รอยสักยันต์ห้าแถว

เก็บตก
Asghar Farhadi /  BIOSCOPE / 

 โดย Okami.G ควันหลงจากเทศกาลหนังเมืองคานส์ที่เพิ่งประกาศรางวัลประจำปี 2016 ไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ก็ยังคงเป็นที่พูดถึงกันอยู่สำหรับผลตัดสินที่เรียกได้ว่าหักปลายปากกาของบรรดานักวิจารณ์ที่จัดอันดับหนังในเทศกาลเอาไว้แบบไม่เหลือดี ซึ่งจะว่าไปแล้วก็เป็นเรื่องปกติของเทศกาลนี้อยู่แล้ว ที่ผลตัดสินของคณะกรรมการจะสวนทางกับการตัดสินของนักวิจารณ์ และรวมถึงความคิดเห็นของคนดูทั่วไปในเทศกาลด้วย คลิปจาก I, Daniel Blake หนังปาล์มทองสดๆ ร้อนๆ https://www.youtube.com/watch?v=RoV-KZKT_Wk ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ปกติแล้วกลุ่มนักวิจารณ์จากเทศกาลหนังเมืองคานส์เขาจะมีการจัดอันดับหนังเต็งหนึ่งรางวัลปาล์มทองคำและไล่เรียงลงมาตามความพอใจ สำหรับผลรางวัลปาล์มทองคำปีนี้เรื่อง I, Daniel Blake ของผู้กำกับชาวอังกฤษ Ken Loach (เคน โลช) ได้ถูกจัดไว้ในอันดับที่ 11 จากหนังสายประกวดทั้งหมด 21 เรื่อง ในลิสของนักวิจารณ์ ซึ่งเรียกได้ว่าหลุดจาก Top 10 ของหนังที่น่าจะได้แชมป์ด้วยซ้ำ คลิปจาก It’s Only the End of the World ผลงานล่าสุดของโดลอง https://www.youtube.com/watch?v=yx45hFy9mEA ส่วนหนังรางวัลรองแชมป์ปีนี้อย่าง It’s Only the End of the World ของ Xavier Dolan (ซาวิเยร์ โดลอง) ที่โชว์ดราม่าครอบครัวถกเถียงกันข้ามโต๊ะอาหารที่สื่อต่างเรียกว่าเป็น August: Osage County (หนังดราม่าชิงออสการ์ที่ จูเลีย โรเบิร์ตส์ แสดงคู่กับ เมอรีล สตรีพ) ในฉบับหนังอาร์ต ก็ถูกนักวิจารณ์จัดไว้ที่อันดับ 20 เลยทีเดียว ตัวอย่าง Toni Erdmann หนังขวัญใจนักวิจารณ์อันดับ 1 ในสายประกวดหลักของคานส์ปีนี้ https://www.youtube.com/watch?v=tHiBr8OrpKI สำหรับหนังที่นักวิจารณ์วางไว้ว่าเป็นอันดับ 1 ก็คือ Toni Erdmann หนังเยอรมันผลงานกำกับของ Maren Ade (มาเริน อดี) ที่ว่าด้วยเรื่องราวของพ่อจอมเปิ่นที่ทำให้ลูกสาวขายขี้หน้าเพื่อนร่วมงาน ดันมีอีกบุคคลิคสุดเถื่อนซ่อนอยู่ ก็เรียกรอยยิ้มและความประทับใจจากคนดูด้วยฉากชวนอมยิ้มตลอดเรื่อง นี่เป็นหนังที่ได้รีวิวดีเยี่ยมที่สุดในเทศกาล ที่ได้ตัวแทนจำหน่ายหนังรายใหญ่อย่าง Sony Pictures Classics เป็นคนขายหนังในส่วนอเมริกาเหนือ ซึ่งตรงกับความต้องการของผู้กำกับที่อยากพาหนังมาเมืองคานส์เพื่อส่งมันต่อไปยังคนดูชาวอเมริกัน และแม้ว่า Toni Erdmann จะล้มเหลวจากรางวัลในเมืองคานส์ ตอนนี้หลายสื่อก็พอจะฟันธงได้แล้วว่านี่จะเป็นตัวเต็งอันดับ 1 สำหรับรางวัลสาขาหนังต่างประเทศยอดเยี่ยมบนเวทีออสการ์แน่นอน คลิปจาก The Last Face ผลงานกำกับของ Sean Penn https://www.youtube.com/watch?v=gUGh9uBzSAQ ส่วนหนังที่นักวิจารณ์จัดให้อยู่รั้งท้ายที่สุดในอันดับที่ 21 ก็คือ The Last Face ผลงานกำกับของ Sean Penn (ฌอน เพนน์) ที่ได้คะแนนวิจารณ์จากสื่อในระดับที่ต่ำเตี้ยที่สุด จากการแจกดาวที่มีคะแนนตั้งแต่ 1 ดาวจนถึง 4 ดาว ผลงานของ Penn ทำผลงานได้ราวๆ 0.2 คะแนน โดยมี 1 ดาวจากนักวิจารณ์ 2 สำนัก และ 0 ดาวจากนักวิจารณ์อีก 8 สำนัก แต่จากการจัดอันดับของนักวิจารณ์ก็ใช้ว่าจะคว้าน้ำเหลวทุกอันดับเสียทีเดียว โดยในหนังท็อป 10 ของนักวิจารณ์มี Cristian Mungiu (คริสเตียน มุนกิว) จาก Graduation ที่คว้ารางวัลสาขาผู้กำกับไปได้ กับอีกเรื่องก็คือ The Salesman หนังอิหร่านของผู้กำกับ Asghar Farhadi (อัสการ์ ฟาร์ฮาดี) ก็สามารถคว้าไปได้ 2 รางวัล อย่างสาขานักแสดงฝ่ายชายแก่ Shahab Hosseini (ซาฮับ ฮอซเซนี) และสาขาเขียนบทแก่ฟาร์ฮาดีเองด้วย อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่แสดงให้เห็นถึงผลวิจารณ์ที่สวนทางกันสุดๆก็คือหนังเรื่อง Personal Shopper ของ Olivier Assayas (โอลิเวีย แอสซายาส) และนักแสดงสาว Kristen Stewart ที่ได้เสียงโห่ลั่นจากการฉายรอบสื่อครั้งแรกในวันจันทร์จนถูกพาดหัวใหญ่โตว่า "Kristen Stewart Gets Booed!" แต่แล้วในวันต่อมาจากรอบพรีเมียร์ที่ต้องมีบัตรเชิญเท่านั้นถึงจะเข้าชมได้ หนังกลับได้เสียงปรบมือดังสนั่นยาวนานเกือบ 5 นาที จนพาดหัวถูกเปลี่ยนเป็น "Kristen Stewart Gets a Standing Ovation" เพียงข้ามวันเท่านั้น อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่ากรรมการเป็นฝ่ายถูก หรือนักวิจารณ์ต่างหากที่เป็นฝ่ายถูก งานนี้คงต้องขึ้นอยู่กับคอหนังเองด้วยว่าแต่ละคนชอบหรือไม่ชอบอะไรกันบ้าง สามารถอ่านรีวิวส่งตรงจากคานส์ 2016 โดย Robert W.Davis ผู้สื่อข่าวพิเศษของ BIOSCOPE ตั้งวันแรกถึงวันสุดท้ายได้ที่นี้ รายงานสดเทศกาลหนังเมืองคานส์ 2016 วันต่อวัน! : วันเปิดงาน (Café Society และ มุกตลกที่ไม่ขำ) รายงานสดเทศกาลหนังเมืองคานส์ 2016 วันต่อวัน! : วันที่ 1 (วิจารณ์ Sieranevada) รายงานสดเทศกาลหนังเมืองคานส์ 2016 วันต่อวัน! : วันที่ 2 (วิจารณ์ Sweet Dreams และ Ma loute) รายงานสดเทศกาลหนังเมืองคานส์ 2016 วันต่อวัน! : วันที่ 3 (วิจารณ์ Toni Erdmann และ The Handmaiden) รายงานสดเทศกาลหนังเมืองคานส์ 2016 วันต่อวัน! : วันที่ 4 (วิจารณ์ American Honey) รายงานสดเทศกาลหนังเมืองคานส์ 2016 วันต่อวัน! : วันที่ 5 (วิจารณ์ Paterson และ Harmonium) รายงานสดเทศกาลหนังเมืองคานส์ 2016 วันต่อวัน! : วันที่ 6 (วิจารณ์ Personal Shopper และ Loving) รายงานสดเทศกาลหนังเมืองคานส์ 2016 วันต่อวัน! : วันที่ 7 (วิจารณ์ Hell or High Water) รายงานสดเทศกาลหนังเมืองคานส์ 2016 วันต่อวัน! : วันที่ 8 (วิจารณ์ The Wailing และ The Unknown Girl) รายงานสดเทศกาลหนังเมืองคานส์ 2016 วันต่อวัน! : วันสุดท้าย (วิจารณ์ The Neon Demon และ 'สันติ - วีณา') .... ติดตามข่าวสารวงการภาพยนตร์และบันเทิงแบบเจาะลึกได้ ทางรายการ Entertainment Now วันจันทร์ ถึง ศุกร์ – เวลา 8.00-9.00 น. ทางช่อง MONO 29

ใครๆ ก็อยากรู้ เทคนิคการเรียนของสาวหมวย ต้าเหนิง กัญญาวีร์
การศึกษา /  ต้าเหนิง กัญญาวีร์ สองเมือง / 

อีกหนึ่งหน้าที่ของสาวหมวยสุดแนว ต้าเหนิง กัญญาวีร์ หรือ ต้าเหนิง ฮอร์โมน ที่สามารถทำได้ดีไม่แพ้งานละคร นั้นก็คือการเรียน คระรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ สาขาปรัชญาการเมือง หลายคนอยากรู้ว่าเธอแบ่งเวลาเรียนและเวลางานอย่างไร และมีเทคนิคการเรียนอะไรบ้าง ต้องติดตาม! ใครๆ ก็อยากรู้ เทคนิคการเรียนของสาวหมวย ต้าเหนิง กัญญาวีร์ ชื่อ : กัญญาวีร์  สองเมือง (ต้าเหนิง) เกิด : 21 กรกฎาคม 2539 การศึกษา : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 1 ความรู้สึกตอนสอบเข้ารัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ สาขาปรัชญาการเมือง ตื่นเต้นคะ  ดีใจที่สอบได้ เพราะมันเป็นสาขาที่เราชอบอยู่แล้ว มีเทคนิคการเรียนอย่างไรบ้าง เทคนิคการเรียนของหนูก็คือ จะพยายามเข้าเรียนค่ะ ไม่เข้าใจตรงไหนก็จะถามเลย คือเป็นคนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือเรียนแต่ชอบอ่านหนังสืออื่นๆมากกว่า (หัวเราะ) ก็เลยต้องพยายามเข้าห้องเรียนและใช้วิธีจำค่ะ จำที่อาจารย์สอนมากกว่า มีวิธีขจัดความเครียดอย่างไรบ้าง วิธีขจัดความเครียดคือส่วนตัวแล้วเป็นคนเครียดไม่นาน ทุกอย่างมาเร็ว ไปเร็ว ก็เลยไม่มีความเครียดสะสมสักเท่าไหร่ ทำไมถึงเลือกเรียนที่คณะรัฐศาสตร์ สาขาปรัชญาการเมือง คือจริงๆแล้วเป็นคนชอบรัฐศาสตร์ เพราะหนูคิดว่ามันเป็นศาสตร์ที่รวมหลายๆด้านไว้ด้วยกัน รู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่น่าสนใจ จึงเลือกเรียนสาขานี้ค่ะ กิจกรรมตอนที่อยู่มหาวิทยาลัย กิจกรรมในระหว่างเรียนก็ไม่ค่อยได้เข้าร่วมเท่าไหร่ คือเราต้องเรียนด้วยทำงานด้วย เลยไม่ค่อยมีเวลาไปทำกิจกรรมสักเท่าไหร่ค่ะ เล่าถึงความรู้สึกตอนเป็นเฟรชชี่รั้วมหาลัย ความรู้สึกตอนเป็นเฟรชชี่หรอค่ะ ความจริงแล้วไม่ค่อยได้สัมผัสสักเท่าไหร่ค่ะ เพราะอย่างที่บอกว่าต้องทำงานด้วย ช่วยฝากกำลังใจถึงน้องๆที่กำลังจะเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย อยากฝากถึงน้องๆที่จะเข้ามหาวิยาลัย คือการเข้ามหาวิยาลัยมันเหมือนเป็นการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง แต่มันก็ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต มันอยู่ที่ตัวเรามากกว่า เพราะบางทีตัวเลขหรือเกรด ก็ไม่ได้ช่วยทำให้เราโตขึ้น มันอยู่ที่การใช้ชีวิตการเรียนรู้ชีวิตมากกว่า  และการแบ่งเวลาถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก พูดถึงผลงานชิ้นแรกในวงการ/ ความรู้สึก ผลงานชิ้นแรกก็คือการมาเป็นนักแสดงซีรีส์ ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ก็ตื่นเต้นมาก แต่ก็ดีใจค่ะ ที่ทางผู้ใหญ่ให้โอกาสเรา รู้สึกอย่างไรบ้างกับผลตอบรับจากซีรีส์ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ผลตอบรับคือรู้สึกดีมาก เพราะมันเป็นโปรเจคที่เราทุ่มเทกับมันมานานเหมือนกัน อยู่กับมันมาก็สองปีแล้วค่ะ (แค่ซีซั่น2) และทุกคนก็ตั้งใจมาก ยิ่งมันเป็นซีซั่นสุดท้ายทุกคนก็ใส่เต็ม ทั้งบท เทคนิค การแสดงต่างๆ เหมือนเป็นการส่งท้ายด้วยค่ะ คาแรกเตอร์ระหว่างตัว เจน กับ ต้าเหนิง มีความคล้ายและแตกต่างยังไงบ้าง ก็เหมือนตรงที่ เจน เป็นคนตรงๆ คิดแล้วทำเลย ตัวหนูเองก็จะเป็นคนแบบนี้ค่ะ แต่ เจน จะมีความเป็นผู้ใหญ่กว่า ฉากไหนในซีรีส์ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ที่ชอบที่สุดสำหรับเรา เป็นฉากที่ทะเลาะกับแม่  หลายคนอาจจะไม่ได้ดู  คือส่วนตัวจะชอบมาก เพราะมันทำให้เราอินกับบท ทุกวันนี้พอดูฉากนี้ยังร้องไห้อยู่เลย ชอบตั้งแต่เวิร์คชอปแล้วคะ เพราะมันทำให้เราอินและเข้าถึงบทมาก มีวิธีรับมือกับพวกนักเลงคีย์บอร์ดยังไง จริงๆแล้วก็รู้ว่าเขาอาจจะเป็นเด็ก และบางทีเราก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร แต่หนูว่ามันก็คุยกันได้ค่ะ หนูไม่เครียดอยู่แล้ว เคยมีเหตุการณ์แอบรักรุ่นพี่บ้างไหม ไม่มีเลยค่ะ อันนี้ก็เลยกลายเป็นความยากในซีรีส์เรื่องนี้เลยค่ะ เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย เราแบ่งเวลาเรียนยังไง ก็จะพยายามเข้าเรียน แล้วก็รีบทำงานทันทีในเวลาที่ว่างค่ะ เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ภาพจาก @thanaerngnin

ย้อนวัยประถม! 11 กิจกรรมสุดฮิตยามว่างกับของเล่นใกล้ตัวแบบนี้
กิจกรรมวัยเด็ก /  ของเล่น / 

คอนเทนดักแก่อีกหนึ่งเรื่องที่พลาดไม่ได้ เพราะในช่วงชีวิตวัยประถมหรือวัยเรียนของทุกคนต้องเคยเล่นแน่นอน เป็นกิจกรรมสุดฮิตยามว่าง กับการนำสิ่งต่างๆ มาเนรมิตวิธีเล่นเพื่อสร้างความสนุกสาน อย่างเช่น ดินสอหรือปากกาอุปกรณ์ทางการศึกษาที่ทุกคนต้องมี สามารถนำมาเล่นอะไรได้เยอะมาก แต่คุณจะยังจำสิ่งเหล่านั้นได้ไหม? วันนี้ทีนเอ็มไทยจะพาไปรื้อฟื้นกัน...ขอแนะนำว่า อย่าดูอย่างเดียว ลองเล่นตามกันอีกสักครั้ง รำลึกวัยเรียน ย้อนวัยประถม! 11 กิจกรรมสุดฮิตยามว่างกับของเล่นใกล้ตัวแบบนี้ เริ่มจากกิจกรรมแรก  "ดีดปอกปากกาแลนเซอร์" เพื่อนคนไหนซื้อปากการุ่นนี้มาละก็ พึงระวังไว้ให้ดีเพราะบางสิ่งบนปอกจะหายไป ต่อด้วย การจับดินสอหรือปากกาตรงกลางแท่ง แล้วขยับไปมาเร็วแต่ไม่แรง ลองให้เพื่อนตั้งใจมองจะเห็นว่าดินหรือปากกามันอ่อนยังกับหนอน วิธีเล่นแท่งสีไม้ นำสีไม้มาวางรวมกันไว้ที่พื้น และใช้แรงไสไปข้างหน้า จากนั้นจึงค่อยตามเก็บแท่งสี ความสนุกอยู่ตรงที่ ถ้าแท่งสีไหนอยู่ติดกันและเราใช้แรงเยอะในการเก็บเกิน จะทำให้ไปโดนสีอีกแท่งนึงขยับ ถือว่าแพ้! เอาหัวยางลบดินสอ ใช้คัทเตอร์เฉือนให้เป็นรูป ใช้ดินสอฝนลายเหรียญ เล่นฟุตบอล บนสมุด ไส้ดินสอหักประจำ เพราะเล่นสิ่งนี้ เครื่องบินนน เกมส์ต่อสู้ด้วยนิ้วโป้ง เล่นอีโบ๊ะกระดาษ ไปฟาดใส่หน้าเพื่อนให้ตกใจเล่น ใส่เสื้อหนาวแล้วเผลอเป็นไม่ได้ ก่อนกลับบ้าน อย่าลืมไปรถน้ำ ต้นถั่วงอกของตัวเองล่ะเด็กๆ เป็นกิจกรรมที่เด็กๆ อาจไม่ค่อยอยากเล่น แต่มันเป็นการเรียนรู้และการบ้าน ***และสุดท้ายขอปิดภาพด้วยภาพนี้ ไม่ใช่กิจกรรมสนุกๆ แต่อย่างใด*** แต่มันเป็นเหตุการณ์ที่เด็กทุกคนต้องเจอ "ฉีดยา ป้องกันโปลิโอ" ขอบอกว่าอินเนอร์ความกลัวมาเต็ม! ขอบคุณภาพจากเพจ Thai Retro (ย้อนความหลัง ครั้งเป็นเด็ก),

รวมภาพสนุก ความสุขของ ติ๊นา ในคอนเสิร์ต Christina Kingdom
20 ปี คริสติน่า อากีล่าร์ /  Christina Kingdom / 

   ถือเป็นการตอกย้ำว่า “แม่ก็คือแม่” ตัวจริงเสียงจริง สำหรับควีนออฟแดนซ์ของเมืองไทยอย่าง คริสติน่า อากีล่าร์ ในคอนเสิร์ต Christina Kingdom ที่เปิดอาณาจักรต้อนรับบรรดาคุณลูกทั้งหลาย เพื่อเฉลิมฉลอง 25 ปี ในเส้นทางสายดนตรี ครั้งนี้คืนกำไรให้แฟนๆ แบบจัดเต็มครบเครื่องมาตรฐานคุณภาพโดย เอ-ไทม์ โชว์บิส กับโปรดักชั่น แสง สี เสียง ที่สุดจะอลังการตระการตา ด้วยการทุ่มทุนจัดเต็มแบบไม่มีกั๊ก ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ เมื่อวันก่อน เรียกว่างานนี้ยังเป็นการรวมตัวบรรดาตัวลูกในวงการที่ตบเท้ากันมาเข้าเฝ้าคุณแม่ อาทิ บี้ สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว, มอส ปฏิภาณ ปฐวีกานต์, ดา เอ็นโดรฟิน, แอฟ ทักษอร เตชะณรงค์, มดดำ คชาภา ตันเจริญ, ดีเจ มะตูม เตชินท์ พลอยเพชร, หญิง รฐา โพธิ์งาม, เบล และ หว่าหวา ไชน่าดอลล์, เป็ก ผลิตโชค อายนบุตร, ป้าแจ๋ว ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์, ต้อ มารุต สาโรวาท, ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่, นิว-จิ๋ว, แต้ว ณฐพร เตมีรักษ์    ต้อนรับแฟนๆ เข้าสู่อาณาจักรของ Dancing Queen ตัวแม่คริสติน่าอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการยิงธนูไฟเปิดประตูอาณาจักรคริสติน่า ก่อนที่ติ๊นาจะติดปีกขึ้นสลิงลอยออกมากับชุดขนนกพร้อมเครื่องหัวสุดปัง! ได้ใจคุณลูกไปเต็มๆ กับเพลง Zoom และแซ่บพริกยกสวนกับลีลาแด๊นซ์ต่อเนื่องของติ๊นากันต่อกับเพลง ไม่ยากหรอก, อย่ามองตรงนั้น และ ไปด้วยกันนะ ที่แฟนๆ เต้นกันจนนั่งไม่ติดเก้าอี้ พักเหนื่อยกันสักนิดกับเพลงช้าๆ อย่าง ไม่อยากจะเชื่อเลย, ฝากความยินดี และ เปล่าหรอกนะ ด้วยน้ำเสียงบาดลึกถึงใจแฟนๆ ที่ร้องตามกันเสียงดังสนั่นฮอลล์แบบอินเนอร์มาเต็ม จากนั้นย้อนเวลาไปถึงครั้งแรกที่ทำให้ทุกคนรู้จักกับติ๊นา กับเพลง นินจา ซีนนี้ติ๊นาออกมาในชุดสีแดงพร้อมวิกผมบ๊อบสั้นสีแดง พร้อมกับกองทัพแดนเซอร์ในชุดไฟ LED สุดล้ำ เท่านั้นยังไม่พอต่อความล้ำด้วยเพลง “ทำไม่ลง” ที่จัดชุดมิลเลอร์ทั้งตัว พร้อมสาดเลเซอร์ใส่ทั่วทั้งเวทีที่ทำให้แสงระยิบระยับไปทั่วทั้งฮอลล์    จากนั้นจัดเต็มความสวยเซ็กซี่กับเพลง ร้อน ต่อด้วยการเปิดตัวแขกรับเชิญหล่อล่ำ อาเล็ก ธีรเดช ที่ถูกจับมามัดไว้กลางเวที ให้ติ๊นาเต้นกอดรัดฟัดเหวี่ยงแบบถึงพริกถึงขิงในเพลง จับมัดไว้ จบซีนนี้ลูกๆ กรีดร้องกันคอแทบแตกเลยทีเดียว อีกหนึ่งไฮไลท์ที่น่าสนใจกับ Hologram Pyramid ที่ให้ติ๊นาเข้าไปอยู่นั้นและฉายภาพให้เห็นได้แบบรอบทิศในเพลง ห้องเดิม และ ใต้ผ้าห่มอุ่น ก่อนเปิดตัวแขกรับเชิญลูกสาวคนเก่งอย่าง แก้ม วิชญานี และ เบน ชลาทิศ ในธีมคาบาเร่กับเพลงเผ็ดๆ อย่าง Toxic, สวรรค์อยู่ที่ใจ, และ ประวัติศาสตร์ ก่อนที่ติ๊นาจะส่งต่อให้ทั้ง 2 คน พ่นไฟใส่กันในเพลง ไม่มีใครขอร้อง และช่วงเพลงช้าเซ็ทใหญ่ที่ติ๊นาออกมาสาดพลังอินไปกับเพลงจนถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เพราะนึกถึงคนที่เธอรักมากในเพลง หัวใจขอมา, อยากฟังคำนั้นตลอดไป และ อย่าไปเสียน้ำตา อีกหนึ่งหนุ่มที่มาเป็น แขกรับเชิญคือเจ้าพ่อเพลงดิสโก้ บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ ที่นานๆ จะเห็นออกสเต็ปสักทีในเพลง แล้วมารักกันต่อ และ Super Star ที่ไม่ได้มาเล่นๆ งานนี้ เอ-ไทม์ โชว์บิส เนรมิตเวทีหมุนได้ 360 องศา ให้แฟนๆ ได้ใกล้ชิดกับติ๊นากันแบบสุดๆ แล้วก็มาถึงช่วงที่แฟนๆ จะได้ออกสเต็ปเต้นให้ลืมเหนื่อยกันไปข้างหนึ่งกับเมดเลย์เพลงเร็วเซ็ทใหญ่อย่าง “พลิกล็อค,ปัญหาโลกแตก,ฉันจะรอดู,รออีกนิดนึง,เลิกเหอะ,พูดอีกที,ขอให้โชคดี” เซ็ทนี้เรียกว่าแฟนๆ คนไหนจำท่าได้ต้องใส่ไปให้หมดแบบไม่มียั้งครึ่งชม.นอนสต๊อป ส่งท้ายกันแบบอบอุ่นประทับใจกับเพลง อุ่นใจ ที่ติ๊น่าขอบคุณแฟนๆ ทุกคนที่ยังให้การตอบรับดีแบบนี้เสมอมา และนอกจากความสนุกแล้วครั้งนี้ยังได้ร่วมกันทำบุญอีกด้วย เพราะรายได้ส่วนหนึ่งยังมอบให้กับ ศูนย์กนิษฐ์นารี สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ อีกด้วย ได้ทั้งความสนุกทางกาย แถมยังได้ความสุขทางใจ แบบนี้ "แม่ก็คือแม่" จริงๆ .

ดวงความรัก 12ราศี ประจำเดือนมิถุนายน 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร
ความรัก /  ดวง12ราศี / 

ดวงความรัก 12ราศี ประจำเดือนมิถุนายน 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร ราศี มังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) ความรักไม่ค่อยมีเวลาให้กัน จนเกิดเรื่องคาใจ เข้าใจผิด หาเวลาสะสาง แบ่งเวลาให้กันบ้าง กลางเดือนความรักเดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย ด้วยความคิดมาก อ่อนไหวของคุณ ทำให้เกิดปัญหาทุกที ปลายเดือนคอยเป็นที่ปรึกษาที่ดี เป็นกำลังใจให้กัน มีแง่งอนกันบ้างเล็กน้อย ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) ความรักมัวแต่คิดมาก ทำให้มือที่สามเข้ามาแทรกกลาง แต่ถ้ายังโสดอยู่คงจะมีข่าวดี มีคนมาสารภาพรัก กลางเดือนแง่งอนกันเหมือนเด็กๆ ต่างคนต่างไม่ยอมกัน พอมีหวานกันบ้าง ส่วนคนโสดคงต้องลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองให้สะดุดตาบ้างแล้ว ปลายเดือนมีทะเลาะกันรุนแรงถึงขั้นแตกหักได้ ให้ยับยั้งอารมณ์และคำพูด ก่อนที่เรื่องจะบานปลาย คนโสดทำได้แค่แอบมอง ห่วงใยอยู่ห่างๆ ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) ความรักน่าเบื่อ คนรักไม่รู้จักเอาใจบ้างเลย แต่พอปลายๆ เริ่มมีสีสัน มีกิ๊กเข้ามาเพิ่มรสชาติ คนโสดมีเรื่องสนุกๆ เข้ามาเหมือนกัน กลางเดือนด้วยความที่เป็นคนใจร้อน มีทิฐิ จึงชอบพูดจาเชือดเฉือน เอาชนะ สุดท้ายก็ต้องมานั่งเสียใจกับสิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไป ทำใจเย็นสักหน่อย จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียน้ำตา ปลายเดือนความรัก ถ้ามีคนรักแล้วมักมีปากเสียงเรื่องเดิมๆ แต่ถ้ายังโสด ได้เจอคนถูกใจแน่ๆ ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) ดวงความรักมีเรื่องค้างคาในใจ ต้องรีบหาวิธีสะสาง คนโสดได้พบรักจากการเดินทาง กลางเดือนความรักสดใสสุดๆ ความเจ้าเสน่ห์กลับมาอีกครั้ง แอบรักแอบชอบใครสารภาพความในใจไม่ผิดหวัง คนโสดคงได้คู่เดินทางกับเขาเสียที ปลายเดือน ความรักมักไปถูกใจคนที่อายุน้อยกว่า รักเด็กเหลือเกิน ความรักขึ้นลง แถมถ่านไฟเก่าก็คุกรุ่นอีกครั้งก็เป็นได้ ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) ความรักคนโสดคงได้ยิ้มออก ช่วงนี้มีดวงเนื้อคู่กำลังส่องประกาย ถ้ามีคนรักแล้วดูแลใจกันน่ารักน่าเอ็นดู กลางเดือนความเจ้าชู้ออกลาย คุณที่มีคู่อยู่แล้วก็ทำตัวกรุ้มกริ่มเจ้าชู้ไปเรื่อย ส่วนคนโสดลุกขึ้นมาทำสวยทำหล่อได้ผล มีคนมาสนใจ มาเสนอตัวขอเป็นแฟน ปลายเดือนอ่อนไหวง่าย ขี้สงสาร แต่ก็เป็นสิ่งที่ทำให้คุณสะดุดตาเพศตรงข้าม คนโสดมีการเริ่มต้นมิตรภาพที่ดี ส่วนถ้ามีคู่แล้ว มีบรรยากาศโรแมนติกกันสองคน ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) ความรักระวังความเจ้าชู้จะทำให้มีเรื่อง มีเแววแตกหักกันได้ ส่วนคนโสดมีหลายคนกำลังเล็งคุณอยู่ น่ารักสดใส อ่อนโยน ใครๆ ก็อยากได้เป็นคู่ กลางเดือนความรักสับสนอลหม่าน แอบหลงรักคนมีเจ้าของ รักเด็ก มีแต่รักแปลกๆ แต่ก็มีสีสันดี ถ้ามีคนรักแล้วหวานชื่น ออกแนวโปรยเสน่ห์ มีคนมาติดตรึม ระวังจะเกิดปัญหาตามมา ปลายเดือนแง่งอนกันบ่อย คุณขี้น้อยใจจนเป็นเหตุชวนทะเลาะ แต่ถ้ากำลังอกหัก จะมีคนเข้ามาดามใจ คนโสดกระชุ่มกระชวย มีคนมาเสนอตัวขอความรัก ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) ความรักเป็นช่วงของความหลงใหล รักชอบใครอยู่ก็หลงลืมนึกถึงตัวเอง ใครที่เข้ามาช่วงนี้ระวังให้ดี จะถูกหลอกแอ้มฟรี ถ้ามีคู่แล้วระวังแฟนนอกใจ กลางเดือนงอนกันบ่อย หึงหวงกันบ้างแต่ก็ทำให้รักกันมากขึ้น แต่ถ้ายังโสดได้สนุกสนาน ประสบการณ์ประทับใจล้นเหลือ ปลายเดือนความรักรู้สึกขาดอิสระ ไม่ค่อยเป็นตัวเอง มีเรื่องค้างคาใจ หึงหวง พยายามใช้เหตุผลให้มาก รักจะได้ยืนยาว คนโสดมีแต่รักผ่านๆ แบบมาเร็วไปเร็ว ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) ความรักร้อนแรง รวดเร็ว คนโสดมีเรื่องเด็ดๆ แต่อยู่ไม่นาน ส่วนถ้ามีคนรักแล้ว มีแววจะสับสนเพราะมือที่สาม กลางเดือนความรักพ่อแง่แม่งอนได้ไม่นาน ก็กลับมากุ๊กกิ๊กเหมือนเดิม คนโสดที่แอบชอบใครอยู่ มีโอกาสดีในการสารภาพความในใจ ช่วงนี้เสน่ห์แรง มีรุ่นเด็กมาติดพัน ปลายเดือนความรักมีเรื่องน่าตื่นเต้น เร้าใจ คนโสดมีคู่ควงปไอวดคนอื่นแน่นอน แต่ต้องศึกษากันให้ดีก่อน ส่วนถ้ามีแฟนแล้วให้เวลากันมากขึ้น ไปเที่ยวต่างจังหวัด จะได้สวีทหวานให้คนอื่นอิจฉา ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) ความรักหวั่นไหวง่าย แอบรักใครอยู่สงสัยจะอกหัก แต่ก็เศร้าไม่นาน มีคนมาดามใจ ถ้ามีคนรักแล้ว ทะเลาะกันบ้าง หวานกันบ้างเป็นเรื่องปกติ กลางเดือนงอนกันบ่อย แต่พอหวานก็ทำเอาคนรอบข้างอิจฉาไปตามๆ กัน คนโสดมีข่าวดี กามเทพเห็นใจแผลงศร ให้ได้มีคู่ควงบ้างแล้ว ปลายเดือนความรักไม่จริงจัง ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป เสน่ห์แรงคนเข้ามาเยอะ แต่ต้องเลือกให้ดี ช่วงนี้รักสนุก ถ้ามีคู่แล้วดื้อดึงสุดๆ แต่คนรักก็ยอมตลอด รักเลยหวานชื่น ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) ความรักต้องยกให้คนโสด มีดวงสะดุดรักบ่อยครั้ง ช่วงนี้ถ้าคว้าใครไม่ได้ให้มันรู้ไป ส่วนถ้ามีแฟนแล้วยังหนักอกหนักใจกับเรื่องเก่าๆ ขี้น้อยใจคิดมาก เปลี่ยนเขาไม่ได้ ลองเปลี่ยนที่ตัวเอง จะได้รู้สึกดีขึ้น กลางเดือนความรักมีแววต้องหนีตามกัน มีอุปสรรคจากผู้ใหญ่ หรือแอบไปชอบคนมีเจ้าของ ส่วนถ้ามีแฟนแล้ว ความรักกำลังสุกงอม พูดคุยกันเรื่องอนาคต ปลายเดือนรักช่างวุ่นวาย เดี๋ยวรักเดี๋ยวเลิก ทำให้กระทบเรื่องอื่นไปด้วย ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม) รู้สึกไม่สบายเรื่องรักบางอย่าง ความสัมพันธ์ไม่ค่อยเปิดเผย ต้องหลอกคนนั้นคนนี้ทำให้ต้องอึดอัด แต่ความรักกับเจ้าตัวหวานชื่น ได้เฮฮา มีโอกาสใกล้ชิดกันและกันมากขึ้น คนโสดหายห่วงได้ เพื่อนรู้ใจเขยิบขึ้นมาเป็นแฟน กลางเดือนความรักบทจะมาก็มา แต่ส่วนใหญ่ไม่ยั่งยืน ถ้ามีคนรักแล้ว มีสิ่งยั่วยุให้ใจแตก ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) ความรักดวงคนโสดโดดเด่นมาก มีโอกาสปิ๊งคนถูกใจ มีรักที่สดใส แต่ต้องกล้าและมั่นใจด้วย ส่วนถ้ามีคู่แล้ว มีคนเข้ามาให้ลังเล ของใหม่ก็น่ารักเป็นธรรมดา แต่ต้องขอเตือนว่าอย่าเขวนาน เดี๋ยวจะหนาวได้ กลางเดือนความรักมีอารมณ์โรแมนติก อ่อนโยน ทำให้อยากเจอแฟน อยากคุยกันทั้งวัน ปลายเดือนความรักถ้าอยู่ไกล จะมีโอกาสได้เจอกันให้หายคิดถึง ความสัมพันธ์ก้าวหน้าพูดถึงอนาคต คนโสดก็ไม่น้อยหน้า เริ่มฉายแววน่ารัก มีคนมาจีบ รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

ละครคลื่นชีวิต , เรื่องย่อคลื่นชีวิต
คลื่นชีวิต /  ละครคลื่นชีวิต / 

ละครคลื่นชีวิต ละครช่อง3 คลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย : กรุง ญ ฉัตรกำกับการแสดงโดย : อำไพพร จิตต์ไม่งงผลิตโดย : บริษัท ละครไท จำกัดควบคุมการผลิตโดย : หทัยรัตน์ อมตวณิชย์ออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครคลื่นชีวิต ช่อง3 เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต ความสุขในวัยเด็ก คือสิ่งชโลมใจยามเรามีความทุกข์ เพราะเราจะได้รู้สึกว่า เราเคยผ่านความผาสุกในชีวิตมาแล้ว จีราวัจน์ (อุรัสยา เสปอร์บันต์) ดาราสาวที่เข้าวงการและมีชื่อเสียงด้วยฝีมือการแสดงและข่าวฉาวกับหนุ่มทั้งนอกและในวงการ รวมทั้งนิสัยพูดตรง ถ้าไม่ผิด ก็พร้อมกล้าท้าชนโดยไม่สนใจหน้าไหน จนโดนใครต่อใครตราหน้าว่าจีราวัจน์เป็นผู้หญิงแรง กร้านโลก และง่าย! แต่ใครจะกล่าวว่าเธอยังไง ไม่ทำให้จีราวัจน์เจ็บเท่ากับถูก คุณหญิงจริยา แม่แท้ ๆ ที่ไม่เคยดูแลเธอปล่อยเธอเติบโตตามมีตามเกิด เชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงใจแตก! แต่นั่นยังไม่ทำให้เธอหมดศรัทธากับคำว่า แม่ ของจริยา เท่ากับคืนที่จีราวัจน์โดน สิทธา (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) เจ้าของบริษัททอสังหาริมทรัพย์ สามีคนใหม่ของจริยา ผู้กระหายอำนาจ เงินทองและโลกีย์ สั่งลูกน้องวางยานอนหลับเพื่อหมายข่มขืนจีราวัจน์ แต่จีราวัจน์ก็หนีมาได้ และเมื่อจีราวัจน์บอกเรื่องนี้กับจริยาแทนที่จริยาจะเข้าข้างและปกป้องเธอ แต่จริยากลับเข้าข้างสิทธา จริยานั้นรู้สันดานของสิทธาดี แต่เธอยังทำอะไรสิทธาไมได้ เพราะสิทธาคือคนที่ให้เงิน และอำนาจกับเธอ สิทธาคือคนที่ทำให้ผู้หญิงไร้การศึกษา มีชีวิตอยู่ในสลัม ที่มีแค่ความสวยติดตัว จึงเร่ขายความสวยให้ความสำราญผู้ชาย เธอจึงได้โลดแล่นขึ้นมาเป็นคุณหญิงใจบุญเบอร์หนึ่งของสังคม ที่ใคร ๆ ต่อใครนับหน้าถือตา จริยารู้ดีว่าจีราวัจน์มองเธอเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัว ทะเยอทะยาน หน้าเงิน แต่ที่จริยาดิ้นรนถีบตัวเองขึ้นมาถึงตรงนี้ ก็เพื่อให้ชีวิตเธอ และจีราวัจน์สบาย แม้วันนี้จีราวัจน์เกลียดเธอ ...แต่จริยาเชื่อว่าวันหนึ่ง... จีราวัจน์ต้องเข้าใจ ละครคลื่นชีวิต ญาญ่า หมากปริญ สำหรับจีราวัจน์ ...สิ่งที่เธอต้องการ ไม่ใช่ชีวิตดีงามบนหน้าหนังสือพิมพ์อย่างที่จริยาต้องการ แต่สิ่งที่เธอต้องการคือความรัก ปมเดียวในหัวใจของจีราวัจน์ที่เธอโหยหาย แต่เธอไม่เคยได้ โดยเฉพาะวันที่เกิดเหตุการณ์นั้น ถึงแม้จีราวัจน์จะหนีจากเงื้อมมือสิทธามาได้ แต่เพราะฤทธิ์ยานอนหลับ ทำให้ระหว่างที่จีราวัจน์ขับรถหนีอย่างสุดชีวิต ต้องกลายเป็นฆาตกรโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อรถของจีราวัจน์ชนร่าง ติวดี (พริมา พันธ์เจริย) เต็ม ๆ จนติวดีไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในเวลาต่อมา!! แต่เพราะฤทธิ์ยานนอนหลับทำให้จีราวัจน์หลับและเบลอจนไม่รู้เรื่องติวดี ภายใต้การดูแลของ ดารากา (ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์) เพื่อนสินทตั้งแต่มัธยม ซึ่งเป็นคนเดียวที่จีราวัจน์ติดต่อพูดคุยด้วยตลอด พอจีราวัจน์กลับจากเมืองนอก จีราวัจน์จึงขอให้ดารากามาอยู่ด้วยกัน ดารากาเต็มใจอยู่กับ จีราวัจน์ เพราะความรัก และความสนิทที่ทั้งสองมีด้วยกันมาเกือบ 20 ปี ทำให้ดาราการู้ดีว่า จีราวัจน์หว้าเหว่ แสนเหงา ต้องการใครสักคนเป็นเพื่อน และกว่าจีราวัจน์จะรู้ว่าติวดีเสียชีวิต ก็หลังจากที่ฤทธิ์ยานอนหลับสร่าง เมื่อจีราวัจน์รู้สึกตัว คนกล้าทำกล้ารับอย่างเธอ พร้อมไปรับความผิดกับตำรวจ แต่มันสายเกินไป เพราะ สุกี้ (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ) นักปั้นดารามือทอง ผู้เป็นทั้งคนชักนำเธอเข้าวงการและเป็นผู้จัดการดูแลเธอ ได้จัดการส่งสเตฟาน คนขับรถคนสนิทประจำตัว รับสารภาพผิดกับตำรวจว่าเป็นคนขับรถชนติวดีแทนเธอ โดยสุกี้ยอมเสี่ยงโกหกกับสังคมเพื่อแลกกับอนาคตทางการแสดงของจีราวัจน์ที่กำลังรุ่งเรือง ละครคลื่นชีวิต สุกี้คิดว่าการให้สเตฟานรับผิดแทนจีราวัจน์ จะทำให้เรื่องทุกอย่างจบง่าย ๆ แต่สุกี้คิดผิด เมื่อระหว่างที่ติวดีโดนจีราวัจน์ขับรถชน ติวดีกำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับ สาธิต (ปริญ สุภารัตน์) แฟนหนุ่มผู้เป็นทนายตงฉิน เชื่อว่าใครทำผิดต้องได้รับโทษ นั่นแหละความยุติธรรม! โดยสาธิตเป็นคนเดียวที่ได้ยินเสียงของจีราวัจน์พูดขอโทษติวดี นั่นทำให้เขาปักใจว่าคนที่ขับรถชนคนรัก ไม่ใช่สเตฟานแต่เป็นจีราวัจน์! สาธิตทำทุกวิถีทางพิสูจน์ให้คนทั้งสังคมเห็นว่าฆ่าตกรตัวจริงเป็นใคร โดยมี พ.ต.ต.พิเชษ เพื่อนตำรวจที่รู้จักในระหว่างร่วมงาน เป็นคนช่วยเหลือดูแลคดี โดยสาธิตมั่นใจว่าเขาสามารถลากตัวจีราวัจน์รับโทษอย่างที่เขาเคยส่งคนผิดเข้าคุกมาตลอดอาชีพทนาย แต่ครั้งนี้! สาธิตกลับเจอว่าความจริง พ่ายแพ้อำนาจเงิน! เมื่อหลักฐานทุกอย่างที่จะมัดตัวจีราวัจน์ได้ มันหายไปหมด! สาธิตไม่ยอมแพ้ที่จะหาทางลงโทษจีราวัจน์ แต่ทุกอย่างต้องหยุดลงเมื่อ นวดี (ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของติวดี แม่ครูของเหล่าเด็กกำพร้า เป็นคนขอร้องให้สาธิตหยุดอาฆาตแค้น นวดีไม่อยากให้สาธิตต้องจมอยู่กับความทุกข์ ที่เกิดจากความโกรธแค้นอีก รวมทั้ง พัฒนะ (สันติสุข พรหมศิริ) เจ้าของบริษัทผลิตละคร ที่จีราวัจน์กำลังแสดงละครอยู่ พัฒนะเป็นเพื่อนของพ่อของสาธิต และเปรียบเหมือนเป็นพ่อบุญธรรมของสาธิต เพราะหลังจากที่พ่อแม่ของสาธิตประสบอุบัติเสีย ชีวิตทั้งคู่ พัฒนะคือคนที่ส่งเสียและดูแลสาธิตจนเรียนจบเนติบัณฑิต! ฉะนั้นเมื่อพัฒนะขอให้สาธิตทำอะไร สาธิตพร้อมจะทำ รวมทั้งคำขอร้องที่แสนเฉือนหัวใจ ที่พัฒนะขอร้องให้สาธิตหยุดสืบหาหลักฐานเอาเรื่องจีราวัจน์ เพราะละครที่จีราวัจน์แสดงกำลังทำเงิน ถ้าจีราวัจน์ติดคุกจะมีผลทำให้บริษัทของพัฒนะเสียหาย จนกระทบกับหนี้สินของบริษัทด้วย ละครคลื่นชีวิต ในเมื่อผู้ใหญ่สองคนที่เขารักขอร้องให้เขาหยุด ละครคลื่นชีวิต แม้สาธิตไม่ต้องการหยุดฉีกหน้ากากของจีราวัจน์ แต่เขาต้องหยุด แต่ใครจะรู้ แม้สาธิตจะหยุดดำเนินคดีทางกฎหมายกับจีราวัจน์ แต่เขาไม่หยุดตามจองล้างจองผลาญจีราวัจน์ โดยสาธิตประกาศ ในเมื่อกฎหมายทำโทษจีราวัจน์ไม่ได้ เขาจะใช้กฎแห่งกรรมทำโทษจีราวัจน์เอง ด้านจีราวัจน์นั่นอยากเหลือเกินที่จะบอกสาธิตว่าเธอพร้อมรับผิด แต่เธอทำไม่ได้เพราะเธอต้องแบกความเป็นความตายของคนที่รวมโกหกช่วยเธออยู่ เธอเลือกไถ่โทษด้วยการดูแลนวดี แทนติวดีห่าง ๆ โดยมี ชยันต์ (หลุยส์ สก๊อต) ผู้กำกับฯ หนุ่มติสต์ชื่อดัง ซึ่งเคยเป็นรุ่นพี่สมัยมัธยมของจีราวัจน์ ผู้รักและหวังดีกับจีราวัจน์เสมอมา เพราะชยันต์รู้ว่าผู้หญิงที่แข็งกระด้างภายนอก แต่ภายในช่างแสนอ่อนแอ เขาจึงคอยช่วยเหลือส่งข่าวเรื่องนวดี เพราะชยันต์เป็นเพื่อนกับสาธิต ทำให้ชยันต์รับรู้เรื่องราวของนวดีจากสาธิตโดยตรง แต่ความช่วยเหลือของชยันต์ กลับยิ่งสร้างปัญหาให้จีราวัจน์ เมื่อ ปียากุล (จรินทร์พร จุนเกียรติ) ลูกสาวคนเดียวของพัฒนะ ผู้ควบคุมดูแลงานถ่ายละครภายในบริษัทของพัฒนะ และเป็นภรรยาซุปเปอร์โคตรขี้หึงของชยันต์ ได้ยินข่าวว่าเธอสนิทกับชยันต์มาก ทำให้ปียากุลใช้อำนาจหน้าที่การงานในมือเธอกลั่นแกล้งจีราวัจน์ แต่เพราะจีราวัจน์กำลังเป็นดาราทำเงินของพัฒนะ ทำให้พัฒนะออกตัวปกป้องจีราวัจน์ ทำให้ปียากุลไม่พอใจมาก ทำให้ปียากุลพาลระบายอารมณ์กับสาธิต ซึ่งเธอนับถือเหมือนพี่ชาย ทำให้สาธิตรับรู้ว่า นอกจากจีราวัจน์จะเป็นคนตลบแตลงสังคมว่าตัวเองไม่ใช่ฆาตกรแล้ว จีราวัจน์ยังเป็นผู้หญิงรักสนุกคั่วผู้ชายไม่ซ้ำหน้า แย่งผัวชาวบ้านไปกกได้อย่างหน้าไม่อาย!! ละครคลื่นชีวิต ยิ่งวันทีสาธิตพบจีราวัจน์สนิทสนมกับ เจตต์ (มาสุ จรรยางค์กุลดี) วิศวกรปิโตเลียมผู้มีชีวิตยู่กลางทะเล แต่เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน เขากลับขับรถชนจีราวัจน์ จนทำให้เขาหลงรักนางเอกสาว ซึ่งมันอาจไม่ใช่เรื่องที่สาธิตจะเอามาเป็นข้อเกลียดชังจีราวัจน์ ถ้าสาธิตไม่บังเอิญรู้เรื่องว่าดารากาเพื่อนรักของจีราวัจน์นั้นแอบชอบเจตต์อยู่จาก เจนจิรา (วันศิริ อ่องอำไพ) น้องสาวของเจตต์เจ้าของโรงเรียนที่ดารากาเป็นครูสอน ซึ่งสาธิตได้รู้จักกับเจจิราโดยบังเอิญ และเพราะเจนจิราเป็นคนคุยสนุก มองโลกในแง่ดี เหมือนติวดี ทำให้สาธิตสนุกที่ได้อยู่ร่วมกับเจนจิราโดยสาธิตไม่รู้ว่าความใกล้ชิดที่เขามอบให้เจนจิรานั้น ทำให้เจนจิราแอบชอบสาธิต ชีวิตของจีราวัจน์เจอปัญหาจากสาธิต ปียากุล สิทธา ยังไม่พอ ในเส้นทางสายงานบันเทิง เธอยังต้องเจอ พิม (โชติกา วงศ์วิลาศ) นางเอกจอมสร้างภาพว่าเป็นนางเอกแสนชื่อ แต่แท้จริงปากตลาด ทะเยอทะยาน ใฝ่สูง เคยเป็นอดีตดาราที่สุกี้ปั้นมากับมือ แต่พอดังแล้วก็แยกตัวออกจากสุกี้ ทำให้สุกี้ไม่พอใจพิมมาก หาว่าพิมเนรคุณ แต่พิมไม่แคร์ พิมคิดว่าสุกี้ได้เงินจากค่าตัวเธอเยอะแล้ว ไม่ถือว่ามีบุญคุณต่อกัน โดยตอนพิมออก พิมเอา ลูกน้ำ (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) อดีตเลขาลงสุกี้มาด้วย โดยพิมคิดว่าลูกน้ำทำงานกับสุกี้มานาน จะมี Connection กับเอเจนชี่จะผลักดันให้ความฝันก้าวสู่ การทำงานร่วมกับต่างชาติของเธอสมหวัง แต่เปล่าเลย ลูกน้ำไม่มีรู้จักใครเลย เป็นแค่คนปากกล้า อวดฉลาด แต่สมองกลวง ทำให้พิมเลี้ยงลูกน้ำไว้เป็นกันชนเวลาปะทะกับสุกี้ และเป็นคนหิ้วสัมภาระ รองมือรองเท้าตัวเองเท่านั้น! เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต และการโด่งดังของจีราวัจน์ ทำให้ชื่อเสียงที่กำลังลดฮวบของพิม ยิ่งลดลงไปอีก จากนางเอกเบอร์หนึ่งแทบจะเล่นเป็นนางรอง คนทะเยอทะยานอย่างพิมไม่ยอมรับสภาพอย่างนั้นง่าย ๆ เธอจึงยอมทำทุกอย่าง เพื่อกำจัดจีราวัจน์ไปจากเส้นทางของเธอ เพื่อให้เธอกลับมาเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง รวมทั้งหาลู่ทางเพื่อโกอินเตอร์ แม้แต่ยอมเอาตัวเข้าไปเป็นเมียน้อยของสิทธา เพื่อใช้อำนาจและเงินของสิทธา ปูทางโกอินเตอร์ให้ได้ หลายครั้งที่จีราวัจน์เหนื่อยกับการสู้รบกับความเกลียดชังที่ประเดประดังเข้ามาเหมือนคลื่นกระทบหาดทราย ละครคลื่นชีวิต แต่เธอก็ยังพอมีหลักให้ยึดอีกคน นั่นคือ ครูอารี ครูสอนร้องเพลงตั้งแต่ สมัยจีราวัจน์เรียนมัธยม ครูอารีคือคนที่เอื้ออารีข้าวและขนม เวลาที่จริยาออกไปขายตัว ปล่อยให้จีราวัจน์อยู่กับ ยายจัน ยายข้างบ้านที่มีอาชีพขายขนมจีน สมองไม่ค่อยดี ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ที่เคยเลี้ยงดูจีราวัจน์ พอยายจันออกไปตลาด จีราวัจน์ก็มาวิ่งเล่นบ้านครู ที่นี่เหมือนอีกโลกของจีราวัจน์ เป็นโลกที่สงบ ไม่ใช่โลกมายาที่เธอต้องยิ้มแม้ว่าในหัวใจร้องไห้ และการมาบ้านครูอารีครั้งนี้ ทำให้เธอรู้ว่าบ้านสวนถัดไปเป็นบ้านของนวดี จีราวัจน์หวังจะแอบไปดูความเป็นอยู่ของนวดีเพื่อจะช่วยเหลือ นั่นทำให้เธอเจอสาธิต จีราวัจน์ไม่อยากสู้รบกับสาธิตเพราะเธอรู้ตัวดีว่าผิด แต่สาธิตเหมือนเสือที่จ้องตะครุบเหยื่อ เมื่อเหยื่อเดินเข้ามาหา มีหรือที่เขาจะปล่อย สาธิตจงใจพูดจาแดกดันว่าเธอเป็นคนขี้ขลาด ทำผิดแล้วไม่กล้ารับผิด สาธิตเดินต้อนจีราวัจน์จนไปถึงริมคลอง นั่นเป็นครั้งแรกที่สาธิตเห็นความกลัวในแววตาของจีราวัจน์ ทำให้สาธิตรู้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่แทนที่สาธิตจะปราณีปล่อยเธอไป สาธิตกลับเดินกดดันจนจีราวัจน์ตกน้ำ แม้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่เธอไม่แม้แต่ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากใคร แม้แต่สาธิตที่ยืนมองเธอตะเกียกตะกายในน้ำอยู่ โดยสาธิตยื่นข้อเสนอให้เธออ้อนวอนร้องขอชีวิต แล้วเขาจะยอมช่วย แต่จีราวัจน์ไม่ยอมเอ่ยปาก จนกระทั่ง สีดา ลูกศิษย์สาวจอมก๋ากั่นของครูอารีมาช่วยไว้ทัน นั่นทำให้สาธิตได้เห็นอีกมุมนึงว่าจีราวัจน์เป็นคนรักศักดิ์ศรี ไม่ยอมอ่อนให้ใครง่าย ๆ เหมือนกัน สีดาพาจีราวัจน์กลับมาบ้านครูอารี พร้อมถามว่าใครเป็นคนทำจีราวัจน์ตกน้ำ จีราวัจน์ไม่อยากเอ่ยถึง เธอคิดแต่ว่ามันเป็นการชดใช้กรรมกับสิ่งที่เธอทำกับติวดี อย่างน้อยการที่สาธิตเห็นเธอเกือบตาย อาจทำให้สาธิตลดความโกรธ และเลิกยุ่งกับเธออีกก็ได้ แต่จีราวัจน์คิดผิด ละครคลื่นชีวิต เมื่อละครการกุศลของสมาคมคุณหญิงจริยามีอันต้องสะดุดลง เพราะนางเอกที่วางไว้เสียชีวิตลง ซึ่งก็คือติวดี ทำให้ต้องหานางเอกใหม่ซึ่งทุกคนลงความเห็นที่จีราวัจน์ แต่ก็เหมือนจะเป็นความจงใจของพระพรหม เมื่อผู้รับบทเป็นพระเอกคือสาธิต สาธิตไม่รักษามารยาทในการดูถูกและเหยียดหยามจีราวัจน์ต่าง ๆ นานา ด้านจีราวัจน์นั้น พยายามอดทนไม่อยากตอบโต้ แต่ชยันต์ไม่อาจทนเห็นสาธิตพูดจาดูถูกจีราวัจน์ได้ จึงเป็นคนออกโรงปกป้องแทนเธอ ทำให้สาธิตยิ่งตราหน้าว่าจีราวัจน์กำลังแย่งผัวคนอื่น แต่ดึกรีแรงแค้นของสาธิตต้องสะดุด เมื่อเขาได้เป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ ที่จีราวัจน์ใส่ใจ ในความเป็นความตายของยายจัน หากเขาก็ยิ่งย้ำใจให้แข็งขึ้นอีก เพราะถึงอย่างไรจีราวัจน์ ก็คือมือที่สามที่ทำให้ครอบครัวของชยันต์ต้องมีปัญหา ในงานศพยายจัน จีราวัจน์ถูกลอบยิง แต่เจตต์รับเคราะห์แทน แม้จะจับมือใครดมไม่ได้ แต่ในที่สุดชยันต์ก็ได้รู้ว่าเป็นฝีมือของปียากุล ชยันต์และปียากุลทะเลาะกันหนักขึ้นเรื่อย ๆ ชยันต์เห็นใจลูกจึงพยายามอดทนเสมอ แต่ครั้งนี้ปียากุลทำเกินไป ทำให้ชยันต์คิดว่าต้องทำอะไรตัดนิสัยเอาแต่ใจของปียากุลบ้าง จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอยู่กับปียากุล ปียากุลนั้นรักชื่อเสียงมาก เมื่อชยันต์ขอแยกกันอยู่ และมีข่าวออกหน้าบันเทิง ทำให้ปียากุลเครียด จนต้องไปฟูมฟายระบายกับสาธิต กล่าวหาว่าชยันต์ย้ายออกไป เพื่อไปอยู่กับจีราวัจน์ นักแสดงละครคลื่นชีวิต จีราวัจน์คือต้นเหตุทำให้ชีวิตครอบครัวของปียากุลพังพินาศ สาธิตมาจัดการจีราวัจน์แทนปียากุล แล้วเห็นจีราวัจน์ก็คอยดูแลเจตต์ เพราะต้องเจ็บตัวเพื่อตัวเอง ความสนิทสนมของจีราวัจน์กับเจตต์ทำให้ดารากาไม่พอใจ คิดว่าเพื่อนทรยศทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเธอแอบหลงรักเจตต์ จนกระทั่งทะเลาะกันใหญ่โต ถึงขั้นดารากาย้ายออกจากบ้านเพื่อน สาธิตตามมาสมน้ำหน้าจีราวัจน์ที่มั่วผู้ชายไม่เลือก แม้แต่แฟนเพื่อนก็ไม่เว้น จนสุดท้ายจีราวัจน์ก็ไม่เหลือใคร ชยันต์เข้ามาปลอบใจจีราวัจน์ว่าเธอยังมีเขา ชยันต์คอยเข้ามาประคับปคะคองจีราวัจน์ แต่ชีวิตที่เคยเป็นเด็กบ้านแตกสาแหรกขาด ทำให้จีราวัจน์ไม่อยากเป็นคนทำลายครอบครัวของชยันต์ แต่ชยันต์ปลอบจีราวัจน์ว่า ที่ครอบครัวของเขาจะพัง ไม่ใช่เพราะจีราวัจน์ แต่เป็นเพราะปียากุลกับเขาหมดความเข้าใจต่อกัน ในเมื่อชยันต์ไปกับปียากุลไม่รอด เขาก็อยากหยุดและเริ่มต้นใหม่กับจีราวัจน์ เรื่องย่อคลื่นชีวิต จีราวัจน์เคยผ่านชีวิตบอบซ้ำมา ทำให้จีราวัจน์รู้ว่าความหวังดีที่ชยันต์มีให้กับเธอ มันไม่ใช่ความรักอย่างที่ชยันต์พร่ำบอก มันเป็นแค่ความรู้สึกเห็นใจ เพราะแท้จริงในหัวใจของชยันต์รักปียากุลและเจ็บซ้ำกับสิ่งที่ปียากุลไม่ไว้ใจเขา ดังนั้นคนมีปัญหาอย่างชยันต์ มาเจอกับผู้หญิงที่เจอปัญหามาทั้งชีวิตอย่างเธอ มันจึงเกิดการคลิกกัน จีราวัจน์ขอให้ชยันต์ เป็นเพื่อนที่ดีอย่างเดิม อย่าให้มากกว่านั้นเลย แล้วกลับไปซ่อมแซมครอบครัวของชยันต์ ให้กลับมาสวยงามเหมือนเดิมดีกว่า แต่เคราะห์ของจีราวัจน์ที่จะทำให้สาธิตยิ่งเกลียดเธอ ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อจีราวัจน์รู้ว่าบ้านที่อาศัยอยู่นี้กำลังจะถูกธนาคารยึด จีราวัจน์สั่งสุกี้ให้จัดการเรื่องบ้าน จนเรื่องเข้าหูจริยา จริยาสั่งห้ามจีราวัจน์ไปยุ่งกับนวดีอีก เพราะตอนนี้รูปคดีออกมาว่าไม่มีหลักฐานมัดว่าจีราวัจน์ขับรถชน แต่ถ้าจีราวัจน์ดูแลนวดีมาก ๆ เพราะมันอาจทำให้สาธิตหาช่องโหว่เล่นงานจับจีราวัจน์เข้าคุกได้ จีราวัจน์เสียใจที่แม่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเองจนลืมคำว่ามนุษยธรรม ถ้าลูกของแม่โดนรถชน แม่จะอยู่เฉยไหม จริยาได้แต่ยืนนิ่งไม่ได้ตอบ การทะเลาะกันเสียงดังของจีราวัจน์กับจริยา ทำให้ ศิริลักษณ์ หัวหน้าแม่บ้านประจำบ้านของสิทธา ผู้มีนิสัยประจบสอพลอสิทธา และลึก ๆ หวังสบายเป็นเมียของสิทธา แต่สิทธาไม่เอา ทำให้ศิริลักษณ์อิจฉาและจงเกลียดจงชังจริยาและจีราวัจน์ เมื่อการทะเลาะของจริยากับจีราวัจน์รู้ถึงหูศิริลักษณ์ ศิริลักษณ์จึงไปบอกสิทธาว่าจีราวัจน์ต้องการเงิน ทำให้สิทธาเสนอเงินเธอโดยมีข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งจีราวัจน์รู้ดีว่าคืออะไร จีราวัจน์ตกลงเพราะเห็นถึงวิธีที่จะแก้เผ็ดอีกฝ่าย ในวันนัดจีราวัจน์แอบมอมยาสิทธา พร้อมเอาปืนจ่อหน้าสิทธาและข่มขู่ให้สิทธาเลิกยุ่งกับตัวเองอีกไม่อย่างนั้นเธอฆ่าสิทธาให้ตายตามกันแน่ แล้วจีราวัจน์ก็หนีออกมาจากโรงแรม โดยหวังว่าเรื่องราวยุ่ง ๆ จะจบลงสักที แต่เปล่าเลย เมื่อจีราวัจน์พบสาธิตที่ดักรออยู่ จากการแอบส่งข่าวของพิม ที่รู้ว่าสาธิตจ้องทำลายจีราวัจน์อยู่ พิมจึงเข้ามาตีสนิทกับสาธิต หวังจะยืมมือสาธิตทำลายจีราวัจน์ให้สิ้นซาก ละครคลื่นชีวิต แล้วภาพที่สาธิตเห็นจีราวัจน์เข้าโรงแรมกับสิทธาที่มีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงของจีราวัจน์ ยิ่งทำให้สาธิตขยะแขยงจีราวัจน์ โดยคิดว่าจีราวัจน์มั่ว เห็นแก่เงิน จนไร้ศีลธรรมใช้ผัวร่วมกับแม่ แต่แล้วความเชื่อที่สาธิตมีต่อจีราวัจน์ต้องเจอจุดเปลี่ยน เมื่อสาธิตจำต้องมาพัวพันกับความเลวของสิทธาจนได้ เพราะ เวทิต นักข่าวที่แอบส่งหลักฐานเอาผิดสิทธามาให้เขาก่อนตาย ทำให้สาธิตเริ่มตามสืบพฤติกรรมของสิทธา แล้วนั่นทำให้สาธิตได้เห็นว่าสิทธาชั่วร้ายขนาดไหน แล้วคนที่ตกเป็นเหยื่อของสิทธาไม่ใช่แค่เวทิต แต่เป็นจีราวัจน์ด้วย รวมทั้งจีราวัจน์ได้เข้ามาดูแลนวดี และดูแลเด็ก ๆ กำพร้าที่นวดีสอนหนังสือ และชยันต์ยังมาปรับความเข้าใจกับสาธิตว่าจีราวัจน์ไม่ยอมรับความรักของชยันต์ แต่จีราวัจน์กลับเป็นคนเตือนสติให้ชยันต์กลับไปง้อปียากุล ทำให้สาธิตได้เห็นว่าจีราวัจน์ ได้มีแค่ด้านร้าย แต่เธอยังมีมุมความดี และมีหัวใจที่บอบซ้ำ ไม่ต่างจากเด็กกำพร้าที่นวดีและเขาดูแลเลย ทำให้ความแค้นในใจของสาธิตเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสาร เข้าไปยุ่งกับชีวิตจีราวัจน์โดยไม่รู้ตัว นักแสดงละครคลื่นชีวิต ด้านจีราวัจน์ก็ได้รับรู้มุมอบอุ่นที่เกิดจากความเอาใจใส่ ดูแลด้วยความละเอียดอ่อนของสาธิต ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้จากใคร เป็นความรู้สึกที่เธอโหยหา จนทำให้จีราวัจน์แอบเผลอใจให้สาธิตโดยไม่รู้ตัว สองคนต่างมีความห่วงใยที่ไม่กล้าแสดงออกต่อกัน ละครคลื่นชีวิต จนกระทั่งสิทธามายุ่งเกี่ยวกับจีราวัจน์อีกครั้ง สาธิตออกตัวช่วยจีราวัจน์ให้รอดพ้นเงื้อมมือสิทธา และยังใช้หลักฐานที่ตัวเองได้จากเวทิตข่มขู่สิทธา เพื่อให้สิทธาเลิกยุ่งกับจีราวัจน์ จีราวัจน์อึ้งเมื่อเห็นว่าสาธิตช่วยเหลือตัวเอง โดยสับสนว่าสาธิตช่วยตัวเองทำไม สาธิตรู้สึกอะไรกันแน่ แต่สิทธามองอาการสาธิตออก สิทธารู้ว่าสาธิตกำลังตกบ่วงเสน่หาของจีราวัจน์ และดูเหมือนจีราวัจน์ก็มีใจให้สาธิตเช่นกัน ทำให้สิทธาคิดชั่ว ในเมื่อตัวเองไมได้จีราวัจน์มาครอบครอง ก็อย่าหวังว่าใครจะได้มีความสุขทั้งจีรัวัจน์และสาธิต ดังนั้นสิทธาจึงไปหาสาธิตที่สำนักงาน แล้วมอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เขาเคยส่งคนไปเก็บ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าจีราวัจน์คือคนขับรถชนติวดี เมื่อสาธิตเห็นหลักฐาน ความเจ็บปวดในอดีตจึงย้อนคืนกลับมา สาธิตได้แต่นั่งมองกองหลักฐานอย่างสับสนว่าเขาจะฟ้องเอาจีราวัจน์เข้าคุกหรือไม่ เรื่องสิทธาเอาหลักฐานไปให้สาธิตรู้ถึงหูจริยา จริยารีบไปหาสาธิตเพื่อเจรจาพร้อมเสนอเงินให้ ความเจ็บปวดในใจของสาธิต ทำให้สาธิตบอกจริยาไปว่า เขาจะยอมทำลายหลักฐาน ก็ต่อเมื่อจีราวัจน์เอาตัวมาแลก ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ความชั่วของสิทธายังไม่หยุดเท่านี้ มันเหมือนเสือที่คลั่ง จริงอยู่ที่จีราวัจน์เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา แต่คนอย่างสิทธาไม่เคยยอมให้ใครลูบคมได้ ถ้าประกาศว่าได้ มันต้องได้ สิทธาสั่งพิมให้หลอกล่อจีราวัจน์มาที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของเขา สิทธาวาดหวังจะข่มขืนจีราวัจน์บนเครื่องบิน เพราะไม่มีทางที่จีราวัจน์จะหนีรอดกรงเล็บเสือไปได้ จริยารู้เรื่องแผนการชั่วของสิทธา แม้จะรักเกียรติยศชื่อเสียง แต่หัวใจความเป็นแม่ไม่อาจปล่อยให้ชีวิตลูกตกนรกได้ เมื่อพิมหลอกจีราวัจน์ไปถึงเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของสิทธาได้ จีราวัจน์ดิ้นรนหนีจนไปเจอปืนของสิทธา สิทธาแย่งปืนกับจีราวัจน์ ทันใดนั้น กระสุนจากปากกระบอกปืนในมือของคุณหญิงจริยา ก็ยุติเรื่องเลวร้ายทั้งหมดลงในวินาทีนั้น เป็นครั้งแรกที่จีราวัจน์เข้าไปกอดแม่ จริยาเข้าไปกอดลูกพร้อมพร่ำบอกขอโทษ เป็นเพราะความโลภของตัวเอง ทำให้ชีวิตของจีราวัจน์ต้องเป็นอย่างนี้ เธอขอติดคุกเพื่อชดใช้กับความผิดที่เธอทำ แต่สิ่งหนึ่งที่จริยาอยากให้จีราวัจน์รู้ไว้ ว่าต่อให้เงินสำคัญสำหรับแม่ยังไง แต่เลือดเนื้อและหัวใจของลูกสำคัญกว่า นั่นทำให้หัวใจที่เย็นชาไร้ความรู้สึกของจีราวัจน์ได้รับรู้ความในใจของแม่ ละครคลื่นชีวิต คลื่นชีวิตของจีราวัจน์เหมือนจะกำลังสงบ แต่ยังมีพายุอีกหนึ่งลูก ที่กำลังรอพัดพาชีวิตของจีราวัจน์ให้ล้มลง เมื่อจริยาเอาเรื่องข้อเสนอของสาธิตไปบอกกับจีราวัจน์ เมื่อจีราวัจน์รู้เรื่องข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตแล้ว เธอจะทำเช่นไร จะยอมทำตามข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตหรือไม่ ชยันต์และปียากุลจะกลับมาคืนดีกันไหม เจตต์กับดารากาจะสมหวังกันหรือเปล่า และหัวใจรักของแม่ที่จริยากดเก็บไว้ ไม่เคยแสดงออกให้ลูกเห็น จริยาจะเลือกปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงของตัวเองหรือปกป้องลูก สุดท้ายเส้นทางความรักระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์ที่มีความแค้นขวางกั้นจะมีวันเกิดขึ้นได้หรือไม่ ต้องติดตามชมกันต่อได้ใน ละครคลื่นชีวิต ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต รายชื่อนักแสดงนำใน ละครคลื่นชีวิต ปริญ สุภารัตน์ รับบท สาธิต อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท จีราวัจน์ หลุยส์ สก๊อต รับบท ชยันต์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท ปียากุล ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท ดารากา มาสุ จรรยางค์กุลดี รับบท เจตต์ วันสิริ อ่องอำไพ รับบท เจนจิรา ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ รับบท สิทธา โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท พิม เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ รับบท สุกี้ ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับบท ลูกน้ำ พริมา พันธ์เจริญ รับบท ติวดี สันติสุข พรหมศิริ รับบท พัฒนะ ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท นวดี

มีแต่พวกกัน! แอชตันแฉ
ทีมชาติอังกฤษ /  ยูโร / 

ดีน แอชตัน ในวัย 32 ปี อดีตศูนย์หน้าที่เคยติดทัพสิงโตคำรามเพียงนัดเดียวในปี 2008 เผยว่าใน ทีมชาติอังกฤษ "ยุคทอง" ที่ประกอบไปด้วย แฟรงก์ แลมพาร์ด, โจ โคล, แอชลีย์ โคล และ เวย์น รูนี่ย์ ต่างหันหน้าเข้ากลุ่มกันเอง โดยไม่แยแสและพูดคุยผู้เล่นที่เพิ่งติดทีมชาติอังกฤษอย่างเขาเลย อันที่จริง แอชตัน เคยเข้าแคมป์ทีมชาติอังกฤษในปี 2006 แต่ประสบปัญหาบาดเจ็บอย่างรุนแรงจนต้องถอนตัวออกจากทีมชาติในทันที "ผมเตือนตัวเองก่อนหน้านั้นว่าในทีมอังกฤษชุดนี้ จะต้องจับกลุ่มคุยกันเองระหว่างเด็กลิเวอร์พูล, แมนฯ ยูไนเต็ด และเชลซี ซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ และยิ่งรู้สึกเคว้งคว้างเข้าไปอีก ตอนที่เข้าห้องแต่งตัวร่วมกับพวกเขาครั้งแรก ไม่มีใครคุยกับผมสักคน!" อดีตศูนย์หน้าเวสต์แฮมและนอริชกล่าว "มีเพียง จอห์น เทอร์รี่ เท่านั้นที่แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยที่มีต่อผม แถมยังส่งข้อความมาหาผมในคืนก่อนที่ผมจะลงเล่นให้ทีมชาติอังกฤษอีกว่า 'มันยอดเยี่ยมมากที่เห็นคุณในทีมชุดนี้' เขา (เทอร์รี่) เป็นคนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยภาวะผู้นำอย่างแท้จริง" แอชตันเผยถึงเรื่องราวในแคมป์สิงโตคำรามยุคที่รุ่งเรืองในเวลานั้น

เรื่องจริงวัยรุ่นยุคใหม่ Gen Z คนเกิดหลัง 1995
ข่าวการศึกษา /  ปัญหาวัยรุ่น / 

ตอนม.ต้น-ปลาย เพื่อนๆ คงจะเคยเรียนเรื่องของ Generation กันมาบ้างแล้ว โดยที่เรารู้กันคือจะมีการแบ่งพัฒนาการของวัยในแบบต่างๆ อย่างเช่น รุ่น Babyboom (Gen B) , Gen X , Gen Y และ Gen Z  ซึ่งในแต่ละช่วงวัยนี้ เมื่อมาอยู่ร่วมกันในสังคมจะสังเกตุเห็นความขัดแย้ง ความคิด ความแตกต่างกันได้ง่ายมากๆ เช่น พ่อแม่ไม่เข้าใจลูกที่อยู่ในช่วงวัยรุ่น ครูไม่เข้าใจเด็กนักเรียน นั่นก็เพราะ Generation ช่วงยุคสมัยของคนที่เกิดนั้นต่างกัน ทำให้ความคิด การกระทำไม่ตรงใจกันสักเท่าไหร่นั่นเอง วันนี้ teen.mthai มี เรื่องจริงวัยรุ่นยุคใหม่ Gen Z คนเกิดหลัง 1995 มาฝากเพื่อนๆ กันคะ ^^ เรื่องจริงวัยรุ่นยุคใหม่ Gen Z คนเกิดหลัง 1995 ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จัก Generation ทั้ง 4 กันก่อนดีกว่า ! Gen B (Baby boomers) : ค.ศ. 1946 กลุ่มคนที่เกิดช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จะเป็นคนที่มีชีวิตเพื่อการทำงาน เคารพกฎเกณฑ์ กติกา? อดทน ให้ความสำคัญกับผลงานแม้ว่าจะต้องใช้เวลานานกว่าจะประสบความสำเร็จ?? อีกทั้งยังมีแนวคิดที่จะทำงานหนักเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัว? มีความทุ่มเทกับการทำงานและองค์กรมาก คนกลุ่มนี้จะไม่เปลี่ยนงานบ่อยเนื่องจาก??? มีความจงรักภักดีกับองค์กรอย่างมาก ปัจจุบันนักการตลาดในหลายๆ ประเทศเน้นทำการตลาดกับกลุ่มนี้เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีขนาดใหญ่ มีกำลังซื้อ มีศักยภาพในการบริโภคสินค้า? มีทัศนคติที่ดีต่อการซื้อจับจ่ายใช้สอยสินค้าเพื่อตัวเองและบุคคลใกล้ชิด Gen X (Extraordinary Generation) : ค.ศ. 1965 มีลักษณะพฤติกรรมชอบอะไรง่าย ๆ ไม่ต้องเป็นทางการ ให้ความสำคัญกับเรื่องความสมดุลระหว่างงานกับครอบครัว (Work ? life balance)? มีแนวคิดและการทำงานในลักษณะรู้ทุกอย่างทำทุกอย่างได้เพียงลำพังไม่พึ่งพาใคร มีความคิดเปิดกว้าง พร้อมรับฟังข้อติติงเพื่อการปรับปรุงและพัฒนาตนเอง? ในด้านพฤติกรรมการบริโภคจะเป็นกลุ่มคนหนุ่มสาวที่กล้าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยทำงานในลักษณะใช้ความคิด สมาชิกหลักในครอบครัวทำงานทั้งสองคนใช้ชีวิตแบบทันสมัย Gen Y (Why Generation) : ค.ศ. 1980?วัยรุ่น - วัยทำงาน เป็นกลุ่มคนที่โตมาพร้อมกับคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี เป็นวัยที่เพิ่งเริ่มเข้าสู่วัยทำงาน มีลักษณะนิสัยชอบแสดงออก มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ไม่ชอบอยู่ในกรอบและไม่ชอบเงื่อนไข คนกลุ่มนี้ต้องการความชัดเจนในการทำงานว่าสิ่งที่ทำมีผลต่อตนเองและต่อหน่วยงานอย่างไร? อีกทั้งยังมีความสามารถในการทำงานที่เกี่ยวกับการติดต่อสื่อสาร และยังสามารถทำงานหลาย ๆ อย่างได้ในเวลาเดียวกัน? Gen-Y เป็นผู้บริโภคที่ใจร้อน ต้องการเห็นผลสำเร็จทุกอย่างอย่างรวดเร็วเนื่องจากเชื่อในศักยภาพของตนเอง กลุ่มคน Gen-Y เชื่อว่าการประสบความสำเร็จในชีวิตจะเกิดขึ้นต้องทำงานหนัก ทำให้มีการแต่งงานช้าลง ไม่ถึง 30 ไม่แต่ง ถ้ามีแฟนแล้วแฟนมีอุปสรรคกับงาน ก็จะเลิกกับแฟนเลือกงาน คนกลุ่มนี้มักเปลี่ยนงานบ่อย มีเครดิตการ์ดมากกว่า 1ใบ ใช้บริการประเภทและมักใช้บริการ Personal Credit มากขึ้น Gen Z : ค.ศ. 2000 บ้างว่าเป็น iGeneration , internet generation หรือ Silent Generation (เจนเงียบ) เนื่องจากการสื่อสารระหว่างคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นการสื่อสารผ่านข้อความบนหน้าจอมือถือ หรือคอมพิวเตอร์แทนการพูด เรื่องจริงวัยรุ่นยุคใหม่ Gen Z คนเกิดหลัง 1995 1. สมาร์ทโฟนเป็นอวัยวะของชาว Gen Z โทรศัพท์มือถือ ทั้งกลุ่มสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตถือว่าเป็นอวัยวะที่ 33 ของชาว Gen Z ต้องมีลูกเล่นหลายอย่างทั้งโทร ทั้งแชต ถ่ายรูป ฟังเพลง เล่นเกม ดูคลิป ฯลฯ ที่ตอบสนองวงจรชีวิตดิจิทัล โลกออนไลน์สำหรับชาว Gen Z ไม่ใช่โลกเสมือนแต่คือโลกความจริงอีกโลกเลยทีเดียว ฝรั่งให้ลักษณะของ Gen Z ว่า Digital in their DNA เลยทีเดียว โลกดิจิทัลสำหรับคนรุ่นนี้ สำคัญยิ่งกว่าตัวเงินจริงๆ เพราะไม่มีเงินยังยืมเพื่อนได้ แต่ถ้าไม่มีโทรศัพท์ (ไว้แชตหรืออื่นๆ) แทบจะเฉาตายเลยนะเออ 2. Gen Z เป็นมนุษย์ข้อมูลและสถิติที่ห่วงอนาคต Gen Z ติดโลกออนไลน์ จึงรับข้อมูลข่าวสารมากกมายอย่างรวดเร็ว ทั้งข่าวทันโลก และวิเคราะห์สถิติเรื่องต่างๆ เพื่อคาดการณ์อนาคต ดังนั้น ชาว Gen Z จึงเป็นทั้งคนชอบตัดสินใจทำอะไรอย่างรวดเร็ว ไม่ชอบรอคอย แต่ก็เป็นคนที่กลัวอนาคตด้วย เรียนอะไรดีไม่ตกงาน อาชีพอะไรมั่นคง มีแนวโน้มว่าจะเลือกงานที่เงินดีมากกว่าที่ชอบจริงๆ ข้อมูลที่เข้าหาชาว Gen Z อาจทำให้ Gen Z เองกลายเป็นคนที่กลัวที่จะตัดสินใจเรื่องอาชีพการงานในอนาคต ข้อมูลมาก ก็กลัวมากนั่นเอง 3. Gen Z เชื่อมโลก เชื่อมวัฒนธรรม คน Gen Z เปิดกว้างทางความคิดและวัฒนธรรมที่แตกต่างมากขึ้น เพราะเพียงลัดนิ้วเดียว ก็สามารถคุยกับเพื่อนต่างชาติที่มีจากอีกซีกโลกได้ แม้ว่าจะต่างพื้นฐานวัฒนธรรมก็อาจมีความชอบความบันเทิงเดียวกัน ซึ่งการเชื่อมโลกแบบนี้ ทำให้ Gen Z มีความรู้สึกเปิดกว้างในการยอมรับความแตกต่างได้ง่ายมากขึ้น มีแนวโน้มที่จะปรับทัศนคติได้ดี ไม่แบ่งแยกชนชั้น สีผิว ศาสนา หรือประเพณีที่แตกต่าง แต่ก็อาจจะยิ่งเทิดทูนความเป็นทุนนิยมมากขึ้น 4. Gen Z ทำเพื่อตัวเองก่อน มีผลการศึกษาที่สอบถามว่าหากชาว Gen Z มีเงิน หรือได้เงินมากจากงานใดๆ ก็ตามมีแนวโน้มที่จะใช้เงินเพื่อตัวเองก่อน เช่น ซื้อของที่อยากได้ แล้วใช้เก็บออมเป็นอันดับต่อมา และเพียงประมาณ 10 เปอร์เซ็นเพื่อการกุศล แต่อย่างไรก็ตามชาว Gen Z ค่อนข้างจะรู้สึกมีส่วนร่วมกับสถานภาพฐานะของครอบครัว จะพิจารณาว่าจะซื้ออะไร หรือจะทำอะไรเพื่อช่วยครอบครัวประหยัดมากขึ้น มีนิสัยที่จะพยายามทำอะไรด้วยตนเองมากขึ้น เรียกร้องสิทธิ์ตัวเอง ชอบอิสระเสรี รู้จักเก็บออมเพื่ออนาคตมากขึ้น แต่ก็ตามลักษณะนิสัยพื้นฐานของแต่ละคนด้วย 5. Gen Z มีแนวโน้มเป็นมนุษย์หลายงาน ความอดทนต่ำ ชีวิตดิจิทัลที่รวดเร็วทำให้เด็กรุ่น Gen Z มีความอดทนรอคอยต่ำ ชอบทำงานหลายๆ อย่างพร้อมกัน ในมุมหนึ่งอาจมองว่าการทำหลายๆ อย่างพร้อมกันเป็นเรื่องดูเก่ง แต่จริงๆ การทำการบ้าน ฟังเพลง ดูทีวี แชตกับเพื่อน และคุยกับแม่ หรืออื่นๆ ไปพร้อมๆ กัน ทำให้ประสิทธิภาพในการรับรู้และการทำงานแต่ละชิ้นลดลงโดยที่ไม่รู้ตัว ซึ่งในส่วนนี้พ่อแม่ของชาว Gen Z ต้องสอนให้เด็กรุ่นนี้มีสมาธิกับงานด้วย ที่สำคัญต้องระมัดระวังอย่าให้ติดอยู่ในโลกดิจิทัลมากนัก ไม่อย่างนั้นอาจมีปัญหาติดเทคโนโลยีอย่างอาการติดอินเทอร์เน็ต (Internet addiction) อาการความจำเสื่อมเพราะโลกดิจิตอล (Digital Dementia) เป็นต้น 6. Gen Z ยังต้องการความรักและความห่วงใย แม้ Gen Z จะมี DNA เป็นรหัสดิจิทัล แต่การพูดคุยติดต่อผ่านเทคโนโลยีอย่าง facebook หรือโซเซียลมีเดียอื่นๆ ก็ยังไม่สามารถแทนที่การคุยจริงๆ ได้ แม้จะมีอิโมติคอนมากมายก็ตามแต่เรื่องบางเรื่องข้อความไม่สามารถสื่อความรู้สึกที่แท้จริงได้ และเด็กๆ ทุกคนก็ยังต้องการความเข้าใจจากผู้ใหญ่ อันเป็นพื้นฐานของมนุษย์อยู่แล้ว ยังอยากให้ผู้ใหญ่แสดงความรู้สึกห่วงใย แม้ว่าจะต้องการโลกส่วนตัวขนาดไหนก็ตาม ผู้ใหญ่ต้องปรับตัวมากที่จะยอมรับการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วของเทคโนโลยีเท่าๆ กับที่วิถีของชาว Gen Z ที่รวดเร็วเช่นกัน 7. โลกเร็ว ฉันเร็ว ฮีโร่ของ Gen Z มักเป็นคนดังที่อายุใกล้เคียงตัวเอง ที่สร้างแรงบันดาลใจได้ อย่างดารา นักร้อง นักเขียน มากกว่าฮีโร่ตัวอย่างเศรษฐีพันล้านที่ประสบความสำเร็จจากเสื่อผืนหมอนใบแบบเมื่อสามสิบก่อน เพราะเทคโนโลยีตอบสนองได้แทบทุกอย่าง ชาว Gen Z จึงคิดว่า "ทำได้ทุกอย่าง" ดังนั้นชาว Gen Z แล้ว แทบจะไม่เข้าใจในเรื่อง ช้าๆ ได้พร้าสองเล่มงามเท่าไหร่ ชอบที่จะประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว แบบฮีโร่คนดังแต่เด็กทั้งหลาย สิ่งที่ทำ ก็อยากให้เห็นผลเร็วๆ แต่ในชีวิตจริง มันไม่มีอะไรที่ได้ผลรวดเร็วเสมอไป ดังนั้นวัยรุ่น Gen Z และครอบครัวต้องสอนเรื่องช้าๆ แต่ชัวร์ หรือ การค่อยๆ พยายามสั่งสมเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่สำเร็จ 8. Gen Z เป็นเจ้าหนูจำไม (ทำไม) ชาว Gen Z ต้องการคำอธิบายมากขึ้น ต้องมีเหตุผล ต้องรู้สึกว่าได้เข้าใจกับทุกเรื่องในชีวิต อยากมีส่วนร่วมในครอบครัว ต้องการตัดสินใจชีวิตตัวเอง (แม้จะสับสนและกลัวอนาคตก็ตาม) ดังนั้นจึงกล้าคิดกล้าและกล้าถามมากขึ้นกว่าคนรุ่นก่อน หมดยุคของการที่วัยรุ่น Gen Z (และ Gen Y ตอนปลาย) จะยอมรับเหตุผลแค่ว่า "ไม่ต้องยุ่งหรอก เรื่องของผู้ใหญ่" แล้ว ผู้ใหญ่จึงควรเปิดโอกาสให้ Gen Z คิด และแสดงความคิดเห็นเรื่องในครอบครัวด้วย หากกีดกันหรือไม่อธิบายอะไรจะระเบิดได้ง่ายๆ หรือหากไม่พอใจคำอธิบาย เขาก็จะไปหาคำอธิบายจากอินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจจะมีทั้งดีและร้ายปะปนกันไป ดังนั้นควรการเปิดโอกาสให้ได้คิด สอนการแสดงเหตุผลอย่างถูกต้อง อธิบายย่างตรงไปตรงมาดีกว่า 9. Gen Z หาความรู้ได้ทุกที่ การเรียนรู้ของชาว Gen Z เน้นผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่มากขึ้น ถ้าสามารถจัดห้องเรียน จัดบ้านนำเอาเทคโนโลยีมาเสริมกับกิจกรรม ให้แรงจูงใจ มีการแข่งขัน มีรางวัล จะช่วยให้ชาว Gen Z กระตือรือร้นในการเรียนรู้มากขึ้น บอกเลยว่า Gen Z เกลียดการเรียนแบบบรรยายมากๆ แล้วก็ชอบข้อมูลแนวกราฟ ภาพ สถิติชัดเจน เน้นข้อมูลสั้นๆ ที่เข้าใจง่ายๆ เพราะมีแนวโน้มว่าชาว Gen Z จะเริ่มต้นจดจำข้อมูลได้ดีจากข้อมูลสั้นๆ เหล่านี้ ตามแบบฉบับโลกออนไลน์ที่ข้อมูลไหลเร็วไงล่ะ ที่สำคัญชาว Gen Z มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ดังนั้นจึงเข้าถึงข้อมูลความรู้ได้อย่างไม่จำกัด ครูและพ่อแม่สามารถใช้อินเทอร์เน็ตมาเป็นสื่อในการเรียนรู้ได้ แต่ก็ต้องตามทันลูกหลานด้วยนะ! เรียบเรียง teen.mthai อ้างอิง kiatkarinedekd

แนะนำ24ทีม ยูโร2016 กลุ่ม F – ฮังการี “ยักษ์หลับแห่งยุโรป
ฟุตบอลยุโรป /  ยูฟ่า / 

กลุ่มเอฟ ฮังการี เป็นอดีตทีมที่เคยยิ่งใหญ่แต่ปัจจุบันฮังการีไร้แชมป์ใดๆ มา30ปีแล้ว ในทีมชุดนี้ไม่มีนักเตะคนไหนเลยที่ได้เล่นในห้าลีกใหญ่ของยุุโรป(อังกฤษ,สเปน,เยอรมัน,อิตาลี,ฝรั่งเศส) ฮังการีถูกมองว่าเป็นทีมรองบ่อนที่สุดที่สุดทีมหนึ่งในศึกยูโรครั้งนี้ ผลงานในรอบคัดเลือก - พวกเขาชนะแค่สี่เกม ยิงได้แค่ 11 ประตูจากสิบเกมในรอบคัดเลือกและเปลี่ยนโค้ชไปถึงสามคนในระหว่างทัวร์นาเม้นต์ แต่ในรอบเพลย์ออฟพวกเขาก็ผ่านนอร์เวย์มาได้ด้วยเกมรับที่แข็งแกร่ง ผลงานในยูโรรอบสุดท้าย - พวกเขาเคยเป็นทีมยักษ์ใหญ่ในถ้วยใบนี้มาก่อน ได้อันดับสามในปี 1964 และอันดับสี่ในปี 1972 แต่หลังจากนั้นผลงานของพวกเขาก็ตกต่ำลงไปเรื่อยๆ นักเตะสำคัญ - บาลาสซ์ ซูดซ์ซัค กัปตันทีมและปีกซ้ายวัย 28 ปีปัจจุบันค้าแข้งอยู่ในตุรกี เขามีความเร็วและครอสบอลจากด้านข้างได้ดี บางครั้งรับหน้าที่เป็นเพลย์เมกเกอร์ที่ถ่างออกไปอยู่ด้านข้าง กุนซือ - เบิร์นด์ สต็อค กุนซือชาวเยอรมันวัย 52 ปี สมัยเป็นนักเตะเขาเคยเล่นให้ดอร์ทมุนต์ ส่วนใหญ่เขาจะรับหน้าที่ผู้ช่วยผู้จัดการทีมจนได้มาคุมคาซัคสถานเมื่อสองปีก่อน เขาปรับให้ฮังการีมาเล่นเกมรุกมากขึ้นจนทีมได้เข้ามาเล่นรอบสุดท้ายทัวร์นาเม้นต์ใหญ่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฟุตบอล 1986

หนุ่มเตนล์ NCT คนนี้ ทำให้วัยรุ่นเกาหลีพร้อมใจเรียนภาษาไทย
ภาษาไทย /  วัยรุ่นเกาหลี / 

กลายเป็นกระแสน้องเตนล์ ฟีเวอร์ ไปซะแล้ว สำหรับเด็กหนุ่มไทย หน้าตาน่ารักที่ได้เป็นศิลปินเกาหลีในวงบอยแบนด์ NCT ที่ย่อมาจากคำว่า Neo Culture Technology (นีโอ คัลเชอร์ เทคโนโลยี) จนทำให้เหล่าแฟนคลับที่ชื่นชอบอยากจะเรียนรู้ และรู้จักประเทศไทยผ่านความชอบของน้องเตนล์นี้เอง หนุ่มเตนล์ NCT คนนี้ ทำให้วัยรุ่นเกาหลีพร้อมใจเรียนภาษาไทย เด็กไทยหนึ่งเดียวของวง น้องเตนล์ ชิตพล ลี้ชัยพรกุล ในตอนนี้ส่งผลให้แฟนๆ ในเกาหลีที่ชื่นชอบในตัวน้องเริ่มหันมาเรียนภาษาไทยอย่างจริงจัง ทั้งการพูด อ่าน และเขียน จนน้องเองก็เคยพูดขอบคุณแฟนๆ เกาหลีที่พยายามเรียนภาษาไทยกัน และน้องเตนล์เองก็บอกแฟนๆว่า จะพยายามเรียนภาษาเกาหลีให้เก่งมากยิ่งขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้น้องเตนล์ยังสอนเมมเบอร์ในวงทั้งเกาหลี ญี่ปุ่น อเมริกา แคนาดา ไหว้ และสอนเกี่ยววัฒนธรรมไทย สิ่งที่แฟนๆ กาหลีชื่นชอบน้องเตนล์ แม้แต่สื่อเกาหลีเองก็ยังชื่นชม คือเรื่องของมารยาทและการวางตัวที่ดูสุภาพอ่อนโยน ในขณะที่แฟนๆจะได้สัมผัสกับความรื่นเริงแอบกวนนิดๆของน้อง และที่สำคัญคือรอยยิ้มที่มีเสน่ห์ของน้องเตนล์ ที่ทำให้แฟนๆในเกาหลีพร้อมใจกันเรียกชื่อจริงของน้อง ชื่อ-นามสกุล: ชิตพล ลี้ชัยพรกุล ชื่อเล่น: เตนล์ วันเกิด: 27 กุมภาพันธ์ 2539 ชนะการประกวด จากรายการ Teen Superstar ไอดอลของเตนล์ คือ G-Dragon ความสามารถพิเศษ บาสเก็ตบอล, วาดรูป, ออกแบบ เตนล์เป็นลูกครึ่งไทยจีน มีน้องสาว 1 คน เตนล์ในรับการขั้นเลือกให้เป็นเด็กเทรนในค่าย SM ตอนรอบคัดเลือก SM Global Audition in Thailand 2013 ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก Ten NCT Thailand, hallyukstar, pantip ติดตามเรื่องราวอื่นๆได้ที่ http://music.mthai.com

เปิดตัวหนังสุดซึ้ง “The Promise คิดถึงครึ่งชีวิต” ลุ้นบินตามรอยที่ญี่ปุ่น
The Promise /  คิดถึงครึ่งชีวิต / 

หวาน ซึ้ง หนักมากจริงๆ สำหรับภายนตร์เรื่อง “The Promise คิดถึงครึ่งชีวิต” จาก วรมิตร โปรดักชั่น ของผู้กำกับหนุ่มไฟแรง แบงค์-ชนพล รินลา ที่ดึงเอานักแสดงหน้าใหม่อย่าง ไอซ์ ณัฐพัชร์ และ Akiko Ozeki (อาคิโกะ โอเซกิ) มาประกบคู่กัน เรียกว่าเคมีเข้ากันอย่างแรง จนแฟนๆ ลุ้นให้เป็นแฟนกันจริงๆ ซึ่งภาพยนตร์เรื่อง “The Promise คิดถึงครึ่งชีวิต” ก็ได้จัดฉายรอบสื่อไปแล้วและได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม คอภาพยนตร์โรแมนติกรวมตัวร้องไห้ ฟินค้าง เพราะหนังมีความซึ้งหนักมาก!!! นอกจากนี้ผู้กำกับยังกระซิบข่าวดี มีกิจกรรม Keep Smiling Kumamoto โดย Nex World บริษัททัวร์ชั้นนำ ตามรอยสัญญารักกันไกลประเทศญี่ปุ่น!!! (24 พ.ค. เอสพลานาด รัชดา) โดยผู้กำกับ แบงค์ ชนพล ได้เปิดเผยว่า “สำหรับหนังเรื่อง The Promise คิดถึงครึ่งชีวิต ผมตั้งใจจะเล่นเรื่องของคำสัญญา ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัวที่เราอาจเผลอลืมกันได้ หนังจะถ่ายทอดอย่างละเอียดทุกมุม ทั้งคนสัญญา และคนลืมสัญญา เหมือนคำโปรยที่เราคิดไว้ "บางคนสัญญาอย่างไม่คิด แต่บางคนไม่คิดจะผิดสัญญา" เป็นหนังดูง่าย ซาบซึ้งครับ ผ่านบรรยากาศสวยๆ วิวอันซีนใหม่ๆ ของ จ.เชียงใหม่ ผมว่าเราไม่มีหนังอย่างนี้มานานแล้ว พระ-นางเป็นคนละชาติกัน นอกจากนี้พยายามสอดแทรกวัฒนธรรมบ้านเรา” ด้าน ไอซ์ ณัฐพัชร์ พระเอกของเรื่องก็ได้เผยความประทับใจในตัวนางเอก ว่า “ถือว่าเป็นการเจอกันครั้งแรกนะครับ เขาเก่งมาก ตอนผู้กำกับขอให้เขาแสดงบทต่างๆ ให้ดูเขาก็แสดงได้สมจริง เห็นทีไรต้องเกร็ง และฉากที่ผมประทับใจ คือฉากบอกรัก ถ่ายกันบนเขา วันนั้นผมเจอเขาวันแรกก็ต้องบอกรักฝากรักผ่านรอยจูบเลย เขินมากๆ ครับ ยังจำความรู้สึกวันนั้นได้” ส่วนนางเอก อาคิโกะ เผยว่า “ประทับใจวิวเมืองไทยสวยมาก พระเอกก็น่ารัก เป็นกันเอง ส่วนที่ลุ้นว่าเป็นแฟนกันจริงๆ ปล่อยให้เป็นเรื่องอนาคตแล้วกัน คิดเหมือนฮานะในเรื่องว่ามิตรภาพเป็นสิ่งสำคัญควรรักษาไว้ ส่วนจะพัฒนาไปเมื่อไหร่ก็ให้วันเวลาเป็นคำตอบ” อินทะลุจอ หลายคนลงมติเป็นหนังที่มีมีความซึ้งหนักมาก ว่าแล้วจะรออัลไล ไปดูหนัง “The Promise คิดถึงครึ่งชีวิต” ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ เริ่มเข้าฉาย 26 พ.ค.นี้ และเก็บตั๋ว ลุ้นโชคกับกิจกรรม Keep Smiling Kumamoto โดย Nex World อ่านกติกาผ่านเฟสบุ๊ค The Promise คิดถึงครึ่งชีวิต

เวอร์วังอลังมว้ากกก!!! รวมวิถีซุปตาร์กับปาร์ตี้วันเกิด
วันเกิด /  วันคล้ายวันเกิด / 

กลายเป็นธรรมเนียมของเหล่าคนบันเทิงไปเสียแล้ว สำหรับปาร์ตี้วันเกิด ที่เมื่อใดวันคล้ายวันเกิดเวียนมาบรรจบครบรอบ เมื่อนั้นเหล่าดาราหลายๆ คนมักจะจัดปาร์ตี้ฉลองกันแบบสุดฤทธิ์สุดเดช เรียกว่าเป็นวิถีของเหล่าซุปตาร์ฝุดๆ เพราะหลังๆ เห็นบ่อยขึ้น ใครชอบสังสรรค์ชอบปาร์ตี้ก็ปริ่มกันไป ใครนั้นไซร้รักสงบก็อาจจะมองว่าเวอร์วังไปบ้าง แต่จุดนี้เวอร์วังอลังการงานวันเกิดจริงๆ นะ เพราะคนบันเทิงแต่ละคนเขาก็มีธีมในการจัดงานแตกต่างกันไป ที่เห็นกันมานานนมอย่างสาว อั้ม พัชราภา แต่ละปีไม่มีจืด ธีมงานเผ็ดแซบตลอดๆ ปีล่าสุดก็ฟุ้งไปด้วยดอกไม้ จัดว่าเป็นนางเอกสาวต้นตำหรับปาร์ตี้วันเกิดเลยก็ว่าได้ ส่วนที่ล่าสุดๆ หน่อยก็เห็นจะเป็นสาว มิน พีชญา คนนี้เป็นนางเอกมาตลอด ปาร์ตี้วันเกิดครั้งล่าสุดเลยรีเควสธีมนางร้ายซะเลย ด้านเพื่อนสนิท สาวอั้ม อย่าง เมย์ เฟื่องอารมย์ ก็ฉลองวัย 40 ปี ด้วยปาร์ตี้วันเกิดที่เต็มไปด้วยลูกโป่งสีสันสดใส ผู้จัดการดาราอย่าง เอ ศุภชัย ก็ธรรมดาซะที่ไหน ธีมจีนของแม่เจ้าประคุณแซบไม่แพ้ซุปตาร์คนอื่นๆ เช่นกัน แม้แต่หนุ่มมาดแมนอย่าง เชน ณัฐวัฒน์ ก็ขอมีปาร์ตี้กับเขาบ้าง แต่ที่เวอร์วังของแท้ชนิดหาตัวจับยากคงต้องยกให้ไฮโซเจ้าแม่ศัลยกรรมอย่าง แหวนแหวน ปวริศา ที่ปาร์ตี้วันเกิดล่าสุดสวยงามไปกับธีมเจ้าหญิงเจ้าชาย มองกลายๆ นึกว่างานฉลองวิวาห์เสียอีก Wowwww...นี่แค่บางส่วนที่เห็นกันล่าสุดเท่านั้นนะ ก่อนหน้านี้มีให้ยลอีกเพียบ แต่ละงานจัดเต็มไม่มีใครยอมใคร แหมๆๆ ก็สนุกสนานสำราญใจตามประสาคนบันเทิงอ่ะเนอะ หนึ่งปีจะเวียนมาบรรจบสักครั้ง แม้จะดูเวอร์วังไปบ้างแต่ก็ว่ากันไม่ได้นะจ๊ะๆ เอ้า!!! แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทูยูจ้าาาา ปาร์ตี้วันเกิด อั้ม พัชราภา ปาร์ตี้วันเกิด อั้ม พัชราภา ปาร์ตี้วันเกิด อั้ม พัชราภา ปาร์ตี้วันเกิด อั้ม พัชราภา ปาร์ตี้วันเกิด อั้ม พัชราภา ปาร์ตี้วันเกิด อั้ม พัชราภา ปาร์ตี้วันเกิด อั้ม พัชราภา ปาร์ตี้วันเกิด อั้ม พัชราภา ปาร์ตี้วันเกิด อั้ม พัชราภา ปาร์ตี้วันเกิด อั้ม พัชราภา ปาร์ตี้วันเกิด อั้ม พัชราภา ปาร์ตี้วันเกิด เอ ศุภชัย ปาร์ตี้วันเกิด เอ ศุภชัย ปาร์ตี้วันเกิด เอ ศุภชัย ปาร์ตี้วันเกิด เอ ศุภชัย ปาร์ตี้วันเกิด เอ ศุภชัย ปาร์ตี้วันเกิด เอ ศุภชัย ปาร์ตี้วันเกิด เอ ศุภชัย ปาร์ตี้วันเกิด เอ ศุภชัย ปาร์ตี้วันเกิด เอ ศุภชัย ปาร์ตี้วันเกิด มิน พีชญา ปาร์ตี้วันเกิด มิน พีชญา ปาร์ตี้วันเกิด มิน พีชญา ปาร์ตี้วันเกิด มิน พีชญา ปาร์ตี้วันเกิด มิน พีชญา ปาร์ตี้วันเกิด มิน พีชญา ปาร์ตี้วันเกิด มิน พีชญา ปาร์ตี้วันเกิด มิน พีชญา ปาร์ตี้วันเกิด มิน พีชญา ปาร์ตี้วันเกิด มิน พีชญา ปาร์ตี้วันเกิด เชน ณัฐวัฒน์ ปาร์ตี้วันเกิด เชน ณัฐวัฒน์ ปาร์ตี้วันเกิด เชน ณัฐวัฒน์ ปาร์ตี้วันเกิด เชน ณัฐวัฒน์ ปาร์ตี้วันเกิด เชน ณัฐวัฒน์ ปาร์ตี้วันเกิด เชน ณัฐวัฒน์ ปาร์ตี้วันเกิด เชน ณัฐวัฒน์ ปาร์ตี้วันเกิด เชน ณัฐวัฒน์ ปาร์ตี้วันเกิด เชน ณัฐวัฒน์ ปาร์ตี้วันเกิด เมย์ เฟื่องอารมย์ ปาร์ตี้วันเกิด เมย์ เฟื่องอารมย์ ปาร์ตี้วันเกิด เมย์ เฟื่องอารมย์ ปาร์ตี้วันเกิด เมย์ เฟื่องอารมย์ ปาร์ตี้วันเกิด เมย์ เฟื่องอารมย์ ปาร์ตี้วันเกิด เมย์ เฟื่องอารมย์ ปาร์ตี้วันเกิด เมย์ เฟื่องอารมย์ ปาร์ตี้วันเกิด เมย์ เฟื่องอารมย์ ปาร์ตี้วันเกิด เมย์ เฟื่องอารมย์ ปาร์ตี้วันเกิด เมย์ เฟื่องอารมย์ ปาร์ตี้วันเกิด เมย์ เฟื่องอารมย์ ปาร์ตี้วันเกิด แหวนแหวน ปวริศา ปาร์ตี้วันเกิด แหวนแหวน ปวริศา ปาร์ตี้วันเกิด แหวนแหวน ปวริศา ปาร์ตี้วันเกิด แหวนแหวน ปวริศา ปาร์ตี้วันเกิด แหวนแหวน ปวริศา ปาร์ตี้วันเกิด แหวนแหวน ปวริศา ปาร์ตี้วันเกิด แหวนแหวน ปวริศา ปาร์ตี้วันเกิด แหวนแหวน ปวริศา ปาร์ตี้วันเกิด แหวนแหวน ปวริศา ปาร์ตี้วันเกิด แหวนแหวน ปวริศา ปาร์ตี้วันเกิด แหวนแหวน ปวริศาขอบคุณรูปภาพจาก IG @aum_patchrapa @a_supachai1 @chanenutthawat @minpechaya @whanpavarisa @mayfuang

DIY โคมไฟเก๋ๆ จากดินญี่ปุ่น
diyโคมไฟ /  โคมไฟ

ทุกวันนี้โคมไฟกลายเป็นสิ่งจำเป็นของบ้าน ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มแสงสว่างให้บ้าน แต่ยังเป็นของตกแต่งบ้านที่ได้รับความนิยมอีกด้วย ถ้าเรานึกไม่ออกว่าจะหาอะไรมาวางเพื่อให้บ้านดูสวย ส่วนใหญ่ก็จะนึกถึงโคมไฟเป็นอันดับต้นๆ และมันจะดีไม่น้อยถ้าเราทำโคมไฟประดับบ้านได้เอง วันนี้ Decor.MThai ก็มีไอเดีย DIY โคมไฟเก๋ๆ มาเสนอให้เพื่อนๆ ได้ชมกันค่ะ DIY โคมไฟเก๋ๆ จากดินญี่ปุ่น ขั้นตอนการทำ นำลูกโปร่งมาเป่าให้กลม และวาดลวดลายตามที่เราอยากได้ลงไป นำดินญี่ปุ่นผสมน้ำเล็กน้อย มาปั้นลงไปบนลูกโปร่ง จากนั้นรอสักพัก รอให้ดินแห่ง เอาเข็มเจาะลูกโปร่งให้แตก และนำลูกโปร่งออกมา เก็บขอบโคมไฟด้วยการขัดกรอบดินญี่ปุ่นด้วยกระดาษทราย ขั้นตอนสุดท้ายก็นำหลอดไฟมาติดกับตัวดินญี่ปุ่น ถ้าอยากให้โคมไฟมีสีก็สามารถพ่นสีลงไปได้ แค่นี้เพื่อนๆ ก็จะได้โคมไฟที่มีลวดลายเป็นของตัวเองแล้วค่ะ โคมไฟที่เราทำขึ้นมาเองนี้นอกจากจะมีลวดลายที่ไม่เหมือนใครแล้ว เรายังได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ บ้างคนถ้ามีไอเดียดีๆ สามารถทำขายได้เลยนะคะ ขอบคุณภาพ : http://www.boredpanda.com

สั่นคลอน!สเตอร์ริดจ์เดี้ยงจากยูโรป้าแรชฟอร์ดมีลุ้นลุยยูโร
ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ /  ทีมชาติอังกฤษ / 

ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ กับโอกาสไปลุยฟุตบอลยูโร 2016 กับทีมชาติอังกฤษเริ่มสั่นคลอนแล้ว เมื่อได้รับบาดเจ็บที่หน่องจากเกมยูโรป้านัดชิง ทำให้ กองหน้าดาวรุ่งอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด มีลุ้นได้โอกาสหลังจากที่กองหน้าจากลิเวอร์พูล ลงเล่นในศึกยูโรป้าลีกนัดชิงซึ่งนอกจากได้เหรียญรองแชมป์แล้วยังได้อาการบาดเจ็บที่หน่องแถมมาด้วยทำให้จะไม่ได้เล่นเกมอุ่นเครื่องกับ ออสเตรเรียในวันศุกร์นี้ ซึ่ง รอย ฮอดจ์สัน กุนซือของทีมสิงโตคำรามได้ประกาศรายชื่อนักเตะออกมา 26 คนและต้องตัดเหลือ 23 คน ทำให้มีโอกาสที่ กองหน้าจอมเซิ้งจะหยุดโผหากร่างกายไม่สมบรูณ์ และจะเป็นการเปิดโอกาสให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าดาวรุ่งของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ถูกคาดหมายว่าจะโดนหั่นออกจากทีมมีลุ้นมากขึ้น

ค้นกระเป๋าสาววิว PROJECT X แฟ้มลับเกมส์สยอง
issue36 /  คณะนิเทศศาสตร์ / 

วิว-ณัฐ ริกา เฝ้าด่าน สาวสวยจากการประกวด Gossip Girls 2013 ที่กำลังมีผลงานละคร เรื่อง Angel นางฟ้าล่าผี และ Project X แฟ้มลับเกมส์สยอง ทางช่อง MONO29 ให้แฟนๆ ได้ติดตามกัน งั้นตามมาเปิดกระเป๋าเฟรชชี่น้องใหม่ คณะนิเทศฯ ม.กรุงเทพ กันเลยดีกว่า ค้นกระเป๋าสาววิว PROJECT X แฟ้มลับเกมส์สยอง “กระเป๋า ใบนี้ใช้ไปเรียนบ่อยมาก เป็นกระเป๋าที่คุณแม่ซื้อให้เป็นของขวัญปีใหม่ ปกติคุณแม่ไม่ค่อยซื้อกระเป๋าให้นะ เห็นวิวเป็นคนห้าวๆ ชอบใช้กระเป๋าแนวกะโปโลแบบกระเป๋าผ้า แต่แม่ก็อยากลองให้ลูกใช้กระเป๋าที่ดูดีบ้าง แล้วกระเป๋านี้มันดูเป็นผู้ใหญ่นิดหนึ่ง ซึ่งพอใช้ก็ติดเลย ตามจริงยี่ห้อนี้ส่วนมากเน้นสีน้ำตาล แต่วิวเป็นคนชอบสีดำ แม่เลยซื้อสีดำให้ เพราะว่าสีนี้ไม่ค่อยมีใครใช้ด้วย” สมุดเลกเชอร์ เป็นคนเขียนเลกเชอร์บ่อยมาก เพราะว่าชอบจดมาก อย่างถ้าจะมีสอบ จะจดใจความสำคัญที่อาจารย์สรุปให้ เราก็นั่งฟังปุ๊บ เอามาจดเขียน มันก็ตรงกับที่สอบพอดี มันก็ได้ผลนะคะ เพราะหนูลองมาตั้งแต่มัธยมแล้ว หรืออย่างวิชา โฆษณา เขาให้ถ่ายหนังสั้น บางครั้งก็มีเขียนบทเองให้เพื่อนแสดง เพราะไม่อยากแสดง แต่เป็นผู้กำกับและแอคติ้งโค้ชแทน ปากกา เป็นไฮไลท์ ไว้ว่าอันนี้จดวันไหน วิชาอะไร เขียนต้องเป็นดินสอสีด้วยค่ะ ถึงจะดูน่าอ่านขึ้น เครื่องสำอาง ไปที่มอจะแต่งหน้าบางๆ เขียนคิ้ว เขียนตา แล้วก็ใช้คอลซีลเลอร์ปิดรอยสิวบ้าง ติดแค่ทาลิปกลอสให้ปากมันวาวๆ นิดหนึ่ง วิวแต่งหน้าเบาที่สุดในกลุ่มแล้วล่ะ แว่นตา สายตาสั้น 400 กว่าค่ะ และมันเป็นกรองแสงด้วย คือ บางครั้งรีบไงที่มอ ก็ใส่แว่นไปเรียนดูเนิร์ดดี ส่วนคอนแทคก็ใส่ไปทำงานหรือถ่ายละคร กระเป๋าสตางค์ เป็นของขวัญวันเกิดจากพ่อ ตอนม.2 เก่ามาก 55 พ่ออยากให้เราพกกระเป๋าสตางค์บ้าง เพราะปกติไม่ค่อยพกตังค์เยอะ ตอนนี้พ่อก็ขับรถไปรับส่งอยู่แล้ว วิวก็กินไม่ค่อยเยอะด้วย วันหนึ่งใช้ไม่เกิน 300 บาท บางวันใช้ร้อยเดียวก็พอ เครื่องคิดเลข ตอนนี้มีเรียนวิชาสถิติ ก็เลยต้องใช้ ชอบวิชานี้มาก ตอนมัธยมเป็นคนไม่ชอบเลขนะ แต่พอเข้ามหา'ลัยกลายเป็นชอบวิชาเลขซะงั้น ที่ไม่ชอบกลายเป็นวิชาพวกกฎหมายแทน โทรศัพท์ ใช้งานหลักๆ คงเป็น LINE กับ IG ค่ะ ส่วนการเรียนจะใช้พวก SAFARI หาข้อมูล ใช้แอปของ BU แล้วก็ MEMO ไว้จดเตือนงานที่อาจารย์สั่ง ส่วนเคสมิกกี้เม้าส์นี่หาซื้อเองในเน็ต เป็นคนชอบมิกกี้เม้าส์มาก มันน่ารักดีอะ CREDIT PLACE : Jamclub ใกล้เมเจอร์ปิ่นเกล้า ติดตามได้ในคอลัมน์ open bag นิตยสาร Campus Star No.36 www.facebook.com/campusstar

เกล้า ผจก.ใหม่ รับทะเลาะ ผจก.ชมพู่ เชื่อมีเบื้องหลังจ้องดิสเครดิต!!
ข่าว ใหม่ ดาวิกา /  พี่เกล้า ผจก. ใหม่ ดาวิกา / 

ยังคงเป็นที่สนใจสำหรับกรณีไม่แท็กหรือไม่ให้เครดิตชุดใส่ไปอีเว้นท์ที่เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศสของนางเอกพันล้านอย่างสาว ใหม่ ดาวิกา โดยล่าสุดหลังจากที่เรื่องราวเริ่มจะบานปลาย และมีการพาดพิงไปยังคนในวงการหลายท่าน หลายฝ่าย งานนี้ทาง เกล้า น้ำพราว ผู้จัดการส่วนตัวของเธอได้ออกโรงให้สัมภาษณ์กับสื่อด้วยตัวเอง!! เผยทุกอย่างทำไปเพื่อต้องการปกป้องเด็ก และถามหาหลักฐาน หากใหม่ผิดจริงก็ยินดีจะขอโทษ บอกไม่แฟร์ เชื่อมีขบวนการเบื้องหลังต้องการดิสเครดิต ก่อนรับมีปัญหากับทาง หวานเจี๊ยบ ผู้จัดการของนางเอกสาว ชมพู่ อารยา จริง!! รายละเอียดมีดังนี้ “สิ่งที่เกล้าโพสต์คือความตั้งใจและเจตนาคือเกล้าเขียนทุกประการนะคะ ว่าที่เราเห็นว่าเหมือนกับว่ามีคนมารังแกน้องเรา เราก็ทำหน้าที่ผู้จัดการคือเราก็ต้องปกป้องสิทธิของน้องเราที่ว่าเหมือนมีคนมากล่าวหาว่าน้องเราเป็นอย่างงั้นอย่างงี้ เราก็รู้สึกได้ว่าเราก็ยอมได้แต่ว่าเราต้องทำหน้าที่ผู้จัดการเราต้องปกป้องน้องเราแล้วก็อีกอย่างที่ออกมาพูดไม่ได้ต้องการอะไรเลยต้องการสิ่งเดียวคือต้องการหลักฐาน ถ้ามีเอาออกมาแค่นั้นเองค่ะ ถ้าไม่มีก็ไม่รู้อย่างไรก็ I don't เหมือนกันถ้าไม่มี” “เราเองก็ไม่ได้พูดนะคะ เราไม่ได้พูดแน่นอนเราเองต้องถามว่าเวลาเราจะออกจากบ้าน เราเตรียมเสื้อผ้าเสร็จเราต้องรู้ว่าเราจะใส่อะไรถูกไหมค่ะ พอใส่ไปใครถาม "ใส่ชุดอะไรมาหรอ" มันเป็นไปได้หรอค่ะที่เราจะตอบว่า I don’t” “จริงๆ ที่ทำไปด้วยหนึ่งเพราะว่าอารมณ์สงสารน้องมาก เกล้าไม่ได้มีอารมณ์โกรธอะไรเลยแต่ว่า เราเป็นอารมณ์แบบสงสารน้องเราด้วยความรู้สึกมันว่า ทำไมเราต้องมากลุ้มใจกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง แล้วอยากให้คนที่เขาถามคนที่เขากล่าวหามานี้ว่า น้องพูดอย่างงั้นน้องพูดอย่างนี้เอาหลักฐานมาพูดกันดีกว่า เราไม่ได้ถามว่าเขาอายุงานเท่าไหร่หรืออายุเท่าไหร่ แต่เราถามว่าหลักฐานอยู่ไหนมากกว่า ส่วนที่ ที่เอามาพูดเหมือนประมาณแบบ จริงๆ ที่เราต้องออกมาไม่ใช่เพราะว่าเราร้อนตัวหรืออะไรแต่เป็นเพราะเราปกป้องสิทธิของเรา เหมือนใครเดินผ่านมาบิดลูกเรา บิดแรกเราก็ให้อภัยได้เข้าใจได้ว่าเขาอาจเผลอไปโดนหรืออะไร แต่ถ้าเดินมาครั้ง 2 ก็แล้ว ครั้ง 3 ก็แล้ว ครั้ง 4 ก็แล้ว เราก็รู้สึกว่ามันไม่แฟร์กับเด็กของเรา เราก็ต้องออกมาสอบถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น” “ถ้าเพราะเกล้ารู้สึกว่าทางเราเงียบแต่เขาไม่เงียบซักทีแล้วก็จริงๆ จัดงานวันนั้นมือถือ OPPO ที่น้องใหม่ให้สัมภาษณ์ไปเสร็จแล้วเราก็คิดว่าตอนนั้นน่าจะเคลียร์พอสมควร เพราะว่าเราจะกล่าวหาที่บอกว่า มีมูลๆ มูลไหนค่ะ ถูกไหมมูลอยู่ไหน เอาออกมาให้เราดูนิดหนึ่งว่ามันคืออะไร ถ้าน้องผิดเกล้ายินดีให้น้องขอโทษ ไม่ว่าปัญหาเพราะว่าอะไรมันก็เป็นเรื่องขอโทษได้ถ้าน้องทำผิดเราก็พร้อมจะให้น้องขอโทษ” “คือเราไม่ได้พูดว่าจะใช้กฎหมายอย่าให้เกินขั้นต้องใช้กฎหมาย เพราะว่าเรารู้สึกว่าการที่คุณมาพูดกัน แม้ว่าขณะที่เราพูดจะไม่พูดชื่อน้องแต่มันคือใช่ มีรูปน้องขึ้นในรายการ มีการกล่าวหา” “ฟ้องร้อง ไม่ค่ะ เราถึงไม่ไปถึงขั้นรุนแรงขนาดนั้นแต่ว่าอย่างที่บอกว่าเรามาวัดกันด้วยหลักฐาน เหมือนถ้าน้องใหม่ไม่ได้ไปทำอะไรที่ผ่านมาเหมือนโดนกล่าวหา ว่าทำอันโน้นทำอันนี้แต่ไม่มีหลักฐานชัดเจนสักอย่างแล้วเราก็ไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมายหรือว่าทำอะไรรุนแรงสำหรับเกล้า แต่ถ้าสมมุติว่ามีผู้ใหญ่คนหนึ่งฆาตกรรมเด็กหรือวางยาจนเด็กตายแล้วตรวจจะไปจับ ผู้ใหญ่บอกว่า ดิฉันอายุขนาดนี้แล้ว รู้ว่าอะไรถูกอะไรควร เกล้าถามว่าตำรวจจะไม่จับเขาหรอค่ะ มันก็ต้องมีหลักฐาน” “ไม่ต้องการขอโทษค่ะ เพราะเขาเป็นผู้ใหญ่แล้วก็คือแล้วแต่จะพิจารณาเลยค่ะ ว่าเขาจะทำยังไงได้บ้าง ทางเราอย่างน้อยก็ออกมาปกป้องสิทธิบ้างมาบอกว่าน้องเราไม่ได้ทำอย่างนั้นจริงๆ” “เราก็ต้องออกมาตอบโต้เรื่อยๆ หมายถึงว่า สิ่งที่เขาพูดมันจริงหรือเปล่าเราต้องการแค่หลักฐานเพราะว่าเราไม่ควรกล่าวหาเลื่อนลอย อยู่ดีๆ มาบอกนักข่าวเขียนนู่นนี่นั้น พี่ๆ นักข่าวก็ต้องไม่ยอมก็ต้องหาหลักฐานมา คนเราก็ต้องสู้ยิบตาของเราเหมือนกัน วันที่น้องสัมภาษณ์งานนั้นแล้วแต่ในเมื่อเขาไม่จบเขาพูดออกมาอีก ก็อยากให้สังคมกลับไปถามเขาเหมือนกันว่าจุดไหนที่เขาหยุดได้แล้วแล้วพอใจแล้ว คือต้องการให้น้องเป็นยังไงเลิกทำงานออกไปจากวงการ เขาจะได้สะดวก คือเรารู้สึกว่าสื่อก็เป็นกลางนะค่ะ นำเสนอข่าวอย่างเป็นกลางยิ่งเป็นผู้ใหญ่ด้วยก็ยิ่งต้องควรเป็นกลางไม่ใช่เอาความสนิทส่วนตัวมาว่าไปต่างๆ เหล่านี้เราก็ว่ามันไม่ถูกต้อง” “ก็อยากให้จบตั้งนานแล้วอย่างที่เรียนว่าตั้งแต่วันที่น้องให้สัมภาษณ์ เกล้ารู้สึกว่าน้องเป็นเด็กการที่โดนเรื่องอะไรอย่างนี้แรงหลายๆ ครั้งมันก็ไม่ใช่กับเรา ถ้าเป็นเรื่องไม่เป็นเรื่องให้น้องเกล้า” “คิดว่าเรื่องมันมีขบวนการที่อยากให้น้องตกลงมา เรื่องทั้งหมดเกล้าคิดว่าเป็นอย่างงั้น อย่างงั้นแหละ เพราะเรื่องมันมาตั้งแต่ชมพู่โพสต์สตอเบอรรี่ ซึ่งเอาจริงๆ เรารู้จักคนพูดมานะ ว่าเขาเป็นคนยังไง ก็คือเราไม่ได้หมายถึงใครค่ะ เขาก็โพสต์คุยกับผลไม้คุยอะไรของเขาไปสนุกๆ แต่พอดีว่ามันมีสาเหตุที่มันเป็นเรื่องที่เกล้ามีปัญหากับหวานเจี๊ยบ ซึ่งเราเป็นเพื่อนกันซึ่งตอนนี้เราไม่ได้คุยกันแล้วพอรู้มาเสร็จก็เหมือนจับโยงสนุกสนานเลยทีนี้ ก็มีคนอยู่เบื้องหลังแหล่ะคงมีคนพยายามปั่น ตอนแรกคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็กแต่ว่ามันลามปามมาเรื่อยๆ” “เพราะว่าใครได้ดูสามแซบที่ผ่านมาได้เห็นชมพู่พูดว่าพี่ได้คุยกับเกล้าอยู่แล้วว่าชมพู่เราขอโทษนะเรื่องข่าวเนี่ยเหมือนลามปามกันใหญ่แล้วข่าวมันไปเกี่ยวกับชมพู่ด้วยเลยเกรงใจที่ต้องมานั่งตอบข่าวไม่ใช่เรื่อง” ส่วนเรื่องเด็กในสังกัดอีกคนอย่าง ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ไม่ต่อสัญญากับทางวิกหมอชิตนั้น ทางผจก. เกล้า ชี้แจงมาดังนี้ “ใบเฟิร์นที่หมดสัญญากับทางช่อง 7 บอกตรงๆ ว่าเป็นการหารือร่วมกันระหว่างทางพ่อ-แม่น้องแล้วก็เกล้า เราเห็นพร้อมต้องกันว่าเราอยากให้น้องเป็นอิสระแล้วก็ได้เข้าไปปรึกษากับผู้ใหญ่ทุกช่องก็ได้คุยมากันหลายท่าน ทุกอย่างก็เป็นไปด้วยดีแล้วก็ได้ข้อสรุปก็คือว่า อย่างน้องใบเฟิร์นจะเป็นอิสระสามารถรับงานได้แต่ว่าผลงานที่ยังมีทางช่อง 7 ก็คือ บัลลังก์หงส์ ก็ยังจะต้องถ่ายต่อไปจนจบ ก็คือเราต้องทำงานที่ยังมีอยู่ให้เสร็จก่อนเดี๋ยวค่อยว่ากันว่าจะยังไงต่อ” เกล้า ผจก. ใหม่ ดาวิกา เกล้า ผจก. ใหม่ ดาวิกา เกล้า ผจก. ใหม่ ดาวิกา ใหม่ ดาวิกา