ม็อบคนไทยหัวใจรักชาติ

เห่อลูกไม่รู้จบ...เม้าท์มอย หนุ่ม ทิ้งวงการเลี้ยงเบบี๋
หนุ่ม กรรชัย /  เมย์ เฟื่องอารมย์ / 

ยังคงปลื้มปริ่มไม่เลิกค้าาา...สำหรับคุณพ่อลูกอ่อนอย่าง หนุ่ม กรรชัย ที่จนป่านนี้แล้วก็ยังเห่อ น้องมายู ลูกสาวคนแรกไม่มีสร่าง งานนี้อดดีใจแทน สาวเมย์ ภรรยาคนสวยของหนุ่มเจ้าไม่ได้ ที่นอกจากจะได้ลูกน้อยสุดน่ารักน่าชังแล้ว ยังปราบเสืออย่างนายหนุ่มให้เป็นแมวเชื่องๆ ได้อีกด้วย ยิ่งเห็นโมเม้นต์เห่อลูกไม่รู้จบแบบนี้ ยิ่งน่ายินดีโห่ร้องให้ก้องโลก ล่าสุดไม่รู้เพราะปลื้มใจกับลูกสาวคนแรกอย่างสุดจะบรรยายหรือเปล่า ถึงทำให้นักแสดงมากฝีมือที่พ่วงตำแหน่งคุณพ่อมือใหม่แทบจะลาวงการมาทำหน้าที่เลี้ยงเบบี๋ให้รู้แล้วรู้รอด ทั้งที่ช่วงหลังๆ ก็ไม่ค่อยได้รับงานละครแล้วก็เถอะ แหมๆๆ มีโซ่ทองไว้คล้องใจแล้วอะไรๆ มันดีเริ่ดแบบนี้ น่าจะมีกันซะตั้งนานแล้วนะเนี่ย "จริงๆ ก็ไม่ได้รับละครมานานแล้วครับ คือไม่ใช่เพราะว่าช่วงนี้วุ่นๆ อยู่กับครอบครัว อยู่กับลูกอย่างเดียวหรอก แต่คิดว่าตัวเองไม่ไหวกับการแสดงแล้ว อยู่วงการมานานไง ให้น้องๆ รุ่นใหม่ได้เล่นดีกว่า แต่ก็ไม่แน่นะ ถ้าเจอบทดีๆ ถูกใจก็อาจจะเล่น ส่วนเรื่องลูกเรื่องครอบครัวนั้นแน่นอนอยู่แล้ว อยากมีเวลาให้เขาเยอะๆ" หนุ่ม กรรชัย หนุ่ม กรรชัย หนุ่ม กรรชัย

ที่พักหลักร้อย สวยสุดคุ้ม คุณภาพเกินราคา
ข้อมูลโรงแรมที่พัก /  ที่พักราคาถูก / 

จะไปเที่ยวแต่ละทริป ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง บางครั้งก็ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ไหนจะค่ากิน ค่าจับจ่ายซื้อของ และที่สำคัญ สิ่งที่ดูดเงินเราจากการท่องเที่ยวมากที่สุด ก็คือค่าโรงแรมที่พัก วันนี้ travel.mthai.com จึงขอเสนอทางเลือกที่จะทำให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว กับ ที่พักหลักร้อย สวยสุดคุ้ม คุณภาพเกินราคา เอาเงินในการจ่ายค่าโรงแรมแพงๆ ไปใช้กับค่าท่องเที่ยวและกินอาหารเลิศรส น่าจะเวิร์คกว่า ที่พักหลักร้อย สวยสุดคุ้ม คุณภาพเกินราคา 1. Sleep Box Hotel  ,  เชียงใหม่ Sleep Box Hotel โรงแรมสุดเจ๋ง ในจังหวัดเชียงใหม่ ที่นำตู้คอนเทนเนอร์มา renovate ใหม่ จนกลายมาเป็นที่พักสุดชิคขวัญใจนักท่องเที่ยว การตกแต่งเน้นสไตล์โมเดิร์นในตู้คอนเทนเนอร์ที่ดูเรียบง่าย แต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันไม่แพ้โรงแรมใหญ่ๆ 2. Sugar Beat  ,  พัทยา Sugar Beat ห้องพักน่ารักสไตล์โมเดิร์น ที่คุณผู้หญิงจะต้องชอบ มีให้เลือกทั้งแบบเป็นห้อง และบ้านเป็นหลัง เน้นด้วยสีสัน เช่น ห้องสีชมพู สีส้ม สีเหลือง กระตุ้นความสดชื่นให้นักท่องเที่ยว เสริมความเก๋ด้วยลวดลายวินเทจหวานๆ และการันตีความประทับใจจากผู้เข้าพักที่ยอมรับในเรื่องความสะอาด 3. ฟูเลเกสต์เฮาส์  ,  หัวหิน ฟูเลเกสต์เฮาส์ บ้านพักติดทะเลใจกลางเมืองหัวหิน จากบ้านไม้ชั้นเดียวของชาวประมง ถูกดัดแปลงเป็นเกสต์เฮาส์อันแสนเรียบง่าย โดยตัวบ้านจะยื่นออกไปฝั่งทะเลหัวหิน มีห้องพักให้เลือกถึง 20 ห้อง ครบทุกแบบตั้งแต่ห้องพัดลม ห้องแอร์ ไปจนถึงห้องที่มีระเบียงติดผืนทราย ชมวิว ชมพระอาทิตย์ตกดินแบบเอ็กซ์คลูซีฟ 4. Sino Imperial  ,  ภูเก็ต Sino Imperial โรงแรมดีไซน์เก๋ใจกลางเมืองภูเก็ต ที่นำเอากลิ่นอายชิโนโปรตุกีสมาผสมผสานอย่างเนียนตา โดดเด่นทั้งผนังและเพดานลายฉลุสีขาวดูโล่ง โปร่งสบาย ไฮไลท์ของที่นี่ต้องยกให้เรื่องสีสัน ไม่ว่าจะเป็นตัวห้องพักที่มี Theme ให้เลือกทั้งสีเทา ฟ้า แดง เหลือง เขียว ยิ่งในช่วงค่ำคืนบริเวณทางเดินในโรงแรมและตัวตึกด้านนอกจะเปิดแสงไฟหลากสีสัน สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้เข้าพักได้เป็นอย่างดี แถมยังมีระเบียงสวยๆ ให้ยืนดื่มด่ำ ชมวิวเมืองภูเก็ตอย่างสบายอารมณ์ 5. บ้านกรชมพู  ,  สวนผึ้ง บ้านกรชมพู ตอบโจทย์บ้านพักราคาประหยัดให้คุณแบบเต็มๆ เริ่มจากทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้ตัวเมืองสวนผึ้ง ราชบุรี ตลาด ร้านอาหาร ที่เที่ยว จะหาของกินหรือไปที่ไหนก็เดินทางไม่ไกล สำหรับบ้านพักก็ขนาดกำลังดี การันตีความสะอาด มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้พอเพียง ที่สำคัญการตกแต่งก็ทำได้น่ารักเน้นสีสันน่ารักหวานแหวว 6. The River Hotel  ,  นครพนม The River Hotel จังหวัดนครพนม โรงแรมที่ดูดีทั้งหน้าตา และคุณภาพ ราคา เกินคุ้ม ไฮไลต์สำคัญที่สะกดนักท่องเที่ยว คือทัศนียภาพอันงดงามของลำน้ำโขง ที่ตั้งอยู่ติดกับโรงแรม จนคุณต้องร้อง ว้าววว !! เพราะมีความสุขที่ได้เห็นวิวตั้งแต่ในห้องพัก บรรยากาศโรแมนติกยิ่งทวีคูณ เมื่อแสงสีทองของดวงอาทิตย์ กำลังเคลื่อนลับขอบฟ้า สะท้อนเป็นริ้วที่หาดทรายทองศรีโคตรบูรณ์ 7. บ้านไร่ลบินเอย  ,  เขาใหญ่ บ้านไร่ลบินเอย รีสอร์ทอบอุ่นขนาดกะทัดรัด บรรยากาศเหมือนกำลังพักผ่อนในหมู่บ้านฟาร์มยุโรปแถบชนบท สะดุดตาด้วยสีสันสดใสของตัวบ้านแต่ละหลัง ซึ่งมีชื่อเรียกแสนไพเราะ ไม่แพ้หน้าตา อย่างเหลืองไม้แก้ว, ม่วงเช้า, พวงแสด และเฟื่องฟ้า การันตีความเงียบสงบเป็นส่วนตัว เพราะมีบ้านเพียง 4 หลังเท่านั้น ! 8. Happynest Hostel  ,  เชียงราย Happynest Hostel ทีพักสไตล์โฮสเทล ที่ดีไซน์ออกมาได้อย่างครีเอทเกินราคา ชนิดไม่เชื่อสายตาว่านี่คือโรงแรมหลักร้อย ? ตกแต่งในแบบ Minimalist ฉบับชาวญี่ปุ่น เน้นงานไม้และสีน้ำตาลอ่อนสบายตา สะท้อนเสน่ห์เรียบง่ายฉบับล้านนาแต่แฝงความมีรสนิยมอย่างลงตัว Lobby หลังคาสูงโปร่ง ใส่ความเป็นเชียงรายเพิ่มเข้าไปด้วยของท้องถิ่น ส่วนห้องพักก็สะอาดสะอ้าน มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รับรองว่าคุณต้องประทับใจ ขอบคุณที่มา : www.painaidii.com  ,  เรียบเรียงโดย : Travel MThai

สังสัยจะแย่! แค่ไม่ถึงเดือน คลังหั่น 'จีดีพี' ปีนี้เหลือ 3.9%
การส่งออก /  คลัง / 

เศรษฐกิจไทยส่อแววไม่ถึงฝัน 'คลัง' ออกโรงหั่น 'จีดีพี' ตั้งแต่ต้นปีเหลือโต 3.9% จากเดิมคาดโต 4.1% จากแนวโน้มการส่งออกที่ยังไม่ฟื้น ตามเศรษฐกิจโลกที่ซบเซา นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. เปิดเผยว่า ได้มีการปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 58 มีแนวโน้มขยายตัวที่ 3.9% จากเดิมที่คาดโต 4.1% โดยได้รับแรงกดดันจากการส่งออกที่ชะลอตัว จากความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากโครงการลงทุนยกระดับโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ด้านการคมนาคมขนส่ง เม็ดเงินจากงบกลางที่กันไว้เบิกจ่ายเหลื่อมปี และงบไทยเข้มแข็ง การลงทุนของรัฐวิสาหกิจที่เบิกจ่ายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับอุปสงค์จากต่างประเทศคาดว่าจะขยายตัวดีขึ้นจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นภายหลังสถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศคลี่คลายลง นอกจากนี้ การบริโภค และการลงทุนภาคเอกชนคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น ตามภาวะเศรษฐกิจภาพรวมที่ฟื้นตัวขึ้น และนโยบายภาครัฐที่มีความชัดเจน ซึ่งจะส่งผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนและผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นตาม ในด้านเสถียรภาพภายในประเทศ คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 58 จะอยู่ที่ร้อยละ 0.9 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 0.4 – 1.4) ลดลงจากปีก่อนหน้า ตามแนวโน้มราคาน้ำมันดิบ และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกที่มีทิศทางลดลง เนื่องจากอุปทานที่มากกว่าอุปสงค์ในตลาดโลก สำหรับเศรษฐกิจไทยในปี 57 คาดว่าจะสามารถขยายตัวได้ร้อยละ 0.7 ชะลอลงจากปีก่อนหน้าที่ขยายตัวร้อยละ 2.9 โดยมีสาเหตุหลักจากการส่งออกสินค้า และบริการที่มีแนวโน้มหดตัว ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ล่าช้า ติดตามข่าวสาร 'การคลัง' คลิ๊กเลย>>>>>>> ขอบคุณภาพจาก http://www.phuketimes.com MThai News

สุริยะใส แนะ คสช. อย่าหลงกลเกมอเมริกา
กฎอัยการศึก /  คสช. / 

สุริยะใส กตะศิลา โพสต์เฟซบุ๊ก ต่อกรกับอเมริกาอย่าใช้แค่ วาทกรรม แนะ คสช. อย่าหลงเล่น เกมขุดบ่อล่อปลา ของอเมริกา นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ในวันนี้ (29 ม.ค.58) แสดงความเห็นถึงกรณีที่นายแดเนียล รัสเซล ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ประจำประเทศสหรัฐอเมริกา ได้แสดงความคิดเห็นต่อประเด็นทางการเมืองของประเทศไทย ทั้งการใช้กฎอัยการศึก รวมถึงการตัดสินถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรีของ สนช. ว่า ต่อกรกับอเมริกา อย่าใช้แค่ "วาทกรรม" การกระทบกระทั่งระหว่างทางการไทยกับสหรัฐอเมริกา ล่าสุดการเดินทางมาเยือนของ นายแดเนียล รัสเซล ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ที่วิพากษ์วิจารณ์การเมืองไทยแบบดุเด็ดเผ็ดมัน กระทั่งเรียกร้องให้ไทยยกเลิกกฎอัยการศึกนั้น ไม่แปลกถ้าจากนี้ไปสหรัฐฯ จะกดดันไทยมากขึ้น ตราบใดที่ คสช. ยังไม่ประกาศและกำหนดวันเลือกตั้งที่ชัดเจน ยิ่ง คสช. อยู่ไปเรื่อย ๆ แบบนี้ ยิ่งไม่เป็นที่พอใจของสหรัฐฯ เพราะดุลความสัมพันธ์ทางผลประโยชน์ที่เสียเปรียบแล้ว คสช. ยังโน้มเอียงสัมพันธ์กับจีนมหาอำนาจอีกขั้วมากขึ้น และเป็นเรื่องยากหรือเป็นไปไม่ได้เลยที่สหรัฐฯ จะเปลี่ยนท่าทีมาหนุน คสช. ด้วยเหตุนี้จึงป่วยการที่ คสช. จะคาดหวังเช่นนั้น และลำพังทางการไทยตอบโต้ชี้แจงใด ๆ ไปก็คงไม่มีอะไรดีขึ้นเท่าไรนัก การวางน้ำหนักต่อปัญหานี้ คสช. จึงพึงระวัง "เกมขุดบ่อล่อปลา" อย่าไปอยู่ในเกมที่เราเสียเปรียบ เพราะในทางสากลรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร พูดให้ตายยังไงก็ไม่มีใครเชื่อว่าเป็นรัฐบาลประชาธิปไตย เพราะประชาธิปไตยในทางสากลบางครั้งก็หละหลวมและนิยามแคบ ๆ แค่การเลือกตั้ง แต่ไม่ไปดูบริบทสังคมการเมืองในประเทศนั้น ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น ร้ายไปกว่านั้นบางประเทศยังใช้ประชาธิปไตยที่บิดพริ้ว และสิทธิมนุษยชนที่บิดเบือนเป็นเครื่องมือกดดันประเทศอื่นจนถูกเปิดโปงก็มี ฉะนั้นน้ำหนักที่ คสช. ควรวางในยามนี้ ช่วงนี้ และนาทีนี้จึงอยู่ที่ผลงาน คสช. บริหารประเทศได้ดีขึ้นหรือไม่ ประชาชนอยู่ดีกินดีหรือไม่ ปฏิรูปก่อนเลือกตั้งเป็นรูปธรรมหรือไม่ ปรองดองเป็นไปได้หรือไม่ ฯลฯ การแจกแจงทำความเข้าใจ กระทรวงการต่างประเทศก็ต้องทำหน้าที่ไป แต่สุดท้ายคนไทยจะตัดสินว่า การดำรงอยู่ของ คสช.- รัฐบาล ทำให้ประเทศน่าอยู่ขึ้นหรือไม่ มีความหวังและคืนความสุขได้จริง ๆ หรือไม่ ลำพังการตอบโต้ ผลิตโวหาร สร้างวาทกรรมซัดกันไปมาหรือปลุกกระแสชาตินิยมอาจไม่ขลังเหมือนในอดีต โลกเปลี่ยนไปเยอะ ที่สำคัญถ้าไม่มีผลงานหลังพิงจากคนไทยด้วยกันหดหาย พ่ายทั้งบนเวทีโลกและแพ้ตั้งแต่อยู่ในบ้าน MThai news

เพลงSpeak Now - Taylor Swift (ซับไทย อังกฤษ)
taylor swift

https://www.facebook.com/taesubthai ติตตามเพจนี้นะค่ะ เพจตัวเองค่ะ ^^

บัตรประชาชน ทำนายดวงเนื้อคู่
ดวงความรัก /  ดวงเนื้อคู่ / 

รู้กันหรือเปล่าว่า บัตรประชาชน ก็สามารถ ทำนายรัก ดวงเนื้อคู่ ของเจ้าของบัตรได้ โดยใช้ตัวเลขของบัตรครับ Horoscope.Mthai.com ได้นำข้อมูลนี้มาบอกกัน จะแม่นขนาดไหนต้องลองไปดูกันครับ สำหรับ วิธีการเล่น ให้นำเลข 3 ตัวสุดท้ายของเลข บัตรประจำตัว ประชาชนของคุณ มาบวกกันจนเหลือตัวเดียว ตัวอย่าง เช่น 3 6499 00175 59 0 นำ 5 + 9 + 0 = 14 นำ 1 + 4 = 5 เมื่อได้เลขตัวเดียวแล้ว ก็ไปดูกันได้เลยว่า ดวงเนื้อคู่ ของคุณจะมีลักษณะอย่างไร เลข 1 เป็น คนรักศักดิ์ศรีมาก เด็ดเดี่ยว กล้าทำ กล้าแสดงออก เป็นผู้นำที่ดี เรื่องความรักค่อนข้างละเอียดอ่อน ถือความรักเป็นใหญ่ ลงทุนเพื่อความรักได้ทุกอย่าง เลข 2 เป็น คนไม่ชอบอยู่คนเดียว ค่อนข้างใจอ่อน มักมีคนมาหาเพื่อตักตวงผลประโยชน์ ความรักหวานแหววจนทำให้คนอื่นอิจฉา มีเสน่ห์ต่อเพื่อนตรงข้ามมาก เพื่อนฝูงรักใคร่ เลข 3 เนื้อคู่ของคุณไม่ค่อยดีนัก เพราะมีปัญหาต่างๆ เข้ามาในชีวิตอยู่เรื่อย เรื่องความรักต้องระวังมือที่สาม มักมีคนมาทำให้แตกแยก ควรใส่ใจคู่รักของคุณ แม้จะมีปัญหาเข้ามามาก แต่ก็จะผ่านไปได้เสมอ เลข 4 กล้าทำ กล้าแสดงออก กล้าตัดสินใจ เรื่องความรักจัดว่าดีทีเดียว มีเพศตรงข้ามให้ความสนใจเสมอ ความรักจะทำให้ชีวิตคุณดีขึ้น เลข 5 เป็น คนที่หยิ่งในตนเอง ไม่ชอบพึ่งพาใคร มักจะช่วยเหลือตัวเองมากกว่า ค่อนข้างเป็นคนคิดมาก เรื่องความรักเลขนี้มีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้ามมาก แต่อย่าเลือกมากเกินไป ถ้ารอนานแล้วอาจจะรอเก้อ เลข 6 ไมมีปัญหาอะไรมากนักเอาตัวรอดได้ตลอดเวลา พยายามแต่งตัวดีๆ เข้าไว้จะดึงดูดสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิตคุณ เรื่องความรักไม่มีปัญหาอะไร ต้องเลือกคนที่ดีที่สุดให้ตัวเอง คนหมายเลขนี้ไม่ค่อยอยู่เป็นโสดนานนัก เลข 7 เป็น คนที่ชอบเดินทางอยู่เสมอ เรื่องชีวิตดี แต่ความรักทำให้ปวดหัวบ่อยๆ ไม่ค่อยลงรอยกับคู่นัก อยู่ติดกันแล้วจะมีปากเสียง พยายามอยู่ห่างๆ กันบ้างก็ดี เลข 8 เป็นคนขยัน กล้าตัดสินใจ เปิดเผย และไขว่คว้าสิ่งดีๆ เรื่องความรักไม่มีปัญหา แต่บางที่สนุกจนลืมคนรัก ต้องให้เวลาคนรักบ้าง เลข 9 ไม่ ว่าเค้าจะทำอะไรก็จะประสบความสำเร็จอยู่เสมอ ไม่ต้องพึ่งคนอื่นมากนัก เรื่องความรักต้องระวังหน่อย เพราะจะทำให้ปวดหัว มีมือที่สามมาให้ยุ่งยาก ขอบคุณข้อมูลจาก variety.teenee.com

'ไอเอส' เบนเข็มขู่ตัดคอ 'นักบินจอร์แดน' หากไม่ได้มือระเบิดอิรัก
ฆ่าตัดคอ /  จอร์แดน / 

'ไอเอส' เบนเข็มขู่ฆ่าตัดคอ 'นักบินจอร์แดน' หากไม่ได้มือระเบิดอิรัก ด้านญี่ปุ่นเชื่อ จอร์แดนจะยอมช่วยตัวประกันทั้งสอง ได้ทันก่อนเส้นตาย พระอาทิตย์ตกที่ 'โมซูล' สำนักข่าว 'เอเอฟพี' รายงานข่าวว่า กลุ่มรัฐอิสลาม หรือ ไอเอส กลับคำหันมาขู่ตัดคอ 'นักบินชาวจอร์แดน' ที่ถูกจับกุมไว้ทันที หากจอร์แดนไม่ยอมปล่อยตัว 'ซาจิดา อัล-ริชาวี' มือระเบิดหญิงชาวอิรักก่อนพระอาทิตย์ตกดินวันพฤหัสบดีนี้ (29 ม.ค.) เพื่อแลกเปลี่ยนกับ เคนจิ โกโตะ ตัวประกันอีกคนที่เป็นนักข่าวชาวญี่ปุ่น ด้านรัฐบาลญี่ปุ่นระบุว่า ยังวางใจรัฐบาลจอร์แดนจะยอมช่วยเหลือ ถึงแม้ก่อนหน้านี้ จอร์แดนประกาศขอแลกตัวนักโทษกับ อยโทมูอาห์ อัล-คัสซัสเบห์ นักบินของตนเท่านั้นก็ตาม โดยหลังจากจอร์แดนยื่นข้อเสนอในวันพุธ (28 มค.) ว่าจะปล่อยตัวมือระเบิดหญิงชาวอิรักเพื่อแลกกับนักบินจอร์แดน ปรากฏว่าในคืนวันเดียวกันได้มีคลิปเสียงเผยแพร่ผ่านบัญชีทวิตเตอร์ซึ่งเชื่อมโยงกับไอเอส ที่รัฐบาลญี่ปุ่นเชื่อว่าเป็นเคนจิ โกโตะ นักข่าว ในคลิปเสียงระบุว่า จอร์แดนต้องนำตัวมือระเบิดหญิง ไปส่งที่ด่านชายแดนตุรกีก่อนพระอาทิตย์ตกดินวันพฤหัสบดี โดยดูจากพระอาทิตย์ตกในเมืองโมซูล เมืองใหญ่ที่สุดที่ไอเอสยึดครองในอิรัก ทั้งนี้เพื่อแลกกับชีวิตโกโตะ ไม่เช่นนั้นไอเอสจะสังหารคัสซัสเบห์ อย่างไรก็ดี ไม่มีการระบุชัดเจนว่า ชะตากรรมของโกโตะจะเป็นอย่างไร หากนักโทษหญิงอิรักไม่ได้รับการปล่อยตัว ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นติดต่ออย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลจอร์แดน ซึ่งรวมถึงตุรกี จอร์แดน และอิสราเอล ด้านนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ประกาศต่อสมาชิกรัฐสภาว่า การกระทำของกลุ่มก่อการร้ายที่ชั่วร้ายนี้ไม่สามารถอภัยให้ได้โดยเด็ดขาด ขณะเดียวกัน จุงโกะ อิชิโดะ มารดาของโกโตะ เรียกร้องอีกครั้งให้รัฐบาลช่วยเหลือบุตรชายของตน ทั้งนี้ เมื่อวันพุธ โมฮัมเหม็ด อัล-โมมานี โฆษกรัฐบาลจอร์แดน แถลงว่า พร้อมแลกตัวอัล-ริชาวีกับนักบินของตน โดยไม่พาดพิงถึงโกโตะแต่อย่างใด แม้ก่อนหน้านั้นมีรายงานว่า จอร์แดนจะช่วยเหลือทั้งตัวประกันจอร์แดน และญี่ปุ่น อย่าไรก็ตามการปล่อยตัวนักโทษหญิงผู้นี้จะถือเป็นการละเมิดแนวทางการต่อต้านการก่อการร้ายอย่างแข็งกร้าวของจอร์แดน ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่ร่วมโจมตีไอเอสในอิรัก และซีเรียภายใต้การนำของอเมริกา ในทางกลับกัน หากจอร์แดนยอมปล่อยตัวอัล-ริชาวีจริง จะถือเป็นความสำเร็จสำคัญของไอเอสที่ไม่เคยเรียกร้องการปล่อยตัวนักโทษมาก่อน ขณะที่อเมริกา พันธมิตรสำคัญของจอร์แดน ได้คัดค้านให้มีการเจรจากับกลุ่มก่อการร้ายโดยเด็ดขาด ส่วนกษัตริย์อับดุลเลาะห์ที่ 2 ของจอร์แดนกำลังเผชิญกระแสกดดันอย่างหนักให้นำตัวนักบินกลับบ้านอย่างปลอดภัย พ่อของคัสซัสเบห์เผยว่า ได้เข้าเฝ้ากษัตริย์จอร์แดนเมื่อวันพุธ และทรงยืนยันว่า สถานการณ์นี้จะได้รับการคลี่คลาย ติดตามความเคลื่อนไหว 'ไอเอส' คลิ๊กเลย>>>>>>> MThai News

มารู้จักทัพ หนังสร้างจากเรื่องจริง ที่ยึดครองเวทีออสการ์ 2015
American Sniper /  Base on true story / 

คงปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าในรายชื่อภาพยนตร์ผู้เข้าชิง ออสการ์ 2015 นี้ บรรดา หนังสร้างจากเรื่องจริง ได้ยพากันยึดแทบทุกสาขา โดยเฉพาะสาขา ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ที่เข้าไปถึง 4 เรื่อง จาก 8 เรื่อง (และแอบอิงเรื่องจริงอีก 1 เรื่อง) ไม่ว่าจะโดยบังเอิญหรือไม่กับปรากฏการณ์ Base in true Story วันนี้ เราจะพาคุณผู้ชมไปรู้จักบรรดา หนังสร้างจากเรื่องจริง เหล่านี้ พร้อมเทียบระหว่างนักแสดงกับตัวจริงให้ดูกันชัดๆ ไปเลย Foxcatcher ปล้ำแค่ตาย สาขาที่เข้าชิง: ผู้กำกับยอดเยี่ยม, นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม, นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม, บทดั้งเดิมยอดเยี่ยม, แต่งหน้าและทำผมยอดเยี่ยม สร้างจากคดีสะเทือนวงการมวยปล้ำอเมริกา ของสองพี่น้องนักมวยปล้ำดาวรุ่ง เดฟ และ มาร์ค ชูทส์  โดยได้รับการสนับสนุนจากมหาเศรษฐี จอห์น ดู ปองท์ ในชื่อทีม Foxcatcher แต่ก่อนจะได้เป็นเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก เดฟ ชูทส์ กลับถูกฆาตกรรมด้วยน้ำมือผู้สนับสนุนของเขาเอง  สตีฟ คาร์เรล / จอห์น ดู ปองท์ ตัวจริง แชนนิ่ง ทาทัม และ มาร์ค รัฟฟาโล่  / เดฟ และ มาร์ค ชูทส์ ตัวจริง ------------------------------- Unbroken คนแกร่งหัวใจไม่ยอมแพ้ สาขาที่เข้าชิง: กำกับภาพยอดเยี่ยม, ผสมเสียงยอดเยี่ยม, ตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม ดัดแปลงจากจากหนังสือขายดี ของ Unbroken: A World War II Story of Survival, Resilience, and Redemption เขียนโดย ลอรา ฮิลเลนแบรนด์ บันทึกเรื่องจริงที่ดราม่าและโหดเสียยิ่งกว่านิยาย ของ หลุยส์ แซมเพอรินี ฮีโร่สงครามและโอลิมปิก ที่ประสบเหตุเครื่องบินตกกลางทะเลขณะไปรบ และต้องเอาตัวรอดด้วยการลอยแพ พร้อมลูกเรืออีก 2 คนอยู่นานถึง 47 วัน ก่อนจะถูกทหารญี่ปุ่นจับไปไว้ในค่ายกักกันอันโหดร้าย แจ็ค โอ’ ดอนเนลล์ / หลุยส์ แซมเพอรินี ตัวจริง  ------------------------------- The Imitation Game ถอดรหัสลับ อัฉริยะพลิกโลก สาขาที่เข้าชิง: ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม, นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม, นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม, บทดัดแปลงยอดเยี่ยม, ออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม, ตัดต่อภาพยอดเยี่ยม, ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม จากชีวประวัติที่บันทึกในหนังสือ Alan Turing: The Enigma เขียนโดย แอนดรูว์ ฮอดจส์ เรื่องราวของ อลัน ทัวริง นักคณิตศาสตร์อัจฉริยะ ผู้สร้างเครื่องถอดรหัส อีนิกมา อันลือลั่นของนาซี และพลิกโฉมสงครามโลกครั้งที่ 2 นำชัยชนะมาสู่ฝ่ายสัมพันธมิตร แต่เขากลับถูกรัฐบาลอังกฤษตั้งข้อหา เพราะอัจฉริยะผู้นี้เป็นรักร่วมเพศ ซึ่งผิดกฎหมายในสมัยนั้นอย่างรุนแรง เบเนดิคต์ คัมเบอร์แบช / อลัน ทัวริง ตัวจริง ------------------------------- The Theory of Everything ทฤษฏีรักนิรันดร สาขาที่เข้าชิง: ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม, นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม, บทดัดแปลงยอดเยี่ยม, ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม ดัดแปลงจากหนังสือ Traveling to Infinity : My Life with Stephen เขียนโดย เจน ฮอว์กิ้ง บันทึกความจริงของช่วงเวลาที่เธอได้อยู่กับ สตีเฟ่น ฮอว์กิ้ง นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก ที่ป่วยเป็นโรคเซลล์ประสาทสั่งการเสื่อม และแพทย์วินิจฉัยว่าเขาจะมีชีวิตอยู่ได้อีก 2 ปีเท่านั้น แต่ก็ได้ เจน ฮอว์กิ้ง แฟนสาวผู้ไม่เคยหวั่นไหว ทั้งสองแต่งงานกัน โดยที่สตีเฟ่นไม่ย่อท้อในการต่อสู้กับโรคร้าย ทั้งคู่สร้างครอบครัว และเริ่มต้นสร้างผลงานใหม่ทางด้านการแพทย์และวิทยาศาสตร์มากมาย และอยู่มาจนถึงศตวรรษที่ 21 ซึ่งเป็นสิ่งยิ่งใหญ่กว่าทั้งคู่เคยนึกฝันไว้ เอ็ดดี้ เรดเมย์น และ เฟลิซิตี้ โจนส์ / สตีเฟ่น และ เจน ฮอว์กิ้ง ตัวจริง ------------------------------- American Sniper อเมริกัน สไนเปอร์ สาขาที่เข้าชิง: ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม, บทดัดแปลงยอดเยี่ยม, ตัดต่อภาพยอดเยี่ยม, ผสมเสียงยอดเยี่ยม, ตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม สร้างขึ้นจากหนังสือในชื่อเดียวกัน เขียนโดย คริส ไคล์ ร่วมกับ จิม เดอเฟอไลซ์ และ สก็ตอต์ แม็คอีเวน ถ่ายทอดช่วงเวลชีวิตของ คริส ไคล์ ตั้งแต่วัยเด็กผู้รักการเป็นคาวบอย ก่อนจะเติบโตขึ้นและเข้าร่วมหน่วยซีล ก่อนเป็นพลซุ่มยิ่งที่ออกปฏิบัติการในสงครามอิรัก และกลายเป็นตำนานที่เด็ดหัวศัตรูไปมากมาย แบรดลีย์ คูเปอร์ / คริส ไคล์ ตัวจริง ------------------------------- Wild สาขาที่เข้าชิง: นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม, นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม ดัดแปลงจากหนังสือขายดี Wild: From Lost to Found on the Pacific Crest Trail ที่ เชอริล สเตรย์ด เขียนขึ้น หลังจากที่เธอไปใช้ชีวิตผจญภัย อันเนื่องมาจากแม่เสียชีวิต และชีวิตแต่งงานล่มสลาย เชอริล สเตรย์ด สิ้นหวังและหันไปเสพยา ก่อนจะตัดสินใจออกผจญภัยด้วยตัวคนเดียว ด้วยการเดินเท้าข้ามทะเลทรายกว่า 1,100 ไมล์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เธอมีชีวิตที่ดีขึ้นอีกครั้ง รีส วิทเธอร์สปูน / เชอริล สเตรย์ด ตัวจริง -------------------------------   Selma สาขาที่เข้าชิง: ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, เพลงประกอบยอดเยี่ยม จากเรื่องจริงที่ต้องบันทึกเป็นประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่ของอเมริกา ถ่ายทอดเรื่องราวในปี 1965 เกิดความขัดแย้งทาางสีผิวอย่างรุนแรง และนำไปสู่การเดินขบวนประท้วงเพื่อเรียกร้องสิทธิในการเลือกตั้งของคนผิวสี จากเซลมาไปมอนต์โกเมอรี เมืองหลวงของรัฐอลาบามา ซึ่งนำโดย มาร์ติน ลูเธอร์ คิง เดวิด โอเยโลโว / มาร์ติน ลูเธอร์ คิง ตัวจริง ------------------------------- Mr.Turner สาขาที่เข้าชิง: ออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม, กำกับภาพยอดเยี่ยม, เครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม, ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม สร้างจากเรื่องจริงในศตวรรษที่ 19 ช่วงเวลา 25 ปีสุดท้าย ของศิลปินหัวขบถชาวอังกฤษ เจ เอ็ม ดับบลิว เทอร์เนอร์ ผู้แสดงท่าทีเกรี้ยวกราด ทว่าครุ่นคิดอยู่ภายใน ซึ่งบุคลิกสุดโต่งนี้ส่งผลกระทบต่อชีวิต และคนรอบข้าง แต่ในขณะเดียวกันมันก็มีผลต่อการสร้างงานศิลปะชั้นเยี่ยมมากมาย จนได้รับการขนามว่าเป็น จิตรกรแห่งแสง เลยทีเดียว   ทิโมธี สปอลล์ และ ภาพวาดเหมือนตนเอง ของ เจ เอ็ม ดับบลิว เทอร์เนอร์ ------------------------------- Birdman เบิร์ดแมน มายาดาว ** เรื่องแถม แม้จะไม่ได้สร้างจากเรื่องจริงโดยตรง แต่มันก็ประชดประชัน ชีวิตจริงของ ไมเคิล คีตัน นักแสดงนำแบบตั้งใจสุดๆ ** สาขาที่เข้าชิง: ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม, นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม, นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม, นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม, บทดั้งเดิมยอดเยี่ยม, กำกับภาพยอดเยี่ยม, ผสมเสียงยอดเยี่ยม, ตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม ไม่ได้สร้างจากเรื่องจริงของคนใดคนหนึ่ง แต่เสียดสีแบบเจ็บจี๊ด ถึงชีวิตจริงของ ไมเคิล คีตัน ที่เคยโด่งดังสุดๆ ในบทมนุษย์ค้างคาว ในภาพยนตร์ แบทแมน ฉบับของผู้กำกับ ทิม เบอร์ตัน ก่อนจะชีวิตจะร่วงไปพร้อมความฮิตของแฟรนไชส์ และแทบไม่มีเด็กรุ่นใหม่ๆ รู้จักเขาเลยเสียด้วยซ้ำโดย Birdman ถ่ายทอดเรื่องราวของอดีตนักแสดง ที่เคยโด่งดังเป็นพลุแตก จากการรับบท มนุษย์นก หรือ Birdman แต่ในวันนี้เขามาถึงจุดตกอับแบบไม่มีใครเหลียวแล และต้องดิ้นรนเอาตัวรอดด้วยการรับบทนำในละครบรอดเวย์ แต่ก็ไม่วายถูกอดีตที่เคยรุ่งโรจน์ตามหลอกหลอนอยู่อย่างนั้น ไม่ว่าตอนจบของ Birdman อดีตดาราคนนี้จะกลับมาดังได้อีกหรือไม่ แต่ในชีวิตจริงของ ไมเคิล คีตัน เขากลับมาแบบรู้จักกันทั้งโลก แถมคว้ารางวัลไปอีกอื้อซ่า สมศักดิ์ศรีรุ่นใหญ่จริงๆ ไมเคิล คีตัน ใน Birdman / ไมเคิล คีตัน ใน Batman ภาพยนตร์ทั้ง 9 เรื่องนี้ บางเรื่องฉายในบ้านเราไปแล้ว บางเรื่องก็มีกำหนดชัดเจน ในขณะที่บางเรื่องก็เงียบหายไปเฉยๆ ซึ่งในฤดูกาลก่อนออสการ์แบบนี้ หลายๆเรื่องมีโอกาสกลับมาให้ผู้ชมชาวไทยได้ชมกันแน่นอน คอหนังทุกท่านโปรดติดตามอย่าให้พลาดสักเรื่องเชียว! -----------------------------------

นายกฯ สั่งเรียก
คสช. /  นายก ประยุทธ์ / 

นายกฯ สั่งเรียก"พิชัย"รายงานตัว ปมไม่แก้ปัญหาพลังงาน ลั่น เชิญตัวได้ทุกที่แม้กรณี"สุรพงษ์" ขู๋ สื่อโดนด้วยหากเสนอข่าวไม่สร้างสรรค์ เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 29 มกราคม ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่คสช.ทยอยเรียกนักการเมืองเข้ามารายงานตัวว่า ไม่ใช่เป็นการกดดัน เพียงให้มาร่วมพูดคุย หากต้องนอนค้างคืน ก็อยู่ที่ฝ่ายมั่นคงพิจารณา กรณีรายงานว่าทหารล็อกตัวนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีฯ ที่ร้านอาหารย่านเมืองทองธานีนั้น ได้มีการกำชับห้ามออกมาพูดจาก่อความเสียหาย เมื่อฝ่าฝิน ก็เรียกมาคุนเพื่อทำความเข้าใจ ไม่จำเป็นต้องมีการออกหนังสือเป็นทางการ เพราะให้ คสช.โทรติดเชิญทุกราย และการไปเชิญตัวนายสุรพงษ์ ที่ร้านอาหาร ก็ไม่ใช่สถานการณ์ผิดปกติใด เพราะสามารถเชิญตัวได้ทุกที และหากใครจะแสดงความคิดเห็นและต้องถูกเชิญมาปรับทัศนคติ ต้องดูที่ความเหมาะสม หากพูดแล้วเกิดความเสียหายถือว่าไม่สมควร โดยเเฉพาะสื่อมวลชนที่มีปัญหามาก ถามมาก ถามหรือเขียนข่าวไม่สร้างสรรค์ ไม่อธิบายรายละเอียดเรื่องต่างๆให้ชัดเจน ก็ไม่สมควร โดยเฉพาะเรื่องเขียนโจมตีท้าท้ายรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มมือ ยังกระทำเช่นเดิมอยู่อีกหรือไม่ นอกจากนี้ จะเชิญตัวนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพราะขณะดำรงตำแหน่ง ไม่แก้ปัญหาพลังงาน ทำอะไรอยู่ ซึ่งขณะนี้มีปัญหามาก จึงต้องควรมาชี้แจง รวมถึงนายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ อดีตแกนนำเสื้อแดงและ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงพาณิชย์ พร้อม เตือน นักการเมืองหรือใครที่ออกมาพูดสร้างความเสียหาย ก็จะเชิญตัวทั้งหมด ไม่ใช่เป็นการก่อกวน แต่ เพราะความรำคาญ ส่วนหากมีการเรียกไปปรับทัศนคติแล้วกลับมายังฝ่าฝืนอีก อาจมีบทลงโทษ ทั้งเรื่องห้ามออกนอกประเทศ และระงับธุรกรรมการเงิน เป็นต้น ขอบข้อมูล มติชน  MThai News 

ถึงกับเหนื่อย! นักแสดง The Witcher 3 ต้องแสดงฉากมีเซ็กซ์ถึง 16 ชม.
The Witcher 3 /  The Witcher 3: Wild Hunt

ปัจจุบัน การ Motion Capture เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเกมส์เพื่อให้ตัวละครเกมส์มีความเสมือนจากเคลื่อนไหว เพิ่มความสมจริงมากขึ้น แน่นอนว่าการใช้เทคโนโลยีลักษณะนี้ จำต้องมีนักแสดงมาเป็นผู้แสดงเพื่อประมวลผ่านตัวละครเกมส์ แต่สำหรับเกมส์ The Witcher 3: Wild Hunt ผู้พัฒนาเกมส์เปิดเผยว่า เขาต้องใช้เวลานานกว่า 16 ชั่วโมง เพื่อกำกับฉากมีเซ็กซ์กับตัวละครในเกมส์ เพื่อตัดใช้ในเนื้อเรื่องเป็นตอนๆตลอดทั้งเกมส์ ภาพฉากมีเซ็กส์ในเกมส์ The Witcher 3 Nikolas Kolm ทีมออกแบบภารกิจเกมส์ The Witcher 3 เปิดเผยว่า สำหรับฉากมีเซ็กส์ระหว่างตัวละครเกมส์ได้ใช้เวลารวมทั้งหมด 16 ชั่วโมงในการแสดง โดยนักแสดงแทนทั้งสองคน จำเป็นต้องแสดงในฉากดังกล่าวจากหลายท่วงท่า เพื่อใช้ตลอดทั้งเกมส์ ในช่วงการพูดคุยสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง Geralt ตัวละครเอก กับคู่รักของเขานาม Yennefer แห่งอาณาจักร Vengerberg ทั้งนี้ ฉากดังกล่าวจะเกี่ยวข้องในเชิงชีวิตและอัตลักษณ์ของตัวละครเกมส์ ไม่ใช่ลักษณะทำภารกิจแล้วได้รับรางวัลและได้เห็นฉากเซ็กส์ อย่างไรก็ตาม หากผู้เล่นอยากเห็นฉากดังกล่าว ผู้เล่นจะได้เห็นในช่วงเริ่มต้นเพียง 15 วินาทีแรก และในฉากต่อๆไปอย่างแน่นอน ภาพฉากมีเซ็กส์ในเกมส์ The Witcher 3

ของขวัญเกิดครบ 44 ปี ลดน้ำหนัก จากตัวจากคนไซส์ 3 XL มาไซส์ L
ฟิตเนส /  ลดน้ำหนัก / 

ของขวัญเกิดครบ 44 ปีที่มีค่ามากที่สุดการ ลดน้ำหนัก จากตัวจากคนไซส์ 3XL มาเป็นคนไซส์ L ทุกๆ คนย่อมอยากมีหุ่นที่ดูดี ไม่ถูกล้อ จะทำอะไรก็มีแต่ความมั่นใจ เป็นตัวอย่างให้กับคนรอบข้างได้อยู่แล้วครับ Men.MThai เชื่ออย่างนั้น ซึ่งการที่จะมีหุ่นที่ดูดีได้นั้นมันก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเองทั้งนั้น ถ้าเรามีเป้าหมายในชีวิตที่แน่วแน่ และตั้งใจทำเต็มร้อย ผมก็เชื่อว่าทุกๆ คนก็สามารถเอาชนะขีดจำกัดของตัวเองได้ครับ อย่างเช่นคุณ จ่าโหดปืนห่าม สมาชิกเว็บไซต์ Pantip ที่มาแชร์ประสบการณ์ ลดน้ำหนัก ด้วยตัวเอง จากไซส์ 3XL มาเป็น L ได้ ซึ่งทางเราก็คิดว่าความสำเร็จของคุณ จ่าโหดปืนห่าม ในครั้งนี้จะสร้างแรงบัลดาลใจให้กับเพื่อนๆ ที่มีความคิดที่จะ ลดน้ำหนัก ฟิตหุ่นได้เป็นอย่างดี พรุ่งนี้เป็นวันเกิดครบรอบ 44 ปีของผม 26 มกราคม 2558 ก็เลยตัดสินใจแบ่งปันประสพการณ์การเปลี่ยนแปลงตัวเอง จากชายอ้วนวัยกลางคน คนหนึ่งให้ทุกๆ ท่านได้อ่านกันว่า 17 เดือน 22 โล ณ จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงตัวเอง ผมหนัก (ประมาณเพราะไม่กล้าชั่ง) 105 กิโลกรัม และปัจจุบัน ขึ้น ๆลง ๆอยู่ที่ 87 - 85 กิโลกรัม ซึ่งเป้าหมายผมคือ 78 กิโลกรัม (น่าจะต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่) ผมเองรับรูปร่างและน้ำหนักตัวไม่ได้มาต้งแต่ ม. 2 ผมอดอาหาร ทานน้อยๆ บางวันกินแค่ขนมปังหนึ่งก้อนและน้ำอัดลมขวดนึง เพื่อให้มีกำลังในการเล่น (เล่นฟุตบอล) เท่านั้นเอง แต่ก็ไม่เคยดูเป็นคนผอมเสียที ดูเป็นคนบวมๆ มีน้ำมีนวลตลอดเวลา ปกติแล้วเป็นคนชอบออกกำลังกายมาตลอด ชอบเล่นฟุตบอล (เล่นไม่เก่งแต่ก็ชอบ) เคยชกมวย (ที่การกีฬาแห่งประเทศไทย เรียนสนุก ๆ) น้ำหนักตัวผมน้อยที่สุดผมว่าน่าจะเป็นช่วงทำงานปิดเทอม ผมเป็นพนักงานขายรองเท้า เป็นผู้ชายคนเดียว วิ่งเข้าวิ่งออกสโตร์ยกรองเท้าลังรองเท้าสูงถึงเพดานห้องเก็บของ กินวันละมื้อเดียวเป็นแซนด์วิช 1 คู่กับนมพร่องไขมัน 1 แก้ว แล้วก็เดินและวิ่งกลับบ้าน ระยะทางประมาณ 2 - 3 กม.แล้วก็ซิตอัพ กระโดดเชือก ทำอะไรต่อมิอะไรมาเยอะแยะ เพื่อทีจะไม่อ้วน สุดท้ายเมื่อเรียนจบออกมาทำงาน เพียงแค่ ไม่ถึงปี น้ำหนักก็พุ่งพรวดไป 85 ก.ก. จากปกติน้ำหนักอยู่ที่ 6x กก พอดีมีแฟนช่วงนั้นแฟนขอให้ลดความอ้วนเป็นของขวัญวันเกิดซัก 5 กก.ได้มั้ย เลยตัดสินใจไปสถาบันลดความอ้วน บอดี้ๆ เป็นลูกค้าดีเด่น 3 เดือนลดไป 20 กก.ด้วยการควบคุมอาหารอย่างเดียว เรียกลูกค้าให้เค้าได้อีกหลายคน เป็นพรีเซนเตอร์เลยช่วงนั้น แต่ผ่านไปไม่นานน้ำหนักก็มาวนเวียนอยู่แถว ๆ 80 กก.อีก วนไปเวียนมาแต่เราก็รู้วิธีการควบคุมอาหารเพื่อให้น้ำหนักลดลง ผมเคยทานแบบนับแคล กินแค่มื้อละจานน้ำหนักก็ลงแล้ว เพราะเรารู้ว่าเราต้องการพลังงานพื้นฐานเท่าไร และ อาหารจานเดียวแต่ละอย่างมันเฉลี่ยแล้วกี่แคล ก็กินไม่ให้เกิน น้ำหนักก็ลงมา ต่ำสุดๆ ก็ 78 กก. แต่พออายุย่างเข้า เลขสามกลาง ๆทีนี้ น้ำหนักมันขึ้นไม่ยอมลงแล้ว จะกินน้อยกินมากแค่ไหนก็ไม่ยอมลง จนมันเดินทางจาก 85 กก.(ซึ่งเป็นน้ำหนักปกติของผมช่วงหนึ่ง)เข้าสู่ เลข 9 และหลังจากเลข 9 แล้วทีนี้เราก็หาตัวช่วยกลับกลายเป็นไปกันใหญ่ครับ จนทำให้ผมกลายเป็นคนเกิน 100 ในที่สุด และเราก็หมดหวังและคิดว่าชาตินี้ "กูคงอ้วนจนตายแล้วหละ" ปล่อยผ่านเรือยมาไม่น้อยกว่า 5 - 6 ปี จนวันหนึ่งได้กลับไปเจอเพื่อนเก่า ๆ สมัยเรียนมัธยมต้นด้วยกัน มีอยู่คนหนึ่ง เฮ้ยยิ้มหล่อว่ะ ดูดีมาก แล้วที่สำคัญสาว ๆก็กรี้ดกร้าดมันด้วยเพราะรูปร่างดี ล่ำสันสไตล์คนเพาะกายเลย ทั้งที่จำได้ว่าเมื่อก่อนนี้มันตัวเล็ก ๆเหมือนเด็กแกรน ๆ ตัวเท่าลูกหมาเอง แล้วดูกูสิ ดูอีกหลาย ๆคนสิ ยิ้มอ้วนหุ่นเจ๊งกันหมดละ โชคดีที่กูหัวไม่ล้านนะเนี่ยไม่งั้นล่ะก็ แย่เลย ก็เริ่มได้แรงบันดาลใจจากตรงนั้น ว่ามันทำยังไง? อีกอย่างหนึ่งช่วงนั้นจับลูก ๆหัดเรียนว่ายน้ำที่สโมสรหมู่บ้านซึ่งมีฟิตเนสด้วย แต่เราก็เอาแต่นั่งอ้วนดูลูกเรียน ปากก็บ่นด่าลูกไปตามประสา แต่ไม่ได้ออกกำลังเลย เหมือนว่าเราเอาเปรียบลูกอยู่ และก็เริ่มคิดว่าถ้าเราอยากใจะให้ลูก ๆตั้งใจทำ มีความพยายามในการทำ จะมีอะไรดีกว่าการที่จะทำเป็นตัวอย่างให้ลูกเห็น ก็เลยเริ่มหาข้อมูล ก็ถามเพื่อนคนนั้นนั่นแหละว่าจะเริ่มต้นยังไงดี? เพื่อนก็แนะนำให้ลองเข้าเวปไปศึกษาหาข้อมูล ก็เลยเข้าไปทีเวป http://tuvayanon.net/index1.html นับได้ว่าเป็นอาจารย์ท่านแรกของผม และทุกวันนี้ผมยังเข้าไปเสมอ ๆ ผมเมล์ไปถามเรืองทีสงสัยก็ได้รับการตอบกลับมา ดีใจมาก และก็เริ่มออกกำลังกายมาตั้งแต่ช่วงนั้นโดยเท่าที่จำได้ น้ำหนักเริ่มต้นคือ 105 กิโลกรัม ผมตัดสินใจว่าจะเดินบนเส้นทางของนักเพาะกายนี่แหละ เพราะตรงที่สุดแล้วสำหรับคนอ้วนอย่างเราโดยตอนนั้นเพื่อผมวางโปรแกรมในการฝึกมาให้เพื่อเล่นทั้งตัว ขา 2 ท่า อก 2 ท่า หลัง 2 ท่า ไหล่ หลังแขน หน้าแขน และจบด้วยการคาร์ดิโอ 15 นาที ซึ่งผมไม่ทราบเลยว่าการคาร์ดิโอคืออะไร คาร์ดิโอโซนที่เห็นในเครืองออกกำลังกายที่ฟิตเนสคืออะไร? ก็มาหาข้อมูลเอา ทั้งในพันทิพ และ ที่อื่น ๆ และเพื่อให้การเปลียนแปลงไปด้วยดี ผมก็หาข้อมูลเรืองการกินอาหาร ก็ไปเจอเรืองการกินคลีน การลีนไขมัน ทีนี้ปวดหัวกันใหญ่ละมันเป็นเรื่องที่ต้องมีการคำนวณเข้ามาเกี่ยวข้อง ไอ้เราก็ไม่ชอบซะด้วย สรุปในช่วงแรกของการเริ่มต้น จะเกิดความสับสนว่าจะเอาไงดี กินน้อยเพื่อให้น้ำหนักลง? แล้วกล้ามเนื้อหละจะสร้างยังไง? แล้วควรกินอะไรเท่าไหร่? ในช่วงที่ 1. เม.ย. - ต.ค. 2556 ผมทานโยเกิรต์ต หลีกเลี่ยงแป้ง(คาร์โบ)เน้นโปรตีน จนมาอ่านเจอข้อมูลเรืองการกินคลีน ก็ปรับมา ทานข้าวกล้อง โฮลวีท อกไก่อบ(ด้วยหม้อลมร้อน) งดน้ำตาล ของหวานของทอด เน้นผัก สลัด หลังออกกำลังกายทานอาหาร(เสต้กปลาแซลมอนเป็นประจำเลย) ปรากฏว่าสัดส่วนดูเล็กลง แต่ที่น่าตกใจคือน้ำหนักขึ้น !!! โอ้ไม่นะ จาก 105 กก.หนักขึ้นมาเป็น 107 กก. ทำไงดีฟระ อะไรนี่???? พอดีช่วงนั้นพบเฟสของ อ.มาร์ค ไทยทอป ก็เลยแมสเสจไม่ถามอาจารย์ตอบกลับมาว่าให้คุณ เพิ่มการคา์ดิโอตอนเช้าก่อนกินอาหารเช้าด้วย ผมก็จัดไปวันละ 40 นาทีด้วยการปั่นจักรยานในฟิตเนส ตั้งโปรแกรมเป็นแบบขึ้นเขาโดยใช้รอบขาไม่ต่ำกว่า 80 คิดว่าเป็นการซ้อมด้วยเพราะช่วงนั้นเริ่มขี่จักรยานแล้ว เหนื่อยแทบขาดใจ HR. เคยขึ้นถึง 150 กว่า ๆด้วยซ้ำไป ขี่จักรยานก็ปวดแขน ปวดหลังไปหมด แต่ใจสู้คิดเสมอว่า "อะไรที่คนทำได้ คนต้องทำได้" มีคนทำได้เยอะแยะไปหมด สุดท้ายน้ำหนักก็เริ่มลงมา และผมเริ่มแบ่งการกินมาเป็นกินทุก ๆ 2 ชั่วโมง แต่หลังจากทำไปได้ 2 เดือน ก็มีเหตุอีก ปรากฏว่าผมหิวตลอดเวลา หิวทั้งคืน จนสุดท้ายคืนหนึ่งตอนเช้าต้องเข้าโรงพยาบาลอ้วกออกมามีแต่น้ำย่อย นอนให้หมอส่องกล้องดู หมอบอกเป็นกรดไหลย้อน แต่มันย้อนมาแค่ในกระเพาะนะ คือเหมือนน้ำย่อยมันออกมาตลอดเวลา ก็เลยเลิกการกินแบบนั้นไป สรุปว่าในช่วงแรกผมออกกำลังในแต่ละวันคือ เช้า คาร์ดิโอ 40 นาที เย็น เวทเทรนนิ่ง (เน้นยกหนักๆเลย) 90 - 120 นาที น้ำหนักลงมาจาก 107 กก. (คือช่วงพีคสุด) อยู่ที่ 95 กก. และผมก็หยุดไปตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ช่วงที่ 2 เดือน เม.ย. 2557 - เดือนมกราคม 2558 หลังจากหยุดไปแรก ๆผมก็ควบคุมอาหารหลัง ๆก็ช่างมันกินอย่างไร้วินัยที่สุด สุดท้ายน้ำหนักตัวผมตอนเริ่มต้นออกกำลังกายใหม่นี้อยู่ที่ 100 กก. ซึ่งผมก็พอใจว่าขึ้นมา แค่ 5 กิโลกรัม ถ้าดูจากสภาพการยัดเข้าไปแล้วควรจะกลับไปที่ 105 เป็นอย่างน้อย(แสดงว่าเรืองการโยโย่ ที่เคยเจอมาก็ดีขึ้นละ) แต่สภาพนี่อ้วนเหมือนเดิมละ ทีนี้ก็ไปได้แรงบันดาลใจจากน้องอีกคนหนึ่ง ซึ่งตอนนั้นเค้าวิ่ง ๆๆๆ และก็ ปั่น ๆๆๆ จนสุดท้าย ลงไตร เฉยเลย เราก็ "เฮ้ย ถ้าคนธรรมดาคนนึงทำได้เราก็ทำได้วะ ปีหน้าจะลงไตรมั่ง" (แต่จนถึงตอนนี้วิ่งยังไม่ได้ซักเท่าไหร เรื่องว่ายน้ำน้ำว่ายยังแพ้ลูกเลยผมว่ายน้ำไม่เก่ง) ก็เริ่มกลับมาออกำลังกายอีกครั้ง แต่คราวนี้ที่แย่คือ วินัยการกินเจ๊งบ๊ง ผมไม่กินคลงกินคลีนละ ไม่นับแคลไม่สนใจเรืองการกินอีกต่อไป เช้า คาร์ดิโอ 50 นาที ปั่นจักรยานเพิ่มโปรแกรมความหนักมากขึ้น รอบขาเร็วขึ้น เฉลี่ยอยู่ที 100 แข่งกับตัวเอง แข่งกับเวลา วันนี้ต้องทำเวลาและเผาแคลฯได้มากกว่าเมือวานในเวลาที่เท่ากัน (นั่นเป็นเหตุผลที่หลาย ๆคนไม่เข้าใจว่าผมทนนั่งปั่นจักรยานอยู่ได้ไงตั้ง 50 นาทีเบื่อตายชัก) เฉลี่ยตอนเช้าผมเผาแคลฯไปประมาณ 935 แคลทุกๆเช้า(อันนี้ถูกผิดก็ต้องว่าตามเครืองปั่นจักรยานของผมหละ) เย็นก็ เวทหนัก ๆ ในแนวของคนเพาะกาย ทั้งร่างเหมือนเดิม เพิ่มสควอชเข้าไปด้วย ใช้เวลาประมาณ 90 นาที ปรับโปรแกรมตามเวลาและปิดท้ายด้วยการคาร์ดิโอ 15 นาที จนถึงตอนนี้ น้ำหนักผมลดลงจากจุดเริ่มต้น 100 กก.อยู่ที่ (ต่ำสุด) 84 กก. แต่เฉลี่ยก็จะขึ้น ๆลง ๆอยู่แถว 87 กก. ผมไม่สนใจเรืองน้ำหนักเท่าไหร่(จริง ๆก็สนใจเพราะจะได้รุ้ว่าจบภารกิจเมื่อไหร่ เพื่อจะเข้าสเตจ 2 ) รอบเอวผมจากวันที่เริ่มต้นออกกำลังกาย 45 - 46 นิ้ว ปัจจุบันอยุ่ที่ 34 นิ้ว (เล็กกว่าตอนหนัก 78 กก.อีก) รอบอกลงมาจาก 45 นิ้ว อยู่ที่ 40 นิ้ว รอบแขนลงมาจาก 18 นิ้ว อยู่ที่ 14.5 นิ้ว เรื่องของระบบการหายใจดีขึ้นมาก ผมสามารถวิ่งเล่นฟุตบอลตลอดทั้งเกมส์ได้(สนามใหญ่ 90 นาทีสบาย ๆ) และผมเล่นฟุตบอลอาทิตย์ละ 4 วันโดยวันเสาร์เป็นวันแข่ง ผมปั่นจักรยานได้สบาย ๆในระย 50 กม.(โดยไม่เหนื่อย)แต่ยังไม่เคยออกทริปไกล ๆเพราะเกรงใจภรรยา เป็นหวัดน้อยลงแทบจะไม่เป็นเลย จากคนมีปัญหาภูมิแพ้ นอนกรน ก็ดีขึ้นมาก จากที่ตื่นนอนแล้วรู้เลยว่าเรามีปัญหาหยุดหายใจตอนนอน เพราะจะง่วงทั้งวัน ก็ไม่เป็นแล้ว เสื้อผ้าจากไซส์ 3 xl เหลือ XL หรือ L เป้าหมายคือ M ทีดีใจที่สุดก็คือ ถ้าคุณไม่เคยได้ยินคำพูดที่ว่าลุกไม่อยากอ้วนเหมือนพ่อ ลูกกลัวว่าโตขึ้นแล้วต้องอ้วน คุณจะไม่รุ้เลยว่ามันน่าเสียใจแค่ไหนที่เราเป้นตัวน่ารังเกียจของลูก ๆ ทุกวันนี้ลูก ๆก็ดูมีความสุขที่มีพ่อไซส์ปกติ ๆเหมือนพ่อคนอื่น ผมโชคดีที่ไม่เป็นโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันไปเสียก่อน บทสรุป 1.เมื่อคุณเริ่มต้นขอให้มั่นคง จะมีคนเยาะเย้ยถากถางคุณเยอะมาก มีคนคอยซ้ำเติมความล้มเหลวของคุณตลอดเส้นทาง 2.อย่าใจร้อน เราทุกคนเคยผอมมาก่อนอ้วนทั้งนั้นแหละ แล้วทำไมจะกลับไปผอมอีกไม่ได้แต่มันต้องใช้เวลา 3.มั่นคงบนเส้นทางที่ตัดสินใจ เริ่มเดินแล้วอย่าวอกแวกไปเรื่อย ๆ แข่งกับตัวเองเท่านั้นอย่าแข่งกับคนอื่นไม่มีประโยชน์เลย 4.หลักการของผมยึดตามหลักปฏิบัติในพระพุทธศาสนา "ควบคุมเหตุ ไม่สนใจผล" แล้วมันจะมาเอง 5.พยายามหาข้อมูลให้ถูกต้อง มีสติคิดก่อนว่าข้อมูลนั้น ๆถุกต้องไม๊? 6.เลือกเส้นทางที่ยั่งยืน นับแคล ไม่เอาคาร์โบ ยาลดความอ้วน อาหารเสริม ผมผ่านมาหมดแล้วแต่เป็นไง? สุดท้ายผมก็หนักเกิน 100 กิโลอยู่ดี ไม่มีประโยชน์เลยเสียเงิน เสียเวลา เสียสุขภาพทั้งกายและจิต สิ่งที่ผมปฏิบัติตัวอยู่ทุกวันนี้ 1.พยายามทานอาหารเป็นมื้อย่อย ๆ ให้ได้ 4 มื้อขึ้นไป (อย่าเยอะ อย่าปล่อยให้ตัวเองหิว) 2.มื้อแรกของวันหลังการคาร์ดิโอ จะกี่โมงก็ช่าง หลังจากนั้นพยายามทุก ๆ 2 ชั่วโมง และมื้อสุดท้าย(หนัก) อย่าเกิน 5 โมงเย็นอนุโลมให้ได้ถึง 6 โมง หลังออกกำลัง น้ำมะเขือเทศดอยคำ 1 แก้วโต ๆหรือกล้วยหอม 3.ออกกำลัง 5 - 6 วันต่อสัปดาห์ คาร์ดิโอเช้าจำเป็นมากสำหรับคนน้ำหนักตัวเยอะ ๆอย่างผม เวทเทรนนิ่งจำเป็นในการสร้างเตาเผาพลังงาน ฟุตบอลเพื่อความสนุกสนาน (และเป็นการคาร์ดิโอแบบหนึ่ง) จักรยานเพื่อความบันเทิง 4.รุ้ประมาณในการบริโภค ผมหลีกเลี่ยงของทอด หวาน มัน เค็ม จัด น้ำอัดลม น้ำตาล(งดเติมในก๋วยเตี๋ยวมาไม่ต่ำกว่า 20 ปีแล้ว) ตอนนี้ผมทานทุกอย่างแต่ไม่เยอะ ตั้งสติก่อนสตาร์ท สุดท้ายนี้ผมต้องขอขอบคุณ เวป http://tuvayanon.net/index1.html ที่เป็นแรงบันดาลใจ เป็นการให้ข้อมูลที่ดีๆ ขอขอบคุณกลุ่มแนวร่วมลดน้ำหนัก เฟสบุ้คของอาจารย์มาร์ค ไทยทอปฟิตเนส และที่สำคัญที่สุดคือ ภรรยาและลูกที่เป็นทุกอย่างให้กับเรา ผมคงทำไม่สำเร็จถ้าภรรยาไม่อดทนดูแลลูกเล็ก ๆจอมป่วนของผมทั้ง 3 คนให้ในเวลาที่ผมไปออกกำลังกาย ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน ผมทนทุเรศรูปร่างตัวเองมานานมาก แต่ทุกวันนี้ ภรรยาผมบอกว่าผมกลายเป็นพวกหลงตัวเองไปแล้วซึ่งก็จริง (ยอมรับเลย) ไม่ใช่อะไรมันภูมิใจกับความตั้งใจของตัวเอง ขอขอบคุณทุกท่านที่อดทนอ่านมาจนถึงตรงนี้นะครับ Men.MThai เรียบเรียงเนื้อหาจากต้นฉบับ จ่าโหดปืนห่าม สมาชิกเว็บไซต์ Pantip http://pantip.com/topic/33154270

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

25 เรื่องจริงของหัวใจ ที่ทำให้คุณต้องทึ่ง
เกร็ดความรู้ /  เรื่องจริง / 

ใกล้เข้าเดือนกุมภาพันธ์ เดือนแห่งความรักแล้ว เพื่อนๆ ลองมาเช็คการทำงานของ "หัวใจ" กันสักหน่อยไหมคะ กับ 25 เรื่องจริงของหัวใจ ที่ทำให้คุณต้องทึ่ง ว่าหัวใจคุณนั้นเป็นมากกว่าอวัยวะในร่างกายธรรมดาๆ เสียอื่น แต่จะมีเรื่องราวน่ารู้อะไรบ้างนั้น ไปติดตามพร้อมๆ กันเลยค่ะ 25 เรื่องจริงของหัวใจ ที่ทำให้คุณต้องทึ่ง 1. ในทุกๆ วัน หัวใจคนเราสร้างพลังงานขึ้น เทียบเท่ากับที่สามารถทำให้ “รถบรรทุก” ขับไปได้ 20 ไมล์ หรือราว 32 กิโลเมตร 2. ซึ่งนั่นหมายความว่า…หัวใจปล่อยพลังงานออกมารวมกันทำให้รถบรรทุกสามารถขับไปถึงดวงจันทร์ไป-กลับได้! 3. หัวใจเราปั้มเลือดไปให้เซลล์ทั่วร่างกายกว่า 75 ล้านล้านเซลล์ 4. มีเพียง Cornea หรือกระจกตาเท่านั้นที่ไม่ต้องการเลือดมาหล่อเลี้ยง 5. หัวใจเราทำงานหนักกว่ากล้ามเนื้อทุกมัดในร่างกายในช่วงชีวิตของเรา 6. ในช่วงชีวิตคนเรา หัวใจปั้มเลือดเป็นจำนวนราว 1.5 ล้านบาเรลล์ ซึ่งเพียงพอที่จะเติมรถไฟได้ 200 ขบวน 7. เซลล์ของหัวใจเซลล์แรกเริ่มเต้นเมื่ออายุได้เพียง 4 สัปดาห์เท่านั้น 8. วาฬสีน้ำเงินมีหัวใจที่ใหญ่ที่สุดคือน้ำหนักอยู่ที่ 1,500 ปอนด์ หรือราว 680 กิโลกรัม 9. รู้หรือไม่ว่า ยิ่งคุณเรียนมาก มีการศึกษามาก ความเสี่ยงของโรคหัวใจของคุณจะลดลง 10. แต่ถึงกระนั้น โรคหัวใจยังคงเป็นภัยที่อันตรายที่สุดของร่างกายมนุษย์ 11. แม้แต่ในมัมมี่ที่อายุ 3,000 ปี ยังพบว่ายังมี “หัวใจ” อยู่ 12. ความสุข การไม่เครียด การออกกำลังกาย และอาหารที่ดีต่อสุขภาพ จะทำให้คุณมีหัวใจที่แข็งแรง 13. อัตราการเกิดอาการหัวใจวาย เกิดมากที่สุดในวันคริสต์มาส รองลงมาคือ 26 ธันวาคม และตามมาด้วยวันปีใหม่ 14. และคุณมีโอกาสหัวใจวายตอนเช้าวันจันทร์ มากกว่าเวลาอื่นๆ 15. ลิ้นของหัวใจมีขนาดประมาณเหรียญครึ่งดอลลาร์ 16. รู้หรือไม่ว่า หัวใจ คนเราคืออุปกรณ์ปล่อยไฟฟ้าอย่างไรของโลก 17. เพราะมันมีกระแสไฟฟ้าของตนเอง และมันสามารถเต้นได้แม้กระทั่งอยู่นอกร่างกายมนุษย์ ตราบเท่าที่ยังมีออกซิเจนหล่อเลี้ยงอยู่ 18. ในปี 1929 Werner Forssmann แพทย์ชาวเยอรมันต้องการศึกษาหัวใจของเขาเอง เขาจึงสอดท่อเข้าไปในเส้นเลือดดำจากแขนของเขาเอง และนั่นคือครั้งแรกของ การสอดท่อเพื่อตรวจหัวใจในปัจจุบัน 19. ในปี 1967 วันที่ 3 ธันวาคม Dr. Christiaan Barnard จากประเทศแอฟริกาใต้ ทำการปลูกถ่ายหัวใจให้แก่ Louis Washansky ซึ่งถึงแม้ว่าคนไข้จะอยู่รอดต่อได้แค่ 18 วัน แต่นั่นถือเป็นการปลูกถ่ายหัวใจครั้งแรกของมนุษย์ที่สำเร็จ 20. เอาลูกเทนนิสมาบีบแน่นๆ นั่นคือเวลาที่หัวใจปั้มพ์เลือด นั่นคือการทำงานหนักของหัวใจของเรา 21. หัวใจของผู้หญิงจะเต้นเร็วกว่าหัวใจของผู้ชาย 22. อย่างที่เราบอกก่อนหน้านี้ ความสุขทำให้หัวใจแข็งแรง ซึ่งที่รวมในนั้นคือ “การหัวเราะ” เพราะการหัวเราะช่วยทำให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้นกว่าเดิม 20% และทำให้ผนังหลอดเลือดผ่อนคลายมากขึ้น 23. ไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าทำไมเมื่อพูดถึงความรัก จึงมีการแทนด้วย “หัวใจ” ทั้งๆ ที่ อารยธรรมโบราณ เมื่อพูดถึง หัวใจ จะนึกถึงอารมณ์ มากกว่า ซึ่งนักประวัติศาสตร์บางคนบอกว่ามันเริ่มมาจากชาวกรีก ที่นำหัวใจกับความรักมาคู่กัน 24. อาการอกหัก คือ เรื่องจริง เพราะหลังจากที่เราเจอเรื่องหนักๆ อย่างเช่นการผิดหวังในความรัก ฮอร์โมนที่ทำให้เรามีความเครียด จะเข้าไปสู่กระแสเลือดและทำให้หัวใจเกิดอาการ “ช็อก” คล้ายๆ กับอาการหัวใจวาย 25. มีผลวิจัยล่าสุดจากนักวิจัยชาวสวีเดนพบว่า ทุกครั้งที่มีการร้องเพลงหมู่ หัวใจคนเราจะเลียนแบบจังหวะของบทเพลงนั้นๆ ข้อมูลและภาพ: kiitdoo, list25

แฟนพี่หลามเสียว! ชลบุรี เอฟซี แบโผแข้งลุยไทยลีกไร้เงา คูชิดะ
คาซูโตะ คูชิดะ /  จูเรียโน่ มิเนโร่ / 

“ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี ยอดทีมในศึกโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีกเปิดโผรายชื่อ 27 นักเตะพร้อมหมายเลขเสื้อที่จะลงสู้ศึกฤดูกาล 2015 นี้ นำทัพโดย ดาวยังต่างชาติอย่าง ติอาโก้ คุนญ่า, จูเรียโน่ มิเนโร่ และ อันเดอสัน ดอสซานโต๊ส แต่ไร้เงาของ คาซูโตะ คูชิดะ ห้องเครื่องชาวปลาดิบตัวเก่งของทีมที่ยังต้องพักรักษาตัวจากการผ่าตัดรักษาอาการบาดเจ็บ ซึ่งหลังจากที่ตลาดซื้อขายนักเตะของไทยได้ปิดตัวลงทีมรองแชมป์เมื่อฤดูกาลที่แล้วได้จัดการเปิดโผรายชื่อนักเตะที่จะสู้ศึกในฤดูกาลใหม่ทันที นำทัพโดย ดาวยังต่างชาติอย่าง ติอาโก้ คุนญ่า, จูเรียโน่ มิเนโร่ และ อันเดอสัน ดอสซานโต๊ส แต่ไร้เงาของ คาซูโตะ คูชิดะ ห้องเครื่องชาวปลาดิบตัวเก่งของทีม สำหรับนักเตะไทยยังมีแข้งทีมชาติชุดแชมป์เอเอฟเอฟซูซูกิ ชูโรงเหมือนเดิมนำโดย อดุล หสะโสะ, สุทธินันท์ พุกหอม, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ และ กีรติ เขียวสมบัติ ที่เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่ รวมกับตัวเก๋าของทีมทั้ง สินทวีชัย หทัยรัตนกุล, พิภพ อ่อนโม้ และ เทิดศักดิ์ ใจมั่น สำหรับรายชื่อนักเตะ ชลบุรี เอฟซี พร้อมหมายเลขเสื้อประกอบไปด้วย 1 พิทวัส จำนงค์ชอบ GK, 2 นพนนท์ คชพลายุกต์, 4 เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, 5 นิเวส ศิริวงค์, 6 สุทธินันท์ พุกหอม, 7 ชาคริต บัวทอง, 8 เทิดศักดิ์ ใจมั่น,10 พิภพ อ่อนโม้,11 กรกช วิริยอุดมศิริ,15 ภูริทัต จาริกานนท์,16 อลงกรณ์ ประทุมวงศ์,17 เลอันโดร อัสสัมเซา,18 สินทวีชัย หทัยรัตนกุล GK, 19 อดุล หละโสะ, 20 จูเลียโน มิเนโร่, 21 วิศรุต ไวงาน, 24 โช เบียง กุ๊ก, 25 ชลทิตย์ จันทคาม, 26 แอนเดอร์สัน ดอสซานโต๊ส, 29 วัฒนพงษ์ ตาบุดดา GK, 30 ชาคร พิลาคลัง GK, 31 นูรูล ศรียานเก็ม, 35 วานิช ใจแสน, 36 สุรวิช โลกาวิทย์, 37 ติอาโก้ คุนญ่า, 39 กีรติ เขียวสมบัติ, 40 วรุตน์ สัพโส สำหรับโปรแกรมการแข่งขันนัดเปิดสนาม ศึกลูกหนัง โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2015 ของ ชลบุรี เอฟซี จะยกทัพออกไปเยือน กัฟล์ สระบุรี เอฟซี ในวันศุกร์ 13 ก.พ. เวลา 19.00 น.

ใบเฟิร์น-เป้-เท่ง-โหน่ง  4ซุปตาร์คน ออกตามหาซุปตาร์แมว จอนนี่ ศุภลักษณ์ ในงานเปิดตัวหนัง
งานแถลงข่าวเปิดตัว /  จอนนี่ ศุภลักษณ์ / 

แค่งานแถลงข่าวเปิดตัวก็ยังเรียกรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะกันซะขนาดนี้ เมื่อเข้ามาสู่บรรยากาศของงานแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์ “แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ” เพื่อออกตามหาซุป’ตาร์แมวจอนนี่ที่หายไป เหล่าพี่น้องสื่อมวลชนและผู้คนในงานก็จะต้องสะดุดกับ มินิสแตนดี้สุดน่ารักเมื่อเหมียวยักษ์จอนนี่คาบ 4 ซูเปอร์สตาร์ “ใบเฟิร์น-เป้-เท่ง-โหน่ง” ห้อยโตงเตงน่ารักน่าชังต้อนรับแขกเหรือกันตั้งแต่ต้นกันเลย และเมื่อครั้นเปิดตัว 4 นักแสดงหลักจากภาพยนตร์ที่ต้องออกมาตามหาแมวก็ต้องบอกว่างานนี้ไม่ธรรมดา เพราะเหล่าฮิปสเตอร์ตัวพ่อหรือแฟชั่นนิสต้าร์ตัวแม่อาจมีอาการค้อนขวับเพราะไม่ว่าจะเป็น น้องใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์, เป้อารักษ์ อมรศุภศิริ ตัวแทนของคู่รักหนุ่มสาวในยุคนี้ที่ชอบมโนกิ้กๆ กั้กๆ ทั้งหลาย รวมไปถึงคู่หูดูโอ้แห่งแก๊งสามช่า เท่ง เถิดเทิง และโหน่ง ชะชะช่า ต่างพร้อมอกพร้อมใจกันเปลี่ยนลุคแปลงโฉมใหม่หมดชนิดที่เรียกได้ว่าพลิกคาแรคเตอร์สุดฮิป 360 องศาจัดเต็มอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อนโดยเฉพาะคู่หลังนี่จัดเต็มตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้าเพราะมาในมาดของ ผู้กำกับและเจ้าของบริษัทโฆษณาและผู้กำกับภาพหนังโฆษณาสุดแนวทั้ง หมวก, แว่นดำ, หนวดเครามาครบชุด และเมื่อเป้ นฤบดี เวชกรรม ผู้กำกับหนุ่มไอเดียล้นจากภาพยนตร์ชุดสาระแนห้าวเป้ง, สาระแนสิบล้อ, สาระแนเห็นผี ที่เป็นตัวตั้งตัวตีสำคัญร่วมกำกับกับเท่ง เถิดเทิง ในโปรเจกต์ที่มาพร้อมสโลแกน “นี่ไม่ใช่หนังแมว แต่มีแววจะเป็นหนังรัก” ขึ้นมาร่วมพูดคุยถึงการทำงานของเหล่าซุปตาร์คนและแมว โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิธีการกำกับแมวด้วยแล้ว หลังจากนั้นอาการเกร็งหน้าท้อง หัวเราะตาหยีของแขกในงานก็เกิดขึ้นแบบ NON-STOP กับสารพัดกระบวนการและเทคนิคขั้นตอนที่กว่าจะได้มาในแต่ละฉากแต่ละซีน ก่อนที่จะฮากันถึงขีดสุดฟินกันถ้วนหน้าสำหรับเหล่าแฟนคลับจอนนี่และชมรมคนรักเหมียว เมื่อถึงคิวเปิดตัวจอนนี่ที่นั่งรถเปิดประทุนสีเหลืองขึ้นมาบนเวทีว่างานนี้ “แมวออกมาแล้วจะอันตรธานหาย” สมกับชื่อหนังรึเปล่า กลับกลายเป็นว่าเกิดอาการลุ้นกันชนิดหายใจมิทั่วท้องเมื่ออยู่ๆ ก็เกิดคิวแอ็คชั่นผาดโผนให้เหมียวยักษ์จอนนี่ได้แสดงโชว์แฟนๆ โดยไม่รู้ตัว กลับกลายเป็นว่าทำเอาเหล่านักแสดงและผู้กำกับบนเวทีล้วนเกร็งไปพร้อมๆ กันกับจอนนี่เลยทีเดียว ก่อนที่ช่วงท้ายของงานจะได้รับเกียรติจากคุณพาณิชย์ สดสี โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ Managing Director บ.เวิร์คพอยท์ พิคเจอร์ศ จำกัด Group CEO บ.เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน), คุณ อวิกา เตชะรัตนประเสริฐ รองประธานกรรมการฝ่ายการตลาด และคุณจาตุศม เตชะรัตนประเสริฐ รองประธานกรรมการฝ่ายสื่อสารการตลาด บ.สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, คุณศุภกฤต อัศวชัยพร รองกรรมการผู้จัดการสายงานการตลาด บ.เพอร์เฟค คอมพาเนียน กรุ๊ป จก. ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์เลี้ยง อาหารแมว Me-O และคุณณัฏฐนันท์ ปฏิภาณพิพัฒน์ ผู้จัดการส่วนพัฒนาการตลาด ศูนย์การค้า Terminal 21 ขึ้นถ่ายรูปร่วมกับนักแสดงและผู้กำกับ เรียกได้ว่างานนี้ทั้งสหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล และ เวิร์คพอยท์ พิคเจอร์ส ได้ประเดิมเปิดตัวและเผยโฉมหน้าตาและคอนเซ็ปท์ไอเดียของหนังรักเรื่องใหม่ที่มีแมวเป็นตัวชูโรงให้แฟนๆ ได้เห็นกันเต็มๆ ตัวและเต็มๆ ตาหลังจากที่หลายๆ คนต่างเฝ้าจับตากันมาตั้งแต่ตอนถ่ายทำว่าตอนนี้เสร็จสมบูรณ์พร้อมแล้วที่จะออกมาสร้างความสุขให้กับผู้ชมในวันที่ 4 มี.ค.นี้ ----------------------------------------

ใบเตย แค่กระดิกตัวก็ผิด คนหมั่นไส้สร้างเพจแอนตี้
ข่าวใบเตย อาร์สยาม /  ข่าวบันเทิงวันนี้

ต่อกันที่สาวมั่น ใบเตย อาร์สยาม เจ้าของฉายาสั้นเสมอหู หลังจากที่นุ่งสั้นจนโดนด่าไปทั่วบ้านทั่วเมือง ถึงขั้นมีคนสร้างเพจแอนตี้ให้นางเลยนะค้า นางเลยหันมานุ่งกางเกงยีนส์ขายาวขาดๆ โชว์ขาอ่อนเข้าวัด งานนี้แทนที่จะโดนชมกลับโดนด่าซะงั้น สงสัยใบเตยคงลืมไปว่า กางเกงยีนส์ขามันยาวจริง แต่มันขาดโชว์ขาอ่อนเลยนะยูว์ เพจแอนตี้ใบเตยเลยละเลงคีย์บอร์ดใส่อย่างเมามันส์ แต่ดูเหมือนสาวมั่นนุ่งสั้นเสมอหูแห่งค่ายอาร์สยามจะไม่สะดุ้งสะเทือนเพราะนางก็ยังทำตัวปกติ โพสภาพสวยๆ เลิศๆ ใส่บิกินี่บ้าง ชุดราตรีบ้าง ลงไอจีให้คนชอบชม คนเกลียดด่าอยู่เป็นระยะ ในเมื่อตัดสินใจจะเป็นสาวฮอตกระดิกตัวไปทางไหนคนก็จับตามอง อาจมีคนชอบบ้างเกลียดบ้างเป็นเรื่องธรรมดา ชิมิใบเตย ใบเตย อาร์สยาม ใบเตย อาร์สยาม