ยายช่วยยาย

3 สุดยอดนักเล่าเรื่องระดับโลก โคจรมาเจอกันใน The BFG ยักษ์ใหญ่หัวใจหล่อ
The BFG ยักษ์ใหญ่หัวใจหล่อ /  บิล เฮเดอร์ / 

   3 สุดยอดนักเล่าเรื่องระดับโลก โคจรมาเจอกันใน The BFG ยักษ์ใหญ่หัวใจหล่อ “ผมว่ามันคืออัจฉริยะภาพของโรอัลด์ ดาห์ล ที่สามารถให้พลังอำนาจแก่เด็ก ๆ ได้ เขากล้ามากที่นำส่วนผสมระหว่างความมืดมิดและแสงสว่างมาใช้ ซึ่งเป็นเสมือนลายเซ็นดั้งเดิมของดิสนีย์ ในหนังเรื่องแรก ๆ ของเขาเช่น ดัมโบ้, แฟนตาเซีย, สโนว์ไวท์ และซินเดอเรลล่า และยังสามารถทำให้มันน่ากลัวแต่ก็ผ่อนคลายในเวลาเดียวกัน และนำเสนอบทเรียนอันยั่งยืนสำหรับทุกคน มันเป็นสิ่งที่สวยงามที่โรอัล ดาห์ล ได้ทำเอาไว้ และมันก็เป็นหนึ่งในหลาย ๆ สิ่งที่ทำให้ผมอยากจะกำกับหนังจากหนังสือเรื่องนี้ของดาห์ล”  สปีลเบิร์กกล่าว เตรียมพบกับส่วนผสมที่ลงตัวจาก 3 นักเล่าเรื่องตัวท็อปของโลก จากการเนรมิต The BFG ยักษ์ใหญ่หัวใจหล่อ เรื่องราวสุดคลาสสิกของโรอัลด์ ดาห์ล ให้มามีชีวิตโลดเล่นอยู่บนจอภาพยนตร์จากการกำกับของสตีเฟ่น สปีลเบิร์ก และอำนวยการสร้างโดยวอลท์ ดิสนีย์ เล่าถึงเรื่องราวเหนือจินตนาการของสาวน้อยและยักษ์ผู้แนะนำเธอให้รู้จักกับความอัศจรรย์และความลึกลับของเมืองยักษ์ ถึงแม้ เดอะ บีเอฟจี จะเป็นยักษ์ แต่ก็เป็นยักษ์ที่เป็นมิตร และไม่มีอะไรเหมือนยักษ์ตนอื่น ๆ ที่อาศัยอยู่ในเมืองยักษ์ เจ้าของร่างยักษ์ 24 ฟุต ผู้มีหูขนาดมหึมาและประสาทรับกลิ่นเป็นเยี่ยมเป็นยักษ์ทึ่มผู้น่ารักและมักจะอยู่ตามลำพังเป็นส่วนใหญ่ แตกต่างจากบลัดบอทเทลอร์ ยักษ์กระหายเลือด และ เฟลชลัมป์อีตเตอร์ ยักษ์กินคน ที่ตัวใหญ่กว่าถึง 2 เท่า และโหดร้ายกว่า 2 เท่า แถมยังขึ้นชื่อเรื่องกินคนอีกด้วย ขณะที่บีเอฟจีชอบกินสโนซคัมเบอร์และฟรอปสก็อตเทิล เมื่อโซฟี เด็กสาวจากกรุงลอนดอน วัย 10 ขวบ ที่ดูฉลาดเกินวัย ได้เดินทางมาถึงเมืองยักษ์ครั้งแรก เธอหวาดกลัวยักษ์ผู้ลึกลับที่นำเธอมายังถ้ำของเขา แต่ต่อมาก็ได้รู้ว่า บีเอฟจี จริง ๆ แล้วเป็นยักษ์สุภาพและน่ารัก และเธอก็ไม่เคยเห็นยักษ์มาก่อน และก็มีคำถามมากมาย บีเอฟจีได้พาโซฟีไปยังเมืองแห่งความฝัน ที่ ๆ เขาเก็บสะสมความฝันและส่งมันไปสู่เด็ก ๆ พวกเขาสองคนใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในโลกแห๋งยักษ์จนเริ่มสนิทกันมากขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่กการมาถึงของโซฟีในเมืองยักษ์ได้สร้างความสนใจที่ไม่น่าพิศมัยจากยักษ์ตนอื่น ๆ ที่เริ่มไม่ค่อยจะสบอารมณ์ สปีลเบิร์กเล่า “มันคือเรื่องราวเกี่ยวกับมิตรภาพ เรื่องราวของความยึดมั่นและการปกป้องเพื่อน และมันคือเรื่องราวที่แสดงให้เห็นว่าแม้เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆก็ยังช่วยยักษ์แก้ไขปัญหาใหญ่ๆของเขาได้”  ต่อมา โซฟีและบีเอฟจี ต้องออกเดินทางไปลอนดอนเพื่อพบกับสมเด็จพระราชินี เพื่อเตือนเธอเกี่ยวกับสถานการณ์ยักษ์ ๆ แต่พวกเขาต้องโน้มน้าวพระราชินีและผู้ติดตามของเธอว่ายักษ์นั้นมีอยู่จริง และทั้งหมดก็ร่วมมือกันคิดแผนที่จะกำจัดเหล่ายักษ์พวกนั้นให้หมดไป หนังสือ The BFG ของโรอัลด์ ดาห์ล ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1982 และกลายเป็นขวัญใจของนักอ่านทุกเพศทุกวัยมานับแต่นั้น หนังสือของดาห์ล รวมถึง ชาร์ลีกับโรงงานช็อคโกแลต, เจมส์กับลูกพีชยักษ์, และมาทิลด้า ถูกแปลมากกว่า 58 ภาษา และขายไปแล้วกว่า 200 ล้านเล่มทั่วโลก ในตอนต้น The BFG ถูกเขียนขึ้นเพื่อให้เป็นหนังสืออ่านก่อนนอน และยังเป็นเรื่องที่ดาห์ลชอบที่สุดในบรรดาหนังสือของเขา “มันเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเรามากในการที่จะเคารพต่อภาษา” สปีลเบิร์กกล่าว และสุดยอดนักเขียนบทเมลิสสา มาธิสัน (ผู้ที่เคยเขียนบท อี.ที. เพื่อนรัก) ได้มาเขียนบทให้กับ The BFG อีกด้วย ทั้งนี้ The BFG นำแสดงโดย มาร์ค ไรแลนซ์, รูบี้ บาร์นฮิลล์, เพเนโลปี้ วิลตัน, เจอเมน เคลมองท์, รีเบ็คก้า ฮอลล์, แรฟ สปาลล์ และบิล เฮเดอร์ และมีกำหนดเข้าฉายในเมืองไทยวันที่ 7 กรกฎาคม 2559 ซึ่งถือเป็นการครบรอบวันเกิดปีที่ 100 ของโรอัลด์ ดาห์ล

แจกสูตร 3 เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ หวานน้อยแต่อร่อย กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน
กินไม่อ้วน /  ลดน้ำตาล / 

เดี๋ยวนี้หันไปทางไหน ผู้คนก็จริงจังกับดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะเรื่องของการลดน้ำหนัก ที่มาจากภาวะน้ำหนักเกิน อันเป็นบ่อเกิดของสารพัดโรคได้ เช่น โรคหัวใจ ,โรคหลอดเลือดสมอง ,โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น ทั้งนี้ 1 ในเรื่องที่สำคัญ และกำลังปัญหาสุขภาพของคนไทย คือ พฤติกรรมการบริโภคหวาน แม้ว่าความหวานจะถูกแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานที่ใช้ในร่างกาย ซึ่งคนปกติทั่วไป ควรได้น้ำตาลไม่เกิน 6 ช้อนชา หรือ 24 กรัม ใน 1 วัน แต่ถ้าบริโภคมากเกินไปก็จะถูกเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมในร่างกาย ดังนั้น การบริโภคน้ำตาลมากๆ ส่งผลให้มีน้ำหนักเกิน อ้วน และทำให้เกิดโรคหรือปัญหาทางสุขภาพตามมาได้ วันนี้เราจึงรวบรวมวิธีทำ 3 เครื่องดื่มหวานน้อย ที่อร่อยสดชื่นแล้วยังดีต่อสุขภาพอีกด้วย มาฝากค่ะ 1. น้ำมะตูม มะตูมเป็นสมุนไพรที่ดีอย่างหนึ่ง ที่รู้จักกันแพร่หลาย สามารถหาซื้อลูกมะตูมอ่อนที่หั่นเป็นแว่นๆ ตากแห้งขายอยู่ตามร้านขายยาแผนโบราณ หรือตามตลาด โดยสรรพคุณทางยาของมะตูมนั้น สามารถขับลม บรรเทาอาการท้องผูก บรรเทาอาการอ่อนเพลีย และจุกเสียด วิธีการทำน้ำมะตูม 1. ใช้มะตูมอ่อนที่ฝานเป็นแผ่นตากแดดให้แห้ง ล้างน้ำให้สะอาด ใช้สันมีดทุบให้พอแตก เป็นรอยร้าวทั้งลูก 2. ต้มน้ำ 300 มิลลิลิตร ใช้มะตูมแผ่นล้างน้ำ ปิ้งไฟพอหอมหรือมะตูมลูกที่ทุบให้แตกร้าวใส่ลงหม้อต้ม ประมาณ 10-15 นาที โดยใช้ไฟปานกลาง 3. ใส่น้ำตาลปริมาณน้ำตาล 15 กรัม ต้มต่อไปจนน้ำตาลละลายดี ปิดไฟตั้งทิ้งไว้ให้เย็น เทใส่ขวดน้ำพลาสติกที่ล้างสะอาดแช่เย็นเก็บไว้ดื่มได้ เวลาดื่มใช้ผสมในน้ำแข็ง โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนที่มีอากาศร้อนจัด จะทำให้สดชื่น แก้ร้อนในกระหายน้ำได้ดี บางคนอาจชอบต้มกับน้ำเปล่าๆ โดยไม่ใส่น้ำตาล ก็เหมือนดื่มน้ำชาสมุนไพรนั้นเอง ซึ่งสามารถดื่มได้ทั้งขณะอุ่นๆ หรือผสมน้ำแข็งดื่มได้เช่นกัน 2. น้ำผลไม้รวม ส่วนประกอบ ได้แก่ แครอท เสาวรส มะม่วง และสับปะรด (สามารถดัดแปลงนำผลไม้ชนิดอื่นๆ ได้) แครอท มีสรรพคุณมากมาย ช่วยบำรุงสายตา อีกทั้งยังมีส่วนช่วยในการทำงานของสมอง ขับปัสสาวะ และอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์แก่ร่างกาย เสาวรส อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ แร่ธาตุ วิตามิน และไฟเบอร์ ในขณะที่เสาวรส 100 กรัม ให้พลังงานเพียงแค่ 97 แคลอรีเท่านั้น มีไฟเบอร์สูง จึงสามารถช่วยขจัดคอเลสเตอรอลในร่างกายได้ อีกทั้งยังช่วยขับสารพิษในลำไส้ ป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ไปได้ในตัว รวมทั้งช่วยควบคุมการทำงานของหัวใจและความดันโลหิตให้เป็นปกติได้ด้วย มะม่วง มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย เริ่มจากวิตามินซีที่จำเป็นต่อการสร้างคอลลาเจน ช่วยป้องกันหวัด และเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก ซึ่งในผลดิบส่วนใหญ่จะมีวิตามินซีสูงกว่าผลสุก เบตาแคโรทีนซึ่งเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ จะพบมากในมะม่วงสุกช่วยบำรุงสายตา และป้องกันโรคตาบอดกลางคืน รวมทั้งวิตามินอีที่ไม่ค่อยพบในผลไม้ แต่มะม่วงก็เป็นหนึ่งในสิบอันดับผลไม้ที่มีวิตามินอีที่จะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย สับปะรด มีวิตามินช่วยในการทำงานของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน และยังช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายติดเชื้อ ต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ รวมถึงช่วยในการย่อยอาหาร และควบคุมน้ำตาลในเส้นเลือด วิธีการทำน้ำผลไม้รวม (ไม่มีน้ำตาล ) 1. นำแครอท และสับปะรดมาปั่นละเอียด ส่วนมะม่วงให้แยกเนื้อ 2. ผสมผลไม้ ตามด้วยน้ำเสาวรส และน้ำเปล่า เคี่ยวด้วยความร้อนให้เข้ากัน เติมเกลือประมาณ 1 ช้อนชา ทั้งนี้ สามารถใส่น้ำผึ้งเพื่อเพิ่มรสหวานและกลิ่นหอมได้ 3. น้ำตะไคร้ ตะไคร้ มีวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา นอกจากนี้ยังมีแคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน ดื่มแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ขับลม ลดความดันโลหิตสูง ช่วยขับปัสสาวะ ขับเหงื่อได้ดี ลดพิษของสารแปลกปลอมในร่างกาย 1. นำตะไคร้ประมาณ 200 กรัม มาหั่นให้เป็นท่อนๆ 2. ต้มตะไคร้พร้อมกับน้ำ 250 มิลลิลิตร รอน้ำเดือดประมาณ 5-10 นาที แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง เพื่อกันไม่ให้มีเศษตะกอนของใบตะไคร้ 3. ใส่น้ำตาลประมาณ 15 กรัม คนให้ละลายเข้า ถ้าชอบรสชาติเปรี้ยวเล็กน้อย ให้เติมกรดมะนาว เพื่อความชุ่มคอและชื่นใจ แล้วกรองอีกครั้ง ตั้งให้เดือด 1-2 นาที หากกรอกลงขวดพลาสติก ต้องลดให้อุณหภูมิ 68 องศาเซลเซียส ปิดฝาให้สนิท แล้วจึงแช่เย็น สำหรับชีวิตประจำวัน “น้ำเปล่า” ถือเป็นเครื่องดื่มที่ดีที่สุด เพราะไม่มีพลังงาน ปราศจากน้ำตาล และสารปรุงแต่งต่างๆ โดยจะต้องเป็นน้ำที่สะอาด ซึ่งน้ำจะช่วยลดอุณหภูมิของร่างกาย ปรับระดับความดันโลหิต ช่วยลำเลียงอาหาร และออกซิเจนเข้าสู่เซลล์ ช่วยทำให้เซลล์กล้ามเนื้อทำงานได้อย่างสมบูรณ์ สุขภาพดีสร้างได้ง่ายๆ ด้วยการใช้ชีวิตให้มีความสมดุล กินหลากหลาย ลดหวาน มัน เค็ม ออกกำลังกายอย่างเพียงพอ เพียงเท่านี้เราก็จะมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน ขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือเครื่องดื่มน้ำตาลน้อยทางเลือกเพื่อสุขภาพ สถาบันค้นคว้า และพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แผนงานรณรงค์เพื่อเด็กไทยไม่กินหวาน และศูนย์บริการข้อมูลข่าวสาร (Resource Center) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เรื่องโดย : กิดานัล กังแฮ Team Content www.thaihealth.or.th http://www.thaihealth.or.th/

Audio Technica เปิดตัวในไทย หูฟังคุณภาพเสียงจากญี่ปุ่น
ATH-ANC40BT /  ATH-SR5BT / 

บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด เผยโฉมสุดยอดหูฟังจาก Audio Technica แบรนด์หูฟังคุณภาพอันดับ 1 จากประเทศญี่ปุ่น 6 ปีซ้อน พร้อมกันถึง 2 รุ่นด้วยกัน คือ ATH-ANC40BT และ ATH-SR5BT โดยทั้งสองรุ่นเป็นหูฟังไร้สายที่ต่อยอดสุดยอดเทคโนโลยีด้านเสียงที่ได้รับการยอมรับจากนักฟังเพลงทั่วโลกให้ตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรักเสียงเพลงในยุคปัจจุบันที่ต้องการคุณภาพเสียงระดับคุณภาพและอิสระในการใช้งานพร้อมพกพาไปได้ทุกที่ทุกเวลา สำหรับ ATH-ANC40BT เป็นเจนเนอเรชั่นที่ 4 ของหูฟังตัดเสียงรบกวนจากภายนอก (active noise cancelation) ของแบรนด์ออดิโอ เทคนิก้า ที่โด่งดังระดับโลกมาแล้วหลายรุ่น ซึ่ง ATH-ANC40BT ออกแบบขึ้นเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายต่อผู้ใช้งานสูงสุด เพราะนอกจะเป็นหูฟังตัดเสียงรบกวนแบบไร้สายแล้ว ยังเป็นตัวแรกที่เป็นรูปแบบของการสวมใส่ที่สะดวกสบาย กระทัดรัดแบบที่ไม่เคยมีหูฟังตัวไหนทำได้มาก่อน โดยเทคโนโลยี Noise Cancelling ของออดิโอ เทคนิก้า เป็นนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศด้านเทคโนโลยีป้องกันเสียงดังรบกวนจากภายนอกมาแล้วหลากหลายรางวัล โดย ATH-ANC40BT สามารถตัดเสียงรบกวนรอบข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดถึง 90% และด้วยดีไซน์แบบคล้องคอด้านหลัง และมีสายที่พอดีกับใบหูทำให้สะดวกในการใช้งานและพกพา โดยมาพร้อมซิลิโคนอย่างดีให้เลือก 4 ขนาดให้คุณสามารถเลือกใช้ตามความเหมาะสมกับขนาดรูหู และไดร์เวอร์ขับเสียง 13.5 mm ยิ่งไปกว่านั้นหูฟัง ATH-ANC40BT ยังรองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้ถึง 8 อุปกรณ์ผ่านระบบบลูทูธ รวมถึงมีรีโมทและไมโครโฟนแบบอินไลน์ในตัวช่วยให้การโทรออกรับสายและควบคุมการเล่นเพลงบนสมาร์ท ดีไวซ์ต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย โดยรองรับการใช้งานโทรศัพท์และฟังเพลงได้นานถึง 8 ชั่วโมง นอกจากนี้ ภายในชุดหูฟังยังมาพร้อมสายสำรองแบบถอดออกได้เพื่อใช้ในกรณีที่แบตเตอรี่หมดหรือตัวสัญญาณไม่มีระบบบลูทูธ รวมถึงมี อะแดปเตอร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อบนเครื่องบินอย่างไร้ขีดจำกัดอีกด้วย โดยพร้อมวางจำหน่ายในราคา 7,400 บาท ส่วน ATH-SR5BT เป็นหูฟังออนเอียร์ (on-ear) แบบไร้สายคุณภาพเสียงระดับ Hi-Res Audio ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากหูฟังรุ่นพี่ที่ได้รับรางวัลระดับโลกอย่าง ATH-MRS7 โดย ATH-SR5BT มาพร้อมนวัตกรรมใหม่ของหูฟังบลูทูธที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีสุดล้ำ aptX ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเสียงของอุปกรณ์ที่รองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายให้ดียิ่งขึ้น ขนาดเล็กกะทัดรัดและมีน้ำหนักเบาเพียง 185 กรัม ทำให้พกพาสะดวกและสวมใส่สบายตลอดการใช้งานด้วย Memory Foam Ear Pad นอกจากนี้ ATH-SR5BT ยังมาพร้อมไดร์เวอร์ขับเสียงคุณภาพขนาด 45 mm อีกทั้งยังสามารถเปลี่ยนจากการสนทนามาสู่การฟังเพลงได้ผ่านการเชื่อมต่อด้วยสายเคเบิลซึ่งมาพร้อมกับไมโครโฟนในตัว ทั้งยังมาพร้อมกับการเชื่อมต่อบลูทูธกับเทคโนโลยี aptX แถมยังเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วผ่าน NFC โดยแบตเตอรีสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องนานถึง 38 ชั่วโมง รวมถึงมีสายหูฟังสำรองที่สามารถถอดได้ความยาว 1.2 เมตรสำหรับการใช้งานในบริเวณที่ไม่มีสัญญาณระบบบลูทูธ โดยพร้อมวางจำหน่ายในราคา 7,400 บาท

ลงตัว! ปราสาทสายฟ้าปล่อย
คิม ซึง-ยอง /  บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด / 

ปราสาทสายฟ้าคอนเฟิร์ม ปล่อยตัว “คิม ซึง ยอง" ปล่อยให้ "ช้างศึกยุทธหัตถี" ยืมใช้งานในล่วงเลกสอง ทำให้ “ไคโอะ” จะอยู่ช่วยทีมในช่วงเลกสองเเน่นอนเเล้ว เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยืนยันเก็บ ไคโอะ ฟิลิปเป้ ใช้งานกับทีมช่วงเลกสองต่อผนึกกำลังกับ อันเดรส ตูเญซ, โก ซุล กิ, ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต และบรูโน่ โมไรร่า โดยก่อนหน้านี้ทางทีมปราสาทสายฟ้าเพิ่งปล่อย เวสลีย์ เฟย์โตซ่า ไปให้ โชนัน เบลมาเร่ ทีมในศึกเจลีกญี่ปุ่น ยืมตัวไปใช้งาน "ขณะนี้โควต้าต่างชาติ ลงตัวเป็นที่เรียบร้อย และก็เป็นที่แน่นอนว่า ไคโอะ จะอยู่กับเราต่อไป เพราะล่าสุดเราปล่อยทาง เวสลีย์ ไปญี่ปุ่น และ คิม ซึง ยอง เราก็ต้องลงให้ทาง สุพรรณบุรี ยืมตัวใช้งานช่วงเลกสอง" บิ๊กเน กล่าว สำหรับ ไคโอะ ฟิลิปเป้ เพิ่งย้ายมาอยูกับทีมในฤดูกาลนี้ แม้ช่วงแรกจะถูกวิจารณ์พอสมควรแต่ระยะหลังก็โชว์ฟอร์มได้ดีขึ้น โดยซัดไป 8 ตุงจาก 15 นัดรวมทุกรายการ

mahogany homes แสนหวานใน บ้านมะฮอกกานี
บ้านชั้นเดียว /  แบบบ้าน

วันนี้ Decor.MThai ได้หยิบเรื่องราวจากหนังสือ Life and Home เป็นเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับ mahogany homes แสนหวานในบ้านมะฮอกกานี มาให้เพื่อนๆ ชมกันค่ะ บทความนี้เป็นบทความของคุณศิวนาถ  เสนาประทุม ภาพประกอบสวยๆ จากชยพล  ปาระชาติ Mahogany Homes แสนหวานใน บ้านมะฮอกกานี ลองจินตนากการถึงหนังเรื่อง Mahogany ซึ่งมีชื่อภาษาไทยว่า นางสาวมะฮอกกานี ของ Paramout ที่เข้าฉายเมื่อปี 1975 นำแสดงโดย Diana Ross รับบทเป็นนางเอก ด้วยเพลงประกอบอันสุดแสนไพเราะติดหูอย่าง Do You Know Where You're Going To ด้วยความที่ชื่นชอบทั้งเนื้อเรื่อง และบทเพลงจึงเป็นแรงบันดาลใจให้คุณนก ศุภิชชา ชัยพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีคอนโฮม จำกัด ตัดสินใจตั้งชื่ออาคารหลังนี้ว่า บ้านมะฮอกกานี กอปรกับอาณาบริเวณของบ้านที่ร่มรื่นไปด้วยเจ้าต้นไม้ชนิดนี้ที่ปลูกเรียงรายแตกกิ่งก้านสาขาให้ร่มเงา สร้างความสดชื่น รื่นรมย์ และความรู้สึกผ่อนคลายให้แก่ผู้อาศัยได้เป็นอย่างดี คุณนกออกมาต้อนรับทีมงานด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม กับชุดที่เต็มไปด้วยสีสันสว่างสดใส รับกับบรรยากาศของบ้านได้ไม่น้อยเลยทีเดียว เธอเล่าให้ทีมงานฟังถึงที่มาของบ้านแสนน่ารักหลังนี้ว่า "ที่ดินแปลงนี้เราเห็นมาตั้งแต่ช่วงปี 48 ตอนนั้นมีโอกาสได้มาปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ซึ่งมีบ้านอยู่ในโครงการนี้ ด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบ และผู้คนไม่พลุกพล่าน ครั้งแรกที่เห็นก็รู้สึกถูกใจประกอบกับที่เราอยากปลูกสร้างบ้านเอง ด้วยหลังจากนั้น 5 ปีถัดมา ก็ได้กลับมาซิ้อด้วยราคาที่ลดลงเยอะมาก อีกทั้งที่ดินดังกล่าวก็อยู่ติดกับบ้านเพื่อน ซึ่งเราก็ตั้งใจว่าอยากให้เป็นบ้านพักตากอากาศในช่วงวันหยุด และในอนาคตหากเกษียณก็จะกลับมาอยู่มากขึ้น ซึ่งคุณนกก็ได้สถาปนิกของบริษัท เธอเองมาสานต่อความต้องการโดยโจทย์แรกที่เธอตั้งใจนั้น คืออยากได้บ้านรูปทรงโคโลเนียล เพื่อเป็นบ้านสำหรับการพักผ่อนหรือบ้านตากอากาศ การออกแบบก็เรื่มจากการวางฟังก์ชั่นการใช้สอยที่ต้องลอดคล้องกับความต้องการของเจ้าของบ้าน บ้านหลังนี้จึงออกมาในลักษณะที่เรียบง่ายและไม่ซับซ้อน แต่เพียงพอและใช้งานจริงได้อย่างสะสวfสบาย บ้านมะฮอกกานีหลังน้อยมีพื้นที่ใช้สอย 350 ตารางเมตร ด้วยข้อจำกัดของเจ้าของโครงการที่ไม่ให้สร้างบ้าน 2 ชั้น ประกอบกับที่ดินซึ่งเป็นเนินลาดเอียง รวมถึงการเชื่อมต่อกับบ้านข้างเคียงที่เกือบจะเป็นบ้านแฝด ทั้งในแง่ของสายตาและการเข้าถึง อีกทั้งต้นไม้เดิมที่ทั้ง 2 บ้านอยากเก็บรักษาไว้ ซึ่งเป็นอุปสรรคพอสมควร ในการออกแบบบ้าน ซึ่งสถาปนิกเองก็ได้รวบรวมข้อมูลทดลองออกแบบขึ้นมาอยู่หลายแบบ โดยรูปทรงโคโลเนียลนั้นจะเข้ากันได้ยาก กับฟังก์ชั่นที่คุณนกต้องการ สุดท้ายก็มาลงตัวที่แบบบ้านชั้นครึ่งในสไตล์ Barn House บ้านทรงโรงนาของฝรั่ง มาพร้อมทรงหลังคา Garbrel Roof ที่เข้ามาตอบโจทย์ภาพรวมทั้งภายในและภายนอกทั้งหมดได้อย่างลงตัวพร้อมทั้งเอกลักษณ์ที่โดดเด่นจากทรงหลังคา และเข้ากันได้ดีกับไม้ฝาที่คุณนกต้องการ แต่เนื่องจากเป็นทรงหลังคาที่สถาปนิกเองไม่คุ้นเคย และไม่เคยออกแบบมาก่อนก็ต้องใช้เวลาศึกษานานพอสมควร ทั้งนี้การออกแบบภายในจึงเป็นลักษณะโถงกว้างเปิดโล่งด้วยประตูบานเฟี้ยมกระจกใส และหน้าต่างบานกว้างดีไซน์อยู่รอบตัวบ้าน ทำให้ลมพัดผ่านอากาศถ่ายเทได้ทั้งวัน โดยบ้านหลังนี้ก็ไม่ใช้เครื่องปรับอากาศมีเพียงพัดลมเท่านั้น  และเนื่องจากเป็นบ้านที่อยู่ในโครงการที่สวย และมีจุดเด่นใกล้ขุนเขา บริเวณโดยรอบมีต้นไม้ร่มรื่น มีเสียงสายน้ำไหลเพราะมีลำธารอยู่ใกล้ๆ คุณนกจึงต้องการให้ความสำคัญกับพื้นที่ภายนอกเป็นพิเศษ ฉะนั้นการออกแบบส่วนใหญ่จึงถูกเทสัดส่วนไปที่พื้นที่เฉลียงเพื่อให้สามารถพักผ่อนหย่อนใจตลอดจนทำกิจกรรม หรือใช้ชีวิตภายนอกได้อย่างสบาย สัมผัสธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด สถาปนิกจึงพยายามเชื่อมพื้นที่ภายในออกสู่ภายนอกผ่านกิจกรรมตามฟังก์ชั่น คือ Counter pantry เพื่อความสะดวกในการพัก และเสิร์ฟอาหารได้อย่างคล่องตัว เหมาะกับสำหรับปาร์ตี้ในครอบครัวยิ่งนัก ขณะเดี่ยวกันห้องนอนของคุณแม่ ก็ได้ถูกดีไซน์ให้อยู่ชั้นล่างเพื่อสะดวกในการเดิน และหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุจากการเดินขึ้นลงบันได ก่อนจะขึ้นสู่ชั้นบนด้วยบันไดสีเขียวเข้มเป็นที่สะดุดตา ซึ่งคุณนกเธอได้แรงบันดาลมาจากแมกกาซีนฝรั่ง ซึ่งไปเปิดเจอที่ร้าน Kinokuniya ในช่วงที่กำลังสร้างบ้านพอดี เมื่อเห็นแล้วเกิดประทับใจ และย้ำว่า "ฉันต้องดีไซน์บันไดเป็นสีเขียว" นั่นจึงเป็นที่มา จากนั้นโทนสีเขียวพาสเทลที่ฉาบทาผนังจึงตามมาภายหลัง ซึ่งเธอก็บอกกับเราว่าเป็นโจทย์ที่ประหลาดอยู่เหมือนกัน เมื่อรูปทรงหลังคาถูกนำมาดีไซน์ให้กลมกลืนกับสเปซภายในบ้าน ฉะนั้นห้องนอนของคุณนกที่อยู่ชั้นบน จึงให้ความรู้สึกคล้ายกับห้องนอนใต้หลังคาเชื่อมออกมายังระเบียงที่ถูกต่อเติมขึ้นด้วยพื้นไม้ลามิเนตสู่ส่วนนั่งเล่น ที่ส่วนใหญ่คุณนกจะใช้เป็นพื้นที่รับแขก และจับปาร์ตี้เล็กๆ และยังปรับเป็นที่นอนสำหรับรองรับแขกได้ด้วย อีกทั้งยังทำให้ Dormer ซึ่งเป็นช่องเล็กๆ ที่หลังคาสามารถใช้งานได้จริง เพราะนอกจากจะเป็นช่องเปิดให้แสงธรรมชาติส่องผ่านเข้ามา และช่วยระบายอากาศให้กับภายในแล้ว ยังเป็นเสมือนจุดชมวิวที่ระดับชั้น 2 เพื่อมองออกไปภายนอกแล้วเกิดการเชื่อมต่อกับบริบทแวดล้อมได้อีกจุดหนึ่ง คงจะดีไม่น้อยหากปั้นปลายชีวิตของเรา ได้อยู่กับครอบครัวที่รัก มีเพลงให้ฟังมีหนังสือให้อ่าน มีความอร่อยของอาหารที่ร่วมกันลงมือทำอยู่ตรงหน้า ได้ยิ้มหัวเราะกับเพื่อนฝูงข้างบ้าน แวดล้อมไปด้วยบรรยากาศดีๆ เพียงเท่านี้ก็สามารถเติมเต็มความสุขให้เกิดขึ้นทุกวันได้ไม่ยาก เฉกเช่นเดียวกับครอบครัวของคุณนก ภายในบ้านมะฮอกกานีแสนหวานหลังนี้ ติดตามอ่านเนื้อหาเพิ่มเติมในหนังสือ Life and Home ฉบับเดือน Jan 2016 จาก Mbookstore 

ละครคลื่นชีวิต , เรื่องย่อคลื่นชีวิต
คลื่นชีวิต /  ละครคลื่นชีวิต / 

ละครคลื่นชีวิต ละครช่อง3 คลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย : กรุง ญ ฉัตรกำกับการแสดงโดย : อำไพพร จิตต์ไม่งงผลิตโดย : บริษัท ละครไท จำกัดควบคุมการผลิตโดย : หทัยรัตน์ อมตวณิชย์ออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครคลื่นชีวิต ช่อง3 เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต ความสุขในวัยเด็ก คือสิ่งชโลมใจยามเรามีความทุกข์ เพราะเราจะได้รู้สึกว่า เราเคยผ่านความผาสุกในชีวิตมาแล้ว จีราวัจน์ (อุรัสยา เสปอร์บันต์) ดาราสาวที่เข้าวงการและมีชื่อเสียงด้วยฝีมือการแสดงและข่าวฉาวกับหนุ่มทั้งนอกและในวงการ รวมทั้งนิสัยพูดตรง ถ้าไม่ผิด ก็พร้อมกล้าท้าชนโดยไม่สนใจหน้าไหน จนโดนใครต่อใครตราหน้าว่าจีราวัจน์เป็นผู้หญิงแรง กร้านโลก และง่าย! แต่ใครจะกล่าวว่าเธอยังไง ไม่ทำให้จีราวัจน์เจ็บเท่ากับถูก คุณหญิงจริยา แม่แท้ ๆ ที่ไม่เคยดูแลเธอปล่อยเธอเติบโตตามมีตามเกิด เชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงใจแตก! แต่นั่นยังไม่ทำให้เธอหมดศรัทธากับคำว่า แม่ ของจริยา เท่ากับคืนที่จีราวัจน์โดน สิทธา (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) เจ้าของบริษัททอสังหาริมทรัพย์ สามีคนใหม่ของจริยา ผู้กระหายอำนาจ เงินทองและโลกีย์ สั่งลูกน้องวางยานอนหลับเพื่อหมายข่มขืนจีราวัจน์ แต่จีราวัจน์ก็หนีมาได้ และเมื่อจีราวัจน์บอกเรื่องนี้กับจริยาแทนที่จริยาจะเข้าข้างและปกป้องเธอ แต่จริยากลับเข้าข้างสิทธา จริยานั้นรู้สันดานของสิทธาดี แต่เธอยังทำอะไรสิทธาไมได้ เพราะสิทธาคือคนที่ให้เงิน และอำนาจกับเธอ สิทธาคือคนที่ทำให้ผู้หญิงไร้การศึกษา มีชีวิตอยู่ในสลัม ที่มีแค่ความสวยติดตัว จึงเร่ขายความสวยให้ความสำราญผู้ชาย เธอจึงได้โลดแล่นขึ้นมาเป็นคุณหญิงใจบุญเบอร์หนึ่งของสังคม ที่ใคร ๆ ต่อใครนับหน้าถือตา จริยารู้ดีว่าจีราวัจน์มองเธอเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัว ทะเยอทะยาน หน้าเงิน แต่ที่จริยาดิ้นรนถีบตัวเองขึ้นมาถึงตรงนี้ ก็เพื่อให้ชีวิตเธอ และจีราวัจน์สบาย แม้วันนี้จีราวัจน์เกลียดเธอ ...แต่จริยาเชื่อว่าวันหนึ่ง... จีราวัจน์ต้องเข้าใจ ละครคลื่นชีวิต ญาญ่า หมากปริญ สำหรับจีราวัจน์ ...สิ่งที่เธอต้องการ ไม่ใช่ชีวิตดีงามบนหน้าหนังสือพิมพ์อย่างที่จริยาต้องการ แต่สิ่งที่เธอต้องการคือความรัก ปมเดียวในหัวใจของจีราวัจน์ที่เธอโหยหาย แต่เธอไม่เคยได้ โดยเฉพาะวันที่เกิดเหตุการณ์นั้น ถึงแม้จีราวัจน์จะหนีจากเงื้อมมือสิทธามาได้ แต่เพราะฤทธิ์ยานอนหลับ ทำให้ระหว่างที่จีราวัจน์ขับรถหนีอย่างสุดชีวิต ต้องกลายเป็นฆาตกรโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อรถของจีราวัจน์ชนร่าง ติวดี (พริมา พันธ์เจริย) เต็ม ๆ จนติวดีไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในเวลาต่อมา!! แต่เพราะฤทธิ์ยานนอนหลับทำให้จีราวัจน์หลับและเบลอจนไม่รู้เรื่องติวดี ภายใต้การดูแลของ ดารากา (ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์) เพื่อนสินทตั้งแต่มัธยม ซึ่งเป็นคนเดียวที่จีราวัจน์ติดต่อพูดคุยด้วยตลอด พอจีราวัจน์กลับจากเมืองนอก จีราวัจน์จึงขอให้ดารากามาอยู่ด้วยกัน ดารากาเต็มใจอยู่กับ จีราวัจน์ เพราะความรัก และความสนิทที่ทั้งสองมีด้วยกันมาเกือบ 20 ปี ทำให้ดาราการู้ดีว่า จีราวัจน์หว้าเหว่ แสนเหงา ต้องการใครสักคนเป็นเพื่อน และกว่าจีราวัจน์จะรู้ว่าติวดีเสียชีวิต ก็หลังจากที่ฤทธิ์ยานอนหลับสร่าง เมื่อจีราวัจน์รู้สึกตัว คนกล้าทำกล้ารับอย่างเธอ พร้อมไปรับความผิดกับตำรวจ แต่มันสายเกินไป เพราะ สุกี้ (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ) นักปั้นดารามือทอง ผู้เป็นทั้งคนชักนำเธอเข้าวงการและเป็นผู้จัดการดูแลเธอ ได้จัดการส่งสเตฟาน คนขับรถคนสนิทประจำตัว รับสารภาพผิดกับตำรวจว่าเป็นคนขับรถชนติวดีแทนเธอ โดยสุกี้ยอมเสี่ยงโกหกกับสังคมเพื่อแลกกับอนาคตทางการแสดงของจีราวัจน์ที่กำลังรุ่งเรือง ละครคลื่นชีวิต สุกี้คิดว่าการให้สเตฟานรับผิดแทนจีราวัจน์ จะทำให้เรื่องทุกอย่างจบง่าย ๆ แต่สุกี้คิดผิด เมื่อระหว่างที่ติวดีโดนจีราวัจน์ขับรถชน ติวดีกำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับ สาธิต (ปริญ สุภารัตน์) แฟนหนุ่มผู้เป็นทนายตงฉิน เชื่อว่าใครทำผิดต้องได้รับโทษ นั่นแหละความยุติธรรม! โดยสาธิตเป็นคนเดียวที่ได้ยินเสียงของจีราวัจน์พูดขอโทษติวดี นั่นทำให้เขาปักใจว่าคนที่ขับรถชนคนรัก ไม่ใช่สเตฟานแต่เป็นจีราวัจน์! สาธิตทำทุกวิถีทางพิสูจน์ให้คนทั้งสังคมเห็นว่าฆ่าตกรตัวจริงเป็นใคร โดยมี พ.ต.ต.พิเชษ เพื่อนตำรวจที่รู้จักในระหว่างร่วมงาน เป็นคนช่วยเหลือดูแลคดี โดยสาธิตมั่นใจว่าเขาสามารถลากตัวจีราวัจน์รับโทษอย่างที่เขาเคยส่งคนผิดเข้าคุกมาตลอดอาชีพทนาย แต่ครั้งนี้! สาธิตกลับเจอว่าความจริง พ่ายแพ้อำนาจเงิน! เมื่อหลักฐานทุกอย่างที่จะมัดตัวจีราวัจน์ได้ มันหายไปหมด! สาธิตไม่ยอมแพ้ที่จะหาทางลงโทษจีราวัจน์ แต่ทุกอย่างต้องหยุดลงเมื่อ นวดี (ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของติวดี แม่ครูของเหล่าเด็กกำพร้า เป็นคนขอร้องให้สาธิตหยุดอาฆาตแค้น นวดีไม่อยากให้สาธิตต้องจมอยู่กับความทุกข์ ที่เกิดจากความโกรธแค้นอีก รวมทั้ง พัฒนะ (สันติสุข พรหมศิริ) เจ้าของบริษัทผลิตละคร ที่จีราวัจน์กำลังแสดงละครอยู่ พัฒนะเป็นเพื่อนของพ่อของสาธิต และเปรียบเหมือนเป็นพ่อบุญธรรมของสาธิต เพราะหลังจากที่พ่อแม่ของสาธิตประสบอุบัติเสีย ชีวิตทั้งคู่ พัฒนะคือคนที่ส่งเสียและดูแลสาธิตจนเรียนจบเนติบัณฑิต! ฉะนั้นเมื่อพัฒนะขอให้สาธิตทำอะไร สาธิตพร้อมจะทำ รวมทั้งคำขอร้องที่แสนเฉือนหัวใจ ที่พัฒนะขอร้องให้สาธิตหยุดสืบหาหลักฐานเอาเรื่องจีราวัจน์ เพราะละครที่จีราวัจน์แสดงกำลังทำเงิน ถ้าจีราวัจน์ติดคุกจะมีผลทำให้บริษัทของพัฒนะเสียหาย จนกระทบกับหนี้สินของบริษัทด้วย ละครคลื่นชีวิต ในเมื่อผู้ใหญ่สองคนที่เขารักขอร้องให้เขาหยุด ละครคลื่นชีวิต แม้สาธิตไม่ต้องการหยุดฉีกหน้ากากของจีราวัจน์ แต่เขาต้องหยุด แต่ใครจะรู้ แม้สาธิตจะหยุดดำเนินคดีทางกฎหมายกับจีราวัจน์ แต่เขาไม่หยุดตามจองล้างจองผลาญจีราวัจน์ โดยสาธิตประกาศ ในเมื่อกฎหมายทำโทษจีราวัจน์ไม่ได้ เขาจะใช้กฎแห่งกรรมทำโทษจีราวัจน์เอง ด้านจีราวัจน์นั่นอยากเหลือเกินที่จะบอกสาธิตว่าเธอพร้อมรับผิด แต่เธอทำไม่ได้เพราะเธอต้องแบกความเป็นความตายของคนที่รวมโกหกช่วยเธออยู่ เธอเลือกไถ่โทษด้วยการดูแลนวดี แทนติวดีห่าง ๆ โดยมี ชยันต์ (หลุยส์ สก๊อต) ผู้กำกับฯ หนุ่มติสต์ชื่อดัง ซึ่งเคยเป็นรุ่นพี่สมัยมัธยมของจีราวัจน์ ผู้รักและหวังดีกับจีราวัจน์เสมอมา เพราะชยันต์รู้ว่าผู้หญิงที่แข็งกระด้างภายนอก แต่ภายในช่างแสนอ่อนแอ เขาจึงคอยช่วยเหลือส่งข่าวเรื่องนวดี เพราะชยันต์เป็นเพื่อนกับสาธิต ทำให้ชยันต์รับรู้เรื่องราวของนวดีจากสาธิตโดยตรง แต่ความช่วยเหลือของชยันต์ กลับยิ่งสร้างปัญหาให้จีราวัจน์ เมื่อ ปียากุล (จรินทร์พร จุนเกียรติ) ลูกสาวคนเดียวของพัฒนะ ผู้ควบคุมดูแลงานถ่ายละครภายในบริษัทของพัฒนะ และเป็นภรรยาซุปเปอร์โคตรขี้หึงของชยันต์ ได้ยินข่าวว่าเธอสนิทกับชยันต์มาก ทำให้ปียากุลใช้อำนาจหน้าที่การงานในมือเธอกลั่นแกล้งจีราวัจน์ แต่เพราะจีราวัจน์กำลังเป็นดาราทำเงินของพัฒนะ ทำให้พัฒนะออกตัวปกป้องจีราวัจน์ ทำให้ปียากุลไม่พอใจมาก ทำให้ปียากุลพาลระบายอารมณ์กับสาธิต ซึ่งเธอนับถือเหมือนพี่ชาย ทำให้สาธิตรับรู้ว่า นอกจากจีราวัจน์จะเป็นคนตลบแตลงสังคมว่าตัวเองไม่ใช่ฆาตกรแล้ว จีราวัจน์ยังเป็นผู้หญิงรักสนุกคั่วผู้ชายไม่ซ้ำหน้า แย่งผัวชาวบ้านไปกกได้อย่างหน้าไม่อาย!! ละครคลื่นชีวิต ยิ่งวันทีสาธิตพบจีราวัจน์สนิทสนมกับ เจตต์ (มาสุ จรรยางค์กุลดี) วิศวกรปิโตเลียมผู้มีชีวิตยู่กลางทะเล แต่เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน เขากลับขับรถชนจีราวัจน์ จนทำให้เขาหลงรักนางเอกสาว ซึ่งมันอาจไม่ใช่เรื่องที่สาธิตจะเอามาเป็นข้อเกลียดชังจีราวัจน์ ถ้าสาธิตไม่บังเอิญรู้เรื่องว่าดารากาเพื่อนรักของจีราวัจน์นั้นแอบชอบเจตต์อยู่จาก เจนจิรา (วันศิริ อ่องอำไพ) น้องสาวของเจตต์เจ้าของโรงเรียนที่ดารากาเป็นครูสอน ซึ่งสาธิตได้รู้จักกับเจจิราโดยบังเอิญ และเพราะเจนจิราเป็นคนคุยสนุก มองโลกในแง่ดี เหมือนติวดี ทำให้สาธิตสนุกที่ได้อยู่ร่วมกับเจนจิราโดยสาธิตไม่รู้ว่าความใกล้ชิดที่เขามอบให้เจนจิรานั้น ทำให้เจนจิราแอบชอบสาธิต ชีวิตของจีราวัจน์เจอปัญหาจากสาธิต ปียากุล สิทธา ยังไม่พอ ในเส้นทางสายงานบันเทิง เธอยังต้องเจอ พิม (โชติกา วงศ์วิลาศ) นางเอกจอมสร้างภาพว่าเป็นนางเอกแสนชื่อ แต่แท้จริงปากตลาด ทะเยอทะยาน ใฝ่สูง เคยเป็นอดีตดาราที่สุกี้ปั้นมากับมือ แต่พอดังแล้วก็แยกตัวออกจากสุกี้ ทำให้สุกี้ไม่พอใจพิมมาก หาว่าพิมเนรคุณ แต่พิมไม่แคร์ พิมคิดว่าสุกี้ได้เงินจากค่าตัวเธอเยอะแล้ว ไม่ถือว่ามีบุญคุณต่อกัน โดยตอนพิมออก พิมเอา ลูกน้ำ (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) อดีตเลขาลงสุกี้มาด้วย โดยพิมคิดว่าลูกน้ำทำงานกับสุกี้มานาน จะมี Connection กับเอเจนชี่จะผลักดันให้ความฝันก้าวสู่ การทำงานร่วมกับต่างชาติของเธอสมหวัง แต่เปล่าเลย ลูกน้ำไม่มีรู้จักใครเลย เป็นแค่คนปากกล้า อวดฉลาด แต่สมองกลวง ทำให้พิมเลี้ยงลูกน้ำไว้เป็นกันชนเวลาปะทะกับสุกี้ และเป็นคนหิ้วสัมภาระ รองมือรองเท้าตัวเองเท่านั้น! เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต และการโด่งดังของจีราวัจน์ ทำให้ชื่อเสียงที่กำลังลดฮวบของพิม ยิ่งลดลงไปอีก จากนางเอกเบอร์หนึ่งแทบจะเล่นเป็นนางรอง คนทะเยอทะยานอย่างพิมไม่ยอมรับสภาพอย่างนั้นง่าย ๆ เธอจึงยอมทำทุกอย่าง เพื่อกำจัดจีราวัจน์ไปจากเส้นทางของเธอ เพื่อให้เธอกลับมาเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง รวมทั้งหาลู่ทางเพื่อโกอินเตอร์ แม้แต่ยอมเอาตัวเข้าไปเป็นเมียน้อยของสิทธา เพื่อใช้อำนาจและเงินของสิทธา ปูทางโกอินเตอร์ให้ได้ หลายครั้งที่จีราวัจน์เหนื่อยกับการสู้รบกับความเกลียดชังที่ประเดประดังเข้ามาเหมือนคลื่นกระทบหาดทราย ละครคลื่นชีวิต แต่เธอก็ยังพอมีหลักให้ยึดอีกคน นั่นคือ ครูอารี ครูสอนร้องเพลงตั้งแต่ สมัยจีราวัจน์เรียนมัธยม ครูอารีคือคนที่เอื้ออารีข้าวและขนม เวลาที่จริยาออกไปขายตัว ปล่อยให้จีราวัจน์อยู่กับ ยายจัน ยายข้างบ้านที่มีอาชีพขายขนมจีน สมองไม่ค่อยดี ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ที่เคยเลี้ยงดูจีราวัจน์ พอยายจันออกไปตลาด จีราวัจน์ก็มาวิ่งเล่นบ้านครู ที่นี่เหมือนอีกโลกของจีราวัจน์ เป็นโลกที่สงบ ไม่ใช่โลกมายาที่เธอต้องยิ้มแม้ว่าในหัวใจร้องไห้ และการมาบ้านครูอารีครั้งนี้ ทำให้เธอรู้ว่าบ้านสวนถัดไปเป็นบ้านของนวดี จีราวัจน์หวังจะแอบไปดูความเป็นอยู่ของนวดีเพื่อจะช่วยเหลือ นั่นทำให้เธอเจอสาธิต จีราวัจน์ไม่อยากสู้รบกับสาธิตเพราะเธอรู้ตัวดีว่าผิด แต่สาธิตเหมือนเสือที่จ้องตะครุบเหยื่อ เมื่อเหยื่อเดินเข้ามาหา มีหรือที่เขาจะปล่อย สาธิตจงใจพูดจาแดกดันว่าเธอเป็นคนขี้ขลาด ทำผิดแล้วไม่กล้ารับผิด สาธิตเดินต้อนจีราวัจน์จนไปถึงริมคลอง นั่นเป็นครั้งแรกที่สาธิตเห็นความกลัวในแววตาของจีราวัจน์ ทำให้สาธิตรู้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่แทนที่สาธิตจะปราณีปล่อยเธอไป สาธิตกลับเดินกดดันจนจีราวัจน์ตกน้ำ แม้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่เธอไม่แม้แต่ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากใคร แม้แต่สาธิตที่ยืนมองเธอตะเกียกตะกายในน้ำอยู่ โดยสาธิตยื่นข้อเสนอให้เธออ้อนวอนร้องขอชีวิต แล้วเขาจะยอมช่วย แต่จีราวัจน์ไม่ยอมเอ่ยปาก จนกระทั่ง สีดา ลูกศิษย์สาวจอมก๋ากั่นของครูอารีมาช่วยไว้ทัน นั่นทำให้สาธิตได้เห็นอีกมุมนึงว่าจีราวัจน์เป็นคนรักศักดิ์ศรี ไม่ยอมอ่อนให้ใครง่าย ๆ เหมือนกัน สีดาพาจีราวัจน์กลับมาบ้านครูอารี พร้อมถามว่าใครเป็นคนทำจีราวัจน์ตกน้ำ จีราวัจน์ไม่อยากเอ่ยถึง เธอคิดแต่ว่ามันเป็นการชดใช้กรรมกับสิ่งที่เธอทำกับติวดี อย่างน้อยการที่สาธิตเห็นเธอเกือบตาย อาจทำให้สาธิตลดความโกรธ และเลิกยุ่งกับเธออีกก็ได้ แต่จีราวัจน์คิดผิด ละครคลื่นชีวิต เมื่อละครการกุศลของสมาคมคุณหญิงจริยามีอันต้องสะดุดลง เพราะนางเอกที่วางไว้เสียชีวิตลง ซึ่งก็คือติวดี ทำให้ต้องหานางเอกใหม่ซึ่งทุกคนลงความเห็นที่จีราวัจน์ แต่ก็เหมือนจะเป็นความจงใจของพระพรหม เมื่อผู้รับบทเป็นพระเอกคือสาธิต สาธิตไม่รักษามารยาทในการดูถูกและเหยียดหยามจีราวัจน์ต่าง ๆ นานา ด้านจีราวัจน์นั้น พยายามอดทนไม่อยากตอบโต้ แต่ชยันต์ไม่อาจทนเห็นสาธิตพูดจาดูถูกจีราวัจน์ได้ จึงเป็นคนออกโรงปกป้องแทนเธอ ทำให้สาธิตยิ่งตราหน้าว่าจีราวัจน์กำลังแย่งผัวคนอื่น แต่ดึกรีแรงแค้นของสาธิตต้องสะดุด เมื่อเขาได้เป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ ที่จีราวัจน์ใส่ใจ ในความเป็นความตายของยายจัน หากเขาก็ยิ่งย้ำใจให้แข็งขึ้นอีก เพราะถึงอย่างไรจีราวัจน์ ก็คือมือที่สามที่ทำให้ครอบครัวของชยันต์ต้องมีปัญหา ในงานศพยายจัน จีราวัจน์ถูกลอบยิง แต่เจตต์รับเคราะห์แทน แม้จะจับมือใครดมไม่ได้ แต่ในที่สุดชยันต์ก็ได้รู้ว่าเป็นฝีมือของปียากุล ชยันต์และปียากุลทะเลาะกันหนักขึ้นเรื่อย ๆ ชยันต์เห็นใจลูกจึงพยายามอดทนเสมอ แต่ครั้งนี้ปียากุลทำเกินไป ทำให้ชยันต์คิดว่าต้องทำอะไรตัดนิสัยเอาแต่ใจของปียากุลบ้าง จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอยู่กับปียากุล ปียากุลนั้นรักชื่อเสียงมาก เมื่อชยันต์ขอแยกกันอยู่ และมีข่าวออกหน้าบันเทิง ทำให้ปียากุลเครียด จนต้องไปฟูมฟายระบายกับสาธิต กล่าวหาว่าชยันต์ย้ายออกไป เพื่อไปอยู่กับจีราวัจน์ นักแสดงละครคลื่นชีวิต จีราวัจน์คือต้นเหตุทำให้ชีวิตครอบครัวของปียากุลพังพินาศ สาธิตมาจัดการจีราวัจน์แทนปียากุล แล้วเห็นจีราวัจน์ก็คอยดูแลเจตต์ เพราะต้องเจ็บตัวเพื่อตัวเอง ความสนิทสนมของจีราวัจน์กับเจตต์ทำให้ดารากาไม่พอใจ คิดว่าเพื่อนทรยศทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเธอแอบหลงรักเจตต์ จนกระทั่งทะเลาะกันใหญ่โต ถึงขั้นดารากาย้ายออกจากบ้านเพื่อน สาธิตตามมาสมน้ำหน้าจีราวัจน์ที่มั่วผู้ชายไม่เลือก แม้แต่แฟนเพื่อนก็ไม่เว้น จนสุดท้ายจีราวัจน์ก็ไม่เหลือใคร ชยันต์เข้ามาปลอบใจจีราวัจน์ว่าเธอยังมีเขา ชยันต์คอยเข้ามาประคับปคะคองจีราวัจน์ แต่ชีวิตที่เคยเป็นเด็กบ้านแตกสาแหรกขาด ทำให้จีราวัจน์ไม่อยากเป็นคนทำลายครอบครัวของชยันต์ แต่ชยันต์ปลอบจีราวัจน์ว่า ที่ครอบครัวของเขาจะพัง ไม่ใช่เพราะจีราวัจน์ แต่เป็นเพราะปียากุลกับเขาหมดความเข้าใจต่อกัน ในเมื่อชยันต์ไปกับปียากุลไม่รอด เขาก็อยากหยุดและเริ่มต้นใหม่กับจีราวัจน์ เรื่องย่อคลื่นชีวิต จีราวัจน์เคยผ่านชีวิตบอบซ้ำมา ทำให้จีราวัจน์รู้ว่าความหวังดีที่ชยันต์มีให้กับเธอ มันไม่ใช่ความรักอย่างที่ชยันต์พร่ำบอก มันเป็นแค่ความรู้สึกเห็นใจ เพราะแท้จริงในหัวใจของชยันต์รักปียากุลและเจ็บซ้ำกับสิ่งที่ปียากุลไม่ไว้ใจเขา ดังนั้นคนมีปัญหาอย่างชยันต์ มาเจอกับผู้หญิงที่เจอปัญหามาทั้งชีวิตอย่างเธอ มันจึงเกิดการคลิกกัน จีราวัจน์ขอให้ชยันต์ เป็นเพื่อนที่ดีอย่างเดิม อย่าให้มากกว่านั้นเลย แล้วกลับไปซ่อมแซมครอบครัวของชยันต์ ให้กลับมาสวยงามเหมือนเดิมดีกว่า แต่เคราะห์ของจีราวัจน์ที่จะทำให้สาธิตยิ่งเกลียดเธอ ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อจีราวัจน์รู้ว่าบ้านที่อาศัยอยู่นี้กำลังจะถูกธนาคารยึด จีราวัจน์สั่งสุกี้ให้จัดการเรื่องบ้าน จนเรื่องเข้าหูจริยา จริยาสั่งห้ามจีราวัจน์ไปยุ่งกับนวดีอีก เพราะตอนนี้รูปคดีออกมาว่าไม่มีหลักฐานมัดว่าจีราวัจน์ขับรถชน แต่ถ้าจีราวัจน์ดูแลนวดีมาก ๆ เพราะมันอาจทำให้สาธิตหาช่องโหว่เล่นงานจับจีราวัจน์เข้าคุกได้ จีราวัจน์เสียใจที่แม่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเองจนลืมคำว่ามนุษยธรรม ถ้าลูกของแม่โดนรถชน แม่จะอยู่เฉยไหม จริยาได้แต่ยืนนิ่งไม่ได้ตอบ การทะเลาะกันเสียงดังของจีราวัจน์กับจริยา ทำให้ ศิริลักษณ์ หัวหน้าแม่บ้านประจำบ้านของสิทธา ผู้มีนิสัยประจบสอพลอสิทธา และลึก ๆ หวังสบายเป็นเมียของสิทธา แต่สิทธาไม่เอา ทำให้ศิริลักษณ์อิจฉาและจงเกลียดจงชังจริยาและจีราวัจน์ เมื่อการทะเลาะของจริยากับจีราวัจน์รู้ถึงหูศิริลักษณ์ ศิริลักษณ์จึงไปบอกสิทธาว่าจีราวัจน์ต้องการเงิน ทำให้สิทธาเสนอเงินเธอโดยมีข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งจีราวัจน์รู้ดีว่าคืออะไร จีราวัจน์ตกลงเพราะเห็นถึงวิธีที่จะแก้เผ็ดอีกฝ่าย ในวันนัดจีราวัจน์แอบมอมยาสิทธา พร้อมเอาปืนจ่อหน้าสิทธาและข่มขู่ให้สิทธาเลิกยุ่งกับตัวเองอีกไม่อย่างนั้นเธอฆ่าสิทธาให้ตายตามกันแน่ แล้วจีราวัจน์ก็หนีออกมาจากโรงแรม โดยหวังว่าเรื่องราวยุ่ง ๆ จะจบลงสักที แต่เปล่าเลย เมื่อจีราวัจน์พบสาธิตที่ดักรออยู่ จากการแอบส่งข่าวของพิม ที่รู้ว่าสาธิตจ้องทำลายจีราวัจน์อยู่ พิมจึงเข้ามาตีสนิทกับสาธิต หวังจะยืมมือสาธิตทำลายจีราวัจน์ให้สิ้นซาก ละครคลื่นชีวิต แล้วภาพที่สาธิตเห็นจีราวัจน์เข้าโรงแรมกับสิทธาที่มีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงของจีราวัจน์ ยิ่งทำให้สาธิตขยะแขยงจีราวัจน์ โดยคิดว่าจีราวัจน์มั่ว เห็นแก่เงิน จนไร้ศีลธรรมใช้ผัวร่วมกับแม่ แต่แล้วความเชื่อที่สาธิตมีต่อจีราวัจน์ต้องเจอจุดเปลี่ยน เมื่อสาธิตจำต้องมาพัวพันกับความเลวของสิทธาจนได้ เพราะ เวทิต นักข่าวที่แอบส่งหลักฐานเอาผิดสิทธามาให้เขาก่อนตาย ทำให้สาธิตเริ่มตามสืบพฤติกรรมของสิทธา แล้วนั่นทำให้สาธิตได้เห็นว่าสิทธาชั่วร้ายขนาดไหน แล้วคนที่ตกเป็นเหยื่อของสิทธาไม่ใช่แค่เวทิต แต่เป็นจีราวัจน์ด้วย รวมทั้งจีราวัจน์ได้เข้ามาดูแลนวดี และดูแลเด็ก ๆ กำพร้าที่นวดีสอนหนังสือ และชยันต์ยังมาปรับความเข้าใจกับสาธิตว่าจีราวัจน์ไม่ยอมรับความรักของชยันต์ แต่จีราวัจน์กลับเป็นคนเตือนสติให้ชยันต์กลับไปง้อปียากุล ทำให้สาธิตได้เห็นว่าจีราวัจน์ ได้มีแค่ด้านร้าย แต่เธอยังมีมุมความดี และมีหัวใจที่บอบซ้ำ ไม่ต่างจากเด็กกำพร้าที่นวดีและเขาดูแลเลย ทำให้ความแค้นในใจของสาธิตเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสาร เข้าไปยุ่งกับชีวิตจีราวัจน์โดยไม่รู้ตัว นักแสดงละครคลื่นชีวิต ด้านจีราวัจน์ก็ได้รับรู้มุมอบอุ่นที่เกิดจากความเอาใจใส่ ดูแลด้วยความละเอียดอ่อนของสาธิต ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้จากใคร เป็นความรู้สึกที่เธอโหยหา จนทำให้จีราวัจน์แอบเผลอใจให้สาธิตโดยไม่รู้ตัว สองคนต่างมีความห่วงใยที่ไม่กล้าแสดงออกต่อกัน ละครคลื่นชีวิต จนกระทั่งสิทธามายุ่งเกี่ยวกับจีราวัจน์อีกครั้ง สาธิตออกตัวช่วยจีราวัจน์ให้รอดพ้นเงื้อมมือสิทธา และยังใช้หลักฐานที่ตัวเองได้จากเวทิตข่มขู่สิทธา เพื่อให้สิทธาเลิกยุ่งกับจีราวัจน์ จีราวัจน์อึ้งเมื่อเห็นว่าสาธิตช่วยเหลือตัวเอง โดยสับสนว่าสาธิตช่วยตัวเองทำไม สาธิตรู้สึกอะไรกันแน่ แต่สิทธามองอาการสาธิตออก สิทธารู้ว่าสาธิตกำลังตกบ่วงเสน่หาของจีราวัจน์ และดูเหมือนจีราวัจน์ก็มีใจให้สาธิตเช่นกัน ทำให้สิทธาคิดชั่ว ในเมื่อตัวเองไมได้จีราวัจน์มาครอบครอง ก็อย่าหวังว่าใครจะได้มีความสุขทั้งจีรัวัจน์และสาธิต ดังนั้นสิทธาจึงไปหาสาธิตที่สำนักงาน แล้วมอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เขาเคยส่งคนไปเก็บ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าจีราวัจน์คือคนขับรถชนติวดี เมื่อสาธิตเห็นหลักฐาน ความเจ็บปวดในอดีตจึงย้อนคืนกลับมา สาธิตได้แต่นั่งมองกองหลักฐานอย่างสับสนว่าเขาจะฟ้องเอาจีราวัจน์เข้าคุกหรือไม่ เรื่องสิทธาเอาหลักฐานไปให้สาธิตรู้ถึงหูจริยา จริยารีบไปหาสาธิตเพื่อเจรจาพร้อมเสนอเงินให้ ความเจ็บปวดในใจของสาธิต ทำให้สาธิตบอกจริยาไปว่า เขาจะยอมทำลายหลักฐาน ก็ต่อเมื่อจีราวัจน์เอาตัวมาแลก ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ความชั่วของสิทธายังไม่หยุดเท่านี้ มันเหมือนเสือที่คลั่ง จริงอยู่ที่จีราวัจน์เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา แต่คนอย่างสิทธาไม่เคยยอมให้ใครลูบคมได้ ถ้าประกาศว่าได้ มันต้องได้ สิทธาสั่งพิมให้หลอกล่อจีราวัจน์มาที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของเขา สิทธาวาดหวังจะข่มขืนจีราวัจน์บนเครื่องบิน เพราะไม่มีทางที่จีราวัจน์จะหนีรอดกรงเล็บเสือไปได้ จริยารู้เรื่องแผนการชั่วของสิทธา แม้จะรักเกียรติยศชื่อเสียง แต่หัวใจความเป็นแม่ไม่อาจปล่อยให้ชีวิตลูกตกนรกได้ เมื่อพิมหลอกจีราวัจน์ไปถึงเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของสิทธาได้ จีราวัจน์ดิ้นรนหนีจนไปเจอปืนของสิทธา สิทธาแย่งปืนกับจีราวัจน์ ทันใดนั้น กระสุนจากปากกระบอกปืนในมือของคุณหญิงจริยา ก็ยุติเรื่องเลวร้ายทั้งหมดลงในวินาทีนั้น เป็นครั้งแรกที่จีราวัจน์เข้าไปกอดแม่ จริยาเข้าไปกอดลูกพร้อมพร่ำบอกขอโทษ เป็นเพราะความโลภของตัวเอง ทำให้ชีวิตของจีราวัจน์ต้องเป็นอย่างนี้ เธอขอติดคุกเพื่อชดใช้กับความผิดที่เธอทำ แต่สิ่งหนึ่งที่จริยาอยากให้จีราวัจน์รู้ไว้ ว่าต่อให้เงินสำคัญสำหรับแม่ยังไง แต่เลือดเนื้อและหัวใจของลูกสำคัญกว่า นั่นทำให้หัวใจที่เย็นชาไร้ความรู้สึกของจีราวัจน์ได้รับรู้ความในใจของแม่ ละครคลื่นชีวิต คลื่นชีวิตของจีราวัจน์เหมือนจะกำลังสงบ แต่ยังมีพายุอีกหนึ่งลูก ที่กำลังรอพัดพาชีวิตของจีราวัจน์ให้ล้มลง เมื่อจริยาเอาเรื่องข้อเสนอของสาธิตไปบอกกับจีราวัจน์ เมื่อจีราวัจน์รู้เรื่องข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตแล้ว เธอจะทำเช่นไร จะยอมทำตามข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตหรือไม่ ชยันต์และปียากุลจะกลับมาคืนดีกันไหม เจตต์กับดารากาจะสมหวังกันหรือเปล่า และหัวใจรักของแม่ที่จริยากดเก็บไว้ ไม่เคยแสดงออกให้ลูกเห็น จริยาจะเลือกปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงของตัวเองหรือปกป้องลูก สุดท้ายเส้นทางความรักระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์ที่มีความแค้นขวางกั้นจะมีวันเกิดขึ้นได้หรือไม่ ต้องติดตามชมกันต่อได้ใน ละครคลื่นชีวิต ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต รายชื่อนักแสดงนำใน ละครคลื่นชีวิต ปริญ สุภารัตน์ รับบท สาธิต อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท จีราวัจน์ หลุยส์ สก๊อต รับบท ชยันต์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท ปียากุล ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท ดารากา มาสุ จรรยางค์กุลดี รับบท เจตต์ วันสิริ อ่องอำไพ รับบท เจนจิรา ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ รับบท สิทธา โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท พิม เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ รับบท สุกี้ ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับบท ลูกน้ำ พริมา พันธ์เจริญ รับบท ติวดี สันติสุข พรหมศิริ รับบท พัฒนะ ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท นวดี

แปลงโฉมบ้าน ให้สวยด้วย 10 วิธีง่ายๆ ภาค1
diyของเหลือใช้ /  ของแต่งบ้าน

เพื่อนๆ รู้มั้ยคะว่า สิ่งของรอบตัวเราสามารถนำมาประดิษฐ์ดัดแปลงเป็นของแต่งบ้าน หรือเป็นของใช้ต่างๆ ภายในบ้านได้อย่างมากมาย วันนี้ Decor.MThai จึงได้รวบรวมไอเดียตัวอย่างการแปลงโฉมบ้านให้สวยด้วย 10 วิธีง่ายๆ มาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ ว่าแล้วเราไปดูกันดีกว่าค่ะ แปลงโฉมบ้าน ให้สวยด้วย 10 วิธีง่ายๆ ภาค1 1.Washi Tape Confetti Wall 2.Embroidery Hoop Art สดึงเก่า ใส่ผ้าที่มีลวดลายสวยๆ ลงไป ก็กลายมาเป็นของแต่งบ้านได้ค่ะ 3.Triangle Decal Wall 4.Floral Wire Quote 5.Tassel Wall Hanging 6.Thrift Store Planters เพ้นลายต่างๆ ลงไปบนกระถาง ช่วยเพิ่มสีสัน เปลี่ยนกระถางให้กลายเป็นของตกแต่งบ้านค่ะ 7.Gallery Wall กรอบรูปทาสีสดๆ หารูปสีหวานๆ มาใส่ นำไปแขวนไว้บนฝาผนังห้องก็ทำให้ผนังห้องสวยเก๋ได้ค่ะ 8.Hanging Planters มัดเชือกกับกระถาง และนำไปแขวนที่ผนังก็สวยเก๋เท่ไปอีกแบบนะคะ 9.Polka Dot Door 10.Hanging Photo Display ถ้าเพื่อนๆ อยากมีของแต่งบ้านที่สามารถประหยัดเงินในกระเป๋า และได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ก็ลองนำไอเดียตัวอย่างไปปรับใช้ ตกแต่งบ้านของเพื่อนๆ กันดูนะคะ ขอบคุณภาพ : http://www.diys.com

หูดับ!คลิปผู้บรรยายไอซ์แลนด์ตะโกนเสียงหลงหลังซัดเข้ารอบนาทีท้าย
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ /  ยูโร 2016 / 

หากจะหาอะไรมาบรรยายความสะใจของชาวไอซ์แลนด์ทั้งชาติ คงไม่มีอะไรที่บอกได้ดีกว่า คลิปของผู้บรรยายฟุตบอลยูโรคนนี้อีกแล้วโดยในศึกยูโร 2012 ที่ไอซ์แลนด์ ทีมน้องใหม่ที่เข้ามาเล่นในทัวร์นาเม้นท์ใหญ่เป็นครั้งแรก และสร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้ารอบไปในนาทีสุดท้าย ด้วยการเอาชนะออสเตรีย จากประตูชัยจากจังหวะสวนกลับของ เอลเมอร์ บยาร์นาสัน ที่หลุดขึ้นมาทางกราบขวา ก่อนป้ายให้ อาร์นอร์ ทรอส์ทาสัน เข้าชาร์จเป็นประตู ให้ไอซ์แลนด์ พลิกเอาชนะ ออสเตรีย ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายเข้าไปพบกับ อังกฤษ

รวม 10 เหตุการณ์เด่น ประเด็นดัง จากรอบแบ่งกลุ่ม ยูโร 2016
คิราลี่ /  ชาก้า / 

ยูโร 2016 ผ่านพ้นรอบแบ่งกลุ่มไปเป็นที่เรียบร้อย ตอนนี้ก็เหลืออยู่ 16 ทีมที่จะต้องฟาดฟันกันต่อไป ซึ่งตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมานั้นก็มี เหตุการณ์สำคัญ ที่น่าพูดถึงเกิดขึ้นมากมาย และทีมงาน MThai Sports ก็ได้คัดเอาที่เด่นๆ มาทั้งหมด 10 เหตุการณ์ โดยเรียงตามลำดับเวลาที่เกิดเหตุ มาดูกันหน่อยว่าจะมีอะไรกันบ้าง... 1. ดาบิด เด เคอา พัวพันข่าวปาร์ตี้เซ็กส์ เรียกได้ว่าอยู่ดีๆ ก็เกือบจะงานเข้าตั้งแต่ก่อนลงสนามนัดแรกให้ สเปน สำหรับ ดาบิด เด เคอา นายทวารจาก แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งมีข่าวฉาวออกมาว่าเจ้าตัวไปมีเอี่ยวกับคดีคาวโลกีย์ในบ้านเกิด ตบท้ายด้วยข่าวลือที่ว่าทีมกระทิงดุได้ตะเพิดมือกาววัย 25 พ้นแคมป์ทีมชาติไปเรียบร้อย อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างก็เป็นเพียงแค่เรื่องโคมลอยเท่านั้น ก่อนที่ เด เคอา จะลงทำหน้าที่เฝ้าเสาให้กับทีมในทัวร์นาเม้นท์นี้ตามปกติ 2. สองพี่น้อง ชาก้า ในเกมที่ อัลบาเนีย เจอกับ สวิตเซอร์แลนด์ หน้าประวัติศาสตร์ของศึก ยูโร ได้จารึกว่ามีพี่น้องลงเผชิญหน้ากันด้วยการติดธงคนละทีมเป็นครั้งแรก นั่นคือ เทาลันด์ ชาก้า (อัลบาเนีย) และ กรานิต ชาก้า (สวิตเซอร์แลนด์) ซึ่งรากเหง้าของทั้งคู่นั้นมาจากพ่อแม่ชาว อัลบาเนีย ที่อพยพมาอยู่ในแดนนาฬิกา แต่เมื่อเติบโตขึ้นมา ทั้งคู่กลับเลือกที่จะรับใช้ทีมชาติกันคนละทีม จนในที่สุดก็ได้โคจรมาพบกันในทัวร์นาเม้นท์ใหญ่ดังกล่าว 3. แฟนบอล อังกฤษ กับ รัสเซีย ตีกันยับ งานนี้ทำเอา อังกฤษ ฮูลิแกนต้นฉบับไปไม่เป็นเหมือนกัน เมื่อเจอกับขาโหดอย่าง รัสเซีย ซึ่งทั้ง 2 ทีมตีกันยับทั้งก่อนเกม, ระหว่างเกม และหลังเกม ความรุนแรงที่เกิดขึ้นทำเอา ยูฟ่า ต้องออกมาขู่ว่าถ้าเกิดเหตุการณ์ทำนองนี้อีกจะตัดสิทธิ์ทั้ง 2 ฝั่งไม่ต้องแข่งมันต่อแล้ว โดยทางทีมหมีขาวนั้นโดนหนักกว่าด้วยการคาดโทษอย่างเป็นทางการ พร้อมปรับเงินสหพันธ์ฟุตบอลรัสเซีย เนื่องจากมีหลักฐานพร้อมว่าพวกนี้มันหาเรื่องก่อน นอกจากนี้ก็ยังมีข่าวซุบซิบออกมาด้วยว่า หนึ่งในสาเหตุที่แฟน รัสเซีย จ้องเล่นงาน อังกฤษ เป็นพิเศษ ก็เพราะให้ความชื่นชม และมองฮูลิแกนเป็นแบบอย่าง ก็เลยตีมันซะเลย เอากับเขาสิ! 4. โอซาน ตูฟาน เสยผมจนโดนยิง ในจังหวะที่ควรวิ่งเข้าไปบล็อคหรือบังทาง โอซาน ตูฟาน มิดฟิลด์ ตุรกี กลับเลือกที่จะห่วงหล่อด้วยการเสยผมที่เสียทรง ทำเอา ลูก้า โมดริช ตะบันไกลเสียบตาข่ายเข้าไปอย่างสวยงาม แถมมันได้กลายมาเป็นประตูชัยด้วยสกอร์ 1-0 แน่นอนว่าหลังเกม นักเตะวัย 21 ปี จาก เฟเนร์บาห์เช่ โดนสื่อวิจารณ์ยับอย่างช่วยไม่ได้ 5. โยอาคิม เลิฟ กับรสชาติแห่งความขมคอ ใครจะคิดว่ากุนซือมาดเนี้ยบทุกกระเบียดนิ้วอย่าง โยอาคิม เลิฟ จะกระทำการอุกอาจด้วยการจกเป้ากางเกงแล้วขึ้นมาดมในที่แจ้งแบบนั้น เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในเกม เยอรมัน พบกับ ยูเครน ซึ่งรูปเกมที่ชวนเครียดก็ทำให้ผู้จัดการทีมอินทรีเหล็กตกอยู่ในห้วงภวังค์ ทันใดนั้นก็ล้วงเอากลิ่นขมคอขึ้นมาดม โดยที่เจ้าตัวยอมรับในภายหลังว่าทำไปโดยไม่รู้ตัวเลย ถือว่าน่าเห็นใจ เลิฟ อยู่เหมือนกัน เพราะความสุขเล็กๆ แบบนี้มันก็ไม่ได้ไปทำให้ใครเดือดร้อนสักหน่อยนี่ 6. คริสเตียโน่ โรนัลโด้ งอแงหลังเอาชนะ ไอซ์แลนด์ ไม่ได้ ในเกมที่ใครๆ ต่างก็มองว่า โปรตุเกส ได้กินหมูแน่นอน แต่พวกเขากลับไม่สามารถเอาชนะ ไอซ์แลนด์ ได้ ทั้งๆ ที่ขึ้นนำไปก่อน แน่นอนว่าจอมหงุดหงิดเพื่อนร่วมทีมมือวางอันดับต้นๆ อย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้ออกอาการหัวเสียนับครั้งไม่ถ้วน แถมหลังเกมยังให้สัมภาษณ์ว่าฝั่งตรงข้ามดีแต่อุด เสมอได้ก็ดีใจอย่างกับได้แชมป์อีก นี่ยังดีที่ว่าข่าวลือไม่ยอมแลกเสื้อกับ อารอน กุนนาร์สสัน นั้นไม่ใช่เรื่องจริง ไม่งั้นล่ะครบเครื่องเลยทีเดียว 7. กาบอร์ คิราลี่ แก่สุดที่ลงสนามใน ยูโร ผู้รักษาประตูที่เคยเป็นตัวประกอบในเวที พรีเมียร์ ลีก อย่าง กาบอร์ คิราลี่ กลายมาเป็นคนที่สื่อให้ความสนใจเป็นพิเศษ เมื่อเขาลงเฝ้าเสาให้กับ ฮังการี นัดเจอ ออสเตรีย ด้วยการสร้างสถิติอายุมากที่สุดที่ลงเล่นในศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ด้วยวัย 40 ปี 47 วัน ที่น่าสนใจคือเขายังมีโอกาสขยายสถิติออกไปเรื่อยๆ พราะชาติของเขาทะลุเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ในฐานะแชมป์กลุ่มเอฟ นอกจากนี้ คิราลี่ ก็ยังมีลูกเล่นแปลกๆ มาโชว์ให้เราได้เห็นกันตลอด ทั้งขว้างหลอก, โยนลูกลอดขา และหลอกจิ้มหัวเกือก เรียกได้ว่ามาแจ้งเกิดเอาตอนแก่จริงๆ 8. แฟนบอล โครเอเชีย กระหน่ำโยนพลุไฟลงสนาม ความรุนแรงในสนามยังเกิดขึ้นอีกในเกมที่ สาธารณรัฐเช็ก เตะกับ โครเอเชีย คราวนี้เป็นการโยนพลุไฟลงสนามมาแบบไม่ขาดสายของแฟนบอลชาวโครแอต ระหว่างที่ทีมของพวกเขากำลังนำอยู่ 2-1 แน่นอนว่ามันไม่ได้เกี่ยวข้องกับความไม่พอใจในผลงานของทีมเลยแม้แต่น้อย แต่มันเป็นเพราะพวกเขาต้องการประท้วง ดาวอร์ ซูเคอร์ อดีตดาวยิงประจำชาติที่ผันตัวมาเป็นประธานสหพันธ์ฟุตบอลโครเอเชีย และไปพัวพันกับเรื่องราวทุจริตฉ้อโกงมากมายนั่นเอง 9. สวิตเซอร์แลนด์ เสื้อขาด ทุกวันนี้ด้วยเทคโนโลยีที่เน้นความบางเบาของเนื้อผ้า การที่นักเตะสักคนจะถูกดึงเสื้อจนขาดคาสนามคงเป็นภาพที่ไม่น่าแปลกอะไรนัก แต่ในเกมที่ สวิตเซอร์แลนด์ เจอกับ ฝรั่งเศส เสื้อแข่งของขุนพลสวิสนั้นขาดวิ่นกันไปถึง 4-5 คนเลยทีเดียว ซึ่งทางผู้ผลิตอย่าง พูม่า ก็ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่าจะนำเสื้อแข่งเซ็ตนี้ไปวิเคราะห์หาสาเหตุกันต่อไป นอกจากนี้ก็ยังเกิดเรื่องอื่นๆ ในเกมเดียวกันด้วย นั่นก็คือลูกบอลแตก และฝรั่งเศสต้องใช้ชุดที่ออกแบบพิเศษ เนื่องจากผิดกฏ ยูฟ่า ถือเป็นเกมที่มีอะไรให้น่าพูดถึงเยอะเลยทีเดียว 10. ประตูชัยให้คนทั้งชาติของ อาร์มันโด้ ซาดิกู การมา ยูโร 2016 ครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ อัลบาเนีย ได้โชว์เพลงแข้งในทัวร์นาเม้นท์ใหญ่ แต่ผลงานของพวกเขาจาก 2 แมตช์แรกก็ต้องจบลงด้วยความชอกช้ำ เมื่อแพ้ต่อ สวิตเซอร์แลนด์ และ ฝรั่งเศส ด้วยสกอร์ 0-1 และ 0-2 ตามลำดับ ความหวังที่จะผ่านเข้ารอบต้องฝากไว้กับแมตช์สุดท้ายกับ โรมาเนีย ซึ่งสถานการณ์บังคับให้ต้องชนะลูกเดียว แต่ด้วยเกมรุกที่ยังผลิตสกอร์ไม่ได้เลยตลอด 2 เกมแรก ทำให้ใครๆ ต่างก็มองว่าเป็นเรื่องยาก จนกระทั่ง อาร์มันโด้ ซาดิกู โขกเข้าไปให้คนทั้งชาติได้เฮ กลายเป็นว่าประตูนี้ประตูเดียวเพียงพอที่จะทำให้พวกเขาได้ไปต่อในฐานะหนึ่งในทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุด นี่คือ 10 เหตุการณ์เด่นที่เราได้คัดเลือกมา หากคิดว่ามีเรื่องไหนที่น่าพูดถึงแล้วตกหล่นไปจากนี้ ก็สามารถแสดงความคิดเห็นกันเข้ามาได้ที่ด้านล่างนี้เลย!

บุ๋ม โฮ! แถลงปมแย่งที่จอด เผยเป็นหุ้นส่วน เจนี่ วอนอย่าทำร้ายกัน
เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ /  บุ๋ม ปนัดดา / 

            แถลงแล้ว!!! หลังจากดราม่าอย่างดุเดือดผ่านโซเชียลกันไปมา และไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ สำหรับกรณีดราม่าที่จอดรถระหว่างฟิสเนสของสองซุปตาร์ 911 by JT ของ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ และ สแมชยิม ของ บุ๋ม ปนัดดา ล่าสุด บุ๋ม ปนัดดา และสามี เอก เอกริน ก็ได้จูงมือกันมาแถลงชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว               "ที่อยากจะชี้แจงเพราะเรื่องเริ่มบานปลาย ไม่ได้อยากมีปัญหากับเจนี่ หรือกับแม่เจนี่ สแมชยิมกับ 911 อยู่ในพื้นที่เดียวกัน ก่อนที่จะออกมาเคลียร์ คือเรามีการคุยกันแล้ว แต่ปัญหามันไม่ได้รับการแก้ไข เริ่มเรื่องมาจาก บุ๋ม และท๊อป ณฐกร 2 คนก่อน และเจนี่ มาขอร่วมหุ้นที่ 3 ท๊อปจะเปิดเทควันโด เจนี่จะเปิดมวย และเอกจะเปิดยิม แต่ทางมวย และเทควันโดใช้พื้นที่เยอะ เลยยกให้ใช้พื้นที่เยอะไป เดี๋ยวทางเราเอาพื้นที่น้อยเอง เรามีสัญญา เพียงแต่ปัญหาคือหลังจากเซ็นสัญญาแล้ว ทางท๊อป และเจนี่เค้ามีปัญหากัน และเจนี่เลยซื้อหุ้นกับทางท๊อปทั้งหมด และอาคารที่เห็นทั้งหมดนี้ บุ๋มขอถามหน่อย ถ้าเป็นแค่ผู้เช่าบุ๋มจะลงทุนทำทั้งอาคารเป็นเงินทั้งหมด 10 ล้านบาททำไม บุ๋มเป็นคนลงทุนสร้างทั้งหมด แต่ยอมเป็นแค่ผู้เช่า นี่คือข้อผิดพลาดข้อแรก             เอก อยู่ยิมทุกวัน ทำไมเค้าขับมาก่อนแต่ไม่ให้จอด ซึ่งที่จอดตรงนั้นเค้าเว้นไว้ให้คลาสซุมบ้า ทางบุ๋มก็เคยเดินเข้าไปคุยกับคุณแม่ว่าจะมีวิธีแก้ปัญหาได้มั้ย แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบไม่ได้รับการแก้ไข ที่ต้องแถลงข่าว เพราะรู้สึกเสียใจ ต้องเครียดทุกวัน ปัญหามีมาทุกวัน อยากจะแก้ปัญหาจริงๆ เราติดต่อแล้ว ทำทุกทาง ที่แถลงข่าวเพราะเราได้รับคลิปเหตุการณ์ ในคลิปคือ วันนั้นมีคลาสซุมบ้า ลูกค้าเล่นเสร็จตอนทุ่มนึง จะกลับบ้านแต่กลับไม่ได้ เอกเลยบอกให้เค้าเลื่อนรถได้มั้ย เค้าบอกว่าเลื่อนไม่ได้ ต้องรอสองทุ่มครึ่ง ยอมรับว่าโกรธ ทำไมถึงไม่เลื่อนรถให้ลูกค้า ทำไมต้องให้ลูกค้ารอ              ขอแค่ค่าก่อสร้างมาเถอะ 3 ล้านบาทแล้วจะย้ายออก บุ๋มไปนั่งกินข้าวกับเค้า บุ๋มไว้ใจเค้า เค้าทำแบบนี้เพื่ออะไร ไม่เคยต้องเป็นลมมาก่อนในชีวิต แต่ต้องมาเป็นเมื่อวานเพราะเครียดมาก            ถามว่าเป็นจุดแตกหักเลยมั้ย ขึ้นอยู่กับว่าทางฝั่งนั้นจะทำยังไง มีข่าวแว่วมาว่า ทางฝั่งนั้นจะฟ้องร้อง แต่ไม่รู้จะฟ้องเรื่องอะไร แนวทางออก ขอแค่ปรับปรุงเรื่องการรับลูกค้า และทำสัญญามา ไม่อยากให้เป็นสองมาตรฐาน ทุกวันนี้ยังไม่รู้เลยจะคุยกับใครได้ ที่ตรงนี้เป็นของบุคคลภายนอก ท๊อปเป็นคนมาเจอ และเอกก็มาช่วยท๊อปเจรจา ไม่ใช่ของเจนี่ตามที่ทุกคนเข้าใจ ส่วนเรื่องลูกค้า ไม่หาย เราบริการเหมือนครอบครัว แต่ให้คำตอบลูกค้าไม่ได้เวลาลูกค้าถามเรื่องที่จอดรถ ทุกวันนี้ยอมรับว่ากลัวแม่เจนี่ เพราะไม่รู้ว่าเค้าจะทำอะไรต่อ มันมีปัญหาแค่เรื่องธุรกิจ เรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวกันเลย อย่างน้อยอย่าทำร้ายกันเลย          ทั้งนี้ บุ๋มและเอก ยังได้นำเอาสัญญาเก่ามาโชว์ ที่ครั้งแรกเซ็นสัญญากัน 3 คน เจนี่, ท็อป และบุ๋ม แต่ทาง เจนี่ และท็อป มีปัญหากันเลยขอยกเลิกสัญญาเก่า แต่ไม่ยอมส่งสัญญาฉบับใหม่ให้ ทั้งที่ทวงถามไปหลายครั้งแล้ว" บุ๋ม ปนัดดา แถลงข่าว พร้อมสามี   บุ๋ม ปนัดดา แถลงข่าว พร้อมสามี   บุ๋ม ปนัดดา แถลงข่าว พร้อมสามี   บุ๋ม ปนัดดา แถลงข่าว พร้อมสามี   บุ๋ม ปนัดดา แถลงข่าว พร้อมสามี   บุ๋ม ปนัดดา พร้อมสามี โชว์หลักฐาน สัญญาฉบับเก่า  

ที่พักเกาะล้าน /  ที่พักเปิดใหม่ / 

ใครอยากไปกินลมชมวิว บรรยากาศดี ได้ฟิลธรรมชาติ มองทะเลสวยๆ ได้สุดสายตา แต่ไม่อยากไปไกล ก็ต้องที่นี่ เกาะล้าน จ.ชลบุรี เรามีที่พักเปิดใหม่มาแนะนำกัน ชื่อว่า "ริมทะเลรีสอร์ท" รับรองถูกใจแน่นอน ^^ "ริมทะเลรีสอร์ท" เกาะล้าน ที่พักเปิดใหม่! ชมวิวทะเลสุดชิล ริมทะเล รีสอร์ท เป็นที่พักที่เพิ่งเปิดใหม่ได้ไม่นาน แต่ก็มีความโดดเด่นอยู่ไม่น้อย ไฮไลท์อยู่ตรงที่ ตัวรีสอร์ทตั้งอยู่ติดริมหาด หันหน้าออกทะเล มีเทอเรซที่ยื่นออกมาทำเป็นที่นั่งและเดินเล่นชิลๆ มองเห็นวิวทะเลที่สวยงาม มีโซนร้านอาหาร ให้ได้นั่งทานของอร่อยพร้อมชมวิวทะเล ห้องพักของ ริมทะเล รีสอร์ท มีให้เลือกหลากหลายตามความต้องการของผู้เข้าพัก เช่น โซนการ์เด้นวิว (วิวสวน), โซนบังกะโล (บ้านพักส่วนตัว), โซนห้องพักติดทะเล พาโนราม่า sea view หรือจะเป็นห้องพักขนาดใหญ่ที่รองรับผู้เข้าพักแบบกลุ่มใหญ่ (15-20 คน), ห้อง Ocean Fron (4-6 คน), ห้อง Beach Front เป็นต้น นอกจากจะได้มาพักผ่อนชิลๆ แล้วที่นี่ก็มีกิจกรรมให้ผู้เข้าพัก ได้ทำกันอีกด้วย ทั้ง ตกปลา ตกหมึก เป็นต้น หรือใครอยากปาร์ตี้ปิ้งย่างกับเพื่อนกลุ่มใหญ่ ทางรีสอร์ทก็มี บริการปิ้งย่าง (ราคา 200 บาท/เตา) ตั้งแต่เวลา 16.00 - 22.00 น. วิวตอนกลางคืน ริมทะเลรีสอร์ท ที่ตั้ง : หาดตายาย เกาะล้าน, ชลบุรี ราคา : วันธรรมดา 1,800 - 8,000 บาท , สุดสัปดาห์และเทศกาล ราคา 2,000 - 8,000 บาท เบอร์โทรศัพท์ : 082 714 4233 ขอบคุณข้อมูล เฟซบุ๊ค ริมทะเลรีสอร์ทเกาะล้าน

จัดเต็มกับ 15 ร้านอาหารจังหวัดอุดรฯ ที่ต้องตามไปเช็คอิน
คาเฟ่ /  ร้านกาแฟ / 

ไปเที่ยวจังหวัดอุดรธานี เพื่อนๆ นึกถึงอะไรกันบ้างคะ ส่วนตัวแล้วหากจะเป็นเที่ยวไหนจะคำนึงถึงร้านอาหารไว้เป็นอันดับแรก การเดินทางกับการแวะร้านข้างทางก็เป็นสิ่งที่ควรทำ แล้วเราจะได้รู้ว่าจังหวัดนั้นมีร้านที่น่าสนใจอีกเพียบ วันนี้ Food.mthai มานำเสนอร้านที่น่านั่ง ทั้งร้านอาหารและคาเฟ่ ทั้งหมด 15 ร้าน ให้ไปตามชิมกันค่ะ 1) ร้านเป่าปากชามกะลา ' ร้านเป่าปากชามกะลา ' ก๋วยเตี๋ยวเรือที่มีความโดดเด่นอยู่ที่ชามที่ทำมาจากกะลา ทำให้ก๋วยเตี๋ยวร้านนี้น่ากินยิ่งขึ้น ส่วนเมนูของก๋วยเตี๋ยวนั้น มีมากมายหลายอย่างให้เลือกสั่ง ไม่ว่าจะเป็น หมี่เหลืองแห้ง หมูรวม หรือเมนูลวกจิ้มอย่าง ตีนไก่ ไส้อ่อน ตับ ลูกชิ้น และ หมูนุ่ม เปิด-ปิด ทุกวัน : 09:00 - 21:00 น. ที่ตั้ง : หน้ากองบิน 23 (ถนนทหาร) บ้านจั่น เมืองอุดรธานี  อุดรธานี 41000 Facebook : ก๋วยเตี๋ยวเรือเป่าปาก ชามกะลา สาขาถนนอุดร-เลย จ.หนองบัวลำภู ------------------------------------------------------------- 2) ร้าน O"รส  จิ้มจุ่มหม้อไฟ ' ร้าน O"รส จิ้มจุ่มหม้อไฟ ' เป็นหม้อไฟจิ้มจุ่มสไตล์เวียดนาม ลักษณะของหม้อจะมีพื้นที่ด้านข้างของขอบหม้อไว้วางวัตถุดิบที่เราเตรียมจะลวก  มีทั้งแบบหม้อและสั่งแบบเป็นชุด ราคาไม่แพง ใครที่กำลังจะผ่านแถวนั้นลองเข้าไปชิมได้เลย เปิด-ปิด ทุกวัน 16.00-24.00 น. (เสาร์อาทิตย์เปิดตั้งแต่ 11.00 ) ที่ตั้ง : แยกตลาดบ้านห้วย ตรงข้ามซอยวันเวย์ข้างตลาด ถ.โพนพิสัย ติดศาลปกครองอุดร อ.เมือง จ.อุดรธานี Facebook : ร้าน O"รส - จิ้มจุ่มหม้อไฟ ------------------------------------------------------------- 3) ร้าน MAMA ABC Club ' ร้าน MAMA ABC Club ' ร้านนี้เปิดได้ไม่นาน เปิดมาได้ยังไม่ถึง 1 ปี เต็ม ลูกค้าก็เต็มร้านแล้ว ด้วยเมนูที่ตีโจทย์ทุกคนด้วยเมนูมาม่า ชามโตๆ เครื่องแน่น เมนูเด็ดเลยคือเมนู Mama UFO ในราคา 259 บาท แถมเติมไข่ได้ไม่อั้นอีกด้วย เปิด-ปิด ทุกวัน 12.00-00.00 น. ที่ตั้ง : ( UD TOWN ) The Cube ตรงข้าม KFC UD town Facebook : ABC mama club ------------------------------------------------------------- 4) ร้านลาบนัว  ' ร้านลาบนัว ' “ลาบนัว” เป็นอีกหนึ่งร้าน “the must” อีกร้านหนึ่ง สำหรับนักกินที่มีโอกาสไปเยือนเมืองอุดรธานี จะว่าไป ร้านลาบนัว ไม่ใช่ร้านอาหารหน้าใหม่ที่ต้องมาบรรยายสรรพคุณให้มากความกันนัก เพราะเป็นร้านอาหารที่คนเมืองอุดรรู้จักกันดี และคอส้มตำคงจำกันได้ดีว่า “ลาบนัว” เคยสร้างปรากฏการณ์ “ตำถาดลาบนัว” จนกลายเป็นเมนูอาหารสุดฮอตไปทั่วไปประเทศมาแล้ว เปิด-ปิด ทุกวัน 17:00 - 5:00 น. ที่ตั้ง : ตรงข้ามองค์การโทรศัพท์(TOT) Udon Thani 41000, เทศบาลนครอุดรธานี 41000 Facebook : ลาบนัว ------------------------------------------------------------- 5) ร้าน กินเตี๋ยวกัน ณ โนนสูงอุดร ' ร้าน กินเตี๋ยวกัน ณ โนนสูงอุดร ' ร้านไม้ เหมือนบ้านไม้สไตล์บ้านๆ เป็นกันเองสุดๆ เมนูเด็ดที่เห็นก็คือก๋วยเตี๋ยวชามยักษ์ ต้องเกณฑ์คนมากิน ห้ามกินคนเดียวเป็นอันขาด ต้องอิ่มจนพุงกางแน่ๆ ระดับความเผ็ดก็สามารถเลือกได้ หากต้างการเผ็ดมากก็สั่ง "เจ็บต้มยำ" หากเผ็ดน้อยก็สั่ง "ใจเสาะ" เห็นชามใหญ่แบบนี้ หลายคนกลัวว่าน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวเรือที่ให้มาจะจืดจาง แต่ไม่เลยกัลบเข้มข้นกว่าเดิม เปิด-ปิด  ทุกวัน 9:00 - 17:00น. (หยุดวันอาทิตย์) ที่ตั้ง : 137 โนนสูง อำเภอ เมือง  เทศบาลนครอุดรธานี 41000 Facebook : กินเตี๋ยวกัน ณ โนนสูงอุดร ------------------------------------------------------------- 6) ร้าน จุด 3 จุด ' ร้าน จุด 3 จุด ' เป็นร้านเล็กๆ น่ารัก แค่การตกแต่งของร้านก็ทำให้ร้านดูโดดเด่นสะดุดด้วยสีขาวทั้งร้าน ทำเอาคนที่ผ่านไปผ่านมาต้องแวะเข้าไปชิมอาหารกันให้ได้ ในร้านเป็นห้องแอร์เย็นฉ่ำ มีมุมนั่งกับพื้นและนั่งบนโต๊ะ เมนูก็เหมาะกับคนที่ชอบถ่ายรูป รูปที่ได้จะน่ารักมากๆ ด้วยสไตล์การ Create เมนู ให้ดูสวยงาม ร้านนี้ขายทั้ง ชา กาแฟ โทสต์ บิงซู เค้ก และของคาวจะเป็นสเต็ก สปาเก็ตตี้ สลัด ราคากลางๆ ไม่แพงมาก เปิด-ปิด  ทุกวัน 07.30 – 24.00 น. ที่ตั้ง : พิทักษ์สฤษดิ์ (เลี้ยวซ้ายซอยก่อนถึงยูดีผับ) หมากแข้ง  เมืองอุดรธานี Facebook : จุด3จุด ------------------------------------------------------------- 7) ร้าน I-View Cafe ' ร้าน I-View Cafe ' เป็นร้านที่บรรยากาศดี เป็นกันเอง และมุมถ่ายรูปเยอะมากหากใครที่ได้เข้าไปที่แฟนเพจของร้าน จะมีแต่รูปลูกค้าที่มาทานอาหารที่นี่ถ่ายรูปกันจนมุมช้ำข้างไปข้างหนึ่งเลยทีเดียว ส่วนเมนูอาหารก็มีมากมายหลายอย่าง ทั้งบิงซู โทสต์  กาแฟ และของหวาน ส่วนของคาวก็จะมีสาปเก็ตตี้ ข้าวแพนงไข่ดาว เป็นต้น เปิด-ปิด  ทุกวัน 10:30 – 20:00 น. (หยุดทุกวันจันทร์) ที่ตั้ง : ข้างโลตัสรังษิณาซอยบีทีแกรนด์ประมาณ100เมตรซ้ายมือ Facebook : I-View Cafe ------------------------------------------------------------- 8) ร้าน Ice Allow by ชารี ปัง ' ร้าน Ice Allow by ชารี ปัง ' ร้านเล็กๆ มีแต่เมนูน้ำแข็งไสหรือบิงซูและเครื่องดื่ม พิกัดร้านตั้งอยู่ข้างหนองประจักษ์ตรงข้ามเป็ดเหลือง ใครเป็นคนอุดรจะรู้จักกันเป็นอย่างดี ใครที่มาถ่ายรูปเล่นที่หนองประจักษ์ ลองแวะมาชิมกันได้ นั่งกันเป็นโต๊ะเล็กๆ น่ารัก เปิด-ปิด  จันทร์-ศุกร์  16:00 - 22:00 น. ที่ตั้ง : ซอย เทศา (ข้างสวนสาธารณะหนองประจักษ์) อุดรธานี  เมืองอุดรธานี  อุดรธานี Facebook : Ice Allow by ชารี ปัง ------------------------------------------------------------- 9) ร้าน Charms Cafe ' ร้าน Charms Cafe ' เป็นร้านที่น่ารักมากๆ ใครเห็นเป็นต้องกรี๊ด กับความหรูหราแต่เรียบๆ ลงตัว มีหลายมุมที่ถ่ายรูป ไม่ต้องจัดแสงมากถ่ายกี่รูปก็สวย เป็นร้านที่ขายกาแฟและเค้ก และขนมหวานอย่าง โทสต์กับบิงซู เปิด-ปิด ทุกวัน 10.00-20.00 น. (ร้านปิดทุกวันจันทร์ที่2ของเดือน) ที่ตั้ง : ถ.วัฒนานุวงศ์ เข้า ซ.โพธิ์ทอง (ซอยตรงสะพานหลังเซนทรัลฯอุดร) Facebook : Charms Cafe ------------------------------------------------------------- 10) ร้าน Beyound Cafe ' ร้าน Beyound Cafe ' ร้านกาแฟชื่อดัง ไม่มาถือว่าไม่ถึงอุดร ต้องมาเช็คอินกันให้ได้ ร้านมีบรรยากาศโล่งสบาย ตกแต่งในสไตล์ Modern Loft การออกแบบที่เป๊ะทุกมุม สวยทุกมุมเลยทีเดียวไม่เว้ยแต่ลานจอดรถ เมนูเด็ดของที่นี่คือ Tropical Pavlova ความสดชื่นของมะม่วง เสาวรสและกีวี่ ผลไม้รสเปรี้ยวที่นำมาทำเป็นขนมหวาน รสชาติโดนใจทุกคนที่ได้ทาน เปิด-ปิด ทุกวัน : 08:30 - 21:00 น. พิกัด1 :สาขาหนองประจักษ์ ถนนตัดใหม่ข้างหนองประจักษ์ พิกัด2 : สนามกีฬาเทศบาลนครอุดรธานี พิกัด3 : หนองคาย Vviang Lifestyle Mall ชั้น1 Facebook : BEYOND CAFE กาแฟ เค้ก อุดรธานี ------------------------------------------------------------- 11) บ้านไม้ขาว ' บ้านไม้ขาว ' ร้านอาหารฟิวชั่นประจำจังหวัดอุดร ลักษณะของร้านจะเป็นเหมือนบ้านคนจริงๆ เป็นบ้านไม้สีขาว 2 ชั้น ชั้นด้านบนเป็นโซนห้องนั่งเล่นและมีโต๊ะรับประทานอาหาร 2 โต๊ะ ด้านล่างก็จะเป็นครัว และโต๊ะเล็กๆ มีสวนข้างบ้านร่มรื่นสบายตา เหมือนนั่งกินข้าวอยู่บ้าน บ้านหลังไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไป และจำนวนโต๊ะก็ไม่แออัด นั่งสบายๆ เปิด-ปิด ทุกวัน 11.00 – 15.00 และเปิดอีกที 17.00 – 21.00 น. (หยุดวันจันทร์) ที่ตั้ง : ศุภกิจจรรยา (อพาร์ตเม้นท์) อุดรธานี , เมืองอุดรธานี , อุดรธานี 41000 Facebook : บ้านไม้ขาว • Baan Mai Khao ------------------------------------------------------------- 12) ร้าน Velo Presso ' ร้าน Velo Presso ' อยากดับร้อนต้องที่นี่เลย เมนูปั่นๆ หวานเย็นอย่างชาเขียวรสกลมกล่อม ชานมเย็น กาแฟ รสชาติเข้มข้น ร้านจะตกแต่งในสไตล์ที่น่าจดจำ ด้วยสีเหลืองสดใส และมีโลโก้เป็นรูปจักรยาน ทำให้นึกถึงความสบายๆ สไตล์นอกเมืองไม่วุ่นวายในบรรยากาศชิลล์ๆ เปิด-ปิด ทุกวัน 8:30-20:00 น. ที่ตั้ง : (เมืองอุดรธานี) ตรง Topworld ที่ใหม่ ตรงข้ามทางเข้าซอยจินตคาม Facebook : Velo Presso Cafe' ------------------------------------------------------------- 13) ร้าน Under the tree ' ร้าน Under the tree ' ร้านน่ารักและดูจะน่ารักไปทุกมุม ยันเมนูเลยทีเดียว ทั้งแก้วที่เอาใจคนที่ชอบถ่ายรูป ที่นี่เหมาะเป็นอย่างมากที่จะมาแวะกินกาแฟ และเค้ก ที่มีทั้งเค้กหวานนุ่มและโทสต์หอมที่ออกมาจากเตา เปิด-ปิด 10.00-20.00 น.(หยุดวันจันทร์) ที่ตั้ง : ถนน ประชารักษา (อยู่เยื้องโรงแรมนภาลัย หากมาจากทาง รร ราชินูฯ จะอยู่เลยโีงแรมนภาลัยมาประมาณ500เมตร อยู่ทางขวามือ) i.com/restaurants/172672yA-under-the-tree?ref=ct Facebook : Under The Tree ------------------------------------------------------------- 14) Twosone cafe ' Twosone cafe ' บรรยากาศดีทั้งกลางคืนและกลางวัน ใครที่มาแล้วเช็คอิน ถ่ายรูปสวยทุกรูป จึงเป็นที่ดึงดูดผู้คนให้ไหลมาตามปากต่อปาก และตามเช็คอินของเพื่อนๆ ทั้งขนมที่น่ารับประทาน เค้กเป็นเค้กที่ทำเอง โฮมเมดทั้งหมเด จึงมีความสดใหม่อยู่ทุกวัน เปิด-ปิด ทุกวัน 10:00 – 19:00 น. ที่ตั้ง : ตรงข้ามศูนย์มาสด้าเก่า รังสินา เมือง อุดรธานี Facebook : Twosons cafe ------------------------------------------------------------- 15) ร้าน The Zixga club ' ร้าน The Zixga club ' ร้านคาเฟ่แนวๆ ดูก็รู้ว่าเป็นร้านกาแฟที่ชิคที่สุดในเมืองอุดร จากชื่อร้านและโลโก้ร้านมีความเท่ห์เป็นพิเศษ ตกแต่งร้านเป็นแนววินเทจ มีสไตล์เป็นของตัวเอง เมนูเด็ดๆ ก็มีหลายเมนู ไม่ได้มีแค่ของหวานอย่างเดียว อาหารคาวก็มีด้วยเช่นกัน เปิด-ปิด 09:00 – 21:00 น. (หยุดวันจันทร์) ที่ตั้ง : ถ.ศรีชมชื่น ต.หมากแข้ง อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี 41000 "ประตูหลังโรงเรียนอุดรพิทยานุกูล" Facebook : The Zixgar Club -------------------------------------------------------------