มือปืนถุงป๊อปคอร์น

วันนี้ที่รอคอย ภาพซึ้งๆ สุดประทับใจในงานรับปริญญา
การศึกษา /  นักศึกษา / 

ความสำเร็จอีก 1 ขั้นทางการศึกษา ก็คือ การจบการศึกษา จนได้รับปริญญาบัตร ในวันนั้นเราจะเห็นรอยยิ้ม จากเพื่อนฝูง ญาติพี่น้องที่พร้อมใจเดินทางกันมาแสดงความยินดี เป็นปลื้มกันทุกคน แต่น้อยคนนะคะที่จะได้เห็นภาพมุมเล็กๆ เหล่านี้ ถึงการแสดงออกของความรักความผูกพันธ์และคำขอบพระคุณที่ทำให้เราประสบความสำเร็จได้ในวันนี้ ขอบอกว่าน่าประทับใจมากๆ กับ วันนี้ที่รอคอย ภาพซึ้งๆ สุดประทับใจในงานรับปริญญา คนไทย วันนี้ที่รอคอย ภาพซึ้งๆ สุดประทับใจในงานรับปริญญา สมกับเป็นภาพนี้ที่รอคอย ถึงแม้จะเกิดต่างชนเผ่า ถึงแม้จะอยู่ในที่แสนไกลความเจริญ แต่ก็สามารถส่งเสียและส่งเสริมให้ลูกมีวันนี้ บัณฑิตจากรั้ว มหาวิทยาลัยพะเยา กับคุณแม่ชาวเขาในชุดพื้นเมืองเต็มยศ (ภาพจาก : www.momypedia.com/pages/preview/article_print.php?id=495) เฟซบุ๊ก @Boon Khongkha ได้มีการโพสต์ภาพสุดประทับใจของบัณฑิตสาวคนหนึ่งที่เข้าช่วยเหลือบัณฑิตสาวร่วมสถาบันที่ถูกรถชนจนได้รับบาดเจ็บเลือดอาบ ทั้งๆ ที่อยู่ในชุดเครื่องแบบสีขาว สำหรับเข้าพิธีรับพระราชทานปริญญาบัตร โดยผู้โพสต์ภาพเขียนบรรยายข้อความว่า “คนงาม….หลังจากได้ยินผมบอก มีคนโดนรถชน เธอก็วิ่งเข้าไป และทำอะไรที่ผมไม่คาดคิด เธอเข้าไปช่วยโดยที่ไม่ต้องสวมถุงมือยางด้วย จนเลือดแปะเปื้อนที่แขนของเธอ ผมเองต้องเตือน และรีบเอาแอลกอฮอล์เช็ดให้ ผมไม่รู้ว่าวันนี้มีเพื่อนบัณฑิตรับปริญญาทั้งหมดกี่คน แต่….ผมรู้ว่า เธอเป็นบัณฑิตคนเดียวที่เข้าไปช่วยเหลือ ช่วยกดไลค์ให้บัณฑิตน้ำใจงามคนนี้ด้วยครับ” ซึ่งเมื่อภาพดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นชื่นชมในความเสียสละของเธอ โดยไม่ได้สนใจว่าชุดสีขาวสะอาดจะเปื้อนเลือดแต่อย่างใด (ข้อมูล http://news.mthai.com/hot-news/372394.html)   ถึงพ่อแม่จะไม่ได้เรียนจบปริญญา แต่ก็ส่งลูกเรียนจบปริญญาได้นะคะ  (เครดิตภาพจาก : ต๊อด ต๊อด) งานพระราชทานปริญญาบัตร ครั้งที่ ๔๗ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ "ภาพแห่งความประทับใจ ไม่ว่าจะมีเชื้อชาติ ชนเผ่าใด ก็มีความตั้งใจในการศึกษาและไม่ลืมบ้านเกิด" น่าชื่นชม บัณฑิตจากคณะพยาบาลศาสตร์ (เฟซบุ๊คเจ้าของชื่อ Kittipong Jina (https://www.facebook.com/kittipong.jina?fref=ts) "ความตั้งใจแรกเมื่อครั้งเป็นลูกเครื่องกลบูมมให้พี่บัณฑิต วันไหนเกมส์เป็นบัณฑิต เกมส์จะพาพ่อแม่เข้าวงบูมและกราบ 3 ครั้ง วันนี้เกมส์ทำตามสัญญาแล้วนะ (cr.รูปภาพ FB ประสานงานเกียร์ มทส) งานรับปริญญาจะสมบูรณ์แบบได้ เมื่อมีคนในครอบครัวมาร่วมแสดงความยินดี ถึงแม้วันนี้ท่านทั้งสองอาจไม่ได้อยู่ดูความสำเร็จ แต่ลูกสาวก็ไม่ลืมที่จะนำภาพที่เป็นดั่งตัวแทนของท่านทั้งสองมาถ่ายภาพความสำเร็จทางการศึกษาในวันนี้ บัณฑิตจากรั้ว ม.เทคโนโลยีสุรนารี (ภาพจาก www.facebook.com/gamey.zeed) ภาพข่าวการรับปริญญาเมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา ที่โด่งดังในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก ถึงคลิปพิธีพระราชทานปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยทักษิณ จ.สงขลาโดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เป็นผู้พระราชทานปริญญาบัตร ภายในคลิป ขณะที่สมเด็จพระเทพฯ ทรงยื่นใบปริญญาบัตรแก่บัณฑิต แต่ใบปริญญาบัตรกลับตกลงพื้น บัณฑิตคนดังกล่าวจึงก้มเก็บ แล้วถอยออกไป ทำความเคารพ อย่างไรก็ตาม สมเด็จพระเทพฯ ได้ทรงกวักพระหัตถ์เรียกบัณฑิตคนดังกล่าว ให้มารับพระราชทานปริญญาบัตรใหม่อีกครั้ง สร้างความปลื้มปีติแก่ผู้ที่ได้ชมคลิปเป็นอย่างมาก และเชื่อว่าหลายคนต้องย้อนดูคลิป ณ วินาทีนั้นซ้ำไปซ้ำมาแน่นอน  ที่มา ( http://www.tlcthai.com/education/news-teen/77018.html) ชมคลิป สมเด็จพระเทพฯ ทรงกวักมือเรียกบัณฑิต รับพระราชทานใบปริญญาอีก by samaboon เป็นภาพการกราบที่สวยงามและซาบซึ้งที่สุด จริงๆ ค่ะ นอกจากนี้ยังเป็นภาพที่แสดงออกถึงความรู้สึกว่า "พ่อคะ วันนี้ลูกทำได้แล้วนะ จบการศึกษาให้พ่อเรียบร้อยแล้ว" (ภาพจาก : twitter.com/Petal407Hee) ขอบคุณที่ทำให้ลูกมีวันนี้ ถึงแม้พ่อไม่มีเวลามาร่วมแสดงความยินดี แต่เพราะหน้าที่อันยิ่งใหญ่ที่คอยรับใช้ชาติ ทำให้ลูกขอเดินทางมากราบขอบคุณพ่อเอง (ภาพจาก : Anna Sui (Facebook) ชาบบซึ้งทุกภาพจริงๆ ค่ะ ปริญญาจะมีความหมายใดเท่าพระคุณของผู้เลี้ยงดู อย่าลืมตั้งใจเรียนเพื่อคุณพ่อคุณแม่นะคะ ท่านกำลังรอคอยดูความสำเร็จของเราทุกคนอยู่เสมอ... เรียบเรียงโดย teen.mthai.com

ดอยฟ้าห่มปก สมุดพกความหนาว
ดอยฟ้าห่มปก /  ที่เที่ยวหน้าหนาว / 

ใกล้หน้าหนาวเข้าไปทุกที ในกรุงเทพฯ ยามเช้า อากาศก็เริ่มเย็นลงบ้างแล้ว ยิ่งอดคิดไม่ได้ ว่าทางเหนือจะหนาวขนาดไหน หลายท่านคงมีสถานที่ในใจแล้ว แต่สำหรับท่านที่ยังนึกไม่ออกว่าจะไปเที่ยวหน้าหนาวที่ไหนดี วันนี้ทาง Travel.mthai.com ขอแนะนำ ดอยฟ้าห่มปก จ.เชียงใหม่ ภูเขาที่สูงเป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย ดอยฟ้าห่มปก สมุดพกความหนาว แต่เดิมนั้นมีชื่อว่า "อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก" แต่ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อมาเป็น "อุทยานแห่งชาติดอยฟ้าห่มปก" มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 524 ตารางกิโลเมตร ภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อนของทิวเขาผีปันน้ำ มีความสูง 2,285 เมตร จากระดับน้ำทะเล มีดอยสำคัญได้แก่ ดอยฟ้าห่มปก ดอยปู่หมื่น ดอยแหลม และดอยอ่างขาง สภาพป่าส่วนใหญ่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ เชิงเขาเป็นป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณ ริมลำธารเป็นป่าดิบแล้ง ส่วนบนยอดเขาสูงจะเป็นป่าสน เป็นต้นน้ำของแม่น้ำฝาง มีไม้มีค่าทางเศรษฐกิจ เช่น ตะเคียน มะไฟป่า ตะแบก สัก จำปีป่า ฯลฯ รวมทั้งพันธุ์ไม้ที่หายากของไทย เช่น เทียนหาง กุหลาบพันปี เป็นต้น การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติดอยฟ้าห่มปก จากเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 ถึงตัวเมืองฝางตรงไปจนพบสามแยกไฟแดงให้เลี้ยวซ้ายไป 9 กิโลเมตร มีป้ายบอกทางชัดเจนตลอดทาง เป็นถนนลาดยาง จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติฯ จะมีรถรับจ้างคอยบริการรับส่งสู่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยฟ้าห่มปก อีกประมาณ 10 กม. ด้วยวิวทิวทัศน์ที่งดงาม พร้อมสูดอากาศบริสุทธิ์แบบใกล้ชิดธรรมชาติ ความสุขแบบนี้หาไม่ได้ในเมืองหลวงแน่นอน เหมาะแก่การมาพักผ่อนชาร์จพลังชีวิตอย่างมาก หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานมาเนิ่นนาน บางที อาจจะได้แรงบันดาลใจใหม่ๆ กลับไปก็ได้นะครับ ด้วยความสูงขนาดนี้ ดอยฟ้าห่มปก จึงมีเมฆหมอกปกคลุมยอดดอยและมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี นักท่องเที่ยวสามารถตั้งแคมป์พักแรมได้ตรงบริเวณกิ่วลม เนื่องจากทางอุทยานแห่งชาติไม่อนุญาตให้พักแรมบนยอดดอยฟ้าห่มปก ซึ่งเป็นหน้าผาชันและอาจเกิดอันตรายได้ การเดินทางขึ้นยอดดอยฟ้าห่มปกต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 วัน 1 คืน ส่วนที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวกในอุทยานฯ มีบ้านพัก ห้องอาบน้ำแร่ ห้องอบไอน้ำ ร้านอาหาร และ ร้านจำหน่ายของที่ระลึก และลานกางเต็นท์ พร้อมเต็นท์และเครื่องนอนให้เช่าในราคา 250-800บาท / คืน (พักได้ 2-6 คน) และมีบริการให้เช่าชุดเครื่องนอนประกอบด้วย หมอน ถุงนอน ที่รองนอนและชุดสนาม ในอัตรา 150 บาท/ชุด/คืน หรือชุดเครื่องนอนประกอบด้วยหมอนใหญ่ ที่นอน ผ้าห่มและชุดสนามในอัตรา 200 บาท/ชุด/คืน โดยติดต่อและชำระค่าธรรมเนียมได้ที่ที่ทำการอุทยานฯ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติดอยฟ้าห่มปก โทร. 053 453 517-8 ต่อ 104 หรือติดต่อกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760 หรือสำรองที่พักด้วยตนเองที่  www.dnp.go.th ขอบคุณที่มา : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  เรียบเรียงโดย : Travel MThai รูปภาพจาก : recommended.edtguide.com, innnews.co.th, holidaythai.com, travel.thaiza.com, bloggang.com, sqweeziie.blogspot.com, lovethailand.biz ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : ดอยอินทนนท์ เสน่ห์ดึงดูดที่งดงามไม่เปลี่ยนแปลง , ดอยหลวงเชียงดาว พร่างพราวดั่งสรวงสวรรค์ , ดอยม่อนแจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

อาชีวะกำแพงเพชร ท้าบริจาคเลือดผ่านโซเซียล
กำแพงเพชร /  ข่าวล่าสุด / 

อาชีวะกำแพงเพชร ท้าบริจาคเลือดผ่านเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม ชวนคนทำดีช่วยสังคมแบบสร้างสรรค์ ที่หอประชุมวิทยาลัยเทคนิคกำแพงเพชร คณะเหล่ากาชาดนำโดย พ.อ.หญิง ศินีนารถ วานิชเสนี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกำแพงเพชร ออกหน่วยไปรับบริจาคโลหิต โดยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดกำแพงเพชร เปิดเผยว่า ขณะนี้โลหิตในคลังเลือดของโรงพยาบาลกำแพงเพชรเหลือน้อยมาก เลือดบางกรุ๊ปขาดแคลน เช่น กรุ๊ปบี ไม่มีเลย จึงต้องออกหน่วยมาขอรับบริจาคโลหิต เพื่อนำเลือดไปมอบให้โรงพยาบาลไว้ใช้รักษาผู้เจ็บป่วย และได้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้นในการบริจาคโลหิตครั้งนี้คือ บรรดานักศึกษาที่บริจาคโลหิตต่างถ่ายรูปตัวเองในขณะบริจาคโลหิต จากนั้นก็โพสต์ลงในเฟซบุ๊กและอินตาแกรม ท้าเพื่อน ๆ มาบริจาคโลหิตด้วย โดยใจความส่วนใหญ่ก็จะบอกว่าวันนี้เรามาบริจาคโลหิตแล้ว เราขอท้าเพื่อน ๆ มาบริจาคกันบ้าง ใจถึงหรือเปล่า ถ้าใจถึงมาบริจาคโลหิตกันเลย หลังจากที่มีการท้ากันผ่านเฟซบุ๊กไป ปรากฏว่าเพื่อนที่โดนท้าก็มาบริจาคบ้าง ทำให้ในวันนี้ทางกาชาดได้รับบริจาคจากนักศึกษาอาชีวะของวิทยาลัยเทคนิคไปกว่า 200 ถุง ซึ่งมากกว่าทุก ๆ ครั้ง ที่มาขอรับบริจาค นักศึกษาอาชีวะรายหนึ่งได้ท้าเชิญชวนอาชีวะทั่วประเทศว่า โดยบอกว่าวันนี้เรามาบริจาคโลหิตแล้ว ขอท้าเด็กอาชีวะทั่วประเทศมาทำเรื่องสร้างสรรค์บริจาคโลหิตบ้าง เพราะการบริจาคโลหิตสามารถช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ได้ เลือดอาชีวะต้องออกที่แขน ผ่านเข็มแล้วลงถุง ถึงจะเท่ห์

จ่อขอศาลฝากขังผลัด3คดีฆ่าหั่นศพครูยุ่น17พย.
ข่าวล่าสุด /  คดีครูญี่ปุ่น / 

ตำรวจ สภ.บางเสาธง จ่อ เตรียมขออำนาจศาลอาญาฝากขังผลัดที่ 3 คดี สมชาย-พรชนก ฆ่าหั่นศพครูสอนภาษาญี่ปุ่น ชี้ สำนวนยังไม่แล้วเสร็จ พันตำรวจโทสุศรันย์ ศรีบุญเจริญชัย พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ เปิดเผย ว่า ในวันจันทร์ที่ 17 พ.ย. นี้ พนักงานสอบสวนจะขออำนาจศาลอาญารัชดา ขอฝากขังผลัดที่ 3 คดีที่ นายสมชาย แก้วบางยาง และ นางพรชนก ไชยะปะ อายุ 47 ปี 2 สามีภรรยา ร่วมกันฆาตกรรมอำพรางศพ นายโยชิโนริ ชิมาโตะ อายุ 79 ปี ครูสอนภาษาญี่ปุ่น เนื่องจากพนักงานสอบสวนยังสรุปสำนวนคดีไม่แล้วเสร็จ โดยอยู่ระหว่างรอผลการตรวจพิสูจน์เทียบเคียง ดีเอ็นเอตัวอย่างอื่นที่มีจำนวนมากมาประกอบสำนวนคดีให้แล้วเสร็จ คาดว่าจะสามารถส่งสำนวนคดีให้พนักงานอัยการพิจราณาและสั่งฟ้องได้ทันภายในผลัดที่ 3 แน่นอน เนื่องจากสำนวนคดีคืบหน้ามากแล้ว อย่างไรก็ตาม สำหรับ นายสมชาย และ นางพรชนก ถูกดำเนินคดี 3 ข้อหา คือ ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ ก่อน ร่วมกันหน่วงเนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย รวมไปถึงร่วมกันลอบ ฝัง ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตาย หรือเหตุแห่งการตาย จากกรณีทั้งสองคนได้ร่วมกันวาง แผนฆ่า นายโยชิโนริ โดยได้หั่นชิ้นส่วนศพใส่ถุงไปทิ้งในคลองย่านบางนาตราดเมื่อวันที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมา และยังได้ร่ววมกันฆ่า นายคัทซึโตชิ ทานากะ อดีตสามีของ นางพรชนก ด้วย ____________________ เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง อึ้ง! ปูมหลังสุดอื้อฉาว ‘นางพรชนก’ สาวใหญ่คดีฆ่าหั่นศพครูญี่ปุ่น ลูกทานากะอดีตสามีพรชนกขอตร.รื้อคดีพ่อตาย 2ผัวเมียรับสารภาพ ฆ่าหั่นศพครูญี่ปุ่น ยัดกระสอบทิ้งคลอง

ซีพีเอ็น ชวนท่องจักรวาลแห่งความสุข ช้อปปิ้ง สนุกสุดขอบโลก “UNIVERSE OF HAPPINESS”
ช้อปปิ้ง /  เซ็นทรัล

ซีพีเอ็น ชวนท่องจักรวาลแห่งความสุข ช้อปสนุกสุดขอบโลก ใน แคมเปญ “UNIVERSE OF HAPPINESS” ตื่นตากับบอลลูนสนูปปี้ยักษ์ในชุดอวกาศสูงเท่าตึก 3 ชั้น และกองทัพสนูปปี้กว่า 2,000 ตัวทั่วประเทศ และ พบกับนิทรรศการอวกาศนาซา NASA- A HUMAN ADVENTURE ครั้งแรกในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ •ตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำอันดับหนึ่งด้านไลฟ์สไตล์แห่งวงการรีเทลของไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างแท้จริง •14 พ.ย. 57 – 12 ม.ค. 58 ณ เซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพลาซา และเซ็นทรัลเฟสติวัล ทุกสาขา กรุงเทพฯ – 14 พฤศจิกายน 2557 : บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน ) หรือ ซีพีเอ็น ตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำธุรกิจรีเทลด้านไลฟสไตล์ระดับเวิลด์คลาสอันดับหนึ่งของไทย จับมือกับพันธมิตร ได้แก่ บัตรเครดิต อิออน ไทยประกันชีวิต บัตรเครดิตซิตี้แบงก์วีซ่า ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย CHARLES & KEITH จัดแคมเปญสร้างสรรค์กิจกรรมยิ่งใหญ่ระดับจักรวาลส่งท้ายปี “UNIVERSE OF HAPPINESS” จักรวาลแห่งความสุข ช้อปสนุกสุดขอบโลก ตื่นตากับไฮไลท์สุดยิ่งใหญ่ครั้งแรกในไทย บอลลูนสนูปปี้ยักษ์ในชุดนักบินอวกาศ สูงกว่าตึก 3 ชั้นหรือกว่า 10 เมตร พร้อมกองทัพตุ๊กตาสนูปปี้กว่า 2,000 ตัวทั่วประเทศ และการตกแต่งต้นคริสมาสต์สุดตระการตา พร้อมร่วมถ่ายรูปและรับของรางวัลจากผู้สนับสนุนมากมาย พร้อมร่วมผจญภัยในห้วงอวกาศ โดยความร่วมมือกับ บริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ด้วยความสนับสนุนจากนาซา จัดนิทรรศการอวกาศนาซาอย่างเต็มรูปแบบครั้งแรกในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชูความเป็นเดสติเนชั่นด้าน ช้อปปิ้งและไลฟ์สไตล์ระดับภูมิภาคอย่างแท้จริง โดยแคมเปญ “UNIVERSE OF HAPPINESS” จะจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 14 พฤศจิกายน 2557 – 12 มกราคม 2558 ณ เซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพลาซา และเซ็นทรัลเฟสติวัล ทุกสาขา ทั่วประเทศ โดยภายในงานเปิดตัวแคมเปญ กันตภณ ผาณิตรัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มงานการตลาดสาขา และบริหารงานลูกค้า ฝ่ายการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการนำบอลลูนสนูปปี้ยักษ์ พร้อมกองทัพตุ๊กตาสนูปปี้ ที่จะมาสร้างสีสัน พร้อมด้วยดารารับเชิญคุณแก้ว-จริญญา ศิริมงคลสกุล หรือ แก้ว-เฟย์ ฟาง แก้ว และเซเลบริตี้ อาทิ คุณจุ๋ย-จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา และ คุณพราว-สิรีภัทร มหาดำรงค์กุล มาร่วมแชร์ความประทับใจที่มีต่อสนูปปี้และความสุขในรูปแบบ UNIVERSE OF HAPPINESS กันตภณ ผาณิตรัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มงานการตลาดสาขา และบริหารงานลูกค้า ฝ่ายการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เนื่องในโอกาสที่สนูปปี้ ตัวละครสุนัขพันธ์บีเกิ้ลในการ์ตูนสั้นสุดคลาสสิคเรื่อง “พีนัตส์” สร้างสรรค์โดย ชารล์ เอ็ม ชูลซ์ ที่โด่งดังไปทั่วโลก มีอายุครบ 64 ปี และเป็นคาแรคเตอร์การ์ตูนตัวแรกของโลกที่เคยได้มีโอกาสไปตะลุยดวงจันทร์กับองค์การนาซามาแล้วในปี ค.ศ.1969 และกลายเป็นตำนานที่ไม่อาจลบเลือน เป็นประวัติศาสตร์แห่งความสุขที่ไม่ใช่แค่ระดับโลก แต่ยิ่งใหญ่ระดับจักรวาล ในโอกาสนี้ ซีพีเอ็น จึงได้ร่วมกับพันธมิตรมอบความสุขด้วยหลากหลายกิจกรรมดีๆ เพื่อตอบแทนลูกค้าภายใต้แคมเปญ “UNIVERSE OF HAPPINESS” จักรวาลแห่งความสุข ช้อปสนุกสุดขอบโลก ให้ลูกค้าได้เต็มอิ่มกับความน่ารักของกองทัพสนูปปี้ในรูปแบบที่น่าตื่นตาตื่นใจ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพลาซา และเซ็นทรัลเฟสติวัลทุกสาขา โดยแคมเปญ UNIVERSE OF HAPPINESS เป็นแคมเปญส่งท้ายปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 พฤศจิกายน 2557 – 12 มกราคม 2558 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพลาซา และเซ็นทรัลเฟสติวัลทุกสาขา” แคมเปญ “UNIVERSE OF HAPPINESS พร้อมส่งมอบความสุขด้วยสิทธิประโยชน์มากมาย ได้แก่ สิทธิ์ที่ 1 สำหรับผู้ที่ช้อปสินค้าในศูนย์ฯครบทุก 1,000 บาท ลุ้นทริปเยี่ยมชมศูนย์อวกาศจอห์น เอฟ เคนเนดี้ และฐานปล่อยยานอวกาศขององค์การนาซา ที่รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา จำนวน 5 รางวัลๆ ละ 2 ที่นั่ง และสำหรับสมาชิกบัตรเครดิตอิออน, ลูกค้าบัตรไทยไลฟ์การ์ด, ผู้ถือบัตรเครดิตธนาคารซีไอเอ็มบีไทย และบัตรเครดิตซิตี้แบงก์วีซ่า รับเพิ่มเป็น 3 สิทธิ์, สิทธิ์ที่ 2 เมื่อช้อปในศูนย์ฯ ครบ 5,000 บาท เลือกรับฟรี ตุ๊กตา SNOOPY IN SPACE คอลเลคชั่นสุดพิเศษ หรือรับ Galactica Clutch by CHARLES & KEITH และสำหรับสมาชิกบัตรเครดิตอิออน, ลูกค้าบัตรไทยไลฟ์การ์ด, ผู้ถือบัตรเครดิตธนาคารซีไอเอ็มบีไทย และบัตรเครดิตซิตี้แบงก์วีซ่า ช้อปเพียง 3,500 บาท และ สิทธิ์ที่ 3 เฉพาะวันคริสต์มาส หรือ วันที่ 25 ธันวาคม 2557 เมื่อช้อปในศูนย์ฯ เฉพาะสาขาในกรุงเทพฯและปริมณฑล ครบ 1,000 บาท รับฟรีบัตรเข้าชมนิทรรศการผจญภัยอวกาศนาซา (NASA - A HUMAN ADVENTURE) 1 ใบ มูลค่า 500 บาท และพิเศษสำหรับสมาชิกบัตรเครดิตอิออน, ลูกค้าบัตรไทยไลฟ์การ์ด, ผู้ถือบัตรเครดิตธนาคารซีไอเอ็มบีไทย และบัตรเครดิตซิตี้แบงก์วีซ่า ช้อปเพียง 800 บาท รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 55 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษจากเป๊ปซี่และเลย์ เพียงร่วมถ่ายรูปคู่กับสนูปปี้บอลลูนยักษ์สูงกว่า 10 เมตร ในสาขาที่ร่วมรายการ แล้วแชร์ผ่าน Facebook หรือ Instagram พร้อม Hashtag #universeofhappiness #snoopyatcpn และเมื่อเพิ่ม #pepsithailand รับฟรี! เป๊ปซี่ 1 กระป๋อง ตลอดแคมเปญ หรือจนกว่าสินค้าจะหมด หรือ #laysthailand ระหว่างวันที่ 15-30 ธันวาคม รับฟรี! มันฝรั่งทอดกรอบเลย์ 1 ถุง ที่จุดแลกของสมนาคุณ 2557 “นอกจากนี้ ซีพีเอ็น ยังได้ร่วมกับ บริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) สร้างความยิ่งใหญ่เป็นครั้งแรกในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน กับ นิทรรศการอวกาศ “นาซา เอ ฮิวแมน แอดเวนเจอร์” (NASA - A HUMAN ADVENTURE) อย่างเต็มรูปแบบ ที่จะมาเผยทุกมุมมองไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีอวกาศ วัตถุและชิ้นส่วนจริงจากอวกาศ ความเสียสละของนักบินอวกาศ และหลากเรื่องราวในมุมที่หลายคนยังไม่รู้ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้ประเทศไทยเป็น เดสติเนชั่นด้าน ช้อปปิ้งและไลฟ์สไตล์ระดับภูมิภาคอย่างแท้จริง โดยจะจัดขึ้น ณ บางกอก คอนเวนชัน เซ็นเตอร์ (BCC Hall) ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2557 จนถึง 1 กุมภาพันธ์ 2558” ข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับสนูปปี้และองค์การนาซา สนูปปี้ ตัวละครในการ์ตูนสั้นสุดคลาสสิคที่มีมายาวนาน 64 ปีเรื่อง “พีนัตส์” สร้างสรรค์โดย ชารล์ เอ็ม ชูลซ์ โดย สนูปปี้ เป็นสุนัขพันธุ์บีเกิ้ลขนาดเล็ก สัตว์เลี้ยงของเด็กชายชาร์ลี บราวน์ มีนิสัยชอบสอดรู้ในทุกๆ สิ่ง มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ชอบหลับอยู่บนหลังคาบ้านสีแดงของตัวเอง และเป็นสุนัขที่ชอบดนตรีและศิลปะอีกด้วย โดยสนูปปี้มีความเกี่ยวข้องกับวงการอวกาศ คือ หลังจากความล้มเหลวของเหตุการณ์อพอลโล 1 องค์การนาซาจึงได้พยายามค้นหาเครื่องมือที่จะสามารถทำให้คนทั่วโลกให้หันมาสนใจและเรียกความเชื่อมั่นในเดินทางสู่อวกาศของมนุษยชาติ ดังนั้น ในปี 1969 ก่อนการปล่อยยานอะพอลโล่ 10 ซึ่งเป็นโครงการนำร่องสำหรับโครงการอะพอลโล่ 11 ที่ทำหน้าที่ส่งนักบินอวกาศไปโคจรรอบดวงจันทร์และทดสอบ ระบบของยานลงจอดในวงโคจรของดวงจันทร์ ทดสอบขั้นตอนและระบบต่างๆ สำหรับการลงจอดบนดวงจันทร์โดยไม่ได้ลงจอดบนพื้นผิวจริง นาย ชารล์ เอ็ม ชูลซ์ ผู้วาดการ์ตูนพีนัตส์ จึงได้รับการติดต่อจากองค์การนาซา และนำมาสู่การออกแบบสร้างสรรค์ ตัวการ์ตูนสนูปปี้ในชุดอวกาศเป็นกรณีพิเศษ กลายเป็นภาพจำและประโยคเด็ด “Here’s the world-famous astronaut approaching the Moon” โดยตลอดโปรแกรมดังกล่าวมีการใช้ตัวการ์ตูนสนูปปี้มาเป็นมาสคอตอย่างเป็นทางการในการท่องอวกาศในครั้งนั้น โดยในวันปล่อยยานเหล่านักอวกาศทั้งหมดได้จับจมูกของสนูปปี้เพื่อเป็นการอวยพรให้พวกเขากลับมาได้อย่างปลอดภัยซึ่งภายหลังยานอะพอลโล่ 10 ก็สามารถปฏิบัติการได้สำเร็จและสามารถกลับมายังพื้นโลกได้อย่างปลอดภัย และนับแต่นั้นมา สนูปปี้ ก็กลายเป็นกุญแจแห่งความสำเร็จ เป็นสัญลักษณ์ของความปลอดภัยและความมีอารมณ์ขันของวงการอวกาศและองค์การนาซาที่สามารถสร้างรอยยิ้มให้กับชาวอเมริกันและคนทั่วโลกได้อย่างไม่เสื่อมคลาย

ติด กาแฟ แต่ไม่อยากอ้วนทำอย่างไรดี?
กาแฟ /  คาเฟอีน / 

พูดถึง กาแฟ แน่นอนว่าสาวๆ ส่วนใหญ่ทั้งวัยทำงาน หรือแม้แต่วัยรุ่นบางคน ก็จะติด กาแฟ ด้วยกันทั้งนั้น ก่อนทำงานก็จะต้องดื่ม บางคนนัดลูกค้าที่ร้าน กาแฟ ก็จะต้องสั่งอีกสัก 1 แก้ว ซึ่งส่วนผสมที่ใส่ใน กาแฟ นั้น ทั้งน้ำตาล ครีม นม จะเป็นตัวสำคัญที่ทำให้น้ำหนักเราเพิ่มขึ้นได้ แล้วเราจะต้องแก้ปัญหาอย่างไรดี เพราะการดื่ม กาแฟ ในแต่ละมื้อของเรา มันอาจจะไม่ได้ใช่แค่ กาแฟ อย่างเดียว บางครั้งเราก็สั่งแบบ มีวิปครีม ซึ่งมีแคลอรี่อยู่ที่ประมาณ 500 – 600 แคลอรี่และที่สำคัญอีกอย่างคือขนมหรือคุกกี้ที่เรากินเข้าไปพร้อมกับ กาแฟ ตัวอย่างเช่น มัฟฟิน มีแคลอรี่ถึง 1000 แคลอรี่ เลยทีเดียว นอกจากนั้นคนที่ชอบดื่ม กาแฟ สูตรพิเศษแก้วใหญ่พร้อมกับแซนวิช และขนมอื่นๆจะได้รับแคลอรี่มากถึง 1500 แคลอรี่ สำหรับแคลอรี่ที่พอเหมาะสำหรับผู้หญิงในหนึ่งวันคือ 2000 แคลอรี่ เท่านั้นเองค่ะ โดยหลังจากดื่ม กาแฟ พร้อมกับของกินตามที่บอกไปแล้ว ทำให้เราเหลือปริมาณแคลอรี่สำหรับหนึ่งวันแค่ 500 แคลอรี่เท่านั้นสำหรับผู้หญิง ดังนั้นการดื่ม กาแฟ ที่ผสมครีม น้ำตาล นม พร้อมกับขนมจะทำให้เราอ้วน และมีน้ำหนักส่วนเกินเพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็วมาก เราจึงต้องหาวิธีปรับแก้ไขพฤติกรรมการดื่ม กาแฟ ที่จะไม่เพิ่มน้ำหนักในตัวเราค่ะ วิธีแรก คือ การเลิกดื่ม กาแฟ ไปเลยค่ะ แต่มันช่างยากเหลือเกิน เพราะเมื่อเราดื่มมันทุกวัน เสมือนกับว่าพละกำลังในการทำงานและใช้ชีวิตนี่ขึ้นอยู่กับ กาแฟ เลย บางคนหมดแรงเพราะวันนั้นยังไม่ได้ดื่ม กาแฟ ก็ยังมี หากว่าเราไม่สามารถจะเลิกดื่ม กาแฟ ได้เด็ดขาด เราก็หันมาเปลี่ยนวัตถุดิบและรูปแบบของ กาแฟ นั้นๆ ค่ะ เริ่มจากการหันไปดื่มกาแฟดำ ซึ่งสำหรับกาแฟดำ แบบแก้วใหญ่ที่ไม่ใส่น้ำตาลมีแคลอรี่ เพียงแค่ประมาณ 17 – 19 แคลอรี่ เท่านั้น ดังนั้น กาแฟ จะไม่ทำให้เรามีน้ำหนักเพิ่มหรือมีไขมันส่วนเกินขึ้นมาค่ะ แต่คงไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นโรคหัวใจเท่าไหร่นัก เพราะความเข้มข้นนั้นอาจบีบหัวใจได้ อาจจะเป็นการดื่ม กาแฟ ที่การใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล ครีมเทียมสูตรไขมันต่ำ เติมเพิ่มรสชาติให้ กาแฟ ประโยชน์ในการการดื่ม กาแฟ หากดื่มวันละ 3 แก้ว จะลดอาการหอบหืด หากดื่มมากกว่า 6 แก้ว การทดสอบสมรรถภาพปอดจะดีขึ้น  กาแฟ ก็เหมือนกับพืชอื่นๆ มีสารต้านอนุมูลอิสระ การดื่ม กาแฟ จะลดอาการง่วงนอน และทำให้มีสมาธิในการทำงานดีขึ้นโดยเฉพาะผู้ที่ทำงานเป็นกะและลดอุบัติเหตุขณะขับขี่ กาแฟ ช่วยลดอาการซึมเศร้าและคลายความวิตกกังวล การดื่ม กาแฟ เป็นประจำจะลดการเกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะและยังลดการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี มีหลักฐานพอจะเชื่อว่าการดื่ม กาแฟ จะป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่เมื่อดื่มวันละไม่เกิน 4 แก้ว แต่อย่างไรก็ดี การดื่ม กาแฟ มากเกินไป ก็ไม่ใช่ผลดีต่อร่างกายมากนัก อย่างการดื่ม กาแฟ 2-4 แก้ว อาจจะไม่เป็นผลเสียต่อสุขภาพ แต่หากดื่มมากเกินไป 4-7 แก้วอาจจะเกิดผลเสีย โดยจะมีอาการ นอนไม่หลับ หงุดหงิดง่าย สับสน อารมณ์แปรปรวน คลื่นไส้อาเจียน ใจสั่นหรือหัวใจเต้นเร็ว กล้ามเนื้อกระตุก ปวดศรีษะ วิตกกังวล เพราฉะนั้นแล้ว ทุกอย่างอยู่ที่ความพอดีค่ะ เลือกดื่ม กาแฟ ในส่วนผสมที่พอดีกับร่างกาย และปริมาณที่เหมาะสม เราจะได้รับแต่ประโยชน์ในสิ่งที่เราบริโภคเข้าไปยังไงล่ะคะ ขอบคุณที่มาจาก : www.womanplusmagazine.com

สธ.เตือนระวังตัวไรอ่อนหลังเที่ยวป่าพาหะนำโรค
ข่าววันนี้ /  เตือนระวังตัวไรอ่อน / 

ปลัด สธ. เผย เที่ยวป่าระวังตัวไรอ่อนติดมากับเสื้อผ้า นำมาสู่โรคติดต่อหลายโรค บางโรคถึงแก่ชีวิตได้ นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในช่วงฤดูหนาว ประชาชนมักนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวในป่า เนื่องจากมีอากาศหนาวเย็น ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทั่วประเทศ แนะนำประชาชนให้ระมัดระวังคือโรคสครับไทฟัส (Scrub typhus) หรือไข้รากสาดใหญ่ โรคนี้เกิดจากการถูกตัวไรอ่อนกัด ส่วนใหญ่จะถูกกัดบริเวณในร่มผ้า เช่น ขาหนีบ เอว ลำตัว รักแร้ หลังถูกกัดประมาณ 10-12 วัน จะมีไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตัว ตาแดง ปวดกระบอกตา ผู้ป่วยประมาณ ร้อยละ 50 จะพบแผลคล้ายถูกบุหรี่จี้บริเวณที่ถูกไรอ่อนกัด ลักษณะมีสีแดงคล้ำเป็นรอยบุ๋ม ไม่คัน ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของโรคนี้ บางรายอาจหายได้เอง แต่บางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ พบประมาณ 1 ใน 5 เช่น ปอดอักเสบ สมองอักเสบ ทำให้เสียชีวิตได้ ด้าน นายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคนี้พบผู้ป่วยได้ตลอดปี มักพบในกลุ่มชาวไร่ ชาวสวน นักล่าสัตว์นักท่องป่า ทหาร และผู้ที่ออกไปตั้งค่ายในป่า จะพบมากในช่วงฤดูฝน และฤดูหนาว โดยตัวไรแก่จะชอบอาศัยอยู่บนหญ้าและวางไข่บนพื้นดิน เมื่อฟักเป็นตัวอ่อน ไรอ่อนจะกระโดดเกาะสัตว์ เช่น หนู กระแต กระจ้อน หรือคนที่เดินผ่านไปมา เพื่อดูดน้ำเหลืองเป็นอาหาร จากข้อมูลการเฝ้าระวังโรคสครับไทฟัส โดยสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่ 1 มกราคม 2557 - 16 พฤศจิกายน 2557 ทั่วประเทศ มีรายงานผู้ป่วย 8,000 ราย เสียชีวิต 5 ราย ภาคเหนือมีผู้ป่วยมากที่สุด 3,013 รายรองลงมาคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2,461 ราย ผู้ป่วยเกือบ ร้อยละ 90 อาศัยในเขตชนบทและป่าเขา โรคนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน แต่มียารักษาให้หายได้ ในการป้องกันโรคนี้ ขอให้ประชาชนที่จะไปท่องเที่ยวตั้งแคมป์ไฟ กางเต็นท์นอนในป่า ควรทำบริเวณค่ายพักให้โล่งเตียน หลีกเลี่ยงการนั่งและนอนบนพื้นหญ้า บริเวณพุ่มไม้ ป่าละเมาะ แต่งกายให้มิดชิด ควรสวมรองเท้า สวมถุงเท้าหุ้มปลายขากางเกง ใส่เสื้อแขนยาวปิดคอ และเหน็บชายเสื้อเข้าในกางเกง ทายาป้องกันแมลงกัดตามแขนขา หลังออกจากป่าให้รีบอาบน้ำให้สะอาด และซักเสื้อผ้าที่สวมใส่ทันที เพราะตัวไรอาจติดมากับเสื้อผ้าได้

เคล็ดลับดีๆ 10 วิธี แพ็คกระเป๋าให้จุคุ้ม
กระเป๋าเดินทาง /  จัดกระเป๋า

เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงตั้งหน้าตั้งตารอวันหยุดยาวอยู่แน่ ๆ เพราะไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้ไปเที่ยวพักผ่อนให้รางวัลตัวเองอีกแล้ว และทุกคนคงเคยเจอปัญหาไม่มีกระเป๋าใบใหญ่พอจะนำไปทริป หรือ ต้องพกกระเป๋าใบใหญ่ ๆ หลายใบจนน่าปวดหัว แต่เชื่อเถอะว่า แค่กระเป๋าเดินทางใบเดียวก็เกินพอสำหรับทริปของคุณแล้ว เพียงคุณลองจัดกระเป๋าตามเทคนิคนี้ดู เคล็ดลับดีๆ 10 วิธี แพ็คกระเป๋าให้จุคุ้ม ภาพจาก www.howtoinstructions.org http://theideaking.blogspot.com/2014/04/how-to-pack-luggage-efficiently.html 1. เลือกพกเสื้อผ้าแยกชิ้น คุณจะประหยัดเนื้อที่ได้อีกมาก หากใส่เสื้อผ้าแยกชิ้นแทนที่จะเอาเดรสไป คุณอาจใส่กระโปรงตัวเดิมซ้ำกันโดยไม่มีใครจับได้เลย เพียงแค่ลองเปลี่ยนเสื้อเท่านั้น เพราะฉะนั้น ไม่จำเป็นต้องขนเสื้อผ้าไปมากเลย 2. เน้นของสารพัดประโยชน์ เลือกเอาของที่ใช้ประโยชน์ได้หลาย ๆ อย่างไป จะช่วยให้คุณใช้พื้นที่ได้เกินคุ้ม เช่น เพียงแค่นำผ้าพันคอผืนเล็ก ๆ ไปผืนเดียวก็สามารถใช้เป็นเครื่องประดับได้หลายแบบแล้ว ไม่ว่าจะใช้เป็นผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ หรือนำมาพันแล้วผูกประดับแทนที่คาดผม นอกจากนี้หากเป็นผ้าพันคอที่สามารถใช้ได้ทั้งสองด้าน ก็จะยิ่งช่วยให้คุณได้มีลูกเล่นในการแต่งตัวมากขึ้น 3. เลือกวางของหนักๆ ไว้ล่างสุด ควรจัดของหนัก ๆ อย่างรองเท้าไว้ล่างสุดของกระเป๋า เพื่อจะได้ไม่ทับของชิ้นอื่นเสียหาย นอกจากนี้ควรจะเลือกรองเท้าที่เหมาะกับทุกสถานการณ์ จะได้ไม่ต้องนำไปหลายคู่ ช่วยให้กระเป๋าเดินทางของคุณเบาขึ้นอีก 4. อย่าจัดของชิ้นใหญ่ไว้ในกระเป๋า ถ้าจะไปเมืองหนาว แล้วจำเป็นต้องพกเสื้อหนาวหนาๆ ไปด้วย ก็ควรสวมไปเลย แทนที่จะยัดลงกระเป๋า จะช่วยให้คุณประหยัดพื้นที่ได้อีก เพราะเสื้อหนาวหนาๆ แม้จะไม่ได้มีน้ำหนักมาก แต่ความหนาจะทำให้กินเนื้อที่กระเป๋าอีกเยอะ ดังนั้นให้ใส่ติดตัวหรือถือขึ้นเครื่องไปด้วย จะดีกว่านะคะ 5. จัดเสื้อผ้าให้ถูกวิธี ควรเก็บเสื้อผ้าด้วยวิธีม้วนแทนการพับ เพราะใช้พื้นที่น้อยกว่า และเสื้อก็ยังไม่ยับอีกด้วย หากมีเสื้อที่สามารถใส่ได้ทั้งสองด้าน ก็ควรจะจัดไปด้วย จะทำให้คุณไม่ต้องพกเสื้อผ้าไปมาก 6. เลือกชุดบางๆ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงชุดบางเบาชนิดซีทรู แต่หมายความว่าควรเลือกเสื้อที่มีเนื้อผ้าบางๆ แทนตัวหนาๆ เพื่อให้กินพื้นที่น้อยลง เช่น เสื้อผ้าเนื้อบางเบาอย่างเสื้อชีฟอง เพราะจะช่วยให้คุณประหยัดพื้นที่สำหรับใส่เสื้อผ้ามากขึ้น จะได้มีที่เหลือไว้ใส่ของอย่างอื่นเพิ่ม 7. เอาเครื่องประดับไปด้วย อย่าทิ้งเครื่องประดับไว้ที่บ้านเฉยๆ ควรพกใส่กระเป๋าเดินทางไปด้วย เพราะเครื่องประดับชิ้นเล็กๆ นั้นกินพื้นที่ไม่มาก แถมยังช่วยทำให้คุณดูดีขึ้นได้อีกเยอะ อย่างไรก็ตาม เครื่องประดับส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก คุณจึงควรใส่ซองแยกไว้รวมกัน เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหา 8. ใส่เครื่องสำอางไว้ในกระเป๋าแยก ของจุกจิกทุกอย่างทั้งเครื่องสำอางและครีมบำรุงผิวต่าง ๆ ควรใส่แยกไว้ในกระเป๋าใบเล็กเพื่อให้หยิบใช้ได้ง่าย และวางของที่แตกง่ายไว้บนสุด ไม่ให้ถูกของชิ้นอื่นทับเอาได้ 9. วางของที่ใช้คู่กันไว้ด้วยกัน ควรเอาของชิ้นเล็กๆ วางไว้ในของชิ้นใหญ่ที่ใช้คู่กัน เช่น ม้วนถุงเท้าใส่ไว้ในรองเท้า และสอดเนคไทไว้ในเสื้อเชิ้ต จะช่วยให้คุณประหยัดเนื้อที่ แถมยังหาได้สะดวกขึ้นอีกด้วย 10. สุดท้าย ลองยกกระเป๋าดู หลังจากจัดเสร็จแล้วก็ลองยกกระเป๋าของคุณขึ้นดูว่ามันหนักเกินไปไหม ถ้าหากคิดว่ามันยังหนักเกินไป และยังมีของใช้ไม่จำเป็นที่คุณยังพอจัดออกไปได้ ก็ลองจัดกระเป๋าดูใหม่ดูอีกที จนกว่าจะได้แบบที่คุณพอใจ นอกจากวิธีที่ว่ามาแล้ว ยังมีอีกหลายวิธีที่ช่วยให้กระเป๋าของคุณเล็กลง เช่นแพ็คของไปเพียงบางส่วน แล้วค่อยหาซื้อเพิ่มเติมแถวโรงแรม หรือใช้เครื่องสำอางและเครื่องประดับร่วมกับเพื่อน จำไว้ว่าคุณไม่จำเป็นต้องพกกระเป๋าใบใหญ่ ๆ ไปเลย แค่กระเป๋าใบเล็ก ๆ พร้อมของเท่าที่จำเป็นก็เพียงพอแล้ว ที่มา http://www.besttripholiday.com/

การ์เซีย ดึงอดีตมือ1เทนนิสโลกเป็นแคดดี้ศึกไทยแลนด์กอล์ฟ
การ์เซีย /  คาธาริน่า / 

เซอร์จิโอ การ์เซีย โปรกอล์ฟชื่อดังจากสเปน เตรียมควง ฮวน คาร์ลอส เฟอร์เรโร่ อดีตนักเทนนิสมือ 1 ของโลกเพื่อนซี้ร่วมชาติมาเป็นแคดดี้แบกถุงให้ในการลงป้องกันแชมป์ ไทยแลนด์ กอล์ฟ แชมเปี้ยนชิพ ชิงเงินรางวัลรวม 1 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่สนามอมตะ สปริง คันทรี คลับ จังหวัดชลบุรี โดย เซอร์จิโอ การ์เซีย โปรกอล์ฟมือ 6 ของโลกชาวสเปนจะกลับมาแข่งขันที่สนามอมตะ สปริง คันทรี คลับ เป็นครั้งที่ 4 หลังจากคว้าแชมป์เมื่อปีก่อนด้วยการชนะคู่แข่ง 4 สโตรก ซึ่งครั้งที่ผ่านมา การ์เซีย มี คาธาริน่า เบอห์ม แฟนสาวชาวเยอรมันเป็นแคดดี้ให้ แต่ปีนี้เจ้าตัวสินใจจ้าง ฮวน คาร์ลอส เฟอร์เรโร่ เพื่อนซี้ซึ่งมีดีกรีเป็นอดีตนักเทนนิสมือ 1 ของโลก ที่แขวนแร็กเก็ตไปแล้วมาเป็นคนแบกถุงให้ การ์เซีย กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ผมเคยลงเล่นกอล์ฟกับ ฮวน คาร์ลอส เฟอร์เรโร่ มาหลายครั้ง แต่เขาไม่เคยเป็นแคดดี้ให้ผมมาก่อน เราเพิ่งคุยกันเรื่องนี้ และเราตัดสินใจร่วมงานกันเลย เขาตื่นเต้นมากที่จะได้มาแบกถุงให้ผม ส่วน คาธาริน่า ก็ไม่มีปัญหาอะไร เธอยอมหลีกทางให้ และจะคอยให้กำลังใจผมข้างสนาม การมีเพื่อนมาช่วยแบกถุงให้ช่วยได้มาก ทำให้สนุกกับเกมกอล์ฟ และมีช่วงเวลาที่ดีกับเพื่อนสนิท สำหรับการแข่งขันไทยแลนด์ กอล์ฟ แชมเปี้ยนชิพ ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ นอกจากเป็นรายการก่อนทัวร์นาเมนต์สุดท้ายในโปรแกรมเอเชียน ทัวร์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการลุ้นอันดับทำเงินรางวัลสะสม หรือออร์เดอร์ ออฟ เมอริต รายการนี้ยังได้รับการบรรจุให้เป็นหนึ่งใน ดิ โอเพ่น ควอลิฟายอิง ซีรีส์ เพื่อชิงสิทธิ์เข้าไปเล่นในรายการเมเจอร์ ดิ โอเพ่น แชมเปี้ยนชิพ ที่สนามเซนต์ แอนดรูว์ส ในปีหน้า โดยมีโควตาให้ 4 ที่จากรายการนี้

รู้หรือไม่? คุณสามารถ บริจาคเลือด ให้ตัวเองได้ก่อนการผ่าตัด
บริจาคเลือด /  บริจาคเลือดให้ตนเอง / 

การเข้ารับการผ่าตัด นับเป็นการรักษาที่ต้องมีการเตรียมตัวเป็นอย่างดียกเว้นการรักษาในกรณีฉุกเฉิน ทั้งความพร้อมของผู้ป่วยและทีมแพทย์ ซึ่งการเตรียมเลือดเพื่อใช้ในการผ่าตัดนับเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องคำนึงถึง การ บริจาคเลือด ที่เจาะจงผู้รับนั้นในปัจจุบันสามารถทำได้หลายวิธีตั้งแต่การ บริจาคเลือด ตนเองเก็บไว้ก่อน การให้ญาติและ/หรือเพื่อนมาเป็นผู้บริจาคให้ ซึ่งแต่ละวิธีจะมีข้อจำกัดแตกต่างกันไป ในที่นี้จะขอกล่าวถึงเฉพาะการ บริจาคเลือด สำหรับตนเองก่อนการผ่าตัดหรือทำหัตถการ (Preoperative autologous blood donation) เท่านั้น เราจะเก็บเลือดตนเองไว้ใช้เมื่อใด การเจาะเก็บเลือดไว้ใช้จะทำต่อเมื่อแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดมีคำสั่งและแพทย์ธนาคารเลือดเห็นชอบ รวมทั้งตัวผู้ป่วยเองให้ความยินยอม ซึ่งมักจะทำในกรณีต่อไปนี้ เป็นการผ่าตัดที่มีเวลาเตรียมผู้ป่วย เนื่องจากต้องให้เวลาในการพักฟื้นหลังการ บริจาคเลือด อย่างน้อย 3 วันก่อนการผ่าตัด เป็นการผ่าตัดที่คาดว่าผู้ป่วยจะเสียเลือดมาก มักเป็นการผ่าตัดใหญ่ เช่น การผ่าตัดโรคกระดูกใหญ่ๆ การผ่าตัดหลอดเลือด และการผ่าตัดระบบหัวใจและทรวงอก เป็นต้น กรณีที่ผู้ป่วยเป็นผู้ที่มีหมู่เลือดหายากหรือไม่สามารถหาผู้บริจาคที่มีเลือดเข้ากันได้ ข้อดีและข้อจำกัดของการใช้เลือดตนเอง การได้รับเลือดนับเป็นการรักษาที่มีทั้งประโยชน์และมีความเสี่ยงที่แม้จะพยายามป้องกันเต็มที่แต่ยังมีโอกาสเกิดขึ้นได้ การใช้เลือดของตนเองมีข้อดีในการลดความเสี่ยงนั้นๆไปได้บ้าง เช่น ลดโอกาสติดเชื้อบางชนิดได้แก่ เชื้อไวรัสตับอักเสบทั้งชนิดบีและซี โรคซิฟิลิสและโรคเอดส์ รวมทั้งลดการสร้างสารต่อต้านต่อเลือดผู้อื่น เป็นต้น ส่วนข้อจำกัดของการ บริจาคเลือด ให้ตนเองนั้น เกณฑ์ในการคัดเลือกผู้บริจาคจะต่างจากการ บริจาคเลือด โดยทั่วไป และคำนึงถึงผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริจาคเป็นหลัก มีเกณฑ์ดังนี้ ต้องมีคำสั่งการรักษาจากแพทย์เจ้าของไข้ และผ่านความเห็นชอบของแพทย์ธนาคารเลือด ระดับความเข้มข้นเลือดแดง (Hemoglobin level) ≥ 11 กรัม/ดล. หรือ ฮีมาโตคริต ≥ 33% กำหนดให้ความถี่ของการ บริจาคเลือด แต่ละถุงต้องห่างกันอย่างน้อย 7 วันและการบริจาคครั้งสุดท้ายต้องห่างจากการผ่าตัดหรือหัตถการอย่างน้อย 72 ชั่วโมง หากท่านเป็นโรคที่อาจมีอันตรายจากการเจาะเก็บเลือดเช่น โรคหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจอุดตัน หรือโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะบางชนิด ทางธนาคารเลือดจะคำนึงถึงความปลอดภัยของท่านเป็นหลักจึงต้องงดการ บริจาคเลือด ครั้งนั้น ผู้ป่วยต้องไม่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในกระแสเลือดขณะ บริจาคเลือด เกณฑ์อื่นๆพิจารณาตามเกณฑ์คัดเลือกผู้ บริจาคเลือด ตามปกติ ข้อควรรู้อื่นๆ ของการ บริจาคเลือด ให้ตนเอง 1. เลือดที่ได้จากการบริจาคทางธนาคารเลือดจะดำเนินการตรวจหมู่เลือดและการติดเชื้อตามขั้นตอนปกติ และจะแจ้งให้แพทย์เจ้าของไข้ทราบหากตรวจพบสิ่งผิดปกติ 2. มีการระบุป้ายถุงที่ชัดเจนว่าเป็นการ บริจาคเลือด ให้ตนเอง และทางธนาคารเลือดจะไม่จ่ายเลือดถุงนี้ให้กับผู้ป่วยคนอื่นในทุกกรณี ถ้าไม่ใช้เลือดถุงนั้นจะถูกทำลายไป 3. ผู้บริจาคมีโอกาสเกิดอาการข้างเคียงจากการ บริจาคเลือด ด้วยตนเองเหมือนหรือเสี่ยงมากกว่าผู้บริจาคอื่นๆ ดังนั้นควรปฏิบัติตัวตามข้อกำหนดก่อนการ บริจาคเลือด อย่างเคร่งครัด เช่นนอนพักผ่อนอย่างน้อย 6 ชั่วโมงขึ้นไป รับประทานอาหารอย่างเพียงพอก่อนการเจาะเก็บเลือด 4. ในวันที่ท่านมาติดต่อ ทางธนาคารเลือดจะเจาะเลือดปลายนิ้วก่อนเพื่อดูระดับความเข้มข้นของเม็ดเลือดแดง ถ้าพบว่าซีดท่านจะได้รับยาเม็ดธาตุเหล็กไปรับประทานก่อนมาตรวจเพื่อบริจาค ซึ่งหากระดับความเข้มข้นสูงขึ้นมามากกว่า 11 กรัม/เดซิลิตร จะสามารถพิจารณาเจาะเก็บเลือดได้ตามปกติ 5. การรับประทานยาเม็ดธาตุเหล็ก ให้กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 เวลาหลังรับประทานอาหาร ผลข้างเคียงจากการกินยาได้แก่ อุจจาระจะเปลี่ยนเป็นสีดำซึ่งไม่ได้มีอันตรายแต่อย่างใด ท่านอาจมีอาการปวดมวนท้อง คลื่นไส้หรืออาเจียนได้ ซึ่งผลข้างเคียงนี้จะหายไปเองเมื่อหยุดรับประทานยา ขอบคุณที่มาจาก : อ.พญ. เจนจิรา  กิตติวรภัทร ภาควิชาเวชศาสตร์การธนาคารเลือด คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

สารคลอรีนโรงงานสงขลารั่วไหลคนงานเจ็บ46
ข่าวล่าสุด /  สารคลอรีน / 

สารคลอรีนโรงงานผลิตถุงมือยาง จ.สงขลา รั่วไหล คนงานได้รับบาดเจ็บ 46 คน คาดวาล์วควบคุมมีปัญหา เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. (27 พ.ย.) เกิดเหตุสารเคมีภายในโรงงานผลิตถุงมือยาง ของ บริษัท เอส จี เอ็ม พี จำกัด ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.ควนรู อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ซึ่งเป็นสารเคมีชนิดสารคลอรีน รั่วไหลระหว่างกระบวนการผลิตถุงมือยาง ทำให้คนงานที่กำลังทำงานอยู่ภายในโรงงานและสูดดมเข้าไปมีอาการเวียนศรีษะ อาเจียน หน้ามืดและเป็นลม จำนวน 46 คน หน่วยกู้ภัยรัตภูมิและหน่วยกู้ภัยมิตรภาพสามัคคีได้เข้าให้การช่วยเหลือและรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลรัตภูมิ จำนวน 28 คน และโรงพยาบาลควนเนียง 18 คน โดยทั้งหมดอาการไม่รุนแรงส่วนใหญ่แพทย์ให้นอนดูอาการก่อนที่จะอนุญาตให้กลับบ้านได้ โดยช่วงเกิดเหตุมีคนงานกำลังทำงานอยู่ประมาณ 240 คน และต้องอพยพคนงานออกจากโรงงานทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย หลังเกิดเหตุทางศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต12 สงขลา ได้ส่งผู้เชี่ยวชาญด้านสารเคมีเข้าตรวจสอบหาสาเหตุและปริมาณการรั่วไหลของสารคลอรีนที่กระจายอยู่ในโรงงานและต้องหยุดกระบวนการผลิตชั่วคราว เบื้องต้นคาดว่าระบบวาล์วควบควบคุมอาจมีปัญหาทำให้สารคลอรีนรั่วออกมา

เดินป่าหน้าหนาวระวังไรอ่อนกัด เสี่ยงป่วย สครับไทฟัส ถึงตาย
ข้อควรระวัง /  เดินป่า

ในช่วงฤดูหนาวมีประชาชนจำนวนมาก นิยมเดินทางไปท่องเที่ยวตามดอยสูงและท่องเที่ยวเดินป่า เพื่อชมความงามของธรรมชาติ และสัมผัสกับอากาศที่หนาวเย็น แต่ภัยที่จะมาจากป่าเขาหรือพื้นที่ชนบท ก็คือ โรคสครับไทฟัส (Scrub typhus) หรือ ไข้รากสาดใหญ่ ที่เกิดจากการถูกตัวไรอ่อนกัด เดินป่าหน้าหนาวระวังไรอ่อนกัด เสี่ยงป่วย สครับไทฟัส ถึงตาย นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) อธิบายว่า ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทั่วประเทศ และแนะนำประชาชนให้ระมัดระวังโรคนี้ เพราะส่วนใหญ่ประชาชนจะถูกกัดในร่มผ้า เช่น ขาหนีบ เอว ลำตัว รักแร้ หลังถูกกัดประมาณ 10-12 วัน จะมีไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตัว ตาแดง ปวดกระบอกตา ผู้ป่วยประมาณร้อยละ 50 จะพบแผลคล้ายถูกบุหรี่จี้ บริเวณที่ถูกไรอ่อนกัด ลักษณะมีสีแดงคล้ำเป็นรอยบุ๋ม ไม่คัน ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของโรคนี้ บางรายอาจหายได้เอง แต่บางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง พบประมาณ 1 ใน 5 เช่น ปอดอักเสบ สมองอักเสบ ทำให้เสียชีวิตได้ ด้าน นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า โรคนี้พบผู้ป่วยได้ตลอดปี มักพบในกลุ่มชาวไร่ ชาวสวน นักล่าสัตว์ นักท่องป่า ทหาร และผู้ที่ออกไปตั้งค่ายในป่า จะพบมากในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว โดยตัวไรแก่จะอาศัยอยู่บนหญ้าและวางไข่บนพื้นดิน เมื่อฟักเป็นตัวอ่อน ไรอ่อนจะกระโดดเกาะสัตว์ เช่น หนู กระแต หรือคนที่เดินผ่าน เพื่อดูดน้ำเหลืองเป็นอาหาร จากข้อมูลการเฝ้าระวังโรคสครับไทฟัส โดยสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่ 1 ม.ค.-16 พ.ย. ที่ผ่านมา ทั่วประเทศ มีรายงานผู้ป่วย 8,000 ราย เสียชีวิต 5 ราย ภาคเหนือมีผู้ป่วยมากที่สุด 3,013 ราย รองลงมาคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2,461 ราย ผู้ป่วยเกือบร้อยละ 90 อาศัยในเขตชนบทและป่าเขา โดยโรคนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน แต่มียารักษาให้หายได้ ขอให้ประชาชนที่จะไปท่องเที่ยวตั้งแคมป์ไฟ กางเต็นท์นอนในป่า ควรทำบริเวณค่ายพักให้โล่งเตียน หลีกเลี่ยงการนั่งและนอนบนพื้นหญ้า พุ่มไม้ ป่าละเมาะ แต่งกายให้มิดชิด สวมรองเท้า สวมถุงเท้าหุ้มปลายขากางเกง ใส่เสื้อแขนยาวปิดคอ และเหน็บชายเสื้อเข้าในกางเกง ทายาป้องกันแมลงกัดตามแขนขา หลังออกจากป่าให้รีบอาบน้ำ และซักเสื้อผ้าที่สวมใส่ทันที เพราะตัวไรอาจติดมากับเสื้อผ้าได้ และภายหลังจากกลับจากเที่ยวป่า หรือกางเต็นท์ภายใน 2 สัปดาห์หากป่วย มีไข้ขึ้นสูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ หรือตรวจพบสะเก็ดแผล ที่มีรอยไหม้คล้ายถูกบุหรี่จี้ที่ผิวหนัง ขอให้นึกถึงโรคนี้ และควรรีบไปพบแพทย์ทันที และแจ้งประวัติการเข้าไปในป่า เพื่อรับการรักษาโดยเร็วป้องกันการเสียชีวิต หากตรวจพบว่าเป็นโรค ให้รับประทานยาปฏิชีวนะครบตามแพทย์สั่ง และไปติดตามผลการรักษาตามนัด รายงานพิเศษ นสพ.ข่าวสด

ข้อแนะนำ การเดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยง โดยทางเครื่องบิน
การเดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยง /  ข้อแนะนำ / 

การเดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยง โดยการเดินทางอากาศ เป็นเรื่องที่เจ้าของสัตว์ ควรใส่ใจเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากบางสายการบินมักจะมีข้อกำหนดที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะเรื่องขนาด สายพันธุ์ และน้ำหนัก ดังนั้นก่อนการเดินทางควรทำการตรวจสอบกับทางสายการบินให้แน่นอนก่อน ข้อแนะนำ การเดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยง โดยทางเครื่องบิน โดยทั่วไปสายการบินจะอนุญาตให้เจ้าของสัตว์นำสุนัข หรือแมว ที่มีขนาดเล็ก กว่า 15 ปอนด์ หรือประมาณ 6.8 กก.โดยใส่ในกระเป๋าเดินทางสำหรับสัตว์ วางไว้ใต้เก้าอี้ผู้โดยสารได้ โดยบางสายการบินอาจบังคับให้มีสัตว์เลี้ยงในห้องผู้โดยสารไม่เกิน 2 ตัว ถ้าน้ำหนักเกินกว่า หรือจำนวนสัตว์ที่เกินมานั้นจะส่งลงใต้ท้องเครื่องที่มีห้องปรับอุณหภูมิเฉพาะ และสุนัขที่มีขนาดใหญ่มากๆ น้ำหนักมากกว่า 35 กก.บางสายการบินจะให้ส่งผ่านระบบคลังสินค้า ดังนั้นควรทำการจองที่นั่งโดยระบุจำนวนสัตว์ด้วย ระเบียบโดยทั่วไปของสายการบิน สัตว์เลี้ยงไม่ควรมีอายุต่ำกว่า 2 เดือน และหย่านมมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 วัน ก่อนการเดินทาง (ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับกฎหมายของประเทศปลายทาง) ของประเทศไทย สุนัข แมวควรมีอายุไม่ต่ำกว่า 4 เดือน และผ่านการฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้ามาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 เดือน และวัคซีนยังไม่หมดอายุ การเลือกจองตั๋วสายการบิน ควรเลือกสายการบินประเภทบินตรง หลีกเลี่ยงสายการบินที่มีการเปลี่ยนเครื่อง ควรเลือกจองตั๋วในกลางสัปดาห์ที่มีผู้โดยสารน้อยๆ หลีกเลี่ยงการเดินทาง วันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ หรือ วันหยุดยาว ในช่วงที่สภาพอากาศร้อนให้เลือกเวลาเดินทางเวลาเช้าตรู่ หรือตอนดึกไปเลย ถ้าสภาพอากาศที่หนาวมากๆ ให้เลือกเวลาเดินทางในเวลากลางวัน โดยทั่วไปแล้วข้อบังคับการบิน มีข้อบังคับไว้ว่า กรณีที่สายการบินไม่สามารถป้องกันการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิที่กระทบตัวสัตว์ ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 45 ฟาเรนต์ไฮนต์ เป็นเวลามากกว่า 45 นาที ระหว่างการขนถ่ายจากตัวเครื่องไปยัง ตัวอาคารผู้โดยสารได้ ห้ามสายการบินนั้นๆ รับสัตว์เลี้ยงขึ้นเครื่อง ยกเว้นแต่จะมีใบรับรองจากสัตวแพทย์ระบุว่าสัตว์เลี้ยงตัวนั้นๆ สามารถทนต่อสภาพอุณหภูมิที่ต่ำ 45 ฟาเรนต์ไฮนต์(แต่ไม่เกิน 85 ฟาเรนต์ไฮนต์) เป็นเวลามากกว่า 45 นาที สุนัขสายพันธุ์ที่ควรระวังในเรื่องการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ โดยเฉพาะสภาพอากาศที่ร้อน คือ สุนัขพันธ์หน้าสั้น เช่น บูลด็อก ปั๊ก มีโอกาสสูงที่จะเกิดภาวะ Heat stroke ได้ บางครั้งสัตว์อาจเสียชีวิตก่อนที่จะขึ้นเครื่องได้ เนื่องจากระหว่างการขนย้ายจากอาคารผู้โดยสาร ไปยังตัวเครื่อง ไม่มีเครื่องปรับอากาศ และสัตว์จะไปรออยู่ในพื้นที่ลำเลียงกระเป๋า ซึ่งอุณหภูมิจะสูงกว่าปกติควรกำชับเจ้าหน้าที่สายการบินให้ดี เมื่อเดินทางมาถึงสนามบินแล้ว ก่อนการเดินทางให้ทำการตรวจเช็คสัตว์เลี้ยง และนำออกมาเดินเล่นบ้าง จากนั้นค่อยนำสัตว์เลี้ยงเข้ากรงแล้วแจ้งสายการบินเพื่อนำขึ้นเครื่อง ควรเน้นย้ำกับเจ้าหน้าที่สายการบินให้ระบุว่ามีสัตว์เลี้ยงเดินทางมาด้วยใน เที่ยวบินนั้นๆ เพื่อให้นักบินได้ทำการเตรียมห้องสำหรับสัตว์เลี้ยง โดยการให้มีออกซิเจน อุณหภูมิ และ ความดันภายในห้องเก็บสัตว์เลี้ยงที่เหมาะสมสำหรับสัตว์ เมื่อสุนัขมาถึงปลายทางแล้วให้นำสัตว์เลี้ยงออกมายืดเส้นยืดสายบ้าง กรงเพื่อการขนย้ายสัตว์เลี้ยงควรมีลักษณะตามระเบียบสายการบินดังนี้ 1.ขนาดควรใหญ่กว่าตัวสัตว์ ในระดับที่สามารถยืนได้โดยที่ตัวสัตว์ไม่แตะกับส่วนบนของกรง หรือให้กรงสูงจากหลังสัตว์ขณะยืนประมาณ 1คืบ สามารถหมุนตัวได้และนอนได้ 2.ควรมีความแข็งแรงสูง ไม่มีคมและควรมีที่จับ 3.ส่วนพื้นกล่องควรกันน้ำรั่วออกและปูรองด้วยวัสดุที่ดูดซับน้ำได้ดี โดยมากจะใช้กระดาษหนังสือพิมฉีกเป็นเส้นๆ หรืออาจจะใช้แผ่นรองซับสำเร็จรูป ก็ได้ 4.มีการทำเครื่องหมายที่กรงชัดเจน ระบุชื่อเจ้าของสัตว์ ที่อยู่ เบอร์ติดต่อ และควรมีคำว่า LIVE ANIMALS และมีลูกศรชี้ขึ้นให้กรงอยู่ในทิศทางที่ถูกต้อง เอกสารสำคัญอื่นๆ เช่น Health certificate รูปถ่าย ใบวัคซีน ตัวจริงควรเก็บไว้กับตัวเจ้าของ เก็บสำเนาทั้งหมดใส่ซองกันน้ำและแปะไว้ที่กรง 5.ในฝั่งตรงข้ามของทั้งสองกรงควรมีรูระบายอากาศและพยายามฝึกสุนัขให้คุ้น เคยกับกรงก่อนการเดินทาง เพื่อไม่ให้สัตว์ตื่นกลัวมากเกินไปควรเอาเสื้อผ้าที่มีกลิ่นเจ้าของใส่เข้า ไปในกรงด้วย เช่น ถุงเท้า เสื้อผ้าที่ใช้แล้ว (แต่ยังไม่ซัก) 6.กรงต้องมีความแข็งแรงและแน่นหนา โดยเฉพาะส่วนประตูกล่องควรมีเชือกมัดทับไว้อีกชั้น เพื่อป้องกันกรงเปิดโดยไม่ตั้งใจ ก่อนการเดินทางควรปรึกษาสัตวแพทย์เรื่องการให้อาหาร เพื่อความปลอดภัยควรให้สุนัขท้องว่าง แต่ก็ยังควรให้น้ำอยู่ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดสัตว์ อายุ และระยะเวลาในการเดินทาง ในกรณีสัตว์บางตัวต้องการอาหารเป็นกรณีพิเศษ เช่นสัตว์ป่วยเป็นโรคไต ต้องกินอาหารแบบพิเศษ ควรเตรียมพร้อมไปด้วย ไม่แนะนำให้สัตว์เลี้ยงรับยาซึม หรือยาสลบอื่นในระหว่างการเดินทางด้วยเครื่องบิน ขอบคุณข้อมูลจาก kaowpoon.wordpress.com เรียบเรียงโดย Travel MThai

รัฐนิวยอร์ก เฝ้าระวังน้ำท่วม เหตุอุณหภูมิสูงหลังพายุหิมะ
นิวยอร์ก /  น้ำท่วม / 

สหรัฐประกาศเตือนประชาชน ให้รับมือกับภัยพิบัติน้ำท่วม ซึ่งอาจเกิดขึ้นหลังจากเกิดพายุหิมะที่โหมกระหน่ำในหลายพื้นที่เมืองสัปดาห์ที่แล้ว ละลายกลายเป็นมวลน้ำจากอุณหภูมิที่สูงขึ้น วันนี้ (24พ.ย.) สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานข่าว เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระดมกำลังขนกระสอบทรายหลายพันถุง เพื่อป้องกันภัยน้ำท่วมหลังจากหิมะที่ตกอย่างหนัก และพัดถล่มปกคลุมหลายพื้นที่ใกล้กับเมืองบัฟฟาโล มลรัฐนิวยอร์กของสหรัฐ และคร่าชีวิตประชาชนไปแล้วอย่างน้อย 13 ราย ในช่วงสัปดาห์ที่แล้ว ทั้งนี้มีการพยากรณ์จากศูนย์บริการสภาพอากาศแห่งชาติว่า อุณหภูมิอาจสูงขึ้นและทำให้น้ำแข็งละลายกลายเป็นมวลน้ำมหาศาล โดยเฉพาะหลายพื้นที่ทางตะวันตกของมลรัฐนิวยอร์กได้อยู่ในภาวะเฝ้าระวังน้ำท่วม อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่สหรัฐ พยายามเรียกร้องให้ประชาชนเตรียมรับมือกับภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ รวมถึง หากมีแนวโน้มใกล้เกิดน้ำท่วมอย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่จะออกประกาศเตือนอีกครั้ง ขณะที่ คำเตือนเฝ้าระวังน้ำท่วมดังกล่าวมีผลในเขตเมืองอีรี ไวโอมิง บัฟฟาโล สปริงวิลล์ เป็นต้น MThai News

มิดวินเทอร์ กรีน ร้านอาหารสุดอลังการ ในปราสาท กลางเขาใหญ่
เขาใหญ่

มิดวินเทอร์ กรีน ร้านอาหารสุดอลังการ ในปราสาท กลางเขาใหญ่ มิดวินเทอร์ กรีน (Midwinter Green )ร้านอาหารสุดหรูตั้งอยู่กลางเขาใหญ่ แวดล้อมไปด้วยภูเขาและธรรมชาติอันงดงาม ซึ่งร้านนี้มีจุดเด่นที่เห็นได้ชัดคือปราสาทหลังงามสีขาวสไตล์ยุโรปเหนือ ทางเข้าต้อนรับด้วยน้ำพุและรูปปั้นกวาง โดยการตกแต่งทั้งหมดได้แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมอังกฤษ “มิดซัมเมอร์ ไนท์สดรีม” ที่ประพันธ์โดยเชคสเปียร์ มิดวินเทอร์ กรีน มีที่นั่งรองรับทั้งทั้งส่วนด้านในและด้านนอก สามารถรับรองแขกได้ถึง 750 ที่นั่ง ซึ่งนับว่าเป็นร้านอาหารที่ใหญ่ที่สุดบนเขาใหญ่ในขณะนี้ คุณนิรัช ตาครู กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิดวินเทอร์ จำกัด ได้ให้เกียรติ MThai Food พาเดินชมภายในปราสาทที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอาหารรสเลิศ คุณภาพระดับพรีเมี่ยม นอกจากอาหารที่น่าทานแล้ว ยังเต็มไปด้วยอาหารตามากมาย เพราะว่า มิดวินเทอร์ กรีน ใส่ใจในทุกรายละเอียดของสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในเป็นอย่างมาก ในส่วนของอาหารคือหัวใจหลักของ Midwinter Green ทางร้านจึงใส่ใจในทุกรายละเอียด เริ่มตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูงและปรุงอย่างใส่ใจ ในคอนเซปต์ “โฮมเมด” นั่นหมายถึงการทำอาหารเองตั้งแต่ต้นน้ำ ได้แก่ การแปรรูปอาหารประเภทเนื้อสัตว์ต่างๆ มาเป็นผลิตผลอย่างไส้กรอกและแฮม ก่อนที่จะนำมารังสรรค์เป็นอาหารรสเลิศ เช่น สเต็กเนื้อ สเต็กปลา พิซซ่า สปาเก็ตตี้ นอกจากนี้ยังมีอาหารไทยให้บริการความอร่อยอีกด้วย ส่วนใครที่ชอบทานเบเกอรี่และเค้ก ต้องบอกว่าที่นี่มีเค้กน่ารักๆ เพียบเลย เสิร์ฟพร้อมคู่กับน้ำชา คุณภาพเยี่ยมแบรนด์ Horney and son เรื่องความสะอาดต้องบอกได้อย่างเดียวว่าที่ มิดวินเทอร์ กรีน เก็บเต็มทุกรายละเอียด เพราะห้องครัวที่นี่ มาตรฐานระดับสูงเทียบเท่ากับครัวของโรงแรมระดับห้าดาว ถึงขนาดกับแบ่งห้องครัวออกเป็นส่วนต่างๆ ได้แก่ ห้องชำแหละเนื้อสัตว์ ห้องแช่เย็น (2 องศา) ห้องแช่แข็ง (-20 องศา) ครัวไทย ครัวฝรั่ง (ทั้ง 4 ส่วนสามารถเปิดปิดแยกกันเป็นเอกเทศ) ครัวเย็นส่วนของน้ำ stock สายพานล้างจาน ครัวเบเกอรี่ และส่วนแปรรูปอาหาร โดยทุกส่วนมีระบบหมุนเวียนอากาศที่ได้มาตรฐาน ระบบป้องกันอัคคีภัยที่ทำงานทันทีโดยอัตโนมัติเมื่อเกิดเหตุ ระบบกรองน้ำที่จะผลิตน้ำ RO (Reverse Osmosis) ใช้ในร้านทั้งหมด รวมถึงการผลิตน้ำแข็งที่สะอาดสำหรับใช้ในร้านเอง และท้ายสุดคือระบบบำบัดน้ำที่ได้มาตรฐานเพื่อรักษาสภาพสิ่งแวดล้อม ครัวของมิดวินเทอร์ กรีนมีประสิทธิภาพสูงและสามารถรองรับแขกที่เข้ามาพร้อมๆ กันได้มากถึง 1,000 ที่นั่ง Midwinter Green ถูกแบ่งออกเป็นส่วนต่างๆ ที่น่าสนใจ อาทิ ร้านขายของสำหรับปิคนิค (Picnic Store) ซึ่งจะมีไวน์ ไส้กรอก หรืออาหารประเภทกูร์เมต์ต่างๆ ให้เลือกสรร อีกทั้งยังมีถุงหรือตะกร้าปิคนิคจำหน่ายให้กับลูกค้าที่ต้องการไปใช้เวลากับครอบครัวที่อื่นอีกด้วย นอกจากนั้นยังมีห้องท้องพระโรง (Throne Room) และห้องวาดรูป (Drawing Room) และแกลลอรี่ ซึ่งเป็นห้องที่จะมีอยู่ในปราสาททุกหลัง และท้ายสุดคือสนามเด็กเล่นซึ่งในโอกาสพิเศษทางร้านจะจัดให้มีงานสำหรับเด็กที่เต็มไปด้วยเครื่องเล่น เกมส์ และขนมต่างๆ เพื่อทำให้เด็กๆ ที่มารับประทานอาหารกับครอบครัวได้มีความสนุกเพลิดเพลินอีกด้วย นอกจากบรรยากาศที่สวยงามแล้ว ที่มิดวินเทอร์ กรีน ยังเติมรสชาติความสวยงามของเขาใหญ่ ด้วยการจัด ดนตรีหลากสไตล์จากศิลปินมากความสามารถ ไม่ว่าจะเป็น “The Eight Days A Week” “Biggest Father Band” และ “K.Lek T Bond and The Emergency Band” และศิลปินที่มีชื่อเสียงอีกมากมาย ที่จะผลัดกันมาช่วยสร้างสีสันให้กับวันพักผ่อนบนเขาใหญ่ซึ่งมั่นใจได้ว่า มิดวินเทอร์ กรีน จะเป็นประสบการณ์สุดพิเศษของเขาใหญ่ที่จะสร้างความประทับใจให้กับท่านและทุกคนในครอบครัวอย่างที่ท่านจะไม่มีวันลืม ภาพบรรยากาศ มิดวินเทอร์ กรีน

ส้นเท้าแตก ทำอย่างไรดี?
สุขภาพเท้า /  ส้นเท้า / 

ส้นเท้า คือ บริเวณด้านล่างของเท้า ประกอบด้วยเส้นเลือด เส้นประสาท และผิวหนังหลายชั้น ซึ่งบริเวณนี้จะมีความหนาค่อนข้างมาก มีหน้าที่ในการรองรับน้ำหนักของร่างกาย เมื่อใช้งานเท้าบ่อยๆ จากการเสียดสีกับพื้นรองเท้า พื้นไม้ พื้นปูนซีเมนต์ หรือสัมผัสกับอากาศหนาวเย็นมากเกินไป จะทำให้เท้าขาดความชุ่มชื้น แห้งกร้าน และแตกเป็นร่องลึก เหมือนรอยร้าว เวลาเดินอาจรู้สึกเจ็บปวด และกลายเป็นที่สะสมของคราบสกปรกมากมาย ซึ่งการแตกของเท้าขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนด้วย ส่วนผู้ที่ใช้เท้าสัมผัสกับพื้นโดยตรง บริเวณส้นเท้าจะสัมผัสกับพื้นมาก ทำให้ผิวเริ่มด้านและขาดความยืดหยุ่น หนา แข็ง จนแห้งและแตกในที่สุด ผู้ที่มีความเสี่ยง ส้นเท้าแตก คนที่มีรูปเท้าผิดปกติ (เท้าแบน หรือมีส่วนโค้งของฝ่าเท้าที่มากกว่าปกติจะมีความเสี่ยงในการเกิดการอักเสบของพังผืดฝ่าเท้า เพราะรับน้ำหนักไม่เหมาะสม), การสวมรองเท้าส้นสูง ยืนหรือเดินเป็นเวลานาน หรือ ขนาดของรองเท้าไม่พอดีกับเท้า เช่น คับเกินไป หรือหลวมเกินไป, ผู้ที่อ้วนหรือเริ่มอ้วน หรือน้ำหนักตัวเพิ่มจากการตั้งครรภ์ มีโอกาสเกิดอาการ ส้นเท้าแตก ได้, คนที่จำเป็นต้องยืน เดินเป็นเวลานาน หรือคนที่เล่นกีฬา จะมีการกระแทกส้นเท้าหลายครั้ง เช่น นักวิ่ง นักเต้นรำ เป็นต้น, โรคข้ออักเสบเรื้อรัง ซึ่งมักมีอาการข้ออักเสบที่อื่นร่วมด้วย เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ หรือโรคข้อสันหลังอักเสบยึดติด, โรคเบาหวาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่คุมระดับน้ำตาลไม่ดี จะส่งผลให้ความยืดหยุ่นของเส้นเอ็นและพังผืดฝ่าเท้าลดลง เกิดการบาดเจ็บง่าย การป้องกัน ส้นเท้าแตก เลือกรองเท้าให้ขนาดพอดีกับเท้า, ใส่ถุงเท้าตอนนอนเพื่อรักษาความชุ่มชื้นของเท้า หากบางคนชอบแช่เท้าไม่ควรแช่นานจนเกินไป เพราะจะทำให้เท้าสูญเสียความชุ่มชื้น หรืออาจจะใช้ครีมที่มี “ยูเรีย” ที่จะทำหน้าที่ดูดความชื้นจากอากาศเข้าสู่ผิว ทำให้เท้าไม่แห้ง ทาบริเวณเท้า ซึ่งวิธีทาครีมที่มียูเรียไม่เพียงแต่ใช้ป้องกันเท่านั้น แต่ยังใช้ในการรักษาอาการ ส้นเท้าแตก ได้อีกด้วย การรักษา ส้นเท้าแตก แช่เท้าในน้ำสบู่ประมาณ 15 นาที ล้างสบู่ออกเช็ดให้แห้ง แล้วใช้วาสลีนประมาณ 1 ช้อนชา ผสมกับน้ำมะนาว 1 ลูก ถูบริเวณที่แตก หรือที่กระด้าง ควรทำเป็นประจำทุกวันจนกว่าจะหาย, ใช้ด้านในของเปลือกกล้วยสุก ทาบริเวณส้นเท้าวันละ 4-5 ครั้ง ทำติดต่อกันประมาณ 4-5 วัน เท้าที่แห้งแตกก็จะชุ่มชื้นขึ้น, นำน้ำมะนาวกับดินสอพองมาผสมกันทาบริเวณที่แตกก่อนนอนทุกคืนส้นเท้า ขอบคุณที่มาจาก : แม่บ้าน

วอนช่วย 2 พี่น้องยากจน พ่อป่วยมะเร็ง
2พี่น้อง /  นครพนม / 

วอนผู้ใจบุญช่วยเหลือเด็ก 2 พี่น้องชาวนครพนม รับจ้างเกี่ยวข้าวเลี้ยงชีพ ขณะที่พ่อล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งโพรงจมูก ผู้ สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นายสง่า แสงแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปลาปาก อ.ปลาปาก จ.นครพนม และ นางสุจิน ชัยงาม ผู้ใหญ่บ้านปลาปากน้อย ต.ปลาปาก อ.ปลาปาก จ.นครพนม หลังเข้าให้การช่วยเหลือ เด็กหญิงอรทัย วงลาพรม อายุ 15 ปี และน้องชาย เด็กชายธนธรณ์ วงลาพรม อายุ 11 ปี ทั้ง 2 พี่น้องมีฐานะยากจน กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนปลาปากวิทยา โดยเพื่อนบ้านแจ้งว่า นายพิสมัย วงลาพรหม อายุ 45 ปี ผู้เป็นพ่อ ป่วยเป็นโรคมะเร็งโพรงจมูกอาการทรุดหนัก ต้องถูกส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลศูนย์มะเร็ง จ.อุดรธานี นานเกือบปี ทำให้ นางแลด วงลาพรม อายุ 41 ปี ผู้เป็นแม่ ต้องไปเฝ้าดูแลพ่อ ปล่อยให้สองพี่น้องต้องอาศัยอยู่เพียงลำพัง หาเช้ากินค่ำ บางวันต้องขาดเรียนหนังสือ เพื่อไปรับจ้างเกี่ยวข้าววันละ 200 บาท มาซื้อข้าว อาหาร ประทังชีวิต และเก็บเงินบางส่วนไปรักษาพ่อที่ป่วย ไม่มีญาติพี่น้องที่ช่วยเหลือได้ โดยเบื้องต้นทาง อบต.ปลาปาก จะได้ให้ความช่วยเหลือตามอำนาจหน้าที่ จ่ายเงินช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส เป็นเงิน 2,000 บาท และถุงยังชีพ ตนจึงขอวิงวอนผู้ใจบุญช่วยกันบริจาค ชื่อบัญชี นางสาวอรทัย วงลาพรม เลขที่บัญชี 0201-2985-4137 ธนาคารออมสิน สาขาอำเภอปลาปาก ซึ่งจะมีคณะกรรมการตรวจสอบดูแลให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ที่จะได้นำไปดูแลช่วยเหลือครอบครัว และเป็นทุนการศึกษาต่อไป หรือสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ โทร. 081-060-2519

เทศกาลแห่งสีสัน ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ Hongkong Land
Disneyland /  Hongkongdisneyland / 

ไม่ใช่แค่ดินแดนในฝันของเด็กๆ แต่ ดิสนีย์แลนด์ ยังครองใจคนทุกเพศทุกวัยที่ไม่เคยลืมความฝันในวัยเยาว์ ในปี 2557 (2013) ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ (Hongkong Disneyland) ได้มีการทำลายสถิติด้วยจำนวนผู้เข้าชมมากถึง 7.4 ล้านคน โดยเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติถึงร้อยละ 20 เทศกาลแห่งสีสัน ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ เมื่อไม่นานมานี้ ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ได้ขยายโซนแห่งความสนุกเพิ่มอีก 3 โซน ได้แก่ โซนทอย สตอรี่แลนด์, โซนกริซลี่ กลัช ซึ่งมีเฉพาะในเอเชีย และโซนมิสติก พ้อยต์ ซึ่งมีเฉพาะที่ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ ทั้งสามโซนใหม่ครอบคลุมพื้นทึ่ถึง 1 ใน 4 ของพื้นที่ทั้งหมด และมีจำนวนเครื่องเล่นให้ผู้มาเยือนได้สนุกเพิ่มมากกว่า 100 เครื่องเล่น สำหรับนักท่องเที่ยวไทย ซึ่งให้การตอบรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่นี่มีบริการเว็บไซต์เป็นภาษาไทย เพื่อความสะดวกในการวางแผนการท่องเที่ยวล่วงหน้า และเมื่อมาถึงที่ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ก็มีคู่มือแผนที่นำเที่ยวในฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ฉบับภาษาไทยไว้รอให้บริการด้วย "เราได้ทำการวิจัยและพบว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมสถานที่ที่สามารถทำกิจกรรมหลากหลายอย่างได้พร้อมๆ กัน ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์จึงได้จัดกิจกรรมขึ้นพิเศษเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้วยการจัดแคมเปญ 100 Choices of Fun หรือ กิจกรรม 100 ความสนุกสุดหรรษาในหน้าหนาว สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยทุกท่านได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศเย็นสบายในช่วงเวลาของฤดูหนาวที่เต็มไปด้วยหิมะขาวโพลนที่ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์” เดซี่ ซิท ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของฮ่องกงดิสนีย์แลนด์กล่าว และเพื่อสานต่อความสำเร็จของแคมเปญดังกล่าว ล่าสุดฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ได้ร่วมกับสองนักแสดงสาวมากความสามารถและเป็นแฟนตัวจริงของดิสนีย์อย่าง ชมพู่ อารยา และ คริส หอวัง จัดเอ๊กซ์คลูซีฟปาร์ตี้ The Ultimate Frozen Party ระหว่างวันที่ 1 - 3 ธันวาคม 2014 แต่สำหรับคนที่ไม่ได้ร่วมในงานปาร์ตี้ ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ก็ยังมีหัศจรรย์แห่งแสงสีของขบวนพาเหรดใหม่ล่าสุดมานำเสนอ “ดิสนีย์ เพนท์ เดอะ ไนท์" พาเหรดนี้จะมาสร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยเรื่องราวสุดคลาสสิคจากดิสนีย์ และดิสนีย์พิกซาร์ “ประเทศไทยเป็นประเทศแรก ที่เราได้ทำการเปิดตัว ดิสนีย์ เพนท์ เดอะไนท์ พาเหรด ซึ่งเป็นพาเหรดที่ใช้เทคโนโลยีไฟ LED อันล้ำสมัย ในแบบที่อลังการณ์ที่สุดที่เคยมีมา ขบวนพาเหรดจะเนรมิตฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ให้เป็นเมืองแห่งสีสันปาร์ตี้สุดคึกคักแบบเคลื่อนที่ยามค่ำคืน สร้างความตื่นตาตื่นใจและความสนุกสุดเหวี่ยงให้กับผู้มาเยือน” แรนดี้ โวจิ๊ก ครีเอทีฟ ไดเร็คเตอร์ ฝ่ายเอ็นเตอร์เทรนเม้นต์และคอสตูม กล่าว ดิสนีย์ เพนท์ เดอะ ไนท์ เป็นการนำสุดยอดเทคโนโลยี LED มาร่วมในการแสดงโชว์ เสื้อผ้าสีสันสดใสของผู้แสดง ขบวนพาเหรดเรียงราย เสมือนการฟังนิทานที่แสนมหัศจรรย์ไม่รู้จบ บทเพลงสุดไพเราะและการเต้นรำแสนสนุก รวมกันอยู่ในขบวนพาเหรดทั้ง 7 ขบวน โดยใช้ไฟ LED มากกว่า 740,000 ดวง นำขบวนเปิดงานโดยทิงเกอร์เบลที่มาพร้อมผลวิเศษ pixie dust, ขบวนมอนสเตอร์ อิงค์, ขบวนรถแข่งจากคาร์ส, ขบวนเงือกน้อยลิตเติ้ล เมอร์เมด, ขบวนแสงเทียนของเจ้าหญิงเบลแห่ง บิวตี้ แอนด์ เดอะ บีสต์, ขบวน ทอย สตอรี่ และขบวนฟินาเล่ปิด ท้ายความอลังการโดยมีมิคกี้และผองเพื่อน ยกทัพกันมาสร้างสีสันและความเพลิดเพลินตั้งแต่ต้นจนจบ โดยมีมิคกี้เป็นผู้ “เพนท์ เดอะไนท์” (ระบายสีค่ำคืน) ให้เต็มไปด้วยความฝัน ด้วยพลังวิเศษของทิงเกอร์เบล มิคกี้และผองเพื่อนจะเนรมิตให้ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์สวยสดงดงาม ตระการตาด้วยแสงไฟที่เล่าเรื่องราวอันน่าประทับใจไม่มีวันลืมทุกค่ำคืน “และที่พิเศษกว่านั้นคือ ระหว่างการแสดง ดิสนีย์ เพนท์ เดอะ ไนท์ พาเหรด ขบวนจะมีการหยุดอยู่กับที่สองครั้ง เพื่อให้ผู้ชมมีส่วนรับกับขบวนด้วยการใช้แปรงระบายสีแบบอินเตอร์แอคทีฟ Mickey Magic Paint Brush แตะที่ชุดของผู้แสดงในขบวนพาเหรด ชุดผู้แสดงก็จะเปลี่ยนสีตามแปรง นอกจากแปรงแล้วยังมีสินค้าประเภทอินเตอร์แอคทีฟอื่นๆ จำหน่ายในปาร์คอาทิ ถุงมือ ”Mickey Glow Mitt” และ โบว์คาดผม“Minnie Glow Bow” ที่จะทำให้ผู้เข้าชมได้มีโอกาสมีส่วนร่วมกับขบวนพาเหรดอย่างแท้จริง” แรนดี้ โวจิ๊ก กล่าวเสริม นอกจากนี้เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาส ตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายนนี้ ความสนุกสนานจะดำเนินต่อไปในดินแดนทั้ง 7 ที่มีธีมแตกต่างกัน ซึ่งถูกประดับประดาด้วยไฟคริสต์มาสสุดอลังการของ “ดิสนีย์ สปาร์คลิ่ง คริสต์มาส” พบกับการปรากฏตัวครั้งแรกของ ราชินีเอลซ่า และเจ้าหญิงแอนนา จากหนังอนิเมชั่นที่ทำรายได้สูงสุดอย่าง Frozen พร้อมทั้งอาหารและเครื่องดื่มในธีม Frozen ที่จะเติมเต็มประสบการณ์ดิสนีย์ครั้งนี้ได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด ในโซนแฟนตาซีแลนด์, ทอย สตอรี่แลนด์และกริซลี่ กลัช ผู้ชมจะได้ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสกับการแสดงหุ่นมือในเนื้อเรื่องที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยจะมีตัวละครดิสนีย์มากมายจากดินแดนและธีมที่ต่างกัน มาร่วมให้ความสนุกกับทุกท่าน นอกจากนี้ หมีดัฟฟี่ จะไม่เหงาอีกแล้วในคริสต์มาสนี้ เพราะแซลลี่ เมย์ เพื่อนสาวของเขาจะมาเยี่ยมเยือนที่ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์เป็นครั้งแรก เพื่อแบ่งปันมิตรภาพและความรักให้กับผู้ชมในชุดคริสต์มาสใหม่ของเขาและเธอ ค้นหาเพิ่มเติมเกี่ยวกับสวนสนุกฮ่องกงดิสนีย์เเลนด์ได้ที่เว็บไซต์ http://www.hongkongdisneyland.com/TH ข้อมูลจาก Bangkoktoday.com

The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 : ตัวหมากบนกระดานโฆษณา
Hunger Games 3 /  The Hunger Games / 

เมื่อต้องนิยามคำว่า สงคราม หลายๆคนอาจนึกถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ หรือเสียงตูมตามสั่นไหว แต่สิ่งเหล่านั้นมิใช่ส่วนสำคัญที่สุดใน The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 แต่อย่างใด ม็อคกิ้งเจย์ไม่ได้พาเราบินถลาออกสู่ไฟระเบิดกลางสมรภูมิกว้าง แต่หากบินเข้าหา และล้วงลึกไปถึงจิตใจที่เปราะบาง และโน้มน้าวให้ทำตามโดยไม่รู้ตัว อย่าปฏิเสธว่าเราเคยใจอ่อนต่อสิ่งยั่วเร้า อย่าปฏิเสธว่าคุณเคยเห็นอะไรดีงามไปตามคนส่วนใหญ่ และอย่าปฏิเสธว่าคุณล้วนเคยพ่ายต่อพลังของโฆษณา ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ อย่างการซื้อขนมสักถุง ไปจนถึงความเห็นที่เออออไปโดยไม่รู้สึกรู้สาอะไร เพราะเราก็ล้วนเคยเป็นตัวหมาก บนสมรภูมิของกระดานโฆษณาชวนเชื่อเหล่านั้นทั้งสิ้น The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 ภาคที่ 3 ของจตุรภาค Hunger Games เรื่องราวหลังจาก แคทนิส เอเวอร์ดีน ถูกชิงตัวและช่วยเหลือมาจากแคปิตอล กลางเกมควอเตอร์เควลที่ถูกเธอทำลาย เธอฟื้นในเขต 13 อาณาเขตที่ป่าวประกาศว่าล่มสลายไปแล้ว พร้อมกับการต้องรับบทบาทใหม่ ในฐานะ ม็อคกิ้งเจย์  ศูนย์รวมความหวังของการลุกฮือปฏิวัติ ในขณะเดียวกัน แคปิตอลได้ทำการกวาดล้างผู้กระด้างกระเดื่องทุกพื้นที่ รวมถึง เขต 12 บ้านเกิดของเธอไปแล้วเรียบร้อย แค่นั้นยังไม่พอเธอพบว่า พีต้า ได้กลายเป็นกระบอกเสียง ของแคปิตอลไปเสียแล้ว ความร้อนรุ่ม สับสน และลังเล ที่เธอมีในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งจึงเกิดขึ้น แต่ไม่ว่าอย่างไร ตำแหน่งที่เธอเป็นนั้น ก็ไม่อาจทิ้งไปได้ และกำลังจะชี้เป็นชี้ตายให้ชาวพาเน็ม มีคำกล่าวว่า "ปากกา มีอานุภาพยิ่งกว่าศาสตราใดๆทั้งมวล" ฟังเพียงผิวเผินอาจดูขำสิ้นดี เหมือนเด็กตีกันในห้องเรียน แล้วเอาปากกามาไล่จิ้ม แต่หาไม่ ปากกาในมือของสื่อ ในมือของผู้ควบคุมทิศทางการนำเสนอข้อมูลนั้น อันตรายกว่าสิ่งใดจริง และ The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 ก็ทำให้คำกล่าวเพียงหนึ่งประโยคนั้น เป็นรูปธรรมให้เราเห็นบนจอภาพยนตร์ หนังภาค 3.1 นี้ ไม่ได้ประเคนฉากแอ็คชั่น หรือกลไกของเกม ให้ได้ประหลาดใจเหมือนครั้งก่อนๆ แต่มันเป็นดังปฐมบทของความวินาศสันตะโร ที่พร้อมจะตามมาในภาค 3.2 สิ้นปีหน้า ปฐมบทที่ไม่ได้บอกให้ไปรบ ให้ฮึกเหิม หรือลุกขึ้นไปต่อต้านอะไรที่ไม่พอใจ แต่มันกำลังเสียดสีสังคมมนุษย์ ที่ตกเป็นทาสของข้อมูลข่าวสารเสียจนไม่ลืมหูลืมตา และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ แคปิตอล และ เขต 13 ขั้วตรงข้ามสลับสีขาวดำ ที่เห็นได้่ชัดเจนในหนัง ต่างฝ่ายต่างมีผู้นำ ที่มีตาหูจมูกมากพอ ที่จะรับรู้การกระทำของฝ่ายตรงข้าม และมีปากที่ใหญ่พอ ที่จะโห่ร้องชักชวนให้เหล่า ผู้ตาม คล้อยตามอย่างไม่มีเงื่อนไข ในขณะที่ เขต 13 ใช้แคทนิส แคปิตอลใช้ พีต้า ในการสร้างโฆษณาชวนเชื่อ โนมน้าวแนวคิดกลุ่มคนที่ตัวเองต้องการ กระบอกเสียงทั้งสอง ก็ไร้ซึ่งหนทางขัดขืน และจำยอมตกเป็นตัวหมาก ให้ อัลม่า คอยย์ และ สโนว์ จับเดินไปในทิศทางตามใจชอบบนเกมกระดานการเมืองที่ตัวเองอยากให้เป็น โดยตัวผู้เดินแทบไม่สนเลยว่าารเดินไปข้างหน้าครั้งนี้ ตัวหมากจะโดนกิน เขี่ยทิ้งจากกระดานหรือไม่ หากเกมทั้งกระดานตนเป็นผู้ชนะ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ที่ต้องใช้หมากบางตัวมากเป็นพิเศษไปบ้าง หากมองในมุมของ แคทนิส เอเวอร์ดีน เธอกำลังตกเป็นเครื่องมือที่สมบูรณ์แบบ ที่พร้อมจะโผล่หน้าสู่สาธารณชน และโดนไล่หาประโยชน์จากทุกสิ่งที่เธอทำ เจตนาทุกสิ่งถูกแปลงกลายเป็นความเชื่อ แปลงไปเป็นโฆษณา แปลงไปเป็นความดีงามทั้งที่เธอมิได้ต้องการสื่ออะไรเช่นนั้น ทั้งหมดเป็นไปตามปากกาที่ขีดเส้นนำให้เธอเดินตาม เสียจนสาวห้าวหาญนักรบผู้หยิ่งทระนงภายนอกนั้น ไม่อาจกลบความประหวั่นพรั่นพรึง และสภาพกลวงเปล่าภายในได้ แน่นอนซะยิ่งกว่าอะไร เมื่อทุกสิ่งที่เธอทำ ถูกนำไปใช้โน้มน้าวใจ ชาวพาเน็มก็พร้อมจะปฏิบัติตาม กลายเป็นกระแส กลายเป็นความเชื่อ กลายเป็นความมั่นใจลุ่มหลงในข้อมูลที่ตนได้รับ และคล้อยตามเส้นปากกาเส้นเดียวกันนั้นไปในที่สุด ในเมื่อพลังของมวลชนชาวพาเน็ม ขึ้นตรงอยู่กับข้อมูลจากจอโทรทัศน์เล็กๆ โดยไม่รู้่ตื้นลึกหนาบาง แม้กระทั่งความเป็นจริงที่อยู่เบื้องหลัง การอวยตัวเองสุดฤทธิ์ ถึงความดีงามของแคปิตอล หรือ การโยน แคทนิส เข้าสู่ถานที่่ที่่จะบีบเค้นจิตใจที่เปราะบางอยู่แล้ว ให้แตกสลายออกมาชัดเจน ผู้ชมชาวพาเน็มมิได้รู้เห็นสิ่งเหล่านั้น พวกเขารู้เพียงแค่แคปิตอล สามารถมอบความสงบสุขและช่วยปกป้อง เขต 13 สามารถช่วยล้มล้างความอยุติธรรมเฮงซวยที่เป็นอยู่ พวกเขารู้แค่นั้น แค่ฉากหน้าของการโฆษณาชวนเชื่อ และแทบไม่เหลือทางเลือกนัก ที่จะเลือกเดินไปตามทางไหน เพราะทั้งแคทนิส พีต้า และชาวพาเน็มทั้งมวล ต่างก็เป็นตัวหมากอยู่บนกระดาน และเดินไปตามเส้นทางที่ผู้นำโฆษณาว่าดีเท่านั้นเอง คุณผู้ชมล่ะครับ คุณกำลังเป็นหมากบนกระดานโฆษณาอยู่รึเปล่า? ... เรื่องนี้ให้ 9 /10 ครับ โดย Lecter ------------------------------