รถเมล์สาย536

ใหม่ ฮอตเกินคาดฝันยอดไอจีทะลุ 2 ล้านกว่า
ใหม่ ดาวิกา /  ข่าวบันเทิงวันนี้

เข้ามาในวงการใหม่ๆ เล่นละครไม่ได้เรื่องไม่ได้ราวเลยสักกะนิด สำหรับนางเอกหัวแถวของวงการในเวลานี้อย่าง ใหม่ ดาวิกา กับช่วงที่เธอเข้ามาเป็นนางเอกน้องใหม่ของทางวิกหมอชิต ที่ทางช่องก็พยายามลุ้นแล้วลุ้นอีกว่าจะเข็นนางเอกคนนี้ขึ้นไปเป็นซุป’ตาร์ได้หรือไม่ เพราะตอนนั้นนางเอกเจนเดียวกันที่กำลังมาแรงสุดๆ อย่าง มิน พีชญา ก็ทำคะแนนนำโด่งกับกระแสที่เธอมีหน้าตาเหมือนกับนางเอกรุ่นพี่อย่าง อั้ม พัชราภา จนเวลานั้นใครๆ ก็คิดว่าสาวมินจะต้องมาแทนที่อั้ม พัชราภา อย่างแน่นอน แต่มาวันนี้หลายๆ เสียงบอกว่า เดี๋ยวก่อนนะ!!! เพราะหลังจากที่สาวใหม่ไปเล่นภาพยนตร์เรื่อง พี่มาก...พระโขนง จนได้ตำแหน่งนางเอกพันล้านมาครอบครองแล้ว ดูเหมือนชีวิตของสาวใหม่จะพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที มีงาน มีเงินเข้ามาแบบไม่ขาดสายยันทุกวันนี้ แถมยอดในไอจีของสาวใหม่วันนี้ยอดไอจีของเธอพุ่งทะลุไปถึง 2 ล้านกว่าฟอลโลเวอร์แล้ว เรียกได้ว่างานนี้นางเอกเจนใหม่ที่จะขึ้นมายืนผงาดเป็นนางเอกเบอร์หนึ่งของวิกหมอชิต น่าจะเป็นนางเอกที่ครบเครื่องดีกรีพันล้านอย่าง ใหม่ ดาวิกา ที่เธอดูคู่ควรมากที่สุดแล้วในเวลานี้ ใหม่ ดาวิกา ใหม่ ดาวิกา

ระทึก!! ไฟไหม้กลางกอง อ้วน เด่นคุณ ช่วยคุณยายอุตลุด!!
อ้วน เด่นคุณ /  อ้วน ช่วยคุณ / 

ระทึก!! และตื่นเต้นกันถ้วนหน้า กลางกองละคร....ในรถไฟ เลยทีเดียวที่อยู่ๆ ขณะถ่ายทำละครดอกไม้ใต้เมฆ เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้หัวรถจักร ควันขโมง จนทำให้การถ่ายทำต้องยุติลง ทั้งทีมงาน นักแสดง นักเดินทาง รวมถึง อ้วน เด่นคุณ ต่างพากันอพยพจ้าละหวั่น แต่งานนี้พระเอกหนุ่มก็ได้ใช้กล้ามของตัวเองให้เกิดประโยชน์ โดยการอุ้มคุณยายท่านหนึ่งออกมาจากโบกี้รถไฟ อัพเดทล่าสุดทั้ง อ้วน และ คุณยาย ปลอดภัยทั้งคู่ อย่างไรก็ตาม ทีมข่าว gossipstar.mthai.com ขอเป็นกำลังใจให้ทีมงาน นักแสดง และทุกๆ คนที่อยู่ในเหตุการณ์นี้ด้วยจ้า ขอขอบคุณภาพภาพจาก IG @mosmos77 @denkhun.ngamnet @prima_prim ไฟไหม้หัวจักรรถไฟ อ้วน เด่นคุณ ช่วยอพยพ คุณยาย ไฟไหม้หัวจักรรถไฟ อ้วน เด่นคุณ ช่วยอพยพ คุณยาย ไฟไหม้หัวจักรรถไฟ อ้วน เด่นคุณ ช่วยอพยพ คุณยาย ไฟไหม้หัวจักรรถไฟ อ้วน เด่นคุณ ช่วยอพยพ คุณยาย อ้วน เด่นคุณ ก่อนเหตุการณ์ไฟไหม้ อ้วน เด่นคุณ

ด่วน! จับ'เสี่ยบรรเจิด'คดีจ้างวานฆ่า'พระหมอ' คา รพ.
คดียิงพระหมอ /  จ้างวานฆ่าพระหมอ / 

ตร.จับกุม 'บรรเจิด ฉัตรไพฑูรย์' ผู้บงการจ้างวานยิง 'พระหมอ' ได้ที่ รพ.เอกอุดร กำลังนำตัวสอบปากคำ พร้อมแถลงพรุ่งนี้ จากกรณีเจ้าหน้าที่จับกุม ด.ต.ชาญชัย สร้อยสังวาลย์ ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราบ สภ.เมืองอุดรธานี ผู้ต้องหาจ้างวานมือปืนยิง 'พระบัณฑิต สุปัณฑิโต' หรือ พระหมอ เจ้าอาวาสวัดตอสีเสียด สารภาพรับเงินค่าจ้างจาก เสี่ย บ. 300,000 บาท และยังมีผู้ร่วมขบวนการอีก 1-2 คน วันที่ 27 มี.ค. 58 ศาลทหารมณฑลทหารบกที่24 จ.อุดรธานี ได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้ เพิ่ม 2 ราย คือ นายบรรเจิด ฉัตรไพฑูรย์ ประธานบริหารโรงพยาบาลเอกอุดร ข้อหาจ้างวานฆ่า และนายบุนนาค หงษาคำ พนง.ขับรถสำนักงานโครงการชลประทานที่ 5 จ.อุดรธานี ทำหน้าที่ชี้เป้า ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ล่าสุด เวลา 19.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถควบคุมตัว นายบรรเจิด ได้แล้วที่ห้องพักเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลเอกอุดร อยู่ระหว่างการควบคุมตัวมาสอบปากคำที่ภูธรจังหวัดอุดรธานี เบื้องต้นยังให้การปฏิเสธ โดยวันพรุ่งนี้ (28มี.ค.58) ในเวลา 11.00 น. จะนำตัวไปแถลงข่าว ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ MThai News

ทึ่ง! เด็กสื่อถึง'พญานาค'ได้ ให้ญาติเปิดบ้านรับ
ข่าวล่าสุด /  พญานาค / 

ชาวบ้านทึ่ง! ดญ.10ขวบ มีสัมผัสที่6 สื่อกับ พญานาค ได้ ให้ญาติเปิดบ้านรอรับ บอก"เค้าจะมา" ก่อนพบรอยประหลาดตอนเช้า พร้อมให้หวยแม่น รับทรัพย์หลักแสน วันที่ 27 มี.ค.58 เว็บไซต์ "phitsanulokhotnews" รายงานบ้านเลขที่บ้านเลขที่ 54/3 ม.3 บ้านใหม่เจริญธรรม ต.นิคมพัฒนา อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก มีรอยประหลาดของสัตว์เลื้อยคลาน บนหลังคารถไถสีน้ำเงิน ยี่ห้อฟอร์ด ทะเบียน ตค-7016 พิษณุโลก ซึ่งจอดอยู่ในบริเวณบ้าน ชาวบ้านเชื่อว เป็นรอยพญานาค นอกจากนั้นยังมีรอยบนพื้นดินบริเวณบ้าน แต่ตอนนี้หายไปหมดแล้ว นางใจ ไพรเรือง เจ้าของบ้าน เผยว่า พบรอยนี้ช่วงที่ฝนตกหนักตลอดทั้งคืน ขณะนั้นตนกำลังนอนอยู่ในบ้านกับหลาน และญาติ โดย น้องเฟิร์น หลานสาว ได้บอกให้ตนเปิดประตูรับ ระบุ เค้าจะมาหาในบ้าน และห้ามเปิดไฟเด็ดขาด จึงได้เปิดประตูทิ้งเอาไว้ และหลานยังบอกว่าเค้ามาถึงบันไดแล้ว จนได้ยินเสียงสัตว์เลื้อยคลาน เลื้อยขึ้นบันไดบ้าน ผ่านประตูที่ตนเปิดเอาไว้ เข้ามาในบ้าน ระหว่างนั้นพวกตนยังนั่งอยู่ในมุ้ง ได้ยินเสียงเลื้อยของสัตว์ตลอดเวลา แต่ไม่เห็นรูปร่างหรือเงา มีเพียงหลานสาวเห็นคนเดียว กระทั่งผ่านไปร่วมชั่วโมงได้ยินเสียงเลื้อยลงบันได และปรากฏว่ารถไถที่จอดเอาไว้ติดเครื่องขึ้นมาเอง จนทุกคนในบ้านตกใจ ก่อนที่เครื่องจะดับไปเอง รุ่งเช้าออกมาดูรถไถก็ยังจอดอยู่ที่เดิม แต่ปรากฏร่องรอยคล้ายสัตว์เลื้อยคลาน ขณะที่ น้องเฟิร์น เด็ก 10 ขวบ ผู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ระบุว่า มีความรู้สึกขึ้นมาเอง และพูดบอกยายไปตามที่รู้สึกในช่วงนั้น เชื่อว่าเป็นพญานาคที่เลื้อยเข้ามาในบ้าน โดยก่อนหน้านี้เคยมีอาการแบบนี้ เห็นชายวิ่งรอบสระน้ำก่อนหายไปในสระน้ำ หลังบ้าน และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่รู้สึกว่าเห็นเงาพญานาคเข้าบ้าน ทั้งนี้ เจ้าของบ้านจะไม่ล้างรอยประหลาดดังกล่าวออก จะรอให้รอยลบเลือนไปเอง ส่วนรถไถจะจอดเอาไว้จนถึงวันหวยออก พร้อมระบุ เคยถูกหวยมาแล้วหลายงวด ล่าสุด ได้เงินไปนับแสนบาท ซึ่งได้โชคจากน้องเฟิร์น หลานสาวคน ทำให้เชื่อว่า น้องเฟิร์น สัมผัสได้ในสิ่งลี้ลับ ขอขอบคุณข้อมูล/ภาพ phitsanulokhotnews MThai News

เกมส์ Cabal 2 เซิฟอินเตอร์ เปิดให้เล่น เมษายน 2015
Cabal /  Cabal 2 / 

เกมส์ออนไลน์ Cabal 2  จาก ESTsoft ประกาศการเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการบนเซิฟเวอร์ต่างประเทศในเดือนเมษายน 2015 นี้ เกมส์ Cabal 2ให้ผู้เล่นเลือกสายอาชีพที่มีอยู่ 6 อาชีพ ได้แก่ Warrior, Force Blader, Force Archer, Force Shielder, Wizard และ Priest ผู้เล่นสามารถเลือกเพศและปรับแต่งหน้าตาตัวละครเกมส์ได้อิสระ รูปแบบการเล่นเกมส์ภาคนี้จะมุ่งเน้นความเป็นแอคชั่นที่เข้มข้น ทำคอมโบการต่อสู้อย่างต่อเนื่อง รับรู้และความรู้สึกมันส์มากขึ้น ผู้เล่นจะต้องผจญภัยต่อสู้กับมอนสเตอร์ตามพื้นที่ต่างๆพ่วงกับทำภารกิจเกมส์ให้ลุล่วงเพื่อพัฒนาตัวละคร นอกจากนี้ ยังมีระบบการลงดันเจียนที่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างผู้เล่นเพื่อต่อสู้และล้มมอนสเตอร์สุดโหดให้ได้ ขณะเดียวกันยังได้สัมผัสกับกราฟิกเกมส์อันทันสมัยด้วย เอนจิ้น CryENGINE 3 ทำให้ตัวเกมส์ดูมีธรรมชาติและมีชีวิตมากขึ้น นอกจากนี้ Cabal 2 ในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษจะมีการอัพเดตที่เทียบเท่ากับเกมส์ Cabal 2 ในเวอร์ชั่นเกาหลี เกมส์ Cabal 2 เปิดให้บริการเมษายน 2015 ดูเพิ่มเติมที่ cabal2.estgames.com

ลูกเรือประมงไทยในอินโดฯ 21 คน กลับถึงไทยค่ำนี้
ลูกเรือประมงไทย /  เเรงงานติดเกาะอัมบน / 

กระทรวงการต่างประเทศ เผย แรงงานเรือประมงไทย ที่ตกค้าง ที่เกาะอัมบน ของอินโดนีเซีย 21 คน จะเดินทางกลับถึงไทยค่ำนี้ วันที่ 27 มี.ค.58 นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เผยว่า ได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือลูกเรือประมงไทยที่ตกค้างในประเทศอินโดนีเซีย มาอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการดูแลและให้ความช่วยเหลือแก่คนไทยที่ตกทุกข์ได้ยาก นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2557 ได้ให้ความช่วยเหลือและส่งลูกเรือประมงไทยที่ตกทุกข์ได้ยากและสมัครใจเดินทางจากประเทศอินโดนีเซียกลับประเทศไทยแล้ว 146 คน ในจำนวนนี้เป็นลูกเรือประมงไทยที่ตกค้างอยู่ที่เกาะอัมบน 70 คน และ วันนี้ เวลา 20.15 น. แรงงานเรือประมงไทย ที่ตกค้าง ที่เกาะอัมบน ของอินโดนีเซีย 21 คน จะเดินทางโดยเครื่องบิน สายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ QZ252 มาถึงท่าอากาศยานดอนเมือง โดยจะมีผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ เมื่อทั้งหมด เดินทางถึงประเทศไทยแล้ว กระ ทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะดูแลให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ ต่อไป MThai News

ฟีลกู๊ด! ลูกกตัญญู พา คุณแม่ เที่ยวรอบโลก เยียวยาจิตใจ
คนแก่ /  ครอบครัว / 

นับได้ว่าเป็นภาพที่หาได้ยากที่จะได้เห็นคุณลูก พาคุณแม่วัยชราเที่ยว ตามที่ต่างๆ อย่างมีความสุข เพราะเมื่อเราโตขึ้นเราต่างก็สนุกกับคนวัยเดียวกัน เข้าก๊วนที่พูดจาภาษาเดียวกัน แต่ถ้าคุณได้เห็นภาพ และ รู้เรื่องราวของครอบครัวเธอคนนี้แล้วคุณอาจจะเปลี่ยนใจ นี่คือภาพฟีลกู๊ดที่จะทำให้คุณประทับใจตามไปด้วย ของ ลูกกตัญญู หญิงชาวจีนวัย 42 ที่พาคุณแม่วัย 87 ปีของเธอ ท่องเที่ยวรอบโลกไปด้วยกัน ภาพถ่ายสุดประทับใจ ของอัน หร่งกับคุณแม่ ขณะเที่ยวเมืองเล็กๆ ในสหรัฐอเมริกา อัน หร่ง เป็นลูกคนเล็กของครอบครัว เธอและคุณแม่ได้เริ่มเที่ยวรอบโลกในปี 2009 ครั้งนั้น เธอกับพี่สาวพาหลานสาวไปเที่ยวด้วย แต่คุณแม่ของเธอได้รับอุบัติเหตุในทริปนั้น ประกอบกับสุขภาพที่ไม่แข็งแรง คุณแม่ของเธอจึงจำเป็นต้องนั่งรถเข็น ผลกระทบที่ตามมาคือ เรื่องของทางจิตใจ ท่านเริ่มมีอาการซึมเศร้า ทั้งหมดจึงตัดสินใจกลับบ้าน อัน หร่ง เล่าว่า "สีหน้าของแม่บอก ท่านทุกข์ทรมานจากอุบัติเหตุครั้งนั้นมาตลอด ท่านเริ่มไม่อยากอาหาร และเอาแต่นอนอยู่แต่บนเตียงทั้งวัน จนท่านมีอาการหลงๆ ลืมๆ ฉันกับพี่สาวต้องคอยเตือนให้ท่านทานข้าว และหยิบกุญแจให้ท่านก่อนท่านจะออกนอกบ้านเสมอ " เพื่อฉุดคุณแม่ออกจากโรคซึมเศร้า และสร้างกำลังใจให้กับคุณแม่ของเธอ อัน หร่งตัดสินใจพาคุณแม่ของเธอไปเที่ยวด้วยกันเป็นประจำทุกปี ย้อนกลับไปก่อนที่คุณแม่จะประสบอุบัติเหตุ ในปี 2006 อัน หร่งเคยพาคุณแม่นั่งเครื่องบินไปเที่ยวไห่หนาน ซึ่งเป็นการขึ้นเครื่องบินครั้งแรก อัน หร่ง เล่าว่า " ท่านมีอาการเครียดเล็กน้อย และท่านยังคิดด้วยว่าการไปเที่ยวคือ การใช้เงินไปอย่างสิ้นเปลือง เปล่าประโยชน์ " แต่ผลที่ได้จากทริปเที่ยวภายในประเทศทริปนั้น คือได้เปลี่ยนมุมมองของคุณแม่เป็นอย่างมาก หลังจากนั้น ก็ตามมาด้วยทริปท่องเที่ยวต่างประเทศอีก 4 ทริป ง่ะ คุณแม่ติดใจ อิอิ ประเทศแรกที่ครอบครัวนี้เลือกเดินทางคือ ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากนั้น เดินทางไป ประเทศไทย ญึ่ปุ่น เกาหลี มัลดีฟส์ และอีก 10 ประเทศ พวกเขาได้ไปเที่ยวสหรัฐอเมริกาช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นการท่องเที่ยวที่ยาวนานที่สุดที่เคยเที่ยวมา อันหร่ง พาคุณแม่เที่ยวชมแกรนด์แคนยอน โดยทางเฮลิคอปเตอร์ " 9 ปีมาแล้วนับจากที่แม่ได้ขึ้นเครื่องบินครั้งแรก แต่ครั้งนี้ แม่ยิ้มและไม่กลัว " อัน หร่งกล่าว หลังจากพาแม่เที่ยวกว่า 10 ประเทศ คุณแม่ของเธอก็มีสุขภาพที่ดีขึ้นมาก ถึงแม้จะต้องนั่งรถเข็นเที่ยวก็ตาม เคยได้ยินไหมคะ " ยิ่งแก่ก็ยิ่งเหมือนเด็กเข้าไปทุกที "คุณพ่อคุณแม่วัยชรา ท่านก็ต้องการความรัก และ ความใส่ใจจากลูกหลานไม่แพ้สมัยเราเป็นเด็กๆ ทียังโยเยกับพ่อแม่หรอกค่ะ ถึงพวกท่านจะชรา เกษียณอายุแล้ว สังขารเสื่อมไปตามเวลา แต่ทางจิตใจ ก็ควรจะได้รับการดูแลใส่ใจให้มาก  เพราะยิ่งท่านอยู่ว่างๆ  ไม่มีอะไรทำ หรือทำอะไรได้ไม่คล่องแคล่วเหมือนก่อน ท่านก็จะยิ่งมีความรู้สึกว่าตนเองไร้ค่า เปล่าประโยชน์ เป็นภาระ จนใช้ชีวิตไปวันๆ  ซึ่งอาจเป็นสาเหตุไปสู่โรคซึมเศร้า และ สมองเสื่อมได้  วิธีป้องกัน และ แก้ไข คือ ความรัก ความใส่ใจจากคนในครอบครัว ที่จะทำให้ท่านมีความสุขในชีวิตยามแก่เฒ่าได้ค่ะ   ทำซะ ก่อนท่านจะไม่อยู่ให้เราตอบแทนพระคุณนะ ที่มาจาก shanghaiist เรียบเรียงโดย Women MThai Team

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

เป็นแฟนสุดแย่รึเปล่า? 17 สิ่งที่ผู้หญิงไม่ควรทำต่อหน้าแฟน
คู่รัก /  ทะเลาะ / 

เชื่อว่าพอมีความใกล้ชิดความสนิทเกิดขึ้นมาแล้วหล่ะก็ คุณอาจจะปล่อยตัวตามสบายจนเกิดไปจนลืมไปว่าคุณอาจะ ไม่ควรทำ ลองมาดูกันว่าอะไรบ้างที่ไม่ควรทำต่อหน้าหนุ่มๆและคุณสาวๆเผลอทำข้อไหนไปแล้วบ้าง 1. แว็กซ์ขน ถอนขน โกนขน อันนี้ถ้ายังไม่สนิทสนมกันมาก เก็บไว้ทำคนเดียวเถอะนะแม่คุณ 2. พูดเรื่องความสามารถขับรถและจอดรถ เขาเป็นคนขับ อย่าได้ปริปากพูดค่ะ เป็นคนนั่งไปเฉยๆดีกว่า เดี๋ยวพ่อคุณจะพาลอารมณ์เสียใส่ 3. ตัดเล็บเท้า เก็บไว้ตัดคนเดียวเงียบๆดีกว่านะ 4. ฉี่ อันนี้ถ้าเป็นสามีภรรยาก็ไม่ว่านะ แต่ถ้าเป็นช่วงดูใจกันอยู่ล่ะก็ เก็บไว้ก่อนดีกว่า 5. ตด อย่าคิดว่านิดเดียวนะจ๊ะ ถึงมองไม่เห็นก็เหม็นได้นะ รู้ถึงไหน อายถึงนั่น อย่าให้เขารู้ว่าเรามีแสนยานุภาพขนาดไหน 6. ใส่ผ้าอนามัยแบบแท่ง โถ่เธอ เก็บไว้ใส่คนเดียวเถ๊อะะะะ 7. พูดเรื่องเกี่ยวกับเด็กทั้งที่ไม่มีลูก ผู้ชายไม่มีหัวทางนี้นะจ๊ะ เผลอๆเขาไม่อิน แล้วคุณนั่นแหละที่จะอารมณ์เสียหนัก 8. ชมผู้ชายคนอื่นโดยเฉพาะเพื่อนสนิทเขา อันนี้ห้ามเลย อย่าได้ชมต่อหน้า เพราะเหมือนคุณได้เหยียบหน้าเขาไปแล้วล่ะ อย่าลืมว่าคบกับเขาอยู่นะ 9. พูดเรื่องแฟนเก่าไม่ว่าของใครก็ตาม แฟนเก่าไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาพูดกันในขณะที่คบกัน คุณจะชอบมั้ยล่ะคะ ถ้าแฟนหนุ่มของคุณพูดถึงแฟนเก่าบ่อยๆ? 10. บอกเรื่องราคากระเป๋าใหม่ เดี๋ยวโดนดุมาล่ะ จ๋อยแน่ 11. ถามความเห็นหลังจากทำผมมา เค้าจับสังเกตไม่ได้หรอกจ้าถามไปก็ไร้ประโยชน์ จะตัดผม ย้อมผมอะไร พ่อคุณทูนหัวเนี่ย เขาไม่เคยสังเกตหรอก เปลืองเวลา 12. หัวเราะในสิ่งที่ญาติผู้ใหญ่เค้าทำ ญาติใครใครก็รักจริงมั้ย ไม่ดีค่ะ เรื่องญาติผู้ใหญ่เป็นเรื่องยกเว้นสุดๆ เก็บไว้ในใจดีกว่านะ 13. ตอกย้ำเวลาเค้าพลาดเรื่องสำคัญ ผู้ชายเป็นเพศที่มีความมั่นใจสูง และมีความเป็นผู้นำอยู่ในตัวเสมอ อย่าไปว่ากล่าวเขาเด็ดขาด เพราะเขาจะสูญเสียความมั่นใจอย่างรุนแรง ยิ่งเฉพาะคนที่เขารักเช่นคุณ มาพูดด้วยแล้วนั้น อย่าทำค่ะ 14. เมื่อเขาต่อเฟอนิเจอร์แล้วบอกว่า มันมีบางส่วนหายไป แต่คุณกลับหัวเราะเยาะใส่เขา ซ้ำเหมือนข้อบนค่ะ ผู้ชายเป็นเพศที่มีความมั่นใจสูง ปล่อยให้เขาเป็นไปแบบที่เขาเป็น เบรคเขาไปก็เท่านั้น 15. พูดเรื่องที่เขาทำไม่ดีในเวลาที่ผ่านมา อดีตก็คืออดีตน่ะ อย่าไปยึดติดอะไรมากเลย ปล่อยไปดีกว่า 16. พูดว่าคุณถึงจุดออกัสซัมที่สุดยอดกับชายอื่นสมัยเรียน โห่ย แม่คุณขา เก็บปากไว้กินข้าวดีกว่า ถ้าจะพูดเรื่องนี้น่ะ 17. เจ้ากี้เจ้าการ เอาให้พอเหมาะพอควร ผู้ชายก็เหมือนเด็ก คุณจะไปสั่งอะไรเขาก็เท่านั้นแหละค่ะ เป็นไงจ๊ะได้ทำข้อไหนกันบ้างหรือเปล่า ที่มา redbookmag เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

FB /  การถ่ายทอดร่างรัฐธรรมนูญ / 

"ณัฐวุฒิ"ซัด รัฐประหารจะผลิต ปชต.เป็นไปไม่ได้ ชี้ ขัดแย้งมากว่า10ปี เหน็บ เก้าอี้รัฐบาลเริ่มสั่นคลอน เหตุกลไกภายใน ไม่ใช่ขบวนการใต้ดิน วันที่ 27 มี.ค.58 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. กล่าวในรายการ“เข้าใจตรงกันนะ” ถึงกรณีการถ่ายทอดสดการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ในวันที่20-26 เม.ย.ว่า หากถ่ายทอดจริง ถือเป็นเรื่องดี เพราะก่อนหน้ามีรายงานว่า จะไม่ถ่ายทอด เท่ากับปิดหูตาประชาชน การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ไม่ควรมีความลับใด และที่สำคัญประชาชนจะได้รับรู้สาระของร่างฯนี้ ไปพร้อมกันทั้งฉบับ พร้อมมีมองว่า เป็นไปไม่ได้ ที่การรัฐประหารจะผลิตรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยแท้จริง เพราะสิ่งเหล่านี้ ขัดแย้งกับประชาชนและสถานการณ์ในประเทศมากว่า 10 ปี และจะดูว่า การพิจารณาครั้งนี้ จะสามารถอธิบาย และมีท่าทีอย่างไร ประชาชนอาจเหมือนได้ดูงิ้วโรงใหญ่ ส่วนจะเถียงกันในสภาแล้วมีผลกระทบการทำงานของแม่น้ำ 5 สายนั้น ถือว่ายิ่งเถียงยิ่งดี เพราะประชาธิปไตยเกิดขึ้นจากการเถียงแบบมีเหตุผล เกรงแต่เนื้อหาในรัฐธรรมนูญจะไม่ใช่ อาจเกิดความเละเทะในสภาได้ ส่วนเรื่อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ดูเครียดและมีอารมณ์ต่อสื่อมากช่วงนี้ มองว่า เป็นเรื่องธรรมดา เพราะปัญหารุ้มเร้ามาก โดยเฉพาะเรื่องเก้าอี้ของรัฐบาล ส่งสัญญาณอาจสั่นคลอนลงเรื่อยๆ เหตุจากสิ่งที่ปรากฏอยู่ภายจอำนาจกลไกของรัฐบาลเอง ไม่เกี่ยวขบวนการใต้ดิน อาทิ เรื่องกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ที่ไม่ต้องการให้นำพลเรือนขึ้นศาลทหาร การรวมตัวของคณะสงฆ์ในวันที่ 30 มี.ค.ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ต่อต้านการปฏิรูปของนายไพบูลย์นิติตะวัน สปช.  เป็นต้น MThai News

น่ายกย่อง สาวกตัญญูพาคุณแม่ นั่งวีลแชร์เที่ยวรอบโลก
จีน /  นั่งวีลแชร์เที่ยวรอบโลก / 

สาวจีนยอดกตัญญู พาคุณแม่ที่ป่วยในภาวะซึมเศร้าและไม่สามารถเดินได้ เดินทางนั่งวีลแชร์เที่ยวรอบโลกกว่า 10 ประเทศ วานนี้ (26 มี.ค.)สำนักข่าว 'เซี่ยงไฮ้อิส' สื่อท้องถิ่นในจีน ถ่ายทอดเรื่องราวของ 'อัน โรง' หญิงสาวยอดกตัญญู วัย 42 ปี ที่สละเวลาในชีวิตพร้อมด้วยใช้เวลาในการลาพักร้อน เพื่อพาคุณแม่ วัย 87 ปี ที่ประสบอุบัติเหตุจนเป็นเหตุให้ไม่สามารถเดินได้ ไปเที่ยวยังหลายประเทศทั่วโลก โดยหวังว่า จะช่วยบรรเทาความโศกเศร้าของผู้เป็นแม่ได้ รายงานระบุว่าเมื่อหลายปีก่อน แม่ของโรงประสบอุบัติเหตุ ส่งผลให้เธอไม่สามารถเดินได้และต้องนั่งอยู่บนรถเข็นตลอดเวลา เธอเริ่มจมอยู่กับความเศร้า และหมดอาลัยตามอยากในชีวิต ทั้งสุขภาพก็ย่ำแย่ลงไปเรื่อยๆ ดังนั่ง โรง ลูกสาวคนสุดท้องได้ริเริ่มความคิด ที่จะช่วยเหลือผู้เป็นแม่ ให้หลุดพ้นจากความโศกเศร้าดังกล่าว โดยการพาคุณนั่งวีลแชร์ท่องเที่ยวไปยังหลายประเทศทั่วโลก อาทิ จีน ญี่ปุ่น มัลดีฟส์ สหรัฐอเมริกา รวมกว่า 10 ประเทศทั่วโลกในระยะเวลา 9 ปี อย่างไรก็ตาม หลังจากการท่องเที่ยวทั่วโลกตามความตั้งใจของสาวยอดกตัญญูรายนี้ ได้สัมฤทธิ์ผล กล่าวคือนับจากนั้นสุขภาพ และสภาพจิตใจคุณแม่ของโรงดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด MThai News ที่มา china.huanqiu

บอย ฟาดเคราะห์ ชีวิตฟ้าหลังฝน  ปีนี้คนทั้งบ้าน ฟาดงานโฆษณาเพียบ
บอย ปกรณ์ /  น้องวันใหม่ / 

เรียกว่าฟาดเคราะห์ใหญ่รับปีใหม่กันเลยทีเดียว สำหรับพระเอกนิสัยดี บอย ปกรณ์ ที่ต้องมาซวยเพราะไปซื้อรถหรูที่เข้าข่ายว่าอาจจะผิดกฎหมาย งานนี้ทำเอาหนุ่มบอยเครียดน้ำตาตกใน แต่ก็ยังต้องยิ้มสู้กับปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งหนุ่มบอยก็หวังลึกๆ ไว้ว่าจะมีโอกาสได้รถหรูคันนี้คืนมา ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องว่าด้วยกระบวนการทางกฎหมายที่จะต้องตัดสินว่าหนุ่มบอยจะได้รถหรูคืนมาหรือไม่ ยังไงทาง Gossip Star ก็เป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้กับพระเอกหนุ่มนิสัยดีคนนี้ แต่ฟ้าหลังฝนย่อมมีอะไรดีๆ เกิดขึ้นเสมอ เพราะล่าสุดได้ข่าวมาว่าทั้งตัวหนุ่มบอยและครอบครัวของหนุ่มบอย ปีนี้มีงานโฆษณาพรีเซ็นเตอร์ติดต่อเข้ามาอยู่หลายชิ้น โดยเฉพาะน้องสาวคนเล็กของบ้านอย่าง น้องวันใหม่ ที่ตอนนี้ขึ้นแท่นกลายเป็นซุป’ตาร์ตัวน้อย ที่คนประเทศทั้งรักทั้งหลงในความน่ารัก น่าเอ็นดู แถมเจ้าของสินค้าหลายๆ เจ้าก็จ่อคิวอยากจะคว้าตัวน้องวันใหม่มาร่วมงานด้วยมากๆ งานนี้ต้องขอยกนิ้ว ปรบมือดังๆ ให้กับคุณแม่และสามศรีพี่ชาย ที่ช่วยกันดูแลน้องสาวคนนี้เป็นอย่างดี ทำให้น้องวันใหม่โตมาท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่มีแต่ความรักจากคนในครอบครัวและคนรอบๆ ข้าง ที่บางคนอาจจะเคยเห็นน้องวันใหม่ ได้สัมผัสความน่ารักแบบตัวจริงเสียงจริง แต่บางคนก็อาจจะไม่เคยเห็นน้องวันใหม่ แต่กลับหลงรักเด็กคนนี้จากการดูคลิปที่คุณแม่และบรรดาพี่ชายช่วยกันอัพลงในโลกโซเชียล ครอบครัว ฉัตรบริรักษ์ ครอบครัว ฉัตรบริรักษ์ ครอบครัว ฉัตรบริรักษ์

ยังหยุดเค้าไม่ได้! แฮมิลตัน รถมีปัญหาแต่ยังทำเวลารอบซ้อมศึก เอฟวัน มาเลเซีย ดีสุด
F1 /  มาเลเซียน กรังค์ปรีซ์ / 

ลูอิซ แฮมิลตัน นักแข่งรถฟอร์มูล่าวันทีม เมอร์เซเดส ยังสามารถซิ่งรถทำเวลาได้ดีที่สุด แม้ว่ารถจะมีปัญหาในช่วงแรกในรอบฝึกซ้อม ก่อนแข่งขันศึก “ปิโตรนาส มาเลเซีย เอฟวัน กรังปรีซ์ 2015” ที่สนาม เซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศ มาเลเซีย โดยเจ้าของแชมป์สนามแรกที่ออสเตรเลีย ลงฝึกซ้อมที่ที่จะเข้าสู่รอบควอลิฟาย เพื่อจัดอันดับการออกสตาร์ในสนามที่สองของฤดูกาล มีปัญหาในเรื่องเครื่องยนต์ ในการฝึกซ้อม แต่ยังสามารถกลับมาแก้ไขรถและขับต่อไปได้ แถมยังกลับมาทำเวลาได้เป็นอันดับที่ 1 ด้วยเวลา 1:39.790 โดยมี คิมี่ ไรโคเน่น จากทีมเฟอร์รารี่ ตามเข้ามาเป็นที่2  ด้วยเวลา 1:40.163 ส่วนอันดับที่ 3 เป็น นิโค รอสเบิร์กเพื่อนร่วมทีมเมอร์เซเดส ทำเวลาในรอบฝึกซ้อม 1:40.218 ส่วน เฟอร์นันโด อลอนโซ่ นักซิ่งชาวสเปน ที่พลาดการลงสนามในเรซแรกสามารถผ่านการตรวจร่างกายและกลับมาฝึกซ้อมได้แล้ว โดยทำเวลา 1:42.506 เข้ามาเป็นที่ 16 สำหรับรอบควอลิฟายจะมีขึ้นในวัน เสาร์ที่ 28 มี.ค. เวลา 16.00  และจะแข่งขันจริง ในอาทิตย์ที่ 29 มี.ค. เวลา 14.00 น.

ดราม่าลองวีคเอนท์ : เจียงไม่ยอมร้องแบนฟาสต์7, สีสันน้ำท่วมฮาน้ำกระจุย ฯลฯ
ชุดไทย /  ดูคาติ / 

ดราม่าลองวีคเอนท์ : เจียงร้องแบนฟาสต์7, สีสันน้ำท่วมฮาน้ำกระจุย, ชุดไทยทำคลั่งชาติ, มอร์เตอร์โชว์ โชว์เสียว และรักวัวให้ผูก รักลูกให้ซื้อดูคาติ ร้อนฉ่าเรียกดรามาตั้งแต่ต้นจนสุดสัปดาห์กันทีเดียวในวีคที่ผ่านมา เพราะข่าวมากมายหลายอารมณ์ที่เข้ามามาขย่มจิตเขย่าใจ จนทำคนออนไลน์พากันแห่แชร์ แสดงความเห็นมากมาย วันนี้ MThai News จึงได้รวบรวมกระแสเหล่านั้นมาให้ได้ย้อนรำลึกคนไทยบนโลกโซเชียลชอบอ่านข่าว-แชร์คลิป และเรื่องราวเหตุการณ์อะไรบ้าง ? ข่าวที่ 1 ฮากระจายน้ำกระจุย ภาพสีสันล้อน้ำท่วมกรุง เริ่มกันที่ข่าวแรกกับข่าวที่ทำเอาประชาชนคนกรุงเทพ ต่างพากันส่ายหัวกุมขมับบ่นอุบ หลังประสบปัญหาซ้ำซากที่มักเกิดขึ้นในเมืองหลวง อันเนื่องมาจากฝนตกถล่มหนัก จนเกิดคำถามขึ้นบนหัวทำไมแก้ไม่ได้สักที แม้เรื่องนี้จะสร้างความกังวลจนต้องปวดเศียรเวียนเกล้า แต่ในภาวะขับขันกลับมีเรื่องตลกให้คลายอารมณ์บ้าง เรื่องนี้ไม่ขอสาธยายต่อต้องให้ไปติดตามเอง แต่ขอบอกงานนี้มีอยู่คนไม่เล่นด้วย จนออกปากไล่ใครไม่พอใจให้ย้ายไปอยู่บนดอย ก็อย่างว่าแหละน๊าสัญญาเอาไว้ ทั้งชีวิตเราดูแล แต่กลับทำไม่ได้สักที จนต้องมีภาพล้อออกมาอย่างที่เห็น (อ่านต่อ . . .) ข่าวอื่นๆ -ผู้ว่าฯ กทม. ลั่นไม่ใช่เทวดาสั่งฝนได้ แต่ขอรับผิดทำน้ำท่วมกรุง -ตะลึง!คลิปภาพห้างดังกลางกรุงถูกน้ำท่วมขัง หลังฝนตกหนัก ข่าวที่ 2 ปลุกประแสคลั่งชาติด้วยชุดไทย เป็นข่าวดังปลุกกระแสคลั่งให้รักชาติ หลังมีคนใจกล้าโพสต์ภาพวีรกรรมสุดห่ามท้าโลกาภิวัฒน์ ด้วยการลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่ไม่มีใครคิดว่าจะเกิดขึ้นอีกในประเทศนี้ ซึ่งภาพที่เห็นอาจจะดูบ้า แต่ว่าน่าเอาเยี่ยงเพราะนอกจากจะน่ารักใช้ชีวิตแบบลั๊ลล๊าแล้ว ยังอนุรักษ์วิถีไทยให้สว่างไสวสู่สายตาคนทั้งโลกด้วย เห็นทีญี่ปุ่น เกาหลีฯ มีหนาวแน่ ถ้าพี่ไทยเอาจริงกับเรื่องนี้ ?? (อ่านต่อ . . .) ข่าวอื่นๆ -อึ้งทั้งเมือง !! น้องเมสสาวห่มสไบ แท้จริงแล้วเธอเป็น…? -ควรจะมีไหม? 'วันอนุรักษ์ชุดประจำชาติไทย' ข่าวที่ 3 ฉ่าวโฉ่พริตตี้โชว์อล่างฉ่างมอเตอร์โชว์ บ่นอุบกันทั้งบาง! เมื่ออีเว้นท์ใหญ่ระดับชาติ ปรากฎภาพไม่เหมาะสม ปล่อยค่ายรถดังคิด นำสิ่งขัดวัฒนธรรม มาโชว์หลาในงาน ไม่แปลก!! ถ้าเหตุจะเกิดที่ต่างประเทศ แต่คงไม่ใช่เมืองไทย ดินแดนพุทธ เพราะยังไง๊ยังไงมันก็ขัดสายตาทำให้ไม่กล้ามอง เห็นทีผู้เกี่ยวข้องต้องรีบหาทางแก้ไขด่วนเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีก (อ่านต่อ . . .) ข่าวอื่นๆ -พริตตี้ มอเตอร์โชว์ ปี 2015 ปีนี้ สวย น่ารัก ขาวเนียนเน้นๆ ข่าวที่ 4 ล้ำเว่อร์ ! เด็กไทยยุคใหม่ ซิ่งบิ๊กไบค์ไปโรงเรียน เวลาผ่านเพียงไม่กี่เพลา เด็กไทยยุคใหม่ล้ำหน้าไปไกลโข ไม่รู้ผู้ปกครองคิดอะไร ถึงทำได้ขนาดนี้ แม้ดูเป็นสิทธิ์แต่มันใช่แล้วหรือที่จะซื้อใจบุตรด้วยวัตถุ มากกว่าความเอาใจใส่-ห่วงใย เห็นทีสุภาษิต "รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี" คงใช้ไม่ได้กับพ่อ-แม่สมัยนี้ คงต้องเปลี่ยนใหม่เป็น "รักวัวให้ผูก รักลูกต้องทุ่มซื้อ . . . ." จะเหมาะกว่า (อ่านต่อ . . .) ข่าวที่ 5 คิดได้! เจียงไม่ยอมขอร้องแบนฟาสต์7 ข่าวสุดท้าย แต่ไม่ท้ายที่สุด สัปดาห์นี้ขอฝากทิ้งทายไว้ด้วยข่าวสุดแหวกของเจ้าของค่ายหนังดังในเมืองไทย ที่หาญกล้าท้าเล่นกับความรู้สึกคน ด้วยการร้องขอห้ามฉายหนังดังฝั่งฮอลลีวูด เพียงเพราะเหตุผลขัดแย้งส่วนตน งานนี้แทนที่จะได้ใจ กลับถูกคนด่ายับถล่มเละไปเต็มๆ (อ่านต่อ . . .) ข่าวอื่นๆ -ฟังชัดๆ [คลิป] ฟาสท์ 7 โดนแบน เลื่อนฉายไม่มีกำหนด -ฮาได้อีก! สีสันชาวเน็ตถึง เสี่ยเจียง VS Fast 7 โดนแบน เรื่องราวทั้งหมดเป็นข่าวเด่นประเด็นดัง ฮิตติดลมบนจนเป็นกระแสทอร์คออฟเดอะทาวน์ในช่วงสัปดาห์นี้ แล้วคุณละชอบข่าวไหนมากกว่ากัน???

ระทึก! แก๊สระเบิดทำ 'อพาร์ตเมนต์นิวยอร์ก'ไฟลุกท่วม
อพาร์ตเมนต์นิวยอร์ก /  แก๊สระเบิด / 

เกิดเหตุเพลิงไหม้อย่างรุนแรง เนื่องจากแก๊สระเบิด ส่งผลให้อพาร์ตเมนต์ 2 หลังในย่านอีสต์วิลเลจของนครนิวยอร์กพังถล่ม ล่าสุดมีผู้บาดเจ็บแล้ว 19 ราย วานนี้ (26 มี.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว เหตุไฟไหม้อย่างรุนแรง เบื้องต้นคาดว่าเกิดจากเหตุแก๊สระเบิด ที่อาคารสูง 5 ชั้นหลังหนึ่งในเขตอีสต์ วิลเลจ บนถนน เซคอนด์ อเวนิว ในรัฐนิวยอร์ก ส่งผลให้อาคารบางส่วนถล่มลงมา ซึ่งแรงระเบิดส่งผลให้อาคาร 2 หลังพังถล่มลงมา หนึ่งในนั้น คืออาคารที่เกิดเสียงระเบิดดังขึ้น และเพลิงยังลุกลามต่อไปยังอาคารใกล้เคียงอีก 2 หลัง ทั้งนี้ได้มีประกาศเป็นเหตุดังกล่าว เป็นเหตุเพลิงไหม้ในระดับ 7 แล้ว รายงานระบุว่า ไฟได้ลุกลามไปยังอาคารหลังที่ 2 แล้ว ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 16 ราย ในจำนวนนี้ 4 คนมีอาการอยู่ในขั้นโคม่า โดยเหตุการณ์ความวุ่นวายเกิดขึ้นหลังจากผู้บาดเจ็บก็วิ่งหนีออกจากอาคาร บางคนอยู่ในอาการบาดเจ็บสาหัส จากหลักฐานเบื้องต้นคาดว่าสาเหตุเกิดจากแก๊สระเบิด เพราะมีบริษัทเอกชนกำลังซ่อมแซมท่อก๊าซอยู่ในอาคารหลังหนึ่งที่ได้รับความเสียหาย อย่างไรก็ตาม ทางด้านเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจำนวนประมาณ 250 นาย รวมถึงรถดับเพลิงจำนวนมากถูกส่งไปยังที่เกิดเหตุ แต่เจ้าหน้าที่ยังคงประสบปัญหาในการควบคุมเพลิง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเข้าไปประเมินงานอัพเกรดท่อก๊าซภายในอาคารหลังหนึ่ง แต่ปรากฏว่าไม่ผ่านเกณฑ์ เบื้องต้นคาดว่าเหตุเกิดจากแก๊สรั่ว พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่สืบสวนจำเร่งทำการสืบหาสาเหตุของเหตุเพลิงไหม้ต่อไป MThai News

ด่วน! แถลงแก๊ง ยิงพระหมอ ยัน'บรรเจิด'จ้างฆ่า3แสน ปมชู้สาว
คดียิงพระหมอ /  ด.ต.ชาญชัย สร้อยสังวาลย์ / 

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงรวบ "บรรเจิด" กับพวก ร่วมทีมฆ่าพระบัณฑิต - ด.ต.ชาญชัย สารภาพได้ค่าจ้าง 3 แสน ปมชู้สาว พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงจับกุม นายบรรเจิด ฉัตรไพฑูรย์ ประธานบริหารโรงพยาบาลเอกอุดร ด.ต.ชาญชัย สร้อยสังวาลย์ อดีตผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบ สถานีตำรวจภูธรเมืองอุดรธานี ช่วยราชการชุดปราบปรามยาเสพติด จังหวัดอุดรธานี และ นายบุญนาค หงส์ษาคำ พนักงานขับรถสำนักงานโครงการชลประทานที่ 5 จังหวัดอุดรธานี ผู้ต้องหาร่วมกันฆาตกรรมพระบัณฑิต สุปัณฑิโต เจ้าอาวาสวัดป่าตอสีเสียด ซึ่งตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสามคนมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยนายบรรเจิดไม่ขอให้การใด ๆ กับตำรวจ ส่วน ด.ต.ชาญชัยและนายบุญนาค ตำรวจได้แยกสอบปากคำผู้ต้องหาคนละห้อง โดย ด.ต.ชาญชัย รับสารภาพว่า นายบรรเจิดได้โทรศัพท์มาว่าจ้างด้วยเงิน 3 แสนบาท ให้ยิงพระวัดป่าแห่งหนึ่ง จึงได้ว่าจ้างนายปัญจ๋าพร้อมโอนเงินให้ 5 หมื่นบาท เพื่อไปจัดซื้ออาวุธปืน เมื่อวันที่ 31 มกราคม และให้นายบุญนาคเป็นผู้ดูสถานที่ และเส้นทางหลบหนี ส่วนตัวยืนยันไม่รู้จักกับนายบรรเจิดมาก่อน แต่นายบรรเจิดโทรศัพท์มาติดต่อ อ้างว่ารู้จักกับ พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง ผู้บังคับการ กองบังคับการฝึกพิเศษ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ที่มีคำสั่งให้ช่วยราชการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และนายบรรเจิดเป็นผู้กว้างขวางในจังหวัด จึงยอมรับทำงาน นายบรรเจิดอ้างกับตัวเองถึงสาเหตุว่า พระบัณฑิตมีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมและมีความสัมพันธ์กับสีกาหญิง ซึ่งเป็นแพทย์หญิงคนหนึ่ง ซึ่งนายบรรเจิด และ พล.ต.ต.บุญลือ ยังให้ตัวเองติดตามพฤติการณ์ของแพทย์หญิงคนดังกล่าวกับพระบัณฑิต และพบว่าแพทย์หญิงได้ไปที่วัดดังกล่าวจริง แต่ไม่พบความผิดปกติใด ๆ ตนจึงได้ว่าจ้างนายปัญจ๋าเป็นเงิน 1 แสน 1 หมื่นบาท และว่าจ้างนายบุญนาคเป็นเงิน 5 หมื่น 5 พันบาท เพื่อร่วมลงมือก่อเหตุดังกล่าว พล.ต.อ.สมยศ ยังเปิดเผยว่า ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งขบวนการและมีพยานหลักฐานอื่นประกอบ นอกเหนือจากคำรับสารภาพของผู้ต้องหา และก่อนหน้านี้ได้เชิญ พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง ผู้บังคับการกองบังคับการฝึกพิเศษ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ที่มีคำสั่งให้ช่วยราชการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มาพูดคุย โดยให้ข้อมูลว่ารู้จักกับ นายบรรเจิด จริง และนายบรรเจิดได้ขอร้องให้ช่วยติดตามพฤติการณ์ของแพทย์หญิงที่อ้างว่ามีความสัมพันธ์กับพระหมอบัณฑิต จากนั้น พล.ต.ต.บุญลือจึงได้ให้ ด.ต.ชาญชัย สร้อยสังวาลย์ ซึ่งเป็นลูกน้อง ไปเฝ้าดูพฤติการณ์ของแพทย์หญิงคนดังกล่าว แต่ต่อมานายบรรเจิดได้โทรศัพท์มาถามความเคลื่อนไหวบ่อยครั้ง ด้วยความรำคาญ จึงให้เบอร์โทรศัพท์ ด.ต.ชาญชัยไป เพื่อให้นายบรรเจิดไปสอบถามด้วยตัวเอง และตนพร้อมให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน นอกจากนี้ พล.ต.อ.สมยศ ระบุว่า หากพบพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องถึงใครมีส่วนเกี่ยวข้อง จะดำเนินการตามขั้นตอน และไม่มีการปกป้อง แม้ว่าผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นตำรวจก็ตาม โดยหลังจากนี้จะคุมตัวผู้ต้องหากลับที่จังหวัดอุดรธานี เพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และฝากขังศาลทหารพร้อมคัดค้านการประกันตัว