รถเมล์สาย536

วิธีบริหารดวงตา เพื่อ สุขภาพตา สำหรับคนที่ต้องจ้องคอมเกินวันละ 8 ชั่วโมง
จ้องคอม /  จ้องจอ / 

มนุษย์เรามีเวลาเฉลี่ยบนโลก 20,000 กว่าวัน และต้องใช้งานสายตาทุกวันตลอดอายุขัย เริ่มตั้งแต่ลืมตาตื่นตอนเช้าจนกระทั่งหลับตานอนตอนกลางคืน ตาของเราเป็นหนึ่งในอวัยวะสำคัญที่สุดของมนุษย์ เพื่อให้เรามองเห็นตนเองและผู้อื่น อ่านหนังสือ ขีดเขียน เสพย์สื่อ ทีวี ศิลปะ ภาพยนตร์ เดินทาง ขับรถ มองเห็นโลกกว้าง เมื่อเดินทางท่องเที่ยว อำนวยความสะดวกให้กับมนุษย์อย่างสุดจะประเมินค่าได้ ปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับชีวิตคนเราอย่างแยกออกจากกันไม่ได้ ลองสังเกตดูว่าในหนึ่งวัน คนเราใช้สายตาจ้องจอสมาร์ทโฟน จอคอมพิวเตอร์ บางทีอาจจะมากกว่าเวลาที่เราใช้มองสิ่งแวดล้อมรอบกายเสียอีก ในแต่ละวันเราใช้งานสายตาอย่างหนักหน่วง จนเกิดอาการ “ล้า” หรือ “ปวดตา” ซึ่งเป็นสัญญาณร้ายที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพตาอย่างที่เราคาดไม่ถึง อาทิ ปัญหาสายตาสั้น - ยาวที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปวดหัวเพราะตาเชื่อมกับสมองโดยตรง ใช้ตามากก็ใช้สมองประมวลผลสิ่งที่เห็นมากเป็นเงาตามตัว เพราะตื่นมาอย่างแรก เราก็ต้องใช้สายตา จนกระทั่งกลับเข้านอน ตาก็เป็นอวัยวะสุดท้ายที่จะบอกกับเราว่า ‘วันนี้หมดไปอีกหนึ่งวันแล้วนะ’ 6 – 8 ชั่วโมงนั่นจึงถือเป็นเวลาพักผ่อนของสายตา อีก 16 – 18 ชั่วโมงที่เราใช้งานสายตากันแบบไม่ได้พักอีกครั้ง เป็นอย่างนี้ไปจนเราหมดอายุขัย คิดดูว่าคนเราใช้สายตากันหนักขนาดไหน หันมาให้ความสำคัญกับการดูแล “ตา” กันซักหน่อย เพื่อให้ใช้งานได้ในระยะยาวและอยู่กับเราได้อีกนาน จ้องจอนานเกินไป เสี่ยงเป็น คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม แพทย์หญิงอุษณีย์ เหรียญประยูร จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพสายตา ศูนย์เลเซอร์สายตาจุฬา ฝ่ายจักษุวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ อธิบายว่า “ในปัจจุบัน มีประชากรที่มีปัญหาจากการใช้สายตาจ้องจอนานเกินไปประมาณ 60 ล้านคนทั่วโลก และพบปัญหานี้ได้ร้อยละ 75-90 ของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทั้งหมด เนื่องจากปัจจุบันประชาชนนิยมการใช้คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟนมากขึ้น ทั้งที่เกี่ยวข้องกับการทำงานและความบันเทิง ทำให้จักษุแพทย์ตรวจพบปัญหาสุขภาพสายตาที่เกิดจากการใช้สายตาจ้องจอเป็นเวลานานได้บ่อยขึ้นและพบได้ในผู้ป่วยทุกเพศ ทุกช่วงอายุ คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม (Computer Vision Syndrome) หรือ ซีวีเอส (CVS) คือกลุ่มอาการทางตาที่สัมพันธ์กับการใช้คอมพิวเตอร์และการใช้สายตามองจอระยะใกล้เป็นระยะเวลานาน อาการประกอบด้วย ปวดศีรษะ ตาแห้ง เคืองตา เมื่อยล้าตา มองภาพไม่ชัด ตาแดง น้ำตาไหล เห็นภาพซ้อน ความสามารถในการปรับโฟกัสช้าลง และการมองเห็นสีเปลี่ยนไป อาการดังกล่าวมักจะเริ่มเมื่อผู้ป่วยใช้คอมพิวเตอร์ต่อเนื่องเป็นเวลาสองถึงสามชั่วโมง และจะเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ หากไม่หยุดหรือพักการใช้สายตา” “เพื่อป้องกันการเกิดปัญหา สุขภาพตา ที่เกิดจากการจ้องจอคอมพิวเตอร์นานเกินไป ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ ควรพักสายตาทุก 20 นาที ด้วยการมองไปที่ไกลจากคอมพิวเตอร์ 20 ฟุต เป็นเวลาอย่างน้อย 20 วินาที ตั้งจอคอมพิวเตอร์ห่างจากตาอย่างน้อย 20 - 24 นิ้ว ปรับมุมของจอให้ต่ำกว่าระดับสายตาประมาณ 14 - 20 องศา ปรับตำแหน่งของจอเพื่อลดแสงสะท้อน ใช้ผลิตภัณฑ์หรือหน้าจอที่ช่วยลดแสงสะท้อน ปรับความสว่างของจอและห้องให้เหมาะสม กระพริบตาถี่ขึ้น ประมาณ 10-15 ครั้งต่อนาที โดยต้องกระพริบตาให้เปลือกตาปิดสนิท หากเริ่มมีอาการของปัญหาสุขภาพสายตาข้างต้น ควรไปพบจักษุแพทย์” แพทย์หญิงอุษณีย์ กล่าวเสริม ถึงจะหลีกเลี่ยงการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ไม่ได้ แต่ก็สามารถดูแลสายตาของเราเองได้ง่ายๆ แค่เลือกใช้จอมอนิเตอร์โค้งเพื่อทำให้การหักเหของแสงจากสภาพแวดล้อมรอบๆ สะท้อนสู่สายตาลดลง ช่วยลดอาการเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อตา ช่วยถนอมสายตา เพื่อรักษาดวงตาให้เรามองโลกสวยได้อีกนานๆ

ไฮไลท์ปลายฝน กับ 7 สุดยอดจุดชมวิวทะเลหมอก
จุดชมวิว /  ทะเลหมอก / 

เข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาวแบบเต็มตัวแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมคงหนีไม่พ้นการชมวิวทะเลหมอกในที่ต่าง ๆ การได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ทั้งการเดินป่า นอนเต๊นท์ ชมทุ่งดอกไม้ ตื่นมารับแสงยามรุ่งอรุณ หรือออกมาส่งพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ล้วนแล้วแต่เป็นภาพแห่งความประทับใจ ในเราเก็บความรู้สึกเอาไว้ผ่านภาพถ่าย นี่ก็ใกล้จะหมดฝนแล้ว Travel MThai จึงอยากจะแนะนำ 7 สุดยอดจุดชมวิวทะเลหมอก ที่คุณควรไปชมก่อนสายฝนจะจากไป ... ไฮไลท์ปลายฝน กับ 7 สุดยอดจุดชมวิวทะเลหมอก ทั่วไทย 1. ภูทับเบิก แม้จะถูกมนุษย์รุกพื้นที่ไปพอสมควร แต่ ภูทับเบิก อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร ซึ่งเป็นจุดสูงสุดเพชรบูรณ์ ยังคงเป็นแหล่งชมทะเลหมอกยอดนิยมไม่เปลี่ยนแปลง ด้วยภูมิประเทศมีความงดงามอย่างมาก เต็มไปด้วยทะเลภูเขา ป่าไม้และธรรมชาติมีความอุดมสมบูรณ์ อากาศบริสุทธ์ เย็นสบายตลอดปี ในตอนเช้ามีหมอกและกลุ่มเมฆ มองเห็นเป็นทะเลหมอกตัดกับยอดภูสีเขียว และยังเป็นเป็นแหล่งปลูกกะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อีกด้วย 2. ภูทอก จุดชมวิวภูทอก อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย สถานที่นักท่องเที่ยวจะสามารถสัมผัสปุยของทะเลหมอกได้อย่างใกล้ชิดแบบสุด ๆ ถ้าหากมองในระยะไกลเบื้องหน้าจะเห็นวิวทะเลหมอกขาวโพลนตัดกับแสงสีส้มของพระอาทิตย์ ซึ่งนอกจากวิวของทะเลหมอกแล้วยังเป็นจุดที่สามารถมองเห็นวิว 360 องศา แบบพาโนราม่าของเมืองเชียงคานได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นแก่งคุดคู้และลำน้ำโขง ด้วยภูแห่งนี้มีลักษณะเป็นภูเขาสูง ทำให้ทัศนียภาพโดยรอบบริบูรณ์ด้วยธรรมชาติสร้างสรรค์ ในช่วงเวลาการชมทะเลหมอก คือในช่วงปลายฝนถึงฤดูหนาวแบบนี้แหละ 3. เขาพะเนินทุ่ง เขาพะเนินทุ่ง อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ยอดเขาสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,207 เมตร มีทะเลหมอกให้ชมแทบจะตลอดปี ซึ่งเกิดจากความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าและต้นไม้ ที่พร้อมใจกันคายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาจนกลายเป็นทะเลหมอกหนาตา ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกันอย่างเต็มที่ในช่วงเช้าจะมองเห็นกลุ่มควันแห่งความหนาวสีขาวนวลปกคลุมทั่วหุบเขา เมื่อเริ่มจางลงบริเวณเบื้องล่างจะปรากฏภาพป่าดงดิบอันแสนชุกชุม มีเทือกเขาสลับซับซ้อนกว้างไกลสุดตาอยู่ด้านหลังโดยจุดชมทะเลหมอกจะมีอยู่ 2 แห่งคือ จุดชมวิวกิโลเมตรที่30 และ 36 4. ดอยผาตั้ง ดอยผาตั้ง มีความสูงประมาณ 1,800 เมตร จากระดับน้ำทะเล เป็นยอดดอยในเทือกเขาหลวงพระบาง เป็นเส้นแบ่งเขตไทย-ลาว อยู่ห่างจากภูชี้ฟ้าประมาณ 30 กิโลเมตร ดอยผาตั้ง ถือเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง ชาวท้องถิ่นที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ คือ ชาวจีนฮ่อ ม้ง และเย้า ซึ่งมีอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก ปลูกพืชเมืองหนาว เช่น บ๊วย ท้อ สาลี่ แอปเปิ้ล และชา เป็นหนึ่งสีสันแห่งวัฒนธรรมชนเผ่า 5. ดอยเมี่ยง ดอยเมี่ยง จ.แม่ฮ่องสอน สวรรค์เมืองหมอกป้ายแดง ที่ปักหมุดอยู่สูงประมาณ 1,600 เมตร ในพื้นที่ป่าดิบชื้นและภูเขาสูงชันสลับซับซ้อน เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้หลายชนิด เช่น ต้นสน ต้นพญาเสือโคร่ง ต้นมะค่า ความสุขโดยสัมผัส คือการไปยืน ณ จุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพทิวทัศน์ของเมืองปายได้อย่างสวยงาม แบบสุดสายตา 360 องศา ท่ามกลางมวลอากาศหนาวเย็นและมีลมพัดโชยสบายทุกฤดูกาล 6. ดอยแม่ระเมิง ดอยแม่ระเมิง ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแม่เมย ที่คุ้มค่าน่าไปและไม่ไกลเหมือนจุดชมทะเลหมอกแห่งอื่น คือ ทะเลหมอกสวยในฝัน ซึ่งยืนยันได้ว่าไม่มีผิดหวัง หากคุณไปตรงวันเวลา ถูกฤดูกาล ทุกเช้าก่อนรุ่งสางรอชมตะวันขึ้นกับทะเลหมอกมองได้ 180 องศา จุดชมวิวที่ดีที่สุดก็คือม่อนกิ่วลม ก่อนกลับแวะไปชมหมู่บ้านกะเหรี่ยง 200 ปี เป็นของแถม จะรู้ว่าทำไมผู้คนอยู่ลึกกลางขุนเขาไม่เคยย้ายถิ่นฐานยาวนานถึง 200 ปี 7. เขาไข่นุ้ย “เขาไข่นุ้ย” หรือ “ภูไข่นุ้ย“ จังหวัดพังงา ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลเพียง 200 เมตร ความสูงกำลังพอดีให้นักท่องเที่ยวได้ชมความงามในหน้าฝนและหนาวแบบไม่ต้องออกแรงมาก นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดพังงา ซึ่งเวลานี้กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก ด้วยเพราะมีทะเลหมอกให้ชมตลอดทั้งปี ไม่เว้นแม้แต่ฤดูร้อน หากจะเดินทางมาชมทะหมอกแนะนำให้มาในช่วงที่มีคลื่นลมทะเลสงบเท่านั้น นักท่องเที่ยวถึงจะได้เห็นปุยขาวของทะเลหมอกบนเขาไข่นุ้ยแห่งนี้ได้อย่างชัดเจน เรื่องและเรียบเรียงโดย : Travel MThai

Logitech M331 Silent Plus และ M221 Silent เมาส์ไร้เสียงเพื่อการทำงานอย่างเงียบเชียบ
gadget /  Logitech / 

Logitech เปิดตัวเมาส์ M331 Silent Plus และ M221 Silent เมาส์ไร้เสียงรุ่นแรกที่ช่วยให้คุณสามารถทำงานได้อย่างเงียบเชียบ ทั้งให้ความรู้สึกของการกดเมาส์แบบเดิม แต่ลดเสียงได้มากกว่า 90% โดยทั้งสองรุ่นสามารถเชื่อมโยงการทำงานแบบไร้สายได้ไกลถึง 33 ฟุต ตัว M331 Silent Plus มีแบตเตอรี่ซึ่งใช้งานยาวนานถึง 24 เดือน การออกแบบรูปทรงให้จับได้ถนัดเพื่อการใช้งานที่สบาย และพอดีกับมือข้างขวา ส่วน M221 Silent แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้นาน 18 เดือน ตัวเมาส์ถูกออกแบบให้ใช้งานได้ทั้งมือซ้าย และขวา Logitech M331 Silent Plus คาดว่าจะเริ่มจำหน่ายผ่าน Logitech.com และร้านค้าปลีกที่ได้รับคัดเลือกราวเดือนกันยายน ในราคา 590 บาท สำหรับ Logitech M221 Silent คาดว่าจะเริ่มจำหน่ายผ่าน Logitech.com และร้านค้าปลีกที่ได้รับคัดเลือกราวเดือนตุลาคม ที่ 490 บาท

สยบเม้าท์เตียงหัก!! ดอม เหตระกูล ควงภรรยาออกงานโชว์หวานในรอบหลายปี
ดอม เหตระกูล /  ก้อย ศศิลักษณ์ / 

เจอข่าวเม้าท์เตียงหักรักร้าวออกมาตลอด!! สำหรับ ดอม เหตระกูล ที่ล่าสุดควงศรีภรรยา ก้อย ศศิลักษณ์ เหตระกูล ร่วมงาน The Distinguished Gentleman’s Ride 2016 ออกสื่อโชว์ความหวานในรอบหลายปี พร้อมให้สัมภาษณ์คู่กันว่า ข่าวลือเตียงหักไม่เป็นความจริง ทุกกระแสที่เกิดขึ้นไม่บั่นทอนความรู้สึกของทั้งคู่ เพราะเราไม่สามารถไปห้ามความคิดของคนอื่นได้ แต่ขอยืนยันครอบครัวยังอบอุ่นและมีความสุขดี!! ก้อย "ออกงานนับครั้งได้เลย น้อยมากค่ะ มาเจอสื่อวันนี้นึกว่าแต่งงานใหม่เลยค่ะ (หัวเราะ)" ดอม "แววลูกเข้าวงการบันเทิงตอบยากครับ เค้าไม่ค่อยจะทะเล้นแอคทีฟ ถ้าให้ทำอะไรกับคนสักสิบยี่สิบคนเค้าก็จะเกร็งๆ" ก้อย "เราจะสอนให้เค้าเหมือนเด็กทั่วไปมากกว่า เป็นคนธรรมดา รู้จักชีวิต ใช้ชีวิตเป็น สนุกในวัยเด็ก ไม่อยากให้เค้าต้องมารีบทำงาน อยากให้เค้ามีความสุขก็พอแล้ว" ดอม "ไม่ค่อยได้พาน้องมาดูเราทำงานด้วย ตอนเด็กๆ อาจจะเอาไป เพราะตอนนั้นก้อยเค้าก็ทำงานต่างจังหวัดบ้าง เราก็เลยต้องพาเค้าไปกองบ้าง แต่ปัจจุบันไม่บ่อยแล้วครับ เพราะพอเค้าโตขึ้น เค้าก็เลือกกิจกรรมที่อยากจะทำอยากจะเล่นเองได้ ไม่มีแววการแสดงเลย และไม่ใช่คนหวือหวาที่ชอบความเร็ว แต่อย่างนึงที่เค้าชอบมอเตอร์ไซค์เพราะรู้สึกว่ามันแตกต่างจากเด็กคนอื่น ถึงจะมีเด็กหลายคนที่ซ้อนมอเตอร์ไซค์คุณพ่อคุณแม่ไปโรงเรียน แต่สำหรับเค้ารู้สึกว่ามันแปลกเพราะไม่ค่อยได้เห็นภาพนี้เท่าไหร่" ก้อย "มีข่าวเตียงหักก็สงสัยว่าก้อยตัวหนักขึ้นค่ะ (หัวเราะ) ตอบเหมือนตั้งแต่ตอนแรกที่แต่งงาน ก้อยยังตอบเหมือนเดิมว่าก้อยเป็นคนที่โชคดีมากที่ได้แต่งงานเข้ามาในครอบครัวเหตระกูล นอกจากจะได้รับการสนับสนุนจากคุณพ่อดอมในการสอนให้ทำธุรกิจเป็น ก็มีโอกาสที่จะได้รู้จักสังคมธุรกิจมากขึ้น ทั้งคุณดอม คุณพ่อดอม เพื่อนฝูงทั้งสองฝ่ายก็ให้โอกาสหลายอย่างให้เรามายืนตรงจุดนี้ ก้อยรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่น้อยคนจะได้รับ เพราะฉะนั้นเรื่องเตียงหัก ถ้าเราไม่โฟกัสมันทำให้ชีวิตเราดีขึ้น ดีกว่ามาโฟกัสกับอะไรก็ไม่รู้ อย่างที่บอกว่าทุกปีก้อยจะมีโฟกัสว่าต้องทำอะไรให้สำเร็จ และเราจะทำยังไงให้มันสำเร็จก่อนเดือนธันวาคม และปีหน้าเราจะทำอะไรต่อ เราก็จะไม่หยุดนิ่งอยู่จุดเดิมทุกปี กับข่าวแทบไม่รู้ข่าวอะไรเลยค่ะ" ดอม "คนพูด เราห้ามเค้าไม่ได้ มันไม่ได้บั่นทอนอะไรเพราะเราก็ยังอยู่กันปกตินะ" ก้อย "ก้อยเชื่อว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือคนสองคน แล้วจุดมุ่งหมายของเราที่เหมือนกันทั้งคู่คือทำยังไงให้ลูกมีชีวิตที่ดีที่สุด คือทำให้เค้าอบอุ่น ก้อยรู้สึกว่ามันคือหน้าที่ของพ่อแม่ที่ดี ต้องบอกว่าเราดูแลกันน้อยลง เพราะเราต้องดูแลลูกมากขึ้น ถ้าวันไหนดอมไม่เสร็จงานดึกจริงๆ ก็จะส่งลูกไปโรงเรียนทุกเช้า พยายามทำหน้าที่ของเราให้เกิน 100% แพลนทายาทอีกคนคือเวลาสวีทน้อยมากค่ะ เพราะลูกไม่ยอมให้จับมือกัน ลูกจะโมโหทันที คือเค้าต้องอยู่ตรงกลางไม่ยอมให้มีอีกคน มีกล่องอยู่หน้าบ้าน พร้อมที่จะหนีออกจากบ้าน (หัวเราะ) ถ้าเค้าเห็นจับมือคือเค้าจะมาอยู่ตรงกลางทันที จับมือพ่อข้างนึง จับมือแม่ข้างนึง จริงๆ เราก็ไปทริปกันบ่อยแต่เป็นทริปธุรกิจมากกว่า เดือนหน้าดอมต้องไปอิตาลีเรื่องมอเตอร์ไซค์ บางทีก้อยไปทำงานก็จะชวนดอมไปด้วย" ดอม "การถูกจับตามองเพราะเราเป็นคนมีชื่อเสียงคือ 20 ปีในวงการคงไม่เกร็งแล้วมั้ง แก่แล้วด้วย ก็ต้องอยู่ต่อไป ปัจจุบันธุรกิจของก้อยก็ทำให้ก้อยเป็นที่รู้จักในวงการของเค้ามากขึ้น ถ้าเรามัวแต่ไปนั่งกลัวก็คงต้องตอบคำถามกันไม่รู้จักจบจักสิ้น อยู่ที่คนสองคนว่าเราต้องทำอะไรบ้างอันนี้สำคัญครับ เราก็ดูแลกันอยู่เรื่อยๆ เค้าเองก็รู้ว่าต้องทำอะไร เราเองก็รู้ว่าต้องขี่รถช้าลงให้ปลอดภัยขึ้น ไม่อยากให้ลูกเราไม่มีใครคนใดคนหนึ่ง ตัวก้อยเองเค้าก็รู้ว่าต้องดูแลเรายังไง ท้ายที่สุดเป็นสิ่งที่เราต้องรับผิดชอบด้วยกัน เรารักกัน จากวันนั้นมีแค่สองคนวันนี้ต้องแชร์ให้ลูก เราก็รักเค้าเหมือนกัน เราก็ยังอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม ข่าวต่างๆ มันเป็นเรื่องของความคิดเห็น เราไม่สามารถไปลบความคิดเห็นใครได้ หรือไปสร้างอะไรใหม่ได้ แต่เราอยู่ด้วยกัน อยู่กับปัจจุบันเพื่อที่จะสร้างอนาคตครับ" ดอม-ก้อย เหตระกูล ดอม-ก้อย เหตระกูล ดอม-ก้อย เหตระกูล ดอม-ก้อย เหตระกูล ดอม-ก้อย เหตระกูล ดอม-ก้อย เหตระกูล

Dyson V8  Fluffy เครื่องดูดฝุ่นไร้สายรุ่นใหม่ ด้วยเทคโนโลยีที่เหนือระดับ
Dyson /  Dyson_V8_Fluffy / 

Dyson เปิดตัวเครื่องดูดฝุ่นไร้สายรุ่นใหม่ Dyson V8  Fluffy เป็นเครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่สร้างสรรค์มาเพื่อให้การทำความสะอาดบ้านเป็นเรื่องง่าย ไม่ใช่เพียงแค่ดูดฝุ่นที่พื้นทว่าสามารถทำความสะอาดได้ทุกจุดภายในบ้านไม่ว่าจะเป็นซอกหลืบที่ยากต่อการเข้าถึง โดย Dyson V8  Fluffy นับเป็นเครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่มีเทคโนโลยีเหนือกว่าเครื่องดูดฝุ่นรุ่นก่อนๆ ของ Dyson จุดเด่นของเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นกว่าเดิมมีดังนี้ แบตเตอรี่ใช้ได้ต่อเนื่องยาวนานขึ้นถึง 40 นาทีโดย ถังเก็บฝุ่นที่กำจัดสิ่งสกปรกได้ง่ายดายขึ้น และปลอดภัยต่อสุขภาพมากกว่าเดิม เพราะถูกออกแบบมาทำให้ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องสัมผัสกับฝุ่น และสิ่งสกปรกเลย ใช้มอเตอร์ลิขสิทธิ์เฉพาะของ Dyson ดิจิตอลมอเตอร์ V8 มีพลัง 425W โดยใช้เวลาในการพัฒนากว่า 18 เดือนโดยทีมวิศวกร 10 – 15 คน และใช้เวลาในการทดสอบอีกกว่า 500,000 ชั่วโมง เสียงขณะเปิดใช้งานเบาลงกว่ารุ่นก่อนๆ ถึง 50% หากต้องการเพิ่มพลังในการดูดสำหรับงานที่ยากขึ้นสามารถปรับการใช้งานไปที่โหมดเร่งพลัง (Max mode) ได้โดยจะเพิ่มพลังในการดูดถึง 115AW มีระบบการกรองอากาศในตัว อากาศที่ถูกดูดเข้าไปใน Dyson V8  Fluffy ยังจะผ่านกระบวนการกรองไปด้วยในตัวอากาศที่ถูกปล่อยออกมาจะเป็นอากาศที่สะอาดขึ้นทำให้ลดโอกาสการเกิดอาการภูมิแพ้ได้ เครื่องดูดฝุ่น Dyson V8  Fluffy ราคาอยูที่ 32,900 บาท

15 สถานที่เที่ยวแม่ฮ่องสอน ช่วงหน้าหนาว
กองแลน /  ดอยกิ่วลม / 

ตอนนี้ใกล้เข้าฤดูหนาวแล้ว Travel.mthai ก็เลยอยากพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวที่สวยๆ ที่ "แม่ฮ่องสอน" เมืองหมอก 3 ฤดูกัน หนึ่งในสถานที่ยิดฮิตที่คนนิยมไปเที่ยวฝนช่วงหน้าหนาว สถานที่ที่เต็มไปด้วยหมอก ความงามของธรรมชาติแบบไม่สิ้นสุด มันดีต่อใจจริงๆนะ >,< สถานที่เที่ยวแม่ฮ่องสอน ช่วงหน้าหนาว 15 สถานที่เที่ยวแม่ฮ่องสอน ช่วงหน้าหนาว แม่ฮ่องสอน อยู่ทางภาคเหนือ เป็นหนึ่งสถานที่ยอดฮิตที่คนนิยมไปท่องเที่ยวมากที่สุด ไม่ว่าจะฤดูไหนแม่ฮ่องสอนก็ยังคงความสวยงามของธรรมชาติไว้เสมอ มีสภาพภูมิประเทศเต็มไปด้วยภูเขาสูงสลับซับซ้อน สภาพอากาศมีหมอกปกคลุมตลอดเวลา จนได้ฉายาว่า "เมืองหมอก 3 ฤดู" หรือ เมืองสามหมอก ไม่ว่าจะในฤดูหนาว ก็จะเจอกับหมอกน้ำค้าง, ฤดูร้อน หมอกควันจากการเผาไร่ของชาวบ้าน และฤดูฝน ก็จะพบกับ หมอกในสายฝน อีกทั้งแม่ฮ่องสอน มีประชากรน้อยมากเป็นอันดับ 5 ในขณะที่มีพื้นที่มากเป็นอันดับ 8 ของประเทศ จังหวัดแม่ฮ่องสอน มี 7 อำเภอ คือ แม่สะเรียง ขุนยวม ปาย แม่ลาน้อย สบเมย และปางมะผ้า ตาม travel.mthai มาดูกัน กับ ที่เที่ยวแม่ฮ่องสอน ช่วงหน้าหนาว ที่ไหนน่าเที่ยวบ้าง ^^ 1. สักการะ พระธาตุดอยกองมู ก่อนเดินทางไปเที่ยว เรามาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอนกันก่อนดีกว่า ณ พระธาตุดอยกองมู เดิมชื่อ วัดปลายดอน ตั้งอยู่ที่ดอยกองมู อำเภอเมือง ถือเป็นวัดและพระธาตุประจำจังหวัด และเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองแม่ฮ่องสอนมาช้านาน พระธาตุดอยกองมู เป็นปูชนียสถาน ประกอบด้วย พระธาตุเจดีย์ ศิลปะไทใหญ่-พม่า จำนวน 2 องค์ จากวัดพระธาตุ ดอยกองมูนี้ สามารถมองเห็นภูมิประเทศและสภาพตัวเมืองแม่ฮ่องสอนได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ เมื่อถึงงานเทศกาลประจำปีใหญ่ๆ เช่น วันปีใหม่ วันสงกรานต์ ก็จะมีผู้คนเข้ามากราบไหว้ เสริมดวงชะตากันเยอะมากๆ โดยเฉพาะในวันออกพรรษาจะมีการตักบาตรดาวดึงส์ ซึ่งเป็นประเพณีแต่โบราณ ในปีนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ.2559 ------------------------------------------------------------------------------------------------- 2. “สะพานอธิษฐานสำเร็จ” สะพานซูตองเป้ สะพานไม้ไผ่ กว้าง 2 เมตร ยาวประมาณ 600 เมตร สร้างขึ้นด้วยแรงศรัทธาของพระภิกษุ สามเณร และชาวบ้าน โดยไม่ใช้งบประมาณของทางราชการ วัสดุที่ใช้หาได้ในท้องถิ่น เสาจากไม้เก่าของชาวบ้านปูพื้นด้วยไม้ไผ่ ทอดยาวจากสวนธรรมภูสมะถึงหมู่บ้านกุงไม้สัก ผ่านลำน้ำแม่สะงา ผ่านทุ่งนาของชาวบ้าน เพื่อให้พระภิกษุสามเณรออกรับบิณฑบาต ถือเป็นสะพานไม้แห่งศรัทธา คำว่า “ซูตองเป้” (Su-Tong-Pe) นั้นเป็นภาษาไทยใหญ่ แปลว่า อธิษฐานสำเร็จ สะพานแห่งนี้จึงเป็นเหมือนตัวแทนแห่งคำอธิษฐานสำเร็จ มีพระสงฆ์บิณฑบาตบนสะพานทุกเช้าเวลา 6.30  -7.30 น. การเดินทาง : จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ประมาณ 10 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 1095 จากนั้นเราสามารถเดินทางเข้าสู่สะพาน ซูตองเป้ ได้สองเส้นทางดังนี้ 1. เข้าทางแยกหมู่บ้านกุงไม้สัก เลี้ยงซ้านทางไปภูโคลนประมาณ 1.5 กิโลเมตร ถึงแยกเข้าหมู่บ้านให้ลอดซุ้มประตู เข้าไปทางขวามือตามถนนในหมู่บ้าน โดยสามารถจอดรถไว้ที่วัดกุงไม้สักได้ 2. เข้าทางแยกสวนธรรมภูสมะ เลี้ยวซ้ายจากปากทาง ผ่านถนนลูกรังระยะทางประมาณ 1กิโลเมตร จอดรถที่สวนธรรมภูสมะได้ ------------------------------------------------------------------------------------------------- //

ตะลึง ! 2 ผู้กำกับระดมฝูงบินรบ รถหุ้มเกราะจากกองกำลังป้องกันฯ เข้าฉาก
Shin-Godzilla /  ชินจิ ฮิงุชิ / 

ตะลึง ! 2 ผู้กำกับระดมฝูงบินรบ รถหุ้มเกราะจากกองกำลังป้องกันฯ เข้าฉาก "Shin Godzilla" ฉากบอมบ์ก็อดซิลล่าจากเหล่าฝูงเครื่องบินรบจากกองกำลังป้องกันตัวเองของรัฐบาลญี่ปุ่นที่ระดมขนมา ทั้งสาดกระสุนและยิงมิสไซล์ถล่มเข้าใส่ก็อดซิลล่าอภิมหาสัตว์ประหลาดที่มาพร้อมพลานุภาพการทำลายล้างอันมหาศาล ก็เพื่อสะกัดกั้นและยับยั้งไม่ให้การบุกถล่มเมืองขยี้ตึกระฟ้าแผ่ขยายความสูญเสียไปมากกว่านี้...นี่คือฉากที่นำเสนอให้เห็นว่าเจ้าคิงส์ออฟมอนสเตอร์ตัวนี้คือมหันตภัยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเกินกว่าที่มนุษยชาติจะคาดถึงและเคยประสบมา ในการนี้ ฮิเดะอากิ อันโนะและชินจิ ฮิงุชิ สองผู้กำกับอัจฉริยะของญี่ปุ่นซึ่งถูกสตูดิโอโตโฮที่ให้กำเนิดก็อดซิลล่าเลือกมาพลิกโฉมหน้าอภิมหาสัตว์ประหลาดสุดคลาสสิคที่ครองใจคนทั่วโลกมากว่า 6 ทศวรรษ โดยทั้งสองคิดค้นและดีไซน์วิช่วลทางด้านภาพที่จะเกิดขึ้นในซีนนี้ รวมไปถึงการออกแบบฉากในการเล่าเรื่องที่จะต้องถ่ายทอดให้เห็นว่าศักยภาพ ความเกรี้ยวกราด ดุดัน น่าสยดสยอง และชวนให้รู้สึกหวาดสะพรึงกลัวเจ้าก็อดซิลล่า หรือ Shin Godzilla ที่มาพร้อมน้ำหนักตัวมากถึง 92,000 ตัน และมีความสูงขนาดมหึมาถึง 118.5 เมตร ไม่เพียงเหนือกว่าก็อดซิลล่าทุกตัวที่เคยมีมาบนจอภาพยนตร์แต่จะมาพร้อมกับการทำลายล้างที่ยิ่งกว่า แต่สิ่งที่สร้างความน่าตื่นตะลึงให้ยิ่งกว่าคือ การได้เห็นเหล่าฝูงเครื่องบินรบที่บินผ่านเข้ามาในเขตเมืองที่มีตึกสูงระฟ้าอยู่เต็มไปหมด ก่อนที่จะเห็นภาพของเจ้าก็อดซิลล่ากำลังบุกขยี้เมืองอย่างน่ากลัว นำไปสู่การเผชิญหน้าระหว่างกองกำลังป้องกันตัวเอง กับอภิมหาสัตว์ประหลาดกันชนิดจัดเต็ม และเพื่อให้จินตนาการทางด้านภาพปรากฎสู่สายตาผู้ชมออกมาได้อย่างสมจริง สมบูรณ์ และเพอร์เฟ็กต์ที่สุด งานนี้ทั้งสองผู้กำกับต้องเข้าไปทำการบ้านอย่างหนักเกี่ยวกับอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ของกองกำลังป้องกันตัวเองทั้งในส่วนของ เครื่องบินรบ รถหุ้มเกราะ รถถัง ตลอดจนเสื้อผ้าชุดเครื่องแต่งกาย ฯลฯ ที่มีการใช้จริง ๆ โดยทั้งนี้พูดได้ว่าการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ครั้งแรกในรอบ 12 ปีของก็อดซิลล่าต้นฉบับ ล้วนต่างได้รับความร่วมมือจากบรรดาหลากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชน แน่นอนว่ารวมทั้งกองกำลังป้องกันตัวเองที่อนุญาตให้ทางกองถ่ายทำภาพยนตร์ที่เรียกได้ว่ายิ่งใหญ่ที่สุด ทุ่มทุนสร้างสูงที่สุดอย่างก็อดซิลล่าเข้าไปถ่ายทำ พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ทำให้ทุกภาพที่ปรากฎสู่สายตาผู้ชมล้วนสร้างความตื่นตาและเรียกความสนใจ สมกับที่ว่า ชินก็อดซิลล่า คือการพลิกโฉมหน้าของอภิมหาภาพยนตร์สัตว์ประหลาดเรื่องยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกอย่างแท้จริงและรับรองว่า ยังมีอีกหลากฉากหลายซีนที่แฟน ๆ และเหล่าสาวกได้ชมแล้วจะต้องตื่นตะลึงกับ วิช่วลทางด้านภาพสุดอลังการเหนือจินตนาการอย่างที่หลายคนคิดไม่ถึง แต่ยังคงเอกลักษณ์และความเป็น ก็อดซิลล่า ของแท้ต้นฉบับ เพื่อผู้ชมก็อดซิลล่าทุกเจนเนอเรชั่น พบกับความยิ่งใหญ่สมการรอคอยของ Shin Godzilla ได้แล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

Sony พร้อมวางจำหน่าย Xperia X Compact ครั้งแรกในงาน Thailand Mobile Expo 2016
sony /  Sony Xperia / 

บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด พร้อมวางจำหน่ายสมาร์ทโฟน Xperia X Compact เป็นครั้งแรกภายในงาน Thailand Mobile Expo 2016 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 กันยายน ถึง 2 ตุลาคม ศกนี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ XPERIA X Compact เปิดตัวพร้อมวางจำหน่ายครั้งแรก กับสมาร์ทโฟนเครื่องแรกของโลกที่มีระบบกันสั่น 5 แกนสำหรับการถ่ายวิดีโอ พร้อม ด้วยการปฏิวัติเทคโนโลยีกล้องในสมาร์ทโฟนด้วย Triple Image Sensing Technology โดยการใช้อิมเมจเซ็นเซอร์ถึง 3 ตัว ประกอบด้วย Phase Detection Autofocus, Laser Autofocus และ RGBC-IR Sensor (Red Green Blue Clear and Infrared Sensor)    Xperia X Compact มีดีไซน์สวยหรูทันสมัย ขนาดเล็กกระทัด และน้ำหนักที่เบาเพียง 135 กรัม กระจกขอบโค้ง 2.5D เคลือบด้วยกระจกกันรอย Gorilla Glass 4 เลนส์กล้องหน้าดิจิทัลความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมเซ็นเซอร์ Exmor R และรูรับแสง f/2.4 ช่องลำโพงสนทนา และเซ็นเซอร์ปรับแสง และเซ็นเซอร์ปรับหมุนหน้าจออัตโนมัติ หน้าจอแสดงผลแบบ TRILUMINOS HD 720p ขนาด 4.6 นิ้ว พร้อมเทคโนโลยีแสดงผลภาพแบบ X-Reality สำหรับมือถือ ตัวเครื่องมีช่องเสียบสายชาร์จไฟ และสายดาต้าลิงค์แบบพอร์ต USB Type-C เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน กล้องหลักของ  Xperia X Compact  มีความละเอียดสูงถึง 23 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยี Triple Image Sensing Technology, ระบบโฟกัสวัตถุแบบ Hybrid Autofocus, เซ็นเซอร์รับภาพ Exmor RS ขนาด 1/2.3 นิ้ว,เลนส์รับภาพมุมกว้างระยะ 24mm นอกจากนี้ โซนี่ ได้พัฒนาองค์ประกอบอื่นๆ เพิ่มเติมเข้ามาให้เหนือกว่าสมาร์ทโฟนทั่วไปในตลาด ด้วยเทคโนโลยีกันสั่นแบบ 5 แกน (5-Axis Stabilization) เพิ่มประสิทธิภาพให้กับการถ่ายวีดิโอให้ภาพมีความนิ่งลื่นไหล และเคลมว่าเป็นมือถือเครื่องแรกของโลกที่ใช้ระบบกันสั่นแบบ 5 แกนในการถ่ายวิดีโอ Xperia X Compact มีสีให้เลือก 2 สีคือ สีดำ และสีขาว พร้อมวางจำหน่ายในราคา 16,990 บาท