รถบัสพลิกตกเหว

ขุนทะเลเครน (ห้างหุ้นส่วนจำกัด)

ผู้ขายและบริการรถยก

อยากมีรถ อยากออกรถ ต้องจ่ายอะไรบ้าง ? (info Graphic)
ค่าใช้จ่ายออกรถ /  อยากมีรถ / 

อยากออกรถ ต้องจ่ายอะไรบ้าง ? (info Graphic) ปัจจุบันการออกรถไม่ใช่เรื่องยาก สำหรับคนที่ไม่ได้ซื้อเงินสดสิ่งที่ยากกว่าการออกรถคือการผ่อนรถนั่นเอง เราลองมาดูสิว่า ต้องมีเงินเท่าไหร่ ถึงจะออกรถได้และหลังจากออกรถแล้ว เราจะมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง Mthai News ทำเป็น info Graphic สรุปค่าใช้จ่ายคร่าวๆ มาให้ผู้สนใจอยากมีรถเป็นของตัวเองลองพิจารณากันดูว่า ฐานะอย่างเรา จะมีรถได้หรือยัง ? เงินเดือนต่อเดือนพอกับค่าใช้จ่ายของรถยนต์ต่อเดือนหรือไม่ ? ป.ล. ค่าใช้จ่ายข้างต้นเป็นค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ย ราคาอาจจะสูงบ้าง ต่ำบ้าง ขึ้นอยู่กับยี่ห้อของรถยนต์ การใช้พลังงานของแต่ละคัน รวมถึงไลฟ์สไตล์ของเจ้าของรถด้วย

ธนายางพาณิชย์ (บริษัท จำกัด)

ผู้ขายและจัดจำหน่ายยางรถ ศูนย์บริการยางรถบรรทุก-รถโดยสารบริดสโตน จำหน่ายยาง ทุกประเภท ทุกขนาด พร้อมบริการครบวงจรในราคาพิเศษ บริการถอดใส่ยาง- เปลี่ยนยาง บริการซ่อมช่วงล่าง / ตั้งศูนย์ / ถ่วงล้อ / บริการหล่อดอกยาง / มีรถบริการเคลื่อนที่ บริการเติมลมไนโตรเจน

ชีวิตวัยเด็กของ 12 นักฟุตบอลระดับโลก ที่คุณอาจไม่เคยรู้
10 อันดับ /  ต่างประเทศ / 

นี่เป็นเรื่องราว ชีวิตวัยเด็กของ 12 นักฟุตบอลระดับโลก ที่คุณอาจไม่เคยรู้ .. ที่ทีนเอ็มไทยนำมาฝากเพื่อนๆ กันคะ กว่าจะได้ขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลระดับโลกถึงทุกวันนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย พวกเขาต้องผ่านเรื่องราวทั้งดีและร้าย มีหลายคนที่เริ่มก้าวเท้าจากศูนย์ บ้านยากจน ขาดแคลน แต่เมื่อโตขึ้นเขาได้เลือกทางเดินให้ตัวเอง มันอาจจะเป็นโชคชะตาหรืออะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้เขามาได้ถึงจุดนี้ ต้องบอกเลยว่ามันสุดยอดมากๆ นอกจากนี้เรื่องราวของทั้ง 12 คน ยังเป็นแรงบันดาลใจ แรงผลักดันให้ตัวของพวกเขาเองประสบผลสำเร็จในอาชีพการงาน ครอบครัว รวมถึงเป็นแรงบันดาลใจให้แก่คนหลายๆ คนอีกด้วย ชีวิตวัยเด็กของ 12 นักฟุตบอลระดับโลก ที่คุณอาจไม่เคยรู้ 1. คริสเตียโน่ โรนัลโด้ พ่อแม่มีลูก 3 คน คริสเป็นคนเล็ก แม่เคยจะทำแท้งคริสตอนอยู่ในท้อง เพราะบ้านจนมาก เป็นเด็กบ้านนอก โตบนเกาะ พอโตหน่อย ถูกส่งขึ้นไปอยู่บนแผ่นดินใหญ่ที่โปรตุเกส ตอนจากบ้านครั้งแรกๆไปอยู่แคมป์ นอนร้องไห้ทุกวัน เพราะเจอเพื่อนล้อเรื่องพูดเหน่อ และเข้ากับใครแทบไม่ได้เลย (เพราะบ้านนอกของแท้) พ่อติดเหล้าอย่างรุนแรง พอคริสโด่งดังแล้ว พ่อเสียชีวิตตอนโปรตุเกสได้รองแชมป์ยูโร 2004 คริสเลยสาบานกับตัวเองว่าจะไม่กินเหล้าเด็ดขาด ปัจจุบัน .. อย่างที่รู้กัน .. เป็นนักเตะระดับโลก และกลับไปสร้างพิพิธภัณฑ์ที่เกาะบ้านเกิด เพราะ อยากให้มีคนไปเที่ยวบ้านเกิดเยอะๆ พอมีลูกก็เริ่มเปลี่ยนตัวเองจาก Playboy เป็นคนรักครอบครัว ทุกวันนี้บอกเสมอ ว่าจะทำให้ลูกเป็นคนที่มีพร้อมทุกอย่าง และจะมอบแต่สิ่งที่ดีที่สุดให้ นั่นหมายถึง ความเป็นพ่อที่ดีที่สุดด้วยเช่นกัน 2. ลิโอเนล เมสซี่ บ้านฐานะธรรมดา เกือบจะจน ลูกชายเล่นบอลเก่งมาก แต่เป็นเด็กตัวเล็กมากๆ ตอนเล่นบอลตอนเด็กๆ เจอเตะกลิ้งเป็นประจำ แต่ก็เป็นพวกเน้นความคล่องตัว พอรู้ว่าป่วยหมอสั่งห้ามไม่ได้เล่นกีฬาเยอะ เพราะป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับ โกรธฮอร์โมน ส่งผลกับกระดูก ทางบ้านไม่มีเงินรักษา แมวมองบาร์เซโลน่ามาเจอ เลยอาสาออกค่ารักษาให้ทั้งหมดแล้วพาไปอยู่สเปน และ ... เป็นลีโอเนล เมสซี่อย่างทุกวันนี้ 3. อิบราฮิโมวิค ซลาตัน พ่อแม่แยกทางกัน อิบราอยู่กับพ่อ พ่อติดเหล้า เคยทุบตีอิบราตอนเด็กๆ เคยอยู่บ้านแบบที่ไม่มีอะไรจะกินเลย เลยชอบการไปโรงเรียนมาก เพราะได้เล่นฟุตบอลและมีอาหารให้กิน เคยถูกแม่เอาช้อนไม้ตีหัวจนไม้หัก เคยขโมยจักรยานเด็กเล่น เพราะอยากได้ แต่ไม่มีใครเคยซื้อของเล่นให้ พอโตมาเลยพยายามทำให้ครอบครัวอบอุ่นที่สุด สิ่งที่ชอบที่สุดคือ อาหารต้องมีเต็มตู้เย็นเสมอ เพราะวัยเด็กต้องอดยากตลอด ตอนแรกชื่อบนหลังเสื้อตอนเล่นบอลเยาวชนคือ Zlatan พอพ่อเสียชีวิตเลยเปลี่ยนมาใช้ชื่อ Ibrahimovic เพื่อให้เกียรติพ่อ 4. ฟรองค์ ริเบรี่ ตอนมาเตะบอลเยาวชน เวลาว่างยังต้องไปทำงานก่อสร้างช่วยที่พ่ออยู่เลย เพราะบ้านจนมาก ตอนเด็กนั่งรถไปกับที่บ้านรถคว่ำ หน้าเสียโฉม เย็บเป็น 100 เข็มโชคดีที่รอดมาได้ แต่มีแผลเป็นบนใบหน้าเป็นทางยาว 5. คลินท์ เดมพ์ซี่ย์ ตอนเด็กๆโตมาในบ้านรถพ่วง เล่นบอลข้างถนน จนบังเอิญตามไปดูพี่ชายคัดตัวกับทีมท้องถิ่นในเท็กซัส แต่คลินท์ดันเด่นกว่า ทีมเลยอยากดันคลินท์แทน แต่ที่บ้านจนมาก ไม่มีเงินออกค่าใช้จ่ายให้ เพราะพี่สาวก็กำลังเล่นเทนนิสเยาวชนอยู่เหมือนกัน ทางบ้านเลยเลือกส่งเสียพี่สาวแทน (เพราะฟุตบอลในอเมริกาไม่ค่อยดัง) โชคร้าย พี่สาวดันป่วยเสียชีวิต ครอบครัวถึงกับเสียหลักไปพักนึง เพราะหวังกับพี่สาวไว้เยอะด้วย และ เพราะต้องเสียพี่สาวไป คลินท์เลยต้องกลับมาเป็นกำลังหลักครอบครัวอีกครั้ง มุมานะจนได้เป็นกัปตันทีม จนเข้าตาแมวมอง จนได้ไปเล่นทีมใหญ่ จนทำให้ เขากลายมาเป็น หนึ่งในบุคคลที่ทำให้ "ซอคเกอร์" เฟื่องฟูในอเมริกา ในที่สุด ... ทุกคนไม่อาจดูถูกนักเตะจากอเมริกาได้อีกต่อไป ... เพราะเด็กคนหนึ่งที่โตมาจากบ้านรถพ่วง ... 6. คาลอส เตเบซ เตเบซเกิดในย่านชุมชนแออัด หรือจะจัดว่าเป็นสลัมเลยก็ได้ ในละแวกบ้านเขามีแต่คนขายยา ค้าอาวุธและลักขโมย ถูกเรียกว่าเป็นชุมชนที่อันตรายที่สุดในอาเจนติน่า ตอนเป็นเด็กแบเบาะถูกน้ำเดือดลวกตั้งแต่ช่วงคอลงมาถึงหน้าออก (ตอนนั้นยังไม่ถึงขวบเลย) เกือบไม่รอด รักษาอาการอยู่ 2 เดือน เติบโตมาจากฟุตบอลข้างถนน ปากกัดตีนถีบ จนได้ไปเล่นในทีมเยาวชนแถวบ้าน จับพลัดจับผลูได้ไปอยู่อคาเดมี่ของโบค่า จูเนียร์ส พอได้ขึ้นทีมใหญ่ ทีมแพทย์บอกว่าจะรักษาแผลเป็นให้ แต่เตเบซไม่เอา แม้วันนี้จะดังขนาดไหนก็ยังไม่ยอมรักษาแผลเป็น เพราะเขาบอกว่า "นี่คือสิ่งที่เป็นรากเหง้า และ เป็นสิ่งที่บอกตัวตนวัยเด็กของเขา เขาจะไม่พยายามเปลี่ยนแปลงมัน" เช่นเดียวกับ "ฟัน" เตเบซ ฟันหัก เก และห่าง เขาก็ไม่ยอมดัดหรือศัลยกรรมตกแต่ง เพราะเขาบอกว่า ที่ฟันเขาเป็นแบบนี้เพราะตอนเด็กๆ ต้องมีเรื่องชกต่อยเป็นนักสู้ข้างถนนตลอดเวลา เพื่อมีชีวิตรอด เพราะงั้น เขาจะไม่ลืมเลือนเรื่องเหล่านี้ เขาเคยลองเสพย์ยา แต่ก็เลิก .. แล้วไปเลือกเส้นทางที่ถูกต้อง เตเบซไม่เคยบอกว่าเขามีอดีตที่เลวร้าย เขาบอกแค่ว่า เขามีชีวิตวัยเด็กที่ดี เพราะมันทำให้เขาเติบโตมาด้วยความภาคภูมิใจที่ก้าวพ้นเรื่องราวแบบนั้นมาได้ และกลายเป็นคนดีได้อย่างทุกวันนี้ 7. แกเร็ธ เบล ครอบครัวคนธรรมดา ทีแรกแค่ส่งลูกเรียนโรงเรียนกีฬาธรรมดา แต่ลูกชายดันเก่งเว่อร์ เล่นกีฬาเก่งทุกชนิด โดยเฉพาะกรีฑาและวิ่ง ครูพละเลยแนะนำให้ลองเล่นฟุตบอลแบบจริงจังดู (ปกติเล่นรักบี้ แต่ก็เล่นฟุตบอลเก่งมาอยู่ก่อนแล้ว) พอเล่นฟุตบอลเลยมีแมวมองมาดูตอนเล่นบอลโรงเรียน แมวมองชวนไปลองเทรนด์กับอคาเดมี่ดู ตอนแรกก็ไปขำๆ แล้วก็กลับมาเรียนโรงเรียนปกติต่อ จนตอนหลังมาคิดได้ตอน 17 เลยไปเทรนด์อย่างจริงจังกับ เซาธ์แทมตัน แล้วก็ไปดังที่สเปอร์ส และมาอยู่ รีล มาดริด ได้ในที่สุด 8. เมซุต โอซิล บ้านฐานะธรรมดา ตอนเด็กเล่นบอลใต้ทางด่วน ริมถนน เป็นครอบครัวตุรกีอพยพเข้ามาในเยอรมัน ตอนเด็กๆไม่ค่อยได้รับการยอมรับเท่าไหร่เรื่องเชื้อชาติ แต่เล่นบอลเก่งมาก เลยได้โอกาสไต่เต้าฐานะยกระดับครอบครัวด้วยฟุตบอล 9. เวสลี่ย์ สไนเดอร์ บ้านฐานะธรรมดา พ่อแม่มีลูก 3 คน ทุกคนเล่นบอลหมด สไนเดอร์เป็นเด็กตัวที่เล็กที่สุดในบ้าน (ลูกคนเล็ก) เลยค่อนข้างมีปัญหาเวลาเล่นฟุตบอลมักเสียเปรียบคนอื่น พ่อแม่เลยอยากให้ได้ดีที่สุด เลยเก็บเงินส่งลูกเข้า โรงเรียนฟุตบอลที่ดีที่สุดในประเทศอย่าง Ajax Amsterdam ค่าเรียนแพงมากๆ สไนเดอร์อยู่ที่นี่ตั้งแต่ 5 ขวบ จนสโมสรดันไปสุดทาง เป็นซุปตาร์ระดับโลกในที่สุด สไนเดอร์บอกว่า ตอนเด็กเห็นรุ่นพี่ซุปตาร์แต่ละคนมาจนชิน เลยไม่รู้สึกตื่นเต้นอะไรเลย ต่อให้พวกพี่เค้าจะดังขนาดไหน 10. แดนนี่ เวลเบค บ้านอยู่ในชุมชนแออัด พ่อแม่เป็นชาวกาน่า ที่ได้สัญชาติอังกฤษ และเป็นนักสังคมสงเคราะห์ แดนนี่เลยถูกสอนให้เป็นคนใจดี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มาตั้งแต่เด็ก โกรธคนยากมาก หน้าบ้านมีสนามเด็กเล่น เลยเล่นฟุตบอลติดสไตล์บอลโกลด์หนูมาตลอด บ้านฝั่งตรงข้ามเป็นบ้านของตระกูลบราวน์ พอเห็นเด็กบ้านตระกูลบราวน์คนแรกได้ไปเป็นนักเตะแมนฯยู แดนนี่เลยฮึด อยากไปบ้าง ขนาด พี่เวส ยังได้ไปเลย ทำไมเขาจะไปมั่งไม่ได้ (ถั่วต้ม ... เวส บราวน์ กับ เวลเบค เป็นเพื่อนบ้านกัน T-T) เลยไปสมัครเข้าอคาเดมี่บ้าง แล้วก็ได้อยู่จริงๆ และกลายมาเป็นมหาเทพ เวลเบ็ค ที่แสนดี งดงาม ฟรุ้งฟริ้งแบบทุกวันนี้ 11. มาร์โค รอยส์ รอยส์เป็นเด็กอคาเดมี่ของดอร์ทมุนด์มาตั้งแต่เด็กๆ พ่อแม่ค่อนข้างทุ่มเทพอสมควร ดูเหมือนลูกชายจะมีแวว เลยพยายามสนับสนุนกับอคาเดมี่ฟุตบอลเต็มที่ (ครอบครัวเยอรมันจะค่อนค้างเคร่งครัดมีระเบียบแบบแผน อย่างส่งลูกไปเตะบอลก็จริงจังไปเลย เอาให้สุดๆให้เต็มที่) แต่สุดท้ายก็เหลว เพราะดอร์ทมุนด์ดันไม่เลือกรอยส์ขึ้นทีมใหญ่ รอยส์เคว้งอยู่ช่วงนึง ทางบ้านก็เครียดพอกัน ความรู้สึกก็ประมาณเหมือนลูกเข้าเรียนมหาวิทยาลัยไม่ได้ สุดท้ายมีคนมาแนะนำรอยส์ว่าให้ลองไปคัดตัวที่ เวส อาเลนดู เป็นสโมสรฟุตบอลเล็กๆท้องถิ่น แน่นอนว่าดังน้อยกว่าดอร์ทมุนด์มาก ตอนแรกรอยส์ไม่อยากไปเพราะไกลบ้าน แต่สุดท้ายเมื่อไม่มีที่ไป เลยต้องไปเวสอาเลน ... ที่เวสอาเลน ปรากฏว่าที่นี่เป็นเหมือนที่รวมนักเตะที่ "ดอร์ทมุนด์ไม่เอา" ที่นี่ รอยส์ได้เจอกับเควิน โกรสครอยซ์ ที่ถูกดอร์ทมุนด์จำหน่ายออกจากชุดเยาวชนเหมือนกัน พวกเขาเล่นบอลด้วยกันจนเริ่มเข้าตาแมวมอง รอยส์รอดอร์ทมุนด์มาเรียก สุดท้ายก็ไม่มา เลยตัดสินใจไปกลัดบัค จนดังที่กลัดบัค ดอร์ทมุนด์ถึงเรียกตัวกลับมาเล่นให้ทีมใหญ่ 12. ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา เป็นชาวไอเวอรี่ โคสต์แต่กำเนิด แต่มีครอบครัวอุปถัมภ์เป็นชาวฝรั่งเศส ดิดิเย่ ถูกพาออกจากบ้านไปอยู่กับลุงตอนเด็กๆ โดยลุงบอกว่าจะพาหลานไปได้ดี ทีแรกบ้านดร็อกบาไม่ยอมให้เขาไป จนเขาจากบ้านไป 3 ปีไปหัดเล่นบอลอยู่กับลุงจนเก่ง (ลุงเป็นนักเตะอาชีพ) ก็กลับมาบ้าน ที่ไอเวอรี่ โคสต์ กลับมาอยู่บ้านได้ม่นาน พ่อแม่ตกงานเพราะเจอพิษเศรษฐกิจ พ่อแม่เลยตัดสินใจส่งดร็อกบาไปอยู่กับลุงที่ฝรั่งเศสอีกรอบ ไปฝรั่งเศสคราวนี้ ระหกระเหเร่ร่อนตามลุงไปอยู่หลายเมืองจนได้เริ่มเล่นบอลอาชีพ คราวนี้ ที่บ้านเริ่มย้ายตามมาที่ฝรั่งเศส และขอร้องให้เขากลับไปเรียนหนังสือ โดยห้ามยุ่งเกี่ยวกับฟุตบอลเด็ดขาด และส่งเขาไปอยู่กับญาติอีกเมือง ดร้อกบาก็หยุดเล่นบอลไปปีนึงเพื่อไปเข้าโรงเรียนจนอายุ 15 มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ทุกอย่างลงตัว (ประหนึ่งบวชเรียนแล้ว) เลยหันมาเริ่มต้นกับฟุตบอลอย่างจริงจัง ทุกวันนี้ ดร็อกบาเป็นนักเตะที่ มีโครงการการกุศล "เยอะมาก" แต่มักไม่ค่อยทำออกสื่อเท่าไหร่ เป็นอีกคนที่พอมีโอกาส ก็มักจะส่งต่อโอกาสนั้นให้เด็กๆเสมอ ขอบคุณข้อมูลดีๆ http://pantip.com/topic/32431540

พายุคัลแมกี เป็นดีเปรสชั่นแล้ว อุตุเตือนเหนืออีสานฝนหนักกทม.70%
พยากรณ์อากาศ /  พายุคัลแมกี

พายุคัลแมกี เป็นดีเปรสชั่นแล้ว อุตุเตือนเหนืออีสานฝนหนักกทม.70% กรมอุตุฯ เตือน ประเทศไทยตอนบนยังมีฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง และตกหนักบางพื้นที่ ของภาคเหนือและอีสาน ส่วน ภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนหนาแน่น ด้าน กทม-ปริมณฑล โอกาสมีฝนร้อยละ 70 ขณะที่ อ.แม่ลาว เชียงรายเขย่าอีก 2.8R ไม่กระทบ กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์ลักษณะอากาศทั่วไป เมื่อเวลา 04.00น. วันนี้ พายุโซนร้อน“คัลแมกี” (KALMAEGI) ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชั่นและหย่อมความกดอากาศต่ำแล้ว โดยเมื่อเวลา 04.00 น.วันนี้ (18 ก.ย.57) ได้ปกคลุมประเทศลาวและพม่าตอนบนโดยจะสลายตัวในบริเวณเดียวกัน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ในช่วงนี้ บริเวณประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ บริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี และสกลนคร ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและลมแรงต่อไปอีก 1 วัน สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และอ่าวไทยมีกำลังแรง ทำให้ภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนหนาแน่น และมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด ระนอง ชุมพร พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมต่อเนื่อง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบน และทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 19 กันยายน 2557 นี้ ด้าน พยากรณ์อากาศสำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตั้งแต่เวลา 06:00 น.วันนี้ - 06:00 น.วันพรุ่งนี้ มีเมฆมาก โอกาสมีฝนฟ้าคะนองในเกณฑ์เกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองฮอยอัน (Hoian)
Hoian /  สถานที่ท่องเที่ยว / 

นักเดินทางทั่วทุกมุมโลกที่มาเยือนเวียดนาม ล้วนเลือกเอา ฮอยอัน (Hoian) เป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยว เพราะชื่อเสียงของเมืองมรดกโลกที่ยังคงมีลมหายใจ เสน่ห์ของตึกเก่าสีเหลืองสวยสไตล์โคโลเนียล ที่อนุรักษ์เอาไว้ให้คงเอกลักษณ์ดังเช่นอดีต วิถีชีวิตที่เรียบง่ายและสวยงามของชาวเมืองฮอยอัน ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีพร้อมสรรพสำหรับนักท่องเที่ยว แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองฮอยอัน (Hoian) ภาพจาก http://www.impresstravel.com/ เมืองฮอยอัน อยู่ห่างจากเมืองท่าดานัง ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำทูโบน ห่างจากชายฝั่งทะเลเข้ามาตอนในระยะทางไม่กี่กิโลเมตร เมืองเก่าโบราณที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งนี้ ครั้งหนึ่งในอดีตเคยเป็นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาก ในบริเวณที่เคยเป็นไดเวียดกลางภายใต้การปกครองของขุนนางเหวียน และปรากฏอยู่ในแวดวงของนักเดินทางตะวันตกในศตวรรษที่ 17 และ 18 แรกเริ่มเมืองฮอยอันเคยเป็นเมืองท่าชายทะเลในอาณาจักรจามปา เรียกกันในชื่อว่า ได๋เจียน โดยมีเมืองหลวงอยู่ที่ตราเกียว และมีศานสถานอันศักดิ์สิทธิ์อยู่ที่หมี่เซิน ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากฮอยอันมากนัก ปี พ.ศ. 2542 องค์การยูเนสโก ก็ได้ประกาศให้ฮอยอันเป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรม เพราะความงดงามและเก่าแก่ของบ้านเมือง รวมทั้งเอกลักษณ์อันโดดเด่นที่ยังคงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งนั่นทำให้ผู้คนหลั่งไหลเข้ามายังเมืองแห่งนี้ ประดุจน้ำในแม่น้ำทูโบนที่ไหลหล่อเลี้ยงผู้คนไม่เคยเปลี่ยนแปลง สำหรับการมาเที่ยวชมเมืองฮอยอัน สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือ การซื้อบัตรเข้าชมเมืองเก่าบริเวณหัวถนนตรันฝู ภายในบัตรนั้นคุณสมารถเข้าชมได้ 5 สถานที่ภายใน 1 วัน จะเลือกเดินเท้าเข้าชมเมือง เช่าจักรยาน หรือใช้บริการของสามล้อถีบก็ได้เช่นกัน เนื่องจากฮอยอันเป็นเมืองเล็กๆ มีถนนสายหลักเพียงไม่กี่เส้น ใช้เวลาเพียงวันเดียวก็เที่ยวครบแล้ว สะพานญี่ปุ่น สัญลักษณ์เมืองฮอยอัน : ภาพจาก www.travelblog.org สะพานญึ่ปุ่น (Japanese Covered Bridge) สัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองฮอยอันที่คุณต้องมาชมคือ สะพานญี่ปุ่น ได้รับการก่อสร้างโดยชุมชนชาวญี่ปุ่นเมื่อ 400 กว่าปีที่แล้ว รูปทรงโค้งของสะพานและหลังคามุงกระเบื้องสีเขียวและเหลืองเป็นคลื่น ตรงกลางสะพานมีเจดีย์ทรงจัตุรัสที่สร้างอุทิศให้แก่ดั๊กเดและตรันหวู ก่อนเดินข้ามสะพานด้านซ้ายมือจะมีรูปปั้นสุนัขกำลังนั่ง และเมื่อข้ามไปแล้วก็จะเจอกับลิงอีกตัว นับเป็นสิ่งที่ช่างสมัยก่อนแสดงให้เห็นถึงระยะเวลาในการก่อสร้าง สะพานแห่งนี้ เมื่อข้ามสะพานมายังอีกฟากหนึ่งของเมือง คุณจะพบเห็นบ้านเรือนเก่าสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ตลอดจนร้านสไตล์อาร์ตแกลอรี่ ริมถนนคนเดินสองฟากฝั่งถนนให้คุณได้เลือกซื้อเลือกชม ส่วนถนนอีกเส้นคือ เหวียนทิมิงห์ไค ที่มีบ้านเก่าอีกหลังที่น่าสนใจเช่นกัน คือ บ้านเลขที่ 7 เป็นบ้านชาวจีนที่ย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากบนผืนแผ่นดินเวียดนาม เมื่อครั้งขบวนเรือสำเภาเข้ามาค้าขายในเมืองท่าแห่งนี้ เอกลักษณ์ของบ้านไม้เก่าในฮอยอันก็คือ ส่วนหน้าบ้านจะอยู่ติดกับถนนอีกสายหนึ่งและหลังบ้านจะอยู่ติดกับถนนอีกสายหนึ่ง บริเวณหลังบ้านจะยาวมาก ภายในตกแต่งด้วยไม้แกะสลักงดงาม และหน้าบ้านจะดัดแปลงมาเป็นร้านค้าขายของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว ภาพจาก www.thekitchenpaper.com สมาคมฟุกเกี๋ยน (Phouc Kien Assembly Hall) ถนนสายตรันฝู นอกจากจะเป็นศูนย์กลางของการเที่ยวชมเมืองโบราณฮอยอันแล้ว ยังเป็นศูนย์รวมของชาวจีนที่อพยพเข้ามาในช่วงปี พ.ศ.2388-2428 จะเห็นได้จากบ้านเก่าแก่ประจำตระกูลกว่า 20 หลัง ตลอดจนจั่วฟุกเกี๋ยนที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2335 ซึ่งถือเป็นสามคมชาวจีนที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของเมืองฮอยอัน ใช้สำหรับเป็นที่พบปะของคนหลายรุ่นที่อพยพมาจากฟุกเกี๋ยนที่มีแซ่เดียวกัน และยังใช้เป็นที่ระลึกถึงถิ่นกำเนิดและบูชาบรรพบุรุษของตน และภายในยังเป็นที่ตั้งของวัดที่สร้างขึ้น เพื่ออุทิศให้กับลัทธิของพระนางเทียนเห่า มีจุดเด่นอยู่ที่งานไม้แกะสลัก ลวดลายสวยงามน่าชมและหากคุณไม่เร่งรีบไปไหน สองฟากฝั่งของถนนตรันฝูยังเต็มไปด้วยร้านขายสินค้าทำมือให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อกลับไปเป็นของที่ระลึก ทั้งงานแกะสลักไม้ โคมไฟจากผ้าไหมหลากสี ภาพวาดที่สะท้อนวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวฮอยอัน ตลอดจนร้านอาหารหลากสัญชาติ หลายบรรยากาศ บ้านเลขที่ 101 (Old House No.101) เสน่ห์อย่างหนึ่งของการมาเยือนเมืองฮอยอันก็คือ การได้เข้าไปเยี่ยมชมบ้านประจำตระกูลเก่าแก่ที่ยังคงงดงาม มีให้เลือกชมอยู่หลายหลัง แต่คุณสามารถเลือกเข้าชมได้เพียงหนึ่งหลัง จากบัตรเข้าชม นอกเหนือจากนี้คุณจะต้องจ่ายค่าเข้าชมในบ้านแต่ละหลังเอง เริ่มตั้งแต่ถนนตรันฝู ที่ตั้งของบ้านเลขที่ 77 ซึ่งเป็นบ้านของลูกหลานชาวจีนเก่าแก่อายุเกือบ 80 ปี ซึ่งอยู่อาศัยมาถึง 6 รุ่นแล้ว ภายในใช้เครื่องไม้ประดับตกแต่งอย่างงดงาม ถัดมาที่ถนนเหวียนไทฮ็อก ที่ถือว่าเป็นศูนย์รวมของสถาปัตยกรรมแบบฮอยอัน บนถนนสายนี้มีบ้านประจำตระกูลเก่าแก่ให้เลือกเข้าชมทั้งหมด 3 หลังด้วยกัน เริ่มจาก บ้านเลขที่ 22 บ้านเก่า 2 ชั้น ของชาวจีนที่เข้ามาติดต่อเพื่อซื้อขายอบเชย สร้างมาเกือบ 90 ปีแล้ว ภายในแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ บ้านไม้และบ้านปูนเก่าสร้างอย่างประณีต เป็นครอบครัวใหญ่ที่เปิดให้เข้าเยี่ยมชมได้ และที่คุณพลาดไม่ได้คือ บ้านเลขที่101 เป็นบ้านของจีนในตระกูล Tan Ky นับเป็นบ้านไม้ที่เก่าแก่และสวยงามที่สุดของเมืองฮอยอัน สร้างขึ้นมาเมื่อ 75 ปีที่แล้ว และอยู่กันมา 5 ชั่วอายุคน ภายในแบ่งเป็นสัดส่วนอย่างลงตัว ตั้งแต่ ห้องสมุดสมัยก่อน ห้องรับแขก และห้องครัว และบ้านเลขที่ 77 ค่ะ หุบเขาหมี่เซิน มรดกโลก ที่ตั้ง : อยู่ห่างจากเมืองดานังไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากเมืองฮอยอันมาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร การเดินทาง : ท่านสามารถหาซื้อแพกเกจทัวร์ได้จากบริษัทเมืองดานังหรือฮอยอันจะสะดวกกว่าเดินทางไปด้วยตัวเอง ราคาไป-กลับ ประมาณ 4 US$ แต่ถ้าเลือกนั่งเรือกลับก็ต้องเพิ่มเงินอีกนิดหน่อย - นักโบราณคดีเชื่อว่า วัฒนธรรมของจาม  มีพื้นฐานมาจากวัฒนธรรมซาหินห์ของคนยุคก่อนประวัติศาสตร์ ในแผ่นดินอันนัมและผสานเข้ากับวัฒนธรรมอินเดียที่ขึ้นฝั่งมาทำการค้าเมื่อครั้งอดีต - วัฒนธรรมจาม มีความเจริญรุ่งเรืองยาวนานถึงพันกว่าปี มีศูนย์กลางอยู่ที่หุบเขาหมี่เซิน โดยเริ่มต้นจากพระเจ้าภัทรวรมันที่ 1 ในคริสต์ศตวรรษที่ 4 อาณาจักรจามรุ่งเรืองครอบครองอาณาเขตตั้งแต่ทางตอนใต้ของฮานอยไปจนถึงเวียดนามใต้และภาคตะวันออกของกัมพูชา ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดอาณาจักรจามปา มีกษัตริย์ปกครอง 78 พระองค์ ใน 14 ราชวงศ์ ก่อนเข้าสวามิภักดิ์กับอาณาจักรไดเวียดเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 15 และถือเป็นอันสิ้นสุดลงของอาณาจักรแห่งความยิ่งใหญ่ - ร่องรอยแห่งอารยธรรมของอาณาจักรจามปา มีอยู่ทั่วไปในอุษาคเนย์ ซึ่งได้สร้างปราสาทเพื่อถวายพระศิวะมากมาย เนื่องจากชนชาติดังกล่าวนับถือศาสนาฮินดูอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะภายในบริเวณหมี่เซินมีศาสนสถานที่สร้างด้วยอิฐกว่า 70 แห่ง แต่ที่โดดเด่นสุด คือ ปราสาททับจั่ว แต่ภายหลังที่เกิดสงครามเวียดนาม โบราณสถานจำนวนมากถูกทำลายลงจากการทิ้งระเบิดของเครื่องบิน B52 ของอเมริกา แต่อย่างไรก็ดี โบราณสถานที่หลงเหลืออยู่ในปัจจุบันก็ยังงดงามควรค่าแก่การเยี่ยมชม เพราะนับเป็นโบราณสถานในศาสนาฮินดูที่เก่าแก่และสมบูรณ์ที่สุดในแหลมอินโดจีน ที่สามารถสะท้อนความรุ่งเรืองแห่งอารยธรรมของจามได้ดีที่สุด จนได้รับเลือกจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี พ.ศ. 2542 หาดเกาได๋ หรือ หาดจีน (Cao Dai Beach) - นอกจากบ้านเรือนสวยสไตล์โคโลเนียลที่มีให้เยี่ยมชมย่านเก่าใจกลางเมืองฮอยอันแล้ว ถัดมาไม่ไกลจากตัวเมืองฝั่งตรงขามกับแม่น้ำทูโบน คุณจะได้พบกับชายหาดสวยชื่อ เกาได๋ ที่ทอดยาวต่อเนื่องมาจากเมืองดานัง หรือที่ชาวฮอยอันเรียกว่า หาดจีน เป็นชายหาดที่มีเนื้อทรายละเอียด น้ำทะเลใสสะอาด บรรยากาศเงียบสงบ มีกิจกรรมทางน้ำมากมายให้เลือกสรร เหมาะทั้งลงเล่นน้ำและชมวิวทิวทัศน์ บริเวณฝั่งตรงข้ามชายหาดเต็มไปด้วยโรงแรมระดับดีให้คุณได้เลือกพักชมวิวทะเล ตลอดจนร้านอาหารให้เลือกลิ้มรส นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่หลังจากเที่ยวชมเมืองเก่าฮอยอันจนครบแล้ว ก็มักเปลี่ยนบรรยากาศมาพักผ่อนหย่อนใจที่หาดทรายสวยแห่งนี้ ศูนย์วัฒนธรรมและหัตถกรรม (Handicraft workshop and traditional music shop) สิ่งที่โดดเด่นที่สุดภายในศูนย์วัฒนธรรมและหัตถกรรมแห่งนี้คือ โรงละครหลังเล็ก ที่จัดการแสดงพื้นเมืองที่หาดูได้ยากของชาวเวียดนาม ตั้งแต่การจับปลา การเกี่ยวข้าว ท่ามกลางศิลปินนักร้อง นักดนตรี ที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวเวียดนาม สำหรับนัก่องเที่ยวี่ไม่อยาดพลาดการแสดงที่น่าประทับใจเช่นนี้ แนะนำให้มาในวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 10.00 น. หรือ เวลา 15.00 น. เพราะจะมีการแสดงเพียง 2 รอบต่อ 1 วันเท่านั้น นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์รวมงานฝีมือของเมืองฮอยอัน ตั้งแต่งานแกะสลักไม้ งานแกะสลักหินอ่อน ที่ยินดีให้คุณได้ชมในทุกขั้นตอนของการผลิต และสมารถเลือกซื้อกลับไปเป็ฯชองที่ระลึกได้ในราคาย่อมเยา พิพิธภัณฑ์เซรามิก (Museu of Trading Ceramics) ที่ตั้ง อยู่บนถนนสายตรันฝู ตรงบ้านเลขที่ 80 ภายในบ้าน 2 ชั้นหลังนี้ สร้างจากไม้เนื้อแข็งที่มีอายุเก่าแก่กว่า 80 ปี โดยบรรพบุรุษดั้งเดิมเป็นชาวจีนฟุกเกี๋ยนที่เข้ามาติดต่อซื้อขายยาสมุนไพร และไม่ได้กลับไปยังถิ่นฐานเดิม ปัจจุบันจึงดัดแปลงบ้านไม้เก่าแก่หลังนี้ให้เป็นพิพิธภัณฑ์เซรามิกที่จัดแสดงโบราณวัตถุเอาไว้อย่างเป็นหมวดหมู่ตั้งแต่ ถ้วย ขาม เครื่องใช้ไม้สอยสมัยโบราณ รวมทั้งชามสังคโลกของไทย สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นมาของเมืองมรดกโลกริมแม่น้ำทูโบนที่เต็มเปี่ยวด้วยเสน่ห์แห่งนี้ นอกจากจะได้ชมถ้วยชามเซรามิกเก่าแก่แล้ว จากบริเวณระเบียงบ้านชั้น 2 คุณยังสามารถมองลงมายังถนนหน้าบ้าน เพื่อชมเมืองฮอยอันในมุมสูงได้อีกด้วย • หลังจากเที่ยวชม 5 สถานที่ของเมืองเก่าฮอยอันจนครบแล้ว สถานที่ต่อไปที่คุณไม่ควรพลาดชม คือ แม่น้ำทูโบน แม่น้ำสายสำคัญที่ไหลหล่อเลี้ยงชาวฮอยอันจากอดีตจนปัจจุบัน เต็มไปด้วยร้านอาหารนานาชาติ บรรยากาศดี ให้คุณได้เลือกนั่งพักชมวิวริมแม่น้ำ และหากมีเวลาพอห่างจากตัวเมืองเก่ามาไม่ไกล ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำทูโบนยังเป็นที่ตั้งของหาดจีน ชายหาดที่ทอดยาวต่อเนื่องมาจากเมืองดานัง ซึ่งขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดในเมืองฮอยอัน แม่น้ำทูโบน (Thu Bon River) • หากมาเยือนเมืองฮอยอันแล้วไม่ได้มาเยี่ยมชมแม่น้ำทูโบนแล้วก็เหมือนมาไม่ถึง เพราะแม่น้ำสายนี้มีความสำคัญตั้งแต่สมัยครั้งโบราณ ก่อนที่ฮอยกันยังเป็นเมืองท่าสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีชาวต่างชาติจำนวนมากล่องเรือเข้ามาททำการค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าที่เมืองแห่งนี้ ทำให้ฮอยอันเป็นเสมือนศูนย์กลางของการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างตะวันออกกับตะวันตก แต่ภายหลังที่แม่น้ำเริ่มตื้นเขิน เรือเดินสินค้าไม่สามารถมาจอดเทียบท่าได้ เมืองดานังจึงถูกสร้างขึ้นมาแทนที่ฮอยอัน แต่อย่างไรก็ดี สายน้ำทูโบนแห่งนี้กลับมิได้สูญหายไปพร้อมกาลเวลา แต่ยังคงทำหน้าที่หลักไหลหล่อเลี้ยงชาวฮอยอันอยู่เรื่อยมา เห็นได้จากชาวบ้านที่ยังคงออกหาปลาในแม่น้ำ และใช้แม่น้ำสายนี้เป็นเส้นทางสัญจรไปมาหาสู่กันระหว่างสองฟากฝั่งน้ำ การได้มาเดินเที่ยวชมริมแม่น้ำทูโบน จึงเต็มแด้วยเสน่ห์ของกาลเวลาที่เชื่อมต่อระหว่างอดีตและปัจจุบันเข้าไว้ด้วยกัน ตั้งแต่บ้านเรือนสไตล์โคโลเนียลมรดกตกทอดริมฝั่งแม่น้ำทูโบน หมู่บ้านชาวประมงที่หาดูได้ยาก ศิลปะที่ผสมผสานที่แสดงผลงานศิลปะไว้ภายในเรือ ตลอดจนร้านอาหารสองบรรยากาศที่มีให้คุณเลือกสรรทั้งร้านขายน้ำผลไม้แบบเรียบง่ายริมฝั่งแม่น้ำ หรือร้านอาหารสมัยใหม่หลายสัญชาติที่อยู่ฝั่งตรงกันข้าม และถ้าคุณต้องการสัมผัสมนต์เสน่ห์ของสายน้ำทูโบนอบ่างใกล้ชิดแล้ว ก็มีบริการล่องเรือชมวิวทิวทัศน์และวิถีริมฝั่งน้ำให้คุณเลือกใช้บริการเช่นกัน การเดินทางจากประเทศไทย ทางรถยนต์ : จากตัวเมืองในจังหวัดมุกดาหาร ข้ามแม่น้ำโขงมายังแขวงสะหวันนะเขตในประเทศลาว จากนั้นนั่งรถโดยสารประจำทางบริเวณสถานีขนส่งในแขวงสะหวันนะเขตมาตามทางหลวงหมายเลข 9 ไปยัง ด่านลาวบาว ชายแดนเวียดนาม ระยะทางประมาณ 250 กิโลเมตร เข้าสู่ประเทศเวียดนาม จากนั้นนั่งรถอีกประมาณ 270 กิโลเมตร โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านเมืองเว้ ก็จะมาถึงตัวเมืองดานัง จากนั้นคุณสามารถเลือกใช้บริการรถโดยสารประจำทาง รถแท็กซี่ หรือมอเตอร์ไซด์รับจ้าง มายังเมืองฮอยอันที่ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองดานังมาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ราว 30 กิโลเมตร รวมระยะทางทั้งหมดจากจังหวัดมุกดาหารของไทยไปยังเมืองฮอยอันประมาณ 550 กิโลเมตร ทางอากาศ : สำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายและรวดเร็วในการเดินทาง แนะนำให้ใช้บริการของสายการบิน พีบี.แอร์ เพื่อมาลงที่เมืองดานัง จากนั้นนั่งรถยนต์ต่อมาอีกประมาณ 30 กิโลเมตร ก็มาถึงเมืองฮอยอันแล้ว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายการบินพีบี.แอร์ โทรศัพท์ 02-2610220-5 ภาพจาก http://colorsnspirits.com/travel/hoi-an-vietnam/ การเดินทางภายในตัวเมืองฮอยอัน ทางบก : ด้วยความที่ฮอยอันเป็นเมืองเล็กๆ ถนนเส้นหลักก็มีเพียงไม่กี่เส้น สถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่งก็อยู่ไม่ไกลกัน การเดินเท้าเที่ยวชมเมืองจึงเป็นวิธีหนึ่งที่สะดวก เพราะคุณสามารถหยุดแวะชมสถานที่ หรือเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกได้อย่างสะดวกสบาย ใช้เวลาเพียงวันเดียวก็เที่ยวครบทั่วเมืองเก่าแล้ว หรือจะเลือกใช้บริการจักรยานที่มีให้เช่า ก็ทำได้เช่นกัน แต่คุณอาจต้องใช้ความระมัดระวังสักหน่อย เพราะถนนแต่ละเส้นค่อนข้างเล็ก ผู้คนทั้งนักท่องเที่ยวและชาวเมืองฮอยอันก็มีจำนวนมาก ส่วนผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายและประหยัดเวลาในการเที่ยวชม แนะนำให้ใช้บริการสามล้อถีบที่มีให้บริการอยู่ทั่วทั้งเมือง ราคาก็ตามแต่ตกลงกันครับ ทางน้ำ : หลังจากที่เที่ยวตัวเมืองฮอยอันจนครบแล้ว การเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งล่องเรือแม่น้ำทูโบน ก็เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจ มีให้เลือกทั้งแบบล่องเรือชมธรรมชาติสองฟากฝั่ง โดยใช้เวลาล่องไปกลับประมาณ 1 ชั่วโมง ราคาประมาณ 2 ดอลล่าต่อคน แต่สำหรับผู้ที่มาเป็นกลุ่มตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป แนะนำให้เช่าเหมาลำ เพราะคุณสามารถต่อรองกับคนขับให้พาไปเยี่ยมชมหมู่บ้านหัตถกรรม หมู่บ้านชาวประมง ตลอดจนวิถีริมฝั่งน้ำที่หาดูได้ยาก โดยเรือจะมีให้บริการอยู่บริเวณท่าเรือข้ามฟากใกล้ๆกับตลาดเก่าในเมืองฮอยอัน ข้อมูลท่องเที่ยว จาก http://www.oceansmile.com/ , http://www.lannatouring.com/ ข้อมูลเพิ่มเติม ประโยคฮิต ฮอยอันฉันรักเธอ เป็นละครโทรทัศน์ไทยแนว โรแมนติก-ดราม่า นำแสดงโดย วรเวช ดานุวงศ์, เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์, พิชญ์นาฎ สาขากร และนักแสดงชั้นนำอื่นๆ อีกมากมาย เริ่มออกอากาศตอนแรกวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2548-6 พฤษภาคม พ.ศ. 2548 ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.20 - 22.05 น. ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ผลิตโดย อาร์เอส จากบทประพันธ์ของ ทองเอก บทโทรทัศน์โดย เบญจมาศ ดาลหิรัญรัตน์, ศุภชัย สิทธิอำพรพรรณ กำกับการแสดงโดย กฤษณ์ ศุกระมงคล ข้อมูลภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับ ฮอยอัน ดูคลิป สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองฮอยอัน (Hoian) หรือคลิกดูที่  http://video.mthai.com/channel/TravelMthai/player/1411026984.html แผนที่ เวียดนาม แบบคร่าวๆ ภาพจาก http://www.atsiamtour.com/

ไชยเจริญ ร้าน

หม้อน้ำรถยนต์ ซ่อมและดัดแปลง หม้อน้ำรถยนต์ จักรยานยนต์ รถบรรทุก ทุกชนิด จำหน่ายอะไหล่รถยนต์เก่าและใหม่ สอบถามได้ครับ

พิชิตยอดภูเขาไฟโบรโม่ อัญมณีแห่งชวาตะวันออก
ภูเขาไฟ /  ภูเขาไฟโบรโม่ / 

หากพูดถึงภูเขาไฟ แน่นอนว่าคนส่วนใหญ่ก็คงจินตนาการถึงความน่าเกรงขาม และความน่ากลัวเมื่อภูเขาไฟเกิดการระเบิดและพ่นลาวาสูงเฉียดฟ้า ทั้งๆ ที่ถ้ามองอีกมุมหนึ่ง ภูเขาไฟถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าพิศวงด้วยมีทัศนียภาพที่สวยงามซับซ้อน ดูน่าค้นหายิ่งนัก เพราะฉะนั้นวันนี้มัชรูมทราเวล จึงจะพาทุกท่านเดินทางสู่ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อไปยังภูเขาไฟโบรโม่ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นอัญมณีบนมงกุฎของชวาตะวันออก อีกทั้งที่นี่ยังถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย โดยภูเขาไฟโบรโม่คือหนึ่งในภูเขาไฟที่ยังดับไม่สนิทจาภูเขาไฟทั้งหมดประมาณ 400 ลูกของอินโดนีเซีย ที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง 2,392 เมตร ซึ่งเคยเกิดระเบิดมาแล้วถึง 3 ครั้ง ภายในระยะเวลาเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ครั้งล่าสุดที่ภูเขาไฟโบรโม่เกิดการระเบิดก็คือเมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2004 ที่ผ่านมา นอกจากนี้มันยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยว 1 ใน 10 แห่งอินโดนีเซียที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดอีกด้วย .. เปิดประตูสู่ความมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ พิชิตยอดภูเขาไฟโบรโม่ อัญมณีแห่งชวาตะวันออก บนเนินเขาสูงกว่า 40 กิโลเมตร บนชายฝั่งทางตอนเหนือของหมู่เกาะชวาตะวันออก เมื่อนักเดินทางเพื่อมุ่งสู่ภูเขาไฟโบรโม่ จำเป็นที่จะต้องผ่านหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยเถ้าถ่านและหมอกควันจากภูเขาในแถบนี้ ที่ไม่ใช่แค่จากบรูโม่เท่านั้น เพราะภายในแถบนี้ยังเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟที่ยังไม่มอดดับอยู่อีก 2 ลูกด้วยกัน และสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปชมความงามอันน่ามหัศจรรย์ของภูเขาไฟโบรโม่ ส่วนใหญ่จะรีบเดินทางมาให้ถึงที่หมายก่อนฟ้าสาง เพื่อให้ทันเวลาก่อนที่พระอาทิตย์จะสาดแสงแห่งความสว่างไสวไปทั่วพื้นพิภพนั่นเอง และสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีเป้าหมายที่จะพิชิตยอดภูเขาไฟโบรโม่ เส้นทางยอดนิยมก็คือการเดินทางจากสุราบายาสู่ เมืองโปรโบลิงโก้ แล้วไปต่อที่หมู่บ้านเซโมโร ลาวัง จากนั้นจึงพักค้างแรมที่นี่หนึ่งคืน เพื่อให้ทันกับการไปชมพระอาทิตย์ในช่วงเช้านั่นเอง รวมถึงการชมปากปล่องภูเขาไฟโบรโม่ด้วย โดยเซโมโร ลาวังเป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนความสูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง 2,000 เมตร มีอุณหภูมิหนาวเย็นในช่วงเวลากลางคืนและช่วงเช้ามืด ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่มาเยือนจำเป็นจะต้องพกพาเสื้อหนาวหรือกางเกงขายาวมาด้วยเป็นอย่างน้อย นอกเหนือจากเสื้อผ้าที่เหมาะสมสำหรับการปีนเขาหรือการเดินเท้าในระยะไกลๆ Getting there เส้นทางการเดินทางสู่ภูเขาไฟโบรโม่ถือเป็นอีกหนึ่งเส้นทางยอดนิยมของนักเดินทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มของนักเรียนมัธยมในพื้นที่ ที่ใช้เส้นทางนี้ในการเข้าค่ายสันทนาการ นอกจากนั้นก็ยังเป็นเส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติผู้ที่รักการผจญภัยเช่นเดียวกัน โดยนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางมายังภูเขาไฟโบรโม่ หากไม่เลือกซื้อทัวร์ก็สามารถเดินทางมาด้วยตัวเองได้หลากหลายเส้นทาง แต่เส้นทางที่สะดวกสบายและได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือการเดินทางจากจุดเริ่มต้นที่ Juanda International Airport เมืองสุราบายาซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ใกล้กับภูเขาไฟโบรโม่มากที่สุดนั่นเอง 1. นั่งแอร์พอร์ตบัสจาก Juanda International Airport ไปยังสถานีขนส่ง Bungur Asih เพื่อเดินทางต่อไปยังเมืองโปรโบลิงโก้ ก่อนจะต่อรถไปยังหมู่บ้านเซโมโร ลาวังที่ตั้งอยู่บริเวณขอบปากของแอ่งภูเขาไฟซึ่งเป็นหนทางสู่ภูเขาไฟโบรโม่ ทั้งนี้ค่าโดยสารสำหรับรสบัสด่วนปรับอากาศนั้นอยู่ที่ราคาประมาณ 25,000 รูเปียต่อคน ส่วนรถบัสธรรมดาราคาอยู่ที่ 14,000 รูเปียต่อคน และใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมง 2. เมื่อเดินทางถึงเมืองโปรโบลิงโก้ นักท่องเที่ยวต้องต่อรถมินิบัสสีเขียวเพื่อไปยังหมู่บ้านเซโมโร ลาวัง ในราคาค่าโดยสารประมาณ 250,000-300,000 รูปเปียต่อคน (ขึ้นอยู่กับการต่อรอง) โดยมินิบัสนี้จะมีทั้งหมด 10 ที่นั่ง และรถจะออกเดินทางทันทีเมื่อมีผู้โดยสารขึ้นเต็มรถบัส ซึ่งบางครั้งอาจต้องรอนานถึง 2 ชั่วโมงเลยทีเดียว ดังนั้นหากนักท่องเที่ยวเดินทางถึงเมืองโปรโบลิงโก้หลังเวลา 16.00 น. ควรจะหาที่พักค้างแรมภายในเมืองและเดินทางในตอนเช้าจะดีกว่า เนื่องจากในช่วงเย็นนั้นเป็นไปได้ยากที่จะมีผู้โดยสารเต็มคันรถ ส่วนการเดินทางเพื่อขึ้นไปชมปากปล่องภูเขาไฟโบรโม่ นักท่องเที่ยวจำเป็นจะต้องขี่ม้าหรือเดินขึ้นไป แต่ม้าจะสามารถไปส่งถึงเพียงแค่ไหล่เขาเท่านั้น ช่วงถัดไปนักท่องเที่ยวจะต้องเดินตามขั้นบันไดขึ้นไปด้วยตัวเอง ในระยะทางประมาณ 200 เมตร โดยในระหว่างทางจะมีที่พักให้ได้นั่งพักเหนื่อยเป็นจุดๆ ซึ่ง กิจกรรมที่นักท่องเที่ยวนิยมและชื่นชอบมากที่สุดเมื่อเดินทางถึงยอดภูเขาไฟโบรโม่ ก็คือ การเดินบนขอบปากปล่องภูเขาไฟนั่นเอง โดยเส้นทางจะมีลักษณะเป็นสันกว้าง นักท่องเที่ยวสามารถเดินได้โดยรอบ แต่อาจต้องใช้ความระมัดระวังมากสักหน่อยเนื่องจากขอบปากปล่องภูเขาไฟนั้นเป็นสันทรายที่ค่อนข้างลื่น นอกจากนั้นยังมีความเชื่ออีกหนึ่งอย่างก็คือ การซื้อดอกไม้จากชาวบ้านที่นำขึ้นมาขายแล้วอธิษฐานถึงสิ่งที่ต้องการแล้วโยนลงไปในปากป่องภูเขาไฟ อันเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมจากคู่รักหนุ่มสาวที่เดินทางมาเยือนที่นี่ที่ต่างขอให้ความรักของตนสมหวังและครองรักกันตราบชั่วนิรันด์นั่นเอง ที่มา มัชรูมทราเวล พิชิตยอดภูเขาไฟโบรโม่ อัญมณีแห่งชวาตะวันออก ดูคลิป ยอดภูเขาไฟโบรโม่ อัญมณีแห่งชวาตะวันออก หรือคลิกดูที่ http://video.mthai.com/channel/TravelMthai/player/1411009502.html

วสุการไฟฟ้า ร้าน

ขายปลีกแบตเตอรี่ ซ่อมรถ

ผลDNA2ศพฝรั่งพบอสุจิไม่ตรงกับเพื่อนฝรั่ง,6พม่า-ตร.ล่าต่อ
ข่าวฆ่านักท่องเที่ยวบนเกาะเต่า /  ฆ่า / 

เผยผลตรวจดีเอ็นเอ 2 ศพนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ที่เกาะเต่า พบอสุจิไม่ตรงกับเพื่อนฝรั่งและชาวพม่า - ตำรวจเร่งล่าต่อ เวลา 20.00 น. แหล่งข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผย ผลการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอและวัตถุพยานในคดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 14 กันยายน ที่ผ่านมา ว่า จากการตรวจคราบอสุจิที่พบบริเวณช่องคลอดและทวารของหญิงสาวที่เสียชีวิต พบดีเอ็นเอมีลักษณะผสม ซึ่งน่าจะเป็นของ 2 คน ขณะเดียวกัน จากการตรวจดีเอ็นเอที่พบในก้นบุหรี่ จำนวน 3 มวน ที่ตกอยู่ห่างจากจุดที่พบศพ 50 เมตร พบว่า มวนแรก ยี่ห้อมาโบโร่ มีรอยลิปสติกสีแดงติดอยู่ มวนที่สองพบดีเอ็นเอผสมของคน 2 คน และมวนที่สาม พบดีเอ็นเอของชายอีก 1 คน ซึ่งเป็นคนละคนกับที่พบในมวนที่สอง ทั้งนี้ จากการตรวจเปรียบเทียบพบว่า ดีเอ็นเอในบุหรี่มวนที่สองซึ่งพบดีเอ็นเอผสมของ 2 คน ไม่ขัดแย้งกันกับดีเอ็นเอที่พบในคราบอสุจิ โดยผลการตรวจไม่ขัดแย้งกันทั้งคู่ แต่การจะยืนยันได้ว่าดีเอ็นเอของอสุจิกับมวนบุหรี่เป็นคนเดียวกันหรือไม่ นั้น ต้องนำดีเอ็นเอ ของบุคคลนั้นมาตรวจเปรียบเทียบ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้จากการตรวจเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอยังไม่ตรงกับผู้ต้องสงสัยที่ควบคุม ตัวไว้ทั้งหมด รวมถึง นายคริสโตเฟอร์ อลันแวร์ เพื่อนผู้ตาย และแรงงานชาวพม่าด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งติดตามจับกุมคนร้ายต่อไ

พี ที ทอยส์ (บริษัท จำกัด)

รถจักรยาน จำหน่ายรถจักรยาน รถสามล้อเด็ก รถเด็กอ่อน

ศิริดวงพร การท่องเที่ยว (ห้างหุ้นส่วนจำกัด)

บริการให้เช่าพร้อมคนขับ - รถตู้ - รถ SportRider เที่ยวบนดอย - รถเก๋ง สนใจติดต่อ (053)800086,081-9520151 หรือ sttravel@windowslive.com *ค่าบริการสามารถเปลี่ยนแปลงตามราคาน้ำมัน และปัจจัยอื่นๆ

เอิร์ธ แมส มีเดีย (ห้างหุ้นส่วนจำกัด)

สำนักงานตัวแทนรับจัดการโฆษณา สื่อวิทยุม รถแห่โฆษณา / ป้ายคัตเอ้าท์ / งาน Event

ส่อลาง ! ผุดก้อมเมฆ แผนที่สหราชอาณาจักร ที่ไร้
การลงความเห็นแยกตัวเป็นเอกราชในสกอต /  ก้อนเมฆที่ไร้สกอตแลนด์ / 

วันนี้ทั้วโลกต่างพากันจับตามองหมายในการลงประชามติของสกอตแลนด์ที่จะเริ่มขึ้นในวันนี้ เวลาท้องถิ่นโดยประมาณ 13.00 ของไทย หลายคนได้จับเอาเค้าลางต่างๆมาผูกกับผลการลงประชามติว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไร ทั้งนี้หากไม่เกิดกระแสการแยกตัวเป็นอิสระของสกอตแลนด์ ที่ตกอยู่ใต้อาณานิคมของสหราชอาณาจักร มากว่า 307 ปี และมีการนัดหมายให้ประชาชนมาร่วมลงประชามติกันในวันนี้ (18ก.ย.) รูปภาพเหล่านี้ คงเป็นเพียงก้อนเมฆธรรมดาๆทั่วไป ซึ่งเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ สื่อต่างชาติได้เผยแพร่รูปภาพที่มีคนตาดี และสังเกตุว่าก้อนเมฆดังกล่าว มีรูปทรงคล้ายกับแผนที่ สหราชอาณาจักร แต่ไร้อาณาเขตเขตของ"สกอตแลนด์" บนท้องฟ้า โดยรูปภาพดังกล่าวถูกถ่ายโดย กิลเลี่ยน เดลนาน วัย 44 ปี ในระหว่างการพักผ่อนในซาร์เนีย ประเทศแคนาดา ที่บังเอิญตาดีสังเกตความผิดปกติของก้อนเมฆดังกล่าว และเชื่อว่า นี่เป็นหนึ่งในนิมิตหมาย ของผลการลงความเห็นที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ ถึงแม้ว่า จากการสำรวจผ่านโพลที่ผ่านมา คะแนนจะออกมาสูสีกันอย่างมากก็ตาม Mthai News ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก http://metro.co.uk/

หจก.สหชลการช่าง

อู่ซ่อมรถใหญ่ รับตั้งศูนย์ล้อหน้า-หลัง ดัดคานหน้า ดัดเสื้อเพลา ดัดชัชซีตัวรถ ดัดกะบะ ซ่อมชุดไฮดรอลิคดั้มพ์

อืม สักหน่อยเถอะ! ชินจิ จวกมอยส์ไม่เคยเชื่อใจกันเลย
ชินจิ คากาวะ /  ดอร์มุนด์ / 

ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ชินจิ คากาวะ ขอติดกระแสจวก เดวิด มอยส์ ต่อจาก ริโอ เฟอร์ดินานด์ ด้วยอีกคน ที่ก่อนหน้านี้ กองหลังความเร็วตก ได้ออกมาแฉถึงเทคติคการเล่นที่แสนจะมั่ว ชินจิ คากาวะ มิดฟิลด์เลือดซามูไร วัย 25 ปี ที่ได้ย้ายออกจาก ปีศาจแดง ไปซบถิ่นเก่ากับ เสือเหลือง โบรุสเซีย ดอร์มุนด์ และสร้างผลงานได้ดีตั้งแต่นัดแรกเลยทั้งยิง ทั้งจ่าย ล่าสุดก้ได้ออกมาบ่นถึงอดีตนายเก่าอย่าง เดวิด มอนส์ ว่าไม่เคยเชื่อใจ และให้โอกาสเขาได้ลงสนามสักเท่าไหร่เลย ซึ่งถือเป็นปีที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตค้าแข้งของเขาเลยก็ว่าได้ โดย คากาวะ ได้เผยออกมาว่า "ทุกคนรู้ดีว่าในปีที่สองของผม กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นอะไรที่ยากลำบากมาก เพราะผู้จัดการทีมไม่เชื่อใจผมเลย และทีมเองก็ทำผลงานได้ไม่ดี ผมดีใจมากที่ได้กลับมายัง ดอร์มุนด์ หัวใจของผมยังอยู่ที่นี่เหมือนเดิม ดอร์มุนด์ เป็นทีมเดียวที่ผมคิดถึงเสมอหากต้องย้ายทีม"