ยายช่วยยาย

Hormones Prom Night /  ขวัญ / 

แม้ละครซีรี่ส์วัยรุ่น ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ซีซั่น 2 จะลาจอไปแล้ว แต่ความประทับใจยังคงอบอวลในความทรงจำของทุกคน งานนี้ค่ายจีทีเอช และนาดาว บางกอก ขอส่งท้ายภาพความสนุก โดยจัดงาน  ฮอร์โมน พรอม ไนท์ (Hormones Prom Night) งานปาร์ตี้เพื่ออำลาเหล่ารุ่นพี่ม.6 แห่งโรงเรียนนาดาว บางกอก เพื่อสานฝันให้ทุกรุ่น และแฟนๆซีรี่ส์ ได้มาพบปะพูดคุยกันอย่างอบอุ่นแบบใกล้ชิดสุดๆ ณ ห้อง แกรนด์บอลรูม โรงแรม เอส31 สุขุมวิท งานนี้หัวเรือใหญ่อย่าง ย้ง-ทรงยศ สุขมากอนันต์ และผู้กำกับกับคนเก่ง ปิง-เกรียงไกร วชิรธรรมพร ขอนำทัพนักแสดงมาร่วมงานกันแบบคับคั่ง เปิดตัวด้วยความคึกคัก เมื่อน้องม.5 คู่จิ้น ก้อย(เบลล์ -เขมิศรา พลเดช และดาว (ฝน-ศนันธฉัตร ธนพัฒน์พิศาล)  จับคู่มาเป็นพิธีกรเรียกความสดใสก่อนใครๆ บรรยากาศเฮฮาตั้งแต่เริ่มต้น  เมื่อทุกคนทยอยมาร่วมงานด้วยชุดราตรีสวยงามอลังการ  แถมออกสตาร์ด้วยกิจกรรมเก๋ๆ ที่ทางโรงเรียนนาดาวบางกอกได้จัดเตรียมไว้ให้ ไม่ว่าจะเป็น มุมเซ็นต์เสื้อเป็นที่ระลึกให้พี่ๆ ม.6 แถมด้วยบูธต่างๆที่สามารถมาร่วมแชะ ร่วมโชว์  และโพสท่ามันส์ๆ เพื่อเก็บภาพความทรงจำนี้ไปด้วยกัน เริ่มกล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการโดยครูนิพนธ์ ครูฝ่ายปกครองจอมดุ ที่งานนี้ให้โอกาสน้องๆม.4 ขนมปัง (แพรวา-ณิชาภัทร  ฉัตรชัยพลรัตน์), นน (แบงค์-ธิติ  มหาโยธารักษ์), ออย(ฟรัง-นรีกุล  เกตุประภากร),เจน (เหนิง-กัญญาวีร์  สองเมือง), ซัน  (เจมส์ -ธีรดนย์  ศุภพันธุ์ภิญโญ) มาช่วยเอนเตอร์เทนทุกคนอย่างเต็มที่  โดยเฉพาะสองหนุ่มจอมกวน เจมส์-แบงค์  ที่ขอชวนทุกคนมาท้าดวล เต้นลิมโบ ร็อค  แค่ลีลาย่อตัวกางขา ของทั้งคู่ก็สร้างเสียงฮาได้กระจาย จากนั้นถึงเวลาฟินกับการเปิดตัวของรุ่นพี่ม.6 ต้อนรับคู่แรกด้วยเสียงกรี๊ดสนั่น นำทีมโดย วิน(พีช-พชร จิราธิวัฒน์) ที่ควงแขน ของขวัญ (แพทตี้-อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา)  ตามมาด้วย หมอก (ไมเคิล-ศิรชัช เจียรถาวร)  อีกคู่ที่เรียกเสียงกรี๊ดได้ถล่มทลายไม่แพ้กัน คือคู่ของ ไผ่(ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร) , สไปรท์ (เก้า-สุภัสสรา ธนชาต) ต่อเนื่องด้วย  ต้า(กันต์ ชุณหวัตร) ที่มาพร้อม เต้ย(ปันปัน-สุทัตตา อุดมศิลป์), และอีกหนึ่งคู่จิ้นตลอดกาล ภู (มาร์ช-จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล), ธีร(ตั้ว-เสฎฐวุฒิ อนุสิทธิ์)  ปิดท้ายด้วย  ป๊อป(ท็อป-ณภัทร โชคจินดาชัย) โดยผู้โชคดีที่ถูกคัดเลือกจะได้เปิดฟลอร์เต้นรำกับรุ่นพี่ในฝัน  นำทีมโดย ไผ่, สไปร์ท, วิน, ขวัญ,หมอก, ต้า, เต้ย, ภู,ธีร์,ป๊อบ ฯลฯ ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความฟินที่จะได้อยู่ในวงแขนของรุ่นพี่ม.6   ทำเอาทั้ง 2 ฝ่าย ต่างก็ลุ้นและเขินไปตามๆกัน เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้สัมผัสกับประสบการณ์ต้องมนต์แบบนี้ จากนั้นมาสนุกกันต่อกับคอนเสิร์ตของวงดนตรีในตำนาน วงซี สเคป (See Scape) ที่ทั้งรุ่นหนึ่งรุ่นสองขอมอบความสุขแบบจัดเต็ม  งานนี้น้องขนมปัง และพี่ต้า ควงคู่มาร้องเพลงซึ้งด้วยกัน ก่อนจะมาระเบิดความมันส์กันเต็มที่กับเพลงเพราะๆที่นำมาฝากกันเต็มอิ่ม  ปิดท้ายงานเมื่อพี่ย้งและพี่ปิงขึ้นเวทีมากล่าวขอบคุณทุกคน ที่ร่วมสร้างปรากฏการณ์ฮอร์โมน ฟีเวอร์ ตั้งแต่ซีซั่น 1 จนถึงวีซั่น 2  และถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึก   ปิดฉากค่ำคืนที่น่าจดจำที่สุดในวันจบการศึกษาของพี่ม.6 งานนี้แฟนๆกลับบ้านไปด้วยรอยยิ้มและความประทับใจกันครบทุกรุ่น  พร้อมเจอกันใหม่กับปีการศึกษาหน้ากับ ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ซีซั่นที่ 3 -----------------------------

รอดแล้ว! ผู้ใจบุญแห่บริจาคเงินไถ่ชีวิต ควายตาบอด
ความบุญรอด /  ควายตาบอด / 

ควายเพศผู้ ตาบอดข้างซ้าย ที่หนีออกจากโรงฆ่าสัตว์ โชคดีมีผู้ใจบุญแห่บริจาคเงินไถ่ชีวิต ควายเพศผู้ อายุประมาณ 2 ปี ตาข้างซ้ายบอด ที่หนีออกมาจากโรงฆ่าสัตว์ได้รับการไถ่ชีวิตแล้ว จากประชาชนทั่วประเทศที่ช่วยกันบริจาค ซึ่งล่าสุดมีเงินโอนเข้าบัญชีแล้วกว่า 40,000 บาท จากกรณีที่มีควายตาบอดข้างซ้ายหนีออกมาจากโรงฆ่าสัตว์ ซึ่งถูกเลี้ยงไว้เพื่อรอการไถ่ชีวิตนั้น ซึ่งต่อมาได้มีเจ้าของควายจะขอควายคืนเพื่อนำไปเชือดในโรงฆ่าสัตว์ แต่นางกนกพร สุขสนิท ชาวบ้านที่จับควายได้ขอชีวิตไว้ โดยเจ้าของควายตกลงกับนางกนกพรฯ ว่าจะให้เวลา 1 สัปดาห์ในการหาเงินจำนวน 20,000 บาท มาไถ่ชีวิตควาย โดยล่าสุดวันนี้ (25 ต.ค.) นางกนกพร สุขสนิท ชาว อ.เมือง จ.นครราชสีมา พร้อมด้วยพระบัลลังก์ ปัญญาธีโร เจ้าของสวนที่รับเลี้ยงควายได้นำเงินจำนวน 20,000 บาท ที่มีประชาชนผู้ใจบุญทั่วประเทศ แห่บริจาคผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย มามอบให้กับนายเพลิน งานโคกสูง เจ้าของควายเพื่อไถ่ชีวิตตามที่ได้ตกลงกันไว้ โดยมี ร.ต.ท.ประเสริฐ แก้วอำพร รอง สวป.สภ.จอหอ เป็นสักขีพยาน ทั้งนี้นางกนกพร สุขสนิท เปิดเผยว่า หลังจากที่ประกาศข่าวขอรับบริจาคเงินช่วยเหลือไถ่ชีวิต “ควายบุญรอด” เมื่อวานนี้ (24 ต.ค.) ปรากฏว่ามีประชาชนชาวไทยทั่วประเทศ และที่อยู่ต่างประเทศด้วยได้โทรศัพท์มาสอบถาม พร้อมกับขอเลขบัญชีธนาคาร เพื่อโอนเงินร่วมบริจาคไถ่ชีวิตควายตัวนี้ตลอดทั้งวัน ทำให้ล่าสุดมีเงินโอนเข้าบัญชีแล้วกว่า 40,000 บาท ตนจึงหารือกับพระบัลลังก์ ปัญญาธีโร เจ้าของสวนที่รับเลี้ยงควายว่า จะนำเงินที่เหลือมาทำโรงเรือนให้เพราะปัจจุบัน มีควายที่หลุดจากโรงฆ่าสัตว์ และได้ไถ่ชีวิตไว้มาเลี้ยงในส่วน 3 ตัวแล้ว นอกจากนั้นจะนำเป็นค่าใช้จ่ายค่าคนเลี้ยงดู ค่าซื้อหญ้ามาเลี้ยงหน้าแล้ง รวมทั้งจะทำรั้วกั้นรอบสวน เพราะจะปล่อยให้ควายทั้ง 3 ตัว ใช้ชีวิตอย่างอิสระ ไม่ต้องผูกไว้เหมือนปัจจุบันอีก MThai News

สู้ถึงที่สุด!โบลิ่ง นายใหญ่เจ้าท่า ยันฟ้องศาลหากอุทธรณ์ไม่ผ่าน/วอนแฟนให้ปากคำ
ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง /  นายใหญ่เจ้าท่า / 

โบลิ่ง ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายใหญ่เจ้าท่า สิงห์ท่าเรือ ออกมายืนยัน หากยื่นอุทธรณ์ต่อ บริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด แล้วไม่ได้รับการลดโทษ กเตรียมที่จะฟ้องศาลปกครองกลาง เพื่อขอความเป็นธรรม “โทษปรับเงิน 3 แสนบาท และห้ามแฟนบอลเข้าชมเกมในสนาม เป็นเรื่องที่ยอมรับได้ แต่สำหรับการตัด 9 คะแนน เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่า ทีพีแอล เอาเกณฑ์ไหนมาตัดถึง 9 คะแนน หากตัด 3 หรือ 5 คะแนนก็ว่าไปอย่าง” นายใหญ่เจ้าท่า เปิดเผยต่อไปว่า แน่นอนว่าเราได้ยื่นอุทธรณ์ไปแล้วและจะรอฟังผลการพิจารณา หากยังยืนยันว่าตัด สิงห์ท่าเรือ 9 แต้มเหมือนเดิม ก็จะดำเนินการฟ้องศาลปกครองกลาง เพราะมองว่าการตัด 9 คะแนน ไม่มีเกณฑ์ที่มาตรฐาน พร้อมกันนี้ นายใหญ่เจ้าท่า ยังได้โพสเฟซบุ๊ก ไปยังเฟซบุ๊กของ "หมู ท่าเรือฯ" แกนนำเชียร์สิงห์ท่าเรือ เพื่อขอวามร่วมมือแฟนบอลให้เดินทางไปให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ "ในวันพรุ่งนี้ผมจะเดินทางไปให้ปากคำกับพนักงานสืบสวน จึงขอให้พี่น้องครอบครัวสิงห์ท่าเรือ ที่บาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้และที่อยู่ในเหตุการณ์ ร่วมเดินทางไปด้วยกัน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ซึ่งในขณะนี้ยอมรับว่าพี่น้องเราที่บาดเจ็บไม่สามารถติดต่อได้มีเยอะ อยากจะขอให้เราให้ความร่วมมือ เพื่อความเป็นธรรมของเราครอบครัวสิงห์ท่าเรือ อย่าให้ผมและคนอื่นๆต้องเดินลำพัง ผมจะสู้ด้วยกันจนวินาทีสุดท้าย สู้เพื่อความถูกต้อง เราสุภาพบุรุษพอ ผิดเป็นผิด ถูกเป็นถูก ขอเพียงอย่างเดียวไม่ทิ้งกัน พี่น้องท่านใดมีความประสงค์ที่จะเดินทางไป พบกันวันพรุ่งนี้(เสาร์25ต.ค.)เวลา 8 โมงที่หน้าสโมสร รบกวนช่วยแจ้งจำนวน เราจะได้ทำการจัดรถเพื่อเดินทาง ขอบคุณครับ"

สั่งปิด 'เอสพีคลินิก' ศัลยกรรมสาวอังกฤษดับ
คลินิกย่านลาดพร้าว /  ศัลยกรรม / 

สบส.สั่งปิด "เอสพีคลินิก" 60 วัน หลังทำสาวอังฤกษดับ ระหว่างให้ยาสลบ ขณะผลชันสูตร ชี้ระบบหายใจไหลเวียนโลหิตล้มเหลว  วันนี้ (24 ต.ค.) น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กล่าวถึงกรณีหญิงสาวชาวอังกฤษ วัย 24 ปี เสียชีวิตระหว่างการให้ยาสลบในการทำศัลยกรรมภายในเอสพีคลินิก ซอยลาดพร้าว 41/1 ว่า เบื้องต้นได้ตรวจสอบพบว่า คลินิกแห่งนี้มีการขอใบอนุญาตที่ถูกต้อง แพทย์ผู้ทำศัลยกรรมมีใบประกอบวิชาชีพถูกต้อง แต่จะมีการตรวจสอบเรื่องมาตรฐานทั้งในส่วนของเครื่องมือ อุปกรณ์ในการช่วยชีวิต และผู้ทำหน้าที่ดมยาว่า มีมาตรฐานถูกต้องตามกฎหมายที่กำหนดหรือไม่ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาแก่แพทย์ผู้ทำศัลยกรรมแล้ว ในข้อหาประมาททำให้ถึงแก่ชีวิตแล้ว เบื้องต้นได้สั่งปิดคลินิกดังกล่าวเป็นเวลา 60 วัน ด้าน นพ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์ เลขาธิการแพทยสภา กล่าวว่า จากการตรวจสอบเป็นการเสียชีวิตจากยานอนหลับตัวนำก่อนวางยาสลบ ซึ่งยาตัวนี้จะใช้ในโรงพยาบาลที่มีอุปกรณ์ช่วยชีวิตพร้อม ดังนั้น การที่ตำรวจแจ้งข้อหาถือว่าถูกต้อง และแพทยสภาเองจะพิจารณาจริยธรรมแพทย์ต่อไป ขณะที่มีรายงานว่า ทางสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ได้ดำเนินการชันสูตรศพสาวชาวอังกฤษ เบื้องต้นพบว่า เกิดจากระบบการหายใจไหลเวียนโลหิตล้มเหลว อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลการนำสารคัดหลั่งไปส่งตรวจที่ห้องปฏิบัติการ เพื่อทราบสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง คาดว่าจะทราบผลประมาณ 1-2 สัปดาห์ ด้านพ.ต.ท.สมนึก สันติภาตะนันท์ พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ได้ควบคุมตัว นพ.สมภพ แสนศิริ อายุ 51 ปี แพทย์ผู้ต้องหาคดีกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 มายื่นคำร้องขอฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 24 ต.ค.-4 พ.ย.นี้ เนื่องจากต้องรอสอบพยานเพิ่มอีก 10 ปาก และรอผลตรวจชันสูตรพิสูจน์ศพ , ลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหาและอื่นๆ การยื่นฝากขังนี้พนักงานสอบสวนไม่ได้คัดค้านการประกัน แต่ได้ขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามผู้ต้องหาเดินทางออกนอกประเทศ ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้ว ไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้ MThai News

เปิดกรุ 5 อดีตสนช.ลาออกทรัพย์สินเพิ่ม
5 สนช. /  กอบกาญจน์ / 

ป.ป.ช.เปิดแสดงบัญชีทรัพย์สินหนี้สิน 5 อดีตสนช. หลังลาออกเข้าร่วมในครม.ประยุทธ์ 1 พบ "กอบกาญจน์" รวยสุด 317 ล้าน ทรัพย์สินเพิ่มถ้วนหน้า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ สมาขิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช.เพิ่มเติมอีก 5 ราย กรณีลาออกจาก สนช. ก่อนเข้ารับตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกอบด้วย 1.นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม 2.นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข 3.นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน 4.นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา และ 5.พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยจากการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินพบว่า นางกอบกาญจน์  มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 317,105,668.96 บาท โดยมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นจากกรณีรับตำแหน่งที่ทาง ป.ป.ช.ได้เปิดเผยไป เมื่อวันที่ 3 ต.ค. จำนวน 1,667,221 บาท ทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นเป็นเงินลงทุน 748,450 บาท ส่วนทรัพย์สินที่เป็นที่ดินมูลค่าลดลง 1,087,600 บาท นายณรงค์ชัย อัครเศรณี มีรวมมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 281,267,255.30 บาท โดยทรัพย์สินเพิ่มขึ้นจากกรณีเข้ารับตำแหน่ง 4,328,568 บาท โดยเป็นทรัพย์สินในส่วนเงินลงทุน และเงินให้กู้ยืม นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน มีทรัพย์สิน 139,271,194 บาท ไม่มีหนี้สิน ขณะที่ก่อนเข้ารับตำแหน่งมีทรัพย์สิน138,592,255บาท ไม่มีหนี้สิน โดยเมื่อเปรียบเทียบรวมมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สินเพิ่มขึ้น678,939บาท ซึ่งมีเงินฝากและเงินลงทุนเพิ่ม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 23,595,804.36 บาท มีหนี้สินทั้งหมด 1,177,059 บาท โดยในส่วนหนี้สินของนายอาคม เกิดจากกรณีที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ฟ้องร้องในคดีกู้ยืมบังคับจำนอง ซึ่งในภายหลังมีการยอมความ พร้อมทั้งมีข้อตกลงว่านายอาคมยินยอมชำระหนี้ จำนวน 1,177,059 บาท และพล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 16,932,902.75 บาท ขณะที่ก่อนเข้ารับตำแหน่งมีทรัพย์สิน 16,559,458.63บาท มีหนี้สิน 7,460,090.78บาท เมื่อเปรียบเทียบรวมมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สินเพิ่มขึ้น 373,444.12บาท ซึ่งมีเงินฝากเพิ่มขึ้น 185,013 บาท MThai News

ซาอุฯ เอาจริง กับกฏหมายหนึ่งเดียวในโลกที่ห้ามผู้หญิงขับรถ ?
กฏหมายตามหลักศาสนา /  กลุ่มต่อต้านกฏหมายห้ามผู้หญิงขับรถ / 

ซาอุดิอาระเบีย เป็นประเทศเดียวในโลกที่มีกฏหมายห้ามผู้หญิงขับรถ ล่าสุดได้มีการประกาศผ่านสำนักข่าวซาอุฯ ว่าจะออกมาตรการจริงจังหลังการออกมาต่อต้านในโลกออนไลน์ วานนี้ (23ต.ค.) สำนักข่าว อัล อาราบีญา รายงานข่าว ทางการซาอุดิอาระเบีย ออกมาประกาศเตือนว่าจะใช้มาตราการจริงจังกับผู้ที่ออกมาต่อต้าน ฝ่าฝืน และสร้างความสงบ โดย กระทรวงมหาดไทย ของซาอุฯ กล่าวว่าจะ "ดำเนินการอย่างเคร่งครัด" กับผู้ที่ต่อต้านและมีส่วนช่วยในลักษณะใดหรือการกระทำใด ๆ ที่ฝ่าฝืนและบ่อนทำลายสังคมร่วมกัน"  ซึ่งในวัน อาทิตย์ ที่ 26 ต.ค. ที่จะถึงนี้ จะเป็นวันที่เหล่าบรรดาหญิงสาวที่ต่อต้านมาตราการและกฏหมายดังกล่าวต้องการที่จะสามารถออกมาขับรถได้ตามปกติ โดยในปีที่แล้ว การรณรงค์เช่นนี้ ทำให้หญิงสาวชาวซาอุฯ 16 คนถูกจับกุมขณะขับรถ พวกเธอแต่ละคนถูกปรับเป็นเงิน 80 ดอลลาร์ รวมถึงให้ผู้ปกครองชายของพวกเธอ ต้องทำการปฏิญาณที่จะทำตามกฎหมายของซาอุฯ รวมถึงกิจกรรม ที่สาวๆ จะโพสต์ภาพของตนเองขับรถ และเผยแพร่ไปยังสังคมออนไลน์ พร้อมกับแท็ก ไปที่คำว่า #IWillDriveMyself เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยต่อกฏหมายดังกล่าว โดยเคยมีการแท็กข้อความนี้ถึง 2,700 ครั้ง อย่างไรก็ตาม ณ ปัจจุบัน ซาอุดิอาระเบีย ยังคงยึดหลักกฏหมายตามหลักศาสนานิกาย วะฮาบีย์ ในทางการดำรงชีวิต และนอกการขับรถเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับผู้หญิงแล้ว ปัจจุบันผู้หญิงซาอุฯ ยังไม่มีสิทธิท่องเที่ยวต่างประเทศ เปิดบัญชีธนาคาร หรือทำงานโดยปราศจากความเห็นชอบของญาติที่เป็นชาย อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ เคยเกิดเหตุการณ์หญิงสัญชาติคูเวตถูกจับในซาอุดีอาระเบียขณะที่เธอขับรถกำลังพาพ่อที่ป่วยด้วยโรคเบาหวานไปโรงพยาบาลมาแล้ว Mthai News

พรีม ปลื้มบท หญิงอ้าย ใน “สามี” คอละครวิจารณ์แหลกดูแล้วไม่อิน
พรีม รณิดา /  เกรท วรินทร / 

เล่นละครมาแล้วถึง 3 เรื่อง 3 รส แต่ พรีม รณิดา นางเอกจากช่องวิกสามพระรามสี่ก็ประทับใจกับละครเรื่องที่สามของนางอย่างเรื่อง สามี ในบท หม่อมราชวงศ์รศิกา ประกาศเกียรติ หรือหญิงอ้าย ที่ประกบคู่กับพระเอกรุ่นพี่อย่าง เกรท วรินทร มากที่สุด แม้หลังละครจบลงจะมีทั้งเสียงชื่นชมแต่หลายเสียงในโลกไซเบอร์ก็วิจารณ์เละถึงบทบาทการแสดงแอคติ้งของเธอว่าแข็งทื่อ เข้าไม่ถึงบทบาทและห่างไกลจากตัวนักแสดงมาก พูดง่ายๆ ว่าดูแล้วไม่อินนั่นแหละ เพราะในเรื่อง พรีม ต้องสวมบทเป็นหญิงสาวจากราชนิกูลที่แสนเยอหยิ่งทั้งที่เรื่องจริงเจ้าตัวเป็นเพียงแค่เด็กสาวอายุ 17 ปีเท่านั้นเอง พรีมเผยถึงละครประทับใจว่า “พรีมประทับใจละครเรื่อง ‘สามี’ ค่ะ เพราะว่าเป็นละครดราม่าเรื่องแรกของพรีมเลย รู้สึกอยากขอบคุณผู้ใหญ่มากที่ไว้วางใจให้พรีมเล่นบทยากๆ แบบนี้ เรื่องนี้พรีมมีโอกาสได้เจอกับนักแสดงที่มีชื่อเสียง มีฝีมือหลายๆ คน โชคดีมากค่ะที่ได้เล่นเรื่องนี้ ค่ะ” คาแรคเตอร์ในเรื่องเป็นยังไง “พรีมเล่นเป็นหม่อมราชวงศ์รศิกา ประกาศเกียรติ หรือหญิงอ้ายค่ะถือว่ายากมากเลยเพราะต้องเล่นเป็นผู้หญิงที่อายุต่างจากอายุจริงของตัวเองตั้ง 15 ปี (ยิ้ม) คือในเรื่องตัวนางเอกค่อนข้างเป็นผู้ใหญ่ค่ะ” เตรียมตัวยังไงกับบทนี้ มีเรียนแอคติ้งเพิ่มไหม “มีแอคติ้งโค้ชมาคอยช่วยค่ะ คือจะช่วยในเรื่องของภาษา แล้วก็ช่วยเรื่องบทนิดหน่อย เหมือนเราทำการบ้านมาแล้ว แต่อาจจะลืมตรงนี้นิดนึง แอคติ้งโค้ชก็จะมาแนะนำให้เล็กน้อย ส่วนผู้กำกับและผู้จัดก็ช่วยพรีมเยอะค่ะ เกรท วรินทร ให้คำแนะนำยังไงบ้าง “พี่เกรท ก็ช่วยพรีมเยอะนะคะ พี่เขาจะช่วยให้คำแนะนำ ช่วยให้กำลังใจ เขาจะบอกว่าเมื่อก่อนเขาก็เป็นแบบนี้ แต่เขาใช้วิธีการแก้ไขแบบนี้นะ แบบนั้นนะ แล้วให้พรีมกลับมาคิดเองว่าพรีมจะแก้ไขยังไง ปรับยังไงดี เหมือนให้พรีมเอาคำแนะนำของพี่เขามาคิดวิเคราะห์อีกทีค่ะ” คิดว่าฉากไหนยากที่สุด “ตอนที่โวยวายใส่พระเอกค่ะ ที่บอกว่าฉันรักเธอไม่ได้ เหมือนเป็นอารมณ์แบบอยากรักแต่ยังแค้นเรื่องพ่ออยู่ ก็เลยทำให้รักไม่ได้ เป็นความขัดแย้งที่ยากจะเข้าใจค่ะ” ในฐานะคนดูแม้จะขัดหูขัดตากับการแสดงของพรีมแต่ก็เข้าใจพรีมอยู่อย่างว่าโอกาสดีๆ ไม่ได้มีเข้ามาบ่อยๆ พอผู้ใหญ่เสนอบทบาทที่ท้าทายให้ พรีม เองก็ต้องคว้าเอาไว้แล้วพยายามแสดงจนสุดความสามารถ เชื่อว่าแต่ละฉากที่ถ่ายทำต้องเทคแล้วเทคอีกกว่าผู้กำกับจะให้ผ่าน หลังละครจบลงแม้ฟีดแบ็คจะมีหลายเสียงที่ชื่นชมด้วยการให้กำลังใจแต่คอละครหลายคนก็อดวิจารณ์ไม่ได้ว่าเจ้าตัวยังเล่นไม่ถึงบทบาท “หญิงอ้าย” ยิ่งบทดราม่าต้องใช้อารมณ์ด้วยแล้วบอกเลยว่าเข้าไม่ถึงอารมณ์จริงๆ อาจเพราะต้องสวมบทเป็นผู้ใหญ่ที่ห่างไกลตัวเองมากถึง 15 ปีทำให้การที่จะแสดงเป็นผู้ใหญ่เกินตัวของ พรีม ดูขัดหูขัดตาไหนจะเสียงพูดแข็งๆ แอคติ้งทื่อๆ นั่นอีกแต่ถึงอย่างไรต้องชมเธอจากใจจริงๆ ว่าเจ้าตัวฮึดสู้จนนาทีสุดท้าย ตั้งใจแสดงจนถึงที่สุดเพราะซีนไหนที่สดใสร่าเริง ไม่ต้องใช้อารมณ์เยอะ เธอก็ทำได้ดีทีเดียว หลังจากชมละครเรื่องนี้แล้วก็อยากฝากไปถึงผู้ใหญ่ที่สนับสนุนว่าไม่ควรส่งบทบาทที่เกินอายุ(มากไป)ให้นักแสดงแบบนี้เพราะต่อให้นักแสดงท่านนั้นจะพยายามมากแค่ไหน สุดท้ายผลมันก็ออกมาอย่างที่เห็นนี่แหละ หลังละครจบแม้คอละครจะวิจารณ์กันอย่างเมามันส์แต่เชื่อว่าแฟนๆ ละครหลายคนยังคงใจจดใจจ่อรอติดตาม ผลงานเรื่องต่อไปของเธอ ถึงเรื่องนี้จะไม่อินใช่ว่าเรื่องต่อไปจะไม่มีการพัฒนาชิมิจ๊ะพรีม พรีม รณิดา พรีม-เกรท

ปวินค้านเพจดังล่าชื่อหนุนพรทิพย์ ลุยเกาะเต่าบ่นปท.มีคนพึ่งแค่นี้?
ข่าววันนี้ /  คดีเกาะเต่า / 

ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ โพสต์เฟซบุ๊คสวนเพจ CSI LA หลังล่ารายชื่อพญ.คุณหญิงพรทิพย์ ลุยคดีเกาะเต่า บ่นประเทศมีคนพึ่งแค่นี้? วันนี้(24ต.ค.) นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเกียวโต ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊คส่วนตัว  แสดงความไม่เห็นด้วยที่เพจ  CSI LA ชักชวนแฟนเพจลงชื่อที่ Change.org เรียกร้องให้ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เข้ามาช่วยคดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยว ที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี โดยนายปวิน ให้เหตุผลว่า "ผมไม่มีปัญหากับเพจ CSI LA นะ แถมยังชื่นชมในเรื่องเกาะเต่า แต่การขอให้นางพรทิพย์มาช่วยในกรณีนี้ ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ไม่ใช่แค่เรื่อง "การมีสี" ของนางพรทิพย์และการกลับสู่ตำแหน่งปัจจุบันด้วยเส้นสายทางการเมือง แต่มันสะท้อนอะไรมากกว่านั้น มันสะท้อนว่า สังคมไทยเวียนว่ายตายเกิดพึ่งพิงกับคนมีชื่อเสียง-คนมีอำนาจเพียงไม่กี่คน และหยิบยื่นโอกาสให้คนพวกนี้กลับมาสร้างฐานอำนาจของตัวเองในสังคมซ้ำๆ ทำไมเมื่อเกิดปัญหาการเมือง คนไทยต้องฟังอานันท์ ประเวศ ทำไมเมื่อเกิดปัญหาด้านนิติเวช เราต้องวิ่งไปหานางพรทิพย์ ทั้งประเทศมีคนให้พึ่งแค่นี้" MThai News

แฟชั่น คิมเบอร์ลี่ สาวหน้าหวาน ที่หัวใจหวานยิ่งกว่า
คิมเบอร์ลี่ /  ภาพแฟชั่น / 

แฟชั่น คิมเบอร์ลี่ สาวหน้าหวาน ที่หัวใจหวานยิ่งกว่า ภาพแฟชั่น จาก นิตยสาร ลิซ่า นิตยสาร Lisa ภายใต้การบริหารของ บริษัท เบอร์ด้า (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตนิตยสารชั้นนำ HELLO!, Wedding และ Prestige นำเสนอเรื่องราวและไลฟ์สไตล์ของสาวทำงานยุคใหม่ ทันสมัย ตั้งแต่แฟชั่น, ความงามและเรื่องน่ารู้ในการทำงานและการใช้ชีวิต สำหรับผู้หญิงทำงานอายุตั้งแต่ 22-35 ปี ในปี 2557 นี้ นิตยสาร Lisa ก้าวเข้าสู่ปีที่ 15 ได้มีการปรับปรุงรูปเล่มและเนื้อหาเพื่อตอบสนองกับพฤติกรรมของสาวทำงานสมัยใหม่ที่ต้องการเพิ่มเนื้อหาเต็มอิ่ม อีกทั้งได้เปลี่ยนกำหนดการวางแผงจากรายสัปดาห์เป็นรายปักษ์ (พุธเว้นพุธ) ราคา 70 บาท ฉบับวันที่ 22 ต.ค. นี้ “ คิมเบอร์ลี่ - แอน เทียมศิริ” สาวหน้าหวาน ที่หัวใจหวานยิ่งกว่า พร้อมเรื่องราว OK! KOREA Fun, Fads, Fans เรื่องจริงติ่งเกาหลี นักร้อง ศัลยกรรม ที่เที่ยว และเนื้อหาที่น่าสนใจในเล่ม อาทิ  บทสัมภาษณ์ “ คิมเบอร์ลี่ -แอน เทียมศิริ” วันนี้หัวใจเธอสีชมพู อาทิ • คู่จิ้นในจอกลายมาเป็นคู่รักนอกจอ • ทำไมถึงไม่ยอมรับที่จะใช้คำว่าแฟน • สิ่งที่เขาทำให้เราประทับใจ  10 Perfect Skirts อัพเดทกระโปรงทรงสวย + เคล็ดมิกซ์แอนด์แมตช์ ให้เกิด สุดง่าย อาทิ • A-LINE SKIRT กระโปรงทรงเอไลน์ ช่วยพรางสะโพกได้ดี สำหรับสาวที่มีบั้นท้าย • WRAP SKIRT กระโปรงผ้าไขว้ เหมาะอย่างยิ่ง กับสาวเรียวขาเล็ก • FLIPPY SKIRT กระโปรงสั้นพลิ้ว ช่วยเสริมให้ดูมีสะโพกขึ้นมาทันที  Seoul So Chic เดินชิลล์กับจุดเช็คอินทั่วโซล อาทิ • Hongdae แหล่งช้อปปิ้งที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกับมหาวิทยาลัยฮงอิก • Insa-dong ขึ้นชื่อว่าเป็นถนนสายวัฒนธรรม แต่ไม่เชยอย่างที่คิดนะ • Garosu-gil หากอยากจะพบปะไฮโซเกาหลี ต้องที่นี่เลย  บทสัมภาษณ์ “ชนาพร ปะทิ” ผู้โชคดีจากรายการศัลยกรรมสุดฮิตของเกาหลี Let Me In เปลี่ยนชีวิตราวเกิดใหม่ ด้วยศัลยกรรม อาทิ • แรงบันดาลใจที่ทำให้อยากศัลยกรรม • สู่เส้นทาง Let Me In • Before & After ภาพแฟชั่น จาก นิตยสาย ลิซ่า

8 วิธีบอกลา มือด้าน
บำรุงมือ /  มือด้าน / 

สาวๆ หลายคน ทุกวันนี้อาจจะมัวแต่ใส่ใจกับเสื้อผ้าหน้าผม จนลืมอวัยวะบางส่วนที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือมือนั่นเอง ถึงใบหน้าจะไร้สิว และผมจะเงางามมีน้ำหนักขนาดไหนแต่หากไม่ดูแลมือตัวเองจนผิวเหี่ยวย่น และมือสากล่ะก็ ตายตอนจบได้เลยทีเดียว บางคนถึงกับไม่กล้าเช็คแฮนด์กับใครเลยไม่กล้วให้ใครเห็นมือตัวเองด้วยซ้ำ ดังนั้นสาวๆ ทั้งหลายอย่ามองข้ามมือของเราที่ต้องใช้ทำงานอย่างหนักไปตลอดชีวิต ถึงอากาศบ้านเราจะไม่แห้งไม่หนาว อันเป็นเหตุผลสำคัญของการแก่ก่อนวัยของผิวรวมทั้งมือแล้ว แต่หลายๆ คนต้องนั่งทำงานในออฟฟิศที่อากาศเย็นจัดจนเกินไปอยู่เสมอ ซึ่งไม่ดีแน่เลย หลายคนอาจจะเกิดมามีมือที่อวบอิ่มดูมีเนื้อมีหนัง ไม่เห็นกระดูก เล็บสวยนิ้วเรียวยาวก็ถือเป็นโชคอีแล้วนะ ส่วนสาวๆ ที่ไม่ได้เป็นอย่างนั้นก็ไม่ต้องน้อยใจไป เราสามารถดูแลมือเราเองให้อวบอิ่มไม่เหี่ยวย่นได้แน่นอนถ้าเราใส่ในการดูแล 8 วิธีบำรุงผิวมือ ไม่ให้ มือด้าน วิธีการที่นำเสนอเหล่านี้จะช่วยทำให้มือของคุณนุ่มขึ้นละไม่สากอีกต่อไปจะ เลือกวิธีไหนก็ได้ครับ หรือจะลองหลายสูตรตามแต่สะดวก 1. ผสมน้ำตาล เบบี้ออยล์ และสบู่เหลวอย่างล่ะ 2 ช้อนโต๊ะ แล้วนำน้ำตาลและเบบี้ออยล์มาเทใส่มือผสมกัน แล้วถูมือไปมาเหมือนเวลาฟอกสบู่ล้างปกตินั้นแหละ ให้ทำเช่นนี้ประมาณ 5 นาทีเป็นอย่างน้อย จากนั้นใช้สบู่เหลาวล้างมืออีกรอบให้สะอาด มือของคุณจะรเยบเนียนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 2. ผสมน้ำตาล น้ำมะนาว และ ครีมสดอย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ เข้าด้วยกันและนวดฝ่ามือไปเรื่อยๆ จนน้ำตาลละลายจนหมด 3. ผสมนมสดแบบธรรมดาไม่ต้อง low – fat อุ่นๆสักครึ่งถ้วยกับน้ำตาลและโยเกิร์ตธรรมชาติอย่างละ 2 ช้อนชา และน้ำมันกลิ่นลาเวนเดอร์ 2 -3 หยดให้เข้ากันดีใส่ในกะละมัง จากนั้นแช่มือในส่วนผสมประมาณ 7 นาที พร้อมนวดมือไปด้วยในตัวแล้วจึงล้างออกให้สะอาด 4. ถ้าวันไหน มือทำงานที่หนักๆ เช่นทำสวนหลังบ้าน หรือล้างรถเป็นต้น หลังจากทำงานเสร็จเรียบร้อยแล้วให้เทเกลือใส่ฝ่า มือด้าน หนึ่งและน้ำมันมะกอก ใส่มืออีกด้านหนึ่งแล้ว๔มือเด้วยกันประมาณ 7 นาทีแล้วจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่นให้สะอาด(ต้องเป็นน้ำอุ่นกำลังพอดีๆ ไม่เอาแบบร้อนจนเกินไป เพราะกลับจะทำให้มือแห้งขาดความชุ่มชื้นมากกว่าเดิม)ต่อมาให้สวมถุงมือผ้าฝ้าย เพื่อเก็บความชุ่มชื้น จะใส่ถุงมือไว้ตลอดคืนเลยก็ได้ 5. ใช้เกลือ 1 ช้อนโต๊ะและน้ำมะนาว 2 ช้อนชา ผสมกันแล้วถูมือเบาๆหรือใช้แปรงสีฟันที่ไม่ใช้แล้วขัดเบาๆ ก็ได้เพื่อกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป ทั้งนี้ไม่ควรทำเกินอาทิตย์ละครั้ง แต่สูตรนี้จะให้ให้มือของคุณนุ่มขึ้น และทำให้สีผิวเท่ากันสม่ำเสมอกันด้วย แต่ถ้าหากมือมีแผลอยู่ยังไม่ควรทำ ให้พักไปก้อนเพราะจะแสบสะดุ้งกันเลยที่เดียว 6. สำหรับมือที่แตกแห้งและเหี่ยวย่นมากๆ ให้นำข้างโอ๊ตดิบ 1 ถ้วยไปปั่นจนเป็นผงเสร็จแล้วเทใส่ชามล้างมือลงไปถูในแป้งเบาๆ จนทั่ว วิธีนี้จะทำให้ผิวที่แห้งแตกและลอกนั้นหลุดออกไปด้วย ล้างด้วยน้ำเย็นและทาโลชั่นสำหรับทามือ 7. สาวๆ คนไหนต้องล้างจานบ่อยๆ เป็นประจำมือจะสาก วิธีป้องกันให้ผสมน้ำมันเมล็ดอัลมอนดืลงในน้ำที่ใช้ล้างจานเล็กน้อย น้ำจะทำให้มือคุณนิ่มขึ้น ส่วนผสมน้ำมันเมล้ดอัลมอนด์จะทำหน้าที่ล้อกความชุ่มซื้นเอาไว้ นอกจากนี้สเปรย์น้ำส้มสายวูลงบนมือหลังจากล้างจานเสร็จแล้วก้ช่วยได้ระดับ หนึ่งเช่นกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการป้องกันที่ได้ผลดที่สุดก้คือการให้ถุงมือล้างจาน บางคนอาจไม่ถนัดแต่เพื่อถนอมือของคุณแล้วคุรก็ควรใช้ถุงมือมากกว่า ทั้งยังเป็นการหลีกเลี่ยงการสัมผัสสารเคมีจากน้ำยาล้างจานด้วย 8. วิธีง่ายๆที่ทำกันตลอดเวลาและไม่ยุ่งยากก็คือ การทาโลชั่นหรือครีมทามือบ่อยๆ เป็นประจำ หากมี่จะใช้วาสลีนหรือปิโตเลียมเจจลลี่แทนก้ได้ทาบ่อยได้เท่าที่คุณต้องการ อย่าลืมเอา 8 วิธีเหล่านี้ ไปใช้กันนะสาวๆ ถ้าปล่อยให้ มือด้าน เวลาจับมือกับหนุ่มๆ อายเขาแย่! ขอบคุณที่มาจาก : www.emaginfo.com

โล้น...เกิดมาเพื่อเจ็บ (2538)
หนังไทย

เฮเลน เจนณรงค์-ธิดา ธิศวรรณ-จันทร์จิรา มาฮา-ชวน ชินวัตร : นำแสดง เรื่องย่อ : เมื่อน้องสาวถูกพวกเดนนรกรุมโทรมอย่างป่าเถื่อน จนน้องสาวกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา จันทร์แม่ชีสาวที่คิดว่าจะบวชเป็นชีไปตลอดชีวิต ต้องตัดสินใจสึกจากชี ได้หาแฟนหนุ่มให้สอนวิชาการต่อสู้ทุกรูปแบบ ขั้นแรกไปหาเพื่อนของน้องสาว เมื่อรู้เบาะแสของพวกเดนนรก จันทร์ออกตามล่า และฆ่าพวกเดนนรกทีละคน จนถึงคนสุดท้ายที่เป็นหัวหน้าแก๊งค์ จันทร์เกือบจะเสียที แต่ลักษณ์แฟนหนุ่มได้มาช่วยจันทร์ได้ทันเวลา ในที่สุดจันทร์ล้างแค้นให้น้องสาวได้สำเร็จ ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2014/10/2538-vcd.html 1/1 - http://video.mthai.com/trailer/player/1414131119.html

เข้าไปได้ไง? แพทย์เอ็กซ์เรย์พบเข็มเย็บผ้า12เล่มในตัวหนูน้อยวัย11เดือน
ข่าววันนี้ /  จีน / 

โรงพยาบาลในเมืองเหลียวเฉิงเอ็กซ์เรย์พบเข็มเย็บผ้า12เล่ม ในตัวหนูน้อยวัย11เดือน  เว็บไซต์ shanghaiist.com รายงานว่า โรงพยาบาลในเมืองเหลียวเฉิง มณฑลชานตง ประเทศจีน แถลงพบเข็มเย็บผ้ามากถึง 12 เล่ม ฝังอยู่ในตัวหนูน้อยวัย 11เดือน เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 20ต.ค.ที่ผ่านมา หลังจากนาย หลิว จื้อซวน ชาวเมืองเหลียวเฉิง มณฑลชานตง ได้พาฟาน ลูกสาวอายุ 11 เดือนไปตรวจที่โรงพยาบาลประจำเมือง ผู้เป็นพ่อถึงกับตะลึง เมื่อแพทย์ระบุว่า มี "เข็มเย็บผ้า" โผล่ออกมาจากร่างกายของเด็ก และเมื่อทำการรเอ็กซ์เรย์อย่างละเอียดก็พบว่ามีเข็มทั้งหมด 12 เล่มอยู่ในร่างกายของหนูน้อย หลิวระบุว่า ก่อนหน้านี้เขาเคยดึงเข็มเย็บผ้า 4 เล่มออกจากตัวของลูก เเต่ก็ไม่ได้คิดมากอะไร เเต่หลังจากพบจุดบวมๆ สีเเดง 2 จุดบนก้นของลูก จึงตัดสินใจพาลูกไปตรวจอย่างละเอียดที่โรงพยาบาล เมื่อได้เห็นผลภาพเอ็กซ์เรย์ ก็รู้สึกตกใจมาก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ่อเเม่ของเด็กงุนงงมากว่าใครเป็นคนทำเรื่องโหดร้ายเเบบนี้ เพราะทั้งคู่เป็นชาวนาที่เเทบจะไม่เคยมีปัญหากับใครเลย นอกจากนี้พ่อของฟานยังบอกด้วยว่า แม่ของตนและแม่ของหลิวมาคอยเลี้ยงลูกสาวบ่อยๆ เวลาที่ตนและภรรยาต้องออกไปทำงาน รวมทั้งเพื่อนบ้านก็มาช่วยดูแลทารกน้อยด้วย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตอนนี้อาการของหนูน้อยฟานยังทรงตัว เเต่แพทย์ต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะเข็มอาจจะเข้าไปในอวัยวะสำคัญภายในได้ MThai News

ชาวเน็ตเร่งล่า มารศาสนา ชายคล้ายพระ โพสต์ภาพจับนกเขา
ข่าวจังหวัดสกลนคร /  ข่าวพระ / 

ภาพมารศาสนา ชายคล้าย พระจับนกเขาผู้ชาย โผล่ว่อนเฟซบุ๊ก ด้านชาวเน็ตจี้จัดการ เหตุทำลายศาสนา สะเทือนใจชาวพุทธฯ รุนแรง ขณะนี้ในโลกออนไลน์ได้มีการโพสต์ภาพและข้อความเรียกร้องให้ทางการเข้าไปจัดการกับกลุ่มคนที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม อาศัยศาสนาในการหากินและเสพสุขทางกามารมณ์ ภายหลังปรากฎภาพชายแต่งกายคล้ายพระรายหนึ่ง กำลังจับอวัยวะเพศของผู้ชายภายในห้องแห่งหนึ่ง โดยเพจเฟซบุ๊ก "@เป็นได้เพียง คนขันเวลา คุณหน่อย" ซึ่งเป็นผู้เผยแพร่ภาพดังกล่าว ระบุว่า ช่วยกันแชร์พวกหากินในผ้าเหลือง ด้วยพวกมารศาสนาชัดๆ เป็นพระแถว อ.ภูพาน จ.สกลนคร บ้านเรานี่แหละ ชื่อวัดผาน้ำย้อย ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้คนเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ พร้อมให้เจ้าหน้าที่เข้าจัดการอย่างเร่งด่วน เพราะเป็นภาพสะเทือนใจพุทธศาสนิกชนเป็นอย่างมาก MThai news

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

แปรงฟันด้วย เบกกิ้งโซดา อันตราย! ต่อสุขภาพเหงือกและฟัน
ทันตกรรม /  ฟอกสีฟัน / 

หลังจากที่มีการแชร์คลิปและบทความเกี่ยวกับการทำให้ฟันขาวง่ายๆ ด้วยการแปรงฟันด้วย เบกกิ้งโซดา ผสมมะนาวนั้น ทำให้สาวๆและคนที่อยากมีฟันขาวสวย เอาไปทำตามกันเป็นจำนวนมาก เพราะว่า เบกกิ้งโซดา นั้นราคาถูกและหาซื้อง่าย ไม่เหมือนกับการไปฟอกสีฟันกับทันตแพทย์ที่มีราคาค่อนข้างสูง จึงทำให้เพจ "ใกล้หมอฟัน" เพจของคุณ "หมอนะ" เป็นเพจที่อัพเดตเกี่ยวกับสุขภาพฟัน ได้ออกมาโพสเตือนเกี่ยวกับการแปรงฟันด้วย เบกกิ้งโซดา ดังนี้ สารจากเพจใกล้หมอฟัน เรื่อง เบกกิ้งโซดา กับการแปรงฟัน มีบทความหลายบทความที่พูดถึง เบกกิ้งโซดา ช่วยทำให้ฟันขาว ผมเลยขอรีวิวมานะครับว่ามีข้อดีข้อเสียอย่างไร มีหลายคนเคยเห็นบทความหรือ เห็นในยูทูป ว่ามีการใช้ เบกกิ้งโซดา แปรงฟันแล้วทำให้ฟันขาว ……ถ้าใช้แล้วฟันขาวจริงปลอดภัย เค้าคงใช้กันทั่วบ้านทั่วเมืองไปแล้ว เพราะด้วยที่ราคาถูก และหาซื้อง่าย (แล้วจะฟอกสีฟันทำไมถ้ามันเวิคจริง ใช้สติ!!!!) และมีหลายคนที่ต้องนอนโรงพยาบาลเพราะใช้เจ้าตัวเบกกิ้งโซดาแปรงฟัน ข้อดีของเบกกิ้งโซดา ช่วยให้ฟันสะอาด มีรายงานวิจัยจาก the Journal of Clinical Dentistry (June 2008) พบว่า ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของของเบกกิ้งโซดา จะทำความสะอาดฟันได้ดีกว่าไม่มีตัวนี้ผสมอยู่ --- อย่าใช้เพียวๆนะ ใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมดีกว่าถ้าอยากได้ผลของมัน ราคาถูกมาก หากจะแปรงด้วย เบกกิ้งโซดา อย่างเดียว เพียวๆ ---- แต่ไม่รับรองค่าใช้จ่ายที่อาจจะตามมาภายหลังนะ ข้อเสียของเบกกิ้งโซดา รสชาดิไม่ดีเท่ากับยาสีฟันทั่วไป อันนี้ผมก็ไม่เคยลองนะครับ ไม่อยากลองด้วย ยังไม่มีการยืนยันว่า ให้ใช้แทนยาสีฟันได้ จาก American dental Association (ADA) และไม่แนะนำให้ใช้แปรงฟัน!!! การแปรงด้วยเบกกี้งโซดา ไม่ได้ช่วยผิวเคลือบฟันเลย เพราะไม่มีฟลูออไรค์ สรุป อย่าใช้เลยครับ ฟันคุณจะพัง เหงือกคุณจะเยิน ดีไม่ดี อาจจะได้นอนโรงพยาบาล สมใจนะครับ คิดไกลอย่าคิดใกล้!!! ได้อ่านบทความที่คุณหมอนะออกมาเขียนเตือน คงจะได้ทราบกันแล้วว่า จริงๆการทำฟันขาวด้วยการใช้ เบกกิ้งโซดา แปรงฟันนั้น เป็นอันตรายต่อสุขภาพเหงือกและฟัน ทางที่ดีถ้าหากเราอยากมีฟันที่ขาว ควรไปปรึกษาทันตแพทย์จะปลอดภัยมากกว่าค่ะ ขอบคุณที่มาจาก : เพจ ใกล้หมอ"ฟัน"

คุณเข้าข่ายคน หูตึง หรือเปล่า?
คนหูตึง /  หู / 

ตะโกนกันเข้าไปอีก ตะโกนอีก ตะโกนอีก แต่ก็ยังคุยกันไม่รู้เรื่อง ใช่ว่าต้นเสียงจะกระซิบกระซาบ หรือสภาพแวดล้อมจะอึกทึกครึกโครม แต่เป็นเพราะปลายทาง “หูตึง” สำหรับวันนี้ เราขอชวนชาวอีแมกกาซีนมาทำความรู้จักกับโรค หูตึง ซึ่งเมื่อคนเราแก่ตัวการได้ยินอาจลดน้อยลง แต่ถ้าอายุยังน้อยแล้ว ทำไมยังไม่ค่อยจะได้ยินอีก เอาเป็นว่า เรื่องนี้ต้องขยาย หูตึง เมื่อเสียงจากภายนอกผ่านรูหูเข้ามา คลื่นเสียงจะทำให้แก้วหูสั่น จังหวะการสั่นของแก้วหูจะถูกส่งผ่านจากหูชั้นกลางเข้าสู่หูชั้นใน ภายในบริเวณหูชั้นในจะมีเซลล์ขน (Hair cell) ราว 30,000 เซลล์ ทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานเสียงเป็นสัญญาณไฟฟ้า แล้วส่งต่อไปยังสมอง เพื่อแปลความหมายของสัญญาณที่ได้รับ การสูญเสียการได้ยินเนื่องจากประสาทหูเสื่อมนั้น คลื่นเสียงสามารถเดินทางไปถึงหูชั้นในได้ แต่เซลล์ขนในหูตายไปแล้ว ดังนั้นสัญญาณต่างๆ จึงไม่สามารถเดินทางไปสู่สมองได้ ซึ่งนี่เป็นหนึ่งในสาเหตุของอาการ หูตึง หูตึง หมายถึง ความสามารถในการรับฟังเสียงลดลง จะตึงมากตึงน้อยขึ้นอยู่กับสาเหตุ โดยคนปกติจะมีระดับการได้ยินที่ 25 เดซิเบล หรือน้อยกว่า ขณะที่คน หูตึง ระดับการได้ยินจะมีค่าสูงกว่านั้น สำหรับสาเหตุก็เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ส่วนใหญ่จะเนื่องมาจากปัญหาที่หูชั้นนอกหรือหูชั้นกลาง เช่น เกิดจากเป็นโรคหูน้ำหนวก หูชั้นกลางอักเสบ ขี้หูอุดตัน กระดูกภายในหู คือ กระดูกค้อน ทั่ง โกลน มีหินปูนมาเกาะหรือแยกหลุดออกจากกัน ที่ยูสเตเชี่ยน ซึ่งเป็นท่อที่ทำหน้าที่ปรับความดันในหูชั้นกลางเกิดการอุด ตัน และแก้วหูทะลุ เป็นต้น ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถให้ยาหรือผ่าตัดรักษาได้ อาการ หูตึง อาการ หูตึง อาจเกิดขึ้นได้จากปัญหาที่หูชั้นใน คือที่ประสาทหู เช่น การติดเชื้อ โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน ซึ่งอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น เวียนศีรษะบ้านหมุน มึนงง หรือมีเสียงดังในหู อาการ หูตึง ในลักษณะนี้ บางชนิดสามารถรักษาได้โดยการกินยา บางชนิดรักษาได้โดยการผ่าตัด อาการ หูตึง อาจเกิดแบบค่อยเป็นค่อยไปทีละน้อย ส่วนใหญ่เกิดจากการทำงานในที่ที่มีเสียงดังอยู่ตลอดเวลา หรือสัมผัสกับเสียงที่ดังเกินมาตรฐานความปลอดภัย 85 เดซิเบลอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ผู้สูงอายุก็มักจะมีอาการ หูตึง แบบค่อยเป็นค่อยไปเช่นกัน โดยเกิดจากประสาทหูเสื่อม หูตึง จากสาเหตุลักษณะนี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถใช้อุปกรณ์ช่วยฟังได้โดยทั่วไป สำหรับปัญหาการได้ยินในเด็กจะมีระดับความรุนแรงกว่าในผู้ใหญ่ สาเหตุของ หูตึง ในเด็กส่วนมากเกิดจากมารดาติดเชื้อหัดเยอรมันขณะตั้งครรภ์ ทารกแรกคลอดมีน้ำหนักน้อยกว่า 1,500 กรัม ทารกมีอาการตัวเหลืองต้องเข้าตู้อบ ขาดออกซิเจนชั่วคราวขณะคลอด หรือเกิดจากกรรมพันธุ์ ที่มีญาติพี่น้อง หูตึง หรือหูหนวก เด็กที่ หูตึง มาแต่กำเนิด ส่วนมากจะสูญเสียการได้ยินในระดับรุนแรง คือต้องใช้เสียงดังมากหรือตะโกนจึงจะได้ยิน แต่ถึงจะได้ยินก็จะได้ยินไม่ชัด เนื่องจากเซลล์ประสาทที่ทำหน้าที่แยกเสียงบกพร่อง เด็กที่ หูตึง จะพูดไม่ชัด เพราะจะพูดตามเสียงที่ได้ยิน และจะพูดได้น้อยหรือมีพัฒนาการทางภาษาช้ากว่าเด็กวัยเดียวกัน เด็กต้องเรียนรู้การอ่านริมฝีปากประกอบกับเสียงที่ได้ยิน หรืออาจต้องใช้ท่าทางประกอบเพื่อความเข้าใจ เด็ก หูตึง มักจะซน หรือเล่นก้าวร้าวรุนแรง เนื่องจากมีปัญหาในการสื่อสาร พ่อแม่จึงควรสังเกตการรับฟังของเด็กตั้งแต่แรกเกิด ถ้าสงสัยว่าลูกมีปัญหาเกี่ยวกับการได้ยินควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที แต่ปัจจุบันนี้ก็มีการตรวจการได้ยินในเด็กเล็ก และสามารถใส่เครื่องช่วยฟังได้ตั้งแต่แรกเกิด การกระตุ้นการได้ยินตั้งแต่เล็กนั้น จะทำให้เด็กมีพัฒนาการทางภาษาที่ใกล้เคียงกับวัย นอกจากนี้ ควรให้เด็กเข้ารับการฝึกพูด โดยนักแก้ไขการพูด การฝึกอย่างสม่ำเสมอจะทำให้เด็กสามารถพูดได้ การที่พ่อแม่ฝึกพูดให้เด็กด้วยตัวเอง อาจได้ผลไม่ดีเท่า เนื่องจากการฝึกพูดนั้นมีเทคนิคและขั้นตอนต่างๆ โดยเฉพาะ ส่วนการใส่ เครื่องช่วยฟัง ในเด็กโดยผู้ไม่ชำนาญหรือหาซื้อมาใส่เองตามคำโฆษณา เด็กอาจได้เครื่องช่วยฟังที่ไม่เหมาะสม เช่น เครื่องช่วยฟังที่เบาเกินไป เด็กจะไม่ยอมใช้เครื่องเพราะไม่ได้ประโยชน์จากการฟัง หรือเครื่องช่วยฟังที่ดังเกินไป เด็กก็จะไม่ยอมใช้เช่นกัน เนื่องจากฟังแล้วไม่สบายหูหรือปวดหู และที่สำคัญจะยิ่งทำให้สูญเสียการได้ยินมากขึ้นไปอีก การใช้เครื่องช่วยฟังในผู้ใหญ่ก็เช่นกัน ควรพาผู้ป่วยไปตรวจวัดระดับการได้ยินก่อนว่า หูตึง มากน้อยเพียงใด และจะได้ประโยชน์จากการใช้เครื่องช่วยฟังหรือไม่ แม้ว่าปัจจุบันจะมีเครื่องช่วยฟังหลายแบบ ตั้งแต่ขนาดเล็กที่ซ่อนในช่องหูได้อย่างแนบเนียน แบบมีโปรแกรมแยกหลายช่องการทำงาน ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาการรับฟังเสียงได้ดีกว่าเครื่องในรุ่นก่อนๆ มาก อย่างไรก็ตาม ไม่ควรด่วนตัดสินใจซื้อตามคำโฆษณา หูตึงในวัยชรา เมื่อคนเราอายุมากขึ้น ทุกอย่างในร่างกายจะหย่อนยานลง ยกเว้นหูเท่านั้นที่ตึงขึ้น ปัญหาหูตึงในผู้สูงอายุมักจะค่อยๆ เกิดขึ้น โดยตัวผู้สูงอายุเองมักจะไม่ทราบว่าตัวเองหูตึง แต่คนรอบข้างจะรู้ได้เป็นอย่างดี เพราะในการสนทนาต้องใช้เสียงดังขึ้น เปิดทีวีดังขึ้น ในบางคนอาจจะมีปัญหาเสียงรบกวนในหู ซึ่งก่อให้เกิดความรำคาญจนต้องเข้าพบแพทย์ สาเหตุของปัญหาหูตึงในผู้สูงอายุมีอยู่มากมาย โดยสาเหตุเล็กๆ มักเกิดจากความเสื่อมของระบบประสาทการได้ยิน โดยมักจะเริ่มเสื่อมจากความถี่สูงก่อนแล้วค่อยๆ เป็นมากขึ้น ปัจจัยที่ส่งเสริมการเกิดหูตึงในผู้สูงอายุ ได้แก่ โรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งโรคทางไตที่ต้องใช้ยาเรื้อรัง เหล่านี้เป็นปัญหาที่ทำให้ผู้สูงอายุมีโอกาสที่จะเกิดปัญหาหูตึง ได้ทั้งสิ้น ปัญหาที่ตามมา คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุแย่ลง มีปัญหาในการติดต่อสื่อสารกับบุคคลอื่นๆ รอบๆ ตัว อาจจะเกิดความรำคาญกับบุคคลรอบตัวได้ อาจเกิดอันตรายจากการที่ไม่ได้ยินเสียงเตือนต่างๆ เช่น ของตกใส่ อุบัติเหตุจราจร อาจจะเกิดปัญหาซึมเศร้าในผู้สูงอายุได้ การดูแลรักษา ควรตรวจสมรรถภาพการได้ยินเป็นประจำทุกปี เมื่ออายุเกิน 60 ปี ควบคุมดูแลโรคประจำตัวต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันปัญหาแทรกซ้อนที่อาจทำให้หูตึงได้ ถ้าพบว่าประสาทหูเสื่อมถึงระดับปานกลาง การใช้เครื่องช่วยฟังก็เป็นวิธีที่จะทำให้คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุดีขึ้น ขอบคุณที่มาจาก : www.emaginfo.com

นักเรียนอาชีวะเลย คล้ายผีเข้าดิ้น-กรีดร้อง ขณะเข้าค่ายลูกเสือ
กู้ภัย /  นักเรียนอุปทานหมู่ / 

อุปทานหมู่? นักเรียน ปวช.อาชีวะเลย เข้าค่ายลูกเสือเกิดดิ้นและกรีดร้องกว่า 20 คน จนท.กู้ภัยหามส่ง รพ.กว่า 15 คน  นักเรียนวิทยาลัยอาชีวศึกษาเลย อ.เมืองเลย จ.เลย กว่า 20 คน เกิดมีอาการอุปาทานหมู่ ขณะเข้าค่ายลูกเสือศรีสองรัก บ้านตูบโกบ ต.กกดู่ อ.เมืองเลย จ.เลย  (ภาพประกอบข่าว) โดยในที่เกิดเหตุพบนักเรียนจำนวนกำลังช่วยเหลือเพื่อนนักเรียนด้วยกัน ที่นักเรียนหญิงนอนดิ้น-กรีดร้องเสียงดัง อยู่บริเวณสนามหญ้าค่ายลูกเสือ จากการสอบถาม นางสาวกาญจนา หอมทองคัด อายุ 37 ปี หนึ่งในอาจารย์ที่นำนักเรียนมาเข้าค่ายลูกเสือ เล่าว่า วันนี้ทางวิทยาลัยอาชีวศึกษาเลย ได้นำนักเรียนระดับ ปวช. ปี 1 ชาย-หญิง อายุระหว่าง 15-18 ปี จำนวน 350 คน มาเข้าค่ายลูกเสือศรีสองรัก เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน ตั้งแต่วันที่ 24-26 ต.ค.57 ซึ่งวันนี้เป็นวันแรก ขณะนำนักเรียนทั้งหมดมาที่สนามหญ้าเพื่อกล่าวปฏิญาณตนกฎของลูกเสือ จู่ๆ ก็มีนักเรียนหญิงกรี๊ดร้องนอนดิ้นพรวดพราด ร่วม 20 คน โดยไม่ทราบสาเหตุ จนอาจารย์และเพื่อนนักเรียนต้องช่วยกันจับตัวไว้ เพราะหวั่นว่าจะทำร้ายตัวเอง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเลย จำนวนทั้งสิ้น 15 ราย เป็นนักเรียนหญิงทั้งหมด ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังไม่แน่ชัดว่า เกิดจากสาเหตุใด MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก www.thairath.co.th

บิ๊กจิ๋ว แนะรัฐบาลคิดถึงประโยชน์ปชช.
ข่าววันนี้ /  คสช. / 

ชวลิต แนะรัฐบาลคิดถึงประโยชน์ปชช. หากไม่อยากให้ปฏิวัติสูญเปล่า ชม ประยุทธ์ เหมาะนายกฯ แต่ควรรับฟังคำติเตียน วานนี้ (23 ต.ค. 57) พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาแสดงความเห็นถึงสถานการณ์ทางการเมือง หลัง คสช. ได้เข้ามาบริหารบ้านเมืองเป็นเวลากว่า 5 เดือน โดยมีความกังวลว่าการปฏิวัติรัฐประหารครั้งนี้จะเหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมาเริ่มด้วยดอกไม้แต่จบลงด้วยก้อนหิน ดังนั้นควรคิดถึงประชาชนส่วนใหญ่เป็นหลักแก้ไขให้ถูกจุด เพื่อจะได้ไม่เสียของ วันนี้อาจมีผู้สงสัยว่าเหตุใดการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่เรา กำลังดำเนินการอยู่จึงสับสนอลหม่าน ทำไมไม่เหมือนประเทศอื่นที่เขาทำกันได้ง่ายๆ หรือบางคนอาจถามว่าทำไมไม่ใช้การปกครองแบบเมืองจีน หารู้ไม่ว่าจะเป็นการปกครองแบบไหนก็แล้วแต่สิ่งสุดท้ายที่ต้องการคือผลประโยชน์ของประชาชน และค่อยๆ ปรับเปลี่ยนโดยประชาชนเอง อย่าไปคิดว่ารัฐธรรมนูญคือสิ่งที่เป็นประชาธิปไตย ตนเกรงอยู่อย่างเดียวว่าวงจรการดำเนินงานจะกลับไปสู่สิ่งที่เคยเกิดขึ้นแล้วในการ ยึดอำนาจของทหาร เป็นห่วง แต่ก็ดีใจที่รัฐบาลชุดนี้เสีย สละมา เพราะการทำรัฐประหารมักจะเริ่มด้วยดอกไม้แต่จบลงด้วยก้อนหินทุกที เพราะฉะนั้นต้องระมัดระวังสิ่งนี้เท่านั้นเองอย่าไปทำเรื่องอื่น ขอให้ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน แก้ไขหนี้สิน ทำให้เขามีรายได้สูงขึ้น ทำให้ผู้คนมีความแตกต่างกันน้อยที่สุด คุณทำได้ หัวใจ อยู่ตรงนี้ พร้อมกันนี้ พล.อ.ชวลิต ยังได้กล่าวถึงบทบาทหน้าที่การทำงานและบุคลิกของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ด้วยว่า ถือว่าดีอยู่ แต่ควรฟังเสียงตักเตือนบ้าง และควรทำเฉพาะเรื่องที่จำเป็น อย่าไปยุ่งกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้เป็นอำนาจของประชาชนให้เขาทำเองบ้าง ทั้งนี้เห็นด้วยที่รัฐบาล และคสช.วางหลักการไว้ 2 ข้อ คือปรองดองและปฏิรูป จะทำอะไรก่อนก็ได้ ทำไปพร้อมกันก็ได้ ไม่จำเป็นต้องปฏิรูป แล้วหยุดปรองดอง ช่วย กันเถิดครับ ให้กำลังใจเขา ให้กำลังใจกัน ช่วยกันเสนอแนะ ช่วยกันแนะนำ MThai news