รอยสักยันต์ห้าแถว

แห้วรับประทาน 7 เหตุผลทำไมผู้ชายมักจีบผู้หญิงไม่ติด
ความรักวัยรุ่น /  สมหวัง / 

หนุ่มๆ เคยสงสัยกันบ้างไหมว่า? ทำไมเราแห้วรับประทานอยู่บ่อยๆ จีบผู้หญิงคนไหนก็ไม่ติด บางทีเราลองย้อนกลับมาสำรวจตัวเองกันก่อนดีกว่าว่า เรามีสิ่งไหนใน 7 ข้อนี้ที่เราเป็นอยู่ ลองเริ่มต้นปรับตัวเองใหม่แล้วลุยจีบเธออีกครั้ง .. แต่ถ้าเริ่มอีกครั้งแล้วยังแห้วอีก คราวนี้ก็เป็นเรื่องของใจแล้วแหละ เคยได้ยินไหมว่า คนไม่ชอบทำยังไงก็ไม่ชอบ แต่บางคนยังไม่ทำอะไรเขาก็ชอบได้ แห้วรับประทาน 7 เหตุผลทำไมผู้ชายมักจีบผู้หญิงไม่ติด แห้วรับประทาน 7 เหตุผลทำไมผู้ชายมักจีบผู้หญิงไม่ติด อันดับ 1  เลือกมวยไม่ถูกคู่ ถ้าคุณน้ำหนักตัวไม่ถึง หรือโหมเพิ่มน้ำหนักตัวแบบไม่ถูกวิธี ซึ่งตัวคุณเองก็ย่อมจะรู้ดีในตัวคู่ชกอยู่เนิ่นๆ บ้างแล้ว จากผลวิจัยด้วยเหตุผลหนึ่ง ที่ฝ่ายชายล้มเหลวในการจีบสาว ก็คือ "จ้องแต่จะเด็ดดอกฟ้า และมองสาวที่แลดูธรรมดาว่าไม่น่าสนใจ" เพราะเพศชายมักถูกกระตุ้นทางเพศผ่านทางสายตา ดังนั้นจึงไม่แปลกใจว่า สาวสวยก็ย่อมมีหนุ่มจดๆ จ้องๆ และเป็นที่หมายปองของบรรดากระทาชายทั้งหลาย แต่ถ้าคุณลองส่องกระจกใหม่ และขึ้นชกกับคู่ชกที่น้ำหนักเท่ากัน คุณก็ย่อมมีโอกาสชนะมากกว่าการชกข้ามรุ่น แต่ถ้าเมื่อไหร่คุณโหยหา "ยุทธการเด็ดดอกฟ้า" หวังเป็นนักล่ารางวัล เพราะคิดว่ามันช่างคุ้มค่าและดูท้าทาย อันนี้ก็คงโทษใครไม่ได้ เพราะเปอร์เซ็นต์การพ่ายแพ้ก็ย่อมมีมากตามไปด้วย... อันดับ 2 เข้าหาผิดวิธี คุณจะเป็นคนรักในชีวิตของเธอ หรือเป็นแค่คนที่เธอพบเพื่อเพียงผ่าน ก็ขึ้นอยู่กับว่าวิธีทำความรู้จักที่คุณเลือกใช้นั้น ได้ผลกับหญิงสาวคนนั้นไหม เพราะเธอก็ต่างนิสัย ต่างรสนิยม ต่างพื้นฐานด้านครอบครัว ไม่ว่าคุณจะชอบเซ็ตผมปิดหน้าผาก แบบหนุ่มเกาหลี หรือชื่นชอบรอยสัก แต่หากผู้หญิงที่คุณชอบ แอนตี้ในสิ่งเหล่านี้อยู่เป็นทุน ด้วยเธออาจมีอคติ หรือตั้งธงไว้ในใจอยู่ก่อนแล้ว ก็คงต้องทำใจ หรือคุณอาจเลือกส่งเพลงรักให้เธอฟังก่อนนอนทุกคืน หรือพร้อมคำทักทายเธอว่า "สบายดีไหม ทำอะไรอยู่" คุณอาจรู้สึกดีว่าทำหน้าที่สุภาพบุรุษที่ดีแล้ว แต่นั่นมันก็อาจเป็นเรื่องเดิมๆ หรือสิ่งที่เธอเจออยู่ซ้ำๆ หรือเธออาจให้น้ำหนักคนที่กล้าคุยกับเธอตรงๆ มากกว่าคุยผ่านสื่อออนไลน์ก็ได้ เป็นต้น อันดับ 3  ยังโทษตัวเองไม่เลิก "คนไม่ใช่ ยังไงก็ไม่ใช่" หรือไม่ หนุ่มหลายคนก็ยังโทษความรวย ความจนกันอยู่เลย ถือเป็นในข้ออ้างยอดฮิตติดอันดับต้นๆ ทำนองว่า "ก็เพราะว่าเราจน เขาถึงไม่สนใจ" หรือ "เราอ้วน เขาคงไม่มองหรอก" ถ้าคุณเป็นอย่างนั้นจริง ก็แค่เปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทิศทางที่ดีขึ้น ก็จะเป็นการเพิ่มโอกาสในวันนี้และในอนาคต แต่ถ้ายังขืนทำตัวในแบบเดิม ติดอยู่กับอดีต แล้วผลลัพธ์จะหนีไปจากเดิมได้อย่างไร สมมุติว่า คุณมองเธอเป็นหนึ่ง แต่ให้คะแนนตัวคุณเองเป็นศูนย์ เมื่อ 1+0 ก็ย่อมเท่ากับ 1 อยู่วันยังค่ำ อันดับ 4  เยอะ ข้อนี้แทบไม่ต้องอธิบายอะไร ไว้ให้ "บุคคลที่สาม" บอกคุณเองจะเข้าใจได้ง่ายกว่าคำปฏิเสธจากเธอ เอาเป็นว่าชายในข่ายนี้ มักเรื่องมาก อาจแต่งตัวเก่ง วิจารณ์ขาด ปากแมว แนวมีเรื่องเยอะ ขี้นินทา เวิ่นเว้อ พูดเยอะกว่าทำ ฟังคนอื่นไม่เป็น ไม่นิ่งในจังหวะที่ควรนิ่ง ทั้งหมดทั้งมวลนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ดูไม่แมน ขอให้จำไว้ว่า ผู้หญิงอยากได้แฟนเป็นผู้ชาย ไม่ใช่อยากได้เพื่อนสาว อันดับ 5 อยู่กับที่ ผู้หญิงอาจเข้ามาส่องดูเฟซบุ๊กคุณอยู่เรื่อยๆ โดยที่คุณอาจไม่รู้ตัว แต่ในความเคลื่อนไหวนั้น กลับมีอะไรบางอย่างที่ "หยุดนิ่ง" เช่นว่า คุณยังติดเหล้าเหมือนเดิม คุณยังด่าเพื่อนร่วมงานลับหลังเหมือนเดิม คุณยังเจ้าชู้เหมือนเดิม จะหยอดหรือแหย่ก็แค่พอเป็นกระษัย คล้ายจะจีบแต่เหมือนมาแค่ครึ่งใบ และไม่ได้คิดพัฒนาความสัมพันธ์ไปไหน แค่พอทำให้ตัวเองรู้สึกดี เน้นการหว่านแห แต่ไม่เน้นพัฒนาความสัมพันธ์ อันดับ 6  มีโลกส่วนตัวสูง การมีความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่ดี การทุ่มเท ตั้งใจ และมีสมาธิเป็นสิ่งที่ดี แต่การมีโลกส่วนตัวสูง คงไม่ดีกับชีวิตคู่แน่ๆ เพราะคุณย่อมต้องแชร์ความรู้สึก หรือสิ่งที่คุณคิดว่ามันสร้างสรรค์ออกมาให้คนที่คุณชอบได้รับรู้ด้วย เพราะความรักยังไงๆ ก็ต้องการการแสดงออก แม้คุณจะชอบเธอเต็มร้อย แต่พูดและแสดงออกได้แค่สี่สิบเปอร์เซนต์ นี่ก็เท่ากับว่าสอบตก และถ้าคุณยิ่งคิดเองเออเองคนเดียว แล้วจะต่างอะไรกับการพูดคุยกับตุ๊กตาในโลกของเด็กที่อยู่ในวัยจินตนาการ ความสัมพันธ์จะเกิดขึ้นได้ ก็ต้องอาศัย "การสื่อสาร" กับบุคคลภายนอก ไม่ใช่สื่อสารภายในตัวเอง อันดับ 7 เริ่มต้นตะกุกตะกัก และมักคิดว่าผู้หญิงชอบคนเลว เพราะเท่าที่เคยเห็นก็มีแต่ บิวตี้แอนด์เดอะบีสต์ หรือ “โฉมงามกับเจ้าชายอสูร” จนเป็นภาพติดตา ว่าผู้หญิงสวยชอบผู้ชายแย่ๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความประทับใจแรกก็มีส่วนสำคัญ ลองยกตัวอย่างง่ายๆ มีชายหนุ่มเนิร์ด เสพติดเทคโนโลยีสักคน พูดจาสับสน ตะกุกตะกัก แลดูไม่มั่นใจ กับอีกหนึ่งหนุ่มพกมั่นใจ บุคลิกภายนอกไม่เท่าไหร่ แต่พูดจาลื่นไหล ฟังดูเข้าทีในตอนที่เข้ามาจีบเธอแรกๆ ลองสมมุติว่าถ้าคุณเป็นผู้หญิง คุณจะเลือกใคร? แน่นอนความสัมพันธ์ก็ต้องวัดกันยาวๆ แต่รางวัลของการเข้าหาในตอนเริ่มต้น ก็มักเป็นรางวัลใหญ่เสมอ ขอบคุณข้อมูล http://pantip.com/,fhm.in.th

เจ็บเป็นเจ็บ! เฟเดอเรอร์ พร้อมลุย เดวิส คัพ เพื่อชาติ
ฝรั่งเศส /  สตานิสลาส วาวรินกา / 

โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ พร้อมสลัดอาการเจ็บหลัง เพื่อทำศึกชิงแชมป์โลก เดวิส คัพ 2014 ประเภททีมชาย ให้กับทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ของเขากับเจ้าบ้าน ทีมชาติฝรั่งเศส รอบชิงชนะเลิศ ทั้งนี้ เฟเดอเรอร์ วัย 33 ปี ได้รับบาดเจ็บในเกมที่เล่นกันถึง 3 ชั่วโมงกับ สตานิสลาส วาวรินกา เพื่อนร่วมชาติ ในศึก เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอลส์ รอบรองชนะเลิศ จนทำเอา เซเวอริน ลูธี กัปตันทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ กังวลกลัวว่า เฟเดอเรอร์ จะลงสนามช่วยชาติไม่ได้ แต่ล่าสุด เฟเดอเรอร์ ก็สามารถกลับมาลงซ้อมร่วมกับ ไมเคิล แลมเมอร์ เพื่อนร่วมทีมบนคอร์ตดินที่ ปิแอร์ เมารอย เดอ วิลเลเนิร์ฟ ดาร์ค สเตเดียม โดย เฟเดอเรอร์ กล่าวว่า "ผมกำลังเตรียมตัวให้พร้อม ซึ่งมันไม่ได้มีเวลามากพอที่จะช่วยให้ผมดีขึ้นเท่ากับตอนที่ได้พัก 1 เดือน แต่อย่างไรก็ตาม ผมต้องฟิตตัวเอง และกลับมาสู่สภาพปกติให้เร็วที่สุด ผมจะพยายามอย่างเต็มที่เท่าที่ทำได้"

พอร์ช แซบเว่อร์ ควงสาวหมวย ช็อปกระจาย ไม่สนใครมองเป็นป๋า!!
พอร์ช ศรัณย์ /  ข่าวบันเทิงวันนี้

อุต๊ะ!! เห็นว่าช่วงนี้งานเยอะจนแทบจะไม่มีเวลาพักผ่อน แต่ไหงพระเอกสุดฮอตอย่างหนุ่มพอร์ช ศรัณย์ ยังแอบดอดพาสาวหมวยเจ้าเก่าคนเดิมมาช็อปปิ้งกันกระจายได้ล่ะเนี่ย ต๊าย...งั้นก่อนหน้านี้ที่มีคนเม้าท์มอยกันว่า หนุ่มพอร์ชเปลี่ยนหน้าบรรดาสาวๆ เห็นทีงานนี้คงจะเป็นแค่ข่าวเม้าท์แล้วกระมัง เพราะพักหลังๆ มานี้ก็เห็นแต่หนุ่มพอร์ชควงแค่สาวหมวยหน้าตาจิ้มลิ้มคนนี้เพียงคนเดียวเท่านั้น แหม...อย่างนี้ต้องยกนิ้วให้กับความมั่นคงจริงๆ ค้า เพราะตอนแรกก็คิดว่าหนุ่มพอร์ชจะดำเนินรอยตามรุ่นพี่อย่างป๋า วี วีรภาพ ซะแล้ว ที่ใจป้ำสรรหาควงแต่น้องๆ นักศึกษาสาวๆ หน้าละอ่อนมาเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดี ที่ทำตัวเป็นพ่อพระเปย์ไม่อั้น แต่เห็นควงสาวหมวยคนนี้อยู่คนเดียวค่อยโล่งอกว่า หนุ่มพอร์ชไม่ได้ทำตัวเจ้าชู้ เพราะถ้าจะเป็นป๋าใจป้ำก็เป็นให้กับน้องหมวยหน้าหวานคนนี้คนเดียวเท่านั้น แหม...ให้มันได้อย่างนี้สิหนุ่มพอร์ช พอร์ช ศรัณย์ พอร์ช ศรัณย์ พอร์ช ศรัณย์ พอร์ช ศรัณย์

กรี๊ด!! ตีนกาบุก หนี ตีนกา ด้วยวิธีง่ายๆ ที่ใครก็ทำได้
ตีนกา /  ผิวหน้า / 

         ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าตอนนี้ต่อให้คุณมีอายุ 40 กว่า คุณก็ทำให้คุณเองสาวไปตลอดกาล ทั้งศัลยกรรม ร้อยไหม ฉีดฟิลเลอร์ แต่คุณจะแน่ใจได้อย่างไรว่านั่นคือสิ่งที่ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ ยิ่งรอยตีนกาที่เป็นปัญหากวนใจ สาวๆ บางคนมีตั้งแต่ยังสาวๆด้วยซ้ำ จะดีกว่ามั้ยถ้าคุณรู้จักดูแลตัวเองหลีกหนี ตีนกา ได้ด้วยวิธีธรรมชาติที่ไม่ทำร้ายคุณ ยิ่งกับดวงตาแล้ว วิธีธรรมชาติอาจคือวิธีที่คุณมองหาค่ะ   1. ใช้ครีมกันแดด เราพูดจนปากเปียกปากแฉะว่าให้ใช้ครีมกันแดด เพราะนอกจากจะช่วยป้องกันโรคมะเร็งผิวหนังแล้ว ยังสามารถป้องกันการทำลายผิวได้ด้วยแสงแดดทำลายผิวคุณได้มากกว่าที่คุณคิดนะ รวมไปถึงตีนกาด้วยนั่นเอง 2.ใส่แว่นกันแดด งานเซเลปก็มา สาวๆหลายคนรู้สึกเฉยๆกับการใส่แว่นกันแดด เพราะจะทำให้ดูแก่นเซี้ยว แต่รู้มั้ยสาวๆเอ๋ย แว่นกันแดดนี่ช่วยให้เธอหนี ตีนกา ได้นะ ไม่ว่าจะไปไหนอย่าลืมพกไปแล้วอย่างลืม ใส่ ด้วยนะ 3.ใช้ eye cream เป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดที่มีความเสี่ยงน้อยสุด โดยเลือกใช้อายครีมที่เน้นเรื่องริ้วร้อย และ เติมเต็มหลุมลึก จะช่วยลดความชัดของ ตีนกา ได้ 4.กิน เปปไทด์ เปปไทด์คือโซ่เล็กๆของโปรตีน ซึ่งจะมีผลกับผิวพรรณของสาวๆ โดยผู้เชี่ยวชาญบอกว่า เปปไทด์เปรียบได้กับ botox แบบธรรมชาติเลยก็ว่าได้เพราะจะช่วยสร้างคอลลาเจนแบบธรรมชาติให้กับผิว และในชณะเดียวกันก็ช่วยสร้างเซลล์ใหม่ด้วย 5.นวดรอบดวงตา ตีนกา เกิดจากการกระตุกของใบหน้าอย่างรวดเร็ว เช่นการยิ้ม หัวเราะ ซึ่งไปเพิ่มริ้วรอยของใบหน้าได้ง่าย เพราะฉะนั้นคุณจึงควรผ่อนคลายผิวหนังบริเวณต่างๆที่มีริ้วรอย และอย่าลืมทาครีมบำรุงด้วย 6. นวดหน้าบ้าง ต่อเนื่องจากข้อที่แล้วค่ะ การนวดหน้าจะช่วยผ่อนคลายอาการตึงต่างๆของใบหน้า และยังช่วยกระตุ้นระบบหมุนเวียนโลหิตของใบหน้าด้วย ถ้ามีเงินก็ไปนวดที่ร้านเลยเพราะไม่ต้องลำบากทำเอง แต่ถ้างบน้อย ก็ลองหาเครื่องนวดหน้า หรือ วิธีโยคะหน้าก็ได้นะจ๊ะ เรียบเรียงโดย Women Mthai Team ที่มาจาก womanshealth

แจ่ม! สาวหุ่นแจ๋ว อาบน้ำกลางตลาด ชาวบ้านงงเป็นแถว
เซ็กซี /  ตลก

จะเป็นไงเมื่ออยู่ๆ มีสาวมาอาบน้ำ ให้คุณดูฟรีๆ คลิกเลย

เล่นเรื่องเดียวเงียบๆ สวิส...ดังเปรี้ยงนะคะ
มิกกี้ สวิส /  ละคร รอยรักหักเหลี่ยมตะวัน ย้อนหลัง / 

หล่อๆ เงียบๆ ในละครเรื่อง รอยรักหักเหลี่ยมตะวัน สำหรับ มิกกี้ สวิส ที่รับบทเป็น ทาโร่ หรือ พ่อดอกดาวเรือง ผู้น่าสงสาร แต่ตอนนี้ต้องกลายมาเป็นที่อิจฉาของดาราชายในช่องคนอื่นๆ เพราะผู้ใหญ่ทางช่อง 3 พยายามจะผลักดันให้ขึ้นแท่นเป็นพระเอกเต็มตัว แถมเวลานี้เจ้าตัวก็เนื้อหอมสุดๆ เพราะไปไหนมาไหน ใครก็ยังเรียกหาแต่ทาโร่ ล่าสุดก็เดินทางไปรับงานที่ต่างจังหวัด อยู่ๆ ก็มีแฟนคลับกลุ่มใหญ่บุกมาเซอร์ไพรส์ถึงที่สนามบิน ทำเอาหนุ่มมิกกี้เป็นปลื้มสุดๆ แถมเวลานี้ก็ยังมีกองกำลังแฟนคลับเพิ่มขึ้นมาอีกเรื่อยๆ แหม... เล่นละครไปแค่เรื่องเดียว แต่ดังเปรี้ยงกว่าพระเอกบางคนซะอีกนะจ๊ะ มิกกี้ สวิส มิกกี้ สวิส มิกกี้ สวิส

10 สถานที่ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง รับลมหนาว
10 สถานที่ /  ซากุระเมืองไทย / 

หลายท่านคงจะเคยได้ยิน "ดอกนางพญาเสือโคร่ง" กันมาบ้างแล้ว หรืออีกชื่อที่รู้จักกันก็คือ "ซากุระเมืองไทย" นั่นเอง ดอกนางพญาเสือโคร่ง มีสีชมพูสด เมื่อบานสะพรั่งเต็มต้น จะเป็นภาพที่สวยงามอย่างมาก และในประเทศไทยก็มีอยู่หลายที่ ความงดงามก็จะแตกต่างกันไป Travel.mthai.com จึงขอรวบรวม 10 สถานที่ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง รับลมหนาว มาให้ทุกท่านได้ชม เผื่อถูกใจที่ไหน จะได้เป็นหนึ่งในตัวเลือกการไปท่องเที่ยวหน้าหนาวกันครับ 10 สถานที่ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง รับลมหนาว 1. ขุนช่างเคี่ยน จ.เชียงใหม่  ขุนช่างเคี่ยน หรือสถานีวิจัยและศูนย์ฝึกอบรมเกษตรที่สูงขุนช่างเคี่ยน เป็นสถานที่เที่ยวชมดอกนางพญาเสือโคร่งยอดฮิตของภาคเหนือ โดยจะบานสะพรั่งในช่วงเดือน ธ.ค.-ม.ค. ตั้งอยู่บนเส้นทางเดียวกับทางขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพ พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ และดอยปุย ที่นี่มีที่พักคอยให้บริการ แต่ควรสอบถามล่วงหน้าก่อน ที่สถานีวิจัยและศูนย์ฝึกอบรมเกษตรที่สูงขุนช่างเคี่ยน โทร 053-944053 หรือ 053-222014 2. ขุนแม่ยะ จ.แม่ฮ่องสอน ขุนแม่ยะ หรือเป็นที่รู้จักในนาม "หน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะ" อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่เลา-แม่แสะ อยู่ในเส้นทางหลวง 1095 แม่มาลัย-ปาย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง โทร. 053-248491, 053-819349 หรือ ททท. เชียงใหม่ โทร. 053-2761640 3. สถานีเกษตรหลวงขุนวาง จ.เชียงใหม่ เป็นโครงการหลวงที่มีความสำคัญแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ การเดินทางให้ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1009 ราวหลักกิโลเมตรที่ 31 มีสามแยกตรงหมู่บ้านขุนกลาง จากนั้นเลี้ยวขวาไป 18 กิโลเมตร ก็จะถึงสถานีเกษตรหลวงขุนวาง ชมดอกซากุระให้เต็มอิ่ม หากต้องการที่พัก ที่นี่ก็มีบริการให้นักท่องเที่ยว สามารถติดต่อได้ที่ ติดต่อได้ที่ 053 114 133 , 081 960 2033 4. สถานีวิจัยต้นน้ำขุนสถาน จ.น่าน ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อ.นาน้อย จ.น่าน เลยจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติขุนสถาน ประมาณ 2 กิโลเมตร ภายในถูกห้อมล้อมไปด้วยต้นนางพญาเสือโคร่ง ที่ชมพูสะพรั่งเต็มไปหมด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ สถานีวิจัยต้นน้ำขุนสถาน โทร. 081-6023199, 088-8055928, 090-0501049 5. ดอยช้าง-ดอยวาวี จ.เชียงราย ตั้งอยู่ใน อ.แม่สรวย จ.เชียงราย เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาผีปันน้ำด้านตะวันตก มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี มีการจัดภูมิทัศน์อย่างดีเยี่ยม พร้อมที่พัก ลานกางเต้นท์ และไฮไลท์สำคัญที่ขึ้นชื่อของที่นี่ก็คือ กาแฟพันธุ์อาราบิก้า ที่โด่งดังในแบรนด์ "กาแฟดอยช้าง" ที่เราเห็นกัน โดยที่แห่งนี้ ยังขึ้นชื่ออีกว่าเป็นแหล่งปลูกต้นนางพยาเสือโคร่งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ อบต.วาวี โทร. 0 5360 5950 หรือ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเชียงราย โทร. 0 5360 5941 , 0 5360 5955 6. ดอยแม่ตะมาน จ.เชียงใหม่ ที่แห่งนี้ อาจไม่มีซากุระมากมายเหมือนที่อื่น แต่ด้วยพื้นหลังคือดอยหลวงเชียงดาว ทำให้ดอกไม้สีชมพูดูโดดเด่น และมีทัศนียภาพที่ชวนหลงใหลเป็นอย่างมาก นักเดินทางทั้งหลายไม่ควรพลาด ที่นี่มีจุดให้กางเต้นท์ แต่ต้องเตรียมทุกอย่างมาเอง ไม่มีให้เช่า สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมที่สูง คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โทร. 053 222 014 7. ดอยแม่สลอง จ.เชียงราย ดอยแม่สลอง นอกจากจะเป้นแหล่งปลุกชาจีนที่ขึ้นชื่อในภาคเหนือแล้ว ยังมีดอกนางพญาเสือโคร่ง พันธุ์ที่เล็กที่สุด มีสีชมพูอมขาว บานสะพรั่งตลอดทางขึ้นดอย เป็นไม้ป่าที่หาชมได้ยากในเมืองไทย อยู่ในระหว่างช่วงเดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์ เท่านั้น สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ อบต.แม่สลองนอก 0-5376-5129 หรือที่ ททท.สำนักงานเชียงราย โทร. 0-5371-7433, 0-5370-0051-2 8. ดอยอ่างขาง จ.เชียงใหม่ ดอยอ่างขางมีลักษณะเป็นแอ่งที่ราบในหุบเขา ทำให้ดูเหมือนท้องกะทะหรืออ่างนั่นเอง แหล่งสำคัญของการมาเที่ยวดอยอ่างขาง นั่นคือการเข้าชมดอกไม้เมืองหนาวในโครงการหลวง พร้อมทั้งมีโรงเรือนไม้ในร่ม โรงเรือนกุหลาบ ป่าซากุระ ป่าเมเปิ้ล สวนบอนไซ ฯลฯ มาที่เดียว เที่ยวเต็มอิ่มแน่นอน ที่สำคัญมีที่พักให้บริการด้วย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง โทร. 053 450 107-9 ต่อ 114 9. ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารี ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อยู่บนเส้นทางเดียวกันกับขุนวาง ศูนย์แห่งนี้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตื์ พระบรมราชินีนาถ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการวิจัยและเพาะพันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารี เนื่องจากใกล้จะสูญพันธุ์เต็มที นอกจากนี้ยังมีต้นนางพญาเสือโคร่ง บานชมพูสะพรั่งริมทะเลสาป เป็นภาพที่หาดูได้ยากจริงๆ เพราะมันสวยงามมาก สอบถามเพิ่มเติม โทร. 053-286728 , 053-286729 10. ภูลมโล จ.เลย ภูลมโล ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.ด่านซ้าย จ.เลย เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า บนรอยต่อของสามจังหวัด คือ เลย เพชรบูรณ์ และพิษณุโลก ดอกพญาเสือโคร่งจะบานสะพรั่งในช่วงมกราคม หรือในบางปีที่ลมหนาวมาเยือนเร็ว ก็จะมีให้เห็นตั้งแต่ปลายปีเลยทีเดียว จองสถานที่กางเต็นท์ และสอบถามการเดินทางได้ที่ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า 0 5535 6607 , ททท. จังหวัดเลย โทร. 0 4281 2812 ขอบคุณที่มา : chillpainai.com  เรียบเรียงโดย : Travel MThai รูปภาพจาก : siamtravel.in.th, chillpainai.com, klongdigital.com, skyscanner.co.th,holidaythai.com,  toptenthailand.com, gonorththailand.com, tourismthailand.org, creditonhand.com

'เจ้าสัวธนินท์' จ่อซื้อคืน 'โลตัส' 3.2 แสนล้านบาท
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

'เจ้าสัวธนินท์' เล็งยื่นข้อเสนอซื้อโลตัสคืนจากเทสโก้ มูลค่าราว 320,000 ล้านบาท แหล่งข่าวเผยคุยแบงก์ไว้แล้ว สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานข่าว อ้างแหล่งข่าวนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ และประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ CP ว่า CP กำลังพิจารณาซื้อ 'โลตัส' ธุรกิจค้าปลีกซุปเปอร์มาร์เก็ต โดยในปัจจุบันโลตัสมีสาขาในไทย 1,737 แห่ง หรือคิดเป็นเกือบ 3 ใน 4 ของจำนวนสาขาทั้งหมดที่มีอยู่ในเอเชีย และถือเป็นธุรกิจค้าปลีกที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของไทย รองจากบริษัท สยามแม็คโคร จำกัด ซึ่งในปัจจุบันนี้มีมูลค่าอยู่ราว 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 320,000 ล้านบาท กลับคืนมา หลังจากขายกิจการให้กับบริษัท เทสโก้ ของประเทศอังกฤษไปเมื่อปี 37 แหล่งข่าวอ้างว่า นายธนินท์อยู่ระหว่างการพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการกับธนาคารของไทยแห่งหนึ่ง เพื่อศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการหาเงินทุนยื่นข้อเสนอซื้อเทสโก้โลตัส อย่างไรก็ตามโฆษกของ CP ระบุว่า ไม่ทราบในเรื่องแผนการเกี่ยวกับเทสโก้แต่อย่างใด ขณะที่เทสโก้ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น ด้านแหล่งข่าวหลายรายปฏิเสธที่จะยืนยัน โดยระบุว่าการหารือยังคงเป็นความลับ ทั้งนี้ CP อาจต้องเผชิญกับคู่แข่งนักธุรกิจไทยหลายราย หากเทสโก้ตัดสินใจที่จะขายธุรกิจ ทั้งนี้ ยังไม่ชัดเจนว่ามีรายอื่นที่สนใจจะยื่นข้อเสนอขอซื้อเทสโก้ด้วยหรือไม่ อ่านข่าวสาร ความเคลื่อนไหว เจ้าสัวธนินท์ คลิ๊กเลย>>>>>>> MThai News 'เทสโก้' จ่อขายกิจการในไทย พยุงบริษัทแม่ ซี.พี.โต้ข่าวฮุบ ‘เทสโก้’ ในไทย ธนินท์ เจ้าสัวซีพี ชี้ค่าแรงขั้นต่ำต้อง 500 บาท

เธอโดนใจ - แกงส้ม ธนทัต
ธนทัต ชัยอรรถ /  นิกกี้ ชนัณชิดา / 

แกงส้ม คว้า 4 สาวเน็ตไอดอล พิ้งค์-โม-นิกกี้-มุก ลง MV ซิงเกิ้ลล่าสุด เธอโดนใจ ภาพจาก exact.co.th เธอโดนใจ SINGLE ใหม่ล่าสุดจากนักร้องหนุ่มมากความสามารถ แกงส้ม ธนทัต ที่ก่อนหน้าส่งเพลงรักความหมายดี “ความรักสวยงามเสมอ” จาก อัลบั้ม 10 YEARS OF LOVE บทเพลงรักจากเดอะสตาร์ ออกมาเรียกเสียงตอบรับ จนขึ้นแท่นอันดับ 1 บนชาร์ตวิทยุทั่วประเทศ ยาวนานถึง 7 สัปดาห์มาแล้ว สำหรับเพลง เธอโดนใจ เป็นอีก 1 เพลงรักฟังสบาย ที่แทนความรู้สึกของคนที่รักด้วยหัวใจ รักด้วยความรู้สึกมากกว่าการใช้เหตุผล ดนตรี ACOUSTIC ฟังเพลิน ที่มากับเมโลดี้เพราะๆ และเสียงร้องของแกงส้มที่ถ่ายทอดได้อย่างเข้าถึงจริงใจ สำหรับความพิเศษใน มิวสิควีดีโอเพลงนี้ ก็คือ ได้ 4 สาวเน็ตไอดอลแห่งยุค พิ้งค์-ปชาบดี, โม-สุทธาทิพย์, นิกกี้-ชนัณชิดา และ มุก-วรนิษฐ์ มารับบทนางเอกของแกงส้ม... เพลง : เธอโดนใจ ศิลปิน : แกงส้ม ธนทัต คำร้อง : หทัย แสงวิจิตร ทำนอง : พณวรรธน์ พงศ์ภักดีบริบาล เรียบเรียง : ศรายุทธ แสงชุมพล -------------------------------------------------------- ก็เหมือนมีคนเคยบอกไว้ ว่าความรักมีเหตุผลของมัน หาคำตอบเอาเองและกัน แต่ตัวฉันไม่แคร์ หากใช้สมองซีกซ้าย แล้วมองในความเป็นจริง ก็ดูไม่เหมาะไม่ควรสักอย่าง หากใช้สมองซีกขวา ใช้เพียงจินตนาการ ก็ยังมีแรงจะฝันต่อไหว เหตุผลที่คนหนึ่งจะรัก คงไม่ต้องมากมายนัก แค่เรารู้จักฟังเสียงของหัวใจ ฉันนั้นพบคำตอบว่าเพราะอะไร หมดทั้งใจถึงมีเพียงเธอ ไม่เป็นอันทำอะไรแค่ได้จ้องตา พาให้หัวใจมันหวั่นไหว แบบว่าเห็นหน้าเธอเมื่อไร เป็นต้องกลับไปนอนเพ้อ ก็ไม่รู้ทำไมเธอน่ารักจัง แต่ที่รู้คือฉันกำลังรักเธอ เหตุผลที่ฉันละเมอ คือเธอโดนใจ เหตุผลที่คนหนึ่งจะรัก คงไม่ต้องมากมายนัก แค่เรารู้จักฟังเสียงของหัวใจ ฉันนั้นพบคำตอบว่าเพราะอะไร หมดทั้งใจถึงมีเพียงเธอ ไม่เป็นอันทำอะไรแค่ได้จ้องตา พาให้หัวใจมันหวั่นไหว แบบว่าเห็นหน้าเธอเมื่อไร เป็นต้องกลับไปนอนเพ้อ ก็ไม่รู้ทำไมเธอน่ารักจัง แต่ที่รู้คือฉันกำลังรักเธอ เหตุผลที่ฉันละเมอ คือเธอโดนใจ ไม่เป็นอันทำอะไรแค่ได้จ้องตา พาให้หัวใจมันหวั่นไหว แบบว่าเห็นหน้าเธอเมื่อไร เป็นต้องกลับไปนอนเพ้อ ก็ไม่รู้ทำไมเธอน่ารักจัง แต่ที่รู้คือฉันกำลังรักเธอ เหตุผลที่ฉันละเมอ คือเธอโดนใจ

NU’EST เตรียมจัดแฟนมีทติ้งที่อุบลราชธานี 31 มกราคมปีหน้า!
aron /  baekho / 

NU’EST (นิวอีสท์) เตรียมจัดแฟนมีทติ้งที่อุบลราชธานี ใน NU’EST RE : BIRTH FAN MEETING IN THAILAND 2015 ชาวเลิฟเตรียมตัวให้พร้อมกับการกลับมาเมืองไทยอีกครั้งของพวกเขา 31 มกราคมปีหน้า! ปีใหม่นี้ ไดมอนด์ ไชน์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ฉีกแนวการจัดแฟนมีทติ้งศิลปินเกาหลีในภาคอีสานเป็นครั้งแรก พร้อมกับการกลับมาพร้อมผลงานอัลบั้มใหม่ของห้าหนุ่มบอยแบนด์ K-POP วง NU’EST (นิวอีสท์) ด้วยการจัดแฟนมีทติ้ง NU’EST RE : BIRTH FAN MEETING IN THAILAND 2015 (นิวอีสท์ รี : เบิร์ท แฟนมีทติ้ง อิน ไทยแลนด์ 2015) ที่ หอประชุมไพรพะยอม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ในวันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2558 ในงานนี้นอกจากจะได้ร่วมฉลองงานครบรอบ 100 ปี ของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ซึ่งมีกิจกรรมพิเศษตลอดทั้งปี 2558 แล้วนั้น NU’EST (นิวอีสท์) ยังมอบรายได้บางส่วนจากการจัดงานครั้งนี้ให้ทางมหาวิทยาลัยอีกด้วย ในงาน NU’EST RE : BIRTH FAN MEETING IN THAILAND 2015 (นิวอีสท์ รี : เบิร์ท แฟนมีทติ้ง อิน ไทยแลนด์ 2015) ครั้งนี้ ชาวเลิฟไม่ควรพลาด! กับสิทธิ์ลุ้นได้เข้าร่วมกิจกรรม Hi-Touch (ไฮทัช) ของเหล่าสมาชิก เริ่มเปิดจําหน่ายบัตรราคา  3,500 / 2,500 และ 1,500 บาท ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม 2557 ตั้งแต่เวลา 10.30 น. เป็นต้นไป ที่ www.thaiticketmajor.com สามารถติดตามข่าวสารอัพเดทและกิจกรรมเข้าร่วมงานเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/DSEntOfficial และ twitter.com/DSEntOfficial ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

โอ้วเบบี๋!! ลือสนั่น ไมเคิ่ล เฟลป์ส ซั่มกระเทยแปลงเพศ
ว่ายน้ำ /  สหรัฐ / 

กลายเป็นเรื่องฮือฮาในวงการกีฬาสหรัฐฯ ไปแล้วหลังจากที่ เทย์เลอร์ ไลแอนน์ แชนด์เลอร์ ออกมาอ้างตัวว่าเป็นแฟนสาวคนปัจจุบันของ ไมเคิล เฟลป์ส ยอดนักว่ายน้ำชาวอเมริกัน พร้อมเผยความลับอีกด้วยว่าความจริงแล้วเธอไม่ใช่ผู้หญิง โดยเกิดมาเป็นผู้ชาย ทว่าฉลามหนุ่มเจ้าของ 18 เหรียญทอง โอลิมปิก ไม่ระแคะระคายเลยแม้แต่น้อย ก่อนที่จะมีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งเมื่อไม่นานมานี้ :) สื่อกีฬาเปิดเผยถึงข้อความที่ แชนด์เลอร์ โพสท์ผ่าน "เฟซบุค" ว่า แท้จริงแล้วเธอมีชื่อว่า เดวิด รอย ฟิตช์ แต่เธอรู้สึกว่าตนเองมีความเป็นหญิงมากกว่า พอเข้าสู่อายุ 20 ต้นๆ เธอก็จัดผ่าตัดแปลงเพศ รวมถึงการเปลี่ยนชื่อของตัวเองในสูติบัตรด้วย ซึ่งปัจจุบันนี้เธอก็อายุ 41 ปีแล้ว ทั้งนี้ ไมเคิ่ล เฟลป์ส ในวัย 29 ปี กำลังอยู่ในระหว่างชดใช้โทษแบน 6 เดือน จากข้อหาเมาแล้วขับจนถึงเดือนมีนาคมปี 2015 นอกจากนี้ สมาคมกีฬาว่ายน้ำแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา จะไม่ส่งเจ้าตัวลงแข่งศึกว่ายน้ำชิงแชมป์โลกช่วงเดือนสิงหาคม 2015 ที่ประเทศรัสเซีย อีกด้วย

The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 : ตัวหมากบนกระดานโฆษณา
Hunger Games 3 /  The Hunger Games / 

เมื่อต้องนิยามคำว่า สงคราม หลายๆคนอาจนึกถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ หรือเสียงตูมตามสั่นไหว แต่สิ่งเหล่านั้นมิใช่ส่วนสำคัญที่สุดใน The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 แต่อย่างใด ม็อคกิ้งเจย์ไม่ได้พาเราบินถลาออกสู่ไฟระเบิดกลางสมรภูมิกว้าง แต่หากบินเข้าหา และล้วงลึกไปถึงจิตใจที่เปราะบาง และโน้มน้าวให้ทำตามโดยไม่รู้ตัว อย่าปฏิเสธว่าเราเคยใจอ่อนต่อสิ่งยั่วเร้า อย่าปฏิเสธว่าคุณเคยเห็นอะไรดีงามไปตามคนส่วนใหญ่ และอย่าปฏิเสธว่าคุณล้วนเคยพ่ายต่อพลังของโฆษณา ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ อย่างการซื้อขนมสักถุง ไปจนถึงความเห็นที่เออออไปโดยไม่รู้สึกรู้สาอะไร เพราะเราก็ล้วนเคยเป็นตัวหมาก บนสมรภูมิของกระดานโฆษณาชวนเชื่อเหล่านั้นทั้งสิ้น The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 ภาคที่ 3 ของจตุรภาค Hunger Games เรื่องราวหลังจาก แคทนิส เอเวอร์ดีน ถูกชิงตัวและช่วยเหลือมาจากแคปิตอล กลางเกมควอเตอร์เควลที่ถูกเธอทำลาย เธอฟื้นในเขต 13 อาณาเขตที่ป่าวประกาศว่าล่มสลายไปแล้ว พร้อมกับการต้องรับบทบาทใหม่ ในฐานะ ม็อคกิ้งเจย์  ศูนย์รวมความหวังของการลุกฮือปฏิวัติ ในขณะเดียวกัน แคปิตอลได้ทำการกวาดล้างผู้กระด้างกระเดื่องทุกพื้นที่ รวมถึง เขต 12 บ้านเกิดของเธอไปแล้วเรียบร้อย แค่นั้นยังไม่พอเธอพบว่า พีต้า ได้กลายเป็นกระบอกเสียง ของแคปิตอลไปเสียแล้ว ความร้อนรุ่ม สับสน และลังเล ที่เธอมีในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งจึงเกิดขึ้น แต่ไม่ว่าอย่างไร ตำแหน่งที่เธอเป็นนั้น ก็ไม่อาจทิ้งไปได้ และกำลังจะชี้เป็นชี้ตายให้ชาวพาเน็ม มีคำกล่าวว่า "ปากกา มีอานุภาพยิ่งกว่าศาสตราใดๆทั้งมวล" ฟังเพียงผิวเผินอาจดูขำสิ้นดี เหมือนเด็กตีกันในห้องเรียน แล้วเอาปากกามาไล่จิ้ม แต่หาไม่ ปากกาในมือของสื่อ ในมือของผู้ควบคุมทิศทางการนำเสนอข้อมูลนั้น อันตรายกว่าสิ่งใดจริง และ The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 ก็ทำให้คำกล่าวเพียงหนึ่งประโยคนั้น เป็นรูปธรรมให้เราเห็นบนจอภาพยนตร์ หนังภาค 3.1 นี้ ไม่ได้ประเคนฉากแอ็คชั่น หรือกลไกของเกม ให้ได้ประหลาดใจเหมือนครั้งก่อนๆ แต่มันเป็นดังปฐมบทของความวินาศสันตะโร ที่พร้อมจะตามมาในภาค 3.2 สิ้นปีหน้า ปฐมบทที่ไม่ได้บอกให้ไปรบ ให้ฮึกเหิม หรือลุกขึ้นไปต่อต้านอะไรที่ไม่พอใจ แต่มันกำลังเสียดสีสังคมมนุษย์ ที่ตกเป็นทาสของข้อมูลข่าวสารเสียจนไม่ลืมหูลืมตา และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ แคปิตอล และ เขต 13 ขั้วตรงข้ามสลับสีขาวดำ ที่เห็นได้่ชัดเจนในหนัง ต่างฝ่ายต่างมีผู้นำ ที่มีตาหูจมูกมากพอ ที่จะรับรู้การกระทำของฝ่ายตรงข้าม และมีปากที่ใหญ่พอ ที่จะโห่ร้องชักชวนให้เหล่า ผู้ตาม คล้อยตามอย่างไม่มีเงื่อนไข ในขณะที่ เขต 13 ใช้แคทนิส แคปิตอลใช้ พีต้า ในการสร้างโฆษณาชวนเชื่อ โนมน้าวแนวคิดกลุ่มคนที่ตัวเองต้องการ กระบอกเสียงทั้งสอง ก็ไร้ซึ่งหนทางขัดขืน และจำยอมตกเป็นตัวหมาก ให้ อัลม่า คอยย์ และ สโนว์ จับเดินไปในทิศทางตามใจชอบบนเกมกระดานการเมืองที่ตัวเองอยากให้เป็น โดยตัวผู้เดินแทบไม่สนเลยว่าารเดินไปข้างหน้าครั้งนี้ ตัวหมากจะโดนกิน เขี่ยทิ้งจากกระดานหรือไม่ หากเกมทั้งกระดานตนเป็นผู้ชนะ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ที่ต้องใช้หมากบางตัวมากเป็นพิเศษไปบ้าง หากมองในมุมของ แคทนิส เอเวอร์ดีน เธอกำลังตกเป็นเครื่องมือที่สมบูรณ์แบบ ที่พร้อมจะโผล่หน้าสู่สาธารณชน และโดนไล่หาประโยชน์จากทุกสิ่งที่เธอทำ เจตนาทุกสิ่งถูกแปลงกลายเป็นความเชื่อ แปลงไปเป็นโฆษณา แปลงไปเป็นความดีงามทั้งที่เธอมิได้ต้องการสื่ออะไรเช่นนั้น ทั้งหมดเป็นไปตามปากกาที่ขีดเส้นนำให้เธอเดินตาม เสียจนสาวห้าวหาญนักรบผู้หยิ่งทระนงภายนอกนั้น ไม่อาจกลบความประหวั่นพรั่นพรึง และสภาพกลวงเปล่าภายในได้ แน่นอนซะยิ่งกว่าอะไร เมื่อทุกสิ่งที่เธอทำ ถูกนำไปใช้โน้มน้าวใจ ชาวพาเน็มก็พร้อมจะปฏิบัติตาม กลายเป็นกระแส กลายเป็นความเชื่อ กลายเป็นความมั่นใจลุ่มหลงในข้อมูลที่ตนได้รับ และคล้อยตามเส้นปากกาเส้นเดียวกันนั้นไปในที่สุด ในเมื่อพลังของมวลชนชาวพาเน็ม ขึ้นตรงอยู่กับข้อมูลจากจอโทรทัศน์เล็กๆ โดยไม่รู้่ตื้นลึกหนาบาง แม้กระทั่งความเป็นจริงที่อยู่เบื้องหลัง การอวยตัวเองสุดฤทธิ์ ถึงความดีงามของแคปิตอล หรือ การโยน แคทนิส เข้าสู่ถานที่่ที่่จะบีบเค้นจิตใจที่เปราะบางอยู่แล้ว ให้แตกสลายออกมาชัดเจน ผู้ชมชาวพาเน็มมิได้รู้เห็นสิ่งเหล่านั้น พวกเขารู้เพียงแค่แคปิตอล สามารถมอบความสงบสุขและช่วยปกป้อง เขต 13 สามารถช่วยล้มล้างความอยุติธรรมเฮงซวยที่เป็นอยู่ พวกเขารู้แค่นั้น แค่ฉากหน้าของการโฆษณาชวนเชื่อ และแทบไม่เหลือทางเลือกนัก ที่จะเลือกเดินไปตามทางไหน เพราะทั้งแคทนิส พีต้า และชาวพาเน็มทั้งมวล ต่างก็เป็นตัวหมากอยู่บนกระดาน และเดินไปตามเส้นทางที่ผู้นำโฆษณาว่าดีเท่านั้นเอง คุณผู้ชมล่ะครับ คุณกำลังเป็นหมากบนกระดานโฆษณาอยู่รึเปล่า? ... เรื่องนี้ให้ 9 /10 ครับ โดย Lecter ------------------------------

วิว โซฮอต!! รับควง หมูตั้ง-หน่อง กินข้าว
วิว วรรณรท /  หมูตั้ง-ม.ล.อรรถดิส / 

โสดแล้วฮอตได้อีก! นางเอกสาว วิว วรรณรท เคลียร์กรณีควง หมูตั้ง ม.ล.อรรถดิศ ดิศกุล ไปกินข้าวด้วยกัน บอกสนิทนานแล้วแบบพี่น้องไม่มีกิ๊กกั๊กแน่นอน ส่วนกับหนุ่ม หน่อง ธนา แจงเป็นเพื่อนกลุ่มใหม่ ปัดซุ่มคบ เปรยฝ่ายชายยังไม่ได้จีบ ถ้าอีกฝ่ายมีทีท่าแล้วจะออกมาบอกอีกครั้งว่าชอบหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ช่วงนี้เธอบอกยังไม่คิดจะมีแฟนจริงจังอ่ะนะ อิอิ "เรื่องพี่หมูตั้งก็ยังมาเป็นข่าว คือจริงๆ แล้วภาพที่เห็นเนี่ยคือมีครั้งนึงไปกินข้าวปกติ เป็นพี่ที่สนิทกัน ก็คือวิวกับพี่หมูตั้งเหมือนเป็นรุ่นแก่ๆ แล้วน่ะ คือหมายถึงว่าตอนนี้มันมีน้องๆ มาใหม่ แล้วรุ่นพี่มันก็เหลือแค่นี้ ก็คือรู้จักกันมานานแล้วก็สนิทเป็นพี่น้อง คือเจอกันบ่อย ถ้าเหมือนไปกินข้าวหรืออะไรอย่างนี้ก็จะเป็นกลุ่มพี่ที่เราไปด้วย แต่ว่าวันนั้นไปดูงานแอลแฟชั่นวีคสักอย่าง พี่หมูตั้งต้องไปอยู่แล้วๆ เราก็เอ๊ยไปก็ด้วยกัน แต่คือไปน่ะไปเจอกันหน้างาน เดินเข้าพร้อมกันแล้วกันเพราะว่าปกติจะไปดูกับคุณแม่ แต่คุณแม่ไม่ว่างก็เลยไปกับพี่หมูตั้งแล้วกัน" "ไม่กิ๊กแน่นอนค่ะ พี่หมูตั้งถ้าใครรู้จักจริงๆ คือรู้เลยว่าไม่ใช่เป็นคนแบบหยอดๆ ใครเลยอ่ะ เขาน่ารัก เขาเป็นพี่ชายปกติเลย สานสัมพันธ์ยังอ่ะ ไม่มีหรอก ตอนนี้สิ่งที่เป็นมันดีอยู่แล้วอ่ะ เป็นพี่น้องกันมันดีอยู่แล้ว แฟนเขาไม่มีนะคะตอนนี้ที่ทราบ แต่ว่าก็คงมีคุยกับสาวน่ะ ถ้ามีเดี๋ยวเขาก็จะมาโชว์ มาอวดอะไรเอง แต่ตอนนี้วิวก็ไม่ทราบเพราะถ่ายละครก็ไมค่อยได้คุยกับพี่เขา นอกจากแบบถ้าว่างปุ๊บก็นัดกินข้าวรวมกลุ่มกันอย่างนี้ค่ะ" "กับหน่องยังค่ะ ยังไม่ได้ซุ่มอะไรทั้งนั้น ก็คือถ้ามีหลังจากที่เจอไปงานขายของด้วยกัน คือเหมือนเป็นเพื่อนกลุ่มใหม่ที่เรามาเจอตอนที่เป็นงานขายของอย่างงี้ ก็เลยเริ่มมาสนิทกันมากขึ้น มีงานนู้นงานนี้ แต่ว่าถ้าไม่ได้ซุ่มก็คือไปกินข้าว ก็คือมีบ้างที่แบบไปกลุ่มใหญ่ๆ เราก็ไม่อยากเป็นประเด็น ไม่อยากเป็นข่าวอย่างนี้ ก็คือยังเป็นเพื่อนกันอยู่" "เขาจีบ ไม่มีๆ ตัวหน่องถ้าใครรู้จักหน่องก็จะเป็นแบบแนวเฮฮา เป็นแบบเพื่อนน่ะ วิวก็ไม่ค่อยเจอเพื่อนอย่างงี้นะที่คุยกันแบบแกๆ อะไรอย่างนี้ อย่างที่บอกไป เขากลบเกลื่อน ไม่ทราบไง คือวิวก็ไม่ได้จะไปเอาคำตอบอะไรยังไง ไงคะ ก็คือเป็นเพื่อนที่แบบเจอบ้าง ไปชวนว่างๆ ไปออกกำลังกาย ชวนตีแบต ไปกินข้าว คือไปปกติ พัฒนาไหมไม่ทราบเหมือนกัน ถ้าเขาจีบขึ้นมาเดี๋ยวจะมาบอกอีกทีว่าจีบแล้วชอบไหมอย่างนี้(ยิ้ม)" "คุยเบื้องต้นก็โอเค คือสบายใจตรงที่มันเป็นเพื่อนกัน เหมือนแบบไม่ได้เข้ามาเป็นจีบ เพราะว่าวิวเองก็ยังไม่ได้จะมีแฟนอะไรตอนนี้ ก็ไว้เดี๋ยวค่อยดูกันต่อไป เสื้อโพสต์เหมือนกัน เสื้อการกุศล อันนั้นก็คือเหมือนช่วงที่ขายของเนี่ยเขาก็ทำเสื้อที่เขาจะไปงานวันนี้อะไรสักอย่างน่ะ เหมือนมาขายเพื่อนๆ ดาราอยู่แล้วอย่างนี้ พี่หมูตั้งพี่ค่ะ ส่วนหน่องก็เพื่อน ก็ยังไม่มีอะไร" วิว กล่าว วิว วรรณรท วิว วรรณรท วิว วรรณรท วิว วรรณรท หมูตั้ง ม.ล.อรรถดิศ ดิศกุล หน่อง ธนา

จ๋า เปิดใจ! ปมเลิก กึ้ง ไม่เกี่ยวมือที่3 อั้ม-พิชญ์
จ๋า วรัลชญาน์ /  กึ้ง เฉลิมชัย / 

ออกมาเปิดใจครั้งแรก! กับสาเหตุที่ทำให้วีเจสาว จ๋า วรัลชญาน์ เลิกรากับแฟนหนุ่มไฮโซ กึ้ง เฉลิมชัย ได้ 2 เดือนหลังคบหาดูใจมานานกว่า 4 ปี เจ้าตัวเผยเป็นเรื่องทัศนคติไม่ตรงกัน จบกันด้วยดีไม่มีปัญหารุนแรงและไม่เกี่ยวกับมือที่ 3 ยืนยันไม่รีเทิร์น ส่วนกรณีที่ฝ่ายชายมีภาพควงซุปตาร์สาว อั้ม พัชราภา ดินเนอร์สุดหรู สาวจ๋า ไม่ขอตอบ! พร้อมชี้แจงภาพที่เธอเดินโอบไหล่ พิชญ์ กาไชย บอกไม่มีอะไรมากกว่าเพื่อนร่วมงาน วอนอย่าโยงบุคคลอื่น!! "ตอนนี้โสดค่ะ สภาพจิตใจก็สบายดีค่ะ ไม่ได้เยียวยาอะไร จ๋าแค่ปรับเปลี่ยนเท่านั้นเอง สาเหตุที่เลิกจ๋าคงตอบสั้นๆ เพราะเคยให้สัมภาษณ์เรื่องทัศนคติไปแล้ว เราก็พยายามจะปรับแล้ว แต่เมื่อถึงวันนึงก็รู้สึกว่ามันคงปรับไม่ได้แล้ว ข้อความที่โพสต์ตัดพ้อในไอจีคือก่อนหน้านี้ แต่พอตัดสินใจแล้วก็ดีค่ะ เราไม่ได้คุยกันมาสักระยะใหญ่แล้วค่ะ ประมาณ 2 เดือนค่ะ เรื่องมือที่ 3 ไม่มีนะคะ ขอยืนยันตรงนี้เลยว่าไม่มี มันเป็นเรื่องของคนสองคนจริงๆ" "เสียดายกับความรักครั้งนี้มั้ย จ๋าให้ความสำคัญกับความรักอยู่แล้วนะคะ จ๋าเชื่อว่าพยายามแล้วทั้งคู่ ให้เวลากับมันนานพอสมควรแล้วแต่ในเมื่อมันไปต่อไม่ได้ก็ต้องทำความเข้าใจเดินหน้าต่อ กับข่าวที่ออกมาว่าครอบครัวพี่กึ้งไม่ปลื้มเรา ไม่มีเลยค่ะคนก็พูดไป จริงๆ ทางบ้านเค้าน่ารักกับจ๋ามาก หลายคนเข้าใจผิด ไม่ได้มีอะไรแบบนั้นเลยค่ะ จริงๆ เราไม่ได้มีปัญหาอะไรซีเรียสโกรธแค้น เพราะฉะนั้นถ้าหลังจากนี้ก็คงคุยกันได้อยู่แล้ว เพียงแต่จะได้โคจรมาคุยหรือเปล่าอันนี้ไม่รู้ แต่ไม่ได้ติดต่อกันเลย" "ล่าสุดมีภาพว่าเค้าไปทานข้าวกับพี่อั้ม คนเลยโยงว่าพี่อั้มจะเป็นมือที่ 3 หรือเปล่า จ๋าขออนุญาตไม่พาดพิงถึงใครเลยดีกว่า ถ้าเป็นเรื่องของคนอื่นให้เค้าตอบเองดีกว่า ในส่วนของจ๋าก็จบที่ตรงนี้ และหลังจากวันนี้จ๋าขออนุญาตไม่พูดถึงเค้าแล้วในเรื่องของความรักนะคะ ส่วนตัวเราเองก็ภาพเดินโอบไหล่กับพิชญ์ กาไชย ถ้าเป็นครั้งที่จ๋าได้เจอพิชญ์ก็น่าจะเป็นวันที่มางานการกุศลของจ๋า ที่พิชญ์แวะมาประมาณ 30 นาทีได้ กับพิญช์เราเคยร่วมงานละครกัน 1 เรื่องค่ะ ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้นเลย อย่าไปโยงเลยค่ะไม่เกี่ยวเลย หลังจากนั้นก็ไม่ได้เจอเลย ยืนยัน 1,000% ไม่มีอะไร นี่จ๋ายังไม่เห็นภาพนะ แต่ถ้าให้เดาก็น่าจะเป็นวันนั้นวันเดียวเพราะไม่ได้เจอกันวันอื่นแล้วค่ะ" "เรื่องหนุ่มๆ คนใหม่เข้ามา ตอนนี้ขอพักก่อนแล้วกัน ขอเรียนก่อนอยู่กับเพื่อนทุกวันเลย ทำให้ชีวิตดีขึ้นเหมือนกัน ได้ทำอะไรใหม่ๆ ทุกคนทำให้ยิ้มได้ทุกวัน แต่ไม่ได้ปิดกั้นหัวใจตัวเองแต่ขอพักก่อน จ๋ายังยืนยันคำเดิมว่าเป็นคนจริงจังกับความรัก และเชื่อว่าในอนาคตต้องเจอความรักดีๆ ของเรา โอกาสรีเทิร์นไม่มีค่ะ ไม่น่าจะกลับ อยากให้มองว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ ถ้าดีมันก็ดี แต่ถ้าไปต่อไม่ได้มันก็เป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่ได้กลัวกับการเริ่มต้นแต่ก็หวังว่าจะเป็นวันของเราจริงๆ" จ๋า กล่าว ขอบคุณภาพประกอบ IG @ kueng_chalermchai, aum_patchrapa, pittkarchai จ๋า วรัลชญาน์ จ๋า วรัลชญาน์ จ๋า วรัลชญาน์ กึ้ง เฉลิมชัย อั้ม พัชราภา พิชญ์ กาไชย

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

ระทึก ศิษย์เก่าเข้ากราดยิง นศ.ในมหา'ลัยสหรัฐฯ
ตำรวจวิสามัญ /  ฟลอริดา / 

เหตุระทึก คนร้ายซึ่งเป็นศิษย์เก่าเข้ากราดยิงนักศึกษาในมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ เหยื่อได้รับบาดเจ็บ 3 ราย ก่อนคนร้ายถูกตำรวจวิสามัญ วานนี้ (20พ.ย.) สำนักข่าวเดอะการ์เดียน รายงานเหตุการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในห้องสมุดของมหาวิทยาลัยแห่งรัฐฟลอริดา ในสหรัฐฯ เมื่อคนร้ายบุกเข้าไปกราดยิงผู้เคราะห์ร้าย 3 ราย ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญเสียชีวิต โดยสำนักข่าวเอพีระบุว่า คนร้ายที่ไม่ได้รับอนุญาติให้เปิดเผยชื่อ ได้ประกอบอาชีพทนาย และเป็นศิษย์เก่าที่เคยศึกษาที่มหาวิทยาลัยดังกล่าว ก่อนจะเข้าศึกษาต่อในภาควิชากฎหมายของมหาวิทยาลัยเทกซัสเทค ซึ่งนักศึกษาที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่าเธอได้ยินเหยื่อตะโกนว่าถูกยิง รวมถึงเสียงกรีดร้อง นักศึกษาที่อยู่ในที่เกิดเหตุกว่า 300 คน ตื่นตระหนก และวิ่งหนีกันอย่างชุลมุน โดยหลังจากนั้นนักศึกษาทั้ง 3 คนที่ได้รับบาดเจ็บ จากจากการถูกยิง ได้ถูกนำตัวไปที่โรงพยาบาล โดยที่โฆษาของโรงพยาบาลเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่ามีอาการที่น่าเป็นห่วง ข่าวที่เกี่ยวข้อง คนร้ายคลั่ง กราดยิงเข้าไปในศูนย์อาหารกลางห้างดัง ที่แคนาดา เศร้าอีก! นักเรียนมะกันกราดยิงในโรงเรียน ก่อนยิงตัวตาย คาร์บอมบ์-กราดยิงในเคอร์คุกดับ6 เจ็บ4 MThai News