ย่านวังหิน

นัท สุมนเตมีย์ ช่างภาพใต้น้ำชั้นนำระดับสากล
ฉลาม /  ดำน้ำ / 

Q ‘ภาพที่ดีสำหรับผมไม่ต้องสวยเพอร์เฟ็ค แต่สามารถบอกเล่าเรื่องราวได้ครบถ้วน’ ถ้าพูดถึงช่างภาพใต้น้ำระดับชั้นนำของเมืองไทย ชื่อของ ‘นัท สุมนเตมีย์’ น่าจะถูกนึกถึงเป็นชื่อแรกๆ ด้วยประสบการณ์การทำงานมากว่า 20 ปี และมีผลงานเป็นที่โจษจันในระดับสากลรวมถึงการที่เคยคว้ารางวัลภาพถ่ายระดับโลกมาครอง เรียกว่าทำให้คุณนัทคุ้นเคยกับโลกใต้น้ำเป็นอย่างดีโดยเฉพาะบรรดาสัตว์โลกใต้ทะเลที่กลายเป็นเพื่อนที่รู้ใจกันไปแล้ว และกว่าจะได้มานั่งพูดคุยกับคุณนัทช่างภาพอารมณ์ดีคนนี้เราถึงต้องขอคิวเป็นพิเศษชนิดที่ว่าพลาดคราวนี้ก็อาจต้องรอกันข้ามปีทีเดียว เพราะด้วยความที่ต้องเดินทางไปทำงานต่างประเทศติดต่อกันหลายเดือนสิ่งนี้เป็นเครื่องการันตีชั้นดีว่าดีกรีของ The Master ของเราคราวนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน นัท สุมนเตมีย์ ช่างภาพใต้น้ำชั้นนำระดับสากล อัพเดทชีวิตช่วงนี้หน่อยครับ? ตอนนี้มีโปรเจ็คทำโฟโต้บุ๊คขนาดใหญ่ซึ่งรวบรวมผลงาน 20 ปีที่ทำงานใต้น้ำของผมชื่อ ‘โอเคียนอส’ เป็นภาษากรีกที่มาของคำว่าโอเชียนซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งท้องทะเล คัดมา 150 รูปที่เป็นมาสเตอร์พีซ เริ่มตั้งแต่ถ่ายด้วยฟิล์มเมื่อ 20 ปีที่แล้ว คาดว่าจะออกประมาณต้นปีหน้าครับ ส่วนงานหลักตอนนี้จริงๆ คือเดินทางถ่ายสารคดีทั่วโลกให้กับทีมโลกโสภา เร็วๆ นี้กำลังจะมีรายการสารคดีฉายทางโทรทัศน์ครับ เห็นว่าเดินทางไปต่างประเทศบ่อยมาก? ช่วง 3-4 ปีนี้ผมเดินทางเยอะมาก ถ้านับกันจริงๆ ที่พอจะนึกได้มีแอฟริกาใต้ อินโดนีเซีย ปาปัวนิวกินี ตองก้า มาเลเซีย เอกวาดอร์ คอสตาริกา มัลดีฟ ฮาวาย บาฮามาส ที่เพิ่งกลับมาคือเซเชลส์เป็นเกาะอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย โดยที่ผ่านมาปกติเดินทางทุกเดือนจะกลับมาพักเมืองไทย 1 สัปดาห์จากนั้นก็เดินทางต่อ เริ่มถ่ายภาพใต้น้ำตั้งแต่ตอนไหนครับ? ผมโชคดีอยู่อย่างคือได้ดำน้ำกับพ่อตั้งแต่เด็ก มีโอกาสได้เห็นทะเลไทยตั้งแต่เป็นเด็กตัวกะเปี๊ยก ช่วงแรกก็ไปใกล้ๆ แถวเกาะล้านพัทยาจากนั้นก็เริ่มไกลขึ้นเรื่อยๆ จากระยอง ไปตราดจากนั้นลงไปทางใต้ ภูเก็ต กระบี่ สิมิลัน ผมคิดว่าโชคดีที่เห็นสิ่งเหล่านี้ตั้งแต่เด็กได้รู้จักโลกใต้ทะเลตั้งแต่ตอนนั้น หลังจากนั้นผมมาเริ่มดำน้ำแบบสกูบ้าอย่างเต็มตัวจนเข้าโดยเอ็นทรานซ์ติดที่คณะวารสารศาสตร์ธรรมศาสตร์ ชีวิตนักศึกษาเป็นยังไงบ้างครับ? ที่คณะวารสารศาสตร์ธรรมศาสตร์ผมเลือกเรียนภาพยนตร์ทำให้ผมมองเห็นภาพโดยรวมค่อนข้างกว้าง ส่วนที่ผมเรียนภาพยนตร์แต่มาทำงานภาพนิ่งเพราะว่าสมัยเรียนเคยไปทำงานกองถ่ายหนัง ความใฝ่ฝันคืออยากเป็นตากล้องหนังสารคดีแต่ในยุคนั้นยากมาก เริ่มต้นจากเป็นตากล้องภาพนิ่งประจำกองถ่ายก่อน แต่เรารู้สึกว่าการทำงานมันใช้เวลาเยอะมาก กองถ่ายมันค่อนข้างอุ้ยอ้ายการรอคอยก็เยอะ สุดท้ายค้นพบว่ามันไม่เหมาะกับลักษณะนิสัยของเรา สิ่งที่ต้องการคือตัดสินใจได้คนเดียวและรวดเร็วก็เลยเบนเข็มมาทำภาพนิ่งแทน จุดเปลี่ยนที่ก้าวสู่วงการช่างภาพอาชีพ? ตอนปี 4 ได้มาฝึกงานที่อนุสาร อสท ที่นี่เหมือนเป็นอีกโรงเรียนนึงของผม ตอนนั้นที่ อสท กำลังเป็นยุคเริ่มต้นของการถ่ายภาพใต้น้ำ ทำให้ผมได้เข้าไปเจอกับพี่อภินันท์ บัวหภักดีกับพี่วินิต รังผึ้ง ที่ถ่ายภาพใต้น้ำกันอยู่แล้วจึงได้มีโอกาสไปดำน้ำด้วยกัน ความรู้สึกตอนนั้นเป็นยังไงบ้างครับ? นี่ล่ะงานที่เราใฝ่ฝัน จากประสบการณ์ที่เรามีตั้งแต่เด็กถ่ายทอดออกมาเป็นภาพเป็นเรื่องราว แต่ตอนนั้น อสท ยังไม่มีการเปิดรับพนักงานผมเลยออกไปทำเป็นช่างภาพฟรีแลนซ์ ถ่ายทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นอาหาร ภาพประกอบหนังสือ หลังจากนั้นจึงมีโอกาสเข้าไปทำที่ อสท เพราะมีตำแหน่งว่าง แต่มีข้อแม้ว่าต้องเขียนเรื่องได้ด้วย ผมจึงหัดเขียนตั้งแต่ตอนนั้นแต่ด้วยผมเขียนพรรณณาไม่ค่อยเก่งแต่ใช้การเล่าเรื่องแบบภาพยนตร์ นึกถึงภาพที่เราเห็นแล้วก็ลงมือเขียนบรรยายจากความรู้สึก กลับมาที่ อสท รอบนี้ได้ให้อะไรกับพี่นัทบ้างครับ? การกลับมา อสท คราวนี้ผมโฟกัสการถ่ายภาพใต้น้ำมากขึ้น ได้ทำคอลัมน์ประจำคือท่องโลกใต้ทะเลซึ่งเป็นงานที่เราชอบมาก เป็นคอลัมน์ที่ผมทำมายาวนานมา 20 ปีพอดี ที่นี่เหมือนเป็นโรงเรียนของผม ได้เดินทาง พบปะผู้คน ได้ประสบการณ์การทำงานทำให้มีวิชาติดตัวมาถึงทุกวันนี้  หลังจากนั้นออกมาทำ NATURE EXPLORER ตอนปี พศ.2543 เป็นการทำงานที่ท่องโลกธรรมชาติอย่างเดียวเลยมีการเดินทางเกือบทั่วโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องการในตอนนั้นทำจนหนังสือได้ปิดตัวไป ปัจจุบันเป็นช่างภาพอิสระเต็มตัวครับ ความท้าทายของการถ่ายภาพใต้น้ำ? เรากำหนดภาพอย่างที่เราต้องการไม่ได้ เราเป็นคนที่เอาตัวเข้าไปอยู่ตรงนั้นบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าของเราถ่ายทอดให้คนอื่นที่ไม่ได้เดินทางไปกับเราได้เห็น ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดของการถ่ายภาพใต้น้ำคือเวลา เวลาที่เราจะไปอยู่ตรงจุดนั้นที่เหตุการณ์มันเกิดขึ้นพอดี จริงๆ พื้นฐานการถ่ายภาพและมุมมองเป็นส่วนเล็กๆ อาจเรียกว่าเป็นส่วนสุดท้ายก่อนที่ตัดสินใจกดชัตเตอร์เท่านั้นเอง สิ่งสำคัญจริงๆ อยู่ที่การเตรียมการวางแผนการเดินทาง การเลือกจังหวะเวลาที่ไปแล้วเกิดปรากฎการณ์ที่เรารอคอยต่างหากที่สำคัญกว่า ขั้นตอนการวางแผนการเตรียมตัว? สมัยนี้ง่ายขึ้นครับเพราะสามารถหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตได้ ส่วนสมัยก่อนใช้การปรึกษาจากกลุ่มเพื่อนๆ ช่างภาพต่างประเทศที่เคยไปมาก่อน อย่างเช่นจะมีอะไรเกิดขึ้นในช่วงไหนของปีเราก็จดบันทึกไว้ว่าช่วงเดือนนี้ของปีจะไปที่ไหน อย่างเช่นช่วงกรกฎา-สิงหาที่แอฟริกาใต้จะเป็นช่วงที่ฝูงซาร์ดีนอพยพ (sardine run) แล้วก็มีฉลามมาไล่ตามกินฝูงซาร์ดีน หรืออย่างเดือนสิงหาวาฬหลังค่อมจะไปออกลูกที่ตองก้ามันจะเป็นข้อมูลที่มีอยู่แล้ว กำหนดการที่บอกมามีคลาดเคลื่อนบ้างมั้ยครับ? มีแน่นอน อย่างปรากฎการณ์ซาร์ดีนที่แอฟริกาใต้มันมีทุกปีก็จริง แต่บางครั้งมันเป็นปรากฎการณ์ขนาดใหญ่มากบางปีก็น้อยมากจนแทบไม่มี อันนี้เราไม่รู้แต่ต้องเดินทางไปรอก่อน อย่างเช่นปีนึงเกิดเหตุการณ์แค่อาทิตย์เดียวหรือ 3-4 วันอยู่ที่เราจะเลือกเวลาไปได้พอดีจังหวะหรือเปล่า การถ่ายภาพใต้น้ำมีเรื่องโชคเรื่องดวงมาประกอบด้วยหรือเปล่าครับ? มันเป็นไปได้ทั้งเรื่องโชคเรื่องดวงและการเฝ้ารอ ผมว่ามันเป็นสิ่งเดียวกัน ผมเคยบอกไว้ว่าถ้าเรารอให้โชคเกิดขึ้นอย่างเดียวมันก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่ถ้าเราลงมือค้นหามันด้วยก็จะมีโอกาสมากขึ้น ยกตัวอย่างผมไปรอฝูงซาร์ดีนอพยพ 40 วันก็จะมีโอกาสได้รูปมากกว่าคนที่ไปรอ 20 วัน สิ่งที่ผมเห็นในภาพของช่างภาพสารคดีทุกคนในโลกคือ ‘เวลาที่เขาใช้ไป’ จริงๆ แล้วภาพนิ่งเป็นการกดชัตเตอร์หนึ่งส่วนเสี้ยวของวินาที แต่เบื้องหลังของภาพมันมีที่มายาวนานมากอาจจะผ่านเวลามาแล้ว 20 วันหรือ 20 ปีหรืออาจผ่านเวลามาทั้งชีวิตของช่างภาพคนนั้นก็ได้ อีโก้มีส่วนในการสร้างสรรค์ผลงานมั้ยครับ? มีส่วนครับเวลาพูดถึงอีโก้ในความหมายของคนไทยมักมีความรู้สึกในแง่ลบ แต่จริงๆ แล้วอีโก้สำหรับผมมองว่าการที่จะสร้างผลงานมันต้องมีความฝันแล้วก็ไม่ยอมที่จะทิ้งมันไป บางครั้งผมค่อนข้างดื้อในการทำงานเพราะต้องการพยายามให้ถึงที่สุดแต่ในการทำงานกับธรรมชาติต้องเคารพธรรมชาติ ในบางครั้งเราถ่ายภาพสิ่งแรกที่ต้องคำนึงถืงคือต้องรบกวนธรรมชาติให้น้อยที่สุด ลองดูภาพของผมทุกวันนี้กับภาพเมื่อ 20 ปีที่แล้วประสบการณ์จะเป็นตัวบอกถึงภาพที่แตกต่างออกไป สมัยเมื่อ 20 ปีที่แล้วผมใช้วิธีการว่ายน้ำอย่างรวดเร็วเข้าไปหาเป้าหมาย ภาพที่ได้มาส่วนใหญ่จะเป็นภาพของสัตว์ที่เกิดอาการตื่นตกใจ แต่ทุกวันนี้ผมปรับการทำงานโดยใช้วิธีค่อยๆ หยุดนิ่งเพื่อให้สัตว์สงสัยและเชื่อใจจนเข้ามาอยู่ในระยะที่ถ่ายภาพได้เพราะประสบการณ์ 20 ปีที่ผ่านมาสอนให้ผมรู้ว่ายังไงมนุษย์ไม่มีทางว่ายน้ำได้เร็วกว่าปลา สิ่งที่คนทั่วไปมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับสัตว์โลกใต้น้ำ? คนทั่วไปมักจะมีความเข้าใจว่าวาฬทุกตัว ฉลามทุกตัว สัตว์ทุกตัวเหมือนกันหมดจริงๆ แล้วไม่ใช่ ทุกตัวมีพฤติกรรมเฉพาะตัว เหมือนเราเลี้ยงหมาเลี้ยงแมวแต่ละตัวมีนิสัยคาแร็คเตอร์ไม่เหมือนกัน เช่นเดียวกับวาฬหรือสัตว์ทะเลที่มีประสบการณ์ชีวิตไม่เหมือนกัน บางตัวเคยถูกไล่ล่าแต่บางตัวกลับคุ้นเคยกับมนุษย์ ฉลามเป็นสัตว์น่ากลัวเหมือนที่ร่ำลือกันหรือเปล่าครับ? ฉลามมีความก้าวร้าวแต่ไม่ทุกตัว เขาจะมีลักษณะแสดงออกให้เราเห็นได้อย่างชัดเจน บางชนิดจะโก่งตัวขึ้นครีบด้านข้างลู่ลงว่ายอย่างรวดเร็วในลักษณะไม่เป็นธรรมชาติ นั่นเป็นสัญญาณเตือนว่าเราต้องออกมาจากพื้นที่ของเขา จริงๆ ฉลามก็คือปลาตัวหนึ่งที่กลัวเรา ถ้าให้เปรียบเทียบง่ายๆ สุนัขที่กัดเราก็คือสุนัขที่กลัวเรา ถ่ายเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ? วาฬกับโลมาครับ เป็นสัตว์ที่วิวัฒนาการทางสมองใกล้เคียงกับเรามาก ทุกวันนี้นักวิทยาศาสตร์ทางทะเลหลายๆ คนพยายามสื่อสารทำความเข้าใจกับวาฬกับโลมาอยู่ เพื่อนช่างภาพที่สนิทกันคนนี้ถ่ายภาพวาฬเยอะมากประสบการณ์ที่เขาเล่าให้ผมฟังคือวาฬจำเขาได้และว่ายเข้ามาหา ผมชอบถ่ายวาฬมาก ผมบอกได้เลยว่าถ้าวาฬไม่มีปฏิสัมพันธ์กับเราจะได้ภาพยากมาก ถึงแม้เขาจะคุยกับเราไม่ได้แต่เขามีปฏิสัมพันธ์กับเรา เขายอมรับให้เราเข้าไปอยู่ในพื้นที่ของเขาได้ บางครั้งว่ายเข้ามาดูเราก็มี พื้นที่เป็นเรื่องสำคัญต้องทำให้เขารู้สึกว่าเราไม่ได้มารุกราน ประสบการณ์การทำงานมายาวนานประทับใจเคสไหนที่สุดครับ? สิ่งที่ประทับใจเหตุการณ์หนึ่งคือผมถ่ายภาพกระเบนราหูที่โคโมโด ผมถ่ายกระเบนราหูตัวนั้นทั้งไดฟ์อยู่ชั่วโมงกว่าแล้วกลับขึ้นมาบนเรือเพื่อพักและเปลี่ยนถังอากาศ 2 ชั่วโมงกว่าแล้วลงไปใหม่ กระเบนราหูตั้วนั้นก็ยังอยู่ที่เดิมและผมเชื่อว่าเขาจำผมได้เพราะพอเห็นผมปุ๊บว่ายเข้ามาหาเลยแล้วก็วนอยู่รอบตัว ประสบการณ์แบบนี้เป็นเรื่องที่พิเศษที่ลืมไม่ลงจริงๆ ครับ เทคนิคเฉพาะตัวในการทำงาน? การทำงานถ่ายภาพใต้น้ำโดยเฉพาะกับสัตว์ทะเลมันจะไม่เหมือนกับการถ่ายภาพสัตว์ป่าการถ่ายสัตว์ป่าบนบกต้องรออยู่ในซุ้มบังไพร ส่วนใหญ่ใช้เลนส์ขนาดยาวถ่ายในระยะค่อนข้างไกลหรือใกล้สุด 15 เมตร แต่ในการถ่ายภาพใต้น้ำระยะไกลที่สุดที่ถ่ายออกมาได้ดีคือไม่เกิน 3 เมตรจากเป้าหมาย สิ่งสำคัญที่สุดคือเราจะเข้าไปใกล้เป้าหมายได้ยังไง การที่เราอยู่เป็นกลุ่มใหญ่ๆ เสียงฟองอากาศที่เราดำน้ำมีผลมากกับสัตว์หลายๆ ชนิด เวลาอยู่จำนวนคนน้อยลงโอกาสสัตว์ที่เข้ามาปฎิสัมพันธ์กับเราก็มากขึ้น หรือบางครั้งผมถ่ายรูปมาโครสัตว์ตัวเล็กๆ ต้องใช้เวลาเพราะว่าเราจะไม่ไปจัดแต่งสัตว์ให้ไปอยู่ในมุมที่เราต้อง การฉะนั้นการดำน้ำของผมคือไม่ใช่ว่ายตามกลุ่มไป เรียกว่าคุณนัทมีความเป็นเพอร์เฟ็คชั่นนิสต์อยู่ในตัว? อาจจะมีส่วนนะ ผมถ่ายภาพมาตั้งแต่สมัยฟิล์ม ต้องยอมรับอย่างนึงนิสัยเสียของผมคือถ่ายภาพไม่เยอะ จำนวนชัตเตอร์ที่กดไปอาจจะไม่เยอะเท่าช่างภาพรุ่นใหม่ คือเราจะเห็นภาพก่อนแล้วค่อยกดชัตเตอร์ขณะที่ช่างภาพในยุคปัจจุบันจะมีวิธีมองอีกแบบที่ถ่ายภาพปุ๊บแล้วคิดไปว่าจะโปรเซสยังไงต่อให้ภาพออกมาอย่างที่ต้องการ ดังนั้นจำนวนภาพถ่ายของผมไดฟ์นึงมีแค่ 10-20 รูปเอง อาจจะเป็นความชินกับการถ่ายด้วยฟิล์มแบบเมื่อก่อนด้วย ได้ถ่ายภาพแนวอื่นบ้างมั้ยครับ? จริงๆ ผมก็ชอบถ่ายแลนสเคปนะครับ ไวด์ไลฟ์ก็ชอบถ้ามีจังหวะและโอกาส แต่ขณะเดียวกันผมถ่ายคนน้อยมากเลย ไม่ใช่ว่าผมไม่ชอบถ่ายนะ แต่ในบางครั้งผมอาจจะคุยกับคนไม่เก่ง ยกตัวอย่างช่างภาพถ่ายคนที่ผมนับถือคือคุณพิชญ์ เยาว์ภิรมย์ เป็นช่างภาพที่ดึงคาแร็คเตอร์คนออกมาได้ดีมาก เทคนิคพิเศษคือตีซี้คนง่ายมากเวลาไปเดินตลาดไม่ถึงชั่วโมงทั้งตลาดรู้จักคุณพิชญ์เรียบร้อยแล้ว สัตว์ใต้ทะเลที่คิดว่าถ่ายยากในมุมมองของคุณนัท? เยอะมาก ฉลามหัวค้อนเป็นอีกตัวอย่างนึงที่ถือว่าถ่ายยาก เป็นฉลามที่ขี้อายมาก คือเขาจะกลัวเสียงฟองอากาศของเรามาก บางทีว่ายมา 30-40 ตัวพอได้ยินเสียงฟองอากาศปุ๊บกระจายหายไปเลย ผมถ่ายภาพมา 20 ปีได้ภาพฉลามหัวค้อนดีๆ ไม่เกิน 10 รูป ส่วนใหญ่คือต้องแอบอยู่หลังโขดหินและพยายามหายใจให้น้อยที่สุดรอจนเข้ามาใกล้ได้จังหวะแล้วถ่าย มีสัตว์ชนิดไหนอีกมั้ยครับที่อยากถ่ายแต่ยังไม่ได้ถ่าย? เยอะมากครับส่วนใหญ่จะเป็นวาฬ เช่น วาฬบลูด้า วาฬสเปิร์ม วาฬสีน้ำเงิน โอกาสที่จะเจอวาฬไม่ใช่เรื่องง่ายต้องใช้จังหวะและเวลาที่เหมาะจริงๆ ช่วยเล่าเหตุการณ์ตื่นเต้นให้ฟังหน่อยครับ? มีไม่ค่อยบ่อยเพราะปกติก็ต้องระวังตัวเองเต็มที่ สิ่งที่ผมกลัวที่สุดส่วนใหญ่ไม่ใช่เรื่องของสัตว์แต่เป็นทะเล กลัวกระแสน้ำในบางจุดดำน้ำมันเป็นช่องแคบ ทำให้มีกระแสน้ำกดลงเป็นสิ่งที่อันตรายมากเพราะสามารถดูดเราลงไปใต้น้ำได้ ในการดำน้ำที่โคโดโมหรือบาหลี ผมพยายามอยู่ติดโขดหินตลอดเพราะบางครั้งกระแสน้ำเปลี่ยนอย่างรวดเร็วค่อนข้างอันตราย ลายเซ็นในภาพที่เห็นแล้วรู้ได้เลยว่าเป็นผลงานของคุณนัท? ผมว่าเรื่องลายเซ็นต้องให้คนอื่นดู อาจเป็นเรื่องความใกล้ชิด น่าจะเป็นความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างคนกับสัตว์มากกว่า ภาพที่ได้มาต้องผ่านการโปรเซสหน้าคอมพิวเตอร์หรือเปล่าครับ? รูปของผมต้องบอกเลยว่า 80% ค่อนข้างดูได้มาตั้งแต่ในกล้องแล้ว บางครั้งก็แทบไม่ได้ปรับอะไรเพิ่มเลยแต่ในบางครั้งพูดตรงๆ ว่าเป็นในแง่เทคนิค อย่างเช่นรูปครึ่งบกครึ่งน้ำข้างบนจะสว่างกว่าข้างล่างอยู่แล้วยังไงต้องผ่านการโปรเซสนิดหน่อยเพื่อจะเกลี่ยแสงด้านบนกับด้านล่างให้เท่ากัน กฎเหล็กประจำตัว? ผมพยายามไม่เปลี่ยนแปลงสภาพที่เห็นอยู่ตามธรรมชาติ สิ่งที่เห็นในภาพคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ ที่ผมมองผ่านวิวไฟเดอร์ของผม แล้วก็พยายามรบกวนธรรมชาติให้น้อยที่สุด จะบอกว่าไม่รบกวนเลยคงเป็นไปไม่ได้ ความรู้สึกที่ได้เป็นไอดอลเรื่องการถ่ายภาพใต้น้ำให้ใครหลายคน? เป็นความรู้สึกที่ดี แต่ผมเองไม่ได้เก่งไปกว่าคนอื่น เชื่อว่ามีช่างภาพหลายๆ คนที่มีฝีมือดีกว่า เพียงแต่ว่าผมอาจทำงานตรงนี้มายาวนานคนเลยรู้จักมากกว่าคนอื่นเท่านั้นเอง แล้วคุณนัทมีไอดอลกับเขามั้ยครับ? มีครับช่างภาพทุกคนย่อมมีช่างภาพในดวงใจ ส่วนผมมีหลายคนอยู่ถ้าเป็นต่างชาติชอบ ‘เดวิด ดูบิเลต์’ ช่างภาพเนชั่นแนลจีโอกราฟิกที่ผมเห็นผลงานเขามาตั้งแต่เด็กๆ ภาพของเขาถือว่าเป็นแรงบันดาลใจให้ผมอยากถ่ายรูปใต้น้ำ โดยรูปที่ประทับใจคือฝูงปลาบาร์ราคูด้าม้วนเป็นวงกลมแล้วมีนักดำน้ำอยู่ตรงกลาง ส่วนคนไทยนับถือเป็นพี่เชน หม่อมหลวงปริญญากร วรวรรณ ช่างภาพสัตว์ป่าที่ไม่ทำอย่างอื่นเลยนอกจากเป็นช่างภาพสัตว์ป่าอย่างเดียว ใช้เวลาเป็นปีอยู่ในป่า ทำงานมา 30 กว่าปีตั้งแต่ผมยังเด็กๆ จนตอนนี้ก็ยังทำอยู่ถือว่าเป็นไอดอลของผมทั้งงานเขียนและงานถ่ายภาพ แอบรู้มาว่าคุณนัทเคยได้รางวัลถ่ายภาพระดับโลกมาด้วย? จะบอกว่าผมส่งรูปประกวดน้อยมาก แต่ปัจจัยที่ทำให้ผมอยากส่งประกวดไม่ใช่เรื่องของรางวัลอย่างเดียวแต่อยู่ที่กรรมการตัดสินด้วย งานประกวดคราวนั้นคือ La Mer จัดประกวดร่วมกับเนชั่นแนลจีโอกราฟิก โดยได้ ‘ไบรอัน สเคอร์รี่’ ช่างภาพของเนชั่นแนลจีโอกราฟิก ที่ส่งไปเพราะอยากให้เขาได้เห็นภาพ อยากรู้ว่ามองเห็นเหมือนที่เรามองมั้ยแล้วก็อยากรู้คำวิจารณ์จากปากเขาด้วย ซึ่งก็บอกกับเรามาว่าเป็นจังหวะภาพที่น่าประทับใจ เบื้องหลังภาพนี้จะบอกว่าฟลุคก็ได้นะ ตอนนั้นไปดำน้ำที่กาลาปากอส จังหวะกำลังจะขึ้นจากน้ำเห็นนกตัวนี้มาลอยตัวอยู่ตรงผิวน้ำแล้วมองมาที่ผมพอดี ในชีวิตช่างภาพใต้น้ำของคุณนัทใฝ่ฝันอยากไปเยือนที่ไหนอีกมั้ยครับ? อยากไปแอนตาร์กติกา อยากถ่ายเพนกวินใต้น้ำ เป็นสิ่งที่เราไม่เคยเห็นมันก็อยากเห็นสักครั้งในชีวิต www.okeanos-photobook.com/ FB : Nat Sumanatemeya

ณัฐวุฒิโพสต์ข้อความสุดเศร้า ถึง สิงห์ Sqweez Animal
#RIPsingha /  SQWEEZ ANIMAL / 

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โพสต์ข้อความสุดเศร้า ถึง การจากไปของ สิงห์ มือกีต้าร์วง Sqweez Animal เป็นเรื่องราวสุดสะเทือนใจเมื่อมีข่าวออกมาว่า ช่วงกลางดึก ที่ผ่านมา (29 ก.ค. 58) นายประชาธิป มุสิกพงศ์ หรือ สิงห์ มือกีต้า วง Sqweez Animal พลัดตกจากที่สูงภายในคอนโดมิเนียมหรูย่านทองหล่อ และเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ซึ่งนายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ ผู้เป็นพ่อ เชื่อว่าเรื่องที่เกิดขึ้นคือการฆ่าตัวตาย เนื่องจากพบจดหมายลา ที่ลูกชายเขียนถึงแฟนสาวด้วยลายมือของตัวเอง ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. ได้โพสต์ข้อความถึง การจากไปของ สิงห์ มือกีต้าร์วง Sqweez Animal ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ว่า 06.44 น. เสียงโทรศัพท์จากพี่ตู่ จตุพร ปลุกผมเพื่อแจ้งข่าวการเสียชีวิตของ "สิงห์" ลูกชายคนที่ 2 ของ "นายหัววีระ" วีระกานต์ มุสิกพงศ์ ช็อคและเสียใจอย่างยิ่งกับครอบครัวมุสิกพงศ์ ผมคุ้นเคยกับลูก ๆ ของ "นายหัววีระ" ทุกคน พวกเขาเป็นน้องชายผม เจอกันตั้งแต่เริ่มต้นทำงานการเมืองด้วยกัน 3 คน ( วีระ ตู่ เต้น ) ใหม่ ๆ "สิงห์" ที่ผมรู้จักร่าเริง สุภาพ มีมาดศิลปินเป็นบุคลิคเฉพาะตัว ช่วงเขาออกอัลบั้มเพลงชุดแรก พวกเราตามไปเชียร์ "สิงห์" เล่นคอนเสิร์ตถึงRCA ผมอยู่ในเรือนจำ "สิงห์" ไปเยี่ยม เขาถามว่าเป็นไงบ้าง ผมบอกอยู่ข้างในชกมวยทุกวัน เสร็จแล้วกระโดดเชือกไม่ต่ำกว่า 25,000 ครั้ง "สิงห์" ตื่นเต้นมาก หันไปพูดกับ "พี่ตา" แม่ของเขาว่า "อาเต้น" ฟิตเหลือเกิน จน "นายหัววีระ" ซึ่งอยู่ข้างในด้วยกันต้องส่งสัญญาณบอกว่าผมอำเขาเล่น นี่คือ "สิงห์" เขามองโลกงดงาม ละเอียดอ่อน เขาสร้างเสียงดนตรีเพื่อขับกล่อมโลกใบนี้ ให้งดงามอย่างที่เขามองเห็น จนถึงวันที่ไม่มีเขา อยากให้สิงห์รับรู้ว่าอาเต้นรักสิงห์นะ ทุกคนที่เป็นมิตรกับพ่อสิงห์เขาก็รักสิงห์ เสียใจจริง ๆ หลับให้สบายเถิด "สิงห์" ประชาธิป มุสิกพงศ์ MThai News ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

ชูวิทย์ โพสต์บ่น หลังเดินตลาด 'รวยหรือจน ก็เจ๊งเหมือนกัน'
ชูวิทย์ /  ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ / 

'ชูวิทย์' โพสต์เฟซบุ๊ค หลังฟังเสียงสะท้อนพ่อค้าแม่ขาย ทำให้หวนคิดเมื่อปีที่แล้ว คนเราต่อสู้เพื่ออะไรกันแน่?   วันนี้(26 ก.ค. 58) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์เฟซบุ๊ก 'รวยหรือจน ก็เจ๊งเหมือนกัน' โดยระบุว่า วันนี้วันอาทิตย์ ผมไปเดินเล่นที่สวนจตุจักร ถือโอกาสทักทายปราศรัยกับพ่อค้าแม่ขาย พบว่าทุกคนบ่นเหมือนกันว่า ลูกค้าน้อย นักท่องเที่ยวก็ไม่มี มีแต่ทัวร์จีนลงมาเดินเล่น ผมหยุดพักที่ร้านกาแฟข้างถนนซื้อโอเลี้ยงกินดับร้อน และถามเจ้าของร้านว่าค้าขายเป็นอย่างไรบ้าง? พอจำได้ว่าเป็นชูวิทย์ ก็ตอบว่า "โอ้ย จะตายแล้ว ทุกวันนี้แค่ประคองตัวไปวันๆ อย่างวันนี้ยังขายได้ไม่กี่ร้อย ไม่รู้จะหาเงินพอค่าข้าวสารกรอกหม้อเลี้ยงลูกเลี้ยงหลานหรือเปล่า" ไม่ใช่เฉพาะพ่อค้าแม่ค้าริมถนนตลาดนัดเท่านั้น ศูนย์การค้ายักษ์ใหญ่อย่าง "เอ็มควอเทียร์" ที่เพิ่งเปิดตัวย่านสุขุมวิทใจกลางกรุงเทพฯเมื่อไม่กี่เดือนมานี้ ก็มีสภาพไม่แตกต่างกัน มีแค่คนเดินตากแอร์ถ่ายรูป แต่ไม่มีคนซื้อ แม้แต่ห้างบิ๊กซี โลตัส ผู้คนก็ไปจับจ่ายใช้สอยเฉพาะของจำเป็นในชีวิตประจำวัน อะไรโปรโมชั่นก็ซื้อ ถ้าไม่โปรโมชั่นก็เอาไว้ก่อน ผมไม่รู้ว่าเมื่อปีกว่าที่ผ่านมาเราทะเลาะกันแทบเป็นแทบตาย จะเลือกตั้งก่อนปฏิรูป หรือ จะปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง อย่างไหนดีกว่ากัน แต่ตอนนี้ชาวบ้านตอบออกมาเหมือนกันหมดว่า "ใครจะเลือกอะไรก็ช่าง ปากท้องสำคัญที่สุด" วันนี้ประชาชนเริ่มหวนคิดแล้วว่า เราต่อสู้เพื่ออะไรกันแน่? เพราะผลกระทบสำคัญที่สุดดันเป็นเรื่องใกล้ตัวที่สุดคือ "พรุ่งนี้จะเอาอะไรกิน?”  รวยหรือจนมันก็เจ๊งได้เหมือนกัน ขอบคุณข้อมูล/ภาพ ชูวิทย์ I'm No.5 ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

รีโนเวทคอนโด ธรรมดาให้กลายเป็นบ้านในฝัน
รีโนเวท /  ไอเดียการแต่งคอนโด

วันนี้ Decor MThai จะพาเพื่อนๆ ไปพบกับการ รีโนเวทคอนโด ธรรมดาให้กลายเป็นบ้านในฝันกันค่ะ คอนโดห้องนี้เป็นของคุณอนุวัฒน์ ตากล้องอิสระ ที่มีความฝันอยากมีบ้านแสนสวยเป็นของตัวเอง แต่ถ้าซื้อบ้านย่านใจกลางเมืองราคาก็ดูจะแพงเกินไป เขาจึงตัดสินใจซื้อคอนโดแล้วทำการทุบห้องเข้าหากัน และจัดตกแต่งภายในให้เป็นเหมือนบ้านที่เพียบพร้อม ครบทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน เหมือนได้อยู่บ้านเดี่ยวกันเลยที่เดียวนะคะ ถ้าเพื่อนๆ อยากเห็นกันแล้วก็ลองไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ รีโนเวทคอนโด ธรรมดาให้กลายเป็นบ้านในฝัน คอนโดคุณอนุวัฒน์ออกแบบโดยบริษัท 67 Design จำกัด เป็นคอนโด 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ห้องรับแขก และยังมีมุมนั่งเล่น มุมทำงานภายในห้องอีกหลากหลายมุมเลยนะคะ ภายในบ้าน ภายในบ้านเปิดประตูเข้ามาซ้ายมือจะเป็นทางเดินเข้าไปภายในห้อง จะพบกับเคาน์เตอร์ครัวก่อนเป็นอันดับแรก เดินมาอีกนิดจะเป็นห้องพระ ห้องพระจะอยู่บริเวณระเบียง มีหน้าต่างขนาดใหญ่เปิดรับแสงทำให้ห้องดูโล่งโปร่ง ถัดมาจะเจอกับโซฟาหวายสีขาววางอยู่หน้าห้องนอน เดินต่อมาจะเป็นทางเดินเชื่อมดีไซน์ผนังให้เป็นอิฐมอลทาสีขาว จากนั้นก็จะพบกับมุมรับแขกค่ะ ห้องรับแขก ห้องรับแขกยกพื้นสูงขึ้นจากพื้นทางเดิน เพื่อแบ่งสัดส่วนให้กับตัวห้อง ตกแต่งด้วยโซฟาสีน้ำตาล มีหน้าต่างบานใหญ่อยู่บริเวณหลังโซฟา เพื่อเปิดรับแสงจากธรรมชาติเข้ามาภายในห้องรับแขก และบริเวณมุมชั้นวางหนังสือจะมีเก้าอี้หวายแบบแขวนตั้งอยู่ไว้สำหรับนั่งอ่านหนังสือชิวๆ และภายในส่วนนี้ยังมีมุมไว้สำหรับทำงานอยู่ทางด้านขวาสุดของห้องอีกด้วยนะคะ ห้องทำงาน ห้องทำงานจะมีหน้าต่างล้อมรอบนอกจากเอาไว้รับแสงธรรมชาติแล้ว เวลาเบื่อๆ ยังสามารถมองออกไปเห็นวิวจากด้านนอกทำให้เป็นจุดพักสายตาระหว่างทำงานได้ดีเลยค่ะ ห้องนอน ห้องนอนตกแต่งเรียบๆ มีหน้าต่างบริเวณหัวเตียงเพื่อรับแสงยามเช้า มุมต่างๆ ในบ้าน  เป็นไงคะได้เห็นบรรยากาศภายในคอนโดห้องนี้กันไปแล้ว ถ้าเราไม่บอกว่านี้คือคอนโด เพื่อนๆ หลายคนคงจะคิดว่าเป็นบ้านเดียวกันเลยใช่มั้ยคะ เพราะภายในออกแบบได้ลงตัวและมีช่องหน้าต่างรับทุกส่วนของตัวห้องเลยนะคะ เรียกได้ว่าเป็นคอนโดที่สวย ดีไซน์ได้อย่างลงตัวมากๆ เลยค่ะ

พระสุเทพ ลาสิกขาแล้ว
พระสุเทพ /  สุเทพ เทือกสุบรรณ

พระสุเทพ ลาสิกขาแล้ว เล็งแถลงข่าวถึงแนวทางทำงานในอนาคต 30 ก.ค.นี้ รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พระสุเทพ ปภากโร หรือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. พร้อมด้วย พระเชน อาภาธโร พระน้องชาย, และพระชินวรณ์ จันทสาโร ได้ลาสิกขาบทจากการเป็นสมณเพศแล้ว โดยมีพระธรรมวิมลโมฬี เจ้าคณะภาค 16 วัดไตรธรรมาราม อ.เมืองฯ จ.สุราษฎร์ธานี เป็นผู้ลาสิกขาให้ ทั้งนี้นายสุเทพ ได้กล่าวช่วงหนึ่งหลังลาสิกขา ว่า เหตุต้องสึกเนื่องจากมีภาระต้องทำในฐานะมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศ ในด้านทำนุบำรุงศาสนาเช่นเดิม ควบคู่ไปกับการผลักดันการปฏิรูปประเทศ การขับเคลื่อนมูลนิธิมวลมหาประชาชน แต่จะไม่เกี่ยวข้องกับพรรคประชาธิปัตย์ โดยในวันที่ 30 ก.ค. นี้ จะมีการเปิดแถลงข่าว ถึงแนวทางการทำงานในอนาคตที่ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ย่านราชประสงค์ต่อไป ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

พ่อ'สิงห์ Sqweez Animal' เผยรู้สึกผิด ช่วยชีวิตลูกไว้ไม่ได้
#RIPsingha /  SQWEEZ ANIMAL / 

ครอบครัวมุสิกพงศ์ ฝากศพ "สิงห์ สควีซ แอนนิมอล" ไว้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 2 วัน ก่อนรับศพทำพิธีเสาร์นี้ ขณะที่พ่อเผยรู้สึกผิด ช่วยชีวิตลูกชายไว้ไม่ได้ วันนี้ (30 ก.ค. 58) นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. พร้อมภรรยา และลูกชาย รวมทั้งนายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ อดีตแกนนำ นปช. เดินทางเข้าติดต่อที่แผนกนิติเวชศาสตร์ รพ.จุฬาลงกรณ์ เพื่อทำเรื่องฝากศพนายประชาธิป มุสิกพงศ์ หรือสิงห์ มือกีตาร์วงสควีซ แอนนิมอล หลังจากกระโดดคอนโดมิเนียมย่านทองหล่อ เสียชีวิต เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ทั้งนี้ นายวีระกานต์ เผยทั้งน้ำตาว่า ขอขอบคุณ และรู้สึกซาบซึ้งใจที่สื่อมวลชนมีน้ำใจต่อครอบครัว วันนี้ได้นำเสื้อผ้าชุดที่ลูกชายชอบมาเปลี่ยนให้ ซึ่งตนไม่เคยทำ แต่ต้องขอฝากศพไว้ก่อน เนื่องจากติดวันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา ทางวัดธาตุทอง จึงยังไม่สะดวกทำพิธีศพ จากนั้น จะมารับศพในวันเสาร์ (1 สิงหาคม) เวลา 13.00 น. ก่อนรดน้ำศพ เวลา 16.00 น.ในวันเดียวกัน และสวดพระอภิธรรม 3 คืน ก่อนทำพิธีฌาปนกิจ วันอังคารที่ 4 สิงหาคมนี้ นายวีระกานต์ ยังเผยว่า ปกติลูกชายเป็นคนเงียบ ไม่ค่อยบอกถึงปัญหากับพ่อ เพราะเกรงใจที่ทำงานเยอะ ไม่อยากนำเรื่องยุ่งยากมาให้ ส่วนใหญ่จะปรึกษากับแม่ หลังทราบว่าลูกชายมีปัญหาเรื่องความรักก็คิดว่าจะเคลียร์กันได้ เพราะลูกบอกว่าไม่ได้โกรธกัน ต่อมาตนให้ภรรยาโทรศัพท์ไปบอกลูกชายกลับบ้าน พ่อจะรอที่บ้าน แต่ลูกไม่กลับ ก่อนจะเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น และรู้สึกว่าเป็นความผิดของตนที่ไม่เดินทางไปหาลูก ทั้งที่มีโอกาสแต่ไม่คว้าเอาไว้ มารู้ตัวเมื่อสายเกินไปแล้ว ด้านจดหมายที่สิงห์เขียนไว้ก่อนเสียชีวิต มีเนื้อหาระบุว่า รักทุกคนในครอบครัว ชีวิตนี้ได้ออกอัลบั้ม ทำตามความฝันของตัวเอง และยังได้เป็นคนรักของผู้หญิงที่ดีที่สุดคนหนึ่ง รู้สึกภูมิใจ กับชีวิตนี้ที่พอแล้ว ขณะที่ผู้หญิงที่ลูกระบุไว้ซึ่งลูกรักมากก็ได้ติดต่อมาพูดคุย และเดินทางไปที่เกิดเหตุด้วย แต่ไม่ขอพูดถึงรายละเอียด เกรงทำให้ผู้หญิงเสียหาย และตัวเองไม่ติดใจถึงสาเหตุการเสียชีวิตของลูกชาย ขอบคุณข้อมูล/ภาพ มติชน ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ตร.จีน รวบนักรบสปาร์ตัน ฐานเปลือยบน ก่อความไม่สงบ
ก่อความไม่สงบ /  ถอดเสื้อ / 

เจ้าหน้าที่ตำรวจจีน รวบตัวกลุ่มฝรั่งหล่อล่ำที่แต่งกายด้วยชุดนักรบสปาร์ตัน ขณะเดินโปรโมทร้านสลัด กลางกรุงปักกิ่ง ฐานก่อความไม่สงบ วานนี้ (23 ก.ค.) เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ ต่างประเทศ รายงานเหตุการณ์ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจในกรุงปักกิ่ง ของประเทศจีน บุกรวบตัวนายแบบหนุ่มที่แต่งกายในชุด นักรบสปาร์ตัน เดินขบวนโปรโมทร้านสลัดในย่านการค้า เพื่อเป็นกิจกรรมในการส่งเสริมการขาย ทั้งนี้รายงานระบุว่า หลังจากการเดินขบวนเพื่อบรรลุเป้าหมายทางการตลาดในครั้งนี้ ต่างได้รับความสนใจจากผู้ที่สัญจรไปมา แม้กระทั่งในสื่อสังคมออนไลน์ ที่มีรูปภาพนายแบบเหล่านี้ หลั่งไหลไปอย่างรวดเร็ว แต่ในเวลาต่อมา นายแบบเหล่านี้ กลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว โทษฐานก่อความไม่สงบในพื้นที่ ทั้งนี้ ล่าสุดเจ้าของร้านสลัดดังกล่าว ได้ออกมาขอโทษ ต่อเหตุความขัดแย้งที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งยืนยันวัตถุประสงค์ในการจัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้นมา เนื่องในโอกาส ครบรอบเปิดร้าน 1 ปี ทั้งยังเปิดเผยด้วยว่า สาเหตุที่ให้นายแบบหุ่นดีมาสวมใส่ชุดของชาวสปาร์ตันก็เพื่อให้ลูกค้าเห็นว่าการกินผักทำให้สุขภาพแข็งแรงและหุ่นดีขึ้น ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News ที่มา sinosphere

ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์ คลื่นลูกใหม่ของ ช.การช่าง ที่พร้อมจะก้าวไกล
ช.การช่าง /  ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์ / 

ชีวิตที่เรียนรู้และพัฒนาไม่เคยหยุด ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์ คนที่เคยผ่านพื้นที่ก่อสร้างคงจะเคยเห็นโลโก้ของ ช.การช่าง โดยเฉพาะคนกรุงที่ต้องเคยเห็นในพื้นที่ของการก่อสร้างรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดินอย่างแน่นอน หลายคนอาจจะรู้จัก ช.การช่าง ในฐานะบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ของไทย  แต่มีคนอีกไม่น้อยที่รู้จัก ช.การช่าง ผ่านบทสัมภาษณ์ในสื่อต่างๆของผู้บริหารหนุ่มที่กำลังเป็นที่จับตามองในวงการธุรกิจในฐานะคลื่นลูกใหม่ของ ช.การช่าง ‘ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์’ นับเป็นเวลา 4 ปีแล้วที่เขาได้กลับมาสานต่องานธุรกิจของครอบครัว หลังจากไปศึกษาที่อเมริกาตั้งแต่อายุ 15 ปี จนจบปริญญาโทและทำงานด้านการเงินที่ Wall Street ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์  ขณะนี้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการสำนักกรรมการผู้จัดการใหญ่และเลขานุการบริษัท มีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบในหลายส่วน ทั้งส่วนงานของเลขานุการบริษัท นอกจากนี้ยังมีงานด้านนักลงทุนสัมพันธ์ Investor Relations อีกทั้งงานด้านการประชาสัมพันธ์ ที่เขาจะเน้นให้บริษัทเป็นที่รู้จักให้มากขึ้น และสุดท้ายคือส่วนงานด้าน CSR (Corporate Social Responsibility) หรือความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กร ซึ่ง Men.MThai ต้องขอยกนิ้วให้กับความสามารถในการทำงานของผู้ชายคนนี้ และครั้งนี้เราได้ขอบุก ช.การช่าง เพื่อสัมภาษณ์ผู้ชายเก่งคนนี้ แผนงานในอนาคตของ ช.การช่าง นโยบายในปัจจุบันคือเราจะเป็นผู้นำในธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและเป็นผู้นำในการพัฒนาการลงทุนระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน โดยส่วนตัวคิดว่าเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน มันสามารถต่อยอดไปได้อีกหลายสิบปี รัฐบาลเองก็มีนโยบายผลักดันโครงสร้างพื้นฐาน เช่น รถไฟฟ้าอีก 10 สายที่จะมีในอนาคต รถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ มอร์เตอร์เวย์ ซึ่งก็ใช้เวลาอีกเป็นสิบปีกว่าจะทำเสร็จสิ้น ยังมีเรื่องอื่นๆที่เราเข้าไปดู อย่างเรื่องไฟฟ้าและน้ำประปา เราก็เข้าไปลงทุนด้วย ซึ่งเรื่องปัจจัยพื้นฐานเหล่านี้ยังจะต้องโตขึ้นไปอีกเยอะ เวลาที่ ช.การช่าง เข้าไปรับเหมาก่อสร้างแล้วมีงานสัมปทาน เราก็จะเข้าประมูลงานบริหารสัมปทานมาด้วย หลังจากนั้นเราก็จะจัดตั้งบริษัทลูกขึ้นมาเพื่อไปบริหารจัดการงานสัมปทานนั้นๆ ปัจจุบันนี้ก็มี บมจ.ทางด่วนกรุงเทพ บริหารงานทางด่วนขั้นที่ 2  บมจ.รถไฟฟ้ากรุงเทพ บริหารงานรถไฟใต้ดิน(MRT)  บมจ.น้ำประปาไทย (TTW) เป็นผู้ผลิตน้ำประปาเอกชนรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย  บมจ.ซีเค พาวเวอร์ เป็นธุรกิจไฟฟ้าที่เราไปลงทุนในโรงไฟฟ้าต่างๆ ก็เป็นธุรกิจต่างๆในกลุ่มบริษัท ช.การช่าง คนทั่วไปจะรู้จักว่า ช.การช่าง ว่าเป็นธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ตอนนี้เราเลยจะทำการประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้นว่า ช.การช่าง เป็นผู้ก่อสร้างและพัฒนาด้วย งานในส่วน CSR : Corporate Social Responsibility ก็จะเป็นการช่วยเหลือในด้านวิศวกรรมที่เป็นสิ่งที่เราสร้างได้ ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการที่อยู่ใกล้ไซต์ก่อสร้าง เพราะถ้าเราเข้าไปทำการก่อสร้างแล้วมีผลกระทบกับพื้นที่นั้น เราก็อยากจะเข้าไปช่วยเหลือสร้างประโยชน์ให้กับพื้นที่นั้นเพื่อที่ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่มีความรู้สึกที่ดีขึ้น  ก็จะเป็นการสร้างโรงเรียน ซ่อมแซมวัด สร้างถนนในหมู่บ้านให้เดินทางสะดวก  ตอนปีที่เกิดน้ำท่วมเราก็ไปช่วยแจกอาหารข้าวของเครื่องใช้ อย่างปีที่แล้วเกิดแผ่นดินไหวที่เชียงราย เราก็ไปสร้างโรงเรียนที่นั่น 2 หลัง การกลับมาทำงานที่ ช.การช่าง มีความกดดันจากคนรอบข้างบ้างหรือเปล่า ก็เป็นเรื่องปกติครับ เพราะคนก็คาดหวังไว้ที่เราเหมือนกัน ด้วยความที่เป็นลูกคุณพ่อ (คุณปลิว ตรีวิศวเวทย์) ได้ไปเรียนอเมริกาตั้งแต่เด็ก เคยได้ทุนเรียนต่อและเคยทำงานที่นิวยอร์ก พอกลับมาทำงานที่นี่เขาก็คงจะคาดหวังไว้กับเราสูง เราก็ต้องพยายามทำให้ได้ แต่ผมก็มองว่าเป็นสิ่งที่ดีนะครับ พอเรามีแรงกดดันก็จะทำให้เรากดดันตัวเองเพื่อที่จะทำงานให้ดีขึ้น ผมว่าทุกอย่างในชีวิตเราสามารถทำให้ดีขึ้นได้อีกอยู่แล้ว ความแตกต่างระหว่างการทำงานที่ต่างประเทศกับการกลับมาทำงานของครอบครัว แตกต่างกันอยู่แล้วครับด้วยเนื้องานที่ต่างกัน เมื่อก่อนผมทำงานด้านไฟแนนซ์มาก่อน ตอนนี้มาทำด้านโยธา ตอนที่ทำงานไฟแนนซ์มันเป็นงานเฉพาะด้าน ดูแลงานเรื่องอนุพันธ์ เป็นพนักงานประจำต้องนั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน พอกลับมาทำงานที่ ช.การช่าง สโคปงานจะกว้างมาก มีโครงการใหม่ๆที่ต้องศึกษาตลอด มีโครงการลงทุนใหม่ๆที่เราต้องเข้าไปมีส่วนร่วม หน้าที่การงานก็ต้องเปลี่ยนไป การทำงานที่เป็นกิจการของครอบครัวก็จะให้ความรู้สึกเป็นเจ้าของมากกว่าและมีส่วนได้ส่วนเสียในงานมากกว่างานที่เป็นลูกจ้าง ก็จะทุ่มลงไปกับงานมากขึ้น เป็นลูกจ้างกับเป็นเจ้าของกิจการ แบบไหนที่เครียดกว่ากัน เครียดคนละแบบ ตอนที่ทำงานไฟแนนซ์ก็เครียดเพราะเราก็อยากจะมีผลงานที่ดี เป็นการทำงานครั้งแรก เรามีความใฝ่ฝันที่อยากจะทำงานที่ Wall Street พอเรียนจบปุ๊บก็ไปหางานทำที่นั่นเลย พอได้งานทำแล้วก็อยากจะพิสูจน์ตัวเองว่าเราก็ทำได้ดีต้องตั้งใจทำที่สุด ก็มีความเครียดว่าเราจะแซงคนอื่นได้ยังไง เพราะงานไฟแนนซ์ก็มีการแข่งขันสูงอยู่เหมือนกัน ก้าวเข้ามาทำงานบันเทิงได้อย่างไร ตอนที่กลับมาจากอเมริกา มีเพื่อนที่ทำงานเป็นแคสติ้งเขาก็บอกว่ามีงานที่เหมาะกับเรา เขาก็ชวนให้เราไปลองดู เราก็ไม่เคยคิดว่าเราจะทำงานด้านนี้ได้ ก็เลยลองไปแคสดู แล้วก็ไม่ได้งาน จากนั้นก็ไม่ได้งานอยู่หลายงาน มันก็เหมือนเป็นการทดสอบตัวเองนะว่าเรามีความอดทนมีความพยายามแค่ไหน จนทำให้เราเกิดความรู้สึกว่าสักวันเราต้องทำให้ได้ พอได้งานก็รู้สึกดีใจมาก โฆษณาชิ้นแรกเป็นโฆษณากาแฟของอินโดนีเซีย ชิ้นแรกที่ออนแอร์ในไทยจะเป็นโฆษณา SB Furniture หลังจากนั้นก็มีสัมภาษณ์ตามนิตยสารต่างๆ เริ่มไปงานสังคมบ้าง จนมาปีที่แล้วมีรายการ Family Secret ของกันตนา เป็นรายการแนวเรียลลิตี้ที่นำเอาทายาทธุรกิจ 7 คนมาแชร์ประสบการณ์ชีวิตการทำงานของแต่ละคน ทางกันตนาเขาคงเห็นแววในตัวเราว่าน่าจะเล่นละครได้ ก็เรียกมาแคสละครเรื่อง ยัยเป็ดขี้เหร่ Ugly Betty Thailand มีกฎเกณฑ์ในการรับงานบันเทิงยังไง งานบันเทิงที่ทำอยู่สำหรับผมเป็นงานอดิเรกมากกว่า ที่เราทำเพราะว่าเราสนุกเป็นสีสันของชีวิต แต่ถ้ารับทำงานไหนแล้วก็จะตั้งใจทำเต็มที่ เพราะถ้างานออกมาไม่ดีเราก็จะรู้สึกแย่ อย่างแรกที่รับงานคือรู้สึกดีรู้สึกสนุกที่จะทำ อย่างที่สองคือเรื่องภาพลักษณ์ว่าขัดกับภาพลักษณ์ของการเป็นผู้บริหารหรือเปล่า ถามเรื่องครอบครัวบ้าง มีพี่น้องกี่คน มีพี่สาว 1 คน กับ พี่ชาย 1 คน  พี่สาวคนโต ‘พี่หนิง ดร.สุภามาส ตรีวิศวเวทย์’ ตอนนี้เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ของ ช.การช่าง พี่ชายคนกลาง ‘พี่ปอง คุณธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์’ ตอนนี้เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ของ ซีเค พาวเวอร์ ส่วนผมเป็นคนเล็ก ก็จะสนิทกันทั้งหมด พี่ชายกับพี่สาวแม้ว่าจะแต่งงานแยกครอบครัวไปแล้วแต่บ้านก็จะอยู่ติดกัน บ้านพี่ชายก็สร้างอยู่ในรั้วเดียวกัน ส่วนบ้านพี่สาวก็จะอยู่ใกล้ๆเดินไปหากันได้ เหตุการณ์ที่ประทับใจกับครอบครัว เพิ่งผ่านมาเร็วๆนี้เลยครับเป็นงานบวชพี่ชาย ด้วยความที่ผมไปเรียนที่อเมริกาตั้งแต่อายุ 15 ทำให้เป็นคนที่ค่อนข้างจะอิสระอยู่ตัวคนเดียวได้ ช่วงที่อยู่อเมริกาก็จะบ้าเรียนมาก พี่ชายพี่สาวแต่งงานก็ติดสอบไม่มีโอกาสได้มาร่วมงาน จนตลอด 4 ปีที่ได้กลับมาอยู่บ้านก็เลยเพิ่งมีโอกาสได้เสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว พอมองย้อนกลับไปก็รู้สึกว่าในช่วงเวลาสำคัญในชีวิตของพี่ชายพี่สาวเราน่าจะได้อยู่ร่วมในเหตุการณ์นั้นด้วย จนได้อยู่ร่วมในงานบวชพี่ชายก็รู้สึกดีและเห็นเลยว่าสีหน้าและแววตาคุณพ่อคุณแม่เขาปลื้มมากๆที่พี่ชายบวชให้คุณแม่ เรารู้สึกได้เลยว่าคุณพ่อคุณแม่และคนในครอบครัวมีความสุข คุณพ่อคุณแม่เป็นคนเข้มงวดแค่ไหน ไม่เข้มงวดครับ ที่บ้านค่อนข้างปล่อยให้ลูกเป็นคนเลือกทำในสิ่งที่อยากจะทำ ก็มีเตือนบ้างว่าการตัดสินใจทำอะไรก็จะมีผลที่ตามมา ให้เลือกเดินชีวิตอย่างสมเหตุสมผล อย่างที่ผมไปทำงานด้านบันเทิงต้องคิดตริตรองให้ดีว่าไม่มีผลกระทบในอนาคตข้างหน้าที่เราจะไปทำหน้าที่ผู้บริหารใน ช.การช่าง คำสอนของคุณพ่อคุณแม่ หลักๆจะเป็นเรื่องการเป็นคนนอบน้อมและให้เกียรติผู้ใหญ่ เพราะงานที่เราทำอยู่ก็จะเจอกับบุคคลหลายประเภท ถ้าเรามีความนอบน้อมก็จะทำให้คนอื่นอยากจะร่วมงานกับเรา รักเรา แล้วเรื่องอื่นๆก็จะดำเนินไปได้ด้วยดี งานอดิเรกยามว่าง เป็นคนที่ชอบออกกำลังกายถ้าว่างก็จะไปออกกำลังกาย อีกอย่างที่ชอบซึ่งอาจจะดูเนิร์ดๆหน่อยคือชอบเล่นเกมส์ PlayStation เล่นมาตั้งแต่เด็กเลย ซึ่งผมมองว่ามันไม่ใช่แค่ของเล่นแต่เป็นสิ่งเอ็นเตอร์เทนประเภทหนึ่งมันเหมือนดูหนัง ปัจจุบันถ้าเล่น Play 4 จะสามารถใส่ข้อมูลการตัดสินเข้าไปได้ ถ้ามีวันหยุดหลายๆวันจะทำอะไร สิ่งที่ชอบมากคือนอนพัก ถ้ามีเวลาว่างชอบนอนตื่นสายๆ ถ้ามีเวลาว่างมากๆก็จะไปทะเลไปนอนพักไปรีแลกซ์ไม่ต้องคิดถึงเรื่องงาน ทะเลที่ชอบไปก็ใกล้ๆอย่างหัวหินปราณบุรี อีกสถานที่ที่ชอบไปก็ที่ญี่ปุ่น ชอบอาหารญี่ปุ่น เป็นประเทศที่สะอาด มีระบบระเบียบ ทันสมัย สิ่งที่เราภาคภูมิใจในตัวเอง ภูมิใจว่าตัวเองสามารถทำอะไรหลายๆอย่างที่ไม่คิดว่าจะทำได้ อย่างเช่นเรื่องเรียนก็เพิ่งจะมาเรียนเก่งตอน ป.6 – ม.1 ก็เลยมาคิดว่าเรามาลองตั้งใจเรียนดูดีกว่า ลองอดทนลองพยายาม อ่านหนังสือ ทำการบ้าน ไม่หนีเรียน แล้วก็ทำได้ 4.00 ไปเรียนอเมริกาตอนแรกๆก็มีปัญหา เพราะเราเป็นคนเอเชีย เพื่อนเป็นฝรั่งคุยกันเราฟังไม่ทันพูดกันไม่รู้เรื่อง เราก็เป็นเหมือนตัวตลก เลยคิดว่าเราต้องเรียนให้ดีแล้วไม่งั้นจะไม่มีจุดเด่นในชีวิต ก็เลยพยายามเรียน แล้วเราก็ทำได้จนได้ทุนไปเรียนปริญญาโทที่สแตนฟอร์ด ถ้ามีความตั้งใจพยายามก็จะประสบความสำเร็จในทุกอย่างที่ทำ บางอย่างเป็นสิ่งที่เราไม่ได้คิดไม่ฝันว่าจะทำได้ด้วย อย่างเรื่องการแสดงนี่ก็เหมือนกัน พูดได้เลยว่าเมื่อก่อนไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีความสามารถไปอยู่หน้ากล้องได้เพราะขี้อายสุดๆถ้าอยู่หน้ากล้องคืออาย ตัวสั่น พูดอะไรไม่ได้เลย อะไรคือสิ่งที่ไม่เพอร์เฟคในตัวเอง คิดว่าปัจจุบันยังมีประสบการณ์การทำงานที่ ช.การช่าง ยังไม่มากพอ ตอนนี้ก็เริ่มที่จะมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้นแล้ว แต่ก็ยังอยู่ในช่วงที่เรียนรู้งานก่อนที่เราจะสามารถที่จะทำโครงการอะไรขึ้นมาเป็นของตัวเองได้ ซึ่งนั่นคือจุดมุ่งหมายของผมเลยล่ะ ตอนนี้เรายังอยู่ในช่วงที่ต้องผลักดันตัวเองเสริมสร้างประสบการณ์การทำงานให้แข็งแรงขึ้น ชีวิตใน 5 ปีที่ผ่านมา กับในอีก 5 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เป็นเรื่องที่เดายากมากนะ เพราะ 5 ปีที่แล้วมาถึงปัจจุบันชีวิตเปลี่ยนไปเยอะมาก ตอนนั้นเรายังทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือน ต้องตั้งใจทำงานเพื่อที่จะให้เจ้านายประทับใจจะได้มีโอกาสที่จะเลื่อนตำแหน่ง ตอนนั้นอยู่ในช่วงอายุยี่สิบปลายๆที่ยังเที่ยวเล่นใช้ชีวิตของความเป็นหนุ่มโสดในมหานครนิวยอร์ก พอ 5 ปีผ่านมา เรากลับมาที่นี่ เรามีกิจการครอบครัวมีภาระหน้าที่ มีโครงการอีกหลายโครงการที่เราอยากให้ ช.การช่าง เติบโตขึ้นไป และเรายังต้องพิสูจน์ตัวเองในฐานะรุ่นที่ 2 ที่ต้องต่อยอดธุรกิจ อีก 5 ปีข้างหน้าก็ยังเดาไม่ออกครับว่าจะเป็นยังไง หลังจบการสัมภาษณ์กับ คุณโจ้ ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์  เขาทำให้ Men.MThai รู้ว่านอกจากเขาจะเป็นคนที่มี IQ สูงแล้ว (ซึ่งเราคาดเดาจากผลการเรียนของเขา) แต่เขายังเป็นคนที่มี EQ สูงอีกด้วย แม้เจ้าตัวจะบอกว่าเป็นคนเงียบๆ นิ่งๆ แต่ตลอดการสัมภาษณ์นั้นบนใบหน้าของเขาแฝงไปด้วยยิ้มและมีเสียงหัวเราะอยู่บ่อยๆ แต่สิ่งสำคัญที่เรารับรู้ได้คือความพยายามและความมุ่งมั่นและตั้งใจในทุกสิ่งที่ได้ทำ ความต้องการพัฒนาสิ่งที่อยู่ในมือให้ดียิ่งๆขึ้นไปอีก และ Men.MThai มั่นใจอย่างยิ่งว่าผู้ชายคนนี้จะไม่มีวันหยุดนิ่งอยู่กับที่เขาจะต้องก้าวไปข้างหน้าอยู่ตลอดอย่างแน่นอน เพราะคำว่า “พยายาม” ที่หลุดออกมาจากปากผู้ชายคนนี้ให้ได้ยินอยู่หลายครั้ง

ตรวจสอบแล้ว! ภาพสาวโพสต์ท่าสยิวริมถนนลำปาง ที่แท้..
ตาก /  ถ่ายภาพริมถนน / 

นายอำเภอแม่พริก ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดที่สาวชุดแดงโพสต์ท่าถ่ายภาพหวิวริมถนนลำปาง-ตาก พบเป็นภาพเก่า คาดเป็นคนต่างถิ่น วอนปชช.แจ้งเบาะแส  วันที่ 26 ก.ค. จากกรณีสังคมออนไลน์ ได้มีการแชร์ภาพของหญิงสาวชุดแดงรายหนึ่ง ที่โพสต์ท่าเปิดกระโปรงโชว์ท่อนล่าง กระทั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหาตัว เนื่องจากไปโพสต์ท่าถ่ายภาพริมถนนสายเอเชียลำปาง-ตาก ขาเข้าเขต อ.แม่พริก จ.ลำปาง ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมนั้น ความคืบหน้า ล่าสุด นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม นายอำเภอแม่พริก จ.ลำปาง เดินทางไปตรวจสอบจุดที่มีการถ่ายภาพดังกล่าว ร่วมกับ พ.ต.ท. สุทิน แก้วบุญเรือง รอง ผกก.สส.สภ.แม่พริก โดยมีการแบ่งออกเป็น 2 จุด เริ่มจากหลักกิโลเมตรที่ปรากฏในภาพ พบว่าบริเวณริมหลักกิโลเมตรดังกล่าว ไม่มีบ้านเรือนประชาชนตั้งอยู่ แต่ฝั่งตรงข้ามเป็นร้านขายปูนปั้น-ศาลพระภูมิ และ รพ.สต.บ้านปากทางเขื่อน เขต อ.สามเงา จ.ตาก จากการสอบถามเจ้าของร้านค้าดังกล่าวไม่พบเห็นว่ามีการถ่ายรูปในลักษณะดังกล่าวแต่อย่างใด ส่วนจุดที่ 2 ในภาพถ่ายเป็นป้ายบอกทางว่า อ.เถิน จ.ลำปาง 34 กิโลเมตร และ จ.ลำปาง 122 กิโลเมตร อยู่ในเขตพื้นที่บ้านแม่เชียงรายบน หมู่ 4 ต.พระบาทวังตวง อ.แม่พริก จ.ลำปาง ดำเนินการตรวจสอบแล้ว ปรากฏว่าป้ายบอกระยะทางดังกล่าวที่อยู่ในภาพไม่มีอยู่แล้ว เหลือแต่ต้นเสาหักลงมา เนื่องจากที่ผ่านมาได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุทางถนน เมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา คาดว่ารูปหญิงสาวที่ปรากฏดังกล่าวเป็นภาพที่ถ่ายก่อนหน้านี้ และได้สอบถามชาวบ้านที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ก็ไม่มีใครทราบ และไม่มีใครพบเห็นหญิงคนดังกล่าวเช่นกัน นอกจากนี้เมื่อตรวจเทียบจากภาพเก่าพบว่าหญ้าริมถนนแห้งมาก ส่วนปัจจุบันพบว่าหญ้าริมถนนเขียวขจี คาดว่าภาพหญิงสาวที่ถ่ายน่าจะถ่ายในช่วงแล้งปีที่ผ่านมา ก่อนจะถูกนำมาโพสต์ อย่างไรก็ตาม นายอำเภอแม่พริกกล่าวว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่อำเภอ และตำรวจ สภ.แม่พริกไม่ได้นิ่งนอนใจ เร่งหาข้อมูลเพิ่มเติม เบื้องต้นหญิงดังกล่าวน่าจะมีอายุ 25-30 ปี และคาดว่าไม่ใช่คนในพื้นที่อย่างแน่นอน น่าจะเป็นคนต่างพื้นที่ที่เกิดความคึกคะนอง ซึ่งหากใครทราบเบาะแสว่าหญิงในภาพเป็นใครสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ ตำรวจสภ.แม่พริก จ.ลำปาง หรือทางนายอำเภอแม่พริก จ.ลำปาง เพื่อจะได้นำตัวมาทำการสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ที่มา เดลินิวส์ MThai News

ออกไปสัมผัส 25 เส้นทางมหัศจรรย์เมืองไทย กันเถอะ
ถนนสวย /  สะพานสวย / 

ว่ากันว่า จุดหมายปลายทาง ไม่สำคัญเท่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างทาง ที่นอกจากจะเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และมิตรภาพแล้ว หนทางข้างหน้าและ 2 ฝั่งข้างทางยังเป็นจุดที่สามารถทำให้เราต้องทึ่งในความงามของธรรมชาติที่ตัดกับถนนหนทางอันเป็นฝีมือของมนุษย์ ทั้งสองสิ่งได้สร้างความมหัศจรรย์เข้ามาบรรจบกันได้อย่างลงตัว travel.mthai.com จะพาคุณไปชม 25 เส้นทางมหัศจรรย์เมืองไทย ที่คุณต้องเดินทางไปสัมผัสสักครั้งในชีวิต แล้วจะรู้ว่าเรื่องราวระหว่างทางมันช่างน่าประทับใจกว่าอะไรทั้งหมด ... ออกไปสัมผัส 25 เส้นทางมหัศจรรย์เมืองไทย กันเถอะ เส้นทางที่เราพูดถึง ไม่ได้มีแค่เฉพาะถนนสวย ๆ เท่านั้น แต่ยังหมายถึงสะพาน เส้นทางเดินป่า ทางรถไฟ ทางเดินเรือ และอีกมากมาย สถานที่เหล่านี้กำลังรอคุณไปพิสูจน์ความงาม อย่ามัวรีรอ หาวันว่าง เก็บกระเป๋า แล้วลุยเลย 1. จุดชมวิวกิโลเมตรที่ 41 ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ 2. จุดชมวิวเขื่อนเชี่ยวหลาน จ.สุราษฎร์ธานี 3. เส้นทางชมทุ่งดอกกระเจียว อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม จ.ชัยภูมิ 4. ทางรถไฟสายมรณะ จ.กาญจนบุรี 5. เส้นทางถนนสายแม่แตง จ.เชียงใหม่ 6. ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต จ.จันทบุรี 7. ถนนสายชมพูพันทิพย์ ม.เกษตรศาสตร์ กำแพงแสน จ.นครปฐม 8. ทุ่งทานตะวัน เขาจีนแล จ.ลพบุรี 9. อุโมงค์ต้นสน ทางไปเกาะลันตา จ.กระบี่ 10. เส้นทางชมน้ำตกผาดอกเสี้ยว จ.เชียงใหม่ 11. เส้นทางทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อูคอ จ.แม่ฮ่องสอน 12. สะพานไม้ บึงบัว เขาสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ 13. ถนนแห่งสายหมอก ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์ 14. เส้นทางพญาเสือโคร่ง ขุนวาง จ.เชียงใหม่ 15. เส้นทางเดินป่าและยอดเขาช้างเผือก จ.กาญจนบุรี 16. เส้นทางศึกษาธรรมชาติทุ่งโปรงทอง ปากน้ำประแส จ.ระยอง 17. ซุ้มลีลาวดี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จ.น่าน 18. เส้นทางชมธรรมชาติเขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี 19. เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ 20. เส้นทางเดินป่า ทุ่งดอกหงอนนาค ภูสอยดาว จ.อุตรดิตถ์ 21. ถนนเลียบอ่างเก็บน้ำบางพระ จ.ชลบุรี 22. สะพานมอญ สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี 23. สะพานปลา จ.ประจวบคีรีขันธ์ 24. เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่   25. ถกลศรีฟาร์ม ถนนคชเสนีย์ หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ขอบคุณภาพถ่ายสุดงามจาก ... คุณ Manus Tagsri    >>  www.facebook.com/ChillDTravel คุณ Little Potchara  >>  www.facebook.com/baagklong คุณ Theerasak Saksritawee  >>  www.facebook.com/popumon เรื่องและเรียบเรียงโดย : muzTong - Travel MThai

ชลบุรีฝนตกหนัก น้ำท่วมขัง ถนนบายพาส 50 ซม.
ชลบุรี /  น้ำท่วมขัง / 

จ.ชลบุรี มีฝนตกหนัก น้ำท่วมขังถนนบายพาส สูง 50 เซนติเมตร เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่ จ.ชุลบุรี ส่งผลให้มีน้ำท่วมขังบน ถ. สุขุมวิท ช่วงพัทยากลาง  รถเล็กผ่านไม่ได้  ขณะที่บริเวณทางหลวงหมายเลข 7 (บายพาสชลบุรี) ทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก  ช่วง กม.ที่ 116-117 ช่วงต่างระดับโป่ง ได้มีฝนตกลงมาอย่างหนัก มีปริมาณน้ำท่วมขังพื้นผิวการจราจรสูง ถึง 50 เซนติเมตร รถยนต์เก๋งที่ไม่รู้ว่ามีน้ำท่วมพื้นผิวจราจร  ขับฝ่าน้ำท่วมเข้าไปในจุดที่น้ำท่วมสูง ทำให้รถจอดเสีย ถึง 6 คัน  และ มีรถบัสขนาดใหญ่ จอดเสีย เช่นกัน ซึ่งล่าสุดฝนหยุดตกแล้ว และเมื่อน้ำลดลง เจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้ายรถ ออกจากจุดเกิดเหตุแล้ว 5 คันเหลือเพียงรถบัสที่ยังอยู่ในจุดเกิดเหตุ อย่างไรก็ตาม ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม รายงานสภาพฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลาง ในพื้นที่ เขตบางกอกน้อย บางกอกใหญ่ บางพลัด บางซื่อ ดุสิต ราชเทวี ดินแดง ห้วยขวาง วังทองหลาง ดอนเมือง หลักสี่ จตุจักร และเคลื่อนตัวไปทางเขตหนองจอก  มีปริมาณน้ำฝนรวมสูงสุด ที่เขตลาดพร้าว 23.5 มิลลิเมตร ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

ซ้ำรอย!! โจ้ พอส - สิงห์ สควีซ ฆ่าตัวตายในวัย 31 ปี
สิงห์ สควีซ ฆ่าตัวตาย /  สิงห์ สควีซ ตกตึก / 

ยังคงช็อก! ไม่หายกับการจากไปของ สิงห์ มือกีตาร์ วง Sqweez Animal หลังตัดสินใจปลิดชีวิตตัวเอง ด้วยการดิ่งร่างลงมาจากชั้น 9 ของคอนโดวอเตอร์ฟอร์ด ย่านทองหล่อ เสียชีวิตคาที่ไปเมื่อเวลาประมาณ 4 ทุ่มเศษของคืนวานนี้(29 ก.ค.) พร้อมทั้งทิ้งจดหมายลาตายถึงแฟนสาว เฟย์ FFK ถือเป็นโศกนาฏกรรมความรักที่สร้างความตกตะลึงกันทั้งประเทศอยู่ขณะนี้ ย้อนกลับไปเมื่อ 13 ปีก่อน โจ้ วงพอส หรือ อัมรินทร์ เหลืองบริบูรณ์ นักร้องชื่อดังเจ้าของบทเพลง ที่ว่าง, ข้อความ, รักเธอทั้งหมดของหัวใจ ฯลฯ ได้ยิงตัวตายภายในลิฟต์ ที่ ซีวันแมนชั่น ซอยสุขุมวิท 50 โดยนอกจากจะเป็นการสูญเสียบุคลากรทางด้านดนตรีอนาคตไกลเช่นเดียวกันแล้ว สิ่งที่เหมือนกันอีกเรื่องคือ ทั้งคู่ได้จบชีวิตตัวเองด้วยวัย 31 ปี นั่นเอง สิงห์ สควีซแอนนิมอล สิงห์ สควีซแอนนิมอล โจ้ วงพอส โจ้ วงพอส

ช็อก!! สิงห์ สควีซ ตกตึกเสียชีวิต พ่อ คาดฆ่าตัวตาย
สิงห์ สควีซแอนนิมอล /  เฟย์ พรปวีณ์ / 

รายงานข่าวเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา(29 ก.ค.) แจ้งว่า สิงห์ ประชาธิป หรือ สิงห์ มือกีตาร์วงสควีซแอนนิมอล ได้พลัดตกจากคอนโดย่านทองหล่อดับคาที่ ด้านนักการเมืองชื่อดัง วีระ มุสิกพงษ์ พ่อของสิงห์ยืนยันลูกชายเสียชีวิตลงแล้ว คาดเป็นการกระโดดตึกฆ่าตัวตายหลังพบจดหมายลาเอาไว้ พร้อมยอมรับลูกชายมีปัญหากับทางนักร้องสาว เฟย์ FFK หรือ เฟย์ พรปวีณ์ จริง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่เผยต้องรอผลจากการตรวจสอบหลักฐานในที่เกิดเหตุและผลพิสูจน์จากทางนิติวิทยาศาสตร์จึงจะสามารถสรุปสาเหตุที่แน่ชัดได้... โดยทางทีมข่าว gossipstar.mthai.com ขอแสดงความเสียใจกับการจากไปของ สิงห์ สควีซแอนนิมอล มา ณ โอกาสนี้ขอบคุณ ภาพจาก/ IG @singhaha / ทวิตเตอร์ @Namsifa1844 สิงห์ สควีซแอนนิมอล สิงห์ สควีซแอนนิมอล สิงห์ สควีซแอนนิมอล คาด สิงห์ สควีซฯ ฆ่าตัวตาย

สุดทึ่ง !! ด่านการคัดเลือก แพทย์ศัลยกรรมในญี่ปุ่น
ญี่ปุ่น /  นศ.แพทย์ศัลยกรรมในญี่ปุ่น / 

วิธีแหวกแนว โรงพยาบาลในแดนอาทิตย์อุทัย ผุดขั้นตอนการคัดเลือกนักศึกษาแพทย์ ภาควิชาศัลยศาสตร์ ด้วยการตั้งด่านการพับกระดาษโอริกาเป็นรูปต่างๆ เพื่อทดสอบความละเอียดรอบครอบ นับได้ว่า การเรียนแพทย์ในทุกประเทศ นักศึกษาแพทย์ นั้นจะต้องฝ่าด่านสุดโหดในแต่ละชั้นปี ซึ่งนับได้ว่าไม่ใช่เรื่องง่าย นอกจากนี้ การเข้าไปทำงานในองค์กรที่ขึ้นชื่อก็นับว่าเป็นเรื่องที่ยากมากเช่นเดียวกัน โดยล่าสุด มีการเปิดเผยเรื่องราวการคัดเลือกศัลยแพทย์ในประเทศญี่ปุ่น ที่ใช่วิธีสุดแหวกแนว นอกเหนือจากการสอบสัมภาษณ์และข้อเขียน เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ต่างประเทศ เผยแพร่ขั้นตอนการคัดเลือกนักศึกษาแพทย์ ภาควิชาศัลยศาสตร์ เข้ามาทำงานในโรงพยาบาลกุราชิกิ เซ็นเตอร์ (Kurashiki Central) ตั้งอยู่ในจังหวัดโอกายาม่า ที่นอกจากจะต้องผ่าด่านการสอบข้อเขียนและการสัมภาษณ์แล้ว ยังต้องผ่านการทดสอบสุดหิน จากการคัดเลือกสุดแหวก ด้วยการพับกระดาษโอริกา เพื่อทำเป็นรูปทรงต่างๆขนาดจิ๋ว ซึ่งนับได้ว่า เป็นหนึ่งด่านที่ยากที่สุดในการคัดเลือกเลยก็ว่าได้ ทั้งนี้ด่านต่างๆ จะประกอบไปด้วย รูปทรงที่นักศึกษาต้องพับกระดาษเป็นรูปนั้นๆ ด่านแรก นักศึกษาจะต้องพับกระดาษเป็นรูปนก ซึ่งมีขนาดเล็กกว่ามดเสียอีก นอกจากนี้ พวกเขายังต้องประกอบชิ้นส่วนของแมลง ที่มีขนาดเล็กเพียงแค่ 35 มิลลิเมตร รวมถึงกระดาษจิ๋วรูปซูชิ ที่มีขนาดเล็ก จนสามารถวางเรียงรายบนตะเกียบได้เลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม วัตถุประสงค์ในการจัดด่านสุดหินนี้ขึ้นมา เพื่อวัดความแม่นยำ และความอดทน ของผู้เข้าแข่งขัน เนื่องจากในขั้นตอนการปฏิบัติจริง พวกเขาจะต้องปฏิบัติหน้าที่ภายใต้แรงกดดัน ซึ่งจากรายงานระบุว่า นักศึกษาแพทย์แต่ละคน จะมีเวลาในการฝ่าด่านในแต่ละงานเพียงแค่ 15 นาทีเท่านั้น ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News ที่มา rocketnews24

ซีพีเอ็น เปิดตัวเพจไลฟ์สไตล์สุดฮิพ “ซีพีเอ็นไลฟ์” (CPN Life)
CPN Life /  ช้อปปิ้ง / 

ซีพีเอ็น เปิดตัวเพจไลฟ์สไตล์สุดฮิพ  “ซีพีเอ็นไลฟ์” (CPN Life) ชูคอนเซ็ปต์ เอฟเวอรี่เดย์ เอฟเวอรี่ไทม์ (EVERYDAY EVERYTIME) สร้างไลฟ์สไตล์คอมมูนิตี้โฉมใหม่ ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ “ซีพีเอ็นไลฟ์ – เอฟเวอรี่เดย์ ไลฟ์สไตล์ ฮับ” (CPN Life - Everyday Lifestyle Hub) ดึง บล็อกเกอร์ และบรรณาธิการชื่อดัง สร้างสรรค์คอนเทนต์เติมเต็มชีวิต ทั้ง ช้อปปิ้ง, ไดน์นิ่ง และ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ชวนชมนิทรรศการภาพถ่ายคนดังกับ ซีพีเอ็นไลฟ์ พรีเซ็นต์ ลิปส์ ซิกส์ทีน แอนนิเวอร์ซารี วิธ วัน ฮันเดรด ออนไลน์ อินฟลูเอนเซอร์ (CPN Life PRESENTS LIPS 16th ANNIVERSARY WITH 100 ONLINE INFLUENCERS) ครั้งแรกของการรวมตัวของ 100 ผู้ทรงอิทธิพลในโลกโซเชียลทุกวงการ           บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ “ซีพีเอ็น” เปิดตัวเพจไลฟ์สไตล์สุดฮิพ “ซีพีเอ็นไลฟ์ – เอฟเวอรี่เดย์ ไลฟ์สไตล์ ฮับ” (CPN Life - Everyday Lifestyle Hub) ผ่านเฟซบุ๊ก  ภายใต้คอนเซ็ปต์ เอฟเวอรี่เดย์ เอฟเวอรี่ไทม์ (EVERYDAY EVERYTIME) ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แฟชั่นนิสต้ายุคดิจิตอล เติมเต็มชีวิตในทุกรูปแบบ ทั้ง ช้อปปิ้ง, ไดน์นิ่งและ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ตลอด 24 ชั่วโมง ตลอด 7 วัน  พร้อม จัดนิทรรศการภาพถ่ายสุดแนวกับ ซีพีเอ็นไลฟ์ พรีเซ็นต์ ลิปส์ ซิกส์ทีน แอนนิเวอร์ซารี วิธ วัน ฮันเดรด ออนไลน์ อินฟลูเอนเซอร์ (CPN Life PRESENTS LIPS 16th ANNIVERSARY WITH 100 ONLINE INFLUENCERS) โดยเชิญ 100 ผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงโซเชียลมีเดีย มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ไลฟ์ วิธ ซีพีเอ็นไลฟ์ (Live with CPN Life) ที่ทุกคนทั่วโลกสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานได้แบบเรียลไทม์ รับชมพร้อมกันบนจอแอลอีดีทั่วกรุงเทพมหานคร และผ่านช่องทางยูทูบของเซ็นทรัลเวิลด์ในวันที่ 24 ก.ค. 58 ตั้งแต่เวลา 19.00-23.30 น. งานเปิดตัวซีพีเอ็นไลฟ์ ครั้งนี้ นำโดย ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ร่วมด้วย ศักดิ์ชัย กาย ผู้บริหารนิตยสาร ลิปส์ ที่จะเล่าถึงที่มาของ ซีพีเอ็นไลฟ์ ตลอดจนไฮไลท์กิจกรรมของเพจ และการร่วมมือกันในการจัดงานนิทรรศการแสดงภาพถ่ายของคนดังในโลกโซเชียลทั้ง 100 ท่าน ไม่ว่าจะเป็นเหล่านักแสดง, ศิลปิน, ดีไซเนอร์, แฟชั่น-บิวตี้-ไลฟ์สไตล์บล็อกเกอร์, เน็ตไอดอล และเจ้าของเพจคนดัง อาทิ ปู  ไปรยา สวนดอกไม้ , ปอย ตรีชฎา เพชรรัตน์, พลพัฒน์ อัศวะประภา, มิลิน ยุวจรัสกุล, พลอย หอวัง, นภัสสร บุรณศิริ (โมเมพาเพลิน), หนิง-ศรัยฉัตร กุญชรฯ จีระเเพทย์, พิชญ์สินี ตันวิบูลย์, หญิงแย้-นนทพร ธีระวัฒนสุข, กนก รัตน์วงศ์สกุล, เบล สุพล มาร์ค-มรุวุตม์ บูรณศิลปิน (MMCANDY), อู๋-ปัญญา จิตรมานะศักดิ์ (MEPANYA), ดวงกมล ถิระวัฒน์ (มด Cinnamongal), ศรัณยา สาธุกิจชัย (ทราย Feonalita),  แพรวเพชร กาญจน์เกียรติกุล (นีน่า Beautyworld), เมคอัพอาร์ติสชื่อดังอย่าง น้องฉัตร-ฉัตรชัย เพียงอภิชาติ, รพี ชูสุวรรณ (ฟลุค alwaysfluke), อุ้ม-นพรรต นพปศักดิ์ (AUM_NAPAT), แทนไท รัตนเดช, ชาลิสา วีรวรรณ (Taste of Nowhere), มิ้นท์-มณฑล กสานติกุล (I Roam Alone) และอีกมากมาย ร่วมงานด้วย   ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ซีพีเอ็นไลฟ์ เป็นความตั้งใจของ ซีพีเอ็น ในการสร้างไลฟ์สไตล์คอมมูนิตี้ใหม่ผ่านช่องทางออนไลน์อย่าง เฟซบุ๊ก เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้มาอัพเดทเรื่องราวต่างๆ ก่อนใครได้ตลอดทั้งวัน  เราได้สร้างสรรค์คอนเทนต์เพื่อเติมเต็มชีวิตในทุกรูปแบบทั้ง ช้อปปิ้ง ไดน์นิ่ง และเอ็นเตอร์เทนเมนต์ โดยได้บล็อกเกอร์ออนไลน์ชื่อดัง อย่าง มะโม-วรมา อำไพรัตน์ มาอัพเดทไลฟ์สไตล์ต่างๆทั้ง  กิน-เที่ยว-ดื่ม-ช้อป รวมถึงสิทธิประโยชน์ โปรโมชั่นดีๆ โดยเฉพาะให้กับแฟนเพจซีพีเอ็นไลฟ์และลูกค้าของศูนย์การค้าในเครือซีพีเอ็น ไม่ว่าจะเป็น เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลพลาซา และ เซ็นทรัลเฟสติวัล เพื่อให้ซีพีเอ็นไลฟ์ เป็น เอฟเวอรี่เดย์ ไลฟ์สไตล์ ฮับของคนรุ่นใหม่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้ตลอดเวลาแบบ 24 ชั่วโมง ตลอด 7 วัน  เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเปลี่ยนพื้นที่สาธารณะให้กลายเป็น “พื้นที่ของคุณ” อย่างแท้จริง นอกจากนี้ ซีพีเอ็น ยังได้ร่วมมือกับนิตยสารลิปส์ด้วยการจัดนิทรรศการ ซีพีเอ็นไลฟ์ พรีเซ็นต์ ลิปส์ ซิกส์ทีน แอนนิเวอร์ซารี  วิธ วัน ฮันเดรด ออนไลน์ อินฟลูเอนเซอร์ เพื่อฉลองครบรอบ 16 ปีนิตยสารลิปส์ จัดแสดงภาพถ่ายผู้ทรงอิทธิพลในโลกโซเชียลแห่งเมืองไทย ตลอด 1 เดือนเต็มที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ทั้งนี้เพื่อสร้างการรับรู้ ไปยังกลุ่มระดับเอลิสต์ของเมืองไทย เพื่อให้กลุ่มผู้ที่ติดตามหรือแฟนคลับร่วมเป็นสมาชิกของซีพีเอ็นไลฟ์ ผ่านกิจกรรม      โปรโมท เช่น จัดทำคลิปวิดีโอเกี่ยวกับการช้อปปิ้ง, ไดน์นิ่ง และเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ความยาว 30 วินาที แสดงโดยเน็ตไอดอลชื่อดัง พิมฐา-ฐานิดา มานะเลิศเรืองกุล และนางแบบชื่อดัง แพท-นิธิภรณ์ เลิศนิติวงศ์สกุล รวมถึงกิจกรรมสนุกๆและโอกาสดีๆเฉพาะแฟนเพจซีพีเอ็นไลฟ์เท่านั้น ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของปรากฎการณ์ไลฟ์ไปกับซีพีเอ็นไลฟ์ ด้วยการยกโทรศัพท์มือถือพร้อมกดไลค์เพจซีพีเอ็นไลฟ์ (CPN Life) ร่วมกันและเปิดแฟลชเพื่อเฉลิมฉลองเปิดตัว ซีพีเอ็นไลฟ์ อย่างเป็นทางการ และรับชมภาพบรรยากาศสดๆ ผ่านยูทูบของเซ็นทรัลเวิลด์ได้ในวันที่ 24 ก.ค 58 ตั้งแต่ 19.00-23.30 น. มาร่วมเป็น 1 ในเฟรนด์ของแฟนเพจ ซีพีเอ็นไลฟ์ ได้แล้ววันนี้ www.facebook.com/CPN LIFE เพราะ เดอะ เวิลด์ อีส ยัวร์ (The Worlds is Yours)

บอย พิษณุ เอาใจคนบอบช้ำทางความรัก ผ่านเพลง โลกเสมือนจริง
คชภัค ผลธนโชติ /  บอย พิษณุ / 

หล่อ เจิด เกิดทุกงานจริงๆ สำหรับหนุ่มเจ้าเสน่ห์ขวัญใจบรรดาสาวน้อยสาวใหญ่อย่าง บอย พิษณุ นิ่มสกุล ที่ไม่ว่าจะขยับตัวทำอะไรเป็นอันจะต้องถูกจับตามอง ทั้งงานพิธีกร นักแสดง ธุรกิจส่วนตัว หรือแม้กระทั่งความรัก ล่าสุดขอหันมาจับไมค์ทำเพลงตัวเองอีกครั้งหลังจากห่างหายไปพักใหญ่ โดยต้นสังกัด “สหภาพดนตรี” ที่งานนี้ทุ่มไม่อั้นขอล้างภาพจำจากหนุ่มกรุ้มกริ่ม เพิ่มความเข้มข้นระดับสิบ โดยหมายมั่นปั้นมือให้โปรดิวเซอร์มากความสามารถที่ประสบความสำเร็จทั้งอยู่เบื้องหน้าและเบื้องหลังอย่าง “พล คชภัค ผลธนโชติ” หรือ “พล วงแคลช” มาควบคุมดูแลการผลิตอย่างใกล้ชิด เรียกได้ว่าเปิดซิงเป็นคนแรกหลังจากย้ายจากค่ายเพลงใหญ่ย่านอโศก ประเดิมซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุดเพลง “โลกเสมือนจริง” เอาใจคนบอบช้ำทางความรัก “เป็นการร่วมงานกับพี่พลครั้งแรกครับ แต่โดยส่วนตัวติดตามผลงานและชื่นชอบเค้ามานานละ แต่ไม่คิดว่าจะได้มีโอกาสร่วมงานด้วย สำหรับซิงเกิ้ลนี้พี่พลมาช่วยปรับเปลี่ยนสไตล์การร้องเยอะเลย ทั้งการร้อง การดีไซด์น้ำเสียง สไตล์ดนตรี เรียกว่าลืมผมคนเดิมไปเลย หลายๆคนฟังแล้วไม่คิดว่านี้เป็นผมร้อง ถ้าถามว่ายากมั้ย ยากครับ ส่วนเนื้อหาเพลงพูดถึงเรื่องราวความรัก ที่ผิดหวังกับคนที่คิดว่าใช่ สุดท้ายวันหนี่งเขากลับเดินจากเราไป ภาพในอนาคตที่สวยงามกลับกลายเป็นเพียงแค่ความฝัน มันพังไปต่อหน้าต่อตา ในส่วนของการถ่ายทำเอ็มวีเพลงนี้ผมมีความสุขมาก (หัวเราะ) เพราะได้ไปถ่ายเอ็มวีที่โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น จริงๆชื่นชอบประเทศนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้วเลยทำให้การไปทำงานครั้งนี้มีความสุขมาก และภาพที่ได้กลับมาก็สวยสมใจ เพราะทางทีมงานก็พยายามเลือกมุมที่คิดว่าไม่ค่อยมีใครได้ถ่ายสักเท่าไหร่ อย่าง สนามเบสบอล ชีวิตความเป็นอยู่ก็ ย้ายโลเคชั่นกันไปมาเยอะเลย รวมแล้วใช้เวลาถ่าย 2 วัน ร่างแทบแหลก (หัวเราะ) อีกอย่างนางเอกผมเป็นสาวชาวญี่ปุ่นด้วยครับ (หัวเราะ) ก็อยากให้ลองติดตามดูและฟังกันนะครับ ผมและพี่พลรวมถึงทีมงานตั้งใจทำกันแบบสุดๆจริงๆครับ” บอย พิษณุ เล่าถึงการทำงานในเพลง โลกเสมือนจริง ติดตามมิวสิควีดีโอเพลง โลกเสมือนจริง ของ บอย พิษณุ นิ่มสกุล กับการร่วมงานครั้งแรกกับโปรดิวเซอร์มือฉมัง พล คชภัค ผลธนโชติ ได้แล้ววันนี้ทุกช่องทาง และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของศิลปินที่ชื่นชอบในสังกัด สหภาพดนตรี ได้ที่ www.facebook.com/wearemusicunion ตลอด 24 ชั่วโมง และทาง IG music.union พร้อมดาวน์โหลด *492 222 กด 22 มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ครูในถิ่นกันดาร...เรื่องจริงที่น่าแชร์กว่าครูหล่อ/สวยเป็นไหน ๆ
ครูสวย /  ครูหล่อ / 

ครูในถิ่นกันดาร...เรื่องจริงที่น่าแชร์กว่าครูหล่อ/สวยเป็นไหนๆ  จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ทั้งสื่อสังคมออนไลน์ และสื่อหลักในโทรทัศน์ให้พื้นที่ข่าวกับครูหล่อ ครูสวยพากันชื่นชมถึงรูปลักษณ์ภายนอก ล่าสุดได้มีชาวสังคมออนไลน์ท่านหนึ่งได้แชร์เรื่องราวมุมเล็ก ๆ ที่สังคมหลงลืม และไม่ให้ความสำคัญกับครูที่ทุ่มเททุกอย่างเพื่อเด็กให้ได้รับการศึกษา และความสะดวกสบาย โดยเผยว่า เพื่อนของตนเป็นครูอัตราจ้าง อยู่ที่โรงเรียนบ้านหินตั้ง จ.กาญจนบุรี ชื่อคุณครูเบิด หรือ ครูเม่น เขาจะทำทุกอย่าง ซ่อมประตู หน้าต่าง หลังคา ต่อน้ำลงมาจากน้ำตกเพื่อมาใช้ที่โรงเรียน ครูเบิดทำสนามเด็กเล่นเพื่อให้เด็ก ๆได้มีสถานที่พักผ่อน แม้จะเงินเดือนน้อยเเต่ที่ครูเบิดทำเพราะใจรัก เเละด้วยจิตใจของความเป็นครู การเดินทางเข้าไปโรงเรียนแต่ละครั้งไม่ใช่ง่าย ๆ เพราะหนทางเต็มไปด้วยความยากลำบากต้องลุยป่าเข้าไป การเดินทางเข้าออกใช้เวลาเป็นวัน ๆ ซึ่งช่วงนี้ตนเห็นมีกระเเสครูหล่อครูสวย สำหรับตนแล้วครูหล่อตัวจริงหล่อที่จิตใจของความเป็นครู ตนเชื่อว่ามีครูเเบบครูเบิดอีกหลายคนที่กระทรวงศึกษาธิการยังมองไม่เห็น โดยเรื่องราวที่ตนแชร์ไม่ได้ต้องการอะไร แค่อยากให้เป็นกำลังใจให้กับการทำดีของครูเบิด ทั้งนี้หลังจากภาพดังกล่าวถูกแชร์ลงบนโลกออนไลน์ได้มีชาวเฟซบุ๊คเข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่นชมในความทุ่มเทของครูเบิด และเป็นกำลังใจให้ พร้อมกับมองว่าเรื่องราวดี ๆ แบบนี้น่าแชร์มากกว่าครูสวย ครูหล่อตามโรงเรียนอื่นทั่วไปที่สื่อมักให้พื้นที่ข่าว ขอบคุณภาพและเรื่องราวจากสมาชิกเฟซบุ๊ค คุณชายตั้ว ทับเงิน MThai News

Dance You Fat Off ..เต้นเปลี่ยนชีวิต ซีซั่น 3 แซ่บกว่าเดิม เริ่ม 1 ส.ค. นี้
Dance Your Fat Off /  Dance Your Fat Off ..เต้นเปลี่ยนชีวิต ซีซั่น 3 / 

พบการกลับมาอีกครั้งสำหรับเรียลลิตี้รายการแดนซ์สุดมันที่จะมาเปลี่ยนชีวิตคุณอีกครั้งใน Dance Your Fat Off ..เต้นเปลี่ยนชีวิต ที่เคยสร้างความสนุกสนานมาแล้วถึง 2 ซีซั่นกลับมาในครั้งนี้ในซีซั่นที่ 3 ยังคงคอนเซปต์เดิมที่จะพาหนุ่ม-สาวบิ๊กไซต์มาเต้นโชว์ความสามารถที่เรียกว่าไม่หวั่นถึงน้ำหนักตัวกันเลย รายการ Dance Your Fat Off ..เต้นเปลี่ยนชีวิต ซีซั่น 3 รายการการเรียลลิตี้ที่สร้างแรงบันดาลใจให้หนุ่มสาวบิ๊กไซต์ได้โชว์ลีลาเท้าไฟเพื่อลดน้ำหนักโดยมีระยะเวลาเป็นเดิมพันเพื่อเรียกคะแนนจากคณะกรรมการสุดแซ่บอาทิ ญ่าญ่าหญิง-รฐา,เอกกี้-เอกชัย,ลิฟท์-สุพจน์ รวมไปถึงพิธีกรสุดแซ่บที่จะมาสร้างสีสันให้กับรายการอย่าง กาละแมร์ พัชรศรี และในครั้งนี้พิเศษสุดพบกับเทรนเนอร์สุดล่ำประจำซีซั่นที่ 3 อย่าง หยวน-นิธิชัย ที่จะมาแนะนำเทคนิคดีๆให้กับผู้เข้าแข่งขันทั้ง 8 คนตลอดการแข่งขันในระยะเวลา 2 เดือนนี้ให้ได้เล่นจริง ลดจริง และช่วงใหม่กับช่วง "BOOTCAMP" ที่การันตีความหินของการลดน้ำหนักในแต่ละสัปดาห์ เพื่อค้นหาผู้คว้าเงินรางวัล 1 ล้านบาทกลับบ้าน ติดตามลุ้นให้กับผู้เข้าแข่งขันทั้ง 8 คนว่าพวกเขาและเธอนั้นจะสามารถลดน้ำหนักลงตลอด 2 เดือนลงได้หรือไม่ พร้อมเป็นกำลังใจให้กับผู้เข้าแข่งขันบิ๊กไซต์ทุกท่าให้เป็นดาวดวงใหม่ที่จะคว้าเงินรางวัล 1 ล้านบาทกลับบ้านไปติดตามชมได้ทางช่อง 3 ออริจินัลและช่อง 3 HD ช่อง 33 ทุกวันเสาร์ เวลา 17.30-19.00 น. เริ่มออกอากาศตอนแรก 1 สิงหาคมนี้ มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com