ย่านวังหิน

นศ.เทคโนฯถูกเพื่อนรุ่นน้องทำปืนลั่นใส่เสียชีวิต
ข่าววันนี้ /  นักศึกษาถูกรุ่นนองทำปืนลั่น / 

นศ.เทคโนฯ ถูก เพื่อนรุ่นน้อง ทำปืนลั่นใส่เสียชีวิต ในซอยจันทร์ 16 ตำรวจ สน.ยานนาวา เข้าตรวจสอบเหตุ ชายถูกยิงเสียชีวิต ภายในซอยจันทร์ 16 แยก 11  ที่เกิดเหตุใกล้กับศูนย์การค้าวรรัตน์ พบผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือ นายพิทยา ทาโบราณ นักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง ย่านพระโขนง  ถูกกระสุนปืนยิงเข้าที่บริเวณ กลางอก จากการสอบสวน  เพื่อนของนายพิทยา ที่อยู่ในเหตุการณ์เปิดเผยว่า  เมื่อช่วงหัวค่ำ  นายพิทยาและกลุ่มเพื่อนประมาณ 8 คน นั่งจับกลุ่มพูดคุยกันอยู่ ภายในซอยดัวกล่าว กระทั่งเวลาประมาณ 23.00 น. มีเพื่อนรุ่นน้อง 1 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ เข้ามาหาและบอกกับนายพิทยาว่า มีเรื่องทะเลาะวิวาทต้องการความช่วยเหลือ และในระหว่างที่รุ่นน้องคนดังกล่าวยืนพูดคุยกับนายพิทยา อยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด จากนั้นเห็นนายพิทยา ล้มลง ทันที จึงได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาล และรุ่นน้องคนดังกล่าวก็ได้รับบาดเจ็บที่ฝ่ามือด้วยเช่นกัน   โดยเพื่อนนายพิทยา ระบุ ด้วยว่า ระหว่างทางที่นำ ทั้ง 2 คน ส่งโรงพยาบาล รุ่นน้องได้บอกกับตัวเองว่า ขอโทษ ที่ ทำปืนลั่น สำหรับนายพิทยา   ผู้เสียชีวิต  นั้น ก่อนหน้านี้เมื่อกลาง เดือนกันยายน ที่ผ่านมา ถูกคู่อริต่างสถาบันขับขี่รถจักรยานยนต์ไล่ติดตามทำร้ายร่างกาย และถูกฟัน ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดย่านพระราม 3 ได้รับบาดเจ็บสาหัส

'ไอเอสลั่นจะครองโลก' วัยรุ่นนักรบ ส่งสารไปยังผู้นำสหรัฐ-ออสซี่
กลุ่มไอเอส /  ข่าวไอเอส / 

วัยรุ่นชาวออสเตรเลีย อเมริกัน และอังกฤษ ปรากฏตัวในคลิป ส่งสารไปยังผู้นำสหรัฐและออสเตรเลีย ว่าพวกเขาจะไม่หยุดยั้งความตั้งใจที่จะครองโลก วันนี้ (21ต.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวของ นาย Abdullah Elmir วัยเพียง 17 ปี จากเมืองซิดนีย์ ประเทศ ออสเตรเลียที่หนีออกจากบ้านไปร่วมกลุ่ม รัฐอิสลาม หรือไอเอส โดยเขา บอกกับพ่อแม่ของเขาว่า เขาจะออกไปตกปลากับเพื่อนๆ แต่หายไป จนกระทั่งมาปรากฏตัวในคลิปวีดีโอ พร้อมกับสวมชุดตามแบบนักรบของกลุ่มไอเอส ถือปืน ท่ามกลางวัยรุ่นชาวอเมริกัน และวัยรุ่นชาวอังกฤษคนอื่นๆ ที่เดินทางมาเข้าร่วมกลุ่มดังกล่าว พูดโฆษณาเชิญชวนกลุ่ม ในระยะเวลา 2 นาที เนื้อความในคลิปดังกล่าว ได้มีการฝากข้อความไปถึง นาย'โทนี แอบบอตต์' นายกรัฐมนตรีของออสเตรเลีย และนาย บารัค โอบามา ผู้นำของสหรัฐฯ "เราจะไม่วางอาวุธของเรา เราจะไม่หยุด จนกว่าเราจะไปถึงดินแดนของคุณ จนกว่าเราจะเอาหัวของทุกเผด็จการ จนกว่าธงดำจะบินสูงในแผ่นดินเดียว จนกว่าเราจะนำธงสีดำไปปักไว้ที่ พระราชวังบักกิงแฮม จนกว่าเราจะใส่ ธงสีดำที่ด้านบนของทำเนียบขาว " ครอบครัว Elmir เผยผ่านสื่อว่า ลูกชายของเขาถูกล้างสมอง เขาหนีออกจากบ้านไปหลังจากวัยเกิดของเขา เขาติดต่อกลับมาที่บ้านและบอกกับครอบครัวของเขาว่า เข้าร่วมเดินทางเพื่อไปต่อสู้ในอิรักและซีเรีย Mthai News

สปีดโบ๊ทชนเรืออวนลากภูเก็ต คนเจ็บอื้อสูญหาย 2ราย
ข่าววันนี้ /  สปีดโบ๊ท / 

เรือสปีดโบ๊ท ชนกับ เรืออวนลาก กลางทะเลระหว่าง เกาะยาว กับ จ.กระบี่ มีผู้สูญหาย 2 ราย บาดเจ็บหลายราย เจ้าหน้าเร่งช่วยเหลือ เกิดอุบัติเหตุเรือสปืดโบ๊ท ทรีสตาร์ 29 บรรทุกผู้โดยสาร ประมาณ 40 คน ชนรือกับเรือลากอวนลาก บริเวณหินหมูสัง ระหว่างเกาะยาวกับ จ.กระบี่ ห่างจากอำเภอเกาะยาว จ.พังงา ประมาณ 4-5 ไมล์ทะเล เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำภูเก็ต พร้อมมูลนิธิกุศลธรรมจังหวัดภูเก็ต ได้นำเรือออกไปช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ได้รับบาดเจ็บ และมีผู้สูญหาย 2 คน เจ้าหน้าที่กำลังลำเลียงผู้บาดเจ็บที่ท่าเทียบเรือรัษฎา ล่าสุด เจ้าหน้าที่เร่งนำผู้บาดเจ็บ 10 รายแรกส่งโรงพยาบาลแล้ว ขณะที่ผู้สูญหาย 2 ราย เป็นนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ ส่วนสาเหตุ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำสันนิษฐานว่า น่าจะเกิดจากความประมาทของกัปตันเรือ เพราะช่วงเกิดมีคลื่นลมเล็กน้อย และขณะนี้ได้คุมตัวกัปตันเรือส่ง สภ.เมืองภูเก็ต เพื่อให้เจ้าที่ตำรวจจาก สภ.กระบี่ มารับตัวไปสอบปากคำหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป เนื่องจากจุดเกิดเหตุอยู่ในท้องที่ จ.กระบี่ ทั้งนี้ เรือสปีดโบ๊ท sea star 29 ได้ออกจากท่าเทียบเรือรอยัลมารีน่า ต.รัษฎา จ.ภูเก็ต เวลา 09.30 น. ไปเกาะพีพี จ.กระบี่  

คริส มั่นใจ!! เจนี่-ท็อป ไม่เกินเพื่อน
คริส หอวัง /  เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ / 

ซุปตาร์สาวหมวย คริส หอวัง ตัวแทนจากสมาชิก แก๊งค์นางฟ้า คอนเฟิร์มแพลนเที่ยวเกาหลียังไม่ล่ม แจงช่วงนี้ว่างไม่ตรงกันเลื่อนไปเป็นต้นปีหน้า ปัดไม่ชวน เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ไม่ได้มีเหตุทะเลาะ และมั่นใจข่าวเจนี่กิ๊กกับหนุ่ม ท็อป ณัฐเศรษฐ์ ไม่ใช่เรื่องจริง!! "ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ประเทศไทยเลยค่ะ มีคริสกับนานาอยู่สองคนค่ะเพราะว่าทุกคนต่างแบบแยกย้าย วุ้นอยู่ปารีส เจนอยู่นิวยอร์ค เดี๋ยวเจนี่ก็จะไปแล้วค่ะพฤหัสนี้ไปแล้วนิ นี่วันศุกร์แล้ว คิวมันไม่น่าจะตรงกันน่ะเหมือนถ้าเกิดใครกอบโกยเวลาไปเที่ยวได้ก็จะไปกันก่อนค่ะ เพราะทำงานกันหนักเหมือนกันค่ะ" "แพลนไม่ล่มค่ะ คือถ้าเกิดมันเป็นสิ่งที่เราพูดกันบนโต๊ะอาหารแล้วเนี่ยมันน่าจะได้ทำ เพียงแต่ว่าต้องหาเวลาที่มันเหมาะสมน่ะค่ะ อาจจะแบบหลังปีใหม่หรืออะไรว่ากันอีกที ช่วงนี้น่าจะยุ่งค่ะ เจนี่บอกไม่ได้ชวน มันก็อยู่ในโต๊ะอาหารกันอยู่แล้วค่ะ แต่พูดกันในแชทกันอยู่แล้วค่ะ ชวนหมดทุกคนค่ะ คือจริงๆ มันไม่ได้เป็นคริสด้วยซ้ำที่เป็นตัวตั้งตัวตี เป็นใครก็ไม่รู้จำไม่ได้แล้ว พูดขึ้นมาบนโต๊ะอาหารว่าไปเที่ยวกันเหอะพวกเราน่ะควรจะไปเที่ยวด้วยกันนะ มีแค่แบบสาวๆ ก็พออะไรอย่างเนี้ยะ" "คราวนี้พอเป็นอย่างนั้นปุ๊บคริสก็บอกว่าเอ้าไปประเทศไหนล่ะ หรือจะไปต่างจังหวัดก็พอ หรือจะไปแบบอะไรยังไงแบบเนี้ยะ ก็พูดกันนานาประเทศค่ะ ซึ่งบางประเทศมันก็จะไกลเกินไปเวลาก็น้อยอยู่แล้ว คริสก็เลยบอกเกาหลีไหมล่ะน้องฉันยิ่งใหญ่เหมือนกันนะที่เกาหลี(หัวเราะ) พวกนั้นก็เลยบอกเออๆๆ โอเคเกาหลี แล้วก็เป็นการคุยกันต่อเนื่องในแชทสักแปปนึง ตอนนี้พอยุ่งก็กลับไปสู่สภาพเดิมค่ะ เป็นได้แค่ 1 โปรเจ็คต์ที่คาดหวังไว้ค่ะ" "ใครคาดหวังให้ทะเลาะกันหรอ ไม่ทะเลาะค่ะ คริสไม่เคยทะเลาะกับใครเลย ไม่นอยด์หรอกค่ะ คือจริงๆ คริสว่ามันก็คงอยากให้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นตลอดเวลาเนอะ คนทุกคนมันก็คงต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นรอบตัวอยู่แล้ว แต่คือแบบมันไม่ได้เป็นเรื่องที่ใหญ่มากอะไรอย่างนี้ อาจจะแบบทำให้แบบว่าต้องจี้จุด เอ๊ะมีอะไร คือยังไง ทะเลาะกันหรือเปล่าอะไรอย่างนี้ ซึ่งไม่ได้ทะเลาะค่ะ" "ข่าวเจนี่กับท็อป อันเนี้ยะคริสไม่รู้เรื่อง เพราะคริสไม่อยู่เหมือนกันค่ะ แต่กลับมาแล้วคริสก็คิดว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง เพราะฉะนั้นเนี่ยก็ไม่มีใครถามขึ้นมาบนโต๊ะอาหารค่ะ เจนี่ปรึกษา ไม่มีค่ะ คือเรื่องนี้เนี่ยสำหรับตัวคริส ส่วนตัวคริสคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง เป็นเพื่อนกันมาตั้งนานนะคะ ก็เลยไม่อยากให้คิดกันไปไกลค่ะ ท่าทีเขาสองคน ตอนวันเกิดหรอคะ วันเกิดนี่คริสคิดว่าไม่มีใครมีสติเท่าไหร่(หัวเราะ)" "ในกลุ่มก็มีพูดคุยบ้างนะคะ คือเหมือนบางทีเวลามีข่าวอะไรอย่างนี้ค่ะก็จะสแน็ปมา อย่างคุณวุ้นเส้นก็จะสแน็ปมา ทุกคนได้อ่านก็จะแบบเฮ้อ... อะไรแบบนี้ค่ะ ตอบเป็นประโยค ตอบเป็นแบบหน้ายิ้ม หน้าเบะหน้า แบบตาขวางอะไรอย่างนี้ค่ะ เป็นอย่างงั้นแต่ว่าไม่ค่อยมีใครคอมเม้นท์อะไร ค่อนข้างเบื่อข่าว ก็คนมันเยอะเนอะ คนมันเยอะเราก็ขยันกระจายตัวกันออกไปค่ะมันก็เป็นเรื่องปกติค่ะ" คริส กล่าว คริส หอวัง คริส หอวัง คริส หอวัง คริส หอวัง แก๊งค์นางฟ้า แก๊งค์นางฟ้า

หนุ่มยุ่นเผาตัวเองโดดห้างฯสีลมดับ
ข่าววันนี้ /  จุดไฟเผาตัวเอง / 

ชายชาวญี่ปุ่น จุดไฟเผาตัวเอง ก่อนดิ่งจากชั้น 4 อาคารธนิยะ พลาซ่า ย่านสีลม เสียชีวิตคาที่ พ.ต.ท.ภูมิยศ เหล็กกล้า พนักงานสอบสวนผู้ชำนานการพิเศษ สน.บางรัก เข้าตรวจสอบเหตุ ชายจุดไฟเผาตัวเอง ก่อนที่จะกระโดด ลงมาจากบริเวณ ชั้น 4 ภายในอาคาร ธนิยะพลาซ่า ถนนสีลม แขวงสุรวงศ์ เขตบางรัก เป็นเหตุให้เสียชีวิต  พร้อมเปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิต เป็นชาย ทราบชื่อ คือ นายวาตานาเบ้  ชินจิ อายุ   37 ปี  นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น สภาพศพ ไหม้เกรียม นอนเสียชีวิต บริเวณชั้น 1 ใกล้กับทางออกของอาคาร ซึ่งจากการ สอบถามพนักงานรักษาความปลอดภัย ของอาคารธนิยะ พลาซ่า ทราบว่า ช่วงที่ห้างใกล้จะปิด และลูกค้ากำลังทยอย ออกจากศูนย์การค้า ระหว่างนั้น ได้ยินเสียง เหมือนคนตกลงมา จึงเข้าไปตรวจสอบ ก็พบว่า มีคนถูกไฟไหม้ นอนอยู่ที่พื้นชั้น 1 จึง นำถังดับเพลิง มาช่วยกันดับไฟ แต่ชายคนดังกล่าว ได้ เสียชีวิตลงแล้ว จึงแจ้ง ตำรวจให้เข้าตรวจสอบ  และจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า ผู้ตาย ได้เตรียมการมา เพื่อฆ่าตัวตาย โดยเฉพาะ เพราะขณะเกิดเหตุ ได้ นั่งห้อยขา ที่ระเบียงชั้น 4 ในลักษณะหันหลัง ก่อนจะใช้น้ำมัน ที่เตรียมมา จำนวน 3 ขวด ราดที่ตัว แล้วจุดไฟเผา ก่อนจะทิ้งตัวร่วงลงมาที่พื้นชั้น 1 จนเสียชีวิต และตรวจสอบภายในกระเป๋า พบ น้ำมันอีก 1 ขวดครึ่ง และ ขวดเครื่องดื่ม ชูกำลัง รวมถึงยารักษาโรค ประจำตัว อีกจำนวนหนึ่งด้วย จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนศพของนายวาตานาเบ้ นั้น ได้ นำส่งชันสูตร ที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ แล้ว

สุดยอดที่เที่ยวในฝัน ดินแดนสวรรค์คนรักการเดินทาง
ท่องเที่ยวรอบโลก /  เที่ยวยุโรป

เที่ยวเลือกได้ 1,000,00 บาท กับบาร์บีคิวพลาซ่า : สุดยอดที่เที่ยวในฝัน ดินแดนสวรรค์คนรักการเดินทางร่วมสนับสนุนทริปที่ดีที่สุด เที่ยวเลือกได้ 1,000,000 บาท โดย บาร์บีคิวพลาซ่า ถ้าคุณเป็นคนรักการเดินทาง อยากไปตะลุยโลกกว้างได้อย่างใจฝัน  แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มจากที่ไหน หรือมีที่เที่ยวในฝันอยู่แล้ว แต่สตุ้งสตางค์ หรือ เวลาที่มีจำกัด กลายเป็นข้อห้ามที่ทำให้ไม่ได้ไป “แตะขอบฟ้า” อย่างที่ตั้งใจ บาร์บีคิวพลาซ่า  รอที่จะเนรมิตฝันให้เป็นจริงอยู่ค่ะ แต่ก่อนจะรู้ว่าทำอย่างไรถึงจะไปตะลอนทัวร์ได้นั้น Mthai  มี 5 สุดยอดที่เที่ยวในฝัน  ดินแดนสวรรค์คนรักการเดินทาง มาแนะนำ รับรองว่า “ฟิน...สุโค่ย” แน่นอน  สุดยอดที่เที่ยวในฝัน ดินแดนสวรรค์คนรักการเดินทาง 1. เที่ยวชมชนบทแสนสวยของอังกฤษ ที่ Cotswold District (Cotswold District, The United Kingdom) หากพูดถึงประเทศอังกฤษ ที่เที่ยวที่แรกๆที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้น มหานครลอนดอน เมืองหลวงสุดซ่าที่เต็มไปด้วยความสะดวกสบายและทันสมัย แต่สำหรับคนที่มาเยือนอังกฤษ แล้วไม่ชอบความวุ่นวาย แต่แสวงหาที่เที่ยวที่สวยงาม ขอแนะนำให้ไปที่ Cotswold District  ชนบทของประเทศอังกฤษที่เต็มไปด้วยความสงบ เรียบง่าย และสวยงาม ภายในเขต Cotswold  นี้จะประกอบไปด้วยหมู่บ้านขนาดเล็กหลายหมู่บ้านด้วยกัน ตัวบ้านจะอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์เหมือนบ้านในนิทานฝรั่ง  และแต่ละหมู่บ้านก็จะมีเอกลักษณ์หรือจุดเด่นที่ แตกต่างกันออกไป แต่สิ่งที่เหมือนกัน คือบ้านเรือนในแถบ Cotswold จะถูกสร้างด้วยหินสีน้ำผึ้ง (Honey Coloured Limestone) ซึ่งมีความสวยงามมาก เมื่อได้มาเยือนที่นี่ จะทำให้รู้สึกสดชื่น เหมือนได้ปลีกวิเวกจากความอึกทึกครึกโครมของเมืองหลวง ทั้งๆทีอยู่ห่างจากมหานครลอนดอนแค่นิดเดียว Photo by Coffee Blended 2. นั่งเรือกอนโดลา ล่องไปตามแม่น้ำ เมืองเวนิส อิตาลี (Gondola ,Venice, Italy) ที่เที่ยวในฝันที่ต่อไป ไปกันที่ เมืองแห่งสายน้ำ อย่าง เวนิส ประเทศอิตาลี  สุดยอดเมืองแห่งสีสัน และ ความงดงามทางสถาปัตย์อันดับต้นๆ ของโลก  และเมื่อมาเยือนเวนิส กิจกรรมที่ไม่ควรพลาด คือการ ล่องเรือกอนโดล่า  เรือโดยสารที่เรียกได้ว่าเป็น “ซิกเนเจอร์” ของที่นี่  สามารถขึ้น – ลง เรือได้หลายจุด ไม่ว่าจะเป็นใน Grand Canal ที่ถือว่าเป็นคลองหลักของเมือง หรือ ตามคลองเล็กคลองน้อยทั่วไป เสน่ห์ของการล่องเรือนี้ เริ่มกันที่บริเวณที่นั่งที่ถูกออกแบบมาอย่างหรูหรา เพื่อให้คุณรู้สึกว่าเป็นคนพิเศษ เสน่ห์ของคนพายเรือ ที่จะบอกเล่าเรื่องราวของเมือง พร้อมร้องเพลงขับกล่อมผู้โดยสาร นอกจากนี้ยังได้สัมผัสกับบรรยากาศและทิวทัศน์ของ เวนิส อย่างใกล้ชิดและทั่วถึง ทั้งในบริเวณตรอกเล็กตรอกน้อยไปจนถึงบรรยากาศ คลองใหญ่ที่ผ่ากลางเมือง จุดสำคัญที่ไม่ควรพลาดคือ บริเวณ ใต้สะพานถอนหายใจ (Bridge of Sighs) ว่ากันว่าหากคู่รักคู่ใดได้นั่งเรือกอนโดล่าแล้วจุมพิตใต้สะพานแห่งนี้ ความรักของทั้งคู่ก็จะนิรันดร Photo by Coffee Blended 3. ตะลุยหอไอเฟล สัญลักษณ์แห่ง ปารีส  ฝรั่งเศส ( Eiffel Tower in Paris, France ) หากพูดถึงมหานครใหญ่ ที่ได้รับความนิยมและเป็นสุดยอดเมืองในฝันของคนทั่วโลก  เชื่อว่า “ปารีส ฝรั่งเศส” จะเป็นเมืองอันดับต้นๆที่ได้รับการกล่าวถึง และเมื่อมาเยือนเมืองแห่งสีสันและแฟชั่นเมืองนี้ สถานที่เที่ยวที่ห้ามพลาด ก็คือ “หอไอเฟล” หอคอยโครงสร้างเหล็กที่ตั้งอยู่บนชองป์ เดอ มารส์ (Champ de Mars) บริเวณแม่น้ำแซน ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่ง “สัญลักษณ์” ของฝรั่งเศสนั่นเอง  โดยถูกสร้างขึ้นในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2430 - พ.ศ. 2432  แม้ว่าในช่วงแรกของการก่อสร้าง “หอไอเฟล” แห่งนี้จะได้รับการคัดค้านจากผู้คนมากมาย แต่สุดท้าย “ที่นี่” กลับกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญและทำรายได้อย่างมหาศาลให้แก่มหานครแห่งนี้  ไฮไลท์สำคัญของการมาเยือนที่นี่ ที่ต้องห้ามพลาดคือ การถ่ายรูปคู่กับหอไอเฟล ด้วยอิริยาบทต่างๆ แล้วแชร์บนโลกไซเบอร์อวดสายตาชาวโลก ว่าครั้งหนึ่งมีโอกาสมาเยือน “มหานคร” แห่งนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว Photo by Coffee Blended , eurofollowme.com , wikipedia.org/wiki/Eiffel_Tower 4. เที่ยวชม ภูเขาแมททาธอร์น สัญลักษณ์แห่งสวิส  (The Matterhorn, Zermatt, Switzerland) ถ้าพูดถึงสวิซเซอร์แลนด์ เชื่อว่าภาพที่ทุกคนใฝ่ฝัน คือการได้มีสักครั้ง ที่จะได้ไปสัมผัสเมืองแห่งสกีน้ำแข็ง ได้โลดแล่นไปตามหุบเขาน้ำแข็งอย่างอิสระเสรี และหุบเขาที่มีความสวยงาม จนได้รับการยกย่องว่าเป็น “สัญลักษณ์ของสวิสเซอร์แลนด์”   และ กลายเป็นโลเคชั่นในการถ่ายทำละครและภาพยนตร์มากมายก็คือ ที่นี่ The Matterhorn เมือง Zermatt ประเทศ Switzerland. นั่นเอง โดย  Matterhorn แห่งนี้เป็นหนึ่งในยอดเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาเอลป์ มีความสูงอยู่ที่ 4,478  เมตร จากระดับน้ำทะเล  ตัวยอดเขามีลักษณะแหลมสูงทรงปิรามิด ( หากอยากนึกภาพให้ง่าย ลองดูที่สลากของช็อคโกแลตชื่อดังของสวิส TOBERONE ดูสิ เค้าใช้รูปยอดเขา Matterhorn เป็นสัญลักษณ์ ) ยอดเขาแห่งนี้สามารถเที่ยวชมได้ทั้งในฤดูร้อนและฤดูหนาว หากมาในฤดูร้อนภาพที่จะได้สัมผัสคือ ภาพหิมะละลายกลายเป็นธารน้ำแข็งที่สวยงามไหลไปตามธารน้ำที่ทอดตัวยาวสุดสายตา แต่หากมาในฤดูหนาว จะได้พบกับภาพหิมะขาวโพลนที่ปกคลุมไปทั่วสารทิศ  เสน่ห์อีกอย่างที่ทำให้นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสมาที่นี่อยากกลับมาอีกครั้ง คือการลุ้นว่าจะได้เห็น “แมททาธอร์น จอมขี้อาย” หรือ “Shy Matterhorn” เต็มๆ ทั้งลูกหรือไม่  เนื่องจากความสูงของภูเขา ทำให้โอกาศที่จะได้เห็นภูเขาทั้งลูกค่อนข้างยาก มีเมฆบดบังอยู่ตลอดเวลา Photo by ภูมิทัศน์ 5. ตะลอนทัวร์จตุรัสอเล็กซานเดอร์  ศูนย์กลางธุรกิจเบอร์ลิน เยอรมัน (Alexanderplatz , Berlin , Germany) สุดยอดที่เที่ยวในฝันที่สุดท้ายที่ Mthai จะแนะนำในครั้งนี้ ไปกันที่ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน เมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนสูงสุดเป็นอันดับต้นๆของยุโรป หากมาเยือนที่นี่สถานที่ที่ต้องไปเยือน ไม่งั้นคุณจะคุยกับเขาไม่รู้เรื่องคือ จตุรัสอเล็กซานเดอร์ (Alexanderplatz , Berlin , Germany) ซึ่งเป็นจตุรัสเปิดขนาดใหญ่  จัดเป็นศูนย์รวมธุรกิจและศูนย์กลางการขนส่งมวลชนในเบอร์ลินชั้นใน ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำสปรีและวิหารเบอร์ลิน (เบอร์ลินเนอร์โดม) มาที่นี่นอกจากจะได้สัมผัสกับแหล่งรวมธุรกิจที่สำคัญ และเป็นจุดเริ่มต้นของนักเดินทางในการไปยังที่ต่างๆแล้ว บริเวณรอบๆจตุรัสแห่งนี้ ยังเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญหลายแห่งไม่ว่าจะเป็น นาฬิกาโลกที่ตั้งอยู่ใจกลางลานกว้างใกล้จตุรัส มีเวลาของทุกประเทศทั่วโลกแสดงอยู่ในนั้น , น้ำพุแห่งมิตรภาพระหว่างประชาชน , สถานีส่งสัญญาณโทรทัศน์ Fernsehturm ที่ปัจจุบันไม่ได้มีไว้ส่งสัญญาณแต่ใช้เป็นจุดชมวิวที่สำคัญของเบอร์ลิน , อาคารโบราณ Rotes Rathause หรือศาลาว่าการแดง เป็นสถาปัตยกรรมที่ทันสมัยที่สุดในศตวรรษที่ 19 ใช้เป็นที่ทำการของรัฐบาลเยอรมันตะวันออก ฯลฯ เรียกได้ว่า มาที่นี่ที่เดียว คุณจะสัมผัส “เบอร์ลิน” ได้อย่างถึงแก่นเลยทีเดียว นอกจาก 5 ที่เที่ยวที่แนะนำอยู่นี้ ยังมีที่เที่ยวอีกมากมายทั่วโลก ที่พร้อมรอคุณไปเปิดประสบการณ์  และสำหรับใครที่มีแค่ความฝันอยากจะไปเที่ยว แต่ บัดเจ็ทในกระเป๋าไม่เพียงพอ วันนี้เรามีข่าวดีมาบอก  “บาร์บีคิวพลาซ่า” เค้าจัดแคมเปญใหญ่   “เที่ยวเลือกได้ 1,000,000 บาท ชิงโชคเที่ยวทริปในฝันที่คุณเลือกได้เอง พร้อมพ่วงคนพิเศษไปได้ไม่จำกัด ในงบประมาณ 1 ล้าน บาท!!!”  ชวนอิ่มอร่อยในมื้อที่ดีที่สุด พร้อมลุ้นเที่ยวรอบโลกกับทริปที่ดีที่สุดกับคนสำคัญ  เพียงทานครบทุกๆ 500 บาท รับทันที คูปองลุ้นรับทริปเที่ยวเลือกได้ จำนวน 1 ใบ หรือถ้ายังไม่สะใจ อยากลุ้นเพิ่ม สั่งชุดบาร์บีกอนท่องโลก ชุดใดก็ได้ (คาวบอยบาร์บีกอน , สโมคกี้ บาร์บีกอน , บาร์บีกอนชาวเกาะ และ ซามูไร บาร์บีก้อน) รับคูปองลุ้นเที่ยวเลือกได้ "เพิ่ม"อีก 1 ใบ ทันที ยิ่งสั่งยิ่งอร่อย ยิ่งมีโอกาสลุ้นเพิ่ม แค่นี้เมืองในฝันก็อาจจะไม่ใช่เมืองในฝันอีกต่อไป  อร่อยพร้อมลุ้นเที่ยว ที่นี่ที่เดียว พร้อมกัน ทั่วประเทศ วันนี้ ถึง 9 พ.ย. นี้เท่านั้น  อยากเป็นผู้โชคดีก็อย่ารอช้า...เจ้ามังกรบาร์บิกอนตัวใหญ่สีเขียว รอคุณอยู่... ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/BarBQPlazaThailand

ตะลึง!! พบ ‘ตุ๊กแกบินได้’ ที่ อุทยานภูหินร่องกล้า
ตุ๊กแก /  ตุ๊กแกบินได้ / 

เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า พบ สัตว์ประเภทตุ๊กแก ชาวบ้านยันเป็น ตุ๊กแกบินได้ ส่วนใหญ่จะพบในป่าดิบในภาคใต้ของไทย รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้(21 ต.ค.) นายดอนชัย ทองหงำ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ได้จับสัตว์เลื้อยคลานชนิดหนึ่ง รูปร่างหน้าตาแปลกประหลาด บริเวณลานกลางเต้นท์ของอุทยานฯ โดยเห็นสัตว์ตัวดังกล่าว ลงมากินแหลงที่พื้นดิน จึงจับใส่ขวดน้ำไว้ และนำมาให้อุทยานฯทำการตรวจสอบ พบว่า เป็นสัตว์ประเภทตุ๊กแก คนในพื้นที่ได้ยืนยันว่าตามที่เคยพบสัตว์ชนิดนี้ก็เพียงแต่ กิ่งก่าที่บินได้เท่านั้น แต่ที่พบในครั้งนี้ที่ว่าสัตว์ประหลาดก็คือ(ตุ๊กแกบินได้) เป็นครั้งแรก โดยมีปีกทั้งสองข้างคือเนื้อหนังจากลำตัวแผ่ออกไปจนถึงขาทั้งสี่ขา สองข้าง เวลาบินจะใช้ขาสี่ขาเป็นอุปกรณ์เพื่อกางเป็นปีก ร่อนไปมาระหว่างต้นไม้ จากการสังเกตที่หัวเป็นหัวตุ๊กแกและเท้าเป็นเท้าตุ๊กแกไม่ใช่เท้ากิ่งก่าส่วนหางมีรูปร่างแบนเป็นหยักคล้ายใบเลื่อย คลาดว่าสัตว์ประเภทนี้เขาคงได้พัฒนาตัวให้เข้ากับธรรมชาติ ในการบินของเขาคล้ายกับตัวบ่างโดยอาศัยบนต้นไม่ที่สูงกว่าแล้วทำการร่อนไปอีกต้นถัดไป และจากการสืบค้นข้อมูลจากวิกิพีเดียพบว่า ตุ๊กแกบินที่จับได้ที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้านั้น เป็น ตุ๊กแกบินหางแผ่น เป็นสัตว์เลื้อยคลานชนิดหนึ่งจำพวกตุ๊กแก มีรูปร่างคล้ายจิ้งจกบ้านทั่วไป แต่มีขนาดใหญ่กว่า ลำตัวยาว 9.5 เซนติเมตร หางยาว 9.5 เซนติเมตร มีพังผืดยึดระหว่างนิ้วเท้า ใต้เท้ามีแผ่นยึดเกาะเรียงเป็นแถวเดี่ยว ปลายนิ้วมีเล็บ มีแผ่นหนังแผ่กว้างออกมาจากข้างแก้มและลำตัวทำหน้าที่เหมือนปีกเครื่องร่อน หางแบนขอบหางหยัก ปลายหางแผ่เป็นแผ่นกว้างขอบเรียบและกว้างกว่าหาง ส่วนที่เป็นหยัก สันหางมีตุ่ม ลำตัวสีน้ำตาลหรือเทา มีแถบเข้มพาดขวางบนหลัง 4 แถบ หางมีลายพาด พบในป่าดิบในภาคใต้ของไทย ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราช, จังหวัดปัตตานี พบได้จนถึงภาคเหนือของมาเลเซียจน ถึงสิงคโปร์, หมู่เกาะนิโคบาร์ในอินโดนีเซีย นอกจากนี้ยังพบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียที่ติดกับพม่าด้วย เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535 แต่ก็นิยมเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงสำหรับผู้ที่นิยมเลี้ยงสัตว์เลื้อยคลานเช่น เดียวกับตุ๊กแกบินหางเฟิน  ซึ่งเป็นตุ๊กแกในสกุลเดียวกันด้วย MThai News

10 ที่พักที่มีชื่อสุดแปลก
10 อันดับ /  ที่พัก / 

ความแตกต่างของที่พักแต่ละที่นั้นมีความแตกต่างกันออกไป ว่าจะใช้จุดไหนเป็นจุดดึงดูดลูกค้า และวันนี้ทาง Travel.mthai.com ขอแนะนำที่พักที่มีชื่อสุดแปล๊กแปลกและมันเป็นอะไรที่สุดติ่งกระดิ่งแมวมากๆเลยล่ะ แล้วจะรอช้าอยู่ทำไม เลื่อนไปชมกันเลยดีกว่า 10 ที่พักที่มีชื่อสุดแปลก 1. เมียจ๋า (Meir Jarr Hotel)      โรงแรมเมียจ๋า (Meir Jarr Hotel) เป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนที่คุณจะได้ดื่มด่ำกับสีสันของภูเก็ต ด้วยทำเลที่ไม่ไกลจากตัวเมือง สามารถเดินทางไปถึงสนามบินได้ภายใน 45 นาที อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ศูนย์ฝึกมวยไทย, ไซม่อนคาบาเร่ต์, ถนนกลางคืนบางลา, หาดป่าตอง รวมถึงศูนย์การค้าจังซีลอน ในระยะเดินถึง      ส่วนของห้องพักทั้งหมด 83 ห้อง ประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่คัดสรรมาอย่างดี เพื่อมอบความสะดวกสบายแก่ผู้เข้าพัก อาทิ มินิบาร์, ตู้นิรภัย, อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง พร้อมบริการทำความสะอาดทุกวัน นอกจากนี้ด้านนอกของโรงแรมยังมี สระว่ายน้ำกลางแจ้ง ที่มองเห็นวิวภูเขาและท้องฟ้าแบบเปิดโล่ง ปิดท้ายด้วย ห้องอาหารสุดหรู ให้คุณอิ่มเอมกับเมนูอาหารเลิศรสในบรรยากาศสุดพิเศษ รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> เมียจ๋า (Meir Jarr Hotel) _________________________________ 2. ราชา (The Racha)      ราชา (The Racha) รีสอร์ทหรูระดับพรีเมี่ยม บนเกาะราชาใหญ่ทางตอนใต้ของภูเก็ต ที่คุณจะรู้สึกถึงความสบายในแบบที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนราวกับได้พักผ่อนอยู่ในวังของพระราชา วิลล่าที่ให้บริการทุกหลัง มาพร้อมระเบียงชมวิวส่วนตัวและสิ่งอำนวยความสะดวกมาตรฐานสากล      ภัตตาคารในรีสอร์ท ประกอบด้วย Earth Café ที่ดินเนอร์บรรยากาศดีบนระเบียงกลางแจ้ง, Fire Grill  อิ่มอร่อยกับพิซซ่าและพาสต้าในมื้อกลางวัน และอาหารเลิศรสสำหรับมื้อค่ำ รวมถึง Ice Bar และ Club Del Mar ที่พร้อมเสิร์ฟค็อกเทลเย็นๆ นอกจากนี้ ยังมี Sun Set Beach ที่ให้บริการบาร์บีคิวทะเลและสเต็กเนื้อนุ่มริมอ่าวทะเล และรีสอร์ทแห่งนี้ยังได้รับการยอมรับให้เป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ ที่ใครต่อใครต่างหลงเสน่ห์ในบรรยากาศอันเงียบสงบ เหมาะแก่การหลีกหนีความวุ่นวายสู่การพักผ่อนสุดพิเศษบนชายหาดที่สวยงามราวกับภาพวาด   รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ราชา (The Racha) _________________________________ 3. ยายย่า หัวหิน (YaiYa Hua Hin)      ยายย่า หัวหิน (YaiYa Hua Hin) บูติครีสอร์ทสไตล์ไทยๆ ที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงามเป็นเอกลักษณ์ ตัวโรงแรมตั้งอยู่ระหว่างชะอำกับหัวหิน ท่ามกลางสวนสวย พร้อมกลิ่นหอมจากต้นจันทน์เทศที่ปลูกเรียงรายไว้รอบรีสอร์ท เพื่อสร้างความผ่อนคลายแก่ผู้เข้าพัก ห้องพักของที่นี่ก็มีให้เลือกหลายรูปแบบ แต่ละห้องตกแต่งอย่างหรูหราสไตล์ไทยประยุกต์ ไม่ว่าจะเป็นห้องแบบ Pool Villa ที่มีสระว่ายน้ำส่วนตัวและห้องนั่งเล่น, Deluxe Terrace ห้องพักวิวสวน หรือ Deluxe Sea Terrace ห้องพักวิวทะเล นอกจากนี้ ด้านนอกยังมี สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ บนชายหาดส่วนตัว และสามารถเพลิดเพลินไปกับ สปาทรีตเม้นท์ ที่ YaiYa Spa หรือจะเลือกดื่มด่ำรสชาติอาหารไทย และอาหารยุโรป ที่ ร้านอาหาร Thai Pas และนั่งกินบรรยากาศชิลๆที่ The Sand Bar   รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ยายย่า หัวหิน (YaiYa Hua Hin) _________________________________ 4. บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท (Baan Krating Pai Resort)      บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท (Baan Krating Pai Resort) รีสอร์ทธรรมชาติริมแม่น้ำปาย ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองปายเพียง 20 นาที ทัศนียภาพรอบรีสอร์ทสวยงามด้วยวิวภูเขาและทุ่งข้าวสีทองอร่าม ที่นี่บริการห้องพักแบบวิลล่าแยกเป็นหลัง ตกแต่งสไตล์ไทยกลิ่นอายภาคเหนือ      ผู้เข้าพักสามารถเพลิดเพลินกับสระว่ายน้ำและจากุสซี่ด้านนอก ซึ่งล้อมรอบด้วยทิวทัศน์ชนบทอันงดงาม บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท ยังบริการอาหารเหนือและอาหารนานาชาติตลอดทั้งวัน และเต็มไปด้วยกิจกรรมกลางแจ้งสำหรับผู้ที่ชอบความสนุกตื่นเต้น อาทิ กิจกรรมพายเรือคายัคตามลำน้ำปาย, ล่องแก่งไปกับผู้เชี่ยวชาญ, เดินป่า, ขี่ช้างไปตามทุ่งนา, เยี่ยมชมหมู่บ้านชาวเขา, แวะชมน้ำตกและบ่อน้ำพุร้อน, เที่ยวสถานที่น่าสนใจในอำเภอปาย ฯลฯ บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท แห่งนี้จึงเป็นจุดหมายปลายทางของผู้ที่รักธรรมชาติอย่างแท้จริง รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท (Baan Krating Pai Resort) _________________________________ 5. อียิปต์ บูทิก โฮเทล (Egypt Boutique Hotel)      เมืองกรุงก็มีที่พักสไตล์เมืองนอกกับเค้าเหมือนกัน อียิปต์ บูทิก โฮเทล (Egypt Boutique Hotel) ที่พักสไตล์อียิปต์สีสันสะดุดตา ที่นี่เหมือนยกเอาสถาปัตยกรรมจำลองของเมืองไคโร ดินแดนทะเลทรายแห่งอียิปต์มาไว้กลางกรุง โดยเนรมิตพื้นที่ในซอยรามคำแหง 65 หรือซอยลาดพร้าว 122 ให้กลายเป็นเมืองแห่งฟาโรต์ ตั้งแต่แรกเห็น ทุกย่างก้าวจากภายนอกจนถึงในห้องพัก จะได้สัมผัสกับบรรดารูปปั้นสฟิงซ์ และรูปภาพโบราณของอียิปต์ จนแทบลืมไปเลยว่าโรงแรมแห่งนี้อยู่ในเมืองไทย ที่นี่มีห้องพักให้บริการมากถึง 110 ห้อง ทุกห้องแม้จะตกแต่งด้วยสีสันที่ฉูดฉาด แต่กลับให้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลายเมื่อได้เข้าพัก นอกจากนี้ ยังได้รื่นรมย์กับบริการนวดอีกด้วย   รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> อียิปต์ บูทิก โฮเทล (Egypt Boutique Hotel) _________________________________ 10 ที่พักที่มีชื่อสุดแปลก 6. ฮัทช่า รีสอร์ท (Hutcha Resort)      ฮัทช่า รีสอร์ท (Hutcha Resort) รีสอร์ทสุดชิลทางเหนือของเกาะสมุย ซ่อนตัวอยู่ในเมืองเก่าเขตแม่น้ำ ตั้งอยู่ริมทางน้ำที่ไหลมาจากเทือกเขาใกล้ๆ ที่ตั้งของฮัทช่านั้นมีเอกลักษณ์ มีทางเดินลงสู่หาดแม่น้ำที่สวยงาม การออกแบบของฮัทช่านั้นเน้นเรื่องความสะดวกสบายและความทันสมัย กระท่อมปูนฉาบทันสมัยออกแบบมาอย่างเรียบง่าย เข้ากับพื้นกระเบื้องและหลังคามุงจาก "กระท่อม" แต่ละหลังมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายต่างๆ ตั้งแต่น้ำร้อนจนถึงเฉลียงส่วนตัว มีทั้งห้องติดพัดลมและห้องปรับอากาศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้เลือกสรรตามความต้องการ กระท่อมตั้งอยู่ริมลำธารที่คดเคี้ยวอยู่ในรีสอร์ท เติมเต็มด้วยสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติและสวนเขียวขจีของฮัทช่า รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ฮัทช่า รีสอร์ท (Hutcha Resort) _________________________________ 7. สลีป บอกซ์ (SLEEP BOX Hotel)      SLEEP BOX ที่พักบรรยากาศแปลกใหม่ราคาไม่แพง ตอบโจทย์คนที่มีงบประมาณจำกัด SLEEP BOX ตั้งอยู่ริมถนนรัตนโกสินทร์ จังหวัดเชียงใหม่ ไม่ไกลจากกาดเมืองใหม่ (ตลาดสดขนาดใหญ่ ริมแม่น้ำปิง) ด้วยรูปทรงของตู้คอนเทนเนอร์ที่เป็นหัวใจหลักของที่นี่ ซึ่งถูกวางซ้อนกันไว้สองชั้น เว้นที่ว่างระหว่างตู้เอาไว้เป็นทางสัญจร ด้านบนใช้หลังคาเมลัทชีทเพื่อกันความร้อนและฝน ส่วนพื้นที่ภายในแบ่งเป็นห้องพักจำนวน 21 ห้อง ที่ตกแต่งไว้อย่างทันสมัย โซนโถงรับรองก็ใช้ไม้เก่าและไม้ไผ่เป็นวัสดุหลัก รวมไปถึงขวดเปล่าที่ถูกนำมารีไซเคิลเป็นโคมไฟสุดชิค นอกเหนือไปจากภาพลักษณ์อันดุดันของตู้คอนเทนเนอร์แล้ว ที่นี่ยังให้อารมณ์แบบสปอร์ตตี้ สีสันสดใสโดนใจคนรุ่นใหม่อีกด้วย        รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> สลีป บอกซ์ (SLEEP BOX Hotel) _________________________________ 8. หินตกริเวอร์แคมป์ แอท เฮลล์ไฟร์พาส (HinTok River Camp@Hell Fire Pass)      หินตกริเวอร์แคมป์ แอท เฮลล์ไฟร์พาส (Hintok River Camp @ Hell Fire Pass) ที่พักสำหรับนักผจญภัยที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติอันเเสนสงบ ซึ่งตั้งอยู่บนเขาหินตก จังหวัดกาญจนบุรี เป็นสถานที่ที่มีแม่น้ำแควไหลผ่าน และเต็มไปด้วยเรื่องราวอันน่าจดจำทางประวัติศาสตร์ มาที่นี่คุณจะได้พักค้างแรมในเต้นท์หรูสไตล์แอฟริกันซาฟารี เต็นท์ทุกหลังมีห้องน้ำในตัวและระเบียงส่วนตัวที่สามารถมองเห็นวิวป่าไม้และแม่น้ำแควได้อย่างสวยงาม หรือจะเลือกห้องอาบน้ำแบบกลางแจ้งก็ได้บรรยากาศไม่น้อย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมแคมป์ปิ้งที่สนุกตื่นเต้นอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น พายเรือแคนู ล่องแพ ปีนผา บาร์บีคิวกลางแจ้ง และแคมป์ไฟตอนกลางคืน รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> หินตกริเวอร์แคมป์ แอท เฮลล์ไฟร์พาส (HinTok River Camp@Hell Fire Pass) _________________________________ 9. พบทะเล รีสอร์ท (Meet the Sea Resort)      พบทะเล รีสอร์ท (Meet the Sea Resort) รีสอร์ทริมทะลในบรรยากาศเงียบสงบเป็นส่วนตัว ให้คุณผ่อนคลายท่ามกลางธรรมชาติและห้อมล้อมด้วยทิวแถวต้นมะพร้าว รีสอร์ทแห่งนี้ตั้งอยู่บนหาดส่วนตัวในอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ในส่วนห้องพักตกแต่งอย่างหรูหราสไตล์ฮิปสุดเท่ห์ เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เครื่องปรับอากาศ ทีวี เครื่องทำน้ำอุ่น ตู้เย็น และอินเตอร์เน็ต  Wi-Fi ทุกพื้นที่ นอกจากบริการอันน่าประทับใจแล้ว คุณจะได้ผ่อนคลายไปกับบรรยากาศริมชายหาดส่วนตัว เพลิดเพลินกับกิจกรรมต่างๆทั้ง ตกปลา ตกหมึก พายเรือคายัค ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำในสระว่ายน้ำกลางแจ้งริมทะเล พร้อมสระเด็กและจากุซซี่ รวมถึงบริการนวด และอื่นๆอีกมากมาย รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> พบทะเล รีสอร์ท (Meet the Sea Resort) _________________________________ 10. วิลล่า ชาช่า จ้าวหลาว บีช รีสอร์ท (Villa Cha Cha Chaolao Beach Reosrt)      รีสอร์ทชื่อน่ารัก วิลล่า ชาช่า เจ้าหลาว บีช รีสอร์ท (Villa Cha Cha Chaolao Beach Reosrt) ที่พักกลิ่นอายบาหลี ซึ่งถูกออกแบบอย่างเป็นสัดเป็นส่วนในรูปของ บ้านพักหลากสีสัน ที่มาพร้อมระเบียงไม้หน้าบ้านทุกหลัง เพื่อชื่นชมความร่มรื่นของแมกไม้อันเขียวชอุ่ม เติมเต็มความเป็นส่วนตัวในวันพักผ่อนได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ รีสอร์ทตั้งอยู่บนชายหาดส่วนตัว ติดกับหาดเจ้าหลาว ทางฝั่งตะวันออกของจังหวัดจันทบุรี จึงพร้อมเสิร์ฟอาหารทะเลสดๆให้คุณได้ลิ้มลองกันอย่างจุใจ และหากอยากทำกิจกรรมยืดเส้นยืดสาย ที่นี่ก็มีทั้ง กิจกรรมนั่งเรือท้องกระจกชมปะการังน้ำตื้น ตกปลา ไดหมึก ฯลฯ ให้เลือกแบบไม่อั้นเลยทีเดียว รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> วิลล่า ชาช่า จ้าวหลาว บีช รีสอร์ท (Villa Cha Cha Chaolao Beach Reosrt) _________________________________

ช็อควงการ! แข้งอินเดีย ตีลังกาดีใจคอหักเสียชีวิตคาสนาม
ชานมารี เวสต์ เอฟซี /  ปีเตอร์ เบียคซังซูอาลา / 

ช็อควงการ! แข้งอินเดีย ตีลังกาดีใจคอหักเสียชีวิตคาสนาม เกิดเรื่องสุดเศร้าขึ้นในวงการฟุตบอลอีกครั้งเมื่อ ปีเตอร์ เบียคซังซูอาลา (Peter Biaksangzuala) ผู้เล่นจากลีกอินเดีย เสียชีวิตคาสนามฟุตบอลหลังฉลองประตูด้วยการดีใจท่าตีลังกา :) ปีเตอร์ เบียคซังซูอาลา กองกลางวัย 23 ปี ของสโมสรเบธเลเฮม วังธลาง เอฟซี ทีมในลีกระดับล่างของประเทศอินเดียเสียชีวิตคาสนามฟุตบอลจากจังหวะตีลังกาฉลองประตูผิดพลาด คอหัก ในเกมที่ทีมพ่ายชานมารี เวสต์ เอฟซี 2-3 เมื่อสัปดาห์ก่อน โดยจังหวะดังกล่าวเกิดขึ้นในนาทีที่ 62 ของเกมการแข่งขัน เบียคซังซูอาลา พังประตูได้จากจังหวะซ้ำลูกยิงฟรีคิกก่อนที่เขาจะแสดงความดีใจด้วยการกระโดดตีลังกาแต่โชคร้ายจังหวะผิดพลาดคอกระแทกกับพื้นสนามเสียชีวิตทันที ทั้งนี้ สโมสรต้นสังกัดเพิ่งแถลงข่าวและจัดงานศพให้ เบียคซังซูอาลา เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พร้อมกับยกเลิกเบอร์เสื้อหมายเลข 21 เพื่อเป็นเกียรติกับ ปีเตอร์ เบียคซังซูอาลา อีกด้วย *แหล่งข่าวได้เปิดเผยอีกว่า ปีเตอร์ เบียคซังซูอาลา นั้นชื่นชอบ มิโรสลาฟ โคลเซ่ ซึ่งรวมถึงท่าดีใจด้วยการตีลังกาแบบ โคลเซ่ (จังหวะเสียชีวิตอยู่ที่นาทีที่ 2.20 )

รอก่อนนะ!TPL ยังไม่ลงดาบเหตุฉาวแฟนบอล กิเลน ฟัด เจ้าท่า
กิเลนผยอง /  ดร.องอาจ ก่อสินค้า / 

ความเคลื่อนไหวเหตุการณ์ฉาววงการฟุตบอลไทย ที่แฟนบอลทีมคู่รักคู้แค้น กิเลนผยอง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ตีกันกับ เจ้าท่า สิงห์ท่าเรือ หลังจากจบศึกไทยพรีเมียร์ลีก ที่ กิเลนผยอง เปิดบ้าไล่แซงชนะ เจ้าท่า 3-1 ณ สนามเอสซีจี สเตเดี้ยม เมื่อวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุดเมื่อวัน 20 ต.ค.57 ณ ประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ บริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด ได้มีการเรียกทั้ง 2 ทีมคู่กรณีเข้าให้การเกี่ยวกับเหตุการณ์แวดังกล่าว โดยมี “บิ๊กเปี๊ยก” ดร.องอาจ ก่อสินค้า ประธาน บ.ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด และพ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ ประธานคณะอนุกรรมการพิจารณามารยาทวินัยและข้อประท้วง ร่วมกันเป็นประธานเพื่อพิจารณาโทษ โดยหลังจากประชุมกันกว่า 3 ชั่วโมง พ.ต.อ.ณรัชต์ ได้ออกมาแถลงข่าวว่า ได้รับฟังข้อมูลจาก 3 ฝ่าย ประกอบไปด้วย ผู้ควบคุมการแข่งขัน, เอสซีจี เมืองทอง และสิงห์ท่าเรือ ซึ่งยังไม่สามารถตัดสินได้ เนื่องจากข้อมูลยังไม่ชัดเจน ทางคณะอนุกรรมการพิจารณามารยาท วินัย และข้อประท้วง จึงมีมติให้ส่งหนังสือเป็นลายอักษรถึง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปากเกร็ด เพื่อขออนุเคราะห์ข้อมูล เกี่ยวกับผลการสอบสวนเบื้อนต้นในประเด็นดังต่อไปนี้ 1.ฝ่ายใดเป็นผู้ก่อเหตุก่อน, 2.จำนวน และอาการผู้ได้รับบาดเจ็บของทั้งสองฝ่าย, 3.มีการดำเนินคดีอาญากับผู้ใดบ้าง หรือไม่อย่างไร รวมทั้งกรณีไม่รู้ตัวผู้กระทำความผิด รวมถึง ภาพถ่ายกล้องวงจรปิด จำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บ ความเสียหายเกี่ยวกับทรัพย์สิน และพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งนี้ได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการฯ นายพัสกร เพชรในหิน อนุกรรมการพิจารณามารยาท วินัย และข้อประท้วง เป็นผู้ประสานงานต่อไป สำหรับการพิจารณาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางคณะอนุกรรมการฯ จะรวบรวมหลักฐานที่สำคัญ โดยเฉพาะข้อมูลจากทางฝ่ายตำรวจที่ผู้ดูแลท้องที่ และภาพเหตุการณ์จากสื่อต่างๆ นำมาประกอบการพิจารณาอีกครั้งในการประชุมครั้งต่อไป “เราจะมีการตัดสินเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด แม้ฟุตบอลลีกจะจบภายใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า แต่บทลงโทษจะมีผลข้ามไปยังฤดูกาลหน้าแน่นอน แม้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเป็นเรื่องของแฟนบอล แต่ตามกฎ ฟีฟ่า ได้ครอบคลุมทั่วถึง ดังนั้นสโมสรจึงไม่สามารถปัดความรับผิดชอบได้”

ไปรษณีย์ไทย เตรียมประสาน เต๋อ นวพล หลังส่งโล่รางวัลหนังแตกหัก
Mary is happy /  นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ / 

ผกก.ชื่อดัง โชว์โล่รางวัลหนังแตกหัก ส่งจากเยอรมัน ต่อไปรษณีย์ไทย ด้านไปรษณีย์ไทยชี้แจงเตรียมประสาน เต๋อ นวพล เพื่อตรวจสอบเรื่องแล้ว  วันนี้(21 ต.ค.)เฟซบุ๊ค Nawapol Thamrongrattanarit ซึ่งเป็นเฟซบุ๊คของเต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ผู้กำกับมือรางวัลสุพรรณหงส์จากภาพยนตร์ Mary is happy, Mary is happy และได้ส่งหนังเรื่องดังกล่าวเข้าร่วมประกวดในเทศกาลภาพยนตร์ FILMFEST HAMBURG ที่เมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมัน จนชนะรางวัล  NDR NEW TALENT AWARD โดยทางผู้จัดเทศกาลได้ส่งรางวัลมาให้ เต๋อ นวพล ที่ประเทศไทย ซึ่งจะส่งผ่านบริษัทรับส่ง DHL และเมื่อมาถึงประเทศไทยจะส่งต่อไปรษณีย์ไทยอีกที ผลปรากฎว่าเมื่อรางวัลมาถึงบ้าน ก็พบว่ารางวัลที่ทำจากหินแตกหักได้รับความเสียหาย เป็นที่น่าเสียดายเป็นอย่างมาก โดยเต๋อ นวพล ได้ระบุในโพสต์เฟซบุ๊คว่า "....จริงๆแล้วก็มีลางสังหรณ์มาตั้งแต่อากิ๋มเอากล่องพัสดุมาให้ แล้วกล่าวไว้ว่า 'ไปรษณีย์เขาฝากบอกว่า ถ้าของข้างในมีปัญหาอะไร ก็แจ้งไปทางไปรษณีย์ได้ตามใบที่แนบไว้ให้แล้ว' ซึ่งประเมินสภาพกล่องพัสดุที่ได้มาเนี่ย เหมือนกับ.... (คือ หมดแรงจะบรรยายและใช้ความเปรียบ เอาเป็นว่าเหมือนทิ้งลงมาจากเครื่องบินและทะลุลงมาผ่านหลังคาบ้านน่ะครับ) จริงๆก็นอยด์ๆตั้งแต่ทางฝั่งเยอรมันบอกว่า ส่งผ่าน DHL แล้วจะผ่านไปรษณีย์ไทยต่ออีกที เสียวว่าจะรอดมั๊ย ไปรษณีย์ไทยก็พอร์ทฟอลิโอเยอะจริงๆช่วงนี้ / ปรากฎว่ารอบนี้น่าจะท็อปฟอร์ม รางวัลทำจากหินยังแตกสลาย จริงๆแล้วไปรษณีย์ไทยอาจมีส่วนร่วมในการทำลายกำแพงเบอร์ลินก็เป็นได้ รางวัลเป็นของนอกกาย ช่วงนี้หาเวลานอนก่อนเถอะนะ..." ทั้งนี้ล่าสุดทางไปรษณีย์ไทยได้เผยกับทีมข่าว MThai News ว่า ขณะนี้จะมีการติดต่อไปยังเต๋อ นวพลเพื่อรับทราบปัญหา และความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยจะมีการประสานไปยังบริษัท DHL ด้วยเนื่องจากการส่งของดังกล่าวมีการส่งต่อ2เจ้า ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบอีกครั้งว่าเกิดความเสียหายจากจุดใด โดยไปรษณีย์ไทยยืนยันจะดำเนินการอย่างดีที่สุด MThai News -------------------------------------------------------- ข่าวที่เกี่ยวข้อง The Master ผลงานหนังยาวลำดับที่3ของ นวพล สารคดีว่าด้วยร้านหนังในตำนาน 1 ชีวิต กับ 410 ทวีต สู่หนังสุดแนวในตัวอย่างเต็ม Mary is Happy, Mary is Happy คุณคือตัวละครใด ของนวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ... แฟนพันธ์แท้ #Maryishappy ระดับความยากโหด

โจ๋ลองของ บุกโรงพยาบาลร้างบางเลน ท้าทายผีตามคำร่ำลือ(ชมคลิป)
นครปฐม /  ลองของ / 

โจ๋โชว์เก๋า บุกโรงพยาบาลร้างบางเลน ท้าทายผีตามคำร่ำลือ(ชมคลิป) วันนี้(18 ต.ค.) ชาวสังคมออนไลน์ได้แชร์คลิปวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งได้ไปลองของที่โรงพยาบาลร้างย่านบางเลน ซึ่งกลุ่มวัยรุ่นได้เข้าไปภายในตัวอาคารในเวลากลางคืนแต่ก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ พร้อมทั้งชี้ให้เห็นจุดที่ชาวบ้านลือว่าเป็นที่ทำแท้งจึงได้มีการลบหลู่ด้วยการปัสสาวะใส่บริเวณนั้น ก่อนจะเดินต่อไปพบกับจุดที่ชาวบ้านนำขนม นม ของเล่น มาถวายวิญญาณเด็ก กลุ่มวัยรุ่นก็ได้มีการแกะของเล่น นำตุ๊กตาบริเวณนั้นมาเล่นโดยไม่เกรงกลัวถึงเรื่องวิญญาณเฮี้ยนแต่อย่างใด ซึ่งจากการสำรวจก็ไม่พบว่ามีอะไรเหมือนอย่างที่ชาวบ้านลือกัน และได้เดินทางกลับ หลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก โดยหลายคนมองว่าเรื่องแบบนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ บางคนมองว่าการเข้าไปสถานที่รกร้างในยามกลางคืนอาจจะเจออันตรายจากกลุ่มก่ออาชญากรรมหรือสัตว์เลื้อยคลานเช่นงูได้ ซึ่งไม่อยากให้เยาวชนเห็นแล้วนำไปเป็นแบบอย่าง ทั้งนี้โรงพยาบาลร้างย่านบางเลน เป็นสถานที่ที่รายการสยองขวัญหลายรายการจัดอันดับให้เป็น1 ใน 10 สถานที่ร้างน่ากลัวที่สุดของประเทศไทย  โดยคำร่ำลือของชาวบ้านในย่านนั้นมักบอกว่าจะได้ยินเสียงเด็กร้องไห้และเห็นคนเดินอยู่ในโรงพยาบาลร้างดังกล่าว ขอบคุณคลิปจากสมาชิกเฟซบุ๊ค เกียรติภูมิ จูฑพันธนะ Mthai News

ระลึกชาติในแบบเรียน : ตอนที่1เชื่อมั้ย? ฝรั่งแต่งแบบเรียนไทย
จินดามณี /  ระลึกชาติในแบบเรียน / 

สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จัดจำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย ได้จัดนิทรรศการระลึกชาติในแบบเรียน โดยได้มีการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับแบบเรียนไทยแต่ละยุคแต่ละสมัย แบ่งเป็น 6 ยุค ตามบริบทของสังคมและการเมืองไทย ทีมข่าว MThai News ได้มีโอกาสเยี่ยมชมนิทรรศการนี้และมองว่ามีข้อมูลที่น่าสนใจ จึงขอหยิบนิทรรศการมาเขียนเป็นเรื่องราว 6 ตอนย่อยๆตามยุคได้ให้ลองอ่านกัน  ระลึกชาติในแบบเรียน : ตอนที่1 จุดเริ่มต้นมาจากไหน ? หากจะนับย้อนไปหลายร้อยปี แบบเรียนไทยเล่มที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่ประวัติศาสตร์จะค้นพบในตอนนี้ "จินดามณี" ของพระมหาราชครู แห่งยุคสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นตำราเรียนเล่มที่เก่าแก่ที่สุด แต่ถึงกระนั้นก็ยังพบว่าจินดามณีเป็นแบบเรียนที่ยากเกินไป ไม่น่าจะใช่แบบเรียนสำหรับปฐมศึกษา จึงมีการตั้งข้อสันนิษฐานว่า น่าจะมีเล่มที่ง่ายกว่านี้อยู่ แต่ยังไม่มีการค้นพบ จนกระทั่งส่งต่อมายังยุครัตนโกสินทร์ตอนต้นก็มีหนังสือเรียนสำหรับเจ้านายเล็กๆ ได้เล่าเรียนกันในรั้ววัง เช่น ปฐมมาลา, ปฐม ก กา,กาพย์พระไชยสุริยา(ของสุนทรภู่),จินดามณี ฉบับใหม่ ระยะเวลาล่วงเลยเข้าสู่ยุคล่าอาณานิคม ทำให้สยามเตรียมวางรากฐานของประเทศด้วยการศึกษาอย่างมีแบบแผน จากมูลบทบรรพกิจถึง ตาหวังหลังโก่ง แบบเรียนรวมชาติ (พศ.2414-2461) ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปีพ.ศ.2414 ได้มีการก่อตั้งโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ มีพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร)เป็นอาจารย์ใหญ่และได้มีการแต่งแบบเรียนหลวง 6 เล่ม สำหรับเรียน 3 ปี ประกอบด้วย มูลบทบรรพกิจ,วาหนิติ์นิกร,อักษรประโยค ,สังคโยคพิธาน,ไวพจน์พิจารณ์,พิศาลการัณฑ์ มุ่งเน้นการอ่านออกเขียนได้ เป็นตำราเรียนที่มีตัวอักษรล้วนๆ ไม่มีภาพประกอบ ค่อนข้างอ่านยาก เข้าใจยากสำหรับเด็กและผู้เริ่มเรียนรู้ ต่อมาได้มีการปฏิรูปการปกครองแบบรวมศูนย์อำนาจ จัดตั้งกระทรวงขึ้น 12 กระทรวง หนึ่งในนั้นมีกระทรวงธรรมการดูแลเรื่องการเรียนการสอน โดยมีกรมพระยาดำรงราชานุภาพเป็นเสนาบดี ก่อนที่จะมีการกำหนดหลักสูตรการศึกษาครั้งแรกอย่างเป็นรูปแบบในราชอาณาจักรสยามในปี 2435 เรียกหลักสูตรนี้ว่า "กฎพิกัดสำหรับการศึกษา" มีการจัดตั้งกองแบบเรียนทำหน้าที่กำกับดูแลเนื้อหา พิมพ์ตำราเรียนหลวง ปี 2443 ม.ร.ว.เปีย มาลากุลได้เขียนตำราเรียนชื่อ แบบเรียนสมบัติผู้ดี เน้นการนำพระพุทธศาสนามาปรับใช้ ต่อมาก็มีการเขียนแบบเรียนธรรมจริยา2เล่ม โดยพี่น้องเทพหัสดิน ซึ่งเนื้อหามีการนำตัวอย่างในชีวิตประจำวันเข้าไปอยู่ในแบบเรียนด้วย  แม้จะมีหลักสูตรแล้วแต่ปัญหาของการศึกษาไทยในยุคนั้นยังไม่หมด เนื่องจากเด็กวัด ลูกชาวบ้านต้องช่วยพ่อแม่ทำนา ทำไร่ มีเวลาเรียนแค่ปีละ3 เดือนเท่านั้น จึงได้มีการปรับปรุงแบบเรียนขึ้นและเรียกว่า แบบเรียนเร็ว ใช้เวลาเรียนน้อยลง มีเรื่องสั้นๆให้ได้เข้าใจง่ายๆมากกว่าการท่องจำอย่างเดิม เช่น ตาโป๋ขาเป๋ ตาหวังหลังโก่ง ฟ.ฮีแลร์ ฝรั่งผู้แตกฉานภาษาไทย จนถึงกับเขียนแบบเรียน "ดรุณศึกษา" ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น มีชาวต่างชาติคคนหนึ่งชื่อ ฟ.ฮีแลร์ หรือ เจษฎาธิการฮีแลร์ เป็นนักบวชคณะภราดาเซนต์คาเบรียล เจ้าของสมญานาม "ปราชญ์แห่งอัสสัมชัญ" ได้รับการยกย่องในด้านความแตกฉานภาษาไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากท่านเป็นชาวฝรั่งเศสมาแต่กำเนิด จนเมื่อได้มาอยู่ที่ประเทศไทย และได้แต่งหนังสือชื่อดรุณศึกษา สำหรับสอนนักเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญ ในปี 2454 เมื่อความทราบถึงกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ก็ทรงเรียกตรวจต้นฉบับและเป็นที่ปรึกษาช่วยตรวจแก้จนได้หนังสือเรียนที่มีชื่อว่า ดรุณศึกษา เนื้อหามีภาพประกอบสวยงาม บทเรียนเข้าใจง่าย ซึ่งดรุณศึกษาพิมพ์ต่อเนื่องถึงปัจจุบันพิมพ์ 114 ปี จำนวนพิมพ์61 ครั้ง เป็นแบบเรียนที่ยังจัดพิมพ์และมีอายุยืน  จบยุคที่ 1 แบบเรียนรวมชาติ สังเกตได้ว่าในยุคนี้แบบเรียนไทยเพิ่งจะเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง มีการลองผิดลองถูกและการปรับให้เข้ากับผู้เรียนที่เป็นลูกชาวบ้านจริงๆ นำการศึกษาจากในวังพยายามมาปรับใช้ให้กับคนในยุคนั้นให้เข้าใจถึงการอ่านออกเขียนได้ ในยุคนั้นวัดกลายเป็นสถานศึกษา พระเป็นครู ความผูกพันกับชาวบ้านระหว่างวัด นอกจากจะเป็นศูนย์รวมศรัทธาแล้วยังเป็นสถานที่ให้วิชาความรู้ด้วย โดยเมื่อเริ่มพัฒนาได้ไม่นานการศึกษาไทยก็เปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคที่ทองของการศึกษาในช่วงรัชกาลที่ 6 ซึ่งจะนำเสนอในตอนต่อไป รออ่านกันนะ

อึ้ง! ปูมหลังสุดอื้อฉาว 'นางพรชนก' สาวใหญ่คดีฆ่าหั่นศพครูญี่ปุ่น
ข่าวล่าสุด /  คดีครูญี่ปุ่น / 

อึ้ง! ปูมหลังสุดอื้อฉาว 'นางพรชนก' สาวใหญ่คดีฆ่าหั่นศพครูญี่ปุ่น จากคดีการหายตัวไปของ นายโยชิโนริ ชิมาโตะ อายุ 79 ปี ครูสอนภาษาชาวญี่ปุ่น ที่หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 21 ก.ย. 57 ทำให้นายเท็ตสึโอะ ชิมาโตะ อายุ 47 ปี บุตรชาย เดินทางมาตามหาและแจ้งความไว้ที่สน.ห้วยขวาง จนล่าสุดนางพรชนก ไชยะปะ เพื่อนสาวคนสนิท ได้ยอมรับสารภาพว่า ว่าเธอและสามีได้นำร่างของนายโยชิโนริ มาชำแหละในบ้านพักที่หมู่บ้านออร์คิด แบ่งชิ้นส่วนบรรจุใส่กระสอบปุ๋ย จำนวน 4 กระสอบ ก่อนจะนำใส่รถแท็กซี่มาทิ้งบริเวณใต้สะพานคลองนางทิ้มเพื่ออำพรางคดี จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทีมข่าว MThai News ขอนำปูมหลังของ นางพรชนก มาให้อ่านกัน ซึ่งไม่ธรรมดาเลยทีเดียว นางพรชนก ไชยะปะ อายุ 47 ปี เคยมีชาวญี่ปุ่นมาพัวพันด้วยทั้งหมด 4 คน ซึ่งเธอมีทักษะด้านภาษาญี่ปุ่น สามารถคุยกับชาวญี่ปุ่นรู้เรื่อง ชายญี่ปุ่นคนแรกที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับพรชนกคือ นายคาชิโตชิ ทานากะ เคยคบหากับนางพรชนกจนมีลูกสาวด้วยกัน 1 คน ในปี 2546 นายคาชิโตชิ ประสบอุบัติเหตุตกบันไดเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจสรุปความเห็นคดีดังกล่าวว่าเป็นอุบัติเหตุ ซึ่งจากการเสียชีวิตของนายคาชิโตชิ นางพรชนกได้รับเงินประกันชีวิตกว่า3ล้านบาท ต่อมานางพรชนกได้รู้จักกับ นายโนบูรุ อิฮิซาวะ ซึ่งเธอได้ยักยอกทรัพย์ชายผู้นี้จนกลายเป็นคดีความและตกเป็นจำเลยในที่สุด ในปี2553 ชายญี่ปุ่นชื่อ คามาการิ  ได้ส่งจดหมายมาหานางพรชนกที่บ้าน แต่เธอไม่อยู่เพื่อนบ้านจึงได้เก็บจดหมายไว้ โดยจดหมายลงวันที่ 25 มกราคม 2553 ระบุว่านายคามิการิ  ได้พบกับเพ็ญศรี ลูกสาวของนางพรชนกและอยู่ด้วยกันที่บ้านพักย่านบางนา คามิการิไว้ใจเพ็ญศรีมากถึงขนาดฝากเงินไว้ให้เป็นจำนวนเงินกว่า 3 ล้านบาท แต่สุดท้ายนางเพ็ญศรีก็หอบเงินหนีหายไป ทำให้นายคามิการิสิ้นเนื้อประดาตัว ชายญี่ปุ่นคนสุดท้ายคือนายโยชิโนริ ครูสอนภาษาชาวญี่ปุ่นที่หายตัวไปอย่างปริศนา ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสืบทราบว่านายโยชิโนริได้มาสนิทกับนางพรชนก จนกระทั่งสอบสวนและเธอยอมรับสารภาพว่าเป็นคนฆ่าหั่นศพชายชาวญี่ปุ่นเอง ทั้งนี้ตลอดเวลาที่นางพรชนกเข้าไปพัวพันกับชายญี่ปุ่นทั้ง4คน เธอก็มีสามีอยู่แล้วคือ นายสมชาย แก้วบางยาง อยู่กินกันมานานและมีลูกสาวด้วยกัน 1 คน คดีครูญี่ปุ่น คดีครูญี่ปุ่นหายตัว MThai News

เปิด 'สะพานมอญ' วันแรก นทท.ร่วมตักบาตร คึกคัก
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

เปิด 'สะพานมอญ' วันแรก ชาวบ้าน-นักท่องเที่ยว แห่ชม ร่วมตักบาตรคึกคัก กว่า 1,000 คน พร้อมกิจกรรมเดิน-วิ่ง-ปั่นจักรยาน นายวันชัย โอสุคนธ์ทิพย์ ผวจ.กาญจนบุรี พร้อมชาวบ้านคนไทยเชื้อสายมอญชาวไทยพื้นเมืองและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ รวมทั้งทหารและส่วนราชการในพื้นที่รวมกว่า 1,000 คน เดินทางมาชมบรรยากาศของสะพานไม้อุตตมานุสรณ์ (สะพานมอญ) ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี และร่วมตักบาตรแด่พระสงฆ์จากวัดวังก์วิเวการาม วัดศรีสุวรรณาราม วัดสมเด็จ ขณะที่ สนามกีฬาเทศบาลวังกะ หมู่ 3 ต.หนองลู คณะนักกีฬาเดิน วิ่ง และนักปั่นจักรยานจำนวนรวมกว่า 300 คน ได้เริ่มกิจกรรมเดินวิ่งปั่นเริ่มต้นที่ถนนด้านหน้าที่ว่าการอำเภอสังขละบุรี ผ่านตลาดสดเทศบาลตำบลวังกะ ข้ามสะพานฝั่งอำเภอสังขละบุรีไปยังฝั่งชุมชนชาวมอญและสิ้นสุดที่เจดีย์พุทธคยา วัดวังก์วิเวการาม อย่างสนุกสนานเต็มไปด้วยรอยยิ้ม นายวันชัย เปิดเผยว่า ในช่วงเช้ามีการตักบาตรอาหารคาวหวานบนสะพานไม้อุตตมานุสรณ์ และการเดิน วิ่ง และปั่นจักรยานข้ามสะพานแห่งนี้ ส่วนกิจกรรมในภาคเย็นเริ่มตั้งแต่ เวลา 17.30 น. โดยจะจัดกิจกรรมถวายพระพร การแสดงศิลปวัฒนธรรม 5 ชุด และเมื่อพิธีการต่างๆ เสร็จ พล.ต.ณัฐ อินทรเจริญ ผบ.พล.ร.9 ค่ายสุรสีห์ พระมหาสุชาติ สิริปัญโญ เจ้าอาวาสวัดวังก์วิเวการาม รวมทั้งแขกผู้มีเกียรติ จะพร้อมกันใช้ค้อนตอกตะปูบนเวทีกลางน้ำ พร้อมปล่อยกระสวยลูกหนูไปยังสะพานเพื่อจุดไฟอักษร 'คืนความสุข สังขละบุรี' พร้อมจุดพลุ 1,500 ดอก ปล่อยโคมลอย 109 ดวง จากนั้นจะมีการแสดงมินิไลท์แอนด์ซาวด์ ชื่อ 'สะพานเชื่อมฝั่ง สัมพันธ์เชื่อมใจ คืนความสุขให้กันและกัน การแสดงจะมีขึ้นประมาณ 10 นาที จึงถือได้ว่าเป็นการทำบุญและฉลองสะพานอย่างเป็นทางการการ อย่างไรก็ตาม การซ่อมบูรณะสะพานไม้หลวงพ่ออุตตมะเสร็จสิ้นในครั้งนี้ ประชาชนชาวอำเภอสังขละบุรี และชาวกาญจนบุรีต่างรู้สึกดีใจที่สะพานสามารถกลับมาใช้งานได้อีกครั้งหนึ่ง เพราะที่ผ่านมาการเดินทางสัญจรไป-มา เป็นไปด้วยความยากลำบาก และยังส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยือนเพิ่มขึ้น รวมถึงจะมีการจัดงานในช่วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ต่อไปอีกด้วย MThai News

ย้อนอดีต! กิกวัง วง B2ST เคยเป็นแดนเซอร์ให้ EPIK HIGH
B2st /  Beast / 

กิกวัง หนึ่งในสมาชิกของบอยแบนด์ K-POP วง B2ST (บีสท์) เคยปรากฏตัวในฐานะแดนเซอร์ให้กับวงฮิพฮอพ EPIK HIGH (อีพิค ไฮ) เมื่อหกปีที่แล้ว ในช่วงที่วง EPIK HIGH โปรโมทอัลบั้ม Love Scream เมื่อปี 2008 หากใครสังเกตจะเห็นว่าหนึ่งในแดนเซอร์แบ็คอัพซึ่งร่วมเต้นในการโชว์เพลงไตเติ้ลแทร็ค 1 Minute 1 Second มีหนุ่ม อี กิกวัง ร่วมออกสเต็ปบนเวทีด้วย ซึ่งในปัจจุบัน กิกวัง กลายเป็นหนึ่งในสมาชิกบอยแบนด์ K-POP ชื่อดังวง B2ST ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การเคยได้ร่วมงานกันในอดีตของสองศิลปินต่างค่าย-ต่างแนวเพลงเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ได้รับความสนใจและเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง เพราะในปีนี้ ทั้ง EPIK HIGH และ B2ST ต่างคัมแบ็คด้วยผลงานเพลงใหม่ในช่วงเวลาเดียวกัน โดย EPIK HIGH เพิ่งเปิดตัวอัลบั้มชุดที่แปด Shoe Box ของพวกเขา ฟากบอยแบนด์วง B2ST ก็กำลังทำกิจกรรมโปรโมทมินิอัลบั้มชุดที่เจ็ด TIME อยู่เช่นกัน. ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ไฮไลท์ปลายฝน ภูทับเบิก ดินแดนแห่งสายหมอก
ที่เที่ยวหน้าหนาว /  ภูทับเบิก / 

ช่วงนี้ ประเทศไทยของเราอยู่ในช่วงปลายฝนต้นหนาวกันแล้ว ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ควรค่าแก่การไปสัมผัสมากมาย และบางแห่งคุณต้องไม่เชื่อแน่ ๆ ว่าเรากำลังอยู่บนโลกมนุษย์ เพราะมันงดงามจนเหมือนหลุดออกมาจากสรวงสวรรค์ (พูดเหมือนกับเคยไปเนอะ) ทาง Travel.mthai.com จึงขอนำเสนอ ไฮไลท์ปลายฝน ที่คุณควรไปเยือนมากที่สุด นั่นก็คือ " ภูทับเบิก " ดินแดนแห่งสายหมอก ไฮไลท์ปลายฝน ภูทับเบิก ดินแดนแห่งสายหมอก ภูทับเบิก ตั้งอยู่ที่ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร ซึ่งเป็นจุดสูงสุดเพชรบูรณ์ ภูมิประเทศมีความงดงามอย่างมาก เต็มไปด้วยทะเลภูเขา ป่าไม้และธรรมชาติมีความอุดมสมบูรณ์ อากาศบริสุทธ์ เย็นสบายตลอดปี ในตอนเช้ามีหมอกและกลุ่มเมฆ มองเห็นเป็นทะเลหมอกตัดกับยอดภูสีเขียว และยังเป็นเป็นแหล่งปลูกกะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อีกด้วย การเดินทางไปภูทับเบิก 1. รถยนต์ส่วนตัว - เส้นทาง จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนพหลโยธิน ( ทางหลวงหมายเลข 1 ) มุ่งหน้าสู่จังหวัด สระบุรี ประมาณ 75 กิโลเมตร จะถึงตัวเมืองสระบุรี จากนั้นขับตรงไปมุ่งหน้าสู่จังหวัดลพบุรี ประมาณ 16 กิโลเมตรสู่ภูทับเบิก จากเพชรบูรณ์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 21 ประมาณ 40 กิโลเมตร ถึงสี่แยกหล่มสัก ตรงไปตามทาง หลวงหมายเลข 203 อีก 13 กิโลเมตร พบป้ายบอกทางไปอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ตามทางหลวง 2011 และทางหลวงหมายเลข 2331 อีก 40 กิโลเมตร ถึงด่านเก็บค่าธรรมเนียมของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าจาก ตรงนี้มีทางแยกขวาเข้าหมู่บ้านทับเบิกไปอีก 6 กิโลเมตร เส้นทางจากหล่มเก่ามาภูทับเบิกจะสูงชันและคดเคี้ยวมาก รถบัสไม่สามารถขึ้นได้ ผู้ที่ใช้รถยนต์หรือรถตู้ ควรขับรถด้วยความระมัดระวัง 2. รถประจำทาง การเดินทางมายังภูทับเบิก หากไม่มีรถยนต์มาเอง ต้องนั่งรถโดยสารมาลงที่หล่มสัก หลังจากนั้นก็เหมาสองแถวเพื่อขึ้นสู่ภูทับเบิก อัตราค่าจ้างก็แล้วแต่ตกลง โดยเฉลียอยู่ในเรตราคา 1200 – 1500 บาท ไร่กะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่พักบนภูทับเบิก มีทั้งแบบบ้านพักและลานกางเต้นท์ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกได้ตามสะดวก อย่ามัวอิ่มเอมกับภาพนะครับ ต้องไปสัมผัสด้วยตัวเองด้วย แล้วจะรู้ว่าไปแล้วไม่อยากกลับจริงๆ หากไปช่วงหน้าหนาวยิ่งอินครับ จะไปกับครอบครัวก็แสนจะอบอุ่น ไปกับแฟนก็สุดยอดแห่งความโรแมนติก หรือจะไปชิลกับผองเพื่อนก็ยิ่งเพลิดเพลิน (อย่าลืมพกเสื้อกันหนาวไปหลาย ๆ ตัวนะครับ เพราะตัวเดียวอาจจะเอาไม่อยู่ อิอิ) ที่มา : phutabberk.sadoodta.com ,paiduaykan.com  เรียบเรียงโดย Travel MThai ขอบคุณรูปภาพจาก : pantip.com , เจ้าของรูปภาพ Facebook คุณ chanomworld ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : ทะเลหมอกแสนสวย.. ภูทับเบิก สัมผัสอากาศแสนดี , ภูทับเบิก… เปลี่ยนแปลง แต่ไม่เปลี่ยนไป , รวมที่เที่ยวหน้าหนาว นักท่องเที่ยวห้ามพลาด!

'บินไทย' เปิดเส้นทาง 'หลวงพระบาง' ประเดิม 26 ตค.นี้
กรุงเทพฯ /  การบินไทย / 

การบินไทย เปิดเส้นทางบินไปกลับกรุงเทพฯ-หลวงพระบาง ประเดิม 26 ตค.นี้ เริ่มต้น 6,550 บาท สัปดาห์ละ 4 เที่ยวบิน เรืออากาศโทสุรพล อิศรางกูร ณ อยุธยา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI เปิดเผยว่า การบินไทยได้เปิดเส้นทางบิน ไป-กลับ กรุงเทพฯ – หลวงพระบาง เริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 26.ตุลาคม.2557 นี้ โดยทำการบินสัปดาห์ละ 4.เที่ยวบิน ได้แก่ วันอังคาร ศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ เพื่อเป็นการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว รวมทั้งเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเครือข่ายเส้นทางบิน การขยายตลาดในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงเชื่อมต่อกับทวีปต่างๆ ทั่วโลก ในการรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 สำหรับเมืองหลวงพระบาง เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่ได้รับความนิยม และได้รับการขึ้นทะเบียน จากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลก ในเรื่องการปกปักรักษาเมืองที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีวัดวาอารามเก่าแก่เป็นจำนวนมาก อาคารบ้านเรือนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในสไตล์โคโลเนียล และมีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ อาทิ วัดเชียงทอง ซึ่งเป็นวัดหลวงคู่เมืองหลวงพระบาง พระธาตุหมากโม วัดวิชุนราช พิพิธภัณฑ์พระราชวังเจ้าฟ้ามหาชีวิต (พระราชวังหลวง) การล่องเรือไม้โบราณชมแม่น้ำโขง สัมผัสวิถีชีวิตแบบชาวลาว รวมทั้งการตักบาตรข้าวเหนียวในยามเช้า ซึ่งเป็นการตักบาตรที่มีพระสงฆ์บิณฑบาตมากที่สุดในโลก เพื่อเป็นการฉลองการเปิดเส้นทางบิน ไป-กลับ กรุงเทพฯ – หลวงพระบาง การบินไทยได้จัดโปรโมชั่นบัตรโดยสารชั้นประหยัด ราคาพิเศษ เริ่มต้นที่ 6,550.บาท ซึ่งผู้โดยสารสามารถสำรองที่นั่ง ออกบัตรโดยสาร และเดินทางได้ ตั้งแต่ บัดนี้ – วันที่ 15 ธันวาคม 2557 ทั้งนี้ ผู้โดยสารสามารถสำรองที่นั่ง และตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.thaiairways.com สำนักงานขายการบินไทย.หรือตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ.หรือ.THAI.Contact.Center.หมายเลข.0-2356-1111 (ตลอด 24 ชั่วโมง) MThai News

2ผัวเมียรับสารภาพ ฆ่าหั่นศพครูญี่ปุ่น ยัดกระสอบทิ้งคลอง
ข่าวล่าสุด /  คดีครูญี่ปุ่น / 

สองผัวเมียสารภาพแล้ว ฆ่า-หั่นศพครูญี่ปุ่น ก่อนแยกชิ้นส่วนไปทิ้งคลอง จ.สมุทรปราการ วันนี้(21ต.ค.) จากคดีการหายตัวไปของ นายโยชิโนริ ชิมาโตะ อายุ 79 ปี ครูสอนภาษาชาวญี่ปุ่น ที่หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 21 ก.ย. 57 ทำให้นายเท็ตสึโอะ ชิมาโตะ อายุ 47 ปี บุตรชาย เดินทางมาตามหาและแจ้งความไว้ที่สน.ห้วยขวาง ข่าวครูญี่ปุ่นหายตัว หลังจากการบุตรชายของครูญี่ปุ่น เข้าแจ้งความทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถจับกุมนางพรชนก ไชยะปะ อายุ 47 ปี หญิงคนสนิทของ นายโยชิโนริ ชิมาโตะ ข้อหาลักทรัพย์ เพราะเธอได้นำบัตรเอทีเอ็มของครูญี่ปุ่น ไปกดเงิน 7 แสนบาท และเธอถือเป็นคนสุดท้ายที่อยู่ใกล้ชิดครูญี่ปุ่น แต่เธอก็ได้รับการประกันตัวในชั้นศาล อย่างไรก็ตามขณะนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังเชื่ออีกว่านายสมชาย แก้วบางยาง สามีของนางพรชนก มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของครูญี่ปุ่นในครั้งนี้ กระทั่งทั้งสองได้หายตัวไปจากบ้านพักที่ย่านบางนา และการเคหะบางพลีอย่างน่าสงสัย แต่เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 19 ต.ค. ที่ผ่านมาชุดสืบสวนก็สามารถบุกจับกุม นางพรชนก และนายสมชาย ไว้ได้ ขณะที่ทั้งคู่ขับรถแท็กซี่ไปจอดทิ้งไว้ที่ จ.อ่างทอง จากการสอบสวนนางพรชนกครั้งล่าสุด เธอได้ยอมรับสารภาพแล้วว่า ว่า เมื่อวันที่ 21 กันยายน ได้รับตัวนายโยชิโนริมาจากโรงพยาบาลย่านบางนา ด้วยสภาพร่างกายที่อ่อนเพลีย แต่เมื่อมาถึงบ้านพักเห็นว่า นายโยชิโนริ มีอาการช็อกและเสียชีวิต นายสมชาย สามีของเธอกลัวความผิด จึงนำร่างของนายโยชิโนริ มาชำแหละในบ้านพักที่หมู่บ้านออร์คิด ห่างจากจุดที่นำศพมาทิ้ง ประมาณ 6 กิโลเมตร โดยได้แบ่งชิ้นส่วนบรรจุใส่กระสอบปุ๋ย จำนวน 4 กระสอบ ก่อนจะนำใส่รถแท็กซี่มาทิ้งบริเวณใต้สะพานคลองนางทิ้มเพื่ออำพรางคดี ภายหลังจากผู้ต้องหาให้การรับสารภาพแล้ว ตำรวจได้ประสานเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัย พร้อมเจ้าหน้าที่ประดาน้ำ และรถไฟส่องสว่าง ของ เทศบาล ต.บางเสาธง เข้ามาทำการค้นหาชิ้นส่วนศพตามคำให้การของผู้ต้องหา โดยกระจายกำลังงมชิ้นส่วนของผู้เสียชีวิตภายในคลองนางทิ้ม ที่มีความกว้างประมาณ 20 เมตร ก็พบกระสอบปุ๋ยตามที่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ โดยถุงแรก เป็นชิ้นส่วนอวัยวะภายใน มีดินกับหินถ่วงอยู่ ส่วนถุงที่ 2 เป็น ชิ้นส่วนของฝ่ามือ เท้า และศีรษะ ถูกแยกบรรจุอยู่ในถุงดำ 2 ถุง โดยจุดที่พบอยู่ห่างจากจุดแรกประมาณ 50 เมตร ทั้งนี้แพทย์นิติเวชได้เข้ามาทำการชันสูตร พร้อมกับนำส่งสถาบันนิติเวช ร.พ.ตำรวจ เพื่อทำการชันสูตรอย่างละเอียด และจะได้เปรียบเทียบกับดีเอ็นเอของญาติผู้ตาย ว่าศพที่พบคือ นายโยชิโนริ หรือไม่ ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก ข่าวสดออนไลน์,fm91trafficpro, js100 คดีครูญี่ปุ่น คดีครูญี่ปุ่นหายตัว MThai News