มือปืนถุงป๊อปคอร์น

เกมส์เศรษฐี ส่งการ์ดเกรด A+ พร้อมสองตัวละครตัวใหม่
LINE Let's Get Rich /  เกมส์เศรษฐี / 

เกมส์เศรษฐี หรือ LINE Let’s Get Rich  ทำการอัพเดตระบบใหม่ เพิ่มการ์ดระดับ A+ พร้อมเพิ่มตัวละครใหม่จำนวน 2 ตัว อัพเดตแล้ววันนี้ สำหรับการอัพเดตครั้งนี้ ประกอบไปด้วยเพิ่มการ์ดใบใหม่ระดับ A+ ซึ่งมีค่าสถานะสูงกว่าระดับ A ราว 10 เปอร์เซนต์ และตัวละครระดับดังกล่าว จะมีเอฟเฟคพิเศษใต้เท้าให้เห็นด้วย อีกทั้ง ยังเพิ่มอัตราการตีบวกการ์ดระดับ A+ อยู่ที่ระดับ 25 โดยเพิ่มอีก 5 ระดับด้วยกัน รวมถีงยังสามารถหลอมการ์ดได้สูงสุดถึง 100 ใบ และ เพิ่มเติมถุงสุ่มแบบพรีเมี่ยม ซึ่งอาจจะต้องใช้ดวงในการเปิด นอกจากนี้ ยังเพิ่มตัวละครใหม่อย่าง อารา มีความสามารถเรื่องการควบคุมลูกเต๋าและโอกาสทอง ขณะที่ และ ริชาร์ด วู เป็นตัวละครสายกลาง และมีสถานะด่นที่ควบคุมลูกเต๋าและชนะเกมส์โบนัส

ละครล่ารักสุดขอบฟ้า , เรื่องย่อล่ารักสุดขอบฟ้า
ล่ารักสุดขอบฟ้า /  เรื่องย่อละคร ล่ารักสุดขอบฟ้า / 

ล่ารักสุดขอบฟ้าบทประพันธ์ : คนหลังม่าน บทโทรทัศน์ : ละลิตา ฉันทศาสตร์โกศลกำกับการแสดง : ธีระศักดิ์ พรหมเงิน ความรักระหว่างองครักษ์หนุ่มจากต่างแดนกับราชนิกูลสาวไทยจอมเฮี้ยวที่เกือบจะกลายเป็นเส้นขนาน เพราะหน้าที่และความภักดีต่อแผ่นดิน การคัดตัวราชองครักษ์ประจำปีของประเทศรายา ประเทศที่มีขนาดเล็กตั้งอยู่ในทวีปเอเชียใต้ใกล้กับประเทศอินเดียและจีนกำลังเริ่มขึ้น ตามธรรมเนียม องค์รัชทายาทจะต้องทรงเข้าร่วมประลองในรอบสุดท้าย เพื่อวัดฝีมือกับผู้ได้รับการคัดเลือกด้วยตัวเอง ซึ่งการประลองก็เป็นไปอย่างราบรื่น องค์รัชทายาทภายใต้ชุดเกราะและหน้ากากสามารถเอาชนะได้อย่างสวยงาม ท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้องของผู้เข้าชมการแข่งขัน มีเพียงองค์ราชาอินทราเท่านั้นที่ทรงทราบว่า แท้จริงผู้เข้าประลองคือ คามิน องครักษ์หนุ่ม ผู้ที่ทรงให้ความไว้วางใจให้ถวายการดูแล เจ้าชายมาคี รัชทายาทผู้ซึ่งต้องสืบต่อราชบัลลังก์จากนี้ในไม่ช้า หน้าที่ของคามิน นอกจากคุ้มครองเจ้าชาย ยังต้องเป็นตัวแทนของเจ้าชายไปทำราชกิจต่างๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากองค์ราชา โดยมีสินธรทหารองครักษ์คู่ใจที่จงรักภักดีต่อราชบัลลังก์และศรัทธาคามินอย่างที่สุดเป็นมือขวา คามินเป็นเด็กกำพร้าที่ไม่เคยมีผู้ใดรู้ประวัติที่แน่ชัด บ้างก็ว่าพ่อแม่ของคามินเป็นมหาดเล็กของพระราชาอินทรา และเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตระหว่างตามเสด็จไปเยี่ยมราษฎร บ้างก็ว่าแม่ของคามินเป็นนางรำท้องลูกไม่มีพ่อ จึงฆ่าตัวตายหนีความอับอายและทิ้งลูกไว้ ซึ่งคามินไม่เคยสนใจที่จะสืบหาประวัติตัวเอง เพราะมีปณิธานอันยิ่งใหญ่ที่จะถวายชีวิตเพื่อความจงรักภักดีต่อราชาอินทรา ที่ได้ชุบเลี้ยงเขามาแต่เยาว์วัย ราชาอินทราทรงหนักใจกับเจ้าชายมาคีซึ่งมีอุปนิสัยไม่เอาถ่าน ไม่ยอมสนใจศึกษางานราชกิจใดๆ คามินแทบจะต้องทำงานแทนทุกอย่าง แม้แต่เวลาที่มาคีไปมีสัมพันธ์กับสาวๆ คามินก็ต้องตามไปแก้ปัญหาให้ จนถูกสาวพวกนั้นตามตื๊อซะเอง กว่าจะสลัดหลุดไปได้ คามินก็ต้องแกล้งทำเป็นเกย์ ที่สำคัญ นายพลวิฑูร ผู้กุมอำนาจใหญ่ในวังก็คิดจะรวบอำนาจทางอ้อมด้วยการยกหฤทัย บุตรสาวให้เป็นชายาของเจ้าชายมาคี โดยมีพระนางสาวิตรี มเหสีของพระราชาให้การหนุนหลัง เนื่องจากทรงเป็นญาติกับนายพลวิฑูร พระนางสาวิตรีเองก็ไม่ค่อยชอบคามินนัก เพราะขณะที่เจ้าชายเป็นคนหยิบหย่งไม่เอาไหน แต่คามินกลับมีความสามารถทั้งบู๊และบุ๋น อบอุ่น มีวาทศิลป์ จนกลายเป็นที่รักใคร่ของชาวบ้านและคนรอบข้าง รวมทั้งราชาอินทราที่ทรงรักคามินเหมือนโอรสของพระองค์ เพื่อคานอำนาจของนายพล ราชาอินทราตัดสินใจหาทางออกด้วยการให้เจ้าชายมาคีอภิเษกกับหญิงต่างแดน และผู้หญิงที่เหมาะสมผู้นั้นก็คือ มัทนา สาวชาวไทยที่พระราชาได้แอบหมั้นหมายไว้กับธรรมรัตน์ บิดาของมัทนานั่นเอง ธรรมรัตน์เป็นพระสหายสนิทของพระราชามาตั้งแต่สมัยที่พระองค์มาศึกษาร่ำเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำของเมืองไทย และที่สำคัญที่สุด ธรรมรัตน์เป็นผู้กุมความลับของพระราชา และชาติกำเนิดที่แท้จริงขององครักษ์คามินมาตลอด 26 ปี!! นายพลวิฑูรและพระมเหสีสาวิตรีก็พากันคัดค้านเรื่องการเลือกสาวไทยมาเป็นพระชายา แต่ราชาอินทราให้เหตุผลว่าประเทศรายาอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากร การผูกสัมพันธ์กับนักธุรกิจระดับเจ้าของนิคมอุตสาหกรรมอย่างธรรมรัตน์ จะสามารถนำวิทยาการที่ทันสมัยเข้ามาช่วยพัฒนาประเทศ ราชสภาต่างพากันสนับสนุน ทำให้นายพลวิฑูรยอมล่าถอย ราชาอินทราจึงมีคำสั่งให้องครักษ์คามินเดินทางไปเมืองไทย ธรรมรัตน์พ่อของมัทนากินไม่ได้นอนไม่หลับ เมื่อราชาอินทราแจ้งข่าวว่าจะส่งคนมารับตัวมัทนาไปอภิเษกกับเจ้าชายที่ประเทศรายาตามคำสัญญา เพราะมัทนาลูกสาวไม่มีคุณสมบัติกุลสตรีที่เหมาะสมกับตำแหน่งพระชายาเลยแม้แต่น้อยนิด คามินเดินทางไปเมืองไทยทันทีโดยมอบหมายให้สินธรคอยดูแลอารักขามาคีแทน ในงานเลี้ยงฉลองรับปริญญาของมัทนา ม.ร.ว.มาณวิกาได้ทำการแต่งองค์ทรงเครื่องให้กับมัทนา บุตรสาว จนงดงามโดดเด่นดั่งเทพธิดาสมกับเป็นเชื้อสายราชนิกุลผู้สูงศักดิ์ เพื่อเปิดตัวกับผู้คนในสังคมชั้นสูง แต่มาณวิกาต้องหน้าแตกและอับอายอย่างแรง เมื่อมัทนาออกมาเดินแบบโชว์พร้อมกับฟันที่เหยินเหมือนแก้วหน้าม้า พอๆ กับธรรมรัตน์ที่แทบจะเอาหน้าแทรกแผ่นดินเพราะองครักษ์คามินมาถึงในวันนั้นพอดี ระหว่างที่ทุกคนมัวแต่สนใจมัทนา มือปืนลึกลับปรากฏตัวขึ้นยิงใส่ธรรมรัตน์ เป็นจังหวะที่มัทนากำลังวิ่งเข้าหาพ่อแม่ องครักษ์คามินกระโจนเข้าช่วยเหลือ ผลักมัทนาพ้นวิถีกระสุน ไล่ล่ายิงสู้กับมือปืนจนหลุดไปจากบริเวณงาน ซึ่งคามินก็ต้องตกใจมากเมื่อพบว่ามัทนาซิ่งมอเตอร์ไซด์ออกมาทั้งชุดสวยงามเพื่อไล่ล่าเช่นกัน มือปืนหลบหนีไปได้ธรรมรัตน์และมาณวิกาขอร้องให้คามินช่วยปกปิดเรื่องความก๋ากั่นของมัทนาเอาไว้ก่อน โดยจะพยายามเปลี่ยนแปลงมัทนาให้เป็นกุลสตรีให้ได้ แต่ก็ไม่ทันการเสียแล้ว เพราะรูปถ่ายของมัทนาในสภาพแก้วหน้าม้าหลุดรอดไปถึงมือเจ้าชายมาคีที่รายา เจ้าชายรับไม่ได้กับหน้าตาอันสุดแสนจะขี้ริ้วขี้เหร่ของมัทนา จึงโทรศัพท์มายืนยันเสียงหนักแน่นกับองครักษ์คามินว่า หัวเด็ดตีนขาดก็จะไม่ยอมแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ แถมยังบังคับให้องครักษ์คามินหาทางล้มเลิกการอภิเษกให้จงได้ ทำให้คามินหนักใจมาก เพราะในขณะเดียวกันก็ถูกกำชับจากองค์ราชาให้เตรียมการให้มัทนาเป็นเจ้าสาวให้ได้ เพราะองค์ราชาเคยพบกับมัทนาเทื่อตอนที่เริ่มเป็นสาวและแน่ใจว่ามัทนาไม่ใช่ผู้หญิงขี้ริ้วอย่างอย่างแน่นอน แท้จริงมัทนา เป็นเด็กสาวหัวสมัยใหม่ น่ารัก ร่าเริง สดใส ซุกซน รักความตื่นเต้น ชีวิตไม่เคยสัมผัสกับความทุกข์ ความยากลำบากใดๆ ชอบเล่นกีฬาผาดโผน ทั้งบันจี้จัมพ์ กีฬาทางน้ำต่างๆ เข้ากลุ่มเล่นร่มร่อน ปั่นจักรยานมาราธอน เล่นเอา ม.ร.ว.มาณวิกาปวดเศียรเวียนเกล้าที่ไม่สามารถฝึกลูกให้เป็นกุลสตรีได้ทุกกระเบียดนิ้วอย่างที่หวัง แม้จะพยายามหาคู่ที่ทัดเทียมเสมอศักดิ์กัน ผู้ชายเหล่านั้นก็โดนมัทนาพาไปรับน้องเล่นกีฬาผาดโผนจนขวัญหนีดีฝ่อกระเจิดกระเจิงกันไปหมด ต่างจากมินตรา บุตรสาวบุญธรรม ที่ได้ดั่งใจทุกอย่าง มินตราเป็นลูกสาวของพี่เลี้ยงของ ม.ร.วมาณวิกา ที่ป่วยตายและทิ้งลูกไว้ให้มาณวิกาช่วยดูแล มินตราเป็นกุลสตรีที่เพียบพร้อมในทุกด้าน กิริยางดงาม งานบ้านงานเรือนไม่เคยบกพร่อง มินตราต้องการอยู่เหนือกว่ามัทนา เพราะมีปมในใจที่ตัวเองเป็นแค่ลูกคนรับใช้ มินตราจึงคอยเอาใจประจบประแจงมาณวิกาและธรรมรัตน์ จนมาณวิกาหลงรักรับเป็นลูกบุญธรรม โดยไม่มีใครมองออกว่าหญิงสาวผู้อ่อนหวานคนนี้ภายในเต็มไปด้วยความริษยาอันรุนแรง แม้แต่รูปแก้วหน้าม้าของมัทนา มินตราก็เป็นคนแอบส่งไปให้เจ้าชายมาคีเพราะอิจฉาที่มัทนาจะได้เป็นพระชายา มัทนาไม่อยากแต่งงานกับเจ้าชาย จึงพยายามแสดงตนว่าไม่ใช่กุลสตรีต่อหน้าคามิน และใช้มุกเดิมพาคามินไปกลั่นแกล้งให้ขวัญหนีดีฝ่อ คามินแกล้งไม่รู้ทันมัทนา เพราะต้องการเรียนรู้ว่ามัทนาเป็นคนอย่างไรกันแน่ มัทนาโอ้อวดความสามารถในเชิงกีฬาผาดโผนเพื่อข่มคามิน แรกๆ คามินแกล้งแพ้ มัทนาได้ใจ จึงให้เหมันต์ เพื่อนหนุ่มตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่แอบหลงรักมัทนา ช่วยสืบให้ว่าจะเอาชนะคามินได้ยังไง ในที่สุดเหมันต์ก็แนะนำให้มัทนาแข่งเจ็ทสกี เพราะภูมิประเทศของรายาเป็นภูเขา ยังไม่เจริญเท่าประเทศตะวันตก คามินคงไม่ชำนาญเจ็ทสกี มัทนารีบยื่นคำท้าต่อคามิน โดยให้เงื่อนไขว่าหากคามินสามารถเอาชนะได้ มัทนาจะยอมเข้าคอร์สฝึกความเป็นกุลสตรีตามแบบฉบับของประเทศรายา และเดินทางไปอภิเษกกับเจ้าชายแต่โดยดี องครักษ์คามินรับคำท้า ทั้งสองแข่งขันกันโดยมีเหมันต์และมินตรามาเป็นกรรมการ เหมันต์ต้องการให้มัทนาชนะจึงแอบทำให้เจ็ทสกีของคามินเกิดปัญหาระหว่างแข่งขัน แต่คามินรู้ทันและสามารถแก้ปัญหา เร่งเครื่องจนเกือบจะเอาชนะมัทนา ขณะที่มัทนามุ่งแต่จะเอาชนะคามินจนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุ คามินต้องเป็นฝ่ายช่วยมัทนา ทำให้มัทนารู้ว่าคามินฝีมือระดับเทพ คามินยังคุยทับว่าเจ้าชายมาคีเก่งกว่าเขาหลายสิบเท่า มัทนาจำเป็นต้องรักษาสัจจะยอมให้คามินฝึกการปฏิบัติตัวตามประเพณีของประเทศรายาอย่างไม่เต็มใจ ส่วนมินตราก็พึงพอใจในความหล่อเท่สุดๆ ขององครักษ์คามิน พยายามหาทางตีสนิทอยู่ตลอดเวลาที่มีโอกาส มัทนาไม่ปรารถนาจะแต่งงานจึงแกล้งหลอกองครักษ์คามินว่าตัวเองเป็นโรคเกลียดผู้ชาย (Male Phobia: โรคกลัวผู้ชายแบบไร้เหตุผล) เพราะถูกมาณวิกาเลี้ยงดูอย่างเข้มงวด เหมันต์ก็ร่วมช่วยโกหกอีกทางว่ามัทนาเคยถูกผู้ชายจูบแล้วหายใจไม่ออกเกือบตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ทุกวันนี้ยังต้องไปหาหมอทางจิตเพื่อรับการรักษาอยู่ตลอด ส่วนมินตราก็แอบให้ข้อมูลคามินว่ามัทนาชอบก่อกวนผู้ชายทุกคนที่เข้ามาจีบจนหนีเตลิดไปหมด เพราะมัทนาเกลียดผู้ชาย คามินไม่ปักใจเชื่อพยายามค้นหาความจริง แต่ก็ยังจับผิดมัทนาไม่ได้ อสิต คู่แข่งทางธุรกิจของพ่อมัทนา เกิดความแค้นที่พ่อมัทนากำลังจะแย่งซื้อที่ดินผืนใหญ่ จึงส่งมือปืนมาตามเก็บธรรมรัตน์พ่อของมัทนา แต่โชคดีที่คามินมาช่วยได้ทันการ และในเหตุการณ์นี้เองทำให้คามินกับมัทนาจูบกันโดยไม่ตั้งใจ มัทนาอ่อนระทวยในวงแขนของคามินโดยไม่มีอาการหายใจไม่ออกอย่างที่เหมันต์เคยช่วยมัทนาโกหกไว้ ทำให้คามินรู้ได้ทันทีว่ามัทนากุเรื่องขึ้นทั้งเพ แม้ความจริงจะถูกเปิดเผย แต่เรื่องกลับวุ่นวายหนักขึ้นเมื่อ ทั้งคู่แอบมีใจให้แก่กันแต่ต้องพยายามเก็บงำความรักไว้ในใจอุปสรรคขององครักษ์คามินยังมีเข้ามาไม่หยุดหย่อน เมื่ออัคนี ลูกชายคนเก่งของอสิตพยายามตามจีบมัทนาเพื่อโชว์ความเจ๋งของตัวเอง แต่โดนมัทนาทำให้อับอายขายหน้า จึงเกิดความแค้นตามนิสัยของคนที่แพ้ไม่เป็น จึงคิดจะฉุดมัทนาไปเป็นเมียให้ได้ คามินเข้าขัดขวาง ทำให้อัคนียิ่งเสียหน้าและแค้นคามินไปด้วย ขณะที่มัทนาแอบประทับใจในความเก่งกล้าสามารถของคามินมากยิ่งขึ้นทุกที มัทนาเริ่มรู้สึกรักคามินมากขึ้นจนไม่อยากแต่งงานกับเจ้าชายมาคี จึงระบายความในใจที่มีต่อคามินให้มินตราฟัง โดยหารู้ไม่ว่ามินตราก็แอบหลงรักองครักษ์คามินอยู่เช่นกัน มินตราทำเป็นห่วงใยมัทนา ให้มัทนาตัดใจจากคามินเสีย ส่วนตัวเองก็ตามเอาใจใส่คามินในฐานะแขกคนสำคัญของครอบครัว มาณวิกาแม่ของมัทนาก็สนับสนุนมินตราจนออกนอกหน้า เพราะอยากได้ผู้ชายที่สมบูรณ์แบบอย่างคามินมาเป็นเกี่ยวดองเป็นญาติ ขณะเดียวกันมินตราก็ยังริษยากลัวมัทนาได้ดิบได้ดีเหนือตน จึงคอยส่งข้อมูลแย่ๆ ที่เกี่ยวกับมัทนาให้เจ้าชายมาคีอยู่เรื่อยๆ เล่นเอาเจ้าชายขนหัวลุกไม่อยากแต่งงานกับมัทนาท่าเดียว ราชาอินทราเห็นท่าจะไปกันใหญ่จึงบังคับให้โภคิน กรมวังผู้จงรักภักดีพาเจ้าชายมาคีมาเมืองไทยเพื่อให้เจ้าชายเห็นมัทนากับตา เมื่อโภคินและเจ้าชายเดินทางมาถึงเมืองไทย โภคินได้บอกเรื่องที่มีคนลึกลับคอยสร้างภาพมัทนาในทางลบ ทำให้ธรรมรัตน์สงสัยว่าจะเป็นฝีมือเล่นไม่ซื่อของอัคนีที่ตามตอแยมัทนาไม่ลดละ มัทนาทำตัวเรียบร้อยน่ารัก ตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับคามิน ทำให้มาคีถึงกับตกหลุมรักมัทนาในนาทีแรกที่เห็น พร่ำเพ้อพรรณนากับองครักษ์คามินว่ามัทนาคือที่สุดในใจตั้งแต่เจอผู้หญิงในโลกนี้มา คามินต้องสะกดเก็บความปวดแปลบใจไว้ เมื่อราชาอินทราเดินทางกลับไปประกาศหมายกำหนดการแต่งงานที่รายา สร้างความไม่พอใจให้กับนายพลวิฑูรเป็นอย่างมาก จึงเร่งรีบส่งทหารคนสนิทไปเมืองไทยเพื่อเด็ดชีวิตมัทนา แต่มัทนาอาศัยความฉลาดปราดเปรียวเอาตัวรอดได้อย่างหวุดหวิด ยิ่งทำให้เจ้าชายมาคีเกิดความประทับใจจึงเร่งเวลาการแต่งงานให้เร็วขึ้นมาอีก มัทนาไม่อยากแต่งงานจึงตัดสินใจหนี มินตราซึ่งไม่อยากเห็นมัทนาได้ดีอยู่แล้วจึงแกล้งเห็นดีเห็นงามอาสาช่วยมัทนาหลบหนี คามินตามไปทันและดุว่ามัทนาทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโต จะทำให้พ่อแม่ของมัทนาเดือดร้อนไปด้วย และอาจนำความขัดแย้งมาสู่ทั้งสองประเทศ มัทนาระเบิดความในใจว่าที่หนีเพราะรักคามิน ถ้ารักใครแล้วก็จะรักคนนั้นไปจนวันตายจะไม่ขอแต่งกับผู้ชายคนไหน เล่นเอาคามินถึงกับช็อกที่มัทนามีใจตรงกัน แต่คามินต้องตัดใจเลือกความภักดี จึงปลอบโยนมัทนาให้ยอมเดินทางไปประเทศรายาก่อน แล้วค่อยไปแก้ปัญหากันที่นั่น หญิงสาวยอมเชื่อฟังวาทศิลป์ของคามิน จึงยอมไปแต่โดยดี แต่พอทั้งหมดเดินทางถึงรายา คามินกลับทำตัวเหมือนคนแปลกหน้าไม่เหมือนตอนอยู่เมืองไทย แถมยังพยายามสร้างภาพว่าตนเองมากรักหลายใจ ด้วยการพาสนมกำนัลในรายามาค้างคืนที่ที่พัก เพื่อหวังให้มัทนาเกลียดและตัดใจจากตนเสีย ขณะที่พระนางสาวิตรีก็แสดงท่าทีรังเกียจมัทนา พยายามกลั่นแกล้งให้ทุกคนเห็นว่ามัทนาไม่คู่ควรกับตำแหน่งมเหสี โดยมีลูกคู่คือหฤทัย ส่วนนายพลวิฑูรก็หาโอกาสล่อลวงมัทนาไปทำร้ายบ่อยๆ แต่ก็มีบุรุษลึกลับมาช่วยให้มัทนารอดหวุดหวิดทุกครั้ง ซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่นคามินนั่นเอง ในที่สุดมัทนาจับได้ว่าคามินแอบคุ้มครองตัวเองอยู่ จึงรู้ว่าคามินยังรักตน มัทนาตัดสินใจที่จะเข้าเฝ้าราชาอินทราเพื่อปฏิเสธการอภิเษกในครั้งนี้ด้วยตนเอง แต่เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นก่อน หฤทัยพบว่าตัวเองท้องกับเจ้าชาย แต่เจ้าชายกลับไม่ยอมรับผิดชอบและอ้อนวอนให้คามินช่วยเหลือ คร่ำครวญว่าถ้าไม่ได้ครองคู่กับมัทนา ก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่ คามินเห็นทางว่าจะทำให้มัทนาตัดใจจากตนได้ จึงโกหกกับทุกคนว่าตัวเองคือพ่อเด็ก นายพลวิฑูรไม่ต้องการให้ลูกสาวเสียโอกาสเป็นชายา จึงต้องการยืดเวลาออกไปด้วยการขอให้มีการตรวจดีเอ็นเอคามินกับเด็ก เจ้าชายรอดตัวไปโดยปริยาย แต่การอภิเษกต้องถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนดจนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่า คามินคือพ่อของลูกในท้องหฤทัยจริงหรือไม่ คามินพยายามหลบหน้ามัทนาเพราะไม่อยากตอบคำถามใดๆ มัทนาเองไม่เชื่อว่าคามินจะเป็นคนเช่นนั้น มินตราเกิดความละโมบอยากเป็นชายาเจ้าชาย จึงทำแผนให้มัทนากับคามินมาเจอกัน แล้วล่อให้เจ้าชายมาคีมาเห็นสองคนกอดกันกับตา เจ้าชายเจ็บปวดที่ถูกคนที่ไว้ใจที่สุดทรยศหักหลัง สินธรซึ่งหลงรักหฤทัย เจ็บแค้นที่มาคีโยนความรับผิดชอบให้คามิน ประกอบกับรู้สึกมาตลอดว่ามาคีไม่คู่ควรจะเป็นราชา จึงลอบทำร้ายมาคี สุเทษเข้าขัดขวาง สินธรหนีรอดไปได้ แต่ก็ถูกประกาศจับไปทั่ว ขณะเดียวกันพวกโจรป่าก่อความวุ่นวายปล้นสะดมชาวบ้าน ส่วนราชาอินทราก็มาประชวรกะทันหันบ้านเมืองเกิดความระส่ำระสาย องครักษ์คามินแสดงฝีมือปราบโจรจนราบคาบ ประชาชน เสนาข้าราชบริพารพากันแซ่ซ้องสรรเสริญในวีรกรรมอันอาจหาญของคามิน ท่าทีห่วงใยที่มัทนามีต่อคามินยิ่งทำให้เจ้าชายอิจฉา หึงหวง และหวาดระแวงว่าคามินจะแข่งดีแข่งเด่นเหนือเจ้าชาย ในช่วงจังหวะนี้เองที่พระมเหสีสาวิตรีค้นพบรูปถ่ายแรกเกิดของคามินโดยบังเอิญ มเหสีบอกนายพลวิฑูร นายพลวิฑูรจึงลากตัวโภคินมาทรมานรีดความจริงจนยอมเปิดปากว่าเด็กคนนั้นคือคามินโอรสของพระราชา นายพลฆ่าโภคินทิ้ง มเหสีตกใจมากที่เห็นความโหดเหี้ยมของนายพล แต่ต้องตกกระไดพลอยโจนร่วมมือเพื่อเจ้าชายจะได้ขึ้นครองราชย์ นายพลบอกเรื่องชาติกำเนิดของคามินให้เจ้าชายรู้ และเป่าหูว่าเจ้าชายจะตกกระป๋อง หากความจริงนี้ถูกเปิดเผยออกมา เจ้าชายจึงร่วมมือกับนายพลวิฑูร สร้างสถานการณ์ใส่ร้ายคามินว่าลอบปลงประชนม์พระราชา คามินถูกจับขังคุก ราชาอินทราเสียพระทัยจนประชวร นายพลเร่งรัดให้มีการประหารคามิน ขณะที่คามินไม่ยอมเปิดปากชี้แจงอะไรเลย เพราะคิดว่าไม่มีตนเองทุกอย่างก็จะจบ หฤทัยสำนึกบุญคุณที่องครักษ์คามินรับเป็นพ่อเด็ก และตลอดเวลาที่ผ่านมาก็ยังมีน้ำใจช่วยดูแลหฤทัยอย่างดี จึงยอมร่วมมือกับมัทนาช่วยเหลือคามินหนีจากที่คุมขังจนสำเร็จ หนำซ้ำยังเอาตัวขวางการตามล่าของนายพลวิฑูร จนตัวเองแท้งลูก นายพลวิฑูรใช้วิกฤติเป็นโอกาสปล่อยข่าวว่าคามินคบชู้กับมัทนา ทำให้เจ้าชายยิ่งแค้นนำทหารออกตามล่าตัวคามินจนไปพบอยู่ในป่า เจ้าชายทำร้ายคามินโดยคามินไม่ยอมต่อสู้ มัทนาพยายามขอร้องเจ้าชายทำให้เจ้าชายยิ่งโกรธ จะฆ่าคามินให้ได้ แต่เจ้าชายพลาดพลั้งเหยียบกับระเบิด คามินเสี่ยงชีวิตเข้าช่วยถอดสลักระเบิดจนเจ้าชายรอดตาย แต่ตัวเองกลับโดนสะเก็ดระเบิด เมื่อควันจางลง คามินหายตัวไปอย่างลึกลับ ส่วนมัทนาที่สลบไปถูกเจ้าชายจับตัวกลับรายา และถูกกักบริเวณไม่ให้ไปไหน แต่มินตราช่วยมัทนาหนีกลับเมืองไทย ส่วนตัวเองก็อาศัยจังหวะที่เจ้าชายสับสน ยั่วยวนเจ้าชายจนได้เสียกันแบบลับๆ ที่เมืองไทย มัทนาเฝ้าห่วงใยคามิน โดยไม่รู้ว่าธรรมรัตน์เป็นผู้ส่งคนไปช่วยเหลือคามิน จนได้พบกับสินธรที่หลบอยู่ในป่าด้วย คามินขอให้สินธรอยู่ในรายาเพื่อคอยสืบข่าววิฑูร ธรรมรัตน์พาคามินไปเมืองไทยและส่งคามินไปรักษาอาการบาดเจ็บดวงตาในบ้านบนเกาะของแม่คามินซึ่งทิ้งไว้ให้ลูกก่อนตาย มัทนารู้ข่าวว่าเจ้าชายจะเดินทางมาปรับความเข้าใจกับธรรมรัตน์ จึงได้หนีหน้าไปพักผ่อนบนเกาะและที่นั่นมัทนาก็ได้พบกับคามินอีกครั้ง แต่การพบกันครั้งนี้ถึงกับทำให้มัทนาเข่าอ่อนเพราะคามินกลายเป็นคนตาบอด สูญเสียการมองเห็นชั่วคราว มัทนาไม่กล้าบอกให้คามินรู้ตัว จึงแอบอยู่กับคามินในบ้านหลังเดียวกัน และโกหกว่าเป็นคนรับใช้ แต่ก็โดนคามินจับได้ในเวลาต่อมา ขณะที่นายพลเดินทางมาติดต่ออัคนีซึ่งเบื้องหลังมีซุ้มมือปืนรับจ้างฆ่าคน อัคนีตกลงรับงานทันทีเพราะแค้นคามินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อัคนีสืบรู้ที่ซ่อนของคามินจากมินตรา จึงพาลูกน้องบุกไปฆ่าคามิน คามินต่อสู้กับผู้ร้ายโดยมีมัทนาเป็นคนคอยบอกทิศทางเป็นดวงตาให้กับคามิน ในที่สุดทั้งคู่หนีรอดไปในป่าและได้พบกับหมอจีนช่วยฝังเข็มรักษาดวงตาของคามินจนกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง ราชาอินทราเริ่มแข็งแรงขึ้น และต้องการพบคามิน นายพลจึงหลอกพาราชาอินทราไปเพื่อลอบปลงพระชนม์โดยให้อัคนีเป็นคนลงมือ คามินกับมัทนาตามมาช่วย แต่ราชาอินทราถูกยิงบาดเจ็บสาหัส ราชาบอกความจริงว่าคามินคือลูก ก่อนที่จะสิ้นใจ คามินจึงคาดคั้นถามความจริงจากธรรมรัตน์ ย้อนกลับไปเมื่อ 30 กว่าปีก่อน เจ้าชายอินทราเดินทางไปศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโทในเมืองไทย พระองค์ได้รู้จักกับธรรมรัตน์และปรารถนา สาวงามชาวไทย ทั้งสามเป็นเพื่อนสนิทร่วมสถาบันเดียวกัน เจ้าชายตกหลุมรักปรารถนา และได้เสียกันจนปรารถนาตั้งท้องในช่วงที่สำเร็จการศึกษาพอดี เจ้าชายอินทราสัญญาว่าจะเดินทางกลับมารับปรารถนาไปเป็นมเหสี แต่เมื่อเดินทางไปแล้ว พระราชบิดาของเจ้าชายบังคับให้เจ้าชายอภิเษกกับมเหสีองค์ปัจจุบัน เวลานั้นเจ้าชายอินทราอ่อนแอไม่กล้าขัดคำสั่งพระราชบิดา จึงตัดการติดต่อกับปรารถนา ปรารถนาร่างกายอ่อนแอหลังคลอดลูกชาย จึงเสียชีวิตลง ธรรมรัตน์เลี้ยงดูลูกชายของพระราชาอินทราจนอายุได้ 2 ขวบ พระราชาสำนึกผิดจึงส่งคนรับใช้คนสนิท มารับตัวลูกชายไป และตั้งชื่อให้ว่าคามิน นายพลวิฑูรใส่ร้ายว่าคนที่ฆ่าพระราชาตายคือคามิน แต่มเหสีเชื่อว่าเป็นฝีมือของนายพล จึงรู้สึกสำนึกเสียใจที่หลงร่วมมือกับคนชั่ว ความที่กลัวว่าเจ้าชายจะรู้ว่าตนเองมีส่วนในการสิ้นพระชมน์ของราชาอินทรา ทำให้มเหสีเริ่มเก็บตัวอยู่คนเดียว ส่วนเจ้าชายแค้นคามินมากยอมร่วมมือกับนายพลกำจัดคามิน แลกกับการสนับสนุนให้เจ้าชายขึ้นครองราชย์ แต่มินตรานำจดหมายและรูปที่บอกชาติกำเนิดของคามินมาข่มขู่เจ้าชาย หากเจ้าชายไม่ต้องการให้ความลับนี้แพ่งพรายออกไป ต้องแต่งตั้งตัวเองให้เป็นชายา นายพลแอบรู้ข้อตกลงนี้จึงหลอกใช้มินตรา โดยสัญญาว่าจะผลักดันมินตราขึ้นเป็นพระชายาแทนหฤทัย แต่ขอให้มินตราหาตัวคามินและมัทนาให้พบ หลังจากนั้นก็แต่งตั้งตัวเองเป็นผู้สำเร็จราชการ เจ้าชายเริ่มอึดอัดที่กลายเป็นเพียงหุ่นเชิด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ มินตราเดินทางกลับมาที่เมืองไทย หลอกล่อมาณวิกา จนกระทั่งรู้ที่ซ่อนมัทนาและคามิน จึงส่งข่าวให้อัคนีรู้ อัคนีตามล่าตัวคามินและมัทนาจนพบ แต่จับมัทนาไปได้คนเดียว เพราะมัทนาจงใจจะให้คามินหนีรอด มัทนาไม่ยอมเปิดปากบอกว่าคามินอยู่ที่ไหน จึงถูกอัคนีพาตัวไปรายาเพื่อรับรางวัลจากนายพล เจ้าชายดีใจมากที่พบมัทนา แต่มัทนากลับไม่ใยดีทำให้เจ้าชายแค้นมากจับมัทนาขังไว้บนหอคอย คามินเสียใจมากทีมัทนาถูกจับตัว และแผ่นดินรายาก็กำลังตกอยู่ในมือของคนชั่ว จึงแอบลอบเข้าชายแดนรายาพร้อมกับเหมันต์ โดยมีธรรมรัตน์หนุนหลัง คามินพบว่านายพลส่งทหารออกรีดไถชาวบ้าน จึงปลอมตัวเข้าช่วยเหลือ จนเรื่องถึงหูนายพลว่ามีชายลึกลับคิดก่อกบฏ แต่ก็ตามจับตัวไม่ได้ ความหวาดระแวงว่าตนจะไม่ได้ครอบครองรายา ทำให้นายพลวิฑูรหักหลังเจ้าชายคิดการกบฏ มินตรารู้ว่าโดนหลอกใช้ จึงคิดหนี แต่ถูกนายพลข่มขืน และทำร้ายปางตาย ก่อนจะนำร่างของมินตราไปทิ้งไว้ชายป่า คามินและพวกเข้าช่วยมินตราไว้ได้ และก่อนที่นายพลจะสังหารเจ้าชาย คามิน ธรรมรัตน์ เหมันต์ พากองกำลังอาสาที่ภักดีต่อคามินมารวมกับกองทหารในวังที่เจ้าชายแอบรวบรวมได้ เข้าสู้รบกับฝ่ายกบฏและคนของอัคนี จนสามารถเอาชนะได้ อัคนีถูกจับ นายพลวิฑูรหนีไปที่หอคอยที่ขังมัทนา จังหวะที่นายพลจะฆ่ามัทนา หฤทัยเข้าขวางถูกพ่อทำร้ายบาดเจ็บ นายพลหนีการจับกุมจนพลัดตกหอคอยตาย หลังเรื่องร้ายผ่านไป พระนางสาวิตรีสำนึกผิด จึงตั้งใจสถาปนาคามินขึ้นปกครองรายา แทนเจ้าชายมาคี เจ้าชายเองก็สนับสนุน เพราะตามสิทธิแล้ว คามินเป็นรัชทายาทลำดับที่หนึ่ง แต่คามินกลับหายตัวไปพร้อมหฤทัย เขียนจดหมายทิ้งไว้ขอสละตำแหน่งให้เจ้าชาย และอวยพรให้ครองคู่กับมัทนาอย่างมีความสุข เพราะรู้ว่าเจ้าชายรักมัทนา มัทนาแค้นมากตกลงจะอภิเษกกับเจ้าชาย ร้อนถึงมินตราที่สำนึกผิดแล้วต้องตามหาตัวคามินจนพบว่าไปแอบอยู่ที่บ้านบนเกาะกับหฤทัยเพื่อหลีกทางให้เจ้าชายกับมัทนาได้สมหวัง มินตราจึงร่วมมือกับเจ้าชาย และเหมันต์ทำแผน ให้ทั้งคู่ได้คืนดีกัน ณ ชายหาดขาวสะอาด และทะเลสีครามอันงดงามของเมืองไทย ภารกิจตามล่าหารักคนสองคนก็ปิดฉากลง พร้อมกับสองหัวใจที่หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว รายชื่อนักแสดง ศุกลวัฒน์ คณารศ รับบท คามินพีชญา วัฒนามนตรี รับบท มัทนาหลุยส์ เฮสดาร์ซัน รับบท มาคีภูมิภาฑิต นิตยารส รับบท สินธรชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล รับบท มินตราภูษณะ บัวงาม รับบท เหมันต์ทูน หิรัญทรัพย์ รับบท อินทราอภิรดี ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม รับบท สาวิตรีตฤณ เศรษฐโชค รับบท ธรรมรัตน์อัญษนา บุรานันท์ รับบท มาณวิกา สินิทธา บุณยศักดิ์ รับบท ปรารถนา ฐาปกรณ์ ดิษยนันทน์ รับบท วิฑูร อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์ รับบท หฤทัย

สารพัดเคล็ดลับ ด้วย ผงฟู เทคนิคสำหรับคุณแม่บ้านยุคใหม่
ดูแลบ้าน /  ทำความสะอาด / 

       เนื่องจากผงฟูมีอนุภาคเล็กเป็นรูปทรงผลึกที่อ่อนนุ่ม จึงช่วยในการขัดถู ยังมีสรรพคุณในการดูดกลิ่นเหม็น ดูดความชื่น ปรับค่าความเป็นกรดด่าง ฆ่าเชื้อโรค จึงสามาถนำมาใช้ประโยชน์ในบ้านเรือนได้อย่างมีประสิทธิภาพตามตำรับและสูตรต่างๆ ดังต่อไปนี้   1. ขจัดคราบสกปรกบนขอบและบานหน้าต่าง ด้วยฟองน้ำเปียกๆ ที่โรยด้วยผงฟูเล็กน้อยใช้ล้างด้วยฟองน้ำและเช็ดแห้ง 2. ล้างหน้าต่างบานเกล็ดด้วยน้ำอุ่นที่ผสมผงฟู3/4 ถ้วยตวงราดน้ำให้เปียกทิ้งไว้สักครึ่งชั่วโมง ก่อนใช้แปลงขัดออก 3. ล้างหน้าต่างอลูมิเนียมและ Door Sereens โดยใช้แปลงเปียกๆ จิ้มผงฟูขัดออกใช้ฟองน้ำหรือผ้านุ่มๆ ล้างให้สะอาดทำความสะอาดงานไม้ 4. ทำความสะอาดงานจากไม้ฝาผนังหรืออุปกรณ์เครื่องใช้ โดยการผสม น้ำส้มสายชู ? ถ้วยตวง ผงฟู ? ถ้วยตวง น้ำอุ่น 4.5 ลิตร 5. ถ้าพื้นผิวผนังสกปรกมีคราบเหนียวเหนะหนะให้ใช้แอมโมเนีย 1 ถ้วยตวง นำไปเช็ดให้ทั่วฝาผนังด้วยฟองน้ำหมาดๆ อย่าใช้ผ้าขนหนูเปียก ทิ้งไว้สัก 2-3 นาที ก่อนที่จะเช็ดคราบสกปรกออก (ควรจำไว้เสมอว่าเครื่องเรือนไม้มีลักษณะแตกต่างกันดังนั้นถ้าไม่แน่ใจให้ทดลองเฉพาะพื้นที่เล้กๆ ก่อน) 6. รอยด่างเป็นวงหรือรอยจุดบนเฟอร์นิเจอร์ไม้ หากเกิดความร้อนบางครั้งก็อาจขัดออกได้ด้วยการผสมยาสีฟัน และผงฟูในสัดส่วนเท่าๆ กันใช้ผ้านุ่มเช็ดออกเบาๆ ใช้ผลิตภัณฑ์ขัดเงาด้วยก็ได้หากจำเป็น 7. ขจัดคราบหยดน้ำบนพื้นไม้โดยการใช้ผงฟูกับกับผ้าขี้ริ้วหมาดๆ เช็ดออกจำไว้ว่าเครื่องเรือนที่ทำจากไม้ไม่ควรทำให้เปียก    ***** 1. ใช้ฟองน้ำเปียกๆ เช็ดผงฟูเพื่อเช้ดคราบสีเทียนที่ติดบนผนังชนิดล้างๆด้ เช็ดถูเบาๆ วิธีนี้จะช่วยทำความสะอาดคราบสกปรกส่วนใหญ่อื่นๆ รวมทั้ง คราบน้ำมัน ดินสอ และปากกา มาร์คเกอร์ได้ด้วย 2. ใช้ผงฟูผสมน้ำเปียกๆ ข้นๆ เพื่อเช็ดถูคราบสกปรกที่เกิดจากการรอยลากไปมาบนพื้นเสื่อน้ำมัน 3. ขจัดคราบหรือหยดน้ำหมึกออกจากพื้น เสื่อน้ำมันโดยการใช้ผงฟูข้นๆ ป้ายบริเวณสกปรกทิ้งไว้จนแห้งสักครู่ก่อนจะเช้ดออกและใช้ผงฟูใหม่ๆ ขัดออกอีกครั้ง   1. ซักพรมโดยใช้เครื่องโดยการเติมผงฟู ? ถ้วยตวงผสมกับน้ำอุ่น 1 แกลลอน หรือจะซักในถุงน้ำก็ได้ ถ้าคุณจะทำความสะอาดเฉพาะบริเวณที่มีคราบสกปรกโดยการแปลงด้วยมือ ให้โรยผงฟูเล็กน้อยลงบนรอยสกปรก ทิ้งไว้สักครู่ก่อนที่จะเช็ดออกด้วยฟองน้ำหรือผ้าโดยเฉพาะนั้นด้วยฟองน้ำหรือผ้าขนหนู่ (ทดลองทำก่อนเพราะระวังเรื่องสีตก) 2. ขจัดคราบไวน์หรือคราบสกปรกมันบนพรมโดยการโรยผงฟูบางๆ ทันทีที่มีรอยเปื้อนทำซ้ำหรือค่อยๆ เติมผงฟูใหม่อีกครั้งหากจำเป็น ควรทิ้งไว้สักครู่จนกว่าผงฟูจะดูดซับคราบสกปรก จากนั้นให้ใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดออกให้หมด ทำความสะอาดคราบที่เกิดจากกรด (คราบสกปรกที่เป็นกรด โถชักโครกเปิดท่อระบายน้ำ (drain openers) กรดจากแบเตอรี่รวมทั้งอาจจะเกิดจากคราบอาเจียน หรือปัสสาวะ) ให้ทำความสะอาดโดยใช้น้ำเย็นซะออกแรงๆ จนท่วมโดยทันทีถ้าเป็นไปได้ จากนั้นทำให้เกิดสภาพเป็นกลางโดยใช้ผงฟู คุณอาจจะต้องยุ่งยากบ้างในการขจัดคราบของผงฟูออกจากพรมภายหลังเมื่อมันแห้งแล้ว หลังจากที่คุณได้ดูแลรักษาเบื้องต้นโดยทันทีไปเรียบร้อยแล้ว โรยผงฟูพรมเป็นประจำทุกเดือน หรือเท่าที่จำเป็นโรยทิ้งไว้ก่อนคุณเข้านอน จากนั้นทิ้งไว้ข้ามคืนคุณอาจจะใช้ไม้กวาดหรือแปลงแข็งๆ ช่วยปัดให้ผงฟูเข้าไปติดทั่วพรม ใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดออกในวันรุ่งขึ้น ลองทำอุปกรณ์ดูดกลิ่นพรม ผงฟู    1ส่วน2  ถ้วยตวง แป้งข้าวโพด (Cornstarch) 1ส่วน2 ถ้วยตวง กลิ่นสกัดตามที่ชอบ  15 หยด ***** 1. ทำกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์สำหรับครอบครัวด้วยตัวคุณเอง โดยใช้ผงฟูประมาณ 1 กล่อง ผสมกับน้ำมันกลิ่นบุหงาที่คุณชื่นชอบ หรือกลิ่นน้ำมันอบเชยสักเล็กน้อย จากนั้นโรยไปทั่วพรมแล้วดูดออกให้เกลี้ยง    ***** 1. โปรยผงฟูลงบนพรมหน้าบ้าน ซึ่งจะช่วยได้ทั้งการทำความสะอาดและดูดซับกลิ่นเหม็นอับ จากนั้นจึงค่อยดูดออก เพราะปรกติแล้วคุณใช้พรมเช็ดเท้าเพื่อดักจับฝุ่นดักความสกปรก ก็จะตกอยู่บนพรม แต่คุณมักจะไม่ค่อยได้สะบัดมันทิ้งไป 2. ขัดถูผงฟูลงบนพรมเช้ดเท้าด้านนอกด้วยไม่กวาดแข็ง จากนั้นใช้สายยางฉีดน้ำฉีดออก หรือคุณจะรอจนกระทั่งฝนตกแล้วชะมันออกไปเองก็ได้   ***** 1. ล้างผงฟูสัก 1 ถ้วยตวงลงในโถส้วมหรือท่อน้ำทิ้งเป็นประจำสัปดาห์ละครั้งจะช่วยคงสภาพความเป็นกรด-ด่าง ระบบของถังบำบัดของเสีย สภาพความเป็นกรดด่างในระดับทที่เหมาะสมจะช่วยให้แบ็คทีเรียแตกตัวทำงานได้ดีมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะช่วยป้องกันการอุดตันและตกค้างในแทงค์และท่อน้ำทิ้ง การใช้ผงฟูสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันไม่ให้แทงค์คอนกรีตหรือแทงค์ที่ทำจากโลหะผุกร่อนง่าย โดยเฉพาะบริเวณฝาแทงคีที่ต้องสัมผัสกับไอระเหยที่ทำให้ผุกร่อนง่าย 2. ผสมผงฟูกับน้ำเล็กน้อยให้เปียกๆ ข้นๆ เพื่ออุดรูตามผนังที่มีรอยปูนแตกร้าว เพื่อซ่อมแซมเป็นการชั่วคราว เมื่อมันแห้งแล้วจะดูกลมกลืนเข้ากับฝาผนังปูนพลาสเตอร์ขาว เมื่อต้องการซ่อมแซมอย่างถาวรให้ผสมมผลฟูกับกาว (ลาเท็กซ์) ซ่อมแซมสีขาวที่ใช้ตามบ้านเรือน 3. ทำความสะอาดผนังที่มีคราบดำขงอเขม่าควัน ด้วยการใช้เศษผ้าชื่นๆ และผงฟูละลายเข้มข้น 4. ทำความสะอาดอุปกรณ์ตกแต่งเครื่องเรือนโดยการโรยผงฟูให้ทั่วเครื่องตกแต่ง ทิ้งไว้สักครู่จากนั้นจึงดูดออก กลิ่นเขม่าควันจะถูกกำจัดออกจนหมอจด 5. ใช้ผงฟูทำความสะอาดเครื่องประดับลวดลายลูกไม้ประเภทต่างๆ 6. ทำความสะอาดแป้นพิมพ์ดีด ด้วยแปลงสีฟันขนอ่อนๆ ขัดโดยใช้ผงฟู 4 ชอนโต๊ะละลายกับน้ำ 1 ถ้วยตวง จากนั้นใช้กระดาษชำระเช็ดออก 7. แช่ไม้ถูพื้นหรือไม้กวาดในน้ำ 1 ถัง ละลายผงฟู 4 ช้อนชา แต่ให้แช่หลังจากที่ชำระสิ่งสกปรกออกไปแล้ว วิธีนี้จะเป็นการกำจัดกลิ่นเหม็นอับตกค้างบนไม้ถูพื้นหลังแช่ตากให้แห้ง  ***** 1. ป้องกันไม่ให้ภาชนะกระเป๋าเดินทางขิงคุณมีกลิ่นเหม็นอับเหม็นชื้นจากเชื้อรา โยดการโรยผงฟูลงบนภาชนะข้าวของเครื่องใช้ก่อนที่จะเก็บเข้าที่เข้าทางอย่างมิดชิด 2. โรยผงฟูในโถส้วม อ่างน้ำทิ้ง ใน อ่างล้างหน้า อ่างล้างจานชาม อ่างอาบน้ำ หรือโรยลงบนฟักบัวทิ้งไว้ ก่อนที่คุณจะหยุดใช้ชั่วคราว เพื่อไปพักร้อน วิธีนี้จะช่วยป้องกันกลิ่นเหม็นอับ กลิ่นเก่าเก็บตกค้าง 3. ขจัดกลิ่นเหม็นอับอกจากผ้านวม ฟ้าห่มหลังจากทที่คุณเก็บไว้นานๆ โรยผงฟูลงบนผ้านั้น ม้วนเก็บไว้สัก 2 ชั่วโมง จากนั้นสะบัดออกและตบให้ฟูหรือใช้ไดร์เป่าลมให้ฟูโดยไม่ใช้ความร้อนเป่า 4. นำผงปิดฝากล่องตั้งทิ้งไว้ในห้องที่โรงงาน เพื่อขจัดกลิ่นสี หรือกลิ่นสารระเหย หรือกลิ่นน้ำยาขัดเคลือบวัสดุต่างๆ 5. ช่วยลดกลิ่นตกค้างกันของบุหรี่ โดยการโรยผงฟูสักเล็กน้อยลงบนถาดเขี่ยบรี่ 6. ขจัดกลิ่นตกค้างบนผ้าปูโต๊ะโดยการแช่ผ้าในน้ำสารละลายผงฟู   ***** 1. วางถุงหรือซองผงฟู ไว้ในรองเท้าผ้าใบหุ้มซ้น เพื่อไม่ให้รองเท้ามีกลิ่นอับเหม็นหลังการใส่และมีกลิ่นเหม็นตกค้างอยู่ในตู้รองเท้า วิธีนี้คุณอาจจะใช้ผงฟูผสมกับแป้งหอมกลิ่นที่คุณชอบผสมรวมกันไว้ในซองตามที่ต้องการ 2. โรยผงฟูในรองเท้าผงฟูจะช่วยดูดซับกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ออกไป ทิ้งไว้ข้ามคืน รุ่งขึ้นคุณแค่เคาะผงฟูออก   ขอบคุณที่มาจาก  variety.mcot.net

สื่อเกาหลีใต้ยุ โค้ชเช กลับบ้าน ชี้ทำโทษเป็นเรื่องปรกติกีฬาเทควันโด
ทีมชาติไทย /  น้องก้อย / 

สื่อเกาหลีใต้ ออกโรงยุ โค้ชเช ยอง ซอก กลับบ้านเกิด หลังเห็นกรณีอื้อฉาวที่ไทย ระบุเป็นเรื่องปรกติของนักกีฬาที่ไม่มีระเบียบวินัย หากรับไม่ได้ไม่สมควรมาติดทีมชาติตั้งแต่แรก ความคืบหน้ากรณี “น้องก้อย” รุ่งระวี ขุระสะ ออกมาแฉในโลกสังคมออนไลน์ว่า ตัวเองถูก โค้ชเช หรือ เช ยอง ซอก เฮดโค้ชเทควันโดทีมชาติไทย ชาวเกาหลีใต้ ที่สร้างผลงานให้กับประเทศชาติและสมาคมมายาวนานกว่า 10 ปี ลงโทษเกินกว่าเหตุ หลังเจ้าตัวไม่มีความพร้อมในการเตรียมอุปกรณ์ป้องกันตัว แถมยังลืมบัตรไอดีการ์ดสำหรับนักกีฬา มาจากที่พัก จนเป็นเหตุให้ รุ่งระวี แพ้ นักเทควันโดเกาหลีใต้ ขาดลอย 6-12 คะแนน ตกรอบแรก “โคเรียล โอเพน 2014” จนเป็นข่าวอื้อฉาวไปทั่วในวงการเทควันโดไทย ณ วินาทีนี้ โดยเมื่อกลางดึกวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา น้องก้อย ได้เดินทางกลับมาจากเกาหลีใต้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว มีกองทัพสื่อมวลชนจากทุกแขนงเดินทางไปรอสัมภาษณ์กันแน่นขนัด จากนั้นใช้เวลารอนานนับชั่วโมงก็ไม่เห็น รุ่งระวี ออกมา ก่อนจะมารู้อีกทีว่า รุ่งระวี ได้หนีทัพนักข่าวออกไปอีกประตูหนึ่งอย่างรวดเร็ว แถมส่งข้อความมาบอกผู้สื่อข่าวบางคนว่า ยังไม่พร้อมที่จะให้สัมภาษณ์ในเวลานี้ คาดว่าวันที่ 19 ก.ค.นี้ รุ่งระวี จะปรากฏตัวที่ทำการสมาคมฯ ภายใน กกท.หัวหมาก เริ่มตั้งแต่เวลา 09.00น. เพื่อเข้าสู่กระบวนการสอบสวนค้นหาความจริงในเรื่องดังกล่าวทั้งหมด ขณะที่ “บิ๊กชา” ปรีชา ต่อตระกูล อุปนายกสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุตัวเองรู้สึกไม่สบายใจเอามากๆ เพราะมันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และมองไปได้ทั้งสองมุม ทั้งตัวผู้ฝึกสอน และนักกีฬา แต่เราจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายอย่างเต็มที่ว่า เรื่องราวทั้งหมดเกิดจากปัญหาตรงไหน เพื่อต้องการให้เรื่องนี้ยุติโดยเร็วที่สุด ที่สำคัญมันเป็นปัญหาภายในสมาคมเรื่องระเบียบวินัย และบทลงโทษนักกีฬาในลักษณะต่างๆ แต่ที่ผ่านมานักเทควันโดทีมชาติหลายคนก็ถูกลงโทษแบบนี้มาแล้วมากมาย แต่ไม่เห็นมีใครออกมาร้องเรียน หรือ ออกมาประจานพฤติกรรมของ โค้ชเช ผ่านทางอินเทอร์เน็ต นับเป็นเรื่องที่ดีหาก โค้ชเช ลงโทษเกินกว่าเหตุ สมาคมจะมีบทลงโทษแน่นอน พร้อมกันนี้จะได้ร่างระเบียบการลงโทษนักกีฬาขึ้นมาใหม่ว่า ผิดครั้งที่ 1 โดนอะไร ครั้งที่ 2 ต้องเป็นแบบไหน หรือ ถ้าผิดครั้งที่ 3 ก็ไล่ออกจากทีมชาติกันไปเลย ซึ่งทุกอย่างมันก็จะได้เข้มข้นดี “เหตุการณ์ในวันนั้นมีนักกีฬาไทย ลงแข่งพร้อมกันถึง 4 คน จากทั้งหมด 6 คนที่ลงแข่งขันวันที่ 11 ก.ค. สมาคมเรามีโค้ชไป 4 คนพอดี ซึ่งโค้ชทั้ง 4 คนก็จะต้องลงไปดูแลนักกีฬาทุกคน ในสนามจะมีพื้นที่ให้นักกีฬาที่จะลงแข่งคนต่อไปนั่งรอ เพราะฉะนั้นทุกคนจะต้องเห็นว่า จะถึงคิวของตัวเองเมื่อไหร่ ไม่ต้องรอให้โค้ชมาเรียก แถมนักกีฬาคนนี้ก็เคยผ่านการแข่งขันมาหลายสนามแล้วทั้ง ศึกชิงแชมป์เอเชีย ที่อุซเบกิสถาน และกีฬาม.โลก ที่จีน เจ้าตัวจะต้องรู้ดีว่า ควรทำอย่างไรบ้าง มีการวอร์มอัพเพื่อให้ร่างกายพร้อม ที่สำคัญในวันนั้น น้องก้อย ก็ลืมถุงมือไว้ที่โรงแรมด้วย ทำให้เมื่อถึงเวลาลงสนามก็เลยไม่พร้อม ทำให้เกิดความพ่ายแพ้อย่างที่เห็น” หลังการแข่ง “โค้ชเช” ได้เรียกนักกีฬามายืนเรียงแถว แล้วบอกความผิดนักกีฬาพร้อมกับลงโทษ ส่วนรายละเอียดของการลงโทษนั้น ส่วนตัวยังไม่ขอบอกในตอนนี้ ต้องรอให้คณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นมาสอบสวนและชี้แจงอีกครั้งหนึ่ง แต่ยืนยันว่า ไม่ได้รุนแรงอะไรมากมาย ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการลงโทษนักเทควันโดอยู่แล้ว ที่ผ่านมา โค้ชเช เคยเอาไม้หวดก้นนักกีฬาชายที่แอบสูบบุหรี่ในห้องพักมาแล้วด้วย นักกีฬาทุกคนจะทราบกันดีว่า ถ้าทำผิด หรือไม่ทุ่มเทตั้งใจฝึกซ้อมและแข่งขันจะโดนลงโทษด้วยวิธีการอะไรบ้าง มากน้อยแตกต่างกันออกไป แต่ถ้านักกีฬาอยู่ในระเบียบวินัยประพฤติตัวดี โค้ชเช จะดูแลอย่างดีทั้งเรื่องอาหารการกินและให้ความเอ็นดูทุกคนอย่างเสมอภาค ทั้งนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ โค้ชเช รู้สึกแย่มาก แถมสื่อมวลชนของเกาหลีใต้ ก็นำเอาข่าวที่ไทยเสนอไป โน้มน้าวจิตใจให้ โค้ชเช ลาออกแล้วกลับไปเป็นโค้ชที่บ้านเกิดตัวเอง เพราะ โค้ชเช เป็นที่ยอมรับของคนแดนกิมจิไปทั้งประเทศ แถมสื่อเกาหลียังได้แสดงความคิดเห็นว่า นักกีฬาไทยสมควรโดนลงโทษแล้ว เพราะไม่มีวินัย ขาดความมุ่งมั่น มีอย่างที่ไหนจะลงแข่งอยู่แล้ว ยังไปนั่งใส่สนับแข้งกลางสนาม และคู่แข่งมายืนรอ หากเขารับไม่ได้ก็ไม่สมควรมาเล่นกีฬาชนิดนี้ หรือ มาติดทีมชาติตั้งแต่แรก

มือบึ้มกลับใจนำจนท.ชี้จุดซุกระเบิดย่านนนท์
ซุกระเบิด /  ผู้ต้องหากลับใจ / 

ผู้ต้องหามือระเบิดกลับใจ นำเจ้าหน้าที่ชี้จุดซุกระเบิดในย่านเมืองนนทบุรี พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รรท.ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.วิรุฬ เอี่ยมไพจิตร์ รอง ผบช.ภ.1.รรท.ผบก.ภ.จว.นนทบุรี, พ.ต.อ.วิสูตร ฉัตรชัยเดช รรท.ผบช.ภ.1, พ.ต.อ.สุรพงษ์ ถนอมจิตร รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี รรท.ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี พร้อม พ.อ.วิจารณ์ จดแตง ผอ.ส่วนกฎหมาย กอ.รมน. และเจ้าหน้าที่ทหารได้นำตัว นายอภิชาติ หรือ อัคคี พวงเพ็ชร อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดทหารบกสระบุรี ในข้อหา “ร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่ใช้เฉพาะในการสงครามที่นายทะเบียนไม่อนุญาต ไว้ในครอบครอง โดยฝ่าฝืนกฎหมาย และฝ่าฝืนคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.” มาชี้จุดที่ผู้ต้องหาสารภาพว่าได้นำระเบิด RGD 5 มาซุกซ่อนไว้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการแถลงข่าวที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 57 ที่ผ่านมา ล่าสุด นายอภิชาติ ผู้ต้องหาได้มีความสำนึกผิดกลับใจเผยสถานที่ที่นำระเบิดชนิดขว้าง RGD 5 จำนวน 2 ลูกที่ซุกซ่อนไว้ในย่าน จ.นนทบุรี จากนั้นทางเจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวผู้ต้องหาเดินทางมากลางดึกบริเวณซอยครัวมะรุม หรือซอย 13 เมษา หมู่ 3 ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี ด้านถนนสนามบินน้ำ พร้อมทั้งประสานชุดเก็บกู้ EOD ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ หลังจากผู้ต้องหาได้ชี้จุดที่ทำการซุกซ่อนไว้ เจ้าหน้าที่ EOD จึงได้เข้าทำการตรวจสอบ ปรากฏว่าพบลูกระเบิด RGD 5 สภาพใหม่ จำนวน 2 ลูก ใส่ไว้ในถุงพลาสติกสีแดง ซึ่งถูกซุกไว้ภายในโพรงหญ้าที่มีกิ่งไม้แห้งปกคลุม ทางเจ้าหน้าที่ EOD จึงได้ทำการเก็บกู้ไว้ได้อย่างปลอดภัย จากนั้นทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว นายอภิชาติ ขึ้นรถกลับไปทันที

คุยหลังเกม : โค้ชเช VS น้องก้อย ระเบียบวินัยและความถูกต้อง
ความถูกต้อง /  คุยหลังเกม / 

คุยหลังเกม By...สนุกสนาน โค้ชเช VS น้องก้อย "ระเบียบวินัยและความถูกต้อง" ระเบียบวินัย เชื่อเลยว่าผู้เจริญแล้ว มักจะมีอยู่ในตัว เฉกเช่นเดียวกับ ความถูกต้อง ที่ผู้เจริญแล้วมักจะยึดมั่นในเสมอ เมื่อ 2 สิ่งมารวมกันแล้ว นั้นก็จะทำให้ผู้เจริญคนนั้นมีความเจริญยิ่งขึ้น และจะประสบความสำเร็จดังเป้าหมายที่วางไว้ เชื่อเลยว่าเวลานี้ในแวดวงกีฬาเมืองไทย คงไม่มีเรื่องไหนที่ร้อนแรงไปกว่าปัญหาของ โค้ชเช เช ยอง ซอก ผู้ฝึกสอนเทควันโด มากประสบการชาวเกาหลีใต้ กับ น้องก้อย รุงระวี ขุระสะ นักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย ซึ่งปัญหามีมาอย่างไรนั้นคงไม่ต้องไปย้อนความ เชื่อว่าหลายคนหลายท่านคงรับเสพมากันมากพอแล้ว แต่สิ่งที่จะพูดถึงคือเรื่องของ "ระเบียบวินัยและความถูกต้อง" เชื่อเลยว่าคนที่เคยเป็นนักกีฬาทั้งอาชีพหรือนักกีฬาสมัครเล่นก็ดี ย้อมรู้ดีและเคยถูกสั่งสอนมาโดนตลอดว่า การเป็นนักกีฬาต้องเป็นคนที่มีระเบียบวินัย และจะต้องยึดหลักความถูกต้องเสมอ ถึงจะเป็นคนกีฬาที่ดี และน่าเชิดชู ให้สมกับเป็นนักกีฬา หากนักกีฬาไม่มีระเบียบวินัย ก็อยากที่จะประสบความสำเร็จในอาชีพนักกีฬาแน่นอน ที่ผ่านมาเกือบ 10 ปี หลายคนหลายท่านที่ติดตามกีฬาจอมเตะ จะรู้เลยว่า โค้ชเช ได้รับสมยสนาม โค้ชจอมเฮียบ นั้นก็เพราะ โค้ชเช เป็นคนที่มีระเบียบวินัย และยึดหลักความถูกต้องเสมอ นักกีฬาไม่ว่าจะเก่งแค่ไหน หากไม่มีวินัย ก็จะถูกลงโทษแบบสมเหตุสมผล ทำให้ช่วงที่ผ่านมาผลงานของสมาคมเทควันโด จึงโดดเด่น และเป็นวามหวังของวงการกีฬาไทย ตั้งแต่ปีแรกที่ โค้ชเช ก้าวเข้ามา พร้อมกับมีนักกีฬาชั้นยอดติดระดับโลก ระดับเอเชีย แบบนับไม่ถ้วน แต่เมื่อเกิดปัญหาระหว่าง น้องก้อย กับ โค้ชเช ทำใหแฟนกีฬาหลายคนเริ่มตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้น และความจริงเป็นอย่างไร ซึ่งคนนอกอย่างพวกเราไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ก็คงจะไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นบ้าง ทว่าทีมงาน นักกีฬาที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างออกมาเปิดเผยเรื่องราวที่เกิดขึ้นทีละน้อย และทั้งหมดก็ทิ้งท้ายเสมอว่าอยากให้ โค้ชเช กลับมาอยู่กบวงการจอมเตะเมืองไทยต่อไป หากคิดกันจริงๆ นั้นอาจจะเป็นคำตอบที่ดีก็ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น หากเวลานั้นมีความรุนแรงเกิดขึ้นจริงๆ เชื่อว่านักกีฬา และสต๊าฟฟ์โค้ช หรือผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องคงจะมีการห้ามปรามไปแล้ว หากมันรุนแรงเกินกว่าเหตุคงไม่ปล่อยให้เรื่องบานปลายออกมาถึงขนาดนี้ เท่านั้นยังไม่พอยังมีทั้งอดีตนักกีฬาเทควันโด และนักกีฬาชนิดอื่นๆ ที่รู้จักมักคุ้นกับ โค้ชเช ต่างก็แสดงความเห็นผ่านสื่อสังคมออนไลน์กันมากมาย และทุกคนก็ทิ้งท้ายไม่ต่างกันคือยังต้องการเห็น โค้ชเช พาทมจอมเตะไทยไปลุยศึกเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 17 "อินชอนเกมส์" ณ ประเทศเกาหลีใต้ ตัวผู้เขียนเองได้ติดตามทำข่าว โค้ชเช มาโดยตลอดรับรู้ได้เป็นอย่างดีว่า โค้ชเช เป็นคนที่มีใจโอบอ้อมอารีย์ มีความสุขุม และมีระเบียบวินัย อีกทั้งยังมีจิตใจรักเมืองไทย รักความเป็นไทย ไม่น้อยกว่าคนไทยเลย ผู้เขียนเลยเชื่อว่าหากนักกีฬาไม่บกพร่องจริง โค้ชเช คงไม่ทำการลงโทษแน่ เพราะ โค้ชเช นั้นมองว่านักกีฬาทุกคนเปรียบเหมือนลูกของตัวเองเสมอ หากจะลงโทษทั้งที่ก็ต้องยึดเหตุผลและความถูกต้องมาก่อนเสมอ ส่วนตัว น้องก้อย ผู้เขียนเองไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว แต่ก็ยอมรับว่าเป็นนักกีฬาทีมชาติไทย ที่พอจะมีอนาคตคนหนึ่ง  แต่เท่าที่ทราบมาเรื่องระเบียบวินัย น้องก็หย่อนพอตัวอยู่ หากความจริงออกมาเหมือนที่เป็นข่าวจริง ทั้งลืมไอดีการ์ด ถุงมือ เครื่องป้องกันต่างๆไว้ที่โรงแรม ผู้เขียนว่า น้องก็คงต้องพิจารณาตัวเองหน่อยแล้วล่ะ ต้องอย่าลืมว่า ไอดีการ์ด เปรียบเหมือน บัตรประชาชน ที่ควรจะมีติดตัว หากไม่มีไว้ติดตัวจริง ผู้เขียนก็พูดไม่ออก บอกไม่ถูก ออ...ที่สำคัญการไปตรวจร่างกายว่าโดนทำร้ายมานั้นเป็นเรื่องที่ดี เป็นเรื่องที่เห็นด้วย แต่ต้องอย่าลืมว่าน้องนั้นเพิ่งลงแข่งมาย่อมมีบาดแผลร่องรอยของความบาดเจ็บอยู่แล้ว เพราะน้อง โดนเตะ โดนต่อยพอสมควร แพ้ขาดขนานนั้น หากไม่มีร่องรอยเลย ผู้เขียนคิดว่าน้องเป็นคนที่เก่ง และควรจะเป็นผู้ชนะไปแล้ว เอาเป็นว่าทุกคนมีบทบาท และหน้าที่ของตัวเอง ก็ควรจะทำให้เต็มที่อย่างมีระเบียบวินัย โดยยึดหลักความถูกต้อง แล้วบทสรุปจะออกมาอย่างไร วันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม 2557 นี้ได้รู้กัน

เธอชื่อ เคียร่า ไนท์ลีย์ นางเอกสาวผู้ขับกล่อมดนตรีด้วยหัวใจ จาก Begin Again
Begin Again /  Keira Knightley / 

สำหรับคุณผู้ชมที่ได้ไปชมภาพยนตร์โรแมนติก คอมเมดี้ กลิ่นอายมิวสิคัล Begin Again เพราะรักคือเพลงรัก มาแล้ว คงไม่มีใครลืมเสียงใสๆ เจือเยื่อใยอบอุ่นของ เกรต้า นางเอกสาวในเรื่องไปได้ ไม่ว่าจะเป็นเพลงใดๆ ที่เธอร้อง ทั้งจากความเปลี่ยวเหงา จากอารมณ์สนุกสนาน จากความโกรธาด่าแฟน หรือจากการตกตะกอนของความรักอย่างเพลง Lost Star แน่นอนครับ นางเอกนักดนตรี สาวสวยเสียงใสคนนี้ ชื่อ เคียรา ไนท์ลีย์ และวันนี้ Mthai จะพาคุณไปรู้จักกับเธอกัน ก่อนจะที่ไปเคลิบเคิ้ลมกับบทเพลงแสนไพเราะ ที่ขับกล่อมจากหัวใจ จากบทบาทนางเอกนักดนตรี เคียรา ไนท์ลีย์  (Keira Knightley) นั้นผ่านประสบการณ์การแสดงภาพยนตร์มามากมาย บางเรื่องอาจทำเอาคุณผู้ชมแปลกใจเลยทีเดียว ว่าเอ๊ะ! ใช่เธอจริงเรอะ นับตั้งแต่ที่เธอเกิดมาดูโลกในวันที่ 26 มี.ค. 1985 หลังเวลาผ่านไป เคียรา ไนท์ลีย์ ในวัยเพียง 10 ขวบ ก็ได้เริ่มแสดงหนังเรื่องแรกใน Innocent Lies และมีผลงานทีวีซีรีย์ตามมาอีกหลายเรื่อง   เคียรา ไนท์ลีย์  ใน Star Wars Episode I  ในเวลาต่อมา เธอก็มีโอกาสได้แสดงในหนังฟอร์มยักษ์ ที่เริ่มทำให้ผู้ชมคุ้นหน้าคุ้นตาเธอมากขึ้น กับบทตัวปลอมของแพดเม่ อมิดาลา แห่งหนังสงครามอวกาศ Star Wars Episode I (จำแทบไม่ได้เลยนะนั่น)  เคียรา ไนท์ลีย์  ใน  Bend It Like Beckham เคียร่า ไนท์ลี่ย์ เริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้น กับบทสาวผมสั้นนักฟุตบอล จากหนังฮิตของผู้กำกับ กูรินเดอร์ ชัดดา เรื่อง Bend It Like Beckham ที่สวยและแอบหล่อนิดๆ แถมเท่แบบมาดนักกีฬาแบบสุดๆ ไม่ใช่เพียงกีตาร์อย่างเดียวที่เธอถือใน Begin Again ลูกฟุตบอลเลอะๆ เธอก็ผ่านมาแล้ว  เคียรา ไนท์ลีย์  ใน  Pirates of the Caribbean และหากคุณผู้ชมยังติดภาพของเธอ ที่เป็นนักดนตรีผู้อ่อนไหวง่าย น่าทะนุถนอม อยู่ล่ะก็แสดงว่าคุณลืมอะไรบางอย่างไป เพราะ เคียร่า ไนท์ลี่ย์ เคยรับบทลูกสาวขุนนางสุดแกร่ง ควงดาบโลดโผนโจนทะยาน แถมเมาปลิ้นมาแล้วกับบท อลิซาเบธ สวอน นางเอกสาวสวยทรหดแห่งหนังชุด Pirates of the Caribbean คุณนายสวอนบู๊ได้ล้างผลาญสะใจแค่ไหน คุณผู้ชมคงยังจำกันได้  เคียรา ไนท์ลีย์  ใน King Arthur  และเหมือนเธอจะยังติดใจคิวบู๊ไม่หาย ผลงานต่อมาเธอเลยเปลี่ยนจากลงเรือกับโจรสลัดหน้ามอมแมม มาง้างคันธนูสู้ตายในบท กวินเนเวียร์ จากเรื่อง King Arthur เห็นไหมครับคุณผู้ชม นอกจากกีตาร์แล้ว เธอถือมาหลายอย่างม๊ากกก!!   เคียรา ไนท์ลีย์  ใน Pride & Prejudice หลังจากเหนื่อยกับคิวแอ็คชั่น เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมาหลายตลบ เคียร่า ไนท์ลี่ย์ เลยขอมาแบบสาวไม่มีพิษภัยรอบตัวบ้าง กับผลงานในหนังเรื่อง Love, Actually และ Pride & Prejudice ซึ่งในเรื่องหลังนี้ เธอได้เสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ และออสการ์ในปี 2005 ในสาขาดารานำหญิงยอดเยี่ยม อีกด้วยนะ  เคียรา ไนท์ลีย์  ใน  Domino ถัดจากสาวเบาๆ มากอารมณ์ดราม่า เธอขอกลับมาสายโหดจับอาวุธอีกครั้ง ด้วยการหั่นผมสั้นรับบท โดมิโน่ ฮาร์วี่ย์ อดีตนางแบบสาว ที่ตัดสินใจผันตัวมาเป็นเจ๊นักล่าเงินรางวัลขาโหด ในหนังแอ็คชั่นเลือดสาดเปลืองกระสุนอย่าง Domino  เคียรา ไนท์ลีย์  ใน   The Duchess   ดูเหมือน เคียร่า ไนท์ลี่ย์ จะยังคงไม่หยุด กับบทบาทหลากหลายสารพัดที่เธอแสดง เพราะต่อมาเธอได้แสดงหนังอีกหลายต่อหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น Silk, Atonement, The Edge of Love ก่อนจะมารับบทเป็นหญิงศักดินาสูงส่งใน The Duchess  เคียรา ไนท์ลีย์  ใน   A Dangerous Method   และความท้าทายมาถึงเธออีกครั้ง กับบท ซาบีน่า คนไข้สาวจิตผิดปกติ ในหนังจิตวิเคราะห์ A Dangerous Method ที่เธอต้องลงทุนแสดงเป็นคนมีอาการแปลกๆ ควบคุมตัวเองไม่ได้ แถมยังต้องปากเบี้ยวปากบูด อีกต่างหาก (เหนื่อยแทนจริงๆ)  เคียรา ไนท์ลีย์  ใน Seeking a Friend for the End of the World เท่าที่สังเกตผลงานที่ผ่านๆมา ท่าทางของผู้หญิงสวยที่ชื่อ เคียร่า ไนท์ลี่ย์  นี้จะรับบทแบบไม่หวงสวยของเธอเลยสักเท่าไหร่ เพราะนอกจากผลงานเรื่องต่อมาของเธออย่างหนังแอ็คชั่น Jack Ryan: Shadow Recruit แล้ว เธอยังมารับบทเพื่อนหญิงเปิ่นๆมึนๆ ใน Seeking a Friend for the End of the World ด้วย  เคียรา ไนท์ลีย์  ใน Begin Again  หลังจากผ่านมายาวไกลทั้ง สาวบอบบาง, มือปืน, หญิงสูงศักดิ์,  นักฟุตบอล, โจรสลัด ไปจนถึงคนบ้า ก็มาถึงผลงานเรื่องล่าสุด ที่ เคียร่า ไนท์ลี่ย์ ทำเอาผู้ชมถึงกับรักในคาแร็คเตอร์ และหลงในเสียงชวนฝัน กับบท เกรต้า นักร้องนักแต่งเพลงสาว ที่เป็นอดีตแฟนกับร็อคสตาร์หนุ่ม ใน Begin Again เพราะรักคือเพลงรัก นี่เอง ขอแถมข้อมูลอีกนิดหน่อย นอกจากผลงานภาพยนตร์และทีวีซีรีย์แล้ว เคียร่า ไนท์ลี่ย์ ยังได้รับเลือกให้เป็นพรีเซนเตอร์ของน้ำหอมแบรนด์ชั้นนำระดับโลกอย่าง  Coco Chanel ด้วย และนี่คือคลิปที่เธอแสดงโฆษณาน้ำหอม  Coco Mademoiselle ที่เธอรับบทเป็นนางแบบสาวสวยทรงเสน่ห์ ที่ทำเอาชายหลงใหลหัวปักหัวปำ ขอแถมอีกที สำหรับคุณผู้ชมชาย ที่เริ่มหลงรักสาวสวย เคียร่า ไนท์ลี่ย์ คนนี้เอาจริงจังแล้ว เราอยากจะบอกว่า เสียใจด้วยครับ ที่คุณต้องอกหักอย่างแรง เพราะเธอได้เข้าพิธีแต่งงานกับแฟนหนุ่ม เจมส์ ไรท์ตัน มือคีย์บอร์ดของวง Klaxons ไปแล้วเรียบร้อยตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 พค. 2556 ที่ผ่านมา แบบเรียบง่ายสุดๆ ด้วยการเชิญแขกร่วมงานเพียง 10 คน ซึ่งล้วนแต่เป็นสมาชิกครอบครัว เพื่อนร่วมวงดนตรีของเจ้าบ่าว และนักแสดงสาวเซียนนา มิลเลอร์ เพื่อนสนิทของเจ้าสาว เพียงเท่านั้น อย่าลืมล่ะครับคุณผู้ชม ไปหลงใหลกับเสน่ห์อันน่าหลงรัก และเสียงไพเราะของ เคียร่า ไนท์ลี่ย์ ได้ใน Begin Again เพราะรักคือเพลงรัก ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ ส่วนด้านล่างนี้ คือ บรรดาภาพของเธอ ที่เราจัดเต็มมาให้คุณผู้ชมโดยเฉพาะเลย --------------------------------------

แฟชั่น Sportie girl Let’s cheer
เทรนด์แฟชั่น /  แฟชั่น / 

คงจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เทรนด์ sport fashion กำลังมาแรงเลยทีเดียว และยังถือได้ว่าเป็นเทรนด์ที่ฮอตฮิตไม่มีแพ้เทรนด์แฟชั่นแนวอื่นๆ เลย และยิ่งต้อนรับกระแสบอลโลกที่หลายๆ คนตั้งหน้าตั้งตารออีก ฉะนั้นเหล่าบรรดาดีไซเนอร์ก็ไม่พลาดที่จะออกแบบคอลเล็คชั่นแฟชั่นแนว sport ออกมาให้เห็นกันอย่างหลากหลาย...แฟชั่น Sportie girl Let’s cheer แฟชั่น Sportie girl Let’s cheer แม้แต่แบรนด์ที่เป็นแนว sport อยู่แล้ว ก็ยังมีการใส่ความเป็นแฟชั่นเข้าไปผสมผสานให้ดูน่าสนใจมากขึ้น และยังสวมใส่ในชีวิตประจำวัน ใส่เที่ยวได้ โดยไม่จำเป็นว่าต้องใส่เฉพาะตอนออกกำลังกายเท่านั้น สิ่งนึงที่ขาดไม่ได้เลยในการแข่งขันกีฬาก็คือ เหล่าบรรดาเชียร์ลีดเดอร์ หรือ ปอมปอมเชียร์ ที่คอยสร้างสีสันบรรยากาศของการเชียร์กีฬาให้ดูสนุกสนานเพลิดเพลิน ทำให้การชมกีฬาครบรสมากขึ้น เพราะฉะนั้นแฟชั่นเสื้อผ้าหญิงสาวในปัจจุบันก็คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า บางแบบบางคอลเล็คชั่น ก็จะมีแพทเทิร์น มีรูปทรงที่เป็นแนวเสื้อผ้าลักษณะคล้าย ปอมปอมเชียร์ อย่างเช่น เสื้อเอวลอย กระโปรงสั้นน่ารักๆ แต่แฟชั่น sport ก็ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่เสื้อผ้าเท่านั้น อย่างรองเท้า ถุงเท้า accessory ต่างๆ เหล่าดีไซเนอร์ก็ยังออกแบบให้สามารถนำมาแมทช์กับเสื้อผ้า สวมใส่เที่ยวในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย เพราะไลฟ์สไตล์ของคนยุคปัจจุบัน ยังคงต้องการภาพลักษณ์ที่ดูดี หรือแม้แต่ระหว่างออกกำลังกายก็ยังต้องการให้ภาพลักษณ์ดูดี ที่มา นิตยสารแคนดี้, เรียบเรียงโดย http://teen.mthai.com/ หากนำไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยค่ะ

วิเคราะห์โอกาสรอดของ เจ้ามุ้ย ใน ลาลีกา มีแค่ 48%
กระทิงดุ /  กองหน้า / 

กลายเป็นนักเตะ ยูดี อัลเมเรีย แบบครึ่งตัวไปซะแล้วสำหรับ "เทพมุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา เจ้าของยูนิฟอร์มหมายเลข 18 คนใหม่แห่งรัง เอสตาดิโอ เด ลอส ฆูเอกอส หลายคนตั้งขอสงสัยว่าซุปตาร์ตัวแทนประเทศไทยคนนี้จะไหวกับศึก ลา ลีกา สเปน เวทีที่ขึ้นชื่อว่าติด 1 ใน 3 ลีกที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ถ้ามองจากสถานะการทีมเมื่อซีซั่นที่แล้วต้องยอมรับเลยว่าพวกเขาเพิ่งโกงความตายมาชัดๆ หลังจากได้ช็อตมหัศจรรย์ช่วยไว้เยอะเหมือนกันสำหรับช่วงท้ายฤดูกาล ทำให้ปัจจุบัน อัลเมเรีย ของ ธีรศิลป์ แดงดา ยังคงลอยหน้าลอยตาอยู่บนเวที ลา ลีกา ได้ในปัจจุบัน สิ่งสำคัญที่จะทำให้ "เจ้ามุ้ย" ประสบความสำเร็จ  อันดับแรก คือ ความสามารถเฉพาะตัว - แน่นอนอยู่แล้วสำหรับใครที่ได้ติดตามฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกเป็นประจำจะรู้ดีว่า ธีรศิลป์ คือนักเตะที่เอาตัวรอดเก่งมากๆ ส่วนทักษะด้านอื่นๆคงไม่ต้องพูดถึงให้เสียเวลา เพราะนี่คือเจ้าของศูนย์หน้าเบอร์หนึ่งของเมืองไทยคนปัจจุบัน (เปอร์เซ็นรอด +8%) อันดับ 2 คือ แอตเลติโก้ มาดริด - การได้ไปลับฝีเท้ากับบรรดาผู้เล่นที่เพิ่งคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของของสเปน มาสดๆร้อนๆ น่าจะเป็นแรงบวกให้ "เจ้ามุ้ย" ยกระดับฝีเท้าขึ้นมาได้บ้าง แถมต้องเจอกับสภาพ อากาศที่โคตรจะหนาว ทำให้อย่างน้อยๆเรื่องของประสบการณ์ และความคุ้นเคยกับระบบที่เป็นมืออาชีพกว่าบ้านเรา(มาก) เชื่อว่า ธีรศิลป์ น่าจะปรับตัวในส่วนนี้ได้ไม่ยาก (เปอร์เซ็นรอด +8%) อันดับ 3 คือ อัลเมเรีย - การได้เข้ามาอยู่กับสโมสรที่ต้องดิ้นรนหนีการตกชั้น แน่นอนเรื่องประสิทธิภาพนักเตะแย่กว่าหลายทีมตั้งแต่กลางตารางขึ้นไปอยู่แล้ว ทำให้ มุ้ย น่าจะมีโอกาสลงสนามอย่างต่ำๆประมาณ 10-15 เกมชัวร์ๆ เพราะนอกจาก ลา ลีกา แล้ว ยังมีโปรแกรมบอลถ้วยให้เตะอีกเพียบ แล้วยิ่งถ้าวันไหนผีเข้าไปพังตาข่ายบรรดายักษ์ใหญ่อย่าง บาร์เซโลน่า, เรอัล มาดริด หรือแอต.มาดริด ขึ้นมา คราวนี้ความมั่นใจมาเพียบแน่ๆ (เปอร์เซ็นรอด +15%) อันดับ 4 คือ ไร้ดาวดัง - ถ้าให้ไล่ชื่อมาตั้งแต่ ผู้รักษาประตู ยันกองหน้า สิ่งแรกที่อยากจะถามคือพวกนี้เป็นใคร? ชื่อไม่คุ้นหูซักคน? แต่สิ่งที่เหมือนกับแย่ ผมมองว่ามันเป็นเรื่องดีที่ฟุตบอลของ อัลเมเรีย คือการเล่นเป็นทีม ไม่ใช่หวังพึ่งพาผู้เล่นแค่คนเดียวในการซัดประตู ทำให้ค่าเฉลี่ยความโดดเด่นของนักเตะแต่ละเกมจะอยู่ใกล้ๆกัน เชื่อว่าการที่ไร้ความกดดันเมื่อลงสนาม จะเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ "เจ้ามุ้ย" เค้นฟอร์มที่แท้จริงออกมาได้ และไม่แน่ถ้าผลงานดันไปเตะตาบรรดาทีมกลางตาราง(หรือสูงกว่านั้น) ธีรศิลป์ อาจได้เป็นกระบอกเสียงให้แมวมองหันมาสนใจแข้งไทยไปร่วมลีกก็เป็นได้ (เปอร์เซ็นรอด +17%) สิ่งที่จะทำให้ "มุ้ย" พังไม่เป็นท่าบนเวที ลา ลีกา อันดับแรก คือ เวลลิงตัน ซิลวา - เทพ FM วัย 21 ปีที่ อัลเมเรีย เพิ่งยืมตัวมาจาก "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล ถือเป็นคู่แข่งตัวฉกาจของ ธีรศิลป์ เลยทีเดียว เพราะดาวรุ่งชาวบราซิเลี่ยนรายนี้สามารถเล่นได้ทั้งหน้าต่ำ และปีก ซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวกันกับที่บรรดาสื่อต่างๆคาดว่า "เจ้ามุ้ย" จะถูกใช้งานตรงจุดนั้น(หน้าต่ำ) (เปอร์เซ็นร่วง -7%) อันดับ 2 คือ ไร้เงาซูโซ่, โรดริ - 2 คีย์แมนที่ยืมตัวมาจาก ลิเวอร์พูล และบาร์เซโลน่า เบ เมื่อซีซั่นที่แล้ว คือนักเตะที่ฉุดทีมขึ้นมาจากโซนนรกแตกอย่างแท้จริง โดยเฉพาะจังหวะสำคัญต่างๆที่ทำให้ทีมเก็บ 3 แต้มกลับบ้านส่วนใหญ่จะมาจากสองคนนี้ทั้งสิ้น มาดูกันว่า อัลเมเรีย จะอุดรูโหว่ช่องนี้ได้ยังไงเมื่อไม่มีทั้ง ซูโซ่ และโรดริ 2 แนวรุกตัวเก่งอยู่ช่วยทีมในซีซั่นหน้า (เปอร์เซ็นร่วง -19%) อันดับ 3 คือ ภาษา - ถึงจะได้ศึกษามาบ้างเกี่ยวกับภาษาสเปนที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ตำรากับชีวิตจริงบางครั้งมันก็ไม่เหมือนกัน เพราะเมื่อไหร่ที่ยังไม่เข้าใจในสิ่งที่โค้ชหรือเพื่อนร่วมทีมต้องการสื่อสารด้วย(เวลาลงแข่ง) บางทีสิ่งที่ซ้อมกันมาอาจจะไม่ได้ใช้เลยก็ได้ (เปอร์เซ็นร่วง -8%) อันดับ 4 คือ แนวรับระดับโลก - ถ้าให้ไล่รายชื่อมาไม่ว่าจะเป็น เปเป้, รามอส, ปิเก้, โกดิน, มิรานด้า และกองหลังอีกหลายรายที่พร้อมจัดหนักใส่แนวรุกคู่แข้งให้สลบเหมือบในโรงหมอไปหลายเดือนอยู่แล้ว เพราะขนาด เมสซี่, โด้จิ๋ว และเนย์มาร์ ที่ว่าเทพๆยังเกือบเอาตัวไม่รอดจากบรรดาตัวรับขาโหดพวกนี้เหมือนกัน กลัวว่า "เจ้ามุ้ย" จะโดนรับน้องหนักๆจนต้องพักไปหลายเดือน สุดท้ายส่งผลกระทบไปยังฟอร์มการเล่นจนต้องโดนดองไปในที่สุด (เปอร์เซ็นร่วง -18%) รวมทั้งหมด = โอกาสได้ไปต่อ 48 เปอร์เซ็น (ไม่ถึงครึ่ง) ส่วตัวคิดว่าว่ายังไงซะ อัลเมเรีย ก็ไม่น่าอยู่รอดในศึก ลา ลีกา ฤดูกาลหน้าแน่ๆ แต่ขอให้บรรดาสโมสรในยุโรปหรือลีก สเปน คว้าตัวเจ้ามุ้ยไปร่วมทัพแบบถาวร เพื่อการันตีว่า เด็กไทยก็สามารถเป็นยอดแข้งระดับโลกแบบใครๆได้สบาย ... สาธุ !! ปล.บทความนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของ ถุงเท้าทองคำ ล้วนๆ ใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยเน้อ

สลด! กระบะชนต้นไม้ ไฟลุกท่วมคลอกคนขับคาซาก
ข่าวจังหวัดกำแพงเพชร /  รถชน / 

รถกระบะพุ่งชนต้นไม้ ถนนกำแพงเพชร-พิจิตร ไฟลุกท่วมคลอกคนขับดับคาซากเหลือแต่กระดูก ตร.คาด หลับใน เนื่องจากมีรอยรถวิ่งลงข้างถนนโดยไม่มีรอยเบรก พ.ต.ท.เอกรินทร์ รักพ่วง พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองกำแพงเพชร ได้รับแจ้งว่า มีเหตุรถชนต้นไม้ ที่บนถนนสายกำแพงเพชร-พิจิตร ม.ที่ 16 ต.นิคมทุ่งโพธิ์ทะเล อ.เมือง จ.กำแพงเพชร จากการเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า ดัดแปลงเป็นรถห้องเย็น หมายเลขทะเบียน ฒน 9388 กทม. ชนติดอยู่กับต้นไม้ข้างทาง สภาพรถที่หัวเก๋งถูกไฟไหม้จนหมด ภายในรถตรงที่นั่งคนขับพบศพของผู้ขับขี่ติดอยู่กับเบาะ สภาพถูกไฟไหม้จนแทบจะเหลือแต่โครงกระดูก ตรวจสอบรถแล้วพบว่าเป็นรถติดก๊าซเป็นเชื้อเพลิง ส่วนภายในห้องเย็นท้ายรถ พบว่ามีถุงเนื้อไก่มีตราของบริษัทซีพี แต่เหลืออยู่จำนวนไม่มากแล้ว คาดว่าน่าจะมาส่งไก่ที่ตลาดในเมืองกำแพงเพชรแล้วกำลังขับรถกลับ โดยทางตำรวจสันนิษฐานว่า น่าจะหลับใน เนื่องจากมีรอยรถวิ่งลงข้างถนนโดยไม่มีรอยเบรก

ร้าวฉาน!ซี้ ยาย่า ตูเร่ แฉเพื่อนโคตรฉุนเรือใบลั่นขอย้ายแน่นอน
ตลาดซื้อขายนักเตะ /  ปารีส แซงต์ แชร์กแมง / 

ดูเหมือนความสัมพันธ์ระหว่าง ยาย่า ตูเร่ กองกลางตัวเก่ง “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้นสังกัดจะเดินทางมาถึงจุดที่ร้าวฉาวที่ยากจะประสาน เมื่อเพื่อนในทีมชาติไอวอรี่โคสต์ ออกมาแฉว่า ตูเร่ ผู้น้องไม่พอใจบอร์ดบริหารของทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกในหลายๆเรื่อง และจะขอย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ “เขา (ยาย่า ตูเร่) เก็บกดกับเรื่องไม่ดีหลายๆเรื่องของประธานสโมสรแมนซิตี้ และเขาจะไม่ทนอยู่กับทีมต่อไป” เพื่อนในทีมชาติของ ยาย่า ที่ไม่ขอเอ่ยนามแฉ “เขาจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ย้ายในซัมเมอร์นี้เลย” ก่อนหน้านี้แข้งวัย 31 ปีฉุนต้นสังกัดอย่างมากที่ไม่เห็นความสำคัญของวันเกิดตัวเอง และนอกจากนี้สโมสรยังไม่ให้โอกาสไปเยี่ยมน้องชายที่ป่วยหนัก จนน้องชายเสียชีวิต ทำให้หมดโอกาสที่จะได้เจอกัน อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่มีแผนที่จะขายกำลังสำคัญของทีมรายนี้ออกไป แต่หากตัวนักเตะไม่ต้องการที่จะอยู่ต่อก็สุดแรงจะรั้ง โดยในตอนนี้มีทีมเงินถุงเงินถังที่พร้อมสู้ค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 220,000 ปอนด์ของนักเตะอย่าง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง จับจ้องสถานการณ์อยู่อย่างตาเป็นมัน

ล้ำเกิ๊น! ชุดราตรี  จาก ถุงยาง !!!
ชุดราตรี /  ชุดราตรีถุงยาง / 

ล้ำเกิ๊น! ชุดราตรี จาก ถุงยาง !!!      ผลงาน ชุดราตรี จากถุงยางอนามัยนี้ เป็นผลงานสุดครีเอทเลิศล้ำจาก แอนเดรียนา เบอตินี ศิลปินและนักกิจกรรมเพื่อสังคม ชาวบราซิล ที่เกิดปิ๊งไอเดียสร้างธุรกิจเสื้อผ้าผู้หญิง โดยใช้ ถุงยางอนามัย เป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ ในการออกแบบตัดเย็บทั้งชุด  ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างศิลปะแปลกใหม่ให้กับวงการแฟชั่น อีกจุดประสงค์หลักของ แอนเดรียนา เบอตินี  ก็คือสร้างกรอบแนวคิดใหม่ ให้แก่ผู้คน รวมถึงจะทำให้พวกเขาตระหนักความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ HIV จากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ทั้งนี้ ศิลปินสาวยังจัดสอนวิธีการตัดเย็บชุดโดยใช้ถุงยางอนามัยแก่ผู้ที่สนใจอีกด้วย....  แอนเดรียนา เบอตินี ศิลปินและนักกิจกรรมเพื่อสังคม ชาวบราซิล เจ้าของผลงาน ชุดราตรี จากถุงยางอนมัย ไอเดีย สาวบราซิล ใช้ถุงยางตัดเป็น ชุดราตรี รายงานโดย Women Mthai Team ที่มาภาพจาก…metro.co.uk  และ dailymail.co.uk

เบอร์เสื้อที่หายไปของ ยูไนเต็ด
คริส สมอลลิ่ง /  จอนนี่ อีแวนส์ / 

ถ้านับกันจริงๆ ก็อีกไม่กี่สัปดาห์แล้ว ที่ศึกพรีเมียร์ลีค อังกฤษ จะระเบิดเปิดศึกกันให้เราได้เชียร์กันอีกครั้ง หลังจากปิดฤดูกาลกันไป ระหว่างนี้แต่ละทีมก็มีการเปลี่ยนแปลงที่มากโขกันอยู่ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงผู้เล่น และเบอร์เสื้อหล่ะ ก็คงต้องมีการเปลี่ยนกันไปด้วยเช่นกัน SomGae ขอยกสโมสรที่เพิ่งมีข่าวว่าจะสละเสื้อหมายเลข 11 ให้กับนักเตะที่กลายเป็นตำนานผู้หนึ่ง คงเป็นสโมสรไหนไปไม่ได้นอกจาก ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้นเอง เราลองมาดูกันตั้งแต่เสื้อหมายเลข 1 เลยดีกว่า หมายเลข 1 ตั้งแต่ยุคของ ปีเตอร์ ชไมเคิล ปีศาจแดง ก็ควานหาทายาทผู้ที่จะมาสวมเสื้อหมายเลข 1 ตัวนี้ จนได้มือกาวชาวดัตซ์ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ แต่กาลเวลาก็ต้องพัดพลากให้เขาแขวนถุงมือ และในที่สุดก็ได้ ดาบิด เด เคอา มาเป็นเจ้าของเสื้อเบอร์นี้จนได้ หมายเลข 2 ยังคงต้องยกให้เจ้าเงาะ ราฟาเอล ดา ซิลวา ต่อไป ถึงฟอร์มเมื่อฤดูกาลที่จะหลุดวงโคจรไปหน่อย แต่เขาก็ยังถือเป็นกำลังสำคัญในอนาคตของปีศาจแดงต่อไป หมายเลข 3 เมื่อ ปาทริซ เอวร่า จากไปเบอร์นี้ก็ว่างลงทันที แต่ก็มีเต็งหนึ่งอย่าง ลุค ชอว์ ที่คาดว่า เขาจะได้เป็นทายาทเสื้อหมายเลข 3 ต่อจาก เอวร่า อย่างแน่นอน หมายเลข 4 ยังไงๆ ก็คงยังเป็น ฟิล โจนส์ อยู่อย่างแน่นอน เขาได้หมายเลขที่เหมาะสมอยู่แล้ว หมายเลข 5 ริโอ เฟอร์ดินาน เจ้าของเดิมได้หมดสัญญากับ ปีศาจแดง ไปแล้ว เบอร์นี้จึงว่างอยู่ คาดว่าถ้า ปีศาจแดง ไม่ได้กองหลังคนใหม่ เบอร์นี้อาจจะว่างเลย เพราะน่าจะมอบให้กับนักเตะใหม่ หรือไม่ก็อาจตกเป็นของ คริส สมอลลิ่ง ก็เป็นได้ หมายเลข 6 ยังคงเป็นของลูกหม้อของทีมอย่าง จอนนี่ อีแวนส์ ไม่เปลี่ยนแปลง เขาเติบโตขึ้นมาจากชุดเยาวชนของสโมสร และเบอร์ 6 นี่เขาก็ได้ใส่สานต่อจาก เวส บราวน์ ที่มาจากอะคาเดมี่ เช่นเดียวกัน หมายเลข 7 ตั้งแต่ ไมเคิล โอเว่น สวมใส่กลายเป็นเลขอาถรรพ์ที่นักเตะไม่อยากได้กันไปแล้ว หลังจาก วาเลนเซีย ขอสละกลับไปใช้เบอร์เดิม เสื้อตัวนี้ก็ว่างลงทันที ไม่รู้เป็นคำสาปที่อดีตเด็กคู่รักคู่แค้น (ลิเวอร์พูล)ได้สวมใส่รึป่าว แต่ดูเหมือนว่าจะมีตัวเต็งอย่าง อันเดร์ เอร์เรร่า ที่อาจจะได้รับไป หมายเลข 8 ถึงแม้ว่า แอนเดอร์สัน จะกลับมาจากการยืมตัวแล้ว แต่ ฮวน มาต้า ก็น่าจะได้สวมเบอร์นี้อยู่ดี เพราะมันได้เปลี่ยนเจ้าของไปแล้ว หมายเลข 9 เป็นอีกเบอร์ที่ยังไม่มีผู้สวมใส่ แต่มีความเป็นไปได้ว่า ในยุคของ ฟาน กัล เราอาจจะได้เห็น โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ สวมใส่ก็เป็นได้ เนื่องจากในทีมชาติฮอลแลนด์ ฟาน กัล ก็ได้มอบหมายเลข 9 ให้ ฟาน เพอร์ซี่ ด้วยเช่นกัน แต่ยังมีม้ามืดอย่าง แดนนี่ เวลเบ็ค อีกคนที่อาจจะได้เบอร์ 9 ไปครอง หมายเลข 10 ยังคงเป็นศูนย์หน้าตัวความหวังของทีมอย่า เวย์น รูนี่ย์ อยู่เช่นเดิม สุดท้ายหมายเลข 11 ไรอัน กิ๊กส์ ได้ออกมาห้ามไม่ให้สโมสรยกเลิกเบอร์ 11 เพื่อตนเอง ดังนั้นเบอร์ 11 ของ แมนยู ก็ยังคงมีต่อไป แต่ผู้ใดจะได้สวมใส่หล่ะ ตัวเต็งเลยคือ อัดนาน ยานูไซด์ เขาได้รับเบอร์เลขเบิ้ล 44 จาก เซอร์อเล็กซ์ ซึ่งเหมือนบอกเป็นนัยๆ อยู่แล้วว่าต่อไปเขาจะต้องสวมเบอร์อะไรในอนาคต คลิป ตำนานเบอร์ 11 ไรอัน กิ๊กส์

ที่มาของ อิเห็ดเผาะ
ความรู้รอบตัว /  เกร็ดความรู้

ที่มาของ อิเห็ดเผาะ .. ในชีวิตประจำวัน หรือในภาพยนตร์หลายคนคงเคยได้ยินคำด่าคำนึง "อิเห็ดเผาะ" ฟังดูไม่หยาบคายแถมออกตลกซะด้วยซ้ำ ใช้ว่ากันแล้วมันเจ็บตรงไหน สงสัยจัง! แล้วคำนี้ที่เราใช้พูดกัน อยากรู้ไหมมันมีที่มาที่ไปยังไง? ตามทีนเอ็มไทยมาเร็ว ^^ ที่มาของ อิเห็ดเผาะ อิเห็ดเผาะ ที่เราชอบใช้พูดกันนั้น ความจริงแล้วมันมีอยู่จริง ไม่ใช่คำพูดลอยๆ นะคะ^^ เห็ดเผาะ (Barometer Earthstars ) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Astraeus hygrometricus หรือ เห็ดถอบ ในภาษาถิ่นภาคเหนือ เป็นเห็ดชนิดหนึ่ง ที่จัดอยู่ในวงศ์ Lycoperdaceae โดยจัดเป็นเห็ดที่ขึ้นได้เองธรรมชาติ ลักษณะของเห็ดเผาะเป็นลูกกลมๆ ขนาด 1.5-3.5 เซนติเมตร เมื่ออ่อนจะกลม ผิวเรียบสีขาวนวล มีรอยเปื้อนดิน ไม่มีก้าน อายุมากขึ้นผิวนอกจะเป็นสีน้ำตาลหรือเกือบดำ เนื้อเหนียว เห็ดเผาะมีเปลือกสองชั้น ชั้นนอกจะแตกเมื่ออายุมาก ด้านในเป็นถุงกลมสีขาวหม่น ด้านบนจะแตกเป็นช่องให้สปอร์ฟุ้งออกมา สปอร์รูปกลม มีหนาม สีน้ำตาล ขึ้นตามดินร่วนที่ถูกไฟไหม้ เห็ดเผาะพบได้ตามภาคเหนือและภาคอีสานในประเทศไทย สามารถนำมาเป็นอาหารได้และก็มีราคาแพง เนื่องจากปัจจุบันยังไม่สามารถทำการเพาะเลี้ยงได้  โดยเฉพาะชาวเหนือและชาวอิสาน เห็ดเผาะถือเป็นอาหารจากป่าที่เลิศรสหารับประทานยาก เวลาเคี้ยวแล้วให้ความรู้สึกกรอบ มัน เคี้ยวแล้วดังเผาะทุกครั้ง เพราะเห็ดเผาะกรอบ ข้างในกลวง เห็ดจะมีสีอ่อนหรือคล้ำ ขึ้นอยู่กับดินแหล่งกำเนิด ที่มา http://www.nextsteptv.com/

เข็ดคนในวงการ!! เปรม หันคบสาวนอกวงการ
เปรม บุษราคัมวงศ์ /  ข่าวบันเทิงวันนี้ / 

ขึ้นชื่อว่าเป็นหนุ่มหล่อหน้าตาดีมีเงินถุงเงินถัง เปรม บุษราคัมวงษ์ ทายาทแฟร์เท็กซ์ พัทยา ก็ไม่เคยขาดรัก ในอดีตเคยควงนักร้องสาวสวยเสียงดีระดับซุป’ตาร์อย่าง ทาทา ยัง มาแล้ว ขนาดหอบสินสอด 100 ล้านไปหมั้นหมาย แต่ไปๆ มาๆ รักนั้นก็สะบั้น ก่อนที่จะหันมาควงสาวงามความสวยการันตีจากเวทีนางสาวไทยอย่าง หมิง ชาลิสา อยู่พักหนึ่งก็เป็นอันเลิกรา พร้อมข่าวลือกระพือออกมาว่า “เปรม” ชอบไม้ป่าเดียวกัน จากวลีเด็ดที่หมิงให้สัมภาษณ์ว่า “มีแฟนเจ้าชู้ ดีกว่ามีแฟนเป็นเกย์” ทำให้มีหลายคนกังขากับความแมนของเปรมตั้งแต่นั้นมา แต่ดูเหมือนสาวๆ หลายคนยังอยากจะพิสูจน์ความแมน เพราะหลังจากนั้น He ก็ยังตกเป็นข่าวกับสาวๆ ในวงการไม่ขาดสาย ทั้งนางแบบโนเนม ดาราตัวประกอบ หรือแม้กระทั่ง จ๋า ณัฐฐาวีรนุช ก็ยังกิ๊กๆ กั๊กๆ กับหนุ่มเปรมมาแล้วจ้า ก่อนที่ฝ่ายชายจะหันไปคั่วลูกครึ่งสาวอดีตกิ๊กเก่าของ “เพชรจ้า” อย่าง “สาวซาร่า” พร้อมโชว์หวานอวดสื่ออยู่ระยะหนึ่ง แต่ไปๆ มาๆ ก็หมดโปรโมชั่นซะงั้น เมื่อรักกับสาวในวงการไปไม่ยืด “หนุ่มเปรม” เลยหันมาคั่วสาวนอกวงการที่แม้จะไม่ดังคับฟ้า มีคนรู้จักมากหน้าหลายตา แต่ถ้าวัดกันที่ความสวยแล้วก็ไม่เป็นรองใคร เพราะสาวหมวยผิวขาวออร่าจับที่ He ควงนางนี้ดูสวยใสน่ากอดน่าฟัดไม่แพ้ดาราสาวๆ ในวงการเลยทีเดียว ดูท่าหนุ่มเปรมจะเข็ดสาวในวงการแล้วหันมาติดใจสาวสวยหน้าหมวยนอกวงการซะแล้ว เปรม บุษราคัมวงษ์ เปรม บุษราคัมวงษ์ เปรม บุษราคัมวงษ์

สวยงาม! ไนกี้ เปิดตัวชุดเหย้าปีศาจแดงยึดเอกลักษณ์สีประจำสโมสร
ชุดแข่ง /  ปีศาจแดง / 

ไนกี้ เปิดตัวชุดแข่งทีมเหย้าทีมปีศาจแดง ประจำฤดูกาล 2014-2015ที่ผสานความลงตัวระหว่างสีแดง สีขาว และสีดำอันเป็นสีเอกลักษณ์ประจำสโมสร ไนกี้ ผู้นำนวัตกรรมผลิตภัณฑ์กีฬาระดับโลก เผยโฉมชุดแข่งทีมเหย้าของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประจำฤดูกาล 2014-2015 ที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์อันโดดเด่นของสโมสร ด้วยการใช้สีแดง สีขาว และสีดำ เพื่อสร้างความตราตรึงใจให้กับแฟนบอลทั่วโลก ชุดเหย้าแบบใหม่ของทีมปีศาจแดง สโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกอบด้วยชุดแข่งขันสีแดง คอเสื้อสีขาวและแถบสีแดงสลับสีดำในส่วนปลายแขน โดยมีกางเกงขาสั้นสีขาวพร้อมกับถุงเท้าสีดำคาดแถบสีแดง ซึ่งคอเสื้อสีขาวได้ถูกนำกลับมาใช้ใหม่อีกครั้งในปีนี้ พร้อมกับปรับเปลี่ยนคอเสื้อให้เป็นแบบคอเต่าเป็นครั้งแรก บริเวณปลายสุดของขอบคอเสื้อมีการเล่นลวดลายแบบเชฟร่อนเพื่อให้สอดคล้องกับเสื้อแข่งของทีมที่เคยใช้เมื่อต้นศตวรรษที่ 20 และนำมาใช้อีกครั้ง สำหรับกระดุมคอเสื้อได้รับการออกแบบเป็นสีแดง มีขอบสีดำและมีการสลักชื่อสโมสร โดยที่กระดุมนี้ได้ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษเพื่อให้กลมกลืนกับตัวเสื้อและเพื่อแสดงถึงจิตวิญญาณของทีม ขณะที่บริเวณคอเสื้อด้านในมีการพิมพ์คำว่า “เยาวชน, ความกล้าหาญ, ความเป็นเสิศเอาไว้อีกด้วย(Youth, Courage, Greatness) บริเวณใต้คอเสื้อด้านหลังมีการประทับรูปปีศาจสีดำ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของตราประจำสโมสร ส่วนบริเวณช่วงกลางหลังของตัวเสื้อนั้นใช้ลวดลายเชฟร่อน เพื่อเน้นย้ำถึงความสำคัญของลวดลายดังกล่าวที่มีต่อสโมสร  และนอกเหนือจากงานออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของไนกี้แล้ว ชุดแข่งขันของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รุ่นนี้ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีล่าสุดในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพของนักฟุตบอลและด้านความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย เทคโนโลยี ไนกี้ ไดร-ฟิต ได้ถูกพัฒนาเพื่อการระบายอากาศได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้นักฟุตบอลสามารถแสดงฝีเท้าได้อย่างเต็มที่ รู้สึกเย็นสบายและมั่นใจตลอดเวลาการแข่งขัน โดยมีช่องระบายอากาศที่ถูกเจาะด้วยเลเซอร์บนเนื้อผ้าชนิดพิเศษในบริเวณจุดสำคัญเพื่อเพิ่มการระบายอากาศบริเวณช่วงตัวและควบคุมอุณหภูมิร่างกายผู้เล่นได้ตลอด 90 นาที และเพื่อเพิ่มความนุ่มสบายและดูพอดีตัวกับผู้สวมใส่มากยิ่งขึ้น ชุดแข่งรุ่นล่าสุดนี้ยังได้ถูกตัดเย็บขึ้นจากด้ายผ้าฝ้ายและด้ายที่ผลิตจากโพลีเอสเตอร์รีไซเคิลอีกด้วย ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ยังคงเป็นสิ่งที่ไนกี้ให้ความสำคัญทุกๆครั้งที่สร้างสรรค์ชุดแข่งรุ่นใหม่ๆ และไนกี้ยังคงผลิตชุดกีฬาที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับนักกีฬาไปพร้อมๆกับการลดผลกระทบจากสิ่งแวดล้อม โดยชุดแข่งของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในปีนี้ทั้งตัวเสื้อ กางเกงและถุงเท้า ยังถูกผลิตมากจากผ้าโพลีเอสเตอร์ที่นำขวดพลาสติกมารีไซเคิลใหม่ ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 78  โดยชุดแข่งแต่ละชุดจะผลิตขึ้นจากขวดพลาสติกรีไซเคิลประมาณ 18 ขวด ทั้งนี้ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ไนกี้ได้เปลี่ยนขวดพลาสติกเหลือใช้กว่า 2 พันล้านขวดให้เป็นชุดกีฬาได้แล้ว ซึ่งการผลิตชุดกีฬาจากวัสดุเหลือใช้ยังทำให้ไนกี้ลดอัตราการใช้พลังงานในกระบวนการผลิตลดลงได้ถึงร้อยละ 30 เพิ่มการปรับปรุงให้กระชับยิ่งขึ้น เพื่อให้เหมาะสมกับผู้สวมใส่แต่ละคน ไนกี้ได้ทำการสแกนร่างกายของนักฟุตบอลชื่อดังแบบ 3 มิติ ซึ่งจะทำให้พอดีกับร่างกายและเคลื่อนไหวได้ดียิ่งขึ้น พร้อมกับส่งผลดีต่อความรู้สึกสบายและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับนักกีฬา ขณะที่ถุงเท้าแบบเข้ารูปไนกี้ อีลีทแมตช์รุ่นปี 2014 มีขนาดเบาบางกว่าเดิมและได้รับการปรับปรุงให้เหมาะสมกับการเล่นฟุตบอลมากยิ่งขึ้น นักออกแบบผลิตภัณฑ์กีฬาของไนกี้ได้พูดคุยกับนักฟุตบอลชื่อดังมากมาย เพื่อศึกษาข้อคิดเห็นของผู้เล่นแต่ละคนเกี่ยวกับถุงเท้าฟุตบอลที่พวกเขาสวมใส่ในขณะแข่งขัน ถุงเท้าฟุตบอลรุ่นใหม่ของไนกี้จึงมีส่วนที่เสริมวัสดุขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อปกป้องส่วนหัวแม่เท้ารวมถึงกระดูกข้อเท้า พร้อมกับมอบความนุ่มสบายและลดการบาดเจ็บให้กับนักกีฬา เนื่องจากทั้ง 2 จุดนี้คือส่วนที่มีการกระทบกับลูกบอลหรือคู่แข่งมากที่สุดขณะเล่นฟุตบอล ถุงเท้าฟุตบอลรุ่นใหม่นี้ยังช่วยปกป้องฝ่าเท้าเพื่อป้องกันการลื่นได้ดีกว่าเดิมอีกด้วย ถุงเท้าฟุตบอลรุ่นใหม่ของไนกี้ยังใช้วัสดุน้อยลงกว่าเดิมเพื่อให้ผู้เล่นสัมผัสบอลได้ติดเท้ากว่าเดิม บริเวณข้อเท้าและหน้าเท้ายังผลิตจากวัสดุที่ยืดหยุ่นได้เพื่อช่วยในการจับบอลอีกด้วย สำหรับชุดแข่งทีมเหย้าของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะเปิดโอกาสให้แฟนได้จับจองเป็นเจ้าของตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2557 ที่ร้านไนกี้ สาขาเทอมินอล 21 เซ็นทรัลเวิลด์ เอสคิว 1 ร้านซุปเปอร์สปอร์ต ร้านอาริ ฟุตบอล คอนเซปต์สโตร์ ร้านนกแก้ว ร้านเอฟบีที สปอร์ตคอมเพล็กซ์ และร้านแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมกะสโตร์ ทั้ง 7 สาขา

ฝรั่งน้อยใจภรรยา วางยาสลบลูกก่อนฆ่าปาดคอ
ข่าวด่วน /  ฆ่าปาดคอลูก / 

หนุ่มฝรั่งเศลน้อยใจภรรยาตีจาก จึงวางยาสลบปาดคอลูกวัย2ขวบจนเสียชีวิต ก่อนฆ่าตัวเองตายตาม วานนี้(7 ก.ค.)ตำรวจภูธรเมืองชลบุรี ได้เข้าตรวจสอบห้องพักแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี  หลังได้รับแจ้งมีว่ามีผู้เสียชีวิตในห้องพัก 2 ราย ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบศพเด็กชายอายุประมาณ 2 ขวบ อยู่ในสภาพศีรษะถูกคลุมด้วยถุงพลาสติกสีเหลืองมีเลือดไหลออกจำนวนมาก บริเวณคอมีมีดทำครัวเปอะเลือดวางอยู่ และข้างๆศพพบเข็มฉีดยาขนาดใหญ่ที่ใช้งานแล้วตกอยู่ด้วย เจ้าหน้าที่จึงทำการแกะถุงพลาสติกที่คลุมศีรษะเด็กออกพบว่าบริเวณใต้คางมีแผลถูกมีดบาดยาว 10 ซม. และลำคอถูกของมีดคมบาดจนถึงหลอดลม กระโหลกด้านหลังถูกกระแทกอย่างแรงจนแตก ขณะเดียวกัน ยังพบ Mr.Kerner Yonatan อายุ 31 ปี ชาวฝรั่งเศส สภาพศพนอนเปลือกกายอยู่ปลายเตียง ที่ศีรษะมีถุงพลาสติกใส่คลุมหัวแล้วเอายางรัด ตรวจสอบไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย แต่บริเวณประตูห้องน้ำพบสายไฟถูกผูกติดแล้วลากมาขาดที่ประตูห้องนอน นอกจากนั้นตรวจสอบภายในห้องรับแขกบนโต๊ะ พบขวดนม 1 ขวด ที่มีน้ำอยู่ภายในขวด และพบกล่องยา 3 กล่อง ที่ถูกใช้หมดแล้วระบุชื่อยา “NEMBUTAL 100 ML” ซึ่งเป็นยาประเภทกินแล้วหลับคล้ายยาสลบ จากการสอบสวนทราบว่าผู้ตายมีภรรยาเป็นคนไทยและได้หนีหายไปกว่า 2เดือนแล้ว โดยปล่อยให้ผู้ตายเลี้ยงลูกตามลำพัง จึงคาดว่าจะเป็นสาเหตุให้ผู้ตายเกิดอาการเครียด แล้วลงมือวางยาสลบลูกก่อนลงมือฆ่า จากนั้นพยายามใช้สายไฟผูกคอตายตามแต่ไม่สำเร็จ ก็เลยเอาถุงพลาสติกคลุมหัวฆ่าตัวตาย จาการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าเหตุดังกล่าวน่าจะเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา เพราะกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.57 เวลาประมาณ 14.47 น. ผู้ตายพาลูกออกไปทำธุระที่โบสถ์ ก่อนเข้ามาที่ห้องพักประมาณ 17.00 น. จากนั้นก็หายไปไม่มีใครเห็นหน้าเลย จนกระทั่งผู้ดูแลหอพักได้กลิ่นเหม็นออกมาจากห้องดังกล่าวจึงเปิดประตูเข้าไปดู สุดท้ายพบว่ามีผู้เสียชีวิตภายในห้องพักจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ Mthai News ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก กลุ่มคนอาสา กู้ชีพ กู้ภัย Thailand

ส.จอมเตะตั้ง ดร.สมคิด นั่งประธานสอบปัญหาโค้ชเช-น้องก้อย
ดร.สมคิด ปิ่นทอง /  นักเทควันโดสาวทีมชาติไทย / 

ตั้ง “รองจ๊ะ” ดร.สมคิด ปิ่นทอง นั่งประธานสอบสวนความผิดกรณี เช ยอง ซอก เฮดโค้ชเทควันโดชาวเกาหลีใต้ ทำร้ายร่างกาย “น้องก้อย” รุ่งระวี ขุระสะ จนเป็นข่าวฉาวไปทั่ว ระบุวันที่ 19 ก.ค.นี้ จะเรียกทั้งสองฝ่ายมาชี้แจง พร้อมให้ความยุติธรรมมากที่สุด เพื่อต้องการให้ปัญหาดังกล่าวจบเร็วไว ความคืบหน้ากรณี “น้องก้อย” รุ่งระวี ขุระสะ นักเทควันโดสาวทีมชาติไทย รุ่นประชาชนอายุ 23 ปี เจ้าของเหรียญทองแดงศึกชิงแชมป์เอเชีย 2014 ที่อุซเบกิสถาน ออกมาแฉในโลกสังคมออนไลน์ตัวเองว่า ถูก เช ยอง ซอก เฮดโค้ชเทควันโดทีมชาติไทยชาวเกาหลีใต้ ที่สร้างผลงานให้กับประเทศชาติ และสมาคมมากว่า 10 ปี ลงโทษเกินกว่าเหตุ ด้วยการทำร้ายร่างกาย หลังเจ้าตัวไม่มีความพร้อมในการเตรียมอุปกรณ์ป้องกันตัว แถมยังลืมบัตรไอดีการ์ดนักกีฬา และถุงมือ มาจากที่พัก จนเป็นเหตุให้ รุ่งระวี พ่ายแพ้ให้กับนักเทควันโดเกาหลีใต้ ขาดลอย 6-12 คะแนน ตกรอบแรก การแข่งขันเทควันโด โคเรียล โอเพน 2014 ที่ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งถือ เป็นอีกหนึ่งแมทช์สำคัญในการเก็บคะแนนสะสมไปโอลิมปิกเกมส์ จนเป็นข่าวอื้อฉาวไปทั่วในวงการเทควันโดไทย ณ เวลานี้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่ทำการสมาคมฯ ภายใน กกท.หัวหมาก “บิ๊กชา” ปรีชา ต่อตระกูล อุปนายกสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย เป็นประธานแถลงข่าวเปิดใจให้สัมภาษณ์กรณีดังกล่าวที่เกิดขึ้่นกับกองทัพสื่อมวลชนว่า เวลานี้ทราบข้อมูลต่างๆ บ้างแล้วว่า ปัญหามันเกิดจากอะไร แต่ไม่สามารถพูดได้อย่างละเอียด คงต้องรอให้ โค้ชเช และ“น้องก้อย” รุ่งระวี กลับมาก่อน เพื่อให้มีการสอบสวนเรื่องราวทั้งหมดอีกครั้ง ก่อนหน้านี้จะมีการเชิญ พล.ร.อ.สุรวุฒิ มหารมณ์ อดีตประธานคัดเลือกนักกีฬาทีมชาติไทย มาเป็นประธานตรวจสอบในเรื่องนี้ แต่เนื่องจาก “เสธ.โต” ติดภาระกิจ เลยทาบทาม “รองจ๊ะ” ดร.สมคิด ปิ่นทอง อดีตรองผู้ว่า กกท.มาดูแลในเรื่องนี้ พร้อมกันนี้จะมีการเรียกตัวคู่กรณีทั้งสองฝ่าย คือ โค้ชเช และรุ่งระวี มาสอบสวนในวันที่ 19 ก.ค.นี้ ที่ทำการสมาคมฯ เพื่อค้นหาความจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้นว่า ใครผิดใครถูก โดยเราจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ทุกอย่างว่า กันไปตามเนื้อผ้า ไม่มีการปกป้องคนผิดเอาไว้ เพื่อเป็นบรรทัดฐานที่ดีต่อไปในอนาคต เพราะสมาคมกว่าจะมายืนตรงจุดนี้ได้ ต้องใช้เวลาในการวสร้างนักกีฬา และวางระบบบริหารจัดการต่างๆ มานานกว่า 10 ปี จนผลงานเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของคนไทยทั้งชาติ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนี้มันเป็นเรื่องปัญหาภายในระหว่างโค้ชกับนักกีฬา เหมือนพ่อปกครองลูก หรือ ครูดูแลลูกศิษย์ มันไม่น่าจะมาเป็นประเด็นกระแสสังคมถึงขนาดนี้ ทั้งที่จริงนักกีฬาคนอื่นก็เคยโดนลงโทษแบบนี้ เผลอๆ อาจจะหนักมากกว่า รุ่งระวี ด้วยซ้ำไป แต่ทุกคนก็อยู่ร่วมกันได้ไม่เห็นมีปัญหาอะไรเลย อย่างไรก็ตามทุกอย่างจะได้ข้อสรุปในเร็ววันนี้ หาก โค้ชเช มีความผิดจริงลงโทษนักกีฬาเกินกว่าเหตุ สมาคมจะมีบทลงโทษทางวินัยต่างๆ ทันที แถมยังจะมีบทลงโทษจาก กกท.และสหพันธ์เทควันโดโลก รวมอยู่ด้วย ขณะที่ตัวนักกีฬาเองหากมีความผิด ก็เห็นควรให้สังคมช่วยกันพิจารณาเอาเองว่า เป็นเช่นไร และมันสมเหตุสมผลแล้วหรือไม่ เพราะเท่าที่รู้มา “น้องก้อย” รุ่งระวี เคยอยู่สโมสรอาร์ดีซี.ของคู่กรณี ที่เคยมีปัญหากับสมาคมฯมาก่อนในการเลือกตั้งนายกสมาคมคนใหม่เมื่อปี 56 ส่วนตัวไม่อยากคิดเลยว่า จะมีเรื่องการเมือง หรือ ผู้ใหญ่คนใดคอยชักใยอยู่เบื้องหลังให้นักกีฬาทำแบบนี้ จากนี้ไปจะเข้าสู่กระบวนการสอบสวนให้ทั้งสองฝ่ายรับความเป็นธรรม และโปร่งใสมากที่สุด อุปนายกสมาคมเทควันโดไทย ยังกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น จะเป็นบรรทัดฐานที่ดีต่อไปในอนาคต รวมไปถึงการวางกฏระเบียบลงโทษนักกีฬาว่า จะต้องมีมาตรการอย่างไรบ้าง เพื่อไม่ต้องการให้เกิดปัญหาเช่นนี้ขึ้นมาอีก เพราะส่วนตัวก็ไม่นิยมความรุนแรงอยู่แล้ว เช่นเดัยวกับนักกีฬาหากมีความผิดไม่เชื่อฟังผู้ฝึกสอนก็ต้องมีมาตรการเช่นเดียวกัน ร้างแรงสุดคือไล่ออกจากทีมชาติ ที่สำคัญต้องเข้าใจว่า เด็กไทยมีลักษณะนิสัยพื้นฐานอย่างไรบ้าง หากสมาคมไม่มีระเบียบวินัยและมาตรฐานที่ดี เงินทุกบาททุกสตางค์ที่เราได้รับจากภาครัฐบาลและสปอนเซอร์ต่างๆมันจะคุ้มค่ากันหรือไม่ เพราะนักกีฬาแต่ละคนกว่าจะปั้นมาถึงจุดนี้ได้หมดเงินไปไม่ใช่น้อย เอาแค่แมทช์นี้ค่าเดินทางและที่พักคนละหลายหมื่นบาท เราส่งนักกีฬาไปถึง 20 คน นี่ไม่รวมถึงสตาฟฟ์โค้ช คิดดูว่า เป็นเงินเท่าไหร่ แต่เมื่อมีปัญหากลับมาแบบนี้ทุกอย่างที่เราทุ่มเทลงไปมันทำให้หมดกำลังใจมิใช่น้อย ขณะที่ “น้องเล็ก” ชนาธิป ซ้อนขำ ฮีโร่เหรียญทองแดงโอลิมปิก เผยกรณีนี้ว่า ตัวเองก็เคยถูกโค้ชเช ทำโทษหนักแบบนี้มาก่อน แต่ก็รู้ดีว่า หากเราไม่ผิดโค้ชคงไม่ทำโทษอะไรเรา ที่สำคัญหากโค้ชไม่สนใจหรือใส่ใจจะไปคอยดูแลอะไรให้ทุกอย่าง อยากให้นักกีฬาได้ดี และประสบความสำเร็จ เนื่องจากมันเป็นระบบที่ใช้กันมานานแล้ว สำหรับความผิดพลาดของนักกีฬาที่เขาได้ย้ำไว้นักหนาทั้ง เรื่องระเบียบวินัย การทุ่มเทเอาใจใส่กับกีฬาที่ตัวเองรัก ส่วนตัวรู้สึกเห็นใจโค้ชเช ที่พยายามทำหน้าที่อย่างเต็มที่ แต่ก็ต้องมาถูกกล่าวหาในเรื่องแบบนี้ และอยากให้เรื่องนี้ยุติเร็วที่สุด เพราะมันเป็นเรื่องภายในแคมป์ทีมชาติไม่ควรเอามาพูดให้คนอื่นรับรู้ ซึ่งหากนักกีฬาคนไหนรับไม่ได้ก็ไม่น่าจะมาเล่นกีฬาต่อสู้แบบนี้

บรรหาร เข้ารพ.รามาฯ จริง แต่ปัดเข้า ICU จากถุงลมโป่งพอง
ข่าววันนี้ /  บรรหาร ศิลปอาชา / 

บรรหาร เข้ารพ.รามาฯ รักษาอาการเหนื่อย-หอบ ปัดเข้า ICU จากถุงลมโป่พอง ด้านแพทย์ที่ทำการรักษา และตัวแทนพรรคเพื่อไทยพัฒนายันชัดแข็งแรงดี รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อเข้ารับรักษาอาการเหนื่อย และหอบเพียงเล็กน้อย ไม่ได้ถูกนำตัวส่งไอซียู จากถุงลมโป่งพองตามที่เกิดเป็นกระแสข่าวแต่อย่างใด ภาพจาก @TNAMCOT โดยนพ.สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดี เผยว่า นายบรรหารเดินทางมารักษาตัวจริงเมื่อคืนนี้ ( 20ก.ค.) เนื่องจากมีอาการเหนื่อยและหอบเพียงเล็กน้อย แต่ขณะนี้อาการปลอดภัยดี และนายบรรหารได้ออกจากโรงพยาบาลช่วงเช้าที่ผ่านมา เพื่อไปปฏิบัติภารกิจเป็นประธานเปิดงาน และวางศิลาฤกษ์เจดีย์องค์พระยูไล ในเวลาฤกษ์ 09.15 น. ที่อุทยานมังกรสวรรค์ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรีอดีตนายกรัฐมนตรีบรรหาร ด้านนายนิกร จำนง ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เผยว่า นายบรรหารมีสุขภาพแข็งแรงดี และยังสบายดี โดยขณะนี้ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์ที่ จ.สุพรรณบุรี MThai news

กทพ.แจง เหตุรถดับเพลิงเฉพาะกิจ ราคาสูงถึงคันละ 1.3ล้าน
การทางพิเศษ /  ข่าววันนี้ / 

กทพ.แจง เหตุรถดับเพลิงเฉพาะกิจ ราคาสูงถึงคันละ 1.3ล้าน อ้างการสั่งประกอบพิเศษจึงมีราคาแพงกว่าท้องตลาด ยันคุ้มค่าในการลงทุน จากกรณีที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม หลังการทางพิเศษจัดซื้อรถดับเพลิงเฉพาะกิจในราคาสูงถึงคันละ 1,300,000 บาท ทั้งๆ ที่รถจักรยานยนต์รุ่น และยี่ห้อดังกล่าวมีราคา 300,000 - 400,000 บาทนั้น วานนี้ (16 ก.ค. 57) นายอำนวย ต้านศัตรู รักษาการในตำแหน่งรองผู้ว่าการฝ่ายปฏิบัติการ กทพ. ก็ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว ยืนยันว่าราคาไม่สูงเกินไป เพราะต้องมีการสั่งประกอบพิเศษ ทั้งขนาดเครื่องยนต์ และการติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิงชนิดพิเศษเข้าไปในรถด้วย จึงทำให้มีราคาสูงกว่าท้องตลาดดังกล่าว นอกจากนี้ยังต้องติดตั้งอุปกรณ์จำพวก ไฟวับวาบพร้อมไซเรน, ติดตั้งวิทยุรับ - ส่ง, ชุดผจญเพลิง ถุงมือ และหมวกดับเพลิงกันน็อคด้วย เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่ ซึ่งการมีรถดับเพลิงเฉพาะกิจ ถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นเพราะสามารถอำนวยความสะดวกประชาชนได้เร็วและทันท่วงทีหากเกิดเหตุ MThai news