มือปื่น/ดาว/พระ/เม้าส์-ณัชชา

ปังมาก! น้องแนทตี้ อดิภา โรงเรียนสตรีนนทบุรี
high school girl /  ดาวโรงเรียน / 

แนทตี้ อดิภา สาวน้อยที่พกพารอยยิ้มละลายใจ จากโรงเรียนสตรีนนทบุรี วันนี้เธอจะมาแนะนำตัวให้เพื่อนๆ ชาวทีนเอ็มไทยได้รู้จักกัน หลายคนอาจรู้จักเธอมากก่อนหน้านี้แล้วจาก ดีเจ TalkTalk แต่ยังไม่รู้ว่าเธอเป็นเจ้าแม่นักกิจกรรมโรงเรียนตัวจริง และความลับของหนุ่มในสเป็กและเรื่องส่วนตั๊วสาวนตัวอีกมากมาย เธอจะเปิดมาเปิดเผยที่นี่ที่เดียวจ้า ปังมาก! น้องแนทตี้ อดิภา โรงเรียนสตรีนนทบุรี ชื่อ : อดิภา เจนพรมราช ชื่อเล่น : แนทตี้ วันเกิด : 17  กันยายน 2540 การศึกษา : โรงเรียนสตรีนนทบุรี งานอดิเรก : ฟังเพลง, ฟิตเนต เมนูโปรด : ต้มยำกุ้ง สีที่ชอบ : สีแดง เสื้อผ้าแนวที่ชอบ : หวานๆ สิ่งที่กลัวที่สุด : งู ความสามารถพิเศษ : มวยไทย, แสดงละคร, เดินแบบ, ว่ายน้ำ ผลงานที่ผ่านมา : – จัดรายการผ่านเว็บ Talk Talk ความฝันในอนาคต : อยากเป็นนักแสดง คติประจำใจ : คิดดี ทำดี พูดดี จะประสบความสำเร็จ คราวนี้เราลองมาชมคลิปแนะนำตัวน่ารักๆ ของเธอกันเลยค่ะ ติดตามความสดใสน่ารัก ของเหล่าเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ดาวโรงเรียนจากรั้วโรงเรียนทั่วประเทศ ได้ใหม่ ที่นี่ teen.mthai.com นะจ๊ะ… เครดิตข้อมูลและภาพทั้งหมดเป็นของทาง เว็บไซต์ teen.mthai.com

อัพเดท 5 อีเว้นท์น่าไปเดือนพฤษภาคมที่ขาช็อปไม่ควรพลาด !
event /  pop up market / 

เข้าถึงเดือนพฤษภาคม หลายๆ คนรอฝนแต่ก็ไม่ตกซักที ซ้ำยังจะอากาศร้อนขึ้นกว่าเดิมอีกต่างหาก แบบนี้เราต้องออกไปช็อป ชิล ชิมกันแล้วล่ะค่ะ ว่าแต่จะมีอีเว้นท์ไหนในเดือนนี้ที่น่าสนใจกันบ้าง มาดูกันเลยค่ะ Somart Fashion Week เป็นงานที่จัดมาหลายต่อหลายครั้งแล้วค่ะสำหรับ Somart Fashion Week ปกติจะจัดขึ้นหน้าบริเวณลานเซ็นทรัลเวิร์ลด์ แต่รอบนี้เขาจัดเอาใจชาวออฟฟิศ โดยเฉพาะช่องนนทรีที่เป็นศูนย์รวมออฟฟิศทั้งหลาย ครั้งนี้จะจัดขึ้น ณ ตึกเอ็มไพร์ชั้น M ซึ่งในงานนี้จะมีร้านค้าหลากหลาย ตั้งแต่แบรนด์รองเท้า แบรนด์เสื้อผ้า เคสโทรศัพท์ชิคๆ แฮนเมดและร้านอาหารมากมายเอาใจชาวออฟฟิศกันไปตั้งแต่วันที่ 3-4,6 และ 9-13 พฤษภาคมนี้ค่ะ The Garden of TFEST เรียกได้ว่าเป็นเจ้าเก่าเจ้าแก่ในการจัดอีเว้นท์ก็ว่าได้ค่ะ หลายๆ คนคงจะคุ้นหูจากงาน pop up market จาก TGIF ที่มักจะจัดขึ้นเป็นประจำหน้าลานเซ็นทรัลเวิร์ลด์ แต่ในครั้งนี้เขากลับมาอีกครั้งกับชื่องาน TGI FEST ที่มีคอนเซปต์ว่า Chillaxing คือ Chill และ Relax ไปในเวลาเดียวกัน ในงานก็จะรวบรวมร้านค้ามากมายที่มีคุณภาพและราคาที่เรียกได้ว่าไม่เกินเอื้อมค่ะ โดยจะจัดยาวๆไปทุกศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ที่ Fragant Park ติด BTS ทองหล่อ ทางออก 2 เริ่มตั้งแต่ 13 พฤษภาคมเป็นต้นไป Map Weekday Pop-Up Market เป็นงานที่จัดขึ้นท่ามกลางออฟฟิศที่รายล้อมมากมาย โดยจะแบ่งออกเป็นสองช่วง ช่วงแรกจะจัดที่สวนเพลิน Market สถานที่ Community Mall สุดชิคแห่งใหม่ย่านตึกช่อง 3 มาลีนนท์ โดยร้านค้าก็จะแบ่งเป็น อาหาร เสื้อผ้า สินค้าคราฟท์ต่างๆ แบบทำมือไอเดียเก๋ไก๋ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 16-18 พฤษภาคมเวลา 11 โมงถึง 2 ทุ่ม และ 23-27 พฤษภาคมที่ United Center Silom ตั้งแต่ 10โมงถึง 6 โมงเย็นเป็นต้นไปค่ะ Zaap Hard Sale กลับมาอีกแล้วกับ Zaap Hard Sale ที่จัดมาเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง โดยครั้งนี้จัดที่เดิมที่เซ็นทรัลลาดพร้าว Bangkok Convention Center Hall ชั้นบนเหมือนเดิม ซึ่ง Zaap Hard Sale จะไม่เหมือนงาน Zaap On Sale ปกติทั่วไปตรงที่ว่างานนี้เขาจะขนสินค้าคุณภาพดีไซน์หลากหลายมาลดกันในราคาที่เกินกว่าครึ่ง เรียกได้ว่าเหมาะกับคนที่มีงบและอยากได้ของติดไม้ติดมือกลับบ้านเยอะๆ ค่ะ งานจะจัดแค่วันที่ 27-28 พฤษภาคมเท่านั้นนะคะ ไปช้าระวังของหมดล่ะ ! Yelp: Live Music River  มาชมบรรยากาศสุดชิลกับสถานที่สุดชิคได้ที่ ท่ามหาราช ที่งานนี้ Hilight Markets เขาจัดขึ้นโดยเน้นดนตรีสดฟังสบายริมแม่น้ำเจ้าพระยา ยกตัวอย่างเช่นวง โยคเพลย์บอย ภายในงานนี้เขาก็มีบูธมากมายอย่างเช่นบูธของกิน มีทั้งอาหารเม็กซิกัน อาหารซีฟู้ดสดๆ กินเพลินริมแม่น้ำดูวิวพระอาทิตย์ตกดิน หรือจะมาใช้จ่ายจับจองเสื้อผ้า แว่นตา เคส หมวก สินค้า D.I.Y ก็ได้ค่ะ งานนี้จัดขึ้นวันที่ 6-8 พฤษภาคมนี้ตั้งแต่เวลา 4 โมงเย็นเป็นต้นไป ยาวถึง 5 ทุ่มเลยล่ะค่ะ แล้วอย่าลืมไปช็อป ชิลคลายร้อนเดือนพฤษภาคมกันนะคะ ขอบคุณภาพจาก: https://www.facebook.com/map.event.bkk, https://www.facebook.com/TGIFmarket https://www.facebook.com/hilightmarkets, https://www.facebook.com/zaaphardsale, https://www.facebook.com/somartsocialmarket

ทริคเด็ด 30 ข้อ ตะลอนใน คิวชู ประเทศญี่ปุ่น เที่ยวยังไงไม่ให้พลาด!
ที่เที่ยวญี่ปุ่น /  ประเทศญี่ปุ่น / 

เมืองคิวชู ถือเป็นอีกเมืองทางใต้ของประเทศญี่ปุ่น ที่มีคนนิยมไปเที่ยวมาก รองจาก ฟุกุโอกะ หลายคนที่ไปที่นี่ก็ได้จะซึมซับธรรมชาติแบบญี่ปุ่นอย่างแท้จริง ได้เห็นวัฒนธรรม สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติต่างๆ ด้วย และวันนี้ทางเพจ Was there once ก็ได้รวบรวม ทริคเด็ด 30 ข้อ ตะลอนใน คิวชู ประเทศญี่ปุ่น เที่ยวยังไงไม่ให้พลาด! มาฝากกันค่ะ ลองดูโน๊ะ ^^ ทริคเด็ด 30 ข้อ ตะลอนใน คิวชู ประเทศญี่ปุ่น เที่ยวยังไงไม่ให้พลาด! ทุกครั้งที่ผมมีโอกาสไปเที่ยวต่างประเทศ ผมชอบสังเกตและจดข้อมูลไว้เป็นข้อๆ ทริปคิวชูครั้งนี้ของผมเช่นกัน อยากเอาข้อมูลที่มีมาแบ่งปันให้เป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนๆที่กำลังสนใจหรือกำลังหาข้อมูลของ คิวชู หลายๆอย่างที่ผมพลาดก็เอามารวบรวมไว้ในนี้ ลองอ่านดูนะครับ 1. คิวชู ( 九州 Kyūshū ) คือ เกาะหนึ่งทางตอนใต้ที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศญี่ปุ่น ภูมิภาคนี้มีทั้งหมด7 จังหวัด ได้แก่ ฟุกุโอกะ(fukuoka) คุมะโมโตะ(Kumamoto) นางาซากิ(Nagasaki) ซากะ(Saga) โออิตะ(Oita) คาโงะชิมะ(Kagoshima) โดยจังหวัดศูนย์กลางในภูมิภาคนี้คือ ฟุกุโอกะ 2.ด้วยความที่คิวชูพึ่งติดท๊อปฮิตหนักๆในหมู่คนไทย (หลังโตเกียว/เกียวโต/โอซาก้า ) ทำให้หนังสือไกด์บุ๊คภาษาไทยมีน้อยมาก เอาจริงๆเห็นแค่เล่มเดียวเองที่มีข้อมูลท่องเที่ยวจริงจัง และที่มีขายอยู่บนแผงช่วงนี้ข้อมูลก็ยังไม่ครบ 3.จึงอยากแนะนำแหล่งหาข้อมูลดีๆ Japan-guide.com เป็นเว็บไซต์ภาษาอังกฤษนะ ถ้าหนังสือคงแนะนำ Lonely planet ทีสำคัญคือคลังกระทู้เก่าของพันทิปแนะนำกระทู้คุณหนุ่มอารมณ์ดี (กระทู้ซี่รีส์ คิวชูอารมณ์ดี) Smart search ดูเลย 4.เพราะคิวชูกำลังบูมหนักใน นทท.ไทย เราจึงพบเจอเจอคนไทยเยอะมาก ทุกๆหัวมุมถนน ในทุกๆที่ (จริงๆนะ) ด้วยเหตุผลหลักๆสามข้อคือ ฟรีวีซ่าท่องเที่ยว 15 วันสำหรับคนไทย ค่าเงินเยนอ่อนตัวลง โปรโมชั่น Jetstar BKK-Fukuoka, Japan ที่ออกมาถี่ถล่มทลาย ราคาในช่วง 5000-8000 ก็ไปคิวชูได้ (ราคารวมน้ำหนักกระเป๋าไม่เกิน 6000 ก็มีนะ) 5. เดินทางในภูมิภาคนี้ ด้วย JR PASS คิวชู มีสองแบบ คือ Northern Kyushu Area pass ครอบคลุมจังหวัด ฟุกุโอกะ นางาซากิ คุมาโมะโต้  ซากะ และโออิตะ All Kyushu ทุกจังหวัด ทั้งสองแบบมีให้เลือกทั้ง 3 วันและ 5 วัน 6.JR Kyushu pass ทั้งสองแบบหาซื้อได้ที่ Agent ไทย หรือไปซื้อที่สนามบินก่อนเข้าเมืองก็ได้นะ ส่วนตัวไปซื้อตอนที่ถึงสนามบินเลยครับ ราคาเท่ากัน(ขึ้นอยู่กับเรทด้วย) อีกอย่างยังไงทุกคนก็ต้องเดินผ่านจุดที่ขายอยู่แล้ว ไม่ต้องเสียเวลาไปหาซื้อในไทย ซื้อแล้วเปิดใช้ได้ทันที แต่ถ้าจะซื้อในไทยก็เสิร์ชหา Agent เลยครับ ส่วนตัวแนะนำที่ BTS Siam (ร้านอยู่ในสถานีเลยนะ) ตอนซื้อใช้ Passport ด้วยครับ ภาพข้างบน : คือ บริเวณหลังจากเราออกจาก ตม.มาแล้วนะครับ เราออกมาซ้ายมือจะเป็น Info. center ขวามือจะมีร้าน Reatal รถ /ซื้อซิมมือถือ ถัดขวาไปอีกนิดก็จะเจอร้าน Agent ขาย  JR Kyushu Pass ทุกคนต้องที่มาถึงต้องออกจาก ตม. ทางนี้ทางเดียว เพราะฉะนั้นไม่ต้องเดินหาให้วุ่น ไปซื้อที่นู้นได้ทีเดียวเลยครับ แต่สำหรับใครที่จะจองขบวนรถไฟท๊อปๆที่นั่งจำกัด  ต้องไปจองที่JR Hakata stationนะ (ที่นี่ขายอย่างเดียวครับ) 7. ถ้าซื้อ JR Kyushu PASS ไม่ว่าจะแบบไหน พวกเราจะมีสิทธ์ Reserved seat โดยที่ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม เพราะฉะนั้นถ้าตารางเที่ยวแน่นอน แนะนำให้ Reserved seat ไว้ล่วงหน้าตลอดทริปเลยครับ จะได้ไม่เสี่ยงที่นั่งเต็ม เดี๋ยวจะต้องยืนแทนนะ (ส่วนตัวคิดว่าโบกี้ Reserved seat ของรถไฟบางขบวนแอบสบายกว่านิดนึง) 8.รถไฟในคิวชู ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดในญี่ปุ่น อย่าเพิ่งเชื่อหล่ะ! ผมแค่อยากชวนให้ลองไปพิสูจน์เอาเอง รถไฟตัวท๊อปๆ เช่น Yufuin no mori และ Aso Boy! ต้องจองก่อนเท่านั้น มีที่นั่งจำกัด เช็คเวลารถไฟได้ที่ https://www.jrkyushu.co.jp/english/pdf/time_tabel.pdf และรูปนี้คือ ชื่อ รถไฟตัวท๊อปสวยๆในเส้นทางต่างๆทั่วเกาะคิวชูครับ 9.แท็กซี่ราคาสูง เริ่มต้นที่ 570 Yen หรือประมาณ 190 บาท (ขึ้นอยู่กับค่าเรทเงิน ขอหาร3แบบคร่าวๆ) บริการดี มีลูกอมให้ฟรี  คนขับอาจพูดภาษาอังกฤษไม่ได้หรือไม่คล่อง แต่ถ้าหากมีที่อยู่สถานที่ที่จะไป สามารถยื่นให้เลยแท็กซี่มี GPS ส่องจ้า  *ราคาแท๊กซี่ที่Fukuokaนะ* 10.โปรชัวร์แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในแต่ละที่ จะมีภาษาจีน เกาหลี ญี่ปุ่น และอังกฤษ บางสถานที่ท๊อปฮิตในคิวชูจะมี ข้อมูลภาษาไทยพร้อม เช่น JR เมือง Yufuin ในจังหวัด Oita (เป็นภาษาไทยแนว google translate นิดๆแต่รู้เรื่องแน่นอนครับ) 11.อย่าละเลย Tourist Information สงสัยอะไรเจ้าหน้าที่ตอบได้แทบทุกอย่าง อยากหาเอกิเบนโตะอะไร ของขึ้นชื่อเมืองนี้ต้องซื้อที่ไหน ถามเถอะเชื่อผม ได้คำตอบร้อยละ 95% (อีก 5 %ที่เหลือเผื่อคุยกันไม่รู้เรื่อง) ผมแวะเข้าทุกที่ที่ไปจริงๆครับ ถึงจะหาข้อมูลมาแล้ว แต่อย่าลืมว่าญี่ปุ่นนี่บ้านเมืองเขาเปลี่ยนแปลงเร็ว เวลาเปิด/ปิด ราคาค่าเข้าชมต่างๆ ถามไว้อีกรอบกันเหนียวเนาะ 12.ที่คิวชูไม่ว่าจะป้ายบอกทาง หรือเสียงประกาศตามรถโดยสารหรือห้างร้าน ล้วนมีภาษาจีน เกาหลี และอังกฤษ เรียกได้ว่าชาวจีนกับเกาหลีเที่ยวง่ายสบายใจเฉิบแน่นอน ส่วนไทยนานๆจะเจอทีเช่น ห้าง Yodobashi ที่ Fukuoka ใกล้สถานี JR Hakata มีเสียงประกาศภาษาไทยจ้า 13.Toyoko Inn ที่พักยอดฮิตของนทท. มีสาขาอยู่ทั่วญี่ปุ่น ห้องอาจไม่กว้างมากเน้นสะดวกสบายต่อการเดินทาง พนักงานบริการดี ให้จดจำคำว่า Ekimae ไว้ คำนี้แปลว่าอยู่หน้าสถานี เวลาจะจองที่พักก็ลองเลือกจากสาขาที่มี Ekimae ต่อท้ายเนาะ 14. ตู้ซื้อเครื่องดื่มแบบหยอดเหรียญมีเยอะมาก พบเจอได้ทั่วทุกแห่งหนแม้ในซอยเล็กๆก็ตาม ทุกครั้งก่อนกดให้ลองมองรอบๆหาตู้ใกล้ๆเพราะอาจจะได้ราคาที่ถูกกว่าเกือบๆ 40 Yen น้ำดื่มขวดเล็กราคา 110 Yen ชาเขียวราคา ประมาณ 150 Yen 15.ห้องน้ำสาธารณะ นั่งยองๆเหมือนจีนยังสามารถพบเจอได้บ้าง หากไม่สะดวกใจกับส้วมอัจฉริยะกดปุ่มฉีดน้ำเหมือนผม นี่คือทางรอดของพวกเรา (กดปุ่มฉีดน้ำที่ไรสะดุ้งโหยงทู๊กที T_T ) 16.เที่ยวอย่างไร? มี 2 ทางหลักๆ คือ พักที่ย่าน Hakata/Tenjin ใจกลางในจังหวัด Fukuokaทุกวัน แล้วตะลอนเที่ยวไปเมืองต่างๆไปเช้าเย็นกลับ ข้อดีคือ ประหยัดเวลาเก็บของ ไม่ต้องแบกหนัก อาศัยออกเดินทางตั้งแต่เช้ากลับถึงห้องค่ พักตามเมืองที่ไป เลือกเอาตามใจชอบ อยากนอนเมืองไหน ถูกใจเมืองไหนก็อยู่เมืองนั้นเลย ข้อดีคือ ฟินบรรยากาศเช้าและกลางคืนของเมืองนั้นๆ ไม่ต้องรีบตื่นเช้าเพื่อเดินทาง 17.ห้างส่วนใหญ่ในภูมิภาคนี้ ประมาณ 90% ปิดเร็วมาก (เวลา 21.00น.) ยิ่งถ้าบางจังหวัดอย่าง Kumamoto Oita  เวลาปิด 20.00 น.ก็มีนะครับ 18.สาวๆขาช๊อปอย่าเพิ่งเสียใจไปเพราะ ร้านดองกิโฮเต้ในคิวชูมีบางสาขาที่เปิด 24 ชม. ขอแนะนำพิกัดร้านที่จังหวัด Fukuoka สาขา Nakasu ออกทางออกที่ 4 เราจะมาโผล่ในห้างแห่งหนึ่ง ร้านจะอยู่ชั้น 2 ที่แนะนำที่นี่เพราะ ร้านเปิด 24ชั่วโมง(ช๊อปโต้รุ่งก่อนขึ้นเครื่องกลับไทยได้) พนักงานคุ้นเคยกับการทำ Tax Free ให้นักท่องเที่ยวมากกว่าสาขา Nishijin 19.ห้างปิดเร็ว แต่ร้านอาหารหลายๆแห่งที่เปิดอยู่ในห้างเดียวกันนั่นแหละ อาจปิดช้ากว่า เวลา 23.00 น. ช๊อปมาหนักๆ ดึกดื่นก็มีร้านอาหารอร่อยไม่ต้องพึ่งร้านสะดวกซื้อตลอดซะทีเดียวครับ 20.Wifi ฟรีบริเวณจุดท่องเที่ยวหลักๆในKyushu มีจริงๆครับ แต่! ส่วนใหญ่ใช้ไม่ค่อยได้หรือไม่ค่อยดี ดังนั้น Pocket wifi หรือ SIM Card ก็นับว่าจำเป็นหากเกิดหลงทาง ผลัดหลงกับเพื่อน หรือตกรถไฟขบวนที่จองไว้ สามารถซื้อและเช่าได้ทั้งที่ไทยและที่สนามบิน Fukuoka ครับ 21.แอพ Hyperdia / Japan Trains สำคัญมากสำหรับดูตารางรถไฟ ควรมีติดเครื่องไว้ หากเกิดกรณีฉุกละหุกจะได้ปรับเปลี่ยนแผนทัน โดนมาแล้วเลยไม่อยากให้พลาดเหมือนผมนะ 22.การเดินทางภายในแต่ละจังหวัดในภูมิภาคคิวชู จะมีรูปแบบรถโดยสารต่างกัน โดยสามารถซื้อแบบแพคเกจในราคาที่ถูกลง รวมถึงการแสดง Passport และ ตั๋ว JR Kyushu Pass (ไม่ว่าชนิดใดก็ตาม) ก็สามารถใช้เป็นส่วนลดค่าเข้าชมได้ นอกจากนี้จำพวก ซื้อตั๋วเข้าชมสถานที่ A แล้วไปใช้เป็นส่วนลดในการเข้าชมสถานที่ B แนวๆนี้ก็มีครับ (แต่ไม่เยอะหรอก) 23. จากสนามบิน Fukuoka เข้าตัวเมืองใช้เวลาเพียงแค่ 15-20 นาที โดยรถไฟฟ้าหรือรถBus ต่อเดียวถึง ราคาเท่ากันทั้งสองแบบ เวลาเดินทางพอๆกัน ต่างกันที่รถ Bus เดินออกมาจากตม.แล้วขึ้นได้เลย ส่วนรถไฟฟ้าต้องนั่งรถบัสภายในสนามบินวนจากตึก International ไปตึก Domestic บินภายในประเทศครับ 24.สนามบิน Fukuoka ไม่ใหญ่มาก ร้านขายของฝากขาขึ้นเครื่องกลับไทยมีไม่เยอะ แต่มีของฮิตหลักๆขายแน่นอน แต่ถ้าจะดี ร้านค้าที่ สถานี JR Hakata เยอะกว่าหลากหลายกว่าครับ 25.ร้านสะดวกซื้อไม่ว่าจะเป็นเซเว่น แฟมิลี่มาร์ท หรือลอว์สัน บางที่จะมีห้องน้ำให้บริการ รวมถึงที่จอดรถด้วยครับ 26. Yatai คือแผงลอยหนึ่งเดียวของญี่ปุ่นที่เหลืออยู่ ทางการอนุญาตให้เปิดแค่ที่ Fukuoka เท่านั้น ราคาอาหารค่อนข้างแพง มีหลากหลาย แนะนำว่าให้ทานแบบชิมๆดีกว่า อยากให้ลองเพราะเป็นบรรยากาศญี่ปุ๊นญี่ปุ่นที่หาไม่ได้จากภูมิภาคอื่นๆ 27.อาหารขึ้นชื่อในแต่ละจังหวัด ที่ไม่อยากให้พลาด ขอหยิบมาเฉพาะตัวดังสุดๆนะ จังหวัดฟุกุโอะกะ     ฮากาตะ ราเมง (Hakata Ramen) จังหวัดคะโงะชิมะ    เนื้อหมูคุโระบุตะ (Kurobuta) จังหวัดคุมะโมะโตะ  กุ้ง คุรุมะเอบิ (Kuruma-ebi) เนื้อม้าดิบ จังหวัดมิยะซะกิ      เนื้อวัวมิยะซะคิ (Miyazaki Beef) จังหวัดนะงะซะกิ     อาหารชุดชิปโปะคุ (Shippoku Ryori) จังหวัดโออิตะ        ซูชิหน้าสัตว์ทะเลทั้งหลาย จังหวัดซะงะ          เต้าหู้แช่น้ำแร่จากน้ำพุร้อนอุเระชิโนะ (Ureshino Onsen no Onsenyudofu) 28.ในคิวชูหาซื้อฟิล์มม้วนได้ง่าย ตามเซเว่นและแฟมิลี่มาโตะ (Family mart) แต่เท่าที่ไปสังเกตมาทุกๆร้านที่ผ่านจะหาได้แค่แบบเดียวคือ Fuji Film Supreme 400 ดูเหมือนจะเป็นรุ่นฮิตของที่นี่ ถ้าอยากได้แบรนด์อื่นรุ่นอื่นต้องไปร้านขายเฉพาะ ส่วนราคาหน่ะหรอ..เผลอๆแพงกว่าไทยก็มี T_T 29. Ekibento ในรถไฟแต่ละขบวน(มีบางขบวนนะ)เป็นอะไรที่อยากให้ลองราคาอาจแรงประมาณ 1000ํ+Yen แต่ถือว่าได้ลองใช้ชีวิตแบบคนญี่ปุ่น ทานเบนโตะบนรถไฟ ชมวิวสวยๆ  ลองดูนะ หรือตามสถานีรถไฟจะมีเบนโตะขายก็จิ้มสักกล่องมาลองชิมได้ บนรถไฟที่นี่ทานอาหารได้ครับ (ไม่รวมsubwayในแต่ละเมืองเนาะ เอาเฉพาะ JR Train) 30.ภาษาไม่เป็นปัญหา ไม่ได้ญี่ปุ่น ไม่คล่องอังกฤษ ไม่มีปัญหาจริงๆ ภูมิภาคคิวชูถึงแม้จะไม่ได้เจริญพรวดพราดแต่ก็ไม่ได้ลำบากในการท่องเที่ยว ดูเขาให้ความสำคัญกับนทท.ในการเดินทางท่องเที่ยวมากๆ สิ่งที่อยากแนะนำคือ อยากให้จำ 3 คำนี้ (คิดว่าคนส่วนใหญ่คงทราบอยู่แล้ว) ขอโทษ (รบกวน) Sumimasen/suimasen ซุมิมะเซง/ซุยมะเซง ขอโทษ Gomennasai. โกเมงนาไซ ขอบคุณมาก  Arigatou gozaimasu อะริกะโตะ โกะไซอิมัส ถ้าจะถามทาง ขอให้เปิดด้วยคำว่า Sumimasen/suimasen ซุมิมะเซง/ซุยมะเซง  แล้วค่อยตามด้วยภาษาอังกฤษในเรื่องที่จะถาม ทุกอย่างจะราบรื่นครับ (ถ้าเปิดด้วย Excuse me เลยอาจมีอาการตกใจได้) ขอบคุณข้อมูล ติดตามรีวิวท่องเที่ยว เพจ Was there once https://www.facebook.com/wasthereonce

ได้ล้างตา!ไอ้หนูU-19ไทยร่วมสายเกาหลีใต้,บาเรนห์,ซาอุศึกชิงแชมป์เอเชีย
ชิงแชมป์เอเชีย /  ทีมชาติไทยU 19 / 

ทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ถูกจับฉลากให้อยู่ร่วมสายกับ บาเรนห์ เจ้าภาพ, ซาอุดิอาระเบีย และ เกาหลีใต้ ในศึกชิงแชมป์เอเชีย เพื่อหาตัวแทนไปเล่นฟุตบอลโลกรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี ในปี 2017 ที่ประเทศเกาหลีใต้โดยทีมชาติไทยชุดU-19 เคยอยู่ร่วมสายกับเกาหลีใต้ในรอบคัดเลือกก่อนจะแพ้ไปอย่างเจ็บแสบในช่วงท้ายเกม จะได้ล้างตากันอีกครั้งเมื่อถูกจับมาอยู่ในสายเดียวกันในฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย 2016 รุ่นอายุชิงแชมป์เอเชีย 2016 รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี (AFC U-19 Championship 2016) ซึ่งจะแข่งขันระหว่างวันที่ 13 – 30 ตุลาคม 2559 ณ ประเทศบาห์เรน 19 ปี สำหรับนัดเปิดสนาม ทีมชาตไทยชุดอายุไม่เกิน 19 ปีจะพบกับเกาหลีใต้ในวันที่ 13 ตุลาคม 2559 สำหรับทีมที่ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศในรายการนี้ทั้ง 4 ทีมจะได้เป็นตัวแทนของทวีปเอเชียไปแข่งขัน ฟุตบอลโลกรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี ในปี 2017 ที่ประเทศเกาหลีใต้ แต่ถ้าหากเกาหลีใต้ เจ้าภาพผ่านเข้าไปเป็น 1 ใน 4 จะต้องหาทีมอันดับ 5 ไปเล่นอีก 1 ทีม ผลการจับสลากแบ่งสายมีดังนี้ สาย A : บาห์เรน, ไทย, เกาหลีใต้, ซาอุดิอาระเบียสาย B : เกาหลีเหนือ , สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, อิรัก , เวียดนามสาย C : กาตาร์ ,ญี่ปุ่น , เยเมน, อิหร่านสาย D : อุซเบกิสถาน ,จีน, ออสเตรเลีย,ทาจิกิสถาน โปรแกรมการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มดังนี้ 13 ต.ค. 2559 : ไทย U-19 พบ เกาหลีใต้ U-19 : สนาม คาลิฟา สปอร์ต ซิตี้ สเตเดียม 16 ต.ค. 2559 : ซาอุดิอาระเบีย U-19 พบ ไทย U-19 : สนาม คาลิฟา สปอร์ต ซิตี้ สเตเดียม 1 9 ต.ค. 2559 : บาห์เรน U-19 พบ ไทย U-19 : สนาม บาห์เรน เนชันแนล สเตเดียม

เหงาป่ะ?? 7 คู่รักดารา แต่งงานหลายปี เบบี๋ยังไม่โผล่!!
แต่งงาน /  ไม่มีลูก / 

ไม่รู้เพราะอยู่กัน 2 คน มีเวลาสวีทวิดวิ้วมากกว่ามีลูกหรือเปล่า นาทีนี้ชาวเราถึงได้เห็นคู่รักคนบันเทิงหลายๆ คู่ยังไม่มีวี่แววจะปั๊มทายาทกันอย่างจริงจัง ทั้งที่แต่งงานแต่งการกันมาได้พักใหญ่ๆ บางคู่แต่งมาหลายปีบอกยังไม่พร้อม บางคู่แต่งได้ไม่นานแต่ขอลุยงานก่อน จุดนี้มีเบบี๋ตัวน้อยๆ มาเป็นโซ่ทองคล้องใจชีวิตคู่ก็คงดูครื้นเครงไปอีกแบบ แต่พอไม่มีเช่นนี้ไม่รู้เหล่าคู่รักซุปตาร์เขาจะเหงากันบ้างหรือเปล่าเนอะ เอาเป็นว่าไปส่องแต่ละคู่กันหน่อยดีกว่า เริ่มที่ซุปตาร์ตัวแม่อย่าง ชมพู่ อารยา และสามีรูปหล่อ น็อต วิศรุต แม้จะเข้าพิธีวิวาห์สละโสดไปเมื่อปีก่อนซึ่งไม่นานมาก แต่เจ้าตัวก็ยังไม่พร้อมมีทายาทเท่าไหร่ แม้แม่สามีจะอยากมีหลานก็เถอะ แต่คุณเธอกลับยังไม่พร้อมในปีนี้ อุ๊ตะ!!! ก็ฮอตซะขนาดนี้จะรีบป่องไปไยอ่ะเนอะ ด้านคู่ของ ซี ศิวัฒน์ กับ เอมี่ กลิ่นปทุม แม้จะหวานน้ำตาลขึ้นแต่พอถามไถ่เรื่องทายาททั้งคู่ก็บอกยังไม่พร้อมขอลุยงานก่อน แหม…ยังไม่พร้อมมีแล้วหนุ่มซีขยันทำการบ้านไปทำไมหน๊ออ ต่อกันที่สาว วิกกี้ สุนิสา กับ ชาย ชาตโยดม คู่นี้แต่งก่อนคู่น้องชายอย่าง มิค บรมวุฒิ และ เบนซ์ พรชิตา ตั้งหลายปีดีดัก แต่คู่หลังเตรียมเบ่งเบบี๋ออกมาลืมตาดูโลกซะแล้ว แล้วแบบนี้เมื่อไหร่จะตามทันล่ะจ๊ะ คู่ของ ป๊อก ปิยธิดา กับ ตั๊ก นภัสรัญชน์ ก็เช่นกัน คู่นี้ชัดเจนว่าไม่อยากมีลูก เลยทำให้เวลานี้และตลอดไปประชาชีคงไม่มีโอกาสได้เห็นทายาทตัวน้อยๆ ของคู่นี้เป็นแน่ มากันที่คู่รักดาราที่ผันตัวไปเป็นผู้จัดอย่าง นัท มีเรีย และ อั้ม อธิชาติ กันสักหน่อย คู่นี้อยากมีเบบี๋ใจจะขาด เคยพึ่งวิวัฒนาการทางการแพทย์มาแล้วด้วย แต่ติดก็ตรงปัญหาสุขภาพของสาวนัทที่เป็นซีสต์บริเวณมดลูกรังไข่เนี่ยแหละ ที่ทำให้เรื่องมีทายาทกลายเป็นเรื่องยากไปโดยปริยาย จุดนี้ยังไงก็เป็นกำลังใจให้นะจ๊ะๆ ด้านนางเอกหน้าหวานอย่าง นุ่น วรนุช กับสามีไฮโซ ต๊อด ปิติ ก็เป็นอีกหนึ่งคู่รักที่แฟนคลับลุ้นอย่างมากมายว่าเมื่อไหร่ถึงจะได้เห็นทายาทตัวน้อยๆ ของคนทั้ง 2 งานนี้ก็คงต้องรอไปก่อน เพราะสาวเจ้ายังชิลอยู่ แถมงานละครก็แน่นพร้อมส่งลงจอให้ได้ยลเพียบ แบบนี้จะเอาเวลาที่ไหนไปมีลูกล่ะเนอะ ปิดท้ายกันที่ วุ้นเส้น วิริฒิพา กับ ชาคริต แย้มนาม คู่รักที่ใครๆ ต่างก็อิจฉา เพราะภรรยาสวยสาวขาวโบ๊ะมากๆ สามีก็หล่อเท่ฝุดๆ แต่ผ่านงานวิวาห์มาหลายปีก็ยังไม่พร้อมมีลูกมีเต้าเช่นกัน แหมๆๆ แต่ละคู่ดูยังไม่พร้อมและยังไม่อยากมีกันทั้งนั้น ชักสงสัยซะแล้วสิว่าอยู่เป็นคู่ผัวตัวเมียกันแค่ 2 คน ชีวิตรักมันง่ายกว่ามีเจ้าหนูน้อยอ๊ะเปล่า อิอิ ชมพู่ - น็อต ชมพู่ - น็อต ชมพู่ - น็อต ชมพู่ - น็อต ชมพู่ - น็อต ชมพู่ - น็อต ซี - เอมี่ ซี - เอมี่ ซี - เอมี่ ซี - เอมี่ ซี - เอมี่ วิกกี้ - ชาย วิกกี้ - ชาย วิกกี้ - ชาย วิกกี้ - ชาย วิกกี้ - ชาย ป๊อก - ตั๊ก ป๊อก - ตั๊ก ป๊อก - ตั๊ก อั้ม - นัท อั้ม - นัท อั้ม - นัท อั้ม - นัท อั้ม - นัท นุ่น - ต๊อด นุ่น - ต๊อด นุ่น - ต๊อด นุ่น - ต๊อด นุ่น - ต๊อด วุ้นเส้น - ชาคริต วุ้นเส้น - ชาคริต วุ้นเส้น - ชาคริต วุ้นเส้น - ชาคริต วุ้นเส้น - ชาคริต ขอบคุณรูปภาพจาก JAKAWIN PHOTOGRAPHY และ IG @sunisajett @nuneworanuch @atichart9

ขอคืน!หงส์ขาวเล็งดึงปีร์โล่แห่งเวลส์คืนถิ่น
ตลาดซื้อขายนักเตะ /  พรีเมียร์ลีก / 

“หงส์ขาว”​สวอนซี ซิตี้ ทีมดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ มีแผนที่จะดึงตัว โจ อัลเลน กองกลางลิเวอร์พูลเจ้าของฉายา ปีร์โล่ แห่งเวลส์ ซึ่งเป็นอดีตนักเตะเก่าคืนทัพในช่วงซัมเมอร์หน้านี้ โดยทีมหงส์ขาวที่มีโปรแกรมจะต้องเจอกับหงส์แดงในสุดสัปดาห์นี้ มีความต้องการที่จะได้ตัว โจ อัลเลน ที่เป็นอดีจเด็กปั้นของทีม กลับมาใช้งานอีกครั้งในช่วงซัมเมอร์หน้า หลังจากที่ดาวเตะเคราดก ไม่สามารถที่จะยึดตำแหน่งตัวจริงในทีมของ เจเก้น คล็อปป์ ได้ ซึ่งคาดว่าค่าตัวน่าจะอยู่ที่ประมาณ 10 ล้านปอนด์ จากราคาที่ ลิเวอร์พูล ไปซื้อมาร่วมทีม 15 ล้านปอนด์สมัยที่ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เข้ามาคุมทีม

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

น้ำลายเหนียว! ปราสาทบุกเชือดเดอะบิ๊กแบงถึงรัง
บีบีซียู เอฟซี /  บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด / 

ผลบอล โตโยต้าไทยลีก 2016 วันเสาร์ที่ 30 เมษายน 2559 บีบีซียู​เอฟซี 0-2 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู:0-1 สิทธิโชค กันหนู น.35,0-2 ดูห์ มูโคโค่ น.87 เวลา: 18.00 น. สนาม: ศูนย์เยาวชนเฉลิมพระเกียรติฯ นนทบุรี ถ่ายทอดสด: ทรูสปอร์ต 2 เริ่มเกม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เดินเครื่องลุยก่อนทันที นาทีที่ 4 จักรพันธ์ แก้วพรม หยอดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ ดูห์ มูโคโค่ โขกสกัดบอลลอยในกรอบเขตโทษ ธีรพงศ์ พุทธสุขา ออกมาชกไม่ถึงบอลเลยโดน เวสลีย์ เฟย์โตซา โขกสวนแต่บอลไม่ตรงกรอบ นาที 12 สุเชาว์ นุชนุ่ม เปิดลูกเตะมุมจากทางซ้าย เข้าไปที่เสาแรก อันเดรส ตูเญซ ใช้ความใหญ่เบียดเข้ามาโขกหลุดกรอบออกไป ช่วง 20 นาทีแรก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทีมเยือนครองบอลไว้ได้เกือบทั้งหมด และพยายามใช้บอลยาวจากแดนกลางเล่นงานแนวรับ บีบีซียู แต่ยังถูกเจ้าบ้านช่วยกันสกัดไว้ได้หลายจังหวะ นาที 21 สุเชาว์ นุชนุ่ม ได้บอลทางกราบขวา ก่อนที่จะเปิดเข้ามาตรงกลางให้ คิม ซึง-ยอง เทคตัวขึ้นโหม่ง ที่เสาแรกแต่บอลไม่ตรงกรอบ นาที 29 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ใช้โควตา เปลี่ยนตัวสำรองคนแรกอย่างรวดเร็ว ด้วยการถอดเอา จักรพันธ์ แก้วพรม ที่มีอาการบาดเจ็บรวกวนออกแล้วส่ง สิทธิโชค กันหนู ลงไปเล่นแทน นาที 31 บุณยฤทธิ์ ปฐมทัศน์ แบ็กขวากัปตันทีม บีบึซียู เติมขึ้นไปเล่นเกมรุกแล้ว เสียตำแหน่งถูกบุรีรัมย์ โต้กลับเร็วที่ เวสลีย์ เฟย์โตซา กระชากมาทำชิ่ง กับ คิม ซึง-ยอง แล้วพยายามจะปั่นโค้งแต่บอลหลุดกรอบออกไป นาที 35 บีบีซียู เอฟซี ที่เริ่มกล้าเปิดเกมรุกใส่มากขึ้น ทำให้ แนวรับมีพื้นที่ให้ บุรีรัมย์ โจมตี และมาเสียประตูจากลูกโต้กลับเร็ว เวสลีย์ เฟย์โตซา ลากมาตรงกลางก่อนแทงบอลให้ สิทธิโชค กันหนู หลุดเข้าไปจิ้มบบอลผ่าน ธีรพงศ์ พุทธสุขา เป็นประตูให้ ทีมเยือนบุกขึ้นนำ 0-1 นาที 38 เจ้าบ้านได้เตะมุมทางซ้าย ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ออกมาชกบอลมาเข้าทางนฤพน พุฒซ้อน ได้ยิงสวนแต่บอลไม่ตรงกรอบ นาที 40 แนวรุกบุรีรัมย์ เริ่มหาช่องเจอ และเป็น เวสลีย์ เฟย์โตซา ที่ได้ลุ้นสองครั้งซ้อนๆ แต่ยังติด เซฟของ ธีรพงศ์ พุทธสุขา นาที 42 เดอะบิ๊กแบงที่เป็นรองเยอะแต่สู้ยิบตามาได้ลุ้นจากจังหวะที่ นฤพน พุฒซ้อน หยอดบอลไปให้ วู กึน-ยอง แต่โดน อันเดรส ตูเญซ โขกสกัดมาเข้าทางดาวยิงชาวกิมจิ ได้แตะบอลหนี ศิวรักษ์ เทศสูงเนินที่ออกมาไม่เจอบอลแล้วยิงยัดเสาแรก แต่ยังติดตัวบล็อก ที่ตามมาคุมเส้นได้ทัน ช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เกือบได้ประตูเพิ่มอีกลูก เมื่อ สุภโชค สารชาติ ได้เปิดบอลจากทางวาเข้ามาตรงกลางให้ สิทธิโชค ล้มตัวยิงข้ามคานออกไป ครึ่งหลังนาที 48 นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม ไปปั๊มแย่งบอลกับผู้เล่นเจ้าบ้านได้ แล้วลากมายิงไกลเองแต่บอลพุ่งหลุดกรอบออกไปแบบมีลุ้น นาที 49 บุรีรัมย์ ต้องจำใจเปลี่ยนนักเตะอีกครั้ง เมื่อ คิม ซึง-ยอง บาดเจ็บเล่นต่อไม่ไหว และต้องส่ง ไคโอะ ฟลิปเป้ ลงมาเล่นแทน นาที 50 จูเลียส โออิโบ้ห์ ตัวจิ๊ดของเจ้าบ้านได้บอลทางกราบซ้ายแล้วลากบอลหลบ อนาวิน จูจีน ก่อนยิงด้วยขวาบอลข้ามคาน นาที 52 เจ้าบ้านใกล้เคียงจะได้ประตูตีเสมอเมื่อ วู กึน-ยอง แทงบอลทะลุช่องให้ จูเลียส โออิโบ้ห์ ใช้สปีดวิ่งแซง อนาวิน จูจีน แล้วล็อคบอลผ่าน ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ก่อนจะยิงแบบชิพแต่ยังไปติด อันเดรส ตูเญซ ที่ยืนคุมเส้นอยู่ นาที 57 นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม โฉบมาโขกลูกเตะมุมที่เสาแรก บอลผ่าน ธีรพงศ์ พุทธสุขา ไปแล้วแต่ยังติด บุณยฤทธิ์ ปฐมทัศน์ ที่ถอยไปคุมเส้น นาที 67 จูเลีนส โออิโบ้ห์ ยังป่วนเกมริมเส้นเจ้าบ้านได้ไม่หยุด และได้โอกาสกระชากบอลไปเปิดให้ วู กึน-ยอง ขึ้นโหม่งที่เสาไกลแต่บอลไม่ตรงกรอบนาที 77 สุเชาว์ นุชนุ่ม โยนลูกฟรีคิกไปเสาไกลให้ อันเดรส ตูเญซ เติมขึ้นมาโขกหลุดเสาออกไป  นาที  87 ทีมเยือนมาได้ประตูปิดเกมจนได้ เมื่อ โก ซุล-กิ ได้เปิดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ แล้ว ดูห์ มูโคโค่ พยายามจะโหม่งสกัดแต่ดันผิดเหลี่ยมเข้าประตูตัวเอง กลายเป็น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกนำห่าง 0-2 เวลาที่เหลือมีแต่จังหวะหวาดเสียวแต่ไม่มีประตูเพิ่ม จบเกมส์ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด  บุกมาเอาชนะ บีบีซียู เอฟซี ไปแบบหืดจับ 2-0 รายชื่อ บีบีซียู เอฟซี: ธีรพงศ์ พุทธสุขา(GK)-บุณยฤทธิ์ ปฐมทัศน์,มา ซังฮุน,ดูห์ มูโคโค่, ปิยะวิทย์ จันพุทธ-นฤพน พุฒซ้อน,ภุมเรศ กลัดกลีบ,อภิศร ภูมิชาติ-จูเลียส โออิโบ้ห์,วู กึน-ยอง,อัครวินท์ สวัสดี บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด:ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน(GK)- นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม,อันเดรส ตูเญซ,สุรีย์ สุขะ,อนาวิน จูจีน(นัสตพล มาลาพันธ์ น.65)-สุเชาว์ นุชนุ่ม,โก ซุล-กิ,สุภโชค สารชาติ,จักรพันธ์ แก้วพรม( สิทธิโชค กันหนู น.29)-คิม ซึง-ยอง(ไคโอะ ฟิลิปเป้ น.50),เวสลีย์ เฟย์โตซา

แบ็คแพ็คฉายเดี่ยว! ตะลุยเที่ยว 'อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด'
ที่เที่ยวประจวบคิรีขันธ์ /  ท่องเที่ยวประจวบฯ / 

บางครั้งการที่เราออกไปเที่ยวคนเดียวไม่ว่าจะที่ใดก็ตาม สิ่งนั้นยิ่งทำให้เราได้เห็นโลกที่กว้างขึ้น แต่ก่อนที่เราจะเก็ยกระเป๋าก้าวออกจากบ้าน สิ่งที่เราต้องมีก็คือ "ความกล้า" เช่นครั้งหนึ่งเพจ LIFE IS A JOURNEY แบ็คแพ็คฉายเดี่ยว! ตะลุยเที่ยว 'อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด' ใครจะไปรู้ว่าที่นี่มีที่เที่ยวชมธรรมชาติที่สวยงามอยู่หลายที่เลย อยู่ใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นี้เอง ตามไปดูกันเลย ^^ แบ็คแพ็คฉายเดี่ยว! ตะลุยเที่ยว 'อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด' การเดินทางครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณหกปีที่แล้ว ช่วงปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น ไม่มีอะไรทำ นอนดูทีวีอยู่หอ พอดีเปิดไปเจอรายการท่องเที่ยวของช่อง 5 รายการอะไรจำชื่อไม่ได้ล่ะ จำได้แค่ว่า เค้าพาเดินไปดูพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าบนยอดเขา เป็นพระอาทิตย์ดวงกลมๆสีส้มค่อยๆโผล่ขึ้นมาจากทะเล!!! เห็นเท่านั้นล่ะ หัวใจเต้นแรง เลือดสูบฉีดขึ้นมาทันใด (รู้สึกเหมือนตอนต้องออกไปยืนพูดหน้าเสาธงเป็นครั้งแรก) ดูจนจบเลยรู้ว่าไม่ใช่ที่ไหนไกล เป็นจุดชมวิวเขาแดง อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ นั้นเอง ด้วยความว้าวุ่น ว่าง เปลี่ยว และเหงา!!! ก็เลยลองหาข้อมูลเพิ่มเติม แค่รู้ว่าอยู่ตรงไหน มีที่เที่ยวอะไร จะไปยังไงได้บ้าง ส่วนที่พักหน่ะหรอ ไม่ต้องจองล่วงหน้า Agoda ก็ยังไม่รู้จัก เพราะมีเต้นท์และถุงนอนส่วนตัวจะไปกลัวอะไร ไปตายเอาดาบหน้าละกัน จึงตัดสินใจเก็บกระเป๋าในคืนนั้น แล้วออกเดินทางทันทีในเช้าวันรุ่งขึ้น โดยเอาของไปเท่าที่จำเป็น และของสำคัญที่จะขาดไม่ได้เลยสำหรับการเดินทางเพียงลำพัง นั่นก็คือ "ความกล้า" "สูดหายใจเข้าให้ลึกสุดปอด รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี แล้วออกเดินทางไปพร้อมกัน" แผนการผจญภัยคร่าวๆ ในระยะเวลา 2 วัน 1 คืน ดังนี เดินทางด้วยรถตู้จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปหัวหิน ต่อรถไฟฟรีไปลงสถานีสามร้อยยอด นั่งรถมอเตอร์ไซด์ไปเดินเล่นทุ่งสามร้อยยอด กางเต็นท์นอนค้างคืนริมชายหาดสามพระยา เดินขึ้นเขาตอนตีห้า พระอาทิตย์มาตอนหกโมง เดินข้ามเขา มุดเข้าถ้ำพระยานคร ยืนดูดาวตอนกลางวันในถ้ำแก้ว เพื่อนร่วมเดินทาง กระเป๋า 1 ใบ ข้างในมีเสื้อ กางเกง ผ้าเช็ดตัว รองเท้าผ้าใบ อุปกรณ์อาบน้ำ ฯลฯ กระเป๋าคาดหน้าอก 1 ใบ เอาไว้ใส่เงิน โทรศัพท์ กล้อง ฯลฯ ไฟฉาย ยาสามัญประจำบ้าน ขวดน้ำดื่ม เต้นท์ ขนาด 2 คนนอน 1 หลัง และถุงนอน 1 ใบ กล้องคอมแพค 1 ตัว 07.00 AM : ออกจากหอไปขึ้นรถตู้ กรุงเทพ-หัวหิน ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เดินทางถึงหัวหินประมาณ 10 โมง แวะกินข้าวฟรีที่บ้านลุง กินอิ่มก็ไปรับตั๋วรถไฟฟรีที่สถานีหัวหิน ขบวนที่ 255 หรือใครอยากนั่งรถไฟฟรีมาจากกรุงเทพก็ได้นะ สถานีต้นทาง ธนบุรี ออกเวลา 07.30 สิ้นสุดที่สถานีหลังสวน 01.30 PM : รถไฟ รถไฟมา มาช้าหน่อยแต่ก็มา ตามประสารถไฟไทย รถไฟมาก็รีบกระโดดขึ้นไปหาที่นั่ง ขบวนนี้เบาะนุ่มสบายก้นมาก แนะนำเพิ่มเติมสำหรับคนที่เดินทางคนเดียว ควรมีกระเป๋าคาดหน้าอกแบบในรูปไว้สักใบ เอาไว้ใส่เงิน ใส่โทรศัพท์ ใส่กล้อง ฯลฯ หยิบใช้ง่าย สะดวกมากๆ นั่งมาสักพักก็ได้พบกับนวัตกรรมที่น่าทึงของแม่ค้าไทย นั่นคืออุปกรณ์สำหรับแขวนของมาขายบนรถไฟ มีทั้งอาหารสด อาหารแห่ง และเครื่องดื่ม เวลาจะขายก็แค่เอาตะขอไปแขวนไว้กับชั้นวางของด้านบน 02.00 PM : รถไฟมาถึงสถานีสามร้อยยอด  ที่นี่สถานีสามร้อยยอด แดดร้อนมาก แผนที่จุดหมายของการเดินทางทั้งหมดในครั้งนี้ 1) สถานีรถไฟสามร้อยยอด 2) ทุ่งสามร้อยยอด (ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ บึงบัว) 3) ที่ทำการ อช.เขาสามร้อยยอด (Khao Sam Roi Yot National park) 4) หาดสามพระยา (Sam Phraya Beach) 5) จุดชมวิวเขาแดง (Khao Daeng View Point 6) ถ้ำพระยานคร (Phraya Nakhon Cave) 7) ถ้ำแก้ว (Kaeo Cave) หลังจากลงจากรถไฟ ก็เดินหาของกินรองท้อง และเตรียมเผื่อสำหรับมือเย็นที่ตลาดใกล้ๆสถานีรถไฟ เดินเลือกหาของกินอยู่สักพัก ก็มีเสียงทักเบาๆมาจากข้างหลังว่า "ไอ้หนู สะพายกระเป๋าพะรุงพะรังจะไปไหนเนี่ย" หันไปดูก็เห็นเป็นคุณป้าร้านขายลูกชิ้นกับข้าวเหนียวมะม่วง ดูท่าทางใจดี ก็เลยบอกป้าว่าจะไปทุ่งสามร้อยยอด ป้าก็ถามว่าแล้วจะไปยังไงล่ะ ไม่มีรถเข้าไปมันไกลนะ จึงบอกป้าไปว่าจะเดินเข้าไป หรือไม่ก็หาโบกรถเข้าไป ป้าก็อมยิ้ม แล้วบอกว่าจะไปส่ง แต่เราก็เกรงใจเพราะเห็นป้ากำลังตั้งร้านยังไม่เสร็จ ก็เลยปฏิเสธป้าไป แล้วก็ได้ยืนคุยกันอยู่สักพักก่อนจะออกเดินทางต่อ ป้าใจดีให้ลูกชิ้นมา 4 ไม้ ข้าวเหนียวมะม่วงมา 1 ถุง 03.00 PM : ออกเดินทางไปยังทุ่งสามร้อยยอด ทุ่งสามร้อยยอดอยู่ห่างจากตลาดที่เราอยู่ประมาณ 8 กิโลเมตร ไม่มีรถประจำทาง ดังนั้น วิธีการที่เราเลือกใช้คือ "โบกรถ" ก็เลยเดินไปที่ปากทางเข้าเพื่อรอโบกรถ เดินไปสักระยะก็เจอกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 4-5 คน พร้อมมอเตอร์ไซด์กำลังจับกลุ่มคุยกัน กลุ่มวัยรุ่นเห็นเราเดินผ่านมาก็เลยตะโกนถามว่า "พี่จะไปไหนครับ" ด้วยความกลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีหรือโดนปล้น ก็เลยบอกไปว่า "จะไปบ้านญาติที่อยู่ข้างใน" กลุ่มวัยรุ่นก็เลยบอกว่า "ให้ผมไปส่งไหมพี่" เราก็รีบปฏิเสธทันใดว่า "อยู่ใกล้ๆ เดินไปเดี๋ยวก็ถึง" จากนั้นก็รีบเดินห่างออกมาอย่างรวดเร็ว เดินมาได้สักพัก ก็มีเสียงรถมอเตอร์ไซด์และเสียงพูดตามหลังว่า "มาๆ เดี๋ยวผมไปส่ง" เป็นเสียงของเด็กวัยรุ่นที่ขับมอเตอร์ไซด์มาคนเดียว ไอ้เราก็กลัวๆกล้าๆ แต่เพื่อไม่ให้เป็นการขัดศรัทธา ก็เลยยอมนั่งไปด้วย และบอกว่าจะแวะไปที่ทุ่งสามร้อยยอดก่อน น้องเค้าก็มาส่งให้อย่างปลอดภัย แอบรู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่มองน้องเขาในทางไม่ดีในตอนแรก แต่การเดินทางเพียงลำพัง บางครั้งถ้าอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจ ก็ควรคิดในแง่ร้ายเอาไว้ก่อนเสมอ เพื่อที่เราจะได้คิดหาวิธีการป้องกัน แต่ก็อย่าแสดงออกให้เค้ารู้ถึงความคิดนั้น เพราะผลลัพท์สุดท้ายที่ออกมาอาจจะเป็นเรื่องดี 03.15 PM : ซ้อนรถมอเตอร์ไซด์มาลงที่หน้าทางเข้าทุ่งสามร้อยยอด บรรยากาศตรงหน้าคือทุ่งน้ำอันกว้างใหญ่ กลางแดดที่ไม่ร้อน เพราะมีสายลมแรงพัดมากระทบใบหน้าอยู่ตลอดเวลา ก่อนที่จะเข้าไปเดินเล่น ได้แวะเข้าไปที่สำนักงาน เพื่อดูว่ามีใครอยู่รึเปล่า ขากลับจะได้ขอเค้าติดรถออกมาข้างนอกด้วย เพราะตั้งใจว่าจะไปพักค้างคืนที่ที่ทำการอุทยาน ซึ่งอยู่ห่างจากตรงนี้ไปอีกประมาณ 34 กิโลเมตร และต้องอ้อมเขาที่เห็นในภาพไปอีกด้านหนึ่ง ได้เจอกับเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ 2 คน แล้วจะออกมาข้างนอกตอน 4 โมงครึ่งหลังเลิกงาน ทุกอย่างเลยเป็นไปตามแผน ไม่งั้นต้องได้นอนอยู่ที่นี่แน่ๆ 04.30 PM : เดินสำรวจทุ่งกว้างบนเส้นทางที่ทอดยาว หลังจากสบายใจเรื่องการเดินทางกลับออกไปด้านนอก ก็ถึงเวลาเดินเล่นอย่างเพลิดเพลินไปบนสะพานไม้ที่ทอดยาวสุดสายตา ผ่านทุ่งดอกบัวที่กำลังเก็บตัว เพื่อรอวันอวดโฉมความสวยงามในปีหน้า ผ่านทุ่งหญ้า(กก) ที่พลิ้วไหวเอนไปตามสายลมครั้งแล้วครั้งเล่า อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ความรู้สึกเหมือนทุ่งหญ้ากำลังเต้นระบำ โดยมีสายลมเป็นเพลงบรรเลงอย่างสนุกสนาน ระหว่างทางจะมีศาลาให้หลบแดดอยู่เป็นระยะ ให้เราได้นั่งพักชมบรรยากาศแบบพาโรนามา มีพื้นหลังของทุ่งหญ้าเป็นท้องฟ้าและภูเขาที่สูงตระหง่าน ท่ามกลางสายแดดอ่อนๆ มีเวิ้งน้ำน้อยใหญ่ เป็นที่อาศัยของนกนานาชนิด เหมาะแก่การมาศึกษาเรื่องนกเป็นอย่างมาก มุมที่เราถ่ายออกมาอาจจะไม่แตกต่างกันสักเท่าไหร่ แต่ถ่ายยังไง ถ่ายเท่าไหร่ ก็ถ่ายไม่เบื่อ อยากให้ทุกคนได้ลองมาสัมผัสที่นี่ดูสักครั้ง แล้วจะรู้ว่าความสงบท่ามกลางธรรมชาติเป็นเช่นไร 05.30 PM : ที่พักสุดหรูริมชายหาดสามพระยา ลาจากทุ่งสามร้อยยอดที่แสนสงบ แล้วออกเดินทางต่อด้วยรถมอเตอร์ไซด์ของพี่เจ้าหน้าที่มาลงที่ปากทางริมถนนเพชรเกษม จากนั้นต่อรถทัวร์ขาลองใต้มาลงที่ปากทางเข้าที่ทำการอุทยาน ระยะทางประมาณ 20 กว่ากิโล ดักรอโบกรถเข้าไปข้างในอีกประมาณ 14 กิโล โบกไปโบกมา ผ่านหน้าไปประมาณ 5 คัน ก็มีรถกระบะสีแดงจอดรับ เลยรีบวิ่งไปสวัสดี แล้วขอติดรถไปด้วยหนึ่งคน ซึ่งด้านหลังรถมีถังใส่กุ้งพร้อมออกซิเจน เราก็เลยได้นั่งหน้าข้างรถขับ แต่ก็ไปไม่ถึงฝัน เพราะบ้านพี่เค้าถึงก่อนจุดหมายของเราประมาณครึ่งทางเห็นจะได้ เลยมายืนโบกต่อหน้าบ้านพี่เค้า ไม่ทันไรก็มีรถมอเตอร์ไซด์จอดรับ จึงรีบกระโดดขึ้นอย่างรวดเร็ว เหมือนจะไม่ทันรถไฟเที่ยวสุดท้ายยังไงยังงั้น นั่งมาใกล้จะถึงที่ทำการอุทยานเจอลิงเยอะมาก พี่คนขับเลยบอกว่าอย่านอนที่นี่เลย ลิงเยอะ เดี๋ยวลิงจะมารื้อของซะก่อน ก็เลยแนะนำให้เราไปนอนที่หาดสามพระยา ซึ่งอยู่เลยจากที่ทำการอุทยานไปอีกประมาณ 5 กิโลกว่าๆ ซึ่งเราก็เห็นด้วย เพราะลิงเยอะมากจริงๆ แล้วพี่เค้าก็ไปส่งเราจนถึงจุดหมาย หลังจากมาถึงก็รีบเข้าไปคุยกับพี่เจ้าหน้าที่ที่เฝ้าอยู่บริเวณป้อมด้านหน้าหาด เพื่อเข้าไปสอบถามว่าถ้าจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นบนเขาแดงตอนตีห้า จะไปยังไงได้บ้าง เพราะไม่มีรถประจำทาง พี่เค้าก็เลยอาสาจะช่วยไปส่งให้ตรงทางขึ้นเขา เจอกันตีห้าที่หน้าป้อม จากนั้นก็รีบไปหาที่ซุกหัวนอน ซึ่งตอนนั้นมีฝรั่งมาพักอยู่แถวนั้น 1 คน แต่สุดท้ายฝรั่งก็ออกไป หาดเลยตกเป็นของเราแต่เพียงผู้เดียว จนได้จุดยุทธศาสตร์ในการกางเต้นท์เป็นศาลาริมชายหาด เดินลงจากศาลาเท้าก็เหยียบหาดทรายพอดี หรูยิ่งกว่าโรงแรมห้าดาวริมทะเลอีกนะ หลังจากเตรียมที่หลับที่นอนเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงออกไปเดินเล่นริมชายหาดก่อนที่ตะวันจะลับขอบฟ้า แสงยามเย็นตกมากระทบกับผืนโคลนปนทรายเป็นสีส้มอมทอง สำหรับเราแสงยามเย็นก่อนพระอาทิตย์จะตกดิน เป็นแสงที่มีเสน่ห์ที่สุด เดินเล่นจนแสงใกล้จะหมด จึงรีบกลับมาอาบน้ำ ห้องอาบน้ำที่นี่สะอาดมากๆ อาบน้ำเสร็จก็กลับมาที่เต้นท์ เต้นท์ปลิวครับท่านผู้ชม ปลิวไปติดอยู่มุมเสาของศาลา เพราะเวลาฟ้ามืดลมทะเลจะแรงมากๆ เราจึงไปหาก้อนหินมาทับมุมเต้นท์ไว้ทั้งสี่ด้านถึงเอาอยู่ 05.00 AM : ออกไปแตะขอบ(ทะเล)ฟ้า เสียงปุกของนาฬิกาบ่งบอกว่าได้เวลาออกไปตามหาพระอาทิตย์ที่ปลายขอบฟ้า ไม่ใช่สิ!!! ต้องบอกว่าขอบทะเลถึงจะถูก จึงไม่รอช้ารีบเก็บของ เก็บเต้นท์ น้ำไม่อาบ หน้าไม่ล้าง ฟันไม่แปลง แล้วรีบวิ่งไปหาพี่เจ้าหน้าที่ที่ป้อมตามที่นัดหมาย เพราะกลัวว่าจะไปไม่ทันเห็นพระอาทิตย์ขึ้น นั่งซ้อนรถมอเตอร์ไซด์ผ่านความมืด โดยมีเพียงแสงไฟจากรถเป็นเครื่องนำทางมาลงที่ปากทางขึ้นจุดชมวิวเขาแดง ซึ่งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 300 เมตร หลังจากแสงไฟจากรถค่อยๆหายลับไป แสงของไฟฉายดวงน้อยๆก็สว่างขึ้นมาแทน ทำให้เส้นทางข้างหน้าที่จะต้องก้าวต่อไป มีขนาดเพียงแค่ลำแสงของไฟฉายที่สามารถฉายไปถึงเท่านั้น จึงรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีแล้วออกเดินไปตามเส้นทางลูกรัง ฉายไฟไปเจอศาลหลังเล็กๆ บริเวณใกล้ๆตีนเขา ขนทุกเส้นที่มีบนร่างกาย ลุกขึ้นยืนพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ใจหวิวๆยังไงไม่รู้บอกไม่ถูก ความกล้าที่มีในตอนแรกหายไปจนหมด เรายืนหยุดนิ่งพร้อมกับในใจก็ครุ่นคิดว่าจะเอายังไงดีจะหันหลังกลับดีไหม แต่พอเริ่มมีสติก็คิดได้ว่าจริงๆแล้วความกลัวนั้นเกิดมาจากภายในจิตใจของเรา เป็นสิ่งที่เราสร้างมันขึ้นมาเองทั้งนั้น สิ่งที่เราเห็นภายนอก ไม่ได้มาทำอะไรเราเลย มีแค่เราเท่านั้นที่คิดไปเอง ดังนั้นเราก็ควรที่จะหยุดความกลัวนั้นจากข้างใน ไม่ใช่ให้ความกลัวมาหยุดสิ่งที่เราตั้งใจ จึงเริ่มเดินต่อไปจนถึงบริเวณตีนเขา พร้อมกับมองหาเส้นทางเดินขึ้นไป แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ เพราะเป็นภูเขาหินปูนที่ไม่มีร่องรอยของทางเดินให้เห็น หาอยู่สักพักก็ยังหาไม่เจอ เลยตัดสินใจเดินกลับไปยังที่ทำการอุทยานเพื่อสอบถามเส้นทาง พอมาถึงก็พยายามมองหาเจ้าหน้าที่จนไปเจออยู่คนหนึ่งกำลังนอนอยู่ในเปล " พี่ครับๆ พี่ครับๆ" พี่เค้าตกใจตื่นเพราะเสียงและแสงไฟของเรา จึงรบกวนให้พี่เค้าช่วยแนะนำและชี้เส้นทางการเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวเขาแดง พี่เค้าก็พาเราเดินกลับไปชี้จุดเริ่มต้นของทางเดินขึ้นเขา โดยตามเส้นทางจะมีป้ายไม้บอกทางเป็นลูกศรสีเหลืองพื้นหลังสีน้ำตาล ซึ่งเล็กมากๆ ฝังติดอยู่ตามก้อนหิน ซึ่งตอนแรกเราหาไม่เจอ หลังจากนั้นพี่เค้าก็กลับไปนอนต่อ และก็ถึงเวลาที่เราจะต้องไปต่อด้วยตัวเอง โดยระหว่างทางต้องพยายามคอยมองหาป้าย และหลบคมหนามของต้นกระบอกเพชรที่มีอยู่มากมายรายทาง สุดท้ายอุปสรรคก็ช่วยเป็นแรงผลักดันให้เราไปจนถึงจุดหมายได้ทันก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น รางวัลที่ได้รับคือวิวแบบพาโรนามา พร้อมกับสายลมเย็นๆที่สูดเข้าไปแล้วทำให้หายเหนื่อยได้อย่างน่าประหลาดใจ ด้านหลังเป็นแนวภูเขาหินปูนสลับซับซ้อน ซึ่งอาจจะเป็นที่มาของคำว่า "สามร้อยยอด" ก็เป็นได้ ด้านซ้ายและขวาเป็นบ่อเลี้ยงกุ้ง ส่วนด้านหน้าเป็นพระอาทิตย์และท้องทะเล และในที่สุดพระอาทิตย์ดวงกลมๆสีส้มก็ค่อยๆโผล่ขึ้นมาจากทะเลให้เราได้พิชิตด้วยสายตาของตนเองจนสำเร็จ ต้องลองมาสัมผัสด้วยตัวเองเท่านั้นถึงจะเข้าใจ 08.00 AM : การขึ้นภูเขาไม่เหนื่อยเท่าลงจากภูเขา หลังจากดื่มด่ำกับบรรยากาศบนจุดชมวิวจนแสงแดดอุ่นๆเริ่มเปลี่ยนเป็นความร้อน ก็ได้เวลาออกเดินทางไปยังจุดหมายต่อไป นั้นก็คือ "ถ้ำพระยานคร" และ "ถ้ำแก้ว" โดยปกติการเดินขึ้นภูเขามักจะเหนื่อยมากกว่าการลงจากภูเขา เพราะแรงโน้มถ่วงของโลก แต่สำหรับเราการเดินขึ้นภูเขาเหนื่อยน้อยกว่าการเดินลงจากภูเขา เพราะแรงโน้มถ่วงของโลกถูกกำจัดหมดไปด้วยความตั้งใจที่แนวแน่และมุ่งมั่นเพื่อไปให้ถึงยังจุดหมาย ระหว่างทางที่กลับลงมาจากภูเขา ได้เจอกับค่างแว่นถิ่นใต้ที่ออกมาหากินในตอนเช้า ห้อยโหนอยู่ตามยอดไม้อยู่เป็นระยะ บ้างก็อยู่โดดเดียว บ้างก็อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม หน้าตาน่ารักและช่างสงสัย ลักษณะของป้ายบอกทางเดินขึ้นไปยังจุดชมวิว ซึ่งหากเป็นตอนกลางคืนจะยากต่อการมองเห็นสักหน่อย ระยะทางอาจจะดูไม่ไกล ถ้าหากไม่มั่นใจโปรดติดต่อเจ้าหน้าที่จะดีกว่านะ ภูเขาหินปูนจะไม่มีร่องรอยของทางเดินให้เห็น และเป็นหินที่มีความแหลมคม จึงควรใส่รองเท้าผ้าใบเดินขึ้นไปจะดีที่สุด จุดชมวิวเขาแดงอยู่บนยอดของภูเขา ซึ่งอยู่ด้านหลังของภูเขาลูกที่เห็นอยู่นี้ หลังจากลงมาถึงพื้นราบแล้ว ได้แวะเข้าไปหาข้าวเช้ากินเพื่อเติมพลัง ภายในที่ทำการอุทยานซึ่งอยู่ไม่ไกล 09.00 AM : มุ่งหน้าไปยังถ้ำพระยานคร นั่งกินข้าวเช้าในที่ทำการอุทยาน พร้อมชมโชว์กายกรรมห้อยโหนไปมาของลิงแสมอย่างเพลิดเพลิน ก็ได้เวลาออกเดินทางต่อไปยังถ้ำพระยานคร ซึ่งอยู่ห่างจากออกไปอีกประมาณ 18 กิโลเมตร วิธีการเดินทางที่เราเลือกใช้ก็ยังคงเป็นวิธีการเดิม นั่นก็คือ "การโบกรถ" โดยไปยืนดักรอโบกรถอยู่ข้างหน้าที่ทำการอุทยาน ซึ่งเวลานั้นไม่ค่อยมีรถผ่านไปมาซักเท่าไหร่ แต่สุดท้ายก็ได้ไปกับรถของการไฟฟ้า ไม่รอช้ากระโดดขึ้นข้างหลังไปนั่งรวมอยู่กับเครื่องมือของเจ้าหน้าที่ นั่งมาลงบริเวณสามแยกทางไปถ้ำพระยานคร เพราะพี่เค้าต้องตรงไป ส่วนเราต้องเลี้ยวไปทางขวา จากจุดที่ลงรถต้องเข้าไปอีกประมาณ 5 กิโล จึงจะถึงจุดเริ่มต้นของทางเดินไปยังถ้ำพระยานคร เราเดินเข้าไปได้สักระยะ ผ่านรถสิบล้อที่อยู่ไกลๆในรูป เจอชาวบ้านกำลังนั่งคัดแยกกุ้งกันอยู่ เห็นเราเดินตากแดดมาคนเดียว ก็เลยแซวและถามว่าจะไปไหน พร้อมกับชวนให้ไปกินน้ำเย็นๆในกระติก เดินต่อไปกลางแดดจ้า บนถนนราดยางที่เริ่มจะร้อนระอุ ก็มีรถฟอร์จูนเนอร์สีดำขับมาจอดอยู่ข้างๆ แล้วเปิดกระจกออกมาถามว่าจะเดินไปไหน พอดีไปทางเดียวกันก็เลยชวนเราติดรถไปด้วย พี่ๆ บอกว่าเดินทางมาจากกรุงเทพ มากันสามคน เห็นเราแบกกระเป๋าเดินตากแดดคนเดียวแล้วรู้สึกสงสารเลยตัดสินใจแวะรับมาด้วย หลังจากมาถึงจุดเริ่มต้นทางเดินไปถ้ำพระยานคร ก็ได้แยกกับพี่ๆทั้งสามคน เพราะการเดินทางไปยังถ้ำนั้น สามารถทำได้สองวิธี คือ นั่งเรืออ้อมภูเขาไปลงหน้าชายหาดทางเข้าถ้ำ กับเดินข้ามภูเขาไปอีกประมาณ 1 กิโลไปยังปากทางเข้าถ้ำ ซึ่งวิธีนี้ไม่เสียค่าใช้จ่าย เพราะใช้แค่แรงกายและใจเท่านั้น เราเลือกที่จะเดินข้ามภูเขาไปตามทางเดินที่เป็นบันไดหินซึ่งไม่ราบเรียบเพียงลำพัง ส่วนพี่ๆ นั่งเรืออ้อมเขาไปลงที่หน้าหาดซึ่งเร็วกว่ามาก หลังจากนั้นพวกเราก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย  ระหว่างทางสามารถแวะชมวิวภูเขาและทะเลสีฟ้าใสได้ตลอดทาง ช่วยทำให้ความเหนื่อยลดลงไปได้เยอะ เดินขึ้นเขามาได้ประมาณครึ่งทางกว่าๆก็จะสามารถมองเห็นชายหาดขาวสะอาดที่เรือมาจอดส่งนักท่องเที่ยว ชีวิตคนเราก็เหมือนกับการเดินทางข้ามภูเขา มีขึ้นก็ต้องมีลงเป็นเรื่องธรรมดา แถมยังช่วยให้เราเข้มแข็งขึ้น 11.00 AM : สำรวจถ้ำพระยานคร ลงจากเขามาล้างหน้าล้างตา นั่งพักสักครู่ และฝากกระเป๋าไว้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จากนั้นก็ออกเดินทางต่อเพื่อเข้าไปข้างในถ้ำอีกประมาณ 500 เมตร ผ่านบ่อพระยานคร ซึ่งตามประวัติเล่าว่าในสมัยรัชกาลที่ 1 เจ้าพระยานคร ผู้ครองเมืองนครศรีธรรมราชได้แล่นเรือผ่านทางเขาสามร้อยยอด และเกิดพายุใหญ่ไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ จึงจอดพักเรือหลบพายุที่ชายหาดแห่งนี้เป็นเวลาหลายวัน และได้สร้างบ่อน้ำเพื่อใช้ดื่ม เรียกว่า "บ่อพระยานคร" เส้นทางเดินเป็นบันไดโขดหินตะปุ่มตะป่ำค่อนข้างเดินลำบากสักเล็กน้อย หลังจากเดินขึ้นมาได้สักพักก็ถึงปากทางเข้าถ้ำ และจะรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของอากาศที่เริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆ ภายในถ้ำจะมีลักษณะเป็นโถงขนาดใหญ่ มีปล่องอากาศขนาดเล็ก และใหญ่ที่มีแสงแดดส่องลงมาถึงด้านล่างอยู่หลายจุด " พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์" เป็นพลับพลา แบบจตุรมุข สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 คราวเสด็จประพาสเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2433 เป็นฝีพระหัตถ์ของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าขจรจรัสวงศ์ ทรงสร้างขึ้นในกรุงเทพฯ แล้วส่งมาประกอบทีหลังโดยให้พระยาชลยุทธโยธินเป็นนายงานก่อสร้าง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จมายกช่อฟ้าด้วยพระองค์เอง   หลังจากเดินสำรวจภายในถ้ำจนครบถ้วนและหายเหนื่อยแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางต่อไปยังจุดหมายสุดท้าย นั้นก็คือ "ถ้ำแก้ว" 01.00 PM : จุดหมายสุดท้าย เมื่อออกมาจากถ้ำพระยานครก็กลับไปเอาของที่ฝากไว้แล้วเดินกลับด้วยวิธีการเดิม และแวะกินข้าวเที่ยงบริเวณตีนเขา ล้างหน้าล้างตา นั่งพักสักครู่แล้วเดินทางต่อด้วยรถมอเตอร์ไซด์ของชาวบ้านมาลงที่ปากทางไปถ้ำแก้ว ซึ่งอยู่ระหว่างทางก่อนที่จะถึงถ้ำพระยานครในตอนแรก เดินต่อไปตามทางลูกรังสีแดงอีกประมาณ 1 กิโล ก็จะถึงปากทางเข้าถ้ำ ซึ่งจะมีชาวบ้านมาคอยให้บริการเช่าไฟฉาย เพราะข้างในไม่มีแสงสว่าง ต้องเตรียมไฟฉายเข้าไปด้วยทุกครั้ง แต่เราเตรียมไฟฉายมาเอง เลยไม่ต้องเสียตังค์เช่า ข้างในมีระยะทางประมาณ 128 เมตร ซึ่งตอนที่เราไปไม่มีนักท่องเที่ยวคนอื่นเลยสักคน เหงาเลยเรา ข้างในถ้ำมืดมากๆ มีหินงอกหินย้อยเล็กใหญ่สลับกันไปตลอดทาง บางจุดต้องก้ม ต้องมุดผ่านหินงอกขนาดใหญ่ บางจุดต้องเดินผ่านช่องหินเล็กๆ บางจุดต้องเดินขึ้นสะพาน ลงสะพาน ซึ่งด้านล่างเป็นเหวลึกๆมึดๆ ที่ส่องไฟไปได้ไม่สุด ดินสำรวจไปได้ครึ่งทาง ไฟฉายคู่ใจที่พกมาด้วยแสงเริ่มอ่อนลงเรื่อยๆ ฉายไปแทบจะไม่เห็นทางข้างหน้า เราพยายามเคาะขั้วถ่าน หมุนให้เน้นอยู่สักพักก็ไม่สำเร็จ ติดๆดับๆ สุดท้ายก็ดับสนิทนิ่งไปในทันใด เรายืนซ่อมไฟฉายท่ามกลางความมืดมิด ที่ไม่สามารถเดินขยับไปไหนได้เลย เพราะรอบตัวมีแต่หินงอกหินย้อย ยืนอยู่ที่เดิมประมาณ 15 นาที ซึ่งเป็น 15 นาทีที่รู้สึกนานมากๆ กลัวว่าจะต้องติดอยู่ในถ้ำ เพราะไม่ค่อยมีคนเข้ามาเที่ยว แต่สุดท้ายก็มีแสงสว่างแห่งความหวังส่องเข้ามา ตอนนั้นรู้สึกโล่งใจมากๆ อย่างบอกไม่ถูก เป็นแสงไฟฉายของนักท่องเที่ยวสองคนสามีภรรยา ที่ฉายมาเจอเรายืนอยู่ท่ามกลางความมืดคนเดียว เค้าก็ตกใจเล็กน้อยว่าทำไมมายืนอยู่คนเดียวมืดๆ เราก็เลยเล่าให้เค้าฟังแล้วขอเดินตามเค้าออกไปด้วย เดินตามพี่เค้ามาเรื่อยๆก็มาเจอกับจุดที่ได้นำไปตั้งเป็นชื่อของถ้ำนี้ ซึ่งเมื่อเราฉายไฟไปที่ผนังถ้ำ ก็จะมีแสงระยิบระยับสะท้อนกลับมาเป็นเหมือนเศษแก้วเล็กๆประดับอยู่อย่างสวยงาม ความรู้สึกเหมือนได้ยืนดูดาวอยู่ท่ามกลางความมืดมิดภายในถ้ำยังไงยังงั้น สุดท้ายเราก็ออกมาจากถ้ำจนได้ ต้องขอขอบคุณพี่ๆทั้งสองเป็นอย่างมาก ขอบคุณโชคชะตาที่นำพาให้ได้มาเจอกัน เกือบปิดท้ายทริปนี้ด้วยการนอนในถ้ำแก้วซะแล้วเชียว จริงๆมีอีกที่ที่อยากไปคือ "ถ้ำไทร" ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมาก แต่ตอนนั้นใกล้จะเย็นแล้วน่าจะไปไม่ทัน จึงตัดออกไปแล้วเดินทางกลับ เดินออกจากถ้ำไปสามแยกที่มาลงในตอนแรกอีกประมาณกิโลกว่าๆ เพื่อมายืนรอโบกรถกลับออกไปที่ถนนเพชรเกษม และได้ไปกับรถกระบะขนโต๊ะจีนเพื่อไปจัดงานแต่ง โดยยืนเกาะหลังคารถเอาหน้าโต้ลมสนุกมากๆ แต่ก็ไปไม่ถึงที่หมาย เพราะบ้านงานอยู่ถึงก่อน เลยโบกรถต่ออีกรอบ และไปได้กับรถกระบะของตายายใจดีไปลงถึงปากทางเข้าอุทยานริมถนนเพชรเกษม แล้วต่อรถทัวร์ไปยังอ.เมืองประจวบฯ ก็เป็นอันจบทริปอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดเพียงเท่านี้ การเดินทางครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เราออกเดินทางเพียงลำพัง ซึ่งความจริงแล้วการตัดสินใจออกเดินทางคนเดียวครั้งแรกนั้นมันยากมาก เพราะเราไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเส้นทางข้างหน้าจะเป็นเช่นไร จึงคิดและจินตนาการไปก่อนว่ามันน่าจะเหงา ลำบาก และอันตราย สิ่งเหล่านี้จึงเป็นเสมือนกำแพงที่เราสร้างมันขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวเราให้ยังคงอยู่ในพื้นที่ที่เราคิดว่าปลอดภัย ทำให้เราไม่ได้ออกไปผจญภัยในโลกกว้างนอกกำแพงนั้นเสียที แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่จะสามารถทลายกำแพงนั้นก็ได้คือ "ความกล้า" กล้าที่จะตัดสินใจ กล้าที่จะออกไปเรียนรู้ กล้าที่จะยอมรับความเปลี่ยนแปลงของทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น ถ้าเราสามารถทำและยอมรับสิ่งเหล่านั้นได้มันจะคุ้มค่ามากๆ เพราะสิ่งรอเราอยู่หลังกำแพงนั้นคือประสบการณ์อันล้ำค่าที่ไม่สามารถหาซื้อได้จากที่ไหน ได้มิตรภาพ ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆรอบตัว ได้รู้จักและเข้าใจตัวเราเองเพิ่มมากขึ้น และเมื่อเราสามารถก้าวผ่านครั้งแรกไปได้แล้ว เชื่อว่าจะต้องมีครั้งต่อๆไปอย่างแน่นอน " A journey of a thousand miles must begin with a single step." – Lao Tzu " การเดินทางนับพันไมล์ต้องเริ่มต้นที่ก้าวแรกเสมอ" ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก Facebook LIFE IS A JOURNEY ติดตามเพิ่มเติมได้ที่  https://th.readme.me/id/lifeisajourney, https://www.facebook.com/LifeIsAJourneyThailand, https://www.instagram.com/lifeisajourneythailand/

ละครเล่ห์ลับสลับร่าง , เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง
เล่ห์ลับสลับร่าง /  ละครเล่ห์ลับสลับร่าง / 

เล่ห์ลับสลับร่าง ละครช่อง3 ละครเล่ห์ลับสลับร่าง บทประพันธ์โดย : นรอินทร์บทโทรทัศน์โดย : Sanctuaryกำกับการแสดงโดย : กฤษณ์ ศุกระมงคลผลิตโดย : บริษัท โนพรอบเล็ม จำกัดควบคุมการผลิตโดย : ธิติมา สังขพิทักษ์ออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง สาว “ญาญ่า” โคจรมาเจอคู่ขวัญ ณเดชน์ คูกิมิยะ อีกครา นอกจากท้าทายที่ต้องเล่นบทสลับเพศ เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง เมื่อสองหนุ่มสาวมีปมรักตัวเองยิ่งยวด (Narcissus) หลงในเพศของตน จนรักคนอื่นไม่เป็นฝ่ายขายหลงคิดว่า เพศชายเหนือกว่าเพศหญิง ทั้งร่างกาย และจิตใจ ส่วนหญิงก็ลำพองในความงามจนคิดว่าสอยชายทั้งแผ่นดินได้ สวรรค์เลยลงโทษให้ทั้งคู่แลกเพศกัน เพื่อให้เรียนรู้ทั้งสรีระ และสภาพจิตใจของแต่ละฝ่าย เพื่อบทสรุปที่ว่า เขาต้องเรียนรู้ที่จะรัก ซื่อสัตย์ และเสียสละ ซึ่งกันและกัน นั่นคือความรักที่แท้จริง ผู้กองรามิล ทุ่งพระเพลิง เป็นผู้กองมือปราบ ซึ่งดังจากหน่วยคอมมานโดเฉพาะกิจได้ฉายาว่า ผู้กองมือเหล็ก เพราะช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุด้วยมืออันแข็งแกร่งของตนมาหลายครั้งเป็นที่เลื่องลือรามิลหยิ่งผยองในความเป็นชายของตนเอง ถือว่าเพศชายเหนือกว่าเพศหญิง และผู้หญิงเป็นแค่วัตถุทางเพศเท่านั้น เขาจึงมีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะนอกใจ นกยูง แฟนสาวแสนดีของตนเองอยู่เนือง ๆ เป็นที่ขัดใจของ หมวดอาคม ลูกน้องของรามิลยิ่งนัก และอาคมเองก็แอบหลงรักนกยูงอยู่เงียบ ๆ เภตรา ภาวดี เป็นนางเอกละคร ที่กำลังก้าวสู่ชื่อเสียงอันดับโลก เมื่อได้รับเลือกให้เป็น ไข่มุกแห่งเอเชีย รางวัลจากฮ่องกง เภตราเช่นเดียวกับรามิล ที่หยิ่งทะนงในความงามของตนเองเธอเหยียดเพศชาย และคนรอบด้านไว้แทบเท้า สวรรค์บันดาลให้ทั้งคู่ประสบอุบัติเหตุเฉียดตาย ตกจากตึกสูงหมดสติไป และแลกวิญญาณกัน หมอนักษัตรหมอดูลวงโลกต้องรับภาระดูแคนทั้งคู่ เพราะเป็นคนเดียวที่สื่อสารกับทั้งสองได้ แต่เมื่อไม่สามารถหาวิธีกลับร่างของตน ทั้งสองต้องจำยอมเลียนแบบไฟล์สไตล์ของกันและกัน เพื่อกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมของทั้งคู่ไม่ให้ใครสงสัย รามิลในร่างเภตราต้องกลับไปรับบทนางเอกในละคร ส่วนเภตรา ในร่างรามิลต้องกลับไปเป็นผู้กองนักบู๊ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง การสลับเพศ และรับบทบาทของอีกฝ่าย เป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง สร้างความปวดเศียร เวียนเกล้าให้คนรอบข้าง เภตรากลายเป็นดาราสาวออกทอม เล่นละครไม่เป็น แอบจีบ อจลา สาวดาวยั่ว แถมยังท้าตีท้าต่อยกับ อาทิตย์ ฤทธิรงค์ พระเอกหนุ่มใจสาวเป็นที่กลุ้มใจของ เจ๊อั้ม อรชร ผู้จัดการแต๋วของเภตรา และคุณดนู ผู้จัดละคร ส่วนผู้กองมือเหล็ก กลายเป็น มือไม้อ่อนช้อย กรีดกราย จนอาคม และลูกน้องสงสัยว่ารุ่นพี่จะเป็นกะเทยแอ๊บแมน โดยเฉพาะตอนที่ต้องไปปลดระเบิดในโรงแรมหรู ผู้กองเป็นลมหลายเฮือก และทำอะไรไม่เป็นจนทุกคนสงสัย คนที่น่าสงสารที่สุดคือนกยูง ที่ต้องสับสนกับการออกสาวของผู้กอง และแสดงอาการห่างเหินกับเธออย่างเห็นได้ชัด นกยูงยิ่งเครียดก็ยิ่งหันมาหาอาคมให้ช่วยปลอบประโลมให้ทุกครั้ง จนเริ่มก่อตัวเป็นความรัก ญาญ่า ณเดชน์ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ในร่างเภตรา) ได้เบาะแสว่า ฤทธิ์ชาติ ออร์กาในเซอร์ชื่อดัง ที่กำลังแย่งตัวเภตราไปจากเจ๊อั้ม เป็นคนวางแผนทำร้ายรามิล และมีเบื้องหลังเกี่ยวข้องกับแกงค์อาชญากรรมข้ามชาติ ฤทธิ์ชาติ หวังจะเคลมเภตราเป็นของตน และใช้ประโยชน์จากเภตราที่กำลังโกอินเตอร์สร้างอิทธิผลให้เขาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการขนยาเสพติด เภตราปฏิเสธเซ็นสัญญากับฤทธิ์ชาติ แต่ก็โดนขู่กลับเมื่อ ทอมณี สาวทอม ผู้ช่วยฤทธิ์ชาติ สืบรู้ประวัติมารดาของเภตรา ว่าที่แพ้คือ ป้าสีดา แม่ครัวประจำกองถ่ายของเภตรานั่นเอง ฤทธิ์ชาติขู่จะแฉว่าประวัติแท้จริงของเภตรา ที่แท้โลโซรากหญ้า มีแม่ที่เคยทำงานเป็นมาม่าซังมาก่อน งานนี้ รามิล (ร่างเภตรา) ขู่แฉกลับเรื่องที่ฤทธิ์ชาติปล้นเพชรเทียร่าจาก คุณนายพวงคราม แม่ของตนไปซ่อนไว้หวังเงินประกัน ข้อมูลเบื้องลึกได้มาจาก สีตลา นักข่าวสาวช่องน้อยสี ที่กำลังตามสืบเรื่องฤทธิ์ชาติอยู่อาคมสารภาพรักนกยูง และไม่พอใจรามิลจนถึงขั้นตัดพี่ตัดน้อง เพราะเข้าใจว่ารามิลแกล้งทำแต๋วเพื่อหลีกเลี่ยงการแต่งงานกับนกยูง อาคมขอนกยูงแต่งงานแทน แต่แล้วเมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) และเภตรา (ในร่างรามิล) มาร่วมงานแต่ง ทั้งคู่ทำงานล่มไม่เป็นท่า เมื่อเภตราที่เมามายทำท่าเหมือนลวนลามนกยูงเจ้าสาว แถมยังไปท้าพิสูจน์รอยแผล และตะกรุดของอาคมในร่มผ้า เดาได้ถูกต้องจนอาคมเชื่อว่าในร่างเภตราคือรามิลจริง ๆ แต่งานนี้ อาคมกลับตกที่นั่งลำบากเสียเอง เพราะภาพเจ้าบ่าวถอดกางเกงเหลือแต่ชั้นใน กำลังกอดดาราสาวแนบแน่น ฉาวโฉ่ไปทั้งโซเชียล รามิล และอาคม ไหวตัวเมื่อรู้ว่าฤทธิ์ชาติจะขนยาเพสติดครั้งใหญ่ ส่งให้เจ้าพ่อแกงค์ฉิมพลี ฤทธิ์ชาติ เสนอให้ดนูถ่ายทำละครที่โรงแรมริมทะเลของตนฟรี คุณนายพวงครามเสนอให้ทีมงานไปทำการกุศลที่วัดป่า ถัดจากโรงแรมไปในป่าลึก รามิล อาคม และทีมพยายามค้นว่ายาเสพติดซ่อนอยู่ที่ไหน แต่หาไม่เจอ ในที่สุดรถโค้ชของบรรดาเซเลปถูกโจรปล้น และยาซ่อนอยู่ในกระเป๋าหนังตะกวดราคาเกือบล้านของเภตรา ที่ฤทธิ์ชาติมอบให้ นั่นเอง ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล เภตราหนีจากกลุ่มโจรหลบเข้าป่า ร่างรามิล (คือเภตรา) ยอมสละชีวิตกระโดดกันกระสุนให้ร่างเภตรา (รามิล) ทั้งสองร่วงลงจากนั้นตก และตะกายขึ้นฝั่งได้ ทั้งคู่หมดสติไป เพื่อที่จะตื่นขึ้น และพบว่าวิญญาณกลับเข้าร่างเดิมของตนแล้ว ทั้งคู่สารภาพรักซึ่งกันและกัน และรู้แล้วว่าการเสียสละแม้แต่ชีวิตของตน ทำให้สวรรค์บันดาลให้ทั้งสองได้กลับคืนร่างของตัวเอง คืนนั้นที่ริมลำธารทั้งสองเป็นของกันและกันอย่างสุขสม รามิลกลับมาเป็นผู้กองมือเหล็กเช่นเดิม รามิลวางแผนเล่นงานเปิดโปงฤทธิ์ชาติ ด้วยงานแถลงข่าวที่คฤหาสน์ของฤทธิ์ชาติเอง งานที่เภตราจะได้เซ็นสัญญาเล่นหนังกับฮ่องกง ที่ฤทธิ์ชาติติดต่อให้แต่งานนี้เภตราต้องยอมแลกกับการที่เธอจะไม่ได้โกอินเตอร์ เภตรายินดีชื่อเสียงเงินทองไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับเธออีกแล้ว ทอมณีที่กลับใจแล้วร่วมมือกับเจ๊อั้ม นำเพชรเทียร่าที่ซ่อนไว้ มาแสดงต่อหน้าฤทธิ์ชาติ และพวงครามในงาน พวงครามความเสียใจจนเป็นลมที่ลูกชายเป็นอาชญากรตัวฉากจ ฤทธิ์ชาติถูกจับกุม แต่สารภาพส่วนตัวกับรามิลว่า เพชรที่นำมาเปิดโปงนั้นเป็นเพชรปลอม และเขาไม่ได้เป็นคนสั่งเก็บรามิลมีตัวการใหญ่อยู่เบื้องหลังอีกทีแต่เขาไม่รู้ว่าใคร รามิลรู้สึกผิดสังเกตรีบตามเภตราที่กำลังดูแลพวงครามที่ห้องนอนสองต่อสอง พวงครามเปิดเผยตัวว่าคือตัวการใหญ่ที่ซ้อนแผนลูกชายอยู่อีกที นางต้องการฆ่าทั้งรามิล และเภตรา เพราะรามิลนั้นทำลายแก๊งค์ผลิตยาของเธอหลายครั้ง ส่วนเภตราคือหญิงที่เธอไม่ต้องการให้มาเป็นสะใภ้ตามความต้องการของฤทธิ์ชาติ รามิลช่วยเภตราจากพวงครามไว้ได้ คุณนายถูกจับในที่สุด งานนี้สำเร็จลงด้วยดี แต่ต้องแลกกับการสลับวิญญาณของทั้งคู่อีกครั้ง ตอนที่ทั้งสองประสบอุบัติเหตุตกบันไดคฤหาสน์ลงมาพร้อมกัน สลับร่างครั้งที่สองสร้างความทุกข์ให้รามิล เภตรา เป็นทวีคูณ เมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) ช็อค เพราะพบว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ ทั้งคู่ทำใจได้ในที่สุดจากกำลังใจของเพื่อน ๆ พี่ ๆ โดยเฉพาะนกยูง และอาคม นกยูงเชื่อแล้วว่ารามิล และเภตราสลับร่างกันจริง ยอมคืนดีกับอาคม และแต่งงานกัน เพื่อรักษาภาพพจน์ เภตรา อั้ม ทอมณี ดนู ที่ปรองดองร่วมหุ้นบริษัทกัน แนะนำให้รามิล และเภตราแต่งงานกันโดยเร็ว และรีแถลงข่าวออกสื่อ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ร่าง เภตรา) อุ้มท้องอยู่ 9 เดือน รับรู้ความทรมานของการตั้งครรภ์ และภาวะร่างกายผู้หญิงที่กำลังเป็นแม่ ในที่สุดวันคลอดก็มาถึง รามิลเจ็บปวดแสนสาหัสและสิ้นสติไปในห้องคลอดเภตรา (ร่างรามิล) จับมือรามิลไว้ และเตือนถึงสัญญาของผู้กองมือเหล็ก ที่ไม่เคยปล่อยให้ใครต้องตายไปต่อหน้า เภตราช็อคเมื่อรามิลหัวใจหยุดเต้นชั่วคราว ทำให้เธอเป็นลมไป ทั้งสองโคม่าแต่มือยังกุมกันไว้แน่น หมอนักษัตรลุ้นให้ทั้งคู่รอด วิญญาณออกมาจากร่างอีกครั้ง และคราวนี้ทั้งสองกลับเข้าร่างเดิมของตนรามิลได้เรียนรู้การเป็นแม่ การให้กำเนิด ละครเล่ห์ลับสลับร่าง เขาหยุดดูถูกผู้หญิง และเห็นผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศ เช่นที่เคย ขณะเดียวกันบทบาทเพศชายที่เภตราได้รับ ทำให้ตนเข้าใจถึงความเสียสละการปกป้อง และอุทิศตนให้กับผู้อื่น ทั้งคู่ล้างปม หลงเพศ ของตนจนหมดสิ้นกลายเป็นคนใหม่ และกลายเป็นขวัญใจผู้ชมอีกครั้ง คราวนี้ในฐานะ คู่จิ้น สามีภรรยา ที่น่ารักที่สุดในโลก ติดตามชม ละครเล่ห์ลับสลับร่าง ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ รับบท ผู้กองรามิล อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท เภตรา ปรึชญา พงษ์ธนานิกร รับบท นกยูง ธนภพ ลีรัตนขจร รับบท อาคม ซอ จียอน รับบท จียอน เจสัน ยัง รับบท ฤทธิ์ชาติ รัชนี ศีระเลิศ รับบท พวงคราม ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล รับบท เจ๊อั้ม สมมาตร ไพรหิรัญ รับบท ธรรมนูญ ก้ามปู ปัทมสูต รับบท จิตรา เกริก ชิลเลอร์ รับบท หมอนักษัตร วิชัย จงประสิทธิ์พร รับบท ผู้กำกับก้อง กีรติ ศีวะเกื้อ รับบท ดนู นิธิชัย ยศอมสุนทร รับบท อาทิตย์ นิภาภรณ์ ฐิติธนการ รับบท ทอมณี เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ช่อง3 อาคม นกยูง เล่ห์ลับสลับร่าง นักแสดง เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์

โทษหนัก! ฝ่ายจัดฯเเบนหัวหิน 2 ปี ปรับเงิน-ตกชั้นเหตุถอนทีม
ดิวิชั่น /  พักทีม / 

ฝ่ายจัดการเเข่งขันลีกภูมิภาคออกบทลงโทษ หัวหิน ซิตี้ ที่ถอนทีมกลางคันโดยการแบนห้ามส่งทีมเป็นเวลา 2 ปี พร้อมปรับเงิน 1 แสนบาทและลดชั้น 1 ระดับ บริษัท ลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 จำกัด แถลงบทลงโทษสโมสร วานา นาวา หัวหิน ซิตี้ ทีมในโซนภาคตะวันตก หลังจากส่งหนังสือถึงฝ่ายจัดการแข่งขันยืนยันการขอพักทีมในฤดูกาล 2016 ที่กำลังแข่งขันอยู่ ด้วยการสั่งห้ามเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยจัดขึ้นทุกประเภทเป็นเวลา 2 ปี และหลังจากนั้นจะต้องลดดิวิชั่นไป 1 ระดับ พร้อมปรับเงินอีก 1 แสนบาท โดยแถลงการณ์จากลีกภูมิภาค ระบุว่า "หลังจากสโมสรวานา นาวา หัวหิน ซิตี้ ได้ประกาศขอพักทีมและได้ทำการส่งหนังสือแจ้งความจำนงค์มายังฝ่ายจัดแล้วนั้น ทางฝ่ายจัดการแข่งขันได้ทำหนังสือแจ้งสโมสร ว่าด้วยระเบียบการลงโทษกรณีถอนทีมระหว่างแข่งขัน” "ตามที่ได้มีหนังสือ เลขที่ 2559/095 ลงวันที่ 26 เมษายน 2559 จากสโมสรฟุตบอลวานา นาวา หัวหิน ซิตี้ ถึงคณะกรรมการจัดการแข่งขันเพื่อขอพักทีมในการเข้าร่วมการแข่งขันลีกดิวิชั่น 2 ฤดูกาล2016 นั้น" "คณะกรรมการจัดการแข่งขันจึงขอแจ้งให้สโมสรฯ ทราบถึงระเบียบว่าด้วยการลงโทษกรณีที่ท่านถอนทีม ระหว่างการแข่งขันตามระเบียบว่า ด้วยการลงโทษ มารยาท วินัย และ ข้อประท้วง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ใน พระบรมราชูปถัมภ์บทที่ 3 ข้อที่ 3 ว่าด้วยการลงโทษสำหรับการแข่งขันกีฬาฟตุบอลลีกอาชีพและรายการอื่นๆเกี่ยวกับทีม โดยมีรายละเอียด ดังนี้” “3.13 การถอนทีมระหว่างการแข่งขันหรือถูก “สมาคม” ลงโทษถอนทีมก่อนออกจากการแข่งขันกลางคัน หรือล้มละลาย หรือถูกศาลตัดสิน ให้หมดสิทธิเข้าร่วมการแข่งขัน หรือลงทำการแข่งขันจะถูก ปรับเงิน 100,000บาท และห้ามไม่ให้เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลที่ “สมาคม” จัดขึ้นทุกประเภทเป็นเวลา 2 ปี การเข้าร่วมการแข่งขันใหม่ต้องลดดิวิชั่นลงไป 1 ระดับ และต้องส่งเงินสนับสนุน ทีมที่ได้รับไปแล้วทั้งหมดคืน และให้ยกเลิกผลการแข่งขันของทีมทั้งสิ้น ยกเว้นโทษที่เกิดจากการตัดสิน” "ทั้งนี้ขอให้ท่านดำเนินการตามระเบียบว่า ด้วยการลงโทษมารยาทวินัย และข้อประท้วงสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2559 ต่อไป"

ทั้งกิน ทั้งเที่ยว ไปกับมาเฟียฟู้ด บุก ร้านอาหารรสเด็ดเมืองชลบุรี
ชลบุรี /  บ้านสุขาวดี / 

สวัสดีครับ วันนี้ Food MThai ได้รับภาระกิจสุดเฮี้ยว ไปเที่ยวกับมาเฟีย พูดถึงเรื่องกินแบบนี้ จะเป็นมาเฟียไหนไปได้นอกจาก พี่ มาเฟียฟู้ด ของเรานี่เอง ซึ่งวันนี้เราก็ได้รับภาระกิจตามติด มาเฟียฟู้ด ไปบุก ร้านอาหารรสเด็ดเมืองชลบุรี กัน ถ้ามากันครบแล้วก็ไม่ต้องรออะไรแล้วล่ะครับ ออกเดินทางกันเลยดีกว่า  !!! First Trip with Mafia food in Chonburi การเดินทางในวันนี้ เราใช้ถนนบางนาตราด (ถนนสุขุมวิท) ไปยังชลบุรี วิ่งบนทางด่วนบูรพาวิถี จากบางนา ตรงไปยังจุดหมายแรกของเรา ตั้งพิกัดจีพีเอสไปที่ หาดบางแสน จาก กทม มาประมาณ ชั่วโมงกว่าๆ เราก็มาถึงจุดหมายแรกของเรา และเริ่มภาระกิจแรก หาของอร่อย ๆ นั่งฟินริมหาดบางแสน แต่เหมือนธรรมชาติกลั่นแกล้ง วันที่เราไปเกิดปรากฏการณ์ แพลงก์ต้อนบลูม ขึ้นที่หาดบางแสนพอดี ทำให้ไม่สามารถนั่งชิวริมหาดได้ หันไปมองหน้าพี่มาเฟียฟู้ด พี่มาเฟียบอกว่า ไม่เป็นไรเดี๋ยวจัดให้ แล้วก็บึ่งรถหนีหาดบางแสนไปอย่างไว และแล้ว พี่มาเฟียฟู้ดก็ไม่เคยทำให้เราผิดหวังกับเรื่องกินจริงๆ เมื่อเรามาถึง ร้านอาหารรสเด็ดเมืองชลบุรี ร้านแรก กับร้าน ยำแม่ริ้ว ที่ย้ายมาจาก ริมหาดบางแสน (แต่วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนขัตฤกษ์ก็ยังมีออกไปตั้งร้านริมหาดบางแสนอยู่ ) มาเปิดเป็นร้านอาหาร ที่ถนนเทศบาลสาย 1 หลังโรงแรมเดอะ เซส ซึ่งบอกเลยว่า ร้านนี้ เปิดขายมาแล้วกว่า 40 ปี จนตอนนี้ เป็นรุ่นที่ 3 แล้วที่มาดูแลกิจการแต่ การันตี โดยพี่มาเฟียฟู้ดแล้วว่ารสชาติไม่มีเปลี่ยนแปลง อร่อยยังไงอย่างนั้นเลย  เมนูเด็ดของร้าน ยำแม่ริ้ว ก็จะเป็นเมนู อาหารทะเล พื้นบ้าน ที่บางอย่างหาทานได้ยาก แต่บอกได้เลยว่า ลองมากับตัวแล้ว ฟินทุกเมนู ถ้าอยากรู้ว่าเด็ดขนาดไหน ตามไปดูกันเลย เมนูแรก ยำสามไข่ ไข่ปลาเรียวเซียว ไข่ปู ไข่แมงดา ตักเข้าปากแต่ละคำ กรุปๆ ด้วยบรรดาไข่ ทั้งสามสหาย ที่รวมมาอยู่ในจานเดียว รสชาติเปรี้ยว เผ็ด ซี๊ดซ๊าด มีความกรุบๆ ของไข่แมงดา ไข่ปู และไข่ปลาเรียวเซียว มาเพิ่มรสชาติให้อร่อยยิ่งๆขึ้นไปอีก ใครชอบรสจัด ต้องไปลองครับ ยำปลากุแลดิบ จานต่อมากับอาหารที่หาทานยาก กับยำปลากุแล ดิบ น้ำยำรสชาติ ซี๊ดซ๊าดถึงใจ ยำมาอย่างเข้าเนื้อเข้ารสกับ ปลากุแลดิบ ตักเข้าปากทุกคำ ร้อนแรงทุกคำ ฟินจนหมดจาน ยำปูม้า ปูม้าสดมากๆ หวาน อร่อย เนื้อแน่น ๆ คลุกเคล้ามากับน้ำยำรสแซ่บ จนเข้าเนื้อ อร่อยลืม ดูดเนื้อปูกันหน้าฟินเลยทีเดียว กุ้งแช่น้ำปลาดิบ อีกหนึ่งเมนูรสแซ่บ กับกุ้งแช่น้ำปลา เนื้อกุ้งสดๆ  หวานกรอบ เสิร์ฟมาพร้อม มะระ กระเทียม ใบโหระพา คลุกเคล้ามาอย่างแซ่บ แถมยังมีผักเคียง และ หอมเจียว กรอบๆ กินคู่กันคำโตๆ หมดจานไปอย่างรวดเร็ว ต้มหมึกน้ำดำ เจอแต่เมนู ร้อนแรง จนต้องตบท้ายด้วยเมนู ประจำท้องถิ่น อย่าง ต้มหมึกน้ำดำ หมึกกะตอยสดๆ ต้มจนน้ำดำ หวานหอม เมนูนี้มาช่วยตัดรสเผ็ด ของ เมนูอื่น ๆ ได้เป็นอย่างดี อิ่มอร่อยสบายท้องกับมื้อแรกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บอกได้เลยว่า มาพี่เฟียฟู้ดไม่ทำให้เราผิดหวังจริงๆ กับร้าน ยำแม่ริ้ว พี่มาเฟียฟู้ดบึ่งรถต่อไป ภาระกิจที่ สองทันทีกับการเยี่ยมชมความงดงามสุดอลังการของคฤหาสน์ ในพื้นที่ 85  ไร่ ในเมือง พัทยา กับ บ้านสุขาวดี ที่บอกเลยว่างดงาม ยิ่งใหญ่ อลังการ สุดๆ ซึ่ง ประวัติของบ้านสุขาวดี นั้น ก็เกิดมาจากสติปัญญาและการทำงานเป็นทีม ของผู้คนบนพื้นฐานของความรัก ความสามัคคี จึงทำให้งานที่ออกมามีคุณค่า สง่างามและมีความสำคัญเท่าเทียมกัน ประกอบด้วยอาคารหลัก ๆ ดังนี้ 1.อาคารพระแม่กวนอิม (Main building & Goddess of Mercy) 
                                                                    2.อาคารโดมพระ (Buddha tower) 
3.ศาลหลักเมือง (Sukhawadee?s Pillar Shrine)                                     
4.ความลับสวรรค (Yin – Yang Zone) 
                                                                                                         5.อาคารพุทธบารมี (Buddhabaramee/Convention Hall)  
                                                                          6.โดมละหมาด (Salah Dome ) / อาคารไอริสโซเฟีย (Airis Sophia?s souvenir shop )                                    7.สหฟาร์มสเตชั่น (Saha Farm Station)                                                                                                   8.จุดบริการอาหารและเครื่องดื่ม ( Saha Farm Kitchen & Restaurant)                                                         9.อาคารสโมสร (Club House)                                                                                                                  10.อาคารสัจธรรม (Hall of Truth) ตลึงกับความงดงาม และ ยิ่งใหญ่แบบเดินทั้งวันยังไงก็ไม่ทั่ว เพราะตลอดสองข้างทาง มีทั้งศิลปะ และ ปริศนาธรรม ทิ้งแง่คิดไว้ให้คิดอยู่โดยตลอด FoodMThai กำลังเดิน ชมความงามเพลินๆ เงยหน้ามองท้องฟ้า เอ้า จะค่ำแล้ว พอหลุดจากความเพลิดเพลินในบ้านสุขาวดี ท้องก็เริ่มหิวอีกแล้ว พี่มาเฟียฟู้ด ยืนยิ้มแล้วบอกให้ตามมา จะพาไปกินของอร่อยๆ เลยโดดขึ้นรถกอล์ฟ ตามพี่เค้าไปอย่างใจง่าย รถกอล์ฟแล่นมาได้ซักหน่อย เราก็ได้มาเจอกับ อาคารที่จัดไว้เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ซึ่งมีอาหารบุฟเฟต์ ให้บริการซึ่งเดินดูคร่าว ๆ บอกเลยว่าไลน์อาหาร มีแต่ของน่าทานทั้งนั้น กำลังเพลินกับการสำรวจไลน์อาหาร ก็หันไปเห็น บนเวที มีโชว์ สุดอลังการ ให้ชมระหว่างกินข้าวด้วย คิดในใจฟินแน่นอนครับมื้อนี้ !!! อาหารในไลน์ บุฟเฟต์นั้น ก็ไม่ใช่อื่นไกล ทุกอย่างมาจาก เครือ สหฟาร์ม นั่นเอง จึงทำให้มั่นใจได้เลยว่า อาหาร สด สะอาดและ อร่อยทุกอย่างแน่นอน เมนูที่เป็นไฮไลท์ของ ที่นี่ ก็เห็นจะเป็น ปลาดุกทอดกรอบที่ กรอบนอกนุ่มในออกมากี่รอบๆ ก็มีคนต่อแถวรอกันตลอด ทานกันจนหนำใจ แล้วก็ เข้าที่พัก พักผ่อน เป็นอันจบ ภาระกิจของวันนี้ ซึ่งมากับ มาเฟียฟู้ด ต้องไม่ธรรมดาอยู่แล้ว กินแบบวีไอพีแล้ว ยัง นอนแบบวีไอพีสุด ๆ วันนี้ ทางบ้านสุขาวดี ได้ดูแลเรื่องที่พักให้ ที่ในบ้านเลย ต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย ครับ เช้าวันที่สอง ของภาระกิจสุดเฮี้ยว ไปเที่ยวกะมาเฟีย ตื่นเช้ามา พี่มาเฟียฟู้ด ยังติดใจไม่หาย ขอจัดหนักอีกรอบกับอาหาร บุฟเฟต์ ของบ้านสุขาวดี นั่ง กินไป พร้อมกับดูโชว์ฟินๆ ไปช่างเป็นเช้าที่มีความสุข อะไรอย่างนี้ เมื่อทานเสร็จ ภาระกิจต่อไปก็ยังอยู่ที่ การทัวร์บ้านสุขาวดีกันต่อ วันนี้ เราจะพาทุกท่านไปชม อาคารโดมพระ (Buddha tower) สักการะ พระบรมสารีริกธาตุ เพื่อเป็นสิริมงคล ก่อนกลับบ้าน กัน ชมความงดงามสุด อลังการ กันจนเพลิน มองดูนาฬิกา ก็บ่ายแก่ๆ แล้ว ก็ถึงเวลาต้อง กลับกันแล้ว ระหว่างขับรถกลับ กทม พี่มาเฟียฟู้ดก็ ไม่พลาดที่จะพาแวะชิมอีก ร้านอาหารรสเด็ดเมืองชลบุรี อีกหนึ่งร้าน กับร้าน เกษมโภชนา ก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋นยาจีนเจ้าแรก ลงรถปุ๊บ พี่มาเฟีย ก็จัดมาให้อีก 1 ชุดใหญ่ ทั้ง เนื้อเป็ดสับ และ สมองเป็ด เมนูสุดพิเศษ สมองเป็ด และ เนื้อเป็ด เป็นครั้งแรกของ ใครที่ชื่นชอบ เมนูที่ทำจากเป็ดจานนี้ ต้องมาลองชิมกันให้ได้ครับ ด้วยความหอมนุ่ม ถึงเครื่อง เนื้อเป็ดนุ่ม ๆ ฟินทุกชิ้นที่คีบเข้าปาก กินกับสมองเป็ด รสชาติดี ทำให้เสิร์ฟมาแป๊บเดียว เกลี้ยงจานอย่างไว เกาเหลาเป็ดตุ๋นยาจีน เกาเหลาเป็ดตุ๋นยาจีน สูตรต้นตำหรับ เก่าแก่ ที่ใครผ่านไปแถวนั้นก็ต้องแวะ อิ่มอร่อยกับ เมนูต้นตำหรับเมนูนี้ กับเนื้อเป็ดแน่น ๆ ชิ้นโตๆ ตุ๋นยาจีน จนเนื้อ นุ่มอร่อย หอมเครื่องยาจีน ใครชอบทานเป็ด แนะนำให้มาลองด่วนเลยครับ ขนมจีบ ตบท้ายความอร่อย ของทริปนี้ กับขนมจีบสูตรพิเศษของทางร้าน ที่แป้งบางห่อกับหมูนุ่มๆ หวานอร่อย ในขนาดพอดีคำ กินเพลิน ๆรู้ตัวอีกทีหมดจานอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่ออิ่มอร่อย กันเป็นที่ เรียบร้อยแล้ว เป็นอันจบภาระกิจสุดเฮี้ยว ไปเที่ยวกะมาเฟีย ทริปแรก ก็ถึงเวลาที่เราต้อง กลับกันแล้ว น่าเสียดายที่เวลาจำกัด เพราะยังมีอีกหลายร้าน ที่น่าไปลอง เอาเป็นว่าต้องมีครั้งหน้าอีกแน่นอน ส่วนเราจะไปที่ไหน จะพาไปชิมร้านไหน ก็ต้องคอยติดตามกันให้ดีนะครับ สำหรับวันนี้ ขออนุญาติ ขับรถกลับ กรุงเทพก่อนนะครับ สวัสดีคร้าบบ !!!

แอน มรกต โต้! ตกอับ ปัด...เป็นเมียเก็บเศรษฐี
แอน มรกต /  แอน-มรกต มณีฉาย

แอน-มรกต มณีฉาย ถ้าพูดชื่อนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะเธอคือ นู้ดในตำนาน ด้วยฉายา หน้าอกภูเขาไฟ หลังจากที่หายหน้าจากวงการไปนานก็มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างหนาหูว่าเธอไปเป็นเมียเก็บ ของเศรษฐีใหญ่ และแรงที่สุดตกอับ ขายตัว ต่างประเทศ สาวแอนเลยขอเปิดใจเกี่ยวกับเรื่องทั้งหมดว่า ฉายา? เยอะมากจริงๆ หน้าอกภูขาไฟ นู้ดในตำนาน ดาวโป้ ดาวยั่ว อะไรประมาณนั้นค่ะ (ในอดีตโดนโจมตีไหม เราเป็นดารานู้ด?) โดนโจมตีเยอะมาก แล้วก็มีกระแสวิจารณ์ถ่ายภาพโป้ ภาพเปลือย ดูอนาจาร บางคนก็มีดูถูกว่าเราถ่ายเซ็กซี่แบบนี้เราเป็นเมียน้อย เมียเก็บใครรึป่าว แอบขายไหม ก็จะมีคนโจมตี มีคนมองเราไม่ดีด้วยสายตาที่ดูถูกก็มีบ้างค่ะ (แรงที่สุดที่เคยเจอในชีวิต?) กระแสข่าวก็มี บางกระแสก็ว่าเราไปขายตัวต่างประเทศ จริงๆ กระแสข่าวมันก็มีมูลเพราะมันมีผู้หญิงอยู่ต่างประเทศใช้ชื่อเรา ใช้ภาพเราไปหากิน แต่ก็มีรายการหนึ่งได้พิสูจแล้วว่าไม่ใช่เรา โดยโทรไปที่เบอร์ผู้หญิงคนนั้น ก็พิสูจน์ได้ว่าเราไม่ได้อยู่ต่างประเทศ เราอยู่ในประเทศ หายไปจากวงการนานแค่ไหนแล้ว? จริงๆ แล้วก็ไม่ได้หายซะทีเดียวก็ยังมีบ้าง ไปออกรายการบางรายการบ้าง ประมาณ 10 กว่าปี (แบบนี้ก็เรียกว่าแขวนเต้า?) จะเรียกว่าแขวนเต้าก็ยังไม่เชิงนะคะ ที่ผ่านมาเราหยุดเรื่องภาพเซ็กซี่ไป เพราะว่าภาพเซ็กซี่มันเยอะมาก เราก็อยากหยุดบ้าง อยากล้างภาพตัวเอง เพราะว่าไปทางไหนคนก็จะมองว่าแอนมรกตต้องเซ็กซี่ ต้องโป้ ต้องเปลือย ต้องโชว์หน้าอก เราก็อยากให้คนเขาลืมภาพตรงนั้นบ้าง ตอนนี้ยังรับงานถ่ายแบบอยู่? ไม่ได้รับแล้วค่ะ (แล้วตอนนี้ทำอะไรอยู่ ?) ในช่วงที่หายจากวงการไปช่วงแรกๆ ก็ทำธุรกิจเกี่ยวกับสปา ช่วงหลังไม่ได้ทำแล้วก็มาทำธุรกิจขายอาหารเสริมทางทีวี แล้วก็ซื้อที่ดินทำไร่ยางพาราด้วย ตอนนี้ก็กำลังมองกำลังศึกษาธุรกิจใหม่ๆ คิดว่าคงจะลงทุนเร็วๆ นี้ (มีข่าวลือว่า แอน-มรกต ตกอับ ?) เอาบรรทัดฐานอะไรมาวัด ถ้าชื่อเสียงเราไม่ได้เหมือนเดิมแล้วมองว่าเราตกอับอันนั้นก็แล้วแต่มุมมองของคุณ แต่ในความรู้สึกของแอน เราไม่ได้ตกอับเพราะเรายังมีอาชีพ เรายังทำอะไร เพียงแต่ว่าเราเปลี่ยนแปลงตัวเอง เราไม่ทำงานในวงการบันเทิง เราผันตัวเองมาทำธุรกิจเราอยากมีความมั่นคงในชีวิต อยากเปลี่ยนภาพเซ็กซี่ของตัวเองมาทำธุรกิจมากกว่าค่ะ รายได้ตอนนี้กับตอนนั้น ? “ในยุคนั้นต้องยอมรับว่าเราฮอตจริงๆ แล้วก็งานเยอะมากๆ แทบจะไม่มีเวลาได้พักผ่อน ค่าตัวก็สูงมาก ถ้าจะเปรียบเทียบค่าตัวในยุคนั้น กับยุคนี้มันต่างกัน ยุคนั้นรายได้มันค่อนข้างมหาศาล มันก็ต้องเยอะกว่าอยู่แล้ว(มีข่าวเป็นเมียเก็บเศรษฐีบรูไน?) เคยได้รับการติดต่อมาจริงค่ะ แต่เราก็ปฏิเสธไป เขาติดต่อผ่านเอเจนต์ค่ะ เอเจนต์ก็โทรมานัดคุยกับเราเอารายละเอียดมาให้ดูว่ามีผู้ใหญ่เขาติดต่อมาอย่างนี้ ผู้ใหญ่ในบรูไนให้ไปเป็นนางในฮาเร็มก็ให้เงินเกินไม่ต่ำว่าเดือนละ 1 ล้านบาท ทุกเดือนถ้าถูกใจมันก็ต้องมีอะไรมากขึ้นอยู่แล้ว แต่เดือนละล้านนี่คือหลักๆ ต่ำสุด แต่ว่าแอนไม่ได้ไปคุยเอง ติดต่อผ่านผู้จัดการมาอีกทีหนึ่ง ก็ได้มีการพุดคุย แล้วเราก็บอกว่าเราไม่เอาค่ะ ผู้จัดการเราก็ปฏิเสธไป เจอเรื่องแบบนี้บ่อยไหม ? เรื่อยๆ ค่ะ ทั้งคิดต่อไปทานข้าว ติดต่อเป็นเมียน้อย เมียเก็บเป็นเรื่องธรรมดา ติดต่อเข้ามาเยอะ เพียงแต่ว่าเราก็ไม่ได้สนใจตรงนั้น (รู้สึกยังไง เรากลายเป็นวัตถุทางเพศ ?) ทำไมคนเราต้องวัดกันที่ภาพพจน์ ภาพภายนอก เพราะภาพเซ็กซี่มันเป็นเรื่องของการทำงาน เราขายภาพไม่ได้ขายตัว แต่ว่าคนบางคนไม่ได้แยกแยะความเป็นจริง บางคนมองว่าคุณขายเงาขายภาพเซ็กซี่คุณจะต้องขายตัวด้วย ตรงนั้นเราเสียความรู้สึกเหมือนกัน แต่ว่าอีกใจหนึ่งเราก็ทำใจ เพราะเรารู้ว่าภาพเซ็กซี่มันก็ทำให้คนคิดแบบนั้นได้ ตอนนี้ก็พยายามทำใจค่ะ ทำไมไม่ตัดสินใจมีสามี ใช้ชีวิตครอบครัวให้ชัดเจนไปเลย ทราบว่าตอนนี้ยังโสด? ยังโสดอยู่ค่ะ แต่ถามว่าเราอยากมีสามีไหม ถ้าเขารักเรา เรารักเขาจริงๆ ความพร้อมทุกอย่างเราก็ต้องอยากแต่งงานแต่ ณ ตอนนี้มันยังไม่เจอคนที่ใช่ แล้วคนที่เราศึกษาอยู่ เราก็ต้องศึกษาไปเรื่อยๆ ก่อนว่ามันใช่จริงไหม เราต้องถามตัวเองว่าเรารักเขามากขนาดจะแต่งงานและอยู่กับเขาตลอดชีวิตได้รึป่าว ตัวเขาเองเขารักเรามากแค่ไหน แอนไม่อยากแต่งงานแล้วอยู่ไม่ได้ มีปัญหาแล้วก็ต้องเลิกกัน ถ้าเป็นแบบนั้นแอนคิดว่าไม่แต่งดีกว่า” (ทุกวันนี้ก็ยังศึกษาดูใจกันอยู่?) ก็มีค่ะ คบหา ศึกษา เป็นคนนอกวงการค่ะ ในวงการก็เคยมีคุยค่ะ เพียงแต่ว่าเราคิดว่ามันยังไม่ใช่ แอน-มรกต มณีฉาย แอน-มรกต มณีฉาย

ตามรอยเส้นทาง
ซันนี่ /  เขาเล่าว่า

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชวนเปิดมุมมองการท่องเที่ยวผ่านเรื่องเล่าสุดประทับใจและเรื่องราวอันน่าแปลกใจ ภายใต้โครงการ “เขาเล่าว่า” กับ 24 เส้นทางที่เขาเล่าว่า…นอกจากจะมีความงดงามแล้ว สถานที่แต่ละแห่งยังแอบซ่อนแง่มุมอันลึกซึ้ง ก่อให้เกิดคุณค่าทางจิตใจ สร้างแรงบันดาลใจ และให้กำลังใจในการดำเนินชีวิต ผ่านภาพยนตร์โฆษณาชุด “เขาเล่าว่า” และการเดินทางทั้ง 5 เส้นทาง 5 ภูมิภาคทั่วประเทศกับพระเอกมาดเซอร์ “ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์” ที่มาร่วมเดินทางและบอกเล่าเรื่องราว “เขาเล่าว่า” “เขาเล่าว่า” กับการเดินทางของ “ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์” ซันนี่ เล่าว่า...หลังจากได้ร่วมงานกับ ททท. ทำให้มีโอกาสออกไปเดินทางมากขึ้น ได้รู้ว่าประเทศเรานั้นมีที่เที่ยวอีกเยอะ บางสถานที่ยังไม่รู้จัก บางสถานที่เรารู้จักอยู่แล้ว แต่พอได้รับฟังเรื่องราวเรื่องเล่าที่ “เขาเล่าว่า” ทำให้ได้รู้อะไรเพิ่มขึ้น ลึกขึ้น และรู้สึกอินไปกับมัน ทำให้สถานที่แห่งนั้นยิ่งมีความแปลกใหม่น่าสนใจมากขึ้น           สำหรับเรื่องราวที่ “เขาเล่าว่า” ที่ “ซันนี่ได้เล่า” เป็นเช่นไรมาดูกัน “หินชมนภา” หาดชมดาว อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี เขาเล่าว่า…ณ หาดหินรูปทรงประหลาดอันกว้างใหญ่ ในฤดูน้ำโขงลดจะมีหินกลางน้ำผุดขึ้นมาให้เราได้เห็น ชาวบ้านเชื่อกันว่าให้หาหินนี้ให้เจอ เพราะเป็นจุดชมท้องฟ้าที่ส่องแสงและสีสันได้สวยที่สุด ทั้งแสงแรกแห่งรุ่งอรุณและทะเลดวงดาว สวยระยิบระยับเต็มท้องฟ้าในยามคืนข้างแรม...ท้องฟ้าที่สวยและงดงามดั่งฝัน ใครได้มาเซล์ฟฟี่ตรงนี้ก็จะทำให้เราได้สัมผัสกับชีวิตที่สวยงาม และอย่าลืมแชร์ความสวยงามนี้ไปให้คนอื่นๆได้เห็นกันด้วย “ป่าสีทอง” ทุ่งโปรงทอง ปากน้ำประแส อ.แกลง จ.ระยอง เขาเล่าว่า...แหล่งธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ จะมีพลังที่สุดแสนบริสุทธิ์ปกคลุมอยู่ เมื่อก้าวเข้าไปจะพบกับ 1 กิโลเมตร ความสุขบนสะพานไม้ทอดยาวกลางป่าอันสมบูรณ์ และมีความงดงาม 3 เวลา 3 อารมณ์ แสงสีทองกว้างไกลสุดสายตา ยามเช้าสว่างไสวเหลืองทองอร่าม ดุจจิตรกรนำสีทองมาแต่งแต้มธรรมชาติให้ตระการตา ยามบ่ายป่าสีทองสงบเงียบมีความสุข ในยามเย็นไปสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอดกับมวลความบริสุทธิ์ของพลังงานธรรมชาติป่าชายเลน ที่ผ่านเกณฑ์ประเมินมาตรฐานคุณภาพแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ จำนวนป่าสีทองมหาศาล ที่จะช่วยเติมเต็มพลังกับร่างกาย จิตใจ และความคิด “อุโมงค์แสงมรกต” ลานแสงมรกต ถ้ำภูผาเพชร อ.มะนัง จ.สตูล เขาเล่าว่า...ชีวิตคนเราขอเพียงเห็นแสงที่ปลายอุโมงค์ มันก็เกิดพลังที่จะเดินก้าวต่อไปในชีวิต ในความมืดของถ้ำที่ใหญ่กว่า 50 ไร่  มีอยู่โถงหนึ่งถ้าไปในเวลาที่แสงจากภายนอกทำมุมเข้ามา จะเกิดเป็นถ้ำแสงมรกตให้เห็น เชื่อกันว่านี่คือแสงปลายอุโมงค์ที่เล่าขานกันมา ใครได้มาเห็นสักครั้ง...ก็จะเกิดพลังชีวิต “เมืองที่ห้ามพูดโกหก” เมืองลับแล อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ เขาเล่าว่า...จากตำนานที่เล่าต่อๆ กันมา มีเมืองอยู่เมืองหนึ่ง ที่คนมีบุญเท่านั้นจึงจะได้เข้าไปถึง เมืองนี้เป็นเมืองของคนดี ถือวาจาสัตย์ ใครประพฤติผิดไร้ซึ่งสัจจะวาจา ต้องถูกออกจากเมืองไปทันที “เขาหนุมานวัดใจ” เขาวงพระจันทร์ อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี เขาเล่าว่า...ระยะทางกับความยากลำบากพิสูจน์มิตรภาพและรักแท้ เสริมพลังรักกับลพบุรีเมืองลิง หากได้พาคนที่เรารักไปร่วมพิสูจน์รักแท้ โดยการพิชิตยอดเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งเมืองหนุมานด้วยการเดินขึ้นบันได 3,790 ขั้นไปด้วยกัน พร้อมสักการะรอยพระพุทธบาทและสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขาแห่งนี้ เราจะรู้เลยว่าเขาคือ “รักแท้” ของเราอย่างแน่นอน หรือผู้ที่เกิดปีนักษัตรปีวอก (ปีลิง) ไปกราบไหว้ขอพรเสริมพลัง เป็นสิริมงคลแห่งปีกับเจ้าพ่อพระกาฬ (ศาลพระกาฬ อ.เมือง จ.ลพบุรี) เขาเล่าว่า…ไม่ใช่แค่เล่าให้เชื่อแต่เพื่อให้เราไปสัมผัส...เพราะทุกที่คงเป็นแค่เรื่องเขาเล่าว่า...จนกว่าคุณจะไปสัมผัสด้วยตัวเอง ติดตามการเดินทางทั้ง 5 เส้นทางของ ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ และรายละเอียดแหล่งท่องเที่ยว “เขาเล่าว่า” อีกหลายเส้นทางทั้งหมดได้ที่ Facebook Fanpage เขาเล่าว่า www.facebook.com/TATAccordingtoLegend 

มีลุ้น!ประธานเบนฟิก้าโผล่แมนเชสเตอร์คาดเจรจาขายเรนาโต้ ซานเชส
ตลาดซื้อขายนักเตะ /  เบนฟิก้า / 

สื่อในโปรตุเกส รายงานว่า หลุยส์ ฟิลิปเป้ วิเอร่า ประธานสโมสรเบนฟิก้า ได้เดินทางไปยังเมือง แมนเชสเตอร์ เพื่อเจรจาขาย เรนาโต้ ซานเชส กองกลางดาวรุ่งให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดโดยทีมปีศาจแดงต้องการที่จะได้ตัว ดาวเตะรายนี้มาร่วมทัพมานานแล้ว และความเป็นไปได้ในช่วงซัมเมอร์นี้น่าจะมีสูง หลังจากที่ สื่อในโปรตุเกสได้รายงานว่า ประธานสโมสรเบนฟิก้า ได้เดินทางไปยังเมืองแมนเชสเตอร์ เพื่อเจรจาดีลนี้ด้วยตัวเอง ซึ่งคาดว่า เรนาโต้ ซานเชส จะมีค่าตัวสูงถึง 60 ล้านยูโร ในการย้ายทีมครั้งนี้

'บ้านสวนพฤกษา โฮมสเตย์' ที่พักริมน้ำตก อาหารไม่อั้น ในราคาแค่ 800 บาท!
ที่เที่ยวจันทบุรี /  เที่ยวน้ำตก / 

แค่อ่านชื่อก็ตาโตซะแล้ว ที่พักริมน้ำตก บรรยากาศก็ว่าดีแล้ว ยังมีอาหารให้ทานไม่อั้นอีก! แบบนี้ขาเที่ยวอย่างเราๆ พลาดไม่ได้ โดยทางเพจเฟสบุ๊ค เที่ยวสบาย กับนาย Booking จะพาเราไปดูที่พัก "บ้านสวนพฤกษาโฮมสเตย์" แห่งนี้ ตามไปกันเลย .. 'บ้านสวนพฤกษา โฮมสเตย์' ที่พักริมน้ำตก อาหารไม่อั้น ในราคาแค่ 800 บาท! คราวนี้เป็นคิวของที่พักริมน้ำตกกันบ้าง ชื่อ " บ้านสวนพฤกษา โฮมสเตย์ " ราคาแค่ 800 บาท ส่วนรายละเอียดการจองนั้นคือโทรไปจองโดยตรงกับทางเจ้าของได้เลยที่ 082-202-1094 , 097-041-1709 ( ผมไม่มีส่วนได้ส่วนเสียนะครับ ) ส่วนราคาก็อย่างที่ได้บอกไว้ครับ 800 บาท / คืน / คน ราคานี้รวม ที่พักแบบมีแอร์ อาหารเย็นแบบสั่งเติมได้ไม่อั้น มีน้ำแข็งน้ำดื่มบริการฟรี มีผลไม้ตามฤดูกาล บริการฟรีไม่อั้น อาหารเช้าแบบสั่งได้ไม่อั้น Wifi แรงๆ ฟรี มีเตาปิ้งย่างให้ใช้ฟรี (แต่ถ้าคนพักเยอะคงต้องแย่งกันเพราะมีจำนวนจำกัด) เรามาเริ่มจากการเดินทางกันก่อน ที่พักนี้จะเลย จ.จันทบุรี ไปเกือบๆ 50 กิโลได้มั้ง พอไปถึงทางแยกที่ทางขวาไปตราด ทางซ้ายไปสระแก้ว เราเลี้ยวไปทางซ้ายสระแก้วครับ ขับไปอีกหลายสิบโลอยู่ก็จะเจอทางเข้าวัดเขาบรรจบ ให้เลี้ยวเข้าไป พอเข้าไปจะค่อนข้าง งง เล็กน้อย ให้โทรถามที่พักได้เลย หรือไม่ก็ใช้ Google map พิกัด GPS 12.851349, 102.204813 ได้เลย มาถึงแล้วจร้าทางเข้าที่พัก ระหว่างทางจะมีที่พักแบบนี้เยอะมากๆ ซึ่งอยู่ในโครงการกลุ่มวิสาหกิจทุ่งเพลโฮมสเตย์ ใครอยากลองพักที่ไหนลองเช็คราคากันเองนะ แต่ผมมาพักที่นี่แหละ ตอนผมจองผมโอนมัดจำมาก่อน แล้วก็มาจ่ายส่วนต่างที่เหลือที่พนักงานเลย พอจ่ายเสร็จได้กุญแจมาพนักงานพาไปที่ห้อง วันที่ไปมีพักแค่ผมห้องเดียวเพราะผมไปวันอาทิตย์ เช็คเอ้าท์วันจันทร์ ไม่มีคนเลยแฮะ ส่วนตัวสุดๆ แต่ถ้ามาศุกร์ เสาร์ แว่วๆว่ามีเต็มต้องจองเนิ่นๆ เอากระเป๋าเข้าไปเก็บที่ห้องก่อน ที่ห้องค่อนข้างดีเลย มีห้องน้ำ 2 ห้อง อ่างล้างหน้าแยกส่วน มีตู้เย็นเครื่องใหญ่ มีทีวีขนาดเล็กติดผนัง พอเรามาถึง สิ่งแรกที่ได้ยินคือเสียงน้ำตก ซึ่งดังและมีเสน่ห์เย้ายวนมากๆ รู้สึกอยากเล่นน้ำตลอดเวลา แต่ต้องห้ามใจไว้ก่อน เอารูปมาฝากเพื่อนๆ ก่อนนะเดี๋ยวค่อยเล่น พอเรามาถึงปุ๊บ พนักงานจะจัดที่นั่งให้เราริมน้ำตกเลยพร้อมกับผลไม้ประจำฤดูกาลกับน้ำดอกอัญชัญเย็นๆ แอบถามว่าถ้าหมดแล้วขอเพิ่มได้มั้ย ที่พักบอกไม่มีปัญหา วันที่ไปมีลำไยเป็นผลไม้ต้อนรับ เราไปดูโดยรอบกันก่อน ที่พักเป็นโฮมสเตย์ซึ่งแน่นอนว่าขนาดไม่ได้ใหญ่อะไร รับแขกมาพักได้ไม่เยอะมาก แต่ตอนนี้เห็นทำตึกไว้ข้างนอกจะรับแขกได้มากขึ้น แต่แนะนำพักแบบที่ผมพักดีกว่าใกล้น้ำตกด้วย สามารถได้ยินและมองเห็นน้ำตกได้จากห้องพักเลยทีเดียว ถ้าเราเดินบรรไดลงมา สามารถลงเล่นน้ำตกได้เลยจากที่พัก ไม่ลึก แต่น้ำไหลแรงมากชื่นใจจริงๆ ขนาดอากาศไม่เย็นนะ ลงไปนี่หนาวมากพูดเลย ใครลงมาเล่นคนเดียวไม่ต้องกลัวเหงา มีปลามาเล่นน้ำกับเราด้วยแฮะ หลังจากเล่นน้ำตกมาอย่างสนุกสนาน ก็มาทานข้าวกัน ทางที่พักจะจัดไว้ให้เป็นจานๆแบบนี้ ถามว่าสั่งเพิ่มได้แบบไม่อั้นมั้ย ที่พักบอก ไม่มีปัญหา ข้าวสวยร้อนๆ ผัดยอดมะระน้ำมันหอย ไข่เจียว ผัดฉ่าทะเล คือแบบ กุ้งกับปลาหมึกตัวใหญ่มาก ต้มยำกุ้ง กุ้งตัวใหญ่อีกแล้ว ที่เด็ดอีกอย่างคือมาที่นี่พลาดไม่ได้เลย หมูชะมวง กับข้าวสวยร้อนๆ สั่งได้ไม่อั้นอีกแล้ว ส่วนน้ำแข็งนี่ขอบอกถังใหญ่มาก ตักได้ไม่อั้น เพราะทางที่พักจัดไว้ให้ฟรีจร้าสำหรับคนนั่งดื่ม สังสรรค์เฮฮาในหมู่เพื่อนฝูง ตอบโจทย์ขาดื่ม ขาเม้าท์นักหล่ะ อิ่มแล้วๆ เดินย่อยก่อนด้วยสะพานรอบๆสามารถเดินไปได้แทบทุกที่  สามารถเดินไปเที่ยวเดินดูน้ำตกมุมอื่นๆได้ (อันนี้ขอแก้ข้อมูลสำหรับเพื่อนๆที่ทักท้วงมานะครับ) ตรงนี้ไม่กล้าเล่นแฮะ 555 ข้ามมาตอนเช้าอย่างเร่งด่วน เพราะความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ ทางที่พักจะจัดเซ็ตนี้ไว้ให้แต่เช้าตรู่เลย ให้นั่งซึมซับเสียงน้ำตก และเห็นสายน้ำไหล นั่งทานไป ชิวไป เสียงน้ำตกนี่ถ้าฟังเพลินๆนี่หลับได้เลยนะ ผมเคยมาแล้ว 5555 เซตบนคิดว่าจบแล้วใช่มั้ย ยัง !!! ยังไม่จบ ที่พักจัดชุดนี้มาให้อีก ถามว่าขอเพิ่มได้มั้ย ได้สิ แต่ใครจะสั่งหล่ะแค่นี้ก็จุกจะแย่อยู่แล้ว ก่อนจะกลับขอฟินอีกสักทีได้มั้ย ทิ้งทวน สรุป สำหรับผมถือว่าคุ้มมากนะในราคา 800 บาท ที่พักก็โอเค อาหารก็อร่อย แถมยังเติมไม่อั้นด้วย มีผลไม้ให้ทานไม่อั้นอีก บรรยากาศดี เสียงน้ำตกชิวมาก น้ำตกเย็นเจี๊ยบเลย เจ้าของและพนักงานที่พักก็บริการและต้อนรับดีมากๆ ใครที่ชอบที่เที่ยวราคาถูกๆแนวๆธรรมชาติๆแนะนำเลยครับ แต่ตอนที่ผมไปคือพักแค่ห้องเดียวเลยเหมือนส่วนตัวและชิวมากแต่วันที่คนพักเต็มไม่รู้ว่าจะวุ่นวายรึเปล่าเพราะน้ำตกหน้าที่พักไม่ใหญ่มากนี่อาจจะเป็นข้อเสียนิดหน่อย ก่อนจะกลับแวะกินกาแฟซะหน่อยที่ Kays Espresso Bar อยู่ในตัวเมือง จันทบุรี ร้านนี้ไม่แวะไม่ได้ ต้องลองๆ ผมขอปิดท้ายรีวิวด้วยของร้านนี้แล้วกันเนอะ ไว้พบกันใหม่ สวัสดีครับ ขอบคุณข้อมูล-รูปภาพ https://www.facebook.com/ninebooking