ยายช่วยยาย

ละครภพรัก , เรื่องย่อภพรัก
ละครภพรัก /  ละครภพรัก ช่อง 3 / 

เรื่องย่อละครภพรัก ความตาย.. อาจเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับ “เธอ” .. การดับสูญที่ยิ่งใหญ่นำมาซึ่งความผูกพันล้ำค่าบนโลกใบสวย .. ความรักระหว่าง “เธอ” และ “เขา” อาจเป็นไปไม่ได้หากแต่ใน “ภพรัก”…ความสุขในความรักระหว่างเขาและเธอ สดใสและงดงามเสมอ หมวดเหยี่ยว เป็นลูกชายคนเดียวของ วิหค นายตำรวจมือปราบที่เลื่องชื่อในอดีต เหยี่ยวกำพร้าพ่อและแม่มาตั้งแต่เล็กเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน ด้วยสาเหตุที่หลายคนยังตั้งข้อสงสัย วิหคเป็นตำรวจน้ำดีที่หลายคนให้การยกย่อง ทำงานตรงไปตรงมาแบบยอมหักไม่ยอมงอ แต่แล้วจู่ๆ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนปริศนาที่คนขับชนแล้วหนี เหยี่ยวอาศัยอยู่ในชุมชนริมน้ำหลังวัดเก่ากับ ยายนวล ยายตาบอดอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส ชอบทำบุญอยู่ในศีลในธรรม มีข้อเดียวที่ยายนวลผิดศีลอย่างเลิกไม่ได้คือต้องเล่นหวยอยู่เป็นนิจ และยายนวลก็เหมือนมีพรายกระซิบทุก 15 วัน ??? ตั้งแต่เหยี่ยวเล็กจนโต.. ยายนวลถูกหวยงวดเว้นงวด !!! เหยี่ยว มุ่งมั่นเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนสอบเข้าทำงานในสำนักงานสืบสวนพิเศษได้ หากแต่ในวิชาชีพตำรวจเหยี่ยวกลับทำไม่ได้ดีเหมือนพ่อ คดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบมักมีข้อผิดพลาดไม่ราบรื่น ยิ่งโดนเปรียบ เทียบกับพ่อ.. เหยี่ยวยิ่งทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งหลังผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดต้องรอดคดีไปได้อย่างลอยนวล เพราะการสอบสวนแบบถึงลูกถึงคนของแหยี่ยวโดนบันทึกภาพผ่านโทรศัพท์มือถือของ ทนายผู้ต้องหา และการนำสืบชี้นำไปที่เหยี่ยวขาดวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ข่มขู่ผู้ต้องหาให้รับสารภาพ หมวดเหยี่ยวถูกคาดโทษจากผู้บัญชาการว่าจะต้องถูกย้ายหากมีข้อผิดพลาดอะไร เกิดขึ้นอีก !!! ดูเหมือนชีวิตของหมวดเหยี่ยวกำลังรอคอยใครบางคน ใครบางคนที่จะเติมเต็ม.. ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น คืนวันหนึ่งขณะหมวดเหยี่ยวออกจากสำนักงานสืบฯ กำลังจะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเขารู้สึกแปลกๆ ในจิตใจคล้ายมีคลื่นพลังงานบางอย่างเข้ามากระทบในโสตสัมผัส เมื่อเลี้ยวรถตรงทางแยกหน้าปากซอย เขาพบรถสปอร์ตเกิดอุบัติเหตุตกบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ข้างทาง เมื่อ กองพิสูจน์หลักฐานดึงรถยนต์คันงามขึ้นมา.. ทุกคนต้องแปลกใจเพราะภายในรถว่างเปล่า !! ไม่ปรากฏร่างเจ้าของรถผู้ขับขี่ ตำรวจตรวจดูโดยรอบแล้วไม่พบศพผู้เสียชีวิต !!! ขณะ เหยี่ยวช่วยตำรวจท้องที่กันบรรดาไทยมุงออกมาจากพื้นที่ เขาสะดุดสายตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางต่างจากชาวบ้านแถบนั้นโดยสิ้นเชิง เงอะๆ งะๆ จนเกือบจะเข้าไปในเขตห้ามเข้า เหยี่ยวต้องเอ่ยปากไล่ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ เดี๋ยวจะเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญ หญิงสาวคนนั้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเดินหนีออกไป ก่อนขับรถกลับบ้าน เหยี่ยวพบสร้อยคอพร้อมล็อกเก็ตรูปหัวใจตกอยู่ข้างรถ เขาหยิบล็อกเก็ตเส้นนั้นและนำกลับไปบ้านด้วยอย่าง เผลอตัว ความแปลกประหลาดเริ่มบังเกิดขึ้นกับเหยี่ยวนับตั้งแต่วินาทีนั้น.. ตอนกลับบ้าน เสียงหมาวัดแถวนั้นต่างพากันประสานเสียงหอนกันระงมราวกับเห็นผี ! ยายนวลที่ตาบอดยังร้องทักว่าเหยี่ยวพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านทำไมไม่บอก จะได้หาข้าวหาปลาให้ทาน มิวายที่เหยี่ยวจะปฏิเสธ แต่ยายนวลกลับไม่เชื่อเถียงคอเป็นเอ็นหาว่าหลานชายแอบเอาสาวเข้าบ้านโดยไม่ บอกให้ยายรู้ จนเหยี่ยวต้องเรียก จ่านกน้อย ตำรวจคู่หูที่อยู่ข้างบ้านมายืนยันว่าไม่มีใครมาด้วย ยายนวลถึงจะเชื่อและเรียกจ่านกน้อยไปขูดต้นกล้วยหลังวัดด้วยกันอย่างออกรส ตามประสาคนบ้าหวยด้วยกัน จ่านกน้อยเป็นตำรวจที่มีอดีตไม่น่าจดจำ บ้าหวยทำตัวไร้สาระก็เพื่อลบปมเศร้าสะเทือนใจในชีวิต เมื่อ 5 ปีที่แล้ว.. นกยูง ลูกสาววัยรุ่นของจ่านกน้อยเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด เพราะพ่อบ้างานจนไม่มีเวลาให้ หลังเสียลูกสาวไม่นานเมียก็ต้องเสียชีวิตตามไปอีกคน เพราะโดนคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกัน แล้วจ่าเข้าไปช่วยไม่ทัน นับตั้งแต่นั้น.. ชีวิตจ่านกน้อยก็ไร้แก่นสาร ทำงานไปแบบวันเติมวัน เหมือนกำลังรอวันลาโลก!!! ย่ำ รุ่งคืนวันนั้นเอง เหยี่ยวกลับได้ยินเสียงร้องสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารในสวนหลังบ้าน เหยี่ยวพบกับหญิงสาวคนเดียวกับเมื่อตอนหัวค่ำ เธออยู่ในชุดขาวสวยเฉี่ยวทันสมัย ร้องไห้พลางบอกว่าไม่มีที่ไป ไม่มีใครเห็นเธอเลยนอกจากเหยี่ยว ภาพหญิงสาวค่อยๆ จางหายไป .. พร้อมๆ กับพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า !หมวดเหยี่ยวอึ้งแทบไม่เชื่อภาพที่ปรากฏต่อสายตา เขาพบกับผีสาว ! ตัวจริง ! เสียงจริง ! เช้าวันรุ่งขึ้น.. เหยี่ยวตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรกับ หลวงตาเคี้ยง เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หลวงตาฟังไปพร้อมกับตาลุกด้วยความตื่นเต้น อรรถาธิบายว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่าง เพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงยังล่องลอยไม่มีที่พึ่ง พออธิบายเสร็จ หลวงตาเคี้ยงก็รีบให้ศีลให้พร จ้ำอ้าวๆ กลับกุฏิแทบไม่ทัน สมดังคำล่ำลือว่าหลวงตาเคี้ยงไม่ค่อยถูกชะตากับพลังงานลึกลับ ?!?!? ทุกวันเมื่อไปทำงานสำนักงานสืบฯ เหยี่ยวต้องปะทะคารมอย่างรุนแรงกับ ผบ.สงคราม ที่จ้องจับผิดตลอดเวลา แม้ผบ.สงครามจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพ่อ แต่ความจริงที่เหยี่ยวไม่รู้ก็คือ.. สงครามไม่ได้เป็นเพื่อนกับวิหค แต่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานตำรวจ แข่งกันทุกครั้งสงครามก็แพ้วิหคทุกครั้ง .. หนำซ้ำการเสียชีวิตของวิหค ยังมีข่าวลืออีกว่าเป็นเพราะกำลังทำงานลับบางอย่างแข่งกับสงคราม จึงต้องเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ล่า สุดกับคดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบ.. จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น เขาเกือบทำพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อไว้ใจทิ้งหลักฐานวิดีโอการซื้อขายยาที่จะมัดตัวจอมบงการไว้กับสายสืบ นักข่าวคนหนึ่งที่แปรพักตร์เพราะโดนข่มขู่จากเจ้าพ่อ โชคดีที่ขณะจะกลับ เสียงผีสาวมาบอกให้ไปจับคนร้ายเสียก่อน เหยี่ยวจึงทำงานสำเร็จ ได้รับคำชมเชยเป็นครั้งแรกจาก ผบ.สงคราม คืน วันนั้นเหยี่ยวออกมาที่ต้นลำดวนหลังบ้าน เรียกหญิงคนนั้นเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด วิญญาณสาวคนเดิมออกมาตามเสียงเรียก เธอเรียกตัวเองว่า “น้ำ” แต่จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อ น้ำริน ของตัวเอง น้ำ รินไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องตามเหยี่ยวมาที่นี่ รู้แต่ว่าเธอต้องตามติดเหยี่ยวไปในทุกที่.. เพียงแต่ในช่วงกลางวันเหยี่ยวจะมองไม่เห็นร่างของเธอเท่านั้น ตั้งแต่ นั้นความโกลาหลในชีวิตเหยี่ยวจึงบังเกิด ?!? หมวดเหยี่ยวประสาทเสียที่จู่ๆ ก็มีวิญญาณสาวสวยคอยติดตามไปทุกที่ แม้ในเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ และ เวลานอน ?!? หนำซ้ำยายนวลยังเป็นอีกคนที่ได้ยินเสียงเหยี่ยว กับน้ำรินคุยกันบ่อยๆ เหยี่ยวเดาเอาเองจากการที่ยายถูกหวยทุกงวดว่าน่าจะเป็นเพราะยายมีสัมผัสที่ หก ได้ยินเสียงพรายกระซิบเป็นประจำ จึงไม่แปลกที่ยายจะได้ยินเสียงน้ำรินเช่นเดียวกับเขา เหยี่ยวโกหก ยายนวลว่าน้ำรินเป็นพยานปากเอกที่เขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานสืบฯ ให้นำตัวมาเก็บไว้ โดยใช้บ้านเหยี่ยวเพื่อเป็นเซฟเฮ้าส์ ยายนวลจึงคลายใจหันมาคุยกับน้ำรินวิญญาณสาวอย่างออกรสด้วยนึกว่าหล่อนเป็นคน เมื่อเวลาผ่านไป.. การสนิทสนมกับน้ำรินทำให้ชีวิตยายนวลมีชีวิตชีวามากขึ้น น้ำรินเป็นผีสาวความจำเสื่อมที่อารมณ์ดี มองโลกสดใสในทางบวก ความทรงจำน้ำรินเริ่มกลับมาทีละน้อยๆ เธอจำได้ว่าตัวเองมีฝีมือในการทำขนมไทยอย่างหาตัวจับยาก ตั้งแต่นั้นบ้านหลังน้อยของหมวดเหยี่ยวจึงเกิดกิจกรรมพิเศษของสองคู่ซี้ต่าง วัยและต่างภพ ทำขนมไทยสารพัดชนิดเพื่อเป็นรายได้เสริม ขนมไทยแสนอร่อยของยายนวลเป็นที่นิยมชมชอบของคนในชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆ ยาย นวลชวนจ่านกน้อยคู่ซี้มาทำขนมด้วยกันในตอนค่ำ เพื่อละเลิกจากกิจกรรมขี้เมาบ้าหวย สร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินให้กับจ่าไม่น้อย แต่จ่านกน้อยกับชาวบ้านแถบนั้นรวมไปถึงหลวงตาเคี้ยงยังไม่วายต้องผวาไปกับ เสียงแปลกๆ ยามค่ำ และพฤติกรรมเหมือนกำลังคุยกับผีของยายนวลอยู่เนืองๆ สินค้าขนมไทยของยายนวลในชุมชน ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ธารา นักธุรกิจสาวที่ผันตัวเองจากโลกธุรกิจ มาทำมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ ธาราต้องนั่งรถเข็นจากการเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ตั้งแต่นั้นธาราจึงอุทิศตัวเองเพื่อสังคม หันหลังให้กับโลกธุรกิจปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้บริหารมืออาชีพ ส่วนตัวเองหันมาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม เมื่อน้ำรินเห็นหน้าธารา.. เธอรู้สึกแปลกๆ เหมือนรู้จักผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างดี แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเคยพบกันที่ไหน ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ดูเหมือนวิญญาณน้ำรินกำลังทำความดีชดเชยกับเรื่องราวในอดีตที่เธอยังจำไม่ได้ น้ำรินไม่รู้เลยว่าในตอนมีชีวิตอยู่ เธอมีส่วนทำให้นกยูงลูกสาวจ่านกน้อยเสียชีวิต เพราะ เสพยาเกินขนาด!! วันหนึ่งน้ำรินมีโอกาสเห็นรูปนกยูงโดยบังเอิญ เธอจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์กับเธอที่ใดที่หนึ่งเกี่ยวกับการทำขนม ยิ่งไปกว่านั้น..น้ำรินจำได้ว่าเด็กสาวคนนี้เสียชีวิตเพราะเธอเฉยเมย ไม่ยอมช่วยนกยูงที่เอ่ยปากขอเบี้ยเลี้ยงล่วงหน้า ทำให้นกยูงเข้าสู่วังวนของการส่งยา ค้ายา จนถึงขั้นนกยูงโดนฆ่าตายเพราะคนร้ายต้องการปิดปากเรื่องเครือข่ายค้ายาฯ นกยูงโดนจัดฉากว่าเสพยาเกินขนาด เธอพยายามทำทุกวิถีทางให้ชีวิตของจ่านกน้อยดีขึ้น หลัง จากนั้นเป็นต้นมา เหยี่ยวกับน้ำรินยิ่งใกล้ชิดผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสนิทสนม ยิ่งทำให้ทั้งคู่กลายเป็นส่วนผสมของความกุ๊กกิ๊กอลวนที่ลงตัว น้ำรินแสดงถึงความเป็นคุณหนูไฮโซให้เห็นมากขึ้น เธอทั้งซุกซน ซุ่มซ่าม และเผลอเอาแต่ใจตัวเอง น้ำรินขอร้องให้ เหยี่ยวช่วยสืบหาว่าเธอเป็นผีมาจากไหน มีประวัติความเป็นมายังไง .. เหตุใดเธอจึงยังไม่ไปผุดไปเกิดซะที แต่แล้ววันหนึ่งน้ำรินก็ได้พบกับ ป้าปริก วิญญาณอีกดวงนึงที่ดูเหมือนเป็นวิญญาณที่ความอารมณ์ดี ป้าปริกสอนให้น้ำรินกลายเป็นวิญญาณคุณภาพ สามารถควบคุมให้สิ่งของต่างๆ เคลื่อนที่ได้ น้ำรินสามารถหยิบจับของต่างๆ และรับรู้ความรู้สึกในการสัมผัสได้ราวกับมีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์ ต่างกันเพียงว่าไม่มีใครมองเห็นเธอได้… นอกจากเหยี่ยวเพียงคนเดียว และการที่รู้สึกและหยิบจับของต่างๆ ได้เหมือนมนุษย์นี่เอง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำรินกับเหยี่ยวออกอาการกุ๊กกิ๊กแนบแน่นมาก ขึ้นกว่าเดิม เพราะเหยี่ยวมักเผลอโอบคอน้ำรินเหมือนเคยๆ ทุกครั้งเพราะไม่เคยทำได้สักที แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นรู้สึกได้ว่าเขากำลังกอดคอหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งยิ่งทำให้ทั้งคู่เขินอายและต้องระวังตัวระหว่างกันมากยิ่งขึ้น น้ำ รินมีโอกาสช่วยเหลือเหยี่ยวในการทำงานสำนักงานสืบฯ หลายครั้ง คดีสำคัญก็คือ.. เหยี่ยวสามารถคลี่คลายคดียาเสพติดในหมู่วัยรุ่นได้ เขาจับตัวการที่โยงใยทำให้นกยูงลูกสาวของจ่านกน้อยตาย จ่านกน้อยมีจิตใจดีขึ้นมากขึ้น เพราะความจริงปรากฏชัดว่านกยูงไม่ได้เสพยาเกินขนาดจนตาย แต่เธอตายเพราะต้องการเปิดโปงเครือข่ายค้ายา นกยูงตายเพื่อความถูกต้องในสังคม สมกับเป็นลูกสาวตำรวจอย่างจ่านกน้อย จ่านกน้อยเลิกขี้เมา บ้าหวย หันมาใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ อุทิศตนเองให้กับชุมชนฯ เหยี่ยว เหมือนเป็นนายตำรวจพรายกระซิบ ทำงานสำคัญๆ สำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ น่าแปลกที่ทุกครั้ง ที่น้ำรินช่วยเหยี่ยวคลี่คลายคดีสำคัญได้ ความทรงจำของเธอจะกลับมาหนึ่งอย่างเสมอ เหมือนการช่วยแก้ไขคดีแต่ละคดีเป็นการทดแทนการทำความผิดพลาดในอดีตหมวดแนน แฟนเก่าของเหยี่ยว กลับมาคลุกคลีกับเหยี่ยวอีกครั้ง จนน้ำรินเริ่มหึง ซึ่งเหยี่ยวเริ่มจับสังเกตได้ ภพธร กับนับดาว ยังไม่หยุดแผนที่จะฆ่าธารา จนสงครามเริ่มสงสัยในตัวภพธร จึงพาธาราไปซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ โดยให้เหยี่ยวตามไปดูแล คุ้มครองธารา ที่นั่นเอง สงครามได้แสดงความรักที่มีต่อธารามาอย่างช้านาน แต่ธาราปฎิเสธ เพราะไม่อยากผิดต่อพ่อของน้ำริน ซึ่งเป็นเพื่อนรักของสงครามนั่นเอง ถนนทางเข้าเซฟเฮ้าส์ คือถนนที่ครั้งหนึ่ง เหยี่ยว เคยนั่งรถมาพร้อมกับพ่อและแม่ และที่นี่เอง เหยี่ยวได้สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปกับอุบัติเหตุ ทุกครั้งที่เหยี่ยวขี่จักรยานผ่านจุดเกิดเหตุ เขาก็อดนึกถึงอดีตอันเจ็บปวดไม่ได้ น้ำรินซึ่งติดตามเหยี่ยวมาด้วย พยายามพูดให้กำลังใจ ให้เหยี่ยวต่อสู้กับอดีตอันเลวร้ายให้ได้ ทำให้เหยี่ยวรู้สึกเข้มแข็งขึ้นเมื่อได้อยู่กับน้ำรินน้ำรินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าธารามาก แต่ยังนึกเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้สักที จำได้แต่ว่า ก่อนตายเธอใกล้มีความสุขที่สุดในชีวิต .. น้ำรินกำลังจะแต่งงาน !!! แล้วจู่ๆ สร้อยล็อตเก็ตรูปหัวใจก็ตกลงจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของเหยี่ยว เหยี่ยวระลึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอหยิบมาจากริมบึงที่มีรถจมน้ำ.. ต้องเป็นเพราะล็อคเก็ตรูปหัวใจแน่ๆ น้ำรินถึงมาติดอยู่กับเขาแบบนี้ !!! เหยี่ยว สืบเรื่องของน้ำรินโดยเริ่มจากคดีรถสปอร์ตจมหายไปในน้ำ ตามไปถึงบ้านใหญ่โตของเจ้าของรถ ในที่สุดเหยี่ยวจึงรู้ว่าน้ำรินคือเจ้าของรถคันนั้น เป็นลูกสาวคนเดียวของ ธารา เศรษฐีนีแม่ม่ายเจ้าของเครือโรงแรมสตาร์ออฟสยาม เครือข่ายโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ ความจริงแล้วน้ำรินเป็นลูกสาวของคุณธารา สาวใหญ่ใจดีเจ้าของมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ วิญญาณเธอได้พบกับแม่ เพียงแต่เธอจำแม่ไม่ได้ เหยี่ยวปักใจเชื่อว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็น ภพธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่ชายบุญธรรม ผู้บริหารเครือโรงแรมนี้ทั้งหมด และเป็นอดีตคู่หมั้นของน้ำริน ภพธรคือคนที่น่าสงสัยที่สุด เมื่อ ตอนมีชีวิตอยู่.. น้ำรินเติบโตมากับภพธรผู้เป็นเหมือนพี่ชาย ภพธรเป็นลูกชาย นุติ อดีตเจ้าของเดอะสตาร์ออฟสยาม ที่ฆ่าตัวตายเพราะทำธุรกิจผิดพลาดจนต้องให้ ธารา แม่ของน้ำรินเข้าซื้อกิจการ แต่มีข่าวลือในวงธุรกิจ.. ความจริงแล้วนุติฆ่าตัวตายเพราะทนไม่ได้ที่โดนธาราโกงจนหมดตัว ธารารู้สึกผิด.. จึงส่งเสียเลี้ยงดูภพธรเป็นลูกบุญธรรม ให้เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับน้ำรินลูกแท้ๆ ธาราเดินไม่ได้เพราะได้รับอุบัติเหตุจากการขับรถเมื่อปีก่อน ทำให้อำนาจการบริหารโรงแรมทั้งหมดอยู่ในมือของภพธรลูกบุญธรรมซึ่งกำลังจะ แต่งงานกับน้ำริน และธารารู้สึกผิดกับบาปที่ตัวเองสร้างไว้ในอดีต เธอจึงหันมาทำมูลนิธิช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในสังคม ต้องการไถ่บาปสร้างความดีเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำไว้ในอดีต น้ำ รินขอบคุณเหยี่ยวและขอให้พาเธอไปสถานที่แห่งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เป็นบ้านสวนริมน้ำของ นับดาว ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนรักของเธอมาตั้งแต่เด็ก นับดาวเป็นเหมือนเพื่อนคู่หูน้ำรินมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเรื่อยมาจน กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยและจบการศึกษา เธอเป็นเหมือนเพื่อนรัก… หากแต่ซ่อนปมความคิดอิจฉาริษยาเพื่อนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างอย่างน้ำรินมา ตลอด นับ ดาวกำลังอยู่กับภพธรฉันท์สามีภรรยา จากคำพูดที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน น้ำรินจึงรู้ว่าทั้งสองแอบคบกันมานานแล้ว เพราะปมชีวิตของนับดาวที่ไม่อาจจะสู้น้ำรินได้ตลอดมา ทำให้นับดาวคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับน้ำรินโดยน้ำรินไม่รู้ตัว สิ่งที่นับดาวเอาชนะน้ำรินได้อย่างเด็ดขาดคือการพิชิตหัวใจของภพธร เพราะภพธรโกรธแค้นครอบครัวของน้ำรินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสองตั้งใจจะฮุบกิจการโรงแรมของธาราโดยเร็วที่สุด ทั้งเพื่อแก้แค้นให้ภพธรและเพื่อตัวของพวกเขาเอง.. นับดาวเป็นคนวาง แผนบงการทำให้ธาราต้องพิการ และวางแผนฆ่าน้ำรินก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้น !!! น้ำรินมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาเป็นประจำทุกวัน ภพธรแอบเปลี่ยนยาทำให้น้ำรินหมดสติ ขับรถตกบึงน้ำขนาดใหญ่ ก่อนจะอำพรางนำศพของเธอไปเผาทิ้ง ทำให้น้ำรินกลายเป็นบุคคลหายสาปสูญไปเพื่อทำลายหลักฐาน !!! นับดาวกับภพธรแอบเปิดประตูให้คนร้ายเข้าไปในคฤหาสน์ของธารา แต่ขณะที่กำลังจะทำอันตรายธารา เหยี่ยวกับน้ำรินเดินทางมาช่วยธาราได้ทันเวลา นับดาวกับภพธรถูกตำรวจจับ…และถูกลงโทษตามความผิดที่ตัวเองกระทำ ฐานทำร้ายน้ำรินถึงแก่ความตาย เวลานี้ภารกิจของน้ำรินดูเหมือนจะเสร็จสิ้นแล้ว พลังงานภายในวิญญาณของเธออ่อนแรงลง น้ำ รินรู้สึกว่าดวงวิญญาณของเธออาจดับสูญภายในคืนนี้.. เธอรวบรวมพลังงานทั้งหมดเท่าที่เหลืออยู่ ปรากฏกายให้เหยี่ยวเห็นเป็นครั้งสุดท้าย แม้ช่วงเวลาที่น้ำรินจะอยู่กับเหยี่ยวมีเพียงช่วงสั้นๆ หากแต่ความผูกพันในช่วงเวลาอันน้อยนิดระหว่างเธอกับเขา แนบแน่นจนกลายเป็น “ความรัก” ไปเสียแล้ว … เช่นเดียวกับเหยี่ยวที่รู้ใจตัวเองว่ารัก น้ำริน.. วิญญาณ สาวที่กำลังจะดับสลายไปในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ เหยี่ยวอยากจะอ้อนวอนขอให้น้ำรินอยู่กับเขาตลอดไป แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้…ไม่มีใครฝืนสัจธรรมการแตกดับนี้ไปได้ เหยี่ยวจึงตั้งจิตมั่นสัญญาไว้กับน้ำริน เขาจะรักเธอตลอดไป จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีให้เธอ ทั้งสองจากกันด้วยน้ำตา… 18 ปีต่อมา… หมวดเหยี่ยวนายตำรวจหนุ่มไฟแรงจบใหม่ในอดีต.. กลายเป็นหนุ่มใหญ่ผู้บัญชาการสำนักงานสืบสวนพิเศษในปัจจุบัน เขามุ่งมั่นในการทำงานจนไม่มีเวลาเหลือให้กับใคร คนเก่าคนแก่ภายในสำนักงานสืบสวนฯ ต่างรู้ดีว่าผู้บัญชาการผู้นี้ยังคงมีอดีตรักฝังใจที่ยากจะลืมเลือน ผบ.เหยี่ยวไม่มีหัวใจจะรักใครได้อีกแล้ว.. จวบจนวันนี้…วันที่สำนักงานสืบสวนพิเศษได้มีโอกาสต้อนรับ น้ำค้าง นักข่าวหญิงเพิ่งจบใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย สาวนักข่าวที่ทันทีที่ผบ.เหยี่ยวเห็นหน้าแล้วต้องชะงักด้วยความตกใจ ฤาสัญญารักที่เขาเคยให้ไว้กับน้ำรินมีผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้วในวันนี้… น้ำค้าง…มีใบหน้าบุคลิก ท่าทาง รอยยิ้ม เหมือนกับน้ำริน .. ราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน !

ชาวเน็ตด่ายับ หนุ่มอยากดัง อัดคลิปด่าพวกแท็กงานลามถึงบุพการี
คลิป /  คลิปด่าพวกแท็กงานในเฟซบุ๊ค / 

ชาวเน็ตด่ายับ หนุ่มอยากดัง อัดคลิปด่าพวกแท็กงานในเฟซบุ๊คแต่ลามถึงบุพการี วันนี้(2 ก.ย.) ชาวสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์กรณีที่สมาชิกเฟซบุ๊คคนหนึ่งอัดคลิปด่าพวกชอบแท็กงานในเฟซบุ๊ค โดยไม่พอใจที่แท็กงานผ่านเน็ตสร้างความรำคาญให้กับตนเป็นอย่างมาก พร้อมบอกว่าตนมีการมีงานทำ ไม่ต้องมาแท็กแล้วถ้ารายได้สูงทำไมไม่ทำกันเอง ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีการใช้คำพูดและภาษาไม่สุภาพ รุนแรงรวมไปถึงลามไปยังบุพการี ทำให้ชาวสังคมออนไลน์ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า เป็นการใช้สังคมออนไลน์ในทางที่ไม่ถูกต้องและการด่าลามไปถึงบุพการีเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง การอัดคลิปออกมาเช่นนี้เท่ากับว่าเป็นการฆ่าตัวเองชัดๆเพราะแทนที่หลายคนจะเห็นด้วยกับสิ่งที่ชายคนดังกล่าวด่าพวกแท็กงาน แต่กลายเป็นคลิปนี้ย้อนกลับมาทำลายเจ้าของคลิปและโดนชาวสังคมออนไลน์รุมด่าเอง "...ทำไมต้องไปด่าแม่ด่าพ่อเขาด้วย ด่าก็ด่าแต่คนแท๊ก พ่อแม่ใครก็รักผมเห็นหลายหนแล้ว ถ้าผมด่าแม่คุณเป็นXXXพ่อคุณเป็นXXX คุณจะรู้สึกยังไง อย่าแต่ความสะใจ..." "...ไม่ชอบเลยบอกตรงๆคะ ขอโลกสวย ไปทำอะไรที่มันสร้างสรรค์กว่านี้แล้วดังเถอะคะ นี่อะไร  ด่าพ่อแม่ผู้อื่น เป็นตัวแกเองคงทนไม่ได้เช่นกัน รู้ได้ไงว่า ช่วยมีมารยาททางสังคม หัดมามองตัวเองบ้าง ทำดีแล้วใช่มั้ยคะ..." MThai News

พี สะเดิด ส่งชุดที่ 8 รักจนไม่รู้จะรักยังไง ร่วมสร้างตํานาน ดนตรีไม่มีพรมแดน
ดิว เดอะสตาร์ 9 /  พี สะเดิด / 

“ดนตรีไม่มีพรมแดน” คําจํากัดความที่เห็นผลได้ดีที่สุดและชัดเจนมากกว่าอัลบั้มอื่นๆ ของร๊อกอีสานขนานแท้ พี สะเดิด กับอัลบั้มชุดล่าสุด ชุดที่ 8 “รักจนไม่รู้จะรักยังไง” ที่พร้อมให้ทุกคนได้สัมผัสกับดนตรีได้อย่างแท้จริง ด้วยเครื่องดนตรีที่น้อยชิ้นแต่กลับสมบูรณ์แบบได้มากกว่าเดิม นอกจากชื่ออัลบั้มแล้ว ซิงเกิ้ลเพลงตัวต่อไปที่เราได้ชมได้ฟังกันต่อจากเพลง “เกลียดความโสด โกรธความเหงา” ก็มีชื่อเดียวกับอัลบั้มด้วยเช่นกัน นั่นคือเพลง “รักจนไม่รู้จะรักยังไง” เพลงช้าๆ ซึ้งๆ เนื้อหาโดนใจชายหนุ่มได้อย่างแน่นอน โดยในส่วนของมิวสิกวีดีโอ ได้น้องดิว เดอะสตาร์ 9 มาร่วมแสดงสร้างสีสันพร้อมทั้งถ่ายทอดอารมณ์เพลงนี้ให้สมบูรณ์ “สําหรับเพลง รักจนไม่รู้จะรักยังไง เป็นเพลงที่พูดถึงความรักของคนสองคนปราศจากมือที่สาม เหมือนเป็นการตัดพ้อความรักของฝ่ายชายที่ไม่ว่าจะทําอะไรก็ผิดไปหมดทุกอย่าง ยิ่งคิดก็ยิ่งเหนื่อยใจ ไม่รู้ว่าสิ่งที่แฟนเรานั้นแสดงออกมายังคงรักเราอยู่หรือเปล่า แต่ในทางกลับกัน เรากลับรักเธอจนไม่รู้จะรักยังไงแล้วนั่นเองครับ อยากให้แฟนเพลงทุกคนช่วยติดตามอัลบั้มชุดล่าสุดของผมด้วยแล้วกัน รับรองว่าชุดนี้เข้าถึงดนตรีร๊อกมากยิ่งขึ้นกว่าชุดก่อนๆ อย่างแน่นอน ที่สําคัญอัลบั้มชุดนี้ผมยังได้รับเกียรติจากนักดนตรีระดับตํานานอย่าง อ.กิตติ กีต้าร์ปืน , พี่เล็ก ทีโบน , พี่ปิงปอง หินเหล็กไฟ มาร่วมสร้างสรรค์อัลบั้มชุดนี้ให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ยังไงก็ติดตามกันด้วยนะครับกับอัลบั้มชุดที่ 8 รักจนไม่รู้จะรักยังไง วางแผงเรียบร้อยแล้วครับ” พี สะเดิด กล่าว มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

พ่อ-แม่ดาราเห่อลูกๆขยันโพสลงIG
เป้ย ปานวาด /  ป๋อ ณัฐวุฒิ / 

ขึ้นชื่อว่าลูกใครก็รักและหลงเป็นเรื่องปกติโดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ทั้งหลายยิ่งสมัยนี้เทคโนโลยีมันก็ยิ่งไฮขึ้นทุกวันทำให้บรรดาพ่อแม่ทั้งหลายต่างพากันอวดรูปของบรรดาลูกๆให้โลกได้เห็นและชื่นชมกันง่ายขึ้นมาดูกันดีกว่าว่าคุณพ่อคุณแม่ดาราคนไหนที่ขี้เห่อและชอบโพสรูปของบรรดาลูกๆ ลงบ้าง น้องณดา ปุณณดา & ณดล ปุณณกันต์ ซุปตาร์ตัวน้อย ผลผลิตของ คุณแม่กบ สุวนันท์ กับ บรู๊ค ดนุพร ปุณณกันต์ ที่ก่อนหน้านี้หนูณดากลายเป็นขวัญใจของใครหลายๆ คนไปแล้วแถมเธอยังเป็นพรีเซ็นเตอร์ตัวน้อยที่มีค่าตัวแพงที่สุดอีกต่างหาก ยิ่งตอนนี้น้องณดาก็ทำตัวเป็นพี่สาวที่แสนดีช่วยแม่กบเลี้ยงน้องณดล น้องชายที่เพิ่งคลอดได้ไม่นานอีกด้วย ครอบครัวปุณกันต์ น้องไลลา เจน บัทเทอรี่ เศรษฐีนีตัวน้อยลูกของ คุณแม่พอลล่า และ คุณพ่อเอ็ดเวิร์ด สาวน้อยนัยตาสวยที่ตอนนี้มีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง ไลลาจัดว่าเป็นสาวน้อยอารมณ์ดีขวัญใจของคนเกือบทั้งวงการ เพราะเธอเข้าได้กับทุกคน งานนี้ต้องชมคุณแม่ยังสาวและสวยอย่างพอลล่าว่าเลี้ยงลูกได้เก่งจริงๆ น้องไลลากับคุณแม่พอลล่า ณิริน ปณิริน ธรรมวัฒนะ ลูกสาวตัวน้อยของสาว หนิง ปณิตา กับคุณพ่อ จิน ธรรมวัฒนะ ช่วงนี้แม่หนิงทำตัวเป็นเจ๊ดันเพราะนางก็เป็นคุณแม่อีกคนที่ขยันพาลูกสาวตัวน้อยออกงานถี่ยิบ ที่สำคัญยังเอาน้องณิรินมาช่วยคุมความประพฤติของคุณพ่อจินด้วย แหมอย่างนี้พ่อจินก็ไม่กล้าแอบไปวอกแวกที่ไหนแล้วจ้าก็คุณแม่ขยันโพสรูปตรอบครัวลงในIG ถี่ยิบซะขนาดนี้ น้องณิรินกับคุณแม่หนิง น้องแสนดี แสนดี พสวงศ์ ลูกสาว โอ๋ ภัคจีรา และ สามีเฟี๊ยต มธุกร เพราะความที่อยากให้มี คนเรียกว่าคุณพ่อคุณแม่น้องแสนดีทำให้สาวโอ๋ ภัคจีรา หันมาตั้งชื่อลูกสาวคนแรกว่าน้องแสนดี แต่เพราะสุขภาพของคุณแม่โอ๋ไม่ค่อยจะแข็งแรงเท่าไหร่นักทำให้สุขภาพของลูกสาวตัวน้อยพลอยไม่แข็งแรงตามไปด้วย แต่งานนี้ได้กำลังใจของคุณพ่อเฟี๊ยต และแม่โอ๋ทำให้น้องแสนดีแข็งแรงขึ้นทุกวัน น้องแสนดีกับคุณแม่โอ๋ น้องนาวา ลูกสาวของ อ้อม พิยดา กับ อาท ศรา เพราะความที่ทั้งคู่ชอบการดำน้ำเป็นชีวิตจิตใจ พอมีลูกปุ๊บก็ตั้งชื่อว่าน้องนาวาทันที เพราะนาวาแปลว่าสายน้ำ แต่ก่อนหน้านี้คุณแม่คนเก่งบอกว่าจะปิดอู่ถาวรแต่ล่าสุดน้องนาวาบ่นว่าเหงาไม่มีเพื่อนเล่นเลยเปลี่ยนใจที่จะมีทายาทเพิ่มอีกคนหนึ่ง น้องนาวากับคุณแม่อ้อม น้องฮาเปอร์ ทัศนจักร& น้องฮันเตอร์ จักรพงษ์ ลูกชายสุดที่เลิฟของ คุณพ่อฮิวโก้ ขาร็อคกับ คุณนายแม่ฮาน่า เห็นแววมาแต่ไกลว่าอนาคต ด.ช ฮาเปอร์ นี่ต้องไม่ธรรมดาแน่นอนเพราะได้ความหล่อเข้มมาจากทั้งพ่อและแม่เต็มสตรีมส่วนเรื่องความติสท์ความเซอร์นี่คงต้องดูกันต่อไปแต่ถ้าอนาคตน้องฮาเปอร์ต้องการจะเข้าวงการคงไม่ใช่เรื่อยากอะไร เพราะมีบรรดาป๋าดันเจ๊ดันทั้งหลาย โดยเฉพาะคุณนายแม่ฮาน่าเตรียมหนุนสุดแรงเกิดอยู่แล้วแถมล่าสุดยังมี น้องฮันเตอร์ น้องชายให้ออกมาเป็นเพื่อนเล่นกับน้องฮาเปอร์ ฮาเปอร์ & ฮันเตอร์ กับคุณแม่ฮาน่า น้องภูดิส สะกิดใจ ลูกชายที่ คุณพ่อป๋อ รอคอยมานานเแล้วทั้งพ่อและแม่ได้เตรียมปูทางให้ลูกชายตัวน้อยไว้เรียบร้อยแล้วและตอนนี้ทั้งคู่ก็กำลังพยายามเร่งมีน้องสาวให้กับน้องภูดิสเพิ่มอีกคนหนึ่งแต่จะเป็นเมื่อไหร่งานนี้ต้องลุ้นกันต่อไปจ้า น้องภูดิสกับพ่อป๋อและแม่เอ๋ บรู๊คลิน & บีนา ลูกแฝดชาย-หญิงผลผลิตที่น่าปลาบปลื้มเป็นที่สุดสำหรับคุณแม่นานา ไรบีนา กับ พ่อเวย์ เพราะท้องครั้งเดียวมาสามารถปิดอู่ได้ทันที เพราะหลังจากที่ทั้งคู่รอคอยกันมานานก็สมใจอยาก เพราะได้ด.ช บรู๊คลิน และด.ญบีนา มาเป็นโซ่ทองคล้องใจ ในเวลาเดียวกันและต่อไปรับรองว่าฝาแฝดคู่นี้ต้องเข้ามาโลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงอย่างแน่นอน บรู๊คลิน & บีนากับคุณแม่นานา น้องโสน ลูกสาวที่สุดแสนจะน่ารักของ พ่อมอส กับ แม่เกมส์ พอเริ่มโตหน่อยก็ช่วยคุณพ่อคุณแม่ทำงานหาเงินค่าเล่าเรียนด้วยตัวเองซะแล้วสำหรับน้องโสน แถมงานนี้คุณพ่อมอสยังสนับสนุนให้ลูกสาวตัวน้อยได้แสดงออกด้วยการทำรายการโสนโชว์พราว น้องโสนกับคุณพ่อมอส น้องโปรด ลูกชายตัวน้อยของนางร้ายแซ่บเว่อร์ของวงการอย่าง เป้ย ปานวาด กับหนุ่ม ป๊อบ นิธิ ซึ่งตอนนี้กลายเป็นขวัญใจของใครหลายๆคนไปแล้วโดยเฉพาะคุณปู่กับคุณย่าเพราะทุกวันนี้คุณย่าของน้องโปรดก็ร่อนใบสั่งมาแล้วว่าอยากจะมีหลานเพิ่มอีกคน น้องโปรดกับคุณแม่เป้ย ปานวาด

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 0-3 ลิเวอร์พูล
ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ /  ผลฟุตบอล / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2557 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 0-3 ลิเวอร์พูล รายชื่อผู้ทำประตู : 0-1 ราฮีม สเตอร์ลิ่ง น.8, 0-2 สตีเว่น เจอร์ราร์ด(จุดโทษ) น.49, 0-3 อัลเบร์โต้ โมเรโน่ น.60 เวลา : 19.30 น. สนาม : ไวท์ ฮาร์ท เลน ถ่ายทอดสอด : CTH Stadium 2 และช่อง 3SD ศึก พรีเมียร์ลีก ค่ำคืนวันอาทิตย์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2557 คู่ระหว่าง สเปอร์ เปิดรัง ไวท์ ฮาร์ท เลน รับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล ประเด็นสำคัญสำหรับวันนี้คือ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ใส่รายชื่อ มาริโอ บาโลเตลลี่ หัวหอกคนใหม่ลงสนามในฐานะ 11 ตัวจริง น่าสนใจว่ารูปเกมของ "หงส์แดง" จะออกมาเป็นยังไง เพราะแดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ศูนย์หน้าเจ้าประจำก็ถูกส่งลงไปเป็นตัวจริงเช่นกัน เริ่มเกม! นาทีที่ 3 สเตอร์ริดจ์ เปิดบอลให้ บาโลเตลลี่ ได้โขกจ่อๆแต่ไปติดเซฟ อูโก้ ยอริส กระเฉาะออกมาได้ซ้ำก็โดนบล็อคไว้ได้ GOAL! นาทีที่ 8 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนจะผ่านบอลให้ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ได้ซัดจ่อๆเข้าไปตุงตาข่ายช่วยให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำไปแล้ว 1-0 นาที 12 แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ มีโอกาสซัดด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งแรงและเฉียดเสาออกไปนิดเดียว นาที 14 "หงส์แดง" ได้ฟรีคิกทางซ้ายของสนาม เจอร์ราร์ด เปิดเข้าไปกรอบเขตโทษ บาโลเตลลี่ ได้ขึ้นโขกแต่บอลหลุดออกหลังไป นาที 26 โจ อัลเลน โดนใบเหลืองจากจังหวะไปดึง เอริค ลาเมล่า แบบน่าเกลียด นาที 30 บาโลเตลลี่ โชว์ตอกส้นให้ สเตอร์ริดจ์ หน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะได้ซัดด้วยซ้ายแต่ ยอริส พุ่งเซฟติดมือเลย นาที 31 ยอริส ออกมาตัดบอลพาด ทำให้เหลือแต่ประตูโล่งๆ บาโลเตลลี่ ได้ซัดแต่หลุดกรอบออกไปไกล นาที 37 ผู้ตัดสินให้ใบเหลืองย้อนหลังกับ มานกีโญ่ แบ็คขวาของ ลิเวอร์พูล นาที 41 ลอฟเรน จ่ายบอลสั้นไปทำให้ อาเดบายอร์ ตัดบอลไปจนถึงกรอบเขตโทษ แต่สุดท้ายเจ้าตัวก็ตามมากวาดออกไปได้ นาที 42 กองหลัง ลิเวอร์พูล พลาดท่าโดน นาเซอร์ ชาดลี่ ทะลุเข้ามายิงโล่งๆแต่สุดท้ายเป็นทาง มินโญเล่ต์ ที่ช่วยชีวิตเพื่อนไว้ได้ด้วยการเซฟออกหลังไป นาที 44 ลิเวอร์พูล ได้ลูกเตะมุม เจอร์ราร์ด เล่นลูกสูตรกับ บาโลเตลลี่ ก่อนจะได้ยิงแต่บอลเหินข้ามคานออกไปไกล นาที 45 ทดเวลาบาดเจ็บ 1 นาที หมดเวลา 45 นาทีแรก "หงส์แดง" บุกมานำ "ไก่เดือยทอง" 1-0 จาก ราฮีม สเตอร์ลิ่ง GOAL! เริ่มครึ่งหลังมาในนาที 48 เอริก ไดเออร์ ดึง โจ อัลเลน ล้มลงในกรอบเขตโทษ และผู้ตัดสินชี้ให้เป็นลูกโทษ ผู้รับหน้าที่ยิงเป็น เจอร์ราร์ด ซัดไปซ้ายมือของตัวเองให้ ลิเวอร์พูล นำห่าง สเปอร์ เป็น 2-0 นาที 54 สเปอร์ ได้ลูกฟรีคิก เอริก ไดเออร์ เติมขึ้นมาโขกเพื่อที่จะแก้ตัว แต่บอลเหินข้ามคายออกไปเยอะ นาที 59 สเปอร์ ถอด อีริคเซ่น,เบนทาเล็บ ออกไปพักและส่ง ทาวน์เซ่นด์,เดมเบเล่ ลงมาแทน GOAL! น.60 อัลเบร์โต้ โมเรโน่ แบ็คซ้ายคนใหม่ของ ลิเวอร์พูล โชว์สปีดเลี้ยงจากครึ่งสนามมาถึงหน้าประตูของ สเปอร์ ก่อนจะสับด้วยซ้ายบอลชนเสาเด้งเข้าประตูไปอย่างสวยงาม "หงส์แดง" ออกนำ "ไก่เดือยทอง" ห่างออกไปเป็น 3-0 นาที 61 เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ตัดสินใจถอด โจ อัลเลน,บาโลเตลลี่ ออกไปพักและส่ง เอ็มเร่ ชาน,มาร์โควิช ลงมาแทน นาที 70 ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ใช้ความสามารถเฉพาะตัวล็อกหลบผู้เล่น สเปอร์ 3 คนพร้อมกับหลุดเดี่ยวเข้าไปยิงจ่อๆในกรอบเขตโทษ ทำได้ไม่ดีติดเซฟ ยอริส ไปแบบสบาย นาที 72 สเปอร์ แดนนี่ โรส ออกและส่งแบ็คซ้ายหน้าใหม่อย่าง เบน เดวิส ลงมาทำหน้าที่แทน นาที 80 ลิเวอร์พูล เล่นแบบครองเกมได้ทั้งหมด ขณะเดียวกัน สเปอร์ เองก็ดูจะถอดใจไปแล้ว นาที 83 สเตอร์ริดจ์ หลอกจะยิงด้วยซ้ายแต่ล็อคมาเข้าขวา พร้อมปั่นโค้งแต่บอลหลุดกรอบไปไกล นาที 85 อาเดบายอร์ ได้หลุดเขาไปในกรอบเขตโทษพร้อมดวลเดี่ยวกับ มินโญเล่ต์ แต่ไลน์แมนยกธงล้ำหน้าไปก่อน นาที 86 ร็อดเจอร์ส ถอดผู้ทำประตูแรกอย่าง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ออกไปพัก และส่ง โชเซ่ เอ็นริเก้ ลงมาแทน นาที 90 ทดเวลาบาดเจ็บ 3 นาที หมดเวลาการแข่งขัน เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ฉลองการคุมทัพ "หงส์แดง" นัดที่ 100 ด้วยการบุกไปเอาชนะ สเปอร์ คาถิ่น ไวท์ ฮาร์ท เลน 3-0 รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ : อูโก้ ยอริส, เอริก ไดเออร์, ยูเนส คาบูล, แยน แฟร์ตองเก้น, แดนนี่ โรส, เอเตียนน์ กาปู, นาบิล เบนทาเล็บ, นาเซอร์ ชาดลี่, คริสเตียน อีริคเซ่น, เอริค ลาเมล่า, เอ็มมานูเอล อาเดบายอร์ ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเล่ต์, มานกีโญ่, มามาดู ซาโก้, เดยัน ลอฟเรน, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, โจ อัลเลน, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์, มาริโอ บาโลเตลลี่

เก้า-เพลง ปลื้ม คอหนังยก
ตุ๊กแก /  ตุ๊กแกรักแป้งมาก / 

หลังเข้าฉายไปเพียงไม่นานกับภาพยนตร์ ตุ๊กแกรักแป้งมาก จาก ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม ค่ายภาพยนตร์น้องใหม่ไฟแรง ก็ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี ที่ต่างลงความเห็นว่าหนังเรื่องนี้ ช่างน่ารักอบอุ่น โดนใจสุดๆ ทำเอา 2 นักแสดงนำอย่าง เก้า จิรายุ ละอองมณี และ เพลง ชนม์ทิดา อัศวเหม ถึงกับปลื้ม เก้า จิรายุ ละอองมณี โดย เก้า จิรายุ ผู้รับบท ตุ๊กแก ก็ได้เผยว่า "ต้องขอขอบคุณมากๆ ครับ ที่ทุกๆ คนไปชมกันแล้วต่างยกให้ภาพยนตร์ ตุ๊กแกรักแป้งมาก เป็นภาพยนตร์ที่พูดถึงมากที่สุดในหลายๆ แง่มุมทั้งเนื้อหาที่โดนใจคนหลายกลุ่ม ไม่เจาะจงทุกเพศทุกวัย เนื้อหาที่โดน ในของวัยรุ่นเด็กหรือตอนโตของผมและน้องเพลง ยิ่งช่วงที่มีเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ทุกคนดูกันแล้วก็ร้องตามกันได้ในโรง ภาพยนตร์ฟังแล้วรำลึกถึงยุคสมัยนั้นๆ ได้เป็นอย่างดี ถือว่าเป็นโอกาสดีๆ และนิมิตรหมายที่ทุกคนได้ชมความรักอีกรูปแบบที่ชอบกับ ซึ่งผมเองในฐานะนักแสดงก็เต็มที่กับการทำงานและฝากภาพยนตร์เรื่องนี้ให้ ติดตามกันเยอะๆ จะได้รำลึกถึงวันวานที่ทุกคนเคยผ่านมาแต่ละยุคแต่ละสมัย" เพลง ชนม์ทิดา อัศวเหม ด้านนางเอกป้ายแดง เพลง ชนม์ทิดา ก็ยิ้มแก้มปริ พร้อมเปิดใจรับคำติชม "สำหรับเพลงเองยังถือว่าใหม่มาก สำหรับด้านการแสดงและภาพยนตร์เรื่องนี้เพลงก็ได้รับโอกาสดีๆ จากทุกฝ่ายที่คอยสนับสนุนจนออกมาเป็นภาพยนตร์ที่น่ารักอีกเรื่อง ซึ่งก็ต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยผลักดันและคอยให้คำชี้แนะ ซึ่งเรื่องการแสดงที่ยังใหม่เพลงเองพร้อมรับคำติชมเสมอ เพื่อนำไปปรับปรุงในการทำงานโอกาสครั้งต่อๆ ไป สำหรับภาพยนตร์ตอนนี้มีฉายให้ชมกันทั่วทุกโรงภาพยนตร์แล้ว ใครที่ยังไม่ได้ไปชมและรำลึกถึงความรักที่น่ารักและความอบอุ่นของมิตรภาพ ความทรงจำจากวัยเด็กก็ต้องไม่พลาดและเชื่อว่า ใครที่ไปดูแล้วต้องบอกต่อและดูซ้ำกันอีกแน่นอนค่ะ" ร่วมดื่มด่ำไปภาพยนตร์น่ารักเรื่อง ตุ๊กแกรักแป้งมาก ผลงานของผู้กำกับ ต้อม ยุทธเลิศ สิปปภาค ที่มาพร้อมกับ พระนางรุ่โต เก้า จิรายุ ละอองมณี, เพลง ชนม์ทิดา อัศวเหม และนักแสดงกลุ่มวัยซนและผองเพื่อนนำโดย แม็ค ณัฐพัชร์ นิมจิรวัฒน์, พรีม ชนิกานต์ ตังกบดี ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ ดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ ตุ๊กแกรักแป้งมาก ได้ที่นี่เลย -------------------------------------

เตือน! หาก เจ็บคอ อย่าซื้อยามากินเอง
ซื้อยา /  ยาปฏิชีวนะ / 

อย. ห่วงใยผู้บริโภค โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน หากเป็นหวัด เจ็บคอ ขอได้อย่าซื้อยาปฏิชีวนะมาใช้เอง เพราะอาจได้รับอันตรายจากการใช้ยาโดยไม่จำเป็น และทำให้เชื้อแบคทีเรียดื้อยา เพราะโรคหวัดเกิดจาก เชื้อไวรัส แต่ยาปฏิชีวนะใช้รักษาโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียเท่านั้น พร้อมแนะ วิธีการเบื้องต้นใน แยกแยะระหว่างอาการ เจ็บคอ ที่เกิดจากเชื้อไวรัส กับอาการ เจ็บคอ ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ดร.นพ.ปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ในช่วงนี้สภาพ อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย อาจส่งผลให้ประชาชนเจ็บป่วยเป็นโรคหวัดได้ง่าย โดยจะมีอาการ เจ็บคอ น้ำมูกไหล ไอ มีเสมหะ หรืออาจมีไข้ร่วมด้วย และเมื่อมีอาการเหล่านี้คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าจะต้องกินยาปฏิชีวนะ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง ประชาชนควรมีความรู้ก่อนว่าอาการหวัด เจ็บคอ ที่เป็นนั้นมีสาเหตุจากอะไร เนื่องจากส่วนใหญ่ของหวัด เจ็บคอ (ร้อยละ 80) มักเกิดจากเชื้อไวรัส ไม่ต้องกินยาปฏิชีวนะ มีเพียงส่วนน้อย (ร้อยละ 20) ที่อาจเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย และอาจจำเป็นต้องได้รับยาปฏิชีวนะ หากประชาชนไม่รู้ข้อเท็จจริงนี้ และกินยาปฏิชีวนะทุกครั้งที่เป็นหวัดเจ็บคอ เขาจะได้รับยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็นบ่อยถึงร้อยละ 80 เลยทีเดียว วิธีการเบื้องต้นในการแยกแยะระหว่างการติดเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย คือ หากเป็นหวัด เจ็บคอ จาก เชื้อไวรัส มักมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ มีเสมหะ เสียงแหบ คันคอ เจ็บคอ หรืออาจมีไข้ร่วมด้วย อาจนาน ประมาณ 7-14 วัน อาการจะมากสุดในช่วงวันที่ 3–5  หลังจากนั้นอาการโดยรวมจะค่อยๆ ดีขึ้น น้ำมูกจะน้อยลง และข้นขึ้นบางทีอาจมีสีออกเหลืองโดยเฉพาะช่วงเช้า แต่อาการไออาจอยู่นานกว่า 2 สัปดาห์ งานวิจัยชี้ชัดว่า ยาปฏิชีวนะไม่ช่วยให้อาการไอและหวัดหายเร็วขึ้นแต่อย่างใด   การรักษาที่ดีที่สุด คือ การพักผ่อนและดื่มน้ำอุ่น เพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานมาต่อสู้กับเชื้อไวรัส และอาจปรึกษาเภสัชกรเกี่ยวกับการใช้ยาเพื่อบรรเทา อาการหวัด ไอ คัดจมูก หรือเจ็บคอ ส่วนอาการ เจ็บคอ ที่อาจเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย (ซึ่งพบน้อย) มักมีอาการอย่างน้อย 3 ใน 4 ข้อนี้ ร่วมกัน คือ (1) ไม่ไอ (2) มีไข้ (3) ต่อมทอนซิลมีจุดขาวหรือเป็นหนอง (4) ต่อมน้ำเหลืองใต้ขากรรไกรโตกดเจ็บ ทั้งนี้ ประชาชนสามารถสำรวจต่อมน้ำเหลืองของตนเองโดยการคลำบริเวณใต้ขากรรไกรเพื่อดูว่าต่อม น้ำเหลืองบริเวณนี้โตหรือกดเจ็บหรือไม่ และสามารถดูต่อมทอนซิลของตนเองโดยการอ้าปากและส่องกระจกดู ที่ต่อมทอนซิลว่ามีจุดขาวหรือเป็นหนองหรือไม่ หากมีอาการ 3 ใน 4 ข้อ หรือมีอาการครบทั้ง 4 ข้อดังกล่าว ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้องต่อไป รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวย้ำว่า ก่อนกินยาปฏิชีวนะทุกครั้งต้องมั่นใจว่าโรคที่เป็นมีสาเหตุจาก เชื้อแบคทีเรีย ไม่ควรกินยาปฏิชีวนะโดยไม่รู้ว่าป่วยด้วยโรคติดเชื้อแบคทีเรียหรือไม่ โดยสอบถามแพทย์หรือ เภสัชกรซ้ำทุกครั้งเพื่อความมั่นใจ และขอเตือนประชาชนอย่าซื้อยาปฏิชีวนะมากินเอง อย่าใช้ยา ปฏิชีวนะ ตามที่ คนอื่นแนะนำ และอย่าแบ่งยาปฏิชีวนะของตนเองให้แก่ผู้อื่น เพราะเราไม่รู้ว่าเขาจำเป็นต้องใช้ยา ปฏิชีวนะหรือไม่ เนื่องจากยาปฏิชีวนะมีหลายชนิด เช่น เพนนิซิลลิน อะม็อกซิซิลลิน เตตร้าซัยคลิน อิริทโทร มัยซิน โคทรัยม็อกซาโซล เป็นต้น และแต่ละชนิดใช้กับเชื้อแบคทีเรียต่างกัน และที่สำคัญ เราไม่รู้ว่าเขาแพ้ยาหรือไม่ หรือมีโรคประจำตัวอะไร อย่างไรก็ตาม หากผู้บริโภคได้รับอันตรายจากการใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพ ขอให้ ร้องเรียนที่สายด่วน อย. โทร. 1556 หรือ E-mail: 1556@fda.moph.go.th หรือ ตู้ ปณ. 1556 ปณฝ.กระทรวง สาธารณสุข จ.นนทบุรี 11004 หรือร้องเรียนผ่าน Oryor Smart Application หรือสำนักงานสาธารณสุข จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อ อย. จะได้ดำเนินการปราบปราม และดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดต่อไป ขอบคุณที่มาจาก : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา 

กลไกลการทำงานของอาหารเสริมลดน้ำหนัก Bene First Slim - Bene1st
ลดน้ำหนัก /  ลดความอ้วน / 

กลไกลการทำงานของอาหารเสริมลดน้ำหนัก Bene First Slim (Bene1st) - เป็นตัวช่วยสำหรับคนที่อยากผอม หรือ ต้องการลดน้ำหนัก รับชมวีดีโอนี้ค่ะ สอบถามติดต่อ Line : Bene1st หรือ เว็บไซด์ http://www.bene1st.com และFanpage : https://www.facebook.com/bene1stslim kw,

รักที่ไม่มีเธออยู่ (New Single)
Singto Numchok /  ฟังเพลง รักที่ไม่มีเธออยู่ / 

รัก...ที่ไม่มีเธออยู่ อยากบอกให้เธอรู้ ว่าเธอยังอยู่ในหัวใจ รักที่ไม่มีเธออยู่ ซิงเกิ้ลที่ 5 จาก สิงโต นำโชค เพลงรักที่ไม่สมหวังจังหวะช้าๆ ที่มีกลิ่นของความเป็นโซลมากขึ้น แต่ยังคงเอกลักษณ์ตามแบบฉบับสิงโต นำโชค โดยเพลงนี้ได้พี่กิจแจ๊ส, พี่ถั่วและพี่ตั้ม Monotone มาช่วยแต่งเนื้อร้องให้เพลงเศร้ามากขึ้น เนื้อหาของเพลงนี้พูดถึงความรักที่มีความเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ที่ทั้งสองคนต่างยอมรับความจริงว่าเราไปกันไม่ได้ ไม่สามารถก้าวผ่านปัญหาไปได้ ไม่ว่าจะยื้อหรือพยายามคบกันต่อไป สักวันความสัมพันธ์ก็ต้องจบลงอยู่ดี ซึ่งวิธีเดียวที่จะทำให้ความรักของเราทั้งคู่ยังคงอยู่และมีความหมายมากที่สุด คือ การเลิกกัน ดนตรีของเพลง “รักที่ไม่มีเธออยู่” จึงถูกนำเสนอออกมาจากอารมณ์ความรู้สึกข้างในที่ปะปนกันไปทั้งความรัก ความหวังดี ความผิดหวัง ความเสียใจ ประกอบการการโซโล่กีตาร์ที่บาดลึก เพิ่มการเข้าถึงอารมณ์เพลงมากขึ้น ซึ่งบางครั้งการจากกันไปโดยที่คิดถึงกัน ดีกว่าฝืนจับมือกันแล้วอาจทำให้เธอต้องเสียใจ

เปิดประวัติ คณะรัฐมนตรี รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา(2)
คณะรัฐมนตรี ประยุทธ์ 1 /  ประวัติ ครม.ประยุทธ์ 1

เปิดประวัติ คณะรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งหมด 32 คน 34 ตำแหน่ง แบ่งเป็นพลเรือน 20 คน ทหารและตำรวจ 12 คน ประกอบด้วย เกิดเมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2499 ปัจจุบันอายุ 58 ปี จบเศรษฐศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต Williams College, USA ปี 39-42 เป็นผู้อำนวยการกองวิเคราะห์และประมาณการเศรษฐกิจ ปี 42-43 เป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน 9 ชช. (ผู้เชี่ยวชาญ) ปี 43-46 เป็นผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ปี 46-47 เป็นที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน ปี 47-53 เป็นรองเลขาฯสศช. และปี 53-ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งเลขาฯสศช. ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และลาออกเพื่อมารับตำแหน่งรัฐมนตรี   เกิดวันที่ 7 ต.ค. 2496 อายุ 60 ปี "บิ๊กเข้" จบเตรียมทหารรุ่น 13 (ตท.13) โรงเรียนนายเรือรุ่นที่ 20 หัวหน้านักเรียน เหล่าพรรคนาวิน ผ่านตำแหน่งที่สำคัญประกอบด้วย ผู้บังคับการเรือ ร.ล.คีรีรัฐ ร.ล.ปราบปรปักษ์ ร.ล.ตาปี และผู้บังคับเรือหลวงนาคา จากนั้นเป็นหัวหน้าแยกประเภท กองกำลังพล กรมกำลังพล ทร. และรักษาการ ผบ.รล.วิทยาคม จากนั้นมาเป็นอาจารย์ที่สถาบันวิชาการทหารเรือชั้นสูง (สรส.) ก่อนกลับไปเป็นรอง ผอ.กกฝ. กรมยุทธการ ทร. และเป็น ผอ.กองยุทธการ กรมยุทธการทหารเรือ ต่อมาได้เป็นผู้ช่วยทูตทหารเรือไทย ประจำกรุงโรม อิตาลี ก่อนกลับมาเป็น รองเสนาธิการ สรส. แล้วก้าวเป็นรองเจ้ากรมยุทธการทหารเรือ ต่อด้วยผู้ช่วยเจ้ากรมยุทธการทหาร บก.กองทัพไทย จากนั้นข้ามมาเป็นเสนาธิการกองเรือภาค 2 กองเรือยุทธการ แล้วกลับมาเป็นเจ้ากรมยุทธการ ทร. แล้วขึ้นเป็น ผช.เสธ.ทร.ฝ่ายยุทธการ เป็นรอง เสธ.ทร. เป็นพลเรือเอก ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ จนปี 2555 ได้ขึ้นเป็นรอง ผบ.ทร. และเป็น ผบ.ทร.ในปี 2556 อายุ 59 ปี สำหรับตำแหน่งสำคัญที่รับราชการที่สำคัญ อาทิ ผบ.กองพลทหารราบที่ 4 (พล.ร.4) เป็นรองแม่ทัพภาคที่ 3 และเป็นแม่ทัพน้อยภาคที่ 3 (พล.ท.) ข้ามมาเป็นผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก ฝ่ายกิจการพลเรือน (ผช.เสธ.ทบ.ฝกร.) และขยับรองเสนาธิการทหารบก (รอง เสธ.ทบ.) และได้เป็นรองหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา คสช. เกิดเมื่อวันที่ 11 พ.ย. พ.ศ.2489 ปัจจุบันอายุ 67 ปี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี B.Sc.First Class Hons. Electrical Engineering (เกียรตินิยมอันดับ 1) ในปี พ.ศ. 2511 และปริญญาเอกด้านวัสดุวิศวกรรมไฟฟ้า แขนงวิศวกรรมไมโครเวฟ จากมหาวิทยาลัยกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร เริ่มรับราชการที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และได้เป็นอธิการบดี มจธ.และได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ในปี 2549 จนเกษียณอายุราชการ ปัจจุบันยังทำงานในแวดวงการศึกษา อาทิ เป็นรองประธานคณะกรรมการสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพเยาวชน (สสค.) เป็นต้น เกิดเมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2496 อายุ 60 ปี สมรสกับ พ.อ.หญิง สุพัตรา รัตนสุวรรณ ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก เริ่มต้นชีวิตราชการทหารครั้งแรกกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) ต่อมาปี พ.ศ.2530 ได้เป็นราชองครักษ์เวร จากนั้นได้เป็นฐานะผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.1 รอ.) ซึ่งมีอำนาจในการควบคุมกำลังรบหลักของกรุงเทพฯ ก่อนขึ้นดำรงตำแหน่งรองแม่ทัพภาค 1 จากนั้นในปีถัดมาจะได้เป็นผู้ช่วยเสนาธิการ ทบ.ฝ่ายยุทธการ และได้เลื่อนขึ้นมาเป็นรองเสนาธิการ ทบ. และเสนาธิการ ทบ. นอกจากนี้ เมื่อครั้งรัฐประหารปี 2549 พล.อ.ดาว์พงษ์ยังได้รับแต่งตั้งให้เป็น สนช. และนั่งเป็นเลขาธิการ กอ.รมน. และผู้ช่วยเลขานุการ ศอฉ.เมื่อครั้งการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ปี 2553 ด้วย เกิดเมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2493 ปัจจุบันอายุ 64 ปี เคยเป็นอนุกรรมการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการควบคุมอันตรายในการใช้ยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สธ. ระหว่างปี พ.ศ.2538-2542 ประธานวิชาการ ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย กรรมการบริหารราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย ประธานวิชาการ สมาคมต่อมไร้ท่อแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ยังได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และลาออกจากตำแหน่ง โดยปัจจุบันดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดลและประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เกิดเมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2496 อายุ 61 ปี จบการศึกษาปริญญาโทด้านสาธารณสุขศาสตร์ จาก Royal Tropical Institute,Amsterdam ประเทศเนเธอร์แลนด์ ก็เข้ารับราชการเมื่อปี 2526 ได้รับตำแหน่งต่างๆ ตั้งแต่ผู้อำนวยการโรงพยาบาล หัวหน้าสำนักประสานงานวิชาการและพัฒนากำลังคน ด้านสาธารณสุข ผอ.สำนักนโยบายและแผนสาธารณสุข เคยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยปลัดกระทรวง สธ.ในปี พ.ศ.2543 จนถึงปี พ.ศ.2544 มีผลงานทั้งที่เป็นตำราและงานวิจัยมากมาย นอกจากนี้ยังเป็นผู้ริเริ่มการศึกษาและพัฒนาระบบบริการด้านโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปประเทศ ที่มี นพ.ประเวศ วะสี เป็นประธาน มีคณะกรรมการ 27 คน ภายหลังมีการสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในปี 2553 ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเลขาธิการมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) เกิดเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2503 อายุ 54 ปี สมรสกับ พล.ต.ต.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร จบการศึกษาโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ปริญญาตรี ด้านสถาปัตยกรรมจาก Rhode Island School of Design ประเทศสหรัฐอเมริกา (Bachelor Degree in Architecture) และหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง (วตท.5) สถาบันวิทยาลัยการตลาดทุน เริ่มทำงานในปี 2529 เป็นผู้จัดการแผนกโฆษณา ปี 2555 เป็นผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และเป็นประธานกรรมการบริหารบริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด และในปี 2557 ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก่อนที่จะลาออกมารับตำแหน่ง เกิดเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2487 ปัจจุบันอายุ 70 ปี สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีเศรษฐศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมดี) ในปี 2510 และปริญญาโทสาขาเดียวกัน ในปี 2513 จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศึกษาระดับปริญญาโทด้านการวางแผนและพัฒนา ที่มหาวิทยาลัยวานเดอบิลต์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เคยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการ รมว.คลัง (นายสมหมาย ฮุนตระกูล) และเข้ารับราชการในกระทรวงการคลัง อยู่ในตำแหน่งสูงสุดคือรองปลัดกระทรวงการคลังจนเกษียณอายุราชการ ได้รับแต่งตั้งเป็น รมช.คลัง ในรัฐบาลของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ แต่ต้องพ้นจากตำแหน่งตามกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 182(3) เนื่องจากศาลอาญาพิพากษาเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2550 ตัดสินจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา จากกรณีการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการสั่งพักงาน นายทัศพงษ์ วิชชุประภา ผู้บริหารบริษัท ไทยเดินเรือทะเล จำกัด เมื่อปี พ.ศ.2547 แต่ได้อุทธรณ์ในคดีดังกล่าว และชนะคดีในชั้นศาลอุทธรณ์ เกิดเมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2488 ปัจจุบันอายุ 69 ปี สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาเอก ด้านเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ เป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา มีส่วนร่วมในการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของไทย ปี พ.ศ.2549 ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และในปี พ.ศ.2557 ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นครั้งที่สอง จบการศึกษาปริญญาเอก Ph.D. (Regional Economics) University of Pennsylvania, U.S.A. เคยทำงานเกี่ยวข้องกับด้านพลังงานเป็นหลัก อาทิ กรรมการอิสระและประธานกรรมการตรวจสอบ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และกรรมการ ประธานกรรมการ และประธานคณะกรรมการลงทุนของบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) รองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน ประธานกรรมการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เป็นต้น เกิดเมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2490 ปัจจุบันอายุ 67 ปี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท MPA. California State University วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 33 ทำงานภาครัฐหลายหน่วยงาน อาทิ วิทยากร กองศึกษาภาวะเศรษฐกิจ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ผู้อำนวยการกองจัดการปฏิรูปที่ดิน สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กระทั่งขึ้นเป็นปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อปี 2541 เป็นผู้อำนวยการสำนักงานการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน (องค์การมหาชน) และข้ามมาเป็นปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เกิดเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2491 ปัจจุบันอายุ 66 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาโท เศรษฐศาสตร์ California State University in Northridge, U.S.A. เข้าเรียนหลักสูตรนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 12 หลักสูตรป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 39 วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รับราชการหลายหน่วยงานรัฐ ได้แก่ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) กรรมการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และประธานกรรมการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย เกิดเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2495 อายุ 63 ปี จบการศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประวัติการทำงาน เคยดำรงตำแหน่งอดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม พ.ศ.2549-ก.ย. 2553 รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม พ.ศ.2546-2549 รองอธิบดีกรมศิลปากร พ.ศ.2542-2546 เลขานุการกรมศิลปากร พ.ศ.2536-2542 ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมสภามหาวิทยาลัยพะเยา ด้านสังคมได้รับเลือกเป็นบุคคลดีเด่นที่สนับสนุนงานด้านคนพิการ ประจำปี พ.ศ.2547 จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้รับรางวัลสถาปนิกดีเด่นด้านสังคมและวัฒนธรรม จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ปี 2551 เครื่องราชอิสริยาภรณ์ มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.) ปี 2551 (ยังมีต่อ) เปิดประวัติ คณะรัฐมนตรี รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา(1) MThai News

ในหลวง โปรดเกล้าฯ ครม.32คน'ประวิตร'รองนายก ควบรมว.กห.
ครม ประยุทธ์1 /  คสช. / 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 32 รัฐมนตรี แล้ว "พลเอกประวิตร" นั่งรองนายกฯ ควบ รมว.กลาโหม ขณะที่ "พลเอกธนะศักดิ์" รองนายกฯ ควบ รมว.ต่างประเทศ พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีแล้วนั้น บัดนี้ พลเอกประยุทธ์ ได้เลือกสรรผู้ที่สมควรดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดินสืบไป แล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรีทั้ง 32 คน ดังต่อไปนี้ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล เป็นรองนายกรัฐมนตรี นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายวิษณุ เครืองาม เป็นรองนายกรัฐมนตรี หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล เป็นรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ เป็นรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี พลเอก อุดมเดช สีตบุตร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม นายสมหมาย ภาษี เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายดอน ปรมัตถ์วินัย เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พลตํารวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายพรชัย รุจิประภา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร นายณรงค์ชัย อัครเศรณี เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางอภิรดี ตันตราภรณ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสุธี มากบุญ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายกฤษณพงศ์ กีรติกร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พลโท สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายรัชตะ รัชตะนาวนิ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายสมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ทั้งนี้ พระบรมราชโองการดังกล่าว มีการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาในวันนี้ (31 ส.ค. 57) เวลา 17.05 น. ที่ผ่านมา

งามหน้า! เมื่อมนุษย์ป้าไทยแซงคิวที่เยอรมัน
ข่าววันนี้ /  มนุษย์ป้า / 

สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอมตั้งกระทู้แฉ พฤติกรรมสุดแสบของมนุษย์ป้าชาวไทย พยายามแซงคิวที่เยอรมนี  วันนี้(2ส.ค.)กลายเป็นประเด็นที่เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้ หลังจากคุณ pHaiyLueNa สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ได้ตั้งกระทู้ชื่อ "เมื่อมนุษย์ป้าสัญชาติไทย ไปแสดงเดชที่แดนอินทรีเหล็ก" ซึ่งเป็นการบอกเล่าเรื่องราวของเจ้าหน้าที่จำหน่ายตั๋วท่านหนึ่งและสาวชาวไทย ถูกกลุ่มสุภาพสตรีสูงวัยขอแซงคิวซ้ำยังพูดจาไม่ดีใส่ ซึ่งผู้ตั้งกระทู้เผยว่า "เรื่องเล่า...เมื่อเช้า ประมาณเกือบ ๆ เก้าโมง ณ ทางเข้าปราสาทแห่งหนึ่งในประเทศเยอรมนี เรากำลังรอเจ้านายและคุยกับหัวหน้าฝ่ายวัตถุโบราณข้าง ๆ ที่ขายตั๋ว ขณะนั้น มีเด็กประถม 20 กว่าคนและคุณครูกำลังต่อแถว รวมถึงนักท่องเที่ยวรัสเซีย และฝรั่งอื่น ๆ แถวยาวมากประมาณเกือบ 80 คน อยู่ ๆ มีมคุณป้าท่าหนึ่งปรากฏตัวเดินเดินไปเดินมาแล้วเดินตัดมาหน้าแถวพร้อมเดินเข้าว่าจะขอถามคำถาม  หญิงคนดังกล่าวมาพร้อมกับกลุ่มคนไทย ผู้หญิง 5 คน ผู้ชาย 3 คน อายุประมาณ 50-70 ปี และมีผู้หญิงคนหนึ่งอายุประมาณ 25 ปีอีกหนึ่งคน มาทราบภายหลังว่าคนกลุ่มนี้บินมาจากอังกฤษ เพื่อมาร่วมงานรับปริญญาของหญิงอายุ 25 ที่อยู่ในกลุ่มจึงเลยมาเที่ยวเยอรมนีต่อ ทางผู้โพสต์กระทู้ได้ระบุถึงบทสนทนาระหว่างเจ้าหน้าที่คุยกับคุณป้าตอนขอแซงคิวดังนี้ ป้า1 หันไปบอกคุณครู ก่อนที่จะเข้าไปช่องขายตั๋ว "May I ask her a question ? = ฉันขอถามคำถามเธอหน่อยได้มั้ย ?" คุณครู "Sure, no problem = อ๋อ ได้สิ ไม่มีปัญหา" ป้า1 "Excuse me, I would like to buy group tickets for 8 people = ขอโทษนะคะ ฉันขอซื้อตั๋วกลุ่มสำหรับ 8 คนค่ะ" จนท. "You need to be in line / next please = คุณต้องไปต่อคิวนะคะ / เชิญคนต่อไปค่ะ" กวักมือเรียกคุณครู ป้า 2 กระโจนเข้ามา "Umm, can we buy first? = อืม เราขอซื้อก่อนได้มั้ย ? We have an old man = เรามีชายชรามาด้วยนะ (ชี้ไปทางลุง ผมยังไม่ขาวนะ ท่าทางอายุ 50 กว่า แต่ก็เดินได้ปกติ) and we have to take train at 2 pm = และเราต้องขึ้นรถไฟตอนบ่ายสอง" ป้า1 และป้า2 ก็พยายามอธิบายเป็นภาษาอังกฤษต่าง ๆ นานา จนท. "Nein! No no, you need to be in line = ไม่ได้ คุณต้องไปต่อคิว" ชี้ให้ไปเข้าแถว พร้อมกับรับเงินจากคุณครู ป้า2 หันไปด่าพนักงานเป็นภาษาอังกฤษว่า "armless" จนท.หันมามอง แต่ทำหน้าที่ต่อไป ระหว่างนั้นเจ้านายหันมาถามเป็นภาษาเยอรมัน เจ้านาย "คนประเทศไหนเนี่ย" เรา "ประเทศเดียวกับหนูเอง" ป้าคนที่3 หันไปหาลุง "น้องคนนั้นอ่ะ เค้าใส่ข้อมือลายธงชาติไทย" ลุงเดินเข้ามาหา "หนู ๆ คนไทยหรือเปล่าจ๊ะ" เรา "ค่ะ คนไทย" ป้า3 "หนูพูดเยอรมันได้เหรอ ช่วยบอกเค้าหน่อยสิว่าพวกป้านะขอซื้อตั๋ว แถวมันยาวมากเลย เปิดแค่ช่องเดียว เดี๋ยวป้าไปช้อปปิ้งไม่ทัน เดินก็ไม่ค่อยไหว" เรา "ขอโทษค่ะ หนูคงช่วยไม่ได้ค่ะ" ป้า2 "หนูช่วยหน่อยเถอะนะ คนไทยกันเอง ลองคุยกับเค้าดู เดี๋ยวป้าให้ค่าขนม" เรา "ไม่ค่ะ ป้าคะ การต่อแถวเพื่อซื้อของเป็นสิ่งพื้นฐาน แล้วหนูทำงานหาเงินซื้อขนมเองได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ" (พร้อมกับยกมือไหว้อย่างไทย พยายามคุมอารมณ์ ปกติคงเหวี่ยงล่ะ) เจ้านาย "มีปัญหาอะไรหรือป่าว?" เรา "เค้าอยากให้หนูช่วยพูดซื้อตั๋วให้ก่อน" เจ้านาย "ถ้าเค้าพูดอีก บอกไปเลยว่าจะเรียกตำรวจ เพราะผิดกฎหมาย การแทรกแถวซื้อของ ผิดกฎหมาย ละเมิดสิทธิ์ (อะไรซักอย่าง ศัพท์ไม่รู้จัก)" เรา "ค่ะ" หลังจากนั้นเหตุการณ์ก็ยังคงไม่จบ เพราะคุณป้ากลุ่มเดิมยังคงไม่ลดละความพยายามที่จะขอความช่วยเหลือจากคนไทยด้วยกัน และคราวนี้เมื่อได้รับการปฏิเสธอีกครั้ง ทำให้เหตุการณ์ดูยุ่งเหยิงมากขึ้นไปอีก เพราะคุณป้าเริ่มแสดงความไม่พอใจและต่อว่าเจ้าหญิงชาวไทยที่ไม่ยอมช่วยเหลือด้วยน้ำเสียงที่ตะคอกใส่เธอ ทั้งยังใช้คำหยาบคายกับเธอด้วย จนเรื่องราวบานปลายถึงตำรวจ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ เจ้าของกระทู้ได้รับฟังมาจากเพื่อนใน facebook และได้ขออนุญาตนำมาเขียนเพื่อเป็นกรณีศึกษา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ยังไม่มีการชี้แจงจากอีกฝ่ายว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรกันแน่ ก็คงต้องรอดูกันว่าจะมีเสียงสะท้อนจากอีกฝ่ายออกมาชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นนี้หรือไม่ อย่างไร เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย MThai News ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ pHaiyLueNa สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

สึจิโนะโกะ สัตว์ลึกลับในตำนานญี่ปุ่น
ตำนานลี้ลับ /  ประเทศญี่ปุ่น / 

หลายครั้งที่ทีนเอ็มไทนนำเสนอเรื่องราวของ สัตว์ในตำนาน หรือสัตว์ลี้ลับของประเทศญี่ปุ่นให้เพื่อนๆ ฟังกันไปบ้างแล้ว แต่วันนี้ทีนเอ็มไทยก็มีนำเสนออีกเช่นเคย เกี่ยวกับเจ้า สึจิโนะโกะ สัตว์ลึกลับในตำนานญี่ปุ่น .. ตัวนี้จะแปลกและแกวหแนวกว่าตัวอื่นจนาดไหนไปดูกัน นอกจากนี้  สึจิโนะโกะ ก็ยังไม่เคยมีใครจับตัวได้เลย .. สึจิโนะโกะ สัตว์ลึกลับในตำนานญี่ปุ่น สึจิโนะโกะ (Tsuchinoko : 槌の子) นั้นเป็นสัตว์ลึกลับสัญชาติญี่ปุ่นที่ยังไม่ได้ถูกยืนยันแน่ชัดว่ามีตัวตนอยู่จริง รูปร่างของมันคล้ายกับงูแต่สั้นและป้อมกว่ามาก ไม่ว่าจะเหนือสุดอย่างฮอกไกโดไปจนถึงใต้สุดอย่างหมู่เกาะทางตอนใต้ ก็มีข่าวออกมาว่าเคยมีผู้พบเห็นสึจิโนะโกะตัวเป็นๆ เรียกได้ว่ามันอาศัยอยู่ทั่วประเทศญี่ปุ่นจริงๆ เคยมีรายงานการพบเห็นสึจิโนะโกะอยู่บ่อยครั้ง บางครั้งก็บอกว่าจับได้แต่มันหนีไปซะก่อน บางครั้งก็บอกว่าเก็บซากที่ตายของมันเอาไว้แต่หายไปไหนไม่รู้ เพราะฉะนั้นถ้ามองในมุมของคนทั่วๆไป หลักฐานที่แสดงถึงการมีอยู่ของมันเป็นศูนย์ ชื่อว่า “สึจิโนะโกะ” นั้นมาจากภาษาถิ่นของจังหวัดมิเอะ นาระ เกียวโต และตอนเหนือของเกาะชิโกกุ ส่วนทางตะวันออกของประเทศนั้นนิยมเรียกมันว่า “บาจิเฮบิ” (Bachihebi : バチヘビ) นอกจากนี้มันยังมีชื่อเรียกอีกมากมาย เช่น โนะซึจิ, ทาเทคุริคาเอชิ, สึจินโบะ หรือ สึจิเฮบิ เป็นต้น ตามคำบอกเล่าถึงรูปร่างของผู้ที่เคยพบเห็นมันคือ มันมีรูปร่างคล้ายงูลำตัวยาว 30-80 ซม. ส่วนหัวเป็นทรงสามเหลี่ยมมีขนาดใหญ่ อาจมีเขาเล็กๆอยู่บนหัว 2 อัน ลำตัวอ้วนสั้นท้องแบนและมีปลายหางแหลมออกมา บางครั้งก็มีครีบเล็ๆข้างลำตัว 2 ข้าง ลวดลายคล้ายงู เคลื่อนไหวได้รวดเร็วเสียงร้องคล้ายแมวขู่และมีพิษ บ้างก็ว่ามันกระโดดได้ไกลหลายเมตรด้วย ลักษณะเด่นๆของสึจิโนะโกะจากผู้ที่เคยพบเจอ 1. เมื่อเทียบกับงูปกติแล้ว ลำตัวจะอ้วนกว่ามาก 2. มีพละกำลังสามารถกระโดดได้ไกล 2 เมตร สูง 5 เมตร (บ้างก็บอกว่าโดดได้ไกลถึง 10 เมตรก็มี) 3. ชอบกินสาเกญี่ปุ่น 4. มีเสียงร้อง “จี” 5. มีความว่องไวเป็นอย่างมาก 6. ร่างกายมีความยืดหยุ่นเคลื่อนไหวคล้ายหนอนคืบ หรืออาจขดตัวให้เป็นวงแล้วกลิ้ง 7. กรนได้ด้วย 8. ชอบกลิ่นหมึกแห้งย่าง เส้นผมที่ถูกเผา และซุปมิโซะ 9. มีพิษร้ายแรง หลักฐานแรกที่กล่าวถึงการมีตัวตนอยู่ของสึจิโนะโกะนั้น อยู่ในยุคโจมง (14,000-300 ปีก่อนคริสต์ศักราช) ได้มีการค้นพบเครื่องมือที่ทำจากหินที่จังหวัดกิฟุซึ่งมีรูปร่างเหมือนกับสึจิโนะโกะมาก นอกจากนี้ยังมีการขุดค้นพบถ้วยโบราณที่จังหวัดนากาโนะซึ่งถูกวาดลายคล้ายสึจิโนะโกะเช่นกัน รางวัลนำจับ ปี 1992 หมู่บ้านชิกุสะได้เสนอรางวัลนำจับเจ้าสึจิโนะโกะเป็นเงินกว่า 200 ล้านเยนสำหรับผู้จับสึจิโนะโกะได้ตัวเป็นๆ และ 100 ล้านเยนถ้ามันตายแล้ว ปี1989 เมืองมิคาตะได้มีการเสนอรางวัลที่ดิน 330 ตารางเมตรสำหรับใครก็ได้ที่สามารถจับสึจิโนะโกะได้ ปี 2000 มีการประกาศให้รางวัล 3 – 20 ล้านเยน แก่ผู้ที่สามารถจับสึจิโนะโกะมาได้ ปี 2001 ได้มีผู้นำงูดำขนาดใหญ่ที่จับได้มาอ้างว่างูตัวนั้นเป็นสึจิโนะโกะแต่ก็ถูกเปิดโปงในที่สุดว่าไม่ใช่!!! อย่างไรก็ตามจนปัจจุบันนี้ก็ไม่มีใครสามารถคว้ารางวัลได้เลยซักรายเดียว… ข้อมูลการพบเห็น สึจิโนะโกะ สัตว์ลึกลับในตำนานญี่ปุ่น  ในวันที่ 21 พฤษภาคม 2000 นั้นได้มีรายงานการพบเห็นสึจิโนะโกะที่เมืองโยชิอิ จังหวัดโอคายามะ โดยคุณตาฮิเดกิ ทากาชิมา.. คุณตาได้เล่าว่าในขณะที่กำลังถางวัชพืชออกจากสวนก็ได้พบสัตว์ที่มีรูปร่างคล้ายงูที่มีลำตัวอ้วนสั้นท้องแบนเลื้อยออกมาจากสวน คุณตาพยายามจะจับมันจึงตีมันด้วยเคียว เจ้าสัตว์ตัวนั้นจึงเลื้อยหลบไปที่ลำธารใกล้ๆแล้วหนีไปได้ อย่างไรก็ดีการตีมันครั้งนั้นทำให้มันได้รับบาดเจ็บหนัก ในอีก 4 วันต่อมา (วันที่ 25 พฤษภาคม) คุณยายฮิเดโกะ (ภรรยาคุณตา) ได้พบงูนอนตายอยู่ข้างลำธารเลยนำมันไปฝัง คุณยายอธิบายลักษณะว่า “ มันมีลำตัวมันอ้วนสั้นท้องแบน เห็นได้ชัดว่ามันไม่ใช่งู ” เมื่อทางเทศบาลเมืองโยชิอิทราบเรื่องจึงส่งเจ้าหน้าที่มาสอบสวนและไปยังที่ที่ฝังเจ้าสึจิโนโกะเอาไว้เพื่อขุดซากไปตรวจสอบ ซึ่งซากของสัตว์ที่คิดว่าเป็นสึจิโนโกะถูกส่งไปยังมหาวิทยาลัยการแพทย์คาวาซากิ  โดยผู้ทำการตรวจสอบคืออาจารย์คุนิยาชิ ซาโต้ ผู้วิเคราะห์สัตว์เลื้อยคลาน หลังจากตรวจสอบอาจารย์ซาโต้ไม่ได้กล่าวว่ามันคืออะไรเพียงแต่พูดว่ามันเป็นสัตว์ประเภทงู หลังจากนั้น 1 เดือนต่อมาก็มีคุณยายอีกคนชื่อมิสึโกะ อาริมะ ได้พบเห็นสึจิโนโกะในขณะที่มันกำลังข้ามแม่น้ำของเช้าของวันที่ 15 มิถุนายน คุณยายได้เล่าว่ารู้สึกประหลาดใจมากและพยายามคิดว่ามันคือตัวอะไรแต่ก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร? มันมีรูปร่างเหมือนงูลำตัวอ้วนมีขนาดใหญ่ ส่วนหัวกลมดูเหมือนมันกำลังว่ายเพื่อข้ามแม่น้ำ คุณยายอาศัยอยู่ที่นี่มานานกว่า 80 ปีแต่ก็ไม่เคยเห็นตัวอะไรแบบนี้ในชีวิตเลย พยานที่พบเห็นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเจ้าสึจิโนะโกะนั้นมีจริงหรือไม่? มันเป็นสัตว์ที่ได้รับยีนยันผ่านคำบอกเล่าของผู้พบเห็นเท่านั้น มันอาจจะเป็นงูที่กินจนอิ่ม หรือเป็นสัตว์อะไรที่พิเศษกว่านั้นก็เป็นได้… ขอบคุณข้อมูล NattraQ anngle.org/th

เรื่องจริงชีวิตพนักงานแบงค์ ไม่ได้สวยหรูอย่างที่ใครคิด ?
พนักงานธนาคาร /  พนักงานแบงค์

เรื่องจริงชีวิตพนักงานแบงค์ ไม่ได้สวยหรูอย่างที่ใครคิด ? วันนี้(2 ก.ย.) ชาวสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์กระทู้จากเว็บไซต์พันทิปชื่อกระทู้ว่า "ชีวิต พนักงานแบงค์ เบื้องหลังที่หดหู่ เตือน!คนที่คิดจะเข้า อย่า!!" โดยเป็นเรื่องเล่าประสบการณ์ของสาวพนักงานธนาคารแห่งหนึ่งได้เปิดเผยว่าการทำงานธนาคารทำวันนี้ไม่ได้สวยหรูอย่างที่คนคิดและไม่มีความมั่นคงในชีวิต เนื่องจากถูกกดดันอย่างหนักจากการทำยอดขาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขายประกันชีวิต สำหรับตนเองก้าวเข้ามาทำงานในธนาคารหลังจากที่เรียนจบมาด้วยเกรดเฉลี่ยค่อนข้างดี มหาวิทยาก็มีชื่อเสียง เมื่อตอนสอบสัมภาษณ์ ในตำแหน่งที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการวางแผนทางการเงิน เป็นที่ปรึกษาของลูกค้า ดูแลพอร์ทลูกค้ารายใหญ่ ตอนนั้นรู้สึกว่าเหมือนจะเป็นงานที่สวยหรู อนาคตก้าวไปไกล ค่าตอบแทนดี แน่นอน แต่เมื่อได้ลงงานในสาขาจริงก็พบว่างานไม่ได้เป็นไปอย่างที่หวัง ตำแหน่งงานไม่ชัดเจน อยู่นานเริ่มรู้สึกกดดัน ผู้จัดการให้ทุกคนในธนาคารช่วยขายประกัน ให้สาขาบรรลุเป้า ซึ่งจะมีการประชุมเกี่ยวกับเรื่องนี้ทุกวันทุกเช้า จนตนรู้สึกไม่อยากมาทำงาน ทุกวันที่ทำงานที่ต้องมีการเปิดบัญชีพร้อมำบัตรATM ตนก็จะขายประกันพ่วงไปด้วยเสมอ ซึ่งต้องใช้วิธีการบอกว่าประกันเป็นการแบ่งเงินออมเงิน เมื่อขายไม่ได้ก็โดนชี้เป้า โดนว่าทุกเช้า เริ่มกดดัน เริ่มเหนื่อย เพราะงานไม่ตรงกับตำแหน่งที่ทำ สุดท้ายก็ต้องทนทำงานต่อไปเรื่อยๆ และขอแนะนำว่าใครจะเข้ามาทำงานที่ธนาคารต้องขายเก่งอย่างเดียว ไม่เช่นนั้นก็จะย่ำอยู่ที่เดิม ไม่ได้เลื่อนขั้นไปไหนและอยากวอนให้ผู้บริหาร ดูแลพนักงานให้เหมือนกับดูแลลูกค้า ใส่ใจ พนักงานให้เหมือนกับใส่ใจลูกค้าบ้าง ที่มา http://pantip.com/topic/32520274 MThai News

รวบเมียและลูกสะใภ้ จ้างฆ่าผัวหวังเงินประกัน
จ้างมือปืนฆ่าสามี /  จ้างวานฆ่าหวังเงินประกัน / 

ตำรวจภาค 4 รวบ ภรรยาและลูกสะใภ้ จ้างมือปืนฆ่าสามี อ้างหวังนำเงินประกัน ช่วยลูกชายที่ถูกคุมขัง ที่ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พล.ต.ท.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รักษาราชการแทน ผบช.ภาค 4 แถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาร่วมกันฆ่าผุ้อื่น ประกอบด้วย นางจันทร์เพ็ญ รูปดี อายุ 41 ปี น.ส.ภานุมาศ พลเหลา อายุ 19 ปี ทั้งสองคนเป็นผู้จ้างวาน และ นายอุตะมะ บุพผา อายุ 37 ปี มือปืน ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน เป็นชาวอำเภอบึงโขงหลง จ.บึงกาฬ ทั้งนี้ นายอุตะมะ เป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิง นายบุญนะ รูปดี อายุ 47 ปี เสียชีวิตอยู่บริเวณปากทางเข้าไร่ยางพาราของตนเอง ในเขต ต.โพธิ์หมากแข้ง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ผู้จ้างวานตนคือ นางจันทร์เพ็ญ ภรรยาผู้ตาย และ น.ส.ภานุมาศ ลูกสะใภ้ผู้ตายและเป็นคนจัดหาอาวุธปืนให้ตนด้วย โดยทั้งสองคนบอกตนว่า ต้องการเงินประกันของสามี เพื่อจะนำไปช่วยเหลือลูกชาย ซึ่งเป็นสามีของ น.ส.ภานุมาศ ที่จำคุกอยู่ในเรือนจำในคดียาเสพติด

ศิษย์เก่าเทคนิครับน้องโหด โวยสื่อเสนอเรื่องเกินจริงไปมาก ?
ตายคาชายหาดหัวหิน /  รับน้อง / 

จากกรณีที่มีข่าวนักศึกษาอาชีวะ สถาบันเทคโนแห่งหนึ่งย่านปทุมธานี ไปจัดกิจกรรมรับน้องที่บริเวณเขาเต่า หัวหิน จนมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ล่าสุดได้มีสมาชิกเว็บไซต์พันทิปชื่อ TONFAY12  ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ดังกล่าวว่าไม่ได้เป็นไปตามที่สื่อนำเสนอ และเป็นการเสนอข่าวเกินจริง โดยเผยว่า ตนในฐานะศิษย์เก่าจึงอยากจะมาขอชี้แจงข้อมูลและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงซึ่งต่างจากที่สื่อข่าวใส่เรามาก  โดยขอเรียบเรียงเหตุการณ์ดังนี้ มีกิจกรรมรับน้องจริง แต่คืนนั้นพอไปถึงสถานที่ทางรุ่นพี่ก็ให้น้องมานั่งล้อมวงทำความรู้จักกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแล้วพาน้องนอน ยืนยันไม่มีการมากระทืบรุ่นน้องหรือถีบรุ่นน้องลงมาจากภูเขา ตามที่สื่อเสนอแต่อย่างไร พวกรุ่นพี่พาน้องนอน แล้วพวกรุ่นพี่ช่วยกันทำฐาน การเตะกันตามที่ชาวบ้านให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อ อาจเป็นการเตะเล่นกันในหมู่รุ่นพี่ ซึ่งคืนนั้นรุ่นพี่เกือบทุกคนกินเหล้ากันแล้วช่วยกันทำฐาน เพื่อรอรับน้องตอนเช้า พอมาถึงตอนเช้าทางรุ่นพี่ก็ปลุกน้องมาเตรียมตัวรับ เบื้องต้นจากที่ได้ฟังจากรุ่นน้องผม น้องคนที่เสียชีวิตเคยป่วยเป็นลูคีเมียแต่รักษาหายแล้ว ทางรุ่นพี่ได้ถามน้องทุกคนว่ามีใครเป็นโรคประจำตัวอะไรไหม แล้วทุกคนป่วยอะไรไหม น้องคนที่เสียชีวิตบอกผมหายดีแล้ว จึงเริ่มทำการรับน้อง พอกำลังจะเริ่มรับเข้าฐานให้น้องจับคู่ทำบัดดี้ ซึ่งมีการให้น้องดื่มเหล้าขาวจริง แต่ไม่ใช่การจับกรอกตามสื่อเสนอ แต่คือการแบ่งกันจิบ แล้วน้องที่เสียชีวิตขอดื่มแทนเพื่อน พอน้องดื่มไปก็ได้ทำการทิ้งดิ่งจริง แต่เป็นการทิ้งดิ่งในน้ำทะเล หลังจากนั้นน้องก็อ้วก โดยไม่มีการจับหน้ากดลงกองทรายตามสื่อเสนอแต่อย่างไร พอรุ่นพี่เห็นน้องอ้วกจึงวิ่งไปถามชาวประมงคนในข่าวดังกล่าวว่า รพ.ใกล้ที่สุดอยู่ที่ไหนแล้วก็ได้พาไปส่งรพ. แต่ไม่ได้มีการทิ้งน้องหนีตามสื่อเสนอแต่อย่างไร สื่อออกมาว่าพอพาน้องส่งรพ.เสร็จแล้วก็ซิ่งหนีทันที คือถ้าหนีจริงคนที่อยู่ให้ปากคำตำรวจอีก5-6คนนั่นคืออะไร พอพารุ่นน้องมาถึงรพ.มีบางส่วนที่กลับไปเก็บของที่พัก แล้วทยอยตามมาดูอาการน้อง ทุกคนไม่มีใครทิ้งหนีกลับ แล้วยืนรอตำรวจเพื่อให้การแล้วรอพ่อแม่น้องที่เสีย พร้อมจ่ายจำนวนเงิน22,000บาท เพื่อจะเอาตัวน้องที่เสีย ออกจากรพ. พอตำรวจมาถึงก็กักตัวรุ่นพี่ที่ไปรับใว้ให้ปากคำ5-6คน อีกประมาณ30กว่าคน รอข้างนอก การให้ปากคำมีไปจนดึกจึงปล่อยตัวกลับบ้าน พ่อแม่น้องที่เสียบอกน้องป่วยเป็นลูคีเมียแต่รักษาหายไปแล้ว แต่ก็ยังกังวลใจอยู่ไม่คิดว่าอาการจะกำเริบ ชึ่งน้องที่เสียเองก็ไม่รู้ตัว พอได้จิบเหล้าขาวอาการจึงกำเริบ ซึ่งตรงนี้รุ่นพี่ผิดจริงโดยการให้น้องดื่มเหล้าขาวทางเราขอยืนยันครับไม่มีการกระทืบน้องเตะน้อง ตามที่เป็นสื่อเสนอแต่อย่างไร ซึ่งข้อมูลที่สื่อเสนอเป็นข้อมูลจากคนอื่น ที่ไม่ใช่มาจากตำรวจหรือคำให้การจากทางเรา หวังว่านี่จะเป็นศพสุดท้ายที่เกิดขึ้นเรารู้สึกผิดแล้วจะรับผิดต่อสังคมทุกกรณี ทางรุ่นพี่ไม่เคยบังคับน้องให้มารับ น้องรุ่น75มีจำนวน60คน แต่ที่มารับมี25คน ทุกคนสมัครใจมาครับแล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น ไม่ได้หวังให้ท่านเชื่อหรือจะมาแก้ตัวให้รุ่นน้อง แต่ในนามศิษย์เก่าหวังเพียงอยากจะมาชี้แจงข้อมูลว่าเราไม่ได้โหดเหี้ยมอย่างที่สื่อเสนอ แค่นี้แหละครับ เรากล้าทำกล้ายอมรับผิดเราเป็นลูกผู้ชายพอ แล้วเราไม่เคยทิ้งกัน ท้ายนี้ขอฝากว่า "อาหารจานไหนที่ไม่เคยกิน ก็อย่าเพิ่งบ่น" "รถคันไหนไม่เคยขับ ก็อย่าเพิ่งติ" "หนังเรื่องไหนไม่เคยดูก็อย่าเพิ่งวิจารณ์" MThai News

6 สิ่งที่ส่งผลกับ ฮอร์โมน ของสาวๆ
การกิน /  สุขภาพ / 

หลายครั้งที่สาวๆรู้สึกเครียด ว้าวุ่นใจ แบบไม่รู้สาเหตุ ฮอร์โมน อาจเป็นหนึ่งสาเหตุหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อ การกิน น้ำหนัก  ความต้องการทางเพศ และอื่นๆ ตามปกติแล้ว คุณไม่มีทางรู้ระดับ ฮอร์โมน ในร่างกายคุณ.. แต่มีอยู่ 6 สิ่งค่ะ ที่จะทำให้ระดับ ฮอร์โมน ของคุณตะเหลิดเปิดเปิง และส่งผลต่อร่างกายของคุณแน่นอน 1. กินขนมผสมน้ำตาลมากไป การกินขนมที่ผสมน้ำตาลจำนวนมากจะทำให้คุณอ้วน และน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ร่างกายของคุณต่อต้าน  ฮอร์โมน อินซูลิน (ฮอร์โมนที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด)  2. เครียดในตอนดึก ระดับ ฮอร์โมน คอร์ติซอล จะลดลงในตอนกลางคืน ซึ่งฮอร์โทมนนี้จะช่วยให้คุณหลับสบาย แต่ถ้าคุณมีความตึงเครียดตอนดึกบ่อยๆ จะทำให้ระดับ ฮอร์โมน คอร์ติซอลขึ้นๆลงๆ 3.ไม่ยอมนอน นอนไม่หลับในตอนกลางคืน เมื่อคุณอดหลับอดนอนจะทำให้ระดับคอร์ติซอลเพิ่มขึ้น และทำร้ายระบบน้ำตาลในเลือด  ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณรู้สึกหิวและอยากกินอาหาร Junk Food ซึ่งทำให้อ้วนขึ้นได้ง่าย 4.กินกาแฟตอนบ่ายแก่ๆ การกินกาแฟตอนบ่ายแก่ๆ จะส่งผลให้ คุณไม่อยากนอนและกระวนกระวาย ในตอนกลางคืน พีงระลึกไว้เสมอว่า ควรทานกาแฟในช่วงเช้า หรือก่อนบ่าย 3 โมงเย็นเท่านั้น 5.ออกกำลังกายไม่ต่อเนื่องหรือสม่ำเสมอ   ฮอร์โมน เอนโดรฟิน หรือ ฮอร์โมน แห่งความสุข จะหลั่งเมื่อคุณออกกำลังกาย หากคุณเป็นคนชอบออกกำลังกายสม่ำเสมอ ฮอร์โมนนี้จะทำให้สาวๆ มีความกระปรี้กระเปร่าและพร้อมจะทำสิ่งต่างๆในชีวิตประจำวันได้อย่างสม่ำเสมอ  6.ปรนเปรอความสุขช่วงก่อนมีประจำเดือน ด้วยของหวาน  ถ้าคุณทานของหวานหรือน้ำตาลมากๆ จะส่งผลกับช่วงก่อนมีประจำเดือน ทำให้คุณกลายเป็นคนอารมณ์ฉุนเฉียวมากยิ่งขึ้น อยากกินต้องได้กิน ทางที่ดี ควรหาวิธีอื่นในการปรนเปรอตัวเอง เช่นไปเที่ยว ไปออกกำลัง พบปะเพื่อนฝูง หรือทำอะไรที่ผ่อนคลาย แทนดีกว่านะจ๊ะ     

5 สิ่งที่แฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เรียนรู้ หลังตลาดซื้อขายนักเตะปิดตัวลง
ดาลีย์ บลินด์ /  ตลาดซื้อขายนักเตะ / 

ตลาดซื้อขายนักเตะทางฝั่งยุโรป ได้ปิดตัวลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แฟนบอล “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจจะยังไม่เชื่อตัวเอง ว่าทีมได้ ปิดดีลกับ นักเตะ ระดับบิ๊กเนมอย่าง อังเคล ดิมาเรีย และ ราดาเมล ฟัลเกา พร้อมๆกันในรอบเดียว และไม่เท่านั้น ทีมยังได้ระบายนักเตะแบบ นานี่, ชินจิ คากาวะ  และ โดยเฉพาะ แดนนี่ เวลเบ็ค ออกไปจากทีมได้เรียบร้อย(ส่วน ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์ และแอนเดอร์สัน ยังอยู่) มาดูสิ่งที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เรียนรู้หลังจากตลาดซื้อขายนักเตะปิดตัวลงไปครั้งนี้กัน 1.ทีมเปลี่ยนแปลงบุคลิกในตลาดนักเตะไปแบบสิ้นเชิง ถ้าก่อนที่ตลาดจะปิดรอบนี้ใครออกมาบอกว่า แมนยู จะได้ตัว นักเตะแบบ อังเคล ดิมาเรีย, ราดาเมล ฟัลเกา มาเสริมทีมคนคงหาว่าพักผ่อนไม่เพียงพอครับ นอนน้อยครับ แพ้ยาแก้อักเสบครับ แต่ทีมที่ใช้เงินไปเพียงแค่ 27.5 ล้านปอนด์ในการซื้อ มารูยาน เฟลไลนี่ มาเสริมทีมในวันสุดท้ายเพียงแค่คนเดียวเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา และถ้าย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ในยุคของป๋า เฟอร์กี้ที่ว่าแน่ยังเคยใช้เงินเยอะสุดแค่ 48 ล้านปอนด์ เพื่อซื้อ นานี่, แอนเดอร์สัน รวมกัน 31 ล้านปอนด์, โอเว่น ฮากรีฟ 17 ล้านปอนด์ แต่ใน พศ. นี้สโมสรเปลี่ยน จากอาเจ๊กขี้งกไปเป็นพ่อเลี้ยงเมืองเชียงราย เมื่อยอมทุ่มงบประมาณเฉียดๆ 200 ล้านปอนด์เสริมนักเตะถึง 6 คน ทั้งๆที่รายได้บางส่วนอาทิ ค่าส่วนแบ่งในการลงเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกจะหายไป (จริงๆก็มีรายได้ส่วนอื่นมาเสริม ทำให้ทีมไม่ลำบากขอปรบมือให้สถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งของทีม) แสดงให้เห็นว่าสโมสรไม่ได้นิ่งนอนใจในการจบอันดับที่ 7 เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา และออกแล้วตระหนกตกใจด้วยซ้ำแม้ว่าก่อนหน้านี้จะบอกว่าไม่คิดอะไรก็เถอะ 2.การไม่ได้ลงเล่น UCL ไม่มีผลกับ บิ๊กเนม ก่อนหน้านี้หลายคนห่วงกันว่า การไม่ได้ไปเล่นในฟุตบอลยุโรป อย่าง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก จะส่งผลกับการซื้อตัวนักเตะระดับบิ๊กเนมเข้ามาเสริมทีม แต่การซื้อขายของผีแดงรอบนี้แสดงให้เห็นว่า มีนักเตะถึง 4 จาก 6 คน(อังเคล ดิมาเรีย เรอัล มาดริด, มาร์กอส โรโฮ สปอร์ตติ้ง ลิสบอน, ดาลี่ย์ บลินด์ อาแจ็กซ์ อัมเดอร์ดัม และ ราดาเมล ฟัลเกา โมนาโก) ที่ยอมทิ้งโอกาสในการลงเล่นยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก มาอยู่กับทีมที่ได้เพียงแค่ อันดับที่ 7 ในฤดูกาลที่แล้ว และไม่ได้มีโปรแกรมไปไล่ล่าหาความท้าทายกับถ้วยหูใหญ่ แบบที่นักเตะหลายรายถวิลหา 3.การตัดสินใจย้ายทีมของนักเตะ ขึ้นอยู่กับบารมีของกุนซือ ฤดูกาลที่แล้ว เป็นช่วงที่ยากลำบากของทีม เพราะในรั้วโอลด์แทร็ฟฟอร์ด มีแต่เมฆหมอกแห่งความไม่มั่นใจปกคลุมอยู่เต็มไปหมดหลังจาก กุนซือ ผู้ยิ่งยงอย่าง เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ประกาศล้างมือในอ่างทองคำแล้วส่งไม้ต่อให้ คนบ้านเดียวกันอย่าง เดวิด มอยส์ ที่คุม เอฟเวอร์ตันมา 11 ปี แต่ไม่เคยประสบความสำเร็จอะไรเลย แม้แต่ตัวนักเตะเก่าอย่าง เวนย์ รูนี่ย์ ที่ มอยส์ เป็นคนปลุกปั้นยังไม่ค่อยมั่นใจ ทำให้นักเตะหลายรายที่เล็งเอาไว้ อาทิ เชส ฟาเบรกาส, แมตส์ ฮุมเมลส์,อันเดร์ เอร์เรร่า (ตอนนี้มาแล้ว) ก่อนตลาดปิดวืดไปหมด จนต้องหันไปเซ็นเด็กเก่าอย่าง มารูยาน เฟลไลนี่ เพียงแค่คนเดียวก่อนที่จะมาได้ ฆวน มาต้า ที่โดนเชลซี โละเป็นสถิติของสโมสรในตอนนั้นในช่วงปีใหม่อีกคน แต่ก็ไม่สามารถช่วยทีมให้จบอันดับที่ดีกว่าที่ 7 ได้ เชื่อว่าหาก  มอยส์ มีบารมีและสามารถดูดนักเตะที่ต้องการมาเสริมทีม บางทีเฮียแกอาจจะยังได้นั่งอยู่ในตำแหน่งก็เป็นได้  4.ทีมไม่ได้ซื้อนักเตะมาแก้จุดอ่อนของตัวเอง แต่ทำสิ่งที่เหนือกว่าคือการเสริมจุดแข็งให้แข็งขึ้นไปอีก 3-4 นัดที่ผ่านมาใครๆก็ลงความเห็นว่า แนวรับของทีม ปีศาจแดง ยังแสนจะอ่อนชั้น และพวกแฟนๆต่างหวังอย่างยิ่งกว่า ก่อนตลาดปิด ทีมจะได้ตัวกองหลังที่ใกล้เคียงกับระดับโลก ที่สามารถฉีกซองและเติมน้ำร้อนแล้วซดได้ทันที มาใช้งานซักคน แต่ในวันสุดท้าย ทีมเลือกหันหน้าไปเซ็น ราฟาเมล ฟัลเกา ดาวยิงชาวโคลัมเบีย เข้ามาเสริมทีมซึ่งถือว่าเป็นอภิมหาดีลที่โคตรจะเหนือคาด เพราะทีมมีกองหน้าที่ไว้ใจได้อยู่แล้วถึงสองคนทั้ง โรบิน ฟานเพอร์ซี่ และ แดนนี่ เวลเบ็ค เฮ้ยไม่ใช่สิ!! เวนย์ รูนี่ย์  อยู่แล้ว เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเป็นเพราะ ดาวยิงชาวดัตช์ ยังไม่ค่อยสมบรูณ์ดี และอาจต้องส่งไปผ่าตัด แต่ระดับ ฟัลเกา คงไม่ใช่แค่ อะไหล่สำรองแน่ๆ เชื่อว่า ถ้าสามารถจัดแนวรุก ที่มีในมือลงสนามพร้อมกันหมดได้  ปัญหาเรื่องแนวรับหลวมจะเบาบางไปทันที เพราะถ้าเสียเท่าไร ทีมพร้อมจะยิงคืนให้มากกว่า 5.  11 ตัวจริงคือสิ่งที่น่าปวดหัว จนถึงตอนนี้ นักเตะใหม่ทั้ง 6 คนของ แมนฯยู บวกกับพวกตอนที่ยังอยู่ในทีม ให้โค้ชตุ้ม 7 คนช่วยกันวิเคราะห์ทั้งแผนการเล่นและรูปแบบไปจนถึงสิ่งที่ตายตัวอย่าง 11 ผู้เล่นตัวจริง ก็ยังน่าจะคิดไม่ตกว่า สุดท้ายแล้ว หลุยส์ ฟาน กัล จะส่งใครลงเล่นบ้าง ยิ่งจำนวนนัดน้อยๆ การโรเตชั่น หรือการหนุมเวียนเปลี่ยนผู้เล่นยิ่งเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น จะว่าไปตอนนี้ทีมของ กุนซือ ชาวดัตช์ ค่อนข้างจะเสียสมดุลเพราะเอียงซ้าย (นักเตะถนัดซ้ายเยอะ อย่าคิดลึก) มีกองหลังน้อย กองกลางหนักไปทางตัวรุก และมีกองหน้าการ์ด A+อยู่ในทีมพร้อมกันถึง 3 คน แต่ตอนนี้เชื่อว่าทีมจะยังไม่มีปัญหาเพราะมีบางส่วน ยังนอนเล่นเกมส์เศรษฐีกันอยู่บนเตียงพยาบาล แต่ถ้าหายเจ็บกลับมาพร้อมกันเมื่อไร คนที่ปวดหัวที่สุดย่อมหนีไม่พ้น ฟานกัล แต่ร้อยบาทเอาขี้หมากองเดียว กุนซือทั่วโลกอยากจะปวดหัวกับปัญหาแบบนี้ในทีม

ละครอรุณสวัสดิ์ , เรื่องย่ออรุณสวัสดิ์
เพชร กรุณพล /  ยอร์ช ยงศิลป์ / 

การเลื่อนขึ้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในปีการศึกษาใหม่กลายเป็นก้าวสำคัญที่นำความเปลี่ยนแปลงมาสู่ ภาสุ(รัชชานนท์ เรือนเพ็ชร์) เด็กหนุ่มที่ขาดความมั่นใจในตัวเอง เริ่มตั้งแต่การที่ต้องมาเรียนห้องเดียวกับ เสมอเทพ(ชาวดิน รัฐกาญจน์) ลูกชายเศรษฐีมือสกปรก ความร่ำรวยและยิ่งใหญ่ของพ่อทำให้เสมอเทพ กลายเป็นจอมเกเรประจำโรงเรียน เสมอเทพ กับ ชาติเชื้อ (วัฒนา เอี่ยมวงศรี) และวันมงคล (พลช เงินยวง)เพื่อนสนิททั้งสองคนชักนำภาสุและ ฤกษ์ด (นที พิทักษ์) เข้าไปในโลกใบใหม่ในวังวนอบายมุขของเสมอเทพที่ทั้งคู่ไม่เคยพานพบมาก่อน ทั้งเรื่องการแข่งรถบนถนนหลวงที่ผิดกฏหมาย การยกพวกตีกับคู่อริต่างโรงเรียน ภาสุนั้นกล้าลุกขึ้นมาแหกกฏเหล็กของ เภา(กรุณพล เทียนสุวรรณ) พ่อที่เข้มงวดและเคร่งเครียดสมกับเป็นนายตำรวจใหญ่ผู้เที่ยงตรง เพียงเพราะไม่อยากเป็นลูกแหง่ในสายตาของ เมขลา(พลอยพรรณ ทับทิมหล้า) เพื่อนร่วมชั้นคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาเรียนด้วย ภาสุรับเมขลาไว้ในหัวใจลุ่มหลง จนขาดสติยั้งคิด โดยที่ไม่เคยเคลือบแคลงใจ วาจาอ่อนหวานของเมขลานั้น ได้ซุกซ่อนตัวตนที่แท้จริงเอาไว้อย่างไร การเปลี่ยนแปลงของภาสุอยู่สายตาของ อรณี(ณัฐริกา เฝ้าด่าน) เพื่อนร่วมชั้นที่แอบชอบ และมีความปรารถนาดีให้กับภาสุเสมอมา อรณีพยายามจะตักเตือนทั้งทางตรงและทางอ้อม บางครั้งก็ทำให้ภาสุกับฤกษ์ดีรู้สึกไม่ค่อยชอบใจอรณีเท่าไหร่ ความเปลี่ยนแปลงไปในทางเลวร้ายของภาสุ ทำให้บรรยากาศภายในบ้านยิ่งทวีความตึงเครียด ความสัมพันธ์ระหว่างภาสุกับเภายิ่งแย่ลง ไม่ว่า คุณไหม หรือ ภัทริกา(กฤตสุดา อัญภานนท์) คู่แฝด สุกานดา (โชติรส ชโยวรรณ)ผู้เป็นแม่ คุณปู่ คุณย่า ก็ไม่สามารถช่วยคลี่คลายสถานการณ์ได้ ในระหว่างที่ภาสุกลับเข้าสู่เส้นทางเดินที่ถูกขีดไว้จากฝีมือของพ่อตัวเอง เมขลากับเสมอเทพกลับหลงระเริงไปกับความสุข เมขลายอมสละทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของผู้หญิงให้กับเสมอเทพ เพียงเพื่อหวังให้เสมอเทพครองคู่กับเธอตลอดไป เมขลากับเสมอเทพหายตัวไปจากโรงเรียนหลายวัน ส่งผลให้ภาสุไม่มีกระจิตกระใจที่จะตั้งใจเรียนตั้งใจสอบ จนทำให้เกิดผลเสียทางการเรียนร้ายแรง และทำให้ภาสุกับพ่อเกิดความขัดแย้งกันอย่างรุนแรงอีกครั้ง ในขณะที่ข่าวการตั้งท้องของเมขลากับการล่มสลายทางธรุกิจของครอบครัวเสมอเทพ และข่าวการแต่งงานของทั้งสองคนก็ยิ่งทำให้ภาสุร้อนรนจนอยู่ไม่ได้ และตัดสินใจหนีออกจากบ้าน ภาสุไปปรึกษา ปู่เล็ก(สิทธิชัย ผาบชมพู) คำสั่งสอนแลกเปลี่ยนทัศนคติของปู่เล็ก ทำให้ภาสุ ตัดสินใจกลับบ้าน สิ่งแรกที่ภาสุทำคือก้มลงกราบเท้าพ่อ พ่อเองก็ไม่ได้อาละวาด หรือลงโทษอย่างที่ภาสุคิด ช่วงเวลาอันน่ากลัวของวัยรุ่น อารมณ์รุนแรงกำลังจะผ่านไป พ่อพาภาสุกลับไปที่โรงเรียน และขอโอกาสให้กับเด็กชายผู้หลงทางอีกครั้ง สามปีผ่านไป ชีวิตของภาสุและฤกษ์ดีในรั้วมหาวิทยาลัยก็ดำเนินไปตามปกติ ภาสุได้พบกับอรณี เพื่อนรักสมัยม.ปลาย ที่เปลี่ยนจากเด็กสาวอ้วนกลม มาเป็นสาวน้อยน่ารัก ภาสุได้คบกับหริณลัญฉนา ดรัมเมเยอร์ไม้หนึ่ง ความรักครั้งที่สองของภาสุจบลงเร็วกว่าที่คิด ภาสุเสียใจและเสียหน้ากับความสัมพันธ์ในครั้งนี้มาก แต่ด้วยวัยและความรู้สึกที่เติบโตขึ้นของภาสุทำให้เค้าสามารถทำใจกับเรื่องนี้ได้เร็วขึ้น และมองเห็นความสวยงามบางอย่างในจิตใจของอรณีที่มาคอยเป็นกำลังใจให้ในยามที่ภาสุผิดหวังอีกครั้ง ตรงข้ามกับฤกษ์ดีที่ยิ่งโตยิ่งจมอยู่ในโลกทีมืดมนด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจในชาติกำเนิดของตัวเอง และยิ่งหวังปองดอกฟ้าอย่างคุณไหมที่ไม่เคยสนใจฤกษ์ดีมากไปกว่าเพื่อนของน้องชายเลยสักครั้ง ยิ่งทำให้ฤกษ์ดีจมอยู่ในโลกแห่งความเกลียดชังโดยไม่รู้ตัว พิษณุแสนหนุ่มวิศวะรูปหล่อ พ่อรวยกำลังขยันทำคะแนนเพื่อพิชิตใจของคุณไหมอยู่ ภาสุได้รู้เรื่องนี้จาก นายหมู(ยงศิลป์ วงศ์พนิตนนท์) น้องชายตัวดีที่ถูกคุณย่าประคบประหงมจนกลายเป็นเด็กแก่แดด ที่ฉลาดคิด รู้ทันคน และเป็นคนคอยช่วยภาสุในหลายเรื่องตั้งแต่เด็ก ภาสุเริ่มมองอรณีในแง่มุมใหม่ และจีบอรณีเป็นแฟนจนสำเร็จ เมื่อได้อยู่ใกล้และคลุกคลีกับอรณี ภาสุค้นพบว่าอรณีก็มีปัญหาในครอบครัวไม่ต่างจากคนอื่น แต่เธอมองปัญหาทุกอย่างในแง่บวกและใช้สติกับเหตุผลก้าวข้ามปัญหาทั้งหลายมาได้ อรณีใช้ความรักเป็นพลังในทางบวก ผลักดันให้ภาสุตั้งใจเรียน เพื่ออนาคตที่ดีในวันข้างหน้า แต่เมฆหมอกร้ายๆในชีวิตของภาสุยังมีผ่านเข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับการกลับมาของเมขลา ภาสุผู้อ่อนไหว หลงคนง่ายคนเดิมกลับมา พร้อมกับการเดินกลับไปหาเมขลา และทอดทิ้งอรณีอย่างไม่ใยดี อรณีเจ็บช้ำเกินกว่าจะบอกใคร ทุกอย่างยิ่งแย่ลง เพราะเมขลาท้องและเรียกร้องความรับผิดชอบจากภาสุ ภาสุเข้าตาจนไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร ภาพของอรณีกลับปรากฎขึ้นในความทรงจำ ภาสุอยากย้อนเวลาไปเพื่อจะแก้ไขในสิ่งที่ตัวเองทำ แต่ก็ทำไม่ได้ ท่ามกลางปัญหาหัวใจที่รุมเร้า ปัญหาทางการเมืองระดับชาติก็เริ่มรุนแรงขึ้น ทำให้กลุ่มนักศึกษาปัญญาชนจากทุกมหาวิทยาลัยออกมารวมตัวกัน เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับสังคมและชนทุกชั้น ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้ ภาสุ ฤกษ์ดี อรณี และคุณไหม มีโอกาสได้ทำกิจกรรมเพื่อส่วนรวมร่วมกัน สายใยบางๆระหว่างภาสุกับอรณีถูกกระตุกขึ้นอีกครั้ง อรณียังไม่ยอมใจอ่อนให้กับภาสุ คุณไหมเอาปัญหาของภาสุมาปรึกษาฤกษ์ดี ฤกษ์ดีรับปากว่าจะลองหาทางช่วย แต่คุณไหมกังวลแทนคู่แฝดจนตัดสินใจเล่าความริงให้แม่ฟัง เมื่อรู้ถึงหูสุกานดา ก็รู้ถึงหูเภาจนได้ เป็นอีกครั้งที่ทุกคนในบ้านต่างก็ต้องอกสั่นขวัญแขวนกับความขัดแย้งระหว่างเภากับภาสุ เภาที่อ่อนลงไปมากตั้งแต่ลูกๆเข้ามหาวิทยาลัย ตัดสินให้ภาสุแต่งงานกับเมขลาให้ถูกต้อง แต่ภาสุจะทำได้อย่างไรในเมื่อ ตอนนี้ภาสุรู้แล้วว่าคนที่เขารักอย่างจริงจังนั้นคือ อรณี ติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ใน อรุณสวัสดิ์

Offical! ดีลนี้ที่รอคอย! ปีศาจแดงเปิดตัว ฟัลเกา สัญญายืม 1 ปีพร้อมออปชั่นซื้อขาด
ดาลีย์ บลินด์ /  ตลาดซื้อขายนักเตะ / 

“ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศอย่างเป็นทางการว่าได้ ยืมตัว ราดาเมล ฟัลเกา ดาวยิงทีมชาติโคลัมเบียจาก โมนาโก มาร่วมทัพเป็นระยะเวลา 1 ปีพร้อมกับออปชั่นซื้อขาดจากสโมสร หลังจากนักเตะได้เดินทางมาตรวจร่างกายและเปิดตัวเป็นนักเตะรายที่ 6 ในการเสริมทัพช่วงซัมเมอร์นี้ของสโมสรเป็นที่เรียบร้อย โดยการย้ายทีมครั้งนี้ของ จะทำให้ดาวยิงวัย 28 ปี ขึ้นแท่นเป็นนักเตะที่รับค่าเหนื่อยสูงที่สุดในพรีเมียร์ลีกด้วยจำนวน 265,00 ปอนด์ต่อสัปดาห์ แซงหน้าเจ้าของสถิติเดิมอย่าง เวนย์ รูนี่ย์ ที่รับอยู่ 250,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ สำหรับ ฟัลเกา เพิ่งฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บหัวเข่า และไม่ได้เล่นฟุตบอลโลกครั้งที่ผ่านมา เปิดเผยในการเปิดตัวกับสโมสรใหม่ว่า “ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ย้ายมาร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยสัญญายืมตัวในฤดูกาลนี้ แมนยูเป็นสโมสรที่ยิ่งใหญ่ และต้องการกลับไปอยู่ในระดับท็อปอีกครั้ง และผมเฝ้ารอที่จะร่วมงานกับ หลุยส์ ฟาน กัล เพื่อช่วยให้สโมสรประสบความสำเร็จต่อไป”