รถบัสพลิกตกเหว

ลีโอหนุนทีมคราฟท์-แบมบู ลุคออยล์ลุยศึกรถยนต์ทางเรียบระดับโลกประเดิมสนามแรกที่บุรีรัมย์
ทีซีอาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ซีรีส์ 2016 /  รถแข่ง / 

ลีโอ  เดินเครื่องรุกวงการมอเตอร์สปอร์ต เซ็นสัญญาสนับสนุนทีมรถแข่งชื่อดัง "คราฟท์ แบมบู ลุคออยล์ "ประเดิมลงสนามแรก ลุยศึกการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบระดับโลก ประเภททัวริ่งคาร์ รายการ "ทีซีอาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ซีรีส์ 2016" ที่จะมีขึ้นที่ สนามบุรีรัมย์ อินเตอร์เนชั่นเนล เซอร์กิต ในสุดสัปดาห์นี้ คุณปิติ ภิรมย์ภักดี กรรมการบริหาร บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เปิดเผยว่า “ การเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับทีม “คราฟท์ แบมบู ลุคออยล์” ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวแรกของแบรนด์ “ลีโอ” ในการก้าวเข้าสู่วงการมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกอย่างเต็มตัว เรารู้สึกเป็นเกียรติ ที่ได้เป็นพันธมิตรกับหนึ่งในทีมรถแข่งชั้นนำของโลก ที่มีแฟนๆติดตามอยางมากมาย และยังเป็นทีมที่มีศักยภาพสูงมาก ทั้งตัวนักแข่งเองและทีมงาน ดังที่ได้เห็นจากผลงานในหลายๆสนามที่ผ่านมา รวมทั้งในฐานะที่แบรนด์ “ลีโอ” ได้ขยายเข้าสู่ตลาดในภูมิภาคอาเซียน และตลาดสำคัญหลายแห่งทั่วโลก การเข้าสนับสนุนทีม “คราฟท์ แบมบู ลุคออยล์” ในครั้งนี้ แฟนๆมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลกจะได้เห็นโลโก้ “ลีโอ” ผงาดในตำแหน่งที่สำคัญบนตัวรถของทีม ที่ใช้ในการแข่งขันในรายการ “ทีซีอาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ซีรีส์” ที่ถือเป็นสุดยอดการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบประเภททัวร์ริ่งคาร์ ที่มีผู้ชมกว่า 200 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งจะเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของเบรนด์ “ลีโอ” ในระดับโลกอีกด้วย" ด้าน ริชาร์ด โคลแมน ซีอีโอของทีมคราฟท์- แบมบู เรซซิ่ง กล่าวว่า ในฐานะผู้บริหารทีม เรามีความรู้สึกเป็นเกียรติ และดีใจมาก ที่แบรนด์ “ลีโอ” ได้เข้ามาเป็นพันธมิตรเราในครั้งนี้ โดยประเดิมสนามแรก ในการแข่งขัน ทีซีอาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ซีรีส์ 2016 ที่บุรีรัมย์ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิจ และตนเชื่อว่าการเข้ามาหนุนทีมของแบรนด์ “ลีโอ” นั้น จะช่วยส่งเสริมซึ่งกันและกัน เพิ่มโอกาสในการขยายฐานแฟน ๆมอเตอร์สปอร์ตในประเทศไทย และในระดับโลกเพิ่มมากขึ้น จะเป็นแรงผลักดันที่ทำให้ทีมเราก้าวไปสู่ความสำเร็จ ในฤดูกาลนี้ไปพร้อมๆกัน” สำหรับทีมรถแข่ง "คราฟท์- แบมบู ลุคออยล์” (Craft-Bamboo Lukoil) มี 3 นักขับชื่อดังระดับแถวหน้าประกอบด้วย เจมน์ นาช, เปเป้ ออริโอล่า และ เซอร์เกย์ อะฟานาซีเยฟ ที่จะลงทำการขับเคี่ยวในรายการ "ทีซีอาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ซีรีส์" (TCR International International Series) ที่สนามบุรีรัมย์ อินเตอร์เนชั่นเนล เซอร์กิต ในระหว่างวันที่ 26-28 สิงหาคมนี้ ปัจจุบัน ทีมคราฟท์-แบมบู ลุคออยส์ กำลังลอยลำเป็นที่ 1 ในประเภททีม แถมยังครองตำแหน่งที่ 2 และ 3 ในประเภทนักแข่งอีกด้วย

บริหารเสน่ห์สาวๆ 12 ราศี อย่างไร? ให้ผู้ชายติดตรึม!!!
วิธีบริหารเสน่ห์ /  เสน่ห์ / 

สาวๆคงหนักใจไม่น้อย เพราะจะต้องทำอย่างไรให้หนุ่มที่เราหมายปองหันมาสนใจเราบ้าง Horoscope.Mthai.com  นำข้อมูล วิธีบริหาร เสน่ห์ สาวๆ ให้ดวงรุ่ง ตาม 12 ราศี มาบอกกันจ้า สาวราศีมังกร จริงๆ สาว ราศี มังกร มี เสน่ห์ สำหรับหนุ่มๆ ที่ได้พบเป็นหรือได้พูดคุยเพราะเป็นคนมีเหตุผล เข้าใจอะไรง่าย เธอไม่เหมาะกับแนวขี้อ้อนแสนงอนไร้เดียงสา จึงควรเป็นตัวเองในแบบฉบับที่ดูคล่องแคล่วปราดเปรียว ฉลาดแต่ก็ควรลดความเก่งความทันผู้ชายลงด้วยเช่นกัน ควรหัดมีอาการเขินอายพอให้น่ารักน่าเอ็นดูกะเขาบ้าง ด้วยบุคลิกเช่นนี้ก็ทำให้เธอเป็นที่ถูกใจของชายหนุ่มในอุดมคติของเธอได้ไม่ ยาก สาวราศีกุมภ์ สาวกุมภ์มี เสน่ห์ ในตัวเองอยู่แล้ว ฉะนั้นก่อนอื่นต้องทำความรู้จักกับข้อดีของตัวเองซะก่อน จะได้ใช้ให้เป็นด้วย สาวกุมภ์มีความน่ารักเป็นต้นทุน จึงไม่ต้องประดิษฐ์กันมากมายให้เป็นไปตามธรรมชาติ การพูดจาด้วยความเข้าใจและสนใจ และที่สำคัญเธอมีความคิดความอ่านที่คมคาย แสดงให้เห็นว่าเป็นผู้หญิงที่มีสมองด้วย จึงไม่น่าเบื่อเลยในการสนทนากับสาวราศีนี้ แค่นี้ก็พร้อมเช็คเรตติ้งตัวเองได้แล้ว สาวราศีนี้แอบดื้อรั้นซึ่งเป็นผลมาจากความมั่นใจบวกกับความฉลาดของเธอ ตรงนี้ต้องลดลงนิดนึงจะได้กลมกล่อม สาวราศีมีน จริงๆ สาวราศีมีนเป็นคนที่มี เสน่ห์ ในสไตล์โรแมนติกผสมความลึกลับนิดๆ ดังนั้นเวลามีความรักไม่ควรเปิดเผยความคิดความรู้สึกทั้งหมดของเราให้หนุ่มๆ รู้หมด ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นและอยากเรียนรู้เราอยู่ตลอดเวลา พร้อมกับมัดใจหนุ่มด้วยความโรแมนติกแบบเก๋ๆ ที่เต็มไปด้วยความจริงใจในสไตล์ของตัวเอง ความช่างเอาใจใส่ดูแลและความเข้าใจ ของเธอทำให้หนุ่มๆ ไปใหนไม่รอด และยอมมอบหัวใจให้เธอ เป็นของกำนัล สาวราศีเมษ สาวเมษดูปราดเปรียวเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา มีลูกเล่นในการพูดคุยที่สนุกสนานมีมุขขำๆ พอน่ารักน่าเอ็นดู บวกกับความเป็นสาวเก่ง ทำให้เธอดูน่าสนในอยู่แล้วดังนั้นแค่สาวเมษรู้จักการนำเสนอส่วนดีของตัวเอง ในปริมาณพอดี ก็สร้าง เสน่ห์ แก่เธอแล้ว โดยเฉพาะการพูดคุยของเธอนั้นสามารถแสดงความคิดที่มีสาระ อีกทั้งยังสื่อถึงความเป็นสาว อารมณ์ดีได้อย่างลงตัว ทำให้หนุ่มในยุคดิจิตอลตกหลุมรักเธอโดยไม่รู้ตัว สาวราศีพฤษภ สาวพฤษภมีความแสนดีเป็น เสน่ห์ ประจำกาย เธอจิตใจดี นิสัยดี ซื่อแบบใสๆ ทำให้ใครที่อยู่ใกล้อดที่จะชื่นชมเธอไม่ได้ ความนิ่งสงบของเธอก็เป็นอาวุธร้ายที่สามารถสยบชายหนุ่มที่ได้ผลเสมอ เพราะมันดูท้าทายหัวใจเขาเหลือเกิน ความนิ่งของเธอไม่ได้ดูลึกลับน่าหวาดกลัว แต่กลับดูใสซื่อรายกับลูกวัวตัวน้อยๆ ทำให้ปลุกสัญชาติญาณของเสือหนุ่มทั้งหลาย ให้ตื่นเต้นขึ้นมาได้ ฉะนั้นเพียงแค่เธอแสดงความใส่ใจกับชายหนุ่มบ้างพองาม ก็ทำให้ชายหนุ่มมีกำลังใจทำดีกับสาวเจ้าพฤษภแล้ว สาวราศีเมถุน เธอเป็นสาวเจ้า เสน่ห์ ตัวจริงของวงการก็ว่าได้ เธอรู้จักการวางตัวให้ดูน่าสนใจ มีลูกเล่นไม่น่าเบื่อ ช่างพูดช่างฉอเลาะ และสาวราศีเมถุนมีวิธีเช็คเรตติ้งตัวเองแถมขยันเช็คซะด้วยมีเทคนิคการโปรย เสน่ห์ให้สไตล์ที่ดูธรรมชาติเป็นกันเอง และสาวเมถุนมีอาวุธลับของตัวเองก็เธอมีตำแหน่งเป็นถึง "นางงามมิตรภาพ" การันตีอยู่แล้ว ที่สำคัญเธอใช้อาวุธของเธอเป็นแค่นี้หนุ่มๆ ก็หลงเสน่ห์เธอแล้ว สาวราศีกรกฎ สาวปูมีความน่ารักเป็นธรรมชาติ ไม่ประดิษฐ์ จึงเป็น เสน่ห์ ในแบบฉบับของตัวเอง ความเป็นคนตรงๆ ดูจริงใจและซื่อสัตย์ในเรื่องความรักมาก ทำให้ชายหลายคนอยากจะได้หัวใจเธอ เพราะเธอทำให้เขามั่นใจในความรักที่เธอมีให้คนรัก ซึ่งนั่นทำให้เขาภูมิใจในตัวเธอ และอดที่จะภูมิใจในตัวเองไม่ได้ เรื่องการเทคแคร์ดูแลเอาใจใส่นี่ก็ถือเป็นเทคนิคส่วนตัว ที่ทำให้หนุ่มๆ หลงใหลในตัวเธอมานักต่อนักแล้ว สาวราศีสิงห์ ท่ามกลางผู้คนจำนวนมาก เรื่องความโดดเด่นต้องยกให้แก่แม่สิงห์สาว เธอสวยสง่า สดใส เสียงดังฟังชัด รอยยิ้มที่เปิดกว้างอย่างมีไมตรีเรียกความสนใจจากหนุ่มได้ตั้งแต่แรกเห็น เพียงแค่สาวเก่งอย่างเธอออกปากชื่นชมชายหนุ่มด้วยความจริงใจ ก็ทำให้เขาภูมิใจได้อย่างมากมาย ที่ได้รับการยอมรับจากผู้หญิงที่มีความสามารถรอบตัว เช่น การเอาอกเอาใจเป็นพิเศษก็ทำให้เขาปลื้มเธอเหลือเกินแล้ว สาวราศีกันย์ เสน่ห์ ของสาวราศีกันย์คือ ดวงตาแสนซื่อใส และใบหน้าที่ดูได้เดียงสา ทำให้ชายหนุ่มตกหลุมรักเธอแบบไม่ทันตั้งตัวกันเลยทีเดียว เธอดูน่าทะนุถนอม น่ารักแบบเด็กสาวที่ไม่มีจริตปรุงแต่ง รอยยิ้มที่ดูจริงใจ แค่นี้หนุ่มๆ ก็แย่งกันเพื่อจะเอาชนะใจเธอให้ได้แล้ว สาวราศีตุลย์ สาวตุลย์มีมนต์ เสน่ห์ ดึงดูดมัดใจชายหนุ่ม ด้วยบุคลิกท่าทางหน้าตา การแต่งเนื้อแต่งตัวที่รู้ข้อดีของตัวเองและใช้มันเป็น เธอสนใจและมีความรู้เรื่องราวต่างๆ รอบตัวเยอะ จึงทำให้การสนทนาราบรื่นสนุกสนาน และเพิ่มเสน่ห์ด้วยการแสดงความสนใจฟังชายหนุ่มอย่างตั้งใจ ทำความเข้าใจจับประเด็นที่เขาต้องการสื่อได้ดี และจากนั้นก็พูดคุยไปในทางแนวทางเดียวกันกับเขาอย่างเป็นธรรมชาติ เพียงแค่นี้ก็สามารถกุมหัวใจให้กับชายหนุ่มไว้ได้แล้ว เพราะเขาจะรู้สึกดีมากๆ ที่ได้รับการยอมรับจากสาวรอบรู้อย่างสาวตุลย์ สาวราศีพิจิก แค่ทำตัวตามปกติที่เธอเป็นก็ดึงดูดความสนใจจากชายหนุ่มได้แล้ว ด้วยอำนาจแห่งความลึกลับส่งคลื่นไปกระแทกใจชาย จนอยากเข้ามาทำความรู้จักและพยายามจะศึกษาวิจัยเธออย่างจริงจัง วิธีบริหาร เสน่ห์ เพียงแค่ใช้ดวงตาที่สะกดได้นั่นล่ะ ยังได้ผลอยู่เสมอ เพราะเธอมีดวงตาเป็นอาวุธ ใช้สายตาจับจ้องและเนิ่นนาน ที่เหลือฝ่ายชายเขาจะหาวิธีที่จะสานสัมพันธ์ต่อเอง สาวราศีธนู เธอเป็นสาวเซ็กซี่ ขี้เล่น เป็นกันเอง ตามสเปคที่หนุ่มๆ จำนวนไม่น้อยพร่ำเพ้อหากันอยู่ทุกวันนี้ เธอมีความสามารถหลากหลาย ที่ทำให้หนุ่มๆ ทึ่งได้เสมอ เธออาจตีกอล์ฟด้วยท่วงท่าที่สวยงาม หรืออาจเล่นกีฬาผาดโผนต่างๆ ที่สาวอื่นไม่กล้าและหากไปคาราโอเกะ เธอก็ร้องเพลงช้าได้น่าฟังจับใจและเพลงเร็วที่ทำให้ทุกคนได้สนุกไปกับเธอ หรืออีกวันเธออาจชวนคุณไปทำบุญเลี้ยงเด็กกำพร้า เธอเป็นสาวที่สร้างความประทับใจได้ไม่รู้จบจริงๆ เรียกว่าเธอทำอะไรก็ดูดีไปหมด (ไม่รักไม่ได้แล้ว) อยู่ใกล้เธอคุณไม่อาจคาดเดาได้ ซึ่งเป็น เสน่ห์ ที่ไม่ซ้ำแบบใครจริงๆ สร้างสีสันจนชายหนุ่มสนุกที่จะอยู่ใกล้ๆ เธอ จนรู้สึกเหมือนขาดอะไรไปเมื่อห่างจากเธอ ขอบคุณข้อมูลจาก sportzean.com

5 คู่รักคนดังที่ทำให้รู้ว่า อดีตและอนาคตไม่สำคัญเท่ากับปัจจุบันที่มีเธอ
Angelina Jolie /  Brad Pitt / 

5 คู่รักคนดังที่ทำให้รู้ว่า อดีตและอนาคตไม่สำคัญเท่ากับปัจจุบันที่มีเธอ ดาราคนดังฝั่งตะวันตกหลายต่อหลายคู่มีข่าวรัก ๆ เลิก ๆ ให้เห็นในหน้าสื่ออยู่บ่อยครั้ง แต่จะมีสักกี่คู่ที่ความรักของคนทั้งสองจะยังต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน และอนาคตก็ยังมีแววว่าจะจับมือจูงกันเดินต่อไป แม้จะมีข่าวฉาวมากมายมาสั่นคลอนความสัมพันธ์ก็ตาม และ 5 คู่รักคนดังต่อไปนี้จะแสดงให้เห็นว่าในวันนี้เขาและเธอก็ยังเดินบนเส้นทางชีวิตไปพร้อม ๆ กัน เดวิด - วิคตอเรีย เบ็คแฮม (David Beckham & Victoria Beckham) คู่รักที่ฮอตที่สุดในเวลานี้ เรียกได้ว่าเป็นตัวแทนความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอังกฤษเลยทีเดียว พวกเขาครองรักกันมานาน 19 ปี ทั้งคู่ได้เจอกันและสานสัมพันธ์กันครั้งแรกในปี 1997 และอีก 2 ปีต่อมาก็แต่งงานใช้ชีวิตร่วมกันจนมีโซ่รักคล้องใจ ทั้งหมด 4 คน บรูคลิน, โรมิโอ, ครูซ และลูกสาวคนสุดท้อง ฮาร์เปอร์ พวกเขาทั้งคู่ได้ถูกโหวตให้เป็นคู่รักที่เซ็กซี่ที่สุดของโลกอีกด้วย แบรด พิตต์ - แอนเจลีนา โจลี (Brad Pitt & Angelina Jolie) ต่างที่รู้กันว่าทั้ง แอนเจลีนา โจลี และ แบรด พิตต์ ต่างผ่านอะไรมาด้วยกันเยอะ ไม่ว่าจะเป็นตอนที่แอนเจลีนา โจลี ป่วยจนต้องเข้ารับการรักษาผ่าตัดแบรด พิตต์ ก็คอยอยู่ดูแลเธอไม่ห่าง และพวกเขาก็ถือเป็นตัวท็อประดับแถวหน้าของฮอลลีวูดอีกด้วย ทั้งสองได้แต่งงานกันและมีครอบครัวที่ค่อนข้างใหญ่ เพราะมีลูกถึง 6 คน โดยแบรด พิตต์ ได้เคยเขียนเล่าเรื่องราวความรักของเขากับแองเจลินา โจลี ได้อย่างน่าสนใจว่า "ภรรยาก็คือภาพสะท้อนของสามี ถ้าคุณรักภรรยามาก เธอก็จะรักคุณมากเช่นกัน" อดัม เลอวีน - เบฮาตี พรินสลู (Adam Levine & Behati Prinsloo) มาถึงคู่นักร้องที่แซ่บที่สุดกับนางฟ้าจาก Victoria’s Secret เรียกได้ว่าคู่นี้หวานกันมาก อดัม เลอวีน เริ่มคบหากับ เบฮาตี พรินซ์ลู นางแบบวิกตอเรียส์ซีเคร็ตชาวนามิเบีย เมื่อเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2012 และหมั้นกันในเดือนกรกฎาคมปี 2013 แต่งงานกันในวันที่ 19 กรกฎาคม ค.ศ. 2014 และทั้งคู่กำลังจะมีบุตรคนแรกด้วยกัน ด้วยความที่อดัมเองก็ติดภรรยาคนนี้มาก จะเห็นว่าในอินสตาแกรมจะมีรูปภรรยาอยู่ไม่น้อยเลย แถมเวลาปาปารัซซีถ่ายก็จะเจอพวกเขาทั้งคู่จู๋จี๋ และแสดงความรักกันออกจะบ่อย เรียกได้ว่าทำให้แฟน ๆ ต่างอิจฉากันใหญ่ แซม แคลฟลิน - ลอร่า แฮดด็อก (Sam Claflin & Laura Haddock) คุณเคยได้ยินคำนี้ไหม “ความโรแมนติกมันมีอยู่จริง!” คู่รักที่กำลังหวานชื่นกับลูกที่น่ารักในท้องของภรรยา ที่แฟน ๆ ต่างพูดกันว่าเวลาที่ แซม แคลฟลิน มอง ลอร่า แฮดด็อก สายตาของเขาเหมือนอีโมจิมีชีวิตได้เลย และทั้งคู่ตอนนี้กำลังดังเป็นพลุแตก ยิ่งตัวของแซม ด้วยแล้วบอกเลยว่าราศีคุณพ่อราศีคนดังกำลังจับ เรียกได้ว่าคู่นี้เป็นอีกหนึ่งคู่ที่เรายกให้ว่าเลิศเพอร์เฟกต์ที่สุด บารัค - มิเชลล์ โอบามา (Barack – Michelle Obama) มาถึงคู่สุดท้าย เรียกได้ว่าคู่นี้ก็เป็นอีกคู่ที่ถูกจับตามองทั่วโลกกับประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา และสตรีหมายเลขหนึ่ง บารัค โอบามา และ มิเชลล์ โอบามา ทั้งคู่พบเจอกัน เมื่อก่อนที่บารัคเป็นนักศึกษาฝึกงานที่บริษัทกฎหมาย Sidley Austin ในชิคาโก และมิเชลล์ เป็นพี่เลี้ยงของบารัค โอบามา เขาได้ตกหลุมรักเธอครั้งแรกและนัดเธอออกเดท จนทั้งคู่ได้แต่งงานกันและใช้ชีวิตคู่มาร่วม 20 ปี ความหวานของทั้งคู่ก็ยังไม่จางหาย เพราะบารัคมักจะแสดงความรักต่อภรรยาที่รักออกสื่อและในที่สาธารณะอยู่บ่อยครั้ง และนี้จึงเป็นสาเหตุของจุดกำเนิดของหนังเรื่อง Southside with You ให้รักเปลี่ยนโลก ภาพยนตร์ที่ว่าด้วยเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง เล่าเรื่องเดทแรกของทั้งคู่ที่คุณไม่เคยรู้มาก่อนผ่านแผ่นฟิล์มที่กำลังจะฉายในโรงภาพยนตร์

คริสติน่า อากีล่าร์ ล้ม 'กระดูกร้าว!' ยัน ไม่กระทบคอนเสิร์ตล้านตลับ
คริสติน่า อากีล่าร์ /  คอนเสิร์ต ล้านตลับ

ทำเอาแฟนคลับตกอกตกใจอย่างมากทีเดียว หลังจากเมื่อคืนนี้(26 ส.ค.) นักร้องสาวคนดัง คริสติน่า อากีล่าร์ อัพเดทอินสตาแกรมส่วนตัว เป็นภาพของเธอใส่เฝือกที่แขนซ้าย พร้อมฟิล์มเอ็กซเรย์กระดูก และข้อความว่า "Got an accident bone fracture" Got an accident 😓 bone fracture 😩😩😩 A photo posted by Christina Aguilar (@c_aguilar) on Aug 26, 2016 at 12:07pm PDT ข้อมูลเผยว่า นักร้องสาวประสบอุบัติเหตุลื่นล้มที่บ้านของน้องสาวเมื่อคืนที่ผ่านมา ทำให้กระดูกบริเวณข้อศอกซ้ายร้าว และได้เข้ารับการรักษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม อาการที่เกิดขึ้นจะหายเมื่อได้รับการรักษาและพักฟื้นในระยะเวลาเพียง 3-4 วัน และจะไม่กระทบต่อคอนเสิร์ตใหญ่ ล้านตลับ ที่ คริสติน่า อากีล่าร์ จะร่วมเวทีร่วมกับอีก 5 ศิลปินชื่อดัง ใหม่ เจริญปุระ, อมิตา ทาทา ยัง, นัท มีเรีย, โบ สุนิตา ลีติกุล, นิโคล เทริโอ ซึ่งมีกำหนดการแสดงในวันที่ 7-8-9 ตุลาคม 2559 นี้อย่างแน่นอน. มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ใช้ หูฟังจุกยาง + ฟังเพลงดังเกินไป เสี่ยง ประสาทหูเสื่อม ถาวร!
ประสาทหู /  ประสาทหูเสื่อม / 

ฟังเพลงดังเกินไปเสี่ยง มีผลกระทบร้ายแรง อาจก่อให้เกิดโรคประสาทหูเสื่อม "ถาวร" เคยเป็นไหม เวลาจะฟังเพลงต้องเปิดให้ดังไว้ก่อน จะได้เข้าถึงอารมณ์เพลง ยิ่งเวลานั่งรถไปทำงานหรือไปเที่ยวไกลๆ เป็นต้องหยิบหูฟังเสียบสมาร์ทโฟนแล้วเปิดเพลงดังๆ เป็นอะไรที่ได้บรรยากาศสุดๆ แต่หารู้ไม่ว่ายิ่งฟังเพลงดังเท่าไร “หู” ยิ่งได้รับ “อันตราย” มากเท่านั้น เคยสังเกตตัวเองดูบ้างไหม ว่าระดับเสียงเพลงที่ฟังกันปกติทุกวัน มันเกินระดับที่เหมาะสมหรือเปล่า และย้อนดูสิว่าใช้เวลาฟังเพลงกันนานเท่าไร บางคนเสียบหูฟังเปิดเพลงแล้วนอนหลับจนเช้าก็มี โดยที่ไม่รู้เลยว่า พฤติกรรมการฟังแบบนี้ มันเป็นอันตรายต่อประสาทหูมากแค่ไหน ลองมาดูกันว่าการฟังเพลงเสียงดังจะส่งผลกระทบอะไร จะมีผลร้ายแรงแค่ไหน และมีวิธีการฟังแบบใดบ้าง ถึงจะไม่สุ่มเสี่ยงอันตรายที่จะเกิดกับหู ผศ.นพ.จารึก หาญประเสริฐพงษ์ จากภาควิชาโสตศอนาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บอกว่า การฟังเสียงดังๆ หรือเปิดฟังนานๆ มีผลทำให้ประสาทหูเสื่อม เพราะการฟังเสียงดังมากๆ จะไปทำให้เซลล์ของหูชั้นในเกิดการเสียหาย ระยะแรกถ้าเป็นไม่มาก อาจหายได้เอง แต่ถ้าเป็นระยะเวลาติดต่อกันนานๆ อาจประสาทหูเสื่อมถาวร โดยปกติเวลาคนพูดกัน ระดับเสียงจะอยู่ที่ 40-30 เดซิเบล ซึ่ง “ตัวหูฟัง” สามารถเพิ่มระดับเสียงได้มากถึง 100-110 เดซิเบล ถ้าได้รับเสียงเกิน 90 เดซิเบล คือระดับที่ใส่หูฟังแล้วต้องตะโกนคุยกัน ซึ่งไม่ควรฟังเกิน 8 ชม. แต่ถ้าเป็น 110 เดซิเบล ไม่ควรฟังเกิน 1 ชม. หากเกินกว่านั้น “หูชั้นใน” จะได้รับผลกระทบ เพราะความแรงของคลื่นเสียงจะส่งไปยังหูชั้นในโดยตรง ทำให้เซลล์ประสาทหูค่อยๆตายไป แต่จริงๆ แล้ว อาการหูเสื่อม ไม่ได้เกิดจากการใส่หูฟังเพียงอย่างเดียว เพราะส่วนใหญ่อาการหูเสื่อมพบมากสุด คือ กลุ่มคนที่ทำงานโรงงานอุตสาหกรรม และคนที่มีโรคประจำตัวเยอะ ไม่ว่าจะเป็นเบาหวาน ความดัน ไขมัน หรือโรคเกี่ยวกับหูอยู่แล้ว ซึ่งหูจะเสื่อมเร็วกว่าคนอื่นๆ หากอยากรู้ว่าหูตัวเองเริ่มมีอาการเสื่อมหรือไม่ ให้สังเกตได้จากการเริ่มมีเสียงดังในหู เมื่อเป็นเยอะ เวลาอยู่ในที่เงียบ จะมีเสียง วี๊ๆๆ ดังอยู่ในหู และเริ่มเร่งระดับเสียงมากขึ้นจากที่เคยฟังเมื่อก่อน หรือพูดเสียงดังมากขึ้น เพราะไม่ได้ยินเสียงตัวเอง ถ้าพบว่ามีอาการแบบนี้ควรไปปรึกษาแพทย์ได้เลย อย่างไรก็ตามการฟังเพลงนั้น ก็ไม่ได้มีแต่โทษอย่างเดียว แค่ฟังให้ถูกวิธี ฟังในระดับที่เหมาะสม ให้หูได้ยินเสียงภายนอกได้บ้าง ไม่ฟังติดต่อกันเป็นเวลานาน อีกอย่างคือ ควรหลีกเลี่ยงการใช้หูฟังที่เป็นจุกยาง เพราะทำให้มีเสียงดังเข้าในหูเยอะ แค่นี้การฟังเพลงก็ไม่เป็นอันตรายต่อไป แถมยังช่วยให้ผ่อนคลายอีกด้วย แค่ลดระดับเสียงลงสักนิด... เลี่ยงความเสี่ยงโรคประสาทหูเสื่อมได้ ที่มาจาก http://www.thaihealth.or.th/

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

ปากพาซวย! โฮป โซโล ประตูสาวแยงกี้ โดนแบน 6 เดือนหลังหยามคู่แข่ง
ฟุตบอลหญิง /  สหรัฐอเมริกา / 

โฮป โซโล ผู้รักษาประตูสาววัย 35 ปีของ ทีมชาติสหรัฐอเมริกา ถูกสหพันธ์ฟุตบอลสหรัฐอเมริกาลงโทษด้วยการแบนเธอจากวงการลูกหนังสหรัฐฯ เป็นเวลา 6 เดือน หลังโซโลหยามคู่แข่งอย่าง ทีมชาติสวีเดน ด้วยคำว่า "ไอ้พวกขี้ขลาด!" ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจบเกมที่ทีมเนื้ออ่อนสหรัฐฯ แพ้ลูกที่จุดโทษ ทีมชาติสวีเดน 5-4 (เสมอในเกม 1-1) ในศึกฟุตบอลหญิง รอบ 8 ทีมสุดท้าย โอลิมปิก "ริโอเกมส์" 2016 ที่ผ่านมา ทำให้โซโลชวดลงสนามยาวถึงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้าเลยทีเดียว โดยหลังโดนโทษแบนดังกล่าว เธอได้แสดงความเสียใจและกล่าวคำขอโทษผ่านหน้าเฟซบุ๊กส่วนตัวของเธอทันที ก่อนหน้านี้ ในเดือนมกราคม 2015 โซโล เคยโดนแบน 30 วัน ในช่วงเก็บตัวกับทีมชาติ ซึ่งสื่อรายงานว่าเธอนั้นได้อยู่ในรถคันเดียวกับ เจอร์เรมี่ สตีเว่นส์ สามีของเธอขณะถูกจับกุมข้อหาขับรถขณะมึนเมา

วีเจจ๋า ใจสลาย! รับศพ จูน น้องสาวหลังโดดตึกเสียชีวิต
วีเจจ๋า ณัฐฐาวีรนุช /  จูน น้องสาว วีเจจ๋า / 

     สุดอาลัย! ดาราสาว วีเจจ๋า ณัฐฐาวีรนุช พร้อมด้วยครอบครัว เดินทางไปรับศพน้องสาว จูน กอปรบุญ ทองมี แอร์โฮสเตสสาวสายการบินการ์ต้าวัย 32 ปี หลังกระโดดตึกลานจอดรถชั้น 10 ของห้างดังย่านรัชโยธิน เสียชีวิตเมื่อเวลา 15.15 น. วานนี้(25 ส.ค.) ซึ่งในวันนี้จะมีการสวดพระอภิธรรมเป็นคืนแรก ณ วัดพระศรีมหาธาตุ(บางเขน) ศาลา 15 ทั้งนี้ทางทีมข่าว Gossipstar.mthai.com ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว “ทองมี” เป็นอย่างยิ่งขอบคุณภาพเพิ่มเติมจาก เฟซบุ๊ก June Korbboon Thongmee วีเจจ๋า สุดเศร้า รับศพ จูน น้องสาว   วีเจจ๋า สุดเศร้า รับศพ จูน น้องสาว   วีเจจ๋า สุดเศร้า รับศพ จูน น้องสาว   วีเจจ๋า สุดเศร้า รับศพ จูน น้องสาว   วีเจจ๋า - จูน น้องสาว   วีเจจ๋า - จูน น้องสาว  

10 ที่เที่ยวประจำเดือนสิงหาคม กินลม ชมวิว ชิลน้ำตก
10 จุดหมายท่องเที่ยว /  กินลมชมวิว / 

กลับมาอีกครั้งกับการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวประจำเดือน เรายังคงอยู่กับป่าเขา น้ำตก และธรรมชาติอีกเช่นเคย ยิ่งหน้าฝนแบบนี้ แดดไม่ร้อน ต้นไม่ใบหญ้าเขียวขจี ถ่ายรูปออกมาสวยงามสุด ๆ travel.mthai.com ได้รวบรวมมาไว้ให้คุณ มาดูกันดีว่าว่า 10 ที่เที่ยวประจำเดือนสิงหาคม มีที่ไหนน่าไปเที่ยวบ้าง แต่รับรองว่าถูกใจคนรักธรรมชาติแน่นอน ทั้ง กินลม ชมวิว ชิลน้ำตก แนะนำ 10 ที่เที่ยวประจำเดือนสิงหาคม 1. น้ำตกผาดอกเสี้ยว จ.เชียงใหม่ น้ำตกผาดอกเสี้ยว หรือ น้ำตกรักจัง ตั้งอยู่บ้านแม่กลางหลวง ในเขตของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์น้ำตกผาดอกเสี้ยวนั้นมีทั้งหมด 10 ชั้น แต่ไฮไลท์ที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องไปเยือนคือชั้นที่ 7 เพราะสายน้ำจากน้ำตกชั้นบนไหลตกลงมากระทบชั้นล่าง มีความสูงราว 20 เมตร สวยงามตระการตา ส่วนที่มาของชื่อน้ำตกผาดอกเสี้ยวก็มาจากชื่อต้นเสี้ยวซึ่งเป็นไม้เด่นบริเวณน้ำตกนั้นเอง 2. เขากระโจม สวนผึ้ง จ.ราชบุรี เขากระโจม เป็นยอดเขาสูงสุดในเทือกเขาตะนาวศรี อยู่ห่างจากอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ประมาณ 29 กิโลเมตร ความจริงแล้ว เขากระโจม เป็นที่รู้จักกันมานานพอสมควร เป็นยอดเขาที่มีชื่อเสียงในเรื่องของจุดชมวิวทะเลหมอกที่สวยงาม เนื่องจากมีความสูงประมาณ 1,045 การเดินทางขึ้นไปยังเขากระโจมนั้น ขอบอกว่าค่อนข้างยากลำบากมาพอสมควร เนื่องจากว่าระยะทางจากตีนเขาถึงยอดเขานั้นเป็นระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร และการขึ้นไปที่เขากระโจมก็ต้องใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้น 3. ทุ่งดอกปอเทือง จ.สงขลา ดอกปอเทืองสีเหลืองสวยสดจะบานสะพรั่งเต็มท้องทุ่งกว่า 300 ไร่ ที่ ต.รำแดง อ.สิงหนคร จ.สงขลา อันที่จริงแล้วดอกปอเทืองนี้ เป็นพืชปรับปรุงบำรุงดินที่ถูกนำมาปลูกในแปลงนา เพื่อเป็นปุ๋ยพืชสดช่วยบำรุงดิน โดยมีลักษณะเด่นคือ มีดอกสีเหลืองสวยงาม ซึ่งการปลูกดอกปอเทืองเป็นพืชที่เข้ามาเติมเต็ม เพื่อให้ท้องทุ่งนาดูสวยงามขึ้น และนักท่องเที่ยวก็สามารถเดินทางมาสัมผัสความสวยงาม และถ่ายภาพเป็นที่ระลึกได้ สอบถามยามดอกไม้บาน ได้ที่ : องค์การบริหารส่วนตำบลรำแดง โทร. 08 64882549 , 0 74318451 4. น้ำตกปิตุ๊โกร จ.ตาก “น้ำตกปิตุ๊โกร” หรือ เปโตร๊ะลอซู น้ำตกที่อยู่บนดอยเทือกเขาสามหมื่น ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง จ.ตาก เป็นน้ำตกที่ได้ขึ้นชื่อว่าอยู่สูงที่สุดในเมืองไทย ด้วยความสูงกว่า 500 เมตร (วัดด้วยเครื่อง GPS) หรือเกือบสองเท่าของตึกใบหยก นับเป็นน้ำตกที่อลังการสุด ๆ แต่การจะเดินทางไปถึงนั้นโหดเอาเรื่องทีเดียว ที่น้ำตกแห่งนี้ยังเต็มไปด้วยความโรแมนติกด้วย ถ้านักท่องเที่ยวได้มองน้ำตกปิตุ๊โกรจากระยะไกล จะเห็นน้ำตกแห่งนี้เป็นรูปหัวใจ บางคนจึงเรียกที่นี่ว่าน้ำตกรูปหัวใจ 5. เขาไข่นุ้ย จ.พังงา เขาไข่นุ้ย เป็นจุดชมทะเลหมอกของภาคใต้ ซึ่งเวลานี้กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะมีทะเลหมอกให้ชมตลอดทั้งปี แนะนำให้มาในช่วงที่มีคลื่นลมทะเลสงบเท่านั้น นักท่องเที่ยวถึงจะได้เห็นปุยขาวของทะเลหมอกบนเขาไข่นุ้ยแห่งนี้ได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ เขาไข่นุ้ย ยังมีสิ่งมหัศจรรย์ที่ไม่แพ้ดอยหรือภูทางตอนบนของประเทศ นั่นคือความงดงามของพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก ของทะเลอันดามัน และวิวทิวเขาเรียงรายสวยงามโดดเด่นจนเห็นได้ชัด แถมมีอากาศเย็นสบายคล้ายภาคเหนือ จึงไม่แปลกที่นักท่องเที่ยวนิยมมาตั้งเต้นท์ เพื่อรอชมงามของสถานที่สุดโรแมนติกแห่งนี้ 6. ทุ่งโปรงทอง ปากน้ำประแส จ.ระยอง ทุ่งโปรงทอง ปากน้ำประแส จังหวัดระยอง ป่าชายเลนผืนใหญ่กว่า 6,000 ไร่ ที่อุดมสมบูรณ์มากอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่จุดชมวิวทุ่งโปรงทองที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ยามที่แสงอาทิตย์สาดส่องลงมา จะได้เห็นทุ่งต้นโปรงทองสีทองอร่ามไปทั่วแบบ 360 องศา ถ้าไม่เชื่อ ต้องลองไปดูให้เห็นกับตา 7. น้ำตกวชิรธาร จ.เชียงใหม่ น้ำตกวชิรธาร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ เดิมชื่อ ตาดฆ้องโยง ตัวน้ำตกอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 750 เมตร น้ำจะดิ่งจากผาด้านบนตกลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง ในช่วงที่มีน้ำมากละอองน้ำจะสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณรู้สึกได้ถึงความเย็นและชุ่มชื้น สะพานไม้ที่ทอดยาวเข้าไปหาหน้าผานั้นจะเปียกลื่นอยู่ตลอดเวลาในฤดูน้ำมากแต่หากเดินเข้าไปจนสุดจากจุดนั้นจะได้สัมผัสกับความงามของน้ำตกมากที่สุด 8. ดอยผาตั้ง จ.เชียงราย นับว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากบรรดานักท่องเที่ยว โดยตั้งอยู่ในเขตตำบาลปอ อำเภอเวียงแก่น จากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,800 เมตร ดอยผาตั้งเป็นยอดภูเขาสูงตั้งเผป็นดอยอยู่ติดกับสถานที่จอดรถและร้านค้าบริการ โดยจากยอดดอยนั้นสามารถรับชิมทัศนียภาพที่สวยงามอันจะสามารถเห็นฝั่งมีน้ำโขงฝั่งลาวและยังสามารถมองเห็นยอดของภูชี้ฟ้าที่อยู่ห่างออกไปจากดอยผาตั้งแห่งนี้อีกกว่า 25 กิโลเมตร ดอยผาตั้งนั้นตั้งอยู่ใกล้ทางหลวงหมายเลข 1093 กิโลเมตรที่ 89 เป็นจุดชมวิวไทย-ลาว มีความสูง 1,635 เมตร และเที่ยวชมทะเลหมอกได้ตลอดทั้งปี 9. ทุ่งดอกเทียนปีกผีเสื้อ ดอยหัวหมด จ.ตาก ดอยหัวหมด คือ จุดชมวิวอาทิตย์ขึ้นและตกที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในอำเภออุ้มผาง แต่นักเดินทางตัวจริงจะรู้กันดีว่าเมื่อถึงฤดูกาลที่ฝนโปรยสาย จะเกิดสิ่งมหัศจรรย์ขึ้นเต็มลานบนยอดดอย เมื่อดอกไม้เล็กๆ นามว่าเทียนปีกผีเสื้อ แตกดอกออกช่อโผล่ขึ้นมาเหนือทุ่งหญ้า เปลี่ยนดอยหัวหมดให้กลายเป็นแดนสวรรค์สีชมพูภายในพริบตา ยิ่งสายลมพัดพาดอกไม้สะบัดไหวไปตามแรงลม ยิ่งทำให้ดูคล้ายผีเสื้อตัวเล็กตัวน้อยกำลังเริงระบำกลางม่านฝน กลายเป็นภาพที่สวยงามน่าดูชม ถึงแม้จะฝ่าถนนลอยฟ้าพันโค้งมาอย่างยากลำบาก เพียงเจอเจ้าเทียนปีกผีเสื้อเหล่านี้เบ่งบาน ความเหนื่อยล้าก็แทบมลายหายเป็นปลิดทิ้ง สอบถามยามดอกไม้บาน ได้ที่ : ททท. สำนักงานตาก โทร. 0 5551 4341-3 10. น้ำตกหมันแดง ภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก ชื่นชมความมหัศจรรย์ของน้ำตกหมันแดง ณ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก ที่ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ดงดอกลิ้นมังกรสีชมพู ที่หาดูได้ยาก และช่วงเวลาที่เหมาะสมคือเดือนสิงหาคมของทุกปี การเข้าถึงน้ำตกหมันแดงแห่งนี้ ถือว่าสมบุกสมบันมากทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นทางที่ค่อนข้างลื่น บวกกับดงทากนับพันสุดสะพรึง เป็นอะไรที่ท้าทายมาก ๆ ต้องเตรียมตัววางแผนไปให้พร้อม เพราะรางวัลรอคุณอยู่ที่ปลายทาง เมื่อได้เห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า คุณจะลืมความเหนื่อยจนหมดสิ้น จะมีแต่ความประทับใจไม่รู้ลืม ขอบคุณข้อมูลจาก : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ขอบคุณภาพถ่ายจาก … คุณ Manus Tagsri    >>  www.facebook.com/ChillDTravel คุณ Little Potchara  >>  www.facebook.com/baagklong คุณ Theerasak Saksritawee  >>  www.facebook.com/popumon เรื่องและเรียบเรียงโดย : muzTong – Travel MThai

เที่ยวเมืองป่าฝน ชมธรรมชาติ ฟังเสียงน้ำตก ดูพระอาทิตย์ตกดิน จ.ตาก
ที่เที่ยวตาก /  ที่เที่ยวพบพระ / 

การไปเที่ยว จังหวัดตาก ในครั้งนี้ เป็นครั้งแรก(อีกแล้ว) สำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ แบบเรา 555 หลายคนตั้งคำถามว่า ที่ตากมีอะไร? ที่ไหนน่าเที่ยว? เราบอกเลยว่ามีหลายที่เลยค่ะ ยิ่งถ้าใครชอบธรรมชาติ ป่าไม้ ภูเขา จังหวัดตากนี่แหละอุดมสมบูรณ์สุดๆ ตามมาๆ เราจะพาไปเที่ยวตากแบบชิลๆ สโลว์ไลฟ์ กัน เที่ยวเมืองป่าฝน ชมธรรมชาติ ฟังเสียงน้ำตก ดูพระอาทิตย์ตกดิน จ.ตาก เป็นครั้งแรกอีกแล้วของเราที่ได้มาเที่ยวเมืองป่าฝน ใครที่ชอบความเงียบสงบแบบสโลว์ไลฟ์ เราแนะนำที่นี่แหละมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่งดงามหลายแห่ง ได้ฟีลธรรมชาติของจริง อีกทั้งมีประวัติศาสตร์เก่าแก่นับแต่สมัยกรุงสุโขทัยอีกด้วย ก่อนอื่นเพลนของเราคือเที่ยว 3 อำเภอ คือ อำเภอเมืองตาก, อำเภอพบพระ และอำเภอแม่สอด ค่ะ ไปดูกันว่า 4 วัน 3 คืน เที่ยวแบบชิลๆ เราจะพาไปเที่ยวไหนบ้าง ^^ การเดินทางของเรานั้นไปกับแก๊งค์สาวๆ ค่ะ นั่งรถตู้ไปกัน 1 คัน โดยล้อหมุนออกจากกรุงเทพฯ 6 โมงเช้า พอขึ้นรถปุ๊บปุ่ม sleep ก็ทำงานปั๊บ ตื่นมาอีกที โอ้วว! ถึงตัวเมืองพอดีก็เกือบเที่ยงแล้ว ก่อนลุยเที่ยวขอแวะหาข้าวกินก่อน (เรื่องกินที่ 1 นะบอกเลย) ที่ "ร้านอาหารปิงวิว" ร้านอาหารใหญ่ กว้างขวางมากค่ะ แถมนั่งกินอาหารติดริมแม่น้ำด้วย วิวดีไปอี๊กกกก !! อาหารที่สั่งมาก็มี กุ้งผัดซอสมะขาม, ผัดฉ่าปลา, ผัดต้นอ่อนทานตะวัน, กุ้งกระเบื้องสาหร่าย, เปาะเปี้ยทอด อาหารอร่อยค่ะ ถ้าถามว่าอิ่มไหม .. เอาเป็นว่าหายใจแทบไม่ออก 555 หลังจากท้องตึง หนังตาหย่อนไม่ได้!! เดินทางไปสักการะ "ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน" กันค่ะ กลางวันแสกๆ ถามว่าร้อนไหม ยิ้มสวยๆ แล้วบอกว่า ร้อนมาก! แต่ยังดีที่มีลมเย็นตลอด >,< ศาลนี้สร้างขึ้นเป็นแห่งแรกของเมืองไทยด้วย บริเวณรอบๆ เป็นลานกว้าง มีต้นไม้สวยงาม เมื่อมองไปทางด้านหลังของ ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน ก็จะเห็นเป็นลานกว้างที่มีคนนำหุ่นปั้นรูปทหาร สัตว์ต่างๆ มาถวาย สักการะเพื่อเป็นศิริมลคลแล้ว เราก็เดินทางไป "หมู่บ้านหัตถกรรม บ้านปากร้องห้วยจี้" ที่ขึ้นชื่อของ จ.ตาก กันค่ะ เมื่อไปถึงเราก็ได้เจอกับ ป้าทองคำ เป็นอดีตสมาชิก อบต. และอดีตผู้ใหญ่บ้าน ป้าเป็นคนดูแลและต่อยอดกิจการ OTOP ทำหมวกสานจากใบลาน ซึ่งหมู่บ้านหัตถกรรมบ้านปากร้องห้วยจี้ ได้ไปออกงานใหญ่ๆ ระดับประเทศทุกปี แถมการันตีคุณภาพ 3-4 ดาวเชียวนะ คนนี้ไง.. ป้าทองคำ และนี่คือใบลานที่ตากแห้งแล้ว เราก็ไปนั่งฟัง นั่งคุยกับป้า ดูป็นป้าสอนวิธีการทำแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่เก็บใบลาน เอาใบลานไปตากแดดอย่างน้อย 3 แดดจนแห้ง รีดใบออก นำมาถักเป็นเปีย ก่อนนำไปเย็บทำเป็นหมวกหรือของที่ระลึก สุดยอดไปเลยค่ะ หลังจากบ้ายบายคุณป้า คุณยาย เราก็ออกเดินทางไปไหว้พระที่ “วัดพระบรมธาตุบ้านตาก” กันต่อค่ะ เป็นวัดขึ้นชื่อของเมืองตากอีกที่นึง เป็นเจดีย์ใหญ่สีทอง ล้อมรอบไปด้วยเจดีย์เล็ก คล้ายเจดีย์ขเวดากอง บรรจุพระเกษาธาตุและพระบนมสารีริกธาตุส่วนพระนลาฏ(หน้าผาก) เป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีมะเมียค่ะ พระครูพิทักษ์พระบรมธาตุ (ทองอยู่) ได้ไปนมัสการพระธาตุชเวดากอง ณ กรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า ท่านจึงได้จำมาก่อสร้างองค์พระเจดีย์ เหมือนเจดีย์ชเวดากองล้อมคลุมองค์เก่าไว้ ปิดทองสวยงาม อีกทั้งยังมี "หลวงพ่อทันใจ" ที่สร้างเสร็จภายในวันเดียว มีผู้คนมากราบไว้กันเยอะมากๆ (สาระล้วนๆ อิอิ) ไหว้พระกันเสร็จแล้ว เดินมาฝั่งตรงข้ามก็จะเจอกับ พิพิธภัณฑ์วัดพระบรมธาตุ ที่รวบรวมข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ในสมัยก่อนไว้พอสมควรค่ะ เส้นทาง อำเภอบ้านตาก-สามเงา นี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ อีกหลายที่เลยค่ะ อาทิ วนอุทยานไม้กลายเป็นหิน ที่มีความยาวสูงที่สุดในโลก, ผาสามเงา หน้าผาเจาะเป็นช่องลึกพร้อมพระพุทธรูปสามองค์เรียงกัน, วัดชลประทานรังสรรค์ เป็นต้น สายบุญผ่านไป สายเที่ยวกันต่อ! เรามุ่งหน้าไปยัง "เขื่อนภูมิพล" ตั้งอยู่อำเภอสามเงา ที่นี่เป็นเขื่อนแห่งแรกและแห่งเดียวในไทยที่เป็นเขื่อนคอนกรีตรูปโค้ง และสูงเป็นอันดับ 27 ของโลก เดิมชื่อ เขื่อนยันฮี ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระปรมาภิไธยให้เป็นชื่อเขื่อนว่า เขื่อนภูมิพล เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2500 เมื่อมาถึง สิ่งแรกคือดีใจ! เพราะคนไม่เยอะ 5555 ไม่ใช่ละ >,< คือวิวสวยมากๆ มองจากตัวเขื่อนออกไปก็เจอภูเขาและทะเลล้อมรอบ วิวไกลสุดลูกหูลูกตา อากาศเย็นสบาย ลมเย็น เดินเล่นชมวิวได้ชิลๆ เลย ประทับใจสุดๆ ^^ ระหว่างทางออกจากเขื่อนภูมิพล ก็ผ่านร้านกาแฟน่ารักๆ ร้านนึง แวะสิคะ .. รออะไร! ร้านชื่อ "Bed Bar Caffe" ร้านกาแฟสด&เบเกอรี่ แถมด้านหลังร้านยังเป็นที่พักเปิดให้บริการด้วยค่ะ เขาใจดีให้เก็บภาพได้ เลยเอามาฝาก ^^ เบอร์ติดต่อทางร้านค่ะ 091-551-1451 ภายในร้าน ร้านน่ารัก มีมุมถ่ายรูปสวยๆ เยอะเหมือนกันนะ ภาพห้องพักค่ะ ตอนแรกเราตัดสินใจที่จะชมพระอาทิตย์ตกที่เขื่อนภูมิพล แต่เปลี่ยนใจมาชมวิวที่ "สะพานแขวน" แทน ชื่อเต็มๆ ก็คือ "สะพานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200" แลนด์มาร์กของเมืองตากก็ว่าได้ค่ะ เป็นจุดโรแมนติกยามเย็นของคนเมืองตากด้วย ใกล้ๆ กันก็มีสวนเฉลิมพระเกียรติฯ สวนสาธารณะ สวนสุขภาพ สนามกีฬา และตลาดนัด ผู้คนขวักไขว่ มีทั้งวัยรุ่น เล่นสเก็ต นั่งเม้ามอย มีวัยทำงาน ผู้เฒ่าผู้แก่ ออกมาเดินเล่นกันเต็มไปหมด .. แอบเห็นไล่จับมม่อน ปาบอลกันใหญ่เลย 555555 เอาล่ะๆ ไฮไลท์ของเราก็คือ ชมพระอาทิตย์ตกดิน คืออยากจะบอกว่าสวยมากๆๆ ฟีลลิ่งมาเต็ม วิวภูเขา ท้องฟ้าสีส้มๆ ฟ้าๆ ก้อนเมฆ (วันนี้เมฆแอบแน่นไป บังพระอาทิตย์ตกไปอีก!) สะพานแขวนทอดยาวข้ามแม่น้ำปิง (เฮ้ย! นี่มันซานฟรานเมืองไทยนิหน่า) ชมพระอาทิตย์ตก ระฆังดังกริีง! ได้เวลากินอีกแล้ว .. รีบวิ่งขึ้นรถเดินทางมา "ร้านไอยราวดี" ร้านอาหารสไตล์ล้านนา เรือนไม้ ติดริมแม่น้ำปิง อยู่ไม่ห่างจากสะพานแขวนและศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมากนัก มื้อนี้ก็อร่อยเหมือนเดิม มีทั้ง ไส้กรอกถั่ว เมนูนี้เป็นออเดิร์ฟทีเจ้าของร้านเอามาให้เรากินกันก่อนที่จะวางขาย รสชาติก็.. ถั่วนั่นแหละ 55 หวานๆ หอมกลิ่นสมุนไพร ยัดในไส้หมู เหมือนไส้กรอกปลาแนมหรือไส้อั่ว (เด็กสมัยนี้ไม่รู้จักล่ะสิ >,<) ย่างเตาถ่าน ไส้กรอกถั่ว และ ยำข้าวเกรียบ นอกจากนี้ก็มีเมนู ยำข้าวเกรียบ แกงคั่วหอยขม เห็ดหอมทอดเกลือ ขาหมู โอ้ยยย! อิ่มแปร้ ที่อยู่ร้าน : 4/4 หมู่ 7 ต.ป่ามะม่วง อ.เมือง จ.ตาก โทร. 096-636-4542, 094-242-6441 คืนนี้เรามาเอนกายนอนกันที่ "Soho Boutique Hotel" อยู่ในซอยมหาดไทยบำรุง อ.เมืองตาก ค่ะห้องพักเรียบง่าย กว้างขวาง เตียงนุ่มนอนสบาย ^^ วันนี้แอบเสียดายไม่ได้เดินชม "ตรอกบ้านจีน" ไฮไลท์เมืองตากอีกที่หนึ่งเป็นชุมชนโบราณ อายุกว่า 100 ปี ลักษณะเป็นเรือนไม้ทรงไทยปั้นหยา มีลวดลายแกะสลัก แต่ไม่เป็นไรคราวหน้าเราจะกลับมาแน่นอน คืนนี้ราตรีสวัสดิ์ .. ตื่นเช้ามา อาบน้ำ เก็บกระเป๋า เตรียมมุ่งหน้าไปอำเภอแม่สอดกัน จะมีอะไรให้ดู อะไรน่าเที่ยว ต้องติดตาม! แต่เดี๋ยวก่อน .. กองทัพเดินด้วยท้อง มากินอาหารเช้าที่โรงแรมกันก่อน มีให้เลือกหลายอย่างค่ะ เราก็กินรองท้องเบาๆ ^^ กินเสร็จก็ยังเหลือเวลาอยู่นิดหน่อย เจ้าของโรงแรมใจดี พาเราขึ้นลิฟท์ไปยังชั้นบนสุดของตึก ข้างบนเป็นลานกว้าง มองเห็นวิวเมืองตากแบบ 360 องศาเลย! คือล้อมรอบไปด้วยภูเขา เจ้าของบอกว่าถ้าขึ้นมาตอนพระอาทิตย์ขึ้น วิวจะสวยมากๆ เสียดายจัง >,< หลังจากเก็บกระเป่าขึ้นรถเรียบร้อย ก็ออกเดินทางกันต่อ ผ่านแยกรมณี ถ.ตากสิน รถก็สต็อป! หันไปทางขวามือ มีร้านเล็กๆ อยู่ร้านนึงคนมุงกันใหญ่ เพื่อนๆ ลงรถเราก็ลงด้วยสิค่ะ ร้านนั้นคือ "ร้านขนมถั่วแปบแป้งสดหนูนาง" เป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวที่อร่อยที่สุดในเมืองตาก อร่อยถึงขั้นคนสั่งวันนึงเป็นสิบกล่องร้อยกล่อง เปิดขายตอนเช้าหมดตอนเที่ยง แม่ค้ามือแทบหงิกเลยเอาจริง มี 3 สีด้วยกัน คือ สีเหลือง-ฟักทอง, สีม่วง-อัญชัน, สีเขียว-ใบเตย ค่ะ ไอ้เราก็ชอบของหวานๆ อยู่แล้วจะพลาดได้ไง พี่ค่ะ! จัดใส่จานให้ด้วยค่ะ ^^ แม่ค้าบอกว่าขนมถั่วแปบของเขาสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นทานได้ 2-3 วัน โดยที่แป้งยังนุ่มอร่อยอยู่ เราก็เลยลองซื้อมาชุดนึงเอาไว้กินเล่นตอนเย็น เดี๋ยวมาบอกจะจริงสมคำร่ำลือหรือไม่! 55 ร้านอยู่ติดกับทางเข้าวัดโบสถ์มณีศรีบุญเรืองค่ะ กินพอหวานปากได้แป๊บนึง ก็เลยเดินมาชมความงามของ วัดโบสถ์มณีศรีบุญเรือง ซะหน่อย เป็นเจดีย์ทรงมอญ บนยอดฉัตรบรรจุพระธาตุเอาไว้ค่ะ สวยงามตามท้องเรื่อง ขับไปสักพักรถหยุดอีกแล้ว! แวะ "ร้านเมี่ยงจอมพล" (เมี่ยงเต้าเจี้ยวเมืองตาก) เจอป้าแป้วเจ้าของร้าน ป้าบอกว่าเปิดขายมานาน ตัวป้าเป็นรุ่นที่ 3 แล้ว โอ้วมายก็อซ! เมี่ยงมี 2 แบบคือ ใช้ใบเมี่ยง กับ ข้าวแคบ (สีขาวขุ่น แป้งแข็งๆ เหนียวๆ หน่อย) เครื่องเคียงก็ทั่วไป แต่สูตรเด็ดของร้านป้าคือ เต้าเจี้ยว ใส่แทนน้ำเมี่ยงหวานๆ อร่อยไปอีกแบบ ^^ ร้านตั้งอยู่ตรง 3 แยก ถ.รามคำแหง ทางไปสำนักงานเทศบบาลตำบลไม้งาม คราวนี้เดินทางยาวๆ ละ เราเดินทางมา "วัดโพธิคุณ" วัดป่าสายอรัญวาสี มีจุดเด่นตรงพระอุโบสถ ฐานแอ่นโค้งแบบฐานสำเภาค่ะ ร่มเย็น เงียบสงบมากๆ ล้อมรอบไปด้วยป่าเขาเขียวขจี ด้านในอุโบสถ มี 2 ชั้นค่ะ ชั้นบนขึ้นไปถึงกับร้องว้าว! ทั้งอุโบสถเป็นสีทองอร่ามทั้งหมด สวยงามมากๆ ค่ะ บริเวณรอบๆ ก็จะมี ศาลาการเปรียญ, หอระฆัง, ลานธรรมจักร มีที่พักสำหรับผู้ที่มาปฏิบัติธรรมด้วยค่ะ มองนาฬิกา เอ๊ะ.. บ่ายแล้ว! ต้องทำอะไรก็ต้องกินสิค่ะ แวะกินก๋วยเตี๋ยว ส้มตำไก่ย่าง เสร็จแล้วก็เดินทางต่อ สถานีต่อไปคือ ฮักนะแม่กาษา "หมู่บ้านโพธิ์ทอง" ต.แม่กาษา ที่นี่มีคนแก่คนเฒ่า (แต่แข็งแรงเว่อร์!) รวมตัวกันอยู่ ทอผ้า ส่งออกขาย คุณป้าก็เล่าให้ฟังถึงวิธีการตั้งแต่ปลูกฝ้าย ปั่นเอาเม็ดออก กกด้าย จนมาถึงการทอให้เป็นผืนสวยงามอย่างที่เห็นนี่เลย สายตาเหลือบไปเห็น ไม้กวาดรูปร่างประหลาด เหมือนไม้กวาดแม่มดเด๊ะอ่ะ! ก็เลยถามคุณป้ามันคืออะไรคะ? คุณป้าบอกว่ามันคือไม่กวาดสมัยโบราณที่เขาใช้กัน เอ้อ..กิ๊บเก๋ยูเรก้า เดินทางเที่ยวต่อ "อาบน้ำแร่ โป่งคำราม" กันค่ะ ที่นี่เป็นน้ำแร่จากน้ำพุร้อนแม่กาษา ไหลตลอดทั้งปี ซึ่งเจ้าของบอกว่าค่าบริการอาบน้ำแร่ แล้วแต่ความพอใจของลูกค้า จ่ายเท่าไหร่ก็ได้ โอ้โห.. ดีไปอี๊กก! บริการอาบน้ำแร่ของที่นี่มีแบบ แช่ทั้งตัวกับแช่เท้า ถ้าจะแช่น้ำร้อนให้ได้ผลดี ครั้งนึงไม่ควรเกิน 20 นาที นะจ๊ะ ที่นี่คนจะเยอะช่วงเสาร์-อาทิตย์  และหน้าหนาว ดูวิวสิ นอนแช่น้ำแร่ มองวิวทุ่งนา มันได้ฟีลจริงๆ (แต่เราไม่ได้แช่นะ เขิล 5555) มีผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติให้เลือกซื้อกันด้วย เช่น สบู่โคลนธรรมชาติ, สบู่ข้าวน้ำแร่ เรามาสามารถใช้ได้ขณะแช่น้ำแร่นะ ใกล้ๆ กัน ก็จะมีทางเดินไปดู กาน้ำผุด ครั้งแรกที่ได้เห็นหน้าตากาน้ำผุดนี่แหละ ไม่ไกลกันมากก็จะมาถึง "บ่อนำพุร้อนแม่กาษา" ได้นั่งแช่เท้าพอคลายเมื่อย ต้มไข่กันไหมจ๊ะ? เวลาเย็นแล้ว เราเดินทางเข้าที่พัก เก็บกระเป๋ากันก่อน แล้วออกเดินทางไป กิน กิน กิน! กัน ร้านนี้เป็นร้านที่ขึ้นชื่อมากๆ ในแม่สอด ใครมาแล้สไม่กินร้านนี้ พลาดมากบอกเลย! "ร้านข้าวเม่า ข้าวฟาง" ร้านตกแต่งเหมือนเราอยู่ในป่าแบบนั้นเลยค่ะ เต็มไปด้วยต้นไม้ น้ำตก ธรรมชาติสุดๆ บรรยากาศดีเว่อร์ ชอบมาก!! เดินถ่ายรูปร้านเพลินเลย ^^ เมนูของเราเย็นนี้ คือ ยำดอกสลิดกุ้งสด, ซูกินี่ผัดไข่, แกงคั่วเห้ดเผาะ, ฉู่ฉี่ปลาดุกฟู, ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม รสชาติอาหารให้มี 10 ให้ 100 รสชาติอร่อย ไม่จัดมากแต่เข้มข้น ส่วนของหวานนำเสนอ กล้วยหอมทอด แป้งไม่หนากรอบ หอมกลิ่นงาขาว กล้วยนิ่มรสหวานค่ะ และ ข้าวเม่าเสวย เป็นสาคูน้ำกะทิ ใส่ผลไม้แคนตาลูป ลำไยข้างในด้วย รสชาติอร่อย ^^ พอกินเสร็จ อ.พนัส รามสูต หนึ่งในหุ้นส่วนร้านก็นั่งเล่าความเป็นมาของร้านนี้ให้ฟัง แล้วก็เล่าเรื่องการเดินป่าให้ฟังด้วย สนุกมากกกก ฟังเพลินจนดึกดื่นเลยทีเดียว เอาไว้เดี๋ยวเขียนรีวิวเสร็จจะเอามาเปะให้อ่านกันนะคะ ^^ คืนนี้เรามาพักกันที่ โรงแรม J2 Hotel ห้องที่เราพักแบบนอน 3 คนค่ะ กว้างขวาง ห้องอาบน้ำใหญ่ แต่เสียดายปลั๊กไฟน้อยไปหน่อย ^^ ชาร์ตไม่พอ 555 ตืนมากินอาหารเช้าตอน 7 โมง อิ่มแล้วก็เตรียมพร้อมร่างกาย สัมภาระออกเดินทางไป อำเภอพบพระ กันค่ะ ที่แรกที่ไปคือ "อุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ" เราไปถึงก็สายๆ บรรยากาศดี อากาศเย็นสบายมากๆๆๆ น้ำตกที่นี่มีชั้นน้ำตกลดหลั่น 97 ชั้น ระหว่างทางเดินไปน้ำตก ก็ได้ชมความงามของ ดอกกระเจียวสีส้ม (พันธุ์ฉัตรทอง) จะบานสะพรั่งเต็มพื้นที่กว่า 10 ไร่เลย เราไปเป็นช่วงฤดูฝน มิ.ย.-ก.ย. ของทุกปี ก็จะเห็นความสวยงามแบบนี้ ^^ ขับรถถัดมาอีกสักระยะก็มาถึง "น้ำตกป่าวหวาย" เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติแห่งใหม่ที่กำลังเปิดรับนักท่องเที่ยวที่ชอบธรรมชาติ น้ำตก แต่ตอนที่เราไปนั้นทางยังเป็นผืนป่า-ธรรมชาติล้วนๆ อยู่เลย มีน้ำไหลตลอดทั้งปีไปลุยๆ ตามสไตล์สาวถึกและบึกบึนแบบเรา 555 ที่ได้ชื่อว่า น้ำตกป่าวหวาย ก็เพราะ เป็นน้ำตกกลางป่าใหญ่ ล้อมรอบไปด้วยไม้หวายจำนวนมาก ทางเข้าจากถนนหลักจะอยู่ตรงหลักกิโลเมตร 43 เส้นทางสาย แม่สอด-อุ้มผาง อยู่ในการดูแลของอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ ชมธรรมชาติตอนเช้าเสร็จแล้ว ไปไร่ส้มกันเถอะ! "สวนร่มเกล้า" ที่นี่เน้นปลูกส้มหลากหลายสายพันธุ์ รวมถึงปลูกอะโวคาโด ที่ตอนนี้มีกว่า 40 สายพันธุ์เลยทีเดียว แล้วก็ปลูกต้นแมคคาเดเมียด้วย ของชอบเก๊าเลย! >,< กะว่าจะมาเก็บส้มที่นี่ซะหน่อย ฝนดันกระหน่ำตกลงมาซะนี่! ลูกอะโวคาโดจากต้น ออกลูกเยอะยิ่งกว่าต้นมะม่วงซะอีก 55 อันนี้ของโปรด.. แมคคาเดเมีย เป็นลูกสดๆ จากต้น แต่กว่าจะกินได้ของผ่านการทุบ!! ทุบประมาณสองชั้น ต้องออกแรงพอควรเพราะเปลือกหนามาก พอกินสดๆ ก็อร่อยไปอีกแบบ คล้ายๆ มะพร้าวรสชาติมันๆ นอกจากนี้ยังมีน้ำผลไม้แปรรูป สดๆ จากไร่ มีให้เลือกหลายรสชาติ เช่น น้ำมัลเบอร์รี่, น้ำนมแมคคาเดเมีย, น้ำอะโวคาโดน้ำเสาวรส เป็นต้น ส่วนตัวเราชอบทุกรสเลยรสชาติเข้มข้น ทานแล้วสดชื่นมากๆ ค่ะ ใครสนใจสั่งซื้อได้ที่เบอร์ 088-699-6978 ค่ะ หรืออยากสั่งอะโวคาโดก็มีนะ Facebook : อะโวคาโด จากสวน ปลีก- ส่ง Avocado Retail - Wholesale  กก.ละ 60 บาท (ขั้นต่ำ 3 กก. ส่งถึงบ้านทั่วประเทศ) เราเดินทางไปหาของกินกันดีกว่า ^^ ที่ "ร้านชาวหลังสวน" (Chao Langsuan) เป็นร้านไม้เรือนกระจกเล็กๆ น่ารักดีค่ะ เมนูเที่ยงนี้คือ ใบเหลียงผัดไข่, ยำตะไคร้, แกงเหลือง แล้วก็ไข่เจียว เครื่องดื่มของเรา น้ำแตงโมปั่น มาเป็นลูกเลยจ้า ... ร้านนี้เป็นฟาร์มออแกนิคด้วยนะ ใบเหลียงที่เราสั่งที่นี่ก็ปลูกเอง สะอาดปลอดภัย ร้านตั้งอยู่ที่ 90 หมู่ 15 ต.ช่องแคบ อ.พบพระ โทรสอบถาม. 086-366-4067 Facebook : ไร่ชาวหลังสวน - CHAO Langsuan กินข้าวอิ่มก็ต้องตามด้วยของหวานถึงจะถูก >,< เราจึงเดินทางมุ่งหน้าไปยัง "ROCHA CAFE'" (โรชาคาเฟ่) โอ้ยแก .. บอกเลยว่าปริ่ม! ระหว่างทางขับรถเข้ามาก็เห็นวิวนี้ เป็นโรงนาแบบเมืองนอกตั้งอยู่บนยอดดอยท่ามกลางไร่ ธรรมชาติแบบนี้ มันเก๋กู๊ดมาก! เราเชื่อว่าใครมาที่นี่ต้องประทับใจ และได้รูปสวยๆ กลับบ้านเป็นร้อยเหมือนเรา 5555 พอเข้าไปข้างในก็เลิฟไปอีก ตกแต่งสไตล์วินเทจ โมเดิร์นหน่อยๆ เน้นใช้วัสดุไม้ มีที่นั่งสองชั้นค่ะ ที่นี่มีบริการกาแฟ เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ เปิดตั้งแต่ 09.00 - 19.00 น. มาดูหน้าตาของหวานที่เราสั่งกัน Lemon Tea และ Vanilla Coffeeeee ~ ที่อยู่ : 511 ตำบล ช่องแคบ อ.พบพระ จ.ตาก 63160 โทร. 091-8437173, 086-1998644 Line : rochacafe หรือ https://m.facebook.com/RochaCafe หลังจากกินของหวานชื่นใจ ตาแข็งกันไปแล้ว 555 ตกเย็นสาวๆ แบบเราไปนวดตัวกันหน่อยดีกว่า ผ่อนคลายจากการเดินทางมา 3 วัน ^^ ที่ "ธารา สปา แม่สอด" (Tara Spa) ที่นี่ขึ้นชื่อในเรื่องการนวดตัว ขัดตัว พอกตัว ทำสปาผิว เราก็จัดไปคอสนึง โดยคอสที่เราทำนั้น จะขัดตัวก่อนด้วยสูตรพิเศษของทางร้าน นวดต่อด้วยน้ำมัน และขั้นตอนสุดท้ายคือบำรุงผิว หลังจากนวดเสร็จรู้สึกผิวเนียน ขาวใสขึ้นมาหน่อย แถมได้ผ่อนคลายจากการนวดด้วย ฟิน! ใครเดินทางเที่ยวแถวแม่สอด สนใจก็ติดต่อได้ที่เบอร์นี้ค่ะ 089-434-9530, 080-121-5727 หรือ Facebook : Tara Spa Maesot ร้านอยู่เยื้องๆ กับร้านอาหารข้าวเม่าข้าวฝ้าง ที่เรากินกันเมื่อคืนเลย ^^ และค่ำคืนนี้ก็จบลงด้วยร้านอาหารทะเล "บ.กุ้งเผาแม่สอด" กุ้งแม้น้ำมาจากฝั่งพม่านะฮะ เขาบอกมา >,< ใครมาแม่สอดถ้าอยากกินอาหารทะเลต้องร้านนี้ อ่ะๆ นี่เมนูของเรา ผัดฉ่าปลากะพง, หอยหวาน, กุ้งแม่น้ำเผา, หอยเชลล์อบกระเทียม, ต้มยำกุ้ง, ปลาหมึกผัดไข่เค็ม , กรรเชียงปู, ผัดผักยอดฟักแม้ว รสชาติเข้มข้น อร่อยค่ะ (อร่อยทุกอย่างอะแกร..) อิ่มท้องก็กลับที่พัก นอนค่ะ! ตื่นมาพรุ่งนี้ต้องแพ็คกระเป๋ากลับบ้านกันแล้ว .. เช้านี้ตื่นเร็าว่าทุกๆ วัน เพราะเราเดินทางไปกิน "โรตีโอ่ง" เจ้าแรกของประเทศไทยกัน ตัวเราก็เพิ่งเคยเห็นโรตีโอ่งเป็นครั้งแรก ตื่นเต้นไปสิ คุณลุงก็ตีแป้ง นวดแป้งไป ไอเราก็อยากจะถ่ายโรตีที่อยู่ในโอ่ง ร้อนใช้ได้ 55555 ผู้คนออกมาทานกันเยอะมากๆ ค่ะ อถมที่นี่ไม่มีสั่งกลับบ้านด้วยนะ ถ้าอยากกิน มากินที่ร้านเท่านั้นจ้า .. ครั้งแรกที่เคยกิน โรตีโอ่ง ส่วนเราชอบนะ ไม่เลี่ยนเหมือนแบบทอด กลิ่นหอม แต่ก็ต้องกินร้อนๆ ถึงจะอร่อย กรอบนุ่ม จิ้มกับนมข้นหวานหรือแกงถั่วของทางร้าน กินเล่นได้เรื่อยๆ เพลินไปสิ! ทานคู่กับชา กาแฟ โอวัลตินร้อนๆ รู้สึกดีมากๆ เราเดินทางออกจากแม่สอดกันแล้ว! ไป ตลาดริมเมย แวะซื้อของฝากกันนิดหน่อย ที่นี่มีของขายตั้งแต่ขนม เสื้อผ้า เครื่องปนะดับ บลาๆ เต็มไปหมด อีกทั้งสินค้าพื้นเมือง สินค้าท้องถิ่นของเมียนม่าด้วย เส้นทางลงจากแม่สอด เราก็จะผ่าน "ศาลเจ้าพ่อพะวอ" ผู้คนที่ผ่านไปมาจะแวะกราบไหว้ขอให้เดินทางปลอดภัยกันค่ะ และระหว่างที่รถวิ่งผ่านไปมาก็จะบีบแตรกันตลอด ดังยาวๆ ไปเลยจ้า! บริเวณใกล้กันก็จะมี พระพุทธโคดม องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ปางนาคปรก ตั้งอยู่อย่างสง่าด้วย บรรยากาศดีขนาดไหนคิดดู หมอกฟุ้งเชียว ... ที่สุดท้ายที่เราแวะก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ยาวๆ เส้นทางขาลงอำเภอแม่สอด ก็คือ "ตลาดมูเซอ" ตลาดเล็กขนาดสินค้าพื้นเมือง อาหาร ผัก ปลา ของฝาก หมอกมาอีกแล้ว!! อากาศเย็นสบาย จบทริปเที่ยวตากชิลๆ ของเรากันไปแล้ว วังว่ามีข้อมูลที่เป้นประโยชน์กับเพื่อนๆ บ้างนะคะ (เม้ามอยซะเยอะเชียว >,<) เรายังมีที่เที่ยวในเมืองไทยอีกหลายที่ที่อยกให้เพื่อนๆ ลองไปสัมผัสดูกันสักครั้ง แล้วจะรู้ว่าเที่ยวเมืองไทยมีดีกว่าที่คิดนะ ครั้งหน้าเราจะพาไปไหนก็อย่าลืมติดตามกันนะคะ ไปก่อนแล้วบ้าย บาย ... ขอบคุณการเดินทางสนุกๆ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตาก

ประกาศผล : ดูหนังใหม่ รอบพิเศษ Fanday แฟนกัน...แค่วันเดียว
fanday /  GDH / 

เอ็มไทยมูฟวี่พรีวิว Fanday แฟนกัน...แค่วันเดียว Fanday แฟนเดย์...แฟนกันแค่วันเดียว ว่าด้วยเรื่องราวของ เด่นชัย รับบทโดย เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี เจ้าหน้าที่ไอทีสุดเนิร์ด ที่ชีวิตของเขาต้องเปลี่ยนไปเมื่อเขาต้องไปซ่อมเครื่องปรินเตอร์ให้ นุ้ย รับบทโดย มิว นิษฐา จิรยั่งยืน มาร์เก็ตติ้งสาวสวย เด่นชัยตกหลุมรักเธอทันที แต่ก็รู้ว่ามันคงเป็นไปไม่ได้ที่สาวสวยอย่างนุ้ยจะหันมองตน วันหนึ่งทางบริษัทได้ไปทริปสกีที่ฮอกไกโด เด่นชัยขอพรกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอเป็นแฟนกับนุ้ย แม้เพียงวันเดียวก็ยังดี โชคชะตาเล่นตลก นุ้ยประสบอุบัติเหตุจนความจำเสื่อมซึ่งมีอาการเพียง 1 วันเท่านั้น เด่นชัยจึงสบช่องสวมรอยเป็นแฟนและใช้เวลา 1 วันนั้นให้คุ้มค่าที่สุด ของรางวัล บัตรชมภาพยนตร์รอบพิเศษจำนวน 25 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง ในวันพุธที่ 31 สิงหาคม 2559 ที่ โรงภาพยนตร์ เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ รัชดาภิเษก รอบเวลา 20.00 น. (ลงทะเบียนรับบัตรเวลา 19.00-20.00 น.) ประกาศรายชื่อผู้โชคดี รายชื่อผู้โชคดีที่ได้รับบัตรชมภาพยนตร์รอบพิเศษเรื่อง Fanday แฟนเดย์...แฟนกันแค่วันเดียว ทั้งหมด 25 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง มีรายชื่อดังต่อไปนี้ พิกุลทอง ทรัพย์สิน พรทิพา คำสุวรรณ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) พชร คำชมภู บุษบา ชื่นจิตต์ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ลักษมณ ฉิมเพ็ชร รัตนพงศ์ มรกต มนัสนันท์ ตั้งตระกูลพรรณ พัฒนา เหมะวัฒนะชัย พรรณพิกา ขาวศิริ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ลัดดาวัลย์ วงศ์วาร รุ่งระวี สุขชัย นภัค มั่นพรรษา (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ทัศนีย์ เมธีผาติกุล (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) สมยศ พีระพลชัยกุล บุญชาย สุขถาวร (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ศิวดล กาฬภักดี (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) สุวจี ศรีสุวรรณ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ยลดา วชิรอนันต์ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) อารยา กิจจานุกิจ ญาณิกา เพิ่มผล ศศิวิมล วันทวีสิน ณัฏฐ์ทิตา ลิมป์ธนภัทร คณา รักษาบุญ กมล หมื่นยุทธ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) นารี วาณิชวิเศษกุล ผู้โชคดีต้องเช็คอีเมลและตอบกลับเพื่อยืนยันสิทธิ์ ภายในวันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม 2559 ก่อนเวลา 18.00 น. มิเช่นนั้นจะถือว่า “สละสิทธิ์” กรณีที่มีผู้สละสิทธิ์จะนำบัตรไปสุ่มแจกให้กับผู้ที่เข้ามาสำรองรายชื่อในหน้าเพจ facebook.com/movie.mthai การรับของรางวัล แสดงบัตรประชาชนตัวจริง (ที่ยังไม่หมดอายุ) ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ที่โต๊ะลงทะเบียนเพื่อรับบัตร (ไม่รับสำเนาทุกกรณี) เจ้าหน้าที่จากบริษัทจะเป็นผู้แจกบัตรให้ โดยผู้โชคดีต้องมารับบัตรชมภาพยนตร์ด้วยตัวเอง ไม่สามารถฝากมารับได้ เริ่มแจกบัตรตั้งแต่เวลา 19.00-20.00 น. หากมาช้ากว่าเวลาดังกล่าวจะถือว่าสละสิทธิ์ทันที ผู้ที่ได้รับรางวัลในกิจกรรมรอบนี้ หากมีรายชื่อได้รับรางวัลซ้ำกับสื่ออื่น ๆ เกิน 1 รายชื่อ ทางเจ้าหน้าที่ขอสงวนสิทธิ์ให้เหลือชื่อเพียง 1 ชื่อเท่านั้น โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า กรุณาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ กรณีที่ต้องฝากโทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป หรืออุปกรณ์อื่น ๆ รางวัลนี้ไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้ รวมทั้งซื้อ-ขาย สงวนสิทธิ์ 1 ท่าน / 1 รางวัล ขอสงวนสิทธิ์ตัดสิทธิ์ผู้โชคดีที่ไม่ทำตามกติกาข้างต้นทุกกรณี การตัดสินของเจ้าหน้าที่ถือเป็นที่สิ้นสุด