ย้อนหลังละคร บาปบริสุทธิ์ LIVE

ละครละอองดาว , เรื่องย่อละอองดาว
ละอองดาว /  ละครช่อง3 / 

ละครละอองดาว บทประพันธ์โดย : พนมเทียนบทโทรทัศน์โดย : คุณชาย และ สรรพชัย เกิดอุทัยกำกับการแสดงโดย : ชัชวาลย์ คล้องช้างผลิตโดย : บริษัท เจเอสแอล โกลบอล มีเดีย จำกัดละอองเริ่มตอนแรกวันพุธที่ 27 กันยายน 2560 ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7 เรื่องย่อละคร ละอองดาว การเสียชีวิตอย่างกะทันหันของ ดร.ไกร เบ็ญจรงค์ ประมุขของบ้านเบ็ญจรงค์ ตระกูลเก่าแก่ที่มีทรัพย์สิน และธุรกิจมหาศาลติดอันดับต้น ๆ ของประเทศ ทำให้ กรกฎ เบ็ญจรงค์ บุตรชายผู้เป็นทายาทโดยสายเลือดเพียงคนเดียว ต้องรีบบินด่วนกลับจากสหรัฐฯ มาเคารพศพบิดา และรับช่วงสืบทอดอาณาจักรของตระกูลที่มีอรรถวาที ทนายความประจำตระกูลคอยจัดการดูแลผลประโยชน์ ชวนชม แม่บ้านเก่าแก่ผู้เลี้ยงดูกรกฎมาตั้งแต่เล็ก คอยช่วยจัดการสิ่งต่าง ๆ ในบ้านเบ็ญจรงค์ให้ดำเนินไป ภายใต้อาณัติของ ละอองดาว เบ็ญจรงค์ หญิงสาวที่ไม่มีใครรู้จักชาติกำเนิดที่มา ที่ดร.ไกร นำมาชุบเลี้ยงตั้งแต่ยังเล็กในฐานะบุตร เป็นผู้ควบคุมดูแลทุกอย่างของบ้าน ละอองดาว ช่อง7 กรกฎได้ให้คำมั่นสัญญากับผดาชไม หญิงคนรัก ที่นักฟังเพลงค่อนโลกรู้จักเธอในนาม ฮันนี่ ราชินีจานเสียงผู้ทรงเสน่ห์ ว่าจะแต่งงานกับหล่อนทันทีหลังงานศพของบิดาเสร็จสิ้น แต่เหตุการณ์กลับตาลบัตรเมื่อพินัยกรรมของ ดร.ไกร ได้กำหนดระบุให้กรกฎต้องแต่งงานกับละอองดาวน้องสาวที่ไม่ได้รู้จักหน้าค่าตามาเกือบ 20 ปี หรือเด็กหญิงอ้วนดำหน้าชี้ริ้วขี้เหล่ และขี้โรค ที่กรกฎจำได้ติดตามาตลอด 3 ปี นับจากนี้โดยมีกองมรดกมูลค่านับแสนล้านเป็นหลักประกัน กรกฎเดือดเนื้อร้อนใจเป็นอันมากประกาศหัวชนฝาฝ่าฝืนคำสั่งของบิดา จะหาวิธีหลีกเลี่ยงการแต่งงานที่ถูกบังคับขืนใจนี้ให้จงได้ เดือดร้อนไปถึงธัชชัย ทนายความหนุ่มสหายรักของกรกฎ ถูกลากและขอร้องให้เข้ามารับงานเพื่อหันเห ละอองดาวออกไปจากกรกฎ เสียโดยมีสินจ้างหลายสิบล้านเป็นรางวัลล่อใจ ผดาชไมที่บินกลับมาถึง และรู้เรื่องเข้า ก็ตีโพยตีพายใหญ่โต อาฆาตหมายหัวละอองดาวไว้เป็นศัตรูหัวใจทันที แต่ก็ต้องยอมลดราโอนอ่อนตามคำขอร้องของกรกฎที่ให้อดทนรอจนกว่าจะพ้นพันธะข้อกำหนด 3 ปี ผดาชไมเดินหน้าทำให้ตนเองเฉิดฉายโดดเด่นในวงการธุรกิจบันเทิงทันที โดยมีรุ้งเพชร นักโฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อนสนิทเป็นผู้ช่วยเหลือ จนเธอได้ไปรู้จักกับ เจ้าคำอินทร์ หนุ่มโสดเนื้อหอมนักจัดรายการเพลงชื่อดัง ทายาทของวังนภดล จนสนิทสนมคุ้นเคย ส้างความขุ่นเคืองไม่ชอบหน้าให้กับกรกฎอย่างมาก อีกทั้งผดาชไมยังไปพยายามโปรยเสน่ห์กับท่านชายสดายุ เชื้อพระวงศ์หนุ่มรูปงามผู้เป็นอาของชลทิชา ซึ่งเป็นบุคคลที่รกกฎยอมรับให้ความเคารพนับถือ และสนิทสนมกันมานมนาน ผดาชไมใช้ชีวิตหรูหราฟุ่มเฟือยอย่างหลงระเริง โดยมีกรกฎคอยจ่ายปรนเปรอให้ อีกทั้งยังมีงามตา แม่ที่ผดาชไมปกปิดผู้คนไว้ว่าได้ไปใช้ชีวิตอยู่เมืองนอกนานแล้ว แต่ความจริงยังใช้ชีวิตกลางคืนเป็นนักร้องตามผับบาร์ และแอบมาขอเงินจากผดาชไมจำนวนมากไปบ่อย ๆ ส่งผลไปถึงกรกฎที่มากลายเป็นชักหน้าไม่ถึงหลังเข้าไปทุกที ต้องคอยบากหน้าไปเบิกเงินล่วงหน้าจากอรรถวาทีอยู่เนือง ๆ กรกฎที่ใช้เวลาส่วนใหญ่กับชีวิตนอกรั้วบ้านจนไม่เคยได้พบปะเห็นหน้าละอองดาวเลย จึงตัดสินใจโทรศัพท์ไปหาละอองดาวที่ป่วยกลางดึกคืนหนึ่ง แจ้งบอกปฏิเสธการแต่งงานตามพินัยกรรม ขอให้ละอองดาวทำจดหมายปฏิเสธการแต่งงานขึ้นเมื่อเข้าสู่ปีที่ 2 ตามข้อกำหนด ละอองดาวเองก็ตอบรับทันที รับปากพร้อมช่วยทุกวิถีทางเพื่อให้กรกฎหลุดพ้นจากความเดือดร้อนดังกล่าว โดยไม่มีข้อแม้ให้เร็วที่สุดจนสร้างความประหลาดใจและข้องใจลึก ๆ ขึ้นมาต่อกรกฎ หลังจากนั้น กรกฎก็ไม่ได้สนใจละอองดาวอีกเลย ออกตระเวนเฝ้าตามผดาชไมที่อยู่ในช่วงนี้เนื้อหอมไปในที่ต่าง ๆ เกือบทุกวันจนกรกฎหัวหมุน และรู้สึกเบื่อรำคาญตัวเอง เวลาล่วงไปเกือบเดือน กรกฎถึงได้เจอละอองดาวเป็นครั้งแรกด้วยความบังเอิญ ความงดงาม และความเป็นกุลสตรีในทุกอิริยาบถของละอองดาวได้สร้างแรงสั่นสะเทือนขึ้นลึก ๆ ในใจของกรกฎโดยไม่รู้ตัว นับจากนั้นเป็นต้นมา ละครละอองดาว นาว-อ๋อม ธัชชัยที่รับภาระกิจมาจากกรกฎ ก็เกิดตกหลุมรักละอองดาวอย่างเงียบ ๆ ขณะที่กรกฎเองก็กลับขุ่นเคืองเพื่อนรักโดยไม่มีสาเหตุอยู่แทบทุกครั้งที่มาสานสัมพันธ์พาละอองดาวออกไปไหนมาไหนกันสองคน และผาดชไมเองได้มาพบกับละองดาวเข้า ก็เกิดความหึงหวงกรกฎขึ้นมา จาที่เคยนิ่งนอนใจมาตลอดว่าละอองดาวคือหญิงสาวขี้เหร่ไร้เสน่ห์ เปลี่ยนท่าทีมาเป็นศัตรู คอยกีดกันหาเรื่อง ไม่ยอมให้กรกฎสนิทสนมใกล้ชิดละอองดาว ละอองดาวที่ตัดสินใจออกตระเวนสมัครงาน เพื่อที่จะหาเลี้ยงตัว และยืนด้วยลำแข้งตัวเองโดยไม่ต้องการรับผลประโยชน์ใด ๆ จากกองมรดกได้สร้างความปวดหัวให้กับอรรถวาที และความขุ่นเคืองให้กับกรกฎเป็นอย่างมาก ด้วยการช่วยเหลือของเริงใจ และชลทิชา เพื่อนสนิท ละอองดาวจึงได้งานในวังนภดลกับเสด็จพระองค์หญิงพราวนภางค์ ผู้ที่เจอละอองดาวครั้งแรกก็รู้สึกเมตตา และถูกชะตาในตัวละอองดาวเป็นอันมาก กรกฎที่ได้รู้เรื่องเข้าถึงกับโกรธหัวเหวี่ยงสั่งห้ามละอองดาวลาออก ไม่ให้ออกไปหางานทำ จนละอองดาวจำฝืนใจทูลขอเสด็จฯ ลาออกทั้งที่ยังไม่ทันได้เริ่มงาน หลังจากนั้นผดาชไมได้เข้าไปพูดจาหาเรื่องละอองดาวถึงบ้าน ต่อว่าที่เป็นต้นเหตุให้เธอกับกรกฎไม่ได้แต่งงานกันแม้ละอองดาวจะย้อนผดาชไมจนหน้าชากลับไป แต่ก็ทำให้ละอองดาวเหมือนถูกตบหน้า และบีบคั้นความรู้สึกอย่างมาก ละอองดาวจึงตัดสินใจไปขอเสด็จฯ กลับเข้าทำงานอีกครั้ง เสด็จฯ เองก็ตอบรับด้วยความยินดีทันที กรกฎรู้เข้ารีบยับยั้งตามละอองดาว เข้าไปคุยอธิบายกับเสด็จพระองค์หญิง เสด็จฯ จึงได้รู้จักกรกฎเป็นครั้งแรก กรกฎไปต่อว่าผดาชไมที่ไปหาเรื่องละอองดาว จนมีปากเสียงกันใหญ่โต แต่ผดาชไมก็ออดอ้อนจนกรกฎหายโกรธ ส่วนละอองดาวได้เขียนจดหมายแจ้งเจตจำนงไม่แต่งงานกับกรกฎ ฝากชวนชมไปให้กรกฎที่ได้รับจดหมาย กลับไปฉีกจดหมายนั้นทิ้งต่อหน้าละอองดาว และบอกว่ายังไม่ถึงเวลาตามที่เคยขอไว้ หลังจากนั้นละอองดาวได้ไปทำงานใกล้ชิดกับเสด็จฯ จนรู้ว่าเสด็จฯ มีโอรสชื่อ จักราชัย ที่เสียชีวิตไปแล้วเสด็จฯ ก็ได้ตรัสถามเรื่องส่วนตัวระหว่างละอองดาวกับกรกฎว่าเป็นมายังไง ได้รู้ว่าละอองดาวเป็นลูกกำพร้าไม่มีใครรู้ที่มา และเมื่อครบวันเกิด 25 ปี ดร.ไกร มีของขวัญที่ฝากเอาไว้กับธนาคารให้ละอองดาว กรกฎคอยสอดส่องความเป็นไปละอองดาวไม่ห่าง คอยสอบถามจากชวนชม กับยอดรัก เด็กรับใช้คนสนิท และคนรถที่ให้คอยไปรับส่งละอองดาว ยิ่งไม่พอใจมากขึ้นเมื่อได้เห็นจ้าวคำอินทร์ผู้เป็นหลานแท้ ๆ ของเสด็จฯ มารับส่งละอองดาวถึงบ้าน จนละอองดาวที่รู้ตัวมาตลอดว่าถูกจับตา ก็แกล้งให้กรกฎเข้าใจผิดไปเสียว่าชอบพอยินดีกับคำอินทร์ ผดาชไมตัดสินใจทุบหม้อข้าว ไม่ยอมกลับไปสหรัฐตามกำหนด ทิ้งสัญญานักร้องกับเอเย่นที่นั่นตามคำยุยงของงามตา เพื่อเดินหน้ารวบรัดหาทางแต่งงานกรกฎให้สำเร็จ ต่อมาจึงได้มารู้จักกับพ่อเลี้ยงพูนสวัสดิ์ เพื่อนในวงการธุรกิจบันเทิงของเจ้าคำอินทร์ ผู้เป็นเจ้าของห้างแผ่นเสียง สนใจจะเซ็นสัญญากับผดาชไมเพื่อออกเทป ทั้งสองจึงเริ่มสนิทกัน ขณะเดียวกันกรกฎเองก็เริ่มดื่มเหล้าหนัก สูบบุหรี่จัด ไม่ไปตามติดผดาชไมอย่างแต่ก่อน บอกธัชชัยให้หาที่ไปสอนหนังสือ บอกอรรถวาทีขอไปเข้าประชุมบอร์ดของกลุ่มบริษัทในเครือเบญจรงค์ ท่านขายสดายุก็ได้มารู้ถึงอาการห่วงใยละอองดาวจนออกนอกหน้าของกรกฎ จึงคอยจับตาหาโอกาสพูดคุยกับทั้งกรกฎและละอองดาวอยู่เป็นระยะ หลังงานฌาปนกิจศพ ดร.ไกร ผ่านพ้นไป ละอองดาวเลิกแต่งไว้ทุกข์อย่างที่ทำมาตลอด 1 ปี หันมาแต่งตัวแต่งหน้า จนดูสดชื่น ผุดผอง ชวนมองมากยิ่งขึ้น กรกฎก็ยิ่งออกอาการเป็นห่วง คอยกันท่าขวางคำอินทร์ และตรวจสอบธัชชัยที่ชวนละอองดาวออกไปไหนมาไหนบ่อยขึ้น กรกฎก็ยิ่งสูบบุหรีจัด ดื่มจัด ผดาชไมก็เริ่มหายไปทำงานที่ไกล ๆ หลาย ๆ วันบ่อยครั้ง จนเมื่อได้รู้ว่าธัชชัยขอละอองดาวแต่งงาน แล้วกรกฎถึงกับเที่ยวเมาหัวราน้ำทุกคืนดึกดื่น จนคืนหนึ่งละอองดาวต้องไปตามหามหิ้วปีกพากลับบ้าน จนในที่สุดกรกฎก็เกิดไปล้มป่วยหมดสติไปกลางงานเลี้ยงวันคล้ายวันเกิดของท่านชายสดายุ ซึ่งเป็นงานที่จัดใหญ่โตอลังการแขกเหรื่อมากมาย ผดาชไมที่หมายหมั้นจะโดดเด่นที่สุดในงาน กลับต้องหน้าชา เมื่อคนโดดเด่นงดงามที่สุดในงานกลับกลายเป็นละอองดาว ท่านในนามผู้แทนของเสด็จฯ นั่นเอง ละครละอองดาว หลังจากนั้นกรกฎเก็บตัวนอนอยู่แต่ในห้องไม่ออกไปไหน กินแต่เหล้าจนป่วยหนัก เดือดร้อนถึงละอองดาวต้องมาจัดการถึงที่ และสั่งอย่างห้ามเด็ดขาด กรกฎถึงยอมฟังและทำตาม จนค่อย ๆ หายดีขึ้นเป็นลำดับ จนวันหนึ่งกรกฎชวนละอองดาวกับธัชชัย และเริงใจออกไปเที่ยว ได้ไปเจอผดาชไมมากับพ่อเลี้ยงพูนสวัสดิ์ในท่าทีที่สนิทสนมกลมเกลียวอย่างมาก ผดาชไมก็แก้ตัว เบี่ยงเบนต่อว่าละอองดาวไป แล้วไม่กี่วันจากนั้นผดาชไมก็มาถึงบ้านละอองดาวอีกครั้ง มาทวงจดหมายปฏิเสธการแต่งงานกับกรกฎ แต่ก็โดนละอองดาวตอกหงายกลับไปอีก และรู้ว่ากรกฎเคยได้จดหมายจากละอองดาวไปแล้ว แต่ทำหายเสีย ผดาชไมจึงไปถามเอากับกรกฎ แต่กรกฎก็ตอบบ่ายเบี่ยงไป จนผดาชไมไม่เป็นสุขกับท่าทีของกรกฎ งามตาที่รู้เรื่องราวมาตลอด เลยยุผดาชไมให้รีบจัดการตัดไฟแต่ต้นลม จึงคิดวางแผนบางอย่างขึ้น ใกล้วันที่จะครบ 3 ปี ตามข้อกำหนดพินัยกรรมที่กรกฎกำลังจะเป็นอิสระ เสด็จพระองค์หญิงฯ จำวันครบกำหนดได้ ตรัสบอกว่าทรงดูออกว่ากรกฎนั้นรักละอองดาว และรักอย่างสุดหัวใจ ละอองดาวถึงกับอึ้งงัน กรกฎที่เฝ้าสังเกต และดูรู้ว่าผดาชไมกำลังหลบซ่อนอำพรางความสัมพันธ์ที่เธอมีอย่างลับ ๆ อยู่กับพ่อเลี้ยงพูนสวัสดิ์ แต่ผดาชไมก็บ่ายเบี่ยงแก้ตัว และแสดงความอาฆาตริษยาละอองดาวออกมาให้เห็นยิ่งขึ้น กรกฎก็อ่านไม่ออกว่าตกลงเธอจะเอาอย่างไรแน่ จนในวันหนึ่ง กรกฎ ละอองดาว ธัชชัย ชลทิชา และเริงใจ ได้นัดกันไปเที่ยวล่องเรือ มีมือปืนมาดักชุ่มตรงเข้ายิงละอองดาวระยะประชิดตัว กรกฎเข้ารวบแย่งปืนชุลมุนจนมือปืนถูกกระสุนสั่นใส่ตายคาที่ ละอองดาวอาการสาหัส เสียเลือดมาก แต่ได้เลือดจากกรกฎที่มีเลือดตรงกันมาช่วยเอาไว้ได้ กรกฎรู้ว่าใครเป็นคนบงการ ผลุนผลันกลับไปบ้านคว้าปืนออกตามหาผดาชไม ธัชชัยรีบตามไป ทั้งสองไปเจอผดาชไมกำลังอยู่กับพ่อเลี้ยงพูนสวัสดิ์ที่บ้านพักตากอากาศแห่งหนึ่ง กรกฎต่อว่าผดาชไมอย่างรุนแรง และประกาศตัดขาดจากเธอทันที กรกฎรู้สึกเสียใจ และละอายใจต่อละอองดาวมาก เสด็จพระองค์หญิงถึงกับส่งคนมาคุ้มกันละอองดาวที่โรงพยาบาลอย่างเข้มงวด และประกาศจะพาละอองดาวไปรักษาตัวที่วังต่อทันทีที่ออกจากโรงพยาบาล กรกฎเองก็ไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ ได้เลย ละอองดาวนอนพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลจนถึงวันที่ครบ 3 ปี ตามข้อกำหนดพินัยกรรม กรกฎมีสิทธิ์ในกองมรดกโดยสมบูรณ์ ละอองดาวแสดงออกยินดีกับกรกฎ แต่กรกฎกลับไม่มีความยินดีปรีดาใด ๆ กลับกลัวว่าละอองดาวที่เป็นอิสระแล้วจะทิ้งตนไป ทิสานาฏ ศรศึก รับบท ละอองดาว จนมาถึงวันครบรอบวันเกิดครบ 25 ปี บริบูรณ์ของละอองดาว กรกฎที่รับอาสาไปนำของขวัญจากธนาคารมาให้กรกฎถึงกับอึ้ง ตะลึง เมื่อได้พบว่าของขวัญจาก ดร.ไกร คือจดหมายและเอกสารที่ยืนยันว่าละอองดาวคือ เจ้าหญิงละอองดาว นภดล พระธิดาของจ้าวจักราชัยที่หายสาบสูญไปนั่นเอง กรกฎรีบนำเรื่องไปทูลเสด็จฯ เสด็จฯ ถึงกับเป็นลมล้มพับ ก่อนนำของขวัญชิ้นสำคัญนี้ไปให้ละอองดาวที่โรงพยาบาล กรกฎสมน้ำหน้าและสมเพชตัวเองเป็นอย่างมาก ที่โง่เง่าบัดชบปฏิเสธดวงแก้วลำค่าที่บิดาบรรจงมอบทิ้งไว้ให้ แต่กลับมองไม่เห็นค่า หลังจากนั้นกรกฎก็เก็บตัวอยู่แต่ในห้องไม่ยอมพบใคร กินเหล้าย้อมใจ ปล่อยตัวไปวัน ๆ จนชวนชมหนักใจโทรไปบอกธัชชัย ธัชชัยมาหากรกฎ ต่อว่ากรกฎที่ยังยื่นเช็คค่าจ้างมาให้ ก่อนฉุนเฉียวกลับออกไป ขณะที่ผดาชไมได้แต่งงานกับพ่อเลี้ยงพูนสวัสดิ์ และได้รู้ข่าว เรื่องเจ้าหญิงละอองดาว แรงริษยาที่มีทำให้ผดาชไมบันดาลโทสะหวังทำร้ายละอองดาวให้สิ้นชีพ หลังจากได้พบเจ้าหญิงละอองดาวโดยบังเอิญ จนตัวผดาชไมกลับประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตเสียเอง แล้วงานอุทยานสโมสรที่โด่งดัง และถูกจับตาจากสื่อทั่วโลกก็ถูกจัดขึ้นเพื่อรับขวัญเจ้าหญิงละอองดาว กรกฎเข้าไปร่วมงานตามคำเชิญ ซึม สงบ ซ่อนเร้นกาย แอบเฝ้ามอบชื่นชมละอองดาวอย่างเงียบ ๆ เจียมตัว และยอมรับในสภาพตัวเองอย่างหน้าชื่น ก่อนจากไปอย่างเงียบ ๆ วันต่อมา ชวนชม และยอดรัก พากันร้องให้วุ่น เมื่อพบเพียงจดหมายของกรกฎทิ้งไว้ บอกสละพินัยกรรมมรดก ยกให้เป็นสาธารณะประโยชน์ทั้งหมด กรกฎหมายทิ้งทุกสิ่งทางโลกเอาไว้เบื้องหลัง เดินเท้าอย่างสงบจนมาถึงหน้าวัด ณ ตำบล ห่างไกลแห่งหนึ่ง ทันใดนั้นกลับมีรถสปอร์ตคันงานวิ่งฝุ่นตลบเข้ามาปาดขวางหน้าเอาไว้ และรวบฉุดเอาตัวกรกฎขึ้นรถขับกลับออกไป กรกฎตะลึงไม่คิดฝันว่าผู้ที่ขับมานั้นคือเจ้าหญิงละอองดาวนั่นเอง รถสปอร์ตคันนั้นขับไปหยุดไกล ๆ ชายหญิงต่างมองตากันซึ้ง ก้มบรรจงจุมพิตต่อกันอย่างดูดดื่ม ติดตามชมละคร ละอองดาวย้อนหลัง ที่นี่!!! รายชื่อนักแสดง ละคร ละอองดาว ทิสานาฏ ศรศึก รับบท ละอองดาวอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท กรกฎปุณยาพร พูลพิพัฒน์ รับบท ผดาชไมกรเศก โคนินทร์ รับบท ธัชชัยอาภา ภาวิไล รับบท เริงใจดนัย สมุทรโคจร รับบท เจ้าคำอินทร์เคลลี่ ธนะพัฒน์ รับบท ท่านชายสดายุปภาดา กลิ่นสุมาลย์ รับบท ชลทิชา เดือนเต็ม สาลิตุล รับบท เสด็จพระองค์หญิงพราวนภางค์ นพดลตฤณ เศรษฐโชค รับบท ดร.ไกรอรุณ ภาวิไล รับบท อรรถวาทีรสริน จันทรา รับบท ชวนชมปนัดดา โกมารทัต รับบท งามตาปาริษา ทนาวิวัฒน์ รับบท รุ้งเพชร

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

งานหด หนี้บาน เปรี้ยว AF2 เครียดคิดฆ่าตัวตาย! อัพอึ๋มหวังเรียกงาน
เปรี้ยว เอเอฟ2

     หายหน้าไปนาน เปรี้ยว AF2 โผล่เปิดใจ บอกประสบปัญหาชีวิต งานหด ภาระเยอะ เป็นหนี้นอกระบบ เครียดหนักจนคิดฆ่าตัวตาย คิดได้เพราะธรรมะ ล่าสุดตัดสินใจอัพอึ๋ม เล็งถ่ายแฟชั่นเก็บเป็นที่ระลึก เปรยถ้าผ่านมรสุม ภาระต่างๆ ไปได้จะโกนหัวบวชชี บอกเป็นเป้าหมายของชีวิต...      "อัพไซส์ ไปทำมาเมื่อเดือนที่แล้วค่ะ นี่คือรายการแรกที่เปรี้ยวบอกว่าเปรี้ยวไปเสริมหน้าอกมา ประเด็นมันขำมากพี่ ตอนนั้นไปเที่ยวกับเพื่อนที่ทะเลอยากจะใส่ชุดว่ายน้ำเซ็กซี่แล้วถ่ายรูปแบบเหมือนสะบัดผมขึ้นจากน้ำ แล้วชุดชั้นในมันหลุดขึ้นมาเด้งแทนนมแบบเห็นจุกเลยอ่ะพี่ แล้วมันไม่ใช่แค่ครั้งแรกไง"      "เอาจริงๆ นะ หนูไม่รู้ว่ามันจะเจ็บขนาดไหน เคยเสิร์ชข้อมูลอยู่ แต่ไม่คิดว่ามันจะเจ็บจริงๆ หนังสือแฟชั่นติดต่อมาไหม คือตอนนี้ยังค่ะ หนูบอกเลยว่ารายการนี้เป็นรายการแรกที่หนูมาบอกว่าไปเสริมมา ยังไม่มีใครรู้ เพื่อนสนิทยังไม่รู้เลย คือเมื่อก่อนที่หนูยังเป็นนมไข่ดาวอยู่ มีคนติดต่อมาเยอะนะพี่ แต่หนูไม่กล้าถ่ายแนวเซ็กซี่เพราะหนูไม่ใช่แนวนั้น แต่ถ้าตอนนี้มีคนสนใจก็โอเค อยากจะมีซักคอลเลคชั่นนึงที่เก็บไว้"      "ช่วงงานหด คิดฆ่าตัวตาย จริงค่ะ มีช่วงเวลานั้นจริงๆ คือประมาณ 3-4 ปีที่แล้ว เหมือนกับงานมันน้อยลง ด้วยอะไรหลายๆ อย่างก็แล้วแต่ มีเด็กรุ่นใหม่เพิ่มด้วย ชีวิตในวงการบันเทิงมันขึ้นๆ ลงๆ อยู่แล้วอ่ะค่ะ แต่ด้วยเด็กรุ่นใหม่ด้วยอ่ะค่ะ งานมันจะเริ่มดาวน์ลงตอนประมาณซีซั่น 5, 6, 7 แต่หนูโชคดีที่เรายังมีงานอยู่เรื่อยๆ แต่ด้วยความที่เราเป็นหัวหน้าครอบครัวแล้วงานที่เรามีมันไม่สมดุลกับค่าใช้จ่ายที่เราต้องใช้"      "ดูแลใครบ้าง ตอนนี้ครอบครัวมี 5 คน คือคุณพ่อ คุณแม่ พี่สาว พี่ชาย แล้วก็เปรี้ยวเอง แต่พี่สาว พี่ชายมีครอบครัวแล้ว เพราะฉะนั้นเราก็จะเป็นคนดูแลคุณพ่อ คุณแม่ เราก็ซื้อบ้านให้ท่านที่อุดรฯ ก็จะมีค่ารถ ค่าบ้าน ค่าใช้จ่ายอะไรทั่วไปที่เราต้องดูแลท่าน เราก็งงนะว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเราตอนนั้น ไม่มีเงินถึงแม้กระทั่งเราต้องแคะกระปุกตังค์ที่เป็นเหรียญเพื่อมากิน"      "แล้วไหนจะต้องดูแลพ่อแม่อีก ใช่ค่ะ ช่วงนั้นสงสารคุณพ่อ คุณแม่มาก เราอ่ะไม่ได้ดูแลท่านมานานมาก ช่วงนั้นประมาณ 1 ปีเต็มๆ เลย ก็คือท่านต้องใช้จ่ายดูแลตัวเองซึ่งก่อนหน้านั้นเราเป็นคนดูแลท่านตลอด ค่าบ้าน ค่าอะไรเราเป็นคนจ่ายให้หมด แต่เป็นเพราะว่าช่วงนั้นงานเราไม่มีเลย มันก็เลยกลายเป็นว่าให้ท่านดูแลตัวเอง"      "จิตตกมากค่ะ เปรี้ยวรู้สึกว่าทำไมคนเราเกิดมาแล้วต้องทุกข์ขนาดนี้ ตอนนั้นอยู่ห้องคนเดียวทั้งหนี้สินก็มารุมเร้าเต็มไปหมด ด้วยความที่เราต้องหาเงินก็เลยไปกู้หนี้นอกระบบ เค้าก็เลยทวง เราทำไรไม่ถูก ไม่อยากรับโทรศัพท์ อยากจะหนีหนี้ไปเลย แต่มันก็ต้องเผชิญหน้าอ่ะค่ะ จนแบบทำยังไงดีหรือชั้นจะไม่อยู่บนโลกใบนี้ดีมั้ย จะฆ่าตัวตาย เคยมีแว้บนึงคะ แต่ไม่ถึงกับจริงๆ จังๆ คือคิดว่าถ้ามันทุกข์ขนาดนี้ไม่อยู่เลยดีกว่า"      "ตอนนั้นเงินในบัญชี้ที่เหลือน้อยที่สุด เหลือ 2 บาท เปรี้ยวไม่ค่อยรับโทรศัพท์เลย มันกลายเป็นไม่กล้าเผชิญหน้ากับปัญหา แต่ว่าพอถึงที่สุดแล้วหัวเราจะระเบิดคิดมากจนไม่รู้จะทำยังไงแล้ว โอเค รับมันเถอะเผชิญหน้ากับเค้าแล้วบอกเค้าตรงๆ ว่าเกิดไรขึ้นบ้าง เดี๋ยวจะคืน ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย แต่จ่ายแน่นอนถ้ามี"      "ทุกข์ที่สุดในชีวิตแล้ว เปรี้ยวไม่เคยคิดว่าจะคิดขนาดนั้นมาก่อน เราพูดคุยกับพ่อแม่ตลอดนะว่ารู้สึกแบบนี้ จนพ่อแม่บอกว่าทำไมลูกคิดขนาดนั้น แต่สิ่งหนึ่งที่เปรี้ยวฟื้นขึ้นมาได้จากความหดหู่ตอนนั้นก็คือครอบครัว ที่คอยซัพพอร์ตตลอดว่ายังไงชีวิตเราก็จะดีขึ้น"      "หันไปหาธรรมะ คือโชคดีตรงที่ได้มีกัลยาณมิตรที่ดี ก็คือพี่แอม ณัฏฐา ชาญเลขา น้องสาวพี่โดโด้ แล้วก็มีพี่พาส AF2 เราสนิทกันอยู่แล้ว เค้าแนะนำว่าให้ไปทำบุญกัน คือทั้ง 2 คนเค้าปฎิบัติธรรมอยู่แล้ว เปรี้ยวเลยรู้สึกว่าถึงวันที่เราอยากทำอะไรให้ชีวิตมันดีขึ้น เพราะมันทุกข์เหลือเกินเราก็เลยขอเข้าธรรมะแล้วกัน ไปปฎิบัติธรรม"      "เปรี้ยวได้รู้จักพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริงว่าพระพุทธองค์สอนอะไร ให้อะไร คือพระพุทธองค์ตรัสรู้จากทุกข์ เพราะฉะนั้นกลายเป็นว่าเราได้สติและปัญญาในการใช้ชีวิตอย่างมากแล้วความทกข์ทั้งหลายที่เจอมา เปรี้ยวดีใจมากที่เปรี้ยวได้เจอมัน มันเป็นของขวัญที่ล้ำค่าที่สุด คือถ้าเราไม่เจอทุกข์ในครั้งนี้เปรี้ยวก็ไม่สามารถมีสติและมีปัญญาในการใช้ชีวิตนี้ได้"      "ถึงขนาดอยากจะโกนหัวบวชชีเลย ใช่ค่ะ จริงๆ อันนี้เป็นเป้าหมายของเปรี้ยวตั้งแต่เด็กแล้ว แต่เราลืมไปหมดแล้ว พอตอนเราเข้าวัดถ้ำขวัญเมือง ที่ชุมพร มันเหมือนกลายเป็นเดจาวู เหมือนความฝันเราย้อนกลับมาว่า จริงๆ แล้วเราอยากบวช ถ้าหมดเรื่องปัญหาต่างๆ ก็อยากจะโกนหัวบวช อันนั้นเป็นเป้าหมายในชีวิตเลยค่ะ" ขอบคุณ ภาพและข้อมูลจากรายการ คุยเช้าShow เปรี้ยว AF2   เปรี้ยว AF2   เปรี้ยว AF2   เปรี้ยว AF2   เปรี้ยว AF2   เปรี้ยว AF2  

แม่ชม ขออยู่โรงพยาบาลต่ออีก 1 อาทิตย์ เรียนรู้วิธีการเลี้ยงลูกแฝด
ข่าว ชมพู่ อารยา /  แถลงข่าวคลอดลูกแฝด / 

     เป็นคุณแม่สุดฮอต ที่ตอนนี้ใครๆ ก็อยากรู้ทุกความเคลื่อนไหวจริงๆ สำหรับแม่ชม ชมพู่ อารยา และ พ่อน็อต -วิศรุต ที่ล่าสุดเมื่อวันเสาร์ที่ 9 ก.ย. 2560 ทั้งคู่เพิ่งควงคู่กันมาแถลงข่าว เปิดใจถึงการเป็นคุณพ่อ -คุณแม่ป้ายแดง รวมถึง ทำพรีเซ็นท์ ลูกแฝดอย่าง น้องธันเดอร์ – ด.ช. สายฟ้า รังษีสิงห์พิพัฒน์ และน้องสตอร์ม – ด.ช.พายุ รังษีสิงห์พิพัฒน์ ให้พี่ๆ สื่อมวลชนได้ชมกันถ้วนหน้า ที่ ศูนย์ประชุม ห้อง A-B, ชั้น 21 โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุงเทพฯโดยน็อตสามีเผยว่า   ”ชมพู่คลอดเร็วมากผ่าแป๊บเดียว มีสติตลอดเวลาไม่ได้หลับเลย และตอนที่คุณหมอดึงลูกชายคนแรกออกมาน้องสายฟ้าร้องเสียงดังมาก เสร็จแล้วพายุจึงตามออกมา ขณะที่คุณแม่ป้ายแดง อย่างชมพู่รับว่า   “ ตอนที่ได้อุ้มลูกตื่นเต้น และน้ำตาซึมในเวลาต่อมา ก่อนกล่าวเสริมว่าตอนแรกก่อนจะเห็นหน้าก็ลุ้นว่าจะเป็นสายฝรั่ง หรือสายตี๋ ส่วนที่มาของชื่อนั้น น็อต บอกว่า จริงๆ คุณพ่อก็ตั้งชื่อตนจากธุรกิจของท่าน ซึ่งก็ทำให้ตนได้เแรงบันดาลใจในการตั้งชื่อเช่นกัน เริ่มจากการตั้งชื่อสายฟ้าตอนแรกคิดว่าจะให้น้องชื่อสายไฟฟ้า แต่อาจจะไม่เหมาะเลยตัดเหลือสายฟ้าอย่างเดียว ส่วนพายุก็คุณแม่ชมบอกว่าเป็นชื่อที่สอดคล้องกัน สำหรับฤกษ์ที่ใช่คลอดนั้นน็อตบอกว่าก็เป็นฤกษ์จาก อ.เกรียงไกร ที่เคยดูฤกษ์งานแต่งงานให้ซึ่งอาจารย์บอกว่าฤกษ์มีแค่วันนี้วันเดียว ซึ่งชมมีหน้าที่อย่างเดียวคืออั้นให้น้องอยู่ เพราะปกติแล้วคนที่ท้องลูกแฝดอายุครรภ์จะไม่ครบ 37 สัปดาห์ ชมพู่บอกว่าเธอต้องแลตัวเองให้ช่วงล่างแข็งแรง ด้วยการออกกำลังกายเน้นท้องล่างเชิงกราน ซึ่งจริงๆ แล้วก็เพื่อสุขภาพและตามฤกษ์ด้วย ซึ่งปกติคนส่วนใหญ่ไม่ถึงยิ่งลูกแฝดอายุครรภ์จะไม่ถึง แต่ก็หยุดออกกำลังกาย4วันก่อนคลอดชมพู่ยังบอกอีกว่าการที่อายุครรภ์ครบ37สัปดาห์ทำให้รู้สึกสบายใจเพราะออกมาไม่ต้องติดเครื่องไม้เครื่องมือมากมาย   ขณะที่น็อตบอกชมว่าท้องภรรยาไม่มีไขมันเลย ชมพู่ยังเผยว่าน้ำหนักขึ้นมา 10 กก. ซึ่งพอคลอดลูกก็เอาไปหมด ทั้งกล่าวอย่างตื่นเต้นว่าน้ำนมมาตั้งแต่วันแรกแล้ว ตั้งใจให้น้ำนมไปเรื่อยๆ เคยเข้าเต้าพร้อมกันสองคนแล้ว ในส่วนของสุขภาพลูกๆนั้น น็อตบอกว่าน้องแข็งแรงดี ตอนนี้คุณหมอไล่เรากลับบ้านแล้ว แต่เรายังไม่ยอมกลับเพราะชมพู่อยากให้เรียนรู้ระบบก่อน เนื่องจากน้ำนมยังมาไม่เป็นเวลาทำให้เธอรู้สึกกังวลใจ แพลนไว้คร่าวๆ จะอยู่โรงพยาบาลไปเรื่อยๆ แต่คร่าว ๆ1อาทิตย์ก่อน สำหรับภาพวันแรกนั้น ถ่ายในวันต่อมาเธอบอกว่าอยากเก็บให้เขา ดูตอนโต ก็เป็นการเซทถ่ายใกล้ ๆ ห้องพักก็ ถ่ายไม่นาน คุยบอกกับทีมแล้วว่าต้องเซฟน้อง ต้องวางบล็อคกิ้งกันตั้งแต่แรก และดูเหมือนว่าสิ่งที่ชมพู่หวงมากที่สุดคงเป็นเรื่องของแผลผ่าคลอดซึ่งเธอได้บอกว่าไม่ต้องรีบนะเย็บดีๆ นะงานละเอียด สำหรับแผนการณ์ในอนาคตในเรื่องของงานบันเทิงนั้นในเรื่องของละครคงพักไป1ปีเต็มและแต่คงรับงานพรีเซ็นเตอร์เป็นพักๆ ส่วนงานของน้องแฝดติดต่อหวานเจี๊ยบ ผจก.ของชมพู่ แต่กว่าจะรับคงอีกสักพัก ขณะที่คุณพ่อบอกว่าไม่อยากให้เข้าวงการบันเทิงอยากให้พ่อเป็นนักบอลมากกว่า ส่วนทายาทนั้นชมบอกว่าคงพักก่อนเพราะท้องแฝดก็หนักเหมือนกัน แต่น็อตอยากมีเหมือนเดิม น็อตตั้งใจอยากเหมือนเดิมอยากตั้งทีมฟุตบอล ส่วนข่าวเรื่องโรงเรียนนั้นเจ้าตัวก็ยอมรับว่าได้เนอสเซอรี่แล้วและน็อตยังวางแผนจบม.6 อีกด้วย สุดท้ายชมพู่บอกว่าดีใจมีคนเอ็นดูน้อง

ยิ่งคบยิ่งใช่ ใบเฟิร์น ไม่ติดใจ ท็อป หวานใจตัวจริง เปรยไม่รีบเรียก
ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก /  ท็อป จรณ / 

  เรียกว่ายิ่งคบยิ่งหวาน ยิ่งคบยิ่งใช่ซะแล้ว!! สำหรับความสัมพันธ์ของนางเอกสาว ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ที่ล่าสุดเปิดปากยอมรับแล้วว่ากำลังคบหาดูใจกับพระเอกหนุ่ม ท็อป จรณ อยู่นั้น ด้านฝ่ายชายก็แสดงความเป็นเจ้าของหมั่นหยอดหวานเข้ามากระหน่ำกดไลค์และแซวรัวๆ ในไอจีฝ่ายหญิง ซึ่ง สาวใบเฟิร์น รับว่าคบแล้วแฮปปี้แต่ยังไม่รีบเรียกแฟน ขอความสัมพันธ์พัฒนาไปเรื่อยๆ เรื่องหยอกล้อในไอจีถือเป็นเรื่องปกติ ส่วนเรื่องงาน(เลิฟซีน) ไม่ก้าวก่ายกัน   "(เห็นว่ากับ ท็อป จรณ มีคอมเม้นต์หยอกล้อกันในอินสตาแกรม ?) ก็มีบ้างค่ะ แต่ถ้าหากมีเวลาว่างตรงกันเราก็จะเจอกันเรื่อยๆ (คำว่า แม่คุณ เป็นสรรพนามในการเรียกแฟนหรือเปล่า ?) อ๋อ อันนั้นคือเราใส่ชุดไทยไง เขาก็เลยแซวว่าแบบแต่งตัวนาน เพราะตอนนั้นเป็นงานทำบุญบ้านของที่บ้านเขา (ยิ้ม) แต่ว่าไม่ได้เรียกอะไรแบบนั้นนะ (หัวเราะ) ตอนนี้ก็ไม่ได้ถือว่าเป็นช่วงโปรโมชั่นอะไรนะคะ คือเราก็ไม่ได้หวือหวาอะไร เราเป็นของเราไปเรื่อยๆ แต่ถามว่าตัวท็อปเขาจัดโปรหนักไหม เอ่อ...ก็ไม่นะคะ เพราะเขาก็เป็นแบบนี้ตั้งแต่แรกแล้ว ก็ไม่ได้คิดว่าเปิดตัวนะ แต่มันเป็นการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ตามวันและเวลา (เจอกับครอบครัวเขาแล้วเป็นยังไงบ้าง ?) ดีค่ะ คุณแม่ใจดีมาก คุณพ่อก็น่ารัก ส่วนคุณพ่อคุณแม่เฟิร์นท่านก็โอเคอยู่แล้ว เพราะท่านแล้วแต่เรา (ยิ้ม) ถามว่ามีฝากฝังบ้างไหม เอ่อ...คือเวลาเฟิร์นเขาไปบ้านท็อปเราก็จะไปในฐานะเพื่อนพี่น้องมากกว่า คุณพ่อคุณแม่เขาก็เลยไม่ได้พูดอะไรเยอะ"   "(เราติดอะไรอยู่ถึงยังไม่อยากเรียกแฟน ทั้งที่ชัดเจนมากขึ้นแล้ว ?) ก็ไม่ได้ติดตรงไหนนะคะแต่เฟิร์นอยากให้มันไปเรื่อยๆ ของมันมากกว่า ไม่ได้อยากจะรีบร้อนหรือต้องจำกัดความอะไร เรื่องความเจ้าชู้ไม่กังวลนะคะ สบายๆ มากกว่า เพราะเราก็รู้จักกันแบบสบายใจทั้งคู่ ไม่ได้อยากจะต้องรีบเร่งรัดหรืออะไรอยู่แล้ว เขาก็ปกตินะคะ เขาเป็นคนอารมณ์ดีมากกว่า อยู่ด้วยแล้วสบายใจ ไม่มีไปรับส่งที่กองถ่ายค่ะ ไม่มี"  "(ละครหลงไฟที่ออนแอร์อยู่มีฉากเลิฟซีนเยอะ เขาว่ายังไงบ้าง ?) ก็ไม่อะไรนะคะ แต่เขาก็ดูงานเรา มีคอมเม้นต์บ้างว่าอันนี้โอเค แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะว่ามันเป็นการทำงาน ก็โอเค ก็บทเรียบร้อยขนาดนี้ (หัวเราะ) (อย่างบทเลิฟซีนระหว่างเรากับ มาร์ช จุฑาวุฒิ เขาเห็นแล้วเขาว่ายังไงบ้าง ?) ทางเราก็อย่าไปถามเจาะจงสิ ให้ดูรวมๆ (หัวเราะ) คือเขาจะพูดเป็นกลางๆ มากกว่าว่าละครสนุก ส่วนเรื่องเลิฟซีนเขาก็ยังไม่เคยพูดไง ดังนั้นทางเราก็อย่าไปถาม (หัวเราะ)"  "ละครมันถ่ายไปออนแอร์ไป เราก็เลยไม่ค่อยว่างช่วงนี้มากกว่า แต่ถามว่าเราเบรกปาร์ตี้เพื่อเขาไหม ไม่เคยเบรกเลยนะคะปาร์ตี้ ตลอด (หัวเราะ) (ใกล้วันเกิดแล้วเห็นว่าเราเองก็กำลังจะมีกิจกรรมดีๆ ด้วย ?) ใช่ค่ะ ก็ฝากด้วยนะคะ คือหนูกำลังจะทำบุญมีรายละเอียดให้ติดตามในไอจี (ยิ้ม) (แอบคิดไว้ไหมว่าอยากจะได้ของขวัญอะไรเป็นพิเศษ ?) ขอแค่เรตติ้งละครดีๆ ก็พอแล้วค่ะ เพราะเฟิร์นทุ่มกับงานนี้มากๆ แถมเป็นการเปลี่ยนบทบาทของเฟิร์นด้วย ดังนั้นเฟิร์นก็หวังแค่ให้เรตติ้งมันดีๆ ไปจนถึงตอนจบก็พอแล้วค่ะ (แล้วจากท็อปล่ะ?) ไม่เลย ไม่ (ยิ้ม)"   "(สำหรับสถานะของเรากับท็อปก็รอให้เขาออกมายืนยันก่อน ?) อย่าเพิ่งไปโฟกัสเรื่องนั้น เพราะตอนนี้ละครกำลังสนุก (หัวเราะ) (แต่ถ้าเขาออกมายืนยันเราจะยอมรับไหม ?) เอาไว้ถึงตอนนั้นก่อนดีกว่าเนอะ (ยิ้ม) ตอนไหนก็ตอนนั้นแหละ ตอนไหนก็ได้" ใบเฟิร์น กล่าว ขอบคุณภาพเพิ่มเติมจาก IG baifernbah, fernzzupar, topiz_js ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก มาร์ช - ใบเฟิร์น ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ท็อป จรณ ท็อป จรณ