รถเมล์สาย536

เสาร์นี้ วัดฝีมือ เคพีเอ็น #25 สาย D ใครจะอยู่ ใครจะไป!?
KPN Award /  KPN AWARD 25th / 

KPN AWARD 25th THE BATTLE RETURNS เสาร์นี้ วัดฝีมือ 6 ผู้เข้าแข่งขันสุดท้ายของ สาย D... ใครจะอยู่ ใครจะไป!? ลูกปลา อารียา โรจนดิษฐ์ ครูบี สุชัญญ์ญา นรปฏิพัทธิ์ ขับเคี่ยวกันมาอย่างดุเดือดได้สี่สัปดาห์แล้ว! สำหรับ รายการ เคพีเอ็น อวอร์ด ครั้งที่ 25 เดอะ แบทเทิล รีเทิร์น (KPN Award 25th The Battle Returns) ซึ่งในแต่ละสัปดาห์นั้น ถือเป็นการรวมพล ทั้ง 'ตัวพ่อ' และ 'ตัวแม่' ให้ได้กลับมาแข่งขันร้องเพลงและพ่นไฟใส่กัน ทั้งสนุกและเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ โดยสัปดาห์นี้ วันที่ 13 กุมภาพันธ์ พบกับผู้เข้าแข่งขัน 6 คนสุดท้ายจาก สาย D ที่จะมาชี้ชะตา... ใครจะอยู่ ใครจะไป!! ในสัปดาห์นี้ สาย D พบกับ ลูกปลา อารียา โรจนดิษฐ์ เพลง Memory, ปุ้ย จิตสุดา พลับศิริ เพลง Wrecking Ball, อาร์ม ศิริพงษ์ วสุนันต์ เพลง จะบอกว่ารัก, ครูอุ้ม อริยา ประทุมทิพย์ เพลง เสียงของหัวใจ, ครูบี สุชัญญ์ญา นรปฏิพัทธิ์ เพลง First Love และ ครูก้อย ชิดชนก มัญชุรัตน์ เพลง ไม่มีใคร ... งานนี้ใครจะอยู่ ใครจะไป?! ร่วมลุ้นเป็นกำลังใจให้ 6 ผู้เข้าแข่งขันสุดท้ายที่มาโชว์น้ำเสียงกันสุดพลัง เพื่อที่จะชนะใจกรรมการได้ผ่านเข้ารอบต่อไป อาร์ม ศิริพงษ์ วสุนันต์ ปุ้ย จิตสุดา พลับศิริ ครูก้อย ชิดชนก มัญชุรัตน์ ติดตามชมและร่วมลุ้นว่าใครจะคว้าโอกาสครั้งที่ 2 ได้เป็น นักร้องยอดเยี่ยมแห่งประเทศไทยประจำปี 2559 เคพีเอ็น อวอร์ด ครั้งที่ 25... ห้ามพลาด รายการ เคพีเอ็น อวอร์ด ครั้งที่ 25 เดอะ แบทเทิล รีเทิร์น (KPN Award 25th The Battle Returns) ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 17.25 น. ทาง ช่อง 3 และช่อง 33 HD และสามารถติดตามข่าวสารเคพีเอ็น อวอร์ด ได้ที่ www.kpnaward.com, www.facebook.com/kpnaward และ Instagram : @kpnaward ครูอุ้ม อริยา ประทุมทิพย์ แอน ธิติมา มาเชียร์พี่สาว อุ้ม อริยา ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ติช่า The Face แซ่บจริง! เตรียมกลับมาซบอก Timethai
THE FACE /  THE FACE THAILAND / 

หลังจากคว้าแชมป์ The Face Thailand Season 2 มาแบบสุดสตรอง! สาวมั่น ติช่า กันติชา ชุมมะ ก็มีงานรัดตัวสุดๆ ทั้งงานเดินแบบ ถ่ายแบบ ออกรายการ ต่อเนื่องไม่ขาดสาย และล่าสุดสาว ติช่า ก็กำลังจะมีผลงานมิวสิควิดีโอออกมาเสิร์ฟแฟนๆ กันแล้ว ดอดไปถ่ายทำมิวสิควิดีโอเพลง ไม่เป็นไร (All Good) ให้กับนักร้องหนุ่ม Timethai มาพักใหญ่ ล่าสุดก็คอนเฟิร์มมาแล้วว่ามิวสิควิดีโอเพลงนี้กำลังจะได้ฤกษ์ออนแอร์ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งแค่เห็นทีเซอร์เรียกน้ำย่อยสั้นๆ ก็การันตีความแซ่บและโซสตรองที่ ติช่า คงไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวัง โดยเฉพาะจากเนื้อหาของเพลง ที่คาดเดาได้ว่า ติช่า ซึ่งเพิ่งหักอกนักร้องหนุ่ม Timethai จนเลือดซิบ มีแววจะคัมแบ็คมาอินเลิฟกันอีกครั้ง! ไม่เป็นไร (All Good) feat.TJ 3.2.1 : Timethai | Teaser MV youtube channel : rsfriends อดใจไม่ไหว อยากดูเอ็มวีเต็มๆ แล้วละค่าาา ระหว่างรอก็ฟังเพลง ไม่เป็นไร (All Good) จากหนุ่ม Timethai ไปพลางๆ ก่อน ไม่เป็นไร (All Good) feat.TJ 3.2.1 : Timethai [Official Lyric Video] youtube channel : rsfriends ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ไขข้อสงสัย? ในคำแถลงตำรวจ ปมยุบ 'พนง.สอบสวน'
ตำรวจ /  ม.44 / 

โฆษก สตช. แถลงชี้แจงข้อสงสัย ในคำสั่งคสช. ม.44 กรณียกเลิกตำแหน่ง "พนง.สอบสวน"  พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ต.สรไกร พูลเพิ่ม คณะทำงานพิจารณาการกำหนดตำแหน่งพนักงานสอบสวนตามคำสั่ง คสช. ม.44 ฉบับที่ 6 และ 7 ที่กำหนดยกเลิกตำแหน่งพนักงานสอบสวน ว่า ไม่ใช่การลดอำนาจการทำงานของตำรวจ แต่เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ข้าราชการตำรวจที่มีหน้าที่ในการสอบสวน สามารถเปลี่ยนสายงานและขึ้นตำแหน่งผู้บริหารสถานีตำรวจได้ เพราะที่ผ่านมาตำแหน่งพนักงานสอบสวนเป็นการทำงานเฉพาะด้าน ทำให้เวลาพิจารณาเลื่อนตำแหน่งเกิดความเสียเปรียบกับตำแหน่งอื่นที่มีความเชี่ยวชาญหลายด้าน ดังนั้นเพื่อให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพสูงสุด จึงยกเลิกความในมาตรา44 แห่ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ที่มีการกำหนดตำแหน่งดังกล่าว แต่ปรับให้สู่ตำแหน่งหลัก ตั้งแต่รองสารวัตร ถึงรองผู้กำกับ พร้อมยืนยันว่า แม้จะยกเลิกตำแหน่งพนักงานสอบสวน แต่เงินประจำตำแหน่งยังได้รับเช่นเดิม ซึ่งปัจจุบันมีพนักงานสอบสวนจำนวน 10,438 คน ทั้งนี้ ยืนยันว่า จะไม่กระทบกับการพิจารณาโยกย้ายข้าราชการตำรวจในสายงานสืบสวนสอบสวนที่ได้รับการประเมินไปก่อนหน้านี้ เพราะผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ให้พิจารณาก่อนคำสั่ง คสช. จะมีผล 15 วัน และย้ำว่าการยกเลิกตำแหน่งพนักงานสอบสวน เป็นขั้นตอนแรกของการปฏิรูปตำรวจให้สามารถก้าวหน้าในอาชีพ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชน ที่มา INN ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News เดือดร้อนหนัก!ร้องนายกฯทบทวน 'ยุบพนง.สอบสวน' สมาพันธ์พนง.สอบสวน ยื่นนายกฯ ทบทวนใช้ ม.44 ติดเงิน- ยุบพนง.สอบสวน วอน รับฟังผู้เดือดร้อนทั่วประเทศ วันที่ 8 ก.พ.59 นายวัชระ เพชรทอง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย พ.ต.ท.จันทร์ ชัยสวัสดิ์ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สถานีตำรวจนครบาลเทียนทะเล เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อให้ทบทวนจากกรณีที่คำสั่งหัวหน้า คสช. มาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 57 คำสั่งที่ 6/2559 ตามเรื่องการคัดเลือก หรือการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ และคำสั่งที่ 7/2559 เรื่องการกำหนดตำแหน่งของข้าราชการตำรวจ ซึ่งเกี่ยวกับการยุบเลิกตำแหน่งและเงินประจำตำแหน่งพนักงานสอบสวน โดยเห็นว่า มีพนักงานสอบสวนได้รับความเดือดร้อนนับหมื่นคน การปลดพนักงานสอบสวนไปประมาณ 700 คน โดยไม่มีงานทำ ไม่มีหน่วยงานรองรับ ถือว่าไม่เป็นการปฏิรูปที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ หลักกฎหมายและรัฐธรรมนูญที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด จึงขอให้นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ได้รับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้าน จากพนักงานสอบสวนทั่วประเทศ และเชื่อว่า นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. จะมีใจเป็นธรรม และมีความเป็นสุภาพบุรุษในการรับฟังความคิดเห็น ที่มา INN ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

พระเอกตัวจริง! 'เวียร์ ศุกลวัฒน์' เข้าช่วยบิ๊กไบค์หลุดโค้ง
ช่วยบิ๊กไบค์หลุดโค้ง /  พระเอก / 

ชาวเน็ตแชร์เรื่องราวดีๆ ของพระเอกตัวจริง! 'เวียร์ ศุกลวัฒน์' โดดเข้าช่วยบิ๊กไบค์หลุดโค้ง ในจังหวัดราชบุรี กลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวดี ๆ ที่ถูกส่งต่อในโลกออนไลน์ สำหรับภาพของพระเอกหนุ่มวิกเจ็ดสี เวียร์ ศุกลวัฒน์ ที่เข้าช่วยคนประสบอุบัติเหตุรถบิ๊กไบค์หลุดโค้ง โดยผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‎Vachira Rungteerawat ได้โพสต์บอกเล่าเรื่องราวเมื่อวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า "ตนขี่บิ๊กไบค์หลุดโค้ง ตกลงข้างทาง ใน จ.ราชบุรี แม้ตนและแฟนไม่บาดเจ็บ แต่เอารถขึ้นไม่ได้ จากนั้นพระเอกหนุ่ม เวียร์ ศุกลวัฒน์ และเพื่อน ๆ ได้จอดรถลงมาช่วย มีชาวบ้านแถวนั้นมาช่วยดันรถขึ้นด้วยเช่นกัน" นี่แหละที่เรียกว่าพระเอกตัวจริง หล่อทั้งภายในและภายนอก นอกจากนี้ ยังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ NestLe NL Na ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ โพสต์ภาพและคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง รวมถึงชื่นชมหนุ่มเวียร์ว่า เป็นพระเอกตัวจริงทั้งในจอและนอกจอ หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาชาวเน็ตทั่วไปและแฟนคลับต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่นชมความมีน้ำใจของพระเอกหนุ่มเป็นจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแบบอย่างที่ดีเลยทีเดียว ภาพจาก  ‎Vachira Rungteerawat MThai News

ประจวบฯ คลื่นลมแรง! ต้นนนทรีอายุกว่า 50ปี ล้มทับรถยนต์
ต้นนนทรี /  ประจวบคีรีขันธ์ / 

ประจวบฯ ลมพัดกระหน่ำต้นนนทรีอายุกว่า 50ปี ล้มทับรถยนต์เสียหาย 2 คัน ทำให้ไฟดับหลายแห่ง ร.ต.ท.หญิง สุภาภรณ์ ดวงกันยา พงส.สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งเหตุว่า ต้นไม้ใหญ่ล้มขวางถนนทับรถยนต์เสียหาย 2 คัน บริเวณถนนก้องเกียรติ หน้าสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ติดกับจวนผู้ว่าราชการจังหวัด จึงเดินทางพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าและเทศบาลเมืองประจวบ ตรวจสอบที่เกิดเหตุ เมื่อเดินทางไปถึงที่เกิดเหตุ พบต้นไม้นนทรีขนาดใหญ่อายุไม่ต่ำกว่า 50 ปี ซึ่งอยู่ภายในรั้วของอาคารพิพิธภัณฑ์เมืองประจวบฯ กำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการก่อสร้าง ได้ล้มขวางถนนทำให้รถไม่สามารถวิ่งผ่านไปมาได้ และอยู่ติดกับจวนของผู้ว่าราชการจังหวัด นอกจากนี้ ต้นไม้ยังได้ล้มทับรถกระบะของช่างผู้รับเหมาก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ได้รับความเสียหายจำนวน 2 คัน สายไฟฟ้าขาดหลายเส้นทำให้ไฟดับหลายแห่ง และกำแพงพิพิธภัณฑ์ที่สร้างใหม่พังเสียหาย ซึ่งกำแพงของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดได้รับความเสียหายเช่นกัน ทั้งนี้ ยังมีรายงานเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า มีต้นไม้หักโค่นล้มทับสายไฟฟ้าขาดอีกจำนวนหลายแห่งทั่วเมืองประจวบฯ ทำให้เจ้าหน้าที่การไฟฟ้า ต้องเร่งตัดไฟร่วมกับเจ้าหน้าที่เทศบาลเมือง พร้อมระดมกำลังเจ้าหน้าที่นำเครื่องเลื่อยยนต์มาตัดไม้ เพื่อเปิดเส้นทางให้รถสามารถวิ่งได้เป็นปกติ หลังจากนั้นจึงทำการประเมินค่าความเสียหายภายหลังต่อไป ขอบคุณ INN MThai News

จ่อ! ใช้งบปี 60 สร้าง 'มอเตอร์เวย์' สายบางปะอิน-โคราช
กรมทางหลวง /  บางปะอิน / 

ทางหลวง เซ็นสัญญาสร้าง 'มอเตอร์เวย์' ช่วงพัทยา-มาบตาพุด คาดแล้วเสร็จปี 62 ชี้ พร้อมเดินหน้าโครงการ 'บางปะอิน-โคราช' เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2559 ที่ผ่านมา นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการลงนามสัญญาก่อสร้างทางหลวงพิเศษ หมายเลข 7 หรือ มอเตอร์เวย์ สายกรุงเทพฯ - บ้านฉาง ช่วงพัทยา - มาบตาพุด ระหว่างกรมทางหลวงกับเอกชนคู่สัญญา 13 บริษัท ระยะทาง 31.150 กิโลเมตร งบประมาณก่อสร้าง 14,200 ล้านบาท ขณะที่ ความคืบหน้าในการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ เส้นบางปะอิน-นครราชสีมา ระยะทาง 196 กิโลเมตร วงเงินประมาณ 8 หมื่น 4 พัน 6 ร้อยล้านบาท อยู่ระหว่างการประกวดราคา เพื่อเริ่มก่อสร้างก่อน และการจัดการกรรมสิทธิ์ที่ดิน ส่วนเส้นบางใหญ่-กาญจนบุรี อยู่ระหว่างทบทวนรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม คาดว่าจะประกวดราคาได้กลางปีนี้ อย่างไรก็ตาม กระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอ ครม. เปลี่ยนแปลงการใช้เงินในการก่อสร้าง จากเดิมที่จะใช้เงินกู้เป็นการใช้งบประมาณปี 2560 แทน เพื่อประหยัดค่าดอกเบี้ยที่สำนักงบประมาณต้องชดเชยเงินกู้ที่ต้องจ่าย สำหรับข้อมูลของมอเตอร์เวย์เส้นทางบางปะอิน-นครราชสีมา มีทางวิ่งฝั่งละ 4-6 ช่องทาง ระยะทางประมาณ 199 กิโลเมตร โดยมีจุดเริ่มต้นที่ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา บริเวณทางแยกต่างระดับที่เป็นจุดเริ่มต้นของถนนวงแหวนตะวันตก  มุ่งไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และตัดกับทางหลวงหมายเลข 1 ที่บริเวณแนวทางเลี่ยงเมืองสระบุรี ด้านตะวันออกขนานไปทางด้านใต้ของทางหลวง หมายเลข 2 ตัดกับทางหลวงหมายเลข 2 ที่บริเวณอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา แล้ววางตัวทางด้านเหนือของทาง หลวงหมายเลข 2 จนบรรจบกับแนวถนนวงแหวนรอบเมืองนครราชสีมาไปทับกับแนวถนนวงแหวนดังกล่าว เลี้ยวเข้าตัวเมืองนครราชสีมาที่จุดตัดทางหลวงสายบ้านกุดม่วง-นครราชสีมา แล้วทับซ้อนไปกับแนวทางหลวงสายดังกล่าว สิ้นสุดที่จุดบรรจบทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมา MThai News

เกาะติด! 'แผ่นดินไหวไต้หวัน' ดับ 32 ศพ คาดคนนับร้อยถูก 'ฝังทั้งเป็น'
ดินไหว /  แผ่นดินไหว / 

คืบหน้าเหตุแผ่นดินไหวทางใต้ของไต้หวัน ล่าสุดสังเวย 32 ศพแล้ว ยังสูญหายใต้ซากอีกนับร้อย วันนี้ (8 ก.พ.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้า เหตุแผ่นดินไหวในไต้หวัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ กำลังเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตที่ติดอยู่ใต้ซากอาคาร หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.4 เมื่อช่วงเช้ามืดวันเสาร์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ล่าสุดพบศพผู้เสียชีวิตแล้ว 32 ราย บาดเจ็บมากกว่า 500 ราย -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- คืบหน้าเหตุ "แผ่นดินไหวไต้หวัน" เสียชีวิตเพิ่ม 14 ศพ บาดเจ็ฐกว่า 500 ราย จนท.เร่งค้นหาผู้สูญหายอีก 150 ราย ความคืบหน้าเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.4 ในเมืองไถหนาน ทางใต้ของไต้หวัน เมื่อช่วงเช้ามืดวันเสาร์ ตามเวลาท้องถิ่น ล่าสุดจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 14 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 500 ราย ในจำนวนนี้กว่า 400 ราย ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว ตลอดคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยและทหารกว่า 800 นาย ยังคงเร่งค้นหาผู้สูญหายอีก 156 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถติดต่อได้ และเชื่อว่ายังติดอยู่ในซากอาคารหลายหลังที่พังถล่ม โดยเฉพาะอาคารที่พักอาศัยความสูง 17 ชั้น ซึ่งพังถล่มลงมาทั้งหลัง และยังไม่สามารถติดต่อผู้ที่พักอาศัยในอาคารได้อีกประมาณ 30 ราย โดยก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถช่วยเหลือชาวบ้านออกจากซากปรักหักพังได้แล้วกว่า 250 ราย ส่วนเรื่องการดูแล รัฐบาลได้จัดหาที่พักให้แก่ผู้ไร้ที่อยู่อาศัยเพราะแผ่นดินไหว โดยกองทัพได้จัดเตรียมที่นอน 1,200 ชุด ในสถานที่ทั้งหมด 4 แห่งแล้ว ที่มา tnamcot ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News คืบหน้าเหตุ "แผ่นดินไหวไต้หวัน" เสียชีวิตเพิ่ม 5 ศพ บาดเจ็บ 318 คน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หวั่นตัวเลขตาย-เจ็บ มากกว่าปกติ เพราะเป็นช่วงรวมญาติวันตรุษจีน สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานความคืบหน้า เหตุแผ่นดินไหว 6.4 ริกเตอร์ ทางตอนใต้ของไต้หวัน ซึ่งแรงสั่นสะเทือนทำให้อาคารที่พักอาศัยหลายแห่งพังถล่มว่า ล่าสุด มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 5 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 318 คน ซึ่งในจำนวนนี้พักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ประมาณ 60 คน และมีการยืนยันว่า มีผู้ติดอยู่ใต้ซากอาคารที่พักอาศัย 17 ชั้นอีกประมาณ 30 คน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เฉิน เหว่ย เจิ้น กล่าวว่า รู้สึกเป็นกังวล และหวั่นว่าจะมีผู้เสียชีวิต หรือบาดเจ็บ ที่อยู่ใต้ซากอาคารอีกจำนวนมาก เนื่องจากสมาชิกของแต่ละครอบครัวได้กลับมารวมตัวกันและพักผ่อนอยู่ เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เพื่อเตรียมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน อย่างไรก็ตาม ทางการไต้หวัน ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ และทีมกู้ภัย เร่งค้นหาผู้บาดเจ็บ ที่ติดอยู่ใต้ซากอาคารอย่างเต็มที่ ที่มา INN MThai News คืบหน้าเหตุ "แผ่นดินไหวไต้หวัน" ยอดตายคงที่ 3 ศพ ยอดเจ็บพุ่งต่อเนื่อง จนท.เร่งค้นหาผู้ติดซากตึกถล่มอีก 7 แห่ง รถไฟความเร็วสูงหลายสายงดให้บริการ ความคืบหน้า เหตุแผ่นดินไหวไต้หวัน ขนาด 6.4 ยอดผู้เสียชีวิตยังคงที่ 3 ศพ ด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัย ยังคงเร่งค้นหาผู้ติดอยู่ซากอาคารถล่มอย่างน้อย 7 แห่ง และสามารถช่วยเหลือผู้รอดชีวิตออกมาแล้วมากกว่า 220 คน ในจำนวนนี้ต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาล 115 คน ทางการไต้หวัน ระดมเจ้าหน้าที่กู้ภัยมากกว่า 1,500 นายเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ด้านนายเสข วรรณเมธี โฆษกกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า เบื้องต้นไม่มีคนไทยได้รับอันตราย ทั้งนี้ขอให้คนไทยที่อยู่ในไต้หวันติดต่อส่งข้อมูลข่าวสารถึงกัน เพจคนไทยในไต้หวัน รายงานระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เพื่อนๆ ในไถหนาน เกาสงและเจียยี่ ช่วยรายงานด้วยว่า สภาพการณ์ในเขตพื้นที่ที่อาศัยอยู่เป็นอย่างไรบ้าง ประธานาธิบดีหม่า อิง จิ่ว แห่งไต้หวัน กล่าวก่อนเดินทางไปตรวจเยี่ยมพื้นที่ประสบภัยว่ายังไม่ทราบความเสียหายที่แน่ชัด แต่ทางการไต้หวันจะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัย แผ่นดินไหวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ชาวไต้หวันกำลังเตรียมตัวเข้าสู่เทศกาลตรุษจีน และเดิมในวันพรุ่งนี้ชาวไต้หวันก็จะเฉลิมฉลองวันตรุษจีนแล้ว แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้หลายครอบครัวต้องไร้ที่อยู่อาศัย นอกจากนั้น ยังมีรายงานว่าบริการรถไฟความเร็วสูงบางสายที่ให้บริการในเมืองไถหนานต้องระงับการให้บริการชั่วคราว เพื่อรอประเมินความเสียหายของรางรถไฟก่อน ขณะที่หน่วยงานท้องถิ่นได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่แล้ว ที่มา js100. MThai News แผ่นดินไหวไต้หวัน ตึกถล่ม ตายแล้ว 3 เจ็บเพียบ! แผ่นดินไหวไต้หวัน 6.4 ริกเตอร์ ตึกถล่ม เบื้องต้น ดับแล้ว 3 เจ็บจำนวนมาก เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือ ปชช.ที่ยังติดอยู่แต่ละอาคาร สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เกิดเหตุแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 6.4 ริกเตอร์ ทางตอนใต้ของไต้หวัน เมื่อเวลา 02.57 น. ตามเวลาในประเทศไทย ขณะที่ สำนักสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐ รายงานว่า ศูนย์กลางของแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงอยู่ที่เมืองไถ่หนาน ทางตอนใต้ ในระดับความลึก 10 กม. ซึ่งแรงสั่นสะเทือนทำให้อาคารที่พักอาศัยสูง 17 ชั้น ทรุดตัวพังถล่ม โดยหนึ่งในนั้นเป็นอาคารที่พักอาศัยสูง 17 ชั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่พยายามเร่งช่วยเหลือประชาชน และเร่งเข้าไปให้ค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากปรักหักพัง ล่าสุดสามารถช่วยชีวิตได้แล้วกว่า 120 คน และนำส่งโรงพยาบาล 26 คน แต่ก็มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย โดย 2 รายเสียชีวิตที่โรงพยาบาล อีก 1 รายเป็นทารกเพศหญิงพบบริเวณซากตึก นอกจากนี้ยังมีรายงานไฟฟ้าดับหลังเกิดเหตุ กระทบกับบ้านเรือนและอาคารธุรกิจกว่า 1 แสน 2 หมื่นหลัง ด้าน ประธานาธิบดี หม่า อิงจิ่ว ได้เดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุแล้ว สำนักข่าวต่างประเทศ ยังรายงานว่า มีตึกอย่างน้อย 4 หลัง พังถล่มลงมา จากแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว เจ้าหน้าที่กู้ภัย เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่คาดว่าจะติดค้างตามอาคารต่าง ๆ อย่างเร่งด่วน และยังเกิดอาฟเตอร์ช็อคตามมาเป็นระยะด้วย ด้านศูนย์เตือนภัยสึนามิในมหาสมุทรแปซิฟิก เปิดเผยว่า เหตุแผ่นดินไหวในไต้หวันในวันนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดคลื่นสึนามิ ไต้หวันตั้งอยู่ใกล้กับรอยต่อของแผ่นเปลือกโลก 2 แผ่น จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ทางธรณีวิทยาเช่นแผ่นดินไหวขึ้นบ่อยครั้ง เมื่อ พ.ศ. 2542 ไต้หวันก็เคยประสบเหตุแผ่นดินไหวขนาดแรงสั่นสะเทือน 7.6 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,300 คน และเมื่อเดือนมิถุนายน 2556 ก็เกิดแผ่นดินไหวขนาดแรงสั่นสะเทือน 6.3 ขึ้นในตอนกลางของไต้หวัน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ศพ ที่มา AP,BBC  MThai News

The Deck By The River ชมวิวพระปรางค์วัดอรุณฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
The Deck /  พระปรางค์ / 

แดดอุ่นๆ ลมเย็นๆ แบบนี้ก็หนีไม่พ้นร้านบรรยากาศดีริมน้ำ มีวิวที่สวยงาม และยิ่งเป็นเดือนแห่งความรักด้วยล่ะก็ ควรหาร้านที่พาคนรักไปเดทให้ทันในช่วงวันวาเลยไทน์ที่กำลังจะมาถึงนี้ หากใครยังไม่มีเราจะแนะนำร้านที่บรรยากาศริมน้ำเจ้าพระยา กับร้าน The Deck By The River มีความงดงามของพระปรางค์ของวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของร้าน และเวลาที่พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน ดวงอาทิตย์จะอยู่หลังพระปรางค์จึงเป็นภาพที่ย้อนแสงที่สวยงามมาก The Deck By The River ชมวิวพระปรางค์วัดอรุณฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา การเดินทางมาไม่ยาก หากนำรถยนต์ส่วนตัวมาสามารถจอดได้ที่ด้านข้างวัดโพธิ์  ถนนมหาราช ตรงข้ามก็จะเป็นซอยประตูนกยุง เดินมาจนสุดซอยก็จะเจอโรงแรม Arun Residence ซึ่งเป็นที่เดียวกับร้าน The Deck By The River ที่อยู่ด้านบน นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ ต่างเข้ามาทานอาหารที่ร้านแห่งอย่างไม่ขาดสาย จึงมีทั้งอาหารไทยและอาหารต่างชาติที่รองรับคนทุกสัญชาติ โดยมีเมนูมากกว่า 200 เมนู แม้อาหารจะตกแต่งเพิ่มเติมให้ทันยุคทันสมัย แต่สำหรับตัวตึกแล้วก็ยังคงความเป็นตึกเก่าไว้อยู่ ด้วยที่ความเป็นตึกเก่าสไตล์ชิโนโปตุกีส เป็นสถาปัตยกรรมโบราณผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออก ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ที่ดีแบบนี้ให้อยู่คู่กับคนท่าเตียนไปแสนนาน ในส่วนของร้าน The Deck The River มีทั้งหมด 4 ชั้นด้วยกัน ชั้นแรกและชั้นสอง จะมีที่นั่งแบบ Outdoor และ Indoor ทั้งสองโซนสามารถเห็นความสวยงามของพระปรางค์ได้เหมือนกัน ส่วนชั้นที่สามและสี่จะเป็นส่วนของบาร์หรือเรียกโซนนี้ว่า Amorosa ชั้นสามและสี่สามารถจุคนได้แค่ 7- 8 คน เหมาะสำหรับมาเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ปิดชั้นเป็นชั้นส่วนตัวได้เลย พร้อม Moctail และเครื่องดื่มต่างๆ ปาร์ตี้ยามค่ำคืนพร้อมชมความสวยงามของพระปรางค์ในยามดึกที่มีแสงไฟเปิดรอบๆ พระปรางค์ ไม่มีปาร์ตี้ที่ไหนเก๋กว่าที่อีกแล้ว ขนมปังอบมะเขือเทศสดและชีส (190 บาท) เสิร์ฟอาหารเรียกน้ำย่อยกันก่อน ขนมปังที่อบกรอบ จะมีความชุ่มฉ่ำกับมะเขือเทศสดและชีสที่อบบพร้อมกัน พล่ากุ้งแม่น้ำ (350 บาท) กุ้งแม่น้ำตัวโต แค่สามตัวก็เต็มจาน แกะเนื้อกุ้งออกมาทำพล่า ราดน้ำพล่าลงบนตัวกุ้งให้ชุ่มฉ่ำ เนื้อเซอร์ลอยด์ย่างจิ้มแจ่ว (460 บาท) เมนูย่างที่ไม่ควรพลาด เนื้อที่หมักมานุ่มๆ จิ้มกับน้ำจิ้มแจ่วรสเลิศ ปลากระพงแดงย่าง เสิร์ฟกับซอสสมุนไพร (390 บาท) อาหารสุขภาพเหมาะกับสุภาพสตรีที่กำลังดูแลสุขภาพโดยเฉพาะ ฉู่ฉี่ปลาแซลมอน (350 บาท) ปลาแซลมอนสดราดด้วยซอสสูตรพิเศษ ด้วยความที่แซลมอนเป็นสีส้มอมชมพูอยู่แล้ว และราดซอสที่เป็นสีส้มสดลงไป ทำให้อาหารจานนี้มีสีสันสดใส เพื่มอรรรสในการทานมากยิ่งขึ้น มิลเฟยสตอเบอร์รี่และมาสคาโพนเน่ชีสมูส (220 บาท) เหมาะกับช่วงเทศกาลวาเลนไทน์เป็นทีสุด ด้วยดีไซน์และรสชาติสีสันที่เป็นสีแดงสด ด้วยซอสสตรอเบอรี่และสตรอเบอรี่สด เสียบเป็นเลเยอสลับชั้นกัน ห่างจินตนาการดีๆ จะเหมือนดอกกุหลาบสีแดงสดเลยที่เดียว วิธีการทานจะยกเป็นชั้นๆ ตักใส่จาน พิเศษวันวาเลนไทน์ของ The Deck By The River เซ็ตเมนู”Special Valentine’s Set”ในคืนวันแห่งความรัก หรือ 14 กุมภาพันธ์ 2559 นี้ ในราคาเซ็ตละ 4,800 บาท ต่อ 1 คู่รัก หรือหากไม่มีคู่ ต้องการทานคนเดียว ก็ ราคาท่านละ 2,400 บาท สามารถโทรเข้ามาสอบถามก่อนได้ค่ะเพื่อความชัวร์

วางขายแล้ว! กัญชาของ BOB MARLEY ศิลปินเร็กเก้ผู้โด่งดัง
BOB MARLEY /  Marley Natural / 

วางขายแล้ว! กัญชา Marley Natural ของตระกูล BOB MARLEY ศิลปินเร็กเก้ผู้โด่งดัง วันนี้ (8 ก.พ. 59) มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 ก.พ. ที่ผ่านมา Marley Natural ได้ทำการวางขายกัญชาที่มาในรูปแบบใหม่ อยู่ในขวดแก้วสีสันสวยงามทั้งหมด 4 สี โดยมีตั้งแต่ สีเขียว สีแดง สีทอง สีดำ ซึ่งแต่ละสีมาจากต่างสายพันธ์ และให้ฤทธิ์ที่แตกต่างกันออกไป โดยครอบครัวของ Bob Marley ศิลปินเร็กเก้ผู้โด่งดัง ทั้งนี้ กัญชา Marley Natural จะวางขายในรัฐแคลิฟอร์เนียเป็นที่แรก ก่อนค่อย ๆ กระจายขายไปยังรัฐอื่น ๆ ที่มีกฎหมายรองรับ เนื่องจากในบางรัฐของสหรัฐอเมริกา กัญชายังเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย ซึ่งปัจจุบันมีการถกเถียงกันในวงการแพทย์ว่า ควรทำให้กัญชาถูกกฎหมายทั่วโลกหรือไม่? เพราะมีสรรพคุณทางยา ทำให้มีความสุข แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างภาพหลอนได้ถ้าใช้เกินขนาด ที่มา : theverge MThai News

ตำรวจไขปม คดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน จากชนวนเรื่องเงิน
ฆ่าหั่นศพ /  เจ้าพระยา / 

พลตำรวจเอกชวน นาริน ผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดพระสีหนุ ของกัมพูชา เปิดเผยเมื่อวานนี้ ว่า สามารถจับกุมตัวชายชาวสเปน ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญในคดีฆาตกรรมเพื่อนร่วมชาติ ที่มีการพบชิ้นส่วนร่างกายถูกหั่นเป็นชิ้นๆ ทิ้งลงแม่น้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพฯ เมื่อสัปดาห์ก่อน   โดยผู้ต้องสงสัยรายนี้ คือ นายอาตูร์ หรืออาเธอร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 36 ปี ถูกจับกุมได้เมื่อเย็นวันอาทิตย์ ที่เมืองสีหนุวิลล์ ซึ่งเป็นเมืองชายฝั่งของกัมพูชา หลังจากที่เขาเดินทางมาถึงกัมพูชาไม่กี่วันก่อนหน้านี้  ผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดพระสีหนุ กล่าวด้วยว่า การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นตามการร้องขอจากประเทศไทย และทางการกัมพูชาจะส่งตัวผู้ต้องสงสัยรายนี้ให้แก่ทางการไทย ก่อนหน้านี้ ตำรวจจังหวัดสุรินทร์ พบรถจักรยานยนต์ ที่คาดว่าเป็นของผู้ต้องสงสัย ถูกจอดทิ้งไว้ใกล้กับตลาดชายแดน ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า เป็นไปได้ที่ผู้ต้องหาจะหลบหนีข้ามไปยังฝั่งประเทศกัมพูชาแล้ว ขณะที่ผลชันสูตรของตำรวจไทย พบว่า ผู้เสียชีวิต คือ นายเดวิด เบอร์นาต นักธุรกิจชาวสเปน ซึ่งคาดว่าถูกลักพาตัว, ทรมาน และถูกบังคับให้โอนเงินจำนวนมาก ก่อนถูกฆาตกรรม  ส่วนประเด็นการสืบสวนมุ่งเป้าไปที่การลักพาตัว เพื่อประสงค์ต่อทรัพย์ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจมืด โดยเหตุที่คนร้ายได้เงินแล้ว แต่ยังฆ่าหั่นศพผู้ตายอย่างโหดเหี้ยม เชื่อว่าน่าจะเกิดจากคนร้ายต้องการเงินเพิ่ม หรือได้เงินไม่ครบ เพราะถูกธนาคารในไทยและสิงคโปร์ตรวจพบความผิดปกติ จึงระงับการทำธุรกรรมไปกว่า 3 แสนเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 10 ล้านบาท ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เจ้าหน้าตร.อำเภอคลองใหญ่ จ.ตราด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อม พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์มาลงที่สนามกีฬา อ.คลองใหญ่ จ.ตราด เพื่อรับตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน หลังรับทราบว่า ถูกตำรวจกัมพูชาจับกุมตัวได้ที่จังหวัดสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา ด้าน น.อ.ดิเรก อินทวงศ์ หัวหน้าหน่วยประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา จ.ตราด เปิดเผยว่า หลังจาก พ.ต.อ.อนุชา สุทธยดิลก ผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจ สถานทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ ได้ประสานงานตำรวจแห่งชาติของกัมพูชา เพื่อประสานการจับกุมตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 37 ปี คนร้ายที่ก่อเหตุฆ่าหั่นศพชาวสเปน แล้วหลบหนีออกนอกประเทศไทย ทางช่องโอเสม็ด จ.สุรินทร์ และเดินทางมาหลบอยู่ที่ จ.สีหนุวิลล์ จึงได้ทำการตรวจสอบและติดตามจับกุมตัวได้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง พร้อมควบคุมตัวไว้ที่สถานีตำรวจในกรุงสีหนุวิลล์ พร้อมกับได้ประสานงานเพื่อให้ตำรวจไทย เข้ามารับตัวที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.ตราด ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ ในเวลา 12.00 น.ที่ผ่านมา ส่วนบรรยากาศที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและกัมพูชา เดินทางเข้าออกกันตามปกติ และมีตำรวจตรวจคนเข้าเมืองตราด และฝ่ายทหารอยู่ในพื้นที่จำนวนหนึ่ง ก่อนนำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์มาที่กรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ10 พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ได้เข้าตรวจสอบห้องพักของ นายอาเธอร์ หรือ อาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ชาวสเปน ผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด ชาวสเปน ย่านพระราม 9 และนำชิ้นส่วนไปทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยา หลังตำรวจเชื่อว่า จุดนี้จะเป็นจุดฆ่าและหั่นศพนายเดวิด พล.ต.อ.ปัญญา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบ พบว่า นายอาตูร์ เช่าห้องพักที่คอนโดแห่งนี้ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2558 และอาศัยอยู่ที่นี่เป็นประจำ โดยมี น.ส.ปริศนา แสนอุบล เข้ามาพักด้วยเป็นบางครั้ง และจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า เมื่อวันที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมา บันทึกภาพขณะนายเดวิด เข้ามาภายในคอนโดแห่งนี้ และไม่พบว่า นายเดวิด ออกไปจากคอนโด พบเพียง นายอาตูร์ เข้าออก และมีการขนตู้แช่ออกจากคอนโด ไปไว้ที่บ้านเช่าหลังหนึ่งย่านรามคำแหง เมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่ผ่านมา แต่ต้องรอผลตรวจจากกองพิสูจน์หลักฐาน ในการตรวจหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมในครั้งนี้ เพื่อยืนยันความชัดเจนอีกครั้ง ............................................................................................................................................................... พล.ต.อ.เดชณรงค์ ยืนยัน ได้ตัว อาตูร์ ผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าหั่นศพจากกัมพูชาแน่นอน ด้าน ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ปัดไม่รู้ส่งตัวให้ไทยวันนี้ พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ที่ปรึกษา (สบ 10) ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด อายุ 39 ปี นักธุรกิจชาวสเปน ทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยา ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาได้ควบคุมตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 37 ปี ชาวสเปน ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยได้ขณะที่กำลังจะหลบหนีไปทางทะเล ทั้งนี้ยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย ได้ตัวนายอาตูร์แน่นอนแต่ต้องดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายในการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งไทยกับกัมพูชามีสนธิสัญญากันอยู่แล้วในส่วนนี้ โดยหากทางพนักงานสอบสวน สามารถรวบรวมพยานหลักฐานและขอศาลออกหมายจับได้จะทำให้การดำเนินการคดี และประสานขอตัวนายอาตูร์กับกัมพูชามีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ต้องรอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาอีกครั้งว่าจะแจ้งข้อหา นายอาตูร์ ในเรื่องใด อาทิ การหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย พร้อมกันนี้ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว เปิดเผยถึงกระแสข่าวที่ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชา จะส่งตัวนายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าหั่นศพในวันนี้ที่จังหวัดสระแก้วว่า ยังไม่ทราบข้อมูล และยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม วันนี้ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา (สบ 10) จะประชุมที่ศูนย์สืบสวนนครบาล ถึงความคืบหน้าคดีหั่นศพเพื่อเร่งรัดคดี ............................................................................................................................................................... ตำรวจกัมพูชา จับกุม "อาตูร์" ผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าหั่นศพ "นายเดวิด เบอร์นาร์ด" ชาวสเปนได้ที่ สีหนุวิลล์ เมืองชายทะเลสุดหรู ขณะพยามหลบหนี เว็บไซต์สำนักข่าว ฟอกซ์ นิวส์ รายงานว่า เมื่อเวลา 23.00 น. ของวันที่ 7 ก.พ. ตำรวจกัมพูชา สามารถจับกุมตัว นายอาตูร์ หรือ อาเธอร์ เซกราร่า ปรินเซป ผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด  นักธุรกิจชาวสเปน ที่ สีหนุวิลล์ เมืองชายทะเลที่มีชื่อเสียงที่สุดของกัมพูชา จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกัมพูชา ที่บอกกับทางสำนักข่าว EFE ผ่านทางโทรศัพท์ว่า สามารถจับกุมนายอาตูร์ได้ที่เมืองทางตอนใต้ของสีหนุวิลล์ เมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งสำนักข่าว ขะแมร์ 440 นิวส์ ได้ตีพิมพ์ภาพของผู้ต้องสงสัยรายนี้ ลงสื่อขณะที่ถูกควบคุมตัว นายอาตูร์ ไว้ที่สถานีตำรวจสีหนุวิลล์ ก่อนถูกจับกุมนายอาตูร์ ได้กินอาหารเย็นที่จังหวัดสุรินทร์ ภาคตะวันออก เฉียงเหนือของไทย และเมื่อเขาถูกกลุ่มของคนไทยบริเวณนั้นเห็นใบหน้า นายอาตูร์ จึงหนีไปกัมพูชา ซึ่งทางจ้าหน้าที่ได้พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีแดง ของ นายอาตูร์ เมื่อเช้าวันเสาร์ บริเวณป่ารกชายแดนไทย-กัมพูชา ในรายงานข่าวของสื่อกัมพูชา ระบุว่า นายอาตูร์ ถูกจับกุมขณะที่แต่งกายสวมเสื้อแจ็คเก็ตแขนยาวสีเขียวคาดดำ กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ และพยายามหลบหนีออกทางทะเล โดยทางการกัมพูชา กำลังนำตัว นายอาตูร์ เดินทางมายังชายแดนจังหวัดสระแก้ว คาดว่าจะนำตัวแถลงข่าวการจับกุมในเช้าวันนี้ ............................................................................................................................................................... สาวชาวสุรินทร์คนสนิทผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน ยันไม่เกี่ยวกับเหตุฆาตกรรม จนท.คุมเข้มชายแดนไทย-กัมพูชา วันนี้ 6 ก.พ. ตำรวจ จ.สุรินทร์ ได้เชิญตัว น.ส.ปริศนา อายุ 22 ปี เพื่อนสาวของนายอาตูร์ ชาวสเปน ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน มาสอบปากคำในเบื้องต้นที่ ห้องสืบสวนภูธร จ.สุรินทร์ โดยเบื้องต้น น.ส.ปริศนา รับสารภาพว่า นายอาตูร์ มาอยู่อาศัยกับตนเองตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค.59 ที่ผ่านมา โดยนั่งรถจักรยานยนต์ ออนด้า รุ่นพีซีเอ็ก สีแดง ล้อทอง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาด้วยกัน โดยพักอยู่ที่บ้านจะแกโกน ต.สำโรง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งนายอาตูร์ได้หลบหนีไปตั้งแต่เมื่อวานช่วงเวลา 6 โมงเย็นแล้ว หลังพากันไปเที่ยวที่ร้าน คาราโอเกะ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ระหว่างนั้นพนักงานพากันเปิดดูข่าว พบ ข่าวและภาพของนายอาตูร์ พอดี จึงพากันสงสัย นายอาตูร์ จึงรีบขับรถจักรยานยนต์หนีออกไป หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ เชิญตัว น.ส.ปริศนา มาสอบสวนให้ปากคำดังกล่าว ซึ่งในเบื้องต้น น.ส.รับสารภาพว่า ได้ไปทำงานที่ กทม.และคบกับนายอาตูร์ มากว่า 6 เดือนแล้ว โดยพักคอนโดคนละแห่งกัน และไม่ทราบเรื่องว่านายอาตูร์ เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ซึ่งตนเองไม่รู้ไม่เห็นด้วยกับเรื่องที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด ขณะที่ จนท.ตำรวจเร่งไล่ล่าผู้ต้องหารายนี้ คาดว่าจะยังคงหลบหนีอยู่ในพื้นที่ จ.สุรินทร์ หรืออาจจะหลบหนีออกนอกประเทศตามแนวชายแดนไทยกัมพูชาแล้วก็เป็นได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจสามารถตรวจยึดรถ จยย.คันดังกล่าวถูกจอดทิ้งไว้ที่บริเวณตลาดสมบัติ ซึ่งเป็นตลาดการค้า ติดชายแดนไทย-กัมพูชา ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการปรานงานตรวจสกัดจับในทุกช่องทางแล้ว ขอบคุณ INN _________________________________________________________________________________________ เจ้าหน้าที่ตำรวจเผยข้อมูลล่าสุดพบชายชาวสเปน ต้องสงสัยเอี่ยวขบวนการฆ่าหั่นศพชาวสเปน วันนี้ 5 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการเปิดเผยภาพผู้ต้องสงสัย 1 ในขบวนการฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด นักธุรกิจชาวสเปน ชื่อนายอาตูร์ เป็นชาวสเปน โดยตำรวจ ยืนยันยังหลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย และ เชื่อว่ากลุ่มคนร้าย น่าจะเป็นชาวสเปน ส่วนคนไทย ที่เกี่ยวข้องอาจจะทำหน้าที่ ในการขับรถให้ทีมคนร้ายฆ่าหั่นศพ ที่เอาศพไปทิ้งในพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยทางด้าน พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ 10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีฆ่าหั่นศพ ยืนยันว่า จะสามารถจับมือฆ่าหั่นศพได้ ทั้งคนไทย และคนต่างชาติที่ร่วมขบวนการ เร็วๆนี้ เพราะจากข้อมูลหลักฐานการนั้นค่อนข้างชัดเจน และดำเนินการได้ โดยเฉพาะข้อมูล จากเพื่อนของนายเดวิด ที่ระบุว่า การติดต่อทางข้อความไลน์ กับนายเดวิด ครั้งสุดท้าย 1 สัปดาห์ก่อนพบศพลอยแม่น้ำเจ้าพระยานั้น ข้อความสนทนามีพิรุธ เพราะการใช้คำพูดไม่คุ้นเคย และเป็นคำสนทนาที่นายเดวิดไม่เคยใช้มาก่อน นอกจากนี้เบาะแสสำคัญ มีพยานยืนยันว่า เมื่อวันที่ 20 ม.ค. เห็นนายเดวิด ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิก สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ออกไปจากคอนโด กับชายชาวต่างชาติ และหลังจากนั้นก็ไม่ได้กลับเข้ามาอีกเลย ซึ่งข้อมูลนี้ชุดสืบกำลังเร่งติดตามแกะรอยจากกล้องวงจรปิดเพื่อเร่งจับตัวมาร่วมขบวนการ ขอบคุณ Voice Tv _________________________________________________________________________________________________ พล.ต.อ.ปัญญา เผย คดีฆ่าหั่นศพ คืบ 80% เร่งรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับ มั่นใจจับตัวคนร้ายได้ ชี้ ยังไม่พบประวัติก่อเหตุในไทย พลตำรวจเอก ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ 10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีฆ่าหั่นศพ นายดาบิด แบร์นาด อายุ 39 ปี ทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยาหลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และปทุมธานี ว่า หลังจากเจ้าหน้าที่สามารถพิสูจน์ทราบและยืนยันตัวบุคคลได้แล้ว ทำให้สามารถขมวดปมและรู้ว่ากลุ่มผู้ต้องหาว่าเป็นกลุ่มใด เบื้องต้นยังให้น้ำหนักไปที่ฝีมือกลุ่มชาวต่างชาติที่ต้องการทรัพย์สินจากผู้ตาย ก่อนจะฆ่าปิดปากและอำพรางศพด้วยการหั่นเป็นชิ้น ซึ่งจากพยานหลักฐานทั้งทางนิติวิทยาศาสตร์ และพยานบุคคล ทำให้คดีมีความคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 80 โดยขณะนี้ในส่วนของแนวทางการสอบสวน ได้เร่งรัดให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับ ส่วนในแนวทางการสืบสวนได้กำชับให้ตำรวจกองปราบปราม ตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1 และตำรวจท่องเที่ยว ติดตามตัวละครต่าง ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับกลุ่มคนร้าย เพื่อหาจุดที่คนร้ายจับตัวผู้เสียชีวิตไป ตลอดจน สถานที่กักขัง จุดฆาตกรรมชำแหละและจุดทิ้งศพลงแม่น้ำเจ้าพระยา อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.ปัญญา กล่าวว่า จากการตรวจสอบฐานข้อมูลอาชญากรรมข้ามชาติ ยังไม่พบประวัติคนร้ายกลุ่มดังกล่าวก่อเหตุในไทย แต่ได้ประสานให้ทางสถานเอกอัครราชทูตสเปนประจำประเทศไทย และกรมการกงสุส กระทรวงการต่างแประเทศ ดำเนินการตรวจสอบให้อีกครั้ง ซึ่งยังอยู่ระหว่างการรอผล ----------------------------------------------------------------------------- ข้อมูลล่าสุดคาดว่าชิ้นส่วนมนุษย์ทั้งหมด อาจเป็นนักท่องเที่ยวชาวสเปนที่ญาติได้แจ้งความไว้ว่าหายไป ที่ สน.ลุมพินี วันนี้ 4 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดชุดสืบสวนได้ข้อมูลว่าชิ้นส่วนมนุษย์ที่ถูกพบน่าจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวสเปนที่ญาติได้แจ้งหายไว้ที่สน.ลุมพินี ทั้งนี้สำหรับนักท่องเที่ยวรายนี้ครบกำหนดเดินทางกลับจากการท่องเที่ยวในประเทศ ตั้งแต่ปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาแต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เดินทางกลับแต่อย่างใด เมื่อตรวจสอบข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ก็ยังไม่พบข้อมูลการเดินทางออกจากประเทศไทย ทางด้าน พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) เปิดเผยว่า ถึงขณะนี้ยังไม่สามารถระบุตัวคนตายได้แน่ชัดอยู่ระหว่างการประสานกับญาติชาวสเปนรายนี้ เพื่อเปรียบเทียบลายนิ้วมือและดีเอ็นเอเพื่อยืนยันตัวบุคคล ทั้งนี้ ยังมีรายงานข่าวแจ้งว่าขณะนี้ทีมสืบสวนตำรวจนครบาลได้ลงพื้นที่ ภายในซอยสุขุมวิทซอย 8 ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายที่มีพยานพบเห็นนักท่องเที่ยวรายนี้ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 19 ม.ค.59ที่ผ่านมา ขอบคุณข้อมูล TNN24 ................................................... พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ.10 เรียกประชุมชุดสืบสวนติดตามความคืบหน้า คดีฆ่าหั่นศพลอยเจ้าพระยา นัดแรกบ่ายนี้ วันนี้ 4 ก.พ. พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ.10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนกรณีพบชิ้นส่วนมนุษย์ถูกทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยา เรียกชุดสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1 ปทุมธานี และนนทบุรี ตลอดจนหน่วยสนับสนุน อาทิ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เข้าร่วมประชุมในเวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อติดตามความคืบหน้าในทางคดี และวางแนวทางการทำงานให้กับชุดสืบสวนสอบสวนเพื่อหาตัวคนร้าย ซึ่งเป็นการประชุมเพื่อคลี่คลายคดีครั้งแรก หลังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีหนังสือแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าชุด ซึ่งภายหลังการประชุมแล้วเสร็จ จะมีการแถลงความคืบหน้าในทางคดีต่อไป อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยผลการตรวจพิสูจน์ชิ้นส่วนมนุษย์ที่พบทั้ง 6 ชิ้นว่า จากการตรวจดีเอ็นเอ และรอยต่อเปรียบเทียบกัน พบว่าเป็นชิ้นส่วนจากบุคคลเดียวกัน ซึ่งมีลักษณะเป็นชาย ยังไม่ทราบเชื้อชาติที่แน่ชัด อายุประมาณ 40 ปี สูงประมาณ 165 เซนติเมตร ผมดำ มีหนวดเครา มีขนตามตัวค่อนข้างมาก มีรอยผ่าตัดไส้ติ่ง ฟันสะอาด ค่อนข้างเป็นผู้มีสุขภาพดี แต่จากการตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอกับบิดาของบุคคลสูญหายที่ จ.ระยอง ไม่ตรงกัน ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีกชิ้นส่วนขามนุษย์ ขาซ้ายท่อนบนช่วงกลาง ในถุงดำ ลอยติดแม่น้ำเจ้าพระยาท่าน้ำรง.ปทุมธานีฯ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ คาดเป็นคนเดียวกันกับที่พบมาหลายวันนี้ เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งชาวบ้านพบชิ้นส่วนมนุษย์ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยจุดที่พบอยู่บริเวณท่าน้ำ ภายในโรงงานปทุมธานีแห่งหนึ่ง จ.ปทุมธานี ลักษณะชิ้นส่วนที่พบคือขาซ้ายท่อนบนช่วงกลาง และท่อนล่างช่วงกลาง มีขนาดประมาณ 46 เซ็นติเมตร เบื้องต้นชาวบ้านผู้พบเห็นได้ให้ข้อมูลว่ามาจอดเจออยู่ใกล้ฝั่งโรงงานดังกล่าว จากนั้นเห็นถุงดำที่มีส่วนชิ้นเนื้อโผล่ออกมาลอยอยู่ในน้ำจึงแจ้งทาง สภ.ปากเกร็ด ล่าสุดเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้เข้ามายังจุดเกิดเหตุและอยู่ระหว่างตรวจสอบและเก็บหลักฐาน คาดเป็นชิ้นส่วนของคนเดียวกันที่พบก่อนหน้านี้ น.1เผยDNAหั่นศพเป็นชายไทยจี้ดูCCTV พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกรณีการพบชิ้นส่วนศพในแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ของตำรวจนครบาล 7 ปทุมธานี และนนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้นำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดให้แพทย์นิติวิทยาตรวจสอบ ซึ่งผลชันสูตร พบว่าชิ้นส่วนทั้งหมดเป็นบุคคลคนเดียวกัน และคาดว่าเป็นชายไทย อายุประมาณ 40 - 50 ปี โดยจากการตรวจสอบประวัติ ไม่พบว่าเคยต้องโทษ หรือคดีความใด ๆ นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 ประสานงานกับแพทย์นิติเวชด้วยตนเอง เพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติม และเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ส่วนจุดทิ้งคาดว่าคนร้ายน่าจะนำศพไปทิ้ง วิเคราะห์ตามกระแสน้ำ และทิศทางการไหลของน้ำ สันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นช่วงบริเวณสะพานพระนั่งเกล้าฯ ซึ่งได้สั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวแล้ว รวมถึงให้กองบังคับการตำรวจนครบาล ที่มีพื้นที่ติดบริเวณริมแม่น้ำ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด จุดที่น่าสงสัย เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม พร้อมกันนี้เชื่อว่า การทำคดีนี้ไม่ยากแน่นอน สำหรับกรณีที่ นางสาวกาญจนา อ่อนสา ชาวจังหวัดระยอง ที่สงสัยว่าชิ้นส่วนที่พบเป็นสามีของตนที่หายไป ซึ่ง พล.ต.ท.ศานิตย์ ระบุว่า จะทราบผลภายในวันนี้ว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ผบช.ภ.1รอผลนิติเวชก่อนคลี่ปมคดีฆ่าหั่นศพ พลตำรวจโท ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยถึงความคืบหน้า กรณีพบชิ้นส่วนศพลอยในแม่น้ำเจ้าพระยาว่า จะต้องรอผลตรวจทางนิติเวชก่อนว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ พร้อมทั้งต้องรอผลตรวจดีเอ็นเอของ นายศรี ขันติเนตร บิดา นายเกียรติศักดิ์ ขันติเนตร ที่แจ้งว่า ลูกชายหายตัวไป เมื่อวันที่ 22 มกราคม ในพื้นที่ สภ.เมืองระยอง ซึ่งขณะนี้ผลตรวจยังไม่ออก และหากรู้ชื่อผู้ตาย ขั้นตอนต่อไป เจ้าหน้าที่จะได้ตั้งประเด็นในการสืบสวนสอบสวนต่อไป ทั้งนี้ ภายในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 ยังไม่มีการแจ้งบุคคลสูญหาย แม้แต่พื้นที่เดียว และจากประวัติคดีอาชญากรรมในพื้นที่ ยังไม่เคยพบเห็นคดีที่มีความรุนแรงในลักษณะดังกล่าว ส่วนตัวคาดว่า คนร้ายน่าจะมีความพยายามในการอำพรางศพ แต่น่าจะไม่มีความรู้ดีพอ จึงไม่มีการนำชิ้นส่วนใส่ในถุง ด้าน พลตำรวจตรี นายแพทย์พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ระบุว่า ขณะนี้ผลตรวจ สามารถยืนยันได้ว่า ชิ้นส่วนที่พบเป็นบุคคลเดียวกัน เนื่องจาก สามารถนำชิ้นส่วนมาต่อประกอบกันได้ ขณะที่ ผลตรวจดีเอ็นเอ ที่จะยืนยันว่า เป็นบุคคลใด หรือ เสียชีวิตด้วยสาเหตุใด ขณะนี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้ ต้องใช้เวลาพอสมควร และเจ้าหน้าที่นิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ต้องทำงานร่วมกับ พนักงานสอบสวน ในการประสานข้อมูลหลักฐานอื่น ๆ ร่วมด้วย ขอบคุณรูปภาพและเนื้อหาจาก INN ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผบช.น. เผย ชิ้นส่วนศพลอยแม่น้ำเป็นคนเดียวกัน คาดเป็นชายไทยอายุ 40 - 50 ปี พร้อมสั่งโรงพักริมน้ำตรวจสอบ CCTV จุดที่น่าสงสัย วันนี้ 3 ก.พ. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกรณีการพบชิ้นส่วนศพในแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ของตำรวจนครบาล 7 ปทุมธานี และนนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้นำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดให้แพทย์นิติวิทยาตรวจสอบ ซึ่งผลชันสูตร พบว่าชิ้นส่วนทั้งหมดเป็นบุคคลคนเดียวกัน และคาดว่าเป็นชายไทย อายุประมาณ 40 - 50 ปี โดยจากการตรวจสอบประวัติ ไม่พบว่าเคยต้องโทษ หรือคดีความใด ๆ นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 ประสานงานกับแพทย์นิติเวชด้วยตนเอง เพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติม และเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ส่วนจุดทิ้งคาดว่าคนร้ายน่าจะนำศพไปทิ้ง วิเคราะห์ตามกระแสน้ำ และทิศทางการไหลของน้ำ เบื้องต้นคาดว่าจุดทิ้งเป็นช่วงบริเวณสะพานพระนั่งเกล้าฯ ซึ่งได้สั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวแล้ว รวมถึงให้กองบังคับการตำรวจนครบาล ที่มีพื้นที่ติดบริเวณริมแม่น้ำ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด จุดที่น่าสงสัย เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม พร้อมกันนี้เชื่อว่า การทำคดีนี้ไม่ยากแน่นอน สำหรับกรณีที่ น.ส.กาญจนา อ่อนสา ชาวจังหวัดระยอง ที่สงสัยว่าชิ้นส่วนที่พบเป็นสามีของตนที่หายไป ซึ่ง พล.ต.ท.ศานิตย์ ระบุว่า จะทราบผลภายในวันนี้ว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ขอบคุณ INN ....................................................... ความคืบหน้าคดีพบชิ้นส่วนมนุษย์ สถาบันนิติเวชวิทยา ตรวจสอบ ชิ้นส่วนมนุษย์ 4 ชิ้น ที่ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้สะพานพระราม 5 ชี้เป็นคนเดียวกันกับที่พบในพื้นที่ ฝั่งธน และอำเภอเมืองจ.นนทบุรี ขณะนี้อยู่ในระหว่างการรอชิ้นส่วนที่เหลือ ส่งไปตรวจดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์ว่าเป็นร่างกายของผู้ใดต่อไป พร้อมกันนี้ พล.ต.อ. พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ครอบครัวของชายที่หายตัวไปจาก จ.ระยอง ลงพื้นที่ท่าน้ำพระราม 5 เพื่อตรวจสอบชิ้นส่วนขาขวาของมนุษย์ มีการนำดีเอ็นเอไปตรวจ ผู้เชี้ยวชาญระบุว่า ชิ้นส่วนดังกล่าว เป็นขาของชาวเอเชีย ขณะนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนเป็นพิเศษ เพื่อหาความจริงต่อไป ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ พบชิ้นส่วนมุนษย์เพิ่ม บริเวณกรมเจ้าท่า ใกล้สะพานพระราม 5 เป็นแข้ง ขาขวา ขณะที่ ขาซ้าย ลอยติดท่าน้ำวัดเกริน ต.บางกระดี จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ลงพื้นนำชันสูตรเชื่อมโยงชิ้นส่วนที่พบก่อนหน้าที่ วันนี้ 2 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า วินมอเตอร์ไซค์พบชิ้นส่วนมุนษย์ส่วนแข้ง ขาด้านขวา ลอยอยู่บริเวณกรมเจ้าท่า ใกล้สะพานพระราม 5 เขตบางสีเมือง สภาพชิ้นส่วนยังปกติไม่เน่าเปื่อย สีขาวซีด และได้ผูกมัดไว้เพื่อป้องกันการลอยไปตามกระแสน้ำ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ และกำลังนำชิ้นส่วนของมนุษย์ไปชันสูตรว่า มีความเชื่อมโยงกับชิ้นส่วนของร่างมนุษย์ที่พบก่อนหน้านี้หรือไม่ ขณะเดียวกันที่ปทุมธานี ได้รับแจ้งว่า พบชิ้นส่วนมนุษย์ เป็นขาด้านซ้าย ลอยอยู่บริเวณ ท่าน้ำวัดเกริน ต.บางกระดี จ.ปทุมธานี สภาพชิ้นส่วนยังปกติ สีขาวซีด เบื้องต้น เจ้าหน้าตำรวจ ลงพื้นที่และได้นำชิ้นส่วนของมนุษย์ ขึ้นมาจากน้ำแล้ว โดยกำลังรอเจ้าหน้าที่นิติเวช มาตรวจสอบเพิ่มเติมว่า ชิ้นส่วนขาซ้ายที่พบนั้น มีความเชื่อมโยงกับชิ้นส่วนของร่างมนุษย์ที่พบก่อนหน้านี้หรือไม่ อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถระบุได้ว่าชิ้นส่วนที่พบนั้นเป็นของคนไทยหรือชาวต่างชาติ ขอบคุณ INN ....................................................... "พล.ต.ท.ศานิตย์" ส่ง 4 ชิ้นส่วนมนุษย์ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ให้แพทย์ชันสูตรเป็นเคสเร่งด่วน คาดว่าเป็นชายชาวเอเชีย  วันนี้ 1 ก.พ. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้ากรณีพบชิ้นส่วนมนุษย์ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา โดยขณะนี้ได้นำชิ้นส่วนทั้งหมด 4 ชิ้น คือ ส่วนศีรษะ แขนขวา ขาขวา และลำตัว ส่งให้แพทย์ชันสูตรอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเป็นเคสพิเศษเพื่อพิสูจน์ DNA และตรวจสอบว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถระบุเวลาที่จะทราบผลชัดเจนได้ แต่เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นชายชาวเอเชีย อย่างไรก็ตามต้องรอผลจากแพทย์ชันสูตรศพก่อน จึงจะดำเนินการสอบสวนขยายผลต่อไป ศานิตย์คาดผลชันสูตรชิ้นส่วนศพจะชัดเจนพรุ่งนี้ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เรียกประชุมชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีพบชิ้นส่วนมนุษย์ที่ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมเปิดเผยว่า ระหว่างนี้อยู่ระหว่างนำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมด ส่งให้สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม หรือ ดีเอ็นเอ ว่าเป็นของบุคคลเดียวกันหรือไม่ และผู้ตายเป็นชนชาติใด ซึ่งจากที่ได้รับรายงาน คาดว่าผู้ตายน่าจะเป็นแขกขาว แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจริงหรือไม่ ขณะเดียวกัน ตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1 กำลังอยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อเร่งหาสถานที่เกิดเหตุในการฆาตกรรมว่าอยู่จุดใด แต่จากการสันนิษฐานเบื้องต้น เชื่อว่าน่าจะมีการฆ่าหั่นศพจากบริเวณอื่น ก่อนนำร่างของผู้ตายมาทิ้งเหนือสะพานพระนั่งเกล้า ส่วนผลการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร คาดว่าน่าจะมีผลสรุปได้ภายในวันนี้ หรือพรุ่งนี้ ดังนั้นจึงอยากฝากประชาสัมพันธ์ถึงประชาชนทุกคน หากเชื่อว่าผู้ตายเป็นญาติพี่น้อง หรือบุคคลใดที่คาดว่าจะรู้จักผู้ตาย ให้ติดต่อเพื่อขอดูศพ หรือตรวจพิสูจน์ทราบดีเอ็นเอ ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีก! ชิ้นส่วนศีรษะมนุษย์ ถูกเทปพันรอบยัดถุงดำ ลอยใต้ถุนบ้านประชาชนย่านบางศรีเมือง เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบ คาดเป็นคนเดียว เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิได้รับแจ้งจากประชาชนย่านบางศรีเมือง จ.นนทบุรี ว่าพบชิ้นส่วนมนุษย์ส่งกลิ่นเหม็นอยู่ใต้ถุนบ้าน จึงรุดไปตรวจสอบพบ เป็นชิ้นส่วนศีรษะเพศชาย ถูกคุมด้วยถุงดำ มีเทปสีใสพันรอบศีรษะ มีหนวดเครา ผมสั้น และศีรษะล้าน ซึ่งคาดว่าน่าจะเสียชีวิตมานานกว่า 4 วัน เจ้าหน้าที่จึงเคลื่อนย้ายศีรษะมายังวัดตำหนักใต้ พื้นที่ สภ.นนทบุรี และขณะนี้อยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม คาดว่าชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดน่าจะเป็นบุคคลคนเดียวกัน และยังเหลือชิ้นส่วนแขนซ้ายและขาซ้ายที่ยังไม่พบ ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีก ชิ้นส่วนลำตัวมนุษย์ ลอยเจ้าพระยา ที่ท่าน้ำนนทบุรี จนท.เร่งตรวจสอบนำมารวมกับที่พบก่อนหน้านี้ วันนี้ (31ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบชิ้นส่วนมนุษย์เพิ่มเติมอีก โดยเบื้องต้นจุดที่พบคือ ท่าน้ำวัดโพธิ์ทองบน อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยเป็นชิ้นส่วนช่วงลำตัวของเพศชาย ซึ่งขณะนี้ จนท.ตร. และกู้ภัยได้นำเอาชิ้นส่วนมาบนฝั่ง และสันนิษฐานว่า อาจจะเป็นชิ้นส่วนของคนเดียวกันกับที่พบก่อนหน้านี้ 2 ชิ้นคือ ช่วงแขน และพบช่วงขา ก่อนหน้านี้ ซึ่งทาง จนท.ตร.สภ.เมืองนนทบุรี และ จนท.กู้ภัย จะได้นำชิ้นส่วนดังกล่าวไปตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชต่อไปว่าใช่คนเดียวกันกับที่เจอก่อนหน้านี้หรือไม่ ....................................................... พบชิ้นส่วนแขนมนุษย์ มีรอยถูกของมีคมตัด ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ตำรวจเร่งตรวจสอบ หวั่นฆาตกรรมหั่นศพ ได้รับแจ้งจากอาสามัครกู้ภัย มูลนิธิร่วมกตัญญู พบชิ้นส่วนมนุษย์ในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณข้างอู่ต่อเรือวัดคหบดี ซ.จรัญสนิทวงศ์ 44 โดยชิ้นส่วนที่พบแขนขวา ตั้งแต่ไหล่ลงมา สภาพซีดขาว และยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็น เพศชายหรือหญิง นอกจากนี้ ยังพบว่ามีร่อยรอย คล้ายถูกของมีคมตัดค่อนข้างชัดเจนโดยสันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นการฆาตกรรมหั่นศพ ซึ่งขณะนี้ร้อยเวร สน.บวรมงคล เข้าตรวจสอบแล้ว และอยู่ระหว่างรอแพทย์ชันสูตรหาสาเหตุที่ชัดเจน MThai News

อุทาหรณ์! สุนัขตัดหน้ารถเบรคกะทันหัน ทำคันหลังเสียหลักหวิดดับ
รถเสียหลัก /  สุนัขตัดหน้ารถ / 

อุทาหรณ์! คลิปสุนัขตัดหน้ารถเบรคกะทันหัน ทำให้รถคันหลังเสียหลักลงคลองข้างทางหวิดดับ กลายเป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์เตือนภัยที่ถูกส่งต่ออย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ สำหรับคลิปจากกล้องหน้ารถคันหนึ่ง ขับตามรถคันหนึ่ง แต่กลับเบรคกะทันหัน เนื่องจากสุนัขตัดหน้ารถ ทำให้รถคันดังกล่าวหักหลบเสียหลักตกลงคลองข้างทาง โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ ชวลิต กาติ๊บ ได้โพสต์คลิปเผยภาพจากกล้องหน้ารถ ซึ่งขับตามหลังรถเก๋ง และรถกระบะ ทั้งสองคันขับตามมาไม่เร็วนัก โดยที่ถนนข้างหน้าไม่มีรถใดๆ จู่ๆ รถเก๋งเบรคเพราะมีสุนัขตัดหน้ารถ ทำให้รถกระบะที่ตามมาตกใจหักหลบออกจนเสียหลักและพุ่งรถคูข้างน้ำอย่างแรง ผู้โพสต์ระบุว่า "จะถึงบ้านอยู่แล้วเจออุบัติเหตุซะก่อนจากกล้องหน้ารถไม่ชัดเท่าไร" อย่างไรก็ตาม คลิปดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่แชร์ส่งต่ออย่างล้นหลามในโลกออนไลน์ ซึ่งคลิปนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ขับขี่รถบนท้องถนนได้เป็นอย่างดี MThai News

นักข่าวชื่อดัง โอด หลังเจอติ่งถล่ม อ้างทำบิ๊กตู่ อารมณ์เสีย
ด่านักข่าว /  น.ส.วาสนา นาน่วม / 

นักข่าวชื่อดัง โอด หลังเจอติ่งถล่ม อ้างทำบิ๊กตู่ อารมณ์เสีย ที่เฟซบุ๊คของ วาสนา นาน่วม นักข่าวสายทหารชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความกรณีที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นหนึ่งในนักข่าวที่ยุให้นักข่าวสายทำเนียบถามคำถามพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จนเกิดอารมณ์ฉุนเฉียว โดยคุณวาสนา ระบุว่า ทุกวันนี้ นักข่าวต้องอดทน จากการเป็นจำเลยสังคม เมื่อนายกฯอารมณ์ เสีย ก็โทษนักข่าว แม้ว่า ในบางครั้ง นักข่าว ยังไม่ทันถามเลยด้วยซ้ำ แต่ถ้านักข่าว แสดงปฏิกิริยาใดออกไป ก็จะไม่เป็นผลดีกับ ท่านนายกฯ นักข่าว จึงอดทน ให้ นายกฯด่า หรือโยนของใส่ เพราะ เราเข้าใจว่า นายกฯเครียดหลายเรื่อง และ อ่านสื่อมากไป ทุกฉบับ ทุกคอลัมน์ แม้แต่โซเชี่ยลมีเดีย จึงทำให้อารมณ์เสีย แถม พวกฝ่ายนักการเมือง ก็ออกมาวิจารณ์ รัฐธรรมนูญ ออกมาเคลื่อนไหว นายกฯ ก็ยิ่ง อารมณ์ไม่ดี โดยตนไม่มีพลังใดๆ จะไปสั่งให้ นักข่าวคนไหนถามได้ ตรงกันข้าม ที่จะ มีแต่ น้องๆ นักข่าวจะมาฝากตนให้ช่วยถามให้แทน เพราะไม่กล้าถามนายกฯ หรือน้องบางคนก็ฝาก นักข่าวรุ่นพี่ระดับอาวุโส ของทำเนียบฯ ที่เป็น" มือถาม" ที่มีอยู่ ราว 6-7 คน ถามให้แทน เพราะ รู้ว่า คุ้นเคยกับนายกฯ จะไม่โดนด่าอะไรรุนแรงจนบางทีตนก็บอกว่า น้องถามเองเลย ไม่ต้องกลัว จะได้มีนักข่าวหน้าใหม่ ถามนายกฯบ้าง มีแต่ หน้าเดิมๆ6-7 คน เท่านั้น คำถาม ที่ถามนายกฯ ก็มาคุยกันสดๆ ตอนรอนายกฯเลย ไม่มีใครมาบัญชาการนักข่าวได้ความจริงเหล่านี้ สามารถถามจาก นักข่าวทำเนียบฯทุกคนได้ว่า ไม่มี นักข่าวสตรี 2 คน ที่มีพฤติกรรมแบบนั้นในทำเนียบฯ ส่วนการที่ มีคนวิจารณ์ว่าตนโดน นายกฯด่า มาหลายครั้ง เลยคิดว่า การที่ นายกฯ อารมณ์เสีย ครั้งนี้ เพราะตนยืนยันว่า ตนไม่ค่อยได้ถามนายกฯ มาสักพักแล้ว ยิ่งวันเกิดเหตุ 2 กพ.59 ตนไม่ได้ถามเลยด้วยซ้ำ ตอนเช้า ไม่มี นักข่าวคนไหนถาม ให้นายกฯ อารมณ์เสีย แต่ท่านนายกฯ อารมณ์ไม่ดี มาอยู่ ก่อนแล้ว มาเจอ นักข่าว ตอบคำถามของท่านนายกฯเอง ไม่ตรงใจ เลยอารมณ์เสีย "ขนาด บางเริ่องวาสนาไม่ได้ถามนายกฯให้อารมณ์มีเสียงคนถามชัดเจน บางทีเป็นเสียงนักข่าวผู้ชาย แต่ก็ยังมีคนอุตส่าห์ บอกว่าเป็นวาสนา ถามอีก ท้ายสุดวาสนา บอกไว้เลยว่า จะเลิกถาม นายกฯ ไม่ใช่เพราะกลัวนายกฯ แต่เพราะจะได้รู้กันว่าถ้าไม่มี วาสนา ถามนายกฯจะอารมณ์ เสีย ได้มั้ย ไว้รอดูกันแล้วกันค่ะ" ที่มา Wassana Nanuam

แอร์เอเชียแจกอั่งเปาโปรโมชั่น เฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน บินสู่ 12 เมืองประเทศจีน ราคาสุดคุ้ม!
air asia /  แอร์เอเชีย

แอร์เอเชียแจกอั่งเปาโปรโมชั่น เฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน บินสู่ 12 เมืองประเทศจีน ราคาสุดคุ้ม! พร้อมร่วมชิงโชคผ่านร้านทอง ร้านอาหาร รับตั๋วบินฟรีง่ายๆ แอร์เอเชียจัดกิจกรรมยิ่งใหญ่รับเทศกาลตรุษจีนทั้งในกรุงเทพ เชียงใหม่ และภูเก็ต พร้อมมอบอั่งเปา โปรโมชั่นบินราคาสุดคุ้มเริ่มต้นเพียง 1,890 บาทต่อเที่ยว มุ่งหน้าสู่ 12 เมืองจีน ได้แก่ ฮ่องกง มาเก๊า กวางโจว เซินเจิน คุนหมิง ฉงชิ่ง ฉางซา ซีอาน อู่ฮั่น หางโจว หนานหนิง(กุ้ยหลิน) หนานชาง จองได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 และบินเลยทันทีวันนี้ จนถึงวันที่ 28 เมษายน 2559 นอกจากโปรโมชั่นราคาพิเศษช่วงตรุษจีนแล้ว สายการบินแอร์เอเชียได้ร่วมเทศกาลตรุษจีนในพื้นที่ต่างๆ กล่าวคือ ที่ประตูชัยมงคล เยาวราช กรุงเทพฯ ในวันที่ 8-9 กุมภาพันธ์ 2559 พร้อมกิจกรรมให้ผู้ร่วมงานมาร่วมสนุกและรับของที่ระลึก เช่น วงล้อนำโชค ต้นไม้ขอพร และน้องมาสคอสแพนด้าน่ารักมาสร้างสีสันร่วมงานตรุษจีน จังหวัดเชียงใหม่ สามารถร่วมกิจรรมตรุษจีนได้ที่บูธแอ ร์เอเชียเช่นกันที่กาดหลวง ระหว่างวันที่ 7-9 กุมภาพันธ์ 2559 พร้อมกันนี้ยังได้จัดแคมเปญม้วนแต๊ ลุ้นตั๋วแอร์เอเชีย เพียงซื้อทองกับร้านทองที่ร่วมรายการกว่า 50 แห่งทั่วเมืองเชียงใหม่ โดยซื้อทองน้ำหนัก 1 สลึงขึ้นไป ลุ้นรับคูปองเพื่อชิงตั๋วบินฟรีบินกับแอร์เอเชีย จากเชียงใหม่-ฮ่องกง มาเก๊า หางโจว ร่วมสนุกได้แล้ววันนี้ – 30 เมษายน 2559 ประกาศผลผู้โชคดี 15 พฤษภาคม 2559 ด้านจังหวัดภูเก็ต จัดกิจกรรม “อร่อยวันนี้... ลุ้นบินฟรี กับแอร์เอเชีย” โดยร่วมกับร้านอาหารและกาแฟชั้นนำทั่วจังหวัดภูเก็ตกว่า 30 ร้าน เมื่อลูกค้าของร้านค้าที่เข้าร่วมรายการใช้จ่ายครบ 200 บาทขึ้นไป จะได้รับคูปองลุ้นบินฟรี ไปกลับภูเก็ต-สิงคโปร์ ฮ่องกง และอู่ฮั่น รวม 3 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง ร่วมลุ้นรางวัลได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 เมษายน 2559 พร้อมประกาศรายชื่อผู้โชคดีในวันที่ 10 พ.ค. 2559 เทศกาลตรุษจีนนี้ แอร์เอเชียมีทั้งกิจกรรมและโปรโมชั่นมากมายรอคุณอยู่ สนใจเส้นทางไหน เข้ามาดูรายละเอียดได้ที่ www.airasia.com

พ่อพระอินเดีย เก็บเงินซื้อรถพยาบาล ใช้เดินทางรักษาสัตว์จรจัด
คนใจบุญ /  จรจัด / 

ชื่นชมความดี ชายชาวอินเดีย เก็บเงินมานาน 10 ปี ซื้อรถตู้ใช้เป็นรถพยาบาล ตระเวนรักษาสัตว์จรจัดที่เจ็บป่วย เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ต่างประเทศเผยแพร่เรื่องราวของ 'บูลู' ชายชาวอินเดีย ซึ่งเป็นบุคคลปริศนา ไม่มีใครทราบที่มาที่ไป ที่ได้ขับรถไปในที่ต่าง ๆ ของเมืองปูลู ของประเทศอินเดีย เพื่อนำอุปกรณ์ทางการแพทย์ติดไปกับรถไปช่วยรักษาสัตว์จรจัดที่เจ็บป่วยหรือบาดเจ็บทั่วทั้งเมือง ต่อมาสื่อท้องถิ่นได้เข้าไปสัมภาษณ์นาย บูลู ได้ความว่า เขาต้องใช้เวลาเก็บเงินมานานกว่า 10 ปี เพื่อจะนำเงินไปซื้อรถตู้ ก่อนจะดัดแปลงให้กลายเป็นรถพยาบาลเคลื่อนที่ ไว้ใช้รักษาสัตว์ยากไร้จรจัด นอกจากตระเวนรักษาสัตว์นอกสถานที่แล้ว เขายังได้เปิดบ้านของตนเองเป็นสถานรักษาสัตว์ หากตัวไหนป่วยหนัก เขายินดีจะพาไปส่งโรงพยาบาลสัตว์ และคิดเพียงค่าน้ำมันจากเจ้าของสัตว์ ในราคาแสนถูก นอกจากนี้สุนัขหรือแมวที่บาดเจ็บและไม่มีบ้าน เขาก็จะพามารักษาและให้อยู่ที่บ้าน ซึ่งตอนนี้ที่บ้านของเขารับอุปการะสุนัขจรจัดราว 5-6 ตัว กระนั้นเหรียญย่อมมีสองด้าน มีทั้งผู้ที่เห็นด้วยกับบูลู พร้อมทั้งชื่นชมในความใจบุญของเขา ขณะที่บางคนกลับเห็นว่า นี่เป็นการสร้างความรำคาญให้แก่พวกเขา และไม่เห็นด้วยกับการช่วยเหลือสุนัขเร่ร่อน ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News ที่มา thedodo