รอยสักยันต์ห้าแถว

10 หนังจักรยาน สุดตรึงตรา ที่ชวนคว้าสองล้อคู่ใจ แล้วปั่นไปกับเรา
bicycle movie /  E.T. The Extra-Terrestrial / 

หนึ่งในไลฟ์สไตล์สุดฮิต (และสุดฮิป) แห่งยุคสมัยนี้ คงหนีไม่พ้นการที่ใครๆ ก็หันมาปั่นจักรยานกันมากขึ้น เพราะนอกจากจะได้สุขภาพดีฟิตแอนด์เฟิร์มแล้ว การปั่นเจ้าสองล้อท่องเที่ยวก็น่าหลงใหลแบบสุดๆ แต่คุณผู้ชมรู้รึเปล่าว่า การปั่นจักรยานของคุณอาจดูเด็กๆ ไปแล้ว เมื่อต้องมาเจอกับ 10 หนังจักรยาน สุดตรึงตรา ที่เราจะพาคุณไปดู 10 หนังเด็ด ที่มีลีลาจักรยานในแบบที่ใครได้ชม เป็นต้องลืมไม่ลง จะมีเรื่องอะไรบ้าง ขอเชิญคว้าเจ้าสองล้อคู่ใจ แล้วปั่นไปกับเราได้เลย E.T. : The Extra-Terrestrial แฟนหนังรุ่นเก๋าทั้งหลาย ใครเล่าจะลืมฉากอันลือลั่นจาก E.T. : The Extra-Terrestrial ฝีมือของพ่อมดแห่งฮอลลีวู้ดได้ลงล่ะจริงไหม เพราะฉากปั่นเจ้าสองล้อทะยานข้ามดวงจันทร์ พร้อมมิตรภาพสุดน่ารักของหนึ่งชาวโลก หนึ่งต่างดาวนี้ มันสุดแสนจะตราตรึงใจ จนขึ้นแท่นฉากคลาสิคไปแล้วเรียบร้อย -------------------------------- แฟนฉัน แฟนฉัน หนึ่งในหนังไทยที่สร้างปรากฏการณ์ลบคำสบประมาท "หนังเด็กใครจะดู" ได้สำเร็จ แถมแจ้งเกิดดารารุ่นเยาว์เป็นทิวแถว ซึ่งหนึ่งในภาพจำที่เห็นแล้วอดยิ้มไม่ได้ ก็ต้องเป็นแก๊งจักรยานสุดเริงร่า ที่มาพร้อมถุงน้ำห้อยแฮนด์ และเพลงคอนเสิร์ตคนจน โอ้เย...โอ้เย...โอ้โอ้เย -------------------------------- The Shining การได้ปั่นจักรยานเที่ยว คงเป็นการผจญภัยสุดมันส์สำหรับเด็กๆ ทุกคน แต่กับเจ้าหนู แดนนี่ ใน The Shining ท่าทางว่าจะไม่ได้เป็นอย่างนั้น เชิญพบทริปจักรยานสุดผวาของเด็กตัวน้อยๆ ที่จะทำให้คุณสะพรึง ติดตา และหลอนเด็กแฝดไปอีกนาน!   -------------------------------- Season Change เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย นอกจากเทรนด์เรียนดนตรี และร่มใสกลางสายฝนที่ฮอตฮิตไปทั้งประเทศแล้ว Season Change เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ก็ทำให้ชาวกระโปรงบานขาสั้น แห่มาขี่จักรยานกันเพียบ การจีบสาวที่ชอบ แล้วพาซ้อนจักรยานได้นี่ มันฟินๆ จริงๆสินะวัยรุ่น -------------------------------- Timeline จดหมาย-ความทรงจำ อะไรเล่าจะมีความสุขไปกว่า หนึ่งคนรู้ใจกับสองล้อคู่ชีพ ใน Timeline จดหมาย-ความทรงจำ จากความเปล่าเปลี่ยวชายหนุ่มผู้มาพร้อมจักรยาน สู่เพื่อนร่วมทางคู่ใจ ที่ระยะทางจะไกลแค่ไหน การปั่นจักรยานเดินทางคู่กันนี่มันก็น่าหลงใหลจริงๆ -------------------------------- Premium Rush หนังชื่อชวนตื่นเต้น Premium Rush หรือชื่อไทยสุดโหดอย่าง ปั่นทะลุนรก นี้ แทบจะฉุดคนดูที่นั่งอ้วนอยู่หน้าจอ ขึ้นมาปั่นจักรยานพุ่งตรงฝ่าเมืองใหญ่ ที่รถติดแค่ไหนก็ไม่หวั่น ด้วยลีลาควบเจ้าสองล้อสุดระทึกของ โจเซฟ กอร์ดอน-เลวิตต์ กับภารกิจส่งของทะลุเมือง ที่มันส์ได้ใจแบบมีชีวิตเป็นเดิมพัน! -------------------------------- เพื่อนไม่เก่า ปั่นทางไกลคนเดียวมันเหนื่อย ลองหาเพื่อนร่วมทางดีๆ หรือไปเป็นแก๊งก็ไม่เกี่ยง กับมิตรภาพใน เพื่อนไม่เก่า ที่ถึงอ่อนล้าแค่ไหน ก็ยังน่าดีใจที่เพื่อนยังอยู่กับเรา และภารกิจแก้บนข้ามจังหวัดครั้งนี้ แทบจะชวนทุกคนโทรหาเพื่อนให้ไว แล้วออกไปกับเราดีกว่า -------------------------------- Quicksilver หากคุณกำลังคิดว่า จักรยานเป็นแค่พาหนะเอาไว้ปั่นเฉยๆ อยู่ล่ะก็ผิดถนัด เพราะพ่อหนุ่มพนักงานส่งเอกสารใน  Quicksilver โชว์เหนือกว่านั้นเยอะ ด้วยการหลอมรวมกับเจ้าสองล้อ แล้ววาดลีลาสเต็ปเทพเสียเลย ถ้าคุณผู้ชมอยากลองบ้าง ก็เตรียมยาพร้อมผ้าพันแผลไว้ก่อนนะเอ้อ -------------------------------- Project A การไล่ล่าด้วยจักรยานฮอลลีวูดก็มีกันเยอะ แต่ถ้าโซนเอเชียเราล่ะก็ต้องยกให้เฮีย เฉินหลง แต่เพียงผู้เดียว เพราะใน Project A เฮียโชว์ฟอร์มได้แบบมันส์เหลือล้น ที่ทำให้ความช้าของสองล้อ ออกมารวดเร็ว รุนแรง และกระแทกกระทั้นสุดๆ งานนี้นอกจากปั่นแล้ว เฮียยังใช้จักรยานเป็นอาวุธได้หน้าตาเฉย -------------------------------- Transporter 3 พี่โล้น เจสัน สเตแธม ขับรถส่งของโคตรระห่ำมาก็ 2 ภาค แต่กับใน Transporter 3 เรื่องนี้ พี่ขอละจากพวงมาลัย แล้วมาจับแฮนด์จักรยานแทน แต่อย่างว่าถึงจะพาหนะอะไรก็ไม่ปัญหา เพราะพี่โล้นยังคงฟอร์มโหด ซิ่งลืมโลกได้แบบไม่ยั้ง และทั้งหมดนี้ คือ 10 หนังจักรยาน สุดตรึงตรา ที่เราอยากชวนคุณคว้าสองล้อคู่ใจ แล้วปั่นไปกับเรา อยากท่องเที่ยวชมวิวสวยๆ อยากระห่ำทะลุเมืองใหญ่ หรืออยากใช้เป็นสื่อความรัก ก็เลือกจักรยานของคุณไปใช้ได้เลย -------------------------------

ผลฟุตบอล:ถ้วยแรกรอบสองของมู!สิงห์บูลถอนขนไก่ซิวลีกคัพสมัยห้า
คริสเตียน เอริคเซ่น /  จอห์น เทอร์รี่ / 

ผลฟุตบอล แคปิตอลวันคัพ นัดชิงชนะเลิศ วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2558 เชลซี 2-0 ท็อตแน่มฮอทสเปอร์ส ผู้ทำประตู:1-0 จอห์น เทอร์รี่ น.45,2-0 ดิเอโก้ คอสต้า น.56 เวลา: 23.00 น. สนาม: เวมลี่ย์ ถ่ายทอดสด:จีเอ็มเอ็ม ฟุตบอลพลัส, PPTV HD ศึกฟุตบอล แคปิตอลวันคัพ นัดชิงชนะเลิศ ที่สนาม เวมลี่ย์ “สิงห์บูล” เชลซี  ทีมีดีกรีเป็นแชมป์รายการนี้ 4 สมัย ลงสนามพบกับ ท็อตแน่มฮอทสเปอร์ส แชมป์ 4 สมัยเช่นเดียวกัน ซึ่งทั้งคู่เคยพบกันเมื่อปี 2008 และเป็นสเปอร์ส ที่เอาชนะในช่วงต่อเวลา 2-1 เริ่มเกมส์นาทีที่ 8 “ไก่เดือยทอง” เกือบได้เฮก่อนดังๆ เมื่อ คริสเตียน อิริคเซ่น จอมปั่นฟรีคิก ได้ยิงจากระยะประมาณ 25 หลา ตรงกลางประตู บอลชนคานบนดังสนั่น ชวดได้โอกาสได้ประตูขึ้นนำ นาที 12 เชลซีโต้กลับเร็ว ดิเอโก้ คอสต้า เก็บบอลได้ตรงกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายแล้วไหลให้ เอเด็น อาซาร์ ปั่นเน้นๆ แต่บอลหลุดกรอบออกไป ผ่าน 20 นาทีแรกเป็น สเปอร์ส ที่เป็นฝ่ายครองบอลได้มากกว่า แต่ก็ไม่มีโอกาสฝ่าแนวรับ เชลซี เจ้าไปทำอะไรได้มากนัก นาที 35 แดนนี่ โรส เติมขึ้นทางซ้ายแล้วไหลบอลให้ อิริคเซ่น พลิกยิงที่เสาแรก แต่ ปีเตอร์ เช็ก ยังล้มตัวรับไว้ได้ ท้ายครึ่งแรก เชลซี ที่ตั้งรับอยู่แทบจะตลอดกับเป็นฝ่ายได้ประตูออกนำในช่วงเวลาสุดสำคัญ นาที 45 เมื่อ วิลเลี่ยน โยนลูกฟรีคิกไปหน้าประตูแล้วกองหลังสเปอร์ส สกัดบอลกันไม่ขาด บอลมาตกใส่เท้า จอห์น เทอร์รี่ เลยจัดการยิงสวนตุงตาข่ายให้ เชลซี ขึ้นนำ 1-0 จากนั้นช่วงทดเจ็บ กองหลังเชลซี เติมขึ้นมาเกือบทำแสบได้อีกดอกเมื่อ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช โขกชง แกรี่ เคฮิลล์ โหม่งเน้นๆ แต่คราวนี้ ฮูโก้ โยริส พุ่งคว้าไว้ได้จบครึ่งแรก เชลซี ออกนำสเปอร์ส 1-0 เริ่มครึ่งหลัง นาที 48 เชลซี เกือบหนีห่างออกไปได้อีกเม็ด เมื่อ เชส ฟาเบรกาส โชว์ทักษะจักยานอากาศบอลเกือบเสียบมุม แต่ โยริส ยังผวาไปปัดบอลออกไปได้ ช่วงครึ่งหลังกลับเป็น เชลซี ท่าสกอร์นำอยู่เป็นฝ่ายครองเกมส์บุกซะเป็นส่วนใหญ่ และในนาที 56 ลูกทีมของ โจเซ่ มูรินโญ่ ก็ขยับหนีห่างออกไปจนได้ เมื่อ เชส ฟาเบรกาส แทงบอลออกทางซ้ายให้ ดิเอโก้ คอสต้า กระชากบอลหนี ไคล์ วอล์คเก้อร์ ก่อนยิงแฉลตัวประกบเปลี่ยนทางเข้าประตูไปให้ เชลซี หนีห่าง 2-0 นาที 63"สิงห์"เกือบส่งแฟนบอลไปเข้านอน เมื่อรับบอลจาก วิลเลี่ยน แล้วพยายามปั่นโค้ง บอลเกือบจะเสียบเสาแต่หลุดออกไปนิดเดียว เวลาที่เหลือ สเปอร์ส ที่ตามหลังถึง 2 ประตูพยายามลุยแหลก แต่ก็ฝ่ากำแพงแนวรับ เชลซีเข้าไปตีไข่แตกไม่ได้ จบเกมส์ เชลซี เอาชนะไป 2-0 เป็นแชมป์แรกของ โจเซ่ มูรินโญ่ ที่กลับมาคุมทีมเป็นครั้งที่สอง และเป็นแชมป์ลีกคัสมัยที่ 5 ของทีม รายชื่อ เชลซี: ปีเตอร์ เช็ก(GK),บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์, จอห์น เทอร์รี่, เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า,เคิร์ท ซูม่า, เชส ฟาเบรกาส,รามิเรส, วิลเลี่ยน, เอเด็น อาซาร์, ดิเอโก้ คอสต้า ท็อตแน่มฮอทสเปอร์ส: ฮูโก้ โยริส(GK),ไคล์ วอล์คเก้อร์,เอริค ไดเออร์, ยาน แฟร์ต็องเก้น, แดนนี่ โรส,นาบิล เบนตาเล็บ, ไรอัน เมสัน, แอนดรอส ทาวน์เซนด์, คริสเตียน อิริคเซ่น, นาเซอร์ ชาดลี่,แฮร์รี่ เคน

แถวบ้านเรียกโยนขี้! ฟานกัล โบ้ยผีฟอร์มห่วยแข้งผีควรโดนด้วย
พรีเมียร์ลีก /  ฟุตบอล / 

ออกแล้วโยนขี้ให้ลูกน้องแล้ว สำหรับ หลุยส์ ฟานกัล กุนซือ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ออกมาเผยว่า การที่ทีมฟอร์มไม่ดีไม่ใช่ความผิดของผู้จัดการทีมเพียงอย่างเดียว แต่ผู้เล่นต้องรับผิดชอบด้วย แม้ว่าจะแพ้เพียงแค่ 2 นัดจาก 20 นัดลังสุด แต่ลูกทีมของกุนซือชาวดัตช์กลับโชว์ฟอร์มได้ไม่ค่อยประทับใจกองเชียร์เท่าใดนัก และอันดับตอนนี้ก็หล่นมาอยู่ที่ 4 ของตารางแล้ว “จริงๆมันก็ไม่ใช่ความผิดของ ผู้จัดการทีมเสมอไป ในเมื่อนักเตะเล่นกันได้ไม่ค่อยจะดีนัก” LVG กล่าว “ผมคิดว่าไม่ใช่แค่อังเคลดิมาเรียหรอก แต่เป็นนักเตะทั้งหมดนั้นแหล่ะ” “แต่ผมก็ยังเชื่อนะถ้าเรามีสติในการเล่นแล้วทุกอย่างก็จะดีขึ้น”

เป๊ก-นิว โคตรหวาน เริ่มนับถอยหลังวันแต่ง
นิว เดอะสตาร์ /  เป๊ก เปรมณัช / 

เป็นคู่รักที่หลายคนกำลังจับตามองอยู่ตลอดว่าเมื่อไหร่จะลงเอยกันสักที สำหรับนักร้องสาวสุดฮอต นิว นภัสสร กับหวานใจอย่างหนุ่ม เป๊ก เปรมณัช ซึ่งก่อนหน้านี้มีข่าวลือออกมาว่าทั้งคู่ได้ตระเวนหาฤกษ์แต่งงานแล้ว แต่เพราะว่าหนุ่มเป๊กนั้นกลัวว่า ถ้าแต่งงานแล้วจะมีผลกระทบต่อเรื่องงานของแฟนสาว เพราะช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า 2 สาวดูโอ นิว-จิ๋ว นั้นมาแรงสุดๆ เพราะไม่ว่าจะออกซิงเกิ้ลอะไรมาก็ดังจนฉุดไม่อยู่ แถมก่อนหน้านี้นิวกับเป๊กก็เคยมีข่าวทะเลาะกันรุนแรงถึงขั้นว่ามีข่าวเลิกรากันมาหลายรอบแล้ว แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็ปรับความเข้าใจกันได้ และจูงมือกันควงคู่ออกงานด้วยกันอยู่บ่อยๆ ก็ไม่รู้ว่าที่ทะเลาะกันเป็นเพราะสาวนิวนั้นต้องการที่จะแต่งงานหรือเปล่า เพราะในกลุ่มเพื่อนๆ ของสาวนิวต่างก็ทยอยแต่งงานมีลูกไปหลายคนแล้ว แต่งานนี้เชื่อเหอะ อีกไม่นานเกินรอรับรองว่าคู่นี้จะต้องออกมาประกาศข่าวดีอย่างแน่นอน ก็เล่นหวานกันซะขนาดนี้ เป๊ก-นิว เป๊ก-นิว เป๊ก-นิว เป๊ก-นิว

กลัว น้องโปรด เหงา!! เป้ย สะกิด ป๊อป ปั๊มลูกคนที่สอง
เป้ย ปานวาด /  ป๊อป นิธิ / 

ต๊าย... ยังสวยแซบเซ็กซี่อยู่เหมือนเดิมเลยนะยะ สำหรับคุณแม่ลูกหนึ่งอย่าง เป้ย ปานวาด อดีตนางร้ายสุดเซ็กซี่ที่ตัดสินใจแขวนเต้าอย่างเป็นทางการตั้งแต่มีสามีเป็นตัวเป็นตน แม้จะไม่ได้นุ่งน้อยห่มน้อยเหมือนเดิม แต่ความแซบที่มีติดตัวมาตั้งแต่เกิดของสาวเป้ยก็ยังไม่จืดจางหรอกนะยะ เวลาอยู่กับสามีสองต่อสอง She ร้อนแรงมากๆ บอกเลย ป๊อป นิธิ ถึงรักถึงหลงไปไหนไม่รอดยังไงล่ะ แม้จะห่างหายจากหน้าจอไปนาน แต่แฟนคลับตัวยงของสาวเป้ยก็ยังคงตามติดชีวิตครอบครัวของเธอผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวที่เจ้าของขยันอัพเดทรูปสวยๆ ของตัวเอง สามีและลูกชาย ให้แฟนๆ ได้เข้ามากดไลค์กันระรัว ชีวิตครอบครัวแลดูสุขสันต์หรรษา น้องโปรด ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคือโซ่ทองคล้องใจที่ดี แถมยังมีแฟนคลับมากมายไม่แพ้คนเป็นแม่เลยทีเดียว มีลูกแล้วชีวิตดีสามีรักสามีหลง นอกจากพ่อผัวแม่ผัวจะอยากมีหลานตัวน้อยๆ เพิ่มอีกสักคนแล้ว เป้ยเองก็อยากจะมีลูกอีกสักคนเพื่อกระชับรักครอบครัวให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น ตัวน้องโปรดเองก็อ้อนพ่ออ้อนแม่อยากมีน้องไว้เป็นเพื่อนเล่น ในเมื่อลูกชายรีเควสมาขนาดนี้ คุณแม่ดีเด่นอย่างเป้ยเลยจัดให้ นอกจากจะควงสามีไปตรวจร่างกายเตรียมความพร้อมแล้ว ช่วงนี้ยังขยันซื้อของดีมาให้สามีโด้ป อะไรที่ว่าดีเจ้าตัวสรรหามาหมด บำรุงทั้งสามี บำรุงทั้งตัวเอง ไม่แน่ภายในปีนี้ “ครอบครัวตัว ป.” อาจจะมีสมาชิกเพิ่มมาอีกคนก็เป็นได้ สู้โว้ย!! ครอบครัวตัว ป. เป้ย-ป๊อป-น้องโปรด ครอบครัวตัว ป. เป้ย-ป๊อป-น้องโปรด ครอบครัวตัว ป. เป้ย-ป๊อป-น้องโปรด ครอบครัวตัว ป. เป้ย-ป๊อป-น้องโปรด

ประชัน 6 ดาราผู้อันเชิญฯ งานประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์
งานประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ /  ดาราผู้อันเชิญฯ / 

วันนี้ทีนเอ็มไทย ขอเก็บตกงานประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ กันอีกสักหน่อยนะคะ กับการรวบรวมการ ประชัน 6 ดาราผู้อันเชิญฯ งานประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ ว่าแต่ละรุ่นแต่ละสมัยมีใครกันบ้าง แต่ขอบอกว่าสวยทุกนางจริงๆ และไม่ใช่ว่าใครๆ ก็จะมาเป็นตัวแทนอัญเชิญได้นะคะ เพราะจะต้องผ่านการคัดเลือกหลายด้านมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ผู้อัญเชิญพระเกี้ยว, ผู้อัญเชิญถ้วยรางวัลพระราชทาน, ผู้อัญเชิญธรรมจักร และผู้ถือพานพุ่ม เพราะตำแหน่งเหล่านี้เป็นที่เจ็บตามองของทุกปีเช่นกัน ว่าใครกันน้า คือตัวแทนในปีนี้ และเป็นอีก 1 สีสันของขบวนพาเหรด  ประชัน 6 ดาราผู้อันเชิญฯ งานประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ ขอเริ่มด้วยดารารุ่นใหญ่ ที่อยู่ในวงการมานาน อย่าง นุสบา ปุณณกันต์ สาวสวยที่อายุไม่สามารถทำร้ายเธอได้ เพราะเธอมีแต่สวยมากขึ้นๆ จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และระดับปริญญาโทในสาขา​การบริหารจัด​การทางวัฒนธรรม ภาคภาษาอังกฤษ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในงานประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ปีนั้น เธอได้เป็นตัวแทนถือพานพุ่ม แอฟ ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ ต่อมา สาวแอฟ ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ นางเอกคุณแม่ยังสาว จบปริญญาตรี จากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเธอคือ ผู้อัญเชิญพระเกี้ยวในงานฟุตบอลประเพณี ครั้งที่ 55 สวยสง่ามาก ในการคัดเลือกเป็นผู้อัญเชิญพระเกี้ยว เป็นประจำทุกปีนั้น ถือว่าเข้มข้นมาก เพราะจะต้องผ่านทั้ง 5 กิจกรรมในการคัดเลือกดังนี้ 1). กิจกรรมแรกพบ 2). กิจกรรมสอบข้อเขียน 3). กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ 4). กิจกรรมสัมภาษณ์กลุ่ม 5). กิจกรรมสัมภาษณ์เดี่ยว เลือกได้ว่าไม่ใช่แค่ความสวยอย่างเดียว ต้องมีความสามารถด้านต่างๆ ด้วย แต้ว ณฐพร เตมีรักษ์ ตามรุ่นพี่มาทั้งความสวย และความสามารถ นางเอกตัวเล็กเจ้าบทบาท แต้ว ณฐพร เตมีรักษ์ จบปริญญาตรีจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเป็นผู้อัญเชิญพระเกี้ยวของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บนเสลี่ยง ในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 66 ฟาง ธนันต์ธรญ์ นีระสิงห์ ตามมาด้วยอีก 1 สาว ฟาง ธนันต์ธรญ์ นีระสิงห์ หนึ่งในสมาชิกวงเกิร์ลกรุ๊ป เฟย์ ฟาง แก้ว ค่ายกามิกาเซ่ จบการศึกษาจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้เป็นผู้อัญเชิญพระเกี้ยวของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 68 ปันปัน เต็มฟ้า กฤษณายุธ ในงานประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 70 ที่ผ่านมา ยังมีสาวปันปัน เต็มฟ้า กฤษณายุธ หรือ คุณหญิงโสภา ในละครเรื่อง อีสา-รวีช่วงโชติ และเป็นลูกสาวนักร้องเสียงดี ฐิติมา สุตสุนทร ตอนนี้เธอกำลังศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (หลักสูตรนานาชาติ) ล่าสุดเธอยังได้เป็นตัวแทน ถือป้ายเปิดงานประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ และเป็นผู้อัญเชิญถ้วยรางวัลพระราชทาน อีกด้วย  ออม อัทธนียา เอี่ยมวสันต์  คราวนี้มาดูผู้อัญเชิญฯ ฝั่งของทาง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กันบ้าง กับสาว ออม อัทธนียา เอี่ยมวสันต์ หรือ นารถนรินทร์ ในเละครเสน่หาสัญญาแค้น ช่อง 3 เธอกำลังศึกษาปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะวารสารศาสตร์ และ สื่อสารมวลชน และได้เป็นผู้ถือพานพุ่มแม่โดม เดินนำขบวนอัญเชิญพระธรรมจักร ในงานประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 70 ล่าสุด ว้าวว!!! 6 ดาราผู้อันเชิญฯ ประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ นี้สวยไม่แพ้กันจริงๆ ซะด้วย คราวนี้เราก็มาลุ้นในปีต่อๆ ไปกันว่า จะมีดาราคนไหนได้เป็นผู้อันเชิญฯ งานประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 71 กันต่อ เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ข้อมูลและภาพจาก ไอจีดารา,  ภาพงานประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์

ทำไงดี เหนื่อยงาน ! 10 วิธี เพื่อให้สาวๆหาความสุขจาก การทำงาน สุดง่าย
ทำงาน /  หาความสุขจากการทำงาน / 

ชีวิตมนุษย์เรานี่แทบจะครึ่งชีวิตต้องอุทิศให้กับงานใช่มั้ยล่ะคะ ไม่ว่างานอะไรก็ตาม ต่อให้คุณรักมันมากเท่าไหร่ ความเหนื่อยหน่ายจากการทำอะไรหรือตื่นมาทำงานแบบเดิมซ้ำๆ ก็อาจจะทำให้คุณเบื่อ เมื่อยล้า ได้ วันนี้เรามีวิธีที่จะทำให้คุณสาวๆมีความสุขกับระหว่าง การทำงาน ได้มากยิ่งขึ้น 1.เช้าออกกำลังกายบ้าง จากที่นั่งวินเข้าไปถึงหน้าประตูบริษัท ก็ลองเดินดูบ้าง หรือ อาจใช้การเดินขึ้นบันไดแทนการขึ้นลิฟท์ สักชั้นสองชั้นทุกวัน ก็จะทำให้ร่างกายของคุณกระปรี้กระเปร่ามากยิ่งขึ้น 2.พูดคุยกับเพื่อนร่วมงานบ้าง สาวบางคนมีพฤติกรรมแบบปิด การปิดอาจทำให้คนอื่นไม่กล้าเข้ามาคุยหรือมีปฏิสัมพันธ์กับคุณก็เป็นได้ การสร้างรอยยิ้มให้กับคนข้างๆในที่ทำงาน จะทำให้คุณได้เพื่อนเพิ่ม ที่สำคัญเลยเวลาคุณต้องติดต่อใคร จะได้ติดต่อได้ง่ายยิ่งขึ้น สำหรับสาวที่ไม่ชอบพูดคุย แนะนำให้เอื้อเฟื้อขนมนมเนยก่อน เพื่อเปิดความสัมพันธ์ ลองดูนะ 3.แต่งตัวสวยเป็นบางวัน อย่าไปว่าสาวๆที่ชอบแต่งตัวสวยๆเลยเธอ เพราะการแต่งตัวให้สวยนั้นเป็นเหมือนการบำบัดเธอตั้งแต่เริ่มทำงานเลยก็ว่าได้ เพราะถ้าคุณมีความมั่นใจกับชุดที่คุณใส่ และการแต่งหน้าที่รู้สึกมั่นใจสุดๆ จะทำให้วันนั้นของคุณเป็นวันที่มีความสุขแต่เริ่ม จะพบจะคุยกับใครก็เพิ่มความกล้าแสดงออกได้มากขึ้น สำหรับสาวที่ไม่ค่อยแต่งตัว ก็หาโอกาสแต่งบ้าง ส่วนใครที่เป็นสาวรักการแต่งตัวก็อาจจะเปลี่ยนสไตล์เอาก็ได้เช่น วันจันทร์ สาวร็อค อังคาร สาวหวาน เป็นต้น 4. ช็อปปิ้ง การเสียเงิน คิอการซื้อความสบายใจของผู้หญิงค่ะ เอ้ะ หรือใครจะปฏิเสธ เวลาได้ซื้อเครื่องสำอางค์ใหม่ หรือ เสื้อผ้าใหม่ คุณจะเริ่มวางแผนว่าจะใส่ชุดนี้เมื่อไหร่ จะแต่งแบบนี้ดีไหม ความสุขเกิดขึ้นในใจแล้วค่ะ เพราะฉะนั้น ถ้าเครียดจากการทำงานมากๆ พักเที่ยงรีบทานข้าวแล้วไปเดินเล่น พักผ่อนสมอง รับรอบคุณจะเฟรชขึ้นทันที 5. กินของอร่อยๆ เครียดใช่ไหม อยากกินอะไรกินเลยจ้า ขนมที่เธอชอบ ชาไข่มุก เค้ก บำบัดกันไปเลย แต่อย่าลืมว่า กินเฉพาะวันที่เครียดเท่านั้นนะ อย่ากินทุกวันไม่งั้นโรคอ้วนถามหาแน่นอน 6.โทรหากำลังใจ พ่อแม่ คนรัก พี่น้อง เพื่อน หรืออะไรก็ตามที่คุณคิดว่าเขาคือกำลังใจชั้นดีของคุณ รับรองหายดีสุดๆ 7.ซื้อของมุ้งมิ้งไว้บนโต๊ะ การได้มองของกุ๊กกิ๊ก หรือ น่ารักๆ ที่ได้หวนคิดถึงอะไรบางอย่าง จะทำให้คุณลดความเครียดไปได้นะ อาจเป็นรูปคุณแฟน ครอบครัว หรือตุ๊กตาที่ได้มาตอนไปเที่ยวต่างประเทศ ไรงี้ก็ลดความเครียดได้นะ 8.ให้เวลาพักกับตัวเอง สาวๆที่ทำงานเป็นรูทีนอาจจะหาเวลาให้ตัวเองพักได้ แต่ถ้าสาวๆเป็นคนทำงานเป็นกะหรือมีเวลาพักไม่แน่นอนล่ะก็ อย่าลืมหาเวลาให้ตัวเองบ้าง อาจเป็นการพักร้อน ลาพักผ่อน หรือกำหนดช่วงเวลาในการพักให้กับตัวเองบ้าง เพื่อให้พร้อมกับการทำงานในวันต่อไป อย่าลืมค่ะว่าคุณเป็นมนุษย์ ไม่ใช่หุ่นยนต์ 9.ยืดเส้นยืดสายระหว่างวัน การขยับร่างกายจะทำให้สมองของคุณสั่งการเรื่องการเคลื่อนไหว ที่จะทำให้สาวๆสามารถพักจากเรื่องงานที่แสนว้าวุ่นไปได้ 10.นึกถึงตัวเองบ้าง งานไว้ทีหลัง พึงระลึกไว้เสมอว่า ร่างกายของคุณเป็นของคุณ ไม่มีคุณ เขาก็สามารถหาคนมาทำงานแทนได้ มันจะคุ้มมั้ยถ้าอนาคตคุณต้องเสียเงินเป็นจำนวนมากเพื่อรักษาร่างกายตัวคุณเอง อย่าแบกภาระและทำร้ายตัวเอง ถ้างานทำให้ชีวิตและสุขภาพจิตคุณแย่ลงค่ะ ชีวิตอาจจะมีเรื่องงานเป็นส่วนใหญ่ของชีวิต แต่อย่าลืมค่ะว่าชีวิตยังเป็นของคุณอยู่ การได้อยู่กับสิ่งที่คุณรักและมีความสุข นั่นคือสิ่งสำคัญ และที่สำคัญที่สุด สุขภาพของคุณ เกิดครั้งเดียว ห้ามละเลยเด็ดขาดค่ะ โดย Women Mthai Team

สุดอลหม่าน! หนูน้อยจอมซน มุดเข้าไปติดในตู้คีบตุ๊กตา
คลิปเด็ก /  คลืปหนูน้อย / 

สุดอลหม่าน หลังหนูน้อยจอมซน มุดเข้าไปติดในตู้คีบตุ๊กตา พ่อแมต้องหาทางช่วยลูกกันใหญ่ วันที่ 27 ก.พ.2558 เว็บไซต์เมโทร อังกฤษ ได้เผยแพร่ภาพวีรกรรมสุดแสบของเด็กน้อย 2 รายที่ มุดเข้าไปติดอยู่ข้างในตู้คีบตุ๊กตาได้  เล่นเอาผู้ใหญ่ในระแวกนั้นต้องกุมขมับหาทางช่วยกันยกใหญ่  หาทางช่วยหนูน้อยจอมซนทั้งสอง ผู้สื่อข่าว ได้รายงานว่า เรื่องเกิดจากน้องจอมซน อยากรู้อยากเห็น ว่าในตู้นั้นเป็นอย่างไร ว่าแล้วก็เลยคลานเข้าไปติดในตู้คีบตุ๊กตา ตามระเบียบ ทางด้านพี่สาวเมื่อเห็นน้อง เข้าไปติดในตู้ ว่าแล้วก็เลยจะมุดเข้าไปช่วย แต่ผลสุดท้าย ก็ติดในตู้ด้วยกัน สุดท้าย เจ้าหนูทั้งสองก็ถูกช่วยออกมาได้ วีรกรรมของพี่น้องจอมแสบนี้ พ่อแม่ถึงแม้จะมีรอยยิ้ม แต่ก็คงต้องจดจำไปอีกนาน เหมาะหากเป็นสิ่งอันตรายแล้วงานนี้พ่อแม่ คงยิ้มไม่แบบนี้ไม่ออกเป็นแน่... MThai News  ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก   metro

เฉลยแล้ว! ภาพ'พระลงยันสาวเปลือยอก' ที่แท้...?
พระฉาว /  พระลงยันสาวเปลืออกม แชร์ว่อน / 

สาวประเภทสอง ออกรับเป็นบุคคลในภาพแชร์ว่อน "พระลงยันต์สาวเปลือยอก" ยัน ยังไม่ได้แปลงเพศหรือเสริมหน้าอก วอน ยุติเรื่องหยุดแชร์ ชี้ สร้างความเสียหายทั้งเจ้าตัวและพระเกจิชื่อดัง หลังกรณีภาพพระลงยันต์สาวเปลือยอก เผยแพร่แชร์ว่อนในสังคมออนไลน์และเป็นข่าวโด่งดัง โดยปรากฏภาพพระสงฆ์รูปหนึ่ง กำลังทำพิธีลงนะหน้าทองเขียนอักขระให้กับหญิงสาวที่กำลังเปลือยหน้าอก พร้อมมีกระแสวิจารณ์อย่างหนัก ทั้งเรื่องความไม่เหมาะสมของสงฆ์ และการแสดงความเห็นว่าสาวดังกล่าว อาจเป็นสาวประเภทสองหรือไม่ ล่าสุด 1 มี.ค.58 สาวในภาพได้ออกมาชี้แจงแล้วว่า เป็นสาวประเภทสองที่ยังไม่ได้แปลงเพศหรือเสริมหน้าอก ส่วนภาพที่ดูเหมือนมีหน้าอกนั้น เพราะกินยาคุม พร้อมระบุ ภาพดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยครอบครัวตนได้นิมนต์หลวงปู่แวกาย พนฺธสาโร วัดอัมปึล จ.อุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นพระที่ครอบครัวเคารพนับถือมานาน มาทำพิธีเสริมบารมีที่บ้านย่านรัชดา โดยมีลูกศิษย์มาร่วมพิธีจำนวนมาก สำหรับพิธี ผู้เป็นชาย ต้องเปลือยท่อนบนเพื่อลงอักขระ และตนก็ได้ถอดเสื้อผ้าผ่านการการใช้ปากกาเขียนของหลวงปู่ โดยไม่ได้ถูกต้องเนื้อตัว หลังจากนั้นจะมีลูกศิษย์เข้ามาปิดทองให้ หากเป็นหญิง หลวงปู่จะลงอักขระให้ที่หน้าผากหรือหลังเท่านั้น นอกจากนี้ ยังกล่าวว่า รู้สึกอับอายมากหลังภาพดังกล่าวหลุดเผยแพร่ออกไป ซึ่งในเหตุการณ์ได้มีคนในพิธีถ่ายภาพไว้ และตนได้กำชับ ห้ามนำไปเผยแพร่ จากนั้นภาพจึงหลุดมา สร้างความเสียหายให้ตนและหลวงปู่อย่างมาก จึงขอชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นและขอให้หยุดการเผยแพร่ภาพดังกล่าวและแสดงความเห็นไปในทางที่ผิด เพราะขณะนี้ มีผลกระทบต่อชื่อเสียงหลวงปู่อย่างมาก ขอบคุณ ข้อมูล เรื่องเล่าเช้านี้ >>>>>>ย้อนข่าวพระลงยันสาวเปลืออก MThai News

ชวนเที่ยว 10 สิ่งมหัศจรรย์ แห่งประจวบคีรีขันธ์
เที่ยว ธรรมชาติ /  เที่ยวทะเลอ่าวไทย / 

ประจวบคีรีขันธ์ เป็นอีกจังหวัดที่มีสถานทีท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย ทั้งวัดวาอาราม น้ำตก อุทยานแห่งชาติ ล้วนแล้วแต่เป็นสถานที่ที่ควรค่าแก่การไปเยือนทั้งนั้น วันนี้ travel.mthai.com ขอพาคุณไปพบกับ 10 สิ่งมหัศจรรย์ แห่งประจวบคีรีขันธ์ รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยว 10 แห่ง ที่คุณห้ามพลาด แต่จะมีที่ไหนบ้าง ต้องมาดูกัน ชวนเที่ยว 10 สิ่งมหัศจรรย์ แห่งประจวบคีรีขันธ์ 1. สถานีรถไฟหัวหิน - พลับพลามหามงกุฎ "Landmark ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปมากที่สุด" สถานีรถไฟหัวหิน แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ที่นักท่องเที่ยวชอบแวะไปเยี่ยมชมและถ่ายภาพ ก่อนจะเดินทางไปในที่อื่นๆ ต่อ มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น คือ พลับพลามหามงกุฎฯ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 เป็นที่ประทับขึ้นลงรถไฟของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ คราวเสด็จประพาสหัวหินโดยรถไฟ ที่ตั้ง :  ถ.ดำเนินเกษม-เลียบทางรถไฟ ต.หัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ / สอบถาม โทร. 0 3251 1073 2. ศูนย์ทอผ้าบ้านเขาเต่า อ.หัวหิน "ต้นแบบโรงทอผ้าแห่งแรกในประเทศไทย ตามพระราชดำริ" ศูนย์ทอผ้าบ้านเขาเต่า อ.หัวหิน เป็นต้นแบบโรงทอผ้าแห่งแรกในประเทศไทย ตามพระราชดำริ โดยการใช้กี่กระตุก เอกลักษณ์ผ้าฝ้ายของที่นี่ คือ ผ้าขาวม้า 9 เส้น, ผ้าฝ้ายลายดอกเกตุ, ผ้าฝ้ายลายเต่า และอีกหลายแบบหลายลายให้ท่านได้เลือกซื้อ ทำจากผ้าฝ้าย 100 % ไม่เจือสารเคมี มีความเงางามดุจผ้าไหมด้วยกรรมวิธีพิเศษเฉพาะของที่นี่ ส่วนผ้าขาวม้า 9 เส้น หมายถึงรัชกาลที่ 9 อันเนื่องมาจากโรงทอผ้าแห่งนี้ตั้งอยู่บนที่ดินของพระองค์ท่านนั่นเอง ที่ตั้ง : หมู่บ้านเขาเต่า ซอยหัวหิน 101 อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ / สอบถาม โทร. 0 3257 2351 3. ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี อ.ปราณบุรี "มหัศจรรย์ป่าคนสร้าง พลิกฟื้นนากุ้งร้างเป็นป่าชายเลน ตามรอยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ" ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ ฟื้นฟูป่าชายเลนจากนากุ้งร้างแห่งแรกในประเทศไทย  บนพื้นที่กว่า 786 ไร่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มีพระราชดำรัสเมื่อครั้งเสด็จฯ ปราณบุรีว่า "ปลูกป่าแล้วต้องให้ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์ด้วย" นอกจากการเดินชมธรรมชาติแล้ว ยังมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวตามรอย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ด้วยการร่วมกันปล่อยปู เพื่อเป็นการอนุรักษ์สัตว์น้ำ ที่ตั้ง : ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ / สอบถาม โทร. 0 3263 2255 4. เขาช่องกระจก อ.เมือง "จุดรับส่งดวงตะวัน ของเมืองสามอ่าว" เขาช่องกระจก มีที่มาจากช่องโหว่ ที่ดูคล้ายกับกรอบของกระจก บริเวณยอดเขาประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง และพระบรมสารีริกธาตุ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเสด็จฯ ขึ้นไปบนยอดเขาเพื่อทรงประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและปลุกต้นศรีมหาโพธิ์ เพื่อเป็นที่สักการะของชาวเมืองประจวบฯ นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งด้วย 5. พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ ถ้ำพระยานคร อ.สามร้อยยอด "พระที่นั่งบนพื้นดิน ... งามดั่งเทวดาเนรมิต" พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ ตั้งอยู่ในถ้ำพระยานคร เขตอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) โปรดเกล้าฯ ให้สร้างในปี พ.ศ. 2433 เพื่อเป็นที่ประทับในคราวเสด็จประพาสต้น สถานที่แห่งนี้มีพระมหากษัตริย์เคยเสด็จมาถึง 3 พระองค์ โดยจะเห็นพระปรมาภิไธยย่อของพระองค์ท่าน ณ ถ้ำแห่งนี้ ในยามที่พระอาทิตย์สาดแสงส่อง จะเป็นภาพที่งดงามจับตาอย่างมาก เป็นความมหัศจรรย์ที่หาชมได้ยากยิ่ง ที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด อ.สามร้อยยอด  / สอบถาม โทร. 0 3260 3571 , 0 3282 1568 6. อุทยานแห่งชาติกุยบุรี อ.กุยบุรี "กุยบุรี ... ซาฟารีเมืองไทย" อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าตะวันตก ตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ว่า "ช้างป่าควรอยู่ในป่า เพียงแต่ต้องทำให้ป่านั้นมีอาหารเพียงพอ" เต็มไปด้วยสัตว์ป่านานาชนิด ทั้งช้างป่า กระทิง วัวแดง และหมาใน มีการสร้างโป่งเทียมให้สัตว์ป่า สร้างฝายชะลอน้ำหรือแปลงหญ้า เพื่อเป้นแหล่งน้ำและแหล่งอาหารให้กับสัตว์ป่า ที่ตั้ง : หมู่บ้านรวมไทย ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ / สอบถาม โทร. 0 3264 6292 7. อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง อ.ทับสะแก "ธรรมชาติแห่งสายธาร ริมเขาตะนาวศรี" น้ำตกห้วยยาง หรือน้ำตกอ่างแก้ว เป็นน้ำตกที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเสด็จฯ มายังน้ำตกแห่งนี้และทรงดนตรี (คารีเนต) เมื่อปี พ.ศ. 2512 เป็นสถานที่ที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ มี "ผาชมทะเล" จุดชมวิวที่ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสความงามของทัศนียภาพ มียอดเขาหลวงเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด และยังเป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำจากสันเขาที่กั้นระหว่างประเทศไทยกับเมียนมาร์ อีกด้วย ที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติห้วยยาง ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก / สอบถาม โทร. 0 3264 6291 8. พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ อ.บางสะพาน "ค้นหาความหมายของเลข 5 และเลข 9 บนยอดเขาธงชัย" วัดทางสาย หรือวัดเขาธงชัย เป็นที่ตั้งของ พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ เจดีย์ที่มีความสวยงามอลังการ ด้วยการไล่ระดับ 5 ชั้น เจดีย์สีทองอร่ามอีก 9 ยอด อีกทั้งยังสามารถชมทิวทัศน์ชายฝั่งทะเลอ่าวไทยสุดงามได้อีกด้วย วัดนี้สร้างขึ้นในพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 เป็นอีกความหมายว่าทำไมเจดีย์ถึงมี 9 ยอด ส่วน 5 ชั้น นั้นหมายถึง ขันธ์ 5 ตามหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ที่ตั้ง : ม.9 ต.ธงชัย อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ / สอบถาม โทร. 0 3268 5019 9. เกาะทะลุ อ.บางสะพานน้อย "เกาะในฝัน ที่มีมากกว่าการเที่ยวทะเล" เกาทะลุแห่งนี้ เป็นพื้นที่ที่เต่ากระ ไว้วางใจมาวางไข่ หวังให้ลูกน้อยได้เติบโตไปใช้ชีวิตในทะเลอันกว้างใหญ่ เพราะเป็นบริเวณที่เงียบสงบ ปลอดภัย หาดทรายขาวสะอาด และความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ เกาะทะลุ จึงได้ทำการจัดตั้งศูนย์อนุบาลเต่ากระขึ้น เพื่อดูแลเต่าน้อยให้แข็งแรงก่อนปล่อยสู่ธรรมชาติ และในทุกวันที่ 12 สิงหา และ 5 ธันวา ของทุกปี จัมีกิจกรรมปล่อยเต่ากระ เพื่อเฉลิมพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ตั้ง : เส้นทางบางสะพานน้อย-ชายทะเล อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ / สอบถาม โทร. 0 3244 2636 10. หาดฝั่งแดง อ.บางสะพานน้อย "ตะลึงไปกับ ศิลาแลง อายุกว่า 100,000 ปี" หาดฝั่งแดง หรือหาดผาแดง เป็นหาดที่มีคุณค่าทางธรณีวิทยาสูงมาก เป็นเป็นศิลาแลงอายุกว่า 100,000 ปี และตอนใต้ลงไปของหาดมีอายุกว่า 240 ล้านปี ที่เกิดจากการสะสมของตะกอนจากร่องน้ำโบราณเป็นเวลานาน และมีส่วนผสมของแร่เหล็ก เมื่อสัมผัสกับน้ำจะทำให้สีเป้นเหมือนสนิม ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าศึกษาอย่างมาก ควรค่าแก่การเที่ยวชม ที่มา : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานประจวบคีรีขันธ์  /  เรียบเรียงโดย : Travel MThai

ขอบคุณที่ทิ้งกัน เปลี่ยนสาวบ้านๆอ้วนดำ กลายเป็นสาวสวย
Before&After /  ก่อนและหลัง / 

แชร์กันกระหึ่มอีกแล้วจ้า สำหรับกระทู้ฮอตจาก pantip ที่สาวสวยคนหนึ่ง มาเปิดเผยความในใจว่า เธอโดนทิ้งมา และเพราะการที่เธอถูกทิ้งในวันนั้น เลยทำให้ ผู้หญิงบ้านๆ อ้วนดำ ธรรมดาๆคนหนึ่ง เปลี่ยนตัวเองจนกลายเป็น สาวสวยสุดฮอตไปเลย เคยโดนทิ้งมั๊ยคะ? ยังจำความรู้สึกวันนั้นได้หรือไม่? มันเป็นความรู้สึกที่แย่มาก เหมือนเราไม่อะไรดี ไม่มีคุณค่า ไม่มีความหมายอะไรเหลืออีกแล้ว ในโลกนี้ ไม่น่าจะมีสิ่งใดที่ทำให้ตัวเรารู้สึกไร้ค่า ไร้ความหมาย ได้เท่ากับการโดนคนที่เรารักทอดทิ้งไป การโดนทิ้งทำให้ชีวิตหลายคนพัง บ้างก็เป็นรอยด่าง เป็นความทรงจำที่ไม่ดีชีวิต แต่สำหรับหลายๆคน รวมถึงตัวดิฉัน การถูกทิ้งในวันนั้น คือ จุดเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่ เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผู้หญิงคนนึง ได้กลับมาค้นพบคุณค่าในตัวเราเอง และความสุขที่แท้จริง ก่อนอื่นต้องขอแนะนำตัวก่อน ดิฉันชื่อเล่นว่า “อ้ำ” ปัจจุบันเป็นเจ้าของบริษัทเอเจนซี่โฆษณาแห่งหนึ่ง ที่ผ่านมาบริษัทเราที่ผ่านเราทำงานที่เรียกว่า “พีอาร์” ให้กับคนอื่นมากมาย รวมถึงทำเรื่อง “ภาพลักษณ์” ให้คนอื่นมาเยอะมาก ทำให้กับธุรกิจเล็กๆ ขนาดกลาง นักธุรกิจดังๆ เราแนะนำเขาได้หมดว่าจะต้องปรับปรุงภาพลักษณ์อย่างไร ใช้สื่ออย่างไรที่ทำให้ภาพที่สื่อออกมาดูดี แต่ที่ตลกมากๆ คือ อ้ำแทบไม่เคยดูแลเรื่องภาพลักษณ์ของตัวเองเลย นี่คือรูปอ้ำสมัยก่อน.... ภาพก่อนถูกทิ้ง หลายคนอาจจะสงสัยว่า อ้าว ทำบริษัทด้านภาพลักษณ์แล้วไม่ดูแลตัวเองแบบนี้ ใครมาเห็นเขาจะเชื่อหรอ? คำตอบคือ เขาเชื่อค่ะ แม้อ้ำจะเป็นทำงานเป็นหลักในออฟฟิศ แต่คนที่ออกหน้าตลอด ตั้งแต่ขายงาน พรีเซนต์งาน เก็บเงินลูกค้า คือเพื่ออ้ำอีกคนที่เป็นหุ้นส่วน พูดง่ายๆว่างานไหนใช้แรงอ้ำจะเป็นคนทำ แต่งานไหนใช้หน้าตา อ้ำก็ให้เพื่อนทำ ฟังดูตลก แต่เป็นเรื่องจริง เขียนไปเขียนมาเหมือนจะออกทะเล กลับเข้าเรื่องก่อนละกัน เราเป็นคนต่างจังหวัด มีพื้นเพเป็นเด็ก ปราจีนบุรี พ่อเป็นทหาร ชีวิตวัยเด็กเติบโตและอยู่ในค่ายทหารมาร่วม 20 ปี ฉะนั้นเรื่องความห้าวก็เต็มที่ ส่วนความสวยความงามแบบผู้หญิงก็ลืมไปได้เลย และด้วยความที่เป็นลูกทหารชั้นผู้น้อย พ่อก็จะสอนเสมอให้เราเจียมเนื้อเจียมตัว สมัยเด็กเรามีเพื่อนเป็นลูกนายร้อย นายพันที่เขาย้ายมา คบได้ แต่ห้ามตีตัวเสมอ (พ่อเค้าเคร่งครัดเรื่องแบบนี้) ที่บ้านต่างจังหวัด ย่าเรา เลี้ยงแบบเข้มงวด ให้เราเป็นคนเจียมตัว อย่าทะเยอทะยาน ให้เสียสละให้น้องสาวเพราะเราเป็นพี่ เราเลยกลายเป็นผู้หญิงที่โตมาเป็นผู้หญิงที่ ชอบทำงาน อดทนอดกลั้น เจียมตัว ไม่รักสวยรักงาม คือเป็นคนที่มีลักษณะห้าวๆลุยๆ แต่จะไม่แข็งขืนกับใคร เราเป็นคนที่ไม่ค่อยมีโชคกับเรื่องรักเท่าไหร่นัก แม้ว่าจะเป็นคนรักใครรักจริงและคบนาน แต่สุดท้ายด้วยความที่เราเป็นคนถึก บ้างาน และที่สำคัญไม่เป็นเรื่องการแต่งตัวเลย ความรักก็จืดจาง เพราะเราไม่มีความหวาน เดาว่าเราไม่มีเสน่ห์แบบที่ผู้ชายไทยชอบนัก อยากได้อะไรกมันกลายเป็นดาบสองคมที่ทำให้ผู้ชายที่มาคบกับเรารู้สึกว่าเขาไม่ต้อง active อะไรก็ได้ เพราะเราดูแลตัวเองได้หมดแล้ว แต่จริงแล้วไม่ใช่เลย ลึกๆอ้ำว่าผู้หญิงทุกคนก็อยากได้ผู้ชายที่เป็นหัวหน้าครอบครัว มีความเป็นผู้นำ แม้ว่าเราจะทำงาน เลี้ยงตัวเองได้ แต่เราก็หวังให้คนที่จะมาเป้นคู่ชีวิตเรานั้น มีความรับผิดชอบ เติบโตก้าวหน้า และคิดถึงอนาคตของครอบครัว ของเรา และของลูก แต่ประสบการณ์ส่วนตัวอ้ำไม่เคยเจอแบบนั้นเลย อ้ำเคยคบผู้ชายไทย 2 คน คนแรกเป็นแฟนกันที่คบตอนอยู่ต่างจังหวัดตั้งแต่สมัยเรียน ปวช. เขาเป็นคนที่ดี รักเรามาก(ในแบบของเค้า) เราคบมาเรื่อยๆถึง 7-8 ปี ชีวิตไม่ไปไหน ไม่เห็นแววว่าเขาจะทำอะไร หรือจะเป็นหลักเป็นหัวหน้าครอบครัวได้ แต่ประเด็นที่คิดย้อนไปแล้วน้ำตาจะไหลคือ เขาเป็นคนขี้หึงมาก (สมัยนั้นเราดีใจว่าเค้าคงรักเรามากๆ) เชื่อไหมว่า เค้าเคยขังเราไว้ในบ้านแล้วออกไปทำงาน ล็อคกลอนจากข้างนอก เราก็โง่เพราะแฟนบอกว่าหวงเลยรักมากไปไม่อยากให้ไปไหน ตอนนั้นทะเลาะกันเพราะเพื่อนในค่ายทหารมาคุยด้วยเฉยๆ แค่นั้นแหละแฟนจับล็อคไว้ แต่ไม่หนักเท่าครั้งหนึ่งที่ทะเลาะกันแล้วเค้าเอาเราขังไว้ในห้องเก็บของใต้บันได พอเราออกมาได้ เค้าก็เตะเราลงไปนอนกับพื้น แล้วยิ้มน้ำลายใส่หน้า เพื่อนๆเชื่อไหม ว่าตอนนั้นเราทนได้และรู้สึกว่าเราเป็นคนผิดเอง เพราะเค้าพูดจนเรารู้สึกแบบนั้นจริงๆ เรื่องนี้ไม่มีใครรู้เลย เราเก็บมาตลอด เหมือนเป็นจุดดำมืดในชีวิต แต่ไหนๆอ้ำก็คิดจะเล่าแล้วก็ขอแชร์ให้หมดเลยละกัน ถ้ามีส่วนไหนดาร์กไปก็อย่าถือสาเลยนะ อ้ำเชื่อว่าผู้หญิงหลายๆคนก็อาจจะเคยเจอมาบ้าง เพียงแต่จะขุดมาเล่าให้คนอื่นฟังไหมก็เท่านั้นเอง จากนั้นเราก็ย้ายมาทำงานในกรุงเทพ เพราะไปเจอผู้ชายคนนึงเค้ามาเที่ยวรีสอทแถวบ้านแล้วเค้าพูดว่า "มาอยู่กรุงเทพซิ จะหางานทำให้" แล้วเค้าบอกว่า "คล่องแคล่วแบบเรา หางานทำไม่น่ายากหรอก" พอเค้ากลับไปเราก็มานั่งคิดนะ ชีวิตต่างจังหวัดสำหรับเรามันใช่หรือเปล่า เราไม่เคยเห็นภาพตัวเองทำงานมีลูกใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านเลย เราก็ลองแอบไปแย็บๆถามย่าเพราะย่าเลี้ยงเรามา แต่ย่าเอง เค้าไม่ได้สนใจเรามากอยู่แล้ว(เราไม่ใช่หลานรัก) เค้ารักน้องสาวเรามากกว่า แกบอกว่า "ไปพ้นๆก็ดีจะได้ไม่ต้องเสียเงินให้เรา" ทั้งๆที่แกก็ไม่ได้ส่งเราเรียนหนังสือสมัย ปวช.อยู่แล้ว เรารับจ้างทำบัญชี เป็นเสมียนในปั๊มน้ำมันแถวบ้านแล้วเก็บเงินส่งตัวเองจนเรียนจบ จุดที่เราจะเข้ากรุงเทพเริ่มใกล้ความจริง เลยตัดสินใจเข้ากรุงเทพมาอยู่กับผู้ชายคนนี้ ที่ตอนหลังเป็นแฟนคนไทยคนสุดท้ายของเรา ส่วนแฟนที่อยู่ต่างจังหวัดก็เริ่มห่างไปเรื่อยๆ จนเราก็เลิกกันในที่สุด แฟนคนไทยคนที่สองก็คล้ายๆคนแรก คบไปกันไปเรื่อยๆเขาก็มีเรื่องทะเลาะกับที่ทำงานและลาออกมาอยู่บ้านเฉยๆ เราก็หวังดีอยากให้แฟนมีอะไรทำ เลยคุยกันว่าเราจะไปกู้เงินมาลงทุนเปิดร้านมินิมาร์ทเล็กๆให้เขาดูแล แต่ทำไปได้สัก 6-7 เดือนสุดท้ายก็ไปไม่รอดเพราะเขาไม่ได้ใส่ใจ ก็กลายเป็นขาดทุน แต่ละเดือนๆรายได้ที่หามาก็ต้องไปลงกับหนี้ รวมถึงต้องเลี้ยงตัวเค้าอีกท้องหนึ่งด้วย จนสุดท้ายก็ปิดร้าน เขาก็ไปหางานทำใหม่ และก็ปล่อยให้เราจัดการกับหนี้ส่วนหนี้ไปโดยลำพัง จนสุดท้ายเราก็รู้สึกว่าแบบมันไม่ใช่ เขาไม่น่าจะเป็นคู่ชีวิต เราแอบหมดศรัทธาในตัวเค้า คือรู้สึกว่าทำไมเขาไม่สู้ ไม่พยายามคิดหรือทำอะไร เพื่ออนาคต ซึ่งตอนนั้นก็คิดไปแบบเด็กๆ จะถูกผิดไม่แน่ใจ เพราะเคยมีแฟนมาแค่ 2 คนเท่านั้น โชคชะตาพามาให้ได้ ต้องพานายจากประเทศอิตาลี ซึ่งมาประเทศไทยอยู่เรื่อยๆ หัวหน้าเราสั่งให้ไปดูแลเพราะเขาเพิ่งย้ายมาดูแลงานที่เมืองไทย นายให้ไปรับและเราพอพูดภาษาอังกฤษได้ เราเป็นคนตลกเหมือนผู้หญิงอ้วนดำคนหนึ่งที่เน้นฮา จะขึ้นเขาลงห้วยไปได้หมดและกินเก่งมาก อิตาลี่ส่งอะไรให้เรากินหมด อิตาลีก็ขำ เราคิดว่าเค้าเปนหัวหน้าช่างตำแหน่งใหญ่ๆ แต่ตอนเรามารู้ตอนหลังว่าเค้าคือหุ้นส่วนหลักของบริษัทแห่งหนึ่ง ที่มีสาขาอยู่ 7 ประเทศทั่วโลก ทุกครั้งที่เค้ามาเมืองไทย เราก็จะถูกส่งไปรับ และแน่นอนว่าในที่สุดเราก็คบกับอิตาลี่คนนี้ แล้วโลกอันสวยงามก็เปลี่ยนฉากชีวิต จากพนักงานบริษัทธรรมดาคนนึงเงินเดือน 13,000 สมัยก่อนนั่งรถเมล์ไปทำงาน ห้างก็ไม่ค่อยไปโรงหนังก็ไม่เคยดูกับชาวบ้าน บ้านนอกเข้ากรุงมามุ่งทำงานและตั้งหน้าใช้หนี้กับแฟนเก่าที่ทำไว้ คิดแค่นั้น ได้กลายเปลี่ยนเป็นเค้าพาเราไปกินอาหารดีๆ พาไปเดทที่ร้านสวยๆที่เราไม่มีปัญญาไปแน่ๆ มีชีวิตแบบคุณนายฝรั่ง แฟนกลับอิตาลีส่งเงินมาให้เดือนละ5หมื่น เสาร์อาทิตย์เราก็ไปซื้อของที่ห้าง ชอบอะไรก็กล้าซื้อเพราะมีเงิน สุขสำราญ สำลักความสุขและความรัก โลกเป็นสีชมพูมาก เราฝันว่าจะมีงานแต่งงานน่ารักๆ แฟนคนนี้เป็นคนที่เปิดโลกให้เรามาก เขาทำให้เรากล้าเผชิญโลก กล้าเดินออกไปไหนมาไหนโดยเค้าเป็นความมั่นใจในส่วนที่เราไม่เคยมี เวลาคุยงาน คุยกับเพื่อนฝรั่ง เขาสอนเราให้มีมุมมองต่างๆในการทำธุรกิจ ตอนนั้นบอกตรงๆว่าอ้ำรู้สึกชื่นชมแฟนฝรั่งมากว่านี่ละเราตัดสินใจไม่ผิดเลยจริงๆ คบกันไปเรื่อยๆ จนกระทั่งวันนึงเขาบอกว่าลาพักร้อนกลับไปต่างประเทศ จะกลับไปนานหน่อย เพราะต้องไปดูแลแม่ที่ป่วยด้วย เราก็เข้าใจ จากอาทิตย์ เป็นเดือน สุดท้ายผ่านไปเป็นปี เราก็พยายามถาม เค้าก็บอกว่ายุ่งบ้าง ต้องไปดูแลงานอีกที่บ้าน จนกระทั่งมารู้ภายหลังจากเพื่อนของเขาว่าจริงๆแล้วเขากับครอบครัวยังไม่ได้หย่าอะไรกัน ที่ผ่านมาเราโง่เอง ช่วงนั้นก็เป๋ไปบ้าง แต่ก็พยายามทำใจและคิดถึงสิ่งดีๆที่เขาให้เรา เช่น มุมมองความคิด มันเป็นอะไรหลายๆอย่างที่มีค่ามากที่ติดตัวเรามาจนทุกวันนี้ พอเลิกรากับฝรั่งคนนั้นก็ไป ก็เข้าสู่แฟนฝรั่งคนที่สอง และเป็นคนท้ายสุดของชีวิต เป็นคนที่ให้บทเรียนกับเรามากที่สุด และเป็นคนที่ทำให้เราพบกับสัจธรรมชีวิต ฝรั่งคนนี้เข้ามาคุยๆจีบๆเรา เพราะเพื่อนแนะนำให้รู้จักกัน เขาเป็นเพื่อนของเพื่อนในกลุ่ม(ตอนมีแฟนฝรั่งคนแรก อ้ำก็เลยได้มีกลุ่มเพื่อนที่เป็นฝรั่งหลายคน) จนในที่สุดเราก็ได้คบกัน ตอนนั้นอ้ำหนักประมาณ 55 กิโล ประกอบกับที่เป็นคนตาโต และผิวคล้ำ ก็เป็นสเปคฝรั่งเลย ชีวิตในช่วงแรกก็มีความสุขมาก เราก็เลยตกลงทำธุรกิจด้วยกัน และคิดว่าคนนี้แหละ คือคนสุดท้ายของชีวิต คือคนที่เราจะฝากอนาคตไว้ด้วย เราเข้ากันได้ทุกอย่าง ตั้งแต่นิสัย อาหารการกิน มุมมองต่างๆ จนไปถึงเรื่อง....^_^ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่อ้ำมีความสุขมาก สุขจนเรารู้สึกว่าเราไม่ต้องห่วงสวย หรือมองใครเผื่อเลือกอีกแล้ว เพราะคนนี้คือคนสุดท้ายของเรา และเขารักเราด้วยใจจริง ตอนนั้นอ้ำก็คิดอย่างเดียวว่าจะทำอย่างไรให้ชีวิตในแต่ละวันของเราเต็มไปด้วยความสุข รวมถึงวางแผนเพื่อสร้างครอบครัวกัน นอกจากการเรื่องงานที่เราทำร่วมกันแล้ว(และรายได้ก็โอเค) สิ่งที่น่าจะมาเติมเต็มให้เขาได้คือชีวิตในบ้าน อ้ำทำหน้าที่แม่บ้านไม่ขาดตกบกพร่องตามแบบฉบับของหญิงไทย ตั้งแต่ปัดกวาดเช็ดถู จนไปถึงเรื่องอาหารการกิน และเมื่อทำอาหารกิน แน่นอนที่สุดเราก็กลายเป็นคนกินเยอะไปตามธรรมดา ประกอบกับเราไม่ได้ห่วงสวยงามอีกแล้ว ตอนนั้นก็ยอมรับเลยว่าปล่อยเนื้อปล่อยตัวไปไกลมาก และไม่ใช่แค่เราที่อ้วนขึ้นแฟนเราก็อ้วนขึ้น และสิ่งที่สังเกตได้เลยคือ ชีวิตคู่เราในเรื่องนั้นก็ค่อยๆจางลงไป ตอนแรกเราก็ไม่ได้เอะใจอะไรเพราะคิดว่าคนเราคบกันมาถึงจุดหนึ่งเรื่องแบบนี้มันก็ลดความหวือหวาไปได้เป็นธรรมดา แต่ถัดมาสิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดมากขึ้นเรื่อยๆ คือเขาเริ่มเหมือนเบื่อๆเรา ไม่มีโมเม้นต์ความหวานเหมือนช่วงแรกๆ ไม่กอด ไม่ค่อยอยากอยู่ใกล้ ทำอะไรก็ไม่ค่อยถูกใจมากขึ้น บรรยากาศแบบนี้มันเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และช่วงหลังๆเริ่มทะเลาะกันบ่อยๆ จนในที่สุดเขาบอกเราว่าลองแยกกันอยู่เถอะ เพราะบางครั้งการที่เราเป็นทั้งเพื่อนร่วมงาน เป็นทั้งแฟนกัน มันทำให้เราแยกบทบาทกันไม่ถูก และมันอาจจะกระทบเรื่องงานด้วย ตอนนั้นเราไม่เข้าใจ เสียใจ พยายามยั้งเขาไว้ทุกทาง จนวันนึงเขาก็ออกจากบ้านไป โดยที่ยังทิ้งของไว้ ช่วงนั้นเพื่อนเขาก็บอกเราว่าเขามีคุยๆกับผู้หญิงคนอื่นอยู่นะ เราก็พยายามคิดในแง่ดีว่าก็ฝรั่งอะนะ เขาอาจจะมีกันบ้าง เรื่องรักกับเซ็กส์ไม่ได้มาด้วยกัน และคิดไปถึงขั้นว่าเราขาดตกบกพร่องอะไร ดูแลเค้าไม่ดีรึเปล่า จะเรียกว่าโง่หรือหลงสามีฝรั่งก็ได้นะ แต่ตอนนั้นเราคิดอย่างงั้นจริงๆ จากนั้นเราก็พยายามดึงเขากลับมา ซื้อของให้เอาใจเขา พยายามหวานใส่เขา ชวนเขามากินข้าวที่บ้าน ทำทุกอย่างที่เรียกว่าอ้อนวอนขอให้เขากลับมา เราทำอยู่อย่างนั้นเป็นเดือนๆ แต่ยิ่งทำเขาก็ยิ่งห่าง ถึงเลิกงานปุ๊บเขาก็กลับ เจอหน้าคุยแค่งาน แล้วไม่มีคุยอะไรกัน ถึงวันนึงเราก็พยายามอยากจะเคลียร์ว่าสุดท้ายจะเป็นยังไง เพราะตอนแยกกันอยู่เราก็ไม่ได้พูดเรื่องเลิกกัน ตอนนั้นก็โง่คิดว่ายังมีหวังอยู่บ้าง ดแต่สิ่งที่เราได้ยินกลับมาคือ.... “ไอไม่ได้รักยูแล้ว จะพยายามเลย มันไม่ช่วยอะไร” “ทำไมยูไม่กลับไปส่องกระจกดูสารรูปของตัวเองบ้าง ว่ายูเปลี่ยนไปแค่ไหน” “จะให้ไออยู่ด้วยได้ยังไง ไอไม่มีอารมณ์ด้วยหรอก” ผู้ชายได้ยินอะไรแบบนี้คงจะรู้สึกเฉยๆนะ แต่อ้ำว่าผู้หญิงเราเวลาเจอะเจอคำพูดตอกหน้าแบบนี้มันทิ่มแทงมาก โดยเฉพาะจากคนที่รักกัน ตอนนั้นก็เสียใจ ทำใจไม่ได้ แต่ก็ไม่เคยดูสารรูปตัวเองจริงๆอย่างที่เค้าว่า เพราะเราคิดว่าคนที่รักกันจริงๆถึงขั้นจะสร้างครอบครัวกัน มันน่าจะก้าวข้าวเรื่องแบบนี้ไปได้แล้ว ช่วงนั้นก็เมามายฟูมฟายไปเรื่อยๆ เพื่อนก็พยายามปลอบแล้วปลอบอีก แต่สิ่งนึงที่เลิกทำไปแล้วคือการไปตามต่อไอ้ฝรั่งคนนั้น เพราะเรารู้สึกว่าเขาทำร้ายจิตใจเรามาก และคงไม่มีประโยชน์ ปัจจุบัน สวยปิ๊ง ทำได้ไงเนี่ย?? ท้ายสุดขอขอบคุณคนสามคนที่มีส่วนช่วยในการเปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งนี้ คนแรกคือเพื่อนอิ๊ก ที่เป็นทั้งหุ้นส่วนธุรกิจ และยังเป็นครูสาวแสนสวยแห่งโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน ซึ่งเป็นทั้งเพื่อนร่วมงาน เพื่อนซี้ ที่นอกจากจะช่วยรับฟังปัญหาแล้ว ก็ยังช่วยเราฟันฝ่าอุปสรรค และอยู่ข้างเราเสมอ คนที่สองคือ พี่หมอโอ๋ พญ.ณัฏฐาภณิตา รพีพงษ์พัฒนา แห่งณัฏฐาคลินิก ซึ่งอ้ำรักเหมือนพี่สาวแท้ๆคนหนึ่งเลย พี่หมอเป็นคนที่ช่วยให้แนวคิดดีๆ เรื่องความงามของผู้หญิง ขอบคุณที่ให้ดูรูปและเล่าเรื่องราวชีวิตในวันนั้น รวมถึงเป็นแรงบรรดาลใจดีๆให้กับอ้ำเสมอมา และคนสุดท้ายคือ สตีเฟ่น แฟนฝรั่งคนนั้นที่ทิ้งกันไป แม้สิ่งที่ยูทำไว้จะย่ำแย่มากๆ ไม่ว่าจะทำพูด หรือการกระทำในช่วงที่จะเลิกกัน แต่เพราะการกระทำและคำพูดแย่ๆที่ทำร้ายจิตใจนั่นละ ก็กลายเป็นส่วนสำคัญมากๆที่ทำให้อ้ำได้ realize ว่าอะไรคือสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต และตลอดมาอ้ำละเลยอะไรไป ขอบคุณมากนะสตีเฟน ขอบคุณที่ทิ้งกัน... ที่มาเรื่องราวจาก http://pantip.com/topic/33296842

ลุย! ทหาร-ตร.เทศกิจ จัดระเบียบ'คลองถม'ห้ามค้า
คลองถม /  จัดระเบียบคลองถม / 

จนท.ทหาร -ตำรวจ และเทศกิจ ลุย จัดระเบียบผู้ค้าบริเวณโดยรอบ คลองถม ของสำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ห้ามผู้ค้าไม่ได้รับอนุญาต คืนทางเท้า แก้จราจร บริเวณลานอเนกประสงค์ หน้าโรงพยาบาลกลาง ได้มีกำลังเจ้าหน้าที่เทศกิจ และเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก บก.น.6 เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน ได้เตรียมแถวขบวนชุดปฏิบัติการจัดระเบียบผู้ค้าบริเวณโดยรอบ คลองถม ของสำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ทั้งนี้ การจัดระเบียบจะมีการดำเนินการกับกลุ่มผู้ค้าโดยรอบคลองถม ซึ่งทำการค้าโดยไม่รับอนุญาตตามกฎหมาย ทั้งพื้นที่ภายในและถนนโดยรอบคลองถม เพื่อป็นการจัดระเบียบ รวมถึงเป็นการปรับภูมิทัศน์ คืนทางเท้าให้ประชาชนและการแก้ไขปัญหาการจราจร สำหรับพื้นที่ในการจัดระเบียนครั้งนี้ จะมีเจ้าหน้าที่เทศกิจตั้งจุดกองอำนวยการร่วม ซึ่งมีจำนวนกว่า 20 จุด อาทิ ถนนมหาจักร ถนนหลวง ถนนคำรพ ถนนราชสุขุม ถนนเสือป่า ถนนยมราชสุขุม ถนนเจริญกรุง รวมถึง แยกวรจักร ซึ่งวันนี้ เวลา 10.00 น. ด้าน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ประธานที่ปรึกษา กทม ดร.วัลลภ สุวรรณดี และ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาผู้ว่า กทม. พร้อมด้วย กองทัพบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ผู้บริหาร กทม. ประกอบด้วย สำนักเทศกิจ สำนักการจราจรและการขนส่ง สำนักโยธา สำนักการระบายน้ำ และสำนักสิ่งแวดล้อม จะร่วมปล่อยขบวนแถวชุดปฏิบัติการจัดระเบียบกลุ่มผู้ค้าย่านคลองถม

ตามรอยเจิด?!! ออร์แลนโด้ พร้อมปิดดีล เกรียนโอ้ ซดตาข่ายMLS
ดิว็อค โอริกี /  บาโลเตลลี่ / 

Daily Express สื่อดังเมืองผู้ดีตีข่าว มาริโอ บาโลเตลลี่ ดาวยิงไร้อนาคตของ ลิเวอร์พูล เตรียมโดนเขี่ยพ้นรัง แอนฟิลด์ ในช่วงซัมเมอร์ หลังจากที่ผ่านมาเจ้าตัวเล่นไม่เข้าระบบทีมแถม เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ยังเคยออกมาบอกว่า "เกรียนโอ้" ขาดความกระตือรือร้นในสนามซ้อม ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ศูนย์หน้าวัย 24 กะรัต นั่งก้นด้านอยู่ข้างสนามเป็นเวลานาน รายงานยังบอกด้วยว่า ออร์แลนโด้ ซิตี้ น้องใหม่ที่เพิ่งได้เลื่อนชั้นมาเล่นใน เมเจอร์ลีก ซอกเกอร์ พร้อมรับเซ้งศูนย์หน้าดีกรีทีมชาติ อิตาลี มาเสริมแนวรุกให้กับทีม เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันของ บาโลเตลลี่ ตกเป็นตัวเลือกสำรองของ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ที่พักหลังหันมาเอาดีทางศูนย์หน้า และแดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ หัวหอกเบอร์หนึ่งของทีม แถม ลิเวอร์พูล ยังจะได้ตัว ดิว็อค โอริกี มาจาก ลีลล์ ในช่วงซัมเมอร์หลังถูกส่งไปเก็บเวลกับต้นสังกัดเก่าอีก1ปีเต็ม โดยทาง ออร์แลนโด้ ซิตี้ ต้องการดึงเจ้าพ่อลูกโทษแห่งวงการฟุตบอลยุโรป กลับไปประสานแข้งกับ ริคาร์โด้ กาก้า อดีตเพื่อนร่วมทีมสมัยค้าแข้งกับ เอซี มิลาน ซึ่งเท่ากับว่าถ้าข่าวนี้เป็นเรื่องจริง จะถือเป็นการย้ายข้ามฟากไปโลดแล่นบนผืนแผ่นดินมะกันพร้อมๆกับ สตีเว่น เจอร์ราร์ด หลังประกาศแยกทางกับ "หงส์แดง" ไปอยู่กับ แอลเอ กาแลกซี่ ในซีซั้นหน้าอีกด้วย

มิ้นท์ มณฑล บอกเคล็ดลับ จัด เครื่องสำอาง ชิ้นเด็ด สำหรับ สาวนักเดินทาง
จัดเครื่องสำอาง /  นักเดินทาง / 

วิธีจัด เครื่องสำอางชิ้นเด็ด สำหรับสาวนักเดินทาง By มิ้นท์ มณฑล เจ้าของบล็อกและผู้เขียนหนังสือ I Roam Alone การได้ออกเดินทางไปยังสถานที่ใหม่ พบเจอสิ่งใหม่ และการได้พบปะพูดคุยกับเพื่อนใหม่ๆ ถือเป็นการเปิดประสบการณ์ให้เรามองเห็นโลกใบใหญ่ใบนี้ในมุมมองที่แตกต่างออกไป ทุกการเดินทางมีเรื่องเล่า มีความประทับใจ และถือเป็นการค้นหาแรงบันดาลใจ เป็นการเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุด จึงไม่แปลกที่สาวๆ สมัยนี้จะหันมาแพ็คกระเป๋าแล้วออกเดินทาง ด้วยข้อมูลข่าวสารที่หาได้ง่ายๆ จากอินเทอร์เน็ต เทรนด์การท่องเที่ยวของสาวรุ่นใหม่อย่างเราจึงเน้นการเดินทางด้วยตัวเองแบบไม่ง้อทัวร์ ทั้งหาข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว จองที่พัก ตั๋วรถไฟ เครื่องบิน ก็เลือกได้ตามใจ ไหนจะข้อมูลดีๆ จากบล็อกเกอร์ที่มารีวิวเพื่อการเตรียมตัว การแบกกระเป๋าเพื่อออกไปแตะขอบฟ้า เดินทางช้าๆ ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศ อาหาร ผู้คน วัฒนธรรม ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เมื่อออกเดินทาง การถ่ายรูปเพื่อเก็บภาพประทับใจถือเป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้ ทั้งถ่ายเซลฟี่หรือถ่ายกับวิว ผู้หญิงอย่างเราเรื่องความสวยไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนมุมไหนของโลกยังไงก็ต้องสวยไว้ก่อน ไหนจะต้องเดินทาง ไหนจะต้องสวย ต้องอัพโหลดรูปลงโซเชียลมีเดีย ไปเที่ยวทั้งทีจะปล่อยให้โทรมคงไม่ได้ แต่จะจัดกระเป๋าอย่างไรให้น้ำหนักเบาและเหมาะกับการเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเองแต่ก็ครบครันไม่ขาดตกอุปกรณ์จำเป็น สาวนักเดินทางไอดอลของสาวๆ หลายๆ คน มิ้นท์ มณฑล กสานติกุล เจ้าของบล็อกและผู้เขียนหนังสือ I Roam Alone ที่เดินทางมาแล้วกว่า 50 ประเทศในวัยเพียง 27 ปี มาร่วมแชร์ประสบการณ์การเดินทางและเคล็ดลับการจัดกระเป๋าให้ฟังว่า “มิ้นท์เป็นนักเดินทางและรักการถ่ายรูปเป็นชีวิตจิตใจ จุดมุ่งหมายสำคัญที่เขียนบล็อกนี้คือ อยากให้สาวๆ ได้เห็นภาพว่าการเป็นผู้หญิงเดินทางคนเดียวเป็นอย่างไร ต้องระวังอะไรบ้าง แต่งตัวอย่างไร นอนอย่างไร เผื่อว่าใครตัดสินใจแบกเป้เดินทางคนเดียว อย่างน้อยก็พอจะมีข้อมูล มีคำปรึกษา มีเคล็ดลับที่ได้แบ่งปันไว้ ซึ่งการเดินทางแต่ละครั้งของมินท์การเตรียมตัวเป็นสิ่งสำคัญ การจัดกระเป๋าต้องนำสิ่งของที่จำเป็นกับทริปนั้นๆ ไปให้ครบ เสื้อผ้าต้องเหมาะกับสภาพอากาศ แต่ไม่ควรมากเกินไปเพราะสัมภาระที่มากและหนักเกินไปจะเป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง การดูแลผิวพรรณและผิวหน้าระหว่างการเดินทางก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะผู้หญิงทุกคนก็อยากสวยดูดี แม้จะเป็น ทริปปีนเขา เข้าป่า มิ้นท์ก็จะแอบแพ็คเครื่องสำอางที่เป็นคีย์พีซสำคัญไปด้วย มิ้นท์ชอบใช้ ซีซี ครีม ที่ให้ความเรียบเนียนปกปิด ช่วยปกป้องแสงแดดและมลภาวะ พร้อมช่วยบำรุงผิวในขั้นตอนเดียว แล้วเพิ่มความกระจ่างใสให้ใบหน้าด้วยเพรซด์ พาวเดอร์ ริมฝีปากก็เช่นเดียวกับผิวหน้าที่ต้องการการบำรุง มิ้นท์เลือกใช้ลิปบาล์มที่ช่วยปกป้องและบำรุงริมฝีปาก และปิดท้ายด้วยการเพิ่มสีสันให้ริมฝีปากด้วยลิปกลอสส์สีที่ดูเป็นธรรมชาติ เพียงแค่ 4 ชิ้นนี้ ก็สามารถเสริมความมั่นใจเวลาที่ต้องโพสต์ภาพลงโซเชียลมีเดียเพื่อแชร์ประสบการณ์และความประทับใจให้เพื่อนๆ ได้ร่วมสัมผัส” ริค ดิเช็คคา เมคอัพอาร์ทิสต์ระดับโลกแบรนด์อาร์ทิสทรี แนะนำสาวๆ นักเดินทางว่า ด้วยสภาพอากาศ แสงแดด ฝุ่นละอองที่ต้องพบเจอระหว่างการเดินทาง เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ การเกิดกระและจุดด่างดำบนใบหน้า ดังนั้นตัวช่วยที่จะทำให้สาวนักเดินทางมีผิวหน้าเรียบเนียน ถ่ายรูปได้สวยโดยไม่ต้องพึ่งแอพพลิเคชั่น ควรต้องใช้เครื่องสำอางที่ให้การปกปิดสีผิวไม่สม่ำเสมอ กระ จุดด่างดำ และริ้วรอยได้อย่างเป็นธรรมชาติ ติดทนนาน พร้อมปกป้องผิวจากแสงแดดและมลภาวะ เพื่อลดความเสี่ยงจากการเกิดสีผิวที่หมองคล้ำและจุดด่างดำ และเพื่อเป็นการประหยัดพื้นที่ในกระเป๋าเดินทาง ควรเลือกเครื่องสำอางที่ช่วยบำรุงผิวกระจ่างใสในขั้นตอนเดียว และที่สำคัญต้องอ่อนโยนและเหมาะสำหรับทุกสภาพผิว ปราศจากน้ำมัน ไม่ทำให้อุดตันรูขุมขน ไม่ทำให้เกิดสิว เพราะระหว่างการเดินทางผิวหน้าจะอ่อนแอจากสภาพอากาศและเวลาที่เปลี่ยนแปลง สำหรับเคล็ดลับง่ายๆ ในการแต่งสวยช่วงเดินทาง และเพื่อความสะดวกในการพกพา ริคแนะนำมัสต์แฮฟไอเท็ม (Must Have Item) ที่สาวๆ ต้องพกใส่กระเป๋าติดตัวไปด้วยทุกทริปได้แก่ 1. อาร์ทิสทรี ไอดีล เรเดียนซ์ อิลลูมิเนทติ้ง ซีซี ครีม เอสพีเอฟ 50 ยูวีเอ/ยูวีบี พีเอ+++ ซีซี ครีม ที่ปรับสีผิวให้สว่างใสขึ้น พร้อมเตรียมผิวให้เรียบเนียน เพื่อผิวสวยกระจ่างใสอย่างไร้ที่ติ เนื้อครีมเนียน ให้การปกปิดแบบธรรมชาติถึงปานกลาง ติดทนนาน ปราศจากน้ำมัน ไม่ทำให้เกิดสิว ไม่ทำให้อุดตันรูขุมขน ผ่านการทดสอบอาการแพ้ทางผิวหนัง เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว 2. อาร์ทิสทรี เอ็กแซ็คท์ ฟิต เพรซด์ พาวเดอร์ แป้งอัดแข็งที่ให้สีผิวสวยแบบแมทท์อย่างเป็นธรรมชาติ ป้องกันและควบคุมความมัน ช่วยให้ผิวสวยกระจ่างใสตลอดวัน 3. อาร์ทิสทรี ซิกเนเจอร์ คัลเลอร์ เชียร์ ลิปสติก สีเคลียร์ บาล์ม (สีใส) สูตรผลิตภัณฑ์มีค่าเอสพีเอฟ 15 ให้การปกป้องริมฝีปากจากรังสียูวีและมลภาวะแวดล้อม ช่วยบำรุงริมฝีปากให้เนียนนุ่มชุ่มชื่น 4. อาร์ทิสทรี ลิป กลอสส์ สีพิ้งค์ บลอสซัม เพิ่มสีสันให้ริมฝีปากด้วยเนื้อลิปเนียนนุ่มให้ความเบาสบาย ไม่เหนียวเหนอะ เพียงแค่ 4 ชิ้นเด็ดนี้รับรองว่าสาวๆ นักเดินทางจะสวยใสดูเปล่งประกายแบบ 3 มิติ ในทุกๆ ทริปเลยทีเดียว มิ้นท์ I Roam Alone ฝากข้อคิดทิ้งท้ายถึงสาวๆ ที่ต้องการออกเดินทางว่า “ถ้าคุณอยากเดินทางและมีแรงบันดาลใจ อย่าปล่อยให้โอกาสในการมองเห็นสิ่งสวยงามนั้นหลุดลอยไป สิ่งที่คุณต้องเตรียมให้พร้อมสำหรับการเดินทางนอกเหนือจากสัมภาระนั่นก็คือ เงิน เวลา สุขภาพ และความกล้า กล้าที่จะออกเดินทางด้วยสติและสัญชาตญาณ เมื่อคุณมีทุกอย่างพร้อม โลกที่เต็มไปด้วยสิ่งมหัศจรรย์มากมายใบนี้ก็ไม่ใหญ่เกินไปสำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเรา” เรื่องโดย Women Mthai Team

เจอแบบนี้ทำไง? เมื่อเด็กโต๊ะข้างๆแผลงฤทธิ์ แต่มนุษย์พ่อกลับเข้าข้าง
มนุษย์พ่อ /  เดี่ยวนี้พ่อเเม่สอนลูกกันขนาดนี้หรอ / 

เจอแบบนี้ทำไง? เมื่อเด็กโต๊ะข้างๆแผลงฤทธิ์ แต่มนุษย์พ่อกลับเข้าข้าง วันนี้(2 มี.ค.) ชาวสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์กรณีที่สมาชิกเว็บไซต์พันทิปท่านหนึ่ง ตั้งกระทู้ชื่อ "เดี่ยวนี้พ่อเเม่สอนลูกกันขนาดนี้หรอ" โดยเป็นการบอกเล่าประสบการณ์ที่เจอกับคุณพ่อท่านหนึ่งที่เข้าข้างลูกจนเกินเหตุ ซึ่งเจ้าของกระทู้ระบุว่า ตนได้ไปทานอาหารกับครอบครัวที่ร้านแห่งหนึ่ง ภายในห้างเซนทรัลเวิลด์ โดยโต๊ะข้างๆเป็นครอบครัวพ่อแม่ลูกรวมกัน 4 คน ระหว่างที่กินไปสักพักลูกชายโต๊ะข้างๆได้ยื่นมือมาจิ้มหัว-ลำตัวของตน ด้วยควาที่คิดว่าเป็นเด็กวัยซนจึงไม่ติดใจอะไร จนกระทั่งเด็ดคนดังกล่าวได้พ่นทุกอย่างที่อยู่ในปากออกมาโดนตัวของตนอีก ซึ่งก็ไม่ได้ว่าอะไรและได้นำทิชชู่มาเช็ดที่เปรอะเปื้อนออกไป ระหว่างนั้นเด็กชายก็ยื่นมือแล้วปากระดาษทิชชู่ลงถ้วยของตน รอบนี้ทนไม่ไหวจึงเดินไปบอกพ่อแม่ของเด็กว่า ช่วยดูแลลูกให้ดีๆหน่อย เพราะพ่นน้ำลายมา นี่ก็ปาทิชชู่มาอีก โดยตัวแม่เด็กได้ขอโทษแต่คุณพ่อกลับบอกว่า "...อย่าไปยุ่งกับเขาเลยลูก พี่เขาเป็นคนใจร้าย เขาไม่เล่นกับเรานะลูก คนใจดีเล่นกับเรา พวกนี้เค้าเป็นคนใจไม่ดี เค้าไม่ยอมเล่นกับเรา พวกคนใจร้าย..." ซึ่งเมื่อโดนไปอย่างนั้นเจ้าของกระทู้ถึงกับกินไม่ลงและเรียกเก็บเงิน หลังจากที่จะออกจากร้าน พ่อเด็กโต๊ะเดิมก็ปรบมือแล้วพูดว่า ''เย้ ไปแล้วววว คนใจร้ายไปแล้ว" ซึ่งจากเหตุการณ์นี้เจ้าของกระทู้ได้ตั้งคำถามว่า เดี๋ยวนี้เลี้ยงลูกกันแบบนี้เลยหรอ? "...สรุปนะคะ เราเป็นคนโดนล้วนๆค่ะ โดนเด็กพ่นน้ำลาย ปาทิชชู่ใส่ชามข้าว แต่กลับโดนพ่อเด็กว่าเป็นคนใจร้าย ตบมือ โบกมือไล่ คือเด็กซนนี่ว่าแย่แล้วนะ แต่พอเห็นวิธีสอนของพ่อแม่แล้วรู้เลยว่าทำไมลูกออกมาเป็นแบบนี้..." ที่มา http://pantip.com/topic/33302496 MThai News

ตัวตายตัวแทน 'อาถรรพ์ปลิดชีพ' ดิ่งห้างดังย่านลาดพร้าว !
ฆ่าตัวตาย /  ตัวตายตัวแทน / 

“ฆ่าตัวตาย” เป็นปัญหาใหญ่ของมนุษยชาติ ถึงขนาดที่องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ต้องกำหนดให้วันที่ 10 กันยายนของทุกปี เป็นวันป้องกันการฆ่าตัวตาย ประเทศไทยแม้สถิติการฆ่าตัวตายจะไม่สูงในระดับโลกหรือระดับเอเชีย แต่ก็มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน จากสถิติปีที่ผ่านมา มีคนไทยฆ่าตัวตายทุก 2 ชั่วโมง หรือ 3,900 คน ซึ่งสาเหตุหลักของการฆ่าตัวตายนั้นมาจากความเปลี่ยนแปลงทางสังคม ทำให้เกิดความรู้สึกแปลกแยก ไม่มีการสื่อสารกับคนรอบข้าง ขาดความอบอุ่นจากครอบคัรว รองลงมาคือปัญหาเศรษฐกิจที่รุมเร้า ปัญหาหนี้สิน จากการพนัน โรคเรื้อรังรุมเร้า และพยายามทำร้ายตัวเอง  ส่วนคนที่ฆ่าตัวตายนั้นส่วนใหญ่ร้อยละ 67 พบว่า มักใช้วิธีแขวนคอฆ่าตัวตาย รองลงมาคือการใช้ยาพิษและอาวุธปืน ขึ้นชื่อว่า "ปัญหา" คงไม่มีใครอยากรู้จักกับมันสักเท่าไร แต่นั่นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซ้ำยังเป็นชนวนเหตุให้คนเกิดความเครียดมากขึ้น บางครั้งยังลุกลามถึงขั้นคิดสั้นฆ่าตัวตาย เพื่อจบปัญหาเลยก็เป็นได้ การ "ฆ่าตัวตาย" คงไม่ใช่เรื่องใหม่แล้วสำหรับสังคมไทย เพราะมีให้เห็น ให้เสพกันจากสื่อ และมีให้ประสบพบเจอกันไม่เว้นแต่ละวัน แล้วเราเคยคิดสงสัยหรือไม่ว่า เหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้นจากอะไร "อุบัติเหตุ - การฆาตกรรม" หรืออาจจะเป็นสิ่งที่เรามองไม่เห็นอย่างความเชื่อเรื่อง "อาถรรพ์ตัวตายตัวแทน"  ดั่งเหตุการณ์เมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา ครูสาววัยเกษียณ อายุ 56 ปี กระโดดจากลานจอดรถชั้น 6 ของห้างสรรพสินค้าย่าน ลาดพร้าว ลงมากระแทกพื้นด้านล่างเสียชีวิต หลังสอบถามจากลูกชายถึงสาเหตุการตายในครั้งนี้ ก็ทำให้ทราบว่าผู้ตายมีอาการเครียดและเป็นโรคซึมเศร้า หลังจากเกษียณราชการมาได้ 5-6 ปี ที่ผ่านมาผู้ตายยังเคยพยายามจะฆ่าตัวตายที่ห้างนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่เคราะห์ดี มีคนมาช่วยได้ทัน เมื่อสาเหตุการตายไม่ใช่การฆาตกรรม ก็หมดข้อสงสัย แต่สิ่งที่น่าแปลกใจและยังแคลงใจผู้คน ทั้งชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงและพนักงานห้างดังกล่าวอยู่นั้นคือ การวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่าอาจเป็นเพราะอาถรรพ์ตัวตายตัวแทน ตามความเชื่อที่ร่ำลือกันมาก็เป็นได้ เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยมีเหตุการณ์ลักษณะคล้ายกันเกิดขึ้นมาแล้วถึง 2 ครั้ง โดยครั้งหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 พ.ค.2556 นายชัยยุทธ ติณจินดา อายุ 63 ปี อดีตข้าราชการบำนาญ สำนักการคลัง กรุงเทพมหานคร ได้กระโดดลงมาจากลานจอดรถชั้น 5 ของห้างดังกล่าวเสียชีวิต ด้วยสาเหตุเดียวกัน คือ มาจากภาวะเครียดและโรคซึมเศร้า และเมื่อย้อนกลับไปอีกหนึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อปี 2552 มีนักเรียนหญิงวัย 14 ปี คิดสั้นฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดลงมาจากลานจอดรถชั้น 4 เสียชีวิต สาเหตุนั้นมาจากการผิดหวังในความรัก เนื่องจากพบจดหมายลาตาย ที่ระบุตัดพ้อเรื่องของความรักที่ไม่สมหวัง ซึ่งพยานผู้พบเห็นระบุว่า ผู้ตายมีอาการซึมเศร้า ก่อนที่จะตัดสินใจดับชีวิตตัวเองในที่สุด จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการตอกย้ำความเชื่อเรื่องอาถรรพ์ให้มีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น ซึ่งชาวบ้านต่างเชื่อว่า ผู้ตายที่เคยอยู่ตรงจุดนั้น ต้องการที่จะหาใครสักคนมาแทนที่ตัวเอง เนื่องจาก 3 คดีที่ผ่านมา ได้ใช้ลานจอดรถห้างดังกล่าวเป็นสถานที่ในการปลิดชีพตัวเอง ซ้ำร้ายผู้ที่ฆ่าตัวตายยังมีอาการในลักษณะเดียวกันอีกด้วย ถึงแม้เหตุการณ์ทั้งหมด จะเกิดขึ้นในลักษณะคล้ายกัน และถึงแม้จะมีคนเชื่อว่า เป็นเพราะอาถรรพ์ตัวตายตัวแทนก็ตามที แต่ทว่า ก็ยังไม่มีผู้ใดออกมายืนยันหรือพิสูจน์ได้ว่า สิ่งเหล่านี้มาจาก"อาถรรพ์" ตามความเชื่อที่ร่ำลือกัน  MThai News

หุ้นไทยลงต่อ! เหตุขายทำกำไร-ตัวเลขการส่งออกพลาดเป้า
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

หุ้นไทยลงต่อ! เเนะ 1-2 วัน ต้องขึ้นขายลงซื้อ หาก SET ปิดเหนือ 1600 จุด ควรถือ รอขายที่  1620-1650 จุด บล.เคเคเทรด คาด SET วันนี้จะปรับตัวลงสร้างฐาน จากการขายทำกำไร หรือ Sell-on-fact หลังการประกาศผลประกอบการปี 57 ของบริษัทจดทะเบียนเสร็จสิ้น  หนุนด้วยความวิตก ต่อเศรษฐกิจที่อาจฟื้นตัวได้ช้ากว่าคาด หลังการประกาศตัวเลขส่งออก เดือน ม.ค. ติดลบ 3.5% ไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ขณะที่ SET ณ ระดับปัจจุบันยังคงมีราคาแพง (22x Trailing P/E) และไม่ดึงดูดนักลงทุนระยะกลางให้เพิ่มพอร์ตการลงทุน รวมถึงการขายต่อเนื่องของนักลงทุนต่างชาติกว่า 10 วันทำการรวมเกือบ 1.5 หมื่นล้านบาทยังไม่สนับสนุนจิตวิทยาการลงทุน อย่างไรก็ตามการที่เงินบาทยังคงมีทิศทางแข็งค่าตั้งแต่ช่วงปลายสัปดาห์ก่อน บ่งบอกว่านักลงทุนต่างชาติจะยังไม่ออกจากตลาด แต่เป็นการขายปรับพอร์ตเพื่อรอซื้อกลับ  ทางเทคนิค SET อยู่ในช่วงของการสร้างฐานในกรอบ 1570 - 1600 จุด เบรคขึ้นจากจุดใดจุดหนึ่งจะเป็นสัญญาณการเปลี่ยนทิศทาง และหากปิดเหนือ 1600 จุดพร้อมมูลค่าซื้อขาย 5 หมื่นล้านขึ้นไปจะเป็นสัญญาณขาขึ้นรอบใหม่ กลยุทธ์การลงทุน :  ระยะ 1-2 วัน ชะลอการลงทุน หรือขึ้นขายลง-แรงซื้อ หาก SET ปิดเหนือ 1600 จุดได้เน้นถือครองหุ้นไปรอขายแถว 1620-1650 จุด Top Daily Pick: PSL (ค่าระวางเรือฟื้นตัวต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 และคาดจะมีแนวโน้มฟื้นตัวไปจนถึงเดือนเม.ย.)  INTUCH (ราคาหุ้นตอบสนองเชิงลบต่อข่าวเลื่อนประมูล 4G มากเกินไป) มองกรอบเคลื่อนไหว 1,580–1590 จุด MThai News

ร้าน Anna & Son Cuisine (แอนนา ซัน คิวซีน)
สาทร /  อาหารไทย

สวัสดีค่ะชาว MThai ทุกท่าน วันนี้ตามรอยนักชิมและมาเฟียฟู้ดมารีวิวกัยแบบชิลๆ ที่ร้าน Anna & Son Cuisine  แอนนาแอนด์ซัน ควีซีน ที่บรรยากาศอบอุ่นเหมือนได้มากินที่บ้านเพื่อนอย่างไรอย่างนั้น  Anna & Son Cuisine แอนนาแอนด์ซันควีซีน ร้านอาหารไทยสไตล์ฟิวชั่นอยู่ตรงกลางใจเมือง จากเมืองที่วุ่นวายสู่ร้านอาหารที่สเมือนบ้านที่อบอุ่น ร้าน Anna & Son เป็นบ้านเก่าทรงสาทรทีมีอายุมากกว่า 120 ปี เป็นไม้สักโบราณแบบโคโลเนียลมาปรับตกแต่งใหม่ให้ดูทันสมัยมากยิ่นขึ้น สไตล์การตกแต่งภายใต้คอนเซ็ปต์ "Unpretentions" โดยอาจารย์สมพงษ์ พานิช นักออกแบบระดับแนวหน้าของเมืองไทย การเดินเข้ามาไม่ยาก เข้ามาที่สาทรซอย 6 เข้ามาไม่ไกลมากมีที่จอดรถกว้างขวาง หรือถ้ามาทางรถไฟฟ้า BTS ลงที่สถานีช่องนนทรี เดินเข้า ร้านอยู่ขวามือของถนน จะเห็นบ้านเรือนไม้หลังหลังใหญ่สีขาวตั้งตระหง่านอยู่ในซอยสาทรแห่งนี้ โทนสีเป็นสีขาวสบายตา ด้านในโอ่โถงกว้างขวาง และจัดระเบียบโต๊ะ เก้าอี้สำหรับลูกค้าไม่ให้แออัดมากนัก เพื่อให้นั่งสบายเหมือนกับอยู่ที่บ้าน การตกแต่งก็ยังคงความเก่าไว้อยู่บางส่วน ให้เห็นถึงความคลาสสิคความเป็นบ้านโบราณอายุกว่า 120 ปี ไว้ และตกแต่งของใหม่ด้วยโคมไฟ โต๊ะ เก้าอี้ กรอบรูปในสไตล์วินเทจ และจะมีมุมที่เล่าเรื่องราวถึงที่มาของร้าน Anna & Son ที่ได้แรงบันดาลใจจากละครบรอดเวย์เรื่อง The King And I ที่เล่าถึงประวัติของ นางแอนนา ลีโอโนเวนส์ เมื่อครั้งเข้ามาสอนภาษาอังกฤษในสมัยรัชกาลที่ 4 แอนนาแอนด์ซันควีซีน มีบริการทั้งอาหารตะวันตก อาหารไทย สไตล์ฟิวชั่น เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ เยอะมากมายหลายรายการ กุ้งแม่น้ำซอสไข่เค็ม 350 บาท เป็นสุดยอดเมนูทองของร้าน แอนนา&ซัน  กุ้งแม่น้ำตัวโตๆ หวานด้วยความสดของกุ้งและมีความมันด้วยไข่แดงของไข่เค็ม กินกับข้าวสวยร้อนๆ หรือทานเปล่าๆ ได้เลยค่ะ  ลาบปลาแซลมอนรมควัน 280 บาท ปลาแซลมอนจากนอร์เวย์ ปลาแซลมอนสดๆ ถูกปรุงสุกด้วยน้ำมะนาว แน่นอนว่าใครหลายคนคงไม่เคยเห็นเมนูนี้แน่นอน มีแค่ที่นี่ที่เดียวเท่านั้น เป็นเมนูอาหารไทยฟิวชั่นที่ลงตัวจริงๆ ค่ะ ขาหมูผัดกระเพราชายรอง 180 บาท เมนูนี้ผสมผสานจาก 2 เมนู ของอาหารไทยมารวมกัน ใครจะคิดว่ามันจะมารวมกันได้ แต่เมื่อได้ลองทานแล้วก็จะรู้มันเข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อ โดยความมันของขาหมูและความเผ็ดร้อนของกระเพรา น้ำพริกปลาย่าง ไข่เจียวคุณชาย  160 บาท น้ำพริกสูตรพิเศษของทางร้าน กับคู่กับไข่เจียวทอดหอมๆ กับผักลวก ปีกไก่ทอดใบเตย 160 บาท ถือว่าเป็นเมนูเด็ดของทางร้านกับปีกไก่ทอดแห้งๆ จิ้มกับน้ำจิ้ม 2 รส คือน้ำจิ้มหวานและน้ำจิ้มแจ่ว ยำปูนิ่มกระเทียมโทน 250 บาท ปูนิ่มทอดกรอบมีความมันเลี่ยนนิดๆ แต่ถูกปรุงรสด้วยน้ำยำและกระเทียมช่วยตัดเลี่ยนได้เป็นอย่างดี ปลากระพงทอดราดซอสมะขาม 450 บาท ปลาตัวใหญ่ๆ ถูกเลาะเนื้อออกเป็นชิ้นๆ เพื่อให้กินสะดวกมากยิ่งขึ้น ราดด้วยซอสมะขามเข้มข้น สูตรพิเศษของทางร้าน เครปเค้กชาไทย 120 บาท เค้กที่อยากแนะนำทุกคนจริงๆ ค่ะ ว่ามันอร่อยมาก นุ่มละมุนอยู่ในปาก ชาไทยที่มาในรูปแบบเครปเค้กนี้ ไม่เคยกินที่ไหนมาก่อน เป็นของหวานเมนูใหม่ของ Anna&Son ที่อยากจะให้ทุกคนลิ้มลอง Anna & Son Choco Cube 135 บาท เค้กเนื้อนุ่มๆ เมนูของหวานซิกเนเจอร์ เนื้อเหมือนไอศกรีม เป็นเลเยอร์อยู่ด้านใน หอมละมุนกลิ่นช็อคโกแลต จากฝีมือเชฟประจำร้าน Anna&Son  พิเศษสำหรับสมาชิก MThai  เมื่อบอกว่ารู้จักร้าน Anna & Son Cuisine จาก MThai รับไปเลย 10% ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 เมษายน 2558  แผนที่ร้าน Anna & son Cuisine