ยายช่วยยาย

โพสต์ภาพทหารกล้า หวังให้กำลังใจ แท้จริงแล้ว?
ทหาร /  ทหารกล้า / 

กลายเป็นภาพที่หลายคนพบเห็นจนคุ้นชิน ไม่เว้นแต่ละวันในโลกโซเชียล สำหรับภาพสุดสะเทือนใจของทหารกล้าที่เสียสละชีวิต เพื่อประชาชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้ก่อนหน้านี้บนโลกออนไลน์ ได้มีการรณรงค์ไม่ให้โพสต์ภาพทหารจากเหตุดังกล่าวลงบนโซเชียล เนื่องจากมองว่าการโพสต์เช่นนี้ ผู้เสียหายไม่ได้รับประโยชน์ อีกทั้งยังเป็นเหมือนการซ้ำเติมญาติผู้เสียชีวิตอีกด้วย ขณะนี้กลับยังพบว่ามีผู้นำภาพทหารที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่มาเผยแพร่กันอยู่อย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ตั้งข้อสงสัยที่ว่า การโพสต์ภาพเจ้าหน้าที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่นั้น แท้จริงแล้วเหมาะสมหรือไม่ แม้ทางผู้โพสต์ภาพจะไม่มีเจตนามุ่งร้าย และจุดประสงค์เพียงเพื่อให้กำลังใจอีกหลายชีวิตที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ก็ตาม ทางทีมงาน MThai จึงได้สอบถามไปยัง อ.ทิติพงษ์ สุทธิรัตน์ ซึ่งเป็นอาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีการโทรทัศน์และวิทยุกระจายเสียง คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร โดยอาจารย์ได้มีความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่า ปัจจุบันเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า social media ได้แทรกซึมเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของเรา โดยที่เรารู้ตัวและไม่รู้ตัว เนื้อหา (content) ในสื่อประเภทนี้มีมากมายหลายประเภทด้วยเช่นกัน สิ่งที่เราพบเห็นอยู่บ่อยครั้งคือการแชร์ข้อมูล รูปภาพต่าง ๆ ที่กำลังเป็นกระแส หรือได้รับความนิยมในขณะนั้น ในโลกของ social media ใครก็สามารถที่จะเป็นผู้ส่งสารได้ ข่าว หรือภาพข่าวที่มีความรุนแรง ตื่นเต้น หวาดเสียว จึงมักถูกได้รับความสนใจ และได้รับการส่งต่อหรือแชร์มาก โดยที่บางครั้งอาจทำให้ผู้ส่งสาร อาจลืมคิดหรือนึกถึงประเด็นอื่น ๆ ที่จะตามมา สำหรับการแชร์ภาพของเจ้าหน้าที่ทหารผู้เสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่นั้นเหมาะสมหรือไม่ คงต้องถามว่าวัตถุประสงค์ของการสื่อสารภาพเหล่านี้คืออะไร หากตอบว่าเพื่อให้สังคมโดยทั่วไปรับทราบ และตระหนักว่ามีทหารเสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่ เสียสละชีวิตเพื่อพวกเราในสังคม ก็เป็นเรื่องที่สามารถทำได้ แต่สิ่งที่เราในฐานะผู้ส่งสารต้องตระหนักให้มากก่อนจะแชร์ คือภาพข่าว หรือภาพผู้เสียชีวิต หากเป็นสื่อสารมวลชน สิ่งที่เราต้องนึกถึงคือเรื่องของ ความรับผิดชอบทางกฎหมาย และ ความรับผิดชอบทางจริยธรรม โดยเฉพาะในเรื่องของจริยธรรม กรณีนี้ถ้าเป็นสื่อสารมวลชน เราต้องตระหนักว่าภาพดังกล่าวกระทบต่อบุคคลอื่นหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เป็นข่าว ญาติพี่น้อง ครอบครัว รวมถึงต้องคิดถึงความเป็นส่วนตัวของผู้ที่เป็นข่าวด้วย แต่อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า ยุค social media ได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบของการสื่อสารไป ใครก็สามารถที่จะทำหน้าที่เป็นผู้ส่งสารได้ และการส่งต่อข้อมูลต่าง ๆ ก็ไม่มีการควบคุม ทำให้หลายครั้งผู้ส่งต่ออาจลืมตระหนักถึงความรับผิดชอบและผลกระทบต่าง ๆ ที่จะตามมา หากเราต้องการให้กำลังใจกลุ่มทหารผู้ปฎิบัติหน้าที่เราควรเลือกภาพเชิงบวกมานำเสนอ เช่น ภาพที่ทหารที่ได้พบกับครอบครัวหลังจากกลับจากปฎิบัติหน้าที่ เพราะจะให้ประสิทธิภาพในการสื่อสารและสร้างกำลังใจได้มากกว่า ซึ่งก่อนหน้านี้ทางหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 เคยโพสต์ข้อความและรูปภาพผ่านแฟนเพจว่า ขอความร่วมมือชาวเน็ต หยุดแชร์ภาพร่างผู้เสียชีวิต เพราะเป็นการบั่นทอนกำลังใจของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใด ๆ ซ้ำร้ายแล้วยังเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์ผลงานของผู้ก่อการร้ายอีกด้วย อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า ผู้โพสต์ภาพเหล่าทหารกล้าที่เสียสละชีวิต ต่างก็มีเจตนาดี หวังเป็นขวัญกำลังใจ และให้ประชาชนไม่ลืมว่ายังมีพวกเขาทำงานหนักเสี่ยงชีวิตเพื่อชาติอยู่ แต่อาจจะลืมนึกไปว่าภาพเหล่านั้นกระทบจิตใจครอบครัวผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ ทาง MThai ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกการทำงานของทหารกล้าทุกท่าน ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

มาดู! ออกกำลังกายวิธีไหน เผาผลาญแคลอรี่ มากกว่า 700 แคล
ลดความอ้วน /  ออกกำลังกายลดน้ำหนัก / 

ผอมอย่างไรให้สุขภาพดี ผอมเร็ว ผอมนาน ไม่มีโยโย่ หรือไม่มีเวลามากพอที่จะทำนานๆ วันนี้เราก็เลยมาเสนอวิธีการออกกำลังกายที่ เผาผลาญแคลอรี่ สุ้ดๆ เรียกได้ว่าพอเอ่ยชื่อการออกกำลังกายเหล่านี้ไขมันรีบวิ่งหนีออกจากร่างกายเลยทีเดียว Step aerobics 800 cal/hr step aerobics เป็นการออกกำลังกายที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าการออกกำลังกายแบบนี้เผาผลาญไขมันไปได้ถึง 800 แคลลอรี่ในเวลาเพียงแค่ 1 ชั่วโมง นอกจากนั้นแล้วการออกกำลังกายประเภทนี้ ยังช่วยกระชับต้นขา สะโพก และบั้นท้ายด้วย ออกกำลังกายแบบนี้วันละชั่วโมง รับรอง 2 อาทิตย์เห็นผลแน่ ว่ายน้ำ 800 cal/hr การว่ายน้ำนั้นเป็นการออกกำลังกายที่ได้แทบจะทุกส่วนของร่างกาย แถมยังได้สนุกสนานและผ่อนคลายจากอากาศร้อนได้อีกด้วย แถมยังเป็นการออกกำลังกายที่เบิร์นได้มากที่สุดแบบหนึ่ง ปั่นจักรยานกลางแจ้ง 500-1000 cal/hr ยิ่งปั่นเร็วยิ่งเบิร์นนะจ๊ะ จักรยานกำลังเป็นที่นิยมในตอนนี้เลย ไม่รู้ว่าคุณสาวๆจะสนใจวิธีนี้บ้างไหม  การปั่นจักรยานกลางแจ้งช่วยให้คุณสาวๆมีความสนุกมากขึ้นอาจจะทำให้ปั่นได้นานและเผาผลาญไขมันได้มาก แต่ก็อย่าลืมหาอะไรมาป้องกันแดดนะ เดี๋ยวผิวคุณสาวๆจะเสียไปซะก่อน เครื่องออกกำลังกายแบบการเดิน (ELLIPTICAL) 600 cal/hr เหมาะแก่สาวที่กลัวดำต้องการออกกำลังกายในร่ม อาจจะเป็นที่บ้านหรือฟิตเนส การออกกำลังกายแบบนี้ดีตรงที่คุณสาวๆจะฟังเพลงโปรดไปด้วยก็ได้ ดูทีวีก็ได้ แถมยังได้กล้ามเนื้อหน้าท้องด้วย เต้น 600-800 cal/hr เรียกได้ว่เาป็นการออกกำลังกายทุกส่วนของร่างกาย นอกจากนั้นยังทำให้สาวๆเพลินกับการออกกำลังกายไปพร้อมกับเสียงเพลง สาวๆคนไหนที่รู้สึกว่าการออกกำลังกายนั้นน่าเบื่อ เงียบ ไม่ครื้นเครง ก็ลองเปลี่ยนแนวมาเต้นดู รับรองสนุกด้วย เบิร์นด้วย ซ้อมต่อยมวย 600 cal/hr เป็นอีกหนึ่งกีฬาที่ได้รับความนิยมสูงในช่วงหลังๆ เพราะมีความสนุก สามารถใช้เป็นศิลปะป้องกันตัว แถมยังเบิร์นได้ดีอีกด้วย วิ่่งเบาๆ 550 cal/hr ถ้าชอบการได้อยู่กับตัวเอง และไม่ต้องทำกิจกรรมร่วมกับใคร การวิ่งถือเป็นกิจกรรมที่คุณควรทำค่ะ เพราะทำให้มีสมาธิได้เป็นอย่างดี ที่มา allwomenstalk.com เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

รวบรองโฆษก พรรคชาติไทยพัฒนา โยงฟอกเงินยูฟัน30ล้าน
พรรคชาติไทยพัฒนา /  ฟอกเงินยูฟัน / 

ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เผย รวบ "ศิริโชค สิริวรรณภา" รองโฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา ในคดียูฟันฟอกเงินกว่า 30 ล้านบาท เตรียมแถลงข่าวบ่ายวันนี้ พล.ต.ท.ดร.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พ.ต.อ.อังกูร คล้ายคลึง รอง ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.นราเดช กลมทุกสิ่ง รอง ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา และทีมสืบสวนคดียูฟัน เตรียมร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม นายศิริโชค สิริวรรณภา อายุ 43 ปี รองโฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา ผู้ต้องหาคดียูฟัน ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1374/2558 ในข้อหาร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันกระทำความผิดการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยจากตรวจสอบพบว่า นายศิริโชค ได้รับโอนเงินจาก นายอาทิตย์ ปานแก้ว ผ่านบัญชี บ.ยูฟันพร็อพเพอร์ตี้ หลายครั้ง รวมกว่า 30 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำตัวมาที่ ปคบ. เพื่อทำการสอบสวนปากคำหาความเชื่อมโยงเรื่องการทำธุรกรรมกับนายอาทิตย์ โดยเตรียมแถลงข่าวบ่ายนี้

Nail Hack! วิธีทาเล็บให้แห้งเร็ว ภายในพริบตา
ทาเล็บ /  เล็บ / 

        ใครทาเล็บแล้วยังต้องใช้ปากเป่าให้เล็บแห้งอยู่บ้าง ยกมือขึ้น! เรามีวิธีง่ายๆทำให้ เล็บแห้งเร็ว ภายในพริบตาเดียว ไม่ต้องนั่งเป่าให้เมื่อยปากอีกต่อไปแล้ว      สาวๆ women mthai ต้องเคยอารมณ์เสียกับเล็บที่แห้งช้าไม่ทันใจ ใช้ปากเป่าก็เมื่อยปาก ใช้พัดลมเป่าก็ยังแห้งช้าไป พอไปจับอะไรนิดหน่อยเล็บที่ทาไว้ก็เละหมดเลย ลองวิธีนี้ดูแล้วคุณสาวๆจะร้องว้าว!! แต่บอกไว้ก่อนว่าหนาวหน่อยนะ ตัวช่วยที่ต้องใช้ก็คือ น้ำแข็ง แค่แช่ไว้ประมาณ 1 นาที รับรองเล็บแห้งไวขึ้นแน่นอน        จากในคลิปนี้เราเริ่มจากทาเล็บเป็นรอบที่สอง เพราะปกติสาวๆต้องทาเล็บสองรอบเพื่อให้สีเล็บติดทนนานมากขึ้น พอทาสองรอบเล็บก็จะแห้งช้าเข้าไปอีก ลองมาทำตามวิธีนี้ดู ถ้ารู้อย่างนี้ก็ทำไปนานแล้ว!!!

เอาใจหนุ่มๆ ที่หลงรักสาวผมสั้น ด้วย 'รวมสาวผมสั้นของ A’Lure'
a'lure /  A'Lure Girl / 

เอาใจหนุ่มๆ ที่หลงรักสาวผมสั้น ด้วย 'รวมสาวผมสั้นของ A’Lure' เมื่อก่อนถ้าถามถึงสเปคสาวๆ กับหนุ่มๆ ละก็ เกือบแปดสิบเปอร์เซ็นต์ต้องตอบว่าชอบสาวผมยาว แต่ยุคนี้สมัยนี้สาวผมสั้นกำลังวินและมาแรงแซงโค้ง เพราะทรงผมสั้นสามารถปรับเปลี่ยนได้หลากหลายแนวมากขึ้น ไม่จำเจ ช่วยให้สาวผมสั้นมีสไตล์เป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นลุคของสาวสวย เก๋ เท่ น่ารัก หรือเซ็กซี่ ก็ล้วนดึงดูดสายตาหนุ่มๆ ได้ จนกลายเป็นว่าสาวผมสั้นคือผู้นำเทรนด์ ไม่ได้ดูเชย เฉิ่ม เป็นเด็กนักเรียนอีกต่อไปแล้ว และเราได้รวมสาวๆ ผมสั้นของ A’Lure มาการันตีความฮอตของเทรนด์สาวผมสั้นด้วย ขอบอกว่าทุกคนได้ใจไปเลยเต็มๆ เอาใจหนุ่มๆ ที่หลงสาวผมสั้น ด้วย 'รวมสาวผมสั้นของ A’Lure' เริ่มด้วยความร่าเริงกันก่อนเลยกับสาวคนนี้ อลิสา  กล่อมเจริญ (วิเวียร์) A'Lure Magazine Vol.21 วรวรรณ  รบอาจ (รุ้ง) A'Lure Magazine Vol.23 นภัสนันท์  ภาคอินทรีย์ (ของขวัญ) มาในชุดสีสันสดใสสดชื่น A'Lure Magazine Vol.33 รมิดา  ติยานนท์ (เน็ตไตะ) เท่ เฉี่ยว ต้องยกให้เธอคนนี้เลย A'Lure Magazine Vol.38 พันธิตรา คำวัน (หลิน) A'Lure Magazine Vol.40 ไกรวี  ศรีทอง (ปุ้มปุ้ย) โชว์ยิ้มสวยจนต้องยิ้มตามทุกทีที่มอง A'Lure Magazine Vol.40 วรารัตน์  ศรีเสมอ (น้ำหวาน) ดูเท่พร้อมกับซ่อนความเปรี้ยวอยู่ในตัว A'Lure Magazine Vol.42 พดาวรรณ  สังขนุกิจ (บุ๋ม) A'Lure Magazine Vol.46 กชพร  ทานตะวิรยะ (กชพร) ง่วงแต่สวยเย้ายวน  A'Lure Magazine Vol.55 กัณญาภัทร  ถาวร (ออฟฟี่) ง่วงแบบสายแบ๊ว  A'Lure Magazine Vol.57 ธัญญรัตน์  รอดพล (แตงกวา) ความธรรมดาที่ดูไม่ธรรมดา  A'Lure Magazine Vol.58 มยุรฉัตร  ปลื้มมนัส (มายด์) ใสๆ อินโนเซ้นส์ A'Lure Magazine Vol.61 มิเคล่า  เฮเซลวู๊ด (มิกกี้) สาวสวยตาโตชวนฝัน A'Lure Magazine Vol.61

ราคาย่อมเยา ! ลือหึ่ง ปืนโตเล็งดึง เฟร์นานโด ยอเรนเต้ จากม้าลายแค่ 8 ล้านปอนด์
กัลโชเซเรียอา /  ตลาดซื้อขายนักเตะ / 

ถือว่าเป็นราคาที่น่าดึงดูดใจไม่น้อย เมื่อ เดลี่ มิเรอร์ สื่อดังในแดนผู้ดีรายงานว่า อาร์เซน่อล กำลังมีแผนที่จะดึงตัว เฟร์นานโด ยอเรนเต้ กองหน้าชาวสเปน จาก ยูเวนตุส มาร่วมทัพด้วยค่าตัวแค่ 8 ล้านปอนด์ โดยดาวยิงทีมชาติสเปน น่าจะได้รับโอกาสในการลงสนามจาก มัสซิโม่ อัลเลกรี น้อยลงเพราะ ทีมได้ดึงตัวกองหน้าอย่าง มาริโอ มานด์ซูคิส มาจากแอตเลติโก้ มาดริด และ ซิโมเน่ ซาซ่า จากซาสซูโอโล่ พาโบล ไดบาลา จากปาแลร์โม มาเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ แล้วยังมี อัลบาโร่ โมราต้า ในทีมอยู่แล้ว แม้จะปล่อย คาร์ลอส เตเบซ ออกจากทีมไปก็ตาม ซึ่งเดอะกันเนอร์กำลังมองหากองหน้าตัวใหม่มาช่วยแบ่งเบาภาระของ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ และ แดนนี่ เวลเบ็ค ในแดนหน้า ซึ่งก่อนหน้านี้ ลอร์ด แฮริส ผู้บริหารของอาร์เซน่อล ออกมาเผยว่า ทีมมีงบประมาณให้ อาร์เซน เวนเกอร์ ใช้งานถึง 200 ล้านปอนด์ในช่วงซัมเมอร์นี้ เพราะมีเริ่มมีเสถียรภาพ ทางการเงินที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้ว

จากใจแฟนบอล! ศึก 5 ดาวไทยลีก เกม บุรีรัมย์เจ๊าเทโรฯ 3-3
บอลไทย /  บีอีซี เทโรศาสน / 

สุดตื่นตาตื่นใจกับความมันส์ระดับท็อปของยอดทีมแห่งศึกโตโยต้า ไทยแลนด์ พรีเมียร์ลีก 2015 คู่ระหว่าง "ปราสาทสายฟ้า" บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่เปิด ไอโมบาย สเตเดี้ยม พบกับ "มังกรไฟ" บีอีซี เทโรศาสน โดยก่อนเกมส์จะเริ่มขึ้น ผมคิดไว้เลยว่า คงได้เห็น มหกรรมยำใหญ่มังกรไฟ แน่ ๆ เพราะจากสภาพทีมของบีอีซี เทโรศาสน ที่นักเตะหมุนเวียนมีจำกัด จากการที่ตัวหลัก ๆ ได้รับบาดเจ็บกันถ้วนหน้า, ความฟิตของนักเตะที่ฟิตเต็ม 100% แค่ 8 คน กับฟอร์มการเล่นที่ผ่านมาก็ไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่ อีกทั้งบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ต้องการทิ้งแต้มห่าง รองจ่าฝูง ที่ย่องเงียบมากเรื่อย ๆ อย่าง "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เลยคาดว่า บุรีรัมย์ คงเก็บสามแต้มไปอย่างสบาย ๆ แต่ผมคิดผิด .. บีอีซี เทโรศาสน ที่ผมมองว่าเป็นรองแบบสุด ๆ กลับมาสู้กับ ยักษ์ใหญ่ภาคอีสานได้อย่างสนุก จังหวะสวนกลับที่ขึ้นมาทีไรได้จบทุกที การวิ่งสู้ฟัดประกบติดผู้เล่น บุรีรัมย์ จนทำอะไรไม่ถนัดถนี่ รวมถึงสร้างความตกตะลึงด้วยการขึ้นนำ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไปก่อนถึง 2-0 ช็อคพลพรรค GU12 ทั่วทั้งสนามในช่วงต้นครึ่งหลัง อย่างไรก็ตาม บุรีรัมย์ ก็คือ บุรีรัมย์ พวกเขาสามารถกลับมาในเกมส์ที่ไม่น่าจะกลับมาได้ ฟื้นคืนชีพได้อย่างน่ากลัว ไล่ตีเสมอ จนจบด้วยสกอร์ดั่งที่ทราบกันแล้ว 3 ประตูต่อ 3 ซึ่ง 6 ประตูดงกล่าวเป็น 6 ประตูที่ "โครตมันส์" และอัดแน่นไปด้วยคุณภาพที่ผมกล้าพูดเลยว่า นี่คือ เกมส์ระดับสโมสรที่ท็อปสุดในย่านอาเซียน ณ ขณะนี้ หากมองลงไปในรายละเอียด สปีดบอลที่เร็วขึ้น, จังหวะสวนกลับที่มีคุณภาพ, พละกำลังนักเตะของทั้งสองทีม, ความเป็นมืออาชีพที่สูงขึ้น และอีกอย่างที่น่าปรบมือให้คือ การใช้ผู้ช่วยผู้ตัดสินเป็นผู้หญิง อย่าง "เปาอ้อ" พัณณิภา คำนึง มาเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมตัดสินในเกมส์บิ๊กแมตซ์นี้ และทำหน้าที่ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องในเกมส์ระดับ 5 ดาวครั้งนี้ รวมถึงดาวรุ่งสายเลือดช้างศึกของแต่ละทีม ก็ได้ลับคมเขี้ยวในแมตซ์แห่งความทรงจำนี้ ไม่ว่าจะเป็น "เจ้าไอซ์" สิทธิโชค กันหนู ศูนย์หน้าดาวรุ่งปราสาทสายฟ้า วัย 19 ปีที่โชว์ให้เห็นศักยภาพเกินอายุ, "เจ้าเอี้ยง" ธีระพล เยาะเย้ย มิดฟิลด์ดาวรุ่งวัย 20 ปีของทัพมังกรไฟ ที่เล่นได้อย่างไม่กลัวสนาม แม้จะมีขาด ๆ เกิน ๆ นิดหน่อย แต่นับได้ว่าทำผลงานได้อย่างดีเลยทีเดียว อีกทั้งความฮอตของตัวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็น ดีโอโก้ ศูนย์หน้าบราซิลเลี่ยนของเจ้าบ้าน ที่ทำสองประตู โกงความตายให้กับทัพปราสาทสายฟ้า หรือ การโชว์สกิลเอาตัวรอดระดับท็อปคลาส ของ กิลเบิร์ต คุมสัน ทัพมังกรไฟ ที่เล่นเอาแนวรับเจ้าบ้านปั่นป่วนไม่เป็นกระบวน และอีกหลาย ๆ คน ที่ทำผลงานได้อย่างดี ไม่ว่าจะเป็น โฟเด้ ดิกิเต้, โก ซุน กิ เป็นต้น ที่ช่วยยกระดับของฟุตบอลในแมตซ์ดังกล่าวได้อย่างดี สนุกครับ ฟุตบอลไทยเดี๋ยวนี้ ไม่ต้องไปดูถึงเมืองนอก เมืองนา หากท่านใดที่ยังคิดว่า "ฟุตบอลอาชีพไทยเล่นล้าสมัย" หรือ "ฟุตบอลนักเลง" เหมือนที่ผ่าน ๆ มา ลองเปิดใจแล้วชมสักนัดครับ แล้วท่านจะอุทานว่า "ฟุตบอลอาชีพไทยยกระดับไปไกลขนาดนี้แล้วเหรอ" และขอขอบคุณนักเตะ สต๊าฟโค้ช แฟนฟุตบอลของทั้งสองทีม ไม่ว่าจะเป็น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ บีอีซี เทโรศาสน ที่ช่วยกันทำให้เกมส์วานนี้ เป็นเกมส์สุดมันส์ สำหรับแฟนฟุตบอลชาวไทยด้วยครับ เครดิต: หลังห้าหน้าสาม

แฟชั่น แต้ว ณฐพร สไตล์สาวหวาน น่ารักฟรุ้งฟริ้ง กระดิ่งแมว!
แต้ว-ณฐพร /  แฟชั่น

แฟชั่น แต้ว ณฐพร ภาพแฟชั่น จาก นิตยสาร สุดสัปดาห์ ติดตามอ่านได้จาก นิตยสาร สุดสัปดาห์ Vol.33 No.779  นางแบบ: ณฐพร เตมีรักษ์ แมวทั้งหมด: instagram @encycatpedia แต่งหน้า : ปรีชา ดวงเพชร ทำผม : ศราวุธ เรขาลิลิต สไตลิสต์ : ธันวดี จุฑาวรากุล ผู้ช่วยสไตลิสต์ : ศราวุฒิ ลาปะ, กาญจนา เสมอ ถ่ายภาพ : ณัฐพงศ์ กิตติวรพงษ์กิจ

รวบแล้ว! พ่อสอนการบ้านโหด เตะบีบคอลูกแบบไม่ยั้ง
พ่อตีลูก /  พ่อทำร้ายลูก / 

เจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าควบคุมตัวพ่อสอนการบ้านแบบสุดโหด เตะบีบคอลูกแบบไม่ยั้ง วันนี้ (26 ก.ค.) เป็นเรื่องราวที่ชาวสังคมออนไลน์ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกเฟซบุ๊กท่านหนึ่งได้โพสต์คลิปเด็กถูกผู้ปกครองทำร้ายร่างกาย ซึ่งผู้โพสต์ระบุคำบรรยายเรื่องราวว่า " โคตรเลว ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าแล้ว ช่วยกันแชร์ เอามันไปลงโทษที สงสารเด็กรับไม่ได้จริง ๆ 24/7/58"  ในคลิปเผยให้เห็นเด็กชายอายุประมาณ 4-7 ขวบ ถูกชายวัยกลางคนซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นพ่อของเด็กเอง ทำโทษโดยการเตะก้านคอ ในช่วงหนึ่งของคลิปพ่อได้ถามเด็กว่า นี่เลขอะไร แต่เด็กไม่สามารถตอบได้ จนโดนเตะแบบไม่ยั้ง หลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ ผู้คนต่างพากันเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ หาตัวผู้ปกครองเด็กมาลงโทษเพราะนี่เป็นการทำเกินกว่าเหตุ ล่าสุด นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสานไปยัง พ.ต.อ.ภาสกร กลั่นหวาน ผกก.สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ให้เข้าช่วยเหลือเด็กชายคนดังกล่าวอย่างเร่งด่วน ซึ่งเจ้าหน้าที่แจ้งว่าชายที่ก่อเหตุ คือ นายพีระศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) ได้ควบคุมตัวได้ที่บ้านพัก ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาและเจ้าตัวอยู่ในอาการมึนเมา ทางเจ้าหน้าที่จึงนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.หาดใหญ่ เบื้องต้น นายพีระศักดิ์ ให้การว่า ตนเองเครียดจัด เนื่องจากตกงานมาระยะหนึ่งแล้ว มีภรรยาเป็นชาวไทยใหญ่ และมีลูกที่ต้องเลี้ยงดูอีก 4 คน แต่ก็ยังพูดจาวกไปวนมา เจ้าหน้าที่จึงนำตัวเข้าห้องขัง เพื่อสงบสติอารมณ์ พร้อมตรวจปัสสาวะ เพื่อหาสารเสพติด แต่ไม่พบ และส่งตัวเด็กไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ นางปวีณา กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าช่วยเหลือเด็กชาย 4 ขวบแล้ว และนำตัวพ่อที่ก่อเหตุมาสอบสวนแล้ว ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่ง โดยเจ้าหน้าที่จะต้องสอบปากคำอย่างละเอียด และรอผลตรวจร่างกายเด็ก ก่อนที่จะแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกาย และกระทำความรุนแรงในครอบครัวต่อไป จากการพูดคุยกับแม่เด็ก ซึ่งเป็นผู้ที่ถ่ายคลิปดังกล่าว ได้เล่าว่า ตนเองก็มักจะถูกสามีทำร้ายร่างกายเป็นประจำ ทนไม่ได้ที่เห็นลูกถูกทำร้าย แต่กลับช่วยอะไรไม่ได้ จึงแอบถ่ายคลิปฟ้องสังคม และอยากให้ดำเนินคดีกับสามีให้ถึงที่สุด พร้อมกันนี้ ยังได้ประสาน ไปยังกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  และหัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสงขลา ให้เข้าแยกเด็กเพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจ และทางมูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามช่วยเหลือดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดต่อไป ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก เดลินิวส์ ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News 

สาวกะเหรี่ยงร้องสื่อ ช่วยตามคดีรุมโทรม หลังเงียบหาย!
รุมโทรม /  สาวกะเหรี่ยง / 

สาวกะเหรี่ยง เข้าร้องเรียนต่อสื่อ หลังชาย 4 คน รุมโทรม พร้อมถ่ายคลิป แบล็คเมล์ แต่คดีไม่คืบ วันนี้ (27 ก.ค. 58) น.ส. เอ (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี สาวไทยเชื้อสายกระเหรี่ยง เผยว่า เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 58 ที่ผ่านมา ได้ถูกนายโม่ (นามสมมุติ) และชายอีก 3 คน ล่อลวงไปข่มขืน ระหว่างนั้นได้ใช้โทรศัพท์บันทึกวิดีโอไว้ ต่อมาไม่ถึง 1 สัปดาห์ นายโม่ได้พยายามโทรข่มขู่ เพื่อขอมีเพศสัมพันธ์อีกครั้ง และยังส่งภาพที่ตัวเองกับพรรคพวกมีเพศสัมพันธ์มาทางไลน์ โดย น.ส. เอ ได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความ สภ.อุ้มผาง แต่จนขณะนี้คดียังไม่คืบหน้า และยังไม่มีการจับกุมผู้ต้องหาใด ๆ และจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลต่อสุขภาพทั้งจิตใจ และร่างกายของตนเอง รวมไปถึงสภาพร่างกายที่อ่อนแอติดเชื้อจากการถูกข่มขืนอีกด้วย จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น น.ส. เอ ได้เข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชน อ.แม่สอด จ.ตาก เพราะกลัวจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจาก นายโม่เป็นลูกอดีตตำรวจผู้กว้างขวางใน อ.อุ้มผาง และมีคดีเก่าที่เคยมีพฤติกรรมรุมโทรมหญิงมาแล้วครั้งหนึ่ง ตลอดเวลาตำรวจที่รับแจ้งคดีมีการยื้อเวลาในการนำผู้ต้องสงสัยมาสอบสวน และยังไม่เคยไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ทั้งที่มีหลักฐานประกอบทั้งภาพวิดีโอ ข้อมูลทางเฟชบุ๊ก และทางไลน์ เป็นหลักฐานจำนวนมาก

นร.สาวขี่จยย.เจอด่านเบรกกะทันหัน หกล้อพุ่งขยี้ซ้ำดับสยอง
ด่านตำรวจ /  รถชน / 

สุดสยอง นักเรียนชั้น ม.6 เบรกรถจักรยานยนต์กระทันหันหลังเจอด่าน ถูกรถ 6 ล้อชนซ้ำดับสยอง วันนี้ (27 ก.ค.) สำนักข่าว 'ข่าวสด' รายงานเหตุการณ์ รถโดยสาร 6 ล้อ ชนรถจักรยานยนต์ บริเวณหน้าโรงเรียนเทศบาลบ้าน ใกล้สี่แยกไฟแดงในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ซึ่งเหตุเกิด หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองขอนแก่น ตั้งด่านตรวจ โดยผู้เสียชีวิตคือ น.ส.จุฬาลักษณ์ ชาญณรงค์ วัย 18 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน 2 (สมาน สุเมโธ)ซึ่งขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิก ทะเบียน 1กง – 5579 มหาสารคาม ล้มคว่ำ จมกองเลือดอยู่ในสภาพขาทั้งสองข้างพับขึ้นมาขนาบลำตัว โดยสภาพศพพบว่า ศีรษะแตก กะโหลกร้าว เลือดปนมันสมองไหลกระจายเต็มพื้น พบหมวกกันน็อกตกอยู่ 2 ใบ ข้างศพพบนายกฤษณา อายุ 17 ปี เพื่อนชายที่นั่งซ้อนท้ายมาด้วย ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณแขนและขาทั้งสองข้าง นั่งร้องไห้อยู่ข้างศพ ทว่ารถโดยสาร 6 ล้อ ทะเบียน 10–1884 ขอนแก่นที่ขับโดยนายสมจิตร สมบัติมาก อายุ 48 ปี ยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่อยู่ข้างรถ ทั้งนี้รายงานระบุว่า ก่อนถึงจุดเกิดเหตุ ผู้ตายได้ชะลอรถแล้วเหยียบเบรกกะทันหัน เนื่องจากมองไปเห็นตำรวจตั้งด่านตรวจอยู่ข้างหน้า บริเวณสามแยก เลยโรงเรียนไปไม่ไกล ทำให้รถโดยสาร 6 ล้อ ที่ขับตามหลังมาเหยียบเบรกไม่ทัน จึงพุ่งชนท้ายรถของผู้ตายเข้าอย่างจังพร้อมกันนี้ เหยื่อได้ถูกรถคันดังกล่าวเหยียบซ้ำตายคาที่อย่างน่าสยดสยอง ที่มา ข่าวสด

ซึงรี BIGBANG ช่วยเพื่อนร่วมวง รอดหวุดหวิดจากเอฟเฟ็กต์พลุ!
Big Bang /  Bigbang / 

T.O.P และ แดซอง สองสมาชิกวง BIGBANG (บิ๊กแบง) รอดหวุดหวิดจากเอฟเฟ็กต์พลุบนเวทีคอนเสิร์ตเวิลด์ทัวร์ MADE ที่ประเทศมาเลเซีย เพราะได้ ซึงรี ทำหน้าที่อัศวินขี่ม้าขาว เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ห้าหนุ่มวง BIGBANG ได้ทำการแสดงคอนเสิร์ต BIGBANG 2015 WORLD TOUR [MADE] in MALAYSIA ณ Putra Indoor Stadium ประเทศมาเลเซีย จำนวน 2 รอบ ในวันที่ 24 และ 25 กรกฎาคม ซึ่งในคอนเสิร์ตคืนที่2 สองสมาชิกของวง T.O.P และ แดซอง ก็เกือบจะได้รับบาดเจ็บจากเอฟเฟ็กต์บนเวที ระหว่างที่ BIGBANG กำลังทำการแสดงในเพลงฮิต Fantastic Baby ของพวกเขา จะเห็นว่า ซึงรี สมาชิกน้องเล็กของวง เข้ามาดึงแร๊พเปอร์หนุ่ม T.O.P ให้ถอยหลังเข้าสู่ด้านใน ก่อนที่ ซึงรี จะวิ่งออกมาโอบตัวของ แดซอง ให้ถอยหลังออกจากบริเวณด้านหน้าเวทีเช่นกัน เมื่อเห็นเช่นนั้น จึงทำให้ G-Dragon ซึ่งยืนอยู่ด้านข้างของ แดซอง ถอยหลังตามมา แล้วเพียง 2 วินาทีหลังจากนั้น เอฟเฟ็กต์พลุที่ด้านหน้าของเวทีก็ถูกจุดขึ้นมาอย่างสนั่นหวั่นไหว ซึ่งหากไม่ได้ ซึงรี มาช่วยในสถานการณ์ดังกล่าว ทั้ง T.O.P และ แดซอง BIGBANG ก็คงจะได้รับบาดเจ็บอย่างแน่นอน ชมภาพเหตุการณ์น่าหวาดเสียวได้ที่คลิปด้านล่าง ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ดราม่า! ม.ดัง จับหมาจรจัด ผักชีโรยหน้าเพื่องานปั่นจักรยาน
Bike for Mom /  จับหมาจรจัด / 

ดราม่า! ชาวเน็ตโวย ม.ดัง จับหมาจรจัด ผักชีโรยหน้าเพื่อกิจกรรมปั่นจักรยาน กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทั่วโลกออนไลน์ เมื่อชาวสังคมออนไลน์ท่านหนึ่งได้ตั้งกระทู้เผยว่ามีการจัดการกับสุนัขจรจัดในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อเคลียร์พื้นที่รับกิจกรรมปั่นจักรยาน Bike for mom โดยได้มีการโพสต์ข้อความระบุว่า "ถึงผู้จัดการระบบจัดการสุนัขในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตนได้รับเรื่องราวจากแฟนเพจ KU CUTE DOG ว่า มีการจับสุนัขใน ม.เกษตรศาสตร์ไปไว้ที่เขตประเวศ ซึ่งตนมองว่าไม่ถูกต้องที่จะนำหมาเป็นร้อย ๆ ตัว ที่อยู่คู่กับม.เกษตรตั้งแต่เกิดย้ายไปไว้ที่สถานกักกันสัตว์ ซึ่งสภาพไม่ต่างจากตายทั้งเป็น จึงอยากให้ทางคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย ช่วยออกมาพิจารณาการจัดการที่ดีกว่านี้ หรือไม่ก็จัดการทำคอกให้มัน ส่วนตนได้ลงชื่อเข้าร่วมโครงการนี้ไว้ แต่หากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ตนจะไม่ไปปั่นร่วมกิจกรรมเด็ดขาด แต่ทั้งนี้ตนไม่อยากให้โยงไปถึงโครงการหรือนักปั่น แต่อยากให้ดูแลกันที่ระบบจัดงานดีกว่า ที่ไม่แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ" ทั้งนี้ชาวสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์กระทู้ดังกล่าว พร้อมทั้งแสดงความคิดเห็นอยากให้ทางมหาวิทยาลัยจัดการระบบให้ดีกว่านี้ และมองว่างานนี้ไม่เกี่ยวกับโครงการแต่เป็นเรื่องการจัดการภายในของมหาวิทยาลัยล้วน ๆ รวมถึงมองว่าเป็นการจัดการแบบผักชีโรยหน้าด้วย ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

5 วิธีแก้ ข้อเท้า และ เท้าบวมหลังคลอด
peripheral edema /  ข้อเท้าบวม / 

อาการบวมตามแขนขา หรือ peripheral edema เกิดจากของเหลวที่ก่อตัวขึ้นอย่างผิดปกติในข้อเท้า เท้า และขา ถือว่าเป็นภาวะที่พบได้โดยทั่วไปในหมู่คุณแม่คนใหม่ ไม่แปลกเลยที่ ข้อเท้า และ เท้าบวมหลังคลอด จะยังคงอยู่สักระยะ วันนี้เรามีวิธีดูแลตัวเองสำหรับคุณแม่หลังคลอดมาฝากกันค่ะ 1. ยกเท้าขึ้น การวางเท้าบนเก้าอี้ กล่อง หรือกองหนังสือในขณะที่คุณนั่งอยู่จะช่วยถ่ายเทของเหลวส่วนเกินที่อยู่ที่เท้าและข้อเท้าของคุณ 2. อย่านั่งไขว่ห้าง การนั่งไขว่ห้างจะทำให้ของเหลวคั่งอยู่ที่เท้าและข้อเท้ามากขึ้น ดังนั้นจำไว้ว่า คุณควรนั่งโดยวางเท้าราบไปกับพื้น หรืออย่างมากก็ไขว้ข้อเท้าก็พอแล้ว 3. เหยียดขาออก หากคุณนั่งกับโต๊ะทั้งวันล่ะก็ อย่างน้อยคุณควรพักบ้าง เดินไปรอบ ๆ และยืดขาเพื่อให้เลือดไหลเวียนบริเวณขาได้ดียิ่งขึ้น การจิกและเหยียดนิ้วเท้า รวมถึงการหมุนข้อเท้าก็ช่วยให้เลือดและของเหลวบริเวณนั้นหมุนเวียนเคลื่อนที่เช่นกัน 4. หลีกเลี่ยงอาหารเค็มๆ อาหารเค็มๆ ทำให้มีน้ำคั่งอยู่มากขึ้น ดังนั้นคุณควรลดอาหารเค็มๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อาหารเค็มที่ว่ารวมถึงอาหารพร้อมรับประทานที่มักมีปริมาณเกลือสูง รวมถึงของที่มักจะมีเกลือโรยมากๆ เช่น ถั่วโรยเกลือและมันฝรั่งทอด 5. ใส่ถุงน่องซัพพอร์ต การใส่ถุงน่องซัพพอร์ตตั้งแต่ช่วงเอวสามารถช่วยลดความไม่สบายจากอาการเท้าและข้อเท้าบวมได้ ดังนั้นลองดูก็ไม่เสียหายนะ ที่มาจาก th.theasianparent ภาพประกอบโดย Women MThai Team

ไม่ไหวแล้ว! วอนทาสแมวช่วยเหลือ ที่บ้านเลี้ยงแมว 145ตัว
ทาสแมว /  เลี้ยงแมว / 

ไม่ไหวแล้ว! วอนทาสแมวช่วยเหลือ ที่บ้านเลี้ยงแมว 145 ตัว  สมาชิกเว็บไซต์พันทิป หมายเลข 1438994   ได้ตั้งกระทู้ปรึกษา และข้อความช่วยเหลือจากคนเลี้ยงแมว โดยเผยว่าแมวที่บ้านคุณย่าของตนมีจำนวนมากถึง 145 ตัว ซึ่งตอนแรก ๆ ก็เลี้ยงปกติ แต่เป็นเพราะไม่ได้ทำหมัน และมีการจับใส่กรงไว้ ไม่นานระยะเวลา 4 - 5 ปีมันก็เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากนี้ยังมีคนเอาแมวมาปล่อยแถวบ้านด้วย รวมถึงมีคนงานก่อสร้างเอาแมวเข้ามาเลี้ยง พอเลิกแคมป์ก็ไม่เอากลับไปด้วย คุณย่าใจดีเอาอาหารไปให้ จนสุดท้ายเข้ามาเป็นสมาชิกของบ้าน จนมีจำนวนมากขึ้น ซึ่งแมวทั้งหมดเลี้ยงไว้หลังบ้านขังกรงเล็ก ๆ คล้ายเรือนจำแบบคอนโด กินฟรีอยู่ฟรีแต่ห้ามออกไปไหน ตนเห็นแล้วสงสาร แต่เรื่องที่เป็นปัญหาคือมีค่าใช้จ่ายต้องเลี้ยงมันวันละไม่ต่ำกว่า 2 พันบาท ตกเดือนละ 6 หมื่นบาท ซึ่งตนได้ปรึกษากับคุณย่าแล้ว และยอมให้คนอื่นเอาไปเลี้ยงได้ ใครสนใจอยากได้แมวไปเลี้ยงทุกตัวตัวขนสวย ๆ ทั้งนั้น ช่วยนำมันไปชุบชีวิต หรือช่วยบริจาคค่าอาหาร ค่าสร้างกรง หรือมีข้อแนะนำช่วยบอกตนได้ที่ https://www.facebook.com/cathelp145 ที่มา http://pantip.com/topic/33969592 ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ละครนางร้ายที่รัก  , เรื่องย่อนางร้ายที่รัก
บอย ปกรณ์ นางร้ายที่รัก /  คิมเบอร์ลี่ นางร้ายที่รัก / 

นางร้ายที่รัก บทประพันธ์โดย : ดวงมาลย์บทโทรทัศน์โดย : ชลนภัสส์ จันทรังษี, จีรนุช ณ น่าน, วรรณพร รัฐพิทักษ์สันติกำกับการแสดงโดย : สำรวย รักชาติ ออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 พิมพ์ชนก (คิมเบอร์ลี แอน เทียมศิริ) ดารานางร้ายสุดฮอตในวงการบันเทิง ได้รับมรดก มหาศาลในฐานะทายาทเพียงคนเดียวของตระกูล ทรัพย์ไพศาลอนันต์ หลังจากสูญเสีย พรรณราย (อรสา พรหมประทาน) แม่ที่เลี้ยงเธอมาอย่างเอาอกเอาใจราวกับเธอเป็นราชินีองค์น้อย ๆ ทำให้เธอ เติบโตมาอย่างหรูหรา หยิ่งทะนง เหวี่ยงวีนไม่ไว้หน้าใคร และเอาแต่ใจตัวเองเป็นที่สุด พิมพ์ชนกก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงจากการทาบทามของ ชาร์ลี แมวมองหน้าใหม่หัวใจสีม่วง ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบปริญญาตรี ชาร์ลีหวังปั้นให้พิมพ์ชนกเป็นนางเอกดาวรุ่งดวงใหม่ แต่ด้วยความ ปราดเปรียว สวยเฉี่ยว มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร ทำให้พิมพ์ชนกโด่งดังและมีชื่อเสียงจากการพลิกบทบาทเป็นนางร้ายในละครโทรทัศน์มากกว่า แท้จริงแล้ว พิมพ์ชนกไม่ได้ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงเพื่อชื่อเสียง แต่เพราะเธอต้องการแสดง ตัวตนให้ใครคนหนึ่งได้รับรู้ ใครคนที่เธอรอคอยจะได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง พิมพ์ชนกใช้ชีวิตอยู่ในคฤหาสน์หรูตามลำพังคนเดียว โดยให้ ป้าศัลย์ (ดีใจ ดีดีดี) แม่บ้าน เก่าแก่ และสาวใช้คนอื่นแยกออกไปอยู่เรือนเล็กหลังคฤหาสน์ เพราะไม่ต้องการเห็นใครเข้ามาเดิน วุ่นวายให้รำคาญตาเวลาเธออยู่บ้าน แม่บ้านและสาวใช้จึงต้องเตรียมทำอาหารเช้าไว้ให้พิมพ์ชนก ก่อนตื่นนอน จัดการงานบ้านและเตรียมอาหารเย็นก่อนพิมพ์ชนกกลับจากเลิกงาน หลายคืนติดต่อกัน พิมพ์ชนกฝันกึงผู้หญิงคนหนึ่งในบึงใหญ่ เวิ้งว้าง เสียงเรียกของเธอเต็มไป ด้วยความเจ็บปวด ทุกข์ทรมาน พิมพ์ชนกพยายามเพ่งมองใบหน้าหญิงสาวคนนั้น แต่ก็ถูกม่าน หมอกบดบังให้มองไม่เห็นทุกที... ชาร์ลีบอกว่าพิมพ์ชนกเครียดกับละครผีเรื่องใหม่ที่กำลังจะเปิด กล้อง จึงทำให้เก็บมาฝันเป็นตุเป็นตะ แต่พิมพ์ชนกกลับรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่ทำให้เสียงเรียกของผู้หญิงคนนั้น ยังดังแว่วในความคิดตลอดเวลา นางร้ายที่รัก นที สิงห์หฤทธิ์ (ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์) ผู้กองหนุ่มฝีมือดีจากกองปราบ กับ ศาตรา (จิตรกาณุ กลมแก้ว) ตำรวจลูกพี่ลูกน้องของเขา ได้รับคำลังให้นำกำลังตำรวจนอกเครื่องแบบ มาดูแลความเรียบร้อยในงานประกาศรางวัล มาลาทองคำ ที่จัดขึ้นสำหรับดารานักแสดง โดยมีภรรยาท่านนายกรัฐมนตรีมาเป็นประธานในงาน และแขกผู้มีชื่อเสียงทางธุรกิจและวงการบันเทิงมา ร่วมงานอย่างดับคั่ง นทีเบื่อหน่ายงานโชว์หรู ที่ต้องปั้นหน้าแสแสร้งเข้าหากันอย่างนี้มาก ผิดกับศาตราที่ดูจะมี ความสุขกับการมองดาราสาวสวยแต่งชุดหวือหวาประชันความสวย เดินกรดกรายมาบนพรมแดง พิมพ์ชนกเข้างานมาดุจนางพญาหงส์ในชุดเดรสเกาะอกสีแดงเพลิงยาวกรอมพื้น กลบรัศมี ดาราคนอื่นจนหมดสิน แสงแฟลชวูบวาบจากนักข่าวทุกคนพุ่งความสนใจไปเธอเพียงคนเดียว แล้ว สายตาคมกริบของนที ก็ชะงักค้าง ในความงดงามและมีเสน่ห์ของพิมพ์ชนก จนศาตราออกปากแซวว่าอินทรีหนุ่มต้องมนต์สะกดนางพญาหงส์เข้าแล้ว พิมพ์ชนกได้รับรางวัลนักแสดงนำฝ่ายหญิงยอดเยี่ยมแห่งปี ตามที่สื่อบันเทิงหลายสำนัก คาดการณ์ไว้ เนตรกมล (หยาดทิพย์ ราชปาล) นางเอกแสนหวานผู้ร่วมวงการฯ แสดงความยินดีกับ พิมพ์ชนกอย่างชื่นชม ต่างจาก ดวงแข (ธนิดี กาญจนวัฒน์) และ พิไล (เวธกา ศิริวัฒนา) สองเพื่อนซี้ นางร้ายในวงการรุ่นเก่า ที่ถูกรัศมีของพิมพ์ชนกเขี่ยจนเกือบตกกระป๋อง ได้แต่เฝ้ามองพิมพ์ชนกด้วย ความอิจฉาตาร้อน คิดหาทางเขี่ยพิมพ์ชนกกระเด็นออกจากวงการไปให้ได้ นางร้ายที่รัก ผู้หญิงในบึงใหญ่ยังคงร้องเรียกพิมพ์ชนกในฝัน คราวนี้พิมพ์ชนกกำลังจะได้เห็นใบหน้าที่ ชัดเจนของเธอ ถ้าไม่ถูกชาร์ลีปลุกขึ้นมาดูพาดหัวข่าวบันเทิงทุกฉบับ ที่มีรูปพิมพ์ชนกสวยเด่นเป็นสง่าขึ้นไปรับรางวัลอันทรงเกียรติ พิมพ์ชนกภูมิใจกับรางวัลที่ได้รับ แต่ต้องสะดุดตากับข่าวกรอบเล็กมีรูปพบศพผู้หญิงในบึงร้างแห่งหนึ่งแถวรังสิต ระบุชื่อ นางสาวสายธาร ประเสริฐวรกาญจน์ จมน้ำเสียชีวิตไม่ต่ำกว่าหนึ่งสัปดาห์ พิมพ์ชนกมองรูปและชื่อในข่าวนั้นด้วยความตกใจสุดขีด พิมพ์ชนกหยิบกล่องลายลูกไม้เก่าที่เก็บซ่อนในตู้เสื้อผ้าชั้นบนสุดลงมา เปิดกล่องดูรูปถ่ายสี ซีดจางขึ้นมาดูอย่างใจหาย เห็นเด็กหญิงตัวเล็กวัย 7 ขวบที่มีแววตาเศร้า ถ่ายรูปคู่กับเด็กหญิงวัย 9 ขวบ ที่ยิ้มร่าเริงสดใส ด้านหลังรูปถ่ายเขียนชื่อด้วยลายมือเด็ก พี่พิมกับน้องน้ำ ภาพในวันเด็กของพิมพ์ชนกย้อนกลับมาในความคิด พิมพ์ชนกกับ สายธาร (นันทิกานต์ สิงหา) คือพี่น้องต่างสายเลือดร่วมสถานสงเคราะห์เด็กหญิง บ้านแสงประทีป ทั้งสองผูกพันกันมาก พิมพ์ชนกรักและปกป้องสายธารดุจพี่น้องแท้ ๆ แต่ทั้งคู่ก็ต้องแยกจากกันเพราะมีพ่อแม่ใหม่มารับ อุปการะสายธารไปก่อน จากนั้นไม่นาน พรรณราย หญิงหม้ายเศรษฐีนีผู้ไม่มีทายาทสืบสกล ก็มาขอรับพิมพ์ชนกไปเป็นบุตรบุญธรรม ความลับในวัยเด็กของพิมพ์ชนก มีเพียงชาร์ลีกับปาศัลย์เท่านั้นที่รู้ ใครคนนั้นที่พิมพ์ชนกหวังจะได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง คงไม่มีวันเป็นจริง... เมื่อสายธาร น้องสาวที่เธอให้ชาร์ลีจ้างนักสืบเอกชน ตามหามานาน ได้เสียชีวิตแล้ว!! สายธารกับชาร์ลีไปงานศพสายธารในคืนสุดท้าย แอบเฝ้ามองบรรยากาศงานศพอยู่ในรถเพราะไม่อยากให้เป็นจุดสนใจ จนแขกเหรอทยอยกลับจนหมด พิมพ์ชนกจึงเข้าไปเคารพสายธาร ด้วยหัวใจแหลกสลาย ซึ่งไม่คาดคิดว่าจะเจอกมลเนตรกับ พิพัฒน์ (โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์) น้องชายเนตรกมล ซึ่งเป็นแฟนหนุ่มของสายธาร หลังกลับจากงานศพสายธาร พิมพ์ชนกร้องไห้จนหลับไป สะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกทีเพราะมีมือเย็นเฉียบแตะขาเธอ พิมพ์ชนกเห็นร่างสายธารร้องไห้อยู่ปลายเตียงของเธอ เธอไม่ได้ฝัน เธอเห็นสายธารอยู่ตรงหน้าจริง ๆ เสียงโทรศัพท์ของพิพัฒน์ปลุกพิมพ์ชนกให้ตื่นจากภวังค์สายธารหายไปแล้ว พิพัฒน์นัดเจอพิมพ์ชนกบอกความจริงเรื่องสายธารเป็นผู้หญิงไซด์ไลน์ ตอนแรกพิพัฒน์เจ็บปวดและรับไม่ได้ แต่สุดท้ายก็ให้อภัยเพราะความรักที่เขามีต่อสายธาร และวางแผนที่จะแต่งงาน กันแต่ ดนัย (กรุณพล เทียนสุวรรณ) กับ สมภพ (วริษฐ์ ทิพโกมุท) สองพี่น้องนายทุนและเจ้าพ่อแห่งวงการบันเทิง ที่เคยใช้บริการสายธารบ่อย ๆ ไม่ยอมเลิกกับสายธาร ทั้งสองขู่เอาชีวิตสายธาร ทำให้สายธารหวาดกลัวและอัดคลิปเสียงขู่ฆ่า และคลิปเสียงของดนัยที่โทรนัดให้สายธารไปพบที่บึงร้าง ไม่งั้นจะแฉรูปโป๊ของสายธารที่แอบถ่ายเอาไว้ สายธารจึงขู่กลับว่าจะเปิดเผยเรื่องทั้งหมดกับสื่อฯ หลังจากสายธารตาย มือถือของเธอก็หายไป พิพัฒน์มั่นใจว่าดนัยกับสมภพร่วมมือกันฆ่าปิดปาก สายธาร พิมพ์ชนกหดหู่กับเรื่องของสายธารที่เธอได้รับรู้ ความรู้สึกผิดเกิดขึ้นในใจของพี่สาวต่างสายเลือด ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ...สายธารก็คงไม่มีชะตากรรมแบบนี้ เพราะเธอไปอ้อนวอนขอร้องให้สามีภรรยาคู่นั้นรับสายธารไปอยู่ด้วย สามีภรรยาครอบครัวประเสริฐวรกาญจน์ถูกใจและเลือกรับอุปการะพิมพ์ชนก แต่พิมพ์ชนกอยากให้สายธารได้อยู่สุขสบายมีครอบครัวที่อบอุ่น จึงเสียสละโอกาสนั้นให้น้อง โดยหารู้ไม่ว่า เธอได้ส่งสายธารไปสู่เงื้อมือพญามัจจุราช ครอบครัววรกาญจน์ย้ายที่อยู่ทันทีที่ได้ตัวสายธารไป ทำให้บ้านแสงประทีปติดต่อไม่ได้ พิมพ์ชนกขาดการติดต่อกับสายธารทั้งที่ทั้งสองสัญญาจะไม่ทิ้งกัน นางรายที่รัก สายธารถูกเลียงให้เติบโตมาอย่างดี และถูกพ่อแม่ใจยักษ์บังคับให้สายธารขายตัวกับเสี่ยกระเป๋าหนักมากหน้าหลายตา โดยที่เธอไม่อาจขัดขืนได้ หลังจากพ่อแม่สายธารติดหนีพนัน จึงพากันหลบหนีไปชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้สายธารหลุดพ้นจากวังวนอุบาทว์ คิดเริ่มต้นชีวิตใหม่กับพิพัฒน์ แต่ต้องมาเจอเวรกรรมเก่าจากดนัยและสมภพตามหลอกหลอนไม่หยุด พิมพ์ชนกคิดแก้แค้นแทนสายธาร เพื่อกระชากหน้ากากนายทุนชั่วในวงการบันเทิงของดนัยกับสมภพให้สาสมกับที่สายธารถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ เสียงลมหวีดหวิวและเสียงกระซิบแผ่วเบาของสายธารเตือนพิมพ์ชนกว่า อันตราย แต่พี่สาวผู้รักน้องสุดหัวใจ มุ่งมั่นจะทวงความยุติธรรมให้สายธาร โดยไม่เกรงกลัวอะไรทั้งนั้น พิมพ์ชนกก็ได้รับจดหมายลึกลับขู่เอาชีวิต ให้พิมพ์ชนกเลิกตามสืบเรื่องสายธาร มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับพิมพ์ชนกในกองถ่ายและระหว่างทางกลับบ้านหลายครั้ง พิมพ์ชนกคิดว่าเป็นการกลั่นแกล้งจากดวงแขกับพิไล ศัตรูคู่แค้นในวงการ แต่ชาร์ลีมั่นใจว่าเหตุรุนแรงหลายครั้งเป็นฝีมือฆาตกรที่อยู่เบื้องหลังการตายของสายธาร ชาลีติดต่อกองปราบขอตำรวจมือดีมาช่วยคุ้มกันพิมพ์ชนก สารวัตรชินกริช (ตระการ พันธุมเลิศรุจี) จึงมอบหมายให้ นทีผู้กองหนุ่มนักบู๊ไปเป็นเป็นบอดีการ์ดดูแลความบัลอดภัย และสืบเรื่องคนที่ส่งจดหมายขู่ทำร้ายพิมพ์ชนก นทีเดือดดาลไม่พอใจ เพราะฝีมือระดับอินทรีเหล็กอย่างเขาควรได้รับมอบหมายงานที่เสี่ยง อันตรายและได้ออกแรง มากกว่าการเฝ้าติดตามดาราไฮโชอารมณ์ร้ายอย่างพิมพ์ชนก แต่เขาก็ จำเป็นต้องทำตามคำลังเจ้านายอย่างเลี่ยงไม่ได้ นางร้ายที่รัก มธุรส (กัลยา เลิศเกษมทรัพย์) บุกมาอาละวาดพิมพ์ชนกถึงกองถ่ายละคร เพราะรู้ข่าวว่า พิมพ์ชนกนัดพบดนัยสามีของเธอบ่อย ๆ เพื่อพูดคุยเรื่องงานที่ดนัยเป็นนายทุนใหญ่ผลิตละครและรายการโทรทัศน์ เนตรกมลเข้ามาช่วยอธิบาย ก็ถูกมธุรสตบจนเสียหลัก เคราะห์ดีที่นทีเข้ามารับตัวเนตรกมลไว้ทัน นทีประกาศตัวเป็นบอดีการ์ดดูแลพิมพ์ชนก และขัดขวางมธุรสไม่ให้ทำร้ายพิมพ์ชนกกับเนตรกมลจนมธุรสต้องล่าถอยไป พิมพ์ชนกโวยวายชาร์ลี ไม่ยอมรับนทีเป็นบอดี้การ์ด เพราะต้องการเข้าถึงตัวดนัยกับสมภพโดยไม่มีใครล่วงรู้แผนของเธอ แต่ชฺาร์ลียื่นคำขาดให้พิมพ์ชนกมีบอดีการ์ดเพื่อความปลอดภัย ถ้าคิดจะหาหลักฐานเล่นงานตัวฆาตกร โดยจะมีเพียงพิมพ์ชนกชาร์ลี และพิพัฒน์เท่านั้นที่รู้เรื่องนี้ พิมพ์ชนกแกล้งรับปากชาร์ลี แต่ในใจคิดหาวิธีที่จะให้นทีทนเธอไม่ได้จนลาออกไปเอง ชาร์ลีให้นทีย้ายเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ของพิมพ์ชนก และพักห้องนอนติดกันพับพิมพ์ชนกสร้างความเหวี่ยงวีนให้กับพิมพ์ชนกที่ไม่ชอบให้ใครเข้ามาวุ่นวายในบ้านของตน ชาร์ลีเกลียกล่อมและย้ำเรื่องข้อตกลงของเขากับพิมพ์ชนก จนพิมพ์ชนกค้านไม่ได้ นทีแอบสงสัยว่าชาร์ลีกับพิมพ์ชนกมีข้อตกลงอะไรที่เขาไม่รู้ ซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับคดีที่เค้ารับหน้าที่ตามสืบด้วย พิมพ์ชนกฝันเห็นสายธารถูกใครคนหนึ่งซึงมองไม่ขัด จับเธอกดน้ำในบึง สายธารตะเกียกตะกายเพื่อเอาชีวิตรอด พิมพ์ชนกรู้สึกเหมือนกำลังถูกจับกดน้ำไปด้วย เธอเริ่มสำลัก และหายใจไม่ออก ก่อนจะกรีดร้องสุดเสียง... จนสะดุ้งตื่น พิมพ์ชนกทบทวนความฝันร้องไห้รู้สึกผิดที่เป็นคนทำให้ชะตากรรมของสายธารเป็นแบบนี้ เธอคร่ำครวญโทษตัวเอง นทีได้ยินเสียงพิมพ์ชนกร้องไห้คิดว่าพิมพ์ชนกตกอยู่ในอันตราย จึงรีบเข้าไปช่วย เป็นครั้งแรกที่นทีได้เห็นน้ำตาของนางพญาหงส์ พิมพ์ชนกอ้างว่าร้องไห้คิดถึงแม่ ไล่ให้นทีออกไปจากพื้นที่หวงห้ามในห้องนอน และไม่ยอมเล่าอะไรให้ฟัง นทีตามมาเฝ้าพิมพ์ชนกที่ห้องถ่ายรายการสดตอนเช้า มีมอเตอร์ไซค์ลึกลับตั้งใจพุ่งมาชนมาชนพิมพ์ชนกขณะเดินเข้าห้องถ่ายรายการ นทีเล่นงานคนร้าย และช่วยพิมพ์ชนกไว้ได้ แต่จับตัวคนร้ายไว้ไม่ทัน พิมพ์ชนกตื่นตระหนกและพยายามกลบความรู้สึกกลัวเอาไว้ ก่อนเริ่มถ่ายรายการ อาจารย์พิมาน (ฝันเด่น จรรยาธนากร) ญาณสัมผัส ถูกเชิญเข้ามาทำพิธีบรวงสรวงให้ทีมงานในกองถ่าย ได้ทักพิมพ์ชนกให้ระวังอันตรายบางอย่างที่คิดจะทำ พิมพ์ชนกปฏิเสธไม่เข้าใจเพราะไม่อยากให้นทีหรือคนอื่นรู้เรื่องขณะให้สัมภาษณ์รายการสดกับพิธีกรหน้าใหม่สองคน พิมพ์ชนกเห็นใบหน้าพิธีกรคนหนึ่งเหมือนสายธาร ถึงกับอึงไป พิมพ์ชนกจึงหันความสนใจมาคุยกับพิธีกรคนแรกคนเดียว ไม่ว่าพิธีกรสาวอีกคนจะถามอะไรเธอก็ไม่ตอบ ไม่มองหน้า จนจบรายการก็หนีเข้าห้องแต่งตัวไป พิธีกรหน้าคล้ายสายธารถึงกับร้องไห้ ไม่เข้าใจว่าพิมพ์ชนกเกลียดอะไรตน ทีมงานพากันซุบซิบนินทาถึงความร้ายกาจของพิมพ์ชนกให้นทีได้ยิน นทีตามพิมพ์ชนกเข้าไปในห้องแต่งตัว ทันเห็นเห็นพิมพ์ชนกปาดนาตาแวบหนึ่ง แต่กลับหันหน้าสวยเชิดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาสั่งนทีว่าจะเดินทางไปทำสปาต่อ เพื่อเตรียมตัวถ่ายโฆษณาตัวใหม่ในวันรุ่งขึ้น ช่างแต่งหน้าคนหนึ่งแอบส่งข่าวไปบอกดวงแขกับพิไลทันที ดวงแขสบโอกาส คิดหาทางแก้แค้นพิมพ์ชนกที่แย่งโฆษณาชิ้นนี้ไปจากตน ดวงแขกับพิไลทำทีมาทำสปาก่อนพิมพ์ชนกจะมาถึง และแอบใส่ครีมกำจัดขนลงในครีมบำรุงคิว พิมพ์ชนกเดินทางมาถึงปะทะคารมกับดวงแขคู่อริ นทีคอยสังเกตพิรุธของดวงแขกับพิไล ว่าอยู่ในข่ายผู้ต้องสงสัยขู่ทำร้ายพิมพ์ชนกรึเปล่า มยุรี (สุวรัฎฐิภา โยคะกุล) เจ้าของสปาชื่อดัง ขอร้องให้ทั้งสามอย่ามีเรื่องกัน เพราะมีนักข่าวเป็นลูกค้าในร้าน ไม่อยากให้เป็นข่าวดังตามหน้าสื่อบันเทิงก่อนกลับดวงแขชื่นชมครีมบำรุงคิ้วตัวใหม่ของมยุรี ทำให้พิมพ์ชนกสนใจอยากลองบ้าง ศาตราโทรบอกนทีเรื่องทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์คนร้ายเป็นทะเบียนปลอม ทำให้ติดตามตัวคนร้ายยาก และจดหมายขู่เอาชีวิตพิมพ์ชนกกิตรวจไม่พบรอยนิ้วมือ ตัวหนังสือก็ใช้พิมพ์จากคอมพิวเตอร์ นางร้ายที่รัก อิงอร (ปารีณา บุศยศิริ) ลูกสาวสารวัตรชินกริช ส่งข้อความและโทรจิกนที จนนทีจำต้องรับสายและหลอกว่ากำลังปฏิบัติภารกิจในซ่องโสเภณี ทำให้อิงอรโวยวายไม่พอใจมาก นทีรู้จักอีกแง่มุมดี ๆ ของพิมพ์ชนกจากป้าศัลย์ หรือป้าศรี แม่บ้านวัย 40 ที่ถูกสามีทำร้ายจนเสียโฉม พิมพ์ชนกจึงออกเงินให้ป้าศัลย์ไปทำศัลยกรรมจนหน้าสวย และช่วยป้าศัลย์ให้รอดพ้นจากสามีใจร้าย นทีสงสัยความสัมพันธ์ระหว่างพิมพ์ชนกกับดนัย ที่ทำให้มธุรสหึงหวงจนต้องตามมาอาละวาดบ่อย ๆ พิมพ์ชนกโกรธนทีเพราะคิดว่าเขากำลังดูถูกเธอว่าใช้ร่างกายเป็นสะพานให้ได้งานจากดนัย แต่เธอไม่ยอมอธิบายว่าทำไมต้องหาโอกาสเข้าใกล้ดนัยบ่อยครั้ง กลางดึก...พิมพ์ชนกกรีดร้องลั่นคฤหาสน์ เมื่อพบว่าขนคิ้วของเธอร่วงจนหมด สร้างความขำระคนปวดหัวให้นที ที่ต้องหาทางแก้ปัญหาให้พิมพ์ชนกโดยด่วน นทีตัดผมหน้าม้าปิดบังคิ้วให้พิมพ์ชนก เป็นทรงที่แปลกตาแตกน่ารักดีสำหรับเธอ แนะนำให้พิมพ์ชนกสั่งชาร์ลีแทรกคิวแอนนาช่างแต่งหน้าเทพจอมวีนด่วน แม้จะยากลำบากแค่ไหน ชาร์ลีก็ต้องได้คิวแต่งหน้าของแอนนามาให้ได้ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าผ่านไปด้วยดี งานถ่ายโฆษณาราบรื่น พิมพ์ชนกอารมณ์ดีและรู้สึก ดีกับนทีจนชาร์ลีผิดสังเกต ที่ผู้กองขี้เก๊กกับคุณนายเอาแต่ใจญาติดีกันได้ ศาตราตามชาร์ลีไปหาหลักฐานและตรวจสิ่งผิดปกติที่สปาของมยุรี เพื่อหาว่าใครกลั่นแกล้งพิมพ์ชนก จึงรู้ว่ามยุรีกำลังถูกลูกค้าหลายคนรุมเอาเรื่องเพราะขนคิ้วร่วงเหมือนพิมพ์ชนก แต่ดวงแขและพิไลกลับไม่เป็นอะไร ทิ้งที่เริ่มใช้ครีมยี่ห้อนี้เป็นสองคนแรก พิมพ์ชนกมั่นใจว่าดวงแขกลั่นแกล้งเธอ จึงคิดเอาคืนด้วยการติดต่อขอพบดนัย เพื่อใช้เสน่ห์อ้อนขอเสียบงานพิธีกรแทนดวงแข นทีไม่เห็นด้วยกับวิธีนี้เพราะไม่อยากให้พิมพ์ชนกสร้างศัตรูและไม่อยากให้พิมพ์ชนกเปลืองตัวแต่พิมพ์ชนกมั่นใจว่ามีนทีคอยปกป้องแล้วจึงไม่กลัวอะไรทั้งนั้น ทำให้นทีรู้สึกหวั่นไหวกับความไว้วางใจของพิมพ์ชนก ดนัยยอมให้พิมพ์ชนกมาทำงานพิธีกรแทนดวงแข นทีไม่พอใจที่พิมพ์ชนกแต่งตัวยั่วยวนดนัยจนเกินงาม จึงมีปากเสียงกันหลังจากกลับถึงคฤหาสน์ ทั้งสองพ่อแง่แม่งอนกัน และต่างคนต่างหนีเข้าห้องของตัวเอง มธุรสอาละวาดดนัยทันทีที่กลับถึงบ้าน เพราะรู้ว่าดนัยแอบนัดเจอกับพิมพ์ชนก ดนัยจึงออกไปดื่มเหล้าและปรับทุกข์กับสมภพน้องชาย ดนัยพูดเป็นนัยว่ารักพิมพ์ชนกจริง และสั่งห้ามสมภพยุ่งวุ่นวายกับพิมพ์ชนกเด็ดขาด แม้สองพี่น้องจะผลัดเปลี่ยนกันเชยชมผู้หญิงคนเดียวกันมาตลอด แต่สำหรับพิมพ์ชนกคือข้อยกเว้น ดวงแขถูกสื่อบ้านเทิงเล่นงานอย่างหนักจนถูกถอดจากงานละครและงานพิธีกร ดวงแขวางแผนกับพิไล หาทางแก้แค้นพิมพ์ชนก พิมพ์ชนกแนะนำเนตรกมลให้รู้จักนทีบอดี้การ์ดส่วนตัวอย่างเป็นทางการ ที่กองถ่ายละครเรื่องใหม่ เนตรกมลถูกใจนทีตั้งแต่ที่เคยช่วยเธอคราวก่อน จึงชวนนทีพูดคุยด้วย แต่นทีกลับพูดถึงแต่พิมพ์ชนกในแง่มุมที่คนอื่นไม่เคยรู้ เพราะเขาอยู่ใกล้ชิดกับพิมพ์ชนกมาหลายอาทิตย์ ดวงแขกับพิไลเป็นแค่ นักแสดงรับเชิญ เห็นบอดีการ์ดอย่างนทีคุยอยู่กับกมลเนตร จึงยิ้มร้ายสบโอกาส พิมพ์ชนกอยู่ในห้องเก็บของที่ใช้เป็นห้องแต่งตัวชั่วคราว ในห้องทึบและอับแทบไม่มีอากาศหายใจเสียงสายธารแว่วเตือนพิมพ์ชนกพร้อมเสียงลมหวีดหวิวให้ระวังตัวจู่ ๆ ก็มีมือลึกลับล็อกประตูห้องแต่งตัวจากด้านนอก พิมพ์ชนกตกใจทุบประตูเรียกก็ไม่มีใครได้ยิน เพราะทีมงานคนอื่นวุ่นวายกับการเซ็ตฉาก เซ็ตไฟ แต่งหน้าแต่งตัวนักแสดงคนอื่น นทีตามหาพิมพ์ชนก ก่อนจะพังประดูห้องแต่งตัวเข้าไปพบว่าพิมพ์ชนกเป็นลมอยู่ในนั้น ชาร์ลีกับเนตรกมลเอายาดมและพัดให้พิมพ์ชนกจนฟื้นคืนสติ ทีมงานต่างโจษจันกันว่าพิมพ์ชนกโดนอาถรรพ์จากละครผีเรื่องนี้ จากการปล่อยข่าวของดวงแขกับพิไล พิมพ์ชนกมั่นใจว่าเป็นฝีมือดวงแขกับพิไล แต่ทั้งสองปฏิเสธแกล้งบีบน้ำตาดราม่าว่าชีวิตกำลังย่ำแย่ ยังจะถูกพิมพ์ชนกกล่าวหาอีก นทีเห็นมธุรสแอบชุ่มดูพิมพ์ชนกมุมหนึ่งด้วยแววตาร้าย มธุรสรบหนีไปทันทีที่ตกเป็นเป้าสายตานที ทำให้นทีสงสัยว่า ดวงแข หรือ มธุรส ที่เป็นคนขู่เอาชีวิตพิมพ์ชนกกันแน่ นางร้ายที่รัก ชาร์ลีพาพิมพ์ชนกมาหาอาจารย์พิมาน เพื่อสอบถามเกี่ยวกับวิญญาณของสายธารมีจริงหรือเปล่า อาจารย์พิมานพูดแต่เรื่องเวรกรรมที่ต้องชดใช้ ทำให้พิมพ์ชนกปักใจว่าเธอต้องชดใช้หนี้ชีวิตของสายธารให้ได้ นทีเฝ้ารออยู่นอกบ้านอาจารย์พิมานอย่างเอือมระอา เพราะไม่เชื่อเรื่องงมงายแบบนี้ พิพัฒน์หลบเนตรกมลมาหาพิมพ์ชนกที่กองถ่าย บอกว่าแอบเข้าไปค้นมือถือสายธารในบ้านดนัยกับสมภพไม่สำเร็จ อยากให้พิมพ์ชนกหาทางเข้าไปหาหลักฐานที่ห้องทำงานดนัยกับสมภพในบริษัท ลมกรรโชกแรง...พิมพ์ชนกไดยินเสียงสายธารชัดเจนว่า อันตราย พิมพ์ชนกเข้าใจว่าสายธารต้องการมาเตือนเรื่องที่เธอกำลังสืบ ยิ่งเป็นแรงผลักดันให้เธอมุ่งมั่นจะจับตัวดนัยเข้าคุกให้ได้ นทีสงสัยว่าพิพัฒน์กับพิมพ์ชนกมีลับลมคมในอะไรกัน ทำไมน้องชายถึงไม่ไปหาเนตรกมลพี่สาว แต่กลับมาคุยกับพิมพ์ชนกแทน พิมพ์ชนกแก้ตัวว่าพิพัฒน์เป็นแฟนคลับละคร แต่นทีไม่เชื่อ เนตรกมลรักน้องชายมาก จึงเตือนพิพัฒน์เรื่องชอบพิมพ์ชนก เพราะไม่อยากให้พิพัฒน์เสียใจ เพราะคนอย่างพิมพ์ชนกอยู่สูงเกินกว่าที่จะมองพิพัฒน์ พิพัฒน์ปฏิเสธหาว่าเนตรกมลเล่นละครมากเกินไปจนผูกเรื่องเองคิดไปเอง ทั้งที่ความจริงไม่มีอะไร ดนัยกับสมภพแจงรายละเอียดงานพิธีกรเทปแรก พิมพ์ชนกตกใจมากเมื่อรู้ว่าจะต้องไปเป็นพิธีกรถ่ายทำรายการที่ บ้านแสงประทีป อดีตที่พิมพ์ชนกพยายามลืมมาสิบกว่าปี สมภพแอบลอบมองความสวยสง่าของพิมพ์ชนกอย่างน่าชื่นชม อย่างนี้นี่เอง...พี่ชายของเขาถึงกับหวงแหนและอยากจะครอบครองพิมพ์ชนกไว้คนเดียว ดนัยเห็นสายตากรุ้มกรมของสมภพ เริ่มไม่ไว้ใจ พิมพ์ชนกยังโดนลอบทำร้ายอยู่ตลอด แม้นทีจะช่วยเธอรอดพ้นอันตราย แต่ก็ไม่สามารถสืบหาได้ว่าใครเป็นจอมบงการและฆาตกรที่แท้จริง แต่พิมพ์ชนกก็ยังดือที่จะเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงตลอด สุดท้ายใครคือฆาตรกรที่ฆ่าสายธาร และบงการฆ่าพิมพ์ชนก ก็ต้องติดตามชมใน ละครนางร้ายที่รัก ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 รายชื่อนัแสดง นางร้ายที่รัก คิมเบอร์ลี แอน เทียมคิริ รับบท พิมพ์ชนก ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ รับบท นที หยาดทิพย์ ราชปาล รับบท เนตรกมล จิตรภาณุ กลมแก้ว รับบท ศาสตรา วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ รับบท ชาร์ลี ปารีณา บุศยศิริ รับบท อิงอร โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์ รับบท พิพัฒน์ กรุณพล เทียนสุวรรณ รับบท ดนัย วริษฐ์ ทิพโกมุท รับบท สมภพ ธนิดี กาญจนวัฒน์ รับบท ดวงแข เวธกา คิริวัฒนา รับบท พิไล กัลยา เลิศเกษมทรัพย์ รับบท มธุรส

แจ้งปิดถนน วิภาวดีรังสิต 25 - 26 ก.ค.
Bike for Mom /  ปิดถนน / 

ตร. ประกาศแจ้งปิดถนนวิภาวดีรังสิต ทั้งขาเข้าและขาออก 25 - 26 ก.ค. จัดพิธีรับเสื้อและเข็มกลัดกิจกรรม "Bike for Mom" พลตำรวจโท ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ประชาสัมพันธ์ จัดการจราจรงานพิธีรับเสื้อและเข็มกลัดพระราชทาน กิจกรรมปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติฯ "Bike for Mom" ในวันที่ 25 และวันที่ 26 กรกฎาคม 2558 เวลา 09.00 - 20.00 น. ที่สนามกีฬากองทัพบก ถนนวิภาวดีรังสิต ทางคณะผู้จัดงานเปิดให้ประชาชนที่ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม 40,000 คน เข้ารับเสื้อและเข็มกลัดพระราชทาน คาดว่าการจราจรติดขัด มีประชาชนมาร่วมงานจำนวนมาก และมีจุดจอดรถจำนวนจำกัด ทางตำรวจจึงจัดการจราจร โดยประกาศห้ามจอดรถทุกชนิดตั้งแต่เวลาเที่ยงคืน ของวันที่ 24 กรกฎาคม 2558 บนถนนวิภาวดีรังสิต ทั้งขาเข้าและขาออก ส่วนเวลาที่เปิดให้รับเสื้อและเข็มกลัดจะปิดการจราจรถนนวิภาวดีฯ ช่องทางคู่ขนาน ด้านขาออก ตั้งแต่ หน้าโรงพยาบาลทหารผ่านศึก ถึง แยกสุทธิสาร สามารถสอบถามข้อมูลจราจรได้ที่ บก.จร. โทร.1197 ตลอด 24 ชั่วโมง

หมู พลพัฒน์ อัศวะประภา ผู้สร้างไบเบิ้ลการแต่งตัวของชายไทย
asava /  ผู้ชายต้นแบบ / 

หมู พลพัฒน์ อัศวะประภา นายกสมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพ ผู้ก่อตั้งและดีไซเนอร์แบรนด์ Asava และ ASV ปริญญา, Greyhound, Theatre, Legend และ Soda แบรนด์เหล่านี้เป็นแบรนด์เสื้อผ้าชั้นครูที่หมูเลือกหยิบจับมาผสมรวมให้เข้ากับตัวเอง และสร้างสไตล์ให้จัดจ้าน เสนอความคลั่งไฮแฟชั่นและเสื้อผ้าเปี่ยมคาแร็กเตอร์ สำหรับเขาแล้วสไตล์จะชัดเจนได้ต้องออกมาจากตัวตน จากการทำซ้ำๆ (แต่ไม่น่าเบื่อ) หมู พลพัฒน์ ยึดความเป็นตัวเองชัดเจน ทำจนกลายเป็นอัตลักษณ์ มากกว่านั้นเขาตั้งชื่อแบรนด์ Asava ไว้ในหัวตั้งแต่อายุเพียง 20 ต้นๆ เขาใช้เวลาฟูมฟักแบรนด์จนปัจจุบัน Asava ขึ้นทำเนียบแฟชั่นแบรนด์ระดับพรีเมียมที่เน้นความโก้หรูและเปี่ยมไปด้วยรสนิยม Asava ยังคงพัฒนาไม่หยุดยั้งภายใต้นิยาม Timeless Elegance มากกว่านั้นเขายังดำรงตำแหน่งนายกสมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพ (Bangkok Fashion Society-BFS) สมาคมแฟชั่นเดียวของประเทศที่เขาตั้งใจจะหยิบยื่น Fashion Inspiration ส่งต่อแก่ดีไซเนอร์รุ่นต่อๆไปให้ได้มากที่สุด ทุกอย่างเริ่มขึ้นจากหน้ากระดาษ “ย้อนกลับไปเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้วสื่อหรือเรื่องราวเกี่ยวกับแฟชั่นหาแทบไม่มี นิตยสารลลนาเป็นสื่อสิ่งพิมพ์เดียวที่เราจับต้องได้” ช่วงเวลาวัยรุ่นของเขาจึงสนุกกับการแต่งตัว เขาเชื่อมาโดยตลอดว่าสไตล์คือวิวัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่ทุกวัน สไตล์คือผลพวงของภาพสะท้อนของการใช้ชีวิต แบรนด์ Asava ถูกตั้งรอไว้ในหัวของเขาตั้งแต่อายุเพียง 20 ต้นๆ“ทุกเช้าตื่นมาจะคิดอยู่เสมอวันนี้จะแต่งตัวอย่างไรดี จะผสมสี เลือกแพตเทิร์นให้เข้ากับตัวเอง” ครั้นเมื่อตัวตนของเราเปลี่ยนสไตล์ก็เปลี่ยนตาม แต่สิ่งสำคัญคือต้องมี ‘แก่น’ ที่จะเติบโตไปพร้อมๆกัน ปัจจุบันหลายคู่สีที่ใช้ในคอลเล็กชั่นของ Asava และ ASV ก็เป็นสีที่หมู-พลพัฒน์หลงใหลมาตั้งแต่วัยเยาว์ ไม่ได้ใช้ความรู้ความสามารถอะไรเลย หลังจบอนุปริญญาด้านแฟชั่นจาก Parsons School of Design ที่มหานครนิวยอร์ก งานแรกที่ได้ทำและก้าวเข้ามาใกล้ความฝันมากที่สุดเกิดขึ้นเมื่อปี 1998 หมู-พลพัฒน์เข้าไปเป็นเด็กฝึกงานกับ Marc Jacobs เขาได้ลองทำในสิ่งที่เด็กฝึกงานเขาทำกันอย่างการซื้อกาแฟที่สตาร์บัคส์และรับ-ส่งของตัวอย่างที่โรงงาน เนื้องานที่ทำนั้นเขายอมรับว่าไม่ได้ใช้ความรู้ความสามารถเท่าไรนัก แต่สิ่งที่ได้รับมาเต็มๆคือแรงบันดาลใจชั้นดีที่จุดประกายความฝันให้เห็นความยิ่งใหญ่ของโลกแฟชั่น ขณะเดียวกันมันยิ่งตอกย้ำว่าสิ่งที่เขาอยากจะทำอยากจะตื่นขึ้นมามีชีวิตทุกวันก็คือบรรยากาศของถนนแฟชั่นสายนี้ ถ้าเราไม่เริ่มมันจะไม่เกิด เมื่อเขากลับมาเมืองไทยเขาเริ่มต้นทำงานธุรกิจรถยนต์ของที่บ้าน ช่วยคุณพ่อคุณแม่ แต่ถึงกระนั้นความหลงใหลทางด้านแฟชั่นก็ยังคุกรุ่นอยู่เสมอ คุณพ่อคุณแม่ซึ่งถือเป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตของเขาเข้าใจเรื่องนี้มาตลอดได้เอื้อนเอ่ยเปิดโอกาสให้เขาได้ทำสิ่งที่ตัวเองรัก หมู พลพัฒน์ จึงได้เริ่มต้นตัดสินใจเปลี่ยนวิถีชีวิตเลิกปาร์ตี้ เลิกแอลกอฮอล์หันมาทุ่มเทให้กับแฟชั่นอย่างจริงจัง พลังงานจากโลกที่เปลี่ยนไปส่งผลอย่างชัดเจนต่อกระบวนการคิดและการสร้างสรรค์จนเกิด Asava ขึ้น จากทีมงานเพียง 4 คนในห้องเช่าเล็กๆที่มีเพียงจักรเย็บผ้า 2 ตัว โต๊ะ 2 ตัว และโคมไฟเก่าๆเพื่อเตรียมงานคอลเล็กชั่นแรก S/S 2008 ที่ต่อมาได้ขยับขยายขึ้นเป็นแบรนด์ Asava และ ASV ที่เรารู้จักกันในทุกวันนี้ เขาให้คำตอบแฝงจริตกับพวกเราไว้ด้วยว่า “‘ความโด่งดัง’ ไม่ใช่โจทย์หรือคำตอบของการทำงาน แต่สิ่งสำคัญคือการทำแบรนด์ของตัวเองและการทำให้ทีมงานรู้สึกศรัทธาในชิ้นงานเพื่อให้คนอื่นยอมรับไปด้วย ความสมดุลที่มีค่าในเชิงพาณิชย์และในเชิงจิตวิญญาณของคนทำงานเป็นสิ่งที่ผมคาดหวังเสมอ” ติดตาม เรื่องราวของ fashion influencers ทั้ง 30 ท่าน ทั้งที่อยู่ในวงการแฟชั่น วงการบันเทิงและใกล้เคียง อาทิ กบ-เมนาท นันทขว้าง, ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง ยุคล, ชำนิ ทิพย์มณี, เซียน-นภดล โชตะสิริ, ภาณุ อิงคะวัต, อิศร์ อุปอินทร์, ศิริชัย ทหรานนท์, มีมี่-มิลิน ยุวจรัสกุล, ลูกเกด-เมทินี กิ่งโพยม, เอเลี่ยน-กัญญานัท บำรุงพงศ์ ฯลฯ รวมถึง fashion influencers ระดับตำนานที่เสียชีวิตไปแล้วแต่ชื่อและผลงานยังเป็นที่จดจำอยู่ในปัจจุบัน ได้แก่ เจ้ากอแก้วประกายกาวิล ณ เชียงใหม่, ลำยงค์ บุญยรัตพันธ์, สุวรรณี สุคนธา, อภิชาติ นรเศรษฐาภรณ์ และทินกร อัศวรักษ์  ซึ่งต่างมีจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตที่เปลี่ยนเขาเหล่านั้นจากคนธรรมดาให้ กลายเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จ และสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ได้ ในงาน ELLE Exhibition: The Passcode to the Fashion Journey นิทรรศการ รูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน โดยการใช้ประสาทสัมผัสทุกด้าน ทั้งการมองเห็น การรับรู้ รวมถึงสมาร์ทดีไวซ์ของคุณในการรับชม ณ ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ ตั้งแต่วันที่ 23 กรกฏาคม – 2 สิงหาคม 2558 และนิทรรศการ ELLE 70 Years of Style ณ โซน THAITHAI เซ็นทรัลชิดลม ตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2558