รอยสักยันต์ห้าแถว

นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว!! เมเปิ้ลผลัดใบสีแดงสะพรั่งที่
พิษณุโลก /  ภูหินร่องกล้า / 

เนื่องจากอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยในช่วงต้นปีนี้ ก็ทำเอาธรรมชาติปรับตัวไม่ถูก อย่าง ใบเมเปิ้ล หริอ ดอกเสือไฟ ที่อุทยานแห่งชาติ ภูหินร่องกล้า จังหวัดพิษณุโลก แม้จะมาช้ากว่าทุกปี แต่ก็ยังผลัดใบแดงเต็มต้น ให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปชมความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสีของเมืองไทย ไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงต่างประเทศ นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว!! เมเปิ้ลผลัดใบสีแดงสะพรั่งที่ "ภูหินร่องกล้า" นักท่องเที่ยวยังเดินทางขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวเย็น บนอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก อย่างต่อเนื่อง อุณหภูมิประมาณ 15 องศาเซลเซียส  ซึ่งช่วงนี้ เป็นช่วงใบเมเปิ้ล หรือดอกเสือไฟเดือนห้า กำลังผลัดใบ เปลี่ยนเป็นสีแดงเต็มต้น สร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวต่างถ่ายภาพเป็นที่ระลึก นายสุวรรณ ภานุนำภา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า กล่าวว่า สำหรับต้นเมเปิ้ล ที่กำลังผลัดใบ เป็นต้นเมเปิ้ล พันธุ์ใบสามแฉก อายุกว่า 70 ปี ผลัดใบเป็นสีแดงสวยงาม  ปีนี้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้ต้นเมเปิ้ลผลัดใบช้ากว่าทุกปี จากเดิมผลัดใบช่วงเดือนธันวาคม แต่ปีนี้เลื่อนมาถึงเดือนกุมภาพันธ์ สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า นอกจากจะได้ชมความงามตามธรรมชาติแล้ว ยังสามารถเดินทางไปเที่ยวชมโรงเรียนการเมืองการทหารของพรรคคอมมิวนิสต์ สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ในช่วงต่อสู้ทางความคิดได้เป็นประจำทุกวัน ที่มา:nationtv.tv

อยากบอกให้โลกรู้ เจอเพื่อนแบบนี้...มันสุดจะทน
ปัญหาวัยรุ่น /  เพื่อน

จัดมาอีกแล้วกับคลิปเด็ดสุดทีน ตอน นิสัยเพื่อน...ที่สุดจะทน วัยรุ่นอย่างเราก็เป็นวัยที่ต้องอยู่กับเพื่อนกับฝูงเป็นธรรมดา จึงทำให้เราเจอะเจอเหตุการณ์ที่ไม่ค่อยประทับใจเพื่อนสักเท่าไร หากเป็นไปได้ก็ไม่อยากเจอเพื่อนนิสัยแบบนี้ แต่เอ๊ะ! เพื่อนที่สุดจะทนของน้องๆ จะมีเรื่องอะไรเด็ดๆบ้างนั้น ต้องไปติดตามกันเลย อยากบอกให้โลกรู้ เจอเพื่อนแบบนี้...มันสุดจะทน หากน้องๆ คนไหนดูคลิปแล้วไม่อยากเสียเพื่อนก็ต้องพิจารณาตัวเองได้แล้วนะว่าเป็นแบบนั้นจริงหรือเปล่า และนำไปปรับปรุงซะนะจ๊ะ... เนื้อหาข้อมูลทั้งหมดนี้เป็นของ teen.mthai.com

ช่างติ! หนุ่มยุ่นคนดัง โพสต์ประตูกั้นบีทีเอส เปิด-ปิดไว
ประตูกั้นบีทีเอส /  รถไฟฟ้าบีทีเอส

ช่างติ! หนุ่มยุ่นคนดัง โพสต์FB ประตูกั้นบีทีเอส เปิดปิดไว กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์ เมื่อเฟซบุ๊ค Akihiro Koki Tomikawa  ซึ่งเป็นคนเดียวกับหนุ่มญี่ปุ่นที่เคยโพสต์โวยเรื่องรถแท็กซี่ในสนามบินสุวรรณภูมิ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ทุกวันนี้นักท่องเที่ยวหลายคนใช้บริการ BTS เพราะบางคนก็ไม่อยากใช้บริการรถแท็กซี่ โดย BTS เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดีสำหรับชาวต่างชาติอย่างเรา รถไม่ติด และใช้เวลาเดินทางน้อย แต่มีเพียงบางจุดที่ยังคงไม่สะดวกเท่าที่ควร มุมมองจากคนญี่ปุ่น ประเทศที่มีรถไฟจำนวนมากจุดที่ไม่ค่อยสะดวกที่สุดของ BTS คือจุดจำหน่ายตั๋ว เครื่องจำหน่ายตั๋วมีเพียง 2-3 เครื่อง และใช้ได้แค่เหรียญเท่านั้น ดังนั้นถ้าต้องการเหรียญ ต้องไปต่อคิวอีกที่หนึ่ง  ถ้าต้องใช้บริการ BTS โดยไม่มีบัตรสมาร์ทพาส ต้องเข้าแถวถึง 2 ครั้งถึงจะขึ้น BTS แล้วก็ยังไม่รู้สึกผ่อนคลาย เพราะยังมีการประลองครั้งที่สองอีก ตนแปลกใจว่าทำไม ช่องทางออกตอนเก็บตั๋วถึงได้ลำบากนัก ระยะเวลาก็ลำบากสำหรับคนญี่ปุ่นอย่างเราเช่นกัน  ถ้าตนเดินตามคนข้างหน้าโดยไม่เว้นระยะ ที่กั้นประตูต้องหนีบเอวและทำให้เจ็บลองดูที่กั้นประตูของญี่ปุ่น สามารถจะเดินตามคนข้างหน้าได้ และถึงจะถูกหนีบก็ไม่เจ็บ "ผมแปลกใจว่าทำไมทางบริษัทถึงเลือกรูปทรงที่เหมือนก้ามปูทางเข้า BTS ทำให้รู้สึกเหมือนเกมลงโทษสำหรับคนญี่ปุ่นครับ ผมหวังว่า BTS จะปรับปรุงทางเข้านะครับ" ที่มา Akihiro Koki Tomikawa ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

วิจารณ์แซด! สามเณร อวดอุตริ เปิดสำนักทรงเจ้า อ้างตัวเป็นครูบาฯ
ข่าวพระ /  สามเณร / 

วิจารณ์แซด! สามเณร อวดอุตริ เปิดสำนักทรงเจ้า อ้างตัวเป็นครูบาฯ  กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์ เมื่อมีการแชร์ภาพของสามเณรรูปหนึ่งถือพัดยศซึ่งเป็นเครื่องแสดงถึงสมณศักดิ์และมีการเคี้ยวหมาก มีปากแดงและมีศิษยานุศิษย์จำนวนมาก โดยเรื่องราวดังกล่าวถูกแชร์มาจากแฟนเพจ รวมพลังต่อต้านคอร์รัปชั่น ได้ระบุว่า สามเณรในภาพเพิ่งบวชได้ได้ไม่นาน แถมยังกินหมากปากดำ และเปิดสำนักทรงเจ้าและยังรวมไปจนถึงสักยันต์ และยังอ้างเป็นตนเป็นหลวงปู่ครูบาฯ นอกจากนี้สามเณรรูปดังกล่าวยังได้นำสังฆาฏิใช้พาดบ่า แถมยังได้รับตราตั้งฐานุกรม เป็นพระครูปลัด ซึ่งทางแฟนเพจอยากให้มหาเถระสมาคมและสำนักงานพระพุทธศาสนาเข้ามาตรวจสอบว่าเป็นเรื่องจริงเท็จอย่างใดและอยากให้มีการเอาผิดหากมีการแอบอ้างด้วยเพราะเข้าข่ายทำให้พุทธศาสนาเสื่อมเสีย อย่างไรก็ตามหลังจากภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ได้มีชาวสังคมออนไลน์เข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก โดยมองว่าปัจจุบันมีสำนักสงฆ์ สำนักทรงเจ้าเปิดใหม่และมีการใช้พระพุทธศาสนาเป็นเครื่องบังหน้าเพื่อเรียกให้ชาวบ้านมากราบไหว้ศรัทธา ซึ่งส่วนใหญ่มองว่าควรจะมีการจัดระเบียบสงฆ์ให้เคร่งครัดเสียทีเพราะยิ่งปล่อยนานไปจะยิ่งกลายเป็นปัญหาที่โผล่ขึ้นมาอย่างไม่รู้จบ ที่มา รวมพลังต่อต้านคอร์รัปชั่น

แฟนคลับปันใจ!!!แอบฟิน ณเดชน์-มิว ไม่น้อยหน้า NY
ญาญ่า-ณเดชน์ /  มิว-ณเดชน์ / 

เรตติ้งดีไม่มีที่ติเช่นเคยฮ้าาา สำหรับละครของพระเอกรูปหล่อ ณเดชน์ คูกิมิยะ เรียกว่าหล่อได้หล่อดี หล่อจนชะนีแทบจะตบกันตาย ละครกี่เรื่องต่อกี่เรื่องที่ร่อนลงจอกระแสดี...ดี๊...ดี ตลอดๆ ตามรักคืนใจ ก็เช่นกัน แม้จะลาจอไปแล้ว แต่กระแสฮอตยังกรุ่นๆ อยู่ จับคู่กับสาว มิว นิษฐา ครั้งนี้นับว่าเจอทั้งเรื่องดีและเรื่องเสีย(รมณ์)ไปพร้อมๆ กัน ก็แหม...แค่วางตัวพระ-นาง บรรดาติ่ง NY ก็กระหน่ำเข้าให้แล้ว หนักสุดคงเป็นหนูมิวคนสวยนั่นแหละที่โดนแอนตี้จากชมรมคนรัก ณเดชน์-ญาญ่า เฮ้ออ...ใครมาแยกคู่นี้นี่มีเจ็บทุกรายนะ...บอกเลย อ๊ะๆๆ แต่ของแบบนี้ก็ไม่แน่ไม่นอนหรอกเนอะ แม้ติ่ง NY จะออกอาการแอนตี้สาวมิวที่ได้ประกบคู่กับพ่อหนุ่ม แบรี่ ของพวกเขา แต่พอละครออนแอร์กระแสฟินกลับหนักมากซะงั้น ไม่รู้บรรดา NY มีส่วนทำให้ความฟินของคู่นี้เพิ่มขึ้นด้วยอ๊ะเปล่า เอะอะๆ ก็เคลิ้ม หนูนา-นายสิงห์ จะเรียกว่าปันใจให้ NM ก็คงจะได้อยู่ เพราะดูเหมือนหลายเสียงจะเรียกร้องให้คู่นี้ได้ป๊ะหน้ากันอีกสักเรื่อง 2 เรื่องซะแล้วแหมๆๆ เคมีแอบเข้ากันซะขนาดนี้ มันก็ต้องมีคนจิ้นให้ฟินกันบ้างเป็นธรรมด๊าาา มิว-ณเดชน์ ญาญ่า-ณเดชน์

อยู่ก่อนแต่ง เวิร์คมั้ย หากว่าคุณกำลังคิด ที่จะหอบผ้าไปอยู่กับผู้ชายเฉยๆต้องอ่าน
ความรัก /  ธรรมเนียม / 

หากว่าคุณกำลังคิด ที่จะหอบผ้าไปอยู่กับผู้ชายเฉยๆ ลองมาดูความเชื่อเกี่ยวกับการ อยู่ก่อนแต่ง กันค่ะ ..... " ธรรมเนียม อยู่ก่อนแต่ง " หอบผ้าไปอยู่ด้วยกันเฉยๆ เป็นธรรมเนียมตะวันตกที่คนไทยหันมาทำตามฝรั่งกันให้เกร่อ อันที่จริงสมัยนี้คงหาสาวบริสุทธิ์ได้ยากเย็นเต็มที แต่ผู้หญิงที่เคยมีแฟนมาแล้วกับเคยผ่านการอยู่กินกับผู้ชายเฉยๆ มาแล้ว ดีกรีความรุนแรงย่อมแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าจะผ่านการมีเซ็กส์มาแล้วทั้งสองกรณีก็ตาม เผื่อจะช่วยให้มองเห็นข้อดีข้อเสียได้ชัดเจนยิ่งขึ้น อยากรู้จักกันให้ลึกซึ้งก็ต้องอยู่ด้วยกัน .......บางคู่แต่งงานกันมาเป็นสิบปียังมีเรื่องให้ช็อคให้แปลกใจกันบ่อยๆ นับประสาอะไรกับคนที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน เพราะฉะนั้นมันไม่ง่ายอย่างที่คิดหรอกค่ะ แค่หอบผ้ามาอยู่ด้วยกันก็คิดว่ารู้จักกันดีแล้วงั้นหรือ เราเรียนรู้คนได้ทุกวัน อย่าว่าแต่สิบเดือนเลย แม้แต่สิบปีก็ยังเรียนรู้กันไม่หมด การอยู่ก่อนแต่งช่วยให้เรียนรู้กันและกันได้บางเรื่อง แต่ไม่ใช่ทุกเรื่อง ข้อแตกต่างของการแต่งงานและการอยู่ด้วยกันเฉยๆคือ การแต่งงานเป็นการผูกมัดกันไปตลอดชีวิต...ต่อให้ไปกันไม่รอดก็เถอะ ส่วนการอยู่กินด้วยกันเฉยๆผูกมัดกันแค่ปีเดียวเท่านั้น ความมั่นคงและมั่นใจในกันและกันยังมีน้อย แถมยังมองข้อดีข้อเสียของกันและกันด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่รุนแรงกว่าปกติ ถ้าหึงก็หึงกว่าปกติ ในขณะที่คู่แต่งงานจะรู้สึกผ่อนคลาย ไม่มีอารมณ์หรืออคติที่รุนแรงเกินเหตุ .......ถ้าอยากเรียนรู้นิสัยส่วนตัวกันจริงๆต้องออกเดินทางไปพักผ่อนไกลๆด้วยกัน ยิ่งหลายวันยิ่งดี ใช้เวลาอยู่ด้วยกันเยอะๆ ไม่จำเป็นต้องหอบผ้าย้ายมาอยู่กับเขาให้เปลืองตัว เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ที่ได้ผลดีจริงๆ ... อยากเสมอภาคและทันสมัยต้องอยู่ก่อนแต่ง เป็น ความคิดที่ผิดมหันต์ มีผลการศึกษาสรุปออกมาแล้วว่า การแต่งงานนั้นยุติธรรมและเสมอภาคกว่าการอยู่กินกันเฉยๆ เช่น ผู้ชายแต่งงานแล้วจะเอาใจใส่ดูแลลูกมากกว่าผู้ชายที่อยู่กินกันเฉยๆ ข้อดีของการอยู่กินกันคือ ผู้หญิงจะรู้สึกว่าสามารถควบคุมชีวิตตัวเองได้และมีอิสระได้เป็นตัวของตัว เองมากกว่า ส่วนผู้ชายที่อยู่ด้วยกันก็จะทำงานบ้านน้อยกว่าผู้ชายที่แต่งงานแล้ว ยิ่งเรื่องเงินด้วยละก็ ความรับผิดชอบจะน้อยกว่าผู้ชายที่เป็นสามีอย่างน่าใจหาย ทำให้เขากลายเป็นคนเห็นแก่ตัวไปโดยปริยาย ผิดกับสามีซึ่งจะแสดงพาวเวอร์ทางการเงินกับภรรยา เพื่อแสดงความเป็นผู้นำครอบครัวอันภาคภูมิใจ สำหรับผู้ชายที่อยู่กินกันเฉยๆ นอกจากเราต้องออกเงินในส่วนของตัวเองแล้ว เวลาเลิกกันเราอาจจนลงกว่าเดิม เพราะไม่มีเงินเก็บสะสม ผิดกับการหย่า อย่างน้อยยังได้ค่าเลี้ยงดูหรือทรัพย์สินอะไรติดไม้ติดมือบ้าง ... แต่งงานเมื่อพร้อมมีลูก แล้วเมื่อไรวันนั้นจะมาถึงเล่าคะคุณขา ถ้าเขาไม่อยากมีลูกละ แล้วเราก็รอจนแก่เกินแกง หมดวัยมีลูกน้อยไว้เชยชม...น่าเศร้ามาก การอยู่ก่อนแต่งเป็นตัวถ่วงทำให้เสียเวลาช่วงวัยเจริญพันธุ์ไปอย่างน่า เสียดาย "เคล็ดลับรับมือ อยู่ก่อนแต่ง" อย่าอยู่เกินหนึ่งปี ถ้าหวังได้แต่งงานกัน ยอมรับความจริงให้ได้ว่า ระยะเวลาหนึ่งปีนั้นนานพอที่เราจะรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ดังนั้นถ้าเราต้องการแต่งงานแต่เขาไม่...ก็ควรปลีกตัวออกมาดีกว่า ผลที่ตามมาหลังจากนั้นอาจมีสองทางคือ เขาจะคิดถึงเรามากจนต้องคัมแบ็ค หรือไม่ก็หายหัวไปเลย ซึ่งในกรณีหลังนี้เป็นทางออกที่ดี เพราะถึงอย่างไรเราคงไม่อยากร่วมชีวิตกับผู้ชายคนนี้อีกต่อไปแล้ว เลียนแบบชีวิตแต่งงานให้เหมือนที่สุดด้วยการแชร์งานบ้าน ไม่ควรทำตัวเป็นแจ๋วรับงานบ้านมาทำเองทั้งหมด การทำแบบนี้จะทำให้เขากลายเป็นผู้ชายเห็นแก่ตัวไปโดยอัตโนมัติ เพราะฉะนั้นอย่าสร้างนิสัยเห็นแก่ตัวให้เขา ความสัมพันธ์ที่ดีต้องเสมอภาคกัน มีอิสระ เป็นตัวของตัวเอง และเคารพให้เกียรติกัน ไม่แข็งกร้าวใส่กัน โปรดอย่าลืมว่า เราได้สร้างนิสัยหลายอย่างขึ้นมาในระหว่างอยู่กินด้วยกันเฉยๆ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงหลังจากแต่งงานแล้ว ทำตัวในแบบที่เราภูมิใจในตัวเองดีกว่าค่ะ ตั้งเป้าหมายร่วมกัน อย่าอยู่ด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ ลองหันมาฟังและยอมรับในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการ แม้ว่าเป็นสิ่งที่เราไม่อยากฟังนัก ถ้าเขาบอกว่า ยังไม่พร้อมที่จะแต่งงาน หรือไม่เคยคิดจะแต่งงาน ก็อย่าหลอกตัวเองหรืออยู่ด้วยความหวังลมๆแล้งๆว่า สักวันเขาคงเปลี่ยนใจ ถ้าเราต้องการคนซื่อสัตย์ ให้สังเกตพฤติกรรมตอนอยู่กินด้วยกันคือ ถ้าเราได้น้อยกว่าที่ต้องการ ก็อย่าจมปลักอยู่กับเขานานเกินไป ถึงแม้แต่งงานกันแล้ว ก็อาจจบด้วยการแยกทางกันชัวร์ เพราะการแต่งงานเปลี่ยนนิสัยคนได้ยาก ควรเชื่อในสิ่งที่เห็นและรู้สึก ทำความเข้าใจให้ชัดเจนไปเลยว่าเราต้องการอะไร และควรแชร์เป้าหมายในชีวิตด้วยกัน เวลาจะเป็นตัวบ่งชี้ว่าจุดมุ่งหมายของเราและเขาคืออะไรกันแน่ การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันเป็นเพียงวิธีหนึ่งในการได้เรียนรู้กันและกัน .......ถ้าการอยู่ก่อนแต่งไม่ใช่วิธีที่เหมาะสมกับเรา ก็ยังมีวิธีอีกมากมายในการเรียนรู้ว่า นี่คือ "ความรักยืนยงหรือแค่ความหลงชั่วคราว"   .

แชร์เตือนภัย ! คลิปโจร บุกกระชากกระเป๋าถึงในบ้าน
กระชากกระเป๋า /  เตือนภัย

เข้าบ้านแล้วอย่าคิดว่าปลอดภัย! รีบแชร์เตือนภัยไว้เป็นอุทาหรณ์ คลิปโจรบุกกระชากกระเป๋าถึงในบ้าน  วันนี้ (5ก.พ.) เป็นเรื่องราวที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้ หลังจากมีผู้นำคลิปเตือนภัยมาเผยแพร่ลงในเฟซบุ๊ก โดยคลิปเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับหญิงท่านหนึ่งที่ถูกคนร้ายบุกกระชากกระเป๋าถึงในบ้าน หลังเดินเข้าบ้านโดยไม่ได้เหลียวหลังดูว่า มีคนแอบขี่รถจักรยานยนต์สะกดรอยตามมา เมื่อหญิงที่อยู่ในคลิปเปิดประตูเข้าบ้านไป คนร้ายก็รีบวิ่งตามอย่างกระชั้นชิด แต่ประตูบ้านเกิดล็อคก่อน คนร้ายจึงใช้วิธีกระโดดเข้าประตูเหล็กรั้วหน้าบ้าน แล้วไปกระชากกระเป๋าจนสำเร็จ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงกลางวัน อีกทั้งยังเกิดเหตุบริเวณบ้านของผุ้เสียหาย ทำให้ผู้คนที่ได้รับชมคลิปต่างแสดงความเห็นไปในทำนองเดียวกันว่า นี่เป็นคลิปเตือนภัยอีกคลิปที่ควรดูเพราะจะได้เป็นอุทาหรณ์ให้คนระมัดระวังตัวมากเพิ่มขึ้นว่า ไม่ควรเหม่อลอย ควรสังเกตให้ดีว่ามีผู้สะกดรอยตามเราหรือไม่ หากพบว่ามีคนเดินตามมาก็รีบเดินไปหาจุดที่มีคนอยู่เยอะ ๆ เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง MThai News  ขอบคุณคลิปจาก แฟนเพจ Best radio 89.00 Khonkaen

5เหตุผลที่คุณควร แบกเป้เที่ยวกับแฟน สักครั้งในชีวิต !
ท่องเที่ยว /  เดินทางท่องเที่ยว / 

     เบื่อกันหรือยัง ? กับไลฟ์สไตล์ที่ต้องเร่งรีบแข่งกับเวลาเพื่อไปเข้างานให้ทัน และความกดดันจากการทำงานอีกมากมายหลายอย่าง บางคู่มัวแต่ก้มหน้าทำงานจนแทบไม่มีเวลาได้สวีทกันเลยด้วยซ้ำ ปล่อยไว้อย่างนี้ดูท่าจะไม่ดีนะคะ หลังจากอ่านจบ อย่าลืมจูงมือแฟนไปเก็บกระเป๋าเตรียมวางแพลนเที่ยวกันนะคะ :) 1. ผจญภัยไปด้วยกัน แน่นอนว่าการเก็บกระเป๋าไปเที่ยวในครั้งนี้ อาจจะไม่ได้สะดวกสบายมากนัก แต่นั่นคือความท้าทายที่ชวนให้คุณกับแฟนออกไปผจญภัยด้วยกัน ไม่ว่าจะขึ้นเหนือล่องใต้ ปีนเขา เดินป่า หรือจะแบคแพคตะลุยต่างแดน ลองเลือกจัดมาสักทริปดูสิคะ ไม่แน่คุณอาจจะติดใจและมีทริปต่อไปอีกเรื่อยๆ ก็ได้นะคะ 2. รู้จักตัวตนที่แท้จริงของกันและกัน เพราะว่าระหว่างการเดินทาง คุณสองคนจะต้องเจอกับปัญหามากมาย ที่ต้องช่วยแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าให้ผ่านพ้นกันไปได้ คุณจะได้เห็นความมีน้ำใจและความห่วงใยจากแฟนคุณ คุณผู้หญิงอาจจะไม่ได้แต่งหน้าแต่งตัวสวยๆ หรือสวมรองเท้าส้นสูง แต่เชื่อเถอะค่ะ รอยยิ้มของคุณที่มีให้แฟนตอนที่กำลังเที่ยวด้วยกัน จะทำให้คุณดูสวยไม่แพ้ตอนแต่งหน้าเลยล่ะค่ะ 3. สร้างความทรงจำร่วมกัน นอกจากวงจรชีวิตการทำงานและปาร์ตี้สังสรรค์ กลับบ้านมานอนสลบ คุณกับแฟนลองเปิดโลกใบใหม่ด้วยการท่องเที่ยวดูสิคะ รับรองได้เลยว่าจะช่วยสร้างสีสันและความทรงจำร่วมกันได้ดีมากๆ และความทรงจำที่ดีที่สุด ก็คือเรื่องราวทั้งทุกข์และสุขที่คุณสองคนกับแฟนได้สร้างไว้ในระหว่างการเดินทาง เมื่อนึกถึงทีไรก็ทำให้ยิ้มได้ทุกครั้ง :) 4. เปลี่ยนบรรยากาศให้เรื่องบนเตียงสักหน่อย เรื่องของ Sex นี่มองข้ามไม่ได้นะจ๊ะ ยิ่งหากคู่ไหนที่คบกันมานาน อาจจะมีเบื่อลืมกันไปบ้าง แนะนำให้ลองไปเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศกันดูนะคะ ความสุขจากการได้ผ่อนคลายไม่ต้องกังวลเรื่องงาน จะช่วยให้ Sex ในค่ำคืนนั้นพิเศษกว่าทุกคืนเลยน๊าาา 5. สร้างความสัมพันธ์ที่ยืนยาวขึ้น จากการสำรวจคู่รัก 1,000 คู่ พบว่า การเที่ยวนั้นสำคัญมากนะ เพราะส่งผลกับความสัมพันธ์ในด้านบวก สองในสามหรือ 63% บอกว่าการเที่ยวกับแฟน ทำให้คบกันได้ยาวนานขึ้น ด้วยเหตุผลร้อยแปดประการ ที่คุณกับแฟนจะได้รับกลับมาหลังจากออกเดินทางด้วยกันบ่อยๆ แล้วอย่างนี้จะรออะไรคะ ไปเก็บกระเป๋ากันเล้ยยยย :) รูปประกอบและเรียบเรียงโดย Women Mthai Team

คำชี้แจงสุดท้ายของ ปลื้ม ก่อนล็อคig หลังถูกขุดรูปสาวปริศนา ส่อมือที่3
ปลื้ม ทับทิม /  แฉปลื้ม สุรบถ / 

ดูท่าจะไม่จบลงง่ายๆ อย่างที่พิธีกรหนุ่ม ปลื้ม สุรบถ หรือ ปลื้ม VRZO ออกมาชี้แจงเคลียร์ประเด็นเลิก อดีตภรรยา ทับทิม มัลลิกา ไปเมื่อวันก่อน เพราะล่าสุดประเด็นฉาวดังกล่าวถูกมือดีขุดพร้อมแฉรูปสาวนิรนาม ที่ส่อเค้าทำให้เข้าใจได้ว่าเธอคือมือที่3 ทำ ปลื้ม-ทับทิม เตียงหัก!!!! และนาทีนี้ยังมีผู้หวังดียื่นมือมาช่วยขุดเผือกอีกเป็นระยะๆ ซึ่งทางฝั่ง หนุ่มปลื้ม ก็ได้ออกโรงเคลียร์รอบที่ 2 แล้ว เรียกว่าแจกแจงกันรูปต่อรูป แต่ก็ยังไม่วายถูกเหน็บแนมว่าแถไปได้...น้ำขุ่นๆ สำหรับข้อความชี้แจงสุดท้าย!!!! ของพิธีกรหนุ่ม ปลื้ม สุรบถ ก่อนจะล็อค ig เป็นบัญชีส่วนตัวไปเรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวแจกแจงเป็นข้อๆ ดังนี้ 1. ตามที่ผมได้ชี้แจงไปแล้วว่าผมเลิกกับทับทิมมาสักพักแล้ว และผมได้เจอกับน้องเค้าหลังจากเลิกกับทับทิมมาสักพักแล้วครับ 2. ตอนนั้นเราคุยกันครับ แต่เราคุยกันปกติครับ ไม่มีอะไรเกินเลยครับ 3. รูปที่เห็นว่าไปกินข้าวกัน ผมก็ไปกับเพื่อนๆ อีกหลายคนครับ เราถ่ายรูปกันตามปกติครับ 4. รูปที่เห็นว่าไปที่บ้าน วันนั้นมีการจัดปาร์ตี้กันที่บ้านผม เพื่อนๆ ผมมากันร่วม10กว่าคน ไม่ได้อยู่กัน2คนครับ 5.รูปที่น้องเค้ากอดกับผู้ชายในห้องน้ำไม่ใช่ผมครับ ผมเป็นคนผอมมาก ไม่ได้โครงใหญ่ขนาดนั้นครับ 6. ปัจจุบันไม่ได้คุยกับน้องเค้าแล้วครับ ด้วยเหตุผลบางประการครับ สุดท้ายผมไม่ทราบว่าคนที่นำเรื่องมาปะติดปะต่อต้องการอะไรนะครับ แต่ตอนนี้ได้ตั้งทนายความดำเนินการแจ้งความและฟ้องร้องหมิ่นประมาทที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงให้ถึงที่สุดแล้ว หากมีใครได้เห็นข่าวสารอะไรที่เกี่ยวกับผมอีก ขอให้ทุกท่านเสพข่าวอย่างเข้าใจและเป็นกลางด้วยครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณภาพประกอบจาก : @pleum_official ปลื้ม ชี้แจงในไอจี ปลื้ม ชี้แจงในไอจี ปลื้ม ชี้แจงในไอจี ปลื้ม สุรบถ ปลื้ม - ทับทิบ ไอจีปริศนา แฉ! ปลื้ม ไอจีปริศนา แฉ! ปลื้ม ไอจีปริศนา แฉ! ปลื้ม

รักใดเท่าแม่!แม้ป่วยหนักไม่หาหมอ ขอสู้-ดูแลลูกพิการ
ตาบอด /  พิการซ้ำซ้อน / 

ตึ้ง ตึ้ง ตึ้ง! ประหนึ่งคล้ายเสียงบางอย่างกำลังปะทะผนังบ้านไม้เก่า เมื่อก้าวเข้าข้างใน ปรากฎร่าง "หญิงสาว" ซูบผอมราวหนังติดกระดูก อยู่ในสภาพเปลือยกายนั่งตัวสั่น หันศรีษะไปมากระแทกเข้าฝาบ้าน ยิ่งกว่านั้น สองมือซ้ายขวาล้วงเข้าเบ้าควักลูกตาห้อยโตงเตง ผู้เป็นแม่ไม่รีรอ เกรงลูกอันตราย โผกอดแนบกายคว้าผ้าห่มคลุมตัว ก่อนช่วยลูกนำ "ดวงตา" กลับเข้าที่เดิม สองมือประคองปลอบ สองแก้มแปะเปื้อนคราบน้ำตาไหลลงบนหน้าผากลูก คุณแม่ระเบียบ สุตะวิบูลย์ (อี๊ด) อายุ 64 ปี เล่าย้อนความทุกข์ยากของครอบครัวด้วยน้ำเสียงสะอื้นว่า น.ส.วันเพ็ญ สุตะวิบูลย์ (นุช) อายุ 35 ปี  ลูกสาว มีความผิดปกติพิการซ้ำซ้อนโดยกำเนิด ทั้งตาบอด หูหนวก เป็นใบ้ และโรคหัวใจ เนื่องจากคลอดก่อนกำหนดประกอบกับขณะตั้งครรภ์ ตนเองป่วยเป็นโรคหัดเยอรมัน ส่งผลให้คุณนุชต้องเกิดมาในสภาพเช่นนี้ "หมอบอกให้ทำใจ ถามจะเอาไว้ไหม ด้วยความเป็นแม่ รักเขาสงสารเขา จึงขอเอาไว้ หวังออกมาอาจปกติเหมือนลูกอีก 3 คนก่อน แต่ไม่เป็นดั่งหวัง ก็ต้องเลี้ยงเขาต่อไปให้ได้ เอาสมบัติทั้งหมดมารักษาเขา ขายทุกสิ่งจนหมดตัว จนเขาได้ 2 ขวบ หมอบอกว่าพอเถอะ พอแล้ว หมดหนทางรักษาแล้ว"   ย้อนไปหลาย 10 ปีก่อน คุณป้าอี๊ด มีลูกทั้งหมด 4 คน เป็นลูกสามีเก่า 2 คน และลูกสามีใหม่ 2 คน ซึ่งทั้ง 3 คนคลอดออกมาและเติบโตใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ยกเว้น ลูกคนสุดท้อง คือ คุณนุช เมื่อต้องหมดเงินสิ้นเนื้อประดาตัวไปกับค่ารักษาอาการป่วยของลูก เคราะซ้ำสามีใหม่ก็มาทอดทิ้ง หอบลูกอีกคนหนีตีจากไป ขณะที่สามีเก่าและลูกอีก 2 คนก็ไม่เคยแวะเวียนมาดูดำดูดีใดๆ ปล่อยหญิงชราและลูกพิการต้องเผชิญชะตากรรมต่อสู้-อยู่ลำพังมาถึงวันนี้ "เชื่อไหม ลำพังเงินรับจ้างหาเช้ากินค่ำยังไม่พอเลย บางวันไม่มีเงินสักบาท ต้องไปขอข้าววัดข้าวชาวบ้านมากินกับลูก หอบลูกไปอาศัยอยู่กับใคร เขาก็รังเกียจ จำต้องออกมาหาที่อยู่เอง และหายืมเงินกู้พวกหมวกกันน๊อค พอไม่มีจ่ายก็ถูกซ้อม ยิ่งซ้อมยิ่งเจ็บยิ่งเจ็บยิ่งไม่มีกำลังทำงานแทบไม่ได้ ถูกซ้อมจนต้องขึ้นโรงขึ้นศาล แต่โชคยังเข้าข้างบ้าง เขาตัดสินให้ผ่อนจ่ายแต่เงินต้นได้ ก็หามาโป๊ะเรื่อยๆกว่าจะหมด หมดแล้วก็เป็นหนี้เพื่อปากท้องอยู่ดี" เมื่อหมดหนทางรักษาลูก-ชีวิตถูกทอดทิ้ง สองมือหอบลูกร่อนเร่กลับมายังบ้านเก่าย่านซอยเรวดี หวังตั้งรากฐานชีวิตใหม่ โชคยังดีที่ฟ้าเมตตาประทานเพื่อนบ้านมีน้ำใจ คุณบุญช่วย อ่ำสอน (หลี) อายุ 68 ปี ผู้ให้เช่าบ้านราคาถูกเพียง 1 พันบาท พร้อมช่วยดูแลลูกเมื่อออกหางานนอกบ้าน แต่ก็ไม่มีใครอยากได้ "หญิงชรา-ป่วยโรคกระดูกทับเส้น" เข้าทำงาน พี่สาวป้าหลีจึงเอื้อเฟื้อเปิดพื้นที่หน้าบ้านติดถนนให้ตั้งโต๊ะค้าขายผลไม้ แต่รายได้ก็ไม่พอจ่าย ยังต้องกู้หนี้ยืมสินอยู่ดี ชีวิตยิ่งวิกฤตหนักเมื่อปี 2554 เกิดน้ำท่วมใหญ่ บ้านที่เขาให้เช่ากลับถูกน้ำท่วมเสียหาย ต้องหอบลูกหนีไปอาศัยอยู่ที่อื่น ด้วยความเวทนา 2 แม่ลูก ป้าหลีพร้อมเพื่อนบ้านรายอื่นๆได้แจ้งเรื่องความช่วยเหลือไปยังเทศบาลนครนนทบุรี ทางเทศบาลฯจึงเข้ามอบสิ่งของยังชีพพร้อมซ่อมแซมบ้านเช่าที่ถูกน้ำท่วมหนักให้ตามโครงการบ้านท้องถิ่นไทยเทิดไท้องค์ราชัน และส่งเจ้าหน้าที่ติดตามความเป็นอยู่ "ตอนน้ำท่วมใหญ่ ชีวิตลำบากมาก ต้องระหกระเหินไปหาที่อยู่ ไปอยู่ไหนใครก็ไล่ แต่ดีที่ป้าหลีและเพื่อนบ้านแจ้งเทศบาลฯมาช่วย โดยเฉพาะซ่อมบ้านและติดเหล็กดัดให้ เพื่อป้องกันคนเข้ามาทำไม่ดีต่อลูก เพราะลูกแก้ผ้าเดินอยู่ในบ้านตลอด ช่วงนั้นเป็นห่วงมาก เพราะเคยเกิดเหตุบ่อย ก็ได้เพื่อนบ้านที่ช่วยกันสอดส่อง" เปิดใจ...คุณแม่ระเบียบ เมื่อบ้านเช่าซ่อมแซมเสร็จประกอบกับมีเพื่อนบ้านใจดี ป้าอี๊ดก็กลับมาปักหลักอยู่บ้านหลังเดิม พร้อมกับของใช้เก่าๆ สิ่งที่ขาดไม่ได้ คือ พัดลมที่ไว้ดับร้อนให้กับลูก พัดลมเพดานและพัดลมตั้งพื้น ได้รับบริจาคจากเพื่อนบ้าน และได้ทางการไฟฟ้ามาช่วยติดตั้งให้ พร้อมกำชับข้อห่วงใย ห้ามเปิดพัดลมตัวเดียวตลอดทั้งวัน หมั่นสลับใช้ตัวอื่น กังวลว่าบ้านหลังนี้อาจเสี่ยงไฟไหม้ เรื่องกลิ่นเหม็นคละคลุ้งทั่วบ้านจากการขับถ่ายของลูก เป็นอีกข้อกังวลของป้าอี๊ด ที่ไม่ค่อยมีเวลาทำความสะอาดบ้าน เพราะต้องออกไปตลาดคลองถมแต่หัวรุ่งเพื่อหาซื้อผลไม้มาขาย กว่าจะได้กลับเข้ามาบ้านแต่ละวันก็มืดค่ำ ทำได้เพียงแค่แวะมาดูลูกที่บ้านได้ไม่กี่นาที และการมาแต่ละครั้งต้องนั่งวินมอเตอร์ไซค์ไป-กลับ เสียเงินราว 20 บาทต่อครั้ง แม้ระยะทางจากที่ขายของถึงตัวบ้านห่างเพียงไม่ถึงกิโลเมตร ก็ไม่สามารถเดินเหินมาได้ เนื่องจากเจ็บปวดจากโรคอาการกระดูกทับเส้น "ทุเรศตัวเองนะ แต่ละวันแค่จะแว๊บไปดูลูก ทางไม่ถึงโล ยังแทบเดินไปไม่ได้ ต้องมาเสียค่าวินฯนั่งไปกลับอีก เจ็บแค่ไหนก็ต้องแบกร่างไปหาลูกให้ได้ ห่วงไปหมด กลัวใครมาทำอะไร กลัวเขาหกล้มเจ็บหรือทำร้ายตัวเองอีก กลัวไฟไหม้ กลัวสารพัด เหตุผลที่ไม่ไปหาหมอมากว่า 10 ปี ก็เพราะเราเป็นห่วงเขามากมากกว่าเราห่วงตัวเอง" เมื่อพูดถึงอาการป่วยของลูก คุณนุชป่วยพิการซ้ำซ้อนตั้งแต่ ตาบอด หูหนวก เป็นใบ้ โรคหัวใจ ลมชัก  ร่างกายร้อนตลอดเวลาถึงขั้นใส่เสื้อผ้าไม่ได้มากกว่า 30 ปี และทีมข่าวถึงกับตกใจ ขณะเมื่อสัมภาษณ์ป้าอี๊ด คุณนุชได้พยายามควักลูกตาออกมา จนป้าอี๊ดต้องช่วยนำใส่เข้ากลับที่เดิม ซึ่งเป็นอีกอาการป่วยที่น่าเป็นห่วง เพราะคุณนุชมักควักลูกตาออกอยู่บ่อยครั้ง "ไม่ต้องตกใจหรอก เป็นเรื่องปกติ เขามักจะควักลูกตาออกมาเล่นประจำ เพราะเขาอยากมองเห็น ความมืดมันน่าเบื่อน่ากลัวสำหรับเขา ไม่อันตรายแล้ว แรกๆที่เขาควักออกมาป้าและใครๆก็ตกใจ เขาก็ไม่มีอาการเจ็บและไม่มีเลือดหรืออะไรไหลออกมาแล้ว เพราะตาเขามันทั้งบอดและไร้ความรู้สึกใดๆมานานแล้ว" อ่างปูนหน้าประตูบ้าน มีน้ำใส่ไว้อยู่ครึ่งอ่าง แต่เหตุใดน้ำกลับไม่สะอาดและมีกลิ่นเหม็น? ป้าอี๊ดบอกว่า อ่างนี้คืออีกหนึ่งสิ่งแสนเวทนาสำหรับลูก เพราะนอกจากเขามักขับถ่ายบนที่นอนของตนเองเป็นประจำแล้ว แต่ในบางครั้งเพื่อรอแม่กลับมาจากทำงาน เขาจะนั่งแก้ผ้ารอและลงไปขับถ่ายอยู่ในอ่างนั้น หากป้าอี๊ดยังล่าช้าไม่กลับมา เพื่อประทังความหิวโหย น้ำผสมสิ่งขับถ่ายนั้น คือ อาหารของเขาในทันที "สุดเวทนาเลย วันไหนป้ากลับมาช้า เขารอไม่ไหว เขาก็จะกิน (ฉี่-อึ) ของเขาเองในอ่างน้ำ ป้าเคยกลับมาเห็นต่อหน้า ถึงกับร้องไห้วิ่งเข้ากอดลูกเลย และขอโทษลูกเสมอที่ป้ากลับมาช้า และโทษตัวเองที่ต้องทำให้ลูกตกอยู่ในสภาพนี้" สิ้นเสียงร้องไห้ มือซ้ายปาดน้ำตา มือขวาลูบคลำลำตัวลูก พร้อมพูดว่า ป้าอี๊ดจะไม่มีวันทิ้งลูก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม จะอยู่ดูแลกันไปจนวันตายจาก ไม่สนคำครหาที่ว่า "รังแกลูก" ไม่ปล่อยให้ใครมารับลูกไปดูแล ไม่ว่าจะเป็นแต่สถานสงเคราะห์หรือสถานที่ใดๆ เพียงหวังความเข้าใจในหัวอกของคนเป็น "แม่" แม้จะลำบากยากเข็ญเพียงไร ก็ไม่มีวันทอดทิ้งลูก และ หวังให้สังคม "เห็นใจ" หากใครมีเมตตา-ให้ความช่วยเหลือ "ขอบคุณ MThai ที่มา และ ขอบคุณผู้ใจบุญทั้งหลาย หากได้ดูและอยากช่วยเหลือพวกเรา และอยากให้สังคมเข้าใจป้า เพราะรักลูก จึงไม่อยากให้ใครเอาไป ไม่วางใจว่าใครจะดูแลและรู้ใจเขาได้เท่าเรา และที่สำคัญ เพราะความเป็นแม่ ไม่ว่าเหตุผลใดก็ตาม ป้าก็ทิ้งเขาไม่ได้ ไม่มีวัน เราจะตายจากไปด้วยกัน"  คำวิงวอนขอความช่วยเหลือ...คุณแม่ระเบียบ MThai News ขอเป็นกำลังใจกับครอบครัวคุณแม่ระเบียบ และหากผู้ใดใจบุญต้องการให้ความช่วยเหลือ สามารถบริจาคเงินผ่านบัญชี นาง ระเบียบ สุตตวิบูลย์ เลขที่ 057-1-39218-6 ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา สาขา ติวานนท์ (แคราย) หรือ มอบสิ่งของบริจาคได้บ้านเลขที่ 77/35 ม.4 ซ.เรวดี ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี หรือ โทรติดต่อ 086-972-3758 (ป้าระเบียบ) / 086-339-0876 ป้าหลี (เพื่อนบ้านช่วยเหลือป้าระเบียบ) ชัยพัฒน์ แกล้วทนงค์ รายงาน / ภาพ  แจ้งเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ ช่วยเหลือสังคม ได้ที่ news.mthai.com@gmail.com ติดตามสกู๊ปข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

บุ๋ม โวย!! ละครไม่ใช่ต้นตอคดีฆ่าข่มขืน
ข่าว บุ๋ม ปนัดดา /  บุ๋ม ล่ารายชื่อ / 

บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ขอออกมาเถียงแทนสื่อและนักแสดงทุกคน กรณีที่มีผู้แสดงความคิดเห็นว่า ส่วนหนึ่งที่เป็นปัญหาสังคมกับคดีฆ่าข่มขืนนั้น มาจากสื่ออย่างละครทีวี ที่นำเสนอแต่ความรุนแรง และฉากพระเอกข่มขืนนางเอก แต่กลับยกย่องเป็นฮีโร่ ซึ่งงานนี้ สาวบุ๋ม ในฐานะนักแสดง และประธานองค์กรทำดี ที่ขณะนี้กำลังรวบรวมรายชื่อการขอยกเลิกการอภัยโทษคดีฆ่าข่มขื่นทั้งผู้ใหญ่และเยาวชน เลยต้องออกมาโพสต์แสดงความเห็นผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวบ้างว่า "สำหรับคำถามนี้ขอตอบเป็นสองข้อนะคะ 1. ละครทำให้เยาชนมีความรุนแรง? แสดงว่าคนในยุคปัจจุบันถึงขั้นแยกแยะไม่ออกแล้วเหรอว่าอันไหนชีวิตจริง อันไหนละคร? ละครฉากบู๊ฉากตบฉากข่มขืนมันก็มีมาตั้งแต่สมัยไหนก่อน ก็ไม่เห็นว่าพฤติกรรมจะรุนแรงเหมือนยุคปัจจุบัน มันขึ้นอยู่กับจิตสำนึก ศีลธรรม จริยธรรมในแต่ละคนมากกว่า ว่าแยกแยะและยับยั้งชั่งใจได้ไหม? มันขึ้นอยู่กับสันดานของแต่ละคนค่ะ อย่าโทษนั่นโทษนี่เวลาทำผิดเลย มันแค่ข้ออ้างและข้อแก้ตัวค่ะ ที่สำคัญ เราดูละครเพราะมันไม่ใช่เราในชีวิตจริง ไม่มีคุณชายตามตื้อ ไม่มีคฤหาสน์ให้เดิน ส่วนตัวบุ๋มเองเล่นละครเป็นตัวร้าย กะหรี่ มาเฟีย ก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตจริงต้องเป็นแบบนั้นสักหน่อย เงื้อมมือตบยังไม่มีเลย! ละครก็คือละคร ไม่จำเป็นทึ่จะต้องมาทำให้เป็นชีวิตจริงใช่ไหมคะ และขอถามกลับบ้างนะคะว่า คุณคิดว่าไอ้สี่ตัวนั้นที่มันทำขนาดนี้เพราะมันดูละครเหรอคะ? ถ้ามันดูจริงมันจะรู้ว่า ตัวร้ายตายตอนจบเสมอ! จริงไหม?" ขอบคุณรูปภาพจาก IG : @boompanadda บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา

ทับทิม ขอเวลาพักใจ!! ในวันที่ชีวิตมืดมิด
ทับทิม มัลลิกา /  ปลื้ม สุรบถ / 

เมื่อความรักถึงทางตันจนต้องเลิกรา สำหรับคู่ของสาว ทับทิม มัลลิกา กับอดีตสามี ปลื้ม สุรบถ ด้วยเหตุผลว่า ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เหมาะที่จะเป็นเพื่อนมากกว่าคนรัก และ สาวทับทิม ก็ได้ลาออกจากรายการที่เธอรักอย่าง VRZO เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากยอมรับว่าแยกทางได้ไม่นานก็มีกระแสข่าวว่อนโซเชียลแฉภาพหญิงสาวปริศนา แต่ฝ่ายชายก็ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงแล้วว่า ไม่ใช่มือที่ 3 ล่าสุด สาวทับทิม โพสต์ความในใจผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ขอบคุณทุกกำลังใจจาก #ทีมทับทิม ในวันที่ต้องเจอมรสุมชีวิต แต่ตอนนี้ขอเวลาพักฟื้นสภาพจิตใจเพื่อกลับมามีรอยยิ้มใหม่อีกครั้งว่า... "ขอบคุณที่เป็นดวงดาวบนท้องฟ้า..ในวันที่ชีวิตมืดมิดมากๆ...ยังมีกำลังใจจากทุกๆ คนอยู่..ขอบคุณที่ทำให้ผู้หญิงคนนี้เข้มแข็งและเดินต่อไปได้.. ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะมีเรื่องหนักๆ อะไรเกิดขึ้น..ไม่ใช่ไม่อึดอัดใจ.. มันแค่พูดไม่ออก บอกไม่ถูก จึงได้แต่เก็บไว้... อยากให้รู้ว่าพลังที่ทุกคนส่งมาให้ ทับทิมได้รับนะคะ.. เก็บพลังของทุกคนเอาไว้ในใจแล้วเดินต่อ.. ทำงานที่เรารักต่อไป ไม่ได้หนีหายไปไหน... ขอเวลาพักใจอีกสักพัก จะกลับมายิ้มใหม่.. ขอบคุณมากๆนะคะทุกคน ขอบคุณจากใจจริง ❤" ขอบคุณภาพจาก IG @tubtimofficial ทับทิม-ปลื้ม ทับทิม มัลลิกา ทับทิม มัลลิกา ทับทิม มัลลิกา ทับทิม มัลลิกา

คุณนายเท่านั้นที่คู่ควร! บราหยก อลังการ สวยหนัก ใส่ได้จริง
ชุดชั้นใน /  บรา / 

นี่คือ บรา หรือ ยกทรง ที่ทำจาก หยก โดย กว่าน ชิงสง ศิลปินจากยูนนาน ประเทศจีน ใช้เวลาในการประณีตบรรจงทำขึ้นถึง 3 ปี และนี่คือ หน้าตาผลงานชิ้นมาสเตอร์ของเขาซึ่งประดับด้วย อัญมณีถึง 223 ชิ้น ทั้งไข่มุก, ทับทิม, ทัวร์มาลีน และ อัญมณีเลอค่าอื่นๆ อีกมากมาย โดยโปรเจ็คท์นี้ นาย กว่าน ชิงสง ทำขึ้นเพื่อแสดงความระลึกถึงคุณแม่ของเขานั่นเอง ทั้งนี้ นายกว่าน กล่าวว่า บราหยก ตัวนี้สามารถสวมใส่ได้จริง แต่ไม่ค่อยสบายตัวเท่าไหร่ แค่นั้นเอง และหากใครอยากชมผลงานของเขา เร็วๆ นี้จะจัดแสดงให้คนทั่วไปได้เข้าชมโดยทั่วกัน ว่าแต่ ดูท่าจะหนักทั้งราคา และการดูแลรักษานะเนี่ย สาวๆ ที่ชอบสะสมชุดชั้นในล่ะ อยากได้เก็บไว้สักตัวไหมคะ ^ ^ ที่มาจาก shanghaiist.com เรียบเรียงเนื้อหาโดย Women MThai Team

นักข่าวชื่อดัง โอด หลังเจอติ่งถล่ม อ้างทำบิ๊กตู่ อารมณ์เสีย
ด่านักข่าว /  น.ส.วาสนา นาน่วม / 

นักข่าวชื่อดัง โอด หลังเจอติ่งถล่ม อ้างทำบิ๊กตู่ อารมณ์เสีย ที่เฟซบุ๊คของ วาสนา นาน่วม นักข่าวสายทหารชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความกรณีที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นหนึ่งในนักข่าวที่ยุให้นักข่าวสายทำเนียบถามคำถามพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จนเกิดอารมณ์ฉุนเฉียว โดยคุณวาสนา ระบุว่า ทุกวันนี้ นักข่าวต้องอดทน จากการเป็นจำเลยสังคม เมื่อนายกฯอารมณ์ เสีย ก็โทษนักข่าว แม้ว่า ในบางครั้ง นักข่าว ยังไม่ทันถามเลยด้วยซ้ำ แต่ถ้านักข่าว แสดงปฏิกิริยาใดออกไป ก็จะไม่เป็นผลดีกับ ท่านนายกฯ นักข่าว จึงอดทน ให้ นายกฯด่า หรือโยนของใส่ เพราะ เราเข้าใจว่า นายกฯเครียดหลายเรื่อง และ อ่านสื่อมากไป ทุกฉบับ ทุกคอลัมน์ แม้แต่โซเชี่ยลมีเดีย จึงทำให้อารมณ์เสีย แถม พวกฝ่ายนักการเมือง ก็ออกมาวิจารณ์ รัฐธรรมนูญ ออกมาเคลื่อนไหว นายกฯ ก็ยิ่ง อารมณ์ไม่ดี โดยตนไม่มีพลังใดๆ จะไปสั่งให้ นักข่าวคนไหนถามได้ ตรงกันข้าม ที่จะ มีแต่ น้องๆ นักข่าวจะมาฝากตนให้ช่วยถามให้แทน เพราะไม่กล้าถามนายกฯ หรือน้องบางคนก็ฝาก นักข่าวรุ่นพี่ระดับอาวุโส ของทำเนียบฯ ที่เป็น" มือถาม" ที่มีอยู่ ราว 6-7 คน ถามให้แทน เพราะ รู้ว่า คุ้นเคยกับนายกฯ จะไม่โดนด่าอะไรรุนแรงจนบางทีตนก็บอกว่า น้องถามเองเลย ไม่ต้องกลัว จะได้มีนักข่าวหน้าใหม่ ถามนายกฯบ้าง มีแต่ หน้าเดิมๆ6-7 คน เท่านั้น คำถาม ที่ถามนายกฯ ก็มาคุยกันสดๆ ตอนรอนายกฯเลย ไม่มีใครมาบัญชาการนักข่าวได้ความจริงเหล่านี้ สามารถถามจาก นักข่าวทำเนียบฯทุกคนได้ว่า ไม่มี นักข่าวสตรี 2 คน ที่มีพฤติกรรมแบบนั้นในทำเนียบฯ ส่วนการที่ มีคนวิจารณ์ว่าตนโดน นายกฯด่า มาหลายครั้ง เลยคิดว่า การที่ นายกฯ อารมณ์เสีย ครั้งนี้ เพราะตนยืนยันว่า ตนไม่ค่อยได้ถามนายกฯ มาสักพักแล้ว ยิ่งวันเกิดเหตุ 2 กพ.59 ตนไม่ได้ถามเลยด้วยซ้ำ ตอนเช้า ไม่มี นักข่าวคนไหนถาม ให้นายกฯ อารมณ์เสีย แต่ท่านนายกฯ อารมณ์ไม่ดี มาอยู่ ก่อนแล้ว มาเจอ นักข่าว ตอบคำถามของท่านนายกฯเอง ไม่ตรงใจ เลยอารมณ์เสีย "ขนาด บางเริ่องวาสนาไม่ได้ถามนายกฯให้อารมณ์มีเสียงคนถามชัดเจน บางทีเป็นเสียงนักข่าวผู้ชาย แต่ก็ยังมีคนอุตส่าห์ บอกว่าเป็นวาสนา ถามอีก ท้ายสุดวาสนา บอกไว้เลยว่า จะเลิกถาม นายกฯ ไม่ใช่เพราะกลัวนายกฯ แต่เพราะจะได้รู้กันว่าถ้าไม่มี วาสนา ถามนายกฯจะอารมณ์ เสีย ได้มั้ย ไว้รอดูกันแล้วกันค่ะ" ที่มา Wassana Nanuam

ลือสนั่น! 'เนชั่น-Now' จ่อคืนใบอนุญาตทีวีดิจิทัล
Now /  กสทช. / 

ลือสนั่น! 'เนชั่น-Now' จ่อคืนใบอนุญาตทีวีดิจิทัล ล่าสุดมีการยืนยันเป็นการปล่อยข่าวเพื่อโจมตีเครือเนชั่นเท่านั้น  หลังจากที่ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ทำการเปิดประมูลช่องทีวีดิจิทัล และมีการออกอากาศมากว่า 2ปี ซึ่งได้เกิดปัญหาตามมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งงบฯโฆษณา และ เรตติ้งที่ไม่มีการเติบโต ทำให้มีผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระต้นทุนที่หนัก จนส่งผลให้สถานีโทรทัศน์ไทยทีวี และ สถานีโทรทัศน์ เอ็มวีทีวี แฟมิลี่ ของ นางพันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย หรือ เจ๊ติ๋ม ต้องขอยุติการออกอากาศ ต่อมานายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช.ได้เปิดเผยว่า จากการสอบถามวงการทีวีดิจิทัล พบว่ามีอีก 5 ช่องจะเดินตามรอยช่องไทยทีวี และโลก้า ที่ไม่มีเงินจ่ายและอาจต้องปล่อยจอดำ ล่าสุด แหล่งข่าวได้ระบุว่า ทางช่องเนชั่นได้มีการเคลื่อนไหวกันบางส่วน ทั้งในทีมของช่องเนชั่น และ ช่อง Now ซึ่งบางคนทราบว่าเนชั่นกำลังจะกลับไปทำช่องข่าวดาวเทียมเหมือนเดิม เนื่องจากการทำทีวีดิจิทัลไม่ประสบความสำเร็จ อีกทั้งตอนทำข่าวดาวเทียมยังสามารถทำได้ดี และ เป็นอันดับหนึ่งมาตลอด อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมาได้มีการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นการปล่อยข่าวมาจากช่องทีวีดิจิทัลอีกฝ่ายที่ต้องการโจมตีเครือเนชั่นเท่านั้น MThai News

ผบ.ตร.รับตัว 'อาตูร์' ผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพ นำสอบกทม.
ฆ่าหั่นศพ /  เจ้าพระยา / 

เจ้าหน้าที่กัมพูชา นำผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพมาส่งตัวที่ด่านชายแดนบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด พล.ต.อ.จักรทิพย์ พร้อม พล.ต.อ.พงศพัศ เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ไปรับ ขณะที่ "พล.ต.อ.ปัญญา" พร้อม พฐ. ค้นคอนโด "อาตูร์" ที่สนามกีฬาอำเภอคลองใหญ่ จ.ตราด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อม พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์มาลงที่สนามกีฬา อ.คลองใหญ่ จ.ตราด เพื่อรับตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน หลังรับทราบว่า ถูกตำรวจกัมพูชาจับกุมตัวได้ที่จังหวัดสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา ด้าน น.อ.ดิเรก อินทวงศ์ หัวหน้าหน่วยประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา จ.ตราด เปิดเผยว่า หลังจาก พ.ต.อ.อนุชา สุทธยดิลก ผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจ สถานทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ ได้ประสานงานตำรวจแห่งชาติของกัมพูชา เพื่อประสานการจับกุมตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 37 ปี คนร้ายที่ก่อเหตุฆ่าหั่นศพชาวสเปน แล้วหลบหนีออกนอกประเทศไทย ทางช่องโอเสม็ด จ.สุรินทร์ และเดินทางมาหลบอยู่ที่ จ.สีหนุวิลล์ จึงได้ทำการตรวจสอบและติดตามจับกุมตัวได้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง พร้อมควบคุมตัวไว้ที่สถานีตำรวจในกรุงสีหนุวิลล์ พร้อมกับได้ประสานงานเพื่อให้ตำรวจไทย เข้ามารับตัวที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.ตราด ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ ในเวลา 12.00 น.ที่ผ่านมา ส่วนบรรยากาศที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและกัมพูชา เดินทางเข้าออกกันตามปกติ และมีตำรวจตรวจคนเข้าเมืองตราด และฝ่ายทหารอยู่ในพื้นที่จำนวนหนึ่ง ก่อนนำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์มาที่กรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ10 พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ได้เข้าตรวจสอบห้องพักของ นายอาเธอร์ หรือ อาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ชาวสเปน ผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด ชาวสเปน ย่านพระราม 9 และนำชิ้นส่วนไปทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยา หลังตำรวจเชื่อว่า จุดนี้จะเป็นจุดฆ่าและหั่นศพนายเดวิด พล.ต.อ.ปัญญา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบ พบว่า นายอาตูร์ เช่าห้องพักที่คอนโดแห่งนี้ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2558 และอาศัยอยู่ที่นี่เป็นประจำ โดยมี น.ส.ปริศนา แสนอุบล เข้ามาพักด้วยเป็นบางครั้ง และจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า เมื่อวันที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมา บันทึกภาพขณะนายเดวิด เข้ามาภายในคอนโดแห่งนี้ และไม่พบว่า นายเดวิด ออกไปจากคอนโด พบเพียง นายอาตูร์ เข้าออก และมีการขนตู้แช่ออกจากคอนโด ไปไว้ที่บ้านเช่าหลังหนึ่งย่านรามคำแหง เมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่ผ่านมา แต่ต้องรอผลตรวจจากกองพิสูจน์หลักฐาน ในการตรวจหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมในครั้งนี้ เพื่อยืนยันความชัดเจนอีกครั้ง ............................................................................................................................................................... พล.ต.อ.เดชณรงค์ ยืนยัน ได้ตัว อาตูร์ ผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าหั่นศพจากกัมพูชาแน่นอน ด้าน ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ปัดไม่รู้ส่งตัวให้ไทยวันนี้ พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ที่ปรึกษา (สบ 10) ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด อายุ 39 ปี นักธุรกิจชาวสเปน ทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยา ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาได้ควบคุมตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 37 ปี ชาวสเปน ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยได้ขณะที่กำลังจะหลบหนีไปทางทะเล ทั้งนี้ยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย ได้ตัวนายอาตูร์แน่นอนแต่ต้องดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายในการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งไทยกับกัมพูชามีสนธิสัญญากันอยู่แล้วในส่วนนี้ โดยหากทางพนักงานสอบสวน สามารถรวบรวมพยานหลักฐานและขอศาลออกหมายจับได้จะทำให้การดำเนินการคดี และประสานขอตัวนายอาตูร์กับกัมพูชามีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ต้องรอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาอีกครั้งว่าจะแจ้งข้อหา นายอาตูร์ ในเรื่องใด อาทิ การหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย พร้อมกันนี้ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว เปิดเผยถึงกระแสข่าวที่ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชา จะส่งตัวนายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าหั่นศพในวันนี้ที่จังหวัดสระแก้วว่า ยังไม่ทราบข้อมูล และยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม วันนี้ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา (สบ 10) จะประชุมที่ศูนย์สืบสวนนครบาล ถึงความคืบหน้าคดีหั่นศพเพื่อเร่งรัดคดี ............................................................................................................................................................... ตำรวจกัมพูชา จับกุม "อาตูร์" ผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าหั่นศพ "นายเดวิด เบอร์นาร์ด" ชาวสเปนได้ที่ สีหนุวิลล์ เมืองชายทะเลสุดหรู ขณะพยามหลบหนี เว็บไซต์สำนักข่าว ฟอกซ์ นิวส์ รายงานว่า เมื่อเวลา 23.00 น. ของวันที่ 7 ก.พ. ตำรวจกัมพูชา สามารถจับกุมตัว นายอาตูร์ หรือ อาเธอร์ เซกราร่า ปรินเซป ผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด  นักธุรกิจชาวสเปน ที่ สีหนุวิลล์ เมืองชายทะเลที่มีชื่อเสียงที่สุดของกัมพูชา จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกัมพูชา ที่บอกกับทางสำนักข่าว EFE ผ่านทางโทรศัพท์ว่า สามารถจับกุมนายอาตูร์ได้ที่เมืองทางตอนใต้ของสีหนุวิลล์ เมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งสำนักข่าว ขะแมร์ 440 นิวส์ ได้ตีพิมพ์ภาพของผู้ต้องสงสัยรายนี้ ลงสื่อขณะที่ถูกควบคุมตัว นายอาตูร์ ไว้ที่สถานีตำรวจสีหนุวิลล์ ก่อนถูกจับกุมนายอาตูร์ ได้กินอาหารเย็นที่จังหวัดสุรินทร์ ภาคตะวันออก เฉียงเหนือของไทย และเมื่อเขาถูกกลุ่มของคนไทยบริเวณนั้นเห็นใบหน้า นายอาตูร์ จึงหนีไปกัมพูชา ซึ่งทางจ้าหน้าที่ได้พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีแดง ของ นายอาตูร์ เมื่อเช้าวันเสาร์ บริเวณป่ารกชายแดนไทย-กัมพูชา ในรายงานข่าวของสื่อกัมพูชา ระบุว่า นายอาตูร์ ถูกจับกุมขณะที่แต่งกายสวมเสื้อแจ็คเก็ตแขนยาวสีเขียวคาดดำ กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ และพยายามหลบหนีออกทางทะเล โดยทางการกัมพูชา กำลังนำตัว นายอาตูร์ เดินทางมายังชายแดนจังหวัดสระแก้ว คาดว่าจะนำตัวแถลงข่าวการจับกุมในเช้าวันนี้ ............................................................................................................................................................... สาวชาวสุรินทร์คนสนิทผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน ยันไม่เกี่ยวกับเหตุฆาตกรรม จนท.คุมเข้มชายแดนไทย-กัมพูชา วันนี้ 6 ก.พ. ตำรวจ จ.สุรินทร์ ได้เชิญตัว น.ส.ปริศนา อายุ 22 ปี เพื่อนสาวของนายอาตูร์ ชาวสเปน ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน มาสอบปากคำในเบื้องต้นที่ ห้องสืบสวนภูธร จ.สุรินทร์ โดยเบื้องต้น น.ส.ปริศนา รับสารภาพว่า นายอาตูร์ มาอยู่อาศัยกับตนเองตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค.59 ที่ผ่านมา โดยนั่งรถจักรยานยนต์ ออนด้า รุ่นพีซีเอ็ก สีแดง ล้อทอง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาด้วยกัน โดยพักอยู่ที่บ้านจะแกโกน ต.สำโรง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งนายอาตูร์ได้หลบหนีไปตั้งแต่เมื่อวานช่วงเวลา 6 โมงเย็นแล้ว หลังพากันไปเที่ยวที่ร้าน คาราโอเกะ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ระหว่างนั้นพนักงานพากันเปิดดูข่าว พบ ข่าวและภาพของนายอาตูร์ พอดี จึงพากันสงสัย นายอาตูร์ จึงรีบขับรถจักรยานยนต์หนีออกไป หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ เชิญตัว น.ส.ปริศนา มาสอบสวนให้ปากคำดังกล่าว ซึ่งในเบื้องต้น น.ส.รับสารภาพว่า ได้ไปทำงานที่ กทม.และคบกับนายอาตูร์ มากว่า 6 เดือนแล้ว โดยพักคอนโดคนละแห่งกัน และไม่ทราบเรื่องว่านายอาตูร์ เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ซึ่งตนเองไม่รู้ไม่เห็นด้วยกับเรื่องที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด ขณะที่ จนท.ตำรวจเร่งไล่ล่าผู้ต้องหารายนี้ คาดว่าจะยังคงหลบหนีอยู่ในพื้นที่ จ.สุรินทร์ หรืออาจจะหลบหนีออกนอกประเทศตามแนวชายแดนไทยกัมพูชาแล้วก็เป็นได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจสามารถตรวจยึดรถ จยย.คันดังกล่าวถูกจอดทิ้งไว้ที่บริเวณตลาดสมบัติ ซึ่งเป็นตลาดการค้า ติดชายแดนไทย-กัมพูชา ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการปรานงานตรวจสกัดจับในทุกช่องทางแล้ว ขอบคุณ INN _________________________________________________________________________________________ เจ้าหน้าที่ตำรวจเผยข้อมูลล่าสุดพบชายชาวสเปน ต้องสงสัยเอี่ยวขบวนการฆ่าหั่นศพชาวสเปน วันนี้ 5 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการเปิดเผยภาพผู้ต้องสงสัย 1 ในขบวนการฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด นักธุรกิจชาวสเปน ชื่อนายอาตูร์ เป็นชาวสเปน โดยตำรวจ ยืนยันยังหลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย และ เชื่อว่ากลุ่มคนร้าย น่าจะเป็นชาวสเปน ส่วนคนไทย ที่เกี่ยวข้องอาจจะทำหน้าที่ ในการขับรถให้ทีมคนร้ายฆ่าหั่นศพ ที่เอาศพไปทิ้งในพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยทางด้าน พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ 10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีฆ่าหั่นศพ ยืนยันว่า จะสามารถจับมือฆ่าหั่นศพได้ ทั้งคนไทย และคนต่างชาติที่ร่วมขบวนการ เร็วๆนี้ เพราะจากข้อมูลหลักฐานการนั้นค่อนข้างชัดเจน และดำเนินการได้ โดยเฉพาะข้อมูล จากเพื่อนของนายเดวิด ที่ระบุว่า การติดต่อทางข้อความไลน์ กับนายเดวิด ครั้งสุดท้าย 1 สัปดาห์ก่อนพบศพลอยแม่น้ำเจ้าพระยานั้น ข้อความสนทนามีพิรุธ เพราะการใช้คำพูดไม่คุ้นเคย และเป็นคำสนทนาที่นายเดวิดไม่เคยใช้มาก่อน นอกจากนี้เบาะแสสำคัญ มีพยานยืนยันว่า เมื่อวันที่ 20 ม.ค. เห็นนายเดวิด ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิก สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ออกไปจากคอนโด กับชายชาวต่างชาติ และหลังจากนั้นก็ไม่ได้กลับเข้ามาอีกเลย ซึ่งข้อมูลนี้ชุดสืบกำลังเร่งติดตามแกะรอยจากกล้องวงจรปิดเพื่อเร่งจับตัวมาร่วมขบวนการ ขอบคุณ Voice Tv _________________________________________________________________________________________________ พล.ต.อ.ปัญญา เผย คดีฆ่าหั่นศพ คืบ 80% เร่งรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับ มั่นใจจับตัวคนร้ายได้ ชี้ ยังไม่พบประวัติก่อเหตุในไทย พลตำรวจเอก ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ 10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีฆ่าหั่นศพ นายดาบิด แบร์นาด อายุ 39 ปี ทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยาหลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และปทุมธานี ว่า หลังจากเจ้าหน้าที่สามารถพิสูจน์ทราบและยืนยันตัวบุคคลได้แล้ว ทำให้สามารถขมวดปมและรู้ว่ากลุ่มผู้ต้องหาว่าเป็นกลุ่มใด เบื้องต้นยังให้น้ำหนักไปที่ฝีมือกลุ่มชาวต่างชาติที่ต้องการทรัพย์สินจากผู้ตาย ก่อนจะฆ่าปิดปากและอำพรางศพด้วยการหั่นเป็นชิ้น ซึ่งจากพยานหลักฐานทั้งทางนิติวิทยาศาสตร์ และพยานบุคคล ทำให้คดีมีความคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 80 โดยขณะนี้ในส่วนของแนวทางการสอบสวน ได้เร่งรัดให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับ ส่วนในแนวทางการสืบสวนได้กำชับให้ตำรวจกองปราบปราม ตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1 และตำรวจท่องเที่ยว ติดตามตัวละครต่าง ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับกลุ่มคนร้าย เพื่อหาจุดที่คนร้ายจับตัวผู้เสียชีวิตไป ตลอดจน สถานที่กักขัง จุดฆาตกรรมชำแหละและจุดทิ้งศพลงแม่น้ำเจ้าพระยา อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.ปัญญา กล่าวว่า จากการตรวจสอบฐานข้อมูลอาชญากรรมข้ามชาติ ยังไม่พบประวัติคนร้ายกลุ่มดังกล่าวก่อเหตุในไทย แต่ได้ประสานให้ทางสถานเอกอัครราชทูตสเปนประจำประเทศไทย และกรมการกงสุส กระทรวงการต่างแประเทศ ดำเนินการตรวจสอบให้อีกครั้ง ซึ่งยังอยู่ระหว่างการรอผล ----------------------------------------------------------------------------- ข้อมูลล่าสุดคาดว่าชิ้นส่วนมนุษย์ทั้งหมด อาจเป็นนักท่องเที่ยวชาวสเปนที่ญาติได้แจ้งความไว้ว่าหายไป ที่ สน.ลุมพินี วันนี้ 4 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดชุดสืบสวนได้ข้อมูลว่าชิ้นส่วนมนุษย์ที่ถูกพบน่าจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวสเปนที่ญาติได้แจ้งหายไว้ที่สน.ลุมพินี ทั้งนี้สำหรับนักท่องเที่ยวรายนี้ครบกำหนดเดินทางกลับจากการท่องเที่ยวในประเทศ ตั้งแต่ปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาแต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เดินทางกลับแต่อย่างใด เมื่อตรวจสอบข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ก็ยังไม่พบข้อมูลการเดินทางออกจากประเทศไทย ทางด้าน พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) เปิดเผยว่า ถึงขณะนี้ยังไม่สามารถระบุตัวคนตายได้แน่ชัดอยู่ระหว่างการประสานกับญาติชาวสเปนรายนี้ เพื่อเปรียบเทียบลายนิ้วมือและดีเอ็นเอเพื่อยืนยันตัวบุคคล ทั้งนี้ ยังมีรายงานข่าวแจ้งว่าขณะนี้ทีมสืบสวนตำรวจนครบาลได้ลงพื้นที่ ภายในซอยสุขุมวิทซอย 8 ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายที่มีพยานพบเห็นนักท่องเที่ยวรายนี้ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 19 ม.ค.59ที่ผ่านมา ขอบคุณข้อมูล TNN24 ................................................... พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ.10 เรียกประชุมชุดสืบสวนติดตามความคืบหน้า คดีฆ่าหั่นศพลอยเจ้าพระยา นัดแรกบ่ายนี้ วันนี้ 4 ก.พ. พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ.10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนกรณีพบชิ้นส่วนมนุษย์ถูกทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยา เรียกชุดสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1 ปทุมธานี และนนทบุรี ตลอดจนหน่วยสนับสนุน อาทิ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เข้าร่วมประชุมในเวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อติดตามความคืบหน้าในทางคดี และวางแนวทางการทำงานให้กับชุดสืบสวนสอบสวนเพื่อหาตัวคนร้าย ซึ่งเป็นการประชุมเพื่อคลี่คลายคดีครั้งแรก หลังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีหนังสือแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าชุด ซึ่งภายหลังการประชุมแล้วเสร็จ จะมีการแถลงความคืบหน้าในทางคดีต่อไป อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยผลการตรวจพิสูจน์ชิ้นส่วนมนุษย์ที่พบทั้ง 6 ชิ้นว่า จากการตรวจดีเอ็นเอ และรอยต่อเปรียบเทียบกัน พบว่าเป็นชิ้นส่วนจากบุคคลเดียวกัน ซึ่งมีลักษณะเป็นชาย ยังไม่ทราบเชื้อชาติที่แน่ชัด อายุประมาณ 40 ปี สูงประมาณ 165 เซนติเมตร ผมดำ มีหนวดเครา มีขนตามตัวค่อนข้างมาก มีรอยผ่าตัดไส้ติ่ง ฟันสะอาด ค่อนข้างเป็นผู้มีสุขภาพดี แต่จากการตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอกับบิดาของบุคคลสูญหายที่ จ.ระยอง ไม่ตรงกัน ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีกชิ้นส่วนขามนุษย์ ขาซ้ายท่อนบนช่วงกลาง ในถุงดำ ลอยติดแม่น้ำเจ้าพระยาท่าน้ำรง.ปทุมธานีฯ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ คาดเป็นคนเดียวกันกับที่พบมาหลายวันนี้ เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งชาวบ้านพบชิ้นส่วนมนุษย์ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยจุดที่พบอยู่บริเวณท่าน้ำ ภายในโรงงานปทุมธานีแห่งหนึ่ง จ.ปทุมธานี ลักษณะชิ้นส่วนที่พบคือขาซ้ายท่อนบนช่วงกลาง และท่อนล่างช่วงกลาง มีขนาดประมาณ 46 เซ็นติเมตร เบื้องต้นชาวบ้านผู้พบเห็นได้ให้ข้อมูลว่ามาจอดเจออยู่ใกล้ฝั่งโรงงานดังกล่าว จากนั้นเห็นถุงดำที่มีส่วนชิ้นเนื้อโผล่ออกมาลอยอยู่ในน้ำจึงแจ้งทาง สภ.ปากเกร็ด ล่าสุดเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้เข้ามายังจุดเกิดเหตุและอยู่ระหว่างตรวจสอบและเก็บหลักฐาน คาดเป็นชิ้นส่วนของคนเดียวกันที่พบก่อนหน้านี้ น.1เผยDNAหั่นศพเป็นชายไทยจี้ดูCCTV พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกรณีการพบชิ้นส่วนศพในแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ของตำรวจนครบาล 7 ปทุมธานี และนนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้นำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดให้แพทย์นิติวิทยาตรวจสอบ ซึ่งผลชันสูตร พบว่าชิ้นส่วนทั้งหมดเป็นบุคคลคนเดียวกัน และคาดว่าเป็นชายไทย อายุประมาณ 40 - 50 ปี โดยจากการตรวจสอบประวัติ ไม่พบว่าเคยต้องโทษ หรือคดีความใด ๆ นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 ประสานงานกับแพทย์นิติเวชด้วยตนเอง เพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติม และเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ส่วนจุดทิ้งคาดว่าคนร้ายน่าจะนำศพไปทิ้ง วิเคราะห์ตามกระแสน้ำ และทิศทางการไหลของน้ำ สันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นช่วงบริเวณสะพานพระนั่งเกล้าฯ ซึ่งได้สั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวแล้ว รวมถึงให้กองบังคับการตำรวจนครบาล ที่มีพื้นที่ติดบริเวณริมแม่น้ำ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด จุดที่น่าสงสัย เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม พร้อมกันนี้เชื่อว่า การทำคดีนี้ไม่ยากแน่นอน สำหรับกรณีที่ นางสาวกาญจนา อ่อนสา ชาวจังหวัดระยอง ที่สงสัยว่าชิ้นส่วนที่พบเป็นสามีของตนที่หายไป ซึ่ง พล.ต.ท.ศานิตย์ ระบุว่า จะทราบผลภายในวันนี้ว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ผบช.ภ.1รอผลนิติเวชก่อนคลี่ปมคดีฆ่าหั่นศพ พลตำรวจโท ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยถึงความคืบหน้า กรณีพบชิ้นส่วนศพลอยในแม่น้ำเจ้าพระยาว่า จะต้องรอผลตรวจทางนิติเวชก่อนว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ พร้อมทั้งต้องรอผลตรวจดีเอ็นเอของ นายศรี ขันติเนตร บิดา นายเกียรติศักดิ์ ขันติเนตร ที่แจ้งว่า ลูกชายหายตัวไป เมื่อวันที่ 22 มกราคม ในพื้นที่ สภ.เมืองระยอง ซึ่งขณะนี้ผลตรวจยังไม่ออก และหากรู้ชื่อผู้ตาย ขั้นตอนต่อไป เจ้าหน้าที่จะได้ตั้งประเด็นในการสืบสวนสอบสวนต่อไป ทั้งนี้ ภายในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 ยังไม่มีการแจ้งบุคคลสูญหาย แม้แต่พื้นที่เดียว และจากประวัติคดีอาชญากรรมในพื้นที่ ยังไม่เคยพบเห็นคดีที่มีความรุนแรงในลักษณะดังกล่าว ส่วนตัวคาดว่า คนร้ายน่าจะมีความพยายามในการอำพรางศพ แต่น่าจะไม่มีความรู้ดีพอ จึงไม่มีการนำชิ้นส่วนใส่ในถุง ด้าน พลตำรวจตรี นายแพทย์พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ระบุว่า ขณะนี้ผลตรวจ สามารถยืนยันได้ว่า ชิ้นส่วนที่พบเป็นบุคคลเดียวกัน เนื่องจาก สามารถนำชิ้นส่วนมาต่อประกอบกันได้ ขณะที่ ผลตรวจดีเอ็นเอ ที่จะยืนยันว่า เป็นบุคคลใด หรือ เสียชีวิตด้วยสาเหตุใด ขณะนี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้ ต้องใช้เวลาพอสมควร และเจ้าหน้าที่นิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ต้องทำงานร่วมกับ พนักงานสอบสวน ในการประสานข้อมูลหลักฐานอื่น ๆ ร่วมด้วย ขอบคุณรูปภาพและเนื้อหาจาก INN ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผบช.น. เผย ชิ้นส่วนศพลอยแม่น้ำเป็นคนเดียวกัน คาดเป็นชายไทยอายุ 40 - 50 ปี พร้อมสั่งโรงพักริมน้ำตรวจสอบ CCTV จุดที่น่าสงสัย วันนี้ 3 ก.พ. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกรณีการพบชิ้นส่วนศพในแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ของตำรวจนครบาล 7 ปทุมธานี และนนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้นำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดให้แพทย์นิติวิทยาตรวจสอบ ซึ่งผลชันสูตร พบว่าชิ้นส่วนทั้งหมดเป็นบุคคลคนเดียวกัน และคาดว่าเป็นชายไทย อายุประมาณ 40 - 50 ปี โดยจากการตรวจสอบประวัติ ไม่พบว่าเคยต้องโทษ หรือคดีความใด ๆ นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 ประสานงานกับแพทย์นิติเวชด้วยตนเอง เพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติม และเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ส่วนจุดทิ้งคาดว่าคนร้ายน่าจะนำศพไปทิ้ง วิเคราะห์ตามกระแสน้ำ และทิศทางการไหลของน้ำ เบื้องต้นคาดว่าจุดทิ้งเป็นช่วงบริเวณสะพานพระนั่งเกล้าฯ ซึ่งได้สั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวแล้ว รวมถึงให้กองบังคับการตำรวจนครบาล ที่มีพื้นที่ติดบริเวณริมแม่น้ำ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด จุดที่น่าสงสัย เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม พร้อมกันนี้เชื่อว่า การทำคดีนี้ไม่ยากแน่นอน สำหรับกรณีที่ น.ส.กาญจนา อ่อนสา ชาวจังหวัดระยอง ที่สงสัยว่าชิ้นส่วนที่พบเป็นสามีของตนที่หายไป ซึ่ง พล.ต.ท.ศานิตย์ ระบุว่า จะทราบผลภายในวันนี้ว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ขอบคุณ INN ....................................................... ความคืบหน้าคดีพบชิ้นส่วนมนุษย์ สถาบันนิติเวชวิทยา ตรวจสอบ ชิ้นส่วนมนุษย์ 4 ชิ้น ที่ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้สะพานพระราม 5 ชี้เป็นคนเดียวกันกับที่พบในพื้นที่ ฝั่งธน และอำเภอเมืองจ.นนทบุรี ขณะนี้อยู่ในระหว่างการรอชิ้นส่วนที่เหลือ ส่งไปตรวจดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์ว่าเป็นร่างกายของผู้ใดต่อไป พร้อมกันนี้ พล.ต.อ. พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ครอบครัวของชายที่หายตัวไปจาก จ.ระยอง ลงพื้นที่ท่าน้ำพระราม 5 เพื่อตรวจสอบชิ้นส่วนขาขวาของมนุษย์ มีการนำดีเอ็นเอไปตรวจ ผู้เชี้ยวชาญระบุว่า ชิ้นส่วนดังกล่าว เป็นขาของชาวเอเชีย ขณะนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนเป็นพิเศษ เพื่อหาความจริงต่อไป ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ พบชิ้นส่วนมุนษย์เพิ่ม บริเวณกรมเจ้าท่า ใกล้สะพานพระราม 5 เป็นแข้ง ขาขวา ขณะที่ ขาซ้าย ลอยติดท่าน้ำวัดเกริน ต.บางกระดี จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ลงพื้นนำชันสูตรเชื่อมโยงชิ้นส่วนที่พบก่อนหน้าที่ วันนี้ 2 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า วินมอเตอร์ไซค์พบชิ้นส่วนมุนษย์ส่วนแข้ง ขาด้านขวา ลอยอยู่บริเวณกรมเจ้าท่า ใกล้สะพานพระราม 5 เขตบางสีเมือง สภาพชิ้นส่วนยังปกติไม่เน่าเปื่อย สีขาวซีด และได้ผูกมัดไว้เพื่อป้องกันการลอยไปตามกระแสน้ำ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ และกำลังนำชิ้นส่วนของมนุษย์ไปชันสูตรว่า มีความเชื่อมโยงกับชิ้นส่วนของร่างมนุษย์ที่พบก่อนหน้านี้หรือไม่ ขณะเดียวกันที่ปทุมธานี ได้รับแจ้งว่า พบชิ้นส่วนมนุษย์ เป็นขาด้านซ้าย ลอยอยู่บริเวณ ท่าน้ำวัดเกริน ต.บางกระดี จ.ปทุมธานี สภาพชิ้นส่วนยังปกติ สีขาวซีด เบื้องต้น เจ้าหน้าตำรวจ ลงพื้นที่และได้นำชิ้นส่วนของมนุษย์ ขึ้นมาจากน้ำแล้ว โดยกำลังรอเจ้าหน้าที่นิติเวช มาตรวจสอบเพิ่มเติมว่า ชิ้นส่วนขาซ้ายที่พบนั้น มีความเชื่อมโยงกับชิ้นส่วนของร่างมนุษย์ที่พบก่อนหน้านี้หรือไม่ อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถระบุได้ว่าชิ้นส่วนที่พบนั้นเป็นของคนไทยหรือชาวต่างชาติ ขอบคุณ INN ....................................................... "พล.ต.ท.ศานิตย์" ส่ง 4 ชิ้นส่วนมนุษย์ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ให้แพทย์ชันสูตรเป็นเคสเร่งด่วน คาดว่าเป็นชายชาวเอเชีย  วันนี้ 1 ก.พ. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้ากรณีพบชิ้นส่วนมนุษย์ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา โดยขณะนี้ได้นำชิ้นส่วนทั้งหมด 4 ชิ้น คือ ส่วนศีรษะ แขนขวา ขาขวา และลำตัว ส่งให้แพทย์ชันสูตรอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเป็นเคสพิเศษเพื่อพิสูจน์ DNA และตรวจสอบว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถระบุเวลาที่จะทราบผลชัดเจนได้ แต่เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นชายชาวเอเชีย อย่างไรก็ตามต้องรอผลจากแพทย์ชันสูตรศพก่อน จึงจะดำเนินการสอบสวนขยายผลต่อไป ศานิตย์คาดผลชันสูตรชิ้นส่วนศพจะชัดเจนพรุ่งนี้ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เรียกประชุมชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีพบชิ้นส่วนมนุษย์ที่ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมเปิดเผยว่า ระหว่างนี้อยู่ระหว่างนำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมด ส่งให้สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม หรือ ดีเอ็นเอ ว่าเป็นของบุคคลเดียวกันหรือไม่ และผู้ตายเป็นชนชาติใด ซึ่งจากที่ได้รับรายงาน คาดว่าผู้ตายน่าจะเป็นแขกขาว แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจริงหรือไม่ ขณะเดียวกัน ตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1 กำลังอยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อเร่งหาสถานที่เกิดเหตุในการฆาตกรรมว่าอยู่จุดใด แต่จากการสันนิษฐานเบื้องต้น เชื่อว่าน่าจะมีการฆ่าหั่นศพจากบริเวณอื่น ก่อนนำร่างของผู้ตายมาทิ้งเหนือสะพานพระนั่งเกล้า ส่วนผลการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร คาดว่าน่าจะมีผลสรุปได้ภายในวันนี้ หรือพรุ่งนี้ ดังนั้นจึงอยากฝากประชาสัมพันธ์ถึงประชาชนทุกคน หากเชื่อว่าผู้ตายเป็นญาติพี่น้อง หรือบุคคลใดที่คาดว่าจะรู้จักผู้ตาย ให้ติดต่อเพื่อขอดูศพ หรือตรวจพิสูจน์ทราบดีเอ็นเอ ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีก! ชิ้นส่วนศีรษะมนุษย์ ถูกเทปพันรอบยัดถุงดำ ลอยใต้ถุนบ้านประชาชนย่านบางศรีเมือง เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบ คาดเป็นคนเดียว เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิได้รับแจ้งจากประชาชนย่านบางศรีเมือง จ.นนทบุรี ว่าพบชิ้นส่วนมนุษย์ส่งกลิ่นเหม็นอยู่ใต้ถุนบ้าน จึงรุดไปตรวจสอบพบ เป็นชิ้นส่วนศีรษะเพศชาย ถูกคุมด้วยถุงดำ มีเทปสีใสพันรอบศีรษะ มีหนวดเครา ผมสั้น และศีรษะล้าน ซึ่งคาดว่าน่าจะเสียชีวิตมานานกว่า 4 วัน เจ้าหน้าที่จึงเคลื่อนย้ายศีรษะมายังวัดตำหนักใต้ พื้นที่ สภ.นนทบุรี และขณะนี้อยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม คาดว่าชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดน่าจะเป็นบุคคลคนเดียวกัน และยังเหลือชิ้นส่วนแขนซ้ายและขาซ้ายที่ยังไม่พบ ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีก ชิ้นส่วนลำตัวมนุษย์ ลอยเจ้าพระยา ที่ท่าน้ำนนทบุรี จนท.เร่งตรวจสอบนำมารวมกับที่พบก่อนหน้านี้ วันนี้ (31ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบชิ้นส่วนมนุษย์เพิ่มเติมอีก โดยเบื้องต้นจุดที่พบคือ ท่าน้ำวัดโพธิ์ทองบน อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยเป็นชิ้นส่วนช่วงลำตัวของเพศชาย ซึ่งขณะนี้ จนท.ตร. และกู้ภัยได้นำเอาชิ้นส่วนมาบนฝั่ง และสันนิษฐานว่า อาจจะเป็นชิ้นส่วนของคนเดียวกันกับที่พบก่อนหน้านี้ 2 ชิ้นคือ ช่วงแขน และพบช่วงขา ก่อนหน้านี้ ซึ่งทาง จนท.ตร.สภ.เมืองนนทบุรี และ จนท.กู้ภัย จะได้นำชิ้นส่วนดังกล่าวไปตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชต่อไปว่าใช่คนเดียวกันกับที่เจอก่อนหน้านี้หรือไม่ ....................................................... พบชิ้นส่วนแขนมนุษย์ มีรอยถูกของมีคมตัด ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ตำรวจเร่งตรวจสอบ หวั่นฆาตกรรมหั่นศพ ได้รับแจ้งจากอาสามัครกู้ภัย มูลนิธิร่วมกตัญญู พบชิ้นส่วนมนุษย์ในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณข้างอู่ต่อเรือวัดคหบดี ซ.จรัญสนิทวงศ์ 44 โดยชิ้นส่วนที่พบแขนขวา ตั้งแต่ไหล่ลงมา สภาพซีดขาว และยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็น เพศชายหรือหญิง นอกจากนี้ ยังพบว่ามีร่อยรอย คล้ายถูกของมีคมตัดค่อนข้างชัดเจนโดยสันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นการฆาตกรรมหั่นศพ ซึ่งขณะนี้ร้อยเวร สน.บวรมงคล เข้าตรวจสอบแล้ว และอยู่ระหว่างรอแพทย์ชันสูตรหาสาเหตุที่ชัดเจน MThai News

รถไฟชน! สาวขณะข้ามทาง ตายแถวดอนเมือง
ทางรถไฟ /  รถไฟ / 

เกิดเหตุ "รถไฟชน" หญิงเสียชีวิตคาที่ 1 ราย ที่ตลาดใหม่ดอนเมือง ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ และได้นำร่างผู้เสียชีวิตออกจากเส้นทางแล้ว ได้รับแจ้งเหตุบริเวณทางรถไฟตลาดใหม่ดอนเมือง ว่า พบหญิงโดนรถไฟชนเสียชีวิตคาที่ โดยรถไฟลากร่างของผู้เสียชีวิตไปประมาณ 20 เมตร เบื้องต้น เจ้าหน้าตำรวจ สน.ดอนเมือง ลงพื้นที่ และได้เคลื่อนย้ายร่างของผู้เสียชีวิตออกจากเส้นทางขบวนรถไฟเพื่อให้รถไฟขบวบอื่น สามารถเดินทางได้ปกติแล้ว ทั้งนี้ ทราบว่า รถไฟขบวนดังกล่าว เป็นขบวนหมาย 111 กทม.-เด่นชัย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดต่อคนขับรถไฟ เพื่อสอบถามสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนั้ อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามผู้ที่อยู่ในพื้นที่ เปิดเผยว่า หญิงเสียชีวิตรายดังกล่าว เป็นคนสติไม่สมประกอบ ชอบเดินขอเงินคนที่เดินทางบริเวณนี้ ซึ่งในพื้นที่ที่เสียชีวิตเป็นทางข้ามชั่วคราวที่ประชาชนใช้เดินทางโดยสันนิษฐานว่าผู้เสียชีวิตอาจเดินข้ามทางรถไฟไปอีกฝั่ง แต่ไม่ทันได้มองจึงเกิดอุบัติเหตุขึ้น ส่วนความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

สั่งเดินหน้า 'อีเพย์เม้นท์' ภายใน 1 ปีครึ่ง ต้องแล้วเสร็จ
บัตรอิเล็กทรอนิกส์ /  บัตรเครดิต / 

สั่งเดินหน้า 'อีเพย์เม้นท์' ให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปีครึ่ง ใช้บัตรประชาชน-เลขโทรศัพท์ ชำระเงิน ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อน Nationnal e-Payment ว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้เดินหน้าระบบ อีเพย์เม้นท์ (e-Payment) ทั้งระบบให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปีครึ่ง โดยแยกเป็น 5 โครงการ ประกอบด้วย โครงการระบบการชำระเงินแบบใช้หมายเลขใดก็ได้ หรือ Any ID โดยเบื้องต้นจะใช้เลขที่บัตรประชาชน หรือ หมายเลขโทรศัพท์ในการโอน จ่าย ชำระเงิน ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ อย่างไรก็ตามในส่วนของโครงการแรกนั้นคาดว่าจะเริ่มให้ประชาชนลงทะเบียนในการใช้หมายเลขได้ในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ และธนาคารจะเริ่มปรับระบบและมีความพร้อมในการให้บริการภายในเดือนกันยายน 2559 ส่วนโครงการที่สอง คือ การขยายการใช้บัตร โดยจะทำให้ร้านค้าต่างๆทั้งขนาดใหญ่และเล็ก มีเครื่องรูดบัตร หรือ อีดีซี เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนเข้าถึงการใช้ได้ง่านและครอบคลุมทั่วประเทศ ขณะที่ โครงการที่สาม คือ ในส่วนของระบบภาษีของสรรพากร โดยภาคเอกชนที่ขึ้นทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ก็สามารถนำส่งข้อมูลให้กับกรมสรรพากรได้โดยไม่ต้องส่งเป็นเอกสารเช่นเดียวกับการหักภาษี ณ ที่จ่ายของภาครัฐ ซึ่งคาดว่าจะทำให้รัฐสามารถจัดเก็บภาษีได้มากขึ้น โดยจะมีอธิบดีกรมสรรพากรในการดูแลในเรื่องดังกล่าว โครงการที่สี่ คือ โครงการอีเพย์เม้นท์ภาครัฐ แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ เมื่อภาครัฐจะจ่ายเงิน หรือรับเงิน จะเปลี่ยนเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด ส่วนที่สอง คือ การบูรณาการสวัสดิการ จะทำให้ผู้ที่มีรายได้น้อย สามารถรับเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ โดยกระทรวงการคลังจะเร่งเดินหน้าในส่วนดังกล่าวต่อ โดยในเรื่องนี้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงการคลังเป็นผู้ดูแล และโครงการที่ห้า คือ การประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ โดยจะ ให้สิทธิประโยชน์ สำหรับผู้ใช้ในช่วงเริ่มต้น ที่จะทำให้เกิดความสนใจในการใช้บริการดังกล่าว โดยจะมีเป้าหมาย เป็นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงิน ให้มีประสิทธิภาพ และลดการหลีกเลี่ยงภาษี โดยคาดว่าการดำเนินการดังกล่าวจะทำให้รัฐสามารถจัดเก็บรายได้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ นายอภิศักดิ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ภายใน 6 เดือน โครงการแรกน่าจะแล้วเสร็จ ซึ่งที่ผ่านมาได้เดินหน้ามาแล้ว และมีการประสานงานกับธนาคาร และสมาคมธนาคารไทย และผู้ว่าการธนาคาร ส่วนโครงการที่จะขยายเครื่องนั้น ตั้งเป้าขยายเครื่องรับบัตร อีเพย์เม้นท์ 2 ล้านเครื่อง จากปัจจุบันมีเครื่องรับบัตร อยู่ที่ 100,000 เครื่อง ครม. หนุนคนไทย ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์แทนเงินสด ครม. เห็นชอบแผนยุทธศาสตร์ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์แทนเงินสด หวังให้ผู้มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงระบบการเงินได้มากขึ้น นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุม ครม.ว่า ที่ประชุมเห็นชอบแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ เพื่อผลักดันให้การใช้เงินสดในประเทศลดน้อยลง และหันมาใช้ระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อีเพย์เม้นท์มากขึ้น ซึ่งจะเป็นประเทศแรกในโลก ที่มีระบบอีเพย์เม้นท์ที่ดีที่สุด และสามารถครอบคลุมการดำเนินชีวิตอย่างครบวงจร นอกจากนี้ ยังเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย โดยผู้มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงระบบการเงินได้มากยิ่งขึ้น ด้วยการใช้หมายเลขตามบัตรประชาชน, หมายเลขโทรศัพท์ หรือ หมายเลขตามบัตรอื่น ของธนาคารพาณิชย์ เป็นตัวเชื่อมโยง ซึ่งประชาชนจะใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์เป็นสื่อในการรับเงินช่วยเหลือ และนำไปใช้จ่ายผ่านร้านค้า หรือนำไปใช้กับบริการต่าง ๆ ของภาครัฐตามที่รัฐบาลจะกำหนดต่อไป สำหรับการใช้อีเพย์เม้นท์นั้น ยังทำให้การจัดเก็บภาษีดีขึ้น จนนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพของประเทศ และทำให้ประเทศประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น เพราะธุรกรรมทางการเงิน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจจะทำได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว และยังสนับสนุนนโยบายอื่นของประเทศ ทั้งนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอล โครงการระบบตั๋วร่วมของกระทรวงคมนาคม นโยบายกองทุนการออมแห่งชาติ นโยบายการส่งเงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในกรณีต่าง ๆ ของภาครัฐ โดยรัฐบาลจะพยายามดำเนินโครงการนี้ให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปีครึ่ง ด้าน นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวว่า การเข้าสู่ระบบอีเพย์เม้นท์ครั้งนี้ จะใช้เงินลงทุนเบื้องต้น 3,000 ล้านบาท แต่จะทำให้ประเทศประหยัดค่าใช้จ่ายได้รวมกันถึงปีละ 75,000 ล้านบาท แยกเป็นด้านระบบธนาคารพาณิชย์ 30,000 ล้านบาท ด้านธุรกิจอีก 45,000 ล้านบาท โดยจะใช้ระบบของประเทศในแถบสแกนดิเนเวีย เป็นต้นแบบ ซึ่งต้องทำใน 5 โครงการ คือ ระบบการชำระเงินแบบใช้หมายเลขใดก็ได้หรือ แอนนี่ ไอดี ,การขยายการใช้บัตร, การระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ , โครงการอีเพย์เม้นท์ภาครัฐ และการให้ความรู้และส่งเสริมการใช้อีเพย์เม้นท์ ทั้งนี้การดำเนินการจะเริ่มตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปี 59 เป็นต้นไป โดยเฉพาะใน 2 โครงการแรกทั้งแอนนี่ไอดี ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมธนาคารไทย และธนาคารพาณิชย์ ทั่วประเทศจะรับไปดูแล โดยให้ธนาคารพาณิชย์เป็นผู้รับลงทะเบียน ขณะที่การส่งเสริมการใช้บัตรนั้นสถาบันการเงินทั้งหมดจะเป็นผู้ดำเนินการในการจัดหาและขยายเครื่องรูดบัตร หรือเครื่องอีดีซี ให้ครอบคลุมทั้งร้านค้าขนาดใหญ่และขนาดเล็ก เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนเข้าถึงการใช้ได้ง่ายและครอบคลุมทั้งประเทศ ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy MThai News

อยากอยู่ในสภาวะ #ทิ้งตัว เมื่อเจอ 29 ร้านบรรยากาศโรแมนติกรับวาเลนไทน์
Rooftop /  valentine / 

อยากโดนเป็นเจ้าของ อยากมีคนจับจอง.....วันวาเลนไทน์ใก้ลเข้ามาแล้ว เตรียมเล็งร้านอาหาร บรรยากาศเริ่ดไว้หรือยัง ช่อดอกไม้ก็ต้องมี ร้านบรรยากาศดีก็ต้องมานะจ๊ะ 1.ร้าน Chocolate Ville  “ช็อกโกแลต วิลล์” สำหรับเทศกาลวาเลนไทน์ เราขอยกให้ร้านนี้เป็นร้านแรกที่เพื่อนๆจะนึกถึงเนื่องจากบรรยายกาศสวยงามสไตล์ยุโรป เตรียมช่อดอกไม้สวยๆ และบอกแฟนของคุณเตรียมแต่งตัวให้พร้อม รับรองเซอร์ไพรส์แน่นอนกับช็อกโกแลตวิลเลจแห่งนี้ เหมาะกับวัยรุ่นอย่างเราหรือวัยกำลังตกหลุมรัก หวานโดนใจเอ็มไทยขอรับประกัน ที่ตั้ง : เกษตรนวมินทร์ 74 – ร่มเกล้า – รามอินทรา เวลา:  เปิด 16.00 – 24.00 น. (ช่วงเวลา 15.30 น.สามารถเข้าไปถ่ายรูปเล่นรอได้) ------------------------------------------ 2. ร้าน Wine I Love You “ไวน์ ไอ เลิฟ ยู”  ร้านสไตล์บิสโทร สุดชิคบรรยากาศดีแสนดี  ก็เป็นอีกตัวเลือกยอดฮิตสำหรับวาเลนไทน์นี้ ที่เราจะไม่ลืมนำเสนอ มีให้เลือก 4 สาขา สำหรับสาขาที่เราอยากจะแนะนำต้องเป็นสาขา Emquatier, Helix ชั้น 6 อย่างแน่นอน ก็บรรยากาศเห็นวิวรอบเมืองกรุง rooftop สวยซะขนาดนี้จะพลาดไปได้ยังไงละ  กับร้านอาหารอร่อยแถมบรรยากาศดี อย่าลืมเซอร์ไพรส์เล็กๆเป็นดอกกุหลาบแดงดอกโตสักหนึ่งดอก รับรองว่าคนที่คุณรักจะต้องประทันใจอย่างแน่นอน สาขา :  CDC ลาดพร้าว, Groove CTW ชิดลม ,Mega บางนา , Emquatier สุขุมวิท ------------------------------------------ 3. ร้าน The Deck by The River “เดอะ เดค บาย เดอะ ริเวอร์” ร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่รับความนิยมทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ อยู่ภายในโรงแรมอรุณ เรสซิเด้นท์  หากอยากได้อารมณ์ชิลๆ จะต้องมานั่งช่วงเย็นรับแดดรอชมพระอาทิตย์ตก หรือช่วงค่ำคืนก็สุดแสนโรแมนติก ด้วยริมน้ำของร้านอาหารมีมุมที่ตรงข้ามกับวัดอรุณฯ  พอดิบพอดี  หากเลือกพาไปร้านนี้รำลึกความหลังแล้ว แฟนคุณจะว่าไม่โรแมนติกก็ให้รู้ไป Zone : วัดอรุณฯ – ท่าเตียน – พระนคร เวลา: เปิด 8.00 – 22.00 น. (ศุกร์,เสาร์,อาทิตย์ เปิดถึง 23.00 น.) ------------------------------------------ 4. ร้าน Mr.Jones' Orphanage “มิสเตอร์โจนส์”  ร้านขนมหวาน เบเกอรี่สุดน่ารัก  เปลี่ยนบรรยากาศจากการทานดินเนอร์มื้อหนัก ชวนคนที่คุณรักมาจิบชาร้อนเบาเบาเคล้าเสียงดนตรี และบรรยากาศน่ารักของร้านที่ตกแต่งด้วยโทนไม้สีสว่างพร้อมกันตุ้กตาน้องหมี เลือกเค้ก,มาการอง หรือขนมที่ชอบก็แทนความหวานกันได้แล้วในพิเศษแบบนี้คะ สาขา : Siam Center Fl.3 , Terminal21, CTW, Empire Tower, Mega บางนา และ The mall บางกะปิ เวลา: เปิด 11.00 – 22.00 น. ------------------------------------------ 5. ร้าน Fauchon Paris “โฟชอง ปารีส”  ที่สุดของร้านขนมระดับโลกชื่อดังจากฝรั่งเศส  เรียกว่าเป็นฑูตวัฒนธรรมทางอาหารฝรั่งเศสเลยก็ว่าได้ เพราะรังสรรค์ความลงตัวทั้งวัตถุดิบชั้นเลิศ และตกแต่งอย่างงดงาม ทั้งอาหารคาวและของหวาน  เหมาะที่จะเป็นมื้อพิเศษที่น่าจดจำและประทับใจ หากทานเป็นมื้อหนักก็ถือว่าดื่มด่ำได้อย่างคุ้มค่าและคู่ควร  หากอยากทางของหวานเราแนะนำให้ทาง Afternoon Tea Set ด้วยชาหอมละมุนกับมาการองชั้นเลิศที่กล้าการันตีว่าอร่อยที่สุด รักนี้หวานหอมสุดๆ ดูรีวิวร้าน Fauchon ฉบับเต็มได้ที่: http://food.mthai.com/mafia-food/109423.html สาขา: Siam Paragon, The Emquatier เวลา: เปิด 10.00 – 22.00 น. ------------------------------------------ 6. ร้าน Gram Cafe “แกรม คาร์เฟ่”  ร้านอาหารคาเฟสไตล์อเมริกัน มีเมนูให้เลือกทานมากมาย ที่สำคัญภายในร้านตกแต่งสไตล์บาร์อเมริกันในหนังฝรั่งที่เราเห็นกัน  ไปสัมผัสบรรยากาศคาเฟแบบ All day breakfast กันได้ที่ร้านแกรม คาร์เฟ่ สาขาท่ามหาราชกันนะจ๊ะ แถมทานเสร็จแวะไปถ่ายรูปริมน้ำในโครงการชิลชิล ก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบกับวิวริมน้ำเจ้าพระยา ดูรีวิวร้าน Gram Cafe ฉบับเต็มได้ที่: http://food.mthai.com/mafia-food/106923.html Zone : ท่าพระจันทร์ – ท่ามหาราช เวลา : เปิด 10.00 – 21.00 น. ------------------------------------------ 7.ร้าน Grande Piatto ร้านอาหาร Grande Piatto อยู่ที่โครงการเวนิส ดิ ไอริส วัชรพล  ซึ่งเป็นโครงการที่จำลองเมืองเวนิสจากประเทศอิตาลี สวยงามประหนึ่งเป็นเวเนเชียน มาเก๊าเลยทีเดียว  ด้านในเป็น Shopping mall มีร้านอาหารต่างๆ ให้เลือกลองทานมากมาย ทางทีมงานขอเลือกร้านนี้มาให้เพื่อนๆ พาคนที่รู้ใจไปทาง เพราะมีกันถึง 3 สัญชาติทั้ง อิตาเลี่ยน, จีนและขนมหวานสไตล์ฝรั่งเศส จะเป็นยังไงนั้นต้องมาชมรีวิวกัน ดูรีวิวร้าน Grande Piatto เพิ่มเติม : http://food.mthai.com/mafia-food/108119.html Zone: วัชรพล, รามอินทรา, นวมินทร์ เวลา: เปิด 10.00  - 22.00 น. ------------------------------------------ 8. ร้าน Humming Birds “ฮัมมิ่ง เบิร์ด” ร้านอาหารในสวนบรรยากาศน่ารักทำให้ชวนนึกถึงเพลง loving you เหมาะกับคู่รักที่รักธรรมชาติและความร่มรื่น หากใครเป็นแฟนพันธ์แท้ร้านกาแฟบ้านก้ามปู แล้วละก็จะหาร้านนี้ไม่ยากเลยคะ เพราะตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน ภายในร้านมีความร่นรื่นจากสวนที่ใช้เชื่อมถึงกันกับบ้านก้ามปู รับรองว่าทานอาหารไปก็ได้ความสดชื่นและเป็นส่วนตัวอีกด้วยคะ ดูรีวิวร้าน The Humming Birds เพิ่มเติมได้ที่ : http://food.mthai.com/mafia-food/109390.html Zone :  โยธินพัฒนา 3 – เลียบด่วนรามอินทรา - ลาดพร้าว เวลา: เปิด 11.30  - 21.30 น. (ร้านปิดทุกวันพุธ) ------------------------------------------ 9.ร้าน บุรีธารา สัมผัสบรรยากาศดินเนอร์สุดแสนโรแมนติกกับโค้งริมน้ำเจ้าพระยา   บุรีธารา ตกแต่งแบบสไตล์ไทยโมเดิร์นมีกลิ่นอายของความเป็นบาหลีผสมอยู่  ภายในโปร่งโล่ง สบาย แต่ก็ดูดี ออกแบบเพื่อให้มองเห็นวิวริมแม่น้ำได้อย่างชัดเจน  ทำให้คุณพลาดทุกห้วงของความทรงจำในคำคืนวาเลนไทน์ ณ ที่แห่งนี้ Zone : พระราม 3 – สาทร – ฝั่งธนฯ เวลา : เปิด 17.00 – 24.00 น. ------------------------------------------ 10. ร้าน In the mood of love สัมผัสกลิ่นอายแห่งรักร้อนแรง กับการตกแต่งร้านโทนสีแดง ผสมผสานความเป็นเซี่ยงไฮ้ ยุค 70’S หรือช่วงได้รับอิทธิพลจากตะวันตก ทำให้มีความโมเดิร์นและเรียบหรู ผสมผสานความเป็นเอเชียได้อย่างลงตัว การตกแต่งดังกล่าว เพื่อเสริมสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์เมนูภายในร้านซึ่งเป็นเมนูอาหารญี่ปุ่น ณ ภายใต้บรรยากาศแห่งนครเซี่ยงไฮ้ “ห้วงแห่งความรัก” Zone : เอกมัย 1 – ทองหล่อ – สุขุมวิท เวลา: เปิด 11.00 – 14.00 น. และ 17.30 – 24.00 น. ------------------------------------------ 11. ร้าน Whale's Belly Restaurant & Bar “เวลส์ เบลลี่” เป็นร้านอาหารสไตล์ยูโรเปี้ยนซีฟู้ด ได้เชฟฝีมือดีจากการแข่งขันเชฟกระทะเหล็กหรือ Iron Chef  เชฟใหม่ อภิรวิต ชาวโพธิ์เอน เจ้าของรางวัล Top 5 Young Rising Star Chef 2014 มาการันตีในเรื่องของรสชาติความอร่อยของอาหารและการรังสรรค์ศิลปะประดับจานอาหาร  ร้านนี้เหมาะสำหรับคู่รักที่ชื่นชอบสีฟ้าเป็นพิเศษ เนื่องจากการออกแบบตกแต่งร้านสื่อถึงปลาวาฬ ท้องทะเลและประกายแสงดาว ให้ความรู้สึกคูลดาวน์ เพลินๆไปในตัวด้วยโทนสีเย็นอย่างสีฟ้าน้ำเงิน เรียกว่าคุณผู้หญิงจะต้องประทับใจอย่างแน่นอน เราอยากให้คุณลองมาซึมซับกลิ่นอายของท้องทะเลและบรรยากาศโรแมนติก Zone : สุขุมวิท 39 – พร้อมพงษ์ – ทองหล่อ – เอกมัย เวลา: เปิด 17.30 – 23.00 น. ------------------------------------------ 12. ร้าน Red Sky @Centara Grand CTW “Red Sky” เป็นห้องอาหารของโรงแรมเซนทาราแกรนด์ ตั้งอยู่ชั้น 55 ของ Central World เรียกได้ว่าเป็น Rooftop ใจกลางเมืองของกรุงเทพฯ ทีเดียวก็ว่าได้ ทำให้เห็นบรรยากาศโดยรอบเมืองของกรุงเทพมหานครโดยเฉพาะยามค่ำคืนได้อย่างสบายตา ด้วยบรรยากาศของ Nightlight ยามราตรีของเมืองกรุงแล้วนั้นหากได้เครื่องดื่มรสชาติดี พร้อมดนตรี Jazz บรรเลงคลอตามเบาเบาเรียกได้ว่าเป็นสุขไม่รู้ลืม ถึงจะไม่ได้เน้นเป็นร้านดินเนอร์จริงจังแต่ก็เรียกน้ำย่อยในเรื่องของบรรยากาศเมืองและความโรแมนติกได้ดีทีเดียว Zone : ราชประสงค์ – ชิดลม –สยาม – ประตูน้ำ เวลา: เปิด 18.00 – 01.00 น. ------------------------------------------ 13.The Roof @38th bar, โรงแรม Mode Sathorn “เดอะ รูฟ แอท 38 บาร์” ตั้งอยู่ที่โรงแรม Mode Sathorn หากใครไม่แน่ใจเกรงว่ารถจะติด ไม่ต้องเป็นกังวลใจ เพราะสำหรับเดอะรูฟ แอท 38 บาร์ตั้งอยู่ใกล้กับบีทีเอสสุรศักดิ์ทำให้เดินทางสะดวกสบายไม่ต้องกลัวพลาดเวลาสำคัญของค่ำคืนแห่งรัก นอกจากได้เห็นวิวพระอาทิตย์ตกและรถวิ่งผ่านไปมาแล้วนั้น คุณยังพลาดไม่ได้กับวิวริมน้ำเจ้าพระยาจากมุมสูงอีกด้วย Zone : สุรศักดิ์ – สาทร – เจริญนคร – ฝั่งธนฯ เวลา : เปิด 17.00 – 01.00 น. ------------------------------------------ 14. ร้าน River Wine “ริเวอร์ ไวน์” ร้านอาหารบรรยากาศสไตล์ Loft สุดแสนโมเดิร์น ด้วยเสน่ห์ของปูนเปลือยและการตกแต่งของไม้ทำให้รับกับสระน้ำและระนาบของแม่น้ำเจ้าพระยา เรียกว่าหาใครชอบสไตล์ลอฟท์แล้วละก็ต้องอย่าพลาดมาที่นี่ เพราะต้องถูกใจแน่นอนกับริมน้ำและรับประทานอาหารพร้อมชมพระอาทิตย์ตกที่ร้านริเวอร์ไวน์ เชื่อไหมว่าร้านนี้ตั้งอยู่ปากเกร็ด จ.นนทบุรีแค่นี้เอง Zone : ปากเกร็ด – ชัยพฤกษ์ – นนทบุรี เวลา : เปิด 11.00 – 23.00 น. (กรุณาติดต่อสำรองที่นั่งก่อนเข้าใช้บริการ) ------------------------------------------ 15. ZOOM at Sathorn Sky Bar & Restaurant “ZOOM at Sathorn Sky”  ตั้งอยู่ที่ชั้น 40 โรงแรม Anantara Bangkok Sathorn เรียกได้ว่าเห็นทั้ง 360 องศาของเมืองกรุงฯ คงจะเป็นคำนิยามของ Rooftopแห่งนี้   โดยอาหารที่ร้านอาหารแห่งนี้จะเป็นอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัย  จัดว่าเป็นสถานที่ชมวิวที่สวยที่สุดสำหรับการบอกต่อในหมู่คนที่ชื่นชอบบรรยากาศแบบ rooftop ของกรุงเทพมหานคร Zone : สาธร – ฝั่งธนฯ – สีลม  -  เจริญนคร เวลา : เปิด 17.30 – 01.00 น. ------------------------------------------ 16. ร้าน Vogue Lounge “โว้ค” นิตยสารชั้นนำถึงกับมาเองกับเลาจน์ที่เรียกได้ว่าเป็นแห่งแรกในโลก  ในคอนเซปต์บาร์สุดหรูแบรนด์ดังระดับโลก หากคุณผู้หญิงคนไหนที่ชื่นชอบแฟชั่นหรือมีความเป็นแฟชั่นนิสต้าแล้วละก็คุณผู้ชายคนต้องพาเธอมาร้านนี้แล้วละคะ เรียกว่าเธอจะชมคุณจนคุณไม่ต้องออกตัวหรือเตรียมเซอร์ไพรส์พิเศษใดๆไว้เลย เพราะได้มาที่นี่ก็ถือว่าพิเศษที่สุดแล้ว Zone : ช่องนนทรี - สาธร- ฝั่งธนฯ – สีลม เวลา :  17.00 – 20.00 น. ------------------------------------------ 17. ร้าน Ad Lib ร้านอาหารสไตล์แคชชวลฟิวชั่น ที่หลีกหนีซ่อนตัวอยู่ในซอยสุขุมวิท 1 บรรยากาศจะเหมือนส่วนการ์เด้นโปร่ง โล่งสบาย หากแต่แฝงไว้ด้วยความอบอุ่นของโทนสีไม้ และเฟอร์นิเจอร์ที่ประดับตกแต่งอย่างลักเซอรี่ เรียกว่าเรียบง่ายแต่หรูหราไปพร้อมกัน  “Ad Lib” เป็นภาษาลาตินมีความหมายว่า มากกว่าการต้อนรับให้อิสระกับผู้ที่มาพักผ่อนได้รู้สึกปลดปล่อยทุกอิริยาบถที่นี่ Zone : สุขุมวิท 1 – นานา – คลองเตยเหนือ เวลา : เปิด  6.00 – 24.00 น. ------------------------------------------ 18. Blue Sky @Sofitel Centara Grand หลังจากเจอแสงสีแดงจากเร้ดสกาย รอบนี้พากันมาต่อกันที่ “บลู สกาย” ตั้งอยู่ที่โรงแรมโซฟิเทล เซนทารา แกรนด์ (ด้านข้างเซ็นทรัลลาดพร้าว) บรรยากาศการตกแต่งจะให้ความรู้สึกคล้ายกับเร้ดสกาย เพียงแต่ใช้โทนแสงและสีฟ้าแทน ก็ได้ความโรแมนติกไปอีกแบบหนึ่ง Zone : ลาดพร้าว – วิภาวดี – จตุจักร เวลา: 18.00 – 02.00 น. ------------------------------------------ 19. ร้าน เวนิส วานิช ร้านอาหารแห่งนี้อยู่ติดริมน้ำเจ้าพระยา ทำให้เห็นวิวฝั่งตรงข้ามเป็นโรงพยาบาลศิริราชและวัดอรุณฯ ได้อย่างชัดเจน  เหมาะสำหรับพาคนรักอย่างคุณพ่อคุณแม่ หรือครอบครัวมาทานอาหารรับบรรยายกาศริมน้ำก่อนพระอาทิตย์ตก ที่เมืองเวนิส วานิชแห่งนี้ Zone : พระอาทิตย์ – พระนคร –บางลำภู เวลา : เปิด  11.00 – 22.00 น. ------------------------------------------ 20. ร้าน สองฝั่งคลอง “ร้านอาหารสองฝั่งคลอง” ตกแต่งร้านในสไตล์โคโลเนียน มีอิฐสีแดงส้มดึงดูดสายตา ทำให้รู้สึกย้อนยุคแบบวินเทจเบาๆ แถมยังติดอยู่ริมน้ำเจ้าพระยาได้บรรยากาศโรแมนติกไปอีกแบบหนึ่ง ซึ่งร้านอาหารนี้หาได้ไม่ยากตั้งอยู่ที่โรงแรมบัดดี้ โอเรียนทอล ริเวอร์ไซด์ ปากเกร็ด Zone : ปากเกร็ด – นนทบุรี – แจ้งวัฒนะ เวลา : เปิด 6.00 – 01.00 น. ------------------------------------------ 21. ร้าน Al Majlis “อัล มาจิส” ชื่อนี้คงคุ้นหูกันเป็นอย่างดีในช่วง 5-6 ปีก่อนเนื่องจากเป็นร้านเดียวกับสาขาที่เคยให้บริการที่ทองหล่อ ให้สาวๆไปนั่งจิบชาโมรอคโค หรือชามิ้นท์พร้อมกับขนม วันนี้กลับมาแล้วที่สาขาสุขุมวิทหรืออโศก บรรยากาศดีกว่าเดิมเรียกว่าฟูลออฟชั่นพร้อมของคาวแบบโมรอคโคสไตล์เลยคะ เหมาะสำหรับคู่รักที่อยากลองร้านแปลกใหม่รับรองว่าชอบแน่นอน Zone : สุขุมวิท – อโศก – พระราม 9 Open :เวลา 11.30 – 24.00 น. (เปิดเวลา 16.00 น.เฉพาะวันอาทิตย์) ------------------------------------------ 22. Octave Rooftop Lounge & Bar “อ็อกเทฟ รูฟท๊อฟ เลาจ์น แอนด์ บาร์” ตั้งอยู่ที่ชั้น 45 ของโรงแรมมาริออท สุขุมวิท 57 ทำให้สามารถเห็นวิวมุมกว้างใจกลางกรุงเทพฯ เพลิดเพลินและอร่อยไปกับอาหาร เคล้าเสียงเพลงและบรรยากาศที่สุดยอดในช่วงเวลาเดียวกัน บรรยากาศดีแบบนี้อย่าลืมช่อดอกไม้สีแดงเล็กๆสักช่อ หรือเซอร์ไพรส์ให้คุณผู้หญิงด้วยนะจ๊ะ Zone : สุขุมวิท 57 – พร้อมพงษ์ – ทองหล่อ – เอกมัย Open : 18.00 – 01.00 น. ------------------------------------------ 23. ร้าน Water Library “วอเตอร์ ไลบรารี่”  สัมผัสรสชาติอาหารฝรั่งเศสชั้นเลิศ ภายในบรรยากาศสุดแสนจะโรแมนติกมีให้เลือก 3 สาขา ได้แก่จามจุรีสแควร์, ทองหล่อ และสาขาเซ็นทรัลแอมบาสซี  โดยคอนเซปต์ที่แปลกและเก๋ไก๋นั่นก็คือ จะรวมน้ำแร่จากทั่วทุกมุมโลกมาไว้ที่นี่ เรียกว่าหรูหราและราคาสูงพอสมควร แต่หากในค่ำคืนวาเลนไทน์แสนโรแมนติกของคุณต้องการ “อาหารฝรั่งเศสรสเลิศ” ก็ถือว่าสมกับราคาทั้งบรรยากาศ และวัตถุดิบอาหารจานเด็ดของคุณและคู่รัก สาขา :  Central Embassy ชิดลม, จามจุรี สแควร์,ทองหล่อ 12 ------------------------------------------ 24. ร้าน ISSAYA La Patisserie ร้านขนมของเชฟเอียน  กิตติชัย เชฟกะทะเหล็ก  โดนเน้นประดิษฐ์ประดอยเมนูขนมไทยให้เทียบเท่ากับระดับสากลเทียบเท่าขนมชนิดอื่นๆ  อาทิ มาการอง รสไข่เค็ม, ทับทิมกรอบ, ข้าวหอมมะลิ, กระทิงแดง หรือทาร์ตกะทิพร้อมเครื่องเคียง รวมไปถึงเอแคลร์กล้วยหอมละมุน  ความพิเศษแบบไทยผสมผสานขนมฝรั่งเศสจะลงตัวอย่างไร และน่าค้นหาเหมือนช่วงระยะเวลากำลังคบหาดูใจกับคนเราของเราหรือเปล่านั้น ต้องพากันไปลองนะจ๊ะ รับรองว่าไม่เหมือนใคร Zone : The Central Embassy ชิดลม เวลา :  เปิด 10.00 – 22.00 น. ------------------------------------------ 25. ร้าน The Speakeasy The Speakeasy ตั้งอยู่ในโรงแรม Muse Hotel เรียกได้ว่า rooftop ของที่นี่เป็นเสน่ห์แห่งค่ำคืนอันแสนหวาน ทั้งแสงไฟจากวิวทั่วกรุงเทพฯ และแสงไฟสีส้มระเรื่อสุดโรแมนติก  ซึ่งการตกแต่งร้านนั้นได้รับแรงบันดาลใจมากจากนครนิวยอร์คในยุคเก่า ทำให้ผู้ที่มาเยือนสามารถหลงรักสถานที่นี้ได้ตั้งแต่แรกพบ เปรียบประดุจกับรักแรกพบเลยก็เป็นได้ Zone : หลังสวน – ชิดลม – ปทุมวัน เวลา : เปิด  06.00 – 01.00 น. ------------------------------------------ 26. ร้าน Pata Plantation หากใครเคยดูหนังเรื่อง Vampire twilight แล้วจำฉากตอนนางเอกกับพระเอกแต่งงานกันได้นั้น ออกจะอิจฉาไปสักหน่อยว่าชีวิตอะไรจะดี๊ดีขนาดนั้น แต่งในสวนสวยอลังเชียว แต่ไม่ต้องอิจฉาไป เพราะสวนอลังแบบนั้นก็จำลองอารมณ์มาได้คล้ายกันอยู่ใกล้แค่นี้เอง ปากเกร็ด-ติวานนท์ 56เรียกว่าบรรยากาศดีมาก เบาสบายเหมาะกับคนรักธรรมชาติ เหมือนไปพักผ่อนเขาใหญ่เลยทีเดียว เพราะทั้งแมกไม้ที่ร่มรื่นและพันธุ์ไม้ต่างๆเข้ากันได้อย่างดับการออกแบบของร้าน ดูรีวิวแบบเต็มๆร้าน Pata Plantation ได้ที่ http://food.mthai.com/mafia-food/105681.html Zone : ติวานนท์ 56 -  ปากเกร็ด – แจ้งวัฒนะ – นนทบุรี เวลา : เปิด  8.00 – 22.00 น. ------------------------------------------ 27. ร้าน Audrey Cafe “ออเดรย์ คาเฟ” ร้านของสองพี่น้องคุณโบและแบม ดาราสาวคนสวยได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Audrey  hepburn จนมาเป็นร้านออเดรย์คาเฟ่อยากที่เราเห็นกัน อาหารจะเน้นอาหารไทยผสมผสานฝรั่งเศสบ้าง รับรองว่าบรรยากาศร้านสไตล์ผู้ดีอังกฤษ หากแฟนสาวชอบสไตล์นี้หรือเป็นสาวหวาน รับรองว่าเทอจะต้องปลื้มแน่นอน สาขา : Thonglor 11, Siam Center, Central Embassy เวลา : เปิด 11.00 – 22.00 น. ------------------------------------------ 28. ร้าน TWG Tea Salon & Boutique ร้านชาหรูสัญชาติดังระดับโลก ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากประเทศสิงคโปร์  ภายในร้านแต่ละสาขาจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ Salon จะไว้สำหรับทานอาหารและดื่มชา และส่วนของ Boutique ที่จะมีสินค้าของทางแบรนด์ TWG หรือชาคุณภาพดีสุดหรูในราคาที่สามารถเอื้อมถึงไว้ให้เลือกสรรที่ชอบ  หากไม่อยากทานหนักเราแนะนำเป็นร้านนี้ จิบน้ำชายามบ่ายบอกรักกันเบาเบาก็เก๋ไปอีกแบบนะจ๊ะ แนะนำว่าให้ลอง 1837 Black Tea  ซึ่งเป็นชาเด่นของทางร้าน สาขา:  The Emquatier, The Emporium, Central Chidlom, Paragon, Airport เวลา : เปิด 10.00 – 22.00 น. ------------------------------------------ 29. ร้าน The Never Ending Summer สัมผัสประสบการณ์อาหารไทยแท้ สุดรัญจวนใจกับรสดั้งเดิม ลองพาคนที่คุณรู้ใจไปลิ้มลองรสชาติสัมผัสของเมนูต้นตำหรับไทยโบราณ บางเมนูนี่เป็นสูตรในวังเลยทีเดียว จะมีเมนูหาทานยากเช่น แตงโมปลาแห้ง, หรือเมนูข้าวตังหน้าตั้ง และเมนูไทยอีกหลายอย่าง บรรยายกาศจะตกแต่งด้วยแมกไม้ แต่โชว์ครัวกึ่งแบบลอฟท์สวยงาม ใครจะเชื่อว่าที่แห่งนี้เป็นโกดังเก่านำมารีโนเวทนะจ๊ะ  บอกเลยว่าหากุหลาบสีขาวสักช่อหรือดอกโตแอบเซอร์ไพรส์แฟนด้วย ปลื้มจนยิ้มแก้มปริแน่นอน ดูรีวิวร้าน The Never Ending Summer ได้ที่ http://food.mthai.com/mafia-food/108552.html Zone :  เจริญนคร – คลองสาน – ฝั่งธนฯ – สาทร เวลา : เปิด 11.00 – 23.00 น.

ท่าเต้นสุดฮิต Dab กลายเป็นกระแสของโลกในตอนนี้ไปแล้ว
dab /  dabbin / 

เมื่อคืนที่ผ่านมา(7/2/2016) ถ้าใครได้ดูฟุตบอล เชลซี-แมนยู คงได้เห็นคู่ฟุตบอลสุดมันส์ ซึ่งเชลซีเจ้าบ้านครองเกม เปิดเกมบุกใส่อย่างต่อเนื่อง... ไม่ใส่สิ!! สิ่งที่จะมาพูดถึงในวันนี้คือ ท่าดีใจของ Lingard ที่วิ่งทำท่า dab ประมาณเอามือข้างหนึ่งงอข้อศอกไปข้างหน้า อีกมือยืดมือออกไป ซึ่งท่าดีใจนี้มาจากท่าเต้นของชาวฮิปฮอป เรียกว่า dab หรือ dabbin โดยเจ้าของต้นฉบับนั้นยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าใครเป็นเจ้าของ แต่คาดการณ์ว่าน่าจะเป็น Migos, Skippa Da Flippa, Peewee Longway, และ Rich The Kid ที่นำท่านี่มาใช้ (แหม่เล่นเดาซะ 4 วงกันเลย คล้ายๆ เพลงหนุ่ม..อะไรสักอย่าง พอดังแล้วแสดงตัวเป็นเจ้าของใหญ่เลย) ซึ่งยังไม่เท่านั้น ด้วยเป็นท่าเต้นในวงการ Hiphop สายย่อแบบนี้ วง iKON จากเกาหลี Bobby หนึ่งในสมาชิกวงก็ทำท่านี้ใน MV เพลง WHAT'S WRONG? อีกด้วย (ดูแหละ แป๊บเดียวเลย มองแทบไม่ทัน) โดยไม่ใช่เฉพาะเมื่อคืนเท่านั้นที่ ลินการ์ด นำท่านี้มาใช้ เพราะเจ้าตัวบอกเองว่า เห็นท่านี้มาจาก พอล ป็อกบา นักเตะจากยูเว่ฯ ที่ก็ดีใจทำท่านี้ ตอนที่เขายิงประตูได้ก็คิดไรไม่ออก คิดได้ถึงท่านี้ก็ทำเลียนแบบ ป็อกบา ออกมาเลย ซึ่งท่าดีใจนี้ยังเป็นกระแสดังไปถึงศึก NFL ด้วยนะ เมื่อการแข่งขัน Super Bowl ครั้งที่ 50 ช่วงเช้าที่ผ่านมา Denver Broncos กับ Carolina Panthers (Broncos ชนะไปแล้ว 24-10) Quarterback ของทีม Panthers Cam Newton ก็ทำท่าดีใจนี้มาตลอด แต่ในศึกนัดสุดท้าย กลับไม่ได้มีโอกาสได้ทำท่านี้ เลยกลายเป็นฝั่งของ Broncos ที่ผู้เล่นออกมาทำท่าดีใจนี้กันแทน ซึ่งตอนนี้ถ้าใครอยากจะแอ็คท่าถ่ายรูป ลองเอาท่านี้ไปใช้กันได้ กำลังมายังไม่ตกเทรน แต่จริงๆ ผมเห็นท่านี้มานานแล้วนะในการ์ตูน (แค่คิดเฉยๆ ที่มาไม่ใช่จากการ์ตูนนี้นะจ๊ะ แถมให้ดูขำๆ)