รวมอุบัิติเหตุบนท้องถนน

จั๊กกะบุ๋ม งัดหลักฐาน 3,000 แผ่นเตรียมฟ้อง อึ้ง! ศร - สาวแบงค์ คู่กรณีโผล่งานแถลง!!
จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม /  ศร อิจฉา / 

คู่กรณีโผล่!! งานแถลง โดยช่วงบ่ายวันนี้(24 ส.ค.) ทางตลกชื่อดัง จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม ได้หอบหลักฐานกว่า 3,000 แผ่นตั้งโต๊ะชี้แจงกรณีที่ตนมีปัญหากับอดีตนักร้อง ศร อิจฉา หรือ ศร ศรศักดิ์ จากที่วันก่อนอีกฝ่ายได้ออกมาอ้างว่าถูกทางจั๊กกะบุ๋มขมขู่ และถ้าทางฝั่งตลกดังแถลงตนก็จะขอมาแจมด้วย ซึ่งก็ไม่ผิดไปจากคำพูด เพราะทาง ศร อิจฉา โผล่มาร่วมวงแถลงด้วยจริงๆ บอกถ้าอีกฝ่ายไม่ท้าก็ไม่มีการวางมวยกันเกิดขึ้น ไม่เท่านั้นทางภรรยาของหนุ่มศร ยังพา ออม สาวแบงค์ คู่กรณีอีกคนหนึ่งของตลกจั๊กกะบุ๋ม ที่เคยไปแจ้งความดำเนินคดีกับอีกฝ่ายเนื่องจากตลกดังยืมเงินไป 50,000 บาทแล้วไม่คืนนั่นเอง... โดยตลกดัง จั๊กกะบุ๋ม เผยตนขอติดตามอดีตนักร้องไปต่างประเทศจริง หวังหาเงินมาใช้หนี้ แต่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามคาดจึงไปทำงานกับอีกเจ้าหนึ่ง ซึ่งได้มีการขออนุญาติทางเจ้าของงานแล้ว และได้มีการไปขอโทษทางอดีตนักร้องแล้วเช่นกัน แต่กลับโดนโพสต์ใส่ร้ายในโซเชียลต่างๆ นาๆ แถมอีกฝ่ายยังโทรไปล้างสมองภรรยาของตน โดยได้มีการอัดคลิปเสียงไว้ จั๊กกะบุ๋ม กล่าวอีกว่า ตนถูกอดีตนักร้องคุกคาม ขุดขุ้ยประวัติต่างๆ เป็นหนี้ใครบ้าง และอีกฝ่ายยังมีการพาดพิงถึงบุพการีเรื่องเคยติดคุก ด้วยเหตุนี้ตนจึงต้องอัดคลิปข่มขู่อีกฝ่าย บอกใครกันแน่ที่ต้องการเกาะกระแส จากนี้ให้ศาลตัดสิน รับเป็นหนี้ ออม สาวแบงค์ จริงแต่จ่ายล่าช้า เนื่องจากอีกฝ่ายไปแจ้งความทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียง ก็ต้องใช้กฏหมายคุยกัน บอกตนเป็นคนเชิญมาฟังแถลงเอง ส่วนกับนักร้องรุ่นพี่ถ้าตนทำอะไรให้ไม่พอใจก็ขอโทษ แต่เรื่องกราบขอโทษไม่ทำเพราะตนไม่ผิด ไปเจอกันที่ศาล ไม่กลัวอีกฝ่ายแถลงกลับอีกรอบ พร้อมยืนยันจะหาเงินมาใช้หนี้กับเจ้าหนี้ทุกคน... รายละเอียดมีดังนี้ “จากกรณีที่คลิปที่ผมแสดงความไม่สุภาพออกไป ขอกราบอภัยด้วย แต่สาเหตุเพราะถูกกดดันต้องออกมาทำอะไรสักอย่างเพื่อปกป้องแม่ แม่ถูกเหยียดหยาม ดูถูก ใช้คำพูดไม่สุภาพ เอาอดีตของแม่มาประจาน คงไม่ผิดที่ผมออกมาปกป้องบุพการี ผมต้องทำครับแม้ผมจะเรียนน้อย แต่ครอบครัวผมสอนว่าไม่ให้เอาประวัติใครมาเหยียบย่ำก่อน” “แต่สิ่งที่ผมเจอและเกิดขึ้นเกิดจากสิ่งที่เขาเหยียดหยามจนผมทนไม่ไหวแล้ว เรื่องเกิดขึ้นเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ได้ไปสวิสเซอร์แลนด์ เจอนักร้องที่สนิทกัน เขาจะไปสวิสเหมือนกัน ผมยอมรับว่าขอเขาไปสวิสด้วยในฐานะพี่น้อง จากนั้น 2-3 วันเขาบอกว่าเจ้าภาพที่นั่นยินดีให้ผมไปแสดงด้วย เพราะผมประสบปัญหาการเงินจากธุรกิจที่หัวหิน ต้องมีเงิน 400,000 บาททุกเดือนเพื่อเป็นการหมุน ค่าเช่าร้าน เงินเดือนพนักงาน 10 คน ค่าวัตถุดิบ คือทั้งร้านกาแฟและร้านสเต็ก มีค่าใช้จ่ายส่วนตัว ค่าส่งเสียครอบครัว ทำให้ชักหน้าไม่ถึงหลัง ต้องไปกู้เงืนเพื่อนๆ มาและที่อยากไปสวิสเพราะต้องการเอาเงินมาปลดหนี้ที่มีและได้บอกเจ้าหนี้ทุกคนแล้วว่าหลังกลับจากสวิส 15 วันจะเอาเงินกลับมาใช้หนี้ มั่นใจว่าใช้หนี้ได้แน่นอน” “แต่ไม่ใช่อย่างนั้น เพราะค่าเครื่องบินออกเอง ทำงานจริง 6 วัน ได้ค่าตอบแทนเป็นเงินไทย 15,000 บาท ว่างงานอยู่ 7 วัน แต่โชคดีที่ได้รับความเมตตากับคนไทยที่นั่น ได้คุยกันทางไลน์ เป็นพี่สาวที่น่ารักคนหนึ่ง พี่สาวคนนี้เลยชักชวนและแนะนำว่าถ้าหางานให้เล่นจะมีปัญหากับเจ้าของงานมั้ย ผมก็ขออนุญาติเจ้าของงานแล้ว และพี่สาวคนนั้นก็ไปขอด้วย” “แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดคือได้มีการติดตามเฟสบุ๊คของนักร้องที่ผมตามเขาไปสวิส เห็นเขาโพสต์แปลกๆ ผมก็ไม่สบายใจ เขาบอกว่าพาไปต่างแดนแต่กลับมาเนรคุณ นั่นหมายถึงคือผมนะ ผมก็ปรึกษาคนอื่น ก็บอกว่ารอให้ใจเย็นๆ ค่อยเข้าไปขอโทษ” “ตอนนั้นผมกับพี่นักร้องคนนั้นอยู่คนละบ้านแล้วตอนอยู่สวิส และผมก็เข้าไปขอโทษพี่เขาแล้ว จากนั้นไม่ถึง 5 นาทีผมก็เห็นที่เขาโพสต์” “นี่คือสิ่งที่คุณได้รับคำขอโทษจากผมแล้วมาโพสต์ ผมไม่โกรธ แต่ไม่เข้าใจ อีกเรื่องคือหายไป 3 วัน จะติดต่อครอบครัวได้เจอคำด่าจากครอบครัวหาว่าขายตัว มั่วผู้หญิง ไม่กลับบ้าน แต่โชคดีได้พิสูจน์ตัวเองจากที่สวิส วีดีโอคอลบอกว่าตอนนี้ผมทำอะไรอยู่ที่ไหน แต่ขณะนั้นมีสายเข้ามาที่บ้าน บอกว่าตอนนี้มันไปอยู่กับผู้หญิงแล้ว สบายไปแล้ว ไม่ต้องไปสนใจมัน” “ครอบครัวผมบอกแบบนั้น ผมถึงต้องถามว่าเกิดอะไรขึ้น และอัดเสียงว่าผมทำจริงหรือเปล่า ก็เลยเกิดคลิปเสียงขึ้น” (เปิดคลิปเสียงภรรยาตัวเองกับภรรยานักร้องที่มีปัญหาคุยกัน) “ผมมีเอกสารทุกอย่างที่เขาส่งมาล้างสมองแฟนผมว่าผมเป็นอย่างนั้นจริงๆ แต่แฟนผมก็อัดเสียงไว้ แล้วเอามาหักล้างกับสิ่งที่ผมมีทุกอย่างจนแฟนผมเข้าใจ หลังจากนั้นเขาก็ทวงเงินผมตลอด ขู่ผมว่าจะเอาผมให้ตาย ผมไม่ได้ติดเงินเขาด้วย แต่เขามาทวงแทนคนอื่นทำไม ผมไม่ได้ติดหนี้สินอะไรกับเขาเลย แต่เขาอาสามาทวงหนี้แทน แต่วิธีของเขามันเกินไปมาแอบถามจากภรรยาผม บอกเล่าเรื่องราวใส่ข้อมูลกับภรรยาผม ภรรยาผมถึงได้หลงบอกว่าผมเป็นหนี้ใครอะไรยังไงบ้าง” “หลังจากนั้นเขาจึงขุดผมทุกอย่างว่าผมเป็นหนี้ใคร ทำธุรกิจอะไรเจ๊งมาบ้างแล้วก็ยังมาโพสต์อะไรต่ออะไรอีกเยอะแยะ รู้ทุกอย่างว่าผมทำอะไรอยู่ที่ไหน รู้บ้าน รู้ทุกอย่าง เขาคุกคามผมมาก ตอนก่อนไปสวิสไม่เคยมีปัญหากันเลย แทบจะจูบปากกัน เขาเคยโพสต์ว่าเปิดบริษัทรับทวงหนี้ทั่วราชอาณาจักร แต่ลบไปแล้ว แบบนี้ผิดพรบ.คอมพิวเตอร์ เตรียมยื่นเรื่องทางกฎหมายต่อไป”(เปิดคลิปเสียงจั๊กกะบุ๋มคุยกับศร) “ที่ผมข่มขู่ เพราะเขามาพาดพิงว่าแม่ผมเคยติดคุกคดียาเสพติด ผมผิดมั้ยที่ออกมาปกป้องแม่ รู้เหรอว่าแม่ติดคุกเรื่องอะไร รู้เหรอว่าแม่เจ็บช้ำน้ำใจจากการถูกยัดข้อหา ติดคุก 2 ปี เขาช้ำขนาดไหน” “การที่ผมออกมาปกป้องบุพการีใช้คำไม่สุภาพ ผมกราบขออภัย คุณทำเพื่อจะโปรโมทอะไรหรือเปล่า อย่าทำเลย เขาบอกผมมาเกาะเขาดัง ผมเองมีงานมาตลอดนะ ทำงานมาตลอด 11 ปี แต่เขามีอะไร เขาหายจากจอทีวีมานานมาก ใครเกาะกระแสใครกันแน่” “ดำเนินการทางกฎหมายแน่นอน เอกสารมีมากกว่า 3,000 แผ่น จะเข้าสู่กระบวนการกฎหมาย จะฟ้องหมด พรบ.คอมฯ หมิ่นประมาท ขู่กรรโชก ข่มขู่คุกคาม ไม่ต้องแจ้งความแล้ว เข้าฟ้องศาลเลยฝ่ายโน้นบอกให้กราบเท้าขอขมา ผมถามหน่อย ผมผิดอะไร ถ้าผมผิดจริงผมพร้อมกราบต่อหน้านักข่าวเลย ไปเคลียร์กันที่ศาลเลย พูดไปก็เป็นการกล่าวโทษพาดพิง ไปศาลเลยดีกว่า ที่เขามาวันนี้มาทำไม ไม่ได้เชิญ เอาคนชื่อออมที่ว่าผมเป็นหนี้มาด้วย ผมเป็นคนเชิญมาเอง อยากให้มาคุยต่อหน้านักข่าว ยอมรับยืมเงินออมมาจริง แต่มีการจ่ายล่าช้า” “ตอนแรกคุยกันเองว่าจะจ่าย แต่พอดีเขาไปแจ้งความ หลังจากนี้ก็คงต้องใช้กฎหมายคุยกันจะฟ้องทุกเรื่องภายในอาทิตย์นี้ ไม่ต้องการเรียกร้องอะไร เพียงแต่จะให้คนรู้ว่าผมเป็นยังไง สมาคมตลกไม่มีเรียกไปคุย มองเป็นตัวบุคคลดีกว่า อย่าไปพาดพิงถึงองค์กร ไม่มีองค์กรไหนสอนให้คนทำผิดพลาด ผมกราบขออภัยสมาคมตลกด้วย องค์กรก็ไม่จำเป็นต้องเข้ามายุ่ง แต่นามสกุลเชิญยิ้มก็อาจจะทำให้มีผลบ้าง แต่ขอให้ผมได้ชี้แจงก่อนจะใช้หนี้ทุกคนแน่นอน มีการพูดคุยกับเจ้าหนี้ทุกคนตลอด จำนวนเงินติดหนี้ทั้งหมดประมาณ 120,000 บาท แต่เขาทำเป็นเรื่องใหญ่ ไปบอกผู้จัดว่าอย่าจ้างงาน แล้วผมจะเอาเงินที่ไหนไปใช้หนี้” “ถ้าเขาออกมาแถลงโต้ผมไม่ซีเรียส ผมทำมาหากิน ให้โอกาสผมเถอะ ผมใช้หนี้ทุกคนแน่นอน สัญญาว่าจากนี้ไปจะไม่มีการโพสต์พาดพิงถึงเขาอีก แต่ถ้าเขาโพสต์ถึงผมขอให้ทุกคนคิดเอาเองว่าใครกันที่ไม่จบ ฝากถึงเขาในฐานะที่ผมเป็นน้อง ถ้ามีสิ่งใดที่ผมทำให้พี่ไม่พอใจ ผมขอโทษ ทุกเรื่องทุกสิ่งผมพยายามบอกให้พี่หยุด ผมไม่โกรธ เพราะผมเข้าใจว่าพี่ทำเพราะอะไร แต่ผมขอให้ศาลเป็นคนดำเนินการแทน ผมขอโทษแล้วกัน ถ้าพี่คิดได้พี่ก็หยุดเถอะ ไม่นานคนไทยก็ลืม อย่าดื้อดึงเลย” จั๊กกะบุ๋ม กล่าว จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม - คุณแม่ จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม - คุณแม่ ศร อิจฉา ภรรยาของศร ภรรยาศร - ออม สาวแบงค์ จั๊กกะบุ๋ม และภรรยา ออม สาวแบงค์ มาทวงเงินจั๊กกะบุ๋มหลังแถลง ออม สาวแบงค์

ร่องเหงือกสะอาด ฟันแข็งแรง ต้องทำอย่างไร?
กลิ่นปาก /  ฟัน / 

คุณให้ความสำคัญกับอะไรมากกว่ากันระหว่าง ร่องเหงือก และ ซอกฟัน ? หากคุณเลือกอย่างใด อย่างหนึ่งบอกได้เลยว่าคุณคิดผิด เพราะเมื่อเราทานอาหารเศษอาหารบางส่วนยังคงติดอยู่ที่ร่องเหงือกและซอกฟัน และยิ่งถ้าเราทำความสะอาดไม่ดีพอ คราบอาหารที่เกาะอยู่บนผิวฟันนั้น ก็จะกลายเป็นแบคทีเรียซึ่งสามารถเจริญเติบโตและเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ และนานเข้าก็จะกลายเป็นคราบหินปูน ซึ่งเป็นสาเหตุหลัก ของโรคเหงือกอักเสบและเกิดอาการเหงือกย่น ฟันโยก มีกลิ่นปากได้ ดังนั้นการแปรงฟันอย่างถูกวิธี และการเลือกแปรงสีฟันให้เหมาะสมกับช่องปากก็มีความสำคัญด้วยเช่นกัน สมมติว่าคุณเป็นหญิงสาวที่มีช่องปากเล็ก แล้วคุณเลือกใช้แปรงสีฟันที่มีขนาดใหญ่ คุณก็อาจจะทำความสะอาดตามซอกซอนฟัน หรือร่องเหงือกได้ไม่ดี ทำให้มีเศษอาหารติดแน่นฝังลึกเป็นฟอสซิลได้ง่ายๆ แต่ถ้าคุณเลือกใช้แปรงที่มีขนาดเหมาะสมกับช่องปากแล้ว คุณก็สบายใจได้เลยว่า จะซอกเล็กซอกน้อย ยังไงแปรงสีฟันที่เหมาะกับคุณก็จะซอกซอนได้อย่างสะอาดหมดจดแน่นอน

14 เทคนิค กินบุฟเฟ่ต์ อิ่มได้ ไม่เสียสุขภาพ
กินบุฟเฟ่ต์ /  บุฟเฟ่ต์ / 

อาหารบุฟเฟ่ต์ ปัจจุบันมีราคาตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพัน มีกระแสความนิยมเพิ่มขึ้นจนบางร้านต้องรอคิวกว่าชั่วโมงเพื่อเข้ารับประทาน เหตุนี้จึงสะท้อนให้เห็นว่า บุฟเฟ่ต์ ได้เข้ามาเป็นวัฒนธรรมการบริโภคของสัมคมไทยไปแล้ว ด้วยตัวเลือกที่หลากหลายสามารถกินได้แบบไม่อั้น “อาหารบุฟเฟ่ต์” จึงกลายเป็นอาหารยอดนิยมของกลุ่มคนทำงานออฟฟิศ นักเรียน นักศึกษา โดยการกินบุฟเฟ่ต์ส่วนใหญ่มักจะคิดถึงความคุ้มทุนโดยจะพยายามกินอาหารปริมาณมาก หรือเลือกกินอาหารราคาแพง เพื่อจะให้คุ้มค่ากับราคาทั้งนี้ ร่างกายนำพลังงานจากอาหาร มาใช้กิจกรรมต่าง ๆ เช่น นั่ง นอน ยืน เดิน ทำงาน ออกกำลังกาย ถ้าได้รับพลังงานมากเกิน ความต้องการร่างกายจะนำพลังงานส่วนเกินนั้นไปเก็บสะสมในรูปไขมันเพื่อเป็นพลังงานสำรอง ถ้ามีการสะสมของไขมันมากขึ้นก็จะนำไปสู่โรคอ้วน และนำไปสู่โรคต่างๆ วันนี้เรามีคำแนะนำดีๆ ที่จะทำให้ทุกครั้งที่ กินบุฟเฟ่ต์ “อิ่ม คุ้มค่า ไม่เสียสุขภาพ” 1. กินน้อย ก่อนกินมาก จำไว้ให้ขึ้นใจเลยว่า ‘การอดอาหารเพื่อกะไปกินบุฟเฟต์กับเพื่อนๆ ให้คุ้มนั้นไม่คุ้มอย่างที่คิด’ เพราะนอกจากจะทำให้ร่างกายลดการเผาผลาญพลังงานลงแล้ว เรายังอาจรู้สึกหิวมากเกินไปตอนไปกินบุฟเฟต์ ดังนั้นควรเลือกกินอาหารในแต่ละมื้อให้น้อยลงก่อนไปกินบุฟเฟต์สัก 1 วัน หรือ 1-2 มื้อ (ถ้าหิวมากจนอดใจไม่ไหว ก็ควรกินผลไม้หรือดื่มนมไขมันต่ำ และตามด้วยน้ำเปล่ารองท้อง) แต่ถ้ามีเหตุให้ต้องไปกินแบบไม่ทันได้เตรียมตัว ก็ควรลดอาหารในวันหลังจากนั้นให้น้อยลง 2. ‘ลุกเดิน’ วอร์มอัพ ก่อนหรือหลังกินบุฟเฟต์ ‘การเดิน’ เป็นกิจกรรมทางกายที่ง่ายสุดๆ ฉะนั้นจะลุกขึ้นมาเดินเพิ่มขึ้น 20-30 นาที ประมาณ 5-7 วัน ก่อนหรือหลังไปกินบุฟเฟต์ ย่อมไม่ใช่สิ่งที่ยากเกินความสามารถ 3. เสื้อผ้าก็สำคัญ ควรใส่เสื้อผ้าที่พอดีตัว ไม่ควรใส่ชุดหลวมๆ เพราะเราอาจเพลิดเพลินกับอาหารจนกินเกินอิ่มได้ง่ายๆ 4. ไกลไว้ดีกว่าใกล้ การเลือกที่นั่งไกลจากซุ้มอาหาร ช่วยให้เราได้เพิ่มการใช้พลังงานทุกครั้งที่เดินมาตัก 5. สำรวจร้านเตรียมรับมือ ชิงเดินสำรวจอาหารทั้งหมดให้เรียบร้อย เพื่อที่จะได้วางแผนการรบกับกองทัพอาหารได้ถูกว่าควรเลือกเอาอะไรใส่ปากบ้าง และไม่ต้องเจอกับสถานการณ์ประเภท ‘อิ่มแล้ว แต่เพิ่งเดินมาเห็น’ แถมยังได้เดินเพิ่มก้าวอีกเล็กน้อยด้วย 6. จานเล็กช่วยได้ การหยิบจานเล็กใส่อาหารเหมือนไม่น่าจะช่วยอะไรเท่าไหร่ แต่เรื่องนี้มีการศึกษามาแล้วและพบว่าการลดขนาดจานลง 2 นิ้ว ช่วยให้เรากินอาหารลดลงถึงร้อยละ 22 7. สลัดมาจานแรก ควรเลือกตักสลัด (น้ำสลัดน้อยๆ) เป็นจานแรก 8. ไม่ติดมัน ไม่เอาน้ำผัด ควรเลือกกินเนื้อสัตว์ประเภทต้มหรือนึ่ง ถ้าปิ้งย่างก็ไม่เอาแบบไหม้เกรียม ส่วนพวกเนื้อติดมัน น้ำผัด และชุบแป้งชุบไข่ทอดนี่อยู่ให้ห่างไว้ 9. ตักเผื่อล้นโต๊ะ การมีน้ำใจถือเป็นสิ่งดี แต่การตักเผื่อคนอื่นเวลากินบุฟเฟต์นั้น อาจทำให้มีอาหารล้นโต๊ะ ควรตักอาหารแต่ละชนิดไม่เกิน 1-2 ช้อน และตักทีละจานก็พอแล้ว 10. ผ้าเช็ดปากเตือนสติ แค่เอาผ้าเช็ดปากมาวางไว้บนตัก เราก็สามารถรู้ตัวทุกครั้งเวลาที่ลุกไปตักอาหาร และจะได้บังคับตัวเองไม่ให้ลุกจนเพลิน 11. สนทนาละความสนใจ มากินบุฟเฟต์ทั้งทีจะเน้นกินอย่างเดียวก็คงกระไรอยู่ ควรหันไปพูดคุยกับเพื่อนร่วมโต๊ะให้มากขึ้นจะได้ช่วยดึงความสนใจของเราออกจากอาหารและกินอาหารได้น้อยลง 12. น้ำเปล่าดีที่สุด น้ำหวาน น้ำผลไม้ หรือน้ำอัดลมก็ล้วนเป็นเครื่องดื่มเพิ่มแคลอรีทั้งนั้น เพราะฉะนั้นหันมาดื่มน้ำเปล่าดีกว่า 13. ตัดทิ้งแอลกอฮอล์ การดื่มแอลกอฮอล์นอกจากจะทำให้เรามีภาวะขาดน้ำแล้ว ยังกระตุ้นให้เราดื่มน้ำหรือกินอาหารเพิ่มขึ้นฉะนั้นเมินได้ก็เมินเถอะ 14. โปรดระวังไขมันแอบแฝง หลีกเลี่ยงไขมันแอบแฝงซึ่งซุกซ่อนอยู่ใน เนย น้ำสลัด (ไม่ว่าจะเป็น น้ำใสหรือน้ำข้น) รวมถึงเกลือแอบแฝงที่อยู่ในบรรดาซอสต่างๆ (ซอสพริก ซอสมะเขือเทศ) หรือกระทั่งครีมทาร์ทาร์ และน้ำจิ้มเอง ก็ควรจิ้มให้น้อยที่สุด การกินอาหารที่ดี จะต้องใส่ใจว่าเรากินเข้าไปมากน้อยเพียงใด รู้จักการควบคุม “แคลอรี่” หรือปริมาณ พลังงานของอาหารที่กิน โดยผู้ชายควรได้รับพลังงานประมาณวันละ 2,000 กิโลแคลอรี และผู้หญิง วันละ 1,600 กิโลแคลอรี ปริมาณที่ว่านี้ รวมทั้งอาหารคาวและหวาน อาหาร 1 มื้อควรได้แคลอรี่ประมาณ 400-700 กิโลแคลอรี่ โดยอาหารเย็นเป็นมื้อที่มีแคลอรีต่ำกว่ามื้ออื่นๆ อาหารว่าง ต้องจำกัดให้น้อยกว่า 200 กิโลแคลอรีในแต่ละครั้ง และเมื่อรวมกับ อาหารมื้อหลักทั้งวันแล้วต้องไม่เกินปริมาณที่กำหนด ลด หรืองดอาหารที่ให้พลังงานสูง อาหารรสจัด และเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลสูง เพราะไม่ว่าจะเป็นอาหารบุฟเฟ่ต์ หรืออาหารทั่วไปก็ตามหากกินมากเกินไป ก็สามารถทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ มากมาย ความคุ้มค่าของราคาและปริมาณ อาจเทียบไม่ได้กับค่ารักษาพยาบาลที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ดังนั้น กินอย่างพอดี เสริมกิจกรรมทางกาย เพื่อสุขภาพที่ดีกันนะคะ เรื่องโดย : กิดานัล กังแฮ Team Content www.thaihealth.or.th ข้อมูลและภาพประกอบจาก : หนังสือ“คิดเอง ทำได้ ห่างไกลโรค”เครือข่ายคนไทยไร้พุง ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย และ หนังสือ “ เดินศาสตร์” โครงการรักเดิน สสส. ร่วมกับ นิตยสารหมอชาวบ้าน

Sit In Inspired work space /  work space / 

ในปัจจุบัน ไลฟ์สไตล์คนเมืองไม่ว่าจะวัยเรียนหรือวัยทำงาน เราก็มักจะเห็นการนั่งจับกลุ่มติวหนังสือ คิดงานตามร้านต่างๆ ซึ่งปัจจุบันก็มีร้านที่ทำออกมาในแนวกึ่งร้านอาหารกึ่ง work space อยู่หลายที่ เช่น To Fast To Sleep คาเฟ่ 24 ชม. ที่มีโซน work space ให้เราได้นั่งทำงานกัน และล่าสุดกับ "Sit In" Inspired work space ใจกลางกรุงเทพฯ สยามสแควร์ ชั้น 2 แห่งนี้ "Sit In" Inspired work space ใจกลางกรุงเทพฯ สยามสแควร์ ชั้น 2 ถ้าอยากหาสถานที่ที่เราสามารถนั่งคิดงาน มีมุมอ่านหนังสือ หรือรวมกลุ่มติวหนังสือได้ชิลๆ เหมือนอยู่บ้าน โดยที่ไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องเวลาและสถานที่ ที่ "Sit In - Inspired work space" อาจจะเป็นคำตอบของคุณก็ได้ Sit In - Inspired work space เป็น Work space แห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ ที่ให้บริการกลุ่มคนทุกเพศทุกวัย ที่ต้องการสถานที่ทำงาน อ่านหนังสือ ติวหนังสือแบบชิลๆ หรือนั่งเล่น พร้อมให้บริการอาหาร ของหวาน เครื่องดื่ม แบบบุฟเฟต์! ที่สามมารถทานได้ตลอดเวลาที่อยู่ในร้าน และยังมี บริการ Wifi , ปลั๊กไฟ อีกด้วย นอกจากนี้สไตล์ของร้าน ตกแต่งแบบเรียบง่าย โปร่งสบาย ให้ความอบอุ่น เงียบสงบ และผ่อนคลายอย่างเป็นกันเอง ภายในมีที่นั่งทีให้บริการอยู่หลายโซน อาทิ โซฟา, โต๊ะสำหรับ 2 - 6 ท่าน และ ห้องประชุม มีด้วยหลาย ขนาด ตั้งแต่ S M L XL สามารถรองรับคนตั้งแต่ 2-18 ท่าน และรองรับการจัดเวิร์คช็อป ติวหนังสือ present งาน หรืออีเว้นท์เล็กๆ ได้อีกด้วย และที่สำคัญไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัย เพราะที่นี่มี CCTV ทั่วทุกมุม บริการ เครื่องดื่ม-ของหวาน แบบบุฟเฟต์ เครื่องดื่มต่างๆ Espresso, Cappuccino, Latte Caffe, Mocha, Chocolate,ชา น้ำอัดลม น้ำดื่ม นำ้พันช์ ชามะนาวเย็นๆ ชื่นใจ ของว่างต่างๆ (ขนมปังปิ้งร้อนๆ วาฟเฟิลห้อมหอม ไอศครีมหลากรส ขนมขบเคี้ยว) ค่าบริการเริ่มต้น : ชั่วโมงแรก 119 บาท ชั่วโมงต่อๆ ไป ชม. ละ 40 บาท  ราคาค่าบริการแพคเกจพิเศษ (ต่อ 1 ท่าน) แพคเกจใช้งาน 3 ชม. ราคา 189 บาท แพคเกจใช้งาน 4 ชม. ราคา 225 บาท แพคเกจใช้งาน 5 ชม. ราคา 259 บาท แพคสุดชิล One day pass 289 บาท พร้อมขนมเครื่องดื่มบริการฟรีไม่อั้นตลอดวัน!! เปิดบริการทุกวัน : 7.00 น.-22.00 น. ที่ตั้ง : 238 ถนนพระราม 1, 10330 โรงหนังลิโด้ ชั้น 2 สยามสแควร์ซอย 2 สอบถามเส้นทาง และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : โทร. 061-6394929 Facebook : Sit In Inspired Work Space

อยากให้ทุกคนได้เห็นก็อดซิลลา! เปิดใจ 3 นักแสดงนำใน Shin Godzilla
Shin-Godzilla /  ก็อดซิลลา / 

อยากให้ทุกคนได้เห็นก็อดซิลลา! เปิดใจ 3 นักแสดงนำใน Shin Godzilla สามนักแสดงนำจากภาพยนตร์สัตว์ประหลาดแห่งปี Shin Godzilla เริ่มต้นด้วยนักแสดงหนุ่ม ฮิโรกิ ฮาเซกาวะ รับบทเป็น รันโด ยางุจิ รองหัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรี, ยูทากะ ทาเคโนอุจิ รับบทเป็น ฮิเดกิ อาคาซากะ ที่ปรึกษาพิเศษของนายกรัฐมนตรี และสาวน่ารัก ซาโตมิ อิชิฮาระ รับบทเป็น เจ้าหน้าที่ทางการจากสหรัฐฯ ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่จากรัฐบาลญี่ปุ่น โดยทั้งสามนักแสดงได้ให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานในภาพยนตร์เรื่องนี้ และความรู้สึกที่ภาพยนตร์จะเข้าฉายไว้ดังต่อไปนี้ ยูทากะ ทาเคโนะอุจิ (ซ้ายมือ) ฮิโรกิ ฮาเซกาวะ (ตรงกลาง) ซาโตมิ อิชิฮาระ (ขวามือ) ช่วยเล่าความรู้สึกเมื่อภาพยนตร์ถ่ายทำอย่างเสร็จสมบูรณ์แล้ว ทาเคโนะอุจิ : การที่ผมได้ร่วมแสดงในภาพยนตร์ก็อดซิลลา ซึ่งกำกับโดยผู้กำกับยอดฝีมือขนาดนี้ คงจะเป็นความรู้สึกที่ผมจะจดจำไปชั่วชีวิต ผมคิดว่าคงไม่สามารถแสดงความประทับใจออกมาได้หมดในระยะเวลาอันสั้นนะครับ ผมคงพูดได้เพียงแค่ว่า มันเป็นหนังที่ดูแล้วเกิดความรู้สึกฮึกเหิมมาก ทั้งที่มันเป็นหนังที่เต็มไปด้วย CG แต่ผมกลับไม่รู้สึกว่ามันเป็นหนังไซไฟเลยแม้แต่นิดเดียว หนังนั้นเปลี่ยนรูปแบบไปตามกาลเวลาและยุคสมัย ซึ่งหนังสัตว์ประหลาดญี่ปุ่นในอดีต พูดได้เลยว่า มันก็ไม่ได้สมจริงสักเท่าไร แต่เราก็ไม่ถือสาเพราะคิดว่ามันก็คือหนัง ตอนที่ผมได้อ่านบทหนังเรื่องนี้ บทหนามากครับ ตัวหนังสือเต็มพรืดไปหมด จนผมจินตนาการไม่ออกเลยว่ามันจะออกมาอย่างไร แม้กระทั่งตอนระหว่างถ่ายทำ แต่ทุกอย่างมันชัดเจนอยู่ในหัวผู้กำกับทั้งหมดเลย ผมเองก็ต้องปรับเพื่อให้เข้ากับความคิดผู้กำกับ ให้มันออกมาสมบูรณ์ที่สุด พอหนังเสร็จแล้ว ตอนได้ดูก็รู้สึกภูมิใจมาก หลัก ๆ เพราะหนังมันสนุกน่ะครับ และดีใจมากที่ได้มีส่วนร่วมกับภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ ฮาเซกาวะ : รู้สึกปลื้มสุด ๆ เลยครับ เพราะนี่เป็นภาพยนตร์ก็อดซิลลาแนวใหม่ที่ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถเลียนแบบได้ แถมยังอัดแน่นด้วยความบันเทิง ผมเคยดูวีดิโอเมื่อตอนเด็ก ๆ ผมกลัวมันมากตอนนั้น แต่มันทำให้ผมรู้ว่าหนังญี่ปุ่นมันน่าทึ่งขนาดไหน และคิดว่าอยากจะให้ทุกคน ๆ ได้รับชมภาพยนตร์เรื่องนี้ไว ๆ ครับ อิชิฮาระ : ฉันว่าพวกเขาต้องกล้ามากที่ทำหนังแบบนี้ออกมาในตอนนั้น มันยอดมากที่เจ้าสัตว์ประหลาดตัวนี้ เป็นหนังแฟรนไชส์ที่ยาวนานมาถึง 60 ปี ซึ่งฉันเองก็เพิ่งจะได้ดูไปเมื่อวันก่อนนี้ค่ะ รู้สึกกลัวจนตัวสั่นเลย แม้ว่าญี่ปุ่นในตอนนี้จะไม่ได้ตกอยู่ในสถานการณ์การแพ้สงครามแล้วก็ตาม แต่ลึก ๆ แล้วเราก็สามารถเข้าใจความรู้สึกนั้นได้ เมื่อหลายวันก่อน ท่านประธานาธิบดีบารัก โอบามา ได้มาเยี่ยมเยียนพร้อมให้กำลังใจแก่ผู้ประสบภัยที่จังหวัดฮิโรชิมา โดยมีการคำนึงถึงโทษของระเบิดปรมาณู และสารกัมมันตรังสี ซึ่งฉันอยากจะให้ทุกคนได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้และไตร่ตรองดูกันนะคะ ช่วยเล่าบทบาทของแต่ละคน คุณฮาเซกาวะ : บทบาทของผมคือเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เป็นบทที่ต้องเผชิญหน้ากับก็อดซิลลาโดยตรง ยางูจิ เป็นวีรบุรุษบูชิโดแบบดั้งเดิม ต้องฝึกให้ตัวเองฮึกเหิม ให้กลายเป็นผู้นำให้ได้ เขาแสดงความเป็นผู้นำภายในองค์กร และช่วยกระชับความสามัคคีความแข็งแกร่ง เป็นคนที่เป็นความหวังของอนาคตญี่ปุ่น โจทย์ของผมก็คือ ผมจะทำแบบไหนให้กลายเป็นนักการเมืองที่ทุกคนเชื่อ เป็นชายอายุ 30 กว่า ๆ ได้เป็นเลขาฯ คณะรัฐมนตรี ผมพยายามเล่นให้มันดูมีตัวตนจริง ๆ คิดว่าตัวละครต้องเจอปัญหาอะไรบ้าง มันก็มีปัญหามากมายเกิดขึ้น ทั้งในองค์กร ทั้งประเทศ อยากที่จะปกป้องพลเมืองในประเทศ และนั่นแหละพอคิดแบบนี้ ตัวละครมันก็ค่อย ๆ พัฒนาขึ้นมาเอง ส่วนอื่น ๆ ผมก็จะถามผู้กำกับอันโนะเอา เขาจะค่อย ๆ เรียนรู้และเติบโตจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครับ ทาเคโนะอุจิ : ผมได้รับบทเป็นนักการเมืองครับ ผมไม่เคยเล่นบททำนองนี้มาก่อนเลย ปกติผมก็จะเห็นนักการเมืองจากในทีวี ครั้งนี้ต้องมาเล่นเอง มันตรงกันข้ามกับบุคลิกของผมเลย ผมไม่รู้จะแสดงยังไง พออยู่ในกองถ่าย พอไม่เข้าใจอะไรก็ถามผู้กำกับก่อน ก็ได้รับคำแนะนำอย่างดี ความคิดของผู้กำกับนั้นสุดยอดจริง ๆ เขารู้ลึก รู้ไปหมด นี่คือสิ่งที่ผมประทับใจตอนถ่ายทำกับคุณอันโนะ บทของคุณฮาเซกาวะเป็นนักการเมืองที่อ่อนหัด เขาจะตะโกนออกคำสั่งตลอดเวลาว่า “ยางุจิ อย่าทำแบบนั้น อันนั้นถูกแล้ว อันนั้นไม่ได้” เพื่อให้คุณฮาเซกาวะเล่นได้เข้าบทบาท ซึ่งมันตรงกับบทบาทของผมเลย บทของผมตรงกันข้ามกับบท ยางุจิมาก ๆ เลย ผมไม่รู้ว่า บุคลิก 2 แบบที่แตกต่างกันนี้ จะอยู่ในหัวของผู้กำกับคนเดียวได้อย่างไร อิชิฮาระ : บทที่ฉันได้รับคือ คายาโกะ แอน แพตเตอร์สัน เป็นคนอเมริกันที่เป็นผู้ติดตามพิเศษของประธานาธิบดีสหรัฐฯ พ่อของเธอมีอำนาจมันทำให้เธอโตมาเป็นผู้หญิงที่มั่นใจในตัวเอง แต่คำพูดของยางูชิทำให้เธอได้นึกถึงรากเหง้าความเป็นญี่ปุ่นในตัวเธอ นอกจากเรื่องอสูรกายมันยังเป็นเรื่องราวการเติบโตของผู้หญิงคนหนึ่งด้วย ตอนที่ฉันสวมบท มันมีบางช่วงที่ฉันรู้สึกเหมือนตอนญี่ปุ่นถูกคลื่นสึนามิถล่มเมื่อปี 2011 “มันเป็นเรื่องที่พวกเราไม่สามารถมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ระเบิดปรมาณู ฉันคิดว่าฉันต้องเรียนรู้ว่าควรศรัทธาในอะไร ถึงแม้ว่าจะมีความแคลงใจอยู่บ้าง ก็อดซิลลาช่วยให้ฉันเติบโตขึ้นมาก การทำงานในกองถ่ายของคุณเป็นอย่างไรบ้าง อิชิฮาระ : ในช่วงระหว่างถ่ายทำ ฉันปวดท้องเพราะโรคกระเพาะกำเริบทุกวันเลยค่ะ จึงทำให้รู้สึกเคว้งมาก ทั้งยังรู้สึกกดดันสูงมากด้วย ตอนเริ่มถ่ายซีนแรก ๆ ฉันเครียดมาก ฉันไม่เข้าใจ เวลาถ่ายฉากที่ต้องมองก็อดซิลลา (ต้องมองอากาศไปก่อนเพราะต้องไปทำ CG เพิ่มทีหลัง) ฉันต้องทำแบบไหนนะ ต้องมองยังไง ฉันเริ่มรู้สึกท้อแท้ ก็เลยบอกตัวเองซ้ำ ๆ ว่าอย่ายอมแพ้นะ ด้วยบทบาทในเรื่อง ฉันต้องเป็นคนที่ควบคุมอารมณ์เก่งเสียด้วยสิ แล้วพอถ่ายไปเรื่อย ๆ เปลี่ยนซีนไปเรื่อย ๆ ก็ค่อย ๆ เล่นได้ ความรู้สึกเคว้งก็ค่อย ๆ หายไป ค่อย ๆ ปรับตัวได้ Shin Godzilla มีกำหนดฉายทั่วโลก 100 ประเทศ เป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน รู้สึกอย่างไรที่ได้รับความสนใจขนาดนี้ แล้วนี่ก็ถือว่าเป็นภาพยนตร์หนังก็อดซิลลาในบรรดาก็อดซิลลาเรื่องอื่น ๆ ที่ได้รับความสนใจมากขนาดนี้ ฮาเซกาวะ:เยี่ยมไปเลยครับ ก็อดซิลลาถือเป็นคาแรกเตอร์สัตว์ประหลาดที่คนรู้จักและให้ความสนใจกันทั่วโลก แน่นอนว่า ด้วยชื่อเสียงของคุณผู้กำกับอันโนะ ทำให้มันสร้างความคาดหวังให้กับผู้ชมขึ้นไปอีก แล้วก็ดีใจมากครับที่หนังได้ฉายในหลาย ๆ ประเทศ สมมติว่าเวลาผมไปทำงานในต่างประเทศ คนก็จะถามว่า คุณคือนักแสดงเรื่องก็อดซิลลาใช่ไหม แล้วการที่ก็อดซิลล่าไปฉายในเมืองนอก อาจจะทำรายได้ของหนังเพิ่มขึ้นด้วย(หัวเราะ)ผมดีใจมากครับ ทาเคโนะอุจิ:ก็รู้สึกดีใจจริง ๆ เพราะตอนแรกผมก็เหมือนกับคุณผู้กำกับอันโนะครับ ว่าเราจะรับงานนี้ดีไหมนะ แต่ว่าพอตอนนี้หนังมันเสร็จแล้ว ก็รู้สึกว่ามันเป็นหนังที่ดีมาก ๆ เลย ดูจบแล้วมีความฮึกเหิมสุด ๆ และหนังยังมีความบันเทิงมากด้วย แถมก็อดซิลลาในครั้งนี้ มันก็มีความใหญ่ตั้ง 118.5 เมตร ความใหญ่ของมัน ก็รู้สึกไม่ได้อยากให้แค่คนญี่ปุ่นได้เห็นน่ะครับ แต่ผมก็อยากให้คนทั่วโลกได้เห็นเหมือน ๆ กัน ที่สำคัญ ผมก็อยากให้ทุกคนแสดงความคิดเห็นที่มีต่อหนัง และนั่นก็คือสิ่งที่รู้สึกดีใจ เวลาที่มีคนพูดถึงงานของเรา อิชิฮาระ:เป็นเวลา 60 ปีแล้วที่โตโฮสร้างก็อดซิลลามาเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นใคร เกิดในช่วงเวลาไหน ก็ต้องรู้จักก็อดซิลลากันหมด การได้ไปฉาย 100 ประเทศก็สุดยอดมาก ๆ เลย จนถึงตอนนี้ แม้จะอยู่มา 60 ปีแล้ว ก็อยากให้มันมีไปเรื่อย ๆ อยากให้ทั่วโลกได้เห็น ก็ถือว่าสุดยอดมากค่ะ การถ่ายทำช่วงไหนที่คิดว่ายากที่สุด ฮาเซกาวะ:ผมคิดว่าแสดงบทบาทการเมืองให้ดูสมจริงนั้น ค่อนข้างยากลำบาก บทบาทของผมก็จะเกี่ยวข้องกับนักการเมืองครับ ถ้าพูดถึงนักการเมืองละก็ ผมก็เห็นทั่วไปตามสื่อโทรทัศน์แค่นั้นครับ ไม่ได้รู้ตื้นลึกหนาบาง อย่างเช่น เมื่อมีสถานการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้น ก็จะมีกล้องถ่ายล้อมรอบพร้อมกับการถูกรุมถาม เป็นสิ่งที่ทำได้ยากลำบากมาก ๆ ครับเพื่อให้ดูสมจริง แม้ว่าผมจะถามคนรู้จักที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการเมือง แต่ท้ายที่สุดแล้วก็คงต้องลองสัมผัสดูเอาเองนะครับ ทุกครั้งที่เล่นก็ปรึกษาคุณผู้กำกับอันโนะไปด้วยครับ ทาเคโนะอุจิ:ขณะถ่ายทำฉาก CG นั้นเนื่องจากข้างหลังเป็นฉากสีเขียว พอมองไปยังจอมอนิเตอร์ จึงทำได้เพียงจินตนาการภาพเอาเองครับ ซึ่งเมื่อก็อดซิลลาปรากฏตัว ก็จำเป็นต้องแสดงท่าทางตกใจพร้อมกับพูดคำว่าว่า โอ้ว ซึ่งผมไม่อยากแสดงออกมาให้มันดูไม่สมจริง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องคิดว่าจะต้องแสดงในลักษณะไหนดี ซึ่งนั้นแหละครับเป็นสิ่งที่ยากสำหรับผม Shin Godzilla ที่สร้างมาเพื่อปรับเปลี่ยนเสน่ห์ก็อดซิลลาในแบบเดิม ๆ หนังจะให้ภาพการสร้างความเสียหายให้กับบ้านเมือง  ซึ่งผมดูแล้วก็รู้สึกตื่นตะลึงตามไปด้วย บท ยางุจิ ซึ่งแสดงนำโดยคุณฮาเซกาวะนั้นสะท้อนให้เห็นถึงความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยสีหน้าที่แสดงออกมาในช่วงที่ถูกต้อนจนมุมในยามคับขันนั้นมันรู้สึกตราตรึงใจผมเป็นอย่างมากเลยครับ และนี่ก็เป็นครั้งแรกในบทบาทของนักการเมือง ซึ่งผมก็อยากจะทำมันให้ออกมาดีที่สุด อีกทั้งยังได้รับคำแนะนำมากมายจากคุณผู้กำกับอันโนะ อิชิฮาระ:ช่วงก่อนที่จะถ่ายทำค่อนข้างลำบากค่ะ ตอนที่ได้รับบทภาพยนตร์มานั้น มีแต่ตัวหนังสือเต็มไปหมดแถมยังเป็นคำที่เข้าใจยากอีกด้วย ศัพท์เกี่ยวกับข่าวอะไรทำนองนั้นค่ะ ซึ่งมันยากต่อการเข้าใจ มีส่วนที่ไม่เข้าใจเยอะมาก จึงจำเป็นที่จะต้องหาความหมายเพิ่มเติม และค่อย ๆ จดบันทึกค่ะ อารมณ์แบบอ่านไปด้วยบันทึกไปด้วย อ่านครั้งเดียวไม่เข้าใจค่ะ ต้องอ่านหลาย ๆ รอบ พอยิ่งอ่านก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นกับบทบาทค่ะ เริ่มรู้สึกกลัวและกดดันที่ตัวเองต้องมาร่วมงานที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ มันเป็นบทภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ ค่ะ ตอนอ่านฉันก็ไม่อยากให้มีเรื่องร้าย ๆ เกิดขึ้น อ่านไปฉันจึงรู้สึกกลัวจนตัวสั่นไปด้วยตลอด อยากฝากอะไรทิ้งท้าย อิชิฮาระ : ฉันได้ข้อคิดว่า ทุกการกระทำนั้นส่งผลต่อเนื่องอะไรบ้าง นั่นทำให้ฉันคิดว่าต่อไปนี้ ฉันก็จะใช้ชีวิตโดยการคำนึงถึงอนาคตเป็นหลัก ฉันรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้ร่วมแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ ไม่ว่าจะผ่านไปสักกี่ 10 ปีก็จะไม่มีวันลืมเลยค่ะ ฝากถึงท่านผู้ชมว่าถ้าชอบส่วนไหน มีความรู้สึกยังไง มีประสบการณ์ระหว่างชมอย่างไร ตอนดูจบก็ช่วยกันแสดงความคิดเห็นกันเยอะ ๆ นะคะ ทาเคโนะอุจิ:Shin Godzilla สร้างโดยจินตนาการของคุณอันโนะ (ผู้กำกับ) โดยทำให้ก็อดซิลลามีตัวตนในประเทศญี่ปุ่นขึ้นมาอีกครั้ง แต่ผมกลับคิดว่ามันไม่ใช่เฉพาะที่ประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น โดยอยากให้ทุกคนทั่วโลกได้รับชมและแสดงความคิดเห็นกันเยอะ ๆ นะครับ ฮาเซกาวะ:ในระหว่างการถ่ายทำนั้นเต็มไปด้วยความยากลำบาก ซึ่งผมก็ได้สัมผัสมันมาแล้ว ทั้งทำงานหามรุ่งหามค่ำ การต้องเสี่ยงอันตราย แต่ก็ดีใจที่ได้ร่วมชะตากรรมพร้อมกับทีมงานทั้งหมด 328 คน โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ยังแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่ “ญี่ปุ่นยังคงมีอยู่” พวกเราจะได้เห็นการทำงานเป็นทีมเวิร์กที่ดีตามวิถีของคนญี่ปุ่น การให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาร่วมกัน มันเป็นประเด็นที่ดีมาก ๆ นะครับ ผมจึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยนะครับ

Thor: Ragnarok ยกกองถ่ายมาออสเตรเลีย เนรมิตเมืองกลายเป็นมหานครนิวยอร์ก
Australia /  Chris Hemsworth / 

Thor: Ragnarok ยกกองถ่ายมาออสเตรเลีย เนรมิตเมืองกลายเป็นมหานครนิวยอร์ก การปรากฏตัวของสองผู้ยิ่งใหญ่จากดาวแอสการ์ด Thor รับบทโดย คริส เฮมส์เวิร์ธ (Chris Hemsworth) และ Loki รับบทโดย ทอม ฮิดเดิลสตัน (Tom Hiddleston) ก็สร้างความสนใจให้กับชาวเมืองบริสเบนในออสเตรเลียได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว โดยกองถ่ายทำภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ภาคต่อ Thor: Ragnarok ได้เดินทางมาถ่ายทำที่ย่านธุรกิจในบริสเบน พร้อมกับปิดถนนบางส่วน เพื่อจำลองบรรยากาศเป็นย่านดาวน์ทาวน์ของมหานครนิวยอร์ก ซึ่งมีแผนที่จะถ่ายทำจนถึงวันพฤหัสบดีที่จะถึงนี้ ซึ่งผู้คนมากมายให้ความสนใจพร้อม ไม่เว้นแม้แต่ผู้สื่อข่าวที่รู้สึกตื่นเต้นกับการมาของสองตัวละครสำคัญของจักรวาลมาร์เวลในครั้งนี้ สองพิธีกรรายการข่าว เซย์ฮัลโหลทูธอร์ We got a wave from @chrishemsworth! #9Today https://t.co/jOibAJMs5O — The Today Show (@TheTodayShow) August 21, 2016 บรรยากาศระหว่างถ่ายทำ Spot @chrishemsworth and @twhiddleston filming a scene for #Thor @ABCNewsBrisbane pic.twitter.com/MO02eVltTh — Patrick Williams (@PatrickWilliams) August 21, 2016 สองพี่น้องซูเปอร์ฮีโร่รับงานพาร์ทไทม์บนโลกมนุษย์ขายหนังสือพิมพ์ Just sellin papers with my mate @twhiddleston #parttimejob #thorragnarok @taikawaititi รูปภาพที่โพสต์โดย Chris Hemsworth (@chrishemsworth) เมื่อ ส.ค. 21, 2016 เวลา 4:33pm PDT ดูบทความต้นฉบับ : Twitter goes HAM at Hemsworth as Aussie city turns into NYC for 'Thor'

ปรี๊ดสุด!!! แพท ทำโทษ เบนซ์ แค้นหนักถ่ายรูปคู่พริตตี้ขาวอึ๋ม
ข่าว แพท ณปภา /  แพท ณปภา / 

กำลังคบหาดูใจกับหนุ่มนักซิ่งก็ต้องหวงเป็นธรรมดา สำหรับนักแสดงสาวสายแว้น แพท ณปภา ที่เกิดอาการหึงแฟนหนุ่ม เบนซ์ เรซซิ่ง อย่างหนัก เมื่อหนุ่มเบนซ์ต้องไปงานบิ๊กมอเตอร์เซลล์ 2016 และได้โพสต์รูปที่ถ่ายกับพริตตี้สาวสวย พร้อมทั้งแคปชั่นว่า "แมวไม่อยู่ หนูร่าเริง" แค่นี้ก็ทำเอาสาวแพท โมโหหนักจนเมื่อเจอหน้ากัน ต้องจัดบทลงโทษสถานหนัก!!! เพราะที่เจ้าตัวแค้นสุดไม่ใช่แค่เรื่องถ่ายรูปกับพริตตี้ แต่ที่ทำเอารับไม่ได้คือเลือกถ่ายกับพริตตี้ที่สวยกว่าแฟนได้อย่างไร!!! ขอบคุณรูปจากอินสตาแกรม janejinda, benzracing ภาพเป็นเหตุของเบนซ์ เรซซิ่ง แพท ทำโทษ เบนซ์ แพท ทำโทษ เบนซ์ แพท - เบนซ์ แพท เบนซ์ แพท เบนซ์ แพท เบนซ์ แพท เบนซ์

PocketRO มาแล้ว! เกมมือถือใหม่สไตล์แคชชวล
Pocket RO

Pocket RO The Legend is coming! Pocket RO เกมมือถือใหม่สไตล์แคชชวล จากเกมในตำนาน Ragnarok Online ที่นำเสนอในหลายเวอร์ชั่น ณ จุดนี้เราจะได้เห็น Ragnarok ในเวอร์ชั่นบนมือถือลิขสิทธิ์แท้ๆ จากเกาหลี ที่ในขณะนี้ได้เปิดแฟนเพจกันไปแล้ว พร้อมวิดีโอเทรลเลอร์ที่บรรยายให้เห็นถึงความรู้สึกแห่งตำนาน Ragnarok ที่ทุกคนคุ้นเคย Pocket RO เป็นเกมมือถือแนวแคชชวลที่ฉีกแนวจาก Ragnarok ในรูปแบบเดิมๆ ที่จะพาคุณตะลุยโลกของเกมแห่งตำนาน เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสก็มันส์ได้ โดยในเกมนี้จะนำเสนอในรูปแบบที่เล่นง่าย กับกราฟิก และบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์ของ Ragnarok ต้นฉบับมาลงบนมือถือในรูปแบบกึ่ง 3D นอกจากนี้ยังมีระบบอัพคลาสที่ยังคงเสน่ห์ของ Ragnarok ไว้ในเวอร์ชั่นมือถือนี้ด้วย ปัจจุบันเกมยังอยู่ในช่วงพัฒนาและจะเริ่มให้ทดสอบ Alpha Test ในเร็วๆ นี้ โดยผู้เล่นสามารถติดตามข่าวสารได้ในแฟนเพจ Pocket RO ได้เลย

TwelveSky2 ชุบชีวิตตำนานเกมโดย Play Online ประกาศ CBT แล้ว
Play Online /  TwelveSky2

ชุบชีวิตตำนานเกม TwelveSky2 โดยค่าย Play Online และประกาศกำหนดการ CBT แล้ว สวัสดีครับเพื่อนๆ  ชาวเกมเมอร์ไทยทุกท่าน ทีมงานค่าย Play Online เพื่อนๆ คงรู้จักกันเรียกได้ว่าเป็นค่ายที่ชุบชีวิตเกมตำนานหลายๆ เกม เช่น Rohan Online, Legend Of Edda, DarkStory Titan Online  และล่าสุดเตรียมจะเปิดให้บริการเกม  TwelveSky2 (12Sky2 Online) MMORPG สงคราม 2000 ปี เพื่อรวบรวมวัตถุศักดิ์สิทธิ์ 12 ชิ้น ซึ่งหากใครได้ครอบครองก็จะมีอำนาจครอบครองโลก จนนำไปสู่การทำสงครามระหว่าง 3 ฝ่าย พรรคสราญรมย์, สำนักเทพกระบี่, ลัทธิปีศาจโลหิต... หวังว่าในปี 2016 นี้ค่าย Play Online จะกลับมาทำให้ผู้เล่นเกมส์ TwelveSky 2 ได้กลับมาสนุกอีกครั้งใน Server Licence แท้ๆ มั่นคงและถูกต้อง... เกม TwelveSky2 นั้นเคยเปิดให้บริการมาแล้วโดยค่าย Asiasoft ในช่วงปี 2010 เรียกได้ว่าเป็นเกมที่ผู้เล่นให้ความสนใจกันมากทะลุถึง 6 เซิร์ฟเวอร์กันเลยทีเดียว.. ระบบสงครามสุดมันส์ ▼ สังหารกองทัพศัตรู เป็นสงครามที่ผู้เล่นหลายๆ สำนักจะต้องเข้ามาปะทะกันหมด เมื่อสงครามเริ่มก็เป็นเวลาที่ต่างฝ่ายต่างวิ่งเข้าประจันหน้ากันตรงๆ โดยเป้าหมายของสงครามครั้งนี้ ผู้เล่นจะต้องจัดการสังหารผู้เล่นต่างสำนักให้ได้มากที่สุด ซึ่งจะมีตัวเลขบอกคะแนนสังหารของแต่ละสำนักแสดงอยู่ด้านบนเป็นตัวบอกให้ ผู้เล่นที่กำลังทำสงครามอยู่นั้นทำคะแนนด้วยการสังหารผู้เล่นต่างสำนักไป เป็นจำนวนเท่าไหร่แล้ว และถ้าสำนักไหนชนะ จะได้รับรางวัลนั้นไป.... ▼ ทำลายศิลาศักดิ์สิทธิ์ เมื่อสงครามนี้เกิดขึ้นผู้เล่นแต่ละฝ่ายจะอยู่ที่ศิลาศักดิ์สิทธิ์ของตนเอง โดยมีเป้าหมายที่สำคัญคือการทำลายศิลาศักดิ์สิทธิ์ของฝั่งตรงข้าม แต่ก็อย่าลืมว่าจะต้องปกป้องศิลาศักดิ์สิทธิ์ของสำนักตนเองด้วย โดยแต่ละสำนักจะต้องมีการวางแผนเป็นอย่างดีไม่เช่นนั้นอาจจะต้องเจอกับคำว่า พ่ายแพ้ก็เป็นได้ ถ้าสำนักใดที่ทำลายศิลาของสำนักอื่นได้มากที่สุด และป้องกันศิลาของสำนักตัวเองให้อยู่รอดเหลือเป็นอันสุดท้ายได้ ก็จะเป็นผู้ชนะ... ▼ การยึดครองพื้นที่ สงครามแบบพิเศษโดยที่ครั้งนี้จะมีพื้นที่พิเศษอยู่ตรงกลางเป็นเป้าหมาย สำหรับผู้เล่นทุกฝ่ายบุกแย่งชิงกันโดยนอกจากจะต้องครองพื้นที่พิเศษให้ได้ ตามเวลาที่กำหนดแล้วยังต้องพยายามกำจัดผู้เล่นฝ่ายอื่นที่ จะคอยเข้ามาโจมตีสำนักของเรา ซึ่งหากมีการตายขึ้นมาจะเสียสิทธ์ระยะเวลายึดครองพื้นที่พิเศษที่เราทำไว้ ได้ จะต้องเริ่มต้นแย่งชิงกันใหม่ และถ้าหากเวลาในทำสงครามยึดพื้นที่พิเศษหมดลงก็จะเป็นการรู้ผลแพ้ชนะ ทันที.... สำหรับกำหนดการ CBT (Close Beta Test) โดยจะเปิดให้สัมผัสความมันแบบไร้ขีดจำกัดกันตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2559 เวลา 16.00 น. ถึงวันที่ 10 ตุลาคม 2559 เวลา 23.59 น. รายละเอียดการ Close Beta Test รอติดตามประกาศหน้า Fanpage : www.facebook.com/12sky2classic

ไปมาแล้ว! เซี่ยงไฮ้ ดิสนีย์แลนด์ ผู้หญิงคนเดียวก็เที่ยวได้นะ
disneyland shanghai /  ดิสนีย์แลนด์เซี่ยงไฮ้ / 

แกๆ แกเคยได้ยินข่าวดิสนีย์แลนด์มาเปิดที่เซี่ยงไฮ้มั้ยล่ะ? ที่เค้าว่าใหญ่โตกว่าดิสนีย์แลนด์ฮ่องกงถึง 3 เท่า แล้วแกเคยเห็นภาพข่าวที่ว่าชาวจีนแห่ไปทำสกปรก ตั้งแต่ยังไม่เปิดเป็นทางการมั้ย? สิบปากว่า + หมื่น like comment share ก็ไม่เท่าตาเห็น ชั้นขอไปพิสูจน์ด้วยตัวเองให้เห็นกับตาดีกว่า ไปมาแล้ว! เซี่ยงไฮ้ ดิสนีย์แลนด์ ผู้หญิงคนเดียวก็เที่ยวได้นะ เป็นทริปเซี่ยงไฮ้ ทริปแรกของบี ไปคนเดียว ในเมืองใหญ่ ที่ไม่คุ้นเคย .... ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง 1. วีซ่า นี่เป็นประเทศของบีที่ต้องขอวีซ่า แต่ด้วยความเร่งด่วนสุดพลัง เพราะต้องรีบใช้พาสปอร์ตไปเที่ยวเกาหลีที่จองมาแรมปี บีเลยใช้บริการเอเจ้นมารับส่งวีซ่าถึงที่เลย สนนราคาวีซ่าแบบเร่งด่วนพร้อมค่าบริการ 3,300 บาท เราเตรียมแค่พาสปอร์ตตัวจริง กับรูปถ่าย 2 นิ้ว 1 ใบ แค่นั้นพอ! 2 วันทำการได้! แต่ถ้าใครอยากยื่นเองก็ .... หนังสือเดินทางเล่มจริง (Passport) (กรณีเคยเดินทางก่อน 2010) สำเนาหน้าวีซ่าจีนที่ใช้เดินทางครั้งล่าสุด (กรณีวีซ่าจีนอยู่ในหนังสือเดินทางเล่มเก่า ขอให้ถ่ายเอกสารหน้าหนังสือเดินทางเล่มเก่าและหน้าวีซ่าจีนที่ใช้เดินทางครั้งล่าสุดแนบมาด้วย) รูปถ่ายสี ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ หน้าตรง ไม่สวมหมวก พื้นหลังสีขาว หรือสีฟ้าเท่านั้น ใบจองตั๋วเครื่องบิน ใบจองที่พัก / โรงแรม จดหมายเชิญจากบริษัทหรือหน่วยงานที่ประเทศจีน ( เฉพาะวีซ่าธุรกิจ ) ค่าบริการตามประเภทนี้ (ข้อมูลจาก http://www.visaforchina.org) 2. ตั๋วเครื่องบิน สายการบินที่บินตรงไปยัง Pudong International Airport ที่เซี่ยงไฮ้ก็มีอยู่หลายสายการบิน แต่บีเลือก Thai AirAsia X เพราะเวลาบินดีมากกก ขาไปออกจากกรุงเทพเที่ยงคืน ถึงเซี่ยงไฮ้5.30 น. เที่ยวต่อได้เลย ส่วนขากลับก็ออกจาก เซี่ยงไฮ้ ไวหน่อยเพื่อกลับมาพักผ่อน เตรียมตัวทำงานในวันรุ่งขึ้นได้ ทริปนี้คือตั้งใจไป เซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์เลยล่ะ ไปแค่ 2 วันพอ แต่ก็รู้สึกได้เที่ยวเยอะนะ เพราะฉะนั้นเอาจริงๆ เซี่ยงไฮ้ ไป 2 วัน ซึ่งขาไปเนี่ยขอลอง quiet zone นิดนึง คือบับว่าไฟล์ทดึก และไปจีนอ่ะเนาะ เค้าก็กลัวมีความโช้งเช้งเสียงดัง ขอเซฟๆนิดนึง แต่เธอเอ้ยยย เงียบสงบหลับเต็มต่อ ทอเต็มผืน  ตื่นมาพร้อมความสดใสพร้อมลุยเดี่ยว เที่ยวกระจายเลยจ้า จริงๆ คนจีนก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เราคิดนะ นอกจากหลับสบาย อาหารก็อร่อยนะ บีสั่งข้าวหน้าไก่เทริยากิไว้ตั้งแต่ตอนจองตั๋ว เพราะนอกจากจะคอนเฟิร์มว่าได้กินแน่ ไม่มีหมด และราคาถูกกว่าซื้อบนเครื่องด้วย แถมน้ำแร่อีกขวดด้วยฮ่า Thai AirAsia X เค้ามีวิธีกรอกใบเข้าเมืองให้ลอกด้วยนะ อยู่ในเล่มเมนูอาหารนั่นแล ... สบายเรา ที่ดีงามของ quiet zone อีกอย่างคือสามารถขึ้นเครื่อง ลงเครื่องก่อนได้ ซึ่งเราจะไม่ต้องเจอความมะรุมมะตุ้ม จอแจ จ้องจะแซงคิวของพี่จีน นี่ประทับใจ quiet zone มากกกกจริงๆ ค่ะ พูดเลย 3. ที่พัก บีพัก 2 คืนเนาะ คืนแรกพักแถว Nanjing Road  ชื่อโรงแรม Shanghai Chunshengjiang Hotel คืนละ 1000 บาทเอง อยู่ย่านชุมชน แหล่งช้อปปิ้ง ของกินเพียบ บีนอนคนเดียวเลือกห้อง single bed แต่นอนสบายดีค่ะ ชอบ คุ้ม ส่วนคืนที่สอง ด้วยความที่ต้องขึ้นเครื่องไฟล์ทกลับเร็วมาก เลยมานอนโรงแรมแถวสนามบินซะเลย กันเหนียว บีเลือก Da ZhongPudong Airport Hotel Shanghai แพงหน่อย คืนละ 2,700 บาทเพราะเป็นโรงแรม 4 ดาว  แต่ก็เอาสะดวกสบายเนาะ แล้วกว่าจะออกจาก Disneyland กว่าจะถึงโรงแรม คือไม่อยากเดินหาแล้วอ่ะ อยากทิ้งตัวเลย โรงแรมหาง่ายมากก อยู่ระหว่าง terminal 1 และ terminal 2  เลย  ถ้าออกจาก MRT ก็เดินตามป้าย airport hotel เลยจ้า 4. เปิดโรมมิ่ง สายเซลฟี่ สายโซเชี่ยลอย่าเรา ต้องไม่พลาด ถ้าใครไปจีนแนะนำให้เปิดโรมมิ่งไปค่ะ เพราะถ้าไปซื้อ sim ที่นั่น โดน block ทั้ง LINE ทั้ง Facebook ใจขาดแน่นอน บีเปิดโรมมิ่งของ AIS ไป 2 วัน 900 บาท สัญญาณก็พอใช้นะ อัพรูปได้รัวๆ อยู่ ยกเว้นตอนนั่ง metro ขาดผึง! 5. ตั๋วดิสนีย์แลนด์ ไปดิสนีย์แลนด์ก็ต้องซื้อตั๋วดิสนีย์แลนด์สิจ้ะ ซึ่งตั๋วดิสนีย์แลนด์เค้าจำกัดการขายต่อวันนะเธอ เต็มก็คือเต็มอย่าไปเล้าหลือ ดังนั้นจองไปก่อน ไม่มีพลาด จองง๊ายง่าย เพียงเข้าไปในเวป https://www.shanghaidisneyresort.com/en/ ช่วง grand opening (ถึง 31 สิงหาคม 2559) ราคาวันเดียวก็ 499 หยวน หรือ 2,681 บาท ส่วนหลังช่วง grand opening วันธรรมดา 370 หยวน / วันหยุดก็ 499 เท่าช่วง grand opening จ้า 6. ปลั๊ก อันนี้บางคนคาดไม่ถึง ในแต่ละประเทศ เค้าจะมีรูปร่างหน้าตาปลั๊กไฟที่ต่างกัน ของที่เซี่ยงไฮ้ขอให้เตรียมแบบ 3 ขาแบบนี้ไปนะคะ 7. วางแผนการเดินทาง ที่เซี่ยงไฮ้มี MRT หลายสาย ลองเชคเวลาว่าเริ่มกี่โมง หมดกี่โมง แต่ละสายเวลาก็ไม่เท่ากัน หากทำแพลนตั้งแต่ไทย ก็ลองเข้าไปที่ http://www.exploreshanghai.com/metro/ ส่วนถ้าอยากดูสายรถไฟที่นั่น ก็โหลด free app “explore shanghai metro map” (โลโก้ตัว m) ไปนะจ้ะ การเดินทางก็ซื้อจากตู้อัตโนมัติได้เลยค่ะ ใช้ไม่ยาก มีภาษาอังกฤษ เพียงแค่เลือกสายรถไฟ ซึ่งมีทั้งหมด 11 สายและเลือกสถานีปลายทางก็จะมีราคาขึ้นมา 3 หยวนขึ้นไป แล้วแต่ระยะทาง การเปลี่ยนขบวนก็เดินไม่ไกล ไม่เหมือนเกาหลี ... สรุป เดินทางง่ายมากกกค่ะ สำหรับ MRT ที่นี่ ตัดภาพไปที่เซี่ยงไฮ้ Pudong International Airport เวลา 5.30 น. ของวันอังคารที่ 21 มิถุนายน 2559 เมื่อผ่าน ตม.มาได้ด้วยความไม่ยากเย็นเลย ไม่ถงไม่ถามสุขภาพซ้ากกคำบีก็นั่ง shanghai MRT เข้าเมือง ไปฝากกระเป๋าที่ที่พักก่อน Thai AirAsia X ลงที่ terminal 2 ซึ่งเป็น terminal ที่เป็นต้นทางของ รถไฟ MRT ที่นี่เลย การเข้าเมืองจะนั่ง MRT สาย 2 หรือ Maglev ซึ่งเป็นรถไฟด่วนก็ได้ แต่ MRT สาย 2 เปิดเร็วกว่าคือ 6 โมงเช้า และประหยัดกว่า เราไม่รีบ เราไปอันนี้แหละ ถ้าใครไป  MRT สาย 2 จะมีเปลี่ยนฝั่งรถที่สถานีก่วงหลาน (Guanglan) ส่วนถ้าใครนั่ง Maglev มา ก็ต้องมาต่อรถสาย 2 ที่สถานีหลงหยาง (Longyang) นะจ้ะ ใครพัก Shanghai Chunshengjiang Hotel ให้ลงที่สถานี nanjing east road station ออก exit 4 เดินไม่ถึง 15 นาทีถึงจ้า แต่ต้องเปิด apple map หรือดูแผนที่ที่บีแปะมาเอาเลยนะคะ อย่าไปเชื่อ google map หลงมาแล้ว พูดเลย เพราะหน้าตาใน agoda กับ รร.ของจริง ไม่เหมือนกันจ้า .. นี่หน้าตา รร.นะคะ Shanghai Chunshengjiang Hotel ให้ early check in ได้เช้ามากกก 8-9 โมง บีมาเชคอินได้เลย แต่ห้องยังไม่คลีนนะ เค้าก็ให้แม่บ้านมาคลีนให้เลยตอนนั้น ดีจัง ได้อาบน้ำ 1 รอบ สบายตัวก็เดินตัวปลิวไปเที่ยวได้เล้ยยย อ้อ โรงแรมมีค่ามัดจำ key card 10 หยวนด้วยนาจา บรรยากาศแถว Nanjing รอบๆ ที่พัก เห็นอย่างงี้ ตอนกลางคืนสวยนะเธอ เก็บของ ล้างหน้าล้างตาเสร็จ ที่แรกบีจะไปคือ Yuyuan Garden ซึ่งเป็นย่านทัวร์ริส บรรยากาศจีนๆ ล่ะ คนแยะ ทัวร์เพียบ เดินสำรวจพื้นที่สักพัก หาจุดชิวไม่ได้จริง ๆ ขอลา.. แต่การเดินทางง่ายสุดๆ คือ เดินทางจาก nanjing east road station ขึ้น MRT สาย 10 ไป 1 สถานีเท่านั้น ถึงเลย คือส่วนตัวบีชอบไปย่านชิคๆ คลูๆ มินิมอลๆ คนน้อยๆ เพราะชอบตั้งกล้องถ่ายรูปตัวเองไง คือถ้าไปย่านจีน พี่จีนจะแคร์เรามั้ยล่ะ มีหวังเดินชนขาตั้งกล้องล้มไปอี้กกก ดังนั้นเราก็เลยไปย่าน Shanghai Library Station  กันเนาะ ซึ่งย่านนี้เดินทางจาก Yuyuan Garden ง่ายมาก คือขึ้น MRT สาย 10 ไปแค่ 4 สถานีก็ถึงแล้วจ้า ขึ้นจาก Shanghai Library Station ก็เลี้ยวขวาเข้าแยกที่เป็น Lawson เดินตรงเข้าไปเรื่อยๆ เป็นถนนที่มีต้นไม้โค้งงุ้มตลอดเส้นทางถนน คือชิวมาก เดินไปเรื่อย ๆ จะเจอร้านชิคๆ  บรรยากาศคูลๆ ตลอดทาง แม้อากาศจะร้อนไม่แคร์ความชิคเราเลยก็ตาม เย็นย่ำ เราไปลุยบ้านผีกัน ที่งาน shanghai scream งานนี้คือเหมือนเทศกาลบ้านผีสิงอ่ะแก คือตอนนี้ GTH (ซึ่งตอนนี้เปลี่ยนเป็น GDH แล้วอ่ะนะ) เค้ามาสร้างบ้านผี จากหนัง GTH 3 เรื่อง คือชัตเตอร์, เคาท์ดาวน์ และ พี่มากพระโขนง กันที่นี่ เอาจริง ๆ ทาง GTH เค้าเคยไปสร้างบ้านผีที่งาน Sentosa Spooktacular ที่สิงคโปร์ ช่วงฮาโลวีนเมื่อ 2 ปีที่แล้วแล้วล่ะ ก็มีเสียงลือ เสียงเล่าอ้างมาว่าน่ากลัวมาก ครานี้มีโอกาสได้มาเซี่ยงไฮ้ ช่วงที่เค้าจัดงาน เลยขอมาแสดงความเป็นแฟนหนังไทยซะหน่อย (แม้ว่าจะคืนนี้ฉันต้องนอนคนเดียวก็ตาม ฮือ) บีชอบบ้าน พี่มากพระโขนง เพราะได้ล่องเรือได้บรรยากาศเหมือนในหนังด้วยจ้า.. แต่น่ากลัวที่สุดต้องยกให้บ้านชัตเตอร์ คือกรี๊ดคอแตก ใครไม่กลัวผี มานี่ เธอต้องม๊า ส่วนบ้านเคาท์ดาวน์ ก็แนวๆ เก๋ๆ ตอนเข้า ต้องใส่แว่นสามมิติเข้าไปด้วย นอกจากเรื่องความหลอกหลอนของพี่ที่บับ....อินเนอร์แรงมากแล้ว รายละเอียดที่เค้าทำมันสุดจริงๆ บีไปเล่นบ้านผีมาเยอะอ่ะ พูดตรงพวก mansion7 , bloody hospital, Ripley Haunted Advanture พูดเลยว่าที่นี่ คือเค้าตั้งใจทำมาก งานละเอียด งานดี ใครที่มีโอกาสมาเซี่ยงไฮ้ ตั้งแต่ 1 มิถุนายน ถึง 4 กันยายน ปีนี้ ก็แวะมาชื่นชมบ้านผีจากหนังไทยของเรากันเนอะ ปีไทยนี่หลอนสุดในโลกแล้วจริง ๆ สิงแม่มทุกอย่าง จัวววว.... ใครกลัวก็มาเช้าหน่อยได้นะ เค้าเปิดตั้งแต่ 10โมงเช้า ถึง 4 ทุ่มเลย งานจัดที่ Pulupulu game arena บัตรราคา 158 หยวน การเดินทางก็ลงสถานี nanpu bridge ออก exit 1 เดินต่ออีกประมาณ 15 นาทีถึง โดนผีหลอกอย่างหนำใจแล้วก็ไปดู The Bund  กันเถอะ ถ้าไม่ได้ถ่ายรูปตรงนี้ เดี๋ยวเพื่อนไม่เชื่อแน่เลยว่ามาถึงเซี่ยงไฮ้แล้ว จากบ้านผี เรากลับสถานี East Nanjing  ที่เป็นโรงแรม แต่คราวนี้ออกประตู 2 ออกมาจะเจอสี่แยก ให้ร้านForever 21 อยู่ขวามือ และเดินตรงไปเรื่อยๆ แป้บเดียวก็จะถึง Bund แล้วค่ะ The bund เป็นถนนที่มีว่าที่บ่าวสาว มาถ่ายรูป pre wedding เยอะมากๆๆๆ ก็มันสวยนี่นา ถ่ายรูปเสร็จสม อารมณ์หมายก็เดินกลับโรงแรมค่ะ นอนเอาแรง พรุ่งนี้เราตื่นเช้าไปดิสนีย์แลนด์กันนะ วันที่ 2 ตื่นแต่เช้า เชคเอ้าท์ เพราะเราจะไปดิสนีย์แลนด์แต่ไก่โห่ แล้วจะลากกระเป๋าเดินทางไปด้วย คืนนี้ต้องไปนอนแถวสนามบิน เริ่มจากการเดินทาง Shanghai Disneyland สามารถนั่งรถไฟใต้ดินสาย 11 ไปถึงได้เลยนะจ้ะ ที่สถานีก็ตกแต่งตัวตัวการ์ตูนมิกกี้เม้าส์และผองเพื่อน โซคิ้วท์ทีเดียว ออกจากสถานีก็เดินๆๆๆไปตามทาง  จะเจอน้ำพุสัญลักษณ์ของ Disneyland ด้านหน้าทางเข้าที่เซี่ยงไฮ้ เค้าเลือกใช้มิกกี้เมาส์ตัวต้นฉบับแรกเริ่มในชื่อตอน Steamboat Willie ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มิกกี้เมาส์ปรากฏตัวมาทำเป็นรูปปั้นประกอบน้ำพุ ในเดือนมิถุนายน ถึงสิงหาคม วันจันทร์ ถึงพฤหัส Disneyland เปิด 09:00 to 21:00 ส่วนศุกร์ถึงอาทิตย์ เปิด 08:00 to 22:00 นะจ้ะ ทางเข้าเค้าก็ตรวจกระเป๋าเนาะ แล้วพอเค้าเห็นบีมีกระเป๋าเดินทาง ก็พาไปที่ฝากเลยจ้า ที่ฝากกระเป๋า ไม่ได้เป็นแบบ coin locker ดังนั้น ไม่มีเต็มเนาะ ค่าฝาก 50 หยวน ต่อวัน จะมาเอาของเข้า-ออก กี่ครั้งก็ได้ นี่ก็ดีกว่า coin locker ตรงนี้ แต่มารับคืนภายใน 4 ทุ่มก็พอ ฝากกระเป๋าแล้ว....เข้าได้เลยจ้า เพราะ Ticket ที่จองมาจากเวป ปริ้นมาแล้วเดินไปทางเข้าได้เลย ไม่ต้องไปแลกเป็น ticket จริงให้ยุ่งยาก เพราะพนักงานที่ทางเข้า จะพิมพ์ booking no. เรา แล้วเปลี่ยนเป็นบัตรจริงให้ตรงนี้เลย บัตรนี้เก็บไว้เวลาถ่ายรูปกับตัวการ์ตูนแล้วอยากมาสั่งปริ้นสวยงาม และเอาไว้เวลาจะออกจาก park แล้วเข้ามาใหม่ แต่ถ้าคิดว่า การถ่ายรูปเสียงตังไม่ใช่เวย์ชั้น และชั้นจะออกตอนกลับทีเดียว ก็ช่างมันเลยจ้า เพราะการจะเล่นทุกอย่างเดินสวยๆเข้าไปได้เลย ไม่ตรวจบัตร เซี่ยงไฮ้ ดิสนีย์แลนด์ เป็นที่ดิสนีย์แห่งที่ 6 ของโลกต่อจาก Disneyland Resort, Anaheim, California, USA / Walt Disney World Resort, Orlando, Florida, USA / Tokyo Disneyland Resort, Tokyo, Japan / Disneyland Resort Paris, Paris, France / Hong Kong Disneyland Resort, Hong Kong, China ซึ่ง Hong Kong Disneyland ลูกค้าส่วนใหญ่ก็เป็นชาวจีนนี่แหละ เค้าเลยมาเปิดๆ ที่ shanghai ต้อนรับชนชาวจีนกันเลย แต่แกเอ้ย....มันไม่ได้ กะหล๊งโป๊ง เซินเจิ้นนาจา งานดี งานละเอียดทีเดียวเชียว ส่วนชนชาวจีนที่มาเที่ยว ก็ไม่ได้เข้าไปยืนเหยียบต้นไม้ ปีนรั้ว อึบนพื้นแบบที่เคยได้ยินข่าวนะ มารยาทโอเคอยู่ ถ้าไม่นับเรื่องแซงคิวบ้าง โหวกเหวก กระจองอแงนิดหน่อยอ่ะนะ อ่ะ มาทำความรู้จักกันเป็นพาร์คๆ โซน โดยมีทั้งหมด 6 โซน Mickey Avenue Adventure isle Fantasyland Gardens of Imagination Tomorrowland Treasure cove โซนแรกเมื่อผ่านประตูเข้ามาก็คือ Mickey Avenue ซึ่งจะเป็นแหล่งรวมของร้านค้า ร้านของที่ระลึก ช้อปเพลินสิคะ โซนต่อไป Adventure isle  เป็นโซนที่มีเครื่องเล่นที่บีชอบที่สุดคือ Soaring Over the Horizon เป็นเครื่องเล่นที่เราเหมือนได้บินไปชมสิ่งมหัศจรรย์ต่าง ๆ ในโลก ผ่านการนำเสนอแบบโรงหนัง 4DX มีลม มีกลิ่นแบบที่เล่นไปร้องว้าวไป คือเหมาะกับคนชอบเที่ยวแบบบีจริง ๆ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการต่อคิวยาวเกือบ 2 ชั่วโมง    วิวระหว่างรอคิว มีท้องฟ้าจำลองให้ดูเพลินๆ โซนต่อไป เราจะเข้าสู่ดินแดนเทพนิยาย  นั่นคือโซน Fantasyland ซึ่งปราสาทเทพนิยายที่ Shanghai Disneyland นี้ มีความสเปเชี่ยลกว่า Disneyland ที่อื่นๆ เพราะเป็นปราสาทดิสนีย์ที่สูงที่สุด (สูง 60 เมตร) และของประเทศอื่น ๆ ตัวประสาทจะเป็นประสาทของเจ้าหญิงองค์ใดองค์นึง เช่นซินเดอเรลล่า, เจ้าหญิงนิทรา แต่ที่เซี่ยงไฮ้ ดิสนีย์แลนด์ ไม่ได้เป็นของเจ้าหญิงองค์ใดองค์หนึ่ง แต่เป็นของเจ้าหญิงดิสนีย์ทุกองค์เลยจ้า....ยิ่งใหญ่ไปอี้กกก และสเปเชี่ยลไปกว่านั้น  ปราสาทของดิสนีย์แลนด์บางแห่งก็เข้าไปข้างในไม่ได้ แต่ที่นี่มีเครื่องเล่นแนว walkthrough ชื่อ Once upon a time adventure ที่เราสามารถจะเดินไปดูเรื่องราวของเจ้าหญิงสโนไวท์ ผ่านเทคนิคการนำเสนอที่สุดเจ๋งได้ด้วย ด้านล่างของปราสาท มีโถงขนาดใหญ่ ที่ผนังโดยรอบ มีกรอบรูปโมเสกใน concept เจ้าหญิง 4 ฤดู และพร้อมโคมไฟระย้าหรูหราเหมือนเราได้เข้าไปในปราสาทของเจ้าหญิงจริง ๆ นอกจากปราสาทฟรุ้งฟริ้ง โซนนี้มีสวนเขาวงกตด้วยนะ คือ Alice in WonderMaze อ่านชื่อก็รู้ได้ว่า ธีมมาจาก Alice in Wonderland มีขุ่นแม่ ยืนเด่นเป็นสง่าหน้าใหญ่(ใจโต) รอให้ชักภาพอยู่จ้า ในโซน Fantasyland ก็มีเครื่องเล่นมากมาย แต่ก็เป็นเครื่องเล่นแนวหน่อมแน้ม เด็กน้อยอ่ะนะ แล้วบีก็เคยเล่นแล้วที่ HK Disneyland ก็เลย skip ไป ตัวอย่างเครื่องเล่นเด็กน้อย โซนนี้ ก็เช่น Many adventures of Winnie the Pooh เป็นการนั่งไหน้ำผึ้งไปดูเรื่องราวของน้องหมีพู, Hunny Pot Spin ส่วนที่บีเล่นก็มีนะคือ เครื่องเล่น Peter Pan's Flight อันนี้ดี... เป็นการนั่ง เรือสำเภาลอยฟ้า ไปดูเรื่องราวของ Peter Pan แต่บอกเลยว่าภาพนั้น ดูทันสมัยมาก มีความเสมือนจริง และว้าวสุด ๆ ค่ะ และอีกอันที่บีเล่นคือ Voyage to the crystal grotto คือการนั่งเรือ ชมรูปปั้นและน้ำพุจากการ์ตูนเรื่องต่างๆของดิสนีย์ คือเป็นเครื่องเล่นใสๆ วัยรุ่นชอบมาก ๆ นี่ถ้าไม่เห็นว่าคิว 5 นาทีนี่ จบกันนะ เฮ้ และที่บีพลาดไปอย่างไม่น่าให้อภัยตัวเองคือเครื่องเล่น Seven Dwarfs Mine Train หรือรถตะลุยเหมืองคนแคระคือคิวยาวมาก ประมาณ 1.30-2 ชม. และก็เห็นว่าคนแคระๆ อะไร ต้องหน่อมแน้มแน่เลย เลยข้ามไป มาดูคลิปทีหลัง โอ้ย...เสียดาย โซนต่อมาคือ Gardens of Imagination เป็นพื้นที่กลางสวนสนุกที่เป็นจุดเชื่อมต่อของทุกโซน มีเครื่องเล่น คือ Dumbo the flying elephant และ Fantasia Carousel หรือม้าหมุนนั่นเอง และมี Marvel Universe ซึ่งตอนแรกมีพุ่งเข้าไป หมายจะเจอเครื่องเล่นแมน ๆ เจ๋ง ๆ ปรากฏว่าเป็นการเข้าไปต่อคิวถ่ายรูปกับเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่ และให้เราเข้าไปยืดเส้น ยืดสาย จำลองการต่อสู้ เหมือนเราเป็น 1 ในทีม super hero จ้ะ แต่ก็เหมาะกับสายถ่ายภาพนะ คงชอบโซนนี้ล่ะ โซนต่อไป Tomorrowland มีเครื่องเล่นเจ๋ง ๆ ดังนี้ Buzz Lightyear Planet Rescue คือเครื่องเล่นที่เราจะต้องขึ้นไปอยู่บนยาน  สามารถบังคับยานให้หมุนไปมา ตามใจเราได้ แล้วยังใช้ปืนเลเซอร์ที่มีในยาน ยิงเก็บคะแนนเพื่อแข่งขันกับเพื่อนร่วมยานของเรา นอกจากชมภาพสวย ๆ ก็ได้มีอะไรทำเก๋ ๆ เป็นกิมมิคกันด้วย ไม่อยากจะคุยว่าบีได้ตั้ง 2 แสนกว่าคะแนนแหละ Stitch Encounter อันนี้เป็นการเข้าไป interact กับคุณ stitch ซึ่งเค้าก็จะมีคาแรคเตอร์ กวนๆ ขำๆ แหละ อันนี้บีเคยเล่นที่ HK Disneyland แล้วประกอบกับ ที่นี่ก็ soundtrack จีนล้วน บายดีกว่าจ้า ครื่องเล่นสุดท้าย ตัวพีค คิว 2 ชั่วโมงคือ TRON Lightcycle Power Run เป็นเครื่องเล่นแนวรถไฟเหาะ ถ้าอยากพีคมาก ๆ ต้องเล่นตอนเย็น ๆ ค่ำๆ หน่อยนะคะ เปิดไฟแล้วสวยแจ่มเหมือนอยู่ในหนังเลยล่ะ โซนต่อมา คือ Treasure Cove หรือแทบจะเรียกว่าเป็นโซนของ Pirates of the Caribbean ก็ว่าได้ และเครื่องเล่นPirates of the Caribbean: Battle of the Sunken Treasure ในโซนนี้ ก็จ๊าบบบบมากจริง ๆ บีเล่นไป 2 รอบอ่ะค่ะคุณ คือเราจะนั่งเรือผจญภัยตามล่าขุมทรัพย์ใต้ทะเลพร้อมชมภาพการต่อสู้ใต้ทะเลที่สุดแสนตระการตา พูดเลยว่างาน visual ของ Shanghai Disneyland นั้น ประทับจิตบีมากจริงๆ ส่วนเครื่องเล่นExplorer Canoes ก็คืองานลงเรือ ส่วนกันพายแคนูค่ะ จบ ไม่มีอะไร บัยส์ ไม่เล่นจ้ะ 5555 นอกจากนั้นยังมีสวน Garden of twelve friends หรือสวน 12 นักษัตรตามแบบจีน โดยนำตัวการ์ตูนดิสนีย์ที่เป็นสัตว์ 12 ชนิดมาจัดทำในรูปแบบโมเสกประดับตกแต่งในสวนด้วย เก๋ไก๋กันไป ส่วนอาหารการกินไม่ต้องห่วงค่ะ มีร้านอาหารเป็นธีมๆ อยู่ทุกโซน อาหารส่วนใหญ่ 60-80 หยวน ป๊อปคอร์นระหว่างทาง 30 หยวน เอาเข้าไปกินระหว่างรอคิวเครื่องเล่นได้อี้กกก...นี่ไม่ชินเลยจริงๆ พี่จีนนี่ชิวมาก นอกจากส่วนของ park แล้ว ที่นี่ยังมี Disney Town ที่ใหญ่โตมาก มีร้านอาหาร ร้านค้าเด่น ๆ ดังมาเพียบ สาว ๆ ที่เปียกฝน มาซื้อมาสคาร่าเติมได้ที่ Sephora นาจา และโซนนี้ ก็ยังเป็นที่ตั้งของโรงละคร Lion King ที่โด่งดังระดับ broadway อีกด้วย และสุดท้าย ถ้าไม่อยู่รอดูพลุ ก็เหมือนเที่ยวที่ Disneyland ไปจบ การแสดง Ignite the Dream - A Nighttime Spectacular of Magic and Light น่าจะต้องมาดูที่บอร์ดเอาเองนะคะ ว่าในแต่ละวันจะมีกี่โมง ส่วนวันที่บีไป ฝนตกไปครึ่งวัน มาหยุดตกเอาบ่ายสามแล้ว แต่การแสดงก็มีในเวลา 20.30 น. ไม่ต้องไปยืนจับจองที่เป็นชั่วโมงแบบประเทศอื่นเลยค่ะ เพราะที่นี่ พื้นที่เค้ากว้างมาก มีที่ให้ดูพลุเต็มไปหมด การแสดงก็จะเป็น การแสดงประกอบแสง สี เสียงบนปราสาทเหมือนเวลาไปดูยุทธหัตถี (เดี๋ยวๆๆๆๆ) โดยจะเป็น story ของเจ้าหญิงทุกนาง เป็น soundtrack จีนทั้งหมด ยกเว้นเจ๊เอลซ่า ที่ร้องเพลง let it go เป็นภาษาอังกฤษ (ใจ ร้องตามได้แล้ว) ส่วนพลุก็อลังอเลือง ไม่แพ้ที่ประเทศอื่นเลยจ้า เรียกได้ว่า ขนาดบีไปตั้งแต่เปิด (9.00 น.) ยันปิด พลุจบ ก็ยังรู้สึกว่าเดินไม่หมด เล่นไม่ครบเลยอ่ะ  เซี่ยงไฮ้ดิสนีย์เค้ายิ่งใหญ่ สมที่กล่าวอ้างไว้จริงๆ ส่วนการถ่ายรูป อ่ะพูดตรงๆ ว่าไม่กล้าเอาขาตั้งกล้องไปวางล่ะ กลัวพี่จีนไม่แคร์ มาตัดหน้ากล้องบ้าง ชนขาตั้งล้มบ้าง ก็เลยวานพี่จีนถ่ายรุปให้ซะเลย ที่ตรงไหนมี staff ก็วาน staff ที่ตรงไหนไม่มี staff ก็วานคนมาเที่ยวนี่แหละ เหย....ก็ไม่เลวนะ ทุกคนทำได้ดี ปรบมือรัวววว อ่ะต่อ...ดูพลุจบ รีบไปเอากระเป๋าเดินทางที่ฝากไว้ แล้วลี้เลยจ้า....คืนนี้ต้องไปนอนโรงแรมใน airport เพราะพรุ่งนี้ไฟล์ทเช้ามากกก 6.50 น. งี้ MRT จาก Disney ไป airport 80 นาทีนะจ้ะ ก็ทำเวลานิดนึงเพราะ MRT บางสายก็หมด 4 ทุ่ม เอ๋....วิ่งดิวิ่ง โรงแรม ZhongPudong Airport Hotel Shanghai ที่จะนอนวันนี้หาง่ายมาก เพราะอยู่ระหว่าง terminal 1 กับ  2เลย พอถึงห้องสลบเลยจ้า....เอาจริงนี่นอนไม่คุ้ม 2,700 บาทเลยนะ เชคอินดึกมากกก เชคเอ้าท์เช้ามากกกก ฮือออ อ้อ...มีค่ามัดจำ keycard 200 หยวนนะ ณ ตอนนี้ทุกคนคงตัดสินใจได้แล้วว่า จะไป หรือไม่ไปดีที่ shanghai Disneyland ส่วนบีนั้น พูดเลยว่า “จะกลับไปอีก” คราวนี้จะชวนเพื่อนไปเยอะๆ และแน่นอน จะไปนั่ง Quite zone ของ Thai AirAsia Xอีก ....ติดใจจริงๆ นะเอ้า! ขอบคุณข้อมูล การเดินทางสนุกๆ จาก Facebook อมยิ้มของ Beebugs

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

I Love You ผู้ใหญ่บ้าน /  ปิยะ ตระกูลราษฏร์ / 

"ก้อย-วาสนา สิทธิเวช" คืนจออีกครั้งใน "I LOVE YOU ผู้ใหญ่บ้าน" กลับมาโลดแล่นบนจอแผ่นฟิล์มอีกครั้งหลังจากหายไปนานกว่า 4 ปี สำหรับดารามากฝีมืออย่าง ก้อย วาสนา สิทธิเวช ที่มารับบทบาทในภาพยนตร์อารมณ์ดีเรื่อง I LOVE YOU ผู้ใหญ่บ้าน ที่งานนี้เจ้าตัวเอ่ยปากมีหนักใจในตอนแรก แต่มาเจอซี้เก่าอย่าง ปิยะ ตระกูลราษฏร์ ทำให้การทำงานง่ายขึ้นเป็นอย่างมาก โดยภาพยนตร์มีกำหนดเข้าฉาย 27 ตุลาคมนี้ พร้อมกันในโรงภาพยนตร์แน่นอน "ในหนังเรื่องนี้เล่นเป็นแม่ของพระเอกค่ะ รุ่นนี้แล้วจะให้เป็นนางเอกเหมือนเมื่อหลายปีก่อนก็ไม่ได้ ซึ่งบทก็จะเป็นแม่ที่ฮาๆ ตามประสาของแม่ในชนบท ที่เอ็นดูลูกชายตัวเอง คอยดูแลความเรียบร้อยของบ้าน แต่เป็นแม่ที่ทันคนนะ จะทันอย่างไรขอให้ไปลองดูกันในหนัง บทเรื่องนี้ไม่ไกลตัวเลยเล่นเองชงเองสบายมาก ๆ มีฮาๆ ตลกๆ สนุก คนดูจะได้ไม่ต้องเครียด สำหรับการร่วมงานกับน้องเฟรม ปรัชญา พระเอกของเรื่อง น้องเขาถือเป็นเด็กรุ่นใหม่ไฟแรงที่น่าจับตามอง ทำงานด้วยไม่ยากเลย เล่นเรื่องนี้ตอนแรกก็มีหนักใจเหมือนกัน แต่พอได้มาทำงานทุกอย่างราบรื่นดีมาก ยิ่งต้องมาเล่นกับพี่ปิยะ ตระกูลราษฏร์ ซึ่งเราคุ้ยเคนกันอยู่แล้ว เพราะทำงานด้วยกันมาตั้งแต่เรื่องครูบ้านนอกเมื่อ 38 ปีที่แล้ว ก็เรียกว่ายังเข้าขากันดี มองตาก็รู้ใจกันแล้วค่ะ"