มือปื่น/ดาว/พระ/เม้าส์-ณัชชา

ยังไงท่าน!เว็บดังแฉ ช้างศึก อินชอน ถลุงหม่อง8-1คู่แข่งแค่ยู19
pantip.com /  ช้างศึก / 

เกิดเรื่องที่ทำให้แฟนวงการลูกหนังสงสัยในการทำงานของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขึ้นอีกแล้วหลังจบเกมการแข่งขันที่ ช้างศึก ทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ที่เตรียมทีมสู้ศึกเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 17 “อินชอนเกมส์” ณ เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ ไล่ต้อนเอาชนะ ทีมชาติเมียนมาร์ 8-1 ที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้สมาคมฟุตบอลฯ ได้กางโปรแกรมอุ่นเครื่องของ ช้างศึก ออกมา 3 เกมก่อนที่จะเดินหน้าเข้าแดนกิมจิ เพื่อสู้ศึกใหญ่ ซึ่งโปรแกรมที่ออกมาคือจะพบ เมียนมาร์ (ทุกคนเข้าใจว่าเป็นทีมชาติชุดจากซีเกมส์ หรืออาจจะเป็นทีมชาติชุดสู้ศึกซูซูกิ คัพ) จากนั้นจะซัดกับ ภูเก็ต เอฟซี ทีมแกร่งศึกยามาฮ่า ลีกวัน และปิดท้ายด้วยฟัด ทีมชาติกาตาร์ ชุดเอเชียนเกมส์เช่นกัน ทว่าล่าสุดหลังจาก ช้างศึก เอาชนะ เมียนมาร์ 8-1 ทำให้แฟนบอลเกิดข้อสงสัยว่าทำไม ทีมชาติไทย พบกับ ทีมชาติเมียนมาร์ สกอร์ถึงได้ขาดขนาดนั้น ทั้งที่ ก่อนหน้านี้ได้มีการพูดทำนองว่าอุ่นเครื่อง 3 เกมจะมีทีมแข็งๆ มาอุ่นเครื่อง ทำให้แฟนบอลไทย ไปโพสข้อความบนเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง pantip.com ใช้นาม เมาฟรีรักษ์เจ้าพระยา ในหัวข้อ “ไทย U 23 ชนะ พม่า 8-1 จริงๆ แล้วพม่าส่ง ยู19 ไม่ใช่ชุดใหญ่นะครับ” พร้อมกับมีหลักฐานเป็นใบรายชื่อเปรียบเทียบของทีมชาติเมียนมาร์ ที่มาอุ่นเครื่องกับไทย กับ ทีมชาติเมียนมาร์ ชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลฉลองเอกราชบรูไน ซึ่งมีรายชื่อถึง 17 คน จาก 20 คน ที่ส่งพบ ช้างศึก พร้อมกับระบุว่า นักเตะ 11 คนแรกของเด็กหม่อง เป็นเยาวชน 19 ปีทั้งหมด และทิ้งท้ายด้วยว่า “ก็สงสัย ทำไมบอลเราจะเตะเอเชียนเกม กลับไปเอาทีมเด็กของเขามาอุ่นเครื่อง แถมยังหมกเม็ด ให้แฟนบอลคิดว่าชุดใหญ่อีก” ขอบคุณที่มา และรูปภาพจาก : pantip.com/topic/32522672

สยอง! ลูกเลี้ยงฆ่าตัดคอ-หั่นแขนขาพ่อ โยนหนองน้ำ
ข่าว /  ข่าวอาชญากรรม / 

สยอง! ลูกเลี้ยงฆ่าตัดคอ-หั่นขาพ่อ ตรวจสอบประว้ติพบสติไม่ค่อยดี เคยต้องคดีพยายามฆ่าพี่เขยมาแล้วครั้งหนึ่ง และเพิ่งพ้นโทษออกมาได้ไม่นาน  วานนี้ (31 ส.ค.) ร.ต.ท.คำพา พันธ์เพ็ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอำนาจเจริญ รับแจ้งเหตุฆ่ากันตาย ที่บริเวณหนองสระ ใกล้กับทุ่งนา บ้านนาแต้ ม.9 ต.หนองมะแซว อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ จึงรีบออกไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.สถาพร เอมโอษฐ์ ผกก.สภ.เมืองอำนาจเจริญ แพทย์เวร ร.พ.อำนาจเจริญ และหน่วยกู้ภัย เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบศพนายถนอม จันทะเพชร อายุ 68 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ข้างหนองสระใกล้กับทุ่งนา อยู่ในสภาพนอนหงาย สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว กางเกงขาสั้นสีดำ สภาพศพศีรษะถูกตัดขาดออกจากลำคอ ขาด้านขวาถูกตัดขาด และขาด้านซ้ายมีรอยถูกตัดหวิดขาด เบื้องต้นทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนายสาลี วิเศษ อายุ 44 ปี ซึ่งผู้ตายเองเป็นคนนำชายก่อเหตุนี้มาเลี้ยงไว้ตั้งแต่ยังเด็ก แต่เขามีพฤติกรรมอารมณ์รุนแรง โมโหร้ายและสติไม่ค่อยดี ซึ่งหลังเกิดเหตุได้หายตัวไป จากการตรวจสอบประวัติพบว่าเคย ผู้ก่อเหตุเคยต้องคดีพยายามฆ่าพี่เขยมาแล้วครั้งหนึ่ง และเพิ่งพ้นโทษออกมาได้ไม่นาน ต่อมาเจ้าหน้าที่ สภ.เมืองอำนาจเจริญ กระจายกำลังออกค้นหาติดตามตัวนายสาลี ผู้ต้องสงสัย โดยมีชาวบ้านแจ้งเบาะแสว่านายสาลีได้วิ่งหลบหนีออกไปกลางทุ่งนาท้ายหมู่บ้านนาแต้ เจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามไปก็พบเห็นนายสาลีนอนหลบในคันนา โดยเสื้อผ้าที่สวมใส่ยังมีคราบเลือดติดอยู่ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปสอบสวน แต่นายสาลีให้การวกวนและพูดจาไม่รู้เรื่อง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนต่อไป พ.ต.อ.สถาพร เอมโอษฐ์ ผกก.สภ.เมืองอำนาจเจริญ กล่าวว่า คดีนี้ถือเป็นคดีที่สะเทือนขวัญอีกคดีที่ประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นการลงมือฆ่าผู้มีพระคุณด้วยการตัดคอจนขาด อีกทั้งยังตัดขาทั้งสองข้างอีกด้วย คาดว่าจะสามารถสรุปคดีได้โดยเร็ว เพราะมีชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ยืนยันว่านายสาลีเป็นคนนำศพของผู้ตายมาทิ้งไว้ข้างสระน้ำดังกล่าว และเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้เร่งหาศีรษะของผู้ตายซึ่งคาดว่าจะตกลงไปในสระน้ำ พร้อมทั้งอุปกรณ์ที่ผู้ต้องหาใช้ในการก่อคดีที่โหดเหี้ยมได้อย่างแน่นอน MThai News ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก กู้ยภัจีตัมเกาะข่าวสดออนไลน์

10 ขนมไหว้พระจันทร์ แสนอร่อยในกล่องบรรจุภัณฑ์สวยๆ
ขนมไหว้พระจันทร์ /  เทศกาลไหว้พระจันทร์

ช่วงเวลาดีดีกำลังจะมาถึงกับ เทศกาลไหว้พระจันทร์ เป็นอีกหนึ่งวันสำคัญของคนจีน และ ขนมไหว้พระจันทร์ (moon cake) เป็นของไหว้ที่ขาดไม่ได้ โดยขนมไหว้พระจันทร์จะทำเป็นรูปกลม จะต้องมีไส้หวาน หรือสอดไส้ด้วยธัญพืชที่มีรสหวานเท่านั้น แต่ปัจจุบัน ขนมไหว้พระจันทร์มีไส้ต่าง ๆ ที่มีรสเค็ม รสเปรี้ยว แตกต่างกันไป ร้านต่างๆ จะมีจำหน่ายล่วงหน้าก่อนวันไหว้พระจันทร์ หลายๆ คนอาจจะกำลังเลือกซื้อขนมไหว้พระจันทร์อร่อยๆ จัดเป็นกล่องน่ารักสำหรับให้ผู้ใหญ่เป็นของขวัญ วันนี้ MThai จึงรวบรวมร้านขายขนมไหว้พระจันทร์ รสชาติต่างๆ และโปรโมชั่นดีๆ เพียบ ขนมไหว้พระจันทร์ แบล็คแคนยอน  เปิดตัวขนมไหว้พระจันทร์ ร่วมสร้างสีสันช่วงเทศกาลให้คึกคัก ขนมไหว้พระจันทร์ แบล็คแคนยอน  มี สูตรต้นตำหรับ 4 ไส้ ยอดนิยม ซึ่งแบล็คแคนยอนได้คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดีมารังสรรค์ให้เลือกอร่อย 4 สไตล์ ได้แก่ ไส้ทุเรียนหมอนทองไข่ 1 สอดไส้ไข่แดง ไส้ทุเรียนหมอนทอง เนื้อแน่น ไส้ลูกบัวไข่ 1 …เนื้อเม็ดบัวกวน สอดไส้ไข่แดง และ ไส้ถั่วแดงชาเขียว อ่านต่อที่นี่ สตาร์บัคส์แนะนำ 4 เมนูขนมต้อนรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ สตาร์บัคส์ ร่วมต้อนรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ที่ใกล้มาถึงอีกครั้งแนะนำ 4 เมนู “ Happy Moon Festival ” ขนมไหว้พระจันทร์หลากรสชาติยอดนิยมในเอกลักษณ์เฉพาะของสตาร์บัคส์ให้ลูกค้าได้เลือกสรร ได้แก่ ไส้กาแฟสตาร์บัคส์เอสเพรสโซ่และไข่1ฟอง, ไส้ทุเรียนหมอนทองและไข่ 1ฟอง, ไส้ชาเขียวสตาร์บัคส์และถั่วแดง และไส้โหงวยิ้ง ประกอบด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์ฟักเชื่อมเมล็ดแตงโมเมล็ดงาขาวเมล็ดเฮ่งยิ้งถั่วแมคคาเดเมียและหมูหวาน บรรจุในกล่องดีไซน์สวยงามสำหรับขนาด 2 ชิ้น และ4 ชิ้นให้เลือกสรร(สามารถเลือกรสชาติได้) อ่านต่อที่นี่ ขนมไหว้พระจันทร์ อร่อยไม่ซ้ำใครที่ หล่งฟ่ง ห้องอาหารจีนหล่งฟ่ง  โรงแรมสวิสโฮเต็ล เลอ คองคอร์ด กรุงเทพฯ ร่วมต้อนรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ ด้วยขนมไหว้พระจันทร์หอมกรุ่นสารพัดไส้หอมอร่อยหลากหลายรสตำรับ ขนมไหว้พระจันทร์ ตามแบบฉบับเฉพาะตัวของหล่งฟ่งให้เป็นศาสตร์และศิลป์ของความอร่อย  บรรจุในกล่องดีไซน์หรูจำนวน 4 ชิ้นที่สามารถเลือกได้จาก 6 รสชาติคุณภาพ ได้แก่ ไส้เม็ดบัวไข่ ไส้โหงวยิ้งล้วน ไส้โหงวยิ้งไข่ ราคาชิ้นละ 140 บาท ไส้หมอนทองไข่ ไส้อินทผาลัมล้วน และไส้อินทผาลัมไข่ ราคาชิ้นละ 150 บาท จำหน่ายที่ห้องอาหารจีนหล่งฟ่งและเดลี่ สวิส โรงแรมสวิสโฮเต็ล เลอ คองคอร์ด กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคมถึง 30 กันยายน 2557 อ่านต่อที่นี่ สัมผัสความอร่อยกับ ขนมไหว้พระจันทร์ 4 รสชาติ ที่ฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน อิ่มเอมความสุขในเทศกาลไหว้พระจันทร์ เทศกาลแห่งความกลมเกลียว ในวันที่พระจันทร์ส่องแสงงดงามที่สุดซึ่งตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 8 ของทุกปี และถือเป็นวันรวมญาติที่สำคัญวันหนึ่งของชาวจีน สำหรับปีนี้ ร้าน “ฮ่องกงฟิชเชอร์แมน” ขอแนะนำ “ ขนมไหว้พระจันทร์ ” แสนอร่อยให้คุณเลือกถึง 4 รสชาติ ได้แก่ไส้เม็ดบัวสูตรดั้งเดิมนำเข้าจากฮ่องกงไส้ทุเรียนหมอนทองที่กวนจนได้ความหอมหวาน ไส้ชาเขียวเพื่อสุขภาพ และไส้คัสตาร์ด อ่านต่อที่นี่ ขนมไหว้พระจันทร์ “บัวหิมะ” อร่อยขั้นเทพ โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ กรุงเทพฯ ขนมไหว้พระจันทร์  สูตรแป้งสด “ บัวหิมะ ” ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว เชฟฮ่องกง เหล่า ชิ หว่อง รังสรรค์ ขนมไหว้พระจันทร์ บัวหิมะ รสใหม่ อร่อยสุดล้ำ สูตรโฮมเมด “บัวหิมะ โอวหนี่แปะก้วย” ความอร่อยที่ลงตัว เนื้อเนียนนุ่มละมุนหอมหวานของเผือกและแปะก๊วย ขอเชิญเลือกสรร “ขนมไหว้พระจันทร์” รสดั้งเดิมยอดนิยม รสคลาสสิค ที่ครองใจลูกค้าตลอดกาลอีกหลากหลายชนิด อาทิ บัวหิมะครีมใบเตย – ไข่เดี่ยว, ขนมไหว้พระจันทร์ ทุเรียน – งาดำ, ขนมไหว้พระจันทร์ โหงวยิ้ง – รสเค็ม อ่านต่อที่นี่ ร่วมฉลองเทศกาลขนมไหว้พระจันทร์ที่ โรงแรมสวิสโฮเต็ล ปาร์คนายเลิศ กรุงเทพ โรงแรมสวิสโฮเต็ล ปาร์คนายเลิศ กรุงเทพ – สิงหาคม 2557: ร่วมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ที่โรงแรมสวิสโฮเต็ล ปาร์คนายเลิศ กรุงเทพ พร้อมอิ่มอร่อยกับขนมไหว้พระจันทร์อันเป็นตำนานที่มีหลากหลายรสชาติ วางจำหน่ายที่ห้องอาหารจีน โนเบิล เฮ้าส์ กูร์มองดิสส์ คาเฟ่ แอนด์ เบเกอรี่ และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และสามารถสั่งเป็นจำนวนมากได้ในราคาพิเศษ พร้อมบริการส่งถึงที่ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ถึง 30 กันยายน 2557 อ่านต่อที่นี่ ขนมไหว้พระจันทร์ ใน Box Set สุดหรู ที่โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ ที่โรงแรมเรเนซองส์ มี ขนมไหว้พระจันทร์ หลากไส้ให้คุณเลือกสรรค์ อาทิ ไส้คัสตาร์ด ไส้โหงวยิ้งไข่เดี่ยว ไส้ทุเรียนไข่เดี่ยว ไส้ชาเขียวพุทราจีนและไส้กาแฟลูกบัวแมคคาเดเมีย ราคาเซ็ทละ 799 บาทถ้วน (4 ชิ้น) หรือ ชิ้นละ 150 บาทถ้วน อ่านต่อที่นี่  ขนมไหว้พระจันทร์ทำมือ ที่ โรงแรม Mandarin Oriental, Bangkok หากคุณกำลังมองหาขนมไหว้พระจันทร์ที่มีกรรมวิธีการผลิตแบบดั้งเดิม ด้วยการใช้พิมพ์ไม้ค่อยๆ เคาะขนมไหว้พระจันทร์ออกมาทีละชิ้นๆ ซึ่งในปีนี้เชฟต้องผลิตขนมไหว้พระจันทร์ด้วยมือกว่าสี่แสนชิ้นเลยทีเดียว กับขนมไหว้พระจันทร์ 4 ไส้ที่อร่อยล้ำตามสไตล์โอเรียลเต็ล คือ ไส้ทุเรียนไข่แดง, ไส้ลูกบัวจีนขาวและไข่แดง, ไส้คัสตาร์ด และไส้งาดำ หนึ่งกล่องบรรจุ 8 ชิ้น ราคา 558 บาท อ่านต่อที่นี่ พบกับขนมไหว้พระจันทร์ 4 ไส้ยอดนิยม ที่โรงแรมคอนราด ขนมไหว้พระจันทร์ จากโรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ มีให้เลือกอร่อยกันถึง 4 ไส้ ซึ่งเป็นไส้ยอดนิยมที่ใครๆ ก็นึกถึง ได้แก่ ไส้ครีมคัสตาร์ด ไส้ทุเรียน ไส้เม็ดบัว และ ไส้โหงวยิ้ง ในกล่องบรรจุ 4 ชิ้น และ 8 ชิ้น ในราคาตั้งแต่กล่องละ 348 บาท จนถึง 688 บาท และหากต้องการมอบเป้นของวัญให้คนพิเศษ ก็มีกล่องดีไซน์สุดหรูรุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น อ่านต่อที่นี่ ขนมไหว้พระจันทร์ 4 ชิ้น แค่ 389 บาท ที่ Swensen's พบกับความแตกต่างของขนมไหว้พระจันทร์ ที่ไม่เหมือนกับที่ไหน ด้วยรสชาติแปลกใหม่ 4 รสชาติ คือ ชาเขียวถั่วแดง, ช็อกโกแลต อัลมอนต์ บราวนี่, สตรอเบอร์รี่ คอบเบลอร์ และมะม่วงอกร่อง ในราคาพิเศษ 436 บาท วันนี้ - 30 กันยายน 2556 ขนมไหว้พระจันทร์ 4 ชิ้น แค่ 389 บาท ที่ Swensen's ไอศกรีมขนมไหว้พระจันทร์ แปลกใหม่ไม่ซ้ำใครที่ Cold Stone แบรนด์ไอศกรีมสุดอร่อยสร้างสรรค์ไอศกรีมขนมไหว้พระจันทร์ออกมาเอาใจมิตรรักแฟนไอศกรีม ที่อยากจะอินไปกับเทศกาลไหว้พระจันทร์ของชาวจีน ด้วย 4 รสชาติหลากหลาย Golden Oreo , Choco Goodies , Coffe Lush Almond และ Strawberry Wonder  และรสชาติใหม่ Happy Green Tea อ่านต่อที่นี่

กองถ่าย /  กอล์ฟ-ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ / 

ได้ฤกษ์เปิดตัวความฟินไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับภาพยนตรโรแมนติก-คอเมดี้ฟินเว่อร์ “ฟินสุโค่ย” ผลงานการกำกับของผู้กำกับมากฝีมือ “กอล์ฟ-ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์” ซึ่งได้แถลงข่าวเปิดตัวหนังอย่างเป็นทางการไปเป็นที่เรียบร้อย ณ สตูดิโอมงคล โดยงานนี้ก็ได้เปิดโอกาสโอกาสให้บรรดาสื่อมวลชนได้เข้าไปเก็บภาพบรรยากาศความฟินกันแบบสดๆ กับการถ่ายทำมิวสิควีดีโอเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ กับเพลงที่มีชื่อว่า “ไม่สนิท” ซึ่งทีมนักแสดงในหนังเรื่องนี้ก็มาร่วมกันถ่ายทอดอารมณ์ของเพลงนี้กันอย่างคับคั่ง นำทีมโดยร็อคสตาร์ระดับเอเชีย “มาโกโตะ โคชินากะ” ร่วมด้วยทีมนักแสดงวัยรุ่นชื่อดังของเมืองไทย “เต๋า-เศรษฐพงศ์ เพียงพอ”, “ติ๊นา-ศุภนาฏ จิตตลีลา”, “กัสเบล-ชวนภ โพธิ์ประเสริฐ”, “คิตตี้-ชิชา อำมาตยกุล”, “ภีม-ภาคิณ บวรศิริลักษณ์” ขาดไปเพียงสองนักแสดงหลักอย่าง “สายป่าน-อภิญญา สกุลเจริญกุล” และ “กาย-นวพล วัฒนพานิช” ก่อนจะถึงช่วงของการพูดคุยบนเวที ซึ่งหนุ่มร็อคสตาร์ขวัญใจสาวกเจร็อคอย่าง “มาโกโตะ” ก็ตอบคำถามอย่างสนุกสนาน จนเรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากบรรดาสื่อมวลชนและแฟนคลับ ก่อนที่ทั้งหมดจะขึ้นถ่ายรูปร่วมกับสองฝั่งผู้บริหาร ทั้งจากฝั่งบริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล คุณ อวิกา เตชะรัตนประเสริฐ รองประธานกรรมการ ฝ่ายการตลาด และ คุณ จาตุศม เตชะรัตนประเสริฐ รองประธานกรรมการ ฝ่ายสื่อสารการตลาด และสองกรรมการ ฟิน โปรเจกต์ คือ คุณ ภัคกมล วิทยารางสกุล และ คุณ ปุณยนุช วรนิธิพงศ์ ภาพยนตร์ ฟินสุดโค่ย จะเข้าฉายให้ฟินกัน 25 กันยายน นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ -----------------------------------

รวบแล้ว!! 5 ผู้ต้องหาคดีขืนใจสาว16จนท้อง
ข่มขืนสาว16จนท้อง /  คดีข่มขืน / 

ตำรวจ อุตรดิตถ์ ควบคุมตัว 5 ผู้ต้องหาคดีข่มขืนสาว 16 ตั้งแต่อายุ12ไปทำการสอบสวน อดีตพระสารภาพเป็นพ่อเด็กในท้อง อีก 4 คนให้การปฏิเสธ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(2 ก.ย.) พ.ต.อ.ศราวุฒิ ภมรกูล ผกก.สภ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ และพ.ต.ท.กุล ปานานนท์ พนักงานสอบสวน สภ.ท่าปลา พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ควบคุมตัว 4 ผู้ต้องหา ประกอบด้วย นายชาตรี ก้องโรคา อายุ 42 ปี นายสมศักดิ์ เกตุมี อายุ 45 ปี นายวิวัฒน์ มูลพูล อายุ 27 ปี และนายบุญมี มุรินทร์ อายุ 51 ปี ชาวต.ร่วมจิต อ.ท่าปลา ในคดีข่มขืนกระทำชำเราสาว16 ปี ตั้งแต่อายุ 12ปี โดยขณะนี้ตั้งครรภ์ 2 เดือนเศษ จากการสอบสวนผู้ต้องหา 3 คนให้การปฏิเสธในชั้นพนักงานสอบสวน ส่วนนายชาตรี หรืออดีตพระตู่ พระวัดหลากล้าเหนือ ต.ร่วมจิต หลังถูกสึกยอมรับสารภาพว่า เป็นพ่อเด็กจริงและพร้อมที่จะรับผิดชอบเรื่องทั้งหมด ส่วนนายชอน เพชรสุวรรณ อายุ 68 ปี ที่หลบหนีไปก่อนหน้านี้ก็เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนแล้วเช่นกัน และให้การปฏิเสธการเช่นกัน ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 25 ส.ค. มีรายงานว่า นางน้อย (นามสมมติ) อายุ 69 ปี อยู่ ต.ร่วมจิต อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ ได้พา น.ส.ไก่ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี เข้าแจ้งความว่าถูกนายสมศักดิ์ เกตุมีชัย พ่อเลี้ยง, นายซอน เพรชสุวรรณศรี ตาข้างบ้าน, นายจุ๋ม ลุงข้างบ้าน, นายหั้ม น้องชายแม่เลี้ยง, และพระตู่ พระสงฆ์วัดหาดล้าเหนือ ต.ร่วมจิต รุมข่มขืนตั้งแต่อายุ 12 ขวบ จนขณะนี้ตั้งท้องได้ 2 เดือน MThai News

อุตรดิตถ์-พิษณุโลกอ่วม ฝนถล่มน้ำป่า รุนแรงสุดรอบ 50 ปี
ดินโคลนทะลัก /  น้ำท่วม / 

อุตรดิตถ์-พิษณุโลกอ่วม ฝนถล่มหนัก 3 วัน ซ้ำเจอน้ำป่าไหลหลาก  น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่  อีกทั้งดินโคลนทะลักเข้าบ้านเรือนจำนวนกว่า 100 หลังคาเรือน สูงกว่า 1 เมตร ชาวบ้านเร่งเก็บทรัพย์สินแต่ไม่ทัน ทั้งยังท่วมยุ้งฉางเก็บข้าวเปลือก คาดรุนแรงสุดในรอบ 50 ปี หลังจากเกิดฝนตกหนักติดต่อกันเป็นเวลา 3 วัน ส่งผลทำให้เกิดเหตุน้ำป่าจากพื้นที่เขาลำห้วยไพร ไหลเข้าท่วมพื้นที่บ้านกกต้อง หมู่ 3 และบ้านฟากนา หมู่ 7 อ.ฟากท่า จ.อุตรดิตถ์ อีกทั้งมีดินโคลนทะลักเข้าบ้านเรือน ราษฎรได้รับความเดือดร้อนนาข้าวและไร่ข้าวโพดเสียหายกว่า 100 ไร่ ทั้งนี้น้ำป่าได้พัดพาเศษไม้และซากปรักหักพัง ลงมากองรวมกันที่บริเวณสะพานบ้านกกต้อง ซึ่งเป็นถนนเชื่อมต่อระหว่างบ้านนาไพรกับบ้านกกต้อง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องทำการเร่งขนซากเศษไม้ออก เนื่องจากขวางเส้นทางน้ำและเศษซากไม้อาจดันทำให้สะพานพังลง โดยหน่วยงานจากทหารในสังกัดกรมทหารม้าที่ 2 จังหวัดทหารบกอุตรดิตถ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 314 พร้อมด้วย กำลังเจ้าหน้าที่จากองค์การบริหารส่วนตำบลฟากท่า กว่า 100 นาย เร่งเข้าช่วยเหลือ ส่วนพื้นที่ในจ. พิษณุโลก หลังจากที่มีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ทำให้น้ำล้นตลิ่ง มีน้ำป่าหลากเข้าท่วมหมู่บ้าน นาข้าว และไร่ข้าวโพด ใน 2 อำเภอ คือ บ้านร่มเกล้า หมู่ 11 ต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลกโดยเฉพาะที่ สพป.พล.3 อ.วัดโบสถ์ กระแสน้ำได้ไหลเข้าท่วมทั่วบริเวณตัวอาคาร ในขณะที่ถนนเข้าหมู่บ้าน มีกระแสน้ำไหลผ่านสูงกว่า 50 ซม และบ้านน้ำคบ หมู่ 4 ต.บ้านยาง อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก มีน้ำป่าหลากเข้าท่วมหมู่บ้าน อีกทั้งนาข้าวและไร่ข้าวโพด ก็มีน้ำท่วมได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง และที่หมู่ 4 ต.วังพิกุล อ.วังทอง จ.พิษณุโลก เกิดน้ำท่วมหนักจนทำให้พระงดภารกิจบิณฑบาตในตอนเช้า เพื่อเก็บข้าวของขึ้นไว้ที่สูง โดยศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยพิษณุโลก ประสานไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนเป็นการเร่งด่วน ส่วนความเสียหายอยู่ระหว่างสำรวจ

เม้าท์ให้แซ่ด เจ๊เอ ลั้ลลา ตรวจเช็กสินค้า ก่อนส่งออก
ผจก.เอ ศุภชัย

ขึ้นชื่อว่าเป็นนักปั้นมือทองของวงการจริงๆ สำหรับผู้จัดการดาราสุดฮอตอย่าง เอ ศุภชัย เพราะเด็กในสังกัดของพี่เอ แต่ละคนมีแต่เด็ดๆ ค่ะขอบอก ยิ่งถ้าเป็นเด็กหนุ่มแล้วละก็ แจ่มว้าวว...ทุกคน ก็แหมๆๆ คุณพี่เขาคัดสรรสินค้าระดับพรีเมี่ยมมาทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็น มาริโอ้, ณเดชน์, เคน ภูภูมิ, เจมส์ มาร์ เรียกว่าแค่พามาแจ้งเกิดโชว์ฝีมือการแสดงก็ดังเปรี้ยงสาวกรี๊ด มีติ่งวิ่งตามเป็นพรวนแล้วละค่ะ ล่าสุดปาปารัซซี่ตาดีบังเอิ๊ญ...บังเอิญไปเห็นเจ๊เออยู่กับเด็กหนุ่มหน้าใสวัยเอ๊าะ คาดว่าน่าจะเป็นเด็กใหม่ในสังกัดอีกหนึ่งคน อย่างที่รู้ๆ กันว่าใครที่เข้ามาเป็นสมาชิกในสังกัดพี่เอแล้วละก็ จะต้องเตรียมตัวเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าพร้อมเช็กอินย้ายเข้ามาอยู่ภายใต้การดูแลของพี่เอทุกราย เพราะเหตุนี้เลยทำให้มีกระแสเม้าท์มอยว่า คุณพี่เอแอบชิมเด็กในสังกัดก่อนดัน อุ๊ยตาย!!! เม้าท์กันไปได้ ระดับพี่เอแล้วเนี่ยไม่ต้องแอบชิมหรอกค้าชิมิๆ แต่ก็ต้องมีตรวจเช็กสินค้าก่อนส่งออกเป็นธรรมดา อ๊ะๆๆ อย่าเพิ่งคิดลึกนะคะ หมายถึงเช็กเรื่องรูปร่าง หน้าตา กิริยามารยาท ก่อนส่งเข้าวงการต่างหากล่ะคะ เอ้า!!! เอาเป็นว่าคงต้องรอดูกันต่อไป ไม่แน่เร็วๆ นี้อาจจะได้เห็นดาราหน้าใหม่เพิ่มอีกคนก็เป็นได้ เอ ศุภชัย เอ ศุภชัย เอ ศุภชัย

ดูปากณัชชานะคะ....
ณัชชา

ดูปากณัชชานะคะ....

พร้อมทำงานควบคสช. /  อดุลย์

รองหัวหน้า คสช. ฝ่ายกิจการพิเศษ เผยยังไม่รู้วันถวายสัตย์ปฏิญาณตน ลั่นพร้อมทำงานกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ควบ คสช. ลุยแก้ปัญหาค้ามนุษย์         พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้า คสช.ฝ่ายกิจการพิเศษ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เดินทางเข้ามาเก็บของในทำเนียบรัฐบาล เพื่อเตรียมไปปฏิบัติงานที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยระบุว่า ยังไม่ได้รับการประสานว่าจะเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณตน ก่อนจะรับหน้าที่เมื่อใด อย่างไรก็ตาม ในส่วนของนายกรัฐมนตรีมีกำหนดเข้าทำเนียบรัฐบาล ในวันที่จะนำคณะรัฐมนตรี ถ่ายรูปก่อนเข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณตน ก่อนรับหน้าที่ ทั้งนี้ ผู้บริหาร คสช. ทุกคน ที่ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรียังคงต้องปฏิบัติหน้าที่ใน คสช.ควบคู่กันไปกับการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งรัฐมนตรี นอกจากนี้ พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวอีกว่า สำหรับการทำงาน ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะเน้นเรื่องการแก้ปัญหาค้ามนุษย์ เพราะตำรวจมีส่วนเกี่ยวข้อง รวมทั้งการแก้ปัญหาความยากจนด้วย

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

ตำรวจสุดเฮง!! ถูกหวย 22 จำนวน 512 ใบ
ถูกหวย 22 /  ถูกหวย 512 ใบ / 

     ตำรวจสุดเฮง!! ถูกรางวัลเลขท้าย 22 จำนวน 512 ใบ  หลังเหมาแม่ค้าหมดแผง ได้เงิน 1 ล้านกว่าบาท      วันนี้ (2 ก.ย.)  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจดวงเฮงถูกหวยมูลค่าเป็นล้านคือ พล.ต.ต.นิธิพัฒน์ พัฒนถาบุตร ซึ่งทราบมาว่า ก่อนหน้านี้ได้เดินทางไปทำบุญที่วัดศรีดอนมูล อ.สารภี เชียงใหม่ และได้ซื้อล๊อตเตอรี่จากแม่ค้าในวัด โดยเหมาเลขท้าย 22 ทั้งหมดแผงของพ่อค้าแม่ค้าที่นำมาขายในวัด รวมทั้งสิ้น 512 ใบ ซึ่งผลปรากฏว่า ถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัว 22 คิดเป็นเงินทั้งสิ้น 1,024,000 บาท        ซึ่งจากการสอบถามทราบว่า หลังจากที่ พล.ต.ต.นิธิพัฒน์ ได้เข้าไปทำบุญที่วัดดังกล่าว ระหว่างจะกลับก็พบแม่ค้าขายหวยคนหนึ่งกำลังตั้งโต๊ะขายล๊อตเตอรี่ ด้วยความที่ตนคิดว่าวันนี้เป็นวันดี ซึ่งได้มากราบไหว้พระแล้วอาจจะทำให้โชคดีถูกรางวัลล๊อตเตอรี่ซักงวด จึงได้สอบถามเลข วันเกิดของ ท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา หัวหน้า คสช. ซึ่งท่านเกิดในวันที่ 21 โดยแม่ค้าขายหวย บอกว่า เลข 29 เลข 21 นั้น ขายหมดไปนานแล้ว เหลือแต่ 22 ซึ่งไม่มีใครซื้อ ทางแม่ค้าขายหวย เองก็ได้บอกว่า หากเป็นผี ให้ลดตัวเลขลง หากเป็นเลขเด็ดของ คน ให้เพิ่มขึ้น ทางตนก็จึงลองซื้อดูและได้บอกแม่ค้าขายหวยขอเหมาเลข 22 ทั้งหมด แล้วก็ได้นำล๊อตเตอรี่ ที่ซื้อมาเก็บไว้ จนกระทั่งวันหวยออกก็นำมาตรวจดูและพบว่าถูกหวยเลขท้าย 2 ตัว จึงได้นำไปขึ้นรางวัลและว่าจะนำเงินที่ได้ไปซื้อของเพื่อทำบุญส่วนหนึ่ง MThai News

เปิดประวัติ คณะรัฐมนตรี รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา(1)
ข่าววันนี้ /  คณะรัฐมนตรี / 

เปิดประวัติ คณะรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งหมด 32 คน 34 ตำแหน่ง แบ่งเป็นพลเรือน 20 คน ทหารและตำรวจ 12 คน ประกอบด้วย เกิดเมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2488 อายุ 69 ปี สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเซนต์คาเบรียล โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 6 ปี 12 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 17 ปี 21 โรงเรียนเสนาธิการทหารบก สำหรับตำแหน่งสำคัญที่รับราชการ อาทิ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ร.2 พัน.2 รอ.) ปี 32 เป็นผู้บังคับการกรมทหาราบที่ 12 รักษาพระองค์ (ร.12 รอ.) ปี 39 ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) ในปี 40 ได้รับตำแหน่งรองแม่ทัพภาคที่ 1 ปี 41 เป็นแม่ทัพน้อยที่ 1 ปี 43 และผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายยุทธการ (ผช.เสธ.ทบ.ฝยก.) ได้รับตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 และขึ้นเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการทหารบก ปี 47 เกิดเมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2498 อายุ 59 ปี สมรสกับนางวิภาดา สีตบุตร สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเซนต์คาเบรียล โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 14 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 25 โรงเรียนเสนาธิการทหารบก หลักสูตรหลักประจำ ชุดที่ 65 เริ่มรับราชการตั้งแต่ปี 21 ผู้บังคับหมวดกองร้อยอาวุธเบา กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ฯ ส่วนตำแหน่งสำคัญ รองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.), ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ พ.ศ.2545, รองผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) ปี 47, เสนาธิการกองทัพภาคที่ 1 ปี 49, ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 ปี 51, รองแม่ทัพภาคที่ 1 พ.ศ.2552, แม่ทัพภาคที่ 1 พ.ศ.2553, เสนาธิการทหารบก (เสธ.ทบ.) ปี 55, รองผู้บัญชาการทหารบก ปี 56   เกิดเมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2496 อายุ 60 ปี สมรสกับนางเพ็ญลักษณ์ ปฏิมาประกร (บุนนาค) จบการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 12 (ตท.12) และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้ารุ่นที่ 23 ตท.12 และ จปร.23 ร่วมรุ่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร เติบโตมาจากกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ทหารเสือราชินี) และหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จ.ลพบุรี และเคยเป็นผู้บังคับบัญชาหน่วยนี้มาก่อน นอกจากนี้ยังเคยเป็นผู้บังคับบัญชาคนแรกของหน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจ 90 (ฉก.90)   เกิดเมื่อวันที่ 25 ม.ค. 2493 อายุ 64 ปี สมรสกับนางนรีรัตน์ ปรมัตถ์วินัย นายดอนจบการศึกษาจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนรับทุน ก.พ.เรียนต่อสหรัฐอเมริกา UCLA (ป.ตรีและโท) Fletcher School of Law and Diplomacy, Tufts University (ป.โท) เป็นอดีตข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ และเคยเป็นทูตใหญ่ประจำในหลายประเทศ ก่อนเกษียณอายุราชการในตำแหน่ง เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรแห่งประเทศไทยประจำสหประชาชาติ   เกิดเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2494 อายุ 63 ปี สมรสกับนางวัชราภรณ์ เครืองาม มีบุตรชาย 1 คน ชื่อนายวิชญะ เครืองาม จบการศึกษาคณะนิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมดีมาก) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจบเนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา ระดับปริญญาโท Master of Laws (LL.M.) และปริญญาเอก Doctor of the Science of Law (J.S.D.) จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยทุนรัฐบาล เริ่มรับราชการโดยเป็นอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ก่อนจะย้ายไปประจำที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มงานทางการเมืองในตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อปี พ.ศ.2535 สมัยรัฐบาล พล.อ.สุจินดา คราประยูร และได้เข้าทำงานการเมืองอีกครั้งในรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี พ.ศ.2545 โดยรับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีถึง 2 สมัย ต่อมาหลังการรัฐประหาร ปี 49 ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ร่วมร่างรัฐธรรมนูญปี 50 ด้วย   เกิดเมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2490 อายุ 67 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาโทบริหารธุรกิจ สาขาธุรกิจระหว่างประเทศ จาก Wharton School มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย เริ่มทำงานที่ธนาคารกสิกรไทย แล้วมารับตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรี เป็น รมช.พาณิชย์ ในรัฐบาลนายอานันท์ ปันยารชุน และ พล.อ.สุจินดา คราประยูร จากนั้นดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก่อนมารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลังในรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์   เกิดเมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2487 อายุ 70 ปี สมรสกับนางอรชุมา ยุทธวงศ์ จบโรงเรียนเซนต์คาเบรียล และเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (มหาวิทยาลัยมหิดลในปัจจุบัน) คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้รับปริญญาตรีเคมี เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง จากมหาวิทยาลัยลอนดอน และปริญญาเอกสาขาอินทรีย์เคมีจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ได้รับรางวัล "นักวิทยาศาสตร์ดีเด่น" และได้รับการยกย่องเป็น "นักวิทยาศาสตร์อาวุโส" เคยเป็น รมว.วิทยาศาสตร์ฯในสมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์   เกิดเมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2499 อายุ 58 ปี จบโรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตร จากนั้นจึงติดตามครอบครัวไปศึกษาต่อในต่างประเทศ ณ โรงเรียนเตรียมทหารคิงส์ ประเทศออสเตรเลีย โดยสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีทางวิทยาศาสตร์ และปริญญาโททางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จาก Brigham Young University สหรัฐอเมริกา เริ่มต้นเข้ารับราชการในกองทัพบก ตำแหน่ง อาจารย์ สังกัดส่วนการศึกษา กองวิชากฎหมายและสังคมศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ชั้นยศร้อยเอก จากนั้นได้โอนย้ายมารับราชการ สังกัดกองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง ทั้งรองผู้ว่าฯสมุทรสาคร รองผู้ว่าฯปทุมธานี และรองผู้ว่าฯบุรีรัมย์ ต่อมาในเดือนพ.ค. 2550 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน ระดับ 10 (ชช.) ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคง สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย และเป็นผู้ว่าฯนครปฐม ในปี 2552 ต่อมาในปี 2553 ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯเชียงใหม่ จนปี 2555 ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และในปี 2557 คสช.ได้แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี   อายุ 60 ปี เคยผ่านงานที่สำคัญของหน่วยข่าวกรอง อาทิ ทำงานปฏิบัติการที่ประเทศกัมพูชา ปฏิบัติงานที่ประเทศออสเตรเลีย ผ่านงานด้านการรักษาความปลอดภัย ผ่านงานด้านการต่อต้านการก่อการร้าย ผ่านการปฏิบัติการในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผ่านงานการบริหารในสำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) เป็นรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และเป็นผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ   เกิดเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2492 สมรสกับนางกุลยา เผ่าจินดา มีบุตร-ธิดา 2 คน ชื่อนายยุทธพงษ์ เผ่าจินดา และ น.ส.วิมลิน เผ่าจินดา จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนอำนวยศิลป์ พระนคร โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 10 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 21 โรงเรียนเสนาธิการทหารบก จบศิลปศาสตรบัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง และรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต (การจัดการสำหรับนักบริหาร) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เป็นนายทหารที่อยู่ในสายงานคุมกำลังรบมาตั้งแต่เริ่มรับราชการใหม่ เคยเป็นผู้บัญชาการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ทหารเสือราชินี (ผบ.ร.21 รอ.) เป็นผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.1 รอ.) ก่อนจะได้เลื่อนเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1 และแม่ทัพภาคที่ 1 ซึ่งในขณะที่ดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 นั้น ได้เป็นหนึ่งในทหารผู้ก่อการรัฐประหารในประเทศไทย 19 ก.ย. 49 ต่อมาได้รับเลือกให้เป็นผู้บัญชาการทหารบก (คนที่ 36) เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 50   เกิดเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2493 ปัจจุบันอายุ 64 ปี สมรสกับนางต้องฤดี มากบุญ จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนอำนวยศิลป์ พระนคร จบรัฐศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) รับราชการครั้งแรกเมื่อปี 17 ในตำแหน่งปลัดอำเภอตรี อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี และได้รับการบรรจุเป็นนายอำเภอตาลสุม จ.อุบลราชธานี ปี 31 และย้ายสลับระหว่างตำแหน่งนายอำเภอและเป็นผู้อำนวยการกอง จนกระทั่งปี 2539 ก้าวเข้าสู่ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม จากนั้นในปี 40 เป็นรองผู้ว่าฯสกลนคร ลพบุรี นครสวรรค์ มุกดาหาร ตามลำดับ ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ว่าฯยโสธร ปี 45 ย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯอุบลราชธานี ปี 48 และผู้ว่าฯนครราชสีมา ปี 50 กระทั่งเกษียณอายุราชการในตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในปี 52   เกิดเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2498 สมรสกับนางพจนี คุ้มฉายา จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนอู่ทอง เป็นโรงเรียนประจำอำเภอ และจบจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 15 (ตท.15) และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 26 (จปร.26) รุ่นเดียวกับ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ท.ปรีชา จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 3 ศึกษาต่อปริญญาโท หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้รับราชการตำแหน่งหลักของกองทัพบก ผู้บังคับกองพัน ผู้บังคับการกรม ทั้ง 3 กรม ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ แม่ทัพภาคที่ 1 ก่อนขึ้นสู่ผู้ช่วย ผู้บัญชาการทหารบก เป็น ผบ.หน่วย ฉก.เพชราวุธ เป็นทหารหน่วยแรกนอก ทภ.4 ที่ไปปฏิบัติงาน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ปี 47 และเป็นนายทหารสายวงศ์เทวัญเพียงคนเดียวที่อยู่ท่ามกลางบูรพาพยัคฆ์   เกิดเมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2497 ชาวนครพนม อายุ 59 ปี สมรสกับนางอรัญญา อรัณยกานนท์ มีบุตรชาย 1 คน จบมัธยมโรงเรียนเทเวศร์ศึกษา เป็นนักเรียนโรงเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่นที่ 29 จบปริญญาโทด้านพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนครพนม เริ่มต้นชีวิตราชการ รอง สวป.สน.ปทุมวัน ย้ายเป็นผู้บังคับหมวดหน่วยปฏิบัติการพิเศษ จ.นครพนม เป็น สวป.เมืองมุกดาหาร สว.สภ.กิ่ง อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร สว.สภ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร, เป็นหัวหน้าแผนก 3 ยุทธการ กก.ตชด.13 จ.กาญจนบุรี, รอง ผกก.อก.ตชด.ภาค 1, รอง ผกก.2 สสน.ตชด., อาจารย์ภาควิชาทหารและทหารฝึก ร.ร.นรต., รอง ผบก.รร.นรต., รอง ผบก.ตชด.ภาค 1, ผบก.สำนักงานแผนงานและงบประมาณ ผบก.จร., ผู้ช่วย ผบช.น., รอง ผบช.น., ผบช.ภ.3, ก่อนลงใต้เป็น ผบช.ภ.9 ทำหน้าที่ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า นำทัพกองกำลังตำรวจในภารกิจดับไฟใต้ กระทั่งเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.ก็ยังคงอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นปรึกษา (สบ 10), รอง ผบ.ตร. และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ก่อนเป็น ผบ.ตร.ในเดือน ต.ค. 55 และถูกย้ายไปประจำสำนักนายกฯหลังปฏิวัติ 22 พ.ค. 57   เกิดเมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2498 อายุ 59 ปี สมรสกับ พล.ต.หญิง อัญรัช สาริกัลยะ จบการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 12 (ตท.12) และ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 23 (จปร.23) รุ่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เติบโตมาจากเหล่า "ทหารช่าง" และถือเป็น "ขุนศึก" ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านเศรษฐกิจ-การเงิน มากที่สุดคนหนึ่งของกองทัพบก ตำแหน่งสำคัญ เจ้ากรมการเงินทหารบก รองปลัดบัญชีทหารบก ผู้ช่วยเสธ.ทบ. ฝ่ายส่งกำลังบำรุง รอง เสธ.ทบ. ก่อนขยับขึ้นพลเอกในตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ แล้วก้าวสู่ตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ทบ.เคยเป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ททบ.5   จบการศึกษาปริญญาโทด้านการค้าระหว่างประเทศ Syracuse University, U.S.A รับราชการในกระทรวงพาณิชย์หลายตำแหน่ง อาทิ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทย ประจำองค์การการค้าโลก ณ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อธิบดีกรมเศรษฐกิจการพาณิชย์ อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ประธานบริหาร หัวหน้าคณะเจรจาเขตการค้าเสรีระหว่างประเทศไทยกับประเทศต่างๆ   เกิดเมื่อวันที่ 9 ก.ย. พ.ศ.2498 ปัจจุบันอายุ 59 ปี จบปริญญาเอก ด้านนโยบายและการจัดการสาธารณะจาก Wharton School, University of Pennsylvania ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ผ่านมาเคยดำรงตำแหน่งทั้งหน่วยงานของรัฐและระดับมหาวิทยาลัยมากมาย อาทิ ผู้อำนวยการสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติ ผู้อำนวยการสถาบันคลังสมองของชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กรรมการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมในสมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ กรรมการผู้คุณวุฒิในสำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) กรรมการมูลนิธิสิ่งแวดล้อมไทย และที่ปรึกษาอธิการบดีด้านนโยบายและแผน มจธ. โดยถือเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระดับต้นๆ ของประเทศไทย   เกิดวันที่ 7 ก.ย. 2497 อายุ 59 ปี สมรสกับ นางแสงอรุณ กาญจนรัตน์ มีบุตร 2 คน เพื่อนเตรียมทหาร รุ่น 12 (ตท.12) และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 23 (จปร.23) ของ พล.อ.ประยุทธ์ เติบโตมาในสายกิจการพลเรือน โดยเป็นอาจารย์หัวหน้าวิชาการปฏิบัติการจิตวิทยา โรงเรียนกิจการพลเรือน กรมกิจการพลเรือน ทบ. และผ่านตำแหน่งสำคัญๆ ประกอบด้วย เจ้ากรมกิจการพลเรือน ทบ. ผู้ช่วย เสธ.ทบ.ฝ่ายกิจการพลเรือน ทบ. รองเสนาธิการ ทบ. หัวหน้าสำนักงานผู้บัญชาการ ทบ. และรองปลัดกระทรวงกลาโหม ก่อนได้รักษาราชการในตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมแทน พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ที่ถูกโยกไปเป็นประธานที่ปรึกษากระทรวงกลาโหมตามคำสั่ง คสช. ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นปลัดกระทรวงกลาโหมอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 2557   เกิดเมื่อวันที่ 7 มี.ค. 2497 อายุ 60 ปี สมรสกับ นางจินตนา จั่นตอง มีบุตร 2 คน จบโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 13 (ตท.13), โรงเรียนนายเรืออากาศ รุ่นที่ 20 (นรอ.20), วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 48 (วปรอ.48) และสำเร็จการศึกษาระดับดุษฎีบัณฑิต จากสถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เคยผ่านตำแหน่งสำคัญๆ มากมาย เช่น ผู้อำนวยการกองนโยบายและแผน กรมยุทธการ ทอ. ผู้บังคับการกองบิน 1 กองพลบินที่ 2 กองบัญชาการยุทธทางอากาศ ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารอากาศไทยประจำกรุงบอนน์ รักษาการผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารอากาศไทยประจำกรุงปารีส รักษาการผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารอากาศไทยประจำกรุงโรม เจ้ากรมข่าวทหารอากาศ เจ้ากรมยุทธการทหารอากาศ ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งเสนาธิการ ทอ. ในปี 2552 ก่อนจะขยับขึ้นนั่งงเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการ ทอ. ในปี 2554 และรับตำแหน่งผู้บัญชาการ ทอ.ในปี 2555 (ยังมีต่อ) เปิดประวัติ คณะรัฐมนตรี รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา(2) MThai News

คนร้ายขโมยโคพระราชทาน แม่วัวท้องไม่ยอมไป-ถูกทุบตาย
ขโมยโคพระราชทาน /  ข่าววันนี้ / 

เกิดเหตุสลด คนร้ายขโมยโคพระราชทาน แม่วัวท้องไม่ยอมไป-ถูกทุบตาย วันนี้ (2 ก.ย.) ร.ต.ท.ยุทธภูมิ ดำรงธรรม ร้อยเวรสอบสวน สภ.นาดี จ.ปราจีนบุรี พร้อมด้วยนายสุรชัย รักสละ ปศุสัตว์อำเภอนาดี หลังจากรับแจ้งจากนายณัฐพัชร์ สายรัมย์ ผู้ช่วยฝ่ายฝ่ายปกครองตำบลสะพานหิน ว่าพบวัวเพศเมีย อายุ 5 ปี สีน้ำตาล ที่กำลังต้องท้องได้ 2 เดือน นอนตายอยู่ริมถนนสายสระดู่-สะพานหิน ต.สะพานหิน อ.นาดี ซึ่งเป็นวัวของนางปา จันทรักษา อายุ 60 ปี หลังจากที่ถูกคนร้ายขโมยไปจากคอกที่เลี้ยงไว้ จำนวน 5 ตัว เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ภาพประกอบข่าว เบื้องต้นพบว่า วัวตัวดังกล่าว เป็นวัวพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานให้กับปศุสัตว์อำเภอนาดี มาแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ยากจน ตามโครงการพระราชดำริ ธนาคารไถ่ชีวิตโค กระบือ เพื่อเกษตรกร มีบาดแผลถูกตีด้วยของแข็งตามร่างกายหลายแห่ง ที่ลำคอมีเชือกไนล่อนผูกมัดติด และบริเวณต้นไม้ยังมีร่องร่อยเชือกที่คนร้ายใช้ผูกโยง เพื่อดึงวัวขึ้นรถ ตายมาแล้วประมาณ 5-6 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังพบหลักฐานที่คนร้ายทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุ เช่น รองเท้าแตะ ถุงมือ และไม้ท่อนไม้ยาว 1 เมตร จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน เพื่อตรวจสอบหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดี ด้านนายณัฐพัชร์ สายรัมย์ อายุ 54 ปี ผู้ช่วยฝ่ายปกครอง กล่าวว่า นางปา จันทรักษา ซึ่งเป็นเจ้าของวัวพระราชทาน หลังจากที่ปศุสัตว์อำเภอนาดี ได้คัดเลือกมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2554 และวัวออกลูก 1 ตัว เป็นวัวเพศผู้ อายุ 8 เดือน และลูกตัวที่ 2 กำลังตั้งท้องได้ 2-3 เดือน แต่มาถูกคนร้ายฆ่าตาย ทำให้รู้สึกสลดใจ จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า คนร้ายไม่ทราบจำนวนและยานพาหนะ เข้าไปขโมยวัวของนางปา จันทรักษา ที่เลี้ยงไว้ในคอก ห่างจากจุดพบวัวที่ตายประมาณ 1 กม.ครึ่ง คนร้ายได้ต้อนวัวออกจากคอก ก่อนจะนำขึ้นรถยนต์ที่จอดรอไว้ในป่าละเมาะ ในช่วงกลางดึกที่มีฝนตกลงมาตลอดทั้งคืน จากนั้นคนร้ายได้นำวัวซึ่งเป็นวัวพระราชทาน นำขึ้นรถก่อนเป็นตัวแรก แต่วัวเกิดอาการกลัว ไม่ยอมขึ้นรถ คนร้ายพยายามที่จะนำวัวขึ้นรถยนต์ให้ได้ โดยใช้เชือกไนล่อนผูกคอโยงกับต้นไม้ข้างทาง ก่อนใช้ไม้และของแข็งทุบตีจนตาย ส่วนวัวที่เหลืออีก 4 ตัว ตกใจได้วิ่งหนีเข้าป่า จึงรอดตายดังกล่าว MThai News ขอคุณข้อมูลจาก ข่าวสดออนไลน์

Phantasy Star Online 2  ส่ง Chapter 7
Phantasy Star Online 2 /  เกมส์ออนไลน์ / 

เกมส์ออนไลน์ Phantasy Star Online 2 (pso2.in.th) ทำการอัพเดตแพทซ์ใหม่ Chapter 7 "D-ark Onslaught" พร้อมปลดล๊อคเลเวล 50 และบอสเกมส์ตัวใหม่ๆ อัพเดตวันที่ 11 กันยายน 2557 สำหรับแพทซ์ Chapter 7 "D-ark Onslaught" ที่มาพร้อมกับการปลดล็อคทุกความตัน พาคุณทะยานสู่ Level 50 และเพิ่มความสามารถให้กับ Sub Class ถึง เลเวล 30 อีกด้วย เท่านั้นยังไม่พอเหล่านักรบ Arks ยังจะได้พบกับบอสใหม่ Costumes ใหม่ , ไอเทมระดับ 10 ดาว นอกจากนี้ ยังพบกับบอสเกมส์จำนวน 2 ตัว ได้แก่"Dark Falz Elder" และ "Falz Arm" นอกจากนี้ยังมีเควสใหม่สุดโหดที่จะมาท้าทายเหล่านักรบ Arks อีกมากมายกว่า 130 เควสด้วยกัน พร้อมด้วยระบบ "Completion Scratch" เมื่อผู้เล่นสะสมชุด Costumes ครบ 10 ชุดที่กำหนด จาก Scratch Autumn Fullmoon หรือ Autumn Fullmoon G เหล่านักรบ Arks จะได้รับ "FleckuEX Set" ทั้งนี้ ยังมีร้านค้า Pyroxene Shop ที่ผู้เล่น จะนำ Iritista Rainbow Stone มาเพื่อแลกอาวุธระดับ 10 ดาว Scratch ใหม่ใน Collection "Autumn Fullmoon" และ "เทศกาลชมจันทร์" เป็นต้น

ภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน

"ภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน" รางวัลที่ในหลวง ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยตัดสิน วันนี้(1 ก.ย.) เว็บไซต์สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปภัมภ์ ได้เผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยตัดสินการประกวดภาพถ่ายทั่วประเทศ ชิงถ้วยพระราชทานครั้งที่ 27 ภายใต้โครงการ “ภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน ประจำปี 2557” โดยผลงานชื่อ “เพื่อนรัก” โดย นายจีรศักดิ์ ซุ่นไร้ ได้รับรางวัลถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พร้อมเงินรางวัล จำนวน 100,000 บาท สรุปผลรางวัลภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน ประจำปี 2557 ถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหัวข้อ “แสงแดด” ถ้วยพระราชทาน : นายจีรศักดิ์ ซุ่นไร้ ชื่อภาพ “เพื่อนรัก” เหรียญทอง : นายคีรีขันธ์ ไชยพร ชื่อภาพ “จังหวะ” เหรียญเงิน : นายสมพร ณ อุบล ชื่อภาพ “แสงเปลี่ยน” เหรียญทองแดง : นายกรศร ประกอบของ ชื่อภาพ “ตะเข็บแดด” นายชนัตพล หวังเพิ่ม ชื่อภาพ “แสงสะท้อนของดวงอาทิตย์” นายทนงศักดิ์ หาระคุณโน ชื่อภาพ “แสงแดดแห่งความหวัง” นายสถิต ขาวผ่อง ชื่อภาพ “กระโดดรับแสงแดด” นายอัครพัฒน์ กันธมาลา ชื่อภาพ “เงาแห่งฟ้า” ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในหัวข้อ “ขยัน” ถ้วยพระราชทาน : นายหรรษา ตั้งมั่นภูวดล ชื่อภาพ “ขยันอย่างกับมด” เหรียญทอง : นายเอกรัตน์ เฉยฉิน ชื่อภาพ “สู้ไม่ถอย” เหรียญเงิน : นายภาณุวัฒน์ แน่นดี ชื่อภาพ “Big cleaning day” เหรียญทองแดง : นายโกสินทร์ สุขุม ชื่อภาพ “คนเอาถ่าน” นายธรรมรัตน์ สวัสดิชัย ชื่อภาพ “ลงแขกนวดข้าว” นายสัญชัย ลุงรุ่ง ชื่อภาพ “หากินพอเพียง” นายอนุจักร์ ใจมุข ชื่อภาพ “ขยันเพื่อหาเลี้งชีพ” นายสมโภช แตงไทย ชื่อภาพ “ช่างทำหุ่นตัวน้อย” ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในหัวข้อ “คลื่น” ถ้วยพระราชทาน :  นายกรศร ประกอบของ ชื่อภาพ “พายุและคลื่น คลื่นและลม # 1” เหรียญทอง : นายนิติชัย พลศรี ชื่อภาพ “ระยิบระยับ” เหรียญเงิน : นายคีรีขันธ์ ไชยพร ชื่อภาพ “บันทึกทะเล” เหรียญทองแดง : นางสาวจิรฐา นรพิทยนารถ ชื่อภาพ “ลอยทะเล” นายมนตรี คำศิริ ชื่อภาพ “Hope” นายรณฤทธิ์ ประกิ่ง ชื่อภาพ “คลื่นกลางกรุง” นายพนม อาชาฤทธิ์ ชื่อภาพ “คลื่นคน” นายศุภกัลป์ วงศ์คำปัน ชื่อภาพ “ฝ่าคลื่น” ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในหัวข้อ “หนัก” ถ้วยพระราชทาน : นายวัสสะ วัชรากร ชื่อภาพ “หนักแค่ไหนแม่ก็สู้ได้เพื่อลูก” เหรียญทอง : นายณัฐพงศ์ เพียรเชลงเอก ชื่อภาพ “หนักเพื่อชาติ” เหรียญเงิน : นายอัครายชญ์ เพ็ชร์อำไพ ชื่อภาพ “แสงเงาของความหนัก” เหรียญทองแดง : นายสุริยา ผลาหาญ ชื่อภาพ “หนักมาทั้งชีวิต” นางสาวบุญฑิตา สุภัทรพันธุ์ ชื่อภาพ “แบบสบายๆ” นายเอกรัฐ พงศ์ธนาพาณิช ชื่อภาพ “แบกอนาคตโลก” นายกัมพล คุ้มวงษ์ ชื่อภาพ “งานหนัก” นายพรเทพ กีรติไพศาล ชื่อภาพ “งานหนัก” ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ในหัวข้อ “บ้านของฉัน” ถ้วยพระราชทาน : นายประเสริฐ ไกรนุกูล ชื่อภาพ “บ้านนกเค้า” เหรียญทอง : นายเกียรติชัย หงษ์วิเศษ ชื่อภาพ “ความสุขใต้ร่มพระบารมี” เหรียญเงิน : นายธนวัฒน์ ทองจันทร์ ชื่อภาพ “บ้านของอาชีพ” เหรียญทองแดง : นายทวีศักดิ์ บุทธรักษา ชื่อภาพ “บ้านน้อยบนดอยสูง” นางสุรีย์ พึ่งฉ่ำ ชื่อภาพ “บ้านของเรา” นายวิชัย ชัญญาสิริ ชื่อภาพ “บ้านเราแสนสุขใจ” นายอัครายชญ์ เพ็ชร์อำไพ ชื่อภาพ “บ้านของฉัน” นายกฤษฎา ศึกษาศิลป์ ชื่อภาพ “บ้านของฉัน” ถ้วยประทานทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ในหัวข้อ “จ๊ะเอ๋” ถ้วยพระราชทาน : นายณวรัญญ์ ศิริสุนทร ชื่อภาพ “เสร็จแน่” เหรียญทอง : นายโฆสิต จิตต์ไพโรจน์ ชื่อภาพ “Kiss of love” เหรียญเงิน : นายชวนัส กัณธุลา ชื่อภาพ “สนุกแบบไม่มีอาย” เหรียญทองแดง : นายอำนาจ เกตุชื่น ชื่อภาพ “จ๊ะเอ๋ 2” นายกัมพล คุ้มวงษ์ ชื่อภาพ “จ๊ะเอ๋” นายเอกรัตน์ เฉยฉิน ชื่อภาพ “อยู่ทางนี้” นางสาวสุนันท์ กิขุนทด ชื่อภาพ จ๊ะเอ๋…เพื่อนเกลอ นายชวนัส กัณธุลา ชื่อภาพ “ขอเล่นด้วย” โครงการภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน ประจำปี 2557 ดำเนินงานโดย สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยใน  พระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรมประกวดภาพถ่ายทั่วประเทศ ชิงถ้วยพระราชทานครั้งที่ 27 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานหัวข้อในการประกวดภาพถ่ายเพื่อชิงถ้วยพระราชทานจำนวน 6 หัวข้อ ประกอบด้วย แสงแดด ขยัน คลื่น หนัก บ้านของฉัน และ จ๊ะเอ๋  โดยมีผู้ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดจำนวนทั้งสิ้น 5,969 ภาพ จากช่างภาพ 1,237 คน นิทรรศการภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน ประจำปี 2557 จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชม ในวันที่ 1-7 กันยายน 2557 เวลา 10.00-20.30 น. ณ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

อย่างโหด!เผย ฟัลเกา ฟันค่าเหนื่อยเป็นสถิติจากผีแซงหน้ารูนี่ย์
ตลาดซื้อขายนักเตะ /  ปีศาจแเดง / 

ราดาเมล ฟัลเกา ดาวยิงตัวใหม่ของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ย้ายจากโมนาโก มาเล่นด้วยสัญญายืมตัวจะทำสถิติเป็นนักเตะที่รับค่าเหนื่อยสูงสุดในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ แซงหน้าเจ้าของ สถิติเดิมอย่าง เวนย์ รูนี่ย์ ที่รับอยู่ 250,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ไปแบบไม่เห็นฝุ่น โดยดาวยิงชาวโคลัมเบีย จะได้รับค่าเหนื่อยแพงระยับถึง 265,00 ปอนด์ต่อสัปดาห์  บวกกับค่ายืมตัวจาก โมนาโก อีก 6 ล้านปอนด์ รวมๆแล้ว แมนฯยูไนเต็ดจะต้องใช้เงินไปทั้งหมดกว่า 20 ล้านปอนด์ต่อฤดูกาล เพื่อแลกกับการได้ตัว แข้งวัย 28 ปีมาค้าแข้งในถิ่นโอลด์แทร็ฟฟอร์ด

Official มาดริด แถลงคว้าตัว ชิชาริโต้ เรียบร้อย
ชิชาริโต้ /  ชุดขาว / 

ลาผีไปอีกหนึ่งรายสำหรับ "ถั่วน้อย" ฮาร์เวียร์ ชิชาริโต้ กองหน้าจมูกไวชาวเม็กซิโกตัดสินใจอำลาถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ดซบถิ่นซานติอาโก เบร์นาเบว ด้วยสัญญายืมตัว 1 ซีซั่น เรียบร้อยแล้ว "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ยอดทีมพี่บิ๊กจากศึก ลาลีก้า สเปน ประกาศผ่านเว็บไซต์และทวิตเตอร์สโมสรว่าบรรลุข้อตกลงคว้าตัวหักหอกวัย 26 ปี มาเป็นอะไหล่ในซีซั่นนี้ พร้อมกับออฟชั่นซื้อขาดหลังจบซีซั่นที่สนนราคา 14.25 ล้านปอนด์ ทั้งนี้ ฮาร์เวียร์ ชิชาริโต้ ย้ายมาซบ แมนฯ ยูไนเต็ด ตั้งแต่ปี 2010 ลงสนามไปทั้งหมด 102 นัด ยิงไป 37 ประตู ในทุกรายการที่ลงแข่งขัน

ละครอรุณสวัสดิ์ , เรื่องย่ออรุณสวัสดิ์
เพชร กรุณพล /  ยอร์ช ยงศิลป์ / 

การเลื่อนขึ้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในปีการศึกษาใหม่กลายเป็นก้าวสำคัญที่นำความเปลี่ยนแปลงมาสู่ ภาสุ(รัชชานนท์ เรือนเพ็ชร์) เด็กหนุ่มที่ขาดความมั่นใจในตัวเอง เริ่มตั้งแต่การที่ต้องมาเรียนห้องเดียวกับ เสมอเทพ(ชาวดิน รัฐกาญจน์) ลูกชายเศรษฐีมือสกปรก ความร่ำรวยและยิ่งใหญ่ของพ่อทำให้เสมอเทพ กลายเป็นจอมเกเรประจำโรงเรียน เสมอเทพ กับ ชาติเชื้อ (วัฒนา เอี่ยมวงศรี) และวันมงคล (พลช เงินยวง)เพื่อนสนิททั้งสองคนชักนำภาสุและ ฤกษ์ด (นที พิทักษ์) เข้าไปในโลกใบใหม่ในวังวนอบายมุขของเสมอเทพที่ทั้งคู่ไม่เคยพานพบมาก่อน ทั้งเรื่องการแข่งรถบนถนนหลวงที่ผิดกฏหมาย การยกพวกตีกับคู่อริต่างโรงเรียน ภาสุนั้นกล้าลุกขึ้นมาแหกกฏเหล็กของ เภา(กรุณพล เทียนสุวรรณ) พ่อที่เข้มงวดและเคร่งเครียดสมกับเป็นนายตำรวจใหญ่ผู้เที่ยงตรง เพียงเพราะไม่อยากเป็นลูกแหง่ในสายตาของ เมขลา(พลอยพรรณ ทับทิมหล้า) เพื่อนร่วมชั้นคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาเรียนด้วย ภาสุรับเมขลาไว้ในหัวใจลุ่มหลง จนขาดสติยั้งคิด โดยที่ไม่เคยเคลือบแคลงใจ วาจาอ่อนหวานของเมขลานั้น ได้ซุกซ่อนตัวตนที่แท้จริงเอาไว้อย่างไร การเปลี่ยนแปลงของภาสุอยู่สายตาของ อรณี(ณัฐริกา เฝ้าด่าน) เพื่อนร่วมชั้นที่แอบชอบ และมีความปรารถนาดีให้กับภาสุเสมอมา อรณีพยายามจะตักเตือนทั้งทางตรงและทางอ้อม บางครั้งก็ทำให้ภาสุกับฤกษ์ดีรู้สึกไม่ค่อยชอบใจอรณีเท่าไหร่ ความเปลี่ยนแปลงไปในทางเลวร้ายของภาสุ ทำให้บรรยากาศภายในบ้านยิ่งทวีความตึงเครียด ความสัมพันธ์ระหว่างภาสุกับเภายิ่งแย่ลง ไม่ว่า คุณไหม หรือ ภัทริกา(กฤตสุดา อัญภานนท์) คู่แฝด สุกานดา (โชติรส ชโยวรรณ)ผู้เป็นแม่ คุณปู่ คุณย่า ก็ไม่สามารถช่วยคลี่คลายสถานการณ์ได้ ในระหว่างที่ภาสุกลับเข้าสู่เส้นทางเดินที่ถูกขีดไว้จากฝีมือของพ่อตัวเอง เมขลากับเสมอเทพกลับหลงระเริงไปกับความสุข เมขลายอมสละทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของผู้หญิงให้กับเสมอเทพ เพียงเพื่อหวังให้เสมอเทพครองคู่กับเธอตลอดไป เมขลากับเสมอเทพหายตัวไปจากโรงเรียนหลายวัน ส่งผลให้ภาสุไม่มีกระจิตกระใจที่จะตั้งใจเรียนตั้งใจสอบ จนทำให้เกิดผลเสียทางการเรียนร้ายแรง และทำให้ภาสุกับพ่อเกิดความขัดแย้งกันอย่างรุนแรงอีกครั้ง ในขณะที่ข่าวการตั้งท้องของเมขลากับการล่มสลายทางธรุกิจของครอบครัวเสมอเทพ และข่าวการแต่งงานของทั้งสองคนก็ยิ่งทำให้ภาสุร้อนรนจนอยู่ไม่ได้ และตัดสินใจหนีออกจากบ้าน ภาสุไปปรึกษา ปู่เล็ก(สิทธิชัย ผาบชมพู) คำสั่งสอนแลกเปลี่ยนทัศนคติของปู่เล็ก ทำให้ภาสุ ตัดสินใจกลับบ้าน สิ่งแรกที่ภาสุทำคือก้มลงกราบเท้าพ่อ พ่อเองก็ไม่ได้อาละวาด หรือลงโทษอย่างที่ภาสุคิด ช่วงเวลาอันน่ากลัวของวัยรุ่น อารมณ์รุนแรงกำลังจะผ่านไป พ่อพาภาสุกลับไปที่โรงเรียน และขอโอกาสให้กับเด็กชายผู้หลงทางอีกครั้ง สามปีผ่านไป ชีวิตของภาสุและฤกษ์ดีในรั้วมหาวิทยาลัยก็ดำเนินไปตามปกติ ภาสุได้พบกับอรณี เพื่อนรักสมัยม.ปลาย ที่เปลี่ยนจากเด็กสาวอ้วนกลม มาเป็นสาวน้อยน่ารัก ภาสุได้คบกับหริณลัญฉนา ดรัมเมเยอร์ไม้หนึ่ง ความรักครั้งที่สองของภาสุจบลงเร็วกว่าที่คิด ภาสุเสียใจและเสียหน้ากับความสัมพันธ์ในครั้งนี้มาก แต่ด้วยวัยและความรู้สึกที่เติบโตขึ้นของภาสุทำให้เค้าสามารถทำใจกับเรื่องนี้ได้เร็วขึ้น และมองเห็นความสวยงามบางอย่างในจิตใจของอรณีที่มาคอยเป็นกำลังใจให้ในยามที่ภาสุผิดหวังอีกครั้ง ตรงข้ามกับฤกษ์ดีที่ยิ่งโตยิ่งจมอยู่ในโลกทีมืดมนด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจในชาติกำเนิดของตัวเอง และยิ่งหวังปองดอกฟ้าอย่างคุณไหมที่ไม่เคยสนใจฤกษ์ดีมากไปกว่าเพื่อนของน้องชายเลยสักครั้ง ยิ่งทำให้ฤกษ์ดีจมอยู่ในโลกแห่งความเกลียดชังโดยไม่รู้ตัว พิษณุแสนหนุ่มวิศวะรูปหล่อ พ่อรวยกำลังขยันทำคะแนนเพื่อพิชิตใจของคุณไหมอยู่ ภาสุได้รู้เรื่องนี้จาก นายหมู(ยงศิลป์ วงศ์พนิตนนท์) น้องชายตัวดีที่ถูกคุณย่าประคบประหงมจนกลายเป็นเด็กแก่แดด ที่ฉลาดคิด รู้ทันคน และเป็นคนคอยช่วยภาสุในหลายเรื่องตั้งแต่เด็ก ภาสุเริ่มมองอรณีในแง่มุมใหม่ และจีบอรณีเป็นแฟนจนสำเร็จ เมื่อได้อยู่ใกล้และคลุกคลีกับอรณี ภาสุค้นพบว่าอรณีก็มีปัญหาในครอบครัวไม่ต่างจากคนอื่น แต่เธอมองปัญหาทุกอย่างในแง่บวกและใช้สติกับเหตุผลก้าวข้ามปัญหาทั้งหลายมาได้ อรณีใช้ความรักเป็นพลังในทางบวก ผลักดันให้ภาสุตั้งใจเรียน เพื่ออนาคตที่ดีในวันข้างหน้า แต่เมฆหมอกร้ายๆในชีวิตของภาสุยังมีผ่านเข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับการกลับมาของเมขลา ภาสุผู้อ่อนไหว หลงคนง่ายคนเดิมกลับมา พร้อมกับการเดินกลับไปหาเมขลา และทอดทิ้งอรณีอย่างไม่ใยดี อรณีเจ็บช้ำเกินกว่าจะบอกใคร ทุกอย่างยิ่งแย่ลง เพราะเมขลาท้องและเรียกร้องความรับผิดชอบจากภาสุ ภาสุเข้าตาจนไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร ภาพของอรณีกลับปรากฎขึ้นในความทรงจำ ภาสุอยากย้อนเวลาไปเพื่อจะแก้ไขในสิ่งที่ตัวเองทำ แต่ก็ทำไม่ได้ ท่ามกลางปัญหาหัวใจที่รุมเร้า ปัญหาทางการเมืองระดับชาติก็เริ่มรุนแรงขึ้น ทำให้กลุ่มนักศึกษาปัญญาชนจากทุกมหาวิทยาลัยออกมารวมตัวกัน เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับสังคมและชนทุกชั้น ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้ ภาสุ ฤกษ์ดี อรณี และคุณไหม มีโอกาสได้ทำกิจกรรมเพื่อส่วนรวมร่วมกัน สายใยบางๆระหว่างภาสุกับอรณีถูกกระตุกขึ้นอีกครั้ง อรณียังไม่ยอมใจอ่อนให้กับภาสุ คุณไหมเอาปัญหาของภาสุมาปรึกษาฤกษ์ดี ฤกษ์ดีรับปากว่าจะลองหาทางช่วย แต่คุณไหมกังวลแทนคู่แฝดจนตัดสินใจเล่าความริงให้แม่ฟัง เมื่อรู้ถึงหูสุกานดา ก็รู้ถึงหูเภาจนได้ เป็นอีกครั้งที่ทุกคนในบ้านต่างก็ต้องอกสั่นขวัญแขวนกับความขัดแย้งระหว่างเภากับภาสุ เภาที่อ่อนลงไปมากตั้งแต่ลูกๆเข้ามหาวิทยาลัย ตัดสินให้ภาสุแต่งงานกับเมขลาให้ถูกต้อง แต่ภาสุจะทำได้อย่างไรในเมื่อ ตอนนี้ภาสุรู้แล้วว่าคนที่เขารักอย่างจริงจังนั้นคือ อรณี ติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ใน อรุณสวัสดิ์