รวมอุบัิติเหตุบนท้องถนน

อึ้ง! วัดดังจังหวัดตาก เก็บเงินสดกว่า 43 ล้านในกุฏิ
วัดดังจังหวัดตาก /  วัดพระบรมธาตุ / 

วัดพระบรมธาตุ จังหวัดตาก เก็บเงินสดกว่า 43 ล้านไว้ในกุฏิ พบบางส่วนโดนปลวกกิน  วัดพระบรมธาตุ หรือ วัดหลวงพ่อทันใจ ตั้งอยู่ในอำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก เก็บเงินสดที่ได้รับจากการบริจาคกว่า 43 ล้านบาทไว้ในกุฏิวัด ซึ่งพบว่าบางส่วนถูกปลวกกิน จึงรีบนำไปฝากธนาคารเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย โดยแยกเป็นเงินธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท 42 ล้านบาท และธนบัตรย่อย ประมาณ 1 ล้านบาทเศษทำเอาชาวบ้านที่ทราบเรื่องต่างวิพากษ์วิจารณ์ไปต่าง ๆ นานา โดยส่วนใหญ่หวั่นว่า เงินจำนวนดังกล่าวอาจถูกขโมย หรืออาจมีการแอบนำเงินบางส่วนไปใช้จ่ายอย่างไม่ถูกต้อง แถมยังพบว่าเงินบางส่วนถูกปลวกกิน จึงอยากขอให้ทางวัดนำเงินทั้งหมดไปฝากไว้ที่ธนาคาร เพื่อความปลอดภัย ขณะที่คณะกรรมการวัด ได้ออกมาชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า เหตุที่จำเป็นต้องเก็บเงินสดจำนวนมากไว้ที่วัดนั้น ก็เพื่อความสะดวกในการใช้จ่ายในการพัฒนาและบูรณะวัด โดยมีการเก็บเงินสดไว้ในตู้นิรภัย ด้าน นายสมชัยฐ์ หทยะตันย์ติ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ได้มอบหมายให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดตาก เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริง และขอให้ดำเนินการสร้างความโปร่งใสและความถูกต้องในการใช้จ่ายเงินในกิจกรรมต่าง ๆ ของวัด อาทิ การบูรณะวัด เป็นต้น ล่าสุด มีรายงานเพิ่มเติมเข้ามาว่า ขณะนี้ทางคณะกรรมการวัด ได้นำเงินสดทั้งหมดไปฝากไว้ที่ธนาคารออมสิน สาขาบ้านตาก แล้ว เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย MThai News

วินัย น้ำใจ ความช่วยเหลือ บนท้องถนน
#toyotacsr /  #heroontheroad

วินัยในการขับรถ การช่วยเหลือคนแก่ ช่วยเหลือเด็ก ช่วยเหลือคนได้รับบาดเจ็บ น้ำใจของคนบนท้องถนน ขับรถต้องมีวินัย ช่วยคนข้ามถนน การศัลยกรรม การผ่าตัด การปฏิบัติตนหลังการผ่าตัด

คสช.ลั่น! เปล่าห้าม ปู-แม้ว บินอินเดีย
ข่าวการเมือง /  ข่าวการเมือง mthai / 

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) บอกไม่มีความจำเป็นต้องสั่งห้าม น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางไปประเทศอินเดีย จากที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ทำหนังสือขออนุญาตคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เดินทางไปที่ประเทศญี่ปุ่น พร้อมกับ ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือ น้องไปป์ บุตรชาย ในวันที่ 19 - 26 ต.ค. 2557 เพื่อไปเที่ยวพักผ่อนช่วงปิดเทอม ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะพี่ชาย จะเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัว มาประเทศญี่ปุ่น เพื่อไปแสวงที่ประเทศอินเดียด้วย ซึ่งล่าสุดมีการเผยแพร่ภาพระหว่างที่อยู่ที่ญี่ปุ่นทั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ น้องไปป์ และ พ.ต.ท.ทักษิณ กำลังนั่งรับประทานแฮมเบอร์เกอร์ร่วมกันในร้านแห่งหนึ่ง โดยมีกระแสข่าวว่า การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะไม่เดินทางไปทำบุญที่ประเทศอินเดีย ในวันที่ 25-26 ต.ค.นี้ เนื่องจากทาง คสช. ขอร้องให้ยกเลิกกำหนดการเดินทางไปประเทศอินเดีย เพราะในวันดังกล่าวจะมี อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย และอดีตแกนนำพรรคเพื่อไทย เดินทางไปร่วมงานเป็นจำนวนมาก จนเกรงว่าจะกลายเป็นประเด็นทางการเมือง ทาง คสช. จึงกล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่า คสช.ห้าม น.ส ยิ่งลักษณ์ไปประเทศอินเดียนั้นไม่เป็นความจริง อีกทั้งไม่ทราบเรื่องดังกล่าว โดยกล่าวว่าทาง คสช.ไม่มีความจำเป็นต้องสั่งห้าม น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะไม่รู้จะห้ามเพื่อเหตุอะไร ขณะที่ พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก และทีมโฆษก คสช. กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า ยังไม่ได้รับ หรือมีคำสั่งจากคสช.มีคำสั่ง แต่ต้องรอการตรวจสอบรายละเอียด พร้อมทั้งย้ำว่าที่ผ่านมาทาง คสช.ไม่ได้ห้ามบุคคลใดๆเดินทางไปต่างประเทศ เพราะถือเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่เพียงขอความร่วมมือให้แจ้งกำหนดการเดินทางล่วงหน้า และที่ผ่ามาก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีมาโดยตลอด MThai News

จอมขมังเวทย์สิ้นลาย! ถูกจับคาด่านหลังขนกัญชากว่า 300โล
กัญชา /  ข่าววันนี้ / 

จอมขมังเวทย์สิ้นลาย! ถูกจับคาด่านหลังขนกัญชากว่า 300โล โวทำมาแล้วหลายครั้ง แต่รอดเพราะมีวิชาดูฤกษ์ยาม รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา (21 ต.ค. 57) เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง จ.ขอนแก่น ได้จับกุมตัวนายชาฤทธิ์ บุริขันธ์ อายุ 37 ปี อยู่ ต.นาทราย อ.เมือง จ.นครพนม และ นส.ศิริพร พาพรม อายุ 22 ปี 2สามีภรรยา หลังได้ลักลอบขนยาเสพติด ประเภทกัญชาอย่างผิดกฎหมาย ยึดของกลางเป็นกัญชาอัดแท่งน้ำหนักประมาณ 327 กก. มูลค่ากว่า 5 ล้านบาท โดยพ.ต.ท.อานันท์ วิชรเศรษฐสมิตร สว.ส. ทล.2 กก.4 บก.ทล.ขอนแก่น ได้เปิดเผยถึงการจับกุมว่า ก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจขอนแก่น ได้มีข้อมูลสืบทราบว่าจะมีขบวนการลักลอบขนกัญชาจากริมแม่น้ำโขงในเขต จ.นครพนม เข้ากรุงเทพฯ จึงได้ตั้งด่านจุดตรวจ – จุดสกัด อยู่บริเวณ ถ.มิตรภาพขาเข้าขอนแก่น ระหว่าง กม.378 – 379 ต.สะอาด อ.น้ำพอง จากนั้นไม่นานรถต้องสงสัยตามที่สายรายงานก้ได้ขับผ่าน ทางเจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจค้นก่อนจะพบมีการลักลอบขนกัญชามาดังกล่าว ทั้งนี้จากการสอบสวน นายชาฤทธิ์ ผู้ต้องหาก็ได้ให้การรับสารภาพเพราะจำนนด้วยหลักฐาน พร้อมกล่าวต่อว่าได้ก่อเหตุมาแล้วหลายครั้งแต่ทุกครั้งที่รอดไปเพราะมีวิชา มีอาคมดูฤกษ์งามยามดีในการเดินทางได้ ก่อนจะมาถูกจับกุมได้ดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย ให้กับนายชาฤทธิ์ และภรรยา ก่อนจะควบคุมตัวไปสอบสวนเพิ่มเติม และส่งดำเนินคดีต่อไป MThai News

สุนัขเจ้าระเบียบ
คลิปmthai /  คลิปสุนัขเจ้าระเบียบ / 

คลิปสุนัขเจ้าระเบียบ "ไม่สั่งไม่กิน" โดยคลิปดังกล่าวมีความยาว 1.43 นาที เป็นภาพขณะที่พระวัดเชียงใต้ อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา กำลังให้อาหารสุนัขที่เลี้ยงไว้ประมาณ 4-5 ตัว และเมื่อพระได้เทอาหารลงบนพื้นให้มันกิน มันกลับไม่กล้ากิน เนื่องจากโดนคำสั่งให้นั่งรอ และพวกมันก็ฟังคำสั่งอย่างเคร่งครัด นั่งรอกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยเลยทีเดียว เมื่อบอกให้กินได้มันถึงจะกล้ากิน ไม่เพียงแต่สุนัขฝรั่งพันธ์ุดี ราคาแพงเท่านั้นที่ฟังภาษาคนรู้เรื่อง แต่สุนัขพันธ์ุทางเหล่านี้ก็ฟังภาษาคนรู้เรื่องเช่นกัน มีระเบียบไม่แพ้คนเลยทีเดียว  MThai News

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

หลอน!! ตร.สหรัฐจับกุมหนุ่มฆ่าเหยื่อให้แฟนมีเซ็กซ์กับศพ
ข่าววันนี้ /  ศพ / 

ตำรวจสหรัฐจับกุมแฟนหนุ่มฆ่าเหยื่อ เพื่อให้แฟนสาวมีเซ็กซ์กับศพ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจสหรัฐจับกุมผู้ต้องหาหญิงชายคู่หนึ่ง ในข้อหาฆาตกรรมวัยรุ่นชายชาวอิลลินอยส์ 2 ราย และมีการล่วงละเมิดทางเพศกับศพทั้ง 2 ราย ผู้ต้องหาทั้งสองคือ อลิซา มาซาโร สาววัย 18 ปี และโจชัวร์ ไมเนอร์ แฟนหนุ่มวัย 24 ปี แฟนหนุ่มได้ลงมือสังหาร สังหารอีริค โกลเวอร์ และเทอเรนซ์ แรนคินส์ อายุ 22 ปี โดยการฆ่ารัดคอหลังเหยื่อสิ้นใจ เพื่อให้อลิซามีเพศสัมพันธ์กับศพของเหยื่อ โดยมีอดัม แลนเดอแมน และเบธานี แม็คคี เป็นผู้สมรู้ร่วมคิด ทั้งนี้ผู้ต้องอ้างว่า ก่อนเกิดเหตุได้เล่นวิดีโอเกมกับโกลเวอร์และแรนคินส์ ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะลวนลามแม็คคี จนบานปลายกลายเป็นเหตุฆาตกรรม แต่จากการสอบปากคำ ไมเนอร์ได้ให้การว่า แฟนสาวบ่นอยากมีเพศสัมพันธ์กับศพมานานแล้ว ตนจึงช่วยให้ความฝันของเธอเป็นจริง ด้วยการสังหารหนุ่มทั้ง 2 รายเพื่อให้เธอมีเพศสัมพันธ์แบบหมู่กับศพเหยื่อทั้งสอง "เธอต้องการอย่างนั้น เธออยากมีเซ็กซ์แบบนี้ และผมก็ชอบเสียด้วยที่จะให้เธอมีเซ็กซ์กับศพ" ขณะที่มาซาโร หญิงสาวที่มีเซ็กส์กับศพได้กลับคำหลังขึ้นให้การต่อหน้าศาลว่า เธอไม่ได้ชื่นชอบการมีเซ็กส์กับศพ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ในรายงานอ้างว่า เธอเคยให้การว่าชื่นชอบการมีความสัมพันธ์ทางเพศกับศพ แต่อย่างไรก็ตามการตัดสินความผิดของผู้ต้องหาทั้ง 4 ยังคงไม่สิ้นสุด โดยอยู่ระหว่างการดำเนินคดี MThai News

ละครภพรัก , เรื่องย่อภพรัก
ละครภพรัก /  ละครภพรัก ช่อง 3 / 

เรื่องย่อละครภพรัก ความตาย.. อาจเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับ “เธอ” .. การดับสูญที่ยิ่งใหญ่นำมาซึ่งความผูกพันล้ำค่าบนโลกใบสวย .. ความรักระหว่าง “เธอ” และ “เขา” อาจเป็นไปไม่ได้หากแต่ใน “ภพรัก”…ความสุขในความรักระหว่างเขาและเธอ สดใสและงดงามเสมอ หมวดเหยี่ยว เป็นลูกชายคนเดียวของ วิหค นายตำรวจมือปราบที่เลื่องชื่อในอดีต เหยี่ยวกำพร้าพ่อและแม่มาตั้งแต่เล็กเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน ด้วยสาเหตุที่หลายคนยังตั้งข้อสงสัย วิหคเป็นตำรวจน้ำดีที่หลายคนให้การยกย่อง ทำงานตรงไปตรงมาแบบยอมหักไม่ยอมงอ แต่แล้วจู่ๆ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนปริศนาที่คนขับชนแล้วหนี เหยี่ยวอาศัยอยู่ในชุมชนริมน้ำหลังวัดเก่ากับ ยายนวล ยายตาบอดอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส ชอบทำบุญอยู่ในศีลในธรรม มีข้อเดียวที่ยายนวลผิดศีลอย่างเลิกไม่ได้คือต้องเล่นหวยอยู่เป็นนิจ และยายนวลก็เหมือนมีพรายกระซิบทุก 15 วัน ??? ตั้งแต่เหยี่ยวเล็กจนโต.. ยายนวลถูกหวยงวดเว้นงวด !!! เหยี่ยว มุ่งมั่นเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนสอบเข้าทำงานในสำนักงานสืบสวนพิเศษได้ หากแต่ในวิชาชีพตำรวจเหยี่ยวกลับทำไม่ได้ดีเหมือนพ่อ คดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบมักมีข้อผิดพลาดไม่ราบรื่น ยิ่งโดนเปรียบ เทียบกับพ่อ.. เหยี่ยวยิ่งทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งหลังผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดต้องรอดคดีไปได้อย่างลอยนวล เพราะการสอบสวนแบบถึงลูกถึงคนของแหยี่ยวโดนบันทึกภาพผ่านโทรศัพท์มือถือของ ทนายผู้ต้องหา และการนำสืบชี้นำไปที่เหยี่ยวขาดวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ข่มขู่ผู้ต้องหาให้รับสารภาพ หมวดเหยี่ยวถูกคาดโทษจากผู้บัญชาการว่าจะต้องถูกย้ายหากมีข้อผิดพลาดอะไร เกิดขึ้นอีก !!! ดูเหมือนชีวิตของหมวดเหยี่ยวกำลังรอคอยใครบางคน ใครบางคนที่จะเติมเต็ม.. ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น คืนวันหนึ่งขณะหมวดเหยี่ยวออกจากสำนักงานสืบฯ กำลังจะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเขารู้สึกแปลกๆ ในจิตใจคล้ายมีคลื่นพลังงานบางอย่างเข้ามากระทบในโสตสัมผัส เมื่อเลี้ยวรถตรงทางแยกหน้าปากซอย เขาพบรถสปอร์ตเกิดอุบัติเหตุตกบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ข้างทาง เมื่อ กองพิสูจน์หลักฐานดึงรถยนต์คันงามขึ้นมา.. ทุกคนต้องแปลกใจเพราะภายในรถว่างเปล่า !! ไม่ปรากฏร่างเจ้าของรถผู้ขับขี่ ตำรวจตรวจดูโดยรอบแล้วไม่พบศพผู้เสียชีวิต !!! ขณะ เหยี่ยวช่วยตำรวจท้องที่กันบรรดาไทยมุงออกมาจากพื้นที่ เขาสะดุดสายตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางต่างจากชาวบ้านแถบนั้นโดยสิ้นเชิง เงอะๆ งะๆ จนเกือบจะเข้าไปในเขตห้ามเข้า เหยี่ยวต้องเอ่ยปากไล่ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ เดี๋ยวจะเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญ หญิงสาวคนนั้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเดินหนีออกไป ก่อนขับรถกลับบ้าน เหยี่ยวพบสร้อยคอพร้อมล็อกเก็ตรูปหัวใจตกอยู่ข้างรถ เขาหยิบล็อกเก็ตเส้นนั้นและนำกลับไปบ้านด้วยอย่าง เผลอตัว ความแปลกประหลาดเริ่มบังเกิดขึ้นกับเหยี่ยวนับตั้งแต่วินาทีนั้น.. ตอนกลับบ้าน เสียงหมาวัดแถวนั้นต่างพากันประสานเสียงหอนกันระงมราวกับเห็นผี ! ยายนวลที่ตาบอดยังร้องทักว่าเหยี่ยวพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านทำไมไม่บอก จะได้หาข้าวหาปลาให้ทาน มิวายที่เหยี่ยวจะปฏิเสธ แต่ยายนวลกลับไม่เชื่อเถียงคอเป็นเอ็นหาว่าหลานชายแอบเอาสาวเข้าบ้านโดยไม่ บอกให้ยายรู้ จนเหยี่ยวต้องเรียก จ่านกน้อย ตำรวจคู่หูที่อยู่ข้างบ้านมายืนยันว่าไม่มีใครมาด้วย ยายนวลถึงจะเชื่อและเรียกจ่านกน้อยไปขูดต้นกล้วยหลังวัดด้วยกันอย่างออกรส ตามประสาคนบ้าหวยด้วยกัน จ่านกน้อยเป็นตำรวจที่มีอดีตไม่น่าจดจำ บ้าหวยทำตัวไร้สาระก็เพื่อลบปมเศร้าสะเทือนใจในชีวิต เมื่อ 5 ปีที่แล้ว.. นกยูง ลูกสาววัยรุ่นของจ่านกน้อยเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด เพราะพ่อบ้างานจนไม่มีเวลาให้ หลังเสียลูกสาวไม่นานเมียก็ต้องเสียชีวิตตามไปอีกคน เพราะโดนคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกัน แล้วจ่าเข้าไปช่วยไม่ทัน นับตั้งแต่นั้น.. ชีวิตจ่านกน้อยก็ไร้แก่นสาร ทำงานไปแบบวันเติมวัน เหมือนกำลังรอวันลาโลก!!! ย่ำ รุ่งคืนวันนั้นเอง เหยี่ยวกลับได้ยินเสียงร้องสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารในสวนหลังบ้าน เหยี่ยวพบกับหญิงสาวคนเดียวกับเมื่อตอนหัวค่ำ เธออยู่ในชุดขาวสวยเฉี่ยวทันสมัย ร้องไห้พลางบอกว่าไม่มีที่ไป ไม่มีใครเห็นเธอเลยนอกจากเหยี่ยว ภาพหญิงสาวค่อยๆ จางหายไป .. พร้อมๆ กับพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า !หมวดเหยี่ยวอึ้งแทบไม่เชื่อภาพที่ปรากฏต่อสายตา เขาพบกับผีสาว ! ตัวจริง ! เสียงจริง ! เช้าวันรุ่งขึ้น.. เหยี่ยวตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรกับ หลวงตาเคี้ยง เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หลวงตาฟังไปพร้อมกับตาลุกด้วยความตื่นเต้น อรรถาธิบายว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่าง เพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงยังล่องลอยไม่มีที่พึ่ง พออธิบายเสร็จ หลวงตาเคี้ยงก็รีบให้ศีลให้พร จ้ำอ้าวๆ กลับกุฏิแทบไม่ทัน สมดังคำล่ำลือว่าหลวงตาเคี้ยงไม่ค่อยถูกชะตากับพลังงานลึกลับ ?!?!? ทุกวันเมื่อไปทำงานสำนักงานสืบฯ เหยี่ยวต้องปะทะคารมอย่างรุนแรงกับ ผบ.สงคราม ที่จ้องจับผิดตลอดเวลา แม้ผบ.สงครามจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพ่อ แต่ความจริงที่เหยี่ยวไม่รู้ก็คือ.. สงครามไม่ได้เป็นเพื่อนกับวิหค แต่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานตำรวจ แข่งกันทุกครั้งสงครามก็แพ้วิหคทุกครั้ง .. หนำซ้ำการเสียชีวิตของวิหค ยังมีข่าวลืออีกว่าเป็นเพราะกำลังทำงานลับบางอย่างแข่งกับสงคราม จึงต้องเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ล่า สุดกับคดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบ.. จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น เขาเกือบทำพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อไว้ใจทิ้งหลักฐานวิดีโอการซื้อขายยาที่จะมัดตัวจอมบงการไว้กับสายสืบ นักข่าวคนหนึ่งที่แปรพักตร์เพราะโดนข่มขู่จากเจ้าพ่อ โชคดีที่ขณะจะกลับ เสียงผีสาวมาบอกให้ไปจับคนร้ายเสียก่อน เหยี่ยวจึงทำงานสำเร็จ ได้รับคำชมเชยเป็นครั้งแรกจาก ผบ.สงคราม คืน วันนั้นเหยี่ยวออกมาที่ต้นลำดวนหลังบ้าน เรียกหญิงคนนั้นเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด วิญญาณสาวคนเดิมออกมาตามเสียงเรียก เธอเรียกตัวเองว่า “น้ำ” แต่จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อ น้ำริน ของตัวเอง น้ำ รินไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องตามเหยี่ยวมาที่นี่ รู้แต่ว่าเธอต้องตามติดเหยี่ยวไปในทุกที่.. เพียงแต่ในช่วงกลางวันเหยี่ยวจะมองไม่เห็นร่างของเธอเท่านั้น ตั้งแต่ นั้นความโกลาหลในชีวิตเหยี่ยวจึงบังเกิด ?!? หมวดเหยี่ยวประสาทเสียที่จู่ๆ ก็มีวิญญาณสาวสวยคอยติดตามไปทุกที่ แม้ในเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ และ เวลานอน ?!? หนำซ้ำยายนวลยังเป็นอีกคนที่ได้ยินเสียงเหยี่ยว กับน้ำรินคุยกันบ่อยๆ เหยี่ยวเดาเอาเองจากการที่ยายถูกหวยทุกงวดว่าน่าจะเป็นเพราะยายมีสัมผัสที่ หก ได้ยินเสียงพรายกระซิบเป็นประจำ จึงไม่แปลกที่ยายจะได้ยินเสียงน้ำรินเช่นเดียวกับเขา เหยี่ยวโกหก ยายนวลว่าน้ำรินเป็นพยานปากเอกที่เขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานสืบฯ ให้นำตัวมาเก็บไว้ โดยใช้บ้านเหยี่ยวเพื่อเป็นเซฟเฮ้าส์ ยายนวลจึงคลายใจหันมาคุยกับน้ำรินวิญญาณสาวอย่างออกรสด้วยนึกว่าหล่อนเป็นคน เมื่อเวลาผ่านไป.. การสนิทสนมกับน้ำรินทำให้ชีวิตยายนวลมีชีวิตชีวามากขึ้น น้ำรินเป็นผีสาวความจำเสื่อมที่อารมณ์ดี มองโลกสดใสในทางบวก ความทรงจำน้ำรินเริ่มกลับมาทีละน้อยๆ เธอจำได้ว่าตัวเองมีฝีมือในการทำขนมไทยอย่างหาตัวจับยาก ตั้งแต่นั้นบ้านหลังน้อยของหมวดเหยี่ยวจึงเกิดกิจกรรมพิเศษของสองคู่ซี้ต่าง วัยและต่างภพ ทำขนมไทยสารพัดชนิดเพื่อเป็นรายได้เสริม ขนมไทยแสนอร่อยของยายนวลเป็นที่นิยมชมชอบของคนในชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆ ยาย นวลชวนจ่านกน้อยคู่ซี้มาทำขนมด้วยกันในตอนค่ำ เพื่อละเลิกจากกิจกรรมขี้เมาบ้าหวย สร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินให้กับจ่าไม่น้อย แต่จ่านกน้อยกับชาวบ้านแถบนั้นรวมไปถึงหลวงตาเคี้ยงยังไม่วายต้องผวาไปกับ เสียงแปลกๆ ยามค่ำ และพฤติกรรมเหมือนกำลังคุยกับผีของยายนวลอยู่เนืองๆ สินค้าขนมไทยของยายนวลในชุมชน ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ธารา นักธุรกิจสาวที่ผันตัวเองจากโลกธุรกิจ มาทำมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ ธาราต้องนั่งรถเข็นจากการเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ตั้งแต่นั้นธาราจึงอุทิศตัวเองเพื่อสังคม หันหลังให้กับโลกธุรกิจปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้บริหารมืออาชีพ ส่วนตัวเองหันมาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม เมื่อน้ำรินเห็นหน้าธารา.. เธอรู้สึกแปลกๆ เหมือนรู้จักผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างดี แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเคยพบกันที่ไหน ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ดูเหมือนวิญญาณน้ำรินกำลังทำความดีชดเชยกับเรื่องราวในอดีตที่เธอยังจำไม่ได้ น้ำรินไม่รู้เลยว่าในตอนมีชีวิตอยู่ เธอมีส่วนทำให้นกยูงลูกสาวจ่านกน้อยเสียชีวิต เพราะ เสพยาเกินขนาด!! วันหนึ่งน้ำรินมีโอกาสเห็นรูปนกยูงโดยบังเอิญ เธอจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์กับเธอที่ใดที่หนึ่งเกี่ยวกับการทำขนม ยิ่งไปกว่านั้น..น้ำรินจำได้ว่าเด็กสาวคนนี้เสียชีวิตเพราะเธอเฉยเมย ไม่ยอมช่วยนกยูงที่เอ่ยปากขอเบี้ยเลี้ยงล่วงหน้า ทำให้นกยูงเข้าสู่วังวนของการส่งยา ค้ายา จนถึงขั้นนกยูงโดนฆ่าตายเพราะคนร้ายต้องการปิดปากเรื่องเครือข่ายค้ายาฯ นกยูงโดนจัดฉากว่าเสพยาเกินขนาด เธอพยายามทำทุกวิถีทางให้ชีวิตของจ่านกน้อยดีขึ้น หลัง จากนั้นเป็นต้นมา เหยี่ยวกับน้ำรินยิ่งใกล้ชิดผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสนิทสนม ยิ่งทำให้ทั้งคู่กลายเป็นส่วนผสมของความกุ๊กกิ๊กอลวนที่ลงตัว น้ำรินแสดงถึงความเป็นคุณหนูไฮโซให้เห็นมากขึ้น เธอทั้งซุกซน ซุ่มซ่าม และเผลอเอาแต่ใจตัวเอง น้ำรินขอร้องให้ เหยี่ยวช่วยสืบหาว่าเธอเป็นผีมาจากไหน มีประวัติความเป็นมายังไง .. เหตุใดเธอจึงยังไม่ไปผุดไปเกิดซะที แต่แล้ววันหนึ่งน้ำรินก็ได้พบกับ ป้าปริก วิญญาณอีกดวงนึงที่ดูเหมือนเป็นวิญญาณที่ความอารมณ์ดี ป้าปริกสอนให้น้ำรินกลายเป็นวิญญาณคุณภาพ สามารถควบคุมให้สิ่งของต่างๆ เคลื่อนที่ได้ น้ำรินสามารถหยิบจับของต่างๆ และรับรู้ความรู้สึกในการสัมผัสได้ราวกับมีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์ ต่างกันเพียงว่าไม่มีใครมองเห็นเธอได้… นอกจากเหยี่ยวเพียงคนเดียว และการที่รู้สึกและหยิบจับของต่างๆ ได้เหมือนมนุษย์นี่เอง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำรินกับเหยี่ยวออกอาการกุ๊กกิ๊กแนบแน่นมาก ขึ้นกว่าเดิม เพราะเหยี่ยวมักเผลอโอบคอน้ำรินเหมือนเคยๆ ทุกครั้งเพราะไม่เคยทำได้สักที แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นรู้สึกได้ว่าเขากำลังกอดคอหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งยิ่งทำให้ทั้งคู่เขินอายและต้องระวังตัวระหว่างกันมากยิ่งขึ้น น้ำ รินมีโอกาสช่วยเหลือเหยี่ยวในการทำงานสำนักงานสืบฯ หลายครั้ง คดีสำคัญก็คือ.. เหยี่ยวสามารถคลี่คลายคดียาเสพติดในหมู่วัยรุ่นได้ เขาจับตัวการที่โยงใยทำให้นกยูงลูกสาวของจ่านกน้อยตาย จ่านกน้อยมีจิตใจดีขึ้นมากขึ้น เพราะความจริงปรากฏชัดว่านกยูงไม่ได้เสพยาเกินขนาดจนตาย แต่เธอตายเพราะต้องการเปิดโปงเครือข่ายค้ายา นกยูงตายเพื่อความถูกต้องในสังคม สมกับเป็นลูกสาวตำรวจอย่างจ่านกน้อย จ่านกน้อยเลิกขี้เมา บ้าหวย หันมาใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ อุทิศตนเองให้กับชุมชนฯ เหยี่ยว เหมือนเป็นนายตำรวจพรายกระซิบ ทำงานสำคัญๆ สำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ น่าแปลกที่ทุกครั้ง ที่น้ำรินช่วยเหยี่ยวคลี่คลายคดีสำคัญได้ ความทรงจำของเธอจะกลับมาหนึ่งอย่างเสมอ เหมือนการช่วยแก้ไขคดีแต่ละคดีเป็นการทดแทนการทำความผิดพลาดในอดีตหมวดแนน แฟนเก่าของเหยี่ยว กลับมาคลุกคลีกับเหยี่ยวอีกครั้ง จนน้ำรินเริ่มหึง ซึ่งเหยี่ยวเริ่มจับสังเกตได้ ภพธร กับนับดาว ยังไม่หยุดแผนที่จะฆ่าธารา จนสงครามเริ่มสงสัยในตัวภพธร จึงพาธาราไปซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ โดยให้เหยี่ยวตามไปดูแล คุ้มครองธารา ที่นั่นเอง สงครามได้แสดงความรักที่มีต่อธารามาอย่างช้านาน แต่ธาราปฎิเสธ เพราะไม่อยากผิดต่อพ่อของน้ำริน ซึ่งเป็นเพื่อนรักของสงครามนั่นเอง ถนนทางเข้าเซฟเฮ้าส์ คือถนนที่ครั้งหนึ่ง เหยี่ยว เคยนั่งรถมาพร้อมกับพ่อและแม่ และที่นี่เอง เหยี่ยวได้สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปกับอุบัติเหตุ ทุกครั้งที่เหยี่ยวขี่จักรยานผ่านจุดเกิดเหตุ เขาก็อดนึกถึงอดีตอันเจ็บปวดไม่ได้ น้ำรินซึ่งติดตามเหยี่ยวมาด้วย พยายามพูดให้กำลังใจ ให้เหยี่ยวต่อสู้กับอดีตอันเลวร้ายให้ได้ ทำให้เหยี่ยวรู้สึกเข้มแข็งขึ้นเมื่อได้อยู่กับน้ำรินน้ำรินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าธารามาก แต่ยังนึกเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้สักที จำได้แต่ว่า ก่อนตายเธอใกล้มีความสุขที่สุดในชีวิต .. น้ำรินกำลังจะแต่งงาน !!! แล้วจู่ๆ สร้อยล็อตเก็ตรูปหัวใจก็ตกลงจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของเหยี่ยว เหยี่ยวระลึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอหยิบมาจากริมบึงที่มีรถจมน้ำ.. ต้องเป็นเพราะล็อคเก็ตรูปหัวใจแน่ๆ น้ำรินถึงมาติดอยู่กับเขาแบบนี้ !!! เหยี่ยว สืบเรื่องของน้ำรินโดยเริ่มจากคดีรถสปอร์ตจมหายไปในน้ำ ตามไปถึงบ้านใหญ่โตของเจ้าของรถ ในที่สุดเหยี่ยวจึงรู้ว่าน้ำรินคือเจ้าของรถคันนั้น เป็นลูกสาวคนเดียวของ ธารา เศรษฐีนีแม่ม่ายเจ้าของเครือโรงแรมสตาร์ออฟสยาม เครือข่ายโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ ความจริงแล้วน้ำรินเป็นลูกสาวของคุณธารา สาวใหญ่ใจดีเจ้าของมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ วิญญาณเธอได้พบกับแม่ เพียงแต่เธอจำแม่ไม่ได้ เหยี่ยวปักใจเชื่อว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็น ภพธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่ชายบุญธรรม ผู้บริหารเครือโรงแรมนี้ทั้งหมด และเป็นอดีตคู่หมั้นของน้ำริน ภพธรคือคนที่น่าสงสัยที่สุด เมื่อ ตอนมีชีวิตอยู่.. น้ำรินเติบโตมากับภพธรผู้เป็นเหมือนพี่ชาย ภพธรเป็นลูกชาย นุติ อดีตเจ้าของเดอะสตาร์ออฟสยาม ที่ฆ่าตัวตายเพราะทำธุรกิจผิดพลาดจนต้องให้ ธารา แม่ของน้ำรินเข้าซื้อกิจการ แต่มีข่าวลือในวงธุรกิจ.. ความจริงแล้วนุติฆ่าตัวตายเพราะทนไม่ได้ที่โดนธาราโกงจนหมดตัว ธารารู้สึกผิด.. จึงส่งเสียเลี้ยงดูภพธรเป็นลูกบุญธรรม ให้เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับน้ำรินลูกแท้ๆ ธาราเดินไม่ได้เพราะได้รับอุบัติเหตุจากการขับรถเมื่อปีก่อน ทำให้อำนาจการบริหารโรงแรมทั้งหมดอยู่ในมือของภพธรลูกบุญธรรมซึ่งกำลังจะ แต่งงานกับน้ำริน และธารารู้สึกผิดกับบาปที่ตัวเองสร้างไว้ในอดีต เธอจึงหันมาทำมูลนิธิช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในสังคม ต้องการไถ่บาปสร้างความดีเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำไว้ในอดีต น้ำ รินขอบคุณเหยี่ยวและขอให้พาเธอไปสถานที่แห่งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เป็นบ้านสวนริมน้ำของ นับดาว ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนรักของเธอมาตั้งแต่เด็ก นับดาวเป็นเหมือนเพื่อนคู่หูน้ำรินมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเรื่อยมาจน กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยและจบการศึกษา เธอเป็นเหมือนเพื่อนรัก… หากแต่ซ่อนปมความคิดอิจฉาริษยาเพื่อนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างอย่างน้ำรินมา ตลอด นับ ดาวกำลังอยู่กับภพธรฉันท์สามีภรรยา จากคำพูดที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน น้ำรินจึงรู้ว่าทั้งสองแอบคบกันมานานแล้ว เพราะปมชีวิตของนับดาวที่ไม่อาจจะสู้น้ำรินได้ตลอดมา ทำให้นับดาวคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับน้ำรินโดยน้ำรินไม่รู้ตัว สิ่งที่นับดาวเอาชนะน้ำรินได้อย่างเด็ดขาดคือการพิชิตหัวใจของภพธร เพราะภพธรโกรธแค้นครอบครัวของน้ำรินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสองตั้งใจจะฮุบกิจการโรงแรมของธาราโดยเร็วที่สุด ทั้งเพื่อแก้แค้นให้ภพธรและเพื่อตัวของพวกเขาเอง.. นับดาวเป็นคนวาง แผนบงการทำให้ธาราต้องพิการ และวางแผนฆ่าน้ำรินก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้น !!! น้ำรินมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาเป็นประจำทุกวัน ภพธรแอบเปลี่ยนยาทำให้น้ำรินหมดสติ ขับรถตกบึงน้ำขนาดใหญ่ ก่อนจะอำพรางนำศพของเธอไปเผาทิ้ง ทำให้น้ำรินกลายเป็นบุคคลหายสาปสูญไปเพื่อทำลายหลักฐาน !!! นับดาวกับภพธรแอบเปิดประตูให้คนร้ายเข้าไปในคฤหาสน์ของธารา แต่ขณะที่กำลังจะทำอันตรายธารา เหยี่ยวกับน้ำรินเดินทางมาช่วยธาราได้ทันเวลา นับดาวกับภพธรถูกตำรวจจับ…และถูกลงโทษตามความผิดที่ตัวเองกระทำ ฐานทำร้ายน้ำรินถึงแก่ความตาย เวลานี้ภารกิจของน้ำรินดูเหมือนจะเสร็จสิ้นแล้ว พลังงานภายในวิญญาณของเธออ่อนแรงลง น้ำ รินรู้สึกว่าดวงวิญญาณของเธออาจดับสูญภายในคืนนี้.. เธอรวบรวมพลังงานทั้งหมดเท่าที่เหลืออยู่ ปรากฏกายให้เหยี่ยวเห็นเป็นครั้งสุดท้าย แม้ช่วงเวลาที่น้ำรินจะอยู่กับเหยี่ยวมีเพียงช่วงสั้นๆ หากแต่ความผูกพันในช่วงเวลาอันน้อยนิดระหว่างเธอกับเขา แนบแน่นจนกลายเป็น “ความรัก” ไปเสียแล้ว … เช่นเดียวกับเหยี่ยวที่รู้ใจตัวเองว่ารัก น้ำริน.. วิญญาณ สาวที่กำลังจะดับสลายไปในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ เหยี่ยวอยากจะอ้อนวอนขอให้น้ำรินอยู่กับเขาตลอดไป แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้…ไม่มีใครฝืนสัจธรรมการแตกดับนี้ไปได้ เหยี่ยวจึงตั้งจิตมั่นสัญญาไว้กับน้ำริน เขาจะรักเธอตลอดไป จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีให้เธอ ทั้งสองจากกันด้วยน้ำตา… 18 ปีต่อมา… หมวดเหยี่ยวนายตำรวจหนุ่มไฟแรงจบใหม่ในอดีต.. กลายเป็นหนุ่มใหญ่ผู้บัญชาการสำนักงานสืบสวนพิเศษในปัจจุบัน เขามุ่งมั่นในการทำงานจนไม่มีเวลาเหลือให้กับใคร คนเก่าคนแก่ภายในสำนักงานสืบสวนฯ ต่างรู้ดีว่าผู้บัญชาการผู้นี้ยังคงมีอดีตรักฝังใจที่ยากจะลืมเลือน ผบ.เหยี่ยวไม่มีหัวใจจะรักใครได้อีกแล้ว.. จวบจนวันนี้…วันที่สำนักงานสืบสวนพิเศษได้มีโอกาสต้อนรับ น้ำค้าง นักข่าวหญิงเพิ่งจบใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย สาวนักข่าวที่ทันทีที่ผบ.เหยี่ยวเห็นหน้าแล้วต้องชะงักด้วยความตกใจ ฤาสัญญารักที่เขาเคยให้ไว้กับน้ำรินมีผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้วในวันนี้… น้ำค้าง…มีใบหน้าบุคลิก ท่าทาง รอยยิ้ม เหมือนกับน้ำริน .. ราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน !

SF Cinema

“ทุกย่างก้าวของ SF คือการมอบประสบการณ์ความบันเทิงที่ดีที่สุดแก่คุณเสมอ” ร่วม 40 ปี บนเส้นทางแห่งธุรกิจบันเทิงของครอบครัว “ทองร่มโพธิ์” ที่ตั้งใจมอบความสุขให้กับพี่น้องในภาคตะวันออกในการเป็นผู้จัดจำหน่ายภาพยนตร์และดำเนินธุรกิจโรงภาพยนตร์มาอย่างยาวนาน และด้วยวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของ 2 ผู้บริหาร คุณสุวัฒน์ ทองร่มโพธิ์ และ คุณสุวิทย์ ทองร่มโพธิ์ ในปี 2542 ก็ได้ร่วมสร้างโรงภาพยนตร์อันทันสมัย ครบวงจร อลังการบันเทิงแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ภายใต้ชื่อ “เอส เอฟ ซีเนม่า ซิตี้ มาบุญครอง เซ็นเตอร์”

ศาลสั่ง“บิลลี่ โอแกน”เป็นบุคคลล้มละลาย
บิลลี่ /  บิลลี่ ล้มละลาย / 

ศาลมีคำสั่ง“บิลลี่ โอแกน”เป็นบุคคลล้มละลาย พบเคยทำธุรกิจ 2 แห่ง สถานะเป็นบริษัทร้างทั้งหมด มีรายงานระบุว่า เมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่คำพิพากษาศาลล้มละลายกลาง ที่มีคำสั่งให้ บิลลี่ โอแกน อดีตนักร้องชื่อดัง เป็นบุคคลล้มละลาย ตามคดีหมายเลขแดงที่ ล. 3891/2556 ระบุว่า "ด้วยคดีเรื่องนี้ ศาลล้มละลายกลางได้มีคำพิพากษาให้ นายวิลเลี่ยม หรือบิณฑ์ลี่ฎ์ มิตตกริน โอแกน หรือ นายบิลลี่ หรือบิฬฬี่ โอแกน ลูกหนี้ เป็นบุคคลล้มละลายแล้ว ตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม 2557 ลูกหนี้ ไม่ปรากฏอาชีพ ประกาศ ณ วันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2557" ก่อนหน้านี้นายวิลเลี่ยม มิตตกริน โอแกน หรือ นายบิลลี่ เคยจดทะเบียนทำธุรกิจ 2 แห่ง 1.ห้างหุ้นส่วนจำกัด ภัตตาหาร จดทะเบียนวันที่ 14 มกราคม 2540 ทุน 3 แสนบาท ที่ตั้งเลขที่ 415/17 ซอยสุขุมวิท 101/1 ถนนสุขุมวิท แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร นาย ธนานต์ บุญเสรฐ ร่วมเป็นหุ้นส่วน ต่อมาเลิกกิจการ นายทะเบียนได้ขีดชื่อออกจากทะเบียน เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2554 2. บริษัท โรงบ่มดนตรี จำกัด จดทะเบียนวันที่ 4 มิ.ย.41 ทุน 1 ล้านบาท ประกอบกิจการผลิตนักร้อง นักแสดง สิ่งบันทึกเสียง โสตทัศนวัสดุ งานดนตรีกรรม ที่ตั้งเลขที่ 119/20 ซอยสามภพนฤมิตร ถนนสุขุมวิท 62 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร นายวิลเลี่ยม มิตตกริน โอแกน และ นายจาตุรนต์ เอมซ์บุตร เป็นกรรมการ ต่อมาเลิกกิจการ และนายทะเบียนได้ขีดชื่อออกจากทะเบียน เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2545 MThai News

พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย จ.นครปฐม
พิพิธภัณฑ์ /  พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง / 

พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย จังหวัดนครปฐม เป็นพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งที่อยู่คู่ประเทศไทยมามากกว่า 20 ปี เป็นอาคารสองชั้นจัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งไฟเบอร์กลาสที่มีความสวยงามและสมจริง ให้ความรู้สึกนุ่มนวล หุ่นขี้ผึ้งที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทยนั้นเป็นผลงานสร้างสรรค์ของคุณดวงแก้ว พิทยากรศิลป์ และกลุ่มศิลปินไทย ซึ่งใช้เวลาค้นคว้าทดลองการปั้นกว่า 10 ปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์ ส่งเสริม เผยแพร่ ศิลปะ วัฒนธรรม และประเพณีไทย พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย จ.นครปฐม พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทยก่อตั้งในปี พ.ศ. 2525 ซึ่งภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งไฟเบอร์กลาส เพื่อการอนุรักษ์ ส่งเสริม เผยแพร่ ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีไทย อันจะเป็นประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าของเยาวชน โดยปัจจุบันมีหุ่นไฟเบอร์กลาสทั้งหมด 120 รูปอาคารพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทยนี้เป็นอาคารสองชั้น โดยภายในอาคารมีการจัดแสดง ด้วยกันสองชั้นคือ ชั้นล่าง จัดแสดงหุ่นชุดต่างๆ เช่น ชุดพระบรมรูปอดีตพระมหากษัตริย์ราชวงค์จักรี, พระบรมรูปสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี, ชุดพระอริยสงฆ์, ชุดมุมหนึ่งของชีวิต เป็นต้น โซนแรก คือ ห้องจัดแสดงพระอริยสงฆ์ ซึ่งได้แก่ พระครูภาวนารังษี, พระธรรมญาณมุนี, พระโพธิญาณเถร, ครูบาชัยวงศาพัฒนา, หลวงจีนคณาณัติจีนพรต, พระมงคลเทพมุนี, พระราชสังวราภิมณฑ์, พระสุพรหมยานเถร, พระนิโรธรังสีคัมภีร์ปัญญาจารย์, หลวงพ่อเกษม, สมเด็จพระพุฒาจารย์, พระครูวิมลคุณากร, พระราชมุนีสามีรามคุณูปมาจารย์, พระอาจารย์มั่น, ครูบาศรีวิชัย ปั้นได้เหมือนจริงมาก ห้องแสดงต่อไปซึ่งถือเป็นไฮไลด์ของที่นี่ ห้องจัดแสดงพระบรมรูปอดีตพระมหากษัตริย์พระบรมราชจักรีวงค์ รัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 8 ล่ะ ห้องจัดแสดงต่อไป เป็นห้องจัดแสดงพระบรมรูปสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราช ชนนี สมเด็จย่าแม่ฟ้าหลวงของปวงชนชาวไทยนั่นเอง ภายในห้องนี้ประกอบไปด้วยประราชประวัติและ พระกรณียกิจต่างๆ และภาพงานพระราชพิธีสุดท้าย ส่วนห้องจัดแสดงต่อไป เป็นห้องหุ่นชุดครอบครัวไทย เป็นห้องแสดงสุดท้ายสำหรับห้องจัดแสดงชั้นล่าง ซึ่งเดินไป เดินมาจะมาออกที่ ด้านหน้าทางเข้า พวกเราก็เดินขึ้นชั้นสองกันต่อ ซึ่งห้องจัดแสดงชั้นบนแรกสุดจะเป็นการ จัดแสดงชุด 3 ครูไทยได้แก่ ครูจวงจันทร์ จันทร์คณา (บรมครูพรานบูรพ์) ครูเอื้อ สุนทรสนาน ครูไพบูลย์ บุตรขัน เดินเข้าไปตามทางเดินเรื่อยๆ ห้องแสดงหุ่นชุดต่อไปคือ ชุด 3 บุคคลสำคัญของโลก ซึ่งได้แก่ มหาตมา คานธี, อับราฮัม ลินคอล์น, เซอร์ วินสตัน เชอรชิล เป็นต้น คานธีเป็นนักการเมืองที่ได้ต่อสู้เพื่ออิสรภาพของประเทศ จากการปกครองของอังกฤษทำให้โลก ต้องจดจำคานธี ผู้ซึ่งได้รับการขนานนามว่า "มหาตมา" แปลว่า ผู้มีจิตใจ สูงส่ง เป็นบิดาแห่งประชาชนชาติอินเดีย อับราฮัม ลินคอล์น ผู้ปลดปล่อยทาสของสหรัฐอเมริกา "รัฐบาลของ ประชาชนโดย "เซอร์ วินสตัน เชอร์ชิล เป็นวีรบุรุษ ผู้ยิ่งใหญ่ของอังกฤษ ซึ่งทั้งสามท่านมีบทบาททางด้านการเมืองในแต่ละประเทศ ห้องจัดแสดงชุดต่อไปเป็น ชุดวัฒนธรรมประเพณีไทย เรื่องการละเล่นของไทย ได้แก่ การเล่นรีรีข้าวสาร การเล่น แมงมุม การเล่นจ้ำจี้ การเล่นขี่ม้าช้างชนกัน และการเล่นหัวล้านชนกันห้องต่อไปที่ดูเหมือนจะได้รับความสนใจ จากเด็กๆ ก็เห็นจะเป็นชุดวรรณคดีไทย เรื่อง พระอภัยมณีของสุนทรภู่ ห้องนี้เหมือนห้องรวมดาววรรณคดี สุนทรภู่เลยล่ะสุนทรภู่กวีเอกของโลก มีชื่อเสียงในด้านสำนวนกลอนเป็นที่เลืองลือจนได้รับการยกย่องว่าเป็นบรมครูกลอนแปด และได้รับการยอมรับนับถือว่าเป็นกวีที่มีจินตนาการกว้างไกล สร้างโครงเรื่องและเนื้อหา ของนิทานได้น่าสนใจ และชวนติดตาม สุนทรภู่ได้รับประกาศเกียรติคุณให้เป็นกวีของโลก จากองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมอีกด้วย ห้องจัดแสดงชุดสุดท้ายที่ดูเหมือนจะเป็นโซนไฮไลด์ของชั้นบนก็คงจะเป็นชุดเลิกทาส "Slavery in Thailand" ทาสในรัชกาลที่ 5 ข้อมูลทั่วไปพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย เปิดเข้าชมทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00 - 17.30 น. วันเสาร์- อาทิตย์ ,วันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30 – 18.00 น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 10 บาท พระภิกษุ สามเณร แม่ชี นักบวช นักศึกษาในเครื่องแบบ 20 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 034 332 607 และ 034 332 109 การเดินทาง 1.รถยนต์ส่วนตัว จากสะพานปิ่นเกล้า ใช้เส้นทางถนน ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี ผ่านชุมทางต่างระดับพุทธมณฑล ตรงไปข้ามสะพานข้าม แม่น้ำนครชัยศรีอีกราว 3 กิโลเมตร จะเห็นทางเข้าพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทยทางขวามือ 2.โดยสารสาธารณะ รถประจำทาง นั่งรถสายกรุงเทพฯ - นครปฐม (สายใหม่) ที่สายใต้ใหม่ ลงหน้าพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย รถตู้ข้าง โลตัส ปิ่นเกล้า สาย กรุงเทพฯ - นครปฐม ลงหน้าพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย จ.นครปฐม ภาพจาก คุณ  naniana   http://picpost.mthai.com/view/76836 ที่มา  http://picpost.mthai.com/view/76836

สวยเกิน! เพื่อนอิจฉา จุดเผาไฟให้เสียโฉม ศัลยกรรมกว่า 30 ครั้งจนสวย
ศัลยกรรม /  อิจฉา / 

สาวสวยถูกไฟเผา ใบหน้าเสียโฉม ศัลยกรรม จนกลับมาสวยปิ๊ง        การส่องกระจกเป็นสิ่งที่เลวร้ายสำหรับเธอคนนี้ สาวผู้เคราะห์ร้ายรายนี้ชื่อว่า เดน่า วูลลิน อายุเพียง 28 ปี ชาวออสเตรเลีย เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อปี 2555 เธอถูกราดด้วยเมทิลแอลกอฮอล์แล้วจุดไฟเผาทั้งเป็นในบ้านของเธอเอง สาเหตุเพราะผู้หญิงหึงหวงแฟนซึ่งเธอได้ไปพูดคุยกับหนุ่มคนนี้ในงานปาร์ตี้ ด้วยความที่เธอเป็นคนรูปร่างหน้าตาดี ฝ่ายหญิงจึงเกิดความอิจฉาในความสวยเลยต้องการทำให้ใบหน้าของเธอเสียโฉมซะเลย วินาทีที่เธอถูกไฟเผาผู้หญิงคนนั้นกลับหัวเราะอย่างสะใจแล้วก็วิ่งหนีไป          หลังจากวันนั้นเธอต้องทนทุกข์เป็นเวลา 30 เดือน ต้องผ่าตัด ศัลยกรรม มากกว่า 30 ครั้ง และต้องใส่หน้ากากอยู่ตลอดเวลา แต่วันนี้เธอได้รับการผ่าตัดจนได้ใบหน้าใหม่ที่สวยไฉไลไม่แพ้หน้าเดิมเลย หลังจากที่ถอดหน้ากากออกแล้ว เธอก็ไปปรากฏตัวเป็นครั้งแรกที่ West Australian Ballet Centre เพื่อไปร่วมเดินแคทวอล์ค ซึ่งเหมือนเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดี        ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสอยู่เสมอ แม้จะต้องผ่านวันที่เลวร้าย แต่เธอก็สู้กับความเจ็บปวดมาตลอดเวลาไม่เคยยอมแพ้ จนวันนี้เธอได้ใบหน้าที่สวยงามกลับคืนมาเหมือนได้ตื่นจากฝันร้าย เธอบอกว่าถ้าย้อนเวลาไปได้ ก็ไม่อยากมีรอยแผลเป็นแบบนี้อยู่บนใบหน้า แต่ตอนนี้เธอรู้สึกภูมิใจแบบสุดๆ สาวผู้ก่อเหตุครั้งนี้ก็ต้องรับกรรมโดยถูกจำคุกเป็นเวลาถึง 17 ปี  นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเรื่องแบบนี้ยังมีหญิงสาวบางรายที่ถูกเพื่อนกรีดหน้าสาดน้ำกรดจนเสียโฉม เพราะอิจฉาที่สวยกว่า ต้นเหตุทั้งหมดเกินจากความอิจฉาริษยากัน มันจึงเป็นดั่งเพลิงเผาทุกอย่างให้โวดวายแม้แต่ตัวเอง คนเราต่อให้ใบหน้าสวยแค่ไหน แต่ถ้าจิตใจตกต่ำก็ไม่มีใครอยากรัก อยากร่วมชีวิตกับคนที่คิดไม่ดีหรอก จริงไหมค่ะ? ภาพนี้เป็นรูปก่อนเหตุกาณ์ที่เธอจะถูกไฟเผา ต้องยอมรับว่าเธอสาวสวยเซ็กซี่ไม่เบาเลยทีเดียว เวลาผ่านไป 2 ปีกว่าๆ เธอได้รับการผ่าตัด ศัลยกรรม จนใบหน้ากลับมาสวยเหมือนเดิม หลังจากที่เปิดหน้ากากเป็นครั้งแรก เธอก็ได้มาร่วมเดินแคทวอร์คเพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้อื่น เรียบเรียงโดย Women mthai team ภาพประกอบจาก www.dailymail.co.uk

ไฮไลท์ปลายฝน ภูทับเบิก ดินแดนแห่งสายหมอก
ที่เที่ยวหน้าหนาว /  ภูทับเบิก / 

ช่วงนี้ ประเทศไทยของเราอยู่ในช่วงปลายฝนต้นหนาวกันแล้ว ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ควรค่าแก่การไปสัมผัสมากมาย และบางแห่งคุณต้องไม่เชื่อแน่ ๆ ว่าเรากำลังอยู่บนโลกมนุษย์ เพราะมันงดงามจนเหมือนหลุดออกมาจากสรวงสวรรค์ (พูดเหมือนกับเคยไปเนอะ) ทาง Travel.mthai.com จึงขอนำเสนอ ไฮไลท์ปลายฝน ที่คุณควรไปเยือนมากที่สุด นั่นก็คือ " ภูทับเบิก " ดินแดนแห่งสายหมอก ไฮไลท์ปลายฝน ภูทับเบิก ดินแดนแห่งสายหมอก ภูทับเบิก ตั้งอยู่ที่ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร ซึ่งเป็นจุดสูงสุดเพชรบูรณ์ ภูมิประเทศมีความงดงามอย่างมาก เต็มไปด้วยทะเลภูเขา ป่าไม้และธรรมชาติมีความอุดมสมบูรณ์ อากาศบริสุทธ์ เย็นสบายตลอดปี ในตอนเช้ามีหมอกและกลุ่มเมฆ มองเห็นเป็นทะเลหมอกตัดกับยอดภูสีเขียว และยังเป็นเป็นแหล่งปลูกกะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อีกด้วย การเดินทางไปภูทับเบิก 1. รถยนต์ส่วนตัว - เส้นทาง จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนพหลโยธิน ( ทางหลวงหมายเลข 1 ) มุ่งหน้าสู่จังหวัด สระบุรี ประมาณ 75 กิโลเมตร จะถึงตัวเมืองสระบุรี จากนั้นขับตรงไปมุ่งหน้าสู่จังหวัดลพบุรี ประมาณ 16 กิโลเมตรสู่ภูทับเบิก จากเพชรบูรณ์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 21 ประมาณ 40 กิโลเมตร ถึงสี่แยกหล่มสัก ตรงไปตามทาง หลวงหมายเลข 203 อีก 13 กิโลเมตร พบป้ายบอกทางไปอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ตามทางหลวง 2011 และทางหลวงหมายเลข 2331 อีก 40 กิโลเมตร ถึงด่านเก็บค่าธรรมเนียมของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าจาก ตรงนี้มีทางแยกขวาเข้าหมู่บ้านทับเบิกไปอีก 6 กิโลเมตร เส้นทางจากหล่มเก่ามาภูทับเบิกจะสูงชันและคดเคี้ยวมาก รถบัสไม่สามารถขึ้นได้ ผู้ที่ใช้รถยนต์หรือรถตู้ ควรขับรถด้วยความระมัดระวัง 2. รถประจำทาง การเดินทางมายังภูทับเบิก หากไม่มีรถยนต์มาเอง ต้องนั่งรถโดยสารมาลงที่หล่มสัก หลังจากนั้นก็เหมาสองแถวเพื่อขึ้นสู่ภูทับเบิก อัตราค่าจ้างก็แล้วแต่ตกลง โดยเฉลียอยู่ในเรตราคา 1200 – 1500 บาท ไร่กะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่พักบนภูทับเบิก มีทั้งแบบบ้านพักและลานกางเต้นท์ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกได้ตามสะดวก อย่ามัวอิ่มเอมกับภาพนะครับ ต้องไปสัมผัสด้วยตัวเองด้วย แล้วจะรู้ว่าไปแล้วไม่อยากกลับจริงๆ หากไปช่วงหน้าหนาวยิ่งอินครับ จะไปกับครอบครัวก็แสนจะอบอุ่น ไปกับแฟนก็สุดยอดแห่งความโรแมนติก หรือจะไปชิลกับผองเพื่อนก็ยิ่งเพลิดเพลิน (อย่าลืมพกเสื้อกันหนาวไปหลาย ๆ ตัวนะครับ เพราะตัวเดียวอาจจะเอาไม่อยู่ อิอิ) ที่มา : phutabberk.sadoodta.com ,paiduaykan.com  เรียบเรียงโดย Travel MThai ขอบคุณรูปภาพจาก : pantip.com , เจ้าของรูปภาพ Facebook คุณ chanomworld ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : ทะเลหมอกแสนสวย.. ภูทับเบิก สัมผัสอากาศแสนดี , ภูทับเบิก… เปลี่ยนแปลง แต่ไม่เปลี่ยนไป , รวมที่เที่ยวหน้าหนาว นักท่องเที่ยวห้ามพลาด!

ไม่ขอนับญาติ!! เอ๋อ ถีบหัวส่ง เกรียนโอ้ ไม่สวมควรสวมชุด หงส์ อีกต่อไป
คาร์ราเกอร์ /  มาริโอ บาโลเตลลี่ / 

เจมี่ คาร์ราเกอร์ ตำนานกองหลัง ลิเวอร์พูล ออกโรงสับ มาริโอ บาโลเตลลี่ ดาวยิงฟอร์มมหาฝืดของทัพ "หงส์แดง" ว่าไม่สมควรได้สวมเสื้อที่มี "นกลิเวอร์เบิร์ด" อยู่บนหน้าอกอีกต่อไป และจะเป็นอะไรที่เซอร์ไพรส์มากๆ หากฤดูกาลหน้า "เกรียนโอ้" ยังคงลอยนวลอยู่ในรัง แอนฟิลด์ อีกปี คาร์ราเกอร์ สบประมาท เกรียนโอ้ ผ่าน Sky Sports ว่า "ผมไม่สามารถเปลี่ยนความรู้สึกเกี่ยวกับ บาโลเตลลี่ ได้หลอกนะ และผมจะเซอร์ไพรส์มากๆถ้าเขายังอยู่กับ ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลหน้า" "ปีนี้เราคว้านักเตะมาร่วมทัพหลายคน และพวกเขาก็รับผิดชอบตำแหน่งของตัวเองได้โอเค แต่ไม่มีใครโดดเด่นสักคน" อดีตแข้งลูกหม้อ หงส์แดง ทิ้งท้าย

กรมศุลขอแรง คสช. ปราบทุจริตสินค้านำเข้าเลี่ยงภาษี
กรมศุลกากร /  คสช. / 

กรมศุลกากรร้อง! ขอแรง คสช. ปราบทหาร ข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เอื้อประโยชน์ผู้ประกอบการนำเข้าสินค้าเลี่ยงภาษี นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ได้ขอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ช่วยเหลือในด้านของดำเนินการปราบทุจริตจากการนำเข้าสินค้าหลีกเลี่ยงภาษี เนื่องจากที่ผ่านมาเมื่อตรวจสอบจากหลายกรณีพบว่า พบว่าพื้นที่ที่มีทหารดูแลและมีส่วนเกี่ยวข้องกับการขนสินเข้าไม่ถูกต้อง เช่น กรณีของที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ช่วงต้นเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา พบว่ามีทหารไปยืนคุมสะพานที่ถูกสร้างขึ้น เพื่อให้ผู้ประกอบการขนสินค้าข้ามแดนโดยไม่ยอมเสียภาษี และขัดขวางการเข้าจับกุมของเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร รวมทั้งยังพบข้าราชการของกระทรวงมหาดไทย ทั้ง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่มีส่วนกับขบวนการไม่ถูกต้อง โดยระดมประชาชนในพื้นที่มาขัดขวางการเข้าจับกุมสินค้าไม่ถูกต้อง โดยปกติอำเภออรัญประเทศเก็บภาษีได้วันละ 100,000 บาท แต่เมื่อดำเนินการปราบทุจริตจริงจัง ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา สามารถเก็บภาษีได้วันละ 1 ล้านบาท ทำให้คนที่เคยได้ประโยชน์ไม่ถูกต้องไม่พอใจและใช้อิทธิพลรุมกินโต๊ะกรมศุลกากร ซึ่งทางกรมได้แจ้งให้ทหารระดับบนรับทราบแล้วว่า การปราบทุจริตทุกหน่วยงานต้องช่วยกัน เพราะกรมฯ ทำเพียงหน่วยงานเดียวไม่ได้ MThai News

หนุ่มยุ่นเผาตัวเองโดดห้างฯสีลมดับ
ข่าววันนี้ /  จุดไฟเผาตัวเอง / 

ชายชาวญี่ปุ่น จุดไฟเผาตัวเอง ก่อนดิ่งจากชั้น 4 อาคารธนิยะ พลาซ่า ย่านสีลม เสียชีวิตคาที่ พ.ต.ท.ภูมิยศ เหล็กกล้า พนักงานสอบสวนผู้ชำนานการพิเศษ สน.บางรัก เข้าตรวจสอบเหตุ ชายจุดไฟเผาตัวเอง ก่อนที่จะกระโดด ลงมาจากบริเวณ ชั้น 4 ภายในอาคาร ธนิยะพลาซ่า ถนนสีลม แขวงสุรวงศ์ เขตบางรัก เป็นเหตุให้เสียชีวิต  พร้อมเปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิต เป็นชาย ทราบชื่อ คือ นายวาตานาเบ้  ชินจิ อายุ   37 ปี  นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น สภาพศพ ไหม้เกรียม นอนเสียชีวิต บริเวณชั้น 1 ใกล้กับทางออกของอาคาร ซึ่งจากการ สอบถามพนักงานรักษาความปลอดภัย ของอาคารธนิยะ พลาซ่า ทราบว่า ช่วงที่ห้างใกล้จะปิด และลูกค้ากำลังทยอย ออกจากศูนย์การค้า ระหว่างนั้น ได้ยินเสียง เหมือนคนตกลงมา จึงเข้าไปตรวจสอบ ก็พบว่า มีคนถูกไฟไหม้ นอนอยู่ที่พื้นชั้น 1 จึง นำถังดับเพลิง มาช่วยกันดับไฟ แต่ชายคนดังกล่าว ได้ เสียชีวิตลงแล้ว จึงแจ้ง ตำรวจให้เข้าตรวจสอบ  และจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า ผู้ตาย ได้เตรียมการมา เพื่อฆ่าตัวตาย โดยเฉพาะ เพราะขณะเกิดเหตุ ได้ นั่งห้อยขา ที่ระเบียงชั้น 4 ในลักษณะหันหลัง ก่อนจะใช้น้ำมัน ที่เตรียมมา จำนวน 3 ขวด ราดที่ตัว แล้วจุดไฟเผา ก่อนจะทิ้งตัวร่วงลงมาที่พื้นชั้น 1 จนเสียชีวิต และตรวจสอบภายในกระเป๋า พบ น้ำมันอีก 1 ขวดครึ่ง และ ขวดเครื่องดื่ม ชูกำลัง รวมถึงยารักษาโรค ประจำตัว อีกจำนวนหนึ่งด้วย จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนศพของนายวาตานาเบ้ นั้น ได้ นำส่งชันสูตร ที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ แล้ว

เมื่อแม่เตือนลูกแต่งตัวโป๊ ลูกสวนกลับ
ข่าววันนี้ /  ลูกแต่งตัวโป๊ / 

เตือนลูกแต่งตัวโป๊ ลูกตอกกลับ "แม่เรียนมาน้อย อย่ามาสอนหนู" วันนี้(23ต.ค.) เป็นปัญหาที่ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองหลายๆท่านต่างพากันหนักอกหนักใจ เกี่ยวกับการแต่งกายของลูกสาว เพราะแฟชั่นการแต่งกายของวัยรุ่นในปัจจุบันดูจะยิ่งสั้นยิ่งบางขึ้นเรื่อยๆ แม้การแต่งตัวเช่นนั้นอาจเป็นเรื่องปกติของวัยรุ่นไปเสียแล้ว แต่คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็คงอดห่วงไม่ได้ แม้ผู้ปกครองหลายๆท่านพูดตักเตือนบุตรหลานให้ปรับปรุงเรื่องการแต่งตัวให้มิดชิดมากขึ้นด้วยความเป็นห่วง แต่เด็กบางคนอาจจะไม่ยอมฟังหรือทำตามคำแนะนำ อย่างเช่นเรื่องราวของสมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอมที่เป็นคุณแม่ท่านหนึ่ง เธอรู้สึกเครียดและไม่สบายใจ จึงนำเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับบุตรสาวมาระบายพร้อมขอคำแนะนำ ผ่านกระทู้ "เครียดค่ะ ลูกสาวอยู่ปี 2 ใส่ชุดนักศึกษาโป๊มาก เราเตือนไป ก็ด่าเรากลับว่า แม่เรียนมาน้อย อย่ามาสอนหนู" (ภาพประกอบข่าว) ผู้เป็นแม่ได้บรรยายเรื่องราวในกระทู้ว่า สามีเพิ่งเสียไปตอนต้นปี ตัวเธอเองเรียนจบแค่ ม.3  ตอนนี้ก็ทำงานในโรงงานรับค่าแรงขั้นต่ำเท่านั้น ขณะที่ลูกสาวของเธอเป็นนักศึกษาชั้นปีที่2 ของมหาวิทยาลัยรัฐแห่งหนึ่งในกรุงเทพ เมื่อตอนปี 1 ลูกสาวแต่งตัวเรียบร้อยมาก ใส่กระโปรงเลยเข่าและใส่เสื้อซับในทุกครั้ง แต่พอขึ้นปี 2 กลับแต่งตัวโป๊ขึ้น คือใส่กระโปรงทรงสอบสั้นๆประมาณครึ่งขาอ่อนได้ แล้วก็ไม่ใส่เสื้อซับในด้วย ทำให้เธอรู้สึกหนักอกหนักใจมาก เธอตัดสินใจพูดตักเตือนลูกสาวอีกครั้งด้วยความเป็นห่วง แต่คำพูดของลูกทำเอาคนเป็นแม่อย่างเธอถึงกับจุกอก และข้อความดังต่อไปนี้คือการสนทนาของผู้เป็นแม่ที่เป็นเจ้าของกระทู้กับลูกสาว แม่ : แม่ว่าลูกแต่งตัวโป๊ไปนะลูก ลูกสาว : เดี๋ยวนี้ใคร ๆ เขาก็แต่งแบบนี้กันนะแม่ แม่ : มันอันตรายนะ เสื้อซับในลูกก็ไม่ใส่ ตอนซ้อมลีด ถ้าเหงื่อออกมาก ๆ จะทำยังไง มันเห็นไปถึงไหนต่อไหนนะ ลูกสาว : ไม่มีใครมามองหรอกแม่ พวกที่ซ้อมลีดด้วยกันก็ไม่เห็นมีใครใส่ เหงื่อออก แป๊บเดียวก็แห้งแล้ว แม่ : เวลาเหงื่อออกแล้วเห็นเสื้อใน มันดูไม่งามนะลูก ลูกสาว : แม่ไม่ต้องห่วง หนูดูแลตัวเองได้ พูดอยู่นั่นแหละ แม่ : แม่พูดเพราะแม่ห่วง ตอนนี้เราก็เหลือกันอยู่แค่สองคน ลูกสาว : แม่พูดซ้ำ ๆ แบบนี้มากี่รอบแล้วนี่ หนูบอกแล้วไง หนูดูแลตัวเองได้ เรา : ... ลูกสาว : แม่เรียนมาน้อย อย่ามาสอนหนู แม่ : (น้ำตาแทบไหลอะค่ะ) เธอบอกว่าไม่เป็นห่วงเรื่องการเรียนของลูกเลยเพราะผลการเรียนของลูกดีมาก แต่สิ่งที่เป็นห่วงมากที่สุดคือการแต่งตัว เพราะเธอเกรงว่าในอนาคตอาจเกิดเรื่องไม่ดีกับลูกกลัวลูกจะไม่ปลอดภัย ภายหลังเรื่องของเธอถูกเผยแพร่ ผู้คนบนโลกโลกออนไลน์ต่างให้ความสนใจและเข้ามาแสดงความคิดเห็นภายในกระทู้ของเธอเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่จะเข้ามาให้กำลังใจคุณแม่ท่านนี้ เนื่องจากลูกสาวของเธออยู่ในช่วงวัยรุ่น ก็ค่อยๆพูดค่อยๆแนะนำกันไป ขณะที่อีกส่วนหนึ่งบอกว่า คำพูดที่ลูกสาวพูดว่าแม่เรียนมาน้อยเป็นคำพูดที่ไม่ควรพูด และควรตำหนิลูก บ้างก็แนะนำให้ใช้ไม้แข็งในการสอนลูกบ้าง เพื่อให้ลูกได้รู้ว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ส่งเสียให้ลูกเรียนสูง ๆ ก็มาจากแม่ที่เรียนจบเพียง ม.3 คนนี้ ขอบคุณกระทู้ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอมหมายเลข 1787551  MTHai News ___________________________________________ เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง แฟชั่นชุดนักเรียน ของแต่ละประเทศ นักศึกษาประเทศลาว น่ารักใสใสอมชมพู

ระทึก! คนร้ายบุกยิงรัฐสภาแคนาดา
ก่อการร้าย /  ข่าวต่างประเทศ / 

เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน บุกยิงรัฐสภาแคนาดาทั้งภายในและภายนอกออาคาร ทำให้มีทหารเสียชีวิต 1 นาย และมือปืนเสียชีวิต สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุยิงกันที่ อนุสรณ์สถานสงครามแห่งชาติ (National War Memorial) แคนาดา  เมื่อเวลาประมาณ 9:52 น. ของวันพุธ (22 ต.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยมือปืนมีปืนไรเฟิลเป็นอาวุธ กราดยิงใส่ทหารซึ่งทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่อนุสรณ์สถาน ทำให้บาดเจ็บ 1 นาย และเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยหลังจากนั้นมือปืนจึงวิ่งเข้าไปในอาคารรัฐสภาแห่งชาติที่อยู่ใกล้ๆ ในขณะที่เหล่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รวมทั้งนายกรัฐมนตรี สตีเฟน ฮาร์เปอร์ กำลังเตรียมตัวเข้าร่วมการประชุม ทำให้ตำรวจพร้อมอาวุธครบมือนำกำลังเข้าปิดล้อมอาคารัฐสภา และที่ทำการนายกฯทันที ในรายงานกล่าวว่ามือปืนยิงปืนภายในอาคารรัฐสภาหลายนัด โดยระลอกแรกเกิดขึ้นบริเวณห้องโถง ตามด้วยโถงทางเดินใกล้ทางเข้าห้องสมุดของรัฐสภา ด้านตำรวจกรุงออตตาวาจึงประกาศเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงไม่เข้าใกล้พื้นที่อาคารรัฐสภา และแนะนำให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในอาคารใกล้เคียงหลีกเลี่ยงไม่เข้าใกล้หน้าต่างหรือขึ้นไปบนดาดฟ้า ขณะเกิดเหตุ นาย มาร์ก ชตราห์ล ส.ส.คนหนึ่งทวีตข้อความจากภายในรัฐสภาว่า เช้านี้สถานการณ์ในออตตาวาตึงเครียดอย่างมาก มีการยิงปืนหลายนัดภายนอกห้องประชุมของพวกเขา ขณะที่ส.ส.โทนี คลีเมนต์ ทวีตข้อความว่า เขาได้ยินเสียงปืนอย่างน้อย 30 นัด และนายกฯฮาร์เปอร์ได้รับการช่วยเหลือออกไปได้อย่างปลอดภัย ต่อมา ส.ส. บ็อบ ซิมเมอร์ ทวีตข้อความอ้างว่า มือปืนที่ก่อเหตุอย่างน้อย 1 คนเสียชีวิตแล้ว แต่ยังไม่มีการยืนยันเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ ยังไม่แน่ชัดว่าผู้ก่อเหตุมีมากกว่า 1 คนหรือไม่ แต่มีรายงานด้วยว่าเกิดเหตุยิงกันที่ศูนย์การค้า 'รีดู เซ็นเตอร์' ใกล้ๆอาคารรัฐสภาด้วย อย่างไรก็ตาม ไม่มีรายงานพบผู้ได้รับบาดเจ็บหรือผู้เสียชีวิต เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่แคนาดาประกาศเพิ่มระดับการรับมือภัยคุกคามจากการก่อการร้าย หลังเกิดเหตุชายผู้เปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลามยิงทหารเสียชีวิต 1 นายและบาดเจ็บอีก 1 นายเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา MThai News

แม่เชื่อพระบอกปอบเข้าสิงลูก อ้างทำพิธีไล่แต่ขยี้กามแทน
ข่มขืน /  ข่าววันนี้ / 

เด็กสาวป่วยแม่เชื่อพระ หลังใช้อุบายบอกปอบเข้าสิงลูก  อ้างทำพิธีไล่แต่ขยี้กามแทน วันนี้(22ต.ค.) นางเพ็ญ(นามสมมติ) อายุ 45ปี ชาวบ้าน อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.พิบูลมังสาหาร ว่า บุตรสาวชื่อ ด.ญ อร (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ถูกพระบัญชา ประสานพิมพ์ อายุ 35 ปี ข่มขืนในกุฏิวัดบ้านแขมใต้ นางเพ็ญเผยว่า เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อช่วงเย็น ของวันที่ 17 ต.ค. ที่ผ่านมา ในวันเกิดเหตุบุตรสาวตนไม่สบาย  ทางพระบัญชาก็ได้ออกอุบายว่าจะประกอบพิธีรักษาลูกสาวให้ เพราะเด็กถูกผีปอบเข้าสิง ซึ่งตนก็เข้าใจว่าพระบัญชาเก่งทางไสยศาสตร์ แต่ระหว่างทำพิธีพระบัญชาได้ให้ตนออกไปรอหน้ากุฏิ ก่อนเวลาผ่านไป 2 ชั่วโมง ลูกสาวออกจากกุฏิด้วยอาการอิดโรย ก่อนจะเล่าให้ตนฟังว่าถูกพระบัญชาใช้กำลังบังคับทำอนาจารข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ หลังได้รับแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ.สภ.พิบูลมังสาหาร ได้นำกำลังพร้อมหมายศาลเข้าจับกุมพระบัญชา ประสานพิมพ์ ที่หนีไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่วัดอ่างหินน้อย ต.บ้านแขม อ.พิบูลมังสาหาร ก่อนคุมตัวไปทำการสึก พร้อมดำเนินคดีในข้อหากระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี  เบื้องต้นพระบัญชา ประสานพิมพ์ หรือนายบัญชา จะยังคงให้การปฏิเสธก็ตาม แต่เจ้าหน้าที่มีหลักฐานเอาผิดได้ ขอบคุณข้อมูลข่าวจากเดลินิวส์ MThai News