มือปื่น/ดาว/พระ/เม้าส์-ณัชชา

12 หนังสุดสยอง ที่ทำเอากรรมการเหลียวมอง จนได้ครอง ออสการ์ !!!
Aliens /  An American Werewolf in London / 

เป็นเรื่องธรรมดาที่บรรดาภาพยนตร์สยองขวัญ ที่มุ่งเน้นจะเขย่าสติสตังคนดูให้ไม่อยูกับเนื้อกับตัว มักจะถูกกรรมการเมิน ในการประกวดเวทีรางวัลใหญ่ๆ (สาหัสกว่านั้น คืออาจไม่ได้เสนอเข้าชิงเสียด้วยซ้ำไป) ทำเอาคอหนังสยอง ต่างก็น้อยเนื้อต่ำใจกันไป แต่อย่าพึ่งเสียใจไป เพราะในประวัติศาสตร์รางวัลยิ่งใหญ่ระดับโลกอย่าง ออสการ์ นี้ ได้เคยมีหนังสยองขวัญ ไปเฉิดฉาย โชว์ฟอร์มเสียจนกรรมการต้องเหลียวมองมาแล้ว และนี่คือ 12 หนังสยอง ที่สามารถคว้าออสการ์มานอนกอดอย่างสมศักดิ์ศรี ที่เราอยากให้รู้จักรับฮาโลวีน และอย่าพึ่งหมดหวังว่า หนังสยองจะไม่มีทางไปถึงฝั่งฝัน เพราะ 12 เรื่องต่อไปนี้ยืนยันแล้วว่า ถ้าเจ๋งจริง ต่อให้รางวัลใหญ่แค่ไหน ก็เสร็จพี่สยองทุกรายเหมือนกันนะเอ้อ Rosemary's Baby (1968) หนังสยองขวัญการกำเนิดทายาปีศาจ ในตำนานของผู้กำกับ โรมัน โปลันสกี้ ที่ทั่วโลกเชื่อว่าต้องคำสาป เพราะทำให้ทีมงานหลายคนออกอาการวิปลาส และเสียชีวิตอย่างน่าสะพรึง เพราะเชื่อว่าไปแตะต้องเรื่องเกี่ยวกับลัทธิบูชาซาตาน อย่างไรก็ตาม Rosemary's Baby สามารถคว้า ออสการ์ รางวัล นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม ไปครองได้สำเร็จ จากการแสดงของ รูธ กอร์ดอน และยังเข้าชิงรางวัลบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยมอีกด้วย ตัวอย่างหนัง Rosemary's Baby ------------------------------- The Exorcist (1973) ขึ้นชื่อว่าเป็นคอหนังสยอง ย่อมต้องไม่พลาด The Exorcist ถึงไม่เคยได้ดู ก็ต้องเคยได้ยินชื่อเสียงสุดกระฉ่อน ของอีกหนึ่งตำนานหนังไล่ผีเรื่องนี้มาก่อนอย่างแน่นอน ทั้งจากความรุนแรงของเนื้อหา ภาพสุดสะพรึง จนแทบทำให้คนดูปวดประสาทพลอยจิตตกตามเด็กหญิง เรแกน ในสภาพเน่าเฟะไปด้วย! และที่สำคัญ The Exorcist ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ ถึง 10 สาขา!! และคว้ามาครองได้ 2 สาขา คือ บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม และบันทึกเสียงยอดเยี่ยม มาได้อย่างขาดลอย ชนิดที่ไม่ต้องมีบาทหลวงที่ไหนมาการันตีความสะพรึงครั้งนี้ ตัวอย่างหนัง The Exorcist ----------------------- Jaws (1975) หากคุณคิดว่าหนังสยองขวัญ มักจะนำเสนอแต่เรื่องเหนือธรรมชาติ นั่นแสดงว่าคุณยังไม่ได้พิสูจน์เขี้ยวฉลามใน Jaws ของพ่อมด สตีเฟ่น สปีลเบิร์ก ที่ใครๆก็การันตีว่าดูจบแล้วคงไม่กล้าลงน้ำไปอีกนาน!! จากภาพความสยดสยอง นองเลือดที่สมจริงจนน่าตกใจ และพาให้ร้อนๆ หนาวๆ เสมอ เมื่อขาคุณจุ่มน้ำ เพราะกลัวว่านั่นนอาจเป็นวันสุดท้ายของชีวิต Jaws เข้าชิง ออสการ์ ถึง 4 รางวัล และแหวกทะเลมาคว้าไป 3 คือ บันทึกเสียงยอดเยี่ยม, ลำดับภาพยอดเยี่ยม และ ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม ก่อนจะพลาดฉิวเฉียดกับรางวัลใหญ่อย่าง ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ไปเพียงนิดเดียว ตัวอย่างหนัง Jaws ------------------------ An American Werewolf in London (1981) ในบรรดาหนังมนุษย์หมาป่าที่ออกมาเกลื่อนโลก คงไม่มีใครจะไม่ยอมรับ An American Werewolf in London ในฐานะตำนานแห่งคนหอน คืนโหด ที่สร้างความสยองของการกลายร่าง ในระดับที่หลอนคนดูจนแทบตกเก้าอี้! และยังเป็นหมุดหมายสำคัญให้หนังแนวเดียวกันนี้ ในยุคต่อๆมาด้วยโดยเฉพาะฉากการค่อยๆ กลายร่างอย่างสยดสยองสมจริง และนั่นทำให้ An American Werewolf in London คว้ารางวัล ออสการ์ สาขาแต่งหน้ายอดเยี่ยม มาครองแบบได้หอนฉลองกันข้ามคืน (แถมเล็กน้อย หนังเรื่องนี้คือเรื่องโปรดของ ไมเคิล แจ็คสัน จนเขาจ้างทีมงานหนัง มาทำมิวสิควีดีโอสุดโด่งดัง Thriller)   ตัวอย่างหนัง An American Werewolf in London ---------------------------- Aliens (1986) คงได้แต่ยอมศิโรราบ อย่างไม่มีข้อโต้แย้ง หากจะบอกว่าสัตว์ประหลาดแห่งอวกาศที่น่่สะพรึงกลัวที่สุด คงหนีไม่พ้นเจ้าหัวยาว น้ำลายกรดที่ถือกำเนิดขึ้นจากศิลปินแนวชีวจักรวลผู้ล่วงลับ เอช อาร์ กีเกอร์ ในภาพยนตร์ Aliens นี้อีกแล้ว เพราะมันทำให้ภาพฝันการท่องอวกาศอันแสนสุข ต้องกลายเป็นฝันร้ายชนิดไม่รู้ลืม ความฮอตฮิตของมันมากมายเพียงใด คงไม่ต้องสาธยายมาก เพราะสามารถหันไปดูบรรดาโมเดล ของเล่น ที่ยังอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ และมีแฟนๆชนิดเหนียวแน่น สัตว์ต่างดาวระดับตำนานนี้ พาให้ Aliens ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง ออสการ์ ถึง 7 สาขา ก่อนจะคว้าไปกลับดาวไปได้ถึง 2 สาขาด้วยกัน คือ เทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม และลำดับเสียงยอดเยี่ยม สมจริงจนน่าขนลุกขนพองขนาดนี้ ไม่ได้ก็แปลกแล้วล่ะ! ตัวอย่างหนัง Aliens -------------------------- The Fly (1986) ในปีเดียวกันนี้เอง ในขณะที่ Aliens คือสัตว์ต่างดาวสุดสยอง ด้าน The Fly ก็คือความสะพรึงอันเกิดจากวิทยาศาสตร์โดยแท้จริง จากเครื่องย้ายมวลสารที่ทำงานสมบูรณ์แบบ แต่นั่นำให้บังเกิดเป็นหนังสยองขวัญระดับตำนานอีกหนึ่งเรื่อง ด้วยสภาพของคนที่ค่อยๆ กลายเป็นแมลงวันกลายพันธุ์สุดเน่าเฟะ และโชยกลิ่นความสยองออกมาแตะจมูกคนดู โดยไม่ต้องอาศัยระบบ 4Dx แต่ประการใด การเนรมิตคนธรรมดาให้กลายเป็นอสูรกายใน The Fly ที่สมจริงสุดๆ นี้ ทำให้สามารถคว้ารางวัล ออสการ์ สาขาแต่งหน้ายอดเยี่ยมไปครองได้อย่างไร้ข้อครหา ตัวอย่างหนัง The Fly  ------------------------------------ Beetlejuice (1988) Beetlejuice คือหนังสยองขวัญสุดป่วง ที่มีลายเซ็นของผู้กำกับ ทิม เบอร์ตัน อยู่แบบเกือบร้อยเปอร์เซนต์ ผลงานที่เป็นเรื่องผีๆ ท่าทางจิตป่วยนี้ เข้าไปนั่งในใจคนดูได้ทุกเพศทุกวัย ไม่ใช่เพราะมันสยองจนแทบทนไม่ไหว แต่มันสุดประทับใจทั้งตลก ขำขัน ร้องรำทำเพลง และสะดุ้งสะพรึงเบาๆ แบบถนอมอัตราการเต้นของหัวใจ ด้วยคาแร็คเตอร์เหล่าผีที่สุดจะแปลกแหวกแนว และมีเอกลักษณ์สุดๆ นี้ ก็ส่งให้ Beetlejuice คว้ารางวัล ออสการ์ สาขาแต่งหน้ายอดเยี่ยม มาครองได้สำเร็จ ตัวอย่างหนัง Beetlejuice ----------------------------------- Misery (1990)  นี่คือหนังสุดจิต ที่ทำเอากลัวผู้หญิงร่างอวบไปอีกนาน เพราะ Misery เรื่องนี้ สร้างจากนิยายของเจ้าพ่อเรื่องเขย่าขวัญ สตีเฟ่น คิง อันลือลั่น และยังสร้างภาพลักษณ์ของหญิงโหด กับชายดวงซวยไร้ทางสู้ ได้อย่างแจ่มชัด และแน่นอนรางวัล ออสการ์ ที่ Misery คว้าไปจะเป็นอะไรไปเสียไม่ได้นอกจาก นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม จากตัวละคร แอนนี่ หญิงจิตโหด ที่รับบทโดย เคธี่ เบตต์ ที่ทำเอาคนดูชายทั้งแท่ง ถึงกับต้องเสียวสันหลังวาบๆ ตัวอย่างหนัง Misery ----------------------------------- The Silence of The Lambs (1991) โลกอาจรู้จักกับ แอนโธนี่ ฮอปกิ้นส์ มาก่อนหน้านี้นานแล้ว แต่ผู้ชายคนนี้ ทำให้โลกรู้จักตำนานแห่ง ดร.ฮันนิบาล เล็คเตอร์ จิตแพทย์อัจฉริยะวิปลาส ผู้โปรดปรานรสชาติเนื้อมนุษย์เป็นนิจ ใน The Silence of the Lambs ภาพยนตร์ที่สร้างประสบการณ์เขย่าประสาทในระดับปรากฏการณ์ และทำให้คนดูรู้สึกเสียววาบอย่าไม่รู้เนื้อรู้ตัว คุณงามความดีสุดชั่วร้ายนี้ ส่งให้ The Silence of the Lambs เข้าชิง ออสการ์ ถึง 7 สาขา ก่อนจะคว้าไป 5 แบบไม่มีใครกล้าแหยม ไม่ว่าจะเป็น นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (แอนโธนี่ ฮอปกิ้นส์), นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (โจดี้ ฟอสเตอร์), ผู้กำกับยอดเยี่ยม (โจนาธาน เดมมี), บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม และรางวัลใหญ่อย่าง ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ประจำปีนั้นไปครองอย่างเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของหนังสยองเลยทีเดียว ตัวอย่าง The Silence of The Lambs ------------------------------------- Bram Stoker's Dracula (1992) ผีดูดเลือดยุคใหม่ท่าทางหน่อมแน้มหลบไปให้หมด เพราะนี่คือตัวพ่อของบรรดาหนังแดร็กคูล่า กับ Bram Stoker's Dracula ของผู้กำกับระดับตำนาน ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรสนิยม เสน่ห์ความงามแบบกอธิค รวมฮิตดาราคุณภาพและเป็นจุดเริ่มต้นของขนบความสยองหรูคาวเลือด สไตล์แดร็กคูล่าในหนังยุคต่อๆมาอีกด้วย Bram Stoker's Dracula เข้าชิง ออสการ์ ถึง 4 สาขา และคว้าไป 3 อันได้แก่ ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม, ตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม และแต่งหน้ายอดเยี่ยม พลาดไปเพียงแค่กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม รางวัลเดียวเท่านั้น  ตัวอย่างหนัง Bram Stoker's Dracula -------------------------- Sleepy Hollow (1999) ยังคงฟอร์มดีจนส่งผลงานที่ดูจะแหวกแนว แต่ลงตัวอย่าง Sleepy Hollow ให้โดดเด้งขึ้นมาอีกเรื่องได้ สำหรับผู้กำกับสไตล์จัด ทิม เบอร์ตัน ที่มาพร้อมกับเรื่องสยองเต็มสูบ ของชายไร้หัว ขี่ม้าสีดำทมิฬ ไล่ล่าหัวมนุษย์อย่างไม่เกรงใจยมโลก แต่ก็ยังไม่วาย ยังต้องเจอพระเอกสุดเพี้ยน บพิลึกพิลั่นมาต่อกรด้วยซะเฉย เรื่องราวสยองสุดเพี้ยน แต่กรุ่นไอมืดหม่นนี้ ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง ออสการ์ ถึง 3 สาขา และคว้าไปเพียง กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม รางวัลเดียว ชวดกำกับภาพยอดเยี่ยม และออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม ให้เรื่องอื่นไป ตัวอย่างหนัง Sleepy Hollow ------------------------- Sweeney Todd: The Demon Barber of Fleet Street (2007) ผู้กำกับ ทิม เบอร์ตัน กลับมาระบายผืนผ้าใบแห่งกอธิคอีกครั้ง กับ Sweeney Todd: The Demon Barber of Fleet Street ที่ได้พระเอกคู่บุญอย่าง จอห์นนี่ เด็ปป์ มาสวมบทบาทช่างตัดผมกรุ่นแค้น ได้อย่างหลงใหล ถึงแม้หนังเรื่องนี้จะไม่ได้จ้องเขย่าขวัญกันเหงื่อแตก แต่มันอุดมไปด้วยสไตล์จัดจ้าน มีความเป็นมิวสิคัล และเมื่อถึงเวลาก็พร้อมเสิร์ฟฉากเลือดพุ่งเป็นท่อประปาแตกให้คนดูได้หงายเงิบ สะดุ้งโหยงกันอย่างจัดเต็ม Sweeney Todd เข้าชิงถึง 3 ออสการ์ และคว้ากำกับศิลป์ยอดเยี่ยม ไปครอง ก่อนจะชวดนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม กับ ออกแบบเครื่องกายยอดเยี่ยมไปอย่างน่าเสียดาย ตัวอย่างหนัง Sweeney Todd และทั้งหมดนี้คือ 12 หนังสุดสยอง ที่ทำเอากรรมการเหลียวมอง จนได้ครองออสการ์ และกับรางวัลเกียรติยศที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกในปีต่อไปนี้ ภาพยนตร์สุดสยองเรื่องใด จะคว้าชัยได้อย่างไม่น้อยหน้าหนังแนวไหนๆ แฟนๆ คอหนังสยองขวัญ ต้องรอติดตามกันให้ดี และเอาใจช่วยให้หนังสยอง ได้ไปคว้าชัย และละเลงความกลัว ให้สะเทือนเวทีรางวัลอื่นๆ ในโลก ได้ต่อไปไม่รู้จบสิ้น -------------------------------

รำลึก 8 ปี 'นวมทอง ไพรวัลย์'สละชีพต้านรัฐประหาร 49
ข่าวนวมทอง /  ชนรถถังทหาร / 

รำลึก 8 ปี "นวมทอง ไพรวัลย์" ผูกคอตายสะพานลอยหน้าสนพ.ไทยรัฐ ต่อต้านอำนาจรัฐประหารปี 49 ทหาร-ตำรวจวางกำลังเข้ม ห้ามจัดกิจกรรมฝืนคำสั่งคสช. ด้าน "จตุพร" โพสต์ข้อความไว้อาลัย กลุ่มตัวแทนนักศึกษาจากศูนย์กลางนักศึกษาเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย หรือ ศนปท. ได้เดินทางมายังบริเวณสะพานลอยหน้าสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ถนนวิภาวดี ซึ่งเป็นอนุสรณ์ที่นายนวมทอง ไพรวัลย์ คนขับแท็กซี่ ที่ขับรถชนกับรถถังทหาร ประท้วงการรัฐประหาร พ.ศ. 2549 และผูกคอเสียชีวิตที่บริเวณดังกล่าว เมื่อวันที่ 31 ต.ค.2549 เพื่อทำการวางพวงหรีด รำลึก 8 ปี ลุงนวมทอง โดยการยืนสงบนิ่งไว้อาลัย 1 ชั่วโมง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการตำรวจนครบาล และทหาร ทั้งในและนอกเครื่องแบบ กว่า 1 กองร้อย ตรึงกำลังเพื่อรักษาความปลอดภัย และห้ามทำกิจกรรมในบริเวณดังกล่าว พร้อมเข้าเจรจากับกลุ่มต่างๆที่เดินทางมาเพื่อไว้อาลัยให้ออกจากพื้นที่ เนื่องจากเป็นการฝ่าฝืนประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ฉบับที่ 7/2557 เรื่องห้ามชุมนุมทางการเมือง นอกจากนี้ ยังมีประชาชนเดินทางเข้าไว้อาลัยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงนางบุญชู ไพวัลย์ ภรรยาของนายนวมทอง เดินทางมาวางดอกไม้ เพื่อไว้อาลัยด้วยอาการโศกเศร้า ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เดินทางกลับทันที และขอไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆกับสื่อมวลชน โดยนายนวมทอง เป็นคนขับรถแท็กซี่ โตโยต้า โคโรลล่า สีม่วง ทะเบียน ทน 345 กรุงเทพมหานคร พุ่งชนรถถังของคณะรัฐประหารและได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2549 ซึ่งต่อมาในคืนวันที่ 31 ตุลาคมปีเดียวกัน นายนวมทอง ได้ผูกคอเสียชีวิตกับราวสะพานลอย บริเวณถนนวิภาวดีรังสิตฝั่งขาออก เยื้องกับที่ตั้งสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ โดยในจดหมายลาตายระบุว่า "ต้องการลบคำสบประมาทของพันเอกอัคร ทิพโรจน์ รองโฆษก คปค. ที่ว่า ไม่มีใครมีอุดมการณ์มากขนาดยอมพลีชีพได้" ในคืนที่นวมทองผูกคอเสียชีวิต เขาตั้งใจสวมเสื้อยืดสีดำ สกรีนข้อความเป็นบทกวี ที่เคยใช้ในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย โดยด้านหน้าเป็นบทกวีของรวี โดมพระจันทร์ และด้านหลังเป็นบทกวีของศรีบูรพา (กุหลาบ สายประดิษฐ์) โดยนายนวมทองเป็นพลเมืองไทยเพียงคนเดียว ที่ประกาศตนต่อสาธารณชนว่า ได้พยายามกระทอัตวินิบาตกรรม เพื่อประท้วงรัฐประหารไทยปี 2549 และได้บรรลุเจตนารมณ์ดังกล่าวในที่สุด เพื่อสนองคำพูดของรองโฆษกคณะรัฐประหารที่เขาถือว่าเป็นการเหยียดหยามวัตถุประสงค์แห่งกรรมของเขา ด้านนายจตุพร พรหมพันธ์ุ ประธาน นปช. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค "Jatuporn Prompan - จตุพร พรหมพันธุ์" เพื่อไว้อาลัยและสดุดีให้กับนายนวมทอง "วันนี้ (31ตุลาคม) เป็นการครบรอบ8ปี ของการจากไปของคุณลุง "นวมทอง ไพรวัลย์" บุคคลที่ศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย ฆ่าได้หยามไม่ได้ ผมขอสดุดี และไว้อาลัยกับนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่อย่าง "ลุงนวมทอง" ครับ" MThai News

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

แมธธิว แม็คคอนนาเฮย์ โชว์เดี่ยว ในคลิปแรก และงานเปิดตัว Interstellar
2001 Space Odessey /  Anne Hataway / 

เผยคลิปแรกออกมาให้ชมกันแล้ว สำหรับหนังไซไฟของ โนแลน อย่าง Interstellar ที่หลังจากฉายรอบปฐมทัศน์ไปแล้ว คำวิจารณ์ก็ออกมาค่อนข้างกึ่งกลาง บ้างก็ว่าหนังเข้าใจยากบ้าง หนังมีความทะเยอทะยานสูงบ้าง แต่กระนั้นทุกเสียงกลับยืนยันถึงความยิ่งใหญ่ของมันในระบบ IMAX ว่าน่าตื่นตาเอามากๆ โดยเพื่อเป็นการต้อนรับที่หนังกำลังจะฉายอีก 1 อาทิตย์ วอร์เนอร์ ก็ได้ปล่อยคลิปแรกของหนังออกมาให้เราชมกันแล้ว ซึ่งเป็นคลิปที่ แมธธิว แม็คคอนนาเฮย์ ออกมาพูดถึงยานจักรกล และเสริมด้วยคลิปแถมพิเศษกับงานรอบปฐมทัศน์ในยุโรปที่แฟนๆได้มารอกันอย่างเหนียวแน่นเลยจริงๆ เมื่อโลกเข้าสู่ห้วงสุดท้ายในยุคเรา ทีมนักสำรวจต้องรับภารกิจที่สำคัญสุดในประ­วัติศาสตร์มนุษยชาติ โดยการเดินทางสู่กาแล็คซี่อันไกลโพ้น เพื่อค้นหาความเป็นไปได้ว่าในอนาคตมนุษยชา­ติอยู่ท่ามกลางดวงดาวได้หรือ เปล่า Interstellar ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ของผู้กำกับ คริสโตเฟอร์ โนแลน บทภาพยนตร์โดยสองพี่น้อง โจนาธาน และคริสโตเฟอร์ โนแลน มีกำหนดฉายในไทย 6 พฤศจิกายน นี้

ละครภพรัก , เรื่องย่อภพรัก
ละครภพรัก /  ละครภพรัก ช่อง 3 / 

เรื่องย่อละครภพรัก ความตาย.. อาจเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับ “เธอ” .. การดับสูญที่ยิ่งใหญ่นำมาซึ่งความผูกพันล้ำค่าบนโลกใบสวย .. ความรักระหว่าง “เธอ” และ “เขา” อาจเป็นไปไม่ได้หากแต่ใน “ภพรัก”…ความสุขในความรักระหว่างเขาและเธอ สดใสและงดงามเสมอ หมวดเหยี่ยว เป็นลูกชายคนเดียวของ วิหค นายตำรวจมือปราบที่เลื่องชื่อในอดีต เหยี่ยวกำพร้าพ่อและแม่มาตั้งแต่เล็กเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน ด้วยสาเหตุที่หลายคนยังตั้งข้อสงสัย วิหคเป็นตำรวจน้ำดีที่หลายคนให้การยกย่อง ทำงานตรงไปตรงมาแบบยอมหักไม่ยอมงอ แต่แล้วจู่ๆ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนปริศนาที่คนขับชนแล้วหนี เหยี่ยวอาศัยอยู่ในชุมชนริมน้ำหลังวัดเก่ากับ ยายนวล ยายตาบอดอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส ชอบทำบุญอยู่ในศีลในธรรม มีข้อเดียวที่ยายนวลผิดศีลอย่างเลิกไม่ได้คือต้องเล่นหวยอยู่เป็นนิจ และยายนวลก็เหมือนมีพรายกระซิบทุก 15 วัน ??? ตั้งแต่เหยี่ยวเล็กจนโต.. ยายนวลถูกหวยงวดเว้นงวด !!! เหยี่ยว มุ่งมั่นเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนสอบเข้าทำงานในสำนักงานสืบสวนพิเศษได้ หากแต่ในวิชาชีพตำรวจเหยี่ยวกลับทำไม่ได้ดีเหมือนพ่อ คดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบมักมีข้อผิดพลาดไม่ราบรื่น ยิ่งโดนเปรียบ เทียบกับพ่อ.. เหยี่ยวยิ่งทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งหลังผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดต้องรอดคดีไปได้อย่างลอยนวล เพราะการสอบสวนแบบถึงลูกถึงคนของแหยี่ยวโดนบันทึกภาพผ่านโทรศัพท์มือถือของ ทนายผู้ต้องหา และการนำสืบชี้นำไปที่เหยี่ยวขาดวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ข่มขู่ผู้ต้องหาให้รับสารภาพ หมวดเหยี่ยวถูกคาดโทษจากผู้บัญชาการว่าจะต้องถูกย้ายหากมีข้อผิดพลาดอะไร เกิดขึ้นอีก !!! ดูเหมือนชีวิตของหมวดเหยี่ยวกำลังรอคอยใครบางคน ใครบางคนที่จะเติมเต็ม.. ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น คืนวันหนึ่งขณะหมวดเหยี่ยวออกจากสำนักงานสืบฯ กำลังจะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเขารู้สึกแปลกๆ ในจิตใจคล้ายมีคลื่นพลังงานบางอย่างเข้ามากระทบในโสตสัมผัส เมื่อเลี้ยวรถตรงทางแยกหน้าปากซอย เขาพบรถสปอร์ตเกิดอุบัติเหตุตกบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ข้างทาง เมื่อ กองพิสูจน์หลักฐานดึงรถยนต์คันงามขึ้นมา.. ทุกคนต้องแปลกใจเพราะภายในรถว่างเปล่า !! ไม่ปรากฏร่างเจ้าของรถผู้ขับขี่ ตำรวจตรวจดูโดยรอบแล้วไม่พบศพผู้เสียชีวิต !!! ขณะ เหยี่ยวช่วยตำรวจท้องที่กันบรรดาไทยมุงออกมาจากพื้นที่ เขาสะดุดสายตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางต่างจากชาวบ้านแถบนั้นโดยสิ้นเชิง เงอะๆ งะๆ จนเกือบจะเข้าไปในเขตห้ามเข้า เหยี่ยวต้องเอ่ยปากไล่ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ เดี๋ยวจะเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญ หญิงสาวคนนั้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเดินหนีออกไป ก่อนขับรถกลับบ้าน เหยี่ยวพบสร้อยคอพร้อมล็อกเก็ตรูปหัวใจตกอยู่ข้างรถ เขาหยิบล็อกเก็ตเส้นนั้นและนำกลับไปบ้านด้วยอย่าง เผลอตัว ความแปลกประหลาดเริ่มบังเกิดขึ้นกับเหยี่ยวนับตั้งแต่วินาทีนั้น.. ตอนกลับบ้าน เสียงหมาวัดแถวนั้นต่างพากันประสานเสียงหอนกันระงมราวกับเห็นผี ! ยายนวลที่ตาบอดยังร้องทักว่าเหยี่ยวพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านทำไมไม่บอก จะได้หาข้าวหาปลาให้ทาน มิวายที่เหยี่ยวจะปฏิเสธ แต่ยายนวลกลับไม่เชื่อเถียงคอเป็นเอ็นหาว่าหลานชายแอบเอาสาวเข้าบ้านโดยไม่ บอกให้ยายรู้ จนเหยี่ยวต้องเรียก จ่านกน้อย ตำรวจคู่หูที่อยู่ข้างบ้านมายืนยันว่าไม่มีใครมาด้วย ยายนวลถึงจะเชื่อและเรียกจ่านกน้อยไปขูดต้นกล้วยหลังวัดด้วยกันอย่างออกรส ตามประสาคนบ้าหวยด้วยกัน จ่านกน้อยเป็นตำรวจที่มีอดีตไม่น่าจดจำ บ้าหวยทำตัวไร้สาระก็เพื่อลบปมเศร้าสะเทือนใจในชีวิต เมื่อ 5 ปีที่แล้ว.. นกยูง ลูกสาววัยรุ่นของจ่านกน้อยเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด เพราะพ่อบ้างานจนไม่มีเวลาให้ หลังเสียลูกสาวไม่นานเมียก็ต้องเสียชีวิตตามไปอีกคน เพราะโดนคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกัน แล้วจ่าเข้าไปช่วยไม่ทัน นับตั้งแต่นั้น.. ชีวิตจ่านกน้อยก็ไร้แก่นสาร ทำงานไปแบบวันเติมวัน เหมือนกำลังรอวันลาโลก!!! ย่ำ รุ่งคืนวันนั้นเอง เหยี่ยวกลับได้ยินเสียงร้องสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารในสวนหลังบ้าน เหยี่ยวพบกับหญิงสาวคนเดียวกับเมื่อตอนหัวค่ำ เธออยู่ในชุดขาวสวยเฉี่ยวทันสมัย ร้องไห้พลางบอกว่าไม่มีที่ไป ไม่มีใครเห็นเธอเลยนอกจากเหยี่ยว ภาพหญิงสาวค่อยๆ จางหายไป .. พร้อมๆ กับพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า !หมวดเหยี่ยวอึ้งแทบไม่เชื่อภาพที่ปรากฏต่อสายตา เขาพบกับผีสาว ! ตัวจริง ! เสียงจริง ! เช้าวันรุ่งขึ้น.. เหยี่ยวตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรกับ หลวงตาเคี้ยง เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หลวงตาฟังไปพร้อมกับตาลุกด้วยความตื่นเต้น อรรถาธิบายว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่าง เพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงยังล่องลอยไม่มีที่พึ่ง พออธิบายเสร็จ หลวงตาเคี้ยงก็รีบให้ศีลให้พร จ้ำอ้าวๆ กลับกุฏิแทบไม่ทัน สมดังคำล่ำลือว่าหลวงตาเคี้ยงไม่ค่อยถูกชะตากับพลังงานลึกลับ ?!?!? ทุกวันเมื่อไปทำงานสำนักงานสืบฯ เหยี่ยวต้องปะทะคารมอย่างรุนแรงกับ ผบ.สงคราม ที่จ้องจับผิดตลอดเวลา แม้ผบ.สงครามจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพ่อ แต่ความจริงที่เหยี่ยวไม่รู้ก็คือ.. สงครามไม่ได้เป็นเพื่อนกับวิหค แต่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานตำรวจ แข่งกันทุกครั้งสงครามก็แพ้วิหคทุกครั้ง .. หนำซ้ำการเสียชีวิตของวิหค ยังมีข่าวลืออีกว่าเป็นเพราะกำลังทำงานลับบางอย่างแข่งกับสงคราม จึงต้องเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ล่า สุดกับคดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบ.. จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น เขาเกือบทำพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อไว้ใจทิ้งหลักฐานวิดีโอการซื้อขายยาที่จะมัดตัวจอมบงการไว้กับสายสืบ นักข่าวคนหนึ่งที่แปรพักตร์เพราะโดนข่มขู่จากเจ้าพ่อ โชคดีที่ขณะจะกลับ เสียงผีสาวมาบอกให้ไปจับคนร้ายเสียก่อน เหยี่ยวจึงทำงานสำเร็จ ได้รับคำชมเชยเป็นครั้งแรกจาก ผบ.สงคราม คืน วันนั้นเหยี่ยวออกมาที่ต้นลำดวนหลังบ้าน เรียกหญิงคนนั้นเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด วิญญาณสาวคนเดิมออกมาตามเสียงเรียก เธอเรียกตัวเองว่า “น้ำ” แต่จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อ น้ำริน ของตัวเอง น้ำ รินไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องตามเหยี่ยวมาที่นี่ รู้แต่ว่าเธอต้องตามติดเหยี่ยวไปในทุกที่.. เพียงแต่ในช่วงกลางวันเหยี่ยวจะมองไม่เห็นร่างของเธอเท่านั้น ตั้งแต่ นั้นความโกลาหลในชีวิตเหยี่ยวจึงบังเกิด ?!? หมวดเหยี่ยวประสาทเสียที่จู่ๆ ก็มีวิญญาณสาวสวยคอยติดตามไปทุกที่ แม้ในเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ และ เวลานอน ?!? หนำซ้ำยายนวลยังเป็นอีกคนที่ได้ยินเสียงเหยี่ยว กับน้ำรินคุยกันบ่อยๆ เหยี่ยวเดาเอาเองจากการที่ยายถูกหวยทุกงวดว่าน่าจะเป็นเพราะยายมีสัมผัสที่ หก ได้ยินเสียงพรายกระซิบเป็นประจำ จึงไม่แปลกที่ยายจะได้ยินเสียงน้ำรินเช่นเดียวกับเขา เหยี่ยวโกหก ยายนวลว่าน้ำรินเป็นพยานปากเอกที่เขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานสืบฯ ให้นำตัวมาเก็บไว้ โดยใช้บ้านเหยี่ยวเพื่อเป็นเซฟเฮ้าส์ ยายนวลจึงคลายใจหันมาคุยกับน้ำรินวิญญาณสาวอย่างออกรสด้วยนึกว่าหล่อนเป็นคน เมื่อเวลาผ่านไป.. การสนิทสนมกับน้ำรินทำให้ชีวิตยายนวลมีชีวิตชีวามากขึ้น น้ำรินเป็นผีสาวความจำเสื่อมที่อารมณ์ดี มองโลกสดใสในทางบวก ความทรงจำน้ำรินเริ่มกลับมาทีละน้อยๆ เธอจำได้ว่าตัวเองมีฝีมือในการทำขนมไทยอย่างหาตัวจับยาก ตั้งแต่นั้นบ้านหลังน้อยของหมวดเหยี่ยวจึงเกิดกิจกรรมพิเศษของสองคู่ซี้ต่าง วัยและต่างภพ ทำขนมไทยสารพัดชนิดเพื่อเป็นรายได้เสริม ขนมไทยแสนอร่อยของยายนวลเป็นที่นิยมชมชอบของคนในชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆ ยาย นวลชวนจ่านกน้อยคู่ซี้มาทำขนมด้วยกันในตอนค่ำ เพื่อละเลิกจากกิจกรรมขี้เมาบ้าหวย สร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินให้กับจ่าไม่น้อย แต่จ่านกน้อยกับชาวบ้านแถบนั้นรวมไปถึงหลวงตาเคี้ยงยังไม่วายต้องผวาไปกับ เสียงแปลกๆ ยามค่ำ และพฤติกรรมเหมือนกำลังคุยกับผีของยายนวลอยู่เนืองๆ สินค้าขนมไทยของยายนวลในชุมชน ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ธารา นักธุรกิจสาวที่ผันตัวเองจากโลกธุรกิจ มาทำมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ ธาราต้องนั่งรถเข็นจากการเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ตั้งแต่นั้นธาราจึงอุทิศตัวเองเพื่อสังคม หันหลังให้กับโลกธุรกิจปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้บริหารมืออาชีพ ส่วนตัวเองหันมาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม เมื่อน้ำรินเห็นหน้าธารา.. เธอรู้สึกแปลกๆ เหมือนรู้จักผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างดี แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเคยพบกันที่ไหน ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ดูเหมือนวิญญาณน้ำรินกำลังทำความดีชดเชยกับเรื่องราวในอดีตที่เธอยังจำไม่ได้ น้ำรินไม่รู้เลยว่าในตอนมีชีวิตอยู่ เธอมีส่วนทำให้นกยูงลูกสาวจ่านกน้อยเสียชีวิต เพราะ เสพยาเกินขนาด!! วันหนึ่งน้ำรินมีโอกาสเห็นรูปนกยูงโดยบังเอิญ เธอจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์กับเธอที่ใดที่หนึ่งเกี่ยวกับการทำขนม ยิ่งไปกว่านั้น..น้ำรินจำได้ว่าเด็กสาวคนนี้เสียชีวิตเพราะเธอเฉยเมย ไม่ยอมช่วยนกยูงที่เอ่ยปากขอเบี้ยเลี้ยงล่วงหน้า ทำให้นกยูงเข้าสู่วังวนของการส่งยา ค้ายา จนถึงขั้นนกยูงโดนฆ่าตายเพราะคนร้ายต้องการปิดปากเรื่องเครือข่ายค้ายาฯ นกยูงโดนจัดฉากว่าเสพยาเกินขนาด เธอพยายามทำทุกวิถีทางให้ชีวิตของจ่านกน้อยดีขึ้น หลัง จากนั้นเป็นต้นมา เหยี่ยวกับน้ำรินยิ่งใกล้ชิดผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสนิทสนม ยิ่งทำให้ทั้งคู่กลายเป็นส่วนผสมของความกุ๊กกิ๊กอลวนที่ลงตัว น้ำรินแสดงถึงความเป็นคุณหนูไฮโซให้เห็นมากขึ้น เธอทั้งซุกซน ซุ่มซ่าม และเผลอเอาแต่ใจตัวเอง น้ำรินขอร้องให้ เหยี่ยวช่วยสืบหาว่าเธอเป็นผีมาจากไหน มีประวัติความเป็นมายังไง .. เหตุใดเธอจึงยังไม่ไปผุดไปเกิดซะที แต่แล้ววันหนึ่งน้ำรินก็ได้พบกับ ป้าปริก วิญญาณอีกดวงนึงที่ดูเหมือนเป็นวิญญาณที่ความอารมณ์ดี ป้าปริกสอนให้น้ำรินกลายเป็นวิญญาณคุณภาพ สามารถควบคุมให้สิ่งของต่างๆ เคลื่อนที่ได้ น้ำรินสามารถหยิบจับของต่างๆ และรับรู้ความรู้สึกในการสัมผัสได้ราวกับมีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์ ต่างกันเพียงว่าไม่มีใครมองเห็นเธอได้… นอกจากเหยี่ยวเพียงคนเดียว และการที่รู้สึกและหยิบจับของต่างๆ ได้เหมือนมนุษย์นี่เอง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำรินกับเหยี่ยวออกอาการกุ๊กกิ๊กแนบแน่นมาก ขึ้นกว่าเดิม เพราะเหยี่ยวมักเผลอโอบคอน้ำรินเหมือนเคยๆ ทุกครั้งเพราะไม่เคยทำได้สักที แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นรู้สึกได้ว่าเขากำลังกอดคอหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งยิ่งทำให้ทั้งคู่เขินอายและต้องระวังตัวระหว่างกันมากยิ่งขึ้น น้ำ รินมีโอกาสช่วยเหลือเหยี่ยวในการทำงานสำนักงานสืบฯ หลายครั้ง คดีสำคัญก็คือ.. เหยี่ยวสามารถคลี่คลายคดียาเสพติดในหมู่วัยรุ่นได้ เขาจับตัวการที่โยงใยทำให้นกยูงลูกสาวของจ่านกน้อยตาย จ่านกน้อยมีจิตใจดีขึ้นมากขึ้น เพราะความจริงปรากฏชัดว่านกยูงไม่ได้เสพยาเกินขนาดจนตาย แต่เธอตายเพราะต้องการเปิดโปงเครือข่ายค้ายา นกยูงตายเพื่อความถูกต้องในสังคม สมกับเป็นลูกสาวตำรวจอย่างจ่านกน้อย จ่านกน้อยเลิกขี้เมา บ้าหวย หันมาใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ อุทิศตนเองให้กับชุมชนฯ เหยี่ยว เหมือนเป็นนายตำรวจพรายกระซิบ ทำงานสำคัญๆ สำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ น่าแปลกที่ทุกครั้ง ที่น้ำรินช่วยเหยี่ยวคลี่คลายคดีสำคัญได้ ความทรงจำของเธอจะกลับมาหนึ่งอย่างเสมอ เหมือนการช่วยแก้ไขคดีแต่ละคดีเป็นการทดแทนการทำความผิดพลาดในอดีตหมวดแนน แฟนเก่าของเหยี่ยว กลับมาคลุกคลีกับเหยี่ยวอีกครั้ง จนน้ำรินเริ่มหึง ซึ่งเหยี่ยวเริ่มจับสังเกตได้ ภพธร กับนับดาว ยังไม่หยุดแผนที่จะฆ่าธารา จนสงครามเริ่มสงสัยในตัวภพธร จึงพาธาราไปซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ โดยให้เหยี่ยวตามไปดูแล คุ้มครองธารา ที่นั่นเอง สงครามได้แสดงความรักที่มีต่อธารามาอย่างช้านาน แต่ธาราปฎิเสธ เพราะไม่อยากผิดต่อพ่อของน้ำริน ซึ่งเป็นเพื่อนรักของสงครามนั่นเอง ถนนทางเข้าเซฟเฮ้าส์ คือถนนที่ครั้งหนึ่ง เหยี่ยว เคยนั่งรถมาพร้อมกับพ่อและแม่ และที่นี่เอง เหยี่ยวได้สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปกับอุบัติเหตุ ทุกครั้งที่เหยี่ยวขี่จักรยานผ่านจุดเกิดเหตุ เขาก็อดนึกถึงอดีตอันเจ็บปวดไม่ได้ น้ำรินซึ่งติดตามเหยี่ยวมาด้วย พยายามพูดให้กำลังใจ ให้เหยี่ยวต่อสู้กับอดีตอันเลวร้ายให้ได้ ทำให้เหยี่ยวรู้สึกเข้มแข็งขึ้นเมื่อได้อยู่กับน้ำรินน้ำรินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าธารามาก แต่ยังนึกเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้สักที จำได้แต่ว่า ก่อนตายเธอใกล้มีความสุขที่สุดในชีวิต .. น้ำรินกำลังจะแต่งงาน !!! แล้วจู่ๆ สร้อยล็อตเก็ตรูปหัวใจก็ตกลงจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของเหยี่ยว เหยี่ยวระลึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอหยิบมาจากริมบึงที่มีรถจมน้ำ.. ต้องเป็นเพราะล็อคเก็ตรูปหัวใจแน่ๆ น้ำรินถึงมาติดอยู่กับเขาแบบนี้ !!! เหยี่ยว สืบเรื่องของน้ำรินโดยเริ่มจากคดีรถสปอร์ตจมหายไปในน้ำ ตามไปถึงบ้านใหญ่โตของเจ้าของรถ ในที่สุดเหยี่ยวจึงรู้ว่าน้ำรินคือเจ้าของรถคันนั้น เป็นลูกสาวคนเดียวของ ธารา เศรษฐีนีแม่ม่ายเจ้าของเครือโรงแรมสตาร์ออฟสยาม เครือข่ายโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ ความจริงแล้วน้ำรินเป็นลูกสาวของคุณธารา สาวใหญ่ใจดีเจ้าของมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ วิญญาณเธอได้พบกับแม่ เพียงแต่เธอจำแม่ไม่ได้ เหยี่ยวปักใจเชื่อว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็น ภพธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่ชายบุญธรรม ผู้บริหารเครือโรงแรมนี้ทั้งหมด และเป็นอดีตคู่หมั้นของน้ำริน ภพธรคือคนที่น่าสงสัยที่สุด เมื่อ ตอนมีชีวิตอยู่.. น้ำรินเติบโตมากับภพธรผู้เป็นเหมือนพี่ชาย ภพธรเป็นลูกชาย นุติ อดีตเจ้าของเดอะสตาร์ออฟสยาม ที่ฆ่าตัวตายเพราะทำธุรกิจผิดพลาดจนต้องให้ ธารา แม่ของน้ำรินเข้าซื้อกิจการ แต่มีข่าวลือในวงธุรกิจ.. ความจริงแล้วนุติฆ่าตัวตายเพราะทนไม่ได้ที่โดนธาราโกงจนหมดตัว ธารารู้สึกผิด.. จึงส่งเสียเลี้ยงดูภพธรเป็นลูกบุญธรรม ให้เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับน้ำรินลูกแท้ๆ ธาราเดินไม่ได้เพราะได้รับอุบัติเหตุจากการขับรถเมื่อปีก่อน ทำให้อำนาจการบริหารโรงแรมทั้งหมดอยู่ในมือของภพธรลูกบุญธรรมซึ่งกำลังจะ แต่งงานกับน้ำริน และธารารู้สึกผิดกับบาปที่ตัวเองสร้างไว้ในอดีต เธอจึงหันมาทำมูลนิธิช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในสังคม ต้องการไถ่บาปสร้างความดีเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำไว้ในอดีต น้ำ รินขอบคุณเหยี่ยวและขอให้พาเธอไปสถานที่แห่งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เป็นบ้านสวนริมน้ำของ นับดาว ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนรักของเธอมาตั้งแต่เด็ก นับดาวเป็นเหมือนเพื่อนคู่หูน้ำรินมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเรื่อยมาจน กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยและจบการศึกษา เธอเป็นเหมือนเพื่อนรัก… หากแต่ซ่อนปมความคิดอิจฉาริษยาเพื่อนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างอย่างน้ำรินมา ตลอด นับ ดาวกำลังอยู่กับภพธรฉันท์สามีภรรยา จากคำพูดที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน น้ำรินจึงรู้ว่าทั้งสองแอบคบกันมานานแล้ว เพราะปมชีวิตของนับดาวที่ไม่อาจจะสู้น้ำรินได้ตลอดมา ทำให้นับดาวคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับน้ำรินโดยน้ำรินไม่รู้ตัว สิ่งที่นับดาวเอาชนะน้ำรินได้อย่างเด็ดขาดคือการพิชิตหัวใจของภพธร เพราะภพธรโกรธแค้นครอบครัวของน้ำรินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสองตั้งใจจะฮุบกิจการโรงแรมของธาราโดยเร็วที่สุด ทั้งเพื่อแก้แค้นให้ภพธรและเพื่อตัวของพวกเขาเอง.. นับดาวเป็นคนวาง แผนบงการทำให้ธาราต้องพิการ และวางแผนฆ่าน้ำรินก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้น !!! น้ำรินมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาเป็นประจำทุกวัน ภพธรแอบเปลี่ยนยาทำให้น้ำรินหมดสติ ขับรถตกบึงน้ำขนาดใหญ่ ก่อนจะอำพรางนำศพของเธอไปเผาทิ้ง ทำให้น้ำรินกลายเป็นบุคคลหายสาปสูญไปเพื่อทำลายหลักฐาน !!! นับดาวกับภพธรแอบเปิดประตูให้คนร้ายเข้าไปในคฤหาสน์ของธารา แต่ขณะที่กำลังจะทำอันตรายธารา เหยี่ยวกับน้ำรินเดินทางมาช่วยธาราได้ทันเวลา นับดาวกับภพธรถูกตำรวจจับ…และถูกลงโทษตามความผิดที่ตัวเองกระทำ ฐานทำร้ายน้ำรินถึงแก่ความตาย เวลานี้ภารกิจของน้ำรินดูเหมือนจะเสร็จสิ้นแล้ว พลังงานภายในวิญญาณของเธออ่อนแรงลง น้ำ รินรู้สึกว่าดวงวิญญาณของเธออาจดับสูญภายในคืนนี้.. เธอรวบรวมพลังงานทั้งหมดเท่าที่เหลืออยู่ ปรากฏกายให้เหยี่ยวเห็นเป็นครั้งสุดท้าย แม้ช่วงเวลาที่น้ำรินจะอยู่กับเหยี่ยวมีเพียงช่วงสั้นๆ หากแต่ความผูกพันในช่วงเวลาอันน้อยนิดระหว่างเธอกับเขา แนบแน่นจนกลายเป็น “ความรัก” ไปเสียแล้ว … เช่นเดียวกับเหยี่ยวที่รู้ใจตัวเองว่ารัก น้ำริน.. วิญญาณ สาวที่กำลังจะดับสลายไปในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ เหยี่ยวอยากจะอ้อนวอนขอให้น้ำรินอยู่กับเขาตลอดไป แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้…ไม่มีใครฝืนสัจธรรมการแตกดับนี้ไปได้ เหยี่ยวจึงตั้งจิตมั่นสัญญาไว้กับน้ำริน เขาจะรักเธอตลอดไป จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีให้เธอ ทั้งสองจากกันด้วยน้ำตา… 18 ปีต่อมา… หมวดเหยี่ยวนายตำรวจหนุ่มไฟแรงจบใหม่ในอดีต.. กลายเป็นหนุ่มใหญ่ผู้บัญชาการสำนักงานสืบสวนพิเศษในปัจจุบัน เขามุ่งมั่นในการทำงานจนไม่มีเวลาเหลือให้กับใคร คนเก่าคนแก่ภายในสำนักงานสืบสวนฯ ต่างรู้ดีว่าผู้บัญชาการผู้นี้ยังคงมีอดีตรักฝังใจที่ยากจะลืมเลือน ผบ.เหยี่ยวไม่มีหัวใจจะรักใครได้อีกแล้ว.. จวบจนวันนี้…วันที่สำนักงานสืบสวนพิเศษได้มีโอกาสต้อนรับ น้ำค้าง นักข่าวหญิงเพิ่งจบใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย สาวนักข่าวที่ทันทีที่ผบ.เหยี่ยวเห็นหน้าแล้วต้องชะงักด้วยความตกใจ ฤาสัญญารักที่เขาเคยให้ไว้กับน้ำรินมีผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้วในวันนี้… น้ำค้าง…มีใบหน้าบุคลิก ท่าทาง รอยยิ้ม เหมือนกับน้ำริน .. ราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน !

ชวนดู เจ้าชายน่ารัก ทรงพระเยาว์จาก 5 ราชวงศ์ทั่วโลก
ราชวงศ์ /  เจ้าชาย / 

เห็นเหล่าลูกน้อยดาราหรือคนดังกันมาก็เยอะแล้ว วันนี้เราแอบยลโฉมพระราชกุมารตัวน้อยของราชวงศ์จากต่างประเทศกันบ้างดีกว่า ว่าจะทรงพระน่ารัก หน้าตาหล่อเหลาเอาการขนาดไหน เรานำ เจ้าชายน่ารัก ๆ มาฝากถึง 5 พระองค์กันเลยทีเดียว มาดูกันดีกว่าว่าจะมีหนุ่มน้อยพระองค์ไหนติดโผมาบ้าง 1. Prince George of Cambridge (อังกฤษ)      นาทีนี้ไม่มีใครที่ไม่รู้จัก เจ้าชายจอร์จ แห่งเคมบริดจ์  แน่นอน เพราะทรงเป็น เป็นพระโอรสพระองค์แรกในเจ้าชายวิลเลียม ดยุกแห่งเคมบริดจ์ กับแคเธอริน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ประสูติเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 (1 ชันษา) พระนามเต็มว่า จอร์จ อเล็กซานเดอร์ หลุยส์ (George Alexander Louis) การประสูติของเจ้าชายจอร์จเป็นที่จับตามองของผู้คนทั่วโลก จนสื่อมวลชนต่างพรรณนาพระโอรสองค์นี้ว่าเป็น "พระกุมารผู้ทรงมีชื่อเสียงที่สุดในโลก" 2. Prince Hisahito of Akishino (ประเทศ ญี่ปุ่น)      เจ้าชายฮิซะฮิโตะ แห่งอะกิชิโนะ ประสูติเมื่อ 6 กันยายน พ.ศ. 2549 (8 ชันษา) เป็นพระราชโอรสเพียงพระองค์เดียวใน เจ้าชายอะกิชิโนะ กับเจ้าหญิงอะกิชิโนะ เป็นรัชทายาทในพระราชวงศ์ญี่ปุ่นเพียงพระองค์เดียวที่เป็นผู้ชาย นับตั้งแต่การประสูติของพระบิดาพระองค์เมื่อ 41 ปีก่อน ถือเป็นการรอคอยของราชวงศ์ญี่ปุ่นเลยทีเดียว   3. Prince Sverre Magnus  (ประเทศ นอร์เวย์)        เจ้าชายสแวร์เรอ มักนุส แห่งนอร์เวย์ ประสูติเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ค.ศ. 2005 (8 ชันษา) เจ้าชายสแวร์เรอ มักนุส อยู่ในลำดับที่ 3 ของการสืบราชบัลลังก์ 4. Prince Christian (ประเทศ เดนมาร์ค)      เจ้าชายคริสเตียน วัลเดมาร์ เฮนรี จอห์น แห่งเดนมาร์ก เคานต์แห่งมงเปอซา ประสูติเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2548 (9 ชันษา) พระองค์ทรงอยู่ในลำดับที่สองในการสืบราชบัลลังก์เดนมาร์ก ต่อจากพระบิดาคือมกุฎราชกุมารเฟรเดอริก 5. Prince Moulay Hassan ( ประเทศโมรอคโค)      เจ้าชายมูลัย ฮัสซัน มกุฎราชกุมารแห่งโมร็อกโก 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2546 (11 ชันษา) เป็นพระโอรสในสมเด็จพระราชาธิบดีโมฮัมเหม็ดที่ 6 แห่งโมร็อกโก กับเจ้าหญิงลัลลา ซัลมา พระชายา ขอบคุณที่มาจาก Cosmenet  

นางสาวไทย 2557 มาแล้วโฉมหน้า 24 คนสุดท้าย งดงามคู่แผ่นดิน
นางงาม /  นางสาวไทย / 

สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวผู้ผ่านเข้ารอบ 24 คนสุดท้ายการประกวด นางสาวไทย ประจำปี 2557 พร้อมเผยแบบมงกุฎและของรางวัลจากผู้สนับสนุน โดย การประกวด นางสาวไทย ประจำปี พ.ศ.2557 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “8 ทศวรรษแห่งตำนาน ความงดงามคู่แผ่นดิน” (INFINITY OF BEAUTY) เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 80 ปีแห่งตำนานการค้นหาหญิงสาวที่สวยที่สุดในประเทศไทย การคัดเลือกรอบแรกจัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการได้ทำการคัดเลือกสาวงามเหลือ 80 คน และ 40 คนตามลำดับ โดยพิจารณาจากรูปร่างหน้าตาและบุคลิกภาพเป็นหลัก จากนั้นในวันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม คณะกรรมการได้คัดเลือกสาวงามอีกครั้งเพื่อเฟ้นหาผู้มีคุณสมบัติดีเด่นให้ผ่านเข้าสู่รอบ 24 คนสุดท้าย โดยเน้นการพิจารณาด้านปฏิภาณไหวพริบในการตอบคำถาม รวมถึงศักยภาพและความสามารถพิเศษด้านต่างๆ ของผู้เข้าประกวด และนี่คือโฉมหน้า สาวงามที่ผ่านเข้ารอบ 24 คนสุดท้าย นางสาวไทย ประจำปี 2557  ดังต่อไปนี้ MT1 นางสาวเกษราวดี เกิดด้วง MT2 นางสาวภัคสุภัสส์ เพชราวิวรรธน์ MT3 นางสาวชลิดา กล่ำปาน MT4 นางสาวณภัสนันท์ สุขสวัสดิ์ MT5 นางสาวชุติมา สารศิลป์ MT6 นางสาวสุกัญญา พันธ์จำปี MT7 นางสาวพัชรวรรณ หุตะเศรณี MT8 นางสาวปรียานารถ ลายคราม MT9 นางสาวชนิดาภา จงปติยัตต์ MT10 นางสาวนคนันทินี วงค์จิตต์ MT11 นางสาวอาทิมา เนตรทิพย์ MT12 นางสาว ฝนทิพยป์ กลิ่นภักดี MT13 นางสาวสุจรรย์จิรา เข็มทรัพย์ MT14 นางสาวพิมพ์ชนก จิตชู MT15 นางสาวแพรวโพยม ลักษิตานนท์ MT16 นางสาวรินทร์ลภัส วีระชัยวงศ์ MT17 นางสาวอุรชาภัทร เดชาเบญจานนท์ MT18 ร้อยตรีหญิงกัญญ์ณณัฐ พรนิพัทธ์กุล MT20 นางสาววิสุมิตรา ประยูรพันธ์ MT21 นางสาวคเณพร อินต๊ะมูล MT22 นางสาวฬิษา สุวรรณเกษการ MT23 นางสาววิลาสินี จันทร์วุฒิวงศ์ MT24 นางสาวพุทธพร ทองพุ่ม ปิดท้ายด้วยภาพมงกุฎ นางสาวไทย 2557 รวมภาพบรรดา 24 คนสุดท้ายที่ผ่านเข้ารอบ นางสาวไทย 2557 รายงานโดย Women Mthai Team ภาพโดย Covinus

รับลมหนาวที่ดอยภูคา จังหวัดน่าน
ดอยภูคา /  ที่เที่ยวหน้าหนาว / 

หน้าหนาวที่จะถึงนี้ ใครที่ไม่อยากท่องเที่ยวจังหวัดใหญ่ๆ หรือแหล่งท่องเที่ยวที่มีผู้คนไปเยือนจำนวนมาก อยากหลีกหนีไปในที่ที่นักท่องเที่ยวไม่พลุกพล่านมากนัก Travel.mthai.com ขอแนะนำให้มา รับลมหนาวที่ดอยภูคา จังหวัดน่านสิครับ ภูมิทัศน์สวยไม่แพ้ที่ไหนๆ พร้อมชมดอกของต้นชมพูภูคา สวยงามจนคุณต้องประทับใจแน่นอน รับลมหนาวที่ดอยภูคา จังหวัดน่าน ดอยภูคา ตั้งอยู่ที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา โดยครอบคลุมพื้นที่ใน 8 อำเภอ คือ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอทุ่งช้าง อำเภอเชียงกลาง อำเภอปัว อำเภอท่าวังผา อำเภอสันติสุข อำเภอแม่จริม และอำเภอบ่อเกลือ มีพื้นที่ประมาณ 1,065,000 ไร่ เป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์กว้างใหญ่ไพศาล ที่มีทั้งพืชพรรณและสัตว์ป่าที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศน์ รวมทั้งเป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำหลายสาย เช่น แม่น้ำน่าน ลำน้ำปัว ลำน้ำว้า ที่คอยหล่อเลี้ยงชีวิตของชาวจังหวัดน่าน ต้นชมพูภูคา เป็นพรรณไม้ที่มีชนิดเดียวในโลก ในประเทศไทยพบเพียงที่เดียวที่ป่าอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ต้นชมพูภูคา เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ สูงถึง 25 เมตร เปลือกเรียบ สีเทาอ่อน ออกดอกเดือน กุมภาพันธ์-มีนาคม การเดินทางไปดอยภูคา จากจังหวัดน่าน เดินทางโดนรถยนต์ ทางหลวงหมายเลข 1080 สู่ อ.ปัว ระยะทาง 60 กิโลเมตร จากนั้นแยกไปตามทางหลวงหมายเลข 1256 (ปัว-บ่อเกลือ) ระยะทาง 25 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยภูคา แผนที่โดยรอบ ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ที่มา : www.oceansmile.com  ,  เรียบเรียงข้อมูลโดย Travel MThai  ขอบคุณรูปภาพจาก : hamanan.com , thetrippacker.com , pantip.com (คุณฟูบิ -(ฟูบีราย)-) ลิ้งที่เกี่ยวข้อง : เที่ยวบ่อเกลือ บนภูเขาที่จังหวัดน่าน , อุทยานแห่งชาติขุนสถาน จังหวัดน่าน , พิชิต! ภูพยัคฆ์ จ.น่าน

เดี้ยงไม่ไม่เลิก! ฟัลเกา ยังไม่ฟื้นชวดลงหวดดาร์บี้กับเรือใบ
พรีเมียร์ลีก /  ฟุตบอล / 

ราดาเมล ฟัลเกา ดาวยิง “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะยังไม่สามารถกลับมาลงสนามช่วยทีมทำคึกนัดสำคัญที่จะต้องบุกไปเยือน คู่ปรับร่วมเมืองอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้ เพราะยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ ศูนย์หน้าที่ยืมตัวมาจาก โมนาโก ได้รับบาดเจ็บจากการฝึกซ้อม ก่อนเกมส์ที่จะลงสนามกับเชลซี และยังหายไม่ทันในเกมส์บุกเยือนแชมป์เก่าในวันอาทิตย์นี้ จากการเปิดเผยของ หลุยส์ ฟานกัลผู้จัดการทีมชาวดัตช์ ในการแถลงข่าวก่อนเกมส์ อย่างไรก็ตาม ทีมเยือนยังมีข่าวดี เมื่อจะได้ เวนย์ รูนี่ย์ กัปตันทีมที่พ้นโทษแบนสามนัดกลับมาช่วยทีมได้ทันเวลาในนัดนี้

ไก่,หงส์,ปืน เตรียมเงิบ!! ชาลเก้ พร้อมจับ ฮุนเตลาร์ พังตาข่ายเมืองเบียร์อีกปี
คลาส-แยน ฮุนเตลาร์ /  ชาลเก้ / 

The Express สื่อจอมโยงข่าวของเกาะอังกฤษ รายงานว่า ชาลเก้ 04 ทีมดังจากศึก บุนเดสลีกา เตรียมมอบสัญญาฉบับใหม่ให้กับ คลาส-แยน ฮุนเตลาร์ ดาวยิงตัวเก่งของทีมออกไป หลังสัญญาปัจจุบันของหัวหอกดีกรีทีมชาติ ฮอลแลนด์ จะสิ้นสุดลงกับต้นสังกัด หลังจบฤดูกาลนี้ ซัมเมอร์ที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล, อาร์เซน่อล หรือแม้กระทั่ง สเปอร์ ต่างให้ความสนใจศูนย์หน้าวัย 31 มาร่วมทัพด้วยสุดถูก แต่สุดท้ายทั้งสามดีลต้องมาพังพินาศ ทำให้พวกเขาจำเป็นต้องเร่งเดินเรื่องคว้า ฮุนเตลาร์ มาร่วมทัพให้ได้ในช่วงปีใหม่ และจะไปย้ายฟรีหลังจบฤดูกาล แต่ทาง ชาลเก้ ไม่ขาดทุนเหมือนกัน ล่าสุดเตรียมงัดสัญญาฉบับใหม่ให้อดีตหัวหอก เรอัล มาดริด พิจารณาแล้ว ทั้งนี้ คลาส-แยน ฮุนเตลาร์ ลงสังหารตาข่ายให้ ชาลเก้ ไปแล้วทั้งหมด 149 นัด กดสกอร์ได้ 97 ประตู ตั้งแต่ถูกซื้อตัวมาร่วมทัพเมื่อปี 2010 ถึงปัจจุบัน

ชวนเที่ยว ประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จ.สุโขทัย
งานประเพณี /  ลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ / 

ใกล้จะถึงวันลอยกระทงเข้าไปทุกที หลายคนคงมีสถานที่ในใจอยู่แล้วว่าจะไปที่ไหน แต่หากจะกล่าวถึงประเพณีลอยกระทงที่ยิ่งใหญ่และเก่าแก่มากที่สุด นั่นก็คือ ประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ ที่จังหวัดสุโขทัยนั่นเอง ซึ่งอยู่คู่กับประเทศไทยมาช้านาน ใครมีเวลา ลองไปเที่ยวดูสักครั้งนะครับ  ชวนเที่ยว ประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จ.สุโขทัย งานประเพณีลอยกระทงของไทย มีจุดกำเนิดตั้งแต่สมัยสุโขทัย โดยมีความเชื่อว่าเป็นการบูชา และขอขมาพระแม่คงคา เป็นการสะเดาะเคราะห์และบูชาพระผู้เป็นเจ้าในศาสนาพราหมณ์ หรือเป็นการบูชารอยพระบาทเป็นต้น งานลอยกระทงเริ่มทำตั้งแต่ กลางเดือน 11 ถึงกลางเดือน 12 ซึ่งเป็นฤดูน้ำหลาก น้ำจะเต็มสองฝั่งแม่น้ำ ที่นิยมมากคือ ช่วงวันเพ็ญเดือน 12 เพราะพระจันทร์เต็มดวง ทำให้แม่น้ำใสสะอาด แสงจันทร์ส่องเวลากลางคืน เป็นบรรยากาศที่สวยงาม เหมาะแก่การลอยกระทง เอกลักษณ์ประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ เป็นที่เลื่องลือ มีทั้งกระทงทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ งานฝีมืออันวิจิตรที่สะท้อนความประณีตของช่างศิลป์เมืองสุโขทัย มีการจำลองบรรยากาศการซื้อขายแบบโบราณ ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสถึงกลิ่นอายวัฒนธรรมด้วยการแลกหอยเบี้ยแทนเงินสด เพื่อใช้ซื้ออาหารพื้นเมือง และไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การแสดงแสง สี เสียง สุดแสนอลังการ ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสเรื่องราวประวัติศาสตร์มนต์เสน่ห์แห่งอารยธรรมเมืองมรดกโลก ประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ แห่งนี้ โด่งดังไปไกลระดับโลก จนสื่อต่างประเทศถึงขั้นยกให้ติด 1 ใน 10 เทศกาลยอดเยี่ยมที่สุดของโลกอีกด้วย น่าชื่นใจจริงๆ ครับ ที่ประเพณีไทยเป็นที่ชื่นชอบและยอมรับในสากล ที่มา : www.stou.ac.th  ,  เรียบเรียงข้อมูลโดย Travel MThai ขอบคุณรูปภาพจาก : tourthai.ekstepza.ws, pantip.com, bloggang.com, thairath.co.th, tlcthai.com, phototech-mag.com ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : สถานที่ลอยกระทงกรุงเทพ ค่ำคืนแห่งสายน้ำและแสงจันทร์ , แนะนำสถานที่ เที่ยวเทศกาลลอยกระทง 6 ท่าน้ำ 6 อารมณ์ , เที่ยวเชียงใหม่ ประเพณีลอยกระทง 2557 1-7 พ.ย.

มารายห์ แครี่ โชว์พลังเสียงแบบจัดเต็มในไทย!! MARIAH The Elusive Chanteuse Show
Camry The Ultimate Experience & Love Radio 104.5 Present MARIAH The Elusive Chanteuse Show /  Love Radio 104.5 / 

ดีว่าส์ซุปตาร์ อันดับ 1 ของโลก มารายห์ แครี่ จัดเต็ม โชว์สุดพิเศษ เพื่อแฟนเพลงชาวไทย ใน Camry The Ultimate Experience & Love Radio 104.5 Present MARIAH The Elusive Chanteuse Show มารายห์ แครี่ กับแฟนๆ ชาวไทย ที่มาร่วมชมคอนเสิร์ต MARIAH The Elusive Chanteuse Show ที่มาภาพจาก Instagram @mariahcarey คลื่นเพลงสากล Love Radio 104.5 (เลิฟ เรดิโอ) By i Radio (ไอ เรดิโอ) จัดเต็มความพรีเมี่ยม กับค่ำคืนสุดพิเศษ ของเวิล์ดทัวร์คอนเสิร์ต ที่แฟนๆ มารายห์ แครี่ ชาวไทย ที่ต่างตั้งตารอชม Camry The Ultimate Experience & Love Radio 104.5 Present MARIAH The Elusive Chanteuse Show คอนเสิร์ตเต็มรูปแบบ ของซุปตาร์ดีว่าส์ อันดับ 1 ของโลก Mariah Carey เมื่อค่ำวันพฤหัสบดีที่ 20 ตุลาคม ที่ผ่านมา ณ อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี ซึ่งนอกจากจะมีเหล่าบรรดา พลพรรค คนรัก มารายห์ มาร่วมชมคอนเสิร์ตกันอย่างคับคั่งแล้ว ก็ยังมีเซเลปคนดัง อาทิ นิว-จิ๋ว, รวิวรรณ จินดา,ตู่ ภพธร, แต้ว ณฐพร, พลอย เฌอมาลย์, ดา เอ็นโดรฟิน,มดดำ คชาภา,ถังเบียร์ ภูริวัชร์, เทม เมธี,บุ๋ม ปนัดดา, รัดเกล้า อามระดิษ, ลูกโป่ง ภคมน เหล่าดีเจในเครือ ไอ เรดิโอ มาร่วมสร้างความประทับใจให้ได้ฟินกันแบบสุดๆ!! แค่เปิดเวที Mariah Carey (มารายห์ แครี่) ก็เรียกเสียงกรี๊ดสนั่นฮอลล์จากแฟนเพลงชาวไทยได้อย่างยอดเยี่ยม กับเพลง All I Want For Christmas ที่งานนี้ ดีว่าส์สาว เลยขออวยพร ฮาโลวีน กับ คริสต์มาส ล่วงหน้า กันเลยทีเดียว จากนั้นก็จัดเต็มด้วยเพลงสุดฮิตอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Touch My Body, Shake It Off, Emotions, Cry, Fly Like A Bird, My All ก่อนจะต่อด้วยเมดเล่ย์ชุดใหญ่ (Heartbreaker, Beautiful, Breakdown, I Know What You Want, It’s Like That, Crybaby, The Roof, Obsessed, Don’t Forget About Us) ตามด้วยเพลง That Chick, Honey, Thirsty, Meteorite, Hero, Supernatural, We Belong Together, Always Be My Baby, Butterfly Reprise มากำนัลกันอย่างจุใจสมการรอคอย สำหรับใครที่พลาดคอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่แห่งปี!! Camry The Ultimate Experience & Love Radio 104.5 Present MARIAH The Elusive Chanteuse Show ครั้งนี้ไม่ต้องเสียใจ เพราะกิจกรรมดีๆยังมีอย่างต่อเนื่องที่คลื่น ‘เลิฟ เรดิโอ 104.5’ สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มได้ทางออนไลน์ facebook.com/loveradio1045 และ www.iradiofm.net/1045 ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

เจ้าหญิงมาซาโกะแห่งญี่ปุ่นปรากฏตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี
ญี่ปุ่น /  มกุฎราชกุมารีแห่งญี่ปุ่น / 

เจ้าหญิงมาซาโกะ มกุฎราชกุมารีแห่งญี่ปุ่นทรงปรากฏพระวรกาย เป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี หลัง"มีความผิดปกติในการปรับตัว"  เมื่อวันพุธเจ้าหญิงมาซาโกะได้เสด็จเข้าร่วมงานเลี้ยงต้อนรับสมเด็จพระราชาธิบดีวิลเลม-อเล็กซานเดอร์ แห่งเนเธอร์แลนด์ และพระอัครมเหสีสมเด็จพระราชินีแม็กซิมาที่พระราชวังหลวงของญี่ปุ่น เป็นการปรากฏพระวรกายครั้งแรกในพระราชพิธีเลี้ยงต้อนรับในรอบห้าปีของพระองค์ พระราชพิธีครั้งนี้สมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะและสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะทรงเป็นเจ้าภาพ เจ้าหญิงมาซาโกะ พระชนมายุ 50 พรรษา พระชายาในเจ้าชายนะรุฮิโตะ มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น เริ่มประชวรจากความเครียดหลังเข้าร่วมเป็นสมาชิกของราชวงศ์ญี่ปุ่นตั้งแต่ พ.ศ.2536 และนับตั้งแต่มีพระประสูติกาลพระราชธิดาพระองค์แรกเมื่อ พ.ศ.2544 พระองค์ทรงปรากฏพระวรกายต่อสาธารณชนน้อยลงมาก และยังหลีกเลี่ยงการร่วมงานพระราชพิธี ทั้งนี้ เมื่อปีที่แล้วเจ้าหญิงมาซาโกะและสมาชิกของราชวงศ์พระองค์อื่นได้เสด็จเข้าร่วมพิธีราชาภิเษกของพระราชาธิบดีวิลเลม-อเล็กซานเดอร์ ที่เนเธอร์แลนด์ เนื่องจากทรงเริ่มฟื้นจากอาการประชวรแล้ว ก่อนหน้าที่จะอภิเษกสมรส เจ้าหญิงมาซาโกะดำรงตำแหน่งนักการทูตที่ประสบความสำเร็จ พระองค์มีความเชี่ยวชาญภาษาต่างประเทศหลายภาษา แต่เนื่องจากระเบียบแบบแผนที่เข้มงวดในการใช้ชีวิตในวัง เจ้าหญิงมาซาโกะจึงปฏิเสธคำขออภิเษกสมรสจากเจ้าชายนะรุฮิโตะ ถึงสองครั้งก่อนที่จะมีการอภิเษกสมรสในปี พ.ศ.2536 ในระหว่างทรงพระครรภ์ พระองค์ตกพระโลหิตจากพระครรภ์แรก แต่ได้มีพระประสูติกาลเจ้าหญิงไอโกะในปี พ.ศ. 2544 หลังจากนั้นเจ้าหญิงมาซาโกะทรงประชวรจากความเครียดที่เกิดขึ้นจากการถูกสื่อมวลชนติดตาม และความเข้มงวดในพระราชวัง ซึ่งพระองค์ได้รับการวินิจฉัยว่า "มีความผิดปกติในการปรับตัว" สืบเนื่องมาจากความเครียดและความกังวล Mthai News BBC Thai

เมนูเช้า พร้อมเสิร์ฟ หุ้นเด่น จานด่วน (31 ตค.)
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

เปิดเมนูหุ้นเด่น เอาใจขาหุ้น พร้อมเสิร์ฟทุกวัน ตัวไหนเด่น ตัวไหนแรง MThai News คัดหุ้นเด่น เพื่อนักลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต ดัชนีฯหุ้นไทยวันนี้มีแนวโน้มขึ้นต่อเนื่อง โดยที่ตลาดฟื้นตัวขึ้นจากระดับ 1,520 จุด ด้วยรูปแบบ Double Bottom ทะลุผ่าน 1,555 จุด ยืนยันการเปลี่ยนเป็นทิศทางขึ้น ด้วยเป้าหมายดัชนีฯขึ้นสู่ยอดเดิมที่ระดับ 1,600 จุดอีกครั้ง สำหรับวันนี้คาดว่าดัชนีฯจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,560-1,570 จุด และมีเป้าหมายย่อยขึ้นไปที่ 1,580 จุด TRUBB ผ่านช่วงต่ำสุดที่ 1.80 บาท และฟื้นตัวกลับขึ้นมายืนเหนือแนวเส้นค่าเฉลี่ย 7-14-21 วัน เป็นสัญญาณบวกระยะสั้น คาดว่าจะผ่าน 1.90 บาท เป้าหมายถัดไป 2.00 บาท AKP ราคาฟื้นตัวกลับขึ้นมายืนเหนือระดับ 3.20 บาท และทะลุผ่านแนวต้าน 3.40 บาท เกิดสัญญาณซื้อยืนยันแนวโน้มขึ้น จะขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 3.80 บาท CPN เปลี่ยนเป็นแนวโน้มขึ้น ราคาที่ขึ้นทะลุแนวเส้นค่าเฉลี่ย 3 เดือน 47.00 บาท เปลี่ยนกรอบซื้อขายขึ้นไปอยู่ระหว่าง 47.00-51.00 บาท คาดว่าจะขึ้นทดสอบแนวต้านย่อย 49.00 บาท บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี AJD ราคาปิดที่ 14.4 บาท แนวรับที่ 14.0 บาท และแนวต้านที่ 16.0 บาท ราคาหุ้นมีโอกาสดีดตัวในระยะสั้น แนะนำซื้อ-ขายที่กรอบแนวต้านและแนวรับ จุด stop loss หากต่ำกว่า 13.6 บาท EA ราคาปิดที่ 24.3 บาท แนวรับที่ 24.0 บาท และแนวต้านที่ 26.0 บาท ราคาหุ้นมีโอกาสดีดตัวในระยะสั้น แนะนำซื้อ-ขายที่กรอบแนวต้านและแนวรับ จุด stop loss หากต่ำกว่า 23.8 บาท MThai News

หุ้นไทยเปิดบวก 4.68 จุด ลุ้นผ่านแนวต้าน 1,575 จุด
ข่าว /  ข่าวหุ้น / 

ตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (31 ต.ค.) เปิดทำการเมื่อเวลา 09.58 น. ดัชนีฯหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.68 จุด แตะที่ระดับ 1,570.03 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2,791.37 ล้านบาท บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต วิเคราะห์ว่า ดัชนีฯหุ้นไทยวันนี้จะปรับสูงขึ้นทดสอบแนวต้านย่อยที่ 1,575 จุด และระยะสัปดาห์ 1,600 จุด ด้วยปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของตลาดหุ้นดาวโจนส์เมื่อคืนนี้บวก 1.30% หลังตัวเลข GDP ไตรมาส 3 ขยายตัวบวก 3.5% มากกว่าที่ตลาคาดการณ์ไว้ที่ 3.0% ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศติดตามตัวเลขเศรษฐกิจวันนี้ แนะนำกลุ่มค้าปลีก CPALL เป็น Domestic Plays ที่ยัง Laggard แนะนำซื้อ Domestic Plays อย่าง KBANK, BBL, CK, STEC, SPALI, LPN, QH, SIRI, SAMART, BEAUTY, SAPPE, BGH รวมไปถึงกลุ่มค้าปลีกอย่าง CPALL โดยราคาหุ้น Laggard ตลาด 8% ตั้งแต่หลังรัฐประหาร คาดกำไรผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และจะเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ครึ่งปีหลังเป็นต้นไป ขณะที่ทางเทคนิคมีสัญญาณฟื้นตัว เป้าหมาย 45.75-47 บาท บทวิเคราะห์ หุ้นเด็ดรายตัว>>>>>>> MThai News

แม่ก้อย เบรก...จ๊ะ คบ เอิน มากกว่าเพื่อน แต่ไม่ใช่ว่าที่สะใภ้
จ๊ะ จิตตาภา /  เอิน นิธิภัทธ์ / 

กำลังหวานฉ่ำได้ที่เลยทีเดียว สำหรับความสัมพันธ์ของนางเอกลูกหม้อวิก 3 จ๊ะ จิตตาภา กับหนุ่มรูปหล่อ เอิน นิธิภัทธ์ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของผู้จัดมือโปร ก้อย ทาริกา เรียกว่าตั้งแต่มีภาพหลุดให้จับได้ว่าคบหาดูใจกัน ก็หวานแหววยั่วเสียงเม้าท์และต่อมริษยาของบรรดาประชาชีซะเหลือเกิน งานนี้อะไรๆ ก็แสนเพอร์เฟกต์ เส้นทางรักแลดูไปได้สวย แต่มิวายมีช่องโหว่ให้ได้ฝอยกัน ก็แหม...เห็นหวานแหววแฮปปี้ไร้ปัญหาผู้ใหญ่ไม่ปลื้มเยี่ยงนี้ แต่เจอบทสัมภาษณ์แม่ก้อยทีไรเป็นต้องแอบเงิบทุกที เพราะไม่เคยเห็นคุณท่านเอ่ยแบบเต็มปากเต็มคำสักครั้งว่าสาวจ๊ะคนนี้น่ะคือว่าที่ลูกสะใภ้ จุดนี้ไม่รู้เพราะอนาคตยังอีกไกล ผู้ใหญ่ที่อาบน้ำร้อนมาก่อนอย่างแม่ก้อยเลยไม่วู่วามอยากได้ลูกสะใภ้แบบเร่งด่วนหรือเปล่า ยิ่งก่อนหน้านี้เห็นสาวจ๊ะนุ่งบิกินี่เล่นน้ำกับลูกชายแบบไม่แคร์สื่อด้วยแล้ว ต่อให้เอ็นดูแค่ไหนก็คงต้องเลือกนานๆ ใช่ปะล่ะ เอ้า!!! แม้จะไฟเขียว ทั้งปลื้มทั้งเอ็นดู แต่หนูจ๊ะคนสวยก็อย่าเพิ่งเหลิงไปนะจ๊ะ ยอมให้คบหามากกว่าเพื่อน แต่ไม่ได้หวังรับเป็นสะใภ้แบบนี้ วันดีคืนดีฝ่ายหญิงอย่างหล่อนอาจจะเงิบก็เป็นได้นะเออ หุหุ จ๊ะ- เอิน จ๊ะ- เอิน จ๊ะ- เอิน