ยายช่วยยาย

ต้องรู้! 7 ทักษะที่นักศึกษาจบใหม่ยังขาดในการทำงาน
นักศึกษาจบใหม่ /  เรื่องน่ารู้

วันนี้ทีนเอ็มไทย มีเรื่องราวที่น่าสนใจของนักศึกษาจบใหม่ควรรู้มาฝาก และเตรียมตัวรับมือให้พร้อม เมื่อมีผลวิจัยจาก จ๊อบไทย เกี่ยวกับ 7 ทักษะที่นักศึกษาจบใหม่ยังขาดในการทำงาน  เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาตนเอง เตรียมความพร้อม และเพิ่มโอกาสในการได้รับเลือกเข้าทำงาน            ต้องรู้! 7 ทักษะที่นักศึกษาจบใหม่ยังขาดในการทำงาน ผลวิจัย “ช่องว่างทักษะที่สำคัญในโลกการทำงาน” (Career Readiness-Skill Gap Research) เพื่อค้นหาคุณลักษณะที่นิสิต นักศึกษาจบใหม่ยังขาด และเป็นสิ่งที่บริษัทหรือองค์กรต่างๆ ต้องการ ได้แก่ มองทุกอย่างคือการเรียนรู้ ทำได้ทุกบทบาท คิดเองได้ทำเองเป็น แสดงออกถึงความอยากสำเร็จ ประยุกต์ได้ มืออาชีพ และสื่อสารโดนใจ นอกจากนี้ยังพบว่านิสิต นักศึกษาส่วนใหญ่กว่า 86 เปอร์เซ็นต์ ยังไม่เชื่อมั่นในศักยภาพและต้องการที่จะพัฒนาตนเองเพื่อให้มีคุณสมบัติตรงตามที่องค์กรต่างๆ ต้องการ นางสาวแสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการ เว็บไซต์จ๊อบไทยดอทคอม (JobThai.com) กล่าวว่า สภาวะการแข่งขันสูงของตลาดแรงงานในปัจจุบันมีอัตราผู้ว่างงานกว่า 350,000 คน (ที่มา: สำนักงานสถิติแห่งชาติ ประจำเดือนมกราคม ปี 2559) และแต่ละปีจะมีบัณฑิตจบใหม่อีกกว่า 4 แสนคนจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ทำให้บัณฑิตที่เพิ่งจบจากรั้วมหาวิทยาลัยต้องพัฒนาตัวเองให้สามารถเป็นที่ยอมรับจากบริษัทต่างๆ ทั้งนี้เพื่อค้นหาคุณลักษณะที่นิสิต นักศึกษาพึงมีให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรได้นั้น จ๊อบไทยดอทคอมจึงร่วมกับสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ และแคเรียร์วีซ่า ทำการศึกษาวิจัยจากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นนิสิต นักศึกษาระดับปริญญาตรีจากทั่วประเทศ ในหัวข้อ “ช่องว่างทักษะที่สำคัญในโลกการทำงาน”(Career Readiness Skill Gap Research) เพื่อใช้เป็นแนวทางการพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ โดยผลสำรวจสามารถสรุปออกมาเป็น 7 ทักษะที่ทางภาครัฐและสถานศึกษาควรหันมาให้ความสนใจ แนะนำให้กับนิสิต นักศึกษา ดังต่อไปนี้ 1. มองทุกอย่างคือการเรียนรู้ – มีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ และนำความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้ในงานด้วยความทะเยอทะยานที่จะเติบโตและสร้างสรรค์ผลงาน 2. ทำได้ทุกบทบาท – สามารถเป็นได้ทั้งผู้นำ ผู้ตาม และผู้ช่วย ในทุกสถานการณ์ และสามารถเรียนรู้งานอย่างรอบด้านได้รวดเร็ว พร้อมที่จะทำงานที่ท้าทายโดยมองประโยชน์ของทีมและองค์กรมากกว่าประโยชน์ของตนเอง 3. คิดเองได้ ทำเองเป็น – ความเชื่อมั่นเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในทักษะของพนักงาน ต้องสามารถคิดและทำได้เองโดยไม่ต้องรอคำสั่ง และเมื่อพบอุปสรรคก็ต้องสามารถเรียนรู้ที่จะแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นโดยการค้นคว้าด้วยตัวเองได้ 4. แสดงออกถึงความอยากสำเร็จ – มีความมุ่งมั่นและทะเยอทะยานที่จะทำงานให้สำเร็จ และได้ผลลัพธ์ตามที่ตั้งไว้สามารถจูงใจตนเองเพื่อขับเคลื่อนให้เกิดผลงานที่ดีออกมาได้ และค้นหาปัจจัยแห่งความสำเร็จผ่านการเรียนรู้จากความล้มเหลว 5. ประยุกต์ได้ – มีทักษะในการประยุกต์ใช้ความรู้ที่ได้จากการศึกษาเข้าสู่การทำงาน เข้าใจถึงลักษณะงาน สามารถตีโจทย์ความต้องการขององค์กรได้ โดยสามารถเข้าใจได้ว่าปัจจัยหนึ่งจะส่งผลต่ออีกปัจจัยหนึ่งได้อย่างไร นำไปสู่ความสามารถในการแก้ปัญหาจากภาพรวมได้ 6. มืออาชีพ – มีคุณสมบัติของการทำงานแบบมืออาชีพ คือ มีความสัมพันธ์ทางสังคมที่ดี มีความตรงต่อเวลา รักษามารยาทในการทำงานอยู่เสมอ และมีความอดทนอดกลั้น สามารถแยกแยะเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับงานออกได้ มุ่งเน้นผลลัพธ์ของการทำงาน 7. สื่อสารโดนใจ – มีความสามารถในการสื่อสารที่เป็นระบบ รู้จักการลำดับความสำคัญในการสื่อสารให้ผู้รับสารสามารถเข้าใจได้ในทันที สามารถโน้มน้าวผู้รับสารให้คล้อยตามได้ และมีความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษหรือภาษาที่สาม ทั้งนี้จากผลสำรวจดังกล่าวพบว่า นิสิต นักศึกษากว่า 86 เปอร์เซ็นต์ ยังไม่เชื่อมั่นในศักยภาพของตนเองและพร้อมที่จะพัฒนาภายใต้การชี้แนะจากผู้มีประสบการณ์ ฉะนั้นทางภาครัฐและสถานศึกษาไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัย ควรมีนโยบายในการพัฒนา 7 ทักษะดังกล่าวให้กับนิสิต นักศึกษาโดยอาจสอดแทรกลงในบทเรียน หรือเป็นการแนะแนวนอกเวลาเรียนเพื่อให้เป็นทักษะติดตัวที่นอกเหนือจากวิชาเรียนปกติ และเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันในตลาดแรงงานต่อไป ที่มาข้อมูลจาก www.jobthai.com

Bentley คันใหม่ถอดด้ามเกือบสองแสนปอนด์ของเจมี่ วาร์ดี้
Bentley /  Bentley Continental GT / 

แม้ว่าศูนย์หน้าเจ้าของสถิติยิงไปแล้ว 22ประตูในฤดูกาลนี้ให้กับเลสเตอร์ ซิตี้ จะพลาดการลงสนามช่วยทีมคว้าแชมป์ลีกในเกมที่ต้องไปเยือน แมนฯ ยูไนเต็ด ในค่ำคืนวันอาทิตย์นี้อย่างแน่นอนเนื่องจากโทษแบนที่ได้รับ แต่เมื่อเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมามีช่างภาพจับภาพของเขาได้ที่สนามซ้อมของเลสเตอร์ ซิตี้ เมื่อวาร์ดี้เดินทางมาถึง ไฮไลท์ของเช้าวันนั้นคงหนีไม่พ้นเรื่องยานพาหนะคันใหม่ของเขา เจมี่ วาร์ดี้ ควบ Bentley Continental GT คันสีน้ำเงินแวววับที่เพิ่งซื้อมาในราคา 168,000ปอนด์ เข้ามาในสนามซ้อมพร้อมกับแฟนๆ ที่ให้การต้อนรับเขา และนี่คือสมรรถนะคร่าวๆ ของ  Bentley Continental GT ที่เรากำลังพูดถึง ภาพข่าวจาก Daily Mail Sport

ผลบอล เม็ดเดียวรู้เรื่อง!เมสซี่เจซัดชัยกิเลนผยองเปิดรังดับฉลาม
คลีตัน ซิลวา /  ชนาธิป สรงกระสินธ์ / 

ผลบอล โตโยต้าไทยลีก 2016 วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม 2559 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 1-0 ชลบุรี เอฟซี ผู้ทำประตู:1-0 ชนาธิป สรงกระสินธ์  น.18 เวลา: 19.00 น. สนาม: เอสซีจีเมืองทอง ยูไนเต็ด ถ่ายทอดสด: ทรูฟอร์ยู เริ่มต้นเกมเจ้าบ้าน เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด  เป็นฝ่ายเปิดฉากลุยใส่แนวรับของ ชลบุรี เอฟซี ทันที ด้วยการโจมตีจากริมเส้น แต่คู่เซนเตอร์ของทีมเยือนยังช่วยกันสกัดเอาไว้ได้หลายจังหวะ โดยที่ ชนินทร์ ยังไม่ต้องออกแรง นาที 18 กองเชียร์เจ้าบ้านได้เฮกันลั่น จากจังหวะการขึ้นเกมมาทางขวา ทริสตอง โด โยนบอลจากกราบขวา ทะลุมาถึง ชนาธิป สรงกระสินธ์ เกี่ยวบองลงแล้ว ล็อคเข้าขวาและยิงผ่านมือ ชนินทร์ เข้าไปให้ เจ้าบ้านออกนำ 1-0 นาที 21 อดิศักดิ์ ไกรษร กองหน้าเจ้าถิ่นปะทะกับ แอนเดอสัน ดอส ซานโตส จนบาดเจ็บ เล่นต่อไม่ไหว ธชตวัน ศรีปาน กุนซือเจ้าบ้านจำใจส่ง มิคาเอล เอ็นดรี้ ลงมาเล่นแทน  นาที 24 ชลทิตย์ จันทคาม เติมขึ้นไปเปิดบอลจากทางขวา โรดริโก้ เวอร์จิลลิโอ้ พยายามเกี่ยวบอลไว้กับตัวแต่โดนสกัดมาเข้าทาง ประกิต ดีพร้อม ยิงสวนหลุดเป้าหมายออกไปเยอะ นาที 26 เจ้าบ้านลุยขึ้นมาได้น่ากลัว ชนาธิป สรงกระสินธ์ เล่นกับ คลีตัน ซิลวา และสุดท้าย ทริสตอง โด ได้เปิดบอลอีกครั้งคราวนี้ คลีตัน หาจังหวะขึ้นโขกได้แต่บอลหลุดกรอบ นาที 35 เจ้าบ้านทำเกมรุกได้สวย เริ่มต้นจาก สารัช อยู่เย็น ที่จ่ายบอลจากตรงกลางไปให้ คลีตัน ซิลวา พาบอลไปทำชิ่ง กับ ธีรศิลป์ แดงดา แล้วยิงหักข้อบอลพุ่งผ่านเสาแรกออกไปแบบได้ลุ้น นาที 40 ธีรศิลป์ แดงดา ได้บอลอยู่ตรงกลาง ก่อนที่จะมองหาช่องแต่ไม่มีเพื่อนว่างเลยตัดสินใจซัดเองบอลไม่ตรงกรอบ นาที 42 โอกาสลุ้นแบบตรงกรอบของชลบุรี เอฟซี ครั้งแรกในเกมนี้ มาจากจังหวะที่ กรกช วิริยอุดมศิริ เปิดบอลยาวจากทางซ้ายมาให้ โรดริโก้ เวอร์จิลลิโอ้ โหม่งตรงตัว กวินทร์  ช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก ทีมเยือนมาได้ลุ้นอีกครั้ง จากการยิงไกลจากแถวสองของ ภานุพงศ์ พลซา แต่บอลไม่ตรงกรอบ จบครึ่งแรก เอสซีจีเมืองทอง ยูไนเต็ด ออกนำ ชลบุรี เอฟซีอยู่ 1-0 เริ่มครึ่งหลัง  นาที 52 โรดริโก้ เวอร์จิลลิโอ้ โหม่งชงให้ ณรงค์ จันสเวก หลุดทะลุ เข้าไปทางขวาแต่ใจร้อนเกินไปเลยพยายามยิงบอลเบา กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ รับสบาย  นาที 58 เจ้าบ้านได้โอกาสที่จะหนีห่างออกไป จากจังหวะที่ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ไหลบอลต่อให้ ธีรศิลป์ แดงดา บรรจงเลือกมุมปั่นเน้นๆ แต่บอลข้ามคานออกไป นาที 64 ชลบุรี เอฟซี ได้ฟรีคืกทางขวา กรกช วิริยอุดมศิริ เปิดเข้ามาตรงกลางประตู กวินทร์ ชกออกมาไม่พ้นอันตราย ชลทิตย์ หนุนบอลเข้าไปแล้ว คิม จอง พิว ขึ้นโหม่งไม่ตรงกรอบ นาที 70 ชลบุรี เอฟซี ยังหาโอกาสจบสกอร์ได้อีกครั้ง เมื่อ ภานุพงศ์ พลซา กระชากบอลขึ้นมาทางขวาแล้วเปิดให้ เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ สอดมาโหม่ง บอลข้ามคานออกไป ช่วงท้ายเกมส์ เอสซีจีเมืองทอง ยูไนเต็ด ผ่อนเกมของตัวเองลง ส่วนชลบุรี เอฟซี ได้ครองบอลกดดันแต่หาโอกาสจบสกอร์เพื่อลุ้นตีเสมอไม่ได้ จบเกมส์ เอสซีจีเมืองทอง ยูไนเต็ด  เปิดบ้านเอาชนะ ชลบุรี เอฟซีไป 1-0 จากประตูชัยของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ รายชื่อ เอสซีจีเมืองทอง ยูไนเต็ด: กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์(GK),พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา,มาริโอ้ อัลวาเรซ,นาโออากิ อาโอยามะ,ทริสตอง โด,สารัช อยู่เย็น,ธนบรูณ์ เกษารัตน์,ชนาธิป สรงกระสินธ์,อดิศักดิ์ ไกรษร,ธีรศิลป์ แดงดา,คลีตัน ซิลวา ชลบุรี เอฟซี:ชนินทร์ แซ่เอียะ(GK),ชลทิตย์ จันทคาม, แอนเดอสัน ดอส ซานโตส,กรกช วิริยอุดมศิริ,คิม จองพิล,คิม ซอลโฮ, ประกิต ดีพร้อม,เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์,ณรงค์ จันสเวก,ภานุพงศ์ พลซา,โรดริโก้ เวอร์จิลลิโอ้

TENDO สวรรค์ของคนรักปลาดิบ
tendo /  ซาชิมิ / 

เทนโดะ แปลว่า สวรรค์ และที่นี่คือสวรรค์ของหนุ่มนักศึกษาปี 3 ที่หลงรักอาหารญี่ปุ่นจนกระทั่งได้พบเพื่อนเชฟชาวญี่ปุ่น จึงช่วยกันสร้างสรรค์เมนูอาหารและเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นตามความใฝ่ฝันของเขา Tendo เป็นร้านน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวได้ 2 เดือน ตั้งอยู่ในย่านทองหล่อที่แน่นขนัดไปด้วยร้านญี่ปุ่นมากมาย แต่เจ้าของร้าน หนุ่มเจตั้น เศรษฐีสุวรรณ มีจุดแข็งที่ไม่เหมือนร้านอาหารญี่ปุ่นอื่นๆ โดยจะเน้นที่ปลาแปลกๆ ซึ่งนำเข้ามาโดยตรงจากญี่ปุ่นแบบสดใหม่อาทิตย์ละ 2 ครั้ง ที่นี่จึงไม่ได้มีเพียงแซลมอนหรือทูน่าแบบที่ร้านอื่นมี แต่ยังมีปลามากมายที่เราอาจะไม่เคยรู้ว่ามันทานได้อย่างเช่นปลา Sayori, Suzuki หรือ Kampachi และปลาแต่ละตัวสามารถนำมาประกอบขึ้นได้เป็นหลายเมนู  หลากหลายรสชาติต่างกันไปตามประสบการณ์ของเชฟ เช่น ซาชิมิซูชิ ยำหรือย่างเกลือ และมีโรลต่างๆ มากมาย ปลาสดๆ จากญี่ปุ่นจะให้อร่อยที่สุดก็ต้องชิมรสชาติของเนื้อปลาแท้ๆ ในรูปของซาชิมิพร้อมวาซาบิสดและจิ้มซีอิ๊วเล็กน้อย ซาชิมิที่นี่เสริ์ฟพร้อมกับซอสพอนซึโรยต้นหอม จะได้รสชาติที่นุ่มและไม่เค็มจนเกินไป ปลา Sayori หรือปลาเข็ม เป็นปลาตัวเล็ก ปากแหลมยาว เนื้อขาวใสและหนังบางกรุบกรอบ รสชาติหวานมาก ส่วน ปลา Suzuki เป็นปลาเนื้อขาวที่มีเนื้อแน่น ส่วนปลา Kampachi เนื้อบางใสแจ๋ว อันนี้นำมาทำเป็นซูชิ ใส่ข้าวนิดเดียว เนื้อปลากรอบอร่อยและสดมากๆ ค่ะ มาตรฐานของที่นี่คือปลาทุกชิ้นจะหั่นมาเท่ากัน ชิ้นละ 15 กรัม คำละ 150 บาท ชูโทโร่กับโรลปลาไหล หอมมันล้ำเลิศ ส่วนผู้ที่ชอบชีสต้องลอง Hotate Spicy Sauce เยิ้มมันกันทีเดียว โรลต้มยำกุ้ง เมนูแปลกใหม่น่าสนใจที่อยากให้ลอง ไส้คือแตงกวา อะโวคาโด้ และสาหร่าย ท็อปด้วยกุ้งต้ม ส่วนซอสต้มยำกุ้งนั้นเคี่ยวจนข้นหยอดมานิดๆแต่แซ่บทีเดียวค่ะ ข้าวหน้าเนื้อวากิวคือที่สุดของที่สุดในความหอม มัน นุ่ม หวานซอสปอนสึนิดๆ (890 บาท) หรือจะเลือกเนื้อออสเตรเลียก็มีค่ะ เทนโดะ เปิดทุกวันทั้งกลางวันและเย็น เป็นร้านญี่ปุ่นน้องใหม่ที่น่าสนใจและมีสิ่งใหม่ให้ได้ลิ้มลองกัน โดยเชฟจะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆทุกอาทิตย์ค่ะ TENDO อาคารอเนกวานิช 3 อยู่ระหว่างซอยทองหล่อ 4 และ 6 โทฯ 09-6787-9688 ขอบคุณภาพบางส่วนจาก: https://www.facebook.com/tendo.bangkok

ละครเล่ห์ลับสลับร่าง , เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง
เล่ห์ลับสลับร่าง /  ละครเล่ห์ลับสลับร่าง / 

เล่ห์ลับสลับร่าง ละครช่อง3 ละครเล่ห์ลับสลับร่าง บทประพันธ์โดย : นรอินทร์บทโทรทัศน์โดย : Sanctuaryกำกับการแสดงโดย : กฤษณ์ ศุกระมงคลผลิตโดย : บริษัท โนพรอบเล็ม จำกัดควบคุมการผลิตโดย : ธิติมา สังขพิทักษ์ออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง สาว “ญาญ่า” โคจรมาเจอคู่ขวัญ ณเดชน์ คูกิมิยะ อีกครา นอกจากท้าทายที่ต้องเล่นบทสลับเพศ เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง เมื่อสองหนุ่มสาวมีปมรักตัวเองยิ่งยวด (Narcissus) หลงในเพศของตน จนรักคนอื่นไม่เป็นฝ่ายขายหลงคิดว่า เพศชายเหนือกว่าเพศหญิง ทั้งร่างกาย และจิตใจ ส่วนหญิงก็ลำพองในความงามจนคิดว่าสอยชายทั้งแผ่นดินได้ สวรรค์เลยลงโทษให้ทั้งคู่แลกเพศกัน เพื่อให้เรียนรู้ทั้งสรีระ และสภาพจิตใจของแต่ละฝ่าย เพื่อบทสรุปที่ว่า เขาต้องเรียนรู้ที่จะรัก ซื่อสัตย์ และเสียสละ ซึ่งกันและกัน นั่นคือความรักที่แท้จริง ผู้กองรามิล ทุ่งพระเพลิง เป็นผู้กองมือปราบ ซึ่งดังจากหน่วยคอมมานโดเฉพาะกิจได้ฉายาว่า ผู้กองมือเหล็ก เพราะช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุด้วยมืออันแข็งแกร่งของตนมาหลายครั้งเป็นที่เลื่องลือรามิลหยิ่งผยองในความเป็นชายของตนเอง ถือว่าเพศชายเหนือกว่าเพศหญิง และผู้หญิงเป็นแค่วัตถุทางเพศเท่านั้น เขาจึงมีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะนอกใจ นกยูง แฟนสาวแสนดีของตนเองอยู่เนือง ๆ เป็นที่ขัดใจของ หมวดอาคม ลูกน้องของรามิลยิ่งนัก และอาคมเองก็แอบหลงรักนกยูงอยู่เงียบ ๆ เภตรา ภาวดี เป็นนางเอกละคร ที่กำลังก้าวสู่ชื่อเสียงอันดับโลก เมื่อได้รับเลือกให้เป็น ไข่มุกแห่งเอเชีย รางวัลจากฮ่องกง เภตราเช่นเดียวกับรามิล ที่หยิ่งทะนงในความงามของตนเองเธอเหยียดเพศชาย และคนรอบด้านไว้แทบเท้า สวรรค์บันดาลให้ทั้งคู่ประสบอุบัติเหตุเฉียดตาย ตกจากตึกสูงหมดสติไป และแลกวิญญาณกัน หมอนักษัตรหมอดูลวงโลกต้องรับภาระดูแคนทั้งคู่ เพราะเป็นคนเดียวที่สื่อสารกับทั้งสองได้ แต่เมื่อไม่สามารถหาวิธีกลับร่างของตน ทั้งสองต้องจำยอมเลียนแบบไฟล์สไตล์ของกันและกัน เพื่อกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมของทั้งคู่ไม่ให้ใครสงสัย รามิลในร่างเภตราต้องกลับไปรับบทนางเอกในละคร ส่วนเภตรา ในร่างรามิลต้องกลับไปเป็นผู้กองนักบู๊ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง การสลับเพศ และรับบทบาทของอีกฝ่าย เป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง สร้างความปวดเศียร เวียนเกล้าให้คนรอบข้าง เภตรากลายเป็นดาราสาวออกทอม เล่นละครไม่เป็น แอบจีบ อจลา สาวดาวยั่ว แถมยังท้าตีท้าต่อยกับ อาทิตย์ ฤทธิรงค์ พระเอกหนุ่มใจสาวเป็นที่กลุ้มใจของ เจ๊อั้ม อรชร ผู้จัดการแต๋วของเภตรา และคุณดนู ผู้จัดละคร ส่วนผู้กองมือเหล็ก กลายเป็น มือไม้อ่อนช้อย กรีดกราย จนอาคม และลูกน้องสงสัยว่ารุ่นพี่จะเป็นกะเทยแอ๊บแมน โดยเฉพาะตอนที่ต้องไปปลดระเบิดในโรงแรมหรู ผู้กองเป็นลมหลายเฮือก และทำอะไรไม่เป็นจนทุกคนสงสัย คนที่น่าสงสารที่สุดคือนกยูง ที่ต้องสับสนกับการออกสาวของผู้กอง และแสดงอาการห่างเหินกับเธออย่างเห็นได้ชัด นกยูงยิ่งเครียดก็ยิ่งหันมาหาอาคมให้ช่วยปลอบประโลมให้ทุกครั้ง จนเริ่มก่อตัวเป็นความรัก ญาญ่า ณเดชน์ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ในร่างเภตรา) ได้เบาะแสว่า ฤทธิ์ชาติ ออร์กาในเซอร์ชื่อดัง ที่กำลังแย่งตัวเภตราไปจากเจ๊อั้ม เป็นคนวางแผนทำร้ายรามิล และมีเบื้องหลังเกี่ยวข้องกับแกงค์อาชญากรรมข้ามชาติ ฤทธิ์ชาติ หวังจะเคลมเภตราเป็นของตน และใช้ประโยชน์จากเภตราที่กำลังโกอินเตอร์สร้างอิทธิผลให้เขาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการขนยาเสพติด เภตราปฏิเสธเซ็นสัญญากับฤทธิ์ชาติ แต่ก็โดนขู่กลับเมื่อ ทอมณี สาวทอม ผู้ช่วยฤทธิ์ชาติ สืบรู้ประวัติมารดาของเภตรา ว่าที่แพ้คือ ป้าสีดา แม่ครัวประจำกองถ่ายของเภตรานั่นเอง ฤทธิ์ชาติขู่จะแฉว่าประวัติแท้จริงของเภตรา ที่แท้โลโซรากหญ้า มีแม่ที่เคยทำงานเป็นมาม่าซังมาก่อน งานนี้ รามิล (ร่างเภตรา) ขู่แฉกลับเรื่องที่ฤทธิ์ชาติปล้นเพชรเทียร่าจาก คุณนายพวงคราม แม่ของตนไปซ่อนไว้หวังเงินประกัน ข้อมูลเบื้องลึกได้มาจาก สีตลา นักข่าวสาวช่องน้อยสี ที่กำลังตามสืบเรื่องฤทธิ์ชาติอยู่อาคมสารภาพรักนกยูง และไม่พอใจรามิลจนถึงขั้นตัดพี่ตัดน้อง เพราะเข้าใจว่ารามิลแกล้งทำแต๋วเพื่อหลีกเลี่ยงการแต่งงานกับนกยูง อาคมขอนกยูงแต่งงานแทน แต่แล้วเมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) และเภตรา (ในร่างรามิล) มาร่วมงานแต่ง ทั้งคู่ทำงานล่มไม่เป็นท่า เมื่อเภตราที่เมามายทำท่าเหมือนลวนลามนกยูงเจ้าสาว แถมยังไปท้าพิสูจน์รอยแผล และตะกรุดของอาคมในร่มผ้า เดาได้ถูกต้องจนอาคมเชื่อว่าในร่างเภตราคือรามิลจริง ๆ แต่งานนี้ อาคมกลับตกที่นั่งลำบากเสียเอง เพราะภาพเจ้าบ่าวถอดกางเกงเหลือแต่ชั้นใน กำลังกอดดาราสาวแนบแน่น ฉาวโฉ่ไปทั้งโซเชียล รามิล และอาคม ไหวตัวเมื่อรู้ว่าฤทธิ์ชาติจะขนยาเพสติดครั้งใหญ่ ส่งให้เจ้าพ่อแกงค์ฉิมพลี ฤทธิ์ชาติ เสนอให้ดนูถ่ายทำละครที่โรงแรมริมทะเลของตนฟรี คุณนายพวงครามเสนอให้ทีมงานไปทำการกุศลที่วัดป่า ถัดจากโรงแรมไปในป่าลึก รามิล อาคม และทีมพยายามค้นว่ายาเสพติดซ่อนอยู่ที่ไหน แต่หาไม่เจอ ในที่สุดรถโค้ชของบรรดาเซเลปถูกโจรปล้น และยาซ่อนอยู่ในกระเป๋าหนังตะกวดราคาเกือบล้านของเภตรา ที่ฤทธิ์ชาติมอบให้ นั่นเอง ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล เภตราหนีจากกลุ่มโจรหลบเข้าป่า ร่างรามิล (คือเภตรา) ยอมสละชีวิตกระโดดกันกระสุนให้ร่างเภตรา (รามิล) ทั้งสองร่วงลงจากนั้นตก และตะกายขึ้นฝั่งได้ ทั้งคู่หมดสติไป เพื่อที่จะตื่นขึ้น และพบว่าวิญญาณกลับเข้าร่างเดิมของตนแล้ว ทั้งคู่สารภาพรักซึ่งกันและกัน และรู้แล้วว่าการเสียสละแม้แต่ชีวิตของตน ทำให้สวรรค์บันดาลให้ทั้งสองได้กลับคืนร่างของตัวเอง คืนนั้นที่ริมลำธารทั้งสองเป็นของกันและกันอย่างสุขสม รามิลกลับมาเป็นผู้กองมือเหล็กเช่นเดิม รามิลวางแผนเล่นงานเปิดโปงฤทธิ์ชาติ ด้วยงานแถลงข่าวที่คฤหาสน์ของฤทธิ์ชาติเอง งานที่เภตราจะได้เซ็นสัญญาเล่นหนังกับฮ่องกง ที่ฤทธิ์ชาติติดต่อให้แต่งานนี้เภตราต้องยอมแลกกับการที่เธอจะไม่ได้โกอินเตอร์ เภตรายินดีชื่อเสียงเงินทองไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับเธออีกแล้ว ทอมณีที่กลับใจแล้วร่วมมือกับเจ๊อั้ม นำเพชรเทียร่าที่ซ่อนไว้ มาแสดงต่อหน้าฤทธิ์ชาติ และพวงครามในงาน พวงครามความเสียใจจนเป็นลมที่ลูกชายเป็นอาชญากรตัวฉากจ ฤทธิ์ชาติถูกจับกุม แต่สารภาพส่วนตัวกับรามิลว่า เพชรที่นำมาเปิดโปงนั้นเป็นเพชรปลอม และเขาไม่ได้เป็นคนสั่งเก็บรามิลมีตัวการใหญ่อยู่เบื้องหลังอีกทีแต่เขาไม่รู้ว่าใคร รามิลรู้สึกผิดสังเกตรีบตามเภตราที่กำลังดูแลพวงครามที่ห้องนอนสองต่อสอง พวงครามเปิดเผยตัวว่าคือตัวการใหญ่ที่ซ้อนแผนลูกชายอยู่อีกที นางต้องการฆ่าทั้งรามิล และเภตรา เพราะรามิลนั้นทำลายแก๊งค์ผลิตยาของเธอหลายครั้ง ส่วนเภตราคือหญิงที่เธอไม่ต้องการให้มาเป็นสะใภ้ตามความต้องการของฤทธิ์ชาติ รามิลช่วยเภตราจากพวงครามไว้ได้ คุณนายถูกจับในที่สุด งานนี้สำเร็จลงด้วยดี แต่ต้องแลกกับการสลับวิญญาณของทั้งคู่อีกครั้ง ตอนที่ทั้งสองประสบอุบัติเหตุตกบันไดคฤหาสน์ลงมาพร้อมกัน สลับร่างครั้งที่สองสร้างความทุกข์ให้รามิล เภตรา เป็นทวีคูณ เมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) ช็อค เพราะพบว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ ทั้งคู่ทำใจได้ในที่สุดจากกำลังใจของเพื่อน ๆ พี่ ๆ โดยเฉพาะนกยูง และอาคม นกยูงเชื่อแล้วว่ารามิล และเภตราสลับร่างกันจริง ยอมคืนดีกับอาคม และแต่งงานกัน เพื่อรักษาภาพพจน์ เภตรา อั้ม ทอมณี ดนู ที่ปรองดองร่วมหุ้นบริษัทกัน แนะนำให้รามิล และเภตราแต่งงานกันโดยเร็ว และรีแถลงข่าวออกสื่อ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ร่าง เภตรา) อุ้มท้องอยู่ 9 เดือน รับรู้ความทรมานของการตั้งครรภ์ และภาวะร่างกายผู้หญิงที่กำลังเป็นแม่ ในที่สุดวันคลอดก็มาถึง รามิลเจ็บปวดแสนสาหัสและสิ้นสติไปในห้องคลอดเภตรา (ร่างรามิล) จับมือรามิลไว้ และเตือนถึงสัญญาของผู้กองมือเหล็ก ที่ไม่เคยปล่อยให้ใครต้องตายไปต่อหน้า เภตราช็อคเมื่อรามิลหัวใจหยุดเต้นชั่วคราว ทำให้เธอเป็นลมไป ทั้งสองโคม่าแต่มือยังกุมกันไว้แน่น หมอนักษัตรลุ้นให้ทั้งคู่รอด วิญญาณออกมาจากร่างอีกครั้ง และคราวนี้ทั้งสองกลับเข้าร่างเดิมของตนรามิลได้เรียนรู้การเป็นแม่ การให้กำเนิด ละครเล่ห์ลับสลับร่าง เขาหยุดดูถูกผู้หญิง และเห็นผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศ เช่นที่เคย ขณะเดียวกันบทบาทเพศชายที่เภตราได้รับ ทำให้ตนเข้าใจถึงความเสียสละการปกป้อง และอุทิศตนให้กับผู้อื่น ทั้งคู่ล้างปม หลงเพศ ของตนจนหมดสิ้นกลายเป็นคนใหม่ และกลายเป็นขวัญใจผู้ชมอีกครั้ง คราวนี้ในฐานะ คู่จิ้น สามีภรรยา ที่น่ารักที่สุดในโลก ติดตามชม ละครเล่ห์ลับสลับร่าง ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ รับบท ผู้กองรามิล อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท เภตรา ปรึชญา พงษ์ธนานิกร รับบท นกยูง ธนภพ ลีรัตนขจร รับบท อาคม ซอ จียอน รับบท จียอน เจสัน ยัง รับบท ฤทธิ์ชาติ รัชนี ศีระเลิศ รับบท พวงคราม ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล รับบท เจ๊อั้ม สมมาตร ไพรหิรัญ รับบท ธรรมนูญ ก้ามปู ปัทมสูต รับบท จิตรา เกริก ชิลเลอร์ รับบท หมอนักษัตร วิชัย จงประสิทธิ์พร รับบท ผู้กำกับก้อง กีรติ ศีวะเกื้อ รับบท ดนู นิธิชัย ยศอมสุนทร รับบท อาทิตย์ นิภาภรณ์ ฐิติธนการ รับบท ทอมณี เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ช่อง3 อาคม นกยูง เล่ห์ลับสลับร่าง นักแสดง เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์

ไม่คาดคิด! ปราสาทสายฟ้าประกาศตั้ง “บอร์จีส” นั่งผอ.อะคาเดมี่
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด /  โชเซ อัลเวส บอร์จีส / 

ปราสาทสายฟ้าสร้างเซอร์ไพรส์หลังแต่งตั้ง โชเซ อัลเวส บอร์จีส อดีตกุนซือมังกรไฟเข้ามาเป็นหัวหน้าฝ่ายพัฒนาเยาวชน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สร้างเซอร์ไพรส์ ด้วยการประกาศแต่งตั้ง โชเซ อัลเวส บอร์จีส นั่งตำเเหน่งหัวหน้าฝ่ายพัฒนาเยาวชนแทนที่ ฟาบิโอ เปอร์ไรร่า โดยทาง ทัดเทพ พิทักษ์พูลสิน ผู้จัดการทีม กล่าวว่า "การที่ทีมแต่งตั้ง บอร์จีส มาเป็นหัวหน้าฝ่ายพัฒนาเยาวชนครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งในการวางแผนที่จะก้าวไปเป็นท็อปไฟว์เอเชียในอนาคต ที่ผ่านมาปฏิเสธไม่ได้เลยว่า บอร์จีส เป็นกุนซือต่างชาติที่มีประสบการณ์ และเข้าใจฟุตบอลไทยเป็นอย่างมากคนหนึ่ง นั้นจึงเป็นเหตุผลที่เราคิดว่า บอร์จีส จะเข้ามาช่วยพัฒนาเยาวชนของเราให้แข็งแกร่งขึ้น" สำหรับ โชเซ่ อัลเวส บอร์จีส ถือเป็นโค้ชที่ผ่านร้อนผ่านหนาวในลีกเมืองไทยมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็น พนักงานยาสูบ, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, ราชประชา, ทีทีเอ็ม พิจิตร, บีบีซียู เอฟซี, บีอีซี เทโรศาสน และปตท.ระยอง รวมถึงเคยเป็นผู้อำนวยการเทคนิคทีมเยาวชน สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด และที่สำคัญยังเคยเป็นโค้ชเยาวชนของเซาเปาโล นอกจากนี้ บอร์จีส ยังเคยพาทีมอย่าง พนักงานยาสูบ คว้าแชมป์ไทยลีก 2004-2005 และคว้าแชมป์ถ้วยพระราชทาน ก. 2006 รวมถึงพา บีอีซี เทโรศาสน คว้าแชมป์โตโยต้า ลีกคัพ 2014 อีกด้วย เครดิตภาพ : SMM Sport

ดราม่าต่อ!! แห่สงสัย มิน เก็บกระเป๋าแบรนด์เนมไว้ที่ไหน-รีบลบรูปทำไม!!
ข่าว มิน พีชญา /  ของขวัญวันเกิด มิน พีชญา / 

ยังไม่จบค่าสำหรับกรณีดราม่า มิน พีชญา ซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมหรู เป็นของขวัญวันเกิดล่วงหน้าจากสิงคโปร์ และเมื่อวานนี้ (28เม.ย.59) ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของ สาวมิน พีชญา ได้เดินทางไปทำบุญวันเกิดที่มูลนิธิบ้านนกขมิ้น พร้อมกับแถลงข่าวชี้แจงเรื่องดังกล่าวว่า ตนยังไม่ได้นำกระเป๋าเหล่านั้นกลับเมืองไทย ยืนยันเดินทางไป-กลับด้วยกระเป๋าใบเดียวและทำตามกฎหมายทุกอย่าง ส่งผลให้ชาวโซเชียลยังมีการตั้งคำถามในโลกออนไลน์ผ่านกระทู้เว็ปไซต์ pantip.com ว่า “จากแถลงข่าว นักแสดงหญิง กับกระเป๋าแบรนด์เนม...เก็บไว้ที่ไหนหรอซื้อแล้วเก็บไว้ให้แม่บ้านที่รร. ใช้หรือครับ หรือถ้าบินกลับไปเอากระเป๋าใบล่ะหลายแสน ค่าเครื่องบินไปกลับเอามาทีล่ะใบ อื้อหือ ดี๊ดรี มีเวลาบินไปมาแค่ไปเอากระเป๋ากลับแค่เนี๊ย น่าจะรวยมากเลยจริง ขอน้อมรับ ปล.เห็นบอกว่าจะบินกลับไปเอาอีกที ฝากนักข่าวช่วย ถ่ายทอดสดวันที่เอากลับมาด้วยนะครับ อยากเห็นวันที่ขนมาและก็ตอนที่จ่ายภาษีที่สนามบิน คิดว่าเรทติ้งวัน Live น่าจะพุ่งปรี๊ดไม่แพ้กัน ฝากด้วยครับ จะรอติดตามชม” อีกทั้งเพจดัง ใต้เตียงดารา ก็ยังนำเสนอกระแสข่าวที่ชาวโซเชียลได้สงสัยว่า สาวมิน เอากระเป๋าหรูไปเก็บไว้ที่ไหนเช่นกัน และมีชาวเน็ตทั้งลูกเพจ และสมาชิกเว็ปไซต์ดังกล่าวเข้ามาแสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากมาย พร้อมกับตั้งข้อสงสัยว่าในเมื่อบริสุทธิ์ใจแล้ว สาวมิน จะรีบลบรูปในอินสตาแกรมทำไมเมื่อมีกระแสข่าวเกิดขึ้น ดูท่าชักจะยังไม่จบง่ายๆ ซะแล้วสิ!! ขอขอบคุณภาพจาก IG minpechaya, เพจ ใต้เตียงดารา, pantip.com มิน พีชญา มิน พีชญา มิน พีชญา มิน พีชญา มิน พีชญา

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

บ้านอยู่แล้วไม่ดี อยู่แล้วจน มีลักษณะเป็นอย่างไร
บ้านอยู่แล้วไม่รวย /  ปลูกบ้านตามหลังฮวงจุ้ย / 

บ้านแบบไหนอยู่แล้วดี หรือห้ามสร้างหรือมีสิ่งของเหล่านี้อยู่ในบ้าน ถ้ามีจะทำให้ บ้านอยู่แล้วไม่ดี อยู่แล้วไม่รวย เพื่อนๆ ควรนำข้อห้ามเหล่านี้ไปพิจารณา หรือข้อควรระวัง ตามหลักของฮวงจุ้ย มีด้วยกันมากมายหลายประการ ซึ่งเพื่อนๆ เองก็ไม่ควรที่จะมองข้ามนะคะ บ้านอยู่แล้วไม่ดี อยู่แล้วไม่รวย มีลักษณะเป็นอย่างไร รั้วบ้าน : รั้วทำหน้าที่ช่วยกักเก็บพลังมิให้รั่วไหล และยังช่วยคุ้มครองป้องกันภัยมิให้ถูกบุคคลภายนอกรุกล้ำ การไม่มีรั้วบ้าน หรือรั้วบ้านโปร่ง เตี้ย มีความสูงต่ำไม่เท่ากัน หรือสูงมากเกินไป จะทำให้ผู้อยู่อาศัยมีฐานะตกต่ำยากจน ความสูงของประตูรั้ว ประตูรั้วจะต้องมีความสูงเสมอกับขอบกำแพง จะสูงกว่ากำแพงไม่ได้ เพราะมิฉะนั้นจะทำให้ผู้อยู่อาศัยมีการทำมาหากินที่ฝืดเคือง เงินทองร่อยหรอ รั้วบ้านมีช่องเปิด : ช่องเปิดที่ผนังรั้วจะทำให้พลังในพื้นที่บ้านรั่วไหล มีผลให้ทุกด้านของชีวิตอ่อนแอลงไป และถ้าฮวงจุ้ยอื่นๆ ของบ้านไม่ค่อยจะดีด้วยแล้วก็จะมีผลกระทบต่อฐานะทางการเงินทำให้จนเร็วขึ้น สีของกำแพงบ้าน : รั้วที่ดีต้องทาสีให้ดูสวยงามจึงจะช่วยเสริมฮวงจุ้ยให้กับผู้อยู่อาศัย การไม่ทาสีให้กำแพงรั้ว หรือปล่อยให้สีที่ทาหลุดร่อน หรือเก่าทรุดโทรม จะทำให้ผู้อยู่อาศัยไม่มีโชคลาภ และการทำมาหากินตกต่ำเสื่อมถอย สีเข้มโดยเฉพาะสีดำ สีน้ำเงิน หรือสีฟ้า เป็นสีต้องห้ามที่ไม่ให้ใช้เป็นสีกำแพง เพราะเป็นอัปมงคลที่จะทำให้ผู้อยู่อาศัยมีความเสียหาย การเงินมีค่าใช้จ่ายมากกว่ารายได้ และเงินทองรั่วไหล กำแพงรั้วมีความขรุขระ มีส่วนแหลมคมเป็นปุ่มปมตะปุ่มตะปั่ม : จะทำลายพลังที่ผ่านเข้าบ้านเกิดความเสียหาย ส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยต้องพบกับปัญหาและอุปสรรคในการทำมาหากิน มีรายได้น้อย มีรายจ่ายมากและยากจน บนกำแพงรั้วมีเหล็กดัดปลายแหลมหันแทงเข้าในบ้าน : จะทำให้ผู้อยู่อาศัยเกิดเรื่องเดือดร้อนและเสียเงินเสียทองอยู่บ่อยๆ หรือรั้วมีลวดลายที่เป็นอัปมงคล เช่น เป็นลวดลายแหลมคมหรือเป็นลายเครื่องหมายคูณ จะทำให้ผู้อยู่อาศัยมีปัญหาทางการเงินและยากจน พื้นที่บ้านมีความสูงกว่าถนนนอกบ้านมากเกินไป : จะทำให้พลังจากถนนนอกบ้านเคลื่อนตัวเข้าสู่ในเขตบ้านได้ลำบาก เป็นเหตุให้บ้านขาดพลัง ผู้อาศัยในบ้านลักษณะเช่นนี้จะพบกับความสำเร็จในชีวิตและการงานได้ยาก และขัดสนเรื่องเงินทอง ถนนในบ้านที่ต่อจากประตูมีความขรุขระตะปุ่มตะปั่มไม่ราบเรียบ หรือมีลวดลาย :  โดยเฉพาะเป็นลายที่มีความแหลมคมหรือเป็นรูปกากบาท จะทำให้พลังเคลื่อนผ่านเข้าบ้านได้ยาก พลังเสียหายและติดขัด ผู้อยู่อาศัยจะพบกับปัญหาและอุปสรรคนานาประการในชีวิต การทำมาหากินฝืดเคือง ธุรกิจการงานตกต่ำเสียหาย และสูญเสียทรัพย์สินเงินทอง ศาลพระภูมิตั้งอยู่ชิดประตูรั้ว : ตามปกติการตั้งศาลพระภูมิที่ถูกต้อง ควรตั้งอยู่ทางด้านฝั่งขวามือของพื้นที่บ้าน (เมื่อยืนหันออกไปหน้าบ้าน) แต่มีข้อห้ามในการตั้งคือ ห้ามตั้งศาลพระภูมิใกล้ชิดติดกับประตูรั้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ติดชิดกับขอบถนนที่ต่อจากประตูรั้วเข้าบ้าน เพราะในวิชาฮวงจุ้ยถือว่าศาลพระภูมิเป็นธาตุไฟ ที่จะทำให้พลังที่ผ่านเข้ามา ทางประตูรั้วถูกทำลาย เป็นเหตุให้ผู้อยู่อาศัยในบ้านขาดพลังทำให้ชีวิตตกต่ำ มีอุปสรรคและปัญหา เกิดความเดือดร้อนวุ่นวาย และการเงินเสียหาย ข้างประตูรั้ว ข้างประตูหน้า หรือริมขอบถนนที่จะเดินเข้าประตูบ้าน :  ไม่ควรปลูกต้นจั๋ง พืชตระกูลปาล์ม ต้นหมาก หรือต้นไม้ที่มีหนามแหลมคม เพราะต้นไม้เหล่านี้เป็นพิฆาตต่อพลังที่ผ่านเข้ามาในบ้าน ทำให้ผู้อยู่อาศัยมีฐานะไม่ดี การเงินรั่วไหล ประตูรั้วบ้านตั้งตรงและประจันกับประตูรั้วของเพื่อนบ้าน : จะทำให้การทำมาหากินมีรายได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น และถ้าประตูรั้วของเพื่อนบ้านมีขนาดที่ใหญ่กว่าประตูรั้วของเรา หรือประตูรั้วทั้งสองตั้งตรงกัน แต่ขอบประตูหรือเสาประตูตั้งขบกัน จะยิ่งส่งผลให้เกิดปัญหา มีรายได้น้อยมากยิ่งขึ้น รวมถึงคนในบ้านจะเจ็บป่วย และประสบอุบัติเหตุบ่อย ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : thaihomeonline.com - บ้านอยู่แล้วรวย อยู่แล้วดี มีลักษณะเป็นอย่างไร - ฮวงจุ้ยบ้าน 10 ลักษณะ บ้านแบบไหนอยู่แล้วจน - ฮวงจุ้ย ปรับบ้านให้เฮงกับ อ.คฑา ชินบัญชร

สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ มอบทุนการศึกษาให้เด็กและเยาวชน ประจำปี ๒๕๕๙
ทุนการศึกษา /  สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ มอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชน ประจำปี ๒๕๕๙ สานต่อการให้ไม่สิ้นสุด ก้าวสู่อนาคตการศึกษาอย่างมั่นคง นายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นประธาน ในพิธีมอบทุนการศึกษา ให้แก่เด็กและเยาวชนบนพื้นที่ของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ณ ห้องประชุมเทเวศร์ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์  สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ มอบทุนการศึกษาให้เด็กและเยาวชน ประจำปี ๒๕๕๙ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ได้เล็งเห็นถึงการพัฒนาและให้ความสำคัญกับการ ขยายโอกาสด้านการศึกษาของเด็กและเยาวชนบนพื้นที่ของสำนักงานทรัพย์สินฯ ให้มีโอกาสได้รับการพัฒนาการเรียนรู้ด้วยการมอบทุนการศึกษาเป็นประจำทุกปี นับตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ เป็นต้นมา อีกทั้งยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักเรียนทุนการศึกษา ชุมชน และสำนักงานทรัพย์สินฯ อีกด้วย ซึ่งในปีนี้ มีนักเรียนทุนการศึกษาในส่วนกลาง จำนวน ๕๐๕ ราย ส่วนภูมิภาค จำนวน ๒๖๔ ราย และทุนการศึกษาแบบเต็มจำนวน (Full Scholarship) จำนวน ๑๙ ราย รวมทั้งสิ้น จำนวน ๗๘๘ ราย ทั้งนี้ สำนักงานทรัพย์สินฯ ได้มีการจัดกิจกรรม “เปิดประสบการณ์การเรียนรู้กับสำนักงานทรัพย์สินฯ” (ค่ายนักเรียนทุน) ซึ่งในปีนี้ได้จัดขึ้นเป็นปีที่ ๙ โดยเริ่มกิจกรรมตั้งแต่วันที่ ๑๘-๒๑ เมษายน ๒๕๕๙ ณ แหล่งเรียนรู้ ในสถานที่สำคัญต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร อันเกี่ยวเนื่องกับประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนพระราชกรณียกิจ ต่างๆของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย อาทิ นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ และพระที่นั่งวิมานเมฆ เป็นต้น มีนักเรียนทุนการศึกษาของสำนักงานทรัพย์สินฯ และมูลนิธิสำนักงานทรัพย์สินฯ เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น ๒๕๘ ราย เป็นการส่งเสริมให้นักเรียนทุนการศึกษาของสำนักงานทรัพย์สินฯ ได้เรียนรู้และ น้อมนำแนวคิด หลักการใช้ชีวิตตามรอยพระราชจริยวัตรและพระราชดำริ มาเป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาตนเอง และนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ได้อย่างเหมาะสม น.ส.ภัทราภรณ์ จตุรทิศ (ฟ้าใส) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ โรงเรียนนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ เผยว่า “การเป็นเด็กทุนการศึกษาของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ทำให้ชีวิตของหนูและครอบครัวเปลี่ยนไปมากค่ะ ทำให้หนูรู้สึกว่าตัวเองเป็นเยาวชนที่มีศักยภาพ มีความเป็นผู้นำ นอกจากนี้ทุนการศึกษาที่หนูได้รับ ได้สร้างโอกาสให้หนูได้ไปศึกษาต่อที่ประเทศฮังการี ในโครงการเอเอฟเอส ซึ่งข้อสอบเป็นข้อเขียนภาษาอังกฤษทั้งหมด มีคำถามข้อหนึ่งถามว่า ทำไมทางโครงการต้องเลือกหนูเป็นนักเรียนทุนไปศึกษาต่อต่างประเทศ หนูตอบว่าเพราะหนูเป็นนักเรียนทุนของสำนักงานทรัพย์สินฯ การได้ไปศึกษาต่อต่างประเทศครั้งนี้ จะทำให้หนูได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ นำมาพัฒนาประเทศไทยได้ ต่อจากนี้หนูจะตั้งใจเรียนให้สูงที่สุด ควบคู่ไปกับการเป็นคนดีของสังคม เพราะคนเก่งสามารถพัฒนาสังคมได้ แต่คนดีจะสามารถนำพาความเจริญรุ่งเรืองมาสู่สังคมได้ตลอดไปค่ะ” น.ส.จุฑามาศ สกุลไทย (มายด์) นักศึกษาชั้นปีที่ ๑ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เผยว่า “หนูมีโอกาสคัดเลือกเข้ารับทุนการศึกษาของสำนักงานทรัพย์สินฯ จากการทำโครงงานช่วยเหลือสังคม จากการประกวดโครงการเธอคือแรงบันดาลใจ ปีที่ ๔ ของมูลนิธิสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ “โครงการจิตอาสาสร้างค่านิยมใหม่ ก้าวพ้นภัยยาเสพติด” เป็นผลงานและกิจกรรมที่ช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหนูไม่เคยนึกถึงสิ่งตอบแทนใดๆ แต่จากความตั้งใจของหนูที่ผู้ใหญ่ทางสำนักงานทรัพย์สินฯ มองเห็น จึงได้หยิบยื่นโอกาสให้หนูได้รับทุนการศึกษา ดีใจและภูมิใจมากๆ ค่ะ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหนูได้ทำโครงงานคุณธรรมช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่อง และได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นสภาสังคมสงเคราะห์ ปี ๕๗ รางวัลเยาวชนคนเก่งสมเด็จพระเทพฯ และรางวัลเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ ปี ๕๘ ซึ่งโครงการเธอคือแรงบันดาลใจ เป็นเหมือนสะพานที่ทำให้หนูได้ต่อยอดโอกาสดีๆ ในหลายๆ ด้าน หนูรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและหนูจะตั้งใจเรียนนำทุนนี้ไว้ศึกษาต่อโดยไม่ต้องกู้เรียน ถือเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระคุณพ่อคุณแม่อีกทางหนึ่ง ซึ่งท่านต่างภาคภูมิใจที่หนูเป็นเด็กดีขยันเรียนและรู้จักช่วยเหลือคนอื่น ๆ อีกด้วย” น.ส.ณัฐกานต์ ศรีด้วง (มายด์) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย จ.ลำปาง เผยว่า “คุณพ่อคุณแม่ประกอบอาชีพค้าขายอยู่บนตลาดสำนักงานทรัพย์สินฯ จ.ลำปาง ค่ะ จึงทำให้หนูได้มีโอกาสในการเข้ารับทุนการศึกษา รู้สึกดีใจและภูมิใจมากๆ ค่ะ ที่ได้รับทุนการศึกษาสำนักงานทรัพย์สิน ส่วนพระมหากษัตริย์ หนูได้นำความสามารถพิเศษทางด้านกีฬาว่ายน้ำมาคัดเลือกค่ะ เพราะหนูคิดว่านอกเหนือจากการเรียนดี ประพฤติดี ความสามารถพิเศษจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ทำให้เราได้รับเลือกโอกาสดีๆ ซึ่งหนูจะนำเงินทุนที่ได้เก็บไว้ศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย และส่วนหนึ่งแบ่งไว้เป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว สำหรับกิจกรรมเปิดประสบการณ์การเรียนรู้กับสำนักงานทรัพย์สินฯ ทำให้หนูได้รับความรู้ในหลายๆ ด้าน ที่สามารถนำมาพัฒนาตนเองและสังคมให้เกิดประโยชน์ได้ค่ะ” ด.ช.อิษฎา เกตทอง (อิท) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนกีฬาจังหวัดตรัง จ.ตรัง เผยว่า “ผมมีพี่น้อง ๓ คน ตัวผมเองเป็นคนที่ ๑ ครับ การได้รับทุนการศึกษาในครั้งนี้ผมดีใจมาก เพราะผมมีความฝันว่าอยากจะพัฒนาประเทศของเราให้เจริญรุ่งเรือง คุณพ่อคุณแม่ท่านก็เป็นกำลังใจบอกให้ผมทำเต็มที่ และทุนที่ได้รับผมจะเก็บไว้สำหรับศึกษาเล่าเรียนต่อไปในอนาคต ส่วนความรู้ที่ได้ผมจะนำมาพัฒนาชุมชน เหมือนอย่างรุ่นพี่ตัวอย่างในชุมชนของผมเค้าตั้งใจเรียน เป็นนักกีฬาของจังหวัด และยังทำประโยชน์เพื่อชุมชนด้วยนอกจากนี้ผมจะเป็นตัวอย่างทีดีให้น้องๆ ได้เดินตามรอยทั้งในด้านการเรียนและเป็นคนดีของสังคมต่อไปครับ” น.ส.ทิตาวีร์ พันธุ์ศรีบัณฑิต (โจดี้) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนสตรีวัดระฆัง เผยว่า “ครอบครัวหนูประกอบอาชีพค้าขายอยู่บนพื้นที่ของสำนักงานทรัพยิ์สินฯ จึงได้รับการติดต่อจากทางชุมชนว่ามีการสมัครสอบคัดเลือกทุนของสำนักงานทรัพย์สินฯ หนูจึงได้เข้ามาสอบ พอทราบว่าได้ทุนดีใจมากๆ ค่ะ เพราะฐานะทางบ้านหนูมีฐานะพอมีพอกิน การได้รับทุนการศึกษาในครั้งทำให้หนูสามารถช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวได้เป็นอย่างมาก และจะเก็บไว้เพื่อใช้ในการศึกษาต่อให้สูงที่สุด สำหรับกิจกรรมเปิดประสบการณ์การเรียนรู้กับสำนักงานทรัพย์สินฯ ทำให้หนูได้รู้ถึงพระราชกรณียกิจและพระราชจริยวัตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้สึกรักประเทศไทยและเข้าใจถึงประวัติศาสตร์ไทยเพิ่มมากขึ้น อยากเป็นกำลังใจให้พี่ๆ น้องๆ ที่อยู่บนพื้นที่สำนักงานทรัพย์สินฯ ทุกคน ขอให้ตั้งใจเรียนและเป็นคนดีของสังคม แล้วจะได้รับโอกาสดีๆ แบบหนูค่ะ” ทุนการศึกษาของสำนักงานทรัพย์สินฯ มีส่วนช่วยให้นักเรียนทุนการศึกษาได้ฝึกฝนตนเองในด้านความเป็นผู้นำ การทำงานเป็นทีม รู้จักเสียสละและแบ่งปันซึ่งกันและกัน รวมไปถึงการพัฒนาตนเองด้านสังคม สู่การสร้างเครือข่ายเยาวชนจากการร่วมทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ เพื่อสร้างคุณภาพขั้นพื้นฐานด้านการศึกษาให้มั่นคง สู่การสร้างคนคุณภาพแก่สังคมโดยรวมต่อไป

หงจินเป่า เป็น บอดี้การ์ด! ในตัวอย่างล่าสุด The Bodyguard แตะไม่ได้ ตายไม่เป็น
The Bodyguard /  ฉีเคอะ / 

หงจินเป่า เป็น บอดี้การ์ด! ในตัวอย่างล่าสุด The Bodyguard แตะไม่ได้ ตายไม่เป็น หากใครกำลังนึกอยากชมภาพยนตร์บู๊แอคชั่นในแบบฉบับหนังฮ่องกงแล้วล่ะก็ The Bodyguard แตะไม่ได้ ตายไม่เป็น คืออีกหนึ่งภาพยนตร์ที่จะเข้ามาแก้ความอยากในอีกไม่นานนี้ครับ ยิ่งไปกว่านั้นความพิเศษของภาพยนตร์เรื่องนี้คือการรวมดารานำของฮ่องกงไว้แน่นเอี้ยด ประเดิมด้วยนักแสดงหลักผู้คร่ำหวอดวงการภาพยนตร์ศิลปะการต่อสู้อย่าง หงจินเป่า เป็นทั้งผู้กำกับ กำกับคิวบู๊ และนักแสดงนำ พร้อมด้วย หลิวเต๋อหัว รับบทนำและเป็นผู้อำนวยการสร้าง ตามขบวนด้วย ฉีเคอะ ผู้กำกับชื่อดัง เม๊าะเจี๊ยะ และ ซื่อเทียน สองนักแสดงตลกแอคชั่น ต่อด้วย หยวนเปียว หยวนหัว หยวนชิว หยวนถิง และ หยวนเป่า ปิดท้ายด้วยนักแสดงรุ่นใหม่ เอ็ดดี้ เผิง เฝิงเส้าเฟิง และ หูจุน อีกหนึ่งภาพยนตร์ที่แฟน ๆ ดาราฮ่องกงไม่ควรพลาด The Bodyguard แตะไม่ได้ ตายไม่เป็น ว่าด้วยเรื่องราวของบอดี้การ์ด รับบทโดย หงจินเป่า ที่วางมือจากวงการมานาน และเริ่มทุกข์ทรมานจากภาวะสมองเสื่อม กระทั่งบอดี้การ์ดได้พบกับเด็กสาวและได้เป็นเพื่อนต่างวัยกัน เหตุไม่คาดฝันได้เกิดขึ้น เมื่อพ่อของเด็กผู้หญิงคนนี้ รับบทโดย หลิวเต๋อหัว เข้าไปพัวพันกับแก๊งอาชญากรรม พ่อและเด็กสาวหายตัวไป ทำให้บอดี้การ์ดผู้วางมือต้องกลับมายกมือขึ้นสู้อีกครั้งเพื่อช่วยสองพ่อลูกนี้ให้ได้ ร่วมพิสูจน์ฝีมือระดับตำนานของหงจินเป่า 12 พฤษภาคมนี้ในโรงภาพยนตร์

ละครเหยี่ยวรัตติกาล , เรื่องย่อเหยี่ยวรัตติกาล
เหยี่ยวรัตติกาล /  ละครเหยี่ยวรัตติกาล / 

เหยี่ยวรัตติกาล ละครเหยี่ยวรัตติกาล ละครช่อง7 บทประพันธ์โดย : นอร์แมน วีรธรรมกำกับการแสดงโดย : อนุวัฒน์ ถนอมรอดผลิตโดย : บริษัท กันตนา มูฟวี่ทาวน์ จำกัดออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางช่อง 7 สี เหยี่ยวรัตติกาล เรื่องย่อเหยี่ยวรัตติกาล เรื่องราวของผู้หญิงสาวสวยคนหนึ่ง ที่ได้รับพรจากสวรรค์ เหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์พันปี ที่ร่ำลือกันว่ามีพลังพิเศษ จนสามารถเปลี่ยนให้เธอกลายเป็นฮีโร่สาวเหนือมนุษย์ใดใด ย้อนไปเมื่อเด็กหญิงราตรี หรือน้องไนท์ อายุ 5 ขวบ ลูกสาวตำรวจมือสะอาด รอง อ.ธ.ศักดิ์สิทธิ์ (โอ๋-ฐาปกรณ์) กับรัตนา (ตุ๋ย-นวลปรางค์) ภริยานายตำรวจ ราตรีเกิดตอนเที่ยงคืน ของวันที่ 12 เดือน 12 พอดี จึงได้ชื่อนี้และชื่อเล่นว่าไนท์ วันหนึ่งศักดิ์สิทธิ์กับรัตนาพาราตรีไปเที่ยวหัวหิน ระหว่างทางกลับบ้านเด็กหญิงได้เห็นแสงสีทองสะท้อนเข้าตา ราตรีจึงร้องทัก เมื่อพ่อแม่เพ่งดูปรากฏว่าเป็นแดดที่สะท้อนจากหลังคาวัดแห่งหนึ่งรัตนาบอกให้ศักดิ์สิทธิ์แวะไหว้พระก่อนกลับ ระหว่างที่เข้าไปกราบพระในโบสถ์ ในระหว่างที่รัตนากับศักดิ์สิทธิ์กำลังสนทนาธรรมกับพระเจ้าอาวาส เด็กหญิงราตรีก็หายตัวไป รัตนาตกใจพารีบออกไปตามหา พบว่าราตรีกำลังคุยเล่นกับลุงคนหนึ่ง ซึ่งหลวงพ่อบอกว่าชื่อลุงมายง เป็นคนทิเบตที่มาอาศัยอยู่ที่วัดนี้ไม่มีพิษมีภัยอะไร แต่รัตนาก็ยังไม่วายเป็นห่วงลูกสาว ตอนกลับมาถึงบ้านรัตนายิ่งแปลกใจเมื่อเห็นที่คอของราตรีมีสร้อยเหรียญรูปเหยี่ยวห้อยอยู่ ศักดิ์สิทธิ์ดูจึงรู้ว่าน่าจะเป็นของลุงมายงที่วัด เพราะชาวทิเบตนับถือเหยี่ยวกันมาก รัตนาบอกให้เอาไปคืน แต่ศักดิ์สิทธิ์กลับว่าลุงมายงน่าจะแอบให้เพราะรู้ว่าถ้าให้กับพ่อแม่คงไม่ยอมรับเพราะเป็นเหรียญที่มีค่าและดูท่าราตรีจะชอบสร้อยอันนี้ด้วย หากกลับเอาไปคืนวันนี้ลุงคงจะเสียใจ ค่อยหาโอกาสเอาไปคืนในวันหลังจะดีกว่า ยามค่ำคืนในห้องนอนราตรี เหรียญรูปเหยี่ยวที่คอของเด็กน้อยก็เรืองแสงขึ้นมา แล้วเหรียญนั้นก็ค่อย ๆ หายไปในร่างของราตรี ในขณะที่ราตรีหลับใหลอย่างไม่รู้สึกตัว รุ่งเช้าศักดิ์สิทธิ์พบว่าสร้อยนั้นไม่ได้อยู่ที่คอราตรีแล้วแต่ก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร เพราะคิดว่าราตรีคงซุกซนทำตกหายไป จนกระทั่งทุกคนลืมเรื่องราวของเหรียญรูปเหยี่ยวไป 15 ปีผ่านไป.. ราตรี (จั๊กจั่น-อคัมย์สิริ) จบการศึกษาสาขานิติศาสตร์ จบแล้วได้ทุนไปเรียนต่อกฎหมายระหว่างประเทศที่อเมริกาจนจบโทจึงเดินทางกลับมาเมืองไทย ศักดิ์สิทธิ์ตอนนี้ได้เป็นรองอธิบดีกรมตำรวจ ราตรีกลับมาทำงานเป็นทนายอิสระช่วยว่าความช่วยเหลือคนจน ราตรีมีเพื่อนเก่าชื่อ นุชนาถ (เตย-กัญญกร) เป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ฉบับเล็ก ๆฉบับหนึ่ง ชื่อ อธิปไตย นสพ.ถูกฟ้องร้องจาก นายสมศักดิ์ ตระกูลวงศาเจริญยิ่ง นักธุรกิจมาเฟียคนหนึ่ง ซึ่งนุชนาถลงข่าวว่ามีส่วนพัวพันกับธุรกิจผิดกฎหมายและหลบเลี่ยงภาษีรวมทั้งกว้านซื้อที่นาจ้างคนทำนาให้กับบริษัทต่างชาติที่หนุนหลังอยู่ นุชนาถได้ติดต่อมาให้ราตรีช่วยว่าความให้..ด้วยความฉลาดของราตรีทำให้นุชนาถ หลุดจากคดี ทำให้สมศักดิ์นักธุรกิจมาเฟียโกรธแค้นมาก นุชนาถพาราตรีไปกินข้าวฉลองความสำเร็จ ระหว่างที่นุชนาถขับรถมาส่งราตรีก็ถูกรถตู้ปาดหน้า มีมือปืน 4-5 คนออกมาจากรถยิงสาดด้วยปืนกล นุชนาถถูกกระสุนทรุด ยามคับขันราตรีเอาร่างบังร่างของนุชนาถไว้ กระสุนถูกร่างของราตรีทั้งตัว ทันใดนั้นก็มีแสงจ้าสาดออกมาจากร่างของราตรี พวกมือปืนต่างตกใจ แสงสว่างจ้าจนมองอะไรไม่เห็น ทันใดนั้นก็มีเสียงเหมือนเหยี่ยวร้อง.. และมีเงาดำปรากฏ พวกมือปืนสาดกระสุนปืนเข้าใส่เสียงดังสนั่นหวั่นไหว..แต่แล้วเงาดำก็วูบเข้ามา กลายเป็นเสียงพวกมันร้องโหยหวนแทน ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดสนิท ละครเหยี่ยวรัตติกาล ผู้กองเซนต์ (วิน-ธาวิน) มาตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ต้องแปลกใจเมื่อเจ้าหน้าที่รายงานว่า พบศพของคนร้าย 5 คน แต่ละคนมีแผลเหวอะหวะที่คอหอยเหมือนถูกกรงเล็บของสัตว์ปีก กำลังส่งไปให้ผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์ว่าเป็นกรงเล็บของสัตว์ชนิดใด ที่โรงพยาบาล นุชนาถอยู่ในห้องพักฟื้น มีอาการบาดเจ็บจากกระสุนสองสามแห่ง แต่ปลอดภัยแล้ว ราตรีนั่งเฝ้าอยู่ข้าง ๆ ครู่หนึ่งนุชนาถก็รู้สึกตัว นุชนาถบอกว่าเห็นทีตนจะต้องปิดหนังสือพิมพ์เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง และครอบครัว ราตรีบอกว่าขอให้เปิดต่อไป โดยที่ตัวเองจะรับผิดชอบทั้งหมดเอง เพราะตนเองก็ต้องการต่อสู้กับพวกที่มีอิทธิพลพวกนี้เช่นกัน ในที่สุดนุชนาถก็ตกลง ผู้กองเซนต์มาดักรอราตรีที่โรงพยาบาล เพื่อสอบปากคำว่าราตรีรอดมาได้อย่างไร และเห็นอะไรบ้าง ราตรีบอกว่าตนเองก็จำไม่ได้ คงเป็นเพราะโชค และสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองมากกว่า สุดท้ายเซนต์อาสาไปส่งราตรี ระหว่างทางเซนต์ถามถึงนุชนาถว่าเป็นอย่างไรบ้าง ราตรีเล่าว่านุชนาถกลัวมากจนจะปิดหนังสือพิมพ์แต่ตัวเองขอสานต่องานทั้งหมด เซนต์เตือนราตรีให้ระวังตัว อย่างไรก็ตาม เซนต์ให้นามบัตรราตรีไว้ และบอกว่าตนเองก็ไม่ชอบระบบคอรัปชั่น และพยายามที่จะกำจัดพวกมาเฟียเช่นกัน ถ้ามีอะไรที่จะช่วยได้ก็ขอให้ราตรีโทรหาตน ราตรีกล่าวขอบคุณและหวังว่าเซนต์เป็นตำรวจที่ดีอย่างที่คุยไว้ ราตรีถึงคอนโด ก็สำรวจร่างกายตนเองเพราะแปลกใจเหมือนกันที่รอดมาได้ พอดีได้รับโทรศัพท์จากพ่อ รองศักดิ์สิทธิ์ถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยความเป็นห่วง และบอกให้ราตรีไปหาโดยเร็วที่สุด ราตรีรับปากว่าจะไปหาแต่เช้า รุ่งเช้าราตรีไปหาพ่อแม่ที่บ้าน หลังจากนั้นพ่อก็พาราตรีขึ้นไปห้องพระ และถามถึงเรื่องเหยี่ยวที่เป็นข่าว ราตรีบอกว่าจำเหตุการณ์อะไรไม่ได้เลย ในที่สุดพ่อก็เล่าเรื่องเหรียญเหยี่ยวที่ราตรีได้รับเมื่อตอนเด็ก ๆ รองศักดิ์สิทธิ์สันนิษฐานว่าเหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์มาช่วยราตรี ราตรีไม่ค่อยอยากจะเชื่อนัก พ่อจึงพาราตรีไปหาหลวงพ่อเจ้าอาวาสที่วัดหัวหิน ซึ่งเป็นอาจารย์ที่นับถือ เมื่อหลวงพ่อได้พบกับราตรีก็ทักทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น โดยที่ศักดิ์สิทธิ์ยังไม่ทันได้เล่าเรื่องเหรียญเหยี่ยว หลวงพ่อยังบอกอีกว่าราตรีได้รับพลังของเหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์ เมื่อใดที่ราตรีระลึกถึงพลังของเหยี่ยวก็จะทำให้ร่างกายของราตรีมีพลัง สามารถทนทานต่ออาวุธทุกชนิด มีชั้นเชิงในการล่าหรือต่อสู้กับศัตรูเยี่ยงเหยี่ยว ประสาทสัมผัสเยี่ยงเหยี่ยว มีสัญชาติในการได้ยินได้เห็นเยี่ยงเหยี่ยว และที่สำคัญถ้าราตรีเชื่อมั่น ก็สามารถบินได้เหมือนเหยี่ยว เหมือนกับว่าราตรีเป็นเหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์ตามตำนานของชาวทิเบตที่มีมาช้านาน ราตรีฟังแล้วคาดไม่ถึง ส่วนรองศักดิ์สิทธิ์กลับพยักหน้าเชื่อ และให้ราตรีตั้งสมาธินำพลังของเหยี่ยวมาใช้เพื่อป้องกันตัวเอง และปราบพวกอธรรมอย่างที่ราตรีตั้งใจไว้ ราตรีรับปากว่าจะลองทำทุกอย่างเพื่อให้เกิดขึ้นจริงอย่างที่ท่านอาจารย์กล่าว ผู้กองเซนต์ ละครเหยี่ยวรัตติกาล ช่อง7 ราตรีจัดแถลงข่าวที่นุชนาถถอนตัวจากหนังสือพิมพ์และตนจะรับหน้าที่แทน ทั้งนี้เพื่อให้คนร้ายเลิกยุ่งกับนุชนาถ และที่สำคัญเพื่อให้นุชนาถและครอบครัวปลอดภัย ข่าวที่นุชนาถถอนตัวจากหนังสือพิมพ์ ทำให้สมศักดิ์ สะใจที่จัดการกับนุชนาถได้ และคิดว่าบรรณาธิการคนใหม่คงจะได้รับบทเรียนแล้ว และคงไม่กล้ายุ่งกับตนอีก นายสมศักดิ์ถูกเรียกตัวไปประชุมกับนักธุรกิจอีก 10 คน โดยมี นายพิเชษฐ์ (บี๋-สวิช) นักธุรกิจที่มีหน้ามีตาในสังคมเป็นหัวหน้าใหญ่ พิเชษฐ์บรรยายแผนให้ทุกคนขยายเครือข่ายไปทุกจังหวัดแทรกแซงเข้าหน่วยราชการ และส่งคนเข้าพรรคการเมือง เป้าหมายคือควบคุมการดำเนินการทางธุรกิจทุกอย่างของประเทศ สุดท้ายพิเชษฐ์ตำหนิว่าสมศักดิ์ทำงานโดยพละการ ทำให้กลายเป็นเป้าหมาย ข่าวใหญ่เป็นที่จับตามองของสังคม และกฎหมายซึ่งจะทำให้เป็นภัยต่อองค์กร และเตือนให้ทุกคนอย่าเอาเยี่ยงอย่างสมศักดิ์ สมศักดิ์ยืนยันว่าตนสามารถควบคุมทุกอย่างให้อยู่ในกำมือได้แน่นอน หลังจากราตรีเข้าคุมหนังสือพิมพ์ สองวันต่อมาราตรีก็ลงข่าวการถูกยิงของนุชนาถ ซึ่งมีรายชื่อสมศักดิ์เกี่ยวข้องอยู่ด้วย ทำให้สมศักดิ์โกรธมากที่ตกเป็นเป้าสังคม และทางการจึงคิดกำจัดราตรี เซนต์สนใจราตรีตั้งแต่แรกเพราะความสวยของราตรี จึงหาเรื่องมาที่สำนักพิมพ์บ่อย ๆ อ้างเรื่องการสอบสวนเพิ่มเติม และมาเตือนว่านายสมศักดิ์อาจหาทางเล่นงานราตรีแบบที่เล่นงานนุชนาถมาแล้ว ราตรีรับฟังและขอบคุณที่เซนต์มีน้ำใจ เช้าวันหนึ่งราตรีตื่นแต่เช้าแล้วขับรถมุ่งหน้าไปบ้านพักในต่างจังหวัดซึ่งเป็นบ้านของรองศักดิ์สิทธิ์ ที่สร้างไว้เพื่อพักผ่อน และอยู่ลึกเข้าไปจากถนนห่างไกลผู้คน ราตรีไปถึงแล้วเริ่มนั่งสมาธิเรียกพลังเหยี่ยวอย่างที่พ่อลองบอก เมื่อสมาธิเข้าที่ทันใดก็รู้สึกได้ยินเสียงรอบตัวสารพัดเสียง สายตาเหมือนมองเห็นทุกอย่างที่ตนคิดอยากจะเห็น ราตรีลองนึกถึงสมศักดิ์ดู ก็เห็นภาพสมศักดิ์กำลังสั่งมือปืนให้กำจัดตน ราตรีเกิดโมโห ร่างของราตรีค่อย ๆ ลอยขึ้นมาจากพื้นโดยไม่รู้ตัว...พอลืมตาขึ้นก็เห็นตัวเองลอยอยู่กลางอากาศ ราตรีจึงลองนึกว่าตนเองบินได้ ปรากฏว่าร่างของราตรีลอยพุ่งออกหน้าต่างไปอยู่เหนือหลังคาบ้าน ราตรีทดลองร่อนไปมาดูก็ทำได้ดังใจ วันหนึ่งสมศักดิ์ได้รับจดหมายฉบับหนึ่งว่าตนเองมีความผิดฐานสั่งการให้สังหารชีวิตของคู่แข่ง และผู้ที่เป็นอริกับตนหลายครั้งหลายหน ต้องได้รับกรรมที่ก่อไว้ด้วยชีวิต ลงชื่อ เหยี่ยวรัตติกาล สมศักดิ์โกรธ และจัดงานแถลงข่าวทันที โดยเอาจดหมายให้นักข่าวดู แก้ไขความผิดตน พร้อมท้าทายว่าตนพร้อมที่จะลุยกับเหยี่ยวรัตติกาลได้ทุกเวลา คืนหนึ่งสมศักดิ์ออกจากงานเลี้ยงและแวะไปที่ตึกทำงานของตน แต่พอจอดรถหน้าตึกก็เห็นเงาร่อนอยู่เหนือตึก พวกมือปืนต่างรีบพาสมศักดิ์เข้าไปในตึก แต่พอขึ้นไปถึงที่ทำงานต้องตกใจเมื่อพบกับร่างหญิงสาวในชุดหนัง ใบหน้ามีหน้ากากอำพรางเห็นแต่นัยน์ตาที่คมกริบดุจพญาเหยี่ยว พวกมือปืนต่างสาดกระสุนเข้าใส่ แต่ร่างในชุดหนังพุ่งออกหน้าต่างหายไป พวกมือปืนรีบพานายหนี แต่แล้วร่างในชุดหนังก็พุ่งกลับเข้ามาทางกระจกสาดกระสุนเข้าใส่พวกมือปืน ต่อสู้ด้วยชั้นเชิงที่คล่องแคล่วว่องไว จนเหลือแต่สมศักดิ์คนเดียว หญิงในชุดลึกลับกล่าวคำอำลาแล้วจบชีวิตชั่วของสมศักดิ์มาเฟียลงในที่สุด ก้องเกียรติ ละครเหยี่ยวรัตติกาล ช่อง7 รุ่งขึ้นภาพของหญิงชุดดำใส่หน้ากากลอยลงจากยอดตึกลงสู่พื้นปรากฏอยู่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์อธิปไตย จับภาพได้โดยเหยี่ยวข่าวสาวคนดังคนล่าสุดของเมืองไทย คือราตรีภายในมีข่าวของสมศักดิ์เสียชีวิตในสำนักงานและพบนามบัตรของเหยี่ยวรัตติกาลอยู่บนศพของสมศักดิ์ มีข้อความว่า จุดจบของผู้ที่คิดร้ายต่อแผ่นดิน กองทัพนักข่าวต่างปรากฏตัวที่สำนักงานหนังสือพิมพ์อธิปไตย เพื่อรอสัมภาษณ์ราตรี ราตรีให้สัมภาษณ์ว่าตนได้ติดตามพฤติกรรมของนายสมศักดิ์อยู่ และก็ได้เห็นเหยี่ยวรัตติกาลปรากฏตัวจึงมีโอกาสได้เก็บภาพไว้ โดยไม่รู้รายละเอียดอะไรอีกเลย เซนต์มาหาราตรีชวนไปนั่งทานกาแฟ และขอสอบถามเรื่องเหยี่ยวรัตติกาล ราตรีปฏิเสธและกล่าวเป็นเชิงชมว่าดีใจที่มีเหยี่ยวรัตติกาลออกมากวาดล้างผู้มีอิทธิพล เซนต์ยิ้มบอกว่าตนก็เห็นด้วย จนใจที่ตัวเองเป็นกฎหมาย จึงได้รับคำสั่งให้สืบสวนและตามจับตัวเหยี่ยวรัตติกาลมาให้ได้ หลังจากนั้นเป็นต้นมาก็มีข่าวของเหยี่ยวรัตติกาลช่วยเหลือคนที่ถูกทำร้าย ปล้น รังแก อยู่อย่างไม่ขาดสาย บางครั้งก็มีภาพลง แน่นอนย่อมเป็นหนังสือพิมพ์อธิปไตยของราตรี โดยฝีมือของราตรีเท่านั้น จึงเป็นที่มาของข่าวซุบซิบว่าราตรีมีส่วนรู้เห็นกับคดีที่เกิดขึ้นโดยฝีมือของเหยี่ยวรัตติกาล..ซึ่งราตรีก็ปฏิเสธและอ้างว่าตนเป็นนักข่าวที่ทำงานหนักคอยเฝ้าคอยติดตามเรื่องนี้ ช่วยไม่ได้ที่นักข่าวคนอื่น ๆไม่มีความสามารถพอที่จะได้ภาพเหยี่ยวรัตติกาล เพราะเหตุที่หนังสือพิมพ์อธิปไตยลงข่าวและรูปของเหยี่ยวรัตติกาลอยู่ตลอดเวลา ทำให้คนทั่วไปรวมทั้งชาวบ้านในต่างจังหวัดทุกหนทุกแห่งเมื่อได้รับความเดือดร้อนหรือถูกรังแกจากผู้มีอิทธิพล ก็จะส่งจดหมายเข้ามาลงที่หนังสือพิมพ์อธิปไตย เพื่อหวังว่าจะส่งสารไปถึงเหยี่ยวรัตติกาลให้มาช่วยเหลือ หลังจากที่บทความขอความช่วยเหลือได้ลงหนังสือพิมพ์อธิปไตย ต่อมาก็มีข่าวว่าเหยี่ยวรัตติกาลปรากฏตัวปราบพวกเหล่าร้ายพวกนั้นจนราบคาบ สร้างความกลัวให้พวกคนร้าย และยิ่งทำให้คนส่งสารผ่านมาทางหนังสือพิมพ์อธิปไตยมากขึ้น พิเชษฐ์กดดันให้ทางการปิดหนังสือพิมพ์อธิปไตยเพราะทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายผู้คนแตกตื่น แต่ราตรีก็แก้ต่างจนหลุดคดีความจนได้ การตายของสมศักดิ์ ทำให้พิเชษฐ์สั่งหน่วยงานของตนให้ระวังตัว ทำงานกันอย่างรอบคอบมากยิ่งขึ้น แต่สุดท้ายแล้วหน่วยงานของสรสินก็ถูกบุก หัวหน้าหน่วยถูกเก็บ เครือข่ายที่อยู่ต่างจังหวัดถูกทำลายด้วยฝีมือของเหยี่ยวรัตติกาล ทำให้พิเชษฐ์โกรธแค้นอย่างยิ่ง สั่งเพิ่มกำลังและป้องกันอย่างเต็มที่ ภายใต้หน้ากากองนักธุรกิจตัวอย่าง เป็นบุคคลดีเด่นที่สังคมยอมรับ สังคมไม่มีใครรู้ว่าพิเชษฐ์ซ่อนความชั่วร้ายไว้มากมาย จั๊กจั่น ละครเหยี่ยวรัตติกาล เซนต์ และราตรีต่างก็สืบสวน และหาทางเปิดโปงนายสรสินให้สังคมได้รู้หน้ากากที่แท้จริง โดยมีผู้ช่วยเซนต์ชื่อ ก้องเกียรติ (หลุยส์ เฮสดาร์สัน) และผู้ช่วยของราตรีชื่อ อีท (แจม-ปาณิชดา) คอยช่วยเหลือการกระชากหน้ากากของพิเชษฐ์และกระบวนการ แต่สังคมส่วนใหญ่ถูกปิดหูปิดตาด้วยเงินที่นายพิเชษฐ์หว่านลงไปอย่างไม่อั้น โดยใช้เงินจากการรีดไถผูกขาดค้ากำไรเอาเปรียบคนอื่นแทบทั้งสิ้น แม้ว่าเหยี่ยวรัตติกาลจะปราบปรามทำลายหน่วยงานต่าง ๆ ของนายพิเชษฐ์ลงไปมากมายแต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งเครือข่ายของนายพิเชษฐ์ได้ จริงอยู่ที่เหยี่ยวรัตติกาลสามารถจบชีวิตของนายพิเชษฐ์ได้ แต่ก็เชื่อว่าต้องมีตัวแทนมาสานต่อขบวนการชั่วของมัน มีทางเดียวคือต้องเปิดโปงให้สังคมได้รู้ความจริงเท่านั้น เมื่อสังคมรู้ความจริงนายพิเชษฐ์หมดสภาพ ขบวนการของนายพิเชษฐ์ต้องพังพินาศลงอย่างแน่นอน เซนต์ และราตรีได้ใช้เวลาร่วมกันหาความจริงจนสนิทสนมมีใจต่อกัน และต้องเผชิญกับอันตรายร่วมกันหลายครั้งจากพวกมือปืนของพิเชษฐ์ทำให้ยิ่งมีความรู้สึกลึกซึ้งต่อกันมากขึ้น..ปัญหาก็คือเหยี่ยวรัตติกาล แม้ว่าเหยี่ยวรัตติกาล จะได้เผชิญหน้ากับเซนต์ และช่วยเหลือเซนต์ให้รอดพ้นจากมือปืนของพิเชษฐ์หลายครั้ง จนเซนต์เองก็ชื่นชมเหยี่ยวรัตติกาลไม่น้อย แต่ก็ไม่สามารถจะหยุดยั้งผู้บังคับบัญชา หรือหน่วยงานอื่นที่จ้องจะจับเหยี่ยวรัตติกาลให้เลิกตามล่าได้ พิเชษฐ์เองเมื่อได้รับความเดือดร้อนจากเหยี่ยวรัตติกาลรวมทั้งข่าวลือที่ว่าเหยี่ยวรัตติกาลมีพลังที่ลึกลับ ถึงกับส่งคนไปตามหาคนที่มีความรู้เรื่องเหยี่ยวมาจากทิเบตเพื่อมาปราบเหยี่ยวรัตติกาล ซึ่งได้พบอาจารย์ผู้มีวิชาหลายอย่าง ทั้งสะกดจิต บังคับจิตคนให้เห็นในสิ่งต่าง ๆ นานา จนกลายเป็นคนบ้าคลั่งขาดสติได้ สรสินจึงให้อาจารย์ผู้นี้ใช้วิชากำจัดศัตรูของตนด้วยไปในตัว ละครเหยี่ยวรัตติกาล เหยี่ยวรัตติกาลออกตามเรื่องและได้มีการเผชิญหน้ากันหลายครั้งกับอาจารย์ผู้นี้และมีการต่อสู้ผลัดกันรุกผลัดกันรับ ฝีมือสูสีกินกันไม่ลง อย่างไรก็ตามเวลาผ่านไป ด้วยการสืบสวนของเซนต์ และราตรีก็พบหลักฐานการโยกย้ายเงินที่เกี่ยวข้องกับพิเชษฐ์ซึ่งโยงใยถึงเครือข่ายต่าง ๆ ของพิเชษฐ์รวมถึงหลักฐานการรับเงินจากต่างประเทศ จนกระทั่งพิเชษฐ์ถูกเปิดโปง สรสินให้อาจารย์ใช้วิชากำจัดผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อปกปิดความลับของตนแต่ครั้งนี้เหยี่ยวรัตติกาลตามประกบติด จนในที่สุดก็ซ้อนแผนสามารถกำจัดอาจารย์ผู้นี้ได้ ในที่สุดพิเชษฐ์ก็ได้รับโทษ ถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต เซนต์ กับราตรีเปิดโปงเส้นทางการเงินที่มาจากต่างประเทศ และผู้ที่อยู่เบื้องหลังจนเส้นทางการเงินพิเชษฐ์ถูกปิดเครือข่ายล่มสลายทั่วประเทศ เมื่อสังคม บ้านเมืองกลับมาสงบ เหยี่ยวรัตติกาลคงไม่ได้ออกมาปรากฏตัวอีกนาน หลังงานสำเร็จสามารถจัดการกับคนชั่วคอรัปชั่นได้ เซนต์กับราตรีต่างฉลองความสำเร็จร่วมกันรวมทั้งทีมงานคนอื่น ๆ ที่ร่วมต่อสู้ฝ่าฟันกันมาด้วยกัน ทั้งทีมตำรวจของ เซนต์ ผู้ช่วยมือขวาของเซนต์คือก้องเกียรติ และทีมงานของ ราตรี และอีทผู้ช่วยคนสวยของราตรี ที่ตอนนี้ปิ๊งกันกับก้องเกียรติเรียบร้อยแล้ว เช่นเดียวกับความรักของเซนต์กับราตรีที่หวานชื่นและดำเนินต่อไป แต่มีอีกอย่างหนึ่งที่ยังคงคาใจของเซนต์ และทุกคนก็คือ เหยี่ยวรัตติกาล ติดตามชม ละครเหยี่ยวรัตติกาล ได้เร็ว ๆ นี้ทางช่อง 7 สี รายชื่อนักแสดวนำใน ละคร เหยี่ยวรัตติกาล อคัมย์สิริ สุวรรณศุข รับบท ราตรี ธาวิน เยาวพลกุล รับบท เซนต์ หลุยส์ เฮสดาร์ซัน รับบท ก้องเกียรติ ปาณิชดา แสงสุวรรณ รับบท อีท สวิช เพชรวิเศษศิริ รับบท พิเชษฐ์ อนิสา นูกราฮา รับบท เรวดี กัญญกร พินิจ รับบท นุชนาถ ฐาปกรณ์ ดิษยนันทน์ รับบท รอง อ.ธ.ศักดิ์สิทธิ์ นวลปรางค์ ตรีชิต รับบท รัตนา พัฒนะ พันธุ์เทวะ รับบท พีท ทองขาว ภัทรโชคชัย รับบท อาจารย์บาตง ตรีวรัตถ์ ชุติวัฒน์ขจรชัย รับบท ทัช กฤษณ์ ไตรรัตน์ รับบท ซาเอะ ช่อง7 ละครเหยี่ยวรัตติกาล ละครเหยี่ยวรัตติกาล ละครเหยี่ยวรัตติกาล จั๊กจั่น ละครเหยี่ยวรัตติกาล จั๊กจั่น

แฟนคลับมิจฉาชีพ อ้างพ่อแม่ป่วย โร่ขอรับเงินบริจาค
18 มงกุฎ /  แฟนคลับ / 

กลับมาประจำการแฉเรื่องฉาวอีกครั้ง สำหรับอาทิตย์นี้ เจ๊หว่าง...ออนไลน์ จะมาแฉพฤติกรรมร้ายๆ ของแฟนคลับบางคน เจ๊ขอเน้นนะคะว่า #บางคน ที่ทำตัวเป็นมิจฉาชีพ อ้างโน้น อ้างนี่เร่ขอเงินบริจาค จุดนี้รับรองว่าเรื่องที่เจ๊จะมาเล่าวันนี้ #มีความฉาว ไม่แพ้เรื่องไหนๆ แน่นอน ถ้าพร้อมแล้วเจ๊จะเริ่มแฉ ณ บัดนี้.... เรื่องของแฟนคลับชั่วๆ ที่ต้องบอกต่อๆ กันไป เพื่อให้แฟนคลับโลกสวยเชื่อคนง่ายได้รู้ว่าโดนต้มโดนตุ๋น กับไอ้พวกแฟนคลับที่เป็นมิจฉาชีพสายโจร ที่หาช่องทางเรี่ยไรเงินด้วยการไปสิงตามกลุ่มแม่ยกแฟนคลับที่อายุมากๆ แล้วไปเป็นพรายกระซิบแอบอ้างว่าดาราคนนี้จะไปทำบุญที่นั่นที่นี่อีก 2-3 วัน ใครอยากทำบุญก็เอาเงินมาให้กับตนได้ ซึ่งงานนี้แฟนคลับหลายๆ คนก็เชื่อสนิท เพราะมิจฉาชีพกลุ่มนี้จะชอบแอบส่องเฟซบุ๊ก ไอจี แฟนเพจของดารา-นักแสดง ว่าจะไปทำบุญหรือเลี้ยงวัดเกิดอะไรยังไงที่ไหน แฟนคลับมิจฉาชีพกลุ่มนี้ก็จะแคบหน้าจอไปบอกแฟนคลับคนอื่นๆ ว่าตนเองจะไปช่วยงานนี้ แฟนคลับหลายๆ คนก็หลงเชื่อสนิท และฝากเงินไปทำบุญ แต่สุดท้ายเงินทำบุญก็เข้ากระเป๋าแฟนคลับชั่วๆ กลุ่มนี้ บางคนถึงขั้นลงทุนอ้างว่าพ่อแม่ป่วยกำลังจะตาย ต้องการเงินรักษาหลายหมื่นบาท และจะกลับบ้านต่างจังหวัดไปอยู่ดูแลพ่อแม่ที่กำลังป่วย แถมยังกล้าโชว์รูปพ่อแม่ตัวเองที่กำลังป่วย แต่ทุกๆ คนหารู้ไม่ว่ารูปพ่อแม่ที่แฟนคลับชั่วๆ รายนี้นำมาโชว์ ไม่ใช่รูปพ่อแม่ของตัวเอง แต่เป็นรูปคนแก่นอนป่วยตามโรงพยาบาล ที่แฟนคลับชั่วๆ ลงทุนไปถ่ายมาเอง แล้วเอามาอ้างว่าเป็นพ่อแม่ตัวเอง แม้แต่ตัวดาราก็ยังเชื่อสนิท ถึงขั้นมีการระดมเงินช่วยเหลือกันยกใหญ่ สุดท้ายเงินก้อนนี้ก็ตกเป็นของคนชั่วๆ รายนี้ โดยที่ไม่มีใครสงสัยอะไรเลย นอกจากนี้เรื่องการวางกระเป๋าก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่แฟนคลับโดนมานักต่อนัก เพราะคิดว่าเอากระเป๋ามากองๆ ไว้รวมกัน ทรัพย์สินคงจะไม่มีทางหายแน่นนอน เพราะจิตใจทุกคนต้องการมาหาดาราที่ตนเองรัก ความเชื่อใจของแฟนคลับด้วยกันเอง ก็มักจะคิดว่าทุกคนต้องมาดี ไม่มีใครเป็นโจรแน่นอน แต่หารู้ไม่ว่าบางคนเป็นพวก 18 มงกุฎ เข้ามาสิงเป็นแฟนคลับ เพราะต้องการฉกชิงทรัพย์สินของแฟนคลับโดยเฉพาะ ไหนจะโทรศัพท์มือถือ จะกล้อง จะเลนส์ ที่แพงเว่อร์วังอลังการ ของพวกนี้นี่ละที่พวกโจรมันชอบนักแล ยังไงถ้าแฟนคลับคนไหนได้มาอ่านเรื่องที่เจ๊หว่างบอกกล่าวเอาไว้ ก็วานบอกต่อๆ กันไปหน่อยแล้วกัน เพราะมันยังมีนอกเหนือจากที่เจ๊หว่างยังไม่ได้บอกกล่าวไว้อีกเยอะ เพราะพวก 18 มงกุฎเล่ห์เหลี่ยมมันมีกันเป็นร้อยๆ สูตร ต๊าย...ตาย คนสมัยนี้น่ากลัวขึ้นทุกวัน ระวังเถ๊อะ! ซักวันกรรมจะตามสนอง

ละครคลื่นชีวิต , เรื่องย่อคลื่นชีวิต
คลื่นชีวิต /  ละครคลื่นชีวิต / 

ละครคลื่นชีวิต ละครช่อง3 คลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย : กรุง ญ ฉัตรกำกับการแสดงโดย : อำไพพร จิตต์ไม่งงผลิตโดย : บริษัท ละครไท จำกัดควบคุมการผลิตโดย : หทัยรัตน์ อมตวณิชย์ออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครคลื่นชีวิต ช่อง3 เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต ความสุขในวัยเด็ก คือสิ่งชโลมใจยามเรามีความทุกข์ เพราะเราจะได้รู้สึกว่า เราเคยผ่านความผาสุกในชีวิตมาแล้ว จีราวัจน์ (อุรัสยา เสปอร์บันต์) ดาราสาวที่เข้าวงการและมีชื่อเสียงด้วยฝีมือการแสดงและข่าวฉาวกับหนุ่มทั้งนอกและในวงการ รวมทั้งนิสัยพูดตรง ถ้าไม่ผิด ก็พร้อมกล้าท้าชนโดยไม่สนใจหน้าไหน จนโดนใครต่อใครตราหน้าว่าจีราวัจน์เป็นผู้หญิงแรง กร้านโลก และง่าย! แต่ใครจะกล่าวว่าเธอยังไง ไม่ทำให้จีราวัจน์เจ็บเท่ากับถูก คุณหญิงจริยา แม่แท้ ๆ ที่ไม่เคยดูแลเธอปล่อยเธอเติบโตตามมีตามเกิด เชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงใจแตก! แต่นั่นยังไม่ทำให้เธอหมดศรัทธากับคำว่า แม่ ของจริยา เท่ากับคืนที่จีราวัจน์โดน สิทธา (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) เจ้าของบริษัททอสังหาริมทรัพย์ สามีคนใหม่ของจริยา ผู้กระหายอำนาจ เงินทองและโลกีย์ สั่งลูกน้องวางยานอนหลับเพื่อหมายข่มขืนจีราวัจน์ แต่จีราวัจน์ก็หนีมาได้ และเมื่อจีราวัจน์บอกเรื่องนี้กับจริยาแทนที่จริยาจะเข้าข้างและปกป้องเธอ แต่จริยากลับเข้าข้างสิทธา จริยานั้นรู้สันดานของสิทธาดี แต่เธอยังทำอะไรสิทธาไมได้ เพราะสิทธาคือคนที่ให้เงิน และอำนาจกับเธอ สิทธาคือคนที่ทำให้ผู้หญิงไร้การศึกษา มีชีวิตอยู่ในสลัม ที่มีแค่ความสวยติดตัว จึงเร่ขายความสวยให้ความสำราญผู้ชาย เธอจึงได้โลดแล่นขึ้นมาเป็นคุณหญิงใจบุญเบอร์หนึ่งของสังคม ที่ใคร ๆ ต่อใครนับหน้าถือตา จริยารู้ดีว่าจีราวัจน์มองเธอเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัว ทะเยอทะยาน หน้าเงิน แต่ที่จริยาดิ้นรนถีบตัวเองขึ้นมาถึงตรงนี้ ก็เพื่อให้ชีวิตเธอ และจีราวัจน์สบาย แม้วันนี้จีราวัจน์เกลียดเธอ ...แต่จริยาเชื่อว่าวันหนึ่ง... จีราวัจน์ต้องเข้าใจ ละครคลื่นชีวิต ญาญ่า หมากปริญ สำหรับจีราวัจน์ ...สิ่งที่เธอต้องการ ไม่ใช่ชีวิตดีงามบนหน้าหนังสือพิมพ์อย่างที่จริยาต้องการ แต่สิ่งที่เธอต้องการคือความรัก ปมเดียวในหัวใจของจีราวัจน์ที่เธอโหยหาย แต่เธอไม่เคยได้ โดยเฉพาะวันที่เกิดเหตุการณ์นั้น ถึงแม้จีราวัจน์จะหนีจากเงื้อมมือสิทธามาได้ แต่เพราะฤทธิ์ยานอนหลับ ทำให้ระหว่างที่จีราวัจน์ขับรถหนีอย่างสุดชีวิต ต้องกลายเป็นฆาตกรโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อรถของจีราวัจน์ชนร่าง ติวดี (พริมา พันธ์เจริย) เต็ม ๆ จนติวดีไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในเวลาต่อมา!! แต่เพราะฤทธิ์ยานนอนหลับทำให้จีราวัจน์หลับและเบลอจนไม่รู้เรื่องติวดี ภายใต้การดูแลของ ดารากา (ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์) เพื่อนสินทตั้งแต่มัธยม ซึ่งเป็นคนเดียวที่จีราวัจน์ติดต่อพูดคุยด้วยตลอด พอจีราวัจน์กลับจากเมืองนอก จีราวัจน์จึงขอให้ดารากามาอยู่ด้วยกัน ดารากาเต็มใจอยู่กับ จีราวัจน์ เพราะความรัก และความสนิทที่ทั้งสองมีด้วยกันมาเกือบ 20 ปี ทำให้ดาราการู้ดีว่า จีราวัจน์หว้าเหว่ แสนเหงา ต้องการใครสักคนเป็นเพื่อน และกว่าจีราวัจน์จะรู้ว่าติวดีเสียชีวิต ก็หลังจากที่ฤทธิ์ยานอนหลับสร่าง เมื่อจีราวัจน์รู้สึกตัว คนกล้าทำกล้ารับอย่างเธอ พร้อมไปรับความผิดกับตำรวจ แต่มันสายเกินไป เพราะ สุกี้ (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ) นักปั้นดารามือทอง ผู้เป็นทั้งคนชักนำเธอเข้าวงการและเป็นผู้จัดการดูแลเธอ ได้จัดการส่งสเตฟาน คนขับรถคนสนิทประจำตัว รับสารภาพผิดกับตำรวจว่าเป็นคนขับรถชนติวดีแทนเธอ โดยสุกี้ยอมเสี่ยงโกหกกับสังคมเพื่อแลกกับอนาคตทางการแสดงของจีราวัจน์ที่กำลังรุ่งเรือง ละครคลื่นชีวิต สุกี้คิดว่าการให้สเตฟานรับผิดแทนจีราวัจน์ จะทำให้เรื่องทุกอย่างจบง่าย ๆ แต่สุกี้คิดผิด เมื่อระหว่างที่ติวดีโดนจีราวัจน์ขับรถชน ติวดีกำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับ สาธิต (ปริญ สุภารัตน์) แฟนหนุ่มผู้เป็นทนายตงฉิน เชื่อว่าใครทำผิดต้องได้รับโทษ นั่นแหละความยุติธรรม! โดยสาธิตเป็นคนเดียวที่ได้ยินเสียงของจีราวัจน์พูดขอโทษติวดี นั่นทำให้เขาปักใจว่าคนที่ขับรถชนคนรัก ไม่ใช่สเตฟานแต่เป็นจีราวัจน์! สาธิตทำทุกวิถีทางพิสูจน์ให้คนทั้งสังคมเห็นว่าฆ่าตกรตัวจริงเป็นใคร โดยมี พ.ต.ต.พิเชษ เพื่อนตำรวจที่รู้จักในระหว่างร่วมงาน เป็นคนช่วยเหลือดูแลคดี โดยสาธิตมั่นใจว่าเขาสามารถลากตัวจีราวัจน์รับโทษอย่างที่เขาเคยส่งคนผิดเข้าคุกมาตลอดอาชีพทนาย แต่ครั้งนี้! สาธิตกลับเจอว่าความจริง พ่ายแพ้อำนาจเงิน! เมื่อหลักฐานทุกอย่างที่จะมัดตัวจีราวัจน์ได้ มันหายไปหมด! สาธิตไม่ยอมแพ้ที่จะหาทางลงโทษจีราวัจน์ แต่ทุกอย่างต้องหยุดลงเมื่อ นวดี (ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของติวดี แม่ครูของเหล่าเด็กกำพร้า เป็นคนขอร้องให้สาธิตหยุดอาฆาตแค้น นวดีไม่อยากให้สาธิตต้องจมอยู่กับความทุกข์ ที่เกิดจากความโกรธแค้นอีก รวมทั้ง พัฒนะ (สันติสุข พรหมศิริ) เจ้าของบริษัทผลิตละคร ที่จีราวัจน์กำลังแสดงละครอยู่ พัฒนะเป็นเพื่อนของพ่อของสาธิต และเปรียบเหมือนเป็นพ่อบุญธรรมของสาธิต เพราะหลังจากที่พ่อแม่ของสาธิตประสบอุบัติเสีย ชีวิตทั้งคู่ พัฒนะคือคนที่ส่งเสียและดูแลสาธิตจนเรียนจบเนติบัณฑิต! ฉะนั้นเมื่อพัฒนะขอให้สาธิตทำอะไร สาธิตพร้อมจะทำ รวมทั้งคำขอร้องที่แสนเฉือนหัวใจ ที่พัฒนะขอร้องให้สาธิตหยุดสืบหาหลักฐานเอาเรื่องจีราวัจน์ เพราะละครที่จีราวัจน์แสดงกำลังทำเงิน ถ้าจีราวัจน์ติดคุกจะมีผลทำให้บริษัทของพัฒนะเสียหาย จนกระทบกับหนี้สินของบริษัทด้วย ละครคลื่นชีวิต ในเมื่อผู้ใหญ่สองคนที่เขารักขอร้องให้เขาหยุด ละครคลื่นชีวิต แม้สาธิตไม่ต้องการหยุดฉีกหน้ากากของจีราวัจน์ แต่เขาต้องหยุด แต่ใครจะรู้ แม้สาธิตจะหยุดดำเนินคดีทางกฎหมายกับจีราวัจน์ แต่เขาไม่หยุดตามจองล้างจองผลาญจีราวัจน์ โดยสาธิตประกาศ ในเมื่อกฎหมายทำโทษจีราวัจน์ไม่ได้ เขาจะใช้กฎแห่งกรรมทำโทษจีราวัจน์เอง ด้านจีราวัจน์นั่นอยากเหลือเกินที่จะบอกสาธิตว่าเธอพร้อมรับผิด แต่เธอทำไม่ได้เพราะเธอต้องแบกความเป็นความตายของคนที่รวมโกหกช่วยเธออยู่ เธอเลือกไถ่โทษด้วยการดูแลนวดี แทนติวดีห่าง ๆ โดยมี ชยันต์ (หลุยส์ สก๊อต) ผู้กำกับฯ หนุ่มติสต์ชื่อดัง ซึ่งเคยเป็นรุ่นพี่สมัยมัธยมของจีราวัจน์ ผู้รักและหวังดีกับจีราวัจน์เสมอมา เพราะชยันต์รู้ว่าผู้หญิงที่แข็งกระด้างภายนอก แต่ภายในช่างแสนอ่อนแอ เขาจึงคอยช่วยเหลือส่งข่าวเรื่องนวดี เพราะชยันต์เป็นเพื่อนกับสาธิต ทำให้ชยันต์รับรู้เรื่องราวของนวดีจากสาธิตโดยตรง แต่ความช่วยเหลือของชยันต์ กลับยิ่งสร้างปัญหาให้จีราวัจน์ เมื่อ ปียากุล (จรินทร์พร จุนเกียรติ) ลูกสาวคนเดียวของพัฒนะ ผู้ควบคุมดูแลงานถ่ายละครภายในบริษัทของพัฒนะ และเป็นภรรยาซุปเปอร์โคตรขี้หึงของชยันต์ ได้ยินข่าวว่าเธอสนิทกับชยันต์มาก ทำให้ปียากุลใช้อำนาจหน้าที่การงานในมือเธอกลั่นแกล้งจีราวัจน์ แต่เพราะจีราวัจน์กำลังเป็นดาราทำเงินของพัฒนะ ทำให้พัฒนะออกตัวปกป้องจีราวัจน์ ทำให้ปียากุลไม่พอใจมาก ทำให้ปียากุลพาลระบายอารมณ์กับสาธิต ซึ่งเธอนับถือเหมือนพี่ชาย ทำให้สาธิตรับรู้ว่า นอกจากจีราวัจน์จะเป็นคนตลบแตลงสังคมว่าตัวเองไม่ใช่ฆาตกรแล้ว จีราวัจน์ยังเป็นผู้หญิงรักสนุกคั่วผู้ชายไม่ซ้ำหน้า แย่งผัวชาวบ้านไปกกได้อย่างหน้าไม่อาย!! ละครคลื่นชีวิต ยิ่งวันทีสาธิตพบจีราวัจน์สนิทสนมกับ เจตต์ (มาสุ จรรยางค์กุลดี) วิศวกรปิโตเลียมผู้มีชีวิตยู่กลางทะเล แต่เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน เขากลับขับรถชนจีราวัจน์ จนทำให้เขาหลงรักนางเอกสาว ซึ่งมันอาจไม่ใช่เรื่องที่สาธิตจะเอามาเป็นข้อเกลียดชังจีราวัจน์ ถ้าสาธิตไม่บังเอิญรู้เรื่องว่าดารากาเพื่อนรักของจีราวัจน์นั้นแอบชอบเจตต์อยู่จาก เจนจิรา (วันศิริ อ่องอำไพ) น้องสาวของเจตต์เจ้าของโรงเรียนที่ดารากาเป็นครูสอน ซึ่งสาธิตได้รู้จักกับเจจิราโดยบังเอิญ และเพราะเจนจิราเป็นคนคุยสนุก มองโลกในแง่ดี เหมือนติวดี ทำให้สาธิตสนุกที่ได้อยู่ร่วมกับเจนจิราโดยสาธิตไม่รู้ว่าความใกล้ชิดที่เขามอบให้เจนจิรานั้น ทำให้เจนจิราแอบชอบสาธิต ชีวิตของจีราวัจน์เจอปัญหาจากสาธิต ปียากุล สิทธา ยังไม่พอ ในเส้นทางสายงานบันเทิง เธอยังต้องเจอ พิม (โชติกา วงศ์วิลาศ) นางเอกจอมสร้างภาพว่าเป็นนางเอกแสนชื่อ แต่แท้จริงปากตลาด ทะเยอทะยาน ใฝ่สูง เคยเป็นอดีตดาราที่สุกี้ปั้นมากับมือ แต่พอดังแล้วก็แยกตัวออกจากสุกี้ ทำให้สุกี้ไม่พอใจพิมมาก หาว่าพิมเนรคุณ แต่พิมไม่แคร์ พิมคิดว่าสุกี้ได้เงินจากค่าตัวเธอเยอะแล้ว ไม่ถือว่ามีบุญคุณต่อกัน โดยตอนพิมออก พิมเอา ลูกน้ำ (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) อดีตเลขาลงสุกี้มาด้วย โดยพิมคิดว่าลูกน้ำทำงานกับสุกี้มานาน จะมี Connection กับเอเจนชี่จะผลักดันให้ความฝันก้าวสู่ การทำงานร่วมกับต่างชาติของเธอสมหวัง แต่เปล่าเลย ลูกน้ำไม่มีรู้จักใครเลย เป็นแค่คนปากกล้า อวดฉลาด แต่สมองกลวง ทำให้พิมเลี้ยงลูกน้ำไว้เป็นกันชนเวลาปะทะกับสุกี้ และเป็นคนหิ้วสัมภาระ รองมือรองเท้าตัวเองเท่านั้น! เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต และการโด่งดังของจีราวัจน์ ทำให้ชื่อเสียงที่กำลังลดฮวบของพิม ยิ่งลดลงไปอีก จากนางเอกเบอร์หนึ่งแทบจะเล่นเป็นนางรอง คนทะเยอทะยานอย่างพิมไม่ยอมรับสภาพอย่างนั้นง่าย ๆ เธอจึงยอมทำทุกอย่าง เพื่อกำจัดจีราวัจน์ไปจากเส้นทางของเธอ เพื่อให้เธอกลับมาเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง รวมทั้งหาลู่ทางเพื่อโกอินเตอร์ แม้แต่ยอมเอาตัวเข้าไปเป็นเมียน้อยของสิทธา เพื่อใช้อำนาจและเงินของสิทธา ปูทางโกอินเตอร์ให้ได้ หลายครั้งที่จีราวัจน์เหนื่อยกับการสู้รบกับความเกลียดชังที่ประเดประดังเข้ามาเหมือนคลื่นกระทบหาดทราย ละครคลื่นชีวิต แต่เธอก็ยังพอมีหลักให้ยึดอีกคน นั่นคือ ครูอารี ครูสอนร้องเพลงตั้งแต่ สมัยจีราวัจน์เรียนมัธยม ครูอารีคือคนที่เอื้ออารีข้าวและขนม เวลาที่จริยาออกไปขายตัว ปล่อยให้จีราวัจน์อยู่กับ ยายจัน ยายข้างบ้านที่มีอาชีพขายขนมจีน สมองไม่ค่อยดี ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ที่เคยเลี้ยงดูจีราวัจน์ พอยายจันออกไปตลาด จีราวัจน์ก็มาวิ่งเล่นบ้านครู ที่นี่เหมือนอีกโลกของจีราวัจน์ เป็นโลกที่สงบ ไม่ใช่โลกมายาที่เธอต้องยิ้มแม้ว่าในหัวใจร้องไห้ และการมาบ้านครูอารีครั้งนี้ ทำให้เธอรู้ว่าบ้านสวนถัดไปเป็นบ้านของนวดี จีราวัจน์หวังจะแอบไปดูความเป็นอยู่ของนวดีเพื่อจะช่วยเหลือ นั่นทำให้เธอเจอสาธิต จีราวัจน์ไม่อยากสู้รบกับสาธิตเพราะเธอรู้ตัวดีว่าผิด แต่สาธิตเหมือนเสือที่จ้องตะครุบเหยื่อ เมื่อเหยื่อเดินเข้ามาหา มีหรือที่เขาจะปล่อย สาธิตจงใจพูดจาแดกดันว่าเธอเป็นคนขี้ขลาด ทำผิดแล้วไม่กล้ารับผิด สาธิตเดินต้อนจีราวัจน์จนไปถึงริมคลอง นั่นเป็นครั้งแรกที่สาธิตเห็นความกลัวในแววตาของจีราวัจน์ ทำให้สาธิตรู้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่แทนที่สาธิตจะปราณีปล่อยเธอไป สาธิตกลับเดินกดดันจนจีราวัจน์ตกน้ำ แม้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่เธอไม่แม้แต่ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากใคร แม้แต่สาธิตที่ยืนมองเธอตะเกียกตะกายในน้ำอยู่ โดยสาธิตยื่นข้อเสนอให้เธออ้อนวอนร้องขอชีวิต แล้วเขาจะยอมช่วย แต่จีราวัจน์ไม่ยอมเอ่ยปาก จนกระทั่ง สีดา ลูกศิษย์สาวจอมก๋ากั่นของครูอารีมาช่วยไว้ทัน นั่นทำให้สาธิตได้เห็นอีกมุมนึงว่าจีราวัจน์เป็นคนรักศักดิ์ศรี ไม่ยอมอ่อนให้ใครง่าย ๆ เหมือนกัน สีดาพาจีราวัจน์กลับมาบ้านครูอารี พร้อมถามว่าใครเป็นคนทำจีราวัจน์ตกน้ำ จีราวัจน์ไม่อยากเอ่ยถึง เธอคิดแต่ว่ามันเป็นการชดใช้กรรมกับสิ่งที่เธอทำกับติวดี อย่างน้อยการที่สาธิตเห็นเธอเกือบตาย อาจทำให้สาธิตลดความโกรธ และเลิกยุ่งกับเธออีกก็ได้ แต่จีราวัจน์คิดผิด ละครคลื่นชีวิต เมื่อละครการกุศลของสมาคมคุณหญิงจริยามีอันต้องสะดุดลง เพราะนางเอกที่วางไว้เสียชีวิตลง ซึ่งก็คือติวดี ทำให้ต้องหานางเอกใหม่ซึ่งทุกคนลงความเห็นที่จีราวัจน์ แต่ก็เหมือนจะเป็นความจงใจของพระพรหม เมื่อผู้รับบทเป็นพระเอกคือสาธิต สาธิตไม่รักษามารยาทในการดูถูกและเหยียดหยามจีราวัจน์ต่าง ๆ นานา ด้านจีราวัจน์นั้น พยายามอดทนไม่อยากตอบโต้ แต่ชยันต์ไม่อาจทนเห็นสาธิตพูดจาดูถูกจีราวัจน์ได้ จึงเป็นคนออกโรงปกป้องแทนเธอ ทำให้สาธิตยิ่งตราหน้าว่าจีราวัจน์กำลังแย่งผัวคนอื่น แต่ดึกรีแรงแค้นของสาธิตต้องสะดุด เมื่อเขาได้เป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ ที่จีราวัจน์ใส่ใจ ในความเป็นความตายของยายจัน หากเขาก็ยิ่งย้ำใจให้แข็งขึ้นอีก เพราะถึงอย่างไรจีราวัจน์ ก็คือมือที่สามที่ทำให้ครอบครัวของชยันต์ต้องมีปัญหา ในงานศพยายจัน จีราวัจน์ถูกลอบยิง แต่เจตต์รับเคราะห์แทน แม้จะจับมือใครดมไม่ได้ แต่ในที่สุดชยันต์ก็ได้รู้ว่าเป็นฝีมือของปียากุล ชยันต์และปียากุลทะเลาะกันหนักขึ้นเรื่อย ๆ ชยันต์เห็นใจลูกจึงพยายามอดทนเสมอ แต่ครั้งนี้ปียากุลทำเกินไป ทำให้ชยันต์คิดว่าต้องทำอะไรตัดนิสัยเอาแต่ใจของปียากุลบ้าง จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอยู่กับปียากุล ปียากุลนั้นรักชื่อเสียงมาก เมื่อชยันต์ขอแยกกันอยู่ และมีข่าวออกหน้าบันเทิง ทำให้ปียากุลเครียด จนต้องไปฟูมฟายระบายกับสาธิต กล่าวหาว่าชยันต์ย้ายออกไป เพื่อไปอยู่กับจีราวัจน์ นักแสดงละครคลื่นชีวิต จีราวัจน์คือต้นเหตุทำให้ชีวิตครอบครัวของปียากุลพังพินาศ สาธิตมาจัดการจีราวัจน์แทนปียากุล แล้วเห็นจีราวัจน์ก็คอยดูแลเจตต์ เพราะต้องเจ็บตัวเพื่อตัวเอง ความสนิทสนมของจีราวัจน์กับเจตต์ทำให้ดารากาไม่พอใจ คิดว่าเพื่อนทรยศทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเธอแอบหลงรักเจตต์ จนกระทั่งทะเลาะกันใหญ่โต ถึงขั้นดารากาย้ายออกจากบ้านเพื่อน สาธิตตามมาสมน้ำหน้าจีราวัจน์ที่มั่วผู้ชายไม่เลือก แม้แต่แฟนเพื่อนก็ไม่เว้น จนสุดท้ายจีราวัจน์ก็ไม่เหลือใคร ชยันต์เข้ามาปลอบใจจีราวัจน์ว่าเธอยังมีเขา ชยันต์คอยเข้ามาประคับปคะคองจีราวัจน์ แต่ชีวิตที่เคยเป็นเด็กบ้านแตกสาแหรกขาด ทำให้จีราวัจน์ไม่อยากเป็นคนทำลายครอบครัวของชยันต์ แต่ชยันต์ปลอบจีราวัจน์ว่า ที่ครอบครัวของเขาจะพัง ไม่ใช่เพราะจีราวัจน์ แต่เป็นเพราะปียากุลกับเขาหมดความเข้าใจต่อกัน ในเมื่อชยันต์ไปกับปียากุลไม่รอด เขาก็อยากหยุดและเริ่มต้นใหม่กับจีราวัจน์ เรื่องย่อคลื่นชีวิต จีราวัจน์เคยผ่านชีวิตบอบซ้ำมา ทำให้จีราวัจน์รู้ว่าความหวังดีที่ชยันต์มีให้กับเธอ มันไม่ใช่ความรักอย่างที่ชยันต์พร่ำบอก มันเป็นแค่ความรู้สึกเห็นใจ เพราะแท้จริงในหัวใจของชยันต์รักปียากุลและเจ็บซ้ำกับสิ่งที่ปียากุลไม่ไว้ใจเขา ดังนั้นคนมีปัญหาอย่างชยันต์ มาเจอกับผู้หญิงที่เจอปัญหามาทั้งชีวิตอย่างเธอ มันจึงเกิดการคลิกกัน จีราวัจน์ขอให้ชยันต์ เป็นเพื่อนที่ดีอย่างเดิม อย่าให้มากกว่านั้นเลย แล้วกลับไปซ่อมแซมครอบครัวของชยันต์ ให้กลับมาสวยงามเหมือนเดิมดีกว่า แต่เคราะห์ของจีราวัจน์ที่จะทำให้สาธิตยิ่งเกลียดเธอ ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อจีราวัจน์รู้ว่าบ้านที่อาศัยอยู่นี้กำลังจะถูกธนาคารยึด จีราวัจน์สั่งสุกี้ให้จัดการเรื่องบ้าน จนเรื่องเข้าหูจริยา จริยาสั่งห้ามจีราวัจน์ไปยุ่งกับนวดีอีก เพราะตอนนี้รูปคดีออกมาว่าไม่มีหลักฐานมัดว่าจีราวัจน์ขับรถชน แต่ถ้าจีราวัจน์ดูแลนวดีมาก ๆ เพราะมันอาจทำให้สาธิตหาช่องโหว่เล่นงานจับจีราวัจน์เข้าคุกได้ จีราวัจน์เสียใจที่แม่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเองจนลืมคำว่ามนุษยธรรม ถ้าลูกของแม่โดนรถชน แม่จะอยู่เฉยไหม จริยาได้แต่ยืนนิ่งไม่ได้ตอบ การทะเลาะกันเสียงดังของจีราวัจน์กับจริยา ทำให้ ศิริลักษณ์ หัวหน้าแม่บ้านประจำบ้านของสิทธา ผู้มีนิสัยประจบสอพลอสิทธา และลึก ๆ หวังสบายเป็นเมียของสิทธา แต่สิทธาไม่เอา ทำให้ศิริลักษณ์อิจฉาและจงเกลียดจงชังจริยาและจีราวัจน์ เมื่อการทะเลาะของจริยากับจีราวัจน์รู้ถึงหูศิริลักษณ์ ศิริลักษณ์จึงไปบอกสิทธาว่าจีราวัจน์ต้องการเงิน ทำให้สิทธาเสนอเงินเธอโดยมีข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งจีราวัจน์รู้ดีว่าคืออะไร จีราวัจน์ตกลงเพราะเห็นถึงวิธีที่จะแก้เผ็ดอีกฝ่าย ในวันนัดจีราวัจน์แอบมอมยาสิทธา พร้อมเอาปืนจ่อหน้าสิทธาและข่มขู่ให้สิทธาเลิกยุ่งกับตัวเองอีกไม่อย่างนั้นเธอฆ่าสิทธาให้ตายตามกันแน่ แล้วจีราวัจน์ก็หนีออกมาจากโรงแรม โดยหวังว่าเรื่องราวยุ่ง ๆ จะจบลงสักที แต่เปล่าเลย เมื่อจีราวัจน์พบสาธิตที่ดักรออยู่ จากการแอบส่งข่าวของพิม ที่รู้ว่าสาธิตจ้องทำลายจีราวัจน์อยู่ พิมจึงเข้ามาตีสนิทกับสาธิต หวังจะยืมมือสาธิตทำลายจีราวัจน์ให้สิ้นซาก ละครคลื่นชีวิต แล้วภาพที่สาธิตเห็นจีราวัจน์เข้าโรงแรมกับสิทธาที่มีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงของจีราวัจน์ ยิ่งทำให้สาธิตขยะแขยงจีราวัจน์ โดยคิดว่าจีราวัจน์มั่ว เห็นแก่เงิน จนไร้ศีลธรรมใช้ผัวร่วมกับแม่ แต่แล้วความเชื่อที่สาธิตมีต่อจีราวัจน์ต้องเจอจุดเปลี่ยน เมื่อสาธิตจำต้องมาพัวพันกับความเลวของสิทธาจนได้ เพราะ เวทิต นักข่าวที่แอบส่งหลักฐานเอาผิดสิทธามาให้เขาก่อนตาย ทำให้สาธิตเริ่มตามสืบพฤติกรรมของสิทธา แล้วนั่นทำให้สาธิตได้เห็นว่าสิทธาชั่วร้ายขนาดไหน แล้วคนที่ตกเป็นเหยื่อของสิทธาไม่ใช่แค่เวทิต แต่เป็นจีราวัจน์ด้วย รวมทั้งจีราวัจน์ได้เข้ามาดูแลนวดี และดูแลเด็ก ๆ กำพร้าที่นวดีสอนหนังสือ และชยันต์ยังมาปรับความเข้าใจกับสาธิตว่าจีราวัจน์ไม่ยอมรับความรักของชยันต์ แต่จีราวัจน์กลับเป็นคนเตือนสติให้ชยันต์กลับไปง้อปียากุล ทำให้สาธิตได้เห็นว่าจีราวัจน์ ได้มีแค่ด้านร้าย แต่เธอยังมีมุมความดี และมีหัวใจที่บอบซ้ำ ไม่ต่างจากเด็กกำพร้าที่นวดีและเขาดูแลเลย ทำให้ความแค้นในใจของสาธิตเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสาร เข้าไปยุ่งกับชีวิตจีราวัจน์โดยไม่รู้ตัว นักแสดงละครคลื่นชีวิต ด้านจีราวัจน์ก็ได้รับรู้มุมอบอุ่นที่เกิดจากความเอาใจใส่ ดูแลด้วยความละเอียดอ่อนของสาธิต ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้จากใคร เป็นความรู้สึกที่เธอโหยหา จนทำให้จีราวัจน์แอบเผลอใจให้สาธิตโดยไม่รู้ตัว สองคนต่างมีความห่วงใยที่ไม่กล้าแสดงออกต่อกัน ละครคลื่นชีวิต จนกระทั่งสิทธามายุ่งเกี่ยวกับจีราวัจน์อีกครั้ง สาธิตออกตัวช่วยจีราวัจน์ให้รอดพ้นเงื้อมมือสิทธา และยังใช้หลักฐานที่ตัวเองได้จากเวทิตข่มขู่สิทธา เพื่อให้สิทธาเลิกยุ่งกับจีราวัจน์ จีราวัจน์อึ้งเมื่อเห็นว่าสาธิตช่วยเหลือตัวเอง โดยสับสนว่าสาธิตช่วยตัวเองทำไม สาธิตรู้สึกอะไรกันแน่ แต่สิทธามองอาการสาธิตออก สิทธารู้ว่าสาธิตกำลังตกบ่วงเสน่หาของจีราวัจน์ และดูเหมือนจีราวัจน์ก็มีใจให้สาธิตเช่นกัน ทำให้สิทธาคิดชั่ว ในเมื่อตัวเองไมได้จีราวัจน์มาครอบครอง ก็อย่าหวังว่าใครจะได้มีความสุขทั้งจีรัวัจน์และสาธิต ดังนั้นสิทธาจึงไปหาสาธิตที่สำนักงาน แล้วมอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เขาเคยส่งคนไปเก็บ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าจีราวัจน์คือคนขับรถชนติวดี เมื่อสาธิตเห็นหลักฐาน ความเจ็บปวดในอดีตจึงย้อนคืนกลับมา สาธิตได้แต่นั่งมองกองหลักฐานอย่างสับสนว่าเขาจะฟ้องเอาจีราวัจน์เข้าคุกหรือไม่ เรื่องสิทธาเอาหลักฐานไปให้สาธิตรู้ถึงหูจริยา จริยารีบไปหาสาธิตเพื่อเจรจาพร้อมเสนอเงินให้ ความเจ็บปวดในใจของสาธิต ทำให้สาธิตบอกจริยาไปว่า เขาจะยอมทำลายหลักฐาน ก็ต่อเมื่อจีราวัจน์เอาตัวมาแลก ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ความชั่วของสิทธายังไม่หยุดเท่านี้ มันเหมือนเสือที่คลั่ง จริงอยู่ที่จีราวัจน์เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา แต่คนอย่างสิทธาไม่เคยยอมให้ใครลูบคมได้ ถ้าประกาศว่าได้ มันต้องได้ สิทธาสั่งพิมให้หลอกล่อจีราวัจน์มาที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของเขา สิทธาวาดหวังจะข่มขืนจีราวัจน์บนเครื่องบิน เพราะไม่มีทางที่จีราวัจน์จะหนีรอดกรงเล็บเสือไปได้ จริยารู้เรื่องแผนการชั่วของสิทธา แม้จะรักเกียรติยศชื่อเสียง แต่หัวใจความเป็นแม่ไม่อาจปล่อยให้ชีวิตลูกตกนรกได้ เมื่อพิมหลอกจีราวัจน์ไปถึงเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของสิทธาได้ จีราวัจน์ดิ้นรนหนีจนไปเจอปืนของสิทธา สิทธาแย่งปืนกับจีราวัจน์ ทันใดนั้น กระสุนจากปากกระบอกปืนในมือของคุณหญิงจริยา ก็ยุติเรื่องเลวร้ายทั้งหมดลงในวินาทีนั้น เป็นครั้งแรกที่จีราวัจน์เข้าไปกอดแม่ จริยาเข้าไปกอดลูกพร้อมพร่ำบอกขอโทษ เป็นเพราะความโลภของตัวเอง ทำให้ชีวิตของจีราวัจน์ต้องเป็นอย่างนี้ เธอขอติดคุกเพื่อชดใช้กับความผิดที่เธอทำ แต่สิ่งหนึ่งที่จริยาอยากให้จีราวัจน์รู้ไว้ ว่าต่อให้เงินสำคัญสำหรับแม่ยังไง แต่เลือดเนื้อและหัวใจของลูกสำคัญกว่า นั่นทำให้หัวใจที่เย็นชาไร้ความรู้สึกของจีราวัจน์ได้รับรู้ความในใจของแม่ ละครคลื่นชีวิต คลื่นชีวิตของจีราวัจน์เหมือนจะกำลังสงบ แต่ยังมีพายุอีกหนึ่งลูก ที่กำลังรอพัดพาชีวิตของจีราวัจน์ให้ล้มลง เมื่อจริยาเอาเรื่องข้อเสนอของสาธิตไปบอกกับจีราวัจน์ เมื่อจีราวัจน์รู้เรื่องข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตแล้ว เธอจะทำเช่นไร จะยอมทำตามข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตหรือไม่ ชยันต์และปียากุลจะกลับมาคืนดีกันไหม เจตต์กับดารากาจะสมหวังกันหรือเปล่า และหัวใจรักของแม่ที่จริยากดเก็บไว้ ไม่เคยแสดงออกให้ลูกเห็น จริยาจะเลือกปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงของตัวเองหรือปกป้องลูก สุดท้ายเส้นทางความรักระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์ที่มีความแค้นขวางกั้นจะมีวันเกิดขึ้นได้หรือไม่ ต้องติดตามชมกันต่อได้ใน ละครคลื่นชีวิต ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต รายชื่อนักแสดงนำใน ละครคลื่นชีวิต ปริญ สุภารัตน์ รับบท สาธิต อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท จีราวัจน์ หลุยส์ สก๊อต รับบท ชยันต์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท ปียากุล ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท ดารากา มาสุ จรรยางค์กุลดี รับบท เจตต์ วันสิริ อ่องอำไพ รับบท เจนจิรา ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ รับบท สิทธา โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท พิม เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ รับบท สุกี้ ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับบท ลูกน้ำ พริมา พันธ์เจริญ รับบท ติวดี สันติสุข พรหมศิริ รับบท พัฒนะ ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท นวดี