รวมอุบัิติเหตุบนท้องถนน

สุดทึ่ง! พบกับวิธีขายแผ่นเกมส์
ขายแผ่นเกมส์แนวใหม่ /  ข่าวสังคมเกมส์

ปกติเราได้เห็นวิธีการขายสินค้าตั้งแต่ขั้นพื้นฐานจนถึงสร้างสรรค์แปลกแหวกแนว ล่าสุด บนเว็บไซต์สื่อสังคมวิดีโอเกมส์บนออนไลน์ ได้มีผู้เล่นสาวเกมส์รายหนึ่ง ประกาศขายเกมส์ PlayStation ของแท้ โดยแสดงเรียวขาท่อนล่าง และวางกล่องเกมส์ที่จะขายบนหน้าตัก และหลังจากที่ประกาศขายออกไปแล้วนั้น ได้มีกลุ่มผู้เล่นเกมส์โดยเฉพาะผู้ชายต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็น และสนใจจะซื้อ เป็นจำนวนมาก หลังจากที่ได้รับความสนใจกับวิธีการขายกึ่งเซ็กซี่และมีสีสันแล้ว ก็มีผู้เล่นเกมส์คนอื่นๆลองใช้ดังกล่าวดูบ้าง แต่หลังจากนั้นพบว่าได้รับสนใจในอีกแนวทางหนึ่ง เนื่องจากคนประกาศขายเกมส์เป็น"ผู้ชาย" และแสดงความเห็นกึ่งอวยพรประมาณว่าขอให้ถูกขายเร็วๆ WIN WIN WIN FAIL FAIL EPIC FAIL

พนักงานขับรถไฟ เฉลยสาเหตุที่รถโดนชนบ่อย เพราะนิสัยมักง่าย? (ชมคลิป)
คลิป /  รถไฟไทย / 

พนักงานขับรถไฟ เฉลยสาเหตุที่รถโดนชนบ่อย เพราะนิสัยมักง่าย? (ชมคลิป) วันนี้(22 พ.ย.) ชาวสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์กรณีที่มีการแชร์คลิปชื่อ "รถไฟไทย' โดยสมาชิกยูทูปชื่อคุณ Kiti Suree ได้เผยแพร่คลิปที่ถ่ายจากมุมของพนักงานขับรถไฟเผยให้เห็นของเส้นทางและความเร็วที่รถไฟวิ่งผ่านชุมชน โดยพนักงานขับรถไฟกล่าวว่า มีทางตัดอันหน้าพิศวงจุดหนึ่งที่คนขับรถไฟต้องระวังอย่างยิ่ง มีการชักหวูดเตือนก่อนถึงจุดถนนตัดผ่าน ซึ่งจะชักทีเดียวไม่ได้ต้องชักเตือนเป็นระยะๆ เนื่องจากการจราจรข้างหน้ามีรถเยอะและข้ามไปมาอย่างไม่ระวัง โดยจะพนักงานรถไฟได้ลดความเร็วเหลือ10กิโลเมตร/ชั่วโมง เพื่อให้รถไฟเคลื่อนไปช้าที่สุด เนื่องจากไม่สามารถเบรกกระทันหันได้เพราะจะส่งผลต่อระบบล้อ

ดินไหวมณฑลเสฉวนจีน6.3-ทำดับแล้ว1ศพ
จีนข่าวล่าสุด /  ประเทศจีน / 

คืบหน้า เหตุแผ่นดินไหว มณฑลเสฉวน ประเทศจีน ล่าสุดพบผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย เป็นหญิงชราวัย 70 ปี โดยแรงสั่นสะเทือน ทำให้อาคารสั่นไหวอย่างรุนแรง รู้สึกได้ไกลถึงเมืองเฉิงตู สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานความคืบหน้าเหตุแผ่นดินไหวขนาด 5.8 ริกเตอร์ มณฑลเสฉวน ประเทศจีน พบผู้เสียชีวิตเป็นหญิงชราวัย 70 ที่ถูกกระจกร่วงใส่ ด้านศูนย์เครือข่ายแผ่นดินไหวจีนว่า แผ่นดินไหว วัดได้ถึง 6.3 ริกเตอร์ ลึก 18 กิโลเมตร ห่างจากเมืองคังติ้งไปทางตะวันตกเฉียงเหนือกว่า 40 กิโลเมตร แผ่นดินไหวทำให้อาคารสั่นไหวอย่างรุนแรง แรงสั่นสะเทือนรู้สึกได้ไกลถึงเมืองเฉิงตูที่อยู่ไกลออกไปและเป็นเมืองของมณฑลเสฉวน

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

สงขลาดุ! คืนเดียวยิงกันตาย 3 ศพ
ข่าวล่าสุด /  ยิงกันตาย / 

เมืองสงขลาดุ คืนเดียวยิงกันตาย 3 ศพ เหตุแรกสองพี่น้องถูกยิงเสียชีวิตคาบ้านเช่า อีกเหตุสองคนร้ายขับรถกระบะจ่อยิงหนุ่มใหญ่ ดับคาถนน เวลาประมาณ 01.00 น. วันที่ 23 พ.ย. ร.ต.อ.ถาวร  บุญทอง ร้อยเวร สภ.เมืองสงขลา รับแจ้งว่า เกิดเหตุยิงกันตายที่บ้านเช่าซึ่งเป็นห้องแถวไม่มีเลขที่ หมู่3 ต.เกาะยอ อ.เมืองสงขลา ซึ่งอยู่ติดริมทะเลสาบสงขลา หลังรุดไปตรวจสอบ พ.ต.อ.ไวยวิทย์ นพรัตน์ รักษาการ ผกก.สภ.เมืองสงขลา และชุดสืบสวน ที่เกิดเหตุ พบศพ นายมนตรี แซ่กัง อายุ 30 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. เข้าที่ศีรษะและลำตัว รวม 2 นัด นอนเสียชีวิตอยู่หน้าบ้าน และ นายศรีรัตน์ แซ่กัง อายุ 28 ปี น้องชาย ถูกยิงด้วยอาวุธปืนชนิดเดียวกันเข้าที่ลำตัวสองนัด เสียชีวิตอยู่ริมกำแพงหลังบ้าน โดยมีคันเบ็ดตกปลา 2 อัน ซึ่งเป็นของผู้ตายตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ปลอกกระสุนปืน 2 ปลอก และหัวกระสุนปืน 1 หัว จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ที่ก่อเหตุยิงทั้งสองคนมีชื่อเล่นว่า เฮีย อายุประมาณ 50 ปี ซึ่งเช่าบ้านอยู่ในห้องแถวเดียวกัน หลังก่อเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 125 ไอ สีขาว หลบหนีไป ส่วนสาเหตุมาจากเรื่องส่วนตัวที่ทั้งสองฝ่ายมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน และในเวลาไล่เลี่ยกัน เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวยังได้รับแจ้งอีกว่า เกิดเหตุยิงกันตายที่หน้าปั๊มแก๊ส LPG ห้างหุ้นส่วนจำกัด ชะมวงปิโตรเลียม (สาขา 9) เลขที่ 3 / 54 หมู่1 ต.เขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา หลังไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบร่าง นายสุธรรณ รัตนมณี อายุ 44 ปี ชาว ต.ชิงโค อ.สิงหนคร จ.สงขลา นอนเสียชีวิตอยู่ริมถนน โดยถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดเข้าที่บริเวณใบหน้าทะลุท้ายทอย 1 นัด และลำตัว 2 นัด เสียชีวิตคาที่ จากการสอบสวนทราบขณะเกิดเหตุ นายสุธรรณ ได้โทรศัพท์นัดเพื่อนให้มารับที่หน้าปั๊มแก๊ส เมื่อเพื่อนขับรถจักรยานยนต์มารับ แต่ขณะที่ นายสุธรรณ เดินไปขึ้นรถรถจักรยานยนต์ ได้มีรถกระบะของคนร้ายขับมาประกบและมือปืนได้ลดกระจกลงแล้วใช้อาวุธจ่อยิงเข้าที่หน้าและลำตัวรวม 2 นัด จนล้มลงเสียชีวิต ส่วนคนร้ายได้ขับรถกระบะหลบหนีไป สำหรับสาเหตุ เจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวนและหาเบาะแสติดตามจับกุมต่อไป

โปรยใบปลิวต้านคสช.ถนนราชดำเนิน-วินธัยยันคุมได้
ข่าวล่าสุด /  ต้าน คสช. / 

รอง ผกก.ป. สน.สำราญราษฎร์ เผย มือมืดโปรยใบปลิว ต้าน คสช. บริเวณใกล้เคียงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เก็บหมดแล้ว ด้าน พ.อ.วินธัย ระบุ คาดการณ์เอาไว้แล้ว ยืนยัน คุมได้ พ.ต.ท.อลงกรณ์ สดคมขำ รอง ผกก.ป. สน.สำราญราษฎร์ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้ามืด วันนี้ (23 พ.ย.) ได้มีผู้นำเอาใบปลิว มีข้อความต่อต้านการทำงานของ คณะรักษาความสงบ หรือ คสช. มาโปรยไว้ที่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง ใกล้กับวงเวียนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน ซึ่ง ทางตำรวจได้เก็บใบปลิวเหล่านั้นหมดแล้ว และจะได้เร่งหาตัวผู้ที่ทำมาโปรย เพื่อนำตัวมาลงโทษต่อไป ด้าน พ.อ.วินธัย สุวารี ทีมโฆษกกองทัพบกและทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวเพิ่มเติม ว่า ตนยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว แต่กรณีการต่อต้านนั้น คสช. ได้คาดการณ์เอาไว้อยู่แล้วว่าจะมีกลุ่มคนออกมากระทำลักษณะนี้ และยืนยันว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้

สุดเหี้ยม! กลุ่มติดอาวุธ 'อัล-ชาบาบ' ฆ่าผู้โดยสารรถบัสดับ 28ราย
กลุ่มติดอาวุธอัล-ชาบาบ /  ข่าวล่าสุด / 

กลุ่มติดอาวุธ อัล-ชาบาบ ฆ่าผู้โดยสารรถบัสดับ 28ราย หลังถูกกองกำลังความมั่นคงบุกมัสยิดในเมืองมอมบาซา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มติดอาวุธ อัล-ชาบาบ ก่อเหตุสังหารหมู่ผู้โดยสารรถบัสในภาคเหนือของประเทศเคนยา ขณะที่รถกำลังเดินทางไปยังกรุงไนโรบี กลุ่มมือปืนได้เข้าสกัดให้จอดที่เขตมันเดรา ซึ่งไม่ไกลจากชายแดนประเทศโซมาเลียนัก ในรายงานระบุว่ามือปืนจะคัดแยกชาวมุสลิมออกจากหมู่ผู้โดยสารด้วยการให้อ่านคัมภีร์อัลกุรอาน ผู้ที่อ่านไม่ได้จะถูกยิงที่ศีรษะ นาย อาห์เหม็ด มาฮัต หนึ่งในผู้โดยสารบนรถบัสที่เกิดเหตุ  เปิดเผยต่อสำนักข่าวบีบีซีว่า รถบัสบรรทุกผู้โดยสารมากกว่า 60 คน ถูกกลุ่มือปืนประมาณ 10 คน โจมตีเมื่อช่วงวันเสาร์ แม้คนขับพยายามจะเร่งความเร็วเมื่อหลบหนี แต่รถกลับติดหล่มเนื่องจากไม่กี่วันที่ผ่านมามีฝนตกหนัก กลุ่มมือปืนสั่งให้ผู้โดยสารลงจากรถบัสและทำการคัดแยกชาวโซมาเลียโดยการบังคับให้อ่านคัมภีร์อัลกุรอาน หากใครอ่านไม่ได้จะถูกสั่งให้นอนลงกับพื้น จากนั้นมือปืนจะยิงที่ศีรษะทีละคน แต่ก็มีชาวโซมาเลียบางคนถูกยิงเพราะพยายามเกลี้ยกล่อมให้มือปืนไว้ชีวิตผู้ที่ไม่ใช่ชาวโซมาเลีย หลังเกิดเหตุ กลุ่มอัล-ชาบาบ ออกแถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์ของพวกเขาว่า พวกเขาก่อเหตุโจมตีรถบัสในครั้งนี้ ก็เพื่อแก้แค้นที่กองกำลังความมั่นคงบุกมัสยิดในเมืองมอมบาซาในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ด้านสภากาชาดแห่งประเทศเคนยา เผยว่า เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยพยายามเก็บศพผู้เสียชีวิตออกจากที่เกิดเหตุแล้ว ขณะที่กระทรวงมหาดไทย ระบุว่า หน่วยงานด้านความมั่นคงต่างส่งกำลังเจ้าหน้าที่ออกติดตามล่าตัวกลุ่มมือปืน MThai News

หน้าผาอัศจรรย์ ผาช่อ ดอยหล่อ อุทยานแห่งชาติแม่วาง เชียงใหม่
unseen /  ดอยหล่อ / 

อากาศเย็นๆ แบบนี้ หลายคนคงออกไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ โดยภาคเหนือน่าจะได้รับความนิยมสุดๆ ซึ่งหากใครที่แวะเวียนไปเที่ยวเชียงใหม่ อย่าลืมแวะเที่ยว อุทยานผาช่อ ดอยหล่อ แม่วาง เชียงใหม่ ด้วยนะคะ ภาพนี้อัพเดทเมื่อวันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2557 ค่ะ เที่ยวชม หน้าผาอัศจรรย์ ผาช่อ ดอยหล่อ อุทยานแห่งชาติแม่วาง เชียงใหม่ ผาช่อ เป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติที่เกิดจากการกัดเซาะของลมฝน จนทำให้แผ่นดินที่เชื่อกันว่าเมื่อหลายร้อยปี หรือพันปีก่อนบริเวณแห่งนี้ เคยเป็นทางเดินของแม่น้ำปิง ซึ่งสังเกตได้จากก้อนกรวดหินกลมมนกระจัดกระจายอยู่ในเนื้อดินจำนวนมาก จนกระทั่งแม่น้ำปิงได้เปลี่ยนสายย้ายทิศไหลผ่านไปที่อื่น บริเวณนี้ก็ได้ถูกยกตัวเป็นเนินเขาสูง ตะกอนแม่น้ำปิงก่อตัวทับถมกันเป็นชั้นๆ ผ่านกลายเวลาและถูกกัดเซาะจนกลายเป็นหน้าผาและเสาดินที่มีรูปร่างแปลกตา คล้ายกับที่แพะเมืองผีในจังหวัดแพร่ หรือฝั่งต้าในจังหวัดพะเยา มีลวดลายที่สวยงามและมีขนาดใหญ่มีความสูงราว 30 เมตร สูง เทียบเรือนยอดไม้ ครอบคลุมพื้นที่อาณาบริเวณกว้าง หากคุณจะมาชมผาช่อต้องขับรถมาที่ ตำบลยางคราม อำเภอดอยหล่อ ซึ่งเป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ จากนั้นติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานเป็นไกด์นำทางพาเดินเข้าไปชมผาช่อ ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมง ก็เที่ยวได้ครบ กิ่วเสือเต้น เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถมาเที่ยวควบกันได้กับผาช่อ เป็นประติมากรรมธรรมชาติที่คล้ายกับผาช่อ อยู่ห่างจากผาช่อประมาณ 1 กิโลเมตร ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลยางคราม , ตำบลเดียวกัน และมีความสวยงามไม่แพ้กัน ลวดลายแตกต่างออกไปแต่มีก้อนกรวดและหินที่มากกว่า มองเห็นได้ชัดเจนกว่าผาช่อและมีความสูงน้อยกว่าผาช่อ สำหรับคนที่มานอนค้างแรมที่อุทยานฯ วันแรกคุณอาจเลือกเที่ยวที่ดอยผาตั้ง โดยการเดินป่าค้างแรมบนเขา วันที่สองกลับลงจากดอยแล้วค่อยมาเที่ยวผาช่อแฃะกิ่วเสือเต้นก็ได้ ดอยผาตั้งเป็นยอดดอยที่มีความสูงประมาณ 1,909 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ตั้งอยู่ที่ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาดอยอินทนนท์จึงมีอากาศที่หนาวเย็นตลอดปี สามารถมาเดินป่าชมทัศนียภาพได้อย่างสวยงาม ตามแนวสันเขามีลมพัดแรงจึงไม่มีต้นไม้ใหญ่บดบังทิวทัศน์ ชมวิวได้สวยตลอดเส้นทาง ส่วนใครที่ไม่อยากเดินดอยให้เมื่อย มาเที่ยวชมผาช่อเดินกลับเหนื่อยๆ ในอุทยานฯ ก็ยังมีน้ำตกหลายสายให้ลงเล่นน้ำผ่อนคลายด้วย เช่น น้ำตกขุนป๊วย น้ำตกปลาดุกแดง น้ำตกโป่งน้อย น้ำตกโป่งสมิด ฯลฯ น้ำตกส่วนใหญ๋จะอยู๋ในเขตอำเภอแม่วาง แต่ที่นิยมมากคือ น้ำตกแม่วาง เพราะอยู่ใกล้กับผาช่อ เป็นน้ำตกชั้นเดียวสูงประมาณ 20 เมตร กว้างราว 10 เมตร น้ำไหลลาดลงแอ่งเบื้องล่าง บรรยากาศร่มรื่น มีน้ำไหลตลอดปี เหมาะเป็นที่มาคลายร้อนหลังจากเดินเที่ยวมาเหนื่อยๆ ได้ดีทีเดียว หากตัดโปรแกรมเดินป่าเที่ยวดอยผาตั้งออกไป คุณจะใช้เวลาเที่ยวชมฝาช่อและกิ่วเสือเต้นเกือบวัน จากนั้นช่วงบ่ายจึงขับรถไปเที่ยวที่ดอยอินทนน์ได้ เป็นโปรแกรมเที่ยวต่อเนื่องในเส้นทางหลวงหมายเลข 108 ที่น่าสนใจอีกเส้นทางหนึ่งของเชียงใหม่ การเดินทางไปผาช่อ ผาช่อ ตั้งอยู่ภายในบริเวณ อุทยานแห่งชาติแม่วาง อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ หากเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ ให้ไปตามทางหลวงหมายเลข 108 (เชียงใหม่ – ฮอด) ระยะทาง 21 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวขวาไปอำเภอแม่วางตามถนน รพช.12039 และถนน รพช. 10240 (แม่วิน – บ่อแก้ว) ระยะทางราว 36 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่วาง เป็นถนนลาดยางอย่างดีตลอดเส้นทาง) ช่วงเวลาการท่องเที่ยว : ตลอดปี สวยที่สุดในฤดูหนาว ข้อมูลจาก http://thai.tourismthailand.org/ ภาพจากคุณ Fayo Oo

ตลาดนัดศิลปะ เวนิส ดี ไอริส วัชรพล
Venice Di Iris /  ตลาดนัด / 

ขอเชิญสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งเมืองเวนิส ใจกลางกรุงเทพ พบคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง พร้อมช้อปสินค้าสุดฮิป @ ตลาดนัดศิลปะ เวนิส ดี ไอริส วัชรพล ไอริส กรุ๊ป เปิดตัว ตลาดนัดศิลปะ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Art-Mosphere Flea Market at Venice Di Iris” ฮิปมาร์เก็ต ที่รวบรวมสินค้าหลากหลายไอเดียสุดเก๋ไก๋มีวางขายกันตั้งแต่ของสะสม ของเก่า ของเล่น ของใช้ ของตกแต่งบ้าน เสื้อผ้าแฟชั่นแนวอินดี้และวินเทจ ให้ขาช้อปได้เลือกกันแบบจุใจ เรียกได้ว่าเป็นตลาดนัดสุดแนวรูปแบบใหม่ในเมืองไทยที่ทุกคนไม่ควรพลาด พร้อมสตรีท เธียร์เตอร์ (Street Theatre) ดนตรีเปิดหมวกและอีกหลากหลายการแสดงสดบนถนนสายศิลปะ (Art Venue) การแสดงโบโซ่ (Bozo) / หุ่นนิ่ง Statue / จักกลิ้ง (Juggling) / สตรีท เพนติ้ง (Street Painting)/ Installation art พร้อมชมรถคลาสสิคหลากหลายสไตล์ แฟนเพจ https://www.facebook.com/venicediiris เว็บไซต์ http://www.venicediiris.com/ แผนที่ การเดินทางไป ตลาดนัดศิลปะ เวนิส ดี ไอริส วัชรพล

9 เรื่องห้ามที่ คู่รัก ห้ามทำ ในที่สาธารณะ !!!
คู่รัก /  ที่สาธารณะ / 

สาวๆหลายคน ที่มีแฟน อาจจะเคยพบปัญหา คู่รักตามที่สาธารณะที่ทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมกันใช่มั้ยละคะ หลายคนอาจจะไม่รู้ว่า นี่เหมาะหรือไม่เหมาะ ทำได้หรือไม่ได้ วันนี้เรามีคำแนะนำจากเวปไซต์ดีๆ จากต่างประเทศมาฝาก ที่แม้แต่ฝรั่งมังค่า เขาก็มองว่าไม่เหมาะสมด้วยนะเธอ ลองอ่านกันดู 1. ทะเลาะกันเสียงดัง อาจมีหลายครั้งที่คุณและแฟนต่างทำอะไรไม่ถูกใจกัน และเผลอทะเลาะกันเสียงดัง ยิ่งบางทีคุณสองคน ต่างก็มีอารมณ์กันทั้งคู่ นอกจากจะทำให้คนอื่นรู้สึกรำคาญ คุณยังทำให้ตัวเองและคุณแฟนอับอายกันเองด้วย ถ้าคุณอยากตะโกนด่าท่อกัน แนะนำว่าให้เป็นที่ส่วนตัวของคุณสองคนดีกว่า ให้บอกคุณแฟนไว้ว่า ใจเย็น อย่าเสียงดัง ไว้ค่อยคุย 2. ลูบ คลำ หอม จูบ เล้าโลม ลำพังการหอมแก้ม โอบ ระยะสั้นๆมันก็พอควรล่ะค่ะ สำหรับสังคมไทยเรา แต่ถ้าคุณจะทำอย่างครบรูปแบบล่ะก็ งานนี้ไม่ดีแล้วค่ะ ลองคิดดีๆว่า ถ้าคุณเห็นคู่รักนัวเนียกันตลอดเวลา คุณจะรู้สึกอย่างไรคะ แน่นอนค่ะว่ามีเม้าท์ เพราะฉะนั้นถ้าไม่อยากโดนเม้าท์หรือเป็นขี้ปากคนอื่นก็ เก็บไว้ทำกันในที่ลับหรือบ้านดีกว่านะ 3. ทำร้ายความรู้สึกกันซึ่งๆหน้า เช่น การเรียกชื่อที่ไม่เหมาะสม หรือ ทำให้ คู่รัก ของคุณด้อยลงไป เช่น ทำไมเธอถึงจนแบบนี้ มีเงินหรือเปล่าเนี่ย หรืออะไรก็ตามที่ถ้าคุณคิดว่า ถ้าคุณฟังแล้วคุณจะรู้สึกไม่ดี ก็อย่าพูดในที่สาธารณะเลยค่ะ ทำร้ายกันเปล่าๆนะ อีกอย่าง คุณเองก็จะถูกมองไม่ดีด้วยนะ 4. บอกเลิก ไม่มีอะไรจะกระอักกระอ่วนไปกว่า การที่คุณต้องนั่งข้างๆคู่รักที่อยู่ในสถานการณ์มาคุ และพร้อมจะระเบิดตูม มันทำให้ทุกคนอึดอัดไปโดยปริยาย คู่รักขา คุณต้องเข้าใจนะคะว่า สถานที่สาธารณะ ไม่ใช่ของคุณคนเดียว โปรดสนใจความรู้สึกของคนอื่นด้วย ยิ่งการบอกเลิก ถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับชีวิตคู่ของคุณ ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการทะเลาะเสียงดัง หรือ ภาวะที่คู่รักอาจจะควบคุมตัวเองไม่ได้ อย่าได้ทำเด็ดขาด 5. มุ้งมิ้งเกินควร ทำเสียงเด็กน้อย คือถ้าไปทำเสียงมุ้งมิ้งในที่ที่ไม่ควร เช่น คุยโทรศัพท์กับแฟนในลิฟท์ .. " พี่หมู เค้าคิดถึงน้า เค้าอยากกอดตัวเอง บลาๆ " คุณขาาาาา มันไม่โอเคเลยค่ะ ถ้าคุณอยู่ในสภานที่ทีกว้างใหญ่ไพศาล คุณอาจจะทำมันได้ค่ะ ดูสถานที่ด้วยนะจ๊ะ 6. คุยทะลึ่ง ( Dirty Talk ) คุยทะลึ่งนี่อยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงเท่ากับการ สวนลามคุณแฟน ในที่สาธารณะเลยก็ว่าได้ ทางที่ดีเก็บไว้คุยตอนอยู่ที่บ้านเถอะจ้า ตอนเจอช่วยคุยเรื่องอื่นเถอะนะ 7. คุยกันถึงเรื่องส่วนตัวมากไป สาวๆเคยนั่งทานอาหารกับคนที่เขาคุยกันและเราไม่รู้เรื่องมั้ยคะ นั่นล่ะค่ะ มารยาทบนโต๊ะอาหาร หรือ เวลาคุณพาแฟนไปพบครอบครัว ถือว่าเป็นมารยาทเลยนะคะ คุณควรคุยเรื่องที่ครอบครัวของคุณรู้เรื่องด้วย การคุยเรื่องที่รู้กันเองสองคนนั้น "เสียมารยาท" มากนะจ๊ะ 8.อิจฉาออกนอกหน้า สาวๆเอ๋ย บางทีคุณก็อาจจะ หึงเรี่ยราดเกินไป เช่น เมื่อคุณไปซื้อของที่ร้านค้า แคชเชียร์ยิ้มให้แฟนคุณทีนึง คุณก็ออกปาก อิจฉา หรือ บ่นทันที การกระทำแบบนี้ จะทำให้ทั้งคุณและคุณแฟนมีอายแน่นอนค่ะ อย่าทำนะจ๊ะ  มีไรก็เก็บไว้ก่อน หรือ คุยกันเบาๆเป็นสัญญาณให้รู้ดีกว่า  และถ้าเกิดโมเม้นท์นี้บ่อยๆล่ะก็ รีบเปิดประเด็นคุยกันซะนะ 9.  อวดเรื่องของคนอื่น ต่อหน้าแฟน หลายครั้งที่เวลาคุณอวดเรื่องคนอื่น คนรอบข้างเขาได้ยินไงจ๊ะ ! เขาก็จะพากันตัดสินคุณทั้งคู่กันไปแล้ว ไม่ต้องอวดหรอกค่ะ การที่คุณมีแฟนอยู่เนี่ย มันก็ดีอยู่แล้วนะ อย่าเปรียบเทียบให้เสียเวลา หรือทำร้ายเขาอีกเลยนะ ที่มา allwomanstalk เรียบเรียงโดย Women Mthai Team  

ดราม่า! แชทนักเรียนไลน์ถามครู ทำไมต้องยึดมือถือของหนู
คุณครูยึดมือถือ /  ทำไมต้องยึดมือถือ / 

แชร์ว่อน แชทนักเรียนไลน์ถามครู ทำไมต้องยึดมือถือของหนู? พร้อมตอกกลับ นี่ไม่ใช่ยุคได้โดโนเสาร์ วันนี้(23 พ.ย.) ในยุคสมัยที่โทรศัพท์มือถือกลายเป็นสิ่งสำคัญในการใช้ชีวิต จึงไม่แปลกที่ทุกวันนี้เด็กนักเรียนเกือบทุกคนในกรุงเทพฯมีโทรศัพท์มือถือพกไปโรงเรียนจนทำให้เกิดปัญหาขึ้นในโรงเรียน เพราะเด็กบางคนไม่เป็นอันเรียนหนังสือเพราะมัวแต่หมกมุ่นกับการกดโทรศัพท์ ซึ่งก็ทำให้คุณครูบางคนต้องทำโทษด้วยการยึด ซึ่งล่าสุดบนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพแชทไลน์ของนักเรียนคนหนึ่งที่ทวงถามคุณครูถึงสาเหตุว่าทำไมถึงต้องยึดโทรศัพท์ โดยใจความของแชทมีดังนี้ ".. .อาจารย์คะ คือหนูมีเรื่องจะถาม หนูไม่เข้าใจกับมาตรการยึดมือถือเด็กที่พกมาโรงเรียนเลยค่ะ ทำไม อาจารย์ต้องคิดว่าเด็กที่เอามือถือมาเรียนเพราะแค่เอามาคุยกับแฟน เอามาถ่ายรูปไร้สาระ ถ้ามีเด็กทำแบบนั้นอาจารย์ค่อยยึดเป็นรายบุคคลดีกว่าไหมคะ อย่าเหมารวมสิ  มือถือที่อาจารย์ยึดหนูไป รู้ไหมแม่หนูต้องเก็บเงินกี่เดือนกว่าจะซื้อให้หนูได้ บ้านหนูอยู่ไกลไม่มีรถรับ-ส่ง ต้องกลับบ้านคนเดียวทุกวัน กว่าจะนั่งรถไปถึงบ้านก็ค่ำ ทางเข้าบ้านก็เปลี่ยว ขนาดวินฯ ยังไม่กล้าเข้าไปส่งหนูเลยเพราะเขากลัวโดนปล้น หนูต้องใช้มือถือโทรให้แม่มารับหน้าปากซอยเข้าบ้าน แล้วยืนรอแม่คนเดียวทุกวัน สิ่งที่ทำให้หนูรู้สึกอุ่นใจก็มีอยู่อย่างเดียวคือมือถือที่กำอยู่ในมือ กดเบอร์ 191 นิ้วจ่อรอที่ปุ่มโทรออกเผื่อมีเหตุฉุกเฉิน ซึ่งตอนนี้อาจารย์เก็บมันเอาไว้ด้วยเหตุผลงี่เง่ามาก ๆ    หนูอยากให้อาจารย์ช่วยเห็นใจหนูหน่อยนะคะ หนูอยู่ในยุค 2014 ค่ะ ไม่ใช่ยุคไดโนเสาร์กำลัง_กัน ..." ทั้งนี้หลังจากภาพดังกล่าวถูกแชร์บนโลกออนไลน์ทำให้กลุ่มนักเรียนอีกหลายคนแชร์ภาพออกไปพร้อมทั้งเผยว่าปัญหานี้ยังมีในหลายโรงเรียนที่คุณครูยึดโทรศัพท์มือถือโดยอ้างว่าผิดกฎของโรงเรียน คุณครูบางท่านยึดแล้วไม่คืน ทำให้นักเรียนหลายคนรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังโดนละเมิดสิทธิส่วนบุคคลอยู่ และในมุมของเด็กนักเรียนกลับมองว่าพวกเขารู้หน้าที่ของตัวเองดี  แต่อีกด้านหนึ่งมองว่าน่าจะมีมาตรการการใช้โทรศัพท์ในโรงเรียนเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและความตั้งใจเรียนของเด็กนักเรียนเองที่ควรจะรู้จักหน้าที่และความรับผิดชอบ รวมไปถึงกาลเทศะต่างๆด้วย ซึ่งบางโรงเรียนได้มีการแจ้งมาตรการนี้ในวันประชุมผู้ปกครองและถือเป็นกฎเหล็กไม่ใช่นั้นนักเรียนอาจจะไม่สนใจเรียนก็เป็นได้ MThai News

ด่ายับ คลิปมนุษย์ป้า ไล่คนปูเสื่อริมหาด บอก
ตรัง /  ทะเลเป็นหน้าบ้าน / 

ด่ายับ คลิปมนุษย์ป้า ไล่คนปูเสื่อริมหาด บอก "ทะเลเป็นหน้าบ้านแก" วันนี้(23 พ.ย.) ชาวสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์กรณีที่มีการเผยแพร่คลิปมนุษย์ป้าท่านหนึ่งที่เดินออกมาไล่ไม่ให้นักท่องเที่ยวปูเสื่อที่ชายหาดริมทะเล โดยบอกว่าชายหาดดังกล่าวเป็นพื้นที่หน้าบ้านของตนและได้เข้ามาทำสะอาดเก็บกวาดเป็นประจำ หากจะมานั่งต้องสั่งอาหารจากร้านของป้าก่อน สร้างความไม่พอใจให้กับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เนื่องจากบริเวณชายหาดดังกล่าวถือเป็นที่สาธารณะ ไม่มีใครเป็นเจ้าของจึงได้หยิบโทรศัพท์มาอัดคลิปเพื่อนำมาประจานลงโซเชียล ซึ่งคุณป้าในคลิปได้บอกว่าถ่ายเลยไม่กลัวหรอกและท้าให้นำไปเผยแพร่ด้วย หลังจากที่คลิปนี้ถูกแชร์บนเฟซบุ๊คมีชาวสังคมออนไลน์เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนบ้าง โดยมีคนบอกว่าสถานที่ดังกล่าวคือบริเวณ หาดปากเมง จังหวัดตรัง ซึ่งเมื่อก่อน จุดตรงนั้นเป็นที่นั่งของลูกค้าที่ร้านต่างๆมาจับจองกัน แต่เมื่อ คสช. เข้ามา พื้นที่ตรงนี้ก็โดนย้ายหายไปหมด และถือเป็นที่สาธารณะ ทั้งนี้ชาวสังคมออนไลน์บางส่วนมองว่าแม้จะมีการเข้ามาจัดระเบียบของทางทหารแต่ไม่ใช่ว่าทุกหาดจะปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด จึงอยากให้เจ้าหน้าที่เข้าไปเข้มงวดกวดขันอย่างต่อเนื่อง เพราะส่งผลต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว MThai News

Passionate Love 12
Passionate /  Love / 

เรื่องราวความรักที่เกิดขึ้นบนความบาดหมางของตระกูล โดยมีจุดศูนย์กลางของเรื่องอยู่ที่ตัวละครทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลใหญ่ ที่แม้จะถึงพร้อมทั้งรูปสมบัติและทรัพย์สมบัติ แต่ชีวิตของเขากลับเต็มไปด้วยปัญหา

Passionate Love 9
Passionate /  Love / 

เรื่องราวความรักที่เกิดขึ้นบนความบาดหมางของตระกูล โดยมีจุดศูนย์กลางของเรื่องอยู่ที่ตัวละครทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลใหญ่ ที่แม้จะถึงพร้อมทั้งรูปสมบัติและทรัพย์สมบัติ แต่ชีวิตของเขากลับเต็มไปด้วยปัญหา