มือปื่น/ดาว/พระ/เม้าส์-ณัชชา

ประวัติดาโกต้า จอห์นสัน - อนาสตาเซีย สตีล Fifty Shades of Grey
50 Shades of Grey /  Dakota Johnson / 

ภาพยนตร์ตอนนี้คงไม่มีเรื่องไหนร้อนแรงไปกว่า " Fifty Shades of Grey" แน่นอนหนังรักอิโรติคกระชากใจ ถ้าพูดหนังเรื่องนี้จะไม่ให้พูดถึงนางเอกสุดฮอตคนนี้ได้ยังไง ดาโกต้า จอห์นสัน (Dakota Johnson) รับบทเป็น อนาสตาเซีย สตีล (Anastasia Steele) ดังเปรี้ยงปร้างจนฉุดไม่อยู่ สาวนัยน์ตาสีฟ้า ปากอวบอิ่ม วันนี้ทีนเอ็มไทยนำภาพน่ารักๆ สมัยเด็ก และประวัติเล็กๆน้อยๆ ของเธอมาฝากกันค่ะ ^^ ประวัติดาโกต้า จอห์นสัน - อนาสตาเซีย สตีล Fifty Shades of Grey ประวัติดาโกต้า จอห์นสัน - อนาสตาเซีย สตีล Fifty Shades of Grey  ดาโกต้า จอห์นสัน (Dakota Johnson)  นักแสดงและนางแบบอเมริกัน วัย 26 ปี  เกิดเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 1989 เป็นลูกสาวของ โดนัลด์ เวย์น "ดอน" จอห์นสัน (Donald Wayne "Don" Johnson) กับ เมลานี่ กริฟฟิธ (Melanie Griffith) แต่พ่อและแม่ของดาโกต้าแยกทางกัน  ชีวิตวัยเด็ก และเส้นทางชีวิตวงการฮอลลีวูดของ ดาโกต้า จอห์นสัน  (Dakota Johnson)  ดาโกต้า เข้าเรียนที่โรงเรียนหลายแห่ง ตั้งแต่โรงเรียนแห่งหนึ่งในโคโลราโด, Santa Catalina School ในแคลิฟอร์เนีย,  New Roads School  ในแคลิฟอร์เนีย ตอนเด็กนั้นดาโกต้าถือเป็นนักเต้นตัวยง และเธอยังเป็นที่สนใจของเหล่าบรรดาโมเดลลิ่ง ซึ่งตอนนั้นเธออายุเพียงแค่ 12 ปี หลังจากที่พวกเขาได้เห็นเธอบนหน้าปกนิตยสารวัยรุ่น Teen Vogue ที่เธอถ่ายร่วมกับดาราวัยรุ่นคนอื่นๆ หลังจากเรียนจบไฮสคูล ดาโกต้าก็เริ่มเดินทางตามความฝันที่อยากเป็นนักแสดง เธอได้เซ็นสัญญากับ The William Morris Agency และนี่คือจุดเริ่มต้นการเป็นนักแสดงของเธอ เธอได้แสดงภาพยนตร์มามากมายตั้งแต่ปี 1999 จนปัจจุบัน มีทั้งภาพยนตร์และซีรีส์ช่องโทรทัศน์หลายเรื่อง ผลงานการแสดงของ ดาโกต้า จอห์นสัน (Dakota Johnson) ในตอนแรกนั้นยังไม่โด่งดังเป็นที่รู้จักเท่าไหร่ จนเธอรับเล่นภาพยนตร์ Fifty Shades of Grey หนังรักอิโรติค ที่สร้างมาจากนิยาย best seller เขียนโดย E. L. James หลังจากที่เรื่องนี้ได้ออกฉายไปได้เพียงไม่กี่วันก็สามารถทำรายได้แบบถล่มทลาย ถึงแม้จะมีเรื่องของการวิจารณ์ทั้งด้านดีและลบก็ตาม พระเอก Jamie Dornan และนางเอก Dakota Johnson ก็ได้กลายเป็นดาราที่ถูกจับตามองและให้ความสนใจมาก ณ ตอนนี้ นอกจากนั้น ในปีนี้ ดาโกต้า จอห์นสัน ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง ยัง ฮอลลีวูด อะวอดส์ สาขานักแสดงหญิงหน้าใหม่ยอดเยี่ยม ก่อนหน้านี้ในปี  2006 ดาโกต้าได้รับเลือกให้เป็น "Miss Golden Globe 2006" ภาพยนตร์  Crazy in Alabama (1999) Social Network (2010)  ได้รับหลายรางวัลอคาเดมี อวอร์ด Beastly (2011) For Ellen (2012) Goats (2012) The Five-Year Engagement (2012) 21 Jump Street (2012) Gay Dude (2012) Theo (2013) Date and Switch (2014) Need for Speed (2014)  Fifty Shades of Grey : Dakota Johnson as Anastasia Steele  Anarchy (2015) รับบทเป็น Imogen  (กำลังถ่ายทำ) Black Mass (2015) รับบทเป็น  Lindsey Cyr (กำลังถ่ายทำ) และที่ทุกคนรอคอย Fifty Shades Darker (2016) บบทเป็น  Anastasia "Ana" Steele (อยู่ในช่วง Pre-production) Television ซีรีส์ Ben and Kate รับบทเป็น Kate (2012–2013 ) ซีรีส์ The Office (2013) รายการ Saturday Night Live (2015 ) - แขกรับเชิญ ดาโกต้า จอห์นสัน (Dakota Johnson) กับบท อนาสตาเซีย สตีล (Anastasia Steele)  หลายคนที่ได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้แล้ว คงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เจมี่ ดอร์แนน กับ ดาโกต้า จอห์นสัน เคมีเข้ากันดีมากๆ!  เทย์เลอร์-จอห์นสัน ผู้กำกับบอกว่า สำหรับการคัดเลือกผู้รับบทอนาสตาเซียไม่สามารถหาได้ง่ายๆ มีนักแสดงหลายคนที่เข้ามาอ่านบทพูดที่เข้มข้นความยาว 4 หน้าจากหนังเรื่อง Persona ของ อิงก์มาร์ เบิร์กแมน เมื่อปี 1966 ก่อนที่จะมาลงตัวที่ ดาโกต้า จอห์นสัน นักแสดง-นางแบบ คนนี่ใช่เลย >,< โดยเธอบอกอีกว่า ''พิจารณาจากโลกที่เธอเติบโตขึ้นมา ดาโกต้ามีความอ่อนหวานและอ่อนไหว แต่เธอมีความแข็งแกร่งอยู่ภายในและมีพลังที่จะส่งออกมาจากจอได้'' นอกจากนี้เธอยังมีลักษณะคล้าย อนาสตาเซีย สตีล ในหนังสือมาก สาวผิวขาวซีด ตาสีฟ้า ปากอวบอิ่ม คือใช่อ่ะ!! และหลังจากที่ภาพยนตร์ได้ออกฉาย ทำให้เจมี่และดาโกต้า เป็นที่สนใจอย่างเร็วรวด มันส่งผลให้ดาโกต้ากับแฟนหนุ่มนักดนตรีชาวเวลส์ วัย 26 ปี ต้องโบกมือลาไปแล้วเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยเหตุผลจากความไม่ลงตัวในการใช้ชีวิต (ซะงั้น>,<) พ่อและแม่ของ ดาโกต้า จอห์นสัน (Dakota Johnson) ดอน จอห์นสัน พ่อของดาโกต้า เป็นนักแสดง นักร้อง นักแต่งเพลง โปรดิวเซอร์ และผู้กำกับที่มีชื่อเสียงในวงการ ได้รับรางวัลลูกโลกทองคำสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากบทบาทในซีรีส์เรื่อง Miami Vice, ได้รับรางวัล APBA Offshore World Cup และมีดวงดาวอยู่บน Hollywood Walk of Fame อีกด้วย *Hollywood Walk of Fame : แผ่นหินตบแต่งเป็นรูปดาวห้าแฉก จำนวนเกือบ 5,000 ดวง จารึกชื่อของนักแสดง และบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการมายา จาก 5 วงการ ซึ่งถือเป็นเกียรติสูงสุด สำหรับผู้ได้รับคัดเลือกให้จารึกชื่อ คือวงการภาพยนตร์, วงการโทรทัศน์, วงการดนตรี, วงการวิทยุ, วงการละครเวที  เมลานี่ กริฟฟิธ แม่ของดาโกต้า เป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงเช่นเดียวกันเคยถูกเสนอชื่อในงาน Academy Award และได้รางวัล Golden Globe นักแสดงยอดเยี่ยม จากเรื่อง Working Girl (1988)  เมลานี่ กริฟฟิธเป็นภรรยาเก่าของดอน จอห์นสัน รวมถึงเป็นภรรยาเก่าของ แอนโตนิโอ แบนเดอรัส (Antonio Banderas) มีลูกสาวคือ สเตลลา บันเดรัส โดย teen.mthai.com (ให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยค่ะ) ขอบคุณรูปภาพ อินสตาแกรม  เมลานี่ กริฟฟิธ

ชมตย.ใหม่ และ ใบปิด A Little Chaos หนังพีเรียตผลงานการกำกับของ อลัน ริคแมน
A Little Chaos /  The Winter Guest / 

ในที่สุดก็ปล่อยตัวอย่างใหม่ออกมาเรียกน้ำย่อยแล้ว กับหนังผลงานใหม่ล่าสุดจากงานกำกับของนักแสดงมากฝีมืออย่าง อลัน ริคแมน ใน A Little Chaos ที่เรื่องนี้ควงเอาเพื่อนนักแสดงสาวอย่าง เคต วินสเลต มารับบทนำ ร่วมสมทบโดย มาธิอาส โซนแนเอิร์ตส์, สแตนลีย์ ทุชชี และ เฮเลน แม็คโครรี่ ที่ตอนนี้นอกจากตัวอย่าง หนังยังปล่อยใบปิดสุดงดงามตามออกมาติดๆด้วยกันครับ ซึ่งดูจากทรงแล้วนี้น่าจะเป็นหนังพีเรียตที่งานโปรดัคชั่นโดดเด่นไม่แพ้เนื้อเรื่องแน่นอน เรื่องราวของนักออกแบบภูมิทัศน์สวนหญิง มาดามซาบีน เดอ บาร์รา (เคท วินสเลต) ที่ได้รับการว่าจ้างโดยสถาปนิกชื่อดัง เลอ นอร์ต(มาธิอาส โซนแนเอิร์ตส์) ให้ทำงานอันทรงเกียรติในการเนรมิตรสวนอันงดงามให้กับพระราชวังแวร์ซายของพระ เจ้าหลุยส์ที่ 14 ภายใต้เวลาที่แสนจำกัด นับเป็นภารกิจที่สร้างความกดดันให้กับซาบีนเป็นอย่างมาก ท่ามกลางอุปสรรครอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นกฏเกณฑ์ที่แสนเข้มงวดของราชสำนัก และเหล่าศัตรูแฝงกายอยู่รายล้อม ซาบีนจะทุ่มเทความสามารถและความมุ่งมั่นในตัวเอง พิสูจน์ให้เห็นว่าผลงานของเธอสามารถจะชนะใจกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่องค์นี้ได้ หนังมีกำหนดฉายในไทย 7 พฤษภาคมนี้ ใครชอบหนังแนวนี้ก็อย่าลืมติดตาม เพราะทีมนักแสดง และ ผู้กำกับชื่อมาแบบนี้ คงต้องปล่อยของกันเป็นธรรมดาแน่นอน

รวบผู้ต้องหาคดียิง‘ตี๋ใหญ่ ตะเคียนเตี้ย’แค้นระเบิดยัดปากลูกน้อง
คดียิง /  ตี๋ใหญ่ ตะเคียนเตี้ย / 

รวบผู้ต้องหาคดียิง ‘ตี๋ใหญ่ ตะเคียนเตี้ย’ แค้นฝังใจ เหตุเอาระเบิดยัดปากลูกน้อง จากกรณีมีคนร้ายไม่ทราบจำนวนขับรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า ยาริส สีขาว ไม่ทราบทะเบียน มาจอดที่หน้าชมรมพระเครื่องพัทยา-นาเกลือ ของนายนิรันดร์ วัฒนศาสตร์สาธร อดีตนายกเมืองพัทยา ตั้งอยู่เลขที่ 62 ถนนพัทยา-นาเกลือ หมู่ 5 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี แล้วชักอาวุธปืนกระหน่ำยิงนายวัชรา แก้วสุวรรณ์ หรือฉายา “ตี๋ใหญ่ ตะเคียนเตี้ย” จนเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อกลางดึกวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา ส่วนสาเหตุของการสังหารโหดในครั้งนี้ เบื้องต้นตำรวจ สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้พุ่งเป้าไปที่เรื่องความแค้นส่วนตัว พร้อมกับส่งชุดสืบสวนออกไล่ล่าตัวมาดำเนินคดีตามที่รายงานไปแล้วนั้น เมื่อเวลา 10.00น. วันที่ 25 ก.พ. พล.ต.ท.ธเนตร์ พิณเมืองงาม ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.เชษฐา โกมลวรรณธนะ ผบก.สส.ภ.2 พล.ต.ต.นิติพงศ์ เนียมน้อย ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พ.ต.อ.ศักดิ์รพี เพียวพนิช รอง ผบก. พ.ต.อ.ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบก. พ.ต.อ.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง ผบก. พ.ต.อ.ชนพัฒน์ นวลักษณ์ ผกก.สภ.บางละมุง พร้อมกำลังตำรวจจำนวนหนึ่ง ได้ควบคุมตัวนายภวัต หรือ โล้น สามสังข์ อายุ 37 ปี อยู่ ต.ตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หนึ่งในผู้ต้องหาคดีนี้ พร้อมของกลางอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. และรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า ยาริส สีขาว ทะเบียน ขพ-5331 ชลบุรี มาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดย พล.ต.ท.ธเนตร์ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุจึงได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนทั้งในส่วนของ สภ.บางละมุง , บก.สส.ภ.2 และ กก.สส.ภ.จว.ชลบุรี ร่วมกันประชุมแบ่งสายกันออกทำงาน เพื่อเร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาให้ได้ เพราะเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญประชาชน จนกระทั่งสามารถติดตามจับกุมนายภวัต หรือโล้น สามสังข์ ได้ที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ พร้อมของกลางอาวุธปืนและรถยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ จากการสอบสวนเบื้องต้นให้การอ้างว่า อาวุธปืนกระบอกดังกล่าวมีเพื่อนชื่อนายไผ่ นำมาฝากไว้ได้ประมาณ 4-5 ปีแล้ว ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ขอให้การในชั้นศาล นอกจากนี้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกชุดหนึ่ง ได้นำหมายจับศาลจังหวัดพัทยาบุกเข้าจับกุมผู้ต้องหาอีกราย ทราบชื่อคือ นายชยุต หรือ โรจน์ สามสังข์ อายุ 35 ปี น้องชายแท้ๆ ของนายภวัต หรือโล้น ขณะนั่งอยู่ในบ้านพัก ต.ตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จากนั้นจึงนำตัวมาสอบสวนเบื้องต้นเจ้าตัวได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และขอต่อสู้ในชั้นศาล ทางตำรวจจึงไม่ได้นำตัวมาแถลงข่าว ส่วนแนวทางการสืบสวนทราบก่อนหน้านี้ นายวัชรา หรือ ตี๋ใหญ่ ผู้ตาย ซึ่งเป็นผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับในคดีฆ่าคนตายและทำร้ายร่างกายในพื้นที่ สภ.บางละมุง ได้เข้าไปเล่นการพนันที่บ่อนแห่งหนึ่ง แล้วเกิดไปมีเรื่องกับลูกน้องของนายภวัต หรือโล้น ก่อนที่จะทำร้ายร่างกายแล้วควักระเบิดออกมายัดใส่ปากลูกน้องของนายภวัต เพื่อเป็นการสั่งสอน พอนายภวัต ทราบเรื่อง จึงเกิดความแค้นฝังใจและสั่งให้ลูกน้องตามล่าตัว กระทั่งทราบว่านายวัชราไปนั่งดื่มสุราที่หน้าร้านให้เช่าพระเครื่องสถานที่เกิดเหตุจึงชักชวนนายชยุต น้องชาย ขับรถยนต์ไปดักรอ พอสบจังหวะนายชยุต ที่นั่งอยู่เบาะหลัง เลยเปิดฉากใช้อาวุธปืนออกมากระหน่ำยิงจนเสียชีวิต หลังก่อเหตุนายภวัต ได้หลบหนีไปกบดานที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ส่วนนายชยุต น้องชาย ยังคงอยู่ที่บ้านพักและไม่ได้หลบหนีไปไหน ตำรวจจึงรวบรวมพยาน-หลักฐานขออำนาจศาลจังหวัดพัทยาออกหมายจับ และสามารถจับกุมทั้งคู่ได้พร้อมของกลางดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาทั้งคู่ว่า“ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, มีอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุอันควร” ก่อนคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมกับคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะไปข่มขู่พยานทำให้เสียรูปคดี ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก   ข่าวสดออนไลน์    MThai News

'พุทธิพงษ์'ขออโหสิกรรม ลาบวช28 ก.พ.นี้
กปปส. /  พระสุเทพ / 

"บี พุทธิพงษ์" โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค ขออโหสิกรรมเพื่อลาบวช ในวันที่ 28 ก.พ.นี้ ที่วัดพระราม 9 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ แกนนำกปปส.โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊คชื่อ "พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ (บี)" ระบุถึงกำหนดการอุปสมบทในวันที่ 28 ก.พ.นี้ พร้อมกับกล่าวขออโหสิกรรม โดยข้อความระบุว่า "กรรมใดที่ข้าพเจ้าได้เคยล่วงเกินต่อท่าน ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ทั้งรู้และไม่รู้ ขอท่านโปรดอโหสิกรรมนั้นแก่ข้าพเจ้าด้วย การอุปสมบทครั้งนี้ หากมีกุศลผลบุญเกิดขึ้น ขอให้จงมีแด่ทุกท่านและครอบครัวด้วยเทอญ อุปสมบทวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 ณ.วัดพระราม 9 เวลา 09.00 โมง ปลงผม 12.59 อุปสมบท ท่านใดสะดวกเชิญมาร่วมบุญกันนะครับ" ซึ่งก่อนหน้านี้นายพุทธิพงษ์ ยังได้เดินทางไปที่สวนโมกข์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อไปกราบลาบวชกับพระสุเทพ ปภากโร อีกด้วย ภาพจากเฟซบุ๊ค พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ (บี) MThai News

สุดซึ้ง! โทรศัพท์จากชายแดนใต้ หลังส่งของไปให้ทหาร
3จังหวัดชายแดนภาคใต้ /  ส่งของให้ทหาร / 

สุดซึ้ง! โทรศัพท์จากชายแดนใต้ หลัง ส่งของไปให้ทหาร วันนี้(26 ก.พ.) บนโลกออนไลน์ได้แชร์โพสต์จากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณ Tornrachada Sangswangได้โพสต์ข้อความว่าได้รับโทรศัพท์จากนายทหารท่านหนึ่งที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ 3จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยได้มีการโทรมาขอบคุณในน้ำใจ หลังจากเจ้าของเฟซบุ๊คคนดังกล่าวได้ส่งของไปให้ โดยเผยว่า ก่อนปีใหม่ตนได้ส่งของกินของใช้ไปให้เหล่าทหารใน3จังหวัดชายแดนภาคใต้พร้อมกับแนบกระดาษโน๊ตขอบคุณที่ทหารทุกคนปฏิบัติหน้าที่อย่างกล้าหาญ เสียสละเพื่อชาติ พร้อมกับอวยพรปีใหม่และทิ้งท้ายว่าถ้าของถึงแล้วให้โทรกลับมาบอกด้วย เนื่องจากตนส่งพัสดุธรรมดาเกรงว่าของจะไปไม่ถึง ซึ่งมาทราบทีหลังว่า ไปรษณีย์ไทยที่ใจดี ให้ส่งพัสดุแบบธรรมดา ฟรี ไป 3 จังหวัดชายแดนใต้ น้ำหนักไม่เกิน 5 กิโล ส่งได้เรื่อยๆ ไม่มีหมดเขตอย่าลืมวงเล็บ (ทบ. สนามชายแดน) ไว้ที่มุมขวาบนกล่องด้วย) ซึ่งหลังจากนั้นตนได้รับโทรศัพท์ปริศนา โทรมาบอกว่า  "...ผมสิบตำรวจเอกสุขสันต์ โทรจากชายแดนใต้ ฐานบ้านสายสุราษฎร์ ที่คุณส่งของมาให้น่ะครับ ผมโทรมาบอกว่าได้รับของแล้วนะครับ ของที่ส่งมาได้ใช้หมดทุกอย่าง พวกผมต้องขอบคุณมากๆ ที่มีน้ำใจส่งของมาให้..." ซึ่งสายโทรศัพท์ดังกล่าวสร้างความดีใจให้กับตนเป็นอย่างมากแม้ไม่ใช่ญาติ ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยเห็นหน้า แต่ตนคุยไปยิ้มไป ทั้งดีใจ ทั้งตื้นตัน "...เราก็ขอบคุณเค้า เค้าก็ขอบคุณเราถึงจะคุยกันแค่แป๊บเดียว แต่ก็นานพอ...ที่จะทำให้เราอิ่มใจไปอีกนาน..." ทั้งนี้คุณ  Tornrachada Sangswang ได้ทิ้งท้ายข้อมูลสำหรับคนที่อยากจะส่งของให้ทหารแบบนี้บ้าง โดยระบุว่า สิ่งของที่ต้องการคือขนมที่เก็บได้นาน ยารักษาโรค กาแฟ ชา น้ำพริกต่างๆ กางเกงในชาย ถุงเท้า หนังสือการ์ตูน นิตยสาร หรืออื่นๆ เพิ่มเติม เช่น แป้งเย็นแป้งระงับกลิ่นอับชื้น แปรงสีฟัน ยาสีฟัน มีดโกนหนวดที่มีคุณภาพดีๆ แชมพู ผงซักฟอก เสื้อกล้ามชาย สมุดปากกาไว้จดบันทึกอะไรต่างๆ) สถานที่ส่ง 1. ค่ายจุฬาภรณ์ ต.โคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส 96000 2. ค่าย สิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี 94160 3. ค่าย อิงคยุทธบริหาร ต.บ่อทอง อ.เมือง จ.ปัตตานี 94170 4. ฐานปฏิบัติการ ตชด. ธรณิศ ศรีสุข ต.เขื่อนบางลาง อ. บันนังสตา จ.ยะลา 95130 5. ฐานปฏิบัติการ ตชด. บ้านสายสุราษฎร์ ต.เขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา จ.ยะลา 95130 6. ฐานปฏิบัติการ ตชด. 444 ต.โต๊ะตีเต อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี 94150 7. หน่วยเฉพาะกิจ ที่ 21 ที่ว่าการ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี 94160 8. หน่วยเฉพาะกิจ ที่ 22 วัดควนนอก อ.ปานาเระ จ.ปัตตานี 94190 9. หน่วยเฉพาะกิจ ที่ 23 วัดหลักเมือง อ.เมือง จ.ปัตตานี 94000 10. หน่วยเฉพาะกิจ ที่ 24 ศูนย์ฝึกอาชีพวัดช้างไห้ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี 94180 11. หน่วยเฉพาะกิจ ที่ 25 สำนักงานสงฆ์ทุ่งยางแดง อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี 94140 12. หน่วยเฉพาะกิจ ที่ 26 วัดโชติรส อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี 94220 13. กรมทหารพราน ที่ 43 ค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี 94170 14. กองร้อยทหารสารวัตร จังหวัดทหารบกปัตตานี ค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี 94170 ที่มาเฟซบุ๊ค Tornrachada Sangswang MThai News

ธรรมกาย เตรียมหอบเงินคืนสหกรณ์ฯคลองจั่น ยันจ่ายครบ933ล้าน
คืนสหกรณ์ฯคลองจั่น /  ธรรมกาย / 

ประธานกรรมการดำเนินการ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เผย ธรรมกาย เตรียมหอบเงินคืนสหกรณ์ฯคลองจั่น ยันจ่ายครบ933ล้าน  วันที่ 26 ก.พ.58 นายเผด็จ มุ่งธัญญา ประธานกรรมการดำเนินการ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เปิดเผยกับกรณีที่ นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ได้นำเงิน 933 ล้านบาท ที่ได้จากการยักยอก จ่ายเป็นเช็คให้วัดพระธรรมกาย พระธัมมชโย และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทางสหกรณ์ฯ ได้ยื่นฟ้องต่อศาล เพื่อขอให้วัดพระธรรมกายคืนเงินแก่สหกรณ์ฯว่า ในเบื้องต้น ทางสหกรณฯ ได้ทำการฟ้องร้อง 2 คดี คือ คดีแรกขอให้วัดพระธรรมกายคืนเงินที่มีการบริจาค 814 ล้าน โดยมีการฟ้องร้องจำเลยซึ่งเป็นผู้เกี่ยวข้อง 3 คน คือ นายศุภชัย, พระธรรมชโย และวัดพระธรรมกาย ที่ศาลธัญบุรี โดยมีการไกล่เกลี่ยเบื้องต้น ในวันที่ 19 มกราคม ที่ผ่านมา แต่มีปัญหาเรื่องเอกสารบางประการ จึงขอเลื่อนไปเป็น 16 มีนาคมนี้ อย่างไรก็ตาม เบื้องต้น ตัวแทนจากวัดพระธรรมกาย ได้มีการประสานว่า ทางวัดจะคืนเงินในคดีนี้ให้ทั้งหมด โดยจะนัดวันเวลาและสถานที่อีกครั้ง ทั้งนี้ เชื่อว่าจะมีการคืนเงินที่ศาลธัญบุรีในวันไกล่เกลี่ย นายเผด็จ กล่าวต่อไปว่า ส่วนอีกคดีหนึ่ง เป็นการฟ้องร้อง พระปลัดวิจารณ์ พระลูกวัดพระธรรมกาย จำนวน 119 ล้านที่ศาลแพ่งกรุงเทพ ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาเช่นกัน คาดว่า ไม่น่ามีปัญหา เพราะได้รับการยืนยันจากตัวแทนวัดพระธรรมกาย ว่า จะคืนเงินในส่วนนี้ให้ทั้งหมด ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก   แนวหน้าออนไลน์ 

Hugh Jackman /  พรีเซนเตอร์ / 

ชัวร์หรือมั่วนิ่ม?? หลังมีข่าวแว่วมาว่า พ่อหนุ่มกล้ามใหญ่ มาดเท่ห์ ฮิวจ์ แจ็คแมน หรือวูลฟ์เวอรีนแห่ง เอ็กซ์-เม็น จะมีผลงานพรีเซ็นเตอร์ให้กับรถยนต์ค่ายยักษ์ใหญ่ในบ้านเรา ทำเอาสาวๆงี้หูผึ่ง ลองเช็คในเฟสบุ๊คส่วนตัวก็ยังเงียบฉี่  ไม่มีอะไรปริออกมา แต่ที่แน่ๆ หากจริงตามเม้าท์กัน อาจมีสิทธิ์ได้เห็นกล้ามล่ำๆ เล็บแหลมๆ มากระชวกใจสาวไทยก็เป็นได้ (ถ้าไม่โดนจับก่อน) อิอิ งานนี้ต้องรอติดตามจ้า ว่าแล้วก็นึกถึงเกม wolverine car smash เลยแฮะ wolverine car smash

การติดตั้ง Fonts สวยๆในวินโดวส์ 7 แก้ปัญหา Photoshop พิมพ์ไทยไม่ได้
Fonts /  การติดตั้ง Fonts / 

วีดีโอแนะนำการติดตั้ง Font’s สวยๆใน Windows 7 แก้ปัญหาโปรแกรม Photoshop พิมพ์ภาษาไทยไม่ได้ที่ผมได้จัดทำขึ้นนี้ ได้แนะนำถึงวิธีการหาดาวน์โหลดและติดตั้ง Fonts สวยๆลงใน Windows Xp และ Windows 7 ซึ่งก็มีวิธีการที่คล้ายกัน เป็นอีกหนึ่งวิธีในการแก้ปัญหาในส่วนของโปรแกรม Photoshop ที่ไม่สามารถพิมพ์ข้อความภาษาไทยได้ หรืออยากจะเพิ่มเติม Fonts สวยๆ วีดีโอแนะนำนี้ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกนะครับ ชมวีดีโอแนะนำเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ https://www.youtube.com/watch?v=dgafqWcmq6s

สวยกระชากใจ! 10 รีสอร์ทน่าพัก บนเกาะน่าเลิฟ
10 รีสอร์ทสวย /  ข้อมูลโรงแรมที่พัก / 

ร้อนนี้ บิกินี่ต้องพร้อม! หนุ่มสาวทั้งหลายเตรียมแพ็คกระเป๋าลงใต้กันเล๊ยย กับ 10 รีสอร์ทน่าพัก บนเกาะน่าเลิฟ ติดอันดับอย่าง เกาะเต่า เกาะสมุย เกาะหลีเป๊ะ ฯลฯ แต่ละที่น่าเที่ยวสุดๆ น้ำทะเลก็ใสแจ๋ว หาดทรายก็นุ๊มนุ่ม พูดเลยว่า ฟินนนน! ... เห็นรูปแล้วชักอดใจไม่ไหว ขอตัวไปเลือกบิกินี่ก่อนละกัน หุหุ สวยกระชากใจ! 10 รีสอร์ทน่าพัก บนเกาะน่าเลิฟ เกาะเต่า 1. ดุสิตบัญชา รีสอร์ท (Dusit Buncha Resort) ดุสิตบัญชา รีสอร์ท (Dusit Buncha Resort) เป็นหนึ่งในบรรดารีสอร์ทไม่กี่แห่งบนเกาะเต่า ที่มีร้านอาหารติดทะเลสุดโรแมนติก และระเบียงกว้างด้านหน้าอาคาร ให้นั่งจิบไวน์ชั้นดีชมพระอาทิตย์ตกและวิวสวยๆของเกาะนางยวน ไฮไลท์อีกอย่างคือ Paradise Seaside Villa วิลล่าที่หรูหราที่สุดของรีสอร์ท ซึ่งตั้งอยู่บนก้อนหินขนาดใหญ่ริมทะเล มองเห็นทะเลได้รอบทิศทาง ด้านหลังติดกับภูเขาเขียวชอุ่มร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ แถมมีทั้งกิจกรรมดำน้ำดูปะการัง สระว่ายน้ำกลางแจ้ง สวนหย่อมออกกำลังกาย และจักรยานให้เช่าปั่นเพลินๆบนเกาะอีกด้วย งานนี้เรียกว่าได้เต็มอิ่มกับความสวยของเกาะเต่าและเกาะนางยวนจนใครๆก็อิจฉา ที่อยู่ : 31/3 หมู่ 1 ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี 84280 2. พินนาเคิล เกาะเต่า ไดฟ์ รีสอร์ท (Pinnacle Koh Tao Dive Resort) นักดำน้ำตัวยงไม่ควรพลาด เพราะพินนาเคิล เกาะเต่า ไดฟ์ รีสอร์ท (Pinnacle Koh Tao Dive Resort) จะพาคุณไปสนุกกับการสำรวจโลกใต้ทะเลแสนสวย พร้อมนักดำน้ำมืออาชีพ เพลิดเพลินกับปะการังน้ำตื้นและฝูงปลาตลอดทั้งวัน หรือจะเปลี่ยนบรรยากาศไปนอนพักผ่อนชิลๆบนเตียงอาบแดด ชมทะเลอ่าวไทยยามเย็น ก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบ นอกจากนี้ยังมีบาร์ริมสระว่ายน้ำ พื้นที่จัดปาร์ตี้บาร์บีคิวริมหาด ค็อฟฟี่ช็อปแบบเปิดโล่ง รวมถึงสปาและบริการนวดแผนไทยกลางแจ้งอีกด้วย พูดง่ายๆคือจะอยู่ตรงไหนก็มองเห็นทะเลได้ทุกมุม เริ่ดอ่ะ! ที่อยู่ : 26/20 หมู่ 3 ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี 84280 กิจกรรมท่องเที่ยวในเกาะเต่า >> เกาะสมุย 3. ดารา สมุย บีช รีสอร์ท แอนด์ สปา วิลล่า (Dara Samui Beach Resort & Spa Villa) ไม่แปลกใจเลยที่ ดารา สมุย บีช รีสอร์ท แอนด์ สปา วิลล่า (Dara Samui Beach Resort & Spa Villa) จะติดอันดับรีสอร์ทสวยยอดฮิตบนเกาะสมุย เพราะความสวยสไตล์ล้านนาแบบไทยๆ ตกแต่งอย่างประณีตในทุกจุด แถมห้องพักก็หรูหรานอนสบายและเป็นส่วนตัว ยิ่งมีร้านอาหารวิวสวยแจ่มอย่าง ดารา เซเรเน่ ที่เลือกได้ว่าจะดื่มด่ำมื้อค่ำสุดพิเศษที่ริมหาดหรือริมสระว่ายน้ำ พร้อมดนตรีสดเพราะๆสุดโรแมนติก และที่ลานนา ซีฟู๊ด ถูกใจคนที่ชื่นชอบอาหารไทยพื้นเมือง และอยากสัมผัสสีสันคึกคักบนลานอาหารกลางแจ้ง...จะสวยเว่อร์วังอลังการอย่างที่พูดแค่ไหน ต้องไปพิสูจน์ซะแล้ว! ที่อยู่ : 162/2 หมู่ 2 หาดเฉวง ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี 84320 4. แอม สมุย พาเลส (Am Samui Palace) พูดถึงโรงแรมน่าพักบนหาดละไม ต้องนึกถึง แอม สมุย พาเลส (Am Samui Palace) โรงแรมเล็กๆน่าอยู่ ที่ตกแต่งสไตล์ไทยร่วมสมัย ให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเอง ห้องพักมีระเบียงส่วนตัวให้เลือกทั้งแบบ ห้องวิวสวน ที่มีทางเชื่อมให้ออกไปเดินยืดเส้นยืดสายในสวนหย่อมใกล้ๆ และห้องวิวสระว่ายน้ำ ที่มีไฮไลท์เป็นสระว่ายน้ำกลางแจ้งขนาดใหญ่ มีเกาะเล็กๆอยู่กลางสระ รายล้อมด้วยดอกไม้เมืองร้อนสีสันสวยงาม และเต็มอิ่มไปกับบุฟเฟ่ต์แสนอร่อยพร้อมเสิร์ฟให้คุณทั้งวัน...โรงแรมก็น่ารัก บรรยากาศก็ดี น่าไปพักไหมล่ะ ที่อยู่ : 124/39 หมู่ 3 หาดละไม ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี 84310 กิจกรรมท่องเที่ยวในเกาะสมุย >> เกาะหลีเป๊ะ  5. เมาท์เทน รีสอร์ท เกาะหลีเป๊ะ (Mountain Resort Koh Lipe) เกาะหลีเป๊ะ สวยเป๊ะเว่อร์! อีกหนึ่งเกาะยอดฮิตที่ใครๆก็อยากไป ยิ่งถ้าได้ที่พักสวยๆติดทะเลอย่าง เมาท์เทน รีสอร์ท เกาะหลีเป๊ะ (Mountain Resort Koh Lipe) แล้วล่ะก็ คงมีความสุขม๊ากมาก ก็ที่นี่มี แหลมทรายงอก ซึ่งเป็นไฮไลท์แห่งเดียวบนเกาะหลีเป๊ะ และมีห้องพักบนชายหาด พร้อมระเบียงที่หันหน้าสู่เกาะอาดัง ให้นอนมองทะเลสีฟ้าใสแบบเต็มๆตา นอกจากนี้ ร้านอาหารเม้าเทิร์น ยังตั้งอยู่บนเนินเขาที่มองเห็นวิวได้สวยที่สุดบนเกาะ ส่วน เมาเท่นบาร์ บาร์ ก็ไม่น้อยหน้า เป็นบาร์ค็อกเทลริมหาดสุดคลาสสิค มีเพลงนุ่มๆฟังสบายขับกล่อมตลอดคืน...ถ้ามาที่นี่กับคนรัก รับรองว่าต้องประทับใจในบรรยากาศแน่นอนค่าาา ที่อยู่ : 57 หมู่ 7 ต.เกาะสาหร่าย อ.เมือง จ.สตูล 91000 6. บันดาหยา รีสอร์ท เกาะหลีเป๊ะ (Bundhaya Resort Koh Lipe) บันดาหยา รีสอร์ท เกาะหลีเป๊ะ (Bundhaya Resort Koh Lipe) จ.สตูล รีสอร์ทที่จะทำให้คุณลืมโลกภายนอก มาเอนกายพักผ่อนในห้องพักแสนสบาย อบอุ่นกลมกลืนไปกับธรรมชาติด้านนอก แถมยังได้สนุกกับกิจกรรมกลางแจ้งมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ดำน้ำรอบเกาะ พายเรือคายัค และโปรแกรมนั่งเรือตกปลายอดฮิต พลาดไม่ได้กับ ห้องอาหารบันดาหยา ที่เสิร์ฟอาหารทะเลสดใหม่ พร้อมเมนูโฮมเมดอย่าง พิซซ่า และพาสต้า ปิดท้ายเบาๆด้วยเครื่องดื่มหลากสไตล์ในแบบที่คุณชื่นชอบ...ลองหาเวลาว่างมาเที่ยวสักครั้ง แล้วจะรู้ว่าที่อื่นน่ะ ชิดซ้ายไปเลย! ที่อยู่ : 509 หมู่ 3 ต.ตำมะลัง อ.เมือง จ.สตูล 91000 โรงแรมในเกาะหลีเป๊ะ ทั้งหมด >> เกาะพีพี 7. เอาทริกเกอร์ พีพี ไอส์แลนด์ รีสอร์ท แอนด์ สปา (Outrigger Phi Phi Island Resort & Spa) อยากรู้ว่าทรอปิคอลรีสอร์ทหรูๆเป็นยังไง ต้องที่ เอาทริกเกอร์ พีพี ไอส์แลนด์ รีสอร์ท แอนด์ สปา (Outrigger Phi Phi Island Resort & Spa) บังกะโลแต่ละหลังสร้างจากไม้ธรรมชาติ มุงด้วยหลังคาใบจาก ท่ามกลางสวนเขตร้อน มีบ้านพักส่วนตัวสุดพิเศษ Hillside Pool Villa ที่ตั้งอยู่บนจุดชมวิวทะเลอันดามันที่ดีที่สุด มองเห็นผ่านหน้าต่างบานใหญ่เปิดโล่ง พร้อมด้วยอ่างจากุซซี่และสระว่ายน้ำด้านนอก หรือจะเลือกนั่งชิลๆที่ Pool Bars บาร์ริมสระพร้อมชานอาบแดด, Beach Bar ผ่อนคลายกับเครื่องดื่มเย็นๆและวิวอ่าวโละบาเกา หรือ Coconut Pub ผับกลางแจ้งสุดคลาสสิคริมชายหาด...โดนใจแบบนี้ รีบหาคนไปด้วยด่วนๆๆ ที่อยู่ : 49 หมู่ 8 ต.อ่านาง อ.เมือง จ.กระบี่ 81000 8. วิลล่า 360 รีสอร์ท แอนด์ สปา (Villa 360 Resort & Spa) โรงแรมแห่งแรกและแห่งเดียวบนเกาะพีพี ที่มองเห็นทะเลอันดามันได้ทุกมุม วิลล่า 360 รีสอร์ท แอนด์ สปา (Villa 360 Resort & Spa) เน้นให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสธรรมชาติแบบใกล้ชิด โดยเฉพาะ Panoramic Seaview Villa ห้องพักที่มีระเบียงชมวิวแบบพาโนราม่า ด้านนอกก็มีสระว่ายน้ำอินฟินิตี้ แสนสดชื่น ตอนเช้าไปชิมกาแฟคั่วสดหอมๆ พร้อมอาหารเมดิเตอร์เนียนเมนูพิเศษที่ ห้องอาหารบุหงา ยาวี มื้อเย็นก็ไปปลดปล่อยความสุขในอ่างจากุซซี่พร้อมแก้วแชมเปญ นอนมองพระอาทิตย์ตกดินบนเนินเขาที่ มินิบาร์...คือดีงามจนไม่รู้จะอธิบายยังไง เอาเป็นว่าแพ็คกระเป๋าไปเลยละกัน ที่อยู่ : อ่าวโล๊ะบาเกา 58 หมู่ 8 ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ 81000 กิจกรรมท่องเที่ยวในเกาะพีพี >> เกาะพะงัน 9. จันทรมาส รีสอร์ท แอนด์ สปา (Chantaramas Resort and Spa) ถ้าจะบอกว่าเป็นบูติครีสอร์ทที่สวยที่สุดบนเกาะพะงัน ก็คงจะไม่เกินจริง สำหรับจันทรมาส รีสอร์ท แอนด์ สปา (Chantaramas Resort And Spa) เพราะไม่ว่าใครก็ต้องสะดุดกับความสวยของตัวอาคารและห้องพัก ที่ตกแต่งแนวร่วมสมัยสื่อถึงเอกลักษณ์ท้องถิ่นอย่างชัดเจน พื้นที่รอบๆก็สดชื่นเย็นสบาย เต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ และถ้าอยากคลายความเหนื่อยล้าก็มี สปารามาศ (Sparamas) ให้บริการนวดแผนไทยและทรีทเม้นท์สูตรพิเศษ หรืออยากกินอาหารอร่อยๆริมชายหาดก็ไปที่ ร้านอาหาร มูน เดสก์ (Moon Desk) แต่ถ้าคุณพกบิกินี่ตัวโปรดมาด้วยล่ะก็ บอกเลยว่าต้องไปนอนอาบแดด จิบเครื่องดื่มเบาๆที่บาร์ริมสระ 22.56 Hrs. แค่นี้ก็ครบสูตรฟินเฟร่ออ ไม่ต้องออกไปเที่ยวที่อื่นแล้วล่ะค่ะ ที่อยู่ : 123 หมู่ 4 ต.บ้านใต้ อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี 84280 โรงแรมในเกาะพะงัน ทั้งหมด>> เกาะภูเก็ต 10. เดอะ ควอเตอร์ ภูเก็ต (The Quarter Phuket) เดอะ ควอเตอร์ ภูเก็ต (The Quarter Phuket) รีสอร์ทสีขาวสะอาดตาน่าพัก ดีไซน์เรียบง่ายทันสมัย ทุกส่วนของรีสอร์ทให้ความรู้สึกอบอุ่นผ่อนคลาย ด้วยเฟอร์นิเจอร์สีน้ำตาลอ่อนและแสงไฟสลัวสีส้ม ห้องพักมองเห็นวิวทะเล และสภาพแวดล้อมโดยรอบก็ตกแต่งอย่างมีสไตล์ เน้นความสะดวกสบายของผู้เข้าพัก ด้านนอกมีสระว่ายน้ำกลางแจ้ง ให้นอนอาบแดดรับลมชมธรรมชาติ และรีสอร์ทยังอยู่ใกล้กับ หาดสุรินทร์ และหาดแหลมสิงห์ ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้น่าพักขึ้นไปอีก! ที่อยู่ : 92/5 หมู่ 3 ต.เชิงทะเล อ.ทาแลง จ.ภูเก็ต 83110 กิจกรรมท่องเที่ยวในหมู่เกาะสุรินทร์>> ที่มา : www.hotelsthailand.com

Countdown ปีใหม่ที่ตึกไทเป 101 ไต้หวัน
Taipei (City/Town/Village) /  Taipei 101 (Skyscraper) / 

เราไปบริเวณตึกไทเป 101 พร้อมร่วมนับถอยหลังต้อนรับปีใหม่ 2015 ณ จุดจัดงานเค้าดาวน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทเป ร่วมเก็บภาพความประทับใจกับพลุหลากสีสันสว­ยงามจำนวนมาก (ครั้งหนึ่งในชีวิตร่วมนับถอยหลังต้อนรับป­ีใหม่ ณ ตึกที่เคยสูงที่สุดในโลก) สนใจติดต่อ เว็บไซต์ : http://sprtour.com/ ทัวร์ไต้หวัน : http://goo.gl/oXWzWO เบอร์โทรศัพท์ : 02-553-0172-3 ที่อยู่ : บริษัท สปิริต ออฟ เดอะ เวิลด์ จำกัด บ้านเลข 403/50 หมู่บ้าน คาซ่าซิตี้ สุคนธสวัสดิ์2 ถนน สุคนธสวัสดิ์ แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร 10230

หนุ่มดวงกุด ซิ่งเก๋งอัดท่อคอนกรีตดับ อึ้ง!!พบเส้นลายมือขาด
รถชน /  หนุ่มดวงกุด / 

 หนุ่มประปาดวงกุด ซิ่งรถยนต์อัดท่อคอนกรีตคอหักเสียชีวิต แพทย์ชันสูตรพบเส้นลายมือผู้ตายขาด คาดเป็นลางบอกเหตุ วันนี้ (26 ก.พ.) เกิดอุบัติเหตุรถชนกันและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ที่บริเวณถนนสายศรีสงคราม-ท่าแร่ บ.นาจาน ต.บ้านเอื้อง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม หลังรับแจ้งรุดไปตรวจสอบพร้อมกู้ชีพ ร.พ.ศรีสงคราม ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน กท-697 นครราชสีมา ตกร่องข้างถนน สภาพหน้ารถพังยับเยิน กระจกหน้าแตกละเอียด กันชนหน้ารถ ชนกับท่อพักน้ำคอนกรีตริมทาง ภายในซากรถพบ นายศรัณญู วงศ์ศรีชา อายุ 27 ปี ทำงานเป็นช่างไฟฟ้า สำนักงานประปา อ.ศรีสงคราม เสียชีวิตคาที่ สภาพคอหัก กระดูกซี่โครงหักหลายซี่ เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันงัดร่างออกจากที่นั่งคนขับอย่างยากลำบาก ห่างกันประมาณ 400 เมตร พบรถ จยย.ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน กนบ 797 นครพนม ล้มคว่ำ พบนายหาญ ทะโคดา อายุ 65 ปี อยู่ ต.บ้านเอื้อง อ.ศรีสงคราม ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ถูกนำตัวส่งรักษาที่ ร.พ.ศรีสงคราม จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่านายศรัณญู ขับรถยนต์ดังกล่าวออกจากตัว อ.ศรีสงคราม มุ่งหน้าไป ต.ท่าแร่ เพื่อจะกลับบ้านที่ อ.นาแก ระหว่างทางถึงที่เกิดเหตุพบรถ จยย. มีนายหาญซึ่งกำลังขับอยู่ข้างหน้า สันนิษฐานว่าขณะผู้ตายจะเร่งเครื่องขับแซง แต่มีรถยนต์สวนมาด้านหน้า จึงหักพวงมาลัยหลบเฉี่ยวชนรถ จยย. ก่อนพุ่งชนท่อพักน้ำคอนกรีตอย่างจัง เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว ซึ่ง จนท.จะได้สอบสวนสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง ก่อนมอบศพให้ญาติไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป นอกจากนี้ ขณะชันสูตรพลิกศพที่ห้องดับจิต ร.พ.ศรีสงคราม พบว่าลายมือผู้ตาย มีลักษณะเส้นลายมือขาด หรือ ลายมือตัดฝ่า ซึ่งตามความเชื่อของคนโบราณบอกว่าเป็นลายมือของคนตายโหง! ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสดออนไลน์ MThai News  

6 ร้านอาหารเด็ดจังหวัด
จันทบุรี /  อาหารทะเล

  จันทบุรี เป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์จังหวัดหนึ่ง ที่อุดมไปด้วยผลไม้ อาหารทะเล นอกจากเป็นจังหวัดที่คนมักจะไปเที่ยวผักผ่อนย่อนใจในวันหยุด แล้วยังมีร้านอร่อยๆ เพียบ ในแหล่งอาหารแบบนี้ไม่ต้องกลัวว่าของจะไม่สดไม่ว่าจะเป็น กุ้ง หอย ปู ปลา ขึ้นมาจากน้ำกันสดๆ แถมบรรยากาศเป็นใจ เป็นจังหวัดที่เหมาะมากๆ สำหรับคนเมืองกรุงที่หนีจากความวุ่นวาย มาเที่ยวกับครอบครัวและเพื่อนฝูง เรามีสถานที่เด็ดๆ จากจังหวัดจันทบุรีมาฝากเพื่อนๆ ชาว MThai กับ 6 ร้านอาหารเด็ดจังหวัดจันทบุรี            Cr. รูปภาพจาก ontcu , ultraann สมาชิก Openrice 1. ร้านเจ๊เพ็ญ เย็นตาโฟ ร้านเย็นตาโฟเจ้าดังแห่งเมืองจันท์ ใครมาจันทบุรีไม่แวะถือว่าพลาดมาก กับเย็นตาโฟใส่เนื้อกั้ง และกรรเชียงปู ที่สั่งกันติดปากว่า เย็นตาโฟปูกั้ง ร้านนี้เปิดขายมามากกว่า 40 ปี แล้ว การันตีความอร่อยจากผู้ที่มาเยือน ถ้าไม่อร่อยคงไม่อยู่ได้นานขนาดนี้ ราคาอยู่ที่ 30 - 200 บาท เย็นตาโฟธรรมดาที่ใส่เครื่องทั่วไป ที่มีแมงกะพรุน หมึกกรอบ แต่ถ้าเป็นราคาพิเศษขึ้นไปอีกก็จะเป็นกั้งแน่นๆ กรรเชียงปูใหญ่ราคา 150-200 บาท และอย่าลืมสั่งของทานเล่นอย่าง ตะกั๋วทอด หรือ เต้าหู้ทอดที่เรารู้จักกันนี้แหละค่ะ พิกัด 49 ซอยวัดไผ่ล้อม ถนนท่าหลวง ต.วัดใหม่ อ.เมืองจันทบุรี จ.จันทบุรี ทุกวัน 09:00-16:00 น. โทร.0 3932 5430 ,  085-823-8019             Cr. fb/เรือนลำพูจันทบุรี 2.ร้านอาหารเรือนลำพู ร้านริมน้ำบรรยากาศดี เห็นเป็นร้านธรรมดา แต่ดูเมนูแล้วไม่ธรรมดา มาถึงแหล่งที่จันทบุรีต้องกินปูไข่ กุ้งตัวใหญ่ๆ หอยตัวโตๆ และเมนูเด็ดอย่าง แกงส้มไข่ปลาเรียวเซียว ที่หาทานยากในกรุงเทพ และเมนูแซบๆ อีกหลายเมนู อาทิ กุ้งแม่น้ำคั่วพริกเกลือ , ฉู่ฉี่กุ้งแม่น้ำ , กุ้งแม่น้ำนึ่งนมสด , กระเพาะปลาผัดแห้ง , แกงเหลืองไหลบัวปูไข่ , เอ็นหอยผัดฉ่า ฯลฯ และอีกหลายเมนู แต่บางอย่าง อย่างปูไข่ ร้านจะไม่มีตลอด ต้องคอยติดตามการอัพเดตในแฟนเพจ เห็นแบบนี้แล้วอย่าลืมแวะกันไปทานนะคะ พิกัด ซอยอ่างหินริมคลองบน. เข้าวิทยาลัยเทคนิค. ตรงจนข้ามสะพานเลี้ยวซ้ายเข้าวัอ่างหิน. 200 เมตรถึงร้าน เกาะขวาง , เมืองจันทบุรี , จันทบุรี 22000 ทุกวัน 11.00 - 23.00 น. (เวลาเปิด - ปิด อัพเดตบนแฟนเพจ) โทร. 039333313, 0811532323 Fb:เรือนลำพูจันทบุรี 3.ร้าน Gatto cat Cafe คาเฟ่แมวแห่งแรกในจันทบุรี ใครที่เป็นทาสแมวต้องกรีดร้องกับความน่ารักของคาเฟ่แห่งนี้ สำหรับคนรักแมวให้ได้เพลิดเพลินกับหมู่แมวหลายสิบตัว และทานขนมอร่อยๆ จิบชากาแฟ เป็นที่นัดปะพบเจอของทาสแมวทั้งหลาย ร้านเป็นโต๊ะญี่ปุ่นเล็กๆ นั่งกับพื้นเหมือนอยู่ที่บ้านของตัวเอง นั่งกินขนม ถ่ายรูปเล่น พิกัด 25/17 หมู่ 11 ต.พลับพลา อ. เมือง จ.จันทบุรี 22000 เปิด-ปิด 10.00-21.00 น. โทร. 091-408 4250 Fb/gattocatcafe 4.ส้มตำเจ๊รัตน์ ร้านส้มตำในตัวเมืองจันทบุรีที่ขึ้นชื่อก็ร้านนี้ละค่ะ เป็นร้านที่อยู่คู่กับคนจันทบุรีมานาน ใครที่เคยมาทานก็จะรู้ว่าส้มตำรสเด็ดขนาดไหน แต่ตอนนี้ได้ย้ายร้านมา บริเวณใกล้ๆ โงเรียนลาซาล ร้านกว้างขวาง มีที่จอดรถ รองรับลูกค้าที่เข้ามาเยอะๆ ได้แน่นอน ซึ่งร้านจะมีเมนูเด็ดเยอะแยะมากมาย อาทิ ส้มตำหมี่กรอบ ไก่ทอดรสเด็ด ต้มแซ่บกระดูกหมูใส่ไข่ ยำทะเล คอหมูย่าง และที่ขาดไม่ได้ในเมืองจันท์คือ กั้งทอดกระเทียม ยังอีกมากมายให้เลือกสั่งกัน พิกัด เยื้องกับโรงเรียน ลาซาล มารดาพิทักษ์ ตำบลจันทนิมิต อ.เมือง จ.จันทบุรี เปิด ทุกวัน โทร. 084-778-9900 fb/ร้านส้มตำเจ๊รัตน์ 5.ร้านปูจ๋า ท่าแฉลบ เปิดมาตั้งแต่รุ่นคุณแม่ ประมาณปี 2513 ซึ่งก็นับว่านานมาก กว่า 40 ปีเลยทีเดียว สมัยก่อนยังไม่มีร้านอาหารทะเลมาเปิด ทางร้านปูจ๋าเห็นว่าแถวๆ นั้นอาหารทะเลน่าจะขายได้ ก็เลยลงทุนเปิดร้านและเป็นเจ้าแรกๆ ของสายท่าแฉลบแห่งนี้ และขายดีมาเรื่อยๆ ซึ่งร้านปูจ๋า หาไม่ยาก ห่างจากตัวเมืองมาทางถนนท่าแฉลบ ประมาณ 10 กม. สังเกตง่ายๆ ก็คือ ถ้ามาถนนสุขุมวิท จะมีทางแยกไปท่าแฉลบประมาณ 16 กิโลเมตร ก็ถึงร้านแล้วนะครับ สำหรับคนที่ GPS ก็สามารถค้นหาร้านได้ง่ายๆ เลย อ่านเพิ่มเติมที่ พิกัด 136/2 หมู่ 9 ถนนท่าแฉลบ ต.บางกะจะ อ.เมือง จ. จันทบุรี เปิด 10.00 – 24.00 น. (ครัวปิด 21.00 น.) โทร. 039-391129, 081-3777052 fb/ร้านส้มตำเจ๊รัตน์ 6.จันทรโภชนา เป็นร้านอาหารในจังหวัดจันทบุรี ขายอาหารพื้นเมืองมาตั้งแต่ปี 2505 และได้รับรางวัลจาก “เชลล์ชวนชิม” “ถนัดศรีชวนชิม” “อร่อยกับหมึกแดง” เป็นต้น ซึ่งเจ้าของร้านคือคุณไพจิตต์ วนานันท์ สำหรับสาขาแรก และสาขาใหม่คือคืออุกฤษฏ์ วงษ์ทองสาลี เป็นคนเจ้าของร้าน ซึ่งทั้งการตกแต่งร้านและออกแบบต่างๆ เขาเป็นคนคิดขึ้นมาเองทั้งหมด เพื่อให้ร้านดูทันสมัยขึ้น อ่านเพิ่มเติมที่ พิกัด 102/5-8 ถนนเบญจมราชูทิศ ต.วัดใหม่ อ.เมือง จ. จันทบุรี 22000 เปิด 10.00 – 22.00 น. โทร. 039-302350

เปิดตำนาน
พระฉาว /  พระธัมมชโย / 

เมืองไทยเป็นเมืองแห่งพุทธศาสนา แต่ในอดีต กรณีอื้อฉาวเกี่ยวกับพระเกิดขึ้นมากมาย หลายกรณีก็เป็น เรื่องราวใหญ่โตตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคมไทยอย่างครึกโครม วันนี้จึงขอนำทุกท่านย้อนสู่ความทรงจำ เปิดตำนาน “พระฉาว” เมืองไทย เพื่อให้ทุกท่านได้ ฟื้นความทรงจำ อีกครั้ง…  พระนิกรอดีตพระนักเทศน์เสียงทอง  แอบทำสาวท้อง พระนิกร ซึ่งเป็นอดีตพระนักเทศน์เสียงทองแห่งยุคนั้น หลายคนคงจำชื่อ "พระครูใบฎีกานิกร ธัมมวาที" แห่งวัดสันปง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ได้เป็นอย่างดี ปัจจุบัน นายนิกร เปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนามใหม่เป็น นายธรรมรัตน์ ยศคำจู เคยเป็นอดีตพระนักเทศน์เสียงทองแห่งยุค มีผู้คนแห่ไปฟังการเทศน์ไม่ขาดสาย แม้หนทางไปสู่วัดสันปง จะยากลำบากเพียงใด ไม่เคยเป็นปัญหาด้วยพลังศรัทธา จนถึงขั้นต้องเปิดสำนักปฏิบัติธรรมหลายสิบแห่งทั่วประเทศขึ้นเป็นสาขา เรื่องราวใหญ่โตได้เริ่มเมื่อ พ.ศ.2533 พระนิกรกำลังรุ่งโรจน์สุดขีด ได้สร้างความปวดร้าวให้แก่ชาวพุทธ กลับมีข่าวฉาวกับนางอรปวีณา ที่ออกมายืนยันความสัมพันธ์กับพระนิกรพร้อมด้วยทายาทในท้อง แต่พระนิกรพยายามตอบโต้ข่าว ว่ามีผู้อิจฉาในชื่อเสียงของตนเอง อีกทั้งบรรดาลูกศิษย์ ได้พยายามหาหนทางตอบโต้ข้อกล่าวหา ว่าเป็นการกลั่นแกล้ง โดยไม่เชื่อว่า พระที่ยึดมั่นในศีลธรรมและเทศน์ได้ไพเราะจับจิต จะมีพฤติกรรมเช่นนั้น มีหลักฐานมากมายที่แสดงจนถึงขั้นปาราชิก แต่พระนิกร ยังไม่ยอมถอดผ้าเหลืองและยังมีคนอีกมากมายหลงศรัทธาอย่างไม่ลืมหูลืมตา แม้จะเต็มไปด้วยหลักฐาน ตั้งแต่จดหมายรัก ภาพถ่าย จนถูกดำเนินคดีทั้งศาลยุติธรรมและศาลสงฆ์ ซึ่งในที่สุดศาลสงฆ์ มีมติระบุความผิดพระนิกรว่า เป็น "ปฐมปาราชิก" คือการเสพเมถุนกับอิสตรี ขาดจากความเป็นพระ แม้จะกลับมาบวชใหม่ก็ไม่สามารถดำรงความเป็นสมณเพศได้ อดีตพระนิกร ที่เสียชีวิตด้วยอาการเส้นเลือดในสมองแตก เมื่อคืนวันที่ 11 ก.ย. ที2557 โดยไร้เงาของ นางอรปวีณา บุตรขุนทอง ภรรยา และลูกชาย แต่ก็ยังมีลูกศิษย์จำนวนมากร่วมไว้อาลัย พระนิกร ถือเป็นตำนานพระฉาว ชื่อดังของไทย   พระยันตระ ช็อกครั้งใหญ่วงการผ้าเหลือง ช็อกครั้งใหญ่ อีกครั้ง สำหรับศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาวไทยมากที่สุด เห็นจะเป็น ข่าวฉาวโฉ่ของ พระยันตระ อมโร หรือ นายวินัย ละอองสุวรรณ ที่ขณะนั้น ไม่ว่าพระยันตระ จะเดินทางไปแห่งหนไหน ผู้คนและฝูงชนแห่งศรัทธาจากทั่วสารทิศ จะไปรอฟังธรรม และร่วมทำบุญด้วยอย่างยิ่งใหญ่ แม้แต่บรรดาผู้มีชื่อเสียง นักการเมือง บิ๊กนายทหาร ยังเคยมีภาพกราบเท้ามาแล้ว พระยันตระ เป็นที่รู้จักดีเนื่องจากเคยเป็นพระสงฆ์นักปฏิบัติธรรมชื่อดังที่มีผู้เคารพศรัทธามากของเมืองไทยและต่างประเทศในช่วงหนึ่ง ด้วยวัตรปฏิบัติรวมถึงคำสอนของเขา ทำให้เป็นพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดในยุคนั้น จนในปี พ.ศ. 2537 มีสีกากลุ่มหนึ่งร้องเรียนไปยังกรมการศาสนาว่า "ยันตระ" หรือ "นายวินัย ละอองสุวรรณ" ประพฤติตนไม่เหมาะสมแก่สมณเพศ เพราะได้ไปล่อลวงสีกาชื่อ "จันทิมา มายะรังษี" ไปเสพเมถุนจนตั้งครรภ์ และคลอดบุตรสาวออกมาตั้งชื่อว่า "เด็กหญิงกระต่าย" โดยสีกากลุ่มนี้ได้งัดเอาเทปสนทนาระหว่างพระยันตระกับนางจันทิมาออกมาใช้เป็นหลักฐานด้วย พระยันตระ เจอข้อกล่าวหาที่รุนแรงผิดพระวินัยจนถึงขั้นปาราชิกเช่นนี้ แน่นอนว่า "พระยันตระ" ต้องปฏิเสธ ทำให้สื่อมวลชนพยายามขุดคุ้ยหลักฐานเพื่อเปิดโปง กระทั่งเห็นความไม่ชอบมาพากล ขณะที่ "จันทิมา" ก็ได้ฟ้องร้องพระยันตระ พร้อมกับขอท้าพิสูจน์ความจริงด้วยการตรวจดีเอ็นเอกับ "เด็กหญิงกระต่าย" ซึ่งในสมัยนั้นการตรวจดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์ความเป็นพ่อ-ลูก ถือเป็นเรื่องใหม่ในบ้านเราอย่างมาก แต่ทว่า...พระยันตระกลับปฏิเสธที่จะเจาะเลือดตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ ก่อนจะแอบเดินทางหลบหนีออกนอกประเทศไปโดยทันที โดยที่คดีดังกล่าวยังไม่เข้าสู่การพิจารณาของศาล มติมหาเถรสมาคมพิจารณาอธิกรณ์ปรับให้เขาพ้นจากความเป็นพระภิกษุ เพราะพิจารณาได้ความว่าเขาต้องอาบัติหนักดังที่ถูกฟ้องร้อง แต่นายวินัยไม่ยอมรับมติสงฆ์ดังกล่าว ด้วยการปฏิญาณตนว่ายังเป็นพระภิกษุและเปลี่ยนสีจีวรเป็นสีเขียว ทำให้ถูกสื่อต่าง ๆ ขนานนามว่า จิ้งเขียว, สมียันดะ, ยันดะ เป็นต้น ต้องปาราชิกาธิกรณ์และถูกมติมหาเถรสมาคมลงให้พ้นจากภาวะพระภิกษุ และหลบหนีออกนอกประเทศเมื่อ พ.ศ.2537 ไปอาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาในสถานะผู้ลี้ภัยทางการเมืองจนถึงปัจจุบัน แต่ชีวิตของอดีตพระยันตระมิได้ตกระกำลำบากเลย ตรงกันข้าม เขากลับมีชีวิตที่สุขสบายภายในสำนักสุญญตาราม เมืองเอสคอนดิโด รัฐแคลิฟอร์เนีย และมีคนสนิทคอยดูแลรับใช้ จนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายปี เวลาจะผ่านมาเกือบ 20 ปีแล้ว แต่เรื่องของพระยันตระที่สั่นสะเทือนวงการสงฆ์ครั้งใหญ่ก็ยังถูกพูดถึงกันอยู่เนือง ๆ จนล่าสุดเมื่อมีข่าวว่า "ยันตระ" กลับมาประเทศไทยแบบสบาย ๆ แถมยังมีลูกศิษย์ลูกหาคอยต้อนรับมากมาย อีกทั้งยังไม่ถูกดำเนินคดีใด ๆ โดยเจ้าตัวอ้างว่า คดีความทุกอย่างหมดอายุไปแล้ว. พระอิสระมุนี จบเกมส์เพราะ จดหมายเขียนถึง สีกา พระอิสระมุนีเป็นพระนักเทศน์ที่มีความสามารถ สั่งสอนธรรมะให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม  พระอิสระมุนี หรือ พระพีระพล เตชะปัญโญ เดิมชื่อ นายบรรหาร อดีตเจ้าอาวาสวัดธรรมวิหารี (วัดร่วมใจพัฒนา-วัดป่าละอู) อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เป็นพระสงฆ์สายวิปัสสนา ซึ่งเป็นที่นับถือเลื่อมใสจากอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร และ ภริยา พจมาน ชินวัตรเป็นอย่างมาก พระอิสระมุนี เป็นอดีตพระเลขาของหลวงปู่ชา สุภัทโทแห่งวัดหนองป่าพง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ต่อมาเกิดขัดแย้งกับลูกศิษย์ของหลวงปู่ชา ถูกกล่าวหาว่าโกงเงินของวัดจนถูกจับสึก จึงเดินทางมาที่จังหวัดเพชรบุรี ปักกลดและตั้งสำนักสงฆ์ บริเวณป่าละอู ตำบลป่าแดง อำเภอแก่งกระจาน พัฒนาจนกลายเป็นวัดธรรมวิหารี มีเนื้อที่กว่า 200 ไร่ในปัจจุบัน กระทั่ง พระอิสระมุนีตกเป็นข่าวว่าต้องปาราชิก หลังจากมีเพศสัมพันธ์กับสีกาคนสนิท ถูกเปิดเผยเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2544 จากการสืบสวนของทีมงานรายการถอดรหัส ทางสถานีโทรทัศน์ไอทีวีในขณะนั้น ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม มีหลักฐานเป็นจดหมายเขียนถึงสีกาสาว 10 หน้ากระดาษและเทปสนทนาทางโทรศัพท์ ซึ่งพระอิสระมุนีก็ได้สึกจากสมณเพศในทันที  ทำให้เจ้าตัวต้องเผ่นออกจากวัดป่าละอู แอบไปหนีสึกอยู่ในพื้นที่จ.สระแก้ว ปิดฉากความเป็นอาจารย์ของตระกูล"ชินวัตร"ลงอย่างสิ้นเชิง คาวผ้าเหลือง “ภาวนาพุทโธ ขยี้กามเด็กสาวชาวเขา “พระภาวนาพุทโธ” หรือนายจำลอง คนซื่อ พระธุดงค์นักพัฒนาที่โด่งดังในการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน อดีตเจ้าอาวาสวัดชื่อดัง ใน จ.นครปฐม จะกลับกลายมาถูกดำเนินคดีข่มขืนบรรดาเด็กสาวชาวเขา ที่มาพักอาศัยภายในวัด ต้องย้อนกลับไปเมื่อ ต้นเดือน ส.ค.2538 เมื่อมีบรรดาญาติของเด็กหญิงชาวเขา เหยื่อที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ มายื่นเรื่องร้องเรียนต่อกรมการศาสนา และตำรวจกองบังคับ การปราบปราม (บก.ป.) และกรมคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก กรมประชาสงเคราะห์ ให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังจากพบว่ากรณีมีเด็กหญิงชาวเขารวม 6 คน  (จาก จ.เชียงใหม่ 4 คน และ จ.แม่ฮ่องสอน 2 คนทั้งหมดอายุต่ำกว่า 15 ปี) ที่มาพักอาศัยอยู่วัดในพื้นที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม เพื่อหวังให้มีโอกาสได้ศึกษาต่อสูง ๆ ตามคำชักชวนของภาวนาพุทโธ เมื่อครั้งออกธุดงค์ ในพื้นที่ภาคเหนือ แต่สุดท้ายเด็กสาวกลับกลายต้องมาตกเป็นเหยื่อถูกล่วงละเมิดทางเพศ โดยพฤติการณ์ จะมีบรรดาลูกศิษย์ใกล้ชิดร่วมวางแผนออกอุบายให้เหยื่อเข้าไปทำความสะอาดภายในกุฏิ ครั้งละ 1 คน ผ่านเส้นทางลับด้านหลัง ที่มีบันไดลิงพาดรอไว้ เหยื่อหลายคนให้ข้อมูลตรงกันว่า ตอนแรกจะถูกสั่งให้นวดตามร่างกาย โดยอ้างว่าถูกเนื้อต้องตัวได้ไม่บาป แต่หากคนไหนกระด้างกระเดื่องก็จะยกเอาบุญคุณเรื่องการให้ที่พัก การส่งเสียเรียนหนังสือมาทวงบุญคุณ เมื่อเด็กยอมนวดให้ก็จะถูกล่วงละเมิดทางเพศในที่สุด ทั้งนี้ถ้ารายใดไม่ยินยอม จะถูกลงโทษด้วยการเดินจงกรมกลางแดด พฤติกรรมของอดีตพระภาวนาพุทโธนั้น ถูกระบุในคำพิพากษาว่า เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2531-2538 ต่อเนื่องกัน แต่เรื่องมาปรากฏเป็นข่าวในพ.ศ.2538 เมื่อมีพระลูกวัดโพธิ์เรียง ซึ่งเป็นญาติของเด็กหญิงชาวเขา เหยื่อของพระภาวนาพุทโธคนหนึ่ง ทราบพฤติกรรมดังกล่าว จึงได้ทำเรื่องร้องเรียนต่อกรมการศาสนา และตำรวจกองปราบปราม ซึ่งเมื่อสื่อได้ข้อมูล-ข้อเท็จจริง ข่าวจึงถูกกระพือ ถัดจากนั้นมาอีก 9 ปีเต็ม ทั้งการดำเนินการในชั้นของพนักงานสอบสวน ชั้นอัยการ และชั้นศาล จนกระทั่งเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2547 ศาลชั้นต้น จึงพิพากษา นายจำลอง คนซื่อ หรืออดีตพระภาวนาพุทโธ ในความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราหญิงอายุไม่เกิน 13 ปีและไม่เกิน 14 ปี ซึ่งมิใช่ภรรยาตน และฐานได้กระทำต่อศิษย์ที่อยู่ในความดูแล และพวกแม่ชีถูกฟ้องฐานเป็นผู้สนับสนุน เป็นธุระจัดหา และชักพาหญิงไปเพื่อสำเร็จความใคร่เพื่อการอนาจารเด็กหญิงชาวเขาถึง 6 คน โดยพิพากษาจำคุกเป็นเวลาถึง 160 ปี แต่ตามกฎหมายสามารถจำคุกจำเลยได้เพียง 50 ปีเท่านั้น โทษจึงคงเหลือจำคุก 50 ปี มีการสู้คดีกันต่อแต่ทั้งศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาก็ยังคงพิพากษายืน แม้ปัจจุบันนายจำลอง จะหมดสิ้นอิสรภาพ! แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา คงมีบรรดาลูกศิษย์ลูกหาที่ยังยึดมั่นในศรัทธา แวะเวียนเดินทางไปเยี่ยม หนำซ้ำบรรดาลูกศิษย์ยังฝากเงินเยี่ยมไว้ให้นายจำลอง ผู้ต้องขังแดน 4 ที่เรือนจำบางขวาง ว่ากันว่ายอดเงินบริจาคไม่ธรรมดา สูงกว่า 10 ล้านบาทไปแล้ว!.  เณรแอ จอมขมังเวทย์ หรือ จอมลวงโลก เณรแอ จอมขมังเวทย์ เป็นเจ้าของต้นตำรับ กุมารทอง ของขลัง รวมทั้งมนต์ดำเสน่ห์ยาแฝดที่ชื่อดัง บรรพชาเป็นสามเณรอยู่ที่วัดหนองระกำ อ.หนองโดน จ.สระบุรี อยู่หลายปี แม้ว่าอายุจะถึงวัยที่ต้องอุปสมบทเป็นพระภิกษุ แต่เณรแอก็ไม่ยอมอุปสมบท แต่เลือกที่จะร่ำเรียนไสยศาสตร์มนต์ดำจากอาจารย์เขมร จนว่ากันว่ามีอาคมแก่กล้า ช่ำชองการทำเสน่ห์ยาแฝด การสะเดาะเคราะห์ และปลุกเสกของขลัง จนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่ว แต่ละวันมีลูกศิษย์ลูกหาเดินทางไปให้ เณรแอ ทำพิธีทางไสยศาสตร์ให้จำนวนมาก กระทั่งพ.ศ.2537 เณรแอ ใช้ใต้ถุนเมรุวัดหนองระกำทำพิธีปลุกเสกกุมารทอง ของขลังตามท้องเรื่องในวรรณคดีดัง ขุนช้างขุนแผน ที่เณรแอและผู้คลั่งไคล้ไสยศาสตร์ เชื่อกันว่า เป็นผีเด็ก ที่ใครมีไว้ในครอบครองแล้วจะทำให้เจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน การค้าการขายได้กำไรดี แต่พิธีกรรมปลุกเสก กุมารทอง ในครั้งนั้น ทำให้เณรแอต้องติดคุกอยู่ 1 ปีเต็ม เนื่องจากในพิธีปลุกเสก มีการบันทึกภาพวิดีโอขั้นตอนการปลุกเสกไว้อย่างละเอียดยิบ โดยเฉพาะขั้นตอนการย่างศพเด็ก และมีการนำวิดีโอเทปไปเผยแพร่ในสื่อมวลชนต่างๆ จนเป็นข่าวครึกโครม หลังจากนั้นไม่นาน กรมการศาสนาได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.หนองโดน ให้ดำเนินคดี เณรแอ ในข้อหาอุตริมนุษยธรรมที่ไม่มีตัวตน ซึ่งศาลจังหวัดสระบุรีได้พิพากษาให้จำคุกเป็นเวลา 1 ปี พฤติกรรมของเณรแอถึงกับมีผู้สร้างภาพยนตร์นำเรื่องราวไปถ่ายทำภาพยนตร์ให้ชื่อว่า "เณรแอจอมขมังเวทย์" ทำให้ชื่อเสียงของเณรแอเป็นที่จดจำของคนไทยทั้งประเทศจนถึงบัดนี้ หลังจากพ้นโทษ แม้ว่า เณรแอ จะไม่ได้ถือครองผ้าเหลือง แต่ก็ไม่ได้ห่างหายไปจากแวดวงไสยศาสตร์ เณรแอได้ใช้บ้านพักทรงไทย ปลูกสร้างอยู่ในเนื้อที่ 5 ไร่ ที่สระบุรี เป็นสถานที่ทำเสน่ห์ยาแฝดให้แก่ผู้ที่ศรัทธา จนกลายเป็นคนมีฐานะ มีทรัพย์สินอยู่ในความครอบครองหลายสิบล้านบาท พ.ศ.2538 เณรแอ ได้แต่งงานกับ นางชไมพร รักษาจิตร์ โดยยังคงยึดอาชีพหมอเสน่ห์ ทำมาหาเลี้ยงครอบครัว แต่ก็ต้องเลิกรากันไป โดยนางชไมพรอ้างว่าทนพฤติการณ์ของเณรแอไม่ไหว กรณีบังคับให้หลอกลวงหญิงสาวที่มีปัญหาครอบครัวให้มาทำพิธีไสยศาสตร์ และได้ฟ้องหย่าต่อศาล ต่อมาพ.ศ.2548 นางชไมพรเข้าร้องเรียนต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี กล่าวหาเณรแอ ว่าเป็นจอมลวงโลก มีพฤติการณ์ต้มตุ๋นหลอกลวงประชาชน อ้างพิธีทางไสยศาสตร์หลอกข่มขืนหญิงสาวที่หลงเชื่อ แถมยังแอบถ่ายวิดีโอไว้แบล็กเมล์เหยื่อ โดยนางปวีณาได้ประสานไปยัง พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบก.ปดส.ในขณะนั้น ให้สืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีเณรแอในข้อหาฉ้อโกงประชาชน จนทำให้เณรแอต้องระเห็จเข้าคุกอีกครั้ง ทั้งนี้ระหว่างการเข้าตรวจค้นบ้านพักของเณรแอ เมื่อเช้ามืดวันที่ 10 กรกฎาคม 2548 ตำรวจพบ เณรแอนอนอยู่ในห้องพักกับหญิงสาววัย 19 ปี รายหนึ่ง โดยหญิงสาวรายนี้ยอมรับกับตำรวจว่า เดินทางมาพบเณรแอเพื่อให้ทำเสน่ห์ยาแฝดให้ แต่ไม่มีเงินจ่ายค่าพิธี จึงต้องยอมร่วมหลับนอนกับเณรแอแทน นอกจากนั้นยังพบเครื่องรางของขลังและอุปกรณ์การทำพิธีไสยศาสตร์อยู่เต็มบ้าน ทั้งพระพุทธรูป รูปปั้นกุมารทอง หัวกะโหลกลงอักขระหลายขนาด ตะกรุด ปลัดขิก ขวดน้ำมันพราย หุ่นขี้ผึ้งปั้นหญิง-ชายกอดกันและมัดติดกัน อย่างไรก็ตาม ของกลางที่พบไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะพบได้ในบ้านพักของจอมขมังเวทรายนี้ แต่ที่ทำให้ตำรวจแปลกใจคือ มี ยาทน ยาไวอากร้า และยากล่อมประสาท ซุกซ่อนอยู่ใต้ฐานพระภายในห้องทำพิธีอีกด้วย ปัจจุบัน เณรแอ ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จากคำพิพากษาศาลอาญารัชดาฯคดีฉ้อโกง เป็นเวลา 100 ปี แต่คำให้การของจำเลยมีประโยชน์ต่อการพิจารณาอยู่บ้าง จึงลดโทษให้เหลือจำคุก 75 ปี จากการสืบสวนของตำรวจ ปดส.ในครั้งนั้น พบว่ามีหญิงสาวที่ตกเป็นเหยื่อของ "เณรแอ" ทั้งสิ้น 33 คน ในจำนวนนั้นมีดารา นักแสดง และผู้ที่มีชื่อเสียงในสังคม หลายรายรวมอยู่ด้วย ซึ่งนั้นเป็นเพราะ "จอมขมังเวท" รายนี้มีการโฆษณาชวนเชื่อในสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ในทำนองว่า เป็นจอมขมังเวท เป็นหมอผี มีเวทมนตร์คาถาไสยศาสตร์ ทำเสน่ห์ ลงนะหน้าทอง ให้เกิดพลังเมตตามหานิยม ทำให้คนรักคนหลง ค้าขายดี  หลวงปู่เณรคำ พระไฮโซ คนดังโลกโซเชียล หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก มีนามเดิมว่า "วิรพล สุขผล" เกิดที่บ้านทรายมูล ต.ทรายมูล อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2522 ทั้งนี้  หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก เป็นบุตรคนที่ 4 จากพี่น้องทั้ง 5 คน ของนายรัตน์ สุขผล และนางสุดใจ สุขผล เมื่อ หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก บวชเป็นพระภิกษุแล้ว ได้รับฉายาทางพระพุทธศาสนาว่า "ฉัตติโก" หรือ "พระอาจารย์ วิรพล ฉัตติโก เณรคำ เคยเป็นประธานสงฆ์สำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม และมีชื่อเสียงจากความสามารถในการสั่งสอน แต่ภายหลังถูกถอดจากสมณเพศเพราะมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายประการ โดยพฤติกรรมที่ปรากฎ บวชตั้งแต่อายุ 12 แล้วปฏิบัติทางสมาธิภาวนาแบบอุกฤษฏ์คือยอมตายถ้าไม่บรรลุธรรม จนมีสมาธิจิตสูงถึงระดับฌาณ 8 มีฤทธิ์อภิญญา ขณะนี้ท่านอายุเพียง 30 ปีเศษเท่านั้น แต่ที่ท่านเรียกตัวเองว่า หลวงปู่ เพราะรวมกับอายุในชาติที่แล้ว ท่านระลึกชาติได้หลายแสนชาติ เห็นนรก เห็นเทวดาและองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระอรหันต์ต่างๆ ช่วงที่ธุดงค์อยู่ตามป่าตามถ้ำ อ้างว่าได้สัมผัสกับผี เปรต พญานาค เทวดามากมาย แต่ที่โด่งดังกลับเป็นปรากฏการณ์ที่สร้างความฮือฮาในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก กับภาพถ่ายในอิริยาบถต่าง ๆ เช่น ชูสองนิ้วในศูนย์การค้า โดยภายในคลิปเป็นภาพคณะสงฆ์จำนวน 3 รูปนั่งอยู่บนเครื่องบินส่วนตัว (ว่ากันว่า ลูกศิษย์ถวายให้ใช้เดินทางไกล หรือกรณีเร่งด่วน) หูเสียบหูฟังไอโฟน สวมแว่นตาดำและกระเป๋าหลุยส์วิตตอง โดยเครื่องบินเครื่องดังกล่าวบินลงจอดที่สนามบินอุบลราชธานี ซึ่งทราบข้อมูลเบื้องต้นว่าพระบนเครื่องบิน มีชื่อว่า หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก "หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก" ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ผู้ที่มีภาพถ่ายนั่งเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวกับลูกศิษย์มาดเท่ อันเป็นปฐมบทของการถูกขุดคุ้ยตีแผ่ จนต้องเผ่นหนีออกนอกประเทศไปในที่สุด... ทั้งนี้ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 26 ปี ได้ออกมาเปิดเผยถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับ "เณรคำ" จนมีลูกชายวัย 11 ขวบ โดยได้รู้จักกับพระรูปนี้เมื่อปี 2542 ขณะเรียนอยู่ชั้น ม.2 ตอนนั้น "เณรคำ" ธุดงค์มาปักกลดที่ป่าช้าบ้านโพนจาน ต.โพธิ์ จ.ศรีสะเกษ ความสัมพันธ์ฉันชู้สาวดำเนินไป โดยเณรคำขับรถยี่ห้อหรูทั้งเบนซ์ จากัวร์ไปรับที่หน้าโรงเรียน พาไปมีสัมพันธ์กันในรีสอร์ต บางครั้งก็พาไปที่กุฏิสำนักสงฆ์ รวมถึงบนรถ เฉลี่ยเดือนละ 10 ครั้ง จนกระทั่งฝ่ายหญิงตั้งท้อง และคลอดลูก เงินที่เคยส่งเสียให้ใช้จ่ายครั้งละ 5,000-10,000 บาทเริ่มขาดหายไป รวมถึงตัว "เณรคำ" ที่ไม่สามารถติดต่อได้ แต่จุดแตกหักจริงๆ ที่ทำให้หญิงสาวผู้นี้ออกมาแฉพฤติกรรมของพระฉาวกับสาธารณชน คือ คำกล่าวหาของลูกศิษย์ ที่ว่า ลูกในท้องของเธอเป็นลูกที่เกิดจาก "น้องชาย" ของ "เณรคำ" กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีร้องเรียนพระวิรพล สุขผล หรือหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำงานสำคัญ "การที่หลวงปู่เณรคำมีความสัมพันธ์ทางเพศกับเด็กอายุ 14 ปี เข้าข่ายผิด มาตรา 277 ประมวลกฎหมายอาญา กรณีกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไม่ว่าเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และเป็นเหตุให้ต้องปาราชิกพ้นจากการเป็นพระ" กระทั่งวันที่ 13 ก.ค.2556 พระครูสิริวินัยวัฒน์ เจ้าคณะอำเภอเมืองศรีสะเกษ ประธานคณะกรรมการสอบสวนอธิกรณ์พระวิรพล สุขผล หรือหลวงปู่เณรคำ พร้อมคณะกรรมการ ได้ประชุมร่วมกันที่วัดป่าศรีสำราญ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ใช้เวลาพิจารณา 40 นาที เห็นพ้องกันว่าพยานหลักฐานในเหตุเสพเมถุนชัดเจน จึงมีมติให้พระวิรพล อาบัติปาราชิก ขาดจากความเป็นพระภิกษุ นี้ยังไม่นับรวมถึงความผิดในเรื่องอื่นๆ ทั้งฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงินโดยเบียดบังเงินบริจาคไปซื้อทรัพย์สินและการนำเงินไปฝากในต่างประเทศ แสดงและใช้วุฒิการศึกษาเท็จว่าจบด็อกเตอร์จากมหาวิทยาลัยสันติภาพโลก ฆ่าคนตายโดยประมาทจากการขับรถชนคน มีพฤติกรรมหลบเลี่ยงภาษีรถหรูซึ่งมีทั้งที่ซื้อใช้เอง และซื้อแจกพระผู้ใหญ่หลายรูป ฯลฯ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ความสำคัญในคดีมุ่งไปที่การตามหาตัวอดีต "พระเณรคำ" และวิธีที่จะนำตัวกลับมาดำเนินคดี แต่ก็มีคำถามของคนที่อยากรู้ตามมาว่า จริงๆ แล้วตอนนี้สมีคำอยู่ที่ไหนกันแน่ อยู่ต่างประเทศแบบสบายๆ รอเวลาจนคดีหมดอายุความแล้วค่อยกลับเมืองไทย...เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป คดีจะจบลงแบบไหน  พระธัมมชโย  ประมุขแห่ง ธรรมกาย พระธัมมชโย หรือ พระเทพญาณมหามุนี มีนามเดิมว่าไชยบูลย์ สุทธิผล เกิดเมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2487 ณ คุ้งน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา ตำบลบ้านแป้ง อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี บิดาชื่อจรรยงค์ สุทธิผล มารดาชื่อจุรี สุทธิผล[1] ในวัยเด็กมักค้นคว้าหาความรู้ด้านธรรมะ และคำถามที่ติดอยู่ในใจเสมอคือ "เราเกิดมาทำไม และอะไรคือเป้าหมายชีวิต" จึงได้แสวงหาคำตอบเรื่อยมา ขณะที่เรียนอยู่ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยหลังจากได้ฟังการบรรยายธรรมจากวิทยากรท่านต่าง ๆ ร่วมกับเพื่อนตั้งชุมนุมยุวพุทธ พ.ศ. 2506 เมื่อขณะศึกษาอยู่ชั้น ม. 8 (เทียบเท่า ม. 6 ปัจจุบัน) กำลังเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย ได้อ่านพบหนังสือชื่อ "วิปัสสนาบันเทิงสาร" ลงเรื่องแม่ชีจันทร์ ขนนกยูง ซึ่งได้ศึกษาวิชชาธรรมกายมาจากพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ จึงได้ไปขอเรียนการปฏิบัติธรรมจากนาง[ต้องการอ้างอิง] เมื่อเรียนจบปริญญาตรีสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์เกษตร จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แล้ว ได้บรรพชาอุปสมบท เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2512 ณ พัทธสีมาวัดปากน้ำภาษีเจริญ โดยมีพระเทพวรเวที (ปัจจุบันคือสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ) เป็นพระอุปัชฌาย์[2] พระครูพิพัฒน์ธรรมคณี เป็น พระกรรมวาจาจารย์ พระวิเชียรกวี เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า "ธมฺมชโย" แปลว่า "ผู้ชนะโดยธรรม" ย้อนกลับไปเมื่อปี 2540 พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย) หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายและประธานมูลนิธิธรรมกายถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในประเด็นยักยอกทรัพย์ จากการบริหารเงินบริจาค ต่อมากรมที่ดินได้สำรวจพบว่า พระธัมมชโยมีชื่อเป็นเจ้าของโฉนดที่ดินและบริษัทที่เกี่ยวกับวัดพระธรรมกายกว่า 400 แปลง รวมเนื้อที่กว่า 2 พันไร่ ในจังหวัดพิจิตรและเชียงใหม่ การกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดทางพระธรรมวินัยขั้นปาราชิก รวมถึงถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่น ใกล้ชิดสีกา และอวดอุตริมนุสธรรม พศ. มหาเถรสมาคมจึงมีมติให้ปรับปรุงคำสอนของวัดพระธรรมกาย และยุติการเรี่ยไร เงินนอกวัด ส่วนที่ดินและทรัพย์สินให้คืนให้กับทางวัด แต่พระธัมมชโยไม่ยอม กรมการศาสนาจึงได้เข้าแจ้งความดำเนินคดี ระหว่างคดียังคงอยู่ในกระบวนพิจารณาในชั้นศาล พระธัมมชโยและคณะวัดพระธรรมกายได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ขณะที่สื่อมวลชนมีการนำเสนอข่าวของวัดพระธรรมกายอย่างต่อเนื่อง สื่อมวลชนหลายสำนักได้นำเสนอข่าวแพร่สะพัดออกไปในทางเสื่อมเสีย วัดพระธรรมกายจึงได้เกิดการฟ้องร้องกันขึ้น พ.ศ.2542 เกือบ 7 ปี ของการดำเนินคดี ตั้งแต่ปี 2542-2549 ในที่สุดวันที่ 21 สิงหาคม 2549 พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 ซึ่งเป็นโจทก์ ขอถอนฟ้อง จำเลยคือพระธัมมชโย และนายถาวร พรหมถาวร ลูกศิษย์ ทุกข้อกล่าวหา โดยสรุปว่า ปัจจุบันจำเลยกับพวก ได้เผยแผ่พระพุทธศาสนาตรงตามพระไตรปิฎกและนโยบายของคณะสงฆ์ ด้วยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้เป็นที่ยอมรับทั่วไป ทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งยังได้ส่งมอบทรัพย์สินทั้งหมดคืนให้แก่วัดพระธรรมกายแล้ว เมื่อพระธัมมชโยได้คืนทรัพย์สินและที่ดินให้กับวัดพระธรรมกายแล้ว ดังนั้น มติ มส.ในขณะนั้นจึงไม่ได้ให้ปาราชิก และยังสามารถดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายได้ ต่อมาได้มีการคืนตำแหน่งเจ้าอาวาสให้กับพระธัมมชโย และพระราชทานสัญญาบัตรเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ "พระเทพญาณมหามุนี" เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2554 ดูเหมือนคดีความของวัดพระธรรมกายจะจบลงด้วยดี แต่แล้วชื่อของวัดพระธรรมกายกลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง เมื่อผุดโครงการ "ธุดงค์ธรรมชัย" ขึ้นใจกลางเมืองหลวง เมื่อปี 2555 ต่อด้วยกรณีเงินบริจาคของ นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เมื่อปี 2556 ภายหลังการตรวจสอบเส้นทางเดินเงิน กรณีนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ซึ่งได้กระทำความผิดฐานฉ้อโกงเงินประชาชนรวมกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท โดยมีการลงนามสั่งจ่ายเช็คของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น และมีการนำเช็คไปเข้าบัญชีเงินฝาก 3 ส่วน 1.สั่งจ่ายเช็คสหกรณ์ฯ 8 ฉบับ แบ่งเป็นจ่ายให้กับพระธัมมชโย เป็นเงิน 348,780,000 บาท 2.สั่งจ่ายเช็คสหกรณ์ 6 ฉบับ เข้าบัญชีเงินฝากของวัดพระธรรมกาย 436 ล้านบาท 3.สั่งจ่ายเช็คสหกรณ์เข้าบัญชีเงินฝากของพระปลัดวิจารณ์ 119 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 900 ล้านบาท ทั้งนี้ ยังไม่นับรวมกรณีที่นายศุภชัยสั่งจ่ายเช็คเข้าบัญชีกลุ่มบุคคลอื่น หรือนำเงินไปซื้อที่ดินมาบริจาคให้วัดพระธรรมกาย เพื่อก่อสร้างพระมหาเจดีย์ทัตตชีโว การนำเงินไปใช้ก่อสร้างอาคารที่ตั้งอยู่บนที่ธรณีสงฆ์ ปปง.ไม่สามารถบังคับคดีได้ ส่วนเช็คของสหกรณ์ฯ ที่เข้าบัญชีเงินฝากของพระธัมมชโย กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินคดีทางแพ่ง (ฟ้องเรียกทรัพย์สินคืน) ส่วนเช็คที่เข้าบัญชีพระปลัดวิจารณ์ 119 ล้านบาท ได้ทำการถอนปิดบัญชีไปแล้ว ปปง.ไม่สามารถติดตามเส้นทางเงินต่อไปได้ เพราะถอนเป็นเงินสด สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยได้รับการยืนยันว่า ที่ประชุมมหาเถรสมาคม เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์นั้น ยังไม่ได้มีมติเกี่ยวกับพระธัมมชโย และยังไม่ได้มีการพิจารณาด้วยว่าจะปาราชิกหรือไม่ปาราชิก มีแต่เพียงการเข้าไปรับทราบและชี้แจงเท่านั้น ซึ่งในวันนั้นที่ประชุมมีการตั้งคณะทำงาน มส. ขึ้นมา 1 ชุด มีพระผู้ใหญ่ 6 รูป และฆราวาส 2 คน เพื่อเข้าติดตามและดำเนินการในเรื่องดังกล่าว โดยในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ ทางมหาเถรสมาคม จะมีการประชุมพร้อมนำเรื่องการตั้งคณะทำงานชุดนี้เข้าหารือ เพื่อรับรองอย่างเป็นทางการอีกครั้ง และนี่คือ เปิดตำนาน “พระฉาว” เมืองไทย ที่ข่าวดังไกลไปทั่วโลก  @คุณแร้ง

จีนสั่งห้าม!! พระไทยเดินทางเข้าประเทศ
จีน /  พระไทย

ทางการจีนสั่งห้าม!! พระไทยเดินทางเข้าประเทศ เหตุนำวัตถุมงคลสารพัดชนิดเข้าไปจำหน่าย สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ปัจจุบัน มีพระไทยจำนวนมากที่เดินทางไปประเทศจีน จนกระทั่ง ถูกทางการจีนสั่งห้ามเข้าประเทศ รวมทั้งได้ถูกปฏิเสธการให้วีซ่าเข้าประเทศ เนื่องจากนำวัตถุมงคลสารพัดชนิดเข้าไปจำหน่ายในประเทศ โดยเว็บไซต์ alittlebuddha.com ระบุว่า วัตถุมงคลดังกล่าว มีทั้ง พระเครื่อง เครื่องรางของขลัง ลูกประคำ หรือแม้แต่วัตถุอวมงคล เช่น ปลัดขิก ทางการจีนเห็นว่าเป็นสิ่งมอมเมา มากกว่าการมาท่องเที่ยว บางรายขนมาเป็นกระเป๋า หรือรถบรรทุก อย่างไรก็ตาม ต้องรอฟังการสอบสวนของมหาเถรสมาคมต่อไป ว่าสาเหตุที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร และมีแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างไร เบื้องต้น ทางการจีนสั่ง ห้ามรับเรื่อง คือปฏิเสธตั้งแต่ด่านแรก จึงไม่มีการพิจารณา ไม่ว่ากรณีใดๆ สำหรับพระภิกษุสามเณร MThai News

ส.บอล เลือกโคราช เป็นสังเวียดฟาดแข้ง ช้างศึก ฟัด ลอดช่อง
ช้างศึก /  ทีมชาติไทย / 

ความเคลื่อนไหวของ ช้างศึก ทีมชาติไทย ที่จะมีคิวลงสนามอุ่นเครื่องเกมกับ ลอดช่อง สิงคโปร์ ในวันที่ 26 มี.ค.58 นี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ยังไม่ได้ระบุว่าจะใช้สังเวียนไหน เพื่อฟาดแข้งกัน ล่าสุดสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ออกมายืนยันเป็นที่แน่นอนแล้วว่า จะใช้สนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นสังเวียนแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ครั้งล่าสุด เป็นสนามแข่งขันระหว่าง ช้างศึก ทีมชาติไทย พบ ลอดช่อง สิงคโปร์ เหตุที่ต้องโยกคิวทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ไปเตะอุ่นเครื่องที่จังหวัดนครราชสีมานั้น ก็เป็นเพราะ ระหว่างวันที่ 27-31 มี.ค.58 สนามราชมังคลากีฬาสถาน จะถูกใช้ทำการแข่งขันฟุตบอลเอเอฟซี ยู 23 ชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก ทั้งนี้เมื่อการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ แฟนบอลจังหวัดนครราชสีมา ให้การตอบรับเป็นอย่างดี จะเห็นได้จากสนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ จ.นครราชสีมา เต็มตลอด

วัยรุ่นมันต้องเกรียน! แฟนแมนฯซิ เผยแค่ทำท่าล้อ เนย์มาร์
ดาวยิงบราซิล /  บาร์เซโลนา / 

ควันหลงจากเกมที่ บาร์เซโลนา บุกไปยัดความปราชัยให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-2 นั้น ก่อนจบเกมมีแฟนบอลของ แมนฯ ซิตี้ ได้มีปากมีเสียงกับ เนย์มาร์ จนเกือบเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมานั้น ได้ออกมาแก้ตัวแล้วว่า แค่ทำมือล้อกวนประสาทเท่านั้น ไม่ได้ด่าด้วยคำหยาบเลย เนย์มาร์ กองหน้าจอมลีลาของ บาร์เซโลนา เกิดความไม่พอใจต่อแฟนบอลของเจ้าบ้านรายหนึ่ง ในเกม ยูฟ่า แชมเปียส์ ลีก ที่ไปเยือน เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่จงใจล้อเลียนเขา หลังจากที่ เมสซี ยิงจุดโทษพลาดในช่วงท้ายเกม และเกือบจะมีเรื่องมีราวกัน โดยก่อนหน้านี้ เนย์มาร์ ได้ออกมาเผยว่า เขาถูกแฟนบอลวัยรุนของเจ้าบ้านด่าทอด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย แต่ล่าสุดนั้น อาซิซ ฮัมมัด แฟนบอลคนดังกล่าว ก็ได้ออกมาแก้ต่างข้อกล่าวหานี้ว่า ตัวเขาแค่ใช้มือทำท่าล้อเลียนพุ่งล้ม เพื่อกวนประสาทเท่านั้น ไม่ได้ใช้ถ้อยคำหยาบอย่างที่ ดาวยิงบราซิล กล่าวไว้แต่อย่างใดเลย โดย อาซิซ ฮัมมัด ได้กล่าวว่า "ผมแคทำมือพุ่งล้มกวนประสาทเขาเหมือนแฟนบอลทั่วไปทำกัน แล้วเขาก็กวักมือเรียกผม หลังจบเกมเขาเดินมาหาผมเอง แต่ผมก้ไม่รู้ว่ามีเจตนาอะไร ผมไม่เข้าใจที่เขาพูด เพราะมันเป็นภาษาโปรตุเกส หรือสเปนนี่หล่ะ จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ดึงผมออกมาแล้วเขาก้เดินเข้าอุโมงค์ไป"

อุ๊บบบส์!! เต้ย-วาววา อินนอกจอ
เต้ย พงศกร /  วาววา ณิชารีย์ / 

กระแสละครบางระจันกำลังมาแรง พระ-นางของเรื่องอย่าง เต้ย พงศกร และ วาววา ณิชารีย์ ก็ถูกยกเป็นคู่จิ้นคู่ใหม่ของวงการ นอกจากแฟนๆ จะได้ฟินจิกหมอนกับบท ทัพ-แฟง ในละครแล้ว ชีวิตจริงนอกจอของทั้งคู่ก็ฟินไม่แพ้กัน เพราะขยันโพสต์ภาพสวีทและแคปชั่นหวานๆ ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวถึงกันตลอด... ออกตัวแร๊งงงงงทั้งคู่ขนาดนี้ จะมีสปาร์ครักกลางกองอีกคู่หรือเปล่า ต้องติดตามกันต่อไปนะจ๊ะ!! ขอบคุณภาพจาก IG @ toey_pongsakorn, wawwa_nc เต้ย-วาววา เต้ย-วาววา เต้ย-วาววา เต้ย-วาววา เต้ย-วาววา เต้ย-วาววา

ผลฟุตบอล : ไม่มีปาฏิหาริย์2005!! หงส์อกหักยิงเป้าแพ้เบซิคตัสปิ๋วยูโรป้า
จอร์ดอน ไอบ์ /  ซิมง มินโญเล่ต์ / 

ผลฟุตบอล ยูโรป้า ลีก รอบ32ทีมสุดท้าย (นัดที่2) วันพฤหัสที่ 26 กุมภาพันธ์ 2558 เบซิคตัส 1-0 ลิเวอร์พูล รายชื่อคนทำประตู : 1-0 โทลกาย อัสลาน น.72 เวลา : 1.00 น. สนาม : อตาเติร์ก โอลิมปิยัต สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : TrueSport 1, TrueSport HD2 ศึกฟุตบอล ยูโรป้า ลีก รอบ32ทีมสุดท้ายเลกสองของ ลิเวอร์พูล บุกไปเยือน อตาเติร์ก โอลิมปิยัต สเตเดี้ยม รังเหย้าของ เบซิคตัส โดยแมตช์แรก "หงส์แดง" กุมความได้เปรียบจากการชนะมาก่อนในบ้าน 1-0 ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การกลับมาเยือนกรุง อิสตันบลู ครั้งแรกหลังจากซิวแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ปี2005 ต้องมาดูว่า เบรนแดน ร็อดเจอร์ส จะพาลูกทีมทำผลงานได้ดีแบบต่อเนื่องหรือเปล่า [เริ่มเกม] 10 นาทีแรก ถือว่ารูปเกมเน้นการดวลกันบริเวณกลางสนาม และยังไม่มีโอกาสจบสกอร์ด้วยกันทั้งคู่ นาที 11 มาริโอ บาโลเตลลี่ โดนใบเหลืองแรกของเกม หลังจากพุ่งเสียบ เวลี่ คาฟลัค แบบน่าเกลียดบริเวณฝั่งขวาของสนาม นาที 18 หงส์แดง หวิดโดนนำ หลังจาก โอลคาย ชาฮาน เปิดยัดเข้ากลางมาให้ เด็มบ้า บา เข้าชาร์จ ยังดีที่ มาร์ติน สเคอร์เทล ที่วันนี้ได้สวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีมล้มตัวกวาดออกหลังไปได้แบบหวุดหวิด นาที 20 เจ้าหนู ราฮีม สเตอร์ลิ่ง เกือบพาลิเวอร์พูลขึ้นนำจากจังหวะซัดแถวสองด้วยเท้าขวาเต็มข้อแต่ เก็งค์ โกเนน ยังทำได้เยี่ยมซุปเปอร์เซฟช่วยชีวิตทีมไว้ได้ นาที 29 หงส์แดง ได้เตะมุม โจ อัลเลน รับหน้าที่เปิดเข้ามาถึง มาร์ติน สเคอร์เทล ขึ้นโขกเต็มๆแต่ควบคุมทิศทางไม่อยู่ บอลลอยโด่งข้ามคานอย่างน่าเสียดาย นาที 33 มาริโอ บาโลเตลลี่ แอตซิสต์ให้ สเตอร์ริดจ์ หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนจะล็อคหลายจังหวะและยิงด้วยขวา เก็งค์ โกเนน ไม่พลาดทุบออกไปได้ นาที 41 โอลคาย ชาฮาน เกือบพา เบซิคตัส ขึ้นนำหลังจากได้ซัดด้วยขวาเต็มข้อหน้าเขตโทษฝั่งซ้ายแต่โดนปฏิเสธออกไปโดย ซิมง มินโญเลต์ ที่ล้มตัวทุบบอลออกไปได้ [จบครึ่งแรก] ยังคงเสมอกันที่ 0-0 โดยทางฝั่ง ลิเวอร์พูล เดินเกมรุกได้น่ากลัวกว่าทาง เบซิคตัส พอสมควร แต่จังหวะสุดท้ายยังทำได้ไม่เฉียบขาดพอ ต้องมาดูกันว่าครึ่งเวลาหลังกุนซือทั้งสองทีมจะแก้เกมมายังไง โดยเฉพาะทางฝั่งเจ้าบ้านที่ต้องการประตูอย่างน้อยๆ 1 ลูกเพื่อยืดโอกาสในการเข้ารอบต่อไป [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวด้วยกันทั้งสองทีม นาที 53 โฮเซ่ โซซ่า ตะบันด้วยขวาหน้ากรอบเขตโทษ บอลน้ำหนักรุนแรงใช้ได้แต่ ซิมง มินโญเล่ต์ ยังยืนตำแหน่งเยี่ยมล้มตัวเซฟไว้ได้ไม่พลาด เกมผ่านไปถึงนาที 70 เบซิคตัส เดินหน้าลุยแหลก และทาง ลิเวอร์พูล ก็ตั้งหน้าตั้งตาเล่นเกมรับลูกเดียว ถึงตอนนี้ต้องมาดูว่าเจ้าบ้านจะเฉียบคมมากแค่ไหน GOAL! นาที 72 หลังจากไล่นวดอยู่นาน โทลกาย อัสลาน ที่ได้ลงมาเป็นสำรองกดด้วยซ้ายบอลพุ่งเสียบตาข่ายเข้าไปแบบสุดสวย ทำให้สถานการณ์ตอนนี้ไม่มีฝั่งไหนได้เปรียบหรือเสียเปรียบกันแล้ว นาที 85 ถึงตอนนี้รูปเกมของ หงส์แดง ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น แถมการต่อบอลยังเป็นทางฝั่งเจ้าบ้านชัดเจน นาที 90+1 เบซิคตัส พลาดได้ประตูชัยแบบสุดช็อค!! หลังจาก เด็มบ้า บา ซัดจ่อๆบอลชนคานดังสนั่นพลาดพาทีมเข้ารอบต่อไปแบบเหลือเชื่อ [จบเกม] เบซิคตัส ชนะ ลิเวอร์พูล ในเวลา 1-0 (สกอร์รวม1-1) ต้องไปวัดกันในช่วงต่อเวลาพิเศษ [เริ่มช่วงต่อเวลาพิเศษ] นาที 95 เจ้าบ้าน เดินหน้าลุยแบบต่อเนื่อง ดาเนี่ยล โอปาเร่ แบ็คซ้ายเติมขึ้นสูงก่อนจะซัดเปรี้ยงเดียวบอลเฉี่ยวเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย นาที 110 ลิเวอร์พูล ได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษฝั่งซ้าย อดัม ลัลลาน่า รับหน้าที่โยนยาวเข้าไป แต่ก็ยังทำอะไรกำแพงแนวรับของ เบซิคตัส ไม่ได้ นาที 115 เด็มบ้า บา หลุดเข้ามาในกรอบเขตโทษฝั่งขวา ก่อนจะตัดสินใจสับด้วยซ้ายเต็มแรง บอลลอยโด่งออกหลังไปแบบไม่ได้ลุ้น นาที 118 หงส์แดง ไดด้ลุ้นจากลูกฟรีคิกฝั่งซ้ายแต่ เอ็มเร่ ชาน เปิดไม่ขึ้นสุดท้ายโดนแนวรับเจ้าบ้านเคลียออกไปแบบง่ายดาย [จบช่วงต่อเวลาพิเศษ] เบซิคตัส ชนะ ลิเวอร์พูล 1-0 (สกอร์รวม1-1) ต้องไปดวลจุดโทษชี้ชะตาผ่านเข้ารอบต่อไป [ยิงจุดโทษ] เบซิคตัส : บา(เข้า), โตเร่(เข้า), คาฟลัค(เข้า), ฮัตชินสัน(เข้า), อัสลาน(เข้า) ลิเวอร์พูล : แลมเบิร์ต(เข้า), ลัลลาน่า(เข้า), ชาน(เข้า), อัลเลน(เข้า), ลอฟเรน(ไม่เข้า) 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เบซิคตัส : เก็งค์ โกเนน, เซอร์เดอร์ คูร์ตูลูส, เปโดร ฟรังโก้, เนซิป ยูซาล, ดาเนี่ยล โอปาเร่, อติบา ฮัตชินสัน, เวลี่ คาฟลัค, โกคาน โตเร่, โฮเซ่ โซซ่า, โอลคาย ชาฮาน, เด็มบ้า บา ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเล่ต์, เดยัน ลอฟเรน, มาร์ติน สเคอร์เทล, โคโล ตูเร่, จอร์ดอน ไอบ์, โจ อัลเลน, เอ็มเร่ ชาน, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์, มาริโอ บาโลเตลลี่

นี่หรือเมืองพุทธ คุณมองแค่ด้านเดียวอยู่หรือเปล่า?
นี่หรือเมืองพุทธ /  เพจฟักโกสต์ / 

นี่หรือเมืองพุทธ คุณมองแค่ด้านเดียวอยู่หรือเปล่า? By ฟักโกสต์ จากกรณีที่พุทธศาสนาและความขัดแย้งในกลุ่มพระสงฆ์กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ จนกลายเป็นประเด็นใหญ่โตและถูกโยงไปถึงเรื่องราวของการเมือง ล่าสุดแฟนเพจ  FuckGhost ฟักโกสต์ : สมาคมต่อต้านสิ่งงมงาย ซึ่งติดตามประเด็นนี้และได้จุดกระแสให้คนในสังคมได้คบคิดว่าถึงเวลาที่จะปฏิรูปความเชื่อและความศรัทธาของคนไทยได้แล้วหรือยัง? ที่สังคมไทยเป็นอยู่ทุกวันนี้เป็นเมืองพุทธ(แท้)จริงหรือ โดยได้หยิบบทความที่เพจเขียนเมื่อตอนปี2013 ชื่อ คุณมองแค่ด้านเดียวอยู่หรือเปล่า? โดยระบุว่า คนส่วนหนึ่งในประเทศของเรามักจะพูดถึงแต่สิ่งที่ดีมองแต่สิ่งที่ดี ทำให้เราไม่เจอสิ่งที่ดีกว่าซะที พอพูดถึงสิ่งที่ไม่ดีขึ้นมาก็รับกันไม่ได้ แล้วเมื่อไหร่ประเทศจะพัฒนา ในกรณีเรื่องไม่ดีในศาสนา เช่น พระทำผิดวินัย ผมมักจะเห็นพวกออกมาดิ้นปกป้องพระทั้งๆที่รู้อยู่ว่าเขาทำผิด คนแบบนี้ที่จะทำให้ศาสนาเสื่อม เพราะคุณเห็นดีเห็นงามกับสิ่งที่ผิด พระก็คือคนที่ออกบวชเพื่อฝึกตนค้นหานิพพาน ถ้าระหว่างฝึกทำตัวผิดวินัยเราก็น่าจะตักเตือนได้หรือถ้ามันหนักเกินไปท่านก็เลิกฝึกตนซะ "บวชพระมาฝึกเป็นคนดีไม่ใช่มาฝึกเป็นคนชั่ว" แล้วถ้าเราปล่อยไว้แบบนี้ต่อไป ประเทศของเราก็จะมีแต่เรื่องดีๆโรยหน้าแล้วเรื่องเน่าๆหมกไว้เต็มไปหมด แล้วเมื่อไหร่เราจะพัฒนา ลองคิดดูกันนะ "ผมขอติเพื่อก่อดีกว่าชมแล้วทำลาย" ทั้งนี้แฟนเพจฟักโกสต์ได้นำเสนอภาพอีกด้านของแผนที่เมืองไทยที่เต็มไปด้วยลัทธิความเชื่อ ผี ปีศาจ พราหมณ์ พิธีกรรมแปลกๆที่ไม่ได้มีที่มาจากคำสอนของพระพุทธศาสนา พร้อมกับคำถามว่า นี่หรือเมืองพุทธ ? MThai News ที่มา แฟนเพจ  FuckGhost ฟักโกสต์ : สมาคมต่อต้านสิ่งงมงาย