รวมอุบัิติเหตุบนท้องถนน

Rage of Rama เกมส์ออนไลน์
Rage of Rama /  พระรามพิโรธ / 

Total Gameplay Studio ผู้พัฒนาเกมส์จากเมียนมาร์ ประกาศเปิดตัวเกมส์ Rage of Rama เกมส์แอคชั่นสมบทบาท อิงเนื้อหาเกี่ยวกับ "พระราม" หนึ่งในวรรณคดีฮินดูอย่างมหากาพย์รามายณะ หรือรามเกียรติ์ ล่าสุดอยู่ในระหว่างพัฒนา เกมส์ Rage of Rama ให้ผู้เล่นเลือกตัวละครเอกจาก 8 ตัวละครหนุมานที่มาจากกองทัพของพระราม ไม่ว่าจะเป็น หนุมาน, สุครีพ, นิลพัท, พาลี, องคต เป็นต้น เพื่อทำศึกออกสู้รบกับท้าวราวณะ หรือยักษ์ทศกัณฐ์ ภายในเกมส์ ผู้เล่นจะได้เห็นตัวละครลักษณะ NPC (Non Player Character) จากวรรณคดีจากเล่าเนื้อเรื่อง พูดคุยและรับภารกิจเกมส์ เช่น พระราม, พระลักษณ์, นางสีดา เป็นต้น เกมส์ Rage of Rama อยู่ในระหว่างพัฒนา และมีกำหนดวางขายบน PC และมือถือ ดูเพิ่มเติมที่ totalgameplaystudio.com

ปลูกมะนาว ในกระถางไม่ยากอย่างที่คิด
ปลูกผักสวนครัว /  มะนาว

วันนี้ Decor.Mthai จะนำเรื่องการ ปลูกมะนาว ในกระถางกินเองที่บ้าน มาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ มะนาวถือเป็นไม้ผลที่มีความนิยมมากที่สุดในการประกอบอาหาร ทำให้ราคามะนาวในปัจจุบันค่อนข้างแพงเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง  เดือนธันวาคม-พฤษภาคม ราคามะนาวอาจสูงถึงลูกละ 10 กว่าบาท เลยทีเดียว เพราะฉนั้นถ้าเรา ปลูกมะนาวในกระถาง ไว้ทานเองที่บ้านได้ก็จะเป็นเรื่องที่ดีมาก ปลูกมะนาว ในกระถางไม่ยากอย่างที่คิด ถ้าพูดถึงมะนาว จริงๆ แล้วมะนาวมีหลายพันธุ์นะคะ แต่พันธุ์ที่แอดมินจะแนะนำให้ปลูกมีดังนี้ มะนาวแป้น มะนาวแป้นพันธุ์พิจิตร มะนาวพันธุ์พวงเพชร และมะนาวไข่ เป็นต้นค่ะ ข้อดีการปลูกมะนาวในกระถาง ขอบคุณภาพ : kasetporpeang.com 1. ประหยัดพื้นที่ เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีที่ดินหรือมีที่ดินน้อย 2. สามารถปลูกได้บนดาดฟ้าหรือระเบียงห้องบนตึกหรืออาคารสูง 3. ง่ายต่อการดูแล และการให้น้ำ 4. สามารถบังคับให้ออกลูกนอกฤดูกาลได้ง่าย 5. ยกหรือเคลื่อนย้ายได้ง่าย 6. สามารถจัดเป็นไม้ประดับได้อีกทาง วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องเตรียม 1. กระถางดินเผาหรือกระถางพลาสติก กระถางที่ใช้อาจเป็นกระถางดินเผา กระถางเซรามิกส์หรือกระถางพลาสติก ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 15 นิ้ว และต้องมีรูระบายน้ำด้านล่าง นอกจากนัั้น เราสามารถประยุกต์ใช้ภาชนะอื่นสำหรับการปลูกได้ เช่น ถัง กะละมัง ตุ่มน้ำ เป็นต้น 2. ดิน ดินที่ใช้ปลูกจะใช้ดินร่วนผสมกับมูลสัตว์ หรือผสมวัสดุอื่น เช่น ขี้เถ้า แกลบ กากมะพร้าว เป็นต้น ในอัตราส่วน 1: 2 ผสมด้วยปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 ขนาด 1 กำมือ 3. กิ่งพันธุ์มะนาวตอน สามารถหาซื้อได้ตามสวนมะนาวหรือตลาดเกษตรทั่วไป 4. ไม้ไผ่ 5. ก้อนอิฐหรือแท่งไม้ การปลูก 1. จัดเรียงอิฐวางในที่ตั้งกระถาง โดยให้มีช่องว่างตรงกลางบริเวณรูกระถาง แล้วนำกระถางเปล่าตั้ง การเลือกสถานที่ตั้งนั้น สำคัญต้องให้มีแดดส่องถึง 2. นำดินที่ผสมวัสดุปลูกอื่นๆแล้วเข้าใส่ในกระถาง โดยให้ระดับดินอยู่ต่ำจากปากกระถางประมาณ 1 ใน 3 3. ใช้มีดปลายแหลมกรีดถุงมะนาว และดึงถุงพลาสติกออก แล้วนำลงปลูก โดยให้ดินกลบเหนือเขตลำต้นประมาณ 5 เซนติเมตร และให้ดินต่ำกว่างระดับขอบกระถางประมาณ 1 นิ้ว 4. รดน้ำให้ชุ่ม และนำฟางข้าว แกลบหรือเศษใบไม้มากลบบริเวณโคนต้น และปากกระถาง การดูแล การให้น้ำ จะทำการให้น้ำด้วยการดหรือให้น้ำผ่านอุปกรณ์การให้น้ำ เช่น อุปกรณ์ให้น้ำหยด โดยให้วันละครั้งในระยะแรก และเมื่อมะนาวตั้งต้นได้อาจให้ให้น้ำเป็นวันเว้นวัน การใส่ปุ๋ย ให้ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ประมาณครึ่งกำมือ 2 เดือน/ครั้ง หรืออาจผสมกับน้ำรดบริเวณโคนต้นก็ได้ การตัดแต่งกิ่ง ให้ตัดแต่งกิ่งที่ยาวหรือสูงเกินไป หากมีทรงพุ่มขนาดใหญ่ให้ใช้ไม้ไผ่สอบที่ประถางในทั้ง 4 มุม และใช้เชือกหรือตีกรอบด้วยไม้ไผ่ขึงรอบบริเวณทรงพุ่ม เพื่อไม่ให้ทรงพุ่มแพร่กว้าง การทำให้ออกลูกนอกฤดู 1. ให้เลือกต้นมะนาวที่มีอายุการปลูกตั้งแต่ 8-12 เดือน 2. ทำการตัดปลายกิ่งที่ต้องการให้มีการติดลูก และควรเลือกกิ่งแก่ 3. ทำการไม่ให้น้ำมะนาวเป็นเวลา 7-10 จนใบเหี่ยวหรือเริ่มร่วง 4. ให้ปุ๋ยสูตร 12-12-24หรือ 15-15-15 พร้อมรดน้ำให้ชุ่มหรืออาจให้ปุ๋ยด้วยการละลายน้ำ 5. ให้น้ำปกติ วันละครั้งหรือวันเว้นวัน 6. มะนาวจะแตกกิ่ง และออกใบใหม่ประมาณ 15-20 วัน พร้อมแตกดอก 7. ให้ฉีดพ่นด้วยน้ำต้มสมุนไพรหรือสารป้องกันหนอนหรือแมลงขณะแตกใบอ่อน การปลูกมะนาวในกระถาง ถือเป็นแนวทางหนึ่งสำหรับคนในเมือง ที่ไม่มีที่ดินหรือมีที่ดินน้อย แต่ต้องการปลูกมะนาวไว้รับประทานเองเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการประกอบอาหารแต่ละมื้อ ถ้าเพื่อนๆ อยากปลูกมะนาวไว้ทานก็ลองนำวิธีนี้ไปใช้ดูนะคะ ขอบคุณ : puechkaset

18 เรื่องจริงของมนุษย์เมนส์
ประจำเดือน /  มนุษย์เมนส์ / 

มนุษย์เมนส์ เกิดจากธรรมชาติของผู้หญิงที่ต้องเกิดขึ้นทุกเดือน และนับเป็นช่วงเวลาที่โหดร้ายสำหรับสาวๆ แทบทุกคนบนโลกนี้เลยก็ว่าได้ นอกจากภาวะภายในร่างการที่กำลังปรับสภาพแล้ว ก็ยังส่งผลถึงอารมณ์ที่แปรปรวนของคุณเธอที่หงุดหงิด และฉุนเฉียวง่ายจนแผ่รังสีไปถึงคนรอบข้างอีกด้วย นี่เป็นเรื่องจริง!!! นะคะ เพราะถ้าใครไม่เจอกับตัวอาจไม่เชื่อ ถ้างั้นเราลองมาดู 18 เรื่องจริงของมนุษย์เมนส์ กันคะว่าจะมีอะไรบ้าง ที่ต้องเฝ้าระวังในวันมามาก... 18 เรื่องจริงของมนุษย์เมนส์  1. ไม่ว่าจะหัวเราะ ไอจาม เคลื่อนไหวทุกท่วงท่า ก็พาเขื่อนแตกเลือดพุ่งไปหมดนะงานนี้ 2. ทำให้การซักผ้าจะยากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ กางเกงใน 3. ปวดท้องน้อยเว้ยยยยยย ทรมานโคตร !! 4. อดการจ้ำจี้ชั่วคราว >< 5. ทุกสิ่งรอบตัวสามารถเรียกอารมณ์โกรธและน้ำตาได้มหาศาล ขอย้ำว่า มหาศาล 6. ห่างกันซักพักกับกางเกงสีขาว 7. กินเยอะ เพราะหิวและโคตรหิวและอภิมหาโคตรหิว  8. สิวมาจ่อบนหน้าตามระเบียบ เพิ่มความหงุดหงิด 9. ผลาญทรัพยากรทิชชู่ในห้องน้ำไปมากกว่าที่เคยเป็น 10. ชีวิตนี้มันช่างยากลำบาก อยู่นิ่งไม่ได้ ปวดเมื่อยไปหมด มีใครเข้าใจไหม 11. อ่อนเพลียที่สุดในโลก นอพักแพพ 12. และก็ชอบมาในเวลาเผลอๆ ผ้าอนามัยก็ไม่ได้เตรียม 13. อืด และ บวม และ เซ็ง 14. ถ้าใครใช้อนามัยแบบสอด จะรู้ว่าทุกขั้นตอนเป็นสิ่งที่น่ากลัวสุดขีด 15. ได้ยินเสียงแกะซองผ้าอนามัยชัดเจนกว่าเสียงอื่นๆ   16. ห้ามลืมพาผ้าอนามัยแผ่นใหญ่ไปไหนด้วยทุกที่ ทุกเวลา 17. ช้อปแหลกตามใจแก้หงุดหงิด จนกระเป๋าฉีก ไม่น่าเกี่ยวแต่หยุดไม่ได้จริงๆ 18. แต่อย่างน้อยก็ไม่ท้องหละฟ่ะ… ข้อมูลและภาพ :  distractify, catdumb

สหรัฐเตือน! ให้ระวังภัยจากถุงลมนิรภัย
ข่าวต่างประเทศ /  ถุงลมนิรภัย / 

ทางการสหรัฐออกเตือนให้ระวังถุงลมนิรภัย อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อคนขับและผู้โดยสาร หลังมีคนตายแล้วกว่า 4 ราย สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองดีทรอยต์ประเทศสหรัฐ ว่ารัฐบาลสหรัฐเรียกร้องให้เจ้าของรถเก๋งและรถบรรทุกกว่า 8 ล้านคัน ปรับปรุงถุงลมนิรภัยให้ปลอดภัยเพราะอาจเกิดอันตรายต่อคนขับและผู้โดยสาร สำนักงานการจราจรปลอดภัยบนทางหลวงแห่งชาติระบุว่ากลไกสูบลมในถุงลมนิรภัยอาจแตกได้ ทำให้ชิ้นส่วนโลหะกระเด็นออกมาเมื่อถุงลมนิรภัยกางออก ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วไม่ต่ำกว่า 4 ศพ จากปัญหาดังกล่าวที่ส่งผลกระทบต่อรถมากกว่า 20 ล้านคันทั่วโลก ซึ่งหน่วยงานของสหรัฐเคยออกมาเตือนเรื่องถุงลมนิรภัยของรถเก๋งและรถเอนกประสงค์ 4.7 ล้านคันแต่เพิ่มอีก 3.1ล้านคันเป็น 7.8ล้านคัน โดยคำเตือนนี้ครอบคลุมรถหลายยี่ห้อ ทั้งบีเอ็มดับเบิลยู,ไครสเลอร์,ฟอร์ด,เจเนอรัลมอเตอร์, มาสด้า,มิตซูบิชิ,โตโยต้า,ฮอนด้า,นิสสันและซูบารุ อย่างไรก็ตาม รถเกือบ 7.8 ล้านคันได้ถูกเรียกคืนแล้วในช่วง2 ปีที่ผ่านมา ส่วนโตโยต้าบอกว่า กำลังทำงานกับบริษัททาคาตะเพื่อหาสาเหตุการแตกที่แน่ชัด MThai News

ดราม่า ฟุตบอลไทย: ใครคือคนที่ผลักทีมรักลงไปตกที่นั่งลำบาก
ดราม่าฟุตบอลไทย /  บทความ / 

ในที่สุดก็คลอดบทตัดสินออกมาเป็นที่เรียบร้อยสำหรับกรณีวุ่นวาย ที่พบหาดูได้ไม่ยากของฟุตบอลไทยในระยะหลังๆ คือปัญหาแฟนบอลยกพวกตะลุมบอนกัน ระหว่างแฟนคลับ สิงห์เจ้าท่า กับ เอสซีจีเมืองทอง ยูไนเต็ด มันคงป่วยการที่จะพูดว่าใครผิดหรือใครถูกเพราะต่างคนก็ต่างมีหลักฐาน และบอกว่าตัวเองเป็นฝ่ายโดนกระทำทั้งคู่ แถมความขัดแย้งของแฟนคลับทั้งสองทีมหยั่งรากลึกมานาน แต่คนที่ซวยไปเต็มๆงานนี้คือ สโมสรที่เหล่าแฟนบอลเดนตายเหล่านั้นรักเทิดทูนยิ่งกว่าอะไร ไหนจะต้องเสียเงิน เสียเวลา และเสียชื่อเสียง และที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือชื่อเสียงของฟุตบอลไทยที่กลับกลายเป็นเน่าเหม็นจากที่เคยฝันไว้ว่าจะไปบอลโลกหลังเห็นทีม เอเชี่ยนส์เกมส์โชว์ฟอร์มได้สวย ก็ต้องกลับไปลุ้นไปมวยโลกกันอีกครั้ง โดยทางไทยพรีเมียร์ลีก ได้จัดการเล่นไม้แข็ง(แล้วเหรอ) ด้วยการสั่งตัดแต้ม คู่กรณีทั้งสองทีม 9 แต้ม ปรับเงิน 300,000 บาท และแบนแฟนบอลห้ามเข้าชมเกมส์ทั้งฤดูกาล มาว่ากันเป็นข้อๆในเรื่องของการปรับเงิน จำนวนเงินแค่นี้บอกเลยว่าทั้งสองสโมสรจ่ายได้สบายมาก เงินเท่านี้อย่างดีก็ใกล้เคียงสูสีกับเงินเดือนของนักเตะตัวท็อประดับเกรดเอของทีมรับอยู่เท่านั้น  ส่วนโทษแบนแฟนบอลห้ามเข้าสนามนอกจากเสียงเชียร์ที่หายไปอย่างดีเงินค่าตั๋วกับของที่ระลึกน่าจะเหยียบล้านได้ แต่ที่น่าสนใจคือการตัดแต้ม 9 แต้มทั้งสองทีมโดนตัด 9 แต้มเท่ากัน แต่เมื่อมองดีๆ 9 แต้มของเราไม่เท่ากันจริงๆ ในฤดูกาลนี้หากยอมรับกันตรงๆ เอสซีจีเมืองทอง ยูไนเต็ด แทบจะหมดลุ้นแชมป์ลีกแล้ว การโดนตัด 9 แต้มก็เป็นแค่ การถอยไปอยู่ช่วงกลางตารางเท่านั้น อย่างเลวร้ายก็แค่จบในอันดับที่ ต่ำที่สุดตั้งแต่เลื่อนชั้นมา ส่วนโควตาไปลุยเอเอฟซีแชมเปี้ยนส์ลีกก็ยังไม่แน่นอน ว่าจะได้เพิ่มหรือไม่ แต่ก็ต้องไปเหนื่อยเพลย์ออฟอยู่ดี และจากสถิติทีมจากไทยที่ผ่านรอบเพลย์ออฟได้ไปเฉิดฉายในรอบแบ่งกลุ่มมีเพียง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดเท่านั้น แต่ 9 แต้มของสิงห์เจ้าท่า ที่หายไปมันหมายถึงความอยู่รอด เพราะตอนนี้ ทีมที่แฟนบอลดุไม่เป็นรองใครมี 45 คะแนนหากถูกตัดแต้ม 9 แต้มจะหล่นไปหายในโซนตกชั้นอันดับ 18ทันที!! และการพ่ายแพ้ให้กับบีอีซีเทโร คารังคล้อยหลังจากการประกาศผลการตัดสินโทษเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงยิ่งทำให้สถานการณ์ของทีมย่ำแย่ลงไปอีก และมาดูโปรแกรมนัดที่เหลือของ ท่าเรือแล้วหนักใช่เล่นเพราะต้องเจอของแข็งๆอย่าง อาร์มี่ ยูไนเต็ด, บางกอกกล๊าส เอฟฟซี และ ศรีสะเกษ เอฟซี บอกเลยว่าไม่ง่าย พูดได้เต็มปากตอนนี้ ท่าเรือต้องไปหนีตกชั้นอย่างเต็มตัว ทั้งๆที่ตอนต้นฤดูกาลทุกอย่างกำลังไปได้ดี เกาะอยู่บนหัวตาราง แม้ยังเหลือตัวช่วยในการอุทธรณ์โทษอยู่แต่ก็ติดตามกันต่อไปว่าจะสำเร็จไหม หรือจะบานปลายขนาดไหน แต่เตรียมใจไว้ก่อนก็ดี เรียกได้ว่า สิงห์ท่าเรือ ตกที่นั่งลำบากกว่าคู่กรณี อย่าง เอสซีจีเมืองทอง ยูไนเต็ด อย่างเห็นได้ชัด ด้วยมาตรฐานการตัดสินและบทลงโทษบทเดียวกัน ยังดีที่ไม่เอาของเก่ามาบวกเป็นโทษเพิ่มแบบคอมโบ้เซ็ตถึงตรงนี้แฟนบอลท่าเรือคงจะสาปแช่งการตัดสินของทีพีแอล แต่ทั้งนั้นและทั้งนี้โปรดอย่าลืมว่าสาเหตุมันเกิดจากอะไรและใครเป็นคน "ถีบทีมรักของคุณ" ให้ลงไปนั่งในที่นั่งที่ลำบากที่สุด ลองคิดดู 

วินัย น้ำใจ ความช่วยเหลือ บนท้องถนน
#toyotacsr /  #heroontheroad

วินัยในการขับรถ การช่วยเหลือคนแก่ ช่วยเหลือเด็ก ช่วยเหลือคนได้รับบาดเจ็บ น้ำใจของคนบนท้องถนน ขับรถต้องมีวินัย ช่วยคนข้ามถนน การศัลยกรรม การผ่าตัด การปฏิบัติตนหลังการผ่าตัด

ศาลสั่ง“บิลลี่ โอแกน”เป็นบุคคลล้มละลาย
บิลลี่ /  บิลลี่ ล้มละลาย / 

ศาลมีคำสั่ง“บิลลี่ โอแกน”เป็นบุคคลล้มละลาย พบเคยทำธุรกิจ 2 แห่ง สถานะเป็นบริษัทร้างทั้งหมด มีรายงานระบุว่า เมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่คำพิพากษาศาลล้มละลายกลาง ที่มีคำสั่งให้ บิลลี่ โอแกน อดีตนักร้องชื่อดัง เป็นบุคคลล้มละลาย ตามคดีหมายเลขแดงที่ ล. 3891/2556 ระบุว่า "ด้วยคดีเรื่องนี้ ศาลล้มละลายกลางได้มีคำพิพากษาให้ นายวิลเลี่ยม หรือบิณฑ์ลี่ฎ์ มิตตกริน โอแกน หรือ นายบิลลี่ หรือบิฬฬี่ โอแกน ลูกหนี้ เป็นบุคคลล้มละลายแล้ว ตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม 2557 ลูกหนี้ ไม่ปรากฏอาชีพ ประกาศ ณ วันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2557" ก่อนหน้านี้นายวิลเลี่ยม มิตตกริน โอแกน หรือ นายบิลลี่ เคยจดทะเบียนทำธุรกิจ 2 แห่ง 1.ห้างหุ้นส่วนจำกัด ภัตตาหาร จดทะเบียนวันที่ 14 มกราคม 2540 ทุน 3 แสนบาท ที่ตั้งเลขที่ 415/17 ซอยสุขุมวิท 101/1 ถนนสุขุมวิท แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร นาย ธนานต์ บุญเสรฐ ร่วมเป็นหุ้นส่วน ต่อมาเลิกกิจการ นายทะเบียนได้ขีดชื่อออกจากทะเบียน เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2554 2. บริษัท โรงบ่มดนตรี จำกัด จดทะเบียนวันที่ 4 มิ.ย.41 ทุน 1 ล้านบาท ประกอบกิจการผลิตนักร้อง นักแสดง สิ่งบันทึกเสียง โสตทัศนวัสดุ งานดนตรีกรรม ที่ตั้งเลขที่ 119/20 ซอยสามภพนฤมิตร ถนนสุขุมวิท 62 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร นายวิลเลี่ยม มิตตกริน โอแกน และ นายจาตุรนต์ เอมซ์บุตร เป็นกรรมการ ต่อมาเลิกกิจการ และนายทะเบียนได้ขีดชื่อออกจากทะเบียน เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2545 MThai News

คาเฟ่ของคนรักน้องแมว Crystal's Cat Cafe
Crystal's Cat Cafe /  คาเฟ่แมว

เมื่อพูดถึง "แมว" หลายคนก็คงชื่นชอบกันอยู่ไม่น้อย เพราะด้วยความขี้อ้อน ท่าทางที่น่ารัก ทำให้กลายเป็นที่รักของใครหลายคน และสำหรับร้านที่เปิดให้น้องแมวเข้าไปมีส่วนร่วมบนโต๊ะอาหาร หรือนั่งร่วมโต๊ะก็คงมีไม่มาก ซึ่งเราอาจจะเห็นว่าในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น และเกาหลี ก็มีคาเฟ่สำหรับคนรักแมวมาบ้างแล้ว แต่รู้ไหมว่าที่บ้านเราก็มีคาเฟ่สำหรับแมวเหมือนกันนะ ฉะนั้น เราขอแนะนำร้าน Cat Café อีกหนึ่งร้านที่เพิ่งเปิดเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาอย่างร้าน Crystal's Cat Cafe มาเอาใจคนรักแมว ไว้สำหรับไปนั่งเล่นชิว ๆ เพลิน ๆ ในวันว่างกัน ถ้าพร้อมแล้วเราไปกันเลยค่ะ…. น้องไลออน...ตาบ๊องแบ๊วมากเลย เราไปร้านในช่วงบ่ายๆ พอถึงหน้าร้านเราต้องกดกริ่งก่อนเข้านะจ๊ะ…แล้วพี่เจ้าของร้านก็มาเปิดประตูให้ ก่อนเข้าไปหาน้องแมว เราต้องถอดรองเท้า และล้างมือก่อนนะจ๊ะ พอเดินเข้าไปในร้านก็จะพบกับน้องแมวกำลังนั่งหลับกันอยู่ทั่วทุกมุมของร้าน แต่ที่เราสะดุดตาที่สุดก็คือ น้องแมวตัวเล็กน่ารักน่าหยิกสมาชิกใหม่ของที่นี้ ที่อยู่ในห้องด้านใน ชื่อ “น้องหมั่นโถ และน้องต้นหอม” พี่น้องคู่นี้ตัวขาวจั๊วเลย น่าหมั่นเขี้ยวสุดๆ ตาแบ๊วมากๆ…น้องแมวที่นี้ส่วนใหญ่เป็นแมวสีขาวเป็นส่วนใหญ่นะ ทุกตัวขาวมากจริงๆ สวยด้วย น้องหมั่นโถ น้องต้นหอม...น่าฟัดสุดๆ ทางไปร้านสำหรับคนที่ไม่เคยไปอาจจะหลงได้นะ คือเราขับรถเข้าไปในซอยแจ้งวัฒนะ 14  เลยโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะไปแล้วจะเห็นบึงใหญ่ “บึงสีกัน” แล้วมองทางด้ายซ้ายมือจะเห็นซอยน่านเจ้า 2 เลี้ยวเข้าซอยไปร้าน Crystal's Cat Cafe จะอยู่ทางด้านขวามือค่ะ... ผมโชกุนเองฮับ.... ส่วนหนูก็เทาเทาน้อยเอง (: แมวที่นี้ขี้เล่น และซนๆ กันพอสมควรเลยค่ะ โดยเฉพาะ น้องโชกุน ขาใหญ่ประจำร้าน พี่เจ้าของร้านเลยต้องลดพฤติกรรมความซนของน้องเขาโดยการใส่เสื้อให้ และก็ยังมีน้องเทาเทา ที่ไม่ค่อยเข้าหาเพศเดียวกันสักเท่าไร (ตัวเมียนะ) ชอบแกล้งเพื่อนตลอดเลย (แต่ก็น่ารักนะ เราชอบ…อิอิ) สวัสดีจ๊ะ...เราชื่อคริสตัลนะ น้องแมวดาวเด่นประจำร้านคือ น้องคริสตัล (เจ๊ใหญ่ประจำร้าน) แต่น่าเสียดายวันที่เราไป น้องเขาไม่อยู่ออกเสริมสวย อดเจอเลย..น่าเสียดาย บรรยากาศร้านจะคล้ายๆ กับร้านคาเฟ่แมวที่ญี่ปุ่นค่ะ คือจะมีโต๊ะญี่ปุ่นเตี้ยๆ ตั้งกับพื้น และเบาะรองนั่ง ให้เราไปนั่งสบายๆ เหยียดแข้งเหยียดขากับพื้นได้เต็มที่ เพราะในร้านกว้างขวาง ไม่อึดอัด ค่อนข้างนั่งได้อย่างสบายๆ เลยทีเดียว จะพาเพื่อนมาชิวๆ กันเป็นกลุ่มก็น่าจะสนุกดีค่ะ…แต่ก็มีโต๊ะแบบนั่งเก้าอี้ให้ด้วยนะ บรรยากาศภายในร้าน เมนูของร้านมีทั้งของคาว ของหวาน และเครื่องดื่มให้เลือกหลายอย่างเลยค่ะ ก็จะมีหลากหลายเมนูทั้ง กาแฟ นมสด ชา ทั้งร้อน และเย็นให้เลือกกันตามใจเลยค่ะ และวันนี้เราจะเลือกเมนูที่น่าสนใจมาแนะนำกันคือ ปลาเส้นทอด ทุกคนคงคิดว่าเป็นปลาเส้นทอดธรรมดากันใช่ไหมล่ะ (เราก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน) แต่พอถามพี่เจ้าของร้าน พี่เขาบอกว่า “มันคือกล้วยทอดจ๊ะ” ขอเขานอนด้วยนะตัวเอง นี่ของกุชชี่นะ...ห้ามแย่งเขานะ เค้าน่ารักป่าว !! Crystal's Cat Cafe ที่ตั้ง ถ.แจ้งวัฒนะ 14 ซอยน่านเจ้า 2 เปิดให้บริการทุกวัน (ยกเว้นวันพุธนะจ๊ะ) เปิดเวลา 10:00-21:00 น. เบอร์ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : 093-5923599 ติดตามความน่ารักของน้องแมวได้ที่ facebook : ชุมชนคนรัก น้องแมวเหมียว และที่ IG : crystals_cat_cafe โชว์พุงซะหน่อย เคาขอเข้าด้วยสิ..ชินนามอน โดยรวมนะค่ะ…เราค่อนข้างชอบน้องแมวร้านนี้นะ ขี้เล่น น่ารักด้วย แล้วการตกตกแต่งร้านก็น่ารัก (แต่ร้านหายากนิดหนึ่งนะ สำหรับคนที่ไม่คุ้นทางแถวนี้) เจ้าของร้านก็เป็นกันเองแบบสุดๆ สวยด้วย...อิอิ หวังว่าที่นี้จะเป็นอีกที่นะจ๊ะสำหรับคนที่หลงรักน้องแมว...อย่าลืมไปเล่นกับน้องแมวกันเยอะๆนะค่ะ เคารอเล่นอยู่นะ มาเล่นด้วยกันเยอะๆนะจ๊ะ น้องแมวข้างหลังแอบจ้องอะไรนั้น ที่เล่นลับเล็บใหม่ของคาราเมล...ใครมาแย่งนะ !! อย่าลืมมาหาเคาบ้างนะ แผนที่ร้าน คาเฟ่ของคนรักน้องแมว Crystal's Cat Cafe ขอบคุณภาพจาก เฟกบุ๊กชุมชนคนรัก น้องแมวเหมียว

ละครภพรัก , เรื่องย่อภพรัก
ละครภพรัก /  ละครภพรัก ช่อง 3 / 

เรื่องย่อละครภพรัก ความตาย.. อาจเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับ “เธอ” .. การดับสูญที่ยิ่งใหญ่นำมาซึ่งความผูกพันล้ำค่าบนโลกใบสวย .. ความรักระหว่าง “เธอ” และ “เขา” อาจเป็นไปไม่ได้หากแต่ใน “ภพรัก”…ความสุขในความรักระหว่างเขาและเธอ สดใสและงดงามเสมอ หมวดเหยี่ยว เป็นลูกชายคนเดียวของ วิหค นายตำรวจมือปราบที่เลื่องชื่อในอดีต เหยี่ยวกำพร้าพ่อและแม่มาตั้งแต่เล็กเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน ด้วยสาเหตุที่หลายคนยังตั้งข้อสงสัย วิหคเป็นตำรวจน้ำดีที่หลายคนให้การยกย่อง ทำงานตรงไปตรงมาแบบยอมหักไม่ยอมงอ แต่แล้วจู่ๆ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนปริศนาที่คนขับชนแล้วหนี เหยี่ยวอาศัยอยู่ในชุมชนริมน้ำหลังวัดเก่ากับ ยายนวล ยายตาบอดอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส ชอบทำบุญอยู่ในศีลในธรรม มีข้อเดียวที่ยายนวลผิดศีลอย่างเลิกไม่ได้คือต้องเล่นหวยอยู่เป็นนิจ และยายนวลก็เหมือนมีพรายกระซิบทุก 15 วัน ??? ตั้งแต่เหยี่ยวเล็กจนโต.. ยายนวลถูกหวยงวดเว้นงวด !!! เหยี่ยว มุ่งมั่นเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนสอบเข้าทำงานในสำนักงานสืบสวนพิเศษได้ หากแต่ในวิชาชีพตำรวจเหยี่ยวกลับทำไม่ได้ดีเหมือนพ่อ คดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบมักมีข้อผิดพลาดไม่ราบรื่น ยิ่งโดนเปรียบ เทียบกับพ่อ.. เหยี่ยวยิ่งทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งหลังผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดต้องรอดคดีไปได้อย่างลอยนวล เพราะการสอบสวนแบบถึงลูกถึงคนของแหยี่ยวโดนบันทึกภาพผ่านโทรศัพท์มือถือของ ทนายผู้ต้องหา และการนำสืบชี้นำไปที่เหยี่ยวขาดวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ข่มขู่ผู้ต้องหาให้รับสารภาพ หมวดเหยี่ยวถูกคาดโทษจากผู้บัญชาการว่าจะต้องถูกย้ายหากมีข้อผิดพลาดอะไร เกิดขึ้นอีก !!! ดูเหมือนชีวิตของหมวดเหยี่ยวกำลังรอคอยใครบางคน ใครบางคนที่จะเติมเต็ม.. ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น คืนวันหนึ่งขณะหมวดเหยี่ยวออกจากสำนักงานสืบฯ กำลังจะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเขารู้สึกแปลกๆ ในจิตใจคล้ายมีคลื่นพลังงานบางอย่างเข้ามากระทบในโสตสัมผัส เมื่อเลี้ยวรถตรงทางแยกหน้าปากซอย เขาพบรถสปอร์ตเกิดอุบัติเหตุตกบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ข้างทาง เมื่อ กองพิสูจน์หลักฐานดึงรถยนต์คันงามขึ้นมา.. ทุกคนต้องแปลกใจเพราะภายในรถว่างเปล่า !! ไม่ปรากฏร่างเจ้าของรถผู้ขับขี่ ตำรวจตรวจดูโดยรอบแล้วไม่พบศพผู้เสียชีวิต !!! ขณะ เหยี่ยวช่วยตำรวจท้องที่กันบรรดาไทยมุงออกมาจากพื้นที่ เขาสะดุดสายตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางต่างจากชาวบ้านแถบนั้นโดยสิ้นเชิง เงอะๆ งะๆ จนเกือบจะเข้าไปในเขตห้ามเข้า เหยี่ยวต้องเอ่ยปากไล่ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ เดี๋ยวจะเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญ หญิงสาวคนนั้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเดินหนีออกไป ก่อนขับรถกลับบ้าน เหยี่ยวพบสร้อยคอพร้อมล็อกเก็ตรูปหัวใจตกอยู่ข้างรถ เขาหยิบล็อกเก็ตเส้นนั้นและนำกลับไปบ้านด้วยอย่าง เผลอตัว ความแปลกประหลาดเริ่มบังเกิดขึ้นกับเหยี่ยวนับตั้งแต่วินาทีนั้น.. ตอนกลับบ้าน เสียงหมาวัดแถวนั้นต่างพากันประสานเสียงหอนกันระงมราวกับเห็นผี ! ยายนวลที่ตาบอดยังร้องทักว่าเหยี่ยวพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านทำไมไม่บอก จะได้หาข้าวหาปลาให้ทาน มิวายที่เหยี่ยวจะปฏิเสธ แต่ยายนวลกลับไม่เชื่อเถียงคอเป็นเอ็นหาว่าหลานชายแอบเอาสาวเข้าบ้านโดยไม่ บอกให้ยายรู้ จนเหยี่ยวต้องเรียก จ่านกน้อย ตำรวจคู่หูที่อยู่ข้างบ้านมายืนยันว่าไม่มีใครมาด้วย ยายนวลถึงจะเชื่อและเรียกจ่านกน้อยไปขูดต้นกล้วยหลังวัดด้วยกันอย่างออกรส ตามประสาคนบ้าหวยด้วยกัน จ่านกน้อยเป็นตำรวจที่มีอดีตไม่น่าจดจำ บ้าหวยทำตัวไร้สาระก็เพื่อลบปมเศร้าสะเทือนใจในชีวิต เมื่อ 5 ปีที่แล้ว.. นกยูง ลูกสาววัยรุ่นของจ่านกน้อยเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด เพราะพ่อบ้างานจนไม่มีเวลาให้ หลังเสียลูกสาวไม่นานเมียก็ต้องเสียชีวิตตามไปอีกคน เพราะโดนคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกัน แล้วจ่าเข้าไปช่วยไม่ทัน นับตั้งแต่นั้น.. ชีวิตจ่านกน้อยก็ไร้แก่นสาร ทำงานไปแบบวันเติมวัน เหมือนกำลังรอวันลาโลก!!! ย่ำ รุ่งคืนวันนั้นเอง เหยี่ยวกลับได้ยินเสียงร้องสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารในสวนหลังบ้าน เหยี่ยวพบกับหญิงสาวคนเดียวกับเมื่อตอนหัวค่ำ เธออยู่ในชุดขาวสวยเฉี่ยวทันสมัย ร้องไห้พลางบอกว่าไม่มีที่ไป ไม่มีใครเห็นเธอเลยนอกจากเหยี่ยว ภาพหญิงสาวค่อยๆ จางหายไป .. พร้อมๆ กับพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า !หมวดเหยี่ยวอึ้งแทบไม่เชื่อภาพที่ปรากฏต่อสายตา เขาพบกับผีสาว ! ตัวจริง ! เสียงจริง ! เช้าวันรุ่งขึ้น.. เหยี่ยวตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรกับ หลวงตาเคี้ยง เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หลวงตาฟังไปพร้อมกับตาลุกด้วยความตื่นเต้น อรรถาธิบายว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่าง เพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงยังล่องลอยไม่มีที่พึ่ง พออธิบายเสร็จ หลวงตาเคี้ยงก็รีบให้ศีลให้พร จ้ำอ้าวๆ กลับกุฏิแทบไม่ทัน สมดังคำล่ำลือว่าหลวงตาเคี้ยงไม่ค่อยถูกชะตากับพลังงานลึกลับ ?!?!? ทุกวันเมื่อไปทำงานสำนักงานสืบฯ เหยี่ยวต้องปะทะคารมอย่างรุนแรงกับ ผบ.สงคราม ที่จ้องจับผิดตลอดเวลา แม้ผบ.สงครามจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพ่อ แต่ความจริงที่เหยี่ยวไม่รู้ก็คือ.. สงครามไม่ได้เป็นเพื่อนกับวิหค แต่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานตำรวจ แข่งกันทุกครั้งสงครามก็แพ้วิหคทุกครั้ง .. หนำซ้ำการเสียชีวิตของวิหค ยังมีข่าวลืออีกว่าเป็นเพราะกำลังทำงานลับบางอย่างแข่งกับสงคราม จึงต้องเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ล่า สุดกับคดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบ.. จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น เขาเกือบทำพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อไว้ใจทิ้งหลักฐานวิดีโอการซื้อขายยาที่จะมัดตัวจอมบงการไว้กับสายสืบ นักข่าวคนหนึ่งที่แปรพักตร์เพราะโดนข่มขู่จากเจ้าพ่อ โชคดีที่ขณะจะกลับ เสียงผีสาวมาบอกให้ไปจับคนร้ายเสียก่อน เหยี่ยวจึงทำงานสำเร็จ ได้รับคำชมเชยเป็นครั้งแรกจาก ผบ.สงคราม คืน วันนั้นเหยี่ยวออกมาที่ต้นลำดวนหลังบ้าน เรียกหญิงคนนั้นเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด วิญญาณสาวคนเดิมออกมาตามเสียงเรียก เธอเรียกตัวเองว่า “น้ำ” แต่จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อ น้ำริน ของตัวเอง น้ำ รินไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องตามเหยี่ยวมาที่นี่ รู้แต่ว่าเธอต้องตามติดเหยี่ยวไปในทุกที่.. เพียงแต่ในช่วงกลางวันเหยี่ยวจะมองไม่เห็นร่างของเธอเท่านั้น ตั้งแต่ นั้นความโกลาหลในชีวิตเหยี่ยวจึงบังเกิด ?!? หมวดเหยี่ยวประสาทเสียที่จู่ๆ ก็มีวิญญาณสาวสวยคอยติดตามไปทุกที่ แม้ในเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ และ เวลานอน ?!? หนำซ้ำยายนวลยังเป็นอีกคนที่ได้ยินเสียงเหยี่ยว กับน้ำรินคุยกันบ่อยๆ เหยี่ยวเดาเอาเองจากการที่ยายถูกหวยทุกงวดว่าน่าจะเป็นเพราะยายมีสัมผัสที่ หก ได้ยินเสียงพรายกระซิบเป็นประจำ จึงไม่แปลกที่ยายจะได้ยินเสียงน้ำรินเช่นเดียวกับเขา เหยี่ยวโกหก ยายนวลว่าน้ำรินเป็นพยานปากเอกที่เขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานสืบฯ ให้นำตัวมาเก็บไว้ โดยใช้บ้านเหยี่ยวเพื่อเป็นเซฟเฮ้าส์ ยายนวลจึงคลายใจหันมาคุยกับน้ำรินวิญญาณสาวอย่างออกรสด้วยนึกว่าหล่อนเป็นคน เมื่อเวลาผ่านไป.. การสนิทสนมกับน้ำรินทำให้ชีวิตยายนวลมีชีวิตชีวามากขึ้น น้ำรินเป็นผีสาวความจำเสื่อมที่อารมณ์ดี มองโลกสดใสในทางบวก ความทรงจำน้ำรินเริ่มกลับมาทีละน้อยๆ เธอจำได้ว่าตัวเองมีฝีมือในการทำขนมไทยอย่างหาตัวจับยาก ตั้งแต่นั้นบ้านหลังน้อยของหมวดเหยี่ยวจึงเกิดกิจกรรมพิเศษของสองคู่ซี้ต่าง วัยและต่างภพ ทำขนมไทยสารพัดชนิดเพื่อเป็นรายได้เสริม ขนมไทยแสนอร่อยของยายนวลเป็นที่นิยมชมชอบของคนในชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆ ยาย นวลชวนจ่านกน้อยคู่ซี้มาทำขนมด้วยกันในตอนค่ำ เพื่อละเลิกจากกิจกรรมขี้เมาบ้าหวย สร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินให้กับจ่าไม่น้อย แต่จ่านกน้อยกับชาวบ้านแถบนั้นรวมไปถึงหลวงตาเคี้ยงยังไม่วายต้องผวาไปกับ เสียงแปลกๆ ยามค่ำ และพฤติกรรมเหมือนกำลังคุยกับผีของยายนวลอยู่เนืองๆ สินค้าขนมไทยของยายนวลในชุมชน ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ธารา นักธุรกิจสาวที่ผันตัวเองจากโลกธุรกิจ มาทำมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ ธาราต้องนั่งรถเข็นจากการเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ตั้งแต่นั้นธาราจึงอุทิศตัวเองเพื่อสังคม หันหลังให้กับโลกธุรกิจปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้บริหารมืออาชีพ ส่วนตัวเองหันมาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม เมื่อน้ำรินเห็นหน้าธารา.. เธอรู้สึกแปลกๆ เหมือนรู้จักผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างดี แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเคยพบกันที่ไหน ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ดูเหมือนวิญญาณน้ำรินกำลังทำความดีชดเชยกับเรื่องราวในอดีตที่เธอยังจำไม่ได้ น้ำรินไม่รู้เลยว่าในตอนมีชีวิตอยู่ เธอมีส่วนทำให้นกยูงลูกสาวจ่านกน้อยเสียชีวิต เพราะ เสพยาเกินขนาด!! วันหนึ่งน้ำรินมีโอกาสเห็นรูปนกยูงโดยบังเอิญ เธอจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์กับเธอที่ใดที่หนึ่งเกี่ยวกับการทำขนม ยิ่งไปกว่านั้น..น้ำรินจำได้ว่าเด็กสาวคนนี้เสียชีวิตเพราะเธอเฉยเมย ไม่ยอมช่วยนกยูงที่เอ่ยปากขอเบี้ยเลี้ยงล่วงหน้า ทำให้นกยูงเข้าสู่วังวนของการส่งยา ค้ายา จนถึงขั้นนกยูงโดนฆ่าตายเพราะคนร้ายต้องการปิดปากเรื่องเครือข่ายค้ายาฯ นกยูงโดนจัดฉากว่าเสพยาเกินขนาด เธอพยายามทำทุกวิถีทางให้ชีวิตของจ่านกน้อยดีขึ้น หลัง จากนั้นเป็นต้นมา เหยี่ยวกับน้ำรินยิ่งใกล้ชิดผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสนิทสนม ยิ่งทำให้ทั้งคู่กลายเป็นส่วนผสมของความกุ๊กกิ๊กอลวนที่ลงตัว น้ำรินแสดงถึงความเป็นคุณหนูไฮโซให้เห็นมากขึ้น เธอทั้งซุกซน ซุ่มซ่าม และเผลอเอาแต่ใจตัวเอง น้ำรินขอร้องให้ เหยี่ยวช่วยสืบหาว่าเธอเป็นผีมาจากไหน มีประวัติความเป็นมายังไง .. เหตุใดเธอจึงยังไม่ไปผุดไปเกิดซะที แต่แล้ววันหนึ่งน้ำรินก็ได้พบกับ ป้าปริก วิญญาณอีกดวงนึงที่ดูเหมือนเป็นวิญญาณที่ความอารมณ์ดี ป้าปริกสอนให้น้ำรินกลายเป็นวิญญาณคุณภาพ สามารถควบคุมให้สิ่งของต่างๆ เคลื่อนที่ได้ น้ำรินสามารถหยิบจับของต่างๆ และรับรู้ความรู้สึกในการสัมผัสได้ราวกับมีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์ ต่างกันเพียงว่าไม่มีใครมองเห็นเธอได้… นอกจากเหยี่ยวเพียงคนเดียว และการที่รู้สึกและหยิบจับของต่างๆ ได้เหมือนมนุษย์นี่เอง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำรินกับเหยี่ยวออกอาการกุ๊กกิ๊กแนบแน่นมาก ขึ้นกว่าเดิม เพราะเหยี่ยวมักเผลอโอบคอน้ำรินเหมือนเคยๆ ทุกครั้งเพราะไม่เคยทำได้สักที แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นรู้สึกได้ว่าเขากำลังกอดคอหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งยิ่งทำให้ทั้งคู่เขินอายและต้องระวังตัวระหว่างกันมากยิ่งขึ้น น้ำ รินมีโอกาสช่วยเหลือเหยี่ยวในการทำงานสำนักงานสืบฯ หลายครั้ง คดีสำคัญก็คือ.. เหยี่ยวสามารถคลี่คลายคดียาเสพติดในหมู่วัยรุ่นได้ เขาจับตัวการที่โยงใยทำให้นกยูงลูกสาวของจ่านกน้อยตาย จ่านกน้อยมีจิตใจดีขึ้นมากขึ้น เพราะความจริงปรากฏชัดว่านกยูงไม่ได้เสพยาเกินขนาดจนตาย แต่เธอตายเพราะต้องการเปิดโปงเครือข่ายค้ายา นกยูงตายเพื่อความถูกต้องในสังคม สมกับเป็นลูกสาวตำรวจอย่างจ่านกน้อย จ่านกน้อยเลิกขี้เมา บ้าหวย หันมาใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ อุทิศตนเองให้กับชุมชนฯ เหยี่ยว เหมือนเป็นนายตำรวจพรายกระซิบ ทำงานสำคัญๆ สำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ น่าแปลกที่ทุกครั้ง ที่น้ำรินช่วยเหยี่ยวคลี่คลายคดีสำคัญได้ ความทรงจำของเธอจะกลับมาหนึ่งอย่างเสมอ เหมือนการช่วยแก้ไขคดีแต่ละคดีเป็นการทดแทนการทำความผิดพลาดในอดีตหมวดแนน แฟนเก่าของเหยี่ยว กลับมาคลุกคลีกับเหยี่ยวอีกครั้ง จนน้ำรินเริ่มหึง ซึ่งเหยี่ยวเริ่มจับสังเกตได้ ภพธร กับนับดาว ยังไม่หยุดแผนที่จะฆ่าธารา จนสงครามเริ่มสงสัยในตัวภพธร จึงพาธาราไปซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ โดยให้เหยี่ยวตามไปดูแล คุ้มครองธารา ที่นั่นเอง สงครามได้แสดงความรักที่มีต่อธารามาอย่างช้านาน แต่ธาราปฎิเสธ เพราะไม่อยากผิดต่อพ่อของน้ำริน ซึ่งเป็นเพื่อนรักของสงครามนั่นเอง ถนนทางเข้าเซฟเฮ้าส์ คือถนนที่ครั้งหนึ่ง เหยี่ยว เคยนั่งรถมาพร้อมกับพ่อและแม่ และที่นี่เอง เหยี่ยวได้สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปกับอุบัติเหตุ ทุกครั้งที่เหยี่ยวขี่จักรยานผ่านจุดเกิดเหตุ เขาก็อดนึกถึงอดีตอันเจ็บปวดไม่ได้ น้ำรินซึ่งติดตามเหยี่ยวมาด้วย พยายามพูดให้กำลังใจ ให้เหยี่ยวต่อสู้กับอดีตอันเลวร้ายให้ได้ ทำให้เหยี่ยวรู้สึกเข้มแข็งขึ้นเมื่อได้อยู่กับน้ำรินน้ำรินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าธารามาก แต่ยังนึกเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้สักที จำได้แต่ว่า ก่อนตายเธอใกล้มีความสุขที่สุดในชีวิต .. น้ำรินกำลังจะแต่งงาน !!! แล้วจู่ๆ สร้อยล็อตเก็ตรูปหัวใจก็ตกลงจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของเหยี่ยว เหยี่ยวระลึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอหยิบมาจากริมบึงที่มีรถจมน้ำ.. ต้องเป็นเพราะล็อคเก็ตรูปหัวใจแน่ๆ น้ำรินถึงมาติดอยู่กับเขาแบบนี้ !!! เหยี่ยว สืบเรื่องของน้ำรินโดยเริ่มจากคดีรถสปอร์ตจมหายไปในน้ำ ตามไปถึงบ้านใหญ่โตของเจ้าของรถ ในที่สุดเหยี่ยวจึงรู้ว่าน้ำรินคือเจ้าของรถคันนั้น เป็นลูกสาวคนเดียวของ ธารา เศรษฐีนีแม่ม่ายเจ้าของเครือโรงแรมสตาร์ออฟสยาม เครือข่ายโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ ความจริงแล้วน้ำรินเป็นลูกสาวของคุณธารา สาวใหญ่ใจดีเจ้าของมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ วิญญาณเธอได้พบกับแม่ เพียงแต่เธอจำแม่ไม่ได้ เหยี่ยวปักใจเชื่อว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็น ภพธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่ชายบุญธรรม ผู้บริหารเครือโรงแรมนี้ทั้งหมด และเป็นอดีตคู่หมั้นของน้ำริน ภพธรคือคนที่น่าสงสัยที่สุด เมื่อ ตอนมีชีวิตอยู่.. น้ำรินเติบโตมากับภพธรผู้เป็นเหมือนพี่ชาย ภพธรเป็นลูกชาย นุติ อดีตเจ้าของเดอะสตาร์ออฟสยาม ที่ฆ่าตัวตายเพราะทำธุรกิจผิดพลาดจนต้องให้ ธารา แม่ของน้ำรินเข้าซื้อกิจการ แต่มีข่าวลือในวงธุรกิจ.. ความจริงแล้วนุติฆ่าตัวตายเพราะทนไม่ได้ที่โดนธาราโกงจนหมดตัว ธารารู้สึกผิด.. จึงส่งเสียเลี้ยงดูภพธรเป็นลูกบุญธรรม ให้เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับน้ำรินลูกแท้ๆ ธาราเดินไม่ได้เพราะได้รับอุบัติเหตุจากการขับรถเมื่อปีก่อน ทำให้อำนาจการบริหารโรงแรมทั้งหมดอยู่ในมือของภพธรลูกบุญธรรมซึ่งกำลังจะ แต่งงานกับน้ำริน และธารารู้สึกผิดกับบาปที่ตัวเองสร้างไว้ในอดีต เธอจึงหันมาทำมูลนิธิช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในสังคม ต้องการไถ่บาปสร้างความดีเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำไว้ในอดีต น้ำ รินขอบคุณเหยี่ยวและขอให้พาเธอไปสถานที่แห่งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เป็นบ้านสวนริมน้ำของ นับดาว ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนรักของเธอมาตั้งแต่เด็ก นับดาวเป็นเหมือนเพื่อนคู่หูน้ำรินมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเรื่อยมาจน กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยและจบการศึกษา เธอเป็นเหมือนเพื่อนรัก… หากแต่ซ่อนปมความคิดอิจฉาริษยาเพื่อนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างอย่างน้ำรินมา ตลอด นับ ดาวกำลังอยู่กับภพธรฉันท์สามีภรรยา จากคำพูดที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน น้ำรินจึงรู้ว่าทั้งสองแอบคบกันมานานแล้ว เพราะปมชีวิตของนับดาวที่ไม่อาจจะสู้น้ำรินได้ตลอดมา ทำให้นับดาวคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับน้ำรินโดยน้ำรินไม่รู้ตัว สิ่งที่นับดาวเอาชนะน้ำรินได้อย่างเด็ดขาดคือการพิชิตหัวใจของภพธร เพราะภพธรโกรธแค้นครอบครัวของน้ำรินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสองตั้งใจจะฮุบกิจการโรงแรมของธาราโดยเร็วที่สุด ทั้งเพื่อแก้แค้นให้ภพธรและเพื่อตัวของพวกเขาเอง.. นับดาวเป็นคนวาง แผนบงการทำให้ธาราต้องพิการ และวางแผนฆ่าน้ำรินก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้น !!! น้ำรินมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาเป็นประจำทุกวัน ภพธรแอบเปลี่ยนยาทำให้น้ำรินหมดสติ ขับรถตกบึงน้ำขนาดใหญ่ ก่อนจะอำพรางนำศพของเธอไปเผาทิ้ง ทำให้น้ำรินกลายเป็นบุคคลหายสาปสูญไปเพื่อทำลายหลักฐาน !!! นับดาวกับภพธรแอบเปิดประตูให้คนร้ายเข้าไปในคฤหาสน์ของธารา แต่ขณะที่กำลังจะทำอันตรายธารา เหยี่ยวกับน้ำรินเดินทางมาช่วยธาราได้ทันเวลา นับดาวกับภพธรถูกตำรวจจับ…และถูกลงโทษตามความผิดที่ตัวเองกระทำ ฐานทำร้ายน้ำรินถึงแก่ความตาย เวลานี้ภารกิจของน้ำรินดูเหมือนจะเสร็จสิ้นแล้ว พลังงานภายในวิญญาณของเธออ่อนแรงลง น้ำ รินรู้สึกว่าดวงวิญญาณของเธออาจดับสูญภายในคืนนี้.. เธอรวบรวมพลังงานทั้งหมดเท่าที่เหลืออยู่ ปรากฏกายให้เหยี่ยวเห็นเป็นครั้งสุดท้าย แม้ช่วงเวลาที่น้ำรินจะอยู่กับเหยี่ยวมีเพียงช่วงสั้นๆ หากแต่ความผูกพันในช่วงเวลาอันน้อยนิดระหว่างเธอกับเขา แนบแน่นจนกลายเป็น “ความรัก” ไปเสียแล้ว … เช่นเดียวกับเหยี่ยวที่รู้ใจตัวเองว่ารัก น้ำริน.. วิญญาณ สาวที่กำลังจะดับสลายไปในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ เหยี่ยวอยากจะอ้อนวอนขอให้น้ำรินอยู่กับเขาตลอดไป แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้…ไม่มีใครฝืนสัจธรรมการแตกดับนี้ไปได้ เหยี่ยวจึงตั้งจิตมั่นสัญญาไว้กับน้ำริน เขาจะรักเธอตลอดไป จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีให้เธอ ทั้งสองจากกันด้วยน้ำตา… 18 ปีต่อมา… หมวดเหยี่ยวนายตำรวจหนุ่มไฟแรงจบใหม่ในอดีต.. กลายเป็นหนุ่มใหญ่ผู้บัญชาการสำนักงานสืบสวนพิเศษในปัจจุบัน เขามุ่งมั่นในการทำงานจนไม่มีเวลาเหลือให้กับใคร คนเก่าคนแก่ภายในสำนักงานสืบสวนฯ ต่างรู้ดีว่าผู้บัญชาการผู้นี้ยังคงมีอดีตรักฝังใจที่ยากจะลืมเลือน ผบ.เหยี่ยวไม่มีหัวใจจะรักใครได้อีกแล้ว.. จวบจนวันนี้…วันที่สำนักงานสืบสวนพิเศษได้มีโอกาสต้อนรับ น้ำค้าง นักข่าวหญิงเพิ่งจบใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย สาวนักข่าวที่ทันทีที่ผบ.เหยี่ยวเห็นหน้าแล้วต้องชะงักด้วยความตกใจ ฤาสัญญารักที่เขาเคยให้ไว้กับน้ำรินมีผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้วในวันนี้… น้ำค้าง…มีใบหน้าบุคลิก ท่าทาง รอยยิ้ม เหมือนกับน้ำริน .. ราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน !

รถบรรทุกมันเบรกแตก พุ่งชนรถ 13 คันรวด
ข่าวอุบัติเหตุ /  ข่าวอุบัติเหตุmthai / 

รถบรรทุกมันสำปะหลังเบรกแตก พุ่งชนรถคันอื่น 13 คันรวด เหตุเกิดหน้าบริเวณตลาดบ้านฉาง ดับ 1 เจ็บอื้อ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2557 เวลาประมาณ 19.00 น. เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกสิบล้อ ป้ายทะเบียน 82-8766 ระยอง ซึ่งบรรทุกหัวมันสำปะหลังมาเต็มคันรถ ได้พุ่งชนรถยนต์ 4 คัน, จักรยานยนต์ 4 คัน, รถกระบะ 2 คัน, รถตู้โดยสาร 1 คัน และรถยนต์แวน 1 คัน รวมทั้งหมด 13 คัน ซึ่งจอดอยู่ โดยรถตู้นั้นถูกเสยไปทับรถยนต์อีก 2 คัน  อีกทั้งร้านค้าบริเวณใกล้เคียงก็ถูกรถชนจนได้รับความเสียหาย โดยผู้เสียชีวิต ได้แก่ นายประเสริฐ ภัทรกุลพงษ์ ชาวระยองวัย 59 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ ถูกชนอัดก๊อบปี้ระหว่างรถยนต์และรถกระบะ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บมีจำนวนมาก แต่มี 2 รายอาการสาหัส ทั้งนี้นายพรศักดิ์ ไชยคำ คนขับรถบรรทุกกล่าวว่า ตนเองขับมาจาก ต.สำนักท้อน เพื่อนำมาส่งที่โรงงาน อ.บ้านฉาง จนกระทั่งถึงจุดเกิดเหตุ เป็นทางแคบ และห้ามรถบรรทุกวิ่ง แต่เกิดเบรกแตกหยุดรถไม่ได้ จึงเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น MThai News ขอบคุณภาพจาก  กรมประชาสัมพันธ์

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

หนุ่มยุ่นเผาตัวเองโดดห้างฯสีลมดับ
ข่าววันนี้ /  จุดไฟเผาตัวเอง / 

ชายชาวญี่ปุ่น จุดไฟเผาตัวเอง ก่อนดิ่งจากชั้น 4 อาคารธนิยะ พลาซ่า ย่านสีลม เสียชีวิตคาที่ พ.ต.ท.ภูมิยศ เหล็กกล้า พนักงานสอบสวนผู้ชำนานการพิเศษ สน.บางรัก เข้าตรวจสอบเหตุ ชายจุดไฟเผาตัวเอง ก่อนที่จะกระโดด ลงมาจากบริเวณ ชั้น 4 ภายในอาคาร ธนิยะพลาซ่า ถนนสีลม แขวงสุรวงศ์ เขตบางรัก เป็นเหตุให้เสียชีวิต  พร้อมเปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิต เป็นชาย ทราบชื่อ คือ นายวาตานาเบ้  ชินจิ อายุ   37 ปี  นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น สภาพศพ ไหม้เกรียม นอนเสียชีวิต บริเวณชั้น 1 ใกล้กับทางออกของอาคาร ซึ่งจากการ สอบถามพนักงานรักษาความปลอดภัย ของอาคารธนิยะ พลาซ่า ทราบว่า ช่วงที่ห้างใกล้จะปิด และลูกค้ากำลังทยอย ออกจากศูนย์การค้า ระหว่างนั้น ได้ยินเสียง เหมือนคนตกลงมา จึงเข้าไปตรวจสอบ ก็พบว่า มีคนถูกไฟไหม้ นอนอยู่ที่พื้นชั้น 1 จึง นำถังดับเพลิง มาช่วยกันดับไฟ แต่ชายคนดังกล่าว ได้ เสียชีวิตลงแล้ว จึงแจ้ง ตำรวจให้เข้าตรวจสอบ  และจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า ผู้ตาย ได้เตรียมการมา เพื่อฆ่าตัวตาย โดยเฉพาะ เพราะขณะเกิดเหตุ ได้ นั่งห้อยขา ที่ระเบียงชั้น 4 ในลักษณะหันหลัง ก่อนจะใช้น้ำมัน ที่เตรียมมา จำนวน 3 ขวด ราดที่ตัว แล้วจุดไฟเผา ก่อนจะทิ้งตัวร่วงลงมาที่พื้นชั้น 1 จนเสียชีวิต และตรวจสอบภายในกระเป๋า พบ น้ำมันอีก 1 ขวดครึ่ง และ ขวดเครื่องดื่ม ชูกำลัง รวมถึงยารักษาโรค ประจำตัว อีกจำนวนหนึ่งด้วย จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนศพของนายวาตานาเบ้ นั้น ได้ นำส่งชันสูตร ที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ แล้ว

หนูน้อย7ขวบตกบ่อน้ำลึก8ม.รอดปาฏิหาริย์
ตกบ่อน้ำลึก /  พิษณุโลก ตพบ่อลึก8เมตรรอด / 

หนูน้อย 7 ขวบ เมืองพิษณุโลก ดวงแข็งตกบ่อน้ำบาดาลลึก 8 เมตร รอดปาฏิหาริย์ ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีอุบัติเหตุเด็กพลัดตกลงไปในบ่อน้ำบาดาล ใกล้เคียงตลาดสดบึงพระ หมู่ 3 ต.บึงพระ อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นป่ารกชัด พบชาวบ้านและเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน กำลังช่วยกันใช้เชือกโรยตัวลงไปช่วยเหลือเด็กที่ตกลงไปอยู่ก้นบ่อ โดยเด็กร้องไห้พร้อมกับส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่จึงใช้ผ้ามัดกับตัวเด็ก ก่อนช่วยกันอุ้มและดึงขึ้นมาด้านบนปากบ่ออย่างปลอดภัย ท่ามกลางเสียงลุ้นเอาใจช่วยของชาวบ้าน ทราบชื่อต่อมา คือ ด.ช.สมศักดิ์ สมศรี หรือ น้องฟลุ๊ค อายุ 7 ขวบ อยู่บ้านพักเลขที่ 47 หมู่ 3 ต.บึงพระ อ.เมือง จ.พิษณุโลก นักเรียนโรงเรียนวัดบึงพระ สภาพเนื้อตัวเปียกปอนและเปรอะเปื้อนดินโคลน และมีบาดแผลถลอกตามร่างกายและที่นิ้วมือข้างซ้ายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ชาวบ้านได้ช่วยกันพยุงตัวพาไปล้างเนื้อล้างตัวจนเอี่ยมสะอาด จากการสอบถาม นางชมพู ปุญญฤทธิ์ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 381/3 หมู่ 3 ต.บึงพระ อ.เมือง จ.พิษณุโลก เป็นผู้พบเด็กคนแรก เล่าว่า ขณะที่ตนกำลังตากผ้าอยู่ข้างบ้านนั้น ได้ยินคล้ายเสียงเด็กร้องไห้และร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้นมาจากบ่อน้ำบาดาลข้างบ้านพัก ซึ่งเป็นบ่อน้ำบาดาลที่เลิกใช้งานแล้ว จึงเดินไปดูก็พบว่ามีเด็กตกลงไปอยู่ที่ก้นบ่อ แต่โชคยังดีที่ด้านล่างบ่อมีไม้วางพาดกั้นไว้ ทำให้เด็กไม่จมน้ำ ซึ่งปกติบ่อน้ำจุดนี้จะมีแผ่นกระเบื้องปิดอยู่ แต่เด็กอาจจะไม่ทราบจึงเข้าไปเล่น แล้วพลาดไปเหยียบจนกระเบื้องแตกจนร่วงตกลงไป จากนั้นตนจึงรีบโทรศัพท์แจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือดังกล่าว

สุดยอดที่เที่ยวในฝัน ดินแดนสวรรค์คนรักการเดินทาง
ท่องเที่ยวรอบโลก /  เที่ยวยุโรป

เที่ยวเลือกได้ 1,000,00 บาท กับบาร์บีคิวพลาซ่า : สุดยอดที่เที่ยวในฝัน ดินแดนสวรรค์คนรักการเดินทางร่วมสนับสนุนทริปที่ดีที่สุด เที่ยวเลือกได้ 1,000,000 บาท โดย บาร์บีคิวพลาซ่า ถ้าคุณเป็นคนรักการเดินทาง อยากไปตะลุยโลกกว้างได้อย่างใจฝัน  แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มจากที่ไหน หรือมีที่เที่ยวในฝันอยู่แล้ว แต่สตุ้งสตางค์ หรือ เวลาที่มีจำกัด กลายเป็นข้อห้ามที่ทำให้ไม่ได้ไป “แตะขอบฟ้า” อย่างที่ตั้งใจ บาร์บีคิวพลาซ่า  รอที่จะเนรมิตฝันให้เป็นจริงอยู่ค่ะ แต่ก่อนจะรู้ว่าทำอย่างไรถึงจะไปตะลอนทัวร์ได้นั้น Mthai  มี 5 สุดยอดที่เที่ยวในฝัน  ดินแดนสวรรค์คนรักการเดินทาง มาแนะนำ รับรองว่า “ฟิน...สุโค่ย” แน่นอน  สุดยอดที่เที่ยวในฝัน ดินแดนสวรรค์คนรักการเดินทาง 1. เที่ยวชมชนบทแสนสวยของอังกฤษ ที่ Cotswold District (Cotswold District, The United Kingdom) หากพูดถึงประเทศอังกฤษ ที่เที่ยวที่แรกๆที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้น มหานครลอนดอน เมืองหลวงสุดซ่าที่เต็มไปด้วยความสะดวกสบายและทันสมัย แต่สำหรับคนที่มาเยือนอังกฤษ แล้วไม่ชอบความวุ่นวาย แต่แสวงหาที่เที่ยวที่สวยงาม ขอแนะนำให้ไปที่ Cotswold District  ชนบทของประเทศอังกฤษที่เต็มไปด้วยความสงบ เรียบง่าย และสวยงาม ภายในเขต Cotswold  นี้จะประกอบไปด้วยหมู่บ้านขนาดเล็กหลายหมู่บ้านด้วยกัน ตัวบ้านจะอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์เหมือนบ้านในนิทานฝรั่ง  และแต่ละหมู่บ้านก็จะมีเอกลักษณ์หรือจุดเด่นที่ แตกต่างกันออกไป แต่สิ่งที่เหมือนกัน คือบ้านเรือนในแถบ Cotswold จะถูกสร้างด้วยหินสีน้ำผึ้ง (Honey Coloured Limestone) ซึ่งมีความสวยงามมาก เมื่อได้มาเยือนที่นี่ จะทำให้รู้สึกสดชื่น เหมือนได้ปลีกวิเวกจากความอึกทึกครึกโครมของเมืองหลวง ทั้งๆทีอยู่ห่างจากมหานครลอนดอนแค่นิดเดียว Photo by Coffee Blended 2. นั่งเรือกอนโดลา ล่องไปตามแม่น้ำ เมืองเวนิส อิตาลี (Gondola ,Venice, Italy) ที่เที่ยวในฝันที่ต่อไป ไปกันที่ เมืองแห่งสายน้ำ อย่าง เวนิส ประเทศอิตาลี  สุดยอดเมืองแห่งสีสัน และ ความงดงามทางสถาปัตย์อันดับต้นๆ ของโลก  และเมื่อมาเยือนเวนิส กิจกรรมที่ไม่ควรพลาด คือการ ล่องเรือกอนโดล่า  เรือโดยสารที่เรียกได้ว่าเป็น “ซิกเนเจอร์” ของที่นี่  สามารถขึ้น – ลง เรือได้หลายจุด ไม่ว่าจะเป็นใน Grand Canal ที่ถือว่าเป็นคลองหลักของเมือง หรือ ตามคลองเล็กคลองน้อยทั่วไป เสน่ห์ของการล่องเรือนี้ เริ่มกันที่บริเวณที่นั่งที่ถูกออกแบบมาอย่างหรูหรา เพื่อให้คุณรู้สึกว่าเป็นคนพิเศษ เสน่ห์ของคนพายเรือ ที่จะบอกเล่าเรื่องราวของเมือง พร้อมร้องเพลงขับกล่อมผู้โดยสาร นอกจากนี้ยังได้สัมผัสกับบรรยากาศและทิวทัศน์ของ เวนิส อย่างใกล้ชิดและทั่วถึง ทั้งในบริเวณตรอกเล็กตรอกน้อยไปจนถึงบรรยากาศ คลองใหญ่ที่ผ่ากลางเมือง จุดสำคัญที่ไม่ควรพลาดคือ บริเวณ ใต้สะพานถอนหายใจ (Bridge of Sighs) ว่ากันว่าหากคู่รักคู่ใดได้นั่งเรือกอนโดล่าแล้วจุมพิตใต้สะพานแห่งนี้ ความรักของทั้งคู่ก็จะนิรันดร Photo by Coffee Blended 3. ตะลุยหอไอเฟล สัญลักษณ์แห่ง ปารีส  ฝรั่งเศส ( Eiffel Tower in Paris, France ) หากพูดถึงมหานครใหญ่ ที่ได้รับความนิยมและเป็นสุดยอดเมืองในฝันของคนทั่วโลก  เชื่อว่า “ปารีส ฝรั่งเศส” จะเป็นเมืองอันดับต้นๆที่ได้รับการกล่าวถึง และเมื่อมาเยือนเมืองแห่งสีสันและแฟชั่นเมืองนี้ สถานที่เที่ยวที่ห้ามพลาด ก็คือ “หอไอเฟล” หอคอยโครงสร้างเหล็กที่ตั้งอยู่บนชองป์ เดอ มารส์ (Champ de Mars) บริเวณแม่น้ำแซน ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่ง “สัญลักษณ์” ของฝรั่งเศสนั่นเอง  โดยถูกสร้างขึ้นในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2430 - พ.ศ. 2432  แม้ว่าในช่วงแรกของการก่อสร้าง “หอไอเฟล” แห่งนี้จะได้รับการคัดค้านจากผู้คนมากมาย แต่สุดท้าย “ที่นี่” กลับกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญและทำรายได้อย่างมหาศาลให้แก่มหานครแห่งนี้  ไฮไลท์สำคัญของการมาเยือนที่นี่ ที่ต้องห้ามพลาดคือ การถ่ายรูปคู่กับหอไอเฟล ด้วยอิริยาบทต่างๆ แล้วแชร์บนโลกไซเบอร์อวดสายตาชาวโลก ว่าครั้งหนึ่งมีโอกาสมาเยือน “มหานคร” แห่งนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว Photo by Coffee Blended , eurofollowme.com , wikipedia.org/wiki/Eiffel_Tower 4. เที่ยวชม ภูเขาแมททาธอร์น สัญลักษณ์แห่งสวิส  (The Matterhorn, Zermatt, Switzerland) ถ้าพูดถึงสวิซเซอร์แลนด์ เชื่อว่าภาพที่ทุกคนใฝ่ฝัน คือการได้มีสักครั้ง ที่จะได้ไปสัมผัสเมืองแห่งสกีน้ำแข็ง ได้โลดแล่นไปตามหุบเขาน้ำแข็งอย่างอิสระเสรี และหุบเขาที่มีความสวยงาม จนได้รับการยกย่องว่าเป็น “สัญลักษณ์ของสวิสเซอร์แลนด์”   และ กลายเป็นโลเคชั่นในการถ่ายทำละครและภาพยนตร์มากมายก็คือ ที่นี่ The Matterhorn เมือง Zermatt ประเทศ Switzerland. นั่นเอง โดย  Matterhorn แห่งนี้เป็นหนึ่งในยอดเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาเอลป์ มีความสูงอยู่ที่ 4,478  เมตร จากระดับน้ำทะเล  ตัวยอดเขามีลักษณะแหลมสูงทรงปิรามิด ( หากอยากนึกภาพให้ง่าย ลองดูที่สลากของช็อคโกแลตชื่อดังของสวิส TOBERONE ดูสิ เค้าใช้รูปยอดเขา Matterhorn เป็นสัญลักษณ์ ) ยอดเขาแห่งนี้สามารถเที่ยวชมได้ทั้งในฤดูร้อนและฤดูหนาว หากมาในฤดูร้อนภาพที่จะได้สัมผัสคือ ภาพหิมะละลายกลายเป็นธารน้ำแข็งที่สวยงามไหลไปตามธารน้ำที่ทอดตัวยาวสุดสายตา แต่หากมาในฤดูหนาว จะได้พบกับภาพหิมะขาวโพลนที่ปกคลุมไปทั่วสารทิศ  เสน่ห์อีกอย่างที่ทำให้นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสมาที่นี่อยากกลับมาอีกครั้ง คือการลุ้นว่าจะได้เห็น “แมททาธอร์น จอมขี้อาย” หรือ “Shy Matterhorn” เต็มๆ ทั้งลูกหรือไม่  เนื่องจากความสูงของภูเขา ทำให้โอกาศที่จะได้เห็นภูเขาทั้งลูกค่อนข้างยาก มีเมฆบดบังอยู่ตลอดเวลา Photo by ภูมิทัศน์ 5. ตะลอนทัวร์จตุรัสอเล็กซานเดอร์  ศูนย์กลางธุรกิจเบอร์ลิน เยอรมัน (Alexanderplatz , Berlin , Germany) สุดยอดที่เที่ยวในฝันที่สุดท้ายที่ Mthai จะแนะนำในครั้งนี้ ไปกันที่ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน เมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนสูงสุดเป็นอันดับต้นๆของยุโรป หากมาเยือนที่นี่สถานที่ที่ต้องไปเยือน ไม่งั้นคุณจะคุยกับเขาไม่รู้เรื่องคือ จตุรัสอเล็กซานเดอร์ (Alexanderplatz , Berlin , Germany) ซึ่งเป็นจตุรัสเปิดขนาดใหญ่  จัดเป็นศูนย์รวมธุรกิจและศูนย์กลางการขนส่งมวลชนในเบอร์ลินชั้นใน ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำสปรีและวิหารเบอร์ลิน (เบอร์ลินเนอร์โดม) มาที่นี่นอกจากจะได้สัมผัสกับแหล่งรวมธุรกิจที่สำคัญ และเป็นจุดเริ่มต้นของนักเดินทางในการไปยังที่ต่างๆแล้ว บริเวณรอบๆจตุรัสแห่งนี้ ยังเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญหลายแห่งไม่ว่าจะเป็น นาฬิกาโลกที่ตั้งอยู่ใจกลางลานกว้างใกล้จตุรัส มีเวลาของทุกประเทศทั่วโลกแสดงอยู่ในนั้น , น้ำพุแห่งมิตรภาพระหว่างประชาชน , สถานีส่งสัญญาณโทรทัศน์ Fernsehturm ที่ปัจจุบันไม่ได้มีไว้ส่งสัญญาณแต่ใช้เป็นจุดชมวิวที่สำคัญของเบอร์ลิน , อาคารโบราณ Rotes Rathause หรือศาลาว่าการแดง เป็นสถาปัตยกรรมที่ทันสมัยที่สุดในศตวรรษที่ 19 ใช้เป็นที่ทำการของรัฐบาลเยอรมันตะวันออก ฯลฯ เรียกได้ว่า มาที่นี่ที่เดียว คุณจะสัมผัส “เบอร์ลิน” ได้อย่างถึงแก่นเลยทีเดียว นอกจาก 5 ที่เที่ยวที่แนะนำอยู่นี้ ยังมีที่เที่ยวอีกมากมายทั่วโลก ที่พร้อมรอคุณไปเปิดประสบการณ์  และสำหรับใครที่มีแค่ความฝันอยากจะไปเที่ยว แต่ บัดเจ็ทในกระเป๋าไม่เพียงพอ วันนี้เรามีข่าวดีมาบอก  “บาร์บีคิวพลาซ่า” เค้าจัดแคมเปญใหญ่   “เที่ยวเลือกได้ 1,000,000 บาท ชิงโชคเที่ยวทริปในฝันที่คุณเลือกได้เอง พร้อมพ่วงคนพิเศษไปได้ไม่จำกัด ในงบประมาณ 1 ล้าน บาท!!!”  ชวนอิ่มอร่อยในมื้อที่ดีที่สุด พร้อมลุ้นเที่ยวรอบโลกกับทริปที่ดีที่สุดกับคนสำคัญ  เพียงทานครบทุกๆ 500 บาท รับทันที คูปองลุ้นรับทริปเที่ยวเลือกได้ จำนวน 1 ใบ หรือถ้ายังไม่สะใจ อยากลุ้นเพิ่ม สั่งชุดบาร์บีกอนท่องโลก ชุดใดก็ได้ (คาวบอยบาร์บีกอน , สโมคกี้ บาร์บีกอน , บาร์บีกอนชาวเกาะ และ ซามูไร บาร์บีก้อน) รับคูปองลุ้นเที่ยวเลือกได้ "เพิ่ม"อีก 1 ใบ ทันที ยิ่งสั่งยิ่งอร่อย ยิ่งมีโอกาสลุ้นเพิ่ม แค่นี้เมืองในฝันก็อาจจะไม่ใช่เมืองในฝันอีกต่อไป  อร่อยพร้อมลุ้นเที่ยว ที่นี่ที่เดียว พร้อมกัน ทั่วประเทศ วันนี้ ถึง 9 พ.ย. นี้เท่านั้น  อยากเป็นผู้โชคดีก็อย่ารอช้า...เจ้ามังกรบาร์บิกอนตัวใหญ่สีเขียว รอคุณอยู่... ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/BarBQPlazaThailand

กรมศุลขอแรง คสช. ปราบทุจริตสินค้านำเข้าเลี่ยงภาษี
กรมศุลกากร /  คสช. / 

กรมศุลกากรร้อง! ขอแรง คสช. ปราบทหาร ข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เอื้อประโยชน์ผู้ประกอบการนำเข้าสินค้าเลี่ยงภาษี นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ได้ขอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ช่วยเหลือในด้านของดำเนินการปราบทุจริตจากการนำเข้าสินค้าหลีกเลี่ยงภาษี เนื่องจากที่ผ่านมาเมื่อตรวจสอบจากหลายกรณีพบว่า พบว่าพื้นที่ที่มีทหารดูแลและมีส่วนเกี่ยวข้องกับการขนสินเข้าไม่ถูกต้อง เช่น กรณีของที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ช่วงต้นเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา พบว่ามีทหารไปยืนคุมสะพานที่ถูกสร้างขึ้น เพื่อให้ผู้ประกอบการขนสินค้าข้ามแดนโดยไม่ยอมเสียภาษี และขัดขวางการเข้าจับกุมของเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร รวมทั้งยังพบข้าราชการของกระทรวงมหาดไทย ทั้ง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่มีส่วนกับขบวนการไม่ถูกต้อง โดยระดมประชาชนในพื้นที่มาขัดขวางการเข้าจับกุมสินค้าไม่ถูกต้อง โดยปกติอำเภออรัญประเทศเก็บภาษีได้วันละ 100,000 บาท แต่เมื่อดำเนินการปราบทุจริตจริงจัง ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา สามารถเก็บภาษีได้วันละ 1 ล้านบาท ทำให้คนที่เคยได้ประโยชน์ไม่ถูกต้องไม่พอใจและใช้อิทธิพลรุมกินโต๊ะกรมศุลกากร ซึ่งทางกรมได้แจ้งให้ทหารระดับบนรับทราบแล้วว่า การปราบทุจริตทุกหน่วยงานต้องช่วยกัน เพราะกรมฯ ทำเพียงหน่วยงานเดียวไม่ได้ MThai News

อึ้ง! วัดดังจังหวัดตาก เก็บเงินสดกว่า 43 ล้านในกุฏิ
วัดดังจังหวัดตาก /  วัดพระบรมธาตุ / 

วัดพระบรมธาตุ จังหวัดตาก เก็บเงินสดกว่า 43 ล้านไว้ในกุฏิ พบบางส่วนโดนปลวกกิน  วัดพระบรมธาตุ หรือ วัดหลวงพ่อทันใจ ตั้งอยู่ในอำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก เก็บเงินสดที่ได้รับจากการบริจาคกว่า 43 ล้านบาทไว้ในกุฏิวัด ซึ่งพบว่าบางส่วนถูกปลวกกิน จึงรีบนำไปฝากธนาคารเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย โดยแยกเป็นเงินธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท 42 ล้านบาท และธนบัตรย่อย ประมาณ 1 ล้านบาทเศษทำเอาชาวบ้านที่ทราบเรื่องต่างวิพากษ์วิจารณ์ไปต่าง ๆ นานา โดยส่วนใหญ่หวั่นว่า เงินจำนวนดังกล่าวอาจถูกขโมย หรืออาจมีการแอบนำเงินบางส่วนไปใช้จ่ายอย่างไม่ถูกต้อง แถมยังพบว่าเงินบางส่วนถูกปลวกกิน จึงอยากขอให้ทางวัดนำเงินทั้งหมดไปฝากไว้ที่ธนาคาร เพื่อความปลอดภัย ขณะที่คณะกรรมการวัด ได้ออกมาชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า เหตุที่จำเป็นต้องเก็บเงินสดจำนวนมากไว้ที่วัดนั้น ก็เพื่อความสะดวกในการใช้จ่ายในการพัฒนาและบูรณะวัด โดยมีการเก็บเงินสดไว้ในตู้นิรภัย ด้าน นายสมชัยฐ์ หทยะตันย์ติ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ได้มอบหมายให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดตาก เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริง และขอให้ดำเนินการสร้างความโปร่งใสและความถูกต้องในการใช้จ่ายเงินในกิจกรรมต่าง ๆ ของวัด อาทิ การบูรณะวัด เป็นต้น ล่าสุด มีรายงานเพิ่มเติมเข้ามาว่า ขณะนี้ทางคณะกรรมการวัด ได้นำเงินสดทั้งหมดไปฝากไว้ที่ธนาคารออมสิน สาขาบ้านตาก แล้ว เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย MThai News

10 ที่พักที่มีชื่อสุดแปลก
10 อันดับ /  ที่พัก / 

ความแตกต่างของที่พักแต่ละที่นั้นมีความแตกต่างกันออกไป ว่าจะใช้จุดไหนเป็นจุดดึงดูดลูกค้า และวันนี้ทาง Travel.mthai.com ขอแนะนำที่พักที่มีชื่อสุดแปล๊กแปลกและมันเป็นอะไรที่สุดติ่งกระดิ่งแมวมากๆเลยล่ะ แล้วจะรอช้าอยู่ทำไม เลื่อนไปชมกันเลยดีกว่า 10 ที่พักที่มีชื่อสุดแปลก 1. เมียจ๋า (Meir Jarr Hotel)      โรงแรมเมียจ๋า (Meir Jarr Hotel) เป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนที่คุณจะได้ดื่มด่ำกับสีสันของภูเก็ต ด้วยทำเลที่ไม่ไกลจากตัวเมือง สามารถเดินทางไปถึงสนามบินได้ภายใน 45 นาที อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ศูนย์ฝึกมวยไทย, ไซม่อนคาบาเร่ต์, ถนนกลางคืนบางลา, หาดป่าตอง รวมถึงศูนย์การค้าจังซีลอน ในระยะเดินถึง      ส่วนของห้องพักทั้งหมด 83 ห้อง ประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่คัดสรรมาอย่างดี เพื่อมอบความสะดวกสบายแก่ผู้เข้าพัก อาทิ มินิบาร์, ตู้นิรภัย, อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง พร้อมบริการทำความสะอาดทุกวัน นอกจากนี้ด้านนอกของโรงแรมยังมี สระว่ายน้ำกลางแจ้ง ที่มองเห็นวิวภูเขาและท้องฟ้าแบบเปิดโล่ง ปิดท้ายด้วย ห้องอาหารสุดหรู ให้คุณอิ่มเอมกับเมนูอาหารเลิศรสในบรรยากาศสุดพิเศษ รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> เมียจ๋า (Meir Jarr Hotel) _________________________________ 2. ราชา (The Racha)      ราชา (The Racha) รีสอร์ทหรูระดับพรีเมี่ยม บนเกาะราชาใหญ่ทางตอนใต้ของภูเก็ต ที่คุณจะรู้สึกถึงความสบายในแบบที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนราวกับได้พักผ่อนอยู่ในวังของพระราชา วิลล่าที่ให้บริการทุกหลัง มาพร้อมระเบียงชมวิวส่วนตัวและสิ่งอำนวยความสะดวกมาตรฐานสากล      ภัตตาคารในรีสอร์ท ประกอบด้วย Earth Café ที่ดินเนอร์บรรยากาศดีบนระเบียงกลางแจ้ง, Fire Grill  อิ่มอร่อยกับพิซซ่าและพาสต้าในมื้อกลางวัน และอาหารเลิศรสสำหรับมื้อค่ำ รวมถึง Ice Bar และ Club Del Mar ที่พร้อมเสิร์ฟค็อกเทลเย็นๆ นอกจากนี้ ยังมี Sun Set Beach ที่ให้บริการบาร์บีคิวทะเลและสเต็กเนื้อนุ่มริมอ่าวทะเล และรีสอร์ทแห่งนี้ยังได้รับการยอมรับให้เป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ ที่ใครต่อใครต่างหลงเสน่ห์ในบรรยากาศอันเงียบสงบ เหมาะแก่การหลีกหนีความวุ่นวายสู่การพักผ่อนสุดพิเศษบนชายหาดที่สวยงามราวกับภาพวาด   รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ราชา (The Racha) _________________________________ 3. ยายย่า หัวหิน (YaiYa Hua Hin)      ยายย่า หัวหิน (YaiYa Hua Hin) บูติครีสอร์ทสไตล์ไทยๆ ที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงามเป็นเอกลักษณ์ ตัวโรงแรมตั้งอยู่ระหว่างชะอำกับหัวหิน ท่ามกลางสวนสวย พร้อมกลิ่นหอมจากต้นจันทน์เทศที่ปลูกเรียงรายไว้รอบรีสอร์ท เพื่อสร้างความผ่อนคลายแก่ผู้เข้าพัก ห้องพักของที่นี่ก็มีให้เลือกหลายรูปแบบ แต่ละห้องตกแต่งอย่างหรูหราสไตล์ไทยประยุกต์ ไม่ว่าจะเป็นห้องแบบ Pool Villa ที่มีสระว่ายน้ำส่วนตัวและห้องนั่งเล่น, Deluxe Terrace ห้องพักวิวสวน หรือ Deluxe Sea Terrace ห้องพักวิวทะเล นอกจากนี้ ด้านนอกยังมี สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ บนชายหาดส่วนตัว และสามารถเพลิดเพลินไปกับ สปาทรีตเม้นท์ ที่ YaiYa Spa หรือจะเลือกดื่มด่ำรสชาติอาหารไทย และอาหารยุโรป ที่ ร้านอาหาร Thai Pas และนั่งกินบรรยากาศชิลๆที่ The Sand Bar   รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ยายย่า หัวหิน (YaiYa Hua Hin) _________________________________ 4. บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท (Baan Krating Pai Resort)      บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท (Baan Krating Pai Resort) รีสอร์ทธรรมชาติริมแม่น้ำปาย ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองปายเพียง 20 นาที ทัศนียภาพรอบรีสอร์ทสวยงามด้วยวิวภูเขาและทุ่งข้าวสีทองอร่าม ที่นี่บริการห้องพักแบบวิลล่าแยกเป็นหลัง ตกแต่งสไตล์ไทยกลิ่นอายภาคเหนือ      ผู้เข้าพักสามารถเพลิดเพลินกับสระว่ายน้ำและจากุสซี่ด้านนอก ซึ่งล้อมรอบด้วยทิวทัศน์ชนบทอันงดงาม บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท ยังบริการอาหารเหนือและอาหารนานาชาติตลอดทั้งวัน และเต็มไปด้วยกิจกรรมกลางแจ้งสำหรับผู้ที่ชอบความสนุกตื่นเต้น อาทิ กิจกรรมพายเรือคายัคตามลำน้ำปาย, ล่องแก่งไปกับผู้เชี่ยวชาญ, เดินป่า, ขี่ช้างไปตามทุ่งนา, เยี่ยมชมหมู่บ้านชาวเขา, แวะชมน้ำตกและบ่อน้ำพุร้อน, เที่ยวสถานที่น่าสนใจในอำเภอปาย ฯลฯ บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท แห่งนี้จึงเป็นจุดหมายปลายทางของผู้ที่รักธรรมชาติอย่างแท้จริง รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท (Baan Krating Pai Resort) _________________________________ 5. อียิปต์ บูทิก โฮเทล (Egypt Boutique Hotel)      เมืองกรุงก็มีที่พักสไตล์เมืองนอกกับเค้าเหมือนกัน อียิปต์ บูทิก โฮเทล (Egypt Boutique Hotel) ที่พักสไตล์อียิปต์สีสันสะดุดตา ที่นี่เหมือนยกเอาสถาปัตยกรรมจำลองของเมืองไคโร ดินแดนทะเลทรายแห่งอียิปต์มาไว้กลางกรุง โดยเนรมิตพื้นที่ในซอยรามคำแหง 65 หรือซอยลาดพร้าว 122 ให้กลายเป็นเมืองแห่งฟาโรต์ ตั้งแต่แรกเห็น ทุกย่างก้าวจากภายนอกจนถึงในห้องพัก จะได้สัมผัสกับบรรดารูปปั้นสฟิงซ์ และรูปภาพโบราณของอียิปต์ จนแทบลืมไปเลยว่าโรงแรมแห่งนี้อยู่ในเมืองไทย ที่นี่มีห้องพักให้บริการมากถึง 110 ห้อง ทุกห้องแม้จะตกแต่งด้วยสีสันที่ฉูดฉาด แต่กลับให้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลายเมื่อได้เข้าพัก นอกจากนี้ ยังได้รื่นรมย์กับบริการนวดอีกด้วย   รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> อียิปต์ บูทิก โฮเทล (Egypt Boutique Hotel) _________________________________ 10 ที่พักที่มีชื่อสุดแปลก 6. ฮัทช่า รีสอร์ท (Hutcha Resort)      ฮัทช่า รีสอร์ท (Hutcha Resort) รีสอร์ทสุดชิลทางเหนือของเกาะสมุย ซ่อนตัวอยู่ในเมืองเก่าเขตแม่น้ำ ตั้งอยู่ริมทางน้ำที่ไหลมาจากเทือกเขาใกล้ๆ ที่ตั้งของฮัทช่านั้นมีเอกลักษณ์ มีทางเดินลงสู่หาดแม่น้ำที่สวยงาม การออกแบบของฮัทช่านั้นเน้นเรื่องความสะดวกสบายและความทันสมัย กระท่อมปูนฉาบทันสมัยออกแบบมาอย่างเรียบง่าย เข้ากับพื้นกระเบื้องและหลังคามุงจาก "กระท่อม" แต่ละหลังมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายต่างๆ ตั้งแต่น้ำร้อนจนถึงเฉลียงส่วนตัว มีทั้งห้องติดพัดลมและห้องปรับอากาศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้เลือกสรรตามความต้องการ กระท่อมตั้งอยู่ริมลำธารที่คดเคี้ยวอยู่ในรีสอร์ท เติมเต็มด้วยสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติและสวนเขียวขจีของฮัทช่า รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ฮัทช่า รีสอร์ท (Hutcha Resort) _________________________________ 7. สลีป บอกซ์ (SLEEP BOX Hotel)      SLEEP BOX ที่พักบรรยากาศแปลกใหม่ราคาไม่แพง ตอบโจทย์คนที่มีงบประมาณจำกัด SLEEP BOX ตั้งอยู่ริมถนนรัตนโกสินทร์ จังหวัดเชียงใหม่ ไม่ไกลจากกาดเมืองใหม่ (ตลาดสดขนาดใหญ่ ริมแม่น้ำปิง) ด้วยรูปทรงของตู้คอนเทนเนอร์ที่เป็นหัวใจหลักของที่นี่ ซึ่งถูกวางซ้อนกันไว้สองชั้น เว้นที่ว่างระหว่างตู้เอาไว้เป็นทางสัญจร ด้านบนใช้หลังคาเมลัทชีทเพื่อกันความร้อนและฝน ส่วนพื้นที่ภายในแบ่งเป็นห้องพักจำนวน 21 ห้อง ที่ตกแต่งไว้อย่างทันสมัย โซนโถงรับรองก็ใช้ไม้เก่าและไม้ไผ่เป็นวัสดุหลัก รวมไปถึงขวดเปล่าที่ถูกนำมารีไซเคิลเป็นโคมไฟสุดชิค นอกเหนือไปจากภาพลักษณ์อันดุดันของตู้คอนเทนเนอร์แล้ว ที่นี่ยังให้อารมณ์แบบสปอร์ตตี้ สีสันสดใสโดนใจคนรุ่นใหม่อีกด้วย        รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> สลีป บอกซ์ (SLEEP BOX Hotel) _________________________________ 8. หินตกริเวอร์แคมป์ แอท เฮลล์ไฟร์พาส (HinTok River Camp@Hell Fire Pass)      หินตกริเวอร์แคมป์ แอท เฮลล์ไฟร์พาส (Hintok River Camp @ Hell Fire Pass) ที่พักสำหรับนักผจญภัยที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติอันเเสนสงบ ซึ่งตั้งอยู่บนเขาหินตก จังหวัดกาญจนบุรี เป็นสถานที่ที่มีแม่น้ำแควไหลผ่าน และเต็มไปด้วยเรื่องราวอันน่าจดจำทางประวัติศาสตร์ มาที่นี่คุณจะได้พักค้างแรมในเต้นท์หรูสไตล์แอฟริกันซาฟารี เต็นท์ทุกหลังมีห้องน้ำในตัวและระเบียงส่วนตัวที่สามารถมองเห็นวิวป่าไม้และแม่น้ำแควได้อย่างสวยงาม หรือจะเลือกห้องอาบน้ำแบบกลางแจ้งก็ได้บรรยากาศไม่น้อย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมแคมป์ปิ้งที่สนุกตื่นเต้นอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น พายเรือแคนู ล่องแพ ปีนผา บาร์บีคิวกลางแจ้ง และแคมป์ไฟตอนกลางคืน รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> หินตกริเวอร์แคมป์ แอท เฮลล์ไฟร์พาส (HinTok River Camp@Hell Fire Pass) _________________________________ 9. พบทะเล รีสอร์ท (Meet the Sea Resort)      พบทะเล รีสอร์ท (Meet the Sea Resort) รีสอร์ทริมทะลในบรรยากาศเงียบสงบเป็นส่วนตัว ให้คุณผ่อนคลายท่ามกลางธรรมชาติและห้อมล้อมด้วยทิวแถวต้นมะพร้าว รีสอร์ทแห่งนี้ตั้งอยู่บนหาดส่วนตัวในอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ในส่วนห้องพักตกแต่งอย่างหรูหราสไตล์ฮิปสุดเท่ห์ เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เครื่องปรับอากาศ ทีวี เครื่องทำน้ำอุ่น ตู้เย็น และอินเตอร์เน็ต  Wi-Fi ทุกพื้นที่ นอกจากบริการอันน่าประทับใจแล้ว คุณจะได้ผ่อนคลายไปกับบรรยากาศริมชายหาดส่วนตัว เพลิดเพลินกับกิจกรรมต่างๆทั้ง ตกปลา ตกหมึก พายเรือคายัค ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำในสระว่ายน้ำกลางแจ้งริมทะเล พร้อมสระเด็กและจากุซซี่ รวมถึงบริการนวด และอื่นๆอีกมากมาย รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> พบทะเล รีสอร์ท (Meet the Sea Resort) _________________________________ 10. วิลล่า ชาช่า จ้าวหลาว บีช รีสอร์ท (Villa Cha Cha Chaolao Beach Reosrt)      รีสอร์ทชื่อน่ารัก วิลล่า ชาช่า เจ้าหลาว บีช รีสอร์ท (Villa Cha Cha Chaolao Beach Reosrt) ที่พักกลิ่นอายบาหลี ซึ่งถูกออกแบบอย่างเป็นสัดเป็นส่วนในรูปของ บ้านพักหลากสีสัน ที่มาพร้อมระเบียงไม้หน้าบ้านทุกหลัง เพื่อชื่นชมความร่มรื่นของแมกไม้อันเขียวชอุ่ม เติมเต็มความเป็นส่วนตัวในวันพักผ่อนได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ รีสอร์ทตั้งอยู่บนชายหาดส่วนตัว ติดกับหาดเจ้าหลาว ทางฝั่งตะวันออกของจังหวัดจันทบุรี จึงพร้อมเสิร์ฟอาหารทะเลสดๆให้คุณได้ลิ้มลองกันอย่างจุใจ และหากอยากทำกิจกรรมยืดเส้นยืดสาย ที่นี่ก็มีทั้ง กิจกรรมนั่งเรือท้องกระจกชมปะการังน้ำตื้น ตกปลา ไดหมึก ฯลฯ ให้เลือกแบบไม่อั้นเลยทีเดียว รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> วิลล่า ชาช่า จ้าวหลาว บีช รีสอร์ท (Villa Cha Cha Chaolao Beach Reosrt) _________________________________

ไฮไลท์ปลายฝน ภูทับเบิก ดินแดนแห่งสายหมอก
ที่เที่ยวหน้าหนาว /  ภูทับเบิก / 

ช่วงนี้ ประเทศไทยของเราอยู่ในช่วงปลายฝนต้นหนาวกันแล้ว ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ควรค่าแก่การไปสัมผัสมากมาย และบางแห่งคุณต้องไม่เชื่อแน่ ๆ ว่าเรากำลังอยู่บนโลกมนุษย์ เพราะมันงดงามจนเหมือนหลุดออกมาจากสรวงสวรรค์ (พูดเหมือนกับเคยไปเนอะ) ทาง Travel.mthai.com จึงขอนำเสนอ ไฮไลท์ปลายฝน ที่คุณควรไปเยือนมากที่สุด นั่นก็คือ " ภูทับเบิก " ดินแดนแห่งสายหมอก ไฮไลท์ปลายฝน ภูทับเบิก ดินแดนแห่งสายหมอก ภูทับเบิก ตั้งอยู่ที่ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร ซึ่งเป็นจุดสูงสุดเพชรบูรณ์ ภูมิประเทศมีความงดงามอย่างมาก เต็มไปด้วยทะเลภูเขา ป่าไม้และธรรมชาติมีความอุดมสมบูรณ์ อากาศบริสุทธ์ เย็นสบายตลอดปี ในตอนเช้ามีหมอกและกลุ่มเมฆ มองเห็นเป็นทะเลหมอกตัดกับยอดภูสีเขียว และยังเป็นเป็นแหล่งปลูกกะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อีกด้วย การเดินทางไปภูทับเบิก 1. รถยนต์ส่วนตัว - เส้นทาง จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนพหลโยธิน ( ทางหลวงหมายเลข 1 ) มุ่งหน้าสู่จังหวัด สระบุรี ประมาณ 75 กิโลเมตร จะถึงตัวเมืองสระบุรี จากนั้นขับตรงไปมุ่งหน้าสู่จังหวัดลพบุรี ประมาณ 16 กิโลเมตรสู่ภูทับเบิก จากเพชรบูรณ์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 21 ประมาณ 40 กิโลเมตร ถึงสี่แยกหล่มสัก ตรงไปตามทาง หลวงหมายเลข 203 อีก 13 กิโลเมตร พบป้ายบอกทางไปอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ตามทางหลวง 2011 และทางหลวงหมายเลข 2331 อีก 40 กิโลเมตร ถึงด่านเก็บค่าธรรมเนียมของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าจาก ตรงนี้มีทางแยกขวาเข้าหมู่บ้านทับเบิกไปอีก 6 กิโลเมตร เส้นทางจากหล่มเก่ามาภูทับเบิกจะสูงชันและคดเคี้ยวมาก รถบัสไม่สามารถขึ้นได้ ผู้ที่ใช้รถยนต์หรือรถตู้ ควรขับรถด้วยความระมัดระวัง 2. รถประจำทาง การเดินทางมายังภูทับเบิก หากไม่มีรถยนต์มาเอง ต้องนั่งรถโดยสารมาลงที่หล่มสัก หลังจากนั้นก็เหมาสองแถวเพื่อขึ้นสู่ภูทับเบิก อัตราค่าจ้างก็แล้วแต่ตกลง โดยเฉลียอยู่ในเรตราคา 1200 – 1500 บาท ไร่กะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่พักบนภูทับเบิก มีทั้งแบบบ้านพักและลานกางเต้นท์ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกได้ตามสะดวก อย่ามัวอิ่มเอมกับภาพนะครับ ต้องไปสัมผัสด้วยตัวเองด้วย แล้วจะรู้ว่าไปแล้วไม่อยากกลับจริงๆ หากไปช่วงหน้าหนาวยิ่งอินครับ จะไปกับครอบครัวก็แสนจะอบอุ่น ไปกับแฟนก็สุดยอดแห่งความโรแมนติก หรือจะไปชิลกับผองเพื่อนก็ยิ่งเพลิดเพลิน (อย่าลืมพกเสื้อกันหนาวไปหลาย ๆ ตัวนะครับ เพราะตัวเดียวอาจจะเอาไม่อยู่ อิอิ) ที่มา : phutabberk.sadoodta.com ,paiduaykan.com  เรียบเรียงโดย Travel MThai ขอบคุณรูปภาพจาก : pantip.com , เจ้าของรูปภาพ Facebook คุณ chanomworld ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : ทะเลหมอกแสนสวย.. ภูทับเบิก สัมผัสอากาศแสนดี , ภูทับเบิก… เปลี่ยนแปลง แต่ไม่เปลี่ยนไป , รวมที่เที่ยวหน้าหนาว นักท่องเที่ยวห้ามพลาด!