ยูทูป

Hugh Jackman /  พรีเซนเตอร์ / 

ชัวร์หรือมั่วนิ่ม?? หลังมีข่าวแว่วมาว่า พ่อหนุ่มกล้ามใหญ่ มาดเท่ห์ ฮิวจ์ แจ็คแมน หรือวูลฟ์เวอรีนแห่ง เอ็กซ์-เม็น จะมีผลงานพรีเซ็นเตอร์ให้กับรถยนต์ค่ายยักษ์ใหญ่ในบ้านเรา ทำเอาสาวๆงี้หูผึ่ง ลองเช็คในเฟสบุ๊คส่วนตัวก็ยังเงียบฉี่  ไม่มีอะไรปริออกมา แต่ที่แน่ๆ หากจริงตามเม้าท์กัน อาจมีสิทธิ์ได้เห็นกล้ามล่ำๆ เล็บแหลมๆ มากระชวกใจสาวไทยก็เป็นได้ (ถ้าไม่โดนจับก่อน) อิอิ งานนี้ต้องรอติดตามจ้า ว่าแล้วก็นึกถึงเกม wolverine car smash เลยแฮะ wolverine car smash

ผลฟุตบอล : ไม่มีปาฏิหาริย์2005!! หงส์อกหักยิงเป้าแพ้เบซิคตัสปิ๋วยูโรป้า
จอร์ดอน ไอบ์ /  ซิมง มินโญเล่ต์ / 

ผลฟุตบอล ยูโรป้า ลีก รอบ32ทีมสุดท้าย (นัดที่2) วันพฤหัสที่ 26 กุมภาพันธ์ 2558 เบซิคตัส 1-0 ลิเวอร์พูล รายชื่อคนทำประตู : 1-0 โทลกาย อัสลาน น.72 เวลา : 1.00 น. สนาม : อตาเติร์ก โอลิมปิยัต สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : TrueSport 1, TrueSport HD2 ศึกฟุตบอล ยูโรป้า ลีก รอบ32ทีมสุดท้ายเลกสองของ ลิเวอร์พูล บุกไปเยือน อตาเติร์ก โอลิมปิยัต สเตเดี้ยม รังเหย้าของ เบซิคตัส โดยแมตช์แรก "หงส์แดง" กุมความได้เปรียบจากการชนะมาก่อนในบ้าน 1-0 ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การกลับมาเยือนกรุง อิสตันบลู ครั้งแรกหลังจากซิวแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ปี2005 ต้องมาดูว่า เบรนแดน ร็อดเจอร์ส จะพาลูกทีมทำผลงานได้ดีแบบต่อเนื่องหรือเปล่า [เริ่มเกม] 10 นาทีแรก ถือว่ารูปเกมเน้นการดวลกันบริเวณกลางสนาม และยังไม่มีโอกาสจบสกอร์ด้วยกันทั้งคู่ นาที 11 มาริโอ บาโลเตลลี่ โดนใบเหลืองแรกของเกม หลังจากพุ่งเสียบ เวลี่ คาฟลัค แบบน่าเกลียดบริเวณฝั่งขวาของสนาม นาที 18 หงส์แดง หวิดโดนนำ หลังจาก โอลคาย ชาฮาน เปิดยัดเข้ากลางมาให้ เด็มบ้า บา เข้าชาร์จ ยังดีที่ มาร์ติน สเคอร์เทล ที่วันนี้ได้สวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีมล้มตัวกวาดออกหลังไปได้แบบหวุดหวิด นาที 20 เจ้าหนู ราฮีม สเตอร์ลิ่ง เกือบพาลิเวอร์พูลขึ้นนำจากจังหวะซัดแถวสองด้วยเท้าขวาเต็มข้อแต่ เก็งค์ โกเนน ยังทำได้เยี่ยมซุปเปอร์เซฟช่วยชีวิตทีมไว้ได้ นาที 29 หงส์แดง ได้เตะมุม โจ อัลเลน รับหน้าที่เปิดเข้ามาถึง มาร์ติน สเคอร์เทล ขึ้นโขกเต็มๆแต่ควบคุมทิศทางไม่อยู่ บอลลอยโด่งข้ามคานอย่างน่าเสียดาย นาที 33 มาริโอ บาโลเตลลี่ แอตซิสต์ให้ สเตอร์ริดจ์ หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนจะล็อคหลายจังหวะและยิงด้วยขวา เก็งค์ โกเนน ไม่พลาดทุบออกไปได้ นาที 41 โอลคาย ชาฮาน เกือบพา เบซิคตัส ขึ้นนำหลังจากได้ซัดด้วยขวาเต็มข้อหน้าเขตโทษฝั่งซ้ายแต่โดนปฏิเสธออกไปโดย ซิมง มินโญเลต์ ที่ล้มตัวทุบบอลออกไปได้ [จบครึ่งแรก] ยังคงเสมอกันที่ 0-0 โดยทางฝั่ง ลิเวอร์พูล เดินเกมรุกได้น่ากลัวกว่าทาง เบซิคตัส พอสมควร แต่จังหวะสุดท้ายยังทำได้ไม่เฉียบขาดพอ ต้องมาดูกันว่าครึ่งเวลาหลังกุนซือทั้งสองทีมจะแก้เกมมายังไง โดยเฉพาะทางฝั่งเจ้าบ้านที่ต้องการประตูอย่างน้อยๆ 1 ลูกเพื่อยืดโอกาสในการเข้ารอบต่อไป [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวด้วยกันทั้งสองทีม นาที 53 โฮเซ่ โซซ่า ตะบันด้วยขวาหน้ากรอบเขตโทษ บอลน้ำหนักรุนแรงใช้ได้แต่ ซิมง มินโญเล่ต์ ยังยืนตำแหน่งเยี่ยมล้มตัวเซฟไว้ได้ไม่พลาด เกมผ่านไปถึงนาที 70 เบซิคตัส เดินหน้าลุยแหลก และทาง ลิเวอร์พูล ก็ตั้งหน้าตั้งตาเล่นเกมรับลูกเดียว ถึงตอนนี้ต้องมาดูว่าเจ้าบ้านจะเฉียบคมมากแค่ไหน GOAL! นาที 72 หลังจากไล่นวดอยู่นาน โทลกาย อัสลาน ที่ได้ลงมาเป็นสำรองกดด้วยซ้ายบอลพุ่งเสียบตาข่ายเข้าไปแบบสุดสวย ทำให้สถานการณ์ตอนนี้ไม่มีฝั่งไหนได้เปรียบหรือเสียเปรียบกันแล้ว นาที 85 ถึงตอนนี้รูปเกมของ หงส์แดง ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น แถมการต่อบอลยังเป็นทางฝั่งเจ้าบ้านชัดเจน นาที 90+1 เบซิคตัส พลาดได้ประตูชัยแบบสุดช็อค!! หลังจาก เด็มบ้า บา ซัดจ่อๆบอลชนคานดังสนั่นพลาดพาทีมเข้ารอบต่อไปแบบเหลือเชื่อ [จบเกม] เบซิคตัส ชนะ ลิเวอร์พูล ในเวลา 1-0 (สกอร์รวม1-1) ต้องไปวัดกันในช่วงต่อเวลาพิเศษ [เริ่มช่วงต่อเวลาพิเศษ] นาที 95 เจ้าบ้าน เดินหน้าลุยแบบต่อเนื่อง ดาเนี่ยล โอปาเร่ แบ็คซ้ายเติมขึ้นสูงก่อนจะซัดเปรี้ยงเดียวบอลเฉี่ยวเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย นาที 110 ลิเวอร์พูล ได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษฝั่งซ้าย อดัม ลัลลาน่า รับหน้าที่โยนยาวเข้าไป แต่ก็ยังทำอะไรกำแพงแนวรับของ เบซิคตัส ไม่ได้ นาที 115 เด็มบ้า บา หลุดเข้ามาในกรอบเขตโทษฝั่งขวา ก่อนจะตัดสินใจสับด้วยซ้ายเต็มแรง บอลลอยโด่งออกหลังไปแบบไม่ได้ลุ้น นาที 118 หงส์แดง ไดด้ลุ้นจากลูกฟรีคิกฝั่งซ้ายแต่ เอ็มเร่ ชาน เปิดไม่ขึ้นสุดท้ายโดนแนวรับเจ้าบ้านเคลียออกไปแบบง่ายดาย [จบช่วงต่อเวลาพิเศษ] เบซิคตัส ชนะ ลิเวอร์พูล 1-0 (สกอร์รวม1-1) ต้องไปดวลจุดโทษชี้ชะตาผ่านเข้ารอบต่อไป [ยิงจุดโทษ] เบซิคตัส : บา(เข้า), โตเร่(เข้า), คาฟลัค(เข้า), ฮัตชินสัน(เข้า), อัสลาน(เข้า) ลิเวอร์พูล : แลมเบิร์ต(เข้า), ลัลลาน่า(เข้า), ชาน(เข้า), อัลเลน(เข้า), ลอฟเรน(ไม่เข้า) 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เบซิคตัส : เก็งค์ โกเนน, เซอร์เดอร์ คูร์ตูลูส, เปโดร ฟรังโก้, เนซิป ยูซาล, ดาเนี่ยล โอปาเร่, อติบา ฮัตชินสัน, เวลี่ คาฟลัค, โกคาน โตเร่, โฮเซ่ โซซ่า, โอลคาย ชาฮาน, เด็มบ้า บา ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเล่ต์, เดยัน ลอฟเรน, มาร์ติน สเคอร์เทล, โคโล ตูเร่, จอร์ดอน ไอบ์, โจ อัลเลน, เอ็มเร่ ชาน, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์, มาริโอ บาโลเตลลี่

ถึงกับงง เต๋า ยันไม่รู้เรื่อง ธุรกิจพ่อบุญธรรม มีปัญหา!!
เต๋า สมชาย

เต๋า สมชาย ยันไม่รู้เรื่อง ลูกค้าชาวจีนซื้อไข่มุกพ่อบุญธรรมของตน แล้วปรากฎว่าของไม่ตรงกับรูป จึงส่งของกลับคืน แต่คืนไม่ครบจำนวน พร้อมขอคืนเงินเต็มจำนวน แต่คิดว่าไม่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่เพราะทางฝั่งพ่อนั้นไม่ได้ติดต่อมา เล็งโทรถามทางบ้านเรื่องปัญหาดังกล่าว เต๋า สมชาย เต๋า สมชาย

สื่อนอกกระหน่ำตีข่าว หนุ่มสาวลอบเล่นเสียวกลางสนามฟุตบอล
คลิปเด็ด /  ชาร์ลตัน แอธแลนติก / 

ฮือฮา !! โลกออนไลน์แชร์ว่อน คู่หญิงชายปริศนา บุกสนามฟุตบอลของสโมสร ชาร์ลตัน แอธแลนติก มีฟีเจอร์ริ่งกลางสนาม วานนี้ (26 ก.พ.) เว็บไซต์ช่าสารออนไลน์ มิรเรอร์ รายงานกรณีการเผยแพร่คลิปวีดีโอ แสดงให้เห็นเหตุการณ์ขณะที่ชายหญิงคู่หนึ่งลอบเข้าไปบรรเลงเพลงรักกันกลางสนามของสโมสรฟุตบอล 'ชาร์ลตัน แอธแลนติก' ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ แต่กระนั้น หลังจากคลิปดังกล่าวถูกแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ออกไปอย่างแพร่หลาย ได้มีผู้ออกมาตั้งข้อสังเกตว่า คลิปดังกล่าวดูไม่สมจริง และน่าจะเกิดจากการจัดฉากขึ้นมากกว่า ที่จะเป็นพฤติกรรมสุดแผลงของหนุ่มสาวทั่วๆไป เบื้องต้นยังไม่มีใครทราบว่าคู่ขาที่ปรากฏอยู่ในคลิปดังกล่าวเป็นใคร และบุกเข้ามาก่อเหตุสุดฮือฮาเช่นนี้ด้วยจุดประสงค์ใด อย่างไรก็ตาม ทางด้านสโมสรฟุตบอลชาร์ลตันแอธเลติกได้เร่งตรวจสอบคลิปดังกล่าวอย่างละเอียดเป็นการเร่งด่วน โดยเบื่องต้น คาดว่าอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของการประชาสัมพันธ์ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง เพื่อมุ่งหวังให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งขณะนี้เว็บไซต์ มิรเรอร์ได้ประกาศหาข้อมูลเบื้องต้นของชายหญิงที่ปรากฏอยู่ในคลิปจากประชาชนที่ทราบเบาะแสเป็นที่เรียบร้อย MThai News ที่มา Mirror,Metro

สุดยอด! น้องน้ำตาล เด็กประถมโชว์แหล่ ลูกคอร้อยชั้น
น้องน้ำตาล /  ลูกคอร้อยชั้น / 

สุดยอด! น้องน้ำตาล เด็กประถมโชว์แหล่ ลูกคอร้อยชั้น วันนี้(26 ก.พ.)บนโลกออนไลน์ได้แชร์คลิปชื่อ เด็กไทย โชว์แหล่ ลูกคอ 100 ชั้น ! โดยเป็นคลิปของ น้องน้ำตาล ด.ญ.วริศรา แก้วคำ อายุ 12 ปี โรงเรียนวัดม่วง เขตบางแค ได้โชว์ร้องเพลงสีกาสั่งนาค ซึ่งหลายคนที่ได้ฟังต่างยกนิ้วชื่นชมเพราะสำเนียง น้ำเสียงและลูกคอไพเราะมาก หลายคนที่ได้ชมอยากให้กันช่วยผลักดันเด็กคนนี้ไปสู่เวทีคุณภาพ รวมถึงมองว่าคลิปแบบนี้สร้างสรรค์และดีกว่าคลิปตบตีกันหรือเต้นอวดนมที่เด็กวัยรุ่นคนอื่นชอบทำเพื่อสร้างกระแสให้ตนเอง ทั้งนี้คลิปดังกล่าวถูกถ่ายไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่เพิ่งเป็นกระแสบนโลกออนไลน์ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าน้องน้ำตาลเก่งถึงขนาดเคยขึ้นเวทีประกวดระดับประเทศมาแล้ว และเคยประกวดรายการ The Voice Kids Thailand เมื่อปี2556 โดยคลิปนี้มีคนกดไลค์มากกว่า3หมื่นครั้งและมีคนเข้าชมมากกว่า 150,000 ครั้งภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง ซึ่งหลังจากมีกระแสชื่นชมมากมาย น้องน้ำตาลได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า "...ต้องขอขอบคุณทุกๆกำลังใจที่ให้หนูนะคะ หนูจะเอากำลังใจแต่ละคอมเม้นท์ มาพัฒนาฝีมือให้เก่งขึ้นไปเรื่อยๆ ขอบคุณอีกครั้งค่ะๆ..." MThai News

made in usa!เปิดโผกรรมการศึกอำนาจ-ซู ซิ หมิง
IBF /  ซู ซิ หมิง / 

นายสมพงษ์ อัชฌานุเคราะห์ ผู้แทน IBF เปิดเผยว่า มร.ดาริล พีเพิ่ล ประธานใหญ่สหพันธ์มวยนานาชาติ ( IBF) ชาวอเมริกันจะเดินทางมาเป็นสักขีพยานศึก‘SHOWDOWN AT SANDS’ด้วยตัวเอง ที่สังเวียนโคไทอารีน่า เวเนเชี่ยนรีสอร์ท เขตปกครองพิเศษมาเก๊า,สาธารณรัฐประชาชนจีน วันเสาร์ที่7มี.ค.58 ถ่ายทอดสดกลับมาเมืองไทยทางช่องโมโน 29 เวลา 20.30-22.30 น. โดยคู่ป้องกันแชมป์โลกรุ่นฟลายเวท IBF ครั้งที่ 3 ระหว่าง อำนาจ เกษตรพัฒนา เจ้าของตำแหน่งชาวไทย กับ ซู ซิ หมิง ผู้ท้าชิงแดนมังกรนั้นใช้กรรมการชาวอเมริกันมาทำหน้าที่ทั้งหมดซึ่งประกอบด้วย  มร. มาร์ค เนลสัน เป็นกรรมการผู้ชี้ขาดบนเวที, กรรมการให้คะแนน  มร.เจโรมี่ จาคูโก, มร.เกรน เฟดแมน, และ มร.โรเบิรด์ โฮเล่ย์ ทางด้าน จิมมี่ดร.เอกรัฐ ไชยโชติช่วง ผู้จัดการนักชกไทยเปิดเผยภายหลังที่ทราบผลการแต่งตั้งว่า กรรมการคู่ของ ‘อำนาจ-ซู ซิ หมิง’ที่ IBF เลือกมาทำหน้าที่ล้วนมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับระดับโลก มร.มารค์ เนลสัน กรรมการบนเวทีนั้น แฟนมวยชาวไทยรู้จักเป็นอย่างดีส่วนกรรมการให้คะแนนทั้งสามคนก็มีประวัติเป็นที่ยอมรับในวงการและเคยให้คะแนนคู่ชิงแชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวทสามสถาบัน ( IBF/WBO/WBA) ของ วลาดิเมียร์ คลิชโก้ จอมมวยรุ่นยักษ์ชาวยูเครนมาแล้ว

นายกฯ พร้อมให้ข้อมูล ป.ป.ช. ปมสลายชุมนุม 53
ประยุทธ์ จันทร์โอชา /  สลายชุมนุม53 / 

ประยุทธ์ พร้อมให้ข้อมูล ป.ป.ช. สลายชุมนุม 53 หลัง อภิสิทธิ์ พาดพิงรู้ทุกขั้นตอนการกระชับขอคืนพื้นที่ วันนี้ (26 ก.พ. 58) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ออกมากล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เข้าให้ข้อมูล ป.ป.ช. กรณีสั่งสลายชุมนุมเมื่อปี 2553 โดยอ้างช่วงหนึ่งว่า พล.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มีส่วนรู้เห็นในการประชุมขอกระชับคืนพื้นที่ชุมนุม แต่ไม่รู้ว่าทั้ง 2 ท่าน จะพร้อมให้ข้อมูลหรือไม่ ว่า ตนพร้อมให้ข้อมูลหากมีหนังสือขอมา แต่จะไปดัวยตัวเอง หรือชี้แจงด้วยเอกสารนั้นเป็นอีกเรื่อง "ยืนยัน ปปช.ให้ความยุติธรรมทั้งสองฝ่าย แม้มักจะถูกกล่าวหาว่า 2 มาตรฐาน ซึ่งเรื่องนี้ใครทำผิดก็ว่าไปตามกฏหมาย ใครแก้ข้อกล่าวหาใด้ ก็รอดไป" ส่วนการจ่ายเงินเยียวผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองนั้นขณะนี้ยังอยู่ในขั้นพิจารณา หากใครเข้าข่ายก็จะได้รับการจ่ยเงินตามเกณฑ์ พร้อมกันนี้พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการประมูล โครงข่ายให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 4G ว่า รัฐบาลจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด แต่ขอดูกลไกลและโครงสร้างก่อน รวมไปถึงกฏหมาย ซึ่งจะต้องให้มีความพร้อมทั้งหมดก่อนค่อยเดินหน้าประมูล ภาพจากเฟซบุ๊ก @Wassana Nanuam MThai News

ตุ๊กกี้ เชื่อ!! ปอบมีจริง เผย “ของดี” พลิกชีวิต
ตุ๊กกี้ สุดารัตน์ /  ผีปอป / 

ปักใจเชื่อมาตั้งแต่เด็กว่า ผีปอป ที่เราเคยดูแต่ในหนังมีอยู่จริงสำหรับตลกสาวตัวแม่ของเมืองไทย ตุ๊กกี้ สุดารัตน์ โดยเจ้าตัวเล่าว่า “หนูเป็นเด็กบ้านนอก อ.วังสามหมอ จ.อุดรธานี เรานับถือผีฟ้าทางบรรพบุรุษหนู โดยเฉพาะทางพ่อ จะมีการรำผีฟ้าเพื่อรักษาโรค หนูเองก็เคยทำวิจัยจบปริญญาตรี หนูก็ทำวิจัยเรื่องปอปผีฟ้า หนูเห็นกับตา พี่เชื่อมั้ย ยายร่างทรงแก่ๆ แบบกำลังจะหมดลม แต่พอขึ้นรำผีฟ้า สามารถปีนต้นมะพร้าวได้โดยที่ไม่เหนื่อยไม่ล้า สามารถวิ่งรอบกองไฟ 40 กว่ารอบก็ไม่เหนื่อย ทั้งๆ ที่เขาก็จะสิ้นลมแล้ว เพราะอายุแกเกือบ 100 แล้ว เห็นกับตา เชื่อด้วย ปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กค่ะ” ตุ๊กกี้ สุดารัตน์ สมัยเด็กเคยเจอผีปอปกับตัวเองมั้ย “คือทุกปีหมอธรรมหรือสัปเหร่อแถวบ้านจะมาประกาศว่า ผีปอบกำลังจะเข้าหมูบ้าน 30 ตัว 40 ตัว เขาก็ให้เอาหินตามถนน หินก้อนแดงๆ ไปปลุกเสกแล้วไปขว้างใส่หลังคาไล่ผีปอป ของแบบนี้ไม่เจอกับตัวยากที่เชื่อ จากที่หนูเห็น ใครดวงตก ปอบจะวิ่งเข้าทวารทั้ง 5 โดยธรรมเนียม คนอีสานจะกลัวสองอย่าง 1.ปอป 2.แม่ม่าย อย่างสมมุติปีนี้ผีแม่ม่ายจะเอาชีวิตคนที่ขึ้นต้นด้วย ส ที่บ้านก็จะทำพิธีอะไรบางอย่างเพื่อป้องกันผี แถวบ้านทำแบบนี้มาตั้งแต่เกิด” ตุ๊กกี้ สุดารัตน์ เชื่อเรื่องผีเรื่องสาง แล้วตุ๊กกี้มีอะไรยึดเหนี่ยว “หนูจะบูชาพระอยู่สององค์ ก็คือพ่อกับแม่ เวลาไปไหนมาไหน หนูจะท่องมนต์ให้แคล้วคลาดปลอดภัย “นะเมตตา โมกรุณา พุทธปราณี ธายินดี ยะเอ็นดู นะโมพุทธายะ นะมะอะอุ” ท่องก่อนออกไปทำงาน ไปเจรรา ไปต่อรอง หรือขอความเป็นธรรม ท่อง 3 รอบ ขอพรจากพ่อแม่ดลบันดาลให้เราแคล้วคลาด แค่คิดจะตอบแทนพ่อแม่ ให้เงินพ่อแม่ บุญนี้จะตอบแทนให้เรามีเรื่องดีๆ เกิดขึ้น เหมือนชีวิตหนูที่ได้เงินมาสร้างบ้านให้พ่อ ซื้อรถให้พ่อ เราได้กลับมามากกว่านั้น เหมือนเทวดาดลบันดาลให้ ยิ่งเราทำดีกับพ่อแม่มากเท่าไหร่ยิ่งดีค่ะ” ตุ๊กกี้ สุดารัตน์ ได้ข่าวว่าแอบไปเสริมดวงด้วยใช่หรือเปล่า “ในชีวิต หนูมีหมอดูประจำชีวิต คือดูตั้งแต่ยังไม่เป็นตุ๊กกี้ จนเป็นตุ๊กกี้ทุกวันนี้ เขาชื่อหมออางค์ โอนตัง 200 โทรคุยทางโทรศัพท์ดูให้เลย แม่นมาก แบบบอกกับหนูว่า อีก 3 อาทิตย์หนูจะซื้อรถสีอะไร ทายขนาดว่า จะลาออกจากพนักงานประจำมาเป็นศิลปินเต็มตัว หนูปรึกษาทุกเรื่อง หมอดูคนนี้ของจริง หนูก็ได้หมออางค์นี่แหละที่พาไปแนะนำให้รู้จักหลวงพ่อท่านหนึ่งที่นครศรีธรรมราช ที่ได้สักกระเป๋าตังค์ เจิมถุงเงินถุงทอง จนทำให้ตุ๊กกี้มีงานมีเงินทุกวันนี้ค่ะ” เรื่องแบบนี้ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่

ฉาวได้อีก!! คลิปแฟนบอล เบซิคตัส บีบแตรรบกวนการนอนแข้งหงส์
ยูโรป้า ลีก /  ลิเวอร์พูล / 

เกิดเรื่องฉาวในแดนไก่งวงอีกแล้ว!! หลังจากมีการเปิดเผยคลิปเมื่อช่วงดึกของคืนวันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ ก่อนเกมที่ ลิเวอร์พูล จะบุกไปพ่าย เบซิคตัส คารัง อตาเติร์ก โอลิมปิยัต สเตเดี้ยม ในการดวลจุดโทษ 5-4 เมื่อคืนที่ผ่านมา เหตุการณ์ดังกล่าวมีแฟนบอล อุลตร้า ของ เบซิคตัส พยายามขับรถผ่านหน้าโรงแรม วินด์แฮม ที่นักเตะ ลิเวอร์พูล ใช้พักผ่อนและบีบแตรรบกวนการพักผ่อนเพื่อให้แข้ง "หงส์แดง" นอนหลับไม่เต็มตื่น ก่อนที่จะลงทำศึก ยูโรป้า ลีก กับทีมรักในวันถัดมา โดยมีกลุ่มแฟนบอลบางส่วนโดนตำรวจในกรุง อิสตันบลู รีบเข้ามาระงับเหตุหลังจากส่งเสียงก่อนกวนหน้าที่พักแข้งหงส์แดงเป็นเวลานาน

โปรเม ฟอร์มยังแจ๋วตาม3ผู้นำสโตรกเดียวสวิงฮอนด้าไทยแลนด์
"โปรเม" เอรียา จุฑานุกาล /  กอล์ฟ / 

การแข่งขันกอล์ฟสตรีรายการใหญ่แห่งปี ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2015 ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 46 ล้านบาท) ณ สนามสยามคันทรีคลับ พัทยาโอลด์คอร์ส จ.ชลบุรี ระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ถึง 1 มีนาคมนี้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 ก.พ.58 เป็นการดวลวงสวิงกันเป็นวันแรก ปรากฏว่า จบวันแรกมีผู้นำถึง 3 คน ที่สกอร์รวม 6 อันเดอร์พาร์ ประกอบด้วย สเตซี ลูอิส โปรสาวมือ 3 ของโลก, เจิ้ง หยาหนี และบริททานี แลง โดยมี โปรเม เอรียา จุฑานุกาล ตามมาเป็นอันดับที่ 2 ร่วมกับ บุษบากร สุขพันธ์ และนักกอล์ฟอีก 4 คน ที่สกอร์ 5อันเดอร์พาร์ ตามผู้นำสโตรกเดียว ส่วนผลงานของโปรสาวชาวไทยรายอื่น โปรโม โมรียา จุฑานุกาล รั้งที่ 16 ร่วมสกอร์ 2 อันเดอร์พาร์, โปรจูเนียร์ ธิดาภา สุวรรณปุระ รั้งอันดับที่ 25 ร่วม สกอร์ 1 อันเดอร์, น้องเหมียว ปภังกร ธวัชธนกิจ (สมัครเล่น) อีเว่นพาร์ อันดับ 40 ร่วม, โปรแหวน พรอนงค์ เพชรล้ำ 2 โอเวอร์พาร์ อันดับ 61 ร่วม และโปรแชมเปญ เฌอมาลย์ สันติวิวัฒนพงศ์ 4 โอเวอร์พาร์ อันดับที่ 66 ร่วม โดย โปรเม เอรียา จุฑานุกาล กล่าวว่า วันนี้เริ่มต้นมาได้ดีค่ะ 4 หลุมได้ 2 เบอร์ดี้ ตอนแรกคิดว่าวันนี้น่าจะทำได้สัก 6-7 อันเดอร์ หลังจากนั้นทำสองโบกี้ แต่ก็เตือนตัวเองว่าอย่าไปโฟกัสกับสกอร์มาก อาทิตย์ที่แล้วในรอบสุดท้าย เมพัตต์ได้ไม่ดีเลยค่ะ พอกลับมาถึงเมืองไทย เม บอกกับแคดดี้ว่าจะเปลี่ยนพัตเตอร์ หลังจากที่เปลี่ยนก็รู้สึกมั่นใจขึ้น “เม มีความทรงจำมากมายที่นี่ แต่ว่าวันนี้ที่หลุมสุดท้ายตำแหน่งลูกไปหยุดอยู่เกือบจะที่เดิม เหมือนเมื่อปี 2013 แต่ก็ดีใจมากที่ได้พาร์จากตรงนั้น ดีใจกว่าได้เบอร์ดี้ในหลุมอื่นๆ อีกค่ะ เอาชนะได้สักที และนี่เป็นครั้งแรกที่ได้เล่นกับ เจิ้ง หยาหนี สนุกมากค่ะ สกอร์ 5 อันเดอร์ในวันนี้ เม ดีใจมาก ทีช็อตได้ดี แล้วก็พัตต์ได้ดีกว่าเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาค่ะ” สำหรับตารางการแข่งขันรอบสอง กลุ่มนักกอล์ฟที่น่าสนใจที่ออกรอบทางด้านหลุม 1 ได้แก่ บุษบากร สุขพันธ์, ลิเซทเต้ ซาลาส (สหรัฐ) และเอมี่ หยาง (เกาหลีใต้) เวลา 11.17 น. ตามด้วย เอรียา จุฑานุกาล, มิริม ลี (เกาหลีใต้) และซูซาน เพตเตอร์เซ่น (นอรเวย์) เวลา 11.39 น. และกลุ่มผู้นำประกอบด้วย เจิ้ง หยาหนี (ไต้หวัน), บริททานี แลง (สหรัฐ), สเตซี ลูอิส(สหรัฐ) เวลา 11.50 น.

สุวรรณภูมิเพิ่มเช็คอิน เข้า-ออก รองรับนทท.ช่วงสงกรานต์
กระทรวงคมนาคม /  ข่าว / 

สนามบินสุวรรณภูมิ ติดตั้งเครื่อง เช็คอินเพิ่ม ทั้งขาเข้า-ออก รองรับนักท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้เพิ่มเค้าเตอร์ แลกเปลี่ยนเงินตรา ด่านตรวจโรค การเพิ่มเที่ยวบริการเดินแอร์พอร์ต เรลลิ้งค์ และปรับลดขั้นตอนต่างๆลง รวมทั้งการจัดเพิ่มเจ้าหน้าที่ ให้บริการ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวไฟล์ทดึก พร้อมให้บริการชัตเตอร์บัส จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ไปท่าอากาศยานดอนเมืองกับนักท่องเที่ยวฟรี เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวที่ขอ Visa on Arrival รวม 20 ประเทศ เนื่องจากประสบปัญหา ตั้งแต่กลางปี 57 มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้าไทยมากขึ้น ทำให้เกิดปัญหาการยื่นขอ Visa on Arrival ต้องรอคิวนาน ทางด่านตรวจคนเข้าเมือง และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทางด้าน พ.ต.ท.เชิงรน ริมผดี ผู้กำกับการฝ่ายตรวจลงตรา ด่านตรวจคนเข้าเมือง หรือ ตม. ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า ตั้งแต่กลางปี2558 ทาง ตม.ที่สุวรรณภูมิ จะเปิดให้มีการลงทะเบียนสำหรับผู้โดยสารชาวต่างชาติ เพื่อจะสามารถใช้บริการ ระบบเช็คอินด้วยตนเองอัตโนมัติ (Auto Check-in System) เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะจีน เพิ่มขึ้น 8,000 คนต่อเดือนจาก 5,000 คนต่อเดือน สำหรับระบบเช็คอินด้วยตนเองอัตโนมัติ จะให้เฉพาะผู้ที่มีการลงทะเบียนและผ่านการตรวจสอบประวัติข้อมูลต่างๆอย่างละเอียด เนื่องจากมีผลกระทบต่อเรื่องของความมั่นคง และอาจเกี่ยวข้องกับเรื่องกฎหมายในบางประเทศ ดังนั้นคาดว่ากลุ่มที่จะได้รับพิจารณาเป็นกลุ่มชาวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตให้มีที่พักอาศัยในเมืองไทยและนักธุรกิจ ภายในปีนี้ จะมีการติดตั้งระบบเช็คอินด้วยตนเองอัตโนมัติที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ฝั่งขาเข้าและขาออกอย่างละ 2 เครื่อง นอกจากนี้ ยังได้เปิดให้มีการลงทะเบียนกรอกข้อมูลล่วงหน้า เพื่อเปิดให้ยื่นคำร้องขอวีซ่าอัตโนมัติ ด้วย ส่วนการบริหารจัดการมีการประเมินช่วงเที่ยวบินหนาแน่น เพื่อวางแผนในการระดมเจ้าหน้าที่เพิ่มขึ้นด้วย รวมถึง ได้เพิ่มเค้าเตอร์แลกเปลี่ยนเงินตรา ด่านตรวจโรค การเพิ่มเที่ยวบริการเดินแอร์พอร์ต เรลลิ้งค์ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวไฟล์ทดึก พร้อมให้บริการชัตเตอร์บัสจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ไปท่าอากาศยานดอนเมืองกับนักท่องเที่ยวฟรี MThai News

หลุด คลิป เล่นจ้ำจี้กลางสนามบอลที่แท้อาจเป็นแค่ฉากหนัง
กีฬา /  คลิป / 

ชาร์ลตัน แอธเลติก ทีมในลีกแชมเปี้ยนชิพอังกฤษ กำลังดำเนินการสืบสวนอย่างเร่งด่วน หลังมี คลิป หลุดชายหญิงคู่หนึ่งกำลังมีเพศสัมพันธ์กันในสนามฟุตบอลซึ่งอ้างว่าคือ เดอะ วัลเลย์ รังเหย้าของทีมชาร์ลตัน อย่างไรก็ตามหลายคนเชื่อว่าคลิปดังกล่าวเป็นเพียงแค่ฉากหนึ่งของซีรี่ย์ทางทีวีที่ชื่อ Silent Witness ซึ่งฉากดังกล่าวเข้ามาขอใช้สถานที่ของสนาม เดอะ วัลเลย์ เป็นโลเคชั่น โดยใช้กล้องซีซีทีวีในสนามถ่ายทำ

Dream High SS2 1-2 [ัซับไทย]
드림하이 2 /  Kang So Ra / 

โรงเรียนมัธยมด้านศิลปะการแสดงคีริน (Kirin) อยู่ในสภาวะล้มละลายจึงถูกบริษัท Oz Entertainment ซื้อไป และบริษัท Oz Entertainment ก็ ได้ส่งดาราในสังกัดตัวเองไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนแห่งนี้เพื่อกันข้อ ครหาของกฏหมายที่บัญญัติไว้ว่าให้ศิลปินเยาวชนต้องเข้าเรียนในช่วงระยะเวลา หนึ่ง การแข่งขันจึงได้เกิดขึ้นระหว่างพวกเด็กนักเรียนเจ้าปัญหาและดาราที่ถูกส่ง ตัวไปเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้   Shin Hae-Sung ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้โดยการสอบผ่านข้อเขียนด้วยคะแนนสูงสุด แต่เธอได้คะแนนต่ำสุดในข้อปฏบัติ เธอได้เจอนักเรียนที่ชื่อ Jin Yoo Jin และ JB ซึ่งทำให้เธอได้เรียนรู้ว่าดนตรีนั้นสนุกสนานแค่ไหน Jin Yoo Jin เคย เป็นดาราตอนเด็ก แต่ตอนนี้เขาเป็นนักเรียนเจ้าปัญหาที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักร้องเพลงร๊อค เขาใช้ดนตรีเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดที่เกิดจากการหย่าร้างของพ่อแม่ของเขา

ธรรมกาย เตรียมหอบเงินคืนสหกรณ์ฯคลองจั่น ยันจ่ายครบ933ล้าน
คืนสหกรณ์ฯคลองจั่น /  ธรรมกาย / 

ประธานกรรมการดำเนินการ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เผย ธรรมกาย เตรียมหอบเงินคืนสหกรณ์ฯคลองจั่น ยันจ่ายครบ933ล้าน  วันที่ 26 ก.พ.58 นายเผด็จ มุ่งธัญญา ประธานกรรมการดำเนินการ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เปิดเผยกับกรณีที่ นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ได้นำเงิน 933 ล้านบาท ที่ได้จากการยักยอก จ่ายเป็นเช็คให้วัดพระธรรมกาย พระธัมมชโย และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทางสหกรณ์ฯ ได้ยื่นฟ้องต่อศาล เพื่อขอให้วัดพระธรรมกายคืนเงินแก่สหกรณ์ฯว่า ในเบื้องต้น ทางสหกรณฯ ได้ทำการฟ้องร้อง 2 คดี คือ คดีแรกขอให้วัดพระธรรมกายคืนเงินที่มีการบริจาค 814 ล้าน โดยมีการฟ้องร้องจำเลยซึ่งเป็นผู้เกี่ยวข้อง 3 คน คือ นายศุภชัย, พระธรรมชโย และวัดพระธรรมกาย ที่ศาลธัญบุรี โดยมีการไกล่เกลี่ยเบื้องต้น ในวันที่ 19 มกราคม ที่ผ่านมา แต่มีปัญหาเรื่องเอกสารบางประการ จึงขอเลื่อนไปเป็น 16 มีนาคมนี้ อย่างไรก็ตาม เบื้องต้น ตัวแทนจากวัดพระธรรมกาย ได้มีการประสานว่า ทางวัดจะคืนเงินในคดีนี้ให้ทั้งหมด โดยจะนัดวันเวลาและสถานที่อีกครั้ง ทั้งนี้ เชื่อว่าจะมีการคืนเงินที่ศาลธัญบุรีในวันไกล่เกลี่ย นายเผด็จ กล่าวต่อไปว่า ส่วนอีกคดีหนึ่ง เป็นการฟ้องร้อง พระปลัดวิจารณ์ พระลูกวัดพระธรรมกาย จำนวน 119 ล้านที่ศาลแพ่งกรุงเทพ ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาเช่นกัน คาดว่า ไม่น่ามีปัญหา เพราะได้รับการยืนยันจากตัวแทนวัดพระธรรมกาย ว่า จะคืนเงินในส่วนนี้ให้ทั้งหมด ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก   แนวหน้าออนไลน์ 

แตกตื่น วัตถุปริศนาคล้ายยูเอฟโอ ร่อนกลางน่านฟ้าเปรู
จากบิน /  มนุษย์ต่างดาว / 

ชาวเปรูแตกตื่น วัตถุปริศนาสีม่วง คล้ายยูเอฟโอ โผล่เหนือน่านฟ้า  วานนี้ (25 ก.พ.) สำนักข่าว 'มิรเรอร์' รายงานข่าว พบวัตถุปริศนาสีม่วงลอยอยู่เหนือท้องฟ้า ขณะที่สถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งกำลังถ่ายทำรายการ ในกรุงลิมา เมืองหลวงของประเทศเปรู โดยเมื่อเห็นเช่นนั้นทีมงานจึงสบโอกาศ รีบนำกล้องมาบันทึกภาพเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ได้ เมื่อเกิดเหตุการณ์การพบวัตถุปริศนาอยู่เหนือเช่นนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะมีผู้ออกมาตั้งข้อสงสัยว่าเป็นยานอวกาศ เนื่องจากการซูมภาพในระยะใกล้ พบว่า วัตถุดังกล่าว มีลักษณะคล้ายจานบิน อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า ก็มีผู้เห็นวัตถุดังกล่าวลอยอยู่เหนือท้องฟ้า เกือบ 2 ชั่วโมง ก่อนที่จะหายไป ทำให้ผู้เห็ตเหตุการณ์เกิดข้อสงสัย และยังไม่มีใครสามารถอธิบายเรื่องราวดังกล่าวได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ในเปรู ได้ออกมาตั้งข้อสังเกตุว่า วัตถุดังกล่าว อาจจะเป็นพารามอเตอร์หรือร่มร่อนก็เป็นได้ MThai News ที่มา Mirror

สุดอนาถชาติไทย วัยละอ่อนผู้พี่เป็นเอเย่น น้องป.2 เสพยา
ข่าวจังหวัดนครศรีธรรมราช /  ยาเสพติด / 

พบเด็ก ป.2 ติดยา พี่ชาย ม.1เป็นเอเย่นต์ ขายให้นักเรียน รายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด เข้าตรวจสอบและกวาดล้างยาเสพติดในโรงเรียน สถานศึกษา โดยการสุ่มตรวจปัสสาวะนักเรียนกลุ่มเสี่ยงในโรงเรียนแห่งหนึ่งใน ต.เขาพระบาท อ.เชียรใหญ่ สังกัด สพป.นครศรีธรรมราช เขต 3 พบว่า เด็กนักเรียน มีสารเสพติดในกระแสเลือด 9 คน สารภาพ ทั้งเสพกัญชา น้ำกระท่อม ยาอัลปราโซแลม และสูบบุหรี่ โดยมีนักเรียนชั้น ป.2 วัยเพียง 8 ขวบ รวมอยู่ด้วย สร้างความตกใจแก่เจ้าหน้าที่ ที่ไม่น่าเชื่อว่าเด็กวัยนี้จะติดยาเสพติด ถือว่าเป็นผู้ติดยาเสพติดที่มีอายุน้อยที่สุด จากการสอบถามทราบว่า เด็ก ป.2 รายนี้ ติดและเสพยาเสพติด เนื่องจากพี่ชายอายุ 13 ปี เรียนชั้น ม. 1 โรงเรียนเดียวกันลักลอบนำยาอัลปราโซแลมมาขายให้เด็กๆ ในโรงเรียน และพี่ชายก็ชวนให้ลองเสพ ทั้งนี้ทางผู้อำนวยการโรงเรียน พร้อมคณะครู อาจารย์ รวมทั้งเจ้าหน้าหน้าที่ ศอ.ปส จ.นครศรีธรรมราช เร่งแก้ไขปัญหา เบื้องต้นจะเรียกเด็กนักเรียนวัย 13 ปี พี่ชายของเด็กวัย 8 ขวบมาบำบัด และติดตามตัวมาดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย MThai News

เปิดตำนาน
พระฉาว /  พระธัมมชโย / 

เมืองไทยเป็นเมืองแห่งพุทธศาสนา แต่ในอดีต กรณีอื้อฉาวเกี่ยวกับพระเกิดขึ้นมากมาย หลายกรณีก็เป็น เรื่องราวใหญ่โตตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคมไทยอย่างครึกโครม วันนี้จึงขอนำทุกท่านย้อนสู่ความทรงจำ เปิดตำนาน “พระฉาว” เมืองไทย เพื่อให้ทุกท่านได้ ฟื้นความทรงจำ อีกครั้ง…  พระนิกรอดีตพระนักเทศน์เสียงทอง  แอบทำสาวท้อง พระนิกร ซึ่งเป็นอดีตพระนักเทศน์เสียงทองแห่งยุคนั้น หลายคนคงจำชื่อ "พระครูใบฎีกานิกร ธัมมวาที" แห่งวัดสันปง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ได้เป็นอย่างดี ปัจจุบัน นายนิกร เปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนามใหม่เป็น นายธรรมรัตน์ ยศคำจู เคยเป็นอดีตพระนักเทศน์เสียงทองแห่งยุค มีผู้คนแห่ไปฟังการเทศน์ไม่ขาดสาย แม้หนทางไปสู่วัดสันปง จะยากลำบากเพียงใด ไม่เคยเป็นปัญหาด้วยพลังศรัทธา จนถึงขั้นต้องเปิดสำนักปฏิบัติธรรมหลายสิบแห่งทั่วประเทศขึ้นเป็นสาขา เรื่องราวใหญ่โตได้เริ่มเมื่อ พ.ศ.2533 พระนิกรกำลังรุ่งโรจน์สุดขีด ได้สร้างความปวดร้าวให้แก่ชาวพุทธ กลับมีข่าวฉาวกับนางอรปวีณา ที่ออกมายืนยันความสัมพันธ์กับพระนิกรพร้อมด้วยทายาทในท้อง แต่พระนิกรพยายามตอบโต้ข่าว ว่ามีผู้อิจฉาในชื่อเสียงของตนเอง อีกทั้งบรรดาลูกศิษย์ ได้พยายามหาหนทางตอบโต้ข้อกล่าวหา ว่าเป็นการกลั่นแกล้ง โดยไม่เชื่อว่า พระที่ยึดมั่นในศีลธรรมและเทศน์ได้ไพเราะจับจิต จะมีพฤติกรรมเช่นนั้น มีหลักฐานมากมายที่แสดงจนถึงขั้นปาราชิก แต่พระนิกร ยังไม่ยอมถอดผ้าเหลืองและยังมีคนอีกมากมายหลงศรัทธาอย่างไม่ลืมหูลืมตา แม้จะเต็มไปด้วยหลักฐาน ตั้งแต่จดหมายรัก ภาพถ่าย จนถูกดำเนินคดีทั้งศาลยุติธรรมและศาลสงฆ์ ซึ่งในที่สุดศาลสงฆ์ มีมติระบุความผิดพระนิกรว่า เป็น "ปฐมปาราชิก" คือการเสพเมถุนกับอิสตรี ขาดจากความเป็นพระ แม้จะกลับมาบวชใหม่ก็ไม่สามารถดำรงความเป็นสมณเพศได้ อดีตพระนิกร ที่เสียชีวิตด้วยอาการเส้นเลือดในสมองแตก เมื่อคืนวันที่ 11 ก.ย. ที2557 โดยไร้เงาของ นางอรปวีณา บุตรขุนทอง ภรรยา และลูกชาย แต่ก็ยังมีลูกศิษย์จำนวนมากร่วมไว้อาลัย พระนิกร ถือเป็นตำนานพระฉาว ชื่อดังของไทย   พระยันตระ ช็อกครั้งใหญ่วงการผ้าเหลือง ช็อกครั้งใหญ่ อีกครั้ง สำหรับศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาวไทยมากที่สุด เห็นจะเป็น ข่าวฉาวโฉ่ของ พระยันตระ อมโร หรือ นายวินัย ละอองสุวรรณ ที่ขณะนั้น ไม่ว่าพระยันตระ จะเดินทางไปแห่งหนไหน ผู้คนและฝูงชนแห่งศรัทธาจากทั่วสารทิศ จะไปรอฟังธรรม และร่วมทำบุญด้วยอย่างยิ่งใหญ่ แม้แต่บรรดาผู้มีชื่อเสียง นักการเมือง บิ๊กนายทหาร ยังเคยมีภาพกราบเท้ามาแล้ว พระยันตระ เป็นที่รู้จักดีเนื่องจากเคยเป็นพระสงฆ์นักปฏิบัติธรรมชื่อดังที่มีผู้เคารพศรัทธามากของเมืองไทยและต่างประเทศในช่วงหนึ่ง ด้วยวัตรปฏิบัติรวมถึงคำสอนของเขา ทำให้เป็นพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดในยุคนั้น จนในปี พ.ศ. 2537 มีสีกากลุ่มหนึ่งร้องเรียนไปยังกรมการศาสนาว่า "ยันตระ" หรือ "นายวินัย ละอองสุวรรณ" ประพฤติตนไม่เหมาะสมแก่สมณเพศ เพราะได้ไปล่อลวงสีกาชื่อ "จันทิมา มายะรังษี" ไปเสพเมถุนจนตั้งครรภ์ และคลอดบุตรสาวออกมาตั้งชื่อว่า "เด็กหญิงกระต่าย" โดยสีกากลุ่มนี้ได้งัดเอาเทปสนทนาระหว่างพระยันตระกับนางจันทิมาออกมาใช้เป็นหลักฐานด้วย พระยันตระ เจอข้อกล่าวหาที่รุนแรงผิดพระวินัยจนถึงขั้นปาราชิกเช่นนี้ แน่นอนว่า "พระยันตระ" ต้องปฏิเสธ ทำให้สื่อมวลชนพยายามขุดคุ้ยหลักฐานเพื่อเปิดโปง กระทั่งเห็นความไม่ชอบมาพากล ขณะที่ "จันทิมา" ก็ได้ฟ้องร้องพระยันตระ พร้อมกับขอท้าพิสูจน์ความจริงด้วยการตรวจดีเอ็นเอกับ "เด็กหญิงกระต่าย" ซึ่งในสมัยนั้นการตรวจดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์ความเป็นพ่อ-ลูก ถือเป็นเรื่องใหม่ในบ้านเราอย่างมาก แต่ทว่า...พระยันตระกลับปฏิเสธที่จะเจาะเลือดตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ ก่อนจะแอบเดินทางหลบหนีออกนอกประเทศไปโดยทันที โดยที่คดีดังกล่าวยังไม่เข้าสู่การพิจารณาของศาล มติมหาเถรสมาคมพิจารณาอธิกรณ์ปรับให้เขาพ้นจากความเป็นพระภิกษุ เพราะพิจารณาได้ความว่าเขาต้องอาบัติหนักดังที่ถูกฟ้องร้อง แต่นายวินัยไม่ยอมรับมติสงฆ์ดังกล่าว ด้วยการปฏิญาณตนว่ายังเป็นพระภิกษุและเปลี่ยนสีจีวรเป็นสีเขียว ทำให้ถูกสื่อต่าง ๆ ขนานนามว่า จิ้งเขียว, สมียันดะ, ยันดะ เป็นต้น ต้องปาราชิกาธิกรณ์และถูกมติมหาเถรสมาคมลงให้พ้นจากภาวะพระภิกษุ และหลบหนีออกนอกประเทศเมื่อ พ.ศ.2537 ไปอาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาในสถานะผู้ลี้ภัยทางการเมืองจนถึงปัจจุบัน แต่ชีวิตของอดีตพระยันตระมิได้ตกระกำลำบากเลย ตรงกันข้าม เขากลับมีชีวิตที่สุขสบายภายในสำนักสุญญตาราม เมืองเอสคอนดิโด รัฐแคลิฟอร์เนีย และมีคนสนิทคอยดูแลรับใช้ จนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายปี เวลาจะผ่านมาเกือบ 20 ปีแล้ว แต่เรื่องของพระยันตระที่สั่นสะเทือนวงการสงฆ์ครั้งใหญ่ก็ยังถูกพูดถึงกันอยู่เนือง ๆ จนล่าสุดเมื่อมีข่าวว่า "ยันตระ" กลับมาประเทศไทยแบบสบาย ๆ แถมยังมีลูกศิษย์ลูกหาคอยต้อนรับมากมาย อีกทั้งยังไม่ถูกดำเนินคดีใด ๆ โดยเจ้าตัวอ้างว่า คดีความทุกอย่างหมดอายุไปแล้ว. พระอิสระมุนี จบเกมส์เพราะ จดหมายเขียนถึง สีกา พระอิสระมุนีเป็นพระนักเทศน์ที่มีความสามารถ สั่งสอนธรรมะให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม  พระอิสระมุนี หรือ พระพีระพล เตชะปัญโญ เดิมชื่อ นายบรรหาร อดีตเจ้าอาวาสวัดธรรมวิหารี (วัดร่วมใจพัฒนา-วัดป่าละอู) อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เป็นพระสงฆ์สายวิปัสสนา ซึ่งเป็นที่นับถือเลื่อมใสจากอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร และ ภริยา พจมาน ชินวัตรเป็นอย่างมาก พระอิสระมุนี เป็นอดีตพระเลขาของหลวงปู่ชา สุภัทโทแห่งวัดหนองป่าพง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ต่อมาเกิดขัดแย้งกับลูกศิษย์ของหลวงปู่ชา ถูกกล่าวหาว่าโกงเงินของวัดจนถูกจับสึก จึงเดินทางมาที่จังหวัดเพชรบุรี ปักกลดและตั้งสำนักสงฆ์ บริเวณป่าละอู ตำบลป่าแดง อำเภอแก่งกระจาน พัฒนาจนกลายเป็นวัดธรรมวิหารี มีเนื้อที่กว่า 200 ไร่ในปัจจุบัน กระทั่ง พระอิสระมุนีตกเป็นข่าวว่าต้องปาราชิก หลังจากมีเพศสัมพันธ์กับสีกาคนสนิท ถูกเปิดเผยเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2544 จากการสืบสวนของทีมงานรายการถอดรหัส ทางสถานีโทรทัศน์ไอทีวีในขณะนั้น ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม มีหลักฐานเป็นจดหมายเขียนถึงสีกาสาว 10 หน้ากระดาษและเทปสนทนาทางโทรศัพท์ ซึ่งพระอิสระมุนีก็ได้สึกจากสมณเพศในทันที  ทำให้เจ้าตัวต้องเผ่นออกจากวัดป่าละอู แอบไปหนีสึกอยู่ในพื้นที่จ.สระแก้ว ปิดฉากความเป็นอาจารย์ของตระกูล"ชินวัตร"ลงอย่างสิ้นเชิง คาวผ้าเหลือง “ภาวนาพุทโธ ขยี้กามเด็กสาวชาวเขา “พระภาวนาพุทโธ” หรือนายจำลอง คนซื่อ พระธุดงค์นักพัฒนาที่โด่งดังในการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน อดีตเจ้าอาวาสวัดชื่อดัง ใน จ.นครปฐม จะกลับกลายมาถูกดำเนินคดีข่มขืนบรรดาเด็กสาวชาวเขา ที่มาพักอาศัยภายในวัด ต้องย้อนกลับไปเมื่อ ต้นเดือน ส.ค.2538 เมื่อมีบรรดาญาติของเด็กหญิงชาวเขา เหยื่อที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ มายื่นเรื่องร้องเรียนต่อกรมการศาสนา และตำรวจกองบังคับ การปราบปราม (บก.ป.) และกรมคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก กรมประชาสงเคราะห์ ให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังจากพบว่ากรณีมีเด็กหญิงชาวเขารวม 6 คน  (จาก จ.เชียงใหม่ 4 คน และ จ.แม่ฮ่องสอน 2 คนทั้งหมดอายุต่ำกว่า 15 ปี) ที่มาพักอาศัยอยู่วัดในพื้นที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม เพื่อหวังให้มีโอกาสได้ศึกษาต่อสูง ๆ ตามคำชักชวนของภาวนาพุทโธ เมื่อครั้งออกธุดงค์ ในพื้นที่ภาคเหนือ แต่สุดท้ายเด็กสาวกลับกลายต้องมาตกเป็นเหยื่อถูกล่วงละเมิดทางเพศ โดยพฤติการณ์ จะมีบรรดาลูกศิษย์ใกล้ชิดร่วมวางแผนออกอุบายให้เหยื่อเข้าไปทำความสะอาดภายในกุฏิ ครั้งละ 1 คน ผ่านเส้นทางลับด้านหลัง ที่มีบันไดลิงพาดรอไว้ เหยื่อหลายคนให้ข้อมูลตรงกันว่า ตอนแรกจะถูกสั่งให้นวดตามร่างกาย โดยอ้างว่าถูกเนื้อต้องตัวได้ไม่บาป แต่หากคนไหนกระด้างกระเดื่องก็จะยกเอาบุญคุณเรื่องการให้ที่พัก การส่งเสียเรียนหนังสือมาทวงบุญคุณ เมื่อเด็กยอมนวดให้ก็จะถูกล่วงละเมิดทางเพศในที่สุด ทั้งนี้ถ้ารายใดไม่ยินยอม จะถูกลงโทษด้วยการเดินจงกรมกลางแดด พฤติกรรมของอดีตพระภาวนาพุทโธนั้น ถูกระบุในคำพิพากษาว่า เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2531-2538 ต่อเนื่องกัน แต่เรื่องมาปรากฏเป็นข่าวในพ.ศ.2538 เมื่อมีพระลูกวัดโพธิ์เรียง ซึ่งเป็นญาติของเด็กหญิงชาวเขา เหยื่อของพระภาวนาพุทโธคนหนึ่ง ทราบพฤติกรรมดังกล่าว จึงได้ทำเรื่องร้องเรียนต่อกรมการศาสนา และตำรวจกองปราบปราม ซึ่งเมื่อสื่อได้ข้อมูล-ข้อเท็จจริง ข่าวจึงถูกกระพือ ถัดจากนั้นมาอีก 9 ปีเต็ม ทั้งการดำเนินการในชั้นของพนักงานสอบสวน ชั้นอัยการ และชั้นศาล จนกระทั่งเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2547 ศาลชั้นต้น จึงพิพากษา นายจำลอง คนซื่อ หรืออดีตพระภาวนาพุทโธ ในความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราหญิงอายุไม่เกิน 13 ปีและไม่เกิน 14 ปี ซึ่งมิใช่ภรรยาตน และฐานได้กระทำต่อศิษย์ที่อยู่ในความดูแล และพวกแม่ชีถูกฟ้องฐานเป็นผู้สนับสนุน เป็นธุระจัดหา และชักพาหญิงไปเพื่อสำเร็จความใคร่เพื่อการอนาจารเด็กหญิงชาวเขาถึง 6 คน โดยพิพากษาจำคุกเป็นเวลาถึง 160 ปี แต่ตามกฎหมายสามารถจำคุกจำเลยได้เพียง 50 ปีเท่านั้น โทษจึงคงเหลือจำคุก 50 ปี มีการสู้คดีกันต่อแต่ทั้งศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาก็ยังคงพิพากษายืน แม้ปัจจุบันนายจำลอง จะหมดสิ้นอิสรภาพ! แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา คงมีบรรดาลูกศิษย์ลูกหาที่ยังยึดมั่นในศรัทธา แวะเวียนเดินทางไปเยี่ยม หนำซ้ำบรรดาลูกศิษย์ยังฝากเงินเยี่ยมไว้ให้นายจำลอง ผู้ต้องขังแดน 4 ที่เรือนจำบางขวาง ว่ากันว่ายอดเงินบริจาคไม่ธรรมดา สูงกว่า 10 ล้านบาทไปแล้ว!.  เณรแอ จอมขมังเวทย์ หรือ จอมลวงโลก เณรแอ จอมขมังเวทย์ เป็นเจ้าของต้นตำรับ กุมารทอง ของขลัง รวมทั้งมนต์ดำเสน่ห์ยาแฝดที่ชื่อดัง บรรพชาเป็นสามเณรอยู่ที่วัดหนองระกำ อ.หนองโดน จ.สระบุรี อยู่หลายปี แม้ว่าอายุจะถึงวัยที่ต้องอุปสมบทเป็นพระภิกษุ แต่เณรแอก็ไม่ยอมอุปสมบท แต่เลือกที่จะร่ำเรียนไสยศาสตร์มนต์ดำจากอาจารย์เขมร จนว่ากันว่ามีอาคมแก่กล้า ช่ำชองการทำเสน่ห์ยาแฝด การสะเดาะเคราะห์ และปลุกเสกของขลัง จนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่ว แต่ละวันมีลูกศิษย์ลูกหาเดินทางไปให้ เณรแอ ทำพิธีทางไสยศาสตร์ให้จำนวนมาก กระทั่งพ.ศ.2537 เณรแอ ใช้ใต้ถุนเมรุวัดหนองระกำทำพิธีปลุกเสกกุมารทอง ของขลังตามท้องเรื่องในวรรณคดีดัง ขุนช้างขุนแผน ที่เณรแอและผู้คลั่งไคล้ไสยศาสตร์ เชื่อกันว่า เป็นผีเด็ก ที่ใครมีไว้ในครอบครองแล้วจะทำให้เจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน การค้าการขายได้กำไรดี แต่พิธีกรรมปลุกเสก กุมารทอง ในครั้งนั้น ทำให้เณรแอต้องติดคุกอยู่ 1 ปีเต็ม เนื่องจากในพิธีปลุกเสก มีการบันทึกภาพวิดีโอขั้นตอนการปลุกเสกไว้อย่างละเอียดยิบ โดยเฉพาะขั้นตอนการย่างศพเด็ก และมีการนำวิดีโอเทปไปเผยแพร่ในสื่อมวลชนต่างๆ จนเป็นข่าวครึกโครม หลังจากนั้นไม่นาน กรมการศาสนาได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.หนองโดน ให้ดำเนินคดี เณรแอ ในข้อหาอุตริมนุษยธรรมที่ไม่มีตัวตน ซึ่งศาลจังหวัดสระบุรีได้พิพากษาให้จำคุกเป็นเวลา 1 ปี พฤติกรรมของเณรแอถึงกับมีผู้สร้างภาพยนตร์นำเรื่องราวไปถ่ายทำภาพยนตร์ให้ชื่อว่า "เณรแอจอมขมังเวทย์" ทำให้ชื่อเสียงของเณรแอเป็นที่จดจำของคนไทยทั้งประเทศจนถึงบัดนี้ หลังจากพ้นโทษ แม้ว่า เณรแอ จะไม่ได้ถือครองผ้าเหลือง แต่ก็ไม่ได้ห่างหายไปจากแวดวงไสยศาสตร์ เณรแอได้ใช้บ้านพักทรงไทย ปลูกสร้างอยู่ในเนื้อที่ 5 ไร่ ที่สระบุรี เป็นสถานที่ทำเสน่ห์ยาแฝดให้แก่ผู้ที่ศรัทธา จนกลายเป็นคนมีฐานะ มีทรัพย์สินอยู่ในความครอบครองหลายสิบล้านบาท พ.ศ.2538 เณรแอ ได้แต่งงานกับ นางชไมพร รักษาจิตร์ โดยยังคงยึดอาชีพหมอเสน่ห์ ทำมาหาเลี้ยงครอบครัว แต่ก็ต้องเลิกรากันไป โดยนางชไมพรอ้างว่าทนพฤติการณ์ของเณรแอไม่ไหว กรณีบังคับให้หลอกลวงหญิงสาวที่มีปัญหาครอบครัวให้มาทำพิธีไสยศาสตร์ และได้ฟ้องหย่าต่อศาล ต่อมาพ.ศ.2548 นางชไมพรเข้าร้องเรียนต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี กล่าวหาเณรแอ ว่าเป็นจอมลวงโลก มีพฤติการณ์ต้มตุ๋นหลอกลวงประชาชน อ้างพิธีทางไสยศาสตร์หลอกข่มขืนหญิงสาวที่หลงเชื่อ แถมยังแอบถ่ายวิดีโอไว้แบล็กเมล์เหยื่อ โดยนางปวีณาได้ประสานไปยัง พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบก.ปดส.ในขณะนั้น ให้สืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีเณรแอในข้อหาฉ้อโกงประชาชน จนทำให้เณรแอต้องระเห็จเข้าคุกอีกครั้ง ทั้งนี้ระหว่างการเข้าตรวจค้นบ้านพักของเณรแอ เมื่อเช้ามืดวันที่ 10 กรกฎาคม 2548 ตำรวจพบ เณรแอนอนอยู่ในห้องพักกับหญิงสาววัย 19 ปี รายหนึ่ง โดยหญิงสาวรายนี้ยอมรับกับตำรวจว่า เดินทางมาพบเณรแอเพื่อให้ทำเสน่ห์ยาแฝดให้ แต่ไม่มีเงินจ่ายค่าพิธี จึงต้องยอมร่วมหลับนอนกับเณรแอแทน นอกจากนั้นยังพบเครื่องรางของขลังและอุปกรณ์การทำพิธีไสยศาสตร์อยู่เต็มบ้าน ทั้งพระพุทธรูป รูปปั้นกุมารทอง หัวกะโหลกลงอักขระหลายขนาด ตะกรุด ปลัดขิก ขวดน้ำมันพราย หุ่นขี้ผึ้งปั้นหญิง-ชายกอดกันและมัดติดกัน อย่างไรก็ตาม ของกลางที่พบไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะพบได้ในบ้านพักของจอมขมังเวทรายนี้ แต่ที่ทำให้ตำรวจแปลกใจคือ มี ยาทน ยาไวอากร้า และยากล่อมประสาท ซุกซ่อนอยู่ใต้ฐานพระภายในห้องทำพิธีอีกด้วย ปัจจุบัน เณรแอ ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จากคำพิพากษาศาลอาญารัชดาฯคดีฉ้อโกง เป็นเวลา 100 ปี แต่คำให้การของจำเลยมีประโยชน์ต่อการพิจารณาอยู่บ้าง จึงลดโทษให้เหลือจำคุก 75 ปี จากการสืบสวนของตำรวจ ปดส.ในครั้งนั้น พบว่ามีหญิงสาวที่ตกเป็นเหยื่อของ "เณรแอ" ทั้งสิ้น 33 คน ในจำนวนนั้นมีดารา นักแสดง และผู้ที่มีชื่อเสียงในสังคม หลายรายรวมอยู่ด้วย ซึ่งนั้นเป็นเพราะ "จอมขมังเวท" รายนี้มีการโฆษณาชวนเชื่อในสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ในทำนองว่า เป็นจอมขมังเวท เป็นหมอผี มีเวทมนตร์คาถาไสยศาสตร์ ทำเสน่ห์ ลงนะหน้าทอง ให้เกิดพลังเมตตามหานิยม ทำให้คนรักคนหลง ค้าขายดี  หลวงปู่เณรคำ พระไฮโซ คนดังโลกโซเชียล หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก มีนามเดิมว่า "วิรพล สุขผล" เกิดที่บ้านทรายมูล ต.ทรายมูล อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2522 ทั้งนี้  หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก เป็นบุตรคนที่ 4 จากพี่น้องทั้ง 5 คน ของนายรัตน์ สุขผล และนางสุดใจ สุขผล เมื่อ หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก บวชเป็นพระภิกษุแล้ว ได้รับฉายาทางพระพุทธศาสนาว่า "ฉัตติโก" หรือ "พระอาจารย์ วิรพล ฉัตติโก เณรคำ เคยเป็นประธานสงฆ์สำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม และมีชื่อเสียงจากความสามารถในการสั่งสอน แต่ภายหลังถูกถอดจากสมณเพศเพราะมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายประการ โดยพฤติกรรมที่ปรากฎ บวชตั้งแต่อายุ 12 แล้วปฏิบัติทางสมาธิภาวนาแบบอุกฤษฏ์คือยอมตายถ้าไม่บรรลุธรรม จนมีสมาธิจิตสูงถึงระดับฌาณ 8 มีฤทธิ์อภิญญา ขณะนี้ท่านอายุเพียง 30 ปีเศษเท่านั้น แต่ที่ท่านเรียกตัวเองว่า หลวงปู่ เพราะรวมกับอายุในชาติที่แล้ว ท่านระลึกชาติได้หลายแสนชาติ เห็นนรก เห็นเทวดาและองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระอรหันต์ต่างๆ ช่วงที่ธุดงค์อยู่ตามป่าตามถ้ำ อ้างว่าได้สัมผัสกับผี เปรต พญานาค เทวดามากมาย แต่ที่โด่งดังกลับเป็นปรากฏการณ์ที่สร้างความฮือฮาในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก กับภาพถ่ายในอิริยาบถต่าง ๆ เช่น ชูสองนิ้วในศูนย์การค้า โดยภายในคลิปเป็นภาพคณะสงฆ์จำนวน 3 รูปนั่งอยู่บนเครื่องบินส่วนตัว (ว่ากันว่า ลูกศิษย์ถวายให้ใช้เดินทางไกล หรือกรณีเร่งด่วน) หูเสียบหูฟังไอโฟน สวมแว่นตาดำและกระเป๋าหลุยส์วิตตอง โดยเครื่องบินเครื่องดังกล่าวบินลงจอดที่สนามบินอุบลราชธานี ซึ่งทราบข้อมูลเบื้องต้นว่าพระบนเครื่องบิน มีชื่อว่า หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก "หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก" ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ผู้ที่มีภาพถ่ายนั่งเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวกับลูกศิษย์มาดเท่ อันเป็นปฐมบทของการถูกขุดคุ้ยตีแผ่ จนต้องเผ่นหนีออกนอกประเทศไปในที่สุด... ทั้งนี้ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 26 ปี ได้ออกมาเปิดเผยถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับ "เณรคำ" จนมีลูกชายวัย 11 ขวบ โดยได้รู้จักกับพระรูปนี้เมื่อปี 2542 ขณะเรียนอยู่ชั้น ม.2 ตอนนั้น "เณรคำ" ธุดงค์มาปักกลดที่ป่าช้าบ้านโพนจาน ต.โพธิ์ จ.ศรีสะเกษ ความสัมพันธ์ฉันชู้สาวดำเนินไป โดยเณรคำขับรถยี่ห้อหรูทั้งเบนซ์ จากัวร์ไปรับที่หน้าโรงเรียน พาไปมีสัมพันธ์กันในรีสอร์ต บางครั้งก็พาไปที่กุฏิสำนักสงฆ์ รวมถึงบนรถ เฉลี่ยเดือนละ 10 ครั้ง จนกระทั่งฝ่ายหญิงตั้งท้อง และคลอดลูก เงินที่เคยส่งเสียให้ใช้จ่ายครั้งละ 5,000-10,000 บาทเริ่มขาดหายไป รวมถึงตัว "เณรคำ" ที่ไม่สามารถติดต่อได้ แต่จุดแตกหักจริงๆ ที่ทำให้หญิงสาวผู้นี้ออกมาแฉพฤติกรรมของพระฉาวกับสาธารณชน คือ คำกล่าวหาของลูกศิษย์ ที่ว่า ลูกในท้องของเธอเป็นลูกที่เกิดจาก "น้องชาย" ของ "เณรคำ" กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีร้องเรียนพระวิรพล สุขผล หรือหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำงานสำคัญ "การที่หลวงปู่เณรคำมีความสัมพันธ์ทางเพศกับเด็กอายุ 14 ปี เข้าข่ายผิด มาตรา 277 ประมวลกฎหมายอาญา กรณีกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไม่ว่าเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และเป็นเหตุให้ต้องปาราชิกพ้นจากการเป็นพระ" กระทั่งวันที่ 13 ก.ค.2556 พระครูสิริวินัยวัฒน์ เจ้าคณะอำเภอเมืองศรีสะเกษ ประธานคณะกรรมการสอบสวนอธิกรณ์พระวิรพล สุขผล หรือหลวงปู่เณรคำ พร้อมคณะกรรมการ ได้ประชุมร่วมกันที่วัดป่าศรีสำราญ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ใช้เวลาพิจารณา 40 นาที เห็นพ้องกันว่าพยานหลักฐานในเหตุเสพเมถุนชัดเจน จึงมีมติให้พระวิรพล อาบัติปาราชิก ขาดจากความเป็นพระภิกษุ นี้ยังไม่นับรวมถึงความผิดในเรื่องอื่นๆ ทั้งฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงินโดยเบียดบังเงินบริจาคไปซื้อทรัพย์สินและการนำเงินไปฝากในต่างประเทศ แสดงและใช้วุฒิการศึกษาเท็จว่าจบด็อกเตอร์จากมหาวิทยาลัยสันติภาพโลก ฆ่าคนตายโดยประมาทจากการขับรถชนคน มีพฤติกรรมหลบเลี่ยงภาษีรถหรูซึ่งมีทั้งที่ซื้อใช้เอง และซื้อแจกพระผู้ใหญ่หลายรูป ฯลฯ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ความสำคัญในคดีมุ่งไปที่การตามหาตัวอดีต "พระเณรคำ" และวิธีที่จะนำตัวกลับมาดำเนินคดี แต่ก็มีคำถามของคนที่อยากรู้ตามมาว่า จริงๆ แล้วตอนนี้สมีคำอยู่ที่ไหนกันแน่ อยู่ต่างประเทศแบบสบายๆ รอเวลาจนคดีหมดอายุความแล้วค่อยกลับเมืองไทย...เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป คดีจะจบลงแบบไหน  พระธัมมชโย  ประมุขแห่ง ธรรมกาย พระธัมมชโย หรือ พระเทพญาณมหามุนี มีนามเดิมว่าไชยบูลย์ สุทธิผล เกิดเมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2487 ณ คุ้งน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา ตำบลบ้านแป้ง อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี บิดาชื่อจรรยงค์ สุทธิผล มารดาชื่อจุรี สุทธิผล[1] ในวัยเด็กมักค้นคว้าหาความรู้ด้านธรรมะ และคำถามที่ติดอยู่ในใจเสมอคือ "เราเกิดมาทำไม และอะไรคือเป้าหมายชีวิต" จึงได้แสวงหาคำตอบเรื่อยมา ขณะที่เรียนอยู่ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยหลังจากได้ฟังการบรรยายธรรมจากวิทยากรท่านต่าง ๆ ร่วมกับเพื่อนตั้งชุมนุมยุวพุทธ พ.ศ. 2506 เมื่อขณะศึกษาอยู่ชั้น ม. 8 (เทียบเท่า ม. 6 ปัจจุบัน) กำลังเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย ได้อ่านพบหนังสือชื่อ "วิปัสสนาบันเทิงสาร" ลงเรื่องแม่ชีจันทร์ ขนนกยูง ซึ่งได้ศึกษาวิชชาธรรมกายมาจากพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ จึงได้ไปขอเรียนการปฏิบัติธรรมจากนาง[ต้องการอ้างอิง] เมื่อเรียนจบปริญญาตรีสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์เกษตร จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แล้ว ได้บรรพชาอุปสมบท เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2512 ณ พัทธสีมาวัดปากน้ำภาษีเจริญ โดยมีพระเทพวรเวที (ปัจจุบันคือสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ) เป็นพระอุปัชฌาย์[2] พระครูพิพัฒน์ธรรมคณี เป็น พระกรรมวาจาจารย์ พระวิเชียรกวี เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า "ธมฺมชโย" แปลว่า "ผู้ชนะโดยธรรม" ย้อนกลับไปเมื่อปี 2540 พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย) หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายและประธานมูลนิธิธรรมกายถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในประเด็นยักยอกทรัพย์ จากการบริหารเงินบริจาค ต่อมากรมที่ดินได้สำรวจพบว่า พระธัมมชโยมีชื่อเป็นเจ้าของโฉนดที่ดินและบริษัทที่เกี่ยวกับวัดพระธรรมกายกว่า 400 แปลง รวมเนื้อที่กว่า 2 พันไร่ ในจังหวัดพิจิตรและเชียงใหม่ การกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดทางพระธรรมวินัยขั้นปาราชิก รวมถึงถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่น ใกล้ชิดสีกา และอวดอุตริมนุสธรรม พศ. มหาเถรสมาคมจึงมีมติให้ปรับปรุงคำสอนของวัดพระธรรมกาย และยุติการเรี่ยไร เงินนอกวัด ส่วนที่ดินและทรัพย์สินให้คืนให้กับทางวัด แต่พระธัมมชโยไม่ยอม กรมการศาสนาจึงได้เข้าแจ้งความดำเนินคดี ระหว่างคดียังคงอยู่ในกระบวนพิจารณาในชั้นศาล พระธัมมชโยและคณะวัดพระธรรมกายได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ขณะที่สื่อมวลชนมีการนำเสนอข่าวของวัดพระธรรมกายอย่างต่อเนื่อง สื่อมวลชนหลายสำนักได้นำเสนอข่าวแพร่สะพัดออกไปในทางเสื่อมเสีย วัดพระธรรมกายจึงได้เกิดการฟ้องร้องกันขึ้น พ.ศ.2542 เกือบ 7 ปี ของการดำเนินคดี ตั้งแต่ปี 2542-2549 ในที่สุดวันที่ 21 สิงหาคม 2549 พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 ซึ่งเป็นโจทก์ ขอถอนฟ้อง จำเลยคือพระธัมมชโย และนายถาวร พรหมถาวร ลูกศิษย์ ทุกข้อกล่าวหา โดยสรุปว่า ปัจจุบันจำเลยกับพวก ได้เผยแผ่พระพุทธศาสนาตรงตามพระไตรปิฎกและนโยบายของคณะสงฆ์ ด้วยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้เป็นที่ยอมรับทั่วไป ทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งยังได้ส่งมอบทรัพย์สินทั้งหมดคืนให้แก่วัดพระธรรมกายแล้ว เมื่อพระธัมมชโยได้คืนทรัพย์สินและที่ดินให้กับวัดพระธรรมกายแล้ว ดังนั้น มติ มส.ในขณะนั้นจึงไม่ได้ให้ปาราชิก และยังสามารถดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายได้ ต่อมาได้มีการคืนตำแหน่งเจ้าอาวาสให้กับพระธัมมชโย และพระราชทานสัญญาบัตรเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ "พระเทพญาณมหามุนี" เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2554 ดูเหมือนคดีความของวัดพระธรรมกายจะจบลงด้วยดี แต่แล้วชื่อของวัดพระธรรมกายกลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง เมื่อผุดโครงการ "ธุดงค์ธรรมชัย" ขึ้นใจกลางเมืองหลวง เมื่อปี 2555 ต่อด้วยกรณีเงินบริจาคของ นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เมื่อปี 2556 ภายหลังการตรวจสอบเส้นทางเดินเงิน กรณีนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ซึ่งได้กระทำความผิดฐานฉ้อโกงเงินประชาชนรวมกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท โดยมีการลงนามสั่งจ่ายเช็คของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น และมีการนำเช็คไปเข้าบัญชีเงินฝาก 3 ส่วน 1.สั่งจ่ายเช็คสหกรณ์ฯ 8 ฉบับ แบ่งเป็นจ่ายให้กับพระธัมมชโย เป็นเงิน 348,780,000 บาท 2.สั่งจ่ายเช็คสหกรณ์ 6 ฉบับ เข้าบัญชีเงินฝากของวัดพระธรรมกาย 436 ล้านบาท 3.สั่งจ่ายเช็คสหกรณ์เข้าบัญชีเงินฝากของพระปลัดวิจารณ์ 119 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 900 ล้านบาท ทั้งนี้ ยังไม่นับรวมกรณีที่นายศุภชัยสั่งจ่ายเช็คเข้าบัญชีกลุ่มบุคคลอื่น หรือนำเงินไปซื้อที่ดินมาบริจาคให้วัดพระธรรมกาย เพื่อก่อสร้างพระมหาเจดีย์ทัตตชีโว การนำเงินไปใช้ก่อสร้างอาคารที่ตั้งอยู่บนที่ธรณีสงฆ์ ปปง.ไม่สามารถบังคับคดีได้ ส่วนเช็คของสหกรณ์ฯ ที่เข้าบัญชีเงินฝากของพระธัมมชโย กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินคดีทางแพ่ง (ฟ้องเรียกทรัพย์สินคืน) ส่วนเช็คที่เข้าบัญชีพระปลัดวิจารณ์ 119 ล้านบาท ได้ทำการถอนปิดบัญชีไปแล้ว ปปง.ไม่สามารถติดตามเส้นทางเงินต่อไปได้ เพราะถอนเป็นเงินสด สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยได้รับการยืนยันว่า ที่ประชุมมหาเถรสมาคม เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์นั้น ยังไม่ได้มีมติเกี่ยวกับพระธัมมชโย และยังไม่ได้มีการพิจารณาด้วยว่าจะปาราชิกหรือไม่ปาราชิก มีแต่เพียงการเข้าไปรับทราบและชี้แจงเท่านั้น ซึ่งในวันนั้นที่ประชุมมีการตั้งคณะทำงาน มส. ขึ้นมา 1 ชุด มีพระผู้ใหญ่ 6 รูป และฆราวาส 2 คน เพื่อเข้าติดตามและดำเนินการในเรื่องดังกล่าว โดยในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ ทางมหาเถรสมาคม จะมีการประชุมพร้อมนำเรื่องการตั้งคณะทำงานชุดนี้เข้าหารือ เพื่อรับรองอย่างเป็นทางการอีกครั้ง และนี่คือ เปิดตำนาน “พระฉาว” เมืองไทย ที่ข่าวดังไกลไปทั่วโลก  @คุณแร้ง

'ส.ศิวรักษ์' ท้า นายกฯ ยุบ มหาเถรสมาคม!
ธัมมชโย /  ประยุทธ์ จันทร์โอชา / 

ส.ศิวรักษ์ นักเขียนชื่อดัง ท้า 'นายก ประยุทธ์' ยุบมหาเถรสมาคม ชี้ ล้าหลัง-เผด็จการ เสนอ ปกครองสงฆ์ด้วยพระธรรมวินัย แยกศาสนาออกจากรัฐให้ชัดเจน วันที่ 26 ก.พ. 58 นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ นักเขียนชื่อดัง กล่าวถึงกรณีการประชุมมหาเถรสมาคม ในวันพรุ่งนี้ (27 ก.พ.) ที่จะมีการพิจารณารับรองผลการประชุม เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ที่มีมติให้พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ไม่เป็นอาบัติปราชิกว่า แม้ผลการประชุมจะออกมาอย่างไร ขอท้าทายให้มหาเถรสมาคม มีมติให้พระธัมมชโย เป็นปาราชิก หากทำได้จะบุกกราบถึงวัด พร้อมมองว่า มหาเถรสมาคมควรถูกยุบ เพราะเป็นองค์กรล้าหลัง-เผด็จการ-ผู้ปกครองส่วนใหญ่อายุมากเกินไป ชี้ การปกครองสงฆ์ควรปกครองด้วยพระธรรมวินัยเหมือนกับประเทศศรีลังกา และพม่า ด้วยการแยกศาสนาออกจากรัฐให้ชัดเจน การออกกฎหมายสงฆ์ควรเป็นทางเลือกสุดท้ายไว้ใช้ควบคุมสงฆ์ จึงฝากถาม นายกรัฐมนตรี กล้าหาญพอที่จะยุบมหาเถรสมาคมหรือไม่ ขณะเดียวกัน นายสุลักษณ์ ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กแฟนเพจ Sulak Sivaraksa เมื่อวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา เกี่ยวกับแสดงความเห็นต่อการลงมติ มส. ไม่เป็นปาราชิก ธัมมชโย แสดงว่า มส. ที่ลงคะแนนให้ ธมฺมช น่าจะมีชนักติดหลังในทำนองเดียวกัน ขอบคุณข้อมูล/ภาพ  facebook Sulak Sivaraksa MThai News

ชม 2 ภาพของ เดฟ บาทิสต้า และ ลีอา เซย์ดูซ์ พร้อมคลิปจากกองถ่าย Spectre
007 /  American Beauty / 

เรียกได้ว่าไม่ปล่อยให้เงียบกันเลยทีเดียว สำหรับหนังภาคใหม่ของ เจมส์ บอนด์ อย่าง Spectre ที่ล่าสุดได้ปล่อย 2 ภาพใหม่จากตัวหนัง พร้อมกับคลิปเบื้องหลังกองถ่าย ที่มีผกก. แซม เมนเดส มาให้คำแนะนำด้วย โดยภาพที่ปล่อยมาล่าสุดนั้นก็เป็นภาพของตัวละครของ เดฟ บาติสต้า ที่เรื่องนี้จะมารับบทเป็นมือขวาของตัวร้ายใหญ่อย่าง คริสตอฟ วอลท์ โดยดูมาดแล้วน่าจะเป็นคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวของ เจมส์ บอนด์ เลยทีเดียว ส่วนอีกภาพนั้นเป็นของตัวละครของสาวมาแรงอย่าง ลีอา เซย์ดูซ์ จาก Blue is the Warmest Colour ที่ในภาคนี้จะมารับบทเป็นหนึ่งใน 2 ของ สาวบอนด์ นั่นเอง โดยตัวหนังมีกำหนดฉายในต้นเดือนพฤศจิกายนนี้แล้ว กับเรื่องราวย่อๆในภาคนี้คือ เจมส์ บอนด์ ต้องปะทะกับตัวร้ายใหญ่ขององค์กรคู่ปรับตลอดกาลอย่าง สเป็คเตอร์ นั่นเอง ใครรอกันแทบไม่ไหวก็ดูคลิปเบื้องหลังรอกันไปก่อน และมาเจอกันมันส์แน่ พฤศจิกายนนี้