มือปื่น/ดาว/พระ/เม้าส์-ณัชชา

ส่อง 3 ดาวร้ายมาแรง มีลูก-เมียแล้วยิ่งฮอตเวอร์!!!
โอ๊ต วรวุฒิ /  จีน่า อันนา / 

ในละครถ้าขาดตัวร้ายเนื้อเรื่องก็คงจะไม่สนุกไม่เข้มข้น แต่ในชีวิตจริงตัวร้ายที่เราๆ ท่านๆ เห็นกันในละครนี่แหละค่า คือพระเอกนอกจอที่อยู่ในใจใครหลายๆ คน เพราะเขาเหล่านี้กลับกลายเป็นผู้ชายที่แสนดี๊ดี แสนจะอบอุ่นและรักครอบครัวเอามากๆ ยิ่งมีลูกมีภรรยาแล้วก็ยิ่งดูดีราศีจับและยิ่งฮอตมากกว่าเก่า มาดูกันว่าดาวร้ายหน้าหล่อคนใดบ้าง ที่แม้จะออกเหย้าออกเรือนมีครอบครัวเป็นตัวเป็นตนแล้วก็แต่ยังฮอตเวอร์!!! โอ๊ต วรวุฒิ นักแสดงหนุ่มรุ่นใหญ่มากความสามารถ เข้าสู่วงการบันเทิงจากการประกวดโดมอนแมน มีผลงานโฆษณา ถ่ายแบบ เล่นละครเวที และละครโทรทัศน์ตามมาติดๆ ปัจจุบัน หนุ่มโอ๊ต ยังรับบทตัวร้ายขวัญใจประชาชน จนกวาดรางวัลมาหลายเวที ล่าสุดกระแสของ โอ๊ต วรวุฒิ นักแสดงหนุ่มวัย 43 ปี แรงเวอร์ติดโซเชี่ยลกันเลยทีเดียว หลังจากที่คบหาดูใจกับแฟนสาววัย 24 ปี จีน่า อันนา ได้เพียงแค่ 9 เดือน ก็เซอร์ไพร์สด้วยการขอหมั้นแบบสายฟ้าแลบ แถมยังออกมาเปิดใจว่าแฟนสาวซึ่งอายุห่างกัน 21 ปี กำลังตั้งครรภ์ได้ 2 เดือนแล้ว และแพลนงานแต่งงานไว้ตอนลูกอายุ 2 ขวบ แหม...ช่างเป็นดาวร้ายไฟแรงเวอร์ซะจริงๆ โอ๊ต วรวุฒิ โอ๊ต วรวุฒิ โอ๊ต วรวุฒิ - จีน่า แฟนสาว โอ๊ต วรวุฒิ - จีน่า แฟนสาว โอ๊ต วรวุฒิ - จีน่า แฟนสาว โอ๊ต วรวุฒิ - จีน่า แฟนสาว เอ พศิน อีกหนึ่งดาวร้ายที่สร้างความฮือฮาแก่คนในวงการบันเทิงไม่น้อย สำหรับ หนุ่มเอ พศิน ดาวร้ายวัย 41 ที่จู่ๆ ก็ออกมายอมรับว่ามีครอบครัวเป็นตัวเป็นตนเรียบร้อย พร้อมโต้กระแสข่าวซุกลูกเมียไว้ที่บ้าน ด้วยการเปิดตัว น้องแตงกวา จิราพร แฟนสาววัย 19 ปี ซึ่งอายุห่างกันถึง 22 ปีโดยพบรักกลางกองถ่ายละคร และได้จัดพิธีหมั้นพร้อมจดทะเบียนสมรสไปก่อนหน้านี้แล้ว ในขณะนั้น น้องแตงกวา ตั้งครรค์ได้ 7 เดือนกว่าแล้วค่า แต่ดาวร้ายอย่าง หนุ่มเอ ยิ่งได้รับความสนใจยิ่งขึ้นไปอีกก็ตอนที่โพสต์ภาพ น้องเลโก้ เจ้าพระยา ลูกชายคนสุดหล่อลงอินสตาแกรมแบบถี่ยิบ ก็จะไม่ให้ฮอตได้อย่างไรละจ๊ะ น้องเลโก้ ทั้งน่ารักน่าชังดั้งโด่งฉายแววหล่อกว่าพ่อซะอีก ใครเห็นก็ยิ่งหลงรักทั้งพ่อทั้งลูก งานนี้ น้องเลโก้ เรียกเรตติ้งให้ พ่อเอ ไปเต็มๆ เลยล่ะจ้า เอ พศิน - น้องเลโก้ เอ พศิน - น้องเลโก้ เอ พศิน - น้องเลโก้ เอ พศิน - น้องเลโก้ เอ พศิน - น้องเลโก้ เอ พศิน - น้องแตงกวา และ น้องเลโก้ น้องเลโก้ เจ้าพระยา ลูกพ่อเอ พศิน น้องเลโก้ เจ้าพระยา ลูกพ่อเอ พศิน เอ็ม อภินันท์ ฝีมือขั้นเทพอีกราย สำหรับนักแสดงหนุ่มที่ติดโผตัวร้ายระดับแถวหน้าของวงการบันเทิงไทย แม้จะปาดหน้าเพื่อนๆ ในวงการบันเทิงเข้าพิธีวิวาห์กับ มิลค์ บุสกร สาวสวยทายาท ปากเมงรีสอร์ท จ.ตรัง หลังบ่มเพาะต้นรักมายาวนาน 6 ปี ไปก่อนใคร ด้วยฝีมือดาวร้ายขั้นเทพที่ใครเห็นก็ต้องยกนิ้วให้อย่างนี้ แต่นอกจอ หนุ่มเอ็ม กลายเป็นคุณพ่อแสนดี๊ดีเลี้ยงลูกสาวฝาแฝด น้องฌานา และ น้องฌารีณ ด้วยความอบอุ่น พอเสร็จงานปุ๊บก็รีบบึ่งกลับบ้านเพื่อให้ทันเวลาก่อนนอนของลูก ด้วยภาพมุ้งมิ้งสุดประทับใจที่แสนจะอบอุ่นระหว่างพ่อ-ลูก ยิ่งทำให้ดาวร้ายในละครกลายเป็นหนุ่มแฟมิลี่แมนที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก แถม น้องฌานา-น้องฌารีณ ก็กลายเป็นแฝดหญิงตัวน้อยที่น่ารักที่สุดของพ่อเอ็มและแฟนคลับไปซะแล้ว ขอบคุณภาพจาก IG oat_voravudh, jenaanna, m_apinan, apassin เอ็ม อภินันท์ - น้องฌานา - น้องฌารีณ เอ็ม อภินันท์ - น้องฌานา - น้องฌารีณ เอ็ม อภินันท์ - น้องฌานา - น้องฌารีณ เอ็ม อภินันท์ - มิลค์ บุสกร และ น้องฌานา - น้องฌารีณ น้องฌานา - น้องฌารีณ ลูกสาวฝาแฝดของพ่อเอ็ม อภินันท์ น้องฌานา - น้องฌารีณ ลูกสาวฝาแฝดของพ่อเอ็ม อภินันท์

กาชาดแจง! ข่าวบริจาคเลือด ได้สิทธิรักษาฟรี
บริจาคเลือด /  บริจาคเลือดเกิน 24 ครั้ง / 

จากกรณีที่มีกระแสสังคมออนไลน์แห่แชร์ข้อความเกี่ยวกับการบริจาคเลือดว่า หากบริจาคเกิน 24 ครั้ง จะได้รับการรักษาฟรี เหมือนข้าราชการ ที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุด (9 ก.พ. 59) ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่า ... "ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ขอชี้แจงเรื่องสิทธิการรักษาพยาบาลสำหรับผู้บริจาคโลหิต โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลสังกัดสภากาชาดไทย 2 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา (รายละเอียดตามแนบ) ประกาศ ณ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559" 1. ผู้บริจาคโลหิต 7 ครั้งขึ้นไป -เสียค่ารักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยสามัญ -ถ้าอยู่ห้องพิเศษ ผ่าตัด ผ่าตัดคลอดบุตร จะเสียเพียงกึ่งหนึ่งของอัตราที่กำหนด 2.ผู้บริจาคโลหิต 24 ครั้งขึ้นไป -ได้รับการยกเว้นค่ารักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยสามัญ -ถ้าอยู่ห้องพิเศษ ผ่าตัด ผ่าตัดคลอดบุตร จะเสียเพียงกึ่งหนึ่งของอัตราที่กำหนด 3.ผู้บริจาคโลหิตที่ไม่มีสิทธิอื่นใด เช่น ประกันสังคม หรือสิทธิข้าราชการ เป็นต้น ทั้งนี้ สิทธิดังกล่าวใช้ได้เฉพาะผู้บริจาคโลหิตที่ไม่มีสิทธิการรักษาพยาบาลอื่นใด และเข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยในเท่านั้น โดยให้ญาตินำบัตรประจำตัวของผู้บริจาคโลหิต มาขอหนังสือรับรอง ได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์ (กรุงเทพฯ) ชั้น 1 งานสารบรรณในวันเวลาราชการ สำหรับต่างจังหวัด ให้ญาตินำบัตรประจำตัวของผู้บริจาคโลหิต มาขอหนังสือรับรอง ได้ที่ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ และโรงพยาบาลสาขาบริการโลหิต ในวันเวลาราชการ โดยหนังสือรับรองดังกล่าว นำไปลดหย่อนการรักษาพยาบาลเป็นครั้ง ๆ ไป ขอบคุณข้อมูล ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- รู้หรือไม่ ? บริจาคเลือดเกิน 24 ครั้ง ได้สิทธิรักษาฟรีแบบข้าราชการ วันนี้ (9 ก.พ. 59) โลกออนไลน์กำลังเกิดกระแสการแชร์ส่งต่อเรื่องราวดี ๆ หลังผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ Tiger Choom ได้โพสต์ข้อความถึงการบริจาคโลหิต เกิน 24 ครั้ง จะได้รับสิทธิรักษาฟรี เหมือนพวกข้าราชการ ซึ่งสร้างความฮือฮาในกับชาวเน็ตเป็นอย่างมาก เปรียบเสมือนความรู้ใหม่ที่เกี่ยวกับสิทธิของตัวเอง โดยเฉพาะคนที่บริจาคเลือดเป็นประจำ โดยเจ้าของโพสต์ระบุว่า... "ทั้งหมอ พยาบาล และ จนท. ไม่รู้ว่ามีสิทธินี้ด้วย ต้องประชาสัมพันธ์ให้คนบริจาคเลือดเยอะ ๆ เกิน 24 ครั้ง คุณก็จะได้สิทธิการรักษาพยาบาลเช่นเดียวกับข้าราชการ (ง่าย ๆ คือแทบไม่ต้องจ่ายอะไรเลย ยกเว้นส่วนเกินค่าห้องพิเศษเท่านั้น)" นอกจากนี้ ยังมีผู้เข้ามาชี้แจงถึงสิทธิพิเศษสำหรับผู้บริจาคโลหิต โดยเฉลี่ยตั้งแต่ 7 ครั้งขึ้นไป ดังนี้ 1. ผู้บริจาคโลหิต 7 ครั้งขึ้นไป เป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาลสังกัดสภากาชาดไทย ได้แก่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา เสียค่ารักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยสามัญ ถ้าอยู่ห้องพิเศษ ผ่าตัด ผ่าตัดคลอดบุตร จะเสียเพียงกึ่งหนึ่งของอัตราที่กำหนด 2.ผู้บริจาคโลหิต 24 ครั้งขึ้นไป เป็นผู้ป่วยใน ของโรงพยาบาลสังกัดสภากาชาดไทย ได้แก่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ได้รับการยกเว้นเฉพาะค่ารักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยสามัญ ถ้าอยู่ห้องพิเศษ ผ่าตัด  ผ่าตัดคลอดบุตร จะเสียเพียงร้อยละ 50 ของอัตราที่กำหนด 3.ผู้บริจาคโลหิตตั้งแต่ 18 ครั้งขึ้นไป อาศัยอำนาจจากกระทรวงสาธารณสุข ตามความในประเภท ข. ที่มีหนังสือรับรองจากสภากาชาดไทยว่าได้บริจาคโลหิตตั้งแต่ 18 ครั้งขึ้นไป ได้รับการช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล และถ้าอยู่ห้องพิเศษ ได้รับความช่วยเหลือค่าห้องและค่าอาหารเพียงร้อยละ 50 ของอัตราที่กำหนดไว้ 4.ผู้บริจาคโลหิตตั้งแต่ 7 ครั้งขึ้นไป อาศัยอำนาจจากกระทรวงสาธารณสุข ตามความในประเภท ค. ที่มีหนังสือรับรองจากสภากาชาดไทยว่าได้บริจาคโลหิตตั้งแต่ 7 ครั้งขึ้นไป ได้รับการช่วยเหลือเฉพาะค่าห้องพิเศษและค่าอาหารพิเศษไม่เกินสิทธิอันพึงเบิกได้จากหน่วยงานต้นสังกัดก่อน ส่วนที่เกินสิทธิให้เรียกเก็บเพียงร้อยละ 50 สำหรับผู้ไม่มีสิทธิ ได้รับความช่วยเหลือเพียงร้อยละ 50 ของอัตราที่กำหนดไว้ สิทธินี้จะใช้ได้เฉพาะผู้ที่ไม่มีสิทธิอย่างอื่น เช่น ประกันสังคม หรือข้าราชการ และจะใช้ได้เฉพาะผู้ป่วยใน เมื่อได้ห้องเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลแล้ว โดยให้ญาตินำบัตรประจำตัวของผู้บริจาคโลหิต ขอหนังสือรับรองผู้บริจาคโลหิตได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์ เพื่อนำไปลดหย่อนการรักษาพยาบาลเป็นครั้ง ๆ ไป สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2263 9600 ต่อ 1813 ขอบคุณข้อมูล Tiger Choom / http://www.redcross.or.th/forum/12206 MThai News

LINE TV ร่วมกับ GDH 559 จัดงาน 2016 LINE UP OF HAPPINESS ส่งซีรีส์ “แก๊สโซฮัก..รักเต็มถัง” ต้อนรับวาเลนไทน์
GHD 559 /  ซีรี่ย์ / 

จากความสำเร็จและกระแสตอบรับที่ดีมากของซีรีส์ “STAY ซากะ..ฉันจะคิดถึงเธอ” ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2558 จากนั้นมาฮือฮาอีกระลอกกับ HORMONES 3 THE FINAL SEASON ที่เข้าถึงผู้ชมด้วยยอดวิว 100  ล้านวิว ภายในระยะเวลาเพียง 6 สัปดาห์ ทั้งยังทำสถิติเป็นคลิปที่มียอดวิวสูงสุดของ LINE TV จนสร้างปรากฏการณ์ฮอร์โมนฟีเวอร์ไปทั่วประเทศ และปัจจุบันมียอดวิวสูงถึง 180 ล้านวิว ล่าสุด LINE TV แอพพลิเคชั่นรวมความบันเทิงและคอนเทนต์หลากหลาย ภายใต้คอนเซปต์ “Free Fresh Fast ดูก่อน ฟินก่อนได้ที่ LINE TV” ร่วมกับ GDH 559  จัดงาน 2016 LINE UP OF HAPPINESS โดยสองผู้บริหาร คุณ อริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการ LINE ประเทศไทย และ คุณ จินา โอสถศิลป์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีดีเอชห้าห้าเก้า จำกัด ผนึกกำลังผลิตคอนเทนต์แนวโรแมนติกคอมเมดี้ “แก๊สโซฮัก..รักเต็มถัง” นำแสดงโดย นางเอกสามร้อยล้านอย่าง ไอซ์ –ปรีชญา พงษ์ธนานิกร และ ไอซ์ซึ -ณัฐรัตน์  นพรัตยาภรณ์ พระเอกน้องใหม่ ดีกรีนายแบบไทยที่ ไปสร้างชื่อเสียงไกลถึงประเทศเกาหลีใต้ พ่วงด้วย แจ๊ค – เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์ ที่มาเสริมทัพสร้างความสนุก ให้ผู้ชมได้ฟิน จิกหมอน พร้อมฮากระจาย ต้อนรับวาเลนไทน์นี้ ที่จะทำให้คุณ อยากฮักใครสักคน รับชมตอนใหม่ทุกวันเสาร์ เวลา 20.00 น. ทาง LINE TV เท่านั้น เริ่มออกอากาศตอนที่ 1 ในวันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์นี้ นอกจากความสนุกจากซีรีส์แล้ว ยังมี LINE สติกเกอร์ GASOHUG: Valentine's Series มาให้ได้แชตกันแบบฟินๆ อีกด้วย สามารถซื้อสติกเกอร์ LINE ได้ง่ายๆ เพียงเข้าไปที่ Sticker Shop ในแอพพลิเคชั่นLINE  และสำหรับผู้ที่ไม่มีบัตรเครดิตสามารถซื้อบัตรแทนเงินสด LINE Prepaid Card ได้ที่ร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ แล้วเข้าเว็บไซต์ store.line.me ใส่รหัสเติมเงิน ดาวน์โหลดได้ตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป LINE TV และ GDH 559 เตรียมส่งผลงานมาให้ผู้ชม LINE TV ได้ชมกันต่อเนื่อง ตลอดทั้งปี อย่างแน่นอน ผู้ใช้สามารถดู LINE TV ได้ฟรี ทั้งบนสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และดูผ่านเว็บไซต์ (http://tv.line.me) ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง: Official Account: LINE TV (ID: @linetvth) Facebook Fan Page: https://www.facebook.com/linetvthailand

ไขข้อข้องใจ บริจาคเลือด ครบจำนวน ได้สิทธิรักษาพยาบาลเทียบราชการ จริงหรือไม่!
บริจาคเลือด /  บริจาคโลหิต / 

ขอเรียนชี้แจงให้ทราบ ถึงรายละเอียดสิทธิในการรักษาพยาบาลของผู้ บริจาคเลือด ที่ศูนย์บริการโลหิตฯ ได้ให้การช่วยเหลือ จะเป็นไปตามระเบียบของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นการช่วยเหลือเฉพาะตัวผู้บริจาคโลหิตเท่านั้น มีดังนี้ ผู้บริจาคโลหิต 7 ครั้งขึ้นไป เป็นผู้ป่วยใน ของโรงพยาบาลสังกัดสภากาชาดไทย ได้แก่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา เสียค่ารักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยสามัญ ถ้าอยู่ห้องพิเศษ ผ่าตัด ผ่าตัดคลอดบุตร จะเสียเพียงกึ่งหนึ่งของอัตราที่กำหนด ผู้บริจาคโลหิต 24 ครั้งขึ้นไป เป็นผู้ป่วยใน ของโรงพยาบาลสังกัดสภากาชาดไทย ได้แก่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ได้รับการยกเว้นเฉพาะค่ารักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยสามัญ ถ้าอยู่ห้องพิเศษ ผ่าตัด ผ่าตัดคลอดบุตร จะเสียเพียง ร้อยละ 50 ของอัตราที่กำหนด ผู้บริจาคโลหิตตั้งแต่ 18 ครั้งขึ้นไป อาศัยอำนาจจากกระทรวงสาธารณสุข ตามความในประเภท ข. ที่มีหนังสือรับรองจากสภากาชาดไทยว่าได้บริจาคโลหิตตั้งแต่ 18 ครั้งขึ้นไป ได้รับการช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล และถ้าอยู่ห้องพิเศษ ได้รับความช่วยเหลือค่าห้องและค่าอาหารเพียงร้อยละ 50 ของอัตราที่กำหนดไว้ ผู้บริจาคโลหิตตั้งแต่ 7 ครั้งขึ้นไป อาศัยอำนาจจากกระทรวงสาธารณสุข ตามความในประเภท ค. ที่มีหนังสือรับรองจากสภากาชาดไทยว่าได้บริจาคโลหิตตั้งแต่ 7 ครั้งขึ้นไป ได้รับการช่วยเหลือเฉพาะค่าห้องพิเศษและค่าอาหารพิเศษไม่เกินสิทธิอันพึงเบิกได้จากหน่วยงานต้นสังกัดก่อน ส่วนที่เกินสิทธิให้เรียกเก็บเพียงร้อยละ 50 สำหรับผู้ไม่มีสิทธิ ได้รับความช่วยเหลือเพียงร้อยละ 50 ของอัตราที่กำหนดไว้ สิทธินี้จะใช้ได้เฉพาะผู้ที่ไม่มีสิทธิอย่างอื่น เช่น ประกันสังคม หรือข้าราชการ และจะใช้ได้เฉพาะผู้ป่วยใน เมื่อได้ห้องเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลแล้ว โดยให้ญาตินำบัตรประจำตัวของผู้บริจาคโลหิต ขอหนังสือรับรองผู้บริจาคโลหิตได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์ เพื่อนำไปลดหย่อนการรักษาพยาบาลเป็นครั้งๆไป สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2263 9600 ต่อ 1813 ที่มาข้อมูลจาก http://www.redcross.or.th

หวั่นอันตราย! จับ
ฆ่าหั่นศพ /  เจ้าพระยา / 

ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เผย "อาตูร์" ฆ่าหั่นศพ นอนคุกวันแรก ไม่เครียด นอนหลับ กินได้ จับแยกขังเดี่ยวหวั่นอันตราย วันนี้ (11 ก.พ.) นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เปิดเผยว่า ตามที่ศาลได้อนุมัติให้ฝากขังผัดแรก นายอาตูร์ เซการ์รา ปรินเซป หรือ นายอาร์เทอร์ อายุ 37 ปี ชาวสเปน ในข้อหาลักพาตัว กักขังหน่วงเหนี่ยว ทำร้ายร่างกาย ทรมาน ฆ่าคนตาย ปิดบังซ่อนเร้นอำพราง ทำลายศพ และรีดเอาทรัพย์สิน จากการฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด  อายุ 40 ปี นักธุรกิจชาวสเปน และนำตัวมาควบคุมที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ นั้น โดยตลอดทั้งคืน นายอาตูร์ ถูกจับแยกขังเดี่ยวในแดนแรกรับของเรือนจำ เนื่องจากหวั่นเกรงเรื่องอาจเกิดอันตรายได้ โดย นายอาตูร์ รับประทานอาหารได้ นอนหลับ และไม่เครียดอะไร อีกทั้ง ไม่ได้ร้องขออะไรเป็นพิเศษ ซึ่งทางเรือนจำได้ปฏิบัติกับผู้ต้องหา ตามระเบียบของเรือนจำเหมือนคนอื่น สำหรับความคืบหน้าทางคดีในวันนี้ (11 ก.พ.) คาดว่า ทางสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน จะทำการสรุปผลการตรวจพยานหลักฐานที่เก็บมาได้จำนวนหลายชิ้น และทำการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนต่อไป ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- พลตำรวจเอกชวน นาริน ผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดพระสีหนุ ของกัมพูชา เปิดเผยเมื่อวานนี้ ว่า สามารถจับกุมตัวชายชาวสเปน ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญในคดีฆาตกรรมเพื่อนร่วมชาติ ที่มีการพบชิ้นส่วนร่างกายถูกหั่นเป็นชิ้นๆ ทิ้งลงแม่น้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพฯ เมื่อสัปดาห์ก่อน   โดยผู้ต้องสงสัยรายนี้ คือ นายอาตูร์ หรืออาเธอร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 36 ปี ถูกจับกุมได้เมื่อเย็นวันอาทิตย์ ที่เมืองสีหนุวิลล์ ซึ่งเป็นเมืองชายฝั่งของกัมพูชา หลังจากที่เขาเดินทางมาถึงกัมพูชาไม่กี่วันก่อนหน้านี้  ผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดพระสีหนุ กล่าวด้วยว่า การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นตามการร้องขอจากประเทศไทย และทางการกัมพูชาจะส่งตัวผู้ต้องสงสัยรายนี้ให้แก่ทางการไทย ก่อนหน้านี้ ตำรวจจังหวัดสุรินทร์ พบรถจักรยานยนต์ ที่คาดว่าเป็นของผู้ต้องสงสัย ถูกจอดทิ้งไว้ใกล้กับตลาดชายแดน ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า เป็นไปได้ที่ผู้ต้องหาจะหลบหนีข้ามไปยังฝั่งประเทศกัมพูชาแล้ว ขณะที่ผลชันสูตรของตำรวจไทย พบว่า ผู้เสียชีวิต คือ นายเดวิด  เบอร์นาร์ด  นักธุรกิจชาวสเปน ซึ่งคาดว่าถูกลักพาตัว, ทรมาน และถูกบังคับให้โอนเงินจำนวนมาก ก่อนถูกฆาตกรรม  ส่วนประเด็นการสืบสวนมุ่งเป้าไปที่การลักพาตัว เพื่อประสงค์ต่อทรัพย์ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจมืด โดยเหตุที่คนร้ายได้เงินแล้ว แต่ยังฆ่าหั่นศพผู้ตายอย่างโหดเหี้ยม เชื่อว่าน่าจะเกิดจากคนร้ายต้องการเงินเพิ่ม หรือได้เงินไม่ครบ เพราะถูกธนาคารในไทยและสิงคโปร์ตรวจพบความผิดปกติ จึงระงับการทำธุรกรรมไปกว่า 3 แสนเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 10 ล้านบาท ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เจ้าหน้าตร.อำเภอคลองใหญ่ จ.ตราด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อม พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์มาลงที่สนามกีฬา อ.คลองใหญ่ จ.ตราด เพื่อรับตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน หลังรับทราบว่า ถูกตำรวจกัมพูชาจับกุมตัวได้ที่จังหวัดสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา ด้าน น.อ.ดิเรก อินทวงศ์ หัวหน้าหน่วยประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา จ.ตราด เปิดเผยว่า หลังจาก พ.ต.อ.อนุชา สุทธยดิลก ผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจ สถานทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ ได้ประสานงานตำรวจแห่งชาติของกัมพูชา เพื่อประสานการจับกุมตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 37 ปี คนร้ายที่ก่อเหตุฆ่าหั่นศพชาวสเปน แล้วหลบหนีออกนอกประเทศไทย ทางช่องโอเสม็ด จ.สุรินทร์ และเดินทางมาหลบอยู่ที่ จ.สีหนุวิลล์ จึงได้ทำการตรวจสอบและติดตามจับกุมตัวได้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง พร้อมควบคุมตัวไว้ที่สถานีตำรวจในกรุงสีหนุวิลล์ พร้อมกับได้ประสานงานเพื่อให้ตำรวจไทย เข้ามารับตัวที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.ตราด ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ ในเวลา 12.00 น.ที่ผ่านมา ส่วนบรรยากาศที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและกัมพูชา เดินทางเข้าออกกันตามปกติ และมีตำรวจตรวจคนเข้าเมืองตราด และฝ่ายทหารอยู่ในพื้นที่จำนวนหนึ่ง ก่อนนำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์มาที่กรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ10 พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ได้เข้าตรวจสอบห้องพักของ นายอาเธอร์ หรือ อาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ชาวสเปน ผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด ชาวสเปน ย่านพระราม 9 และนำชิ้นส่วนไปทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยา หลังตำรวจเชื่อว่า จุดนี้จะเป็นจุดฆ่าและหั่นศพนายเดวิด พล.ต.อ.ปัญญา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบ พบว่า นายอาตูร์ เช่าห้องพักที่คอนโดแห่งนี้ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2558 และอาศัยอยู่ที่นี่เป็นประจำ โดยมี น.ส.ปริศนา แสนอุบล เข้ามาพักด้วยเป็นบางครั้ง และจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า เมื่อวันที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมา บันทึกภาพขณะนายเดวิด เข้ามาภายในคอนโดแห่งนี้ และไม่พบว่า นายเดวิด ออกไปจากคอนโด พบเพียง นายอาตูร์ เข้าออก และมีการขนตู้แช่ออกจากคอนโด ไปไว้ที่บ้านเช่าหลังหนึ่งย่านรามคำแหง เมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่ผ่านมา แต่ต้องรอผลตรวจจากกองพิสูจน์หลักฐาน ในการตรวจหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมในครั้งนี้ เพื่อยืนยันความชัดเจนอีกครั้ง ............................................................................................................................................................... พล.ต.อ.เดชณรงค์ ยืนยัน ได้ตัว อาตูร์ ผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าหั่นศพจากกัมพูชาแน่นอน ด้าน ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ปัดไม่รู้ส่งตัวให้ไทยวันนี้ พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ที่ปรึกษา (สบ 10) ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด อายุ 39 ปี นักธุรกิจชาวสเปน ทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยา ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาได้ควบคุมตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 37 ปี ชาวสเปน ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยได้ขณะที่กำลังจะหลบหนีไปทางทะเล ทั้งนี้ยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย ได้ตัวนายอาตูร์แน่นอนแต่ต้องดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายในการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งไทยกับกัมพูชามีสนธิสัญญากันอยู่แล้วในส่วนนี้ โดยหากทางพนักงานสอบสวน สามารถรวบรวมพยานหลักฐานและขอศาลออกหมายจับได้จะทำให้การดำเนินการคดี และประสานขอตัวนายอาตูร์กับกัมพูชามีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ต้องรอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาอีกครั้งว่าจะแจ้งข้อหา นายอาตูร์ ในเรื่องใด อาทิ การหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย พร้อมกันนี้ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว เปิดเผยถึงกระแสข่าวที่ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชา จะส่งตัวนายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าหั่นศพในวันนี้ที่จังหวัดสระแก้วว่า ยังไม่ทราบข้อมูล และยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม วันนี้ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา (สบ 10) จะประชุมที่ศูนย์สืบสวนนครบาล ถึงความคืบหน้าคดีหั่นศพเพื่อเร่งรัดคดี ............................................................................................................................................................... ตำรวจกัมพูชา จับกุม "อาตูร์" ผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าหั่นศพ "นายเดวิด เบอร์นาร์ด" ชาวสเปนได้ที่ สีหนุวิลล์ เมืองชายทะเลสุดหรู ขณะพยามหลบหนี เว็บไซต์สำนักข่าว ฟอกซ์ นิวส์ รายงานว่า เมื่อเวลา 23.00 น. ของวันที่ 7 ก.พ. ตำรวจกัมพูชา สามารถจับกุมตัว นายอาตูร์ หรือ อาเธอร์ เซกราร่า ปรินเซป ผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด  นักธุรกิจชาวสเปน ที่ สีหนุวิลล์ เมืองชายทะเลที่มีชื่อเสียงที่สุดของกัมพูชา จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกัมพูชา ที่บอกกับทางสำนักข่าว EFE ผ่านทางโทรศัพท์ว่า สามารถจับกุมนายอาตูร์ได้ที่เมืองทางตอนใต้ของสีหนุวิลล์ เมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งสำนักข่าว ขะแมร์ 440 นิวส์ ได้ตีพิมพ์ภาพของผู้ต้องสงสัยรายนี้ ลงสื่อขณะที่ถูกควบคุมตัว นายอาตูร์ ไว้ที่สถานีตำรวจสีหนุวิลล์ ก่อนถูกจับกุมนายอาตูร์ ได้กินอาหารเย็นที่จังหวัดสุรินทร์ ภาคตะวันออก เฉียงเหนือของไทย และเมื่อเขาถูกกลุ่มของคนไทยบริเวณนั้นเห็นใบหน้า นายอาตูร์ จึงหนีไปกัมพูชา ซึ่งทางจ้าหน้าที่ได้พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีแดง ของ นายอาตูร์ เมื่อเช้าวันเสาร์ บริเวณป่ารกชายแดนไทย-กัมพูชา ในรายงานข่าวของสื่อกัมพูชา ระบุว่า นายอาตูร์ ถูกจับกุมขณะที่แต่งกายสวมเสื้อแจ็คเก็ตแขนยาวสีเขียวคาดดำ กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ และพยายามหลบหนีออกทางทะเล โดยทางการกัมพูชา กำลังนำตัว นายอาตูร์ เดินทางมายังชายแดนจังหวัดสระแก้ว คาดว่าจะนำตัวแถลงข่าวการจับกุมในเช้าวันนี้ ............................................................................................................................................................... สาวชาวสุรินทร์คนสนิทผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน ยันไม่เกี่ยวกับเหตุฆาตกรรม จนท.คุมเข้มชายแดนไทย-กัมพูชา วันนี้ 6 ก.พ. ตำรวจ จ.สุรินทร์ ได้เชิญตัว น.ส.ปริศนา อายุ 22 ปี เพื่อนสาวของนายอาตูร์ ชาวสเปน ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน มาสอบปากคำในเบื้องต้นที่ ห้องสืบสวนภูธร จ.สุรินทร์ โดยเบื้องต้น น.ส.ปริศนา รับสารภาพว่า นายอาตูร์ มาอยู่อาศัยกับตนเองตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค.59 ที่ผ่านมา โดยนั่งรถจักรยานยนต์ ออนด้า รุ่นพีซีเอ็ก สีแดง ล้อทอง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาด้วยกัน โดยพักอยู่ที่บ้านจะแกโกน ต.สำโรง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งนายอาตูร์ได้หลบหนีไปตั้งแต่เมื่อวานช่วงเวลา 6 โมงเย็นแล้ว หลังพากันไปเที่ยวที่ร้าน คาราโอเกะ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ระหว่างนั้นพนักงานพากันเปิดดูข่าว พบ ข่าวและภาพของนายอาตูร์ พอดี จึงพากันสงสัย นายอาตูร์ จึงรีบขับรถจักรยานยนต์หนีออกไป หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ เชิญตัว น.ส.ปริศนา มาสอบสวนให้ปากคำดังกล่าว ซึ่งในเบื้องต้น น.ส.รับสารภาพว่า ได้ไปทำงานที่ กทม.และคบกับนายอาตูร์ มากว่า 6 เดือนแล้ว โดยพักคอนโดคนละแห่งกัน และไม่ทราบเรื่องว่านายอาตูร์ เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ซึ่งตนเองไม่รู้ไม่เห็นด้วยกับเรื่องที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด ขณะที่ จนท.ตำรวจเร่งไล่ล่าผู้ต้องหารายนี้ คาดว่าจะยังคงหลบหนีอยู่ในพื้นที่ จ.สุรินทร์ หรืออาจจะหลบหนีออกนอกประเทศตามแนวชายแดนไทยกัมพูชาแล้วก็เป็นได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจสามารถตรวจยึดรถ จยย.คันดังกล่าวถูกจอดทิ้งไว้ที่บริเวณตลาดสมบัติ ซึ่งเป็นตลาดการค้า ติดชายแดนไทย-กัมพูชา ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการปรานงานตรวจสกัดจับในทุกช่องทางแล้ว ขอบคุณ INN _________________________________________________________________________________________ เจ้าหน้าที่ตำรวจเผยข้อมูลล่าสุดพบชายชาวสเปน ต้องสงสัยเอี่ยวขบวนการฆ่าหั่นศพชาวสเปน วันนี้ 5 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการเปิดเผยภาพผู้ต้องสงสัย 1 ในขบวนการฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด นักธุรกิจชาวสเปน ชื่อนายอาตูร์ เป็นชาวสเปน โดยตำรวจ ยืนยันยังหลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย และ เชื่อว่ากลุ่มคนร้าย น่าจะเป็นชาวสเปน ส่วนคนไทย ที่เกี่ยวข้องอาจจะทำหน้าที่ ในการขับรถให้ทีมคนร้ายฆ่าหั่นศพ ที่เอาศพไปทิ้งในพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยทางด้าน พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ 10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีฆ่าหั่นศพ ยืนยันว่า จะสามารถจับมือฆ่าหั่นศพได้ ทั้งคนไทย และคนต่างชาติที่ร่วมขบวนการ เร็วๆนี้ เพราะจากข้อมูลหลักฐานการนั้นค่อนข้างชัดเจน และดำเนินการได้ โดยเฉพาะข้อมูล จากเพื่อนของนายเดวิด ที่ระบุว่า การติดต่อทางข้อความไลน์ กับนายเดวิด ครั้งสุดท้าย 1 สัปดาห์ก่อนพบศพลอยแม่น้ำเจ้าพระยานั้น ข้อความสนทนามีพิรุธ เพราะการใช้คำพูดไม่คุ้นเคย และเป็นคำสนทนาที่นายเดวิดไม่เคยใช้มาก่อน นอกจากนี้เบาะแสสำคัญ มีพยานยืนยันว่า เมื่อวันที่ 20 ม.ค. เห็นนายเดวิด ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิก สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ออกไปจากคอนโด กับชายชาวต่างชาติ และหลังจากนั้นก็ไม่ได้กลับเข้ามาอีกเลย ซึ่งข้อมูลนี้ชุดสืบกำลังเร่งติดตามแกะรอยจากกล้องวงจรปิดเพื่อเร่งจับตัวมาร่วมขบวนการ ขอบคุณ Voice Tv _________________________________________________________________________________________________ พล.ต.อ.ปัญญา เผย คดีฆ่าหั่นศพ คืบ 80% เร่งรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับ มั่นใจจับตัวคนร้ายได้ ชี้ ยังไม่พบประวัติก่อเหตุในไทย พลตำรวจเอก ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ 10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีฆ่าหั่นศพ นายดาบิด แบร์นาด อายุ 39 ปี ทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยาหลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และปทุมธานี ว่า หลังจากเจ้าหน้าที่สามารถพิสูจน์ทราบและยืนยันตัวบุคคลได้แล้ว ทำให้สามารถขมวดปมและรู้ว่ากลุ่มผู้ต้องหาว่าเป็นกลุ่มใด เบื้องต้นยังให้น้ำหนักไปที่ฝีมือกลุ่มชาวต่างชาติที่ต้องการทรัพย์สินจากผู้ตาย ก่อนจะฆ่าปิดปากและอำพรางศพด้วยการหั่นเป็นชิ้น ซึ่งจากพยานหลักฐานทั้งทางนิติวิทยาศาสตร์ และพยานบุคคล ทำให้คดีมีความคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 80 โดยขณะนี้ในส่วนของแนวทางการสอบสวน ได้เร่งรัดให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับ ส่วนในแนวทางการสืบสวนได้กำชับให้ตำรวจกองปราบปราม ตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1 และตำรวจท่องเที่ยว ติดตามตัวละครต่าง ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับกลุ่มคนร้าย เพื่อหาจุดที่คนร้ายจับตัวผู้เสียชีวิตไป ตลอดจน สถานที่กักขัง จุดฆาตกรรมชำแหละและจุดทิ้งศพลงแม่น้ำเจ้าพระยา อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.ปัญญา กล่าวว่า จากการตรวจสอบฐานข้อมูลอาชญากรรมข้ามชาติ ยังไม่พบประวัติคนร้ายกลุ่มดังกล่าวก่อเหตุในไทย แต่ได้ประสานให้ทางสถานเอกอัครราชทูตสเปนประจำประเทศไทย และกรมการกงสุส กระทรวงการต่างแประเทศ ดำเนินการตรวจสอบให้อีกครั้ง ซึ่งยังอยู่ระหว่างการรอผล ----------------------------------------------------------------------------- ข้อมูลล่าสุดคาดว่าชิ้นส่วนมนุษย์ทั้งหมด อาจเป็นนักท่องเที่ยวชาวสเปนที่ญาติได้แจ้งความไว้ว่าหายไป ที่ สน.ลุมพินี วันนี้ 4 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดชุดสืบสวนได้ข้อมูลว่าชิ้นส่วนมนุษย์ที่ถูกพบน่าจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวสเปนที่ญาติได้แจ้งหายไว้ที่สน.ลุมพินี ทั้งนี้สำหรับนักท่องเที่ยวรายนี้ครบกำหนดเดินทางกลับจากการท่องเที่ยวในประเทศ ตั้งแต่ปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาแต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เดินทางกลับแต่อย่างใด เมื่อตรวจสอบข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ก็ยังไม่พบข้อมูลการเดินทางออกจากประเทศไทย ทางด้าน พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) เปิดเผยว่า ถึงขณะนี้ยังไม่สามารถระบุตัวคนตายได้แน่ชัดอยู่ระหว่างการประสานกับญาติชาวสเปนรายนี้ เพื่อเปรียบเทียบลายนิ้วมือและดีเอ็นเอเพื่อยืนยันตัวบุคคล ทั้งนี้ ยังมีรายงานข่าวแจ้งว่าขณะนี้ทีมสืบสวนตำรวจนครบาลได้ลงพื้นที่ ภายในซอยสุขุมวิทซอย 8 ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายที่มีพยานพบเห็นนักท่องเที่ยวรายนี้ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 19 ม.ค.59ที่ผ่านมา ขอบคุณข้อมูล TNN24 ................................................... พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ.10 เรียกประชุมชุดสืบสวนติดตามความคืบหน้า คดีฆ่าหั่นศพลอยเจ้าพระยา นัดแรกบ่ายนี้ วันนี้ 4 ก.พ. พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ.10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนกรณีพบชิ้นส่วนมนุษย์ถูกทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยา เรียกชุดสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1 ปทุมธานี และนนทบุรี ตลอดจนหน่วยสนับสนุน อาทิ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เข้าร่วมประชุมในเวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อติดตามความคืบหน้าในทางคดี และวางแนวทางการทำงานให้กับชุดสืบสวนสอบสวนเพื่อหาตัวคนร้าย ซึ่งเป็นการประชุมเพื่อคลี่คลายคดีครั้งแรก หลังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีหนังสือแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าชุด ซึ่งภายหลังการประชุมแล้วเสร็จ จะมีการแถลงความคืบหน้าในทางคดีต่อไป อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยผลการตรวจพิสูจน์ชิ้นส่วนมนุษย์ที่พบทั้ง 6 ชิ้นว่า จากการตรวจดีเอ็นเอ และรอยต่อเปรียบเทียบกัน พบว่าเป็นชิ้นส่วนจากบุคคลเดียวกัน ซึ่งมีลักษณะเป็นชาย ยังไม่ทราบเชื้อชาติที่แน่ชัด อายุประมาณ 40 ปี สูงประมาณ 165 เซนติเมตร ผมดำ มีหนวดเครา มีขนตามตัวค่อนข้างมาก มีรอยผ่าตัดไส้ติ่ง ฟันสะอาด ค่อนข้างเป็นผู้มีสุขภาพดี แต่จากการตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอกับบิดาของบุคคลสูญหายที่ จ.ระยอง ไม่ตรงกัน ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีกชิ้นส่วนขามนุษย์ ขาซ้ายท่อนบนช่วงกลาง ในถุงดำ ลอยติดแม่น้ำเจ้าพระยาท่าน้ำรง.ปทุมธานีฯ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ คาดเป็นคนเดียวกันกับที่พบมาหลายวันนี้ เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งชาวบ้านพบชิ้นส่วนมนุษย์ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยจุดที่พบอยู่บริเวณท่าน้ำ ภายในโรงงานปทุมธานีแห่งหนึ่ง จ.ปทุมธานี ลักษณะชิ้นส่วนที่พบคือขาซ้ายท่อนบนช่วงกลาง และท่อนล่างช่วงกลาง มีขนาดประมาณ 46 เซ็นติเมตร เบื้องต้นชาวบ้านผู้พบเห็นได้ให้ข้อมูลว่ามาจอดเจออยู่ใกล้ฝั่งโรงงานดังกล่าว จากนั้นเห็นถุงดำที่มีส่วนชิ้นเนื้อโผล่ออกมาลอยอยู่ในน้ำจึงแจ้งทาง สภ.ปากเกร็ด ล่าสุดเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้เข้ามายังจุดเกิดเหตุและอยู่ระหว่างตรวจสอบและเก็บหลักฐาน คาดเป็นชิ้นส่วนของคนเดียวกันที่พบก่อนหน้านี้ น.1เผยDNAหั่นศพเป็นชายไทยจี้ดูCCTV พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกรณีการพบชิ้นส่วนศพในแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ของตำรวจนครบาล 7 ปทุมธานี และนนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้นำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดให้แพทย์นิติวิทยาตรวจสอบ ซึ่งผลชันสูตร พบว่าชิ้นส่วนทั้งหมดเป็นบุคคลคนเดียวกัน และคาดว่าเป็นชายไทย อายุประมาณ 40 - 50 ปี โดยจากการตรวจสอบประวัติ ไม่พบว่าเคยต้องโทษ หรือคดีความใด ๆ นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 ประสานงานกับแพทย์นิติเวชด้วยตนเอง เพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติม และเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ส่วนจุดทิ้งคาดว่าคนร้ายน่าจะนำศพไปทิ้ง วิเคราะห์ตามกระแสน้ำ และทิศทางการไหลของน้ำ สันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นช่วงบริเวณสะพานพระนั่งเกล้าฯ ซึ่งได้สั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวแล้ว รวมถึงให้กองบังคับการตำรวจนครบาล ที่มีพื้นที่ติดบริเวณริมแม่น้ำ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด จุดที่น่าสงสัย เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม พร้อมกันนี้เชื่อว่า การทำคดีนี้ไม่ยากแน่นอน สำหรับกรณีที่ นางสาวกาญจนา อ่อนสา ชาวจังหวัดระยอง ที่สงสัยว่าชิ้นส่วนที่พบเป็นสามีของตนที่หายไป ซึ่ง พล.ต.ท.ศานิตย์ ระบุว่า จะทราบผลภายในวันนี้ว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ผบช.ภ.1รอผลนิติเวชก่อนคลี่ปมคดีฆ่าหั่นศพ พลตำรวจโท ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยถึงความคืบหน้า กรณีพบชิ้นส่วนศพลอยในแม่น้ำเจ้าพระยาว่า จะต้องรอผลตรวจทางนิติเวชก่อนว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ พร้อมทั้งต้องรอผลตรวจดีเอ็นเอของ นายศรี ขันติเนตร บิดา นายเกียรติศักดิ์ ขันติเนตร ที่แจ้งว่า ลูกชายหายตัวไป เมื่อวันที่ 22 มกราคม ในพื้นที่ สภ.เมืองระยอง ซึ่งขณะนี้ผลตรวจยังไม่ออก และหากรู้ชื่อผู้ตาย ขั้นตอนต่อไป เจ้าหน้าที่จะได้ตั้งประเด็นในการสืบสวนสอบสวนต่อไป ทั้งนี้ ภายในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 ยังไม่มีการแจ้งบุคคลสูญหาย แม้แต่พื้นที่เดียว และจากประวัติคดีอาชญากรรมในพื้นที่ ยังไม่เคยพบเห็นคดีที่มีความรุนแรงในลักษณะดังกล่าว ส่วนตัวคาดว่า คนร้ายน่าจะมีความพยายามในการอำพรางศพ แต่น่าจะไม่มีความรู้ดีพอ จึงไม่มีการนำชิ้นส่วนใส่ในถุง ด้าน พลตำรวจตรี นายแพทย์พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ระบุว่า ขณะนี้ผลตรวจ สามารถยืนยันได้ว่า ชิ้นส่วนที่พบเป็นบุคคลเดียวกัน เนื่องจาก สามารถนำชิ้นส่วนมาต่อประกอบกันได้ ขณะที่ ผลตรวจดีเอ็นเอ ที่จะยืนยันว่า เป็นบุคคลใด หรือ เสียชีวิตด้วยสาเหตุใด ขณะนี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้ ต้องใช้เวลาพอสมควร และเจ้าหน้าที่นิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ต้องทำงานร่วมกับ พนักงานสอบสวน ในการประสานข้อมูลหลักฐานอื่น ๆ ร่วมด้วย ขอบคุณรูปภาพและเนื้อหาจาก INN ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผบช.น. เผย ชิ้นส่วนศพลอยแม่น้ำเป็นคนเดียวกัน คาดเป็นชายไทยอายุ 40 - 50 ปี พร้อมสั่งโรงพักริมน้ำตรวจสอบ CCTV จุดที่น่าสงสัย วันนี้ 3 ก.พ. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกรณีการพบชิ้นส่วนศพในแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ของตำรวจนครบาล 7 ปทุมธานี และนนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้นำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดให้แพทย์นิติวิทยาตรวจสอบ ซึ่งผลชันสูตร พบว่าชิ้นส่วนทั้งหมดเป็นบุคคลคนเดียวกัน และคาดว่าเป็นชายไทย อายุประมาณ 40 - 50 ปี โดยจากการตรวจสอบประวัติ ไม่พบว่าเคยต้องโทษ หรือคดีความใด ๆ นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 ประสานงานกับแพทย์นิติเวชด้วยตนเอง เพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติม และเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ส่วนจุดทิ้งคาดว่าคนร้ายน่าจะนำศพไปทิ้ง วิเคราะห์ตามกระแสน้ำ และทิศทางการไหลของน้ำ เบื้องต้นคาดว่าจุดทิ้งเป็นช่วงบริเวณสะพานพระนั่งเกล้าฯ ซึ่งได้สั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวแล้ว รวมถึงให้กองบังคับการตำรวจนครบาล ที่มีพื้นที่ติดบริเวณริมแม่น้ำ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด จุดที่น่าสงสัย เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม พร้อมกันนี้เชื่อว่า การทำคดีนี้ไม่ยากแน่นอน สำหรับกรณีที่ น.ส.กาญจนา อ่อนสา ชาวจังหวัดระยอง ที่สงสัยว่าชิ้นส่วนที่พบเป็นสามีของตนที่หายไป ซึ่ง พล.ต.ท.ศานิตย์ ระบุว่า จะทราบผลภายในวันนี้ว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ขอบคุณ INN ....................................................... ความคืบหน้าคดีพบชิ้นส่วนมนุษย์ สถาบันนิติเวชวิทยา ตรวจสอบ ชิ้นส่วนมนุษย์ 4 ชิ้น ที่ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้สะพานพระราม 5 ชี้เป็นคนเดียวกันกับที่พบในพื้นที่ ฝั่งธน และอำเภอเมืองจ.นนทบุรี ขณะนี้อยู่ในระหว่างการรอชิ้นส่วนที่เหลือ ส่งไปตรวจดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์ว่าเป็นร่างกายของผู้ใดต่อไป พร้อมกันนี้ พล.ต.อ. พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ครอบครัวของชายที่หายตัวไปจาก จ.ระยอง ลงพื้นที่ท่าน้ำพระราม 5 เพื่อตรวจสอบชิ้นส่วนขาขวาของมนุษย์ มีการนำดีเอ็นเอไปตรวจ ผู้เชี้ยวชาญระบุว่า ชิ้นส่วนดังกล่าว เป็นขาของชาวเอเชีย ขณะนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนเป็นพิเศษ เพื่อหาความจริงต่อไป ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ พบชิ้นส่วนมุนษย์เพิ่ม บริเวณกรมเจ้าท่า ใกล้สะพานพระราม 5 เป็นแข้ง ขาขวา ขณะที่ ขาซ้าย ลอยติดท่าน้ำวัดเกริน ต.บางกระดี จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ลงพื้นนำชันสูตรเชื่อมโยงชิ้นส่วนที่พบก่อนหน้าที่ วันนี้ 2 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า วินมอเตอร์ไซค์พบชิ้นส่วนมุนษย์ส่วนแข้ง ขาด้านขวา ลอยอยู่บริเวณกรมเจ้าท่า ใกล้สะพานพระราม 5 เขตบางสีเมือง สภาพชิ้นส่วนยังปกติไม่เน่าเปื่อย สีขาวซีด และได้ผูกมัดไว้เพื่อป้องกันการลอยไปตามกระแสน้ำ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ และกำลังนำชิ้นส่วนของมนุษย์ไปชันสูตรว่า มีความเชื่อมโยงกับชิ้นส่วนของร่างมนุษย์ที่พบก่อนหน้านี้หรือไม่ ขณะเดียวกันที่ปทุมธานี ได้รับแจ้งว่า พบชิ้นส่วนมนุษย์ เป็นขาด้านซ้าย ลอยอยู่บริเวณ ท่าน้ำวัดเกริน ต.บางกระดี จ.ปทุมธานี สภาพชิ้นส่วนยังปกติ สีขาวซีด เบื้องต้น เจ้าหน้าตำรวจ ลงพื้นที่และได้นำชิ้นส่วนของมนุษย์ ขึ้นมาจากน้ำแล้ว โดยกำลังรอเจ้าหน้าที่นิติเวช มาตรวจสอบเพิ่มเติมว่า ชิ้นส่วนขาซ้ายที่พบนั้น มีความเชื่อมโยงกับชิ้นส่วนของร่างมนุษย์ที่พบก่อนหน้านี้หรือไม่ อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถระบุได้ว่าชิ้นส่วนที่พบนั้นเป็นของคนไทยหรือชาวต่างชาติ ขอบคุณ INN ....................................................... "พล.ต.ท.ศานิตย์" ส่ง 4 ชิ้นส่วนมนุษย์ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ให้แพทย์ชันสูตรเป็นเคสเร่งด่วน คาดว่าเป็นชายชาวเอเชีย  วันนี้ 1 ก.พ. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้ากรณีพบชิ้นส่วนมนุษย์ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา โดยขณะนี้ได้นำชิ้นส่วนทั้งหมด 4 ชิ้น คือ ส่วนศีรษะ แขนขวา ขาขวา และลำตัว ส่งให้แพทย์ชันสูตรอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเป็นเคสพิเศษเพื่อพิสูจน์ DNA และตรวจสอบว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถระบุเวลาที่จะทราบผลชัดเจนได้ แต่เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นชายชาวเอเชีย อย่างไรก็ตามต้องรอผลจากแพทย์ชันสูตรศพก่อน จึงจะดำเนินการสอบสวนขยายผลต่อไป ศานิตย์คาดผลชันสูตรชิ้นส่วนศพจะชัดเจนพรุ่งนี้ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เรียกประชุมชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีพบชิ้นส่วนมนุษย์ที่ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมเปิดเผยว่า ระหว่างนี้อยู่ระหว่างนำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมด ส่งให้สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม หรือ ดีเอ็นเอ ว่าเป็นของบุคคลเดียวกันหรือไม่ และผู้ตายเป็นชนชาติใด ซึ่งจากที่ได้รับรายงาน คาดว่าผู้ตายน่าจะเป็นแขกขาว แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจริงหรือไม่ ขณะเดียวกัน ตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1 กำลังอยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อเร่งหาสถานที่เกิดเหตุในการฆาตกรรมว่าอยู่จุดใด แต่จากการสันนิษฐานเบื้องต้น เชื่อว่าน่าจะมีการฆ่าหั่นศพจากบริเวณอื่น ก่อนนำร่างของผู้ตายมาทิ้งเหนือสะพานพระนั่งเกล้า ส่วนผลการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร คาดว่าน่าจะมีผลสรุปได้ภายในวันนี้ หรือพรุ่งนี้ ดังนั้นจึงอยากฝากประชาสัมพันธ์ถึงประชาชนทุกคน หากเชื่อว่าผู้ตายเป็นญาติพี่น้อง หรือบุคคลใดที่คาดว่าจะรู้จักผู้ตาย ให้ติดต่อเพื่อขอดูศพ หรือตรวจพิสูจน์ทราบดีเอ็นเอ ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีก! ชิ้นส่วนศีรษะมนุษย์ ถูกเทปพันรอบยัดถุงดำ ลอยใต้ถุนบ้านประชาชนย่านบางศรีเมือง เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบ คาดเป็นคนเดียว เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิได้รับแจ้งจากประชาชนย่านบางศรีเมือง จ.นนทบุรี ว่าพบชิ้นส่วนมนุษย์ส่งกลิ่นเหม็นอยู่ใต้ถุนบ้าน จึงรุดไปตรวจสอบพบ เป็นชิ้นส่วนศีรษะเพศชาย ถูกคุมด้วยถุงดำ มีเทปสีใสพันรอบศีรษะ มีหนวดเครา ผมสั้น และศีรษะล้าน ซึ่งคาดว่าน่าจะเสียชีวิตมานานกว่า 4 วัน เจ้าหน้าที่จึงเคลื่อนย้ายศีรษะมายังวัดตำหนักใต้ พื้นที่ สภ.นนทบุรี และขณะนี้อยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม คาดว่าชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดน่าจะเป็นบุคคลคนเดียวกัน และยังเหลือชิ้นส่วนแขนซ้ายและขาซ้ายที่ยังไม่พบ ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีก ชิ้นส่วนลำตัวมนุษย์ ลอยเจ้าพระยา ที่ท่าน้ำนนทบุรี จนท.เร่งตรวจสอบนำมารวมกับที่พบก่อนหน้านี้ วันนี้ (31ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบชิ้นส่วนมนุษย์เพิ่มเติมอีก โดยเบื้องต้นจุดที่พบคือ ท่าน้ำวัดโพธิ์ทองบน อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยเป็นชิ้นส่วนช่วงลำตัวของเพศชาย ซึ่งขณะนี้ จนท.ตร. และกู้ภัยได้นำเอาชิ้นส่วนมาบนฝั่ง และสันนิษฐานว่า อาจจะเป็นชิ้นส่วนของคนเดียวกันกับที่พบก่อนหน้านี้ 2 ชิ้นคือ ช่วงแขน และพบช่วงขา ก่อนหน้านี้ ซึ่งทาง จนท.ตร.สภ.เมืองนนทบุรี และ จนท.กู้ภัย จะได้นำชิ้นส่วนดังกล่าวไปตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชต่อไปว่าใช่คนเดียวกันกับที่เจอก่อนหน้านี้หรือไม่ ....................................................... พบชิ้นส่วนแขนมนุษย์ มีรอยถูกของมีคมตัด ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ตำรวจเร่งตรวจสอบ หวั่นฆาตกรรมหั่นศพ ได้รับแจ้งจากอาสามัครกู้ภัย มูลนิธิร่วมกตัญญู พบชิ้นส่วนมนุษย์ในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณข้างอู่ต่อเรือวัดคหบดี ซ.จรัญสนิทวงศ์ 44 โดยชิ้นส่วนที่พบแขนขวา ตั้งแต่ไหล่ลงมา สภาพซีดขาว และยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็น เพศชายหรือหญิง นอกจากนี้ ยังพบว่ามีร่อยรอย คล้ายถูกของมีคมตัดค่อนข้างชัดเจนโดยสันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นการฆาตกรรมหั่นศพ ซึ่งขณะนี้ร้อยเวร สน.บวรมงคล เข้าตรวจสอบแล้ว และอยู่ระหว่างรอแพทย์ชันสูตรหาสาเหตุที่ชัดเจน MThai News

น่าชื่นชม! สุรชาติ นำเงินค่าเซ็นสัญญาช่วยน้องๆที่ไร้สังกัด
กัปตันเก่ง /  บางกอกกล๊าส เอฟซี / 

ดาวยิง "สุภาพบุรุษโล่ห์เงิน" สโมสรเพื่อนตำรวจ เผยสาเหตุที่ย้ายไปร่วมทีม บางกอกกล๊าส เอฟซี ด้วยสัญญายืมตัว 1 ปี เพราะต้องการนำเงินค่าเซ็นสัญญาล่วงหน้าไปช่วยเหลือน้องๆที่ยังไร้สังกัด "กัปตันเก่ง" สุรชาติ สารีพิมพ์ ดาวยิง "สุภาพบุรุษโล่ห์เงิน" เพื่อนตำรวจ ที่เพิ่งถูกตัดสินให้พักทีม 1 ปี เผยได้นำเงินทั้งหมดที่ได้จากการเซ็นสัญญาครั้งนี้มอบให้กับรุ่นน้องในทีมที่ยังไม่มีสังกัด และยังไม่สามารถมีรายได้เลยนับตั้งแต่ทีมต้นสังกัดมีปัญหาด้านการเงิน พร้อมกันนี้มีรายงานว่ามีอีกหลายสโมสรยื่นข้อเสนอให้เจ้าตัว แต่ "กัปตันเก่ง" ปฎิเสธไปเนื่องจากได้ค่าเซ็นสัญญาไม่เพียงพอแก่การช่วยเหลือน้องๆ จนถูกมองว่าเป็นคนเห็นแก่เงิน แต่ทว่าเรื่องมากระจ่าง เมื่อเจ้าตัวต้องการนำเงินส่วนนี้ไปช่วยเหลือน้องๆในทีมนั่นเอง

กต.แจง คนไทยในต่างแดน ต่ออายุ-ทดแทนบัตรปชช.ได้ที่สถานทูต
กระทรวงการต่างประเทศ /  คนไทยในต่างแดน / 

ชาวไทยในต่างแดนสามารถต่ออายุและทดแทนบัตรประชาชนที่สถานทูต สถานกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ได้ชี้แจงผ่านเพขเฟซบุ๊ค กรณีที่ชาวไทยในต่างแดนสามารถต่ออายุและทดแทนบัตรประชาชนที่สถานทูต สถานกงสุล นอกเหนือจากการทำและต่ออายุหนังสือเดินทางที่สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลของไทยทุกแห่งทั่วโลกแล้ว ประชาชนชาวไทยในต่างแดนยังสามารถไปยื่นเพื่อขอทดแทนหรือต่ออายุบัตรประชาชนชาวไทยที่สถานเอกอัครราชทูต (สอท.) และสถานกงสุลใหญ่ (สกญ.)ทั่วโลกจำนวน 93 แห่ง นายสุวัฒน์ จิราพันธุ์ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ได้กล่าวในระหว่างการเยือนกรุงโรม นครมิลาน และเมืองตูริน สาธารณรัฐอิตาลี วันที่ 20-25 มกราคม 2559 กรณีที่กระทรวงการต่างประเทศ โดยกรมการกงสุลได้มอบของขวัญให้ประชาชนในปี 2559 ซึ่งภายในปีนี้ สอท. และสกญ. ใน 93 แห่ง จะสามารถต่ออายุและทดแทนบัตรประชาชนชาวไทยให้กับคนไทยที่มีถิ่นพำนักในต่างประเทศ ซึ่งจะทำให้คนไทยของเราได้รับความสะดวกยิ่งขึ้นในการทำนิติกรรม หรือการติดต่อกับทางการของไทย หรือภาคธุรกิจในเรื่องต่าง ๆ เพราะปัจจุบันนี้บัตรประชาชนใบเดียวสามารถทำธุรกรรมทางกฎหมายได้เกือบทั้งหมด นายสุวัฒน์ฯ กล่าวว่า ตนได้หารือกับอุปทูตไทยที่กรุงโรมและรับทราบปัญหาทั้งด้านเทคนิคและด้านการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ โดยกระทรวงการต่างประเทศจะร่วมมือกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยต่อไป ให้การทำบัตรประชาชนของพี่น้องชาวไทยในต่างแดนเป็นไปอย่างสะดวกและคล่องตัวกว่าเดิม นายสุวัฒน์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการทำบัตรประชาชนที่สอท. และสกญ. แล้ว ชาวไทยได้ขอรับบริการเกี่ยวกับการทำนิติกรรมที่ สอท. และสกญ. เป็นจำนวนมาก เช่น การจดทะเบียนสมรส การออกสูติบัตร หรือการออกมรณบัตร เป็นต้น ซึ่งทางสอท. สกญ. ไทยตลอดจนกระทรวงการต่างประเทศก็ร่วมมือในการประสานข้อมูลกับทางกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย อยู่แล้ว แต่ในเร็ววันนี้จะได้เชื่อมโยงกันทางอินเตอร์เน็ตเพื่อให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลและตรวจสอบข้อมูลกันอย่างมีประสิทธิภาพ ลดเวลาการรอคอยและเวลาการติดต่อราชการของประชาชนลงอย่างมาก นอกจากนี้ ทางคณะยังได้พบหารือกับกงสุลกิตติมศักดิ์ของไทยที่นครมิลานและเมืองตูริน โดยได้ชี้ถึงพัฒนาการทางการเมืองความมั่นคงของไทย และผลักดันให้กงสุลกิตติมศักดิ์เพิ่มการประชาสัมพันธ์ข้อมูลด้านการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ตลอดจนกำชับให้ดูแลชาวไทยในเมืองต่าง ๆ อย่างใกล้ชิดตามที่ได้ดำเนินการช่วงที่ผ่านมา นายสุวัฒน์ฯ เผยว่าตนมีความยินดีที่ได้ไปชมการทำงานร่วมระหว่างเจ้าหน้าที่กงสุลไทยและพี่น้องชาวไทยจากชมรมชาวไทยในนครมิลานที่ช่วยกันบริการชาวไทยในอิตาลีในการจัดทำหนังสือเดินทางในลักษณะกงสุลสัญจร ในขณะเดียวกันตนก็ได้ยินดีกับชุมชนชาวไทยในตูรินที่ได้จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน พร้อมทั้งทำกิจกรรมส่งเสริมความเป็นไทยในหมู่ครอบครัวและลูกหลาน ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศก็พร้อมให้การสนับสนุนในรูปแบบต่าง ๆ อีกด้วย ทั้งนี้ ข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับกิจกรรมและหน้าที่ของกรมการกงสุล สามารถค้นหาข้อมูลผ่านทางเว็บไซท์ www.consular.go.th หรือดาวน์โหลด Application “Thai Consular” ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ Smart Phone หรือสอบถามข้อมูลผ่าน Call Center ได้ที่เบอร์โทรศัพท์ +662-572-8442 หรืออีเมล์ที่ consular04@mfa.go.th ขอบคุณข้อมูลจาก กระทรวงการต่างประเทศ

ลิขิตโชคชะตาด้วยตัวคุณเอง และ ให้โอกาสความโรแมนติกอีกครั้งกับ Happn
application /  happn / 

หมดสมัยของการรอโชคชะตาฟ้าลิขิตแล้ว คนยุคใหม่ต้องจัดการทุกสิ่งได้ด้วยแอพฯ Happn เป็นแอพพลิเคชั่นแรกที่ช่วยให้คุณค้นหาคนที่คุณเดินผ่านไปแล้วและอยากพบกันอีกครั้ง Happn ใช้เทคโนโลยี geolocated หรือการระบุตำแหน่งของผู้ใช้แบบเรียลไทม์ โดยทุกครั้งที่คุณและผู้ใช้คนอื่นเดินผ่านกัน โปรไฟล์ของคนเหล่านั้นก็จะปรากฏขึ้นบนหน้าจอแอพพลิเคชั่นของคุณทันที Happn เปิดตัวครั้งแรกที่ปารีส เมื่อปี 2557 และเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในกว่า 35 เมืองทั่วโลก ทั้งลอนดอน นิวยอร์ก ซานฟรานซิสโก มาดริด บาร์เซโลนา บัวโนสไอเรส เซา เปาโล เม็กซิโก ซิตี้ มิลาน และตอนนี้ก็มาถึงเมืองไทยแล้ว หากคุณเคยถามตัวเองว่า “อยากเจอหนุ่มหล่อคนนั้นอีกซักครั้งจัง ทำยังไงนะ แล้วถ้าเจออีกก็คงไม่กล้าเข้าไปทักอยู่ดี” Happn คือคำตอบที่ช่วยคุณได้แน่นอน Happn ใช้งานอย่างไร ? ดาวน์โหลด Happn ได้ฟรีที่แอพ สโตร์ (App Store) เพลย์ สโตร์ (Play Store) และวินโดว์ สโตร์ (Windows Store) แล้วเริ่มต้นสนุกกับการใช้งานได้ง่ายๆ พร้อมกับผู้ใช้งานคนอื่นๆ  หน้าแรกของแอพฯจะเป็นไทม์ไลน์แสดงโปรไฟล์ของคนที่ผ่านเข้ามาในสถานที่ใกล้เคียงกับคุณ เขาคนนั้นอ่านจะเพิ่งเดินผ่านหน้าคุณไป หรือคุณอาจจะเดินสวนทางกันมาแล้วหลายครั้ง แอพพลิเคชั่น Happn ก็บอกคุณได้ รวมถึงยังบอกช่วงเวลาและสถานที่แบบกว้างๆ ที่คุณและเขาคนนั้นเดินผ่านกันครั้งสุดท้ายอีกด้วย จะเริ่มคุยกับคนๆ นั้นได้อย่างไร ? ถ้าคุณเดินผ่านกับคนที่คุณปิ๊งขึ้นมา บอกชอบเขาด้วยไอคอนรูปหัวใจ ซึ่งเขาคนนั้นจะไม่รู้หรอกว่าคุณส่งใจมาให้ เว้นแต่ว่าเขาก็ชอบคุณและแอบส่งใจมาให้เหมือนกัน ฉะนั้นไม่ต้องห่วงว่าจะเสียฟอร์มนะสาวๆ แต่ถ้าอยากให้เขารู้แบบไม่ต้องคอยลุ้น คุณก็สามารถส่ง Charm ไปให้เขาได้เลย เพราะเราจะช่วยเตือนเขาให้ ถ้าต่างฝ่ายต่างส่งใจให้กัน ก็เริ่มต้นคุยกันผ่านแอพได้เลย ผู้ใช้งานคนอื่นๆ จะไม่มีทางเห็นสถานที่และตำแหน่งของคุณอย่างแน่นอน แอพพลิเคชั่นจะเก็บเฉพาะข้อมูลจุดที่มีการเดินผ่านกันเท่านั้น คุณสามารถบล็อกผู้ใช้คนอื่นที่ทำตัวไม่น่ารักได้ทุกเมื่อที่ต้องการ การเชื่อมต่อกับเฟซบุค มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงข้อมูลเพื่อนที่รู้จักกันของทั้งสองฝ่ายและความสนใจที่ตรงกันเท่านั้น และที่สำคัญคือช่วยป้องกันพวกชอบสร้างโปรไฟล์หลอกๆ ได้ด้วย  Happn จะไม่โพสข้อความหรืออะไรบนหน้าวอลล์เฟซบุคของผู้ใช้งานเด็ดขาด หากไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้ แนวคิดการใช้งานพร้อมกันหลายๆ คน ช่วยป้องกันผู้ใช้จากสแปมและการคุกคาม ใกล้วันวาเลนไทนเผื่อใครยังไม่มีคู่เดท แอพนี้อาจจะช่วยได้ค่ะ

สากเก่ายังโหดกว่า!! แฟนหงส์เปลี่ยนฝั่งเทใจยก แครอท โหดกว่า บิ๊กเบน เป็นไหนๆ
ขุนค้อน /  คริสติย็อง เบนเตเก้ / 

เห็นฟอร์มการเล่นนัดล่าสุดแล้วน่าจะเกินเยียวยา! สำหรับ คริสติย็อง เบนเตเก้ ดาวยิงกระสุนด้านของ ลิเวอร์พูล ที่ล่าสุดโดนสาวก "เดอะค็อป" ในโลกออนไลน์ แสดงความเห็นผ่าน ทวิตเตอร์ หลังจบศึก เอฟเอ คัพ รอบ4 นัดรีเพลย์ก่อนที่ "หงส์แดง" จะบุกไปพ่าย เวสต์แฮม 1-2 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ว่าอดีตศูนย์หน้าที่ปัจจุบันเล่นให้กับ "ขุนค้อน" อย่าง แอนดี้ แคร์โรลล์ ยังจะเก่งกว่า เบนเตเก้ ซะอีก โดยเกมดังกล่าว แอนดี้ แคร์โรลล์ ถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรอง พร้อมกับสร้างความปั่นป่วนให้กับแผงหลัง "หงส์แดง" ชนิดที่ต้องมีตัวประกบติดอย่างน้อยๆ 2-3 คน ต่างจากทาง คริสติย็อง เบนเตเก้ ที่อุตส่าห์ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงครบ 120 นาที ซึ่งก็ไม่ได้มีกองหลังตามตัวเป็นเงา แต่กลับไม่สามารถผลิตสกอร์ช่วยทีมได้เลยแม้แต่ลูกเดียว ความเห็นแฟนบอล ลิเวอร์พูล บางส่วน ที่เปรียบเทียบระหว่าง แคร์โรลล์ กับ เบนเตเก้ Qweyku Carter..#YNWA : เบนเตเก้ ทำอะไรไม่ได้แม้แต่จะจ่ายบอล ในขณะที่ แคร์โรลล์ ดูเหนือชั้นกว่าเยอะ achmad? : ตอนนี้ ลิเวอร์พูล ควรมี แคร์โรลล์ อยู่ในทีมมากกว่า เบนเตเก้ G®@y ™ : แคร์โรลล์ โชว์ให้ เบนเตเก้ เห็นเต็มสองตาว่าบทบาทของศูนย์หน้าหมายเลข 9 เขาทำกันยังไง Grujic : แคร์โรลล์ ดีกว่า เบนเตเก้ Adam Smith : แคร์โรลล์ โชว์ให้ เบนเตเก้ เห็นว่าการเล่นบอลด้วยหัวเขาทำกันยังไง, โคตรน่ากลัว

ตื้นตันใจ! ชาวนาร่วมใจลงแขกเกี่ยวข้าวผืนนา 'ทรงพระเจริญ'
ข้าว /  ทำนา / 

ตื้นตันใจ! ชาวนา จ.นครสวรรค์ ร่วมใจลงแขกเกี่ยวข้าวบนผืนนา 'ทรงพระเจริญ' เพื่อฉลองวันเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากกรณีที่นายจีรพงษ์ จูอาภรณ์ อายุ 45 ปี เกษตรกรในพื้นที่หมู่ 3 ต.บางพระหลวง อ.เมือง จ.นครสวรรค์ สร้างความฮือฮาด้วยการได้เนรมิตพื้นที่การเกษตรกว่า 2 ไร่ของตนเอง ทำนาข้าว โดยมีการปลูกต้นข้าวเรียงรายให้ออกมาเป็นรูปตัวอักษรพยัญชนะไทย คำว่า “ทรงพระเจริญ” เพื่อฉลองวันเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งสร้างความสวยงามอย่างมาก จนถึงขั้นมีผู้คนต่างเดินทางไปถ่ายภาพความสวยงามกันอย่างไม่ขาดสาย ตามที่ปรากฏเป็นข่าวดังไปแล้วนั้น ล่าสุดวันนี้ 9 ก.พ. นายธนาคม จงจิระ ผวจ.นครสวรรค์ พร้อมด้วย พล.ต.บุญยืน อินกว่าง ผบ.มทบ.31 และหัวหน้าส่วนราชการ เดินทางไปร่วมกันทำพิธี ลงแขกเกี่ยวข้าวที่แปลงนาอักษร "ทรงพระเจริญ" หลังถึงฤดูที่จะต้องเก็บเกี่ยวพันธุ์เมล็ดข้าวตามกำหนดครบ 3 เดือน โดยมีนายจีรพงษ์ จูอาภรณ์ เจ้าของแปลงนาดังกล่าว ชาวบ้านในพื้นที่ รวมถึงนักเรียนนักศึกษา กว่า 300 คน มาร่วมกันลงแขกเกี่ยวข้าวกันอย่างคึกคัก ส่วนเมล็ดพันธ้าวที่เก็บเกี่ยวได้ เป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวปัง กข 41 ซึ่งนายจีรพงษ์ มีความประสงค์ที่จะเก็บส่วนหนึ่งไว้ทำนาในฤดูกาลต่อไป ขณะที่เมล็ดข้าวอีกส่วนหนึ่ง ได้ได้มอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นำแจกจ่ายให้กับประชาชนที่มาร่วมกันลงแขกเกี่ยวข้าว ให้นำไปปลูกในแปลงของตนเอง เพื่อเสริมความเป็นมงคล ทางด้านด้าน นายจีรพงษ์ เปิดเผยว่า แปลงนาอักษร "ทรงพระเจริญ" ผืนนี้ ตนมีความตั้งใจทำอย่างมาก ที่จะทำความดีถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระองค์ท่านที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อพสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศมาโดยตลอด ซึ่งก็ประสบผลสำเร็จไปได้ด้วยดี จนมาถึงวันนี้ ครบ 3 เดือนที่จะต้องเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ปลูกไว้แล้ว ยิ่งทำให้ตนรู้สึกตื้นตันใจยิ่งนัก ซึ่งในส่วนของการทำนาครั้งต่อไป ตนจะทำแบบนี้ทุกปี เพราะนอกจากจะเป็นการแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ อีกทั้งยังสามารถทำให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว เพื่อให้ประชาชนมาถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกอีกด้วย ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

ชาวบ้านโวย! เก๋งจอดรถในที่ห้ามจอด ทำรถติดหนัก
การจราจร /  จอดรถ / 

ชาวบ้านลำปางโวย รถเก๋งจอดในที่ห้ามจอดข้ามคืนหน้าสถานีรถไฟนครลำปาง ทำรถติดหนัก ตำรวจไม่กล้ายก เกรงจะทำให้รถเสียหายเนื่องจากเป็นเกียร์ออโต้ วันนี้ 11ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน พ่อค้าแม่ค้า ที่ใช้รถสัญจรผ่านถนนหน้าสถานีรถไฟนครลำปาง ต.สบตุ๋ย อ.เมือง จ.ลำปาง ว่ามีรถยนต์เก๋งยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น คัมรี่ สีบรอนซ์ทอง จอดในที่ห้ามจอด ขาวแดง ซึ่งเป็นช่วงวงเวียนกลับรถหน้าสถานีรถไฟนครลำปาง ตั้งแต่กลางคืนที่ผ่านมาถึงจนเช้ารถคันดังกล่าวก็ยังไม่มีการเคลื่อนย้ายแต่อย่างใด จากการสอบถามชาวบ้านทราบว่า เมื่อสองวันก่อนรถคันดังกล่าวก็มาจอดข้ามคืนตรงจุดดังกล่าวมาแล้ว และมีชาวบ้านโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาเคลื่อนย้ายเนื่องจากทำให้การสัญจรติดขัด เกรงจะเกิดอุบัติเหตุ อีกทั้งเป็นช่วงเช้าที่ผู้ปกครองเดินทางส่งบุตรหลานไปโรงเรียน และไปทำงาน และที่สำคัญโดยเฉพาะรถทัวร์ที่รับส่งนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ขึ้นรถสถานีรถไฟนครลำปาง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร นำรถยกมาเพื่อทำการยกรถออกจากที่เกิดเหตุ แต่เนื่องจากเป็นรถเกียร์ออโต้ เจ้าหน้าที่เกรงว่ารถอาจได้รับความเสียหาย จึงปล่อยทิ้งไว้ ต่อมาพ่อค้าแม่ค้า ที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุเห็นเจ้าของรถเป็นผู้ชายแต่งตัวดี ได้ขับรถออกไป โดยไม่สนใจชาวบ้านที่ยืนดู และไม่สนใจความเดือดร้อนของคนอื่น จากการตรวจสอบพบว่า กระจกรถหน้ารถ ติดสติ๊กเกอร์เข้าออกของ รพ.พระมงกุฎเกล้า และ รพ.ค่ายสุรศักดิ์มนตรี (ลำปาง) ระบุชื่อ พ.ต.เลอปรัชญ์ มังกรกนกพงศ์ ล่าสุดจนเวลา 9.00น.วันนี้ ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบรถคันดังกล่าวก็ยังจอดบริเวณเดิม ยังไม่มีการเคลื่อนย้ายแต่อย่างใด ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

วอนช่วย! เด็กนร.ตกดาดฟ้า ต้องผ่ากะโหลก-ร่างกระตุกตลอดเวลา
ดาดฟ้า /  ถ่ายเซลฟี่ / 

วอนผู้ใจบุญบริจาคโลหิต กรุ๊ปบีสำรอง ช่วยเด็กนักเรียนชายม.5 พลัดตกห้างดัง แม่ร่ำไห้ลูก ต้องผ่ากะโหลก-ร่างกระตุกตลอดเวลา เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. ของวันที่ 9 ก.พ. มีความคืบหน้ากรณีนักเรียนชายพลัดตกจากดาดฟ้าห้างดัง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้นักเรียนชายคนดังกล่าวยังอยู่ในห้อง ICU มีแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด โดยมีนายพงษ์พิสุทธิ์ อับสุวรรณ อายุ 45 ปี และ นางสายฝน อับสุวรรณ อายุ 46 ปี พ่อและแม่มาเฝ้าอาการลูกชายอยู่หน้าห้อง ทางด้านนางสายฝน ผู้เป็นแม่เล่าว่า ลุกเป็นเด้กพอทราบข่าวก็ตกใจมาก นั่งเฝ้ารอดูอาการตลอดทั้งคืน พร้อมเผยว่า คณะแพทย์ได้ผ่ากะโหลกข้างซ้ายลูกชาย เนื่องจากสมองบวมและมีเลือดคั่งในสมอง ส่วนขาหักทั้งสองข้าง ยังไม่ได้ผ่าตัด เพราะต้องดูอาการที่สมองก่อน ลูกชายยังไม่รู้สึกตัว แต่มีอาการกระตุกจนพยาบาลต้องเอาผ้ามามัดตัวไว้ ทั้งนี้ยังได้วิงวอนให้ผู้ใจบุญโลหิต กรุ๊ปเลือดบี เพื่อสำรองไว้รักษาลูกด้วย ล่าสุดทางด้านห้างซึ่งเป็นสถานที่เกิด ได้ส่งตัวแทนมามอบกระเช้าดอกไม้ และมอบเงินช่วยเหลือค่ารักษาเบื้องต้น 10,000 บาท ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสด ............................................................................................................................................................... เด็กนักเรียนชายชั้น ม.5 กับเพื่อน ปีนดาดฟ้าห้างถ่ายเซลฟี่ พลาดเหยียบกระเบื้องร่วงตกเจ็บหนัก วานนี้ (8ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจชลบุรีได้รับแจ้งเหตุ มีเด็กนักเรียนพลัดตกจากที่สูง ได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ในอำเภอศรีราชา หลังได้รับแจ้งจึงนำกำลังพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ชีพ รพ.พญาไท ศรีราชาและเจ้าหน้าที่สว่างประทีปธรรมสถานศรีราชา เข้าตรวจสอบทันที จุดเกิดเหตุบริเวณชั้น 4 ของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง หลังเจ้าหน้าที่ไปถึงก็ได้พบร่าง นักเรียนชายชื่อเอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี เรียนอยู่ชั้น ม.5 โรงเรียนชื่อดังใน อ.ศรีราชา นอนอยู่ในสภาพนอนคว่ำหน้า สลบไม่ได้สติ มีเลือดออกทางปาก และจมูก จึงทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น แล้วนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที หลังจากทำการสอบถามเพื่อนผู้บาดเจ็บซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ทราบว่า หลังเลิกเรียนคนเจ็บได้มาเดินเล่นกับเพื่อนที่ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้กับเพื่อนผู้หญิงอีก 3 คน จากนั้นจึงมีการชักชวนกันขึ้นไปถ่ายรูปบนดาดฟ้าของห้าง ซึ่งมีความสูงประมาณ 15 เมตร โดยก่อนหน้านี้มีเพื่อนเคยไปถ่ายภาพบนดาดฟ้าดังกล่าวมาก่อน แล้วมาเล่าให้ฟังว่าวิวสวยจึงอยากขึ้นไปถ่ายบ้าง เลยพากันแอบขึ้นไปทางบันไดหนีไฟ เมื่อถึงที่หมายก็ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพเซลฟี่กันและปีนขึ้นไปถ่ายรูปบนขอบปูนที่กั้นระหว่างตัวดาดฟ้ากับหลังคา ซึ่งคนเจ็บอาสาป็นคนถ่ายให้ จึงลงไปยืนบริเวณหลังคา จากนั้นร่างของเขาก็ร่วงหล่นลงไปชั้นล่าง นอนแน่นิ่งอยู่พับพื้น ตนและเพื่อน ๆ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อขอความช่วยเหลือ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่า หลังคาไม่สามารถรับน้ำหนักเด็กไว้ได้ เนื่องจากคนเจ็บมีรูปร่างค่อนข้างใหญ่ MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก เรื่องเล่าเช้านี้ , เดลินิวส์

เทคนิคการ ออมเงิน ง่ายๆ แต่คุณอาจ คาดไม่ถึง!!
mbookstore /  ออมเงิน / 

         สำหรับคนที่รู้สึกว่าทำไมการออมมันถึงได้ยากเย็นขนาดนี้ ทั้งที่รู้ว่าต้องเก็บออม แต่ก็ทำไม่ได้สักที ลองนำเทคนิคเหล่านี้ใช้ รับรองว่าจะทำให้การออมเป็นเรื่องง่าย แถมมีเงินออมก้อนใหญ่ได้ไม่ยากอีกด้วย        "เก็บแบงค์พิเศษ" เมื่อได้รับธนบัตรราคา 50 บาท หรือ ที่เรียกกันว่า "แบงค์ห้าสิบ" อย่านำออกไปใช้แต่ให้ยิ้มกว้างๆแล้วเก็บ เข้าคลังสมบัติทันทีโดยอาจกำหนดระยะเวลาในการเก็บ เช่น 1 ปี หรือ ตั้งเป้าหมายให้ได้ตามจำนวนที่ต้องการแล้วนำไปเข้าบัญชี เช่น จะเก็บให้ได้ 100 ใบก็เท่ากับ 5,000 บาท        การเก็บเงินวิธีนี้จะเพิ่มความสนุกและตื่นเต้นให้กับการเก็บเงินอีกด้วย เพราะต้องรอลุ้นว่า วันนี้จะได้แบงค์ห้าสิบหรือไม่ และได้ผลดีอีกด้วย เพราะถ้าเราเก็บแบงค์ห้าสิบ 10 ใบ ก็เท่ากับเก็บเงินได้ 5,000 บาทแล้วนะ นอกจากนี้อาจใช้ วิธีเก็บธนบัตรใหม่ หรือ แบงค์ใหม่ รวมทั้งธนบัตรที่ระลึกในวาระพิเศษต่างๆ และธนบัตรที่เริ่มออกใช้ครั้งแรก (ซึ่งสองประเภทหลังยังสามารถนำมาลงทุนได้อีกแบบหนึ่งด้วย เพราะธนบัตรที่ออกในวาระพิเศษ และธนบัตรที่ออกใช้ครั้งแรกจะมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป)        โดยเวลาเงินเดือนออกแทนที่จะเบิกเงินจากตู้เอทีเอ็มก็ไป ขอแลกธนบัตรใหม่จากธนาคารมาเก็บไว้ในกระเป๋า เพราะเคยสังเกตตัวเองไหมว่า เวลามีแบงค์ใหม่ๆอยู่ในกระเป๋า เราแทบไม่อยากให้มันบินออกจากกระเป๋าเลย และถ้าเลือกได้จะเลือกใช้แบงค์เก่าก่อน เพราะฉะนั้นถ้าในกระเป๋าเราอัดแน่นไปด้วยแบงก์ใหม่ๆเรียบกรี๊บ ไม่มีรอยยับย่นสักนิด ก็อาจทำให้เราอยากเก็บไว้ในกระเป๋าเงินให้ได้นานที่สุด ที่มาบทความจากหนังสือ คู่มือ เงินทองต้องวางแผน ตอน มนุษย์เงินเดือน ก็มั่งคั่งได้ ดาวน์โหลดอ่านเนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://www.mbookstore.com บทความนี้ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ได้บนเว็บไซต์ Mthai.com เท่านั้น

เมื่อมติสุดท้าย 'ธัมมชโย' ไม่ปาราชิก!?
คดีธัมมชโย /  ธัมมชโย / 

กลับมาเป็นกระแสร้อนอีกครั้งสำหรับ 'วงการสงฆ์' หลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ (DSI) มีหนังสือแจ้งไปยังมหาเถรสมาคม (มส.) ให้รื้อฟื้นอธิกรณ์ ที่คณะสงฆ์ได้วินิจฉัยไปแล้ว เพื่อใช้กฎนิคหกรรมปรับอาบัติปาราชิก 'พระเทพญาณมหามุนี' หรือ 'ธัมมชโย' เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ตามพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราชฯ สกลมหาสังฆปริณายก ย้อนกลับไปเมื่อปี 2541 'ธัมมชโย' ถูกกล่าวหาว่า ยักยอกเงินและที่ดินที่บรรดาญาติโยมบริจาคให้วัด และมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม รวมถึงพฤติกรรมใกล้การชิดสีกา และการอวดอุตริมนุสธรรม ซึ่งพยานปากสำคัญในขณะนี้คือ พระอดิศักดิ์ วิริสโก อดีตพระลูกวัดพระธรรมกาย เรื่องดังกล่าวจึงต้องมีการตรวจสอบกันอย่างเร่งด่วน โดยกรมที่ดินได้สำรวจพบว่า 'ธัมมชโย' มีชื่อเป็นเจ้าที่ดินและบริษัทที่เกี่ยวกับวัดพระธรรมกายกว่า 400 แปลง เนื้อที่กว่า 2 พันไร่ ใน จ.พิจิตร และ จ.เชียงใหม่ ภายหลังการตรวจสอบเมื่อพบว่ามีการกระทำผิดจริง สมเด็จพระสังฆราชฯ สกลมหาสังฆปรินายก ได้มีพระลิขิตให้คืนที่ดินและทรัพย์สินขณะเป็นพระให้วัดพระธรรมกาย แต่ 'ธัมมชโย' ไม่ยอมปฏิบัติตาม กรมการศาสนาจึงได้เข้าแจ้งความต่อกองปราบปราม โดยถูกดำเนินคดีในข้อหายักยอกทรัพย์และเงินบริจาคของวัดพระธรรมกาย จำนวน 6.8 ล้านบาท ไปซื้อที่ดินเขาพนมพา ต.หนองพระ อ.วังทรายพูน จ.พิจิตร โดยโอนกรรมสิทธิ์ใส่ชื่อนายถาวร จำเลยที่ 2 และนำเงินอีกเกือบ 30 ล้านไปซื้อที่ดินกว่า 900 ไร่ ใน จ.พิจิตร และที่ จ.เพชรบูรณ์ โดยโอนกรรมสิทธิ์ให้นายถาวร พรหมถาวร ลูกศิษย์ ซึ่งเรื่องดังกล่าวก็ยังไม่ได้ข้อสรุปหรือมีบทลงโทษต่อ 'ธัมมชโย' อย่างชัดเจน จนมีหลายหน่วยงาน และองค์กรต่างๆ รวมถึง 'พุทธะอิสระ' โดดร่วมวงติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด โดยได้มีการยื่นเรื่องให้ทางดีเอสไอเข้าตรวจสอบทันที ต่อมาเมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2558 ได้มีการประชุมขึ้น โดยมหาเถรสมาคม โดยมี สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ 'สมเด็จช่วง' ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธาน มีมติให้ 'ธัมมชโย' เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ไม่ต้องอาบัติปาราชิก เนื่องจาก ‘ธัมมชโย’ ได้คืนทรัพย์สินและที่ดินกว่า 900 ล้านบาท ให้กับวัดพระธรรมกายแล้ว ตั้งแต่ปี 2549 ทำให้เรื่องนี้ยิ่งเพิ่มความร้อนระอุต่อ 'วงการสงฆ์' เป็นอย่างมาก จนเมื่อวันที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมา ดีเอสไอ ได้ส่งหนังสือถึงสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และมหาเถรสมาคม (มส.) เพื่อสอบถามถึงการปฏิบัติหน้าที่ของ พศ. และ มส. ตามที่มีการร้องเรียนให้ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ต้องอาบัติปาราชิก จากคดียักยอกเงินและที่ดินตามพระลิขิตสมเด็จพระสังฆราชนั้น ได้ดำเนินการอย่างไรแล้วบ้าง อย่างไรก็ตามภายหลังการยื่นหนังสือไปถึง พศ. และ มส. จึงต้องมีการประชุมกันเร่งด่วนในวันที่ (10 ก.พ.) ซึ่งล่าสุด ผลการประชุม โดยมี สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ 'สมเด็จช่วง' ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และเป็นพระอุปัชฌาย์ ของ ‘ธัมมชโย’ เป็นประธานการประชุม มติให้ พระเทพญาณมหามุนี 'ธัมมชโย' เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ไม่ต้องปาราชิก เพราะเรื่องได้ยุติที่ศาลชั้นต้น ไม่ได้มีการยื่นอุทธรณ์ ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

เกมส์ Final Fantasy IX เตรียมพอร์ตลง PC และเกมส์มือถือ
Final Fantasy /  Final Fantasy 9 / 

Square Enix ประกาศการพอร์ตเกมส์ RPG ชื่อดัง Final Fantasy 9 ลงแพลตฟอร์ม PC และเกมส์มือถือ ต่อยอดผ่านเกมส์ PlayStation จากรูปแบบโพลิกอน มาเป็นกราฟิกเกมส์ที่คมชัดมากขึ้น ดาวน์โหลดแล้ววันนี้บนมือถือ ส่วนเวอร์ชั่น PC วางขายเร็วๆนี้ เกมส์ Final Fantasy 9 ขึ้นชื่อว่าเป็นเกมส์ RPG ที่ได้รับความน่าสนใจที่สุดบนเครื่องเล่นเกมส์ PlayStation เมื่อปี 2000 นำเสนอเรื่องราวของโลกไกอา ซึ่งถูกออกแบ่ง เป็น 4 ทวีป โดยที่ผู้คนส่วนใหญ่บนดาวดวงนี้ล้วนอาศัยอยู่บนทวีปแห่งหมอก แต่ทว่าเกิดเหตุการณ์อันตรายระหว่างอาณาจักร ทำให้เหล่าผู้กล้าต้องร่วมมือเพื่อป้องกันภัยร้ายที่อาจเกิดการสั่นคลอนให้ได้ เกมส์ Final Fantasy 9 เวอร์ชั่นเกมส์มือถือได้มอบลูกเล่นใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น เพิ่มระดับความเร็วของเกมส์ และไม่มีโหมด Encounter อีกทั้งยังมีระบบเซฟเกมส์อัตโนมัติ และระบบ Achievements เข้ามา นอกจากนี้ ด้านระบบภาพเกมส์ถูกพัฒนาจากภาพโพลิกอนให้มีความคมชัดมากขึ้น ส่วนเนื้อหาเกมส์ยังคงเดิมจากเวอร์ชั่น PlayStation ทั้งหมด เกมส์ Final Fantasy 9 ดาวน์โหลดแล้ววันนี้บนมือถือ ส่วนเวอร์ชั่น PC วางขายเร็วๆนี้

ไปไม่รอด! เซี่ยงไฮ้ฯ เจ๋งเกินคาดถล่ม กิเลน 3-0 ร่วงถ้วยเอเชีย
ตกรอบ /  เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี / 

ตามๆกันไป! เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี เเกร่งเกินคาดเปิดรังถล่ม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ไปขาดลอย 3-0 ตกรอบ เอเอฟซี เเชมป์เปียนลีก รอบเพลย์ออฟ ตาม ชลบุรี เอฟซี ไปอีกทีม  ผลฟุตบอลเอเอฟซี เเชมป์เปี้ยนลีก เพลย์ออฟ วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี 3 - 0 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู : วู เล่ย น.44, 83, คอนก้า น.82  สนาม : เซี่ยงไฮ้ สเตเดียม เวลา 18.30 น. การเเข่งขันฟุตบอลศึกเอเอฟซี เเชมป์เปียนลีก รอบเพลย์ออฟ วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 เป็นการพบกันระหว่างเจ้าบ้าน เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี รองแชมป์ ไชนีส ซุปเปอร์ลีก จากประเทศจีน เปิดบ้านรับการมาเยือนของ “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ตัวเเทนจากประเทศไทยที่จบอันดับที่สอง ฤดูกาลล่าสุด เริ่มเกมมาเป็นทางเจ้าถิ่นที่ครองเกมได้ดีกว่า มาได้ลุ้นนาทีที่ 17 จากจังหวะที่ กียาน อาซาโมอาห์ ได้ยิงเเต่ยังไม่ผ่านมือ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ จากนั้น “กิเลนผยอง” ยังโดนบุกอย่างหนักนาทีที่ 30 คอนก้า วางบอลมาให้ กียาน อาซาโมอาห์ โหนขึ้นโขกบอลจะเสียบใต้คาน ทว่า กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ยังลอยตัวคว้าบอลไว้ได้ติดมือ เเต่เเล้วก่อนหมดครึ่งแรกนาทีเดียว เมืองทองฯ ต้องมาเสียประตูจนได้ เมื่อ วู เล่ย เลี้ยงแหวกตรงกลางก่อนวางเท้ายิงไกล 25 หลา บอลพุ่งผ่านมือ กวินทร์ เข้าไปตุงตาข่ายให้ เซี่ยงไฮฯ นำ 1-0 ก่อนหมดครึ่งแรกที่สกอร์นี้ ครึ่งหลัง เอสซีจี เมืองทองฯ พลาดได้ประตูตีเสมอสองครั้งในช่วงต้นเกมติด จาก เคลย์ตัน ที่แย่งบอลได้ในกรอบแต่ยิงไปติดเซฟ รวมถึงด้วย เนเกรา ที่จิ้มบอลเปลี่ยนทางเเต่ดันไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย เกมดำเนินถึง นาที 83 เจ้าบ้านขยับหนี 2-0 หวูเล่ย เปิดบอลให้ ดาริโอ คอนก้า วอลเลย์โล่งๆตุงต่าข่าย จากนั้น นาที 87 เซี่ยงไฮ้ฯ มาได้ประตู 3-0 จากการประสานงานกันของคู่เดิม คราวนี้ คอนก้า เปิดให้ หวูเล่ย วิ่งมายิงเน้นๆ ทำให้จบเกมด้วยสกอร์นี้ ส่งผลให้ เอสซีจี เมืองทองฯ ตกรอบตาม ชลบุรี เอฟซี ไปอีกทีม รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี : หยาน จุนหลิง (ผู้รักษาประตู), หวัง เชนเฉา, ไค หัวกัง, หวู เล่ย, คิม จู-ยอง, หยู ไห, ฟู ฮวน, ชิ เข, กียาน อซาโมอาห์, เอลเคสัน, ดาริโอ คอนก้า เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด : กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (ผู้รักษาประตู), พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา, นาโออากิ อาโอยามะ, อาทิตย์ ดาวสว่าง, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, สุพรรณ ทองสงค์, สารัช อยู่เย็น, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ชนาธิป สรงกระสินธ์, เคลย์ตัน ซิลวา, จูเนียร์ เนเกรา

พุ่งพรวด! ราคาดอกกุหลาบขยับขึ้นรับ 'วาเลนไทน์'
จังหวัดตาก /  ดอกกุหลาบ / 

ชาวสวนกุหลาบเร่งเก็บผลผลิตส่งตลาดรับวัน 'วาเลนไทน์' ชี้ ราคาขยับขึ้น 3 เท่าตัว ที่อำเภอพบพระ จังหวัดตาก เกษตรกรผู้ปลูกดอกกุหลาบแดง ซึ่งถือเป็นแหล่งปลูกกุหลาบแดงอันดับ 1 ของประเทศไทย ต่างเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตเพื่อให้ทันรองรับความต้องการในช่วงวันวาเลนไทน์ ซึ่งขณะนี้พบว่ามียอดสั่งจองกุหลาบแดงมากกว่าวันละ 2-3 ล้านดอก อีกทั้ง ยังมีราคาสูงถึงดอกละ 12-15 บาท ซึ่งคิดเป็น 3 เท่า จากช่วงเวลาปกติ ประกอบกับปัจจุบันสภาพอากาศในพื้นที่มีความหนาวเย็น จึงทำให้ได้ผลผลิตดี  อย่างไรก็ตาม คาดว่าราคาของดอกกุหลาบมีแนวโน้มจะพุ่งสูงขึ้นอีกในช่วง 1-2 วันนี้ ด้าน นายภราดร กานดา รองประธานหอการค้าจังหวัดตาก ในฐานะเจ้าของผู้ประกอบการผู้ปลูกดอกกุหลาบรายใหญ่ เปิดเผยว่า ระยะนี้อำเภอพบพระ มีสภาพอากาศที่หนาวเย็น ส่งผลดีต่อเกษตรกรผู้ปลูกและผลิตกุหลาบ เพราะจะได้ดอกไม้ที่โต ก้านใหญ่ นอกจากนี้ ยังพบว่า มีสีสันสดใส จึงทำให้สามารถขายได้ราคาดี โดยล่าสุดพบว่าปัจจุบันมีเงินสะพัดจากการขายดอกกุหลาบแดงในพื้นที่ถึงวันละไม่ต่ำกว่า 15-20 ล้านบาท ขอบคุณ INN ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy MThai News

ม.ฮาร์เวิร์ดบล็อกชาวเน็ตไทยถล่มโพสต์กรณีทันตแพทย์
ค้ำประกัน /  ปวิน / 

มหาวิทยาฮาร์เวิร์ด บล็อกบัญชีเฟซบุ๊กชาวไทย หลังหลั่งไหลโจมตีกรณีทันตแพทย์เหนียวหนี้หน้าเพจทางการ สำนักข่าว เอเซียน คอเรสพอนเด้นท์ รายงาน สั่งบล็อกการเข้าแสดงความเห็นของบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กชาวไทย ที่แฟนเพจทางการของมหาวิทยาลัย หลังชาวเน็ตไทยหลั่งไหลเข้าแสดงความเห็นแง่ลบเกี่ยวกับอาจารย์ทันตแพทย์ชาวไทย ที่ปฏิเสธการใช้ทุนรัฐบาลไทย โดยสื่อรายงานว่า เรื่องราวดราม่าเกิดขึ้นเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา หลัง ทันตแพทย์หญิง ดลฤดี จำลองราษฎร์ ที่ปัจจุบันเป็นครูสอนที่มหาวิทยาฮาร์เวิร์ด ถูกกล่าวหาว่า กลบเลี่ยงการชำระหนี้รัฐบาลไทย จำนวน 30 ล้านบาท ทำให้ภาระการชำระหนี้ตกอยู่ที่ผู้ค้ำประกัน ซึ่งปัญหาดังกล่าวทางมหาวิทยาฮาร์เวิร์ดรับทราบเป็นอย่างดี แต่ปฏิเสธที่จะช่วยเหลือพร้อมระบุว่า เป็นปัญหาส่วนตัว ทำให้ชาวไทยที่ไม่พอใจเกี่ยวกับการแสดงท่าทีเฉยชาของมหาวิทยาฮาเวิร์ดเข้าไปแสดงความเห็นในแง่ลบจนทำให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้ต้องจัดการบล็อกบัญชีผู้ใช้ชาวไทย เพื่อป้องกันการแสดงความเห็นที่ไม่ดีบนหน้าแฟนเพจ ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ ศาลยุติธรรม ชี้แจงคดีหมอฟันเบี้ยวหนี้  47 ล้าน ต้องมาศาลวันนัด14 มี.ค. นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงขั้นตอนการพิจารณาคดีล้มละลายที่ มหาวิทยาลัยมหิดล ยื่นฟ้อง ทันตแพทย์หญิง ดลฤดี จำลองราษฎร์ อดีตอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมเด็ก คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (ม.มหิดล)หลังจากได้รับทุนไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทและเอก ที่สหรัฐฯ เมื่อสำเร็จการศึกษา ดลฤดี ได้หลีกเลี้ยงไม่กลับมาใช้ทุนคืน รวมถึงแต่งงาน เปลี่ยนสัญชาติ และทำงานเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าว ม.มหิดล เป็นโจทก์ที่ 1 และ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) เป็นโจทก์ที่ 2 ยื่นฟ้อง น.ส.ดลฤดี ผู้รับทุน เป็นจำเลย ต่อศาลล้มละลายกลาง คดีหมายเลขดำ ล.3603/2558 ทั้งนี้ทั้งนั้น คดีล้มละลายนี้ สืบเนื่องจากเป็นคดีที่ศาลปกครองมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว รวมยอดหนี้ทั้งสิ้น 47,853,435.88 บาท พร้อมกันนี้ ศาลได้นัดพิจารณาคดีครั้งแรกวันที่ 14 มี.ค.นี้ เวลา 09.00 น. โดยฝ่ายโจทก์และจำเลยต้องมาศาลตามนัด ซึ่งหากจำเลยเดินทางมาศาลต่อสู้คดีก็ต้อง พิจารณาไปตามกระบวนการ แต่หากจำเลยไม่มา ศาลจะมีคำสั่งว่า จำเลยขาดนัดพิจารณาและดำเนินคดีไปฝ่ายเดียว ซึ่งศาลจะนำความจริงมาพิจารณาว่า จำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่ และมีหนี้สินจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาทหรือไม่ หากศาลพิจารณาแล้วเสร็จ จะมีคำสั่งพิจารณาพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดต่อจำเลย หรือไม่ จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการ การประนอมหนี้ก่อนล้มละลาย ซึ่งในกรณีที่ศาลมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดก็จะมีการประชุมเจ้าหนี้ หากเจ้าหนี้ไม่เห็นด้วยกับการประนอมหนี้ ศาลต้องพิพากษาให้จำเลยตกเป็นบุคคลล้มละลาย จากนั้นจะถึงกระบวนการในเรื่องที่เจ้าหนี้จะต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ในกำหนดเวลา 2 เดือน แล้วมีการพิจารณาคำขอชำระหนี้ไปตามลำดับ เมื่อเสร็จแล้ว จะถึงกระบวนการที่สำคัญคือการไต่สวนลูกหนี้โดยเปิดเผยซึ่งศาลจะต้อง ออกหมายเรียกจำเลย ให้มาศาลเพื่อสอบถามถึงมูลเหตุที่ทำให้ตกเป็นหนี้ ตามคำพิพากษาของศาลปกครองกลางว่าเพราะเหตุใดถึงไม่มีทรัพย์สินในการชำระหนี้ หากจำเลยไม่มาศาลก็ถือเป็นการขัดขืนหมายเรียก ซึ่งศาลจะมีคำสั่งให้ 'ออกหมายจับ' หลังจากผ่านกระบวนการในการขอรับชำระหนี้ และศาลได้พิพากษาจนตกเป็นบุคคลล้มละลายแล้ว จากนั้นจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการบังคับคดี ---------------------------------------------------------------------------------------------------------- มีความคืบหน้า ในขั้นตอนการดำเนินคดีกับ ดลฤดี หมอฟันหนีทุน สำนักข่าว 'เนชั่น' เผยความคืบหน้า กรณีที่ทันตแพทย์หญิงดลฤดี จำลองราษฎร์ อดีตอาจารย์คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งมีประเด็นเรื่องการหนีทุนรัฐบาล พร้อมกันนี้ กรณีเรื่องการฟ้องล้มละลาย ขณะนี้มีการฟ้องล้มละลายแล้ว ตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค. 2558 ที่ผ่านมา โดยในรายละเอียดมีการเปิดเผยตัวเลขหนี้ทุน ของ ทพญ. ดลฤดี ไม่ใช่ตัวเลข 30 ล้านแล้ว แต่ตัวเลขขยับขึ้นไปสูงถึง 48 ล้านบาทแล้ว ทั้งนี้ทั้งนั้นหนี้ตามคำพิพากษา ที่ ทพญ. ดลฤดี จะต้องชำระ ให้กับ ม.มหิดล นั้นเป็นเงินจำนวนกว่า 4 ล้าน 5 แสนบาท และที่ต้องชำระให้กับ สกอ. เป็นจำนวนเงินอีกกว่า 43 ล้านบาท โดยศาลล้มละลายได้นัดพิจารณาคดีในวันที่ 14 มีนาคม 2559 ---------------------------------------------------------------------------------------------------------- 'หมอเผด็จ' เผยแหล่งข่าวจากสหรัฐอเมริกาบอก 'ฮาร์วาร์ด' เรียกสอบ 'หมอฟันหนีทุน' แล้ว หลังโดนกดดัน จากกรณีปม 'หมอฟันหนีทุน' ที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุดวันนี้ (5 ก.พ. 59) เฟซบุ๊กของ เผด็จ พูลวิทยกิจ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า แหล่งข่าวของตนจากสหรัฐอเมริกาแจ้งข่าวส่งมาว่า ทางมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้มีการเรียกสอบ ทพญ. ดลฤดี จำลองราษฎร์ ถึงกรณีดังกล่าวแล้ว คาดอาจถูกลบชื่อจาก leadership ของ HSDM ขอบคุณข้อมูล/ภาพ เผด็จ พูลวิทยกิจ MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เห็นต่าง! ปวิน เทียบข่าวล่าแม่มด "หมอฟันหนีทุน" กับ ทุจริตราชภักดิ์ ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์ นักวิชาการชื่อดังได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นที่บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวของ น.ส.ดลฤดี จำลองราษฎร์ หมอฟันที่ขอทุนไปเรียนต่อเมืองนอกแล้วหนีทุนปล่อยให้ผู้ค้ำประกันต้องจ่ายเงินชดใช้ค่าเสียหายมากกว่า 2 ล้านบาท จนชาวสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์และกดดันให้ น.ส.ดลฤดี จ่ายเงินค่าเสียหายทั้งหมด โดย ดร.ปวิน มองว่า เรื่องหมอฟันหนีทุนนั้น คนไทยที่เป็นคนดีทั่วราชอาณาจักร ต่างรุมกระหน่ำโจมตีอย่างรุนแรง ทางโซเชียลมีเดีย ผ่านเฟซบุ๊ก ผ่านเว็ปไซต์ของฮาร์วาร์ด ไปขุดประวัติโคตรเหง้าศักราชไปค้นเจอที่อยู่ บ้านพัก ทรัพย์สินเธอในอเมริกา เอามาแฉ เปิดโปง เรียกร้องให้ฮาร์วาร์ดไล่เธอออก บุกไปถล่มเพจที่ทำงานเธอ ด่าให้อายเพื่อลูกค้าทำฟันจะได้แขยง แต่คนดีเหล่านี้มองการคอร์รัปชั่นผ่านเลนดัดจริตของตัวเอง เลือกที่จะจัดการกับคอร์รัปชั่นบางประเภท แต่ยอมรับคอร์รัปชั่นประเภทอื่นๆ นางดลฤดี ตอนนี้กลายมาเป็นทักษิณสาขา 2 ที่ถูกไล่ล่าอย่างหนัก ทั้งๆ ที่รัฐบาลที่อยู่ในอำนาจทุกวันนี้ก็คอร์รัปชั่นไม่แพ้กัน โดยตนไม่มีปัญหากับการ tackle คอร์รัปชั่น แต่มันต้องมีมาตรฐานครับ กองทัพโกงหลายร้อยล้านในกรณี "ราชภักดิ์" ก็เลวร้ายไม่แพ้กับหมอฟันโกงทุน 8 ล้าน ถ้าจะเล่นเกมศีลธรรมนำสังคม คนที่ไล่ล่าดลฤดี-ทักษิณ ต้องออกมาไล่ล่ากองทัพด้วยครับ ไม่เช่นนั้นพวกคุณก็เป็นแค่พวก hypocrites เท่านั้น 'ดลฤดี' หมอฟันหนีทุน ส่งจดหมายแจงยิบถึง 'เนชั่น' น.ส.ดลฤดี จำลองราษฎร์ อดีตอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ ม.มหิดล ส่งจดหมายถึงสำนักข่าว 'เนชั่น' เพื่อชี้แจงถึงกรณีที่มีการแชร์เรื่องราวการหลบหนีทุนการศึกษา เป็นผลให้ผู้เซ็นค้ำประกันชดใช้หนี้แทนกว่า 10 ล้านบาท โดยมีการระบุว่า ข้อเท็จจริงทุกประการในเรื่อง มีความซับซ้อนอย่างมาก ทำให้มีการด่วนสรุปกรณีที่เกิดขึ้น รวมถึงประเด็นดังกล่าว เป็นประเด็นส่วนตัว ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ กับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และ วิทยาลัยทันตแพทย์ศาสตร์แห่งฮาร์วาร์ด พร้อมกันนี้ ดลฤดี ชี้แจงว่ามีเจตจำนงที่จะชำระคืนทุนที่ได้รับมาจาก ม.มหิดล โดยตลอด แต่มีปัญหาเกี่ยวกับช่องทางการชำระคืน ตัวอย่างเช่น (ได้เสนอยื่น)แผนการชำระคืนในระยะที่ยาวกว่าเดิม แทนที่จะเป็นการจ่ายเงินก้อนโตภายใน 30 วัน แต่ก็ถูกปฏิเสธ แต่ด้วยปัญหาเรื่องเงิน และเรื่องส่วนตัวที่ยาวนาน จนกระทั่งได้รับความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง จึงสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ในที่สุด โดยที่ผ่านมา ได้แสดงถึงความต้องการใช้ทุนคืนในทุกทางกับ ผู้ร่วมลงชื่อมาโดยตลอด รวมถึงได้ดำเนินการชำระคืนบ้างแล้วบางส่วน ดังนั้นข้อกล่าวหาที่เธอได้พยายามหลบหนีการชำระทุน จึงไม่เป็นความจริง และเมื่อเร็ว ๆ นี้ ม.มหิดล ได้ขีดเส้นตายให้ผู้ร่วมลงนาม (ค้ำประกัน) โดยที่ ดลฤดีอ้างว่า ไม่รับรู้ อย่างกระทันหัน ซึ่งเธอได้รับเงินสินเชื่อส่วนตัว 5 หมื่นดอลลาร์ จึงส่งมอบให้ผู้ร่วมลงนาม จากนั้น ม. มหิดล ได้เลื่อนเส้นตายออกไปโดยปราศจากการผ่อนผัน อ่านข้อมูลฉบับเต็มได้ที่ http://www.nationtv.tv/main/content/crime/378488192/ --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผู้ค้ำประกันรายที่ 3 อดีตอาจารย์ ม.มหิดล หนีทุน เดือดร้อนหนัก ต้องยืมเงินกลุ่มเพื่อนช่วยใช้หนี้กว่า 2 ล้าน สำนักข่าว 'อิศรา' รายงาน 'ผศ.ทพญ.ภัทรวดี ลีลาทวีวุฒิ' รองหัวหน้าภาควิชาทันตกรรมเด็ก คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหดิล ปรากฎรายชื่อเป็นหนึ่งในบุคคลที่เซ็นค้ำประกันการเดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทและเอก ของ น.ส.ดลฤดี จำลองราษฎร์ อดีตอดีตอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ ม.มหิดล และได้หนีทุนไม่เดินทางกลับมาประเทศไทย ทำให้ผศ.ทพญ.ภัทรวดี และผู้ค้ำประกันอีก 3 ราย ต้องร่วมกันชดใช้หนี้ค้ำประกันทุนเรียน เป็นจำนวนเงินกว่า 2 ล้านบาท ล่าสุดวันนี้ (3 ก.พ.) ผศ.ทพญ.ภัทรวดี ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ว่า ขณะนี้กำลังเดือนร้อนเรื่องการเงินเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อวันที่ 1 ก.พ.2559 ที่ผ่านมา เพิ่งหาเงินจำนวน 2 ล้านกว่าบาท ไปชดใช้ให้กับม.มหิดล จากปัญหาการค้ำประกันการเดินทางไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศของน.ส.ดลฤดี ได้ครบถ้วน แต่ตนเองก็ยังคงเป็นหนี้เหมือนเดิม เพราะเงินจำนวน 2 ล้านกว่าบาทที่นำไปใช้หนี้ ได้รับมาจากกลุ่มเพื่อนเตรียมอุดมศึกษาที่รวบรวมเงินมาให้เพราะเห็นใจ ผศ.ทพญ.ภัทรวดี กล่าวว่า 'เหตุผลสำคัญที่ตัดสินใจเซ็นค้ำประกันให้กับน.ส.ดลฤดีไป เพราะต้องการให้ภาควิชาทันตกรรมเด็ก คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มีบุคคลากร ที่ประสบการศึกษาขั้นสูงสุด กลับมาทำงานรับใช้ประเทศชาติ ซึ่งสมัยนั้น ยังขาดแคลนอยู่ โดยไม่คาดคิดว่าการที่ตนเห็นแก่ประโยชน์ส่วนร่วม จะทำให้เดือนร้อนภายหลังแบบนี้' โดยหลังจากนั้น ผู้เซ็นต์ค้ำประกันรายนี้ ได้พยายามติดต่อกับดลฤดีหลายครั้ง เพื่อขอให้รับผิดชอบปัญหาที่เกิดขึ้น เมื่อเรื่องโด่งดังขึ้น ทางนั้นได้ส่งอีเมลตอบกลับมาว่า จะพยายามหาเงินมาช่วยในที่สุด ขอบคุณข้อมูลจาก isranews --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 'หมอเผด็จ' 1 ในผู้ค้ำประกัน 'หมอฟันหนีทุน' เผยเจ้าตัวร่อนจดหมายพร้อมใช้เงินคืนแต่ขอเวลาสักนิด จากกรณีข่าว 'หมอฟันหนีทุน' ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้นั้น ล่าสุด (3 ก.พ. 59) มีรายงานว่า ทพญ. ดลฤดี จำลองราษฎร์ ส่งข้อความถึงเพื่อนที่เป็นผู้ค้ำประกัน โดย 'หมอเผด็จ' ได้นำมาโพสต์ลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ "อย่างที่เคยบอกไปแล้วหลายครั้งกับพี่ปุ้ย พี่เผด็จ และอาจารย์อารยาว่า ฉันจะจ่ายเงินกู้คืนให้ทั้งหมดพร้อมกับดอกเบี้ย ฉันกำลังหาทางเอาเงินมาจ่ายคืนพวกคุณอยู่ ซึ่งบางทีจะเป็นการดีกว่าถ้าคุณฟังจากฉันโดยตรงเพื่อให้มั่นใจว่าฉันจะทำตามสัญญาฉันเพิ่งคุยกับพี่ปุ้ย และเธอรับรู้ถึงเจตนาและความจริงใจของฉัน ช่วยบอกหมายเลขโทรศัพท์และเวลาที่สะดวกให้ฉันติดต่อได้" ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 59 หมอดลฤดีก็ได้ส่งข้อความข้อมาทางมือถือของเพื่อนที่เป็นคนค้ำประกัน โดยเอ่ยชื่อถึง 2 คน ในข้อความนี้ว่า เว้นแต่ว่า มหิดลจะขยายเส้นตายต่อไปอีก ฉันกำลังเข้าตาจน พยายามหาเงินมาใช้หนี้ที่เหลือ ถ้าคุณมีเงินมาจ่าย ที่ไม่ต้องใช้ทรัพย์สิน ฉันจะจ่ายคืนให้พร้อมดอกเบี้ย ฉันจะพยายามหาเงินมาเพิ่มอีกในช่วงซัมเมอร์ ตอนนี้ฉันไม่มีคุณสมบัติพอที่จะกู้เงินเพิ่ม ที่มา : nationtv MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ทพ.เผด็จ พูลวิทยกิจ ทันตแพทย์ 1 ใน 4 ผู้ค้ำประกัน ทพญ.ดลฤดี จำลองราษฏร์ อดีตอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งกำลังเป็นประเด็นพูดถึง เกี่ยวกับการหนีทุน พร้อมให้ผู้ค้ำประกันที่ 4 ชดใช้แทนเป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท โดยหลังจากที่ ทพ.เผด็จ ได้รับฟังคำแถลงการณ์ของทางมหาวิทยาลัยมหิดล รู้สึกว่าจะไม่มีเรื่องใหม่ ซึ่งข้อมูลที่ทางมหาวิทยาลัยนำมาชี้แจงนั้นล้วนเป็นสิ่งที่สังคมรู้อยู่แล้ว และเมื่อดูถึงแนวทางในการแก้ปัญหาที่ผ่านมา ทำให้เห็นได้ว่ามหาวิทยาลัยไม่ได้จริงจังในการแก้ปัญหา ทำเพียงตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น 'ในความเป็นจริงมหาวิทยาลัยน่าจะทำอะไรได้มากกว่าที่บอกว่าส่งหนังสือติดต่อ หรืออย่างที่มหาวิทยาลัยบอกว่า อ.ดลฤดี สามารถลาออกได้ เพราะเป็นคนละเรื่องกัน และไม่มีเหตุผลเพียงพอที่ยับยั้ง ถ้ามหาวิทยาลัยจะไม่ให้ อ.ดลฤดี ลาออกย่อมทำได้ เพราะหากในองค์กรมีคนที่ไม่มีจริยธรรม ไม่ยอมใช้ทุน ใช้เงินคืนควรจะมีวิธีการหรือแนวทางไม่ให้ลาออก' ตนมองว่ามหาวิทยาลัยควรดำเนินการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่านี้ ไม่ใช่บอกเพียงแต่ว่าได้ดำเนินการแล้วสิ่งที่มหาวิทยาลัยออกมาพูด ผมมองว่าเป็นการ 'ปัดความรับผิดชอบ' ไม่ได้ทำในเรื่องที่ควรจะทำ ทั้งที่น่าจะมีอำนาจในการตัดสินใจ ทำอะไรให้ดีกว่านี้ ช่วยเหลือเยียวยาได้มากกว่านี้ ไม่ใช่บอกเพียงว่าทำเต็มที่แล้วทั้งที่เหมือนจะยังไม่ได้ทำอะไรเลย และยังคงปกป้องคนผิด ส่วนประเด็นที่ทางมหาวิทยาลัยจะร่วมกับสกอ.ยื่นฟ้องล้มละลายอ.ดลฤดีนั้น คงทำได้แต่มันช้าไปหรือไม่ เรื่องนี้เกิดขึ้นมานานแล้ว ทั้งตอนนี้คดีความใกล้จะจบสิ้นในวันที่ 14 ก.พ.นี้ หากคดีความจบมหาวิทยาลัยก็ไม่ต้องรับผิดชอบ ก็คงต้องเป็นหน้าที่ผู้ค้ำประกันอย่างพวกผมที่ต้องยื่นฟ้องข้ามประเทศเพื่อขอเงินคืน กล่าวอย่างไรก็ตาม การจะฟ้องอ.ดลฤดี หรือไม่นั้น คงต้องหารือกับฝ่ายกฎหมายก่อนว่าจะดำเนินการเช่นใดได้บ้าง ส่วน มม. พวกตนคงไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ นอกจากต้องรอให้มหาวิทยาลัยอยากเข้ามาช่วยเหลือมากกว่านี้ ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ โจ นูโว โพสต์ข้อความถามจิตสำนึกสามี ทันตแพทย์หนีทุน ชี้ "เงินชาติยังไม่ซื่อสัตย์ แล้วจะซื่อสัตย์กับท่านไหม ??" วันนี้ (2 ก.พ. 59) นายจิรายุส วรรธนะสิน หรือ โจ นูโว ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นถึงประเด็นข่าวดังกรณีทันตแพทย์สาวหนีใช้ทุน จนทำให้ผู้ค้ำประกันต้องมาใช้หนี้แทน โดยนักร้องหนุ่มได้ฝากข้อความถึงสามีของทันตแพทย์สาวคนดังกล่าว หากยังมีสติก็ควรเตือนภรรยาให้คืนเงินทุนที่นำไปเล่าเรียนด้วย ว่า "อยากจะบอกไปยังสามีของทันตแพทย์สาวว่า ภรรยาของท่านไม่มีความซื่อสัตย์ต่อชาติ แล้วกับท่านล่ะจะซื่อสัตย์ไหม และหากท่านรับรู้เรื่องราวแล้วยังคงเฉย ๆ ก็ถือว่า ท่านเป็น "คนเห็นแก่ตัว" และน่าจะส่งเงินมาช่วยผู้เซ็นค้ำประกันที่กำลังเดือดร้อนขณะนี้ด้วย" ภาพจาก IG@joejirayut คณะผู้บริหารมหิดล แถลงกรณี 'หมอฟันหนีทุน' ยันพยายามเต็มที่ เผยเตรียมฟ้องล้มละลาย ทพญ.ดลฤดี จำลองราษฎร์ วันนี้ (2 ก.พ. 59) ศ.นพ.บรรจง มไหสวริยะ รองอธิการบดี ม.มหิดล และ รศ.ทพ.พาสน์ศิริท นิสาลักษณ์ แถลงข่าวกรณี หมอฟันหนีทุน ว่า ทางมหิดลได้พยายามติดตามมาโดยตลอด แต่เมื่อไม่ได้มาชดใช้ตามกำหนด จึงจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายนำคดีขึ้นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง ทั้งนี้เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา ศาลปกครอง มีคำสั่งให้ผู้ใช้ทุน และ ผู้ค้ำประกัน ชดใช้เงินให้กับทางราชการ มหาวิทยาลัยจึงมีหนังสือถึงผู้ใช้ทุน และ ผู้ค้ำประกันทั้ง 4 คน ให้นำเงินมาใช้ตามคำพิพากษาโดยได้ทำความเข้าใจกับผู้ค้ำประกันทั้งหมด และทำหนังสือขอพิจารณาผ่อนผัน ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอนุมัติให้ลดหย่อนภาระหนี้โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย นอกจากนี้ ม.มหิดล ยืนยันพยายามช่วยเหลือผู้ค้ำประกันอย่างเต็มที่ และจะเร่งติดตามทวงถามหนี้คืน พร้อมเตรียมฟ้องล้มละลาย ทพญ. ดลฤดี ก่อนวันที่ 14 ก.พ. 59 กันคดีหมดอายุความ สำหรับกรณีนี้ เป็นคดีแพ่งบังคับในประเทศไทย จึงไม่สามารถติดตามนอกราชอาณาจักรไทยได้ สำหรับทุนดังกล่าว เป็นทุนที่ทาง สกอ. ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการเร่งรัดผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพในสาขาที่จำเป็นต่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีพัฒนาเศษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ 16 สาขา ซึ่งตามสัญญาจะต้องกลับมาชดใช้ทุน โดยต้องกลับมารับราชการในส่วนราชการตามที่กำหนดให้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 เท่าของระยะเวลาที่ได้รับทุนรัฐบาล แต่เมื่อไม่กลับมาชดใช้ทุนทาง ม.มหิดล จึงได้รับมอบอำนาจจาก สกอ. ทวงถามตามขั้นตอน MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เพจดัง เผยนักเรียนไทยติดป้ายประจาน 'หมอฟันหนีทุน' ทั่วทั้ง 'ฮาร์วาร์ด' วันนี้ (2 ก.พ. 59) มีรายงานว่า โลกออนไลน์ กำลังแชร์ภาพจากเฟซบุ๊กแฟนเพจ CSI LA ถึงกรณีข่าวหมอฟันหนีทุน ซึ่งเป็นภาพจากบุคคลที่ไป ม.ฮาร์วาร์ด มาว่า "วันนี้ไปมหาลัย Harvard มาค่ะ เห็นมีใบปลิวแปะตามบอร์ดแถว Havard yard หลายบอร์ดเลยค่ะ อันนี้เป็นฝั่งมหาวิทยลัย ไม่ใช่ฝั่ง Medical school แต่คิดว่าน่าจะมีคนติดไปทั่วเเล้วค่ะ" ซึ่งทางเพจอย่าง CSI LA ได้ระบุว่า "กลุ่มนักเรียนไทยที่มหาลัย Harvard เริ่มติดป้ายประจานคุณหมอหนีทุนเเล้ว ตามสถานที่ต่าง ๆ ใน campus ของมหาลัย Havard รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่คนที่เอาป้ายไปติดใช้ข้อความที่ผมเขียนใน CSI LA ไปใช้ ขอบคุณมากครับ CSI Harvard" ขอบคุณข้อมูล/ภาพ CSI LA MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เตรียมแถลงข่าว ปมอาจารย์ทันตกรรมหนีทุน ทำคนค้ำเดือดร้อน ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันพรุ่งนี้ ( 2 ก.พ.) ศาสตราจารย์ นายแพทย์ บรรจง มไหสวริยะ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล จะเป็นประธานในการแถลงข่าว พร้อมด้วยศาสตราจารย์ทันตแพทย์พาสน์ศิริ นิสาลักษณ์ คณบดีคณะทันตแพทย์ศาสตร์ กรณีที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อความระบุว่า มีผู้เสียหายจากการเซ็นค้ำประกัน ให้กับอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ มหาลัยวิทยาลัยมหิดล โดยไม่ใช้ทุนกู้เรียนต่อในต่างประเทศ ทำให้มีการจ่ายค่าเสียหายกว่า 2 ล้านบาท ................................................................ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เผย 'ม.ฮาร์วาร์ด' ปัดเคลียร์ปม 'หมอฟันหนีทุน' ชี้เป็นเรื่องส่วนตัว วันนี้ (1 ก.พ. 59) มีรายงานว่า นพ.อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) กล่าวถึงกรณีของ หมอฟันหนีทุน ว่า อดีตอาจารย์คนดังกล่าวรับทุนของรัฐบาลไม่ใช่ทุนมหาวิทยาลัย แต่มหาวิทยาลัยเป็นตัวกลางในการประสานและเสนอชื่อผู้ค้ำประกันให้ ทางสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ตามหลักเกณฑ์ ในฐานะต้นสังกัดก็ต้องดำเนินการเพื่อส่งสริมให้อาจารย์ในมหาวิทยาลัยได้พัฒนาศักยภาพของตนเอง ขณะที่ มม. เองที่ผ่านมาให้ทุนอาจารย์ไปเรียนต่อต่างประเทศปีหนึ่งเกือบร้อยทุน เฉพาะทุนด้านสาธารณสุขในกลุ่มแพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล ฯลฯ ประมาณ 50-60 ทุน และมีบ้างที่ไม่ยอมกลับมาทำงานตามกำหนด และเลือกจะใช้ทุนคืนเป็นเงิน แต่ไม่เคยมีกรณีไม่ใช้เงินคืน มีเพียงรายนี้ที่หนีไป ไม่ใช้หนี้และไม่กลับมา การที่รัฐบาลหรือมหาวิทยาลัยกำหนดเงื่อนไขให้ใช้ทุนคืน 3 เท่า เพราะอยากให้คนเหล่านี้กลับมาทำงานเพื่อประเทศชาติ ไม่ได้อยากได้เงินคืน ทั้งนี้ มม. เองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้พยายามประสานไปยัง ม.ฮาร์วาร์ด แต่คำตอบที่ได้รับจาก ม.ฮาร์วาร์ด คือบอกว่า เป็นเรื่องส่วนตัวที่ต้องประสานไปยังเจ้าตัวเอง ซึ่งทำให้รู้สึกผิดหวังมากที่ ม.ฮาร์วาร์ด ไม่แสดงท่าทีอะไรกับเราเลย เรื่องนี้ทำเสียชื่อไปหมด ทั้ง มม.เองไปจนถึงโรงเรียนเก่าที่จบออกมา อีกทั้งยังส่งผลกระทบกับผู้ที่รับทุนในรุ่นต่อไป ทำให้หาคนมาค้ำประกันยากขึ้น ขอบคุณข้อมูล/ภาพ มติชนออนไลน์ MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- แฉยับ! 'หมอฟันหนีทุน' อยู่บ้านหรูแถมขับรถสปอร์ต มีรายได้มากพอชดใช้หนี้ที่หนีไปได้อย่างสบาย จากกรณีข่าว 'หมอฟันหนีทุน' ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้นั้น ล่าสุด (1 ก.พ. 59) มีรายงานว่า เฟซบุ๊กชื่อ Weerachai Phutdhawong ได้ออกมาโพสต์แฉข้อมูลต่าง ๆ ของหมอฟันหญิงรายนี้ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้านและรถยนต์ หรือแม้แต่รายได้ที่มากพอชดใช้หนี้ที่หนีไปได้อย่างสบาย ๆ ขณะเดียวกัน ทางเฟซบุ๊กของทันตแพทย์ เผด็จ พูลวิทยกิจ ได้มีกลุ่มประชาชนที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา เข้ามาโพสต์ข้อความให้กำลังใจและเล่าว่า คนไทยในอเมริกาหลายฝ่ายกำลังพยายามหาทางเคลื่อนไหวกดดันหน่วยงานต้นสังกัด และทันตแพทย์คนดังกล่าวแล้ว เพราะไม่เห็นดีเห็นงามกับการกระทำเช่นนี้ ด้าน ครูเป็ด มนต์ชีพ ศิวะสินางกูร ครูเพลงชื่อดัง ก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าว ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ครูเป็ด moncheep โดยระบุว่า... ผมว่าคนหนีทุนพยายามพูดให้สังคมเข้าใจคลาดเคลื่อน...เงื่อนไขปกติคือ คุณรับทุนไปเรียนแล้ว คุณต้องกลับมาทำงานกับต้นสังกัด เป็นเวลากี่ปีก็ว่าไป...มีเงินเดือนนะครับ...ครบสัญญาแล้วคุณก็เป็นอิสระ ไม่ต้องเสียเงินสักบาท ...เว้นเสียแต่ว่า คุณจะไม่ทำงานกับต้นสังกัดที่ให้ทุน...คุณถึงจะต้องชดใช้เงิน 3 เท่าของทุนที่ใช้ไป... ...วัตถุประสงค์ของทุนประเภทนี้ คือ อยากส่งเสริม คนที่มีศักยภาพ ไปเพิ่มพูนความรู้ แล้วกลับมาทำประโยชน์กับประเทศ...ไม่ใช่อยากค้ากำไร 3เท่า... ...ผมเองมีเพื่อนพี่น้อง รับทุนแบบนี้ ทำตามเงื่อนไข...ชีวิตก็รุ่งเรืองมีความสุขมากมาย... ...หนีทุนแบบนี้มีผลกระทบถึงคนรุ่นต่อๆไป...หาคนค้ำประกันยากขึ้น... ...คุณก่อกรรมไว้แบบนี้...แล้วชีวิตจะมีความสุขหรือ... ขอบคุณภาพ Weerachai Phutdhawong / ครูเป็ด moncheep MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- แฉปัญหาสมองไหล! นักเรียนนอก หนีทุน คนค้ำเดือดร้อน กับมุมที่หลายคนไม่เคยรู้ รศ.ดร. วีรชัย พุทธวงศ์ (อ.อ๊อด) ในฐานะเลขาธิการศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ (CHES) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คเผยว่า  เรื่อง "นักเรียนทุน หนีทุน ทิ้งทุน" มีเยอะในอดีต กรณีที่โด่งดังช่วงนี้พบว่า เธอเรียนจบ ป. เอก ปี 2003 ซึ่งเธอไปเรียนก่อนหน้านี้สัก 3-4 ปีครับ(1999) ในช่วงนั้น ระเบียบเรื่องการค้ำประกันยังไม่บังคับให้ใช้เฉพาะพ่อแม่ญาติพี่น้องค้ำ จึงมีเพื่อนฝูง ครูบาอาจารย์ที่อยากเห็นนักเรียนทุนเหล่านั้น ได้ไปเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำ และกลับมารับใช้ทุนที่บ้านเกิด มาค้ำประกันให้ ซึ่งอาจช่วยกันค้ำประกันหลายๆ คนก็ได้คิดว่า เธอคงยื้อเรื่องไปพอสมควร เลยทำให้ผู้ค้ำประกันต้องมาจ่ายเงินในปีนี้ (2016) แทน และอย่าลืมว่า ผู้ค้ำไม่ได้จ่ายเงินแทนเธอแค่สองล้านกว่าแต่คงจ่ายรายเดือนมาก่อนหน้านั้นนานแล้ว ตั้งแต่ทราบว่าเธอหนีทุน การใช้ทุนหากเบี้ยวทุนจะต้องใช้ 3 เท่า จากปัญหาดังกล่าว ทาง กพ. ก็มีกฏให้นักเรียนทุน ต้องใช้ พ่อ แม่ หรือ ญาติพี่น้องเท่านั้น ค้ำประกันแทนครับ ภรรยา  เรียน ป.โท-เอก 6 ปี ที่ออสเตรเลียก็ใช้พ่อแม่ค้ำประกันแต่นักเรียนทุนบางคน ก็ยังหนีทุนอยู่ที่ว่าจะใช้มุขไหน จ่ายคืนหรือไม่ บางคนใช้พ่อแม่ที่แก่ชรามากมาค้ำประกัน และเมื่อท่านเสียชีวิต ก็หนีอยู่ต่างประเทศ ไม่ใช้ทุนเลย บางคนก็กลับมาทำงานชดใช้ทุนก่อน พอเหลือไม่มากก็ลาออกหนีไปดื้อๆ ให้คนค้ำจ่ายน้อยๆ หรือบางคนก็มาทำงานก่อนเพื่อให้เหลือเงินชดใช้น้อย ก่อนจะจ่ายและไปทำงานต่างประเทศแทน หรือ บางคนก็หาเงินกลับมาใช้ทุนที่ต้นสังกัดก้อนเดียวเลย และสมองไหลไปทำงานที่ต่างประเทศ บางคนมีเทคนิค เช่น กรณีหนีไปเรียน ป.เอก ด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และเผอิญบริษัทยักษ์ระดับโลกเอาเข้าทำงานในระหว่างที่เรียน ป.เอก เงินเดือนรายได้เยอะแต่ก็ยังไม่ทำเรื่องจบ ป.เอก ยื้อไปเรื่อยๆ ต้นสังกัดก็งงว่าเรียนเก่งแต่ทำไมเรียนไม่จบเสียที จนสามารถเก็บเงินได้ประมาณ 6 ล้านบาทก็ทำเรื่องจบ และกลับมาลาออกจากทุนและใช้เงินกับต้นสังกัด ก่อนจะบินกลับ USA ไปทำงานในบริษัทยักษ์ใหญ่นั้น สำนักข่าวอิศรา เปิดข้อมูล เหตุ สาวนักเรียนนอก เบี้ยวใช้ทุน ทำผู้ค้ำชดใช้แทน อ้างระบบขอทุนในไทยเอาเปรียบจึงรับไม่ได้ วานนี้ (28 ม.ค. 59) สำนักข่าว isranews ได้มีการออกมาเปิดเผยถึงสาเหตุที่สาวนักเรียนทุนหนีไม่ยอมจ่านเงินจนเป็นเหตุทำให้ผู้ค้ำประกันได้รับความเสียหาย ต้องใช้เงินก้อนโตแทนนั้นเป็นเงินรวมหลายล้านบาทนั้น ว่า หลังจากได้สัมภาษณ์ผู้ค้ำประกันคนดังกล่าว ทำให้ทราบว่าสาเหตุที่สาวนักเรียนนอกคนดังกล่าวไม่ยอมใช้เงินทุนคืนนั้นเป็นเพราะ เธออ้างว่า ได้ไปแต่งงานกับชาวต่างประเทศ มีลูก 1 คน และก็บอกว่า ระบบขอทุนประเทศเราเอาเปรียบเขา ต้องให้ชดใช้เงิน 3 เท่า เขารับไม่ได้ที่ได้รับความเดือดร้อนจึงไม่ยอมจ่ายเงินทุนจนเป็นที่มาของเรื่องดังกล่าว "ผมไม่รู้จะพูดอย่างไรนะ แต่ขอถามหน่อยว่า ก่อนที่จะตัดสินใจขอทุนไป เขาต้องรู้อยู่แล้วว่า ต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง เงื่อนไขเป็นอย่างไรบ้าง ถ้ารับไม่ได้ ก็ไม่ต้องไปซิ แต่นี่มาบอกว่ารับไม่ได้ ผมว่าแบบนี้มันไม่ถูกต้อง" ขอบคุณภาพ/ข้อมูลจาก isranews.org อาจารย์ ม.ดัง ตั้งทนายสู้คดี หลังซิ่งหนีไม่ยอมใช้ทุน ปล่อยให้คนค้ำประกันใช้หนี้แทน ความคืบหน้ากรณีที่เกิดเป็นกระแสฮือฮาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังมีคนได้โพสต์ข้อความเตือนสติผ่านเฟซบุีกส่วนตัว ว่าได้เซ็นค้ำประกันให้สาวเรียนทุนไปเมืองนอก แต่พอศึกษาจบเธอกลับชิ่งไปชดใช้ทุน จนเป็นเหตุให้ผู้โพสต์และเพื่อนอีกหลายคนตามใช้หนี้แทนนั้น ล่าสุดมีรายงานข่าวแจ้งว่า สาวนักเรียนทุนคนดังกล่าวได้ตั้งทีมทนายมาสู้คดี หลังจากที่เจ้าทุกข์ได้รวมตัวกันฟ้องร้องดำเนินคดี โดย เพจเฟซบุ๊ก "ทพ.เผด็จ หมอทอม" ผู้ซึ่งเปิดเผยเรื่องราวดังกล่าวได้ระบุว่า "เรื่องอาจารย์ ม.ดัง ซิ่งหนีไม่ยอมใช้ทุนว่า ขณะนี้ได้ตั้งทนาย พร้อมส่งจดหมายแจ้งเรื่องดังกล่าวไปถึงอาจารย์ที่เป็นคู่กรณีและมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ปรากฏว่า อาจารย์คนดังกล่าวก็ได้ตั้งทนายสู้คดี ทั้งยังมีการข่มขู่ทนายของตนด้วย ส่วนทางด้านมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มีจดหมายตอบกลับมาว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนตัว จึงไม่สามารถเข้ามาช่วยจัดการได้" เรื่องราวเตือนสติ! ค้ำประกันให้สาวได้ทุนไปเรียนต่ออเมริกา แต่ต้องมานั่งใช้หนี้แทนหลักล้าน กลายเป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์ที่ถูกแชร์ในโลกออนไลน์ สำหรับเรื่องราวของหนุ่มคนหนึ่งที่เซ็นค้ำประกันให้สาวเรียนทุนเมืองนอก แต่ถูกชิ่งต้องใช้หนี้เองซะงั้น ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้แชร์เรื่องราวอุทาหรณ์ ระบุว่า "สิ้นสุดกันทีกับกรรมเก่า ผมได้ชดใช้ให้แล้ว รวมยอดกับที่ต้องชำระให้อีกร่วมล้าน กับการค้ำประกัน xxxx อดีตอาจารย์ภาควิชา xxxx คณะ xxxx มหาวิทยาลัย xxxx ผู้ซึ่งรับทุนศึกษาต่อที่อเมริกา โดยมีผมที่เข้าเรียน...ในฐานะคนรู้จัก แต่ด้วยความที่เห็นแก่คณะและวิชาชีพจึงยอมค้ำประกันร่วมกับอาจารย์และเพื่อนร่วมงาน และเพื่อนอีกคนของดลฤดี หวังว่าเค้าจะกลับมาทำประโยชน์แก่ส่วนรวม แต่สิ่งที่ผมและทุกคนได้รับคือบอกว่าไม่มีเงิน ทั้งๆ ที่เขาทำงานวิจัยที่ ม.ฮาร์วาร์ด รับเงินเดือนสูง อยู่อพาร์ทเม้นท์หรูหราในอเมริกา เขาทำได้แม้อาจารย์ผู้สั่งสอนและสนับสนุนให้เขาได้เรียน ผู้ร่วมงาน เพื่อน อย่างไม่ละอายแก่ใจ พ่อของเขาและญาติพี่น้องก็ไม่สนใจ เขาเคยโทรมาหาผมครั้งเดียวว่าจะไม่ทำให้ผมเดือดร้อน ผมยังต้องส่งเสียลูกอีก 4 คน แต่ผมต้องนำเงินมาชำระแทน เลยขอให้เรื่องนี้เตือนสติแก่ผู้ที่จะค้ำประกันใคร การศึกษาและชาติตระกูลไม่ได้ช่วยอะไร เขาวางแผนล่วงหน้าแล้วให้พ่อเขารับผิดชอบน้อยที่สุด และมาชดใช้ให้หมด แต่ไม่ยอมชดใช้ให้คนอื่น ช่วยแชร์กันนะครับ เพื่อเป็นอุทาหรณ์ และผู้ที่จะทำธุรกรรมกับคนในครอบครัวนี้หรือบุคคลอื่น แม้ท่านจะปรารถนาดีก็ตาม" หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวถูกส่งต่อในโลกออนไลน์ บรรดาชาวเน็ตต่างเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก พร้อมบอกเล่าประสบการณ์คล้ายกับกรณีนี้อีกด้วย ซึ่งเรื่องราวนี้ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนสติ สำหรับคนคิดจะค้ำประกันได้ดีเลยทีเดียว MThai News