ยายช่วยยาย

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

เพลย์เชฟ

โรงเรียนสอนทำอาหารPlaychef ที่มีหลักสูตรตั้งแต่เด็กอายุ4ปีจนถึงผู้ใหญ่ เปิดทำการมายาวนานกว่า10 ปี สถาบันที่จะช่วยให้ทุกคนสนุกกับการทำอาหาร

ยอดชาย เมฆสุวรรณ ยก ป๋าเดียร์
ยอดชาย เมฆสุวรรณ /  ป๋าเดียร์ ชุมพร / 

  เมื่อทราบข่าวการเสียชีวิตของ ป๋าเดียร์ ชุมพร เทพพิทักษ์ เหล่าศิลปินดาราต่างเดินทางมาร่วมแสดงความอาลัยอย่างคับคั่ง ด้านดารานักแสดงรุ่นใหญ่ ยอดชาย เมฆสุวรรณ ซึ่งเป็นอีกคนหนึ่งที่สนิทสนมและร่วมงานกับ ป๋าเดียร์ ชุมพร มาเป็นเวลายาวนานตั้งแต่รุ่นบุกเบิกของวงการบันเทิงไทยเลยก็ว่าได้ ได้เผยเรื่องราวในอดีตที่น่าจดจำและไม่เคยลืมเลือนของ ป๋าเดียร์ ว่าเป็นรุ่นพี่ที่คอยช่วยแนะนำเรื่องการแสดงตั้งแต่ตนเข้าวงการใหม่ๆ และยังเป็นพี่ชายที่ขี้แกล้ง ขี้อำ แม้พี่ชายคนนี้จะจากไปแต่ผลงานและความดีของพี่ชายก็ยังฝากไปยังคนรุ่นหลังต่อไป ลั่นอยากปั้นหุ่นขี้ผึ้งเก็บไว้เป็นความทรงจำและเป็นตำนานของหนังไทย!!   "ครั้งแรกที่ได้เจอกับพี่เดียร์ แกก็อำผมเลย และอำแรงด้วย แกเป็นคนตลก เห็นอะไรก็ขำไปหมด ครั้งนั้นผมไปถ่ายเรื่องนพเก้า ที่สระบุรี ซึ่งผมเป็นพระเอกพี่เดียร์เป็นผู้ร้าย หลังถ่ายเสร็จก็ไปพักที่โรงแรม นั่นเป็นการเจอกันครั้งแรกระหว่างเรา ช่วงประมาณ 6 โมงเย็นพี่เขาก็มาคุยกับเราในห้องพัก เรายังรู้สึกเลยว่าเขาเป็นคนดี เข้ามาสอนมาเทคแคร์ ตอนนั้นปี 2516 ผมก็เพิ่งได้เข้าวงการครั้งแรก และสักพัก แกก็บอกว่า เดี๋ยวกลับก่อนนะ เข้ากรุงเทพ จากนั้นประมาณทุ่มกว่าๆ ก็มีเสียงโทรศัพท์เข้ามาแล้วบอกว่าตอนนี้พี่เดียร์ถูกรถชนเสียชีวิตแล้ว พรุ่งนี้ให้ไปรดน้ำศพด้วยเราก็ตกใจเพราะเพิ่งคุยกันตอน 6โมงเย็น และเวลาประมาณช่วงตี 1 กว่าๆ เรากำลังจะเข้านอนก็ได้ยินเสียคนเคาะประตู พอเปิดประตูออกไปก็เห็นพี่เดียร์ยืนอยู่ เราตกใจมาก แกจะเป็นคนชอบขี้อำตลอด"   "มีอยู่ครั้งหนึ่งมันเหมือนเกิดเป็นปฏิหาริย์เพราะผมฝันเห็น หลวงปู่สงฆ์ จันทสโร วัดเจ้าฟ้า ศาลาลอย ซึ่งผมไม่เคยรู้จักท่านมาก่อน พอไปค้นในประวัติก็ได้เห็นภาพด้านตรงที่นั่งหลังโก่ง ผมจึงนำแบบมาปั้นหุ่นขี้ผึ้ง แต่ก็คิดในใจว่าเห็นด้านเดียว มันจะเหมือนหรือเปล่าแต่เราก็หยุดไม่ได้ แต่ถ้าจะทำต่อไปก็ลังเลกลัวจะไม่เหมือน สักพักก็มีเสียงกดออดที่หน้าบ้าน ปรากฎว่าเป็นพี่เดียร์มาหา ซึ่งปกติแกไม่เคยมาหาผมเลย พอแก้ห็นว่าผมกำลังปั้นพระอยู่ แกก็บอกว่าเหมือนแล้วหยุดทำเลยนะ แต่นี้พอไม่ต้องปั้นต่อ เพราะพี่เดียร์อยู่กับท่านมาตั้งแต่เด็กๆ ท่านเป็นอาจารย์ของพี่เดียร์ที่อยู่จ.ชุมพร เหมือนท่านดลจิตดลใจให้พี่เดียร์มาเช็คผลงาน"   "ระยะหลังพี่เดียร์กับผมจะติดต่อกันตลอด แกจะมาหาที่บ้าน มานั่งคุย วันที่แกเส้นโลหิตในสมองแตก แล้วไม่สบายหนักมาก แกให้เด็กผู้หญิงคนหนึ่งโทรมาบอกว่าแกไม่สบายเข้าโรงพยาบาล ตอนแรกเรานึกว่าแกอำ เพราะแกชอบอำเราก็เลยไม่เชื่อ เราก็พยายามจะตามหา เช็คไปตามโรงพยาบาล ซึ่งก็ไม่เจอชื่อของแกอยู่ที่โรงพยาบาลไหน สักพักมีผู้หญิงโทรมาบอกว่าพี่เดียร์กลับมาบ้านแล้ว เราเลยไปหา แล้วเห็นพี่เดียร์นอนอยู่บนเตียง น้ำตาผมไหลเลย ตอนนั้นแกพูดไม่ได้แล้ว เพราะเส้นโลหิตในสมองแตก"   "ตอนแกมีชีวิตอยู่ ผมไปบอกแกนะครับ ว่าอยากปั้นรูปแก แต่แกบอกว่ายังไม่ตาย ยังไม่อยากให้ปั้น แต่ตอนนี้ถ้าหนุ่ม ศรราม มีรูปอะไรเอามาให้ ผมก็อยากจะปั้น คือมันเป็นอีกหนึ่งความทรงจำ เพราะเขาเป็นตำนานของหนังไทยเลยนะ ไม่มีใครที่จะไม่รู้จัก ชุมพร เทพพิทักษ์ และวันนี้ที่แขกมาร่วมงานกันเยอะก็เพราะสิ่งต่างๆ ที่พี่เคยสร้างเอาไว้ มันเป็นผลสืบเนื่องมา ผมก็ขอให้พี่เดียร์ไปสู่สุคติ ไปอยู่ภพภูมิที่ยิ่งๆ ขึ้นไปครับ"   ป๋าเดียร์ ชุมพร เทพพิทักษ์     ยอดชาย เมฆสุวรรณ   ยอดชาย เมฆสุวรรณ   ยอดชาย เมฆสุวรรณ   ยอดชาย เมฆสุวรรณ   ยอดชาย เมฆสุวรรณ  

ปันปัน ส่งแม่เป็นครั้งสุดท้าย!! ฝันถึง+อยากสานต่อร้องเพลง แหวน ฐิติมา
แหวน ฐิติมา /  ปันปัน เต็มฟ้า

บรรยากาศในพิธีเคลื่อนศพ แหวน ฐิติมา ขึ้นตั้งบนจิตกาธาน โดยมี ปันปัน เต็มฟ้า เป็นผู้ถือภาพของแม่แหวน เวียนรอบเมรุ สำหรับกำหนดการพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา เวลา 18.00 น. ณ เมรุวัดธาตุทอง โดยสาวปันปัน ได้เปิดใจก่อนส่งแม่เป็นครั้งสุดท้ายมาดังนี้ "วันนี้ได้มาส่งคุณแม่ อย่างแรกเลยที่รู้สึกคือสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ฯ ได้พระราชทานพวงมาลาและจะเสด็จมาพระราชทานเพลิงศพให้คุณแม่ นับว่าเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลปันปันมากๆ และเป็นเกียรติสำหรับคุณแม่ด้วยค่ะ" "รู้สึกปลาบปลื้มใจแทนคุณแม่มากค่ะ คุณแม่มีทั้งเพื่อน มีทั้งคนที่รัก ทั้งแฟนคลับและครอบครัวที่อบอุ่นมากๆ ทุกคนพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างคุณแม่มาจนถึงทุกวันนี้ หลายๆ ท่านก็มาบอกกับเราว่าจะสนับสนุนปันปันต่อไป ก็รู้สึกปลาบปลื้มใจ รู้สึกว่าคุณแม่เป็นคนที่น่ายกย่องมากๆ เหมือนเราก็อยากจะดำเนินตามรอยคุณแม่ค่ะ คุณแม่เก่งมากๆ ทำตัวให้มีคนรัก มีคนนับถือขนาดนี้" "สภาพจิตใจวันนี้ ก็เข้มแข็งมากกว่าวันนั้นค่ะ พอมีคนให้กำลังใจ มีแขกมา คุณพ่อก็ดีขึ้นค่ะ อย่างวันคอนเสิร์ตคุณพ่อก็ได้เจอกับเพื่อนเก่าๆ นักร้องนักดนตรีที่คุณพ่อเคยทำงานด้วย" "ห่วงคุณพ่อ ห่วงค่ะ ตอนนี้ก็ยังห่วงค่ะ เพราะคุณพ่อค่อนข้างมีอายุแล้ว และค่อนข้างจะชินกับอะไรที่เดิมๆ ก็เลยต้องอยู่เป็นเพื่อนคุณพ่อ และตอนนี้บ้านค่อนข้างเงียบ คือบ้านเราอยู่กัน 3 คนคือ ปันปัน คุณพ่อและคุณแม่ ตอนนี้ก็เหลือ 2 คนในบ้าน ก็ค่อนข้างเงียบ เดี๋ยวคงพาคุณพ่อไปทำกิจกรรม เดี๋ยวจะพาไปหัวหินอะไรแบบนี้ค่ะ บ้านมันดูว่างเปล่า เราอยู่ด้วยกัน 3 คนก็ใช้ทุกอย่างร่วมกัน เดิมก็คือนอนด้วยกัน 3 คน ปันปันเพิ่งมามีห้องของตัวเองเมื่อไม่นานนี้เอง ของของคุณแม่ก็มีอยู่ทั่วบ้าน ตอนเก็บของก็รู้สึกคิดถึงคุณแม่ตลอดอยู่แล้ว แต่ก็พยายามจะเข้มแข็งมากขึ้น" "ฝันถึงคุณแม่ มีฝันถึงคืนนึงค่ะ ห่างจากวันที่คุณแม่เสียมา 2 วัน ฝันถึงแต่ไม่ได้เป็นภาพอะไรมาก ก็เหมือนคุณแม่ยืนอยู่ก็เป็นภาพที่ดีๆ ค่ะ ตอนที่คุณแม่อยู่โรงพยาบาลก็ยังทำให้เราเห็นว่าคุณแม่เข้มแข็งอยู่ตลอด น้อยครั้งมากที่จะบอกว่าท้อ คุณแม่ไม่เคยพูดเลยว่าอยากไปแล้วต่อหน้าเรา ทำให้เรารู้สึกว่าคุณแม่เป็นคนที่เข้มแข็งที่สุดแล้ว ตอนนี้เชื่อว่าคุณแม่ก็ยังห่วงปันอยู่ เพราะคุณแม่จากไปค่อนข้างเร็วและปันก็ยังอยู่ในช่วงรอยต่อของชีวิต อย่างเรื่องการจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ารถ แต่ก่อนคุณแม่จะเป็นคนทำให้หมด ตอนนี้เราก็ต้องจัดการการจ่ายเงินเองทุกอย่าง ดูแลบ้านด้วย ก็ต้องเข้มแข็งมากขึ้น ก็ต้องเป็นผู้นำครอบครัวค่ะ อย่างที่บอกว่าปันต้องดูแลคุณพ่อด้วย คุณพ่อไม่ค่อยแข็งแรง เราก็ต้องดูแลระบบทั้งหมดของบ้าน" "สานต่อคุณแม่ ความจริงอยากจะร้องเพลงคุณแม่ แต่ก็ต้องรอโอกาสอีกทีค่ะ เพลงคุณแม่เราก็ร้องได้เกือบหมดอยู่แล้ว เมื่อก่อนปันชอบไปคอนเสิร์ตกับคุณแม่มากค่ะ เวลาคุณแม่ไปคอนเสิร์ตต่างจังหวัดปันก็ไปด้วยตลอด หลังจากนี้ก็คงเคลียร์บ้านและหางานทำด้านที่เรียนมาคือเศรษฐศาสตร์ อาจจะทำงานธนาคารเกี่ยวกับการลงทุนให้เป็นงานหลักของเรา งานในวงการบันเทิงก็ไม่ได้ทิ้งค่ะ ยังรับเป็นงานๆ ได้อยู่แล้วค่ะ" "อัฐิ น่าจะเก็บไว้ในโกศ 2 โกศอย่างที่เราเตรียมกันไว้คือ อันนึงไว้บ้านเราจะซื้อโต๊ะอะไรมาวางไว้ อีกอันก็จะไว้กับคุณยายที่บ้านครอบครัวสุตสุนทร ลอยอังคาร ตอนนี้เห็นคุณพ่อบอกว่าจะไปที่กองทัพเรือค่ะ แต่ยังไม่แน่ใจว่าวันไหนและมีใครไปบ้าง เตรียมต้องคุยกันอีกทีค่ะ" "กล่าวอาลัยให้คุณแม่ เหมือนพูดในสิ่งที่เราไม่ค่อยได้บอกคุณแม่เท่าไหร่ คุณแม่เป็นคนที่เข้มแข็งมาก เราอยู่ในจุดที่รู้ว่ามันคือตัวตนของคุณแม่ เราก็ไม่ค่อยได้บอกว่าขอบคุณนะที่แม่เข้มแข็ง บอกรักและขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่แม่เคยทำให้เราตั้งแต่เด็กคุณแม่ก็อยู่เคียงข้างเรามาตลอด" "ก็รู้สึกขอบคุณมากๆ ที่ทุกคนรักคุณแม่ขนาดนี้ เราเป็นลูก เราก็ดีใจที่เห็นมีคนรักคุณแม่เยอะ ทุกคนห่วงใยและใส่ใจเราขนาดนี้ค่ะ ถึงแม้คุณแม่จะจากไปแล้วแต่ทุกคนก็ยังห่วงคุณแม่ หนูจะพยายามนำข้อดีทุกอย่างของคุณแม่มาใช้กับตัวหนูค่ะ" ปันปัน กล่าว พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา

โกโกพริ้นท์ (ไทยแลนด์) จำกัด

โกโกพริ้นท์ เป็นโรงพิมพ์ออนไลน์ชั้นนำในประเทศไทย มีวิสัยทัศน์ต้องการทำให้การสั่งทำสิ่งพิมพ์เป็นเรื่องง่าย สะดวก และราคาถูก สามารถช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเราเลือกใช้เครื่องพิมพ์คุณภาพสูงและมีประสิทธิภาพ มีระบบการสั่งพิมพ์สินค้าออนไลน์ที่ง่าย สะดวก และรวดเร็ว Gogoprint.com ให้บริการงานพิมพ์ที่มีคุณภาพดี บริการเยี่ยม ราคาไม่แพง

โสดอย่างเป็นทางการ พลอย พลอยพรรณ หย่า!! ปีเตอร์ แล้ว
พลอย พลอยพรรณ /  ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล / 

  เรียกได้ว่าติดตามกันมาตลอดๆ สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างนักร้อง-นักแสดงหนุ่ม ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล กับภรรยาสาวแอร์โฮสเตจ พลอย พลอยพรรณ ซึ่งมีทายาทร่วมกัน 2 คนคือ น้องแพนเตอร์ และ น้องพูม่า แต่ก็ยังคาราคาซังเรื่องหย่ากันมายาวนาน ล่าสุดด้าน พลอยพรรณ ได้ออกมาเผยข่าวดีสำหรับตนเอง รับยอมถอยคนละก้าวเพื่อลูกจะได้สิ่งที่ดีที่สุด และตนก็ต้องการลูก หากวันนั้นมาถึงจริงคงสบายใจแบบไม่ต้องบรรยาย (ให้ดูใบหน้าเปื้อนยิ้ม) คงเหมือนเชือกที่พันกันอยู่เป็นปมนานได้คลายออกมาสักที!! ซึ่งก็ได้มีรายงานข่าวแจ้งมาว่า ขณะนี้ทั้งคู่ได้เซ็นหย่ากันเรียบร้อยแล้ว พร้อมข้อตกลงร่วมกันว่า จะไม่มีการพูดถึงอีกฝ่ายผ่านสื่อนั่นเอง....   "เรื่องดูแลลูกเป็นหน้าที่ของพลอยค่ะ เขาอาจจะยุ่งเรื่องงานอยู่ อันนี้พลอยไม่ขอตอบแล้วกันเกี่ยวกับสามีค่ะ อันนี้เอาตามที่เห็นแล้วกันค่ะ เดี๋ยวไว้สัมภาษณ์เขาเองดีกว่า เพราะพลอยคุยกันไว้แล้วว่าเราจะไม่เอาเรื่องของกันและกันมาพูดอะไรแบบนี้อีกค่ะ"   "ไม่พูดถึงกันก็จะได้มีพื้นที่ในการใช้ชีวิต อย่างพลอยจะได้ไปคิดถึงเรื่องงาน ดูแลลูกให้มากขึ้น เราก็ไม่มานั่งคุยถึงแต่เรื่องที่มันเป็นแง่ลบ มันผ่านมาแล้วและมันก็จบ ทุกคนก็มีหน้าที่การงานที่ต้องทำ มีชีวิตที่ต้องก้าวต่อไป พี่เขาก็ต้องไปทำงานหาเงินในส่วนของเขา ส่วนตัวพลอยก็ทำงานหนักเหมือนเดิม เศรษฐกิจมันก็ขึ้นๆ ลงๆ เราก็ต้องทำเผื่อไว้อนาคตนิดนึง เพราะค่าใช้จ่ายมันก็เยอะขึ้นเรื่อยๆ และบางทีรายรับมันก็ไม่ได้เท่าเดิมทุกเดือน แต่ว่าโชคดีมากที่ธุรกิจส่วนตัวมันก็ทำเงินได้ดีพอสมควรค่ะ วันนั้นก็มีให้เขาช่วยถือของให้นิดนึงเป็นตัวคอลลาเจน เขาก็บอกมาสิๆ เขาก็มีน้ำใจค่ะ เรายื่นใส่มือเขาเลยแล้วบอกช่วยกันหน่อย (หัวเราะ) เพราะตอนนี้มันเริ่มติดกระแสติดตลาดมาก เราก็บอกเขาช่วยหน่อยนะตัวนี้กำลังทำเงินเลย จะได้เป็นค่าเทอม"   "ไม่ได้มองอะไรเลยค่ะ คิดไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าสิ่งที่เราต้องทำคือเราต้องยืนด้วยลำแข้งของตัวเองไม่ว่าอะไรมันจะเกิดขึ้น อันนี้คือสิ่งที่เราต้องทำอยู่แล้วและต้องทำต่อไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวเราเอง เพื่อนฝูง หรือไม่ใครก็ตาม เราทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ถ้าใครจะเข้ามาช่วยเหลืออันนั้นมันเป็นความโชคดี แต่ทุกวันนี้เราต้องใช้เท่าไหน เราต้องทำเท่านั้นเป็นในส่วนที่เราต้องรับผิดชอบเองค่ะ (ในส่วนที่เขาต้องรับผิดชอบยังส่งเสียสม่ำเสมอดีไหม?) อันนี้ไปถามเขาเองดีกว่าค่ะ เรื่องนี้อันตราย (หัวเราะ) (จะไม่พูดถึงกันและกันนานขนาดไหน?) โห อาจจะต้องตลอดชีวิตนะคะเรื่องนี้มันละเอียดอ่อนมาก ไม่งั้นถ้าต้องขึ้นโรงขึ้นศาลไม่เอาดีกว่านะคะ"   "คือปกติพลอยพยายามจะเลี่ยงไม่พูดถึงสามีอยู่แล้วนะคะ พอตอนนี้มันมาถึงจุดที่เราใกล้จะปิดข่าวปิดงานของเราแล้ว เราก็ทำให้มันแข็งแรงและสตรองขึ้นเกี่ยวกับสิ่งที่เราต้องทำ สิ่งที่เราสัญญากันเอาไว้ ต้องรูดซิปปากค่ะ (มันเกี่ยวข้องกับการหย่าด้วยใช่ไหม?) ไว้รอไปถามเขาเองดีกว่าค่ะ"   “(แสดงว่าตกลงกันแล้วลงตัว?) ก็ใช่ค่ะ สัญญาก็ดีค่ะ ก็เป็นธรรม (มีเซ็นสัญญาก่อนที่จะเซ็นใบหย่าด้วย?) ก็ต้องมีด้วยค่ะ เพราะมันเกี่ยวเนื่องกับหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวของลูกเองด้วย ใกล้แล้วค่ะ (ยิ้ม) นัดแล้วค่ะ ใกล้โสดแล้วค่ะ (หัวเราะ)" "คือมันได้ดีที่สุดที่ตรงนี้ มันไม่มีใครที่จะได้อย่างที่ตัวเองต้องการทุกอย่างหรอกนะคะ คือเขาถอยบ้าง เราถอยบ้าง ประโยชน์ที่ดีที่สุดสำหรับลูกมันคือตรงไหนก็คือแค่นั้น มันก็โอเคนะคะ สำหรับพลอย พลอยอยากได้ลูก เอางี้ดีกว่า (ยิ้ม)"      “(วินาทีที่เราไปเซ็นใบหย่า ความรู้สึกเราจะโอเคไหม?) (หัวเราะโชว์) ความรู้สึกมันคงเป็นแบบนี้เลยค่ะ ไม่ต้องบรรยายเลย (ยิ้ม) มันเหมือนเชือกที่พันกันอยู่เป็นปมนานมากแล้ว คราวนี้มันก็จะคลายออกมาสักที มันก็สบายใจ สบายกาย สบายทุกอย่างค่ะ (เดือนนี้เลยไหม?) (ยิ้ม) ใกล้มาก วันไหนไม่บอกค่ะ ดูหน้าสิคะมีความสุขมาก (สำนักเขตไหน?) ว้าย แรง!!" ขอบคุณภาพเพิ่มเติมจาก IG petercorp พลอย พลอยพรรณ พลอย พลอยพรรณ พลอย พลอยพรรณ พลอย พลอยพรรณ พลอย-น้องแพนเตอร์-น้องพูม่า ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล ปีเตอร์ น้องแพนเตอร์ น้องพูม่า ปีเตอร์ น้องแพนเตอร์ น้องพูม่า

ขอแค่เป็นคนดี นุ้ย - ตั๊ก เปิดใจเรื่อง น้องภู รับลูกมาปรึกษาเรื่องไม่แมน!!
ตั๊ก ศิริพร /  นุ้ย เชิญยิ้ม

ถือว่าเป็นคุณพ่อและคุณแม่ที่หัวสมัยใหม่มากๆ หลังมีข่าวเม้าท์มอยลูกชายว่าไม่แมนหรือเปล่า?? ล่าสุด ตั๊ก ศิริพร กับคุณสามี นุ้ย เชิญยิ้ม ออกมาเปิดใจเกี่ยวกับกรณีนี้ รับ น้องภู เดินเข้ามาปรึกษาเรื่องข่าวนี้ ซึ่งทั้งคู่เข้าใจลูกดี รับได้หากลูกจะเป็นเพศที่สามจริง บอกน้องภูเป็นเด็กดี เลี้ยงง่าย เรียนเก่ง ไม่เคยมีเรื่องให้ลำบากใจ หากลูกชายจะเป็นอะไรก็ขอแค่เป็นคนดี ขอโทษหากทำให้หลายคนผิดหวัง พร้อมแนะทุกครอบครัวให้เปิดใจ รับฟังลูก... รายละเอียดดังนี้ ตั๊ก “อยากจะออกจากวงการ สำหรับเรื่องนี้พี่ไม่ได้พูดเพราะความเหนื่อยนะ แต่พี่ต้องบอกก่อนว่าพี่นุ้ยเขาเป็นคนเอาธรรมะให้พี่ฟัง อันนี้พี่ต้องขอชมเขา เพราะตั้งแต่พี่ฟังมาไม่มีวันไหนเลยที่พี่จะไม่ฟังเลย ซึ่งพอพี่ฟังบ่อยๆ พี่ก็เริ่มรู้สึกปลง รู้สึกไม่ยึดติดกับอะไร ไม่ว่าจะเป็น ชื่อเสียง เงินทอง หรือแม้แต่เรื่องอะไรก็ตาม ทุกอย่างพี่ปลงหมดแล้ว อย่างเรื่องลูกชายพี่ พี่ก็มองว่า เราเป็นพ่อเป็นแม่ ส่วนเขาก็คือลูก เขามีชีวิตของเขา เราไม่ใช่เจ้าชีวิตเขา เรามีหน้าที่แค่ให้ชีวิตเขาและส่งให้เขาเรียนจนจบ ส่วนหลังจากนี้เราไปยุ่งอะไรเขาไม่ได้แล้ว และพี่ก็จะไม่บังคับหรืออะไรลูกเลย หลายคนอาจจะด่าตั๊กนะว่าเป็นแม่ที่ประคบประหงมลูกจนเกินไป แต่คุณไม่เคยเป็นแม่คุณไม่รู้หรอกว่าความรักของคนเป็นแม่นั้นมันเป็นยังไง ความรักของแม่มันมีมากมายเหลือเกิน คุณต้องลองเป็นแม่ดู และแม่ที่เขารักลูกก็คงจะเข้าใจหัวอกคนเป็นแม่ด้วยกัน” ตั๊ก “และน้องภูเขาไม่เคยทำอะไรให้พี่ลำบากใจเลยนะตั้งแต่เขาเกิดมา เขาเป็นเด็กที่เลี้ยงง่าย พี่ไม่เคยคิดด้วยซ้ำนะว่าเขาจะดัง เพราะว่าเราสองคนไม่เคยพาเขาไปกอง ไม่เคยสอนเขาเรื่องการแสดง ไม่เคยยัดเยียดอะไรให้เขา แต่ว่าเขาทำด้วยตัวเขาเอง เขาเกิดมาเพื่อเป็นแบบนั้นจริงๆ” นุ้ย “ส่วนตัวผมเอง ผมคิดว่าลูกชายผมเป็นคนที่กล้านะ เพราะเวลาเขามีเรื่องหรือมีอะไรที่เขาอยากพูดอยากปรึกษาเขาก็จะเดินมาบอกเราตรงๆ และเราในฐานะที่เป็นพ่อแม่เราก็ควรจะเปิดใจให้ลูกบ้าง รับฟังลูกบ้าง ไม่ใช่เอะอะโวยวายกับลูกเวลาลูกขอคำปรึกษา หรือขึ้นเสียงกับลูกบ่อยๆ อีกอย่างช่วงวัยนี้มันเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของเขา เขาก็คงอยากจะให้พ่อแม่ช่วยชี้ช่องทางให้กับเขาว่าเขาควรจะเป็นอะไร เขาควรจะทำอะไร ทำแบบนั้นดีไหม หรือทำแบบนี้ดีไหม ซึ่งลูกผมจะเป็นอะไรผมก็ยังภูมิใจในตัวเขาครับ และผมก็เชื่อด้วยว่าเขาเป็นเด็กที่ดี ไม่ใช่แค่ดีในสายตาเรา แต่ให้เป็นเด็กดีในสายตาคนอื่นด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน หรือการวางตัวในสังคม ลูกผมจะเป็นอะไรก็ได้ ผมยอมรับ ผมเปิดอก เปิดใจรับได้หมดเลย ลูกผู้ชายเต็มที่” ตั๊ก “พร้อมให้คำปรึกษากับลูกชายเต็มที่ เห็นพี่งานเยอะก็จริง แต่ว่าในหนึ่งวันพี่ต้องมีเวลาคุยกับเขานะ อาจคุยกับแปปเดียวหรือคุยนานก็แล้วแต่ แต่ต้องคุยกับลูก อย่างน้อยๆ กอดกันหอมกันก็ยังดี พี่ทำแบบนี้เสมอ และพี่ก็จะบอกกับลูกเสมอว่าถ้าหากภูมีเรื่องอะไรภูอย่ามีความลับกับพ่อกับแม่ เราเป็นครอบครัวเดียวกัน และถ้าครอบครัวเราแข็งแกร่งภูก็ไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว ฉะนั้นถ้าภูมีเรื่องอะไรภูสามารถบอกกับพ่อกับแม่ได้ทุกเรื่อง พ่อกับแม่จะคุยกับภูด้วยเหตุผล ซึ่งตัวพี่เองก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าเขาจะมาคุยกับเราในเรื่องนี้” นุ้ย “จริงๆ เราก็ยังไม่รู้นะว่าน้องจะยังไง จะสายไหนอะไรก็แล้วแต่ เพราะสิ่งที่เขาเดินมาบอกกับเราเหมือนเขาเองก็ยังไม่แน่ใจ เป็นในลักษณะของการขอคำปรึกษา แต่ด้วยความที่เราไม่อยากโกหกเพราะเราเป็นคนของประชาชน พี่ก็พูดให้มันจบๆ ไปเลยดีกว่า” นุ้ย “สภาพจิตใจของน้องหลังมีข่าวออกมา เพื่อนเขาส่งข่าวให้เขาดูก่อนเลยครับ ตอนนั้นเราเองก็ไม่สบายใจเป็นห่วงความรู้สึกเขา เราก็เลยโทรไปถามเขาเดี๋ยวนั้นเลยว่าเขาซีเรียสไหมที่พ่อให้สัมภาษณ์ไปอย่างนั้นอย่างนี้ เขาก็ตอบกลับมาว่า ไม่เห็นมีอะไรนี่พ่อ ไม่ได้ซีเรียสอะไร เท่านั้นแหละครับเราก็รู้เลยว่าเด็กเขาแยกแยะได้” ตั๊ก “ตอนนี้เขาเพิ่งจะอายุ 14 เขายังมีอะไรให้ต้องเผชิญอีกเยอะ มันยังไม่แน่นอนหรอก ในวันข้างหน้าเขาอาจจะพบเจอตัวเองว่าเขาอาจจะเป็นอย่างนั้นหรือเป็นอย่างนี้ก็ได้ แต่พี่บอกกับลูกเลยว่า ภูจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ แต่ภูทำอะไรให้แม่ได้ไหม แม่ขอภูแค่ 3 ข้อ 1.ภูต้องเรียนให้สูงที่สุดเท่าที่ภูจะเรียนได้ 2.ภูจะต้องมีอนาคตที่ดี มีหน้าที่การงานที่ดี ต้องเป็นคนเก่ง และข้อ 3. ข้อนี้สำคัญที่สุด คือภูต้องเป็นคนดี ห้ามเป็นภาระต่อแม่ ห้ามเป็นภาระต่อสังคม เท่านั้นแหละค่ะแค่ 3 ข้อ ภูให้แม่ได้ไหม นอกเหนือจากนั้นภูอยากทำอะไรภูทำเลย หรือภูอยากจะเป็นอะไรภูก็เป็นเลย ซึ่งเขาก็ตอบกลับมาว่า “ได้ครับ” (ยิ้ม)แถมล่าสุดเขาเอาผลการเรียนมาให้พี่สองคนดู เขาเรียนได้ A ทุกวิชาเลย แค่นี้พี่ก็แฮปปี้แล้ว(ยิ้ม)” นุ้ย “ผลการเรียนของเขาจะ เขียว เขียว เขียว มาตลอด แต่ว่าจะไปแดงตรงส่วนของวิชาพละ เพราะว่าเขาไม่ชอบความรุนแรง เขาไม่ชอบเตะฟุตบอล เขาชอบเล่นแบตมินตัน ชอบว่ายน้ำมากกว่า ซึ่งตอนแรกเขาก็ไม่กล้าเอาผลการเรียนตรงนี้มาให้ดูนะ แต่เราก็บอกว่าไม่เป็นไรเอามาให้ดูได้ ซึ่งพอเห็นว่ามันมีแดงตรงช่องพละ เราก็บอกเขาว่าไม่เป็นไรเรื่องแค่นี้ เขาออกกำลังอยู่บ้านก็ได้ แค่เอาเรียนไว้ก่อน” นุ้ย “อีกอย่างหนึ่งคือพี่เปิดอกคุยกับลูกเลยนะว่า ตอนนี้เราอาจจะยังไม่รู้ว่าเราเป็นอะไร ถ้าหากเป็นผู้ชายก็ทำตัวให้ดีกับสังคม แต่ถ้าหากหนูจะเป็นเพศที่ 3 พ่อก็ไม่ว่า แต่ทาหน้าบางๆ ทาปากเบาๆ ก็ละกัน(หัวเราะ) อย่าเพิ่งออกเต็มๆ เราแฟร์ ลูกเขาถึงได้กล้าเข้ามา” ตั๊ก “ถามว่าพี่โอเคไหมที่พี่นุ้ยเขาบอกลูกแบบนี้ เอาจริงๆ นะ พี่เป็นคนบอกเขาตั้งแต่แรกบอกพี่นุ้ยก่อนเลยว่า ลูกเราจะเป็นอะไรก็ได้นะ แต่ขอให้ลูกเราเป็นคนดีก็พอนะพ่อ แถมยุคสมัยนี้ไม่ว่าจะเป็น ดีเจนุ้ย เอกกี้ ป๋อมแป๋ม แต่ละคนเก่งๆ ทั้งนั้นเลยนะ รวยๆ ทั้งนั้นเลย ดังนั้นลูกจะเป็นอะไรก็ได้ ขอแค่เป็นคนดีเป็นคนเก่งก็พอ” ตั๊ก “แฮปปี้กับลูกมากที่เขาเข้ามาขอคำปรึกษาตรงๆ และไม่มีความลับอะไรกับเรา อย่างที่พี่บอกเลยค่ะ ตั้งแต่เขาเกิดมาจนถึงตอนนี้เขาไม่เคยทำอะไรให้พ่อกับแม่ลำบากใจเลย ไม่เคยเกเร แถมเรียนก็เรียนได้ดี ภาษาอังกฤษก็เก่ง คอมพิวเตอร์ก็ซ่อมเองได้ เรียกว่าทำได้หมดทุกอย่าง ภาษาจีนก็ได้ ซึ่งพี่โอเคมาก” ตั๊ก “คนมองว่าเป็นพ่อแม่ที่หลายคนอิจฉา พี่ไม่รู้นะหลายคนอาจจะว่าพี่เลี้ยงลูกยังไงพี่ก็ไม่ทราบ แต่พี่ขอแค่ให้ลูกพี่เป็นคนดี ไม่เป็นภาระสังคม เป็นคนดีของพ่อแม่แค่นี้ก็พอ แค่นี้เราก็พอใจแล้ว” นุ้ย “เราสองคนขอขอบคุณทุกท่านมากนะครับ ที่ติดต่อครอบครัวเรามาโดยตลอด ตั้งแต่ในวันที่น้องภูยังตัวเล็กๆ จนตอนนี้เขาอายุ 14 ปีแล้ว และเราก็จะทำหน้าที่เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับทุกๆ ท่าน เพราะว่าเราอยู่จุดนี้เราก็เหมือนเป็นกระจกของสังคม เราจะไม่ทำเรื่องเสียหาย ไม่ทำตัวให้เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีต่อสังคม แม้แต่ตัวน้องภูเองผมก็ต้องบอกไว้ก่อนนะครับว่า ต้องขอโทษด้วยถ้าหากน้องจะเป็นนู่นเป็นนี่หรือเป็นอะไรก็แล้วแต่ ก็อย่าไปว่าเขาเลยครับ แต่สิ่งหนึ่งที่อยากบอกกับทุกครอบครัวเลยก็คือ อยากให้เปิดใจรับฟังลูก รับฟังคำปรึกษากับลูก ไม่ว่าลูกเขาจะเป็นอะไรเราก็ต้องเปิดใจรับให้ได้ ในสิ่งที่มาถึงหรือมาไม่ถึงก็แล้วแต่ครับ”ขอบคุณ ภาพเพิ่มเติมจากไอจี @tucknuipooh ตั๊ก - นุ้ย ตั๊ก - นุ้ย ตั๊ก - นุ้ย ตั๊ก - นุ้ย ตั๊ก - นุ้ย - น้องภู น้องภู

ฉางซิน แอลอีดี

จำหน่าย ปลีก-ส่ง ผลิตภัณฑ์ไฟ LED หลากหลายรูปแบบโดยสินค้ามีการรับประกัน และผ่านมอก จัดจำหน่ายทั่วประเทศเพื่อช่วยประหยัดพลังงานและค่าไฟฟ้าของทางลูกค้า โรงงานที่ผลิดได้ผ่านมาตรฐาน

เต้ย โดนจับผิดศัลยฯเหมือน ไอซ์ อภิษฎา ยันทำแค่ตา จมูกเดิมตั้งแต่เกิด!!
เต้ย จรินทร์พร /  ไอซ์ อภิษฎา / 

สวยขึ้นทุกวันก็ไม่แปลกที่จะโดนจับตาจับผิดว่าไปทำอะไรมาโดยเฉพาะเรื่องศัลยกรรมกับคนในวงการบันเทิงที่เป็นของคู่กัน สำหรับนางเอกสาวไซส์มินิ เต้ย จรินทร์พร ที่เพิ่งจะโดนเม้าท์ว่า จมูกเป๊ะพุ่งสวยขึ้นกว่าเดิม โดนเปรียบเทียบภาพอดีตปัจจุบันที่ดูเปลี่ยนไป งานนี้ สาวเต้ย ยอมรับแอบเซ็งเหมือนกันที่โดนจับผิดเรื่องศัลยกรรมอยู่ตลอด แต่ขอประกาศตรงนี้เลยว่า ไม่เคยทำจมูกใหม่ มีจมูกอันเดียวอันเดิมตั้งแต่เกิด ถ้าทำจะบอกว่าทำมา เหมือนอย่างที่เคยยอมรับว่าทำตามาอย่างเดียว และที่ช่วงนี้ดูสวยขึ้นอาจจะเป็นเพราะการแต่งหน้าทำผมที่ทำให้เปลี่ยนลุคไปเรื่อยๆ มากกว่า ส่วนที่คนมองว่าบางมุมคล้ายดาราสาวรุ่นพี่อย่าง ไอซ์ อภิษฎา เจ้าตัวบอกไม่นอยด์เลยเพราะพี่เค้าสวย!! "เรื่องโดนปลอม Facebook คือเรื่องมันเกิดจากที่เมื่อวานนี้มีคนส่งข้อความมาหาใน Facebook ว่ามาชวนเขาทำบุญค่ะ เป็น Facebook ของเต้ย เต้ยเลยบอกไปว่า เดี๋ยวนะคะไม่ใช่แล้ว เลยให้เขาส่งข้อมูลมาให้ สรุปคือมีคนทำ Facebook ปลอมเต้ยขึ้นมาและไปชวนคนอื่นๆ ทำบุญที่ไม่เกี่ยวกับเต้ยเลย ผู้เสียหายก็คิดว่าน่าจะมีเยอะนะคะ คือจริงๆ แล้วเต้ยได้ยินเรื่องแนวนี้มาสักพักเหมือนกันที่มีคนมาบอกเราว่ามีตัวปลอมขึ้นมาแล้วมาชวนทำบุญ เต้ยอยากให้เสพสื่อกันดีๆ อย่างตัวเต้ยเองเวลาจะชวนใครทำบุญก็จะชวนผ่านช่องทางที่เป็นของเราจริงๆ อย่างใน IG ค่ะ ส่วน Facebook เต้ยก็มีของเต้ยนะคะ แต่ไม่ค่อยได้เข้าไปเล่นเลย จะเข้าไปเล่นน้อยมากๆ หลักๆ จะเล่นไอจีค่ะ" "เบื้องต้นตอนนี้ไม่ได้ดำเนินการตามกฎหมายค่ะ ยังไม่คิดที่จะทำแบบนั้น แต่ก็มีคุยกับผู้จัดการเหมือนกันว่าเราจะทำยังไงดี และก็มีคุยทาง Facebook อยู่เหมือนกันว่าให้ยืนยันตัวตนไปเลยว่าอันนี้คือของเต้ย แต่อยากบอกไว้ก่อนว่าอย่าทำแบบนี้เลย เพราะการหลอกลวงให้คนมาทำบุญมันยิ่งแย่ยิ่งบาปค่ะ หยุดดีกว่า เต้ยยังไม่ได้โดนผลกระทบโดยตรง แต่ก็มีหลายคนที่ถูกปลอม Facebook ขึ้นมาเพื่อจะทำอะไรแบบนี้เหมือนกัน ได้แต่อยากให้เขาหยุดทำเพราะมันไม่ได้มีการสร้างสรรค์เท่าไหร่" "เรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่เต้ยค่อนข้างชินมากแล้วค่ะมีตั้งแต่เมื่อก่อนแล้วที่เวลาเสิร์ชชื่อตัวเองแล้วมีขึ้นมาเต็มเลย เต้ยเลยค่อนข้างเฉยๆ มากๆ และยังมีที่แฟนคลับทำให้ด้วย หรือมีคนทำเพื่อเจตนาอื่นๆ ด้วย แต่ยังไม่ได้รู้สึกว่าต้องไปว่าเขาหรือต้องไปทำอะไร เพราะเขายังไม่ได้มาทำอะไรให้เรา แต่พอมีเรื่องนี้ขึ้นมาก็รู้สึกว่ามันไม่ค่อยโอเคที่เอาตัวเราไปแอบอ้างให้คนอื่นทำบุญ ดาราคนอื่นก็โดนค่ะ อย่างที่บอกอินเตอร์เน็ตตอนนี้มันควบคุมอะไรได้ค่อนข้างยากมาก ถ้าคนที่เล่นก็ต้องใช้วิจารณญาณในการรับสื่อเหมือนกัน" "ส่วนที่หลายคนสงสัยไปทำอะไรมาดูสวยขึ้น เต้ยว่าแต่งหน้าทำผมช่วยได้มากๆ เลยค่ะ ก็ต้องขอบคุณพี่ช่างหน้าช่างผมที่คอยเปลี่ยนลุคให้อยู่เรื่อยๆ ก็ได้เห็นฟีดแบกบ้างค่ะ (ยิ้ม) ที่คนโฟกัสจมูก ขอพูดตรงนี้เลยค่ะว่าเป็นคนที่มีจมูกเดียวตั้งแต่เกิดเลยค่ะ ไม่มีจมูกใหม่เลยค่ะ คือเต้ยก็ได้เข้าไปอ่านแล้วเห็นมีคนเขียนบอกว่าเต้ยไปทำจมูกใหม่มา เต้ยมีจมูกอันเดียวค่ะ ไม่เคยไปทำใหม่ (ยิ้ม)" "ที่ถูกมองว่าบางมุมเหมือน พี่ไอซ์ อภิษฎา จริงๆ การแต่งหน้ามันช่วยได้เยอะด้วยแหละค่ะ ถ้าคนดูตามอินเตอร์เน็ตก็จะเห็นว่ามีสอนแต่งหน้าหลายแบบ มีการไฮไลท์จมูกด้วย อย่างวันนี้ก็ไลท์ดั้งมาเหมือนกัน การแต่งหน้าก็ช่วยด้วย อีกอย่างเต้ยก็ไม่ได้นอยด์เลยค่ะที่บอกเหมือนพี่ไอซ์ เพราะพี่ไอซ์ก็สวยนะคะ (ยิ้ม) โดนข่าวแบบนี้มาตลอดอยู่เรื่อยๆ ถ้าทำก็บอกว่าทำ อย่างตาก็บอกว่าทำมา แต่จมูกไม่เคยบอกว่าทำเลย เพราะมีอันเดียวในชีวิต ยังไม่เคยทำใหม่ค่ะ ถูกทักว่าทำมาตอนแรกๆ ก็แอบเซ็งเหมือนกัน แต่ไม่ได้ทำค่ะ เต้ยอยู่ตรงนี้มานานแล้วก็เลยค่อนข้างชิลล์ค่ะ อีกอย่างเต้ยก็แฮปปี้กับจมูกนี้มากๆ ค่ะ" เต้ย กล่าว เต้ย จรินทร์พร เต้ย จรินทร์พร เต้ย จรินทร์พร เต้ย จรินทร์พร เต้ย จรินทร์พร เต้ย จรินทร์พร ไอซ์ อภิษฎา ไอซ์ อภิษฎา

พักเถอะน้องแหวน! เบิร์ด ธงไชย กอดให้กำลังใจ ปันปัน
เบิร์ด ธงไชย /  แหวน ฐิติมา / 

     นักร้องซุปตาร์ ธงไชย แมคอินไตย์ เดินทางมาร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ แหวน ฐิติมา คืนที่ 3 พร้อมสวมกอดให้กำลังใจ ปันปัน เต็มฟ้า โดย เบิร์ด ธงไชย เผยรับรู้ถึงอาการป่วยของแหวนมาโดยตลอด บอกสงสารเมื่อรู้ว่าน้องต้องสู้กับอาการเจ็บปวดมาตลอด แต่วันนี้น้องไม่ต้องเจ็บ ไม่ต้องปวดแล้ว ชมเป็นแม่ที่ดี เลี้ยงลูกสาวเติบโตมาเป็นคนดี บอกพักเถอะน้อง... รายละเอียดดังนี้      "รู้สึกใจหายทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าวันนึงน้องต้องจากไป แต่พอน้องต้องไปจริงๆ มันทำใจไม่ค่อยได้ ผ่านการสูญเสียมาเยอะ ครั้งนี้เป็นน้องที่คลุกคลีตีโมงมาด้วยกัน น้องเป็นคนดีมาก ตั้งใจทำงาน ไม่เคยบ่นหรือท้อเลย อยู่ด้วยแล้วมีความสุข วันนี้น้องไม่ต้องเจ็บและต้องทรมานอีกแล้วเพราะว่าโรคนี้เมื่อเข้าไปถึงกระดูกคงจะมีการเจ็บปวดอย่างมาก วันที่ได้มาทำดอกไม้จันทน์ถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 วันนั้นเป็นวันสุดท้ายที่ได้เจอกับน้อง ซึ่งน้องเงยหน้าขึ้นมาแล้วถามว่า "น้องเป็นใคร" ตอนแรกก็คิดว่าน้องเล่นมุขหรือเปล่า แต่มองตาแล้วก็รู้ว่าน้องไม่ได้เล่นมุข อาจจะเป็นอาการของยาที่น้องกำลังทนอะไรอยู่ ยอมรับว่ารู้สึกเป็นห่วงแหวนมากเพราะผิวพรรณก็เปลี่ยนไป วันนั้นจึงพยายามมองและประกบติดตลอด ไม่คิดว่าน้องจะไปเร็วขนาดนี้"      "พอรู้ว่าน้องป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล ยังพูดกับพี่นกน้อยเลยว่าถ้าเว้นจากการอัดเสียงวันไหนจะรีบไปหาน้องเลย แต่ก็ไม่ทันแล้ว แต่ก็ต้องพูดว่าดีใจเพราะว่าน้องไม่ต้องเจ็บไม่ต้องปวดอีก เนื่องจากทุกครั้งที่เจอน้องจะแสดงให้เห็นตลอดเวลาว่าตัวเองไม่เป็นอะไร ใส่วิกอันนี้สวยมั้ย ทุกอย่างน้องจะมองไปในแง่บวกหมดเลย ทำให้ไม่ต้องห่วงเขา ซึ่งมารู้ตอนหลังว่าน้องต้องสู้กับอาการเจ็บปวดมากแค่ไหนก็เลยรู้สึกสงสาร ถือว่าดีแล้วที่วันนี้น้องจะได้พัก"      "ทราบอาการเจ็บป่วยของน้องมาตลอด ใช่ครับ ถามว่าให้กำลังใจยังไงบ้าง ส่วนมากเขาจะเป็นคนบอกมากกว่าตัวเองไม่เป็นอะไร กำลังอยู่ในขั้นไหนแล้ว และเขาจะพูดให้เรารับรู้ในแง่ของการเอ็นเตอร์เทนมากกว่า แหวนเป็นน้องที่อารมณ์ดี พี่ปุ๊สามีของแหวนก็อารมณ์ดี แต่อย่างหนึ่งที่ต้องคิดว่าเป็นของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับแหวนก็คือเขามีลูกที่ดีเหลือเกิน เรียนดี ความประพฤติดี ทุกอย่างถูกทุกข้อหมดเลย สำหรับน้องปันปัน แล้วงานที่แหวนทำมาทุกอย่างจะอยู่ในใจของพวกเราทุกคน วันที่มีโอกาสได้เจอแหวนในคอนเสิร์ตแบบเบิร์ดเบิร์ด น้ำตาซึมและชื่นใจแทนตัวเขาเพราะว่าแหวนไม่ได้มางานของพี่นานมาก ยังได้บอกกับเขาด้วยว่า "ได้ยินไหมว่ามีคนต้องการแหวน อย่าหายไปอีกนะ" แหวนไปไหนมา ยังคุยกันบนเวที บอกว่าแหวนไปเรียนเรื่องการเลี้ยงลูกมา แหวนจะเป็นคนที่ทำให้เราไม่เครีย?ดกับสิ่งที่เขาเผชิญ?อยู่"      "วันที่ 8 ที่ผ่านมาถือเป็นการเจอแหวนครั้งสุดท้าย วันนั้นสองข้างของพี่คือติ๊นากับแหวน แต่วันนั้นพี่เป็นห่วงแหวนมากกว่า เพราะผิวพรรณเขาเปลี่ยนไป พยายามมองน้องแล้วบอกให้เขาบีบให้แรงกว่านี้ เกสรมันจะได้สวย เขาก็หันมามองแล้วบอกกับเราว่า พี่เบิร์ดทำได้ทุกอย่างเลยเนอะ เบิร์ดเลยตอบเขาไปว่า ตั้งใจทำนะ ให้กำลังใจเขา เขาก็นั่งทำของเขาไป วันนั้นเป็นวันที่เขามีความสุขอีกวันหนึ่ง"      "เมื่อสักครู่กอดน้องปันปัน ก็บอกไปว่าแม่ไม่เหนื่อยแล้ว แม่ไม่เจ็บแล้ว หนูเป็นคนดี เป็นเด็กดีนี่แหละคือรางวัลของแม่เขา สำหรับพี่เบิร์ดมองบทบาทความเป็นแม่ของแหวนเท่าที่เคยสัมผัสมา เขาจะพลีชีพเพื่อชาติมาก จะดูแลลูกอย่างดี ถึงขนาดยอมวางไมค์ไปดูลูก ให้ความสำคัญกับการเลี้ยงดูลูก ลูกถึงเป็นเด็กดีแบบนี้"      "ความประทับที่นึกถึงแหวน เบิร์ดนึกถึงวันเวลาที่เราไปหัวหกก้นขวิดกันตามต่างจังหวัด ปีนรั้ว เพราะบางทีการจัดงานตามต่างจังหวัดเขาก็ไม่ได้พรั่งพร้อม เขาอาจจะไปจัดกลางหมู่บ้านที่ไม่มีทางเข้า เมื่อรถเข้าไม่ได้เราก็หาทางเข้าของเราเอง เบิร์ด แหวน พี่น้อย ("นกน้อย" ผจก. เบิร์ด) พี่ปุ๊ (สามีของ"แหวน"ฐิติมา) เบิร์ดกับแหวนรู้ทาง ก็ปีนกำแพงข้ามบ้านใครก็ไม่รู้ วิ่งลัดสนามใหญ่ๆ ไป แล้วก็ปีนกำแพงอีก แล้วถึงไปลงตรงกลางเวทีและเป็นบันไดลิงต่อ เบิร์ดลงไปร้องก่อน พอคิวแหวนปั๊ปก็ถึงจะผายมือกัน แล้วลงบันไดลิงมา แหวนตกบันไดลิงมา ตอนนั้นเราก็พยายามเบนความสนใจชาวบ้านให้มาอยู่ที่เรา แต่เขาก็มาบอกบนเวทีว่าเขาตกบันได เพราะเขาเป็นคนซื่อ เขาเป็นเด็กแบบนี้ไม่เคยบ่นไม่เคยอะไรเลย แล้วเขาก็เป็นคนยังไงก็ได้ สมมุติว่าใครเล่นก่อน บางทีพี่เบิร์ดก็เล่นข้างหลังแล้วแหวนเล่นก่อน เขาก็ขอให้พี่เบิร์ดเล่นเป็นวงเปิดให้เขาได้ไหม เราก็เล่นให้ แต่พอเราเล่นเสร็จชาวบ้านกลับ เขาก็จะมาบอกเราว่า งั้นให้พี่เบิร์ดเล่นปิดดีกว่า เราทำงานกันแบบที่เป็นพี่น้องกัน เบิร์ด ตู่ แหวน พูดถึงแล้วก็คิดถึงเขา อยากจะกอด"      "เท่าที่รู้จักแหวน แหวนเป็นคนถ่อมตัว เขาไม่เคยคิดว่าเขาเป็นใคร ไม่เคยคิดว่าตัวเองเก่ง ไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นร็อคเกอร์สาว เขาไม่เคยพรีเซนต์ตัวเอง หรือทำให้เกิดปัญหาอะไรเลย ทำให้มีคนรักเขามากมาย เขาสามารถทำทุกอย่างได้ ทั้งที่ถนัดหรือไม่ถนัด เขาก็ทำทั้งหมดเลย เราอยู่ด้วยกันแล้วมีความสุข อะไรมีปัญหาก็ช่วยกันแก้ไข ชื่อเสียงต่างๆ ที่แหวนมี แหวนไม่ต้องไขว่คว้าเลย จริงๆ แล้วเรามีอาจารย์คนเดียวกัน คือพี่เต๋อ เรวัต พุทธินันทน์ เป็นคอกเดียวกันหมด พี่เต๋อดูแลมาทั้งคอก พูดแล้วคิดถึงน้อง"      "แหวนเป็นแขกรับเชิญแบบเบิร์ดเบิร์ดครั้งแรกด้วย ใช่ มีแหวน มีตู่ พอเสียงร้องเขาขึ้นมา คนดูตอบรับ ด้วยเสียงกรี๊ด เขาทำให้คนดูมีความสุข ฝากปันปันหรือเปล่า เขาฝากตลอดเวลา ปันปันมาเล่นคอนเสิร์ตกับพี่เบิร์ดตั้งแต่แรกๆ มาตีลังกา ทำทุกอย่างที่ให้ทำ เป็นเด็กค่อยๆ พูด ค่อยๆ จา ซึ่งแหวนเขาเป็นคนถ่อมตัว และเขาสอนให้ลูกถ่อมตัว ทำให้ทำงานด้วยกันไม่เคยเกิดปัญหาแม้แต่น้อย เขาจะบอกตลอดว่าพี่เบิร์ดสั่งได้เต็มที่ ซึ่งพอเวลาสั่งให้เขาทำอะไร เขาก็ทำ แหวนจะโฆษณาให้โลกรู้ ว่าลูกเขาทำได้ ฝึกฝนได้ น้องเอ้ย(เสียงอ่อยๆ)"      "อยากจะบอกอะไร แหวนไม่ต้องทุกข์แล้ว ไม่ต้องทุกข์ทั้งเรื่องใดๆ ไม่ต้องทุกข์ทั้งเรื่องของร่างกาย พักเถอะน้อง" เบิร์ด ธงไชย กล่าว   เบิร์ด ธงไชย ร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ แหวน ฐิติมา คืนที่ 3   เบิร์ด ธงไชย ร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ แหวน ฐิติมา คืนที่ 3   เบิร์ด ธงไชย ร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ แหวน ฐิติมา คืนที่ 3   เบิร์ด ธงไชย ร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ แหวน ฐิติมา คืนที่ 3   เบิร์ด ธงไชย ร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ แหวน ฐิติมา คืนที่ 3   เบิร์ด ธงไชย ร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ แหวน ฐิติมา คืนที่ 3   เบิร์ด ธงไชย ร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ แหวน ฐิติมา คืนที่ 3   เบิร์ด ธงไชย ร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ แหวน ฐิติมา คืนที่ 3   เบิร์ด ธงไชย ร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ แหวน ฐิติมา คืนที่ 3   เบิร์ด ธงไชย ร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ แหวน ฐิติมา คืนที่ 3  

เอ ศุภชัย เศร้า!! สูญเสีย พ่อเฒ่า วัย 97 ปีอันเป็นที่รัก!!
เอ ศุภชัย /  อั้ม พัชราภา / 

  ช่วงนี้วงการบันเทิงต่างโศกเศร้ากับการจากไปของคนบันเทิงเป็นจำนวนมาก เพราะเพียงแค่ 5 วันก็สูญเสียศิลปินดาราไปแล้วถึง 6 ท่านด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น คุณยายอี๊ด สินีนาฏ โพธิเวส หรือ อาม่า เฮงเฮงเฮง, ป้าติ่ง พิมพ์พรรณ บูรณะพิมพ์, แหวน ฐิติมา, เต้ย ไฮร็อค หรือ กิตติศักดิ์ เจริญคง, ป๋าเดียร์ ชุมพร เทพพิทักษ์ และ แวว จ๊กมก ล่าสุด ด้าน เอ ศุภชัย ผู้จัดการดาราและนักปั้นมือทองชื่อดังก็ได้โพสต์ข้อความแสดงความอาลัย พ่อเฒ่า หรือ คุณตา ผู้เคยเลี้ยงดูตนเองมาตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งได้จากไปอย่างสงบในวัย 97 ปีว่า   “ตอนเด็กๆเวลาปิดเทอม แม่ก้อจะพาไปอยู่บ้าน พ่อเฒ่า หรือ คนไทยเรียกว่าตา ก้อคือพ่อ ของแม่ พ่อเฒ่าจะเป็นคนใจดีบ้านอยู่ตลาดจันทร์ อ.สิชล จ.นครศรีฯ ตรง เขาน้อย แต่จะมีสวนยางตรง เขาใหญ่ เลยปั่นจักรยานทุกวัน พวกเราก้อจะตามพ่อเฒ่าไปสวนยางบ้างแต่ก้อหิว เพราะถ้ารีดยางไม่เสร็จเขาก้อไม่ทานข้าวกัน เมื่อก่อนพ่อเฒ่าเป็น ทหารผ่านศึก ไปรบที่ประเทศไหนสักที่ อยู่หน่วยสื่อสารตอนนี้ อายุ 97ปีแล้วพ่อเฒ่าก้อยังปั่นจักยานอยู่ และกรีดยางทำทุกอย่างเหมือนตอนพวกเราเป็นเด็ก เมื่อว่าน แม่กับน้าเพิ่งโทรมาเล่าว่า พ่อเฒ่า เริ่มเหนื่อย เลยจองตั๋ว ว่าเสาร์หน้าจะไปหา พ่อเฒ่าก้อบอกว่าหายแล้ว ไม่เป็นไร วันนี้ ตอน 9โมง น้าโทรมาพร้อมเสียงสะอื้น บอกว่า พ่อเฒ่า ไม่อยู่แล้ว หลับให้สบายนะครับ พ่อเฒ่า ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะครับ ขอบคุณที่รักพวกเรามาตลอดแต่เล็กจนโต หลับให้สบายนะครับ รักพ่อเฒ่า มากๆๆๆๆนะครับ ...เอ ศุภชัย”   ทั้งนี้มีดารานักแสดงและแฟนคลับต่างเข้ามาคอมเม้นท์แสดงความเสียใจเป็นจำนวนมาก อาทิ อั้ม พัชราภา, กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์, เนย โชติกา เป็นต้น ทีมข่าว gossipstar.mthai.com ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว เอ ศุภชัย มา ณ โอกาสนี้