รถบัสพลิกตกเหว

ระทึก! ไฟไหม้รถร่วม126 ปากซ.ลาดพร้าว 85
ข่าววันนี้ /  รถร่วม126 / 

ระทึก! ไฟไหม้รถร่วม126 ปากซ.ลาดพร้าว 85 ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตบาดเจ็บ เบื้องต้นคุมเพลิงได้แล้ว รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุไฟไหม้รถร่วมบริการสาย 126 ที่ปากซอยลาดพร้าว 85 เขตวังทองหลวง กทม. ซึ่งจากเหตุดังกล่าวส่งผลทำให้รถเสียหายทั้งคัน อีกทังยังมีแก๊ส LPG รั่วไหลออกมาจากรถ ฟุ้งกระจายบริเวณด้วย เจ้าหน้าที่จึงเร่งฉีดน้ำสกัดไฟพร้อมกันคนออกจากพื้นที่ ก่อนที่จะใช้เวลาไม่นานระงับเพลิงไว้ได้ เบื้องต้นยังไม่มีรายผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ส่วนสาเหตุนั้นอยู่ระหว่างสอบสวน ขอบคุณภาพจาก @aoptk ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "ไฟไหม้รถ" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> MThai news

ข่าวดี!! ขนส่งทั่วปท.ตรวจสภาพรถฟรี ช่วงปีใหม่
ขนส่ง /  ตรวจสภาพรถฟรี / 

ขนส่งทั่วปท.ตรวจสภาพรถฟรี ห่วงความปลอดภัยช่วงปีใหม่ จับมือภาคเอกชนกว่า 20 แห่ง มาตรวจเช็คสภาพความพร้อมของรถในเบื้องต้น นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมรณรงค์ “ตรวจรถก่อนใช้ เดินทางปลอดภัย” ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2558 ซึ่งได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนกว่า 20 แห่ง มาตรวจเช็คสภาพความพร้อมของรถในเบื้องต้นโดยไม่คิดค่าบริการ เพื่อส่งเสริมความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน ช่วงเทศกาลสำคัญและกำกับดูแลการเดินรถโดยสารสาธารณะให้มีความพร้อม ทั้งสภาพตัวรถและผู้ขับรถในการอำนวยความสะดวก ปลอดภัยและสร้างความมั่นใจในการเดินทางแก่ผู้ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 5 ม.ค. 58 ที่สำนักงานขนส่งจังหวดทั่วประเทศ นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกได้จัดเจ้าหน้าที่ตรวจการ ตั้งจุดตรวจความพร้อมของรถโดยสาร และพนักงานขับรถบนถนนสายหลักทั่วประเทศตลอด24 ชั่วโมง จำนวน 11 จุดในหลายจังหวัด เช่น ลำปาง นครราชสีมา นครศรีธรรมราช ฯลฯ ณ บริเวณด้านหน้าอาคาร2 กรมการขนส่งทางทางบก ถ.พหลโยธิน จตุจักร กรุงเทพ ขอบคุณข้อมูล-ภาพจาก แนวหน้าออนไลน์ MThai News

'สมชาย' ชี้ GDP ไทยปีนี้โต 1% ถือว่าดีแล้ว
GDP /  จีดีพี

นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ ชี้ GDP ไทยปีนี้โต 1% ถือว่าดีแล้ว ขณะราคาพลังงานปรับลดทำอัตราแลกเปลี่ยนผันผวน รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง เปิดเผยว่า ภาพเศรษฐกิจไทยทั้งสามไตรมาสบวกเล็กน้อย ส่วน จีดีพี ปีนี้จะมากหรือน้อยต้องรอดูตัวเลขไตรมาสที่สี่ โดยหากทั้งปีอยู่ที่ 1% ก็ถือว่าดีแล้ว ขณะงบประมาณที่ค้างท่อของภาครัฐมองว่าจะส่งผลดีกับเศรษฐกิจไทยปีหน้า รวมทั้งธุรกิจภาคเอกชนด้วย นอกจากนี้ การที่ราคาพลังงานปรับลดต่อเนื่องส่งผลให้อัตราแลกเปลี่ยนมีความผันผวน ส่วนนโยบายปรับขึ้น VAT ในปีหน้านั้นจะส่งผลให้ราคาสินค้าปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และอาจมากกว่า 10% ด้วย รศ.ดร.สมชาย กล่าวอีกว่า สำหรับปัญหาหนี้ครัวเรือนที่มาจากโครงการรถคันแรกนั้น จะต้องหาวิธีการที่ให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มมากขึ้น เพื่อนำมาชำระหนี้

หนุ่มแจ้งจับ ดาราดัง อ้างถูกตบหน้ายึดกุญแจรถ
ตบหน้า /  ยึดกุญแจรถ / 

ผู้จัดการบริษัท ดันน์ฮัมบี้ เข้าร้อง พงส.สน.โชคชัย หลังถูก ดาราหนุ่ม "กันต์ กันตถาวร" ตบหน้าและยึดกุญแจรถ นายกานต์ ไตรอัมพวงศ์ อายุ 30 ปี ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ดันน์ฮัมบี้ เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.ไอศวรรย์ ปฐมสันติพงศ์ พงส.สน.โชคชัย หลังถูกดาราหนุ่ม นายกันต์ กันตถาวร ตบหน้าและยึดเอากุญแจรถไป โดยนายกานต์ เปิดเผยว่า เมื่อช่วง 22.30 น. วันที่ 17 ธ.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่ตนเองกำลังขับรถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า อัลติส สีขาว เลขทะเบียน 3กถ8111 กรุงเทพ เข้าซอยโยธินพัฒนาเพื่อกลับเข้าบ้านพัก รถคันที่ขับอยู่ข้างหน้าขับช้า ตนจึงเบี่ยงออกเลนขวาเพื่อขับแซงขึ้นไป ขณะนั้นมีรถจักรยานขี่สวนขึ้นมา ตนจึงเบี่ยงเข้าเลนซ้ายเพื่อหลบเข้าช่องทางปกติ พอถึงยังหน้าหมู่บ้าน ได้มีรถจักรยานปั่นมาด้วยความเร็ว ก่อนปาดหน้ารถตนแล้วจอด จากนั้นผู้ขี่จักรยานได้เดินมาเปิดประตูรถตน แต่ด้วยความที่เป็นประตูล็อกอัตโนมัติจึงเปิดไม่ออก ตนจึงเลื่อนกระจกลงมาเพื่อพูดคุย แต่ชายคนดังกล่าวกลับด่าทออย่างรุนแรงและมีท่าทางฉุนเฉียว ตนเองจึงเปิดประตูรถเพื่อเจรจาพูดคุย แต่ชายคนดังกล่าวกลับกระชากประตูรถออกและเข้ามายึดเอากุญแจรถไป ทั้งนี้ เมื่อเขามายึดเอากุญแจรถไป ตนเองจึงเดินลงมาจากรถและพูดคุย ชายคนดังกล่าวพูดจาด้วยท่าทีและอารมณ์ฉุนเฉียว พร้อมทั้งเอามือซ้ายมาตบเข้าที่แก้มขวาหลายครั้ง "จะชนแล้วหนีเหรอ ชนแล้วไม่รับผิดชอบเหรอ" เมื่อตนเองได้ยินดังนั้นก็กล่าวว่า "ผมไม่รู้ว่าชน ถ้าชนผมขอโทษ พร้อมที่จะรับผิดชอบทุกอย่าง แต่ขอกุญแจรถคืน" แต่ชายดังกล่าวก็ยังพูดด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวพร้อมทั้งกล่าวว่า "อยากดังเหรอ อยากขึ้นหน้าหนึ่งเหรอ ถ้าอยากได้กุญแจรถคืน ให้ไปรับคืนได้ที่ร้านร้อยพบพันเจอ" ก่อนจะขี่จักรยานไป หลังจากเกิดเหตุตนก็ได้กลับเข้าบ้านและก็พยายามคิดว่าชายคนดังกล่าวเป็นใคร จนกระทั่งคิดได้ว่าชายคนดังกล่าวคือ กันต์ กันตถาวร นักแสดงชื่อดัง หลังจากนั้นตนจึงได้เดินทางมาแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งพาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปเอากุญแจรถคืน แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมตนเดินทางไปยังร้านร้อยพบพันเจอดังกล่าว กลับไม่พบเจอนายกัน แต่อย่างใด ทราบจากพนักงานภายในร้านว่านายกันต์ได้เดินทางออกไปกินที่ร้านอื่นแล้ว อย่างไรก็ตาม ตนจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเพราะเกรงว่าอาจจะเกิดอันตรายกับตัวเอง

จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม งามหยดย้อย คล้อยลมหนาว
การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม /  การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ / 

หนาวนี้ หากคุณยังไม่มีโปรแกรมไปไหน ไม่ได้ไปเที่ยวไกลถึงบนดอย ลองมองหาสถานที่เที่ยวอากาศดี วิวสวย ใกล้กรุงเทพฯ ดูสิ ถ้านึกไม่ออก travel.mthai.com ขอแนะนำให้ไปเที่ยวที่ จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม แหล่งท่องเที่ยวที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย เที่ยวชมวิถีชีวิตพื้นบ้านแบบดั้งเดิม การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม แปลงเก็บผักปลอดสารพิษ ตลอดจนทุ่งดอกไม้นานาพรรณ และความงามของธรรมชาติ ท่ามกลางภูเขาและทุ่งหญ้า รับรองว่าจะทำให้คุณรับความประทับใจกลับบ้านไปแน่นอน โดยจะเปิดให้ท่องเที่ยวกันตั้งแต่ วันนี้ - 11 มกราคม 2558 จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม งามหยดย้อย คล้อยลมหนาว จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ถูกเนรมิตขึ้นด้วยเจตนารมณ์ ที่จะอนุรักษ์และถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมของชาวไทยอีสาน สู่สายตาคนไทยรุ่นใหม่และชาวต่างชาติ โดยก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2531 บนพื่นที่กว่า 600 ไร่ ณ เชิงเขาพญาปราบ ตำบลตะขบ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเป็นแหล่งผลิตไข่ไหมจำหน่ายให้เกษตรกร และเป็นพื้นที่ปลูกหม่อนเพื่อเป็นอาหารของหนอนไหม พ.ศ. 2544 จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ได้เปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรปีละครั้ง เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักท่องเที่ยว พร้อมให้ได้เที่ยวชมและเลือกซื้อผัก ดอกไม้นานาชนิด พร้อมทั้งเรียนรู้สถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมประเพณีแบบดั้งเดิมของชาวอีสาน และในปีนี้จะมาในไฮไลท์พิเศษประจำปี จิม ทอมป์สัน ฟาร์มทัวร์ 2557  กับนิทรรศการ "ม่อน มอน สะออนหลาย" จุดท่องเที่ยวภายใน จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม จะแบ่งออกเป็น 5 ส่วน โดยจะมีรถรับส่งผ่านแต่ละจุดทุกๆ 10 นาที ท่านสามารถท่องเที่ยวอย่างคุ้มค่าได้ตลอดทั้งวัน ขอบอกเลยว่าใหญ่จริงๆ แล้วก็สวยมากๆ ด้วยล่ะ จุดที่ 1 : ทุ่งคอสมอสและแปลงเก็บผักปลอดสาร ชมทุกดอกคอสมอส สีชมพูละลานตา สนุกกับการเก็บผักสดๆ จากแปลงด้วยตนเองที่แปลงผักปลอดสารพิษ U-Pic Garden พร้อมมีจุดบริการอาหารและเครื่องดื่ม ก่อนจะขึ้นรถเที่ยวชมจุดต่อไปในฟาร์ม จุดที่ 2 : ลานฟักทองและทุ่งวงกต อิ่มเอมไปกับธรรมชาติที่ล้อมรอบด้วยภูเขาพญาปราบและอ่างเก็บน้ำลำสำลาย ตื่นตาตื่นใจไปกับทุ่งดอกไม้นานาพรรณ ทั้งคอสมอสสีขาว พังพวยสีส้มสดใส ปอเทืองเหลืองอร่าม ลานฟักทองและทุ่งวงกต ที่เป็นสัญลักษณ์เด่นอีกแห่งของฟาร์ม พร้อมจุดชมวิวทุกดอกไม้แบบ 360 องศา ให้คุณได้เก็บภาพกันอย่างจุใจ จุดที่ 3 : หมู่บ้านอีสาน ชมบ้านเรือนอีสานในแบบต่างๆ สัมผัสวิถีชีวิตวัฒนธรรมพื้นบ้านอย่างใกล้ชิด พร้อมไฮไลท์พิเศษกับนิทรรศการ "ม่อน มอน สะออนหลาย" ให้คุณได้รู้จักกับหม่อนไหมอย่างใกล้ชิด เรียนรู้วงจรชีวิตและขั้นตอนการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม พร้อมชิมลูกหม่อนสดๆ จากต้น จุดที่ 4 : หมู่บ้านจิม ร่วมชมและเรียนรู้ขั้นตอนการผลิตผ้าไหมอันเลื่องชื่อและเป็นเอกลักษณ์ของ จิม ทอมป์สัน ตั้งแต่หนอนไหมเริ่มสร้างเส้นใยธรรมชาติ การสาวไหม การฟอกย้อมเส้นไหมการทอผ้าไหม ตลอดจนการพิมพ์ผ้าไหม จุดที่ 5 : ตลาดจิม ชมแปลงดอกดาวเรืองฝรั่งเศสแบบไฮโดรโปนิกส์ เลือกซื้อไม้กระถางหลากหลายสายพันธุ์พร้อมผลิตผลทางการเกษตร และสินค้าแปรรูปต่างๆ มากมาย ทั้งอุปโภคและบริโภค เช่นผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม น้ำใบหม่อน น้ำลูกหม่อน ตลอดจนอาหารแปรรูปอีกหลากชนิดให้คุณได้เลือกสรร ก่อนอำลาจิม ทอมป์สัน ฟาร์มทัวร์ กลับบ้านโดยสวัสดิภาพ       สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Tel : 02-216-7368, 085-660-7336  /  Fax: 02-762-2569, 044-373-117 www.jimthompsonfarm.com  /  www.facebook.com/JimThompsonFarmTour เรียบเรียงโดย : Travel MThai

เคท เบคคินเซล นำทัพนักแสดง ประชันบทหลอนระทึก ใน Stonehearst Asylum
Stonehearst Asylum /  จิม สเตอร์เจส / 

พบกับการพลิกบทบาทครั้งสำคัญ ของนักแสดงมากฝีมือ เคท เบคคินเซล ที่ขอถอดชุดแวมไพร์สาวจาก Underworld มาสวมบทบาทของผู้ป่วยจากสถาบันจิตเวชใน Stonehearst Asylum สถานวิปลาส โดยประชันฝีมือสุดเข้มข้นกับ จิม สเตอร์เจส จาก Upside Down, One Day ร่วมด้วยนักแสดงคุณภาพระดับตำนานอย่าง ไมเคิล เคน จาก Inception, The Dark Knight และ เบน คิงสลีย์ จาก Iron Man 3, Shutter Island ที่จะมารับบทเป็นนายแพทย์ สองตัวละครสำคัญที่สามารถสร้างความเคลือบแคลงให้กับคนดู และจะทำให้คุณต้องลุ้นและหลอนไปพร้อมๆ กัน   เคท เบคคินเซล ภาพยนตร์ Stonehearst Asylum  ที่ดัดแปลงมากจากเรื่องสั้น The System of Doctor Tarr and Professor Fether  ของสุดยอดนักเขียนแนวโกธิค เอ็ดการ์ อัลเลน โพ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้กำกับ แบรด แอนเดอร์สัน ที่มีผลงานกำกับจากภาพยนตร์เกี่ยวกับสถาบันจิตเวชมาก่อนแล้วในเรื่อง Session 9 จิม สเตอร์เจส Stonehearst Asylum เป็นเรื่องราวของ เอลิซ่า (เคท เบคคินเซล) คนไข้ของสถาบันจิตเวชสโตนเฮิร์ส ที่ตกหลุมรักกับ เอ็ดเวิร์ด (จิม สเตอร์เจส) นักเรียนแพทย์จบใหม่จากฮาร์วาร์ด ที่เดินทางมาทำงานในสถานที่แห่งนี้ แต่ยิ่งเขาได้ทำความรู้จักกับคณะแพทย์และกลุ่มคนไข้มากเท่าไหร่ เขาก็เริ่มไม่แน่ใจว่าฝั่งไหนที่เป็นหมอ ฝั่งไหนที่เป็นคนไข้กันแน่ เตรียมหลอนระทึก ไปกับภาพยนตร์ที่รวมทุกเรื่องราว ความรัก ความน่ากลัว การสืบสวนสอบสวน รวมถึงเรื่องจิตวิทยาที่ทดสอบสภาพจิตใจ สร้างความเคลือบแคลงและลังเลให้คนดูจนไม่สามารถเชื่อใจในสิ่งที่เห็นได้ อะไรคือเส้นแบ่งที่จะช่วยให้คุณตัดสินว่าใครบ้า? หรือใครสติดี?  มาร่วมค้นหาคำตอบได้ในภาพยนตร์ทริลเลอร์เรื่องเยี่ยมส่งท้ายปี ค้นหาความจริงสุดผวา ไปกับ Stonehearst Asylum สถานวิปลาส ในวันที่ 18 ธ.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ Stonehearst Asylum ได้ที่นี่เลย ----------------------------------

ขนส่งฯ เผย22ธ.ค. Taxi 5,000คันวิ่งมิเตอร์ใหม่
ค่าโดยสารแท็กซี่อัตราใหม่ /  รถแท็กซี่ / 

กระทรวงคมนาคม เตรียมหารือ ค่าโดยสารใหม่ หลังราคาพลังงานลด ขณะขนส่งฯ เผย 22 ธ.ค.Taxi 5,000 คัน วิ่งมิเตอร์ใหม่เช็กสภาพครบ 85,000 คัน ม.ค. 58 นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวในงานเปิดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2558 ว่า หลังจากที่ภาครัฐบาลได้ทำการอนุมัติปรับลดราคาพลังงานในส่วนของน้ำมันเบนซิน และดีเซลลงนั้น ส่งผลให้กระทรวงคมนาคมต้องกลับมาหารือถึงภาพรวมแนวทางการปรับลดราคาค่าโดยสารรถสาธารณะใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับราคาพลังงานในปัจจุบัน ซึ่งจะต้องมีการประชุมหารือและรับนโยบายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนปีใหม่ ส่วนความคืบหน้าการปรับ ราคาค่าโดยสารรถแท็กซี่นั้น นายธีระพงษ์ รอดประเสริฐ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจเช็กสภาพรถ ซึ่งทางกรมการขนส่งฯ สามารถตรวจเช็กไปแล้วประมาณ 45,000 คัน จากจำนวนรถแท็กซี่ในระบบทั้งหมด 85,000 คัน ซึ่งคาดว่ารถแท็กซี่ทั้งระบบจะสามารถตรวจสภาพได้ทั้งหมดภายในเดือนมกราคม อย่างไรก็ตาม ในวันจันทร์ที่ 22 ธันวาคมนี้จะมีรถแท็กซี่ประมาณ 5,000 คันที่ได้รับการปรับจูนมิเตอร์และสามารถเริ่มใช้อัตราค่าโดยสารใหม่ได้หลัง จากผ่านการตรวจสภาพ

สิ้นปีนี้ โดราเอมอนจะอวสานจริงหรือไม่?! พบบทสรุปใน Stand by Me
3D /  animation / 

สาวกโดราเอมอนต่างส่งเสียงเฮ! เมื่อการ์ตูนระดับตำนานอย่าง โดราเอมอน ได้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์การ์ตูนรูปแบบอนิเมชั่นในระบบสามมิติ เป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ กับ Stand by Me โดราเอมอน เพื่อนกันตลอดไป เพื่อเป็นการฉลองวันเกิดครบรอบ 80 ปี ของ ฟูจิโอะ เอฟ ฟูจิโกะ (ฮิโรชิ ฟูจิโมโต้ และ โมโตะ อาบิโกะ) ผู้เขียนการ์ตูนเรื่องนี้ โดราเอมอน เรื่องราวของหุ่นยนต์แมวสีฟ้าจากโลกอนาคต ที่มาช่วยเด็กชายคนหนึ่งในโลกปัจจุบัน จากความนิยมทำให้การ์ตูนถูกตีพิมพ์ออกมาทั้งสิ้น 45 เล่ม และถูกทำเป็นการ์ตูนที่ฉายทางโทรทัศน์ ทั้งหมดกว่า 1,700 ตอน รวมถึงการ์ตูนที่สร้างเพื่อฉายในโรงภาพยนตร์อีกถึง 34 ภาค แต่นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ โดราเอมอน ได้กลายเป็นอนิเมชั่นเต็มรูปแบบ ผลงานโดย ทาคาชิ ยามาซากิ ผู้กำกับที่เคยสร้างความประทับใจให้กับคนดูมาแล้วกับ Always ทั้งสามภาค ที่ครั้งนี้จะมาถ่ายทอดเรื่องราวจากวันแรกถึงวันลาของตัวละครที่ทั้งโลกตกหลุมรัก Stand by Me โดราเอมอน เพื่อนกันตลอดไป สามารถสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ เมื่อหนังเข้าฉายในประเทศญี่ปุ่น และเปิดตัวเป็นอันดับหนึ่งด้วยรายได้กว่า 765 ล้านเยน เอาชนะ Transformers: Age of Extinction ที่เปิดตัวในสัปดาห์เดียวกันเกือบเท่าตัว และมีรายได้รวมทะลุ 7 พันล้านเยน นอกจากนี้ผู้ชมกว่าร้อยละ 90 ต่างเสียน้ำตาให้กับการ์ตูนเรื่องนี้แบบไม่รู้ตัวเลยทีเดียว สำหรับเรื่องราวใน Stand by Me โดราเอมอน เพื่อนกันตลอดไป เป็นการหยิบเอา 4 ตอนที่ประทับใจที่สุดนับตั้งแต่การถือกำเนิดของโดราเอมอน ไปจนถึงตอนสุดท้ายที่ โดราเอมอน ต้องลาจาก โนบิตะ เพื่อกลับโลกอนาคตมาร้อยเรียงไว้ด้วยกัน ซึ่งแต่เดิมถือเป็นตอนจบของการ์ตูนเรื่องนี้ แต่เป็นเพราะกระแสตอบรับจากแฟนๆนักอ่านที่มีอย่างท้วมท้น ทำให้ต้องมีการเพิ่มตอนของการ์ตูนเรื่องนี้มาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบันนั่นเอง โดราเอมอนจะต้องกลับคืนสู่โลกอนาคตแล้วจริงหรือไม่ ความรักระหว่าง โนบิตะ และ ชิซูกะจะลงเอยอย่างไร หรือนี่จะเป็นบทสรุปสุดท้ายของ โดราเอมอน กันแน่ มาร่วมลุ้นและซาบซึ้งไปกับมิตรภาพความผูกพันของพวกเขาได้ใน Stand by Me โดราเอมอน เพื่อนกันตลอดไป ในวันที่ 31 ธ.ค. นี้ และเปิดรอบพิเศษต้อนรับเทศกาลคริสมาสต์ในวันที่ 25-30 ธ.ค. นี้ รอบหลัง 14.00 น. เป็นต้นไป ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ Stand by Me โดราเอมอน เพื่อนกันตลอดไป ได้ที่นี่เลย --------------------------

ระทึก อุโมงค์ถล่มในเวียดนาม ฝังคนงาน 12 คน จนท.เร่งช่วย
กู้ภัยเวียดนาม /  ช่วยชีวิตคนงานดินถล่ม / 

อุโมงค์พังถล่มในเวียดนาม ฝัง 12 คนงานติดอยู่ภายใน เจ้าหน้าที่กู้ภัยราว 200 คน เร่งช่วยชีวิต สำนักข่าวบีบีซีรายงานข่าว วานนี้ (16 ธ.ค.) เกิดอุบัติเหตุอุโมงค์ถล่มในบริเวณพื้นที่ก่อสร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำ ดา ดัง-ดา โคโม ในจังหวัด เลิ่มดง ประเทศเวียดนาม หลังจากมีฝนตกหนักในพื้นที่ ท่ามกลางสภาพอากาศที่ลมแรงและฝนตกหนักยังเป็นอุปสรรคต่อการกู้ภัยอย่างมาก หน่วยกู้ภัยราว 200 คน กำลังเร่งเข้าช่วยชีวิตคนงาน 12 คน ที่ติดอยู่ใต้พื้นดิน หลังจากอุโมงค์บางส่วนของโครงการดังกล่าวพังถล่มลงมาหลังจากเกิดฝนตกอย่างหนัก สื่อท้องถิ่นในเวียดนามรายงานว่า บริเวณที่อุโมงค์ถล่ม อยู่ห่างจากปากอุโมงค์ราว 500 เมตร โดยเหตุเกิดตั้งแต่เวลา 07.00 น. ของวานนี้ (16 ธ.ค.) ขณะที่ทีมกู้ภัย 200 คน พยายามเร่งช่วยชีวิตคนงานทั้ง 12 ทว่ายังคงเจอกับอุปสรรค ฝนตกหนักและลมแรงอยู่ ขณะที่เส้นทางเข้าไปบริเวณอุโมงค์นั้นทั้งแคบ และระดับน้ำก็กำลังสูงขึ้นเรื่อยๆ ผู้สื่อข่าวบีบีซีในเวียดนาม แจ้งว่า ขณะนี้คนงานทั้ง 12 คนยังคงปลอดภัยดี และนั่งอยู่บนแผ่นไม้ ขณะที่ระดับน้ำในอุโมงค์กำลังสูงขึ้น รวมถึงยังสามารถสื่อสารกับหน่วยกู้ภัยได้ทางท่อที่หย่อนลงไปผ่านทางท่อ นอกจากนั้น ผู้สื่อข่าวบีบีซีชี้ว่า สาเหตุน่าจะเกิดจากระบบความปลอดภัยในบริเวณสถานที่ก่อสร้างของเวียดนามนั้น ส่วนใหญ่ไม่ได้มาตรฐาน และคุณภาพของวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างก็ยังก่อให้เกิดคำถาม ในขณะที่ทางการเวียดนามมีแผนจะสร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำอีกกว่า 1 ใน 3 อย่างไรก็ตามทางการเวียดนามได้ขุดเจาะชั้นหินเพื่ออัดอ็อกซิเจนลงไปยังบริเวณใต้ดินที่มี คนงานติดอยู่ และพยายามโกยเอาเศษดินเศษหินออก MThai News ที่มา BBC 

แท็กซี่น้ำใจงามเก็บกระเป๋าเงิน6.7หมื่นคืนชาวรัสเซีย
น้ำใจงาม /  เก็บกระเป๋าเงิน / 

โชเฟอร์แท็กซี่น้ำใจงาม ส่งกระเป๋าเงินคืนนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย กว่า 6.7 หมื่นบาท ท่ามกลางความปลื้มของคนที่ได้คืน นายสุกรรณ ลาโลด โชเฟอร์แท็กซี่ สีชมพู-น้ำเงิน ทะเบียน ทษ 5995 กรุงเทพมหานคร ได้นำกระเป๋าสตางค์สีดำ แบบยาว พร้อมเงินสด ธนบัตรเงินบาทไทยและธนบัตรสกุลเงิน ดอลลาร์สหรัฐ, แคนนาดา, ยูโร, รูเบิล รัสเซีย คิดเป็นเงินบาทไทย มูลค่ารวมกว่า 67,456 บาท และเอกสารสำคัญ มามอบให้กับ มิสเตอร์ คีริว เบอดิคฮิน อายุ 34 ปี โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ สัญชาติรัสเซีย ที่ สวพ.91 มี ดร.ไจตนย์ ศรีวังพล ผู้บริหารสถานีฯ ร่วมเป็นสักขีพยาน โดย นายสุกรรณ เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา รับผู้โดยสารเป็นชาวต่างชาติ ผู้ชาย 1 คน หญิง 1 คน จากโรงแรม เลอบัว สีลม ไปส่งภายในซอยสุขุมวิท 16 ถนนสุขุมวิท บริเวณที่ผู้โดยสารทั้ง 2 คนลงจากรถอยู่หน้าอาคาร คอนโด หรือโรงแรม ไม่ชัดเจน จากนั้นตนขับรถออกไปเส้นทางสุขุมวิท กระทั่งมาถึงหน้า ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีผู้หญิงไทย เรียกใช้บริการ ตนหันไปเบาะนั่งด้านหลังพบกระเป๋าสตางค์สีดำหล่นอยู่จึงตัดสินใจขับรถวนกลับไปที่ซอยสุขุมวิท 16 อีกครั้งเพื่อตามหาชาวต่างชาติเจ้าของกระเป๋าสตางค์ ทั้ง 2 คน แต่ไม่พบจึงโทร มาที่ สวพ.91 เพื่อให้ประกาศตามหา ขณะที่ Mr.Burdikhin Kirill (มิสเตอร์ คีริว เบอดิคฮิน) อายุ 34 ปี โปรดิวเซอร์หนุ่มรัสเซีย กล่าวว่า หลังจากรู้ตัวว่ากระเป๋าสตางค์หล่นหายบนรถแท็กซี่ ตนได้เดินทางไปแจ้งความไว้ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ยานนาวา และได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่โรงแรม คอลัมม์ สุขุมวิท 16 โรงแรมที่พักอาศัยอยู่ บอกว่า มีโชเฟอร์แท็กซี่เก็บกระเป๋าและเงินสดของตนได้ รู้สึกดีใจมาก ขอบคุณคนไทย น้ำใจงาม

20 มารยาทที่ควรรู้ สำหรับการใช้ชีวิตที่เยอรมนี
มารยาท /  เที่ยวเยอรมนี

เยอรมนี (Germany : คนไทยชอบเรียก ประเทศเยอรมัน) เป็นประเทศอันดับต้นๆ ที่คนไปยุโรปมักจะไปเยือน ที่มักจะพ่วงด้วย สวิสเซอร์แลนด์ ออสเตรีย ตามที่กรุ๊ปทัวร์จัดไว้ให้ แต่เยอรมนีก็ยังไม่ได้มีชื่อเสียงแค่แหล่งท่องเที่ยวเท่านั้น สถาบันการศึกษาต่างๆ ก็ยังเป็นที่นิยมของคนไทยไม่แพ้ออสเตรเลีย อังกฤษ รวมถึงเป็นประเทศที่สาวไทยแต่งงานกับหนุ่มเยอรมันเยอะสุดๆ อีกเช่นกัน ดังนั้น เราจึงมีข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ชีวิตที่เยอรมนีมาฝาก ว่าด้วยเรื่องมารยาทต่างๆ ที่ควรรู้ ดังนี้ 20 มารยาทที่ควรรู้ สำหรับการใช้ชีวิตที่เยอรมนี 1. นัดก่อนเสมอ คนเยอรมันเคร่งครัดเรื่องเวลาและความเป็นส่วนตัว ก่อนที่จะไปหาใครไม่ว่าที่ทำงานหรือที่บ้าน ให้ส่งเมลไปนัดก่อนเสมอ เพื่อที่จะให้อีกฝ่ายหนึ่งมีเวลาตั้งตัว อย่าจู่ๆ โผล่พรวดเข้าไปเพราะจะทำให้เกิดความตกใจ โกลาหล อลหม่าน และจะไม่ได้รับการต้อนรับที่ดี 2. อย่าทำให้ใครหยุดชะงักกลางทาง เมื่อคนเยอรมันเริ่มออกจากอาคารแล้วกำลังมุ่งหน้าไปที่ใดสักแห่งอย่าได้พยายามทักเพื่อให้เขาหยุดเดินแล้วมาสนใจเรา เพราะก่อนออกจากอาคารเขาได้เช็คตารางการเดินรถเมล์หรือรถไฟไว้แล้ว และเขากะแล้วว่าเมื่อเริ่มออกจากอาคารเวลานี้จะต้องไปทันรถแน่ๆ หากเราทำให้เขาชะงัก เขาจะเสียเวลาไปไม่ทันรถ เขาจะโกรธเอาได้ ทางที่ดีควรเดินไปคุยกันไป หรือรอให้ไปถึงสถานีรถไฟฟ้าก่อนแล้วค่อยคุย หรืออาจจะคุยกันในรถไฟฟ้าก็จะดีกว่า เพราะเขาจะมีเวลาคุยด้วยเต็มที่หลังจากขึ้นรถแล้ว 3. อย่าเรียกชื่อหน้า คนไทยนิยมเรียกชื่อหน้า เช่น คมสัน แต่เราจะเรียกชื่อหน้าของชาวเยอรมันไม่ได้ถ้าไม่ใช่เพื่อนสนิทกัน เช่น ดร. กุนเธ่อร์ มันสเก้ เราจะต้องเรียกว่า ดร. มันสเก้ ไม่ใช่ ดร. กุนเธ่อร์ 4. ให้จับมือด้วยทุกครั้ง ชาวเยอรมันถือเรื่องการจับมือ อย่างน้อยในการทักทายควรยื่นมือขวาให้อีกฝ่ายหนึ่งจับ ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง ไม่ต้องคิดว่าจะเป็นการแต๊ะอั๋ง เพราะไม่มีใครคิดอย่างนั้นกัน ถ้าไม่ยอมจับมือจะเป็นการแสดงความรังเกียจอีกฝ่าย เวลาจับมือให้บีบแรงพอสมควร อย่าเกรงใจจนไม่ออกแรงบีบมือเลย เพราะคนเยอรมันจะถือว่าเหมือนกับเราไม่พอใจจะจับมือเขา แต่ก็อย่าบีบแรงเกินไปจนอีกฝ่ายหนึ่งเจ็บ 5. อย่าใส่หมวกเข้าไปในอาคาร ให้ถอดหมวกทุกครั้งที่เข้าไปในอาคาร และหากพบกับใครนอกอาคาร ก็ควรถอดหมวกออกก่อนในเวลาที่กล่าวทักทายกันแล้วใส่กลับไปใหม่ 6. ชายหญิงเท่าเทียมกัน อย่าพยายามมองว่าหญิงชาวเยอรมันจะทำอะไรสู้ผู้ชายไม่ได้ บางทีเมื่อเราอยู่บนรถเมล์แล้วเห็นผู้หญิงยืนอยู่แล้วเราลุกให้เขานั่ง ถือว่าเป็นการสบประมาท เพราะเขาจะมองว่าเราดูถูกความสามารถของเขา เนื่องจากเขาถือว่าชายหญิงแข็งแรงเท่ากัน หญิงเยอรมันสร้างชาติกลับคืนมาหลังจากความพินาศย่อยยับหลังสงครามโลกครั้งที่สอง และนายกรัฐมนตรีก็เป็นหญิง (นางอังเกล่า แมเกิ้ล) 7. อย่าลัดคิวเด็ดขาด คนเยอรมันถือเรื่องคิวมากๆ ใครบังอาจลัดคิวมีเรื่องถึงเรียกตำรวจมาตักเตือน หรือไม่ทุกคนก็จะมองอย่างรังเกียจ 8. การแยกขยะถือเป็นมารยาทสำคัญ ถังขยะที่เยอรมันจะมีหลายสีสำหรับขยะหลายประเภท เช่น กระดาษ พลาสติก แก้ว และเศษขยะ การทิ้งขยะในถังขยะไม่ถูกประเภทจะถูกมองว่าเป็นคนไร้การศึกษา เพราะชาวเยอรมันได้รับการสอนเรื่องการแยกขยะมาตั้งแต่เด็ก 9. คนเยอรมันรักความสะอาด อย่าพยายามทำให้ห้องรกรุงรัง ทั้งห้องทำงานและห้องที่บ้านพัก เพราะถ้าเพื่อนๆ เข้ามาเห็นสภาพความรกรุงรังแล้วจะรับไม่ได้ เพราะคนเยอรมันชอบความสะอาด ชาวเยอรมันจะชอบให้ทุกอย่างสะอาดแบบหมดจดทั้งในที่สาธารณะและที่ส่วนตัว ดังนั้นเราต้องหมั่นทำความสะอาดห้องต่าง ๆ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของเราอยู่เสมอ 10. อย่าข้ามถนนในที่ ๆ ไม่ได้จัดไว้ให้ข้าม คนจะข้ามถนนได้ก็ต่อเมื่อมีทางม้าลายและมีสัญญาณไฟให้ข้ามได้เท่านั้น ก่อนข้ามเราต้องกดขอสัญญาณก่อน จากนั้นรอสักพักจะมีไฟเขียวให้เราข้ามได้ หากยังเป็นไฟแดงแม้ว่าไม่มีรถก็อย่าข้าม เพราะหนึ่ง อาจจะมีรถมาอย่างเร็วมากและชนเราได้ เขาจะไม่ผิดด้วย เพราะสัญญาณบอกให้เขาไปได้ และสอง อาจมีตำรวจดักปรับเราอยู่อีกฝั่งหนึ่ง 11. ก่อนเข้าไปซื้อของ ถ้ามีกระเป๋า ให้ฝากไว้ที่ล็อคเกอร์ก่อน สังเกตว่าซูเปอร์มาร์เก็ตบางแห่งจะมีล็อคเกอร์จัดไว้ให้ลูกค้า เราต้องมีเหรียญ 1 ยูโรติดตัวไว้ เพื่อที่จะเอาไว้เช่าล็อคเกอร์ (จะได้คืนเมื่อกลับมาเอาของ) หากไม่ยอมฝากของไว้ก่อน ตอนออกมาจ่ายเงินจะถูกค้นกระเป๋า ทำให้เสียเวลามาก และเกิดความหงุดหงิดทั้งเราและทั้งฝ่ายผู้ขาย นอกเสียจากบางห้างที่มีระบบกันขโมยอยู่แล้วจะไม่ต้องฝากกระเป๋า เพราะถ้าใครหยิบอะไรติดออกมาโดยไม่จ่ายเงินรับรองมีเสียงดังเกิดขึ้นแน่นอน 12. เวลาทักคนเยอรมัน ควรเริ่มทักเป็นภาษาเยอรมัน อย่าคิดว่าคนเยอรมันจะรู้ภาษาอังกฤษ เขาอาจจะรู้บ้างแต่ไม่รู้มาก เมื่อเขาเห็นว่าเราเป็นคนต่างชาติเขาจะไม่เข้ามาทักเราก่อนค่อนข้างแน่นอน เพราะกลัวว่าจะพูดอังกฤษไม่ถูก ดังนั้น เราจึงควรแสดงความเป็นมิตรก่อนโดยการพูดภาษาเยอรมันสักคำ เช่น กู๊ด-เท่น-ท๊าค แปลว่า สวัสดีครับ / สวัสดีค่ะ อย่างน้อยเขาเห็นว่า เรามาแบบเป็นมิตร คนเยอรมันก็จะพยายามช่วยเรา โดยปกติคนเยอรมันจะใจดี แต่เขากลัวว่าจะสื่อสารกับเราไม่รู้เรื่องเพราะเป็นเขาเองที่ไม่รู้ภาษาอังกฤษ 13. เวลาพูดกับคนเยอรมันอย่าเยิ่นเย้อ ให้ตรงประเด็นไปเลย คนเยอรมันเป็นคนตรง ๆ ไม่ชอบเวลาใครพูดอะไรเยิ่นเย้อ ถ้าเราอยากจะขออะไรจากคนเยอรมันก็ขอตรง ๆ ถ้าเขาทำได้ก็จะบอกว่าได้ ถ้าไม่ได้ก็จะบอกว่าไม่ได้ ไม่มีคำตอบแบบห้าสิบห้าสิบชนิดที่ต้องมาตีความกันว่าตกลงเขาจะให้หรือไม่ให้ อะไรอย่างนี้คนเยอรมันไม่มี ภาษาอังกฤษแบบสุภาพและวกไปวนมากว่าจะเข้าเรื่องนั้นอาจจะดีหากใช้กับคนอังกฤษ แต่สำหรับคนเยอรมันแล้วจะคิดว่า "นี่เขาต้องการอะไรกันแน่ เห็นฉันเป็นตัวตลกหรือมีเวลาว่างมากนักหรืออย่างไร ถึงได้พูดเสียอ้อมค้อมอย่างนั้น" สรุปแล้วตรงไปตรงมากับคนเยอรมันจะดีที่สุด 14. ต้องมีเหตุผล ถึงคนเยอรมันจะเป็นคนตรง ๆ ขออะไรก็ขอได้ตรงๆ แต่ต้องมีเหตุผล ไม่ใช่ว่าจู่ ๆ มาขอโดยไม่มีเหตุผล เขาจะไม่ยอมให้แน่ คนเยอรมันต้องการเหตุผลที่เป็นความจริง (Fact) มากกว่าเหตุผลที่เป็นความรู้สึก เราจึงต้องบอกว่า เพราะอย่างนี้มันถึงต้องมาขอ ไม่ใช่บอกว่า ขอเถ๊อะ ขอเถ๊อะ ขอช่วยเราหน่อยเถ๊อะ แบบนี้คนเยอรมันจะว่าท่าจะบ้า ไม่มีเหตุผลเอาซะเลย แบบนี้คงช่วยไม่ได้ 15. ทำตามแผนที่วางไว้อย่างเคร่งครัด คนเยอรมันเวลาจะทำอะไรนั้นจะประชุมกันก่อน เมื่อได้ข้อสรุปแล้วก็จะลงมือปฏิบัติตามนั้นแบบเป๊ะ ๆ ไม่มีการนอกคอก หากใครเกิดนอกคอกคนอื่นจะงงทันทีว่าทำไมถึงทำอย่างนั้น ไหนพูดกันไว้แล้วทำไมถึงไม่ทำตามที่ตกลงกันไว้ จะเกิดความสับสนทันที ดังนั้นหากต้องการจะเปลี่ยนแปลงอะไรควรต้องกลับมาประชุมกันอีกครั้งก่อนเพื่อตกลงกันใหม่ ไม่ใช่อยู่ ๆ ก็ทำตามใจตัวเองทันที 16. อย่าพูดเล่นถ้าไม่สนิท คนเยอรมันถือว่าความจริงจังเป็นมารยาททางสังคม หากไม่ใช่เพื่อนสนิทกันอย่าพยายามพูดเรื่องตลก โจ๊ก หรือเรื่องล้อเล่นใด ๆ อย่างเด็ดขาด เขาจะมองว่าเราเป็นคนต่ำชั้นกว่าทันที ในการนำเสนออะไรให้คนเยอรมันฟังต้องเคร่งครัดเรื่องโครงสร้างการนำเสนอ ใช้คำพูด ท่าทาง และน้ำเสียงที่จริงจัง นำเสนอแต่ข้อมูลที่เป็นความจริง (Fact) อะไรที่คาดเดาเอาเองไม่ให้นำเสนอ และอะไรที่เป็นมุขตลกอย่าได้นำเสนอ แต่ถ้าเมื่อไรสนิทกันแล้วคนเยอรมันจะกลายเป็นคนที่สนุกสนานและเอาแต่คุยเรื่องตลก ก็แปลกดี 17. คนเยอรมันตัดสินใจด้วยข้อมูลรอบด้าน อย่าได้ให้ข้อมูลด้านเดียว จงให้ข้อมูลทุกเรื่องและทั้งด้านดีและด้านไม่ดี เช่น หากมีคนสมัครเข้าทำงานอยู่ 10 คน อย่ากระโจนบอกว่าคนที่ดีคือคนที่ 1 3 และ 5 แต่จงไล่มาทีละคนว่าคนแรกเป็นใคร ดีอย่างไร ไม่ดีอย่างไร ต่อมาคนที่สองเป็นอย่างไร ดีอย่างไร ไม่ดีอย่างไร ทำอย่างนี้จนครบทุกคน จากนั้นให้สร้างเกณฑ์ที่ใช้ในการตัดสินขึ้นมา แล้วตัดสินไปตามเกณฑ์ ทำอย่างนี้อาจจะใช้เวลามากสักหน่อย แต่คนเยอรมันอดทนที่จะฟังข้อมูลให้ครบทุกด้านได้อย่างน่าประหลาดใจ เขาจะไม่พยายามตัดสินใจถ้าไม่ได้ฟังครบทุกด้านก่อน 18. รักษาตำแหน่งของตัวเอง เมื่อคนเยอรมันได้รับมอบหมายให้ทำอะไรในตำแหน่งไหนแล้ว เขาจะรับผิดชอบในตำแหน่งนั้นอย่างถึงที่สุด ไม่ทิ้งตำแหน่งของตัวเอง นั่นคือการทำงานแบบเป็นกลไก (mechanism) สไตล์เยอรมันขนานแท้ เมื่อกลไกส่วนอื่นส่งงานมาให้เขา ทุกคนจะคาดหวังได้ว่าเขาจะต้องสานต่อได้ เหมือนสายพานการผลิต ไม่มีใครที่อยู่ ๆ ก็หายไปจากตำแหน่งของตัวเอง วิธีคิดเช่นนี้สังเกตได้ในการเล่นฟุตบอลของทีมชาติเยอรมัน อาจจะดูแข็ง ๆ และไร้จินตนาการ แต่ทุกคนรักษาตำแหน่งอย่างแข็งขันและเป็นระเบียบ แต่ข้อเสียของระบบนี้ก็คือหากมีใครหายไปสักตำแหน่งก็รวนกันทั้งระบบ ดูอย่างตอนที่แพ้สงครามโลกครั้งที่สองก็เพราะบางตำแหน่งโดนโจมตีพังไป ทำให้ต่อเกมส์กันไม่ติด ไม่มีการรวมศูนย์การตัดสินใจที่สามารถปรับเปลี่ยนระบบได้อย่างยืดหยุ่นพอ เมื่อต่างคนต่างคิดว่าจะเอาอย่างไรต่อไปก็ไม่ทันเสียแล้ว 19. งานมาก่อน ความสัมพันธ์ส่วนตัวมาทีหลัง เวลาทำงานกับคนเยอรมัน เริ่มต้นมาก็ให้แนะนำตัวแค่บอกชื่อตัวเองก็พอ อย่าเสียเวลาคุยเรื่องส่วนตัวนาน ให้เข้าเรื่องงานเลยว่าตกลงพวกเราต้องทำอะไรกันบ้าง แล้วก็ตกลงว่าเราควรจะทำอย่างไร จากนั้นก็ทำไปตามที่ตกลงกัน เพื่อนเยอรมันคนหนึ่งเคยไปสิงคโปร์บอกว่ากว่าจะเริ่มงานได้ ชาวสิงคโปร์พูดคุยทำความรู้จักกันนานมาก จนเขารำคาญ ผมก็ว่ามันไม่เหมือนกัน ที่เอเชีย ความสัมพันธ์มาก่อน งานมาทีหลัง ถ้าความสัมพันธ์ไม่ดีงานจะไม่เดิน เพื่อนเยอรมันก็บอกว่าที่เยอรมันงานมาก่อน ความสัมพันธ์มาทีหลัง ถ้างานสำเร็จเสร็จเรียบร้อยแล้ว คนเยอรมันจะแสดงความเป็นมิตร เช่น พูดชวนไปทานกาแฟ เป็นต้น นั่นแสดงว่าเขาเปิดใจมาให้เราเป็นมิตรกับเขาแล้ว 20. ไม่ต้องกังวลถ้าคนเยอรมันไม่พูดชมซึ่งหน้า แต่เขาจะช่วยเราในเวลาคับขัน คนเยอรมันเวลาชื่นชมผลงานของใครจะไม่พูดออกมาตรงๆ ว่าชอบ แต่จะแสดงออกว่าชอบคนๆ นี้โดยการหยิบยื่นช่วยเหลือให้ในยามคับขัน ดังนั้นไม่ต้องคาดหวังว่าจะได้คำพูดหวาน ๆ จากคนเยอรมัน แต่พวกเขากลับสามารถพึ่งพาได้อย่างดียิ่งเมื่อเกิดเรื่องร้ายแรงที่เราจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือ แต่ถ้าอยากรู้จากปากของเขาว่าเขาชอบงานของเราไหม ให้เอ่ยชมงานของเขาก่อน แล้วเขาจะเปิดใจพูดถึงงานเราบ้าง ที่มา http://tourismlogistics.com/ ภาพจาก : แนะนำเส้นทางท่องเที่ยว www.raileuropeconnexion.com เกร็ดเล็กๆ น้อยๆ สำหรับผู้ที่จะไปใช้ชีวิตที่เยอรมนี (ระยะยาว)

เพลิงไหม้รถเมล์สาย126ไร้เจ็บคาดแก๊สรั่ว
รถเมล์ /  แก๊สรั่ว / 

เกิดเหตุเพลิงไหม้รถเมล์ สาย 126 บริเวณ หน้า ซ.ลาดพร้าว 85 - ดับเพลิงได้เเล้ว ไม่มีคนเจ็บหรือเสียชีวิต คาด แก๊สรั่ว เกิดเหตุเพลิงไหม้รถโดยสารประจำทาง สาย 126 บริเวณริมถนนหน้าซอยลาดพร้าว 85 ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการดับเพลิงไว้ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจากการตรวจสอบความเสียหายเบื้องต้น ปรากฏว่าเปลวเพลิงได้เผาทำลายรถคันดังกล่าวทั้งคัน ทั้งนี้ โชคดีไม่มีผู้โดยสารคนใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต คาดสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้น่าจะมาจากแก๊สรั่วออกมาจากตัวรถ ขอบคุณภาพ :ร่วมด้วยฯ Man Fullness

สะเทือนใจ คุณยาย รักมั่น 77 ปี ค้นหา สามีเก่า พบเพียง...
รักแรก /  สามีเก่า / 

นี่คือเรื่องราวของคุณยายชาวจีนวัย 93 ผู้เพิ่งจะได้พบกับ สามีเก่า ผู้เป็นรักแรกของเธออีกครั้ง เมื่อเวลาผ่านไปถึง 77 ปีให้หลัง หากที่เธอได้พบไม่ใช่ร่างของเขา แต่เป็นเพียงชื่อบนแท่นป้ายวิญญาณเพื่อเป็นเกียรติแก่เหล่าทหารชาวจีนผู้เสียสละชีพในหน้าที่ ระหว่างเข้าร่วมรบในสงครามจีน - ญี่ปุ่นครั้งที่ 2 ย้อนกลับไปเมื่อ 79 ปีที่แล้ว คุณยาย จาง ชู่หยิง ได้พบกับพลทหาร จ่ง ฉงซิน ครั้งแรกด้วยการนัดบอดที่เมือง ฟูโจว ในขณะที่เธอมีอายุเพียง 14 ปี ทั้งคู่ต่างตกหลุมรักกันในทันที และแต่งงานกันในเวลาต่อมา หลังจากแต่งงานมาได้ 2 ปีในปี 1937 กองทัพญี่ปุ่นได้เข้ามาสู้รบในจีน ทำให้พลทหาร จ่ง ฉงซิน ถูกเรียกตัวเข้าเซี่ยงไฮ้เพื่อรับใช้ชาติ คุณยายจางเล่าว่า "เราร่ำลากัน เขาร้องไห้ ขณะที่โอบกอดฉันจากด้านหลัง พร้อมกับให้สัญญาว่าเขาจะกลับมา และฉันทำได้เพียงเฝ้ารอด้วยความกังวล" หลังจากนั้น คุณยายจางก็ได้รับสายโทรศัพท์จากสามีเพียงแค่ครั้งเดียว นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา คุณยายจางก็ไม่เคยได้ยินเสียงของสามีอีกเลย 7 ปีผ่านไป ในปี 1944 คุณยายจึงได้ทราบข่าวจากเพื่อนทหารของสามีว่า พลทหาร จ่ง ฉงซิน ได้เสียชีวิตในระหว่างการสู้รบแล้ว ในปี 1949 คุณยายจางแต่งงานใหม่อีกครั้ง โดยได้ให้กำเนิดลูกๆ ถึง 3 คน แต่คุณยายก็ไม่เคยลืมรักแรกของคุณยายได้เลย ในปี 1988 คุณยายจางจึงเล่าเรื่องสามีคนแรกของคุณยายให้ลูกๆ ได้ฟัง ลูกๆ ต่างซาบซึ้งใจในเรื่องราวความรักของแม่ จึงช่วยกันตามหาหลุมศพของพลทหาร จ่ง ฉงซิน อย่างไม่ย่อท้อ จนได้มาพบแท่นป้ายวิญญาณ ในไทเป วันที่ 22 พ.ย. 2014 คุณยายจางได้เดินทางสู่ไทเปเพื่อมาหาชื่อรักแรกของเธอบนแท่นป้ายวิญญาณ คุณยายใช้เวลาอยู่ในไทเป 7 วัน และมาเยี่ยมป้ายวิญญาณสามีเก่าถึง 3 ครั้ง "ตลอดชีวิตฉันร้องไห้เพียงแค่ 3 ครั้ง ครั้งแรกคือเมื่อได้รู้ว่า เขาตายแล้ว ครั้งที่ 2 คือ 70 ปีให้หลัง ฉันได้รับรูปถ่ายของฉันที่มีหยดน้ำของสามีคนก่อน และครั้งที่ 3 เมื่อฉันมองชื่อเขาบนป้ายวิญญาณ เราจะไม่ได้พบกันอีกแล้ว " คุณยายกล่าว เรื่องราวช่างเหมือนนิยาย แต่ใครล่ะจะลืมรักแรกได้ลง แล้วสำหรับคุณล่ะคะ คิดว่าต้องใช้เวลาสักกี่ปี ถึงจะลืมรักครั้งแรก ที่มาจาก shanghaiist เรียบเรียงโดย Women MThai Team

รอดไม่รอด! คลิปรถตู้ทับเด็กอนุบาล มุดใต้ท้องรถ
ข่าวจังหวัดชลบุรี /  ข่าววันนี้ / 

นาทีชีวิต รถตู้รับส่งนักเรียน ทับเด็กที่ชลบุรี บอกฝนตกมองไม่เห็น โชคดีไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต ด้านโรงเรียนยอมจ่าย 1 แสนเป็นค่าเสียหาย หลังผู้ปกครองออกมาเรียกร้อง มีการเผยแพร่คลิปรถตู้รับส่งนักเรียนของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ทับ "น้องสมาร์ท" อายุ 4 ขวบ นักเรียนชั้นอนุบาล 1 โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง จ.ชลุบรี จากนั้นคนขับได้หยุดรถและลงมาดูพร้อมกับ ผู้เห็นเหตุการณ์ เข้าช่วยเหลือเด็ก โชคดีที่ไม่ถึงขั้นเสียชีวิต โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ภายหลังที่เผยแพร่คลิปออกไป เกิดเป็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลเน็ตเวิร์ก เกี่ยวกับประเด็นการปล่อยปละละเลยเด็ก ปล่อยให้เด็กลงมาจากรถเพียงลำพัง ซึ่งทาง ผู้บริหารสถานศึกษา นำตัวน้อง"สมาร์ท"ไปตรวจร่างกายอย่างละเอียด แพทย์ยืนยันว่า ปลอดภัย ขณะที่ผู้ปกครองเรียกร้องค่าเสียหายกับทางโรงเรียนเป็นเงิน 3 แสนบาท โดยการเจรจาต่อรองยืดเยื้อมากว่า 1 เดือน จนยอมจ่ายให้ 1 แสนบาท และให้เรียนฟรีตลอดชั้นอนุบาล ล่าสุดน้อง"สมาร์ท"ได้ลาออกจากโรงเรียนแห่งนี้แล้ว เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ด้านนายกิตติ ลีลาธนาพร คนขับรถตู้ เผยว่า วันเกิดเหตุครูพี่เลี้ยงลาป่วย ทำให้ตนเป็นผู้ใหญ่คนเดียวที่ตระเวนส่งเด็กๆ และช่วงที่เกิดเหตุเกิดฝนตก ทำให้มองไม่เห็นว่ามีเด็กมานั่งอยู่ตรงหน้ารถ จึงขับทับไปทั้งที่มองไม่เห็น ซึ่งตนรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น MThai news

หนังเข้าใหม่ 18 ธ.ค. 57 มหากาพย์มาแล้ว!
Stonehearst Asylum /  The Hobbit: The Battle of the Five Armies / 

วนครบรอบมาถึงวันพฤหัสทั้งที อย่านิ่งเฉยกันไป เพราะวันพฤหัสที่ 18 ธ.ค. 57 นี้ คุณผู้ชมจะได้พบ หนังเข้าใหม่ ถึง 4 เรื่อง 4 รส และหนึ่งในนั้น คือมหากาพย์ที่คนทั้งโลกรอคอย พลาดแล้วจะเสียใจ! The Hobbit: The Battle of the Five Armies เดอะ ฮอบบิท: สงคราม 5 ทัพ ภาคจบของไตรภาค เดอะฮอบบิท อบทสรุปการผจญภัยของ บิลโบ แบ๊กกินส์, ธอริน โอเคนชีลด์ และคณะคนแคระที่ทวงคืนบ้านเกิดของตนจากมังกรสม็อก ซึ่งเหล่าคณะได้ปลุกพลังอันชั่วร้ายขึ้นมา­โดยไม่ตั้งใจ สม็อกโกรธแค้นและได้พ่นไฟทำร้ายมนุษย์ทั้­งหญิงชายและเด็กๆ ที่ไม่มีทางสู้ในเมืองทะเลสาบด้วยความเดือ­ดแค้น ด้วยความต้องการที่อยากจะไปทวงคืนทรัพย์สมบัติ ธอรินยอมเสียสละมิตรภาพและเกียรติยศเพื่อใ­ส่ร้ายว่าเป็นแผนชั่วของบิลโบ เพื่อทำให้เขาเห็นเหตุผลที่ควรให้ฮอบบิทเด­ินหน้าต่อไปท่ามกลางภัยอันตร­าย แต่กลับมีอันตรายที่โหดร้ายกว่ารออยู่เบื้องหน้า ซึ่งไม่มีใครมองเห็นได้นอกจากพ่อมดแกนดัล์­ฟ ศัตรูผู้ยิ่งใหญ่อย่าซอรอนได้เคลื่อนทัพไป­พร้อมกับกองทัพออร์คเพื่อแอบซุ่มโจมตีที่ห­ุบเขา อันนำไปสู่มหาสงคราม 5 ทัพอันยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งมิดเดิ้ลเอิร์ธ คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ The Hobbit: The Battle of the Five Armies ได้ที่นี่เลย --------------------------------- Stonehearst Asylum สถานวิปลาส ดัดแปลงมาจาก The System of Doctor Tarr and Professor Fether เรื่องสั้นของสุดยอดนักเขียนแนวโกธิค เอ็ดการ์ อัลเลน โพ เรื่องราวของ เอลิซ่า (เคท เบคคินเซล) ที่ตกหลุมรักกับ เอ็ดเวิร์ด (จิม สเตอร์เจส) นักเรียนหมอจบใหม่จากฮาร์วาร์ด ที่เดินทางมาทำงานในสถาบันจิตเวช โดยที่เขาไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเธอก็เป็นคน­ไข้ของสถาบันจิตเวชแห่งนี้ ซึ่งถูกยึดครองโดยบรรดาคนไข้จิตป่วยไปแล้วหมดสิ้น คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ Stonehearst Asylum ได้ที่นี่เลย ---------------------------------   The Possession of Michael King ดักวิญญาณดุ พ่อหม้ายหนุ่ม ไมเคิล คิง (เชน จอห์นสัน) ต้องการพิสูจน์ถึงการมีอยู่ของวิญญาน และภูติ ผี ปีศาจทั้งหลาย ด้วยการท้าความตายกับกิจกรรมลองของแบบสุดสยองสารพัดวิธี แต่ยิ่งลองมากขึ้น เท่าไหร่ ไมเคิลก็เริ่มค้นพบความจริงที่แสนน่ากลัว เรื่องบางเรื่องควรถูกปล่อยให้เป็นปริศนา ไม่ควรหาคำตอบ!!! คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ The Possession of Michael King ได้ที่นี่เลย --------------------------------- ปู่สมบูรณ์ สารคดี ปู่สมบูรณ์ บอกเล่าถึงเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันของ ปู่สมบูรณ์ ฤกษ์กำยี และย่าละเมียด ภรรยาที่ป่วยเป็นโรคไต อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นพลังความรักที่ยิ่งใหญ่ของสามีต่อภรรยาที่เป็นมากกว่า คู่รัก ที่ไม่ว่าจะวันเวลา ความแร้นแค้นยากจน หรือความแก่เฒ่าโรยรา ก็หาใช่อุปสรรค และความรักที่ไม่มีวันหมดอายุครั้งนี้ จะได้รับการถ่ายทอดจนคุณไม่อาจจินตนาการได้ (ฉายจำกัดโรง) คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ ปู่สมบูรณ์ ได้ที่นี่เลย -----------------------------

แห่ขึ้นอินทนนท์สูงกว่าปีก่อน-ช่วง พ.ย. พุ่ง 6.2 หมื่น
ดอยอินทนนท์ /  ฤดูหนาว / 

สภาพอากาศหนาวเป็นใจ นักท่องเที่ยวแห่ชื่นชมบน ดอยอินทนนท์ สูงกว่าปีก่อน แค่เดือน พ.ย. ทะลุ 6.2 หมื่น บรรยากาศ บริเวณยอดดอยอินทนนท์จังหวัดเชียงใหม่วันนี้ยังเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวกว่า 4 พันคน ที่ขึ้นมาสัมผัสอากาศหนาวเย็นและวันนี้อุณหภูมิยอดดอยอยู่ที่ 4 องศา ซึ่งวันนี้มีหมอกลงหนาจัดทัศนวิสัยระยะ 30-50 เมตร นายพรเทพ เจริญสืบสกุล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เปิดเผยว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งเตือนผู้ใช้รถเพิ่มความระมัดระวัง ตั้งแต่ทางขึ้นเนื่องจากเป็นอันตรายในการขับขี่มีความเสี่ยงต่อการเกิด อุบัติเหตุสูง ขณะนี้หมอกลงจัด อากาศปิดตลอดทั้งวัน แต่ก็สร้างความประทับใจให้แก่บรรดานักท่องเที่ยวที่ขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ ตัวเลขนักท่องเที่ยวตลอดเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา มีกว่า 62,000 คน มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 55,000 คน ส่วนครึ่งเดือนธันวาคมนี้ก็มีกว่า 40,000 คนแล้ว