รถเมล์สาย536

ดีเดย์ 4 ก.ย. กำหนดเลขเสื้อ-ทำบัตรวินมอเตอร์ไซด์ใหม่
กรมการขนส่งทางบก /  วินมอเตอร์ไซด์ / 

กรมการขนส่งทางบก เปิดทำบัตร-กำหนดหมายเลขเสื้อวินมอเตอร์ไซค์ใหม่ 4 ก.ย.นี้ ขณะที่เสื้อวินแบบเก่าจะถูกยกเลิกตั้งแต่ 31 ธันวาคม 2557 นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ตั้งแต่ วันที่ 4 กันยายน นี้ เป็นต้นไป กรมฯจะเปิดลงทะเบียนทาบัตรประจำตัวผู้ขับรถจักรยานยนต์สาธารณะและกำหนดหมายเลขเสื้อวินใหม่ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป โดยให้ผู้ขับรถจักรยานยนต์สาธารณะต้องนำหลักฐานประกอบการลงทะเบียน ได้แก่ สำเนาใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคลหรือสาธารณะ สำเนาทะเบียนรถจักรยานยนต์ที่จดทะเบียนเป็นรถสาธารณะแล้ว รูปถ่ายสี หน้าตรง ไม่สวมหมวกหรือสิ่งปิดบังใบหน้า ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 3 รูป มายื่นกับเจ้าหน้าที่ สำหรับรถจักรยานยนต์สาธารณะ (ป้ายเหลือง) ที่ตั้งวินอยู่ในเขตสำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 (จตุจักร) ให้ติดต่อขอลงทะเบียนทำบัตรประจาตัวผู้ขับรถจักรยานยนต์สาธารณะและกำหนดหมายเลขเสื้อวินใหม่ได้ที่กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (เขตดุสิต) ส่วนรถจักรยานยนต์สาธารณะที่ตั้งวินในเขตพื้นที่ 1-4 ให้ลงทะเบียนทำบัตรประจำตัวผู้ขับรถจักรยานยนต์สาธารณะและกำหนดหมายเลขเสื้อวินแบบใหม่ได้ที่สำนักงานขนส่งในเขตที่รับผิดชอบโดยตรง สำหรับวันอื่นๆ ให้ผู้ขับรถจักรยานยนต์สาธารณะไปดำเนินการลงทะเบียนได้ในเขตที่รับผิดชอบโดยตรง เพื่อเป็นการสำรวจจำนวนที่แน่นอนในการออกหมายเลขลำดับประจำวินและเพื่อจัดทำเสื้อวินแบบใหม่ ซึ่งจะใช้คู่กับบัตรประจำตัวผู้ขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ พร้อมกำหนดให้สามารถใช้เสื้อวินแบบเดิมได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2557 และตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2558 เป็นต้นไป ทั้งนี้ผู้ขับรถจักรยานยนต์สาธารณะทุกคนจะต้องสวมเสื้อวินแบบใหม่ ที่แสดงบัตรประจำตัวและหมายเลขประจำตัวที่ถูกต้องตามระเบียบที่จัดใหม่เท่านั้น เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของ คสช. คือ ตัวรถ เสื้อ บัตร คนขับ ต้องตรงกัน ไม่สามารถให้ผู้อื่นขับรถจักรยานยนต์สาธารณะแทนกันได้ MThai News

ภาพจากเทศกาล ปามะเขือเทศ 2014
La Tomatina /  รูปภาพท่องเที่ยว / 

La Tomatina อ่านเป็นภาษาไทยได้ประมาณว่า ลา โตมาติ๊หน่า ซึ่งเฉลิมฉลอง เริ่มปามะเขือเทศใส่หัวกัน ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนสิงหาคมของทุกปี ที่เฉพาะเมือง บุนโยล (Bunyol) ทางภาคตะวันออกของสเปน ซึ่งอยู่ห่างจากบาเลนเซียไป 30 กิโลเมตร เทศกาลปามะเขือเทศนี้ ดุเดือด เข้มข้น ด้วย “ศึกปามะเขือเทศ” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันพุธของสัปดาห์นั้น ชื่อก็บอก ว่าเป็นศึกปามะเขือเทศ ดังนั้น คนที่มาร่วมงานเทศกาลนี้ ทั้งชาวเมืองเอง และผู้มาเยือน ต่างก็ปามะเขือเทศใส่กันอย่างสนุกสนาน ภาพจากเทศกาล ปามะเขือเทศ 2014 ในแต่ละปี ลา โตมาติ๊นา ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าประเทศสเปนเป็นจำนวนมาก แล้วก็มีคนมาร่วมมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็เลยต้องมีการตั้งกฎกติการกันซักหน่อย เพื่อความปลอดภัยและเพื่อรักษาประเพณีอันดีงามไว้ กฎก็มีอยู่ดังนี้ - ไม่ปาขวดหรือของแข็งใส่กัน - ห้ามฉีกเสื้อยืดกัน - ต้องทุบมะเขือเทศให้น่วม ก่อนมาปาใส่กัน - ระวังรถบรรทุกที่บรรทุกมะเขือเทศมาด้วย เด๋วรถเหยียบเอา - เมื่อเสียงประทัดสัญญาณดังขึ้น ให้หยุดปามะเขือเทศทันที นอกจากนี้ ก่อนและหลังวันพุธซึ่งเป็นวันทำศึก ก็จะมีการจัดงานเฉลิมฉลองกัน ส่วนช่วงเวลาเด็ดสุดในเทศกาลนี้ คือช่วงตี 1 ถึงช่วงบ่ายโมงของวันพุธ ข้อมูลจาก http://festivalcountry.wikispaces.com/   ภาพจากเทศกาล ปามะเขือเทศ 2014 บทความท่องเที่ยวน่าสนใจ : 10 สุดยอด เทศกาลแปลกของโลก : ตะลุย! เทศกาลแปลก รอบโลก : 10 อันดับวัดสวยที่สุดในโลก : เทศกาลปามะเขือเทศ (La Tomatina) เทศกาลแปลก

เดือดจัด!! เมย์ จ่อแจ้งความ นักเลงคีย์บอร์ดด่ากราดIG
เมย์ พิชญ์นาฏ /  นักเลงคีย์บอร์ด / 

เล่นเอาดาราสาว เมย์ พิชญ์นาฏ ปรี๊ดดดด..ดสุดๆ เมื่อเห็นคอมเม้นท์ด่ากราดแบบเสียหายด้วยเป็นฝีมือของนักเลงคีย์บอร์ดที่ตั้งชื่อ OUNKIK แฉว่าเธอยังใช้ของอื่นโดยไม่คืนตามที่พูดออกไป พร้อมอ้างเห็นเธอขับรถ PORSCHE รุ่น CAYENNE เข้า-ออกบ้านของแฟนเก่าอย่าง หนุ่มปาล์ม อยู่เป็นประจำ! แต่ล่าสุด สาวเมย์ ก็ได้เข้าไปคอมเม้นท์โต้กลับอย่างทันควัน โดยบอกรถสุดหรูคันดังกล่าวเป็นของ หนุ่มปาล์ม ซึ่งไม่ใช่รถคันที่อดีตคนรักล่าสุด สารวัตรโจ้ ที่ซื้อมาเซอร์ไพร้ส์เธอในวันวาเลนไทน์ พร้อมยืนยันได้ของทุกอย่างคืนไปเรียบร้อยแล้ว! และหลังจากนั้นไม่นาน สาวเมย์ ก็เริ่มหมดความทนที่จะไปสู้รบตบมือกับนักเลงคีย์บอร์ดอีก โดยประกาศก้องแบบชัดๆ ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า เตรียมเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของไอจีดังกล่าวฐานหมิ่นประมาท ในวันพรุ่งนี้ เวลา11.00 น. ที่สน.ลุมพินี หลังจากเธอเปลี่ยนใจไม่รับขอโทษแต่ใช้มาตรการเด็ดขาดแทน! ยังไงทางทีมข่าว gossipstar.mthai.com ก็ไม่พลาดจะอัพเดทความคืบหน้าต่อไป!! เมย์ ปรี๊ดแตก นักเลงคีย์บอร์ดด่าในIG เมย์ ปรี๊ดแตก นักเลงคีย์บอร์ดด่าในIG เมย์ ปรี๊ดแตก นักเลงคีย์บอร์ดด่าในIG เมย์ ปรี๊ดแตก นักเลงคีย์บอร์ดด่าในIG เมย์ ปรี๊ดแตก นักเลงคีย์บอร์ดด่าในIG เมย์ ปรี๊ดแตก นักเลงคีย์บอร์ดด่าในIG เมย์ ปรี๊ดแตก นักเลงคีย์บอร์ดด่าในIG เมย์ ปรี๊ดแตก นักเลงคีย์บอร์ดด่าในIG เมย์ ปรี๊ดแตก นักเลงคีย์บอร์ดด่าในIG

วัยรุ่นมะกัน ซิ่งรถหรูความเร็วสูงชนทางกั้นถนน ดับอนาถ
อุบัติเหตุรถยนต์ /  อเมริกา / 

วัยรุ่นชาวมะกัน ซิ่งรถหรูที่ความเร็วสูงชนทางกั้นถนน ดับอนาถในไมอามี่ วันนี้(1 ก.ย.)สำนักข่าวฟ็อกซ์ นิวร์ รายงานข่าวอุบัติเหตุทางรถยนต์ของ ซามัลเอล ชีพาร์ต วันรุ่นวัย 18 ปี ชาวนิวยอร์ค เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ ซึ่งชิพาร์ตซิ่งรถแลมโบกินี่คันดังกล่าวด้วยความเร็วสูงสุดพุ่งชนทางกั้นถนน บริเวณถนนเลียบภูเขาซีนายในไมอามี่ เมืองหนึ่งทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ มิเชล พาวเวอร์ เจ้าของรถซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ กล่าวต่อสื่อว่าอยู่ในเหตุการณ์ ของเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา  ขณะที่เธอโดยสารบนรถหรูดังกล่าวเธอรู้สึกได้ว่าตนเองไม่ปลอดภัยและเชื่อว่าจะต้องเกิดอุบัติเหตุขึ้นอย่างแน่นอน เพราะชีพาร์ตขับรถคันดังกล่าวด้วยความเร็วสูง อย่างไรก็ตาม พ่อของชีพาร์ต ได้กล่าวผ่านสื่อว่าเขาเพิ่งจบการศึกษาระดับมัธยม และมีเป้าหมายในอนาคตว่าจะเข้ารับราชกาลตำรวจ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา Mthai News

ไอเดียแต่งทาวน์เฮ้าส์ โล่งๆ ให้กลายเป็นบ้านแสนสวย
แบบบ้านสามชั้น /  ไอเดียแต่งทาวน์เฮ้าส์

วันนี้ Decor.Mthai จะพาเพื่อนๆ ไปพบกับ ไอเดียแต่งทาวน์เฮ้าส์ โล่งๆ ให้กลายเป็นบ้านแสนสวย ค่ะ บ้านที่เราจะนำมาเป็นตัวอย่างในวันนี้ คือ บ้านกลางเมือง ติดถนนพิบูลย์สงคราม เป็นของบริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ทางบริษัทมีแนวคิดที่อยากให้ผู้อาศัยใช้ชีวิตเก๋ๆ ได้ไม่รู้เบื่อ ด้วยการออกแบบบ้านที่ได้แรงบันดาลใจจาก Art Gallery สไตล์ Modern Loft ดีไซน์ที่เน้นความเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยพลังและความคิดสร้างสรรค์ แนวคิดที่ต้องการให้บ้าน สะท้อน "Everyday Chic" ของผู้อยู่อาศัยมากที่สุด ว่าแล้วเราไปชมตัวอย่างกันค่ะ ไอเดียแต่งทาวน์เฮ้าส์ โล่งๆ ให้กลายเป็นบ้านแสนสวย ทาวน์โฮมหน้ากว้าง 5 เมตร พื้นที่ใช้สอย 166 ตรม. 3 ชั้น 3 ห้องนอน, 3 ห้องน้ำ,ที่จอดรถ 2 คัน โดดเด่นด้วย Double Master Bedroom และ Family Area บนชั้น 2 พื้นที่กว้างขวางแบบที่คุณชอบ เริ่มต้นด้วยแบบบ้าน ชั้นแรก ตกแต่งให้เป็นห้องรับแขกและห้องครัว ชั้นสองเป็นห้องนั่งเล่นหรือเป็นห้องทำงานก็ได้ค่ะ ส่วนชั้นสามเป็นห้องนอนค่ะ ห้องต่อมาเป็นห้องรับแขก ด้านซ้ายมือเป็นห้องโล่งๆ ที่ยังไม่ได้ตกแต่ง ด้านขาวมือเป็นห้องที่ตกแต่งแล้ว ห้องรับแขก ตกแต่งด้วยโซฟาหนังสีดำและตกแต่งผนังด้วยเทกเจอร์ลายอิฐสีขาว หาของตกแต่งสไตล์ลอฟท์มาเสริมให้ห้องนี้ดูเท่ เก๋ขึ้น ห้องนั่งเล่นชั้นสอง ภาพทางซ้ายมือ เป็นห้องโล่งๆ อยู่บริเวณชั้นสองของบ้าน ส่วนภาพด้านขวามือ เป็นภาพที่ตกแต่งแล้ว ห้องนั่งเล่นห้องนี้จริงๆ อาจจะตกแต่งให้เป็นห้องทำงานก็ได้นะคะ ตกแต่งห้องนั่งเล่นห้องนี้ ด้วยพรมลายทางสีขาวดำ เพิ่มความกว้างให้ห้อง และด้านหลังโซฟามีหน้าต่างบานใหญ่ ทำให้ห้องโปร่ง ได้รับแสงสว่างเข้ามาภายในตัวห้องได้อย่างเต็มที่ สุดท้ายเลือกใช้โทนสีขาวครีม และของตกแต่งเท่ๆ เก๋ๆ มาตกแต่งห้องทำให้ห้องดูสบายตา ห้องนอนเล็ก   ห้องนอนเล็ก ตกแต่งสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ โดยเลือกใช้เทกเจอร์ลายอิฐสีขาวตกแต่งผนัง และใช้วอล์เปเปอร์ลายอาร์ตๆ ช่วยเพิ่มความเท่ เก๋ อย่างมีสไตล์ให้กับห้องนอนเล็กห้องนี้ ห้องนอนใหญ่ ภาพทางด้านซ้ายมือ เป็นห้องโล่งๆ ส่วน ทางด้านขวามือ เป็นห้องที่ตกแต่งแล้ว พื้นที่บริเวณชั้น 3 ออกแบบห้องนอนใหญ่ให้เป็น เพ้นเฮ้าส์ขนาดใหญ่ เชื่อมห้องนอนเข้ากับห้องแต่งตัว และมุมพักผ่อนที่เปิดโล่ง ถึงระเบียงด้านหน้า ขยายโลกส่วนตัวให้ใหญ่ขึ้น เพื่อให้คุณมีช่วงเวลาดีๆ ด้วยกันมากขึ้น ห้องนอนใหญ่ ตกแต่งด้วยโทนสีน้ำตาลช๊อคโกแลต ช่วยเพิ่มความเท่ให้กับห้อง การตกแต่งสไตล์นี้เหมาะกับวัยทำงาน หรือวัยกลางคน เพราะการตกแต่งห้องด้วยโทนสีนี้จะเป็นโทนสีที่อบอุ่น เป็นการแต่งห้องแบบเรียบๆ แต่แฝงไปด้วยความอบอุ่น มุมกว้างห้องนอนใหญ่ เดินตรงไปจะด้านซ้ายมือจะเป็นห้องน้ำ ส่วนทางด้านขวามือจะเป็นห้องแต่งตัว เป็นไงคะ ไอเดียแต่งทาวน์เฮ้าส์ โล่งๆ ให้กลายเป็นบ้านแสนสวยของ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ความสุขใจกลางย่านพิบูลสงคราม ตอบรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ เพื่อการเริ่มต้นของชีวิตคู่ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร มาพร้อมกับความสะดวกสบายครบครัน ภาพหมู่บ้านตัวอย่าง "หมู่บ้านกลางเมือง" ถ.นพิบูลย์สงคราม บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)

เปิดประวัติ คณะรัฐมนตรี รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา(1)
ข่าววันนี้ /  คณะรัฐมนตรี / 

เปิดประวัติ คณะรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งหมด 32 คน 34 ตำแหน่ง แบ่งเป็นพลเรือน 20 คน ทหารและตำรวจ 12 คน ประกอบด้วย เกิดเมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2488 อายุ 69 ปี สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเซนต์คาเบรียล โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 6 ปี 12 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 17 ปี 21 โรงเรียนเสนาธิการทหารบก สำหรับตำแหน่งสำคัญที่รับราชการ อาทิ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ร.2 พัน.2 รอ.) ปี 32 เป็นผู้บังคับการกรมทหาราบที่ 12 รักษาพระองค์ (ร.12 รอ.) ปี 39 ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) ในปี 40 ได้รับตำแหน่งรองแม่ทัพภาคที่ 1 ปี 41 เป็นแม่ทัพน้อยที่ 1 ปี 43 และผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายยุทธการ (ผช.เสธ.ทบ.ฝยก.) ได้รับตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 และขึ้นเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการทหารบก ปี 47 เกิดเมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2498 อายุ 59 ปี สมรสกับนางวิภาดา สีตบุตร สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเซนต์คาเบรียล โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 14 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 25 โรงเรียนเสนาธิการทหารบก หลักสูตรหลักประจำ ชุดที่ 65 เริ่มรับราชการตั้งแต่ปี 21 ผู้บังคับหมวดกองร้อยอาวุธเบา กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ฯ ส่วนตำแหน่งสำคัญ รองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.), ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ พ.ศ.2545, รองผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) ปี 47, เสนาธิการกองทัพภาคที่ 1 ปี 49, ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 ปี 51, รองแม่ทัพภาคที่ 1 พ.ศ.2552, แม่ทัพภาคที่ 1 พ.ศ.2553, เสนาธิการทหารบก (เสธ.ทบ.) ปี 55, รองผู้บัญชาการทหารบก ปี 56   เกิดเมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2496 อายุ 60 ปี สมรสกับนางเพ็ญลักษณ์ ปฏิมาประกร (บุนนาค) จบการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 12 (ตท.12) และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้ารุ่นที่ 23 ตท.12 และ จปร.23 ร่วมรุ่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร เติบโตมาจากกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ทหารเสือราชินี) และหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จ.ลพบุรี และเคยเป็นผู้บังคับบัญชาหน่วยนี้มาก่อน นอกจากนี้ยังเคยเป็นผู้บังคับบัญชาคนแรกของหน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจ 90 (ฉก.90)   เกิดเมื่อวันที่ 25 ม.ค. 2493 อายุ 64 ปี สมรสกับนางนรีรัตน์ ปรมัตถ์วินัย นายดอนจบการศึกษาจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนรับทุน ก.พ.เรียนต่อสหรัฐอเมริกา UCLA (ป.ตรีและโท) Fletcher School of Law and Diplomacy, Tufts University (ป.โท) เป็นอดีตข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ และเคยเป็นทูตใหญ่ประจำในหลายประเทศ ก่อนเกษียณอายุราชการในตำแหน่ง เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรแห่งประเทศไทยประจำสหประชาชาติ   เกิดเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2494 อายุ 63 ปี สมรสกับนางวัชราภรณ์ เครืองาม มีบุตรชาย 1 คน ชื่อนายวิชญะ เครืองาม จบการศึกษาคณะนิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมดีมาก) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจบเนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา ระดับปริญญาโท Master of Laws (LL.M.) และปริญญาเอก Doctor of the Science of Law (J.S.D.) จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยทุนรัฐบาล เริ่มรับราชการโดยเป็นอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ก่อนจะย้ายไปประจำที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มงานทางการเมืองในตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อปี พ.ศ.2535 สมัยรัฐบาล พล.อ.สุจินดา คราประยูร และได้เข้าทำงานการเมืองอีกครั้งในรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี พ.ศ.2545 โดยรับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีถึง 2 สมัย ต่อมาหลังการรัฐประหาร ปี 49 ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ร่วมร่างรัฐธรรมนูญปี 50 ด้วย   เกิดเมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2490 อายุ 67 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาโทบริหารธุรกิจ สาขาธุรกิจระหว่างประเทศ จาก Wharton School มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย เริ่มทำงานที่ธนาคารกสิกรไทย แล้วมารับตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรี เป็น รมช.พาณิชย์ ในรัฐบาลนายอานันท์ ปันยารชุน และ พล.อ.สุจินดา คราประยูร จากนั้นดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก่อนมารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลังในรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์   เกิดเมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2487 อายุ 70 ปี สมรสกับนางอรชุมา ยุทธวงศ์ จบโรงเรียนเซนต์คาเบรียล และเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (มหาวิทยาลัยมหิดลในปัจจุบัน) คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้รับปริญญาตรีเคมี เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง จากมหาวิทยาลัยลอนดอน และปริญญาเอกสาขาอินทรีย์เคมีจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ได้รับรางวัล "นักวิทยาศาสตร์ดีเด่น" และได้รับการยกย่องเป็น "นักวิทยาศาสตร์อาวุโส" เคยเป็น รมว.วิทยาศาสตร์ฯในสมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์   เกิดเมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2499 อายุ 58 ปี จบโรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตร จากนั้นจึงติดตามครอบครัวไปศึกษาต่อในต่างประเทศ ณ โรงเรียนเตรียมทหารคิงส์ ประเทศออสเตรเลีย โดยสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีทางวิทยาศาสตร์ และปริญญาโททางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จาก Brigham Young University สหรัฐอเมริกา เริ่มต้นเข้ารับราชการในกองทัพบก ตำแหน่ง อาจารย์ สังกัดส่วนการศึกษา กองวิชากฎหมายและสังคมศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ชั้นยศร้อยเอก จากนั้นได้โอนย้ายมารับราชการ สังกัดกองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง ทั้งรองผู้ว่าฯสมุทรสาคร รองผู้ว่าฯปทุมธานี และรองผู้ว่าฯบุรีรัมย์ ต่อมาในเดือนพ.ค. 2550 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน ระดับ 10 (ชช.) ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคง สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย และเป็นผู้ว่าฯนครปฐม ในปี 2552 ต่อมาในปี 2553 ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯเชียงใหม่ จนปี 2555 ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และในปี 2557 คสช.ได้แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี   อายุ 60 ปี เคยผ่านงานที่สำคัญของหน่วยข่าวกรอง อาทิ ทำงานปฏิบัติการที่ประเทศกัมพูชา ปฏิบัติงานที่ประเทศออสเตรเลีย ผ่านงานด้านการรักษาความปลอดภัย ผ่านงานด้านการต่อต้านการก่อการร้าย ผ่านการปฏิบัติการในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผ่านงานการบริหารในสำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) เป็นรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และเป็นผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ   เกิดเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2492 สมรสกับนางกุลยา เผ่าจินดา มีบุตร-ธิดา 2 คน ชื่อนายยุทธพงษ์ เผ่าจินดา และ น.ส.วิมลิน เผ่าจินดา จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนอำนวยศิลป์ พระนคร โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 10 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 21 โรงเรียนเสนาธิการทหารบก จบศิลปศาสตรบัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง และรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต (การจัดการสำหรับนักบริหาร) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เป็นนายทหารที่อยู่ในสายงานคุมกำลังรบมาตั้งแต่เริ่มรับราชการใหม่ เคยเป็นผู้บัญชาการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ทหารเสือราชินี (ผบ.ร.21 รอ.) เป็นผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.1 รอ.) ก่อนจะได้เลื่อนเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1 และแม่ทัพภาคที่ 1 ซึ่งในขณะที่ดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 นั้น ได้เป็นหนึ่งในทหารผู้ก่อการรัฐประหารในประเทศไทย 19 ก.ย. 49 ต่อมาได้รับเลือกให้เป็นผู้บัญชาการทหารบก (คนที่ 36) เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 50   เกิดเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2493 ปัจจุบันอายุ 64 ปี สมรสกับนางต้องฤดี มากบุญ จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนอำนวยศิลป์ พระนคร จบรัฐศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) รับราชการครั้งแรกเมื่อปี 17 ในตำแหน่งปลัดอำเภอตรี อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี และได้รับการบรรจุเป็นนายอำเภอตาลสุม จ.อุบลราชธานี ปี 31 และย้ายสลับระหว่างตำแหน่งนายอำเภอและเป็นผู้อำนวยการกอง จนกระทั่งปี 2539 ก้าวเข้าสู่ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม จากนั้นในปี 40 เป็นรองผู้ว่าฯสกลนคร ลพบุรี นครสวรรค์ มุกดาหาร ตามลำดับ ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ว่าฯยโสธร ปี 45 ย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯอุบลราชธานี ปี 48 และผู้ว่าฯนครราชสีมา ปี 50 กระทั่งเกษียณอายุราชการในตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในปี 52   เกิดเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2498 สมรสกับนางพจนี คุ้มฉายา จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนอู่ทอง เป็นโรงเรียนประจำอำเภอ และจบจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 15 (ตท.15) และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 26 (จปร.26) รุ่นเดียวกับ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ท.ปรีชา จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 3 ศึกษาต่อปริญญาโท หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้รับราชการตำแหน่งหลักของกองทัพบก ผู้บังคับกองพัน ผู้บังคับการกรม ทั้ง 3 กรม ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ แม่ทัพภาคที่ 1 ก่อนขึ้นสู่ผู้ช่วย ผู้บัญชาการทหารบก เป็น ผบ.หน่วย ฉก.เพชราวุธ เป็นทหารหน่วยแรกนอก ทภ.4 ที่ไปปฏิบัติงาน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ปี 47 และเป็นนายทหารสายวงศ์เทวัญเพียงคนเดียวที่อยู่ท่ามกลางบูรพาพยัคฆ์   เกิดเมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2497 ชาวนครพนม อายุ 59 ปี สมรสกับนางอรัญญา อรัณยกานนท์ มีบุตรชาย 1 คน จบมัธยมโรงเรียนเทเวศร์ศึกษา เป็นนักเรียนโรงเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่นที่ 29 จบปริญญาโทด้านพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนครพนม เริ่มต้นชีวิตราชการ รอง สวป.สน.ปทุมวัน ย้ายเป็นผู้บังคับหมวดหน่วยปฏิบัติการพิเศษ จ.นครพนม เป็น สวป.เมืองมุกดาหาร สว.สภ.กิ่ง อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร สว.สภ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร, เป็นหัวหน้าแผนก 3 ยุทธการ กก.ตชด.13 จ.กาญจนบุรี, รอง ผกก.อก.ตชด.ภาค 1, รอง ผกก.2 สสน.ตชด., อาจารย์ภาควิชาทหารและทหารฝึก ร.ร.นรต., รอง ผบก.รร.นรต., รอง ผบก.ตชด.ภาค 1, ผบก.สำนักงานแผนงานและงบประมาณ ผบก.จร., ผู้ช่วย ผบช.น., รอง ผบช.น., ผบช.ภ.3, ก่อนลงใต้เป็น ผบช.ภ.9 ทำหน้าที่ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า นำทัพกองกำลังตำรวจในภารกิจดับไฟใต้ กระทั่งเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.ก็ยังคงอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นปรึกษา (สบ 10), รอง ผบ.ตร. และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ก่อนเป็น ผบ.ตร.ในเดือน ต.ค. 55 และถูกย้ายไปประจำสำนักนายกฯหลังปฏิวัติ 22 พ.ค. 57   เกิดเมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2498 อายุ 59 ปี สมรสกับ พล.ต.หญิง อัญรัช สาริกัลยะ จบการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 12 (ตท.12) และ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 23 (จปร.23) รุ่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เติบโตมาจากเหล่า "ทหารช่าง" และถือเป็น "ขุนศึก" ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านเศรษฐกิจ-การเงิน มากที่สุดคนหนึ่งของกองทัพบก ตำแหน่งสำคัญ เจ้ากรมการเงินทหารบก รองปลัดบัญชีทหารบก ผู้ช่วยเสธ.ทบ. ฝ่ายส่งกำลังบำรุง รอง เสธ.ทบ. ก่อนขยับขึ้นพลเอกในตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ แล้วก้าวสู่ตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ทบ.เคยเป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ททบ.5   จบการศึกษาปริญญาโทด้านการค้าระหว่างประเทศ Syracuse University, U.S.A รับราชการในกระทรวงพาณิชย์หลายตำแหน่ง อาทิ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทย ประจำองค์การการค้าโลก ณ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อธิบดีกรมเศรษฐกิจการพาณิชย์ อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ประธานบริหาร หัวหน้าคณะเจรจาเขตการค้าเสรีระหว่างประเทศไทยกับประเทศต่างๆ   เกิดเมื่อวันที่ 9 ก.ย. พ.ศ.2498 ปัจจุบันอายุ 59 ปี จบปริญญาเอก ด้านนโยบายและการจัดการสาธารณะจาก Wharton School, University of Pennsylvania ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ผ่านมาเคยดำรงตำแหน่งทั้งหน่วยงานของรัฐและระดับมหาวิทยาลัยมากมาย อาทิ ผู้อำนวยการสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติ ผู้อำนวยการสถาบันคลังสมองของชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กรรมการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมในสมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ กรรมการผู้คุณวุฒิในสำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) กรรมการมูลนิธิสิ่งแวดล้อมไทย และที่ปรึกษาอธิการบดีด้านนโยบายและแผน มจธ. โดยถือเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระดับต้นๆ ของประเทศไทย   เกิดวันที่ 7 ก.ย. 2497 อายุ 59 ปี สมรสกับ นางแสงอรุณ กาญจนรัตน์ มีบุตร 2 คน เพื่อนเตรียมทหาร รุ่น 12 (ตท.12) และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 23 (จปร.23) ของ พล.อ.ประยุทธ์ เติบโตมาในสายกิจการพลเรือน โดยเป็นอาจารย์หัวหน้าวิชาการปฏิบัติการจิตวิทยา โรงเรียนกิจการพลเรือน กรมกิจการพลเรือน ทบ. และผ่านตำแหน่งสำคัญๆ ประกอบด้วย เจ้ากรมกิจการพลเรือน ทบ. ผู้ช่วย เสธ.ทบ.ฝ่ายกิจการพลเรือน ทบ. รองเสนาธิการ ทบ. หัวหน้าสำนักงานผู้บัญชาการ ทบ. และรองปลัดกระทรวงกลาโหม ก่อนได้รักษาราชการในตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมแทน พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ที่ถูกโยกไปเป็นประธานที่ปรึกษากระทรวงกลาโหมตามคำสั่ง คสช. ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นปลัดกระทรวงกลาโหมอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 2557   เกิดเมื่อวันที่ 7 มี.ค. 2497 อายุ 60 ปี สมรสกับ นางจินตนา จั่นตอง มีบุตร 2 คน จบโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 13 (ตท.13), โรงเรียนนายเรืออากาศ รุ่นที่ 20 (นรอ.20), วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 48 (วปรอ.48) และสำเร็จการศึกษาระดับดุษฎีบัณฑิต จากสถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เคยผ่านตำแหน่งสำคัญๆ มากมาย เช่น ผู้อำนวยการกองนโยบายและแผน กรมยุทธการ ทอ. ผู้บังคับการกองบิน 1 กองพลบินที่ 2 กองบัญชาการยุทธทางอากาศ ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารอากาศไทยประจำกรุงบอนน์ รักษาการผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารอากาศไทยประจำกรุงปารีส รักษาการผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารอากาศไทยประจำกรุงโรม เจ้ากรมข่าวทหารอากาศ เจ้ากรมยุทธการทหารอากาศ ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งเสนาธิการ ทอ. ในปี 2552 ก่อนจะขยับขึ้นนั่งงเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการ ทอ. ในปี 2554 และรับตำแหน่งผู้บัญชาการ ทอ.ในปี 2555 (ยังมีต่อ) เปิดประวัติ คณะรัฐมนตรี รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา(2) MThai News

โลกตะลึง! หนุ่มบราซิล
นักพูดสร้างแรงบันดาลใจ /  หนุ่มชาวบราซิลหัวอยู่ด้านหลัง / 

เผยโฉมหนุ่มพิสดารชาวบราซิล "หัวอยู่ด้านหลัง"ผันตัวเป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจ วานนี้(1ก.ย.)สำนักข่าวต่างประเทศเผยชีวิตหนุ่มชาวบราซิลวัย 37 ปี  "เคลาดิโอ เวียร่า เดอ โอ เวียร่า" (Claudio Vieira de oliveira)  ผู้มีร่างกายผิดปกติ ทั้งตำแหน่งของศีรษะอยู่ด้านหลัง ขาผิดรูป มือและแขนแทบใช้งานไม่ได้ แต่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจระดับโลกในขณะนี้ ที่มากไปกว่านั้นคือ หนุ่มหัวใจเพชรรายนี้มีทัศนคติต่อการมองโลกที่ดี และไม่รู้สึกว่าตนเองแตกต่างจากผู้อื่น แม้ร่างกายจะผิดปกติแต่ยังสามารถปรับร่างกายของตนเองให้เข้ากับโลก และใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่ต้องพึ่งพารถเข็นหรือขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น ทั้งยังสามารถศึกษาจนจบระดับปริญญาตรีด้านบัญชี และในภายหลังได้ผันตัวมาเป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจระดับโลก อย่างไรก็ตาม ครอบครัวคือเบื้องหลังความสำเร็จของเคลาดิโอ อาธิเช่นการสนับสนุนทางด้านสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็น การเปลี่ยนพื้นบ้านให้เขาเดินได้โดยไม่ได้รับบาดเจ็บ และทางสังคมคือคอยช่วยเหลือและสอนให้เขาเติบโตไม่ต่างจากคนทั่วไป สอนให้เขามีความเชื่อมั่น และไม่รู้สึกแปลกแยกจากสังคม Mthai News

นิวจิ๋ว ทวงแชมป์สายแดนซ์! เพลงใหม่ เราถูกสร้างมาเพื่อกันและกัน
Precious Time /  นิว & จิ๋ว / 

เคยสร้างกระแสฟีเวอร์ที่เรียกได้ว่าฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมือง กับท่าเต้นรูดขาไมค์สุดเซ็กซี่ จากเพลง ไม่รักไม่ต้อง สําหรับสุดยอดนักร้องสองสาวเสียงเทพ นิวจิ๋ว ล่าสุด จัดหนักจัดเต็ม สายแดนซ์ ใส่พลัง เต้นยับ แดนซ์กระจาย สไตล์ดิสโก้ ยุค 80 กับมิวสิกวีดีโอเพลงที่ชื่อว่า เราถูกสร้างมาเพื่อกันและกัน ซึ่งเป็นเพลงจากงานอัลบั้มใหม่ที่ชื่อว่า “PRECIOUS TIME” (เพรช’ เชิส ไทม์) หมายถึงช่วงเวลาที่ล้ําค่าที่สุดของนิวจิ๋ว ที่มาจากความรักและพลังอันยิ่งใหญ่จากแฟนเพลง   “ครั้งนี้เป็นครั้งแรกเลยที่นิวจิ๋วรู้สึกว่าเป็นการถ่ายทําเอ็มวีที่เหนื่อยมาก แต่เป็นการเหนื่อยแบบมีความสุขสุดๆ ได้ปล่อยของปล่อยพลังแบบสุดฤทธิ์สุดเดช เป็นเอ็มวีทีเราอยากจะให้ทุกคนได้เห็นกันเร็วๆจังเลย เพราะว่ามันมีความสนุกสนานแบบที่เราจัดเต็ม จัดให้แน่นๆเลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นทั้ง นิวจิ๋ว ผู้กํากับ เสื้อผ้า หน้าผม ฉากแสง สีเสียง นักดนตรีคอรัส แดนซ์เซอร์ นักแสดง 40 กว่าชีวิต วันนี้เราตื่นตีห้ามาเริ่มทํางานกันตั้งแต่หกโมงเช้าพร้อมกับเอ็นเนอร์จี้ที่พร้อมมากๆ เพราะเพลงนี้เป็นเพลงเร็วที่มีท่าเต้น ซึ่งก็ได้เห็นกันไปบ้างแล้วจากคลิปและข่าวสารการเรียนเต้นของเราจริงๆตอนที่เราเข้าไปห้องซ้อมจะมีซ้อมแค่นิวจิ๋ว แต่ พอมาอยู่ในฉากการถ่ายทําจริงๆโอ้ว พลังมาเต็มเพราะมีทั้งแดนซ์เซอร์ คอรัส นักดนตรีซึ่งเป็นวงที่เล่นกับเราอยู่แล้ว เรียกว่าทุกคนจัดหนักจัดเต็มกันทุกคน ถ้าใครได้เห็นภาพเบื้องหลังเอ็มวีจะเห็นว่าแดนซ์เซอร์เยอะมากจะเป็นหลายๆพาร์ทหลายๆส่วน และด้วยสไตล์ดนตรีในเพลง “เราถูกสร้างมาเพื่อกันและกัน” เป็นดิสโก้ ในยุค 80 ซึ่งเป็นสไตล์เพลงที่เมื่อใครได้ฟังแล้วรู้สึกคึกคักต้องโยกตามขยับขาตาม อีกอย่างยังมีท่าเต้นที่จําง่ายเต้นตามได้ไม่ยาก มันมีท่าเต้นที่เป็นจังหวะปรบมือง่ายๆ หรือมีท่าที่เป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าเพลงนี้เนี้ยมันมีท่าจําอะไรบ้าง และยังมีช่วงดวลเท้าไฟกันด้วยระหว่างนิวจิ๋ว ต้องลองไปดูกันในเอ็มวีนะคะว่าจะเท้าไฟแค่ไหน รับรองว่าเราสองคนใส่สุดพลังจริงๆ เพราะสนุกมาก ซึ่งก็ต้องขอบคุณทีมงานทุกๆส่วนที่ทําให้การถ่ายทําเอ็มวีในวันนี้ของนิวจิ๋ว สนุกสนานมาก ก็ฝากให้ติดตามกันได้นะคะเอ็มวีเพลง เราถูกสร้างมาเพื่อกันและกัน อย่าลืมไปซ้อมร้องซ้อมเต้นกันมา แล้วมาเต้นไปพร้อมกันกับพวกเราบนเวทีคอนเสิร์ต ปลายปีนี้ด้วยนะคะ และฝากสนับสนุนของแท้ลิขสิทธิ์ด้วยการดาวน์โหลดเพลงของเรากันได้ที่ *123 ตามด้วยรหัส 0022 ค่ะ" สองสาว นิว-จิ๋ว เล่าถึงการถ่ายทําเอ็มวีในครั้งนี้ ลองมาฟังเพลงเต็ม เราถูกสร้างมาเพื่อกันและกัน ของสองสาว นิว-จิ๋ว กันเลย เพลง เราถูกสร้างมาเพื่อกันและกัน ศิลปิน นิว จิ๋ว อัลบั้ม PRECIOUS TIME คำร้อง/ทำนอง เหมือนเพชร อำมะระ เรียบเรียง วิกรม สุริยะชัย เธอถูกสร้างมาเพื่อฉัน ฉันถูกสร้างมาเพื่อเธอ เราถูกสร้างมาเพื่อกันใช่ไหม เธอช่วยยืนยันให้ฉันมั่นใจ หนึ่งคำว่ารักจากเธอ หนึ่งคำว่ารักจากฉัน หนึ่งคำว่ารักที่เราให้กัน กำหนดมาใช่ไหม ให้เราสองคน รู้ไหมยังมีอีกหลายคน ตามหารักแท้กันอยู่เลย มันไม่มีเตือน บอกวันและเวลาจะเจอเมื่อไร รู้ไหมก็มีอีกหลายคน ได้เจอรักแท้ตลอดไป เป็นเรื่องบังเอิญ หรือฟ้านั้นตั้งใจกำหนดให้เจอ และฉันโชคดีแค่ไหน ที่ฉันได้เป็นอีกครึ่งหัวใจของเธอ ประกบเป็นรักแท้ต่อกัน มีเธอและฉัน เธอถูกสร้างมาเพื่อฉัน ฉันถูกสร้างมาเพื่อเธอ เราถูกสร้างมาเพื่อกันใช่ไหม เธอช่วยยืนยันให้ฉันมั่นใจ หนึ่งคำว่ารักจากเธอ หนึ่งคำว่ารักจากฉัน หนึ่งคำว่ารักที่เราให้กัน กำหนดมาใช่ไหม ให้เราสองคน รู้ไหมกับคนที่รู้ใจ ไม่เห็นต้องพูดกันมากมาย เหมือนฉันกับเธอ สบตาก็รู้ใจว่าคิดเช่นไร และฉันโชคดีแค่ไหน ที่ฉันได้เป็นอีกครึ่งหัวใจของเธอ ประกบเป็นรักแท้ต่อกัน มีเธอและฉัน เธอถูกสร้างมาเพื่อฉัน ฉันถูกสร้างมาเพื่อเธอ เราถูกสร้างมาเพื่อกันใช่ไหม เธอช่วยยืนยันให้ฉันมั่นใจ หนึ่งคำว่ารักจากเธอ หนึ่งคำว่ารักจากฉัน หนึ่งคำว่ารักที่เราให้กัน กำหนดมาใช่ไหม ให้เราสองคน และฉันโชคดีแค่ไหน ที่ฉันได้เป็นอีกครึ่งหัวใจของเธอ ประกบเป็นรักแท้ต่อกัน มีเธอและฉัน เธอถูกสร้างมาเพื่อฉัน ฉันถูกสร้างมาเพื่อเธอ เราถูกสร้างมาเพื่อกันใช่ไหม เธอช่วยยืนยันให้ฉันมั่นใจ หนึ่งคำว่ารักจากเธอ หนึ่งคำว่ารักจากฉัน หนึ่งคำว่ารักที่เราให้กัน กำหนดมาใช่ไหม ให้เราสองคน มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

แชร์ว่อน! คลิปมนุษย์ลุงโหนราวรถไฟฟ้าโชว์ลูก ร่วง
ข่าววันนี้ /  มนุษย์ลุง / 

แชร์ว่อน!!  วิดีโอคลิปมนุษย์ลุงโหนราวรถไฟฟ้าโชว์ลูก ร่วง เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ทีผ่านมาเว็บไซต์ข่าวจีน “โอเรียนทัล เดลี” รายงานจากมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีนว่า ชาวเน็ตจีนพากันแชร์วิดีโอคลิปหนุ่มใหญ่รายหนึ่ง ขึ้นรถไฟฟ้าในเมืองกว่างโจวมณฑลกวางตุ้งประเทศจีนพร้อมลูกชาย ทั้งนี้ในตอนแรกลูกชายของเขาได้ปีนป่ายและโหนราวจับของรถไฟฟ้าขบวนดังกล่าวและเรียกให้ผู้เป็นพ่อลุกขึ้นมาสอนการโหนแบบนักกีฬาให้ดู ชายในคลิปรูปร่างท้วมลุกขึ้นจากที่นั่งมาสอนวิธีโหนราวให้กับลูกชายอย่างไม่เกรงใจผู้คนในขบวนรถ เมื่อเขาจับราวและกำลังโยนตัวไปข้างหน้า ราวจับเกิดแตกหักและหลุดลงมาพร้อมกับตัวของเขาที่ร่วงลงสู่พื้นท่ามกลางสายตางุนงงของคนทั้งขบวน ทั้งนี้ หนุ่มใหญ่ที่ก่อเหตุก็ยันกายเพื่อลุกขึ้นด้วยความอาย พร้อมทั้งวางราวจับที่หลุดออกมาไว้บริเวณข้างประตู จากนั้นจึงกลับไปนั่งอย่างสงบยังที่นั่งของตนเองดังเดิม อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวไม่ได้ระบุว่า เจ้าหน้าที่รถไฟฟ้าได้แจ้งข้อหาทำลายทรัพย์สินสาธารณะกับพ่อลูกคู่ดังกล่าวหรือไม่ MThai News

ฮือฮา! พบฤาษีขี่มอเตอร์ไซค์ รับแก้มนต์ดำ
ข่าว /  ปู่ฤาษี / 

 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยไร่  พบรถจักรยานยนต์ของชายแต่งกายคล้ายฤาษี  อ้างมีอิทธิฤทธิ์ปราบมนต์ดำ มาจากตำหนักปู่ฤาษี จ.นครราชสีมา วันนี้ (2 ก.ย.) รายการเรื่องเล่าเช้านี้ รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยไร่ จ.แพร่ พบรถจักรยานยนต์ของชายแต่งกายคล้ายฤาษี สวมชฎา และมีแผ่นป้ายเขียนตัวอักษรติดหน้ารถขับผ่านมา จึงได้เรียกจอด พร้อมกับตรวจค้นสารเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย หลังจากตรวจสอบพบว่าชายคนดังกล่าวคือ นายทวีสิทธิ์ แก้วเข็ม อายุ 62 ปี อ้างว่าเป็นฤาษีมีอิทธิฤทธิ์ปราบมนต์ดำได้ มาจากตำหนักปู่ฤาษีที่ จ.นครราชสีมา เป็นผู้ครอบครองเศียรของพ่อปู่ฤาษีตาไฟ พร้อมไม้เท้ากายสิทธิ์ 2 อัน มีไม้เท้ากายสิทธิ์พระศิวะและไม้เท้าพ่อปู่ฤาษีตาไฟ ที่ใช้ในการรักษาคนไข้และบุคคลทั่วไป ที่ป่วยเป็นโรคทั้งหนักและเบา โดยตนจะขับขี่จักรยานยนต์ไปบ้านเกิดที่จ.พะเยา แต่ระหว่างทางเมื่อพบใครที่มีอาการปวดเมื่อย ก็จะแก้มนต์ดำให้ โดยป้ายหน้ารถนั้นโฆษณาถึงสรรพคุณมากมายแถมยังบอกอีกด้วยว่า รับจ้างปราบมนต์ดำทั่วประเทศ ทั้งนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นก็ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด จึงต้องปล่อยตัวไป อย่างไรก็ตาม ชาวจ.นครราชสีมา โดยเฉพาะชาวบ้านแถววัดศาลาลอย ต่างเคยพบเห็นนายทวีสิทธิ์อยู่เป็นประจำ และยังได้มีการแชร์ภาพลงสังคมออนไลน์มาก่อนหน้านี้แล้วว่า นายทวีสิทธิ์ นอกจากจะแต่งกายเป็นพ่อปู่ฤาษีแล้ว ยังแขวนบัตรทหารผ่านศึก ระบุชื่อพลทหารทวีสิทธิ์ แก้วเข็ม MThai News ขอบคุณภาพประกอบจากเฟซบุ๊ก อบต.บ้านปรางค์ อ.คง จ.นครราชสีมา

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

ดิสนีย์แลนด์ (Shutter&Travel)
ดิสนีย์แลนด์ /  ดิสนีย์แลนด์ ฮ่องกง / 

ดิสนีย์แลนด์ (Shutter&Travel) จากคอลัมม์ก่อนหน้านี้ที่ผมเขียนถึง มาเก๊า ทริปนี้เป็นทริปเดียวกันที่ผมได้มีโอกาสได้มาเที่ยวฮ่องกงกับครอบครัวและเพื่อนๆ ด้วยตนเองแบบไม่ง้อทัวร์ ส่วนคอลัมม์นี้จะขอเล่าถึง สวนสนุก ฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์ และ Victoria Peak เสียงจอแจดังอยู่ใกล้ๆ รอบตัว คนพูดคุยเคล้าเสียงหัวเราะฟังดูมีความสุขปนรอยยิ้ม มันเป็นบรรยากาศให้ผมพลอยต้องซึมซับความสุขไปด้วย ผมกำลังยืนต่อคิวกับลูกเพื่อเล่นเครื่องเล่นในดิสนีย์แลนด์ ฮ่องกง ปีนี้ผมอายุย่าง 38 ปี พาลูกมาเที่ยวสวนสนุกมาแล้วหลายที่ตั้งแต่ลูกผม 3 ขวบ ตอนนี้ลูกผมย่าง 9 ขวบปีแล้ว และเป็นครั้งที่ 2 ที่ ฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์ มีคนกล่าวไว้ว่า หากคุณมีลูก คุณจะได้ใช้ชีวิตในวัยเด็กอีกครั้ง ... เป็นเรื่องจริงครับ ผมก็ไม่คิดว่าจะได้เข้าสวนสนุกตอนอายุ 38 เช่นกัน หากไม่มีลูก เมื่อคุณพูดถึงสวนสนุก คำที่นึกถึงมีมากมาย “สนุก” “ตื่นเต้น” “หวาดเสียว” “รอยยิ้ม” “ความสุข” เช่นกันสำหรับผมแล้ว สวนสนุกให้ความรู้สึกแบบนี้เลย “ สนุกสุดแสนเที่ยวแดนเนรมิต ” แอบขอย้อนเวลากลับไปในวัยเด็ก มันคือสวนสนุกแห่งแรกในความมรงจำของผม “แดนเนรมิต” ครับ หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้หากมีรุ่นราวคราวเดียวกัน คงไม่มีใครไม่รู้จักที่นี่แน่นอน แดนเนรมิตได้ปิดตัวลงไปแล้วก็จริง แต่สวนสนุกแห่งนี้เป็นสวนสนุกในความทรงจำของคนรุ่นผมครับ เรือไวกิ่ง บ้านผีสิง รถไฟเหาะ รถไฟรางเดียว แกรนด์แคนยอน ป๊อบคอน สายไหม และที่เป็นภาพ Landmark สำหรับที่นี่ คือ ภาพปราสาทเทพนิยายที่ตั้งอยู่ด้านหน้า แต่ถ้าถามเด็กรุ่นหลังๆ คงไม่มีใครรู้จักแดนเนรมิต ลองนึกดูนะครับหากอนาคตดีสนีย์แลนด์หรือยูนิเวอร์เซลมาเปิดที่ประเทศไทย มันจะสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเข้าบ้านเรามากมายแค่ไหน จากคอลัมม์ก่อนหน้านี้ที่ผมเขียนถึง มาเก๊า เป็นทริปเดียวกันที่ผมได้มีโอกาสได้มาเที่ยวฮ่องกงกับครอบครัวและเพื่อนๆ ด้วยตนเองแบบไม่ง้อทัวร์ ส่วนคอลัมม์นี้จะขอเล่าถึง สวนสนุกดิสนีย์แลนด์และ Victoria Peak เพื่อให้เด็กๆ ได้สนุกกัน เราเลือกใช้ชีวิตแบบวัยเด็ก 1 วันเต็มๆ ในสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ครับ เราออกเดินจากที่พักมาไม่ไกลก็ถึงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน Mong Kong การเดินทางที่ฮ่องกงถือว่าสะดวกสบายเป็นอย่างมาก ทั้งรถบัส รถไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งเรือ เราเลือกไปดิสนีย์แลนด์ด้วยการนั่งรถไฟฟ้าครับ จากสถานี Mong Kong นั่งไปไม่นานก็ลงไปเปลี่ยนรถไฟฟ้าขบวนสีส้มที่สถานี Lai King เพื่อนั่งต่อไปยังสถานี Sunny Bay และเปลี่ยนรถไฟฟ้าขบวนพิเศษสายสีชมพูเพื่อเข้าไปในดิสนีย์แลนด์ รถไฟขบวนนี้ถูกตกแต่งในสไตล์ของดิสนีย์แลนด์ หน้าต่าง มือจับ ประตู ดูสวยงาม สวนสนุก สำหรับต่างประเทศแล้วเป็นที่ได้รับความนิยมมากทั้งเด็ก วัยรุ่น ครอบครัว คนจะเยอะมาก สำหรับการเที่ยวสวนสนุกในต่างประเทศในครั้งแรกๆ ของผม ผมเองก็ไม่ค่อยคุ้นชินนัก สงสัยว่าทำไมคนถึงได้เยอะมากมายขนาดนี้ ต่อคิวก็นาน ทั้งวันเล่นได้เพียง 3-4 อย่าง แล้วจะต้องมาสักกี่วันถึงจะได้เล่นครบ รู้สึกเบื่อและเซ็งกับการต่อคิวเพื่อเล่นเครื่องเล่นต่างๆ แต่พอผ่านมาหลายๆ ครั้ง ก็พอจะเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องปกติ 30 นาที 45 นาที 1 ชั่วโมง เครื่องเล่นบางตัวที่ได้รับความนิยมมากๆ อาจจะใช้เวลาถึง 2 ชั่วโมงเลย ซึ่งเมื่อสังเกตุถึงคนรอบข้างที่เข้าคิวรอเล่นเครื่องเล่นก็ไม่เห็นจะมีใครหงุดหงิด กลับกันส่วนใหญ่จะพูดคุยกันอย่างสนุกสนานและมีความสุข ผมเคยถามไกด์ว่าคนที่นี่ทำยังไง ที่จะมาวันเดียวแล้วได้เล่นครบทุกเครื่องเล่น ไกด์ตอบว่าไม่มีทาง คนที่มาเที่ยวสวนสนุกยินดีจะมาเล่นเพียงไม่กี่อย่าง ยินดีที่จะได้ต่อคิวเล่นเพียงไม่กี่อย่างกับคนรักหรือครอบครัว คนที่นี่คิดอย่างนี้ แล้วก็กลับมาเล่นอีกในวันอื่นๆ ถือว่าได้อยู่และใช้เวลากับคนที่มาด้วยกัน นี่แหละครับความสุขอย่างหนึ่งของคนมาเล่นสวนสนุกที่นี่ การต่อคิวจึงเป็นเรื่องธรรมดา ทุกวันนี้ผมเริ่มเข้าใจและไม่คิดมากกับการต่อคิวเล่นเครื่องเล่น ถึงแม้เราจะข้ามน้ำข้ามทะเล ไม่ได้มากันบ่อยๆ ก็ตาม >< ครั้งนี้เราตั้งใจจะอยู่ดูพลุตอน 3 ทุ่ม แต่ด้วยความเหนื่อยล้าของเด็กๆ ทำให้เรารอดูไม่ไหว เราเดินทางกลับออกมาจากดีสนีย์แลนด์ตอน 2 ทุ่มด้วยรถไฟฟ้าเหมือนเดิม ทริปนี้ยังไม่จบลงเพราะวันรุ่งขึ้นเราจะขึ้นไปชมวิวฮ่องกงที่สวยที่สุดจากยอดเขา Victoria Peak กันครับ ถึงแม้จะเหนื่อยล้าจากการไปดิสนีย์แลนด์ก็ตาม วันรุ่งขึ้นเราก็ยังคงต้องตื่นแต่เช้า เพราะเรายังมีโปรแกรม Victoria Peak อีก แต่เนื่องจากที่เราพักอยู่ที่ฝั่งจิมซาโจ่ย ทำให้เราต้องข้ามกลับไปที่ฝั่ง Central ด้วยเรือข้ามฟากก่อนเราออกจากที่พักที่มงก๊ก เดินทางด้วยรถบัสสาย 1A ไปขึ้นเรือที่ท่าเรือ Star Ferry Pier ตรงจุดนี้เราจะเห็น Symphony of light ในเวอร์ชั่นกลางวันด้วย พอเรานั่งเรือข้ามฝากไปแล้ว เราพอมีเวลาเหลือจึงตัดสินใจนั่งรถ Big Bus เที่ยวชมเมืองฝั่ง Central กันก่อน ลักษณะของเมืองฮ่องกง เมืองที่ขึ้นชื่อว่ามี City Scape สวยงามอันดับต้นๆ ของโลก การนั่งรถ Big Bus ชมวิวเมืองก็ถือว่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อย ประมาณ 1 ชั่วโมงที่เราเสพทัศนียภาพบนรถ Big Bus 2 ชั้น ก่อนที่รถ Big Bus จะพาเรามาจอดที่ทางขึ้น Peak Trim Station พอดี (จากท่าเรือ Star Ferry Pier หากไม่ต้องการนั่ง Big Bus คุณสามารถนั่งรถบัสสาย 15c เพื่อมุ่งหน้าสู่ Peak Tram Station (สถานีรถราง) ตรงเลยก็ได้ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที) การขึ้นไปชมวิวที่ The Peak สามารถเลือกขึ้นได้ 2 ทาง รถบัสหรือรถราง เราตัดสินใจนั่งรถรางขึ้นไปครับ เพื่อจะได้ชมวิว 2 ข้างทางระหว่างขึ้นไปด้วย ซึ่งคนนิยมขึ้นด้วยรถรางมากกว่า แต่ก็ต้องแลกมาด้วยเวลาที่ต้องต่อคิวสำหรับตั๋วรถรางที่ขึ้นไปบน The Peak หากจะขึ้นไปชมวิวบนจุดสูงสุดจะต้องเสียเงินเพิ่มจาก 40 เหรียญเป็น 75 เหรียญ ซึ่งถือว่าเป็นจุดชมวิวฮ่องกงที่สวยที่สุด วิคตอเรียพีค (ไท่ผิงซานติ่ง) คือยอดเขาที่สูงที่สุดของเกาะฮ่องกง สูงจากระดับน้ำทะเล 552 เมตรที่วิคตรอเรียพีคเป็นจุดที่สามารถมองเห็นวิวของเกาะฮ่องกงได้ทั้งหมดตั้งแต่อ่าววิคตอเรีย ตึกระฟ้ามากมาย และถือเป็นจุดดู Symphony of Lights ที่สวยงามอีกจุดหนึ่งด้วยและบนนี้ยังเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าบรรดาเศรษฐี นักธุรกิจ และดารานักแสดงที่มีชื่อเสียง ================================================================================ Shutter Tips การถ่ายภาพบุคคลในเวลากลางวันหรือช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้นสูงไปแล้ว อาจจะทำให้หน้ามืดหรือเกิดเงาบนใบหน้า หรือบางครั้งอาจจะเกิดจากเงาของหมวก ซึ่งก็ทำให้เกิดเงาบนใบหน้าแบบที่เราไม่พึงปรารถนา มีวิธีแก้ไขง่ายๆ เพียงแค่เราใช้แฟลชหรือรีเฟลกเพิ่มแสงเข้าที่ใบหน้าของแบบ แต่ส่วนใหญ่การใช้แฟลชจะสะดวกกว่าการใช้รีเฟลก เพราะเราอาจจะไม่มีคนช่วยถือรีเฟลกในระหว่างการท่องเที่ยวหรือออกทริป การถ่ายภาพโดยใช้แฟลชจึงสะดวกรวดเร็วกว่า แต่ก็มีข้อควรระวังเรื่องของกำลังไฟ ควรมีการดูระยะของแฟลชที่จะยิงออกไปที่แบบ หากแรงหรือเบาไป ก็สามารถเพิ่มลดกำลังแฟลชได้ครับ ================================================================================

รถดับเพลิงพุ่งกระฉูด! จากจะมาสาธิตดับไฟ! กลายเป็นปาร์ตี้โฬมซะงั้น
รถดับเพลิง /  สาธิตดับไฟ / 

รถดับเพลิงพุ่งกระฉูด! จากจะมาสาธิตดับไฟ! กลายเป็นปาร์ตี้โฬมซะงั้น

ละครอรุณสวัสดิ์ , เรื่องย่ออรุณสวัสดิ์
เพชร กรุณพล /  ยอร์ช ยงศิลป์ / 

การเลื่อนขึ้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในปีการศึกษาใหม่กลายเป็นก้าวสำคัญที่นำความเปลี่ยนแปลงมาสู่ ภาสุ(รัชชานนท์ เรือนเพ็ชร์) เด็กหนุ่มที่ขาดความมั่นใจในตัวเอง เริ่มตั้งแต่การที่ต้องมาเรียนห้องเดียวกับ เสมอเทพ(ชาวดิน รัฐกาญจน์) ลูกชายเศรษฐีมือสกปรก ความร่ำรวยและยิ่งใหญ่ของพ่อทำให้เสมอเทพ กลายเป็นจอมเกเรประจำโรงเรียน เสมอเทพ กับ ชาติเชื้อ (วัฒนา เอี่ยมวงศรี) และวันมงคล (พลช เงินยวง)เพื่อนสนิททั้งสองคนชักนำภาสุและ ฤกษ์ด (นที พิทักษ์) เข้าไปในโลกใบใหม่ในวังวนอบายมุขของเสมอเทพที่ทั้งคู่ไม่เคยพานพบมาก่อน ทั้งเรื่องการแข่งรถบนถนนหลวงที่ผิดกฏหมาย การยกพวกตีกับคู่อริต่างโรงเรียน ภาสุนั้นกล้าลุกขึ้นมาแหกกฏเหล็กของ เภา(กรุณพล เทียนสุวรรณ) พ่อที่เข้มงวดและเคร่งเครียดสมกับเป็นนายตำรวจใหญ่ผู้เที่ยงตรง เพียงเพราะไม่อยากเป็นลูกแหง่ในสายตาของ เมขลา(พลอยพรรณ ทับทิมหล้า) เพื่อนร่วมชั้นคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาเรียนด้วย ภาสุรับเมขลาไว้ในหัวใจลุ่มหลง จนขาดสติยั้งคิด โดยที่ไม่เคยเคลือบแคลงใจ วาจาอ่อนหวานของเมขลานั้น ได้ซุกซ่อนตัวตนที่แท้จริงเอาไว้อย่างไร การเปลี่ยนแปลงของภาสุอยู่สายตาของ อรณี(ณัฐริกา เฝ้าด่าน) เพื่อนร่วมชั้นที่แอบชอบ และมีความปรารถนาดีให้กับภาสุเสมอมา อรณีพยายามจะตักเตือนทั้งทางตรงและทางอ้อม บางครั้งก็ทำให้ภาสุกับฤกษ์ดีรู้สึกไม่ค่อยชอบใจอรณีเท่าไหร่ ความเปลี่ยนแปลงไปในทางเลวร้ายของภาสุ ทำให้บรรยากาศภายในบ้านยิ่งทวีความตึงเครียด ความสัมพันธ์ระหว่างภาสุกับเภายิ่งแย่ลง ไม่ว่า คุณไหม หรือ ภัทริกา(กฤตสุดา อัญภานนท์) คู่แฝด สุกานดา (โชติรส ชโยวรรณ)ผู้เป็นแม่ คุณปู่ คุณย่า ก็ไม่สามารถช่วยคลี่คลายสถานการณ์ได้ ในระหว่างที่ภาสุกลับเข้าสู่เส้นทางเดินที่ถูกขีดไว้จากฝีมือของพ่อตัวเอง เมขลากับเสมอเทพกลับหลงระเริงไปกับความสุข เมขลายอมสละทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของผู้หญิงให้กับเสมอเทพ เพียงเพื่อหวังให้เสมอเทพครองคู่กับเธอตลอดไป เมขลากับเสมอเทพหายตัวไปจากโรงเรียนหลายวัน ส่งผลให้ภาสุไม่มีกระจิตกระใจที่จะตั้งใจเรียนตั้งใจสอบ จนทำให้เกิดผลเสียทางการเรียนร้ายแรง และทำให้ภาสุกับพ่อเกิดความขัดแย้งกันอย่างรุนแรงอีกครั้ง ในขณะที่ข่าวการตั้งท้องของเมขลากับการล่มสลายทางธรุกิจของครอบครัวเสมอเทพ และข่าวการแต่งงานของทั้งสองคนก็ยิ่งทำให้ภาสุร้อนรนจนอยู่ไม่ได้ และตัดสินใจหนีออกจากบ้าน ภาสุไปปรึกษา ปู่เล็ก(สิทธิชัย ผาบชมพู) คำสั่งสอนแลกเปลี่ยนทัศนคติของปู่เล็ก ทำให้ภาสุ ตัดสินใจกลับบ้าน สิ่งแรกที่ภาสุทำคือก้มลงกราบเท้าพ่อ พ่อเองก็ไม่ได้อาละวาด หรือลงโทษอย่างที่ภาสุคิด ช่วงเวลาอันน่ากลัวของวัยรุ่น อารมณ์รุนแรงกำลังจะผ่านไป พ่อพาภาสุกลับไปที่โรงเรียน และขอโอกาสให้กับเด็กชายผู้หลงทางอีกครั้ง สามปีผ่านไป ชีวิตของภาสุและฤกษ์ดีในรั้วมหาวิทยาลัยก็ดำเนินไปตามปกติ ภาสุได้พบกับอรณี เพื่อนรักสมัยม.ปลาย ที่เปลี่ยนจากเด็กสาวอ้วนกลม มาเป็นสาวน้อยน่ารัก ภาสุได้คบกับหริณลัญฉนา ดรัมเมเยอร์ไม้หนึ่ง ความรักครั้งที่สองของภาสุจบลงเร็วกว่าที่คิด ภาสุเสียใจและเสียหน้ากับความสัมพันธ์ในครั้งนี้มาก แต่ด้วยวัยและความรู้สึกที่เติบโตขึ้นของภาสุทำให้เค้าสามารถทำใจกับเรื่องนี้ได้เร็วขึ้น และมองเห็นความสวยงามบางอย่างในจิตใจของอรณีที่มาคอยเป็นกำลังใจให้ในยามที่ภาสุผิดหวังอีกครั้ง ตรงข้ามกับฤกษ์ดีที่ยิ่งโตยิ่งจมอยู่ในโลกทีมืดมนด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจในชาติกำเนิดของตัวเอง และยิ่งหวังปองดอกฟ้าอย่างคุณไหมที่ไม่เคยสนใจฤกษ์ดีมากไปกว่าเพื่อนของน้องชายเลยสักครั้ง ยิ่งทำให้ฤกษ์ดีจมอยู่ในโลกแห่งความเกลียดชังโดยไม่รู้ตัว พิษณุแสนหนุ่มวิศวะรูปหล่อ พ่อรวยกำลังขยันทำคะแนนเพื่อพิชิตใจของคุณไหมอยู่ ภาสุได้รู้เรื่องนี้จาก นายหมู(ยงศิลป์ วงศ์พนิตนนท์) น้องชายตัวดีที่ถูกคุณย่าประคบประหงมจนกลายเป็นเด็กแก่แดด ที่ฉลาดคิด รู้ทันคน และเป็นคนคอยช่วยภาสุในหลายเรื่องตั้งแต่เด็ก ภาสุเริ่มมองอรณีในแง่มุมใหม่ และจีบอรณีเป็นแฟนจนสำเร็จ เมื่อได้อยู่ใกล้และคลุกคลีกับอรณี ภาสุค้นพบว่าอรณีก็มีปัญหาในครอบครัวไม่ต่างจากคนอื่น แต่เธอมองปัญหาทุกอย่างในแง่บวกและใช้สติกับเหตุผลก้าวข้ามปัญหาทั้งหลายมาได้ อรณีใช้ความรักเป็นพลังในทางบวก ผลักดันให้ภาสุตั้งใจเรียน เพื่ออนาคตที่ดีในวันข้างหน้า แต่เมฆหมอกร้ายๆในชีวิตของภาสุยังมีผ่านเข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับการกลับมาของเมขลา ภาสุผู้อ่อนไหว หลงคนง่ายคนเดิมกลับมา พร้อมกับการเดินกลับไปหาเมขลา และทอดทิ้งอรณีอย่างไม่ใยดี อรณีเจ็บช้ำเกินกว่าจะบอกใคร ทุกอย่างยิ่งแย่ลง เพราะเมขลาท้องและเรียกร้องความรับผิดชอบจากภาสุ ภาสุเข้าตาจนไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร ภาพของอรณีกลับปรากฎขึ้นในความทรงจำ ภาสุอยากย้อนเวลาไปเพื่อจะแก้ไขในสิ่งที่ตัวเองทำ แต่ก็ทำไม่ได้ ท่ามกลางปัญหาหัวใจที่รุมเร้า ปัญหาทางการเมืองระดับชาติก็เริ่มรุนแรงขึ้น ทำให้กลุ่มนักศึกษาปัญญาชนจากทุกมหาวิทยาลัยออกมารวมตัวกัน เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับสังคมและชนทุกชั้น ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้ ภาสุ ฤกษ์ดี อรณี และคุณไหม มีโอกาสได้ทำกิจกรรมเพื่อส่วนรวมร่วมกัน สายใยบางๆระหว่างภาสุกับอรณีถูกกระตุกขึ้นอีกครั้ง อรณียังไม่ยอมใจอ่อนให้กับภาสุ คุณไหมเอาปัญหาของภาสุมาปรึกษาฤกษ์ดี ฤกษ์ดีรับปากว่าจะลองหาทางช่วย แต่คุณไหมกังวลแทนคู่แฝดจนตัดสินใจเล่าความริงให้แม่ฟัง เมื่อรู้ถึงหูสุกานดา ก็รู้ถึงหูเภาจนได้ เป็นอีกครั้งที่ทุกคนในบ้านต่างก็ต้องอกสั่นขวัญแขวนกับความขัดแย้งระหว่างเภากับภาสุ เภาที่อ่อนลงไปมากตั้งแต่ลูกๆเข้ามหาวิทยาลัย ตัดสินให้ภาสุแต่งงานกับเมขลาให้ถูกต้อง แต่ภาสุจะทำได้อย่างไรในเมื่อ ตอนนี้ภาสุรู้แล้วว่าคนที่เขารักอย่างจริงจังนั้นคือ อรณี ติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ใน อรุณสวัสดิ์

10 ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยว น้ำตกเอราวัณ
ข้อควรรู้ /  น้ำตก / 

น้ำตกเอราวัณ จ.กาญจนบุรี มีชั้นน้ำตกสวยงามหลากหลายชั้น ใครที่ไปก็ย่อมอยากไปเที่ยวให้ครบทุกชั้น และนี่คือ 10 ข้อควรรู้ก่อนออกเดินทางไปเที่ยวน้ำตกแห่งนี้ เพื่อที่จะได้ไม่พลาดชมความงามทุกจุด และเต็มอิ่มกับอรรถรสในการเที่ยวครับ 10 ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยว น้ำตกเอราวัณ 1. ทานอาหารให้อิ่มก่อนไปถึงหน้าอุทยาน - ร้านอาหารที่หน้าอุทยานเองก็มีแต่รสชาติและราคาอาจไม่ถูกใจเสียเท่าไหร่ แนะนำว่าควรกินอาหารในตัวเมืองให้เรียยบร้อยก่อนเดินทางไปที่น้ำตก 2. ออกให้เช้าเข้าไว้ - ถึงเช้ากว่าบรรยากาศดีกว่า อากาศสดชื่นกว่า และที่สำคัญอากาศไม่ร้อนด้วย 3. หลีกเลี่ยงการไปเที่ยวน้ำตกเอราวัณในช่วงหน้าฝน - หน้าฝนบางครั้งทางอุทยานจะไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม หากเป็นไปได้ควรเลือกไปเที่ยวหน้าร้อนหน้าหนาวดีกว่า จะได้เข้าชมได้แน่ๆ 4. ฟิตร่างกายให้พร้อม - 7 ชั้นของน้ำตกเอราวัณ ระยะทางอาจไม่ไกลมาก แต่ความชันของภูเขาเรียกได้ว่าโหดอยู่ ใครที่ร่างกายไม่แข็งแรงอาจจอดแค่ ชั้น 3 ชั้น 4 ได้ 5. หากมานั่งปิคนิคกับครอบครัว หยุดที่ ชั้น 2 ก็พอ - ชั้นสองของน้ำตกเอราวัณมีชื่อว่า วังมัจฉา ชั้นนี้บรรยากาศดี เหมาะกับการนั่งพัก ชมวิวกินลม ถ้าพาพ่อแก่แม่เฒ่ามาด้วย พักอยุ่ที่ชั้นนี้เวิร์คสุดครับ 6. อุทยานจะเชิญให้คนเดินลงตั้งแต่บ่าย 4 โมง - เพื่อความปลอดภัยทางอุทยานจะไล่นักท่องเที่ยวลงจากน้ำตกชั้นบนๆตั้งแต่บ่าย 4 โมง ถ้า 4 โมงตรงเป๋ง ถึงชั้น 6 เราก็จะโดนไล่หลับไม่ให้ไปถึงชั้น 7 7. จากข้อ 6 เราควรเริ่มเดินขึ้นตั้งแต่ 13.00-14.00 น. - อย่าประมาทว่าระยะทางไม่ไกล ความชันจะทำให้เราเหนื่อยและต้องพักบ่อย ไหนจะยังต้องเอาเวลามาถ่ายรูปอีก ถ้าเป็นได้บ่ายโมงก็ควรสตาร์ทได้แล้ว แต่ถ้ามั่นใจในความไว บ่าย 2 ก็ยังทันอยู่นะ 8. เตรียมตัวรับการปีนป่าย - หลังจากชั้น 4 ไป เราจะเปชิญกับน้ำตกแท้ๆ อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ ควรแต่งตัวให้ทะมัดทะแมงที่สุด เพื่อความสะดวกในการไต่หิน และ ขอนไม้ 9. พกอาหารรองท้องติดรถไว้ - หลังจากเราเที่ยวเสร็จ 7 ชั้น ลงรถมา เราจะเหนื่อยและหิวโฮก การมีช๊อกโกแลตบาร์ติดรถไว้จะช่วยบรรเทาความหิวและพลังงานที่เสียไปได้เยอะ เพราะถว่าเราจะกลับถึงตัวเมืองมันกินเวลาโขอยู่ อาจหมดแรงเป็นลมกันได้ 10. ขับรถกลับบ้านก่อนมืด - อย่าอยู่บนเขานานเพราะยิ่งดึกทางยิ่งเปลี่ยวและอันตราย ยิ่งไม่ชำนาญทางยิ่งควรกลับในขณะที่ฟ้ายังสว่างอยู่จะดีที่สุดครับ เรียบเรียงโดย Travel.mthai.com

โคตรเฮง!! ถูกหวย10 ล้าน สาธารณสุข รพ.หนองบัวลำภู
ถูกหวย /  ถูกหวย 10 ล้าน / 

 โคตรเฮง!!  พนักงานสาธารณสุขชุมชน รพ.หนองบัวลำภู ถูกหวย 10 ล้าน ฝันเห็นเลขท้ายบัตรเอทีเอ็ม ตื่นเช้ารีบไปซื้อที่แผงปากซอยเหลืออยู่ 2 ใบ  วันที่ 1 ก.ย. 2557   นางชูศิลป์ ณรงค์โคราช พนักงานสาธารณสุขชุมชน รพ.หนองบัวลำภู อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู ชาว อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี ได้นำลอตเตอรี่งวดวันที่ 1 กันยายน 2557 จำนวน 2 ฉบับ หมายเลขเดียวกันคือ 856763 มาแจ้งกับ ร.ต.ต.ชวพล โคตรโสภา เสมียนประจำวัน สภ.เมืองหนองบัวลำภู ว่าตัวเองถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 จำนวน 2 ใบ เป็นเงินรางวัล 10 ล้านบาท เพราะมีสลากการกุศล 1 ใบ โดยเสมียนประจำวันถึงกับเขียนประจำวันแทบไม่ถูก บอกว่ามือสั่นไม่เคยเห็นคนถูกลอตเตอรี่สักที เมื่อเขียนประจำวันเสร็จก็รีบไปเอากล้องมาถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก ก่อนจะซื้อหวยงวดนี้ฝันเห็นเลขท้ายบัตรเอทีเอ็ม ก็เลยหาซื้อมาได้ที่แผงขายหน้าตลาดสด อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี มีอยู่ 2 ใบจึงซื้อมาทั้งสองใบ จากนั้นวันจันทร์ก็มาทำงานตามปรกติ กระทั่งบ่ายได้ลุ้นหวยพอทราบเลขท้ายรางวัลที่ 1 เป็น 763 ก็ดีใจว่าตัวเองถูกหวย พอนั่งพักสักหน่อยก็เลยให้เพื่อนร่วมงานทวนตัวเลขรางวัลที่ 1 พอดูครบก็ถึงกับทรุดปากสั่นจะเป็นลมบอกเพื่อนร่วมงานว่าถูกรางวัลที่ 1 พอบอกเท่านั้นเพื่อนร่วมห้องก็เฮแล้วกรูกันเข้ามาดูพร้อมขอถ่ายภาพส่งข่าวกระจายออกไปอย่างรวดเร็ว เงินรางวัลที่ได้ก็จะเอาไปใช้หนี้สิน เอาไปให้ลูกหลานเรียนเป็นทุนการศึกษา เอาไปทำบุญตามที่เคยตั้งใจไว้ และจะเอาไปซื้อรถให้โรงพยาบาลหนองบัวลำภู 1 คัน ตามที่เคยพูดบอกเพื่อนร่วมงานมาตลอด อนาคตคงจะขอรีไทร์เพราะเหลืออายุราชการเพียง 2 ปี ขอไปอยู่ที่บ้านดูแลสามีคู่ทุกข์คู่ยากที่ป่วยมานานกันต่อไป ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก ข่าวสด และ ภาพประกอบจาก เรื่องเล่าเช้านี้  

ตัวอย่างซับไทยจาก  Whiplash ถ้าคุณอยากไปให้ถึงฝัน วันนี้โค้ชต้องขอโหด!!
Whiplash /  ซันแด๊นซ์ / 

ศิษย์ได้ดีย่อมเกิดจากครูดี ฉันใดฉันนั้น และเพื่อความฝัน บางครั้งครูก็ต้องโหดกันบ้าง!! และนี่คือเรื่องราวของภาพยนตร์เรื่อง Whiplash ตีให้ลั่น เพราะฝันยังไม่จบ ม้ามืดที่มาแรงแซงโค้ง ถูกเลือกเป็นภาพยนตร์เปิดเทศกาลหนังซันแด๊นซ์ประจำปี 2014 โดยได้รับเสียงชื่นชมมากที่สุดในเทศกาล จนเป็นเรื่องแรกที่ได้ทั้งรางวัล Grand Jury Prize (รางวัลพิเศษจากคณะกรรมการ) และ Audience Award (รางวัลขวัญใจคนดู) และก็ยังถูกเลือกให้เข้าฉายสาย Directors' Fortnight ในเทศกาลหนังเมืองคานส์ปีล่าสุดอีกด้วย ซึ่งล่าสุดนี้ ก็ได้ปล่อยตัวอย่างซับไทยออกมาให้ชมกันแล้ว บรรดากลุ่มนักวิจารณ์ที่ได้ชม Whiplash แล้ว ต่างก็ชื่นชมเป็นเสียงเดียวกัน และคาดหมายว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะต้องมีบทบาทบนออสการ์ปลายปีนี้อย่างแน่นอน รับประกันโดยปัจจุบัน คะแนนบนเวปไซต์ Rottentomatoes อยู่สูงถึง 94% โดย เอริค ชไนเดอร์ นักวิจารณ์จาก Film.com ก็เขียนว่า "ผมการันตีว่าทันทีเมื่อหนังจบ คนดูจะต้องลุกขึ้นปรบมืออย่างกึกก้องและยาวนาน" ด้าน ไคล์ สมิธ นักวิจารณ์จาก New York Times ได้เขียนไว้ว่า "หนังเรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึง The Karate Kid ที่เปลี่ยนจากการฝึกมวยเป็นการตีกลอง" และ เอริค เดวิส นักวิจารณ์จาก Movies.com เขียนไว้ว่า "Whiplash จะทำให้คุณรู้สึกตื่นเต้นกว่าหนังซัมเมอร์เรื่องที่ดีที่สุดของปีนี้แน่นอน" เจเค ซิมมอนซ์ Whiplash เป็นผลงานจากผู้สร้าง Juno ภาพยนตร์ที่ได้รับเกียรติเปิดเทศกาลหนังซันแด๊นซ์ และได้รับรางวัล Grand Jury Prize มาครอง โดยเป็นเรื่องราวของ แอนดรูว์ (รับบทโดย ไมลส์ เทลเลอร์ จาก Divergent) มือกลองหนุ่มวัย 19 ปี ที่ต้องการเป็นมากกกว่าฉากหลังในวงดนตรี โดยความฝันในการเป็นมือกลองระดับโลกก็เริ่มต้นขึ้น เมื่อเขาถูกค้นพบโดย เทอเรนซ์ เฟลชเชอร์ (เจเค ซิมมอนซ์) ครูสอนดนตรีที่มีวิธีการสอนที่เข้มข้น โดยเฉพาะเมื่อเขาเห็นถึงพรสวรรค์ที่อยู่ในตัวเด็กคนนี้ ไมลส์ เทลเลอร์ ภาพยนตร์ Whiplash นำแสดงโดย ไมลส์ เทลเลอร์ นักแสดงดาวรุ่ง ที่มีผลงานทั้ง That Awkward Moment, The Spectacular Now, Divergent และล่าสุดกำลังถ่ายทำหนังซุปเปอร์ฮีโร่เรื่อง The Fantastic Four ที่รับบทเป็น มิสเตอร์แฟนทาสติก โดยใน Whiplash เรื่องนี้ แม้ว่าเขาจะตีกลองมาตั้งแต่อายุ 15 ปี แต่ก็ต้องการแสดงฉากตีกลองด้วยตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาเล่าถึงการเตรียมความพร้อมว่า "ผมต้องฝึกเป็นเวลา 4 ชั่วโมงต่อวัน 3 วันต่อสัปดาห์ เป็นเวลากว่าหนึ่งเดือนก่อนการถ่ายทำ เลือดที่คุณเห็นระหว่างที่ผมตีกลองมันเกิดขึ้นจริงๆ แต่ท้ายที่สุดแล้วผมก็ได้แสดงเองกว่า 70% ของฉากตีกลอง ผมรู้สึกภูมิใจกับตัวเองมาก" ติดตามชมหลักสูตรเข้มข้นแห่งการตามฝันครั้งนี้ไปกับ Whiplash ตีให้ลั่น เพราะฝันยังไม่จบ ได้ในวันที่ 30 ต.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์   ----------------------------------