ยกหัวใจให้ยัยตัวร้าย

เจ้าแม่ดราม่าหน้าหวาน!! นุ่น วรนุช ภิรมย์ภักดี
นุ่น วรนุช

ฝีมือด้านการแสดงขั้นเทพมานานแล้ว สำหรับนางเอกหน้าหวานอย่าง นุ่น วรนุช เรียกว่าใครๆ ก็ยกให้เป็นเบอร์ต้นๆ ของวงการจอแก้ว ยิ่งบทบาทดราม่ายิ่งต้องยอมรับว่าเธอคนนี้เริ่ดจริงอะไรจริง เพราะไม่ว่าจะเรื่องไหนๆ ก็ตีบทแตกกระจายตลอดๆ แถมกระแสเรทติ้งก็ไม่ธรรมดาเลยด้วย ตำแหน่งเจ้าแม่ดราม่าหน้าหวานจึงไม่หนีไปไหน เรื่องราวในเส้นทางบันเทิงของเธอคนนี้เป็นอย่างไร วันนี้ไปติดตามกันจ้าสาวนาฏศิลป์ เป็นสาวสวยหน้าหวานที่ศิลปะเรื่องการร้องการรำไม่เป็นรองใครเลย เพราะ นุ่น วรนุช จบการศึกษาจาก วิทยาลัยนาฏศิลป์ ก่อนจะศึกษาต่อที่ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทาลัยราชภัฏสวนดุสิต ด้วยพรสวรรค์ที่มีติดตัวบวกกับได้ร่ำเรียนในศาสตร์นี้มา การฟ้อนรำจึงกลายเป็นสิ่งสวยงามที่ทำให้หลายคนจดจำเธอในภาพลักษณ์นี้ปอบผีฟ้า นุ่น วรนุช เข้าสู่วงการบันเทิงด้วยการชักนำของ แก้วพรีเมียร์ ด้วยความที่มีพรสวรรค์ในด้านการฟ้อนรำบวกกับการร่ำเรียนมา บทบาทที่เธอได้ชิมลางในละครเรื่องแรกอย่าง ปอบผีฟ้า เมื่อปี 2540 จึงทำให้เธอได้โชว์สามารถด้านนี้ออกมาเต็มที่ และละครเรื่องนี้ก็ทำให้เธอได้เป็นที่รู้จักของคนค่อนประเทศในฐานะนักแสดงหน้าใหม่ของวงการบันเทิงไทยขึ้นแท่นนางเอกดัง เมื่อได้ชิมลางละครเรื่องแรกจนเป็นที่รู้จักในฐานะนางเอกน้องใหม่ของวงการ นุ่น วรนุช ก็มีผลงานละครตามมาอีกมากมาย กลายเป็นหน้าเอกหน้าหวานที่หลายคนจับตามอง ละครแต่และเรื่องของเธอนั้นมีเรทติ้งเป็นที่น่าพอใจ รวมถึงมีโอกาสได้ร้องเพลงประกอบละครในหลายๆ เรื่องด้วยเจ้าแม่ดราม่า แม้จะรับบทบาทมามากมายตลอดเวลาที่อยู่ในวงการ แต่บทดราม่าดูเหมือนจะเป็นคาแรคเตอร์ที่ นุ่น วรนุช ทำได้ดีกว่าบทอื่นๆ และละครเรื่อง แม่อายสะอื้น ก็ยืนยันได้เป็นอย่างดี บทดราม่าน้ำตาเล็ดที่ทำให้เธอคว้ารางวัลการแสดงจากหลากหลายเวที เป็นที่จดจำของแฟนละครมาจนถึงทุกวันนี้ และคงเป็นอีกหนึ่งผลงานที่สาวนุ่นภาคภูมิใจพระเอกคู่ขวัญ เป็นนางเอกที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักในเวลาไม่กี่ปีหลังจากเข้ามาโลดแล่นในวงการ แน่นอนว่าต้องมีคู่ขวัญให้แฟนๆ ได้ปลื้มปริ่มกันบ้าง ทั้งพระเอกหน้าเด็กอย่าง เขตต์ ฐานทัพ หนุ่มหล่อขี้เล่นอย่าง ป๋อ ณัฐวุฒิ พระเอกคาสโนว่า วีรภาพ ร่วมไปถึงล่าสุดอย่าง ป้อง ณวัฒน์ ก็ล้วนเป็นพระเอกคู่ขวัญของ นุ่น วรนุช เรียกว่าบางคนมีผลงานละครร่วมกันหลายเรื่อง บางคนร่วมงานกันแค่ไม่กี่เรื่องก็ทำเอากระแสละครเรื่องนั้นปังและเปรี้ยงแบบสุดๆ ไปเลยคุณนายฟองเบียร์ ชีวิตในเส้นทางสายบันเทิงนั้นรุ่งเรื่องเฟื่องฟูมากๆ สำหรับนางเอกหน้าหวานอย่าง นุ่น วรนุช ชีวิตส่วนตัวเรื่องราวความรักก็ดีเช่นกัน ในปี 2553 ใครๆ ต่างให้ฉายาเธอว่า คุณนายฟองเบียร์ เพราะหนุ่ม ต๊อด ปิติ นักธุรกิจทายาท เบียร์สิงห์ จูงมือสาวเจ้าเข้าประตูวิวาห์ไปแบบน่าอิจฉา กลายเป็นนางเอกและเจ้าสาวคนสวยที่โชคดีสุดๆ ในปีนั้นเลยก็ว่าได้นักแสดงอิสระ แต่งงานออกเรือนให้หลายๆ คนได้ปลื้มปริ่มและอิจฉากันไปแล้ว ก็ใช่ว่าสาวนุ่นจะทิ้งงานในวงการบันเทิงไปซะทีเดียว เพราะเจ้าตัวยังคงมีผลงานละครออกมาให้แฟนๆ ได้ชื่นชมกันอยู่ จนในปี 2555 นุ่น วรนุช ก็กลายเป็น นักแสดงอิสระ เต็มตัว เพราะเธอไม่ต่อสัญญากับต้นสังกัดอย่างช่อง 7 สี โบยบินออกจากรังตามเพื่อนรุ่นน้องอย่าง ชมพู่ อารยา ไปอีกคนยิ่งเก๋ายิ่งเปรี้ยง บทบาท ลำยอง ในละครเรื่อง ทองเนื้อเก้า ปี 2556 เป็นผลงานแรกที่ออนแอร์ทางช่อง 3 ในฐานะนักแสดงอิสระ ทำเอา นุ่น วรนุช โด่งดังเป็นพลุแตกอีกครั้ง เรียกว่ากระแสปังสุดๆ ไม่แพ้นักแสดงดาวรุ่งหน้าใหม่คนไหนๆ และในปี 2559 ที่ผ่านมา บทบาท คุณอุบล ในละคร พิษสวาท ทางช่อง ONE สาวหน้าหวานคนนี้ก็ยังคงครองตำแหน่งเจ้าแม่ดราม่าได้อย่างเหนียวแน่น เพราะกระแสละครดีจนฉุดไม่อยู่ เรียกว่ายิ่งเก๋ายิ่งแกร่ง เปรี้ยงปร้างสุดๆ ไปเลยวันนี้ของ นุ่น วรนุช ในวันนี้ของ นุ่น วรนุช ยังคงเป็นนางเอกเบอร์ต้นๆ ของวงการบันเทิงไทย แม้ก่อนหน้านั้นหลายคนอาจจะมองว่านางเอกที่แต่งงานแล้ว ความฮอตคงจะไม่เปรี้ยงปร้างเท่านางเอกเสน่ห์แรงที่ยังโสดสนิท แต่จุดนี้คงใช้ไม่ได้กับนางเอกหน้าหวานที่ชื่อ นุ่น วรนุช อย่างแน่นอนขอบคุณรูปภาพประกอบบางส่วนจาก pantip.com นุ่น วรนุช นุ่น วรนุช นุ่น วรนุช นุ่น วรนุช นุ่น วรนุช นุ่น วรนุช นุ่น วรนุช นุ่น วรนุช นุ่น วรนุช นุ่น วรนุช นุ่น วรนุช นุ่น วรนุช นุ่น วรนุช

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

เชน-เจมส์ เผยสินสอด 168 ล้าน!! ถือฤกษ์ดีปีหน้าพร้อมปั๊มลูก
งานแต่งเชน ธนา /  เชน ธ / 

หลังจากที่ได้เห็นสินสอดสุดอลังฯ ของพิธีหมั้นระหว่างหนุ่ม เชน ธนา และสาว เจมส์ กณิการ์ ในช่วงเช้าไปแล้ว ต้องบอกว่าทำเอาบรรดาแฟนคลับที่ได้เห็นอดอิจฉากันรัวๆ ไปไม่ได้ ซึ่งล่าสุดเวลาประมาณ 16.00 น. คู่บ่าว-สาวได้ออกมาให้สัมภาษณ์และเผยถึงความรู้สึกถึงบรรยากาศพิธีหมั้นในช่วงเช้าที่ผ่านมาและได้เล่าถึงสินสอดที่แสนอลังการให้สื่อมวลชนได้ฟังว่า....บรรยากาศงานเมื่อช่วงเช้าเป็นยังไงบ้าง?  เชน: "เป็นงานหมั้น ถือว่าเป็นวันที่ประสบความสำเร็จ จากเล็ก จนโต จนได้แต่งงาน ครอบครัวได้เห็นเราประสบความสำเร็จ" ความรู้สึกเจ้าบ่าว - เจ้าสาวเป็นอย่างไรบ้าง?  เจมส์: "ก็ตื่นเต้นนิดหนึ่ง ยังคิดว่าเป็นความฝัน นี่เราหมั้นกันแล้วจริงๆ เหรอ รู้สึกดีใจและก็ตื่นเต้น มีตอนที่ได้ยินเสียงกลองยาวก็รู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหล ตอนที่เชนเดินเข้ามาหา จำไว้ว่าเรายังนั่งตาแดงอยู่เลย"  เชน: "เป็นความรู้สึกที่ตื้นตันน่าจะเป็นตอนที่กราบเท้าคุณพ่อคุณแม่ เราก็คบกันมาหลายปีจนมาถึงวันนี้ได้ ก็ดีใจจริงๆ อย่างการจัดงานในวันนี้ทุกอย่างก็ออกมาตามที่คาดหวังไว้ ทั้งฤกษ์สวมแหวน ยกน้ำชา ทุกอย่างก็ถือว่าผ่านได้ด้วยดี หลังจากที่นับถอยหลังกันมานาน สุดท้ายทุกอย่างก็ผ่านไปเร็วมาก" พูดถึงสินสอดที่ค่อนข้างอลังการสักหน่อย 168 ล้านบาท  เชน: "เรื่องสินสอด หลักๆ จะเป็นบ้านที่เป็นเรือนหอ ราคาอยู่ที่ประมาณ 147 ล้านบาท ซึ่งตอนแรกที่ดูบ้านหลังนี้ไว้บอกเลยว่าท้อมาก ไม่คิดว่าจะได้ แต่ด้วยพลังงานบางอย่าง ด้วยความคิดว่าเราต้องทำได้ สุดท้ายเราก็ได้มันมา ด้วยความที่ตั้งใจทำงาน อดหลับอดนอน ทุ่มเทมาตั้งแต่ช่วงวันเกิดปีที่แล้ว แต่พอมาถึงวันนี้ผมภูมิใจที่ทำความตั้งใจออกมาได้สำเร็จ ถือว่าเป็นรางวัลของเราสองคนที่ลำบากด้วยกันมา และก็มีในส่วนของเงิน 8,888,888 บาท เลขนี้เป็นเลขมงคล รวมถึงทองคำ อีก 168 บาท และก็มีมงกุฏเพชรที่กะว่าจะใช้เซอร์ไพรส์เจมในงานตอนเย็น แต่ด้วยความที่สินสอดยังไม่ถึง 168 ล้าน เราก็เลยต้องเติมมาให้ครบในตัวเลขนี้ ซึ่งเป็นตัวเลขมงคลอีกเหมือนกัน สื่อถึงความร่ำรวยเงินทองไหลมาเทมา ซึ่งธีมงานในวันนี้จะเป็น ไมค์โครโฟน กับ มงกุฏ ที่สื่อถึงตัวผมที่เป็นนักร้อง และ เจมที่เป็นนางงาม" อะไรที่ทำให้ความรักของคู่เรายืนยาว?  เชน: "ความรักมันก็มีการทะเลาะกันบ้าง ยอมกันบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา แต่กับสำหรับเจม พอเรามาเจอกันปุ๊ป ผมก็รู้สึกว่ามันไม่ต้องเครียดอะไรเลย เขาทำให้ผมมีพลังมากขึ้น ไม่มีอะไรต้องกังวล และไม่มีอะไรเลยที่ทำให้ผมลังเลว่าจะต้องเลือกผู้หญิงคนนี้"  เจมส์: "ตลอดเวลาที่อยู่ข้างๆ เขา เจมรู้สึกเข้าใจเขา ไม่ว่าเขาจะเครียดเรื่องอะไร เจมก็จะเป็นน้ำเย็นให้เขา เราถึงอยู่ด้วยกันได้แค่เข้าใจกัน" สำหรับทายาทตั้งใจจะมีเลยหรือเปล่า? เชน: "ความจริงมีซินแสบอกเอาไว้ว่าถ้าหากผมจะมีลูก ก็ให้มีภายในปีจอ ซึ่งก็คือปี 2561 ส่วนเรื่องการฮันนีมูน เราสองคนตั้งใจเอาไว้ว่าเราอยากไปฮันนีมูนกันที่ประเทศไอส์แลนด์ และก็จะเดินทางไปที่สหรัญอเมริกา เพราะครอบครัวผมมีความผูกพันอยู่ที่นั่น" งานแถลงข่าวพิธีมงคลสมรส เชน - เจมส์ งานแถลงข่าวพิธีมงคลสมรส เชน - เจมส์ งานแถลงข่าวพิธีมงคลสมรส เชน - เจมส์ งานแถลงข่าวพิธีมงคลสมรส เชน - เจมส์ งานแถลงข่าวพิธีมงคลสมรส เชน - เจมส์ งานแถลงข่าวพิธีมงคลสมรส เชน - เจมส์ งานแถลงข่าวพิธีมงคลสมรส เชน - เจมส์ งานแถลงข่าวพิธีมงคลสมรส เชน - เจมส์ งานแถลงข่าวพิธีมงคลสมรส เชน - เจมส์ งานแถลงข่าวพิธีมงคลสมรส เชน - เจมส์ งานแถลงข่าวพิธีมงคลสมรส เชน - เจมส์

ระยะทำใจ!! น้ำชา ไม่พร้อมพูดเรื่องความรัก รับสภาพจิตใจดีขึ้น!!
น้ำชา ชีรณัฐ /  ข่าว น้ำชา / 

  ปล่อยให้คาราคาซังมาได้ระยะหนึ่งแล้วสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างนักร้อง-นักแสดงสาว น้ำชา ชีรณัฐ กับนักธุรกิจหนุ่ม ไฮโซพก ที่คบหาดูใจกันมานานกว่า 3 ปีด้วยกัน แต่พักหลังมักจะมีกระแสข่าวเข้าหูอยู่บ่อยครั้งว่าทั้งคู่ไปกันไม่ได้ หนำซ้ำยังมีกระแสข่าวเม้าท์มอยว่าฝ่ายชายกำลังแอบคั่วอยู่กับม่ายสาวพราวเสน่ห์อย่าง วุ้นเส้น วิริฒิพา แม้จะเคลียร์กันลงตัวว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด แต่ น้ำชา ก็ได้มีการโพสต์ภาพคู่กับ สาววุ้นเส้น พร้อมประกาศสถานะ "สาวโสด" ในอินสตาแกรมอีกด้วย แถมในงานวันแต่งงานของเพื่อนสนิทอย่าง แพง ขวัญข้าว แม้ว่า ไฮโซพก จะไปร่วมงานด้วยก็ตามแต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้มีการพูดคุยอย่างสนิทสนมเหมือนเก่า   ล่าสุด น้ำชา ชีรณัฐ ได้มาร่วมงานพิธีมอบเกียรติบัตรและรางวัล ปีกทองคำ (Golden Wings best business award) ณ ห้องคริสตัลแกรนด์บอลรูมศูนย์การค้าคริสตัลดีไซน์เซ็นเตอร์ (CDC) ได้ยอมรับกับผู้สื่อข่าวว่าตอนนี้สภาพจิตใจดีขึ้นแล้ว แต่ยังไม่พร้อมตอบเรื่องความรัก โดยจะขอพูดทีเดียวในวันที่ 24 ม.ค.60 ที่จะถึงนี้ พร้อมกับเปิดใจไม่ต่อสัญญากับแกรมมี่ ขอใช้ชีวิตนักแสดงอิสระ!!   "วันนี้ได้รับรางวัลแบรนด์ ชีรณัฐ ค่ะ แบรนด์เสื้อผ้าที่ชาทำอยู่ค่ะ ก็ดีใจนะคะได้รางวัล น่าจะเป็นรางวัลแรกเลยมั้งคะตั้งแต่ทำมา เพราะจริงๆ ก็ทำมาได้ประมาณ 2 ปีค่ะ" วางแพลนคอลเลคชั่นไว้ยังไงบ้าง   "ก็วางแพลนไว้ว่าจะไปพวกแฟชั่นวีคต่างๆ ค่ะ เพราะคราวที่แล้วก็ไปสิงคโปร์ การตอบรับดีมาก ตอนนี้ก็แพลนว่าน่าจะไปแถบๆ จีน ต้องดูโอกาสค่ะว่าตลาดต่างประเทศเป็นยังไงบ้าง" จะมีออกแบบเสื้อผ้าผู้ชายบ้างไหม   "มีค่ะ มีพวกสูท ปักๆ เปรี้ยวๆ ก็ได้ ก็รับตัดค่ะ" ทำแล้วประสบความสำเร็จรู้สึกยังไงบ้าง   "ก็เป็นกำลังใจเนอะ คือการที่เราได้รับรางวัลสักอันมันก็เป็นกำลังใจให้เราอยากทำงานให้พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ ปีนี้ชาอยากพยายามให้คนเห็นเยอะๆ นอกจากประเทศไทยน่ะค่ะ แต่ก็เล็งๆ แถบเอเซียไว้ก่อน ตามแถบยุโรปเราก็ต้องทำการบ้านอีก" สัญญากับแกรมมี่ที่ก่อนหน้านี้ลังเลว่าจะต่อหรือไม่ต่อ   "ก็คงไม่ต่อค่ะ ไม่น่าจะต่อ ก็เป็นอิสระ สัญญาจะหมดเดือน 9 ค่ะ คุยกับผู้ใหญ่แล้วค่ะ แต่ก็ยังไม่มีการเซ็นอะไรเป็นงานเป็นการในตอนนี้ เป็นเหมือนการพูดปากเปล่ามากกว่าค่ะ" งานแสดงที่ผ่านมาก็ค่อนข้างหลากหลาย ยึดติดกับบทนางเอกไหม   "ไม่จำเป็นเลยค่ะ ชาว่าเดี๋ยวนี้เราไม่จำเป็นที่จะต้องเล่นเป็นนางเอกตลอด เราสามารถโชว์ฝีมือในบทอื่นๆ ได้ แต่ก็ต้องเลือกบทอีกทีหนึ่งค่ะ" ผลงานในปีนี้   "ตอนนี้มีละครเรื่อง รักกันพัลวัน ช่อง3 น่าจะออนแอร์ประมาณปลายๆ ปีนะคะ แล้วก็ซิงเกิ้ลกำลังทำอยู่ น่าจะ 1-2 ซิงเกิ้ลค่ะ พยายามอัดอยู่ แล้วก็มีธุรกิจส่วนตัว ค่อนข้างหนักอยู่แล้ว (หัวเราะ) อาทิตย์หนึ่งมี 7 วันเนอะ ก็ต้องค่อนข้างทำทุกอย่างให้ดีค่ะ ดีกว่าทำเยอะแล้วไม่เวิร์ค" เป็นอิสระแล้วทำให้การทำงานในด้านอื่นๆ ง่ายขึ้นไหม   "ก็ด้วยนะคะ จริงๆ งานในวงการบันเทิงมันซับพอร์ตงานธุรกิจด้วย ชาก็เลยพยายามทำสองอย่างให้ควบคู่กัน คืออายุเดี๋ยวนี้เด็กที่เข้ามาในวงการก็ 18-19 เหมือนเราสมัยก่อน เพราะฉะนั้นตอนนี้เราก็โตเป็นผู้ใหญ่พอสมควร เราก็ต้องจับธุรกิจเป็นของตัวเองแล้วค่ะ" กังวลเรื่องงานไหมพอไม่มีสังกัด   "จริงๆ แล้ววงการเพลงมันเปลี่ยนไปนะ น่าจะเป็นยุคของการแสดงหรือการจัดรายการซะมากกว่า ชามองว่ามันเป็นแบบนี้นะ แต่ไม่ใช่ว่าชาจะหยุดทำเพลงหรืออะไร ชาก็ยังทำอยู่ถ้ามีโอกาส จริงๆ การที่เราเป็นศิลปินเราอยากจะทำเพลงเราก็ปล่อยเองได้นะ เดี๋ยวนี้ก็เอาลงยูทูปได้ ได้ทำอะไรที่เราอยากจะทำจริงๆ ด้วย" เรื่องหัวใจ   "อันนี้ชาขอเป็นอีกงานหนึ่งแล้วกันนะคะ วันที่ 24 ค่ะ" สภาพจิตใจเป็นยังไง   "ก็ดีขึ้นค่ะ (ยิ้ม)" น้ำชา ชีรณัฐ   น้ำชา ชีรณัฐ   น้ำชา ชีรณัฐ      

จุดพลุปังๆ กอล์ฟ-ขวัญ ยิ้มแก้มปริ!! จบดราม่าแม่ไม่ปลื้ม!!
ขวัญ อุษามณี /  ข่าว ขวัญ อุษามณี / 

  น่าชื่นชมมากๆ สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างนางเอกสาว ขวัญ อุษามณี กับ กอล์ฟ พิชญะ ที่หลังจากมาคบกันอีกครั้งก็ดูเหมือนว่าจะมีอุปสรรคขวากหนามไม่น้อย โดยเฉพาะอาการคุณแม่ไม่ปลื้ม แต่ล่าสุด กอล์ฟ พิชญะ ก็ทุ่มสุดตัวเทสุดหัวใจเพื่อเป็นส่วนสำคัญที่ทำความฝันเรื่องธุรกิจของ ขวัญ อุษามณี เป็นจริงขึ้นมาได้อย่างสวยสดงดงามและสมบูรณ์แบบ จนคุณแม่ปราณี เอ่ยปากชมว่าเก่ง ซึ่งวันนี้ 19ม.ค.60 ขวัญ อุษามณี ถือฤกษ์งามยามดีเปิดตัวธุรกิจใหม่ที่ตั้งใจทำมายาวนานถึง 2 ปีด้วยน้ำพักน้ำแรงของเธอเองกับธุรกิจ UZI COSMETIC ณ บริเวณชั้น M (Crystal Court) สยามพารากอน พร้อมกับเปิดใจภูมิใจในตัว หนุ่มกอล์ฟ มาก รู้สึกโชคดีที่มีผู้ชายที่จริงใจกับตนรองจากคุณพ่อ แพลนอนาคตเป็นเรื่องที่ไม่สามารถกำหนดได้ แต่ทุกวันนี้เป็นความสุขที่เต็มเติมให้กันและกันมาตลอดหลังจากห่างหายมานาน 10 ปี และไม่อยากให้สิ่งเหล่านี้หายไป ขวัญ : "ดีใจที่วันนี้ได้สิ้นสุดสักที เพราะขวัญก็ตั้งใจทำยูซี่ คอสเมติกของขวัญมาก ประมาณเกือบสองปี ทุกสิ่งทุกอย่างก็คือสิ่งที่ดีที่สุดที่ออกมาเป็นแบรนด์ของขวัญ มีส่วนผสมจากต่างประเทศและได้ใบรับรองจากสวิสเซอร์แลนด์และฝรั่งเศส มีพี่กอล์ฟคอยช่วย เพราะเขาจะรู้เรื่องธุรกิจเยอะ พี่กอล์ฟก็จะเป็นคนดีลเรื่องงาน ก็จะได้ปะป๊า มาม้าของพี่กอล์ฟประสานงานให้ เพราะว่าธุรกิจในประเทศไทยก็ค่อนข้างจะยากอยู่แล้ว และอันนี้เป็นการอิมพอร์ท การชิปปิ้งซึ่งขวัญไม่ค่อยมีความรู้เลย ก็ได้พี่กอล์ฟคอยสอนงาน" เป็นธุรกิจที่ทำด้วยกันหรือเปล่ากอล์ฟ : "เป็นธุรกิจของน้องคนเดียวครับ แต่ตัวซีจีที่เห็นกอล์ฟเพิ่งตัดเสร็จเลย เพราะงานเปิดตัวเลื่อนเข้ามาทำให้ไทม์มิ่งการตัดซีจีมันลดลงไป"ขวัญ : "ใช้แรงงานพี่กอล์ฟค่ะ ตั้งแต่สตอรีบอร์ด ใช้ทุกอย่าง เมื่อกี๊ตอนบ่ายโมงก็ยังใช้อยู่เลยค่ะ ส่วนนึงที่ขวัญประสบความสำเร็จก็เพราะว่าส่วนนึงมาจากครอบครัว มาจากคุณแม่ที่ไว้วางใจเราให้ดูแลธุรกิจตรงนี้ด้วยตัวเราเอง ขวัญก็คงไม่สามารถไปปรึกษาใครหลายๆ คนได้ แต่พี่กอล์ฟเป็นหนึ่งในนั้น คอยซัพพอร์ทขวัญในทุกๆ เรื่อง คอยเคียงข้างขวัญตลอดไม่ว่าจะเจอปัญหาไหน จะมีอุปสรรคอะไร ก็ยังอยู่หาทางออกให้ขวัญเสมอ" เต็มใจทำให้ทุกอย่างกอล์ฟ : "เต็มใจครับ ความฝันของขวัญก็เหมือนความฝันของกอล์ฟครับ ถ้าเขาทำแล้วประสบความสำเร็จ มีความสุข เราก็ดีใจ เราอยากทำให้ เราตั้งใจทำ มันเป็นความฝัยของเขาทำมาปีกว่าๆ แล้ว เราทำอะไรได้เราก็ช่วยเต็มที่" กอล์ฟพิสูจน์ตัวเองได้ดีขนาดนี้ ขวัญภูมิใจขนาดไหนขวัญ : "ขวัญภูมิใจในตัวพี่กอล์ฟมากค่ะ ขวัญโชคดีที่มีผู้ชายคนนึงที่จริงใจกับขวัญ หวังดีกับขวัญ รองจากคุณพ่อขวัญก็คือพี่กอล์ฟนี่แหละค่ะ" ลงทุนเยอะขนาดไหนขวัญ : "เยอะมากค่ะ แต่อันนี้เป็นทุนส่วนตัวของขวัญเอง แบ่งมาจากครอบครัวขวัญด้วย เป็นเงินที่ขวัญตั้งต้นใหม่ ซึ่งขวัญทำงานหนักมากในการพยายามให้มีคอสเมติกตรงนี้ เพราะว่ามันมีการอิมพอร์ทมีการชิปปิ้งมีโพรเซสต่างๆ ที่ทำให้เราค่อนข้างที่จะต้องลงทุน แต่เราก็พยายามผลักดันตัวเองว่าต้องมีวันนี้ ถ้าเราทำสิ่งที่ถูกต้องแล้วสิ่งดีๆ มันจะอยู่รอบตัวเรา" เห็นว่าชอบสี GK ที่สุด ขวัญ : "สีจีเคเป็นสีที่ใช้ระยะเวลานานมากกว่าจะเป็นสีนี้ค่ะ ทำยังไงก็ไม่ได้สักที สีเพี้ยนไปหมด จนกระทั่งพี่กอล์ฟกลับมาขวัญก็ขอความช่วยเหลือ พี่กอล์ฟลองผสมใช้ระยะเวลาไม่ถึงสองนาทีได้แล้ว แต่หนูทำสีนี้มาเป็น 5-6 เดือนไม่ได้อะ ก็ขอปรบมือ (ชื่อสีมาจากชื่อกอล์ฟ-ขวัญ) ขวัญเป็นคนตั้งเองว่าเป็นสีกอล์ฟ-ขวัญ" กอล์ฟช่วยดูแลหมดเลย เรียกว่าวาดความฝันของขวัญให้ออกมาเป็นความจริงกอล์ฟ : "จริงๆ ธุรกิจมันก็ยาก ตอนนี้ใครๆ ก็ทำคอสเมติก ขวัญก็คิดว่าจะทำยังไงให้ออกมาแล้วทุกคนว้าว แล้วรู้สึกว่าแตกต่างจากตลาด กอล์ฟก็รู้สึกว่าอยากทำให้มันสุด และต้องเป็นสิ่งที่เขาชอบด้วย ไม่ว่าจะเป็นเพลง ซาวด์ กำกับ เราจะคุยกันก่อนทุกอย่าง คือดึงไอเดียของน้องมาเยอะ ก็ต้องมาตบๆ แล้วน้องก็เชื่อ" ขวัญ : "พี่กอล์ฟจะพยายามสอนค่ะ อย่างบางที่เขาบอกว่าเป็นคนรักกันจะทำงานกันไม่ได้ มันไม่จริงเลยนะ ยิ่งเรารู้จักนิสัยใจคอกัน พี่กอล์ฟก็จะรู้ใจเราค่ะ"กอล์ฟ : "แรกๆ ก็อาจจะมีตีกันบ้าง ไม่ชอบเสียงนี้เลย เสียงเพลงแบบนี้ไม่ชอบ พอใส่หูฟังให้ฟังก็อ่อ พอดีละๆ" วันนี้ก็อบอุ่นเลยคุณแม่มีโอบเอวกอล์ฟด้วย แม่มีกระชิบอะไรเราบนเวทีไหมกอล์ฟ : "ก็ไม่ได้พูดอะไร ก็มีบอกว่าเก่ง"ขวัญ : "คุณแม่บอกว่าเก่ง คือเราก็มีความสุขกันแล้วค่ะ ขวัญก็รักปาป๊า หม่าม้า รักน้องหญิง รักพี่ๆ พี่กอล์ฟหมดทุกคน คุณแม่ขวัญก็รักพี่กอล์ฟเหมือนกัน คุณแม่ก็พาพี่กอล์ฟไปทำบุญด้วยกันครอบครัว เพราะคุณแม่ก็รู้ว่าพี่กอล์ฟลำบาก คอยดูแลคุณแม่ ก็ต้องขอบคุณคุณแม่ด้วยที่ให้โอกาสพี่กอล์ฟ ให้ทางเดินที่เราจะมีความสุขกัน" ถือว่าวันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่ยิ้มได้ทั้งคู่เลยกอล์ฟ : "ก็ดีครับ ตอนแรกก็ตื่นเต้นแทน กว่าจะถึงวันนี้ วันนี้กอล์ฟรู้สึกว่ากอล์ฟลนมาก ทำอะไรไม่ถูก ปกติจะมานั่งงานชิวๆ เป็นแขก แต่อันนี้ต้องมานั่งดูเองทุกอย่าง ก็ตื่นเต้นแทน แต่เห็นน้องแล้วก็รู้สึกดีครับ" วางแผนอนาคตหรือยัง ขวัญบอกว่าอยากแต่งแล้วนะกอล์ฟ : "กอล์ฟก็อยากแต่ง(ยิ้ม) แต่บางครั้งในเรื่องการแต่งงาน มันเป็นเรื่องของอะไรหลายๆ อย่างที่อาจจะแบบมีปัจจัยอื่นๆ ที่ต้องสร้างความพร้อมให้เราก่อน ก็พยายามจะทำให้พร้อมให้เร็วที่สุด ผมก็เลือกคนนี้แล้วล่ะ ถามว่าอีกกี่ปีก็...เดี๋ยวค่อยว่ากัน" กอล์ฟพูดแบบนี้แล้วเราว่าไงขวัญ : "ก็คืออนาคตเราไม่รู้นะว่าเป็นยังไง เราจะอยู่ด้วยกันหรือเปล่า แต่ว่าทุกวันนี้ที่เรามีกันและกัน เป็นความสุขที่เติมเต็มกันและกันมาตลอด ถ้าเกิดใครมาเป็นเหมือนเราที่เคยหายไป 10 ปี ก็คงไม่มีใครอยากให้สิ่งนี้หายไปไหนอีกแล้ว"กอล์ฟ : "ก็ช่วยกันสร้างไปครับ เติบโตไปด้วยกัน เรียนรู้ไปด้วยกัน แบบนี้มีความสุขกว่า" รูปในไอจีที่กอล์ฟเข้ามาหึงขวัญ : "ตอบเลยค่ะ ! (เน้นเสียง)กอล์ฟ : "ทำไมต้องดุด้วยเนี่ย(หัวเราะ) ก็บางทีน้องทำงานเราก็เข้าใจ ก็เข้าใจ บางทีก็เกลื่อนกลาดไปหน่อย นี่ดีนะวันนี้ให้ตัดชุดนี้อะ ก็หวงครับ เป็นใคร ใครก็หวงครับ"ขวัญ : "หนูจะใส่โจงกระเบนแล้วค่ะ คือพี่กอล์ฟเขาเป็นคนขี้เล่นค่ะ เล่นจนเลอะเทอะไปหมด(หัวเราะ) ถามว่าเรายอมตามไหมพี่เขาไม่ชอบให้เซ็กซี่ เราก็ตามบ้าง เพราะเราก็ต้องให้เกียรติ แต่เราก็ไม่ได้เรียบร้อยผ้าพับไว้ ก็มีนอกลู่นอกทางไปบ้าง แต่ไม่นอกใจนะ(ยิ้ม)" ขวัญ กอล์ฟ ขวัญ กอล์ฟ ขวัญ กอล์ฟ และครอบครัว กอล์ฟ แม่ขวัญ กอล์ฟ แม่ขวัญ กอล์ฟ แม่ขวัญ กอล์ฟ แม่ขวัญ

ละครเพลิงกฤษณา
เพลิงกฤษณา ป่ากามเทพ /  ช่อง GMM25 / 

ละคร เพลิงกฤษณา "ป่ากามเทพ"บทประพันธ์ : กฤษณา อโศกสินบทโทรทัศน์ : มาวิน อักษรากำกับการแสดง : เอกสิทธิ์ ตระกูลเกษมสุขออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.00 น. ทางช่อง GMM25 เริ่มคืนวันจันทร์ที่ 23 มกราคม 2560 เสนอเป็นตอนแรก เรื่องย่อละคร เพลิงกฤษณา "ป่ากามเทพ" ขึ้นชื่อว่ากามเทพนั้น..เมื่อท่านยิงธนูดอกที่ชื่อว่าความปรารถนาออกไปโดนอกใครสักคนก็ยากที่จะถอนให้พ้นออกไปได้ จนกว่าจะตายหรือจากกันไปให้รู้แล้วรู้รอดหรือมิฉะนั้นก็ต้องหักห้ามใจตน ข้ามให้พ้นความทุกข์ทนด้วยตนเองชีวิตของ เคลีย (สายป่าน อภิญญา) เด็กสาวกำพร้าคนหนึ่งได้พบสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่จะดีได้สำหรับตัวเธอ นั่นคือการได้รับความเมตตาจาก รำพร(ป๊อก ปิยธิดา) และ สดมภ์(วิลลี่ แมคอินทอช) ที่รับเธอมาดูแลตั้งแต่แรกเกิด แม้ไม่ได้อยู่ในฐานะลูกแต่เคลียก็ไม่ได้ทุกข์ร้อน ยิ่งเมื่อรำพรหย่าขาดกับสดมภ์สามีจอมเจ้าชู้ที่นอกใจเธอไปติดพันช่างเสริมสวยอย่าง ผกาแก้ว(เจี๊ยบ พิจิตตรา) เคลียก็เป็นคู่ใจเพียงคนเดียวของรำพรเสมอมา รำพรสอนให้เคลียรู้จักรักนวลสงวนตัวและใช้บทเรียนของชีวิตคู่ที่ไม่สมหวังของตัวเองให้เคลียระมัดระวังเรื่องความรัก แต่เธอกลับไม่ระวังเสียเอง เมื่อได้พบกับ อาชา(ไนกี้ นิธิดล) นักศึกษาหนุ่มรูปหล่อที่มาเช่าหอพักของรำพรอยู่กับ โสภณ(ดีเจป๊อป กิตติพงศ์) เพื่อนรุ่นพี่ รำพรหลงใหลได้ปลื้มอาชาอยู่เป็นทุนเดิมแต่ก็หาทางพัฒนาความสัมพันธ์ไม่ได้ จนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้หอพัก รำพรจึงเสนอให้อาชาและโสภณมาพักในบ้านของเธอและเอ่ยปากจะอุปการะส่งเสียให้อาชาได้เรียนจนจบ นี่เป็นความปรารถนาอย่างสูงสุดขงอาชา เขาจึงไม่ปฏิเสธน้ำใจ ต่อมาโสภณได้งานทำจึงแยกออกไปอาศัยที่อื่น รำพรพยายามเอาใจอาชาและขยับสถานะเป็นคนรัก นั่นทำให้เคลียไม่สบายใจนักเพราะเป็นห่วงรำพรและคลางแคลงสงสัยในตัวอาชาจากแววตาที่เขามองเธออย่างมีบางอย่างซ่อนเร้นอยู่ วันหนึ่งรำพรพาเคลียและอาชาไปทานอาหารนอกบ้าน ขากลับรำพรขับรถชนต้นไม้ เธอน้อยใจอาชามากที่เขาแสดงความห่วงใยเคลียเป็นพิเศษทั้งๆ ที่เธอเจ็บหนักกว่า คืนนั้นอาชาทนเก็บความรู้สึกลึกๆ ไม่ไหว จึงสารภาพรักกับเคลีย ทั้งคู่พยายามคิดหาทางออกให้กับความรักที่ก่อตัวขึ้น แต่ก็ยังไม่เห็นหนทาง ส่วน หมอโอภาส(โก โกเมน) ก็แสดงความพอใจในตัวเคลียอย่างเห็นได้ชัด พออาชารู้เรื่องเคลียกับหมอโอภาสยิ่งหึงหวง ด้านรำพรก็พยายามแสดงออกว่ารักอาชาจริงๆ ต่อหน้าเคลีย นั่นทำให้เคลียคิดหาทางตีตัวออกห่างจากรำพรและอาชา เพราะหวังว่าอะไรๆ จะดีขึ้น อย่างน้อยคงทำให้รำพรมีความสุขขึ้น เคลียขอร้องให้สดมภ์ช่วยหางานให้เธอทำเพราะเธอไม่อยากอยู่บ้านหลังนั้นอีก สดมภ์รู้เรื่องรำพรกับอาชาก็ไม่พอใจและประชดด้วยการพาเคลียไปฝากให้เป็นช่างทำผมในร้านของผกาแก้ว ละคร เพลิงกฤษณา ป่ากามเทพ สดมภ์รู้สึกได้ว่าอาชากับเคลียรักกันจึงไม่เห็นด้วยที่รำพรทำกับอาชาแบบนี้ สดมภ์จึงแกล้งรำพรด้วยการหาทางให้อาชาตีตัวออกห่างรำพร สดมภ์จ้างอาชาให้ไปทำงานต่างจังหวัด แต่รำพรก็เดินหมากอีกขั้นด้วยการรับพ่อแม่และหลานของอาชามาอยู่ที่บ้าน เธอยิ่งโกรธแค้นสดมภ์ที่เข้ามายุ่มย่ามเรื่องเคลียและอาชา รำพรจึงตามเคลียให้กลับมาอยู่บ้าน เคลียต้องกลับบ้านไปอย่างจนใจ รำพรเปลี่ยนแผนเป็นมีท่าทีใหม่ต่อเคลียและอาชา เธอทำเป็นไม่หวาดระแวงเหมือนก่อนและทำท่าเหมือนสนับสนุนให้ทั้งสองคบกัน เพราะอย่างน้อยการมีอาชาอยู่ในสายตาก็ยังเป็นสิ่งที่เธอต้องการ ทุกสิ่งจึงดำเนินต่อไป ภายในวังวนของป่ากามเทพ ภายใต้ท่าทีที่ดูเหมือนยินยอม รำพรก็ยังคงคิดช่วงชิงอาชากลับมาเป็นของเธอทุกลมหายใจ อาชากับเคลียยังมีหัวใจให้กัน ภายใต้ความรู้สึกขัดแย้งของเคลีย และความคิดว่าเป็นไปไม่ได้ ในขณะที่สดมภ์ก็ยังคงหาทางขัดขวางความสุขของรำพร และทำทุกอย่างให้รำพรเกลียดชังเขามากขึ้น โดยลืมถามตัวเองว่า ทำไมจึงยังต้องทำอย่างนั้น สุดท้าย ความรักที่วนเวียนในป่ากามเทพนี้จะลงเอยอย่างไร จะมีใครสักคนไหมที่มีโอกาสได้มีความสุขอย่างแท้จริงกับความรักครั้งนี้ ติดตามใน ป่ากามเทพ ตอนแรกวันจันทร์ที่ 23 มกราคม 2560 เวลา 20.00 น. ทางช่อง GMM25 ละคร เพลิงกฤษณา ป่ากามเทพ รายชื่อนักแสดง เพลิงกฤษณา ป่ากามเทพ ปิยธิดา มิตรธีรโรจน์ รับบทเป็น รำพรวิลลี่ แมคอินทอช รับบทเป็น สดมภ์ อภิญญา สกุลเจริญสุข รับบทเป็น เคลียนิธิดล ป้อมสุวรรณ รับบทเป็น อาชาโกเมน เรืองกิจรัตนกุล รับบทเป็น หมอโอภาส ณภัทร บรรจงจิตไพศาล รับบทเป็น วาสนาพิจิตตรา สิริเวชชะพันธ์ รับบทเป็น ผกาแก้วปรียาดา สิทธาไชย รับบทเป็น พุชชี่กิตติพงศ์ ตันติชินานนท์ รับบทเป็น โสภณ ธนกร กุลจรัสสมบัติ รับบทเป็น จ้อย (น้องผกาแก้ว) ละคร เพลิงกฤษณา ป่ากามเทพ ละคร เพลิงกฤษณา ป่ากามเทพ ละคร เพลิงกฤษณา ป่ากามเทพ

ป๋อ-เอ๋ เคลียร์คิว ยกครอบครัวไปพักผ่อน
ป๋อ เอ๋ ลูก

ป๋อ + เอ๋ + ลูก   ป๋อ + เอ๋ + ลูก   ป๋อ + เอ๋ + ลูก  

ส่อง!! น้องมายู ลูกสาว เมย์ – หนุ่ม ไปโรงเรียนวันแรก!!
เมย์ เฟื่องอารมย์ /  หนุ่ม กรรชัย / 

  ยกขบวนความน่ารักมาแบบเต็มๆ สำหรับ น้องมายู ลูกสาววัย 3 ขวบสุดรักสุดหวงของ หนุ่ม กรรชัย และ เมย์ เฟื่องอารมย์ โดยล่าสุดวันนี้ (13ม.ค.60) เมย์ เฟื่องอารมย์ ได้โพสต์ภาพขณะพา น้องมายู ไปโรงเรียนวันแรก พร้อมกับระบุข้อความว่า   “เรียนวันแรกของพี่มายู #mayukamnerdploy #mayandmayu”   ส่วนการไปโรงเรียนวันแรกของ น้องมายู นั้นคงต้องลุ้นกันหน่อยว่า น้องมายู จะร้องไห้ หรือจะได้เพื่อนใหม่มากี่คน อิอิ!! ขอบคุณภาพจาก IG mayfuang, kanchai

แม่โบว์ - น้องมะลิ สวยสง่าในชุดไทยจิตรลดา เผยเป็นชุดที่ ปอ ทฤษฎี อยากให้ใส่ (มีคลิป)
ปอ ทฤษฎี /  น้องมะลิ พาขวัญ / 

ครบรอบ 1 ปีเต็มแล้วสำหรับการจากไปของพระเอกหนุ่มขวัญใจประชาชน ปอ ทฤษฎี ที่วันนี้ (18 มกราคม 2560) ทาง ครอบครัวสหวงษ์ ได้จัดงานครบรอบ 1 ปีแห่งการจากไปให้กับอดีตพระเอกหนุ่ม ที่วัดธรรมธีราราม อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งงานนี้ แม่โบว์ แวนดา และ น้องมะลิ พาขวัญ ได้สวมชุดไทยจิตรลดาสีขาวมาร่วมพิธีทางศาสนา ซึ่งแม่โบว์ ได้เผยถึงบรรยากาศงานทำบุญครบรอบการจากไปของปอ ทฤษฎี ว่า....   "บรรยากาศวันนี้ก็เต็มไปด้วยญาติพี่น้องและแฟนคลับทุกท่านที่เดินทางมาจากทั่วประเทศเลย ทุกคนก็ตั้งใจเดินทางมาเพื่อร่วมทำบุญให้กับพี่ปอ ซึ่งตัวโบว์เองก็รู้สึกดีและก็ขอบคุณทุกๆ ท่านมากๆ เลยค่ะ อย่างแฟนคลับที่มาในวันนี้เขาก็ให้ความช่วยเหลือเราหลายๆ อย่าง น่ารักมาก คอยถามไถ่อยู่ตลอดว่าจะมีอะไรให้พวกเขาช่วยอีกไหม และเมื่อวานนี้ที่ไร่นาป่าสงวนก็เต็มไปด้วยดอกมะลิ"   "สำหรับบรรยากาศการปลูกต้นมะลิเมื่อวานนี้ โบว์ต้องขอเล่าก่อนว่า ตลอดทั้งปีที่ผ่านมาก็จะมีแฟนคลับแวะเวียนไปเยี่ยมเราอยู่ตลอด และก็มีการนำดอกไม้ต่างๆ ไปลงไว้ที่ไร่ เนื่องจากเขาทราบดีว่าพี่ปอเป็นคนที่ชอบดอกไม้ รวมถึงดอกแวนด้า ซึ่งก็คือดอกไม้ที่เป็นชื่อโบว์ และล่าสุดก็มีดอกมะลิ คือทุกครั้งที่เข้าไปในบ้านไร่โบว์ก็จะเห็นความเขียวขจีกับสีสันที่งดงาม ต้องขอบคุณมากๆ เลยค่ะ" ก่อนที่เราจะมางานในวันนี้ได้บอกพี่ปอก่อนไหมว่าเราจะจัดงานให้เขา ?  "โบว์บอกตลอดค่ะ จริงๆ แล้วทุกครั้งที่โบว์จะต้องออกจากบ้านโบว์ก็จะบอกพี่เขาตลอด บอกให้เขาไปกับโบว์ บอกให้เขาไปส่งลูกด้วยกัน และอย่างวันนี้โบว์ก็บอกเขาว่าให้เขากลับบ้านด้วยกันนะ คือพูดถึงเขาตลอด พูดถึงเขาทุกๆ เช้า" อย่างเหตุการณ์ที่เหมือนว่าน้องมะลิเขาสัมผัสถึงพ่อได้และก็เรียก พ่อปอ พ่อปอ อันนี้คือยังไง ?  "ปกติเวลาน้องเขาเห็นรูปพี่ปอเขาก็จะเรียกชื่ออยู่แล้วค่ะว่า พ่อปอ พ่อปอ แต่ถ้าเกิดว่าอยู่ๆ เขามองไปไกลๆ แล้วเรียกตะโกนว่า พ่อปอ พ่อปอ มาด้วยๆ ทฤษฎี สหวงษ์ คือตอนนี้เขาเรียกชื่อเต็มๆ ของโบว์ ของปอ ของตัวเขาเองได้แล้ว อย่างเมื่อสักครู่นี้เขาก็ยังพูดว่า พ่อปอ ทฤษฎี สหวงษ์ น่ารัก" เห็นว่าชุดที่พี่โบว์และน้องมะลิใส่มาร่วมงานครั้งนี้ก็เป็นชุดที่ตั้งใจตัดขึ้นมาโดยเฉพาะด้วย ?  "ใช่ค่ะ จริงๆ ชุดนี้เสร็จนานแล้วนะคะ แต่ก็ลุ้นอยู่ตลอดว่ามะลิจะใส่ไหม (ยิ้ม) เพราะปกติเวลาเขาใส่ชุดยาวๆ รัดๆ เขาจะอึดอัด แต่วันนี้ต้องขอบคุณเขามากที่ใส่ให้แม่วันนี้ (หัวเราะ) ก็ด้วยความที่ชุดนี้ตัวพี่ปอเองเขาก็อยากให้เราใส่ เพราะเขาเป็นคนที่ชอบอะไรไทยๆ เขาอยากเห็นมะลิใส่ชุดไทย อยากให้ลูกสาวรำไทย ซึ่งเรื่องนี้โบว์ก็ตั้งใจว่าจะพยายามให้น้องเขาลองเรียนดู" ตั้งใจจะใส่ชุดนี้ให้บ่อยขึ้นไหมในเวลาที่เราต้องทำบุญ ?  "เอ่อ...ที่ผ่านมาเวลาที่โบว์ไปวัดโบว์ก็จะคิดอยู่เสมอนะคะว่าอยากใส่ชุดไทยจังเลย แต่ก็แอบคิดอีกเหมือนกันว่าเวลาคนอื่นที่เขาเห็นเขาจะคิดว่าเราเยอะไปหรือเปล่า ซึ่งใจจริงโบว์ โบว์ชอบชุดไทยอยู่แล้วนะคะ โบว์อยากใส่ผ้าถุงไปวัด และเมื่อก่อนพี่ปอเขาก็จะบอกเสมอว่าใส่สิไม่เห็นต้องแคร์คนอื่นเลย เพราะเขาเองก็ชอบเขาอยากเห็นโบว์ใส่ชุดไทย แต่ด้วยความที่ตอนนั้นโบว์ไม่มีโอกาสได้ใส่ วันนี้โบว์ก็เลยตั้งใจใส่มา ถึงแม้จะไม่สามารถถามเขาได้ว่าเขาชอบไหม แต่โบว์ก็คิดว่าเขาน่าจะยิ้มอยู่ค่ะ (ยิ้ม)" วันเวลาผ่านมาจนครบ 1 ปีแล้ว ตัวเราเองเข้มแข็งขึ้นมากขนาดไหน ?  "เข้มแข็งในระดับหนึ่งค่ะ แต่ความอ่อนแอมันก็อยู่ในตัวเราทุกวันเนอะ ซึ่งเราก็ต้องพยายามบอกตัวเองว่าไม่ให้ร้อง แต่พอขึ้นห้องนอนไปปุ๊บ โบว์ก็ยังคงเว้นที่ให้เขานอนอยู่ ของที่เขารักทุกอย่างก็ยังคงวางอยู่ข้างๆ ยังคงคิดเสมอว่าถ้าหากหันไปแล้วจะยังเห็นเขา แต่ทุกคืนที่ผ่านมาก็ไม่เคยเจอเขาเลย ก็ไม่เป็นไรค่ะ ถึงแม้จะไม่สามารถเห็นเขาได้ แต่ก็ยังรู้ว่าเขาอยู่ในใจเราเสมอค่ะ" ถึงแม้พี่ปอจะไม่ได้อยู่ข้างๆ แล้ว แต่เขาเป็นพลังให้เราดำเนินชีวิตยังไงบ้าง ?  "พี่ปอเป็นคนที่เข้ามาเปลี่ยนโบว์ทุกๆ เรื่อง ตั้งแต่สมัยที่อยู่ด้วยกัน พี่ปอเขาสอนโบว์เสมอว่าให้เรารักกันทุกวัน ให้หอมกันกอดกันทุกครั้งที่ออกจากบ้าน หรือเวลากลับถึงบ้านหลังจากที่เขาทำงานเสร็จโบว์ก็ต้องกอดเขาหอมเขาเสมอ หากวันไหนไม่กอดไม่หอมเขาก็จะงอน (ยิ้ม) เขาบอกว่าทุกครั้งที่เรากอดกันหอมกันแบบนี้ เป็นเพราะเขาไม่รู้ว่าวันหนึ่งเขาจะได้กลับมาหรือเปล่า ดังนั้นเราจึงต้องมีความรักให้กันทุกวัน ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เขาทิ้งให้โบว์ ทำให้โบว์เข้าใจว่าเราต้องให้ความสำคัญกับความรักต่อคนในครอบครัว และคนทั่วไปที่เราเจอ การให้อภัยเป็นสิ่งสำคัญมากค่ะ รวมถึงการขอบคุณและการขอโทษ" บรรยากาศที่คนมารวมตัวกันในวันนี้หากพี่ปอรับรู้ได้พี่โบว์คิดว่าเขาจะรู้สึกยังไง ?  "โบว์ต้องขอบคุณมากๆ ค่ะ คือพี่ปอเขาเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบพูดเท่าไหร่ ดังนั้นสิ่งที่โบว์พูดได้ก็คือคำว่าขอบคุณค่ะ ขอบคุณแฟนคลับพี่ปอทุกท่าน ญาติพี่น้องทุกๆ ท่าน รวมถึงทุกคนที่มาที่นี่และทุกคนที่ส่งกำลังใจมา โบว์ต้องขอขอบพระคุณทุกคนมากๆ ที่ไม่เคยลืมกันตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ขอบคุณจากหัวใจจริงๆ ค่ะ" แม่โบว์ - น้องมะลิ แม่โบว์ - น้องมะลิ