รถบัสพลิกตกเหว

เชฟโรเลต เปิดตัว The All New Colorado แกร่งกว่าเดิมเพิ่มเติมความหรูหรา
car /  Chevrolet / 

เชฟโรเลต เซลส์ ประเทศไทย เผย The All New Colorado ที่จะสานต่อตำนานความสำเร็จของรถกระบะเชฟโรเลตที่มีประวัติอันยาวนานเกือบ 100 ปี โคโลราโดใหม่โดดเด่นด้วยคุณสมบัติที่ครบครันทุกด้านในแบบฉบับรถกระบะอเมริกันของเชฟโรเลต มาพร้อมการออกแบบภายนอกและภายในใหม่ สมรรถนะที่เหนือชั้นกว่าเดิม ความปลอดภัยที่ดียิ่งขึ้น ความหรูหรามากกว่าเดิม และเทคโนโลยีระดับผู้นำเซกเมนท์ โคโลราโด รุ่นใหม่ ได้รับการออกแบบให้มีความแข็งแกร่งและความประณีต มีลวดลายเส้นสายที่สวยงามและชัดเจน เปี่ยมไปด้วยดีเอ็นเอแบบฉบับรถกระบะอเมริกันพันธุ์แท้ ตัวถังรถมีสัดส่วนที่บึกบึน เสริมภาพลักษณ์ความสมบุกสมบัน สะท้อนศักยภาพการลุยเส้นทางออฟโรดได้อย่างเต็มที่ รถกระบะรุ่นนี้มาพร้อมเอกลักษณ์การออกแบบระดับโลกที่ถ่ายทอดพละกำลังและความแข็งแกร่ง ด้วยการออกแบบด้านหน้าใหม่ที่เน้นความสปอร์ตทั้งแผงกันชน กระจังหน้า ฝากระโปรง และไฟหน้า ซึ่งทำให้รถกระบะรุ่นนี้โดดเด่นเหนือกว่ารถกระบะทั่วไป รูปลักษณ์ใหม่เน้นความสะดุดตาด้วยไฟส่องสว่างขณะขับขี่กลางวันแอลอีดีรูปทรงเรียวบางที่พร้อมดึงดูดทุกสายตาบนท้องถนน ภายในห้องโดยสารของโคโลราโดรุ่นใหม่ ผสมผสานทั้งความแข็งแกร่งและความหรูหราเหมือนกับภายนอก ด้วยการออกแบบใหม่ทั้งหมดที่เน้นความสะดวกสบาย ความกว้างขวาง ความประณีต และเทคโนโลยี แผงแดชบอร์ดและการตกแต่งเบาะที่นั่งใหม่ยกระดับความรู้สึกพรีเมียม  ขณะที่คอนโซลกลางที่ถูกปรับดีไซน์ใหม่ทำให้ใช้งานได้ง่ายดาย สะดวกสบายด้วยหน้าจอทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว (ขึ้นอยู่กับรุ่น) และระบบอินโฟเทนเมนท์ มายลิงค์ รวมไปถึงวัสดุผ้าให้พื้นผิวสัมผัสนุ่มนวล การตกแต่งทั่วทั้งห้องโดยสารให้ความสะดวกสบาย โคโลราโดรุ่นใหม่ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดูราแม็กซ์ 4 สูบ ดีเซลเทอร์โบ 2.5 ลิตร ที่ถูกปรับปรุงใหม่เพื่อสมรรถนะที่ดีขึ้น ประหยัดน้ำมันยิ่งกว่า และลดมลพิษไอเสีย ด้วยการใช้ระบบเทอร์โบแปรผันหรือ VGT (Variable Geometry Turbocharger) เครื่องยนต์ดูราแม็กซ์ 2.5 ลิตร มีพละกำลัง 180 แรงม้า (132 กิโลวัตต์) ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิด 440 นิวตันเมตร (325 ฟุต-ปอนด์) ที่รอบต่ำ 2,000 รอบต่อนาที เครื่องยนต์รุ่นนี้ผ่านมาตรฐานไอเสียยูโร 4 ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด หรือเกียร์ธรรมดา 6 สปีดตามแต่รุ่นย่อย โดยระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีดได้รับการปรับแต่งอัตราทดเกียร์ใหม่ เพื่อช่วยเพิ่มสมรรถนะและความประหยัดน้ำมัน เครื่องยนต์ดูราแม็กซ์ 2.5 ลิตรถูกติดตั้งวัสดุดูดซับเสียงรบกวนบริเวณหัวฉีด เพื่อให้ทำงานได้เงียบขึ้น โคโลราโดทุกรุ่นยังมาพร้อมยางรองตัวถังและยางรองแท่นเครื่องยนต์แบบใหม่ ซึ่งช่วยลดแรงสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ ทำให้มีระดับเสียงและแรงสั่นสะเทือนภายในห้องโดยสารลดลง จากการทดสอบของทีมวิศวกรแสดงให้เห็นว่าห้องโดยสารของโคโลราโดรุ่นใหม่เงียบลง 2-4 เดซิเบล และมีแรงสั่นสะเทือนลดลง โคโลราโดพัฒนาบนระบบช่วงล่างที่มีความแข็งแกร่ง ทำให้มีความเสถียรยิ่งกว่าเดิม ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้ขับขี่ ห้องโดยสารถูกแยกจากระบบช่วงล่างด้วยยางรองตัวถัง ทำให้สามารถลดเสียงและแรงสั่นสะเทือนลง พร้อมกับทำให้มีการขับขี่ที่คล่องตัวและหนึบมากขึ้น จานดิสก์เบรกชุดใหม่มีเสียงการทำงานที่ลดลง นอกจากนี้ ระบบกันสะเทือนชุดใหม่ยังถูกปรับตั้งพร้อมช็อกอัพแบบไดเกรสซีฟ ซึ่งช่วยให้โคโลราโดมีการขับขี่ที่สะดวกสบายและเสถียรภาพที่เหนือชั้น โคโลราโดรุ่นใหม่ล่าสุด ยังมาพร้อมระบบพวงมาลัยไฟฟ้า (EPS) ที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบายในการบังคับพวงมาลัยสำหรับการขับขี่ในเมืองและขณะจอดรถ อีกทั้งยังช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น ระบบบังคับเลี้ยวจะเพิ่มน้ำหนักขึ้นตามความเร็วในการขับขี่ ดังนั้นโคโลราโดรุ่นใหม่จึงมีน้ำหนักพวงมาลัยที่เหมาะสมเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูงขึ้น ในเรื่องของความปลอดภัยมาพร้อม ระบบความปลอดภัยแบบแอคทีฟและแพสซีฟ (ขึ้นอยู่กับรุ่น), ทั้งระบบป้องกันล้อหมุนฟรีทั้งขณะออกตัวและในโค้ง Traction Control System (TCS), ระบบรองรับการเบรกกะทันหัน Panic Brake Assist (PBA), ระบบกระจายแรงเบรก Electronic Brake Force Distribution (EBD), ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว Electronic Stability Control (ESC), ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน Hill Descent Control (HDC) และระบบป้องกันการไหลของรถเมื่อขึ้นทางชัน Hill Start Assist (HSA) พร้อมกับถุงลมนิรภัยคู่หน้าสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ตลอดจนถุงลมนิรภัยป้องกันหัวเข่าสำหรับผู้ขับขี่ ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ โคโลราโดรุ่นใหม่ล่าสุด โดดเด่นด้วยระบบแจ้งเตือนเมื่อออกจากช่องจราจร, ระบบเตือนการชนด้านหน้า, ระบบช่วยเหลือการจอดด้านหน้าและหลัง, ระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง, เซ็นเซอร์ตรวจจับน้ำฝน, ไฟหน้าเปิด/ปิดอัตโนมัติ, และฟังก์ชั่นรีโมทสตาร์ท ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากเวลาจอดกลางแจ้งด้วยการสตาร์ทเครื่องยนต์ได้จากกุญแจ, ขณะที่ระบบช่วยเหลือการจอดด้านหน้าและกล้องมองหลังช่วยให้การขับขี่ในที่คับแคบมีความสะดวกง่ายดายมากขึ้น

นี่ไง!! ร้าน Sushi Masato มีแค่ 10 ที่นั่ง จองข้ามปีถึงจะได้กิน
ซูชิ /  อาหารญี่ปุ่น

ร้านนี้เราอาจจะไม่ได้กินด้วยตัวเอง ถึงจะไปทานเองก็คงต้องรอคิวไปอีกนานเพราะร้านแนว Omakase Sushi Course ต้องจองกันเป็นเดือนๆ ไม่ก็ข้ามปีกันเลยทีเดียว แต่วันนี้เราจะมาบอกว่าร้านแนวโอมากาเสะแบบนี้มีมาถึงเมืองไทยแล้วจ้าา!! ชื่อร้านว่า Sushi Masato อยู่ที่ ซอยสวัสดี 1 สุขุมวิท 31 ร้านจะนั่งได้เพียง 10 กว่าคนเท่านั้น เหมือนร้านที่ประเทศญี่ปุ่น ร้านในแนว Omakase นั่น คือร้านที่มีเชฟมาทำอาหารให้ทานเป็นจานต่อจาน เป็นเมนูแล้วแต่เชฟที่เลือกที่จะจัดเสิร์ฟให้เรา โดยเลือกแต่วัตถุดิบดีๆ จากแหล่งอาหารที่ดีสุดแต่ละสถานที่ขึ้นชื่อของวัตถุดิบนั้นๆ แล้วเราก็นั่งกันเป็นบาร์ได้เห็นเชฟทำอาหารทุกขั้นตอน นี่ไง!! ร้าน Sushi Masato มีแค่ 10 ที่นั่ง จองข้ามปีถึงจะได้กิน ร้าน Sushi Masato การันตีโดยมิชลิน 1 ดาว จากเชฟ Masato Shimizu จากร้าน 15 East ที่นิวยอร์ก และเชฟได้นำความอร่อยมาเปิดที่ประเทศไทยแล้ว ซึ่งเป็นข่าวใหญ่ในวงการอาหารของนิวยอร์ก โปรไฟล์เชฟซึ่งเป็นเครื่องหมายการันตีได้แล้วว่าเราควรจะได้ลองสักครั้งกับโอมากาเสะเมืองไทย แต่ต้องอดทนรอคอยกับเวลาจองนิดหน่อย ปัจจุบันคิวยาวไปถึงเดือนกันยายนแล้ว มาเอ่ยถึงราคากันบางดีกว่า 1 คน คือ 4,000 บาท ราคานี้ถือว่าเป็นราคาที่ถูกและคุ้มสุดๆ หากคุณเคยไปทานที่ญี่ปุ่น มื้อพิเศษแบบนี้ต้องจ่ายเป็นหมื่นๆ เลยทีเดียวค่ะ สถานที่: Sushi Masato, ซ.สุขุมวิท 31 (ซอยสวัสดี) เมนู: [4/4]วีดีโอให้ดูถึงความพิถีพิถันค่ะ โดยจะนำถ่านไปอังไว้ด้านบนของปลา Kinmedai แทนที่ปกติจะใช้กระป๋องแก๊สมาเบิร์นหน้าเหมือนร้านซูชิระดับทั่วๆไป ทำแบบนี้จะได้กลิ่นหอมมากกว่า และรสชาติก็ดีกว่าด้วยค่ะ แต่แน่นอนว่าก็ต้องลำบากทางร้านมากขึ้น ราคา: 3,000 บาท (ราคาโปรโมชั่นถึงสิ้นเดือนก.พ.) เวลาทำการ: 17.30-22.00 ที่จอดรถ: ไม่มีค่ะ เบอร์ติดต่อ: 097-234-1370 @foodpastel #foodpastel A video posted by FoodPastel* ˙ᵕ˙♡ (@foodpastel) on Jan 31, 2016 at 5:17am PST ติดตาม Facebook page: https://www.facebook.com/Sushi-Masato-694995780637500/ Website: http://www.sushimasato.com

รีวิว บุฟเฟ่ต์ทุเรียน  และผลไม้หลากชนิดที่ สวนละไม จ.ระยอง
ทุเรียน /  บุฟเฟ่ต์ทุเรียน / 

ช่วงนี้เป็นหน้าผลไม้ ที่ใครๆ ก็ต้องนึกถึง เงาะ ทุเรียน และจังหวัดที่คิดถึงแรกๆ คงไม่พ้นจังหวัด ระยองและจันทบุรี เมื่อปีก่อน เห็นมีในกรุงเทพฯ ที่เปิดบริการ บุฟเฟ่ต์ทุเรียน ซึ่งก็ประสบความสำเร็จมากๆ มีคนแชร์ และพูดถึงกันเยอะมากๆ แต่วันนี้ ผมมีโอกาสไป รีวิวบุพเฟ่ต์ผลไม้ ถึงสวนกันเลยทีเดียว ซึ่งก็ไม่ผิดหวัง เพอเฟ็คมากๆ เพราะเขาบริหารจัดการดี และเข้าใจถึงลูกค้าทุกขั้นตอนเลย นับว่าเป็นสวนผลไม้ที่น่าจับตามองเลยทีเดียว ซึ่งสวนที่ผมเพิ่งไปรีวิวมาก็คือ สวนละไม สวนผลไม้บนเขา พร้อมกับฟาร์มแกะ ที่มีไว้ต้อนรับลูกค้าที่ชอบแกะด้วยอีกทางหนึ่ง ป้ายหน้าทางเข้าสวนละไม บุฟเฟ่ต์ผลไม้ ที่สวนละไม มีบริการทั้งผลไม้ นานาชนิด เช่น เงาะ, ทุเรียน, ลองกอง, มังคุด, แก้วมังกร, มะม่วง, ขนุน, แตงโม  และส้มตำรสเด็ด โดยเฉพาะทุเรียนนั้น สามารถทานได้ไม่อั้น ถ้าไม่กลัวร้อนในซะก่อน ก็ทานได้เต็มที่เลย บางคนไม่ชอบทุเรียน ก็มีอย่างอื่นให้เลือก และส้มตำก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่หลายๆ คนชอบ วันที่ผมไปนั้นส้มตำ ตำแทบไม่ทันเลย เพราะอร่อยจริงๆ ทุกอย่างนี้คือฟรี ในราคา 300 บาทครับ สำหรับเด็กสูงไม่เกิน 120 ซม. คิดครึ่งราคา คุ้มจริงๆ เพราะเด็กๆ ชอบไปดูแกะด้วย โดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่มเลย เสียแค่ค่าหญ้า กำละ 10 บาทเท่านั้นเอง เริ่มต้นจากการเดินทาง เราไปแต่เช้าหน่อย คนจะไม่เยอะ ทางสวนบอกว่า ราวๆ 8-9 โมงเช้ากำลังดี ถ้าสายๆ คนจะเยอะมาก ทำให้ต้องรอคิวเยอะ และบางครั้งผลไม้อาจจะเติมไม่ทันบ้าง โดยเฉพาะเสาร์อาทิตย์ จะยิ่งเยอะมากๆ บางวันลูกค้ามากกว่า 1.5 พันคนเลยทีเดียว ซึ่งถึอว่าเยอะจริงๆ ครับ มาจากกรุงเทพฯ วิ่งราวๆ 2 ชั่วโมง จากมอเตอร์เวย์ วิ่งเส้น บ้านบึง-ระยอง แล้วไปกลับรถที่ กม.67 และเลี้ยวซ้ายก่อนถึงปั้ม ปตท. สังเกตป้ายบอกทาง ไปสวนละไม เป็นระยะๆ ไม่น่าหลง หลังจากจอดรถแล้ว ก็เดินไปที่เคาท์เตอร์ ซื้อตั๋วซะก่อน และก็ดูราคาต่างๆ ตามป้ายนี้เลยครับ หลังจากซื้อตั๋วแล้วก็รอให้เจ้าหน้าที่เรียกขึ้นรถครับ โดยจะนั่งแถวละ 4 คน/คันๆ หนึ่งก็ได้ราวๆ 10 - 20 คนนะ บัตรเข้าสวนละไม เพื่อชิมบุฟเฟ่ต์ผลไม้ เจ้าหน้าที่จะฉีกเก็บไว้ส่วนหนึ่ง เราเก็บไว้ด้วยเพื่อเอามาเข้าชมฟาร์มแกะอีกครั้ง อย่าเพิ่งทิ้งบัตรนะครับ เสร็จแล้วก็ขึั้นรถวิ่งขึ้นเขา เพื่อไปชิมผลไม้สดๆ จากต้นกันเลย ถึงแล้วจุดแรก จะจอดให้เรากินเงาะ ที่ทางสวนเก็บไว้ให้ครับ ซึ่งตอนที่เราไป เงาะยังไม่สุกเลย ทางสวนก็เลยไปเก็บจากต้นที่สุกแล้วมาไว้ให้เรา พร้อมมีเงาะลอยแก้ว และน้ำดื่มต่างๆ บริการฟรีจุดนี้ เงาะยังไม่สุกมันก็เขียวๆ แบบนี้ล่ะครับ ใจจริงอยากเก็บเงาะจากต้นเลยนะ ไปเร็วเกินยังไม่สุกก็ได้แต่ถ่ายรูปมาฝากนี่แหละ ไว้ราวๆ ปลายเดือนพฤษภาคม ถึงต้นๆ เดือนมิถุนายน น่าจะสุกแดงเต็มที่แล้วครับ จากนั้น นั่งรถต่อไปบนเขาอีกนิดหน่อย ก็จะเจอจุดทานทุเรียนและผลไม้อื่นๆ เป็นซุ้มใหญ่เลยนะครับ ราวๆ 3 ซุ้ม และมีเป็นโต๊ะๆ บริเวณที่โล่งๆ อีกหลายจุดไว้บริการ เลือกได้เลยว่าจะนั่งตรงไหน ขนาดผมไปถึงราวๆ 9 โมงกว่าๆ คนก็เยอะแล้วนะครับเนี่ย ไว้คราวหน้าไปวันธรรมดาดีกว่า คนน่าจะน้อยกว่านี้ จุดนี้จะมีต้นทุเรียนเยอะแยะ ซึ่งที่นี่จะมีเฉพาะ ทุเรียนหมอนทองนะ มีก้านยาวต้นเดียว ส่วนชะนีไม่มีเลย ส่วนใหญ่ไปถ่ายรูปนะครับ ส่วนทุเรียนที่เราไปกินเขาจะมีแกะไว้ให้อยู่แล้ว บุฟเฟ่ต์ทุเรียน ที่ จ.ระยอง จุดที่เราไปยืนต่อแถวรับทุเรียนไปทานครับ มีทั้งหมอนทอง และ ชะนี แต่ที่รอๆ กันนี่คือรอหมอนทองทั้งนั้นเลย ส่วนชะนี ก็ที่เห็นๆ นี่แหละครับ คนกินน้อยกว่าหมอนทอง ผลไม้อย่างอื่นก็มีนะครับ ที่ทางสวนเตรียมไว้ให้กลัวลูกค้าไม่อิ่ม นอกจากผลไม้ ก็มีส้มตำไว้บริการด้วย ส้มตำขายดีจริงๆ รอคิวกันยาวเหยียด ตำแทบไม่ทันเลย จุดบริการทุเรียนอีกจุดหนึ่ง แกะแล้วกินเลย สดๆ อร่อยมากๆ ใครอยากกินข้าวเหนียวทุเรียนก็มีบริการนะครับ ทุกอย่างฟรีหมด มีแรงกินกินเลยทั้งวัน ไหนก็มาแล้ว ทำตามกติกากันหน่อยครับ ป้ายชี้แจงเรื่อง รับทุเรียนครั้งละ 1 จาน เพราะบางคนหยิบไปเยอะแล้วกินไม่หมด จะเสียของนะครับ หลังกินเสร็จก็มีจุดให้ล้างมือ ดับกลิ่นทุเรียนด้วย ไม่ต้องห่วงเรื่องกลิ่นบนรถไม่มีแน่นอน สุดท้าย หลังจากกินทุเรียน ผลไม้อื่นๆ และส้มตำอิ่มหนำสำราญแล้ว ก็นั่งรถลงมา เพื่อชมฟาร์มแกะที่ด้านล่างกันต่อ ซึ่งใครพาเด็กๆ ไปก็รับรองไม่ผิดหวังครับ สนุกสนานเขาล่ะ โดยเฉพาะถ้าไปวันที่ไม่ค่อยมีแดด ไม่มีฝนด้วยละก็ เด็กๆ ไม่อยากกลับบ้านกันเลยทีเดียว สำหรับทริปนี้คงจะพอแค่นี้ก่อนนะครับ ไว้คราวหน้า ผมจะเสาะหาสวนเงาะ สวนทุเรียนแห่งใหม่ มาแนะนำเพื่อนๆ อีกเช่นเคย แล้วพบกันครับ (เป็นบทความของปี 2558 ที่เคยไปเมื่อที่แล้ว ส่วนรายละเอียดของปี 2559 ตามได้ที่แฟนเพจเลยค่ะ) ติดต่อสอบถามได้ที่ 098-737-4983, 098-737-4984, 098-737-4985 ข้อมูลอื่นๆ ในการชม สวนละไม คลิกที่นี่

รีวิว เที่ยวเกาะช้าง จนต้องเอยปากว่า ชีวิตนี้ต้องไปสักครั้ง!!
จันทบุรี /  ทะเล / 

เที่ยวเกาะช้าง (Shutter&Travel) เกาะช้าง เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 1 ในทะเลอ่าวไทย และเป็นเกาะที่ใหญ่อันดับ 2 ในรองเพียงเกาะภูเก็ต อยู่ในเขตจังหวัดตราด มีเกาะบริวารกว่า 52 เกาะ มองจากด้านบนเหมือนรูปโขลงช้าง จึงได้ชื่อว่า เกาะช้าง โอ้ทะเลแสนงาม ฟ้าสีครามสดใส มองเห็นเรือใบ แล่นอยู่ในทะเล… เสียง เพลงที่คุ้นหูดังขึ้นทุกครั้งที่ได้มีโอกาสมาใกล้ชิดทะเล และหวนนึกถึงทริปทะเลมากมายที่มีเคยไปเที่ยวมา ทั้งที่เมื่อนานมาแล้วและเมื่อไม่นานมานี้ เที่ยวเกาะช้าง เพื่อนๆ คงเคยไปเที่ยวทะเลแล้วออกไปดำน้ำกันใช่ไหมครับ? คือนั่งเรือออกไปดำน้ำดูปะการังน้ำตื้นหรือที่เรียกว่าการดำแบบผิวน้ำ (Snorkeling) เรือจะไปจอดทอดสมอตามจุดดำน้ำ ตามเกาะ ตามอ่าวต่างๆ หรือโคดหินรอบๆ เกาะในทะเล เรียกว่าพอเรือจอดสนิท ก็รีบคว้าหน้ากาก (Mask) ท่อหายใจ (Snorkel) เสื้อชูชีพ แล้วกระโดดลงทะเลกันไป ดำน้ำดูปะการังกันทั้งวันจนตัวดำ ผมก็ไปแบบนี้ ต้องลงเรือร่วมไปกับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร มันก็เป็นรูปแบบกิจกรรมหนึ่งสำหรับการท่องเที่ยวทางทะเล แต่สำหรับเด็กคนหนึ่ง ที่ไม่เคยสัมผัสกับการดำน้ำ มันถือเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดเลยก็ว่าได้ ผมลองนึกย้อนกลับไปวัยเด็ก ผมมีโอกาสได้ไปดำน้ำที่หมู่เกาะสุรินทร์ ซึ่งเป็นการดำน้ำครั้งแรกในชีวิตที่ได้ไปกับครอบครัว ถือเป็นการเปิดประสบการณ์ที่ตื่นเต้นและก็แฝงไปด้วยความกลัวเจือปนเข้ามาด้วย กลัวทุกอย่าง กลัวคลื่น กลัวการเดินทาง แล้วก็กลัวปลาฉลาม 555 นึกขึ้นแล้วก็ขำ มันน่าจะมาจากการได้ดูหนังเรื่อง JAW มากไปหน่อย แล้วการลงไปดำน้ำครั้งแรกของผมในวัยเด็กก็ไม่พลาดที่จะนึกถึงปลาฉลามจริงๆ พอดำลงไปแล้วจะหดขาขึ้นมาไม่กล้ายืดขาลงไป กลัวฉลามครับ ต้องคอยก้มดำน้ำไปดูว่ามีตัวอะไรใต้น้ำ แต่เพียงชั่วแว๊บเดียว พอลงน้ำได้ไม่นานก็เริ่มคุ้นเคย ความกลัวก็จะค่อยๆ หายไป อาจเป็นเพราะความสวยงามของโลกใต้ทะเลก็ว่าได้ และมันก็ทำให้เกิดความประทับใจสำหรับการได้เปิดประสบการณ์ดำน้ำครั้งแรกของผม ทั้งตื่นเต้น สวยงาม และน่ากลัว (ปลาฉลาม) 555 ... มาถึงตอนนี้ลูกชายผม 8 ขวบแล้ว สามารถดูแลตัวเองในน้ำได้ระดับหนึ่งจากการเรียนว่ายน้ำมาสักพัก และผมก็คิดว่ามันถึงเวลาที่จะเปิดประสบการณ์แปลกใหม่จากการดำน้ำให้เป็นของขวัญรับปิดเทมอใหญ่แล้วล่ะครับ ทริปนี้เราเลือก “เกาะช้าง” ครับ สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่อาจจะมีวันลายาวๆ ที่ไม่ตรงกันซะทีเดียว และการเดินทางที่ไม่ยากลำบากเหมือนลงไปทางภาคใต้ จากการได้หาข้อมูลก็พบว่าช่วง มี.ค.-เม.ย. น้ำทะเลที่เกาะช้างก็ยังใสอยู่ ว่าแล้วก็ล้อหมุนกันเลยดีกว่าคร๊าบบบบบ ชูวี๊ดูหว่า จะพาเธอไปดำน้ำดูปลาการ์ตูน           ชูวี๊ดูหว่า จะพาเธอไปโต้คลื่น เอาให้หมดแรง .... เราออกเดินทางจากรุงเทพฯ แต่เช้า แต่ก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร เป้าหมายคือท่าเรือข้ามฝากที่อ่าวธรรมชาติ จังหวัดตราด แต่ก่อนจะข้ามฝากไป เราก็แวะเที่ยวโบสถ์คาทอลิกวัดแม่พระปฏิสนธินิรมล ที่จันทบุรีกันก่อน “โบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล” หรือที่เรียกว่า “โบสถ์คริสต์เมืองจันทร์” เป็นโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกแห่งเดียวในจันทบุรี อยู่ที่เดียวกับโรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์ มีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมตะวันตกแบบโกธิค ยอดหลังคาเเหลมสูง ภายในตกแต่งด้วยกระจกสีที่เรียกว่า สเตนกลาส ด้านหน้าโบสถ์เป็นรูปปั้นพระแม่มารีสีหน้าสงบเปี่ยมประกายเมตตา ด้านในอาคารที่เป็นโถงโล่ง ตกแต่งด้วยโทนสีชมพู มีทางเดินเป็นชั้นลอยอยู่ทั้งสองข้าง มีช่องแสงจากหน้าต่างกระจกสี ที่นี่ถือเป็นวัดขนาดใหญ่ที่มีความเก่าแก่และมีความงดงามที่สุดแห่งหนึ่งครับ เราได้ภาพจากด้านนอกโบสถ์เป็นหลักครับ เพราะจังหวะที่เราไปเป็นจังหวะที่มีงานแต่งงานภายในโบสถ์พอดี เราจึงไม่สะดวกนักที่จะเก็บภาพจากด้านในมาได้ แต่เราก็เพลิดเพลินกับความสวยงามของโบสถ์จากด้านนอกกันไม่น้อย และหลังจากที่โบสถ์เราก็มุ่งหน้าสู่ท่าเรือเฟอร์รี่ อ่าวธรรมชาติกันเลย การเดินทางมาเกาะช้างสะดวกสบาย เป็นเรือขนาดใหญ่สามารถนำรถข้ามฝากไปได้ ใช้เวลาเพียง 30 นาที ปัจจุบันถนนหนทางบนเกาะช้างก็ราดยางหมดแล้ว มีบ้างที่บางช่วงก็ยังค่อนข้างเล็กอยู่ เราเลือกพักกันที่ “หาดบางเบ้า” อยู่ทางขวาสุดของเกาะครับ เพราะทริปนี้เราจะเน้นดำน้ำอยู่แล้ว ซึ่งก็ต้องขึ้นเรือที่บางเบ้า ไม่อยากเดินทางไปมาให้วุ่นวาย หาดบางเบ้าอยู่ห่างจากท่าเรือมาทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะช้าง ประมาณ 25 กิโลเมตร มีถนนลัดเลาะไปตามไหล่เขา ค่อนข้างคดเคี้ยวและลาดชันในบางช่วง อยู่ถัดไปจากหาดใบลาน หาดบางเบ้า เรียกกันคุ้นหูอีกชื่อหนึ่ง คือ "ชุมชนประมงบางเบ้า" นักท่องเที่ยวจะได้เห็นวิถีชีวิตเรียบง่ายของชาวประมงขนาดเล็ก จะเห็นการสร้างบ้านแบบปักเสาลงไปในทะเล แล้วมีสะพานเชื่อมต่อกันตลอดแนว ชาวประมงที่นี่นิยมจับปลาหมึกหอม แต่เมื่อความเจริญมีมากขึ้นการท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ก็มีมากขึ้นตามไปด้วย และที่นี่ก็จัดว่าเป็นจุดชมอาทิตย์ตกได้สวยงามอีกแห่งบนเกาะช้าง มีลักษณะเป็นหาดหินสลับกับหาดทรายในบางช่วง ด้วยลักษณะที่เป็นเหมือนหมู่เกาะโอบล้อมสองด้าน จึงเหมาะสำหรับการจอดเรือ วันแรกเราถึงที่พักประมาณ 4 โมงเย็น ก็ไม่ได้คิดอะไรมากมาย เอาตัวลงไปใกล้ชิดทะเล ใครจะเล่นน้ำก็เล่นไป ส่วนผมขอเก็บภาพบรรยากาศชายหาดบางเบ้ามาฝากกันก่อนที่จะนอนเอาแรง เพราะพรุ่งนี้จะต้องดำน้ำกันทั้งวัน ปัจจุบันสภาพแวดล้อมที่เกาะช้างแตกต่างจากสมัยก่อนมาก สมัยนี้รายการสารคดีเกี่ยวกับโลกใต้ทะเลมีมากมาย รายการท่องเที่ยวที่พาไปดำน้ำก็มีให้เห็นเยอะแยะ มันเปรียบเสมือนการกระตุ้นความอยากไปดำน้ำให้กับคนที่ได้ชมมากขึ้นเป็นทวีคูณ ภาพที่เราเห็นในทีวีมันช่างสวยงามเรียกว่าสวรรค์ใต้น้ำเลยก็ว่าได้ นั่นก็เพราะคุณภาพของอุปกรณ์เก็บภาพใต้น้ำและอุปกรณ์กันน้ำที่ดีขึ้นมาก แต่ก็ราคาแสนสาหัสครับ รุ่งเช้าเรามาแวะรอถ่ายภาพกับแสงยามเช้ากันเล็กน้อยก่อนที่จะออกไปน้ำดำ ทริปนี้เราซื้อ package ดำน้ำมาจากกรุงเทพฯ ด้วยการโทรมาจองไว้ราคาท่านละ 550 บาท พอมาถึงก็มีการโทรยืนยันกันเล็กน้อย ก่อนที่เราจะมาถึงท่าเรือเวลา 9 โมงเช้า เพื่อลงเรือพร้อมๆ กัน เรือที่จะพาเราไปดำน้ำทริปนี้เป็นเรือไม้ 2 ชั้นขนาดใหญ่ สามารถรับนักท่องเที่ยวได้ 200 คน สบายๆ แต่วันนี้เป็นวันอาทิตย์ นักท่องเที่ยวจึงมีเพียง 80 คน ได้ไปดำน้ำ 4 เกาะ เกาะยักษ์เล็ก เกาะรัง เกาะยักษ์ใหญ่ และเกาะหวาย พอเรือออกได้สักพักเจ้าหน้าที่ก็จะแจกสน็อคเกิล พร้อมทั้งอธิบายการใช้งานคร่าวๆ แต่หลักๆ จะเน้นว่าถ้าหล่นน้ำ ให้รีบเรียกเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยดำลงไปเก็บ และจะต้องดูแลและคืนตอนจบ หากสูญหายจะต้องชำระ 1,200 บาท นี่ล่ะสาระสำคัญ ^^ การมาดำน้ำในทริปนี้ค่อนข้างโชคดีที่ฟ้ายังเปิดและไม่มีเมฆฝนมาบังแสงเลย มีคนเคยบอกว่าการดำน้ำจะสวยหรือไม่สวยนั้น ขึ้นอยู่กับโชคด้วย หากลมแรง เมฆเยอะ ฟ้าไม่ใส โอกาสที่เราจะได้เจอความสวยงามใต้ทะเลก็ยาก ถึงแม้จะเดินทางมาถึงสิมิลันก็ตาม แต่หากฟ้าเปิด ลมไม่แรง ไม่มีขี้เมฆ มันจะทำให้การดำน้ำไม่ว่าที่ใดสวยขึ้นเป็นกองเลยครับ จึงพอสรุปได้ว่า นอกจากเราควรไปให้ถูกที่แล้ว เราควรจะไปให้ถูกเวลาด้วย นอกนั้นก็เป็นเรื่องของโชคแล้วว่าสภาพอากาศวันนั้นจะเป็นเช่นไร ทริปนี้เราได้เก็บภาพใต้น้ำมาไว้เป็นที่ระลึกด้วย เกาะยักษ์เล็ก เกาะรัง เกาะยักษ์ใหญ่ และเกาะหวาย แต่เป็นภาพที่ถ่ายจากกล้องมือถือที่เราใส่เคสกันน้ำลงไปถ่ายครับ Shutter Tips การถ่ายภาพแสงอาทิตย์ให้เป็นแฉก การถ่ายภาพพระอาทิตย์หรือภาพแสงไฟให้มีลักษณะเป็นประกายแฉกไฟ เปรียบเสมือนการเพิ่มเสน่ห์หรือลูกเล่นให้กับภาพถ่าย มีเทคนิคมากมายหลายวิธี ผู้เขียนมีเทคนิคส่วนตัวที่จะมาแบ่งปันกับเพื่อนๆ ลองไปใช้กันดู ดังนี้ 1. เลือกใช้โหมด M ในการถ่ายภาพ เราจะใช้ค่ารูรับแสงที่แคบ (f16-22 ขึ้นไป) โดยเราจะกำหนดค่าความเร็วม่านซัตเตอร์ (Speed Shutter) ด้วยตนเอง เพื่อจะได้ไล่แสงที่ถูกใจตามต้องการได้สะดวกยิ่งขึ้น ส่วนตัวจึงคิดว่าโหมด M จะสะดวกที่สุดในการที่จะเพิ่มหรือลดค่า Speed Shutter 2. เลือกระบบวัดแสงเฉพาะจุด เนื่องด้วยการถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกจะมีสภาพแสงเปรียบต่างที่ค่อยข้างมาก ภาพที่ได้มีโอกาสที่จะสว่างหรือมืดจนเกินไป ส่วนตัวจึงเลือกใช้ระบบวัดแสดงเฉพาะจุดไปเลย โดยอาจจะเลือกวัดแสงบริเวณรอบๆ ดวงอาทิตย์ ซึ่งหากมืดหรือสว่างเกินไป เราก็ใช้วิธีปรับตั้งค่า Speed Shutter 3. การตั้ง ISO ให้ตั้งน้อยที่สุด โดยไล่ตั้งแต่ ISO100 หลักง่ายๆ คือ พยายามให้ Speed Shutter เร็วพอที่เราสามารถยืนถ่ายด้วยมือเปล่าได้ คือไม่ต่ำกว่า 1/50 หากช้ามากจะทำให้ภาพสั่น เราก็สามารถดัน ISO เพิ่มขึ้นไปได้ 4. เมื่อได้มุมที่จะถ่ายและตั้งค่าของกล้องเรียบร้อยแล้ว ผู้ถ่ายภาพควรสังเกตุจากในกล้องระหว่างถ่ายภาพว่า แสงแฉกที่ได้สวยงามเป็นที่พอใจรึยัง แนะนำให้ลองขยับมุมกล้องทีละนิด (ขอย้ำว่าขยับทีละนิด) เพื่อลองหามุมภาพที่จะรีดแสงแฉกออกมาสวยงามตามที่เราต้องการ *ห้ามนำภาพหรือบทความนี้ไปเผยแพร่ก่อนได้รับการอนุญาตจากเว็บไซต์ travel.mthai.com

ดวงความรัก 12ราศี ประจำเดือนพฤษภาคม 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร
ดวงความรัก /  ดวงเนื้อคู่ / 

ดวงความรัก 12ราศี ประจำเดือนพฤษภาคม 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร ราศี มังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) ความรักเจ้าเสน่ห์ ใครพบเห็นก็ชอบความน่ารัก และไหวพริบที่ดีของคุณ แนะนำถ้าโสดก็หว่านเสน่ห์ได้เต็มที่ แต่ถ้ามีแฟนแล้วระวังปัญหาเรื่องหึงหวงนะจ๊ะ ดวงความรักช่วงกลางดเือนไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไหร่ ไม่เคยรู้ใจเอาเสียเลย คนโสดแรงกว่า ได้เจอคนที่รู้ใจจากการเดินทางไกล ความสัมพันธ์รุดหน้าไปมาก ปลายเดือนความรักมีการเลี้ยงฉลอง ได้รับข่าวดีจากคนใกล้ชิด คู่ที่ดูใจกันอยู่ จะได้ลงเอยกันเสียที คนโสดมีพ่อสื่อแม่ชักคอยแนะนำ คงได้สละโสดเร็วๆ นี้ ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) ดวงความรักหงอยเหงาเป็นพักๆ แต่ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวก็กลับมาสวีทกันเหมือนเดิม คนโสดทำตัวน่ารักสดใสเข้าไว้ เข้าตาเพศตรงข้ามแน่นอน กลางเดือนโลกเป็นสีชมพู มีรักกุ๊กกิ๊กตลอด คนโสดแทบไม่ว่างเลย ช่วงนี้เสน่ห์แรง ใครพบเห็นก็ชื่นชมชื่นชอบ  แอบรักแอบชอบใครอยู่ ให้บอกความในใจได้เลย ถ้ามีคนรักแล้ว ควรวางแผนเที่ยวพักผ่อน ความรักก้าวหน้า มีข่าวดีเรื่องบุตร ปลายเดือนความรักจมอยู่กับอดีต ลองมองคนใหม่ๆ บ้าง เปิดโอกาสให้กับตัวเอง ถ่านไฟเก่าจะกลับมาลุกโชน ส่วนคนมีแฟนแล้วคิดหนัก เพราะมีเด็กมายั่วให้น้ำลายไหล ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) ถ้ามีคนรักแล้ว ให้รักษาน้ำใจกันบ้าง คำพูดที่เกิดจากอารมณ์จะทำให้แตกหักกันได้ แต่เดี๋ยวก็จะได้กุ๊กกิ๊กกัน คนโสดมีแววจะได้เจอเนื้อคู่ ดวงความรักช่วงกลางเดือนยังสับสน คนที่เข้ามาไม่แน่ใจว่าเป็นรักแท้ หรือแค่รักหลง แก้ปัญหาของคนอื่นได้ตลอด แต่พอถึงเรื่องของตัวเองจนมุมทุกที ปลายเดือนถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยหวือหวา ร้อนแรง แต่เป็นรักที่มั่นคงยืนยาว คบใครให้ศึกษากันนานๆ แล้วคุณจะพบรักแท้ ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) ความรักงอนกันไปมา ถ้าไม่ยอมลดทิฐิลงมาบ้าง เรื่องก็คงไม่จบ คนโสดหาคนถูกใจยังไม่เจอ แต่ถ้าทีเล่นทีจริงมีเต็มไปหมด กลางเดือนมัวแต่รักพี่เสียดายน้อง ถ้ามีคนรักแล้วหวานน้อย ทะเลาะเยอะ แต่ก็จบด้วยความเข้าใจ ปลายเดือนลองเปลี่ยนแปลงตัวเองสักหน่อย จะรู้ว่าคุณเองก็เสน่ห์แรงไม่แพ้ใครเหมือนกัน ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) ความรักไม่มีใครยอมใคร บู๊เข้าหากัน ก็เลือดตกยางออกทั้งคู่ สู้ทำดี เอาใจเขามาใส่ใจเรา ให้รักหวานชื่นจะดีกว่า ส่วนคนโสดมีแผนการร้าย ไปแอบชอบคนมีเจ้าของ กลางเดือนมีความสุขสุดๆ กลายเป็นคู่หวานแห่งปี ส่วนคนโสดไม่น้อยหน้า ได้เจอคนถูกใจ มีประสบการณ์แปลกใหม่ให้ตื่นเต้น สิ้นเดือนความรักแง่งอนกันพอหอมปากหอมคอ แต่สุดท้ายคนรักของคุณก็ต้องเป็นฝ่ายยอมอ่อนข้อ ช่วยเหลือปัญหาของคุณจนได้ คนโสดต้องหาเพื่อนช่วยแก้เหงาไปก่อน เล็งใครไว้ส่วนใหญ่มีคู่แล้วทั้งนั้น ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) ความรักต่างคนต่างมีดี เลยไม่ค่อยง้อกัน ช่วงนี้ห่างๆ ขาดความเข้าใจ ถูกยุแยงง่าย ยังไงมีเหตุผลหน่อยก็ดี จะได้ไม่พลาด ส่วนคนโสด รักใครชอบใครต้องกล้า ต้องตื้อ ถึงจะได้ครอบครองใจ กลางเดือนมีปากเสียงกันบ่อย ดื้อกันทั้งคู่ ส่วนคนโสดช่วงนี้เสน่ห์แรง มีรักเข้ามาให้เลือก แต่ก็ยังลังเล รักพี่เสียดายน้อง หาข้อสรุปไม่ได้ ปลายเดือนความรักถ้าอยู่ไกลกัน จะมีโอกาสได้เจอกัน คุยกันให้หายคิดถึง โรแมนติกทีเดียว ส่วนคนโสดมักไปเจอกับคนที่ผิดหวัง ปลอบไปปลอบมา เลยกลายเป็นความรักอีกครั้ง ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) ความรักคนโสดคงได้สมใจ ช่วงนี้ดวงดี ไปไหนมาไหน ก็มีแต่คนเข้ามาทักทาย มาขอความรัก ส่วนถ้ามีคู่แล้ว ต้องเปลี่ยนบรรยากาศ พากันไปเที่ยวบ้างรักจะได้ยืนยาว กลางเดือนถ้ามีความรักแล้วช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาให้กันเลย เอาใจใส่เขาบ้าง ความรักจะได้สดชื่น ปลายเดือนความรักมาแบบแปลกใหม่ มีประสบการณ์น่าประทับใจ คนโสดได้สะดุดรัก ถ้ามีคนรักแล้วดูท่าจะมีคนทำให้เขว ทำใจให้มั่นคงหน่อยเดี๋ยวเป็นเรื่อง ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) ความรักช่วงต้นก็แง่งอนกันตามระเบียบ แต่พอช่วงกลางเริ่มแผ่ว รักกันหวานชื่นดูดดื่ม แถมมีลมพัดหวน ความรักเก่าจะกลับมา คนโสดได้เพื่อนรู้ใจช่วยแนะนำคนดีๆ ให้ กลางเดือนเสน่ห์แรงสุดๆ ใครพบเห็นก็ห้ามไม่อยู่ ต้องเข้ามาทักทาย ยิ้มให้ ทำให้อารมณ์ดีได้ตลอด แต่ถ้ามีคนรักแล้วระวังตัวหน่อย จะเป็นเหตุให้มีปากเสียงกันได้ ปลายเดือนชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ คนรักหลงคุณสุดๆ อยากได้อะไรเป็นต้องหามาให้ ส่วนคนโสดอารมณ์ดีได้เลย ช่วงนี้สวยหล่อเลือกได้ มีคนมารุมจีบ ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) ความรักอบอุ่น กำลังหวานชื่น คนโสดได้ลงคานเสียที ช่วงนี้เสน่ห์แรง มีคนมาสารภาพรัก ถ้ามีคนรักแล้วหวานฉ่ำ แต่ปลายๆ มีขัดแย้งกันบ้าง ระวังคำพูดหน่อย กลางเดือนใครที่ยังโสด จะได้คู่ชู้ชื่น มีเรื่องราวน่าประทับใจ ส่วนถ้ามีคู่แล้ว จะขี้หึง ขี้หวงเป็นพิเศษ อารมณ์ขึ้นลง แต่สักพักก็หวานกันเหมือนเดิม ปลายเดือนคนมีคู่จะมีมือที่สามเข้ามาแทรกกลาง ทำให้มีปัญหากันบ่อย ส่วนคนโสดความรักค่อยๆ เริ่มจากความเป็นเพื่อน ดูใจกันไปก่อน ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) ความรักเกิดอาการสับสน รักคนนั้นเสียดายคนนี้ คงถึงเวลาต้องเลือก ส่วนคนโสดได้ปิ๊งรักจากการเดินทาง หรือคนต่างที่ต่างถิ่น กลางเดือนดวงความรักถึงพริกถึงขิง ตีกันทุกวัน ไม่ทะเลาะกันเพราะไม่เข้าใจกันเอง ก็มีปากเสียงเพราะมือที่สาม ให้ใจเย็นๆ มีดวงแตกหัก ส่วนคนโสดได้พบรักโดยบังเอิญ ปลายเดือนความรักมึนตึงตลอด ไม่ค่อยมีเวลาให้กัน เผลอๆ อาจมีมือที่สามเข้ามาแทรก พยายามหาเวลาเคลียร์กันดู จะเป็นทางออกที่ดีที่สุด คนโสดเป็นได้แค่กิ๊ก เจอคนถูกใจทั้งที ก็ดันไปเจอคนมีเจ้าของ ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม) ความรักท่าจะแย่ มีมือที่สามเข้ามาเกี่ยวพัน ช่วงนี้ต้องเอาอกเอาใจแฟนให้ดี จะได้ไม่เผลอไผลไปกับสิ่งยั่งยุ ส่วนคนโสดพอมีเรื่องเด็ดๆ เข้ามาบ้าง แต่ก็ต้องระวังตัว มักเจอต่คนเจ้าชู้ กลางเดือนต้องเรียนรู้กันให้มาก ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ ช่วงนี้ดวงขัดแย้งสูงมาก ส่วนคนโสดคงได้แต่แอบมอง ความสัมพันธ์ยังไม่ก้าวหน้า ปลายเดือนมาตกม้าตายตอนจบ ให้คำแนะนำคนอื่นสวยหรู พอถึงคราวตัวเองก็ไปเคยไปรอด คนโสดเริ่มมีคนเข้ามาพัวพัน แต่ด้วยความกล้าๆ กลัวๆ ทุกอย่างเลยดูคลุมเครือ ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) ความรักเริ่มมีปากเสียงกันรุนแรงขึ้น ถ้าไม่ออมคำพูดบ้าง อาจมีแตกหัก เลิกรากันได้ ส่วนคนโสดปิ๊งทีไร เป็นต้องไปเจอคนมีเจ้าของประจำ กลางเดือนถ้ารักใครชอบใครต้องแสดงออก ไม่อย่างนั้นจะโดนแย่งเอาได้ ส่วนถ้ามีแฟนเป็นตัวเป็นตน จะมีข่าวดี ความสัมพันธ์ก้าวหน้า ได้ขอแต่งงาน ปลายเดือนกลุ้มใจเรื่องรัก พอไม่มีก็เหงา พอมีก็เข้ามาให้เลือกหลายคน และแถมมีแววว่าจะต้องมานั่งเสียใจที่เลือกคนผิด รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

โทษหนัก! ฝ่ายจัดฯเเบนหัวหิน 2 ปี ปรับเงิน-ตกชั้นเหตุถอนทีม
ดิวิชั่น /  พักทีม / 

ฝ่ายจัดการเเข่งขันลีกภูมิภาคออกบทลงโทษ หัวหิน ซิตี้ ที่ถอนทีมกลางคันโดยการแบนห้ามส่งทีมเป็นเวลา 2 ปี พร้อมปรับเงิน 1 แสนบาทและลดชั้น 1 ระดับ บริษัท ลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 จำกัด แถลงบทลงโทษสโมสร วานา นาวา หัวหิน ซิตี้ ทีมในโซนภาคตะวันตก หลังจากส่งหนังสือถึงฝ่ายจัดการแข่งขันยืนยันการขอพักทีมในฤดูกาล 2016 ที่กำลังแข่งขันอยู่ ด้วยการสั่งห้ามเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยจัดขึ้นทุกประเภทเป็นเวลา 2 ปี และหลังจากนั้นจะต้องลดดิวิชั่นไป 1 ระดับ พร้อมปรับเงินอีก 1 แสนบาท โดยแถลงการณ์จากลีกภูมิภาค ระบุว่า "หลังจากสโมสรวานา นาวา หัวหิน ซิตี้ ได้ประกาศขอพักทีมและได้ทำการส่งหนังสือแจ้งความจำนงค์มายังฝ่ายจัดแล้วนั้น ทางฝ่ายจัดการแข่งขันได้ทำหนังสือแจ้งสโมสร ว่าด้วยระเบียบการลงโทษกรณีถอนทีมระหว่างแข่งขัน” "ตามที่ได้มีหนังสือ เลขที่ 2559/095 ลงวันที่ 26 เมษายน 2559 จากสโมสรฟุตบอลวานา นาวา หัวหิน ซิตี้ ถึงคณะกรรมการจัดการแข่งขันเพื่อขอพักทีมในการเข้าร่วมการแข่งขันลีกดิวิชั่น 2 ฤดูกาล2016 นั้น" "คณะกรรมการจัดการแข่งขันจึงขอแจ้งให้สโมสรฯ ทราบถึงระเบียบว่าด้วยการลงโทษกรณีที่ท่านถอนทีม ระหว่างการแข่งขันตามระเบียบว่า ด้วยการลงโทษ มารยาท วินัย และ ข้อประท้วง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ใน พระบรมราชูปถัมภ์บทที่ 3 ข้อที่ 3 ว่าด้วยการลงโทษสำหรับการแข่งขันกีฬาฟตุบอลลีกอาชีพและรายการอื่นๆเกี่ยวกับทีม โดยมีรายละเอียด ดังนี้” “3.13 การถอนทีมระหว่างการแข่งขันหรือถูก “สมาคม” ลงโทษถอนทีมก่อนออกจากการแข่งขันกลางคัน หรือล้มละลาย หรือถูกศาลตัดสิน ให้หมดสิทธิเข้าร่วมการแข่งขัน หรือลงทำการแข่งขันจะถูก ปรับเงิน 100,000บาท และห้ามไม่ให้เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลที่ “สมาคม” จัดขึ้นทุกประเภทเป็นเวลา 2 ปี การเข้าร่วมการแข่งขันใหม่ต้องลดดิวิชั่นลงไป 1 ระดับ และต้องส่งเงินสนับสนุน ทีมที่ได้รับไปแล้วทั้งหมดคืน และให้ยกเลิกผลการแข่งขันของทีมทั้งสิ้น ยกเว้นโทษที่เกิดจากการตัดสิน” "ทั้งนี้ขอให้ท่านดำเนินการตามระเบียบว่า ด้วยการลงโทษมารยาทวินัย และข้อประท้วงสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2559 ต่อไป"

ละครคลื่นชีวิต , เรื่องย่อคลื่นชีวิต
คลื่นชีวิต /  ละครคลื่นชีวิต / 

ละครคลื่นชีวิต ละครช่อง3 คลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย : กรุง ญ ฉัตรกำกับการแสดงโดย : อำไพพร จิตต์ไม่งงผลิตโดย : บริษัท ละครไท จำกัดควบคุมการผลิตโดย : หทัยรัตน์ อมตวณิชย์ออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครคลื่นชีวิต ช่อง3 เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต ความสุขในวัยเด็ก คือสิ่งชโลมใจยามเรามีความทุกข์ เพราะเราจะได้รู้สึกว่า เราเคยผ่านความผาสุกในชีวิตมาแล้ว จีราวัจน์ (อุรัสยา เสปอร์บันต์) ดาราสาวที่เข้าวงการและมีชื่อเสียงด้วยฝีมือการแสดงและข่าวฉาวกับหนุ่มทั้งนอกและในวงการ รวมทั้งนิสัยพูดตรง ถ้าไม่ผิด ก็พร้อมกล้าท้าชนโดยไม่สนใจหน้าไหน จนโดนใครต่อใครตราหน้าว่าจีราวัจน์เป็นผู้หญิงแรง กร้านโลก และง่าย! แต่ใครจะกล่าวว่าเธอยังไง ไม่ทำให้จีราวัจน์เจ็บเท่ากับถูก คุณหญิงจริยา แม่แท้ ๆ ที่ไม่เคยดูแลเธอปล่อยเธอเติบโตตามมีตามเกิด เชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงใจแตก! แต่นั่นยังไม่ทำให้เธอหมดศรัทธากับคำว่า แม่ ของจริยา เท่ากับคืนที่จีราวัจน์โดน สิทธา (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) เจ้าของบริษัททอสังหาริมทรัพย์ สามีคนใหม่ของจริยา ผู้กระหายอำนาจ เงินทองและโลกีย์ สั่งลูกน้องวางยานอนหลับเพื่อหมายข่มขืนจีราวัจน์ แต่จีราวัจน์ก็หนีมาได้ และเมื่อจีราวัจน์บอกเรื่องนี้กับจริยาแทนที่จริยาจะเข้าข้างและปกป้องเธอ แต่จริยากลับเข้าข้างสิทธา จริยานั้นรู้สันดานของสิทธาดี แต่เธอยังทำอะไรสิทธาไมได้ เพราะสิทธาคือคนที่ให้เงิน และอำนาจกับเธอ สิทธาคือคนที่ทำให้ผู้หญิงไร้การศึกษา มีชีวิตอยู่ในสลัม ที่มีแค่ความสวยติดตัว จึงเร่ขายความสวยให้ความสำราญผู้ชาย เธอจึงได้โลดแล่นขึ้นมาเป็นคุณหญิงใจบุญเบอร์หนึ่งของสังคม ที่ใคร ๆ ต่อใครนับหน้าถือตา จริยารู้ดีว่าจีราวัจน์มองเธอเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัว ทะเยอทะยาน หน้าเงิน แต่ที่จริยาดิ้นรนถีบตัวเองขึ้นมาถึงตรงนี้ ก็เพื่อให้ชีวิตเธอ และจีราวัจน์สบาย แม้วันนี้จีราวัจน์เกลียดเธอ ...แต่จริยาเชื่อว่าวันหนึ่ง... จีราวัจน์ต้องเข้าใจ ละครคลื่นชีวิต ญาญ่า หมากปริญ สำหรับจีราวัจน์ ...สิ่งที่เธอต้องการ ไม่ใช่ชีวิตดีงามบนหน้าหนังสือพิมพ์อย่างที่จริยาต้องการ แต่สิ่งที่เธอต้องการคือความรัก ปมเดียวในหัวใจของจีราวัจน์ที่เธอโหยหาย แต่เธอไม่เคยได้ โดยเฉพาะวันที่เกิดเหตุการณ์นั้น ถึงแม้จีราวัจน์จะหนีจากเงื้อมมือสิทธามาได้ แต่เพราะฤทธิ์ยานอนหลับ ทำให้ระหว่างที่จีราวัจน์ขับรถหนีอย่างสุดชีวิต ต้องกลายเป็นฆาตกรโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อรถของจีราวัจน์ชนร่าง ติวดี (พริมา พันธ์เจริย) เต็ม ๆ จนติวดีไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในเวลาต่อมา!! แต่เพราะฤทธิ์ยานนอนหลับทำให้จีราวัจน์หลับและเบลอจนไม่รู้เรื่องติวดี ภายใต้การดูแลของ ดารากา (ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์) เพื่อนสินทตั้งแต่มัธยม ซึ่งเป็นคนเดียวที่จีราวัจน์ติดต่อพูดคุยด้วยตลอด พอจีราวัจน์กลับจากเมืองนอก จีราวัจน์จึงขอให้ดารากามาอยู่ด้วยกัน ดารากาเต็มใจอยู่กับ จีราวัจน์ เพราะความรัก และความสนิทที่ทั้งสองมีด้วยกันมาเกือบ 20 ปี ทำให้ดาราการู้ดีว่า จีราวัจน์หว้าเหว่ แสนเหงา ต้องการใครสักคนเป็นเพื่อน และกว่าจีราวัจน์จะรู้ว่าติวดีเสียชีวิต ก็หลังจากที่ฤทธิ์ยานอนหลับสร่าง เมื่อจีราวัจน์รู้สึกตัว คนกล้าทำกล้ารับอย่างเธอ พร้อมไปรับความผิดกับตำรวจ แต่มันสายเกินไป เพราะ สุกี้ (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ) นักปั้นดารามือทอง ผู้เป็นทั้งคนชักนำเธอเข้าวงการและเป็นผู้จัดการดูแลเธอ ได้จัดการส่งสเตฟาน คนขับรถคนสนิทประจำตัว รับสารภาพผิดกับตำรวจว่าเป็นคนขับรถชนติวดีแทนเธอ โดยสุกี้ยอมเสี่ยงโกหกกับสังคมเพื่อแลกกับอนาคตทางการแสดงของจีราวัจน์ที่กำลังรุ่งเรือง ละครคลื่นชีวิต สุกี้คิดว่าการให้สเตฟานรับผิดแทนจีราวัจน์ จะทำให้เรื่องทุกอย่างจบง่าย ๆ แต่สุกี้คิดผิด เมื่อระหว่างที่ติวดีโดนจีราวัจน์ขับรถชน ติวดีกำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับ สาธิต (ปริญ สุภารัตน์) แฟนหนุ่มผู้เป็นทนายตงฉิน เชื่อว่าใครทำผิดต้องได้รับโทษ นั่นแหละความยุติธรรม! โดยสาธิตเป็นคนเดียวที่ได้ยินเสียงของจีราวัจน์พูดขอโทษติวดี นั่นทำให้เขาปักใจว่าคนที่ขับรถชนคนรัก ไม่ใช่สเตฟานแต่เป็นจีราวัจน์! สาธิตทำทุกวิถีทางพิสูจน์ให้คนทั้งสังคมเห็นว่าฆ่าตกรตัวจริงเป็นใคร โดยมี พ.ต.ต.พิเชษ เพื่อนตำรวจที่รู้จักในระหว่างร่วมงาน เป็นคนช่วยเหลือดูแลคดี โดยสาธิตมั่นใจว่าเขาสามารถลากตัวจีราวัจน์รับโทษอย่างที่เขาเคยส่งคนผิดเข้าคุกมาตลอดอาชีพทนาย แต่ครั้งนี้! สาธิตกลับเจอว่าความจริง พ่ายแพ้อำนาจเงิน! เมื่อหลักฐานทุกอย่างที่จะมัดตัวจีราวัจน์ได้ มันหายไปหมด! สาธิตไม่ยอมแพ้ที่จะหาทางลงโทษจีราวัจน์ แต่ทุกอย่างต้องหยุดลงเมื่อ นวดี (ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของติวดี แม่ครูของเหล่าเด็กกำพร้า เป็นคนขอร้องให้สาธิตหยุดอาฆาตแค้น นวดีไม่อยากให้สาธิตต้องจมอยู่กับความทุกข์ ที่เกิดจากความโกรธแค้นอีก รวมทั้ง พัฒนะ (สันติสุข พรหมศิริ) เจ้าของบริษัทผลิตละคร ที่จีราวัจน์กำลังแสดงละครอยู่ พัฒนะเป็นเพื่อนของพ่อของสาธิต และเปรียบเหมือนเป็นพ่อบุญธรรมของสาธิต เพราะหลังจากที่พ่อแม่ของสาธิตประสบอุบัติเสีย ชีวิตทั้งคู่ พัฒนะคือคนที่ส่งเสียและดูแลสาธิตจนเรียนจบเนติบัณฑิต! ฉะนั้นเมื่อพัฒนะขอให้สาธิตทำอะไร สาธิตพร้อมจะทำ รวมทั้งคำขอร้องที่แสนเฉือนหัวใจ ที่พัฒนะขอร้องให้สาธิตหยุดสืบหาหลักฐานเอาเรื่องจีราวัจน์ เพราะละครที่จีราวัจน์แสดงกำลังทำเงิน ถ้าจีราวัจน์ติดคุกจะมีผลทำให้บริษัทของพัฒนะเสียหาย จนกระทบกับหนี้สินของบริษัทด้วย ละครคลื่นชีวิต ในเมื่อผู้ใหญ่สองคนที่เขารักขอร้องให้เขาหยุด ละครคลื่นชีวิต แม้สาธิตไม่ต้องการหยุดฉีกหน้ากากของจีราวัจน์ แต่เขาต้องหยุด แต่ใครจะรู้ แม้สาธิตจะหยุดดำเนินคดีทางกฎหมายกับจีราวัจน์ แต่เขาไม่หยุดตามจองล้างจองผลาญจีราวัจน์ โดยสาธิตประกาศ ในเมื่อกฎหมายทำโทษจีราวัจน์ไม่ได้ เขาจะใช้กฎแห่งกรรมทำโทษจีราวัจน์เอง ด้านจีราวัจน์นั่นอยากเหลือเกินที่จะบอกสาธิตว่าเธอพร้อมรับผิด แต่เธอทำไม่ได้เพราะเธอต้องแบกความเป็นความตายของคนที่รวมโกหกช่วยเธออยู่ เธอเลือกไถ่โทษด้วยการดูแลนวดี แทนติวดีห่าง ๆ โดยมี ชยันต์ (หลุยส์ สก๊อต) ผู้กำกับฯ หนุ่มติสต์ชื่อดัง ซึ่งเคยเป็นรุ่นพี่สมัยมัธยมของจีราวัจน์ ผู้รักและหวังดีกับจีราวัจน์เสมอมา เพราะชยันต์รู้ว่าผู้หญิงที่แข็งกระด้างภายนอก แต่ภายในช่างแสนอ่อนแอ เขาจึงคอยช่วยเหลือส่งข่าวเรื่องนวดี เพราะชยันต์เป็นเพื่อนกับสาธิต ทำให้ชยันต์รับรู้เรื่องราวของนวดีจากสาธิตโดยตรง แต่ความช่วยเหลือของชยันต์ กลับยิ่งสร้างปัญหาให้จีราวัจน์ เมื่อ ปียากุล (จรินทร์พร จุนเกียรติ) ลูกสาวคนเดียวของพัฒนะ ผู้ควบคุมดูแลงานถ่ายละครภายในบริษัทของพัฒนะ และเป็นภรรยาซุปเปอร์โคตรขี้หึงของชยันต์ ได้ยินข่าวว่าเธอสนิทกับชยันต์มาก ทำให้ปียากุลใช้อำนาจหน้าที่การงานในมือเธอกลั่นแกล้งจีราวัจน์ แต่เพราะจีราวัจน์กำลังเป็นดาราทำเงินของพัฒนะ ทำให้พัฒนะออกตัวปกป้องจีราวัจน์ ทำให้ปียากุลไม่พอใจมาก ทำให้ปียากุลพาลระบายอารมณ์กับสาธิต ซึ่งเธอนับถือเหมือนพี่ชาย ทำให้สาธิตรับรู้ว่า นอกจากจีราวัจน์จะเป็นคนตลบแตลงสังคมว่าตัวเองไม่ใช่ฆาตกรแล้ว จีราวัจน์ยังเป็นผู้หญิงรักสนุกคั่วผู้ชายไม่ซ้ำหน้า แย่งผัวชาวบ้านไปกกได้อย่างหน้าไม่อาย!! ละครคลื่นชีวิต ยิ่งวันทีสาธิตพบจีราวัจน์สนิทสนมกับ เจตต์ (มาสุ จรรยางค์กุลดี) วิศวกรปิโตเลียมผู้มีชีวิตยู่กลางทะเล แต่เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน เขากลับขับรถชนจีราวัจน์ จนทำให้เขาหลงรักนางเอกสาว ซึ่งมันอาจไม่ใช่เรื่องที่สาธิตจะเอามาเป็นข้อเกลียดชังจีราวัจน์ ถ้าสาธิตไม่บังเอิญรู้เรื่องว่าดารากาเพื่อนรักของจีราวัจน์นั้นแอบชอบเจตต์อยู่จาก เจนจิรา (วันศิริ อ่องอำไพ) น้องสาวของเจตต์เจ้าของโรงเรียนที่ดารากาเป็นครูสอน ซึ่งสาธิตได้รู้จักกับเจจิราโดยบังเอิญ และเพราะเจนจิราเป็นคนคุยสนุก มองโลกในแง่ดี เหมือนติวดี ทำให้สาธิตสนุกที่ได้อยู่ร่วมกับเจนจิราโดยสาธิตไม่รู้ว่าความใกล้ชิดที่เขามอบให้เจนจิรานั้น ทำให้เจนจิราแอบชอบสาธิต ชีวิตของจีราวัจน์เจอปัญหาจากสาธิต ปียากุล สิทธา ยังไม่พอ ในเส้นทางสายงานบันเทิง เธอยังต้องเจอ พิม (โชติกา วงศ์วิลาศ) นางเอกจอมสร้างภาพว่าเป็นนางเอกแสนชื่อ แต่แท้จริงปากตลาด ทะเยอทะยาน ใฝ่สูง เคยเป็นอดีตดาราที่สุกี้ปั้นมากับมือ แต่พอดังแล้วก็แยกตัวออกจากสุกี้ ทำให้สุกี้ไม่พอใจพิมมาก หาว่าพิมเนรคุณ แต่พิมไม่แคร์ พิมคิดว่าสุกี้ได้เงินจากค่าตัวเธอเยอะแล้ว ไม่ถือว่ามีบุญคุณต่อกัน โดยตอนพิมออก พิมเอา ลูกน้ำ (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) อดีตเลขาลงสุกี้มาด้วย โดยพิมคิดว่าลูกน้ำทำงานกับสุกี้มานาน จะมี Connection กับเอเจนชี่จะผลักดันให้ความฝันก้าวสู่ การทำงานร่วมกับต่างชาติของเธอสมหวัง แต่เปล่าเลย ลูกน้ำไม่มีรู้จักใครเลย เป็นแค่คนปากกล้า อวดฉลาด แต่สมองกลวง ทำให้พิมเลี้ยงลูกน้ำไว้เป็นกันชนเวลาปะทะกับสุกี้ และเป็นคนหิ้วสัมภาระ รองมือรองเท้าตัวเองเท่านั้น! เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต และการโด่งดังของจีราวัจน์ ทำให้ชื่อเสียงที่กำลังลดฮวบของพิม ยิ่งลดลงไปอีก จากนางเอกเบอร์หนึ่งแทบจะเล่นเป็นนางรอง คนทะเยอทะยานอย่างพิมไม่ยอมรับสภาพอย่างนั้นง่าย ๆ เธอจึงยอมทำทุกอย่าง เพื่อกำจัดจีราวัจน์ไปจากเส้นทางของเธอ เพื่อให้เธอกลับมาเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง รวมทั้งหาลู่ทางเพื่อโกอินเตอร์ แม้แต่ยอมเอาตัวเข้าไปเป็นเมียน้อยของสิทธา เพื่อใช้อำนาจและเงินของสิทธา ปูทางโกอินเตอร์ให้ได้ หลายครั้งที่จีราวัจน์เหนื่อยกับการสู้รบกับความเกลียดชังที่ประเดประดังเข้ามาเหมือนคลื่นกระทบหาดทราย ละครคลื่นชีวิต แต่เธอก็ยังพอมีหลักให้ยึดอีกคน นั่นคือ ครูอารี ครูสอนร้องเพลงตั้งแต่ สมัยจีราวัจน์เรียนมัธยม ครูอารีคือคนที่เอื้ออารีข้าวและขนม เวลาที่จริยาออกไปขายตัว ปล่อยให้จีราวัจน์อยู่กับ ยายจัน ยายข้างบ้านที่มีอาชีพขายขนมจีน สมองไม่ค่อยดี ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ที่เคยเลี้ยงดูจีราวัจน์ พอยายจันออกไปตลาด จีราวัจน์ก็มาวิ่งเล่นบ้านครู ที่นี่เหมือนอีกโลกของจีราวัจน์ เป็นโลกที่สงบ ไม่ใช่โลกมายาที่เธอต้องยิ้มแม้ว่าในหัวใจร้องไห้ และการมาบ้านครูอารีครั้งนี้ ทำให้เธอรู้ว่าบ้านสวนถัดไปเป็นบ้านของนวดี จีราวัจน์หวังจะแอบไปดูความเป็นอยู่ของนวดีเพื่อจะช่วยเหลือ นั่นทำให้เธอเจอสาธิต จีราวัจน์ไม่อยากสู้รบกับสาธิตเพราะเธอรู้ตัวดีว่าผิด แต่สาธิตเหมือนเสือที่จ้องตะครุบเหยื่อ เมื่อเหยื่อเดินเข้ามาหา มีหรือที่เขาจะปล่อย สาธิตจงใจพูดจาแดกดันว่าเธอเป็นคนขี้ขลาด ทำผิดแล้วไม่กล้ารับผิด สาธิตเดินต้อนจีราวัจน์จนไปถึงริมคลอง นั่นเป็นครั้งแรกที่สาธิตเห็นความกลัวในแววตาของจีราวัจน์ ทำให้สาธิตรู้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่แทนที่สาธิตจะปราณีปล่อยเธอไป สาธิตกลับเดินกดดันจนจีราวัจน์ตกน้ำ แม้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่เธอไม่แม้แต่ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากใคร แม้แต่สาธิตที่ยืนมองเธอตะเกียกตะกายในน้ำอยู่ โดยสาธิตยื่นข้อเสนอให้เธออ้อนวอนร้องขอชีวิต แล้วเขาจะยอมช่วย แต่จีราวัจน์ไม่ยอมเอ่ยปาก จนกระทั่ง สีดา ลูกศิษย์สาวจอมก๋ากั่นของครูอารีมาช่วยไว้ทัน นั่นทำให้สาธิตได้เห็นอีกมุมนึงว่าจีราวัจน์เป็นคนรักศักดิ์ศรี ไม่ยอมอ่อนให้ใครง่าย ๆ เหมือนกัน สีดาพาจีราวัจน์กลับมาบ้านครูอารี พร้อมถามว่าใครเป็นคนทำจีราวัจน์ตกน้ำ จีราวัจน์ไม่อยากเอ่ยถึง เธอคิดแต่ว่ามันเป็นการชดใช้กรรมกับสิ่งที่เธอทำกับติวดี อย่างน้อยการที่สาธิตเห็นเธอเกือบตาย อาจทำให้สาธิตลดความโกรธ และเลิกยุ่งกับเธออีกก็ได้ แต่จีราวัจน์คิดผิด ละครคลื่นชีวิต เมื่อละครการกุศลของสมาคมคุณหญิงจริยามีอันต้องสะดุดลง เพราะนางเอกที่วางไว้เสียชีวิตลง ซึ่งก็คือติวดี ทำให้ต้องหานางเอกใหม่ซึ่งทุกคนลงความเห็นที่จีราวัจน์ แต่ก็เหมือนจะเป็นความจงใจของพระพรหม เมื่อผู้รับบทเป็นพระเอกคือสาธิต สาธิตไม่รักษามารยาทในการดูถูกและเหยียดหยามจีราวัจน์ต่าง ๆ นานา ด้านจีราวัจน์นั้น พยายามอดทนไม่อยากตอบโต้ แต่ชยันต์ไม่อาจทนเห็นสาธิตพูดจาดูถูกจีราวัจน์ได้ จึงเป็นคนออกโรงปกป้องแทนเธอ ทำให้สาธิตยิ่งตราหน้าว่าจีราวัจน์กำลังแย่งผัวคนอื่น แต่ดึกรีแรงแค้นของสาธิตต้องสะดุด เมื่อเขาได้เป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ ที่จีราวัจน์ใส่ใจ ในความเป็นความตายของยายจัน หากเขาก็ยิ่งย้ำใจให้แข็งขึ้นอีก เพราะถึงอย่างไรจีราวัจน์ ก็คือมือที่สามที่ทำให้ครอบครัวของชยันต์ต้องมีปัญหา ในงานศพยายจัน จีราวัจน์ถูกลอบยิง แต่เจตต์รับเคราะห์แทน แม้จะจับมือใครดมไม่ได้ แต่ในที่สุดชยันต์ก็ได้รู้ว่าเป็นฝีมือของปียากุล ชยันต์และปียากุลทะเลาะกันหนักขึ้นเรื่อย ๆ ชยันต์เห็นใจลูกจึงพยายามอดทนเสมอ แต่ครั้งนี้ปียากุลทำเกินไป ทำให้ชยันต์คิดว่าต้องทำอะไรตัดนิสัยเอาแต่ใจของปียากุลบ้าง จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอยู่กับปียากุล ปียากุลนั้นรักชื่อเสียงมาก เมื่อชยันต์ขอแยกกันอยู่ และมีข่าวออกหน้าบันเทิง ทำให้ปียากุลเครียด จนต้องไปฟูมฟายระบายกับสาธิต กล่าวหาว่าชยันต์ย้ายออกไป เพื่อไปอยู่กับจีราวัจน์ นักแสดงละครคลื่นชีวิต จีราวัจน์คือต้นเหตุทำให้ชีวิตครอบครัวของปียากุลพังพินาศ สาธิตมาจัดการจีราวัจน์แทนปียากุล แล้วเห็นจีราวัจน์ก็คอยดูแลเจตต์ เพราะต้องเจ็บตัวเพื่อตัวเอง ความสนิทสนมของจีราวัจน์กับเจตต์ทำให้ดารากาไม่พอใจ คิดว่าเพื่อนทรยศทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเธอแอบหลงรักเจตต์ จนกระทั่งทะเลาะกันใหญ่โต ถึงขั้นดารากาย้ายออกจากบ้านเพื่อน สาธิตตามมาสมน้ำหน้าจีราวัจน์ที่มั่วผู้ชายไม่เลือก แม้แต่แฟนเพื่อนก็ไม่เว้น จนสุดท้ายจีราวัจน์ก็ไม่เหลือใคร ชยันต์เข้ามาปลอบใจจีราวัจน์ว่าเธอยังมีเขา ชยันต์คอยเข้ามาประคับปคะคองจีราวัจน์ แต่ชีวิตที่เคยเป็นเด็กบ้านแตกสาแหรกขาด ทำให้จีราวัจน์ไม่อยากเป็นคนทำลายครอบครัวของชยันต์ แต่ชยันต์ปลอบจีราวัจน์ว่า ที่ครอบครัวของเขาจะพัง ไม่ใช่เพราะจีราวัจน์ แต่เป็นเพราะปียากุลกับเขาหมดความเข้าใจต่อกัน ในเมื่อชยันต์ไปกับปียากุลไม่รอด เขาก็อยากหยุดและเริ่มต้นใหม่กับจีราวัจน์ เรื่องย่อคลื่นชีวิต จีราวัจน์เคยผ่านชีวิตบอบซ้ำมา ทำให้จีราวัจน์รู้ว่าความหวังดีที่ชยันต์มีให้กับเธอ มันไม่ใช่ความรักอย่างที่ชยันต์พร่ำบอก มันเป็นแค่ความรู้สึกเห็นใจ เพราะแท้จริงในหัวใจของชยันต์รักปียากุลและเจ็บซ้ำกับสิ่งที่ปียากุลไม่ไว้ใจเขา ดังนั้นคนมีปัญหาอย่างชยันต์ มาเจอกับผู้หญิงที่เจอปัญหามาทั้งชีวิตอย่างเธอ มันจึงเกิดการคลิกกัน จีราวัจน์ขอให้ชยันต์ เป็นเพื่อนที่ดีอย่างเดิม อย่าให้มากกว่านั้นเลย แล้วกลับไปซ่อมแซมครอบครัวของชยันต์ ให้กลับมาสวยงามเหมือนเดิมดีกว่า แต่เคราะห์ของจีราวัจน์ที่จะทำให้สาธิตยิ่งเกลียดเธอ ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อจีราวัจน์รู้ว่าบ้านที่อาศัยอยู่นี้กำลังจะถูกธนาคารยึด จีราวัจน์สั่งสุกี้ให้จัดการเรื่องบ้าน จนเรื่องเข้าหูจริยา จริยาสั่งห้ามจีราวัจน์ไปยุ่งกับนวดีอีก เพราะตอนนี้รูปคดีออกมาว่าไม่มีหลักฐานมัดว่าจีราวัจน์ขับรถชน แต่ถ้าจีราวัจน์ดูแลนวดีมาก ๆ เพราะมันอาจทำให้สาธิตหาช่องโหว่เล่นงานจับจีราวัจน์เข้าคุกได้ จีราวัจน์เสียใจที่แม่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเองจนลืมคำว่ามนุษยธรรม ถ้าลูกของแม่โดนรถชน แม่จะอยู่เฉยไหม จริยาได้แต่ยืนนิ่งไม่ได้ตอบ การทะเลาะกันเสียงดังของจีราวัจน์กับจริยา ทำให้ ศิริลักษณ์ หัวหน้าแม่บ้านประจำบ้านของสิทธา ผู้มีนิสัยประจบสอพลอสิทธา และลึก ๆ หวังสบายเป็นเมียของสิทธา แต่สิทธาไม่เอา ทำให้ศิริลักษณ์อิจฉาและจงเกลียดจงชังจริยาและจีราวัจน์ เมื่อการทะเลาะของจริยากับจีราวัจน์รู้ถึงหูศิริลักษณ์ ศิริลักษณ์จึงไปบอกสิทธาว่าจีราวัจน์ต้องการเงิน ทำให้สิทธาเสนอเงินเธอโดยมีข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งจีราวัจน์รู้ดีว่าคืออะไร จีราวัจน์ตกลงเพราะเห็นถึงวิธีที่จะแก้เผ็ดอีกฝ่าย ในวันนัดจีราวัจน์แอบมอมยาสิทธา พร้อมเอาปืนจ่อหน้าสิทธาและข่มขู่ให้สิทธาเลิกยุ่งกับตัวเองอีกไม่อย่างนั้นเธอฆ่าสิทธาให้ตายตามกันแน่ แล้วจีราวัจน์ก็หนีออกมาจากโรงแรม โดยหวังว่าเรื่องราวยุ่ง ๆ จะจบลงสักที แต่เปล่าเลย เมื่อจีราวัจน์พบสาธิตที่ดักรออยู่ จากการแอบส่งข่าวของพิม ที่รู้ว่าสาธิตจ้องทำลายจีราวัจน์อยู่ พิมจึงเข้ามาตีสนิทกับสาธิต หวังจะยืมมือสาธิตทำลายจีราวัจน์ให้สิ้นซาก ละครคลื่นชีวิต แล้วภาพที่สาธิตเห็นจีราวัจน์เข้าโรงแรมกับสิทธาที่มีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงของจีราวัจน์ ยิ่งทำให้สาธิตขยะแขยงจีราวัจน์ โดยคิดว่าจีราวัจน์มั่ว เห็นแก่เงิน จนไร้ศีลธรรมใช้ผัวร่วมกับแม่ แต่แล้วความเชื่อที่สาธิตมีต่อจีราวัจน์ต้องเจอจุดเปลี่ยน เมื่อสาธิตจำต้องมาพัวพันกับความเลวของสิทธาจนได้ เพราะ เวทิต นักข่าวที่แอบส่งหลักฐานเอาผิดสิทธามาให้เขาก่อนตาย ทำให้สาธิตเริ่มตามสืบพฤติกรรมของสิทธา แล้วนั่นทำให้สาธิตได้เห็นว่าสิทธาชั่วร้ายขนาดไหน แล้วคนที่ตกเป็นเหยื่อของสิทธาไม่ใช่แค่เวทิต แต่เป็นจีราวัจน์ด้วย รวมทั้งจีราวัจน์ได้เข้ามาดูแลนวดี และดูแลเด็ก ๆ กำพร้าที่นวดีสอนหนังสือ และชยันต์ยังมาปรับความเข้าใจกับสาธิตว่าจีราวัจน์ไม่ยอมรับความรักของชยันต์ แต่จีราวัจน์กลับเป็นคนเตือนสติให้ชยันต์กลับไปง้อปียากุล ทำให้สาธิตได้เห็นว่าจีราวัจน์ ได้มีแค่ด้านร้าย แต่เธอยังมีมุมความดี และมีหัวใจที่บอบซ้ำ ไม่ต่างจากเด็กกำพร้าที่นวดีและเขาดูแลเลย ทำให้ความแค้นในใจของสาธิตเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสาร เข้าไปยุ่งกับชีวิตจีราวัจน์โดยไม่รู้ตัว นักแสดงละครคลื่นชีวิต ด้านจีราวัจน์ก็ได้รับรู้มุมอบอุ่นที่เกิดจากความเอาใจใส่ ดูแลด้วยความละเอียดอ่อนของสาธิต ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้จากใคร เป็นความรู้สึกที่เธอโหยหา จนทำให้จีราวัจน์แอบเผลอใจให้สาธิตโดยไม่รู้ตัว สองคนต่างมีความห่วงใยที่ไม่กล้าแสดงออกต่อกัน ละครคลื่นชีวิต จนกระทั่งสิทธามายุ่งเกี่ยวกับจีราวัจน์อีกครั้ง สาธิตออกตัวช่วยจีราวัจน์ให้รอดพ้นเงื้อมมือสิทธา และยังใช้หลักฐานที่ตัวเองได้จากเวทิตข่มขู่สิทธา เพื่อให้สิทธาเลิกยุ่งกับจีราวัจน์ จีราวัจน์อึ้งเมื่อเห็นว่าสาธิตช่วยเหลือตัวเอง โดยสับสนว่าสาธิตช่วยตัวเองทำไม สาธิตรู้สึกอะไรกันแน่ แต่สิทธามองอาการสาธิตออก สิทธารู้ว่าสาธิตกำลังตกบ่วงเสน่หาของจีราวัจน์ และดูเหมือนจีราวัจน์ก็มีใจให้สาธิตเช่นกัน ทำให้สิทธาคิดชั่ว ในเมื่อตัวเองไมได้จีราวัจน์มาครอบครอง ก็อย่าหวังว่าใครจะได้มีความสุขทั้งจีรัวัจน์และสาธิต ดังนั้นสิทธาจึงไปหาสาธิตที่สำนักงาน แล้วมอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เขาเคยส่งคนไปเก็บ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าจีราวัจน์คือคนขับรถชนติวดี เมื่อสาธิตเห็นหลักฐาน ความเจ็บปวดในอดีตจึงย้อนคืนกลับมา สาธิตได้แต่นั่งมองกองหลักฐานอย่างสับสนว่าเขาจะฟ้องเอาจีราวัจน์เข้าคุกหรือไม่ เรื่องสิทธาเอาหลักฐานไปให้สาธิตรู้ถึงหูจริยา จริยารีบไปหาสาธิตเพื่อเจรจาพร้อมเสนอเงินให้ ความเจ็บปวดในใจของสาธิต ทำให้สาธิตบอกจริยาไปว่า เขาจะยอมทำลายหลักฐาน ก็ต่อเมื่อจีราวัจน์เอาตัวมาแลก ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ความชั่วของสิทธายังไม่หยุดเท่านี้ มันเหมือนเสือที่คลั่ง จริงอยู่ที่จีราวัจน์เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา แต่คนอย่างสิทธาไม่เคยยอมให้ใครลูบคมได้ ถ้าประกาศว่าได้ มันต้องได้ สิทธาสั่งพิมให้หลอกล่อจีราวัจน์มาที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของเขา สิทธาวาดหวังจะข่มขืนจีราวัจน์บนเครื่องบิน เพราะไม่มีทางที่จีราวัจน์จะหนีรอดกรงเล็บเสือไปได้ จริยารู้เรื่องแผนการชั่วของสิทธา แม้จะรักเกียรติยศชื่อเสียง แต่หัวใจความเป็นแม่ไม่อาจปล่อยให้ชีวิตลูกตกนรกได้ เมื่อพิมหลอกจีราวัจน์ไปถึงเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของสิทธาได้ จีราวัจน์ดิ้นรนหนีจนไปเจอปืนของสิทธา สิทธาแย่งปืนกับจีราวัจน์ ทันใดนั้น กระสุนจากปากกระบอกปืนในมือของคุณหญิงจริยา ก็ยุติเรื่องเลวร้ายทั้งหมดลงในวินาทีนั้น เป็นครั้งแรกที่จีราวัจน์เข้าไปกอดแม่ จริยาเข้าไปกอดลูกพร้อมพร่ำบอกขอโทษ เป็นเพราะความโลภของตัวเอง ทำให้ชีวิตของจีราวัจน์ต้องเป็นอย่างนี้ เธอขอติดคุกเพื่อชดใช้กับความผิดที่เธอทำ แต่สิ่งหนึ่งที่จริยาอยากให้จีราวัจน์รู้ไว้ ว่าต่อให้เงินสำคัญสำหรับแม่ยังไง แต่เลือดเนื้อและหัวใจของลูกสำคัญกว่า นั่นทำให้หัวใจที่เย็นชาไร้ความรู้สึกของจีราวัจน์ได้รับรู้ความในใจของแม่ ละครคลื่นชีวิต คลื่นชีวิตของจีราวัจน์เหมือนจะกำลังสงบ แต่ยังมีพายุอีกหนึ่งลูก ที่กำลังรอพัดพาชีวิตของจีราวัจน์ให้ล้มลง เมื่อจริยาเอาเรื่องข้อเสนอของสาธิตไปบอกกับจีราวัจน์ เมื่อจีราวัจน์รู้เรื่องข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตแล้ว เธอจะทำเช่นไร จะยอมทำตามข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตหรือไม่ ชยันต์และปียากุลจะกลับมาคืนดีกันไหม เจตต์กับดารากาจะสมหวังกันหรือเปล่า และหัวใจรักของแม่ที่จริยากดเก็บไว้ ไม่เคยแสดงออกให้ลูกเห็น จริยาจะเลือกปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงของตัวเองหรือปกป้องลูก สุดท้ายเส้นทางความรักระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์ที่มีความแค้นขวางกั้นจะมีวันเกิดขึ้นได้หรือไม่ ต้องติดตามชมกันต่อได้ใน ละครคลื่นชีวิต ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต รายชื่อนักแสดงนำใน ละครคลื่นชีวิต ปริญ สุภารัตน์ รับบท สาธิต อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท จีราวัจน์ หลุยส์ สก๊อต รับบท ชยันต์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท ปียากุล ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท ดารากา มาสุ จรรยางค์กุลดี รับบท เจตต์ วันสิริ อ่องอำไพ รับบท เจนจิรา ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ รับบท สิทธา โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท พิม เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ รับบท สุกี้ ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับบท ลูกน้ำ พริมา พันธ์เจริญ รับบท ติวดี สันติสุข พรหมศิริ รับบท พัฒนะ ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท นวดี

Disney Magical Dice เกมส์แคชชวลตัวใหม่ โลดแล่นสู่โลกดิสนีย์
Disney Magical Dice /  เกมส์มือถือ

Netmarble ประกาศเปิดตัวเกมส์มือถือ Disney Magical Dice นำเสนอเกมส์แคชชวลกระดานบนมือถือเกมส์แรกจากดิสนี่ย์จำลองตัวเองเป็นตัวละครสุดโปรดจากดิสนี่ย์ร่วมเดินทางผ่านเกมกระดานแบบเสมือนจริงพร้อมทั้งสนุกไปกับแผนที่ต่างๆ ดาวน์โหลดเล่นฟรีบน iOS และ Android เกมส์ Disney Magical Dice ให้ผู้เล่นโลดแล่นกับโลกแห่งดิสนีย์ ทำการทอยลูกเต๋าเพื่อยึดครองพื้นที่ต่างๆบนแผนที่ การเข้ายึดครองพื้นที่ของผู้เล่นคนอื่นถือได้ว่าเป็นการบุกที่มีประสิทธิภาพ ในขณะที่การสร้างแลนมาร์คหรือสิ่งก่อสร้างระดับสูงสุดในพื้นที่นั้นเป็นการป้องกันพื้นที่ของตัวเองที่ยอดเยี่ยมที่สุด เกมส์นี้ถือว่าดึงดูดเหล่าผู้เล่นทุกวัยจากทั่วทุกมุมโลกโดยการนำตัวละครแท้จากดิสนี่ย์ผสมกับเรื่องราวต่างๆในเกมส์และภาพสุดแสนน่ารัก ยิ่งไปกว่านั้นระบบเกมส์ที่ง่ายต่อการเล่นจะทำให้ผู้เล่นสนุกไปกับความท้าทายต่างๆในการออกผจญภัยบนเกมกระดานจากดิสนี่ย์ โหมดสุดตื่นเต้น PvE และ PvP เป็นต้น ดาวน์โหลดเกมส์ Disney Magical Dice บน iOS และ Android ได้ที่นี่ ระบบสุดตื่นเต้นจากเกมดิสนี่ย์ลูกเต๋ามหัศจรรย์ • ตัวละครสุดโปรดของคุณจากค่ายดิสนี่ย์และพิกซ่า: ผู้เล่นสามารถสวมบทบาทเป็นตัวละครสุดโปรดจากค่ายดิสนี่ย์และพิกซ่า ได้แก่ Goofy, Daisy Duck, Dale, Chip, Donald Duck, Rapunzel, Maleficent, Minnie Mouse, Mickey Mouse, Snow White, Cinderella, Stitch, Aladdin, Alice, Woody, Buzz, Tinker Bell, Peter Pan, and Captain Hook • แผนที่ตีมจากดิสนี่ย์รวมทั้งสิ่งก่อสร้างจากดิสนี่ย์: Mickey และเพื่อนๆจะทำให้ผู้เล่นเพลิดเพลินไปกับตัวเกมด้วยเหล่าตัวละครสุดคุ้นเคยจากดิสนี่ย์ซึ่งรวมไปถึงสิ่งก่อสร้างต่างๆมากมายๆของ Mickey, Minnie, Goofy, Chip & Dale, and Donald Duck ดินแดนมหัศจรรย์ที่มีวัตถุต่างๆจากเรื่องราวของดิสนี่ย์ ได้แก่ กระจกวิเศษ, รองเท้าแก้วและรถฟักทอง • โหมด PvE: ผู้เล่นสามารถสนุกไปกับเพื่อนๆผ่านโหมด PvE ซึ่งเป็นโหมดฝึกฝนที่ผสมเรื่องราวเข้ากับตัวละครดิสนี่ย์ ระบบฝึกสอนจะแนะนำกฎการเล่นต่างๆของเกมซึ่งจะทำให้ผู้เล่นสามารถนำมาปรับใช้กับการเล่นของตัวเองได้อย่างง่ายดาย เหล่าแฟนๆสามารถสนุกไปกับตัวละครดิสนี่ย์หลากหลายในด่านต่างๆและสนุกไปกับการได้รับการ์ดชุดแต่งกายเป็นของรางวัล • เตรียมพร้อมแล้วลุย!: ในโหมด PvP ผู้เล่นจะถูกจับคู่เข้าแข่งขันกันแบบเรียลไทม์ โหมดอื่นๆ ได้แก่ เล่นแบบไม่มีทีมหรือจะเล่นแบบเป็นทีม 2v2 ตลอดจนรูปแบบการเล่นที่แบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ผู้เล่นระดับใหม่, ผู้เล่นระดับกลาง และผู้เล่นระดับสูง ซึ่งผู้เล่นจะสามารถเลือกระดับเหล่านี้ได้จากประสบการณ์ของตัวผู้เล่นเอง • การสะสมการ์ดและการ์ดเพิ่มพลัง: เกมดิสนี่ย์ลูกเต๋ามหัศจรรย์ เชิญชวนผู้เล่นเพื่อมาสนุกกับการสะสมเซตชุดเครื่องแต่งกายจากดิสนี่ย์ตลอดจนเพลิดเพลินไปกับการเพิ่มพลังและผสมการ์ดต่างๆเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่การ์ดของคุณ • กลยุทธ์: คุณภาพของลูกเต๋าและค่าพลังต่างๆของการ์ดเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ผู้เล่นได้มาซึ่งชัยชนะในเกมดิสนี่ย์ลูกเต๋ามหัศจรรย์ แต่ละลูกเต๋านั้นจะมีค่าพลังที่แตกต่างกันและค่าพลังของลูกเต๋านั้นสามารถเพิ่มพลังให้แก่ค่าพลังของการ์ดของผู้เล่นได้อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ตัวช่วยพิเศษจะได้มาจากถั่ววิเศษ ผู้เล่นสามารถสะสมถั่ววิเศษได้จากรางวัลมากมายในเกมและชัยชนะจากลีกผู้เชี่ยวชาญ • การแข่งขันที่ผ่านระบบการจัดอันดับ: ผู้เล่นสามารถแข่งขันและวัดอันดับกับผู้เล่นจากทั่วโลกและอันดับจากเพื่อนของผู้เล่นเอง รางวัลมากมายจะถูกมอบให้โดยขึ้นอยู่กับอันดับที่ผู้เล่นสามารถพิชิตได้ เพื่อเป็นการฉลองเปิดเกมอย่างยิ่งหใญ่ ผู้เล่นที่ทำการเชื่อมต่อบัญชี Facebook ของตัวเองเข้ากับเกม จะได้รับแพ็คการ์ดระดับพรีเมี่ยม 3 แพ็ค ในระหว่างวันที่ 28 เมษายนถึงวันที่ 27 พฤษภาคม และเมื่อผู้เล่นทำการเล่นอย่างน้อยวันละหนึ่งครั้งจะได้รับเพชรฟรีๆไปเลย 10 เพชร ในระหว่างวันที่ 29 เมษายนถึงวันที่ 3 พฤษภาคม และเมื่อผู้เล่นชวนเพื่อนเข้ามาเล่นเกมดิสนี่ย์ลูกเต๋ามหัศจรรย์ รางวัลเพชรจะถูกมอบให้เป็นของรางวัลสูงสุดถึง 200 เพชร ซึ่งเพชรเหล่านี้สามารถนำไปซื้อไอเท็มต่างๆมากมายๆในร้านค้าในเกมซึ่งรวมไปถึง การ์ดชุดแต่งกายระดับพรีเมี่ยมซึ่งสามารถแปลงโฉมตัวละครจากดิสนี่ย์ได้อย่างเพลิดเพลิน ผู้เล่นสามารถชวนเพื่อนๆของคุณได้อย่างง่ายดายผ่านระบบ บลูทูธ หรือผ่านบัญชี Facebook และสามารถร่วมเล่นกับเพื่อนของคุณได้ทุกที่ทุกเวลา ระบบโซเชี่ยลที่ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นจุดแข็งของตัวเกมไม่ว่าจะเป็นวิธีการเล่นที่เข้าใจได้ง่ายและเพลิดเพลินไปกับระบบฝึกสอนที่จะทำให้ผู้เล่นทุกคนสามารถสนุกไปกับเกมได้อย่างง่ายดาย ดาวน์โหลดเกมส์ Disney Magical Dice บน iOS และ Android ได้ที่นี่

ตะลุยกิน 5 ร้านเด็ดเจเจกรีน !
jj green /  กุ้งถัง / 

หากพูดถึงตลาดกลางแจ้งที่โด่งดังทั้งในประเทศ และสำหรับชาวต่างชาติ ก็คงหนีไม่พ้นตลาดนัดจตุจักร ตลาดนัดกลางแจ้งและในร่มที่มีของใช้ของกินหลากหลายพันร้านให้ได้เลือกสรร แต่หลายๆ คนอาจจะรู้จักอีกหนึ่งแหล่งแฮงค์เอาท์ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน ซึ่งก็คือ "โครงการ JJ GREEN” หรือที่นักเที่ยวหลายคนอาจจะรู้จักกันในนาม ตลาดสยามยิปซี และวันนี้เราได้รวบรวม 5 ร้านอาหารในเจเจกรีนที่คุณไม่ควรพลาดเมื่อได้ไปเยือนค่ะ ร้านอาหารชื่อดังร้านแรกที่ทุกคนรู้จักและตอนนี้กำลังเป็นที่นิยมมากอย่างเช่น ร้าน กุ้งถัง ก็ตั้งอยู่ในโครงการ JJ GREEN แห่งนี้เช่นกัน ซีฟู้ดสดใหม่ ทั้งกุ้งตัวโต หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ ปลาหมึกสดๆ อีกทั้งเอกลักษณ์ของกุ้งถังที่ไม่เหมือนใครก็คือการรับประทานทานอาหารที่เสิร์ฟ "บนโต๊ะ" และรับประทานด้วยมือ ไม่มีจาน ไม่มีช้อนส้อมให้ เป็นอะไรที่แปลกใหม่และน่าลองมากค่ะ ด้วยเหตุนี้ ร้าน กุ้งถัง สาขา JJ GREEN จึงมีลูกค้าเนืองแน่นตลอดทั้งคืนชนิดที่ว่าต้องรบกวนลูกค้าโทรสำรองที่นั่งกัน ไม่เช่นนั้นต้องมายืนรอคิวนะคะ ร้านอาหารร้านที่สองที่แนะนำก็คือร้าน Yellow Steak in a Box ร้านสเต็กสุดสดใสแห่งเจเจกรีน เนื่องด้วยทางร้านตกแต่งร้านเป็นสีเหลืองทั้งหมด และมีธีมคล้ายๆ Gas Station ของเมืองนอก จึงทำให้ผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาอยากจะเข้าไปลิ้มลองรสชาติอาหารและบรรยากาศ ส่วนเมนูก็มีหลากหลาย ตั้งแต่สเต็กหมู สเต็กเนื้อ ทีเด็ดอยู่ที่เมนูเครื่องดื่มที่มีการตั้งชื่อใหม่ให้เข้ากับธีมร้าน อย่างเช่น น้ำมันเครื่อง คือ แป๊ปซี่ น้ำมันเบรค คือ โค้กซีโร่ ใครอยากได้บรรยากาศแบบ Gas Station สไตล์อเมริกันหน่อยๆ เชิญได้ที่ร้าน Yellow Steak in a Box ค่ะ ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์ยากินิกุที่มีชื่อว่า Mr. Grill ปิ้งย่างตามใจชอบ มีทั้งบุฟเฟ่ต์หัวละ 199 บาท หรือจะสั่งเป็นจานก็ได้ค่ะ ไลน์อาหารก็มีให้เลือกหลากหลายอย่างเช่น เนื้อ หมู เบค่อน ลิ้นหมู หมูคุโรบุตะ เริ่มต้นเพียงจานละ 50 บาท ยังมีจานพิเศาษอย่างเนื้อแกะด้วย เพียงจานละ 90 บาทเท่านั้นค่ะ ถ้าอยากไปสังสรรค์นั่งคุยกับเพื่อนพร้อมรับประทานอาหารไปด้วย ปิ้งย่างเป็นตัวเลือกที่ดีเลยล่ะค่ะ ร้านที่สี่เป็นร้านขนมหวานที่มีสาขาแรกอยู่ที่โชคชัย 4 กับร้าน นมนัว เมนูส่วนมากก็จะเป็นพวกขนมปังปิ้งและนมรสต่างๆ และนี่คือจุดเด่นของร้านค่ะ เพราะนมที่ร้านใช้เป็นนมสด 100% ไม่มีการผสมน้ำเปล่าหรือใช้นมผงแน่นอนค่ะ โดยเมนูแนะนำจะเป็นนมโกโก้ ที่มีรสชาติโกโก้เข้มข้นบวกกับนมรสนุ่ม หรือจะเป็นนมรสเผือกที่ชงออกมาได้กลิ่นเผือกเต็มๆ ใครชอบรับประทานของหวานไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงค่ะ ร้านสุดท้ายนี้เป็นร้านของหวานที่มีถึงสองร้านอยู่ในบริเวณเจเจกรีน ชื่อร้าน สถานีบ้านชา ต้องขอบอกว่า เห็นเมนูแล้วเลือกไม่ถูกเลยล่ะค่ะ มีทั้งเครื่องเป็นนมสด ชา โซดา หรือกระทั่งนมปั่น ส่วนของหวานเป็นขนมปังปิ้งเพียงแผ่นละ 15 บาทเท่านั้น นอกจากขนมปังยังมีไอศครีมให้สั่งด้วยค่ะ พ่วงด้วยเมนูคาวเล็กๆ น้อยๆ อย่างเฟรนช์ฟรายส์ ไก่คาราเกะ หรือไส้กรอกทอด เรียกว่ามาร้านเดียวได้ทั้งคาวได้ทั้งหวาน ครบเครื่องค่ะ โครงการ JJ GREEN และตลาดนัดยิปซีเปิดทำการทุกวันพฤหัส ถึง อาทิตย์ 5โมงเย็นถึงประมาณเที่ยงคืน มีที่จอดรถให้ในโครงการ แต่ถ้าหากอยากจะเดินทางโดยรถไฟฟ้าก็สามารถทำได้โดยการนั่งรถไฟฟ้ามาลงสถานีหมอชิต และเดินเข้าไปในซอยที่ติดสวนจตุจักรได้เลยค่ะ ขอบคุณภาพจาก: เว็บไซต์ www.edtguide.com, www.facebook.com/Mr.GrillYakiniku, www.facebook.com/Koongtung/

เปิดตัวเจ้าของเพจดัง
นิมมาน /  ร้านอาหาร / 

เมนูอาหารที่ "โอชิน" คิดค้น มักเกิดขึ้นในบัดดลตามแต่จินตนาการและแรงบันดาลใจที่เกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมา บางช่วงเป็นข้าวซอยอุด้งไปต้มเส้นในน้ำอัญชันบ้าง บางฤดูกาลจัดธีมเป็นอาหารแนว isan soul บ้าง ทั้งเมนูขนมก็ถูกเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ผ่านไปไม่นานนัก ร้านอาหารในบ้านของโอชินก็กลายเป็นร้านอาหารสุดแหวกแนวที่ถูกบอกต่อผ่านกระแสโซเชียลเน็ตเวิร์ค โดยเฉพาะการจัดแต่งอาหารของเธอ ทำเอาสาวกไอจีทั้งหลายต้องคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปกันอยู่นั่นอัพกันทั้งวัน อัพกันจนลืมกิน! ขนาดที่ว่า มีแก๊งคุณป้าชาวจีนซิ่งรถสปอร์ตมาจากปักกิ่ง เพื่อมาแวะรับประทานอาหารของเธอเรียกว่าเที่ยวเชียงใหม่ห้าวันก็แวะกินร้านของโอชินมันห้าวันนั่นล่ะ ‘การทำอาหารและขนม’ ของโอชิน ถือเป็นมรดกชีวิตที่เธอได้รับส่งต่อมาจากแม่โดยไม่รู้ตัว คุณแม่ของโอชินเคยเป็นกุ๊กในร้านอาหาร ตัวเธอเองก็ชอบคิดสูตรทำอาหารและขนม โดยเขียนบอกสูตรลงในเฟซบุ๊ค จนกลายเป็นที่ติดตามของทั้งเว็บพันทิป เฟซบุ๊ค และไอจี กระทั่งจนพอมีคนตามมากๆเข้าโอชินจึงเริ่มทำอาหารแพ็คใส่กล่องวางขายที่ร้านเพื่อน ทำไปทำมา ขายดิบขายดีกันเป็นเทน้ำเทท่าจนต้องขยับที่ขยับทาง เธอหันไปมองพื้นที่ในซอกข้างบ้านตัวเอง ซึ่งมีอยู่น้อยนิดกับเงินออมหกพันบาท และนึกในใจว่า ….“เอาล่ะ เปิดร้านแล้วกัน”..... บรรยากาศร้านอาหารในซอกเล็กๆข้างบ้านของโอชิน เปิดให้บริการเพียง 7 ชั่วโมง ตั้งแต่ 11 โมงเช้าถึงหกโมงเย็น ลูกค้าที่เข้ามากิน จะต้องเดินผ่านห้องครัวของเธอ จนมาถึงโต๊ะอาหารซึ่งมีอยู่เพียงหกโต๊ะ นั่นหมายความว่า ถ้าโต๊ะไม่ว่าง ลูกค้าก็จะต้องอดทนยืนรอต่อแถวกันไป ลูกค้าของเธอมีทุกเพศทุกวัย เด็กคนแก่ คนท้อง คู่เลสเบี้ยน มีหมด วันนี้เราเลยหยิบบางเมนูมาที่ัรบรองว่าเด็ดมาให้ชมกัน "ข้าวซอยบลูอุด้ง" เส้นอุด้งย้อมสีด้วยน้ำอัญชัญเสิร์ฟในน้ำข้าวซอยรสดั้งเดิม เพิ่มเติมคือความงามของสีสัน "โซบะเย็น" เส้นโซบะ จากไร่หญ้าโซบะ(เส้นโฮลวีท)ที่ปลูกในเชียงรายและ "ปีกไก่ทอดนาโกย่า" ปีกไก่อวบๆ หมักน้ำปลาน้ำผึ้งงาดำ ทอดพอเกรียม เสิร์ฟพร้อมผักสด และน้ำซอสโซเมนเย็น เส้นโซบะคลุกไข่ไก่ดิบหรือไข่นกกระทา เพิ่มความมันนุ่มหอมหวาน "ชูใจ ไรซ์ไวน์ กีวี่ซอฟท์เค้ก" ข้าวกลั่นอ่อนๆตัดกับรสหวานอมเปรี้ยวของกีวี่ ผสานรสด้วยวิปปิ้งครีมตีสด "ทาร์ตเลเมิ่น 007"  เลเมิ่นเคิร์ดรสหวานหอมอมเปรี้ยว เคลือบด้วยดาร์กชอคโกแลตเข้มข้น ห่อด้วยแป้งทาร์ตหวานกรอบ แต่กว่าจะมาเป็นวันนี้ขอบอกว่าชีวิตเธอมีครบทุกรสชาติ เปรี้ยว หวาน เผ็ด มัน และขมปี๋ จนครั้งหนึ่งเธอเกือบคิดสั้น! ‘โอชิน’ ปากกัดตีนถีบมาตั้งแต่เด็ก สมัยอายุ 13 พ่อของเธอถูกรถชนจนโดนตัดขา ทำให้ชีวิตของโอชินมีเพียงบ้านกับโรงพยาบาลจนช่วงอายุ 18 ขณะที่พ่อของเธอติดเหล้ามายาวนาน ก็ต้องเสียชีวิตลงด้วยโรคแอลกอฮอลิซึ่ม โอชินผ่านช่วงของความคิดที่เคยอยากฆ่าตัวตายเพราะความเครียดจากหนี้สินที่ต้องแบกความรับผิดชอบไว้ในฐานะลูกคนโต ทั้งไหนจะต้องส่งน้องเรียนอีก แต่เธอก็ผ่านพ้นช่วงวิกฤตินั้นมาได้ภายในช่วงระยะเวลาเพียงสองปี นั่นทำให้เธอทำมาแล้วแทบทุกอย่าง ตั้งแต่ ถักสร้อยขาย รับเพ้นท์เล็บ ก๊อปปี้ซีดีขาย ทำงานศิลปะ ทำวงดนตรี เป็นล่าม เป็นศิลปิน ชีวิตของเธอไม่ธรรมดา เป็นศิลปินดังไกลถึงญี่ปุ่น !  เธอเป็นลูกคนโตในบ้านที่มีพี่น้องฝาแฝดซึ่งเป็นชายแท้ สมัยเรียนหนังสือในสาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เธอมักใช้เวลาในช่วงกลางวันไปกับการรับจ๊อบ ขี่มอเตอร์ไซค์บน ระยะทางสิบกิโลเมตรไปรับจ้างเป็นล่ามให้กับบริษัทของชาวญี่ปุ่นซึ่งคุณสมบัติพิเศษของโอชินในอาชีพล่าม ซึ่งหาไม่ได้ง่ายๆโดยทั่วไปคือ เธอมีความเข้าใจในศิลปะดีเป็นพื้นฐาน ต่อมา โอชินเปลี่ยนสาขาไปเรียนศิลปะในสาขาศิลปะไทยของคณะวิจิตรศิลป์ มช. และทำงานพิเศษอยู่ในห้องสมุดคณะวิจิตรศิลป์ จนสำเร็จการศึกษา เธอจึงได้ทำงานพิเศษเป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์ให้กับห้องสมุด TCDC สาขาเชียงใหม่ ทั้งยังเคยทำงานออฟฟิศเป็นอาร์ตไดเร็กเตอร์ให้กับบริษัทญี่ปุ่นในกรุงเทพฯ ชีวิตของโอชินเวียนวนคลุกคลีอยู่กับผู้คนในวงการศิลปินญี่ปุ่นค่อนข้างมาก กระทั่งเธอเก็บเงินได้ จึงกลับไปเรียนต่อปริญญาโท ในสาขาทัศนศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งจังหวะนี้เอง ผลงานศิลปะของเธออันว่าด้วยเรื่องของการทำศัลยกรรม ทำให้เธอได้รับโอกาสจากโครงการศิลปะแบรนด์นิวของหอศิลป์มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เธอได้รับเลือกเป็น 1 ใน 10 จากการคัดเลือกศิลปินรุ่นใหม่ทั่วประเทศ และได้รับการตีพิมพ์ผลงานลงในนิตยสารศิลปะไฟน์อาร์ตประเทศไทย และ ART4D หลังจากสำเร็จการศึกษาชั้นปริญญาโท ผลงานของเธอได้ถูกเชิญชวนจากภัณฑารักษ์ชาวญี่ปุ่นให้เดินทางไปแสดงผลงานในต่างแดนจนกลายเป็นที่โด่งดังในฐานะของ ‘ศิลปิน’ นับแต่นั้นเป็นต้นมา ทั้งโอชินยังมีโอกาสได้เดินทางไปกลับญี่ปุ่นอีกหลายต่อหลายครั้งไม่ว่าจะถูกเชิญไปบรรยาย แสดงงานศิลปะ จัดเวิร์คช็อปกระทั่งจนปัจจุบัน เธอจับผลัดจับผลูมาทำขนมนี่แหล่ะค่ะ ปัจจุบัน โอชินเปิดร้านขายเบเกอรี่ขนาดเล็ก อยู่ในซอยนิมมานฯ ใช้ชื่อว่า minimeal eatery studio อันเป็นร้านที่ชวนให้นึกถึงบรรยากาศนั่งกินกาแฟเอาท์ดอร์ในต่างประเทศ เธอจัดตกแต่งพื้นที่เองทั้งหมด ทั้งเธอยังมีแผนจะเดินทางไปใช้ชีวิตเพื่อทำงานศิลปะและเรียนต่อระดับปริญาเอกที่แคลิฟอร์เนีย เร็วๆนี้ แต่เพจอาหารและขนมของเธอ "สีนวล สวีทคุ้กกิ้ง" (C’nual Sweet Cooking) จะยังดำเนินต่อไป สำหรับใครที่ชื่นชอบการกินการดื่ม ลองแวะเข้าไปที่เพจของเธอกันดูนะคะ