ย่านวังหิน

V.R.P หวิดทำ เนย เนโกะจัมพ์ เฉียดตายคาหอพักหญิง
Shout /  V.R.P / 

ทำเอาตกใจกันไปหมด เมื่อสามหนุ่มหน้าใสสุดแซ่บ ‘วี.อาร์.พี’ บอยแบนด์หน้าใหม่จาก ค่ายกามิกาเซ่ ในเครืออาร์เอส ประกอบไปด้วย ปลื้ม ณัชคุณ นุตตานนท์, ปอร์เช่ ศิวกร อดุลสุทธิกุล และปีเตอร์ ชลพัชร จี้เพชร เปิดตัวด้วยลุคสาวสวยแต๋วจ๋า ในทีเซอร์ซิงเกิ้ลแรกเพลง ปาว ปาว Shout จนแฟนๆ สงสัยเลยต้องรีบส่งเอ็มวีออกมาเฉลยว่าเป็นส่วนหนึ่งในเอ็มวีเพลงนี้เท่านั้นไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง โดยเอ็มวีเพลง ปาว ปาว ยกกองไปถ่ายทำกันที่โรงเรียนนานาชาติย่านลาดพร้าว เป็นเรื่องราวของสามหนุ่ม วี.อาร์.พี และเพื่อนๆ กามิกาเซ่ นิวคัมเมอร์ เล่นฟุตบอลกันอยู่ที่สนามแล้วเกิดเตะพลาดขึ้นไปบนหอพักหญิง เลยต้องขึ้นไปเก็บลูกฟุตบอลออกมา ซึ่งลูกบอลกลิ้งเข้าไปอยู่ในห้องของนักเรียนสาวคนหนึ่ง รับบทโดย ‘เนย เนโกะจัมพ์’ ที่กำลังนอนเล่นฟังเพลงอยู่ในห้อง ซึ่งสามหนุ่ม ‘วี.อาร์.พี’ ต้องแอบย่องเข้าไปเอาลูกบอลแบบเงียบๆ แต่แล้ว ‘เนย’ ก็ลืมตาขึ้นมาเห็นพอดีจึงเกิดเหตุการณ์ชุลมุนขึ้นในห้อง จนอาจารย์ประจำหอพักได้ยินเสียง รีบขึ้นมาดู เพื่อไม่ให้สามหนุ่มถูกจับได้ ‘เนย’ จึงช่วยแปลงโฉมเป็นผู้หญิงเพื่อให้เอาลูกบอลมาจากหอหญิง เบื้องหลังฉากก็มีเรื่องราววุ่นวายในห้องนอน เป็นฉากที่ ‘เนย เนโกะจัมพ์’ ลืมตามาเจอกับ ‘วี.อาร์.พี’ ในห้องของตัวเองก็ตกใจกรี๊ดเสียงดัง หนุ่มๆ จึงต้องหาวิธีปิดปาก ‘เนย’ เพื่อไม่ให้ส่งเสียงร้อง ทั้งเอามือ เอาหมอนมาปิดหน้า สารพัดจน ‘เนย’ แน่นิ่งไป ทำเอาสามหนุ่ม ‘วี.อาร์.พี’ ถึงกับอึ้งตกใจกันหมด แต่จริงๆ เป็นมุขของ ‘เนย’ ที่อยากจะอำรุ่นน้อง งานนี้ทำเอาทุกคนในกองถ่ายฮากันกระจาย ลองฟังเพลง ปาว ปาว ของสามหนุ่ม วี.อาร์.พี กันสักหน่อย MV ปาว ปาว (Shout) - V.R.P (วี อาร์ พี) ดูมิวสิควีดีโอ เพลง ปาว ปาว (Shout) - V.R.P (วี อาร์ พี) Kamikaze กามิกาเซ่ แหวกนิยามบอยแบนด์ปั้น 3 หนุ่มหน้าใส แซ่บ! ปลื้ม - ปอร์เช่ - ปีเตอร์ มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

Protect the boss เจ้านายข้า ใครอย่าแตะ 2
Protect /  the / 

เรื่องราวของโนอึนซอล (รับบทโดย ชเว คังฮี) หญิงสาวที่กำลังว่างงาน แต่ท้ายที่สุดเธอก็ได้งานทำในตำแหน่งเลขา ของชาจีฮอน (รับบทโดย จีซอง) หนุ่มมาดเท่ห์ที่เป็นเจ้านายของเธอ ซึ่งเป็นลูกชายทายาทธุรกิจรุ่นที่ 2 ของกลุ่มบริษัทใหญ่ ผู้ซึ่งมีทัศนคติที่ยอดแย่ ส่วนคิมแจจุง รับบทเป็น ชามูวอน ?เจ้าชายแห่งวงการธุรกิจการเงินระดับโลก? ผู้ซึ่งมีอิทธิพล และวังจีเฮ รับ บทเป็น ซอนายุน ทนายความสาวผู้สุดแสนจะเพอร์เฟ็ค ทั้ง 4 คนเตรียมมาพัวพันในเรื่องราวของรักสามเส้า

นิทรรศการม่อน มอน สะออนหลาย ที่ จิม ทอมป์สัน ฟาร์มทัวร์
จิม ทอมป์สัน /  เที่ยวนครราชสีมา / 

จิม ทอมป์สัน ฟาร์มทัวร์ ขอเชิญนักท่องเที่ยวสัมผัสความงามของธรรมชาติ ผสานวิถีชีวิตและวัฒนธรรมอีสานดั้งเดิม พร้อมไฮไลท์พิเศษประจำปี “นิทรรศการม่อน มอน สะออนหลาย” ใน วันที่ 13 ธันวาคม 2557 – 11 มกราคม 2558 นิทรรศการม่อน มอน สะออนหลาย ที่ จิม ทอมป์สัน ฟาร์มทัวร์ จิม ทอมป์สัน ฟาร์มทัวร์ 2557 การเดินทาง จิม ทอมป์สัน ฟาร์มทัวร์ จากกรุงเทพไปสระบุรี เมื่อถึงชุมทางต่างระดับสีคิ้ว (ระยะทาง 214 กม.) ให้ขับชิดซ้ายเข้าช่องเดินรถทางไป อ.โชคชัย (ทางหลวง หมายเลข 24) จนถึงสี่แยกบริเวณร้านอาหารตอไม้ (ระยะทาง 12 กม.) จึงเลี้ยวขวาไปตามถนนมะเกลือใหม่ - บะใหญ่ ผ่าน บ.หนองไม้ตาย ร.ร. วังรางวิทยา บ.บุตาสง สถานีอนามัย บ้านน้ำซับ ฟาร์มโคนม จนถึงคลองชลประทานให้เลี้ยวซ้าย ผ่านเทศบาลตำบลตะขบ เมื่อถึงสี่แยกบ้านตะขบให้เลี้ยว ซ้ายข้ามคลอง ชลประทานอีกครั้ง ขับไปตามถนน 2072 อีก 1 กม. จนถึงจิม ทอมป์สัน ฟาร์ม (ระยะทางจากร้านตอไม้ ถึงจิม ทอมป์สัน ฟาร์มประมาณ 30 กม.) จากกรุงเทพผ่านฉะเชิงเทรา กบินทร์บุรี วังน้ำเขียว ใช้ทางหลวงหมายเลข 304 เป็นระยะทาง 280 กม. ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนน 2072 ผ่านคลังน้ำมันระยองเพียว เทคนิคปักธงชัยและโรงเรียนบ้านปลายดาบจนถึงสี่แยกจุด ตัดกับถนนเลียบคลองชลประทาน จึงข้ามคลองชลประทาน และตรงไปตามถนน 2072 ผ่านโรงเรียน ลำพระเพลิง พิทยาคม จิม ทอมป์สัน ฟาร์มจะอยู่ขวามือ (เป็นระยะทาง ประมาณ 20 กม.) การเดินทางจาก อ.เมือง จังหวัดนครราชสีมา จากนครราชสีมาถึง อ. ปักธงชัยเป็นระยะทาง 32 กม. โดยเริ่มจากใช้ทางหลวงหมายเลข 304 ตรงไปถึงสี่แยก ลำพระเพลิง ให้เลี้ยวขวาตามเส้นทางไปเขื่อนลำพระเพลิง (ถนนเลียบคลองชลประทาน) จนถึงสี่แยกจุดตัดกับถนน 2072 จึงเลี้ยวขวาข้ามคลองชลประทาน ผ่านโรงเรียน ลำพระเพลิงพิทยาคม จนถึง จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม เป็นระยะทางประมาณ 20 กม. ภาพและข้อมูลจาก จิม ทอมป์สัน ฟาร์มทัวร์ https://www.facebook.com/JimThompsonFarmTour แผนที่ การเดินทาง ไปไร่จิม ทอมป์สัน ฟาร์มทัวร์ นิทรรศการม่อน มอน สะออนหลาย ที่ จิม ทอมป์สัน ฟาร์มทัวร์

แจ้งจับ! ลูกชายอดีตรมช.ศึกษาธิการ ซ้อมแฟนสาวปางตาย
กระทืบแฟน /  กะโหลกร้าว / 

ลูกชายอดีต รมช.ศึกษาธิการ ทำร้ายร่างกายแฟนสาวได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อวันที่ 16 พ.ย.เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ทองหล่อ ได้เปิดเผยว่า นางงรัตนา กมลเวช อายุ 54 ปี ได้เข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับนายตรีธนา ประเสริฐโสภา อายุ 28 ปี บุตรชาย นายบุญลือ ประเสริฐโสภา อดีต รมช.ศึกษาธิการ ฐานพยายามฆ่า เนื่องจากนายตรีธนาทำร้ายร่างกาย น.ส.ไพริญา ลับบัวงาม อายุ 33 ปี บุตรสาว จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ถึงขั้น ศีรษะบวม กะโหลกร้าว และมีเลือดคั่งบริเวณท้ายทอย ขณะนี้พักรักษาตัวที่ รพ.สมิติเวช สุขุมวิท เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดตั้งแต่คืนวันที่15 พ.ย. ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ชูตระกูล ยศมาดี ผกก.สน.ทองหล่อ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 14 พ.ย.นายตรีธนา กับผู้เสียหาย ได้ไปรับประทานอาหารกับเพื่อนอีก 2 คน ที่ร้านอาหารย่านทองหล่อ หลังออกจากร้านได้ขับรถไปรับประทานก๋วยเตี๋ยวต่อ ระหว่างทางผู้เสียหายเป็นคนขับรถ ส่วน นายตรีธนา เป็นคนนั่ง จากนั้นได้มีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ก่อนที่นายตรีธนาจะเอื้อมมือมาหักนิ้วมือของผู้เสียหายที่กำลังขับรถ ฝ่ายหญิงจึงรีบขับรถเลี้ยวเข้าไปใน สน.ทองหล่อ และเปิดประตูรถร้องเรียกให้ตำรวจช่วย แต่ นายตรีธนา ได้วิ่งอ้อมมายังฝั่งคนขับ แล้วลงมือทำร้ายผู้เสียหาย ทั้งต่อยและเตะอย่างไม่ยั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงพากันวิ่งกรูเพื่อเข้าช่วยเหลือและล็อกตัวนายตรีธนาเข้าไปสงบสติอารมณ์ในห้องขัง จากนั้นนายตรีธนาได้ติดต่อให้ญาติเข้าประกันตัวด้วยวงเงิน 1.5 แสนบาท สำหรับอาการของผู้เสียหายขณะนี้ดีขึ้นตามลำดับ  จากการสอบปากคำเพิ่มเติมทำให้ทราบว่าการทะลาะวิวาทของทั้งคู่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ไม่ใช่เรื่องหึงหวง ทั้งนี้ผู้เสียหายยืนยันว่าจะดำเนินคดีอย่างถึงที่สุดด้วย ทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งความไว้ และเตรียมประสานเรียกตัว นายตรีธนา มาสอบปากคำ ต่อไป MThai News ขอบคุณข้อมูลจากเดลินิวส์ออนไลน์  _____________________ เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง 13 วิธี ป้องกันตัว ของคุณผู้หญิง อันตรายรอบตัวผู้หญิงมีมากมาย มีเทคนิคเล็กๆ น้อยๆการป้องกันตัวมาบอก..

เที่ยวดอยตุง ชมพระตำหนักและสวนแม่ฟ้าหลวง
ดอยตุง /  ที่เที่ยวหน้าหนาว / 

จังหวัดเชียงราย เป็นอีกแห่งที่ผู้คนนิยมไปเที่ยวในหน้าหนาว เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย ทั้งแบบใกล้ชิดธรรมชาติ และสัมผัสกลิ่นอายวิถีชาวล้านนา มีวัดสวยๆ อยู่มากมาย แต่ที่เป็นไฮไลท์ของจังหวัดคงหนีไม่พ้น พระตำหนักดอยตุง ที่เต็มไปด้วยสวนดอกไม้นานาพรรณ ให้คุณได้อิ่มเอิบไปกับอากาศดีและวิวสวย พร้อมเรื่องราวน่ารู้มากมาย Travel.mthai.com ขอแนะนำให้หนาวนี้ลองมา เที่ยวดอยตุง กันเถอะครับ เที่ยวดอยตุง ชมพระตำหนักและสวนแม่ฟ้าหลวง ดอยตุง หรือพระตำหนักดอยตุง ก่อตั้งขึ้นจากพระราชดำริของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่าของเรา โดยมีพระราชกระแสรับสั่งว่า หลังพระชนมายุ 90 พรรษา จะไม่เสด็จไปประทับที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์อีก สำนักงานราชเลขานุการในพระองค์จึงได้เลือกดอยตุง ซึ่งมีทิวทัศน์สวยงาม ประกอบกับพระองค์ทรงพอพระราชหฤทัยกับดอยตุงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงมีพระราชดำริจะสร้างบ้านที่ดอยตุง พร้อมกันนี้ยังมีพระราชกระแสรับสั่งว่า จะปลูกป่าบนดอยสูง จึงกำเนิดเป็นโครงการพัฒนาดอยตุงขึ้น โครงการพัฒนาดอยตุงเริ่มดำเนินการโดยความร่วมมือจากหน่วยราชการทุกส่วน เช่น กรมป่าไม้ กรมชลประทาน หน่วยงานด้านปกครอง นอกจากทำการปลูกป่าฟื้นฟูสภาพพื้นที่แล้วยังมีการฝึกอาชีพ เพื่อ ยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวเขาบนดอยตุง ซึ่งประกอบด้วยชาวเขาเผ่าอาข่าลาหู่ ไทยใหญ่ และจีนฮ่อ ขณะเดียว กันยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของตนไว้ อาคารพระตำหนักดอยตุง มีลักษณะการก่อสร้างเป็นการผสมผสานระหว่าง สถาปัตยกรรมล้านนา บ้านปีกไม้ และบ้านแบบพื้นเมือง ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มี 2 ชั้น และชั้นลอยที่ประทับ ชั้นบนแยกเป็น 4 ส่วน แต่เชื่อมเป็นอาคารหลังเดียวกัน เสมอกับลานกว้าง นับว่ามีความสวยงามอย่างมาก ไฮไลท์สำคัญในการมาเที่ยวดอยตุง นั่นก็คือการเก็บภาพความประทับใจกับทุ่งดอกไม้สีสันสดใส นั่นคือ สวนแม่ฟ้าหลวง เป็นสวนดอกไม้เมืองหนาวในหุบเขา สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2535 เดิมมีพื้นที่ 12 ไร่ มีการปลูกดอกไม้หมุนเวียนสลับ ให้ออกดอกไม่ซ้ำกันตลอดสามฤดู ล้อมรอบประติมากรรมชื่อ "ความต่อเนื่อง" เป็นรูปเด็กยืนต่อตัวที่กลางสวน นอกจากนี้ ยังจัดแต่งสวนหินซึ่งประดับด้วยหินภูเขากลมเกลี้ยงขนาดใหญ่ สวนน้ำอุดมด้วยไม้น้ำพันธุ์ต่างๆ บัว และสวนปาล์มที่รวบ รวมปาล์มไว้มากมายในพื้นที่ 13 ไร่ สวนแม่ฟ้าหลวงจึงมีพื้นที่ทั้งสิ้น 25 ไร่ นอกจากนี้ ควรจะมากราบไหว้พระธาตุดอยตุง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำท้องถิ่น เพื่อเป็นศิริมงคลกลับไป โดยเฉพาะคนที่เกิดปีกุน เพราะพระธาตุแห่งนี้ เป็นพระธาตุประจำปีนักษัตร "กุน" นั่นเอง พระบรมธาตุดอยตุง เป็นปูชนียสถานที่สำคัญที่สุดของเชียงราย ประดิษฐานอยู่บนยอดดอยตุง เป็นเจดีย์สีทองขนาดเล็กสององค์ สูงประมาณ 5 ม. บนฐานสี่เหลี่ยมย่อมุม มีซุ้มจระนำสี่ทิศ องค์ระฆังและปลี ยอดมีขนาดเล็ก พระธาตุดอยตุง อยู่บนดอยสูงแวดล้อมด้วยป่ารกครึ้ม เรียกว่า สวนเทพารักษ์ เชื่อกันว่า เป็นที่สถิตของเทพารักษ์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รอยปักตุง เป็นรอยแยกบนพื้น ยาวประมาณ 1 ฟุต อยู่ด้านหน้าพระธาตุ เชื่อกันว่า เป็นรอยแยกที่ใช้ปักฐานตุง บูชาพระธาตุ เมื่อ 1,000 ปีก่อน (ตุง แปลว่า ธง) การเดินทางไปพระธาตุดอยตุง ใช้ทางขึ้นดอยตุงสายใหม่ เมื่อผ่นทางแยกซ้ายไปพระตำหนักดอยตุง ถึงหลัก กม.14 จะมีทางแยกซ้ายถ้าขับ ตรงไปจะขึ้นตรงสู่พระธาตุดอยตุง ทางค่อนข้างแคบและชันมาก ระยะทาง 3 กม. ถ้าไปทางแยกซ้ายมือ จะเป็นทางอ้อม ผ่านสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าดอยตุง ทางแยกไปดอยช้างมูบ อ.แม่สาย และวัดน้อยดอยตุง ตรงหลัก กม.23 ระยะทาง 10 กม. จากวัดน้อยดอยตุง ต้องขับขึ้นดอยไปตามทางชัน แคบและคดเคี้ยว อีก 1 กม. บริเวณนี้ เรียกว่าสวนเทพารักษ์ ต้องขับด้วยความระมัดระวังเพราะอาจมีรถสวนลงมาได้ การเดินทางไปพระตำหนักดอยตุง ใช้ทางขึ้นดอยตุงสายใหม่ ผ่านบ้านไทยใหญ่ร่มไทร กม.2 ผ่านจุดชมวิว กม.12 จากนั้นเลี้ยวซ้ายระหว่างหลัก กม.12 และ 13 ไปอีก 2 กม. จะถึงพระตำหนัก ระยะทาง 15 กม. หรือใช้ทางขึ้นสายเก่า โดยขับเลยแยกบ้านสันกองราว 1 กม. เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 1149 ที่บ้านห้วยไคร้ ระหว่างหลัก กม.871-872 เป็นทางขึ้นดอยตุงสายเก่า เส้นทางสูงชันกว่าสายใหม่ แต่ระยะทางสั้นกว่าเล็กน้อย ถนนจะไปบรรจบกับทางขึ้นสายใหม่ การเข้าชมพระตำหนักดอยตุง เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 07.30 - 17.30 น. ค่าธรรมเนียมเข้าชมพระตำหนัก 70 บาท ชมสวนแม่ฟ้าหลวง 80 บาท หอพระราชประวัติ 30 บาท บัตรรวมเข้าชม ทั้งสามที่ 150 บาท ภายในมี ร้านอาหารของโครงการ ร้านกาแฟดอยตุง ร้านจำหน่ายของที่ระลึก สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : โทร. 053-767-001 ,053-767-015-7  หรือ  www.doitung.org ขอบคุณที่มา : th.wikipedia.org/wiki/พระตำหนักดอยตุง  เรียบเรียงข้อมูลโดย : Travel Mthai รูปภาพ : baaneidresort.com, chomthai.com, toyotabuzz.com, tourismthailand.org, chiangrai.net, maesaibanrao.blogspot.com, chiangrai-guide.blogspot.com, chiangraifocus.com ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : เที่ยวไร่บุญรอด สวรรค์ของดอกไม้เมืองหนาว , เที่ยวดอยช้าง สัมผัสลมหนาว จิบกาแฟรสเยี่ยม

Protect the boss เจ้านายข้า ใครอย่าแตะ 4
Protect /  the / 

เรื่องราวของโนอึนซอล (รับบทโดย ชเว คังฮี) หญิงสาวที่กำลังว่างงาน แต่ท้ายที่สุดเธอก็ได้งานทำในตำแหน่งเลขา ของชาจีฮอน (รับบทโดย จีซอง) หนุ่มมาดเท่ห์ที่เป็นเจ้านายของเธอ ซึ่งเป็นลูกชายทายาทธุรกิจรุ่นที่ 2 ของกลุ่มบริษัทใหญ่ ผู้ซึ่งมีทัศนคติที่ยอดแย่ ส่วนคิมแจจุง รับบทเป็น ชามูวอน ?เจ้าชายแห่งวงการธุรกิจการเงินระดับโลก? ผู้ซึ่งมีอิทธิพล และวังจีเฮ รับ บทเป็น ซอนายุน ทนายความสาวผู้สุดแสนจะเพอร์เฟ็ค ทั้ง 4 คนเตรียมมาพัวพันในเรื่องราวของรักสามเส้า

แบบนี้ก็มีด้วย! ศิลปินญี่ปุ่น Plan-B ขอชักภาพกับสื่อและแฟนคลับไทย
Plan B /  Plan-B LIVE in Bangkok / 

แบบนี้ก็มีด้วย! ศิลปินญี่ปุ่น Plan-B ขอชักภาพกับสื่อและแฟนคลับไทย ในงานแถลงข่าว แพลน-บี ไลฟ์ อิน แบงคอก (Plan-B LIVE in Bangkok) เปลี่ยนบรรยากาศไปดูของดีจากฝั่งญี่ปุ่นกันบ้าง! เตรียมล็อคคิวล่วงหน้าไว้เลย 16 ธันวาคม 2557 นี้ เวลา 19:00 น. สำหรับงาน แพลน-บี ไลฟ์ อิน แบงคอก (Plan-B LIVE in Bangkok) ณ แฮพเพนนิ่ง ไลฟ์ เฮ้าส์ บาย ไวน์ แฮพเพนนิ่ง ย่านอาร์ซีเอ (Happening Live House by Wine Happening RCA) ไลฟ์โชว์ครั้งแรกในเมืองไทยของสามหนุ่ม นาคาเองาว่า ริกิยะ (Nakaegawa Rikiya) กีตาร์และร้องนำ, มากิโนะ โคจิ (Makino Koji) กลอง และ อุเอะซาโตะ เรียวตะ (Uesato Ryota) เบส แห่งวงดนตรีสามชิ้นจากแดนปลาดิบชื่อ แพลน-บี (Plan-B) ที่ตั้งใจสะท้อนมุมมองแง่ดีต่อโลกว่า... 'ที่สุดแล้วชีวิตจะมีทางออกที่ดีให้เสมอถึงแม้จะไม่ใช่ทางเลือกแรกที่ตั้งใจก็ตาม' งานนี้นอกจากพวกเขาจะทุ่มเทและทุ่มทุนสร้าง บินลัดฟ้าข้ามประเทศมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนไทยด้วยตนเองในบรรยากาศอบอุ่นสบายๆ ณ แฮพเพนนิ่ง ไลฟ์ เฮ้าส์ บาย ไวน์ แฮพเพนนิ่ง ย่านอาร์ซีเอ พร้อมโชว์ฝีมือแสดงสดถึง 5 เพลงเป็นการอุ่นเครื่องแล้ว ศิลปินวง แพลน-บี (Plan-B) และต้นสังกัด แอนติคิเทียร่า (Antikythera) ประเทศญี่ปุ่น ในฐานะเจ้าภาพจัดงานยังขอสร้างแลนด์มาร์คแหวกแนวจากงานแถลงข่าวทั่วไป โดยเชิญสื่อไทยขึ้นไปถ่ายภาพหมู่ร่วมกันเป็นที่ระลึก แถมมีเซอร์ไพร์สมอบแก่เหล่าแฟนคลับผู้โชคดีทุกคนที่ไปร่วมให้กำลังใจด้วยการถ่ายภาพช็อตพิเศษทีละคนอีกด้วย ฟินได้ใจไปตามๆ กันแบบนี้ก็มีด้วย!!! ติดตามรายละเอียดการจำหน่ายบัตร แพลน-บี ไลฟ์ อิน แบงคอก (Plan-B LIVE in Bangkok) ได้ทาง Official Fan Page https://www.facebook.com/PlanBliveinBKK ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

7 บุคคลที่ดวงซวยที่สุดของโลก
ต่างประเทศ /  ที่สุดในโลก / 

มันก็ต้องเป็นธรรมดาของมนุษย์โลก เมื่อถึงคราวเกิดดวงซวยขึ้นมา ก็มีเรื่องเกิดขึ้นแบบไม่คาดฝัน ไม่คาดคิดเข้ามาหาตัวเสมอ แต่บางคนก็ยังมีโชคดีในความโชคร้ายนะ .. แล้วใครจะไปคาดเดาได้หล่ะจริงไหม? วันนี้ทีนเอ็มไทยนำ 7 บุคคลที่ดวงซวยที่สุดของโลก มาให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันคะ อยากรู้ไหมว่าคนพวกนี้ดวงซวยสุดๆ ซวยแบบไป ซวยแปลกยังไง เอ้า! ไปติดตามอ่านกันเลย ^^ 7 บุคคลที่ดวงซวยที่สุดของโลก 7. Jason and Jenny Cairns-Lawrence เจสันและเจนนี่ แคนส์-ลอว์เรนซ์ เป็นสามี-ภรรยาคู่นี้ เป็นนักท่องเที่ยวที่อยู่ในเหตุการณ์ก่อการร้ายบ่อยที่สุดในโลก ซึ่งถือว่าเป็นคู่มหัศจรรย์ที่พบเจอเรื่องหวาดกลัวเหล่านี้ทั้งๆ ที่ทั้งคู่อยู่ในเมือง และแต่ล่ะเหตุการณ์ล้วนโด่งดัง โดยเริ่มจาก เหตุการณ์ วันที่ 11 กันยายน 2001 ซึ่งตอนนี้ทั้งคู่อยู่ในระหว่างไปเที่ยวพักผ่อนวันหยุดที่นิวยอร์ค เหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้เสียชีวิต 3000 คน อีกสี่ปีต่อมาพวกเขากำลังสัญจรไปรอบๆ ในรถบัสในกรุงลอนดอน เมื่อ 7 กรกฎาคม 2005 และอยู่ในเหตุการณ์สี่ผู้ก่อการร้ายใช้ระเบิดฆ่าตัวตายด้วยการระเบิดรถไฟใต้ดินและรถโดยสาร ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวถูกยกให้เป็นการก่อการร้ายที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์อังกฤษ และเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้เสียชีวิต 52 คน เรื่องยังไม่จบ เมื่อ 26 พฤศจิกายนพวกเขาทั้งคู่อนู่มุมไบในประเทศอินเดีย และทั้งคู่ก็อยู่ในเหตุการณ์ก่อการร้ายที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ เมื่อผู้ก่อการร้ายมุสลินหัวรุนแรงใช้ปืนยิงกราดและระเบิดหลายหน เหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน  6. Violet Jessop ไวโอเลต เจซซอป(2 ตุลาคม 1887 -5 พฤษภาคม 1971) เป็นพนักงานเสิร์ฟและพยาบาลบนเรือขนส่งที่สามารถรอดชีวิตจากเหตุการณ์เรือล่มสามครั้ง และหนึ่งในนั้นมีเรือไททานิกรวมอยู่ด้วย ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อเธออายุ 26 ตอนนั้นเธอทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟ บนเรือโอลิมปิกเรือดังกล่าวเป็นเรือพลเรือนสุดหรูที่ใหญ่ที่สุดในเวลานั้นเพราะมันยาวกว่าเรืออื่นๆ แต่แล้วตำนานของเธอก็เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 20 กันยายน 1911 เมื่อเรือโอลิมปิกดันไปชนกับเรือรบอังกฤษฮอว์คแต่เหตุการณ์นั้นไม่ค่อยรุนแรงนักอย่างมากก็แค่น้ำท่วมบนเรือและใบพัดบิดงอเท่านั้นเอง หลังจากนั้นนางไวโอเลตก็ตัดสินใจมาเป็นพนักงานเสิร์ฟอีกครั้ง บนเรือแห่งประวัติศาสตร์ไททานิก RMS Titanic และถ้าจำไม่ผิดเธอปรากฏในภาพยนตร์ไททานิกด้วย) จนกระทั้งเรือล่มเมื่อวันที่ 14 เมษายน 1912 เวลา 2340 น. เรือก็ชนกับภูเขาน้ำแข็งและเรือก็ล่ม ตอนนั้นเธอก็พยายามหนีตายเหมือนคนอื่น และเธอถูกสั่งให้ขึ้นบนด่านฟ้าเพราะเธอพนักงานที่พูดได้หลายภาษาที่สามารถควบคุมความวุ่นวายบนเรือได้ดี และเธอก็รอดชีวิตจากการลงเรือชูชีพพร้อมกับเด็กทารกที่ไม่รู้เป็นลูกของใครบนอ้อมอกของเธอ แต่สิ่งที่น่าเหลือเชื่อก็คือกันตัน เอ็ดเวิร์ด เจ. สมิธ กัปตันไททานิกที่เธอทำงานอยู่ก็เป็นกัปดันคนเดิมจากเรือโอลิมปิกด้วย นับว่าเป็นปาฏิหาริย์ที่หาได้ยากที่บุคคลหนึ่งอยู่ในอุบัติเหตุเรือล่ม 2 ครั้งโดยมีกัปตันคนเดียวกัน เรื่องราวของเธอยังไม่จบ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 เธอได้รับหน้าที่เป็นพยาบาลที่สภากาชาดอังกฤษ ในปี 1916 และได้อยู่ในคณะบนเรือบริทานิค His Majesty's Hospital Ship Britannic แต่แล้วเรือก็แล่นเข้าไปในดงทุ่นระเบิด และจมลงอย่างรวดเร็ว ส่วนเธอกระโดดลงในน้ำเพราะเรือชูชีพอยู่ไกลเกินไปจนหัวของเธอกระแทกกับกระดูกงูเรือจนเกือบตาย แต่ก็รอดมาด้วยก่อที่จะถูกเรือชูชีพช่วยเหลือ หลังจากที่เธอรอดชีวิต เธอยังคงทำงานบนเรือเดินทะเลต่อไป จนกระทั้งเกษียณตนเองและเสียชีวิตในปี 1971 ด้วยอาการหัวใจล้มเหลว  5. Robert Todd Lincoln โรเบิร์ตทอดด์ ลินคอล์น (1 สิงหาคม 1843 -- 26 กรกฎาคม 1926 )เป็น ชาวอเมริกัน ทนายความและ เสนาธิการทหาร และบุตรชายคนแรกของ ประธานาธิบดี อับราฮัมลินคอล์นและ แมรี่ทอดด์ลินคอล์น และเขาเป็นเพียงลูกคนเดียวในจำนวนสี่พี่น้องของลินคอล์นที่รอดชีวิตจนอายุเกินวัยรุ่น หลังจากนั้นเขาก็กลายเป็นพยานประวัติศาสตร์ที่เห็นการลอบสังหารของสามประธานาธิบดีที่แตกต่างกัน เริ่มจากพ่อของเขาประธานาธิบดีลินคอล์น ตอนนั้นโรเบิร์ต อายุ 21 ปี เขาต้องสูญเสียพ่อ ต่อหน้าต่อตา จากเขาก็พาตัวเองเข้าสู่เส้นทางการเมืองโดยได้รับเลือกให้เป็นเสนาธิการทหาร ในตอนนั้น เจมส์ เอ. การ์ฟิล์ด เป็นประธานาธิปดีสหรัฐฯ จนกระทั้งปี 1881 หลังจากเขาเข้ารับงานใหม่ได้เพียง 4 เดือน ประธานาธิบดีการ์ฟิล์ด ชวนให้เขาไปเที่ยวที่นิวเจอร์ซี่ย์ และก่อนที่ทั้งคู่จะได้ก้าวเท้าขึ้นรถไฟ การ์ฟิล์ดถูกยิงร่วงลงไปกองกับพื้น โชคดีที่มีคนช่วยเขาไว้ทันเลยรอดตาย จากนั้น 20 ปีไม่มีเหตุร้ายเกิดขึ้นเลย จนกระทั่ง เขาได้รับเชิญจากประธานาธิบดีวิลเลี่ยม แม็คกินลีย์ ที่เพิ่งได้รับเลือก ซึ่งเขากลับมาดำรงตำแหน่งเป็นรอบ 2 ผลคือ ในระหว่างประธานาธิบดีกล่าวปาฐคถาก็มีคนยิงเขา 2 นัด เขาบาดเจ็บหนัก 8 วันและหลังจากนั้นก็เสียชีวิตลง แม้ลินคอล์นไม่ได้เห็นเหตุการณ์เสียทีเดียว แต่เขาอยู่ในห้องนั้น และได้ยินเสียงปืน และด้วยความรู้สึกดังกล่าวนี้เองทำให้เขาปฏิเสธคำเชิญจากประธานาธิบดีทุกคนให้มาดำรงตำแหน่งนับจากวันนั้นเป็นต้นมา 4. Ann Hodges แอน เป็นมนุษย์คนเดียวในโลกที่ได้รับบาดเจ็บจากอุกกาบาตพุ่งชน เมื่อปี 1954 โดยหินดังกล่าวมีน้ำหนักถึง 4 กิโล โดนมันพุ่งทะลุฝ้ามาปาดสะโพกของเธอ แอน มีชื่อเต็มว่า แอน อลิซาเบธ ฮ็อด์จ (1923-1972) เป็นชาวเมืองซิลาคอกา มลรัฐอลาบาม่าสหรัฐอเมริกา เหตูการณ์ประวัติศาสตร์เกิดกับเธอเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ค.ศ. 1954 ในเวลาบ่ายเมื่อเธอกำลังงีบพักผ่อนอยู่บนโซฟา เกิดมีลูกอุกาบาตลุกเป็นไฟพุ่งลงมาจากท้องฟ้า ก่อนจะแตกออกเป็น 3 ชิ้น และ ใน 3 ขนาดเท่าส้มโอ (หนัก 4 กิโลกรัม) ทะลุหลังคาบ้านของเธอ ลงบนคอนโซลวางวิทยุที่ทำด้วยไม้ และกระเด็นมาโดนแขนและสะโพกของเธอ ทำให้เป็นบาดแผลฉีกขาดระหว่างที่พุ่งสู่พื้น อุกาบาตนี้ลุกเป็นไฟจนสามารถมองเห็นได้ในสามรัฐใกล้เคียง และเนื่องจากเป็นครั้งแรกเท่าที่มีการบันทึกมา ถึงการได้รับบาดเจ็บจากอุกาบาต ทำให้ข่าวนี้ได้รับการตีพิมพ์ไปทั่วโลกแต่เรื่องราววุ่นวายยังไม่จบ เมื่อกองทัพอากาศสหรัฐ ได้ส่งเฮลิคอปเตอร์มาเก็บอุกาบาตลูกนี้ไป แต่สามีของแอน ฮ็อด์จ ได้จ้างทนายต่อสู้ในชั้นศาลจนได้อุกาบาตลูกนี้กลับคืนมา แม้แต่เจ้าของบ้านที่แอน ฮ็อด์จ ก็อ้างกรรมสิทธิเหนืออุกาบาตนี้ เพราะต้องการที่จะขายเพื่อนำเงินมาซ่อมบ้าน มีการตั้งราคาขายไว้ที่ 5000 เหรียญสหรัฐ(ในขณะนั้น) แต่เมื่อเหตุการณ์ผ่านไปเป็นปี ความสนใจต่อเรื่องนี้ก็จางหายไป ครอบครัว แอน ฮ็อด์จไม่สามารถขายอุกาบาตรก้อนนี้ได้สำเร็จ แอน ฮ็อด์จ รู้สึกอึดอัดกับ การตกเป็นข่าวต่อสาธารณชนและต่อปัญหาขัดแย้งเรื่องกรรมสิทธิ์ของอุกาบาต เธอตัดสินใจบริจาคอุกาบาตรให้กับพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติรัฐอลาบม่า ทุกวันนี้มันถูกจัดแสดงแก่ประชาชนทั่วไปที่มหาลัยอลาบม่า 3. Roy Sullivan จากสถิตโอกาสที่มนุษย์จะมีโอกาสถูกฟ้าผ่าได้สองครั้ง(ในวันและเวลาที่แตกต่างกัน) แต่กระนั้นก็มีมนุษย์บางคน(และคนเดียวในโลก)ที่ถูกฟ้าผ่าเจ็ดครั้ง (นักคณิตศาสตร์ประเมินความเป็นไปได้ที่คนคนหนึ่งจะถูกฟ้าผ่า7 ครั้งมีโอกาสเพียงแค่ 1 ใน 16,000,000,000,000,000,000,000,000 (16 ตามด้วยศูนย์24 ตัว) รอย ซัลลิแวน (7 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1912 28 กันยายน ค.ศ. 1983) เป็นเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติชาวอเมริกัน ประจำอุทยานแห่งชาติเชนันโดอาห์ในรัฐเวอร์จิเนีย ช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1942 ถึง 1977 โดยที่ซัลลิแวนได้เคยถูกฟ้าผ่ามาแล้วถึงเจ็ดครั้งในช่วงเวลาที่ต่างกัน ซึ่งสามารถรอดชีวิตมาจากเหตุการณ์ดังกล่าวได้ทุกครั้ง ด้วยเหตุนี้เขาจึงได้รับฉายา "มนุษย์สายล่อฟ้า" เขาได้รับการยอมรับในบันทึกสถิติโลกกินเนสส์ในฐานะที่เคยได้รับอุบัติเหตุจากฟ้าผ่ามากกว่ามนุษย์คนอื่น ๆ ที่ยังคงมีชีวิตอยู่ ซึ่งเขาถูกฟ้าผ่าเจ็ดครั้งในวันและเวลาที่แตกต่างกันต่อไปนี้  1942 ซัลลิแวนถูกฟ้าผ่าครั้งแรกระหว่างประจำการอยู่บนหอคอยระฆังระวังไฟป่า สายฟ้าฟาดลงมาที่ปลายเท้า ผลลัพธ์คือเล็บหัวแม่โป้งเท้าหลุด 1969 ซัลลิแวนถูกฟ้าผ่าเป็นครั้งที่ 2 ระหว่างที่กำลังขับรถลงเขา ความแรงของกระแสไฟฟ้าทำให้เขาหมดสติและเผาขนคิ้วจนไหม้เกรียม 1970 ซัลลิแวนถูกฟ้าผ่าเป็นครั้งที่ 3 ระหว่างนั่งอยู่บนสนามหญ้า ทำให้ไหล่ซ้ายเป็นแผลไหม้ 1972 ซัลลิแวนถูกฟ้าผ่าเป็นครั้งที่ 4 ระหว่างที่เขาอยู่ในที่ทำการอุทยานฯ คราวนี้เขาเสียเส้นผม หลังจากถูกฟ้าผ่ามาแล้ว 4 ครั้ง รอยคิดว่าเขาต้องไม่ประมาท นับตั้งแต่นั้นมา เขาพกกระติกน้ำติดตัวตลอดเวลาเพื่อเอาไว้ดับไฟ วันที่ 7 สิงหาคม 1973 ขณะที่ขับรถอยู่นั้น ฟ้าผ่าก็ฟาดลงกลางศีรษะของรอยอย่างแรงจนเขากระเด็นออกมานอกรถ และเป็นอีกครั้งที่เขาต้องเสียเส้นผม วันที่ 5 มิถุนายน 1976 ซัลลิแวนเห็นก้อนเมฆลอยตามเขาเหมือนจงใจ รอยเดาได้ทันทีว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเขา จึงพยายามวิ่งหนีแต่ก็ไม่พ้น เขาถูกฟ้าผ่าเป็นครั้งที่ 6 ตรงบริเวณลานตั้งแคมป์ วันที่ 25 มิถุนายน 1977 ซัลลิแวนถูกฟ้าผ่าเป็นครั้งที่ 7 ระหว่างที่กำลังนั่งตกปลา คราวนี้ค่อนข้างจะโดนหนักหน่อย เขาถูกหามส่งโรงพยาบาลเพราะหน้าอกและท้องเป็นแผลไฟลวก แต่การรอดชีวิตจากฟ้าผ่านั้นมันไม่ดีเสียเลยเมื่อผู้คนต่างพยายามหลีกเลี่ยงที่จะไม่อยู่ใกล้กับซัลลิแวน ในช่วงหลังอันเนื่องมาจากการกลัวถูกฟ้าผ่า และนี่จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียใจสำหรับเขา ครั้งหนึ่งเขาได้เคยกล่าวไว้ว่า "เช่น เมื่อผมเดินไปกับหัวหน้าพิทักษ์ป่าในวันหนึ่ง ได้มีฟ้าผ่าลงมา หัวหน้าได้กล่าวว่า ผมจะขอไปหาคุณในภายหลังก็แล้วกัน ในวันที่ 28 กันยายน ค.ศ. 1983 ซัลลิแวนได้เสียชีวิตลงในวัย 71 ปี ด้วยการยิงตัวเองเข้าที่ช่องท้อง หมวกเจ้าหน้าที่สองใบของเขาได้รับการจัดแสดงในกินเนสส์เวิลด์เอ็กฮิบิทฮอลในนครนิวยอร์กและรัฐเซาท์แคโรไลนา 2. Jeanne Rogers จีนน์ โรเจอร์ อาจเป็นผู้หญิงชาวอเมริกาที่โชคร้ายที่สุดในโลกที่เรื่องราวของเธอเต็มไปด้วยความโชคร้ายเล็กๆ น้อยไปจนถึงเกือบเอาชีวิตไม่รอด เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เคยถูกยิง ถูกขโมยเงิน ถูกรัดคอ ถูกฟ้าผ่า(2 ครั้ง) ตกลงไปท่อระบายน้ำ เกือบจมน้ำตายเพราะเมื่อแต่ถอยหลังเพื่อถ่ายรูปเพื่อน แต่ที่แปลกที่สุดคือครั้งหนึ่งในขณะเดินเล่มดันจู่ๆ ก็มีค้างคาวติดบนหัวของเธอ เธอเลยขอคนมาช่วยเหลือ แต่กลายเป็นว่าทุกคนที่เห็นเธอต่างตกใจตะโกนลั่น ทำให้ค้างคาวตกใจและข่วนหน้าเธอแถมยังฉี่ใส่หัวเธออีก แต่กระนั้นเธอยังบอกว่าเธอไม่ได้คิดว่าเธอถูกสาปแช่ง เธอยังคิดว่ามีเทวดาอยู่บนไหล่ของเธอด้วยซ้ำไป 1. Tsutomu Yamaguchi สึโตมุ ยามางูชิ ( 16 มีนาคม 1916 - 4 มกราคม 2010) เป็นวิศวกรของบริษัทอุตสาหกรรมหนักมิตซูบิชิ ชาวญี่ปุ่น ที่รอดชีวิตจากฮิโรชิมาและนางาซากิจากเหตุการณ์นิวเคลียร์ถล่ม ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แม้ว่าเขาจะเป็นคนในจำนวน 160 ที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ระเบิดสองครั้ง แต่เขาเป็นคนเดียวที่ได้รับยอมรับจากรัฐบาลญี่ปุ่นว่าเป็นผู้รอดชีวิตดังกล่าว เช้าตรู่วันที่ 6 สิงหาคม 1945 ในช่วงท้ายของสงครามโลกครั้งที่สอง ตอนนั้นสึโตมุกำลังเดินเล่นยามเช้าที่สงบเงียบที่เมืองฮิโรชิ เหมือนปกติทุกครั้ง จนกระทั้งเวลา 08.15 น.ทันทีที่ เขาก้าวลงจากรถราง เขาก็อยู่ในเหตุการณ์ระเบิดนิวเคลียร์ถล่มเมือง ซึ่งห่างจากเขาไปไม่ถึง 3 กิโลเมตร เขาได้รับบาดเจ็บหูฉีกขาด นัยน์ตาบอดชั่วคราว ร่างกายท่อนบนซีกซ้ายถูกไฟเผา แต่ความเสียหายต่อร่างกายของเขายังน้อยกว่า 140000 ชีวิตซึ่งสูญสิ้นไปพร้อมกับฮิโรชิมาที่ราบเป็นหน้ากลองในพริบตา ทิ้งอีกหลายหมื่นชีวิตทุกข์ทรมานด้วยพิษระเบิด เขารอดชีวิตมาได้เนื่องจากอยู่ห่างจากจุดที่ระเบิดลงสามกิโลเมตร ผ่านหนึ่งคืนที่ฮิโรชิมา วันถัดสึโตมุก็ตัดสินเดินทางจากเมืองฮิโรชิม่ากลับบ้านเกิดที่ นางาซากิ เขาถึงบ้านในวันที่ 8 สิงหาคม และแน่นอนที่นางาซากิเขาก็เจอระเบิดนิวเคลียร์อีกรอบ ระเบิดครั้งนี้ทำลายนางาซากิก็พินาศย้ายยับ 70000 ชีวิตตายอย่างอนาถ โดยเวลานั้นเขาอยู่ห่างจากจุดที่ระเบิดลงสามกิโลเมตร เขารอดชีวิตแต่กระนั้นเขาก็เป็นโรคมะเร็งร้ายจากกัมมันตภาพรังสีครั้งนี้ และตลอดชีวิตที่เหลือ เขาเป็นผู้ที่ต่อต้านระเบิดปรมาณู เขากล่าวว่า "ผมไม่อาจเข้าใจว่าทำไมโลกไม่สามารถเข้าใจความหายนะของระเบิดปรมาณู ทำไมพวกเขายังพัฒนาอาวุธร้ายเหล่านี้อีกไม่หยุดยั้ง" สึโตมุ ยามางูชิเสียชีวิตจากโรคมะเร็งในกระเพาะอาหาร เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2010 รวมอายุ 93 ปี ขอบคุณที่มา  http://pantip.com/topic/31161223

Protect the boss เจ้านายข้า ใครอย่าแตะ 17
Protect /  the / 

เรื่องราวของโนอึนซอล (รับบทโดย ชเว คังฮี) หญิงสาวที่กำลังว่างงาน แต่ท้ายที่สุดเธอก็ได้งานทำในตำแหน่งเลขา ของชาจีฮอน (รับบทโดย จีซอง) หนุ่มมาดเท่ห์ที่เป็นเจ้านายของเธอ ซึ่งเป็นลูกชายทายาทธุรกิจรุ่นที่ 2 ของกลุ่มบริษัทใหญ่ ผู้ซึ่งมีทัศนคติที่ยอดแย่ ส่วนคิมแจจุง รับบทเป็น ชามูวอน ?เจ้าชายแห่งวงการธุรกิจการเงินระดับโลก? ผู้ซึ่งมีอิทธิพล และวังจีเฮ รับ บทเป็น ซอนายุน ทนายความสาวผู้สุดแสนจะเพอร์เฟ็ค ทั้ง 4 คนเตรียมมาพัวพันในเรื่องราวของรักสามเส้า

ตร. ตั้งค่าหัว 5 หมื่น ล่า 'เบนซ์ ท่าทราย'
ข่าวจังหวัดกาญจนบุรี /  ข่าววันนี้ / 

ตำรวจสุพรรณบุรี ตั้งค่าหัว เบนซ์ ท่าทราย 50,000 บาท สำหรับคนชี้เบาะแส สกัดแนวชายแดนล่าตัว ความคืบหน้าการติดตาม "เบนซ์ ท่าทราย" ในพื้นที่ชายแดนสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี วันนี้ พล.ต.ต.ชัชชรินทร์ สว่างวงศ์ ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี พ.ต.อ.ประสพชัย มัตสยวนิชกุล ผกก.กก.สส.2 บก.สส.ภ.7พ.ต.อ.ไพฑูรย์ อยู่พะเนียด ผกก.สภ.ศรีประจันต์ เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อประสานงานและเตรียมความพร้อมที่จะรอรับตัว "เบนซ์ ท่าทราย" ใช้เวลาประชุมประมาณ 30 นาที จากนั้นได้เดินทางไปประสานเจ้าหน้าที่ด่านจุดตรวจจุดสกัด ตามเส้นทาง อ.สังขละบุรี-บ้านพระเจดีย์สามองค์ หมู่ 9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จุดตรวจร่วมถาวรบ้านน้ำเกริ๊ก โดยประสานขอความร่วมมือ พร้อมทั้งประกาศว่า จะให้รางวัลแก่ผู้สามารถจับกุม เบนซ์ ท่าทราย จำนวน 50,000 บาท ขณะที่ พ.ต.อ.วีระ วิจิตรหงษ์ ผกก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.ท.สิงหา วังวงศ์ทอง รอง ผกก.ป.ฯ พ.ต.ท.จุมพล เลขสุนทรากร รอง ผกก.สส.สภ.สังขละบุรี และาตำรวจสืบสวนกาญจนบุรีกับสืบสวนสังขละบุรี มาประชุมร่วมกันที่บริเวณจุดผ่อนปรนทางการค้าบ้านพระเจดีย์สามองค์ โดยนำรูปภาพถ่ายของ เบนซ์ ท่าทราย พร้อมเครือข่าย และประสานงานเตรียมความพร้อมในการรับตัว .............................................................................................. ข่าวที่เกี่ยวข้อง ตร.ยันเบนซ์ท่าทรายใส่ร้ายหลังถูกกดดันหนัก จากกรณี นายอดิศักดิ์ หรือ เบนซ์ ศรีสะอาด อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54/70 หมู่ 6 ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับคดียาเสพติดได้โพสต์เฟชบุ๊กส่วนตัวที่ใช้ชื่อว่า “เบนซ์ ท่าทราย” ...

รถเก๋งเสียหลัก หักหลบแท่งแบริเออร์เจ็บ4ราย
คลอง4 /  รถเก๋งเสียหลัก / 

เกิดอุบัติเหตุรถเก๋งหักหลบแท่งแบริเออร์กลางถนน บริเวณถนนรังสิต-นครนายก (คลอง4) ชนเสาไฟฟ้า เจ็บ 4 ราย พ.ต.ท. บุญยิ่ง บัณฑิตไทย สารวัตรสอบสวน สภ.ธัญบุรี ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถชนเสาไฟฟ้าเกาะกลางถนนและมีผู้ได้รับบาดเจ็บบริเวณ ถนนรังสิต-นครนายก (คลอง4) ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จึงไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า หมายเลขทะเบียน 3 กม 6231 กทม. สภาพพัง ยับเยินทั้งคัน ชนอยู่กับเสาไฟฟ้าสว่างกลางถนนจนล้มขวางถนนอยู่ส่วนคนขับพร้อมเพื่อนทั้งหมด 4 คนได้รับบาดเจ็บ จ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งโรงพยาบาลภูมิพล จากการสอบถาม นายวีร์ (นามสมมติ) คนขับรถซึ่งอยู่ในอาการตกใจและมึนงง ตนพร้อมเพื่อนกำลังจะขับรถกลับบ้านย่านรังสิต เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุมีแท่งแบริเออร์เป็นพลาสติกสีส้มตั้งขวางถนนอยู่ทาง ช่องเลนขวาจึงหักรถหลบและมาเสียหลักชนกับเสาไฟสว่างจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ทาง ด้านพ.ต.ท.บุญยิ่ง บัณฑิตไทย สารวัตรสอบสวน สภ.ธัญบุรี ได้กล่าวว่าสำหรับแท่งแบริเออร์เป็นพลาสติกสีส้ม เป็นที่กั้นให้รถตีวงเลี้ยวกลับรถ แต่จะตั้งชิดเลนส์ขวาสุด แต่แท่งแบริเออร์เป็นพลาสติกสีส้มนี้มีการดึงออกมากลางถนนมากไปจนทำให้รถที่ วิ่งมาด้วยความเร็วไม่ทันระวังจึงชนเข้าเต็มแรงรถเสียหลักจนทำให้มีผู้ได้ รับบาดเจ็บดังกล่าวและจะประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวเร่งดำเนินการต่อไป ข่าวที่เกี่ยวข้อง 10ปีคนไทยเสียชีวิตอุบัติเหตุบนถนน1.1แสนคน นาทีระทึก! อุบัติเหตุ รอดตายเพราะเสาไฟฟ้า เด็กม.4 ขี่จยย.ลืมเอาขาตั้งขึ้น เสียหลักชนรถทัวร์ดับ1เจ็บ1 สุดยอด! วีรกรรม2ฮีโร่พ่อลูก ช่วยสาวติดในรถไฟไหม้ ข้างทาง

ลี ชอง เหว่ย ถึงไทยเตรียมแข่งแบดเทิดไท้องค์ราชัน
นายเจน ปิยะทัต /  ลี ชอง เหว่ย / 

ลี ชอง เหว่ย นักแบดมินตันมือ 1 ของโลก ที่ถูกสหพันธ์แบดมินตันโลก สั่งห้ามลงแข่งขันแบดมินตันชั่วคราว ระหว่างรอการตัดสิน หลังถูกตรวจพบว่าใช้สารกระตุ้น ได้เดินทางมาถึงเมืองไทยช่วงเช้าวันที่ 21 พ.ย.57 เพื่อเตรียมลงแข่งแบดมินตันรายการพิเศษ ที่อินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก วันที่ 5 ธันวาคม 2557 โดยนายเจน ปิยะทัต ประธานสโมสรแบดมินตัน แกรนด์นูลาร์ ได้โพสกำหนดการของลี ชอง เหว่ย ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า วันที่ 21 พฤศจิกายน เวลา 09.00 น. ลี ชอง เหว่ย จะบินกำหนดเดินทางมาถึงประเทศไทย ที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ด้วยเที่ยวบิน TG420 จากนั้นก็จะเดินทางไปลงนามถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่โรงพยาบาลศิริราช และในช่วงบ่าย ก็จะร่วมแถลงข่าวแบดมินตันรายการ “แบดมินตันไทย เทิดไท้องค์ราชัน” ที่โรงแรมบันยันทรี ย่านสาธร รวมถึงอาจจะเปิดใจต่อสื่อมวลชน เรื่องของการถูกตรวจพบสารต้องห้ามด้วย ทั้งนี้การเดินทางมาของ ลี ชอง เหว่ย นอกจากจะแข่งแบดมินตันรายการพิเศษแล้ว ยังจะเปิดคลีนิคสอนแบดมินตันให้กับเยาวชนร่วมกับ คู เคียน เคียต นักแบดเพื่อนร่วมชาติ ที่สโมสรแบดมินตัน แกรนด์นูลาร์ ซอยสวนผัก 50 ในช่วงบ่ายวันที่ 22 พ.ย.นี้ด้วย

หน้าผาอัศจรรย์ ผาช่อ ดอยหล่อ อุทยานแห่งชาติแม่วาง เชียงใหม่
unseen /  ดอยหล่อ / 

อากาศเย็นๆ แบบนี้ หลายคนคงออกไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ โดยภาคเหนือน่าจะได้รับความนิยมสุดๆ ซึ่งหากใครที่แวะเวียนไปเที่ยวเชียงใหม่ อย่าลืมแวะเที่ยว อุทยานผาช่อ ดอยหล่อ แม่วาง เชียงใหม่ ด้วยนะคะ ภาพนี้อัพเดทเมื่อวันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2557 ค่ะ เที่ยวชม หน้าผาอัศจรรย์ ผาช่อ ดอยหล่อ อุทยานแห่งชาติแม่วาง เชียงใหม่ ผาช่อ เป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติที่เกิดจากการกัดเซาะของลมฝน จนทำให้แผ่นดินที่เชื่อกันว่าเมื่อหลายร้อยปี หรือพันปีก่อนบริเวณแห่งนี้ เคยเป็นทางเดินของแม่น้ำปิง ซึ่งสังเกตได้จากก้อนกรวดหินกลมมนกระจัดกระจายอยู่ในเนื้อดินจำนวนมาก จนกระทั่งแม่น้ำปิงได้เปลี่ยนสายย้ายทิศไหลผ่านไปที่อื่น บริเวณนี้ก็ได้ถูกยกตัวเป็นเนินเขาสูง ตะกอนแม่น้ำปิงก่อตัวทับถมกันเป็นชั้นๆ ผ่านกลายเวลาและถูกกัดเซาะจนกลายเป็นหน้าผาและเสาดินที่มีรูปร่างแปลกตา คล้ายกับที่แพะเมืองผีในจังหวัดแพร่ หรือฝั่งต้าในจังหวัดพะเยา มีลวดลายที่สวยงามและมีขนาดใหญ่มีความสูงราว 30 เมตร สูง เทียบเรือนยอดไม้ ครอบคลุมพื้นที่อาณาบริเวณกว้าง หากคุณจะมาชมผาช่อต้องขับรถมาที่ ตำบลยางคราม อำเภอดอยหล่อ ซึ่งเป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ จากนั้นติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานเป็นไกด์นำทางพาเดินเข้าไปชมผาช่อ ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมง ก็เที่ยวได้ครบ กิ่วเสือเต้น เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถมาเที่ยวควบกันได้กับผาช่อ เป็นประติมากรรมธรรมชาติที่คล้ายกับผาช่อ อยู่ห่างจากผาช่อประมาณ 1 กิโลเมตร ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลยางคราม , ตำบลเดียวกัน และมีความสวยงามไม่แพ้กัน ลวดลายแตกต่างออกไปแต่มีก้อนกรวดและหินที่มากกว่า มองเห็นได้ชัดเจนกว่าผาช่อและมีความสูงน้อยกว่าผาช่อ สำหรับคนที่มานอนค้างแรมที่อุทยานฯ วันแรกคุณอาจเลือกเที่ยวที่ดอยผาตั้ง โดยการเดินป่าค้างแรมบนเขา วันที่สองกลับลงจากดอยแล้วค่อยมาเที่ยวผาช่อแฃะกิ่วเสือเต้นก็ได้ ดอยผาตั้งเป็นยอดดอยที่มีความสูงประมาณ 1,909 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ตั้งอยู่ที่ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาดอยอินทนนท์จึงมีอากาศที่หนาวเย็นตลอดปี สามารถมาเดินป่าชมทัศนียภาพได้อย่างสวยงาม ตามแนวสันเขามีลมพัดแรงจึงไม่มีต้นไม้ใหญ่บดบังทิวทัศน์ ชมวิวได้สวยตลอดเส้นทาง ส่วนใครที่ไม่อยากเดินดอยให้เมื่อย มาเที่ยวชมผาช่อเดินกลับเหนื่อยๆ ในอุทยานฯ ก็ยังมีน้ำตกหลายสายให้ลงเล่นน้ำผ่อนคลายด้วย เช่น น้ำตกขุนป๊วย น้ำตกปลาดุกแดง น้ำตกโป่งน้อย น้ำตกโป่งสมิด ฯลฯ น้ำตกส่วนใหญ๋จะอยู๋ในเขตอำเภอแม่วาง แต่ที่นิยมมากคือ น้ำตกแม่วาง เพราะอยู่ใกล้กับผาช่อ เป็นน้ำตกชั้นเดียวสูงประมาณ 20 เมตร กว้างราว 10 เมตร น้ำไหลลาดลงแอ่งเบื้องล่าง บรรยากาศร่มรื่น มีน้ำไหลตลอดปี เหมาะเป็นที่มาคลายร้อนหลังจากเดินเที่ยวมาเหนื่อยๆ ได้ดีทีเดียว หากตัดโปรแกรมเดินป่าเที่ยวดอยผาตั้งออกไป คุณจะใช้เวลาเที่ยวชมฝาช่อและกิ่วเสือเต้นเกือบวัน จากนั้นช่วงบ่ายจึงขับรถไปเที่ยวที่ดอยอินทนน์ได้ เป็นโปรแกรมเที่ยวต่อเนื่องในเส้นทางหลวงหมายเลข 108 ที่น่าสนใจอีกเส้นทางหนึ่งของเชียงใหม่ การเดินทางไปผาช่อ ผาช่อ ตั้งอยู่ภายในบริเวณ อุทยานแห่งชาติแม่วาง อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ หากเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ ให้ไปตามทางหลวงหมายเลข 108 (เชียงใหม่ – ฮอด) ระยะทาง 21 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวขวาไปอำเภอแม่วางตามถนน รพช.12039 และถนน รพช. 10240 (แม่วิน – บ่อแก้ว) ระยะทางราว 36 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่วาง เป็นถนนลาดยางอย่างดีตลอดเส้นทาง) ช่วงเวลาการท่องเที่ยว : ตลอดปี สวยที่สุดในฤดูหนาว ข้อมูลจาก http://thai.tourismthailand.org/ ภาพจากคุณ Fayo Oo

Protect the boss เจ้านายข้า ใครอย่าแตะ 5
Protect /  the / 

เรื่องราวของโนอึนซอล (รับบทโดย ชเว คังฮี) หญิงสาวที่กำลังว่างงาน แต่ท้ายที่สุดเธอก็ได้งานทำในตำแหน่งเลขา ของชาจีฮอน (รับบทโดย จีซอง) หนุ่มมาดเท่ห์ที่เป็นเจ้านายของเธอ ซึ่งเป็นลูกชายทายาทธุรกิจรุ่นที่ 2 ของกลุ่มบริษัทใหญ่ ผู้ซึ่งมีทัศนคติที่ยอดแย่ ส่วนคิมแจจุง รับบทเป็น ชามูวอน ?เจ้าชายแห่งวงการธุรกิจการเงินระดับโลก? ผู้ซึ่งมีอิทธิพล และวังจีเฮ รับ บทเป็น ซอนายุน ทนายความสาวผู้สุดแสนจะเพอร์เฟ็ค ทั้ง 4 คนเตรียมมาพัวพันในเรื่องราวของรักสามเส้า

เจ้าหญิงใกล้เผยโฉม! ในทีเซอร์จาก Cinderella ฉบับคนแสดง พร้อมรอตัวอย่างเต็มอีกอึดใจเดียว
Cinderella /  footage / 

เป็นอีกหนึ่งเรื่องจาก วอลท์ ดิสนีย์ ที่แฟนๆ ต่างเฝ้ารอกับภาพยนตร์ Cinderella เจ้าหญิงรูปงามกับรองเท้าแก้ว ที่เคยประกาศศักดาในฉบับการ์ตูนจนหลงรักกันไปทั่วโลก แต่ครั้งนี้ นางซินจะกลับมาในรูปแบบของภาพยนตร์คนแสดงเต็มรูปแบบ ที่จะสานฝันของผู้ชม สู่โลกแห่งเทพนิยายเจ้าหญิงกันอีกครั้ง โดยล่าสุด Cinderella ได้ปล่อยทีเซอร์ใหม่ ที่เผยฟุตเทจเล็กๆน้อยๆ มาเรียกน้ำย่อยคุณผู้ชมกันแล้ว ภาพยนตร์ Cinderella บอกเล่าเรื่องราวของ เอลล่า (ลิลี่ เจมส์) สาวน้อยที่พ่อผู้เป็นพ่อค้าของเธอ ได้แต่งงานใหม่หลังจากการสูญเสียแม่ ด้วยความที่อยากจะให้กำลังใจพ่ออันเป็นที่­รัก เอลล่า ให้การต้อนรับแม่เลี้ยงคนใหม่ (เคท บลันเชตต์) รวมไปถึงลูกเลี้ยงของเธอ อนาสตาเซีย (ฮอลิเดย์ เกรนเจอร์) และ ดริสเซลล่า (โซฟี แมคชีร่า) สู่บ้านของเธอ แต่เมื่อพ่อได้ด่วน­จากไปอย่างกะทันหัน เธอพบว่าตัวเองได้ตกอยู่ภายใต้ความดูแลที่เต็มไปด้วยความอิจฉาโหดร้ายและทำให้กลายเป็นเพียงคนรับใช้สาวที่ร่างกายเต็มไปด้วยขี้เถ้า และถูกเปลี่ยนชื่­อ เป็น ซินเดอเรลล่า เธอเริ่มสิ้นหวัง แต่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดนี้ เธอตั้งใจที่จะรักษาคำพูดสุดท้ายของแม่ ที่บอกให้เธอมี ความกล้าหาญและจิตใจที่ดี เธอจะไม่ยอมแพ้ต่อความสิ้นหวังหรือเหยียดห­ยามคนที่มารังแกเธอ  และเมื่อเธอได้พบกับชายหนุ่มแปลกหน้าผู้มี­เสน่ห์ ภาย ในป่าโดยไม่รู้มาก่อนว่าเขาคนนั้นคือเจ้าชาย หรือแม้แต่กระทั่งเป็นคนในราชสำนัก เอลล่า รู้สึกเหมือนได้พบกับจิตใจอันดีงาม โชคชะตาของเธอกำลังจะเปลี่ยนไปเมื่อราชวัง­ได้ประกาศเชิญให้หญิงสาวทั่วราชอาณาจักรมา­เข้าร่วมงานเลี้ยงเต้นรำ ความหวังของเอลล่าส่องประกายอีกครั้งกับกา­รที่จะได้พบกับ คิท เจ้าเสน่ห์ (ริชาร์ด แมดเดน) แต่แม่เลี้ยงของเธอกลับไม่อนุญาตให้เธอไปร­่วมงาน และทำลายชุดไปงานเลี้ยงของเธอเป็นเส­ี่ ยงๆ แต่ด้วยข้อดีของเทพนิยาย ความช่วยเหลือจึงมาทันเวลา เมื่อสตรีขอทานผู้ใจดี (เฮเลน่า บอนแฮม คาร์เตอร์) ได้ก้าวเข้ามาพร้อมกับฟักทองและหนูอีกสองส­ามตัว ที่จะเปลี่ยนชีวิตของซินเดอเรลล่าไปตลอดกา­ล ขอย้ำว่านี่เป็นน้ำจิ้มเล็กๆ ขอให้คุณผู้ชมเตรียมติดตามตัวอย่างหนัง Cinderella  อีกไม่เกิน 2 วัน มาแน่นอน แฟนๆ เจ้าหญิงนับถอยหลังรอกันได้เลย และหลงใหลไปกับภาพยนตร์ฉบับเต็มได้ในวันที่ 12 มี.ค. 2015 ----------------------------

ตีแผ่ความเชื่อ บูชาซากศพ จากไสยศาสตร์ สู่ตลาดมืด
DHL /  ข่าววันนี้ / 

ตีแผ่ความเชื่อ บูชาซากศพ จากไสยศาสตร์ สู่ตลาดมืด  ทำเอาผงะไปตามๆกัน เมื่อเจ้าหน้าที่รับส่งสินค้าระหว่างประเทศ บริษัท ดีเอชแอล เอ็กซเรย์กล่องพัสดุ บรรจุชิ้นส่วนมนุษย์ แบ่งแยกย่อยออกเป็น 5 กล่องแช่ฟอมาลีน เตรียมส่งออกไปยัง เนวด้า ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา จนกระทั่งความแดงว่า ชิ้นส่วนเหล่านี้หลุดมาจากพิพิธภัณฑ์ในศิริราช โดยมาจากส่วนจัดแสดงกลางในตึกอดุลยเดชวิกรม ชั้น 2 และจากภาควิชากายวิภาค 2 ชิ้น และนิติเวช 3 ชิ้น เกิดข้อฉงนสงสัย เหตุใด จึงมีการลักลอบซื้อขาย ส่งออกชิ้นส่วนมนุษย์ จากการตรวจสอบพบว่า ชิ้นส่วนมนุษย์ มีการลงยันต์แบบโบราณ เชื่อกันว่าตรงส่วนที่เป็นยันต์จะเอาไปทำพิธีซื้อขายในราคาแพง ทั้งนี้ ในปัจจุบัน ชาวต่างชาติเริ่มให้ความสนใจ สะสมเครื่องรางของขลัง ตั้งแต่พระเครื่อง ตะกรุด ปลัดขิก วัตถุโบราณ โดยเชื่อว่า ป้องกันภัยอันตรายได้ เสริมเสน่ห์บารมี เมตตามหานิยม ทำมาค้าขายขึ้น หลายคนจึงเสาะแสวงหาไว้พกติดตัว ยิ่งเครื่องรางของขลังที่ทำมาจากอวัยวะมนุษย์ ยิ่งทำให้มีอิทธิ์ฤทธิ์แแรงกล้า จนกลายเป็นตลาดมืดซื้อขายกัน อย่างไรก็ดี การซื้อขายชิ้นส่วนมนุษย์ ถือเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย นับเป็นการกระทำที่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน ตามมาตรา 150 ป.พ.พ. แม้อวัยวะมนุษย์จะเป็นทรัพย์เพราะเป็นวัตถุมีรูปร่าง ซึ่งอาจมีราคาและถือเอาได้ตามความในมาตรา 137, 138 ป.พ.พ. แต่อวัยวะไม่อาจเป็นสินค้าในสัญญาซื้อขายเพื่อให้มีผู้ใดผู้หนึ่งเป็นเจ้าของได้ และไม่อาจโอนให้แก่กันโดยชอบด้วยกฎหมาย ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น อวัยวะมนุษย์จึงเป็นทรัพย์นอกพาณิชย์ตามมาตรา 143 ป.พ.พ. กล่าวคือไม่สามารถนำอวัยวะมาซื้อขายกันได้ในระบบการค้าพาณิชยกรรม ส่วนใหญ่ที่นิยม จะเป็นซากทารกที่ทำเป็นกุมารทอง เมื่อย้อนกลับไปเมื่อปี 2555 เกิดกรณีเช่นเกียวกันกับการจับกุมนายโจว ฮอง ฮุน ชายชาวไต้หวัน พร้อมของกลางซากทารกปลุกเสก 6 ซาก ที่ผ่านพิธีกรรมการทำกุมารทอง ภายในโรงแรมย่านเยาวราช สารภาพรับซากกุมารทองไปขายต่อ ที่ประเทศไต้หวัน เพราะมีกลุ่มคนที่มีความเชื่อว่า ซากทารกหรือกุมารทองเหล่านี้จะสามารถเสริมดวง ความร่ำรวย และลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกมีเงิน ทั้งพ่อค้าแม่ค้า ดารา รวมไปถึงนักการเมือง จริงหรือ ที่เลี้ยงกุมารทองแล้วจะโชคดี มีลาภมา ต้องเรียกว่าเป็นความเชื่อและวิจารณญารส่วนบุคคลเช่นกัน ที่ผ่านมา คนไทยมักจะได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับกุมารทองบ่อยครั้ง ตามตำนานเล่าขานว่า วิญญาณของเด็กที่ตายในท้องแม่หรือที่เรียกว่า ตายทั้งกลม ผู้มีวิชาอาคมจะไปนำพาวิญญาณเด็ก นั้นมาเลี้ยงไว้เป็นลูก โดยจะต้องนำมาประกอบพิธีกรรมซึ่งจะทำในเวลากลางคืน นำศพทารกไปเผาหรือย่างไฟให้แห้ง ลงรักปิดทองให้ทั่วทั้งตัวเลี้ยงเอาไว้ เหมือนลูก และต้องให้ข้าวน้ำเซ่นสรวงและต้องเรียกให้กินข้าว หากเลี้ยงดี ก็จะเกิดผลดีกับตัว ส่วนกรณีของชาวชาวมะกันขโมยชิ้นส่วนมนุษย์นั้น ยังไม่มีข้อสรุปแน่ชัดว่า ชาวต่างชาตินั้นจะนำชิ้นส่วนเหล่านี้ไปทำอะไรกันแน่  การจับกุมตัวก็ทำได้แค่ออกหมายจับ เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปล่อยตัวกลับไป ในที่สุดแล้วนักท่องเที่ยวทั้งสองคนได้เดินทางออกนอกประเทศไทยไปแล้ว เครื่องรางของขลังทั้งหลาย เป็นเพียงความเชื่อ สุดท้ายแล้วชีวิตจะดีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการกระทำของตัวเราเอง ที่จะเลือกดำเนินไปอย่างไร แน่นอนว่าหากจิตใจดี ประพฤติดี สุดท้ายผลดีย่อมเกิดให้เห็นได้ไม่ช้าก็เร็ว MThai News ข่าวที่เกี่ยวข้อง ตะลึง! ล้างป่าช้าลำปางเจอศพเด็กไม่เน่าเปื่อย สยอง! พบศพทารก-แผ่นหลังลงยันต์ ในกล่องพัสดุเล็งส่งไปอเมริกา รอยสัก ยันต์ ความเชื่อ! (Thai Tattoos) ฮือฮา พบศพเด็กหญิง15ปี ถูกแช่แข็งนาน500ปี สภาพสมบูรณ์

ลักพาตัว ค้ามนุษย์ แบบมีใบเซอร์ มีอาการทางจิตยินดีเปลี่ยนคืน!!!
ค้ามนุษย์ /  ผู้หญิง / 

เรื่อง ลักพาตัว อาจดูเหมือนเป็นเรื่องที่ไกลตัว จากเราๆ แต่ในหลายๆ ประเทศ มีคดีลักพาตัว และ คนหาย เกิดขึ้นทุกวัน  แล้ว ชีวิตของเหยื่อเหล่านั้น หลังจากถูกจับไปล่ะ จะเป็นอย่างไร และนี่คือ เรื่องจริง ข่าวสะเทือนขวัญล่าสุด จากประเทศจีน... (ภาพที่ใช้เป็นเพียงภาพประกอบ ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา) เมื่อกลางดึกวันที่ 21 พ.ย.  57 ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐบาลจีน ได้จู่โจมเข้าจับกุม ผู้ต้องสงสัยในคดี  ค้ามนุษย์ ทั้ง 8 คน พร้อมหัวหน้าแก๊งค์  หลังติดตามสืบคดีของ 2 แก๊งค์ค้ามนุษย์ มาพักใหญ่ ณ บ้านของนายหยาน มณฑลอานฮุย ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นที่กักขังหน่วงเหนี่ยว ข่มขืน และค้ามนุษย์  พบหลักฐาน คือ หญิงสาวผู้เป็นเหยื่อไม่ระบุจำนวน ที่ถูกนายกง นายจาง และ นายซู่ ลักพาตัวมาจากย่าน หนานจิง ซูโจว เหอเฝย เปียงปู้และจากเมืองใกล้เคียง ถูกกักขังอยู่ภายในห้องมืดในส่วนหลังบ้าน หญิงสาวทั้งหมดอาศัยอยู่รวมกันในห้อง 2 ห้องที่ไม่มีไฟ ไม่มีหน้าต่าง  เพื่อรอลูกค้ามาเลือกซื้อตามความพอใจ the China Youth Daily หนังสือพิมพ์แห่งพรรคคอมมิวนิสต์ยุวชน ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า เหยื่อผู้หญิงที่ถูก  ลักพาตัว มา จะถูกนำมาจำหน่ายต่อในราคา 10,000 หยวน - 20,000 หยวน ต่อคน (คิดเป็นเงินไทยราว 50,000 กว่าบาท - 100,000 กว่าบาทโดยประมาณ) ส่วนเงินที่ได้มา ก็จะนำมาแบ่งรายได้กันภายในแก๊งค์ โดย คนที่ทำหน้าที่ลักพาตัวจะได้ส่วนแบ่งเป็นจำนวนมากที่สุด และหากเหยื่อสาวคนใดมีอาการทางจิต ลูกค้าเหล่านั้นสามารถนำมาแลกเปลี่ยนคืนสินค้าได้ ตามสัญญาการขายจากแก๊งค์ค้ามนุษย์แก๊งค์นี้ จากการบุกเข้าค้นบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐบาลจีนพบหลักฐานมัดตัวผู้ต้องสงสัยอย่างแน่นหนา เช่น รายชื่อและเบอร์โทรลูกค้า สัญญาการซื้อ - ขาย ซึ่งได้ระบุเงื่อนไข ข้อมูลการลักพาตัวหญิงสาว และ ราคาค่าตัวเหยื่อ สำหรับการซื้อขายหญิงสาวบางรายถึงขั้นมีใบรับรองว่า ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ผ่านการศัลยกรรมใดใดทั้งสิ้น ซึ่งทางผู้จำหน่ายไม่รับผิดชอบในกรณีอื่นๆ และตกลงซื้อขายกันในราคา 16,000 หยวน (คิดเป็นเงินไทยราว 86,000 บาท โดยประมาณ) ลงชื่อ นายหยาน หลังการเข้าช่วยเหลือ 1 ในเหยื่อแก๊งค์โหดได้ให้ปากคำว่า พวกเธอถูกทุบตีบังคับให้ค้าประเวณี อีกทั้งยัง ถูกข่มขืนและรุมโทรม โดยเหล่าสมาชิกของแก๊งค์ และ ชายผู้ที่มาใช้บริการ ทั้งนี้โดยมีกฎว่า ข่มขืนได้ แต่ห้ามทำให้พวกเธอตั้งท้อง มิฉะนั้นจะไม่ได้รับเงินส่วนแบ่งจากการขายพวกเธอ เจ้าหน้าที่ตำรวจรายหนึ่งได้กล่าวว่า เหตุที่ทำให้ใช้เวลานานในการสืบค้นและจับกุมผู้ต้องสงสัย เนื่องจาก บ้านของนายหยานหลังนี้ซ่อนตัวอยู่ในทุ่งนา และ ฟาร์มเลี้ยงปลา อีกทั้งยังไกลจากที่พักอาศัยอื่นๆ ออกไปถึง 500 เมตร ทำให้ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในบ้านหลังนี้บ้าง วิธี พลิกสถานการณ์ หากเกิดเหตุการณ์ ลักพาตัว ขึ้นกับเรา 1. สติเป็นสิ่งสำคัญที่สุด 2.ปลอดภัยไว้ก่อน ระแวดระวังตัวอยู่เสมอ ถึงแม้จะเป็นสถานที่ที่เราคุ้นเคย ก็ตาม 3. หัดสังเกตสถานการณ์ รอบๆ ข้าง ใครทำอะไรอยู่ ตรงไหนบ้าง ในสถานที่ที่เราอยู่ 4. หลีกเลี่ยงการเดินในที่เปลี่ยว  ยามวิกาล  หากจำเป็นควรมีเพื่อนร่วมทาง และ ไม่ควรใช้โทรศัพท์ขณะอยู่คนเดียว 5. หากเกิดเหตุ ควรส่งเสียงร้องให้ช่วยทันที หรือ หาวิธีที่สามารถเรียกความสนใจจากคนละแวกนั้น เพื่อขอความช่วยเหลือได้ 6. หาวิธีที่ทำให้ คนร้ายชะงัก แล้วรีบฉวยโอกาสหนีให้เร็วที่สุด โดยใช้ของใกล้ตัว อย่าง เป้หรือกระเป๋าถือของสาวๆ ทั้งหลาย 7. มองหาทางหนีที่ไล่ที่ใกล้ที่สุด และ เข้าไปอยู่ในที่ที่มีคนให้มากที่สุดเข้าไว้ เพื่อขอความช่วยเหลือได้ทัน เราลองมาดูคลิป สอนการป้องกันตัว จาก เหตุ ลักพาตัวกัน ที่มาจาก the China Youth Daily เรียบเรียงโดย Women MThai Team

ตีนเปล่าไทย พ่าย อุซเบกิสถาน ได้แค่ชิงที่7เอเชี่ยนบีชเกมส์
คมกริช ณ น่าน /  ชูเกียรติ ฉิมวงศ์ / 

การแข่งขันรอบจัดอันดับ 5-8 ของฟุตบอลชายหาดการแข่งขันเอเชี่ยน บีช เกมส์ ภูเก็ต 2014 เมื่อวันที่ 20 พ.ย.57 ณ ศูนย์กีฬาสะพานหิน ตีนเปล่าไทย ฟุตบอลชายหาดทีมชาติไทย พบ อุซเบกิสถาน นัดล่าสุดในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ไทย แพ้ อิหร่าน 1-3 ส่วน อุซเบกิสถาน แพ้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 4-6 คู่นี้เคยเจอกันมาในศึกชิงแชมป์เอเชีย 2013 ที่ประเทศกาตาร์ ไทย เป็นฝ่ายชนะ 4-3 เกมนี้ อาโบลฟาเซิล โคดาบันเดห์ลู หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย จัดชุดแรกประกอบไปด้วย ชูเกียรติ ฉิมวงศ์ (GK), พงษ์ศักดิ์ คงแก้ว (C), คมกริช ณ น่าน, มนัส มัดตอฮา และวิฑูรย์ ถาพินนา เริ่มเกมในพีเรียดที่ 1 ไทยนำก่อน น.3 จากจังหวะที่ อัคมาล โชเรียฟ ผู้รักษาประตูทีมเยือนส่งพลาด คมกริช ณ น่าน ฉกบอลไปยิงง่าย หลังจากนั้นอุซเบกิสถานได้ 2 ประตูรวด น.4 โตเคียร์ อับดูรัซซาคอฟ และ เฟรุซ ฟาห์ริดดินอฟ ก่อนจะเป็น วิฑูรย์ ถาพินนา ยิงประตูให้ไทยได้ น.11 จบพีเรียดที่ 1 เสมอกัน 2-2 พีเรียดที่ 2 ผ่านมา 5 นาที วิฑูรย์ ถาพินนา ยิงฟรีคิกครึ่งสนามบอลพุ่งเข้าประตูให้ไทยนำ 3-2 แต่ว่าอุซเบกิสถานกลับมานำ ยาโมลิดดิน ชาริปอฟ ทำประตู น.8 และ ชาริปอฟ คนเดิมยิงจุดโทษ น.12 จบพีเรียดที่ 2 อุซเบกิสถาน นำ 4-3 มาถึงพีเรียดที่ 3 ไทยพยายามอย่างเต็มที่ทว่าไม่สามารถเจาะได้ กลายเป็นอุซเบกิสถานมาได้ประตูย้ำชัย น.9 อัสลอน ชาราปอฟ ยิงฟรีคิกแฉลบทรายเป็นประตูสุดท้าย อุซเบกิสถาน เป็นฝ่ายล้างแค้นชนะไทย 5-3 สำหรับนัดสุดท้ายของ ตีนเปล่าไทย จะแข่งชิงอันดับที่ 7 พบกับ จีน วันที่ 21 พ.ย.57 เวลา 11.00 น.