ยายช่วยยาย

ละครภพรัก , เรื่องย่อภพรัก
ละครภพรัก /  ละครภพรัก ช่อง 3 / 

เรื่องย่อละครภพรัก ความตาย.. อาจเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับ “เธอ” .. การดับสูญที่ยิ่งใหญ่นำมาซึ่งความผูกพันล้ำค่าบนโลกใบสวย .. ความรักระหว่าง “เธอ” และ “เขา” อาจเป็นไปไม่ได้หากแต่ใน “ภพรัก”…ความสุขในความรักระหว่างเขาและเธอ สดใสและงดงามเสมอ หมวดเหยี่ยว เป็นลูกชายคนเดียวของ วิหค นายตำรวจมือปราบที่เลื่องชื่อในอดีต เหยี่ยวกำพร้าพ่อและแม่มาตั้งแต่เล็กเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน ด้วยสาเหตุที่หลายคนยังตั้งข้อสงสัย วิหคเป็นตำรวจน้ำดีที่หลายคนให้การยกย่อง ทำงานตรงไปตรงมาแบบยอมหักไม่ยอมงอ แต่แล้วจู่ๆ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนปริศนาที่คนขับชนแล้วหนี เหยี่ยวอาศัยอยู่ในชุมชนริมน้ำหลังวัดเก่ากับ ยายนวล ยายตาบอดอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส ชอบทำบุญอยู่ในศีลในธรรม มีข้อเดียวที่ยายนวลผิดศีลอย่างเลิกไม่ได้คือต้องเล่นหวยอยู่เป็นนิจ และยายนวลก็เหมือนมีพรายกระซิบทุก 15 วัน ??? ตั้งแต่เหยี่ยวเล็กจนโต.. ยายนวลถูกหวยงวดเว้นงวด !!! เหยี่ยว มุ่งมั่นเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนสอบเข้าทำงานในสำนักงานสืบสวนพิเศษได้ หากแต่ในวิชาชีพตำรวจเหยี่ยวกลับทำไม่ได้ดีเหมือนพ่อ คดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบมักมีข้อผิดพลาดไม่ราบรื่น ยิ่งโดนเปรียบ เทียบกับพ่อ.. เหยี่ยวยิ่งทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งหลังผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดต้องรอดคดีไปได้อย่างลอยนวล เพราะการสอบสวนแบบถึงลูกถึงคนของแหยี่ยวโดนบันทึกภาพผ่านโทรศัพท์มือถือของ ทนายผู้ต้องหา และการนำสืบชี้นำไปที่เหยี่ยวขาดวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ข่มขู่ผู้ต้องหาให้รับสารภาพ หมวดเหยี่ยวถูกคาดโทษจากผู้บัญชาการว่าจะต้องถูกย้ายหากมีข้อผิดพลาดอะไร เกิดขึ้นอีก !!! ดูเหมือนชีวิตของหมวดเหยี่ยวกำลังรอคอยใครบางคน ใครบางคนที่จะเติมเต็ม.. ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น คืนวันหนึ่งขณะหมวดเหยี่ยวออกจากสำนักงานสืบฯ กำลังจะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเขารู้สึกแปลกๆ ในจิตใจคล้ายมีคลื่นพลังงานบางอย่างเข้ามากระทบในโสตสัมผัส เมื่อเลี้ยวรถตรงทางแยกหน้าปากซอย เขาพบรถสปอร์ตเกิดอุบัติเหตุตกบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ข้างทาง เมื่อ กองพิสูจน์หลักฐานดึงรถยนต์คันงามขึ้นมา.. ทุกคนต้องแปลกใจเพราะภายในรถว่างเปล่า !! ไม่ปรากฏร่างเจ้าของรถผู้ขับขี่ ตำรวจตรวจดูโดยรอบแล้วไม่พบศพผู้เสียชีวิต !!! ขณะ เหยี่ยวช่วยตำรวจท้องที่กันบรรดาไทยมุงออกมาจากพื้นที่ เขาสะดุดสายตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางต่างจากชาวบ้านแถบนั้นโดยสิ้นเชิง เงอะๆ งะๆ จนเกือบจะเข้าไปในเขตห้ามเข้า เหยี่ยวต้องเอ่ยปากไล่ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ เดี๋ยวจะเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญ หญิงสาวคนนั้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเดินหนีออกไป ก่อนขับรถกลับบ้าน เหยี่ยวพบสร้อยคอพร้อมล็อกเก็ตรูปหัวใจตกอยู่ข้างรถ เขาหยิบล็อกเก็ตเส้นนั้นและนำกลับไปบ้านด้วยอย่าง เผลอตัว ความแปลกประหลาดเริ่มบังเกิดขึ้นกับเหยี่ยวนับตั้งแต่วินาทีนั้น.. ตอนกลับบ้าน เสียงหมาวัดแถวนั้นต่างพากันประสานเสียงหอนกันระงมราวกับเห็นผี ! ยายนวลที่ตาบอดยังร้องทักว่าเหยี่ยวพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านทำไมไม่บอก จะได้หาข้าวหาปลาให้ทาน มิวายที่เหยี่ยวจะปฏิเสธ แต่ยายนวลกลับไม่เชื่อเถียงคอเป็นเอ็นหาว่าหลานชายแอบเอาสาวเข้าบ้านโดยไม่ บอกให้ยายรู้ จนเหยี่ยวต้องเรียก จ่านกน้อย ตำรวจคู่หูที่อยู่ข้างบ้านมายืนยันว่าไม่มีใครมาด้วย ยายนวลถึงจะเชื่อและเรียกจ่านกน้อยไปขูดต้นกล้วยหลังวัดด้วยกันอย่างออกรส ตามประสาคนบ้าหวยด้วยกัน จ่านกน้อยเป็นตำรวจที่มีอดีตไม่น่าจดจำ บ้าหวยทำตัวไร้สาระก็เพื่อลบปมเศร้าสะเทือนใจในชีวิต เมื่อ 5 ปีที่แล้ว.. นกยูง ลูกสาววัยรุ่นของจ่านกน้อยเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด เพราะพ่อบ้างานจนไม่มีเวลาให้ หลังเสียลูกสาวไม่นานเมียก็ต้องเสียชีวิตตามไปอีกคน เพราะโดนคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกัน แล้วจ่าเข้าไปช่วยไม่ทัน นับตั้งแต่นั้น.. ชีวิตจ่านกน้อยก็ไร้แก่นสาร ทำงานไปแบบวันเติมวัน เหมือนกำลังรอวันลาโลก!!! ย่ำ รุ่งคืนวันนั้นเอง เหยี่ยวกลับได้ยินเสียงร้องสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารในสวนหลังบ้าน เหยี่ยวพบกับหญิงสาวคนเดียวกับเมื่อตอนหัวค่ำ เธออยู่ในชุดขาวสวยเฉี่ยวทันสมัย ร้องไห้พลางบอกว่าไม่มีที่ไป ไม่มีใครเห็นเธอเลยนอกจากเหยี่ยว ภาพหญิงสาวค่อยๆ จางหายไป .. พร้อมๆ กับพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า !หมวดเหยี่ยวอึ้งแทบไม่เชื่อภาพที่ปรากฏต่อสายตา เขาพบกับผีสาว ! ตัวจริง ! เสียงจริง ! เช้าวันรุ่งขึ้น.. เหยี่ยวตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรกับ หลวงตาเคี้ยง เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หลวงตาฟังไปพร้อมกับตาลุกด้วยความตื่นเต้น อรรถาธิบายว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่าง เพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงยังล่องลอยไม่มีที่พึ่ง พออธิบายเสร็จ หลวงตาเคี้ยงก็รีบให้ศีลให้พร จ้ำอ้าวๆ กลับกุฏิแทบไม่ทัน สมดังคำล่ำลือว่าหลวงตาเคี้ยงไม่ค่อยถูกชะตากับพลังงานลึกลับ ?!?!? ทุกวันเมื่อไปทำงานสำนักงานสืบฯ เหยี่ยวต้องปะทะคารมอย่างรุนแรงกับ ผบ.สงคราม ที่จ้องจับผิดตลอดเวลา แม้ผบ.สงครามจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพ่อ แต่ความจริงที่เหยี่ยวไม่รู้ก็คือ.. สงครามไม่ได้เป็นเพื่อนกับวิหค แต่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานตำรวจ แข่งกันทุกครั้งสงครามก็แพ้วิหคทุกครั้ง .. หนำซ้ำการเสียชีวิตของวิหค ยังมีข่าวลืออีกว่าเป็นเพราะกำลังทำงานลับบางอย่างแข่งกับสงคราม จึงต้องเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ล่า สุดกับคดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบ.. จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น เขาเกือบทำพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อไว้ใจทิ้งหลักฐานวิดีโอการซื้อขายยาที่จะมัดตัวจอมบงการไว้กับสายสืบ นักข่าวคนหนึ่งที่แปรพักตร์เพราะโดนข่มขู่จากเจ้าพ่อ โชคดีที่ขณะจะกลับ เสียงผีสาวมาบอกให้ไปจับคนร้ายเสียก่อน เหยี่ยวจึงทำงานสำเร็จ ได้รับคำชมเชยเป็นครั้งแรกจาก ผบ.สงคราม คืน วันนั้นเหยี่ยวออกมาที่ต้นลำดวนหลังบ้าน เรียกหญิงคนนั้นเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด วิญญาณสาวคนเดิมออกมาตามเสียงเรียก เธอเรียกตัวเองว่า “น้ำ” แต่จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อ น้ำริน ของตัวเอง น้ำ รินไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องตามเหยี่ยวมาที่นี่ รู้แต่ว่าเธอต้องตามติดเหยี่ยวไปในทุกที่.. เพียงแต่ในช่วงกลางวันเหยี่ยวจะมองไม่เห็นร่างของเธอเท่านั้น ตั้งแต่ นั้นความโกลาหลในชีวิตเหยี่ยวจึงบังเกิด ?!? หมวดเหยี่ยวประสาทเสียที่จู่ๆ ก็มีวิญญาณสาวสวยคอยติดตามไปทุกที่ แม้ในเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ และ เวลานอน ?!? หนำซ้ำยายนวลยังเป็นอีกคนที่ได้ยินเสียงเหยี่ยว กับน้ำรินคุยกันบ่อยๆ เหยี่ยวเดาเอาเองจากการที่ยายถูกหวยทุกงวดว่าน่าจะเป็นเพราะยายมีสัมผัสที่ หก ได้ยินเสียงพรายกระซิบเป็นประจำ จึงไม่แปลกที่ยายจะได้ยินเสียงน้ำรินเช่นเดียวกับเขา เหยี่ยวโกหก ยายนวลว่าน้ำรินเป็นพยานปากเอกที่เขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานสืบฯ ให้นำตัวมาเก็บไว้ โดยใช้บ้านเหยี่ยวเพื่อเป็นเซฟเฮ้าส์ ยายนวลจึงคลายใจหันมาคุยกับน้ำรินวิญญาณสาวอย่างออกรสด้วยนึกว่าหล่อนเป็นคน เมื่อเวลาผ่านไป.. การสนิทสนมกับน้ำรินทำให้ชีวิตยายนวลมีชีวิตชีวามากขึ้น น้ำรินเป็นผีสาวความจำเสื่อมที่อารมณ์ดี มองโลกสดใสในทางบวก ความทรงจำน้ำรินเริ่มกลับมาทีละน้อยๆ เธอจำได้ว่าตัวเองมีฝีมือในการทำขนมไทยอย่างหาตัวจับยาก ตั้งแต่นั้นบ้านหลังน้อยของหมวดเหยี่ยวจึงเกิดกิจกรรมพิเศษของสองคู่ซี้ต่าง วัยและต่างภพ ทำขนมไทยสารพัดชนิดเพื่อเป็นรายได้เสริม ขนมไทยแสนอร่อยของยายนวลเป็นที่นิยมชมชอบของคนในชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆ ยาย นวลชวนจ่านกน้อยคู่ซี้มาทำขนมด้วยกันในตอนค่ำ เพื่อละเลิกจากกิจกรรมขี้เมาบ้าหวย สร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินให้กับจ่าไม่น้อย แต่จ่านกน้อยกับชาวบ้านแถบนั้นรวมไปถึงหลวงตาเคี้ยงยังไม่วายต้องผวาไปกับ เสียงแปลกๆ ยามค่ำ และพฤติกรรมเหมือนกำลังคุยกับผีของยายนวลอยู่เนืองๆ สินค้าขนมไทยของยายนวลในชุมชน ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ธารา นักธุรกิจสาวที่ผันตัวเองจากโลกธุรกิจ มาทำมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ ธาราต้องนั่งรถเข็นจากการเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ตั้งแต่นั้นธาราจึงอุทิศตัวเองเพื่อสังคม หันหลังให้กับโลกธุรกิจปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้บริหารมืออาชีพ ส่วนตัวเองหันมาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม เมื่อน้ำรินเห็นหน้าธารา.. เธอรู้สึกแปลกๆ เหมือนรู้จักผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างดี แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเคยพบกันที่ไหน ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ดูเหมือนวิญญาณน้ำรินกำลังทำความดีชดเชยกับเรื่องราวในอดีตที่เธอยังจำไม่ได้ น้ำรินไม่รู้เลยว่าในตอนมีชีวิตอยู่ เธอมีส่วนทำให้นกยูงลูกสาวจ่านกน้อยเสียชีวิต เพราะ เสพยาเกินขนาด!! วันหนึ่งน้ำรินมีโอกาสเห็นรูปนกยูงโดยบังเอิญ เธอจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์กับเธอที่ใดที่หนึ่งเกี่ยวกับการทำขนม ยิ่งไปกว่านั้น..น้ำรินจำได้ว่าเด็กสาวคนนี้เสียชีวิตเพราะเธอเฉยเมย ไม่ยอมช่วยนกยูงที่เอ่ยปากขอเบี้ยเลี้ยงล่วงหน้า ทำให้นกยูงเข้าสู่วังวนของการส่งยา ค้ายา จนถึงขั้นนกยูงโดนฆ่าตายเพราะคนร้ายต้องการปิดปากเรื่องเครือข่ายค้ายาฯ นกยูงโดนจัดฉากว่าเสพยาเกินขนาด เธอพยายามทำทุกวิถีทางให้ชีวิตของจ่านกน้อยดีขึ้น หลัง จากนั้นเป็นต้นมา เหยี่ยวกับน้ำรินยิ่งใกล้ชิดผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสนิทสนม ยิ่งทำให้ทั้งคู่กลายเป็นส่วนผสมของความกุ๊กกิ๊กอลวนที่ลงตัว น้ำรินแสดงถึงความเป็นคุณหนูไฮโซให้เห็นมากขึ้น เธอทั้งซุกซน ซุ่มซ่าม และเผลอเอาแต่ใจตัวเอง น้ำรินขอร้องให้ เหยี่ยวช่วยสืบหาว่าเธอเป็นผีมาจากไหน มีประวัติความเป็นมายังไง .. เหตุใดเธอจึงยังไม่ไปผุดไปเกิดซะที แต่แล้ววันหนึ่งน้ำรินก็ได้พบกับ ป้าปริก วิญญาณอีกดวงนึงที่ดูเหมือนเป็นวิญญาณที่ความอารมณ์ดี ป้าปริกสอนให้น้ำรินกลายเป็นวิญญาณคุณภาพ สามารถควบคุมให้สิ่งของต่างๆ เคลื่อนที่ได้ น้ำรินสามารถหยิบจับของต่างๆ และรับรู้ความรู้สึกในการสัมผัสได้ราวกับมีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์ ต่างกันเพียงว่าไม่มีใครมองเห็นเธอได้… นอกจากเหยี่ยวเพียงคนเดียว และการที่รู้สึกและหยิบจับของต่างๆ ได้เหมือนมนุษย์นี่เอง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำรินกับเหยี่ยวออกอาการกุ๊กกิ๊กแนบแน่นมาก ขึ้นกว่าเดิม เพราะเหยี่ยวมักเผลอโอบคอน้ำรินเหมือนเคยๆ ทุกครั้งเพราะไม่เคยทำได้สักที แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นรู้สึกได้ว่าเขากำลังกอดคอหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งยิ่งทำให้ทั้งคู่เขินอายและต้องระวังตัวระหว่างกันมากยิ่งขึ้น น้ำ รินมีโอกาสช่วยเหลือเหยี่ยวในการทำงานสำนักงานสืบฯ หลายครั้ง คดีสำคัญก็คือ.. เหยี่ยวสามารถคลี่คลายคดียาเสพติดในหมู่วัยรุ่นได้ เขาจับตัวการที่โยงใยทำให้นกยูงลูกสาวของจ่านกน้อยตาย จ่านกน้อยมีจิตใจดีขึ้นมากขึ้น เพราะความจริงปรากฏชัดว่านกยูงไม่ได้เสพยาเกินขนาดจนตาย แต่เธอตายเพราะต้องการเปิดโปงเครือข่ายค้ายา นกยูงตายเพื่อความถูกต้องในสังคม สมกับเป็นลูกสาวตำรวจอย่างจ่านกน้อย จ่านกน้อยเลิกขี้เมา บ้าหวย หันมาใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ อุทิศตนเองให้กับชุมชนฯ เหยี่ยว เหมือนเป็นนายตำรวจพรายกระซิบ ทำงานสำคัญๆ สำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ น่าแปลกที่ทุกครั้ง ที่น้ำรินช่วยเหยี่ยวคลี่คลายคดีสำคัญได้ ความทรงจำของเธอจะกลับมาหนึ่งอย่างเสมอ เหมือนการช่วยแก้ไขคดีแต่ละคดีเป็นการทดแทนการทำความผิดพลาดในอดีตหมวดแนน แฟนเก่าของเหยี่ยว กลับมาคลุกคลีกับเหยี่ยวอีกครั้ง จนน้ำรินเริ่มหึง ซึ่งเหยี่ยวเริ่มจับสังเกตได้ ภพธร กับนับดาว ยังไม่หยุดแผนที่จะฆ่าธารา จนสงครามเริ่มสงสัยในตัวภพธร จึงพาธาราไปซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ โดยให้เหยี่ยวตามไปดูแล คุ้มครองธารา ที่นั่นเอง สงครามได้แสดงความรักที่มีต่อธารามาอย่างช้านาน แต่ธาราปฎิเสธ เพราะไม่อยากผิดต่อพ่อของน้ำริน ซึ่งเป็นเพื่อนรักของสงครามนั่นเอง ถนนทางเข้าเซฟเฮ้าส์ คือถนนที่ครั้งหนึ่ง เหยี่ยว เคยนั่งรถมาพร้อมกับพ่อและแม่ และที่นี่เอง เหยี่ยวได้สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปกับอุบัติเหตุ ทุกครั้งที่เหยี่ยวขี่จักรยานผ่านจุดเกิดเหตุ เขาก็อดนึกถึงอดีตอันเจ็บปวดไม่ได้ น้ำรินซึ่งติดตามเหยี่ยวมาด้วย พยายามพูดให้กำลังใจ ให้เหยี่ยวต่อสู้กับอดีตอันเลวร้ายให้ได้ ทำให้เหยี่ยวรู้สึกเข้มแข็งขึ้นเมื่อได้อยู่กับน้ำรินน้ำรินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าธารามาก แต่ยังนึกเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้สักที จำได้แต่ว่า ก่อนตายเธอใกล้มีความสุขที่สุดในชีวิต .. น้ำรินกำลังจะแต่งงาน !!! แล้วจู่ๆ สร้อยล็อตเก็ตรูปหัวใจก็ตกลงจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของเหยี่ยว เหยี่ยวระลึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอหยิบมาจากริมบึงที่มีรถจมน้ำ.. ต้องเป็นเพราะล็อคเก็ตรูปหัวใจแน่ๆ น้ำรินถึงมาติดอยู่กับเขาแบบนี้ !!! เหยี่ยว สืบเรื่องของน้ำรินโดยเริ่มจากคดีรถสปอร์ตจมหายไปในน้ำ ตามไปถึงบ้านใหญ่โตของเจ้าของรถ ในที่สุดเหยี่ยวจึงรู้ว่าน้ำรินคือเจ้าของรถคันนั้น เป็นลูกสาวคนเดียวของ ธารา เศรษฐีนีแม่ม่ายเจ้าของเครือโรงแรมสตาร์ออฟสยาม เครือข่ายโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ ความจริงแล้วน้ำรินเป็นลูกสาวของคุณธารา สาวใหญ่ใจดีเจ้าของมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ วิญญาณเธอได้พบกับแม่ เพียงแต่เธอจำแม่ไม่ได้ เหยี่ยวปักใจเชื่อว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็น ภพธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่ชายบุญธรรม ผู้บริหารเครือโรงแรมนี้ทั้งหมด และเป็นอดีตคู่หมั้นของน้ำริน ภพธรคือคนที่น่าสงสัยที่สุด เมื่อ ตอนมีชีวิตอยู่.. น้ำรินเติบโตมากับภพธรผู้เป็นเหมือนพี่ชาย ภพธรเป็นลูกชาย นุติ อดีตเจ้าของเดอะสตาร์ออฟสยาม ที่ฆ่าตัวตายเพราะทำธุรกิจผิดพลาดจนต้องให้ ธารา แม่ของน้ำรินเข้าซื้อกิจการ แต่มีข่าวลือในวงธุรกิจ.. ความจริงแล้วนุติฆ่าตัวตายเพราะทนไม่ได้ที่โดนธาราโกงจนหมดตัว ธารารู้สึกผิด.. จึงส่งเสียเลี้ยงดูภพธรเป็นลูกบุญธรรม ให้เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับน้ำรินลูกแท้ๆ ธาราเดินไม่ได้เพราะได้รับอุบัติเหตุจากการขับรถเมื่อปีก่อน ทำให้อำนาจการบริหารโรงแรมทั้งหมดอยู่ในมือของภพธรลูกบุญธรรมซึ่งกำลังจะ แต่งงานกับน้ำริน และธารารู้สึกผิดกับบาปที่ตัวเองสร้างไว้ในอดีต เธอจึงหันมาทำมูลนิธิช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในสังคม ต้องการไถ่บาปสร้างความดีเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำไว้ในอดีต น้ำ รินขอบคุณเหยี่ยวและขอให้พาเธอไปสถานที่แห่งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เป็นบ้านสวนริมน้ำของ นับดาว ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนรักของเธอมาตั้งแต่เด็ก นับดาวเป็นเหมือนเพื่อนคู่หูน้ำรินมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเรื่อยมาจน กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยและจบการศึกษา เธอเป็นเหมือนเพื่อนรัก… หากแต่ซ่อนปมความคิดอิจฉาริษยาเพื่อนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างอย่างน้ำรินมา ตลอด นับ ดาวกำลังอยู่กับภพธรฉันท์สามีภรรยา จากคำพูดที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน น้ำรินจึงรู้ว่าทั้งสองแอบคบกันมานานแล้ว เพราะปมชีวิตของนับดาวที่ไม่อาจจะสู้น้ำรินได้ตลอดมา ทำให้นับดาวคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับน้ำรินโดยน้ำรินไม่รู้ตัว สิ่งที่นับดาวเอาชนะน้ำรินได้อย่างเด็ดขาดคือการพิชิตหัวใจของภพธร เพราะภพธรโกรธแค้นครอบครัวของน้ำรินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสองตั้งใจจะฮุบกิจการโรงแรมของธาราโดยเร็วที่สุด ทั้งเพื่อแก้แค้นให้ภพธรและเพื่อตัวของพวกเขาเอง.. นับดาวเป็นคนวาง แผนบงการทำให้ธาราต้องพิการ และวางแผนฆ่าน้ำรินก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้น !!! น้ำรินมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาเป็นประจำทุกวัน ภพธรแอบเปลี่ยนยาทำให้น้ำรินหมดสติ ขับรถตกบึงน้ำขนาดใหญ่ ก่อนจะอำพรางนำศพของเธอไปเผาทิ้ง ทำให้น้ำรินกลายเป็นบุคคลหายสาปสูญไปเพื่อทำลายหลักฐาน !!! นับดาวกับภพธรแอบเปิดประตูให้คนร้ายเข้าไปในคฤหาสน์ของธารา แต่ขณะที่กำลังจะทำอันตรายธารา เหยี่ยวกับน้ำรินเดินทางมาช่วยธาราได้ทันเวลา นับดาวกับภพธรถูกตำรวจจับ…และถูกลงโทษตามความผิดที่ตัวเองกระทำ ฐานทำร้ายน้ำรินถึงแก่ความตาย เวลานี้ภารกิจของน้ำรินดูเหมือนจะเสร็จสิ้นแล้ว พลังงานภายในวิญญาณของเธออ่อนแรงลง น้ำ รินรู้สึกว่าดวงวิญญาณของเธออาจดับสูญภายในคืนนี้.. เธอรวบรวมพลังงานทั้งหมดเท่าที่เหลืออยู่ ปรากฏกายให้เหยี่ยวเห็นเป็นครั้งสุดท้าย แม้ช่วงเวลาที่น้ำรินจะอยู่กับเหยี่ยวมีเพียงช่วงสั้นๆ หากแต่ความผูกพันในช่วงเวลาอันน้อยนิดระหว่างเธอกับเขา แนบแน่นจนกลายเป็น “ความรัก” ไปเสียแล้ว … เช่นเดียวกับเหยี่ยวที่รู้ใจตัวเองว่ารัก น้ำริน.. วิญญาณ สาวที่กำลังจะดับสลายไปในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ เหยี่ยวอยากจะอ้อนวอนขอให้น้ำรินอยู่กับเขาตลอดไป แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้…ไม่มีใครฝืนสัจธรรมการแตกดับนี้ไปได้ เหยี่ยวจึงตั้งจิตมั่นสัญญาไว้กับน้ำริน เขาจะรักเธอตลอดไป จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีให้เธอ ทั้งสองจากกันด้วยน้ำตา… 18 ปีต่อมา… หมวดเหยี่ยวนายตำรวจหนุ่มไฟแรงจบใหม่ในอดีต.. กลายเป็นหนุ่มใหญ่ผู้บัญชาการสำนักงานสืบสวนพิเศษในปัจจุบัน เขามุ่งมั่นในการทำงานจนไม่มีเวลาเหลือให้กับใคร คนเก่าคนแก่ภายในสำนักงานสืบสวนฯ ต่างรู้ดีว่าผู้บัญชาการผู้นี้ยังคงมีอดีตรักฝังใจที่ยากจะลืมเลือน ผบ.เหยี่ยวไม่มีหัวใจจะรักใครได้อีกแล้ว.. จวบจนวันนี้…วันที่สำนักงานสืบสวนพิเศษได้มีโอกาสต้อนรับ น้ำค้าง นักข่าวหญิงเพิ่งจบใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย สาวนักข่าวที่ทันทีที่ผบ.เหยี่ยวเห็นหน้าแล้วต้องชะงักด้วยความตกใจ ฤาสัญญารักที่เขาเคยให้ไว้กับน้ำรินมีผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้วในวันนี้… น้ำค้าง…มีใบหน้าบุคลิก ท่าทาง รอยยิ้ม เหมือนกับน้ำริน .. ราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน !

อยู่ได้ไง! แลนดอน เด็กชายอายุ 12 ไม่รู้สึกหิวข้าวหิวน้ำมานานข้ามปี
ต่างประเทศ /  เด็ก / 

จากกรณีนี้ทำเอาสื่อข่าวต่างประเทศตกใจเป็นอย่างมาก เมื่อพบเคสแปลกนี้! แลนดอน โจนส์ เด็กชายวัย 12 ปี จู่ๆก็ไม่รู้สึกหิวข้าว หรือกระหายน้ำแม้แต่น้อย โดยพ่อแม่ก็หาทางรักษา แต่เหมือนว่าโรงพยาบาลที่เข้าไปรักษา ก็ไม่สามารถแก้โจทย์ในเคสของเด็กชายคนนี้ได้ ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญบอกไว้ว่า กรณีของ แลนดอน โจนส์คนนี้ อาจจะเป็นเคสเดียวและเป็นเด็กคนเดียวที่มีอาการแบบนี้ในโลกก็ว่าได้! เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ไปติดตามพร้อมๆทีนเอ็มไทยเลยดีกว่าคะ .. อยู่ได้ไง! แลนดอน เด็กวัย 12 ปี ไม่รู้สึกหิวข้าวหิวน้ำมานานข้ามปี เขียน-แปลโดย teen.mthai.com (หากนำไปใช้กรุณาให่เครดิตเว็บไซต์ด้วยคะ) อยู่ได้ไง! แลนดอน เด็กวัย 12 ปี ไม่รู้สึกหิวข้าวหิวน้ำมานานข้ามปี Landon Jones - แลนดอน โจนส์ วัย 12 ปี จากเมืองวอเตอร์ลู, ไอโอวา สหรัฐอเมริกา เขาไม่มีความรู้สึกหิวข้าว หรือกระหายน้ำเลย ตั้งแต่ วันที่ 14 ตุลาคม ปี 2013 ซึ่งผ่านมาแล้วข้ามปี! อาการนี้เริ่มจากในคืนวันหนึ่งเขาได้กินพิซซ่าและไอศกรีมเข้าไป แล้วเกิดปวดท้อง ปวดหัว ปวกท้อง คลื่นไส้อย่างหนัก เขาจึงไปนอนพักหวังว่าอาการจะบรรเทาลง แต่แล้วเมื่อเขาตื่นขึ้นมาก็พบว่า เขาไม่มีความรู้สึกหิวหรือกระหายเลย น้ำหนักเดิมของเขาจาก 104 ปอนด์ กลายเป็นเด็กผอมแห้งจนน้ำหนักลดเหลือ 68.4 ปอนด์ ในหนึ่งปีที่ผ่านมา .. หนึ่งปีต่อมา Michael (ไมเคิล) and Debbie (เด็บบี้)  พ่อแม่ของแลนดอนก็ยังคงแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับลูกของพวกเขา ซึ่งพวกเขาก็ไม่รู้จะรักษาหรือช่วยแลนดอนด้วยวิธีไหนดี (พยายามหลายทางแล้ว!) พ่อของแลนดอนบอกว่า "หลังจากเหตุการณ์ในคืนวันนั้น(ปีที่แล้ว) เมื่อเขาตื่นมา เขาก็สูญเสียความรู้สึกหิว-กระหาย เขากลายเป็นเด็กเอื่อยเฉื่อย เขาขับจักรยานแต่ขับได้ไม่นานก็รู้สึกเหนื่อย เขาก็เลยเข็นมันแทนและหลังจากนั้นเขาก็ผลักจักรยานล้มไปเลย" พ่อแม่ของเขาพยายามทำให้แลนดอนสนใจอาหาร ด้วยการจัดงานปาร์ตี้อาโลวีน แต่งตัวเป็นผีซอมบี้โจรสลัด มีอาหารหลากลหลายชนิดในงาน ให้แลนดอนรู้สึกสนุกกับการปาร์ตี้ที่จัดขึ้น แต่แลนดอนกลับไม่สนใจแม้แต่ลูกอมสักเม็ดเดียว เฟลกันทีนี้! และหลังจากที่ แลนดอน มีอาการแบบนี้พ่อของเขาก็ลาออกจากงานเพื่อที่จะคอยดูแลเขาอยู่ใกล้ๆ ใช้เวลากับเขามากขึ้น แพทย์ที่รักษาแลนดอน ใน ไอโอวา ก็ทำการรักษาเขาแต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ผลดีขึ้นมา แลนดอนจึงถูกส่งตัวไปยังแพทย์ในโรงพยาบาลอื่นๆ เช่น Cedar Rapids, Des Moines, Madison หรือแม้กระทั่ง Mayo Clinic ที่มีชื่อเสียงใน เมืองมินนิโซตา ( Minnesota ) แต่ก็ไม่มีใครที่สามารถหาคำตอบในเคสของแลนดอน โจนส์ เด็กวัย 12 ปีคนนี้ได้เลย ซึ่ง Dr. Marc Patterson นักประสาทวิทยาเด็ก ของ Mayo Clinic บอกไว้ว่า "แลนดอน อาจจะเป็นเด็กคนเดียวในโลก ที่เป็นกรณีแบบนี้" ไมเคิล ยังเล่าให้ฟังอีกว่า พวกเขาได้ทำอาหารใส่กล่องให้กับ แลนดอน และไบรซ์(น้องชาย) ไปโรงเรียน และเมื่อกลับมาถึงบ้าน เขาหยิบกล่องแซนวิชออกมาจากกระเป๋าแลนดอน และสิ่งที่เขาเห็นคือ รอยกัดแซนวิชแฮมชีสบริเวณหัวมุม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแลนดอนกินมันน้อยมากๆ! จนน่าตกใจ นอกจากนี้ Michael พ่อของแลนดอน ได้อธิบายให้ฟังอีกว่า ผู้เชี่ยวชาญคิดว่า แลนดอนอาจจะทุกข์ทรมานจากการสูญเสีย ไฮโปทาลามัส (hypothalamus คือ โครงสร้างของสมองทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิร่างกาย, ความหิว, ความกระหายน้ำ) ไป ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ก็ยังไม่มีหลักฐานใดๆ ที่จะสามารถอธิบายหรือรักษาเคสนี้ได้เลย ตอนนี้พวกเขาก็ทำได้แค่คอยเตือน แลนดอน ให้กินอาหารและดื่มน้ำเสมอ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ไมเคิลและเด็บบี้ พวกเขาก็ยังคงหาทางรักษาลูกชายของเขาต่อไป หวังว่าจะมีผู้เชี่ยวชาญสักคนที่ช่วยเหลือลูกของพวกเขาได้ ถึงเขาจะเหนื่อยแต่ก็ไม่ท้อแท้ เพราะแลนดอนเป็นลูกชายที่พวกเขารักมากที่สุด .. * *ไฮโปทาลามัส (hypothalamus) คือ โครงสร้างของสมองที่อยู่ใต้ทาลามัส (thalamus) แต่เหนือก้านสมอง (brain stem) ทำหน้าที่เชื่อมโยงการทำงานของระบบประสาทและระบบต่อมไร้ท่อ ควบคุมกระบวนการเมแทบอลิซึมบางอย่าง และหน้าที่อื่นๆ ของระบบประสาทอิสระ (Autonomic Nervous System) ไฮโปทาลามัสทำหน้าที่สังเคราะห์และหลั่งฮอร์โมนประสาท (neurohormones) ซึ่งมักเรียกว่า hypothalamic-releasing hormones ซึ่งทำหน้าที่ในการกระตุ้นหรือยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนจากต่อมใต้สมอง (pituitary gland) , ไฮโปทาลามัสทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิร่างกาย, ความหิว, ความกระหายน้ำ[1], ความเหนื่อยล้า, ความโกรธ และจังหวะรอบวัน (Circadian rhythm)** เขียน-แปลโดย teen.mthai.com (หากนำไปใช้กรุณาให่เครดิตเว็บไซต์ด้วยคะ) Cr. odditycentral, desmoinesregister

มา diy สร้างยางลบน่ารักใช้เองกันดีกว่า
DIY /  ความคิดสร้างสรรค์ / 

สาวๆ เห็นเป็นต้องชอบกันแน่ๆ เปิดเทอมนี้ทีนเอ็มไทยอยากจะพาเพื่อนๆ มา diy สร้างยางลบน่ารักใช้เองกันดีกว่า คะ เชื่อว่าสาวหลายคนมักจะชอบหาของน่ารักๆ มาใช้กันอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์การเรียน ของขิขุน่ารัก แต่จะดีไหมถ้าเรามาทำยางลบใช้เอง แถมรูปแบบออกมาน่ารักอีกด้วย ^^ มา diy สร้างยางลบน่ารักใช้เองกันดีกว่า  ไอเดีย diy สร้างยางลบน่ารัก  สุดเก๋นี้มาจากประเทศญี่ปุ่นคะ ผลิตโดยบริษัท  Kutsuwa ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้จะช่วยให้เพื่อนๆ ออกแบบหรือดีไซน์ยางลบน่ารักๆ ตามแบบที่เพื่อนๆ ชอบได้เอง แถมง่ายมากๆ เลยด้วย ยางลบทำเองนี้มีอยู่หลายแบบให้เพื่อนๆ ได้เลือกซื้อมาทำกันคะ เช่น ยางลบไอศกรีม, ยางลบซูชิ, ยางลบเค้ก, ยางลบโดนัท, ยางลบแหวน เครื่องประดับ เป็นต้น ทำออกมาสีสันสวยงาม น่ารัก แถมน่ากินซะด้วยสิ (แต่กินไม่ได้นะเธอ ใช้ลบได้อย่างเดียว!) ^^  สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 240 บาทค่ะ สำหรับวิธีการทำก็ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด เพียงแค่นำดินสีสำหรับปั้นนั้นมากดลงบนแผ่นแม่พิมพ์ หลังจากนั้นก็ดึงออก รอให้แห้งก็จะได้ยางลบแสนน่ารักที่เพื่อนๆ diy ขึ้นมาเองแล้ว ^^ นอกจากนี้ถ้ารู้สึกว่าดินที่ปั้นนั้นแข็งเกินไป ก็สามารถนำดินนั้นใส่ลงกล่องสีขาวที่เตรียมไว้ (ในรูป) จากนั้นใส่น้ำลงเล็กน้อย แล้วนำกล่องเข้าอบในไมโครเวฟ  อุ่นประมาณ 2-5 นาที ก็จะได้ดินอันอ่อนนุ่มแล้วค่ะ เรียบเรียงเขียน teen.mthai.com ขอบคุณข้อมูล marumura

อีกมุม ข่าวหมาน้ำทิพย์โดนทารุณ อาจเป็นข่าวลวง หลอกเงินบริจาค
ข่มขืนสุนัขม /  ข่มขืนหมา / 

อีกมุม ข่าวหมาน้องน้ำทิพย์ โดนทารุณ อาจเป็นข่าวลวง หลอกเงินบริจาค พบประเด็นน่าสงสัย วันนี้(31 ต.ค.) จากกรณีที่บนโลกออนไลน์มีการแชร์ข่าวสุนัขชื่อ น้องน้ำทิพย์ ถูกคนทารุณและกระทำชำเราจนป่วยติดเชื้อภายในและเสียชีวิตเมื่อวานที่ผ่านมา ล่าสุดมีสมาชิกเฟซบุ๊คท่านหนึ่งซึ่งทำงานในหน่วยNGOที่เกี่ยวข้องกับการพิทักษ์สัตว์ รวมไปถึงมีการแชร์ข้อความที่อ้างว่ามาจากบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดีและชัญญ่า ทามาดะ ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊คแฉข้อมูลที่น่าสงสัยเกี่ยวกับประเด็นข่าวน้องน้ำทิพย์โดนคนข่มขืนว่า เจาะประเด็น คนหากินกับหมา 1. ตัวเองไม่มีรถ (ไม่สามารถพาน้องปั๊คมาหาหมอได้เอง) แต่ไปรับหมาป่วยมาได้ยังไงเยอะแยะมากมาย 2.คุยว่าบ้านหลังละ 2 ล้าน สามีเงินเดือนเป็นแสน แต่สี่ร้อยบาทค่ารักษาหมา จ่ายไม่ไหว ต้องระดมทุน 3.ขอให้คนไปช่วยเยอะแยะมากมาย แต่พอดารามีตังค์ขอช่วยด้วย ดันโวยวาย หาว่าเกาะหมาดัง ขอโทษทีเถอะ ดาราเค้าดังมานานแล้ว! แล้วเคสที่ช่วยๆอยู่ทั้งคนทั้งหมาเป็นร้อยๆเคสที่ไม่ได้ออกข่าว กับน้องหมาอีกตัวที่โดนคนทำร้าย มันจะไปเกาะดังตรงไหน? 4.บุ๋มโดนพาลว่าทำไมไปบอกว่า บุ๋มกับเก๋ รับเคสนี้แล้ว! บุ๋มพูดตอนไหน? ในไอจีขึ้นแต่เนื้อข่าวตาม นสพ. ถามจริงๆเถอะ หมาอยู่กับคุณ มีคนใจโหดนำมาทิ้ง คุณรู้ได้ยังไงว่าโดนข่มขืน??? เพราะคุณหมอบอกว่า ปั๊คตัวเล็กมากนิ้วเข้าไปยังลำบาก หมอบอกว่า น้องน่าจะแค่มดลูกอักเสบ! จากการติดเชื้อ! 5. หมอบอกให้แอดมิด เธอยืนยันว่า จะเอากลับบ้าน? ติดเชื้อขนาดนั้น? เอาไปนอนข้างๆ ถ่ายรูป ดูดี 6.แต่พอเดอะว๊อยส์ ขอดูแลค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ขอแค่ให้พาไปหาหมอ เธอบอกว่า อย่าใช้ความเป็นดาราเข้ามายุ่ง?? 6. น้องหมาตายกลางทางวันนี้ เวลาประมาณ 12:30น เราถามว่า แล้วเงินที่คนบริจาคทำไง เธอบอกว่า บริจาคไปหมดแล้ว (ตอนไหนวะ?) 7. พอนักข่าวถามและขอดูศพน้องปั๊ค เธอเอากลับบ้านและรีบฝังทันที เธอบอกมันจบแล้ว! 8. ในเฟสเธอตอนเช้ามีการบอกว่า ให้หยุดการพูดข่าวว่า น้องโดนข่มขืน (ประหนึ่งไม่อยากฟัง) ใช่สิ ก็เพราะเธอรู้นี่ ว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง มันเป็นเรื่องที่เธอแต่ง ทำให้มันเป็นประเด็นน่าสงสาร พอเป็นข่าว ก็เริ่มโวยวาย! 9. องค์กรทำดี เราส่งเสริมคนทำดี แต่ถ้าใครมาทำมาหากินกับความขี้สงสารของประชาชน เราจำเป็นต้องเปิดโปง 10. อย่าตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ อย่ามาโบ้ยว่า ดารารังแก ชั้นอยู่ข้างความถูกต้องและประชาชนเสมอ! 11. คนนี้เอาหมามาจากคุณฟาริดา ซึ่งคุณฟ้าเอาน้องปั๊คมาจากนครนายก หมอตรวจแล้วเป็นแค่ท่อปัสสาวะติดเชื้อพอเธอเอามาวันเดียว ออกข่าวว่า หมาโดนข่มขืนและระดมทุนรักษา ทั้งนี้ประเด็นดังกล่าวกำลังถูกแชร์ออกไปและกลายเป็นข้อสงสัยที่ต้องการให้สาวผู้ที่นำหมาน้องน้ำทิพย์ไปดูแลก่อนตายออกมาชี้แจงกับสังคมออนไลน์ นอกจากนี้ยังมีการเรียกร้องให้มีการผลักดันพรบ.คุ้มครองสัตว์เพื่อลดการทารุณกรรมในสัตว์เลี้ยงด้วย Mthai News ข่าวที่เกี่ยวข้อง ภาพความซี้งของน้องหมา ที่จะทำให้คุณต้องน้ำตาซึม ร่วมไว้อาลัย น้องน้ำทิพย์ น้องหมาผู้โชคร้าย ที่ถูกคนชั่วเลี้ยงทำร้ายทารุณ!! รวมภาพ ล่ารายชื่อร่าง พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์

ฆ่าโหดเจ้ามือหวยราชบุรี ทุบหน้าเละยัดศพท้ายรถทิ้งคลอง
ฆ่าโหด /  ทุบหน้าเละ / 

สภ.เมืองราชบุรี รุดตรวจเหตุคนร้ายฆ่าเจ้ามือหวยยัดศพท้ายรถ บริเวณหมู่ 5  ต.หินกอง จ.ราชบุรี เร่งติดตามตัวคนร้ายดำเนินคดี เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 1 พ.ย.57  ร.ต.ท.ชุกรีประดุกา  ร้อยเวรสภ.เมืองราชบุรี  ได้รับแจ้งเหตุรถตกลงไปในคลองชลประทานบริเวณหมู่ 5  ต.หินกอง  อ.เมือง และคาดว่าน่าจะมีคนติดอยู่ในรถหลังรับแจ้งได้รายงานให้ พ.ต.อ.อนิน  ศรีสรรพางค์ ผกก.สภ.เมืองได้รับทราบ ก่อนเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิปฐมบรมราชานุ สรณ์ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯต้องนำนักประดาน้ำลงไปงมหาจุดบริเวณ ที่มีประชาชนพบเห็นรถตกลงไป ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมง จึงสามารถพบและลากรถขึ้นมาได้พบว่าเป็นรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ ฮอนด้า ซีวิค สีบรอนซ์  หมายเลขทะเบียนสต-6041  กรุงเทพฯ สภาพรถถูกปิดกระจกแต่มีกระจกด้านซ้ายที่เปิดแง้มไว้ส่วนรถนั้นถูกล็อคไว้ ทั้งหมด กุญแจรถยังคาอยู่ที่ช่องเสียบกุญแจและเกียร์รถซึ่งเป็นเกียรติออโต้ ยังอยู่ในตำแหน่ง ไดร์(D)แต่ไม่พบบุคคลภายในรถ  เจ้าหน้าที่จึงได้ยกรถกลับมาตรวจสอบที่สภ.เมืองและจากการตรวจสอบที่บริเวณ กระโปรงรถด้านหลังเจ้าหน้าที่พบศพเป็นชายสวมกางเกงขายาวสีเทา สวมเสื้อยืดลาย แต่ถูกดึงขึ้นไปบริเวณใบหน้าไว้ส่วนที่ใบหน้านั้นมีร่องรอยถุกของแข็งทุบจน ใบหน้าเละ จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายนั้นคือนายเกรียงศักดิ์   ชัยวิชิตอายุ  50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 111 หมู่ 6  ต.ดอนไผ่  อ.ดำเนินสะดวกจ.ราชบุรี และเป็นเจ้ามือหวยรายใหญ่ในพื้นที่ต.ดอนไผ่และภายในรถยังพบโพยหวยจำนวนมาก และมีดพร้า 1 เล่มนอกจากนี้ภายในรถยังถูกรื้อค้นข้าวของกระจัดกระจาย ซึ่งในเบื้องต้นนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้น่า จะมีไม่ต่ำกว่า 2 คนและภายหลังจากทำร้ายนายเกรียงศักดิ์จนเสียชีวิตแล้วได้ช่วยกันนำศพของนาย เกรียงศักดิ์ยัดใส่ท้ายรถก่อนจะล็อครถและปล่อยให้รถนั้นไหลลงไปในคลองชล ประทาน ส่วนสาเหตุของถูกฆ่าโหดในครั้งนี้เจ้าหน้าที่จะได้ติดตามญาติของผู้ตายมาสอบ สวนเพื่อหาข้อมูลของคนร้ายก่อนจะติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ เยี่ยมบรรพบุรุษที่จีน 'ต้นตระกูลชินวัตร'
ต้นตระกูลชินวัตร /  ทักษิณ ชินวัตร / 

ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ เยี่ยมบรรพบุรุษที่จีน 'ต้นตระกูลชินวัตร' เล่าเรื่องก่อนอพยพมาไทย วันนี้(1 พ.ย.) น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพผ่านเฟซบุ๊คว่า วันนี้ตนและพ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางมาที่เมืองเหมยเซี่ยน มณฑลกวางโจว เพื่อมาเคารพหลุมฝังศพบรรพบุรุษที่เรียกว่ายายทวด และไปดูบ้านที่แม่เคยอยู่ตอนช่วงอายุ 9 ถึง 13 ขวบตอน ตามคุณตามาอยู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองก่อนที่จะอพยพไปอยู่ที่ฮ่องกงและนั่งเรือจากฮ่องกงเพื่อมายังประเทศไทย นอกจากนี้ยังได้มีโอกาสพบญาติที่ยังเหลืออยู่ในรุ่นหลานซึ่งเป็นรุ่นเดียวกัน ซึ่งพตท.ทักษิณได้ใช้เวลาในการสืบหาสถานที่นี้ตั้งแต่ก่อนที่เป็นนายกฯจากคำบอกเล่าของคุณแม่และท่านก็เคยเดินทางมาแล้วครั้งหนึ่งสมัยที่มาเยือนเมืองจีนตอนเป็นนายกรัฐมนตรี "....มาครั้งนี้มีข่าวดีเพิ่มคือมีโอกาสได้ไปเคารพหลุมฝังศพและบ้านที่เคยอยู่ของสายคุณพ่อซึ่งมีอายุเกือบ 300 ปี ต้องขอขอบคุณฝ่ายทางการจีนที่ช่วยสืบหาให้จนพบต้นกำเนิดบรรพบุรุษสายทางคุณพ่อด้วยค่ะ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่แปลกที่บรรพบุรุษสายคุณพ่อและคุณแม่ มาจากมณฑลเดียวกัน อยู่ห่างกันเพียง 3 ชม หากเดินทางโดยรถยนต์..." MThai News

บ้านไม้หลังเล็ก ขนาด 133 ตารางเมตร ในรัฐเซีย
บ้านสองชั้น /  บ้านหลังเล็ก

วันนี้ Decor.Mthai จะพาเพื่อนๆ ไปพบกับ บ้านไม้หลังเล็ก ขนาด 133 ตารางเมตร กันค่ะ บ้านไม้หลังเล็ก หลังนี้ออกแบบโดย Alexey Lyalin เป็นบ้านสองชั้น สร้างขึ้นที่หมู่บ้าน Konakovsky แม่น้ำโวลก้า ประเทศรัฐเซียค่ะ บ้านไม้หลังเล็ก ขนาด 133 ตารางเมตร บ้านไม้หลังเล็ก หลังนี้ออกแบบโดย Alexey Lyalin เป็นบ้านสองชั้นในประเทศรัฐเซีย บ้านนอกบ้านไม้หลังน้อย เป็นการออกแบบบ้านที่เรียบง่าย อาคารประกอบไปด้วยรูปทรงต่างๆ ใช้เทคนิควางไม้แนวตั้งสลับกับแนวนอนให้เกิดจังหวะที่สวยงาม และสี Patchworks ของไม้ที่ทำให้ตัวบ้านดูดีมีสไตล์ ภายในบ้านหลังน้อย ภายในมีชั้นวางของสลับเป็นจังหวะที่ลงตัวและสวยงาม ภายในตัวบ้าน ภายในกรุด้วยไม้สีครีมอีกชั้น เพิ่มระดับพื้นในส่วนของห้องรับแขกขึ้นมาเป็นสเตป เพื่อเพิ่มฟังก์ชั่นในการใช้งานให้กลายเป็นลิ้นชักเก็บของ ส่วนทางเดินขั้นชั้น 1 ชั้น 2 เปิดโล่ง เทคนิคนี้ช่วยให้บ้านดูกว้างขวางขึ้น ห้องนอน 1 ห้องนอน 1 : ตกแต่งหัวเตียงด้วยลิ้นชักไม้ไล่สเต็ปเป็นชั้นๆ มีช่องกระจกเล็กๆ ทำเป็นตู้กระจกไว้เก็บของบริเวณหัวนอน และเป็นช่องโล่งๆ ให้มองทะลุไปยังกำแพงอีกฝั่งนึงไว้วางของเก๋ๆ บริเวณหัวเตียง ห้องนอน 2 ห้องนอน 2 : ตกแต่งหัวเตียงคล้ายๆ กับห้องนอน1 แต่ห้องนี้มีกระจกบานใหญ่เพิ่มความกว้าง ดูห้องใหญ่และโปร่งกว่าห้องแรก และด้วยการตกแต่งโทนสีครีมเพิ่มบรรยากาศที่สบายตาให้กับห้องนี้ได้อย่างมาก ห้องรับแขก หรือห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก หรือห้องนั่งเล่น : เจาะวอยบริเวณห้องรับแขกกับทางขั้นไปชั้นสอง ช่วยเพิ่มความกว้าง และจำให้ห้องมีจังหวะที่สวยงาม ห้องแคบๆ เลยกลายเป็นห้องที่ดูโปร่งขึ้น ห้องครัว ห้องครัว : ตกแต่งด้วยเคาน์เตอร์ไม้ขัดมันสีเข้มๆ มีประตูเปิดไปยังส่วนสวนนอกบ้าน มีโต๊ะไม้ขนาดใหญ่วางอยู่กลางห้อง ระเบียงหน้าบ้าน  ระเบียงหน้าบ้าน : ระเบียงหน้าบ้าน ตกแต่งด้วยโทนสีครีมแสนสบายตา มีโซฟาสีขาวประดับอยู่ และมีประตูบานใหญ่ สามารถเปิดไปรับลมนอกบ้านได้ แปลนบ้าน บ้านไม้หลังเล็ก ขนาด 133 ตารางเมตร หลังนี้เรียกได้ว่า มีการออกแบบได้อย่างลงตัว และมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครันมาก ถ้าเพื่อนๆ สนใจบ้านไม้หลังนี้ ก็ลองนำไปปรับใช้สร้างบ้านดูนะคะ ขอบคุณ : archdaily.com

โฟกัส จิระกุล เผยทุกสิ่ง กับบทสาวขี้หึง ไม่ว่าเป็นหรือตาย!! ใน The Eyes Diary
The Eyes Diary /  คนเห็นผี / 

หลังจากที่แอบปลื้มนาน ในที่สุดนักแสดงสาว โฟกัส จิระกุล ก็ได้ร่วมงานกับ มะเดี่ยว ชูเกียรติ ผู้กำกับในดวงใจ ในภาพยนตร์ The Eyes Diary คนเห็นผี งานนี้ โฟกัสขอท้าทายตัวเอง สวมบทบาทหญิงสาวขี้หึงและชอบให้แฟนแสดงออกว่ารักตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย และในวันนี้ โฟกัส จะมาเผยทุกข้อสงสัยและทุกสิ่งที่คุณอยากรู้ เกี่ยวกับผลงานเรื่องล่าสุดนี้กัน โฟกัส จิระกุล ก่อนอื่นเลย ขอให้โฟกัสอัพเดตตัวตน และผลงานที่ผ่านมาหน่อยครับ? "สวัสดีค่ะ โฟกัส จิระกุล นะคะ เริ่มต้นทำงานตั้งแต่อายุ 6 ขวบเริ่มจากพวกโฆษณา และมีโอกาสได้มาเล่นหนังเรื่องแรกเรื่องแฟนฉันตอนอายุ 9 ขวบ จากนั้นก็เล่นหนัง เล่นละคร แสดงเอ็มวี ทำหลายอย่างค่ะในระหว่างหลายปีที่ผ่านมา เป็นพิธีกรก็เป็นมาแล้ว ล่าสุดตอนนี้กำลังมีผลงานหนังเรื่อง The Eyes Diary ค่ะ" หลายๆคน คุ้นเคยกับโฟกัสในภาพยนตร์ โดยส่วนตัวแล้วผูกพันกับงานภาพยนตร์มากน้อยแค่ไหนครับ? "จริงๆก็โตมากับหนังค่ะ จุดเริ่มต้นของเราคือภาพยนตร์ ก็เหมือนสนใจภาพยนตร์เรื่อยๆมาโดยตลอด ก็คิดไว้ว่าอยากจะเรียนภาพยนตร์ ต่อมาได้มีโอกาสมาเล่นละคร แต่ก็รู้สึกได้เลยว่าเราชอบเล่นหนังมากกว่า คนที่เล่นหนังก็จะชอบเล่นหนัง แต่สำหรับคนเล่นละครมาก็จะบอกว่าเล่นละครง่ายกว่า จนกระทั่งพอเข้ามหาวิทยาลัยก็เลยเลือกเรียนภาพยนตร์ ตอนนี้ก็เรียนอยู่ชั้นปี4 วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒค่ะ จริงๆก็อยากลองเขียนบทค่ะ ก็ได้เรียนเขียนบทกับอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย รู้สึกว่าเราก็พอเขียนได้ พอเริ่มเรียนก็รู้สึกว่าอยากลองเขียนดู แต่ยอมรับว่าการจะเขียนบทสักเรื่องหนึ่งมันเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะต้องใช้เวลานานมาก ขนาดเรื่องที่เขียนส่งอาจารย์ ก็ยังรู้สึกว่ามันยาก จริงๆหนูเป็นคนชอบดูหนังค่ะ การเป็นคนชอบดูหนังมันก็จะทำให้เราเก็บเกี่ยวประสบการณ์เอาอันนั้นผสมกับอันนี้แล้วมันอาจจะออกมาเวิร์คมากกว่า แต่เราก็ไม่ได้เป็นคนจินตนาการสูงขนาดนั้น" ในผลงานล่าสุด The Eyes Diary คนเห็นผี เป็นไงมาไงถึงได้มาเป็นตัวละครสำคัญในเรื่องนี้ครับ? "พอดีมีพี่ที่รู้จักกันทำงานอยู่กับพี่มะเดี่ยวเป็นแคสติ้งค่ะ พอเขาเห็นบทแล้วนึกถึงเราว่าเราเล่นได้ เลยลองเสนอกับพี่มะเดี่ยวดู ซึ่งพี่มะเดี่ยวก็โอเคให้มาแคสติ้ง กัสอ่านบทแล้วก็โอเค เพราะแค่ขึ้นชื่อว่าพี่มะเดี่ยวกลับมาทำหนังสยองขวัญก็ตื่นเต้นแล้ว กัสติดตามพี่เขามาตั้งแต่ 13 เกมสยอง คือพี่เขาทำไว้สยองจริงๆ ค่ะ ชื่นชมผลงานพี่เขาด้วย เลยตัดสินใจรับเล่นเรื่องนี้" ตอนที่เห็นบท-อ่านบทครั้งแรกรู้สึกอย่างไรบ้างครับ? "ตอนเห็นบทหนังเรื่องนี้ครั้งแรกก็นึกถึงพี่มะเดี่ยวก่อนเลยค่ะ ว่าเขาจะทำออกมาได้สยองขนาดไหน เพราะจากเรื่อง 13 เกมสยองพี่เขาทำไว้ได้โอเคมากๆ และพอมาเรื่องนี้อ่านบทดูก็คิดว่าน่าจะมีจุดเด็ดๆอยู่หลายจุด เพราะในหนังเรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่หนังแนวสยองขวัญเพียงอย่างเดียว แต่มันมีในเรื่องของความรักในวัยรุ่นด้วย เป็นความรักหนุ่มสาว แต่มันจะเกี่ยวกับความสยองขวัญยังไงต้องไปดูค่ะ" แบบนี้ต้องให้โฟกัสเล่าให้ฟังแล้วว่า ความน่าสนใจของคาแรคเตอร์ที่ได้รับเป็นอย่างไรบ้าง? "คาแรคเตอร์ของปลาก็จะเป็นผู้หญิงวัยรุ่นคนหนึ่งที่จริงจังในเรื่องความรักมาก มีนิสัยเหมือนผู้หญิงทั่วไป คือขี้งอน ขี้หึง เรียกร้องความสนใจ อยากให้แฟนสนใจ อยากให้เขาแสดงความรักกับเรามากกว่านี้ ในขณะที่น็อต (แสดงโดย ปั้นจั่น)ที่เป็นแฟนเราเขาก็แบบไม่ค่อยแสดงออก แบบแค่นี้ก็พอรึเปล่า นอกจากนี้ตัวปลาเองก็จะเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับสิ่งของทุกอย่างที่แฟนให้มาไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตาที่เคยได้มาในวันครบรอบ หรือตัวเขาก็จะรักตุ๊กตาตัวนี้มาก พูดได้ว่าตัวละครปลาจะเน้นหนักไปในเรื่องของความรัก ทั้งเรื่องก็จะอยู่กับความรัก ส่วนในเรื่องของผีนี่ถ้านับจริงๆเรียกได้ว่าปลาเป็นคนที่เจอผีบ่อยที่สุด เยอะที่สุด โดยที่ตัวปลาเองไมได้อยากจะเห็นผีเลย แต่ก็ต้องมาเห็น" คาแรคเตอร์ของปลากับโฟกัส เหมือนหรือแตกต่างกันบ้างไหมครับ? "ปลาเป็นผู้หญิงร่าเริง โลกสวย ยิ้มง่าย เหมือนผู้หญิงทั่วไป แต่ในเรื่องความรักเขาจะเป็นคนที่ใส่ใจมากๆ รักแฟน หวงแฟน ขี้หึง ขี้งอน โกรธง่าย ซึ่งมันคนละแบบกับกัสนะ เรียกได้ว่าไม่ใกล้กันเลย คือตัวจริงกัสจะเป็นคนที่เฮฮากว่าเยอะ ส่วนในเรื่องของความรักก็ไม่ได้เป็นคนขี้งอนขนาดนั้น ไม่ได้แบบว่าเธอต้องจดวันสำคัญวันนี้ให้ได้นะ และกัสก็ไมได้ขี้หึงขนาดนั้นด้วย แต่ส่วนในเรื่องรักใครรักจริง รักแฟนมากๆ กัสว่าเป็นแบบนี้ทุกคนแหละเวลาที่เรารักใครนะ" ภาพยนตร์ The Eyes Diary มีเรื่องราวเป็นยังไงบ้างครับ? "ก็เป็นเรื่องราวของผู้ชายคนหนึ่งที่เขารักและผูกพันกับแฟนของเขามาก แต่คืนหนึ่งก็มีเหตุให้ทะเลาะกันแล้วก็ขับรถไปชน ทำให้แฟนตัวเองตาย ชีวิตก็เปลี่ยนไป ฝังตัวเองอยู่กับความเศร้า คิดแต่ว่าอยากจะเจอแฟนสักครั้ง เลยพยายามหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองเห็นผีแล้วหวังว่าหนึ่งในผีเหล่านั้นก็อาจจะเป็นแฟนตัวเอง ก็เริ่มจากไปเป็นอาสาเก็บศพแล้วก็แอบเก็บของคนตายโหงกลับมาบ้าน แต่จะเห็นผีมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ  เพื่อนๆมหาวิทยาลัยที่เรียนมาด้วยกันหรือแม้แต่เพื่อนที่มูลนิธิพยายามเตือนก็ไม่ฟัง เริ่มถลำตัวเองลงไปลึกอีกเรื่อยๆ  และกลายเป็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนอกจากมันไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดแล้ว แต่มันกลับส่งผลต่อทุกชีวิตที่อยู่รอบตัวเขาแทน" ลองเล่าถึงมิติความหลอนของ The Eyes Diary หน่อยครับ "อันแรกก็คือในส่วนของผีในภาพยนตร์เรื่อง The Eyes Diary คือมีผีเยอะมากๆ แล้วผีทุกตัวก็จะมีเรื่องราว จะไม่ใช่แค่โผล่ออกมาหลอกแฮ่แล้วจบ ซึ่งผีแต่ละตัวจะถูกออกแบบมาให้มีสภาพที่แตกต่างกัน ซึ่งอันนี้ต้องยกนิ้วให้พี่ทีมเอฟเฟกต์ค่ะ เก่งมากจริงๆ คือแต่งออกมาได้เหมือนมาก น่ากลัวมากๆ แล้วก็สถานที่และบรรยากาศในการถ่ายทำด้วยความที่เป็นหนังผี ความโหดร้ายจะอยู่ตรงสถานที่ และที่ฟังมาสถานที่ถ่ายทำทุกที่คือเป็นสถานที่ที่ร้างจริงๆ โรงพยาบาลร้างที่สร้างไม่เสร็จแล้วทุกอย่างมันก็คือยังไม่สมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นบันได รูลิฟท์ แล้วยังมีพวกท่อที่สามารถเดินตกลงไปได้เลย แล้วตอนที่ถ่ายเป็นกลางคืนด้วย ต้องมีคนคอยส่องไฟฉายให้ตลอดเวลา เพราะถ้าพลาดนิดหนึ่งนี่คือตกลงมาข้างล่างเลยนะ เพราะเราถ่ายกันอยู่ที่ชั้น 3-4 ตกลงมาก็มีขาหักได้ค่ะ ส่วนบ้านร้างก็คือร้างจริงๆ แอบน่ากลัว คือสถานที่โหด จริงๆ ไม่ได้กลัวนะคะ อาจเป็นเพราะว่าเราชอบอะไรแนวนี้อยู่แล้วด้วย แต่ถ้าให้ไปถ่ายคนเดียวคงไม่กล้า เพราะมันร้างจริงๆ แต่บ้านสวยนะ ถ้าไม่ร้างจะดีมาก" ทราบมาว่าในการถ่ายทำหนังผีเรื่องนี้ มีอุปสรรคพอสมควร จริงหรือเปล่าครับ? "อุปสรรคในเรื่องนี้ที่จริงมีเยอะมากค่ะ อย่างแรกเลยเราถ่ายช่วงที่มีฝนตก(พายุฤดูร้อน) แล้วยุงเยอะมาก เหมือนเป็นแหล่งชุกชุมของยุง คนที่แต่งเอฟเฟกต์ก็ร้อนเห็นแล้วสงสารเลย ที่เห็นว่าออกมาน่ากลัวขนาดนี้จริงๆ แล้วเขาทนร้อน ทนยุง ทนเหงื่อ แบบทุ่มทุนกันสุดๆ ฝุ่นเยอะด้วยค่ะทั้งกัสทั้งพี่มะเดี่ยวก็แพ้ฝุ่นคันตามตัว และด้วยอากาศแบบฝนๆ ร้อนๆ สถานที่ก็มีฝุ่นเยอะพี่มะเดี่ยวถึงขั้นป่วยเข้าโรงพยาบาล แต่ด้วย สปีริทของผู้กำกับเขาก็กำกับผ่านเฟสไทม์ค่ะ แต่นักแสดงเรื่องนี้ก็ทุ่มเทกันสุดๆนะ อย่างกัสนี่แพ้ฝุ่นและเป็นตากุ้งยิงด้วย พักผ่อนน้อย ส่วนแจ๊คก็คอเคล็ดเพราะต้องแสดงฉากแอคชั่น น่าสงสารนะ กัสเข้าใจเวลาคอเคล็ดมันก็จะหันลำบาก พอแจ๊คต้องมาเข้าฉากมันก็ลำบากเวลาหันมาคุยกันก็ต้องหันทั้งตัว และยังมีพี่ปั้นจั่นอีก คนนี้เหนื่อยหน่อยเพราะระหว่างที่เขาถ่ายหนัง ก็มีถ่ายละครด้วย เขาจะต้องบินไปบินกลับ เหนื่อยสุดๆ แล้วเขาก็ปวดไหล่ด้วย นี่แหละค่ะอายุก็ไม่ใช่น้อยๆ กระดูกไม่แข็งแรง (หัวเราะ)ที่จริงในเรื่องนี้เราเล่นจริงกันหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นโดนผีกระชากขาบ้าง ก็เล่นเองหมดเลย ก็เป็นคนชอบอะไรแบบนี้อยู่แล้วด้วย สนุกดีค่ะ ก็เป็นประสบการณ์แบบใหม่ดี เคยเล่นหนังผีมาก่อนนะ แต่มันคนละแนวกันเลย" มีการใช้เทคนิคใหม่ๆ และมุมกล้องทางด้านภาพ มาช่วยเพิ่มระดับดีกรีความหลอนอีกด้วย เล่าให้ฟังหน่อยครับ? "หนังเรื่องนี้มีเทคนิคการถ่ายทำเยอะมาก ไม่ใช่แค่วางกล้องแล้วจบนะคะ เพราะเรามีถ่ายบน Drone เหมือนเอากล้องไปติดไว้กับเครื่องบินบังคับ ก็ถ่ายกันทั้งมุมเบิร์ดอายวิว (มุมกล้องทางอากาศ) ไหนยังมี สเตดิแคมที่แทนสายตาคนดู (ผกก.ภาพแบกกล้องติดกับตัว เดินหรือวิ่งเข้าไปถ่ายใกล้ชิดกับตัวละคร) เวลาถ่ายออกมามันจะทำให้คนดูมีอารมณ์ร่วมไปกับหนังมากขึ้น และด้วยความที่เป็นหนังผี ถ้าภาพมันเหมือนกับการที่เราได้มีส่วนเข้าไปอยู่ในหนังด้วย เห็นเหตุการณ์ไปพร้อมๆ กับตัวละครนั้นด้วย มันก็จะเพิ่มดีกรีความหลอน ความสยองยิ่งขึ้นค่ะ" พูดถึงการทำงานร่วมกับผู้กำกับภาพยนตร์ที่ชื่อ มะเดี่ยว หน่อยครับ? "พี่มะเดี่ยวเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดของหนังมากๆ ทุกอย่างเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเฟรมภาพ แสงต้องได้แบบนี้นะ นักแสดงต้องเล่นได้ขนาดนี้ พี่เขาจะเป็นคนที่เป๊ะมากๆ เป๊ะจริงๆ แต่ละฉากนี้สังเกตได้เลยว่าทุกคนจะโดนเหมือนกันหมดคือพี่มะเดี่ยวจะบอกว่าดีๆ ขออีกทีเผื่อไว้ เขาจะบอกว่าแบบนี้ดีแล้ว แต่อยากให้ดีมากกว่านี้ ขออีกทีหนึ่ง เผื่อเก็บไว้ คือในเรื่องนี้เราต้องเล่นกันจริง ไม่ว่าจะโดนผีกระชากขา แต่งเอฟเฟกต์ที่ขา เจอผีก็ต้องกรี๊ด พี่มะเดี่ยวเขาจะมีสูตรว่าเวลาเจอผีต้องแบบนี้นะ ก่อนจะกรี๊ดต้องตกใจแบบนี้ พี่มะเดี่ยวก็จะเข้ามาสอนทุกๆ ฉากที่สำคัญ อย่างฉากเจอผีพี่เขาจะมาเล่นให้ดู มาคอยบอก คอยสอน กัสก็จะเก็บมาแล้วทำตาม เพราะบางครั้งเราคิดไม่ออกว่าจะต้องขนาดไหน ดีค่ะ เป็นประสบการณ์ที่ดีถือว่าได้ทำงานร่วมกับผู้กำกับมือทอง พี่มะเดี่ยวนอกจากจะเป็นผู้กำกับแล้ว ยังเหมือนเป็นแอคติ้งโค้ชให้ด้วยค่ะ ก็จะคอยมาบอกว่ามันเล่นแบบนี้นะ อยากให้มันเป็นแบบนี้ เขาก็จะมาคอยบอก คอยสอน   แล้วในแง่ความทุ่มเท อย่างตอนที่พี่มะเดี่ยวป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ มากองไม่ได้ แต่ก็หยุดกองไม่ได้ เพราะคิวจะรวน ก็ต้องกำกับผ่านเฟสไทม์กัน คือทุกคนในกองไม่เคยเจอเรื่องอย่างนี้เลย ขนาดกำกับทางไกล พี่มะเดี่ยวก็ยังละเอียด สรุปพี่เขาก็นอนเช้าพร้อมพวกเราที่กองนั่นแหละ แค่ว่า อยู่คนละที่  ไม่รวมว่า พี่เขาก็จะเล่นเป็นเล่น ทำงานเป็นทำงาน จริงจังมาก ตอนเล่น พี่เขาจะฮามาก แต่พอทำงานจะดุ เป็นคนละคน กัสกับพี่ปั้นจั่นก็จะติดเล่นนิดนึง ก็โดนดุบ้าง" (หัวเราะ) พูดถึงเพื่อนนักแสดงที่ร่วมงานบ้าง ทำงานกับปั้นจั่นเป็นอย่างไรบ้างครับ ต้องถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกการเป็นคู่ที่รักกัน? "ในตัวบทเองมีอะไรให้เล่นเยอะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นของพี่ปั้นจั่นหรือของโฟกัสเองก็จะมีหลายมุมค่ะในเรื่องนี้ แบ๊ว ดราม่า รักโรแมนติก มีครบหมดเลยค่ะในเรื่องนี้ ได้เล่นหมดเลย ได้เจอผีด้วย ก็ดีค่ะถือเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ดี อย่างในเรื่องพี่ปั้นจั่นจะรับบทเป็นน็อต ซึ่งเป็นแฟนกับปลา เราอยู่บ้านเช่าหลังเดียวกัน การเป็นแฟนกันก็จะมีมุมหวานแหวว กุ๊กกิ๊ก งุ๊งงิ๊งกัน และก็ต้องมีทะเลาะกันด้วย ก็จะได้เห็นหลายมุมหน่อย ทำงานกับพี่ปั้นจั่นเหมือนเราคุยกันค่ะ อย่างฉากหวานจะหวานยังไง หวานขนาดไหน คนดูจะเชื่อรึเปล่าว่าเราเป็นแฟนกัน เราก็จะปรึกษากันตลอด ในมุมทะเลาะพี่เขาก็จะเสนอไอเดียให้ตบจริง กัสก็เกรงใจเขา แต่เขาก็ยังยืนยัน ตอนแรกๆก็ไม่กล้าตบเพราะไม่เคยตบใคร เลยตบเบาๆ พี่ปั้นก็บอกแรงๆ เลย ไม่เจ็บหรอก ตัวเล็กๆแบบนี้จะแรงเยอะขนาดไหนเชียว กัสก็เลยตบจริงๆ คือฉากนั้นเงียบทั้งกอง เพราะกัสตบแรงมาก ขึ้นรอยแดงเลยแหละ พี่ปั้นบอกเจ็บยิ่งกว่าเข้าฉากเตะต่อยเวลาไปถ่ายละครแอ็คชั่นอีกง กัสก็ว่าฟาดไม่หนักนะ (หัวเราะ) ถ้าถามว่าหนักใจอะไรมั้ย ก็คงหนักใจตอนที่รู้อายุพี่ปั้นจั่นมากกว่าค่ะ(หัวเราะ) เพราะว่าพี่เขาอายุ27แล้ว ส่วนคนอื่นๆก็จะอยู่ในช่วงมหาวิทยาลัยกันอยู่เลย ตอนที่ยังไม่เจอกันก็คิดนะว่าพี่เขาจะเล่นกับเรารึเปล่า เขาจะเป็นคนยังไง เพราะไม่เคยเจอกันเลย แต่พอมาเจอจริงๆ พี่เขาน่าเฮฮา ขี้เล่นดีค่ะ ก็สบายใจ แต่ไอ้ความขี้เล่นทำให้เวลาอยู่ในกองส่วนใหญ่เราจะเล่นกัน ทำให้เวลาเข้าฉากที่ต้องทำอารมณ์มากๆ กัสจะมีปัญหาหลุดขำ ยิ่งเวลาที่เขามองหน้าเราเมื่อไหร่ ก็จะเริ่มขำ ส่วนพี่ปั้นจั่นเขาจะไม่ค่อยมีปัญหา เขาจะทำเข้มๆตามบทไป แต่ชีวิตจริงเขาไม่ได้เข้มเหมือนพระเอกในเรื่องนะคะ พี่ปั้นจั่นเป็นคนที่ตั้งใจทำงานมาก อย่างซีนอารมณ์เขาก็จะเต็มที่ไม่ว่าจะกี่เทคและเต็มที่กับทุกๆเทคด้วย" เม้าส์ถึงเพื่อนๆ ในกองถ่ายหน่อยครับ มีอะไรสนุกๆบ้าง? "เริ่มจากแจ๊ค (Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ ,เกรียนฟิคชั่น) ก่อนเลยค่ะ แจ๊คก็จะเป็นคนตั้งใจทำงาน เขาจะเป็นคนที่เตรียมตัวมาดีมากๆ อ่านบทท่องบทมาเป๊ะมากๆ แต่แจ๊คก็ชอบมาพูดบทข้างๆนะ อยู่ดีๆ เดินมานั่งแล้วพูดบทขึ้น กัสก็ห๊ะ..อะไรนะ..? แจ๊คก็จะอ่อ..เปล่า ท่องบทอยู่จะให้กัสต่อบทด้วย (หัวเราะ) ตอนแรกเลยแจ๊คเขาจะไม่ค่อยกล้าเข้ามาเล่นกับกัสนะ ไม่รู้ว่ากลัวหรืออะไร เหมือนยังเกร็งๆ ไม่กล้าทัก แต่พอมาหลังๆเริ่มสนิทกัน แต่ก็ยังไม่ค่อยกล้าแกล้งกัสอยู่ดี เพราะกัสเป็นมือแกล้งในกอง (หัวเราะ) ส่วนเมโกะ (ตั้งวง,Mary is Happy,Mary is Happy) ก็จริงๆ ไม่ค่อยได้เข้าฉากด้วยกันนะ ไม่มีบทสนทนากันเลยในเรื่อง แต่ด้วยความที่เราเป็นวัยใกล้ๆ กัน ร่วมงานกันครั้งแรกก็ดีนะ มีเล่นกันบ้าง เอาเป็นว่าเราจะไม่กัดผู้หญิงด้วยกันค่ะ (หัวเราะ) คนสุดท้ายพี่ปั้นจั่น คนนี้เขาจะพยายามแอ๊บเด็กตลอดเวลา ก็ชอบมาเล่นมาแกล้งน้องๆ ก็ทำให้บรรยากาศในกองสนุกสนานดีค่ะ ขอเม้าส์อีกหน่อยว่าพี่ปั้นจั่นเป็นคนที่กลัวผีมากๆ บางครั้งไม่มีคิวถ่ายแต่ถ้าต้องอยู่ห้องคนเดียวก็จะแบบเดี๋ยวไปให้กำลังใจเพื่อนดีกว่า แต่เอาลึกๆ แล้วคือกลัวมากกว่าอยากมาให้กำลังใจ ไม่กล้าอยู่คนเดียว" ถ่ายหนังผี เล่นหนังผี แบบนี้ มีการเจออะไรแปลกๆ หลอนๆ ในกองบ้างรึเปล่าครับ? "มันก็มีแหละคะ ด้วยความเป็นหนังผีนะ ส่วนใหญ่เราถ่ายทำกลางคืน และสถานที่ถ่ายทำมันก็คือสถานที่จริง อย่างแจ๊คก็เจอรอยนิ้วมือตรงท้อง รอยข่วนตรงคางซึ่งเราก็พิสูจน์ไม่ได้ น่ากลัวดีค่ะ เมโกะด้วยนะ เห็นน้องเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูดอะไรเลยนี้เท่าไหร่ แต่พอถามปุ๊บก็จะค่อยๆ หลุดออกมาทีละนิดๆ ว่าเห็นเหมือนกัน ส่วนพี่ปั้นจั่นขานี้เขาไม่ค่อยเจออะไรค่ะ เพราะแขวนพระตลอดเวลา ด้วยความเป็นคนที่กลัวผีสุดฤทธิ์ แค่พูดว่าพี่ปั้นระวังนะ บ่นใหญ่เลย" แล้วโฟกัสล่ะ ได้เจออะไรแปลกๆ หลอนๆ บ้างรึเปล่าครับ? "ก็รู้สึกเหมือนมีอะไร ทั้งที่โรงแรมด้วย และที่กองด้วย แค่รู้สึกแต่เป็นคนไม่มีเซนส์ ในกองมันจะมีฉากที่ทีมงานทั้งหมดต้องออกไปอยู่ข้างนอกบ้าน และกัสต้องวิ่งออกจากบ้านไปข้างนอก ซึ่งในบ้านก็ไม่มีทีมงานอยู่เลย มืดมาก ไฟก็ถูกขนออกไปหมดแล้ว กัสอยู่ในบ้านคนเดียว ตอนที่เดินมาหน้าประตูก็รู้สึกเหมือนมีคนมองมาจากด้านหลังตลอดเวลา ตอนแรกก็คิดว่าคิดไปเอง ไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง แต่พอเมโกะมาเล่าว่าเห็นคนแก่หัวล้านอยู่ในบ้าน แล้วพี่ทีมงานก็มาบอกอีกว่าเห็นเหมือนเมโกะเลย ก็เลยรู้สึกว่าน่าจะมีแหละ เพราะตัวเองก็รู้สึกเหมือนมีใครมองมาจากด้านหลังเหมือนกัน แต่ไม่คิดว่าจะเจอไง รู้สึกโฟกัสจะมีเจอที่ห้องที่โรงแรมด้วยนะ เห็นเป็นเงาดำๆ ตอนแรกนึกว่าแม่ แต่ก็ไม่ใช่ แต่เขาก็ไม่ได้มากวนอะไร" มีอะไรให้อึ้ง ทึ่งกับการทำงานในภาพยนตร์เรื่อง The Eyes Diary ไหมครับ? "นอกจากตัวหนังแล้ว โฟกัสรู้สึกอึ้งทึ่งพี่ทีมงานและนักแสดงทุกคนมากกว่า เพราะหนังที่เราถ่ายทำกันอยู่มันเป็นหนังผี เวลาถ่ายก็ต้องถ่ายถึงเช้าแทบทุกวันเลย ด้วยพี่ๆทีมงานเองที่อดหลับอดนอนกันเพื่อหนังเรื่องนี้ การทำงานเรื่องนี้ถือว่าโหด เพราะมันเป็นการทำงานที่อดหลับอดนอนติดต่อกันหลายวันสัก4วันได้แล้วที่นอนเช้ากัน นับถือทีมงานและนักแสดงทุกคนจริงๆว่าสุดยอด โดยไม่มีใครบ่นค่ะว่าต้องนอนเช้า ทุกคนก็จะเต็มที่กับงานหมด ถ้าถามว่าโฟกัสรักตัวละครตัวนี้มั๊ย ก็รักค่ะ เพราะในเรื่องปลาเองก็มีจุดมุ่งหมายของเขาเหมือนกันคล้ายกับน็อตที่เขาก็มีจุดมุ่งหมายของเขา การดำเนินเรื่องทุกคนมันมีจุดมุ่งหมายว่าทำไม เพราะอะไร ดูมีมิติดีค่ะ น่าสนใจ" สำหรับโฟกัสแล้ว มีซีนไหนที่ยากโหดหินมากๆในการทำงานภาพยนตร์เรื่องนี้ไหมครับ? "ซีนที่ยากที่สุดและรู้สึกว่าไม่ชอบที่สุด และซีนที่โหดที่สุด ก็คงเป็นซีนที่มีอุบัติเหตุบนถนน ก็จะต้องปิดถนนกันค่ะไกลมากเลย แล้วก็มีอุบัติเหตุกัน มันก็จะต้องมีเอฟเฟกต์ใช่มั๊ยค่ะ มันก็จะมีเลือด แล้วเลือดมันเหนียวมาก แล้วหนูเป็นคนที่ไม่ชอบอะไรเหนอะหนะ แล้วนี่ต้องเหนอะไปนอนกลางถนน ตอนนอนอยู่ก็คิด ว่าอยากผ่านซีนนี้ไปเร็วๆซึ่งจริงๆ ซีนนี้เป็นซีนที่ใช้เวลาถ่ายไม่ได้นานสักเท่าไร ใช้เวลาสักชั่วโมง แต่ว่ายากจริงเพราะว่ามันใช้ Drone ถ่าย(กล้องติดอุปกรณ์คล้ายๆวิทยุบังคับลอยบนท้องฟ้า) แล้วก็เป็นซีนอารมณ์นิดๆ ด้วย ยาก เหนียวด้วย แต่ก็ได้กลับไปอาบน้ำนะคะ แล้วก็กลับมาถ่ายใหม่ ตอนตี4ยังนอนอยู่กลางถนนแล้วก็กลับไปอาบน้ำ แล้วกลับมาถ่ายใหม่ตอนตี 5" ติดตามบทบาทของสาวโฟกัส ที่จะมาชวนคุณไปเห็นสิ่งที่ทุกคนกลัว! ไปกับ The Eyes Diary คนเห็นผี ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ The Eyes Diary ได้ที่นี่ --------------------------------

ไม่ใช่โอ้คนเดียว!! หมามุ่ย โคตรงง เด็กใหม่หงส์ กาก! แต่ไม่โดนจวก?
พอล สโคลส์ /  มาริโอ บาโลเตลลี่ / 

พอล สโคลส์ มิดฟิลด์ระดับตำนานของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สวนกระแสคนเกือบทั้งโลกด้วยการโดดป้อง มาริโอ บาโลเตลลี่ ศูนย์หน้ามหาเกรียนแห่งทัพ "หงส์แดง" ว่าไม่ควรโดนวิจารณ์ยับขนาดนี้ เพราะเด็กใหม่ที่ "บีร็อด" เซ็นมาช่วงซัมเมอร์ ก็ไม่เห็นจะมีใครทำได้ดีซักคนเหมือนกัน อดีตกองกลาง "ปีศาจแดง" วัย 39 ปี ให้สัมภาษณ์กับ Independent ถึงเรื่องนี้ว่า "ผมนี่งงเลย เพราะมีนักเตะ ลิเวอร์พูล บางคนกำลังเดินลอยหน้าลอยตา ขณะที่ บาโลเตลลี่ โดนรุมสวดยับเยินเรื่องฟอร์มการเล่นของทีม" "แต่ก็คงเป็นเพราะชื่อเสียง และท่าทางเวลาอยู่ในสนามของเขานั่นแหละ ที่เป็นเหมือนแม่เหล็กดึงดูดเสียงวิจารณ์อยู่แล้ว แต่ถ้าพวกคุณลองมองเด็กใหม่ที่ ร็อดเจอร์ส เซ็นเข้ามาสิ ไม่ว่าจะเป็น ลอฟเรน ที่ยังต้องพิสูจน์ตัวเอง. ลาซาร์ มาร์โควิช ที่ระเบิดตาข่ายช่วยทีมไม่ได้ซักลูก ทั้งๆที่ซื้อมาตั้ง 20 ล้านปอนด์. ส่วน อัลเบร์โต้ โมเรโน่ ถึงจะมีความเร็วก็จริง แต่ผมแทบไม่เชื่อเลยว่าเขาเล่นเป็นกองหลัง. คนสุดท้าย ลัลลาน่า เป็นคนเดียวที่ดูจะชิลเหลือเกิน ทั้งที่ ลิเวอร์พูล อุตส่าห์ทุ่มงบโคตรแพงเพื่อคว้ามาตั้ง 25 ล้านปอนด์" พอล สโคลส์ ตบท้าย

สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล นำท่านสู่ประสบการณ์พิเศษ เฟ้นหา ‘Gentoo Penguin Ambassador’ ต้อนรับการมา “เจนทูเพนกวิน”
สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล /  อุทยานสัตว์น้ำ / 

ใกล้เทศกาลส่งท้ายปีเก่า เข้าปีใหม่กันไปทุกที สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล อุทยานสัตว์น้ำมาตรฐานระดับโลก ใจกลางกรุงเทพมหานคร ก็ไม่พลาดที่จะร่วมนับถอยหลังกับปรากฎการณ์ความพิเศษล่าสุด ที่คนไทยจะได้ยลโฉม เจ้า “เจนทูเพนกวิน” เป็นครั้งแรก ที่แรก และที่เดียวในประเทศไทย ณ สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล แห่งนี้เท่านั้น... สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล นำท่านสู่ประสบการณ์พิเศษ เฟ้นหา ‘Gentoo Penguin Ambassador’ ต้อนรับการมา “เจนทูเพนกวิน” เจ้าเพนกวินสายพันธุ์ใหม่ล่าสุดนี้มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล มาจาก บิลลุนด์ ประเทศเดนมาร์ก นำความสดใสร่าเริง อยากรู้อยากเห็น และท่าเดินอันเป็นเอกลักษณ์มาให้พบกันเร็วๆ นี้ โดย สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล ก็ไม่ปล่อยให้การรอคอยเสียเปล่า จัดกิจกรรมพิเศษสุด นำโดยคู่ขวัญรุ่นจิ๋วอย่าง น้องแม็ค ด.ช. ณัฐพัชร์ นิมจิรวัฒน์ และ น้องอันดา ด.ญ. กุลฑีรา ยอดช่าง ที่จะมาปรากฎตัวในฐานะ “Gentoo Penguin Ambassador” และเชิญชวนเข้าร่วมกิจกรรม “Gentoo Penguin Ambassador Search” ชักชวนแฟนๆ รุ่นจิ๋วร่วมนับถอยหลัง สู่ประสบการณ์พิเศษส่งท้ายปีไปพร้อมๆกัน น้องแม็ค และ น้องอันดา คุณนพดล ประพิมพ์พันธ์ ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจกรุงเทพ บริษัท เมอร์ลิน เอ็นเตอร์เทนเมนท์ กรุ๊ป กล่าวถึงกิจกรรมการเตรียมความพร้อมในครั้งนี้ว่า “ที่ สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล ให้ความสำคัญกับการมอบประสบการณ์ การเรียนรู้ ที่สร้างทั้งความสุขควบคู่กับสนับสนุนการเรียนรู้นอกห้องเรียนของเด็กๆ มาโดยตลอด ซึ่งนับเป็นโอกาสอันดี ที่จะได้ต้อนรับการมาของ ‘เจนทูเพนกวิน’ เป็นครั้งแรก เราจึงตั้งใจเตรียมความพร้อมเพื่อให้เป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุด สำหรับแฟนๆของ สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล ทุกคน โดยเราได้ส่งเจ้าหน้าที่ดูแลสัตว์น้ำไปศึกษาเรื่องการเลี้ยงและดูแลเพนกวิน สายพันธุ์นี้อย่างจริงจัง ณ ประเทศออสเตรเลียเป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือน ยิ่งกว่านั้นยังมีกิจกรรมสุดพิเศษอีกหนึ่งอย่าง เพื่อเปิดโอกาสให้แฟนๆรุ่นจิ๋วได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างเต็มรูปแบบ กับกิจกรรม “Gentoo Penguin Ambassador Search” ที่เชิญชวนให้แฟนๆวัยเยาว์เข้าร่วมประกวด ซึ่งผู้ที่ได้รับคัดเลือกจะเป็นคู่แรกที่ได้สัมผัสประสบการณ์การต้อนรับ เจนทูเพนกวินอย่างใกล้ชิดที่สุด ผมจึงอยากให้เด็กๆมาร่วมกิจกรรมกันเยอะๆ ความประทับใจแบบนี้มีครั้งเดียวในชีวิตครับ” ด้าน น้องแม็ค ด.ช. ณัฐพัชร์ นิมจิรวัฒน์ และ น้องอันดา ด.ญ. กุลฑีรา ยอดช่าง ช่วยกันเล่าถึงความรู้สึก ที่มีโอกาสได้เป็น ตัวแทนกิจกรรม “Gentoo Penguin Ambassador Search” ว่า “แม็คตื่นเต้นดีใจมากครับ เพิ่งมีโอกาส ได้ร่วมงานกับ สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล ครั้งแรก ก็โชคดีที่จะได้เป็นหนึ่งในเด็กกลุ่มแรกที่ได้ต้อนรับ ‘เจนทูเพนกวิน’ อย่างใกล้ชิด ก่อนใครเพื่อนเลย รู้สึกดีใจแทนเพื่อนๆคนอื่นด้วยครับ เพราะนอกจากทุกคนกำลังจะได้เจอกับเจ้าเพนกวินชนิดนี้ เป็นครั้ง แรก โดยที่ไม่ต้องเดินทางไปถึงต่างประเทศแล้ว เพื่อนๆยังจะได้เป็นหนึ่งในเด็กกลุ่มแรกร่วมกับแม็คและอันดา ในฐานะ ‘Gentoo Penguin Ambassador’ ที่จะได้ใกล้ชิดเจ้าเพนกวินก่อนใครเลยครับ” ส่วน น้องอันดา เล่าว่า “รู้สึกมีความสุขที่ได้กลับมา สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล อีกครั้งค่ะ ครั้งที่แล้วอันดามาก็ได้ ความรู้และประสบการณ์น่าประทับใจกลับบ้านไปมากมาย มาคราวนี้อันดาจะได้เป็นหนึ่งในเด็กกลุ่มแรกที่ได้ต้อนรับ เพื่อนเพนกวินตัวใหม่ อย่าง ‘เจนทูเพนกวิน’ แถมยังจะได้ร่วมเรียนรู้เกี่ยวกับถิ่นกำเนิด ลักษณะจำเพาะ ตลอดจนวิธีการดูแลเจ้าเพนกวินสายพันธุ์นี้ กับ สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล อย่างใกล้ชิดด้วย จึงอยากเชิญชวนเพื่อนๆ มาสมัครเป็น  Gentoo Penguin Ambassador กันเยอะๆนะคะ อันดากับแม็ครออยู่ค่ะ” สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล ขอเชิญเด็กชายและเด็กหญิง ที่มีอายุระหว่าง 6-10 ปี ร่วมสนุกกับ กิจกรรม Gentoo Penguin Ambassador Search กติกาง่ายๆ เพียงถ่ายคลิปวีดีโอความยาวไม่เกิน 5 นาที แนะนำตัวและเล่าถึง ความประทับใจส่วนตัวที่มีต่อเพนกวิน ส่งคลิปเข้ามาที่ https://www.facebook.com/SiamOceanWorld  ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2557 ทาง สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล จะทำการคัดเลือกเด็กชายและเด็กหญิง 1 คู่ เป็น Gentoo Penguin Ambassador ซึ่งจะได้รับ โอกาสต้อนรับการมาของเจนทูเพนกวิน เรียนรู้การดูแลเพนกวิน บัตรเข้าสยาม โอเชี่ยน เวิร์ลฟรี ตลอด 1 ปี และทุนการศึกษา มูลค่าทุนละ 10,000 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-658-0060 หรือ www.siamoceanworld.co.th)

ผู้หญิงวัยทอง ระวัง! ภาวะกระดูกจาง
กระดูก /  กระดูกจาง / 

ก่อนอื่นต้องขอใช้คำว่า “ภาวะกระดูกจาง” จะดีกว่าเพราะทำให้ผู้ฟังดูเบาใจขึ้น คนส่วนมากจะชอบใช้คำว่ากระดูกพรุนกระดูกผุซึ่งในความเป็นจริงที่เกิดขึ้นก็คือ ในตัวกระดูกไม่ได้ผุเพียงแต่มีแคลเซี่ยมในเนื้อกระดูกจางลง โดยเฉพาะในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน รังไข่เริ่มทำงานน้อยลงระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนก็จะออกมาน้อย แต่ถ้าอยู่ในวัยสาวฮอร์โมนเพศหญิงนี้จะทำหน้าที่ผดุลแคลเซี่ยมในกระดูกแล้วก็ช่วยดูดซึมแคลเซี่ยมจากระบบทางเดินอาหารกลับเข้าไปเสริม ซึ่งจะทำหน้ำที่ 2 ทาง คือ ผดุลแคลเซี่ยมไว้ในกระดูกตามที่มีอยู่เดิม และแถมยังไปเรียกเอาแคลเซี่ยมจากอาหารที่รับประทานกลับเข้าสู่กระดูกมากขึ้น เมื่อฮอร์โมนน้อยลงไปตามวัย ผลงานเหล่านี้ก็จะน้อยลงไปด้วย ฉะนั้นกระดูกที่มีแคลเซี่ยมน้อยลงก็มีผลทำให้ความหนาแน่นหรือเนื้อกระดูกมีปริมาณลดต่ำลง แต่ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนและปัจจัยเสี่ยงต่ำงๆ ความหนาแน่นของกระดูกสามารถวัดได้เป็นค่า BMD (bone mass density) ซึ่งมีวิธีการวัดได้หลายวิธี สำหรับผู้สูงอำยุที่วัดค่ำ BMD ได้ต่ำกว่ำปกติคืออยู่ ระหว่ำง 1.0+2.5 SD (ความเบี่ยงเบนมาตรฐาน) ของค่าเฉลี่ยในคนหนุ่มสาว ถือว่าคนคนนั้นมีเนื้อกระดูกจางลง แต่ถ้ำวัดต่ำลงไปอีกกว่ำ 2.5 SD ของค่ำปกติ ก็ถือว่าคนคนนั้นอยู่ใน ภาวะกระดูกจาง ซึ่งมีผลทำให้ปวดในกระดูกหรือกระดูกหักง่าย โดยทั่วไปจะพบในหญิงมากกว่าชาย เพราะกระดูกผู้ชายจะสะสมแคลเซี่ยมได้ดีกว่า แคลเซี่ยมในกระดูกมีประโยชน์อย่างไร การป้องกัน ภาวะกระดูกจาง ควรเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ ถ้าเริ่มตั้งแต่วัยทองจะสายไปไหม? มีประโยชน์ คือ ช่วยให้กระดูกมีความหนาแน่นขึ้น และรับแรงต้านทานได้ดี กระดูกก็จะคงทน โดยปกติ เนื้อในกระดูกจะมีแคลเซี่ยมเหมือนเนื้อเยื่อที่ทำให้เกิดความหนาอยู่แล้ว ในธรรมชาติของกระดูกนั้นจะมีการละลายเกิดขึ้นแล้วก็พอกใหม่มาแทนที่เพื่อให้เกิดความสมดุล แต่ถ้าการพอกน้อยกว่ำการละลายจะทำให้เกิดความสมดุลในทางลบ ฉะนั้นต้องหาทางแก้ไขคือกระตุ้นด้วยการสะสม(พอก) ให้มีความหนาแน่นขึ้นโดยการออกกำลังกำยอย่างสม่ำเสมอ สำหรับการป้องกันกระดูกจางควรเริ่มตั้งแต่วัยเด็ก อันนี้ในคนปกติแล้วสามารถสะสมความหนาแน่นของเนื้อกระดูกให้มีจุดสูงสุดได้ตั้งแต่วันเด็กจนถึงอายุประมาณ 20 ปี โดยพยายามสะสมแคลเซี่ยมในร่างกายให้มากๆตอนเป็นหนุ่มเป็นสาวคือรับประทานอาหารที่อุดมด้วยแคลเซี่ยมตามปกติธรรมชาติให้เป็นต้นทุน เหมือนฝากเงินออมไว้ในแบ็งค์เยอะๆไว้ หลังจากนั้นเริ่มปรับตัวในชีวิตประจำวันที่ต้องใช้แรงกระทำให้ร่างกายได้ทำงาน เคลื่อนไหวมากๆคือการออกกำลังกายที่มีแรงกระทำหรือกระทุ้งกระดูก เช่น การวิ่ง การเดินเร็วกระดูกจะเรียนรู้ ว่าเจ้าของต้องการให้กระดูกพอกแคลเซี่ยมมากขึ้นเพื่อรองรับการใช้งานขณะที่เราออกกำลัง แต่วันวันหนึ่งถ้าเรานั่งๆ นอนๆ หรือใช้เครื่องอำนวยความสะดวก โดยไม่ใช้แรงกายเลย กดแต่รีโมทคอลโทรล กระดูกก็จะเรียนรู้ เช่นกันว่าเราต้องการใช้งานน้อย กระดูกก็จะไม่พอกแคลเซี่ยมมากนัก เมื่ออายุมากขึ้นปล่อยให้ร่างกายละลายแคลเซี่ยมโดยไม่ป้องกันก็จะกลับมายาก เพราะเราไม่ได้ออกกำลังกำย หรือดึงเอาไว้จะทำให้กระดูกจางไวกว่าคนธรรมดา ดังที่เราเคยสังเกตเห็นคนสูงอายุที่มีกระดูกสั้นหรือทรุด จะมีตัวเตี้ยลง มีผลทำให้บางคนมีอาการเจ็บได้ การกินอาหารที่มีแคลเซี่ยมสูงตามธรรมชาติจะดีที่สุด อาหารที่มีแคลเซี่ยมสูงก็คือ ปลาตัวจิ๋วๆ ที่สามารถรับประทำนได้ทั้งตัว หรือนมพร่องไขมัน (low fat) หรือน้ำต้นซุบกระดูก นมถั่วเหลือง น้ำเต้ำหู้ หรือน้ำต้มซุปกระดูกเหล่านี้สัปดำห์ละอย่ำงน้อย 3 มื้อ ก็จะชะลอ ภาวะกระดูกจาง ได้ สำหรับผู้ที่เริ่มเข้าสู่วัยทองก็ไม่ต้องไปวิตกกังวลกับโรคกระดูกจำงหรือคำชี้ชวนให้ซื้ออาหารเสริมใดๆ ต่อไป ขอให้ปฏิบัติตามข้อแนะนำดังกล่าว  อ้อ! ขอแถมอีกนิดครับ... การออกก กำลังกายของผู้สูงอายุที่เหมาะสมพอดี เช่น การวิ่งจ๊อกกิ้ง เพราะมีแรงกระแทกเบาๆ จะวิ่งเร็ว จะวิ่งช้ำแล้วแต่ความชอบ ถ้าไม่ไหวก็ลองเดินเร็วดูก็ได้ หรือทำกิจกรรมการออกกำลังกายที่มีความถนัดและชอบ การออกกำลังกำยนี้ขอแนะนำว่าให้ออกกำลังกายตอนที่มีแสงแดดอ่อนๆ จะช่วยให้ได้รับวิตำมิน D มากขึ้น เพราะจะช่วยในการดูดซึมแคลเซี่ยมเข้าสู่ร่างกายในช่วงแดดอ่อนๆ ตอนรุ่งเช้าถึง 9 โมง จะเป็นช่วงที่ดีมากหรือหลังบ่าย 4 โมงเย็น ขอให้ใช้ชีวิตตามปกติอย่างมีความสุขนะครับ ขอบคุณที่มาจาก : เว็บไซต์วิทยาลัยวิทยศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหิดล

ทำร้ายคนโสดชัดๆ คู่รักขอแต่งงานสุดเซอร์ไพรส์ที่กำลังดังในโซเชียล
ความรัก

ทำร้ายคนโสดชัดๆ คู่รักขอแต่งงานสุดเซอร์ไพรส์ที่กำลังดังในโซเชียล อยู่ในขณะจนน่าอิจฉา^^ และดูเหมือนว่า สมัยนี้เราจะได้ดูการขอแต่งงานแบบอลังการงานสร้าง ที่ทำให้โลกโซเชียลชื่นชอบและแชร์กันถล่มทะลายมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากรายการทีวีชื่อ “Marry Me” โดยช่อง NBC ของสหรัฐอเมริกา ที่มีขึ้นเพื่อช่วยคนที่กำลังจะขอแต่งงาน ให้ทำให้การขอแต่งงานของพวกเขานั้น น่าจดจำสมใจคู่รักทั้งคู่! ทำร้ายคนโสดชัดๆ คู่รักขอแต่งงานสุดเซอร์ไพรส์ที่กำลังดังในโซเชียล น่าอิจฉาและฟินสุดๆ โดยเรื่องราวการขอแต่งงานสุดเซอร์ไพรส์นี้เกิดขึ้น เมื่อชายผู้หนึ่งชื่อ Bret กำลังจะขอ Jovan แฟนสาว และเป็นผู้หญิงในฝันของเขาแต่งงาน รายการ “Marry Me” ทางช่อง NBCNBC จึงช่วย Bret ในการพาแม่ พ่อเลี้ยง พี่น้อง และเพื่อนสนิทของแฟนสาวเขา โดยสารเครื่องบินมายังเมืองที่ทั้งคู่อาศัยอยู่ และ Bret ยังพาหลานๆ ของเขา และนักเต้นมืออาชีพกว่า 40 คน มาร่วมแจมด้วย!!! มาดูกันว่า Jovan จะทำยังไง เมื่อเธอคิดว่าเธอแค่กำลัง “ทานข้าวเที่ยง” อยู่กับเพื่อนของเธอชื่อ Connie ก่อนที่เรื่องราวสุดประทับใจในการขอแต่งงานสุดอลังการจะเริ่มขึ้น!!! ชมคลิป ขอแต่งงานสุดเซอร์ไพรส์ที่กำลังดังในโซเชียล  Cr.kiitdoo, @Marry Me

Whiplash : เด็กดื้อครูตี เด็กดีครูด่า?!
Whiplash /  ครูและศิษย์ / 

ถึงแม้ว่าโดยเนื้อหาของภาพยนตร์ Whiplash ที่รัวเสียงกลองมาแต่ไกลนี้ ไม่มีอะไรแปลกใหม่ไปมากกว่าเรื่องเดิมๆ อย่าง การไล่ตามความฝันของวัยรุ่น วัยบ้าพลัง หนึ่งนายถ้วน โดยมีครูเป็นผู้ช่วยเคี่ยวกรำ และดำเนินไปตามสูตรอย่างไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์มากมาย แต่เส้นเรื่องหลักเส้นนี้ คงเป็นดังกลองที่พึ่งเริ่มอินโทรเริ่มจังหวะ และหาก Whiplash คือเพลงหนึ่งเพลง เราขอให้ชมมันอย่างตั้งใจตั้งแต่โน้ตตัวแรกยันตัวสุดท้าย ฟังรายละเอียด ความสงบเงียบ ความเกรี้ยวกราด ที่พร้อมจะออกอาละวาดได้อย่างทรงพลังในแบบไม่น่าเชื่อ Whiplash บอกเล่าเรื่องราวของ แอนดรูว์ นักเรียนดนตรี ที่เป็นมือกลองผู็มีความสามารถ และใฝ่ฝันเหลือหลายว่าจะไปเล่นในวงชั้นนำ อยู่กลางแสงไฟเหมือนอย่างไอดอล จนความสามารถโดดเด้งนี้ ไปเข้าตา เทอเรนซ์ เฟลชเชอร์ อาจารย์ผู้เล็งเห็นพรสวรรค์ และชักชวนให้ลองเข้ามาเล่นในวงตัวแทนโรงเรียน แอนดรูว์ ตั้งใจโชว์ฟอร์มเต็มที่ แต่นั่นยังไม่พอที่จะแตะเส้นมาตรฐานของ เฟลชเชอร์ หลักสูตรการเคี่ยวกรำ เพื่อไล่ล่าความฝันฉบับเข้มข้น ถึงลูกถึงคน จึงได้เริ่มขึ้น หาก Whiplash คือเพลงหนึ่งเพลง เพลงนี้ก็แทบจะครบรสจบสิ้นสมบูรณ์ในตัวมันเอง เพราะถึงแม้จะมีความรู้ด้านดนตรี มากพอๆ กับอากาศบนดวงจันทร์ หนังที่ดูท่าจะมุ่งเน้นไปทางดนตรีได้ ก็ยังสามารถมอบความบันเทิง ให้เราได้เพลิดเพลิน และกระแทกกระทั้น สลับกันเป็นพักๆ ได้อย่างไม่หยุดหย่อน ทั้งโดยทางหู กับจังหวะที่รุนแรงของกลอง ดนตรี และแน่นอนรวมไปถึงเสียงก่นด่า ประชดประชัน ของอาจารย์ ที่จัดใส่ศิษย์เสียยังกะเทลงมาจากรถบรรทุก และโดยทางตา จากจังหวะการตัดต่อที่รวดเร็วคล้ายหนังแอ็คชั่น การเล่าเรื่องที่ฉับไว ซึ่งนั่นทำให้แม้ช่วงแรกจะออกอาการช้ากับการปูเรื่องไปบ้าง แต่หนังก็ทำการเร่งเร้าจังหวะขึ้นเรื่อยๆ ทำให้หนีห่างจากความน่าเบื่อ ยืดยาดไปหลายขุม และมันส์ได้ราวกับหนังที่ยิงกันตูมตามในช่วง 10 นาทีสุดท้าย ได้อย่างน่าประทับใจ นอกจากการได้เพลินกับจังหวะที่รุนแรงแล้ว Whiplash ไม่ต่างอะไรกับการยื่นคำถามชั้นดีใส่คนดูและสังคม อันว่าด้วยจรรยาบรรณและคุณธรรม ที่คนเป็นครูและศิษย์พึงจะมี พึงจะกระทำ หากดำรงสถานะเป็นครู เมื่อครูเล็งเห็นพรสวรรค์ของศิษย์ ที่สามารถต่อยอดได้แบบเห็นอนาคตอีกไกล สิ่งใดควรกระทำมากกว่ากันแน่ ระหว่างการชี้แนะให้ศิษย์รู้ ปูทางและส่งเสริมให้ศิษย์ทำ หากศิษย์คิดเลิกหยุดฝัน นั่นก็เท่ากับครูต้องหยุด และไม่ควรจะไปบังคับขืนใจให้ทำต่อไป หรือการพร่ำสอนชนิดเข้มข้น กำให้แน่นเพื่อให้แทรกตัวเอาชีวิตรอด และดื้อรั้นที่จะผลักดันพาศิษย์ที่เข่าทรุด งอแง ล้มเลิกไปแล้ว ให้กลับมายืนใหม่ จนคล้ายจะบังคับกัน หรือถ้าดำรงอยู่ในสถานะเป็นศิษย์ อะไรคือสิ่งที่ควรทำมากกว่าระหว่าง ทำสิ่งที่อยากทำ แบบไม่มีใครบังคับ เบื่อก็จบ คิดว่าไม่ใช่ก็เลิก ใช้ชีวิตมีความสุขสบายๆ หรือเลือกี่จะดึงดัน ล้มลุกคลุกคลาน ทนฝืนทำสิ่งที่เหมือนจะใช่ แต่ไม่ใช่ไปเรื่อยๆ ให้เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเป้าหมายที่เฝ้าหวัง ทั้งที่มันคือความทรมาน และหากครูและศิษย์ มีเป้าหมายที่จุดจุดหนึ่งเชื่อมโยงกัน การไปให้ถึงฝันของฝ่ายใดฝ่ายหนึงนั้น มันจำเป็นแค่ไหนที่ต้องฉุดรั้งอีกฝ่ายให้ไปถึงด้วย (แอนดรูว์ สามารถโด่งดังได้ โดยหาลู่ทางอื่นๆ ด้าน เฟลชเชอร์ เองก็สามารถพาวงชนะประกวดได้ โดยไม่ต้องมี แอนดรูว์ เสียด้วยซ้ำ) อีกหนึ่งความดีของหนังเคล้าจังหวะกลองเรื่องนี้ ตกไปอยู่ที่การกระตุ้นและย้ำเตือนเด็กโลกสวยช่างฝันทั้งหลาย ที่มักจะตั้งเป้าหมายไว้สูงๆ และมองถนนที่จะวิ่งไปสู่มันคือความชอบ ความสนุกสนานสวยงาม การไล่ตามความฝันนี่ช่างมีความสุขจังเลย ว่าในโลกความเป็นจริง ไม่มีอะไรที่สวยงามเช่นนั้น การไปสู่จุดที่สูงขึ้น ย่อมต้องมีการพลาดตก บาดเจ็บอ่อนแรง มากบ้างน้อยบ้างอยู่เสมอ แต่ถึงกระนั้น เมื่อบันไดแห่งความสำเร็จอยู่ตรงหน้า เราจะทนความเจ็บ สะกดกลั้น และปีนต่อไปให้้สูงขึ้นอีกได้หรือเปล่า หรือนั่งอยู๋ตรงจุดเดิม จุดปลอดภัยอย่างสบายใจ และเพียงพออยู๋แค่นั้น แน่นอนว่าไม่มีทางเลือกใดที่ถูกหรือผิด มันอยู่ที่ความพอใจ และแรงขับภายในว่ามีมากแค่ไหนมากกว่า อาจกล่าวไม่ได้เต็มปากนัก Whiplash คือหนังที่กู่ร้องซึ่งความทะเยอทะยาน เพราะบางครั้งจังหวะของหนัง ก็ซบเซาเชื่องช้า แวะพักรักษาแผล ไปจนถึงถอดใจและพอใจในสิ่งที่มี แต่ถึงกระนั้น ามารถกล่าวได้เต็มปากแทนว่า Whiplash คือหนังแห่งความอดทนอดกลั้น ที่สื่อสารผ่านศิษย์และครู ในเส้นทางเป้าหมายที่ทับซ้อนกัน ยิ่งคุณคิดจะดื้อไปต่อ ครูจะยิ่งตี มิใช่ให้ล้มเลิกแต่ให้คุณอดทน ยิ่งคุณคิดว่าดีพอแล้ว อ่อนข้อทำตามสิ่งที่ทำได้อยู่แล้ว ครูจะยิ่งด่า เพราะนั่นคือการหยุดซึ่งการสร้างสรรค์และพัฒนา และไม่ว่าคุณจะกำลังอดทนเพียงไหน เชื่อเถอะว่าคนที่คอยผลักดันคุณอยู่ อดทนมากกว่าคุณอีกเยอะ เรื่องนี้ให้ 10/10 ครับ โดย Lecter ----------------------

ระวังเงิบ!? ฟาน กัลเชื่อผีบุกบ้านเรือมีลุ้น3แต้ม แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้
กีฬา /  ข่าวกีฬา / 

ได้ฤกษ์ระเบิดศึก แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ในค่ำวันอาทิตย์นี้ โดย หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยืนยันว่าทีมของเขามีโอกาสดีที่จะบุกไปเก็บสามแต้มได้ถึงรัง เอติฮัด สเตเดี้ยม ทีมเรือใบสีฟ้าฟอร์มยังไม่เปรี้ยงนัก พวกเขายังไม่ชนะใครในสามเกมหลังสุดขณะที่กุนซือดัตช์เชื่อว่านี่เป็นโอกาสดีของทีมผีแดง “นี่ไม่ใช่ช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมสำหรับ แมนฯ ซิตี้ และเรากำลังพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นผมจึงรู้สึกแฮปปี้กับเกมนี้" กุนซือเก๋าประสบการณ์อย่าง ฟาน กัล บอกอีกว่า “ผมไม่รู้สึกอิจฉาทัพนักเตะที่ซิตี้มี ผมภูมิใจกับนักเตะที่ผมมีและสิ่งสำคัญคือถ้าเราเล่นเป็นทีมได้เราก็มีโอกาสสูงที่จะชนะ” “เราเสมอกับเชลซีและไม่มีใครคาดคิดกับผลการแข่งขันนี้ แต่สำหรับผมมันยังไม่ดีพอ บางทีผลการแข่งขันในเกมกับ แมนฯ ซิตี้ จะช่วยยกระดับเราได้”

เห็นด้วยกะเฮียนะ! คีน จับผิด สโคลส์ แขวนสตั้ด แล้วออกสื่อบ๋อยบ่อย
คีน /  ปีศาจแดง / 

รอย คีน ผู้ช่วยผู้จัดการทีม แอสตัน วิลล่า เกิดอาการคันปากออกมาเน็บแนมอดีตเพื่อนร่วมทีม อย่าง พอล สโคลส์ ว่าในสมัยที่เป็นนักเตะ เขาไม่ค่อยกล้าจะออกสื่อ แต่พอเลิกเล่น กลับกล้าที่จะมารับงานวิเคราะห์ฟุตบอลซะงั้น พอล สโคลส์ อดีตมิดฟิลด์ตัวรุก ของ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วัย 39 ปี ที่ปัจจุบันหันไปเป็นนักวิเคราะห์ฟุตบอล ซึ่งภาพลักษ์ในอดีตของเขานั้น ผู้คนต่างมองว่า เขาเป็นนักเตะที่พูดน้อย เขินอาย ไม่ค่อยกล้าที่จะออกสื่อสักเท่าไหร่ แต่พอเขาได้แขวนสตั้ตเลิกเล่นไปแล้วนั้น กลับมาทำงานทางด้านสื่อ ในการวิเคราะห์เกมฟุตบอล ทำให้ รอย คีน อดีตกัปตันทีม ปีศาจแดง ออกมาแฉว่าเป็นเพราะเรื่องเงิน โดย คีน ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่า "ผู้คนไม่ค่อยตระหนักกันนักว่าสโคลซี่สามารถออกรายการให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์กับยูไนเต็ดได้ แต่เขาไม่สนใจมันหรอก ผู้คนอาจจะคิดกันว่าเขาเป็นคนที่เขินอายต่อกล้องแต่จริงๆ แล้ว เป็นเพราะเขาไม่สนใจเรื่องพวกนี้เองต่างหาก ไม่มีใครที่ชอบการให้สัมภาษณ์ต่างๆ แต่มันเป็นความรับผิดชอบอย่างหนึ่ง และคุณก็ต้องแชร์สิ่งนี้กันสำหรับนักเตะภายในห้องแต่งตัวของทีม เขาอาจจะอ่อนน้อมเกินไปที่จะทำแบบนั้น แต่ตอนนี้เขามารับงานออกสื่อต่างๆ บางทีมันอาจจะเป็นเรื่องเงินที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ถ้าเขานั่งอยู่กับผม ผมก็จะบอกเขาเรื่องนี้นะ"

ปีเตอร์ เผยคาแรคเตอร์ที่ประทับใจคือบท”คุณหมอปราบ”
ปีเตอร์ คอร์ป /  ชมพู่ อารยา / 

ทำเอาสาวๆ ฟินกันทั่วบ้านทั่วเมืองเลยทีเดียวเมื่อพระเอกปากกว้าง ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล โดดมารับบท คุณหมอปราบ ผู้ชายอารมณ์ดี ปากร้ายแต่แสนอบอุ่นในละครเรื่องหนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ประกบคู่กับ ชมพู่ อารยา ทางช่อง 3 แม้ละครจะจบไปนานมว๊ากๆ แต่คนก็ยังจดจำปีเตอร์ในบทนี้ได้เป็นอย่างดี นอกจากสาวๆ จะฟินแล้ว ปีเตอร์ เองก็ฟินเวอร์ๆ กับบทปราบ ถึงกับยกให้ละครหนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซเป็นละครที่ he ประทับใจมากทีสุด “ละครที่ผมประทับใจมากที่สุดคงเป็น หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ มันเป็นละครเรื่องแรกที่ผมได้ร่วมงานกับ พี่คิง (ผู้กำกับ) แล้วพี่เขาเป็นคนที่ทำงานละเอียดมาก ยังจำได้จนถึงทุกวันนี้ เขาเป็นคนที่รอบคอบมาก ประทับใจจริงๆ ครับ” คาแรคเตอร์ในเรื่อง ตรงกับตัวจริงบ้างหรือเปล่า มันมีอะไรหลายๆ อย่างคล้ายผมนะ ชอบตัวละครตัวนี้ตรงที่เป็นคนตรงไปตรงมา ไม่ได้มีดราม่ามาก เป็นคนจริงคนหนึ่ง เป็นสัตวแพทย์อยู่ต่างหวัด จิตใจดี อยากช่วยรักษาสัตว์ คือมีหลายๆ อย่างที่ตรงกับตัวผมครับ ร่วมงานกับ ชมพู่ อารยา เป็นไงบ้าง เก่งครับ ชมพู่ เป็นนักแสดงที่เก่งมาก เขาทำให้ผมทำงานง่ายขึ้น ส่งบทมาปุ๊บผมต่อได้ทันที ด้วยความที่เขาเป็นมืออาชีพ จำบทเก่งมาก เรื่องภาษา การอ่านบท มีปัญหาไหมเอ่ย ก็มีอยู่แล้วครับ ฝรั่งอ่านบทไทยนี่ลำบากมากนะ (ยิ้ม) เราต้องเตรียมเวลาไว้เยอะๆ ครับ ต้องมีการเตรียมตัว ถ้าส่งบทให้เลยแล้วอ่านนี่คือไม่ได้แน่ๆครับ ต้องยอมรับว่าถึงจะมีบางฉากบางตอนที่ ปีเตอร์ ออกเสียงภาษาไทยไม่ชัดบ้างแต่แอคติ้งการแสดงที่เป็นธรรมชาติก็สามารถทำให้แฟนๆ ละครลืมๆ ข้อเสียนั้นไปได้ เพราะ he สามารถตีบท “ปราบ” หนุ่มบ้านไร่ที่ปากร้ายแต่ใจดีออกมาได้โดนใจแฟนๆ ทั่วประเทศจนคนอินไปทั่วบ้านทั่วเมือง ที่สำคัญคนพูดกันปากต่อปาก คอละครหลายคนที่ยังไม่เคยดูถึงกับลงทุนไปหาดูละครย้อนหลังกันเลยทีเดียว เพราะการแสดงที่เป็นธรรมชาติมาจากอินเนอร์ที่ดูแล้วไม่ขัดหูขัดตาทำให้ตอนนี้ ปีเตอร์ กลายเป็นพระเอกพ่อลูกอ่อนที่สาวๆ ค่อนประเทศยกให้เป็นพระเอกในดวงใจ

Yami Shibai | ยามิชิไบ โรงละครแห่งความมืด ตอนที่ 3 กฎของครอบครัว (พากย์ไทย)
Yami Shibai /  Theater of Darkness / 

Yee-Ha Entertainment ภูมิใจเสนอ "ยามิชิไบ” อนิเมะสยองขวัญสั้นๆที่กล่าวถึงความเชื่อในเรื่องภูติผีปีศาจ ความลี้ลับและประเพณีโบราณของญี่ปุ่น โดยมีการดำเนินเรื่องแบบละครกระดาษหรือที่เรียกกันว่า “คามิชิไบ” ซึ่งเป็นวิธีการเล่าแบบโบราณ และนั่นช่วยเพิ่มความน่าสะพรึงกลัวให้กับอนิเมะเรื่องนี้เป็นอย่างดีจนเป็นสี่นาทีแห่งความหลอนที่คุณต้องจดจำ ติดต่อหรือติดตามข่าวสาร+ผลงานใ­หม่ได้ที่ Facebook Page: https://www.facebook.com/YeeHa.Entertainment YouTube Channel: http://www.youtube.com/user/YeehaEntertainment/ Google+ Page: https://plus.google.com/b/105167905290380209944/105167905290380209944/posts Twitter: https://twitter.com/Yeeha_Ent และ Gmail: yeeha.entertainment@gmail.com

รวบโจรแสบ แกล้งขาดสติ หลังถูกจับได้ขโมยโน๊ตบุ๊ค
ข่าวจังหวัดชุมพร /  ข่าววันนี้ / 

ตร.ชุมพร ช่วยกันจับกุม โจรขโมย Notebook แกล้งทำตัวขาดสติจับสุนัขเป็นตัวประกัน รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (30 ต.ค. 57) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชุมพร ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีคนกำลังทำร้ายตัวเอง ที่สถานีรถไฟชุมพร เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุก็พบกับชายหนุ่มรูปร่างอ้วนใหญ่ อายุประมาณ 35 ปี กำลังโดนชาวบ้านยื้อยุดอยู่พร้อมกับกอดสุนัขตัวนึงไว้แน่น พูดจาฟังไม่รู้เรื่องเหมือนคนสติไม่ดี สอบถามจึงได้ความว่า หนุ่มอ้วนรายนี้ได้เข้าไปในร้านขายโน๊ตบุ๊คร้านนึงทำทีเอาโน๊ตบุ๊คไปซ่อม พอเจ้าของเผลอ ก็ได้ขโมยโน๊ตบุ๊คในร้านแล้วหนีออกไป เจ้าของร้านจึงรีบตามออกมาจนไปเจอตัวที่สถานีรถไฟชุมพร จึงได้ขอให้ชาวบ้านช่วยกับจับเอาไว้ เจ้าหน้าที่จึงร่วมเข้าจับกุม แต่ก็เป็นไปด้วยความทุลักทุเล เนื่องด้วยผู้ต้องหาตัวอ้วนใหญ่และขัดขืนไม่ยอมให้จับกุมขณะเดียวกันก็ได้กอดสุนัขตัวนึงไว้แน่น แล้วพูดซ้ำๆว่า หมาของผมอย่าเอาหมาผมไป แต่ชาวบ้านบอกว่าสุนัขอยู่ที่สถานีอยู่แล้ว หลังจากยื้อกันอยู่นานโจรอ้วนก็สิ้นฤทธิ์ยอมให้จับ เบื้องต้นยังไม่ทราบชื่อและรายละเอียดของผู้ต้องหา เนื่องจากผู้ต้องหาพยายามพูดจาวกวนเหมือนคนสติไม่ดี ข้อมูลข่าวจาก morning-news.bectero.com MThai news

ธ.ก.ส.ลงนามปล่อยกู้6พันล. รักษาเสถียรภาพราคายาง
ธ.ก.ส. /  ปล่อยกู้ / 

ธ.ก.ส. ลงนามปล่อยกู้องค์การสวนยาง 6,000 ล้านบาท รักษาเสถียรภาพราคายางพารา เริ่มโครงการ พฤศจิกายน 2557 ถึง เมษายน 2558 นายประเดิมชัย จันทน์เสนะ ผู้ช่วยผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. พร้อมด้วย นายชนะชัย เปล่งศิริวัธน์ ผู้อำนวยการองค์การสวนยาง หรือ อ.ส.ย. ร่วมลงนาม การกู้เงินจาก ธ.ก.ส. เพื่อรับซื้อยางในตลาด ในช่วงที่ราคายางตกต่ำวงเงินสินเชื่อ 6,000 ล้านบาท ระยะเวลา 18 เดือน โดยรัฐบาลจะชดเชยต้นทุนเงินให้ ธ.ก.ส. ในอัตรา FDR+1 และมีกระทรวงการคลัง ค้ำประกัน พร้อมทั้งให้ ธ.ก.ส. แยกบัญชีออกจากการดำเนินงานปกติ เป็นการดำเนินงานตามนโยบายรัฐ นายประเดิมชัย กล่าวว่า การดำเนินการในโครงการนี้ เนื่องจากสถานการณ์ราคายางพาราในฤดูการผลิตปี 2557/2558 ราคาต่ำลงอย่างต่อเนื่อง จึงเชื่อว่าการออกวงเงินกู้ดังกล่าวจะช่วยรักษาเสถียรถาพของราคายางพาราไว้ ได้