มือปืนถุงป๊อปคอร์น

10 วิธีใช้ วาสลีน เพื่อความงามประจำวัน ของ คุณผู้หญิง
ความงาม /  บำรุงผิว / 

บอกเลยว่า วาสลีน นั้นมีข้อดีเพียบ แทบจะต้องกลายเป็นสิ่งของที่สาวๆ จะต้องมีติดบ้านเป็นหลักกันเลย แต่จะมีอะไรดีบ้างนั้น วันนี้ Women Mthai รวบรวมมาให้ 10 อย่างที่รับรองว่า รู้แล้วต้องได้นำไปใช้ทันทีทันใดแน่นอน คอนเฟิร์ม!! อ้าวรออะไร วิ่งไปซื้อในฉับพลันกันซะ 1.เจลสครับปากด้วย วาสลีน โดยนำวาสลีนผสมกับน้ำตาลทรายละเอียด (ดูวิธีทำ สครับปาก เพิ่มเติมที่นี่) ภาพจาก one-parade.com 2.เป็นครีมบำรุงผิว เพียงแค่ทาวาสลีนบางๆ บริเวณที่ผิวแห้งกร้าน หรือผิวหยาบช่วงข้อศอกหรือเท้า แล้วสวมถุงเท้าทับก่อนนอน ตื่นขึ้นมาคุณจะได้ผิวที่นุ่มเหมือนผิวเด็กเลยล่ะ 3.เมคอัพรีมูฟเวอร์ชั้นดี โดยวาสลีนนั้นสามารถช่วยล้างเครื่องสำอางค์บริเวณรอบดวงตาได้ดี เพียงแค่ใช้สำลีแตะ แล้วเช็ดออกเบาๆก็สะอาดเกลี้ยงโดยไม่ต้องขัดถูเลย 4.ตัวช่วยในการทำสีผม เวลาที่คุณสาวๆทำสีผมด้วยตัวเองที่บ้าน ก่อนจะลงมือละเลงสีลงไปบนหัว ให้นำ วาสลีน มาทาบางๆ รอบโคนผมตรงบริเวณหน้า เพราะหากสีผมไหลมาติด ก็แค่เช็ดออกเบาๆก็เรียบร้อย 5.ช่วงหน้าหนาวหรืออากาศเย็น ป้องกันจมูกลอก ด้วยการนำวาสลีนมาตบเบาๆบริเวิณจมูก 6.ตบวาสลินเบาๆที่โหนกแก้ม เพื่อให้แก้มดูเป็นเงาใบหน้าจะดูสดใสขึ้น หลังจากแต่งหน้าบริเวณอื่นให้เรียบร้อย แค่นี้ก็ได้เทรนด์แต่งหน้าที่ดูฉ่ำตามเทรนด์แต่งหน้ารันเวย์เลยทีเดียว 7.เลือกสีอายแชร์โดว์หรือบลัชออนที่ชอบมาบดเป็นผงแล้วผสมกับวาสลีนเล็กน้อย จะได้ลิปปาล์มไว้ใช้สำหรับหน้าหนาวช่วยให้ปากนุ่มชุ่มชื้นและยังได้สีที่ชอบอีกด้วย ( ดูวิธีการทำ ลิปปาล์ม เพิ่มได้ที่นี่ ) ที่มาภาพจาก alittlebirdyblog.com 8.ปกป้องผิวหนังรอบๆเล็บไม่ให้ลอกล่อนเป็นขุย ด้วยการนำวาสลีนมาทาบางๆรอบๆเล็บ และยังสามารถทำได้ก่อนที่คุณจะทาเล็บ ก็จะช่วยให้ช่วยเช็ดสีทาเล็บที่เลอะรอบๆออกได้ง่าย และยังช่วยบำรุงผิวบริเวณนั้นได้อีกด้วย 9.รับมือกับผมทรงหางม้า ให้ผมดูเรียบสวยไม่พันกันยุ่ง ด้วยการแตะวาสลีนเล็กน้อยแล้วลูบที่ผมเป็นแนวยาวลงไป จะได้ลุคของผมหางม้าที่ดูดีกว่าผมฟูๆนะจ๊ะ 10. แตะ วาสลีน นิดหน่อยในบริเวณที่จะพรมน้ำหอมลงไป จะทำให้กลิ่นน้ำหอมติดทนยาวนานขึ้นกว่าเดิมจ้า ลองนำไปใช้กันดูนะจ๊ะสาวๆ หรือถ้าใครมีเทคนิคของ วาสลีน ดีๆอย่าลืมมาแชร์บอกเราเพิ่มด้วยล่ะ แบ่งๆกันสวยโน๊ะ เรียบเรียงโดย Women Mthai Team ขอบคุณเนื้อหาจาก michellephan

วิญญาน /  วิญญานข้าทางรถไฟ / 

เด็กหรือวิญญาณเปลือยท่อนบนถือถุงข้ามทางรถไฟ

สงขลาดุ! คืนเดียวยิงกันตาย 3 ศพ
ข่าวล่าสุด /  ยิงกันตาย / 

เมืองสงขลาดุ คืนเดียวยิงกันตาย 3 ศพ เหตุแรกสองพี่น้องถูกยิงเสียชีวิตคาบ้านเช่า อีกเหตุสองคนร้ายขับรถกระบะจ่อยิงหนุ่มใหญ่ ดับคาถนน เวลาประมาณ 01.00 น. วันที่ 23 พ.ย. ร.ต.อ.ถาวร  บุญทอง ร้อยเวร สภ.เมืองสงขลา รับแจ้งว่า เกิดเหตุยิงกันตายที่บ้านเช่าซึ่งเป็นห้องแถวไม่มีเลขที่ หมู่3 ต.เกาะยอ อ.เมืองสงขลา ซึ่งอยู่ติดริมทะเลสาบสงขลา หลังรุดไปตรวจสอบ พ.ต.อ.ไวยวิทย์ นพรัตน์ รักษาการ ผกก.สภ.เมืองสงขลา และชุดสืบสวน ที่เกิดเหตุ พบศพ นายมนตรี แซ่กัง อายุ 30 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. เข้าที่ศีรษะและลำตัว รวม 2 นัด นอนเสียชีวิตอยู่หน้าบ้าน และ นายศรีรัตน์ แซ่กัง อายุ 28 ปี น้องชาย ถูกยิงด้วยอาวุธปืนชนิดเดียวกันเข้าที่ลำตัวสองนัด เสียชีวิตอยู่ริมกำแพงหลังบ้าน โดยมีคันเบ็ดตกปลา 2 อัน ซึ่งเป็นของผู้ตายตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ปลอกกระสุนปืน 2 ปลอก และหัวกระสุนปืน 1 หัว จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ที่ก่อเหตุยิงทั้งสองคนมีชื่อเล่นว่า เฮีย อายุประมาณ 50 ปี ซึ่งเช่าบ้านอยู่ในห้องแถวเดียวกัน หลังก่อเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 125 ไอ สีขาว หลบหนีไป ส่วนสาเหตุมาจากเรื่องส่วนตัวที่ทั้งสองฝ่ายมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน และในเวลาไล่เลี่ยกัน เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวยังได้รับแจ้งอีกว่า เกิดเหตุยิงกันตายที่หน้าปั๊มแก๊ส LPG ห้างหุ้นส่วนจำกัด ชะมวงปิโตรเลียม (สาขา 9) เลขที่ 3 / 54 หมู่1 ต.เขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา หลังไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบร่าง นายสุธรรณ รัตนมณี อายุ 44 ปี ชาว ต.ชิงโค อ.สิงหนคร จ.สงขลา นอนเสียชีวิตอยู่ริมถนน โดยถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดเข้าที่บริเวณใบหน้าทะลุท้ายทอย 1 นัด และลำตัว 2 นัด เสียชีวิตคาที่ จากการสอบสวนทราบขณะเกิดเหตุ นายสุธรรณ ได้โทรศัพท์นัดเพื่อนให้มารับที่หน้าปั๊มแก๊ส เมื่อเพื่อนขับรถจักรยานยนต์มารับ แต่ขณะที่ นายสุธรรณ เดินไปขึ้นรถรถจักรยานยนต์ ได้มีรถกระบะของคนร้ายขับมาประกบและมือปืนได้ลดกระจกลงแล้วใช้อาวุธจ่อยิงเข้าที่หน้าและลำตัวรวม 2 นัด จนล้มลงเสียชีวิต ส่วนคนร้ายได้ขับรถกระบะหลบหนีไป สำหรับสาเหตุ เจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวนและหาเบาะแสติดตามจับกุมต่อไป

อาชีวะกำแพงเพชร ท้าบริจาคเลือดผ่านโซเซียล
กำแพงเพชร /  ข่าวล่าสุด / 

อาชีวะกำแพงเพชร ท้าบริจาคเลือดผ่านเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม ชวนคนทำดีช่วยสังคมแบบสร้างสรรค์ ที่หอประชุมวิทยาลัยเทคนิคกำแพงเพชร คณะเหล่ากาชาดนำโดย พ.อ.หญิง ศินีนารถ วานิชเสนี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกำแพงเพชร ออกหน่วยไปรับบริจาคโลหิต โดยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดกำแพงเพชร เปิดเผยว่า ขณะนี้โลหิตในคลังเลือดของโรงพยาบาลกำแพงเพชรเหลือน้อยมาก เลือดบางกรุ๊ปขาดแคลน เช่น กรุ๊ปบี ไม่มีเลย จึงต้องออกหน่วยมาขอรับบริจาคโลหิต เพื่อนำเลือดไปมอบให้โรงพยาบาลไว้ใช้รักษาผู้เจ็บป่วย และได้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้นในการบริจาคโลหิตครั้งนี้คือ บรรดานักศึกษาที่บริจาคโลหิตต่างถ่ายรูปตัวเองในขณะบริจาคโลหิต จากนั้นก็โพสต์ลงในเฟซบุ๊กและอินตาแกรม ท้าเพื่อน ๆ มาบริจาคโลหิตด้วย โดยใจความส่วนใหญ่ก็จะบอกว่าวันนี้เรามาบริจาคโลหิตแล้ว เราขอท้าเพื่อน ๆ มาบริจาคกันบ้าง ใจถึงหรือเปล่า ถ้าใจถึงมาบริจาคโลหิตกันเลย หลังจากที่มีการท้ากันผ่านเฟซบุ๊กไป ปรากฏว่าเพื่อนที่โดนท้าก็มาบริจาคบ้าง ทำให้ในวันนี้ทางกาชาดได้รับบริจาคจากนักศึกษาอาชีวะของวิทยาลัยเทคนิคไปกว่า 200 ถุง ซึ่งมากกว่าทุก ๆ ครั้ง ที่มาขอรับบริจาค นักศึกษาอาชีวะรายหนึ่งได้ท้าเชิญชวนอาชีวะทั่วประเทศว่า โดยบอกว่าวันนี้เรามาบริจาคโลหิตแล้ว ขอท้าเด็กอาชีวะทั่วประเทศมาทำเรื่องสร้างสรรค์บริจาคโลหิตบ้าง เพราะการบริจาคโลหิตสามารถช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ได้ เลือดอาชีวะต้องออกที่แขน ผ่านเข็มแล้วลงถุง ถึงจะเท่ห์

10 สิ่งที่สาวๆ มักเรียกร้องและ บ่นผู้ชาย ประจำ!!
คู่รัก /  แฟน

ถึงแม้ว่าคู่รักบางคู่ที่คบกันมายาวนาน ก็อาจที่สิ่งที่คุณผู้หญิงคิดว่าคุณ ผู้ชาย ควรจะทำได้ดีกว่านี้ ก็แหมอยู่ด้วยกันมานาน ความคาดหวังก็ต้องเกิดขึ้นอยู่ดีแหละจ้ะ  เรามาดูกันว่า อะไรที่สาวๆชอบ บ่นผู้ชาย ว่ามีเรื่องอะไรบ้าง และคุณเป็นอย่างที่เขาว่าหรือเปล่านะ 1. “เป็นระเบียบหน่อย” ทำไมใส่ถุงเท้าลงตะกร้าไม่ได้ กางเกงในทำไมเป็นเลขแปด จานทำไมไม่ไปเก็บลงซิงค์ ยังมีอีกหลายเรื่องใช่มั้ยจ๊ะ พูดวันนี้คงไม่จบ (แต่ก็บ่นได้ทุกที) 2. “โรแมนซ์หน่อย” โรแมนติกกับฉันบ้าง นอนกอดฉันบ้าง จุ๊บฝันแบบแผ่วเบาบ้าง หอมแก้มฉันบ้าง (อ้อนขนาดนี้แล้วนะโรแมนติกกับฉันเถอะ) 3. “ฟังหน่อยจิ๊” อย่าให้ต้องพูดอะไรซ้ำๆหลายรอบนะคะ คุณผู้ชายไม่งั้นดิชั้นจะเสียอารมห์ ต้องตามง้อไม่รู้ด้วยนะ 4. “ความสะอาด” ถ้าทำอะไรหกเลอะเทอะรับเช็ดหน่อยนะ มันจะได้ออกง่าย ไม่ใช่รอนางฟ้าอย่างฉัน 5. “ทำอาหาร” ปีนี้ 2014 แล้วนะพ่อหนุ่มเลิกคิดว่าว่าการทำอาหารเป็นเรื่องของผู้หญิงอย่างเดียวซะที ถ้าฉันกลับมาช้ากว่าคุณ ทำอาหารให้ฉันบ้างสิ 6. “เข้าสังคม” ที่ฉันยังเข้าสังคมเพื่อนเธอได้เลยนะ เธอก็พยายามมากับเพื่อนฉันหน่อยนะ 7. “จัดการเงินหน่อยหน่า” เวลาซื้อของที่จำเป็นเนี่ย จ่ายยากจังเลยนะคะ แต่ซื้อเกมเนี่ยไวเชียว เพลาๆลงบ้างนะคะ 8. “DIY” ถ้าทำเอง ทำดีๆนะจ้า เพราะเห็นสุดท้ายทีไรคุณก็ต้องจ้างช่างมาอยู่ดีนั่นแหละ เพราะฉะนั้นจ้างช่างเลยเถอะนะง่ายกว่า 9. “การตอบคำถาม” เลิกตอบว่าก็ดี ตามใจ แล้วแต่เธอ  บางทีเราก็อยากรู้เรื่องราวอื่นๆด้วย แต่ไม่อยากถามแบบสอบสวนคุณ เพราะฉะนั้น เล่ามาซะดีๆ ไปทำอะไร ที่ไหน กับใคร คนเยอะมั้ย มีสาวๆไปด้วยหรือเปล่า กินอะไร อร่อยไหม (เยอะไปไหม ตอบเลยว่า ไม่! เพราะฉันอยากรู้ ) อะไรที่เราคาดหวังมากไปก็ไม่ดีนะจ๊ะ เอาแค่อยู่ในกรอบความเหมาะสม และเข้าใจก็พอ บางอย่างลองเอาใจเขามาใส่ใจเราก็ดีเหมือนกันนะ เอะอะจะไป บ่นผู้ชาย ฝ่ายเดียว จะไปบงการเขาอย่างเดียวก็ไม่ดีหรอกจ้า เรียบเรียงโดย Women Mthai Team ที่มาจาก Femalefirst

วันนี้ที่รอคอย ภาพซึ้งๆ สุดประทับใจในงานรับปริญญา
การศึกษา /  นักศึกษา / 

ความสำเร็จอีก 1 ขั้นทางการศึกษา ก็คือ การจบการศึกษา จนได้รับปริญญาบัตร ในวันนั้นเราจะเห็นรอยยิ้ม จากเพื่อนฝูง ญาติพี่น้องที่พร้อมใจเดินทางกันมาแสดงความยินดี เป็นปลื้มกันทุกคน แต่น้อยคนนะคะที่จะได้เห็นภาพมุมเล็กๆ เหล่านี้ ถึงการแสดงออกของความรักความผูกพันธ์และคำขอบพระคุณที่ทำให้เราประสบความสำเร็จได้ในวันนี้ ขอบอกว่าน่าประทับใจมากๆ กับ วันนี้ที่รอคอย ภาพซึ้งๆ สุดประทับใจในงานรับปริญญา คนไทย วันนี้ที่รอคอย ภาพซึ้งๆ สุดประทับใจในงานรับปริญญา สมกับเป็นภาพนี้ที่รอคอย ถึงแม้จะเกิดต่างชนเผ่า ถึงแม้จะอยู่ในที่แสนไกลความเจริญ แต่ก็สามารถส่งเสียและส่งเสริมให้ลูกมีวันนี้ บัณฑิตจากรั้ว มหาวิทยาลัยพะเยา กับคุณแม่ชาวเขาในชุดพื้นเมืองเต็มยศ (ภาพจาก : www.momypedia.com/pages/preview/article_print.php?id=495) เฟซบุ๊ก @Boon Khongkha ได้มีการโพสต์ภาพสุดประทับใจของบัณฑิตสาวคนหนึ่งที่เข้าช่วยเหลือบัณฑิตสาวร่วมสถาบันที่ถูกรถชนจนได้รับบาดเจ็บเลือดอาบ ทั้งๆ ที่อยู่ในชุดเครื่องแบบสีขาว สำหรับเข้าพิธีรับพระราชทานปริญญาบัตร โดยผู้โพสต์ภาพเขียนบรรยายข้อความว่า “คนงาม….หลังจากได้ยินผมบอก มีคนโดนรถชน เธอก็วิ่งเข้าไป และทำอะไรที่ผมไม่คาดคิด เธอเข้าไปช่วยโดยที่ไม่ต้องสวมถุงมือยางด้วย จนเลือดแปะเปื้อนที่แขนของเธอ ผมเองต้องเตือน และรีบเอาแอลกอฮอล์เช็ดให้ ผมไม่รู้ว่าวันนี้มีเพื่อนบัณฑิตรับปริญญาทั้งหมดกี่คน แต่….ผมรู้ว่า เธอเป็นบัณฑิตคนเดียวที่เข้าไปช่วยเหลือ ช่วยกดไลค์ให้บัณฑิตน้ำใจงามคนนี้ด้วยครับ” ซึ่งเมื่อภาพดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นชื่นชมในความเสียสละของเธอ โดยไม่ได้สนใจว่าชุดสีขาวสะอาดจะเปื้อนเลือดแต่อย่างใด (ข้อมูล http://news.mthai.com/hot-news/372394.html)   ถึงพ่อแม่จะไม่ได้เรียนจบปริญญา แต่ก็ส่งลูกเรียนจบปริญญาได้นะคะ  (เครดิตภาพจาก : ต๊อด ต๊อด) งานพระราชทานปริญญาบัตร ครั้งที่ ๔๗ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ "ภาพแห่งความประทับใจ ไม่ว่าจะมีเชื้อชาติ ชนเผ่าใด ก็มีความตั้งใจในการศึกษาและไม่ลืมบ้านเกิด" น่าชื่นชม บัณฑิตจากคณะพยาบาลศาสตร์ (เฟซบุ๊คเจ้าของชื่อ Kittipong Jina (https://www.facebook.com/kittipong.jina?fref=ts) "ความตั้งใจแรกเมื่อครั้งเป็นลูกเครื่องกลบูมมให้พี่บัณฑิต วันไหนเกมส์เป็นบัณฑิต เกมส์จะพาพ่อแม่เข้าวงบูมและกราบ 3 ครั้ง วันนี้เกมส์ทำตามสัญญาแล้วนะ (cr.รูปภาพ FB ประสานงานเกียร์ มทส) งานรับปริญญาจะสมบูรณ์แบบได้ เมื่อมีคนในครอบครัวมาร่วมแสดงความยินดี ถึงแม้วันนี้ท่านทั้งสองอาจไม่ได้อยู่ดูความสำเร็จ แต่ลูกสาวก็ไม่ลืมที่จะนำภาพที่เป็นดั่งตัวแทนของท่านทั้งสองมาถ่ายภาพความสำเร็จทางการศึกษาในวันนี้ บัณฑิตจากรั้ว ม.เทคโนโลยีสุรนารี (ภาพจาก www.facebook.com/gamey.zeed) ภาพข่าวการรับปริญญาเมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา ที่โด่งดังในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก ถึงคลิปพิธีพระราชทานปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยทักษิณ จ.สงขลาโดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เป็นผู้พระราชทานปริญญาบัตร ภายในคลิป ขณะที่สมเด็จพระเทพฯ ทรงยื่นใบปริญญาบัตรแก่บัณฑิต แต่ใบปริญญาบัตรกลับตกลงพื้น บัณฑิตคนดังกล่าวจึงก้มเก็บ แล้วถอยออกไป ทำความเคารพ อย่างไรก็ตาม สมเด็จพระเทพฯ ได้ทรงกวักพระหัตถ์เรียกบัณฑิตคนดังกล่าว ให้มารับพระราชทานปริญญาบัตรใหม่อีกครั้ง สร้างความปลื้มปีติแก่ผู้ที่ได้ชมคลิปเป็นอย่างมาก และเชื่อว่าหลายคนต้องย้อนดูคลิป ณ วินาทีนั้นซ้ำไปซ้ำมาแน่นอน  ที่มา ( http://www.tlcthai.com/education/news-teen/77018.html) ชมคลิป สมเด็จพระเทพฯ ทรงกวักมือเรียกบัณฑิต รับพระราชทานใบปริญญาอีก by samaboon เป็นภาพการกราบที่สวยงามและซาบซึ้งที่สุด จริงๆ ค่ะ นอกจากนี้ยังเป็นภาพที่แสดงออกถึงความรู้สึกว่า "พ่อคะ วันนี้ลูกทำได้แล้วนะ จบการศึกษาให้พ่อเรียบร้อยแล้ว" (ภาพจาก : twitter.com/Petal407Hee) ขอบคุณที่ทำให้ลูกมีวันนี้ ถึงแม้พ่อไม่มีเวลามาร่วมแสดงความยินดี แต่เพราะหน้าที่อันยิ่งใหญ่ที่คอยรับใช้ชาติ ทำให้ลูกขอเดินทางมากราบขอบคุณพ่อเอง (ภาพจาก : Anna Sui (Facebook) ชาบบซึ้งทุกภาพจริงๆ ค่ะ ปริญญาจะมีความหมายใดเท่าพระคุณของผู้เลี้ยงดู อย่าลืมตั้งใจเรียนเพื่อคุณพ่อคุณแม่นะคะ ท่านกำลังรอคอยดูความสำเร็จของเราทุกคนอยู่เสมอ... เรียบเรียงโดย teen.mthai.com

ใครเห็นก็ต้องอยากได้ ถุงนอนสุดเก๋ แปลงร่างเป็น Superhero
Superhero /  ความคิดสร้างสรรค์ / 

ใครเห็นก็ต้องอยากได้ ถุงนอนสุดเก๋ แปลงร่างเป็น Superhero ที่ดูไม่น่าจะได้นอนเลยนะคะ ใช้แล้วเหมือนกำลังจะออกไปปราบเหล่าวายร้ายยังไงไม่รู้^^และน่าจะถูกอกถูกใจสาวกที่ชื่นชอบซุปเปอร์ฮีโร่จากการ์ตูน Marvel งั้นอย่ารอช้าไปดูพร้อมๆ กันเลยคะว่า จะมีตัวไหน แบบไหนกันบ้าง ใครเห็นก็ต้องอยากได้ ถุงนอนสุดเก๋ แปลงร่างเป็น Superhero เวลาที่เราเดินทางไปเข้าแคมป์หรือไปเที่ยวป่าจำเป็นต้องมีเต้นท์หรือถุงนอนเอาไว้นอนยามดึกถูกต้องไหมคะ ซึ่งถุงนอนที่เราเห็นส่วนใหญ่ก้จะมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดพอดี 1 คนนอนดูๆ ไปแล้วเหมือนหนอนยังไงไม่รู้ ทำให้มีผู้ผลิตถุงนอนโดย Selk’bag เกิดปิ๊งไอเดียอยากเปลี่ยนถุงนอนหนอนชาเขียว มาเป็นเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่กันบ้าง แถมจะลุก เดิน นั่ง ยืน หรือนอนที่ไหนก็ได้ ไม่ลำบากอีกด้วย ถุงนอนซุปเปอร์ฮีโร่จากการ์ตูน Marvel มีให้เลือกหลากหลายตัวละครเลย ไม่ว่าจะเป็น สไปเดอร์แมน (Spiderman), ยักษ์เขียว (The Hulk), ไอรอนแมน (Ironman), กัปตันอเมริกา (Captain America) ซึ่งขายอยู่ที่ 149 ดอลล่าห์หรือประมาณ 5,000 บาทนั่นเอง ข้อมูลและภาพ DesignTAXI, catdumb

ศาลมาเลย์ฯ สั่งประหารสาวไทยขนยาเสพติดเข้าปท.
ขนยาเสพติดเข้าประเทศ /  ประหารชีวิต / 

ศาลมาเลเซีย เด็ดขาด สั่งลงโทษประหารหญิงไทยขนยาเสพติดเข้าประเทศ หลังคำให้การในชั้นศาลฟังไม่ขึ้น สื่อต่างประเทศ รายงาน ผู้พิพากษา ดาตุก โมห์ด ซากิ อับด์ วาห์อับ พิจารณาตัดสินให้ประหารชีวิต นางสาวรอสลิน หนูแก้ว หญิงไทย วัย 32 ปี ที่ลักลอบขนยาเสพติด น้ำหนัก 16.8 กิโลกรัม เข้าประเทศ เมื่อ 3 ปีก่อน โดยระบุว่า เหตุผลของจำเลยไม่เพียงพอ โดย นางสาวรอสลิน ให้การว่า ตัวเองเป็นพนักงานต้อนรับในโรงแรมแห่งหนึ่งในประเทศไทย และพนักงานในความดูแลได้จัดให้ เธอมีวันหยุดสำหรับพักผ่อนในประเทศมาเลเซีย ขึ้นรถบัสจากชายแดนเมือง Changlun ไปยังสถานีขนส่งที่เมืองชาอับห์ เปอดานา ที่สุดท้าย ก่อนที่จะขึ้นรถโดยสารสายอื่นเพื่อเดินทางเข้ากรุงกัวลาลัมเปอร์ ต่อไป ขณะที่อยู่ที่ Changlun เธอถูกแนะนำให้รู้จักผู้หญิง 1 คน ก่อนพบถุงพลาสติกต้นเหตุหลังจากที่หญิงคนดังกล่าวไปแล้ว ทั้งนี้ นางสาวรอสลิน ได้ปฏิเสธ ไม่รู้ว่า ห่อพลาสติก 2 ห่อ บรรจุยาเสพติดอยู่ภายใน

ผอ.รพ.รับขาคนในกองขยะ เป็นชิ้นส่วนคนไข้ถูกตัดจากโรคร้าย-ใส่ถุงผิด
ข่าวล่าสุด /  ผอ.รพ.อำนาจเจริญ / 

ผอ.รพ.อำนาจเจริญ รับขาโผล่กองขยะ เป็นชิ้นส่วนคนไข้ถูกตัดจากโรคร้าย-ใส่ถุงผิด วันนี้(20พ.ย.) จากกรณีที่มีชาวบ้านพบเศษส่วนขามนุษย์ฝ่าเท้ายาวถึงหัวเข่าประมาณ 1 ฟุต ที่กองขยะเทศบาลเมืองอำนาจเจริญ บริเวณดงสีบู ศูนย์ราชการแห่งที่ 2 ต.ไก่คำ อ.เมือง อยู่ในถุงคล้ายออกจากโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงส่งชิ้นส่วนให้โรงพยาบาลอำนาจเจริญตรวจสอบ ล่าสุด นพ.ทรงเกียรติ เล็กตระกูล ผอ.รพ.อำนาจเจริญ   ได้เปิดเผยว่า ลักษณะขาที่พบพันด้วยผ้าก๊อซ และถูกตัดเลยหัวเข่าลงมาถึงปลายเท้า ซึ่งมีกระดูกขาโผล่ให้เห็นช่วงตัดเลยหัวเข่า ตรวจสอบอย่างละเอียด คาดว่า เป็นขาผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวาน หรือ โรคติดเชื้อ เรื่องดังกล่าวนี้ตนได้เรียกแพทย์-พยาบาล และ จนท.ผู้เกี่ยวข้องมาประชุมด่วนพอสรุปเบื้องต้นได้ว่า เมื่อประมาณเดือนนี้ได้มีการตัดขาผู้ป่วยที่เป็นโรคมีพิษร้ายแรงไปจำนวน 2 ราย และเชื่อว่าเป็นขาของผู้ป่วยที่โดนตัดไป 2 คนนี้ ไม่คนใดก็คนหนึ่ง ซึ่งหลังจากตัดขาของผู้ป่วยแล้วจะต้องนำขาที่ตัดใส่ในถุงสีแดงและนำไปกำจัดทิ้งที่จังหวัดนครสวรรค์แห่งเดียวเท่านั้น แต่ในการแยกขยะทางรพ.อำนาจเจริญ จะคัดแยกขยะเป็นพิษใส่ถุงแดง ส่วนขยะที่ไม่เป็นพิษใส่ถุงดำและจะถูกกำจัดไปเผาที่ดงสีบู คาดว่าเจ้าหน้าที่คัดแยกอาจสลับถุงผิดเพราะเห็นว่าถุงแดงมันเล็กไม่พอดีขนาดขา จึงเอาถุงดำที่มีขนาดใหญ่กว่ามาซ้อนถุงแดงอีกครั้ง จึงทำให้การแยกขยะผิด และนำไปทิ้งผิดสถานที่ หลังเกิดเรื่องก็ได้มีการกำชับกับจนท.ว่าต่อไปให้ใช้ความละเอียดถี่ถ้วนและระมัดระวังให้ดี อย่าแยกขยะผิดประเภท เด็ดขาด ขอบคุณเนื้อหาจาก ข่าวสดออนไลน์ MThai News __________________________ ข่าวที่เกี่ยวข้อง พบขาคนถูกโยนทิ้งกองขยะอำนาจเจริญ

แถลงฉ.8ในหลวงพบถุงเนื้อเยื่อลำไส้ใหญ่อักเสบไข้ลด
ศิริราช /  แถลงการณ์สำนักพระราชวัง / 

แถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ฉบับที่ 8 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถุงเนื้อเยื่อบนผนังพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) อักเสบ พระปรอท (ไข้) ลดแล้ว ถวายพระโอสถต่อ แถลงการณ์สำนักพระราชวังเรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ฉบับที่ 8วันนี้ คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รายงานตามที่มีแถลงการณ์สำนักพระราชวัง เมื่อปีพุทธศักราช 2542 ว่า การถวายส่องกล้องตรวจทางพระทวารหนัก พบถุงเนื้อเยื่อขนาดเล็ก บนผนังพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) ในปีพุทธศักราช 2550  2554 และ2555 ตามที่ได้แถลงการณ์ให้ทราบกันทั่วหน้าแล้ว ในครั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระอาการแน่นและเจ็บพระนาภี (ท้อง) หายพระทัยเร็วขึ้นเล็กน้อย และมีพระปรอท (ไข้) ผลการตรวจพระหทัยด้วยคลื่นไฟฟ้า ไม่ปรากฏว่ามีการผิดปรกติ ผลการตรวจพระโลหิต รวมทั้งการตรวจพระโลหิตด้วยวิธีพิเศษ และเอ็กซเรย์พระนาภี (ท้อง) แสดงว่า มีการอักเสบของถุงเนื้อเยื่อขนาดเล็กบนผนังของพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) คณะแพทย์ฯ จึงได้ถวายพระโอสถปฏิชีวนะ ซึ่งทำให้พระปรอท (ไข้) ลดลงแล้ว แต่ต้องถวายพระโอสถต่อเนื่องอีกสักระยะหนึ่ง และถวายพระกระยาหารที่เหมาะสมกับพระโรคนี้จนกว่าพระอาการอักเสบ จะทุเลาลงจนเป็นปรกติ อนึ่ง คณะแพทย์ฯ ได้อธิบายว่า การอักเสบของถุงเนื้อเยื่อบนผนังพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) อาจเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว จึงประกาศมาทราบโดยทั่วกัน

ไอเดีย ส่ง ของขวัญปีใหม่ พร้อม 4วิธีแพ็คของส่งไปรษณีย์ แบบมืออาชีพ
ของขวัญ /  ของขวัญปีใหม่ / 

10 ไอเดียส่งความสุขปีใหม่ เซอร์ไพรส์คนพิเศษ ที่ทั้งสนุกและยังได้ไอเดียดีๆ ในการหาซื้อ ของขวัญ ให้คนที่เรารักในช่วงปีใหม่ ซึ่งจะส่งให้กันทั้งทีก็ต้องเป็นของดีๆ ที่ตั้งใจให้ และถ้าไม่อยากเดินทางไปไกล ก็มอบความไว้วางใจให้ไปรษณีย์ส่ง และเมื่อส่งแล้วก็ต้องหุ้มห่อให้ดี เพราะในวันๆ หนึ่ง ปริมาณงานไปรษณีย์มีจำนวนมาก ดังนั้นสิ่งของที่จะเซอร์ไพรส์คนพิเศษมีวิธีอย่างไร ลองเข้าไปดูกันเลยครับ ที่ www.thailandpost.co.th/newyear2015 4 วิธีการ หุ้มห่อของ อย่างปลอดภัย  1. เทคนิคการหุ้มห่อสิ่งของแตกหักง่าย เลือกกล่องให้พอดีกับขนาดสิ่งของป้องกันสิ่งของเคลื่อนที่ เพิ่มความแข็งแรงอีกชั้นด้วยเทคนิคกล่องซ้อนกล่อง โดยนํากล่องอีกใบที่มีขนาดใหญ่กว่ามาซ้อนกล่องที่บรรจุของไว้ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล่อง กรุช่องว่างระหว่างกล่องด้วยเศษกระดาษให้แน่น ไม่ให้มีช่องว่าง จากนั้น ปิดกล่อง ติดเทปกาว ผูกเชือกให้แน่น 2. เทคนิคการหุ้มห่อสิ่งของเหลว  เทคนิคการหุ้มห่อสิ่งของเหลว ต้องเอาเทปปิดรอบฝาก่อนกันรั่วซึม ต่อด้วยใส่ถุงพลาสติก ห่อกันกระแทก แล้วค่อยเอาลงกล่อง กรุด้วยกระดาษให้แน่นไม่ให้มีช่องว่าง ปิดกล่อง ติดเทปกาว ผูกเชือกให้แน่น เขย่ากล่องดู ถ้าไม่มีเสียงแสดงว่าโอเค ส่งถึงลูกค้ารับรอง ไม่รั่ว ไม่แตก 3. เทคนิคการหุ้มห่อสิ่งของมีคม  เสียบโฟมไว้ตรงด้านแหลมหรือมีคม เพื่อป้องกันสิ่งของแทงทะลุกล่องออกมา  หุ้มห่ออีกชั้นด้วยวัสดุกันกระแทก เลือกกล่องให้พอดีกับขนาดสิ่งของ แล้วกรุช่องว่างด้านในด้วยเศษกระดาษให้แน่น ไม่ให้มีช่องว่าง ป้องกันสิ่งของเคลื่อนที่ จากนั้นปิดกล่อง ติดเทปกาว ผูกเชือกให้แน่น 4. เทคนิคการหุ้มห่อสิ่งของรูปทรงยาว วางสินค้าบนแผ่นกันกระแทก ห่อด้วยแผ่นกันกระแทกหลายๆ ชั้น บรรจุลงในกล่องทรงกระบอก กรุช่องว่างด้วยเศษกระดาษหรือเม็ดโฟม จากนั้นปิดกล่อง ติดเทปกาว ผูกเชือกให้แน่น  สุดท้ายค่ะไปรษณีย์ไทย ฝากมาย้ำว่าให้ส่ง ของขวัญปีใหม่ ก่อนเวลา โดยเฉพาะการส่งของไปต่างประเทศ เพราะจะติดช่วงวันหยุดยาวทำให้ของขวัญติดค้างไม่ถึงมือผู้รับได้ทันเวลานะจ๊ะ

บริษัท เบเนฟิค จำกัด

ผ้ากรอง ถุงกรอง อุตสาหกรรม Filter Cloth, Filter Bag

ป้าหมอเตือน เด็กทารก กิน น้ำคลอโรฟิลล์ อาจตายได้
น้ำคลอโรฟิลล์ /  ป้าหมอ / 

จากกรณีที่มีการโพสต์ภาพ คุณแม่ท่านหนึ่ง นำ น้ำคลอโรฟิลล์ใส่ขวดนมให้ เด็กทารก ที่มีอายุเพียง 7 วันกินเข้าไปแล้วมีการโฆษณาชวนเชื่อว่า ดีต่อเด็กทารก ทำให้เด็กแข็งแรงมาก นั้น ล่าสุด ป้าหมอ หรือ พญ. สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ กุมารแพทย์ทารกแรกเกิด ได้โพสต์ข้อความเตือนคุณแม่ทั่วประเทศว่า นี่ เป็นการกระทำที่ เสี่ยงอันตราย อาจะทำให้เด็กเสียชีวิตได้ ป้าหมอขอขอบคุณ คุณหมอจ่าพิชิต ขจัดพาลชน ที่กรุณาส่งรูปผู้หญิงคนหนึ่งในโซเชียลมีเดียกำลังเอาน้ำที่เจ้าตัวบอกว่าชื่อน้ำคลอโรฟิลล์ ให้เด็กทารกกิน ด้วยความเป็นห่วงว่า ในปัจจุบัน มีการโพสต์ขายของมากมาย โดยไม่มีการกลั่นกรอง หากผู้ไม่ทราบ หลงใช้ตามโฆษณา ก็จะเป็นอันตรายจนถึงแก่ชีวิตได้ โดยเฉพาะเด็กๆค่ะ ทารกแรกเกิดหนัก 5 กก. ไม่ใช่เด็กปกตินะคะ ไม่ใช่สิ่งที่น่าชื่นชมหรือเลียนแบบ อาจเกิดจากการที่คุณแม่เป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ หรือ เด็กอาจเป็นโรคผิดปกติบางอย่างที่ทำให้มีปัญหาน้ำตาลในเลือดต่ำ มีผลกับสมองตามมา หากไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้อง และ การให้ทารกกินน้ำอื่นๆที่ไม่ใช่นมแม่ หรือ นมผงสำหรับทารกที่ได้รับการเตรียมอย่างถูกสัดส่วน และ สะอาด จะเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ เช่น เกิดภาวะน้ำเกินหรือน้ำเป็นพิษจนสมองบวม ท้องร่วงจากติดเชื้อ เกิดอาการแพ้รุนแรง ต่อไปนี้คืะ วิธีให้อาหารตามวัยที่ถูกต้อง ใช้ได้ทั้งกรณีนมแม่และนมผง คำถามจากคุณแม่แฟนเพจเกี่ยวกับวิธีให้อาหารตามวัย >>>>>ลูกของคุณแม่สามเดือนกว่าแล้วค่ะ คุณแม่ให้นมแม่อยู่ และกำลังคิดว่าอาจเริ่มให้อาหารอ่อนๆ ประเภทกล้วยบดหรือว่าข้าวบด แต่เคยได้ยินมาว่าควรให้เมื่อลูกสี่เดือนขึ้นไป ไม่อย่างนั้นอาจไม่ดีต่อกระเพาะอาหารเล็กๆ จึงอยากสอบถามคุณแม่ว่าสามารถเริ่มให้ได้เลยหรือยังคะ และถ้าเริ่มได้ควรเริ่มจากอะไรก่อนดีคะ" ป้าหมอ >>>> ทำไมจึงไม่ควรให้ทารกกินอาหารอื่นที่ไม่ใช่นม ก่อนอายุ 6 เดือน เมื่อ 10 ปีก่อน แนะนำให้เริ่มอาหารตามวัยหลัง 4 เดือน แต่ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น 6 เดือนแล้วค่ะ โดยมีงานวิจัยมากมายสนับสนุนคำแนะนำดังกล่าว แต่บุคลากรทางการแพทย์จำนวนหนึ่ง และหนังสือคู่มือเลี้ยงลูกหลายๆเล่ม ยังไม่ทราบข้อมูลใหม่เหล่านี้ ต่อไปนี้ คือ หน่วยงานที่แนะนำว่า ทารกควรกินนมแม่อย่างเดียว หรือ กินนมผงบวกน้ำเปล่าเพียงอย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรก *องค์การอนามัยโลก *ยูนิเซฟ *สมาคมกุมารแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา *คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติออสเตรเลีย *คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติแคนาดา เพราะว่า ทารกส่วนใหญ่จะมีความพร้อมทั้งด้านพัฒนาการและร่างกายในการกินอาหารอื่นที่ไม่ใช่นมแม่ หรือ นมผง เมื่ออายุประมาณ 6-9 เดือน บางงานวิจัยกล่าวว่าเด็กบางคนควรเริ่มกินอาหารตามวัยช้ากว่าคนอื่นด้วยซ้ำไป เช่น คนที่มีประวัติโรคภูมิแพ้ในครอบครัว อาจเริ่มที่อายุ 12 เดือน หรือ เป็นเด็กคลอดก่อนกำหนด #ข้อดีของการเริ่มอาหารหลังอายุ 6 เดือน - ช่วยลดอัตราการเจ็บป่วย เพราะได้รับภูมิต้านทานจากนมแม่เต็มที่ มากกว่า 50 ชนิด และยังมีอีกมากมายที่ยังไม่รูัจัก การศึกษาหนึ่งพบว่าเด็กที่ได้รับนมแม่อย่างเดียวใน 4 เดือนแรก พบปัญหาโรคหูชั้นกลางอักเสบน้อยกว่ากลุ่มที่เริ่มอาหารตามวัยเร็ว โดยลดลงถึง 40% และมีปัญหาโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจลดลงอย่างชัดเจน - ไม่ทำให้ระบบทางเดินอาหารทำงานหนักเกินไป ถ้าเริ่มเร็วเกินไป อาจมีปัญหา ท้องอืด ท้องผูก น้ำย่อยโปรตีนยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้ย่อยโปรตีนได้ไม่เต็มที่ น้ำย่อยคาร์โบไฮเดรตยังไม่สมบูรณ์จนกว่าจะอายุ 6-7 เดือน น้ำย่อยไขมันยังไม่สมบูรณ์จนกว่าจะอายุ 6-9 เดือน - ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคแพ้อาหาร งานวิจัยพบว่า ยิ่งให้นมแม่นาน ยิ่งลดความเสี่ยงของโรคแพ้อาหาร เพราะว่าก่อน 6 เดือน เซลเยื่อบุลำไส้ยังอยู่กันแบบหลวมๆ (open) เพื่อให้ ภูมิคุ้มกันจากนมแม่ผ่านเข้าไปตามช่องว่างดังกล่าวเข้าไปอยู่ในเลือดของลูก ช่วยป้องกันการติดเชื้อโรค แต่หากมีการให้อาหารแปลกปลอมอื่นเข้าไป สารแปลกปลอมก็จะเล็ดลอดเข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายทารกสร้างสารต่อต้าน จนเกิดปัญหาแพ้อาหารตามมาได้ หลัง 6 เดือนเซลเยื่อบุลำไส้จะอยู่กันชิดๆแล้ว (close) ความเสี่ยงจึงลดลง - ลดความเสี่ยงปัญหาขาดธาตุเหล็ก การให้อาหารอื่นก่อนอายุ 6 เดือน จะทำให้ลำไส้ดูดซึมธาตุเหล็กจากนมได้น้อยลง งานวิจัยพบว่า เด็กที่ได้รับอาหารอื่นก่อน 6 เดือน จะมีปัญหาซีดจากขาดธาตุเหล็กที่อายุ 1 ขวบมากกว่า และเมื่อเริ่มอาหารเสริมแล้ว อย่าลืมให้กินอาหารที่มีธาตุเหล็กเป็นประจำ จะได้ไม่ซีด อีกปัจจัยหนึ่งที่จะลดความเสี่ยงของโรคซีดหลัง 6 เดือน คือ ตอนคลอดควรรีดเลือดจากสายสะดือเข้ามาทางลูก ถึงแม้จะเพิ่มปัญหาตัวเหลืองขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่มีความสำคัญอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ - ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคอ้วนเมื่อโตขึ้น - ช่วยให้แม่ผลิตน้ำนมได้เต็มที่ เพราะหากกินอาหารตามวัย จะทำให้เด็กกินนมแม่ลดลง แม่จะสร้างน้ำนมลดลง พบว่าเด็กที่เริ่มอาหารตามวัยเร็วก่อน 6 เดือน มีแนวโน้มหย่านมแม่เร็วขึ้น - ลูกมีปัญหาการกินน้อยกว่ากลุ่มที่เริ่มอาหารตามวัยก่อน 6 เดือน เพราะลูกมีความพร้อมมากกว่า อย่าเชื่อคำขู่ว่า ถ้าไม่เริ่มเร็วๆ ลูกจะกินข้าวยาก เพราะเริ่มเร็วเริ่มช้ากว่า 6 เดือน ก็มีปัญหากินข้าวยากได้ทั้ง 2 กลุ่ม ทั้งเด็กที่กินนมแม่หรือนมผง ก็เจอปัญหากินข้าวยากทั้ง 2 กลุ่ม และข้อเท็จจริง คือ กลุ่มที่เริ่มเร็วกว่า 6 เดือน (เพราะน้ำย่อยและการเคลื่อนไหวของลำไส้ยังไม่พร้อม) และ กลุ่มนมผง (เพราะเด็กนมแม่ รสชาตินมแม่จะแปรเปลี่ยนไปตามอาหารที่แม่กิน จึงทำให้เด็กคุ้นเคยกับรสชาติอาหารมากกว่า แต่นมผง รสชาติจะคงเดิมตลอด) จะมีปัญหากินข้าวยากมากกว่าค่ะ ลูกใครที่กินก่อน 6 เดือน แล้วไม่มีปัญหาอะไร ก็ถือว่าโชคดีไปค่ะ เช่น ให้กินกล้วยตั้งแต่ 1 เดือน ลูกก็ไม่เห็นเป็นไร กระเพาะอาหารก็ไม่เห็นแตกเหมือนกับที่เป็นข่าว ก็เหมือนกับการรัดเข็มขัดนิรภัยที่บางคนไม่รัด ก็ยังอยู่รอดปลอดภัยดีอยู่ แต่ผลกระทบต่อสุขภาพระยะยาวนั้นมีแน่ๆค่ะ เช่น แทนที่ลูกจะได้กินนมแม่มากๆ ซึ่งมีสารบำรุงสมอง สารต้านเชื้อโรค สารต้านมะเร็ง ก็ต้องเสียพื้นที่ไปในการกินกล้วยซึ่งไม่มีสารเหล่านี้ และ งานวิจัยพบว่า การเริ่มกินสิ่งอื่นก่อน 6 เดือน จะเป็นสาเหตุทำให้หย่านมแม่ก่อนเวลาอันควรด้วยค่ะ ถ้าเราอยากให้ลูกกินนมแม่ไปได้นานๆ ก็ไม่ควรเริ่มอาหารอื่นก่อน 6 เดือนนะคะ #วิธีการให้อาหารตามวัย ให้เริ่มด้วยข้าวกล้อง (บางคนแพ้ข้าวกล้อง กินแล้วมีผื่นขึ้น หรือ ท้องผูก ก็ให้เปลี่ยนเป็นข้าวขัดขาว) หุงรวมกับถั่ว แล้ว ค่อยๆใส่ผักทีละอย่าง ใช้ซ้ำหนึ่งเมนู นาน 4-5 วัน เพื่อการตรวจสอบว่าไม่มีปัญหาแพ้ อาการแพ้ คือ ผื่น ตาบวม ปากบวม คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ปวดท้อง ถ่ายเป็นมูกเลือด งอแง ส่วนผลไม้และน้ำผลไม้ ค่อยเริ่มเดือนถัดไป เพื่อให้รู้จักรสชาติของผักซึ่งจืดก่อน เพื่อไม่ให้ติดหวาน ผักที่ใช้มีดังนี้ แครอท ไชเท้า มันเทศ มันฝรั่ง มันม่วง มันญี่ปุ่น ถั่วลันเตา ถั่วแขก ถั่วฟักยาว ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วแดง ถั่วขาว ถั่วชิกพี ถั่วสปลิท ลูกเดือย ลูกบัว ผักกาดขาว ผักกาดเขียว ผักกาดหอม ผักกาดแก้ว กะหล่ำปลี ตำลึง ผักบุ้ง กวางตุ้ง คะน้า ผักโขม ปวยเล้ง บ็อคชอย มะรุม ยอดมะระ ผักหวาน ข้าวโพดอ่อน เห็ด หัวหอมใหญ่ บล็อกโครี่ กะหล่ำดอก ฟักขาว แตงกวา แตงร้าน ฟักทอง ฟักเขียว อโวคาโด เมล็ดพืช ควรเลือกผักออร์แกนิกจะได้สารพิษน้อยหน่อย ควรแช่น้ำยาล้างสารพิษ เช่น เบคกิ้งโซดา หรือ น้ำเกลือ หรือ น้ำยาแช่ผัก อโวคาโด เมล็ดพืช เช่น เมล็ดฟักทอง เมล็ดดอกทานตะวัน เมล็ดงา เมล็ดแฟล็กซ์ มีโอเมก้า 3 ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของดีเอชเอ ช่วยบำรุงสมองและสายตา ส่วนของข้าวกล้องและถั่วจะสุกช้า จึงควรแช่น้ำทิ้งไว้ 24 ชม. จึงค่อยต้มให้สุกด้วยน้ำเปล่า หรือ น้ำซุปผัก ไม่แนะนำน้ำต้มกระดูกหมู เพราะจะได้ไขมันจากสัตว์เข้าไปด้วย ห้ามปรุงรสด้วยซี่อิ๊ว น้ำปลา น้ำตาล น้ำผึ้ง เพราะจะทำให้ลูกติดรสชาติ ไม่ดีกับสุขภาพ แต่ให้ใส่เกลือไอโอดีนเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ขาดสารไอโอดีน ไม่ใช่ใส่เพื่อให้มีรสชาติ เมื่อข้าวและถั่วสุกดีแล้วจึงค่อยใส่ผัก รอจนสุก ปล่อยให้เย็นแล้วตักใส่ช่องทำน้ำแข็ง เมื่อแข็งแล้วแกะใส่ถุงเก็บนม แยกเป็นแต่ละเมนู เก็บได้นาน 4 สัปดาห์ในตู้เย็นนช่องฟรีส เวลาจะใช้ แกะออกจากถุงใส่ภาชนะที่ปลอดภัยในการอุ่นด้วยไมโครเวฟ หรือ อุ่นบนเตา คนให้เข้ากันดี เพราะบางจุดร้อนจัด เดี๋ยวลวกปากลูก ไม่ควรทำอาหารจากดิบเป็นสุกด้วยไมโครเวฟ สำหรับอาหารของลูก เพราะกลัวจะสุกไม่ทั่วถึง แต่ใช้เป็นการอุ่นอาหารที่สุกมาแล้วได้ค่ะ ส่วนภาชนะ จาน ถ้วย ช้อน ถาดน้ำแข็ง ล้างให้สะอาดด้วยน้ำยาทำความสะอาดขวดนมและน้ำเปล่า ไม่ต้องนึ่ง อายุ 6-7 เดือน ให้บดอาหารให้ละเอียด โดยปั่นละเอียด หรือครูดผ่านกระชอน วันละมื้อเดียว หัดให้ลูกกินน้ำจากถ้วยหรือหลอดดูด หรือ ช้อนตักน้ำป้อนเวลากินข้าวแล้วฝืดคอ ในวันแรก เริ่มป้อนเพียง 1 ชต. แล้วตามด้วยนมแม่จนอิ่ม ค่อยๆเพิ่มวันละ 1 ชต. อย่าเพิ่มเร็ว เดี๋ยวท้องอืด แล้วร้องกวนตอนกลางคืน แต่ถ้าลูกไม่อยากกิน อย่าบังคับ ให้หยุดป้อน แล้วค่อยให้ใหม่วันต่อมา จนกินได้ครบมื้อ ปริมาณ 5-8 ชต. นมมื้อนั้น จะเลื่อนการกินออกไปอีก 3-4 ชม. ในกรณีที่ยังไม่ทราบว่าแพ้อาหารหรือไม่ ควรให้กินมื้อเช้า หรือ กลางวัน เพราะหากป้อนมื้อเย็น แล้วมีปัญหาแพ้อาหาร ลูกอาจมีอาการผิดปกติตอนกลางคืน ซึ่งสังเกตอาการได้ยากและต้องไปโรงพยาบาลเวลาฉุกเฉิน แต่ถ้าหากทราบว่า ไม่มีอาการแพ้ อาจเปลี่ยนมาให้อาหารเป็นเวลาเย็น อาจมีประโยชน์ในแง่ อาหารทำให้อิ่มนานขึ้น ลูกอาจหลับได้ยาวขึ้น เริ่มใส่เนื้อสัตว์เดือนที่ 7 คือ ไก่ หมู ปลาน้ำจืด เช่น ปลาช่อน ปลาดุก ปลานิล ปลาทับทิม ปลากราย ปลาเนื้ออ่อน ปลาสวาย ปลาคัง ปลาตะเพียน (ระวังก้าง) ตับไก่ ตับหมู ไข่แดง (ต้องต้มให้สุกเต็มที่ หากเป็นยางมะตูม หรือ ไข่ลวกหรือไข่ที่ตอกลงไปในโจ๊ก ซึ่งสุกไม่เต็มที่ เชื้อโรคไม่ถูกทำลาย จะทำให้ถ่ายเป็นมูกเลือดได้) ปริมาณที่ใส่ต่ออาหาร 1 มื้อ คือ 1 ช้อนโต๊ะพูน ไม่ควรมากกว่านี้ เพราะไตจะทำงานหนัก บดให้ละเอียด ของใหม่ใช้ทีละอย่าง ใช้ซ้ำ 4-5 วัน เพื่อตรวจสอบอาการแพ้ ส่วนไข่ขาว และ อาหารทะเลให้เริ่มหลังจากอายุ 1 ขวบ เนื่องจากแพ้ง่าย หากเริ่มเร็วเกินไป อาจไปกระตุ้นทำให้เกิดปัญหาแพ้ภายหลังได้ เดือนที่ 7 เริ่มผลไม้ปั่นละเอียดและเติมน้ำลงไปด้วย จะได้ไม่ฝืดคอและไม่หวานเกินไป เป็นอาหารว่างอีก 1 มื้อ ปริมาณ 3-4 ชต. เช่น แอปเปิ้ล สาลี่ แคนตาลูป ชมพู่ แตงไทย แตงญี่ปุ่น ลูกพลับ ลูกพีช ลูกแพร์ พุทรา กล้วย มะม่วงสุก มะละกอสุก (หากกินผัก ผลไม้ สีเหลือง สีส้ม มากๆ อาจทำให้ผิวสีเหลือง ไม่อันตราย กินต่อไปได้ ถ้าหยุดกินแล้ว กว่าจะหายเหลือง จะใช้เวลานานประมาณ 6 เดือน) ส่วนผลไม้รสเปรี้ยว เช่น ส้ม มะนาว กีวี สัปปะรด มะเขือเทศ บลูเบอรี่ สตรอเบอรี่ ให้เริ่มหลัง 1 ขวบ เนื่องจากแพ้ง่าย ไม่แนะนำให้ขนมทุกชนิดใน 2 ขวบแรก แม้แต่ขนมปัง หรือ ที่เขาว่าเป็นขนมสำหรับเด็กฝึกถือกินเองก็ตาม เพราะจะทำให้ลูกติดใจรสชาติ ไม่ชอบกินข้าว ฟันผุ เป็นโรคอ้วน และขนมปังก็มีสารอาหารน้อยกว่าข้าว จึงไม่ควรให้รู้จัก ถ้าลูกเป็นเด็กมีปัญหากินข้าวยาก นอกจากนี้ขนมปังเป็นอาหารแปรรูป มีการปรุงแต่งใส่รสชาติ สารกันบูด นมเนยชีส และตัวแป้งสาลีก็ถือเป็นอาหารก่อภูมิแพ้ เดือนที่ 8 – 9 ให้เพิ่มข้าวเป็น สองมื้อ เริ่มป้อนอาหารเนื้อหยาบขึ้น คือ ไม่บดละเอียด แต่ตุ๋นให้นุ่ม เวลาป้อนให้ใช้หลังช้อนบด แต่ต้องดูด้วยว่า ลูกสามารถกินได้หรือไม่ ถ้าเคี้ยวแล้วกลืนได้ ไม่ติดคอ ไม่คายออกมา ไม่อมเอาไว้ในปากโดยไม่กลืน แสดงว่ากินได้ แต่ถ้ายังไม่ได้ ให้กลับไปบดละเอียดเหมือนเดิม แต่ทำให้ข้นมากขึ้นเล็กน้อย แล้วเดือนหน้าค่อยลองป้อนใหม่ มื้อที่สาม ให้เริ่มเมื่ออายุ 11-12 เดือน และเริ่มทำอาหารแบบไม่ต้องตุ๋น เพียงแค่ต้ม แล้วดูว่าลูกกินได้หรือไม่ เด็กหลายคนเริ่มกินข้าวสวย และข้าวเหนียวได้ตั้งแต่อายุ 1 ขวบ เริ่มปรุงรสอ่อนๆได้ แต่ต้องดูด้วยว่า ไม่มีปัญหาท้องผูก หรือ ถ่ายออกมาเป็นอาหารไม่ย่อย เนื่องจากการกินอาหารที่หยาบมากขึ้น เวลาเดินทาง แนะนำให้ใช้อาหารสำเร็จรูปบรรจุในกระปุกแก้ว ที่เปิดฝาแล้วตักกินได้เลย เลือกชนิดที่ไม่เติมน้ำตาล สารกันบูด และนมผง แต่ถ้าอยู่บ้าน แนะนำให้กินอาหารทำเองแช่แข็ง จะมีคุณค่ามากกว่าอาหารสำเร็จรูป ไม่แนะนำอาหารที่เป็นผงชนิดก่อนใช้ให้ผสมน้ำบางยี่ห้อ เนื่องจากมีน้ำตาลและนมวัวผงผสมอยู่ และอาหารที่เป็นผง จัดว่าเป็นอาหารที่มีการดัดแปลงมากเกินไป เนื่องจากผ่านกระบวนการความร้อนที่ทำให้เป็นผง จึงเหลือคุณประโยชน์น้อยลง ควรฝึกให้ลูกได้ตักอาหารกินเอง ตั้งแต่อายุ 9 เดือน ไม่ต้องกลัวเลอะเทอะ โดยให้นั่งเก้าอี้ (high chair) และมานั่งกินพร้อมผู้ใหญ่ จะได้เลียนแบบท่าทางของผู้ใหญ่ ไม่ควรกินข้าวพร้อมกับเล่นของเล่น หรือ ดูทีวี หรือ เดินตามป้อนหน้าบ้าน เพราะจะทำให้ติดเป็นนิสัย ไม่มีสมาธิกับการกินข้าว อมข้าว และใช้เวลานานเกินไป ตำราทำอาหารบางสูตร แนะนำให้ใส่เนย มาการีน ชีส หรือ นมวัว หรือ นมผง ลงไปในอาหาร แต่ป้าหมอไม่แนะนำ เนื่องจากทำมาจากนมวัว ซึ่งเป็นสารก่อภูมิแพ้ ส่วนกรณีที่ต้องการเอานมแม่ที่สะสมไว้มาประกอบอาหาร อาจมีที่ใช้ใน 2 กรณี คือ หนึ่ง ลูกไม่ยอมกินนมที่สะสมไว้ หรือ สอง ลูกไม่ยอมกินอาหาร ดังนั้นการเอานมแม่มาผสมกับอาหาร อาจทำให้ยอมรับสิ่งที่ไม่ยอมกินได้ง่ายขึ้น แต่หากลูกยอมกินนมที่สะสมอยู่แล้ว และยอมกินข้าวดีอยู่แล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องละลายนมเพื่อนำมาใช้ประกอบอาหาร ให้ยุ่งยากหลายขั้นตอน แต่หากลูกมีปัญหาดังกล่าว วิธีเอานมแม่แช่แข็งมาใช้ประกอบอาหารคาว ให้ทำอาหารให้ข้นกว่าปกติ หลังจากที่อุ่นอาหารพร้อมจะกินแล้ว ให้ละลายนมแม่มาราดบนอาหาร เพื่อให้ได้อาหารที่มีความเข้มข้นเหมาะสม จะไม่เอานมแม่ไปต้มกับอาหารตั้งแต่ต้น เพราะจะเสียคุณค่าและมีกลิ่นเหม็น หากต้องการนำนมแม่แช่แข็งมาทำเป็นอาหารหวาน คือ เอาก้อนนมแม่แข็งมาปั่นกับผลไม้ที่ต้องการ แล้วตักป้อนให้กินเป็นไอศกรีมผลไม้ เครดิตรูป : คุณหมอจ่าพิชิต ขจัดพาลชน คำเตือน : อย่าเลียนแบบหญิงสาวในภาพนี้เด็ดขาด นำมาให้ดูเป็นอุทาหรณ์ อย่าคิดแต่จะขายของโดยขาดสามัญสำนึกของมนุษย์ค่ะ ที่มาจาก :  https://www.facebook.com/SuthiRaXeuxPhirocnKic

สุดเจ๋ง 25 ภาพกระบวนการผลิตของใกล้ตัว เป็นแบบนี้นี่เอง
สุดเจ๋ง /  เกร็ดความรู้ / 

เรื่องน่ารู้ กว่าจะออกมาเป็นสิ่งของหรือของใช้ต่างๆ ต้องผ่านกระบวนการผลิตหลายขั้นตอน และใช้เวลานานอยู่เหมือนกันนะคะ  และเคยสงสัยไหมว่าสิ่งของต่างๆ มันผลิตขึ้นมาเป็นชิ้นงานได้ยังไง กระบวนการผลิตเขาทำกันแบบไหน วันนี้ทีนเอ็มไทยจะชวนพาเพื่อนๆ มาทึ่งกับภาพที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อนกันค่ะ...สุดเจ๋ง 25 ภาพกระบวนการผลิตของใกล้ตัว เป็นแบบนี้นี่เอง สุดเจ๋ง 25 ภาพกระบวนการผลิตของใกล้ตัว เป็นแบบนี้นี่เอง เชื่อว่าหลายคนต้องเคยเห็นเจ้าสิ่งของพวกนี้ที่เรานำภาพมาฝากให้แน่นอน แต่น้อยคนที่จะได้เห็นภาพกระบวนการผลิตใกล้ๆ แบบนี้นะคะ และขอบอกว่าน่าสนใจมากๆ จนเพื่อนๆ ต้องร้อง "อ่อ เป็นแบบนี้นี่เอง" ห้ามพลาดเด็ดขาด และจะมีภาพอะไบ้างนั้นไปติดตามกันค่ะ เห็นของไทยใช้คนนวดๆ แป้งเป็นยาวๆ และจับม้วนเอง แต่เมืองนอกเค้าใช้เครื่องจักรจับขดแป้ง กว่าจะออกมาเป็นตาข่ายได้ ต้องม้วนเป็นเกลียว แล้วต่อกันเป็นแพ แบบนี้นี่เอง เส้นมักกะโรนี แสนอร่อย ดูๆ แล้วเหมือนตัวหนืดๆ กำลังผุดออกมาเลยนะคะ ทรอมโบน เป็นเครื่องดนตรีสากลประเภทเครื่องเป่าทองเหลือง ออกมาเป็นเกลียวได้อย่างง่ายดาย กระบวนการเหลาดินสอให้แหลม ออกมาสวยงาม ไม่ต้องใช้กบเหลาเลยเนอะ อันนี้ทึ่งจริงค่ะ แค่เพียงชุบหมวกลงไปในอ่างสีที่มีลวดลาย แล้วก็หมุนๆ ขึ้นมา ทั้งสีและลายก็ติดบนหมวกและ เจ๋งอ่ะ เสียบปุบ กดปับ ออกมาเป็นรูส้อมเลย ไม่ต้องใช้คนเคลื่อนย้ายให้เหนื่อยเลยเนอะ อัดครีมเต็มแผ่น น่ากินจัง มองผ่านๆ น่ากลัวจัง นึกว่ากำลังดูหนังผี ที่แท้คือ การทำถุงมือยางนี่เอง เป็นยังไงกันบ้างคะ กับ 25 ภาพกระบวนการผลิตของใกล้ตัว เห็นแบบนี้แล้วเจ๋งม่ะ นอกจากนี้ก็ยังมีกระบวนการผลิตสิ่งของอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย ไว้ถ้าเจออีกจะนำมาฝากเพื่อนๆ ชาวทีนได้ชมกันเพิ่มเติมนะคะ เรียบเรียง teen.mthai.com cr. science.viralnova

แถลงฉ.9ในหลวงเนื้อเยื่อลำไส้ใหญ่อักเสบถวายยาไข้ลด
ข่าววันนี้ /  ข่าวในหลวง / 

แถลงการณ์สำนักพระราชวัง ฉบับที่ 9 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถุงเนื้อเยื่อลำไส้ใหญ่อักเสบ คณะแพทย์ฯ ถวายพระโอสถต่อเนื่อง ไข้ลด พระอาการดีขึ้นแล้ว แถลงการณ์สำนักพระราชวังเรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ฉบับที่ 9 วันนี้ คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รายงานการรักษาพระอาการอักเสบของถุงเนื้อเยื่ออักเสบ (Diverticulitis) บนผนังของพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) การถวายพระโอสถปฏิชีวนะรักษาทำให้พระปรอท (ไข้) ลดลง และพระอาการทั่วไปดีขึ้น จึงให้หยุดถวายพระโอสถ ต่อมาปรากฏว่ามีพระปรอท (ไข้) อีก และมีอาการเจ็บพระนาภี (ท้อง) หายพระทัยเร็วขึ้น การเต้นของพระทัยเร็วขึ้น และมีพระบังคนหนัก (อุจจาระ) เหลว การถวายตรวจด้วยเอกซเรย์ที่พระอุระ (อก) ปรากฏว่าพระปัปผาสะ (ปอด) ปรกติ จึงได้ถวายตรวจพระโลหิตโดยวิธีพิเศษซ้ำ และถวายตรวจพระนาภี (ท้อง) โดยคลื่นเสียง (Ultrasound) และโดยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ แสดงว่ามีการอักเสบของถุงเนื้อเยื่อ (Diverticulitis) บนผนังพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) อีก คณะแพทย์ฯ จึงได้ถวายน้ำเกลือ พระโอสถปฏิชีวนะขนานใหม่ทางหลอดพระโลหิต ซึ่งทำให้พระปรอท (ไข้) ลดลง และพระอาการทั่วไปดีขึ้น อนึ่ง คณะแพทย์ฯ ได้อธิบายว่า การอักเสบของถุงเนื้อเยื่อบนผนังพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวนั้น ในครั้งนี้ได้เกิดขึ้นเร็วกว่าครั้งที่แล้วมา คณะแพทย์ฯ จึงขอพระราชทานถวายพระโอสถปฏิชีวนะต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานกว่าครั้งก่อน จึงประกาศมาทราบโดยทั่วกัน สำนักพระราชวัง 13 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2557 ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ “ในหลวง” ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> ข่าวที่เกี่ยวข้อง พบแล้ว! เด็กก้มกราบในหลวง หนุ่มยะลา อ้างตัวเป็น เด็กก้มกราบในหลวง ที่ ราชบุรีปี 2512 หลัง ก.วัฒนธรรม ตามหา เพื่อนำไปใช้งานวันพ่อ ก่อนเผยเหตุเกิดที่ยะลาปี 2516 ไม่ใช่ราชบุรี ปี2512

สุดเหี้ยม! กลุ่มติดอาวุธ 'อัล-ชาบาบ' ฆ่าผู้โดยสารรถบัสดับ 28ราย
กลุ่มติดอาวุธอัล-ชาบาบ /  ข่าวล่าสุด / 

กลุ่มติดอาวุธ อัล-ชาบาบ ฆ่าผู้โดยสารรถบัสดับ 28ราย หลังถูกกองกำลังความมั่นคงบุกมัสยิดในเมืองมอมบาซา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มติดอาวุธ อัล-ชาบาบ ก่อเหตุสังหารหมู่ผู้โดยสารรถบัสในภาคเหนือของประเทศเคนยา ขณะที่รถกำลังเดินทางไปยังกรุงไนโรบี กลุ่มมือปืนได้เข้าสกัดให้จอดที่เขตมันเดรา ซึ่งไม่ไกลจากชายแดนประเทศโซมาเลียนัก ในรายงานระบุว่ามือปืนจะคัดแยกชาวมุสลิมออกจากหมู่ผู้โดยสารด้วยการให้อ่านคัมภีร์อัลกุรอาน ผู้ที่อ่านไม่ได้จะถูกยิงที่ศีรษะ นาย อาห์เหม็ด มาฮัต หนึ่งในผู้โดยสารบนรถบัสที่เกิดเหตุ  เปิดเผยต่อสำนักข่าวบีบีซีว่า รถบัสบรรทุกผู้โดยสารมากกว่า 60 คน ถูกกลุ่มือปืนประมาณ 10 คน โจมตีเมื่อช่วงวันเสาร์ แม้คนขับพยายามจะเร่งความเร็วเมื่อหลบหนี แต่รถกลับติดหล่มเนื่องจากไม่กี่วันที่ผ่านมามีฝนตกหนัก กลุ่มมือปืนสั่งให้ผู้โดยสารลงจากรถบัสและทำการคัดแยกชาวโซมาเลียโดยการบังคับให้อ่านคัมภีร์อัลกุรอาน หากใครอ่านไม่ได้จะถูกสั่งให้นอนลงกับพื้น จากนั้นมือปืนจะยิงที่ศีรษะทีละคน แต่ก็มีชาวโซมาเลียบางคนถูกยิงเพราะพยายามเกลี้ยกล่อมให้มือปืนไว้ชีวิตผู้ที่ไม่ใช่ชาวโซมาเลีย หลังเกิดเหตุ กลุ่มอัล-ชาบาบ ออกแถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์ของพวกเขาว่า พวกเขาก่อเหตุโจมตีรถบัสในครั้งนี้ ก็เพื่อแก้แค้นที่กองกำลังความมั่นคงบุกมัสยิดในเมืองมอมบาซาในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ด้านสภากาชาดแห่งประเทศเคนยา เผยว่า เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยพยายามเก็บศพผู้เสียชีวิตออกจากที่เกิดเหตุแล้ว ขณะที่กระทรวงมหาดไทย ระบุว่า หน่วยงานด้านความมั่นคงต่างส่งกำลังเจ้าหน้าที่ออกติดตามล่าตัวกลุ่มมือปืน MThai News

รวมส้วมของหลากหลายประเทศทั่วโลก ในวันสุขาโลก
วันสุขาโลก /  วันส้วมโลก / 

หลายประเทศทั่วโลก ยังคงประสบกับปัญหาด้านสุขอนามัยในการใช้ห้องน้ำ โดยเฉพาะผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบทั้งทางด้านสุขภาพ และ ความเป็นส่วนตัว เนื่องด้วยองค์การสหประชาชาติได้รับรู้ถึงปัญหา ที่บ่งชี้ว่าประชากรทั่วโลกกว่า 2.5 พันล้านคน ยังมีสุขลักษณะในการใช้ห้องสุขาที่ไม่เหมาะสม จึงกำหนดให้ทุกวันที่ 19 พ.ย.เป็นวันสุขาโลก โดยสำนักข่าวบีบีซีได้เผยแพร่ภาพถ่าย ของ สำนัก Panos Picture ได้เก็บภาพห้องสุขาจากหลากหลายประเทศทั่วโลก เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาผลกระทบที่มีต่อชีวิตของหญิงสาวในประเทศด้อยพัฒนาจนไปถึงประเทศที่เจริญก้าวหน้า เพื่อจัดนิทรรศการ ออสเตรเลีย เรนีเป็นศิลปิน เธอย้ายออกจากบ้านเก่าที่ตั้งอยู่ในเขตชานเมืองซิดนีย์ เพื่อแสวงหาชีวิตที่เงียบสงบท่ามกลางธรรมชาติ ห้องน้ำของเธอตั้งอยู่ด้านนอก ซึ่งใกล้ชิดกับธรรมชาติ บังคลาเทศ สเกอบานู วัย 65 ปีอาศัยอยู่ในสลัมในเมืองธากา ตั้งแต่วัยเด็ก เธอใช้ห้องน้ำแบบแขวนแพลตฟอร์มที่อยู่เหนือน้ำ เธอเผยว่าเธอมักจะทนทุกข์ทรมานจากความเจ็บป่วย ที่เธอเชื่อว่าเกิดจากการใช้ห้องสุขาในรูปแบบนี้ เธอและลูกสาวอีกสามคนต้องเผชิญกับการรอคิวนานในการใช้ห้องน้ำก่อนที่จะไปทำงานในทุกๆเช้า บลาซิล อิซาเบล วัย 33 ปี เธอเป็นศิลปินที่อาศัยอยู่เพียวลำพัง เธอคิดว่าห้องน้ำคือสถานที่ที่อำนวยความสะดวกสะบายให้เธอ แต่ด้วยเธอเป็นผู้ศึกษาเกี่ยวกับกฏหมายสิ่งแวดล้อม เธอให้ความเห็นว่า แท้จริงแล้วสิ่งปฏิกูลจากการใช้ห้องน้ำทำให้ส่งผลต่อธรรมชาติเช่น ทะเลสาบ และมหาสมุทร เอกวาดอร์ ฟลาบริโอลาร์ วัย 69 ปี อาศัยอยู่ในแคมโบยา เธอใช้ห้องน้ำร่วมกับผู้อยู่อาศัยคนอื่นๆอีก 20 คนในคอนโดมิเนียมของเธอ สาธารณรัฐเอธิโอเปีย มาซาเรท อาชีพผู้จัดการร้านอาหารในแอดดิสอาบาบา ห้องน้ำของเธอสร้างอยู่ติดกับบ้าน เพราะกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของคนในครอบครัว กานา ไอมาร์ วัย 47 ปี เธอเป็นผู้ดูแลห้องสุขาแห่งหนึ่ง ที่บ้านของเธอไม่มีห้องน้ำในตัว ในระหว่างวันเธอสามารถใช้ห้องน้ำที่ทำงานได้ แต่ตอนกลางคืน เธอจำเป็นต้องใช้ถุงพลาสติก เพราะการออกไปปลดทุกข์นอกบ้านอาจไม่ปลอดภัยกับเธอ ไฮติ มาร์ติน วัย 27 ปี ห้องสุขาของเธอคือพื้นดินที่ขุดเป็นหลุม ระแวกบ้านของเธอถือได้ว่าเป็นย่านที่เสี่ยงต่ออันตรายมาก แต่เธอต้องอาศัยเวลาตอนกลางคืนในการปลดทุกข์เพราะกลางวันอาจเสี่ยงต่อปัยหาความไม่เป็นส่วนตัว แต่หากเธอจำเป็นต้องใช้ห้องน้ำตอนกลางวัน เธอจะใช้ห้องน้ำรวมในชุมชนแทน อินเดีย ซานกิตาร์ วัย 35 ปี เธอยังคงใช้ทุ่งนาเป็นที่ปลดทุกข์ เพราะประชาชนในประเทศอินเดียยังคงต้องใช้วิธีดังกล่าวอยู่ ญี่ปุ่น ไอโกะ วัย 61 ปี อาศัยอยู่ในโตเกียว "ตั้งแต่ห้างสรรพสินค้านี้อยู่ใกล้กับบ้านของฉันฉันมักจะมาที่นี่เพื่อช้อปปิ้ง ตอนที่เธอยังเป็นเด็กห้องน้ำสาธารณะส่วนใหญ่จะมีกลิ่นเหม็นและไม่สะอาด แต่ทุกครั้งที่ฉันใช้ห้องน้ำที่ห้างนี้ทุกฉันรู้สึกผ่อนคลายจนอยากจะใช้เวลานานๆในการเข้าห้องสุขา ห้องสุขาของห้างนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกผ่อนคลาย เช่นเสียงเพลงรอบทิศทาง ระบบอุ่นที่นั่ง รวมถึงการดูทีวีและนวดเท้า ประเทศเคนย่า ยูนิเป็นผู้ร่วมก่อตั้งของสถาบันการศึกษาในเคนย่า ก่อนหน้านี้โรงเรียนมีห้องสุขาเพียง 2 ห้องทั้งที่มีนักเรียนกว่า 250 คน เด็กๆอยู่ในสภาพที่น่าสงสาร เธอและสามีจึงทุ่มเทเงินทุนเพื่องสร้างห้องน้ำเพิ่มให้เด้กๆ โมซัมบิก ฟลอร่า วัย 19 ปี เป็นนักเรียนมัธยม เธอเผยว่าเธอเกลียดการเข้าห้องน้ำ เพราะบางครั้งขณะที่เธอใช้ห้องน้ำอยู่ ผู้คนจะสามารถมองลอดเข้ามาได้ มันเป็นสถาที่ที่ไม่มีความเป็นส่วนตัวเอาเสียเลย โรมาเนีย ปานา วัย 49 ปี เธออาศัยอยู่ในชนบทที่ไม่มีน้ำประปาหรือท่อน้ำทิ้งที่จัดขึ้นโดยเทศบาล เธอมีห้องน้ำภายในบ้านของเธอ แต่เธอต้องเดินมาใช้ห้องน้ำนอกตัวบ้านอยู่ดี แม่จะเป็นช่วงเวลาฤดูหนาวที่หนาวจัดก็ตาม แอฟริกาใต้ นอมโบนี ในบ้านของเธอมีอุปกรณ์รองรับการขับถ่ายที่สมาชิกในบ้านกว่า 12 คนใช้ร่วมกันก่อนหน้านี้เธอไม่มีห้องสุขา จึงต้องขับถ่ายตามพุ่มไม้ใกล้ถนนสายหลัก มันเป็นเรื่องที่น่ากลัวที่ต้องปลดทุกข์ในพุ่มไม้ ความฝันของฉันคือมีชักโครกให้ใช้ปลดทุกข์ ประเทศสหรัฐอเมริกา แมรี่ ประกอบอาชีพนักเขียน เธออาศัยอยู่ในนิวยอร์กซิตี้ เธอรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่มีห้องน้ำส่วนตัวไว้ใช้ในบ้าน แซมเบีย ซูซาน วัย 46 ปี เป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนในชุมชน เพื่อรองรับเด็กที่มีความพิการทางร่างกายและจิตใจ "มันทำให้ผมภูมิใจและมีความสุขที่จะสอนเด็กพิการเพื่อที่ว่าในอนาคตพวกเขาสามารถมีชีวิตที่ดีขึ้น " เธอเล่าว่าเด็กๆน่าสงสารมากเพราะพวกเขาต้องประสบกับความยากลำบากขณะเข้าห้องน้ำ ข่าวที่เกี่ยวข้อง จีน พัฒนาห้องน้ำอัจฉริยะ ค้นหาแหล่งปลดทุกข์ได้แค่ปลายนิ้ว ทายนิสัย จาก การแต่ง ห้องน้ำ สุดยอดห้องน้ำ ตอกย้ำความอลังการแห่งท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ MThai News

คิม จอง อึน ป่วยหลายโรค!! หายตัวลึกลับ เพื่อผ่าตัดข้อเท้า
คิมจองอึน /  ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ / 

แท้จริง คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ป่วยหลายโรคหายตัวลึกลับ เพื่อผ่าตัดข้อเท้า จากกรณีที่ นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลี เหนือ หายตัวไปไม่ปรากฏตัวต่อสื่อและสาธารณชน นานกว่า 6 สัปดาห์ นับตั้งแต่เดือนกันยายน และกลับมาเป็นข่าวอีกครั้ง หลังมีการเผยแพร่ภาพนิ่งของเขาระหว่างปฏิบัติภารกิจ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา ท่ามกลางข้อสงสัยว่า เกิดอะไรขึ้นกับเขา อาจจะเป็นการโค่นล้มอำนาจ หรือ เข้ารักษาพยาบาล ก็เป็นได้ ล่าสุด ทางส.ส.เกาหลีใต้ เปิดเผยว่า นายคิม จอง อึน ได้เข้ารับการผ่าตัดข้อเท้าด้านซ้าย เพื่อเอาถุงน้ำ หรือ ซีส ออก หลังกดทับกระดูกข้อเท้า ทำให้ไม่สามารถยืนหรือเดินได้ตามปกติ ซึ่งในขณะที่ปรากฎตัวอีกครั้งก็พบว่า นายคิม ต้องใช้ไม้เท้าช่วยพยุงเดิน คลายข้อสงสัยที่ว่าเขาหายตัวไปไหน นอกจากนี้เขายังมีอาการป่วยอีกหลายโรค ทั้งเบาหวาน หัวใจ และโรคเครียด ขณะที่ใบหน้าของนายคิม ที่ดูอวบอิ่มขึ้นนั้น ก็เกิดกระแสข่าวว่า เกิดมาจากการที่เขาไปฉีดฮอร์โมนบางอย่าง เพื่อให้เขามีรูปหน้าที่คล้ายกับ นายคิม อิล ซุง อดีตผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ผู้เป็นปู่ด้วย MThai News