รถบัสพลิกตกเหว

miami bazaar bangpu /  ที่เที่ยวบางปู / 

สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ ริมทะเลบางปู "ไมอามี่ บาซาร์ บางปู" จ. สมุทรปราการ เป็นจุดนัดพบ นัดเที่ยวที่มีครบ ทั้ง ของกิน ของช้อป เสื้อผ้า ของใช้ เรียกว่าถูกใจทุกคนทุกครอบครัวเป็นแน่ แถมยังตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพด้วย "ไมอามี่ บาซาร์ บางปู" ริมทะเลบางปู จ.สมุทรปราการ "ไมอามี่ บาซาร์ บางปู" เป็นอาณาจักรความสุข ไลฟ์สไตล์มอลล์ ความสนุกครบวงจรแห่งใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในย่านบางปู บนเนื้อที่กว่า 35 ไร่ ตอบรับทุกรูปแบบการใช้ชีวิตทั้งร้านอาหาร ร้านนั่งเล่นชื่อดัง ให้คุณสังสรรค์กับครอบครัวหรือเพื่อนแบบสบายๆ พร้อมทั้งร้านค้าแฟชั่นสุดทันสมัย และซูเปอร์มาร์เก็ต 24 ชั่วโมง ให้คุณช้อปปิ้งได้อย่างเพลิดเพลินตลอดวัน ในวันธรรมดา เปิด จันทร์ - พฤหัส ไม่มีตลาดแต่ มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านเบเกอรี่ และร้านอื่นอีกหลายร้านส่วนวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์นั้น จัดเต็ม มีลานเบียร์ นั่งเล่น รับลม ชิลๆได้เลย เรียกได้ว่า กิน ช้อป เที่ยว ที่เดียวครบ ชิงช้าสวรรค์ หรือ Miami Eye เปิดให้ขึ้นได้ชมวิวแบบ 360 องศา เปิดให้ขึ้นทุกวัน ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เวลา 17:00 น. เป็นต้นไป ในส่วนของตลาดนัด จะมี ทุกวันอังคาร พฤหัส อาทิตย์ เวลา 14.00 น.เป็นต้นไป ซึ่งจะอยู่แถวลานน้ำพุโพไชดอน มีของขายหลากหลายชนิด ทั้งมือหนึ่ง มือสอง ของชิคๆ คูลๆ เพียบ โซนร้านค้า ร้านขายของต่างๆในไมอามี่ บางปู ตาแข็งคาเฟ่ ร้านกาแฟ ที่ตั้งอยู่ในไมอามี่ บาซาร์ บางปู โซน C บรรยากาศสุดชิค ตกแต่งร้านด้วยเฟอร์นิเจอร์แนวๆและลวดลายผนังอาร์ตๆ มีมุมสวยๆให้เลือกนั่งและถ่ายรุปมากมาย แบบชิลล์ พร้อมทานกาแฟถ้วยโปรดที่ทางร้านคัดสรรวัตถุดิบมาอย่างดี ร้าน U-Cupcoffe ที่ถูกขนานนามว่า "ฮิปสเตอร์ต้องมา! ร้านกาแฟสุดเท่ในไมอามี่ บาซาร์ บางปู อยู่ที่โซน B อยู่ตรงข้ามกับเทควันโด " ร้าน Chic Case & Phone" จำหน่าย เคสโทรศัพท์ และ แท๊บเลตฟรุ้งฟริ๊ง แผนที่: ไมอามี่ บาซ่าร์ บางปู: ต.บางปู อ.เมือง จ. สมุทรปราการ เดินทางสะดวกสบาย ด้วยรถยนต์ส่วนตัว จากถนนศรีนครินทร์ มุ่งหน้าไปทางสมุทรปราการ  สุดทางเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนสุขุมวิทสายเก่า จนถึงกิโลเมตรที่ 37 ก่อนสถานตากอากาศบางปูเพียง 7 กิโลเมตร มีที่จอดรถ เบอร์โทร: 090 559 6667  ขอบคุณ miami bazaar bangpu

ตะลึง ! 2 ผู้กำกับระดมฝูงบินรบ รถหุ้มเกราะจากกองกำลังป้องกันฯ เข้าฉาก
Shin-Godzilla /  ชินจิ ฮิงุชิ / 

ตะลึง ! 2 ผู้กำกับระดมฝูงบินรบ รถหุ้มเกราะจากกองกำลังป้องกันฯ เข้าฉาก "Shin Godzilla" ฉากบอมบ์ก็อดซิลล่าจากเหล่าฝูงเครื่องบินรบจากกองกำลังป้องกันตัวเองของรัฐบาลญี่ปุ่นที่ระดมขนมา ทั้งสาดกระสุนและยิงมิสไซล์ถล่มเข้าใส่ก็อดซิลล่าอภิมหาสัตว์ประหลาดที่มาพร้อมพลานุภาพการทำลายล้างอันมหาศาล ก็เพื่อสะกัดกั้นและยับยั้งไม่ให้การบุกถล่มเมืองขยี้ตึกระฟ้าแผ่ขยายความสูญเสียไปมากกว่านี้...นี่คือฉากที่นำเสนอให้เห็นว่าเจ้าคิงส์ออฟมอนสเตอร์ตัวนี้คือมหันตภัยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเกินกว่าที่มนุษยชาติจะคาดถึงและเคยประสบมา ในการนี้ ฮิเดะอากิ อันโนะและชินจิ ฮิงุชิ สองผู้กำกับอัจฉริยะของญี่ปุ่นซึ่งถูกสตูดิโอโตโฮที่ให้กำเนิดก็อดซิลล่าเลือกมาพลิกโฉมหน้าอภิมหาสัตว์ประหลาดสุดคลาสสิคที่ครองใจคนทั่วโลกมากว่า 6 ทศวรรษ โดยทั้งสองคิดค้นและดีไซน์วิช่วลทางด้านภาพที่จะเกิดขึ้นในซีนนี้ รวมไปถึงการออกแบบฉากในการเล่าเรื่องที่จะต้องถ่ายทอดให้เห็นว่าศักยภาพ ความเกรี้ยวกราด ดุดัน น่าสยดสยอง และชวนให้รู้สึกหวาดสะพรึงกลัวเจ้าก็อดซิลล่า หรือ Shin Godzilla ที่มาพร้อมน้ำหนักตัวมากถึง 92,000 ตัน และมีความสูงขนาดมหึมาถึง 118.5 เมตร ไม่เพียงเหนือกว่าก็อดซิลล่าทุกตัวที่เคยมีมาบนจอภาพยนตร์แต่จะมาพร้อมกับการทำลายล้างที่ยิ่งกว่า แต่สิ่งที่สร้างความน่าตื่นตะลึงให้ยิ่งกว่าคือ การได้เห็นเหล่าฝูงเครื่องบินรบที่บินผ่านเข้ามาในเขตเมืองที่มีตึกสูงระฟ้าอยู่เต็มไปหมด ก่อนที่จะเห็นภาพของเจ้าก็อดซิลล่ากำลังบุกขยี้เมืองอย่างน่ากลัว นำไปสู่การเผชิญหน้าระหว่างกองกำลังป้องกันตัวเอง กับอภิมหาสัตว์ประหลาดกันชนิดจัดเต็ม และเพื่อให้จินตนาการทางด้านภาพปรากฎสู่สายตาผู้ชมออกมาได้อย่างสมจริง สมบูรณ์ และเพอร์เฟ็กต์ที่สุด งานนี้ทั้งสองผู้กำกับต้องเข้าไปทำการบ้านอย่างหนักเกี่ยวกับอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ของกองกำลังป้องกันตัวเองทั้งในส่วนของ เครื่องบินรบ รถหุ้มเกราะ รถถัง ตลอดจนเสื้อผ้าชุดเครื่องแต่งกาย ฯลฯ ที่มีการใช้จริง ๆ โดยทั้งนี้พูดได้ว่าการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ครั้งแรกในรอบ 12 ปีของก็อดซิลล่าต้นฉบับ ล้วนต่างได้รับความร่วมมือจากบรรดาหลากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชน แน่นอนว่ารวมทั้งกองกำลังป้องกันตัวเองที่อนุญาตให้ทางกองถ่ายทำภาพยนตร์ที่เรียกได้ว่ายิ่งใหญ่ที่สุด ทุ่มทุนสร้างสูงที่สุดอย่างก็อดซิลล่าเข้าไปถ่ายทำ พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ทำให้ทุกภาพที่ปรากฎสู่สายตาผู้ชมล้วนสร้างความตื่นตาและเรียกความสนใจ สมกับที่ว่า ชินก็อดซิลล่า คือการพลิกโฉมหน้าของอภิมหาภาพยนตร์สัตว์ประหลาดเรื่องยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกอย่างแท้จริงและรับรองว่า ยังมีอีกหลากฉากหลายซีนที่แฟน ๆ และเหล่าสาวกได้ชมแล้วจะต้องตื่นตะลึงกับ วิช่วลทางด้านภาพสุดอลังการเหนือจินตนาการอย่างที่หลายคนคิดไม่ถึง แต่ยังคงเอกลักษณ์และความเป็น ก็อดซิลล่า ของแท้ต้นฉบับ เพื่อผู้ชมก็อดซิลล่าทุกเจนเนอเรชั่น พบกับความยิ่งใหญ่สมการรอคอยของ Shin Godzilla ได้แล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

จงหลอนโดยพร้อมเพรียงกัน ! 3 โปสเตอร์ที่มาพร้อมกับเรื่องเล่าสยองขวัญ จาก
SCHOOL TALES เรื่องผีมีอยู่ว่า... /  ธนเศรษฐ์ สุริยะพรชัยกุล / 

จงหลอนโดยพร้อมเพรียงกัน ! 3 โปสเตอร์ที่มาพร้อมกับเรื่องเล่าสยองขวัญ จาก "School Tales : เรื่องผีมีอยู่ว่า..." เป็นอีกหนึ่งหนังผีทิ้งมวนเทศกาลฮาโลวีน สำหรับ School Tales : เรื่องผีมีอยู่ว่า... จากไฟว์สตาร์โปรดักชั่น ที่ล่าสุดปล่อยโปสเตอร์หนังออกมาให้ได้ชมกันแล้ว 3 เวอร์ชั่น ซึ่งโปสเตอร์แต่ละเวอร์ชั่นก็มีเรื่องราวน่าขนลุกตามคอนเซ็ปต์ เรื่องผีที่เล่ากันในโรงเรียน ว่าแต่จะมีเรื่องน่าขนลุกอะไรบ้างนั้น ไปชมพร้อมกันได้เลย หากไปห้องสมุดในยามที่ไม่มีคน แล้วตะโกนแหกปากให้สุดเสียง ! สักพักหนึ่งจะได้ยินเสียง “ชู่ว์” เหมือนเตือนให้เงียบดังกลับมา...และถ้ายังดื้อส่งเสียงต่อผีห้องสมุดจะปรากฎตัวให้เห็น...มันจะไล่ติดตามมันผู้นั้น ! ว่ากันว่าถ้ามันจับได้แล้วเปิดหน้าให้ดูเมื่อไหร่คนผู้นั้นจะพบกับ...สิ่งน่ากลัวที่มาจากผลกรรมที่เคยก่อไว้ จนถึงแก่ความตาย ! . มีคนเล่าต่อ ๆ กันมาว่าสาวสวยวงโยธวาทิต ชื่อ ภาวดี ถูกฆ่าในห้องดนตรี ขณะที่ซ้อมเป่าฟลุตอยู่คนเดียวตอนดึก ! ศพของเธอถูกซ่อนไว้ด้านหลังกระจกบานใหญ่ที่ตั้งอยู่ริมห้อง หลังจากเหตุการณ์นั้น ก็มีตำนานเล่ากันว่า...ถ้าเข้าไปที่ห้องดนตรีเก่าตอนกลางคืน แล้วเป่าฟลุตโน้ต 9 ตัว ที่หน้ากระจกบานนั้น พอเป่าจบ มองตรงไปที่กระจก ก็จะเห็นผีภาวดีก็จะค่อย ๆ โผล่ออกมาจากข้างหลังตัวเอง ! เธอจะแอบซ่อนตัว อยู่ด้านหลังคน ๆ นั้นตลอด ไม่ยอมไปไหน และเมื่อใดที่เรามองไปในกระจก ผีภาวดีจะโผล่ออกมาจะเข้าสิงเราได้ในที่สุด  . มีเรื่องเล่าเกียวกับผีที่ตึกเรียนเก่า เด็ก ม.ต้น ชื่อไอ้ยักษ์โดนเพื่อนแกล้งขังให้อยู่ในตึก แล้วไอ้ยักษ์ก็พลาดตกบันไดคอหักตายคาที่ ! ว่ากันว่าถ้าใครเข้าไปในตึกเก่ายามวิกาล...มีโอกาสที่จะได้ยินเสียง “อยู่ไหน ?” แว่วมาตามทางเดิน หันไปมองทางไหนก็ไม่เห็น แต่ถ้าเผลอตอบกลับล่ะก็...จะได้ยินเสียงเดินด้วยขาเหล็กช่วยเดินของมันค่อย ๆ ลากมาใกล้ ๆ ! ถ้ามันตามหาเราเจอล่ะก็ มันจะลากเราไปตกบันไดในจนที่มันตาย ! . School Tales : เรื่องผีมีอยู่ว่า... มีกำหนดเข้าฉาย 10 พฤศจิกายนนี้ กำกับภาพยนตร์โดย ภาส พัฒนกำจร นำแสดงโดย ตั้ว เสฎฐวุฒิ อนุสิทธิ์, พรีม รณิดา เตชสิทธิ์, พิม ลัทธ์กมล ปิ่นโรจน์กีรติ, โทรุ ทากิซาว่า, เบสท์ เอกวัฒน์ นิรัตน์วรปัญญา, ข้าวปั้น ธีธัช รัตนศรีทัย, จิ๊บ วริษฐา วชิรวงศ์ และยูโร ธนเศรษฐ์ สุริยะพรชัยกุล  เครดิตข้อมูลและภาพจาก Fivestarmovies

สยบเม้าท์เตียงหัก!! ดอม เหตระกูล ควงภรรยาออกงานโชว์หวานในรอบหลายปี
ดอม เหตระกูล /  ก้อย ศศิลักษณ์ / 

เจอข่าวเม้าท์เตียงหักรักร้าวออกมาตลอด!! สำหรับ ดอม เหตระกูล ที่ล่าสุดควงศรีภรรยา ก้อย ศศิลักษณ์ เหตระกูล ร่วมงาน The Distinguished Gentleman’s Ride 2016 ออกสื่อโชว์ความหวานในรอบหลายปี พร้อมให้สัมภาษณ์คู่กันว่า ข่าวลือเตียงหักไม่เป็นความจริง ทุกกระแสที่เกิดขึ้นไม่บั่นทอนความรู้สึกของทั้งคู่ เพราะเราไม่สามารถไปห้ามความคิดของคนอื่นได้ แต่ขอยืนยันครอบครัวยังอบอุ่นและมีความสุขดี!! ก้อย "ออกงานนับครั้งได้เลย น้อยมากค่ะ มาเจอสื่อวันนี้นึกว่าแต่งงานใหม่เลยค่ะ (หัวเราะ)" ดอม "แววลูกเข้าวงการบันเทิงตอบยากครับ เค้าไม่ค่อยจะทะเล้นแอคทีฟ ถ้าให้ทำอะไรกับคนสักสิบยี่สิบคนเค้าก็จะเกร็งๆ" ก้อย "เราจะสอนให้เค้าเหมือนเด็กทั่วไปมากกว่า เป็นคนธรรมดา รู้จักชีวิต ใช้ชีวิตเป็น สนุกในวัยเด็ก ไม่อยากให้เค้าต้องมารีบทำงาน อยากให้เค้ามีความสุขก็พอแล้ว" ดอม "ไม่ค่อยได้พาน้องมาดูเราทำงานด้วย ตอนเด็กๆ อาจจะเอาไป เพราะตอนนั้นก้อยเค้าก็ทำงานต่างจังหวัดบ้าง เราก็เลยต้องพาเค้าไปกองบ้าง แต่ปัจจุบันไม่บ่อยแล้วครับ เพราะพอเค้าโตขึ้น เค้าก็เลือกกิจกรรมที่อยากจะทำอยากจะเล่นเองได้ ไม่มีแววการแสดงเลย และไม่ใช่คนหวือหวาที่ชอบความเร็ว แต่อย่างนึงที่เค้าชอบมอเตอร์ไซค์เพราะรู้สึกว่ามันแตกต่างจากเด็กคนอื่น ถึงจะมีเด็กหลายคนที่ซ้อนมอเตอร์ไซค์คุณพ่อคุณแม่ไปโรงเรียน แต่สำหรับเค้ารู้สึกว่ามันแปลกเพราะไม่ค่อยได้เห็นภาพนี้เท่าไหร่" ก้อย "มีข่าวเตียงหักก็สงสัยว่าก้อยตัวหนักขึ้นค่ะ (หัวเราะ) ตอบเหมือนตั้งแต่ตอนแรกที่แต่งงาน ก้อยยังตอบเหมือนเดิมว่าก้อยเป็นคนที่โชคดีมากที่ได้แต่งงานเข้ามาในครอบครัวเหตระกูล นอกจากจะได้รับการสนับสนุนจากคุณพ่อดอมในการสอนให้ทำธุรกิจเป็น ก็มีโอกาสที่จะได้รู้จักสังคมธุรกิจมากขึ้น ทั้งคุณดอม คุณพ่อดอม เพื่อนฝูงทั้งสองฝ่ายก็ให้โอกาสหลายอย่างให้เรามายืนตรงจุดนี้ ก้อยรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่น้อยคนจะได้รับ เพราะฉะนั้นเรื่องเตียงหัก ถ้าเราไม่โฟกัสมันทำให้ชีวิตเราดีขึ้น ดีกว่ามาโฟกัสกับอะไรก็ไม่รู้ อย่างที่บอกว่าทุกปีก้อยจะมีโฟกัสว่าต้องทำอะไรให้สำเร็จ และเราจะทำยังไงให้มันสำเร็จก่อนเดือนธันวาคม และปีหน้าเราจะทำอะไรต่อ เราก็จะไม่หยุดนิ่งอยู่จุดเดิมทุกปี กับข่าวแทบไม่รู้ข่าวอะไรเลยค่ะ" ดอม "คนพูด เราห้ามเค้าไม่ได้ มันไม่ได้บั่นทอนอะไรเพราะเราก็ยังอยู่กันปกตินะ" ก้อย "ก้อยเชื่อว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือคนสองคน แล้วจุดมุ่งหมายของเราที่เหมือนกันทั้งคู่คือทำยังไงให้ลูกมีชีวิตที่ดีที่สุด คือทำให้เค้าอบอุ่น ก้อยรู้สึกว่ามันคือหน้าที่ของพ่อแม่ที่ดี ต้องบอกว่าเราดูแลกันน้อยลง เพราะเราต้องดูแลลูกมากขึ้น ถ้าวันไหนดอมไม่เสร็จงานดึกจริงๆ ก็จะส่งลูกไปโรงเรียนทุกเช้า พยายามทำหน้าที่ของเราให้เกิน 100% แพลนทายาทอีกคนคือเวลาสวีทน้อยมากค่ะ เพราะลูกไม่ยอมให้จับมือกัน ลูกจะโมโหทันที คือเค้าต้องอยู่ตรงกลางไม่ยอมให้มีอีกคน มีกล่องอยู่หน้าบ้าน พร้อมที่จะหนีออกจากบ้าน (หัวเราะ) ถ้าเค้าเห็นจับมือคือเค้าจะมาอยู่ตรงกลางทันที จับมือพ่อข้างนึง จับมือแม่ข้างนึง จริงๆ เราก็ไปทริปกันบ่อยแต่เป็นทริปธุรกิจมากกว่า เดือนหน้าดอมต้องไปอิตาลีเรื่องมอเตอร์ไซค์ บางทีก้อยไปทำงานก็จะชวนดอมไปด้วย" ดอม "การถูกจับตามองเพราะเราเป็นคนมีชื่อเสียงคือ 20 ปีในวงการคงไม่เกร็งแล้วมั้ง แก่แล้วด้วย ก็ต้องอยู่ต่อไป ปัจจุบันธุรกิจของก้อยก็ทำให้ก้อยเป็นที่รู้จักในวงการของเค้ามากขึ้น ถ้าเรามัวแต่ไปนั่งกลัวก็คงต้องตอบคำถามกันไม่รู้จักจบจักสิ้น อยู่ที่คนสองคนว่าเราต้องทำอะไรบ้างอันนี้สำคัญครับ เราก็ดูแลกันอยู่เรื่อยๆ เค้าเองก็รู้ว่าต้องทำอะไร เราเองก็รู้ว่าต้องขี่รถช้าลงให้ปลอดภัยขึ้น ไม่อยากให้ลูกเราไม่มีใครคนใดคนหนึ่ง ตัวก้อยเองเค้าก็รู้ว่าต้องดูแลเรายังไง ท้ายที่สุดเป็นสิ่งที่เราต้องรับผิดชอบด้วยกัน เรารักกัน จากวันนั้นมีแค่สองคนวันนี้ต้องแชร์ให้ลูก เราก็รักเค้าเหมือนกัน เราก็ยังอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม ข่าวต่างๆ มันเป็นเรื่องของความคิดเห็น เราไม่สามารถไปลบความคิดเห็นใครได้ หรือไปสร้างอะไรใหม่ได้ แต่เราอยู่ด้วยกัน อยู่กับปัจจุบันเพื่อที่จะสร้างอนาคตครับ" ดอม-ก้อย เหตระกูล ดอม-ก้อย เหตระกูล ดอม-ก้อย เหตระกูล ดอม-ก้อย เหตระกูล ดอม-ก้อย เหตระกูล ดอม-ก้อย เหตระกูล

15 สถานที่เที่ยวแม่ฮ่องสอน ช่วงหน้าหนาว
กองแลน /  ดอยกิ่วลม / 

ตอนนี้ใกล้เข้าฤดูหนาวแล้ว Travel.mthai ก็เลยอยากพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวที่สวยๆ ที่ "แม่ฮ่องสอน" เมืองหมอก 3 ฤดูกัน หนึ่งในสถานที่ยิดฮิตที่คนนิยมไปเที่ยวฝนช่วงหน้าหนาว สถานที่ที่เต็มไปด้วยหมอก ความงามของธรรมชาติแบบไม่สิ้นสุด มันดีต่อใจจริงๆนะ >,< สถานที่เที่ยวแม่ฮ่องสอน ช่วงหน้าหนาว 15 สถานที่เที่ยวแม่ฮ่องสอน ช่วงหน้าหนาว แม่ฮ่องสอน อยู่ทางภาคเหนือ เป็นหนึ่งสถานที่ยอดฮิตที่คนนิยมไปท่องเที่ยวมากที่สุด ไม่ว่าจะฤดูไหนแม่ฮ่องสอนก็ยังคงความสวยงามของธรรมชาติไว้เสมอ มีสภาพภูมิประเทศเต็มไปด้วยภูเขาสูงสลับซับซ้อน สภาพอากาศมีหมอกปกคลุมตลอดเวลา จนได้ฉายาว่า "เมืองหมอก 3 ฤดู" หรือ เมืองสามหมอก ไม่ว่าจะในฤดูหนาว ก็จะเจอกับหมอกน้ำค้าง, ฤดูร้อน หมอกควันจากการเผาไร่ของชาวบ้าน และฤดูฝน ก็จะพบกับ หมอกในสายฝน อีกทั้งแม่ฮ่องสอน มีประชากรน้อยมากเป็นอันดับ 5 ในขณะที่มีพื้นที่มากเป็นอันดับ 8 ของประเทศ จังหวัดแม่ฮ่องสอน มี 7 อำเภอ คือ แม่สะเรียง ขุนยวม ปาย แม่ลาน้อย สบเมย และปางมะผ้า ตาม travel.mthai มาดูกัน กับ ที่เที่ยวแม่ฮ่องสอน ช่วงหน้าหนาว ที่ไหนน่าเที่ยวบ้าง ^^ 1. สักการะ พระธาตุดอยกองมู ก่อนเดินทางไปเที่ยว เรามาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอนกันก่อนดีกว่า ณ พระธาตุดอยกองมู เดิมชื่อ วัดปลายดอน ตั้งอยู่ที่ดอยกองมู อำเภอเมือง ถือเป็นวัดและพระธาตุประจำจังหวัด และเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองแม่ฮ่องสอนมาช้านาน พระธาตุดอยกองมู เป็นปูชนียสถาน ประกอบด้วย พระธาตุเจดีย์ ศิลปะไทใหญ่-พม่า จำนวน 2 องค์ จากวัดพระธาตุ ดอยกองมูนี้ สามารถมองเห็นภูมิประเทศและสภาพตัวเมืองแม่ฮ่องสอนได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ เมื่อถึงงานเทศกาลประจำปีใหญ่ๆ เช่น วันปีใหม่ วันสงกรานต์ ก็จะมีผู้คนเข้ามากราบไหว้ เสริมดวงชะตากันเยอะมากๆ โดยเฉพาะในวันออกพรรษาจะมีการตักบาตรดาวดึงส์ ซึ่งเป็นประเพณีแต่โบราณ ในปีนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ.2559 ------------------------------------------------------------------------------------------------- 2. “สะพานอธิษฐานสำเร็จ” สะพานซูตองเป้ สะพานไม้ไผ่ กว้าง 2 เมตร ยาวประมาณ 600 เมตร สร้างขึ้นด้วยแรงศรัทธาของพระภิกษุ สามเณร และชาวบ้าน โดยไม่ใช้งบประมาณของทางราชการ วัสดุที่ใช้หาได้ในท้องถิ่น เสาจากไม้เก่าของชาวบ้านปูพื้นด้วยไม้ไผ่ ทอดยาวจากสวนธรรมภูสมะถึงหมู่บ้านกุงไม้สัก ผ่านลำน้ำแม่สะงา ผ่านทุ่งนาของชาวบ้าน เพื่อให้พระภิกษุสามเณรออกรับบิณฑบาต ถือเป็นสะพานไม้แห่งศรัทธา คำว่า “ซูตองเป้” (Su-Tong-Pe) นั้นเป็นภาษาไทยใหญ่ แปลว่า อธิษฐานสำเร็จ สะพานแห่งนี้จึงเป็นเหมือนตัวแทนแห่งคำอธิษฐานสำเร็จ มีพระสงฆ์บิณฑบาตบนสะพานทุกเช้าเวลา 6.30  -7.30 น. การเดินทาง : จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ประมาณ 10 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 1095 จากนั้นเราสามารถเดินทางเข้าสู่สะพาน ซูตองเป้ ได้สองเส้นทางดังนี้ 1. เข้าทางแยกหมู่บ้านกุงไม้สัก เลี้ยงซ้านทางไปภูโคลนประมาณ 1.5 กิโลเมตร ถึงแยกเข้าหมู่บ้านให้ลอดซุ้มประตู เข้าไปทางขวามือตามถนนในหมู่บ้าน โดยสามารถจอดรถไว้ที่วัดกุงไม้สักได้ 2. เข้าทางแยกสวนธรรมภูสมะ เลี้ยวซ้ายจากปากทาง ผ่านถนนลูกรังระยะทางประมาณ 1กิโลเมตร จอดรถที่สวนธรรมภูสมะได้ ------------------------------------------------------------------------------------------------- //

แฟนหนังเนืองแน่น! ประมวลภาพความสนุก ผู้บ่าวไทบ้าน 2 จัดเต็มทั้งในจอนอกจอ
นภัสนันท์ วันดึก /  บุญศรี ยินดี / 

แฟนหนังเนืองแน่น! ประมวลภาพความสนุก ผู้บ่าวไทบ้าน 2 จัดเต็มทั้งในจอนอกจอ ทันทีที่เข้าโรงภาพยนตร์ฉายสำหรับภาพยนตร์ไทย ผู้บ่าวบ้านไท 2 ตอน แจกข้าวหาแม่ใหญ่แดง ก็ทำเอาบรรดาแฟน ๆ ถึงกับตกอกตกใจยกใหญ่กันเลยทีเดียว เพราะนักแสดงบุกโรงภาพยนตร์ไปเซอร์ไพรส์ผู้ชมกันถึงในโรงภาพยนตร์สร้างความครึกครื้นกันอย่างเต็มที่ เรียกได้ว่านอกจากจะได้ความสนุกสนานจากภาพยนตร์แล้ว ยังได้มีโอกาสใกล้ชิดกับนักแสดงนำอีกด้วย และภาพด้านล่างเป็นภาพบรรยากาศความสนุกสนานในกิจกรรมครั้งนี้ ใครที่ยังไม่ได้ชมภาพยนตร์ไทยเรื่องนี้ห้ามพลาด

1 ตุลาคมนี้ ได้เวลาเปิดภู เตรียมไปพิชิต
ภูกระดึง /  อุทยานแห่งชาติภูกระดึง / 

ในฤดูหนาวแต่ละปี จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางผจญภัยไปในที่ต่างๆ ทั่วเมืองไทย โดยส่วนมากจะเป็นการเที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เพื่อให้เหมาะกับฤดูกาลและรับลมหนาวอย่างเต็มที่ และมีอยู่สถานที่หนึ่ง ที่เป็นเหมือนไอคอนหลักในการเที่ยวหน้าหนาว เพราะมีทั้งการเดินเท้าขึ้นเขา สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ประกอบเขาบนยอดเขามีจุดชมวิวทะเลหมอก ชมพระอาทิตย์อันเลื่องชื่อ พร้อมน้ำตกและแมกไม้นานาพรรณ ที่แห่งนั้นก็คือ "ภูกระดึง" ซึ่งในปีนี้ จะเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปล่าทะเลหมอก ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 59 ได้เวลาดูดาว ล่าทะเลหมอก เตรียมไปพิชิต ภูกระดึง จ. เลย ขอบคุณภาพจาก siamtravel.in.th ภูกระดึง ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ ลำดับที่ 2 ของประเทศไทย เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2505 ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลศรีฐาน อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย ครอบคลุมพื้นที่ 348.13 ตารางกิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาหินทรายยอดตัด โดยมีที่ราบบนยอดภูกระดึงประมาณ 60 ตารางกิโลเมตร ภูกระดึง มีระดับความสูงอยู่ระหว่าง 400 – 1,200 เมตร จุดสูงสุดอยู่ที่บริเวณคอกเมย มีความสูง 1,316 เมตร สภาพทั่วไปของภูกระดึงประกอบไปด้วยพรรณไม้นานาชนิด พันธุ์สัตว์ป่านานาพันธุ์ หน้าผา ทุ่งหญ้า ลำธาร และน้ำตก อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ต้นน้ำของลำน้ำพองซึ่งเป็นลำน้ำสายสำคัญสายหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้วยความสูง บรรยากาศ และสภาพอากาศที่เย็นสบายตลอดปีบนยอดภูกระดึง โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวอุณหภูมิอาจลดต่ำจนถึง 0 องศาเซลเซียส จึงเป็นแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวปรารถนาที่หวังจะเป็นผู้พิชิตยอดภูกระดึงสักครั้งหนึ่งในชีวิต ขอบคุณภาพจาก dnp.go.th ภูมิอากาศของอุทยานแห่งชาติภูกระดึงบริเวณที่ระดับต่ำตามเชิงเขา มีสภาพโดยทั่วไปใกล้เคียงกับบริเวณอื่นๆ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายนถึงเดือนตุลาคม ฝนตกชุกที่สุดระหว่างเดือนสิงหาคม-กันยายน อุณหภูมิเฉลี่ยรายปี 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุดในเดือนมกราคม และอุณหภูมิสูงสุดในเดือนเมษายน ในช่วงฤดูฝน มักเกิดภัยธรรมชาติ เช่น เกิดการพังทะลายของภูเขาและมีน้ำป่า ทางอุทยานแห่งชาติจึงกำหนดให้ปิด-เปิดการท่องเที่ยวเฉพาะบนยอดเขาภูกระดึง เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และให้สภาพธรรมชาติและสภาพแวดล้อมได้มีการพักฟื้นตัว หลังจากนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมอย่างมากในแต่ละปี ดังนี้ - ปิดฤดูการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน - 30 กันยายน ของทุกปี - เปิดฤดูการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม - 31 พฤษภาคม ของทุกปี ภาพจาก nikonianthailand.com ภาพจาก pixpros.net การได้ถ่ายรูปกับป้าย “ครั้งหนึ่งในชีวิต เราเป็นผู้พิชิตภูกระดึง” ยังคงเป็นที่นิยมคลาสสิกตลอดกาล นอกจากการชมทัศนียภาพบนยอดภูแล้ว ไฮไลท์สำคัญที่พลาดไม่ได้คือการชมดอกเมเปิ้ลสีแดงสดริมธารน้ำตก ภาพจาก travel.thaiza.com  ภาพจาก th.aectourismthai.com การเดินขึ้นภูกระดึงไม่ลำบากมากนัก แต่ระยะทางจะไกลและชัน แต่ระหว่างทางจะมีจุดให้แวะพักเหนื่อยต่างๆ ตามลำดับ ได้แก่ ปางกกค่า ซำแฮก ซำบอน ซำกกกอก พร่านพรานแป ซำกกหว้า ซำกกโดน และซำแคร่ หากเดินขึ้นภูตั้งแต่เช้า อากาศจะค่อนข้างเย็นสบาย มีสิ่งที่น่าสนใจให้ชมไปตลอดทาง โดยเฉพาะสภาพทางธรณีและสภาพป่าที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นระยะๆ จากป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา จนถึงหลังแป จากหลังแปถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวางจะเป็นทางราบท่ามกลางทุ่งหญ้าป่าสนเขาอันกว้างใหญ่ รวมระยะทางจากทางขึ้นไปถึงหลังแปและศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง ประมาณ 9 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง แหล่งท่องเที่ยวบนภูกระดึงส่วนใหญ่มีทางเดินชมธรรมชาติติดต่อถึงกันหมด ฉะนั้น ผู้ที่จะไปท่องเที่ยวบนภูกระดึงควรใช้เวลาอย่างน้อย 3 วัน เพื่อจะได้เที่ยวชมธรรมชาติที่สวยงามเหล่านั้นได้ทั่วถึง ภาพจาก www.shots.net ภาพจาก chiangraifocus.com ท่านที่ประสงค์จะเข้าไปท่องเที่ยวและพักแรมบนยอดภูกระดึง สามารถติดต่อสอบถาม หรือสำรองการเข้าไปใช้บริการล่วงหน้าได้โดยตรง ณ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง โทรศัพท์หมายเลข 0-42810-833 และ 0-42810-834 ในเวลาราชการ (08.00 น.-16.30 น.) กรณีที่นักท่องเที่ยวจะเดินทางมาท่องเที่ยวพักแรมบนยอดเขาที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึงนั้น ให้มาติดต่อซื้อค่าบริการบุคคลก่อนเวลา 13.30 น. และในเวลา 14.00 น. ของทุกวันจะทำการปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้นเขาและลงเขาในแต่ละวัน ภาพจาก dnp.go.th ภาพจาก dnp.go.th ขอบคุณข้อมูลจาก : www.dnp.go.th  ,  เรียบเรียงโดย : Travel MThai   

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง