รถเมล์สาย536

10 นางร้ายสายฮาที่ใครก็เกลียดไม่ลง
นางร้ายสายฮา /  สาวสวยอารมณ์ดี

  สวยมักนกตลกมักได้ แหม...เป็นวลีสุดฮิตที่สาวๆ มักใช้กันเลยไม่แปลกใจที่ตอนนี้บรรดานางร้ายสายโหดมักจะหายไปจากหน้าจอคงเหลือไว้แต่นางร้ายสายฮาที่คนดูทั้งหลายไม่กล้าที่จะเกลียดจนถึงขั้นแช่งชักหักกระดูกเหมือนสมัยก่อน แต่จะมีใครกันบ้างไปดูกันเลย ไอซ์ อภิษฏา   งานนี้ใครๆ ก็ยกตำแหน่งนางร้ายสายฮาให้กับ สาวไอซ์ อภิษฏา เป็นที่เรียบร้อย โถ..ก็สาวไอซ์นั้นเป็นนางร้ายที่อารมณ์ดี แถมยังมีเสน่ห์และความเซ็กซี่ในแบบของตัวเองที่ไม่เหมือนใครและยังนิสัยน่ารักมีมุมติดตลกไม่หยิ่งเชิด เหมือนกับนักแสดงบางคนเลยไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหนุ่มๆ หลายคนถึงได้ต่างตกหลุมรักสาวไอซ์ อภิษฏากันถ้วนหน้า แต่งานนี้หมดสิทธิ์ เพราะตอนนี้สาวไอซ์มีหวานใจอย่างหนุ่มแม็กซ์จับจองหัวใจเป็นที่เรียบร้อย มะปราง วิรากานต์ เป็นนางร้ายสายฮาที่นอกจากตัวจริงจะน่ารักน่าเอ็นดูในสายตาของทุกคนแล้วสำหรับสาวมะปราง วิรากานต์ เพราะไม่ว่าสาวมะปรางจะเล่นละครได้ร้ายขนาดไหน แต่ก็มีบางมุมที่น่ารักจริงๆ ในเรื่องของความรัก คู่ของสาวมะปรางกับหวานใจอย่างหนุ่มอัทธ์ ก็จัดว่าเป็นคู่รักสายฮาอีก1 คู่ในวงการเลยทีเดียว   เรียกว่าเป็นนางร้ายสายฮาอีกคนที่ความครบเครื่องของวงการสำหรับสาว มิ้นท์ มิณฑิตา ที่ลูกสาวคนเก่งของนักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง โกวิท วัฒนกุล ที่แจ้งเกิดในรายการ True Academy Fantasia Season 3 เพราะนอกจากผลงานทางด้านการแสดงที่ใครๆ มักจะได้เห็นบทบาทด้านการแสดงที่สุดแสนจะน่ารักน่าหยิกของสาวมิ้นท์ แล้ว น้ำเสียงของสาวมิ้นท์ก็เป็นรองใคร เพราะเราก็จะได้ยินเสียงเพราะๆ ของเธอกันอยู่เป็นประจำในการร้องเพลงประกอบละครอยู่บ่อยๆ ซาร่า นลินธารา    เรียกว่าหันมาเอาดีกับการเป็นนางร้ายสายฮาไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับนักแสดงสาว ซาร่า นลินธารา โฮเลอร์ เพราะหลังจากแจ้งเกิดจากการประกวด AFเธอก็โกอินเตอร์ไปไกลถึงประเทศจีน แต่พอสาวซาร่าได้มาเป็นหนึ่งในกรรมการ รายการ The Mask Singer บอกได้เลยว่า การเล่นมุขของเธอนั้นได้ใจชาวเน็ตไปเต็มๆ ปุยฝ้าย ณัฎฐพัชร์   เรื่องของความฮาต้องยกให้นางเลยสำหรับสาว ปุยฝ้าย ณัฎฐพัชร์ ถึงแม้ตอนนี้เรื่องราวความรักของสาวปุยฝ้ายจะไม่ค่อยลัคกี้สักเท่าไหร่ แต่เรื่องงานนี่ต้องยอมให้นางเลยจ้า โถ..ก็ทุกวันนี้สาวปุยฝ้ายมีงานทุกวันเรียกว่าคิวแน่นเอี้ยดเลยทีเดียว โดยเฉพาะเวลาที่นางรับเล่นร้ายหลายคนต่างก็ชื่นชอบเพราะนางเต็มที่กับงานจริงๆ แพท ณปภา   จากนางเอกตัวท็อปอันดับต้นๆ ของช่อง 3 ตอนนี้สาว แพท ณปภา คุณแม่สุดสตรอง ของน้องเรชชิ่งก็ผันตัวมาเป็นนางร้ายสายฮาอีกคนหนึ่งของวงการเพราะความตลกและความน่ารักของสาวแพททำให้เธอกลับมาดังเปรี้ยงมีงานชุกอีกครั้งหนึ่ง กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์   ถึงแม้ว่าตอนนี้จะไม่กลับไปรับงานละครเหมือนเมื่อก่อนเพราะอดีตนางร้ายสายฮาอย่างกุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ ต้องผันตัวมาทำหน้าที่คุณแม่สุดแซ่บให้กับน้องเป่าเปาซุปตาร์ตัวน้อยของวงการ ด้วยความที่สาวกุ๊บกิ๊บเป็นนักแสดงสาวอารมณ์ดีมีส่งผลให้น้องเป่าเปาเป็นเด็กที่ฉลาดและอารมณ์ดีตามคุณแม่นั่นเอง จิ๊บ ปกฉัตร   สำหรับสาวเซ็กซี่ตัวแม่อย่างจิ๊บ ปกฉัตร ก็เป็นอีกคนที่ตอนนี้เริ่มจะหันมาเอาดีกับการเป็นนางร้ายสายฮาของวงการบันเทิง แถมมีแววดีซะด้วย ส่วนเรื่องความรักบอกเลยตอนนี้เริ่ดมากเพราะตั้งแต่นางเลิกกับสาวหล่อและหันมาคบกับผู้ชายทั้งแท่งดูชีวิตของสาวจิ๊บดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หนูเล็ก ภัทรวดี   สำหรับหนูเล็ก ภัทรวดี หรือหนูเล็ก ก่าก๊ะ ที่ก่อนหน้านี้ She โดนเทียบกับซุปตาร์ชั้นแนวหน้าอย่าง ญาญ่า อุรัสยา บอกเลยว่าหนูเล็ก แจ้งเกิดมาจากสายฮาตั้งแต่แรก พอมารับเล่นบทร้ายปุ๊บ มันก็จะดูน่ารักและเป็นธรรมชาติสุดๆและเชื่อว่าคงไม่มีเกลียดนางร้ายอย่างหนูเล็กลงอย่างแน่นอนจริงมะ ก่าก๊ะ ต้นหอม ศกุนตลา    สำหรับดีเจสาวอารมณ์ดีอย่างต้นหอม ศกุนตลา หวานใจของนักแสดงหนุ่มรุ่นน้องอย่าง ซัน ประชากร บอกเลยว่าShe ก็เป็นนางร้ายสายฮาอีกคนที่ไม่ควรมองข้าม เห็นเงียบๆอย่างนี้สาวต้นหอมก็ผ่านงานแสดงมาแล้วนับไม่ถ้วนเลยทีเดียว CR:@Apitsada, @faaaiiii_natapat, @pat_napapa, @gggubgib36, @gyp_pokchat, @djtonhorm, @sara_hohler, @mint.tita, @maprang_vira, @nulek_kaka

ตาล ลีโอเกิร์ล เปิดใจทั้งน้ำตาอโหสิฯให้ ชาคริต!! ตัดพ้อถูกด่ามโนไปเองยันมีหลักฐานชัดเจน!!
ชาคริต แย้มนาม /  ข่าว ชาคริต แย้มนาม / 

  ยังคงเป็นกระแสให้ติดตามกันได้ตลอดๆ สำหรับพระเอกหนุ่มไม้เลื้อย ชาคริต แย้มนาม กับอดีตนางแบบสาวเซ็กซี่ ตาล ลีโอเกิร์ล หรือ ตาล สรัญญา หลังจากที่ฝ่ายหญิงออกมาแฉเชิงปรึกษาผ่านรายการวิทยุชื่อดังว่าเคยคบกับ พระเอก K แต่พอมีข่าวขึ้นมากลับถูกพระเอกดังเทซะงั้น แถมยังมีไลน์หลุดออกมายืนยันความสัมพันธ์ให้ฝ่ายชายดิ้นไม่หลุดอีก ซึ่งทำให้ ชาคริต แย้มนาม ต้องยกเลิกงานกะทันหันโดยอ้างว่าคุณแม่ป่วย โดยในขณะเดียวกัน ด้าน ตาล สรัญญา ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านรายการทีวียอมรับว่าผู้ชายที่ตนกล่าวถึงนั้นคือ ชาคริต จริง ซึ่งฝ่ายชายทำให้ตนรู้สึกว่าเป็นคนพิเศษ พร้อมกับยืนยันว่าไม่ได้มโนไปเอง และขอโทษที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายซึ่งตนไม่ได้มีเจตนาทำร้ายฝ่ายชายใดๆ ทั้งสิ้น   หลังจากผ่านมาร่วมเดือนด้าน ชาคริต ก็ได้ออกมาไขข้อข้องใจกับสื่อมวลชนเป็นครั้งแรกถึงประเด็นดังกล่าว ยอมรับรู้จักกันจริงเพราะเจอกันตามงานต่างๆ ซึ่งฝ่ายหญิงได้เข้ามาให้กำลังใจตน และตนก็ให้คำปรึกษาถามสารทุกข์สุกดิบกลับโดยไม่ได้ให้ความหวังอะไร ย้ำคุยแบบเพื่อนแบบน้องแค่เดือนเดียว ยันไม่ได้คบเพราะโสดมาตลอดตั้งแต่เลิกกับภรรยา พร้อมกับอโหสิกรรมให้ในเรื่องที่เกิดขึ้น ต่อไปนี้คงไม่มีเหตุผลที่จะต้องเจอกันอีก   ล่าสุดวันนี้ (8ส.ค.60) ด้าน ตาล สรัญญา หรือ ตาล ลีโอเกิร์ล ได้เดินทางมาอัดรายการยิ่งศักดิ์ยิ่งแซ่บ พร้อมกับเปิดใจทั้งน้ำตาย้ำชัดตนไม่ได้มโนไปเอง เพราะมีหลักฐานทุกอย่าง ทั้งข้อความ แชทไลน์ และคลิปเสียง แต่เหตุที่ออกมาพูดอีกครั้งเพื่อต้องการให้แง่คิดกับผู้หญิงคนอื่นๆ รับตนได้ส่งข้อความขอบคุณเชิงประชดประชันและตัดพ้อไปหาฝ่ายชายจริง หลังได้ฟังฝ่ายชายให้สัมภาษณ์ แต่อีกฝ่ายไม่ได้ตอบกลับอะไรกลับมา แจงเหตุที่ตนโพตส์ข้อความ "พี่แม่งโคตรไม่แมนเลยวะ" เพราะตอนนั้นรู้สึกเช่นนั้นจริงๆ ที่คนมารุมด่าตน ตอนนี้ตนไม่ได้ติดต่อกับฝ่ายชายเพราะไม่รู้จะติดต่อกันไปอีกทำไม และคงอโหสิกรรมกลับไปเช่นกัน ซึ่งคำว่า "อโหสิ" ส่วนตัวแล้วไม่ใช่คำแรง แต่รู้สึกเหมือนกับเป็นการอภัยให้กันมากกว่า!!   "จริงๆ วันนี้ก็พูดถึงเรื่องของเราเองซะส่วนใหญ่ ไม่ได้พูดถึงใครมาก (ถ้าย้อนไปที่โพสต์ครั้งล่าสุดหมายถึงพี่เขาเป็นความรู้สึกอย่างไร?) เป็นความรู้สึก ณ ตอนนั้นที่เราอ่านข่าวอ่ะค่ะ ก็เลยโพสต์ไปอย่างนั้น ตอนนั้นก็รู้สึกเสียใจนะคะ แล้วก็รู้สึกไม่ค่อยดี เราก็เลยโพสต์ไปแบบนั้น คือไม่คิดว่าพี่เขาจะใช้คำบางคำกับเราอย่างนี้ค่ะ ก็เลยรอให้ชัวร์ก่อน หลอนอ่ะค่ะ คำนี้รู้สึกแบบว่าหลอนอะไรเรา"   "(ย้อนไปกลับถึงความสัมพันธ์กับชาคริต มันมากกว่าคำว่าพี่น้องหรือผู้ร่วมธุรกิจกันหรือเปล่า?) ถ้าเกิดในมุมของตาล ตาลคิดว่าก็พิเศษนะคะ สนิทในระดับหนึ่ง ใช้คำนี้ดีกว่า (ปรึกษาเรื่องธุรกิจ) เรื่องนี้ก็มีค่ะ ช่วงแรกๆ แล้วมีเรื่องอื่นทั่วๆ ไปด้วยในระยะเวลาที่คุยกันมา นอกจากธุรกิจก็เริ่มมีเรื่องส่วนตัวของเรา ชีวิตประจำวันของทุกๆ วัน ก็เรื่องทั่วไปด้วย มันก็มากกว่าคำว่าธุรกิจอยู่แล้ว"   "(บางตอนเขาบอกว่าเราส่งสังฆทานไปแค่อนุโมทนาสาธุแค่นั้นเอง ไม่ได้มีอะไรเกินกว่านั้น?) อันนั้นเป็นรายละเอียดยิบย่อยในการคุยอยู่แล้ว บางทีก็มีบ้างที่พี่เขาบอกไปทำบุญเหมือนกัน เราก็อนุโมทนาบุญให้เหมือนกัน มันก็เป็นชีวิตประจำวันของหลายๆ วันที่ต่างคนต่างไปทำบุญอ่ะค่ะ (คำพูดไหนที่เรารู้สึกว่าเขารู้สึกดีกับเรามีความเป็นพิเศษต่อกัน?) ก็มีการเป็นห่วงเป็นใยกัน ถ้าจะให้ระบุคำพูดเลย ถ้าบางทีเดี๋ยวเราพูดผิดเพี้ยนไป ก็ถามสารทุกข์สุกดิบ เจอกันบ้างอะไรอย่างนี้ค่ะ ก็มีนะ ประมาณว่า เรามารู้จักกันก็อย่าหายไปจากชีวิตกันและกัน คือบางครั้งมันไม่จำเป็นต้องบอกรักกันหรอก พูดอย่างนี้มันก็รู้สึกดีนะว่าอย่างน้อยไม่ว่าจะฐานะไหนก็อย่าเดินออกไปจากชีวิตกัน มันมาเจอเป็นเพื่อนหรือเป็นพี่น้องกันมันก็ดี ก็มีเยอะอ่ะค่ะ จริงๆ ก็สักพักนะคะ นอกจากจะมีเรื่องข่าวหรือภาพหลุดออกไปครั้งแรกเลยค่ะ แล้วก็ยังมีการทักทายกันอยู่บ้าง ยังไม่ได้เชิงแบบเลิกคุยเรื่องอื่นต่อกันไปเลย"   "(ตอนนี้มันกลายเป็นแบบว่าเราเกาะกระแส?) ทุกวันนี้ก็ยังทำงานเหมือนเดิมอยู่นะคะ ไม่ได้มีอะไรเพิ่มขึ้นมากมาย ไม่ได้มีใครติดต่อมาให้ไปเล่นหนังหรือเล่นละคร แถมรายได้ยังจะหดด้วย โพสต์ขายของอะไรไม่ได้เลยตอนนี้ (แสดงว่ามันกระทบกับเรามาก?) จริงๆ มันก็ไม่ได้เชิงมากนะคะ แต่เราก็คิดว่าให้มันสักพักก่อนดีกว่า เพราะช่วงนั้นมันยังรุนแรงเหลือเกิน เวลาเราโพสต์อะไรก็มีคนมาว่า เลยคิดว่าไม่อยากให้มีเรื่องของงาน แต่ลูกค้าหรือออเดอร์ก็ยังปกติ"   "(รู้สึกว่าเราพลาดไหมที่เป็นคนเริ่มเรื่องจากการโทรไปปรึกษาในรายการ?) ก็มีความรู้สึกนึดๆ นะคะ รู้สึกเหมือนกัน แต่เราไม่ได้มีเจตนา ตั้งใจจะให้คนอื่นเขารู้ว่าเป็นใคร แต่เราอาจะผิดเองที่อาจจะบอกข้อมูลเยอะไปหน่อย (ความสัมพันธ์จบไปแล้ว ทำไมเราถึงยังไม่จบ?) จริงๆ ตัวเขาเองก็เหมือนจะไม่ได้พูดด้วยแหละค่ะ ว่าไม่คุยหรือไม่อะไร มันก็เลยเป็นอะไรที่ค้างคาใจเราด้วย ณ วันนี้เราก็ทราบแล้วแหละค่ะ ว่ามันคืออะไร (แสดงว่าตอนที่คุยกันก็ไม่ได้ตกลงว่าเป็นแฟนกันอย่างชัดเจน?) ตาลรู้สีกว่า พอเราเริ่มอายุมากขึ้น มันไม่มีใครหรอกว่าคุยกันอย่างนี้แบบเราเป็นแฟนกันนะ แล้วคำพูดพวกนี้หนูไม่ได้ใช้มานานมากแล้วค่ะ มันเป็นการเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ดีไม่ว่าจะในฐานะไหน ตอนแรกเราก็ไม่ได้คิดที่จะไปบอกใคร คนรู้ก็แค่เพื่อนเราหรืออะไรอย่างนี้เฉยๆ แล้วทุกคนก็ไม่ได้พูด แล้วเราก็เป็นคนพูดกับเพื่อนๆ ด้วยซ้ำว่า ไม่ต้องไปบอกใครรู้กันแค่นี้"   "(รู้สึกยังไงพอเขาพูดว่า ผมถ่ายรูปกับใครคนนั้นต้องเป็นเมีย?) คำนี้หนูก็รู้สึกเหมือนกันว่า ไม่ว่าหนูจะไปออกรายไหนหรือว่าพูดกับใคร หนูก็ยังไม่เคยใช้คำว่าหนูเป็นเมียพี่เขาเลยนะคะ ไม่ได้ระบุสถานะค่ะ หรือจะเป็นพี่เป็นน้อง เป็นเพื่อนหรือเป็นอะไรก็ได้ หนูฟังหนูก็คิดว่า หนูไม่ได้ออกตัวว่าหนูคบกับพี่เขาเป็นแฟนนะ แต่หนูก็ไม่รู้ว่าความรู้สึกของพี่เขา ณ ตอนนั้น คิดอะไรอยู่ก็ไม่รู้นะคะ (เห็นว่าซื้อหมอนให้ด้วย?) ก็เขาทำงานหนักใช้ชีวิตบนรถซะส่วนใหญ่ ก็ไปเจอหมอนเกี่ยวกับสุขภาพ มันดีอ่ะค่ะเราเลยนึกถึง แต่เราก็ซื้อให้พ่อเราแล้วก็ให้พี่เขาด้วย แต่เราไม่รู้ว่าเขาเอาไปทิ้งหรืออะไร"   "(วันที่พาครอบครัวไปกินข้าวนี่คือ เพื่อจะเปิดตัวว่านี่เป็นคนที่เราคุยด้วย?) ก็ไม่ได้จะเปิดตัวนะคะ ไม่เชิงเปิดตัว เราเคยไปทานแล้ว แต่ไม่ได้มีครอบครัว คราวนี้เราก็รู้ว่าอาหารบ้านเขาอร่อย ก็ไปพูดกับน้องชายว่า เดี๋ยวไปกินข้าวร้านพี่เขากัน ก็เลยหาวันว่างไปกัน ไปกินข้าวที่ร้านพี่แล้วก็ ณ ตอนนั้นคือ คุณพ่อคุณแม่ เขาก็ชอบดูซิทคอมของพี่เขาอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้ดี๊ด๊าก็ไปทานปกติ แล้วเราก็เป็นคนจ่ายตังค์เองด้วย ไม่ได้มีใครเลี้ยงเรา (แล้วเราแนะนำยังไง?) คือตัวพี่เขาเองทราบว่าเราจะไปทานข้าว มีการนัดกัน พอไปถึง พี่เขาก็เดินมาที่โต๊ะ ก็มีการนั่งคุยถ่ายรูป คุยกับคุณพ่อคุณแม่ (บอกไหมว่าพี่คนนี้พิเศษแค่ไหน?) ก็ไม่ได้แนะนำ ก็แค่บอกว่าอันนี้พ่อเรา อันนี้แม่เรา พี่เขาก็ให้มารยาทที่ดี ยกมือไหว้ ไม่ได้พูดชื่อเขาก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นใคร ตาลเองก็ไม่ได้เล่าให้ที่บ้านฟังเท่าไหร่ แต่ก็พอทราบว่าเรามีไปทานข้าวกัน รู้จักกัน (ณ วันนี้ที่บ้าน ถามไหมสรุปแล้ว วันนั้นคืออะไร?) ก็มีค่ะ ว่ามันอะไรค่ะ ใครมาด่า ก็บอกว่าไม่มีอะไรหรอกช่างมันเถอะ พูดตรงๆ นะคะที่บ้านแทบไม่มีใครพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย เพราะว่าเราก็โตแล้ว ในเมื่อมันเกิดขึ้นเราก็ต้องจัดการเอง ให้มันจบๆ ไป"    "(ที่บอกว่าก่อนหน้านี้ค้างคาตอนนี้คือยังไง?) ไม่ค้างคานะคะ เคลียร์สุดๆ ค่ะตอนนี้ ถ้าจำไม่ผิดเขาบอกว่าไม่มีความจำเป็นต้องเจอเรา (ตัวเราล่ะ เห็นบอกว่าส่งแมสเสจ?) ก็ขอบคุณเกี่ยวกับคำสัมภาษณ์ของเขาว่า ขอบคุณนะคะที่ตอบคำถามได้ดีมากๆ เลย หนูซึ้งมากๆ เลยค่ะ กับการตอบคำถาม (ไม่ได้ประชดใช่ไหม?) ก็มีบ้างนะคะ ต้องยอมรับว่ามีบ้างที่เราส่งไป (แล้วพี่เขาตอบกลับไหม?) ไม่ค่ะ ไม่ตอบ แต่เราก็แค่ให้เขารู้ว่าเรารู้สึกแบบนี้นะ (หลังจากนั้นเราก็โพสต์ว่า พี่แม่งโคตรไม่แมนเลยว่ะ?) ก็มีคนใช้เยอะเหมือนกันนะ เท่าที่เห็นนะคะ ตอนที่เราโพสต์ไปตอนนั้น มันเป็นความรู้สึกของเรา ณ ตอนนั้นว่าแบบคือคำบางคำที่เราได้ยิน พี่ไมตอบอย่างนี้วะ ก็เลยโพสต์ไป"   "(มีร้องไห้ในรายการ ที่มีคนมาด่า ด่าว่ายังไงบ้าง?) จริงๆ ก็ไม่ค่อยได้อ่านเท่าไหร่นะคะ มีแว๊บๆบ้าง เราพอเดาออกอ่ะค่ะว่าเขาด่าเราว่าอะไรประมาณไหน แต่ตอนที่อยู่ในรายการอยู่ดีๆ มันก็ร้องออกมาเอง พอมันนึกถึง ทำไมเราต้องมาเป็นอย่างนี้ เราอยู่ดีๆ ของเราก็ดีอยู่แล้ว ทำไมมันเกิดอะไรขึ้นกับเรา ก็นึกถึงความรู้สึกของตัวเรา ณ ตอนนั้น แล้วพอเรามารู้ว่า แบบนี้ก็เสียใจ (ถ้าย้อนเวลากลับไปอยากจะรู้จักกับเขาไหม?) จริงๆ ก็ได้นะคะ พี่เขาทำให้เราได้เห็นอะไรหลายๆ อย่าง ทุกมุมที่เราไม่เคยได้เรียนรู้ แล้วก็ให้ข้อคิดเราเยอะ (แสดงว่ามีเพื่อนเตือนเยอะเรื่องของเขา?) เพื่อนก็ไม่ยุ่งนะคะ เพื่อนสนิทมีเจอเขาแค่คนเดียวเอง แต่พอมีข่าวเพื่อนก็ให้กำลังใจไม่ต้องคิดมาก ไม่มีใครถามดีเทลลึกเลย ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ไม่รู้จักเราที่พิมพ์ไปเยอะๆ"   "(หลังจากนี้คือจะไม่ติดต่อแล้วเลย?) หนูไม่รู้จะติดต่อกันไปทำไม ตอนนี้เราก็ได้รู้แล้วว่าเขาคิดยังไงกับเรา มันก็ไม่มีอะไรที่เราต้องถาม เขาบอกอโหสิกรรมให้เรากรรม คนอาจจะฟังว่ามันดูรุนแรง แต่จริงๆ แล้วมันไม่ได้ดูรุนแรงเลย หนูก็คงอโหสิกรรมให้เขาเหมือนกัน คำว่าอโหสิกรรม คือการให้อภัยกันมากกว่าในสิ่งที่เกิดขึ้น เขาทำแบบไหนมา หนูก็ทำแบบนั้นกลับ (สุดท้ายสิ่งที่หนูพูดไปยืนยันว่าไม่ได้มโนหรือว่าคิดไปเอง?) ไม่ได้มโนค่ะ แล้วก็ไม่ได้คิดไปเองทุกๆ เรื่องที่ตาลพูดไป (มีหลักฐานชัดเจน?) มีทุกอย่างแต่ว่าไม่จำเป็นต้องเอามาบอกหรอกเนาะ ตัวเราเองเท่านั้นที่รู้ทุกอย่าง"   "(อยากบอกอะไรกับเขาไหม?) ก็ขอบคุณในทุกๆ เรื่องอ่ะค่ะ อย่างที่บอกพี่เขาก็สอน ณ ตอนที่เราคุยกัน สอนเรื่องธรรมอะไรหลายๆ อย่าง ให้ความรู้ในสิ่งที่เราไม่เคยรู้และการใช้ชีวิตหลังจากนี้ไป แค่นั้นไม่มีอะไรมาก (เห็นบอกว่าไม่อยากออกสื่อทำไมวันนี้ตัดสินใจมา?) เป็นที่เดียวที่มา เพราะว่ารู้สึกว่าวันนี้ที่มาพูด ไม่ได้มาพูดพาดพิงหรือพูดถึงใคร จะพูดในมุมของเราแล้วก็อาจจะเป็นข้อคิดให้กับผู้หญิงหลายๆ คนที่แบบกำลังเจอแบบเราหรือโดนแบบเรา หรือไม่ต้องเจอต้องโดนอะไรก็ได้ ก็คือเป็นข้อคิด (กลัวมันไม่จบไหม?) คงไม่ยืดเยื้ออ่ะค่ะ เพราะว่าตาลก็ไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว" ตาล สรัญญา ตาล สรัญญา ตาล สรัญญา ตาล สรัญญา ตาล สรัญญา ตาล สรัญญา ตาล สรัญญา ตาล สรัญญา ชาคริต แย้มนาม ชาคริต ตาล ชาคริต ตาล

ละครดอกแก้วกาหลง , เรื่องย่อดอกแก้วกาหลง
ละคร ดอกแก้วกาหลง /  ช่องวัน 31 / 

ดอกแก้วกาหลง เค้าโครงเรื่อง นิพนธ์ ผิวเณร, ศกุนกานต์ เวชชาชีวะ, วีรพล บุญเลิศบทโทรทัศน์โดย ศกุนกานต์ เวชชาชีวะ, พัณณิฏานันทณ์ ศิริเลิศ, ณิชาภัส ชนาดิศัยกำกับการแสดง : บรรเจิด พุทธโศภิษฐ์ อำนวยการผลิต : ถกลเกียรติ วีรวรรณ, นิพนธ์ ผิวเณร แนวละคร : โรแมนติกดราม่า ออกอากาศ : วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 13.00 น. ช่องวัน 31 เรืองย่อละคร ดอกแก้วกาหลง ดอกแก้ว(เพลงขวัญ-นัตยา ทองเสน) ลูกสาวคนเดียวของ สิงห์ (ศตวรรษ ดุลยวิจิตร) เจ้าของที่ริมน้ำแปลงใหญ่ในจังหวัดอยุธยา สิงห์และดอกแก้วใช้ชีวิตอย่างสมถะด้วยการทำไร่ทำสวน ส่วนดอกแก้วทำร้านอาหารริมน้ำเล็กๆ ในพื้นที่ของตัวเอง ที่ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อย สองพ่อลูกใช้ชีวิตกันอย่างมีความสุข จนกระทั่งสิงห์แต่งงานกับ คำหวาน (ณุศรา ประวันณา) แม่หม้ายสาวนายหน้าขายที่ดิน ในจังหวัดอยุธยา การเข้ามาของคำหวานทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกของสิงห์ และดอกแก้วเริ่มมีระยะห่าง เพราะสิงห์ต้องเลี้ยงดูไปถึง น้ำอิง (หญิง-ลินทร์พิตา จินดาภู) ลูกสาวคนเดียวของคำหวาน คำหวานรู้ว่าที่ดินริมน้ำของสิงห์ ละคร ดอกแก้วกาหลง มีมูลค่าหลายร้อยล้าน จึงวางแผนกำจัดสองพ่อลูก วันหนึ่งสิงห์และดอกแก้วต้องไปทำบุญครบรอบวันเสียชีวิตของพวงแสด แม่ของดอกแก้ว สิงห์ได้มอบสร้อย ดอกแก้ว ไว้ให้ดอกแก้วใส่ไว้ติดตัว และระหว่างการเดินทางกลับ เกิดมีอุบัติเหตุรถเสียหลักพุ่งชนกับต้นไม้ใหญ่ ดอกแก้วกระเด็นออกจากรถ ดอกแก้วได้สติเห็นว่ารถพ่อคาอยู่กับต้นไม้เอนเอียงกำลังจะไถลตกเหว ระหว่างที่ดอกแก้วจะวิ่งไปหาสิงห์ ทันใดนั้นรถที่ขับผ่านมา ก็พุ่งเข้าชนดอกแก้วจนสลบไป พร้อมๆ กับรถของสิงห์ที่ตกลงไปในเหว แพรทอง (ปรารถนา สัชณุกร)เศรษฐีนีเจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นคนขับรถชนดอกแก้ว รีบลงมาดูด้วยความตกใจ เธอได้พบกับร่างของดอกแก้วนอนหมดสติ ป้าเพ็ญ (เมตตา รุ่งรัตน์) คนรับใช้เก่าแก่ กลัวเรื่องราวจะใหญ่โต จึงพาดอกแก้วมารักษาที่โรงพยาบาลเล็กๆ แห่งหนึ่ง เมื่อดอกแก้วฟื้นขึ้นปรากฏว่าเธอมีอาการความจำเสื่อม จำไม่ได้แม้กระทั่งว่าตนเองเป็นใคร แพรทองอยากจะไปแจ้งความเพื่อตามหาญาติ แต่ป้าเพ็ญห้ามไว้เพราะกลัวเรื่องจะบานปลายเป็นคดีความ จึงวางแผนหลอกทุกคนว่า ดอกแก้ว คือหลานสาวของตน แพรทองพาดอกแก้วกลับมาอยู่ที่บ้านด้วยกัน พร้อมกับตั้งชื่อให้ดอกแก้วใหม่ว่า กาหลง ละคร ดอกแก้วกาหลง กาหลงเข้ามาอยู่ในบ้านแพรทองในฐานะแม่ครัวคนใหม่ ที่มีฝีมือการทำอาหารชั้นเลิศ เป็นที่ถูกปากของทุกคนในบ้าน รวมถึง ชิตตะวัน (ไบร์ท-นรภัทร วิไลพันธุ์) และ จันทร์วาด (ใบเฟิร์น-นพจิรา ฤกษ์ขจรนามกุล) กาหลงไม่มีโอกาสได้รู้เลยว่าหลังจากอุบัติเหตุครั้งนั้น พ่อของเธอได้รับบาดเจ็บจนพิการเดินไม่ได้ และสิงห์ก็ได้แต่เฝ้ารอที่จะเจอดอกแก้ว โดยมี วสันต์ (ปั้น-ชิตณรงค์ วิเศษสมภาคย์) เพื่อนสนิทของดอกแก้วคอยช่วยตามหา ตลอดเวลาที่กาหลงอยู่ที่บ้านใหม่ เธอต้องรับความกดดันจากชิตตะวันอยู่เสมอ เพราะชิตตะวันไม่เชื่อใจว่ากาหลงเป็นคนดี ในขณะที่ชิตตะวันก็คอยจ้องจับผิดกาหลง ชิตตะวันก็ได้เรียนรู้ว่าแท้จริงแล้วกาหลงเป็นคนจิตใจดี และชิตตะวันก็เริ่มมีใจให้กับเธอ สุดท้าย..ความทรงจำที่หายไปของเธอจะกลับคืนมาได้หรือไม่? ตามชมได้ในละคร ดอกแก้วกาหลง ออกอากาศทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เริ่มตอนแรกวันเสาร์ที่ 19 สิงหาคมนี้ 13.00 น. ช่องวัน 31 รายชื่อนักแสดงละคร ดอกแก้วกาหลง นรภัทร วิไลพันธุ์ รับบท ชิตตะวันนัตยา ทองเสน รับบท ดอกแก้ว / กาหลงชิตณรงค์ วิเศษสมภาคย์ รับบท วสันต์นพจิรา ฤกษ์ขจรนามกุล รับบท จันทร์วาดลินทร์พิตา จินดาภู รับบท น้ำอิงตาธาร มาร์ รับบท ไอดินปรารถนา สัชฌุกร รับบท แพรทองศตวรรษ ดุลย์วิจิตร รับบท สิงห์ณุศรา ประวันณา รับบท คำหวานเมตตา รุ่งรัตน์ รับบท ป้าเพ็ญโมฬีวรรณ พันธรักษ์ รับบท นกกระจิบ ละคร ดอกแก้วกาหลง ละคร ดอกแก้วกาหลง ละคร ดอกแก้วกาหลง ละคร ดอกแก้วกาหลง ละคร ดอกแก้วกาหลง ละคร ดอกแก้วกาหลง ละคร ดอกแก้วกาหลง ละคร ดอกแก้วกาหลง ละคร ดอกแก้วกาหลง ละคร ดอกแก้วกาหลง ละคร ดอกแก้วกาหลง

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง