รวมอุบัิติเหตุบนท้องถนน

เย็นนี้เต็มอิ่มกับ Penguin Eat Shabu Buffet เพนกวินกินชาบูบุฟเฟต์
Buffet /  ชาบู / 

เลิกงานแล้ว... เย็นนี้กินอะไรดี? มาๆ มาลองกินแพนกวิน เอ้ย กินชาบูอุ่นๆ กันดีมั้ยคะ ไปกันเลยที่ Penguin Eat Shabu Buffet เห็นชื่อร้านขึ้นว่าแพนกวินแบบนี้ อย่าเพิ่งตกใจนะคะ ร้านนี้ไม่มีเนื้อแพนกวินมาให้เราจิ้มจุ่มแน่นอน (เฮ้อ โล่งอกไปที) แต่จุดเด่นของร้านนี้คือบุฟเฟ่เนื้อวากิวแบบไม่อั้น!!! ในราคาสุดคุ้มเพียงคนละ 659 บาท งานนี้คนรักเนื้อลุกขึ้นเฮกันได้เลยค่ะ เฮ้! บรรยากาศในร้านก็โปร่งโล่งนั่งสบายค่ะ การตกแต่งก็มาตรงกับคอนเซปกับชื่อร้านเลย คือมีเจ้าตุ๊กตาแพนกวินเต็มไปหมด ทั้งหน้าร้าน บนโต๊ะ ผนังร้าน หรือแม้แต่ผ้ากันเปื่อนของพนักงานเสิร์ฟก็ยังเป็นรูปเจ้าแพนกวินขยิบตาให้เลยค่ะ น่ารักมากๆ เหมาะแก่การถ่ายรูป ชิคๆ คูลๆ ลง IG เป็นอย่างยิ่ง ที่นี้มาถึงไฮไลท์แล้ว ไหนๆ ทางร้านก็เคลมมาแล้วว่าเป็นบุฟเฟ่ชาบูเนื้อวากิวและริบอายแบบพรีเมี่ยม เราก็คงไม่พลาดที่จะสั่งเมนูเด็ดมาลองสักจานใหญ่ๆ เมื่อเนื้อมาถึงโต๊ะ โอ้โห้ แม่เจ้า นี่มันเนื้อวากิวในตำนานชัดๆ เส้นไขมันที่แทรกอยู่ระหว่างชิ้นเนื้อนั้นมันสวยงามน่าทานมากๆ ยิ่งพอได้ไปแกว่งในน้ำซุปหอมๆ พอสุกกำลังดี จิ้มน้ำจิ้มชาบูแล้ว หื้ม ฟินลืมเลยค่ะ แต่ถ้าใครไม่ทานเนื้ออย่าเพิ่งเศร้านะคะ ร้านนี้เขาก็มีเมนูเนื้อหมูคุโรบุตะและออฟชั่นชาบูอื่นๆ เหมือนกัน นอกจากจะมีเนื้อวากิวชาบูเป็นตัวชูโรงแล้วยังมีเมนูพรีเมี่ยมอื่นๆ ของเนื้อวากิวให้เราดื่มด่ำกันอีก นั่นก็คือ วากิวซูชินั่นเอง ถึงจะบอกว่าเป็นซูชิ แต่พอมาเสริฟกลับไม่เห็นข้าวซูชิเลยค่ะ เพราะโดนเนื้อวากิวทั้งแผ่นคลุมไปหมดทั้งจาน พอเห็นนี่แทบร้องกรี๊สออกมาเลย คือมันดีมาก จากนั้นต่อด้วยแซลมอนซูชิเผา และปิดท้ายเมนูของคาวด้วยไก่ทอดเทริยากิหอมๆ กรอบๆ ถือเป็นมื้อเย็นที่อิ่มอร่อยอ้วนถ้วนสมบูรณ์ และดีงามสมคำล่ำลือจริงๆ ค่ะ เพราะได้กินทั้งเมนูเกรดพรีเมี่ยมในราคาบุฟเฟ่ แถมยังอร่อยแบบแสงออกปากอีก มื้อนี้ฟินไปอีกนานค่า ราคาเริ่มต้น 359 บาท และบุฟเฟ่วากิว 659 บาท อ่านรีวิว Penguin Eat Shabu Buffet และชมรายการตามรอยนักชิมเพิ่มเติมได้ที่  http://food.mthai.com/mafia-food/106732.html

ตูน บอดี้สแลม ซีเรียส ข่าว ก้อย ท้อง ย้ำมีแผนในหัวแล้ว เมื่อไรเมื่อนั้น
ก้อย รัชวิน /  ตูน บอดี้สแลม

   ต้อยคอยออกมาเคลียร์กันเรื่อยๆ สำหรับข่าวลือของคู่รักนักร้อง อย่าง ตูน บอดี้สแลม และก้อย รัชวิน ที่ไม่ว่าจะขยับตัวทำอะไร ก็กลายเป็นประเด็นตลอดๆ ก็เพราะเวลาที่เริ่มลงตัว ที่แฟนๆของแต่ละฝ่าย ต่างก็รอลุ้นเมื่อไรจะมีข่าวดี ล่าสุดกับข่าวลือว่าฝ่ายหญิงท้อง งานนี้ตูนบอกเลยว่า ถึงแม้ทั้งคู่จะขำๆ กับข่าวดังกล่าว แต่ส่วนตัวตนซีเรียส ซีเรียสแทนที่บ้านก้อย เพราะเขาเป็นผู้หญิง เพราะมันไม่จริง สงสารเขา ข่าวค่อนข้างแรง    ทั้งนี้ ตูน ยืนยันว่า ข่าวลือไม่ใช่เรื่องจริงแน่นอน ซึ่งตนก็ไม่ได้ต้องการปิดบังอะไร อายุขนาดนี้แล้ว ไม่ใช่เด็กอายุ 17-18 ถ้ามันจริงเราก็พร้อมบอก ส่วนเรื่องข่าวดี ถ้าทุกอย่างลงตัว ตนไม่ปิดแน่ เพราะย้ำเสมออยากมีครอบครัว แต่เป็นเมื่อไรนั้น เรื่องแต่งงาน ตนมีไว้ในหัวแล้ว เมื่อไรยังไม่แน่ใจ ต้องรอหลายๆ อย่างลงตัวก่อน เอาเป็นว่าเมื่อไรเมื่อนั้น ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสด, kskm_29,  artiwara, rachwinwong

ไค EXO ได้รับบาดเจ็บกลางเวทีคอนเสิร์ต EXO PLANET #3
EXO /  EXO PLANET #3 / 

ไค (คิม จงอิน) แดนซ์แมชชีนแห่งบอยแบนด์สุดฮอต EXO (เอ็กโซ) ขาแพลงกลางเวทีคอนเสิร์ต EXO PLANET #3 – The EXO’rDIUM ไค EXO ไค EXO ได้รับบาดเจ็บขณะการทำแสดงคอนเสิร์ตครั้งใหญ่ EXO PLANET #3 – The EXO’rDIUM กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ รอบวานนี้ (23 ก.ค.) ส่งผลให้เขาขาแพลง ไม่สามารถร่วมแสดงคอนเสิร์ตรอบวันนี้จนจบได้ ในช่วงนี้ของคอนเสิร์ต ไค ปรากฏตัวบนรถเข็นวีลแชร์ เขากล่าวขอโทษที่ไม่สามารถแสดงคอนเสิร์ตได้อย่างเต็มที่ แต่ก็บอกให้แฟนๆ ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะเขาได้รับบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อเท่านั้น #GetWellSoonKai we always love and support youpic.twitter.com/Fmg8N8OaFW — jongin (@xokjixo) July 24, 2016 ก่อนที่คอนเสิร์ตรอบวันนี้จะเริ่มแสดง แฟนคลับสามารถเก็บภาพและคลิปวิดีโอขณะที่ ไค เดินทางมาที่สถานที่จัดงาน โดยเขาต้องให้ทีมงานพยุงและใช้รถเข็นวีลแชร์ช่วยในการเดินทาง [FANCAM] 160724 Kai arriving for EXO PLANET #3 - The EXO'rDIUM#GetWellSoonKai cr: JONG1DAE pic.twitter.com/tvnQxzSNBS — e)(o global (@EXOGlobal) July 24, 2016 ภาพบรรยากาศคอนเสิร์ต EXO PLANET #3 – The EXO’rDIUM  ข้อมูลจาก TV report / ภาพจาก SM Entertainment มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ทริปสุดชิล! ของวีเจจ๋า กับ 9 ที่ท่องเที่ยวในอังกฤษ
ดาราพาเที่ยว /  ที่เที่ยวต่างประเทศ / 

จ๋า ณัฐฐาวีรนุช ทองมี (วรัลชญาน์ จินดารักษ์วงศ์) หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ "วีเจจ๋า" เป็นดาราอีกหนึ่งคนที่หลงรักการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะในเมืองไทย หรือเมืองนอก เราจะเห็นภาพสวยๆ ถ่ายทอดผ่านอินสตาแกรมให้ได้ชมกัน  ล่าสุดเธอกำลังเที่ยวอยู่ที่ประเทศอังกฤษ มีสถานที่สวยๆ เยอะแยะไปหมด ไปดูซิว่าไปเที่ยวไหนกันบ้าง ^^ ทริปสุดชิล! ของวีเจจ๋า กับ 9 ที่ท่องเที่ยวในอังกฤษ วีเจจ๋า เป็นดาราอีกหนึ่งคนที่หลงรักการท่องเที่ยว เธอมักแชร์ภาพสวยๆ ผ่านไอจีให้เราเห็นกันตลอด ล่าสุดเธอได้ไปเที่ยวประเทศอังกฤษ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อ เต็มไปด้วยความสวยงามของเมืองและความน่ารักผู้คนในย่านนั้นๆ เราไปติดตามกันค่ะว่า เธอไปเที่ยวที่ไหนบ้าง ... >,< และดูเหมือนว่าทริปนี้ยังไม่จบ แฟนๆ อาจจะได้เห็นภาพสวยงามของเมือง บรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ก็ได้นะ ^^ รอติดตามๆๆๆ นอกจากนี้เธอยังมีอีกหนึ่งอินสตาแกรม ชื่อ jjourneybyvjja ที่ใช้เก็บเรื่องราว ไลฟ์สไตล์ต่างๆ ของเธอ ทั้งการท่องเที่ยวในไทยและต่างประเทศ ถ่ายทอดภาพสวยๆ ของเมืองต่างๆ ธรรมชาติที่รายล้อม 1. Richmond Thames Riverfront "happy in lavender cluster near Thames river" เมืองริชมอนด์ (Richmond) นี้จะมีแม่น้ำเทมส์ไหลผ่านยาวตลอดสายเชื่อมเข้าใจกลางเมืองลอนดอน เมืองริชมอนด์ ยังมีสถานที่สวยงามมากมาย ทั้งสวนสาธารณะ บ้านเก่าแก่ที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ รวมถึงมีร้านค้า ร้านอาหารชื่อดังตั้งอยู่ที่นี่ด้วย นอกจากนี้เวลามาเมืองริชมอนด์ ก็ต้องไม่พลาดแวะชม แฮมป์ตัน คอร์ท พาเลซ (Hampton Court Palace) พระราชวังแห่งราชวงศ์ทิวเดอร์ที่เก่าแก่ที่สุดในอังกฤษ และ คิว การ์เดน (Royal Botanic Gardens, Kew) ที่มีเนื้อที่ 300 เอเคอร์ และมีพืชพรรณมากกว่า 40,000 ชนิด 2. Brick Lane Market "โลกนี้มีสิ่งรื่นรมย์มากมาย" Brick Lane เป็นตลาด Sunday Market ที่ออกออกแนวอินดี้หน่อยๆ มักมีศิลปิน เล่นดนตรีกันตามท้องถนน มีของวินเทจขายเยอะมากๆ มีของขายแบกับพื้น แล้วก็อาหารที่มีให้เลือกหลากหลายชาติ 3. Soho, London ย่านโซโห (Soho) นั้นเรียกได้ว่าครบในหลายสิ่งทั้งแหล่งท่องเที่ยว หอศิลป์ โรงภาพยนตร์ บ้านเรือนฮิปๆ ผับบาร์ ร้านอาหาร ร้านกาแฟที่เปิดกันทั้งวันทั้งคืน ร้านค้าแนววินเทจ เป็นต้น ซึ่งถนนแถบนี้จะเป็นสไตล์ดิบๆ พังค์ๆ มีหลากหลายสไตล์ผสมผสานกัน ตั้งแต่ร้านหรูหราจนถึงร้านข้างทางธรรมดา อีกทั้งยังเป็นจุดที่ขึ้นชื่อว่าเป็น แหล่งรวมคู่รักร่วมเพศชายแห่งลอนดอนอีกด้วย (อุ๊ปส์ >,<) นอกจากนี้ ย่านโซโห ยังตั้งอยู่ไม่ไกลจากที่ท่องเที่ยวที่เป็นแลนด์มาร์กของอังกฤษ เช่น หอนาฬิกา Big Ben , โบสถ์ Wesminster , ชิงช้าสวรรรค์ London Eye เป็นต้น ที่นี่ยังมีอาหารขึ้นชื่ออยู่หลายร้าน เช่น ร้านอาหารเวียดนาม, ร้าน Burger & Lobster และ The Duck and Rice เป็นต้น วีเจจ๋า : "มีโอกาสมาชิมร้านนี้ The Duck and Rice SOHO, London อร่อยสมคำร่ำลือจริงๆ นอกจากเป็ดแล้ว ปลาหมึกทอดเกลือที่นี่อร่อยมาก ซี่โครงหมู ผัดมะเขือม่วง กุ้งวาซาบิ ติ่มซำหอยเชลล์ก็จัดว่าเด็ด ร้านแต่งสวยมากด้วย ถ้าได้มาก็ไปลองกันนะคะ @theduckandrice" 4. Pulteney Bridge สะพานพัลต์นีย์ (Pulteney Bridge) เป็นหนึ่งในสะพานที่สวยที่สุดในโลก ตั้งอยู่ที่เมืองเล็กๆ ชื่อ บาธ (Bath)  5. Bath Town Centre " ไอเดียเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้เมืองมีเสน่ห์ 🇬🇧 just a small lovely idea can lighten up the town 🇬🇧 " บาธ (Bath) ซึ่งเป็นเมืองเก่าแก่แห่งหนึ่งของสหราชอาณาจักร ที่มีศิลปะยุคโรมันที่หลงเหลืออยู่มากมาย ความสวยงามของสถาปัตยกรรมยุคจอร์เจียนและความงดงามและความยิ่งใหญ่ทาง ประวัติศาสตร์ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่บาธได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในเมืองมรดกโลก เมืองที่มีชื่อเสียงระดับโลกแห่งนี้ได้ก่อกำเนิดและพัฒนาขึ้นจากเมืองที่มีบ่อน้ำพุร้อนซึ่งต่อมาจึงได้ใช้เป็นชื่อของเมืองนี้ บาธเป็นเมืองที่มีความเจริญและมีชีวิตชีวา เป็นการผสมผสานระหว่างประวัติศาสตร์ที่ชวนตื่นตาตื่นใจและพิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี สวนและสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆอีกมากมาย ฉันหลงรักเมืองนี้ 6. Bibury หมู่บ้านที่สวยที่สุดในอังกฤษ เมืองเล็กๆที่น่ารักมากๆ มีโอกาสได้แวะมาทานอาหารเที่ยง ที่มีมีฟาร์มปลา trout และมีโรงแรม Swan น่ารักและโรแมนติคมากเลย มีคนมาถ่ายพรีเวดดิ้งกันเยอะ ลำธารใสๆไหลเรื่อยๆ มีทั้งเป็ดทั้งหงส์ บรรยากาศดี๊ดีนั่งมองทั้งวันก็ไม่เบื่อ อ่านเพิ่มเติม ครั้งหนึ่งคนเดียว ที่ “Bibury” หมู่บ้านที่สวยที่สุดในอังกฤษ 7. Bourton on the Water เป็นอีกหนึ่งหมูาบ้านน่ารักๆ ที่มีความสวยงามเป็นอันดับต้นๆ เช่นเดียวกับ Bibury ตั้งอยู่ใน Cotswolds แถบ Gloucestershire ความโดดเด่นของที่นี่อยู่ตรงที่การสร้างอาคารบ้านเรือน ที่ใช้หินในการปลูกสร้าง บ้านหลายหลังในหมู่บ้านมีอายุมากกว่า 300 ปี  มีแม่น้ำขนาดเล็กไหลผ่าน สามารถเดินลงไปเล่นน้ำได้ เมือง Bourton ในวันที่แดดดีมากกกก (คือร้อนเท่าไทย) ผู้คนจะออกมานั่งริมน้ำกัน ปิคนิค พาเด็ก พาหมามาเดินเล่น ทุกคนมีความสุขกับกิจกรรมครอบครัว ฟ้าใส น้ำเย็น มีแต่รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และ ไอติม :-) 8. Carnaby Street บ้านเกิดของแฟชั่นและการปฏิวัติด้านวัฒนธรรมในช่วงยุค 60 ถนน Carnaby มีสินค้าขายกว่า 150 แบรนด์ ร้านอาหารและบาร์มากกว่า 50 ร้าน ก้าวลอดซุ้มประตูที่เป็นสัญลักษณ์ของถนนเส้นนี้ ก็จะพบกับร้านค้ามากมายหลายแบบผสมผสานกันอย่างน่าสนใจ ทั้งร้านบูติก แบรนด์ที่เป็นมรดกตกทอด และแบรนด์ใหม่ของเหล่าดีไซเนอร์ และยังมี ร้านอาหาร บาร์ คาเฟ่ และ ผับอังกฤษสุดเจ๋งที่เสริ์ฟเบียร์แท้ที่มีประวัติยาวนาน ให้เป็นตัวเลือกมากมาย และอย่าพลาดที่จะไปเยือนที่ Kingly Court อยู่ใกล้ๆ กัน 9. Stonehenge (สโตนเฮนจ์) เป็นอนุสรณ์สถาน ยุคก่อนประวัติศาสตร์ กลางทุ่งราบกว้างใหญ่บนที่ราบซอลส์บรี (Salisbury Plain) ในบริเวณตอนใต้ของเกาะอังกฤษ ตัวอนุสรณ์สถานประกอบด้วยแท่งหินขนาดยักษ์ 112 ก้อน ตั้งเรียงกันเป็นวงกลมซ้อนกัน 3 วง แท่งหินบางอันตั้งขึ้น บางอันวางนอนลง และบางอันก็ถูกวางซ้อนอยู่ข้างบน สโตนเฮนจ์และบริเวณโดยรอบได้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1986 และยังถูกจัดให้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคกลางอีกด้วย ขอบคุณรูปภาพ @vj_ja , @jjourneybyvjja

ดราม่าหนัก! เเฟนกัมพูชารุมประณามไทย-ทำคลิปล้อหลังไร้มารยาท (มีคลิป)
กัมพูชา /  ชัยยง ขำเปี่ยม / 

แฟนบอลกัมพูชาไม่จบทำคลิปล้อรุมประณามช้างศึก U16 ปี หลังเเสดงพฤติกรรมไม่หมาะเต้นท่าล้อเลียนนายด่านออสเตรเลีย เกิดประเด็นดร่ามาอย่างหนักในศึกชิงเเชมป์อาเซียนรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปีที่ประเทศกัมพูชา โดยประเด็นดังกล่าวเกินขึ้ระหว่างที่ทีมชาติไทยดวลจุดโทษพ่ายทีมออสเตรเลียไปด้วยสกอร์ร่วม 8-6 หลังเสมอกันในเวลา 90 นาที 3-3 เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดย "เจ้ากรีน" สุมนะ สลับเพชร ผู้เล่นคนเเรกของช้างศึก U16 หลังยิงจุดโทษเข้า จากนั้นไปเเสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลังเดินไปเต้นท่าล้อเล่นใส่ต่อหน้าผู้รักษาของออสเตรเลีย จนเป็นเหตุให้ผู้ตัดสินต้องควักใบเหลืองให้ทันที พร้อมกันนี้เเฟนบอลชาวกัมพูชายังเอาเหตุการณ์ดังกล่าวมาทำเป็นคลิปล้อเลียนอย่างสนุกสนาน เพราะท้ายที่สุดเป็นทีมชาติไทยที่พ่ายในการดวลจุดโทษในครั้งนี้

ไม่จบ!! เจนี่ เผยเหตุ บุ๋ม เซย์โนทุกข้อเสนอ-ไม่รับ3ล.!!
บุ๋ม ปนัดดา /  ข่าว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ / 

  คาราคาซังมานานสำหรับปัญหาโลกแตกระหว่างสองฟิตเนสของนางเอกสาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ กับ บุ๋ม ปนัดดา ที่กลายเป็นดราม่าใหญ่โตจนถึงกับต้องตั้งโต๊ะแถลงข่าวและจ้างทนายมาจัดการกันเลยทีเดียว โดยล่าสุดหลังจากที่ เจนี่ ได้ยื่นข้อเสนอให้กับทาง บุ๋ม ปนัดดา ไปแล้วนั้น ด้าน บุ๋ม ปนัดดา ถึงกับรับไม่ได้กับเงื่อนไขที่อีกฝ่ายจะยอมจ่ายเงิน 3 ล้าน แต่ตนต้องออกมาแถลงข่าวขอบคุณและขอโทษ สาวเจนี่ ผ่านสื่อ   ล่าสุดวันนี้ (22ก.ค.59) เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ได้มาร่วมงาน วัตสัน ฉลองครบรอบ 20 ปี ณ ลานแฟชั่นฮอลล์ สยามพารากอน พร้อมกับเปิดใจถึงปัญหาที่ยังคาราคาซังกับ บุ๋ม ปนัดดา แจงตามสัญญาข้อ 7.5 ใครทำให้อีกฝ่ายเสียหาย เสียชื่อ คนนั้นต้องรับผิดชอบ คือทางตนยินดีจะจ่าย 3 ล้านให้แล้ว แต่อีกฝ่ายขออยู่ต่อ 5 เดือน ซึ่งตนก็ไม่ว่า แต่ต้องจ่ายค่าน้ำค่าไฟด้วย ที่ผ่านมาอีกฝ่ายไม่เคยจ่ายค่าเช่าเลย ลั่นตอนนี้ส่งใบยกเลิกสัญญาไปแล้ว ให้เวลา 60 วันตามกฎหมาย ส่วนเรื่องรายละเอียดให้คุยกับทนายความเพราะกลัวข้อมูลคลาดเคลื่อน ซึ่งตนไม่รู้จะคุยอะไรกับอีกฝ่าย เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องธุรกิจ แต่ยังนับถืออีกฝ่ายเป็นพี่อยู่ ณ ตอนนี้เลยจุดที่จะให้ออกมาแถลงขอโทษแล้ว ทำทุกอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่อยากให้เป็นคดี ทำหน้าที่ให้ดีสุด และจะจำไว้เป็นบทเรียน ความคืบหน้าคดีตกลงสรุปยังไง?   "จริงๆ เรื่องมันมีอัพเดทเป็นลายลักษณ์อักษร และโนทิส ที่พี่บุ๋มบอกว่าเจนี่ส่งไป จริงๆ ไม่ใช่โนทิสแต่เป็นตัว สัญญายกเลิก รายละเอียดของสัญญายกเลิกการเช่าพื้นที่ คืออยู่ได้ต่ออีก 60 วัน และฝ่ายพี่บุ๋มเซ็นรับรู้แล้ว" มีการจ่ายเงินให้แล้ว?   "เจนี่ยังไม่ได้จ่ายเพราะว่า จริงๆ แล้วข้อตกลง เพราะข้อเสนอที่เราเสนอไป ฝั่งเขายังไม่โอเค อย่างข้อเสนอที่เจนี่เสนอไปเช่นว่า เจนี่จะจ่าย 3 ล้าน แต่ว่าฝั่งพี่บุ๋ม ขออยู่ต่ออีก 5 เดือน โดยที่ไม่จ่ายค่าเช่า และค่าน้ำ ค่าไฟ ถ้าถามทางตัวเจนี่ เรารับผิดชอบไม่ไหว เพราะเจนี่มีลูกบ้านทั้งหมด 8 บ้าน และทั้ง 8 บ้าน จ่ายค่าเช่าล่วงหน้ามาอย่างน้อย 6 เดือน รวมทั้งค่าน้ำค่าไฟ แต่ทางสแมชยิม เจนี่ยังไม่เคยได้รับเงินทั้งก่อนเปิดจนถึงวันนี้ ก็ยังไม่ได้รับเงินสักบาท" บุ๋มบอกไม่ได้รับความเป็นธรรม?   "ถามว่าเป็นธรรมหรือ ไม่เป็นธรรม คือเจนี่ยอมรับผิดชอบ เรื่องค่าเช่าตรงนี้ด้วยตัวเองไม่ไหวจริงๆ" ทาง บุ๋ม กล่าวว่า ทางเจนี่ ยื่นข้อเสนอไป 8 ข้อ หนึ่งในนั้น คือให้ฝ่าย บุ๋ม แภลงข่าว ขอบคุณและขอโทษ?   "จริงๆในสัญญาที่เซ็นกันไว้อยู่แล้ว มีข้อ 7.5 ได้กล่าวไว้ว่า ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำให้อีกฝ่ายหนึ่งเสียชื่อเสียงก็ต้องรับผิดชอบ มันมีอยู่ในสัญญา แต่ว่าหลังจากต่างคนต่างแถลงข่าว แล้วตกลงกันที่ว่าเจนี่ยอมที่จะจ่าย 3 ล้านบาท เพื่อจะซื้อพื้นที่ฝั่ง สแมชยิม คืนกลับมา แต่ฝั่งโน้นบอกว่าขออยู่ต่ออีก 5 เดือน โดยที่ไม่จ่ายค่าเช่าเลย" รับข้อเสนอไม่ได้?   "ไม่ใช่ แต่ว่าตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ ฝั่งสแมชยังไม่เคยจ่ายค่าเช่าให้เจนี่เลย แล้วจะขออยู่ต่ออีก 5 เดือน โดยที่ไม่จ่ายค่าเช่า และค่าน้ำค่าไฟ อันนี้คือเราต้องเข้าใจกันนิดฟนึ่ง เจนี่มีลูกบ้าน 8 บ้าน จ่ายค่าเช่า และค่าน้ำค่าไฟล่วงหน้า อย่างน้อย 6 เดือน มีแค่สแมชยิมที่ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ เจนี่ยังไม่เคยได้เงินสักบาท" เคลียร์กันไม่ได้?   "จริงๆ ถ้าเจนี่เป็นผู้เช่า เจนี่ก็จ่ายนะ (ยิ้ม) ณ วันนี้ เราส่งใบยกเลิกสัญญาไปแล้ว เป็นลายลักษณ์อักษรด้วย สแมชยิม ไม่ได้เช่าพื้นที่ของเจนี่แล้ว เราให้เวลาเขาย้ายออกตามกฎหมายคือ 60 วัน" คุยกับบุ๋มหรือยัง?   "ถามทางเจนี่ เรื่องกฎหมายเป็นเรื่องมีรายละเอียด และฝ่ายเจนี่มีทนายที่คุยกับทนายฝ่ายพี่บุ๋มด้วย ตัวเจนี่ไม่อยากคุยเอง เพราะถ้าเกิดมีข้อมูลหรืออะไรที่คลาดเคลื่อนกัน จะทำให้2ฝ่าย เข้าใจผิดกันได้ เพราะฉะนั้นทนายของฝั่งเจนี่ได้อธิบายทุกอย่างให้ฝั่งนั้นเข้าใจแล้ว" ในส่วนที่ฝ่ายบุ๋ม อยากให้ เจนี่ มาคุยด้วยตัวเอง คงไม่มีโอกาส?   "ส่วนตัวไม่รู้จะพูดคุยอะไร เจนี่ไม่รู้จะคุยอะไร ถ้าพี่นักข่าว เป็นผู้เช่าแล้วไม่ได้จ่ายเงิน เจนี่คงไม่รู้จะคุยอะไร" โกรธกันไหม?   "อันนี้มันเป็นเรื่องของธุรกิจ ถ้าพูดถึงตัวพี่บุ๋ม เจนี่ยังนับถือ พี่บุ๋มเป็นพี่คนหนึ่ง แต่ถ้าพูดถึงธุรกิจ เจนี่ต้องใช้เงินของตัวเอง ควักออก เราทำธุรกิจไง แต่คนอื่ยมาเช่าเจนี่แล้วเขาให้เงินเจนี่มา 6 เดือนล่วงหน้า เจนี่ก็ยังรับผิดชอบได้ แต่ฝั่งของพี่บุ๋มมันเป็นพื้นที่ใหญ่ที่สุดของยิม เช่าเยอะที่สุด ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่อนข้างที่จะแพง เจนี่รับผิดชอบตรงนี้ไม่ไหว" สัญญาบอกว่า 60 วัน ต้องออก ถ้าไม่ออกจะดำเนินการยังไง?   "อันนี้ต้องรอให้ถึงวันนั้นก่อน ส่วนที่พี่บุ่มบอกว่าจะทุบตึกทิ้ง เจนี่คิดว่าพี่บุ๋มไม่ใช่คนแบบนั้นหรอก (ยิ้ม) ส่วนเรื่องแถลงขอบคุณและขอโทษพี่บุ๋มบอกว่าอยากให้เจนี่ไปแถลงด้วย จริงๆ เจนี่คิดว่า มันเลยจุดตรงนั้นมาแล้ว ตอนนี้ทุกอย่างที่ทำคือลายลักษณ์อักษรเท่านั้น ถ้าคุยแบบนี้มันก็คือการคุยกันไป คุยกันมา เพราะฉะนั้นเป็นลายลักษณ์อักษรดีกว่า" เจนี่ไม่ได้ซีเรียสว่าบุ๋มต้องออกมาแถลงขอโทษ?   "เจนี่ว่ามันเลยจุดนั้นไปแล้ว ณ วันนี้เราเลยมาไกลแล้ว" บุ๋มบอกว่า 60 วัน น้อยไป?    "จริงๆ ตรงนี้เราเสนอไปแล้ว จะขออยู่ต่อเราไม่ได้ว่า แต่ต้องจ่ายค่าเช่า และค่าน้ำค่าไฟ แต่ทางเขาจะขออยู่โดยที่ไม่จ่าย ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าเช่า ระยะเวลา 5 เดือนมันมีผลกับตัวเจนี่ด้วย ที่เราต้องควักเงินตัวเองจ่าย ถามว่าจะจบยังไง เจนี่ขอให้กลายเป็นหน้าที่ของกฏหมายดีกว่า ตัวเจนี่เองไม่ได้อยากให้มันเป็นคดี และเจนี่ก็มั่นใจว่า ตัวพี่บุ๋มเองก็ไม่ได้อยากให้มาเป็นคดี เพราะฉะนั้นเราต่างคน ต่างทำหน้าที่ให้ดีที่สุด แล้วก็ถ้าเกิดพี่บุ๋มเขารู้ว่า เขาจะต้องทำยังไง ตรงนั้นเป็นส่วนของพี่บุ๋ม แต่ถ้าจะให้เจนี่มารับผิดชอบค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าเช่าของฝั้งสแมชยิมมันหนักเกินไป" ถ้าจ่ายค่าเช่าก็จบ?   "ตอนนี้มันไม่จบ เพราะว่ามีใบยกเลิกสัญญาไปแล้ว ยังไงเขาต้องคืนพื้นที่ให้ ถามว่ากลัวมองหน้ากันไม่ติดไหม จริงๆ เรื่องธุรกิจ ก็เป็นเรื่องธุรกิจเนอะเจนี่ยังรักและเคารพพี่บุ๋มเหมือนเดิม" บุ๋มขอประวิงเวลา?   "อันนั้นให้ทนายคุยดีกว่า" เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ   เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ   เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ   เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ   เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ   บุ๋ม ปนัดดา  

ร่วมสนุกชิงบัตรคอนเสิร์ต 45th THE LEGEND OF THE GUITAR
Big Ass /  Blackhead / 

ประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของวงการเพลงไทยจะต้องถูกจารึกไว้อีกครั้ง กับเทศกาลดนตรีระดับชาติ ในงาน 45th THE LEGEND OF THE GUITAR เนื่องในโอกาสครบรอบ 45 ปี ของตำนานหนังสือเพลง เดอะกีตาร์ พบกับศิลปินชั้นนำระดับประเทศถึง 3 ยุค กว่า 20 วง ตั้งแต่ยุค 1970 – ปัจจุบัน ในรูปแบบโชว์ ON GOING SHOW CASE บนเวทีเดียว อลังการงานสร้างด้วยฉาก และระบบแสง-สี-เสียงเต็มรูปแบบ! ชวนแฟนคลับเวบไซต์ music.mthai.com ร่วมสนุกชิงบัตรคอนเสิร์ต 45th THE LEGEND OF THE GUITAR ซึ่งจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม 2559 นี้ ณ เมืองไทย จีเอ็มเอ็ม ไลฟ์เฮ้าส์ ชั้น8 เซ็นทรัลเวิลด์ เพียงตอบคำถามดังนี้... Loading... คลิกหาคำตอบได้ที่นี่ ผู้โชคดีที่ตอบคำถามได้ถูกต้องและถูกใจทีมงาน จะได้รับบัตรคอนเสิร์ต 45th THE LEGEND OF THE GUITAR จำนวน 5 รางวัล (มูลค่าใบละ 1,600 บาท / รางวัลละ 2 ใบ) ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม เวลาเที่ยงตรง โดยทางทีมงานจะประกาศผลผู้โชคดีทางเว็บไซต์ music.mthai.com ภายในวันที่ 29 กรกฎาคมนี้

บทมันใช่ ! แจ๊ป - ฮิวโก้ ต้องยอมเล่น Deadstock : รัก ปี ลึก
Deadstock : รัก ปี ลึก /  จุลจักร จักรพงษ์ / 

บทมันใช่ ! แจ๊ป - ฮิวโก้ ต้องยอมเล่น Deadstock : รัก ปี ลึก ห่างหายจากการแสดงภาพยนตร์ไปนานหลายปี ล่าสุดนักร้องหนุ่มมาดเซอร์อย่าง ฮิวโก้ จุลจักร จักรพงษ์ ที่เอาดีด้านดนตรีจนมีชื่อเสียงโด่งดังและมีที่หลายคนชื่นชอบผลงานเพลงของเขา โดยปีนี้เราจะได้เห็นหนุ่มฮิวโก้ในภาพยนตร์เรื่อง Deadstock : รัก ปี ลึก ที่ควงคู่มากับนักร้องและนักดนตรีรุ่นน้องอย่าง แจ๊ป เดอะ ริชแมน ทอย ที่โดดเข้ามาเล่นภาพยนตร์เป็นเรื่องแรก พร้อมทั้งแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ให้ด้วย กับเพลง รักไม่มีราคา ซึ่งงานนี้ต้องบอกว่าทั้งสองหนุ่มถูกผู้กำกับและโปรดิวเซอร์ ชีวา ลาภินตั้งสุทธิ นักสะสมของเก่าและรถคลาสสิค ผู้คร่ำหวอดอยู่ในแวดวงของเก่า กล่อมให้มาเล่นหนังเรื่องนี้ด้วยกัน เพราะเป็นหนังที่เล่าถึงความรัก ความผูกพันธ์ ของกลุ่มคนที่เล่นของเก่า นักสะสมแผ่นเสียงและของหายาก ทั้งสองคนรับบทเป็นนักดนตรีที่เดินตามความฝันในยุค 90s ทั้งแจ๊ป และฮิวโก้ เผยว่า “จริง ๆ พวกเราทั้ง 2 คนเป็นนักดนตรีไม่ใช่นักแสดงมืออาชีพ แต่สำหรับเรื่องนี้มันเป็นหนังที่บทเขียนมาเพื่อพวกเรามากเราสองคนเล่นเป็นนักดนตรีที่มีความฝันอยากมีเพลงฮิต อยากมีคอนเสิร์ต และอยากร้องเพลงไปตามฝันของเราเรื่อย ๆ ส่วนตัวแล้วเราสองคนรู้จักกับชีวา ผู้กำกับและโปรดิวเซอร์เรื่องนี้กันอยู่แล้ว เราเหมือนเป็นเพื่อนเป็นพี่เป็นน้องกัน และเรายังสามารถพูดคุยกันได้ในทุก ๆ เรื่อง เช่น เรื่องเพลง เรื่องของเก่าของสะสม งานนี้ ไม่ได้ตัดสินใจอะไรยาก บทคือบทของเรา และหนังก็เป็นหนังของเพื่อนเรา พวกคุณอาจจะไม่ได้เห็นพวกเราในจอหนังบ่อย ๆ หรอกนะ ถ้าเบื่อที่จะเห็นพวกเราบนคอนเสิร์ต ก็มาดูพวกเราเล่นหนังดูบ้าง ให้กำลังใจกัน พวกคุณรักผม พวกผมก็รักพวกคุณ ฝากผลงานด้วยนะครับ” Deadstock : รัก ปี ลึก ภาพยนตร์แนวแฟชั่นแก๊งสเตอร์ เล่าถึงเรื่องราวมุมมองความรัก มิตรภาพ ความฝัน ผ่านชีวิตของโละ (เนตั้น แดนอรุณ รามณรงค์) เด็กกำพร้าที่อาศัยอยู่กับย่า เพราะกำพร้าตั้งแต่เด็กย่าจึงตั้งชื่อไว้ว่า โละ ซึ่งเป็นเหมือนความจงใจที่จะบอกว่าถูกทิ้งตั้งแต่เด็ก โละเติบโตมาและคลุกคลีมากับแวดวงของเก่าในยุคตลาดมืดจึงหลงใหลในของเก่า และนำมาต่อยอดเป็นการสร้างอาชีพเสริมให้ตัวเองเพื่อหวังให้ตนเองและย่ามีอนาคตที่สบาย โดยมีพี่ศักดา (ชีวา ลาภินตั้งสุทธิ) รุ่นพี่ที่โละเคารพคอยดูแลและให้ความช่วยเหลือ สั่งสอน ตักเตือนโละด้วยดีเสมอมา โละมีเพื่อนคู่ใจแต่ต่างวัยอย่างเจ๋ง (แจ๊ป เดอะ ริชแมนทอย) ที่มักจะมีอะไรก็จะเล่าให้เจ๋งฟังทุกอย่างโดยเฉพาะเรื่องความรักที่เกิดขึ้นกับแฟนสาวชื่อแอน (วสุ ปลื้มสกุลไทย) ความสัมพันธ์ของทุกคนและสิ่งของทุกอย่างถูกเล่าผ่านชีวิตของเด็กผู้ชายที่ชื่อ โละ สิ่งของบางอย่างอาจจะต้องรอเวลาถึงจะมีมูลค่า แล้วความรักล่ะ ? ต้องแค่ไหนถึงมีราคา Deadstock : รัก ปี ลึก ร่วมด้วยนักแสดงอีกมากมาย อาทิ เต๋า สมชาย เข็มกลัด, แจ๊ส ชวนชื่น, ฮิวโก้ จุลจักร จักรพงษ์, ลูกเกด เมธินี กิ่งพโยม, โจ๊กเกอร์, แอนนา ชวนชื่น, โบ๊ท วิบูลย์นันท์ โดยมีกำหนดเข้าฉาย 18 สิงหาคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์

รีวิวบุรีรัมย์ กับร้านอาหารน่านั่ง 12 ร้าน ตามไปกินกันให้พุงแตก
บุรีรัมย์ /  ร้านกาแฟ / 

ดินแดนถิ่นอีสาน มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าไปอยู่หลายที่ และร้านอาหารอีกเช่นกัน ปัจจุบันมีมากมายหลากยิ่งกว่าเอกมัย ทองหล่อบ้านเราเสียอีก ทั้งร้านที่เป็นร้านดั่งเดิม ที่ไปแล้วต้องแวะไปกินให้ได้ และร้านกาแฟชิคๆ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวคลายเหนือยได้ การท่องเที่ยวไม่ได้มีแค่ไปสถานที่แต่เพียงอย่างเดียว อย่าลืมเก็บความทรงจำและลิ้มรสชาติอาหารให้กลับมาเราให้เพื่อนฟังด้วย กับ 12 ร้านที่น่าสนใจ ไม่ไปถือว่าพลาดแน่นอนสำหรับ ' จังหวัดบุรีรัมย์ ' 1)  จิ้งนำ ขาหมู ‘ จิ้งนำ ขาหมู ‘ ขาหมู รสเด็ดเข้มข้นที่เปิดมายาวนานกว่า 50 ปี ขาหมูเจ้าอร่อยในตำนานของบุรีรัมย์ที่การันตีความอร่อยโดยนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปทาง อ.นางรอง เปิด-ปิด ทุกวัน : 06:00 – 20:00 น. ที่ตั้ง : ซอย โชคชัยสรรพกิจ ตำบล นางรอง อำเภอ นางรอง จังหวัด บุรีรัมย์ 31110 ————————————————————- 2) Klim Kitchen ‘ Klim Kitchen ‘ ร้านนี้อยู่ไม่ไกลจากตัว โรงพยาบาล บุรีรัมย์ ราคาค่อนข้างสูงแต่พอได้ลิ้มรสชาติจริง ถือว่าไม่แพงอย่างที่คิด กับรสชาติที่อร่อยและเหมาะสมกับราคา เปิด-ปิด ทุกวัน 10:30–14:00, 17:00–22:00 น. ที่ตั้ง : ถนน หน้าสถานี เมือง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ บุรีรัมย์ 31000 Facebook : Klim Kitchen ————————————————————- 3) White Cottage Cafe   ‘ White Cottage Cafe ‘ ร้านขนมวานที่โดดเด่นในเรืองของบิงซู ร้านตกแต่งเป็นโทนสีขาวสะอาดตา และทำให้ถ่ายรูปอาหารสวยไปด้วย ถ่ายรูปกันเพลินเลยค่ะงานนนี้ เปิด-ปิด : วันจันทร์ 10.00 - 20.00 น. , วันพุธ - อาทิตย์ 10.00 - 20.00 น. ที่ตั้ง : ตรงข้าม รพ นางรอง  ต.นางรอง จ.บุรีรัมย์, อำเภอนางรอง 31110 Facebook : White Cottage Cafe ————————————————————- 4) MaoMilk ‘ MaoMilk ‘ ร้านนี้เหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัยที่ต้องการนั่งชิวกินนมเป็นร้านนมที่น่านั่งร้านหนึ่งในอำเภอเมืองบุรีรัมย์ บรรยากาศของร้านมี 2 แบบ 2 อารมณ์ คือ ด้านนอกร้านที่เป็นบรรกาศริมถนนจิระรับลมธรรมชาติ ส่วนในร้านก็เป็นความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ แต่จำนวนที่นั่งในร้านค่อนข้างน้อยจึงทำให้ข้างในที่นั่งไม่ค่อยว่าง เปิด-ปิด : ทุกวัน 11:00 - 22:00 ที่ตั้ง : หน้ามหาวิทยาลัยราชฏัชบุรีรัมย์  Box2 ตำบล ในเมือง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ บุรีรัมย์ Facebook : MaoMilk ————————————————————- 5) A day awesome ‘ A day awesome ‘ เอกลักษณ์ของร้านนี้คงอยู่ต้นจามจุรีต้นใหญ่ช่วยให้ร่มเงา เป็นร้านเล็กๆ ตกแต่งง่ายๆ  เค้กที่ดูหน้าตาธรรมดาๆ แต่รสชาติดี เนื้อนุ่ม ไม่หวานมาก เปิด-ปิด : ทุกวัน  07.00 - 22.00 น. ที่ตั้ง : ร้านอยู่ในซอยเเสนสุข ตรงข้ามสำนักงานทนายความ ก่อนถึง สหกรณ์ออมทรัพย์ครู Facebook : A day awesome ————————————————————- 6) cafe de bu ‘ cafe de bu ‘ คาเฟ่ตกแต่งแนวยุโรป จุดเด่นคือมีฟาร์มแกะและกังหันตัวใหญ่ เป็นเอกลักษ์ของคาเฟ่ เดอ บู เซ็ตอาหารมีหลายมื้อตั้งแต่เช้า กลางวัน เย็น อาหารเช้าอย่างคันทรี่เบรคฟาสต์ เซ็ตอาหารเที่ยงจะเป็นอาหารจานเดียว หรือจะเป็นดินเนอร์มื้อเย็น ราคาไม่แพง เปิด-ปิด : จันทร์ - ศุกร์ 7.00 - 23.00 น. , เสาร์ - อาทิตย์ 10.00 - 23.00 น. ที่ตั้ง : 399 หมู่ 18 ถนนบุรีรัมย์-ประโคนชัย, อำเภอเมือง, Buri Ram Facebook : cafe de bu  ————————————————————- 7) Ease café ‘ Ease café ‘ ร้านแนววัยรุ่น มองดูภายนอกคิดว่าเป็นร้านขนมน่ารัก ชิลล์ๆ แต่เมื่อลองเข้าไป เป็นเมนูจัดหนักจัดเต็ม เมนูที่ขึ้นเลยคือเมนูหม้อไฟ และเมนูไทยๆ อีกหลากหลายเมนูเลย เปิด-ปิด : จันทร์ - เสาร์ 10.00 - 20.00 น. ที่ตั้ง : ซอยแสนสุข (ซอยข้างสหกรณ์ออมทรัพย์ครู) ร้านอยู่ตรงข้าวโรงแรม La viva Facebook : Ease café ————————————————————- 8) บ้านหมี สเต็กxนมสด - บุรีรัมย์ ‘ บ้านหมี สเต็กxนมสด - บุรีรัมย์ ‘ เป้นร้านที่ขายอาหารได้หลากหลายเมนูจริงๆ เป็นร้านที่มีบรรยากาศโล่งๆ สไตล์แบบนี้วัยรุ่นชอบ เมนูที่ขายจะมี เบอร์เกอร์ กุ้งถัง ปังเย็น ปังปิ้ง สเต็ก แต่เป็นเมนูหลักๆ เลยจะเป็นเมนูสเต็ก และเน้นขายอาหารที่ตามกระแส อย่างกุ้งถังนั่นเองค่ะ เปิด-ปิด : ทุกวันเวลา 17.30-24.00 น. ที่ตั้ง : ร้านข้างทาง อยู่ก่อนข้ามทางรถไฟไปคลองถมหนองแปบ Facebook : บ้านหมี สเต็ก ————————————————————- 9) Bobby Bang Cafe ‘ Bobby Bang Cafe ‘ เป็นร้านขนมหวานที่มีบรรยากาศโล่งโปร่งสบาย โดนใจเด็กๆ แล้ววัยรุ่นแถวนั้นเป็นอย่างมาก โดยมีรูปปั้นน้องหมาตัวใหญ่อยู่หน้าร้าน ไว้ให้ถ่ายรูปเล่นกัน ส่วนเมนูก้มีให้เลือกเยอะ ทั้งอาหารคาว อาหารทานเล่น ไอศครีม ขนมหวาน ขนมเค้ก แพรเค้กร้อนๆ กลิ่นหอมๆ เปิด-ปิด : ทุกวันเวลา 09.30-19.00 น. ที่ตั้ง : อยู่ในโครงการใบเฟิร์น กรีน วิวล์ Facebook : Bobby Bang Cafe ————————————————————- 10) Imagine CAFE ‘ Imagine CAFE ‘ ใครที่ชอบร้านที่ตกแต่งแบบปูนเปลือย เล่นแสงไฟ ตกแต่งน้อยๆ แต่สวย ต้องร้านนี้เลยค่ะ สวยทั้งในแบบกลางวันและกลางคือ รับรองว่าถ่ายรูปสวย อาหารอร่อย ไม่พลาดที่จะถ่ายรูปอวดเพื่อนๆ เลยค่ะ เปิด-ปิด : ทุกวันเวลา 12.00-23.00 น. ที่ตั้ง : ตรงข้ามมหาวิทยาลัยราชภัฏ ถ.เสด็จนิวัติ (อนุสาวรีย์รัชกาลที่ ๑) ตำบล ในเมือง อำเภอ เมืองบุรีรัมย์ จังหวัด บุรีรัมย์ 31000 Facebook : Imagine CAFE ————————————————————- 11) Wake Up Cafe' ‘ Wake Up Cafe' ‘ น้ำแข็งไสเป่าปิงสไตล์ไต้หวันและน้ำแข็งไสบิงซูสไตล์เกาหลี เป็นเมนูยอดฮิตของ Wake Up Cafe เลยก็ว่าได้ เปิด-ปิด : อังคาร - อาทิตย์ 8.00-19.00 น. ที่ตั้ง : 34/11 ถนน อินจันทร์ณรงค์ อำเภอเมือง จังหวัด บุรีรัมย์ 31000 บุรีรัมย์ (เส้นหน้าสหกร์ออมทรัพย์ครู เยื้องร้านเนคกี้) Facebook : Wake Up Cafe' ————————————————————- 12) on the way cafe ‘ on the way cafe ‘ เป็นร้านที่บรรยากาศดี๊ดีทั้งกลางวันและกลางคืน ตกแต่งและประดับไฟได้อย่างสวยงาม ใครไม่ได้เป็นมือโปรกล้องก็ถ่ายสวยค่ะ และในเรื่องเมนูอาหาร ก้มีให้เลือกเยอะอีกเช่นกัน ทั้งคาวและหวาน จะกินจริงจังหรือกินเล่นก็ได้ มีให้บริการแบบครบครัน เปิด-ปิด : ทุกวัน 15.00-23.45 น. ที่ตั้ง : ประชาสามัคคี อำเภอ นางรอง บุรีรัมย์ 31110 Facebook : on the way cafe ————————————————————- 12 ร้านที่เราแนะนำมาทั้งหมใด ไม่ได้เป็นการจัดอันดับว่าร้านไหนอร่อยที่สุด การจัดอันดับคงต้องไปชิมกันด้วยตัวเองว่าจะให้คะแนนที่ร้านไหน และร้านอาหารอร่อยๆ ที่บุรีรัมย์ไม่ได้มีเพียงเท่านี้ ยังมีอีกมากมายหลายร้านที่ยังเลือกมาแนะนำไม่ครบ เพื่อนๆ คนไหนมี่ร้านอะไรแนะนำกันเข้ามาได้เลยค่ะ

เที่ยว 'เชียงใหม่' หน้าฝน จะไปต้องได้ไป!
ที่เที่ยวหน้าฝน /  ที่เที่ยวเชียงใหม่ / 

เดินทางครั้งนี้ ฉบับเดิมเน้น eco trip มีตังค์เท่าไรเอาไปลงกับการเที่ยวและกิน การเดินทางช่างมัน เฮ่ยย ๕๕๕ สรุปเราเดินทางโดยการนั่งรถทัวร์ครับ ทั้งขาไปและขากลับ ก่อนเดินทางก็จัดแจงจับจองนัดแนะกับบริษัทเช่ารถครับ ผมจองรถกับบริษัทท้องถิ่นมั้งไม่รู้เค้าเรียกอย่างนี้หรือเปล่า ครั้งนี้ผมใช้บริการร้าน "กินเที่ยว รถเช่า เชียงใหม่"  นัดแนะสถานที่รับรถและวันเวลาการรับรถคืนรถให้เรียบร้อยนะครับส่วนรายละเอียดค่าใช้จ่ายนั้น เดี๋ยวมีแนบให้ท้ายรีวิวครับ เที่ยว 'เชียงใหม่' หน้าฝน จะไปต้องได้ไป! Day 0 นับเป็น วันที่ 0 แล้วกันครับ  เพราะว่าเป็นวันเริ่มเดินทาง ใช้บริการรถทัวร์ของบริษัทสีฟ้าๆ ๕๕๕ ช่างมัน บริษัทอะไรก็ตามแต่ มาขึ้นรถกันที่ หมอชิต ครับ รอบ 20.35 กะให้ถึงเชียงใหม่เช้า เข้าที่พัก รับรถที่จองไว้ แล้วเที่ยวเลย Day1 ถึงแล้วครับเชียงใหม่ ตามเวลาเป๊ะเลย ตีห้ากว่าๆ เกือบครึ่งได้  พอลงรถปุ๊ปป คณะรถแดงมาจากไหนไม่รู้ รถแดงก่อจ้าววววว ๕๕๕  รู้ตัวอีกทีเดินตามป้าอะไรก็ไม่รู้ไปละต้อยๆ ==*  และนี่คือโฉมหน้าผู้โชคดี ที่พวกเรา ตกลงปลงใจเหมารถแดงในราคา 250 บาท อาเขต-วัดเจ็ดยอด หลังจากที่ตกลงปลงใจ ต่อราคา(ไม่ได้) ก็พากันขึ้นรถมา โชคดีที่ทริปนี้ได้ที่พักฟรี ด้วยเส้นล้วนๆ ไม่มีความผสมอะไรทั้งสิ้น ส่วนเจ้าของเส้นนั้น ได้ไปบอกทางอยู่ข้างๆ คนขับรถ พอเก็บของอาบน้ำ นอนพักเอาแรงนิดหน่อย ท้องก็ร้อง บริษัทรถโทรมาขอเลื่อนเวลาส่งรถ เลยพากันออกมาเดินเล่นครับ ที่แรกที่ไปเยือนก็คือวัดเจ็ดยอดหน้าหอนี่เองครับผม  ไปเดินฆ่าเวลา รอรถที่ได้โทรจองไว้ เผื่อเวลากินข้าวด้วย หลังจากกินข้าวเสร็จเวลาก็ปาไป 9 โมงกว่าๆได้ครับ พากันกลับขึ้นที่พักเตรียมสัมภาระ รอรถมาส่ง พอได้รถมาก็ปาไปประมาณ 09.30 ได้ก็เริ่มออกเดินทาง จุดมุ่งหมายแรกที่เราได้ปักธงไว้เลยนั่นก็คือ ดอยอินทนนท์ ใช้เวลาในการเดินทางราวๆ 2 ชั่วโมงกว่าๆ ได้ จากในตัวเมืองเชียงใหม่ครับ การเดินทางนี้ ไม่มีผู้ชำนาญเส้นทางแต่อย่างใด จึงได้อ้อนวอน ขอร้องผู้ช่วย ชื่อว่าคุณจีพีเอส ชื่อเล่น พี่จี แล้วกันเนาะ ตลอดการเดินทาง ไม่มีพี่จี พวกผมตายยย ๕๕๕ ถึงแล้ววววววววววว หลังจากที่หลงทางกันอย่างเมามัน โค้งผิดซอยบ้างอะไรบ้าง ๕๕๕ หากขาด พี่จี ไปนี่คงขับเลยไปอีกจังหวัดได้ละมั้ง T^T   พอมาถึง อช.ดอยอินทนนท์ ก่อนเข้าเค้าจะมีด่านเก็บค่าเข้านะครับ จอดรถข้างทางเลย พอลงจากรถปุ๊ป ก็มีป้าคนนึงมาบอกว่าเป็นนักศึกษาไปขอส่วนลดเลย เอาบัตรไปยื่นได้จาก 50 เหลือ 20 แล้วคุณป้าแกก็บอกว่า ช่วยซื้อพวกมาลัยป้าด้วย เดี๋ยวเอาไปไหว้ข้างบน ~   ครับคุณป้า ==* และนี่คือไอ่อ๊อด รถคู่ใจในทริปนี้ ๕๕๕ สมบุกสมบัน อาหารโปรดของไอ่อ๊อดคือ ไม้ไผ่ และท้ายรถตู้ ๕๕๕ ไม่ใช่ละๆ คันนี้เครื่อง 1500 พาขึ้นดอย 5 คน ได้รอดนะครับ สบายๆ เลย ระหว่างทางขึ้นก็มีละอองฝนปรอยๆ ขับไปได้สักครึ่งทางจะเห็นว่ามีหมอกบางๆ เป็นบางจุด และหนามากๆ จนไม่เห็นทางในหลายจุด ต้องระมัดระวังในการขับขี่นะครับสำหรับคนที่จะขับขึ้น ระหว่างทางก็จะเป็น หมอกบ้าง ละอองฝนบ้างครับ มีคนปั่นจักรยานขึ้น มีคนเดินขึ้น แน่นอนว่าไม่ใช่คนไทย ๕๕๕ คนนี้เจอโดยบังเอิญตอนลงถ่ายรูปครับ เขาบอกว่า ให้ช่วยถ่ายรูปให้ไหม แหม่ะ น้ำใจงามจริงๆ เลยชวนมาถ่ายภาพด้วยกันซะเลย แต่ไม่ได้ให้เขาติดรถขึ้นไปครับ เพราะในรถเต็มจริงๆ ไม่ได้แล้งน้ำใจน้า เกือบจะถึงยอดดอยแล้ววว แวะ กิ่วแม่ปาน สักหน่อย อากาศหนาวมากกกกกกกกกกก ยิ่งกว่าฤดูหนาวของ กทม. (ปล.ปิดให้ขึ้นชมตั้งแต่ มิ.ย.-ต.ค.) จุดนี้มีร้านอาหารด้วยนะครับ หมูปิ้ง คอหมูย่าง อะไรย่างมีหมดเลยครับ ปักหมุด ดอยอินทนนท์ ถึงสักที พอเปิดประตูรถเท่านั้นแหละ โอ้วววว หนาวจะอะไรจะขนาดนั้น หมอกลงแบบมองไม่เห็นทาง ๕๕๕ เหมือนจะมีฝนด้วย ไม่แน่ใจว่าเป็นน้ำค้างหรือเปล่า แต่เดินหัวเปียกกันทุกคนครับ แนะนำถ้าอยากฮิปส์เตอร์ให้ซื้อผ้ากันฝนสีๆ ไปถ่ายรูปด้วย ๕๕๕ เดินเล่นได้สักพักก็ทนความหนาวเหน็บไม่ได้ เอาดอกไม้ที่ซื้อมาไปไหว้ (ไม่แน่ใจว่าเค้าเรียกว่าอะไร) แล้วก็รีบขึ้นรถขับลงดอยกันครับ ระหว่างทางจะมีสถานที่ท่องเที่ยวให้ได้แวะเที่ยว มีเยอะพอสมควรครับ วันนี้พวกเราแวะกัน 2 ที่ มี หมู่บ้านแม่กลางหลวงที่ข้าวเพิ่งจะปลูกไปเอง และน้ำตกวชิรธาร เที่ยวดอยอิทนนท์เพลิน เดินไปถ่ายรูปไป เวลาก็ล่วงเลยไปประมาณ 4 โมงกว่าได้ครับ เดิมแพลนวันนี้ จะไปแกรนด์แคนยอนต่อ เลยรีบกินข้าวกันที่น้ำตก แล้วรีบขับมุ่งหน้าไปยังแกรนด์แคนยอนครับ แต่... มีแต่ครับ ฟ้าฝนช่างไม่เป็นใจ ได้กระหน่ำลงมาอย่างไม่เกรงใจพวกผมเลย ๕๕๕๕ พอเลี้ยวเข้าปากทางเข้าเท่านั้นแหละ ฝนกระหน่ำแบบ โอ๊ยยยย นี่ตั้งใจมามากนะเว้ยย แต่ด้วยฟ้าฝนไม่เอื้ออำนวย เลยตัดสินใจกลับเข้าเมืองครับ พอขับมาได้สัก 500 เมตร นั่นแหละ ฝนหยุดตกจ้า หึ่มมมม พรุ่งนี้ก็ได้ว้า ๕๕ เย็นนี้ไปพักใจกันที่ อ่างแก้ว มช. ก่อนก็ได้ นั่งกินลมชมวิวกันที่ อ่างแก้วแพรวพราวรื่นรมย์ เห็นเขาว่างั้น ๕๕๕๕ มานั่งได้สัก 10 นาที ฝนตกอีกแล้วครับท่านน T^T ตัดสินใจกลับที่พักมาชำระล้างร่างกาย เปลี่ยนชุด  กินข้าวเย็นนนกันเถอ หิวแล้วว ปิดจ็อบ day 1 เย้ๆๆ หลังจากอกหักมาจากแกรนด์แคนยอน และอ่างแก้วเพราะฝนตก กลับที่พักไปนอนทำสมาธิ ๕๕ ได้ข้อสรุปว่าจะไปหาอะไรกินที่ กาดหน้ามอ Day2 ตื่นเช้าแต่ไก่โห่ รีบปลุกพี่จี แล้วเหยียบรถขึ้นมาข้าวปลาไม่ยอมกิน ๕๕๕๕ กลัวไม่ทันอากาศดีๆ ๕๕๕ ใช้เวลาเดินทางจากในเมืองถึงม่อนแจ่ม ก็ราวๆ 45 นาทีได้ครับ ขึ้นมาถึงถือว่าคุ้มมากก มีอากาศดีๆ มีหมอกบางๆ  มีดอกไม้หลายๆชนิด มีผีเสื้อ มีภูเขา สวยมากก ใช้เวลาถ่ายรูป เดินเล่นสักพักก็ท้องร้องจ๊อกๆๆ พากันลงไปกินข้าวคับ กับข้าวข้างบนก็มีนะ แต่นศ.อย่างพวกเราไม่สู้จริงๆ แวะกินข้าวกินน้ำเสร็จ ขับรถลงดอยมาอีกนิด ระหว่างทางจะเป็น สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ที่นี่ ไม่ไกลจากม่อนแจ่มมาก สวยดี มีพืชทุกชนิดก็ว่าได้ บางชนิดยังปิดปรับปรุงอยู่นะครับ  ช่วงนี้อันนี้เขาไปเดินลอยฟ้ากันก็ปิดปรับปรุงอยู่นะ หลังจากชมนกชมไม้นานาพันธุ์ ก็ตกลงกันว่าเมื่อวานเราขาดไปที่นึง เรายังไม่ได้ไปเยือนแกรนด์แคนยอนเลย วันนี้ต้องไปให้ได้ ก็เลยรีบออกเดินทาง ๕๕๕ ถึงแล้ววว แกรนด์แคนยอนเชียงใหม่  ด้วยความคาดหวังว่าฝนจะไม่ตก มีลุ้นตลอดทาง มีครึ้มมาเล็กน้อย  แต่พอขับมาถึงโชคดีที่ฝนไม่ตก น่าเสียดายไม่ได้เอาชุดมาเปลี่ยนโดดน้ำ ปล.ฝรั่งเยอะมากกก หลังจากที่กินลมชมฝรั่ง เอ้ยยย ชมวิวที่แกรนด์แคนยอนเสร็จ เส้นทางเดียวกันขับรถเลยมาอีกสักพัก จะเจอกับ กับบ กับบบบบบ จะตื่นเต้นทำไม ? บ้านเก๊าไม้รีสอร์ท แวะถ่ายรูปกันเถอะะ  ก่อนเข้าแจ้งยามเขาก่อนนะครับ ปล.รูปประวัติศาสตร์มีรูปเดียวเท่านั้น นอกนั้นเผ่นนนนน ปิดทริป day 2 ครับ ภาคกลางคืน ท้องเริ่มร้อง เริ่มขับรถหาร้านอาหารพื้นเมือง ตกลงกันอยู่นานได้ข้อสรุปว่า ไปกินกันที่นิมมานครับ อยากบอกว่า วนหาที่จอดรถนานมากกก ถ้าจะไป รีบไปตอนเย็นๆ ได้ร้านต๋องเต็มโต๊ะ  พิกัด นิมมาน ซ.13 รอคิวยิ่งกว่า บอนชอนนะครับบอกเลย อาหารที่นี่อร่อยดีครับ มากันหลายๆคนจ่ายไม่กี่บาทเอง พอกินของคาวเสร็จ ของหวานต้องมาสิครับแหม่ะ ๕๕๕๕ แยกกระเพาะได้ดีงามมาก ร้านต่อไปเป็นร้านอ้อนนมสด หลังมช. ครับ มีขนมปังปิ้ง นึ่ง เปียก แห้ง อะไรก็ว่ากันไป พออิ่มแล้วก็กลับไปนอนนนน Day 3 วันนี้วันสุดท้ายแล้วของทริปนี้ วันนี้มีนัดคืนรถกับทางร้านเวลา 11.20 ครับ เลทให้ 2 ชม. ใจดีมากกกกกกก วันนี้ก็ตื่นสายนิดนึงไม่ได้ไปไหนไกลแล้วครับ ชวนกันว่าจะไปกินปาท่องโก๋ ซื้อของฝากกันที่กาดหลวง ปาท่องโก๋ไดโนเสาร์ บลาๆ ๕๕๕ รสชาติเป็นอย่างไร ไปชิมเอาเอง ที่กาดหลวง มาถึงที่นี่แล้วก็เลยแวะซื้อของฝากกลับบ้านด้วยเลย เย่ๆ กลับจากตลาดก็ได้เวลา คืนรถครับผมมม จากนี้ไปรถแดงเท่านั้น  กราบลาพี่จี ๕๕๕ วันนี้ไม่มีอะไรมากครับ เน้นสายชิว กลับมาจากตลาด ซื้อของเสร็จก็นอนพักผ่อนเอาแรง คืนรถ รับเงินประกันคืนก็เที่ยงกว่าๆ พอดี นี่คือสภาพหลังคืนรถแล้วครับ สำหรับคนที่มาเที่ยวแบบนี้หลายๆ คน แนะนำเช่ารถครับ  คิดว่าน่าจะดีกว่าเพราะว่าไปไหนสะดวกกว่ามากครับ จุดมุ่งหมายเที่ยงนี้ของพวกเราเป็น ร้านข้าวซอยนิมมาน ซอย 7 และ ไอเบอรี่ ซอย 17 ครับผม วันนี้พวกเราเลือกปิดทริป ที่ วัดพระสิงห์ และวัดปราสาท เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนกลับบ้าน เย้ๆ ไหว้พระกันเสร็จก็เย็นแล้วครับ ออกเดินทางตามหารถแดงไปเมย่า (MAYA) ซื้อของฝากให้พี่ยามกับป้าแม่บ้านที่หอ เย็นนี้กลับไปกินข้าวเย็นกันที่ร้านขายกับข้าวหน้าหอเลยครับ เสร็จก็เรียกรถแดงไปอาเขต กลับบ้านนนนนนน สรุปค่าใช้จ่ายตลอดทริปนี้ครับ ปิดทริป เชียงใหม่ (หน้าฝน) จะไปต้องได้ไป ในที่สุดทริปนี้ก็คลอดจนได้ กว่าจะได้มานี่ยากลำบากเหลือเกิน ๕๕๕๕ ลุ้นระทึกกับเคสบลาๆๆ แต่ช่างมันเถอะได้มาแล้วนี่นา ทริปนี้เรามาลุยกันที่เชียงใหม่ มาแบบงงๆ คิดแพลนก่อนมา 1 วัน กิกิ เค้าว่ากันว่าขึ้นดอยหน้าฝน ☔ เป็นอะไรที่ฟินมากๆ เลยอยากลองมาดูสักครั้ง ขอบคุณทุกคนน้าาา ที่มาด้วยกัน ขอบคุณที่ลุยไปด้วยกัน แม้บ้างที่มันลำบาก ๕๕๕ ไว้เราไปด้วยกันใหม่นะ C: #เชียงใหม่จะไปต้องได้ไป #ppnnfliveinchiangmai ขอบคุณรูปภาพ-ข้อมูล Facebook : Weerapon Baiya

ไอเดียแต่ง ร้านทำผม The force of nature ศิลปะแห่งสายน้ำ
ร้านทำผม /  ไอเดียแต่งร้าน

วันนี้ Decor.MThai ได้หยิบเรื่องราวจากหนังสือ Life and Home เป็นเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับ ไอเดียแต่ง ร้านทำผมThe force of nature ศิลปะแห่งสายน้ำ มาให้เพื่อนๆ ชมกันค่ะ บทความนี้เป็นบทความของคุณศิวนาถ เสนาประทุม ภาพประกอบสวยๆ จากธเนศ เปี่ยมหน้าไม้ ไอเดียแต่ง ร้านทำผม The force of nature ศิลปะแห่งสายน้ำ เมือเส้นสายความพลิ้วไหวแห่งสายน้ำ ถูกนำมาประยุกต์ให้เข้ากับงานดีไซน์ ด้วยการนำพลังแห่งธรรมชาติเข้ามาเล่าเรื่อง ภายใต้คอนเซ็ปต์ The force of mature ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Grand Canyon กับ Antelope Cave ในรัฐแอริโซนา กับการออกแบบที่ให้ความรู้สึกคล้ายผนังหินธรรมชาติ และเส้นสายยังให้ความรู้สึกถึงการเคลื่อนไหว และการไหลเวียนของสายน้ำอย่างไม่รู้จบ และนี่คือที่มาของ Chalachol bangkok กับการเปิดสาขาที่ 17 ด้วยงานดีไซน์ที่สะดุดตา แตกต่างจากร้านทำผมทั่วไป โดยเน้นให้ผู้มาเยือนเกิดความรู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติแบบเอ้าท์ดอร์ ภายใต้การออกแบบของคุณบดินทร์ พลางกรู อินทีเรียร์ดีไซเนอร์ และผู้ก่อตั้ง Context Studio ด้วยเทคนิคการขึ้นโครงไม้เป็นรูปทรงต่างๆ จากนั้นจึงทำสีพื้นผิวให้เสมือนหินจริงหากมองให้ลึกจะเห็นว่าร่องรอยที่เผยให้เห็นเป็นชั้นๆ นั้นยิ่งละหม้ายกระแสน้ำที่ไหลผ่าน ซึ่งสามารถทำให้เกิดประโยชน์ใช้สอยในความงามนั้นได้ไม่ว่าจะนำมาวางสินค้า เป็นโต๊ะ หรือเป็นที่นั่งได้อย่างสร้างสรรค์ ไม่เพียงแค่บรรยากาศการตกแต่งร้านที่ดึงดูดเท่านั้น แต่การเคลื่อนไหวของสายน้ำที่ฉายลงบนผนังห้องสระผม ยิ่งเผยให้เห็นการไหลเวียนของกระแสน้ำเสริมความสุนทรียศาสตร์ด้วยเสียงหยดน้ำ ช่วยสร้างความผ่อนคลายได้ไม่น้อย ติดตามอ่านเนื้อหาเพิ่มเติมในหนังสือ Life and Home ฉบับเดือน july 2016 จาก Mbookstore