แค่รอยเลือดและความหวาดกลัวเท่านั้น เหล่าลัทธิได้เรียกวิญญาณที่มีตัวตนความชั่วร้าย ซึ่งไม่มีสิ่งใดเปรียบเทียบได้เหมือนความชั่วร้ายจากการสาปแช่ง โดยตอนนี้คือ..แอนนาเบลล์ ภาพยนตร์เรื่อง “Annabelle” เป็นการกลับมาร่วมงานกันของผู้สร้างที่อยู่เบื้องหลังภาพยนตร์ระทึกขวัญเหนือธรรมชาติปี 2013 ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก เรื่อง “The Conjuring” จอห์น อาร์. ลีโอเน็ตติ ผู้เคยทำหน้าที่เป็นตากล้องให้ภาพยนตร์เรื่อง “The Conjuring” จะมากำกับภาพยนตร์ โดยมีเจมส์ วาน ผู้กำกับฯ ชื่อดังระดับโลกอำนวยการสร้างฯ 2 ตุลาคมนี้หลอนระทึกในโรงภาพยนตร์เท่านั้น ---------------------------------------- คลิกที่ภาพ เพื่อดูภาพนิ่งเซตใหญ่

เรื่องน่ารู้การเดินป่า ในหน้าฝน
การเดินป่า /  เตรียมตัวเที่ยว / 

ฤดูฝนของประเทศไทย อยู่ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมถึงปลายเดือนตุลาคม การเดินป่าในช่วงหน้าฝนจะไม่ค่อยร้อน แต่การหายใจอาจจะลำบากสักนิด เพราะในอากาศมีความชื้นสูง ดังนั้น ผู้ที่รักการท่องธรรมชาติ ควรจะเตรียมความพร้อมของร่างกายและจิตใจมาด้วยยิ่งดี และวันนี้เรามีสิ่งที่ต้องควรรู้ไว้ก่อนไปเดินป่าหน้าฝน มาฝากสมาชิกไว้ศึกษากันครับ เรื่องน่ารู้การเดินป่า ในหน้าฝน โดยเฉพาะในป่าดงดิบชื้นบ้างพื้นที่นั้นจะมี “ทาก” ชูคอสลอนคอยดูดเลือดเหยื่อ แต่ทั้งหมดนั้นอาจเปรียบได้กับสีสันชีวิตการท่องไพร ที่ต้องมีการฝ่าฟันความยากลำบากไปให้ได้เพื่อประสบการณ์ชีวิตอันยิ่งใหญ่ ถ้าจะท่องป่าหน้าฝนให้สนุกก็ต้องเตรียมพร้อมให้ดีตามคำแนะนำดังต่อไปนี้ 1. กันเปียก ควรพกฟลายชีท (ผ้าขึงเป็นหลังคากันน้ำฝน) ไปด้วยเสมอ จะช่วยให้เต็นท์ไม่ต้องเปียกปอน ควรมีเสื้อกันฝนที่มีน้ำหนักเบาติดไปด้วย อาจใช้ประโยชน์เป็นฟลายชีทได้ด้วยในยามจำเป็น เสื้อผ้าข้าวของบางอย่างควรใส่ถุงพลาสติกไว้ชั้นหนึ่งก่อนบรรจุลงเป้ สำหรับรองเท้านั้นถ้าหาชนิดที่กันน้ำได้ก็จะดีมาก โดยวัสดุที่เรียกว่ากอร์เท็กซ์ (Gore-Tex) นั้นกันน้ำได้ 100 เปอร์เซ็นต์ จะช่วยให้เท้าไม่อับชื้น เดินป่าได้อย่างสบายใจ 2. แห้งเร็ว ควรเลือกเสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย เมื่อเปียกแล้วต้องแห้งเร็ว เช่น ผ้าใยสังเคราะห์ต่างๆ ส่วนพวกผ้าฝ้ายไม่ควรใช้อย่างยิ่งเพราะอมน้ำมากและแห้งช้า 3. เลือกทำเล การกางเต็นท์กลางป่า ควรดูทิศทางและทำเล ที่จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายแก่ตนเอง เช่น ไม่กางเต็นท์บริเวณที่อาจเป็นทางน้ำไหล ไม่กางเต็นท์ใต้ต้นไม้ใหญ่เพราะอาจมีกิ่งไม้หักหล่นใส่ นอกจากนี้ก็ควรกางฟลายชีทและขุดร่องระบายน้ำรอบตัวเต็นท์ไว้ด้วย 4. ระวัง ในฤดูฝนสัตว์ป่ามีพิษต่างๆ เช่น แมงป่อง ตะขาบ งู ฯลฯ มักจะคลานไปมาหาที่แห้งๆ ตามในเต็นท์ ในถุงนอน หรือในรองเท้าที่ไม่ได้เก็บไว้อย่างมิดชิดพอ ก่อนสวมใส่ใช้งานควรตรวจตราสิ่งเหล่านี้ให้ดี ถ้ามียากันแมลงหรือปูนขาวให้โรยไว้รอบเต็นท์ ก็อาจกันแมลงพวกนี้ได้ เมื่อท่องเที่ยวกันอย่างสนุกสนานและได้รับความรู้แล้ว ก็อย่าลืมรักษาธรรมชาติไว้ให้สวยงามดังเดิม เหมือนก่อนที่เราเข้าไปสัมผัสด้วยจะเป็นการดีไม่น้อยเลย มาเที่ยวป่าหน้าฝนต้องมีสติ หน้าฝนมาเยือน อันตรายก็แฝงกายมาเยี่ยมได้หากไม่ระวัง สติคือสิ่งสำคัญที่ทุกคนต้องมีไว้กับตัวเสมอ จะเล่นน้ำตกก็อย่าโลดโผนนัก ไปไหนก็ควรไปเป้นกลุ่ม หากจะเดินป่าก็ควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบด้วย เพราะการหลงป่าหรือประสบอุบัติเหตุ เช่น ลื่นหกล้มหรือได้รับอันตรายจากสัตว์ป่า รวมถึงสายน้ำป่าที่ไม่รู้จะมาเมื่อใดอาจเกิดขึ้นได้เสมอ ข้อมูลและภาพ :  สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช / เที่ยวหน้าฝน ที่อุทยานฯ ไหนดี? เที่ยว ภูหินร่องกล้า … สะพายกล้อง เดินป่าหน้าฝน

แห่กราบไหว้ รอยประหลาด เชื่อเป็นพญานาคหนุ่ม
รอยประหลาด /  รอยพญานาค / 

แห่กราบไหว้ รอยประหลาด เชื่อเป็นพญานาคหนุ่ม วันนี้(29 ก.ย.) ชาวสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปที่ระบุข้อความว่า "ชาวบ้านหนองแวงคำ ตำบลเก่ากลอย อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู พบฮอย พญานาค และฮอยปู่เฒ่าคนโบราณแปดศอก คนเต็มเดิ่นวัด" โดยภายในคลิปเป็นเหตุการณ์ที่ชายคนหนึ่งพาชมรอยประหลาดยาวคล้ายงูเลื้อยอยู่กับพื้น พร้อมทั้งมีรอยเท้าคน8ศอกขนาดใหญ่ ซึ่งเชื่อว่าเป็นรอยเท้าของคนโบราณ ชายในคลิปเผยว่า ปู่เณรที่วัดได้บอกว่ารอยดังกล่าวเป็นรอยของพญานาคหนุ่ม ทำให้ชาวบ้านที่ทราบข่าวเข้ามากราบไหว้เป็นจำนวนมาก ขอบคุณคลิปจาก นายก สมาคมคนฮักหมอลำ MThai News

ร้านอาหารเจ เหอเต๋อ หน้าศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย จังหวัดภูเก็ต
ภูเก็ต /  อาหารเจ / 

ครั้งนี้มาเฟียฟู้ดและตามนักชิมบุกตะลุยกินเจกันถึงจังหวัดภูเก็ต หลังจากเสร็จสิ้นพิธีถือศีลกินผัก ก็ออกตามหาร้านอาหารเจอร่อยๆ อิ่มท้องและอิ่มบุญ ไปพร้อมกัน อย่างร้าน อาหารเจ เหอเต๋อ มีเมนูหลากหลายเมนูทำออกมาให้ทานอย่างไม่จำเจแล้วยังอิ่มบุญไปพร้อมๆ กัน เพราะรายได้ทั้งหมดนำไปเผยแพร่ธรรมอีกด้วย ร้านอาหารเจ เหอเต๋อ ตั้งอยู่บริเวณหน้าศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย ด้านหน้าตลาดสดเทศบาล เปิดเฉพาะเทศกาลกินเจเท่านั้น ซึ่งเป็นร้านเดียวกับ ร้านอาหารเจ เหอซั่น ที่เปิดขายอาหารเจตลอดทั้งปี เลยจากร้านเหอซั่นมา 50 เมตร ก็จะเจอร้านอาหาารเจ เหอเต๋อ ร้านนี้แยกออกมาพิเศษในช่วงกินเจ โดยคนทำอาหารมาจากต่างทิศเพื่อมาช่วยกันทำอาหารเจขายและรายได้นำไปเผยแพร่ธรรม บางคนมีงานประจำต่างก็ลางานมาช่วยกันขายอาหารในช่วงเทศกาลกินเจ เมนูร้านเหอเต๋อ มีมากมายหลายอย่างให้เลือก ที่เห็นหน้าตาเหมือนเนื้อสัตว์แบบนี้ มันคืออาหารเจนะคะ ทำมาจากเต้าหู้ เห็ด และแป้ง ผ่านวิธีการทำและปรุงรสให้หน้าตาและรสชาติออกมาเหมือนเนื้อสัตว์อย่างที่เห็น รสชาติแซ่บจัดจ้าน ทำให้การทานอาหารเจไม่จำเจอีกต่อไป มาเฟียฟู้ดมาถึงที่ ก็ต้องจัดเมนูมาชุดใหญ่ ขอย้ำว่าเมนูต่อไปนี้คืออาหารเจทั้งหมด รสชาติและหน้าตาไม่ผิดเพี้ยนจากต้นแบบซักเท่าไหร่ ปลาเค็มเจ  เป็ดย่างเจ แกงคั่วเห็ดแครง สะเต๊ะเจ ฉู่ฉี่ปลาเจ หมูแดงเจ ตับผัดพริกไทยดำ รวมกันอิ่มบุญไปพร้อมๆ กันกับมาเฟียฟู้ดและยังมีอีกหลายร้านอาหารเจที่ตามรอยนักชิมตะลุยไปชิมกันถึงที่ภูเก็ตติดตามได้ใน food.mthai.com เท่านั้น ปีนี้มีเทศกาลกินเจ 2 ครั้ง วันนี้ถึง 2 ตุลาคม 57 และ 24 ตุลาคม - 01 พฤศจิกายน 57