ยกหัวใจให้ยัยตัวร้าย

เงินเงินเงิน!ต็อตติจวกอิกัวอินซบม้าลายทำลายวงการลูกหนัง
กอนซาโล่ อิกัวอิน /  ตลาดซื้อขายนักเตะ / 

กอนซาโล่ อิกัวอิน กลายเป็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุดของโลกอันดับที่ 3 ทันทีหลังจากย้ายจาก นาโปลี มาร่วมทีม ยูเวนตุส ด้วยค่าตัว 90 ล้านยูโรแต่ดูเหมือนรุ่นใหญ่ในวงการลูกหนังอิตาลีอย่างต็อตติจะไม่ค่อยแฮปปี้โดยเจ้าชายหมาป่าที่อยู่กับทีมมาแล้ว24 ปีได้ออกมาจวกกการย้ายทีมครั้งนี้ของกองหน้าทีมชาติอาร์เจนติน่าว่า “นักเตะสมัยนี้เหมือนพวกเรร่อนพวกเขาตามกลิ่นเงินไปทุกที่ ไม่ได้ตามหัวใจของตัวเอง มีไม่มีคนนักหรอกที่จะตามหัวใจของเขาไป พวกเขาคิดที่จะย้ายทีมเพื่อแชมป์และเงิน” ต็อตติกล่าวผ่านสื่อในอิตาลี “ฟุตบอลเปลี่ยนไปเยอะ ตอนนี้มันเป็นเรื่องเงินล้วนๆ นักเตะย้ายทีมกันตลอดเวลา เพื่อทำเงินเพิ่มมากกว่าที่จะทำตามแรงขับของพวกเขา” “การที่อิกัวอินย้ายจากนาโปลีไปยูเวนตุสนี้มันหายนะชัดๆ” “ไม่มีนักเตะต่างชาติคนไหนที่เหมือนมาราโดน่าเลย"

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

อ่ำ อัมรินทร์ อินเพลงเห็นใจ บอก ตรงกับชีวิตจริงที่เกือบคิดฆ่าตัวตาย
จอย อัจฉรียา /  อ่ำ อัมรินทร์ / 

   เจอมรสุมชีวิตมาอย่างหนักสำหรับนักร้องหนุ่ม อ่ำ อัมรินทร์ นิติพน หลังแยกทางกับอดีตภรรยาสาวสวย จอย อัจฉรียา ชีวิตก็เจอกับมรสุมครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น หนี้ธนาคาร ครอบครัวหย่าร้าง สุขภาพย่ำแย่เคยถึงขั้นพยายามฆ่าตัวตาย แต่ก็ยังได้กำลังใจที่ดีจากลูกสาว น้องแอลลี่ และ จอย อัจฉรียา อดีตภรรยาที่คอยช่วยเหลือ และให้กำลังใจอยู่เสมอ    ซึ่ง ล่าสุด อ่ำ อัมรินทร์ ได้ฝากผลงาน ละครวัยใสยกกำลัง 10 เรื่องเด็กไม่เอาถ่าน ที่ลาจอไปแล้ว แต่กระแสเพลงเห็นใจ เพลงประกอบละครก็ยังแรงไม่หยุด เพราะงานนี้พี่อ่ำบอกเลยว่าอินสุดๆ เพราะนอกจากเนื้อเพลงเป็นการถ่ายทอดอารมณ์ และความรู้สึกที่ตรงกับชีวิตจริงของพี่อ่ำแล้ว ยังเป็นการขอให้เห็นใจในสิ่งที่ได้ทำไปทุกอย่าง นั่นก็เพราะความรักของพี่อ่ำนั่นเอง    อ่ำ อัมรินทร์ เผยว่า "รับงานเล่นละครทำให้เราได้ใกล้ชิดกับลูกสาว ได้มาต่อบทละครกัน ส่วนจอยจะถ่ายคลิปวิดีโอไว้ให้น้องแอลลี่กลับไปทวนที่บ้าน บทที่น้องแอลลี่ทำได้โดยไม่ต้องซ้อมเลยคือบทพิธีกรเด็ก ส่วนเพลงเห็นใจ เพลงประกอบละครต้องยอมรับว่าอินน์มากเพราะไม่ต่างจากชีวิตจริง"

เปิดตัว True Lenovo 4G VIBE C สมาร์ทโฟนประสิทธิภาพมาเต็มกับราคาเบาๆ
Lenovo /  True Lenovo 4G VIBE C / 

ทรูและเลอโนโว เปิดตัว True Lenovo 4G VIBE C สมาร์ทโฟนสเปคแรงราคาประหยัดเอาใจผู้ใช้งานที่ชื่นชอบความคุ้มค่า ด้วยการสร้างสรรค์รูปทรงสวยงามที่มาพร้อมหน้าจอกว้างขนาด 5 นิ้ว รอบรับการเชื่อมต่อความเร็วสูง 4G  และยกระดับการทำงานด้วยขุมพลัง Quad-core processor จาก Qualcomm  ผู้ใช้งานสามารถสัมผัสการทำงานและเป็นเจ้าของได้ในราคาสุดคุ้ม True Lenovo 4G VIBE C สมาร์ทโฟนที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์และความต้องการในการเชื่อมต่อสำหรับยุคดิจิทัล ให้ผู้ใช้งานสามารถท่องอินเตอร์เน็ต แชร์ประสบการณ์ผ่านโซเชียลมีเดีย และดาว์นโหลดข้อมูลด้วยอินเตอร์เน็ตความรวดเร็วสูง  อีกทั้งมาพร้อมแบตเตอรี่ ความจุถึง 2,300 mAh ที่สามารถถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้อย่างง่ายดายเพื่อเพิ่มความต่อเนื่องในการใช้งานได้ตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ True Lenovo 4G VIBE C ยังมาพร้อมจุดเด่นที่แตกต่างจากสมาร์ทโฟนในราคาระดับเดียวกัน ด้วยหน่วยความจำในตัวเครื่อง 8 GB เพิ่มได้สูงสุดถึง 32 GB ด้วยการ์ดความจำ microSD เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการพื้นที่แอพพลิเคชั่น เกม รูปถ่าย และวิดีโอได้อย่างจุใจ อีกทั้งคุณสมบัติโดดเด่นอีกมากมาย อาทิ รองรับการทำงานแบบสองซิม และกล้องหลังความละเอียดถึง 5 MP และกล้องหน้าความละเอียดถึง 2 MP True Lenovo 4G VIBE C มาพร้อม 2 สี ให้เลือก ได้แก่ สีขาว และสีดำ มีวางจำหน่ายแล้วที่ศูนย์บริการทรู ทั่วประเทศ ในราคา 2,990 บาท

5 หนังเกาหลีธริลเลอร์เลือดสาดที่คุณห้ามพลาด
หนังเกาหลี

ยากที่จะปฏิเสธได้ว่าวงการบันเทิงเกาหลีใต้นั้นหลากหลายและรุ่มรวยซะจนน่าทึ่ง ไม่ว่าจะละครหรือหนัง บรรดาผู้สร้างได้ฝากฝังฝีมือจนเป็นที่ฮือฮาของผู้ชมไปทั่วโลก ทว่าหนึ่งในกระแสภาพยนตร์เกาหลีที่โดดเด่นเป็นเอกเทศเห็นจะหนีไม่พ้นบรรดาหนังธริลเลอร์ขึงขังที่ตะครุบคนดูด้วยความโหดเหี้ยมรุนแรง พล็อตซับซ้อนมืดหม่น และสไตล์การจัดองค์ประกอบศิลป์สุดบรรเจิด ในช่วงเวลาที่ The Wailing ของ นาฮงจิน กำลังออกอาละวาดกวาดรายได้และคำวิจารณ์อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ เราจึงขอแนะนำหนังในแนวนี้บางส่วน สำหรับเพื่อนๆ ที่อยากเริ่มสำรวจแนวหนังอันเข้มข้นแนวนี้ ***อ่าน "Bloody Korean Thrills ชำแหละธริลเลอร์เกาหลี" โดย ดาวุธ ศาสนพิทักษ์ ได้เต็มๆ ใน นิตยสาร BIOSCOPE ฉบับ 174 The Chaser (2008, นาฮงจิน)  แม้จะยึดการเดินเรื่องในทำนอง ‘คนดีไล่ล่าคนชั่ว’ แต่หนังก็สำรวจความเปราะบางอันซับซ้อนของตัวละครของทั้ง 2 ฝ่ายจนทำให้พวกเขามีเลือดเนื้อไม่ต่างจากปุถุชนในโลกแห่งความเป็นจริง ‘จุงโฮ’ อดีตตำรวจที่ผันตัวมาเป็นแมงดาคุมซ่องได้รับโทรศัพท์ให้ส่ง ‘มิจิน’ สาวขายบริการไปให้ลูกค้ารายหนึ่ง หลังจากนั้นเขาได้พบว่า เบอร์โทรศัพท์นั้นได้ทำให้เด็กในสังกัดเขาหายตัวไปแล้วหลายต่อหลายคน เขาจึงได้ตามหาตัวจนพบ ‘ยังมิน’ ผู้ต้องสงสัยที่รับสารภาพว่าตนเองคือฆาตรกรต่อเนื่องหญิงสาวถึง 9 ศพ แต่ยังมินกลับไม่ปริปากบอกเบาะแสใดๆ จุงโฮและตำรวจจึงมีเวลาเพียง 12  ชั่วโมงเพื่อตามหาหลักฐานมัดตัวคนร้าย การไล่ล่าครั้งนี้ เดิมพันด้วยชีวิตของมิจิน!! https://www.youtube.com/watch?v=gppSQejFYI8 A Bittersweet Life (2005, คิมจีวุน) อาชญากรรมและแก๊งมาเฟียดูจะเป็นสิ่งที่มาคู่กันอย่างเสียไม่ได้ โดยเนื้อหามักจะวนเวียนอยู่กับเรื่องของศักดิ์ศรี ความจงรักภักดี ศีลธรรม อำนาจกับความขัดแย้งทั้งภายในและภายนอกกลุ่ม โดดเด่นด้วยฉากต่อสู้หลากรูปแบบ การขับเคลื่อนเรื่องราวชวนลุ้น และฉากหลังที่เป็นโลกใต้ดินอันหม่นหมองฉ้อฉลไร้ซึ่งความหวั่นเกรงต่ออำนาจรัฐ ‘ซันวู’ ผู้จัดการโรงแรมพ่วงตำแหน่งมือขวาของเจ้าพ่อมาเฟีย ได้รับมอบหมายให้ไปจับตาดูสาวคนรัก ของเจ้าพ่อที่ถูกสงสัยว่ากําลังคบชู้แต่กลับตกหลุมรักเธอเสียเอง ความรักเข้ามาทําให้คนไร้หัวใจอย่างเขาต้องปั่นป่วน ซึ่งด้วยการตัดสินใจผิดพลาดเพียงครั้งเดียว เขาก็ถูกลากเข้าสู่การวิวาทกับแก๊งคู่แข่ง พร้อมกับถูกตลบหลังอย่างสาหัสจากแก๊งตัวเอง https://www.youtube.com/watch?v=olAklLnDmuA Confession of Murder (2012, จองบยองกิล) นอกจากจะพูดถึงช่องโหว่ทางกฎหมายเรื่องอายุความแล้ว Confession of Murder ยังว่าด้วยเรื่องของการแก้แค้น เมื่อกฎหมายไม่สามารถทำอะไรกับฆาตกรได้ ครอบครัวของเหยื่อจึงลุกขึ้นมาหาทางจัดการกับฆาตกร การแก้แค้นจึงเป็นการเรียกหาความยุติธรรมที่กฎหมายมอบให้ไม่ได้และชวนให้คนดูลุ้นไปกับการแก้แค้นเพื่อปลดปล่อยและเยียวยาความเจ็บปวดของเหยื่อไปพร้อมๆกัน เมื่อคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง 11 ศพ หมดอายุความลง และฆาตกรต่อเนื่องได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวหนังสือ ‘คำสารภาพของฆาตกร’ เพื่อประกาศว่า เขานี่แหละคือฆาตกรต่อเนื่อง ครอบครัวของเหยื่อทนอยู่กับความคับแค้นใจและพยายามหาหนทางเพื่อจับคนร้าย มีเพียง ‘นับสืบชอย’ เจ้าของคดีที่เชื่อว่า ฆาตกรที่มีใบหน้าหล่อเหลาคนนี้ไม่ใช่ฆาตกรตัวจริง และแล้ววันหนึ่ง สถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งก็ได้รับโทรศัพท์ลึบลับว่า เขาต่างหาก ที่เป็นฆาตกรตัวจริง... https://www.youtube.com/watch?v=SyjWMNzMUPw A Man from Nowhere (2010, ลีจองบอม) ฉากแอ็กชั่นในระดับของ Oldboy นั้นยากที่จะมีเรื่องไหนเทียบเท่า แต่ก็ยังมีหนังธริลเลอร์เกาหลีเรื่องอื่นๆ อีกมากที่ทำฉากแอ็กชั่นซึ่งขับเคลื่อนเรื่องราวไปข้างหน้าได้ชวนระทึกและออกแบบท่วงท่าลีลาการต่อสู้ได้อย่างโดดเด่น เช่น งานของนาฮงจิน (The Chaser, The Yellow Sea), ฉากไล่ล่ากันทั้งในรถและบนตัวรถที่กำลังวิ่งอยู่ ใน Confession of Murder, ฉากล่าและฆ่าไม่ยั้งใน A Man from Nowhere หรือฉากเปิด-ปิดไฟของ A Bittersweet Life ที่เปลี่ยนผ่านจากฉากดราม่าเหงาหงอยไปเป็นฉากแอ็กชั่นได้อย่างแนบสนิท ‘แตซิก’ หนุ่มเจ้าของโรงรับจำนำผู้รักสันโดษ ที่หลบหนีอดีตอันแสนเจ็บปวด และ ‘ซูมิ’ เด็กน้อยลูกของสาวนักเต้นขี้ยา ที่ไม่เคยสนใจใยดีเธอ ทั้งคู่เป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของกันและกัน จนวันหนึ่งแม่ของซูมิได้ขโมยยาเสพติดของแก็งค์ค้ายามาทำให้ถูกตามล่าตัว แตซิกพบศพของแม่ซูมิถูกค้าอย่างโหดเหี้ยม อวัยวะทุกส่วนถูกควักไปขาย และซูมิถูกจับตัวไป เขาจึงตามล่าทุกวิถีทาง เพื่อพาตัวเพื่อนคนเดียวของเขากลับคืนมา https://www.youtube.com/watch?v=38rPoGSr19U Memories of Murder (2003, บองจุนโฮ) หนังไม่เพียงรื้อฟื้นความทรงจำถึงคดีสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นจริงและมิอาจปิดคดีได้ หากยังกระตุ้นเตือนถึงฝันร้ายและอาชญากรรมที่รัฐเคยทำไว้กับประชาชน อาจกล่าวได้ว่าการถูกกดขี่อย่างไร้ความปรานีมาอย่างยาวนานในอดีตนี่เองคือหนึ่งในต้นเหตุสำคัญที่ความโกรธเกรี้ยวและความรุนแรงเจริญงอกงามในหนังเกาหลีเหลือเกิน ในคืนวันฝนตก หญิงสาวได้หายตัวไปทีละคน ทีละคน พร้อมกับศพที่ถูกพบโดยมีกางเกงในมัดหน้าไว้ ยิ่งนักสืบสืบเข้าใกล้ความจริงมาขึ้นเท่าไหร่ การฆาตกรรมก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และทวีคูณความโหดร้ายมากขึ้นเรื่อยๆและไม่ทิ้งร่องรอยใดๆไว้ เมื่อฆาตกรทั้งฉลาดและก้าวนำหน้าเหล่านักสืบหนึ่งก้าวเสมอ จึงเป็นหน้าที่ของ ’นักสืบปาร์ค’ และ ’นักสืบซอ’ ที่จะต้องคลี่คลายคดีสะเทือนขวัญนี้ให้ได้ ! https://www.youtube.com/watch?v=dTnyhLywdJc ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

จัดให้อีกยก! ฟ้า บาร์บี้ งัดแชทหลักฐานตอกหน้า โตส ลั่นความจริงคือความจริง!!
ฟ้า บาร์บี้ /  โตส อัครัช / 

หลังจากที่ช่วงบ่ายวันนี้(25 ก.ค.) ทางฝั่งของนักแสดงหน้าใหม่ โตส อัครัช ออกมาปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาหรือเหมือนดูหนังคนละม้วน กรณีถูกแฉ! ว่าทำร้ายร่างกายอดีตแฟนสาว จากนั้นช่วงหัวค่ำในวันเดียวกัน ทางเน็ตไอดอลคู่กรณีอย่าง ฟ้า บาร์บี้ ก็ได้งัดหลักฐานข้อความจากแชทต่างๆ ตั้งโต๊ะสวนกลับหนุ่มโตสอีกครั้งทันที โดยสาวฟ้าบอกอีกฝ่ายเป็นคนขอมาหาเอง พร้อมโชว์อินบ๊อกเฟสบุ๊คข้อความจากแฟนเก่าของฝ่ายชายที่บอกเคยโดนเหตุการณ์เดียวกันซึ่งสวนทางกับที่โตสบอกว่าไม่มีแน่นอน เธอบอกครั้งนี้จะขอออกมาพูดเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากนี้ให้ไปสู้กันที่ชั้นศาล!! เปรยถ้าอีกฝ่ายยังไม่ยอมรับความจริงและยืนยันคำเดิมว่าถูกทำร้ายร่างกายก่อน เธอก็มีการป้องกันตัวเองเหมือนกัน ลั่นความจริงยังไงก็คือความจริง ส่วนกรณีที่หนุ่มโตสอ้างว่าเธอเคยขู่ว่าถ้าไม่เลิกกับผู้หญิงอีกคน เธอจะสร้างเรื่องว่าถูกโตสทำร้ายร่างกายออกมาให้ฝ่ายชายเสียชื่อเสียงนั้น เรื่องนี้สาวฟ้าคอนเฟิร์มว่าไม่เคยพูด คาดชนวนเหตุเกิดจากหนุ่มโตสหึงที่ตนมีคนคุยใหม่แล้ว เผยไม่กลัวหากหนุ่มโตสแฉ! บอกถ้าจะแฉก็ขอให้มันตรงกับคดีที่ทำร้ายร่างกาย ยันไม่ได้สร้างกระแส ถ้าอยากดังในด้านนี้ไม่เอา บอกผู้หญิงก็มีแต่จะเสียกับเสียอยู่แล้ว ส่วนที่หลายคนตั้งข้อสงสัยว่าเธอขึ้นรถไปกับผู้ชายทำไมตอนตี 3 นั้น เจ้าตัวชี้แจงว่าตามไปเอาโทรศัพท์ที่ถูกหนุ่มโตสยึดไป สำหรับกรณีที่หนุ่มโตสเผยว่า หลังจากที่ไปส่งเธอที่บ้านจากนั้นก็มีไปกินข้าวกันปกติ ตรงนี้สาวฟ้าเฉไฉไม่ตอบทั้งๆ ที่นักข่าวถามย้ำไปถึง 3 รอบด้วยกัน อ้างแค่ว่ามีการคุยกันข้างนอกแค่นั้น พร้อมขอโทษทางพ่อ-แม่ที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมา เปรยถ้าวันนั้นมีสติมากพอคงไม่ก้าวขึ้นรถไปกับเขาแน่นอน.... รายละเอียดต่างๆ มีดังนี้ “สิ่งที่เขาพูดมาหนูไม่เห็นความจริง และหนูก็อยากชี้แจงสิ่งที่เขาบอกว่าหนูตามเขาไปที่บ้าน ไม่ใช่ความจริงเลยค่ะ หนูไม่ได้ตามเขาไปที่บ้าน แต่เป็นเขาที่โทรมาหาหนู เขาโทรมาหาหนูรอบแรกหนูไม่รับ โทรอีกรอบหนึ่งหนูรับแต่หนูบอกว่าหนูไม่อยู่หนูจะไปข้างนอก และเขาก็โทรมาอีกรอบซึ่งรอบนี้หนูก็ไม่รับเหมือนกัน มันก็เลยเป็นเหตุให้มีแชทนี้ออกมา(ชูหลักฐาน) สิ่งที่เขาพิมพ์มามันเป็นคำพูดที่ค่อนข้างหยาบคาย แต่เนื้อหาคร่าวๆ ก็คือเขาบอกว่า “ว่าละคุยกับแฟน แหมไม่รับโทรศัพท์เพราะอยู่กับมันแล้วไง รับสายอื่นไม่ได้เหรอ สัญญากันไว้เหรอว่าจะไม่รับสายคนอื่น ทำตัวเลวกว่า...อีก เดี๋ยวเจอก*แน่”” “สาเหตุที่ทำให้วันนั้นเราสองคนมีปากเสียงกัน คือเรื่องที่หนูมีคนคุยของหนูค่ะ สามารถใช้คำว่าเขาหึงได้ไหม พี่คิดว่าเขาหึงไหมล่ะคะถ้ามาถึงขนาดนี้แล้ว เขามาตามจิกขนาดนี้พี่คิดว่าเขาหึงไหมคะ เราเลิกกันไป 2 เดือนแล้ว หลักฐานก็มีหมดทุกอย่าง” “เขามาที่บ้านตอนประมาณ ตี 3 ค่ะ ที่เขายืนยันว่าจิกเขา ตีเขาในรถ เป็นฝ่ายเริ่มลงมือก่อน คือทุกอย่างเหมือนที่หนูแถลงข่าวไปครั้งที่แล้วค่ะ เพราะพอมาถึงบ้านเขาก็ถามหนูว่า ไปไหน ไปไหนกับใครมา และก็ประเด็นนี้ล่ะค่ะที่เขาตบหน้าหนู คือหนูก็ยอมรับความจริงว่าหนูมีใหม่แล้ว เพราะเราเลิกกันไปแล้วอ่ะ” “เขาก็มีคนคุยด้วย รู้ค่ะ คือสมมุตินะ สมมุติว่าหนูไม่รู้ว่าเขามีแฟนใหม่ หรือเขามีคนใหม่ หนูก็คงจะกลับไปคุยกับเขาแล้วค่ะ แต่นี่หนูรู้ไงคะว่าเขามีคนของเขา หนูก็เลยไม่อยากยุ่ง ตั้งแต่เลิกกัน มีติดต่อกันค่ะ เพราะเขาเองก็ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนเก่านะคะ และคนใหม่ของหนูก็ไม่ยังไม่ใช่แฟนด้วย ดังนั้นในเมื่อเขาเป็นแฟนเก่า ใจหนูก็ต้องหวั่นไปทางเขา” “ที่เขาบอกว่าเขาไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากจับมือดันออก หนูเล่านะคะว่าตอนที่เขามาถึง เขาก็ถามเลยว่า ไปไหน ไปไหนกับใครมา และพอขึ้นรถเขาก็ถามอีกว่า ไปไหนกับใครมา ไปนั่นนู่นนี่กันมาแล้วใช่ไหม ซึ่งหนูก็ตอบว่าหนูไป จากนั้นเขาก็เริ่มพูดไม่ดี ถามหนูว่าทำไมเป็นแบบนี้วะ และก็บีบคอตบตามที่หนูเล่าไปครั้งแรกเลย เขาเป็นคนเริ่มทำร้ายหนูก่อน แต่หนูก็ปัดป้องและก็ป้องกันตัวเองนะคะ” “เขาออกมาปฏิเสธและแจ้งความกลับในข้อหาหมิ่นประมาท ก็ไม่รู้สึกยังไงเลยค่ะ สิ่งที่หนูพูดหลักฐานหนูก็มี ความจริงยังไงก็คือความจริงค่ะ ประโยคหนึ่งที่เขาพูดในรายการว่า ถ้าหากเขาไม่เลิกกับผู้หญิงอีกคน จะสร้างเรื่องนี้เพื่อให้เขาเสียชื่อ คือหนูมีแต่เสียกับเสีย และตัวเขาก็ไม่ใช่ว่าคนจะรู้จักอะไรขนาดนั้น หนูจะสร้างเรื่องขึ้นมาเพื่ออะไร ชีวิตหนูปกติ หนูมีความสุขดีอยู่แล้ว หนูยืนยันว่าหนูไม่ได้เป็นคนผิด ส่วนเรื่องที่คนมองว่าหนูอยากดัง หนูก็ยืนยันนะคะว่าถ้าดังเรื่องแบบนี้หนูไม่เอาดีกว่าค่ะ ไม่มีใครอยากโดนสังคมว่าหรอกค่ะ กระแสแง่ลบที่เข้ามาหาหนูก็มี หนูจะเอาตัวเองไปเสี่ยงทำไม” “เขาบอกว่าถ้าไม่หยุดจะงัดหลักฐานออกมาแฉ ก็ถ้าจะงัดมาแฉก็ขอให้มันตรงประเด็นกับที่เขาทำร้ายร่างกายเรานะคะ ที่กลับไปบ้านเขา เพราะเขาเอาโทรศัพท์หนูไปค่ะ และหนูก็ต้องการเอาโทรศัพท์หนูคืน ซึ่งวันนั้นเราก็ทะเลาะกันถึงเช้า ทะเลาะกันจนเหนื่อย มันเป็นความเหนื่อยที่เราต้องนั่งเจรจากันอยู่แบบนั้น และที่มันจบลงก็เพราะเราเหนื่อยค่ะ แต่พอช่วงสายๆ เขาก็ไปส่งหนูที่บ้าน ซึ่งตอนนั้นไม่ใช่ว่าเราจะเคลียร์กันดีๆ นะคะ เพราะตอนอยู่บนรถหนูยังพูดกับเขาอยู่เลยว่าที่เขาทำร้ายร่างกายหนู หนูเอาเรื่องนะ และเขาก็ตอบกลับว่า เอาเลย ทำอะไรทำเลยเขายอม” “เขาไปส่งค่ะ คือส่งถึงหมู่บ้าน แต่ยังไม่ถึงบ้านหนู เพราะหนูเปิดประตูลงก่อน กินข้าวอย่างที่เขาบอก... มีคุยกันข้างนอกค่ะ หลักฐานยืนยันว่าไม่ผิด มีค่ะ แต่หนูอยากให้เราไปสู้กันบนศาลดีกว่า และการชี้แจงครั้งนี้ของหนูก็คือการชี้แจงครั้งสุดท้าย จากนั้นเราก็คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของคดีไป เราไปต่อสู้กันบนศาลถ้าหากเขายังไม่ยอมรับความจริง” “เรื่องจะจบยังไง อันนี้หนูก็ไม่ทราบจริงๆ ค่ะ เราต้องให้ศาลตัดสินแล้ว สำหรับคุณพ่อคุณแม่ ไม่มีใครโอเคหรอกค่ะพี่ ถ้าหากลูกสาวต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ ลูกต้องมามีเรื่องกับผู้ชาย คุณพ่อคุณแม่เสียใจค่ะ ท่านก็รู้สึกแย่ และหนูก็ต้องขอโทษท่านด้วย ขอโทษทุกคนที่ลำบาก รวมถึงทุกคนที่ช่วยหนูเรื่องนี้ หนูต้องขอโทษจริงๆ ค่ะ ส่วนกระแสสังคมที่ต่อต้านมาหนูเองก็ต้องขอโทษด้วย ถ้าหากวันนั้นหนูใช้สติและใช้เหตุผลมากกว่านี้ หนูก็คงจะไม่ก้าวเหยียบขึ้นรถไปกับเขา” “มีคำถามในโซเชียลถามหนูมาเยอะมากว่าทำไมหนูถึงขึ้นรถไปกับเขา ซึ่งหนูก็ต้องขอตอบนะคะว่าหนูไม่คิดเหมือนกันว่าเขาจะทำแบบนี้ ไม่คิดมาก่อนว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้ หนูใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผลเกินไป” “ที่ระบุว่ามีแฟนเก่าของเขาอินบ็อกมาหา ว่าเคยโดนเขาทำร้าย หนูมีหลักฐานเหมือนกันค่ะ และก็ไม่ใช่แค่คนเดียวด้วย เพราะพอเกิดเรื่องขึ้นก็มีคนทักอินบ็อกหนูมา ซึ่งเรื่องราวของเขาก็เหมือนหนูเลย คือขับรถไปรับไปส่งทุกอย่าง กินข้าว ดูหนัง เราออกหมด ทำนู่นทำนี่ เรื่องราวคล้ายๆ หนูเลย แต่เขาจะไม่ถึงขั้นว่าทำร้ายร่างกาย เขาจะแค่โดนกระชาก โดนด่า และก็พูดจาแรงๆ” “ยืนยันว่าคนที่ทักมาคือแฟนเก่าของเขาจริงๆ ยืนยันได้ค่ะ ตรวจสอบได้ แต่คือหนูเอามาโชว์ได้เท่านี้ ความรู้สึกที่มีต่อเขา ณ ตอนนี้ เราคือคนที่เคยรักกันเขาไม่น่าทำแบบนี้ กับคนใหม่ที่คุยอยู่ เขาเข้าใจทุกอย่างค่ะ เพราะวันนั้นตอนเช้าหนูยังทักไปหาเขาเลยว่าหนูโดนแฟนเก่าทำร้าย และเขาก็อึ้ง จากนี้ไปเจอกันบนศาลเลย ใช่ค่ะ หนูคงไม่มาแถลงบ่อยๆ อะไรแบบนี้อีกแล้ว” “ข้อความที่มีคนโพสต์เฟสบุ๊คว่าทุกครั้งที่ทะเลาะกันเราจะด่าถึงพ่อแม่ ก็คือช่วงที่เราคบกันอยู่เราก็ทะเลาะกันปกติ บางครั้งเราผิด บางครั้งเขาผิด ซึ่งถ้าเขาผิดหนูก็มีสิทธิ์ที่จะพูดได้ว่าทำไมเขาทำแบบนี้ เพราะตอนนั้นเรายังคบกันอยู่ แต่ ณ ปัจจุบันนี้เราไม่ได้คบกันแล้ว ดังนั้นเขาก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาทำร้ายร่างกายหนูด้วยซ้ำ” “ด่าถึงพ่อแม่เขา ไม่เคยค่ะ เคยมีแต่เขาที่ด่าหนูเสียๆ หายๆ แต่ไม่ได้ด่าถึงพ่อแม่นะคะ ซึ่งส่วนใหญ่หนูก็จะตอบไปด้วยอารมณ์ประมาณว่า ทำไมถึงพูดจาแรงแบบนี้ อย่างว่าแหละมันก็คงอยู่ที่เธอด้วยเนอะ แต่หนูไม่เคยว่าพ่อแม่เขาค่ะ” “จากนี้ตัดขาดกันไปเลย ใช่ค่ะไม่เกี่ยวข้องแล้ว เกิดเรื่องแบบนี้ก็ดีเหมือนกันหนูจะได้ตัดคนแบบนี้ไปจากชีวิตหนูได้ ส่วนเรื่องทางคดีก็รวบรวมหลักฐานส่งให้เจ้าหน้าที่ค่ะ” ฟ้า บาร์บี้ กล่าว ฟ้า บาร์บี้ ฟ้า บาร์บี้ ฟ้า บาร์บี้ ฟ้า บาร์บี้ หลักฐาน อ้างเป็นแฟนเก่าร่วมแฉโตส แชทไลน์ ฟ้า - โตส แชทไลน์ ฟ้า - โตส แชทไลน์ ฟ้า - โตส แชทไลน์ ฟ้า - โตส โตส อัครัช

ร่วมสนุกชิงบัตรคอนเสิร์ต Season of Love Song 6.1
25 Hours /  Klear / 

เปลี่ยนหน้าฝนที่ชวนเหงา ให้สดใสไปด้วยเสียงเพลงใน Season of Love Song 6.1 : Singing in the rain เทศกาลดนตรีที่จะทำให้หัวใจคุณชุ่มฉ่ำกับบทเพลงรักให้กำลังใจ พร้อมก้าวต่อไปอย่างสดใส พบกับศิลปิน อะตอม ชนกันต์, โรส ศิรินทิพย์, Season Five, ตู่ ภพธร, ป๊อบ ปองกูล, แสตมป์ อภิวัชร์, Klear และ 25 Hours ชวนแฟนคลับเวบไซต์ music.mthai.com ร่วมสนุกชิงบัตรคอนเสิร์ต Season of Love Song 6.1 : Singing in the rain ในวันเสาร์ที่ 13 สิงหาคม 2559 ณ แรนโช ชาญวีร์ รีสอร์ทแอนด์คันทรีคลับ จ. นครราชสีมา เพียงตอบคำถามดังนี้… Loading... ผู้โชคดีที่ตอบคำถามได้ถูกต้องและถูกใจทีมงาน จะได้รับบัตรคอนเสิร์ต Season of Love Song 6.1 : Singing in the rain จำนวน 5 รางวัล (มูลค่าใบละ 1,200 บาท / รางวัลละ 2 ใบ) ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม เวลาเที่ยงตรง โดยทางทีมงานจะประกาศผลผู้โชคดีทางเว็บไซต์ music.mthai.com ภายในวันที่ 5 สิงหาคมนี้ และจัดส่งของรางวัลให้ทางไปรษณีย์ การตัดสินของทีมงานถือเป็นที่สิ้นสุด

Room39 ส่งเพลงใหม่
Room39 /  อย่าให้ฉันคิด"

   ปล่อยเพลงเศร้าเรียกน้ำตากันแบบท่วมประเทศถึง 3 เพลงติด สำหรับวง Room39 ตั้งแต่เพลงความจริง, Restart และล่าสุดก็มาถึงคิวของนักร้องสาวคนเดียวของวง มน Room39 ที่เพิ่งปล่อยมิวสิควิดีโอเพลง “อย่าให้ฉันคิด” ให้แฟนเพลงได้ชมเพียงไม่กี่วัน ยอดวิวก็พุ่งทะยานไปแตะหลักล้านเป็นที่เรียบร้อย ด้วยเนื้อเรื่องที่เป็นภาคต่อจากเพลง ความจริง ของพระเอกหนุ่ม “กรรณ สวัสดิวัฒน์” ที่ดำเนินมาถึงในส่วนของเอ็มวีเพลงนี้ ด้วยเรื่องราวรักสามเศร้าที่ทุกคนไม่เคยรู้ ในฝั่งของเพื่อนสนิทพระเอกที่คอยอยู่เคียงข้าง รับฟังปัญหาหัวใจของพระเอกมาโดยตลอด แต่เขากลับไม่เคยรับรู้เลยว่าคนๆ นี้แอบคิดไปไกลจนเกินคำว่าเพื่อน งานนี้บทสรุปของเพื่อนรักจะกลายเป็นรักเพื่อนได้หรือไม่ ต้องติดตามให้ดี    ในส่วนของตัวเพลงแฟนๆ ยังได้ฟังเสียงร้องจากมนเต็มๆ งานนี้เจ้าตัวเลยตั้งใจเต็มที่ในการถ่ายทอดเนื้อหาของคนที่อ่อนไหวและสับสนความรู้สึกที่มีต่อเพื่อนตัวเอง แต่ก็ไม่แน่ใจว่ากำลังคิดไปเองคนเดียวหรือเปล่า และยังได้ “ไก่ สุธี แสงเสรีชน” รับหน้าที่โปรดิวเซอร์ เพิ่มความเข้มข้นของดนตรีมากขึ้นจากเพลงก่อนๆ ที่มนร้อง เพื่อส่งอารมณ์ผ่านเสียงเล็กๆ ที่อยากบอกรักเพื่อน แต่ก็ทำไม่ได้

ของโคตรดี!เจ้าตี๋ บุญเกียรติ นายทวารPTTถ่ายแบบโชว์ซิกแพค
บุญเกียรติ วงค์ษาแจ่ม /  พีทีที ระยอง / 

น้ำหมากแม่ยกกระจายอีกแล้วงานนี้เมื่อ "เจ้าตี๋" บุญเกียรติ วงค์ษาแจ่ม นายทวารจาก พีทีที ระยอง ถ่ายแบบให้กับแบรนด์เสื้อผ้ายี่ห้อหนึ่ง ด้วยการอวดซิกแพคที่ทำให้สาวน้อยสาวใหญ่สาวแท้สาวไม้แท้ใจละลายไปตามๆกัน ก่อนหน้านี้ นายทวารที่ พีทีที ระยอง ยืมตัวจากสุพรรณบุรี เอฟซี ได้เข้ามาขโมยหัวใจสาวๆไปแล้ว ด้วยรูปร่างหน้าตาที่หลาอเหลาชนิดเป็นดาราและนายแบบได้สบาย แต่ล่าสุด มาด้วยพลังทำลายล้างที่มากกว่าเดิม มากขนาดไหน เชิญชม

ปรากฏการณ์ใหม่! ‎บอดี้สแลม ประกาศจัดคอนเสิร์ตแบบออร์เคสตร้า
Bodyslam /  ตูน บอดี้สแลม / 

   ทำเอาแฟนเพลงใจหายใจคว่ำ เมื่อสมาชิกของวงบอดี้สแลม โพสต์ข้อความในทำนองเดียวกัน ที่ชวนให้สงสัยว่า กำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น!!  บ้างก็ว่า วงจะแตก บ้างก็ว่า นักร้องนำ อย่าง ตูน จะขอแฟนสาวแต่งงาน แต่ยังไงก็ตาม แฟนๆขอภาวนาอย่าให้เป็นข่าวร้าย ล่าสุด บอดี้สแลมก็ได้ออกมาแถลงข่าว เฉลยแล้วว่า สิ่งที่พวกเขาโพสต์แบบมีความนัย คือการหยอดล้อแฟนเพลงแบบขำๆ พร้อมกันนี้พวกเขากำลังจะมีคอนเสิร์ตครั้งยิ่ง ที่น่าตื่นเต้นรออยู่    กับคอนเสิร์ต CHANG MUSIC CONNECTION PRESENTS THE GRANDSLAM LIVE BODYSLAM‬ WITH THE ORCHESTRA คอนเสิร์ตที่จะรวมเอา วงออร์เคสตรากว่า 50 ชีวิต มาบรรเลงเพลงยอดฮิตประจำวงตั้งแต่อัลบั้มแรก ในรูปแบบที่ไม่เคยมีใครได้ยินได้ฟัง ทุกคนจะได้สัมผัสกับประสบการณ์ใหม่แบบครบรส ครบเครื่อง ทั้งร็อก และออร์เคสตรา จาก Siam Sinfonietta (สยามซินโฟนิเอตต้า) พร้อมด้วยวาทยกรระดับโลก ทฤษฎี ณ พัทลุง และมิวสิกไดเร็กเตอร์คู่ใจ พูนศักดิ์ จตุระบุล หรือ อ๊อฟ Big Ass และที่ขาดไม่ได้คือทุกคน เพราะ #ไม่มีทุกคนไม่มีบอดี้สแลม แฟนเพลง บอดี้สแลม ห้ามพลาด! CHANG MUSIC CONNECTION PRESENTS THE GRANDSLAM LIVE BODYSLAM‬ WITH THE ORCHESTRA จัด ณ เมืองไทย GMM LIVE HOUSE @ CENTRAL WORLD รอบยืน วันที่ 2 และ 9 ตุลาคม บัตรราคา 1,200 บาท และรอบนั่ง วันที่ 1 และ 8 ตุลาคม บัตรราคา 1,200 / 1,500 / 2,000 / 2,500 และ VIP 3,500 บาท เปิดจำหน่ายบัตรวันแรก 29 กรกฎาคม ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขา และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.facebook.com/bodyslamband มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com