รวมอุบัิติเหตุบนท้องถนน

แนะนำ 10 ย่านช้อปปิ้งในลอนดอน ประเทศอังกฤษ
10 อันดับ /  ที่เที่ยวอังกฤษ / 

ลอนดอนเป็นเมืองที่มีย่านค้าขายและถนนคนเดินแบ่งเป็นหลายเขต ซึ่งแต่ละแห่งก็มีลักษณะเฉพาะของมันเอง คุณจะพบเจอตั้งแต่ของหรูหราในย่านเมย์แฟร์ สินค้าแปลกๆย่าน Covent Garden จนถึงห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่ Westfield ลอนดอนที่ที่คุณสามารถใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง ใช้เวลาช่วงบ่าย หรือทั้งวันการจับจ่ายใช้สอย และนี่คือ 10 แหล่งช้อปปิ้งในลอนดอนที่เราจะพาคุณไป แนะนำ 10 ย่านช้อปปิ้งในลอนดอน ประเทศอังกฤษ 1. Oxford Street ถนนอ็อกซ์ฟอร์ด หัวใจแห่งการช้อปปิ้งในกรุงลอนดอน บนถนนที่จอแจแห่งนี้มีร้านค้ามากกว่า 300 ร้าน ทั้งร้านของดีไซเนอร์และร้านค้าที่เป็นจุดเด่นในย่านนี้ คุณจะเดินมุ่งไปที่ห้าง Selfridges ในตำนานซึ่งเต็มไปด้วยร้านค้าชื่อดังมากมายเช่น John Lewis และ Debenhams ร้านที่มีสาขากระจายอยู่มากมายบนถนนเส้นนี้ ถ้าคุณเกลียดการเดินเบียดเสียดท่ามกลางฝูงชนแล้วละก็ หลบเข้ามาที่ถนน St Christopher’s และทิ้งความวุ่นวายไว้เบื้องหลัง และบนถนน Berwick ที่คุณจะพบกับร้านอาหารอร่อยๆหลากหลายมากมาย สถานีรถไฟใต้ดินที่ใกล้ที่สุด Oxford Circus, Bond Street or Tottenham Court Road. 2. Regent Street and Jermyn Street บนถนนช้อปปิ้งที่แสนจะอลังการและน่าประทับใจ ที่ Regent Street แห่งนี้เต็มไปด้วยสินค้าแฟชั่นราคากลางๆ ขนานไปกับร้านค้าชื่อดังและเก่าแก่ที่สุดในเมืองซึ่งรวมไปถึง Hamleys (ร้านขายของเล่นเด็ก) Liberty (แฟชั่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ ชายหญิง) และ Apple Store ใกล้ๆ กันนั้นก็มีถนน Jermyn ที่เก่าแก่ซึ่งถูกทำให้มีชื่อเสียงจากเสื้อผ้าผู้ชายที่มีสไตล์คงตามแบบฉบับอังกฤษดั้งเดิม นอกจากนี้ถนน Jermyn ยังเป็นที่รู้จักดีในเรื่องของร้านสั่งตัดเสื้อเช่น Benson & Clegg และร้านรองเท้ามากมายรวมไปถึงร้าน John Lobb อีกด้วย สถานีรถไฟใต้ดินที่ใกล้ที่สุด Picaadilly Circus หรือ Oxford Circus 3. Bond Street และ Mayfair ถ้าหากคุณต้องการผลาญเงินและต้องการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยไปกับเสื้อผ้าจากดีไซเนอร์แบรนด์ดัง หรือร้านที่ดูหรูหราแล้วละก็ที่ Bond Street และ Mayfair แห่งนี้เป็นที่ในอุดมคติสำหรับผู้ที่รักการช้อปปิ้งเพื่อบำบัดความเครียด ที่นี่เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่แสนพิเศษที่สุดของลอนดอน บ้านเกิดของสินค้าชื่อดังทั้งหลาย เช่น Burberry, Louis Vuitton and Tiffany & Co. สถานรถไฟใต้ดิน Bond Street หรือ Piccadilly Circus 4. Westfield London ตั้งอยู่ที่เมืองWestfield Stratford ทางตะวันออกของลอนดอน มากกว่าความเป็นศูนย์กลางการช้อปปิ้ง Westfield London ยังเป็นนวัตกรรมใหม่ของสถานที่สำหรับช้อปปิ้ง กิน และพบปะ ภายในช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปแห่งนี้ คุณจะได้พบกับสินค้าแบรนด์เนมยอดนิยม เช่น Debenhams, Next, Marks & Spencer และ House of Fraser และมากกว่า 275 แบรนด์สินค้าหรูระดับพรีเมี่ยมและไฮสตรีท ตั้งเรียงอยู่ในตู้โชว์ทั้ง Louis Vuitton, Jimmy Choo, All Saints และ Ted Baker นอกจากนี้ภายในยังมีโรงภาพยนตร์ ยิม บาร์และร้านอาหารมากมายรวมอยู่ครบภายในที่เดียว ถ้าหากคุณเป็นขาช้อปต้องไม่พลาดที่นี่ สถานีรถไฟใต้ดิน White City หรือ Shepherds Bush 5. Carnaby Street บ้านเกิดของแฟชั่นและการปฏิวัติด้านวัฒนธรรมในช่วงยุค 60 ถนน Carnaby และถนนรอบๆอื่นๆอีก 13 สาย ตั้งอยู่ห่างจากสถานี Oxford Circus และ Piccadilly Circus เพียง 2 นาที ประกอบด้วยสินค้ากว่า 150 แบรนด์ ร้านอาหารและบาร์มากกว่า 50 ร้าน ก้าวลอดซุ้มประตูที่เป็นสัญลักษณ์ของถนนเส้นนี้ คุณจะพบกับร้านค้ามากมายหลายแบบ ผสมผสานกันอย่างน่าสนใจ ทั้งร้านบูติก แบรนด์ที่เป็นมรดกตกทอด และแบรนด์ใหม่ของเหล่าดีไซเนอร์ และยังมี ร้านอาหาร บาร์ คาเฟ่ และ ผับอังกฤษสุดเจ๋งที่เสริ์ฟเบียร์แท้ที่มีประวัติยาวนาน ให้เป็นตัวเลือกมากมาย และอย่าพลาดที่จะไปเยือนที่ Kingly Court อยู่ใกล้ๆกัน สถานีรถไฟใต้ดิน Oxford Circus or Piccadilly Circus 6. Convent Garden ถ้าหากคุณอยากช้อปสินค้าฮิปๆ หาของขวัญที่ไม่ซ้ำแบบ ของหวานหายาก หรือ เครื่องประดับทำมือที่มีเพียงชิ้นเดียวที่ Convent Garden เป็นที่ที่ดีที่สุดที่จะไปสำรวจ คุณสามารถซื้อเสื้อผ้าทั่วไปแบบล่าสุด เครื่องสำอางแนวฟังกี้ และรองเท้าที่ถนน Neal พบกับสินค้าหัตถกรรมและงานศิลปะจากจินตนาการ หรือจะแค่เดินดูสินค้าในตู้กระจกรอบๆร้าน อย่าพลาด แวะที่ถนน Floral, ถนน Monmouth, St Martin’s Courtyard, Short Gardens Seben Dials และ Neal’s Yard สำหรับสัมผัสรสนิยมที่แท้จริงของย่านช้อปปิ้งที่โดดเด่นที่สุดของลอนดอน สถานีรถไฟใต้ดิน Covent Garden or Leicester Square 7. King’s Road การช้อปปิ้งคือความน่าหลงใหลหลักของ King’s Roadแห่งนี้ ที่นี่คุณจะพบกับการผสมผสานระหว่าง สินค้าบูติคอินเทรนด์ สินค้ายี่ห้อที่มีเพียงหนึ่งเดียว ร้านดีไซเนอร์ และสินค้า ไฮสตรีทที่เป็นสินค้าหลัก และยังมีคาเฟ่และร้านกินดื่มสองฝั่งถนนแห่งนี้ ที่นี่ยังเป็นที่ที่ยอดเยี่ยมสำหรับจุดประกายการออกแบบตกแต่งภายใน ร่วมกับ Peter Jones, Heal’s และ Cart Kidston ที่ต่างแข่งขันกันเพื่อดึงดูดความสนใจ ทำให้แน่ใจว่าคุณได้ก้าวออกจากร้านที่เป็นต้นกำเนิดของแนวพั้งค์ในยุค 70 , Vivienne Westwood และ ขุมทรัพย์ของโบราณที่ตลาด Chelsea Antiques สถานีรถไฟใต้ดินที่ใกล้ที่สุด Sloane Square 8. Knightsbridge ผู้เยี่ยมชมจากทั่วโลกต่างแห่กันมาที่ Knightsbridge และถนน Brompton เพื่อเยี่ยมชมร้านค้าที่เลื่องชื่อและห้างสรรพสินค้า ที่นึคือที่ที่ต้องไปถ้าคุณกำลังมองหาแบรนด์หรูหรา และเทรนด์ใหม่ล่าสุดจากเวทีแฟชั่น ที่รู้จักกันดีก็คือห้าง Harrods และ Harvey Nichols นอกจากนี้คุณก็จะได้พบกับดีไซเนอร์เจ้าของแฟชั่นดังบนถนน Sloane และยังมี สาขาของ Topshop อยู่ฝั่งตรงข้ามของ ห้าง Harrods ด้วย สถานีรถไฟใต้ดินที่ใกล้ที่สุด Knightsbridge 7. Savile Row มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั่วโลกในฐานะที่เป็นบ้านของช่างตัดสูทชาวอังกฤษ Savile Row เป็นที่ที่ควรจะมาถ้าคุณต้องการสูทที่ตัดเย็บด้วยมือ ในแบบแฟชั่นสมัยเก่า ให้เครดิตกับการประดิษฐ์ชุดทักซิโด้ Henry Poole & Co ที่ยังคงตัดเสื้อผ้าให้กับ No 15 และเช่นกันกับร้านสูท Savile Row แห่งแรก ร้านสูทชื่อดังอื่นๆก็ยังมี Gieves & Hawkes, H Huntsman & Sons และ Ozwald Boateng ที่หัวมุมของย่านทองของร้านสูทนี้คุณก็ยังได้พบกับร้านเรือธงอย่าง Abercrombie & Fitch storeอีกด้วย สถานีรถไฟใต้ดินใกล้เคียง Bond Street หรือ Piccadilly Circus 8. Notting Hill ต้องขอขอบคุณภาพยนตร์เรื่อง Notting Hill ที่ทำให้ย่านนี้กลายเป็นย่านที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ที่ Notting Hill นี้เสนอร้านค้ายูนิคทอดยาวมากมาย ขายเสื้อผ้าสไตล์แปลกๆและแนววินเทจ ของเก่าหายาก ของขวัญแหวกแนว หนังสือ และอาหารเพื่อสุขภาพ และยังมีตลาด Portobello Road ที่ไม่ควรพลาดด้วยระยะทางกว่า 1.6 กม. ที่เต็มไปด้วยร้านค้าแผงลอยหลากหลายไม่ซ้ำกัน ใกล้ๆกันนี้ยังมี Westbourne Grove ที่มีสินค้าระดับ ไฮเอนด์ ให้เลือกซื้อ พร้อมกับร้านค้าดีไซเนอร์ แทรกอยู่เป็นจุดๆระหว่างร้านสไตล์โบฮีเมี่ยน คาเฟ่ฮิปๆ และ อาร์ตแกลลอรี่ สถานีรถไฟใกล้เคียง Notting Hill Gate, Ladbroke Grove หรือ Westbourne Park 9. Canary Wharf จัตุรัส Canada ตั้งอยู่ที่ London’s Docklands เป็นบ้านของธุรกิจชั้นนำของลอนดอนมากมาย แต่มันก็ยังเป็นช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย ที่จัตุรัส Canada เต็มไปด้วยร้านค้ากว่า 200 ร้านที่ดูเล็กๆแต่ทันสมัย เปิดให้บริการทุกวัน ร้านค้าส่วนใหญ่ล้วนเป็นสาขาของไฮสตรีทแบรนด์ ที่ผ่านการเลือกสรรมาอย่างดีจากร้านดีไซเนอร์ มองหาร้านชื่อดังอย่าง Oasis, Zara, ชุดชั้นใน Myla และช็อปน้ำหอม Jo Malone ถ้าคุณสามารถหลีกเลี่ยงช่วงเวลาพักกลางวันเร่งด่วนในสัปดาห์ได้แล้วละก็ ที่นี่ก็เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่เหมาะกับการช้อปปิ้ง สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินใกล้เคียง Canary Wharf 10. Boxpark ตั้งอยู่ใจกลางของลอนดอนตะวันออก Boxpark Shoreditch ป๊อบอัพมอลล์แห่งแรกของโลก เปิดในปี 2011 โดย CEO Roger Wade มอลล์นี้จะเปิดให้บริการในอีกสี่ปีข้างหน้า สร้างมาจากตู้คอนเทนเนอร์เปลือยเปล่า Boxpark เต็มไปด้วยการรวมตัวของร้านค้าแฟชั่น และสินค้าตามไลฟ์สไตล์ แกลลอรี่ คาเฟ่ และร้านอาหาร สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินใกล้เคียง Old Street และ Liverpool Street ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.in1guide.com/ ติดตามแนะนำการท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้ที่ www.in1guide.com

10 ของฝากยอดฮิตจาก มอเตอร์เวย์ ที่ไม่ว่าใครก็ต้องซื้อ
ขนม /  ของกิน / 

อาทิตย์นี้ FoodMThai มีแพลนจะไปเที่ยวแถบใกล้ๆกทม ซักหน่อยแต่สายกินอย่างเราๆ จะไปเที่ยวอย่างเดียวมันก็ดูจะกร่อย ถ้าไม่มีอะไรติดรถไว้กินเพื่อความบันเทิงและเพิ่มอรรถรสในการเดินทาง วันนี้เราเลยจะขอแนะนำ 10 ของฝากยอดฮิตจากจุดพักรถ มอเตอร์เวย์ ที่ไม่ว่าใครก็ต้องซื้อ เป็นยังไงแค่ฟังก็ดูน่า อร่อย และ น่าสนใจแล้วใช่ไหมล่ะ ไม่ว่าจะซื้อฝาก หรือฝากซื้อ หรือซื้อกินเองระหว่างเดินทางก็จะรอช้าอยู่ทำไม เอารถไปจอดที่จุดพักรถ มอเตอร์เวย์ แล้วตามมาเลยสิครับ 10 ของกินยอดฮิต ซื้อฝากก็ได้ ซื้อกินเองก็ดี๊ดี @ จุดพักรถ มอเตอร์เวย์ ลงจากรถมาเรียบร้อยแล้ว ที่จุดพักรถ มอเตอร์เวย์ ก็ร้านค้า เรียงแถวยาวเหยียด ให้เลือกช้อปกันอย่างจุใจ เริ่มตาลายจะเริ่มจากอะไรก่อนดี เดินดูไปเรื่อย ๆ ก่อนแล้วกัน จุดพักรถ มอเตอร์เวย์ (กรุงเทพฯ-ชลบุรี) ก็มาไม่ยากเลยครับ ถ้าใครแพลนไปเที่ยวใกล้ๆกทม แถบทาง ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ถ้าขับมาจากกรุงเทพฯ ให้สังเกตว่า ข้ามแม่น้ำบางปะกง เมื่อไหร่ ก็เตรียมชิดซ้ายได้เลย มีป้ายบอกเห็นได้อย่างชัดเจน เดินเล่นมาซักพัก ท้องก็เริ่มหิวแล้ว ต้องหาอะไรติดไม้ติดมือ ขึ้นรถ แล้วแหละ 1. ข้าวหลาม หนองมน เมื่อลงรถมาถึงร้านแล้ว เหมือนเป็น Signatrue ของ จุดพักรถ มอเตอร์เวย์ สิ่งแรกที่เห็นเลยคือ ข้าวหลาม มีเยอะมาก แทบจะทุกร้านเดินไปทางไหนก็เจอแต่ข้าวหลาม ไม่ซื้อติดมือกลับมาคงไม่ได้ เดินชิมได้ทุกร้าน ถูกใจร้านไหนก็ซื้อร้านนั้นได้เลยครับ เดินชิมไปชิมมา แป๊บเดียว มาอยู่ในมือเรียบร้อย 1 ถุง 2. ขนมจาก  มีข้าวหลามแล้วถ้าไม่มี ขนมจาก ติดมือกลับบ้านแล้ว ก็เหมือนมาไม่ถึง จุดพักรถ มอเตอร์เวย์ ขนมจากหอม ๆ ย่างใหม่ๆ มีให้เลือชิมเยอะพอพอกับ ข้าวหลามเลยครับ เหมือนเดิม ถูกใจร้านไหนก็จัดเลย เหนียว นุ่ม หอมอร่อย กินแล้วเพลินมากๆ แป๊บๆหมดถุงแน่นอน 3. หอยดอง แค่เห็นก็น้ำลายสอแล้ว กับ หอยดอง เดินผ่านกี่ร้านๆ ก็ต้องเหลียว เมนูอร่อยๆ ผุดขึ้นมาในหัวเพียบ ใครชอบหอยดองก็ไม่ควรพลาดเลยครับ ว่าแล้วก็ต้องซื้อซะหน่อยครับ 4. หอยจ๊อ  หอยจ๊อ เป็น อีกหนึ่งเมนูที่ต้องไม่พลาดเลยครับ ไม่ว่าจะนึ่ง จะทอด จะเอาไปยำ ก็แซ่บแน่นอน เนื้อปูแน่นๆ อัดมาเต็มๆ หวาน อร่อย แน่นอน เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ผ่านไปเมื่อไหร่ก็มีต้องติดมือกลับบ้านครับ 5. ปลาเค็ม  ใครชอบปลาเค็ม ก็มีให้เลือกซื้อเยอะครับ จะซื้อฝาก ญาติ ฝากเพื่อนบ้าน ก็โอเค หรือจะซื้อมาเก็บไว้ทำอาหารกินเองที่บ้านก็อร่อย ใครชอบทานปลาเค็มก็เลือกซื้อเลือกหา ติดมือกลับบ้านได้เลยครับ 6. วุ้นเป็ด  น้องใหม่ที่กำลังมาแรง กับขนมน่ารักๆ รูปเป็ด จะเป็นอะไรไม่ได้นอกจาก วุ้นเป็ด ที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในตอนนี้ ก็สามารถซื้อได้ที่ จุดพักรถมอเตอร์เวย์ได้แล้ว น่ารัก สวยงาม แถมยังรสชาติอร่อยขนาดนี้ จะซื้อกินเองก็ดี ซื้อฝากก็ได้ใจแน่นอนครับ 7. ปลาหมึกแห้ง  ส่วนใครชอบของแห้ง ปลาหมึกแห้ง กุ้งแห้ง ปลาแห้ง ต่าง ๆ ก็มีให้เลือกเพียบ ชอปปิ้งกันเพลินแน่นอน มีให้เลือกชิมทุกร้าน ร้านไหนอร่อย ร้านไหนถูกใจ ค่อยเอาไป 8. น้ำพริกไข่ปู น้ำพริกไข่ปู อันนี้ใครชอบทานน้ำพริกต้องห้ามพลาดเด็ดขาด น้ำพริกหอมๆ รสชาติกลมกล่อม อร่อยกำลังดี มีส่วนผสมของ เนื้อปู ไข่ปู กินกับข้าว สวยร้อนๆ อร่อยมากแนะนำเลยครับ เป็นอีก 1 อย่างที่ต้องมีติดรถกลับบ้าน 9. ขนมหม้อแกง ขนมหม้อแกง อร่อย ๆ ก็เป็นของฝากชั้นดี อีกอย่าง ที่ไม่น่าพลาดเมือมาถึง จุดพักรถ ขนมหม้อแกงหอมๆ หวานๆ ตักกิน แล้วหยุดไม่ได้ รับรอง หมดก่อนถึงบ้านแน่นอน เป็นอีกหนึ่งของฝาก ที่น่าซื้อจาก จุดพักรถ มอเตอร์เวย์ 10 ขนมโบราณ ย้อนยุค และ ทุเรียนทอด  สุดท้ายกับ ของติดมือเบาๆ ขนมหลากสีสัน ซึ่งเป็นขนมโบราณที่บางอย่างก็หากินยาก แต่ยังมีขายอยู่ที่นี่ สีสันสวยงาม สะดุดตา กับทุเรียนทอด ของฝากอีกอย่างที่ไม่ควรพลาด ความมันกรอบ อร่อย เคี้ยวเพลิน จนหยุดไม่ได้ จะซื้อฝากเด็กๆ หรือจะซื้อฝากเพื่อน ๆ ก็ได้ รับรอง ฟินกันทั้งแก๊งค์ รับรองว่าหลายคน หอบหิ้วของขึ้นรถกันไม่หวาดไม่ไหว หันไปเจออะไรก็น่าซื้อน่ากินไปหมดใช่ไหมครับ จัดเต็มไปเลยครับ ไม่ต้องกั๊ก จะซื้อกินเองก็อร่อย  ซื้อฝาก ก็ได้รอยยิ้ม ของไทยทำเอง อุดหนุนคนไทยเงินไม่ไปไหนแน่นอน สำหรับวันนี้ก็ต้องขอตัวเดินทางต่อแล้วครับ จุดหมายอีกไกล ตอนนี้มีขนมเต็มรถแล้ว อุ่นใจขึ้นเยอะ ขับไปเคี้ยวไปเพลินแน่นอน สำหรับวันนี้ต้องลากันไปก่อนนะครับ แล้วจะเที่ยวเผื่อสวัสดีครับ ขอบคุณรูปภาพ จาก  : https://www.facebook.com/supha.khaolarm                                  http://roileela.amawebs.com                                  http://www.hamanan.com/tour/chonburi/klnm.html                                  https://www.facebook.com/แม่บุญสมเสาแดง-อาหารทะเลแห้งขนมของฝาก-ตลาดหนองมน-720280504654095/

24 เรื่องจริงที่จะทำให้คุณมองโลกใบนี้ซะใหม่
ความรู้รอบโลก /  เกร็ดความรู้ / 

โลกของเรานั้นมีสิ่งที่เหลือเชื่อ - เรื่องแปลกที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวในประวัติศาสตร์, สัตว์โลกล้านปี รวมถึงโลกของเรา เป็นต้น วันนี้ทีนเอ็มไทยนำเรื่องราวน่าสนใจมาฝากเพื่อนๆ กันอีกแล้ว คราวนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ 24 เรื่องจริงที่จะทำให้คุณมองโลกใบนี้ซะใหม่ รับรองว่าถ้าได้รู้กันแล้ว จะต้องบอกเป็นเสียงเดียวกันแน่ๆ ว่า สุดยอด ^^ 24 เรื่องจริงที่จะทำให้คุณมองโลกใบนี้ซะใหม่  1. Internet มีน้ำหนักเท่าลูกสตรอเบอร์รี่ ถึงแม้มันจะเป็นข้อมูลบนโลกออนไลน์ แต่มันก็เป็นสสาร ซึ่งอิเล็กตรอนทั้งหมดที่รวมกันเป็นอินเทอร์เน็ตนั้นมีน้ำหนักรวม 50 กรัมหรือเท่ากับสตรอเบอร์รี่ 1 ลูกนั่นเอง 2. สิ่งมีชีวิตทุกอย่างที่มีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบ สร้างขึ้นมาจากดวงดาว 4,500 ล้านปีก่อน สิ่งมีชีวิตถือกำเนิดขึ้นจากการระเบิดครั้งยิ่งใหญ่ของดวงดาว และเราคือหนึ่งในนั้นด้วย 3. ประชากร “มด” ทุกตัวบนโลกรวมกัน หนักเท่ากับ ประชากรมนุษย์ทุกคนรวมกัน มีมดกว่า 10,000 ชนิด และจำนวนของมดก็มากกว่ามนุษย์ 1,000,000 เท่า แต่พอรวมน้ำหนักแล้ว เท่ากันเลย! 4. สถานที่ที่แห้งที่สุดในโลกอยู่ที่ Antarctica dryvalleys ที่นี่ชื่อว่า Dry Valleys ไม่มีฝนตกลงมาที่นี่กว่า 2 ล้านปีแล้ว! 5. ทางช้างเผือกมีดาวคล้ายๆ โลกกว่า 2 พันล้านดวง นอกจากนี้ 1 ใน 37-70 ดวง ที่คล้ายดวงอาทิตย์ แน่นอนว่ามันต้องมีดาวเคราะห์ที่คล้ายๆ โลก และมีระบบนิเวศน์ที่อยู่ได้ อยู่ที่ไหนซักแห่งแน่ๆ 6. ทองคำบนโลกมาจากดวงดาวนอกโลกที่ตกลงมา แน่นอนว่า มันไม่เกิดมาพร้อมกับโลก เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นมันคงหลอมละลายไปหมดตอนโลกเกิด ที่เป็นไปได้มากสุดจึงเป็นฝนดาวตกที่ตกลงมาตั้งแต่ 4 พันล้านปีก่อนนั่นเอง 7. มีบางส่วนของแคนาดาที่มีค่าแรงโน้มถ่วงต่ำกว่าที่อื่นๆ มันเป็นเรื่องจริงที่พิสูจน์แล้วทางวิทยาศาสตร์ที่มีส่วนหนึ่งของแคนาดาที่มีแรงโน้มถ่วงต่ำกว่าปกติ 8. โลกเคยมีดวงจันทร์ 2 ดวง แต่ก่อนมีดวงจันทร์ 2 ดวงจริง แต่การชนกัน ทำให้หายไป 1 ดวง 9. โลกมีความหนาแน่นที่สุดในหมู่ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ ยิ่งหากออกไปจากดวงอาทิตย์ ก็เริ่มเป็นแก๊สทั้งหมด ในขณะที่อันที่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าโลก กเป็นหินซะส่วนมาก ทำให้โลกมีความหนาแน่นมากที่สุด 10. มีมวลน้ำก้อนมหึมาในอวกาศที่เติมลงในมหาสมุทรในโลกในทั้งหมด มีมวลน้ำอยู่ในก้อนเมฆรอบๆ หลุมดำ ที่มีปริมาตรมากกว่าน้ำบนโลกทั้งหมดรวมกัน 20,000 เท่า 11. ดวงตาของนกสามารถมองเห็นสนามแม่เหล็กโลกได้ ในดวงตาและสมองของนกมีโมเลกุลพิเศษที่ทำให้มันสามารถมองเห็นและวางแผนการบินของมันจากสนามแม่เหล็กโลกได้ 12. ถ้าหลุมดำมาแทนที่ดวงอาทิตย์ โลกและดาวเคราะห์จะไม่ถูกดูดเข้าไป NASA บอกว่า หลุมดำจะไม่ดูดทุกอย่างเข้าไป เพียงแค่จะทำให้อุณหภูมิของโลกลดฮวบลงเท่านั้น ถ้ามันมาแทนดวงอาทิตย์ แต่จะไม่กลืนกินทุกอย่างเข้าไป 13. หลุมดำเล็กๆ บนอวกาศ ขนาดพอๆ กับอะตอมที่เคลื่อนผ่านโลกในทุกๆ วัน และเหมือนกับหลุมดำขนาดใหญ่ ที่มันก็ไม่ดูดอะไรเช่นกัน เพียงแค่ จะจับอะตอมเหล่านั้น และมันจะมุนรอบหลุมดำเท่านั้นเอง 14. จริงๆ แล้วในทางเทคนิค โลกยังอยู่ใน Ice Age หรือยุคน้ำแข็ง เพราะจริงๆ แล้วนิยามของคำว่า Ice Age คือ การที่โลกมีความเย็นมากพอที่จะทำให้แผ่นน้ำแข็งยังคงตัวอยู่ได้ อย่างเช่นแผ่นน้ำแข็งที่ Greenland และแอนตาร์กติกา 15. 1 ในทุกๆผู้ชาย 200 คนบนโลกมีสายเลือดของ เจง กิสข่าน! นักประวัติศาสตร์ยกย่องให้ เจงกิสข่าน คือ ผู้ชายที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งที่เคยเกิดขึ้นบนโลก ซึ่งนั่นรวมถึงความจริงที่ว่าเขาเคยมีอะไรกับผู้หญิงมากที่สุดเพื่อแพร่ขยายเผ่าพันธุ์อีกด้วย! 16. สิ่งมีชีวิตที่ใหญ่ที่สุดในโลกคือเห็ด เห็ดที่ใหญ่ที่สุดในโลกกินพื้นที่มากถึง 2,200 เอเคอร์ 17. สิ่งที่พบมากในทะเลทรายคือ “หิน” และกรวด ไม่ใช่ทราย ภาพที่เราเห็นมักเป็นภาพทะเลทรายกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา แต่จริงๆ แล้ว ทะเลทราย คือ หินและกรวดเป็นส่วนมาก ที่ล้อมรอบด้วยทรายเท่านั้น 18. โลก ไม่ได้กลมเลยซะทีเดียว แต่มีความเป็นวงรีนิดๆ Isaac Newton ค้นพบว่า โลกไม่ได้กลมเลยซะทีเดียว แต่รีขึ้นตรงขั้วโลก และเส้นศูนย์สูตรที่บานออกเล็กน้อย 19. น้ำทุกหยดบนโลกมีอายุ 4,300 ล้านปี เพราะน้ำทุกหยดบนโลกไม่สามารถถูกทำลายไปได้ มันจึงถูกเปลี่ยนรูป รีไซเคิลซ้ำไปซ้ำมา มีอายุร่วม 4.3 พันล้านปีแล้ว! 20. 99% ของสิ่งมีชีวิตอยู่ใต้ท้องทะเล มหาสมุทรใหญ่กว่าที่เราคิด เพราะมันเป็นที่อาศัยของสิ่งมีชีวิตกว่า 99% บนโลก 21. ยังมีองค์กรในปัจจุบันที่เชื่อว่าโลกแบน องค์กรนี้ชื่อว่า Flat Earth Society ที่ยังเชื่อว่าโลกแบนทั้งๆ ที่มีข้อมูล และข้อพิสูจน์มากมายก็ตาม 22. Helium ถูกพบครั้งแรกในสเปคตรัมของดวงอาทิตย์ Helium ถูกค้นพบในปี 1868 จากนักดาราศาสตร์ชาวฝรั่งเศสที่ศึกษาสุริยุปราคา จนพบธาตุตัวนี้เข้า! 23. The Great Lakes มีปริมาณน้ำคิดเป็น 21% ของน้ำจืดบนโลก ตอนแรก The Great Lakes คือผืนผิวน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุด จนกระทั่งถึงวันที่น้ำแข็งเริ่มละลายนั่นเอง 24. เพียง 1 ช้อนชาของดาวนิวตรอน หนักมากกว่า 1,000 ล้านตันบนโลก ดาวดวงนี้มีมวล 1.4 เท่าของดวงอาทิตย์ เพราะฉะนั้นพอมาอยู่บนโลก จะหนักขึ้นมากเลยทีเดียว! H/T: Distractify, www.kiitdoo.com

ทำไมผู้หญิงถึงชอบ ดูดวง มากกว่าผู้ชาย หาคำตอบ?
ความเชื่อ /  ดูดวง / 

ดูดวง เป็นเรื่องของผู้หญิง จริงหรือ ? การดูดวง เป็นศาสตร์อย่างหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ไม่เฉพาะที่ประเทศไทยเท่านั้น ในต่างประเทศก็มีการ ดูดวง และมีศาสตร์ต่างๆที่มาจากต่างประเทศมากมาย เช่น การดูลักษณะโหงวเฮ้ง จากซินแสชาวจีน การดูไพ่ยิปซี ที่สันนิษฐานว่ามากจากอียิปต์อพยพ การดูไพ่ทาโร่ จากคำภีร์โบราณของชาวยิว และศาสตร์อื่นๆอีกมากมายที่หมอดูหลายท่าน คิดค้นขึ้นมาจนเป็นที่รู้จักของคนในสังคม และน่าแปลกที่ศาสตร์เหล่านี้มีความแม่นยำจะแทบไม่อยากเชื่อ พฤติกรรมการดูดวงนั้น แตกต่างกันออกไปตามความเชื่อและประสบการณ์ของแต่ละคน บางคนก็เชื่อ บางคนก็มองว่าเป็นเรื่องงมงาย อันนี้แม่หมอเข้าใจและไม่ปิดกั้นความเห็นต่างตรงนี้ เมื่อย้อนกลับมาที่คำถามกระทู้ว่า แล้วเหตุใดผู้หญิงถึงชอบ ดูดวง มากกว่าผู้ชาย ? แม่บอกได้เลยว่า ตามหลักจิตวิทยาแล้ว มนุษย์ส่วนใหญ่อยากรู้เรื่องของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นนิสัยใจคอ หน้าที่การงาน การเงิน ความรัก หรือดวงในอนาคตที่ยังไม่เกิด เมื่อมีบุคคลที่บอกว่าสามารถทำนายเรื่องเหล่านี้ตามที่เราต้องการได้ มีหรือที่เราจะพลาด ? จึงทำให้เกิดอาชีพหมอดูขึ้นมา และลูกค้าส่วนใหญ่ของหมอดูนั้น จะเป็นผู้หญิงซะเกินครึ่ง ถามว่าแล้วผู้ชายไม่ดูดวงหรอ ? ผู้ชายก็ดูดวงค่ะ แต่การแสดงออกถึงความเชื่อนั้นก็จะไม่เหมือนกับผู้หญิง อาจจะมีการอ่านตามนิตสารหรือเว็บไซต์บ้าง อาจจะไม่ได้เจาะจงตั้งใจเพื่อเข้าไปดูดวง แต่เมื่อเห็นเนื้อหาเหล่านี้ก็จะกดเข้าไปดู และไม่ได้มีการนำเอามาพูดคุยหารือกับเพื่อนแบบที่ผู้หญิงเป็น จึงกลายเป็นว่าผู้ชายดูเหมือนจะไม่ค่อยชอบดูดวง หลายคนบอกว่าหมอดูคู่กับหมอเดา แม่หมอขออธิบายให้ทราบว่า โหราศาสตร์นั้น มีมานานมาหลายร้อยหรืออาจจะหลายพันปี เป็นการรวบรวมสถิติจากพฤติกรรมมนุษย์ ถ้าในปัจจุบันอาจจะเรียกว่าตามหลักจิตวิทยา เพราะข้อมูลที่จะนำมาบอกได้ว่าคนเกิดราศีนี้ เดือนนี้ จะมีนิสัยเป็นอย่างไร ชอบหรือไม่ชอบอะไรบ้าง ล้วนแล้วแต่เกิดจากการสะสมทางสถิติทั้งนั้น บางศาสตร์มีการร่ำเรียนกันอย่างจริงจัง และไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถดูดวงได้ แน่นอนว่าการที่คนเรามีความเชื่อในเรื่องแบบนี้จนได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ก็จะไม่พ้นเรื่องของมิจฉาชีพ นักต้มตุ๋น ที่มักจะมาหากินกับความเชื่อคน ต้องระวังให้มาก อย่าให้ถึงกับเรียกว่างมงายจนต้องเสียเงินเสียทองกันจะหมดตัวเลยนะคะ เอาแค่เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตจะดีกว่า ถึงจะเรียกว่าดูดวงเป็น อย่างสร้างสรรค์ เรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

ณ ช่องเขาขาด ร่องรอยประวัติศาสตร์ และธรรมชาติที่แสนสงบ
ช่องเขาขาด /  พิพิธภัณฑ์ / 

“ช่องเขาขาด” หรือ “ช่องไฟนรก” ฟังแล้วดูน่ากลัวเพราะมีความจริงซ่อนอยู่ในอดีตที่ผ่านมา ตอนนี้สร้างเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งความทรงจำ ตั้งอยู่บริเวณ กม. 64–65 บนทางหลวง 323 สายกาญจนบุรี-ไทรโยค-ทองผาภูมิ จากแต่เดิมเคยเป็นพื้นที่ที่เหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัว ปัจจุบันที่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลภาพถ่าย ข้าวของเครื่องใช้ระหว่างการสร้างทางรถไฟสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยรัฐบาลออสเตรเลีย ได้จัดตั้งพิพิธภัณฑ์ขึ้นได้อย่างเป็นระเบียบสวยงาม ณ ช่องเขาขาด ร่องรอยประวัติศาสตร์ และธรรมชาติที่แสนสงบ ภายในบริเวณมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติไปยังช่องเขาขาด ซึ่งเป็นสวนหนึ่งของทางรถไฟสายมรณะที่เชลยศึกในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ตัดเจาะภูเขาหินด้วยมือปราศจากเครื่องมืออันทันสมัย ให้เป็นช่องสำหรับสร้างทางรถไฟไทย-พม่า (เส้นทางรถไฟสายมรณะ) ปัจจุบันยังมีร่องรอยของทางรถไฟปรากฏอยู่ของเส้นทางรถไฟ ประวัติการขุดเจาะช่องเขาขาดเริ่มในเดือนเมษายนปี พ.ศ. 2486 ปรากฏว่างานล่าช้ากว่ากำหนดจึงมีช่วงที่เร่งงานซึ่งเชลยศึกออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ทั้งหลายที่ถูกจับมาเป็นแรงงาน ต่างก็ต้องทำงานข้ามวันข้ามคืน ใช้แรงคนในการสกัดภูเขาด้วยมือ ซึ่งเป็นการทำงานที่ทารุณยิ่ง เนื่องจากต้องปีนลงไปสกัดในช่องเขาซึ่งบางช่วงสูงถึง 11 เมตร จนแทบไม่มีอากาศหายใจทั้งยังต้องทำงานท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าวในช่วงเดือนมีนาคม คำบอกเล่าจากอดีตเชลยศึกท่านหนึ่ง ที่บังเอิญได้พบในวันรำลึกเหตุการณ์ ทำให้รู้สึกหดหู่ใจ เพราะการใช้แรงงานเชลยศึกในครานั้น ตกอยู่ในภาวะขาดแคลนน้ำและอาหาร เมื่อเจ็บป่วยแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ก็ไม่เพียงพอต่อการพยาบาล ต้องดูแลกันตามมีตามเกิด มีทั้งเชลยที่ล้มป่วย และมีทั้งเชลยที่ต้องเสียชีวิตลง ภาพของเชลยศึกและกรรมกรที่ช่องเขาขาดต้องทำงานตอนกลางคืนด้วยแสงไฟจากคบ เพลิงและกองเพลิงทำให้ สะท้อนให้เห็นเงาของเชลยศึกและผู้คุมวูบวาบบนผนัง ทำให้ที่นี่ได้รับการขนาน นามว่า… “ช่องไฟนรก” กระนั้นแล้ว ที่นี่ก็เป็นที่ที่คนแวะมาเยือน รำลึกประวัติศาสตร์อยู่เป็นนิจ… จากผลการโหวตของนักท่องเที่ยว “นับล้านคน” จากทั่วโลก พิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาดได้คะแนนมากเป็นอันดับ 4 ในย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาจจะด้วยเพราะพิพิธภัณฑ์นี้จัดไว้อย่างเป็นระเบียบสวยงาม ภายในบริเวณมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติไปยังช่องเขาขาด ทำให้ตรึงใจนักท่องเที่ยวได้มหาศาล ธรรมชาติที่ปกคลุมเต็มสองข้างของช่องเขา ทำให้พื้นที่ศึกษาประวัติศาสตร์แห่งนี้ร่มรื่น และทำให้คนได้เดินชมประวัติศาสตร์แบบแอบอิงธรรมชาติ อย่างเย็นสบาย มีเรื่องราว ข้าวของเครื่องใช้ในสมัยที่มีการสร้างทางรถไฟ แสดงเป็นหลักฐานให้คนได้ย้อนรำลึกถึงประวัติศาสตร์ได้อย่างชัดเจน ซึ่งแน่นอนว่าใครที่ยังไม่เคยมา เราแนะนำว่า ครั้งหนึ่งท่านต้องมาให้ได้ ในทุกวันที่ 25 เมษายนของทุกปี จะมีชาวต่างชาติ และคนไทยมากหน้าหลายตาเดินทางมาร่วมพิธีวันรำลึกถึงเชลยศึก ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ซึ่งเรียกว่าวัน ANSAC DAY ซึ่งอาจเป็นบรรดาญาติพี่น้อง ครอบครัว และรวมถึงอดีตเชลยศึกชาวออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอีกหลายๆ ชาติ ที่รอดชีวิต ดอกไม้ แสงเทียน และพวงมาลา เป็นสิ่งแสดงความเสียใจ และแสดงความรำลึกนึกถึงการจากไปของผู้เป็นที่รัก ในเหตุการณ์ที่ตราตรึงของช่องเขาขาด ในครานั้น… ภาพโดย Little Ant บทความน่าอ่านจาก http://www.emaginfo.com ร่วมกับ travel.mthai.com View Larger Map

ป วรโยธา เพฟเมนท์ (บริษัท จำกัด)

ผู้รับเหมาสร้างถนน รับทำถนนแอสฟัลท์ติด แบบซิงเกิ้ล-ดับเบิ้ล ถนนลาดยางพายโค้ต ถนนคอนกรีต งานถนนราชการ-เอกชน-มีการให้เช่า รถบดถนน รถแทรคเตอร์

แทยอน ประกาศจัดคอนเสิร์ตเดี่ยว Butterfly Kiss เต็มอิ่ม 4 รอบ
Butterfly Kiss /  Girls Generation / 

แฟนคลับไม่รอเก้อ! SM Entertainment ประกาศเตรียมจัดคอนเสิร์ตเดี่ยว แทยอน Girls’ Generation อย่างยิ่งใหญ่ ทั้งที่โซล และปูซาน เกาหลีใต้ หลังจากก่อนหน้านี้เคยมีการประกาศถึงการจัดคอนเสิร์ตเดี่ยวของ แทยอน สาวเสียงดีร่างเล็กจากเกิร์ลกรุ๊ป Girls’ Generation ไปแล้ว แต่มีเหตุที่ต้องเลื่อนออกไป โดยต้นสังกัดให้เหตุผลถึงการเตรียมความพร้อมให้คอนเสิร์ตยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น ล่าสุดแฟนๆ ของสาว แทยอน ก็ไม่รอเก้อ เพราะกำหนดการใหม่ของคอนเสิร์ตครั้งนี้ได้รับการยืนยันแล้ว SM Entertainment เปิดเผยผ่านสื่อมวลชนเกาหลีถึงตารางคอนเสิร์ตเดี่ยว Butterfly Kiss ของสาว แทยอน ว่าจะจัดขึ้นถึง 4 รอบ ทั้งที่กรุงโซล ณ Olympic Park ในวันที่ 9 และ 10 กรกฎาคม และที่ปูซาน ณ KBS Hall ในวันที่ 6 และ 7 สิงหาคมที่จะถึงนี้ TAEYEON 태연_Rain_Music Video youtube channel : SMTOWN TAEYEON 태연_ I (feat. Verbal Jint)_Music Video youtube channel : SMTOWN แฟนเพลงรอดื่มด่ำกับน้ำเสียงหวานใสนุ่มนวลราว 'จุมพิตของผีเสื้อ' ของ แทยอน Girls’ Generation กันได้เลย. มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

พอลจะต้องภูมิใจ! วิน ดีเซล เตรียมเซอร์ไพรส์ใน Fast & Furious 8
Celebs /  Fast & Furious 8 / 

Many of the crew members who have worked on several of the past Fast films are here again to help us make something special. One of them at the end of the week came up to me and said wow what we are capturing on film is excellent... And then looked at me and said Paul would be proud. #wemakethemwithourhearts รูปภาพที่โพสต์โดย Vin Diesel (@vindiesel) เมื่อ พ.ค. 21, 2016 เวลา 1:05pm PDT พอลจะต้องภูมิใจ! วิน ดีเซล เตรียมเซอร์ไพรส์ใน Fast & Furious 8 วิน ดีเซล (Vin Diesel) ได้แชร์ภาพที่ตัวเองนั่งคู่กับนักแสดงหนุ่มที่ร่วมงานในแฟรนไชส์ Fast & Furious มานานอย่าง พอล วอล์กเกอร์ (Paul Walker) บนอินสตาแกรมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา และใส่ข้อความใต้รูปว่า “ทีมงานหลายคนที่เคยทำงานในแฟรนไชส์ภาพยนตร์เรื่อง Fast & Furious ได้มาอยู่ตรงนี้อีกครั้งเพื่อช่วยพวกเราทำบางสิ่งบางอย่างที่พิเศษ หนึ่งในนั้นเดินมาหาผมและบอกว่า ‘ว้าว สิ่งที่บันทึกอยู่ในฟิล์มมันเป็นอะไรที่เยี่ยมมาก’ เขามองมาที่ผมแล้วบอกว่าพอลจะต้องภูมิใจ” ตามด้วยแฮชแท็กว่า #wemakethemwithourhearts การันตีกันล่วงหน้าแบบนี้แฟน ๆ ที่ติดตามการแข่งรถบนท้องถนนโดยไม่กลัวกฎหมายจราจรห้ามพลาดอย่างเด็ดขาด เพราะนอกจากการแข่งขันรถสุดมันระห่ำแล้ว มิตรภาพระหว่างเพื่อนพ้องคือกุญแจรถที่ทุกคนต้องยึดถือติดตัวไว้ ไม่รู้ว่าในภาคที่ 8 จะมีอะไรรอเซอร์ไพรส์อยู่กันแน่ แต่ พอล วอล์คเกอร์ จะยังคงอยู่ในจักรวาลของ Fast & Furious เสมอ ภาพยนตร์มีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ 14 เมษายน 2017 ดูบทความต้นฉบับ : Vin Diesel explains how Paul Walker lives on in 'Furious 8'

เตือนภัยโรคบ้างาน อันตราย ปวดคอร้าวลึก ชาที่นิ้วมือ มืออ่อนแรง
office syndrome /  กล้ามเนื้ออ่อนแรง / 

เตือนภัย โรคบ้างาน อันตรายปวดคอร้าวลึก พนักงานออฟฟิศ ถือเป็นคนกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งในสังคมปัจจุบัน ที่ต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพ จากการทำงาน โรคติดงาน หรือ โรคออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) ซึ่งเรียกอีกอย่างว่า โรคบ้างาน ปวดหลัง ปวดไหล่ ปวดท้ายทอย สายตาพร่ามัว ปวดกล้ามเนื้อตา ซึ่งจะส่งผลเสียต่อร่างกาย จนกลายเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ ตามมาอีกมากมาย เช่น โรคหัวใจ โรคกระเพาะ เบาหวาน และความดัน เป็นต้น ส่วนอาการในด้านอารมณ์ คือ กลายเป็นผู้ที่มองอะไรขวางหูขวางตาไปหมด เกรี้ยวกราดกับเพื่อนร่วมงาน การพูดคุยไม่เหมือนเดิม จะให้ความสนใจแต่เฉพาะในเรื่องของการทำงาน จนส่งผลต่อความสัมพันธ์ในครอบครัว นพ.ปราโมทย์ อุดมเลิศวนสิน ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ ร.พ.ปิยะเวท เผยว่า อวัยวะที่สำคัญมาก และมักเป็นต้นเหตุของอาการปวด คือ คอ ซึ่งเป็นอวัยวะหนึ่งที่มีการใช้มากที่สุด ยิ่งการทำงานในยุคปัจจุบันต้องทำงานกับคอมพิวเตอร์ ต้องก้มหน้าเงยหน้าอยู่ตลอดเวลา ใช้สมองมาก ทำให้เกิดความเครียด เกิดอาการปวดคอ และปวดศีรษะ "คอ" อวัยวะที่บอบบาง บาดเจ็บได้ง่าย คอยังเป็นศูนย์รวมของเส้นประสาทที่รับคำสั่งจากสมองไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย อาการปวดคอที่พบบ่อยที่สุด คือ กล้ามเนื้อคอหดเกร็ง ทำให้เอี้ยวคอหรือเคลื่อนไหวศีรษะไม่ได้ หรือที่เรียกว่าตกหมอน ซึ่งส่วนใหญ่จะหายเองได้ สาเหตุของการปวดคอที่พบบ่อย มักจะเกิดจากอิริยาบถหรือท่าที่ผิดลักษณะ ทำให้กล้ามเนื้อบางมัดถูกใช้งานจนเมื่อยล้าเกินไป และความเครียดทางจิตใจก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่เกิดจากสถานที่ทำงาน การดูแลผู้ที่ปวดคอเรื้อรัง เนื่องจากการทำงาน เบื้องต้น ได้แก่ กินยาแก้ปวด ประคบด้วยน้ำแข็งหรือน้ำอุ่นไว้ อาจทำภายหลังจากการอาบน้ำอุ่นหรือประคบร้อนแล้ว 10-15 นาที และสิ่งจำเป็น คือ การออกกำลังกล้ามเนื้อคอ สัญญาณอาการอันตราย ที่ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อ ได้แก่ ปวดต้นคอร้าวลงไหล่ถึงแขน หรือข้อมือ ปวดต้นคอร่วมกับชาที่นิ้วมือ ปวดต้นคอร่วมกับอาการมืออ่อนแรง ปวดต้นคอหรือปวดสะบักเรื้อรัง เมื่อมาพบแพทย์ ในรายที่เป็นไม่มาก อาจทำกายภาพบำบัด หรืออาจใช้ยารับประทานประเภทแก้อักเสบ คลายกล้ามเนื้อ การใช้อุปกรณ์ประคอง รายที่เป็นมากปวดคอร่วมกับมีอาการชาแปลบๆ หรือปวดร้าวลงแขน อาจจะรักษาโดยวิธีอื่น เช่น การฉีดยาไปที่เส้นประสาท การจี้ด้วยคลื่นความร้อน หรือรายที่เป็นมากก็ต้องผ่าตัด เช่น เอาหมอนรองกระดูกออก แล้วเชื่อมต่อให้ติดกันหรือใส่หมอนรองกระดูกเทียม การดูแลตนเองให้ห่างจากโรคออฟฟิศซินโดรมง่ายๆ คือ ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงานที่หนักเกินไป ให้สมดุลกับเวลาพักผ่อน และควรผ่อนคลายระหว่างการทำงาน เช่น พักสายตา หายใจลึกๆ เป็นต้น

คิวลีกเเน่น! ส.บอลยังกั๊กหลัง เวสต์เเฮม ร่อนหนังสือขออุ่นช้างศึก
ทีมชาติไทย /  ศุภสิน ลีลาฤทธิ์ / 

“ขุนค้อน” ทีมดังศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษยื่นหนังสือขออุ่นเครื่องกับทีมชาติไทยระหว่างเดือน ก.ค.-ส.ค. ด้านสมาคมยังไม่ตัดสินใจเหตุโปรเเกรมในลีกค่อนข้างแน่น สโมสรเวสต์เเฮม ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 7 ของศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษในฤดูกาลล่าสุด ที่ได้สิทธิ์ไปเเข่งขันฟุตบอลยูฟ่า ยูโรป้า ลีก รอบคัดเลือกฤดูกาลหน้า 2016-2017 ซึ่งหลังได้รับการเปิดเผยจากสมาคมฟุตบอลฯ ว่าทัพ “ขุนค้อน” ต้องการอุ่นเครื่องกับทีมชาติไทยระหว่างเดือน ก.ค.-ส.ค. เเละได้รับหนังสือดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยเเล้วนั้น ล่าสุดทาง “เสี่ยเหน่ง” ศุภสิน ลีลาฤทธิ์ อุปนายกสมาคมฯฝ่ายจัดการแข่งขัน ออกมาเปิดเผยว่าได้รับหนังสือเป็นที่เรียบร้อยเเล้วจริง เเต่ยังไม่ฟันธงว่าจะตอบตกลงหรือไม่ เนื่องจากช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. คิวการเเข่งขันลีกในประเทศไทยค่อนข้างเเน่น ซึ่งต้องขอนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมก่อนอีกครั้ง “ทาง เวสต์เเฮม สนใจมาอุ่นเครื่องกับทีมชาติไทยจริง เเต่ต้องดูโปรเเกรมการเพราะช่วงเวลาดังกล่าวการเเข่งขันลีกในประเทศกำลังเเน่น ตอนนี้เรายังไม่ได้ตอบรับหรือปฎิเสธไปเเต่อย่างใด เพราะต้องขอนำเรื่องนี้เข้าประชุมกับทุกฝ่ายก่อน อีกทั้งโปรเเกรมดังกล่าวไม่ใช่ช่วงฟีฟ่าเดย์ด้วย การที่ทีมชาติไทยจะมารวมตัวกันเเข่งขันจึงเป็นเรื่องที่คอนข้างยาก” “เสี่ยเหน่ง” กล่าว

ตั้งใจหนักมากๆ แม่โบว์ สุดเอ็นดู น้องมะลิ กรวดน้ำให้พ่อปอ
ข่าว ปอ ทฤษฎี /  แม่โบว์ น้องมะลิ / 

จากไปอย่างไม่มีวันกลับกว่า 4 เดือนแล้ว สำหรับพระเอกตลอดกาลของเรา ปอ ทฤษฎี ซึ่งยังคงเหลือไว้แต่เรื่องราวดีๆ ให้คิดถึง ล่าสุดแม่ โบว์ แวนดา ได้พาลูกสาวตัวน้อย น้องมะลิ ไปทำบุญให้พ่อปอ พร้อมเผยภาพคลิปขณะเธอและลูกสาวกำลังกรวดน้ำ ซึ่งก็ดูท่าว่าลูกพี่ลิของเราจะตั้งอกตั้งใจไปหน่อย ก้มหน้าก้มตาเทน้ำจนแม่โบว์หลุดขำออกมาด้วยความเอ็นดู และเธอก็ไม่ลืมที่จะบอกคนบนฟ้าด้วยว่า "มะลิมาทำบุญให้พ่อปอ รักพ่อนะคะ" จากนั้นก็พา น้องมะลิ ไปให้อาหารปลากันต่อ เชื่อว่าถ้าพ่อปอได้เห็นโมเม้นท์นี้ของมะลิน้อยต้องยิ้มไม่หุบเลยทีเดียว... พ่อปอ - น้องมะลิ - คุณย่า โบว์ - ปอ น้องมะลิ

เอ็กซ์พีเดีย ชูประเด็น “นักท่องเที่ยวไทยไม่เหมือนชาติใดในโลก”
เอ็กซ์พีเดีย ชูประเด็น “นักท่องเที่ยวไทยไม่เหมือนชาติใดในโลก”

เอ็กซ์พีเดีย ชูประเด็น “นักท่องเที่ยวไทยไม่เหมือนชาติใดในโลก” พร้อมเผยผลสำรวจเจาะลึกพฤติกรรมนักท่องเที่ยวไทยในการเดินทาง Expedia.co.th เว็บไซต์บริการด้านการท่องเที่ยวชั้นนำของโลก ชูประเด็น “นักท่องเที่ยวไทยไม่เหมือนชาติใดในโลก” พร้อมเปิดเผยข้อมูลจากผลสำรวจของ Expedia Sky Conduct Report เจาะลึกพฤติกรรมนักท่องเที่ยวจากหลายมุมโลกโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวไทย เอ็กซ์พีเดีย ตระหนักดีว่าความพึงพอใจของลูกค้าและการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญ   จึงร่วมมือกับบริษัทที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ทางการตลาดชื่อดังอย่าง นอร์ธสตาร์ (Northstar) ทำการสำรวจและศึกษาเกี่ยวกับความนิยมและพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว โดยการสุ่มตัวอย่างจากนักท่องเที่ยว จำนวน 11,026 คน จาก 22 ประเทศ อาทิ เช่น มาเลเซีย, สิงคโปร์, ไทย, และประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  จากผลสำรวจ พบว่า ภายในช่วงเวลาสองปีที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวไทยกว่า 79% ที่เดินทางโดยสารเครื่องบินเพื่อธุรกิจ หรือเพื่อการพักผ่อนเป็นจำนวนสูงถึง 5 ครั้งต่อคน ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์มีเพียง 65%  ซึ่งชี้ให้เห็นว่า นักท่องเที่ยวไทยเป็นตลาดสำคัญของธุรกิจท่องเที่ยว  นอกจากนี้ ผลสำรวจเพิ่มเติมอื่นๆ ยังแสดงให้เห็นว่านักท่องเที่ยวไทยมีความแตกต่างจากนักท่องเที่ยวชาติอื่นอย่างชัดเจนในเรื่องวัฒนธรรม วิถีการใช้ชีวิต มารยาท สังคมและสิ่งแวดล้อม ฯลฯ ไซม่อน ฟิเกต์ ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศอินเดีย ของเอ็กซ์พีเดีย กล่าวว่า “ข้อมูลจากการสำรวจและศึกษาครั้งนี้ชี้ชัดว่า ประเทศไทยมีความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ทำเลที่ตั้ง ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางหลักในการเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศต่างๆ ทั้งในและนอกภูมิภาค ซึ่งเป็นปัจจัยที่สนับสนุนให้นักท่องเที่ยวไทยเดินทางท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศได้อย่างสะดวกสบาย ผลสำรวจยังบอกอีกว่านักท่องเที่ยวชาวไทยหลงไหลการใช้เทคโนโลยีจนเหมือนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต แม้แต่บนเครื่องบินก็มักจะเห็นว่านักท่องเที่ยวชาวไทยต้องมีโทรศัพท์มือถือและ  หูฟังติดตัวระหว่างการเดินทางไปด้วยตลอด ซึ่งทั้งโทรศัพท์มือถือและหูฟังนั้น ถูกให้ความสำคัญมากกว่าน้ำเสียอีก ข้อมูลเหล่านี้เป็นสิ่งที่เอ็กซ์พีเดียให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะว่าเรามีการพัฒนาเว็บและแอพพลิเคชั่นบนมือถืออย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้ง เพื่อให้นักท่องเที่ยวชาวไทยได้ใช้เวลาในการเดินทางท่องเที่ยวได้อย่างคุ้มค่าที่สุด และยังอยู่ภายในงบประมาณที่กำหนดไว้” จากผลการสำรวจเกี่ยวกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวชาวไทยยังระบุถึง 5 กิจกรรม ที่นักท่องเที่ยวไทยเลือกที่จะทำมากที่สุดระหว่างเดินทาง อันดับหนึ่งคือการนอนพักผ่อน ซึ่งมากถึง 57.1% รองลงมาคือการฟังเพลง 41.9% การรับประทานอาหาร 36% การอ่านหนังสือ/นิตยสาร 31.7% และการเล่นอินเตอร์เน็ต 26.5% โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากต้องเดินทางที่บินนานกว่า 10 ชั่วโมง นักท่องเที่ยวชาวไทยจะเลือกการนอนหลับมากถึง 77% ในขณะที่การเลือกใช้ระบบความบันเทิงภายในเครื่องบินมี 56% และรับประทานอาหาร 52% ส่วนการลุกขึ้นเดินไปมาบนเครื่องบินนั้นนักท่องเที่ยวชาวไทยมีเพียง 16% ในขณะที่ชาวญี่ปุ่นมีจำนวน 12%  ซึ่งแตกต่างจากนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษและอเมริกันที่มีถึง 45% และ 39% ตามลำดับ นอกจากนี้ ผลการสำรวจยังเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งของที่นักท่องเที่ยวขาดไม่ได้ หรือต้องนำติดตัวไประหว่างเดินทางบนเครื่องบิน ซึ่งผลสำรวจออกมาว่านักท่องเที่ยว ทั่วโลกได้จัดลำดับความสำคัญให้ “น้ำ” มาเป็นอันดับแรก รองลงมาคือ อาหาร โทรศัพท์มือถือ หูฟัง และนิตยสารหรือ หนังสือพิมพ์ ตามลำดับ แต่สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยนั้นเลือกโทรศัพท์มือถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดมากถึง 54% และหูฟัง 37.9% โดยมีน้ำ ตามมาเป็นอันดับสาม 37.2% และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นอันดับสุดท้ายเพียง 3% ในขณะที่นักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียเลือกให้ความสำคัญกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถึง 14% ในด้านของสิ่งอำนวยความสะดวกบนเครื่องบิน นักท่องเที่ยวชาวไทยให้ความสำคัญมากถึง 53% และยินดีที่จะจ่ายเงินเพิ่มเพื่อที่นั่งที่กว้างขึ้นและอาหารพิเศษอย่างครบชุด ( full meal) โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าต้องเดินทางในเที่ยวบินระยะไกล นานกว่า 12 ชั่วโมง ในขณะที่นักท่องเที่ยวชาติอื่นๆ ทั่วโลกให้ความสำคัญเรื่องความสะดวกสบายคิดเป็น 43% และเรื่องอาหาร full meal คิดเป็น 54% ทั้งในกรณีที่เดินทางระยะใกล้หรือไกล นอกจากนี้นักท่องเที่ยวชาวไทยส่วนใหญ่ไม่นิยมดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างเดินทาง ซึ่งมีเพียง 14% เท่านั้นที่เลือกสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เมื่อเทียบกับนักท่องเที่ยวชาวเม็กซิกันที่มีจำนวนสูงถึง 35% อย่างไรก็ตาม ผลการสำรวจระบุว่านักท่องเที่ยวชาวไทยนั้นเหมือนกับนักท่องเที่ยวชาติอื่นในการพยายามเลี่ยงการชำระค่าธรรมเนียมสัมภาระสูงถึง 69% โดยที่ 59% เลือกใช้วิธีจัดของในกระเป๋าให้มีน้ำหนักเบากว่าเกณฑ์กำหนด อีก 63% ตัดสินใจไม่เช็คอินกระเป๋าเพราะไม่ต้องการเสียเวลารอรับ และ 51% ไม่เช็คอินกระเป๋า เพื่อป้องกันกระเป๋าสูญหาย

สวย โสด สตรองของแท้ ก็ขุ่นแม่
คริสติน่า อากีล่าร์ /  คริสตีน่า / 

"ถ้าจะไปก็ไปด้วยกันนะ... " เชื่อว่าเพลงฮิตทั้ง ไปด้วยกันนะ , พลิกล็อค ,ไม่ยากหรอก , ประวัติศาสตร์ และอีกหลายเพลง ยังคงก้องอยู่ในหูของใครหลายคนที่ได้มีโอกาสไปชมคอนเสิร์ตของเธอคนนี้ "คริสติน่า อากีล่ารฺ์" ที่บอกเลยว่าเป็นคอนเสิร์ตที่ปังแบบสุดพลังจริงๆ เพราะขุ่นแม่ขนมาแบบจัดเต็ม ทั้งเพลงฮิต ชุดสุดอลังการ และแขกรับเชิญสุดพิเศษ ประทับใจผู้ชมผู้ฟังกันโดยถ้วนหน้า เมื่อนึกถึง ‘ติ๊นา’ แน่นอนว่าเราจะนึกถึงเพลงฮิต จากนั้นก็เป็นลีลาการเต้นเซ็กซี่ "ไม่นะ ติ๊นาไม่เคยมองตัวเองว่าเซ็กซี่เลย ยิ่งชุดแรกๆ ถ้าถามติ๊นานะเสื้อผ้าชุดหมี ผมบ๊อบ  มองยังไงมันก็ไม่เซ็กซี่ ติ๊นาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคนมองว่าเซ็กซี่ อาจจะเป็นเพราะเวลาติ๊นาแสดงบนเวทีรึเปล่า วิธีการมอง หรืออะไรต่างๆอาจเป็นตรงนั้น อาจจะอยุ่ที่อินเนอร์ของเรามากกว่า และด้วยความที่ติ๊นาชอบดูพวกโชว์อย่างอัลคาซา ตอนเด็กดูบ่อยมาก อาจจะซึมซับอะไรบางอย่างจากตรงนั้นมาดูแล้วชอบ เขาทำท่าไหนสวย กลับมาบ้านก็ลองทำดู แต่ด้วยความที่เราเป็นผู้หญิง เราก็ไม่ได้ทำเหมือนเขา เพียงแต่เราทำเกินผู้หญิงปรกติ ติ๊นาเข้าใจว่ามันน่าจะมาจากตรงนั้นมากกว่า ที่คนมองแล้วร้สู ึกว่า..ไม่ใช่ผู้หญิงแบบผู้หญิงๆเพราะติ๊นาก็ไม่ใช่ผู้หญิงๆมากๆ เวลาอยู่บนเวที ติ๊นาจะมีอะไรของติ๊นา มันจะมาโดยอัตโนมัติ มาโดยธรรมชาติ ติ๊นาไม่รู้สึกว่าตัวเองเซ็กซี่ เพราะติ๊นาไม่ใช่ผู้หญิงหวานเลย ออกห้าวด้วยซ้ำ จริงๆแล้วแมนมาก" ดูแลตัวเองยังไงให้ยังเป๊ะ? "ดูแลตัวเองยังไงก็เหมือนผู้หญิงทั่วๆไปค่ะ ติ๊นาก็เป็นคนรักสวยรักงามแล้วทำงานตรงนี้เวลาเรายืนอยู่บนเวทีคนเขามองเรา เราก็อยากให้เรามองดูแล้วแบบ..สบายตา ก็มีเหมือนกันช่วงที่สมบูรณ์ อ้วน ท้วม เอ็นจอยอีตติ้งมาก เป็นช่วงที่เรารู้สึกว่าแฮปปี้กับชีวิตไปนิดนึง เป็นคนชอบกินอาหารอร่อย และกิจวัตรประจำครอบครัวคือไปกินข้าว ที่ไหนอร่อยไปกินกัน และยอมรับว่าชอบกินของมันด้วยแต่พอมาถึงจุดหนึ่งก็ต้องเริ่มลดพยายามไม่ไปกินข้าวด้วยแล้วนะ ถ้าไปกินอาหารจีนไม่ต้องมาชวน เพราะที่บ้านชอบอาหารจีนกันค่ะแล้วเวลาไปกินอาหารจีนถ้าไม่สั่งหมูหันเป็ดปักกิ่ง มันก็เหมือนไม่ได้กินใช่ไหมคะ(หัวเราะ) เราก็เปลี่ยนเป็นญี่ปุ่น เกาหลีมั้ยมันดูเฮลธ์ตี้กว่า" "คิดว่าชีวิตคนเราไม่ควรจะเคร่งครัดตลอดเวลา อย่างช่วงเวลาทำงานอย่างเช่นก่อนออกคอนเสิร์ต จะเป็นช่วงที่เราซีเรียสกับสุขภาพร่างกายรูปร่าง ทุกอย่างต้องเต็มที่ แต่เวลาเสร็จงานเราก็ให้รางวัลกับตัวเองบ้าง แต่บางทีเราก็เผลอ (หัวเราะ) เพลินไปนิดนึง ต้องกลับมาออกกำลังกาย คุมอาหารแต่ติ๊นาเชื่อว่าผู้หญิงทุกคนไม่มีใครอยากอ้วนหรอก" อัพเดทเรื่องหัวใจ “ความรักนิ่งสนิทค่ะ ติ๊นาเฉยๆกับเรื่องนี้นะ อาจเป็นเพราะชินกับการอยู่อย่างนี้มานานมากแล้ว มีความรู้สึกว่าชีวิตที่สมบูรณ์ไม่จำเป็นต้องมีคู่หรือใครคนหนึ่ง เราสามารถมีความสุขจากสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว แต่ถ้าเจอลุคแบบนี้ ขุ่นแม่ใจสั่นหนักมาก! “ติ๊นาชอบคนเนี้ยบ ลุคคลีน พวกมีหนวดนี่ไม่เคยอยู่ในสเป็คของติ๊นาเลย มาดเข้มติสท์ๆ ผมยาวนี่ไม่ใช่เลย ชอบคลีนๆสะอาดค่ะ มาเล็บยาวนี่ไม่ต้องเข้ามาใกล้เลยนะ ก็ดูสิคะ จู้จี้อย่างนี้แล้วจะหาง่ายไหมล่ะ ...แต่ท้ายสุดแล้วนะ ติ๊นาคิดว่าคนที่เดินเข้ามามันต้องคลิกfirst impression สำคัญมากสำหรับติ๊นา ไม่ใช่ว่าต้องเป็นคนหล่อหรืออะไรนะคะ แต่เดินเข้ามาแล้วต้องรู้สึกว่าคนนี้มีอะไร แล้วยิ่งถ้าคุยต้องมีความเป็นผู้นำติ๊นาชอบคนเป็นผู้นำ สำคัญที่สุดต้องทำให้เราขำได้ อย่าให้เครียดเลยนะ แต่ว่าอย่าขำแบบไร้สาระมากนะ ติ๊นาไม่ชอบคนไร้สาระ ชอบคนที่ขำแบบ..มีสาระนิดนึง มีรสนิยมค่ะ เห็นไหมว่ายากมากกกกก ถึงอยู่อย่างนี้ไงคะ (หัวเราะ) เธอรู้จักใจตัวเองดี รู้ว่าต้องการอะไรไม่ต้องการ เหมือนกับที่เธอรู้มาตลอดว่าหัวใจเธอรักการร้องเพลง เธอต้องทำอาชีพนี้ และเธอทำด้วยความสุข #แม่ก็คือแม่ จริงๆ

หรู เว่อร์ อลัง ! 10 งานแต่งงานที่แพงที่สุดในโลก
งานแต่งงาน /  ดารา / 

สาวๆ ทั้งหลายก็คงใฝ่ฝันถึงวันแต่งงานของตนเอง ที่จะได้ใส่ชุดเจ้าสาวและมีงานแต่งงานที่เริ่ดหรูอลังการที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งคนบางคนก็มีงบประมาณมหาศาลที่จะสามารถเนรมิตงานแต่งงานของตนขึ้นมาได้ตามที่ฝัน วันนี้เรามี 10 งานแต่งงานที่ใช้งบประมาณสูงที่สุดในโลก ตั้งแต่หลายสิบล้านบาทจนถึงหลักหลายพันล้านบาท มีทั้งเศรษฐี ดารา แม้กระทั่งเชื้อพระวงศ์ เราไปดูกันว่าจะมีใครติดโผบ้างค่ะ 1. งานแต่งของชี้คและเจ้าหญิงอาหรับ  "ชี้ค มูฮัมหมัด" และ "เจ้าหญิง ซาลามา" แต่งงานกันในปี 1981 งานแต่งของทั้งสองนั้นเป็นงานแต่งที่หรูหรามากและขึ้นชื่อว่าเป็นงานแต่งที่แพงที่สุดในโลก โดยงานแต่งครั้งนี้จัดขึ้นถึง 7 วัน 7 คืน และยังมีสเตเดียมที่จุคนได้ 20,000 ที่นั่ง สร้างขึ้นเพื่องานแต่งงานครั้งนี้เลยทีเดียว ! ในช่วงวันแต่งงาน คู่รักคู่นี้จะขี่ม้ารอบเมืองเพื่อแจกจ่ายอาหารและของขวัญให้แก่คนในเมือง เจ้าบ่าวยังมีการซื้ออูฐ 20 ตัวที่ประดับด้วยเพชรพลอยเพื่อเป็นพาหนะนำของขวัญไปให้เจ้าสาวตามธรรเนียมอีกด้วย ซึ่งงานแต่งครั้งนี้ลงทุนไปมากกว่า 100 ล้านดอลล่าร์สหรัฐหรือมากถึง 3,500 ล้านบาทเลยล่ะค่ะ ! 2. งานแต่งของสองเศรษฐีอินเดีย ในปี 2004 เศรษฐีชาวอินเดีย  "วานิชชาและอามิต" จัดงานแต่งขึ้นติดกัน 6 วันซึ่งคู่รักนี้จัดงานอย่างยิ่งใหญ่อลังการที่พระราชวังแวร์ซาย แถมยังเชิญแขกจากทั่วทุกสารทิศมาอีก 1,000 กว่าคน บินมาโดยเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวตรงดิ่งมายังฝรั่งเศสเพื่อมาร่วมงานแต่งงานนี้โดยเฉพาะ ส่วนการ์ดเชิญเรียกได้ว่าเก๋สุดๆ เพราะเป็นกล่องสีเงินดูมีราคาแพง ข้างในประกอบไปด้วยตั๋วเครื่องบินและบัตรห้องพักโรงแรม 5 ดาวในกรุงปารีส ยังไม่พอค่ะเพราะที่เซอไพรซ์สุดๆ เห็นจะเป็นการจ้างนักร้องดัง Kylie Minogue มาร่วมร้องเพลงที่งานแต่งนี้อีกด้วย ซึ่งมูลค่าของงานแต่งครั้งนี้ตกอยู่ที่ 60 ล้านบาทหรือ 2,100 ล้านบาทนั่นเองค่ะ 3. งานแต่งงานของเชื้อพระวงศ์ของเจ้าหญิงไดอาน่าและเจ้าฟ้าชายชาร์ลส ในปี 1981 "เจ้าหญิงไดอาน่า" และ "เจ้าฟ้าชายชาร์ลส" ได้เข้าพิธิอภิเษกสมรสที่เรียกได้ว่าเป็น "งานแต่งงานแห่งศตวรรษ" เพราะเป็นงานแต่งงานที่ถ่ายทอดสดไปทั่วโลกและมีผู้คนสนใจร่วมชมเป็นจำนวนมากถึง 750 ล้านคนทั่วโลก งานแต่งงานจัดขึ้น ณ โบสถ์ St. Paul's Cathedral ในกรุงลอนดอนและมีแขกเข้าร่วมถึง 3,500 คน ผู้คนกว่า 2 ล้านคนในลอนดอนต่างก็พากันออกมาเฉลิมฉลองและรอรับเสด็จเพื่อที่จะได้ยลโฉมเจ้าหญิงไดอาน่าในขณะที่พระองค์ทรงประทับมาในรถม้าที่ทำจากแก้ว งานแต่งครั้งนี้ใช้งบประมาณไป 48 ล้านดอลลาร์หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 1,680 ล้านบาท 4. งานแต่งงานของเจ้าชายวิลเลี่ยมและเคท มิดเดิลตัน ถัดมาเป็นงานแต่งของพระโอรสของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส ซึ่งก็คือ "เจ้าชายวิลเลี่ยม" กับเจ้าสาวของพระองค์ "เคท มิดเดิลตัน" ซึ่งงานอภิเษกสมรสงานนี้อาจจะเรียกได้ว่าเป็นงานแต่งที่ใหญ่ที่สุดในทศวรรษนี้เลยก็ว่าได้ ทั้งคู่อภิเษกกันในปี 2011 ณ เวสมินสเตอร์แอบบีย์ซึ่งเป็นที่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเคียงคู่มากับราชวงศ์อังกฤษ สถานีโทรทัศน์ทุกช่องต่างถ่ายทอดสดไปยังทั่วโลก มีผู้ชมมากกว่า 2 พันล้านคน งานแต่งในครั้งนี้ใช้งบประมาณสูงถึง 34 ล้านดอลล่าร์สหรัฐหรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 1,600 ล้านบาทค่ะ 5. งานแต่งดาราดัง Kim Kardashian and Kris Humphries งานแต่งงานสุดไฮโซของสาว"คิม คาร์ดาเชี่ยน" ในปี 2011 โด่งดังซะจนแมกกาซีนและสื่อทุกสำนักต่างก็ให้ความสนใจในความเว่อร์วังในครั้งนี้เป็นอย่างมาก โดยงานแต่งครั้งนี้ใช้งบไป 10 ล้านดอลล่าร์สหรัฐหรือ 350 ล้านบาทไทย แต่คู่รักคู่นี้ไม่ได้จ่ายเงินเองซะทั้งหมดหรอกนะคะ เพราะว่า E! News สำนักข่าวต่างประเทศเป็นผู้ออกให้โดยมีข้อแม้ว่าจะขอลิขสิทธิ์การถ่ายทอดงานแต่งงานของทั้งคู่ซึ่งมีผู้เข้าชมมากกว่า 10 ล้านคน แต่งานแต่งของทั้งคู่มีอายุเพียงแค่ 72 วันเท่านั้นก่อนที่จะหย่าร้างกันไป เรียกได้ว่าเป็นงานแต่งที่ทั้งแพงและสั้นที่สุดก็ว่าได้ค่ะ! 6. งานแต่งของนักฟุตบอลชื่อดัง เวย์น รูนี่ย์ นักฟุตบอลทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด "เวย์น รูนี่ย์" กับแฟนสาวสมัยไฮสคูลของเขาที่จัดขึ้นอย่างเรียบๆ มีแขกเพียงแค่ 8 คน บวกนักข่าวจากแมกกาซีนชื่อดังที่ยอมจ่ายเงินกว่า 2.5 ล้านเหรียญสหรัฐเข้ามาเก็บภาพความประทับใจในการแต่งครั้งนี้ ซึ่งงานแต่งแบ่งออกเป็นสองช่วง ช่วงแรกจะเป็นการฉลองซึ่งจัดขึ้น ณ วิลล่าที่มีอายุมากกว่า 330 ปี และต่อด้วยรีสอร์ทชื่อดัง สมาชิกในครอบครัวต่างก็ขึ้นเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของเขาและบินมาเพื่อเฉลิมฉลองงานแต่งงานบนเรือยอทช์สุดหรู เรียกได้ว่าเป็นงานแต่งงานที่สาวๆ ต่างใฝ่ฝันกันเลยก็ว่าได้ค่ะ งบประมาณทั้งหมดที่ใช้ก็คือ 8 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐหรือประมาณ 200 ล้านบาท 7. งานแต่งของลูกสาวนักการเมืองชื่อดัง เชลซี คลินตัน "เชลซี คลินตัน" ลูกสาวของนักการเมือง "ฮิลลารีและบิล คลินตัน" พร้อมด้วยคู่รักของเธอ "Marc" แต่งงานกันในปี 2010 และฉลองวันพิเศษของพวกเขากับเพื่อนสนิทและญาติมิตร ณ เมืองเล็กๆ ในรัฐนิวยอร์คที่มีชื่อว่า Rhinebeck เจ้าสาวสวมใส่ชุดแต่งงานที่ตัดโดย "Vera Wang" ถึงแม้ว่ารายชื่อแขกจะค่อนข้างมีเยอะ แต่ก็มีเซเลบริตี้เพียงไม่กี่คนที่ได้เข้าร่วมงาน งบประมาณที่ใช้จัดงานในครั้งนี้ก็คือ 5 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 175 ล้านบาทค่ะ 8. งานแต่งของตำนานวงการเพลง  "ลิซ่า มิเนลลี" เจ้าแม่นักแสดงมิวสิคัลยุค 70 ที่ดังสุดๆ กับคู่รักของเธอ "เดวิด" แต่งงานกันในปี 2002 งานแต่งงานของพวกเขามีรายชื่อแขกที่ยาวเหยียด ปะมาณ 850 คน จัดขึ้นที่ The Regent Hotel ในมหานครนิวยอร์ค คนดังมากมายเข้าร่วมงานนี้ ยกตัวอย่างเช่น "ไดอาน่า รอส" , "ดอนนี่ ออสมอนด์" นี่ยังไม่รวมถึง "ไมเคิล แจ็กสัน" และดาราดังในตำนาน "อลิาเบธ เทย์เลอร์" อีกนะคะเนี่ย ! แต่โชคไม่ดีที่งานแต่งของทั้งคู่มีอายุแค่ 16 เดือนเท่านั้น แต่งบประมาณที่ใช้จัดงานนี้ก็สูงถึง 3.5 ล้านเหรียญสหรัฐหรือตีเป็นเงินไทยได้ประมาณ 100 กว่าล้านบาทเลยทีเดียวค่ะ 9. งานแต่งงานของพอล แมคคาร์ทนี่ย์ เมมเบอร์วงในตำนานอย่าง เดอะ บีเทิลส์ "พอล แมคคาร์ทนี่ย์" และแฟนสาว "มิลส์" ปฏิเสธเงินกว่าล้านดอลล่าร์จากสื่อมากมายหลายแขนงที่อยากจะเข้ามาทำข่าวงานแต่งงานในงานของพวกเขา ทั้งคู่แต่งงานกันในปี 2002 งานแต่งงานจัดเป็นสไตล์อินเดีย ณ ปราสาทเลสลีในประเทศไอร์แลนด์ ทั้งคู่เฉลิมฉลองงานแต่งด้วยอาหารที่เป็นมังสวิรัติ มีแดนเซอร์ พลุไฟ และดอกไม้ที่สนนราคาแล้วประมาณ 145,000 ดอลล่าร์ และงานนี้มีงบประมาณทั้งหมด 3 ล้านดอลล่าร์สหรัฐหรือ 90 ล้านบาท   งานแต่งงานของเธอเกิดขึ้นในปี 1991 จัดขึ้น ณ​ Neverland Racnh ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวของไมเคิลแจ็กสัน นักร้องคนดัง เธอเชิญแขกทั้งหมดประมาณ 160 คนและเป็นงานแต่งงานที่ใหญ่โตเพราะรวมคนในวงการบันเทิงระดับแนวหน้าเช่น "เอ็ดดี้ เมอร์ฟี", "ลิซ่า มิเนลลี",  "แนนซี่ รีแกน" ซึ่งทำให้ปาปารัซซี่ต้องขึ้นเฮลิคอปเตอร์เพื่อวนถ่ายรูปจากมุมข้างบนเลยทีเดียว ชุดแต่งงานของอลิซาเบธเป็นของขวัญมาจาก Valentino ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 25,000 ดอลล่าร์สหรัฐ ทั้งงานแต่งงานมีงบประมาณ 2.5 ล้านดอลล่าร์หรือ 80 ล้านบาทค่ะ งานแต่งงานเป็นงานที่อาจจะเกิดขึ้นครั้งเดียวในชีวิต ถ้าหากใครมีโอกาสก็คงอยากจะจัดงานแต่งงานอย่างดีที่สุดใช่มั้ยล่ะคะ ?  ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : http://www.therichest.com

ดูครบหรือยัง!? 5 หนังผีไทยที่ทำรายได้สูงสุด
5 แพร่ง /  ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ / 

ดูครบหรือยัง!? 5 หนังผีไทยที่ทำรายได้สูงสุด ขึ้นชื่อว่าเป็น หนังผี หลาย ๆ คนอาจจะร้องยี้ว่าน่ากลัวบ้างล่ะ ไม่กล้าดูคนเดียวบ้างล่ะ มีทั้งฉากตุ้งแช่ มีทั้งเลือดทั้งศพอีกสารพัด แต่ในทางกลับกัน...ไอ้เจ้าความหลอน ความหวาดผวา และความสะอิดสะเอียนเหล่านี้ก็สามารถตีหัวเรียกคนเข้ามาดูได้มานักต่อนักเช่นเดียวกัน แถมมิหนำซ้ำหนังผีไทยหลาย ๆ เรื่องพล็อตยังโดดเด่นเตะตาทีมสร้างภาพยนตร์จากเมืองนอก จนถึงกับบุกมาขอซื้อลิขสิทธิ์ไปรีเมกเป็นเวอร์ชั่นของเขาอีกต่างหาก และในวันนี้ เราขอหยิบยกเอาหนังไทย 5 เรื่องที่ขึ้นธรรมเนียบบ็อกออฟฟิศประเทศไทยว่าเป็นหนังผีที่ทำรายได้สูงสุด ณ ขณะนี้ ว่าแต่จะมีเรื่องอะไรบ้าง...ตามมาหลอนไปพร้อม ๆ กันได้เลย  พี่มาก...พระโขนง ค่าย GTH / ปีที่ฉาย 2556 รายได้ 598.96 ล้านบาท – บ็อกซ์ออฟฟิศประเทศไทย / 1,000 ล้านบาท – ทั่วประเทศ หนังผี – ตลก เจ้าของสถิติรายได้ถล่มทลายชนิดที่ว่าเฉือนชนะอดีตหนังทำเงินอันดับหนึ่งของประเทศไปแบบไม่เห็นฝุ่น ด้วยผู้กำกับ โต้ง บรรจง ปิสัญธนะกูล ได้หยิบยกพล็อตเรื่องสุดคลาสสิกอย่าง “แม่นาคพระโขนง” มาปัดฝุ่นและตีความใหม่ได้อย่างสุดสวิงริงโก้ นอกจากนี้หนังยังได้นักแสดงลูกครึ่งสุดฮ็อตทั้ง มาริโอ้ เมาเร่อ และ ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ มารับบทพ่อมากและแม่นาคยุคใหม่วัยทีน ประกบด้วยแก๊ง 4 หนุ่มตัวป่วน นำทีมโดย ฟรอยด์ ณัฏฐพงษ์ ชาติพงศ์ และ เผือก พงศกร จงวิลาส จึงไม่แปลกเลยที่จะถูกใจวัยรุ่น (และรุ่นอื่น ๆ) จนกลายเป็นกระแสฮิตฟีเวอร์ไปทั่วบ้านทั่วเมืองอย่างรวดเร็ว นางนาก ค่าย ไท เอ็นเตอร์เทนเมนต์ / ปีที่ฉาย 2542 รายได้ 149.60 ล้านบาท ปฏิเสธไม่ได้ว่าตำนานแม่นาคพระโขนงคือหนึ่งในพล็อตเรื่องที่ถูกนำมามารีเมกนับครั้งไม่ถ้วน ด้วยบทบาทความรักที่ผีสาวมีมอบให้แก่สามีอย่างไม่ยอมปล่อยวางแม้ว่าว่าตัวจะตายไปแล้ว เกิดเป็นความรักซาบซึ้งที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสยองขวัญของผู้คนที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียง และครั้งนี้ อุ๋ย นนทรีย์ นิมิบุตร ผู้กำกับภาพยนตร์ก็ได้นำเจ้าแม่หนังผีแห่งยุคนั้นอย่าง ทราย อินทิรา เจริญปุระ มารับบท แม่นาค (นางนาก) ประกบคู่กับพระเอกผิวเข้ม เมฆ วินัย ไกรบุตร ในบทบาท พ่อมาก ซึ่งการดำเนินเรื่องราวก็ทำได้ครบเครื่องถึงขนาดที่ฉากแม่นาคปรากฏตัวในสภาพห้อยหัวลงมาจากเพดานโบสถ์นั้นยังคงติดตาตรึงใจใคร ๆ มาตลอด 17 ปีเต็ม ลัดดาแลนด์ ค่าย GTH / ปีที่ฉาย 2554 รายได้ 117.00 ล้านบาท จากเรื่องเล่าปากต่อปากถึงความหลอนของอุทยานการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่นามว่า "ลัดดาแลนด์” ที่เป็นที่โจษจันกันอย่างกว้างขวาง ได้ถูกนำมาพัฒนาดัดแปลงกลายเป็นบทหนังสุดหลอนสุดดราม่าของ จิม โสภณ ศักดาพิศิษฏ์ ที่ใช้ชื่อเดียวกับสถานที่ต้นเรื่องว่า “ลัดดาแลนด์” โดยครั้งนี้สถานที่สุดสยองของเราได้ถูกตีความใหม่ให้กลายเป็นหมู่บ้านจัดสรรแสนสวย ต้อนรับการมาจับจองของผู้มีฐานะปานกลางไปจนถึงร่ำรวย แต่ไฉนเลยใครจะล่วงรู้ว่าในวันหนึ่งหมู่บ้านแห่งนี้จะกลายเป็นที่เกิดเหตุฆาตกรรม หนังเล่าเรื่องถึงครอบครัว ๆ หนึ่ง นำโดย ก้อง สหรัถ สังคปรีชา และ ป๊อก ปิยธิดา วรมุสิก ที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ โดยที่ผู้เป็นพ่อมีปมปัญหากับลูกสาวอย่าง ปันปัน สุทัตตา อุดมศิลป์ จนเกิดเป็นเรื่องราวที่ต้องพิสูจน์ความรักความผูกพันกันของคนในครอบครัวผ่านตัวแปรสำคัญนั่นก็คือ “ผี” ! ความพิเศษอีกอย่างหนึ่งของภาพยนตร์ “ลัดดาแลนด์” ก็คือการสร้างปรากฏหนังทำเงินควบคู่ไปกับหนังกวาดรางวัล ซึ่งพบได้ไม่บ่อยนัก...สังเกตได้จากยอดรายได้ที่ทะลุ 100 ล้านบาท แถมยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลสุพรรณหงส์ (ครั้งที่ 21) มากถึง 14 รางวัล ก่อนจะคว้าชัยไปได้ 6 รางวัล รวมถึงรางวัลใหญ่สุดของงาน “ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งปี” ห้าแพร่ง ค่าย GTH / ปีที่ฉาย 2552 รายได้ 112.58 ล้านบาท ห้าแพร่ง คือการรวบรวมหนังสั้น 5 เรื่อง 5 รสที่สร้างสรรค์ขึ้นบนพื้นฐานของโจทย์สั้น ๆ ว่า “ความกลัว” เป็นการต่อยอดแฟรนไชส์ความสยองขวัญมาจากภาพยนตร์เรื่อง “สี่แพร่ง” ที่เข้าฉายเมื่อปี พ.ศ. 2551 โดยหนังสั้นทั้ง 5 เรื่องเป็นผลงานการกำกับของผู้กำกับ 5 คน ได้แก่ - ตอน “หลาวชะโอน” กำกับโดย กอล์ฟ ปวีณ ภูริจิตปัญญา ว่าด้วยเรื่องราวหลอน ๆ ของ เก้า จิรายุ ละอองมณี  การการบวชเณรอย่างไม่เต็มใจ และต้องเผชิญภัยในป่ากับเหล่าผีเปรต - ตอน “ห้องเตียงรวม” ที่ได้ วิสูตร พูลวรลักษณ์ หัวเรือใหญ่ของ GTH ลงมากำกับหนังด้วยตัวเอง กับบทบาทการแสดงของ แดน วรเวช ดานุวงศ์ ที่สวมบทเป็นผู้ป่วยห้องเตียงรวมกับลุงเตียงข้าง ๆ ที่โผล่มาจ๊ะเอ๋แบบเขย่าขวัญสั่นประสาท - ตอน “Backpacker” คือการกลับมาทำงานร่วมกันอีกครั้งของผู้กำกับ ย้ง ทรงยศ สุขมากอนันต์ และนักแสดงหนุ่ม แน็ก ชาลี ไตรรัตน์ กับเรื่องราวสุดสยองเมื่อคนขับรถบรรทุกแรงงานต่างด้าวพบว่าเหล่าแรงงานที่ตนพาเข้ามาเสียชีวิตลง แถมตายแล้วไม่ตายดี ๆ ยังฟื้นขึ้นมาเป็นซอมบี้ไล่กัดพวกเขาเสียอีก - ตอน “รถมือสอง” ผลงานของ โอ๋ ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ กับเรื่องราวของเจ้าของเต็นท์รถมือสองอย่าง นิโคล เทริโอ ที่ต้องมาเผชิญหน้ากับเหล่าผีตายโหงที่ยึดโยงอยู่กับรถในเต็นท์ของตัวเอง - ตอน “คนกอง” หนังผี – ตลก ฝีมือผู้กำกับมากความสามารถ โต้ง บรรจง ปิสัญธนะกูล ที่นำ มาช่า วัฒนพานิช มาสร้างซีน สนุก ๆ ในกองถ่ายภาพยนตร์ที่ไม่รู้ว่านักแสดงเจ้าของบทผีนั้นจริง ๆ เป็นผีหรือเป็นคนกันแน่ ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ ค่าย GTH / ปีที่ฉาย 2547 รายได้ 109.98 ล้านบาท หนังผีเรื่องแรกจากแบรนด์ GTH ผลงานการร่วมกำกับของ โต้ง บรรจง ปิสัญธนะกูล และ โอ๋ ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ ที่หยิบยกเอาประเด็นเล็ก ๆ แต่ชวนให้รู้สึกหลอนอย่างภาพถ่ายติดวิญญาณมาผูกเป็นเรื่องราวสยองขวัญ นอกจากนี้ยังได้ อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม, จ๋า ณัฐฐาวีรนุช ทองมี และ อิม อชิตะ วุฒินันท์สุระสิทธิ์ (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น เฟี้ยวฟ้าว สุดสวิงริงโก้) มาร่วมประชันบทบาทกันแบบถึงพริกถึงขิง แถมกระแสความฮอตของ ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ภายในประเทศเท่านั้น เพราะภาพยนตร์เรื่องนี้ยังได้รับความนิยมจากต่างประเทศจนถึงจนขั้นมีการเจรจาขอซื้อลิขสิทธิ์ไปรีเมกที่เมืองนอกมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 เวอร์ชั่นอีกต่างหาก

เบลล่า หน้าบาน งานละครรุมทึ้ง ฟุ้ง! ถ้าเลือกได้ ชอบคนหล่อ
เบลล่า ราณี

         แหมๆ ถือเป็นช่วงโกยเงินโกยทองของนางเอกสาวหน้าหวาน เบลล่า ราณี เลยก็ว่าได้ เพราะช่วงหลังๆ งานละครรุมทึ้งแทบจะไม่มีเวลาพัก แถมยังได้ออกอากาศติดกันจนถูกขนานนามว่า “เบลล่า 5 วัน”เลยทีเดียว หลังเคลียร์คิวถ่ายละครได้เจ้าตัวก็รับงานถ่ายแบบแฟชั่นเซ็กซี่เล็กๆ พอหอมปากหอมคอให้กับนิตยสาร Mix พร้อมกับเปรยถึงเรื่องความรักว่ายังสดใสปรกติ          “ละครสองเรื่องที่จบไปกระแสดีมากค่ะ ทั้งวิมานเมขลาและปดิวรัดา ก็มีแฟนคลับแอบแซวว่า เบลล่า 5 วันเลยน้า (หัวเราะระรื่น) เราก็จะเป็นกระแสอยู่บนโลกโซเชียลช่วงหนึ่ง ซึ่งเบลหายเหนื่อยเลยค่ะ ส่วนตอนนี้ก็ถ่ายละครอยู่ 2 เรื่องคือเพลิงบุญ และ บุพเพสันนิวาส ซึ่งเปิดละครแล้วทั้ง 2 เรื่อง ก็ถือว่าช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเบลได้รับโอกาสที่ดีมาก ผู้ใหญ่มอบบทบาทที่ไม่ซ้ำกันให้เราได้ลองจนตอนนี้หลงรักงานแสดงไปแล้ว เบลอยากทำให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ส่วนเรื่องความรัก หัวใจก็ปรกติดีค่ะ (ยิ้มหวาน) แต่ถ้าถามถึงหนุ่มในสเปค เบลจะมีเงื่อนไขในเรื่องนี้มากหน่อย จะชอบคนที่เป็นผู้ใหญ่ จิตใจดี รักสัตว์ ที่สำคัญต้องเข้ากับเบลได้ เข้ากับคุณพ่อคุณแม่ ส่วนสเปคภายนอกก็ไม่จำกัดนะคะ แต่ถ้าเลือกได้ก็ชอบคนหล่อค่ะ (หัวเราะระรื่น)” เบลล่า ราณี   เบลล่า ราณี   เบลล่า ราณี   เบลล่า ราณี