รถเมล์สาย536

แพร งัดแชทหลักฐานยัน ฟิล์ม น้องใหม่ฯ ทำร้ายลูก ให้สังคมตัดสินว่าใครโกหก!!
แพร ชนิตา /  ฟิล์ม น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์ / 

แถลงระลอกสอง แพร ชนิตา อดีตภรรยาสาวของนักแสดงหนุ่ม ฟิล์ม ณัฐกวี ขอแสดงความบริสุทธิ์ด้วยการหอบหลักฐานเป็นอินบ็อกซ์จากพี่สาวของฝ่ายชาย ที่เจ้าตัวยอมรับกับพี่สาวเองว่าทำร้ายลูกชายเพราะควบคุมตัวเองไม่ได้! ยันคุณแม่ของหนุ่มฟิล์มทราบเรื่องตั้งแต่เธอท้องได้ 6 เดือน ในส่วนนี้มีหลักฐานเป็นแชทของเธอกับคุณแม่ของฝ่ายชายมาโชว์ หลังจากนี้ขอจบ ถ้าอีกฝ่ายไม่ออกมาพูดอะไรกระทบเธอและลูกอีก บอกอโหสิกรรมให้ เปรยอยากเริ่มต้นชีวิตใหม่แล้ว ไม่เชื่อว่าฝ่ายชายรักลูก บอกปล่อยให้ลูกเป็นคนตัดสินเองว่าอยากจะเจอพ่อเขามั้ย ส่วนถ้าหนุ่มฟิล์มจะไม่ได้อยู่ในวงการก็เพราะทำตัวเอง เรื่องที่บอกจะฆ่าตัวตายก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเธอ... รายละเอียดต่างๆ มีดังนี้ “ที่เขาแถลงก็ได้ฟังอยู่นะ แต่ที่รู้สึกว่าฟังแล้วเป็นเรื่องจริงก็คือเขายอมรับว่าเขาเป็นพ่อแล้วเราขายขนมจีบด้วยกัน แค่นั้น” “เรื่องทำร้ายลูก ดูไลน์ค่ะ ที่เขาแชทมาขอเลิกกับเรา เขาก็บอกว่าฉันไม่อยากทำร้ายเธอด้วยความรุนแรงแบบนี้อีกแล้ว เขายอมรับว่าเขาเจ้าชู้เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีกับพอร์ช เขายอมรับด้วยตัวเขาเองว่าเขาไม่อยากทำร้ายเราด้วยความรุนแรง แล้วที่เขาว่าเขาไม่เคยตามเทียวไร้เทียวขื่อเรา แต่เขาก็ยังไลน์มาตามทุกครั้ง” “ฉันอยากรู้เธอทำอะไร ฉันเหนื่อยก็อยากกอดเธอ อยากไปเที่ยวที่เธออยากไป ฉันรู้สึกเป็นเดอะฮักเลยที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ เขาก็ไลน์มาดราม่าคิดถึงเรื่องเก่าๆ เมื่อคืนฉันฝันถึงเธอด้วย จิตใต้สำนึกฉันมันคิดถึงแต่เรื่องเธอ เหมือนเราเคยมีกันและกันเลิกไปมันเลยรู้สึกขัดๆ ถ้าย้อนเวลาฉันจะย้อนไปวันที่ตัดสินใจกลับมาทำงานตรงนี้อีกไหม เขาจะเลือกไม่ทำแล้วจะขายขนมจีบด้วยกันต่อไปเรื่อยๆ นี่เป็นข้อความที่คุยกันตอนที่เขาขอเลิกกับเราไปแล้วแต่เราก็ยังคุยกันอยู่” “ประเด็นที่เขาปฎิเสธว่าเขาไม่ได้ทำร้ายลูก ในส่วนนี้พี่สาวของเขาได้ติดต่อเรามาทางเฟซบุ๊ค พี่สาวกับพ่อของเขาเพิ่งทราบเรื่องว่ามีน้องพอร์ช ก็เข้ามาขอโทษแทนเขา ก็บอกว่าอาจจะไม่สามารถขอโทษแทนตัวผู้ชายได้นะแต่ก็อยากจะขอโทษ แล้วเขาก็ได้คุยกับน้องชายเขาแล้ว เขาก็รับสารภาพว่าเขาทำจริงๆ” “พี่สาวคุยกับเราบอกว่า ทางผู้ชายโทรมาหาเราทางเฟซบุ๊ค ว่าเราเสียๆ หายๆ ว่าไม่ยอมฟังยอมเตี๊ยมกับมันก่อน แล้วเอ่ยชื่อเราว่าอีแพร์ อย่าไปคุยกับมันอีกนะ พี่สาวเขาก็มาบอกเรา หลังจากนั้นเขาก็ไปว่าพี่สาวเขาว่าโพสต์อย่างนั้นทำไม หลังจากที่พี่สาวเขาและพ่อเขาโพสต์ขอโทษแพร์จริงๆ ที่เขาไม่เคยรู้มาก่อน ทางผู้ชายก็ไปต่อว่าพี่สาวว่าเขาไม่โอเคที่โพสต์ไปแบบนั้น” “พี่สาวเขาก็มาเล่าว่าน้องชายเขามาโวยวาย ว่าจะทำอะไรก็ทำเลยนะกูไม่เคยเห็นมึงเป็นพี่อยู่แล้ว เงินสักบาทก็ไม่เคยช่วย พ่อปู่ย่าห่านั่นอ่ะไม่ใช่ญาติกู มีแต่อยากเห็นกูตกต่ำ นี่คือคำที่พี่สาวเขาบอกมา” “แล้วก็จะมีไลน์ของพี่สาวเขาที่เขาคุยกับน้องเขาส่งมาให้แพร ซึ่งเขายอมรับว่ามันร้อง เขาควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ พี่สาวเขาก็ถามว่าจะทำยังไงต่อเขาก็บอกช่างมันเหอะปล่อยวางแล้ว คือตัวผู้ชายยอมรับกับตัวพี่สาวว่าเขาทำจริงๆ พี่สาวเขาบอกว่าตอนแรกเหมือนตัวน้องชายเขาอ่อนลงเริ่มที่จะยอมรับแต่ก็ไม่รู้ว่าเขาไปคุยกับใครถึงกลายเป็นว่าเขาเฟซบุ๊คมาด่าพี่เขา ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วออกมาแถลงข่าวไม่ยอมรับ” “พี่สาวเขามาซัพพอร์ทเรา เขาพูดกับเราเลยว่า น้องเขารักนะไม่ใช่ไม่รักแต่เขาไม่อยากรักแบบพ่อแม่รังแกฉัน ทางพ่อก็รักแต่ด้วยความที่โตมาคนละครอบครัว เขาไม่ได้ใกล้ชิดผูกพันแต่เขาก็พยายามจะสอนตลอด เขาเลยรู้สึกว่าถ้าน้องเขาต้องเป็นดาราแล้วเป็นดาราที่นิสัยไม่ดีเขายอมให้น้องไม่เป็นดาราดีกว่า เขาอยากเอาน้องเขาออกมาเพื่อรับผิดชอบ ทำหน้าที่ที่ควรทำ ไม่ใช่ว่าออกมาปฎิเสธแล้วอยู่กับความสังคม ความหน้าตาดีแบบนี้ เขาบอกว่าถ้ารักตัวผู้ชายจริงๆ ต้องดึงเขาออกมา ไม่ใช่ถลำให้เขาทำผิดซ้ำไปอีก” “พี่สาวเขามาเข้าข้างเรา รู้สึกเฉยๆ ก่อนในตอนแรกเพราะไม่รู้ว่าใครเป็นยังไง ก็รู้สึกว่าเขาก็พูดถูกในหลายเรื่อง ก็รู้สึกดีที่ยังมีความถูกต้องอยู่บนโลกใบนี้” “แม่ฟิล์มบอกว่าเพิ่งทราบเรื่องพร้อมสื่อ แพรไม่มีหลักฐานแน่ชัดแต่เขาทราบตั้งแต่ที่แพรท้องได้ 6 เดือน เขาก็ทราบเรื่องแล้วไม่ใช่ว่าเพิ่งมาทราบก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ก็มีหลักฐานเป็นแชทที่คุยกัน แพรเริ่มเปิดว่าแพรมีลูกตอนเขาได้ 1 ขวบ ก็เอารูปลูกโพสต์เฟซบุ๊ค น้าเขาก็แชทมาว่าจริงรึเปล่า ใช่ลูกเธอกับหลานเขาไหม อย่าลบเขาออกจากเฟซบุ๊คนะ” “ตัวผู้ชายไม่ยอม เหมือนพอเราเปิดเผยตัวก็ไลน์มาต่อว่า ว่าเราทำให้ที่บ้านเขาทะเลาะกัน ถ้าเรื่องนี้ถึงหูยาย ยายจะไม่ส่งเงิน เธอไม่คิด ฉันเครียดมากแทนที่จะอยู่บ้านได้ต้องออกไปอยู่ที่อื่น เราก็บอกว่าเราผิดอะไร นี่คือลูกฉันแล้วฉันไม่ได้เปิดเผยว่าฉันมีลูกกับใคร คือเรากลายเป็นคนผิดที่ทำให้น้าๆ ญาติเขารู้ ตอนนั้นน้าเขาเองดีกับเรามาก ไม่โกรธไม่เกลียดเรา เพราะเขายังพิมพ์มาบอกว่าอย่าลบเขาออกนะ ยังคุยกับเขาได้อยู่นะ” “ส่วนคุณแม่เขาที่บอกว่าเพิ่งทราบว่าเรามีลูก เราก็มีหลักฐานเป็นแชทจากเฟซบุ๊คเขาทักมาหาเรา เมื่อวันที่ 9 เม.ย. สืบเนื่องมาจากเราอินจากการดูละครสะท้อนสังคม จึงโพสต์เฟซบุ๊คว่า เด็กจะโตมายังไงก็แล้วแต่จุดเริ่มต้นมาจากพ่อแม่และการเลี้ยงดู จากนั้นแม่เขาก็ทักมาว่า จะพูดจะโพสต์อะไรให้มันเกรงใจบ้าง คนที่ต้องถูกสั่งสอนมากๆ ก็คือเธอ เป็นแม่คนต้องรับผิดชอบหลายอย่างจะสนใจใครทำไมว่าจะเอาลูกมั้ย ที่เขาบอกว่า เขาคิดว่าน้องพอร์ชคือหลานเรา อันนี้คือประเด็นที่เขายอมรับด้วยตัวเขาเองว่า เราเป็นแม่คน นั่นแสดงว่าเขารู้แล้วว่าเรามีลูกแล้ว และเขาก็ด่าเราค่อนข้างแรง แล้วอะไรที่คุณแม่บอกว่าพอร์ชเป็นหลาน เขารู้มาตลอดตามหลักความจริงว่าพอร์ชคือลูกของเราคือหลานของเขา ถ้าหลักฐานเอกสารแน่ชัดเราไม่มี แต่ถ้าเป็นคำพูดตอนน้องเกิด เขาไม่ให้ลูกชายเซ็นรับรองบุตร เพราะกลัวเรื่องของเอกสารทะเบียนราษฎร์ คุณแม่จะให้สามีเขาเซ็นรับเป็นพ่อแทน แต่เราไม่ยอมด้วยความเป็นแม่ สุดท้ายเราได้ของทางผู้ชายให้เซ็นตามที่แถลงไปตอนแรก” “ที่เขาแถลงแล้วพูดว่าเขารักลูก ต้องบอกว่าจะมีช่วงนึงที่แพรขอเอกสารเพื่อจะทำพาสปอร์ตให้น้อง เราก็ไปศึกษาว่าต้องใช้เอกสารบิดามั้ย ก็ไปบอกเขาว่ามันต้องใช้นะ เขาตอบกลับมาว่าไม่รู้ไม่ต้องใช้ก็ได้มั้ง ก็บอกไปว่าพ่อเด็กตายหรือว่าเลิกไปแล้วก็ได้ นี่เหรอคะที่บอกว่ารักลูก” “เขาบอกว่าอยากเจอลูกมาก แต่เหมือนเราขวางไม่ให้เจอ แพรไม่เคยเลยที่จะไม่ให้เขาเจอลูก เขารู้หมดว่าบ้านเราอยู่ไหน แล้วลูกจะอยู่ที่ไหน ชีวิตประจำวันเราไม่ได้ทำอะไรมาก ถ้าเขาคิดถึงลูกจริงๆ หรือรักลูกจริงๆ ไม่ยากที่จะมาเจอ เราไม่ใช่คุณแม่ใจยักษ์ใจมาร คุณแม่เขามีโอกาสได้เจอหลานแล้วตอนน้องเกือบ 1 ขวบ เราก็มีหลักฐานแน่นอนไม่ได้พูดลอยๆ” “เขาแถลงปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาหมดเลย พูดหนังคนละม้วนกับเราเลย เราขอคุยด้วยหลักฐานดีกว่า ใครๆ ก็ออกมาพูดได้ว่า เธอทำร้ายลูก ฉันไม่ได้ทำร้ายลูก ถ้าไม่มีหลักฐานตรงนี้เอาตามหลักความจริงก็ได้ คิดว่าแพรเป็นแม่ที่อยู่ดีๆ จะตีลูกตัวเองให้เขียวเล่นๆ แล้วถ่ายรูปเก็บไว้ตั้งแต่ 3 ขวบด้วยนะ จะทำไปเพื่ออะไร” “ถามว่าทำไมเราเพิ่งออกมาพูดตอนนี้ เรากับเขาไม่ใช่เพิ่งเลิกกัน เราผ่านการเลิกผ่านการให้อภัยมาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว ครั้งนี้มันไม่ใช่ประเด็นหึงหวง เราทำแบบนี้เพราะอยากจะออกมาจากชีวิตเขาแล้ว ฉันอยากจะไปมีอนาคตของฉันแล้ว คุณก็ไปมีอนาคตของคุณ ถ้าเราอยากจะไปดึงเขากลับไปจะมาทำแบบนี้มั้ย เราไม่อยากจะดึงเขากลับมาเลย เรามีแต่อยากให้เขาไปจากชีวิตเรา แต่เขาก็ยังมาวนเวียนอยู่ในชีวิตเราก็ไม่อยากจะอยู่กับความซ้ำๆ ซากๆ แล้ว” “ครั้งนี้แพรเรียกว่าอโหสิกรรมเลยดีกว่า แต่ถ้าเขายังยืนยันว่ารักลูกมาก ก็ให้เป็นสิทธิ์ของลูกตัดสินว่าอยากจะเจอพ่อเขามั้ย เราไม่ไปกีดกันเพราะเขาเป็นพ่อลูกกัน เมื่อวานเขาขอโทษ อโหสิกรรมให้ค่ะ อโหสิกรรมก็คือการให้อภัยแล้วนะ ให้อภัยคืออาจจะมีการวนเวียนกลับมา แต่อโหสิกรรมคือขาดเลย” “ฟ้องร้อง ไม่มีค่ะ ถ้าจะทำ ทำไปนานแล้ว ถ้าเขาจะหอบหลักฐานมาโต้อีกครั้ง ก็จะสู้ไปกับลูกค่ะ ผิดว่าตามผิด เราว่าไปตามความจริง เราสู้ด้วยความจริงดีกว่า อย่าสู้ด้วยคำโกหกค่ะ มันเหนื่อย” “ทางเขาบอกว่าเราพูดไม่หมด ไม่บอกว่าเป็นครูฝึกสอน เราอาจจะไม่ได้แบบลงรายละเอียดว่ามันเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น แต่ถามว่าเจอกันที่โรงเรียนไหม ใช่ค่ะ เราเจอกันวันแม่ที่ 12 สิงหา ซึ่งเป็นช่วงตอนปลายจะจบเทอมต้น พอปิดเทอมเราถึงตัดสินใจที่จะคุยกับเขา คบกับเขา เพราะเขาก็พูดเองว่าเมื่อคุณออกไปข้างนอกก็เป็นคนธรรมดาทั่วไปแล้วนะ ไม่ได้สอนเขาหรืออยู่ในโรงเรียนนั้นแล้ว เราจึงตัดสินใจที่จะคบกัน คือเทอมสองเราไม่ได้อยู่โรงเรียนเดียวกับเขาแล้ว ไปฝึกอีกสถาบัน ต่างเทอมก็ต่างที่” “กระแสครูจีบนักเรียน เราเริ่มต้นความสัมพันธ์เหมือนรุ่นพี่รุ่นน้องเลย แต่ถ้าถามว่าเจอกัน จุดเริ่มต้น มันเจอกันที่โรงเรียน แต่เราคบกันหลังจากปิดเทอมแล้ว เขาจีบเรานับจากวันนั้น โดยใช้วิธีการเหมือนที่เขาแถลงค่ะ โดยปรึกษาว่าอยากจะเข้าวิศวะ แต่เขาเรียนศิลป์คำนวณเข้าวิศวะไม่ได้ เราก็เลยให้คำปรึกษาเพื่อที่จะเป็นแนวทางในการไปเข้ามหาวิทยาลัยแค่นั้น แต่หลังจากนั้นก็มีการคุย มีการจีบพาไปนู่นไปนี่ พอสิงหาคมมันก็ปลายแล้ว ตุลาคมก็ปิดเทอม หลังจากนั้นเดือนสองเดือนเราก็ถึงค่อยเริ่มสานความสัมพันธ์” “ตั้งแต่มีเรื่อง ทางเขาไม่ติดต่อมาเลยค่ะ คุณแม่เขาบอกจะเป็นกาวใจ ไม่เลยค่ะ คือจริงๆ เขามีเบอร์แม่เรานะ แม่เราไม่ได้บล็อคเบอร์เขา มีแต่เราที่บล็อคเบอร์เขา เพราะเราไม่ขอยุ่งเกี่ยวอะไรอีกแล้ว แต่ถ้าเขาจะติดต่อในเรื่องของลูก อย่างที่บอกค่ะ เราไม่ใช่เซเลป เขารู้ชีวิตประจำวันและรู้ว่าบ้านเราอยู่ที่ไหน ถ้าเขาอยากจะเจอน้องพอร์ชมันง่ายมากเลย ง่ายกว่าที่หนูอยากจะไปเจอเขาด้วยซ้ำ” “ถ้าเขาติดต่อมา ยืนยันคำเดิมค่ะ เราไม่มีอะไรต้องคุยหรือต้องเคลียร์กันแล้ว มันก็อยู่ที่เขาค่ะ หลักฐานทั้งหมดเป็นความจริง แพรไม่ได้มานั่งปั้นหรือมโนอะไรขึ้นมา คำขอโทษหรือชดใช้ ไม่ค่ะ ไม่มีประโยชน์ต่อแพร คำขอโทษหรือสิ่งชดใช้อะไรไม่ได้ทำให้ชีวิตแพรดีขึ้นหรือแย่ลง” “อยากให้เรื่องจบยังไง ก็จบแบบที่แพรออกมายืนยัน คือเมื่อวานที่เขาออกมาปฏิเสธโดยเขาทำให้แพรโดนสังคมตราหน้าว่ากุเรื่อง สร้างเรื่องโกหก เพราะฉะนั้นแพรก็ออกมายืนยันว่าแพรไม่ได้โกหกแค่นั้นจบ แพรว่าสังคมตัดสินได้ค่ะ” “ที่บอกว่าจะจบ ไม่ขุดขุ้ยแล้ว ก็ขอให้เขาจบจริงๆ นะคะ เพราะเราจบแล้ว เราจะจบได้ต่อเมื่อเราเป็นผู้บริสุทธิ์ หนูออกมายืนยันความบริสุทธิ์ของหนู ที่หนูแถลงเพราะอยากให้ทุกคนรู้ความจริงเป็นยังไง ใครโกหก ใครไม่โกหก เรารู้อยู่แก่ใจ แต่คนภายนอกเขาไม่ได้อยู่ใต้เตียงเราเขาไม่รู้หรอก อยู่ที่เขาว่าจะจบไหมหรือจะทำอะไรอีก” “ถ้าเขาออกมาอีก ก็อยู่ที่ว่าเขาจะออกมาในรูปแบบไหน อย่างที่บอกไปว่าแพรจะไม่ออกมาแล้วถ้าไม่กระทบแพรกับลูก แต่ก่อนหน้าที่เขาออกมาคือมันกระทบมาบอกว่าเราพูดไม่จริง เราเลยต้องออกมาพูดอีก แต่ถ้าเขาจะออกมาพูดแล้วให้กระทบเราอีก เราก็ต้องออกมาต่อสู้ค่ะ อยากให้เป็นเคสสุดท้ายจริงๆ คือไม่รู้ว่ามันจะมีบ่วงกรรมแบบนี้เกิดขึ้นอีกไหม ขอให้แพรไปเริ่มต้นชีวิตใหม่เถอะ แพรออกมาแล้วไม่ขอเดินกลับไปอีก” “ความรู้สึกรัก เยื่อใย มันรักไม่ลงค่ะ มันไม่เหลือแล้วอ่ะ พยายามจะให้ความเป็นพ่อของลูกนะคะ แต่มันก็อยู่ที่ตัวเขาว่าพยายามจะทำตัวเป็นพ่อของลูกหรือเปล่า ปากเขาบอกว่ารักลูก คิดถึงลูก อยากเจอลูก แต่มันก็ยังเป็นแบบเดิม ไม่มีประโยชน์อะไร” “ครั้งหนึ่งเคยรักคนนี้ แพรยอมรับนะคะว่ามันเป็นความผิดพลาดของตัวเรา แต่คนทุกคนต้องมีความผิดพลาดเนอะ ไม่มีใครจะเพอร์เฟคตลอด แต่แพรขอเอาความผิดพลาดครั้งนี้เป็นบทเรียนในชีวิต ให้มันเป็นบทเรียนราคาแพงที่สุดของชีวิตแพรเลยดีกว่า" “อยากบอกอะไรสังคม แพรว่าในสังคมเรื่องแบบนี้มันต้องเกิดขึ้นอีกแน่นอน จะเกิดกับใครก็ไม่รู้ จะเป็นข่าวหรือไม่เป็นข่าวเท่านั้นเอง อยากบอกแค่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ให้ใช้สติมากกว่าอารมณ์ ถ้าเราเห็นว่าความถูกใจ พอใจ มาก่อนความถูกต้องเหมาะสม เมื่อนั้นชีวิตก็พัง แต่แพรไม่ได้ท้อกับชีวิตถึงกับต้องคิดสั้น คิดว่ามีชีวิตอยู่ไม่ได้แล้วเมื่อเจอเหตุการณ์แบบนี้ แพรคิดเสมอค่ะวันนี้ไม่ใช่วันที่แย่ที่สุดของแพรหรอก มันต้องมีวันที่แย่กว่านี้อีก และต้องมีวันที่ดีกว่านี้อีกแน่นอน” “การที่ออกมาพูดอาจทำให้ฟิล์มอยู่ในวงการไม่ได้แล้ว มันก็ไม่ใช่ตัวแพรทำนะ มันก็เป็นตัวเขาทำ ถ้าเขาเป็นคนดีก็ไม่มีใครออกมาแฉเขาได้ถูกไหมคะ” “อธิบายตอนที่เขายอมรับกับพี่สาวว่าเขาทุบตีลูกอีกครั้ง ในไลน์ใช่ไหมคะ เขาบอกว่ามันร้องเลยควบคุมตัวเองไม่ได้ แต่เมื่อวานเขายอมรับว่าเคยตีลูกตอนหนึ่งขวบเพราะลูกดื้อ ตีเพราะสั่งสอนก็มีเกิดขึ้น แต่ไม่ได้รุนแรงเท่าตอนสามเดือน และที่เขาบอกไม่เคยทำร้ายร่างกายแพร ทำลายแต่ข้าวของใช่ไหม ทำร้ายข้าวของก็ทำแต่แพรไม่มีหลักฐาน ส่วนทำร้ายร่างกายแพรมีหลักฐานค่ะ แต่ไม่เห็นหน้าแพรนะ หากไม่เชื่อเดี๋ยวแพรจะเอาชุดนี้มาให้ดู ยังมีชุดนี้อยู่ ประมาณ 6 เดือนที่แล้วค่ะ ส่วนมากที่จะทะเลาะเชื่อไหมว่าจำไม่ได้ มันไม่น่าจำอ่ะ แต่ถ้าพูดเรื่องหึงหวงบอกเลยว่าไม่ เพราะโทรศัพท์เขากับโทรศัพท์เราคนละโลกเลย ไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัวกัน แต่ถ้าทะเลาะจะเป็นเพราะเขาชอบแกล้งให้เราโมโหหรือหงุดหงิด แพรโดนเขาทำร้าย 2-3 ครั้งค่ะ ด้วยเรื่องพวกนี้จะไม่ใช่เรื่องหึงหวงเลย จะมีแต่เรื่องงี่เง่าที่ไม่น่าทะเลาะ” “ฟิล์มบอกว่าตั้งแต่เกิดเรื่องเครียดถึงขั้นอยากฆ่าตัวตาย มันก็ไม่เกี่ยวกับแพรแล้วเนอะ แต่ว่าถ้าถามความรู้สึกจริงๆ อยากฝากบอกเขาว่าปัญาหาที่เขาเจอตอนนี้ไม่เท่าที่แพรเจอมาตลอดนะ สิ่งที่แพรเจอมาตลอดบวกกับสิ่งที่แพรต้องดำเนินชีวิตต่อไปมันหนักหนากว่าที่เขาเจออีกถ้าเขาคิดได้แค่ว่าเขาไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว มันก็ไม่มีใครช่วยเขาได้แล้วค่ะ ถ้ามนุษย์แม่คนไหนเคยเป็นมนุษย์แม่หรือซิงเกิ้ลมัมจะรู้เลยว่ามันต้องการกำลังใจ มันเหนื่อยมาก เหนื่อยจนน้ำตาไหล แต่เหนื่อยแค่ไหนพอเห็นหน้าลูก ความเหนื่อยมันหายไปหมดเลย ถ้าเขารักลูกเหมือนที่เขาพูดนะคะ เขาจะอยากมีกำลังใจ อยากมีชีวิตอยู่ต่อค่ะ โดยที่ไม่ต้องมีใครมาดึงมาเติมเขาเลย” “อนาคตเราก็ดี เรียนจบแล้วต้องไปทำงานที่ญี่ปุ่น แต่พอมีลูกเลยต้องอยู่แบบนี้ ใช่ค่ะ เหมือนที่เขาบอกว่าเพศแม่หรือเพศหญิงยอมที่จะให้อนาคตตัวเองเป็นยังไงได้เพื่อลูกเพื่อครอบครัว ก็อยากจะบอกเขาว่าเราก็เสียสละแล้วนะในจุดๆ นึง มันถึงเวลาแล้วที่เขาต้องเสียสละบ้าง มันไม่มีใครหรอกที่จะเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ไปตลอดค่ะ” “เขาไม่ไปซื้อแพมเพิร์ส เพราะเขาบอกว่าเขาเป็นดารา จุดนี้คือจริง คือเขาไม่สามารถที่จะหิ้วแพมเพิร์สห่อใหญ่ๆ ได้ เพราะว่าคนจะสงสัยได้ว่าเขาซื้อแพมเพิร์สไปให้ใคร เราก็หิ้วเอง ไม่มีรถก็หิ้วนั่งมอไซต์ไป” “เขาบอกว่าถ้าเขาดัง มีเงินจะยอมเปิดเผยครอบครัว เอาแค่ปัจจุบันนี้ดีกว่าค่ะ เขากล้าเผชิญความจริงหรือเปล่า ถ้าปัจจุบันคุณกล้าเผชิญความจริง อนาคตมันดีแน่นอน หนูไม่กล้าคาดหวังถึงอนาคตค่ะ” “แม่เขาเครียดมากที่ลูกจะฆ่าตัวตาย ส่วนแม่เรา ไม่มีแม่คนไหนไม่รักลูกเนอะ แม่แพรก็รักแพร แม่แต่ละคนมีวิธีการจัดการ เลี้ยงดูหรือบ่มเพาะลูกไม่เหมือนกัน แม่แพรไม่ใช่ไม่เครียด แต่เขาก็อยากที่จะให้อภัย เขาพูดกับแพรมาคำนึงว่าเธอชนะแล้วเธอสวมมงกุฏอยู่ในนรกเธอโอเคมั้ย แพรก็เลยบอกว่าเมื่อก่อนแพรก็อยู่ในนรกมาตลอดนะแม่ แต่แพรไม่ได้สวมมงกุฏแค่นั้นเอง” แพร ชนิตา กล่าว แพร ชนิตา แพร ชนิตา แพร ชนิตา ฟิล์ม ณัฐกวี

สื่อนอกคาด iPhone 7 ที่กำลังจะเปิดตัวอาจผลิตไม่พอความต้องการของตลาด
iphone /  iPhone 7 / 

ใกล้จะเปิดตัวเข้าไปทุกทีแล้วนะครับสำหรับ iPhone 7 ซึ่งดูเหมือนทาง Apple เองก็คาดหวังเป้าทางการตลาดเอาไว้มาก แต่งานนี้อาจจะต้องลุ้นกันเหนื่อยหน่อย เพราะล่าสุดทางสำนักข่าว Nikkei ได้ออกมารายงานว่าทาง Apple อาจจะพบกับปัญหาในการผลิต iPhone 7 ไม่พอต่อความต้องการของตลาดก็เป็นได้ โดยนาย Jeff Pu นักวิเคราะห์จาก Yuanta Investment Consulting ประเมินว่า iPhone ที่ถูกผลิตในเดือนกรกฎาคมถึงธันวาคมนี้ จะลดลงเหลือประมาณ 114 ล้านเครื่อง จาก 120 ล้านเครื่อง เนื่องจากพบปัญหาในสายการผลิต เราคงต้องมารอดูกันอีกทีนะครับว่าถึงตอนที่เปิดตัวแล้วว่าจะเกิดขาดตลาดจริงๆหรือเปล่า ที่มา asia.nikkei.com

Entertainment Now /  Fortissimo Films / 

ติดตามข่าวสารวงการภาพยนตร์และบันเทิงแบบเจาะลึกได้ ทางรายการ Entertainment Now วันจันทร์ ถึง ศุกร์ – เวลา 7.30-8.00 น. ทางช่อง MONO 29 เรียบเรียงโดย Okami.G การประกาศล้มละลายของบริษัทตัวแทนจำหน่ายดังอย่าง ฟอร์ติสสิโม ฟิล์มส (Fortissimo Films) ที่มีชื่อเสียงมากว่า 25 ปี ในการบุกเบิกให้คอหนังทั่วโลกได้รู้จักกับหนังเอเชี่ยจากผู้กำกับที่ไม่มีใครรู้จักจนโด่งดังขึ้นมา เช่น หว่องกาไว เป็นต้น หรือกับหนังจากผู้กำกับชาวไทยเราด้วย อย่างงานของ ต้อม-เป็นเอก รัตนเรือง ก็ได้บริษัทนี้และผู้ร่วมก่อตั้งอย่าง วาวเตอร์ บาเรนเดร็คต์ (Wouter Barendrecht) ที่สนิทสนมกับเป็นเอกและพาหนังของเขาไปสู่ระดับนานาชาติ จนได้ชื่อว่าเป็น "บริษัทหนังอาร์ตเอเชีย" ที่ประสบความสำเร็จอย่่างสูงเมื่อสิบปีที่แล้ว อ่าน "ย้อนดูบทบาทในวงการหนังไทยของ Fortissimo Films ด้วยจดหมายจาก ต้อม-เป็นเอก" สาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้ ฟอร์ติสสิโม ฟิล์มส ต้องประกาศล้มละลาย ก็มาจากความเปลี่ยนแปลงของวงการหนังในปัจจุบันนี้ โดยเฉพาะเทรนด์การดูหนังที่คนดูรุ่นใหม่ให้ความสนใจกับ หนังอาร์ตเฮาส์ (art house) หรือหนังที่มุ่งนำเสนอสุนทรีย์ทางศิลปภาพยนตร์ต่างๆ น้อยลง นับตั้งแต่การขยายตัวของตลาดโฮมเอ็นเตอร์เทนเม็นต์แบบออนไลน์ อย่าง Netflix หรือเจ้าอื่นๆ ที่นอกจากจะส่งผลกระทบกับหนังฉายโรงแล้ว แนวหนังที่ฉายในสตรีมมิ่งออนไลน์เหล่านี้ล้วนแตกต่างกับแนวทางที่ ฟอร์ติสสิโม ฟิล์มส พยายามนำเสนอตลอดมา ขนาดตลาดหนังในจีนเองก็ยังเปลี่ยนความสนใจ เวลานี้จีนได้ถูกคาดหวังให้เป็นตลาดหนังใหญ่ที่สุดในโลกสำหรับฮอลลีวู้ดแล้วในปี 2017 ที่กำลังจะมาถึง ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงพื้นที่ฉายสำหรับหนังอาร์ตเฮาส์ในจีนเลยว่ามันจะน้อยนิดขนาดไหน ซึ่งไม่ใช่แค่ ฟอร์ติสสิโม ฟิล์มส เท่านั้น แต่นี่คือสถานการณ์ที่ตัวแทนจำหน่ายหนังอินดี้เจ้าอื่นๆ ประสบเจอเช่นกัน ตัวอย่างเช่น เมโทรโดม (Metrodome) จากอังกฤษ ที่ถิอสิทธิ์จัดจำหน่ายหนังดังๆ จากคานส์ปีนี้อย่าง Personal Shopper (ของ ผกก. โอลิวิเวียร์ อัสสายาส) ก็เข้าสู่กระบวนการการล้มละลายโดยสมัครใจเพื่อแก้ปัญหาหนี้สินของตนเช่นกัน มาร์คัส โฮ (Marcus Hu) ผู้ร่วมก่อตั้งตัวแทนจำหน่ายหนังอินดี้จากอเมริกาอย่าง สแตนด์ รีลิซซิ่ง (Strand Releasing) ซึ่งจัดจำหน่ายหนังหลายเรื่องของ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ในอเมริกา และมีสายสัมพันธ์อันดีในการร่วมโปรเจกต์กับ ฟอร์ติสสิโม ฟิล์มส บ่อยๆ ได้กล่าวถึงสาเหตุที่ทำให้วงการหนังอิสระทั่วโลกเข้าสู่สภาวะวิกฤตครั้งใหญ่ว่า “มันเคยมีช่วงนึงที่เด็กมหาลัยรอคอยจะได้ดูหนังใหม่ของมือเซียนอย่าง อีเมีย คุสเตอริกา แต่ทุกวันนี้บทสนทนาของคนรุ่นใหม่มันเปลี่ยนไป พวกเขาขาดความสนใจในเรื่องนี้ไปโดยสิ้นเชิง”  .... ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

ใช้ หูฟังจุกยาง + ฟังเพลงดังเกินไป เสี่ยง ประสาทหูเสื่อม ถาวร!
ประสาทหู /  ประสาทหูเสื่อม / 

ฟังเพลงดังเกินไปเสี่ยง มีผลกระทบร้ายแรง อาจก่อให้เกิดโรคประสาทหูเสื่อม "ถาวร" เคยเป็นไหม เวลาจะฟังเพลงต้องเปิดให้ดังไว้ก่อน จะได้เข้าถึงอารมณ์เพลง ยิ่งเวลานั่งรถไปทำงานหรือไปเที่ยวไกลๆ เป็นต้องหยิบหูฟังเสียบสมาร์ทโฟนแล้วเปิดเพลงดังๆ เป็นอะไรที่ได้บรรยากาศสุดๆ แต่หารู้ไม่ว่ายิ่งฟังเพลงดังเท่าไร “หู” ยิ่งได้รับ “อันตราย” มากเท่านั้น เคยสังเกตตัวเองดูบ้างไหม ว่าระดับเสียงเพลงที่ฟังกันปกติทุกวัน มันเกินระดับที่เหมาะสมหรือเปล่า และย้อนดูสิว่าใช้เวลาฟังเพลงกันนานเท่าไร บางคนเสียบหูฟังเปิดเพลงแล้วนอนหลับจนเช้าก็มี โดยที่ไม่รู้เลยว่า พฤติกรรมการฟังแบบนี้ มันเป็นอันตรายต่อประสาทหูมากแค่ไหน ลองมาดูกันว่าการฟังเพลงเสียงดังจะส่งผลกระทบอะไร จะมีผลร้ายแรงแค่ไหน และมีวิธีการฟังแบบใดบ้าง ถึงจะไม่สุ่มเสี่ยงอันตรายที่จะเกิดกับหู ผศ.นพ.จารึก หาญประเสริฐพงษ์ จากภาควิชาโสตศอนาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บอกว่า การฟังเสียงดังๆ หรือเปิดฟังนานๆ มีผลทำให้ประสาทหูเสื่อม เพราะการฟังเสียงดังมากๆ จะไปทำให้เซลล์ของหูชั้นในเกิดการเสียหาย ระยะแรกถ้าเป็นไม่มาก อาจหายได้เอง แต่ถ้าเป็นระยะเวลาติดต่อกันนานๆ อาจประสาทหูเสื่อมถาวร โดยปกติเวลาคนพูดกัน ระดับเสียงจะอยู่ที่ 40-30 เดซิเบล ซึ่ง “ตัวหูฟัง” สามารถเพิ่มระดับเสียงได้มากถึง 100-110 เดซิเบล ถ้าได้รับเสียงเกิน 90 เดซิเบล คือระดับที่ใส่หูฟังแล้วต้องตะโกนคุยกัน ซึ่งไม่ควรฟังเกิน 8 ชม. แต่ถ้าเป็น 110 เดซิเบล ไม่ควรฟังเกิน 1 ชม. หากเกินกว่านั้น “หูชั้นใน” จะได้รับผลกระทบ เพราะความแรงของคลื่นเสียงจะส่งไปยังหูชั้นในโดยตรง ทำให้เซลล์ประสาทหูค่อยๆตายไป แต่จริงๆ แล้ว อาการหูเสื่อม ไม่ได้เกิดจากการใส่หูฟังเพียงอย่างเดียว เพราะส่วนใหญ่อาการหูเสื่อมพบมากสุด คือ กลุ่มคนที่ทำงานโรงงานอุตสาหกรรม และคนที่มีโรคประจำตัวเยอะ ไม่ว่าจะเป็นเบาหวาน ความดัน ไขมัน หรือโรคเกี่ยวกับหูอยู่แล้ว ซึ่งหูจะเสื่อมเร็วกว่าคนอื่นๆ หากอยากรู้ว่าหูตัวเองเริ่มมีอาการเสื่อมหรือไม่ ให้สังเกตได้จากการเริ่มมีเสียงดังในหู เมื่อเป็นเยอะ เวลาอยู่ในที่เงียบ จะมีเสียง วี๊ๆๆ ดังอยู่ในหู และเริ่มเร่งระดับเสียงมากขึ้นจากที่เคยฟังเมื่อก่อน หรือพูดเสียงดังมากขึ้น เพราะไม่ได้ยินเสียงตัวเอง ถ้าพบว่ามีอาการแบบนี้ควรไปปรึกษาแพทย์ได้เลย อย่างไรก็ตามการฟังเพลงนั้น ก็ไม่ได้มีแต่โทษอย่างเดียว แค่ฟังให้ถูกวิธี ฟังในระดับที่เหมาะสม ให้หูได้ยินเสียงภายนอกได้บ้าง ไม่ฟังติดต่อกันเป็นเวลานาน อีกอย่างคือ ควรหลีกเลี่ยงการใช้หูฟังที่เป็นจุกยาง เพราะทำให้มีเสียงดังเข้าในหูเยอะ แค่นี้การฟังเพลงก็ไม่เป็นอันตรายต่อไป แถมยังช่วยให้ผ่อนคลายอีกด้วย แค่ลดระดับเสียงลงสักนิด... เลี่ยงความเสี่ยงโรคประสาทหูเสื่อมได้ ที่มาจาก http://www.thaihealth.or.th/

เที่ยวเมืองป่าฝน ชมธรรมชาติ ฟังเสียงน้ำตก ดูพระอาทิตย์ตกดิน จ.ตาก
ที่เที่ยวตาก /  ที่เที่ยวพบพระ / 

การไปเที่ยว จังหวัดตาก ในครั้งนี้ เป็นครั้งแรก(อีกแล้ว) สำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ แบบเรา 555 หลายคนตั้งคำถามว่า ที่ตากมีอะไร? ที่ไหนน่าเที่ยว? เราบอกเลยว่ามีหลายที่เลยค่ะ ยิ่งถ้าใครชอบธรรมชาติ ป่าไม้ ภูเขา จังหวัดตากนี่แหละอุดมสมบูรณ์สุดๆ ตามมาๆ เราจะพาไปเที่ยวตากแบบชิลๆ สโลว์ไลฟ์ กัน เที่ยวเมืองป่าฝน ชมธรรมชาติ ฟังเสียงน้ำตก ดูพระอาทิตย์ตกดิน จ.ตาก เป็นครั้งแรกอีกแล้วของเราที่ได้มาเที่ยวเมืองป่าฝน ใครที่ชอบความเงียบสงบแบบสโลว์ไลฟ์ เราแนะนำที่นี่แหละมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่งดงามหลายแห่ง ได้ฟีลธรรมชาติของจริง อีกทั้งมีประวัติศาสตร์เก่าแก่นับแต่สมัยกรุงสุโขทัยอีกด้วย ก่อนอื่นเพลนของเราคือเที่ยว 3 อำเภอ คือ อำเภอเมืองตาก, อำเภอพบพระ และอำเภอแม่สอด ค่ะ ไปดูกันว่า 4 วัน 3 คืน เที่ยวแบบชิลๆ เราจะพาไปเที่ยวไหนบ้าง ^^ การเดินทางของเรานั้นไปกับแก๊งค์สาวๆ ค่ะ นั่งรถตู้ไปกัน 1 คัน โดยล้อหมุนออกจากกรุงเทพฯ 6 โมงเช้า พอขึ้นรถปุ๊บปุ่ม sleep ก็ทำงานปั๊บ ตื่นมาอีกที โอ้วว! ถึงตัวเมืองพอดีก็เกือบเที่ยงแล้ว ก่อนลุยเที่ยวขอแวะหาข้าวกินก่อน (เรื่องกินที่ 1 นะบอกเลย) ที่ "ร้านอาหารปิงวิว" ร้านอาหารใหญ่ กว้างขวางมากค่ะ แถมนั่งกินอาหารติดริมแม่น้ำด้วย วิวดีไปอี๊กกกก !! อาหารที่สั่งมาก็มี กุ้งผัดซอสมะขาม, ผัดฉ่าปลา, ผัดต้นอ่อนทานตะวัน, กุ้งกระเบื้องสาหร่าย, เปาะเปี้ยทอด อาหารอร่อยค่ะ ถ้าถามว่าอิ่มไหม .. เอาเป็นว่าหายใจแทบไม่ออก 555 หลังจากท้องตึง หนังตาหย่อนไม่ได้!! เดินทางไปสักการะ "ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน" กันค่ะ กลางวันแสกๆ ถามว่าร้อนไหม ยิ้มสวยๆ แล้วบอกว่า ร้อนมาก! แต่ยังดีที่มีลมเย็นตลอด >,< ศาลนี้สร้างขึ้นเป็นแห่งแรกของเมืองไทยด้วย บริเวณรอบๆ เป็นลานกว้าง มีต้นไม้สวยงาม เมื่อมองไปทางด้านหลังของ ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน ก็จะเห็นเป็นลานกว้างที่มีคนนำหุ่นปั้นรูปทหาร สัตว์ต่างๆ มาถวาย สักการะเพื่อเป็นศิริมลคลแล้ว เราก็เดินทางไป "หมู่บ้านหัตถกรรม บ้านปากร้องห้วยจี้" ที่ขึ้นชื่อของ จ.ตาก กันค่ะ เมื่อไปถึงเราก็ได้เจอกับ ป้าทองคำ เป็นอดีตสมาชิก อบต. และอดีตผู้ใหญ่บ้าน ป้าเป็นคนดูแลและต่อยอดกิจการ OTOP ทำหมวกสานจากใบลาน ซึ่งหมู่บ้านหัตถกรรมบ้านปากร้องห้วยจี้ ได้ไปออกงานใหญ่ๆ ระดับประเทศทุกปี แถมการันตีคุณภาพ 3-4 ดาวเชียวนะ คนนี้ไง.. ป้าทองคำ และนี่คือใบลานที่ตากแห้งแล้ว เราก็ไปนั่งฟัง นั่งคุยกับป้า ดูป็นป้าสอนวิธีการทำแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่เก็บใบลาน เอาใบลานไปตากแดดอย่างน้อย 3 แดดจนแห้ง รีดใบออก นำมาถักเป็นเปีย ก่อนนำไปเย็บทำเป็นหมวกหรือของที่ระลึก สุดยอดไปเลยค่ะ หลังจากบ้ายบายคุณป้า คุณยาย เราก็ออกเดินทางไปไหว้พระที่ “วัดพระบรมธาตุบ้านตาก” กันต่อค่ะ เป็นวัดขึ้นชื่อของเมืองตากอีกที่นึง เป็นเจดีย์ใหญ่สีทอง ล้อมรอบไปด้วยเจดีย์เล็ก คล้ายเจดีย์ขเวดากอง บรรจุพระเกษาธาตุและพระบนมสารีริกธาตุส่วนพระนลาฏ(หน้าผาก) เป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีมะเมียค่ะ พระครูพิทักษ์พระบรมธาตุ (ทองอยู่) ได้ไปนมัสการพระธาตุชเวดากอง ณ กรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า ท่านจึงได้จำมาก่อสร้างองค์พระเจดีย์ เหมือนเจดีย์ชเวดากองล้อมคลุมองค์เก่าไว้ ปิดทองสวยงาม อีกทั้งยังมี "หลวงพ่อทันใจ" ที่สร้างเสร็จภายในวันเดียว มีผู้คนมากราบไว้กันเยอะมากๆ (สาระล้วนๆ อิอิ) ไหว้พระกันเสร็จแล้ว เดินมาฝั่งตรงข้ามก็จะเจอกับ พิพิธภัณฑ์วัดพระบรมธาตุ ที่รวบรวมข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ในสมัยก่อนไว้พอสมควรค่ะ เส้นทาง อำเภอบ้านตาก-สามเงา นี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ อีกหลายที่เลยค่ะ อาทิ วนอุทยานไม้กลายเป็นหิน ที่มีความยาวสูงที่สุดในโลก, ผาสามเงา หน้าผาเจาะเป็นช่องลึกพร้อมพระพุทธรูปสามองค์เรียงกัน, วัดชลประทานรังสรรค์ เป็นต้น สายบุญผ่านไป สายเที่ยวกันต่อ! เรามุ่งหน้าไปยัง "เขื่อนภูมิพล" ตั้งอยู่อำเภอสามเงา ที่นี่เป็นเขื่อนแห่งแรกและแห่งเดียวในไทยที่เป็นเขื่อนคอนกรีตรูปโค้ง และสูงเป็นอันดับ 27 ของโลก เดิมชื่อ เขื่อนยันฮี ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระปรมาภิไธยให้เป็นชื่อเขื่อนว่า เขื่อนภูมิพล เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2500 เมื่อมาถึง สิ่งแรกคือดีใจ! เพราะคนไม่เยอะ 5555 ไม่ใช่ละ >,< คือวิวสวยมากๆ มองจากตัวเขื่อนออกไปก็เจอภูเขาและทะเลล้อมรอบ วิวไกลสุดลูกหูลูกตา อากาศเย็นสบาย ลมเย็น เดินเล่นชมวิวได้ชิลๆ เลย ประทับใจสุดๆ ^^ ระหว่างทางออกจากเขื่อนภูมิพล ก็ผ่านร้านกาแฟน่ารักๆ ร้านนึง แวะสิคะ .. รออะไร! ร้านชื่อ "Bed Bar Caffe" ร้านกาแฟสด&เบเกอรี่ แถมด้านหลังร้านยังเป็นที่พักเปิดให้บริการด้วยค่ะ เขาใจดีให้เก็บภาพได้ เลยเอามาฝาก ^^ เบอร์ติดต่อทางร้านค่ะ 091-551-1451 ภายในร้าน ร้านน่ารัก มีมุมถ่ายรูปสวยๆ เยอะเหมือนกันนะ ภาพห้องพักค่ะ ตอนแรกเราตัดสินใจที่จะชมพระอาทิตย์ตกที่เขื่อนภูมิพล แต่เปลี่ยนใจมาชมวิวที่ "สะพานแขวน" แทน ชื่อเต็มๆ ก็คือ "สะพานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200" แลนด์มาร์กของเมืองตากก็ว่าได้ค่ะ เป็นจุดโรแมนติกยามเย็นของคนเมืองตากด้วย ใกล้ๆ กันก็มีสวนเฉลิมพระเกียรติฯ สวนสาธารณะ สวนสุขภาพ สนามกีฬา และตลาดนัด ผู้คนขวักไขว่ มีทั้งวัยรุ่น เล่นสเก็ต นั่งเม้ามอย มีวัยทำงาน ผู้เฒ่าผู้แก่ ออกมาเดินเล่นกันเต็มไปหมด .. แอบเห็นไล่จับมม่อน ปาบอลกันใหญ่เลย 555555 เอาล่ะๆ ไฮไลท์ของเราก็คือ ชมพระอาทิตย์ตกดิน คืออยากจะบอกว่าสวยมากๆๆ ฟีลลิ่งมาเต็ม วิวภูเขา ท้องฟ้าสีส้มๆ ฟ้าๆ ก้อนเมฆ (วันนี้เมฆแอบแน่นไป บังพระอาทิตย์ตกไปอีก!) สะพานแขวนทอดยาวข้ามแม่น้ำปิง (เฮ้ย! นี่มันซานฟรานเมืองไทยนิหน่า) ชมพระอาทิตย์ตก ระฆังดังกริีง! ได้เวลากินอีกแล้ว .. รีบวิ่งขึ้นรถเดินทางมา "ร้านไอยราวดี" ร้านอาหารสไตล์ล้านนา เรือนไม้ ติดริมแม่น้ำปิง อยู่ไม่ห่างจากสะพานแขวนและศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมากนัก มื้อนี้ก็อร่อยเหมือนเดิม มีทั้ง ไส้กรอกถั่ว เมนูนี้เป็นออเดิร์ฟทีเจ้าของร้านเอามาให้เรากินกันก่อนที่จะวางขาย รสชาติก็.. ถั่วนั่นแหละ 55 หวานๆ หอมกลิ่นสมุนไพร ยัดในไส้หมู เหมือนไส้กรอกปลาแนมหรือไส้อั่ว (เด็กสมัยนี้ไม่รู้จักล่ะสิ >,<) ย่างเตาถ่าน ไส้กรอกถั่ว และ ยำข้าวเกรียบ นอกจากนี้ก็มีเมนู ยำข้าวเกรียบ แกงคั่วหอยขม เห็ดหอมทอดเกลือ ขาหมู โอ้ยยย! อิ่มแปร้ ที่อยู่ร้าน : 4/4 หมู่ 7 ต.ป่ามะม่วง อ.เมือง จ.ตาก โทร. 096-636-4542, 094-242-6441 คืนนี้เรามาเอนกายนอนกันที่ "Soho Boutique Hotel" อยู่ในซอยมหาดไทยบำรุง อ.เมืองตาก ค่ะห้องพักเรียบง่าย กว้างขวาง เตียงนุ่มนอนสบาย ^^ วันนี้แอบเสียดายไม่ได้เดินชม "ตรอกบ้านจีน" ไฮไลท์เมืองตากอีกที่หนึ่งเป็นชุมชนโบราณ อายุกว่า 100 ปี ลักษณะเป็นเรือนไม้ทรงไทยปั้นหยา มีลวดลายแกะสลัก แต่ไม่เป็นไรคราวหน้าเราจะกลับมาแน่นอน คืนนี้ราตรีสวัสดิ์ .. ตื่นเช้ามา อาบน้ำ เก็บกระเป๋า เตรียมมุ่งหน้าไปอำเภอแม่สอดกัน จะมีอะไรให้ดู อะไรน่าเที่ยว ต้องติดตาม! แต่เดี๋ยวก่อน .. กองทัพเดินด้วยท้อง มากินอาหารเช้าที่โรงแรมกันก่อน มีให้เลือกหลายอย่างค่ะ เราก็กินรองท้องเบาๆ ^^ กินเสร็จก็ยังเหลือเวลาอยู่นิดหน่อย เจ้าของโรงแรมใจดี พาเราขึ้นลิฟท์ไปยังชั้นบนสุดของตึก ข้างบนเป็นลานกว้าง มองเห็นวิวเมืองตากแบบ 360 องศาเลย! คือล้อมรอบไปด้วยภูเขา เจ้าของบอกว่าถ้าขึ้นมาตอนพระอาทิตย์ขึ้น วิวจะสวยมากๆ เสียดายจัง >,< หลังจากเก็บกระเป่าขึ้นรถเรียบร้อย ก็ออกเดินทางกันต่อ ผ่านแยกรมณี ถ.ตากสิน รถก็สต็อป! หันไปทางขวามือ มีร้านเล็กๆ อยู่ร้านนึงคนมุงกันใหญ่ เพื่อนๆ ลงรถเราก็ลงด้วยสิค่ะ ร้านนั้นคือ "ร้านขนมถั่วแปบแป้งสดหนูนาง" เป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวที่อร่อยที่สุดในเมืองตาก อร่อยถึงขั้นคนสั่งวันนึงเป็นสิบกล่องร้อยกล่อง เปิดขายตอนเช้าหมดตอนเที่ยง แม่ค้ามือแทบหงิกเลยเอาจริง มี 3 สีด้วยกัน คือ สีเหลือง-ฟักทอง, สีม่วง-อัญชัน, สีเขียว-ใบเตย ค่ะ ไอ้เราก็ชอบของหวานๆ อยู่แล้วจะพลาดได้ไง พี่ค่ะ! จัดใส่จานให้ด้วยค่ะ ^^ แม่ค้าบอกว่าขนมถั่วแปบของเขาสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นทานได้ 2-3 วัน โดยที่แป้งยังนุ่มอร่อยอยู่ เราก็เลยลองซื้อมาชุดนึงเอาไว้กินเล่นตอนเย็น เดี๋ยวมาบอกจะจริงสมคำร่ำลือหรือไม่! 55 ร้านอยู่ติดกับทางเข้าวัดโบสถ์มณีศรีบุญเรืองค่ะ กินพอหวานปากได้แป๊บนึง ก็เลยเดินมาชมความงามของ วัดโบสถ์มณีศรีบุญเรือง ซะหน่อย เป็นเจดีย์ทรงมอญ บนยอดฉัตรบรรจุพระธาตุเอาไว้ค่ะ สวยงามตามท้องเรื่อง ขับไปสักพักรถหยุดอีกแล้ว! แวะ "ร้านเมี่ยงจอมพล" (เมี่ยงเต้าเจี้ยวเมืองตาก) เจอป้าแป้วเจ้าของร้าน ป้าบอกว่าเปิดขายมานาน ตัวป้าเป็นรุ่นที่ 3 แล้ว โอ้วมายก็อซ! เมี่ยงมี 2 แบบคือ ใช้ใบเมี่ยง กับ ข้าวแคบ (สีขาวขุ่น แป้งแข็งๆ เหนียวๆ หน่อย) เครื่องเคียงก็ทั่วไป แต่สูตรเด็ดของร้านป้าคือ เต้าเจี้ยว ใส่แทนน้ำเมี่ยงหวานๆ อร่อยไปอีกแบบ ^^ ร้านตั้งอยู่ตรง 3 แยก ถ.รามคำแหง ทางไปสำนักงานเทศบบาลตำบลไม้งาม คราวนี้เดินทางยาวๆ ละ เราเดินทางมา "วัดโพธิคุณ" วัดป่าสายอรัญวาสี มีจุดเด่นตรงพระอุโบสถ ฐานแอ่นโค้งแบบฐานสำเภาค่ะ ร่มเย็น เงียบสงบมากๆ ล้อมรอบไปด้วยป่าเขาเขียวขจี ด้านในอุโบสถ มี 2 ชั้นค่ะ ชั้นบนขึ้นไปถึงกับร้องว้าว! ทั้งอุโบสถเป็นสีทองอร่ามทั้งหมด สวยงามมากๆ ค่ะ บริเวณรอบๆ ก็จะมี ศาลาการเปรียญ, หอระฆัง, ลานธรรมจักร มีที่พักสำหรับผู้ที่มาปฏิบัติธรรมด้วยค่ะ มองนาฬิกา เอ๊ะ.. บ่ายแล้ว! ต้องทำอะไรก็ต้องกินสิค่ะ แวะกินก๋วยเตี๋ยว ส้มตำไก่ย่าง เสร็จแล้วก็เดินทางต่อ สถานีต่อไปคือ ฮักนะแม่กาษา "หมู่บ้านโพธิ์ทอง" ต.แม่กาษา ที่นี่มีคนแก่คนเฒ่า (แต่แข็งแรงเว่อร์!) รวมตัวกันอยู่ ทอผ้า ส่งออกขาย คุณป้าก็เล่าให้ฟังถึงวิธีการตั้งแต่ปลูกฝ้าย ปั่นเอาเม็ดออก กกด้าย จนมาถึงการทอให้เป็นผืนสวยงามอย่างที่เห็นนี่เลย สายตาเหลือบไปเห็น ไม้กวาดรูปร่างประหลาด เหมือนไม้กวาดแม่มดเด๊ะอ่ะ! ก็เลยถามคุณป้ามันคืออะไรคะ? คุณป้าบอกว่ามันคือไม่กวาดสมัยโบราณที่เขาใช้กัน เอ้อ..กิ๊บเก๋ยูเรก้า เดินทางเที่ยวต่อ "อาบน้ำแร่ โป่งคำราม" กันค่ะ ที่นี่เป็นน้ำแร่จากน้ำพุร้อนแม่กาษา ไหลตลอดทั้งปี ซึ่งเจ้าของบอกว่าค่าบริการอาบน้ำแร่ แล้วแต่ความพอใจของลูกค้า จ่ายเท่าไหร่ก็ได้ โอ้โห.. ดีไปอี๊กก! บริการอาบน้ำแร่ของที่นี่มีแบบ แช่ทั้งตัวกับแช่เท้า ถ้าจะแช่น้ำร้อนให้ได้ผลดี ครั้งนึงไม่ควรเกิน 20 นาที นะจ๊ะ ที่นี่คนจะเยอะช่วงเสาร์-อาทิตย์  และหน้าหนาว ดูวิวสิ นอนแช่น้ำแร่ มองวิวทุ่งนา มันได้ฟีลจริงๆ (แต่เราไม่ได้แช่นะ เขิล 5555) มีผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติให้เลือกซื้อกันด้วย เช่น สบู่โคลนธรรมชาติ, สบู่ข้าวน้ำแร่ เรามาสามารถใช้ได้ขณะแช่น้ำแร่นะ ใกล้ๆ กัน ก็จะมีทางเดินไปดู กาน้ำผุด ครั้งแรกที่ได้เห็นหน้าตากาน้ำผุดนี่แหละ ไม่ไกลกันมากก็จะมาถึง "บ่อนำพุร้อนแม่กาษา" ได้นั่งแช่เท้าพอคลายเมื่อย ต้มไข่กันไหมจ๊ะ? เวลาเย็นแล้ว เราเดินทางเข้าที่พัก เก็บกระเป๋ากันก่อน แล้วออกเดินทางไป กิน กิน กิน! กัน ร้านนี้เป็นร้านที่ขึ้นชื่อมากๆ ในแม่สอด ใครมาแล้สไม่กินร้านนี้ พลาดมากบอกเลย! "ร้านข้าวเม่า ข้าวฟาง" ร้านตกแต่งเหมือนเราอยู่ในป่าแบบนั้นเลยค่ะ เต็มไปด้วยต้นไม้ น้ำตก ธรรมชาติสุดๆ บรรยากาศดีเว่อร์ ชอบมาก!! เดินถ่ายรูปร้านเพลินเลย ^^ เมนูของเราเย็นนี้ คือ ยำดอกสลิดกุ้งสด, ซูกินี่ผัดไข่, แกงคั่วเห้ดเผาะ, ฉู่ฉี่ปลาดุกฟู, ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม รสชาติอาหารให้มี 10 ให้ 100 รสชาติอร่อย ไม่จัดมากแต่เข้มข้น ส่วนของหวานนำเสนอ กล้วยหอมทอด แป้งไม่หนากรอบ หอมกลิ่นงาขาว กล้วยนิ่มรสหวานค่ะ และ ข้าวเม่าเสวย เป็นสาคูน้ำกะทิ ใส่ผลไม้แคนตาลูป ลำไยข้างในด้วย รสชาติอร่อย ^^ พอกินเสร็จ อ.พนัส รามสูต หนึ่งในหุ้นส่วนร้านก็นั่งเล่าความเป็นมาของร้านนี้ให้ฟัง แล้วก็เล่าเรื่องการเดินป่าให้ฟังด้วย สนุกมากกกก ฟังเพลินจนดึกดื่นเลยทีเดียว เอาไว้เดี๋ยวเขียนรีวิวเสร็จจะเอามาเปะให้อ่านกันนะคะ ^^ คืนนี้เรามาพักกันที่ โรงแรม J2 Hotel ห้องที่เราพักแบบนอน 3 คนค่ะ กว้างขวาง ห้องอาบน้ำใหญ่ แต่เสียดายปลั๊กไฟน้อยไปหน่อย ^^ ชาร์ตไม่พอ 555 ตืนมากินอาหารเช้าตอน 7 โมง อิ่มแล้วก็เตรียมพร้อมร่างกาย สัมภาระออกเดินทางไป อำเภอพบพระ กันค่ะ ที่แรกที่ไปคือ "อุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ" เราไปถึงก็สายๆ บรรยากาศดี อากาศเย็นสบายมากๆๆๆ น้ำตกที่นี่มีชั้นน้ำตกลดหลั่น 97 ชั้น ระหว่างทางเดินไปน้ำตก ก็ได้ชมความงามของ ดอกกระเจียวสีส้ม (พันธุ์ฉัตรทอง) จะบานสะพรั่งเต็มพื้นที่กว่า 10 ไร่เลย เราไปเป็นช่วงฤดูฝน มิ.ย.-ก.ย. ของทุกปี ก็จะเห็นความสวยงามแบบนี้ ^^ ขับรถถัดมาอีกสักระยะก็มาถึง "น้ำตกป่าวหวาย" เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติแห่งใหม่ที่กำลังเปิดรับนักท่องเที่ยวที่ชอบธรรมชาติ น้ำตก แต่ตอนที่เราไปนั้นทางยังเป็นผืนป่า-ธรรมชาติล้วนๆ อยู่เลย มีน้ำไหลตลอดทั้งปีไปลุยๆ ตามสไตล์สาวถึกและบึกบึนแบบเรา 555 ที่ได้ชื่อว่า น้ำตกป่าวหวาย ก็เพราะ เป็นน้ำตกกลางป่าใหญ่ ล้อมรอบไปด้วยไม้หวายจำนวนมาก ทางเข้าจากถนนหลักจะอยู่ตรงหลักกิโลเมตร 43 เส้นทางสาย แม่สอด-อุ้มผาง อยู่ในการดูแลของอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ ชมธรรมชาติตอนเช้าเสร็จแล้ว ไปไร่ส้มกันเถอะ! "สวนร่มเกล้า" ที่นี่เน้นปลูกส้มหลากหลายสายพันธุ์ รวมถึงปลูกอะโวคาโด ที่ตอนนี้มีกว่า 40 สายพันธุ์เลยทีเดียว แล้วก็ปลูกต้นแมคคาเดเมียด้วย ของชอบเก๊าเลย! >,< กะว่าจะมาเก็บส้มที่นี่ซะหน่อย ฝนดันกระหน่ำตกลงมาซะนี่! ลูกอะโวคาโดจากต้น ออกลูกเยอะยิ่งกว่าต้นมะม่วงซะอีก 55 อันนี้ของโปรด.. แมคคาเดเมีย เป็นลูกสดๆ จากต้น แต่กว่าจะกินได้ของผ่านการทุบ!! ทุบประมาณสองชั้น ต้องออกแรงพอควรเพราะเปลือกหนามาก พอกินสดๆ ก็อร่อยไปอีกแบบ คล้ายๆ มะพร้าวรสชาติมันๆ นอกจากนี้ยังมีน้ำผลไม้แปรรูป สดๆ จากไร่ มีให้เลือกหลายรสชาติ เช่น น้ำมัลเบอร์รี่, น้ำนมแมคคาเดเมีย, น้ำอะโวคาโดน้ำเสาวรส เป็นต้น ส่วนตัวเราชอบทุกรสเลยรสชาติเข้มข้น ทานแล้วสดชื่นมากๆ ค่ะ ใครสนใจสั่งซื้อได้ที่เบอร์ 088-699-6978 ค่ะ หรืออยากสั่งอะโวคาโดก็มีนะ Facebook : อะโวคาโด จากสวน ปลีก- ส่ง Avocado Retail - Wholesale  กก.ละ 60 บาท (ขั้นต่ำ 3 กก. ส่งถึงบ้านทั่วประเทศ) เราเดินทางไปหาของกินกันดีกว่า ^^ ที่ "ร้านชาวหลังสวน" (Chao Langsuan) เป็นร้านไม้เรือนกระจกเล็กๆ น่ารักดีค่ะ เมนูเที่ยงนี้คือ ใบเหลียงผัดไข่, ยำตะไคร้, แกงเหลือง แล้วก็ไข่เจียว เครื่องดื่มของเรา น้ำแตงโมปั่น มาเป็นลูกเลยจ้า ... ร้านนี้เป็นฟาร์มออแกนิคด้วยนะ ใบเหลียงที่เราสั่งที่นี่ก็ปลูกเอง สะอาดปลอดภัย ร้านตั้งอยู่ที่ 90 หมู่ 15 ต.ช่องแคบ อ.พบพระ โทรสอบถาม. 086-366-4067 Facebook : ไร่ชาวหลังสวน - CHAO Langsuan กินข้าวอิ่มก็ต้องตามด้วยของหวานถึงจะถูก >,< เราจึงเดินทางมุ่งหน้าไปยัง "ROCHA CAFE'" (โรชาคาเฟ่) โอ้ยแก .. บอกเลยว่าปริ่ม! ระหว่างทางขับรถเข้ามาก็เห็นวิวนี้ เป็นโรงนาแบบเมืองนอกตั้งอยู่บนยอดดอยท่ามกลางไร่ ธรรมชาติแบบนี้ มันเก๋กู๊ดมาก! เราเชื่อว่าใครมาที่นี่ต้องประทับใจ และได้รูปสวยๆ กลับบ้านเป็นร้อยเหมือนเรา 5555 พอเข้าไปข้างในก็เลิฟไปอีก ตกแต่งสไตล์วินเทจ โมเดิร์นหน่อยๆ เน้นใช้วัสดุไม้ มีที่นั่งสองชั้นค่ะ ที่นี่มีบริการกาแฟ เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ เปิดตั้งแต่ 09.00 - 19.00 น. มาดูหน้าตาของหวานที่เราสั่งกัน Lemon Tea และ Vanilla Coffeeeee ~ ที่อยู่ : 511 ตำบล ช่องแคบ อ.พบพระ จ.ตาก 63160 โทร. 091-8437173, 086-1998644 Line : rochacafe หรือ https://m.facebook.com/RochaCafe หลังจากกินของหวานชื่นใจ ตาแข็งกันไปแล้ว 555 ตกเย็นสาวๆ แบบเราไปนวดตัวกันหน่อยดีกว่า ผ่อนคลายจากการเดินทางมา 3 วัน ^^ ที่ "ธารา สปา แม่สอด" (Tara Spa) ที่นี่ขึ้นชื่อในเรื่องการนวดตัว ขัดตัว พอกตัว ทำสปาผิว เราก็จัดไปคอสนึง โดยคอสที่เราทำนั้น จะขัดตัวก่อนด้วยสูตรพิเศษของทางร้าน นวดต่อด้วยน้ำมัน และขั้นตอนสุดท้ายคือบำรุงผิว หลังจากนวดเสร็จรู้สึกผิวเนียน ขาวใสขึ้นมาหน่อย แถมได้ผ่อนคลายจากการนวดด้วย ฟิน! ใครเดินทางเที่ยวแถวแม่สอด สนใจก็ติดต่อได้ที่เบอร์นี้ค่ะ 089-434-9530, 080-121-5727 หรือ Facebook : Tara Spa Maesot ร้านอยู่เยื้องๆ กับร้านอาหารข้าวเม่าข้าวฝ้าง ที่เรากินกันเมื่อคืนเลย ^^ และค่ำคืนนี้ก็จบลงด้วยร้านอาหารทะเล "บ.กุ้งเผาแม่สอด" กุ้งแม้น้ำมาจากฝั่งพม่านะฮะ เขาบอกมา >,< ใครมาแม่สอดถ้าอยากกินอาหารทะเลต้องร้านนี้ อ่ะๆ นี่เมนูของเรา ผัดฉ่าปลากะพง, หอยหวาน, กุ้งแม่น้ำเผา, หอยเชลล์อบกระเทียม, ต้มยำกุ้ง, ปลาหมึกผัดไข่เค็ม , กรรเชียงปู, ผัดผักยอดฟักแม้ว รสชาติเข้มข้น อร่อยค่ะ (อร่อยทุกอย่างอะแกร..) อิ่มท้องก็กลับที่พัก นอนค่ะ! ตื่นมาพรุ่งนี้ต้องแพ็คกระเป๋ากลับบ้านกันแล้ว .. เช้านี้ตื่นเร็าว่าทุกๆ วัน เพราะเราเดินทางไปกิน "โรตีโอ่ง" เจ้าแรกของประเทศไทยกัน ตัวเราก็เพิ่งเคยเห็นโรตีโอ่งเป็นครั้งแรก ตื่นเต้นไปสิ คุณลุงก็ตีแป้ง นวดแป้งไป ไอเราก็อยากจะถ่ายโรตีที่อยู่ในโอ่ง ร้อนใช้ได้ 55555 ผู้คนออกมาทานกันเยอะมากๆ ค่ะ อถมที่นี่ไม่มีสั่งกลับบ้านด้วยนะ ถ้าอยากกิน มากินที่ร้านเท่านั้นจ้า .. ครั้งแรกที่เคยกิน โรตีโอ่ง ส่วนเราชอบนะ ไม่เลี่ยนเหมือนแบบทอด กลิ่นหอม แต่ก็ต้องกินร้อนๆ ถึงจะอร่อย กรอบนุ่ม จิ้มกับนมข้นหวานหรือแกงถั่วของทางร้าน กินเล่นได้เรื่อยๆ เพลินไปสิ! ทานคู่กับชา กาแฟ โอวัลตินร้อนๆ รู้สึกดีมากๆ เราเดินทางออกจากแม่สอดกันแล้ว! ไป ตลาดริมเมย แวะซื้อของฝากกันนิดหน่อย ที่นี่มีของขายตั้งแต่ขนม เสื้อผ้า เครื่องปนะดับ บลาๆ เต็มไปหมด อีกทั้งสินค้าพื้นเมือง สินค้าท้องถิ่นของเมียนม่าด้วย เส้นทางลงจากแม่สอด เราก็จะผ่าน "ศาลเจ้าพ่อพะวอ" ผู้คนที่ผ่านไปมาจะแวะกราบไหว้ขอให้เดินทางปลอดภัยกันค่ะ และระหว่างที่รถวิ่งผ่านไปมาก็จะบีบแตรกันตลอด ดังยาวๆ ไปเลยจ้า! บริเวณใกล้กันก็จะมี พระพุทธโคดม องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ปางนาคปรก ตั้งอยู่อย่างสง่าด้วย บรรยากาศดีขนาดไหนคิดดู หมอกฟุ้งเชียว ... ที่สุดท้ายที่เราแวะก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ยาวๆ เส้นทางขาลงอำเภอแม่สอด ก็คือ "ตลาดมูเซอ" ตลาดเล็กขนาดสินค้าพื้นเมือง อาหาร ผัก ปลา ของฝาก หมอกมาอีกแล้ว!! อากาศเย็นสบาย จบทริปเที่ยวตากชิลๆ ของเรากันไปแล้ว วังว่ามีข้อมูลที่เป้นประโยชน์กับเพื่อนๆ บ้างนะคะ (เม้ามอยซะเยอะเชียว >,<) เรายังมีที่เที่ยวในเมืองไทยอีกหลายที่ที่อยกให้เพื่อนๆ ลองไปสัมผัสดูกันสักครั้ง แล้วจะรู้ว่าเที่ยวเมืองไทยมีดีกว่าที่คิดนะ ครั้งหน้าเราจะพาไปไหนก็อย่าลืมติดตามกันนะคะ ไปก่อนแล้วบ้าย บาย ... ขอบคุณการเดินทางสนุกๆ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตาก

ลีโอหนุนทีมคราฟท์-แบมบู ลุคออยล์ลุยศึกรถยนต์ทางเรียบระดับโลกประเดิมสนามแรกที่บุรีรัมย์
ทีซีอาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ซีรีส์ 2016 /  รถแข่ง / 

ลีโอ  เดินเครื่องรุกวงการมอเตอร์สปอร์ต เซ็นสัญญาสนับสนุนทีมรถแข่งชื่อดัง "คราฟท์ แบมบู ลุคออยล์ "ประเดิมลงสนามแรก ลุยศึกการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบระดับโลก ประเภททัวริ่งคาร์ รายการ "ทีซีอาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ซีรีส์ 2016" ที่จะมีขึ้นที่ สนามบุรีรัมย์ อินเตอร์เนชั่นเนล เซอร์กิต ในสุดสัปดาห์นี้ คุณปิติ ภิรมย์ภักดี กรรมการบริหาร บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เปิดเผยว่า “ การเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับทีม “คราฟท์ แบมบู ลุคออยล์” ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวแรกของแบรนด์ “ลีโอ” ในการก้าวเข้าสู่วงการมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกอย่างเต็มตัว เรารู้สึกเป็นเกียรติ ที่ได้เป็นพันธมิตรกับหนึ่งในทีมรถแข่งชั้นนำของโลก ที่มีแฟนๆติดตามอยางมากมาย และยังเป็นทีมที่มีศักยภาพสูงมาก ทั้งตัวนักแข่งเองและทีมงาน ดังที่ได้เห็นจากผลงานในหลายๆสนามที่ผ่านมา รวมทั้งในฐานะที่แบรนด์ “ลีโอ” ได้ขยายเข้าสู่ตลาดในภูมิภาคอาเซียน และตลาดสำคัญหลายแห่งทั่วโลก การเข้าสนับสนุนทีม “คราฟท์ แบมบู ลุคออยล์” ในครั้งนี้ แฟนๆมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลกจะได้เห็นโลโก้ “ลีโอ” ผงาดในตำแหน่งที่สำคัญบนตัวรถของทีม ที่ใช้ในการแข่งขันในรายการ “ทีซีอาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ซีรีส์” ที่ถือเป็นสุดยอดการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบประเภททัวร์ริ่งคาร์ ที่มีผู้ชมกว่า 200 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งจะเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของเบรนด์ “ลีโอ” ในระดับโลกอีกด้วย" ด้าน ริชาร์ด โคลแมน ซีอีโอของทีมคราฟท์- แบมบู เรซซิ่ง กล่าวว่า ในฐานะผู้บริหารทีม เรามีความรู้สึกเป็นเกียรติ และดีใจมาก ที่แบรนด์ “ลีโอ” ได้เข้ามาเป็นพันธมิตรเราในครั้งนี้ โดยประเดิมสนามแรก ในการแข่งขัน ทีซีอาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ซีรีส์ 2016 ที่บุรีรัมย์ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิจ และตนเชื่อว่าการเข้ามาหนุนทีมของแบรนด์ “ลีโอ” นั้น จะช่วยส่งเสริมซึ่งกันและกัน เพิ่มโอกาสในการขยายฐานแฟน ๆมอเตอร์สปอร์ตในประเทศไทย และในระดับโลกเพิ่มมากขึ้น จะเป็นแรงผลักดันที่ทำให้ทีมเราก้าวไปสู่ความสำเร็จ ในฤดูกาลนี้ไปพร้อมๆกัน” สำหรับทีมรถแข่ง "คราฟท์- แบมบู ลุคออยล์” (Craft-Bamboo Lukoil) มี 3 นักขับชื่อดังระดับแถวหน้าประกอบด้วย เจมน์ นาช, เปเป้ ออริโอล่า และ เซอร์เกย์ อะฟานาซีเยฟ ที่จะลงทำการขับเคี่ยวในรายการ "ทีซีอาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ซีรีส์" (TCR International International Series) ที่สนามบุรีรัมย์ อินเตอร์เนชั่นเนล เซอร์กิต ในระหว่างวันที่ 26-28 สิงหาคมนี้ ปัจจุบัน ทีมคราฟท์-แบมบู ลุคออยส์ กำลังลอยลำเป็นที่ 1 ในประเภททีม แถมยังครองตำแหน่งที่ 2 และ 3 ในประเภทนักแข่งอีกด้วย

10 ที่เที่ยวประจำเดือนสิงหาคม กินลม ชมวิว ชิลน้ำตก
10 จุดหมายท่องเที่ยว /  กินลมชมวิว / 

กลับมาอีกครั้งกับการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวประจำเดือน เรายังคงอยู่กับป่าเขา น้ำตก และธรรมชาติอีกเช่นเคย ยิ่งหน้าฝนแบบนี้ แดดไม่ร้อน ต้นไม่ใบหญ้าเขียวขจี ถ่ายรูปออกมาสวยงามสุด ๆ travel.mthai.com ได้รวบรวมมาไว้ให้คุณ มาดูกันดีว่าว่า 10 ที่เที่ยวประจำเดือนสิงหาคม มีที่ไหนน่าไปเที่ยวบ้าง แต่รับรองว่าถูกใจคนรักธรรมชาติแน่นอน ทั้ง กินลม ชมวิว ชิลน้ำตก แนะนำ 10 ที่เที่ยวประจำเดือนสิงหาคม 1. น้ำตกผาดอกเสี้ยว จ.เชียงใหม่ น้ำตกผาดอกเสี้ยว หรือ น้ำตกรักจัง ตั้งอยู่บ้านแม่กลางหลวง ในเขตของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์น้ำตกผาดอกเสี้ยวนั้นมีทั้งหมด 10 ชั้น แต่ไฮไลท์ที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องไปเยือนคือชั้นที่ 7 เพราะสายน้ำจากน้ำตกชั้นบนไหลตกลงมากระทบชั้นล่าง มีความสูงราว 20 เมตร สวยงามตระการตา ส่วนที่มาของชื่อน้ำตกผาดอกเสี้ยวก็มาจากชื่อต้นเสี้ยวซึ่งเป็นไม้เด่นบริเวณน้ำตกนั้นเอง 2. เขากระโจม สวนผึ้ง จ.ราชบุรี เขากระโจม เป็นยอดเขาสูงสุดในเทือกเขาตะนาวศรี อยู่ห่างจากอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ประมาณ 29 กิโลเมตร ความจริงแล้ว เขากระโจม เป็นที่รู้จักกันมานานพอสมควร เป็นยอดเขาที่มีชื่อเสียงในเรื่องของจุดชมวิวทะเลหมอกที่สวยงาม เนื่องจากมีความสูงประมาณ 1,045 การเดินทางขึ้นไปยังเขากระโจมนั้น ขอบอกว่าค่อนข้างยากลำบากมาพอสมควร เนื่องจากว่าระยะทางจากตีนเขาถึงยอดเขานั้นเป็นระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร และการขึ้นไปที่เขากระโจมก็ต้องใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้น 3. ทุ่งดอกปอเทือง จ.สงขลา ดอกปอเทืองสีเหลืองสวยสดจะบานสะพรั่งเต็มท้องทุ่งกว่า 300 ไร่ ที่ ต.รำแดง อ.สิงหนคร จ.สงขลา อันที่จริงแล้วดอกปอเทืองนี้ เป็นพืชปรับปรุงบำรุงดินที่ถูกนำมาปลูกในแปลงนา เพื่อเป็นปุ๋ยพืชสดช่วยบำรุงดิน โดยมีลักษณะเด่นคือ มีดอกสีเหลืองสวยงาม ซึ่งการปลูกดอกปอเทืองเป็นพืชที่เข้ามาเติมเต็ม เพื่อให้ท้องทุ่งนาดูสวยงามขึ้น และนักท่องเที่ยวก็สามารถเดินทางมาสัมผัสความสวยงาม และถ่ายภาพเป็นที่ระลึกได้ สอบถามยามดอกไม้บาน ได้ที่ : องค์การบริหารส่วนตำบลรำแดง โทร. 08 64882549 , 0 74318451 4. น้ำตกปิตุ๊โกร จ.ตาก “น้ำตกปิตุ๊โกร” หรือ เปโตร๊ะลอซู น้ำตกที่อยู่บนดอยเทือกเขาสามหมื่น ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง จ.ตาก เป็นน้ำตกที่ได้ขึ้นชื่อว่าอยู่สูงที่สุดในเมืองไทย ด้วยความสูงกว่า 500 เมตร (วัดด้วยเครื่อง GPS) หรือเกือบสองเท่าของตึกใบหยก นับเป็นน้ำตกที่อลังการสุด ๆ แต่การจะเดินทางไปถึงนั้นโหดเอาเรื่องทีเดียว ที่น้ำตกแห่งนี้ยังเต็มไปด้วยความโรแมนติกด้วย ถ้านักท่องเที่ยวได้มองน้ำตกปิตุ๊โกรจากระยะไกล จะเห็นน้ำตกแห่งนี้เป็นรูปหัวใจ บางคนจึงเรียกที่นี่ว่าน้ำตกรูปหัวใจ 5. เขาไข่นุ้ย จ.พังงา เขาไข่นุ้ย เป็นจุดชมทะเลหมอกของภาคใต้ ซึ่งเวลานี้กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะมีทะเลหมอกให้ชมตลอดทั้งปี แนะนำให้มาในช่วงที่มีคลื่นลมทะเลสงบเท่านั้น นักท่องเที่ยวถึงจะได้เห็นปุยขาวของทะเลหมอกบนเขาไข่นุ้ยแห่งนี้ได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ เขาไข่นุ้ย ยังมีสิ่งมหัศจรรย์ที่ไม่แพ้ดอยหรือภูทางตอนบนของประเทศ นั่นคือความงดงามของพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก ของทะเลอันดามัน และวิวทิวเขาเรียงรายสวยงามโดดเด่นจนเห็นได้ชัด แถมมีอากาศเย็นสบายคล้ายภาคเหนือ จึงไม่แปลกที่นักท่องเที่ยวนิยมมาตั้งเต้นท์ เพื่อรอชมงามของสถานที่สุดโรแมนติกแห่งนี้ 6. ทุ่งโปรงทอง ปากน้ำประแส จ.ระยอง ทุ่งโปรงทอง ปากน้ำประแส จังหวัดระยอง ป่าชายเลนผืนใหญ่กว่า 6,000 ไร่ ที่อุดมสมบูรณ์มากอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่จุดชมวิวทุ่งโปรงทองที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ยามที่แสงอาทิตย์สาดส่องลงมา จะได้เห็นทุ่งต้นโปรงทองสีทองอร่ามไปทั่วแบบ 360 องศา ถ้าไม่เชื่อ ต้องลองไปดูให้เห็นกับตา 7. น้ำตกวชิรธาร จ.เชียงใหม่ น้ำตกวชิรธาร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ เดิมชื่อ ตาดฆ้องโยง ตัวน้ำตกอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 750 เมตร น้ำจะดิ่งจากผาด้านบนตกลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง ในช่วงที่มีน้ำมากละอองน้ำจะสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณรู้สึกได้ถึงความเย็นและชุ่มชื้น สะพานไม้ที่ทอดยาวเข้าไปหาหน้าผานั้นจะเปียกลื่นอยู่ตลอดเวลาในฤดูน้ำมากแต่หากเดินเข้าไปจนสุดจากจุดนั้นจะได้สัมผัสกับความงามของน้ำตกมากที่สุด 8. ดอยผาตั้ง จ.เชียงราย นับว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากบรรดานักท่องเที่ยว โดยตั้งอยู่ในเขตตำบาลปอ อำเภอเวียงแก่น จากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,800 เมตร ดอยผาตั้งเป็นยอดภูเขาสูงตั้งเผป็นดอยอยู่ติดกับสถานที่จอดรถและร้านค้าบริการ โดยจากยอดดอยนั้นสามารถรับชิมทัศนียภาพที่สวยงามอันจะสามารถเห็นฝั่งมีน้ำโขงฝั่งลาวและยังสามารถมองเห็นยอดของภูชี้ฟ้าที่อยู่ห่างออกไปจากดอยผาตั้งแห่งนี้อีกกว่า 25 กิโลเมตร ดอยผาตั้งนั้นตั้งอยู่ใกล้ทางหลวงหมายเลข 1093 กิโลเมตรที่ 89 เป็นจุดชมวิวไทย-ลาว มีความสูง 1,635 เมตร และเที่ยวชมทะเลหมอกได้ตลอดทั้งปี 9. ทุ่งดอกเทียนปีกผีเสื้อ ดอยหัวหมด จ.ตาก ดอยหัวหมด คือ จุดชมวิวอาทิตย์ขึ้นและตกที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในอำเภออุ้มผาง แต่นักเดินทางตัวจริงจะรู้กันดีว่าเมื่อถึงฤดูกาลที่ฝนโปรยสาย จะเกิดสิ่งมหัศจรรย์ขึ้นเต็มลานบนยอดดอย เมื่อดอกไม้เล็กๆ นามว่าเทียนปีกผีเสื้อ แตกดอกออกช่อโผล่ขึ้นมาเหนือทุ่งหญ้า เปลี่ยนดอยหัวหมดให้กลายเป็นแดนสวรรค์สีชมพูภายในพริบตา ยิ่งสายลมพัดพาดอกไม้สะบัดไหวไปตามแรงลม ยิ่งทำให้ดูคล้ายผีเสื้อตัวเล็กตัวน้อยกำลังเริงระบำกลางม่านฝน กลายเป็นภาพที่สวยงามน่าดูชม ถึงแม้จะฝ่าถนนลอยฟ้าพันโค้งมาอย่างยากลำบาก เพียงเจอเจ้าเทียนปีกผีเสื้อเหล่านี้เบ่งบาน ความเหนื่อยล้าก็แทบมลายหายเป็นปลิดทิ้ง สอบถามยามดอกไม้บาน ได้ที่ : ททท. สำนักงานตาก โทร. 0 5551 4341-3 10. น้ำตกหมันแดง ภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก ชื่นชมความมหัศจรรย์ของน้ำตกหมันแดง ณ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก ที่ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ดงดอกลิ้นมังกรสีชมพู ที่หาดูได้ยาก และช่วงเวลาที่เหมาะสมคือเดือนสิงหาคมของทุกปี การเข้าถึงน้ำตกหมันแดงแห่งนี้ ถือว่าสมบุกสมบันมากทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นทางที่ค่อนข้างลื่น บวกกับดงทากนับพันสุดสะพรึง เป็นอะไรที่ท้าทายมาก ๆ ต้องเตรียมตัววางแผนไปให้พร้อม เพราะรางวัลรอคุณอยู่ที่ปลายทาง เมื่อได้เห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า คุณจะลืมความเหนื่อยจนหมดสิ้น จะมีแต่ความประทับใจไม่รู้ลืม ขอบคุณข้อมูลจาก : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ขอบคุณภาพถ่ายจาก … คุณ Manus Tagsri    >>  www.facebook.com/ChillDTravel คุณ Little Potchara  >>  www.facebook.com/baagklong คุณ Theerasak Saksritawee  >>  www.facebook.com/popumon เรื่องและเรียบเรียงโดย : muzTong – Travel MThai

จำได้ไหม!? ลุคแรก-เพลงแรก แจ้งเกิดเหล่าศิลปิน K-POP
2NE1 /  2PM / 

ยังจำได้ไหม? กว่าจะก้าวสู่การเป็นศิลปินชั้นนำในวงการเพลง K-POP ในวันนี้ เหล่าศิลปินเกาหลีสุดฮอตต่างเคยปล่อยเพลงแรกหวังแจ้งเกิด บ้างก็โด่งดังทันทีเป็นพลุแตก บ้างก็ค่อยๆ เกี่ยวเก็บประสบการณ์ บ้างก็เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งเพิ่มและลดสมาชิก... แต่ทุกศิลปินต่างมีพัฒนาการทั้งด้านงานเพลง รวมไปถึงเรื่อง 'ลุค' วันนี้ music.mthai.com ขอรวบรวมลุคแรกและเพลงแรกซึ่งเริ่มแจ้งเกิด ก่อนที่พวกเขาและเธอจะก้าวสู่การเป็นซุป'ตาร์มาเพื่อการย้อนความทรงจำอีกครั้ง... จะยังจำได้กันไหมนะ!?! โบอา นักร้องสาวเสียงดีที่เริ่มต้นบนถนนสายดนตรีตั้งแต่อายุ 14 ด้วยอัลบั้มแรก ID; Peace B ซึ่งมาพร้อมการเต้นที่แข็งแรงสุดน่าทึ่ง BOA - ID:peace B, 보아 - 아이디 피스 비, Music Camp 20001014 ดงบังชินกิ พวกเขาสร้างความประทับใจแก่แฟนๆ ตั้งแต่แรกพบ ด้วยโชว์เพลง Hug เพลงเดบิวต์ครั้งแรก ในงานโชว์เคสของ โบอา-บริทนีย์ สเปียร์ส เมื่อปี 2003 [HD] DBSK - Hug (Debut Performance) Super Junior เดบิวต์ด้วยสมาชิกรุ่นแรก 12 คน ด้วยผลงานเพลงสุดเท่ Twins (Knock Out) เมื่อปี 2005 (ก่อนที่ คยูฮยอน จะเข้ามาภายหลัง) [FULL HD] Super Junior Debut Performance (November 6, 2005) BIGBANG เดบิวต์ในปี 2006 ด้วยการปรากฏตัวในคอนเสิร์ต 10 ปี YG Family ก่อนที่พวกเขาจะปล่อยซิงเกิ้ลแรก Bigbang และตามมาด้วยสตูดิโออัลบั้ม Bigbang Vol.1 bigbang debut stage 10.01.2006 (music bank) หากยังจำ Irony เพลงแรกของ Wonder Girls เมื่อปี 2007 กันได้ ตอนนั้นพวกเธอยังมี ฮยอนอา ร่วมวงด้วย (ปัจจุบัน ฮยอนอา เป็นสมาชิกวง 4minute) Wonder Girls - Irony, 원더걸스 - 아이러니, Music Core 20070210 ในปี 2007 Girls' Generation แจ้งเกิดในวงการเพลงเกาหลีด้วยเดบิวต์ซิงเกิ้ล Into the New World ผลงานเพลงสุดสดใสที่ฟังยังไงก็ไม่เบื่อ [HD] SNSD - Debut Stage @ Inki [ August 5, 2007 ] ในขณะที่วงไอดอลเกร่อเต็มวงการ K-POP แต่ FTISLAND กลับแจ้งเกิดอย่างน่าสนใจในฐานะวงดนตรี และพวกเขาก็ยังคงประสบความสำเร็จในแนวทางของตัวเองจนถึงทุกวันนี้ 070607 Mcountdown - FTISLAND - 사랑앓이 (LOVE SICK) "ชิบ จอม มัน จอ เม ชิบ จอม" กลายเป็นประโยคฮิต เมื่อ 2PM ส่ง 10 Out of 10 กลายเป็นเพลงฮิต พร้อมแจ้งเกิดไอดอลสัญชาติไทย นิชคุณ หรเวชกุล สู่วงการเพลงเกาหลีอย่างภาคภูมิ 2PM- 10 out of 10 (투피엠-10점만점에10점) @SBS Inkigayo 인기가요 20080907 ห้าหนุ่มพลังแสง SHINee ทำเอาจิตใจพี่สาวอ่อนระทวย กับเพลงจีบนูน่า Replay ผลงานจากมินิอัลบั้มแรกของพวกเขา 080530 SHINee -Replay [Debut stage] ในปี 2009 ก็ได้ฤกษ์ที่หกหนุ่มบอยแบนด์อสูร วง B2ST จะแจ้งเกิดในวงการเพลง K-POP อย่างเป็นทางการ ด้วยเพลงฮิตติดหู Bad Girl [HD] BEAST Debut - Bad Girl 18.10.09@1nkig4y0 T-ARA ปูทางในวงการเพลงด้วยผลงาน ost. ของ Cinderella Man ก่อนจะส่งเดบิวต์ซิงเกิ้ล Lies สร้างความประทับใจแก่แฟนๆ ด้วยภาพลักษณ์เกิร์ลกรุ๊ปใสๆ 30.07.2009 [MCountdown] T-ARA: Lies ฮยอนอา หวนสู่วงการเพลงอีกครั้ง (หลังจากถอนตัวจาก Wonder Girls) ครั้งนี้เธอมาพร้อมความฮอต สมชื่อ Hot Issue ซิงเกิ้ลแรกของเกิร์ลกรุ๊ป 4 minute 4minute Hot Issue Debut Stage Jun 18, 2009 2NE1 เกิร์ลกรุ๊ปสุดแซ่บ จาก YG. ปรากฏตัวครั้งแรกด้วย Lollipop เพลงโฆษณาที่พวกเธอร่วมร้องกับ BIGBANG ก่อนส่งเพลงเดบิวต์ Fire ฮอตฮิตในปี 2009 2NE1 -- Fire LIVE [HQ] หลังจากกรุยทางในวงการเพลงญี่ปุ่นมาล่วงหน้า ปี 2010 ก็ถึงเวลาที่ CNBLUE จะเดบิวต์ในวงการเพลงเกาหลีด้วยลุคร็อกแบนด์สุดเท่ ส่งเพลง I'm a Loner ฮิตติดชาร์ต CNBLUE - I'm a loner, 씨엔블루 - 외톨이야, Music Core 20100116 ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

บี้-เอสเธอร์-สน-บี นำทีมบวงสรวงละคร 2 เรื่อง 2 รส แต่ปางก่อน-เธอคือพรหมลิขิต
ละคร แต่ปางก่อน /  ละคร เธอคือพรหมลิขิต / 

    ป้อน นิพนธ์ ผิวเณร ผู้อำนวยการสายงานการผลิตละคร ช่องวัน31 นำทีมทำพิธี บวงสรวงเปิดกล้องละคร 2 เรื่อง 2 รส แต่ปางก่อน ละครแนวพีเรียดสุดคลาสสิค ผลงานกำกับโดยสันต์ ศรีแก้วหล่อ การโคจรมาเจอกันอีกครั้งของพระนางคู่ขวัญ สน ยุกต์ และ วิว วรรณรท พร้อมด้วยละครโรแมนติกตราม่า เธอคือพรหมลิขิต ซึ่งเป็นการเจอกันครั้งแรกของพระนางสุดฮอต บี้ สุกฤษฎิ์ และ เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา ผลงานการกำกับโดย หวอ วรวิทย์ นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยทัพนักแสดงมากฝีมือที่มาร่วมพิธีในครั้งนี้กันคับคั่ง อาทิ บี น้ำทิพย์, ตูมตาม ยุทธนา,เฌอเบลล์ ลัลณ์ลลิน,จารุณี สุขสวัสดิ์,เฟรช อริศรา,พ้อยท์ ชลวิทย์,ซี หทัยรัตน์,ดวงตา ตุงคะมณี,กิ๊ก-มยุริญ, ตั้ม วราวุธ ฯลฯ โดยพิธีบวงสรวงจัดขึ้นที่ แอ็กซ์ สตูดิโอ จ.ปทุมธานี  ละคร แต่ปางก่อน   ละคร แต่ปางก่อน   ละคร แต่ปางก่อน   ละคร แต่ปางก่อน   ละคร เธอคือพรหมลิขิต   ละคร เธอคือพรหมลิขิต   ละคร เธอคือพรหมลิขิต   ละคร เธอคือพรหมลิขิต   ละคร เธอคือพรหมลิขิต