ยายช่วยยาย

ม.ดังเรียกสอบแล้ว! 'นิสิตฆ่าแมว' สุดเหี้ยม อ้างเลาะกระดูกส่งอาจารย์
ฆ่าแมว /  นักศึกษาฆ่าแมว / 

ม.ดังเรียกสอบแล้ว! 'นิสิตฆ่าแมว' สุดเหี้ยม อ้างเลาะกระดูกส่งอาจารย์ โดนจวกไร้สำนึกโพสต์ถือโครงกระดูกแมว  จากกรณีกระแสดราม่าฆ่าแมวในโลกออนไลน์ บอกเล่าเรื่องราวนักศึกษาหนุ่มรายหนึ่งขโมยแมวคุณยายข้างบ้าน นำมาฆ่าเลาะเอากระดูกส่งอาจารย์ รวมถึงฆ่ากระต่ายอย่างโหดเหี้ยมทารุณ ด้วยการดึงคอออกจากลำตัวจนหัวขาด แม้เจ้าตัวจะออกมาแก้ต่างว่าสิ่งที่โพสต์เป็นการล้อเล่นเท่านั้น แต่ก็ยังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในขณะนี้ ล่าสุด อาจารย์ท่านหนึ่ง ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กว่า "เด็กเป็นดราม่าที่ฆ่าแมว ไม่ใช่เด็กของภาควิชานะคะ เขาเพียงมาลงเรียนวิชาของทางภาค และทางอาจารย์ไม่ได้ทราบว่าเขากระทำการเช่นนั้นกับสัตว์ อีกอย่างทางภาควิชาเราไม่เคยมีนโยบายเช่นนั้นนะคะ สัตว์ทดลองเราพูดกันเสมอว่าเป็นหนึ่งในอาจารย์ใหญ่ และต้องมีจรรยาบรรณในการใช้ ขอความกรุณาอย่าเข้าใจเด็กๆ และอาจารย์ในภาควิชาสัตววิทยาผิดเลยนะคะ" ด้านอาจารย์อีกท่านหนึ่ง  เผยว่า เพิ่งทราบเรื่องนี้ และยังไม่ทราบรายละเอียดข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร ซึ่งในวันนี้(8 ก.พ.) ทางคณะเกษตร และคณะวิทยาศาสตร์ ได้เรียกนิสิตคนดังกล่าวเข้ามาสอบสวนข้อเท็จจริง ทางคณะฯ จะมีการชี้แจงในลำดับต่อไป ชาวเน็ตแฉ-แชร์สนั่น! พฤติกรรม "นิสิตฆ่าแมว" สุดเหี้ยม อ้างทำรายงานส่งอาจารย์ จวกไร้สำนึกโพสต์ถือโครงกระดูกแมว จี้ ตรวจสอบด่วน  วันที่ 7ก.พ.59 โลกออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนักในกรณี แฟนเพจ “A call for Animal Rights” Walk Rally" ได้ออกมาเเฉภาพพฤติกรรมของนิสิตหนุ่มมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นภาพดังกล่าวถูกโพสต์ลงตั้งแต่วันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา ในลักษณะกำลังถือโครงกระดูกของแมว ที่เป็นรายงานส่งอาจารย์ โดยเพจระบุว่า ได้ฆ่าแมวของคุณยายข้างบ้านที่อ้างว่าขโมยมาและโกหกไปว่าแมวนั้นไปติดสัตว์ รวมทั้งยังฆ่ากระต่ายด้วยวิธีโหดร้ายสุดๆ พร้อมอธิบายข้อความเพิ่มเติมว่า A CALL >> เรียน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, รศ.อุทัยวรรณ ผู้สอนวิชา museum collection และรองหัวหน้าภาค อาจารย์อัญชนา โปรดตรวจสอบนิสิตภาควิชากีฏวิทยา(เรียนเกี่ยวกับแมลง)ผู้นี้ ซึ่งได้สารภาพการขโมยแมวยายข้างบ้านมา โดยโกหกคุณยายว่าแมวติดสัตว์ แล้วฆ่ามันด้วยยาพิษ ไม่ได้เพื่อการศึกษา แต่ทำเพื่องานอดิเรก โครงกระดูกโชว์ในพิพิธภัณฑ์ ทั้งยังมีการโพสรูป ซากกระต่าย พร้อมสารภาพในคอมเม้นต์ว่าฆ่าด้วยการ ดึงหัวออกจากคอ เพื่อทำงานอดิเรกนี้อีกเช่นกัน ที่สำคัญมีการคอมเม้นต์พูดคุยกับเพื่อนอย่างไม่มีความสำนึกผิด ทั้งยังแสดงความภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองทำลงไป จากรูปข้อความและคำสารภาพของนิสิตนี้ มีความผิดทางอาญา ข้อหาลักทรัพย์ ทำลายทรัพย์สิน และทารุณกรรมสัตว์ ขอให้ทางมหาลัยเกษตรศาสตร์ ได้มีการตรวจสอบอย่างจริงจัง หากเป็นจริง ขอให้มีการดำเนินการจัดการกับนิสิตไร้สำนึกจิตใจโหดเหี้ยม และนำเข้าตรวจสอบสุขภาพจิต โดยละเอียด รวมทั้งขอให้หน่วยงานองค์กรช่วยสัตว์มีการดำเนินการทางกฎหมาย ใช้รูปคำสารภาพของเจ้าตัวเหล่านี้เป็นหลักฐาน A CALL for Animal Rights Thailand แมวตัวเองก็เลี้ยงแต่ขโมยแมวผู้อื่นมาฆ่า จิตใจทำด้วยอะไร เรียนสูงแต่จิตใจต่ำ จะเรียนไปเพื่ออะไร จะเป็นมนุษย์ในสังคมยังไง จะสร้างความเสียหายให้กับชีวิตบริสุทธิ์อื่น เพื่องานอดิเรกของคุณอีกกี่ชีวิต อีกแค่ไหนลองโครงกระดูกตัวเองบ้างเป็นไง? ขอให้มีการตรวจสอบจากทางมหาวิทยาลัย ทั้งนี้  การแสดงความคิดเห็นในโลกออนไลน์ต่างวิพากษ์วิจารณ์ในหลายทิศทาง ส่วนใหญ่ให้น้ำหนักในเรื่องความเหมาะสมในการนำรูปดังกล่าวมาโพสต์ลงโซเชียล และเน้นเรื่องจิตสำนึกที่มีต่อสัตว์โลก รวมไปถึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

สลด! พ่อฆ่าลูก 4 ศพ ยิงตัวเองปลิดชีพหนีความผิดแล้ว
ฆาตกรรม /  ฆ่ายกครัว / 

คืบหน้าเหตุสลดพ่อใช้อาวุธปืนยิงลูกตัวเอง 4 คนเสียชีวิต ใน จ.ตรัง ล่าสุดขณะ ตร.เข้าจับกุม คนร้ายตัดสินใจจ่อขมับตัวเองเสียชีวิตแล้ว คืบหน้าจากกรณีนายพรพิชิต หยงสตาร์ อายุ 40 ปี ก่อเหตุใช้ปืนยิงลูกของตัวเองเสียชีวิตรวม 4 ศพและหลบซ่อนตัวอยู่ภายห้องบริเวณชั้นล่าง บ้านเลขที่ 270 หมู่ 2 ต.ท่าข้าม อ.ปะเหลียน จ.ตรัง เมื่อวานนี้ 8 ก.พ. ล่าสุดวันเดียวกันนี้ (8 ก.พ.) ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าเกลี่ยกล่อมผู้ต้องหาให้ยอมเข้ามอบตัว โดยให้ญาติๆและผู้นำชุมชนช่วยเกลี้ยกล่อมอีกทางแต่เบื้องต้นยังไม่สำเร็จ จึงมีการสั่งการให้ชุดคอมมาโดเข้าจับกุม โดยระหว่างเข้าจับกุมก่อนถึงตัวผู้ต้องหาประมาณ 5 เมตร ผู้ต้องหาได้ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองที่บริเวณศรีษะได้รับบาดเจ็บสาหัส จากนั้นตำรวจได้เข้าไปนำตัวส่งโรงพยาบาลปะเหลียนและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ เปิดภาพการ์ดข้อความสุดท้าย "รักพ่อนะ" ที่ลูกสาวคนโตเขียน ก่อนถูกพ่อยิงเสียชีวิตพร้อมน้อง ๆ 4 ศพ  จากกรณีเกิดเหตุสลดพ่อคลุ้มคลั่งคว้าปืนยิงลูกตัวเอง 4 คน เสียชีวิตคาบ้านพักใน จ.ตรัง หลังตามง้อภรรยาไม่สำเร็จ ก่อนยิงตัวตายตาม ที่ได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้นั้น ล่าสุด (8 ก.พ. 59) มีรายงานว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบภายในบ้านพัก พบเด็กทั้ง 4 คน นอนเสียชีวิตเรียงกันบนเตียง มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่หัวทุกคน นอกจากนี้ยังพบว่าในบ้านมีการ์ดที่เขียนโดย ด.ญ.พัชราภรณ์ ลูกสาวคนโตของ นายพรพิชิต เป็นประโยคว่า "Love Dad ลูกคนนี้ไม่มีอะไรจะให้ มีแต่ว่า...รักพ่อนะ" ทำให้เจ้าหน้าที่ที่พบเห็นการ์ดใบนี้สะเทือนใจเป็นอย่างยิ่ง ขอบคุณข้อมูล/ภาพ ข่าวสด MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เกิดเหตุสลด! พ่อคลุ้มคลั่งคว้าปืนยิงลูกตัวเอง 4 คนเสียชีวิตคาบ้านพักใน จ.ตรัง เหตุตามง้อเมียไม่สำเร็จ ตำรวจเร่งไล่ล่าหวั่นยิงตัวตามหนีความผิด วันนี้ 8 ก.พ. ตำรวจ สภ.ปะเหลียน จ.ตรัง ได้รับแจ้งเหตุยิงกันตาย ภายในที่บ้าน 270 หมู่ 2 ต.ท่าข้าม อ.ปะเหลียน จ.ตรัง โดยผู้ก่อเหตุคือ นายพรพิชิต หยงสตาร์ เป็นเจ้าของบ้านเกิดเหตุ หลังคลุ้มคลั่งใช้อาวุธปืนยิงลูกของตัวเอง เสียชีวิตภายในบ้านรวม 4 คน ประกอบด้วย ลูกหญิง อายุ 14 ปี ลูกชาย อายุ 12 ปี ลูกหญิง อายุ 7 ปี และลูกชาย อายุ 3 ปี หลังก่อเหตุได้ซ่อนตัวอยู่ภายในบ้านพัก จากการสอบสวน นายสมชาย ท้ายหวน กำนัน ต.ท่าข้าม ให้การเบื้องต้นว่า นายพรพิชิต ผู้ก่อเหตุได้มีเหตุทะเลาะกับภรรยาอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ทั้งสองต้องแยกทางกันอยู่ โดยผู้ก่อเหตุได้ไปทำงานที่ต่างจังหวัดประมาณ 2-3 ปี ก่อนจะกลับมาเพื่อขอคืนดีกับภรรยา แต่ฝ่ายภรรยาไม่ยอมคืนดีด้วย ทำให้ทั้งสองเกิดทะเลาะกันอย่างรุนแรง ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา จนกระทั่งเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ 8 ก.พ. นายพรพิชิต เกิดอาการคลุ้มคลั่งใช้อาวุธปืนยิงลูกเสียชีวิตและจะยิงภรรยา แต่ภรรยาวิ่งหนีไปได้ขณะเกิดเหตุ ล่าสุดตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบกว่า 30 นาย เข้าตรึงกำลังทั่วบริเวณบ้านเกิดเหตุ พร้อมทำการเกลี้ยกล่อมให้มอบตัวเนื่องจากเกรงว่าจะยิงตัวตายหนีความผิด ขอบคุณ TNN24 ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

เทคนิค แต่งหน้า ง่ายๆ ของสาว รูขุมขนกว้าง
รูขุมขนกว้าง /  เทคนิค / 

     สาวๆ หลายคนมีปัญหา " รูขุมขนกว้าง " แล้วจะทำยังไงดีล่ะ...นอกจากจะเป็นปัญหาที่แก้ยากอยู่แล้ว ยังทำให้แต่งหน้าออกมาดูไม่เนียนใสอีกด้วย แต่วันนี้หมดกังวลได้เลยค่ะ เพราะ women.mthai มีเทคนิคง่ายๆ ในการดูแลผิวหน้าและแต่งหน้าสำหรับสาวๆ ที่มี รูขุมขนกว้าง มาฝากกันค่ะ      1. ใช้คลีนเซอร์และโทนเนอร์ก่อนลงเครื่องสำอาง โดยใช้คลีนเซอร์ที่อ่อนโยนต่อผิวเพื่อกำจัดและช่วยยับยั้งความมันบนใบหน้า ส่วนโทนเนอร์ให้เลือกที่เหมาะสมกับผิว แล้วใช้สำลีชุบก่อนเช็ดให้ทั่วใบหน้าจนรู้สึกถึงความสะอาด 2. ใช้น้ำแข็งหรือน้ำเย็นเป็นตัวช่วยในการกระชับรูขุมขน การใช้น้ำแข็งหรือน้ำเย็นทาบนใบหน้านอกจากจะทำให้รูขุมขนกระชับแล้วยังเป็น การเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวอีกด้วย ดังนั้นการใช้น้ำแข็งหรือน้ำเย็นทาใบหน้าไม่ได้ทำร้ายผิวหน้าคุณเลยค่ะ ทำทุกวันได้ ไม่เสียหาย แถมให้ผลดีอีกด้วย 3. ทามอยซ์เจอไรเซอร์ มอยซ์เจอไรเซอร์เป็นสิ่งที่ให้ช่วยให้ความชุ่มชื้นกับผิว แต่สำหรับผู้ที่มีรูขุมขนกว้างแล้ว ควรใช้มอยซ์เจอไรเซอร์ให้ถูกวิธี โดยค่อย ๆ นวดมันให้ซึมซับลงในผิวเบา ๆ การลงมอยซ์เจอไรเซอร์นอกจากจะบำรุงผิวแล้วยังทำให้คุณเกลี่ยรองพื้นได้ง่าย และติดทนนานอีกด้วย 4. เมื่อทามอยซ์เจอไรเซอร์แล้ว ให้ทาผลิตภัณฑ์ควบคุมความมันเป็นอันดับต่อไป เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมความมันค่ะ 5. ใช้เมกอัพไพรเมอร์ ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยให้เครื่องสำอางบนใบหน้าติดทนนาน เหมาะกับสาวหน้ามันที่มีปัญหาเครื่องสำอางลบเลือนเพราะความมันระหว่างวันโดย เฉพาะ ดังนั้นควรลงไพรเมอร์ก่อนทารองพื้นทุกครั้งเพื่อความสวยที่ยาวนานค่ะ 6. ลงรองพื้น ถึงแม้ว่าสาว ๆ จะใช้รองพื้นในการปกปิดรูขุมขนที่กว้างให้ดูเนียนขึ้น แต่พยายามหลีกเลี่ยงการใช้รองพื้นที่มากเกินไปนะคะ เพราะมันยิ่งจะทำให้รองพื้นไปอุดตันรูขุมขนจนยิ่งเห็นรูขุมขนชัดขึ้นไปอีก ดังนั้นคุณควรใช้รองพื้นแบบน้ำที่กลมกลืนไปกับผิวหน้าดีกว่า แล้วตามด้วยแป้งฝุ่นค่ะ      7. ไม่ควรใช้แป้งผสมรองพื้น เพราะคุณลงรองพื้นไปแล้ว ดังนั้นให้ลงแป้งฝุ่นเท่านั้น เพราะแป้งผสมรองพื้นจะทำให้หน้าดูหนักมากขึ้นไปอีก แล้วยิ่งคุณหยิบมันมาตบแป้งระหว่างวันแล้ว ยิ่งทำให้รองพื้นหนาชั้นขึ้น จนอุดตันรูขุมขนและในที่สุดรูขุมขนของคุณก็จะยิ่งกว้างขึ้นไปอีกด้วย  

เกาะติด! 'แผ่นดินไหวไต้หวัน' ดับ 32 ศพ คาดคนนับร้อยถูก 'ฝังทั้งเป็น'
ดินไหว /  แผ่นดินไหว / 

คืบหน้าเหตุแผ่นดินไหวทางใต้ของไต้หวัน ล่าสุดสังเวย 32 ศพแล้ว ยังสูญหายใต้ซากอีกนับร้อย วันนี้ (8 ก.พ.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้า เหตุแผ่นดินไหวในไต้หวัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ กำลังเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตที่ติดอยู่ใต้ซากอาคาร หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.4 เมื่อช่วงเช้ามืดวันเสาร์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ล่าสุดพบศพผู้เสียชีวิตแล้ว 32 ราย บาดเจ็บมากกว่า 500 ราย -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- คืบหน้าเหตุ "แผ่นดินไหวไต้หวัน" เสียชีวิตเพิ่ม 14 ศพ บาดเจ็ฐกว่า 500 ราย จนท.เร่งค้นหาผู้สูญหายอีก 150 ราย ความคืบหน้าเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.4 ในเมืองไถหนาน ทางใต้ของไต้หวัน เมื่อช่วงเช้ามืดวันเสาร์ ตามเวลาท้องถิ่น ล่าสุดจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 14 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 500 ราย ในจำนวนนี้กว่า 400 ราย ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว ตลอดคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยและทหารกว่า 800 นาย ยังคงเร่งค้นหาผู้สูญหายอีก 156 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถติดต่อได้ และเชื่อว่ายังติดอยู่ในซากอาคารหลายหลังที่พังถล่ม โดยเฉพาะอาคารที่พักอาศัยความสูง 17 ชั้น ซึ่งพังถล่มลงมาทั้งหลัง และยังไม่สามารถติดต่อผู้ที่พักอาศัยในอาคารได้อีกประมาณ 30 ราย โดยก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถช่วยเหลือชาวบ้านออกจากซากปรักหักพังได้แล้วกว่า 250 ราย ส่วนเรื่องการดูแล รัฐบาลได้จัดหาที่พักให้แก่ผู้ไร้ที่อยู่อาศัยเพราะแผ่นดินไหว โดยกองทัพได้จัดเตรียมที่นอน 1,200 ชุด ในสถานที่ทั้งหมด 4 แห่งแล้ว ที่มา tnamcot ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News คืบหน้าเหตุ "แผ่นดินไหวไต้หวัน" เสียชีวิตเพิ่ม 5 ศพ บาดเจ็บ 318 คน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หวั่นตัวเลขตาย-เจ็บ มากกว่าปกติ เพราะเป็นช่วงรวมญาติวันตรุษจีน สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานความคืบหน้า เหตุแผ่นดินไหว 6.4 ริกเตอร์ ทางตอนใต้ของไต้หวัน ซึ่งแรงสั่นสะเทือนทำให้อาคารที่พักอาศัยหลายแห่งพังถล่มว่า ล่าสุด มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 5 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 318 คน ซึ่งในจำนวนนี้พักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ประมาณ 60 คน และมีการยืนยันว่า มีผู้ติดอยู่ใต้ซากอาคารที่พักอาศัย 17 ชั้นอีกประมาณ 30 คน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เฉิน เหว่ย เจิ้น กล่าวว่า รู้สึกเป็นกังวล และหวั่นว่าจะมีผู้เสียชีวิต หรือบาดเจ็บ ที่อยู่ใต้ซากอาคารอีกจำนวนมาก เนื่องจากสมาชิกของแต่ละครอบครัวได้กลับมารวมตัวกันและพักผ่อนอยู่ เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เพื่อเตรียมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน อย่างไรก็ตาม ทางการไต้หวัน ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ และทีมกู้ภัย เร่งค้นหาผู้บาดเจ็บ ที่ติดอยู่ใต้ซากอาคารอย่างเต็มที่ ที่มา INN MThai News คืบหน้าเหตุ "แผ่นดินไหวไต้หวัน" ยอดตายคงที่ 3 ศพ ยอดเจ็บพุ่งต่อเนื่อง จนท.เร่งค้นหาผู้ติดซากตึกถล่มอีก 7 แห่ง รถไฟความเร็วสูงหลายสายงดให้บริการ ความคืบหน้า เหตุแผ่นดินไหวไต้หวัน ขนาด 6.4 ยอดผู้เสียชีวิตยังคงที่ 3 ศพ ด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัย ยังคงเร่งค้นหาผู้ติดอยู่ซากอาคารถล่มอย่างน้อย 7 แห่ง และสามารถช่วยเหลือผู้รอดชีวิตออกมาแล้วมากกว่า 220 คน ในจำนวนนี้ต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาล 115 คน ทางการไต้หวัน ระดมเจ้าหน้าที่กู้ภัยมากกว่า 1,500 นายเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ด้านนายเสข วรรณเมธี โฆษกกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า เบื้องต้นไม่มีคนไทยได้รับอันตราย ทั้งนี้ขอให้คนไทยที่อยู่ในไต้หวันติดต่อส่งข้อมูลข่าวสารถึงกัน เพจคนไทยในไต้หวัน รายงานระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เพื่อนๆ ในไถหนาน เกาสงและเจียยี่ ช่วยรายงานด้วยว่า สภาพการณ์ในเขตพื้นที่ที่อาศัยอยู่เป็นอย่างไรบ้าง ประธานาธิบดีหม่า อิง จิ่ว แห่งไต้หวัน กล่าวก่อนเดินทางไปตรวจเยี่ยมพื้นที่ประสบภัยว่ายังไม่ทราบความเสียหายที่แน่ชัด แต่ทางการไต้หวันจะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัย แผ่นดินไหวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ชาวไต้หวันกำลังเตรียมตัวเข้าสู่เทศกาลตรุษจีน และเดิมในวันพรุ่งนี้ชาวไต้หวันก็จะเฉลิมฉลองวันตรุษจีนแล้ว แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้หลายครอบครัวต้องไร้ที่อยู่อาศัย นอกจากนั้น ยังมีรายงานว่าบริการรถไฟความเร็วสูงบางสายที่ให้บริการในเมืองไถหนานต้องระงับการให้บริการชั่วคราว เพื่อรอประเมินความเสียหายของรางรถไฟก่อน ขณะที่หน่วยงานท้องถิ่นได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่แล้ว ที่มา js100. MThai News แผ่นดินไหวไต้หวัน ตึกถล่ม ตายแล้ว 3 เจ็บเพียบ! แผ่นดินไหวไต้หวัน 6.4 ริกเตอร์ ตึกถล่ม เบื้องต้น ดับแล้ว 3 เจ็บจำนวนมาก เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือ ปชช.ที่ยังติดอยู่แต่ละอาคาร สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เกิดเหตุแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 6.4 ริกเตอร์ ทางตอนใต้ของไต้หวัน เมื่อเวลา 02.57 น. ตามเวลาในประเทศไทย ขณะที่ สำนักสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐ รายงานว่า ศูนย์กลางของแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงอยู่ที่เมืองไถ่หนาน ทางตอนใต้ ในระดับความลึก 10 กม. ซึ่งแรงสั่นสะเทือนทำให้อาคารที่พักอาศัยสูง 17 ชั้น ทรุดตัวพังถล่ม โดยหนึ่งในนั้นเป็นอาคารที่พักอาศัยสูง 17 ชั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่พยายามเร่งช่วยเหลือประชาชน และเร่งเข้าไปให้ค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากปรักหักพัง ล่าสุดสามารถช่วยชีวิตได้แล้วกว่า 120 คน และนำส่งโรงพยาบาล 26 คน แต่ก็มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย โดย 2 รายเสียชีวิตที่โรงพยาบาล อีก 1 รายเป็นทารกเพศหญิงพบบริเวณซากตึก นอกจากนี้ยังมีรายงานไฟฟ้าดับหลังเกิดเหตุ กระทบกับบ้านเรือนและอาคารธุรกิจกว่า 1 แสน 2 หมื่นหลัง ด้าน ประธานาธิบดี หม่า อิงจิ่ว ได้เดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุแล้ว สำนักข่าวต่างประเทศ ยังรายงานว่า มีตึกอย่างน้อย 4 หลัง พังถล่มลงมา จากแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว เจ้าหน้าที่กู้ภัย เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่คาดว่าจะติดค้างตามอาคารต่าง ๆ อย่างเร่งด่วน และยังเกิดอาฟเตอร์ช็อคตามมาเป็นระยะด้วย ด้านศูนย์เตือนภัยสึนามิในมหาสมุทรแปซิฟิก เปิดเผยว่า เหตุแผ่นดินไหวในไต้หวันในวันนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดคลื่นสึนามิ ไต้หวันตั้งอยู่ใกล้กับรอยต่อของแผ่นเปลือกโลก 2 แผ่น จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ทางธรณีวิทยาเช่นแผ่นดินไหวขึ้นบ่อยครั้ง เมื่อ พ.ศ. 2542 ไต้หวันก็เคยประสบเหตุแผ่นดินไหวขนาดแรงสั่นสะเทือน 7.6 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,300 คน และเมื่อเดือนมิถุนายน 2556 ก็เกิดแผ่นดินไหวขนาดแรงสั่นสะเทือน 6.3 ขึ้นในตอนกลางของไต้หวัน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ศพ ที่มา AP,BBC  MThai News

แม่โบว์ไม่ต้องเดี๋ยวลิกินเอง... #น้องมะลิ
ปอ ทฤษฎี /  น้องมะลิ พาขวัญ / 

เมื่อ น้องมะลิ ลูกสาวสุดน่ารักของ พ่อปอ และ แม่โบว์ ขวัญใจตัวน้อยของพี่จ๋าทุกคนขอกินไอติมเองความฮาเลยบังเกิด..ไม่รู้จะสงสารหรือขำดีมาช่วยลุ้นน้องมะลิกินติมกันหน่อยเร็ววววแต่ที่แน่ๆ ไม่ว่าหนูจะทำอะไรก็ดูน่ารักไปหมดเลยนะลูกก

ฮือฮา! มีชัย ขู่ฟ้องเพจดัง บิดเบือนรัฐธรรมนูญ
ข่าวรัฐธรรมนูญ /  มีชัย / 

เพจดังสวน มีชัย หลังขู่ฟ้อง เหตุบิดเบือน ร่างรัฐธรรมนูญ  ลั่นไม่กลัวเชิญเลย เหน็บ "ไร้สำนึก" เคยเขียนกฎหมายจนคนตายมาแล้ว แต่ยังได้กลับมาเขียนอีก รายงานข่าวแจ้งว่า นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ เตรียมกำลังนำเรื่องเข้าหารือกับรัฐบาลเพื่อดำเนินการเอาผิดกับแฟนเพจดัง "หยุดดัดจริตประเทศไทย" ภายหลังมีการทำกราฟิคอินโฟบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เรื่อง “ฉีกหน้ารัฐธรรมนูญโจร สละเวลาอ่านเพียง 10 นาทีก่อนที่จะสายเกินไป” โดยนายมีชัย ให้เหตุผลว่า เป็นสิ่งที่รับไม่ได้เพราะเป็นการให้ข้อมูลเท็จ จำเป็นต้องหารือกับรัฐบาลในการจัดการกับปัญหานี้ ซึ่งการกระทำดังกล่าวไม่ใช่การปิดกั้นความเห็น แต่จำเป็นที่จะต้องจัดการโกหก บิดเบือน ขณะที่ผู้ดูแลเพจ "หยุดดัดจริตประเทศไทย" ก็ได้ออกมาแสดงความเห็นภายหลังนายมีชัย เตรียมจะเอาผิดในประเด็นดังกล่าวข้างต้นว่า ไม่กลัวกับคำขู่ หากไม่พอใจก็เชิญดำเนินการได้ เพราะนอายุปูนนี้แล้ว ยังทำตัว "ไร้สำนึก" เคยเขียนกฎหมายจนคนตายมาแล้วตอน "พฤษภาทมิฬ" วันนี้ก็ยังเขียนเหมือนเดิม "ท่านไม่กลัวที่เขียนรัฐธรรมนูญซุยๆ ออกมา ทำให้ประเทศชาติวิกฤตหนักกว่าเดิม แล้วทำไมผมจะต้องกลัวที่จะด่าพวกท่านด้วยละ นายมีชัย ยังสั่งให้ กรธ. ทำกราฟฟิคมาอวยข้อดี ของรัฐธรรมนูญได้เลย ผมก็ทำออกมาแต่เป็นด้านร้าย จริงๆ อย่าว่าแต่เป็นรุ่นพ่อ เกือบจะเป็นรุ่นปู่ยาตายาย ไม่อยากจะด่ามากหรอกนะ แต่คนอายุปูนนี้แล้ว ยังทำตัว "ไร้สำนึก" เคยเขียนกฎหมายจนคนตายมาแล้วตอน "พฤษภาทมิฬ" วันนี้ก็ยังเขียนเหมือนเดิม แปลว่ารัฐธรรมนูญที่ตัวเองเคยเกี่ยวข้องและบอกว่าไม่ดี "เขียนด้วยมือ แต่ลบด้วยตีน" เสมอ อายุก็จะ 80 แล้ว วันไหนตายก็ให้คนเขาสรรเสริญเถอะ อย่าให้เขาถ่มน้ำลายรดหน้าศพ ลูกหลานในอนาคตก็ลำบาก ไปไหนเขาก็ชี้หน้า ว่าเนี่ยดูไว้ ไอ้ตระกูลนี้ร่างกฎหมาย ให้ประชาชนต้องออกมาตายแล้วตายอีก เห็นขู่ก่อนหน้านี้อะไรนะ ถ้าค้านมากๆ โดนคว่ำ ฉบับใหม่จะเขียนให้หนักกว่านี้ "ยังจะหน้าด้านกลับมาเขียนอีกเหรอ" @ หยุดดัดจริตประเทศไทย 9 กุมภาพันธ์ 2559" ข้อมูลบางส่วนจาก Facebook @เพจดัดจริตประเทศไทย ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

คลิปนาทีกลุ่มชายใจเด็ด ขับเจ็ตสกี ลุยช่วยนทท. จมน้ำสมุย
ข่าวสมุย /  นักท่องเที่ยวจมน้ำ / 

กลุ่มชายใจเด็ดขับเจ็ตสกี ลุยช่วยนทท. จมน้mujำสมุย หลังไม่ฟังคำเตือนคลื่นสูง-ลมแรง เพจเฟซบุ๊ก กลุ่มรวมพลคนสมุย ผู้ใช้นามว่า เอก โอ ซี ทองภพ (Ake o sea Thongpop) นักร้องชื่อดังวงดีฟโอซี ได้มีการแชร์คลิปวิดีโอเหตุการณ์ระทึก ขณะกลุ่มชายไทยน้ำใจงามได้ขับเจ็ตสกีฝ่าเกลียวคลื่นและลมแรงไปช่วยนักท่องเที่ยวที่กำลังจะจมบริเวณหาดเฉวง ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี หลังไม่ฟังคำเตือนมีคลื่นสูง-ลมแรง  โดยคลิปดังกล่าวได้เผยให้เห็นจังหวะที่คนกลุ่มดังกล่าวได้ขับขี่เจ็ตสกีฝ่าคลื่นเข้าช่วยนักท่องเที่ยวที่กำลังจมน้ำอยู่กลับเข้าฟังได้อย่างปลอดภัย ขณะที่ เอก โอ ซี ทองภพ (Ake o sea Thongpop) ซึ่งเป็นผู้โพสต์คลิปดังกล่าว ได้เขียนข้อความกำกับว่า “ฮีโร่เจ็ตสกี พี่โต คนเดิม ทีมเจ็ตสกีพี่น้ำชุบที่ศาลาคอย ครั้งนี้ช่วย 4 ชีวิตรอดพ้นจากความตาย คลิปนี้ช่วย 3 คนอีกคลิปไม่ได้ลงนะครับ ชื่นชมครับ เมืองท่องเที่ยว ต้องช่วยกันแบบนี้ครับ ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย” ด้านนายนพดล 1 ในทีมฮีโร่ดังกล่าวเผยว่า ตนได้เคยเตือนนักท่องเที่ยวแล้วว่า บริเวณไหนเล่นได้ หรือบริเวณไหนเล่นไม่ได้ แต่มีนักท่องเที่ยวบางส่วนไม่เชื่อฟัง ทำให้จมน้ำอยู่บ่อยครั้ง เฉพาะวันนี้สามารถช่วยนักท่องเที่ยวที่กำลังจะจมน้ำขึ้นมาได้ 6 คน ซึ่งสาเหตุมาจากคลื่นลมแรง ทำให้น้ำใต้ทะเลเป็นน้ำวน กดศีรษะให้จมลงและทำให้ไม่สามารถว่ายน้ำกลับมาได้ สุดท้ายก็จะจมน้ำไปในที่สุด ขอบคุณคลิปจาก Youtube @matichon tv ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

Nike แอร์ฟอร์ซ 1 อัลตร้า ฟลายนิต สตรีทแวร์สุดชิคความคลาสสิคที่ร่วมสมัย
AIR FORCE 1 /  nike / 

ไนกี้ สปอร์ตแวร์ เผยโฉมรองเท้า แอร์ฟอร์ซ 1 อัลตร้า ฟลายนิต ที่มาพร้อมเทคโนโลยีถักทอโครงสร้างฟลายนิตและการดีไซน์ที่ร่วมสมัย เพื่อมอบคุณสมบัติที่เบาสบายและยืดหยุ่นมากกว่าที่เคย เป็นเวลากว่า 34 ปีแล้ว ที่รองเท้าตระกูลแอร์ฟอร์ซ 1 รุ่นแรก ซึ่งถือเป็นรองเท้าบาสเกตบอลระดับตำนาน และเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมต้นแบบของการแต่งกายแนวสตรีทได้ออกวางจำหน่าย โดยรองเท้าตระกูลนี้เป็นหนึ่งในรองเท้าของไนกี้ ที่แฟนๆ สตรีทแวร์ทั่วโลกต่างรู้จักและจดจำได้มากที่สุด เนื่องจากมีรูปทรงที่สวยงาม และยังเป็นโมเดลการออกแบบของรองเท้ารุ่นอื่นๆ มากมาย ล่าสุด ไนกี้ สปอร์ตแวร์ ได้รังสรรค์สิ่งใหม่ๆให้กับรองเท้าที่เป็นตำนานรุ่นนี้ ด้วยการเปิดตัวรองเท้า แอร์ฟอร์ซ 1 อัลตร้าฟลายนิต (THE AIR FORCE 1 ULTRA FLYKNIT) ให้มีความสวยงามมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยการผสมผสานดีไซน์ที่ร่วมสมัยระหว่างรูปทรงของรองเท้าแอร์ฟอร์ซ 1 รุ่นแรกกับเทคโนโลยีฟลายนิต เพื่อให้ได้รองเท้าที่มีน้ำหนักเบาและช่วยให้ผู้สวมใส่รู้สึกสบายมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันยังคงไว้เอกลักษณ์ที่เป็นไอคอนิคของรองเท้าแอร์ฟอร์ซ 1 อาทิ มีพื้นรองเท้ารูปทรงกลมและดาวจำนวน 52 ดวง มีตัวพิมพ์คำว่า “AIR” แต่ปรับเปลี่ยนวิธีการจากการใช้ตัวพิมพ์แบบนูนเปลี่ยนเป็นปั๊มฝังตัวลงไปในพื้นผิวแทน ตลอดจนมีการใช้ยางโพลียูรีเธนเป็นวัสดุหลักในส่วนพื้นรองเท้า เพื่อให้รองเท้ามีน้ำหนักเบามากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ทีมนักออกแบบของไนกี้ยังได้ทำงานร่วมกันกับวิศวกรเพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับโครงสร้างและความหนาของผิวหน้ารองเท้า เพื่อให้ได้รูปทรงของรองเท้าเหมือนกับแอร์ฟอร์ซ 1 รุ่นแรก โดยเฉพาะส่วนปลายเท้า ส่วนวัสดุกลางรองเท้า ขอบข้างของหน้ารองเท้า และส่วนหน้ารองเท้า ขณะที่ส่วนปกป้องหน้าเท้าและปลายนิ้วเท้าได้มีการเพิ่มรูระบายอากาศ และเพิ่มเส้นใยฟลายนิตให้มีความหนาขึ้น แต่ไม่ดูหนาจนเกินไป รวมทั้งมีแถบยึดห่วงร้อยเชือกรองเท้าที่มีความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้นอีกด้วย สำหรับเทคนิคการอออกแบบแอร์ฟอร์ซ 1 อัลตร้า ฟลายนิตได้ช่วยลดขยะจากกระบวนการผลิตและจำนวนวัตถุดิบที่ต้องใช้ลง ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือรองเท้ารุ่นนี้ ไม่เพียงแต่มีน้ำหนักเบาลงถึงครึ่งหนึ่งจากรองเท้าแอร์ฟอร์ซ 1 รุ่นแรกเท่านั้น แต่ยังเป็นรองเท้าจากไนกี้รุ่นแรกที่มีตราสัญลักษณ์ซึ่งผลิตจากหนังแท้อีกด้วย รองเท้าไนกี้แอร์ฟอร์ซ 1 อัลตร้า ฟลายนิต จะวางจำหน่ายในราคา 6,900 บาท ที่ร้านคาร์นิวัล สาขาสยาม สแควร์ และสาขาเซ็นทรัล ลาดพร้าว ร้าน Upper Ground และร้าน VAC ตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม 2559 เป็นต้นไป

นิ้วกลม โพสต์ FB ขบวนล้อการเมือง เปรียบเป็นกระจกสะท้อนสังคม
ขบวนล้อการเมือง /  ฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ / 

นิ้วกลม โพสต์FB ขบวนล้อการเมือง เปรียบเป็นกระจกสะท้อนสังคม นายสราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ เจ้าของนามปากกา นิ้วกลม ได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็น ผ่านแฟนเพจ Roundfinger เกี่ยวกับการจับตาเพ่งเล็งขบวนล้อการเมืองของงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์  ใจความส่วนหนึ่งระบุว่า ในชีวิตคนเรา กระจกที่ดีคือผู้คนรอบตัว เมื่อทำหน้าที่การงานในสังคม กระจกที่ดีคือคำวิจารณ์จากผู้คนในสังคม หากจะนำผ้าดำไปคลุมกระจกไว้ตลอดเวลาคงเป็นเรื่องน่าเสียดายโอกาสที่จะได้มองเห็นตัวเองชัดๆ เพื่อพัฒนา แก้ไข ปรับปรุงและยิ่งถ้ากระจกบานนั้นเป็นกระจกที่มีอารมณ์ขันด้วยแล้ว ก็ยิ่งน่าส่อง น่ารับฟัง ผมคิดถึงบรรยากาศในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ สิ่งที่ผมคิดถึงมากๆ คือบรรยากาศโต้ตอบกันด้วยถ้อยคำแซวกันอย่างแสบคันและสนุกสนานโดยไม่มีการถือโทษโกรธกันผมคิดถึงบรรยากาศแบบนั้นในสังคมไทย เช่นกันกับขบวนล้อการเมืองและแปรอักษรที่หนุ่มสาวทั้งหลายพยายามสะท้อนความคิดเห็นของพวกเขาที่มีต่อสังคมและบ้านเมืองผ่านสุ้มเสียงที่มีอารมณ์ขันและความคิดสร้างสรรค์เต็มเปี่ยม ยากจะปฏิเสธว่า โดยรากวัฒนธรรมแล้วคนไทยเป็นคนสนุกสนานเฮฮา เราชอบแซว ชอบเล่นมุกเสียดสีกันเอาสนุก แต่ก่อนก็ไม่ถือโทษโกรธกัน บางเรื่องที่เพื่อนแซว ถ้าเป็นเรื่องที่น่ารับฟัง เราอาจจะนำไปปรับปรุงด้วยซ้ำไป ช่วยกันสร้างสังคมที่ยังคงมีพื้นที่ให้การล้อเลียน การตักเตือนและวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมีอารมณ์ขันกันดีกว่าไหม เพราะสังคมที่ไม่มีพื้นที่ให้การล้อเลียนเลยนั้นถ้าไม่เงียบสงัดจนวังเวง ก็คงเต็มไปด้วยถ้อยคำรุนแรงที่ไม่เหลือมิตรภาพอยู่ในหัวใจ "แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ การทำหน้าที่โดยไม่มีกระจกเลยสักบานมันคงชวนให้เปลี่ยวเหงาเกินกว่าจะทนไหวนะครับ ไม่มีใครอยากปล่อยให้ท่านเดียวดายหรอกครับ มีกระจกอยู่รอบตัวท่านเพียงท่านเปิดผ้าคลุมสีดำนั้นออก" ที่มา  Roundfinger ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

คลื่นความเย็นซัด 'อินเดีย' หิมะตกหนัก ปชช. หนาวยะเยือก
ColdSnaps2016‬ /  Snow Challenge / 

คลื่นความเย็นพัดเข้าทางตอนเหนือของประเทศ 'อินเดีย' หิมะตกหนัก ประชาชนสวมเสื้อหนาว-ผิงไฟ สภาพอากาศของเมือง ชิมลา ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย เย็นลงอย่างรวดเร็วในช่วงวานนี้ หลังจากมีหิมะตกอย่างหนักผ่านไปเพียง 1 วัน ซึ่งความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน มีหิมะตกหนักเมื่อวันอาทิตย์ ทำให้ทางเชื่อมต่าง ๆ ถูกตัดขาด โดยประชาชนต้องสวมเสื้อกันหนาวหนาหลายชั้น และพยายามรักษาความอบอุ่นด้วยการอยู่ใกล้กับกองไฟนอกจากนี้ยังมีหิมะตกอย่างหนัก ที่เทือกเขาปีปัญจาล ซึ่งเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ กั้นระหว่าง 2 รัฐ โดยทางการสั่งให้มีการปิดถนนหลังจากที่หิมะตกหนัก ซึ่งมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากหิมะรุนแรงครั้งนี้หลายรัฐ ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- กรมอุตุนิยมวิทยา เผย วันที่ 4 - 6 ก.พ. นี้ ภาคเหนืออุณภูมิลดลง 3 - 6 องศาฯ ส่วนภาคใต้ฝรตกแห่งบางแห่ง กทม. มีหมอกตอนเช้า กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์ลักษณะอากาศประจำวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 ในช่วงวันที่ 6 - 8 กุมภาพันธ์ 2559 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ ทำให้บริเวณดังกล่าว มีอากาศหนาวเย็นลง และอุณหภูมิจะลดลง 3 - 6 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพ เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงนี้ไว้ด้วย ส่วนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณภาคใต้ มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2 - 4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย ส่วนพยากรณ์อากาศสำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล เวลา 17.00 น. วันนี้ - 17.00 น. วันพรุ่งนี้ มีเมฆบางส่วน กับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 22 - 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 - 34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 - 30 กม./ชม. ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เก็บตกลมหนาว ประมวลภาพปรากฏการณ์ยะเยือกในเอเชีย ผู้โดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส 25 ม.ค. 2559 ประชาชนสวมใส่เครื่องแต่งกายกันหนาว เดินตามท้องถนน พนักงานรักษาความปลอดภัยบนรถไฟฟ้า บีทีเอส สวมใส่เสื้อกันหนาว ในวันที่ 25 ม.ค. 2559 แม่ค้าขายอาหารข้างทาง สวมใส่เครื่องแต่งกาย เพื่อป้องกันความหนาว กทม. 25 ม.ค. 2559 เวียดนาม 25 ม.ค. 2559 ไต้หวัน 25 ม.ค. 2559 ปากีสถาน 25 ม.ค. 2559 ฟุกุโอะกะ ญี่ปุ่น 25 ม.ค. 2559 ญี่ปุ่น 26 ม.ค. 2559 ชาวบ้านในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ถูกขังอยู่ภายในบ้าน เนื่องจากผลกระทบจากพายุหิมะถล่ม  ข่าวต่างประเทศ รายงานผลกระทบจากพายุหิมะในสหรัฐฯ กรณีที่นาย ชอว์ หยิน และ เฮเลน หลิว สามีภรรยา ซึ่งอาศัยอยู่ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ไม่สามารถออกจากบ้านได้ หลังจากที่เปิดประตูบ้านมาเจอกำแพงหิมะสีขาวหนาหลายเมตร กลบทางเข้าออกจนมิด จากนั้นทั้งคู่ รีบโทรเรียกหน่วยกู้ภัยมาช่วยเหลือโดย แต่โชคร้ายที่สภาพอากาศอันเลวร้าย ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเดินทางออกมาปฏิบัติหน้าที่ได้ จนกระทั่งเมื่อกู้ภัยมาถึง พวกเขาต้องใช้เวลานานกว่าชั่วโมงเพื่อขุดหิมะออกจากหน้าประตูบ้านได้ในที่สุด ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- สาวแท้-เทียมแห่แชร์กระแสใหม่ ฝรั่งล่ำแก้ผ้าท้าหนาว โดดใส่หิมะสนั่นโซเชียล  หากคุณอาศัยอยู่ในประเทศ หรือเมืองที่อากาศหนาวอุณหภูมิติดลบ ถึงขึ้นหิมะตก แน่นอนว่าคุณจะต้องสวมใส่เสื้อผ้าหนา และพยายามไม่ออกไปอยู่ในที่ที่อากาศหนาว แต่ไม่ใช่สำหรับ ชาเลนจ์รอบใหม่ ซึ่งเป็นการท้าหนาวที่ต้องใช้ความ 'สตรอง' สุด ๆ จนทำให้ ไอซ์ บัคเก็ต ชาลเลนจ์ เป็นแคมทเปญที่ดูเด็ก ๆ ไปเลย หลังจากกระแส ไอซ์ บัคเก็ต ชาลเลนจ์ ซาไป ในช่วงที่วิกฤตอากาศหนาวกระจายตัวไปทั่วโลกเช่นนี้ ได้เกิดไวรัลระลอกใหม่เกิดขึ้น นั่นก็คือ สโนว์ ชาลเลนจ์ (Snow Challenge) ซึ่งเป็นการท้าทายให้เพื่อน ๆ ออกมาสวมเสื้อผ้าน้อยชิ้น หรือชุดว่ายน้ำ พร้อมทั้งออกนอกบ้าน เพื่อเผชิญกับอากาศหนาวติดลบ และมีหิมะปกคลุมทั่วพื้นที่ จากนั้น ผู้รับคำท้า จะต้องกระโดด พุ่งตัวลงสู่กองหิมะ เผชิญกับอากาศหนาวยะเยือก นอกจากนี้ ยังมีการแชร์คลิปฝรั่งแซ่บในแคมเปญด้งกล่าว จากเพจ สมาคมนิยมฝรั่งล่ำ ที่รวบรวมเอาหนุ่มหล่อ หุ่นดี ซึ่งกำลังปฏิบัติภาระกิจ สโนว์ ชาลเลนจ์ ทำให้มีผู้เข้าไปกดไลท์ และ แชร์คลิปดังกล่าวต่อออกไปราว 8 พันครั้ง ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- สลดใจ ! สหรัฐฯ ประชาชนเสียชีวิตเฉียดครึ่งร้อย จากผลพวงของปรากฏการณ์พายุหิมะถล่ม สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว กรณีที่สหรัฐฯ ได้รับผลกระทบจากพายุหิมะถล่มอย่างหนักในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นผลให้มีผู้เสียชีวิตราว 48 ราย ซึ่งส่วนใหญ่มาจากสาเหตุหัวใจวายฉับพลัน ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- สื่อชิลีเผยแพร่ภาพขณะคลื่นยักษ์สูง 5 เมตรซัดเข้าฝั่งเมืองวีญา เดล มาร์ ซึ่งความรุนแรงของคลื่น ทำให้รถที่จอดอยู่บริเวณใกล้เคียงตะแคงข้าง สาเหตุสาเหตุของการเกิดคลื่นสูงครั้งนี้ เป็นผลพวงมาจากที่ ชิลีเผชิญพายุรุนแรงซึ่งเกิดจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ทั้งยังเกิดอุทกภัย บ้านเรือนราว 15,000 ต้องเผชิญกับไฟดับราวชั่วโมง ทั้งนี้คลื่นยักษ์ สร้างความเสียหายให้กับรถยนต์ ไฟทาง และแผงกั้นจราจรจำนวนมาก จนกระทั่งทางการต้องนำธงแดง มาปักไว้เพื่อเตือนภัยบริเวณชายหาดตลอดแนว พร้อมทั้งมีคำ สั่งห้ามประชาชนลงว่ายน้ำในทะเลอย่างเด็ดขาด พร้อมทั้งสั่งปิดถนนบริเวณหน้าหาด อย่างไรก็ตามรายงานระบุว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย ขอบคุณข้อมูลจาก BBC Thai ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เกิดประเด็นร้อนแรง ที่มีการพูดถึงเรื่องหิมะในประเทศไทย เนื่องจากขณะนี้ อุณหภูมิลดลงในช่วง 1-2 วันอย่างเห็นได้ชัด ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการมูลนิธิภัยพิบัติแห่งชาติ คาดว่า อีก 3-4 วันอากาศจะร้อนขึ้น และเมื่อเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์จะเข้าสู่ฤดูร้อน โดยสาเหตุที่ในช่วงนี้มีอากาศหนาว มีความเกี่ยวข้องกับสภาวะโลกร้อน ปรากฎการณ์เอลนินโญ และการเปลี่ยนทิศทางของกระแสน้ำอุ่น ทำให้เกิดสภาพอากาศที่เรียกว่า 'หนาวสองชั้นอากาศ' คืออากาศเย็นจากขั้วโลกเหนือ และลมแรงกระทบพื้นที่สูงมากผิดปกติ ส่งผลให้ลมหนาวลงมาถึงภาคใต้ตอนบน เมื่อพูดถึงกรณีที่จะมีหิมะตกในประเทศไทย ได้ความว่า หากอุณหภูมิพื้นผิวโดยปกติต้องต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียสอย่างดอยอินทนนท์ แต่ที่เห็นในภาพโซเชียลเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาว หรือเพียงแต่เกิดปรากฏการณ์แม่คะนิ้งเท่านั้น แต่นั่นถือเป็นจุดเริ่มต้นปรากฏการณ์หิมะตก เพราะอุณหภูมิไม่ต่ำมากพอ และหากอุณหภูมิติดลบฝนที่ตกลงมาก็จะกลายเป็นหิมะได้ สนับสนุนข้อมูลโดย springnews ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ในทุก ๆ ปี เมืองคาสโนยาสค์ เมืองที่ตั้งอยู่ในแคว้นไซบีเรียน ประเทศรัสเซีย จะมีการจัดเทศกาลประจำปี โดยสมาชิกของสโมสรว่ายน้ำราว 300 ชีวิต จะออกมาว่ายน้ำในแม่น้ำเยนีเซย์ เพื่อท้าอากาศหนาวในช่วงที่อุณหภูมิติดลบ ด้วยเหตุผลอันน่าประหลาดใจ โดยสมาชิกสโมสรดังกล่าว จะมีวัยตั้งแต่ ต่ำกว่า 1 ปี ไปจนถึง 79 ปี โดยส่วนใหญ่ จะเป็นผู้ที่อยู่ในวัยเกษียณ ทั้งนี้สมาชิกบางคนได้ให้เหตุผลว่า การอาบน้ำด้วยน้ำเย็นยะเยือกเช่นนี้ ส่งผลดีต่อสุขภาพของพวกเขา ทั้งยังมีการกล่างอ้างว่า กิจกรรมนี้ ช่วยให้พวกเขามีภูมิคุ้มกันเพิ่มมากขึ้น ส่วนสมาชิกคนอื่น ๆ เผยว่า กิจกรรมนี้ช่วยผ่อนคลาย และเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้น อย่างไรก็ตาม ในแต่ละปี น้ำในแม่น้ำเยนีเซย์ จะกลายเป็นน้ำแข็งปีละหลายเดือน เนื่องจากสถาพอากาศที่หนาวเหน็บติดลบราว ๆ 30 องศาเซลเซียส ซึ่งเรียกได้ว่า เป็นอากาศที่หนาวเหน็บและสามารถคร่าชีวิตคนได้เลยทีเดียว ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ชาวเมืองในรัสเซีย ผจญอากาศหนาวสุดขั้ว อุณหภูมิ ติดลบ 50 องศา ยาวนานกว่า 280 วัน ล่าสุด 'บีบีซีไทย' ได้นำเสนอเรื่องราว วิถีชีวิตของชาวเมืองในรัสเซียที่อุณหภูมิต่ำกว่า -50 องศาเซลเซียส ในเมืองโนรีลส์ก แคว้นไซบีเรีย ประเทศรัสเซีย ซึ่งเมืองนี้ เป็นหนึ่งในเมืองที่ตั้งอยู่เหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล หรือ เส้นสมมุติบริเวณขั้วโลกเหนือที่ลากขนานกับเส้นศูนย์สูตร ในเมืองดังกล่าว เต็มไปด้วยอุตสาหกรรมเหมืองแร่ที่ถูกค้นพบในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เช่นแร่จำพวก นิกเกิล ทองแดง และโคบอลต์ ทำให้เกิดการสะสมของสารพิษเป็นวงกว้าง แต่นั่นเป็นสิ่งที่ดึงดูดผู้คนมาตั้งถิ่นฐานด้วยเช่นกัน โดยสภาพอากาศที่นั่นจะหนาวจัดตลอดเวลา อุณหภูมิโดยเฉลี่ย -9 องศาเซลเซียส มีฤดูหนาวยาวนานถึง 280 วัน อุณหภูมิในฤดูหนาวอาจถึง -58 องศาเซลเซียส โดยมีประชากรอาศัยอยู่ในเมืองดังกล่าว ราว ๆ 170,000 คน ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ทะเลสาบและหาดโคลนในเอเชียตะวันออกกลายเป็นน้ำแข็ง วิกฤตอากาศหนาวรุนแรงในรอบศตวรรษ สำนักข่าว บีบีซี รายงานข่าว วิกฤตอากาศหนาว ที่ส่งผลกระทบไปทั่วทวีปเอเชีย ที่ล่าสุด ในเกาหลีใต้เกิดอุบัติเหตุขึ้นบนท้องถนน จากสภาพอากาศที่เลวร้าย ตามเกาะและท่าอากาศยานกลายเป็นอัมพาต เพราะเกิดพายุหิมะครั้งใหญ่ที่สุดในรอบศตวรรษ โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาเกาหลีใต้ ออกคำเตือนกรณีที่คลื่นอากาศหนาวในกรุงโซลเมืองหลวงของประเทศ รุนแรง ทั้งอุณหภูมิในเมืองหลวงยังลดลงถึง -18 องศาเซลเซียสเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ที่มา koreaherald ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เกาหลีใต้เผชิญสภาพอากาศหนาวเฉียบพลัน ทำให้สำนักอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนภัยหนาว ในกรุงโซล ครั้งแรกในรอบ 5 ปี สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ได้เกิดคลื่นความเย็นพาดผ่านประเทศเกาหลีใต้ ทำให้อากาศในกรุงโซล หนาวจัดอย่างฉับพลัน ทำให้สำนักอุตุนิยมวิทยาของเกาหลีใต้ ต้องประกาศเตือนภัยสภาพอากาศหนาวในเมืองหลวง ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี โดย อิทธิพลของคลื่นความเย็น ทำให้อุณหภูมิอากาศในกรุงโซล เริ่มหนาวเย็นมาตั้งแต่เมื่อวานนี้ ซึ่งวัดได้ ถึงลบ 16 องศาเซลเซียสและวันที่ 24 ม.ค. วัดได้ถึงลบ 18 องศาเซลเซียส โดย สำนักอุตุฯ เกาหลีใต้ คาดว่า อุณหภูมิอากาศในกรุงโซลในช่วงอย่างน้อย 2-3 วันข้างหน้า จะมีอุณหภูมิอากาศลดต่ำสุด ที่ระดับต่ำกว่าลบ 15 องศาฯ ในตอนเช้า ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก INN ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- วันนี้ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก ออกมาโพสต์รูปภาพแสดงอุณหภูมิที่ลดลงในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศไทย ประชาชนส่วนใหญ่สวมใส่เสื้อกันหนาวออกมาทำงานนอกบ้าน ขณะที่สื่อในเอเชีย รายงานว่าปีนี้มีหิมะตกในหลายประเทศ อาทิ เวียดนามที่มีหิมะปกคลุมไปทั่วภูเขาสูงที่ซาปา ทั้งกว่าครึ่งประเทศมีอากาศหนาวปกคลุม โดยอุณหภูมิติดลบ 5 องศาเซลเซียส ซึ่งนับว่าต่ำที่สุดในรอบหลายปี แม้ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดปรากฏการณ์หิมะตก แต่ในปีนี้นับปีที่มีหิมะตกปริมาณมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในตลอดหลายๆ ปี นอกจากนี้ สปป.ลาว มีรายงานว่าหิมะตกหลังอุณหภูมิติดลบ 3 องศาฯ ใน จ.หัวพัน มีการแพร่ภาพถ่ายเกล็ดหิมะปกคลุมเป็นหย่อมๆ เบาบาง แต่อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์ครั้งนี้ สร้างความตื่นเต้นฮือฮาให้ชาวบ้านเป็นอย่างมาก ทางฝั่ง ไต้หวัน ที่โดยปกติไต้หวันจะมีหิมะตกเฉพาะในเขตภูเขาสูงระดับพันเมตรแต่คราวนี้มีหิมะตกในระดับความสูงเพียง 400 ม.เท่านั้น ทั้งอุณหภูมิยังลดลงต่ำสุดในรอบ 40 ปี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากภาวะอากาศหนาวแล้วถึง 15 คน ในเขตซินไถเป่ยและไท่หยวน ส่วนทางด้าน จีน ทางตอนใต้ ที่มีสภาพอากาศกึ่งร้อนชื้น รวมถึงในช่วงฤดูหนาว อากาศในพื้นที่ไม่หนาวจัด แต่ในปีนี้แปลกกว่าทุกปี เนื่องจากในมณฑลกวางตุ้งประสบกับคลื่นความหนาวรุนแรง เกิดน้ำแข็งจับตัว โดยวานนี้ นครกว่างโจวเกิดหิมะตกครั้งแรกในรอบ 60 ปี ทำให้ประชาชน ออกมาเล่นตุ๊กตาหิมะกันอย่างสนุกสนานในวันนี้ อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ อุณหภูมิที่ลดต่ำลง เกิดจากคลื่นกระแสลมหนาว ได้เคลื่อนตัวลงมาถึงเขตที่มีสภาพอากาศกึ่งร้อนชื้นและเขตร้อนชื้น ทว่าโดยปกติมักไม่หนาวจัดถึงจุดเยือกแข็งหรือเกิดหิมะตก แต่ในปีนี้บางประเทศในอาเซียนกลับมีอากาศเย็นยะเยือกจนน้ำค้างจับตัวเป็นน้ำแข็ง ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

กอดมหัศจรรย์
couple /  date / 

การกอดไม่ได้จำกัดอยู่แค่การกอดแบบหนุ่มสาวเพื่อแสดงความรักเท่านั้น การกอดไม่ได้จำกัดขอบเขตของวัย และเนื่องจากเดือนนี้เป็นเดือนแห่งความรัก เลยอยากจะบอกว่าการกอดนั้นมีพลังมหัศจรรย์ ใครที่เขินกับการแสดงความรักต้องลองอ่าน เพราะการสวมกอดกันลึกๆ มันมีพลังพอที่จะสามารถชุบชีวิตจิตใจได้เลย - การกอดสร้างพลังแห่งความเชื่อใจกัน เราจะรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นเมื่อกอดกัน มันช่วยให้เราซื่อสัตย์และพร้อมที่จะเปิดใจคุยกัน - กอดมอบสารแห่งความรัก Oxytocin ให้แก่กัน ซึ่งมันช่วยเยียวยาความรู้สึกเดียวดายโดยเฉพาะกับผู้สูงอายุจะได้รับประโยชน์มากๆ และช่วยทุเลาความโกรธให้กับคนทุกวัย - การสวมกอดยกระดับสาร Serotonin ให้สูงขึ้นได้ ทำให้เรามีพลัง และมีความสุขขึ้น - ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายจะแข็งแกร่งขึ้นได้ เมื่อเราสวมกอด การสัมผัส การกอดกันเบาๆแต่แนบแน่น ส่งผลต่อสมองในส่วน thymus gland ที่ทำหน้าที่ผลิตเม็ดเลือดขาวไว้ต่อสู้กับเชื้อโรค - การกอดช่วยให้เราเคารพตัวเองมากขึ้นเมื่อคนเราเกิดมา สิ่งแรกที่พ่อแม่ทำก็คือการโอบกอดเราไว้กับอก การสัมผัสนี้คือการแสดงออกทางความรักและรู้สึกว่าทารกนั้นพิเศษ ความรู้สึกเหล่านี้มันฝังลึกอยู่ในเส้นประสาทของคนเราจนโตขึ้นทำให้รักและเคารพในตัวเอง การที่เด็กได้รับการสวมกอดบ่อยๆ เมื่อโตขึ้นก็จะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่อารมณ์ดี มองโลกในแง่บวก ไม่เครียดง่ายด้วย - กอดแล้วช่วยคลายกล้ามเนื้อ ทำให้ความเจ็บปวดบรรเทา โดยการกอดจะช่วยทำให้ระบบการไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ส่งผลต่อระดับเนื้อเยื่อ - ฮอร์โมนที่หลั่งออกมาตอนกอดกันไม่ได้ส่งผลแค่ทำให้รู้สึกดีเท่านั้น แต่มันส่งผลไปถึงบริเวณหนึ่งของสมองที่ช่วยปรับความดันให้เป็นปรกติขึ้นได้ เมื่อกอดกันบ่อยๆ ระดับความดันจึงดีขึ้นด้วย - เราจะรู้สึกอุ่นที่หัวใจเมื่อได้กอด และการกอดก็เป็นยาช่วยให้สุขภาพหัวใจเราดีขึ้นได้ ในการทดลองที่ University of North Carolina พบว่าอัตราการเต้นของหัวใจจะเร็วขึ้นเป็น 10 ครั้ง/นาที เมื่อได้กอดกับคนที่เรารู้สึกดีด้วย - สวมกอดกันระหว่างมีความกังวล เผชิญความทุกข์เศร้านั้น ช่วยเรื่องสภาพจิตใจดีกว่าอะไรทั้งหมด โดยแทบจะไม่ต้องพูดปลอบอะไรกัน - การกอดเปรียบเสมือนการนั่งสมาธิและการหัวเราะชุดใหญ่ มันสอนให้เราปล่อยวางและอยู่กับปัจจุบัน - กอดคือส่วนสำคัญในความสัมพันธ์ไม่ว่าจะเป็นกับพ่อแม่ คนรัก เพื่อน หรือกับสัตว์เลี้ยงก็ตาม Virginia Satir นักครอบครัวบำบัดบอกว่า การที่เราได้กอดกับคนที่เรารักและอยากแชร์ความรู้สึกต่างๆวันละ 4 รอบ คือการกอดเพื่อให้เรารู้สึกปลอดภัยในชีวิต กอดวันละ 8 ครั้งทำให้รู้สึกว่าชีวิตฉันมั่นคงและกอดวันละ 12 ครั้งคือการเติบเต็มชีวิต

แพทย์เตือน! เชื้อราจาก ตะเกียบไม้ มีสารก่อมะเร็ง
ตะเกียบไม้ /  สารก่อมะเร็ง / 

มีหลายคนเข้าใจว่าสารก่อมะเร็ง จะปนเปื้อนอยู่ในของปิ้งย่างไหม้เกรียม หรือในถั่วลิสงบดที่มีเชื้อราเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง "สารอะฟลาทอกซิน" ที่เป็นตัวการของโรคร้าย อยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด โดยเฉพาะเมื่อคุณใช้ตะเกียบที่ทำมาจากไม้ !! ตะเกียบที่ทำจากไม้ เช่น ไม้ไผ่ หากเราใช้ไปเป็นเวลานาน จะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อราที่ผลิตอะฟลาทอกซินได้ บางครั้งสามารถมองเห็นเป็นจุดดำเล็กๆ อยู่โดยรอบ เคยมีผู้ทดลองนำตะเกียบไปวิเคราะห์หาเชื้อต่างๆ พบว่ามีเชื้อราอยู่หลายชนิด เช่น Penicillium, Aspergillus และ Alternaria ดังนั้น ควรล้างตะเกียบให้สะอาด ล้างน้ำเปล่าหลายๆครั้ง และตากให้แห้ง อย่าให้มีความชื้นสะสม นอกจากนี้ การแช่ตะเกียบในน้ำส้มสายชูก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถลดเชื้อได้ หรือหากว่าบางบ้านหรือบางร้านค้า มีความจำเป็นต้องใช้ ตะเกียบไม้ หมุนเวียน ก็ควรเปลี่ยนตะเกียบใหม่ทุกๆ 3-6 เดือน ก็จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งได้ อ่านจบแล้วอย่าลืมแชร์ เพื่อเตือนให้คนรอบข้างได้ระวังกันด้วยนะคะ :) ที่มาจาก : ทนพ.ภาคภูมิ เดชหัสดิน

ดวงการงาน 12ราศี ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2559! โดย อ.คฑา ชินบัญชร
12ราศี /  ดวงการงาน / 

ดวงการงาน 12ราศี ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร ราศี มังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) มีงานที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น ทำดีก้ไม่ได้ดี ความยุติธรรมไม่ค่อยได้รับ ทำให้รู้สึกท้อถอย ช่วงนี้อย่าเพิ่งใจร้อน ไปมีปากเสียงกับใคร ไม่เป็นผลดีกับตัวเอง มีคนคอยจ้องจับผิดอยู่ แต่ก็จะเห็นทางออก มีงานเสริม โอกาสใหม่ๆ เข้ามา ช่วงนี้ขยันอย่างเดียวไม่ได้ ต้องเข้าหาผู้ใหญ่ด้วยถึงจะก้าวหน้า ระวังคู่แข่งหรือศัตรูใส่ร้าย อย่าพยายามเขวไปกับคำยั่วยุ หากคิดจะลงทุนหรือเริ่มต้นหยิบจับสิ่งใหม่ๆ มีความสำเร็จ ปลายเดือนทำงานเหนื่อย นอกจากงานของตัวเองที่ต้องรับผิดชอบ ยังต้องรับภาระในงานนอกหน้าที่อีก ไม่สามารถปฏิเสธได้ แต่คุณจะมีโอกาสในการเปลี่ยนหรือย้ายงานที่ดีขึ้น เป็นงานที่ต้องเดินทางบ่อย งานด้านท่องเที่ยวจะก้าวหน้า ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) การทำงานถ้ามัวแต่ลังเล ไม่กล้าเสี่ยง ไม่กล้าตัดสินใจ โอกาสดีๆ คงจะไม่มีเข้ามาอีก แต่ยังดีมีที่ปรึกษาดี มีผลงานเป็นที่ยอมรับของผู้บังคับบัญชา ถ้ากำลังอยากเปลี่ยน เลื่อนตำแหน่ง ให้ใช้เวลาช่วงนี้ให้เป็นประโยชน์ การงานช่วงนี้เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม อย่าตรงจนเกินไป คุณจะเริ่มมีบทบาท ผู้ใหญ่เล็งเห็นความสำคัญ ให้ฉวยโอกาสนี้แสดงความสามารถเต็มที่ ปลายเดือนมักมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นกับคุณเสมอ คาดหวังอะไรไว้จะมีข่าวดี มีประสบการณ์และการเริ่มต้นใหม่ๆ การทำงานไม่น่าเบื่อจำเจ มีเรื่องท้าทายให้คุณมีความกระตือรือร้นมากขึ้น ถ้ากำลังคิดเปลี่ยนงาน ย้ายงานในช่วงนี้มีโอกาสเหมาะ แถมยังมีรายได้เสริม ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับตัวคุณอีกด้วย ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) เหมือนเรื่องทุกเรื่องจะสำเร็จได้โดยง่าย แต่กลับไม่เป็นอย่างที่คิด ทุกเรื่องต้องลงทุน ลงแรงสุดตัว คาดหวังเอาอะไรไม่ได้ การทำงานเจอเรื่องไม่จบสิ้น ถึงแม้จะได้ไพ่พระนารายณ์ ก็ยังเหนื่อย คุณจะอึดอัดทำอะไรได้ไม่เต็มที่ รวมถึงอาจต้องรับผิดชอบงาน หรือเรื่องวุ่นๆ ของคนอื่นด้วย กลางเดือนเริ่มสดชื่น สบายใจแล้ว มีข่าวน่ายินดีได้เฮฮา สนุกสนาน มีการเลี้ยงฉลอง บรรยากาศรอบตัวจึงไม่เครียด การทำงานพุ่งแรงแซงโค้ง อาจได้เปลี่ยนแปลง หรือโยกย้ายไปในตำแหน่งที่ดีกว่าเดิม ตอนนี้มีช่องทางเลือกมากมาย แต่ตัวคุณเองจะคว้าไว้ หรือปล่อยไป ปลายเดือนกำลังใจดี การทำงานคล่องแคล่วว่องไว เป็นที่จับตามองของผู้ใหญ่ มีเกณฑ์ได้เลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่งที่ดี แต่อาจเหนื่อยหน่อย เพราะมีการแข่งขัน แต่ถ้าสู้ไม่ถอย รับรองชนะเห็นๆ ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) การทำงานต้นเดือนทนเอาหน่อย มีความผิดพลาดถูกตำหนิ ใครที่รู้ตัวว่าเหม่อลอย ทำผิดบ่อย ก็ให้รอบคอบขึ้น สถานการณ์จะดีขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ต้องระวังความขัดแย้งกับผู้ใหญ่ ไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนเหมือนที่ผ่านมา กลางเดือนถึงเวลาที่ต้องเดินทางไกล หรือเปลี่ยนที่อยู่ เรื่องงานใจร้อนตลอด ทำอะไรก็ไม่ค่อยสมหวัง ทำให้หัวเสีย เกิดอารมณ์งานเยอะ แบ่งงานให้ใครก็ไม่ได้ ออกแนวอึดอัดเล็กน้อย ช่วงปลายเดือนไปแล้วถึงจะดีขึ้น ยิ่งเรื่องสำคัญที่ต้องตกลงเจรจาควรลงมือในช่วงนี้ การทำงานถ้ามีเจ้านายเป็นผู้หญิงจะก้าวไกลมาก เพราะช่วงนี้เธออารมณ์ดี ทำให้ไม่อึดอัด เสนออะไรก็ได้รับการยอมรับ ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) การทำงานช่วงนี้เหนื่อยหน่อย เพราะต้องลงทุนลงแรงบุกเบิกเริ่มสร้าง แต่พอหลังจากนั้นก็ดีขึ้น มีคนเข้ามาช่วยเหลือ ใครที่กำลังเบื่องาน ลองหาสิ่งที่คุณถนัดทำดู จัดว่าเป็นสิ่งทีเสริมรายได้ให้คุณไม่น้อย จะมีเด็กใหม่หน้าใสๆ เข้ามาเพิ่มบรรยากาศ คุณจะมีความทะเยอะทะยานสุดๆ ผู้บังคับบัญชาเริ่มมองคุณในแง่มุมใหม่ อยากจะขออะไรใครหรือให้ใครมาช่วยเหลือ ช่วงนี้เหมาะที่สุด ใครที่กำลังอยากเปลี่ยนงาน จะมีโอกาสดีๆ เข้ามา การทำงานด้วยไฟอันเต็มเปี่ยม ทำให้ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคเล็กๆ งานราบรื่น อาจมีความขัดแย้งกับผู้ใหญ่บ้าง ก็คงต้องออมคำพูดไว้หน่อย เดี๋ยวเรื่องจะบานปลาย ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) การทำงานง่ายขึ้น มีเสน่ห์ในคำพูดคำจา ทำให้เป็นที่รักของคนรอบข้าง การประสานงาน การเจรจาก็ง่ายขึ้น มีโอกาสได้ลองอะไรใหม่ๆ มีงานเสริม ช่วงนี้สมองแล่น ทำงานหลายๆ อย่างได้ในเวลาเดียวกัน คิดอยากเปลี่ยนงานมีโอกาสได้ลุ้น ช่วงนี้คุณจะงานเยอะ ทั้งงานหลักงานเสริม มีแรงทำก็ทำไปก่อน มีโอกาสดีในการเปลี่ยนงาน ลงทุนทำธุรกิจ กิจการของตัวเอง บางครั้งการออกนอกลู่นอกทางบ้าง ก็ทำให้คุณประสบความสำเร็จได้อย่างไม่น่าเชื่อ การทำงานได้รับการยอมรับที่ดีจากผู้ใหญ่ โดดเด่นในเรื่องความเชื่อมั่นและการแสดงออก แต่ก็เป็นเหมือนดาบสองคม อย่าลืมความอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่อย่างนั้นจะมีคนไม่ชอบ ให้ระวังทั้งเรื่องงานและคน ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) การทำงานมีการเปลี่ยนแปลงโยกย้าย วุ่นวายกับเอกสาร และเพื่อนร่วมงาน ช่วงนี้ไม่ใจเย็นจะเกิดปัญหาหลายอย่าง ศัตรูคู่แข่งกำลังรอจังหวะตอนคุณล้มและซ้ำ ถ้าเอาจริงเอาจังมากจะมีคนสนับสนุน งานก้าวหน้า กลางเดือนงานเริ่มเบื่อ จำเจ มองหางานเสริม คิดลงทุนทำกิจการของตัวเองจะดี มีความคิดสร้างสรรค์ก้าวหน้า มีผลงานได้รับคำชม งานที่กำลังเบื่อ อยากโยกย้ายจะมีจังหวะในตอนนี้ ให้พยายามเข้าหาผู้ใหญ่ จะได้รับการสนับสนุน ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) การงานวุ่นวายเรื่องเอกสาร งานประชุม ช่วงต้นเดือนงานรุม แต่มีคนช่วยเหลือ มีโชคลาภจากงานเสริม ดวงการเดินทางของคุณไม่หยุดนิ่ง มีโปรแกรมการเดินทางท่องเที่ยว มีคนสนับสนุน ได้เจอะเจอสิ่งใหม่ๆ แต่อย่าลืมว่าผู้ใหญ่มีบทบาทสำคัญ ทำตัวนอบน้อมเชื่อฟัง รับรองได้ผลตอบแทนที่ดี มีเพศตรงข้ามเข้ามาทำให้ผลงานมีชื่อเสียง ปลายเดือนอารมณ์แปรปรวน การทำงานขาดความสม่ำเสมอ ทำให้ตกเป็นเป้าของคู่แข่งให้เล่นงานคุณได้ง่าย ต้องใจเย็นอีกนิด รับรองอนาคตเป็นต่อคู่แข่งแน่นอน ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) การทำงานโลดแล่น มีความก้าวหน้า ได้โอกาสในการปรับตำแหน่ง หรือมีหน้าที่การงานใหม่ที่ดีขึ้น งานต่างประเทศ ทำสัญญาเจรจาเหมาะสมที่สุด สิ่งแวดล้อมในที่ทำงานดีขึ้นกะทันหัน มีคนมาแบ่งเบาภาระของคุณ มีความคิดดีๆ ให้รีบนำเสนอ จะได้รับการตอบรับ ทำงานต้องอาศัยการพูดจา ขอความช่วยเหลือ ทำคนเดียวคงยาก พยายามใช้วาจาให้เกิดประโยชน์ ดวงผู้ช่วยของคุณดีอยู่แล้ว แต่อาจมีอุปสรรคบ้างเกี่ยวกับการเดินทาง ยิ่งใจร้อน งานยิ่งเสีย ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) การทำงานมาแรงมากๆ ความเอาจริง เอาใจใส่งาน ทำให้ผลงานโดนตาผู้ใหญ่ กลายเป็นคนสำคัญ งานใหญ่ งานสำคัญ จะเป็นคุณที่ได้รับมอบหมาย  อาจจะลำบากใจอยู่บ้าง เพราะคนรอบข้างไม่ค่อยให้ความร่วมมือ แต่ถ้าตั้งใจเต็มที่ ไม่มีผิดหวังแน่นอน ช่วงนี้คิดอะไรได้หลายอย่าง มีวาทศิลป์ดี การทำงานพยายามหาสิ่งใหม่ๆ ให้ตัวเอง มีความก้าวหน้าตลอด ช่วงนี้มีโอกาสรับผิดชอบงานใหม่ มีช่องทางในการทำงานเสริม ทำได้หลายอย่างพร้อมกันเพราะมีผู้ช่วยดี มีการโยกย้ายงาน เปลี่ยนงาน แต่นับว่าโชคดี มีคนคอยสนับสนุน ช่วงนี้เข้าเมืองตาหลิ่วให้หลิ่วตาตาม ถ้าแยกกลุ่ม เป็นเป้าสายตาแล้วจะมีเรื่องราววุ่นวายตามมา ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม) การทำงานได้ผู้ใหญ่มาเกื้อหนุน ยิ่งถ้าผู้บังคับบัญชาเป็นผู้หญิงยิ่งดี จะมีความเมตตา ผ่อนผันไม่เข้มงวด แต่คุณก็ต้องรู้จักเข้านอกออกในด้วยเหมือนกัน งานบริการ พบปะติดต่อรุ่งสุดๆ มีคนชมไม่เว้นแต่ละวัน ถ้ามีประกวดพนักงานดีเด่น คุณไม่พลาดแน่ การงานจะวุ่นวาย ขึ้นลงไม่สม่ำเสมอ ทำให้ดินพอกหางหมู แต่ถ้าคิดเปลี่ยนงาน มีโอกาสดี คุณจะต้องทำงานอาศัยผู้อื่น ต้องมีการประสานงาน อย่าทำอะไรบุ่มบ่าม จะเสียชื่อ เสียงาน พยายามหาที่ปรึกษา หาเพื่อนฝูง จะทำให้เย็นลง อาจจะเหนื่อยหนักสักหน่อยช่วงนี้ เจอปัญหาเกี่ยงงาน เล่นพรรคเล่นพวก จนอาจเกิดความขัดแย้ง ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) การงานก้าวหน้า ใช้ความรู้ความสามารถได้อย่างเต็มที่ มีผลงานประจักษ์ต่อสายตาผู้คน การเลื่อนขั้นอยู่แค่เอื้อม ให้รู้จักขวนขวายพบปะผู้คน ต้องขยันเป็นพิเศษ ช่วงนี้มีแข่งขันชิงดีชิงเด่น ถ้าขาดความมุ่งมั่น คะแนนคุณตกแน่นอน ปัญหาสำคัญอีกอย่าง คือความสับสน ช่วงนี้ขาดความเด็ดขาดในการตัดสินใจ ให้เชื่อมั่นในตัวเอง แล้วทุกอย่างจะสำเร็จเอง แนะนำให้คล่องแคล่วกระตือรือร้น เพราะในหัวคุณมีโครงการมากมาย การงานมาแรงมากๆ จนตกเป็นจุดสนใจ ทำอะไรก็เก่งก็ดี มีคนมาขอความช่วยเหลือ ผู้ใหญ่เห็นแวว มีคนชักชวนทำงานใหม่ เสนอโอกาสดีๆ ให้รีบฉกฉวย ช่วงนี้ได้รับการยอมรับเป็นพิเศษ รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com บทความนี้ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ได้บนเว็บไซต์ Horoscope.mthai.com เท่านั้น อ่านเพิ่มเติมที่หนังสือ พยากรณ์ชะตาชีวิต ไพ่ยิปซี ปี2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร

วิธีทางจิตวิทยา! วิธีที่จะทำให้ คนรอบตัว ชื่นชอบในตัวคุณ
จิตวิทยา /  วิธีทำให้คนชอบ / 

จากหนังสือ Thinking Fast and Slow ของนักจิตวิทยา Daniel Kahneman ได้บอกเล่าถึงเรื่องราวของ  Halo effect  โดย Halo effect ก็คือแนวโน้มของการชอบหรือไม่ชอบคนคนหนึ่ง ซึ่งประกอบไปด้วยสิ่งที่คุณมองไม่เห็น ซึ่งขึ้นอยู่กับคุณสมบัติหรือประสบการณ์ที่ได้รับ โดยส่วนมาก คนมักจะประเมินค่าของคนอื่นๆ ตามที่ตัวเองได้รับในครั้งแรกที่ได้เจอ เพราะฉะนั้นการเจอกันครั้งแรก จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก โดยนักจิตวิทยาได้ให้ตัวอย่าง ในการจัดเรียงนิสัยใจคอของผู้ชายสองคนดังต่อไปนีี้ อลัน : ฉลาด , มานะอุตสาหะ , หุนหันพลันแล่น , อันตราย , ดื้อ , ขี้อิจฉา เบน : ขี้อิจฉา , ดื้อ , อันตราย , หุนหันพลันแล่น , มานะอุตสาหะ , ฉลาด ปรากฏว่าคนส่วนใหญ่ ชอบอลัน มากกว่า เบน ทั้งที่ทั้งคู่มีนิสัยใจคอที่ไม่แตกต่างกันเลย แต่ต่างแค่เพียงการจัดเรียงลำดับเท่านั้นเอง ไม่เพียงแค่นั้น หากคุณตัดสินว่าเขาเป็นคนฉลาดก่อน แล้วค่อยรู้ว่าเขาดื้อ อาจหมายความได้ถึง เขาเป็นคนที่เคารพคนอื่น แต่ตรงกันข้าม หากคุณตัดสินว่าเขาเป็นคนที่ขี้อิจฉาแล้วค่อยรู้ว่าเขาฉลาด อาจหมายถึงคนนี้เป็นบุคคลอันตรายได้ เพราะฉะนั้น "ลำดับ" ในการสังเกตลักษณะของคน จะช่วยเพิ่มน้ำหนักในการตัดสินคนคนนั้นได้ นั่นจึงหมายความว่า หากคุณเริ่มต้นด้วยภาพลักษณ์ที่ดี คนก็จะมองคุณดีนั่นเอง!! หากสาวๆ ไปสัมภาษณ์งาน คุณอาจใช้บทสนทนาที่เห็นด้วยกับสิ่งที่ผู้สัมภาษณ์พูด พยายามอยู่ทีมเดียวกับเขา ผู้สัมภาษณ์จะมีเกณฑ์ให้คะแนนความฉลาดของคุณมากกว่าคนอื่นๆ ซึ่งอาจจะฉลาดจริงๆ แต่ไม่ได้แสดงความคิดเห็นไปในทางบวก หรือทิศทางเดียวกับเขา นอกจากนั้น ด้านผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า การเริ่มต้นการพูดคุยด้วยเรื่องง่ายๆ เช่น ข่าวสารต่างๆ รายวัน  เรื่องกีฬา เป็นการเริ่มต้นของ  Halo effect ได้ ดังนั้นไม่ว่าจะเจอใครและอยากจะเริ่มต้นคุย จงคิดถึงเรื่องข่าวสารต่างๆ เอาไว้ แล้วเปิดเรื่องขึ้นมา ก็จะช่วยให้บทสนทนานั้นอร่อยยิ่งขึ้น ส่วนคนอิ่นๆ ก็จะมองคุณในมุมที่ดีขึ้น "จะชอบหรือไม่ แต่ข่าวกีฬา เป็นการเริ่มต้นบทสนทนาที่ดี" แต่ถ้าหากคู่สนทนาดูจะไม่ค่อยดูบอลเท่าไหร่ เรื่องฟ้าดินอากาศ ก็ถือว่าคุยได้เช่นเดียวกัน แค่เริ่มต้นให้ดี เริ่มต้นให้สวย รับรองว่าหนุ่มๆ ต้องมองคุณในด้านดีๆ อย่างแน่นอน ที่มา independent.co.uk เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

อาลัย!! 4 คนบันเทิงผู้ยิ่งใหญ่ “มิตร-พุ่มพวง-บิ๊ก-ปอ”
ปอ ทฤษฎี /  ข่าวปอ ทฤษฎี ล่าสุด / 

เป็นสัจธรรมที่ว่ามีเกิดขึ้นก็ต้องมีดับไป และการสูญเสียที่เกิดขึ้นแก่คนในวงการบันเทิงที่ผ่านมาก็มีไม่น้อย แม้ตัวจะจากไปแล้วแต่พวกเขาได้สร้างความดี ความประทับใจ เป็นคนบันเทิงผู้ยิ่งใหญ่ และยังคงอยู่ในใจเสมอ!!! ฮีโร่แห่งตำนาน “มิตร ชัยบัญชา” มิตร ชัยบัญชา เป็นตำนานที่น่าจดจำสำหรับฮีโร่วีระบุรุษชุดดำขวัญใจมหาชน ซึ่งโด่งดังในบทของ อินทรีแดง มิตร ชัยบัญชา เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงไทยช่วงปลายปี 2499 และเป็นพระเอกภาพยนตร์ไทยในช่วง พ.ศ.2500 – 2513 รวมผลงานในขณะนั้น 266 เรื่องจากทั้งสิ้น 300 กว่าเรื่อง ซึ่ง มิตร ชัยบัญชา มีผลงานการแสดงที่โดดเด่นมากและหลากหลายทุกแนว ไม่ว่าจะเป็นบทบู๊ รัก ตลก หรือ ดราม่า เขาทำได้หมด มิตร ชัยบัญชา ภาพยนตร์อินทรีแดง เมื่อวันที่ 8 ต.ค.2513 มิตร ชัยบัญชา เสียชีวิตขณะถ่ายทำฉากโหนบันไดเชือกเฮลิคอปเตอร์ซึ่งเป็นฉากสุดท้ายจากภาพยนตร์เรื่อง อินทรีทอง ในภาพยนตร์ชุด อินทรีแดง เรื่องที่ 6 ที่ มิตร ชัยบัญชา แสดงในบท โรม ฤทธิไกร หรือ อินทรีแดง โดยเขาตกลงว่าจะแสดงฉากนี้ด้วยตัวเอง แต่ด้วยความผิดพลาดทางเทคนิคและแรงกระตุกของเครื่องบิน ทำให้เขาไม่ได้เหยียบบนบันได ต้องโหนตัวอยู่เป็นเวลานาน และได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยการใช้ข้อมือซ้ายเกี่ยวพันกับบันไดลิง แต่เชือกบากข้ดมือจนเกือบขาด เขาจึงตัดสินใจแกะเชือกที่รัดข้อมือแล้วปล่อยตัวลงมา โดยตั้งใจว่าจะลงสู่บึง แต่ด้วยแรงลมทำให้เขาตกลงมากระแทกพื้นตรงจอมปลวก จากความสูง 300 ฟุต เสียชีวิตทันที มิตร ชัยบัญชา ภาพยนตร์อินทรีทอง ศพของ มิตร ชัยบัญชา ตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดแคนางเลิ้ง หลังจากครบ 100 วัน มีการพระราชทานเพลิงศพโดยได้ย้ายจากวัดแคนางเลิ้งไปวัดเทพศิรินทร์ มีประชาชนหลั่งไหลไปร่วมงานกว่า 3 แสนคนมากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ และได้มีการตั้งศาลบริเวณ หาดจอมเทียน พัทยาใต้ สถานที่ที่ มิตร ชัยบัญชา เสียชีวิต และได้มีการปรับปรุงสร้างรูปหล่อของ มิตร ชัยบัญชา ในชุดอินทรีทอง ไว้ที่ศาลด้วย หลังจากนั้นช่วง พ.ศ.2549 – 2550 มีการรวมใจสร้างอนุสรณ์สถานมิตร ชัยบัญชา พร้อมหุ่นไฟเบอร์กลาส ที่บ้านไสค้าน จ.เพชรบุรี บ้านเดิมของ มิตร ชัยบัญชา ฮีโร่ในตำนานด้วย มิตร ชัยบัญชา มิตร ชัยบัญชา โปสเตอร์ภาพยนตร์ มิตร ชัยบัญชา ราชินีลูกทุ่ง “พุ่มพวง ดวงจันทร์” พุ่มพวง ดวงจันทร์ พุ่มพวง ดวงจันทร์ หรือ ผึ้ง นักร้องเพลงลูกทุ่ง เจ้าของฉายา ราชินีลูกทุ่ง ผู้มีน้ำเสียงไพเราะ โดดเด่น จำเนื้อเพลงได้โดยที่เธอไม่รู้หนังสือ และยังเป็นแม่แบบให้กับนักร้องรุ่นหลัง แม้จะไม่ได้เรียนและอ่านหนังสือไม่ออก แต่ความจำดีเยี่ยม เริ่มหัดร้องเพลงและเข้าประกวดตามงานต่างๆ ตั้งแต่อายุ 8 ปี โดยใช้ชื่อว่า น้ำผึ้ง ณ ไร่อ้อย พุ่มพวง ดวงจันทร์ เมื่อไวพจน์ เพชรสุพรรณ นำวงดนตรีมาแสดงที่วัดทับกระดาน และได้เห็นความสามารถของผึ้งจึงรับเป็นบุตรบุญธรรมและพาไปอยู่กรุงเทพฯ ก่อนที่จะแต่งเพลงและอัดแผ่นเสียงชุดแรกให้ ชื่อเพลง แก้วรอพี่ เพลงแต่งแก้กับเพลง แก้วจ๋า โดยใช้ชื่อในการร้องเพลงว่า น้ำผึ้ง เมืองสุพรรณ และได้แยกออกจากวงดนตรีของไวพจน์ ไปอยู่วงดนตรีอื่นๆ ในเวลาต่อมา ครูเพลงลูกทุ่งชื่อดัง มนต์ เมืองเหนือ รับเป็นลูกศิษย์ และเปลี่ยนชื่อให้เป็น "พุ่มพวง ดวงจันทร์" ได้รับบันทึกเสียง และได้ตั้งวงดนตรีเป็นของตนเองมีเพลงดังมากมาย อาทิ หนูไม่รู้, หนูไม่เอา, ตั๊กแตนผูกโบว์ ฯลฯ และมีงานภาพยนตร์หลายเรื่อง พุ่มพวง ดวงจันทร์ พุ่มพวงได้รับรางวัลพระราชทานเสาอากาศทองคำพระราชทาน จากสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯ ในปี พ.ศ.2521 จากเพลง “อกสาวเหนือสะอื้น” นอกจากนี้ ยังได้เป็นผู้ร้องเพลง "ส้มตำ" พระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พุ่มพวง ดวงจันทร์ ช่วงบั้นปลายของชีวิต พุ่มพวง ดวงจันทร์ ป่วยเป็นโรตไตขั้นรุนแรง จนต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลหลายแห่ง ขณะเดียวกันก็มีกระแสข่าวทะเลาะกับสามี ไกรสร แสงอนันท์ กระทั่ง พุ่มพวง ย้ายตัวมารักษาที่โรงพยาบาลศิริราช พบว่าเธอป่วยด้วยโรคเอสแอลอี หรือ โรคแพ้ภูมิตัวเอง อาการขั้นรุนแรง ลุกลามถึงไต ในเวลาต่อมาแพทย์เจ้าของไข้ได้เปิดเผยว่าอาการของพุ่มพวงดีขึ้น แต่ทางด้านญาติของพุ่มพวงมีความเห็นว่าควรรักษาด้วยไสยศาสตร์ จึงพาพุ่มพวงไปรักษาด้วยวิธีทางไสยศาสตร์ที่ จ.พิษณุโลก หลังจากกราบไหว้พระพุทธชินราช พุ่มพวงก็เกิดอาการช็อกและหมดสติ ญาตินำส่งโรงพยาบาลพุทธชินราช กระทั่งถึงแก่กรรมอย่างสงบในวันที่ 13 มิ.ย.2535 พุ่มพวง ดวงจันทร์ ได้มีการจัดพิธีพระราชทานเพลิงศพของ พุ่มพวง ดวงจันทร์ ที่วัดทับกระดาน อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2535 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธี นอกจากนี้ยังมีการสร้างหุ่นพุ่มพวง ตั้งอยู่ในศาลาริมสระน้ำ วัดทับกระดาน ซึ่งมีการจัดงานรำลึกถึงพุ่มพวงทุกปี ช่วง 13-15 มิ.ย. ซึ่งเป็นวันครบรอบการเสียชีวิตของเธอ และได้มีการนำชีวิตของ พุ่มพวง ดวงจันทร์ มาสร้างเป็นละครและภาพยนตร์อย่างต่อเนื่อง พุ่มพวง ดวงจันทร์ หุ่นขี้ผึ้ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ “บิ๊ก ดีทูบี” บอยแบนด์ขวัญใจวัยรุ่น บิ๊ก ดีทูบี บิ๊ก อภิเชษฐ์ กิตติกรเจริญ หนึ่งหนุ่มบอยแบนด์ในสมาชิกวงดีทูบี ค่าย อาร์เอสฯ เข้าสู่วงการด้วยการประกวดร้องเพลงโครงการ Panasonic Star Challange และมีผลงานถ่ายแบบ ถ่ายโฆษณาตามลำดับก่อนจะมาเป็นสมาชิกวงดีทูบี ขณะที่วงดีทูบี กำลังโด่งดังถึงขีดสุด บิ๊กเกิดประสบอุบัติเหตุขับรถยนต์ส่วนตัวตกคูน้ำย่านศรีนครินทร์ในวันที่ 22 กรกฎาคม 2546 ซึ่งบิ๊กมีอาการน้ำคำท่วมปอด แต่การรักษาเป็นไปได้ด้วยดี บิ๊กสามารถทักทายแฟนเพลงได้อีกครั้งด้วยการชูสองนิ้วสู้ตาย พร้อมการเขียนเป็นตัวอักษรบอกแฟนๆ ว่า "ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงครับเจอกันแน่นอนครับ" ก่อนที่บิ๊กจะอาการโคม่า บิ๊ก ดีทูบี แพทย์ตรวจพบเชื้อรา Scedosporium ในสมอง ซึ่งโอกาสรอดชีวิตมีเพียง 0.01% เท่านั้น และได้เปลี่ยนชื่อเป็น ปาณรวัฐ ซึ่งเป็นชื่อขอพระราชทานจากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช มีความหมายว่า "ผู้มีชีวิตอยู่ตามคำขอ" เพื่อเป็นศิริมงคล บิ๊ก ดีทูบี ภายหลังการรักษาด้วยวัคซีนเฉพาะโรคและได้รับกำลังใจอย่างมากมาย บิ๊กรอดชีวิตและออกจากห้องไอซียูในเวลาต่อมา แต่กลายเป็นเจ้าชายนิทราซึ่งสร้างความเศร้าโศกแก่แฟนเพลงเป็นอย่างมาก บรรดาแฟนคลับต่างทั้งสวดมนต์ พับนกกระเรียน และทำทุกวิถีทางที่จะช่วยให้บิ๊กกลับมา แต่เบื้องหลังการดูแลบิ๊กทั้งหมดก็คือ นายอุดมและนางยุพา กิตติกรเจริญ คุณพ่อคุณแม่ของ บิ๊ก ที่อยู่เคียงข้างลูกชายเสมอ บิ๊ก ดีทูบี สุดท้าย บิ๊ก ได้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2550 ด้วยอาการติดเชื้อในกระแสเลือดทางปอดที่โรงพยาบาลศิริราช หลังเป็นเจ้าชายนิทราจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ถึง 4 ปี ด้วยวัยเพียง 25 ปีเท่านั้น ในช่วงที่เขาโด่งดังถึงสุดขีด บีม - แดน - บิ๊ก วงดีทูบี บีม - แดน - บิ๊ก วงดีทูบี "ปอ ทฤษฎี" พระเอกนิสัยดีตลอดกาล ปอ ทฤษฎี ปอ ทฤษฎี สหวงษ์ เกิดเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2523 เป็นชาว จ.บุรีรัมย์ เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงด้วยการเป็นนายแบบโฆษณา กระทั่งได้รับรางวัลสุดยอดหนุ่มคลีโอ ปี 2004 ทางบางกอกดราม่า ค่ายละครของช่อง 3 เห็นแววจึงเรียกเข้าไปแคสงาน หลังจากผ่านการแคสติ้งได้เข้าเรียนการแสดงกับช่อง 3 และได้เล่นละครเรื่อง “ลิขสิทธิ์หัวใจ” เป็นเรื่องแรกโดยแสดงคู่กับ แพท ณปภา ตันตระกูล ในนามของ Power 3 และมีผลงานละครอย่างต่อเนื่อง 30 เรื่องด้วยกัน สำหรับละครที่โด่งดังสร้างชื่อเสียงให้กับเขาก็คือเรื่อง ผู้ใหญ่ลีกับนางมา, ทัดดาว บุษยา, ดาวเรือง, ต้มยำลำซิ่ง ซึ่งละครเรื่อง “สาวน้อยร้อยล้าน” กำลังออนแอร์ในปัจจุบัน และละคร “ท่านชายกำมะลอ” มีกำหนดออนแอร์ในปี 2559 นี้ ปอ ทฤษฎี และจากการรับบทหนุ่มบ้านๆ จากละคร ผู้ใหญ่ลีกับนางมา ปอ ทฤษฎี จึงได้รับฉายาว่า “พระเอกภูธร” และ ปอก็ยังค้นพบตัวเองหันมาใช้ชีวิตแบบพอเพียง ทำอาชีพชาวนาจริงๆ จนได้รับเสียงชื่นชมว่าเป็นพระเอกติดดินใช้ชีวิตไม่ฟุ้งเฟ้อ ปอ ทฤษฎี นอกจากนี้ ปอ ทฤษฎี ยังมีผลงานอื่นๆ อีกมากมายทั้งงานร้องเพลง งานภาพยนตร์ พากษ์เสียงภาพยนตร์ ละครเวทีอิงประวัติศาสตร์เรื่อง "นางเสือง" และละครเพลงกลางแจ้ง "พระมหาชนก เดอะ ฟีนอมินอลไลฟ์โชว์" ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ 87 พรรษา 5 ธันวาคม 2557 ปอ ทฤษฎี ในเดือนสิงหาคม 2558 ปอ ทฤษฎี รับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งด้วยโรคไข้เลือดออก และถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย. 2558 อาการของ ปอ ทฤษฎี ทรุดหนักเข้าขั้นวิกฤติ เกิดภาวะตับวายและไตวายเฉียบพลัน มีภาวะตกเลือดอย่างมากในโพรงเยื่อหุ้มปอดข้างซ้าย มีอาการหายใจผิดปกติ หัวใจเต้นผิดจังหวะ แพทย์จึงใช้เครื่องมือฟอกไต และเครื่องมือพยุงการหายใจนับตั้งแต่นั้น และได้มีการตัดขาเหนือข้อเท้าข้างซ้าย ตัดปอดซ้าย และรับการผ่าตัดเป็นระยะๆ เพื่อพยุงอาการตามลำดับ ปอ ทฤษฎี แต่ต่อมาอาการของ ปอ ทฤษฎี ก็ทรุดลงอย่างหนักเนื่องจากการติดเชื้อที่ปอดข้างขวา ลุกลาม จนสุดท้ายร่างกายไม่ตอบสนองต่อการรักษา และเสียชีวิต ณ โรงพยาบาลรามาธิบดีเมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2559 เมื่อเวลา 11.50 น. ก่อนวันเกิดของ ปอ ทฤษฎี อีก 5 วันก็จะครบอายุ 36 ปีบริบูรณ์ พิธีพระราชทานเพลิงศพ ปอ ทฤษฎี ร่างของ ปอ ทฤษฎี ได้ถูกนำไปทำพิธีที่วัดกลางอารามหลวง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ โดยมีประชาชนมาร่วมแสดงความไว้อาลัยอย่างหนาแน่น และมีพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 24 ม.ค.2559 ทั้งนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงประทานผ้าไตร - ดอกไม้จันทน์ ในพิธีพระราชทานเพลิงศพ ปอ ทฤษฎี ด้วย ปอ ทฤษฎี - น้องมะลิ ขณะที่รักษาตัวอยู่โรงพยาบาล โบว์ แวนดา ภรรยาสาว ได้พา น้องมะลิ พาขวัญ สหวงษ์ ซึ่งเป็นลูกสาวของ ปอ ทฤษฎี มาเยี่ยมอยู่เสมอ ซึ่ง ปอ ทฤษฎี ยังไม่เคยเปิดเผยภรรยาและลูกต่อหน้าสื่อมาก่อนสร้างความเซอร์ไพร้สให้แฟนละครไม่น้อย แต่ความน่ารักของน้องมะลิก็ทำให้เธอกลายเป็นขวัญใจมหาชนไปซะแล้ว และแม้พระเอกหนุ่มจะลาจากไปแล้ว แต่ความดีที่ ปอ ทฤษฎี ได้เคยทำไว้ ค่อยๆ หลั่งไหลพรั่งพรูให้เราได้รับรู้และถือเป็นแบบอย่างในการทำดีต่อไป... ปอ ทฤษฎี - น้องมะลิ ปอ ทฤษฎี - น้องมะลิ - โบว์ แวนดา ขอบคุณภาพจาก www.thaifilm.com, FB พุ่มพวง ดวงจันทร์, บิ๊ก ดีทูบี อภิเชษฐ์ กิตติกรเจริญ, IG portid

ผู้หญิงอย่าหยุดสวย! ส้มเช้ง บินเกาหลี ศัลยกรรมหน้าใหม่!!
ส้มเช้ง /  ส้มเช้ง ชิงร้อย / 

เพราะถือคติ "เป็นผู้หญิงอย่าหยุดสวย" นักแสดงตลกชื่อดังอย่าง ส้มเช้ง สามช่า วัย 48 ปี เลยตัดสินใจควักกระเป๋าบินไปทำสวยยกเครื่องใหม่ ศัลยกรรมตา จมูกและใบหน้าถึงประเทศเกาหลี สาวส้ม ยังขออัพเดทผ่านอินสตาแกรมอยู่เรื่อยๆ แบบไม่มีปิดบังวิวัฒนาการความสวยก่อน-หลัง โชว์ให้ดูกันชัดๆ ซึ่งเจ้าตัวออกปากเองว่า "ตัดสินใจบินไปทำสวยเกาหลี คุ้มจริงๆ หมอบอกจะเด็กลงอีก 10 ปี" และ "ไม่อยากแก่ เกาหลีช่วยคุณได้ ดูกันชัดๆ เลยค่ะ ใต้ตา จมูก ปาก คอ มันแตกต่างมากๆ เห็นรูปเก่าแล้วอายจัง 555 รูปไม่มีการแต่งใดๆ ทั้งสิ้นค่ะ" เอาเป็นว่า ส้มเช้ง โฉมใหม่จะไฉไลกว่าเดิมขนาดไหน ไปชมกันเลยจ้าาาา!! ขอบคุณภาพจาก IG @somcheng_3cha