รอยสักยันต์ห้าแถว

ละครฝันรักฝันสลาย , เรื่องย่อฝันรักฝันสลาย
ละคร ฝันรักฝันสลาย /  เรื่องย่อละคร ฝันรักฝันสลาย / 

ฝันรักฝันสลาย บทประพันธ์โดย : วิลักษณาบทโทรทัศน์โดย : วิลักษณากำกับการแสดงโดย : ชูชัย องอาจชัยออกอากาศทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 19.05-20.05 น. และวันศุกร์ เวลา 18.45-19.45 น. ช่อง 3 HD ช่อง 33 เรื่องย่อละคร ฝันรักฝันสลาย ณ หมู่บ้านแร้นแค้น นอกแผ่นดินไทย เหมยลี่ (ลัลล์ลลิน เตจะสาเวศซ์) และหญิงสาวในหมู่บ้านเกือบ 10 คน วางแผนเตรียมตัวที่จะหลบหนีออกนอกประเทศเพื่อไปอเมริกา เพราะต้องการมีชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเก่า โดยมี เจียง (ศรัณยู ประชากริช) หนุ่มบ้านเดียวกันที่ไปปักหลักอยู่ในเมืองไทยอาสาเป็นนายหน้าพาทุกคนหลบหนีออกนอกประเทศ เจียง พาสาว ๆ ทั้ง 10 คน ลัดเลาะแนวตะเข็บชายแดน แต่ ผู้กองอู๋ (อภินันท์ ประเสริฐวัฒนกุล) ก็ตามมาพร้อมกับประกาศให้ทุกคนถอยกลับ แต่เหมยลี่และทุกคนไม่ยอมถอย หนีสุดชีวิต รอดเพียงเจียงกับเหมยลี่ ทั้งคู่หลบหนีไปพร้อมกลุ่มชาวบ้าน ถูกซ่อนตัวเบียดกันไปในรถบรรทุกผัก เพื่อหลบหนีการตรวจของตำรวจ เมื่อผ่านด่านตรวจ ทั้งหมดก็เดินเท้าลัดเลาะอย่างยากลำบากไปตามเส้นทางแนวป่าของชายแดน จนกระทั่งข้ามมาถึงฝั่งไทย ละคร ฝันรักฝันสลาย ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ผู้กองปกรณ์ (นาวิน เยาวพลกุล) หัวหน้าทีมตามจับแก๊งลูกหมู หรือขบวนการลักลอบค้ามนุษย์ข้ามชาติ ได้รับมอบหมายให้เป็นพี่เลี้ยงฝึกตำรวจใหม่ให้กับ หมวดออม (วันสิริ อ่องอำไพ) หมวดสาวที่เพิ่งเรียนจบ ปกรณ์ได้ชื่อว่าเป็นผู้กองขาโหดดุดันและทำงานจริงจัง เขาจึงไม่ชอบใจนักที่ต้องมาเป็นพี่เลี้ยงให้กับตำรวจหญิง ปกรณ์จึงมอบหมายให้ จ่าอู๊ด (ศุภณัฐ เฉลิมชัยเจริญกิจ) คอยดูแลและให้คำแนะนำต่าง ๆ กับหมวดออมแทน ทำให้เธอไม่พอใจและหมั่นไส้ผู้กองปกรณ์ตั้งแต่แรกเจอ ปกรณ์มีนัดกับสายสืบเพื่อล่อจับ หมงรัชดา (วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์) หัวหน้าแก๊งลูกหมู มาเฟียใหญ่ที่ลักลอบค้ามนุษย์ ออมขอติดตามไปด้วย แต่ปกรณ์สั่งให้ทำงานเอกสารอยู่ที่โรงพัก แต่เธอไม่เชื่อแอบตามไปและทำให้คนร้ายรู้ตัวหนีรอดไปได้ ปกรณ์โกรธมาก จึงเข้าพบหัวหน้าเพื่อขอให้คนอื่นมารับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับออม แต่หัวหน้าไม่อนุญาตเพราะต้องการให้มีตำรวจหญิงอยู่ในทีม เพื่อช่วยในการจับกุม เพราะปกรณ์มักจะถูกร้องเรียนว่าใช้ความรุนแรงกับผู้ต้องหาหญิงบ่อย ๆ ออมขอโทษปกรณ์ที่เป็นต้นเหตุทำให้งานผิดพลาดและขอโอกาสเพื่อเรียนรู้งาน เพราะตัวเองอยากเป็นตำรวจที่เก่งและสานต่ออุดมการณ์ของพ่อซึ่งเป็นตำรวจและตายในหน้าที่ตอนเธออายุ 15 ปกรณ์ได้ฟังเรื่องของออม จึงเริ่มอ่อนข้อให้กับเธอลงบ้าง ละคร ฝันรักฝันสลาย เจียงแยกตัวเหมยลี่และหญิงสาวทั้งหมดออกจากกลุ่มและพาเข้ากรุงเทพฯ ทันที ไม่มีใครรู้ชะตากรรมว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตพวกเธอ ทั้งหมดถูกพามาขังยังตึกแถวกลางเมืองที่ชั้นล่างเป็นสถานบันเทิง แต่ชั้นบนเป็นที่ขายบริการทางเพศ เจียงบอกให้ทุกคนรู้ว่าต้องขายตัวเพื่อหาเงินสำหรับเป็นค่าเดินทางไปอเมริกา เหมยลี่และหญิงสาวคนอื่นต่างตื่นกลัวไม่คิดว่าจะต้องมาเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ ทุกคนขอร้องเจียงให้ทำงานวิธีอื่น แต่เจียงปฏิเสธและยื่นคำขาดให้รู้ว่าถ้าใครขัดขืนต้องตายสถานเดียว เหมยลี่ ถูกบังคับให้รับแขกคนแรกในวันรุ่งขึ้น แต่ก่อนที่เหมยลี่จะถูกขืนใจ ปกรณ์ก็นำกำลังตำรวจรวมทั้งหมวดออมเข้ามาบุกค้น มีการปะทะยิงกันระหว่างเจียงกับตำรวจ แต่เจียงหนีไปได้ เหมยลี่และคนอื่น ๆ ต่างวิ่งหนีกันอลหม่านไปตามช่องทางเดินในตึกโดยไม่รู้ว่าจะออกไปทางไหน ปกรณ์เห็นเหมยลี่วิ่งเลี้ยวไปตามทางจึงไล่ตามเธอไป เหมยลี่เห็นจวนตัวจึงปีนหลบออกไปนอกหน้าต่างเกาะอยู่บนระเบียง เมื่อมองลงไปยังด้านล่างพบว่าเธออยู่บนตึกสูงนับสิบชั้น เหมยลี่ได้แต่ภาวนาขอให้ปกรณ์หาเธอไม่เจอ แต่แล้วปกรณ์ก็เห็นจนได้และบอกให้เธอมอบตัว แต่เหมยลี่ตัดสินใจเสี่ยงตายโดดลงจากตึก โชคเป็นของเหมยลี่ที่โดดลงมาบนรถบรรทุกจึงรอดชีวิตไปอย่างหวุดหวิด เหมยลี่ได้พบกับ ชาง (เอกพงศ์ จงเกษกรณ์) หนุ่มบ้านเดียวกันและมีความฝันที่จะไปอเมริกาเช่นเดียวกับเธอ แต่ชางมาตกค้างอยู่ในเมืองไทยเกือบ 2 ปีเพราะไม่มีเงินจ่ายให้กับนายหน้า เขาจึงต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ เพื่อทำงานเก็บเงินสำหรับค่าเดินทาง ละคร ฝันรักฝันสลาย ตำรวจส่งตัวหญิงสาวและคนต่างด้าวที่ถูกจับได้ทั้งหมดกลับไปยังประเทศของพวกเขา ปกรณ์รายงาน ผู้การยงยุทธ (ศานติ สันติเวชชกุล) ว่ายังมีหญิงสาวอีกคนที่หนีรอดไปได้คือเหมยลี่ หัวหน้าจึงสั่งให้ติดตามเอาตัวเธอกลับมาให้ได้ ขณะเดียวกันผู้การอู๋ ก็เดินทางมาประสานกับตำรวจไทย เพื่อต้องการจัดตัวเหมยลี่และชางกลับไปประเทศของตน ซึ่งปกรณ์ไม่ชอบใจนัก เพราะรู้สึกว่าผู้กองอู๋ชอบใช้วิธีการรุนแรง จับตายมากกว่าจับเป็น ไม่สนใจใคร ทำให้ชางกับเหมยลี่ มีคนที่ตามล่าตัวหลายฝ่ายชางพาเหมยลี่ไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่ศาลเจ้ากับ เหว่ย (ภัคศรุจน์ นาคาฮาร่า) และ เปา (กิตติพงศ์ โพชสาลี) สองหนุ่มต่างด้าวท่าทางไม่น่าไว้ใจที่หนีเข้าเมืองมาพร้อมกับชาง เหมยลี่ได้เจอกับ กิมลั้ง (ภัณฑิลา ฟูกลิ่น) ซึ่งเป็นลูกสาวของ แปะชิง (เฮียหมู บางรัก) ชายชราผู้ดูแลศาล กิมลั้งหลงรักชาง เธอจึงไม่พอใจที่เห็นชางพาผู้หญิงอื่นมาอยู่ด้วย ชางพาเหมยลี่ไปฝากงานเป็นคนล้างจานในร้านอาหารที่ตัวเองเป็นผู้ช่วยพ่อครัว ทุก ๆ วัน ชางจะนำอาหารมาแบ่งให้เหมยลี่กิน และคอยดูแลเป็นห่วงเป็นใย ทำให้กิมลั้งยิ่งเกลียดเหมยลี่ ในขณะที่เหว่ยกับเปามักจะเข้ามาแทะโลมลวนลามเหมยลี่ บ่อย ๆ แต่ชางคอยช่วยเหลือและขัดขวางไม่ให้ทั้งสองทำอะไรเธอ ชางบอกให้เหมยลี่รู้ว่าจะต้องใช้เงินถึงห้าแสนบาทเพื่อจ่ายสำหรับค่าทำหนังสือเดินทางปลอมและค่าตั๋วเครื่องบิน เหมยฟังจำนวนเงินแล้วถึงกับท้อ แต่ชางให้กำลังใจว่าเขาจะช่วยเธอเก็บเงินและสัญญาว่าจะเดินทางไปอเมริกาด้วยกัน ละคร ฝันรักฝันสลาย วันหนึ่งหลังเลิกงาน เหมยลี่ต้องกลับศาลเจ้าเพียงลำพังเพราะชางไม่อยู่ ระหว่างเดินกลับ เหมยลี่เจอกับปกรณ์และหมวดออมอย่างจัง ตอนแรกปกรณ์จำเธอไม่ได้แต่แล้วก็เอะใจว่าเคยเห็นเธอมาก่อน ปกรณ์จึงแยกจากหมวดออมแล้วตามเหมยลี่ไป เหมยลี่ลัดเลาะหนีไปตามตรอกหลังตลาดจนปกรณ์คลาดสายตากับเธอ แต่ยังไม่ทันที่เหมยลี่จะหนีพ้น เธอก็พบกับเจียง เจียงบอกให้เหมยลี่ตามกลับไปแต่เหมยลี่ไม่ยอม เจียงจึงเข้ามาทำร้าย แต่ปกรณ์ย้อนกลับมาดูจึงเกิดการปะทะกับเจียง เจียงจึงจำใจต้องปล่อยเหมยลี่และหนีไป เหมยลี่ขอร้องปกรณ์ให้ปล่อยตัวเธอ แต่ปกรณ์ไม่ยอมจะเอาตัวไปโรงพัก โชคดีที่ชางเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดและเป็นจังหวะเดียวกับที่หมวดออมตามหาปกรณ์ ชางจึงเข้าล็อกตัวหมวดออมเพื่อขอแลกเปลี่ยนกับเหมยลี่ ปกรณ์จึงจำเป็นต้องยอมปล่อยตัวเธอชางพาเหมยลี่กลับมาที่ศาลเจ้าและคิดจะหาที่อยู่ใหม่ เพราะกลัวปกรณ์และเจียงจะตามมาเจอ แต่ปรากฏว่าเงินเก็บที่ชางซ่อนไว้เกือบห้าหมื่นบาทหายไป เหว่ยและเปากลับเข้ามาชางจึงถามทั้งสองว่าเอาเงินไปหรือไม่ ทั้งสองปฏิเสธแต่กิมลั้งบอกว่าเห็นเปาเข้ามาค้นหาของของชางเมื่อวันก่อน ชางโกรธเข้าค้นตัวเปาและพบว่ามีเงินอยู่หลายหมื่น จึงชกต่อยกัน กิมลั้งด่าว่าเป็นเพราะเหมยลี่ทุกคนจึงทะเลาะกัน ออมขอโทษปกรณ์อีกครั้งที่เป็นต้นเหตุทำให้เขาจับเหมยลี่ไม่ได้ ครั้งนี้ปกรณ์ไม่ได้ตำหนิเธอ แต่เตือนให้ระวังตัวมากกว่านี้ ออมปลื้มใจที่อย่างน้อยปกรณ์ยังเป็นห่วงเธอ จ่าอู๊ดเห็นออมอารมณ์ดีเลยแซว ออมจึงเล่าให้ฟังว่าหลังจากที่พ่อเธอตาย ปกรณ์คือคนที่ตามล่าจับคนร้ายมาลงโทษให้พ่อ นับแต่นั้นมาเขาคือฮีโร่ในใจเธอ และนี่เป็นสาเหตุที่ทำให้เธออยากใกล้ชิดทำงานร่วมทีมกับเขา ละคร ฝันรักฝันสลาย ปกรณ์ให้ออมและจ่าอู๊ดสืบตามหาตัวเหมยลี่กับชาง จนรู้ว่าทั้งสองอาศัยอยู่ที่ศาลเจ้า แต่เมื่อปกรณ์นำกำลังมาจับกลับไม่พบใครนอกจากแปะชิงกับกิมลั้ง แปะชิงปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็น แต่กิมลั้งแอบบอกปกรณ์ว่าเหมยลี่มาพักอยู่ที่นี่แต่หนีไปแล้ว ปกรณ์จึงฝากเบอร์โทรศัพท์ให้กิมลั้งไว้ บอกว่าหากเหมยลี่หรือมีใครกลับมาให้กิมลั้งโทรกลับจะให้รางวัลชางพาเหมยลี่ไปขออาศัยอยู่กับเจ้าของร้านอาหารที่ทั้งสองทำงานอยู่ เจ้าของร้านจึงให้ทั้งสองนอนห้องเดียวกันเพราะคิดว่าเป็นผัวเมีย ระหว่างที่ทั้งสองนอนร่วมห้อง ชางเปิดเผยความในใจให้เหมยลี่ได้รู้ว่าเขารักเธอ แต่เหมลี่ยขอเวลาชางเพราะเพิ่งรู้จักกันไม่นาน เหว่ยและเปาไปสมัครทำงานเป็นแรงงานเถื่อนให้กับเจียง ลูกน้องของเจียงชวนทั้งสองคุยเรื่องผู้หญิง ทั้งสองจึงหลุดปากพูดถึงเหมยลี่ขึ้นมา เจียงสนใจและซักถามจนรู้ว่าเป็นเหมยลี่เดียวกับที่เขากำลังตามหา เหว่ยและเปาจึงบอกให้เจียงรู้ว่าเหมยลี่ทำงานอยู่ที่ไหน เจียงตามไปลากตัวเหมยลี่มาจากร้านอาหารที่เหมยลี่ทำงาน และทำร้ายชางกับคนในร้านเกือบตาย และเอาตัวเหมยลี่ไปขายให้กับหมง หมงเห็นเหมยลี่แล้วชอบใจในความกล้าบ้าบิ่นที่หนีตำรวจมาได้ หมงบอกเจียงว่าขอทดสอบนอนกับเธอก่อนแล้วค่อยปล่อยให้นอนกับแขก ละคร ฝันรักฝันสลาย แต่ยังไม่ทันที่หมงจะขืนใจเหมยลี่ ปกรณ์ก็ได้รับรายงานว่าหมงอยู่ที่บาร์เถื่อน จึงนำกำลังตำรวจเข้าปิดล้อมและบุกจับแต่หมงและเจียงหนีไปได้ ปกรณ์เจอเหมยอีกครั้งเขาจึงไล่ตามจับเธอ เหมยหนีขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้าและจนมุม ปกรณ์บอกให้เธอมอบตัว แต่เหมยร้องไห้คุกเข่าอ้อนวอนขอร้องปกรณ์ให้ปล่อยเธอ และเล่าความจริงว่าเธอถูกแก๊งลูกหมูหลอกลวงว่าจะพาไปอเมริกา แต่พวกมันกลับบังคับให้เธอขายตัว แม้ปกรณ์จะเห็นใจในชะตากรรมของเธอ แต่เขายืนยันที่จะต้องจับเธอส่งกลับบ้านเกิด เหมยลี่ใช้ไม้ตายขู่ว่าหากเขาไม่ปล่อยเธอไป เธอจะโดดตึกยอมตาย ในขณะที่ออมกับจ่าอู๊ดนำกำลังตำรวจตามปกรณ์ขึ้นมาบนดาดฟ้า เหมยลี่ทำท่าจะโดดจริง ๆ ปกรณ์จึงตัดสินใจให้เหมยลี่หลบตำรวจในถังขยะ และพาเธอไปซ่อนตัวที่บ้านพักของเขา เหมยลี่ขอบคุณที่ปกรณ์ไม่ส่งเธอให้ตำรวจ ปกรณ์บอกจะควบคุมตัวเธอไว้ที่บ้านของเขาก่อน เหมยลี่ไม่มีเงินทองหรือของมีค่าใด ๆ ที่จะให้ปกรณ์เพื่อตอบแทน เธอจึงเสนอตัวให้ปกรณ์นอนกับเธอเป็นการแลกเปลี่ยนที่เขาช่วยเหลือเธอ ตลอดชีวิตการทำงาน ปกรณ์ไม่เคยอ่อนข้อหรือลดหย่อนกฎเกณฑ์ให้ใคร แต่สำหรับเหมยลี่ คงเป็นเพราะความใสซื่อและจริงใจของเธอ จึงทำให้เขาหวั่นไหว ปกรณ์ปฏิเสธไม่นอนกับเหมยลี่ และให้เธอซ่อนตัวอยู่ในห้อง สั่งห้ามไม่ให้ออกไปไหน เพราะเขาจะลองหาทางช่วยเหลือให้เธอได้ไปอเมริกา เหมยลี่ร้องไห้ด้วยความดีใจ คุกเข่าต่อหน้าปกรณ์อีกครั้ง และสัญญาว่าหากเธอได้ไปอเมริกา เธอจะไม่ลืมบุญคุณที่เขามีต่อเธอ ละคร ฝันรักฝันสลาย ปกรณ์ต้องขอร้อง แม่ (ปวีณา ชารีฟสกุล) ให้เหมยลี่อยู่ในบ้านด้วย แม้แม่ปกรณ์จะไม่ชอบใจ แต่ก็จำยอม แต่พยายามกดดันให้เหมยลี่หาที่อยู่ใหม่ เพื่อที่ปกรณ์จะได้ไม่เดือดร้อน รวมทั้งบอกว่าปกรณ์มีคู่หมั้นคู่หมายคือ เก๋ (อรุณณภา พาณิชจรูญ) ไม่อยากให้เข้าใจผิด หัวหน้าถามถึงความคืบหน้าเรื่องเหมยลี่ ออมและจ่าอู๊ดรายงานว่ายังไม่เจอตัว แต่ปกรณ์กลับนิ่งเฉยไม่พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ จนออมแปลกใจ จ่าอู๊ดชวนปกรณ์ไปกินข้าววันเกิดออม ปกรณ์ปฏิเสธบอกว่ามีธุระสำคัญทำให้ออมน้อยใจจึงตามไปที่ห้องพักเพื่อตัดพ้อต่อว่า แต่ออมต้องตกตะลึงเมื่อพบเหมยลี่ ออมผิดหวังในตัวปกรณ์มากที่รู้ว่าเขาแอบลักลอบซ่อนเหมยลี่ไว้ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าผิดกฎหมาย ออมตรงดิ่งไปหาหัวหน้าเพื่อรายงานให้หัวหน้าเล่นงานปกรณ์ แต่เธอก็ต้องเปลี่ยนใจ เพราะความรักที่มีต่อปกรณ์ ออมรู้ดีว่าหากเธอรายงานไป ปกรณ์จะต้องถูกพักงานและอาจจะต้องติดคุก เธอจึงได้แต่โกรธและเก็บเรื่องนี้ไว้คนเดียวโดยไม่กล้าบอกใคร แม้แต่จ่าอู๊ด ละคร ฝันรักฝันสลาย เหมยลี่กลัวว่าปกรณ์จะต้องเดือดร้อนเพราะเธอ จึงหนีไปโดยไม่บอกลา เหมยลี่กลับมาหาชางที่ร้านอาหารแต่ไม่เจอใคร เหมยลี่จึงลองกลับไปที่ศาลเจ้าและได้เจอกับกิมลั้ง เหมยลี่ถามข่าวชางแต่กิมลั้งบอกว่าไม่ได้กลับมาที่นี่ เหมยจึงขออาศัยอยู่ด้วย แต่กิมลั้งปฏิเสธ ท่ามกลางฝนที่ตกหนัก เหมยลี่เดินไปอย่างสะเปะสะปะโดยไม่รู้จุดหมายว่าจะไปที่ใด จนได้เจอกับชาง ทั้งสองโผกอดกันด้วยความดีใจ ชางบอกว่าเขากลับมาอาศัยอยู่ที่ศาลเจ้าและกำลังไปหางานใหม่ทำ แต่กิมลั้งโกหกไม่บอกความจริงเหมยลี่ เพราะไม่ต้องการให้เหมยลี่ได้เจอกับชางอีก เหมยลี่เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ชางฟัง ชางแปลกใจที่ปกรณ์ช่วยเหลือและให้ที่หลบซ่อนแก่เหมยลี่ ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นตำรวจ เหมยลี่กล่าวชื่นชมในความดีของปกรณ์จนชางรู้สึกได้ว่าเธอชอบปกรณ์ แต่เหมยลี่ปฏิเสธเพราะไม่อยากให้ชางเสียใจ กิมลั้งแอบมองทั้งสองอย่างไม่พอใจและโทรหาปกรณ์บอกให้รู้ว่าเหมยลี่กลับมาที่ศาลเจ้า ปกรณ์รีบตามมาแต่ชางพาเหมยลี่หนีไปก่อนหน้าแล้ว ละคร ฝันรักฝันสลาย ชางเจอคนรู้จักและแนะนำให้ทำงานก่อสร้างในตึกแถวแห่งหนึ่ง ชางจึงพาเหมยลี่มาอยู่ด้วย โดยไม่รู้ว่าตึกแถวแห่งนี้เป็นของหมง จนกระทั่งเจียงมาตรวจดูงานแทนหมงและเจอกับเหมยลี่ ที่สุดชางพาเหมยลี่หนีการตามล่าของเจียงจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่ปกรณ์ตามมาช่วยทั้งสองไว้ได้และฆ่าเจียงตาย ปกรณ์หาที่ซ่อนตัวให้เหมยลี่กับชาง เหมยขอร้องปกรณ์ไม่ให้จับชางส่งตำรวจเพราะเขาเป็นคนที่ดีต่อเธอ ชางลอบมองความสัมพันธ์ของทั้งสองและรับรู้ว่า เหมยลี่มีใจให้ปกรณ์ ชางถามเหมยลี่อีกครั้งถึงความรู้สึกที่เธอมีต่อเขาเหมยลี่อ้ำอึ้ง ชางจึงตัดใจทิ้งเธอไว้กับปกรณ์ ปกรณ์จัดการทำเรื่องให้เหมยลี่ได้เดินทางไปอเมริกาด้วยความช่วยเหลือของหมวดออม แม้ว่าออมจะไม่เต็มใจช่วย แต่เพื่อยุติไม่ให้ปกรณ์ถลำตัวไปกับเหมยลี่มากกว่านี้ ออมจึงรีบจัดการทุกอย่างให้จบโดยเร็ว ในที่สุดวันที่เหมยลี่ฝันไว้ก็มาถึง ปกรณ์พาเหมยลี่มาส่งที่สนามบินเพื่อขึ้นเครื่องเดินทางไปอเมริกา ทั้งสองร่ำลากันด้วยหัวใจที่เปี่ยมสุข และปกรณ์สัญญาว่าจะบินไปหาเธอที่นั่น ในขณะที่ออมมองทั้งสองด้วยหัวใจที่ปวดร้าว ละคร ฝันรักฝันสลาย หลังจากส่งเหมยลี่ที่สนามบินปกรณ์กับออมก็แยกกลับ แต่ทั้งสองหารู้ไม่ว่าหมงส่งคนมาจับตัวเหมยลี่ก่อนที่จะขึ้นเครื่อง ชางได้พบกับเหมยลี่อีกครั้งในวันที่หมงให้ขับรถมารับตัวเหมยลี่ออกไปข้างนอก เหมยลี่ขอให้ชางช่วยพาเธอหนี แม้ชางจะรู้ดีว่าหมงเหี้ยมโหดแค่ไหน แต่ด้วยความรักที่มีต่อเหมยลี่ทำให้เขายอมเสี่ยงตายเพื่อเธอ ส่วนปกรณ์ก็บุกจะจับหมง เพื่อช่วยเหมยลี่เหมือนกัน เรื่องราวความรัก หน้าที่ และความฝันของปกรณ์ เหมยลี่ ชาง และ ออม จะลงเอยอย่างไร ติดตามชมในละครดราม่าแอ็คชั่น ฝันรักฝันสลาย ที่ออกอากาศทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 19.05-20.05 น. และวันศุกร์ เวลา 18.45-19.45 น. ช่อง 3 HD ช่อง 33 ละคร ฝันรักฝันสลาย เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 13 กรกฎาคม 2560 นักแสดงละคร ฝันรักฝันสลาย นาวิน เยาวพลกุล รับบท ปกรณ์ลัลณ์ลลิน เตจะสา เวศซ์ รับบท เหมยลี่เอกพงศ์ จงเกษกรณ์ รับบท ชางวันสิริ อ่องอำไพ รับบท ออมอรุณณภา พาณิชจรูญ รับบท เก๋ภัณฑิลา ฟูกลิ่น รับบท กิมลั้งศานติ สันติเวชชกุล รับบท ผู้การยงยุทธศุภณัฐ เฉลิมชัยเจริญกิจ รับบท จ่าอู๊ดอภินันท์ ประเสริฐวัฒนกุล รับบท ผู้กองอู๋ศรัณยู ประชากริช รับบท เจียงวรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ รับบท หมง รัชดาเสือ ทอรัส รับบท กวงกิตติพงศ์ โพชสาลี รับบท เปาภัคศรุจน์ นาคาฮาร่า รับบท เหว่ยปวีณา ชารีฟสกุล รับบท แม่ปกรณ์

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

ละครเล่ห์ลับสลับร่าง , เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง
เล่ห์ลับสลับร่าง /  ละครเล่ห์ลับสลับร่าง / 

เล่ห์ลับสลับร่าง ละครช่อง3 ละครเล่ห์ลับสลับร่าง บทประพันธ์โดย : นรอินทร์บทโทรทัศน์โดย : Sanctuaryกำกับการแสดงโดย : กฤษณ์ ศุกระมงคลผลิตโดย : บริษัท โนพรอบเล็ม จำกัดควบคุมการผลิตโดย : ธิติมา สังขพิทักษ์ออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง สาว “ญาญ่า” โคจรมาเจอคู่ขวัญ ณเดชน์ คูกิมิยะ อีกครา นอกจากท้าทายที่ต้องเล่นบทสลับเพศ เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง เมื่อสองหนุ่มสาวมีปมรักตัวเองยิ่งยวด (Narcissus) หลงในเพศของตน จนรักคนอื่นไม่เป็นฝ่ายขายหลงคิดว่า เพศชายเหนือกว่าเพศหญิง ทั้งร่างกาย และจิตใจ ส่วนหญิงก็ลำพองในความงามจนคิดว่าสอยชายทั้งแผ่นดินได้ สวรรค์เลยลงโทษให้ทั้งคู่แลกเพศกัน เพื่อให้เรียนรู้ทั้งสรีระ และสภาพจิตใจของแต่ละฝ่าย เพื่อบทสรุปที่ว่า เขาต้องเรียนรู้ที่จะรัก ซื่อสัตย์ และเสียสละ ซึ่งกันและกัน นั่นคือความรักที่แท้จริง ผู้กองรามิล ทุ่งพระเพลิง เป็นผู้กองมือปราบ ซึ่งดังจากหน่วยคอมมานโดเฉพาะกิจได้ฉายาว่า ผู้กองมือเหล็ก เพราะช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุด้วยมืออันแข็งแกร่งของตนมาหลายครั้งเป็นที่เลื่องลือรามิลหยิ่งผยองในความเป็นชายของตนเอง ถือว่าเพศชายเหนือกว่าเพศหญิง และผู้หญิงเป็นแค่วัตถุทางเพศเท่านั้น เขาจึงมีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะนอกใจ นกยูง แฟนสาวแสนดีของตนเองอยู่เนือง ๆ เป็นที่ขัดใจของ หมวดอาคม ลูกน้องของรามิลยิ่งนัก และอาคมเองก็แอบหลงรักนกยูงอยู่เงียบ ๆ เภตรา ภาวดี เป็นนางเอกละคร ที่กำลังก้าวสู่ชื่อเสียงอันดับโลก เมื่อได้รับเลือกให้เป็น ไข่มุกแห่งเอเชีย รางวัลจากฮ่องกง เภตราเช่นเดียวกับรามิล ที่หยิ่งทะนงในความงามของตนเองเธอเหยียดเพศชาย และคนรอบด้านไว้แทบเท้า สวรรค์บันดาลให้ทั้งคู่ประสบอุบัติเหตุเฉียดตาย ตกจากตึกสูงหมดสติไป และแลกวิญญาณกัน หมอนักษัตรหมอดูลวงโลกต้องรับภาระดูแคนทั้งคู่ เพราะเป็นคนเดียวที่สื่อสารกับทั้งสองได้ แต่เมื่อไม่สามารถหาวิธีกลับร่างของตน ทั้งสองต้องจำยอมเลียนแบบไฟล์สไตล์ของกันและกัน เพื่อกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมของทั้งคู่ไม่ให้ใครสงสัย รามิลในร่างเภตราต้องกลับไปรับบทนางเอกในละคร ส่วนเภตรา ในร่างรามิลต้องกลับไปเป็นผู้กองนักบู๊ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง การสลับเพศ และรับบทบาทของอีกฝ่าย เป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง สร้างความปวดเศียร เวียนเกล้าให้คนรอบข้าง เภตรากลายเป็นดาราสาวออกทอม เล่นละครไม่เป็น แอบจีบ อจลา สาวดาวยั่ว แถมยังท้าตีท้าต่อยกับ อาทิตย์ ฤทธิรงค์ พระเอกหนุ่มใจสาวเป็นที่กลุ้มใจของ เจ๊อั้ม อรชร ผู้จัดการแต๋วของเภตรา และคุณดนู ผู้จัดละคร ส่วนผู้กองมือเหล็ก กลายเป็น มือไม้อ่อนช้อย กรีดกราย จนอาคม และลูกน้องสงสัยว่ารุ่นพี่จะเป็นกะเทยแอ๊บแมน โดยเฉพาะตอนที่ต้องไปปลดระเบิดในโรงแรมหรู ผู้กองเป็นลมหลายเฮือก และทำอะไรไม่เป็นจนทุกคนสงสัย คนที่น่าสงสารที่สุดคือนกยูง ที่ต้องสับสนกับการออกสาวของผู้กอง และแสดงอาการห่างเหินกับเธออย่างเห็นได้ชัด นกยูงยิ่งเครียดก็ยิ่งหันมาหาอาคมให้ช่วยปลอบประโลมให้ทุกครั้ง จนเริ่มก่อตัวเป็นความรัก ญาญ่า ณเดชน์ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ในร่างเภตรา) ได้เบาะแสว่า ฤทธิ์ชาติ ออร์กาในเซอร์ชื่อดัง ที่กำลังแย่งตัวเภตราไปจากเจ๊อั้ม เป็นคนวางแผนทำร้ายรามิล และมีเบื้องหลังเกี่ยวข้องกับแกงค์อาชญากรรมข้ามชาติ ฤทธิ์ชาติ หวังจะเคลมเภตราเป็นของตน และใช้ประโยชน์จากเภตราที่กำลังโกอินเตอร์สร้างอิทธิผลให้เขาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการขนยาเสพติด เภตราปฏิเสธเซ็นสัญญากับฤทธิ์ชาติ แต่ก็โดนขู่กลับเมื่อ ทอมณี สาวทอม ผู้ช่วยฤทธิ์ชาติ สืบรู้ประวัติมารดาของเภตรา ว่าที่แพ้คือ ป้าสีดา แม่ครัวประจำกองถ่ายของเภตรานั่นเอง ฤทธิ์ชาติขู่จะแฉว่าประวัติแท้จริงของเภตรา ที่แท้โลโซรากหญ้า มีแม่ที่เคยทำงานเป็นมาม่าซังมาก่อน งานนี้ รามิล (ร่างเภตรา) ขู่แฉกลับเรื่องที่ฤทธิ์ชาติปล้นเพชรเทียร่าจาก คุณนายพวงคราม แม่ของตนไปซ่อนไว้หวังเงินประกัน ข้อมูลเบื้องลึกได้มาจาก สีตลา นักข่าวสาวช่องน้อยสี ที่กำลังตามสืบเรื่องฤทธิ์ชาติอยู่อาคมสารภาพรักนกยูง และไม่พอใจรามิลจนถึงขั้นตัดพี่ตัดน้อง เพราะเข้าใจว่ารามิลแกล้งทำแต๋วเพื่อหลีกเลี่ยงการแต่งงานกับนกยูง อาคมขอนกยูงแต่งงานแทน แต่แล้วเมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) และเภตรา (ในร่างรามิล) มาร่วมงานแต่ง ทั้งคู่ทำงานล่มไม่เป็นท่า เมื่อเภตราที่เมามายทำท่าเหมือนลวนลามนกยูงเจ้าสาว แถมยังไปท้าพิสูจน์รอยแผล และตะกรุดของอาคมในร่มผ้า เดาได้ถูกต้องจนอาคมเชื่อว่าในร่างเภตราคือรามิลจริง ๆ แต่งานนี้ อาคมกลับตกที่นั่งลำบากเสียเอง เพราะภาพเจ้าบ่าวถอดกางเกงเหลือแต่ชั้นใน กำลังกอดดาราสาวแนบแน่น ฉาวโฉ่ไปทั้งโซเชียล รามิล และอาคม ไหวตัวเมื่อรู้ว่าฤทธิ์ชาติจะขนยาเพสติดครั้งใหญ่ ส่งให้เจ้าพ่อแกงค์ฉิมพลี ฤทธิ์ชาติ เสนอให้ดนูถ่ายทำละครที่โรงแรมริมทะเลของตนฟรี คุณนายพวงครามเสนอให้ทีมงานไปทำการกุศลที่วัดป่า ถัดจากโรงแรมไปในป่าลึก รามิล อาคม และทีมพยายามค้นว่ายาเสพติดซ่อนอยู่ที่ไหน แต่หาไม่เจอ ในที่สุดรถโค้ชของบรรดาเซเลปถูกโจรปล้น และยาซ่อนอยู่ในกระเป๋าหนังตะกวดราคาเกือบล้านของเภตรา ที่ฤทธิ์ชาติมอบให้ นั่นเอง ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล เภตราหนีจากกลุ่มโจรหลบเข้าป่า ร่างรามิล (คือเภตรา) ยอมสละชีวิตกระโดดกันกระสุนให้ร่างเภตรา (รามิล) ทั้งสองร่วงลงจากนั้นตก และตะกายขึ้นฝั่งได้ ทั้งคู่หมดสติไป เพื่อที่จะตื่นขึ้น และพบว่าวิญญาณกลับเข้าร่างเดิมของตนแล้ว ทั้งคู่สารภาพรักซึ่งกันและกัน และรู้แล้วว่าการเสียสละแม้แต่ชีวิตของตน ทำให้สวรรค์บันดาลให้ทั้งสองได้กลับคืนร่างของตัวเอง คืนนั้นที่ริมลำธารทั้งสองเป็นของกันและกันอย่างสุขสม รามิลกลับมาเป็นผู้กองมือเหล็กเช่นเดิม รามิลวางแผนเล่นงานเปิดโปงฤทธิ์ชาติ ด้วยงานแถลงข่าวที่คฤหาสน์ของฤทธิ์ชาติเอง งานที่เภตราจะได้เซ็นสัญญาเล่นหนังกับฮ่องกง ที่ฤทธิ์ชาติติดต่อให้แต่งานนี้เภตราต้องยอมแลกกับการที่เธอจะไม่ได้โกอินเตอร์ เภตรายินดีชื่อเสียงเงินทองไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับเธออีกแล้ว ทอมณีที่กลับใจแล้วร่วมมือกับเจ๊อั้ม นำเพชรเทียร่าที่ซ่อนไว้ มาแสดงต่อหน้าฤทธิ์ชาติ และพวงครามในงาน พวงครามความเสียใจจนเป็นลมที่ลูกชายเป็นอาชญากรตัวฉากจ ฤทธิ์ชาติถูกจับกุม แต่สารภาพส่วนตัวกับรามิลว่า เพชรที่นำมาเปิดโปงนั้นเป็นเพชรปลอม และเขาไม่ได้เป็นคนสั่งเก็บรามิลมีตัวการใหญ่อยู่เบื้องหลังอีกทีแต่เขาไม่รู้ว่าใคร รามิลรู้สึกผิดสังเกตรีบตามเภตราที่กำลังดูแลพวงครามที่ห้องนอนสองต่อสอง พวงครามเปิดเผยตัวว่าคือตัวการใหญ่ที่ซ้อนแผนลูกชายอยู่อีกที นางต้องการฆ่าทั้งรามิล และเภตรา เพราะรามิลนั้นทำลายแก๊งค์ผลิตยาของเธอหลายครั้ง ส่วนเภตราคือหญิงที่เธอไม่ต้องการให้มาเป็นสะใภ้ตามความต้องการของฤทธิ์ชาติ รามิลช่วยเภตราจากพวงครามไว้ได้ คุณนายถูกจับในที่สุด งานนี้สำเร็จลงด้วยดี แต่ต้องแลกกับการสลับวิญญาณของทั้งคู่อีกครั้ง ตอนที่ทั้งสองประสบอุบัติเหตุตกบันไดคฤหาสน์ลงมาพร้อมกัน สลับร่างครั้งที่สองสร้างความทุกข์ให้รามิล เภตรา เป็นทวีคูณ เมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) ช็อค เพราะพบว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ ทั้งคู่ทำใจได้ในที่สุดจากกำลังใจของเพื่อน ๆ พี่ ๆ โดยเฉพาะนกยูง และอาคม นกยูงเชื่อแล้วว่ารามิล และเภตราสลับร่างกันจริง ยอมคืนดีกับอาคม และแต่งงานกัน เพื่อรักษาภาพพจน์ เภตรา อั้ม ทอมณี ดนู ที่ปรองดองร่วมหุ้นบริษัทกัน แนะนำให้รามิล และเภตราแต่งงานกันโดยเร็ว และรีแถลงข่าวออกสื่อ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ร่าง เภตรา) อุ้มท้องอยู่ 9 เดือน รับรู้ความทรมานของการตั้งครรภ์ และภาวะร่างกายผู้หญิงที่กำลังเป็นแม่ ในที่สุดวันคลอดก็มาถึง รามิลเจ็บปวดแสนสาหัสและสิ้นสติไปในห้องคลอดเภตรา (ร่างรามิล) จับมือรามิลไว้ และเตือนถึงสัญญาของผู้กองมือเหล็ก ที่ไม่เคยปล่อยให้ใครต้องตายไปต่อหน้า เภตราช็อคเมื่อรามิลหัวใจหยุดเต้นชั่วคราว ทำให้เธอเป็นลมไป ทั้งสองโคม่าแต่มือยังกุมกันไว้แน่น หมอนักษัตรลุ้นให้ทั้งคู่รอด วิญญาณออกมาจากร่างอีกครั้ง และคราวนี้ทั้งสองกลับเข้าร่างเดิมของตนรามิลได้เรียนรู้การเป็นแม่ การให้กำเนิด ละครเล่ห์ลับสลับร่าง เขาหยุดดูถูกผู้หญิง และเห็นผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศ เช่นที่เคย ขณะเดียวกันบทบาทเพศชายที่เภตราได้รับ ทำให้ตนเข้าใจถึงความเสียสละการปกป้อง และอุทิศตนให้กับผู้อื่น ทั้งคู่ล้างปม หลงเพศ ของตนจนหมดสิ้นกลายเป็นคนใหม่ และกลายเป็นขวัญใจผู้ชมอีกครั้ง คราวนี้ในฐานะ คู่จิ้น สามีภรรยา ที่น่ารักที่สุดในโลก ติดตามชม ละครเล่ห์ลับสลับร่าง ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ รับบท ผู้กองรามิล อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท เภตรา ปรึชญา พงษ์ธนานิกร รับบท นกยูง ธนภพ ลีรัตนขจร รับบท อาคม ซอ จียอน รับบท จียอน เจสัน ยัง รับบท ฤทธิ์ชาติ รัชนี ศีระเลิศ รับบท พวงคราม ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล รับบท เจ๊อั้ม สมมาตร ไพรหิรัญ รับบท ธรรมนูญ ก้ามปู ปัทมสูต รับบท จิตรา เกริก ชิลเลอร์ รับบท หมอนักษัตร วิชัย จงประสิทธิ์พร รับบท ผู้กำกับก้อง กีรติ ศีวะเกื้อ รับบท ดนู นิธิชัย ยศอมสุนทร รับบท อาทิตย์ นิภาภรณ์ ฐิติธนการ รับบท ทอมณี เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ช่อง3 อาคม นกยูง เล่ห์ลับสลับร่าง นักแสดง เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง เตรียมออกอากาศวันที่ 31 กรกฏาคม 2560 มาแทนละครอาคม

รักครั้งใหม่ รถเมล์ ยังหวั่นไม่กล้าทุ่มเต็มร้อย รอชัวร์เปิดตัวหนุ่มนักธุรกิจ!!
รถเมล์ คะนึงนิจ /  ข่าวบันเทิง / 

ที่ผ่านมาไม่ประสบความสำเร็จเรื่องความรัก ก็เลยต้องขอเวลาศึกษานานหน่อยในการจะเริ่มต้นใหม่กับใครสักคน สำหรับพิธีกรและนักแสดงสาว รถเมล์ คะนึงนิจ ที่ล่าสุดดูเหมือนหัวใจจะกลับมาสีชมพูอีกครั้ง เพราะออกมายอมรับแล้วว่ากำลังศึกษาดูใจอยู่กับนักธุรกิจหนุ่มรุ่นพี่นอกวงการ และได้ไปทานข้าวพร้อมหน้าครอบครัวแล้ว แต่ความรักครั้งนี้ สาวรถเมล์ บอกยังไม่ได้ทุ่มเทเต็มร้อยเพราะเพิ่งเจอกันเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ความรู้สึกตอนนี้ก็ไม่ได้สุขที่สุดและไม่ได้ทุกข์ที่สุด เป็นความรู้สึกสบายๆ กลางๆ ขอเวลาศึกษาไปเรื่อยๆ ก่อน ถ้าอนาคตยังดีต่อกันแบบนี้ก็พร้อมเปิดตัวแน่นอน "ต้องไปฟังพี่หนุ่ม กรรชัย กับ พี่มดดำ พูดในรายการมาแน่เลย จริงๆ เรื่องหัวใจไม่มีอะไรเลยค่ะก็อยู่ในช่วงเวลาดูๆ กันไป ก็คุยกันยังไม่นานมาก รอให้ชัดเจนมากกว่านี้ก่อนเดี๋ยวเราก็บอกเอง ไปเจอกันได้ยังไงเหรอก็บังเอิญเจอกันมากกว่า ไม่ได้มีเพื่อนแนะนำ เป็นคนนอกวงการค่ะ พอได้รู้จักกันก็เลยรู้ว่าเป็นเพื่อนของเพื่อนที่รู้จักกันอีกที เขาอายุเยอะกว่าค่ะ ก็ห่างกันประมาณนึงเลยแต่ไม่ได้ห่างกันถึง 10 ปี เรื่องอายุที่ห่างกันก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคอะไรมาก" "หลังจากห่างหายไปจากความรักสักพักนึงกลับมามันก็กลางๆ ค่ะ ไม่ได้สุขที่สุดและก็ไม่ได้ทุกข์ที่สุด มันอยู่ระหว่างความรู้สึกกลางๆ เราสบายตัวมากกว่าที่จะจริงจังกับความรักครั้งนี้มากมาย กับคนนี้ก็ชิลล์ๆ มากกว่า สบายๆ เป็นตัวของตัวเองได้ บางทีมันไม่ต้องอะไรเยอะมากก็ได้ เราเป็นคนจริงจังกับความรักต้องสแกนประมาณนึงค่ะ เอาเป็นว่าเป็นคนดีคุยกันเข้าใจแค่นี้เองค่ะ" "กล้าทุ่มเททุ่มใจเต็มร้อยเหมือนครั้งที่ผ่านมามั้ยเหรอ เอาให้มันอยู่ในเวลาที่ควรจะทุ่มเทเราก็จะทุ่มเท แต่ถ้าถามตอนนี้ให้เรื่อยๆ ไปก่อนดีกว่า ไม่รีบร้อน เราก็ไม่รู้ว่าอนาคตข้าวหน้าจะเกิดอะไรขึ้น ปัจจุบันนี้มีความสุขที่ได้รู้จักกันเป็นแบบนี้ไปก่อน ยังไม่เรียกแฟนดีกว่า เราไม่ได้มีการตกลงอะไรกัน ว่าเราจะเป็นอะไร ในวันนี้ ฐานะคืออะไร ถ้าความรู้สึกยังดีต่อกันอยู่เรื่อยๆ อนาคตค่อยว่ากัน ยังไม่พร้อมเปิดตัวค่ะ ยังดีกว่า เรายังไม่ได้คุยกันนานมากขนาดนั้น เพิ่งเจอกันเมื่อต้นปีที่ผ่านมา" "เขามีโอกาสได้เจอพ่อแม่เราค่ะ ไปทานข้าวแล้วก็เจอ เราไปกินข้าวกับที่บ้าน พ่อกับแม่เราก็ไม่ได้อะไรเรื่องนี้เยอะอยู่แล้ว ส่วนใหญ่จะดูโดยรวมมากกว่าและก็ปล่อยให้เราตัดสินใจเองอยู่แล้ว ถามว่าเขาผ่านด่านพ่อกับแม่มั้ยหรอ คือแม่ไม่ค่อยพูดแบบนั้น เขาจะค่อยๆ ดูเงียบๆ และไม่ยอมพูด ถ้าเขาไม่แฮปปี้เขาจะพูดเลย พ่อกับแม่ไม่ได้รู้จักเขามาก่อน เจอกันหลายครั้งเขาก็โอเค ถามว่าเขาเอาใจใส่ดีไหม ก็กลางๆ ไม่มากเกิน ไม่น้อยเกิน" "กับเพื่อนๆ ยังไม่เคยเจอค่ะ ถ้าเราชัดเจนเมื่อไหร่เราถึงจะให้รู้จัก ก็ไม่ได้ตั้งใจจะพาไปเจอใครอยู่แล้วแต่เราก็ไปไหนมาไหนปกติ อย่างพี่เหมี่ยว ปวัณรัตน์ พี่มดดำ เขาก็ไม่ได้รู้ แต่ก็พยายามมานั่งบิ้วเราพูดออกสื่อ เขาก็ถามแต่รถเมล์ก็บอกว่าเดี๋ยวชัดเจนก็จะบอกเอง เขาจะรู้ว่าถ้ารถเมล์ยังไม่เล่าแสดงว่ายังไม่ชัวร์ แต่ถ้าเมื่อไหร่เล่าแสดงว่าเราโอเคแล้ว ตอนนี้เราก็เรื่อยๆ ยังไม่รีบ ชัวร์เมื่อไหร่เราบอกแน่นอนค่ะ" รถเมล์ กล่าว รถเมล์ คะนึงนิจ รถเมล์ คะนึงนิจ รถเมล์ คะนึงนิจ รถเมล์ คะนึงนิจ รถเมล์ คะนึงนิจ รถเมล์ คะนึงนิจ

เอสเธอร์ วอนเปิดใจดูฝีมือ เคน-น้องชาย ดราม่าใช้เส้นสายเป็นดีเจงานใหญ่!!
เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา /  เคน ภูภูมิ / 

ตื่นเต้นสุดๆ สำหรับพระเอกหนุ่ม เคน ภูภูมิ ที่กำลังจะได้ขึ้นเวทีงานใหญ่ทำหน้าที่ดีเจคู่กับ ทิมมี่ น้องชายของหวานใจสาว เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา ในวันที่ 10 ก.ค. ที่จะถึงนี้ แต่ก็มิวายเจอกระแสดราม่าตั้งแต่ยังไม่ทันจะขึ้นโชว์ว่า เพิ่งจะมาเอาดีด้านนี้ เพิ่งจะลงเรียนดีเจ โดยเฉพาะ ทิมมี่ น้องชายของ สาวเอสเธอร์ ที่ยังโนเนมแต่กลับได้ขึ้นโชว์งานใหญ่ระดับประเทศเลยถูกมองว่าใช้เส้นสายหรือเปล่า งานนี้ สาวเอสเธอร์ ในฐานะพี่สาวและแฟน ขอร้องให้ทุกคนลองเปิดใจและดูกันที่ฝีมือดีกว่า ตัวเธอเองเห็นความตั้งใจและความพยายามฝึกซ้อมอย่างหนักของทั้งคู่มาโดยตลอด พร้อมยืนยันไม่ได้ใช้เส้นสายแน่นอน เพราะทำตามขั้นตอนทุกอย่าง "ช่วงนี้หายหน้าหายตาจากงานอีเว้นท์ ก็ไม่ค่อยได้ทำอะไร ช่วงนี้ว่างงานเพราะเพิ่งปิดกล้องไป จะเปิดอีกทีเดือนสิงหาค่ะ ช่วงนี้ก็ถือโอกาสพักผ่อน หนูก็อยากพักเพราะปีที่ผ่านมาหนูถ่ายละคร 2 เรื่องติด 7 วันเลยมันก็เลยไม่ค่อยไหว โทรม สุขภาพไม่ค่อยดี ก็เลยตั้งใจว่าจะพักจริงๆ ค่ะ ช่วงนี้ก็เบรคยาวจนถึงสิงหาค่ะ เดี๋ยวจะเปิดกล้องเรื่องใหม่ พอเราได้พัก ได้มีเวลากับตัวเอง มีเวลาออกกำลังกาย ได้ทำนู่นทำนี่ ได้เจอเพื่อน ทำอะไรให้ตัวเองบ้าง แพลนเที่ยวยังไม่มีค่ะ ล่าสุดเพิ่งไปเกาหลีมาประมาณ 6 วัน ก็ดีค่ะถือว่าพักผ่อน ตอนนี้ชาร์ตแบตก่อน ก่อนที่จะใช้แรงงานหนักอีกที" "ส่วนดราม่าของพี่เคนกับน้องชายที่คนว่าเป็นดีเจแล้วเหรอ จริงๆ มันก็เรียกได้ว่าเหมือนเป็นก้าวแรกของทั้งคู่ อย่างน้องชายหนูเป็นคนที่ชอบเพลงมาก หนูเห็นพรสวรรค์ที่เขามีมาตั้งแต่เด็กๆ เขาเล่นดนตรีหลายชนิด แล้วโตมาก็ทำเพลงได้ ไม่ว่าจะทำอะไรเราก็สนับสนุนค่ะ แล้วยิ่งเจอกับพี่เขาก็เป็นคนชอบฟังเพลงแนวนี้ ชอบดูงานแนวนี้ มีวันนึงที่เขาได้มีโอกาสไปเรียน เป็นเหมือนความฝันของทั้งคู่ได้ก้าวเข้ามาเป็นดีเจ งานแรกก็ดีค่ะ อยากให้ลองเปิดใจเพราะก็ยังไม่เคยเห็นทั้งคู่ในแนวนี้ค่ะ กระทู้ที่น้องชายโดนดราม่าอันนี้ยังไม่เห็นเลยค่ะ" "ที่บอกว่าน้องเราไม่คู่ควรกับการเป็นดีเจ หนูว่าทุกคนก็มีจุดเริ่มต้นแหละ อยากให้ลองเปิดใจ อยากให้ช่วยสนับสนุน บางทีไม่แน่ดีเจคนไทยเก่งๆ อาจจะมีโอกาสได้ไประดับโลก แค่เรากันเองต้องเปิดโอกาสให้กันและกัน" หลายคนมองว่ามันก้าวกระโดดเร็วไปมีเส้นสายขึ้นเวทีใหญ่ อันนี้หนูว่าอย่าเรียกว่าเส้นสายเลย เราทำตามทุกขั้นทุกตอนเหมือนที่หลายๆ คนทำ กว่าเราจะได้มาถึงทุกวันนี้ก็ไม่ใช่ง่ายๆ เพราะหลายคนอาจจะไม่เคยเห็น มองว่าอ้าว...เพิ่งมาเล่นแผ่นได้ไปออกงานแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเบื้องหลังกว่าเขาจะไปเรียน กว่าเขาจะผ่านมันมาได้ กว่าเขาจะสอบ รู้เรื่องเพลงอีก มันใช้เวลาหลายปีเหมือนกัน" "น้องเรียนมาหลายปีแล้วค่ะ ประมาณ 3-4 ปีแล้ว คือน้องหนูเริ่มจากเล่นดนตรี พอเล่นดนตรีเสร็จก็เริ่มไปเรียนทำเพลง ไปเรียนมิกซิ่ง แล้วเริ่มมาเรียนดีเจตอนพักหลังๆ นี้ แล้วก็ซ้อม ซ้อมหนักมากพอสมควรเลย เขามุ่งมั่นมากอยากเป็นดีเจ เขาชอบ เขาดูดีเจฝรั่งแล้วเขามีไอเดีย ดูเป็นไอดอลของเขา กับเคนคือมารู้จักกับพี่ก่อน แล้วมารู้ว่าน้องชอบเพลงก็เลยคุยกันถูกคอ ก็เลยชวนกันไปเรียน ชวนกันคุยเรื่องเพลงค่ะ เขาก็เข้าขากันดีไปในทิศทางเดียวกันเรื่องเพลงคือชอบเหมือนกันค่ะ น่าจะตอนที่รู้จักหนู แล้วรู้ว่าน้องชายชอบทำเพลง ก็มีคุยกันเรื่อยๆ จนสุดท้ายตกลงจะไปเรียนด้วยกัน เรียนที่ไทยค่ะ แต่ตอนไปที่เกาหลีคือเราไปดูงานเพลงเพื่อที่จะมีไอเดียและดูบรรยากาศว่าเป็นยังไง เพราะน้องหนูเพิ่งมีโอกาสไปครั้งแรกค่ะ" "ทั้งคู่จะขึ้นเวทีวันที่ 10 ก.ค.นี้ ถ้าหนูไม่ติดงาน ไม่ติดอะไรก็จะไปให้กำลังใจค่ะ กลัวน้องจะเสียเซลฟ์ไหมโดนกระแสแบบนี้เหรอ จริงๆ หนูก็มีบอกน้องนะว่าไม่ว่าคนจะพูดอะไร เขาก็ยังไม่เคยเห็นในด้านนี้ก็อย่าไปสนใจ ทำให้เต็มที่ที่สุด เราเตรียมอะไรมาก็ใส่ไปทำให้เต็มที่ หนูว่าน้องอาจจะไม่เคยเจอแรงคอมเม้นท์หรืออะไรแบบนี้ในสื่อเยอะ คือน้องจะอยู่ของน้องเงียบๆ น้องอาจจะไม่รู้สึกอะไรมากสักเท่าไหร่" "เพลงที่เขาทำก็มีโอกาสได้ฟังแล้วค่ะ ดีค่ะ รู้สึกว่าน้องเราก็มีหัวทางด้านนี้นะ น้องสามารถสร้างสรรค์ออกมาเป็นชิ้นงานเพลง เราฟังรู้เรื่อง ฟังดีค่ะ ถือเป็นก้าวแรกๆ ก็เป็นกำลังใจให้น้อง ดีหรือไม่ดีไม่รู้ เราก็อวยๆ กันไปเอง กับคนในครอบครัวกันเองก่อน (หัวเราะ) แต่น้องก็มีอาจารย์ที่คอยช่วยเหลือ เวลาเขาทำอะไรก็ไปถามว่าแบบนี้ถูกหรือเปล่า ควรจะเพิ่มเติมอะไร น้องก็พยายามเรียนรู้ตลอดเวลาค่ะ" เอสเธอร์ กล่าว เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา เคน-ทิมมี่ น้องชายเอสเธอร์ เตรียมขึ้นเวทีใหญ่ เคน-ทิมมี่ น้องชายเอสเธอร์ เคน-ทิมมี่ น้องชายเอสเธอร์ เคน-ทิมมี่ น้องชายเอสเธอร์ เคน-ทิมมี่ น้องชายเอสเธอร์ เคน-ทิมมี่ น้องชายเอสเธอร์ ทิมมี่ น้องชายเอสเธอร์

เนม รับแบบแมนๆ บอกเลิกเอง! ขำหาก คิทตี้ เปลี่ยนไปชอบเพศเดียวกัน
เนม ปราการ /  คิทตี้ ชิชา

      หลังมีข่าวเรื่องเลิกรากับแฟนสาว ล่าสุดนักร้องหนุ่ม เนม Getsunova หรือ เนม ปราการ ก็ได้ออกมารับแล้วว่าเป็นเรื่องจริง ซึ่งตนเป็นฝ่ายขอเลิกสาว คิทตี้ ชิชา เอง สาเหตุเกิดจากเรื่องนิสัยส่วนตัวของตน ยันไม่มีมือที่สาม เรื่องฝ่ายหญิงไปสนิทกับนางแบบตนรับรู้ตลอด โบ้ยถามทางคิทตี้เองจะเปลี่ยนรสนิยมไหม ส่วนที่ตนได้มาร่วมอีเว้นท์เดียวกับนางเอกที่ปลื้มอย่าง มิว นิษฐา นั้น เปรยยังไม่พร้อมมีใครในตอนนี้...      "จริงๆ เรื่องที่เกิดขึ้น เริ่มที่ตัวเนมเอง เนมอาจจะมีนิสัย หรือทำอะไรให้น้องเสียใจ และเป็นนิสัยส่วนตัวที่เนมยังแก้ไม่ได้ ก็เป็นเรื่องนิสัยส่วนตัวที่บางทีเราคุยกันไว้แล้วไม่เป็นตามที่ควรจะเป็น อยากให้มองว่าเรื่องนี้ เริ่มต้นจากตัวเนมเอง อาจจะเป็นแค่เรื่องนิดเดียวไม่ได้ร้ายแรง แต่ทำให้รู้สึกว่าไม่อยากอยู่กันไป แล้วทำให้เขาเสียใจไปอีกเรื่อยๆ ซึ่งเราก็มีปัญหาแบบนี้มาสักพักนึงแล้ว แต่ที่ไม่ได้พูดก่อนหน้านี้ เพราะไม่อยากจะพูดเท่าไหร่ คือ เนมกับน้องเขายังคุยกัน เป็นพี่น้องที่รักกันอยู่เหมือนเดิม เพียงแต่สถานะตอนนี้เปลี่ยนไปจากที่เคยเป็น"      "เรื่องมีที่สาม ไม่มีเลย ไม่มีเรื่องมือที่สามทั้งจากฝั่งเนมหรือฝั่งน้องเขาเลย อันนี้ขอยืนยัน เพราะเราคุยกันตลอด ความจริงเนมไม่อยากให้คนอื่นมากระซิบบอกพี่ๆ นักข่าว เพราะไม่แฟร์สำหรับเนมและตัวเขา ตัวน้องก็โดนผลกระทบค่อนข้างเยอะ แต่ยืนยันจากคำพูดเนมให้ทุกคนรับทราบว่าน้องเขาไม่ได้มีมือที่สาม หรือทำให้เนมเสียใจ อย่างที่บอกทุกอย่างเริ่มที่ตัวเนมจริงๆ"      "ปัญหาเกิดมา ก็นานพอสมควร จริงๆ ก็เป็นเรื่องที่คู่รักกันอยู่ด้วยกันแล้วมีปัญหาที่ค้างคาแล้วแก้ไม่ได้สักที เราก็เลยมามองกันว่าบางทีถ้าเราถอยห่างกัน อาจจะดีกว่า พยายามทำให้ดี แล้วต้องฝืนใจตัวเอง คือเขาก็ไม่ได้อยากจะเปลี่ยนอะไรที่เนมเป็น แล้วก็ไม่ได้อยากเปลี่ยนในสิ่งที่เขาเป็น เลยเป็นปัญหาที่สะสมมา ล่าสุดที่เนมให้สัมภาษณ์แล้วบอกว่ายังรักกันดีอยู่ คือ ตอนนี้เราก็ยังรักกันดีอยู่ แต่ความรู้สึกไม่เหมือนเดิม สถานะได้เปลี่ยนไปแล้ว แต่เขาก็ยังเป็นคนพิเศษสำหรับเนมอยู่เสมอ แล้วเนมก็ยังไม่ได้มีใครพิเศษไปกว่าเขา เนมก็ยังไม่ได้คิดจะมีใครใหม่เหมือนกัน"      "ห่างนานแค่ไหน ด้วยความที่ปัญหาสะสมมานาน จนถึงจุดที่เรามานั่งคุยกันว่าเราห่างกันเถอะ เราเปลี่ยนสถานะ ลดความต้องการ ความคาดหวังกับอีกคนจะดีกว่า เพราะยิ่งอยู่กันไปก็ยิ่งเหมือนทำร้ายกัน เป็นเรื่องนิสัยของเนมที่มีบางอย่างที่เขารับไม่ได้ คือ เขาพยายามมากๆ เลยนะกับเนม จนเนมต้องบอกว่าเราห่างกันสักพักดีกว่า"      "มันไม่ใช่เรื่องใครผิดไม่ผิด แต่ยอมรับว่าเรื่องเกิดขึ้นจากเนม ที่ทำให้เสียใจและเป็นนิสัยที่เรายังแก้ไม่ได้ เนมเป็นฝ่ายขอ จริงๆ ไม่ได้มีแบบขอหรือไม่ขอยุติ เพราะเป็นการคุยกัน"      "ข่าวคิทตี้มีคนใหม่ อันนี้เนมอยากพูดเลยว่าไม่ใช่เรื่องจริง อย่างที่บอกเรายังเจอกัน ยังคุยกันได้ตลอด แค่อาจจะลดลง แต่เรายังมีความรู้สึกดีๆ ให้กัน เขาก็จะอัปเดทเนมตลอดว่าทำงานอะไร เป็นยังไงบ้าง แล้วเรื่องที่เขามีกิ๊กใหม่ เนมว่าเนมรู้จักน้องเขาดีสุด น้องเขามีเพื่อนผู้ชายเยอะ แต่ไม่ได้หมายความว่าไปทำอะไรไม่ดีนะ เขาเป็นคนห่ามๆ ไม่ได้คิดมาก ถ้าใครรู้จักเขาจะรู้ว่าไม่มีอะไรไม่ดีขนาดนั้น แล้วถ้าจะให้เนมบอกว่าเขาสนิทกับใครที่สุดเนมก็บอกได้ เพราะตอนนี้เขาสนิทกับนางแบบสาวคนนึง เขาเล่าให้เนมฟังว่าเขาคุยกับคนนี้ทุกวัน แล้วคนที่เขารักที่สุดตอนนี้ คือ นางแบบสาวคนนั้น"      "เขาจะเปลี่ยนรสนิยมไปเลยไหม ไม่รู้ครับ อันนี้ต้องไปถามเขาเอง(หัวเราะ) เขาก็เป็นเพื่อนกันแหละ แต่น้องบอกว่าตอนนี้รักคนนี้ที่สุด สงสัยไหม ไม่รู้ ถ้าเปลี่ยนก็มาบอกก็ได้ ถ้าเปลี่ยนจริงๆ ผมว่าก็โอเค ขำๆ ดี(หัวเราะ) ก็ยังไม่รู้ว่าเขาพูดเล่นหรือยังไง"      "เขาไม่โกรธครับ เขาบอกพูดได้ เราคุยกับเขาแล้ว คิดว่าเขาไม่ได้ทำประชดด้วย ส่วนความสัมพันธ์ของน้องกับนางแบบคนนั้นจะเป็นยังไง พี่ๆ สื่อก็คงต้องไปถามน้องเขาเอง แต่ว่าอย่าให้เป็นประเด็นใหญ่โตเลย"      "พูดแบบนี้เหมือนเป็นการทิ้งระเบิดไหม ไม่ๆ ครับ ก่อนสัมภาษณ์ก็คุยกับน้องตลอด จริงๆ เนมสงสารเขานะ เขาโดนโจมตีอยู่ฝ่ายเดียว แล้วคนที่พูดถึงเรื่องนี้ไม่ควรจะพูดด้วยซ้ำ เพราะมีการป้อนข้อมูลผิดพลาดที่ไม่เป็นความจริง เรารู้สึกว่าไม่แฟร์ที่เขาจะโดนทำร้ายคนเดียว และโดนมองไม่ดี เพราะไม่ใช่ความผิดของเขาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ไม่อยากให้เป็นกระแสลบกับเขา"      "คือถ้าในอนาคต ระหว่างเนมกับน้องห่างกันไป แล้วเราจะกลับมาคุยกันใหม่ได้เหมือนเดิมก็ดี ตอนนี้เนมก็ไม่ได้อยากจะมีใคร อยากนั่งทบทวนตัวเอง ว่าเราต้องการอะไร ชีวิตควรจะเป็นยังไง ความสุขของเราคืออะไร โอกาสกลับมาเหมือนเดิม ก็มีโอกาสอยู่แล้ว เนมไม่เคยปิดโอกาส"      "สถานะตอนนี้ ขอใช้คำว่าห่างและอยู่นิ่งๆ คนเดียวดีกว่า แต่เราก็จบกันด้วยดี เวลา ไม่เสียดาย เพราะบางทีถ้าไปกันไม่ได้ หรือมีปัญหาก็ไม่อยากจะฝืน ให้ทรมานต่อไป ถ้าเห็นปัญหาแล้วตอนนี้ยังแก้ไม่ได้ ก็ควรจะห่างกันไว้ก่อน"      "ร่วมงานอีเว้นท์กับมิว(นิษฐา) สาวที่แอบปลื้ม ในงานยังไม่ได้เจอกันเลย แต่น้องมิวเคยเล่นเอ็มวีให้วงของเรา น้องก็เป็นนักแสดงที่เนมชื่นชอบตั้งนานแล้ว ตอนนี้ยังไม่พร้อมจะพัฒนากับใครทั้งนั้น อยากทบทวนตัวเองอยู่คนเดียว ไม่ใช่ว่าต่างคนต่างว่างแล้วต้องมาจับคู่กัน คือ ตั้งแต่เล่นเอ็มวีเสร็จก็ไม่ได้อะไร"      "สเปคไหม เขาก็เป็นนักแสดงที่เราชื่นชอบและชื่นชมครับ ตอนนี้ยังไม่อยากมีสเปคดีกว่า โอกาสร่วมงานกัน ปกติเนมจะไม่ใช้นางเอกซ้ำครับ(ยิ้ม)เพลงใหม่ ตอนนี้เก็ทสึโนว่า ชื่อว่า "พัง" เป็นเพลงเกี่ยวกับความรักที่ไปต่อกันไม่ได้ ก็เป็นจังหวะพอดีเลย จริงๆ ตอนไปอัดเพลงนี้ น้องก็ยังขับรถไปส่งอยู่เลย แต่บังเอิญเราห่างกันแล้วเพลงนี้ก็ปล่อยออกมาพอดี ปกติไม่รู้เป็นอะไร เวลาเราปล่อยเพลงออกมาส่วนใหญ่จะชอบตรงกับชีวิตเนมและนาฑีตลอด ก็ฝากติดตามด้วยครับ" เนม กล่าว ขอบคุณ ภาพจากไอจี @nameraiva, @kittychicha เนม ปราการ   เนม ปราการ   เนม ปราการ   เนม ปราการ   เนม - คิทตี้  

วงการบันเทิงเศร้า!! สินีนาฏ
อาม่า เฮงเฮงเฮง /  สินีนาฏ โพธิเวส / 

  ขอแสดงความเสียใจแก่ครอบครัวนักแสดงที่ต้องสูญเสียนักแสดงอาวุโส คุณยายอี๊ด สินีนาฏ โพธิเวส ในวัย 89 ปี ในช่วงเวลาประมาณ 02.00น.ของเช้าวันนี้ (5ก.ค.60) ที่ผ่านมา โดย คุณยายอี๊ด สินีนาฏ หรือ อาม่า นักแสดงอาวุโสเจ้าบทบาทที่เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากซิทคอมเรื่อง เฮงเฮงเฮง ได้ถูกชักชวนเข้าวงการจาก จำนง รังสิกุล ขณะยังรับข้าราชการที่กรมศิลปากร โดยมีงาแสดงละครเรื่องแรก คือ "ดึกเสียแล้ว" ทางช่อง 4 บางขุนพรหม เมื่อปี พ.ศ. 2498 พร้อมกับ สะอาด เปี่ยมพงศ์สานต์ และ เทิ่ง สติเฟื่อง หลังจากนั้นก็มีผลงานการแสดงมากมาย   คุณยายอี๊ด สินีนาฏ ยังเป็นคุณแม่ของนักแสดงมากฝีมืออย่าง พิมพ์แข กุญชร ณ อยุธยา และยังมีหลานชายคนดังอย่าง ดีเจแมน พัฒนพล อีกด้วย โดยล่าสุด ดีเจแมน ได้โพสต์ภาพและข้อความในอินสตาแกรมส่วนตัวแสดงความอาลัยคุณยาย พร้อมแจ้งข่าวให้ได้ทราบกันด้วยว่า   "คุณยาย จากไป แล้วเวลาตี2 รดน้ำคุณยายได้ที่ วัดตรีทศเทพ วิสุทธิกษัตริย์ ในวัย 89 ปี ย่าง 90 หลับให้สบายนะครับยาย 4 แผ่นดิน ศิลปะวัฒนธรรมไทย ที่ยายรัก ยังอยู่กับลูกหลานอีกหลายคนครับ ยาย"   ทีมข่าว gossipstar.mthai.com ขอแสดงความเสียใจแก่ครอบครัว คุณยายอี๊ด สินีนาฏ มา ณ โอกาสนี้ ขอบคุณภาพจาก IG dj_man9999 ดีเจแมน แม่พิมพ์แข

พิ้งกี้ สาวิกา คัมแบ็ค! ลุยทำหนังกับสามี แย้มเปิดอู่แล้ว
พิ้งกี้ สาวิกา /  เพชร อิทธิ

    หลังจากหน้าไปนาน นางเอกสาว พิ้งกี้ สาวิกา โผล่งานบวงสรวงภาพยนตร์ไทยฟอร์มยักษ์ มังกร นารี ปีศาจ (The Trilogical Affairs) ซึ่งควบคุมการผลิตภาพยนตร์โดยเธอและ เพชร อิทธิ สามีของเธอนั่นเอง นอกจากนั้นสาว พิ้งกี้ เผยว่าที่ไม่ค่อยได้รับงานเพราะเอาเวลาไปทุ่มกับหนังเรื่องนี้ ส่วนงานเบื้องหน้าอาจะได้เห็นเธอตามอีเว้นท์บ้าง ปัดสามีหวง ส่วนเรื่องมีลูก เธอบอกปล่อยตามธรรมชาติไปก่อน ลุ้นอยู่เช่นกัน... รายละเอียดตามนี้    "เตรียมการ เรียกว่ามันค่อนข้างจะยากและนานมาก กว่าจะเริ่มต้นเลือกบท เขียนบท คัดเลือกทีมงานและนักแสดง องค์ประกอบมันเยอะมาก เรื่องนี้กี้รับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์คือไม่ได้เข้าไปอะไรมาก แต่ก็ช่วยดูภาพรวมกับพี่เพชร(สามี) ซึ่งพี่เพชรจะลงในรายละเอียดเยอะกว่ากี้มากเพราะเขาดูเรื่ององค์ประกอบภาพด้วย จริงๆ เขาทำหลายอย่างมากและทำได้ดีด้วย ถือว่าเรียนรู้เร็ว ทั้งที่ไม่ได้อยู่ในสายวงการบันเทิงแต่ทำได้ดีกว่า"    "ปรึกษาเพื่อนซี้อย่าง เอ็ม บุษราคัม ได้คุยกันบ้างค่ะ แต่ช่วงหลังๆ จะไม่ค่อยได้เจอกันเพราะเอ็มเขาจะโฟกัสทั้งเรื่องครอบครัวและเรื่องการเป็นผู้กำกับเป็นหลัก นานๆ ทีจะเจอแต่ว่าก็ยังรักกันเหมือนเดิม แต่ที่คุยกันตอนนี้ก็คือพระเอกของเธอก็มาเล่นหนังของฉันด้วย(หัวเราะ) ซึ่งก็คือโตโน่(ภาคิน) เลยคิดว่าเป็นจังหวะที่ดี"    "ห่างหายจากหน้าจอไปนานหลายคนนึกว่าจะกลับมางานเบื้องหน้าก่อน แต่กลายเป็นงานเบื้องหลัง ใช่ค่ะ จริงๆ งานเบื้องหน้ามีติดต่อมาหลายที่มากว่าอยากให้กี้ไปเล่น แต่บางทีคนอาจจะไม่เข้าใจว่าทำไมกี้หายไป คือการมาทำหนังมันต้องให้เวลาและทุ่มเท โดยเฉพาะกี้กับพี่เพชรเป็นเจ้าของเองด้วยมันทิ้งไปไหนไม่ได้เลย ถามว่าจะลุยงานเบื้องหลังไปอีกนานไหม ตอนนี้ก็มาลุยโปรดักชั่นเฮ้าส์เต็มที่เลยค่ะ กะมาสายนี้เต็มๆ แล้วพี่เพชรก็มาสายนี้เหมือนกัน ด้วยความที่ตัวเขาชอบเรื่องการถ่ายภาพด้วยค่ะ"    "งานเบื้องหน้า อาจจะมีงานตามอีเว้นท์อยู่บ้าง แต่งานละครไม่ได้รับเลยเพราะมันใช้เวลานาน ไม่อยากจะทิ้งงานส่วนตัวของตัวเองไป ถามว่าคิดถึงไหม คิดถึงค่ะ แต่ด้วยความที่อยู่วงการมานานแล้ว เรื่องที่จะรับเล่นแต่ละอันก็คงต้องเป็นบทที่ดีจริงๆ แต่ช่วงนี้อยากจะทุ่มเวลาให้กับหนังเรื่องแรกของตัวเองให้ดีที่สุด"    "จริงๆ พี่เพชรก็บอกว่าอยากให้กี้เล่นหนังของตัวเองด้วย แต่กี้ก็บอกว่าไว้รอให้มันมีบทที่ตรงกับตัวเราก่อนแล้วกัน หนังเรื่องนี้มันไม่ใช่ มันออกแนวจีนไปและเป็นหนังที่ตัวเองทำเรื่องแรกด้วยก็ไม่อยากเล่นเอง ตอนนี้พี่เพชรไม่ค่อยหวงแล้วค่ะ และก็ไม่ได้ห้ามด้วย แต่เป็นที่ตัวกี้เองมากกว่าที่ไม่อยากจะทิ้งงานหนังตรงนี้ไป เพราะอยากทำงานของตัวเองให้ไปได้ดีก่อน เวลาที่เราจะไปเล่นอะไรส่วนตัวเบื้องหน้ามันก็ยังพอมีอยู่ อีกอย่างตอนนี้พี่ก็ต้องเลือกบทนิดนึง ไม่ใช่ว่าอะไรก็เล่น"    "กังวลไหมว่ามันจะมีปัญหาเหมือนเรื่องแรกที่เคยจะทำ เรื่องนี้ไม่มีแล้วค่ะ เพราะมีการวางแผนอย่างดี อีกอย่างมีประสบการณ์มาแล้ว ฉะนั้นไม่ควรจะเกิดปัญหาอย่างเดิม การมาทำหนังเรื่องนี้ก็จะอุดรอยรั่วจากเรื่องก่อนทั้งหมดค่ะ"    "เรื่องมีเบบี๋ ทุกวันนี้ก็ลุ้นมากค่ะ พยายามจะมีให้ได้ปีนี้ก็ยังคงต้องลุ้นต่อไป ไม่รู้ว่าจะมาเมื่อไหร่แต่ว่ากี้ก็ปล่อยธรรมชาติมาสักพักนึงแล้ว ก่อนหน้านี้ก็มีไปตรวจสุขภาพ ผลทุกอย่างออกมาปกติทั้งกี้และพี่เพชร คุณหมอบอกว่าบางทีมันเป็นเรื่องจังหวะของแต่ละคน แต่กี้คิดว่าอาจจะเป็นเรื่องดวงด้วย ถามว่าคิดจะใช้วิธีทางวิทยาศาสตร์ช่วยไหม ยังค่ะ เอาให้มันธรรมชาติไปก่อน ถ้าจะถึงขั้นต้องใช้วิธีทางวิทยาศาสตร์ก็น่าจะอีก 1-2 ปี อันนั้นคือในกรณีที่ไม่มีจริงๆ เลยก็ต้องพึ่งค่ะ ขอพร เคยไปทุกที่แล้วก็พยายามขอ ส่วนมากจะขอแค่ว่าให้มีลูกแค่นั้น แต่ไม่กล้าบนเพราะกลัวลืม ค่ะ" พิ้งกี้ กล่าว     ซึ่งก่อนที่แฟนจะได้ชมหนังที่สาว พิ้งกี้ เป็นผู้สร้างนั้น วันนี้เรามีงานเก่าๆ กับหนังเรื่อง "รถไฟผี" ที่เจ้าตัวเล่นเป็นนักแสดงนำมาให้ชมกันเพลินๆ ก่อน ตามนี้เลยจ้ะ....   พิ้งกี้ - เพชร   พิ้งกี้ - เพชร   พิ้งกี้ - เพชร   พิ้งกี้ สาวิกา   พิ้งกี้ สาวิกา