รถบัสพลิกตกเหว

น่ากลัวฝุดๆ เมสซี่ เตือนชุดขาวเสาร์นี้เจอ ซัวเรซ ยิงล้างแค้นหงส์แน่
บาร์เซโลน่า /  ฟุตบอล / 

นานๆจะออกมาพูดทีก็เล่นทีก็ต้องเลือกในวาระสำคัญ ลิโอเนล เมสซี่ ยอดแนวรุกสวรรค์ส่งมาเกิดออกโรงเตือนเหล่าทัพ เรอัล มาดริด ให้ระวังยอดกองหน้าอดีตแข้งแทพของ ลิเวอร์พูล อย่าง หลุยส์ ซัวเรซ ไว้ให้ดีในศึก เอล กลาซิโก้ วันเสาร์นี้ เมสซี่ เปิดเผยว่า ซัวเรซ กำลังกระหายในเกมฟุตบอลมาก หลังจากที่โดนแบนมานานถึง 4 เดือน และจะพ้นโทษแบนในเกมนัดสำคัญอย่าง เอล กลาซิโก้ พอดีเป๊ะ "ทุกคนในทีมได้ร่วมซ้อมกับ ซัวเรซ เราเห็นความสามรถของเขา ผมยกย่องนะเขาเป็นนักฟุตบอลที่มุ่งมั่นมาก ขยันมาก แถมยังมีความเฉียบคมมากอีกด้วย" "เขาจะเพิ่มความนากลัวในเกมบุกกับเรา แนวรับ เรอัล มาดริด จะได้เจอดี" "ผมเชื่อนะ บาร์ซ่า จะผลิตประตูได้อีกเพียบเมื่อมี ซัวเรซ" "นอกจากนี้ ลิเวอร์พูล ก็เพิ่งโดน เรอัล มาดริด บุกไปชนะมายิ่งจะเพิ่มแรงกระตุ้นที่มากมายในการยิงประตูของ ซัวเรซ ผมเชื่ออย่างนั้น" เมสซี่ กล่าว

สู้ถึงที่สุด!โบลิ่ง นายใหญ่เจ้าท่า ยันฟ้องศาลหากอุทธรณ์ไม่ผ่าน/วอนแฟนให้ปากคำ
ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง /  นายใหญ่เจ้าท่า / 

โบลิ่ง ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายใหญ่เจ้าท่า สิงห์ท่าเรือ ออกมายืนยัน หากยื่นอุทธรณ์ต่อ บริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด แล้วไม่ได้รับการลดโทษ กเตรียมที่จะฟ้องศาลปกครองกลาง เพื่อขอความเป็นธรรม “โทษปรับเงิน 3 แสนบาท และห้ามแฟนบอลเข้าชมเกมในสนาม เป็นเรื่องที่ยอมรับได้ แต่สำหรับการตัด 9 คะแนน เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่า ทีพีแอล เอาเกณฑ์ไหนมาตัดถึง 9 คะแนน หากตัด 3 หรือ 5 คะแนนก็ว่าไปอย่าง” นายใหญ่เจ้าท่า เปิดเผยต่อไปว่า แน่นอนว่าเราได้ยื่นอุทธรณ์ไปแล้วและจะรอฟังผลการพิจารณา หากยังยืนยันว่าตัด สิงห์ท่าเรือ 9 แต้มเหมือนเดิม ก็จะดำเนินการฟ้องศาลปกครองกลาง เพราะมองว่าการตัด 9 คะแนน ไม่มีเกณฑ์ที่มาตรฐาน พร้อมกันนี้ นายใหญ่เจ้าท่า ยังได้โพสเฟซบุ๊ก ไปยังเฟซบุ๊กของ "หมู ท่าเรือฯ" แกนนำเชียร์สิงห์ท่าเรือ เพื่อขอวามร่วมมือแฟนบอลให้เดินทางไปให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ "ในวันพรุ่งนี้ผมจะเดินทางไปให้ปากคำกับพนักงานสืบสวน จึงขอให้พี่น้องครอบครัวสิงห์ท่าเรือ ที่บาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้และที่อยู่ในเหตุการณ์ ร่วมเดินทางไปด้วยกัน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ซึ่งในขณะนี้ยอมรับว่าพี่น้องเราที่บาดเจ็บไม่สามารถติดต่อได้มีเยอะ อยากจะขอให้เราให้ความร่วมมือ เพื่อความเป็นธรรมของเราครอบครัวสิงห์ท่าเรือ อย่าให้ผมและคนอื่นๆต้องเดินลำพัง ผมจะสู้ด้วยกันจนวินาทีสุดท้าย สู้เพื่อความถูกต้อง เราสุภาพบุรุษพอ ผิดเป็นผิด ถูกเป็นถูก ขอเพียงอย่างเดียวไม่ทิ้งกัน พี่น้องท่านใดมีความประสงค์ที่จะเดินทางไป พบกันวันพรุ่งนี้(เสาร์25ต.ค.)เวลา 8 โมงที่หน้าสโมสร รบกวนช่วยแจ้งจำนวน เราจะได้ทำการจัดรถเพื่อเดินทาง ขอบคุณครับ"

รับทรัพย์!! อาชีพเสริม ลงทุนน้อย ปลูกดอกอัญชันขาย รายได้งาม
ดอกอัญชัน /  ปลูกดอกอัญชัน / 

อาชีพเสริมรับทรัพย์ !! ปลูกดอกอัญชันขาย ลงทุนน้อย รายได้งาม เป็นกอบเป็นกำ... เป็นอีกหนึ่งอาชีพเสริมที่รับทรัทย์แบบไม่ต้องใช้เงินลงทุนมากมาย บานตะเกียง ที่ทีมงาน 108 อาชีพภูมิใจนำเสนอนั่นก็คือ การ 'ปลูกดอกอัญชัน' ขายทั้งแบบสด และตากแห้ง แค่ปลูกดอกอัญชันทิ้งไว้ตามแนวรั้วก็เป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้เงินเข้ากระเป๋าได้แบบสบายๆ ปัจจุบันราคาดอกอัญชันสดที่แม่ค้าขนมรับซื้อเพื่อนำน้ำไปทำเป็นสีผสมในขนม แบบสด ตกกิโลกรัมละ 60 – 100 บาทเชียวนะคุณ ส่วนราคาดอกอัญชันตากแห้งจำหน่ายอยู่ที่ กิโลกรัมละ 250-500 บาท สาเหตุที่ดอกอัญชันมีราคาสูง เป็นเพราะว่า ปัจจุบันได้รับความนิยมรับประทานอย่างกว้างขวาง ทั้งยังสกัดเป็นแชมพูสระผมก็มีมากหลายยี่ห้อ เนื่องจากเป็นดอกไม้ที่ให้คุณประโยชน์ต่อร่างกายเพราะมีสารแอนโธไซยานินที่ทำให้การไหลเวียนในหลอดเลือดเล็กทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็น และยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีคุณสมบัติเสริมภูมิต้านทานจากธรรมชาติช่วยป้องกันเชื้อแบคทีเรีย ป้องกันการแพ้ได้ด้วย คุณสมบัติที่หลากหลายของดอกอัญชันนี้ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาด โดยเฉพาะดอกอัญชันสด ด้านสรรพคุณทางยาก็น่าสนใจ เช่น ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ช่วยป้องกันโรคต้อกระจก ต้อหิน ที่สำคัญทำให้เลือดไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆได้ดีมากขึ้น อย่างเช่นบริเวณรากผม ทำให้เส้นผมดกดำเป็นเงางาม จะเห็นว่ามีการนำดอกอัญชันไปใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์หลายชนิดทั้งครีมนวดผม ยาสระผม ปลูกดอกอัญชันตากแห้งขาย จึงเป็นอาชีพอิสระที่น่าสนใจ การปลูกดอกอัญชันขาย จึงนับว่าเป็นอาชีพอิสระอีกหนึ่งที่น่าสนใจ เนื่องจากสามารถทำควบคู่ไปกับงานอื่นๆ ได้อย่างสบาย เพราะสามารถเก็บดอกในช่วงเช้าๆที่อากาศไม่ร้อนมากนัก หากนำมาตากแห้งก็ไม่ต้องดูแลหรือใช้เวลามากแต่อย่างใด วิธีการปลูกอัญชันก็ง่ายแสนง่าย แถมยังไม่ต้องดูแสรักษาให้มากวิธี... เพียงนำต้นกล้าจากการเพาะเมล็ดมาปลูกลงแปลงปลูก ปัดรั้ว หรือไม้ระแนงเพื่อให้เถาอัญชันเลื้อยพาด หรือยึดเกาะเพื่อการทรงตัวได้ รดน้ำวันละ 2 ครั้ง ในช่วงเช้าและช่วงเย็น ขึ้นได้ดีในดินร่วนปนทราย ที่มีการระบายน้ำได้ดี หรือจะปลูกในกระถ่างก็ยังสามารถทำได้ เพียงนำเมล็ดแก่มาเพาะบนสำลีที่ชุ่มน้ำ 2 วันก็งอกแล้วเจ้าค่ะ ประมาณ 1-2 เดือนก็เริ่มมีดอกให้เก็บแล้วค่ะ ปลูกง่าย โตไว ได้ผลผลิตต่อเนื่องโดยไม่ต้องลงทุนอะไรให้มากมาย แล้วจะช้าอยู่ใย มาปลูกดอกอัญชันขายเสริมรายได้กันดีกว่าค่ะ... คุณขา... MThai News

ผลฟุตบอล พังงานเปิดตัวพี่เหยิน! ราชันรัวสามเม็ดแซงกระซวกบาร์ซ่าศึกกลาซิโก้
คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ /  คาริม เบนเซม่า / 

ผลฟุตบอล ลาลีก้า สเปน วันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2557 เรอัล มาดริด 3-1 บาร์เซโลน่า ผู้ทำประตู:1-0 เนย์มาร์ น.3,1-1 คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ น.34(จุดโทษ),2-1 เปเป้ น.50,3-1 คาริม เบนเซม่า น.61 เวลา: 23.00 น. สนาม: ซานติเอโก้ เบอร์นาเบว ถ่ายทอดสด: ช่อง8 ศึกลาลีก้าสเปน นัด เอลกลาซิโก้ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด เป็นเจ้าบ้านต้อนรับการมาเยือนของ “บุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ซึ่งไฮไลท์ในนัดนี้คือการที่ หลุยส์ ซัวเรซ ดาวยิงตัวใหม่ค่าตัว 75 ล้านปอนดืของทีมเยือนสามารถกลับคืนสนามเป็นครั้งแรกหลังจากที่ถูกฟีฟ่าแบน ยาว 4 เดือนจากการไปกัดหัวไหล่ของ จอร์โจ้ คลิเอลลินี่ กองหลังอิตาลีในฟุตบอลโลก เริ่มเกมส์เพียงแค่ 3 นาที หลุยส์ ซัวเรซ เปิดตัวได้อย่างสวยงามเมื่อ วางบอลจากทางซ้ายมาให้ เนย์มาร์ เอาบอลลงอย่างนุ่มนวลก่อนลากตัดเข้าไปยิงเสียบเสาไกลแบบนิ่มๆให้ บาร์เซโลน่า บุกมาออกนำอย่างรวดเร็ว 0-1 หลังโดนบุกมาลูบคมเจ้าบ้านก้มหน้าก้มตาบุกหมายเอาประตูคืน นาทีที่ 11 โรนัลโด้ สับหลอกก่อนโยนให้ คาริม เบนเซม่า โหม่งเช็ดไปชนคานแล้วบอลมาเข้าทางดาวยิงเลือดน้ำหอมอีกครั้งคราวนี้ยิงเอามันส์ บอลแฉลบคานบนออกไป ผ่าน 20 นาทีเป็นฝ่ายบาร์ซ่าที่เริ่มตั้งเกมส์ของตัวเองติด นาที 22 หลุยส์ ซัวเรซ เกือบได้แอสซิตส์ที่ 2 ในเกมส์นี้เมื่อหลุดขึ้นไปทางขวาแล้วปาดบอลเข้ามาตรงกลางให้ ลีโอเนล เมสซี่ โฉบมายิงจ่อๆแต่ยังติด กาซียาส นาที 35 เจ้าบ้านได้จุดโทษเมื่อ เคราร์ด ปีเก้ ไปทำแฮนด์บอลในกรอบเขตโทษ แล้วเป็น คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ รับหน้าที่สังหารไม่พลาดให้เรอัล มาดริดตีเสมอ 1-1 และเป็นการเสียประตูแรกในศึกลาลีก้าของ บาร์ซ่าอีกด้วย ท้ายครึ่งแรก เจ้าบ้านมีโอกาสจะออกนำจากลูกโหม่งของ ฮาเมส โรดริเกซ แต่บอลไม่ตรงกรอบ จบครึ่งแรก เรอัล มาดริด เสมอกับ บาร์เซโลน่าอยู่ 1-1 เริ่มครึ่งหลัง นาที 50 เรอัล มาดริด พลิกแซงขึ้นนำจากจังหวะที่ โทนี่ โครส เปิดลูกเตะมุมอย่างแม่นยำมาตกใส่ศีรษะของ เปเป้ เซนเตอร์ชาวโปรตุเกสที่ได้ขึ้นโขกเต็มๆ สุดปัญญาที่ เคลาดิโอ บราโว จะปัดป้องเอาไว้ได้ เป็นประตูให้เจ้าบ้านแซงนำ 2-1 นาที 55 เกมส์กลับมาแลกกันอย่างเมามันส์อีกครั้ง กองหลัง มาดริดสกัดบอลไม่ขาดมาเข้าทาง เฌเรมี่ มาติเยอ ซัดด้วยซ้ายข้างถนัดบอลจะเสียบสามเหลี่ยมอยู่แล้ว แต่ อิเคร์ กาซียาส ยังยอดเยี่ยมบินปัดบอลทิ้งออกไปได้ นาที 61 เรอัล มาดริด ลงโทษความผิดพลาดของ บาร์ซ่าอย่างสมสมเมื่อ อิเนียสต้าคืนหลังแล้วโดน อิสโก้ ฉกไปจ่ายให้ โรนัลโด้ ที่ทิ่มต่อไปให้ ฮาเมส ไหลตามช่องให้ เบนเซม่า ยิงเบียดโคนเสาเข้าไปให้ เรอัลมาดริดแซงนำ 3-1 หลังนำห่าง เจ้าบ้านเรอัล มาดริด หันมาเน้นการเล่นแบบรัดกุมแล้วคอยหาโอกาสเล่นลูกโต้กลับเร็ว อาศัยช่องจากจังหวะที่กองหลัง บาร์ซ่า พยายามเติมเกมส์ขึ้นสูง แต่จังหวะสุดท้ายของแนวรุก เรอัล มาดริดไม่แน่นอน ส่วนบาร์ซ่า ก็ไม่ได้ใกล้เคียงกับการจะได้ประตูตีตื้น ทำให้ จบเกมส์ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด เป็นรังเอาชนะคู่ปรับตลอดดกาลอย่าง บาร์เซโลน่าไปได้ 3-1 รายชื่อ เรอัล มาดริด:อิเคร์ กาซียาส(GK),ดาเนียล การ์บาฆัล, เซร์คิโอ รามอส, เปเป้, มาร์เชโล่,ลูก้า โมดริช, โทนี่ โครส, อิสโก้,ฮาเมส โรดริเกซ, คาริม เบนเซม่า, คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ บาร์เซโลน่า:เคลาดิโอ บราโว(GK),ดาเนียล อัลเวส, เคราร์ด ปีเก้, เฌเรมี่ มาติเยอ, ฮาเวียร์ มาสเคราโน่,เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, ซาบี้ เฮอร์นันเดซ, อันเดรส อิเนียสต้า, ลีโอเนล เมสซี่, เนย์มาร์,หลุยส์ ซัวเรซ

ละครภพรัก , เรื่องย่อภพรัก
ละครภพรัก /  ละครภพรัก ช่อง 3 / 

เรื่องย่อละครภพรัก ความตาย.. อาจเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับ “เธอ” .. การดับสูญที่ยิ่งใหญ่นำมาซึ่งความผูกพันล้ำค่าบนโลกใบสวย .. ความรักระหว่าง “เธอ” และ “เขา” อาจเป็นไปไม่ได้หากแต่ใน “ภพรัก”…ความสุขในความรักระหว่างเขาและเธอ สดใสและงดงามเสมอ หมวดเหยี่ยว เป็นลูกชายคนเดียวของ วิหค นายตำรวจมือปราบที่เลื่องชื่อในอดีต เหยี่ยวกำพร้าพ่อและแม่มาตั้งแต่เล็กเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน ด้วยสาเหตุที่หลายคนยังตั้งข้อสงสัย วิหคเป็นตำรวจน้ำดีที่หลายคนให้การยกย่อง ทำงานตรงไปตรงมาแบบยอมหักไม่ยอมงอ แต่แล้วจู่ๆ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนปริศนาที่คนขับชนแล้วหนี เหยี่ยวอาศัยอยู่ในชุมชนริมน้ำหลังวัดเก่ากับ ยายนวล ยายตาบอดอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส ชอบทำบุญอยู่ในศีลในธรรม มีข้อเดียวที่ยายนวลผิดศีลอย่างเลิกไม่ได้คือต้องเล่นหวยอยู่เป็นนิจ และยายนวลก็เหมือนมีพรายกระซิบทุก 15 วัน ??? ตั้งแต่เหยี่ยวเล็กจนโต.. ยายนวลถูกหวยงวดเว้นงวด !!! เหยี่ยว มุ่งมั่นเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนสอบเข้าทำงานในสำนักงานสืบสวนพิเศษได้ หากแต่ในวิชาชีพตำรวจเหยี่ยวกลับทำไม่ได้ดีเหมือนพ่อ คดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบมักมีข้อผิดพลาดไม่ราบรื่น ยิ่งโดนเปรียบ เทียบกับพ่อ.. เหยี่ยวยิ่งทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งหลังผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดต้องรอดคดีไปได้อย่างลอยนวล เพราะการสอบสวนแบบถึงลูกถึงคนของแหยี่ยวโดนบันทึกภาพผ่านโทรศัพท์มือถือของ ทนายผู้ต้องหา และการนำสืบชี้นำไปที่เหยี่ยวขาดวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ข่มขู่ผู้ต้องหาให้รับสารภาพ หมวดเหยี่ยวถูกคาดโทษจากผู้บัญชาการว่าจะต้องถูกย้ายหากมีข้อผิดพลาดอะไร เกิดขึ้นอีก !!! ดูเหมือนชีวิตของหมวดเหยี่ยวกำลังรอคอยใครบางคน ใครบางคนที่จะเติมเต็ม.. ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น คืนวันหนึ่งขณะหมวดเหยี่ยวออกจากสำนักงานสืบฯ กำลังจะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเขารู้สึกแปลกๆ ในจิตใจคล้ายมีคลื่นพลังงานบางอย่างเข้ามากระทบในโสตสัมผัส เมื่อเลี้ยวรถตรงทางแยกหน้าปากซอย เขาพบรถสปอร์ตเกิดอุบัติเหตุตกบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ข้างทาง เมื่อ กองพิสูจน์หลักฐานดึงรถยนต์คันงามขึ้นมา.. ทุกคนต้องแปลกใจเพราะภายในรถว่างเปล่า !! ไม่ปรากฏร่างเจ้าของรถผู้ขับขี่ ตำรวจตรวจดูโดยรอบแล้วไม่พบศพผู้เสียชีวิต !!! ขณะ เหยี่ยวช่วยตำรวจท้องที่กันบรรดาไทยมุงออกมาจากพื้นที่ เขาสะดุดสายตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางต่างจากชาวบ้านแถบนั้นโดยสิ้นเชิง เงอะๆ งะๆ จนเกือบจะเข้าไปในเขตห้ามเข้า เหยี่ยวต้องเอ่ยปากไล่ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ เดี๋ยวจะเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญ หญิงสาวคนนั้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเดินหนีออกไป ก่อนขับรถกลับบ้าน เหยี่ยวพบสร้อยคอพร้อมล็อกเก็ตรูปหัวใจตกอยู่ข้างรถ เขาหยิบล็อกเก็ตเส้นนั้นและนำกลับไปบ้านด้วยอย่าง เผลอตัว ความแปลกประหลาดเริ่มบังเกิดขึ้นกับเหยี่ยวนับตั้งแต่วินาทีนั้น.. ตอนกลับบ้าน เสียงหมาวัดแถวนั้นต่างพากันประสานเสียงหอนกันระงมราวกับเห็นผี ! ยายนวลที่ตาบอดยังร้องทักว่าเหยี่ยวพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านทำไมไม่บอก จะได้หาข้าวหาปลาให้ทาน มิวายที่เหยี่ยวจะปฏิเสธ แต่ยายนวลกลับไม่เชื่อเถียงคอเป็นเอ็นหาว่าหลานชายแอบเอาสาวเข้าบ้านโดยไม่ บอกให้ยายรู้ จนเหยี่ยวต้องเรียก จ่านกน้อย ตำรวจคู่หูที่อยู่ข้างบ้านมายืนยันว่าไม่มีใครมาด้วย ยายนวลถึงจะเชื่อและเรียกจ่านกน้อยไปขูดต้นกล้วยหลังวัดด้วยกันอย่างออกรส ตามประสาคนบ้าหวยด้วยกัน จ่านกน้อยเป็นตำรวจที่มีอดีตไม่น่าจดจำ บ้าหวยทำตัวไร้สาระก็เพื่อลบปมเศร้าสะเทือนใจในชีวิต เมื่อ 5 ปีที่แล้ว.. นกยูง ลูกสาววัยรุ่นของจ่านกน้อยเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด เพราะพ่อบ้างานจนไม่มีเวลาให้ หลังเสียลูกสาวไม่นานเมียก็ต้องเสียชีวิตตามไปอีกคน เพราะโดนคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกัน แล้วจ่าเข้าไปช่วยไม่ทัน นับตั้งแต่นั้น.. ชีวิตจ่านกน้อยก็ไร้แก่นสาร ทำงานไปแบบวันเติมวัน เหมือนกำลังรอวันลาโลก!!! ย่ำ รุ่งคืนวันนั้นเอง เหยี่ยวกลับได้ยินเสียงร้องสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารในสวนหลังบ้าน เหยี่ยวพบกับหญิงสาวคนเดียวกับเมื่อตอนหัวค่ำ เธออยู่ในชุดขาวสวยเฉี่ยวทันสมัย ร้องไห้พลางบอกว่าไม่มีที่ไป ไม่มีใครเห็นเธอเลยนอกจากเหยี่ยว ภาพหญิงสาวค่อยๆ จางหายไป .. พร้อมๆ กับพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า !หมวดเหยี่ยวอึ้งแทบไม่เชื่อภาพที่ปรากฏต่อสายตา เขาพบกับผีสาว ! ตัวจริง ! เสียงจริง ! เช้าวันรุ่งขึ้น.. เหยี่ยวตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรกับ หลวงตาเคี้ยง เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หลวงตาฟังไปพร้อมกับตาลุกด้วยความตื่นเต้น อรรถาธิบายว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่าง เพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงยังล่องลอยไม่มีที่พึ่ง พออธิบายเสร็จ หลวงตาเคี้ยงก็รีบให้ศีลให้พร จ้ำอ้าวๆ กลับกุฏิแทบไม่ทัน สมดังคำล่ำลือว่าหลวงตาเคี้ยงไม่ค่อยถูกชะตากับพลังงานลึกลับ ?!?!? ทุกวันเมื่อไปทำงานสำนักงานสืบฯ เหยี่ยวต้องปะทะคารมอย่างรุนแรงกับ ผบ.สงคราม ที่จ้องจับผิดตลอดเวลา แม้ผบ.สงครามจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพ่อ แต่ความจริงที่เหยี่ยวไม่รู้ก็คือ.. สงครามไม่ได้เป็นเพื่อนกับวิหค แต่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานตำรวจ แข่งกันทุกครั้งสงครามก็แพ้วิหคทุกครั้ง .. หนำซ้ำการเสียชีวิตของวิหค ยังมีข่าวลืออีกว่าเป็นเพราะกำลังทำงานลับบางอย่างแข่งกับสงคราม จึงต้องเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ล่า สุดกับคดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบ.. จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น เขาเกือบทำพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อไว้ใจทิ้งหลักฐานวิดีโอการซื้อขายยาที่จะมัดตัวจอมบงการไว้กับสายสืบ นักข่าวคนหนึ่งที่แปรพักตร์เพราะโดนข่มขู่จากเจ้าพ่อ โชคดีที่ขณะจะกลับ เสียงผีสาวมาบอกให้ไปจับคนร้ายเสียก่อน เหยี่ยวจึงทำงานสำเร็จ ได้รับคำชมเชยเป็นครั้งแรกจาก ผบ.สงคราม คืน วันนั้นเหยี่ยวออกมาที่ต้นลำดวนหลังบ้าน เรียกหญิงคนนั้นเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด วิญญาณสาวคนเดิมออกมาตามเสียงเรียก เธอเรียกตัวเองว่า “น้ำ” แต่จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อ น้ำริน ของตัวเอง น้ำ รินไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องตามเหยี่ยวมาที่นี่ รู้แต่ว่าเธอต้องตามติดเหยี่ยวไปในทุกที่.. เพียงแต่ในช่วงกลางวันเหยี่ยวจะมองไม่เห็นร่างของเธอเท่านั้น ตั้งแต่ นั้นความโกลาหลในชีวิตเหยี่ยวจึงบังเกิด ?!? หมวดเหยี่ยวประสาทเสียที่จู่ๆ ก็มีวิญญาณสาวสวยคอยติดตามไปทุกที่ แม้ในเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ และ เวลานอน ?!? หนำซ้ำยายนวลยังเป็นอีกคนที่ได้ยินเสียงเหยี่ยว กับน้ำรินคุยกันบ่อยๆ เหยี่ยวเดาเอาเองจากการที่ยายถูกหวยทุกงวดว่าน่าจะเป็นเพราะยายมีสัมผัสที่ หก ได้ยินเสียงพรายกระซิบเป็นประจำ จึงไม่แปลกที่ยายจะได้ยินเสียงน้ำรินเช่นเดียวกับเขา เหยี่ยวโกหก ยายนวลว่าน้ำรินเป็นพยานปากเอกที่เขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานสืบฯ ให้นำตัวมาเก็บไว้ โดยใช้บ้านเหยี่ยวเพื่อเป็นเซฟเฮ้าส์ ยายนวลจึงคลายใจหันมาคุยกับน้ำรินวิญญาณสาวอย่างออกรสด้วยนึกว่าหล่อนเป็นคน เมื่อเวลาผ่านไป.. การสนิทสนมกับน้ำรินทำให้ชีวิตยายนวลมีชีวิตชีวามากขึ้น น้ำรินเป็นผีสาวความจำเสื่อมที่อารมณ์ดี มองโลกสดใสในทางบวก ความทรงจำน้ำรินเริ่มกลับมาทีละน้อยๆ เธอจำได้ว่าตัวเองมีฝีมือในการทำขนมไทยอย่างหาตัวจับยาก ตั้งแต่นั้นบ้านหลังน้อยของหมวดเหยี่ยวจึงเกิดกิจกรรมพิเศษของสองคู่ซี้ต่าง วัยและต่างภพ ทำขนมไทยสารพัดชนิดเพื่อเป็นรายได้เสริม ขนมไทยแสนอร่อยของยายนวลเป็นที่นิยมชมชอบของคนในชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆ ยาย นวลชวนจ่านกน้อยคู่ซี้มาทำขนมด้วยกันในตอนค่ำ เพื่อละเลิกจากกิจกรรมขี้เมาบ้าหวย สร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินให้กับจ่าไม่น้อย แต่จ่านกน้อยกับชาวบ้านแถบนั้นรวมไปถึงหลวงตาเคี้ยงยังไม่วายต้องผวาไปกับ เสียงแปลกๆ ยามค่ำ และพฤติกรรมเหมือนกำลังคุยกับผีของยายนวลอยู่เนืองๆ สินค้าขนมไทยของยายนวลในชุมชน ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ธารา นักธุรกิจสาวที่ผันตัวเองจากโลกธุรกิจ มาทำมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ ธาราต้องนั่งรถเข็นจากการเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ตั้งแต่นั้นธาราจึงอุทิศตัวเองเพื่อสังคม หันหลังให้กับโลกธุรกิจปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้บริหารมืออาชีพ ส่วนตัวเองหันมาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม เมื่อน้ำรินเห็นหน้าธารา.. เธอรู้สึกแปลกๆ เหมือนรู้จักผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างดี แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเคยพบกันที่ไหน ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ดูเหมือนวิญญาณน้ำรินกำลังทำความดีชดเชยกับเรื่องราวในอดีตที่เธอยังจำไม่ได้ น้ำรินไม่รู้เลยว่าในตอนมีชีวิตอยู่ เธอมีส่วนทำให้นกยูงลูกสาวจ่านกน้อยเสียชีวิต เพราะ เสพยาเกินขนาด!! วันหนึ่งน้ำรินมีโอกาสเห็นรูปนกยูงโดยบังเอิญ เธอจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์กับเธอที่ใดที่หนึ่งเกี่ยวกับการทำขนม ยิ่งไปกว่านั้น..น้ำรินจำได้ว่าเด็กสาวคนนี้เสียชีวิตเพราะเธอเฉยเมย ไม่ยอมช่วยนกยูงที่เอ่ยปากขอเบี้ยเลี้ยงล่วงหน้า ทำให้นกยูงเข้าสู่วังวนของการส่งยา ค้ายา จนถึงขั้นนกยูงโดนฆ่าตายเพราะคนร้ายต้องการปิดปากเรื่องเครือข่ายค้ายาฯ นกยูงโดนจัดฉากว่าเสพยาเกินขนาด เธอพยายามทำทุกวิถีทางให้ชีวิตของจ่านกน้อยดีขึ้น หลัง จากนั้นเป็นต้นมา เหยี่ยวกับน้ำรินยิ่งใกล้ชิดผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสนิทสนม ยิ่งทำให้ทั้งคู่กลายเป็นส่วนผสมของความกุ๊กกิ๊กอลวนที่ลงตัว น้ำรินแสดงถึงความเป็นคุณหนูไฮโซให้เห็นมากขึ้น เธอทั้งซุกซน ซุ่มซ่าม และเผลอเอาแต่ใจตัวเอง น้ำรินขอร้องให้ เหยี่ยวช่วยสืบหาว่าเธอเป็นผีมาจากไหน มีประวัติความเป็นมายังไง .. เหตุใดเธอจึงยังไม่ไปผุดไปเกิดซะที แต่แล้ววันหนึ่งน้ำรินก็ได้พบกับ ป้าปริก วิญญาณอีกดวงนึงที่ดูเหมือนเป็นวิญญาณที่ความอารมณ์ดี ป้าปริกสอนให้น้ำรินกลายเป็นวิญญาณคุณภาพ สามารถควบคุมให้สิ่งของต่างๆ เคลื่อนที่ได้ น้ำรินสามารถหยิบจับของต่างๆ และรับรู้ความรู้สึกในการสัมผัสได้ราวกับมีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์ ต่างกันเพียงว่าไม่มีใครมองเห็นเธอได้… นอกจากเหยี่ยวเพียงคนเดียว และการที่รู้สึกและหยิบจับของต่างๆ ได้เหมือนมนุษย์นี่เอง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำรินกับเหยี่ยวออกอาการกุ๊กกิ๊กแนบแน่นมาก ขึ้นกว่าเดิม เพราะเหยี่ยวมักเผลอโอบคอน้ำรินเหมือนเคยๆ ทุกครั้งเพราะไม่เคยทำได้สักที แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นรู้สึกได้ว่าเขากำลังกอดคอหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งยิ่งทำให้ทั้งคู่เขินอายและต้องระวังตัวระหว่างกันมากยิ่งขึ้น น้ำ รินมีโอกาสช่วยเหลือเหยี่ยวในการทำงานสำนักงานสืบฯ หลายครั้ง คดีสำคัญก็คือ.. เหยี่ยวสามารถคลี่คลายคดียาเสพติดในหมู่วัยรุ่นได้ เขาจับตัวการที่โยงใยทำให้นกยูงลูกสาวของจ่านกน้อยตาย จ่านกน้อยมีจิตใจดีขึ้นมากขึ้น เพราะความจริงปรากฏชัดว่านกยูงไม่ได้เสพยาเกินขนาดจนตาย แต่เธอตายเพราะต้องการเปิดโปงเครือข่ายค้ายา นกยูงตายเพื่อความถูกต้องในสังคม สมกับเป็นลูกสาวตำรวจอย่างจ่านกน้อย จ่านกน้อยเลิกขี้เมา บ้าหวย หันมาใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ อุทิศตนเองให้กับชุมชนฯ เหยี่ยว เหมือนเป็นนายตำรวจพรายกระซิบ ทำงานสำคัญๆ สำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ น่าแปลกที่ทุกครั้ง ที่น้ำรินช่วยเหยี่ยวคลี่คลายคดีสำคัญได้ ความทรงจำของเธอจะกลับมาหนึ่งอย่างเสมอ เหมือนการช่วยแก้ไขคดีแต่ละคดีเป็นการทดแทนการทำความผิดพลาดในอดีตหมวดแนน แฟนเก่าของเหยี่ยว กลับมาคลุกคลีกับเหยี่ยวอีกครั้ง จนน้ำรินเริ่มหึง ซึ่งเหยี่ยวเริ่มจับสังเกตได้ ภพธร กับนับดาว ยังไม่หยุดแผนที่จะฆ่าธารา จนสงครามเริ่มสงสัยในตัวภพธร จึงพาธาราไปซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ โดยให้เหยี่ยวตามไปดูแล คุ้มครองธารา ที่นั่นเอง สงครามได้แสดงความรักที่มีต่อธารามาอย่างช้านาน แต่ธาราปฎิเสธ เพราะไม่อยากผิดต่อพ่อของน้ำริน ซึ่งเป็นเพื่อนรักของสงครามนั่นเอง ถนนทางเข้าเซฟเฮ้าส์ คือถนนที่ครั้งหนึ่ง เหยี่ยว เคยนั่งรถมาพร้อมกับพ่อและแม่ และที่นี่เอง เหยี่ยวได้สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปกับอุบัติเหตุ ทุกครั้งที่เหยี่ยวขี่จักรยานผ่านจุดเกิดเหตุ เขาก็อดนึกถึงอดีตอันเจ็บปวดไม่ได้ น้ำรินซึ่งติดตามเหยี่ยวมาด้วย พยายามพูดให้กำลังใจ ให้เหยี่ยวต่อสู้กับอดีตอันเลวร้ายให้ได้ ทำให้เหยี่ยวรู้สึกเข้มแข็งขึ้นเมื่อได้อยู่กับน้ำรินน้ำรินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าธารามาก แต่ยังนึกเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้สักที จำได้แต่ว่า ก่อนตายเธอใกล้มีความสุขที่สุดในชีวิต .. น้ำรินกำลังจะแต่งงาน !!! แล้วจู่ๆ สร้อยล็อตเก็ตรูปหัวใจก็ตกลงจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของเหยี่ยว เหยี่ยวระลึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอหยิบมาจากริมบึงที่มีรถจมน้ำ.. ต้องเป็นเพราะล็อคเก็ตรูปหัวใจแน่ๆ น้ำรินถึงมาติดอยู่กับเขาแบบนี้ !!! เหยี่ยว สืบเรื่องของน้ำรินโดยเริ่มจากคดีรถสปอร์ตจมหายไปในน้ำ ตามไปถึงบ้านใหญ่โตของเจ้าของรถ ในที่สุดเหยี่ยวจึงรู้ว่าน้ำรินคือเจ้าของรถคันนั้น เป็นลูกสาวคนเดียวของ ธารา เศรษฐีนีแม่ม่ายเจ้าของเครือโรงแรมสตาร์ออฟสยาม เครือข่ายโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ ความจริงแล้วน้ำรินเป็นลูกสาวของคุณธารา สาวใหญ่ใจดีเจ้าของมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ วิญญาณเธอได้พบกับแม่ เพียงแต่เธอจำแม่ไม่ได้ เหยี่ยวปักใจเชื่อว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็น ภพธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่ชายบุญธรรม ผู้บริหารเครือโรงแรมนี้ทั้งหมด และเป็นอดีตคู่หมั้นของน้ำริน ภพธรคือคนที่น่าสงสัยที่สุด เมื่อ ตอนมีชีวิตอยู่.. น้ำรินเติบโตมากับภพธรผู้เป็นเหมือนพี่ชาย ภพธรเป็นลูกชาย นุติ อดีตเจ้าของเดอะสตาร์ออฟสยาม ที่ฆ่าตัวตายเพราะทำธุรกิจผิดพลาดจนต้องให้ ธารา แม่ของน้ำรินเข้าซื้อกิจการ แต่มีข่าวลือในวงธุรกิจ.. ความจริงแล้วนุติฆ่าตัวตายเพราะทนไม่ได้ที่โดนธาราโกงจนหมดตัว ธารารู้สึกผิด.. จึงส่งเสียเลี้ยงดูภพธรเป็นลูกบุญธรรม ให้เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับน้ำรินลูกแท้ๆ ธาราเดินไม่ได้เพราะได้รับอุบัติเหตุจากการขับรถเมื่อปีก่อน ทำให้อำนาจการบริหารโรงแรมทั้งหมดอยู่ในมือของภพธรลูกบุญธรรมซึ่งกำลังจะ แต่งงานกับน้ำริน และธารารู้สึกผิดกับบาปที่ตัวเองสร้างไว้ในอดีต เธอจึงหันมาทำมูลนิธิช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในสังคม ต้องการไถ่บาปสร้างความดีเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำไว้ในอดีต น้ำ รินขอบคุณเหยี่ยวและขอให้พาเธอไปสถานที่แห่งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เป็นบ้านสวนริมน้ำของ นับดาว ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนรักของเธอมาตั้งแต่เด็ก นับดาวเป็นเหมือนเพื่อนคู่หูน้ำรินมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเรื่อยมาจน กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยและจบการศึกษา เธอเป็นเหมือนเพื่อนรัก… หากแต่ซ่อนปมความคิดอิจฉาริษยาเพื่อนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างอย่างน้ำรินมา ตลอด นับ ดาวกำลังอยู่กับภพธรฉันท์สามีภรรยา จากคำพูดที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน น้ำรินจึงรู้ว่าทั้งสองแอบคบกันมานานแล้ว เพราะปมชีวิตของนับดาวที่ไม่อาจจะสู้น้ำรินได้ตลอดมา ทำให้นับดาวคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับน้ำรินโดยน้ำรินไม่รู้ตัว สิ่งที่นับดาวเอาชนะน้ำรินได้อย่างเด็ดขาดคือการพิชิตหัวใจของภพธร เพราะภพธรโกรธแค้นครอบครัวของน้ำรินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสองตั้งใจจะฮุบกิจการโรงแรมของธาราโดยเร็วที่สุด ทั้งเพื่อแก้แค้นให้ภพธรและเพื่อตัวของพวกเขาเอง.. นับดาวเป็นคนวาง แผนบงการทำให้ธาราต้องพิการ และวางแผนฆ่าน้ำรินก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้น !!! น้ำรินมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาเป็นประจำทุกวัน ภพธรแอบเปลี่ยนยาทำให้น้ำรินหมดสติ ขับรถตกบึงน้ำขนาดใหญ่ ก่อนจะอำพรางนำศพของเธอไปเผาทิ้ง ทำให้น้ำรินกลายเป็นบุคคลหายสาปสูญไปเพื่อทำลายหลักฐาน !!! นับดาวกับภพธรแอบเปิดประตูให้คนร้ายเข้าไปในคฤหาสน์ของธารา แต่ขณะที่กำลังจะทำอันตรายธารา เหยี่ยวกับน้ำรินเดินทางมาช่วยธาราได้ทันเวลา นับดาวกับภพธรถูกตำรวจจับ…และถูกลงโทษตามความผิดที่ตัวเองกระทำ ฐานทำร้ายน้ำรินถึงแก่ความตาย เวลานี้ภารกิจของน้ำรินดูเหมือนจะเสร็จสิ้นแล้ว พลังงานภายในวิญญาณของเธออ่อนแรงลง น้ำ รินรู้สึกว่าดวงวิญญาณของเธออาจดับสูญภายในคืนนี้.. เธอรวบรวมพลังงานทั้งหมดเท่าที่เหลืออยู่ ปรากฏกายให้เหยี่ยวเห็นเป็นครั้งสุดท้าย แม้ช่วงเวลาที่น้ำรินจะอยู่กับเหยี่ยวมีเพียงช่วงสั้นๆ หากแต่ความผูกพันในช่วงเวลาอันน้อยนิดระหว่างเธอกับเขา แนบแน่นจนกลายเป็น “ความรัก” ไปเสียแล้ว … เช่นเดียวกับเหยี่ยวที่รู้ใจตัวเองว่ารัก น้ำริน.. วิญญาณ สาวที่กำลังจะดับสลายไปในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ เหยี่ยวอยากจะอ้อนวอนขอให้น้ำรินอยู่กับเขาตลอดไป แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้…ไม่มีใครฝืนสัจธรรมการแตกดับนี้ไปได้ เหยี่ยวจึงตั้งจิตมั่นสัญญาไว้กับน้ำริน เขาจะรักเธอตลอดไป จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีให้เธอ ทั้งสองจากกันด้วยน้ำตา… 18 ปีต่อมา… หมวดเหยี่ยวนายตำรวจหนุ่มไฟแรงจบใหม่ในอดีต.. กลายเป็นหนุ่มใหญ่ผู้บัญชาการสำนักงานสืบสวนพิเศษในปัจจุบัน เขามุ่งมั่นในการทำงานจนไม่มีเวลาเหลือให้กับใคร คนเก่าคนแก่ภายในสำนักงานสืบสวนฯ ต่างรู้ดีว่าผู้บัญชาการผู้นี้ยังคงมีอดีตรักฝังใจที่ยากจะลืมเลือน ผบ.เหยี่ยวไม่มีหัวใจจะรักใครได้อีกแล้ว.. จวบจนวันนี้…วันที่สำนักงานสืบสวนพิเศษได้มีโอกาสต้อนรับ น้ำค้าง นักข่าวหญิงเพิ่งจบใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย สาวนักข่าวที่ทันทีที่ผบ.เหยี่ยวเห็นหน้าแล้วต้องชะงักด้วยความตกใจ ฤาสัญญารักที่เขาเคยให้ไว้กับน้ำรินมีผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้วในวันนี้… น้ำค้าง…มีใบหน้าบุคลิก ท่าทาง รอยยิ้ม เหมือนกับน้ำริน .. ราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน !

ลูกทานากะอดีตสามีพรชนกขอตร.รื้อคดีพ่อตาย
ข่าวล่าสุด /  คดีครูญี่ปุ่น / 

ลูกนายทานากะ อดีตสามี "พรชนก" ที่เสียชีวิตจากการตกบันได เข้าพบตำรวจเพื่อขอให้ จนท.รื่อคดีเพราะยังติดใจการเสียชีวิตของบิดา ที่ สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้คุมตัว นางพรชนก ไชยะปะ และ นายสมชาย แก้วบางยาง สามี ผู้ต้องหาในคดีฆ่าตกรรม นายโยชิโนริ ชิมาโตะ ครูสอนภาษาชาวญี่ปุ่น อายุ 79 ปี มาส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวน สภ.บางเสาธง นางเค็กโกะ มัตตา อายุ 31 ปี ลูกสาวของนายคาชิโตชิ ทานากะ ชาวญี่ปุ่นที่เคยอยู่กินกับนางพรชนก และเสียชีวิตจากการตกบันได ก็ได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อสอบถาม และเรียกร้องให้รื้อคดีการเสียชีวิตของบิดา ขึ้นมาสอบสวนอีกครั้ง เพราะยังติดใจการเสียชีวิตของผู้เป็นบิดาอยู่ โดย นางเค็กโกะ เปิดเผยว่า ก่อนที่บิดาจะเสียชีวิตประมาณ 2 สัปดาห์ บิดาได้ทำประกันสังคมไว้ และบอกว่าหากพ่อเป็นอะไรไปลูกจะได้รับเงินประกันคนละหนึ่งล้านบาท ซึ่งหลังจากที่บิดาได้เสียชีวิตลง นางพรชนกก็บอกว่าบิดาได้ดื่มแอลกอฮอล์หนักทำให้เมาจนตกบันได จากนั้นนางพรชนกได้ติดต่อมาเพื่อให้ตนกับพี่สาวฝาแฝดเซ็นเอกสารเกี่ยวกับเงินประกัน ซึ่งในเอกสารเป็นภาษาญี่ปุ่น ในตอนนั้นตนอ่านไม่ออก และไม่เข้าในความหมาย จึงตัดสินใจเซ็นไปก่อนด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการ หลังจากนั้นก็รอเงินประกันแต่ก็ไม่ได้รับการติดต่อ จึงติดต่อไปสอบถามกลับบริษัทประกัน กลับได้คำตอบว่าเงินได้จ่ายออกไปแล้ว และอีกอย่างที่น่าแปลกใจคือ ถ้าคนต่างประเทศเสียชีวิตจะต้องมีหนังสืออนุญาตจากสถานทูต ถึงจะสามารถนำตัวออกจาก ร.พ.ได้ แต่นางพรชนกไปเอาศพออกมาได้อย่างไรไม่รู้ รวมทั้งรีบร้อนทำพิธีเผา ซึ่งมองว่ามันเป็นเรื่องผิดปกติ ________________________________________ ข่าวที่เกี่ยวข้อง อึ้ง! ปูมหลังสุดอื้อฉาว ‘นางพรชนก’ สาวใหญ่คดีฆ่าหั่นศพครูญี่ปุ่น

เกินต้าน! น้องเมย์ รัชนก พ่าย ลีเสี่ยวเร่ย ร่วงรอบรองเฟรนช์โอเพน
กรุงปารีส /  นักตบลูกขนไก่ไทย / 

การแข่งขันแบดมินตัน “โยเน็กซ์ เฟรนช์ โอเพน ซูเปอร์ซีรีส์” ชิงเงินรางวัลรวม 275,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 8.8 ล้านบาท) ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อคืนวันที่ 25 ต.ค.57 เป็นการแข่งรอบรองชนะเลิศ โดยรอบนี้มีนักตบลูกขนไก่ไทยผ่านเข้ามา 1 คนคือ ประเภทหญิงเดี่ยว น้องเมย์ รัชนก อินทนนท์ มือวางอันดับที่ 4 ทว่าต้องพบกับงานหิน เมื่อต้องดวลกับ น้องแป้ง ลี่ เสี่ยวเร่ย มือ 1 ของรายการ ผลปรากฏว่า เกมแรก น้องเมย์ รัชนก อินทนนท์ สู้ได้อย่างสุดติ่งกระดิ่งแมว ก่อนที่ น้องเมย์ รัชนก จะแผ่วปลายโดนแซงเอาชนะไป 21-18 คะแนน มาสู้กันต่อเกมที่ 2 นักตบลูกขนไก่มือ 1 จากแดนมังกร เล่นได้ดีกว่า น้องเมย์ รัชนก อย่างเห็นได้ชัด เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ 21-12 คะแนน ส่งผลให้ น้องเมย์ รัชนก อินทนนท์ พ่าย ลี เสี่ยวเร่ย ไป 2 เกมรวด ตกรอบรองชนะเลิศไปอย่างน่าเสียดาย

ผมนี่เลื่อนชั้นเลย!กัลฟ์ สระบุรี บุกดับ อ่างทอง ทะยานสู่ไทยลีกทีมที่2
กระทิงเหล็ก /  กระบี่ เอฟซี / 

ไทยพรีเมียร์ลีก ได้อีก 1 ทีมน้องใหม่เข้ามาสู้ศึกฤดูกาล 2015 ทีมนั้นคือ กัลฟ์ สระบุรี เอฟซี ที่บุกไปไล่ต้อนเอาชนะ อ่างทอง เอฟซี 3-2 ในศึกยามาฮ่า ลีกวัน โดยเกมดังกล่าว กัลฟ์ สระบุรี เอฟซี โดนนำถึง 2 ครั้ง 2 ครา มณฑล พลนอก ซัดให้เจ้าถิ่นออกนำในนาทีที่ 7 ก่อนที่ สามารถ ปัญญา จะตีเสมอให้ ขุนศึก นาทีที่ 15 ทว่า ชมพู แสงโพธิ์ ก็จัดการทำให้ นักรบรวงทอง ออกนำในนาทีที่ 57 แต่แล้ว ขุนศึก กัลฟ์ สระบุรี เอฟซี ก็มาได้ 2 ประตูรวดจาก แอนโทนี่ สตีเฟ่นส์ นาทีที่ 79 และเฮนรี่ เซดริค ในนาทีสุดท้าย ทำให้ กัลฟ์ สระบุรี เอฟซี ตาม นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ขึ้นไทยพรีเมียร์ลีกเป็นทีมที่ 2 ส่วนโควตาอีก 1 ทีม ยังคงต้องลุ้นกันระหว่าง ตะหานน้ำ ราชนาวี ทีมอันดับ 3 ที่บุกไปชนะ กระบี่ เอฟซี 1-0 กับ กระทิงเหล็ก บางกอก เอฟซี ทีมอันดับ 4 ที่เอาชนะ เชียงใหม่ เอฟซี 3-1 ต้องไปลุ้นนัดสุดท้าย ซึ่งทั้งคู่จะเจอกันเอง โดย ราชนาวี ขอแค่เสมอก็จะได้ไปไทยลีกทันที ขณะที่โซนหนีตาย พิษณุโลก ทีเอสวาย ต้องตกชั้นเป็นทีมที่ 3 ต่อจาก ศรีราชา บ้านบึง และขอนแก่น เอฟซี หลังทำได้แค่บุกไปเสมอ ยาสูบ-ศุลกากร 1-1 ทั้งนี้คู่ พัทยา ยูไนเต็ด พบ ร้อยเอ็ด ยูไนเต็ด ต้องหยุดเกมในนาทีที่ 80 หลัง พัทยา ยูไนเต็ด นำห่าง 3-0 เพราะ ร้อยเอ็ด เหลือผู้เล่นในสนาม 7 คน เนื่องจากโดนใบแดง 3 ใบ และมีนักเตะเจ็บ 1 คน ซึ่งเปลี่ยนตัวไม่ได้ ทำให้กรรมการต้องสั่งยุติการแข่งขัน และรอทีพีแอลชี้ขาดอีกครั้ง ขอบคุณภาพจาก : แฟนเพจสโมสร กัลฟ์ สระบุรี เอฟซี

แห่ศพ ส.อบต.กระบี่ หลังอาการหนักหมอให้กลับบ้าน
กระบี่ /  ข่าววันนี้ / 

แห่ศพอดีต ส.อบต. หลังเข้า ร.พ. อาการหนัก แต่หมอให้กลับบ้าน นายมโน เครือแก้ว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ต.กระบี่น้อย อ.เมืองกระบี่ พร้อมด้วยชาวบ้าน กว่า 200 คน ร่วมกันนำศพ นายเจริญ นะบุตร อายุ 44 ปี  อดีต ส.อบต. ม.7 มาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.กระบี่ เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรม หลังจาก นายเจริญ ได้เสียชีวิตเมื่อเวลา 05.00 น. ที่ผ่านมา หลังจากเมื่อช่วงเย็นของวานนี้ ลูก ๆ ได้นำนายเจริญมาที่ ร.พ.แห่งหนึ่ง ใน จ.กระบี่ หลังมีอาการปวดตามลำตัวอย่างรุนแรง แต่แพทย์ที่รักษาได้ฉีดยาแก้ปวด 1 เข็ม ให้ยาเคลือบกระเพาะ ยาแก้ปวดเฉียบพลัน และยาแก้ปวด ก่อนจะอนุญาตให้กลับบ้านแล้วเสียชีวิตในที่สุด ทางญาติของผู้ตาย กล่าวว่า นำผู้ตายมารักษาเมื่อช่วงเย็นของวานนี้ แต่แพทย์ฉีดยาแล้วให้กลับบ้านทั้ง ๆ ที่ผู้ตายมีอาการหนัก เจ็บปวดตามร่างกายต่อเนื่องต้องพยุงขึ้นรถกลับ นอกจากนั้นยังติดใจถึงการจ่ายยาที่รักษา แค่ให้ยาแก้ปวดกับยาเคลือบกระเพาะ ทั้ง ๆ ที่ควรรักษาให้มากกว่านี้ ขณะที่แพทย์ชี้แจงว่า ได้ดูประวัติการรักษาของผู้ป่วยพบว่ามีประวัติเป็นโรคตับแข็ง ส่วนสาเหตุการเจ็บปวดเนื่องจากลื่นล้ม เมื่อแพทย์วินิจฉัยจึงจ่ายยาให้ แต่พบว่าอาการไม่หนักจึงอนุญาตให้กลับบ้าน อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่แพทย์ชี้แจง ทางบุตรชายของผู้ตายได้ท้วงเป็นระยะว่าพ่อมีอาการหนัก ขณะที่ นายแพทย์พนัส โสภณพงษ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงสรุปภายใน 15 วัน และจะปรับปรุงการให้บริการของโรงพยาบาลกระบี่ต่อไป ทำให้ญาติพอใจนำศพกลับบ้านเพื่อประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

คุมตัวผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพ ทำแผนผลักญี่ปุ่นตกบันไดเมื่อปี 46
คดีครูญี่ปุ่น /  คดีครูญี่ปุ่นหายตัว / 

คุมตัวนายสมชายและนางพรชนก ทำแผนผลักนายคาซิโตชิ ทานากะ ตกบันไดจนเสียชีวิตเมื่อปี 46  วันนี้ (25 ต.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจเลยควบคุมตัวนายสมชายและนางพรชนก มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่อาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ขนาด 2 คูหา เลขที่ 99/427-428 หมู่ 9 ริมถนนบางนา-ตราด กม. 18 ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ หลังนายสมชายสารภาพเพิ่มเติมว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุผลักนาย นายคาซิโตชิ ทานากะ อายุ 57 ปี สามีชาวญี่ปุ่นคนแรกของนางพรชนกจนตกบันไดเสียชีวิต นายสมชายให้การว่า ในวันเกิดเหตุตนได้มาดื่มเหล้ากับผู้เสียชีวิต จนกระทั่งกลางดึกแยกย้ายกันพักผ่อน แต่เมื่อนายทานากะออกมาเข้าห้องน้ำ จึงสบโอกาสผลักเขาจนตกบันไดจากชั้น 4 ลงมาชั้น 3 จากนั้นตนก็ได้ตามลงมาดูพบว่านายทานากะยังมีชีวิตอยู่ จึงจับศีรษะของนายทานากะยัดกับซี่กรงราวบันได พร้อมใช้เท้าเหยียบคอ เพื่อให้ขาดอากาศหายใจ นานประมาณ 10-15 นาที จึงทำทีเรียกคนอื่นว่าผู้เสียชีวิตตกบันได และให้ช่วยนำตัวส่งโรงพยาบาล ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเผยว่า จากตรวจสอบสำนวนการชันสูตรศพ รวมถึงได้เชิญนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ มาร่วมตรวจสอบด้วย แพทย์ยืนยันว่า บาดแผลที่เกิดจากศพนั้น ไม่ได้เกิดจากการตกบันไดเพียงอย่างเดียว ประกอบกับได้ข้อมูลจากพยานบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ สำหรับพยานในเหตุการณ์ครั้งนั้นคือ นายสมศักดิ์ แซ่ลิ้ม น้องชายของนายสมชาย ผู้ต้องหา เขาได้เปิดเผยว่า เมื่อปี 2546 ตน ผู้ตาย นายสมชาย นางพรชนก และบิดาของตน พักอยู่ในอาคารพาณิชย์ดังกล่าวด้วยกัน รวม 5 คน วันเกิดเหตุทั้ง5ได้นั่งดื่มสุราอยู่ด้วยกัน กระทั่งดึกจึงได้แยกย้ายกันไปนอน โดยตนนอนอยู่ชั้นล่างเมื่อช่วงเวลาประมาณตี 3 ตนได้ยินเสียงคล้ายคนทะเลาะกัน เป็นภาษาญี่ปุ่นจากชั้นบน จนได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้น จึงขึ้นไปดู ก็เห็นนายทานากะนอนแน่นิ่งอยู่ที่บันไดชั้น 3 และพบนายสมชายกับนางพรชนกยืนอยู่ใกล้กับผู้ตาย ก่อนที่นางพรชนกจะให้ตนช่วยนำร่างนายทานากะส่งรพ. แต่แพทย์ระบุว่านายทานากะเสียชีวิตมาก่อนแล้ว นายสมศักดิ์ กล่าวด้วยว่านางพรชนกได้บอกให้พยานที่อยู่ในเหตุการณ์ทุกคน ให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ว่า นายทานากะตกบันไดเสียชีวิต แล้วเรื่องก็เงียบไปนานหลายปี จนตนทราบข่าวว่า ลูกสาวของผู้ตายไปขอให้ตำรวจรื้อคดีขึ้นมาใหม่ จึงได้เดินทางมาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งนี้ นายสมชายเปิดเผยถึงเหตุจูงใจในการก่อเหตุว่า เป็นเพราะหึงหวงและคิดว่าหากผู้ตายเสียชีวิต ก็จะเข้ามาดูแลกิจการของผู้เสียชีวิตแทน เมื่อทำแผนเสร็จเรียบร้อยเจ้าหน้าที่จะนำตัวส่งฟ้องที่ศาลอาญา รัชดา ขอบคุณภาพประกอบจาก จส100 MThai News

ทัพไทย แรงไม่มีตกคว้าอีก4ทองศึกเอเชี่ยนพาราเกมส์
กรีฑา /  กฤษณะ จอฉุย / 

การแข่งขันกีฬาเอเชี่ยน พาราเกมส์ 2014 ที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 18-24 ต.ค.นี้ ซึ่งมีนักกีฬาจาก 41 ประเทศ รวมกว่า 4,500 คนเข้าร่วมชิงชัยทั้งหมด 23 ชนิดกีฬา ล่าสุดในการแข่งขันเมื่อวันที่ 23 ต.ค.57 ที่ผ่านมา ทัพไทย คว้าได้อีก 4 เหรียญทอง โดยไฮไลท์อยู่ที่การแข่งขันกรีฑาที่สนามอินชอน เอเซียด เมน สเตเดี้ยม ไทย ยังคงกวาดเหรียญทองต่อเนื่องจากวีลแชร์เรซซิ่ง 800 เมตร คลาส T54 ไทยลงแข่งขัน 3 คน และคว้ามาได้ทั้ง 3 เหรียญ จาก สายชล คนเจน คว้าเหรียญทอง เวลา 1.35.62 นาที ทำลายสถิติการแข่งขันเดิมถึง 0.64 วินาที เหรียญเงิน เรวัติ ต๋านะ และประวัติ วะโฮลัมย์ ได้เหรียญทองแดง ภายหลังการแข่งขัน สายชล กล่าวว่า ประทับใจกับเหรียญทองนี้มาก เป็นเหรียญที่ 2 ของผมในครั้งนี้ ก่อนแข่งกังวลคู่แข่งจากจีน แต่สุดท้ายก็ทำได้สำเร็จ ขณะที่ วิ่ง 200 เมตร T11 กฤษณะ จอฉุย นักวิ่งวัย 38 ปี สปีดคว้าเหรียญทองมาครอง ทำเวลาได้ 24.24 วินาที เหรียญเงิน อุซเบกิสถาน และเหรียญทองแดง อินโดนีเซีย ทางด้าน วีลแชร์เทนนิส ประเภทหญิงเดี่ยว ที่โยรุมุล ยิมเนเซี่ยม สาคร กันธสิทธิ์ นักหวดสาวไทย ไล่ถล่ม ฮวง จิ้น เหลียง จากจีน ขาดกระจุย 2-0 เซ็ต ด้วยสกอร์ 6-3 และ 6-1 ครองแชมป์ได้สำเร็จ ส่วนการแข่งขันแบดมินตัน ประเภทคู่ผสม W1-2 "แก่น" อำนวย เวชวิหาร เจ้าของเหรียญเงินประภทหญิงเดี่ยว จับคู่กับ "รุ่ง" จักรรินทร์ หอมหวล ไล่ทุบ อี แซม ซุพ กับ อี ซุน แอ จากเกาหลีใต้ 2-0 เซ็ต สกอร์ 21-16 และ 21-15 ครองเหรียญทอง สรุปเหรียญรางวัลทัพนักกีฬาพาราไทยทำได้ 17 เหรียญทอง 34 เหรียญเงิน 42เหรียญทองแดง รั้งอยู่ที่ 6 โดยจีนครองเจ้าเหรียญทองแล้วแม้จะเหลือการแข่งขันในวันสุดท้าย ที่ 156 ทอง 93 เงิน 44 ทองแดง, ที่ 2 เกาหลีใต้ 67 ทอง 53 เงิน 72 ทองแดง, ที่ 3 ญี่ปุ่น 37 ทอง 44 เงิน 55 ทองแดง

มือหั่นศพ รับผลักสามีญี่ปุ่นพรชนก ตกบันได 11 ปีก่อน
คดีครูญี่ปุ่น /  คดีครูญี่ปุ่นหายตัว / 

สมชาย แก้วบางยาง ผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพ นายโยชิโนริ ชิมาโตะ รับสารภาพเป็นคนผลักอดีตสามีญี่ปุ่นพรชนกให้ตกบันไดเมื่อ 11 ปีก่อน วันนี้(25 ต.ค.) ความคืบหน้าล่าสุดจากคดี นางพรชนก ไชยะปะ และ นายสมชาย แก้วบางยาง ผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพ นายโยชิโนริ ชิมาโตะ ครูสอนภาษาชาวญี่ปุ่น หลังจากนำทั้งคู่ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ พล.ต.ต. อำนวย นิ่มมะโน รรท.ผบช.ภ.1 เผยว่า นายสมชาย ได้ให้การรับสารภาพเพิ่มว่าได้ทำการฆ่านายโยชิโนริ โดยย่องเข้าไปตอนหลับแล้วเอาหมอนอุดจมูกจนขาดอากาศหายใจ แล้วลงมือหั่นศพและนำไปทิ้ง สำหรับเหตุจูงใจในการลงมือเพราะหึงหวงและต้องการทรัพย์สินโดยที่นางพรชนกก็มีส่วนรู้เห็น ล่าสุด เมื่อเวลา 20.00 น. ของคืนวันที่24 ต.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผบ.ตร. ได้เดินทางไปสอบปากคำสองผู้ต้องหา ที่ สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ เพิ่มเติม เกี่ยวกับคดีนายคาซิโตชิ ทานากะ อายุ 57 ปี สามีชาวญี่ปุ่นคนแรกของนางพรชนก ซึ่งเสียชีวิตจากการตกบันไดเมื่อปี 2546 ว่าผู้ต้องหาทั้งสองมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ เนื่องจากลูกสาวของนายคาซิโตชิเข้าร้องเรียนให้รื้อคดีของบิดา เพราะเชื่อว่าอาจไม่ใช่อุบัติเหตุ ในที่สุด นายสมชาย ได้ให้การรับสารภาพแล้วว่า ตนเองเป็นคนผลัก นายคาซิโตชิ จนตกบันไดเสียชีวิตจริง แต่ในครั้งนั้นตนเป็นคนทำเพียงผู้เดียว ทางพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีจึงบันทึกคำให้การของ นายสมชายเอาไว้เป็นที่เรียบร้อย และเตรียมขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อทำการอายัดตัว นายสมชาย เพื่อดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป MThai News __________________________ ข่าวที่เกี่ยวข้อง อึ้ง! ปูมหลังสุดอื้อฉาว ‘นางพรชนก’ สาวใหญ่คดีฆ่าหั่นศพครูญี่ปุ่น

ตร.คุมตัว 2 ผัวเมีย ทำแผนฆ่าหั่นศพ 'ครูญี่ปุ่น'
คดีฆ่าครูญี่ปุ่น /  คดีฆ่าหั่นศพครูญี่ปุ่น / 

ตร.คุมตัว 2 ผัวเมีย ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ คดีฆ่าหั่นศพ'ครูญี่ปุ่น' พร้อมทำพิธีขอขมาดวงวิญญาณ หลังจากนั้นนำตัวฝากขังต่อศาลอาญาต่อไป ความคืบหน้าคดีฆ่าหั่นศพนายโยชิโนริ ครูสอนภาษาชาวญี่ปุ่น บ่ายวันนี้(24 ต.ค.)ที่สถานีตำรวจภูธรบางเสาธง มีการประชุมเพื่อวางแผนชี้จุดเกิดเหตุ และทำแผนประกอบคำรับสารภาพ จากนั้นเวลา 14.10 ตำรวจได้นำตัวนางพรชนกและนายสมชาย ออกจากห้องขัง สภ.บางเสาธง ขึ้นรถตู้เพื่อไปชี้จุดเกิดเหตุ และทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยเริ่มต้นจากจุดแรกคือ จุดกลับรถใต้สะพานคลองนางทิ้ม จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจพาผู้ต้องหาทั้ง 2มายัง จุดที่2คือ บ้านพักเคหะบางพลี ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรปราการเพื่อเก็บหลักฐานเพิ่มเติมเมื่อคืน ซึ่งเป็นบ้านของลูกสาวคนโต ที่พบ มีด เสื้อผ้า โดยเฉพาะกางเกงชั้นใน ตามคำสารภาพของนายสมชาย ที่ระบุว่า ใส่กางเกงชั้นในตัวเดียวขณะฆ่าหั่นศพ จุดนี้เป็นจุดหลังจากที่นายสมชาย และนางพรชนก นำร่างของผู้เสียชีวิตไปทิ้งที่คลองนางทิ้มแล้ว และกลับมาที่เคหะบางพลี เพื่อทำการเผาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับตัวผู้เสียชีวิต เช่น บัตรเครดิต และนามบัตร โดยนายสมชายให้การว่าเมื่อทำการทิ้งศพแล้วจึงกลับมาเผาเอกสารที่นี่ โดยลงมือเผาเอกสารเพียงคนเดียว ขอบคุณ ภาพจาก‏@Chanida_Sr  จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำ นางพรชนกมายังโรงพยาบาลบางนา2 ซึ่งเป็นจุดที่มีผู้พลเห็นนายโยชิโนริเป็นจุดสุดท้าย ซึ่งนางพรชนกได้ชี้จุดบริเวณหน้าห้องฉุกเฉิน ซึ่งเป็นจุดที่รับตัวนายโยชิโนริออกจากโรงพยาบาล และขณะนี้ ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหา ไปยังจุดสุดท้าย คือ หมู่บ้านออร์คิด ที่ใช้เป็นที่อำพรางศพ พร้อมทำพิธีขอขมาดวงวิญญาณ หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว 2 ผู้ต้องหาไปฝากขังต่อศาลอาญาต่อไป MThai News

ถูกจับข้อหาขนของเหม็น ถึงกับงง ข้อหานี้มีด้วยหรือ ?
ขนของเหม็น /  ข่าววันนี้ / 

แชร์ว่อนคลิป ถูกจับข้อหาขนของเหม็น ข้อหานี้มีด้วยหรือ ? เมื่อวันที่ 24ต.ค.ที่ผ่านมา บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิป "ตำรวจตั้งข้อหามั่ว" ภายในคลิปเผยให้เห็นเหตุการณ์ที่ผู้ขับรถรถบรรทุก 6 ล้อรายหนึ่ง ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยขะยุง จ.อุบลราชธานี จับปรับในข้อหา "ขนของเหม็น" โดยมีค่าปรับ 200 บาท ทำให้คนขับงงจึงเข้าไปสอบถามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ข้อหานี้มีด้วยหรือ ตามมาตราใด เพราะตั้งแต่ขับรถมาไม่เคยเจอ แต่ทางตำรวจกลับตอบมาว่าจำไม่ได้ ภายหลังคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ผู้คนต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็น และพากันวิพากษ์วิจารณ์ในมุมมองที่ต่างกัน ส่วนหนึ่งมองว่าการที่ตำรวจทำเช่นนี้ไม่ถูกต้อง เพราะเหมือนการยัดข้อหาเพื่อกลั่นแกล้งประชาชน แต่ก็มีอีกส่วนหนึ่งออกมาเผยว่าข้อหาดังกล่าวนั้นมีจริง และผู้ที่บรรทุกสัตว์จำพวกไก่ ก็เคยถูกปรับด้วยข้อหาดังกล่าวเป็นประจำ ล่าสุด ร.ต.ท. ราเชน เก่งนอก รองสารวัตรป้องกันและปราบปราม สภ.ห้วยขะยุง จ.อุบลราชธานี ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่า คลิป "ตำรวจตั้งข้อหามั่ว"เป็นเหตุการณ์ที่เกิดที่เกิดขึ้นเมื่อหลายเดือนก่อน ซึ่งรถบรรทุกคันดังกล่าวขนมูลไก่โดยที่สภาพรถไม่พร้อมทำให้มีเศษมูลไก่รั่วไหลลงพื้นถนน สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับผู้ใช้ทาง จึงจำเป็นต้องจับปรับดังกล่าว ทั้งนี้การตั้งด่านตรวจประจำบริเวณตู้ยามห้วยขะยุง ม. 5 ต.ห้วยขะยุง อ.วารินทร์ชำราบ จ.อุบลราชธานี มีตำรวจสัญญาบัตรร่วมตรวจอย่างถูกต้อง ส่วนข้อหาขนของเหม็นที่ใส่ไปนั้นเกิดจากความรีบเร่งเนื่องจากมีประชาชนที่ถูกจับกุมรอรับบริการอีกหลายคนจึงทำให้เกิดความผิดพลาดในการทำงานขึ้น ไม่ได้จงใจกลั่นแกล้งแต่อย่างใด ขอบคุณคลิปจาก สมาชิกยูทูบ คอรัปชั่น ขอรับทั่น MThai News

ใครเป็นใคร ในรถถังเชอร์แมน Fury วันปฐพีเดือด
Fury /  รถถัง / 

รถถังเชอร์แมนในหนัง Fury วันปฐพีเดือด คงขับเคลื่อนและออกไปบู๊ล้างผลาญไม่ได้ ถ้าปราศจากพวกเขาเหล่านี้ แบรด พิตต์ เป็น “วอร์แดดดี้” - ผู้บังคับการ (The Tank Commander) เปรียบเสมือนหัวใจของหน่วยรถถัง ผู้บังคับการคือผู้ที่ต้องเข้าใจองค์ประกอบในรถถังทั้งหมด และเข้าใจสมาชิกแต่ละคนมากที่สุด เขาคือผู้คอยวางแผนการรบ และเป็นคนที่เสี่ยงชีวิตมากที่สุด เนื่องจากต้องสั่งการอยู่ภายนอกเกราะรถถังอยู่เสมอ ไชอา เลอเบิฟ เป็น “ไบเบิ้ล” - พลปืน (The Gunner) รองหัวหน้าของหน่วย พลปืนคือผู้ที่ควบคุมการยิงปืนใหญ่ประจำรถถัง รวมถึงใช้ปืนกลเบาเพื่อป้องกันข้าศึกเมื่อประชิดตัว พลปืนต้องทำตามคำสั่งของผู้บังคับการอย่างเคร่งครัด และต้องคอยดูเรื่องการสื่อสารระหว่างหน่วยกับกองบัญชาการอีกด้วย จอห์น เบิร์นธัล เป็น “เกรดี้” - พลบรรจุ (The Loader) ผู้คอยเติมกระสุนให้กับปืนใหญ่และปืนกล โดยนอกจากการเติมกระสุนปืนใหญ่ เขาก็ต้องเป็นผู้เหนี่ยวไกยิงอีกด้วย และยังต้องคอยดูแลระบบไฟฟ้าภายในรถถัง โดยส่วนมากแล้วพลบรรจุต้องมีสภาพร่างกายที่แข็งแรงที่สุดในหน่วย ไมเคิล เพน่า เป็น “กอร์โด้” - พลขับ (The Driver) มีหน้าที่ในการขับรถถัง แต่การขับรถถังนั้นจำเป็นต้องมีทักษะและไหวพริบที่ดี ต้องคอยหาจุดยุทธศาสตร์ที่จะทำให้รถถังของตัวเองได้เปรียบในการรบ และยังต้องเป็นคนที่คอยมองหาข้าศึกที่หลบซ่อนอยู่เพื่อทำลายการเคลื่อนไหวของรถถังอีกด้วย โลแกน เลอร์แมน เป็น “นอร์แมน” - ผู้ช่วยพลขับ (The Assistant Driver) ผู้ช่วยพลขับนอกจากต้องมีทักษะในการขับรถถังแล้ว เขายังต้องทำหน้าที่ยิงปืนกลเบาระหว่างที่กำลังปฏิบัติการณ์ด้วย ถึงแม้ว่านี่จะเป็นตำแหน่งที่คอยสนับสนุนสมาชิกคนอื่น แต่หลายครั้งหน่วยรถถังก็เอาตัวรอดจากวิกฤตได้เพราะผู้ช่วยพลขับ ----------------------------------------------- และมาดูตัวเอกที่เด่นไม่แพ้คนจริงๆ กับ รถถังกองทัพสหรัฐ VS รถถังกองทัพเยอรมัน M4A2E8 Sherman รถถังรุ่น M4A2E4E8 Sherman ถูกใช้โดยกองทัพสหรัฐช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง โดยถูกใช้ผลิตออกมาเป็นจำนวนมากกว่า 4,542 คัน และถูกส่งเข้าสนามรบในช่วงปลายเดือนมีนาคม ปี ค.ศ. 1945 จุดเด่นของรถังรุ่นนี้อยู่ที่ความคล่องตัว และสามารถเดินทางได้เกือบทุกสภาวะพื้นผิว แต่ข้อเสียของมันก็คือการมีพลังทำลายที่ไม่มากเท่าไหร่นัก เมื่อเทียบกับรถถังเยอรมันหรือรัสเซีย น้ำหนัก : 30 ตัน เครื่องยนต์ : 400 แรงม้า ความเร็วสูงสุด: 48 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความเร็วการหมุนป้อมปืน 38 องศา/วินาที ขนาดปืนใหญ่: 75 มิลลิเมตร M3 อัตราการยิงสูงสุด : 15.79 นัด/นาที ระยะการมองเห็น : 330 ม. Tiger II ไทเกอร์ II หรืออีกชื่อหนึ่งคือ “ราชาแห่งรถถัง” เป็นรถถังของกองทัพเยอรมันที่ถูกผลิตออกมาตั้งแต่เดือนมกราคม ค.ศ. 1994 จนถึงมีนาคม ค.ศ.1945 จำนวนทั้งสิ้น 489 คัน ด้วยขนาดที่ใหญ่โต ความหนาของเกราะ และปืนใหญ่ ทำให้มันจัดได้ว่าอันตรายที่สุดในหมู่รถถังด้วยกัน แต่ข้อเสียของมันก็คือความเชื่องช้า จนบางทีก็อาจพ่ายแพ้ให้กับรถถังขนาดกลางที่มีผู้บังคับการที่เก่ง น้ำหนัก : 68.05 ตัน เครื่องยนต์ : 650 แรงม้า ความเร็วสูงสุด : 38 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความเร็วการหมุนป้อมปืน : 27 องศา/วินาที ขนาดปืนใหญ่ : 8.8 cm Kw.K. 43 L/71 อัตราการยิงสูงสุด : 8.96 นัด/นาที ระยะการมองเห็น : 380 ม.

น้องเมย์ รัชนก ทะลุตัดเชือกชน ลีเสี่ยวเร่ย ขนไก่เฟรนช์โอเพน
กรุงปารีส /  ทนงศักดิ์ แสนสมบูรณ์สุข / 

การแข่งขันแบดมินตัน “โยเน็กซ์ เฟรนช์ โอเพน ซูเปอร์ซีรีส์” ชิงเงินรางวัลรวม 275,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 8.8 ล้านบาท) ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อคืนวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา เป็นการแข่งรอบก่อนรองชนะเลิศ หรือรอบ 8 คนสุดท้าย โดยรอบนี้มีนักตบลูกขนไก่ไทยผ่านเข้ารอบมา 2 คน หญิงเดี่ยว น้องเมย์ รัชนก อินทนนท์ และชายเดี่ยว เจ้าสอง ทนงศักดิ์ แสนสมบูรณ์สุข ผลปรากฏว่า หญิงเดี่ยว น้องเมย์ รัชนก อินทนนท์ มือ 4 ของรายการ ต้อนเอาชนะ อากาเนะ ยามากูจิ (ญี่ปุ่น) 2 เกมรวด 22-20, 21-17 ส่งผลให้ น้องเมย์ รัชนก ได้ผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือกไปพบกับของแข็ง ลี่ เสี่ยวเร่ย มือ 1 ของรายการ ด้านชายเดี่ยว เจ้าสอง ทนงศักดิ์ แสนสมบูรณ์สุข พลาดท่าพ่าย เคนโตะ โมโมตะ (ญี่ปุ่น) ไป 1-2 เกม 17-21, 21-15, 17-21 ตกรอบก่อนรองชนะเลิศไปแบบน่าเสียดาย

5 อับดับข่าวฮอต 24 ต.ค.57
5 อับดับ ข่าวฮอต /  ข่าวดัง / 

5 อับดับข่าวฮอต ประจำวัน ศุกร์ ที่ 24 ต.ค. อันดับที่ 1 ฮือฮา! สาวหมวยประกาศหาแฟนชั่วคราว เอาไว้เป็นเพื่อนเที่ยว สาวหมวยประกาศหาแฟนชั่วคราว เอาไว้เป็นเพื่อนเที่ยว อ่านต่อ อันดับที่ 2 ลูกทานากะอดีตสามีพรชนกขอตร.รื้อคดีพ่อตาย ลูกนายทานากะ อดีตสามี “พรชนก” ที่เสียชีวิตจากการตกบันได เข้าพบตำรวจเพื่อขอให้ จนท.รื่อคดีเพราะยังติดใจการเสียชีวิตของบิดา อ่านต่อ อันดับที่ 3 ชาวเน็ตเร่งล่า มารศาสนา ชายคล้ายพระ โพสต์ภาพจับนกเขา ภาพมารศาสนา ชายคล้าย พระจับนกเขาผู้ชาย โผล่ว่อนเฟซบุ๊ก ด้านชาวเน็ตจี้จัดการ เหตุทำลายศาสนา สะเทือนใจชาวพุทธฯ รุนแรงอ่านต่อ อันดับที่ 4 คลิป! สาวใหญ่ใจแคบ ฉกแท็บเล็ตเด็กอนุบาลใน 7/11 คลิป! สาวใหญ่ใจแคบ ฉกแท็บเล็ตเด็กอนุบาลใน 7/11 หลังผู้เสียหายลืมวางไว้หน้าเคาท์เตอร์ ด้านผู้ปกครองเด็กจี้จับดำเนินคดี แม้เล็กน้อยแต่สะเทือนใจ สะท้อนสังคม อ่านต่อ อันดับที่ 5 เปิดใจ “หมอยงยุทธ” ฟันเงินงานธงฟ้า 114 ล้าน “พล.อ.ประยุทธ์” สั่งคณะทำงานเก็บข้อมูล บริษัท “หมอยงยุทธ” หลังพบฟันงานรัฐบาล 114 ล้าน อ่านต่อ Mthai News

อยากได้ก็จ่ายมา!! รอยส์ กระซิบ หงส์ ขอค่าจ้าง 180,000 ปอนด์/สัปดาห์
ซิกนัล อิดูน่า พาร์ค /  ดอร์ทมุนด์ / 

Metro สื่อชื่อดังจากเกาะอังกฤษ ตีข่าวว่า มาร์โค รอยส์ มิดฟิลด์ตัวเทพแห่งทัพ "เสือเหลือง" โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ พร้อมที่จะย้ายไปสวมชุดแดงเพลิงของ ลิเวอร์พูล ถ้าหาก "หงส์แดง" กล้าทุ่มค่าเหนื่อย 180,000 ปอนด์/สัปดาห์ ให้เป็นรางวัลตอบแทน แม้ตอนนี้จะยังคงมีความสุขบนรัง ซิกนัล อิดูน่า พาร์ค อยู่ก็ตาม ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เบร็นแดน ร็อดเจอร์ส บอสชาวไอร์แลนด์เหนือที่ปัจจุบันกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่ เกือบคว้าแข้งเมืองเบียร์วัย 25 ปี มาร่วมทัพได้ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนตลาดวาย แต่น่าเสียดายที่ดีลล่ม ทำให้ "หงส์แดง" ต้องมาเร่งคว้ากันอีกครั้งในช่วงปีใหม่แทน ทั้งนี้ มาร์โค รอยส์ มีสถิติลงสนามรับใช้ "เสือเหลือง" ไปแล้วทั้งหมด 95 นัด พังตาข่ายได้ 44 ประตู ตั้งแต่ถูกกระชากมาร่วมทัพเมื่อปี 2012 ถึงปัจจุบัน

คนชอบเที่ยว ยิ้ม! ยิ่งเที่ยว ยิ่งได้ลดหย่อนภาษี
ข่าวท่องเที่ยว /  นักท่องเที่ยว / 

งานนี้ คนชอบเที่ยวได้เฮไปตาม ๆ กัน เพราะตอนนี้ทางรัฐบาลของประเทศไทยเรานั้นได้มี “ภาษีท่องเที่ยว” เพื่อกระตุ้นให้คนไทยมาเที่ยวเมืองไทยกันมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องใหม่แกะกล่องสุดๆ สำหรับวงการท่องเที่ยวตอนนี้ทีเดียว เพราะ ยิ่งเที่ยว ยิ่งได้ลดหย่อนภาษี คนชอบเที่ยว ยิ้ม! ยิ่งเที่ยว ยิ่งได้ลดหย่อนภาษี หลายคนอาจจะยังเข้าใจผิดในความหมายจริงๆ ของ “ภาษีท่องเที่ยว” อยู่ว่า เป็นการเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเมื่อเดินทางท่องเที่ยว แต่ที่จริงแล้ว “ภาษีท่องเที่ยว” คือภาษีที่รัฐบาลออกมาเพื่อช่วยกระตุ้นให้คนไทยเที่ยวกันมากขึ้น ใช้จ่ายเงินกันมากขึ้น เงินจะได้หมุนเวียนไปสู่ส่วนต่าง ๆ ในภาคการท่องเที่ยว ทีนี้เมื่อจ่ายเงินกันมากขึ้นก็หมายความว่ารัฐบาลก็เก็บภาษีได้มากขึ้น มีเงินไปพัฒนาประเทศต่อได้นั่นเอง ทำให้มีการยกเว้นรัษฎากรให้แก่บุคคลธรรมดา สำหรับเงินได้ เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว และมัคคุเทศก์ หรือจ่ายเป็นค่าที่พักในโรงแรมสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ เฉพาะค่าบริการหรือค่าที่พักที่ได้จ่ายไป ตั้งแต่วันที่ ร่าง พ.ร.ฎ.นี้ ซึ่งมีผลบังคับใช้ ไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค.58 เลยทีเดียว นอกจากนี้ ยังมี การกำหนดมาตรการทางภาษีโดยยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจัดอบรมสัมมนาภายในประเทศ อีกด้วยครับ สรุปคือ เรียกได้ว่าค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งค่าตั๋วเครื่องบิน ค่ารถ ค่าที่พัก ต่างๆ นานา ทางรัฐบาลจะคืนเงินให้เราบางส่วนในรูปแบบของการลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปีของเรานั่นเอง และเพดานของการใช้จ่ายในการเที่ยวจะอยู่ที่ไม่เกิน 15,000 บาทต่อคนต่อปีเท่านั้น และทุกการใช้จ่ายต้องมีใบเสร็จที่เป็นทางการ คือมีเลขคนทำการค้าและเลขผู้เสียภาษีนั่นเอง เพราะฉะนั้น เที่ยวในประเทศไทยของเราเอง ได้เที่ยวแล้วยังได้ตังค์คืนแบบนี้ เตรียมตัวออกไปเที่ยวเมืองไทยกันเถอะครับ ! ภาษีท่องเที่ยว เข้าใจอย่างง่ายๆ คือ  1. ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวต่างๆ  เช่น ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่ารถ ค่าที่พัก ทางรัฐบาลจะคืนเงินให้เราบางส่วนในรูปแบบของการลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปี 2. เพดานของการใช้จ่ายในการเที่ยวจะอยู่ที่ไม่เกิน 15,000 บาทต่อคนต่อปี 3. ทุกการใช้จ่ายต้องมีใบเสร็จที่เป็นทางการ คือมีเลขคนทำการค้าและเลขผู้เสียภาษี 4. ภาษีท่องเที่ยวนี้ รวมไปถึงบุคคลธรรมดา และบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล 5. มีผลบังคับใช้ ไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค.58 6. ภาษีท่องเที่ยว มีผลในเฉพาะการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยเท่านั้น ที่มา : travel.truelife.com  เรียบเรียงโดย Travel MThai รูปภาพ : orientxplorer.com, flickr.com,backpackersthailand.com ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : ตะลึง! ค้นพบภาพสีบนหินอายุ 3,500 ปี แห่งแรกในโลก , แอร์เอเชียเปิดบินต่อรถ สะดวกคุ้มสู่ 2 สวรรค์ทะเลใต้ , เชิญชมการแสดงนาฏศิลป์ไทยประยุกต์ ชุด “อัศจรรย์สุวรรณภูมิ” , ไฮไลท์ปลายฝน ภูทับเบิก ดินแดนแห่งสายหมอก

บอล-สแตมป์ สองนักบิดไทยจับมือลุย เอเชียโรดเรซซิ่ง
จักรกฤษณ์ แสวงสวาท /  ซูเปอร์บอล / 

“ซูเปอร์บอล” จักรกฤษณ์ แสวงสวาท และ“ซูเปอร์แตมป์” พีระวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ สองนักบิดไทย เตรียมวาดลวดลายซิ่งต่อหน้าแฟนๆมอเตอร์สปอร์ตชาวไทย ในศึก เอเชียโรดเรซซิ่ง สนามที่ 5 ของฤดูกาล ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต ระหว่างวันที่ 7-9 พฤศจิกายนนี้ บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด ผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย ผู้สนับสนุนนักแข่งเข้าร่วมล่าโพเดียม และคว้าแชมป์รายการนี้มาแล้วหลายรายในนาม "เอ.พี. ฮอนด้า ไทยแลนด์" ซึ่งปีนี้ได้ส่งนักบิดเลือดไทยเข้าร่วมรายการ เอเชียโรดเรซซิ่ง ภายใต้ความดูแลของคุณ อารักษ์ พรประภา บิ๊กบอสใหญ่ สำหรับปีนี้ เอพี ฮอนด้า ไทยแลนด์ ส่งนักบิดชาวไทยลุยในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี 2 ราย คือ “ซูเปอร์บอล” จักรกฤษณ์ แสงสวาท เจ้าของรองแชมป์รายการ Asia Dream Cup ที่ประเทศมาเลเซีย ปีที่แล้ว กับ “ซูเปอร์แตมป์” อภิวัฒน์ วงศธนานนท์ เจ้าของอันดับ 4 เมื่อปี 2012 นอกจากนี้ยังมีรุ่น ไวลด์ คลาส 600 ซีซีที่ เอพี ฮอนด้า ไทยแลนด์ ส่งนักบิดเข้าร่วมประลองอีก 2 คน คือ “ซุป” อนุชา นาคเจริญศรี และ“ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทรโดยนักแข่งทั้งหมดจะใช้รถซีรีส์ CBR600 RR เข้าร่วมชิงชัย โดย คุณอารักษ์ พรประภา กรรมการบริหาร บริษัท เอพี. ฮอนด้า จำกัดและหัวหน้าทีม เปิดเผยว่า สำหรับศึก เอเชียโรดเรซซิ่ง ปีนี้ ทีม เอ.พี.ฮอนด้าไทยแลนด์ ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจและดีขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอด 4 สนาม ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น "บอล" จักรกฤษณ์ แสงสวาท ที่ทำผลงานได้ดีจนอยู่ในลำดับที่ 8 บนตารางชิงแชมป์ ขณะที่ "สแตมป์" อภิวัฒน์ วงศธนานนท์ อยู่ในลำดับที่ 18 ส่วนคะแนนสะสมของทีมอยู่ในลำดับที่ 6 “ทั้งนี้ เราได้มีการดึง คาเมย่า โชจุน นักบิดชาวญี่ปุ่นที่มีประสบการณ์ในการแข่งขันมาอย่างโชกโชน มาทำหน้าที่ฝึกอบรมนักแข่งของเรา เพื่อช่วยพัฒนาให้ทุกคนมีผลงานที่ดีที่สุด ซึ่งแน่นอนว่าจากนี้เป้าหมายของเราคือ การทำผลงานติดอันดับ Top 5 ของตารางประจำฤดูกาลนี้ พร้อมกับคาดหวังว่านักแข่งของเราจะสามารถขึ้นไปยืนบนโพเดียมได้ในรายการอื่นๆที่เหลือ ก่อนต่อยอดไปสู่การลุ้นแชมป์ในฤดูกาล 2015 ต่อไป”