ย่านวังหิน

ชวนเที่ยว 10 สิ่งมหัศจรรย์ แห่งประจวบคีรีขันธ์
เที่ยว ธรรมชาติ /  เที่ยวทะเลอ่าวไทย / 

ประจวบคีรีขันธ์ เป็นอีกจังหวัดที่มีสถานทีท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย ทั้งวัดวาอาราม น้ำตก อุทยานแห่งชาติ ล้วนแล้วแต่เป็นสถานที่ที่ควรค่าแก่การไปเยือนทั้งนั้น วันนี้ travel.mthai.com ขอพาคุณไปพบกับ 10 สิ่งมหัศจรรย์ แห่งประจวบคีรีขันธ์ รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยว 10 แห่ง ที่คุณห้ามพลาด แต่จะมีที่ไหนบ้าง ต้องมาดูกัน ชวนเที่ยว 10 สิ่งมหัศจรรย์ แห่งประจวบคีรีขันธ์ 1. สถานีรถไฟหัวหิน - พลับพลามหามงกุฎ "Landmark ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปมากที่สุด" สถานีรถไฟหัวหิน แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ที่นักท่องเที่ยวชอบแวะไปเยี่ยมชมและถ่ายภาพ ก่อนจะเดินทางไปในที่อื่นๆ ต่อ มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น คือ พลับพลามหามงกุฎฯ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 เป็นที่ประทับขึ้นลงรถไฟของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ คราวเสด็จประพาสหัวหินโดยรถไฟ ที่ตั้ง :  ถ.ดำเนินเกษม-เลียบทางรถไฟ ต.หัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ / สอบถาม โทร. 0 3251 1073 2. ศูนย์ทอผ้าบ้านเขาเต่า อ.หัวหิน "ต้นแบบโรงทอผ้าแห่งแรกในประเทศไทย ตามพระราชดำริ" ศูนย์ทอผ้าบ้านเขาเต่า อ.หัวหิน เป็นต้นแบบโรงทอผ้าแห่งแรกในประเทศไทย ตามพระราชดำริ โดยการใช้กี่กระตุก เอกลักษณ์ผ้าฝ้ายของที่นี่ คือ ผ้าขาวม้า 9 เส้น, ผ้าฝ้ายลายดอกเกตุ, ผ้าฝ้ายลายเต่า และอีกหลายแบบหลายลายให้ท่านได้เลือกซื้อ ทำจากผ้าฝ้าย 100 % ไม่เจือสารเคมี มีความเงางามดุจผ้าไหมด้วยกรรมวิธีพิเศษเฉพาะของที่นี่ ส่วนผ้าขาวม้า 9 เส้น หมายถึงรัชกาลที่ 9 อันเนื่องมาจากโรงทอผ้าแห่งนี้ตั้งอยู่บนที่ดินของพระองค์ท่านนั่นเอง ที่ตั้ง : หมู่บ้านเขาเต่า ซอยหัวหิน 101 อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ / สอบถาม โทร. 0 3257 2351 3. ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี อ.ปราณบุรี "มหัศจรรย์ป่าคนสร้าง พลิกฟื้นนากุ้งร้างเป็นป่าชายเลน ตามรอยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ" ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ ฟื้นฟูป่าชายเลนจากนากุ้งร้างแห่งแรกในประเทศไทย  บนพื้นที่กว่า 786 ไร่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มีพระราชดำรัสเมื่อครั้งเสด็จฯ ปราณบุรีว่า "ปลูกป่าแล้วต้องให้ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์ด้วย" นอกจากการเดินชมธรรมชาติแล้ว ยังมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวตามรอย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ด้วยการร่วมกันปล่อยปู เพื่อเป็นการอนุรักษ์สัตว์น้ำ ที่ตั้ง : ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ / สอบถาม โทร. 0 3263 2255 4. เขาช่องกระจก อ.เมือง "จุดรับส่งดวงตะวัน ของเมืองสามอ่าว" เขาช่องกระจก มีที่มาจากช่องโหว่ ที่ดูคล้ายกับกรอบของกระจก บริเวณยอดเขาประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง และพระบรมสารีริกธาตุ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเสด็จฯ ขึ้นไปบนยอดเขาเพื่อทรงประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและปลุกต้นศรีมหาโพธิ์ เพื่อเป็นที่สักการะของชาวเมืองประจวบฯ นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งด้วย 5. พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ ถ้ำพระยานคร อ.สามร้อยยอด "พระที่นั่งบนพื้นดิน ... งามดั่งเทวดาเนรมิต" พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ ตั้งอยู่ในถ้ำพระยานคร เขตอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) โปรดเกล้าฯ ให้สร้างในปี พ.ศ. 2433 เพื่อเป็นที่ประทับในคราวเสด็จประพาสต้น สถานที่แห่งนี้มีพระมหากษัตริย์เคยเสด็จมาถึง 3 พระองค์ โดยจะเห็นพระปรมาภิไธยย่อของพระองค์ท่าน ณ ถ้ำแห่งนี้ ในยามที่พระอาทิตย์สาดแสงส่อง จะเป็นภาพที่งดงามจับตาอย่างมาก เป็นความมหัศจรรย์ที่หาชมได้ยากยิ่ง ที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด อ.สามร้อยยอด  / สอบถาม โทร. 0 3260 3571 , 0 3282 1568 6. อุทยานแห่งชาติกุยบุรี อ.กุยบุรี "กุยบุรี ... ซาฟารีเมืองไทย" อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าตะวันตก ตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ว่า "ช้างป่าควรอยู่ในป่า เพียงแต่ต้องทำให้ป่านั้นมีอาหารเพียงพอ" เต็มไปด้วยสัตว์ป่านานาชนิด ทั้งช้างป่า กระทิง วัวแดง และหมาใน มีการสร้างโป่งเทียมให้สัตว์ป่า สร้างฝายชะลอน้ำหรือแปลงหญ้า เพื่อเป้นแหล่งน้ำและแหล่งอาหารให้กับสัตว์ป่า ที่ตั้ง : หมู่บ้านรวมไทย ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ / สอบถาม โทร. 0 3264 6292 7. อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง อ.ทับสะแก "ธรรมชาติแห่งสายธาร ริมเขาตะนาวศรี" น้ำตกห้วยยาง หรือน้ำตกอ่างแก้ว เป็นน้ำตกที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเสด็จฯ มายังน้ำตกแห่งนี้และทรงดนตรี (คารีเนต) เมื่อปี พ.ศ. 2512 เป็นสถานที่ที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ มี "ผาชมทะเล" จุดชมวิวที่ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสความงามของทัศนียภาพ มียอดเขาหลวงเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด และยังเป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำจากสันเขาที่กั้นระหว่างประเทศไทยกับเมียนมาร์ อีกด้วย ที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติห้วยยาง ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก / สอบถาม โทร. 0 3264 6291 8. พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ อ.บางสะพาน "ค้นหาความหมายของเลข 5 และเลข 9 บนยอดเขาธงชัย" วัดทางสาย หรือวัดเขาธงชัย เป็นที่ตั้งของ พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ เจดีย์ที่มีความสวยงามอลังการ ด้วยการไล่ระดับ 5 ชั้น เจดีย์สีทองอร่ามอีก 9 ยอด อีกทั้งยังสามารถชมทิวทัศน์ชายฝั่งทะเลอ่าวไทยสุดงามได้อีกด้วย วัดนี้สร้างขึ้นในพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 เป็นอีกความหมายว่าทำไมเจดีย์ถึงมี 9 ยอด ส่วน 5 ชั้น นั้นหมายถึง ขันธ์ 5 ตามหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ที่ตั้ง : ม.9 ต.ธงชัย อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ / สอบถาม โทร. 0 3268 5019 9. เกาะทะลุ อ.บางสะพานน้อย "เกาะในฝัน ที่มีมากกว่าการเที่ยวทะเล" เกาทะลุแห่งนี้ เป็นพื้นที่ที่เต่ากระ ไว้วางใจมาวางไข่ หวังให้ลูกน้อยได้เติบโตไปใช้ชีวิตในทะเลอันกว้างใหญ่ เพราะเป็นบริเวณที่เงียบสงบ ปลอดภัย หาดทรายขาวสะอาด และความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ เกาะทะลุ จึงได้ทำการจัดตั้งศูนย์อนุบาลเต่ากระขึ้น เพื่อดูแลเต่าน้อยให้แข็งแรงก่อนปล่อยสู่ธรรมชาติ และในทุกวันที่ 12 สิงหา และ 5 ธันวา ของทุกปี จัมีกิจกรรมปล่อยเต่ากระ เพื่อเฉลิมพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ตั้ง : เส้นทางบางสะพานน้อย-ชายทะเล อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ / สอบถาม โทร. 0 3244 2636 10. หาดฝั่งแดง อ.บางสะพานน้อย "ตะลึงไปกับ ศิลาแลง อายุกว่า 100,000 ปี" หาดฝั่งแดง หรือหาดผาแดง เป็นหาดที่มีคุณค่าทางธรณีวิทยาสูงมาก เป็นเป็นศิลาแลงอายุกว่า 100,000 ปี และตอนใต้ลงไปของหาดมีอายุกว่า 240 ล้านปี ที่เกิดจากการสะสมของตะกอนจากร่องน้ำโบราณเป็นเวลานาน และมีส่วนผสมของแร่เหล็ก เมื่อสัมผัสกับน้ำจะทำให้สีเป้นเหมือนสนิม ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าศึกษาอย่างมาก ควรค่าแก่การเที่ยวชม ที่มา : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานประจวบคีรีขันธ์  /  เรียบเรียงโดย : Travel MThai

ตามรอยที่เที่ยวทั้ง 5 ภาคของ ยักษ์ชวนเที่ยวไทย ใน
ยักษ์ชวนเที่ยวไทย /  เที่ยวไทย 5 ภาค / 

เมืองไทยเราไม่ไปไม่รู้ ตามกระแส "ยักษ์ชวนเที่ยวไทย" กันซักหน่อย ในชุด "เที่ยวไทยมีเฮ" ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าไปทั้ง 5 ภาคของเมืองไทย เราจึงขอสรุปที่ท่องเที่ยวแต่ละภาคอีกครั้ง เผื่อท่านใดสนใจอยากไปตามรอย ก็เตรียมเก็บกระเป๋า แล้วออกเดินทางไปพร้อมกันเลยจ้า ยักษ์ชวนเที่ยวไทย ภาคกลาง กรุงเทพมหานครฯ แน่นอนอยู่แล้ว เป็นเมืองหลวง ที่ท่องเที่ยวมากมาย บริเวณที่ถ่ายทำหลักคือ เสาชิงช้า ซึ่งถือเป็น สะดือเมือง” หรือจุดศูนย์กลางของพระนคร ตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์มาจนถึงปัจจุบัน วัดม่วง จ.อ่างทอง ได้รับการขนานนามว่าเป็น "พระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในโลก" หลวงพ่อใหญ่ หรือ พระพุทธมหานวมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ  ตลาดน้ำอัมพวา จ. สมุทรสงคราม รีวิวที่เที่ยว ตลาดน้ำอัมพวา หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ รีวิว ที่เที่ยวหัวหิน เขาพะเนินทุ่ง อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี รีวิว เขาพะเนินทุ่ง  สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี รีวิว สังขละบุรี *************************************** ยักษ์ชวนเที่ยวไทย ภาคเหนือ วัดร่องขุน จ. เชียงราย รีวิว วัดร่องขุน สิงค์ปาร์ค  จ. เชียงราย รีวิว สิงค์ปาร์ค  ภูชี้ฟ้า รีวิว ภูชี้ฟ้า พระตำหนักดอยตุง และ สวนแม่ฟ้าหลวง จ. เชียงราย รีวิว พระตำหนักดอยตุง *************************************** ยักษ์ชวนเที่ยวไทย ภาคอีสาน พระธาตุพนม จ. นครพนม รีวิว พระธาตุพนม พระมหาธาตุแก่นนคร จ. ขอนแก่น รีวิว พระมหาธาตุแก่นนคร วัดหนองแวง  มอหินขาว จ. ชัยภูมิ รีวิว มอหินขาว  สามพันโบก จ. อุบลราชธานี รีวิว สามพันโบก  *************************************** ยักษ์ชวนเที่ยวไทย ภาคตะวันออก เกาะล้าน พัทยา จ. ชลบุรี รีวิว เกาะล้าน พัทยา เกาะกูด จ. ตราด รีวิว เกาะกูด *************************************** ยักษ์ชวนเที่ยวไทย ภาคใต้ สระมรกต อ.คลองท่อม จ.กระบี่ รีวิว สระมรกต  เมืองไทยยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ อีกมากมาย เรียกได้ว่าเที่ยวทั้งปีก็ไม่หมด แล้วออกไปเที่ยวเมืองไทยด้วยกันนะคะ

จินตหรา พูนลาภ - เบิ้ล ปทุมราช นำทีมซุปตาร์แซ่บบุกอีสาน!
จินตหรา พูนลาภ /  จินตหรา พูนลาภ อาร์สยาม / 

จินตหรา พูนลาภ - เบิ้ล ปทุมราช อาร์สยาม นำทีมซุปตาร์แซ่บหมอลำซิ่ง บุกอีสาน! สบายดีทีวี จัดให้ เอาใจหมู่เฮา!! ประเดิมแมตซ์แรกที่มหาสารคามกันไปแล้ว สำหรับคอนเสิร์ต สบายดีทีวีแซ่บซิ่งอีสานตลาดแตก ที่ทาง มอคโคน่า ทรีโอ ร่วมกับ สบายดีทีวี จัดขึ้นเมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา งานนี้อัดแน่นความสนุกบนเวทีเรียกเสียงกรี๊ดยาวๆ จากแฟนเพลง-แฟนรายการ นำทีมความสนุกโดย คู่จิ้นอีสานร้อยล้านวิว เบิ้ล ปทุมราช อาร์สยาม และ ธัญญา อาร์สยาม, ซุปเปอร์ลำซิ่งดูโอ้ โอ๋ พจนา อาร์สยาม-โบว์ดำลำซิ่ง อาร์สยาม, พระนางแห่งวงการหมอลำลูกทุ่งอีสานขวัญใจแฟนๆ แมน มณีวรรณ อาร์สยาม ที่ควงแขนหมอลำสาวเสียงสวรรค์ นุช วิลาวัลย์ อาร์สยาม ประกบกันแบบเต็มโชว์ รวมทั้งหมอลำสาวดาวค้างฟ้าซุปตาร์ของวงการ เดือนเพ็ญ อำนวยพร อาร์สยาม พร้อมด้วยเจ้าพ่อร็อคแปดแสน สนุ๊ก สิงห์มาตร อาร์สยาม แถมยังอลังการกับความยิ่งใหญ่ของราชินีหมอลำสาวเสียงพิณ จินตหรา พูนลาภ อาร์สยาม ด้วย!! ความสนุกสนานจากคอนเสิร์ต สบายดีทีวีแซ่บซิ่งอีสานตลาดแตก ยังไม่หมดแค่นี้! เพราะยังมีความสนุกมาเสิร์ฟกันต่อในวันเสาร์ที่ 24 กันยายน ณ บริเวณลานข้างที่ทำการเทศบาลวังสามหมอ อ.วังสามหมอ จ.อุดรธานี และในวันเสาร์ที่ 8 ตุลาคม ณ บิ๊กซี อ.วานินชำราบ จ.อุบลราชธานี... มหกรรมคอนเสิร์ตเดินสายใน 4 จังหวัดพื้นที่ภาคอีสาน รับประกันความม่วนอย่างเต็มรูปแบบจาก สบายดีทีวี ช่อง 39! มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เศรษฐา ปลื้ม เพื่อนศิลปินเตรียมร่วมแจมคอนเสิร์ตใหญ่ ฉลองอายุ 6 รอบ
MUSIC NEVER DIES by เศรษฐา ศิระฉายา /  เศรษฐา ศิระฉายา

แถลงข่าวอย่างเป็นทางการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ Music Never Dies by เศรษฐา ศิระฉายา คอนเสิร์ตใหญ่ที่ศิลปินแห่งชาติ เศรษฐา ศิระฉายา ขอฉลองอายุครบ 6 รอบ 72 ปีของตัวเอง ท่ามกลางเพื่อนๆ และศิลปินรุ่นน้องหลากหลายวงที่มาร่วมงานกันอย่างอบอุ่น ในงานแถลงข่าว ได้สองคู่หู คู่ฮา ชมพู-ปิง ฟรุ้ตตี้ เป็นพิธีกรดำเนินงาน ให้ศิลปินเจ้าของคอนเสิร์ตรวมทั้งศิลปินรับเชิญได้กล่าวถึงที่มาที่ไปของคอนเสิร์ต และเผยความรู้สึกของกันและกัน ก่อนพาเข้าสู่ช่วงมินิคอนเสิร์ตของศิลปินรุ่นพี่กับรุ่นน้องที่ต่างหยิบเพลงของตัวเองมาร้องให้ฟังกันแบบ Non Stop ทั้งเพลง รักสิบล้อรอสิบโมง จาก อำนาจ ศรีมา และ เสริมเวช ช่วงยรรยง วงรอยัลสไปรท์ส, เพลงสนุก ใจสยิว ของ ต้น วงศกร และ เหมียว สมบัติ แห่งวงแมคอินทอช, เพลง ฝากรัก จากเสียงร้องของ สายชล ระดมกิจ ตัวแทนของ วงดิอินโนเซ้นท์, ชมพู-ปิง ฟรุ้ตตี้ ออกมาโชว์เพลง คนข้างเคียง, อ๊อด คีรีบูน ในเพลง รอวันฉันรักเธอ, วินัย พันธุรักษ์ โชว์เพลงประจำตัว คอยน้อง ให้ฟังกันสดๆ ก่อนจะปิดท้ายด้วยเจ้าของคอนเสิร์ต อาต้อย เศรษฐา กับบทเพลง อาลัยรัก ของครูเพลง ชาลี อินทรวิจิตร ซึ่งบรรเลงดนตรีโดย วงต้นเสียง เจ้าของคอนเสิร์ต อย่าง เศรษฐา ศิระฉายา เผยถึงคอนเสิร์ตครั้งนี้อย่างติดตลกว่า ห้ามกระพริบตาเพราะไม่รู้จะมีใครเป็นลมตอนไหน... "Music Never Dies by เศรษฐา ศิระฉายา ก็ถือเป็นคอนเสิร์ตฉลองครบ 6 รอบ พออายุ 72 ปีก็อยากทำอะไรเป็นที่ระลึกประกาศให้คนรู้ว่าแก่มากแล้ว และทุกครั้งที่อามีคอนเสิร์ตก็อยากจะชวนเพื่อนๆ มาขึ้นคอนเสิร์ตด้วย" "ครั้งนี้นอกจากจะนำเสนอเพลงของ ดิ อิมพอสสิเบิ้ลส์ ที่แฟนเพลงยังคงชอบและอยากฟังกันอยู่ ก็จะมีเพลงของ ดิ อิมพอสสิเบิ้ลส์ ที่มีรุ่นน้อง ๆ เอาไปคัฟเวอร์ เหมือนรวมเพลงในยุคนั้นๆ โดยจะมีวงดนตรีที่รวมยุคกันมา หรือรวมทั้งน้องๆ ที่อาชื่นชมผลงานและความสามารถของเขา และเขาเองก็บอกว่ามีอาเป็นไอดอลก็ขึ้นมาร้องเพลงด้วยกัน มี วงรอยัล สไปรท์ส จี๊ด-สุนทร สุจริตฉันท์, อำนาจ ศรีมา และ เสริมเวช ช่วงยรรยง วงแมคอินทอช เหมียว-สมบัติ ขจรไชยกุล มากับ ต้น-วงศกร รัศมิทัต วงดิอินโนเซ้นท์ ก็มี โอม ชาตรี คงสุวรรณ กับ สายชล ระดมกิจ และอีกวงที่ดังไม่แพ้กัน วงคีรีบูน โดย อ๊อด -รณชัย ถมยาปริวัฒน์ ก็จะมีเพลงฮิตของแต่ละวงมาร้อง และก็มีเพลงของ ดิ อิมพอสสิเบิ้ลส์ที่เขาชอบด้วย ถือว่าเป็นครั้งแรกเลยนะที่วงดนตรี 6 วงนี้จะได้ขึ้นเวทีเดียวกัน ก็แก่ๆ กันเกือบทั้งนั้น ใครไปดูคอนเสิร์ตครั้งนี้ต้องห้ามกระพริบตาเลยนะ ลืมตามาอีกทีเดี๋ยวจะงงศิลปินบนเวทีหายไปไหน เป็นลมไปแล้ว (หัวเราะ)” แฟนเพลง เศรษฐา และ ดิ อิมพอสสิเบิ้ลส์ เตรียมร่างกายวอร์มเสียงกันให้พร้อม แล้วไปเจอกันในคอนเสิร์ต 72 ปี เศรษฐา ศิระฉายา Music Never Dies by เศรษฐา ศิระฉายา นอกจากจะได้เจอกับวง ดิ อิมพอสสิเบิ้ลส์ เต็มวงแล้ว ยังถือเป็นคอนเสิร์ตที่มีอีก 5 วงดนตรีระดับตำนานเพลงเมืองไทยในยุคโก๋หลังวัง ทั้ง รอยัล สไปรท์ส, แมคอินทอช, ดิอินโนเซ้นท์, ฟรุ้ตตี้ และ คีรีบูน มาพบกันเป็นครั้งแรก บรรเลงดนตรี วงต้นเสียง โดย ปธัย วิจิตรเวชการ ซึ่งจะมาร่วมกันบอกเล่าเรื่องราวตลอดเวลากว่า 60 ปีในวงการบันเทิง และร่วมฉลองอายุครบ 6 รอบของศิลปินแห่งชาติไปด้วยกัน ในวันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน เวลา 19.00 น. ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน บัตรราคา 3,000 / 2,500 / 2,000 และ 1,500 บาท จำหน่ายบัตรที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขา www.thaiticketmajor.com มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เที่ยวแก่งกระจาน ยลหมอก สัมผัสความสดชื่นในหน้าฝน
อุทยานแห่งชาติ /  เที่ยวกาญจนบุรี / 

อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอหนองหญ้าปล้อง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีพื้นที่มากที่สุดในประเทศไทย เที่ยวแก่งกระจาน ยลหมอก สัมผัสความสดชื่นในหน้าฝน อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เป็นอุทยานที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดของประเทศไทย มีพื้นที่ถึง 2,915 ตารางกิโลเมตร หรือ 1.8 ล้านไร่ ในเขตอำเภอแก่งกระจาน อำเภอหนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ยังคงสภาพเป็นป่าดงดิบตามธรรมชาติที่สมบูรณ์ และมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมากแห่งหนึ่ง ได้รับการประกาศให้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2524 โดยกำหนดพื้นที่บริเวณอ่างเก็บน้ำและป่าเหนือเขื่อนแก่งกระจานเป็นเขตอุทยานฯ เป็นต้นน้ำลำธารของแม่น้ำหลายสาย พื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยานฯ เป็นภูเขาสลับซับซ้อนอยู่ในเทือกเขาตะนาวศรี สภาพภูมิประเทศเป็นป่าดิบชื้น ยอดเขาที่สูงที่สุดในอุทยานฯ คือยอดเขางะงันนิกยวงตอง อยู่ในเขตรอยต่อประเทศพม่าและไทย มีความสูง 1,513 เมตร รองลงมาคือยอดเขาพะเนินทุ่ง ซึ่งมีความสูง 1,207 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง จากสันเขื่อนแก่งกระจาน มีถนนเลียบออกมาทางซ้ายมือเป็นระยะทาง 3 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ สถานที่น่าสนใจภายในอุทยานฯ ทะเลสาบ มีเนื้อที่ประมาณ 45 ตารางกิโลเมตร มีเกาะกลางแม่น้ำอยู่มากมายหลายเกาะ นักท่องเที่ยวที่ต้องการจะล่องเรือชมทิวทัศน์เพื่อพักผ่อนหรือตกปลาน้ำจืดในทะเลสาบ ก็สามารถเช่าเรือได้ที่ร้านอาหารหรือชมรมเรือที่อยู่บริเวณที่ทำการอุทยานฯ จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจใน อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เขาพะเนินทุ่ง เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของอุทยานฯในเขตประเทศไทยอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 50 กิโลเมตรเป็นภูเขาสูง มีบริเวณที่เป็นทุ่งหญ้ากว้าง ในระดับความสูง 960เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง บริเวณโดยรอบเป็นป่าดิบเขา มีสัตว์ป่าชุกชุม ทิวทัศน์งดงาม จากยอดเขาสามารถเห็นทะเลหมอกในช่วงฤดูฝนต่อฤดูหนาว การเดินทางต้องใช้เวลา 2 วัน พักค้างแรม 1 คืนระหว่างทาง และติดต่อขอเจ้าหน้าที่นำทาง อาหารและเต็นท์สำหรับพักค้างแรมไปเอง พะเนินทุ่งแคมป์ หรือ กม. 30 เป็นจุดชมวิวที่สามารถชมทะเลหมอกในตอนเช้าได้สวยจุดหนึ่ง และสามารถกางเต็นท์พักแรมได้ การเดินทางต้องใช้รถที่มีกำลังสูง สามารถเหมารถปิกอัพได้จากบริเวณที่ทำการอุทยานฯ เนื่องจากถนนค่อนข้างแคบ อุทยานฯ จึงได้กำหนดเวลาในการขึ้น-ลง คือ เวลาขึ้น ช่วงเช้าเวลา 05.00-09.30 น. ช่วงบ่ายเวลา 14.30-15.00 น. เวลาลง ช่วงเช้าเวลา 12.00-13.00 น. ช่วงบ่ายเวลา16.30-18.00 น. สำหรับผู้ที่ต้องการจะขึ้นเขาพะเนินทุ่งต้องติดต่อที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเพื่อขอใบอนุญาตผ่านทาง โดยเสียค่าธรรมเนียม คือ ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท รถยนต์สี่ล้อ 30 บาท รถกระบะ 40 บาท รถตู้ 50 บาท รถยนต์มากกว่าสี่ล้อ 70-80 บาท และผู้ที่ต้องการจะขึ้นเขาพะเนินทุ่ง เวลา 05.00 น. ต้องทำใบขออนุญาตล่วงหน้า 1 วัน น้ำตกทอทิพย์  อยู่ห่างจากเขาพะเนินทุ่ง 15 กิโลเมตร  สามารถเดินทางโดยรถยนต์ และเดินทางเท้าเข้าถึงตัวน้ำตกประมาณ 4 กิโลเมตร มีความสูง 9 ชั้น ชั้นที่ 5 เป็นชั้นที่สวยที่สุด แต่ละชั้นสวยงามแปลกตา สภาพโดยรอบเป็นป่าไม้ร่มรื่น ทั้งนี้การเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ลึกเข้าไปในผืนป่า ควรขอคำแนะนำและคนนำทางจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ก่อน นอกจากนี้ ควรใช้รถยนต์ที่มีกำลังเครื่องดีเพราะเส้นทางผ่านหุบเขาลาดชัน สำหรับเส้นทางดูนก ผีเสื้อ จะเริ่มจากที่กิโลเมตรศูนย์ คือ บริเวณด่านตรวจเขาสามยอดถึงกิโลเมตรที่ 18 จะพบผีเสื้อได้ตามสองข้างทางหรือตามโป่งดินระหว่างกิโลเมตรที่ 10-12 และจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถดูนกได้คือ บริเวณตั้งแต่อ่างเก็บน้ำห้วยสามยอด เลยด่านตรวจมาไม่ไกล ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนกน้ำนานาชนิด ส่วนเส้นทางศึกษาธรรมชาตินั้นนับตั้งแต่กิโลเมตรที่ 18 ขึ้นไป และบริเวณกิโลเมตรที่ 18-27 อาจจะพบเห็นนกกระลิงเขียดหางหนาม ซึ่งเป็นนกที่พบในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานที่เดียวในประเทศไทย แค้มป์บ้านกร่าง เป็นจุดพักค้างแรมกางเต็นท์ สำหรับผู้สนใจดูนกและผีเสื้อเนื่องจากมีอากาศเย็นสบาย อยู่บริเวณกม.15 มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ซึ่งเป็นป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง ไม้ที่พบมากคือ ไม้ตะเคียนทอง ไม้ยาง ไม้มะค่าโมง ไม้หอมหรือไม้กฤษณา และเป็นป่าที่ชุ่มชื้นจึงมีเฟิร์น กระโถนฤาษี หนุมาน หวาย ขึ้นอย่างสมบูรณ์และยังมีสัตว์ป่ามากมายเช่น ช้างป่า กระทิง วัวแดง เก้ง กวาง หมีและสัตว์ป่าสงวน เช่น เลียงผา เก้งหม้อ สมเสร็จ และแมวลายหินอ่อน รวมทั้งผีเสื้อมากกว่า150 ชนิดให้ศึกษา โดยเฉพาะในหน้าแล้งจะเห็นฝูงผีเสื้อลงไปกินดินโป่งเป็นจำนวนมาก และประมาณเดือนกุมภาพันธ์-มิถุนายน จะสามารถพบเห็นนกหลายชนิดที่กำลังสร้างรัง  วางไข่เลี้ยงลูกอ่อน เช่น นกกก นกกาฮัง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของป่าดงดิบ บริเวณบ้านกร่างมีสถานที่น่าสนใจหลายแห่ง คือ น้ำตกปราณบุรี มี 5 ชั้น เป็นน้ำตกเล็กๆ อยู่ห่างจากที่ทำการหน่วยพิทักษ์ฯ กจ.4 ประมาณ 7 กิโลเมตร น้ำตกแม่สะเลียง มี 3 ชั้น เป็นน้ำตกสายเล็กๆ ซึ่งต้องใช้เวลาในการเดินทาง 3 วัน 2 คืน รอบๆ น้ำตกยังเป็นป่าที่สมบูรณ์ร่มรื่น ถ้ำหัวช้าง อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์ฯ กจ.4 ไปทางทิศตะวันออก 1 กิโลเมตร ระยะทางเดินเท้าเข้าถ้ำประมาณ 200 เมตร เป็นถ้ำหินปูนภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยลักษณะคล้ายหัวกระโหลกช้าง ถ้ำเขาปะการัง อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์ฯ กจ. 4 ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ 3 กิโลเมตร ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยสวยงาม เขาปะการัง  เป็นภูเขาหินปูนสีเทาอมน้ำเงิน มีหน้าผาให้ชมทิวทัศน์ที่สวยงาม ประกอบด้วยป่าไม้เขียวขจีและภูเขาสลับซับซ้อน อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยว และมีสถานที่กางเต็นท์บริเวณอ่างเก็บน้ำ บริเวณเขาพะเนินทุ่ง และบริเวณแค้มป์บ้านกร่าง อุทยานฯ มีเต็นท์ให้เช่า สามารถติดต่อจองที่พักได้ที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760 หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวแก่งกระจาน โทร. 0 3245 9293 การเดินทาง รถยนต์ จากกรุงเทพฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข 35 ถึงอำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี จากนั้นใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านแยกเข้าตัวเมืองเพชรบุรี จะถึงสี่แยกท่ายาง เลี้ยวขวาเข้าอำเภอท่ายาง แล้ววิ่งไปตามถนนเลียบคลองชลประทาน ตามทางหลวงหมายเลข 3499ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร ก็จะถึงอำเภอแก่งกระจาน จากปากทางเข้าอุทยานฯ อีก 4 กิโลเมตรจะถึงที่ทำการอุทยานฯ รถโดยสารประจำทาง จะมีรถสายกรุงเทพฯ-ท่ายาง ลงที่ตลาดท่ายาง จากนั้นต่อรถสองแถวไปตลาดแก่งกระจาน และต่อรถรับจ้างหรือจักรยานยนต์ไปอีก 4 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานฯ การนำรถขึ้นเขาพะเนินทุ่ง สำหรับรถยนต์ที่จะเดินทางไปชมทะเลหมอกเขาพะเนินทุ่งหรือใช้เส้นทางสายวังวน-น้ำตกทอทิพย์ ควรเป็นรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อหรือรถที่มีสภาพพร้อมสมบูรณ์ มีสมรรถนะดี และผู้ขับควรมีทักษะในการขับรถขึ้นที่สูงชัน หากต้องการเช่า สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ราคาเช่าตั้งแต่ 1,000-1,800 บาท ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ต้องการเช่าไปเที่ยว โดยสารได้ประมาณ 10 คน เนื่องจากถนนค่อนข้างแคบ อุทยานฯ จึงได้กำหนดเวลาในการขึ้น-ลง คือ เวลาขึ้น ช่วงเช้า 05.00-09.30 น. ช่วงบ่าย เวลา 14.30-15.00 น. เวลาลง ช่วงเช้า 12.00-13.00 น. ช่วงบ่าย 16.30-18.00 น. สำหรับผู้ที่ต้องการจะขึ้นเขาพะเนินทุ่งต้องติดต่อที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเพื่อขอใบอนุญาตผ่านทาง โดยเสียค่าธรรมเนียม คือ ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท รถยนต์สี่ล้อ 30 บาท รถกระบะ 40 บาท รถตู้ 50 บาท รถยนต์มากกว่าสี่ล้อ 70-80 บาท และผู้ที่ต้องการจะขึ้นเขาพะเนินทุ่ง เวลา 05.00 น. ต้องทำใบขออนุญาตล่วงหน้า 1 วัน สิ่งอำนวยความสะดวก อุทยานมีบ้านพัก 18 หลัง บริเวณที่ทำการฯและริมอ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน นักท่องเที่ยวสามารถกางเต็นท์ได้บริเวณริมอ่างเก็บน้ำ ข้างที่ทำการอุทยานฯ กางเต็นท์ได้ 200 หลัง บริเวณบ้านกร่างแคมป์ (กม.15) กางเต็นท์ได้ 100 หลัง และพะเนินทุ่งแคมป์ กางเต็นท์ได้ 60 หลัง นอกจากนี้ บริเวณภายนอกอุทยานฯ มีรีสอร์ทให้บริการหลายแห่ง ทั้งในอำเภอแก่งกระจาน และอำเภอท่ายาง ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเพชร สามารถติดต่อจองบ้านพักในอุทยานฯ ได้ที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760 หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โทร. 0 3245 9293 ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น ข้อมูลและภาพ : wiki / dnp.go.th / tlcthai.com / panoramio.com / bloggang.com เรียบเรียงโดย Travel MThai

แจกความเซ็กซี่!!! น้ำชา อวดหุ่นเป๊ะ โชว์แผ่นหลังสุดแซ่บ
น้ำชา ชีรณัฐ /  ข่าว น้ำชา ชีรณัฐ / 

กลายเป็นนักแสดงมากความสามารถไปอีกคนแล้ว สำหรับ นักร้องสาวเสียงดี น้ำชา ชีรณัฐ ที่ตอนนี้กลายเป็นนักแสดงเจ้าบทบาท เรียกน้ำตาคนดูมาแล้วทั่วบ้านทั่วเมือง ด้วยฝีมือการแสดงที่มีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จนมีงานละครเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เรียกว่าหยิบจับอะไรก็มือขึ้นตลอดๆ ล่าสุด สาวน้ำชา เดินทางไปถ่ายทำละครไกลถึงหัวหิน เห็นบรรยากาศดีๆแบบนี้ เลยขอรีแล็กซ์ด้วยการแชะภาพ อวดหุ่นสวยในชุดว่ายน้ำสีดำสุดเซ็กซี่ ที่ถึงแม้สาวน้ำชาจะไม่ได้หุ่นเนื้อนมไข่ แต่ก็เรียกไลค์หนุ่มๆไปมากทีเดียว อย่าว่าแต่หนุ่มๆ เลย สาวๆ เห็นก็มีความอิจฉาหนักมากทีเดียว ทำยังไงได้ มีหุ่นดีๆ ผิวสวยๆ ก็ต้องโชว์เป็นเรื่องธรรมดาใช่ไหมจ๊ะน้ำชา ขอบคุณรูปภาพจาก namcha_tea น้ำชา ชีรณัฐ น้ำชา ชีรณัฐ น้ำชา ชีรณัฐ น้ำชา ชีรณัฐ น้ำชา ชีรณัฐ น้ำชา ชีรณัฐ น้ำชา ชีรณัฐ น้ำชา ชีรณัฐ น้ำชา ชีรณัฐ

ทำความรู้จัก ยักษ์ 12 ตน ในวัดพระแก้ว ยักษ์เยอะที่สุดในประเทศไทย!
ที่สุดในประเทศไทย /  ยักษ์วัดแจ้ง / 

รู้หรือไม่? วัดพระแก้ว หรือ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม วัดคู่บ้านคู่เมืองของเรานั้น เป็นวัดที่มียักษ์เยอะที่สุดในประเทศไทย! มากถึง 12 ตน ที่คอยเฝ้าประตู หรือทวารต่างๆ เราไปหาคำตอบนี้พร้อมๆ กันดีกว่า! ทำความรู้จัก ยักษ์ 12 ตน ในวัดพระแก้ว ยักษ์เยอะที่สุดในประเทศไทย! วัดพระแก้ว หรือ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เป็นวัดที่ รัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2325 เป็นวัดในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งในปัจจุบันเป็นวัดและเป็นเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมืองไทย เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต ยักษ์ทั้ง 12 ตน ที่ยืนเฝ้าประตูหรือทวารต่างๆ ในวัดพระแก้วนั้น ล้วนแต่เป็นยักษ์ชั้นกษัตริย์ และเป็นคู่ต่อสู้ของพระรามทั้งสิ้น ซึ่งยักษ์เหล่านี้สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 พร้อมกับยักษ์วัดแจ้ง (วัดอรุณราชวราราม) ยักษ์ตนที่ 1 : ทศกัณฐ์ (กายสีเขียว)  มีหน้า ๑๐ หน้า ครองกรุงลงกา ยักษ์ตนที่ 2 : สหัสเดชะ (กายสีเขียว) ครองเมืองปางตาล ยักษ์ตนที่ 3 : ไมยราพณ์ (กายสีม่วงอ่อน)  ครองเมืองบาดาล ยักษ์ตนที่ 4 : วิรุฬจำบัง (กายสีเขียวเจือดำ) เป็นบุตรพญาทูษณ์ ครองเมืองจารึก ยักษ์ตนที่ 5 : สุริยาภพ (มีกายสีแดง) เป็นโอรสของสหายทศกัณฐ์ เฝ้าด้านหน้าปราสาทพระเทพบิดร ยักษ์ตนที่ 6 : อินทรชิต (มีกายสีเขียว) เป็นบุตรทศกัณฐ์กับนางมณโฑ เฝ้าด้านหน้าปราสาทพระเทพบิดร ยักษ์ตนที่ 7 : มังกรกัณฐ์ (กายสีเขียวอ่อน)  เป็นบุตรพญาขร ครองเมืองโรมคัล อยู่ทางด้านหน้าพระอุโบสถ ยักษ์ตนที่ 8 : วิรุฬหก (กายสีขาบ หรือน้ำเงินเข้ม) ครองเมือง มหาอันธการนคร อยู่ทางด้านหน้าพระอุโบสถ ยักษ์ตนที่ 9 :  ทศคีรีธร  (กายสีน้ำตาล) เป็นยักษ์ฝาแฝด ลูกของทศกัณฐ์ กับนางช้าง ยักษ์2ตนนี้จึงมีปลายจมูกเป็นงวงช้างเล็กๆ ยักษ์ตนที่ 10 : ทศคีรีวัน (กายสีเขียวแก่) เป็นยักษ์ฝาแฝด ลูกของทศกัณฐ์ กับนางช้าง ยักษ์2ตนนี้จึงมีปลายจมูกเป็นงวงช้างเล็กๆ ยักษ์ตนที่ 11 : จักรวรรดิ (กายสีขาว) เป็นเพื่อนสนิทกับทศกัณฐ์ ครองกรุงมลิวันอยู่ด้านหน้าทางเข้า ยักษ์ตนที่ 12 : อัศกรรณมารา (กายสีม่วงเข้ม)  ครองเมืองดุรัม ขอบคุณข้อมูล MORRAGET

เที่ยวสิงคโปร์ รับพลัง “ฮวงจุ้ย”
Fountain of Wealth /  Marina Bay Sands / 

เที่ยวสิงคโปร์ รับพลัง “ฮวงจุ้ย” สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีการหลอมรวมของวัฒนธรรมที่หลากหลายและลงตัว และยึดถือหลักฮวงจุ้ยอย่างเคร่งครัดตามหลักความเชื่อของชาวจีน ว่าจะนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองและความร่ำรวย ส่งผลให้หลายๆ สิ่งในประเทศสิงคโปร์ถูกสร้างขึ้นตามหลักฮวงจุ้ยที่สมบูรณ์แบบ หากใครได้เดินทางไปสิงคโปร์แล้วล่ะก็ ลองมองไปรอบๆ อาจจะได้รับพลังฮวงจุ้ยกันแบบไม่รู้ตัวก็ได้นะ มาดูกันเลยดีกว่า ว่าสิงคโปร์จะรวบรวมพลังฮวงจุ้ยไว้ที่ไหนบ้าง Singapore River แม่น้ำสิงคโปร์ ได้รับการจัดวางให้มีลักษณะคล้ายปลาคาร์ฟที่แหวกว่ายอยู่ในย่านธุรกิจที่สำคัญ โดยหลักความเชื่อทางฮวงจุ้ยเชื่อว่าปลาคาร์ฟ  หรือ "หลี่ฮื้อ" เป็นสัญลักษณ์มงคลแห่งความอุดมสมบูรณ์ และความสำเร็จ เมื่อภูมิศาสตร์แม่น้ำมีรูปร่างเหมือนปลาคาร์ฟแหวกว่ายในสายน้ำ จึงสื่อถึงความมั่งคั่งทางธุรกิจนั่นเอง ใครอยากรับพลัง ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาล่องเรือ Bumboat ดูสิ นอกจากจะได้สัมผัสทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ำสิงคโปร์ ยังสามารถเปิดรับพลังจากปลาคาร์ฟได้เต็มๆ อีกด้วย การเดินทาง: สามารถขึ้นเรือจากท่าเรือต่างๆ เช่น Clarke Quay, Boat Quay และ Bayfront South หรือด้านหน้าตึกMarina Bay Sands *********************************** Singapore Flyer ชิงช้าสวรรค์แห่งนี้ เป็นจุดชมวิวชื่อดังบริเวณอ่าวมารีนา เพราะสามารถเห็นทิวทัศน์กว้างสุดลูกหูลูกตาของประเทศสิงคโปร์ได้อย่างชัดเจน โดยชิงช้าสวรรค์แห่งนี้หมุนตามเข็มนาฬิกา เปรียบเสมือนการกวาดเอาโชคลาภเข้าตัว จำนวนแคปซูลของ Singapore Flyer มีทั้งหมด 28 แคปซูล และแต่แคปซูลสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ 28 คน โดยความหมายแฝงของจำนวนดังกล่าวคือ ความเชื่อของคนจีนว่าเลข 8 คือเลขแห่งความเจริญรุ่งเรือง ส่วนเลข 28 ทางหลักฮวงจุ้ย หมายถึงการ Double (ทวีคูณ) ความเจริญรุ่งเรือง หรือ Double Prosperity ดังนั้นถ้าใครได้มีโอกาสขึ้น Singapore Flyer ก็มีโอกาสที่จะได้รับความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า การเดินทาง: MRT Promenade *********************************** Marina Bay Sands Marina Bay Sands เป็นการรวมเอาโรงแรมสุดหรูและศูนย์รวมความบันเทิงชั้นนำมากมายมาไว้ในพื้นที่เดียวกัน และยังเป็นสถานที่สำคัญในการจัดประชุมและจัดการแสดงที่มีขนาดใหญ่ในประเทศสิงคโปร์ ที่ตั้งอาคาร รวมไปถึงสิ่งปลูกสร้างโดยรอบ ถูกออกแบบตามหลักฮวงจุ้ยทุกประการ ลักษณะตึกมีความโดดเด่น ดูคล้ายกับเรือตั้งอยู่บนเกลียวคลื่นทั้งสาม ซึ่งคนสิงคโปร์เชื่อว่าเป็นสถานที่กักเก็บกระแสพลังไม่ให้ไหลออกไปจากชัยภูมิไข่มุกมังกร การเดินทาง: MRT Bayfront *********************************** Merlion เรียกได้ว่าเป็นแลนมาร์คสำคัญของประเทศสิงคโปร์ ที่ใครไม่ได้มาถ่ายภาพสิงโตพ่นน้ำตัวนี้ก็เหมือนมาไม่ถึง ซึ่งสัญลักษณ์สำคัญของสิงคโปร์นี้ ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ถูกสร้างขึ้นตามความเชื่อในเรื่องฮวงจุ้ยเช่นกัน โดยการพ่นน้ำของ Merlion นั้นหมายถึงเงินทองที่ไหลเวียนไม่ขาดมือ เสมือนสายน้ำที่ไหลออกมาตลอดเวลานั่นเอง การเดินทาง: MRT Raffles Place *********************************** Fountain of Wealth น้ำพุแห่งความมั่งคั่ง เป็นน้ำพุขนาดใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์ ตั้งอยู่ใจกลาง Suntec City แหล่งการค้า การประชุม และสำนักงานยักษ์ใหญ่ของบริษัทชั้นนำ บริเวณนี้ถือว่าเป็นสุดยอดฮวงจุ้ยที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง เพราะโดยรอบประกอบด้วยห้าตึกที่หันหน้าเข้าหากันลักษณะเหมือนนิ้วมือ วงแหวนที่มีน้ำพุ่งเข้าสู่ใจกลางน้ำพุ เปรียบดั่งการกักเก็บความมั่งคั่งที่ไหลมารวมกัน มีความเชื่อว่าใครได้สัมผัสน้ำพุ โดยใช้มือขวาสัมผัสน้ำ พร้อมอธิษฐาน และเดินตามเข็มนาฬิกาให้ครบ 3 รอบ ก็จะมีโชคลาภ เป็นมงคล และโชคดีตลอดไป การเดินทาง: MRT City Hall  *********************************** เงินตราในประเทศสิงคโปร์ รู้หรือไม่ว่าหลักฮวงจุ้ยที่ประเทศสิงคโปร์ยึดถืออย่างเคร่งครัดนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องแต่เพียงสถานที่เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงของที่ทุกคนต้องใช้ในชีวิตประจำวันอย่างเหรียญและธนบัตรอีกด้วย สำหรับใครที่มาเยือนประเทศสิงคโปร์ ถ้าลองสังเกตดีๆ เหรียญหนึ่งดอลล่าร์ของสิงคโปร์ได้ถูกออกแบบตามหลักฮวงจุ้ยเป็นแปดเหลี่ยม ซึ่งสื่อถึงยันต์โป๊ยก่วยเอาไว้ใช้ป้องกันสิ่งอัปมงคล ส่วนธนบัตรก็ยังมียันต์โป๊ยก่วยอยู่บนหน้าธนบัตรอีกด้วย โดยมีตัวเลขเรียงจากเล็กไปใหญ่อยู่บนยันต์โป๊ยก่วย เพื่อแสดงถึงความรุ่งเรืองร่ำรวยยิ่งๆ ขึ้นไปอย่างไม่สิ้นสุด รู้อย่างนี้แล้ว ก่อนกลับก็อย่าลืมเก็บเหรียญและธนบัตรของประเทศสิงคโปร์ไว้เป็นของที่ระลึกเพื่อเสริมโชคกันด้วยนะ  นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการยึดถือหลักฮวงจุ้ยเพราะความเชื่อเรื่องโชคลาภและความเป็นมงคลเท่านั้น ใครที่มีแพลนเดินทางไปประเทศสิงคโปร์เร็วๆนี้ ลองหาเวลาไปเสริมพลังให้ตัวเองสักนิด ครึ่งปีหลังนี้จะได้เต็มไปด้วยความโชคดี และมีความสุขสมหวังกันถ้วนหน้า

สาวจีน ครวญเพลง พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์ ชัดเป๊ะ!(แถมสวยด้วย!!)
ขอใจเธอแลกเบอร์โทร /  ปู พงษ์สิทธิ์ / 

ทำเอาชาวไทยถึงกับเป็นปลื้ม เมื่อ วัง เสี่ยวหมิ่น นักร้องสาวชาวจีนแท้ๆ หยิบเอาเพลงเพื่อชีวิต สุดใจ ของ ปู พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์ มาร้องแบบชัดเป๊ะชนิดนึกว่าคนไทยมาร้องเอง แถมอินเนอร์ยังมาเต็มด้วย! วัง เสี่ยวหมิ่น สาวคนสวยคนนี้มีดีกรีเป็นนักแสดงเด็ก นักร้องผู้กวาดรางวัลจากเวทีประกวด และเธอยังเคยออกอัลบั้มเพลงของตัวเองมาแล้ว นอกจากนั้นเพลง สุดใจ นี้ก็ไม่ใช่ผลงานเพลงไทยที่เธอร้องเป็นครั้งแรก เพราะ วัง เสี่ยวหมิ่น เคยสร้างความฮือฮาจากการโชว์ร้องเพลง ขอใจเธอแลกเบอร์โทร ของ หญิงลี เอาไว้เมื่อปีที่แล้ว บอกเลย ดนตรีไร้พรมแดนจริงๆ! มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

30 วัด UNSEEN ในเมืองไทย สวยแค่ไหนต้องไปดู!
unseen thailand /  จัดอันดับ / 

เมืองไทยนั้นได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองพุทธ โดดเด่นในเรื่องของศาสนาและวัฒนธรรม มีความเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนามานานหลายร้อยปี ในเมืองไทยนั้นมีวัดวาอารามเป็นจำนวนมาก ให้ผู้คนเข้าไปกราบไหว้ ถือศีล หรือปฏิบัติธรรม เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ และสั่งสอนให้เราเป็นคนดี วันนี้เราได้รวบรวม 30 วัด UNSEEN ในเมืองไทย มาให้ชมกัน สวยแค่ไหนต้องไปดู! แต่นี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะเมืองไทยยังมีวีดที่สวยงามและน่าอัศจรรย์อีกหลายที่ทีเดียว 30 วัด UNSEEN ในเมืองไทย สวยแค่ไหนต้องไปดู! 1. วิหารเทพวิทยาคม วัดบ้านไร่ หรือ วัดหลวงพ่อคูณ จ.นครราชสีมา ตั้งอยู่ใน ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา วิหารเทพวิทยาคม เป็นอุทยานธรรมกลางบึงน้ำขนาดใหญ่ 30 ไร่ งานสถาปัตยกรรมพุทธศิลป์ขนาดใหญ่ เป็นมหาวิหารแห่งพระไตรปิฎก ที่รวบรวมพุทธประวัติ พระวินัย และพระธรรมคำสอนไว้ทั้งหมด เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรม แห่งแรกในประเทศไทย องค์วิหารเป็นลักษณะทรงกลม มีทั้งหมด 4 ชั้น ได้แก่ สะพานพญานาค, ซุ้มประตูบารมีทั้ง 4 ทิศ (ซุ้มพระอินทร์ ซุ้มพระยม ซุ้มพระพิรุณ และซุ้มพระกุเวร (ท้าวเวสสุวรรณ)), เสารอบอาคาร เป็นเสาที่บรรจุภพชาติที่พระพุทธเจ้าถือกำเนิดทั้ง 523 ชาติไว้รอบๆ ด้านผนังรอบนอกนำเสนอจิตรกรรมฝาผนังเรื่อง “ทศชาติชาดก” เป็นจิตรกรรมเขียนสีแผ่นเซรามิก 2. วัดสิรินธรวราราม (ภูพร้าว) จ.อุบลราชธานี ได้รับขนานนามว่า "วัดเรืองแสง" คือ เมื่อแสงพลบค่ำ จะปรากฏภาพ "ต้นไม้เรืองแสง" เป็นสีเขียวของต้นกัลปพฤกษ์ ภาพจิตรกรรมบนผนังด้านหลังของอุโบสถ เวลาที่เหมาะสมในการชม คือ 18.00-20.00 น. ตัวภาพต้นไม้จะคล้ายกับที่เคยเห็นในวัดเชียทองที่หลวงพระบาง แต่ศิลปินผู้สร้างผลงานชิ้นนี้ใส่ไอเดียลงไปในผลงานจนเกิดความงดงามแบบนี้ นอกจากนี้แล้ววัดสิรินธรวรารามภูพร้าว ยังเป็นสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมากจุดหนึ่ง รวมไปถึงเหมาะสำหรับการดูดาว ซึ่งหากโชคดีอาจได้พบฝูงช้างเผือกเชือกใหญ่เปล่งประกายบนท้องฟ้า ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบร่มรื่น เมื่อนักท่องเที่ยวที่มาเยือนได้พบเห็นแล้ว ต้องประทับจำใจอย่างแน่นอน 3. โบสถ์สีทอง วัดปากน้ำโจ้โล้ จ.ฉะเชิงเทรา ชมพระอุโบสถหนึ่งเดียวในประเทศไทย ที่ทาสีทองทั้งหลัง งดงามตระการตา ทั้งภายนอกและภายใน และมีเรือโบราณ สมัยสมเด็จพระจ้าตากสินมหาราชได้รับชัยชนะ จึงทรงโปรดฯ ให้สร้างเจดีย์ไว้เป็นอนุสรณ์ด้วย 4. วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว จ.เพชรบูรณ์ ถูกสร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ครบ 60 ปี ความโดดเด่นอลังการที่ไม่เหมือนใครนอกจากทิวทัศน์สวยๆ ของทะเลภูเขารายรอบและทะเลหมอกสีขาว ก็คือ สีสันสดใสอันเกิดจากการนำกระเบื้องสีถ้วยชามเบญจรงค์มุกลูกปัดแก้วแหวนเงินทอง ตลอดจนเซรามิคหลากสีสัน มาประดับประดาตกแต่งเป็นลวดลายที่สวยงามเมื่อยามต้องแสงแดดทั่วทั้งอาณาบริเวณจะสะท้อนประกายงดงามราวกับวัดบนสรวงสวรรค์ เป็นสถานที่อันสวยงามและศักดิ์สิทธิ์ควรค่าแก่การไปเยือน นอกจากนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานของ “พระพุทธเจ้า 5 พระองค์” พระพุทธรูปสีขาวซ้อนกัน 5 องค์นั่งซ้อนกันบนฐานดอกบัว มีความใหญ่โตโอ่อ่า ทำให้เกิดภาพอันงดงามแบบหาที่ไหนไม่ได้ ด้วยทัศนียภาพรอบด้านเต็มไปด้วยขุนเขาและเมฆหมอก 5. วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร หรือ เขาชีจรรย์ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี บริเวณหน้าผาเขาชีจรรย์ จะพบ แกะสลักรอยพระพุทธรูป “พระพุทธมหาวชิรอุตตโมภาสศาสดา” แกะสลักด้วยเลเซอร์ บนหน้าผาหินปูนใหญ่ที่สุดในโลก ประดับด้วยโมเสกสีทอง สร้างเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสครองราชย์ฯ 50 ปี 6. วัดถ้ำผาแด่น จ.สกลนคร วัดถ้ำผาแด่น เป็นวัดเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 100 ปี ตั้งอยู่บนเทือกเขา มีภูมิทัศน์ที่สวยงาม อีกทั้งยังมี "หินเทพ" งานแกะสลักหินทรายที่ขึ้นชื่อ อยู่บนเทือกเขาภูพาน เป็นจุดชมวิวตัวเมืองสกลนคร และทะเลสาบหนองหาน ชมประติมากรรมจากฝีมือมนุษย์ ที่แกะสลักหินภูเขาธรรมดา ให้กลายเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจ 7. วัดหลวงพ่ออุตตมะ สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี หรือ วัดวังก์วิเวการาม มีโลงบรรจุสังขารของหลวงพ่ออุตตมะ ซึ่งเปรียบเสมือน "เทพเจ้าแห่งชาวมอญ" อยู่ภายในปราสาทเก้ายอด ถือเป็นศูนย์รวมจิตใจ ของผู้คนหลายเชื้อชาติ ที่อาศัยอยู่ในอำเภอสังขละบุรี 8. เศียรพระพุทธรูปใต้ต้นโพธิ์ - วัดมหาธาตุ จ.พระนครศรีอยุธยา วัดมหาธาตุเป็นวัดที่เก่าแก่ ที่มีความสำคัญยิ่งในสมัยกรุงศรีอยุธยา เพราะเป็นวัดที่ประดิษฐานพระบรมธาตุใจกลางพระนคร ซึ่งในปัจจุบันยังคงมีซากปรีกหักพังของวิหาร เจดีย์ ให้เราได้เห็นกันอยู่ อีกทั้งมี เศียรพระพุทธรูปกว่าร้อยปี ที่ถูกห่อหุ้มด้วยรากของต้นโพธิ์ เป็นภาพที่เผยแพร่ไปทั่วโลก ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เดินทางมาชมความมหัศจรรย์นี้ 9. ปราสาททองคำ - วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี หรือ วัดจันทาราม เป็นวัดเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังแห่งหนึ่งของ เมืองอุทัยธานี จากวัดเล็กๆ ที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งมีเพียงพระอุโบสถขนาดเล็ก ภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับพุทธประวัติด้วยฝีมือพื้นบ้าน ก็ค่อยๆ ขยายพื้นที่และมีการพัฒนาปรับปรุงขึ้นมา มี ปราสาททองคำ ที่สวยงาม เป็นอาคารขนาดใหญ่ที่มีความวิจิตรงดงามประณีตมากๆ ส่วนต่างๆ ของปราสาทตกแต่งด้วยทองคำเปลว ติดกระจก บานหน้าต่างและประตูด้านใน เขียนภาพเทวดาโดยจิตรกรฝีมือดี มี 3 ชั้น 37 ยอดปราสาท พื้นที่ภายในปราสาทจะใช้เป็นสถานที่เป็นพระพุทธรูปที่ญาติโยมนำมาถวายวัด แต่ในปัจจุบันบริเวณภายในยังคงเป็นพื้นที่โล่งกว้าง ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้อย่างใกล้ชิดเช่นกัน  10. วัดอโศกการาม จ.สมุทรปราการ เป็นสถานวิปัสสนากรรมฐาน มี "พระธุตังคเจดีย์" เป็นพระเจดีย์หมู่รวม 13 องค์ ทุกองค์มีพระบรมสารีริกธาตุ บรรจุไว้ในผอบทอง เงิน นาก สัญลักษณ์แห่ง “ธุดงควัตร 13 ข้อ” และอนุสาวรีย์พระเจ้าอโศกมหาราช ภาพจากแฟนเพจ: Sabtarin Eos www.facebook.com/sabtarin.wimolrat 11. วัดป่าภูก้อน อ.นายูง จ.อุดรธานี วัดป่าภูก้อน ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่านายูงและป่าน้ำโสม จังหวัดอุดรธานี เป็นรอยต่อ 3 จังหวัด คือ อุดรธานี เลย และหนองคาย พุทธสถานท่ามกลางธรรมชาติ สถานที่ปฏิบัติธรรมในเขตป่าสงวนแห่งชาติ กำเนิดขึ้นจากการตระหนักถึง คุณประโยชน์อันยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ และป่าต้นน้ำลำธาร ซึ่งกำลังถูกทำลาย 12. พระพุทธบาทพระธาตุอินทร์แขวน จ.ลำพูน ที่ บ้านน้ำพุ ต.ป่าสัก อ.เมือง บนดอยถ้ำหิน โดยจำลองพระธาตุอินทร์แขวนที่พม่า และสร้างองค์พระธาตุไว้บนก้อนหินขนาดใหญ่บนหน้าผา บริเวณใกล้ๆ กัน มีรอยหินที่เชื่อกันว่า เป็นรอยพระพุทธบาทประทับอยู่ 13. พระมหาเจดีย์ศรีชัยมงคล จ.ร้อยเอ็ด วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วราราม อ.หนองพอก ติดอันดับ 10 วัดสวยที่สุดในเมืองไทย ด้วยความสวยงามของพระมหาเจดีย์ ที่ผสมผสานระหว่าง องค์พระปฐมเจดีย์ ศิลปะภาคกลาง และพระธาตุพนม ศิลปะภาคอีสาน 14. ถ้ำเขาหลวง จ.เพชรบุรี เป็นแหล่งท่องเที่ยวของเพชรบุรี ซึ่งมีถ้ำสำคัญอยู่ 4 ที่คือ ถ้ำเขาย้อย ถ้ำเขาบันไดอิฐ ถ้ำเขาเตาหม้อ และถ้ำเขาหลวง ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อย สีสันสวยงาม ประดิษฐานพระพุทธรูปฉลองพระองค์อันสำคัญยิ่ง ซึ่งรัชกาลที่ 5 โปรดให้สร้างถวาย ชมลำแสงสวยงาม ที่ส่องลงมาจากปล่องแสงเพดานถ้ำ 15. วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ จ.ลำปาง มีเจดีย์ประดิษฐานบนยอดเขา มากกว่า 10 องค์ บนภูเขาสูงเสียดฟ้า ล้อมรอบด้วยทิวเขาสูง ภายในบรรจุสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สร้างด้วยแรงศรัทธาของพระสงฆ์และชาวบ้าน ใช้เวลาก่อสร้างยาวนานนับ 10 ปี เป็นจุดชมวิว 360 องศา 16. วัดร่องขุ่น จังหวัดเชียงราย วัดร่องขุ่น ถอดแบบมาจากวัดมิ่งเมือง จังหวัดน่าน ออกแบบและก่อสร้างโดย เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ซึ่งได้รับแรงบัลดาลใจมากจาก 3 สิ่งคือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ อีกทั้งการสร้างวัดแห่งนี้ยังมีความหมายทุกชิ้นงาน อาทิ ตัวอุโบสถเป็นสีขาวสะอาดตา สื่อความหมายว่า พระบริสุทธิคุณของพระพุทธเจ้า, สะพาน หมายถึง การเดินข้ามจากวัฏสงสารสู่พุทธภูมิ, ขี้ยว หรือ ปากพญามาร หมายถึง กิเลสในใจ, สันของสะพานมีอสูรอมกัน ข้างละ 8 ตัว 2 ข้าง รวมกันแทนอุปกิเลส 16, กึ่งกลางของสะพาน หมายถึง เขาพระสุเมรุ, ดอกบัวทิพย์ 4 ดอกใหญ่ตรงทางขึ้นด้านข้างอุโบสถแทนซุ้มพระอริยเจ้า 4 พระองค์ คือ พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์ และบันไดทางขึ้น มี 3 ขั้น แทน อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา 17. วัดศรีชุม จ.สุโขทัย วัดที่มีความโดดเด่นน่าสนใจ ทางด้านสถาปัตยกรรม และประวัติศาสตร์ เรื่องราวการสู้รบของกองทัพพระนเรศวร ที่ปลุกใจและรวมคน ณ ที่แห่งนี้ ว่ากันว่ามีอุโมงค์ลับ ขึ้นไปที่ด้านหลังองค์พระอจนะ(พระพูดได้) 18. วัดพระศรีอารย์ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี อุโบสถทองคำร้อยล้าน งดงามยิ่งใหญ่อลังการ ใช้เวลาก่อสร้างนาน 37 ปี แสดงถึงพลังแห่งศรัทธาของชาวราชบุรี ที่มีต่อพระพุทธศาสนา และกราบไหว้พระศรีอารย์ พระพุทธรูปคู่วัด พระพุทธลักษณะสมัยคันธาระ 19. พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตั้งอยู่บนเขาธงชัย บริเวณวัดทางสาย ต.เขาธงชัย อ.บางสะพาน เป็นสถาปัตยกรรมไทยอันยอดเยี่ยม บนเนื้อที่กว่า 3 ไร่ และเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม ของชายหาดบ้านกรูด มองเห็นทิวทัศน์ได้ไกลสุดลูกหูลูกตา 20. อุโบสถติดอักษรเบรลล์ วัดเขาย้อย จ.เพชรบุรี เป็นอุโบสถแห่งแรก ที่เปิดโอกาสให้ผู้พิการทางสายตาเข้าถึงได้ โดยมีทางขึ้นวิลแชร์ จัดสร้างอักษรเบรลล์ และปูนปั้นประดับ ที่ให้ผู้พิการทางสายตา ศึกษาเรื่องราวที่แฝงไปด้วยความงามทั้งทางโลกและทางธรรม 21. อุโบสถสแตนเลส จ.ราชบุรี ที่ วัดโพธิ์รัตนาราม อ.บ้านโป่ง เป็นอุโบสถหลังที่ 2 ของเมืองไทยที่หุ้มด้วยสแตนเลสทั้งหลัง (หลังแรกอยู่ที่ วัดป่าลำขาแข้ง จ.กาญจนบุรี) ชาวบ้านมักเรียก “วัดโพธิ์คู่” เพราะสมัยก่อนมีต้นโพธิ์ขึ้นคู่กันอยู่หลายคู่ 22. อุทยานพระพุทธศาสนา อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เป็นสถานที่ที่กำลังก่อสร้าง มีพระพุทธรูปจำนวนมาก ริมแม่น้ำตาปี ถนนสายเอเชีย อ.ทุ่งใหญ่ ซึ่งใครต่างๆ เรียกขานสถานที่แห่งนี้ว่า "วัดนิรนาม" แห่งใหม่ในเมืองใต้ เมื่อเข้ามาสัมผัส จะได้รับรู้ได้ถึงความสงบ 23. บรมพุทโธ (เจดีย์หินทราย) จ.ร้อยเอ็ด ที่ วัดป่ากุง อ.ศรีสมเด็จ จำลองมาจาก "บรมพุทโธ" ประเทศอินโดนีเซีย สิ่งมหัศจรรย์ที่สวยงาม สถาปัตยกรรมชั้นนำ 1 ใน 7 ของโลก สร้างจากหินทรายธรรมชาติ มี 7 ชั้น แกะสลักเรื่องราวทางพระพุทธศาสนา 24. พระวิหารสีฟ้า วัดร่องเสือเต้น จ.เชียงราย เป็นศิลปะประยุกต์ ที่มีเอกลักษณ์สวยงามแปลกตา ใช้เฉดสีน้ำเงินฟ้า ฝีมือการรังสรรค์ของ นายพุทธา กาบแก้ว หรือ สล่านก ศิลปินท้องถิ่นชาวเชียงราย ซึ่งเคยเป็นลูกศิษย์ ของอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ 25. วัดสวนดอก จ.เชียงใหม่ วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ สร้างเมื่อกว่า 600 ปี มาแล้ว ในอดีตป็นสวนดอกไม้ (ต้นพยอม) ของเจ้านายฝ่ายเหนือ ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐาน รวมพระอัฐิของเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ และพระประยูรญาติ สร้างขึ้นโดย พญากือนา กษัตริย์ลำดับที่ 6 ของราชวงศ์มังราย เพื่อประดิษฐาน พระบรมสารีริกธาตุ ที่ได้มาจากสุโขทัย และยังเป็นพระธาตุคู่แฝด กับพระธาตุดอยสุเทพอีกด้วย 26. วัดซับไพเราะ จ.เพชรบูรณ์ นมัสการ "พระพุทธสิกขีองค์ปฐมบรมจักรพรรดิ์" ที่ วัดซับไพเราะ ถ้ำแก้วผางามตะปะสี ต.ซับไม้แดง อ.บึงสามพัน ซึ่งเป็นวัดป่าติดภูเขา เงียบสงบ บริเวณทางขึ้นถ้ำของวัด ปรากฏมีเพชรพญานาคราชฝังอยู่ในหิน 27. วิหารแก้ววัดม่วง จ.อ่างทอง มีการประดับด้วยกระจกแก้ว ทั้งภายในและภายนอกทั้งหลังภายในวิหารแก้ว ได้เทหล่อทองเหลือง สร้างรูปเหมือน พระเกจิอาจารย์ดังทั่วประเทศ จำนวน 50 องค์ ประดิษฐานอยู่รอบในวิหารแก้ว 28. พระเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ จ.สกลนคร หรือ "พระเจดีย์ตรัสรู้ " ที่ วัดถ้ำพวง (วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม) อ.ส่องดาว ด้านนอกของเจดีย์ มีพระพุทธรูป องค์เล็ก-องค์ใหญ่ เรียงตามผนัง จนถึงโคนยอดประมาณ 200 กว่าองค์ ด้านในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ 29. วัดสังกระต่าย จ.อ่างทอง โบสถ์ร้างโบราณ มี 3 ห้อง ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่คือ หลวงพ่อวันดี หลวงพ่อศรี และหลวงพ่อสุข โบสถ์ถูกโอบล้อมด้วยต้นโพธิ์ 4 ด้าน ช่วยพยุงตัวโบสถ์เอาไว้ และปกคลุมให้ร่มเงา มาเป็นระยะเวลานาน 30. พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ ถ้ำพระยานคร จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นตราประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด เมื่อยามแสงอาทิตย์ส่องเข้ามาในถ้ำ พลับพลาที่ประทับจะเรืองรองงดงาม ช่วงที่สวยที่สุดคือ เวลา 10.30-11.30 น. เที่ยวได้ตลอดทั้งปี  ขอบคุณข้อมูล Unseen Tour Thailand เรียบเรียง Travel.mthai  

ละครนาคี , เรื่องย่อนาคี
เรื่องย่อละครนาคี /  ละครนาคี / 

นาคี บทประพันธ์โดย : ตรี อภิรุมบทโทรทัศน์โดย : สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์กำกับการแสดงโดย : พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจงออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3เริ่มตอนแรกวันจันทร์ที่ 26 กันยายน 2559 เรื่องย่อละครนาคี โขงเจียม อุบลราชธานี พ.ศ. 2480 นายเคนสามีของคำปองจับได้งูลักษณะประหลาดเป็นสีขาวตลอดตัวขนาดใหญ่กว่าแขนยาวประมาณวาเศษบนหัวมีหงอนเหมือนหงอนพญานาค ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นงูเจ้าแม่ที่เรียกกันว่า นาคี เขานำไปขายให้กับฝรั่งนักค้างู จอห์น วินสัน ด้วยราคาสูงลิ่ว คำปองซึ่งท้องแปดเดือนมีความเชื่อเช่นเดียวกับชายบ้านอีกหลายคนว่างูเจ้าแม่นี้หากไปหลบหลู่ดูหมิ่นจะต้องประสบกับความพินาศฉิบหาย นางพยายามห้ามปรามสามีแต่สายไปเสียแล้วกลุ่มของจอห์น วินสัน ประกอบด้วยผู้ช่วยชาวไทยอีกสองคนคือ นายกอ และ นายบุญส่ง นายบุญส่งนั้นร้องด่าหลบหลู่งูขาวที่จับมาได้และท้าทายว่าหากเป็นงูเจ้าแม่ จริงก็ให้สำแดงฤทธิ์เดช ฉับพลันนั้นเองขณะที่เปิดกรงเพื่อนำงูที่จับได้บรรทุกขึ้นเกวียน ปรากฏอาเพศบนท้องฟ้าเกิดสุริยคราสพายุอื้ออึงฟ้ามืดครึ้มเกิดลมพายุรุนแรงจน หมู่บ้านถล่ม นายเคนถูกกระท่อมทับตายคาที่ บุญส่งถูกไม้ทับขาข้างหนึ่งจนแหลกเหลว นายกอนั้นหนีไปได้ แต่จอห์น วินสัน ถูกงูเผือกฉกตาย ส่วนคำปองนั้นเกิดเจ็บท้องคลอดกะทันหันเด็กทารกหญิงที่คลอดออกมาสิ้นชีวิต แต่ก่อนที่คำปองจะหมดสติไปนางบังเกิดเห็นภาพงูใหญ่เลื้อยแทรกกลืนหายเข้าตัว เด็ก และลูกของนางก็กลับมามีชีวิตอีกครั้ง คำปองตั้งชื่อบุตรสาวว่าคำแก้วย้ายจากโขงเจียมไปอยู่ดอนไม้ป่าครองตัวเป็นแม่ม่าย เด็กหญิงคำแก้วในวัยเรียนชั้นประถมศึกษามีลักษณะต่างจากเด็กทั่วไป บางครั้งขอบเดินเที่ยวในป่าคนเดียวหรือมักนั่งเงียบครุ่นคิดที่น่าประหลาดคือมักปรากฏอสรพิษอยู่ใกล้เด็กหญิงเสมอแต่ไม่เคยทำร้าย คำปองซึ่งยังเป็นสาวงามแม้จะตกพุ่มม่ายมีนายหวานพ่อม่ายลูกติดมาชอบพอแต่นางปฏิเสธไปด้วยใจยังไม่ลืมสามีและด้วยความรักที่มีต่อบุตรสาว คำแก้วมักหายตัวไปบริเวณปราสาทหินร้างท้ายหมู่บ้าน เด็กหญิงยังบอกอีกว่าสามารถพูดคุยกับงูได้และพวกมันเชื่อฟังเธอ คำปองเชื่อว่าเด็กหญิงคิดเอาเองตามประสาเด็ก คำแก้วเล่าให้แม่ฟังอีกว่าเธอชอบปราสาทหินร้างแห่งนั้นรู้จักคุ้นเคยราวกับเคยอยู่ที่นั่นมาก่อน ละครนาคี 20 ปีผ่านไป... พ.ศ. 2500 คณะอาจารย์และนักศึกษาโดยการนำของอาจารย์ทัศนัยได้ลงพื้นที่ขุดค้นโบราณวัตถุ ในจำนวนนี้มี ทศพล นักศึกษาปีสุดท้ายของคณะโบราณคดีรวมอยู่ด้วย เขาเป็นคนรูปงามและหลงใหลในวัตถุโบราณเป็นอย่างมาก ทศพลขุดพบรูปปั้นประหลาดเป็นหินสลักสีขาวอมชมพูรูปหญิงสาวเปลือยท่านอนบิดตัว ช่วงล่างตั้งแต่สะโพกลงไปเป็นหางงูส่วนบนของหน้าผากที่จรดกับศีรษะมีหงอน ซึ่งอาจารย์ทัศนัยอธิบายว่านั่นคือสัญลักษณ์ของนาคีหรือพญานาค ทศพลหลงใหลในความงามของรูปปั้นจนเก็บไปเพ้อถึงทำให้พิมพ์พรที่แอบชอบเขาอยู่ไม่พอใจ ตั้งแต่ขุดพบรูปปั้นประหลาดมีเรื่องราวแปลก ๆ เกิดขึ้นกับคณะทำงาน เริ่มตั้งแต่ทศพลพบเด็กสาวสวยสวมชุดแพรเยื่อไม้สีกลีบบัว แต่เมื่อเขาติดตามไปหล่อนหายไปอย่างไร้ร่องรอย ในเวลาเดียวกันคำแก้วซึ่งเติบโตเป็นสาวสวยของบ้านดอนไม้ป่าเกิดฝันประหลาดว่าได้พบชายหนุ่มรูปงามเขาและพวกกำลังขุดหาวัตถุโบราณอยู่ ทศพลและเพื่อน ๆ คือ วันชนะ ประกิต เชษฐ์ สมมาตร รวมถึง พิมพ์พร รัตนาวดี ไม่ได้การต้อนรับจากกำนันแย้ม เพราะกำนันแย้ม ไม่ต้องการให้คนต่างถิ่นเข้ามายุ่มย่ามในหมู่บ้าน รวมถึงการขุดค้นที่เทวาลัย จึงขับไล่ทุกคน ไม่ให้นอนค้างที่หมู่บ้าน สุดท้ายทัศนัย จึงพาเด็ก ๆ ไปอาศัยอยู่ที่บ้านของคำปอง และที่นั่นเอง ทศพลก็ได้พบกับคำแก้ว และเริ่มชอบคำแก้วในที่สุด พิมพ์พรเดินตลาดของบ้านดอนไม้ป่าได้พบกับคำแก้วที่เก็บดอกไม้ป่าหลากชนิดมาขาย เธอไม่ชอบหน้าคำแก้วแต่แรกเห็นเพราะสวยจัดทั้งยังฉลาดรู้จักยอกย้อนต่อปากต่อคำต่างกับหญิงชาวบ้านทั่วไป พิมพ์พรเห็นรูปปั้นนาคี พิมพ์พรถึงกับประหลาดใจเมื่อพบว่าใบหน้าของรูปปั้นนั้นเหมือนเด็กสาวชาวป่าที่เธอเพิ่งได้พบแทบไม่ผิดเพี้ยนหมออ่วมทำนายกับกำนันแย้มว่าอีกเจ็ดวันจะเกิดสุริยคราสทำความวิตกให้กับเขามากเนื่องจากทุกครั้งที่เกิดปรากฏการณ์นี้จะต้องมีคนถูกฝูงงูกัดกินจนตายทุกครั้ง หมออ่วมบอกว่านี่เป็นอิทธิฤทธิ์ของเจ้าแม่นาคี เขาทำนายพิมพ์พรว่ากำลังมีเคราะห์หนักจนอาจถึงสิ้นชีวิตภายในเจ็ดวัน พิมพ์พรและรัตนาวดีได้พบกับคำแก้วที่ตลาดอีกครั้ง รัตนาวดีเริ่มเอะใจเธอจำได้ว่าคำแก้วมีใบหน้าคล้ายกับรูปปั้นนาคีทีทศพลขุดได้พิมพ์พรขอให้เธอเก็บไว้เป็นความลับ หมออ่วม ฉุกใจคิดว่าเจ้าแม่นาทีที่แสดงอิทธิฤทธิ์ฆ่าคนจะเกี่ยวข้องกับคำแก้วเด็กสาวที่เกิดในวันสุริยคราสที่อำเภอโขงเจียมและเป็นวันเดียวกับที่เจ้าแม่อาละวาดเมื่อหลายปีก่อน นายอ่วมต้องการกำจัดเจ้าแม่นาคีแต่กำลังสืบหาที่อยู่และหาของขลังมาปราบ ส่วนลำเจียก ลูกสาวนายกอ ก็ตกหลุมรักทศพล ด้วยรูปร่างหน้าตาอันหล่อเหลา ยิ่งเมื่อเห็นทศพลชอบอยู่ใกล้ชิดกับคำแก้ว ก็ยิ่งไม่พอใจ ลำเจียกหาทางกลั่นแกล้งคำแก้วอยู่เสมอ โดยมีซ่อนกลิ่นกับชบาคอยเป็นมือขวาให้ลำเจียก ทศพลพบภาพประหลาดเป็นปราสาทราชวังตะการตาและหญิงสาวสวมมงกุฏงูคนเดิมเช่นเดียวกับคำแก้วที่ฝันถึงทศพล พิมพ์พรเห็นภาพประหลาดเป็นงูเผือกยักษ์กำลังโอบรัดทศพลอยู่เธอกังวลและหวาดกลัวจนต้องเล่าให้ทศพลฟังว่างูใหญ่บางตัวมีฤทธิ์แปลงเป็นคนได้จากคำบอกเล่าของบิดา นั่นก็คือนายบุญส่งที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์อาเพศเจ้าแม่นาคีเหมือนหลายปีก่อนนั่นเอง แต้ว ละครนาคี หมออ่วมลอบนำว่านพญาลิ้นงูที่ได้จากสัปเหร่อคงไปฝังไว้ที่ใต้ถุนเรือนคำปอง เพื่อทดสอบว่าคำแก้วคือร่างแปลงของนาคี จนคำแก้วร้อนรนจนอยู่บนเรือนไม่ได้ต้องเสาะหาขุดว่านนั้นทำลายเสีย หมออ่วมเริ่มแน่ใจมากขึ้น ทางด้านอาจารย์ทัศนัยขุดพบซากเมืองโบราณที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์งูเต็มไปหมดนอกจากนี้เขายังสันนิษฐานว่ารูปปั้นนาคีนั้นแท้ที่จริงแล้วไม่ใช่หินสลักหรือวัตถุทั่วไปแต่เป็นศพอาบน้ำยาเช่นเดียวกับมัมมี่ ของอียิปต์ที่ถูกฝังไว้เป็นเวลานานจนแปรสภาพเป็นเนื้อหินกำนันแย้มและหมออ่วมแจ้งเตือนชาวบ้านถึงวันสุริยคราสที่จะมาถึงในพรุ่งนี้ ยังบอกอีกว่าเจ้าแม่นาคีจะต้องอาละวาดฆ่าคนอีกเพราะที่ปราสาทหินร้างท้ายหมู่บ้านนั้นมีถ้ำติดต่อไปยังอำเภอโขงเจียมที่เจ้าแม่เคยปรากฏอิทธิฤทธิ์ หมออ่วมเสริมว่าเจ้าแม่นาคีนั้นมีร่างเป็นคนอาศัยปะปนอยู่กับชาวบ้านแต่เมื่อคำแก้วคาดคั้นให้บอกออกมาว่าเป็นใครเขาก็กลับอึกอักบอกว่ายังไม่มีหลักฐานแน่นหนาพอ คนขับรถที่พาคณะของอ.ทัศนัย และเด็ก ๆ ถูกงูกัดตาย ทัศนัยจะเอาศพคนขับกลับไปทำพิธี แต่กำนันไม่ยอม บอกว่าถูกงูกัดตาย หากเคลื่อนย้ายศพ จะเกิดอาเพศใหญ่ ลำเจียกไปหาทศพลถึงที่บ้านคำแก้ว ขากลับ เจองูเผือกจะทำร้าย ดีที่ใส่แหวนที่พ่อให้ไว้ จึงรอดมาได้ ทศพลกับพวก มาที่บ้านสัปเหร่อคง ถามเรื่องที่ฝังศพคนรถ ทศพลจ้างให้สัปเหร่อไปขุดโลง เปิดออกมา เห็นงูกำลังกัดกินศพอย่างหน้าสะอิดสะเอียน ทุกคนแทบช็อค ส่วนรัตนาวดีก็กลัวตาย วิ่งหนีไปจากหมู่บ้าน เจอเข้ากับผี โดนทำร้ายจนสลบไป ทุกคนตกใจ รัตนาวดีหายไป ไปแจ้งกำนันแย้ม ก็ไม่รับแจ้ง บอกถ้าภายใน 3 วันไม่กลับมาคือไม่รอด ทัศนัย แบ่งเด็ก ๆ เป็น 2 กลุ่ม ออกไปตามหา คำแก้ว ช่วยเหลือรัตนาวดีมาได้ โดยพิมพ์พร และเจิดนภา พากลับมาที่บ้านพัก แต่รัตนาวดี อยู่ในอาการหวาดกลัว ยังคงไม่พูดจากับใคร สุดท้ายคำปอง จึงไปหาหมออ่วมให้มารักษา หมออ่วมเห็นแววตาคำแก้ว พร้อมกับกลิ่นสาบงู เริ่มมั่นใจ ว่าคำแก้ว จะต้องเป็นบริวารของเจ้าแม่นาคี ส่วนทศพล วันชนะ และประกิต ต้องค้างที่เทวาลัย เนื่องจากฝนตกหนัก ทำให้ทศพล ค้นพบ ถ้ำใต้เทวาลัย และได้พบกับร่างทิพย์ของเจ้าแม่นาคี ที่มีหน้าตาเหมือนกับคำแก้วอย่างไม่มีผิดเพื้ยน หลังจากออกจากถ้ำ ทศพล จึงบอกกับทัศนัย และจะพาทีมนักศึกษา เข้าไปสำรวจถ้ำต่อไป และได้พบกับวัตถุโบราณจำนวนมาก ลำเจียก ขะมักเขม้น ซ้อมรำถวายเจ้าแม่ ตอนแรก คำแก้ว จะไม่ยอมรำถวาย ทำให้กำนันไม่พอใจ แต่สุดท้ายคำปองเกลี้ยกล่อม ให้ทำเพื่อเจ้าแม่นาคี เพราะเคยสัญญาไว้ตั้งแต่ตอนท้องคำแก้ว ว่าหากคำแก้วปลอดภัยดี จะยกคำแก้วให้กับเจ้าแม่นาคี สุดท้ายคำแก้วจึงยอมรำถวายให้ ชาวบ้านดอนไม้ป่าเชื่อว่า เมื่อเกิดสุริยุปราคา มนุษย์ต้องสังเวยชีวิตเพื่อให้พญานาคคายดวงอาทิตย์ออกมา และเมื่อถึงวันบวงสรวง ชาวบ้านต่างมากันพร้อมหน้าที่หน้าเทวาลัย คำแก้วก็มารำถวายด้วย คำแก้วเริ่มรำไปได้ไม่นาน เธอก็เริ่มเลื้อยเหมือนงู ผิวหนังเริ่มเป็นเกล็ด ลำเจียกหันมาเห็น ร้องตกใจใหญ่ ทำให้พิธีต้องหยุดกะทันหัน คำแก้ววิ่งไปที่เทวาลัย ในขณะที่ทศพล และอาจารย์ รวมทั้งเพื่อน ๆ ต้องรีบหนีออกมาจากเทวาลัย ทศพลหยิบโบราณวัตถุออกมา ทำให้วัชระปราการ ฉัตรสุดา เลื่อมประภัส ซึ่งเป็นบริวารเจ้าแม่นาคี หลุดออกจากคำสาป กลายร่างเป็นคน เคนภูภูมิ ละครนาคี ทศพลสงสารคำแก้ว ที่ถูกชาวบ้านใส่ร้ายว่าเป็นเจ้าแม่นาคี จึงชวนไปอยู่กรุงเทพฯด้วยกัน ลำเจียกมาพบพอดีไม่พอใจ เธอไม่กลัวคำแก้ว เพราะใส่แหวนพิรอดของกอมาด้วย ลำเจียกวางแผนร่วมมือกับเลื่อง จะเอาคำแก้ว มาเป็นเมียเลื่องให้ได้ ทศพล เริ่มอ่านเรื่องราวจากศิลา พบชื่อ เมืองมรุกขนครและกษัตริย์ที่ปกครองเมืองนี้ก็คือพระเจ้านิรุทธราช คำแก้วถูกลำเจียกหลอกมาที่กระท่อม ให้เลื่องปล้ำ คำแก้วตกใจ กลายร่างเป็นงูเผือก เลื่องเห็นแทบช็อค คำแก้วหมดสติไป แล้วเลื่องก็ถูกงูฉกตาย เดี่ยวกับทัพเข้ามาเจอ ถูกฉกตายไปด้วยทั้งคู่ ลำเจียกรีบวิ่งหนีไป กำนันแย้มแค้นใจมาก ลำเจียกบอกคำแก้วเป็นคนฆ่า ชาวบ้านแห่กันมาจะเอาเรื่องคำแก้ว แต่ลำเจียกไม่กล้าพูดมากนัก เพราะกลัวเรื่องจะแดงขึ้นมา ว่าตนเอง เป็นคนวางแผนให้เลื่องฉุดคำแก้วไป กำนันแย้ม ร่วมมือกับหมออ่วม ทำพิธี กำจัดเจ้าแม่นาคี ใช้แหวนพิรอด พันกับสายสิญจน์ ผูกไว้ และเผาหุ่นเจ้าแม่นาคี คำแก้ว ซึ่งกำลังขายดอกไม้ เริ่มร้อน ทุรุนทุราย ทนไม่ไหว ทศพลเห็นหมออ่วมทำพิธี รีบวิ่งไปหาคำแก้ว ถึงแม้จะถูกลูกน้องกำนันแย้มทำร้ายก็ตาม ส่วนลำเจียกเองก็กลัว ที่ต้องถอดแหวนพิรอดออกจากนิ้ว ที่กอให้ไว้ เพราะกลัวจะถูกเจ้าแม่นาคีทำร้าย ร่างทิพย์เจ้าแม่นาคีพุ่งวูบออกมาจากร่างคำแก้ว เจ้าแม่นาคีทำพิธีเรียกฝน กางแขนออก ปากขมุบขมิบสาธยายร่ายคาถาเรียกฝนมาสู้กับพิธีของหมออ่วม พายุฝนตกอย่างแรง ฟ้าฝ่าจนสายสิญจน์ขาด ไฟที่หุ่นฟางดับลง พิธีหยุดลงกะทันหัน ทุกคนวิ่งหลบฝน คำแก้วสลบอยู่ในอ้อมกอดทศพล แล้วทศพล ก็อุ้มเข้าเทวาลัยไป จนคำแก้วฟื้น ทศพลจึงให้คำแก้วขี่หลังกลับไปที่บ้าน ลำเจียกแต่งตัวเลียนแบบเจ้าแม่นาคี มาปล้ำทศพลถึงที่พัก แถมร้องโวยวายว่าถูกปล้ำ ทั้ง ทัศนัย พร้อมด้วยลูกศิษย์ ต่างตกใจ แต่คำแก้วบอก ว่าลำเจียกต่างหากที่มาปล้ำทศพลถึงที่พัก ทำให้ทศพล รอดพ้นจากลำเจียกไปได้ ลำเจียกแค้นใจคำแก้วมาก รุ่งเช้า ทศพล สารภาพรักกับคำแก้ว คำแก้วอดดีใจไม่ได้ แต่ทำทีปฎิเสธ จนทศพลเสียใจ หมออ่วม กำนันแย้ม ลำเจียก มาที่กระท่อมทศพล ใช้แหวนพิรอด ส่องทาง ไม่ให้เจ้าแม่นาคีบังตา จนพบกับ เทวรูปเจ้าแม่นาคี กำนันแย้มและพวก จึงไปจับตัว ทศพลและเพื่อน ๆ เอาไว้ คำแก้วรีบตามไปดู ถูกชาวบ้านเอาหินปาใส่ หาว่าคำแก้วเป็นงู ทศพลเข้าช่วย บอกกับกำนันแย้มและทุกคน ว่าจะไปพิสูจน์เรื่องเจ้าแม่นาคีที่เทวาลัย เพราะไม่ว่าใครจะไปที่นั่น ก็ไม่รอดกลับมา แต่หากเขารอดกลับมาได้ ต้องยอมปล่อยตัวทุกคน และไม่ต่อว่าคำแก้วอีก คำแก้วเป็นห่วงทศพล อยากตามไปช่วยทัศนัย เข้าไปที่เทวาลัยพบศิลาจารึก พร้อมลวดลายอักขระ บนศิลา คือ มนต์อาลัมพายน์! เป็นวิชาสะกดจิตอย่างหนึ่งที่ใช้สะกดจิตพวกนาค ทัศนัยมัวแต่สนใจ อ่านอักขระ ไม่ทันมองว่าเงางูใหญ่ทาบทับลงไปบนแผ่นศิลา ทำให้ทัศนัยรู้สึกตัว พอหันหลังกลับไปมองก็เห็นดวงตาเรือง ๆ ของงูใหญ่วัชระปราการมองมาอย่างมุ่งร้าย สุดท้ายทัศนัยก็หมดสติไป ละครนาคี ทศพลเริ่มหนาวเพราะอากาศในถ้ำ เขาเห็นเงาทัศนัย เดินตามไป ส่วนงูเขียว พาคำแก้ว เข้ามาที่ถ้ำจนได้ เจ้ามานาคีเข้าสิงห์ร่างคำแก้ว แล้วก็มาพบกับทศพล ทศพลดีใจมากที่ได้เจอคำแก้ว โดยที่ไม่รู้ว่าเป็นเจ้าแม่นาคี เจ้าแม่พาทศพล มายังสระน้ำสีมรกต น้ำใส เป็นประกายระยิบระยับ สระแห่งนี้เป็นเส้นทางเชื่อมไปได้หลายแห่ง เป็นรอยต่อระหว่างโลกมนุษย์กับวังบาดาลเมืองของพวกพญานาค เจ้าแม่เล่าเรื่องอดีตให้ทศพลฟัง และบอกว่าตนเองรออยู่ จนไชยสิงห์ มาเกิดเป็นทศพล คำแก้ว ก็คือเจ้าแม่นาคีนั่นเอง รุ่งเช้า ทศพลหลับอยู่กับคำแก้ว คำแก้วตื่นมาตกใจ จำอะไรไม่ได้ คำแก้วกลับบ้านไปแบบงุนงง ไม่แน่ใจว่าตนเองเป็นของทศพลหรือเปล่า กำนันแย้ม หมออ่วม กอ สั่งลูกน้อง ทั้งทุบ ทั้งเผา รูปเจ้าแม่นาคี แต่ก็ไม่สำเร็จ สุดท้ายเอาล่องแพ ไปเผาที่วัด คำแก้ว ทศพล และเพื่อน ๆ ช่วยกันออกตามหาเทวรูป แพของกำนันแตก ลูกสมุน ถูกน้ำวน ดูดจมหายไป เทวรูปก็จมไปด้วย ทศพลเสียดายมาก แต่คำแก้วบอกว่ามันอยู่ในที่เหมาะสมแล้ว คือในน้ำนั่นเอง ลำเจียกบอกกับทุกคนว่าคำแก้ว กับทศพล ผิดผีกันแล้ว คำปองเสียใจ แต่ทศพล กลับบอกว่า เป็นผัวเมียกันแล้ว ทศพลขอรับผิดชอบ สุดท้ายคำแก้วกับทศพลจึงได้แต่งงานกันในที่สุด ซึ่งลึก ๆ แล้วคำปองก็ดีใจที่คำแก้วจะมีทศพลมาคอยปกป้อง หมออ่วม จะปราบนาคี โดยใช้ครุฑ คำปองมาได้ยิน แต่ถูกคนของกำนันจับตัวไว้ เลื่อมประพัตร ฉัตรสุดา ไปบอกคำแก้ว คำแก้วรีบไปช่วยแม่ แต่ถูกจับตัวเอาไว้ ฉัตรสุดาจึงกลายร่างเป็นคน ไปบอกให้ทศพลมาช่วยคำแก้ว ทศพลถุกซ้อมจนสลบไป คำแก้ว กลายร่างเป็นงู ฉกสมุนกำนันแย้ม ฉกจนสมุนตายเรียบ บุญส่ง กำนันแย้ม หมออ่วม กอวิ่งหนีงูเจ้าแม่นาคี นาคีจะฆ่าบุญส่ง แต่คำปองห้ามไว้ วัชระปราการมาช่วยนาคี สกัดพวก กำนันแย้ม หมออ่วมไว้ คำแก้วกลายร่างกลับเป็นคนร้องไห้เสียใจ ไม่อยากเป็นงู คำปองกอดลูกไว้ บอกว่าต้องมีวิธีแก้อาถรรพ์ให้ได้ ดร.สุภัทรมาที่หมู่บ้าน และได้รู้ว่าทศพลแต่งงานกับคำแก้วแล้ว ทศพลทำสัญลักษณ์ของนาคีบนหน้าผากรูปปั้นหลุดออกมาเขาจึงเก็บไว้กับตัวตั้งใจว่าจะเก็บไว้ติดให้เหมือนเดิม นายบุญส่งตามมาที่หมู่บ้าน และดีใจมากที่พิมพ์พร ลูกสาวของเขาปลอดภัย เขาได้พบกับคำแก้วทำให้คำแก้วจำได้ว่าเคยเป็นงูเผือกถูกจับมาขาย และนายบุญส่งได้ร้องท้าทายจนเธอโกรธจัดและอาละวาดฆ่าคน คำแก้วเกินนิมิตหยั่งรู้ว่าหากเมื่อใดที่เธอมีความโกรธหรือระลึกชาติได้ครบถ้วนเธอจะกลายร่างเป็นงูมีเพียงสถานที่เดียวคือต้องขึ้นไปบนปราสาทหินเพื่อระลึกชาติจึงจะไม่กลายร่าง คำแก้วเห็นอดีตชาติของตนเอง ตำบลหนองไทรในอดีตคือมรุกขนครปกครองโดยพระเจ้านิรุทธราชซึ่งมีรูปร่างหน้าตาเป็นพิมพ์เดียวกับบุญส่ง ทิศเหนือของนครมีสระน้ำกว้างใหญ่ใสสะอาดให้ชาวเมืองได้อาบกินทำการประมงที่ก้นสระนั้นเป็นที่อาศัยของนางพญานาค ขณะนั้นเจ้าชายแสนเมืองหรือทศพลในชาตินี้ได้เป็นเชลยที่ถูกจับมาจากประเทศราช นางนาคีแปลงร่างเป็นสาวสวยพบรักและสมสู่อยู่กินกับเจ้าชาย แต่ในยามหลับนางกลับคืนร่างเป็นงูเผือกยักษ์หงอนสีแดงทำให้เจ้าชายรังเกียจนางจึงหนีกลับลงบาดาลไป เมื่อเจ้าชายแสนเมืองระลึกได้ถึงความรักที่มีต่อกันจึงไปเรียกหาที่สระ แต่นางนาคีซึ่งบำเพ็ญเพียรอยู่ก้นสระไม่ยอมใจอ่อนอีก ละครนาคี ต่อมาพระเจ้านิรุทธราชจับปลาไหลเผือกได้นำมาเชือดเนื้อกินกันในหมู่บริวารซึ่งล้วนแต่เป็นผู้ที่คิดปองร้ายนางในชาตินี้ได้แก่หมออ่วม นายกอ กำนันแย้ม เชษฐ์ เคน รวมถึงผู้คนที่ถูกนางพญานาคีกัดตายในวันสุริยคราสนั่นเอง สนมสองนางของพระเจ้านิรุทธราชก็คือพิมพ์พรและลำเจียกทุกคนล้วนกินเนื้อของนาง ยกเว้นไว้แต่นางกำนัลคำปองที่สงสารปลาไหลไม่ยอมกิน เนื้อของปลาไหลประหลาดนั้นยิ่งหั่นแจกก็กลับยิ่งทวีคูณเพิ่มขึ้นจนต้องนำไปแจกชาวประชาให้ได้กินกันทั้งเมือง ตกค่ำคืนนั้นลมพัดแรงนางกำนัลคำปองได้ยินเสียงกระซิบให้หนีออกจากเมืองเสียก่อนที่จะเกิดหายนะครั้งใหญ่นางทำตามคำบอก คืนนั้นเองเจ้าแม่สำแดงอิทธิฤทธิ์บันดาลให้ฝนตกกระหน่ำแผ่นดินไหวน้ำท่วมมรุกขนครถล่มทลาย ด้วยกรรมหนักที่ได้ก่อนางจึงถูกฟ้าดินสาปให้กลายเป็นหินครึ่งหนึ่งเป็นคนแสดงถึงความดีงามครึ่งหนึ่งเป็นงูหมายถึงความชั่วร้าย ส่วนจิตวิญญาณเร่ร่อนเกิดแล้วตาย ตายแล้วเกิด เป็นงูบ้างคนบ้างจนกระทั่งสิ้นเวร หลังจากนั้นนับศตวรรษนางพญาเกิดเป็นงูเผือกที่โขงเจียมบำเพ็ญเพียรแต่กลับถูกจับมาขายฝรั่ง คำปองคลอดลูกตาย เจ้าแม่นาคีจึงกลั้นใจตายแทรกวิญญาณทับร่างด็กเติบโตเป็นคำแก้วนั่นเอง ทุกครั้งที่มีการตายโดยงูกัดในวัน สุริยคราสหรือวันอื่น ๆ คำแก้วจะไม่รู้สึกตัวรับรู้แต่เพียงฝันร้ายว่าฆ่าคนตายเท่านั้น บุญส่ง นายกอ กำนันแย้ม และหมออ่วมเดินทางไปตำบลหนองไทรเพื่อหาของขลังมาปราบเจ้าแม่นาคี ต่อมานำรูปปั้นพญาครุฑเพื่อกำจัดคำแก้วอีกครั้งโดยจับตัวคำปองมาเป็นเหยื่อล่อ ด้านลำเจียกให้หมออ่วมทำเสน่ห์จนทศพลหลงใหลทิ้งคำแก้วไปยังตำบลนาคหนีซึ่งเจ้าแม่นาคีไม่สามารถไปได้ เนื่องจากที่ตำบลนี้มีตำนานเล่าว่านางนาคตนหนึ่งแปลงกายมายั่วพระธุดงค์ให้ตบะแตกท่านจึงสาปให้นาคใดๆไม่สามารถเข้าเขตได้คำแก้วตามหาทศพลไปถึงตำบลนาคหนีแต่ทศพลถูกเสน่ห์ของลำเจียก ไม่ยอมกลับ แถมยังสู้ลำเจียกไม่ได้เพราะไม่มีอิทธิฤทธิ์ใดๆเกือบถูกฆ่าตายด้วยการผลักให้จมน้ำ กลับกลายเป็นว่าเมื่อลงน้ำคำแก้วมีกำลังมากขึ้นหนีจากลำเจียกที่มุ่งร้ายมาได้ เมื่อกลับมาถึงบ้านเธอพบว่าคำปองถูกคนจับไปเสียอีก คำปองนั้นอันที่จริงรอดพ้นจากน้ำมือของพวกนายกอมาได้ ด้วยบริวารของเจ้าแม่คอยคุ้มกัน ไล่ต้อนคำปองขึ้นไปกักขังไว้ในปราสาทหินจนพวกของนายกอหาไม่เจอ ลำเจียกอยู่ที่ตำบลนาคหนีได้พบเมืองอินทร์หมอผีอายุสามสิบเศษที่มีวิชาแก่กล้า หล่อนทอดตัวเป็นเมียเพื่อให้เขาช่วยกำจัดนางพญานาคี เมืองอินทร์จึงเดินทางมาพร้อมกับลำเจียกที่บ้านดอนไม้ป่า ทศพลจึงเริ่มคืนสติและกลับมาหาคำแก้ว และแหวนหลวงปู่มั่นนั้นจะไม่คุ้มครองลำเจียกอีกเนื่องจากหล่อนทำเสน่ห์เล่ห์กลซึ่งเป็นของต่ำ ทั้งยังคิดร้ายฆ่าเมียหลวงชิงผัวเขามา คำแก้วระลึกชาติได้อีกเมืองอินทร์ในอดีตชาติคือเจ้าอินทร์ผู้ซึ่งร่ายคาถาจับปลาไหลเผือกนำมาถวายพระเจ้าอนิรุทธราช คำอ้ายหรือลำเจียกในชาตินี้แอบมองเจ้าอินทร์จากหลังม่านทำตาเจ้าชู้ เจ้าอินทร์เป็นคนหนึ่งที่กินเนื้อปลาไหลเผือกจึงต้องโทษสิ้นชีพไปเช่นกัน ลำเจียกเกิดโมโหเอามีดไล่ฟันคำแก้วในวันหนึ่งจึงถูกเจ้าแม่นาคีกลายร่างขึ้นฆ่าเธอตาย พวกของบุญส่งหลอกทศพลว่าหากต้องการให้คำแก้วพ้นข้อกล่าวหาขอให้ทศพลนำชิ้นส่วนที่เป็นหงอนของรูปปั้นนำไปติดที่หน้าผากของคำแก้ว หากมีนางพญานาคีสิงอยู่นางจะปรากฏร่างออกมาและคำแก้วจะปลอดภัยเป็นคนธรรมดาไม่มีวิญญาณร้ายสิงสู่อีก ทศพลทำตามแท้ที่จริงแล้วการทำเช่นนั้นจะทำให้คำแก้วกลายร่างเป็นงูตลอดชีวิต คำแก้วเสียใจหนีไปยังปราสาทร้างกราบไว้พระอ้อนวอนขออยู่ในร่างคน เสียงจากพระพุทธรูปบอกเธอว่าให้ถือศีลอยู่แต่ในถ้ำนี้ห้ามออกไปไหนเด็ดขาดจนครบร้อยวันคำแก้วจะเป็นคนโดยสมบูรณ์ไม่มีวันกลายเป็นงูอีก ละครนาคี ทศพลพาคำปองหลบหนีพวกของนายบุญส่งที่ต้องการจับตัวไปล่อให้นางพญานาคีออกมา แต่ท้ายที่สุดจึงถูกพวกของเมืองอินทร์และนายบุญส่งจับตัวได้ พวกของเมืองอินทร์จับคำปองและทศพลเผาทั้งเป็นเพื่อล่อคำแก้วออกมา คำแก้วอดทนจนถึงที่สุดแต่ก็ไม่อาจยับยั้งคนใจทรามได้ คำปองไม่อาจทนเห็นสภาพคำแก้ว ที่ถูกชาวบ้านทำร้ายได้ จึงยอมปลิดชีวิตตนเอง เพื่อช่วยเหลือลูก ทศพลรอดชีวิต คำแก้วในร่างนางพญางูออกอาละวาดฆ่าคนทั้งหมดตายไป และกลายร่างเป็นงูตลอดอายุขัย ทศพลเสียใจร้องขอให้คำแก้วอยู่กับเขาไม่ว่าจะในสภาพใดก็ตาม แต่คำแก้วไม่อาจอยู่ร่วมกับเขาได้ หนีกลับขึ้นไปยังเทวาลัย ทั้งสองต้องพลัดพรากจากกันอีกครั้ง และจากกันด้วยน้ำตา พระธุดงค์ได้ชี้ทางสว่างให้แก่ทศพลโดยให้เขาบวชเป็นพระจนสิ้นอายุขัย... นักแสดงนำใน ละครนาคีภูภูมิ พงศ์ภาณุ รับบท ทศพล/ไชยสิงห์ ณฐพร เตมีรักษ์ รับบท คำแก้ว/เจ้าแม่นาคี ลักขณา วัธนวงส์ศิริ รับบท ลำเจียก/พระสนมกรรเจียกฉัตรฑริกา สิทธิพรม รับบท พิมพ์พร/พระธิดาพิมพาวดีธนากร โปษยานนท์ รับบท ทัศนัยอริศรา วงษ์ชาลี รับบท คำปองสุภชา อัดรทองสกุล เจิดนภา/เพ็งสิรินรัตน์ วิทยพูม รับบท รัตนาวดี/แพน โกสินทร์ ราชกรม รับบท เลื่องดนัย จารุจินดา รับบท วัชระปราการเกรียงไกร อุณหะนันท์ รับบท ดร.สุภัทรการันต์ อร่านศรี รับบท วันชนะ/นารุตอรรดพล เทศะวงศ์ รับบท ประกิต/อัคนีชาคริฐ จตุพรวัฒนพนธ์ รับบท เชษฐ์/สินธุณัฐพล วริยะชัย รับบท สมมาตร/กษิติศักราช ฤกษ์ธำรง รับบท บุญส่ง/พระเจ้านิรุทธราชมนตรี เจนอักษร รับบท กำนันแย้ม/มหาอำนาตย์หยอง ลูกหยี รับบท นายกอ/ขุนวังประสาท ทองอร่าม รับบท หมออ่วม/พระโหราธิบดี พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง รับบท ท้าวศรีสุทโธนาคี ละครนาคี ละครนาคี ละครนาคี ละครนาคี

“อาร์ม เจริญศิริ” ผู้บริหาร “โซนี่” มั่นใจส่ง “Don't Breathe” ฉาย 8 กันยานี้
Don't Breath /  ดีแลน มินเน็ตต์ / 

“อาร์ม เจริญศิริ” ผู้บริหาร “โซนี่” มั่นใจส่ง “Don't Breathe” ฉาย 8 กันยานี้ ล่าสุด Don't Breathe ที่จัดรอบฉายสำหรับ พี่ ๆ น้อง ๆ สื่อมวลชนไปก่อนนั้นนานเกินเป็นปรากฏการณ์กระแสความแรง ความโหด ดิบ สยอง หลอน มาเต็ม ส่งผลให้ คุณอาร์ม เจริญศิริ ผู้อำนวยการ ฝ่ายการตลาด โซนี่ พิคเจอร์ส รีลิสซิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล สั่งขยับปรับให้ฉายเร็ว เร็วขึ้นเข้าไปอีก พร้อมให้เหตุผลแกมมั่นใจว่า “หนังเรื่องนี้ จริง ๆ เป็นหนังที่บอกได้เลยว่า สำหรับตัวผมเองแล้วค่อนข้างจะแปลกแหวกแนว มันแตกต่างจากหนังสยองขวัญทั่วไปครับเพราะคนที่มีความอำมหิตเป็นเหมือนลูกครึ่ง ที่ตัวเป็นคนแต่จิตวิญาณเป็นปีศาจ เลยทำให้หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ไม่ค่อยจะเหมือนกับหนังฮอลลีวู้ดน่ากลัวเรื่องอื่น ๆ ที่ผ่านมา ส่วนตัวผมชอบตัวอย่างภาพยนตร์เรื่องนี้นะครับ เพราะเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ แล้วก็ไม่ได้เผยเนื้อเรื่องทั้งหมดจนมากเกินไป หนังเรื่องนี้มีอะไรมากกว่าที่เราคิดเยอะ กระแสหนังเรื่องนี้ หลังจากที่ได้จัดรอบสื่อมวลชนไป ก็ได้ผลตอบรับดี ดีมาก ๆ ด้วยครับ และที่อเมริกาเองก็เปิดตัวเป็นอันดับหนึ่งถึงสองสัปดาห์ซ้อนเพราะว่าเรามั่นใจในภาพยนตร์ครับ ว่าน่าจะได้รับคำวิจารณ์ที่ดีมาก, ประการแรก คือ เนื้อหาของหนังเองที่มีความตื่นเต้นในสิ่งที่คนดูคาดไม่ถึง มีการหักมุม, ประการที่สอง คือ การเปิดตัวในตลาดต่างประเทศที่ได้รับการตอบรับที่ดีมากในทุกประเทศที่เปิดตัวไปแล้วไม่ว่าจะเป็นที่อเมริกา และประเทศในตะวันออกเฉียงใต้ มาเลเซีย สิงคโปร์, และประการสุดท้ายเนื่องจากกระแสที่ได้รับทั้งในประเทศและต่างประเทศดีเกินคาด พร้อมกับเสียงเรียกร้องของคอหนังในบ้านเรา...เราจึงตัดสินใจเลื่อนเข้าฉายภาพยนตร์เร็วขึ้นอีกหนึ่งอาทิตย์จากที่กำหนดไว้ เราจะเปิดฉายรอบพิเศษตั้งแต่วันที่ 8 กันยายนตั้งแต่หลังสองทุ่มเป็นต้นไปสำหรับแฟนพันธุ์แท้ที่ต้องการชมภาพยนตร์เรื่องนี้ก่อนใคร และเปิดฉายรอบปกติหนึ่งอาทิตย์หลังจากนั้นเรามั่นใจว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะเปิดตัวเป็นอันดับหนึ่ง และมีกระแสตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง ผู้ชมจะได้สัมผัสกับความตื่นเต้น สยองขวัญ ในรูปแบบการเล่าเรื่องที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อน ผมว่าคงจะได้ผวากันไปอีกหลายวันเลยล่ะครับ”  Don't Breathe เป็นเรื่องราวของหัวขโมยสามคนมาเผชิญหน้ากับคู่ปรับที่อันตรายอย่างคาดไม่ถึง ด้วยความตั้งใจที่จะหนีจากแม่ที่ทำร้ายเธอและช่วยเหลือน้องสาวเธอจากชีวิตที่ไร้ทางออก ที่ดูเหมือนจะเป็นจุดหมายปลายทางที่เลี่ยงไม่ได้สำหรับพวกเธอทั้งคู่ ร็อคกี้ (รับบทโดย เจน เลวี) ยินดีทำทุกอย่างเพื่อหนทางรอด เธอและเพื่อนสองคน อเล็กซ์ (รับบทโดย ดีแลน มินเน็ตต์) และมันนี (รับบทโดย แดเนียล โซวัตโต้) ได้ดำเนินการโจรกรรมที่ผ่านการวางแผนมาอย่างรอบคอบหลายครั้งเพื่อหาเงินสำหรับการหลบหนีจากดีทรอยท์ บ้านเกิดของพวกเขา อย่างไรก็ดี การลงมือของพวกเขากลับทำเงินได้เพียงเล็กน้อย ดังนั้น เมื่อทั้งสามคนได้รู้ว่ามีชายตาบอด (รับบทโดย สตีเฟน แลง) ที่อาศัยอยู่ในย่านที่ไม่ค่อยมีผู้คนอาศัย เก็บซ่อนเงินจำนวนหนึ่งเอาไว้ในบ้าน พวกเขาก็ตกลงที่จะลงมือทำการปล้นครั้งใหญ่ที่สุดและครั้งสุดท้ายของพวกเขา แต่แผนการของพวกเขากลับผิดพลาดอย่างมหันต์เมื่อเหยื่อของพวกเขากลับน่าสะพรึงกลัวกว่าที่พวกเขาคาดคิดเอาไว้ ในตอนที่เขาไล่ล่าพวกเขาอย่างไม่ลดละในบ้านที่เหมือนป้อมปราการของเขา พวกเขาก็ตื่นตะลึงเมื่อได้พบว่าเขามีอะไรซ่อนไว้มากกว่าเงิน Don't Breathe ผลงานกำกับโดย เฟเด้ อัลวาเรซ และแซม ไรมี เปิดฉายรอบพิเศษแล้ววันนี้ ในรอบเวลา 20.00 น. ทุกโรงภาพยนตร์ และเข้าฉายให้ผู้ชมได้สัมผัสความสยองขวัญ สั่นประสาท (โปรแกรมปกติ) ตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน 2559 เป็นต้นไป

ออกไปสัมผัส 25 เส้นทางมหัศจรรย์เมืองไทย กันเถอะ!
ถนนสวย /  สะพานสวย / 

ว่ากันว่า จุดหมายปลายทาง ไม่สำคัญเท่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างทาง ที่นอกจากจะเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และมิตรภาพแล้ว หนทางข้างหน้าและ 2 ฝั่งข้างทางยังเป็นจุดที่สามารถทำให้เราต้องทึ่งในความงามของธรรมชาติที่ตัดกับถนนหนทางอันเป็นฝีมือของมนุษย์ ทั้งสองสิ่งได้สร้างความมหัศจรรย์เข้ามาบรรจบกันได้อย่างลงตัว travel.mthai.com จะพาคุณไปชม 25 เส้นทางมหัศจรรย์เมืองไทย ที่คุณต้องเดินทางไปสัมผัสสักครั้งในชีวิต แล้วจะรู้ว่าเรื่องราวระหว่างทางมันช่างน่าประทับใจกว่าอะไรทั้งหมด ... ออกไปสัมผัส 25 เส้นทางมหัศจรรย์เมืองไทย กันเถอะ! เส้นทางที่เราพูดถึง ไม่ได้มีแค่เฉพาะถนนสวย ๆ เท่านั้น แต่ยังหมายถึงสะพาน เส้นทางเดินป่า ทางรถไฟ ทางเดินเรือ และอีกมากมาย สถานที่เหล่านี้กำลังรอคุณไปพิสูจน์ความงาม อย่ามัวรีรอ หาวันว่าง เก็บกระเป๋า แล้วลุยเลย 1. จุดชมวิวกิโลเมตรที่ 41 ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ 2. จุดชมวิวเขื่อนเชี่ยวหลาน จ.สุราษฎร์ธานี 3. เส้นทางชมทุ่งดอกกระเจียว อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม จ.ชัยภูมิ 4. ทางรถไฟสายมรณะ จ.กาญจนบุรี 5. เส้นทางถนนสายแม่แตง จ.เชียงใหม่ 6. ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต จ.จันทบุรี 7. ถนนสายชมพูพันทิพย์ ม.เกษตรศาสตร์ กำแพงแสน จ.นครปฐม 8. ทุ่งทานตะวัน เขาจีนแล จ.ลพบุรี 9. อุโมงค์ต้นสน ทางไปเกาะลันตา จ.กระบี่ 10. เส้นทางชมน้ำตกผาดอกเสี้ยว จ.เชียงใหม่ 11. เส้นทางทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อูคอ จ.แม่ฮ่องสอน 12. สะพานไม้ บึงบัว เขาสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ 13. ถนนแห่งสายหมอก ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์ 14. เส้นทางพญาเสือโคร่ง ขุนวาง จ.เชียงใหม่ 15. เส้นทางเดินป่าและยอดเขาช้างเผือก จ.กาญจนบุรี 16. เส้นทางศึกษาธรรมชาติทุ่งโปรงทอง ปากน้ำประแส จ.ระยอง 17. ซุ้มลีลาวดี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จ.น่าน 18. เส้นทางชมธรรมชาติเขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี 19. เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ 20. เส้นทางเดินป่า ทุ่งดอกหงอนนาค ภูสอยดาว จ.อุตรดิตถ์ 21. ถนนเลียบอ่างเก็บน้ำบางพระ จ.ชลบุรี 22. สะพานมอญ สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี 23. สะพานปลา จ.ประจวบคีรีขันธ์ 24. เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่   25. ถกลศรีฟาร์ม ถนนคชเสนีย์ หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ขอบคุณภาพถ่ายสุดงามจาก ... คุณ Manus Tagsri    >>  www.facebook.com/ChillDTravel คุณ Little Potchara  >>  www.facebook.com/baagklong คุณ Theerasak Saksritawee  >>  www.facebook.com/popumon เรื่องและเรียบเรียงโดย : muzTong - Travel MThai

บ๊วย เชษฐวุฒิ  รับมีปัญหากับหุ้นส่วนธุรกิจ ปลื้ม! เอกชัย ศรีวิชัย ให้สูตรไก่ทอดฟรี
บ๊วย เชษฐวุฒิ

    ถ้าช่วงนี้เห็น บ๊วย เชษฐวุฒิ โปรโมทธุรกิจร้านไก่ทอดแบรนด์ของตัวเองอย่างหนักก็ไม่ต้องแปลกใจไป เพราะเจ้าตัวเพิ่งจะแยกย้ายกับหุ้นส่วน ยอมรับว่ามีปัญหาหลายอย่างที่ไม่ลงรอย จนต้องแยกออกมาทำด้วยตัวเอง งานนี้ได้พี่ชายใจดีอย่าง เอกชัย ศรีวิชัย ให้สูตรไก่ทอดมาพัฒนาเป็นของตัวเองแบบฟรีๆ ครั้งที่ไปถ่ายทำรายการ โดยมีแพลนจะขยายสาขาเพิ่มอีกด้วย     โดย บ๊วย เผยว่า เปลี่ยนมาใช้ชื่อไก่ทอดพี่บ๊วยแล้วครับเพราะเป็นเรื่องของธุรกิจ เป็นการใกล้จะหมดสัญญากับการทำกับหุ้นส่วนเดิมแล้วแนวทางไม่ตรงกันก็แยกย้ายกันตามปกติ ถามว่ามีปัญหากับหุ้นส่วนจริงมั้ยพูดจริงๆ ก็มี แต่ไม่ได้ทะเลาะกันมันไม่ใช่เราโตเป็นผู้ใหญ่แล้วไปด้วยกันไม่ได้ก็แค่แยกย้าย แล้วจากนั้นทำเป็นอีกแบรนนึงขึ้นมาคนก็ถามกันเยอะว่าใช่ของบ๊วยมั้ยใช่เจ้าเดียวกันรึเปล่า ก็เลยเคลียร์มาเป็นชื่อไก่ทอดพี่บ๊วย ด้วยการทำธุรกิจไก่ทอดมาปีนี้ปีที่ 5 เราเห็นความเป็นไปได้ทางธุรกิจเยอะเลยเรามีสูตรได้จากคนที่รักเราพี่เอกชัย ศรีวิชัย แกบอกมาเอาสูตรพี่ไปเลย แล้วก็เอามาปรับปรุงในการทำเพิ่มอีกนิดหน่อยมันเป็นสูตรที่เราพัฒนามาเอง เราไปถ่ายรายการเดอะเกสท์ที่บ้านพี่เอกชัยนี่แหละได้สูตรในรายการวันนั้นเลย แม่ผมก็ไปด้วย     ตอนนี้มีเพิ่มเมนูใหม่เป็นกินกับขนมจีน เป็นขนมจีนบ้าพลังกินแล้วบ้าไปแล้วอ่ะ คอนเซ็ปต์ของพี่บ๊วยคืออร่อยโหด คือรสชาติไก่ เข้มข้นกินกับข้าวเหนียวหอมเจียวยิ่งผสมกับขนมจีนบ้าพลังน้ำยากระทิเข้มข้นมันอร่อยมาก คือเราใช้วิถีกลับไปหาวิถีที่มีคนกลุ่มนึงกินจริงๆ ส้มตำร้านเราก็พัฒนาให้มันอร่อยด้วย ตอนนี้อยากทำธุรกิจอีกเยอะมากพลังงานเหลือเฟือ แต่ขอโฟกัสทำธุรกิจไก่ทอดไปก่อน ตอนนี้มีคนชวนไปเปิดที่หัวหินและหลายที่ด้วยนะ เราก็จะพยายามรักษามาตรฐานให้ดีที่สุดดูว่าเรามีช่องโหว่อะไรจะได้ปิดตรงนั้น มาชิมกันได้นะครับ สาขาแรกอยู่ที่ถนนเกษตรนวมินทร์ตอหม้อ 139 ครับ บ๊วย เชษฐวุฒิ   บ๊วย เชษฐวุฒิ   บ๊วย เชษฐวุฒิ  

ท็อป BIGBANG ประกาศเตือนแฟนคลับจีนให้เลิกก่อกวน!
Big Bang /  Bigbang / 

ท็อป (TOP) นักแสดงและแร๊พเปอร์มาดเท่แห่งวง บิ๊กแบง (BIGBANG) ประกาศเตือนแฟนคลับจีนให้เลิกก่อกวนถึงบ้าน ขู่เตรียมแจ้งความกับตำรวจ! เมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา ท็อป ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมว่า "แฟนๆ ชาวจีนครับ ขอร้อง ได้โปรดอย่าได้มาที่บ้านผมอีกเลยครับ เสียงกริ่งดังตลอดเลย ผมกลัวจะตายอยู่แล้ว หัวใจจะวาย ผมอดทนมาพอแล้ว ต่อจากนี้ผมจะแจ้งความแล้วนะครับ" หลังจากนั้น ท็อป ยังเขียนข้อความในไอจีของเขาอีกว่า 'กวังฮามุน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีเลยนะครับ มันสวยมากๆ และอนุสาวรีย์พระเจ้าเซจงก็น่าตื่นตาตื่นใจ' หลังจาก ท็อป โพสข้อความดังกล่าวก็มีแฟนคลับชาวจีนมากมายมาเขียนข้อความขอโทษแทนแฟนคลับผู้ก่อกวนชีวิตส่วนตัวของนักร้องหนุ่มด้วย. Embed from Getty Images Embed from Getty Images มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ชี้พิกัด! 6 แหล่ง
ของฝากญี่ปุ่น /  ตู้กาชาปอง / 

ถ้าใครที่ได้ดูหนังเรื่อง "แฟนเดย์" ก็คงจะเห็นตุ๊กตาทีนุ้ยสะสม นั่นเรียกว่า กาชาปอง (Gachapon) โมเดลตุ๊กตาตัวเล็กๆ ที่อยู่ในแคปซูลรูปไข่ ซึ่งมีหลายแบบหลายลายให้เลือกกันแบบมหาศาล! ต้องหยอดเหรียญแล้วหมุนเป็นของสะสมและของเล่นยอดฮิตในญี่ปุ่นก็ว่าได้ วันนี้เราเลยจะพาไป ชี้พิกัด! 6 แหล่ง "ตู้กาชาปอง" หยอดแล้วหมุน ไอเทมสุดฮิตในญี่ปุ่น กัน ชี้พิกัด! 6 แหล่ง "ตู้กาชาปอง" หยอดแล้วหมุน ไอเทมสุดฮิตในญี่ปุ่น กาชาปอง (Gachapon) โมเดลตุ๊กตา ของสะสมยอดฮิตของญี่ปุ่น อยู่ในแคปไข่ เราต้องเสี่ยงดวงด้วยการหยอดเหรียญแล้วลุ้นกันว่า จะได้ตัวไหน? ซึ่งตู้กาชาปองนี้ส่วนมากจะมีตามย่านเมืองใหญ่ๆ แทบทุกที่ หรือ ตามห้างฯ โซนของเด็กเล่น สถานีรถไฟ เป็นต้น 1. ร้าน Yodobashi Hakata : ฟุกุโอกะ (Fukuoka) ที่อยู่ : 6-12 Hakataeki Chuogai, Hakata-ku, Fukuoka City, Fukuoka 812-0012 วิธีเดินทาง : นั่งรถไฟสาย Kagoshima มาลงสถานี Hakata แล้วเดินอีก 3 นาที เวลาทำการ : 9.30-22.00 น. โทรศัพท์ : 092-471-1010 Website : Yodobashi Hakata ------------------------------------------------------------------------------------- 2. ร้าน Yodobashi Camera : โอซาก้า (Osaka) ย่าน อุเมดะ (Umeda) ที่อยู่ : 1-1 Ofuka -cho, Kita-ku, Osaka-shi, Osaka 530-0011 วิธีเดินทาง : นั่งรถไฟ JR สาย Hamakaze มาลงสถานี Osaka แล้วเดินอีก 7 นาที เวลาทำการ : 9.30-10.00 น. โทรศัพท์ : 06-4802-1010 Website : Yodobashi Umeda ------------------------------------------------------------------------------------- 3. ร้าน Bic Camera : นาโกย่า (Nagoya)  ที่อยู่ : 6-9 Tsubakicho, Nakamura-ku, Nagoya-shi, Aichi 453-0015 วิธีเดินทาง : นั่งรถไฟสาย Chuo Line มาลงสถานี Nagoya แล้วเดินอีก 3 นาที เวลาทำการ : 10.00-21.00 น. โทรศัพท์ : 052-459-1111 Website : Bic Camera Nagoya ------------------------------------------------------------------------------------- 4. ร้าน Yodobashi และ Bic Camera : ซัปโปโร (Sapporo) ที่อยู่ : 5-1-22 Kita 6 Jo Nishi, Sapporo, Hokkaido 060-0806 วิธีเดินทาง : นั่งรถไฟ JR สาย Chitose Line มาลงสถานี Sapporo แล้วเดินอีก 4 นาที เวลาทำการ : 9.30-22.00 น. โทรศัพท์ : 011-707-1010 Website : Yodobashi Sapporo ------------------------------------------------------------------------------------- 5. ร้าน Bic Camera : ซัปโปโร (Sapporo) ที่อยู่ : 2-1 Kita-5-jonishi, Chuo-ku, Sapporo-shi, Hokkaido Sapporo ESTA JR tower 1F – 4F วิธีเดินทาง : นั่งรถไฟ JR สาย Chitose Line มาลงสถานี Sapporo แล้วเดินอีก 3 นาที/td> เวลาทำการ : 10.00-21.00 น. โทรศัพท์ : 011-261-1111 Website : Bic Camera Sapporo ------------------------------------------------------------------------------------- 6. ร้าน Akihabara Gachapon Kaiken : โตเกียว (Tokyo) ย่านชิโยดะ ที่อยู่ : 3−15−5 Sotokanda, Chiyoda-ku, Tokyo 101-0021 วิธีเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดิน Tokyo Metro สาย Ginza Line มาลงสถานี Suehirocho แล้วเดินอีก 2 นาที เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 11.00-22.00 น. วันหยุดนักขัตฤกษ์ : 11.00-19.00 น. โทรศัพท์ : 03-5209-6020 Website : Akihabara Gachapon Kaiken ขอบคุณข้อมูล chillchilljapan.com

เที่ยวแบบฮิปสเตอร์ที่ Street Art จ. สงขลา
street art สงขลา /  ถนนนางงาม / 

พอไปเที่ยวแบบชิคๆ สไตล์ฮิปสเตอร์ ที่ จ.สงขลากันบ้าง ซึ่งเป็นย่านที่มีการเพ้นท์ภาพตกแต่งด้วยเรื่องราวของเมืองผ่านภาพสีน้ำ บนผนัง Shophouse ในย่านเมืองเก่าถนนนางงาม  Street Art จ. สงขลา ซึ่งถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ย่านเมืองเก่าที่ใครผ่านไป ผ่านมาก็อดที่จะต้องแชะภาพไม่ได้ งานนี้ เราเลยเอารูปฮิปๆมาฝากกันสักหน่อย เที่ยวแบบฮิปสเตอร์ที่ Street Art จ. สงขลา ร้านน้ำชาฟุเจา เป็นร้านที่เคยเปิดบริเวณนี้มาก่อน ซึ่งเป็นการจำลองภาพถ่ายทอดออกมาได้สวยงาม มีชีวิตชีวาทีเดียว สังเกตุถังขยะก็มีสีสัน ไม่แพ้ประตู ใครอยากไปเที่ยว ถ่ายรูปชิคๆแบบนี้อยู่ตรงบริเวณสี่แยกถนนนางงามตัดถนนรามัน เขตเทศบาลนครสงขลา หากไปไม่ถูก ดูพิกัด Street Art ถ.นางงาม ตามนี้เลยค่า

แอบส่องเมืองน่าเที่ยว 10 ประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน
10 จุดหมายท่องเที่ยว /  เที่ยวอาเซียน / 

อีกไม่นานเกินรอ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ก็จะเกิดขึ้นแล้ว ซึ่งถือเป็นผลดีต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะการท่องเที่ยว ทั้งทางธรรมชาติ และศิลปวัฒนธรรม เพราะแต่ละแห่งก็จะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแตกต่างกันไป travel.mthai.com ขอพาทุกท่านไปแอบส่องเมืองน่าเที่ยว ใน 10 ประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน ว่าแต่ละแห่งมีสถานที่ใดโดดเด่น และน่าสนใจกันบ้าง แอบส่องเมืองน่าเที่ยว 10 ประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน แม้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) มีทั้งหมด 10 ประเทศ ได้แก่ ไทย เมียนมาร์ ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และบรูไน ไม่นับติมอร์ เลสเต (แต่ทางเราก็จะขอนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศเกิดใหม่แห่งนี้ด้วย) 1. เมียนมาร์ มหาเจดีย์ชเวดากอง เจดีย์ชเวดากอง แลนด์มาร์กสำคัญของเมียนมาร์ ตั้งอยู่ที่เมืองย่างกุ้ง เมืองหลวงเก่า โดดเด่นด้วยเจดีย์ใหญ่สีทองอร่าม เป็นสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเมียนมาร์เลยก็ว่าได้ พุกาม พุกาม เมืองแห่งทะเลเจดีย์ เต็มไปด้วยเจดีย์ และวัดเก่าแก่ ตั้งเรียงรายละลานตา เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันเก่าแก่ อีกทั้งยังมีเทศกาลบอลลูนให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปชมวิวของเมืองแบบ 360 องศา อีกด้วย 2. สปป. ลาว วังเวียง วังเวียง เมืองแห่งมนต์เสน่ห์ ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นกุ้ยหลินเมืองลาว เพราะเต็มไปด้วยหุบเขา ถ้ำ สายน้ำ และผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสธรรมชาติในรูปแบบการผจญภัยต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด น้ำตกตาดกวางสี หลวงพระบาง น้ำตกตาดกวางสี น้ำตกที่สวยงามที่สุดของเมืองหลวงพระบาง เป็นน้ำตกหินปูน สูงราว 70 เมตรมีสองชั้น สภาพป่าร่มรื่น มีสะพานและเส้นทางเดินชมรอบๆน้ำตกและสามารถเลาะข้างน้ำตกไปชมน้ำตกชั้นบนสามมารถเล่นน้ำบริเวณลำธารได้ 3. กัมพูชา  อังกอร์วัด อังกอร์วัด คือสิ่งปลูกสร้างทางศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างในปี พ.ศ.1650 ในสมัยของพระเจ้าสุริยวรมัน ที่ 2 ตัวเทวสถานถือเป็นที่สุดของสถาปัตยกรรมเขมรคลาสสิก และได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของประเทศกัมพูชา โดยปรากฏในธงชาติ และเป็นจุดท่องเที่ยวหลักของประเทศ ตลอดจนได้รับลงทะเบียนเป็นมรดกโลกภายใต้ชื่อ นครวัด-นครธม ปราสาทบายน ปราสาทบายน ปราสาทที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในอาณาจักรขอม สร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ในปี พ.ศ. 1730 ปราสาทบายน เป็นศาสนสถานของพระพุทธศาสนา นิกายวัชรยาน มีรูปสลักของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 รอบปราสาท มี ทั้งหมด 54 ยอด 216 หน้า 4. เวียดนาม ฮาลอง เบย์ สถานที่ท่องเที่ยวอันเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก นอกจากจะได้ล่องเรือชมวิวทิวทัศน์อันสุดยอดแล้ว คุณจะได้พบกับกิจกรรมผจญภัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นปีนหน้าผา หรือพายเรือคายัค ซาปา เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความสวยงาม อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเวียดนาม เต็มไปด้วยนาขั้นบันไดสุดลูกหูลูกตา คนชอบถ่ายภาพจะต้องถูกใจแน่นอน อีกทั้งยังได้สัมผัสวิถีวิตของคนท้องถิ่นอีกด้วย 5. มาเลเซีย  ปีนัง เกาะปีนัง เป็น 1 ใน 13 รัฐของมาเลเซีย ซึ่งตั้งอยู่ทางชายฝั่งตะวันตก และมีจอร์จทาวน์เป็นเมืองหลวงของรัฐ ส่วนในเรื่องของการท่องเที่ยว ที่ปีนังคุณสามารถหาสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ ได้มากมาย เนื่องจากที่ปีนังนั้นถือว่ามีความหลากหลายทางด้านสถานที่ท่องเที่ยวทั้งจากแหล่งประวัติศาสตร์และธรรมชาติที่สวยงาม ซาบาห์ ซาบาห์เป็นหนึ่งในสองรัฐของมาเลเซียบนเกาะบอร์เนียว ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะ มีภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูง และมีทรัพยากรทางทะเลที่สวยงามและสมบูรณ์มาก โดยมีโกตาคินาบาลู เป็นเมืองหลวงของรัฐ 6. สิงคโปร์ มารีนา เบย์ แซนด์ มารีน่า เบย์ แซนด์ โรงแรมระดับ 5 ดาว ได้ชื่อว่าอลังการที่สุดในสิงคโปร์ จำนวนห้องพักกว่า 2500 ห้อง ในความสูง 57 ชั้น โดยมีจุดเด่นอยู่บนชั้นดาดฟ้า Skypark ที่มีสระว่ายน้ำไร้ขอบ ยาวถึง 150 เมตร และใกล้ๆ กันมี ไนท์คลับ สุดฮิป ไว้ให้บริการด้วย ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้สนุกพร้อมกับชมวิวทั้งเมืองในยามค่ำคืน ชางงี บีช ปาร์ค ชางงี บีช ปาร์ค คือสวนสาธารณะริมชายฝั่งทะเลที่เก่าแก่ที่สุดในสิงคโปร์ นอกจากนั้นที่นี่ยังเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับการพักผ่อนของครอบครัวในวันหยุดสุดสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นปิกนิกและสนุกกับการตกปลา ว่ายน้ำ ชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกดิน เป็นต้น เนื่องจากที่นี่ค่อนข้างเงียบสงบหากเทียบกับแหล่งอื่น ๆ ของสิงคโปร์ 7. บรูไน มัสยิดโอมาร์ อาลี ไซฟัดดิน มัสยิดโอมาร์ อาลี ไซฟัดดิน มัสยิดอันเก่าแก่ ตั้งอยู่ใจกลางกรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน มัสยิดหลังนี้ออกแบบและดำเนินการสร้างโดยสุลต่านโอมาร์ อาลี ไซฟัดดินที่ 3 พระราชบิดาของสุลต่านองค์ปัจจุบัน โดยสร้างเสร็จในปี ค.ศ.1958 พระองค์ทรงได้รับการยกย่องว่าเป็นสถาปนิกสมัยใหม่ของบรูไน มัสยิดนี้มีความวิจิตรงดงามจนได้ชื่อว่า "มินิ ทัชมาฮาล" 8. ฟิลิปปินส์  ช็อคโกแลตฮิลส์ ช็อคโกแลตฮิลส์ ตั้งอยู่บนเกาะโบฮอล ทางตอนใต้ของกรุงมะนิลา คือเนินเขาลูกย่อม ๆ ทรงกรวยคว่ำ ที่มีลักษณะค่อนข้างสมมาตร เรียงกันเป็นบริเวณกว้าง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 50 ตารางกิโลเมตร คาดว่ามีจำนวน 1,260 ถึง 1,776 ลูก ความสูงโดยเฉลี่ยของเนินเหล่านี้อยู่ที่ 30-50 เมตร เป็นภาพที่แสนมหัศจรรย์ เกาะโบราไกย์ โบราไกย์ คือเกาะหนึ่งในประเทศฟิลิปปินส์ อยู่ห่างจากกรุงมะนิลาไปทางทิศใต้ประมาณ 315 กิโลเมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่ออย่างมาก โดยเฉพาะในปี ค.ศ. 2012 เกาะแห่งนี้ได้รับการโหวตจากนิตยสารทราเวล + เลเชอร์ ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของโลกมาแล้ว  นอกจากนี้ยังได้รับเลือกให้เป็นจุดมุ่งหมายปลายทางที่สงบเงียบและเป็นแหล่งบันเทิงยามราตรีที่ยอดเยี่ยม อีกด้วย 9. อินโดนีเซีย วิหารอูลันดานูบราตัน บาหลี วิหารอูลันดานูบราตัน ตั้งอยู่บริเวณกลางน้ำริมทะเลสาบบราตัน มีฉากหลังเป็นภูเขาไฟสูงทะมึน บางช่วงถูกคั่นด้วยปุยเมฆสีขาว วัดนี้สร้างตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 17 เพื่อใช้ทำพิธีทางศาสนาพุทธและฮินดู รวมทั้งอุทิศแด่เทวี ดานู เทพยแห่งสายน้ำ ไม่สามารถเดินข้ามไปยังวัดได้ มีลักษณะเด่นตรงศาลาซึ่งมีหลังคาทรงสูงที่รียกว่าเมรุ มุงด้วยฟางซ้อนกันถึง 11 ชั้น สวยงามมากมักปรากฏอยู่ในภาพถ่ายโฆษณาการท่องเที่ยวของบาหลีเสมอ ภูเขาไฟโบรโม่ ภูเขาไฟโบรโม่ ได้ชื่อว่าเป็นอัญมณีบนมงกุฎของชวาตะวันออก อีกทั้งที่นี่ยังถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย โดยภูเขาไฟโบรโม่คือหนึ่งในภูเขาไฟที่ยังดับไม่สนิทจาภูเขาไฟทั้งหมดประมาณ 400 ลูกของอินโดนีเซีย ที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง 2,392 เมตร ซึ่งเคยเกิดระเบิดมาแล้วถึง 3 ครั้ง ภายในระยะเวลาเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้มันยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยว 1 ใน 10 แห่งอินโดนีเซียที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดอีกด้วย 10. ติมอร์ เลสเต กรุงดีลี ติมอร์ เลสเต เป็นประเทศที่เพิ่งประกาศเอการาชได้ประมาณสิบปีที่ผ่านมา เคยตกเป็นอาณานิคมของโปรตุเกส และเคยเป็นส่วนหนึ่งของประเทศอินโดนีเซีย มีเมืองหลวงชื่อว่ากรุงดีลี เป็นเมืองติดทะเล อารมณ์เหมือนหาดชะอำ หรือหัวหินบ้านเรา นอกจากมีชายหาดที่ยาวแล้ว ยังมีท่าเรือที่เป็นช่องทางการส่งสินค้าเข้ามาในประเทศนี้ด้วย ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก : wikipedia  ,  www.oceansmile.com ภาพส่วนของเมียนมาร์ โดยคุณ : Soravee Radwongwate เรื่องและเรียบเรียงโดย : muzTong - Travel MThai

สัมผัสกาแล็คซี 10 ที่เที่ยวนอนชมดาว ส่องทางช้างเผือก 
10 จุดหมายท่องเที่ยว /  ทางช้างเผือก / 

การเดินทางท่องเที่ยวในแต่ละครั้ง ก็ย่อมสร้างความประทับใจแตกต่างกันไป แต่ไม่ว่าคุณจะพบเจอธรรมชาติแบบไหน พวกเขาก็พร้อมจะมอบความสุขให้คุณเสมอ ไม่ว่าจะรูปแบบใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นแสงยามเช้า ความงามของพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า คลื่นทะเลหมอก ความโรแมนติกของดวงจันทรา ผืนป่า ต้นหญ้า และหมู่ดอกไม้ แต่สิ่งหนึ่งที่ travel.mthai.com อยากจะนำเสนอ นั่นก็คือความอลังการของดวงดาราและทางช้างเผือกยามค่ำคืน ไปพบกับ 10 ที่เที่ยวนอนชมดาว ส่องทางช้างเผือกกันครับ ถ้าชอบ ก็ตามรอยไปเที่ยวกันได้เลย แนะนำ 10 ที่เที่ยวนอนชมดาว ส่องทางช้างเผือก สำหรับการจะชมดาวหรือทางช้างเผือกด้วยตาเปล่า จะมีให้เห็นในคืนเดือนมืดเท่านั้น แล้วแต่สภาพท้องฟ้า และต้องไม่มีแสงรบกวน และเดี๋ยวนี้ก็สะดวกมากขึ้นเพราะมีแอพลิเคชั่นแนะนำช่วงวันเวลาในการมองเห็นด้วยนะ โดยเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่ของช่างภาพสายท่องเที่ยว 1. ดอยหลวงเชียงดาว จ.เชียงใหม่ เดินป่าฝ่าความสูงกับยอดเขาที่สูงเป็นอันดับ 3 ในเมืองไทย 2. วัดป่าสว่างบุญ จ.สระบุรี พระมหาเจดีย์ 500 ยอด กลางวันงดงามอร่ามตา กลางคืนพร่างพราวกับดวงดารา 3. สามพันโบก จ.อุบลราชธานี มหัศจรรย์แก่งหิน ราวกับเดินสำรวจในโลกดึกดำบรรพ์ 4. หาดขนอม จ.นครศรีธรรมราช ชายหาดแดนใต้อันเงียบสงบ ฟังเสียงเกลียวคลื่น ยืนมองดวงดาว สุกสกาวเต็มฟ้า 5. ภูสอยดาว จ.อุตรดิตถ์ ลานสนสามใบที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย พร้อมดอกหงอนนาคสีขาวโพลน เบ่งบานเต็มท้องทุ่ง 6. ภูกระดึง จ.เลย เส้นทางเดินป่าสุดคลาสสิก กินลม ชมวิว ชิลน้ำตก ค่ำคืนก็มายืนชมดาว 7. บึงบัว เขาสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ สะพานไม้ทอดยาว พื้นล่างเป็นบึง เบื้องบนคือดวงดาว เคียงข้างด้วยขุนเขาอันยิ่งใหญ่ 8. เขาช้างเผือก จ.กาญจนบุรี มาดูช้างเผือก จะพลาดเขาช้างเผือกได้อย่างไร เหมือนเกิดมาเป็นของคู่กัน 9. วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว จ.อุบลราชธานี ยามค่ำคืน ชมต้นไม้เรืองแสง พร้อมหมู่ดาวมาเป็นพยาน กับวัดที่ฮอตที่สุดในเมืองอุบลฯ 10. เขาพะเนินทุ่ง แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี อลังการกับโคตรทะเลหมอกยามเช้า แถมยามค่ำคืนยังจะได้ฟินกับหมู่ดาวนับล้านดวง ขอบคุณภาพถ่ายสุดงาม จาก ... 1. คุณพชร เกรียงเกร็ด     :  Little Potchara 2. คุณสุรเชษฐ์ เจียมตน   :  สุรเชษฐ์ เจียมตน เรื่องโดย : Travel MThai