มือปืนถุงป๊อปคอร์น

ป๊อปคอร์นมันน่ารำคาญ! คอหนังต่างชาติเริ่มแบนข้าวโพดคั่ว
Entertainment Now /  Mono 29 / 

“ป๊อปคอร์น” หรือ “ข้าวโพดคั่ว” กลายเป็นของขบเคี้ยวสำคัญที่อยู่คู่กับการชมภาพยนตร์มาเป็นระยะเวลานาน บางคนถึงขั้นที่ว่าต้องมีป๊อปคอร์นอยู่ด้วยทุกครั้งที่ชมภาพยนตร์ สิ่งที่ตามมาก็คือ “เสียง” ที่เกิดจากการคุ้ยและการเคี้ยว โดยเฉพาะซีนไหนที่เงียบหรือใช้กำลังส่งอารมณ์อยู่ หากมีเสียงไม่พึงประสงค์เหล่านี้ ก็อาจจะทำลายบรรยากาศของคนรอบข้างได้ ล่าสุดเมื่อเมื่อกลุ่มคนดูภาพยนตร์ที่อังกฤษออกแคมเปญแบนข้าวโพดคั่วหน้าโรงภาพยนตร์ ซึ่งผู้ริเริ่มโครงการนี้เล่าให้ฟังถึงบรรยากาศที่ถูกทำลายอย่างป่นปี้ เมื่อมีเด็กในรอบนั้นคุ้ยและกินข้าวโพดคั่วเสียงดังอย่างน่ารำคาญ ขณะเดียวกันทางฝั่งอเมริกาก็มีโรงภาพยนตร์ที่ปรับปรุงมาเพื่อรับมือปัญหานี้ ด้วยการเปลี่ยนโรงภาพยนตร์ให้กลายเป็นร้านอาหารสำหรับ 60 ที่ และเสิร์ฟอาหารว่างที่ใช้มือหยิบทานได้ และอาหารนั้นจะไม่ก่อให้เกิดเสียงดังแน่นอน เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนที่ไม่ต้องการให้มีอะไรมาทำลายสมาธิในการชมภาพยนตร์ได้ ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจแวดวงฮอลลีวูดได้ใน Entertainment Now วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.00 น. ช่อง MONO 29

แม่ค้าขึ้น
ขอร้องโจร /  ขึ้นป้ายขอร้องโจร / 

เจ้าของร้านขายกระดาษเครื่องเซ่นไหว้ตลาดบนเมือง จ.ลพบุรี ขึ้น "ป้ายขอร้องโจร" หลังถูกงัดร้าน 5 ครั้ง ที่ตลาดสดบนเมือง ตำบลท่าหิน อำเภอเมืองลพบุรี นางวันดี จันทระ อายุ 73 ปี เจ้าของร้าน ษ ปากน้ำพาณิช ที่เปิดขายกระดาษเครื่องเซ่นไหว้ และกับข้าวถุง ได้เขียนป้ายติดประกาศข้อความ "...ไม่ต้องเข้ามาจ้ะคุณโจร ไม่มีอะไรให้ขโมยแล้วจ้ะ ขอร้องละ นะคะคุณโจรขา... เงินทองไม่มีหลอกอย่ามางัดเลย..." โดยนำป้ายมาแขวนไว้ที่หน้าร้าน หลังถูกคนร้ายงัดประตู ถึง 5 ครั้ง ล่าสุดคนร้ายมาตัดกุญแจลักเอาทีวีสีขนาด 14 นิ้ว พร้อมกับหม้อหุงข้าวไฟฟ้าไป โดย นางวันดี เปิดเผยว่า ตนเองได้เปิดร้านขายกระดาษเครื่องเซ่นไหว้คนจีน และขายกับข้าวมาประมาณกว่า 50 ปีแล้ว ไม่เคยมีโจรขึ้นบ้าน แต่มาภายหลังช่วงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 ก็เริ่มมีโจรขโมยมารบกวน หลังเกิดเหตุบ่อยครั้ง ตนเองจึงติดไฟนีออนเพิ่มขึ้นที่หน้าร้านอีก 2 ดวง พร้อมกับเขียนป้ายขอร้องพวกโจรเอาไว้ที่หน้าบ้าน ปรากฏว่า ได้ผลตั้งแต่นั้นมาก็ไม่มีคนร้ายมาก่อเหตุอีกเลย ขณะที่ นางวรรณภาภรณ์ อื้อรัตน์ ผู้จัดการตลาด ระบุว่า ก่อนหน้านี้ ตลาดเคยติดตั้งตู้แดงของตำรวจ ซึ่งตำรวจจะต้องเดินทางมาเซ็นชื่อและตรวจความเรียบร้อย แต่หลังจากที่ได้มีการย้ายตู้แดงออก ก็ทำให้มีโจรขโมยมาก่อกวนเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นการขโมยเนื้อ หมูสด กุ้งแห้ง ของแห้ง ต้องให้แม่ค้าช่วยกันเก็บของให้อยู่ในที่ปลอดภัย MThai News

10 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเซ็กส์ ที่รู้ไว้ใช่ว่า ไม่เขินอายเวลาอยู่บนเตียง
sex /  เซ็กส์ / 

ถ้าเราไม่อยากพลาดเรื่องบนเตียง ก็ควรจะอ่านประดับความรู้ 10 เรื่องนารู้เกี่ยวกับเซ็กส์ ที่รู้ไว้ใช่ว่าไม่พลาดในเรื่องบนเตียง เพราะทุกๆ อย่างเราสามารถเรียนรู้ได้จากประสบการณ์ไม่ว่าจะดีหรือแย่ ที่ผ่านมาในชีวิตเรา ซึ่งเรื่องบางเรื่องที่ผิดพลาด เราก็อยากที่จะลืมๆ มันไป ไม่อยากให้มันเกิดขึ้น โดยเฉพาะกับเรื่องเซ็กส์ เรื่องบนเตียงเนี่ย ถ้ามันแย่แล้วโดนอีกฝ่ายเอาไปเม้าท์ต่อ ก็คงจะอายตายไปสามวันเจ็ดวันก็ว่าได้นะ ดังนั้นถ้าเรารู้วิธีหรือมีความรู้เรื่องพื้นฐานเกี่ยวกับเซ็กส์ไว้บ้างมันก็คงจะลดความพลาดได้ไม่มากก็น้อยแหละนะ วันนี้ Men.MThai เราก็เลยจะขอนำ 10 เรื่องนารู้เกี่ยวกับเซ็กส์ ที่รู้ไว้ใช่ว่าไม่พลาดในเรื่องบนเตียง มันเป็นเรื่องปกติ ที่ทุกคนจะมีอารมณ์ชอบอะไรแปลกๆ และการที่เล่นอะไรแบบนี้จะทำให้ชีวิตบนเตียงเราสนุกขึ้น มันเป็นเรื่องที่โอเค ที่เราหรืออีกฝ่าย จะคอยบอกเป็นคนนำ ให้ทำอะไรบ้างในระหว่างบรรเลงเพลงรัก เพื่อให้ได้ผลที่ดียิ่งขึ้น ในระหว่างที่มีเซ็กส์ร่างกายของมนุษย์เราอาจจะส่งเสียงอะไรออกมา นั่นถือเป็นเรื่องปกติ อายุมากขึ้นประสบการณ์ล้น หรือมีกล้ามที่แน่นฟิตและเฟิร์ม ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้บุคคลนั้น มีเซ็กส์ที่ดีขึ้น เซ็กส์หมู่ 3 อาจจะเป็นอะไรที่เข้าใจยาก จำไว้ว่าคนที่ 3 ก็คือ คนที่ 3 ยังไงคนที่ 2 ก็อยากจะให้เราทุ่มเวลาไปที่ตัวเองอยู่ดี การช่วยตัวเองบ่อยๆ จะทำให้การความรู้สึกตอบสนองของกระปู๋เราน้อยลง (ตายด้าน) กลิ่นของเซ็กส์ (ระหว่างมีเซ็กส์) คือกลิ่นที่ดี/แย่ ที่สุดที่เราเคยได้กลิ่น (อันนี้แล้วแต่คนว่าจะชอบไม่ชอบ) ถึงแม้ขนาดของผู้ชายเราจะไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่เรื่องขนาดเราสำคัญมากสำหรับสาวที่ซิงอยู่ เพราะว่าถ้าเราใหญ่เกินไป ฝั่งผู้หญิงที่เป็นครั้งแรกจะเจ็บมาก ถุงยางที่หมดอายุแล้วจะแตก และขาดง่ายเป็นพิเศษ อันนี้ควรระวังเป็นพิเศษครับ การมีเซ็กส์ไม่ได้นำพาไปสู่จุดสุดยอดทุกครั้ง (ทั้งหญิงและชาย) Men.MThai เรียบเรียงเนื้อหาต้นฉบับจาก Whisper

มึนงงทั้งสนาม? กรรมการกดแต้มเกิน ไฮเทค บุกเชือด โมโน แวมไพร์ แต้มเดียวบาสABL
ค้างคาวอมตะ /  ชิตชัย อนันติ / 

ศึกบาสเกตบอล ชิงแชมป์อาเซี่ยน 2015 หรือ ABL เป็นการเปิดสายเลือดระหว่าง โมโน แวมไพร์ ที่ได้เปิดสนาม มหาวิทยาลัย ศรีปทุม (บางเขน) รับการมาเยือนของ ไฮเทค บางกอก ซิตี้ กอนที่ "สิงห์ทุ่งครุ" จะเป็นฝ่ายเอาชนะ "ค้างคาวอมตะ" ไปในช่วงต่อเวลาด้วยคะแนน 104-105 ท่ามกลางความมึนงงของแฟนๆบาสเกตบอลที่เข้าไปชมกันในสนาม เนื่องจากกรรมการติดสินลดแต้มทางฝั่งเจ้าถิ่นไป 1 คะแนนในช่วง 5 วินาทีสุดท้ายในช่วงต่อเวลาพิเศษ [ควอเตอร์ที่ 1] เปิดฉากมาถือว่าทั้งสองทีมสู้กันได้อย่างสูสี ผลัดกันทำแต้มไล่เบียดไปมาจนเวลาเดินทางผ่านมาถึงช่วงกลางควอเตอร์ เป็นทางผู้มาเยือนที่อาศัยความฉกาจจากบรรดามือปืนวงนอกส่องสามแต้มให้ ไฮเทค บางกอก ซิตี้ เริ่มทำแต้มฉีกขึ้นมาพร้อมกับสามารถปิดฉาก 10 นาทีแรกด้วยการขึ้นนำ "ค้างคาวอมตะ" ไปได้ 21-26 [ควอเตอร์ที่ 2] หลังจากได้กลับไปปรับแท็คติกกันในช่วงพักเบรค กลับมาตรงนี้ดูท่าทางฝั่ง โมโน แวมไพร์ จะได้ยาดี ไล่ทุบเกมรับ "สิงห์ทุ่งครุ" ด้วยการทำแต้มสลับทั้งวงในและวงนอก จนแต้มกลับมาหายใจลดต้นคอด้วยระยะห่างเพียง 2 แต้ม ทำให้กุนซือของ ไฮเทค บางกอก ซิตี้ จำเป็นต้องขอเวลานอก และกลับลงไปด้วยแผนการณ์อันแยบยลใช้ความหนาของ คริส ชาร์ลส เก็บกินใต้แป้นได้หลายครั้งจนแต้มฉีกนำห่างไปไกลก่อนจบครึ่งทางของเกมที่คะแนน 40-51 [ควอเตอร์ที่ 3] เปิดฉากครึ่งทางของเกมถือว่ารูปเกมดุเด็ดเผ็ดมันส์ และมีครบทุกรสชาติ โดยทาง โมโน แวมไพร์ ปรับหมากมาอาศัยการทำแต้มจากวงนอกของ รัชเดช เครือทิวา และกานต์ณัฐ เสมอใจ ฟอร์มเข้าฝักเก็บแต้มได้เป็นกอบเป็นกำแบบถูกที่ถูกเวลา ขณะเดียวกัน "ค้างคาวอมตะ" ที่ฟอร์มกำลังโดดเด่นเรื่องเกมรุก แต่ก็มีช่องโหว่ขนาดใหญ่ในเรื่องเกมรับและมักจะทำพลาดกันเองง่ายๆ ทำให้เป็นโอกาสของทาง ไฮเทค บางกอก ซิตี้ ที่ใช้ความเร็วของบรรดาเกมรุกบุกขึ้นไปเก็บแต้มได้เป็นกำเป็นกำเช่นเดียวกัน สุดท้ายจบควอเตอร์ 3 "สิงห์ทุ่งครุ" ยังคงเป็นฝ่ายขึ้นนำที่สกอร์ 65-77 [ควอเตอร์ที่ 4] สิบนาทีสุดท้ายถือเป็นเกมระดับ 5 ดาวของศึกแห่งศักดิ์ศรีของวงการบาสเกตบอลไทยอย่างแท้จริง เมื่อ "ค้างคาวอมตะ" ไม่ยอมตายง่ายๆสมชื่อ หลังจากมาได้ กานต์ณัฐ เสมอใจ ส่องสามคะแนนแบบติดๆกัน ช่วยให้แต้มที่ตามห่าง เบียดไล่มาในระยะประชิด ก่อนที่ช่วงท้ายเกม โมโน แวมไพร์ จะเหลือคะแนนตามหลัง "สิงห์ทุ่งครุ" ห่างเพียง 2 คะแนน สุดท้ายเป็นทาง ชิตชัย อนันติ มาเป็นฮีโร่ให้กับ "ค้างคาวอมตะ" แหวกขึ้นไปเลย์อัพให้แต้มกลับมาเท่ากันใน 5 วินาทีสุดท้ายอย่างเหลือเชื่อ ก่อนที่จะจบควอเตอร์ที่ 4 ด้วยการเสมอกันไป 95-95 ต้องไปดวลกันต่อในช่วงต่อเวลาพิเศษ [ช่วงต่อเวลาพิเศษ 5 นาที] รูปเกมถือว่าคู่คี่สูสีผลัดกันชิงจังหวะทำแต้มขึ้นนำได้ด้วยทั้งสองทีม และสกอร์เป็นแบบนี้จนมากระทั่ง 5 วินาทีสุดท้าย(ไฮเทค บางกอก ซิตี้ นำอยู่ 103-105) และเป็นทาง ไมเคิล เฟรย์ กระโดดค้างตัวกลางอากาศรับบอลที่ยิงพลาดของเพื่อนร่วมทีมขึ้นทำแต้มได้ ทำให้ทุกอย่างกลับมาเท่ากันที่สกอร์ 105-105 แต่หลังจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์วุ่นวายขึ้นเมื่อทางฝั่ง ไฮเทค บางกอก ซิตี้ ประท้วงว่ากรรมการกดคะแนนผิดพลาด(ที่จริงต้องเป็น 104-105) ซึ่งทางฝั่ง โมโน แวมไพร์ ก็ไม่ยอมรับคำตัดสินเนื่องจากก่อนหน้านี้สกอร์บอร์ดขึ้นแต้ม 103-105(ที่จริงต้องเป็น 102-105) จึงสามารถยิง 2 คะแนนได้ เพราะจะทำให้สถานการณ์ทุกอย่างกลับมาเท่ากันท่ามกลางเวลาที่สุดแสนจำกัดเพียง 5 วินาที >>> และสุดท้ายกรรมการติดสินให้ลดแต้มของ โมโน แวมไพร์ (จากเดิมที่ขึ้นบนสกอร์บอร์ด 105-105) มาเป็น 104-105 ทำให้ ไฮเทค บางกอก ซิตี้ เป็นฝ่ายเก็บชัยท่ามกลางความวุ่นวายไปในทึ่สุด ทั้งนี้ เกมนัดต่อไปของ โมโน แวมไพร์ มีคิวเล่นในบ้านรับการมาเยือนของ เวสต์พอร์ท มาเลเซีย ดราก้อน ในวันเสาร์ที่ 30 มกราคม 2559 ขณะเดียวกัน ไฮเทค บางกอก ซิตี้ ที่ยังคงมีลุ้นทะลุรอบเพลย์ออฟจะได้บุกไปเยือน ไซง่อน ฮีท วันศุกร์ที่ 29 มกราคม 2559 แฟนๆบาสเกตบอลสามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับศึก ABL พร้อมกับรับชมเกมการแข่งขันแบบสดๆได้ที่ >> คลิก..!!

ป่วนเมือง! พบกู้วัตถุคล้ายระเบิดย่านลาดพร้าว จนท.เร่งกู้
EOD /  กู้ระเบิด / 

พบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดใส่ไว้ในถุงวางไว้ภายใน ซอยลาดพร้าว 114 เบื้องต้นขณะนี้เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด EOD เข้าตรวจสอบแล้ว เมื่อเวลาประมาณ 11.25 น. วันนี้ 28 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดใส่ไว้ในถุงวางไว้ภายใน ซอยลาดพร้าว 114 เบื้องต้นขณะนี้เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด EOD เข้าตรวจสอบแล้ว พบว่าวัตถุข้างในถุงเป็นเพียงแกนทิชชู่พันด้วยสายไฟ ให้ดูคล้ายกับวัตถุระเบิด ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้เก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อสืบหาผู้นำวัตถุดังกล่าวที่นำมาวางไว้ คาดว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ป่วนเมือง อย่างไรก็ตามหากมีความคืบหน้าอย่างไร ทางทีมข่าว MThai News จะรายงานให้ทราบต่อไป ขอบคุณภาพจาก กู้ภัยฯ ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

แชร์ประสบการณ์! ภัยร้ายจาก มดลูก ที่ผู้หญิงต้องรู้
ช็อกโกแลตซีสต์ /  ประจำเดือน / 

หลากประสบการณ์ ภัย มดลูก ที่ผู้หญิงต้องรู้          เมื่อถามไถ่ถึงปัญหาจึงรู้ว่า เวลามีประจำเดือน เธอมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง ต้องกินยาแก้ปวด และถึงขั้นต้องนอนกอดกระเป๋าน้ำร้อนตลอดทั้งวัน จนไม่สามารถพยุงร่างให้มาทำงานได้ ฉันจึงเตือนเธอว่า อย่าชะล่าใจ เพราะการปวดประจำเดือนไม่ได้หมายถึงอาการปวดท้องอย่างเดียว แต่ยังสะท้อนปัญหาสุขภาพ มดลูก ซึ่งอาจมีโรคร้ายแฝงอยู่บันทึกอาการผิดปกติของมดลูก เกือบช็อค เพราะ ช็อกโกแลตซีสต์ อาการประจำเดือนมาน้อยผิดปกติ หรือขาดหายไปนานหลายเดือน ของ คุณจารุวรรณ เสมอวงศ์ อายุ 48 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัว จังหวัดชลบุรี กลายเป็นเรื่องปกติสำหรับเธอ เพราะเป็นอาการที่เป็นมาตั้งแต่ย่างเข้าสู่วัยสาว      เมื่อก้าวสู่วัยของการสร้างครอบครัว ปัญหาประจำเดือนมาน้อยผิดปกติ ก็เป็นอุปสรรคสำคัญของชีวิตคู่ โดยเธอกลายเป็นคนมีบุตรยาก กอรปกับการทำงานหนัก จนละเลยสุขภาพของตัวเอง “เจ็ดวันทำแต่งาน ไม่รู้วันหยุดเป็นอย่างไร ...กว่าจะได้นอนก็ตีสอง ตื่นตีห้า พอหกโมงเช้า ไปทำงานแล้ว” เรื่องอาหารการกินยิ่งไม่เคยใส่ใจ ยึดหลัก สะดวก รวดเร็ว และต้องทันใจ หิวเมื่อไหร่ก็คว้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปใกล้มือฉีดซองเทใส่ชาม เติมน้ำร้อน ตักใส่ปาก และกลืนเข้าท้องอย่างรีบเร่ง หรือบางครั้งก็กินอาหารไปพร้อมกับการทำงานจนปัญหาสุขภาพก่อตัวขึ้น       เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ความผิดปกติที่ซ่อนเร้นในร่างกาย ก็เปิดเผยตัวตนขึ้น ประจำเดือนที่เคยมาน้อย หรือแทบจะไม่มีเลย ก็กลับไหลออกมามากไม่หยุด และมีลักษณะเป็นลิ่ม เป็นก้อน ทำให้เธอ เกิดอาการ ใจสั่น ตัวเย็น จนเกือบช็อคหมดสติในห้องน้ำ พอตั้งสติได้และรีบไปโรงพยาบาล เพื่อตรวจหาสาเหตุ เธอจึงรู้ว่าขณะนั้นในร่างกายมีก้อนช็อกโกแลตซีสต์ ที่โตมากกว่า 3 เซนติเมตร เกาะอยู่ที่ มดลูก ทั้ง 2 ข้างแล้ว นับจากวันนั้น การมีประจำเดือนของเธอก็เปลี่ยนไป อย่างหน้ามือเป็นหลังมือ        มีทุกเดือน โดยในวันแรก ๆ พร้อมด้วยความทุกข์ทรมานจากอาการปวดท้องอย่างหนัก เลือดประจำเดือนจะมีปริมาณมาก และ มีลักษณะเป็นลิ่ม เป็นก้อน อาการดังกล่าวจะหายไปเมื่อ เข้าสู่วันที่ 3 และประจำเดือนจะมาไม่เกิน 4 วัน ในทางการแพทย์ปัจจุบันเชื่อว่า การเกิดถุงน้ำหรือช็อกโกแลตซีสต์ เพราะเลือดระดู หรือ เลือดประจำเดือนไหลย้อนกลับ คือแทนที่ จะออกมาทางช่องคลอดตามปกติ แต่อาจจะมีเลือดระดูส่วนหนึ่งไหลย้อนกลับเข้าไปในช่องท้อง ไปฝังตัวที่รังไข่จน ทำให้เกิดเป็น ช็อกโกแลตซีสต์       ลักษณะเซลล์ของ ช็อกโกแลตซีสต์ เป็นเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูก เมื่อผู้หญิงมีประจำเดือน (คือ การที่เยื่อบุโพรง มดลูกลอกตัวออกมา) ช็อกโกแลตซีสต์ ดังกล่าวก็จะมีเลือดออกในถุงด้วย ในแต่ละเดือนที่ผ่านไป ช็อกโกแลตซีสต์ ก็จะมีเลือดออกเพิ่มขึ้นๆ นั่นหมายถึง ช็อกโกแลตซีสต์ก็จะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ  เมื่อชีวิตถูกฉุดรั้ง ด้วยพังผืด ภายหลังจากการคลอดลูกฝาแฝดด้วยการผ่าตัด คุณพิมพ์ชนก แก้วน้ำ อายุ 30 ปี อาชีพพนักงานบริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดระยอง มีอาการหนาวสั่น สะท้านไปทั่วร่างกาย อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน     เธอต้องสวมใส่เสื้อกันหนาวตลอดเวลา และถ้าใครได้สัมผัสมือหรือเท้า ก็จะรู้สึกได้ว่าอวัยวะทั้งสอง นั้นเย็นเฉียบ ราวน้ำแข็ง ปัญหาสุขภาพกลายเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน จนในที่สุดเธอต้องตัดสินใจหันหลังให้กับงานประจำ เพราะทนทรมานอยู่ในห้องปรับอากาศตลอดวันต่อไปไม่ไหว      เธอตัดสินใจเดินทางมาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านแพทย์แผนไทย ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ทำให้เธอรู้ว่า อาการผิดปกติที่เกิดขึ้นนั้นมีสาเหตุมาจาก พังผืดมดลูก เพราะโลหิตทุจริตโทษจากการคลอดบุตร พระคัมภีร์มหาโชตรัต ซึ่งเป็นตำราการแพทย์แผนไทยที่กล่าวถึงเฉพาะโรคสตรี อธิบายว่า ความผิดปกติเกี่ยวกับประจำเดือนของผู้หญิง มี 2 ลักษณะ คือ โลหิตปกติโทษ และ โลหิตทุจริตโทษ โลหิตปกติโทษ เป็นอาการที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกเดือนของสตรีที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ เช่น ปวดท้อง ปวดหลัง แต่เมื่อประจำเดือนมาแล้วอาการเหล่านี้ก็จะหายไป     ถ้าไม่หายและมีอาการรุนแรงขึ้น ก็จะเรียกว่า โลหิตทุจริตโทษ ซึ่งต้องตรวจดูต่อไปว่ามีความผิดปกติ หรือโรคร้ายแรงเกิดขึ้นหรือไม่จึงทำให้โลหิตประจำเดือนมาผิดปกติ ซึ่งมีอาการดัง เช่น มามากเกินไป, มาน้อยเกินไป, มาไม่ตรงเวลา นอกจากนี้ คุณพิมพ์ชนก ยังพบว่า มีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย นั่นคือ ก่อนมีประจำเดือน - ก่อนมีประจำเดือน 2-3 วัน มีอาการปวดหน่วง ๆ ที่ท้องน้อยอย่างรุนแรง พร้อมกับอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด ระหว่างมีประจำเดือน - เมื่อเริ่มมีประจำเดือนไหลออกมาใน วันที่ 1 และ 2 ยังคงมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรงต่อไป ลักษณะเลือดประจำเดือนมีสีแดง เป็นลิ่ม เป็นก้อน ขนาด 1-2 เซนติเมตร หลุดออกมา - เมื่อเข้าวันที่ 3 และ วันที่ 4 อาการปวดประจำเดือน ค่อย ๆ ทุเลาลง ลักษณะเลือดประจำเดือน เปลี่ยนเป็นสีคล้ำ เกือบดำ (เป็นเลือดที่สะสมคั่งค้างเพราะการคลอดบุตร) - เมื่อตรวจโดยคลำดูบริเวณหน้าท้อง ก็จะพบว่ามีก้อนขนาดเล็กคล้ายเม็ดทรายหรือเม็ดพุทรากระจายอยู่เต็มท้อง       หลังมีประจำเดือน มีอาการปวด มึนศีรษะ เป็นระยะ หลังจากใช้เครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยตรวจร่วมด้วยก็พบว่า คุณพิมพ์ชนกมี พังผืดในมดลูก สาวๆควรไปตรวจภายในทุกปีเพื่อลดความเสี่ยงจากโรคภัยต่างๆ ด้วยรักและหวังดีนะคะ ติดตามอ่านเนื้อหาทั้งหมดได้ใน นิตยสาร ชีวจิต ฉบับที่ 308

ระวังให้ดี ! ผลวิจัยใหม่ชี้ 'โรคซิกา' ติดต่อทางการจูบ
Brazil /  Us World / 

นับได้ว่า เป็นสัญญาณไม่ดี สำหรับ 'ไวรัสซิกา' ที่มีความเป็นไปได้ว่า อาจจะแพร่กระจายไปทั่วโลกได้ในไม่ช้า ความกังวลเกี่ยวกับการแพร่กระจายของเชื้อดังกล่าว ทำให้องค์การทางการแพทย์ทั่วโลก พยายามศึกษา และค้นคว้าทำความเข้าใจต่อการรับมือกับโรคดังกล่าวอย่างจริงจัง ล่าสุดเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ได้ออกมาประกาศเตือนหญิงตั้งครรภ์ ให้หลักเลี่ยงการใช้ริมฝีปาก สัมผัสกับริมฝีปากของผู้อื่น และใช้ถุงยางอนามัยควบคู่ไปกับการมีเพศสัมพันธ์ เพราะมีความเป็นไปได้ว่า 'ไวรัสซิกา' จะติดต่อทางการจูบ หรือ การมีเซ็กส์ เจ้าหน้าที่จากองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น เรียกร้องให้หลายประเทศในแถบละตินอเมริกา ผ่อนปรนกฎหมายข้อห้ามการทำแท้งในทุกกรณี เพราะเด็กที่เกิดจากมารดาที่มีเชื้อซิกา อาจเกิดมามีสมองผิดปกติ และศีรษะเล็กกว่าเด็กทารกทั่วไป ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ มีความเชื่อมโยงกับไวรัสซิกาทั้งสิ้น โดยข้อแนะนำดังกล่าว เริ่มขึ้นที่ประเทศบราซิล ที่มีเชื้อซิการะบาดรุนแรงที่สุดเป็นประเทศแรก เนื่องจากมีการพบเชื้อไวรัสในน้ำลาย และปัสสาวะ ซึ่งนั่นหมายความว่า เชื้ออาจจะปะปนอยู่ในของเหลวในร่างกาย แต่ยังไม่มีความแน่นอน หากแต่จะต้องศึกษาค้นคว้าต่อไป นอกจากประชาชนจะต้องระมัดระวังเรื่องการจูบกับผู้อื่นแล้ว ยังต้องระวังในการใช้อุปกรณ์รับประทานอาหารกับผู้อื่นร่วมด้วยเพื่อความปลอดภัย โดยประกาศได้ถูกปล่อยออกมาในช่วงวันศุกร์ที่ 5 ก.พ. ที่ผ่านมา เพราะจะเป็นช่วงติดกับวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งคนส่วนใหญ่จะออกมาปาร์ตี้สังสรรค์กันเป็นจำนวนมาก นักวิทยาศาสตร์ ให้ความเห็นว่า ไวรัสซิกา เป็นเชื้อที่มีความท้าทายในการคิดค้นวิจัยอย่างสูง ทั้งนี้ทั้งนั้น มีการแพร่กระจายผ่านทางยุงเป็นพาหะ และเป็นผลให้เกิดการแพร่กระจายไปกว่า 20 ประเทศในทวีปอเมริกา แม้ว่าซิกา จะเป็นโรคที่ไม่ส่งผลรุนแรงมากนัก แต่อาจส่งผลต่อทารกในครรภ์ผู้ป่วย ทั้งนี้อาจเป็นชนวนไปสู่การเจ็บป่วยในรูปแบบอื่น ๆ ได้ ดูบทความต้นฉบับ : Brazil warns pregnant women not to kiss due to Zika virus

อ้วนเข้าใจ! 10 สิ่งที่สาวบิ๊กไซส์เข้าใจและต้องเจอแบบเลี่ยงไม่ได้
คนอ้วน /  สาวอึ๋ม / 

สาวอ้วน ในไทย อาจไม่มีไซส์ชัดเจนใช่มั้ยล่ะคะ แต่สำหรับฝรั่งมังค่าแล้ว ไซส์ 16 คือไซส์ที่เริ่มแสดงออกแล้วว่าคุณน่ะเข้าขั้น เป็นสาวอ้วน แล้ว  หายนะของคุณเริ่มบังเกิดขึ้นแล้วหล่ะ จะปฏิเสธก็ไม่ได้ หลักฐานคาตาแบบนี้ และนอกจากการซื้อเสื้อที่ยากขึ้นแล้ว คุณจะต้องเผชิญกับอะไรอีกบ้าง ...  บอกเลยงานนี้คนอ้วนเท่านั้นที่เข้าใจ 1. ถุงน่องจะเริ่มคับ เมื่อคุณเข้าสู่ไซต์ 16 ถุงน่องคุณจะเริ่มคับคุณจะอึดอัดกับถุงน่อง ต้อง ฮุ่ยเล่ฮุ่ย ใส่ในแต่ละวัน และแน่นอนที่สุดว่าคุณจะใส่ได้แต่ถุงน่องสีดำ  ร้องไห้หนักมาก โฮๆ  2. ใส่กางเกงยีนไม่สวย  กางเกงยีนที่แสนจะดูดียามที่มันอยู่บนหุ่นโชว์ แต่เมื่อมาอยู่บนหุ่นฉันทำไม่มันแย่เช่นนี้ ฮือๆ เสียใจ 3. กอดผู้หญิงตัวเล็กมิด  ถ้ากอดคนตัวเล็กๆแล้วบังมิดหล่ะก็ ใช่เลย 4. นมตู้ม  ถ้าหน้าของคุณเริ่มเต็มบราจนล้น หรือต้องเปลี่ยนไซส์เสื้อในล่ะก็ นั่นแหละชัดเลย 5.สายตาที่มองมาของสาวตัวเล็ก   คุณจะต้องเจอสายตาดูถูกจากสาวตัวเล็กและหุ่นดีฟรุ้งฟริ้ง ใส่ส้นสูงเปรี๊ยะ นี่ชั้นไปแย่งข้าวแกกินหรือไงยะ!     6. ร้านแบรนด์ในห้าง ไม่เป็นมิตรกับคุณอีกต่อไป  ก็เสื้อผ้าร้านเหล่านี้ใส่ไม่ได้และหล่ะสิ 7. สายตาของผุู้คนที่ได้ยินว่าคุณจะออกกำลังกาย  เป็นอย่างไรดูตามภาพเลยยย... (เชื่อว่าหลายคน คงเคยโดน)   8. เสื้อผ้ามีแต่ลายทาง หรือสีเข้ม ก็มันอวบนีสนึงอ่ะเนอะ เลยต้องใส่ลายทางลงหน่อย จะได้ดูผอมๆ 9. summer เศร้า  จะใส่ บิกินี่ ทั้งทีก็ไม่ได้ จะลดก็ไม่ทัน ได้แต่ดูคนอื่นใส่กันสวยๆ ครั้นจะใส่มั่นใจเหมือนป้าฝรั่งแก่ๆ ก็ไม่กล้า จะมีหน้าร้อนไว้ทำมายยยย 10. ใส่ชุดแซกไม่สวย ชุดบางตัวก็เล็กไป พอจะใหญ่ก็ใหญ่เกิ๊น มันไม่ใช่ความผิดฉันนะ แค่กินเยอะไปนิดเดียวเอง ที่มา Metro.co.uk เรียบเรียงโดย Women Mthai Team ขอบคุณรูปจาก Huffintonpost

ภัยเงียบ จาก กล่องโฟม กินสบายตายเร็ว
กล่องโฟม /  ภัยเงียบ / 

นพ.วีรฉัตร กิตติรัตนไพบูลย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านบรรจุภัณฑ์ บริษัทบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม ได้ให้ความรู้ว่า กล่อง โฟมที่ใช้ตามท้องตลาดทั่วไป (Styrofoam) เป็นของเสียเหลือทิ้งสีดำ ๆ จากกระบวนการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ประกอบด้วยสารสไตรีน (Styrene) มีโครงสร้างโมเลกุลคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ในเพศหญิง อาหารตามสั่งที่บรรจุกล่องโฟม จึงเป็นแหล่งสะสมสารสไตรีน ซึ่งเป็นสารที่ออกฤทธิ์ทำให้สมองมึนงง สมองเสื่อมง่ายหงุดหงิดง่าย มีผลทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ และเป็นสารก่อมะเร็งอีก 3 ชนิด ถ้าเป็นผู้ชายรับประทานเข้าไปมาก ๆ มีโอกาสเสี่ยงเป็น โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ขณะที่ผู้หญิงมีโอกาสเป็น มะเร็งเต้านม และทั้งสองเพศมีโอกาสสูงต่อการเป็น มะเร็งตับ แม้จะไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำก็ตาม สำหรับสไตรีน ถือเป็นสารอันตรายที่สหรัฐฯ เพิ่งประกาศขึ้นบัญชีสารก่อมะเร็ง หญิงมีครรภ์ที่รับประทานอาหารบรรจุในกล่องโฟม ลูกมีโอกาสสมองเสื่อมเป็นเอ๋อ อวัยวะบางส่วนพิการ ส่วนคนทั่วไปถ้ารับประทานอาหารกล่องโฟมทุกวัน วันละอย่างน้อย 1 มื้อ ติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี จะมีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งสูงกว่าคนปกติถึง 6 เท่า ทั้งนี้ ผู้บริโภคมีโอกาสได้รับสารสไตรีนในกล่องโฟมได้ง่ายถึง 5 ปัจจัยได้แก่ 1. อุณหภูมิที่ร้อนขึ้นหรือเย็นลง ทำให้สไตรีนซึมเข้าสู่อาหารได้สูง 2. ถ้าปรุงอาหารโดยใส่น้ำมัน น้ำส้มสายชูแอลกอฮอล์ จะดูดสารสไตรีนจากกล่องโฟมได้มากกว่าปกติ 3. ถ้าซื้ออาหารใส่กล่องทิ้งไว้นาน ๆ ไม่ได้รับประทาน อาหารจะดูดสารสไตรีนได้มาก 4. ถ้านำอาหารที่บรรจุโฟมเข้าไมโครเวฟ สไตรีนจะไหลออกมาในปริมาณมาก 5. ถ้าอาหารสัมผัสพื้นที่ผิวกล่องโฟมมาก ๆ รวมถึงร้านไหนตัดถุงพลาสติกใสรองอาหาร ขอบอกว่าได้รับสารก่อมะเร็ง 2 เด้ง ทั้งสไตรีนและไดออกซินจากถุงพลาสติกเลยทีเดียว นพ.วีรฉัตร กล่าวเตือนด้วยว่า อาหาร ตามสั่งหรือข้าวราดแกงกับไข่ดาวหรือไข่เจียวร้อน ๆ อาจจะไปละลายผนังกล่องโฟม เสมือนรับประทานอาหารคลุกสไตรีนไปด้วย ถึงกระนั้น ไข่ดิบที่วางขายในแผงไข่พลาสติก สารสไตรีนมีโอกาสวิ่งเข้าในเปลือกไข่ได้เช่นกัน ถ้าเลือกไข่ดิบควรเลือกซื้อจากแผงไข่กระดาษจะปลอดภัยที่สุด

เฮ้ยมันคือเรื่องปกติ! สิ่งแปลกๆ ที่เกิดขึ้นกับ หน้าอก ที่คุณมักคิดไปเอง
นม /  หน้าอก / 

ปฏิเสธไม่ได้ว่า "หน้าอก" หรือ "นม"  นั้นเป็นสัญลักษณ์ของสาวๆ เลยก็ว่าได้ จึงเป็นส่วนสำคัญที่สาวๆต่างก็ให้ความสำคัญ เพราะการให้ความสำคัญมากไป บางทีจึงสร้างความกังวลให้ได้ไม่น้อย บ้างก็กังวลว่า หัวนมดำบ้าง มีขนหน้าอกบ้าง เอาล่ะ ไม่ต้องตื่นตระหนกไปนะสาวๆ ถ้าหน้าอกของคุณมีลักษณะแบบนี้ เพราะนี่คือความปกติที่เกิดขึ้น ไม่ต้องซีเรียสไปใย! 1.หัวนมมีขนขึ้น ไม่ต้องตกใจว่าเหตุใดถึงมี ขนขึ้นที่หัวนม ซะงั้น คนส่วนใหญ่ก็มีขนขึ้นที่หัวนมกันทั้งนั้นแหละ บ้างเยอะ บ้างน้อย ขึ้นอยู่กับยีนและฮอร์โมนของคุณ ไม่ต้องเขินอายหรือเอาออกหรอกนะ เพราะนอกจากจะเจ็บและทรมานแล้วมันก็ยังคงขึ้นมาอยู่ดี แต่ถ้ามีขนขึ้นจำนวนมากล่ะก็ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ เพราะฮอร์โมนของคุณอาจไม่สมดุล 2.หน้าอกไม่เท่ากันทั้งสองข้าง การมีหน้าอกที่ไม่เท่ากันนั้นเป็นเรื่องที่แสนจะธรรมดาเลยล่ะ โดยเฉพาะช่วงวัยเจริญพันธุ์ เพราะมันอยู่ในช่วงพัฒนาไงล่ะ หน้าอกนั้นไม่สามารถพัฒนาได้พร้อมๆกัน แต่ไม่ต้องกังวลค่ะ ท้ายที่สุดแล้ว หน้าอกจะมีขนาดใกล้เคียงกันในที่สุด 3.หัวนมใหญ่จัง หัวนมนั้นมีหลายขนาด หลายสี หลายรูปแบบ หัวนมของทุกคนแตกต่างและไม่เหมือนกัน ถ้าคุณคาดหวังว่า หัวนมของคุณจะสวยเหมือนสาวดาราเอวีเลยล่ะก็ อาจจะต้องคิดใหม่ ทุกคนมีความแตกต่างกันค่ะ และนั่นเป็นเรื่องธรรมดา 4.นมเล็กไป เฮลโหล สาวแผ่นกระดานทั้งหลาย ไม่ต้องคิดมากหรอกค่ะ หากสาวๆนั้นยังรู้สึกว่าหน้าอกยังพัฒนาไม่เต็มที่ สาวๆบางคน กว่าหน้าอกจะพัฒนาเต็มที่นั้นก็ปาไปอายุ 20 แล้ว ที่สำคัญดาราชื่อดังมากมายก็มีหน้าอกหน้าใจขนาดเล็กเหมือนกัน ถึงไม่มีหน้าอกก็สวยได้นะ อย่าไปแคร์ 5.บางครั้งก็รู้สึกเจ็บที่นม ในที่นี้ไม่ขอพูดว่า เจ็บหน้าอก ค่ะ เพราะมันคนละส่วนกัน อาการเจ็บนมนั้นจะมาตอนที่คุณมีประจำเดือน เพราะผิวหนังของคุณมีการขยายตัว ซึ่งอาจทำให้มีอาการเจ็บนมได้ การเคลื่อนที่ของฮอร์โในในสมองนั้นจะปล่อยออกมาก่อนคุณมีประจำเดือนไม่กี่วัน ที่จะทำให้หน้าอกของคุณเซนซีทีฟมาก เมื่อมีการสัมผัส หรือ เคลื่อนไหว ถึงเป็นเรื่องธรรมดามาก แต่ถ้าคุณรู้สึกเจ็บที่นมนานกว่าช่วงมีประจำเดือนละก็ หาหมอให้เร็วที่สุดค่ะ 6.หน้าอกเป็นก้อน เป็นไต อาจจะเคยได้ยินว่าหากมีก้อนในหน้าอกนั่นหมายความว่า คุณเป็นมะเร็งหน้าอกเข้าให้แล้ว แต่ค่ะ อย่าเพิ่งตีโพยตีพายไป ความจริงก็คือ บางครั้งความผันผวนของฮอร์โมนหรือการเปลี่ยนแปลงธรรมชาติในเนื้อเยื่อเต้านม ซีสต์ (ถุงที่เต็มไปด้วยน้ำ) ซึ่งเรื่องธรรมดาและมักจะมาและไปตามธรรมชาติ แต่ถ้าคุณมีก้อนที่คลำลงไปแล้วเป็นก้อนชัดเจน ควรไปปรึกษาแพทย์ทันที 7.หัวนมดำอ้ะ! วงแหวนรอบๆหัวนมของคุณเรียกว่า" Areola " สาวบางคนก็มีสีที่เข้มกว่าคนอื่นๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับยีนของคุณ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาอีกนั่นแหละ หากอนาคตของคุณเห็นหน้าหัวนมมีรอยย่นอีกก็ไม่ต้องตกใจนะ เพราะมันก็เป็นเรื่องปกติของผิวหนังนั่นแหละค่า 8.หัวนมบุ๋มเข้าไป หัวนมแต่ละคนก็มีลักษณะที่แตกต่างกันไป เอาล่ะ เราจะมาบอกลักษณะยอดฮิตของหัวนมกัน คือ 1.ปกติ (หัวนมยื่นออกมา ไม่กี่มิลลิเมตร) 2.เรียบ (หัวนมไม่ยื่นออกมาแต่อยู่ในระดับเรียบ) 3.ฟู (หัวนมนั้นเรียบธรรมดา หากแต่วงแหวนรอบๆหัวนมเชิดขึ้นเล็กน้อย) 4.บุ๋มเข้า (หัวนมมุดเข้าไป) เอาล่ะถ้าคุณอยู่ใน 4 แบบนี้ ไม่ต้องตื่นเต้นไป คุณก็เหมือนคนส่วนใหญ่ทั่วไปนะ ที่มา seventeen เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

ฟันธง! แฟชั่นผู้ชายตอนนี้ หมดยุค ยีนส์ขาเดฟ Super skinny ไปแล้ว
กางเกงยีนส์ /  กางเกงยีนส์รัดรูป / 

 กางเกงขาเดฟ รัดติ้ว กำลังจะตายหายไปช้าๆ หลังจากที่มีบทบาทอยู่ในชีวิตผู้ชายเรากว่าเกือบทศวรรษ โดยเทรนด์กางเกง ยีนส์ขาเดฟ รัดแน่นแบบ Super skinny นั้นเริ่มเป็นที่นิยมตั้งแต่ช่วงปี 2008 (ยุค Emo กำลังพีคๆ) จนกลายมาเป็นเสื้อผ้าสามัญประจำผู้ชายไปแล้ว แต่ผู้ชายส่วนใหญ่นั้นยังไม่รู้ว่าสิ่งที่ใส่นั้นมันกลับดูเหมือนกางเกง Leggings ของผู้หญิงอย่างไร อย่างนั้น Jonathan Evans บรรณาธิการอาวุโสทางด้านสไตล์ ของ Esquire.com ได้กล่าวว่า มันเป็นอะไรที่แน่นเกินไป สำหรับผู้ชายส่วนใหญ่ มันทำให้สัดส่วนไม่สมดุล ผู้ชายเราควรมีพื้นที่ให้ขยับตัวได้ง่ายๆ บ้าง ไม่ใช่อะไรก็แน่นไปหมด นอกจากความไม่สมดุลของรูปทรงสัดส่วนของผู้ชายเราแล้ว สไตล์ ยีนส์เดฟ รัดติ้วนั้นยังสร้างปัญหาอื่นๆ ตามมาอีกด้วย เช่นการรัดแน่นจนกล้ามเนื้อท่อนล่างขาดอากาศ และยังเสี่ยงต่อการบีบรัดถุงอัณฑะ จนอับชื้นและมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ Sharifa Murdock ผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่นของผู้ชาย และยังเป็นหุ้นส่วนของ Liberty trade fairs เว็บไซต์ที่นำเสนอไลฟ์สไตล์และแฟชั่นผู้ชายได้เสริมว่า ผู้หญิงก็ยังคิดว่าผู้ชายในลุคใส่กางเกงยีนส์รัดติ้วมันก็เป็นอะไรที่ไม่ได้เซ็กซี่เลย เทรนด์ในปัจจุบันนี้มันเป็นให้ความสำคัญไปที่ขนาดที่ฟิตพอดีตัว ไม่รัดเกิน ไม่หลวมไป เราสามารถเห็นได้ชัดจากแฟชั่นจาก Milan ไป Paris ถึง New York ที่เหล่าดีไซน์เนอร์นำเสนอชุดที่มีกางเกงทรงที่ขนาดฟิตพอดีตัว ไม่ว่าจะยีนส์ หรือ กางเกงธรรมดา เราจึงสามารถพูดได้เต็มปากว่าแฟชั่นกางเกง ยีนส์ขาเดฟ รัดแน่นแบบ Super skinny กำลังจะตายไปในไม่ช้า Image: PIXELFORMULA.SIPA/Lauren Hurley/PIXELFORMULA.SIPA/Associated Press สำหรับหนุ่มที่กำลังจะปลดระวางกางเกง ยีนส์ขาเดฟ Super skinny อยู่ล่ะก็ Sharifa Murdock แนะนำให้เลือกกางเกงทรง slim-fit จะเป็นอะไรที่ดีกว่ามาก เพราะว่าผู้ชายเราควรที่จะเลือกกางเกงที่ไปในทางเดียวกับสัดส่วนร่างกายตัวเอง ไม่ใช่ขัดกัน เขายังเพิ่มอีกว่า กางเกงทรง Slim-fit มันจะช่วยเรียบไปกับเรียวขาเรา ไม่บีบรัดจนแน่น แบบทรง Super skinny ที่ทำให้ผู้ใส่รู้สึกไม่สบายตัว อีกทั้งถ้าคุณกำลังหากางเกงใหม่ สำหรับตัวเองอยู่ล่ะก็ เรามีตัวเลือกดีๆ สำหรับ Slim-fit ที่จะทำให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้นมาฝากกัน 1. Levi's Image: Levi's 501, $78 2. Baldwin Image: Baldwin, $124 3. Diesel Image: Joggjeans $328 ดูบทความต้นฉบับ : RIP the male skinny jean. It's been real.

กระบก /  ทุนการศึกษา / 

ผู้คนบนโลกออนไลน์ แห่บริจาคช่วยเด็กน้อยคนขยัน ผ่าบักบก คั้วมาขายโรงเรียนถุงละ 5 บาท  วันนี้ ( 30 ม.ค.) ผู้คนบนโลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อภาพและข้อความของสมาชิกเฟซบุ๊ก ออกสื่อได้ ไม่อายคัย ที่ได้โพสต์เรื่องราวเด็กชายคนหนึ่งที่มีความขยันขันแข็ง นำเม็ดกระบก หรือ ที่คนอีสานเรียกันว่า บักบก มาขายที่โรงเรียนเพื่อเป็นทุนการศึกษา ซึ่งทางผู้โพสต์ระบุรายละเอียดไว้ว่า "...เพื่อน ๆ ครับใครใจดี ขอทุนให้เด็กยากจนหน่อยครับ ผ่าบักบก คั้วมาขายโรงเรียนถุง 5 บาท พอได้เงินค่าขนม น่าสงสารน้องยาก น้องชื่อเด็กชายมนตรี พินิจมนตรี อยู่ชั้นป.2..." หลังจากภาพและเรื่องราวถูกเผยแพร่ ชาวเน็ตที่ได้เห็นต่างพากันเข้ามาแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก บ้างก็บอกว่าตัวเองจะไปอุดหนุนบักบกของเด็กคนนี้เพื่อเป็นกำลังใจให้น้อง บางรายมีการบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือเรื่องทุนการศึกษาให้เด็กชายดังกล่าว ทั้งนี้สำหรับบุคคลที่ประสงค์ให้ทุน เด็กชายมนตรี ติดต่อไปได้ที่ เบอร์ 085-608-0034 อาจารย์ภูผา ครูประจำชั้น โรงเรียนบ้านหัวนาคำ จังหวัดขอนแก่น MThai News  ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก สมาชิกเฟซบุ๊ก ออกสื่อได้ ไม่อายคัย

ผบ.ตร.รับตัว 'อาตูร์' ผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพ นำสอบกทม.
ฆ่าหั่นศพ /  เจ้าพระยา / 

เจ้าหน้าที่กัมพูชา นำผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพมาส่งตัวที่ด่านชายแดนบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด พล.ต.อ.จักรทิพย์ พร้อม พล.ต.อ.พงศพัศ เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ไปรับ ขณะที่ "พล.ต.อ.ปัญญา" พร้อม พฐ. ค้นคอนโด "อาตูร์" ที่สนามกีฬาอำเภอคลองใหญ่ จ.ตราด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อม พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์มาลงที่สนามกีฬา อ.คลองใหญ่ จ.ตราด เพื่อรับตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน หลังรับทราบว่า ถูกตำรวจกัมพูชาจับกุมตัวได้ที่จังหวัดสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา ด้าน น.อ.ดิเรก อินทวงศ์ หัวหน้าหน่วยประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา จ.ตราด เปิดเผยว่า หลังจาก พ.ต.อ.อนุชา สุทธยดิลก ผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจ สถานทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ ได้ประสานงานตำรวจแห่งชาติของกัมพูชา เพื่อประสานการจับกุมตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 37 ปี คนร้ายที่ก่อเหตุฆ่าหั่นศพชาวสเปน แล้วหลบหนีออกนอกประเทศไทย ทางช่องโอเสม็ด จ.สุรินทร์ และเดินทางมาหลบอยู่ที่ จ.สีหนุวิลล์ จึงได้ทำการตรวจสอบและติดตามจับกุมตัวได้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง พร้อมควบคุมตัวไว้ที่สถานีตำรวจในกรุงสีหนุวิลล์ พร้อมกับได้ประสานงานเพื่อให้ตำรวจไทย เข้ามารับตัวที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.ตราด ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ ในเวลา 12.00 น.ที่ผ่านมา ส่วนบรรยากาศที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและกัมพูชา เดินทางเข้าออกกันตามปกติ และมีตำรวจตรวจคนเข้าเมืองตราด และฝ่ายทหารอยู่ในพื้นที่จำนวนหนึ่ง ก่อนนำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์มาที่กรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ10 พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ได้เข้าตรวจสอบห้องพักของ นายอาเธอร์ หรือ อาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ชาวสเปน ผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด ชาวสเปน ย่านพระราม 9 และนำชิ้นส่วนไปทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยา หลังตำรวจเชื่อว่า จุดนี้จะเป็นจุดฆ่าและหั่นศพนายเดวิด พล.ต.อ.ปัญญา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบ พบว่า นายอาตูร์ เช่าห้องพักที่คอนโดแห่งนี้ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2558 และอาศัยอยู่ที่นี่เป็นประจำ โดยมี น.ส.ปริศนา แสนอุบล เข้ามาพักด้วยเป็นบางครั้ง และจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า เมื่อวันที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมา บันทึกภาพขณะนายเดวิด เข้ามาภายในคอนโดแห่งนี้ และไม่พบว่า นายเดวิด ออกไปจากคอนโด พบเพียง นายอาตูร์ เข้าออก และมีการขนตู้แช่ออกจากคอนโด ไปไว้ที่บ้านเช่าหลังหนึ่งย่านรามคำแหง เมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่ผ่านมา แต่ต้องรอผลตรวจจากกองพิสูจน์หลักฐาน ในการตรวจหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมในครั้งนี้ เพื่อยืนยันความชัดเจนอีกครั้ง ............................................................................................................................................................... พล.ต.อ.เดชณรงค์ ยืนยัน ได้ตัว อาตูร์ ผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าหั่นศพจากกัมพูชาแน่นอน ด้าน ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ปัดไม่รู้ส่งตัวให้ไทยวันนี้ พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ที่ปรึกษา (สบ 10) ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด อายุ 39 ปี นักธุรกิจชาวสเปน ทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยา ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาได้ควบคุมตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 37 ปี ชาวสเปน ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยได้ขณะที่กำลังจะหลบหนีไปทางทะเล ทั้งนี้ยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย ได้ตัวนายอาตูร์แน่นอนแต่ต้องดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายในการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งไทยกับกัมพูชามีสนธิสัญญากันอยู่แล้วในส่วนนี้ โดยหากทางพนักงานสอบสวน สามารถรวบรวมพยานหลักฐานและขอศาลออกหมายจับได้จะทำให้การดำเนินการคดี และประสานขอตัวนายอาตูร์กับกัมพูชามีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ต้องรอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาอีกครั้งว่าจะแจ้งข้อหา นายอาตูร์ ในเรื่องใด อาทิ การหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย พร้อมกันนี้ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว เปิดเผยถึงกระแสข่าวที่ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชา จะส่งตัวนายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าหั่นศพในวันนี้ที่จังหวัดสระแก้วว่า ยังไม่ทราบข้อมูล และยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม วันนี้ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา (สบ 10) จะประชุมที่ศูนย์สืบสวนนครบาล ถึงความคืบหน้าคดีหั่นศพเพื่อเร่งรัดคดี ............................................................................................................................................................... ตำรวจกัมพูชา จับกุม "อาตูร์" ผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าหั่นศพ "นายเดวิด เบอร์นาร์ด" ชาวสเปนได้ที่ สีหนุวิลล์ เมืองชายทะเลสุดหรู ขณะพยามหลบหนี เว็บไซต์สำนักข่าว ฟอกซ์ นิวส์ รายงานว่า เมื่อเวลา 23.00 น. ของวันที่ 7 ก.พ. ตำรวจกัมพูชา สามารถจับกุมตัว นายอาตูร์ หรือ อาเธอร์ เซกราร่า ปรินเซป ผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด  นักธุรกิจชาวสเปน ที่ สีหนุวิลล์ เมืองชายทะเลที่มีชื่อเสียงที่สุดของกัมพูชา จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกัมพูชา ที่บอกกับทางสำนักข่าว EFE ผ่านทางโทรศัพท์ว่า สามารถจับกุมนายอาตูร์ได้ที่เมืองทางตอนใต้ของสีหนุวิลล์ เมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งสำนักข่าว ขะแมร์ 440 นิวส์ ได้ตีพิมพ์ภาพของผู้ต้องสงสัยรายนี้ ลงสื่อขณะที่ถูกควบคุมตัว นายอาตูร์ ไว้ที่สถานีตำรวจสีหนุวิลล์ ก่อนถูกจับกุมนายอาตูร์ ได้กินอาหารเย็นที่จังหวัดสุรินทร์ ภาคตะวันออก เฉียงเหนือของไทย และเมื่อเขาถูกกลุ่มของคนไทยบริเวณนั้นเห็นใบหน้า นายอาตูร์ จึงหนีไปกัมพูชา ซึ่งทางจ้าหน้าที่ได้พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีแดง ของ นายอาตูร์ เมื่อเช้าวันเสาร์ บริเวณป่ารกชายแดนไทย-กัมพูชา ในรายงานข่าวของสื่อกัมพูชา ระบุว่า นายอาตูร์ ถูกจับกุมขณะที่แต่งกายสวมเสื้อแจ็คเก็ตแขนยาวสีเขียวคาดดำ กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ และพยายามหลบหนีออกทางทะเล โดยทางการกัมพูชา กำลังนำตัว นายอาตูร์ เดินทางมายังชายแดนจังหวัดสระแก้ว คาดว่าจะนำตัวแถลงข่าวการจับกุมในเช้าวันนี้ ............................................................................................................................................................... สาวชาวสุรินทร์คนสนิทผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน ยันไม่เกี่ยวกับเหตุฆาตกรรม จนท.คุมเข้มชายแดนไทย-กัมพูชา วันนี้ 6 ก.พ. ตำรวจ จ.สุรินทร์ ได้เชิญตัว น.ส.ปริศนา อายุ 22 ปี เพื่อนสาวของนายอาตูร์ ชาวสเปน ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน มาสอบปากคำในเบื้องต้นที่ ห้องสืบสวนภูธร จ.สุรินทร์ โดยเบื้องต้น น.ส.ปริศนา รับสารภาพว่า นายอาตูร์ มาอยู่อาศัยกับตนเองตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค.59 ที่ผ่านมา โดยนั่งรถจักรยานยนต์ ออนด้า รุ่นพีซีเอ็ก สีแดง ล้อทอง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาด้วยกัน โดยพักอยู่ที่บ้านจะแกโกน ต.สำโรง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งนายอาตูร์ได้หลบหนีไปตั้งแต่เมื่อวานช่วงเวลา 6 โมงเย็นแล้ว หลังพากันไปเที่ยวที่ร้าน คาราโอเกะ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ระหว่างนั้นพนักงานพากันเปิดดูข่าว พบ ข่าวและภาพของนายอาตูร์ พอดี จึงพากันสงสัย นายอาตูร์ จึงรีบขับรถจักรยานยนต์หนีออกไป หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ เชิญตัว น.ส.ปริศนา มาสอบสวนให้ปากคำดังกล่าว ซึ่งในเบื้องต้น น.ส.รับสารภาพว่า ได้ไปทำงานที่ กทม.และคบกับนายอาตูร์ มากว่า 6 เดือนแล้ว โดยพักคอนโดคนละแห่งกัน และไม่ทราบเรื่องว่านายอาตูร์ เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ซึ่งตนเองไม่รู้ไม่เห็นด้วยกับเรื่องที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด ขณะที่ จนท.ตำรวจเร่งไล่ล่าผู้ต้องหารายนี้ คาดว่าจะยังคงหลบหนีอยู่ในพื้นที่ จ.สุรินทร์ หรืออาจจะหลบหนีออกนอกประเทศตามแนวชายแดนไทยกัมพูชาแล้วก็เป็นได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจสามารถตรวจยึดรถ จยย.คันดังกล่าวถูกจอดทิ้งไว้ที่บริเวณตลาดสมบัติ ซึ่งเป็นตลาดการค้า ติดชายแดนไทย-กัมพูชา ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการปรานงานตรวจสกัดจับในทุกช่องทางแล้ว ขอบคุณ INN _________________________________________________________________________________________ เจ้าหน้าที่ตำรวจเผยข้อมูลล่าสุดพบชายชาวสเปน ต้องสงสัยเอี่ยวขบวนการฆ่าหั่นศพชาวสเปน วันนี้ 5 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการเปิดเผยภาพผู้ต้องสงสัย 1 ในขบวนการฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด นักธุรกิจชาวสเปน ชื่อนายอาตูร์ เป็นชาวสเปน โดยตำรวจ ยืนยันยังหลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย และ เชื่อว่ากลุ่มคนร้าย น่าจะเป็นชาวสเปน ส่วนคนไทย ที่เกี่ยวข้องอาจจะทำหน้าที่ ในการขับรถให้ทีมคนร้ายฆ่าหั่นศพ ที่เอาศพไปทิ้งในพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยทางด้าน พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ 10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีฆ่าหั่นศพ ยืนยันว่า จะสามารถจับมือฆ่าหั่นศพได้ ทั้งคนไทย และคนต่างชาติที่ร่วมขบวนการ เร็วๆนี้ เพราะจากข้อมูลหลักฐานการนั้นค่อนข้างชัดเจน และดำเนินการได้ โดยเฉพาะข้อมูล จากเพื่อนของนายเดวิด ที่ระบุว่า การติดต่อทางข้อความไลน์ กับนายเดวิด ครั้งสุดท้าย 1 สัปดาห์ก่อนพบศพลอยแม่น้ำเจ้าพระยานั้น ข้อความสนทนามีพิรุธ เพราะการใช้คำพูดไม่คุ้นเคย และเป็นคำสนทนาที่นายเดวิดไม่เคยใช้มาก่อน นอกจากนี้เบาะแสสำคัญ มีพยานยืนยันว่า เมื่อวันที่ 20 ม.ค. เห็นนายเดวิด ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิก สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ออกไปจากคอนโด กับชายชาวต่างชาติ และหลังจากนั้นก็ไม่ได้กลับเข้ามาอีกเลย ซึ่งข้อมูลนี้ชุดสืบกำลังเร่งติดตามแกะรอยจากกล้องวงจรปิดเพื่อเร่งจับตัวมาร่วมขบวนการ ขอบคุณ Voice Tv _________________________________________________________________________________________________ พล.ต.อ.ปัญญา เผย คดีฆ่าหั่นศพ คืบ 80% เร่งรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับ มั่นใจจับตัวคนร้ายได้ ชี้ ยังไม่พบประวัติก่อเหตุในไทย พลตำรวจเอก ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ 10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีฆ่าหั่นศพ นายดาบิด แบร์นาด อายุ 39 ปี ทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยาหลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และปทุมธานี ว่า หลังจากเจ้าหน้าที่สามารถพิสูจน์ทราบและยืนยันตัวบุคคลได้แล้ว ทำให้สามารถขมวดปมและรู้ว่ากลุ่มผู้ต้องหาว่าเป็นกลุ่มใด เบื้องต้นยังให้น้ำหนักไปที่ฝีมือกลุ่มชาวต่างชาติที่ต้องการทรัพย์สินจากผู้ตาย ก่อนจะฆ่าปิดปากและอำพรางศพด้วยการหั่นเป็นชิ้น ซึ่งจากพยานหลักฐานทั้งทางนิติวิทยาศาสตร์ และพยานบุคคล ทำให้คดีมีความคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 80 โดยขณะนี้ในส่วนของแนวทางการสอบสวน ได้เร่งรัดให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับ ส่วนในแนวทางการสืบสวนได้กำชับให้ตำรวจกองปราบปราม ตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1 และตำรวจท่องเที่ยว ติดตามตัวละครต่าง ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับกลุ่มคนร้าย เพื่อหาจุดที่คนร้ายจับตัวผู้เสียชีวิตไป ตลอดจน สถานที่กักขัง จุดฆาตกรรมชำแหละและจุดทิ้งศพลงแม่น้ำเจ้าพระยา อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.ปัญญา กล่าวว่า จากการตรวจสอบฐานข้อมูลอาชญากรรมข้ามชาติ ยังไม่พบประวัติคนร้ายกลุ่มดังกล่าวก่อเหตุในไทย แต่ได้ประสานให้ทางสถานเอกอัครราชทูตสเปนประจำประเทศไทย และกรมการกงสุส กระทรวงการต่างแประเทศ ดำเนินการตรวจสอบให้อีกครั้ง ซึ่งยังอยู่ระหว่างการรอผล ----------------------------------------------------------------------------- ข้อมูลล่าสุดคาดว่าชิ้นส่วนมนุษย์ทั้งหมด อาจเป็นนักท่องเที่ยวชาวสเปนที่ญาติได้แจ้งความไว้ว่าหายไป ที่ สน.ลุมพินี วันนี้ 4 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดชุดสืบสวนได้ข้อมูลว่าชิ้นส่วนมนุษย์ที่ถูกพบน่าจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวสเปนที่ญาติได้แจ้งหายไว้ที่สน.ลุมพินี ทั้งนี้สำหรับนักท่องเที่ยวรายนี้ครบกำหนดเดินทางกลับจากการท่องเที่ยวในประเทศ ตั้งแต่ปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาแต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เดินทางกลับแต่อย่างใด เมื่อตรวจสอบข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ก็ยังไม่พบข้อมูลการเดินทางออกจากประเทศไทย ทางด้าน พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) เปิดเผยว่า ถึงขณะนี้ยังไม่สามารถระบุตัวคนตายได้แน่ชัดอยู่ระหว่างการประสานกับญาติชาวสเปนรายนี้ เพื่อเปรียบเทียบลายนิ้วมือและดีเอ็นเอเพื่อยืนยันตัวบุคคล ทั้งนี้ ยังมีรายงานข่าวแจ้งว่าขณะนี้ทีมสืบสวนตำรวจนครบาลได้ลงพื้นที่ ภายในซอยสุขุมวิทซอย 8 ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายที่มีพยานพบเห็นนักท่องเที่ยวรายนี้ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 19 ม.ค.59ที่ผ่านมา ขอบคุณข้อมูล TNN24 ................................................... พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ.10 เรียกประชุมชุดสืบสวนติดตามความคืบหน้า คดีฆ่าหั่นศพลอยเจ้าพระยา นัดแรกบ่ายนี้ วันนี้ 4 ก.พ. พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ.10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนกรณีพบชิ้นส่วนมนุษย์ถูกทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยา เรียกชุดสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1 ปทุมธานี และนนทบุรี ตลอดจนหน่วยสนับสนุน อาทิ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เข้าร่วมประชุมในเวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อติดตามความคืบหน้าในทางคดี และวางแนวทางการทำงานให้กับชุดสืบสวนสอบสวนเพื่อหาตัวคนร้าย ซึ่งเป็นการประชุมเพื่อคลี่คลายคดีครั้งแรก หลังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีหนังสือแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าชุด ซึ่งภายหลังการประชุมแล้วเสร็จ จะมีการแถลงความคืบหน้าในทางคดีต่อไป อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยผลการตรวจพิสูจน์ชิ้นส่วนมนุษย์ที่พบทั้ง 6 ชิ้นว่า จากการตรวจดีเอ็นเอ และรอยต่อเปรียบเทียบกัน พบว่าเป็นชิ้นส่วนจากบุคคลเดียวกัน ซึ่งมีลักษณะเป็นชาย ยังไม่ทราบเชื้อชาติที่แน่ชัด อายุประมาณ 40 ปี สูงประมาณ 165 เซนติเมตร ผมดำ มีหนวดเครา มีขนตามตัวค่อนข้างมาก มีรอยผ่าตัดไส้ติ่ง ฟันสะอาด ค่อนข้างเป็นผู้มีสุขภาพดี แต่จากการตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอกับบิดาของบุคคลสูญหายที่ จ.ระยอง ไม่ตรงกัน ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีกชิ้นส่วนขามนุษย์ ขาซ้ายท่อนบนช่วงกลาง ในถุงดำ ลอยติดแม่น้ำเจ้าพระยาท่าน้ำรง.ปทุมธานีฯ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ คาดเป็นคนเดียวกันกับที่พบมาหลายวันนี้ เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งชาวบ้านพบชิ้นส่วนมนุษย์ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยจุดที่พบอยู่บริเวณท่าน้ำ ภายในโรงงานปทุมธานีแห่งหนึ่ง จ.ปทุมธานี ลักษณะชิ้นส่วนที่พบคือขาซ้ายท่อนบนช่วงกลาง และท่อนล่างช่วงกลาง มีขนาดประมาณ 46 เซ็นติเมตร เบื้องต้นชาวบ้านผู้พบเห็นได้ให้ข้อมูลว่ามาจอดเจออยู่ใกล้ฝั่งโรงงานดังกล่าว จากนั้นเห็นถุงดำที่มีส่วนชิ้นเนื้อโผล่ออกมาลอยอยู่ในน้ำจึงแจ้งทาง สภ.ปากเกร็ด ล่าสุดเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้เข้ามายังจุดเกิดเหตุและอยู่ระหว่างตรวจสอบและเก็บหลักฐาน คาดเป็นชิ้นส่วนของคนเดียวกันที่พบก่อนหน้านี้ น.1เผยDNAหั่นศพเป็นชายไทยจี้ดูCCTV พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกรณีการพบชิ้นส่วนศพในแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ของตำรวจนครบาล 7 ปทุมธานี และนนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้นำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดให้แพทย์นิติวิทยาตรวจสอบ ซึ่งผลชันสูตร พบว่าชิ้นส่วนทั้งหมดเป็นบุคคลคนเดียวกัน และคาดว่าเป็นชายไทย อายุประมาณ 40 - 50 ปี โดยจากการตรวจสอบประวัติ ไม่พบว่าเคยต้องโทษ หรือคดีความใด ๆ นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 ประสานงานกับแพทย์นิติเวชด้วยตนเอง เพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติม และเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ส่วนจุดทิ้งคาดว่าคนร้ายน่าจะนำศพไปทิ้ง วิเคราะห์ตามกระแสน้ำ และทิศทางการไหลของน้ำ สันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นช่วงบริเวณสะพานพระนั่งเกล้าฯ ซึ่งได้สั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวแล้ว รวมถึงให้กองบังคับการตำรวจนครบาล ที่มีพื้นที่ติดบริเวณริมแม่น้ำ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด จุดที่น่าสงสัย เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม พร้อมกันนี้เชื่อว่า การทำคดีนี้ไม่ยากแน่นอน สำหรับกรณีที่ นางสาวกาญจนา อ่อนสา ชาวจังหวัดระยอง ที่สงสัยว่าชิ้นส่วนที่พบเป็นสามีของตนที่หายไป ซึ่ง พล.ต.ท.ศานิตย์ ระบุว่า จะทราบผลภายในวันนี้ว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ผบช.ภ.1รอผลนิติเวชก่อนคลี่ปมคดีฆ่าหั่นศพ พลตำรวจโท ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยถึงความคืบหน้า กรณีพบชิ้นส่วนศพลอยในแม่น้ำเจ้าพระยาว่า จะต้องรอผลตรวจทางนิติเวชก่อนว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ พร้อมทั้งต้องรอผลตรวจดีเอ็นเอของ นายศรี ขันติเนตร บิดา นายเกียรติศักดิ์ ขันติเนตร ที่แจ้งว่า ลูกชายหายตัวไป เมื่อวันที่ 22 มกราคม ในพื้นที่ สภ.เมืองระยอง ซึ่งขณะนี้ผลตรวจยังไม่ออก และหากรู้ชื่อผู้ตาย ขั้นตอนต่อไป เจ้าหน้าที่จะได้ตั้งประเด็นในการสืบสวนสอบสวนต่อไป ทั้งนี้ ภายในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 ยังไม่มีการแจ้งบุคคลสูญหาย แม้แต่พื้นที่เดียว และจากประวัติคดีอาชญากรรมในพื้นที่ ยังไม่เคยพบเห็นคดีที่มีความรุนแรงในลักษณะดังกล่าว ส่วนตัวคาดว่า คนร้ายน่าจะมีความพยายามในการอำพรางศพ แต่น่าจะไม่มีความรู้ดีพอ จึงไม่มีการนำชิ้นส่วนใส่ในถุง ด้าน พลตำรวจตรี นายแพทย์พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ระบุว่า ขณะนี้ผลตรวจ สามารถยืนยันได้ว่า ชิ้นส่วนที่พบเป็นบุคคลเดียวกัน เนื่องจาก สามารถนำชิ้นส่วนมาต่อประกอบกันได้ ขณะที่ ผลตรวจดีเอ็นเอ ที่จะยืนยันว่า เป็นบุคคลใด หรือ เสียชีวิตด้วยสาเหตุใด ขณะนี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้ ต้องใช้เวลาพอสมควร และเจ้าหน้าที่นิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ต้องทำงานร่วมกับ พนักงานสอบสวน ในการประสานข้อมูลหลักฐานอื่น ๆ ร่วมด้วย ขอบคุณรูปภาพและเนื้อหาจาก INN ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผบช.น. เผย ชิ้นส่วนศพลอยแม่น้ำเป็นคนเดียวกัน คาดเป็นชายไทยอายุ 40 - 50 ปี พร้อมสั่งโรงพักริมน้ำตรวจสอบ CCTV จุดที่น่าสงสัย วันนี้ 3 ก.พ. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกรณีการพบชิ้นส่วนศพในแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ของตำรวจนครบาล 7 ปทุมธานี และนนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้นำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดให้แพทย์นิติวิทยาตรวจสอบ ซึ่งผลชันสูตร พบว่าชิ้นส่วนทั้งหมดเป็นบุคคลคนเดียวกัน และคาดว่าเป็นชายไทย อายุประมาณ 40 - 50 ปี โดยจากการตรวจสอบประวัติ ไม่พบว่าเคยต้องโทษ หรือคดีความใด ๆ นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 ประสานงานกับแพทย์นิติเวชด้วยตนเอง เพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติม และเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ส่วนจุดทิ้งคาดว่าคนร้ายน่าจะนำศพไปทิ้ง วิเคราะห์ตามกระแสน้ำ และทิศทางการไหลของน้ำ เบื้องต้นคาดว่าจุดทิ้งเป็นช่วงบริเวณสะพานพระนั่งเกล้าฯ ซึ่งได้สั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวแล้ว รวมถึงให้กองบังคับการตำรวจนครบาล ที่มีพื้นที่ติดบริเวณริมแม่น้ำ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด จุดที่น่าสงสัย เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม พร้อมกันนี้เชื่อว่า การทำคดีนี้ไม่ยากแน่นอน สำหรับกรณีที่ น.ส.กาญจนา อ่อนสา ชาวจังหวัดระยอง ที่สงสัยว่าชิ้นส่วนที่พบเป็นสามีของตนที่หายไป ซึ่ง พล.ต.ท.ศานิตย์ ระบุว่า จะทราบผลภายในวันนี้ว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ขอบคุณ INN ....................................................... ความคืบหน้าคดีพบชิ้นส่วนมนุษย์ สถาบันนิติเวชวิทยา ตรวจสอบ ชิ้นส่วนมนุษย์ 4 ชิ้น ที่ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้สะพานพระราม 5 ชี้เป็นคนเดียวกันกับที่พบในพื้นที่ ฝั่งธน และอำเภอเมืองจ.นนทบุรี ขณะนี้อยู่ในระหว่างการรอชิ้นส่วนที่เหลือ ส่งไปตรวจดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์ว่าเป็นร่างกายของผู้ใดต่อไป พร้อมกันนี้ พล.ต.อ. พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ครอบครัวของชายที่หายตัวไปจาก จ.ระยอง ลงพื้นที่ท่าน้ำพระราม 5 เพื่อตรวจสอบชิ้นส่วนขาขวาของมนุษย์ มีการนำดีเอ็นเอไปตรวจ ผู้เชี้ยวชาญระบุว่า ชิ้นส่วนดังกล่าว เป็นขาของชาวเอเชีย ขณะนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนเป็นพิเศษ เพื่อหาความจริงต่อไป ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ พบชิ้นส่วนมุนษย์เพิ่ม บริเวณกรมเจ้าท่า ใกล้สะพานพระราม 5 เป็นแข้ง ขาขวา ขณะที่ ขาซ้าย ลอยติดท่าน้ำวัดเกริน ต.บางกระดี จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ลงพื้นนำชันสูตรเชื่อมโยงชิ้นส่วนที่พบก่อนหน้าที่ วันนี้ 2 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า วินมอเตอร์ไซค์พบชิ้นส่วนมุนษย์ส่วนแข้ง ขาด้านขวา ลอยอยู่บริเวณกรมเจ้าท่า ใกล้สะพานพระราม 5 เขตบางสีเมือง สภาพชิ้นส่วนยังปกติไม่เน่าเปื่อย สีขาวซีด และได้ผูกมัดไว้เพื่อป้องกันการลอยไปตามกระแสน้ำ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ และกำลังนำชิ้นส่วนของมนุษย์ไปชันสูตรว่า มีความเชื่อมโยงกับชิ้นส่วนของร่างมนุษย์ที่พบก่อนหน้านี้หรือไม่ ขณะเดียวกันที่ปทุมธานี ได้รับแจ้งว่า พบชิ้นส่วนมนุษย์ เป็นขาด้านซ้าย ลอยอยู่บริเวณ ท่าน้ำวัดเกริน ต.บางกระดี จ.ปทุมธานี สภาพชิ้นส่วนยังปกติ สีขาวซีด เบื้องต้น เจ้าหน้าตำรวจ ลงพื้นที่และได้นำชิ้นส่วนของมนุษย์ ขึ้นมาจากน้ำแล้ว โดยกำลังรอเจ้าหน้าที่นิติเวช มาตรวจสอบเพิ่มเติมว่า ชิ้นส่วนขาซ้ายที่พบนั้น มีความเชื่อมโยงกับชิ้นส่วนของร่างมนุษย์ที่พบก่อนหน้านี้หรือไม่ อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถระบุได้ว่าชิ้นส่วนที่พบนั้นเป็นของคนไทยหรือชาวต่างชาติ ขอบคุณ INN ....................................................... "พล.ต.ท.ศานิตย์" ส่ง 4 ชิ้นส่วนมนุษย์ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ให้แพทย์ชันสูตรเป็นเคสเร่งด่วน คาดว่าเป็นชายชาวเอเชีย  วันนี้ 1 ก.พ. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้ากรณีพบชิ้นส่วนมนุษย์ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา โดยขณะนี้ได้นำชิ้นส่วนทั้งหมด 4 ชิ้น คือ ส่วนศีรษะ แขนขวา ขาขวา และลำตัว ส่งให้แพทย์ชันสูตรอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเป็นเคสพิเศษเพื่อพิสูจน์ DNA และตรวจสอบว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถระบุเวลาที่จะทราบผลชัดเจนได้ แต่เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นชายชาวเอเชีย อย่างไรก็ตามต้องรอผลจากแพทย์ชันสูตรศพก่อน จึงจะดำเนินการสอบสวนขยายผลต่อไป ศานิตย์คาดผลชันสูตรชิ้นส่วนศพจะชัดเจนพรุ่งนี้ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เรียกประชุมชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีพบชิ้นส่วนมนุษย์ที่ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมเปิดเผยว่า ระหว่างนี้อยู่ระหว่างนำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมด ส่งให้สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม หรือ ดีเอ็นเอ ว่าเป็นของบุคคลเดียวกันหรือไม่ และผู้ตายเป็นชนชาติใด ซึ่งจากที่ได้รับรายงาน คาดว่าผู้ตายน่าจะเป็นแขกขาว แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจริงหรือไม่ ขณะเดียวกัน ตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1 กำลังอยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อเร่งหาสถานที่เกิดเหตุในการฆาตกรรมว่าอยู่จุดใด แต่จากการสันนิษฐานเบื้องต้น เชื่อว่าน่าจะมีการฆ่าหั่นศพจากบริเวณอื่น ก่อนนำร่างของผู้ตายมาทิ้งเหนือสะพานพระนั่งเกล้า ส่วนผลการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร คาดว่าน่าจะมีผลสรุปได้ภายในวันนี้ หรือพรุ่งนี้ ดังนั้นจึงอยากฝากประชาสัมพันธ์ถึงประชาชนทุกคน หากเชื่อว่าผู้ตายเป็นญาติพี่น้อง หรือบุคคลใดที่คาดว่าจะรู้จักผู้ตาย ให้ติดต่อเพื่อขอดูศพ หรือตรวจพิสูจน์ทราบดีเอ็นเอ ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีก! ชิ้นส่วนศีรษะมนุษย์ ถูกเทปพันรอบยัดถุงดำ ลอยใต้ถุนบ้านประชาชนย่านบางศรีเมือง เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบ คาดเป็นคนเดียว เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิได้รับแจ้งจากประชาชนย่านบางศรีเมือง จ.นนทบุรี ว่าพบชิ้นส่วนมนุษย์ส่งกลิ่นเหม็นอยู่ใต้ถุนบ้าน จึงรุดไปตรวจสอบพบ เป็นชิ้นส่วนศีรษะเพศชาย ถูกคุมด้วยถุงดำ มีเทปสีใสพันรอบศีรษะ มีหนวดเครา ผมสั้น และศีรษะล้าน ซึ่งคาดว่าน่าจะเสียชีวิตมานานกว่า 4 วัน เจ้าหน้าที่จึงเคลื่อนย้ายศีรษะมายังวัดตำหนักใต้ พื้นที่ สภ.นนทบุรี และขณะนี้อยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม คาดว่าชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดน่าจะเป็นบุคคลคนเดียวกัน และยังเหลือชิ้นส่วนแขนซ้ายและขาซ้ายที่ยังไม่พบ ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีก ชิ้นส่วนลำตัวมนุษย์ ลอยเจ้าพระยา ที่ท่าน้ำนนทบุรี จนท.เร่งตรวจสอบนำมารวมกับที่พบก่อนหน้านี้ วันนี้ (31ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบชิ้นส่วนมนุษย์เพิ่มเติมอีก โดยเบื้องต้นจุดที่พบคือ ท่าน้ำวัดโพธิ์ทองบน อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยเป็นชิ้นส่วนช่วงลำตัวของเพศชาย ซึ่งขณะนี้ จนท.ตร. และกู้ภัยได้นำเอาชิ้นส่วนมาบนฝั่ง และสันนิษฐานว่า อาจจะเป็นชิ้นส่วนของคนเดียวกันกับที่พบก่อนหน้านี้ 2 ชิ้นคือ ช่วงแขน และพบช่วงขา ก่อนหน้านี้ ซึ่งทาง จนท.ตร.สภ.เมืองนนทบุรี และ จนท.กู้ภัย จะได้นำชิ้นส่วนดังกล่าวไปตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชต่อไปว่าใช่คนเดียวกันกับที่เจอก่อนหน้านี้หรือไม่ ....................................................... พบชิ้นส่วนแขนมนุษย์ มีรอยถูกของมีคมตัด ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ตำรวจเร่งตรวจสอบ หวั่นฆาตกรรมหั่นศพ ได้รับแจ้งจากอาสามัครกู้ภัย มูลนิธิร่วมกตัญญู พบชิ้นส่วนมนุษย์ในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณข้างอู่ต่อเรือวัดคหบดี ซ.จรัญสนิทวงศ์ 44 โดยชิ้นส่วนที่พบแขนขวา ตั้งแต่ไหล่ลงมา สภาพซีดขาว และยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็น เพศชายหรือหญิง นอกจากนี้ ยังพบว่ามีร่อยรอย คล้ายถูกของมีคมตัดค่อนข้างชัดเจนโดยสันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นการฆาตกรรมหั่นศพ ซึ่งขณะนี้ร้อยเวร สน.บวรมงคล เข้าตรวจสอบแล้ว และอยู่ระหว่างรอแพทย์ชันสูตรหาสาเหตุที่ชัดเจน MThai News

VISA ชวนช้อปปิ้งในโตเกียว ปี 2016
Visa /  ช้อปปิ้ง / 

วีซ่าขอเชิญชวนทุกท่านมาเที่ยวญี่ปุ่น กับแคมเปญที่จะจัดขึ้นในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ในปีนี้ เพื่อนักท่องเที่ยวชาวไทยที่มาเยือนสถานที่ยอดฮิตในเมืองยอดนิยมของประเทศญี่ปุ่น อย่าง อยงอยงฮาราจุกุ /โอโมเทซังโด (ในเมืองโตเกียว) เมืองเกียวโต และเมืองซัปโปโร จุดมุ่งหมายแคมเปญนี้คือการมอบประสบการณ์อันแสนประทับใจทั้งการช้อปปิ้งและการลิ้มชิมรสอาหารพิเศษเฉพาะผู้ถือบัตรวีซ่า สัปดาห์แห่งการช้อปปิ้งในโตเกียว ปี 2016” ตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม จนถึงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2016 สำหรับปีนี้ถือเป็นปีที่สี่ของการจัดแคมเปญนี้ในฮาราจุกุ/โอโมเทซังโด วีซ่าขอต้อนรับท่านเข้าสู่ “สัปดาห์แห่งการ ช้อปปิ้งในโตเกียว ปี 2016” ตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม จนถึงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2016 แคมเปญขูดชิงรางวัลพิเศษนี้เปิดโอกาศให้ผู้เข้าร่วมแคมเปญได้ลุ้นเป็นหนึ่งในผู้ชนะรางวัลจำนวน 2,000 ท่านที่จะได้รับบัตรกำนัลมูลค่า 1,000 เยน เพียงท่านชำระเงินด้วยบัตรวีซ่า*[1] ท่านจะได้ร่วมลุ้นโชคสองชั้นไปกับเรา นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะได้รับการต้อนรับในแบบญี่ปุ่นที่ไม่ซ้ำที่ใดในโลกโดย “เจ้าหน้าที่ประจำตามถนน” ซึ่งจะสวมชุดประจำชาติญี่ปุ่นอย่างชุดกิโมโนและแนะนำท่านไปบริเวณรอบฮาราจุกุ/โอโมเทซังโดเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาจีน นอกจากนี้ บางร้านค้ายังได้จัดงานลดราคาด้วยส่วนลดตั้งแต่ 10% ไปจนถึง 90% อีกทั้ง ท่านยังสามารถหา “ถุงแฮปปี้” ซึ่งเป็นถุงจำเพาะที่หาได้จากฮาราจุกุและโอโมเทซังโดเท่านั้นจากงานนี้ได้ด้วย ที่เกียวโตเมืองหลวงเก่าของประเทศญี่ปุ่น จะมีการจัด “แคมเปญเกียวโต x วีซ่า” ตั้งแต่วันที่ 1 ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ปี 2016 ตลอดระยะเวลาที่จัดแคมเปญนี้ เพียงท่านใช้จ่ายเป็นมูลค่าเท่ากับหรือมากกว่า 3,000 เยนขึ้นไป ณ ร้านค้าปลอดภาษีในเมืองเกียวโตหรือร้านอาหารที่ร่วมแคมเปญ “พิเศษในช่วงฤดูหนาวกับร้านอาหารในเกียวโต” ท่านจะได้รับสิทธิ์ร่วมลุ้นเป็นหนึ่งใน 100 ผู้โชคดีที่จะได้รับรางวัลเป็นของที่ระลึกดั้งเดิมของเมืองเกียวโต* สำหรับแคมเปญ “พิเศษในช่วงฤดูหนาวกับร้านอาหารในเกียวโต” นี้เป็นงานพิเศษที่จัดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันกับข้างต้น ท่านจะได้เพลิดเพลินไปกับอาหารเกียวโตแสนอร่อยในราคาพิเศษ ณ ร้านอาหารกว่า 180 แห่งนอกจากนี้ ยังมี 3 ร้านอาหารที่ร่วมแคมเปญ “พิเศษในช่วงฤดูหนาวกับร้านอาหารในเกียวโต” ที่จะเสริฟเหล้าสำหรับจิบก่อนรับประทานเพื่อเป็นสิ่งกำนัลแก่ลูกค้าที่แสดงบัตรวีซ่าของตนในการชำระเงินเมื่อสั่งอาหาร ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากเว็ปไซต์ “พิเศษในช่วงฤดูหนาวกับร้านอาหารในเกียวโต” ที่ http://www.krws.jp/eng/ (ภาษาอังกฤษ) และสุดท้ายวีซ่าขอต้อนรับท่านด้วยแคมเปญในซัปโปโร สถานที่จัดงาน “เทศกาลหิมะซัปโปโร” ตั้งแต่วันที่ 5 ถึง 11 กุมภาพันธ์ 2016 ตลอดระยะเวลาการจัดแคมเปญนี้ ลูกค้าที่แสดงใบเสร็จรับเงินที่มีมูลค่าเท่ากับหรือมากกว่า 2,000 เยนจากการชำระเงินด้วยบัตรวีซ่า จะมีสิทธิ์ร่วมลุ้นเป็นหนึ่งใน 35 ผู้ชนะรางวัลที่จะได้นำตุ๊กตาหิมะทำมือจากหิมะแท้ในฮอกไกโดกลับบ้าน* สำหรับท่านที่พลาดรางวัลดังกล่าว จะได้รับเครื่องดื่มร้อน เพื่อคลายความหนาวในเทศกาลฤดูหนาวอันหนาวเย็นนี้ของซัปโปโร * เงื่อนไขเป็นไปตามที่กำหนด สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาดูได้จากเว็บวีซ่า: http://www.visa-news.jp/visitjapan/th/ (ภาษาไทย)

ด.ต.ปืนโหด! ฆ่ายกครัว 3 ศพ เข้ามอบตัวแล้ว
ฆาตกรรม /  ฆ่ายกครัว / 

ด.ต.สภ.เมืองชลบุรี มือปืนที่ก่อเหตุสังหาร 3 ศพ เข้ามอบตัวแล้ว สารภาพแค้นเห็นผู้ตายอยู่กับชู้ ทำให้เกิดความโมโห ความคืบหน้า ล่าสุด เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ 26 ม.ค. ด.ต.ธีระยุทร์ เพชรจิตร ผบ.หมู่งานจราจร สภ.เมืองชลบุรี มือปืนที่ก่อเหตุสังหาร 3 ศพ ได้เข้ามอบตัวกับ พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผบก.ภ.จว.ชลบุรีแล้ว โดยได้มีการสอบปากคำเบื้องต้นถึงสาเหตุที่ได้ลงมือสังหารโหด หลังจากนั้นจึงนำตัวด.ต.ธีระยุทร์ มาแถลงข่าว จากการสอบปากคำ ด.ต.ธีระยุทร์ ให้การว่า หลังจากที่ออกเวรจากการระดมกวาดล้างที่พัทยา จึงได้ขับรถกลับไปหานางยุพาที่บ้าน แต่ไปพบนางยุพาอยู่กับชายอื่นในห้องนอน โดยนางยุพานุ่งผ้าขนหนูอยู่ ส่วนนายทิวาได้กระโดดหนีไปทางหน้าต่าง ด.ต.ธีระยุทร์จึงตามไปยิงนายทิวาจนเสียชีวิต แล้วกลับมายิงนางยุพากับนางสมทรงจนถึงแก่ความตาย ทั้งนี้มีรายงานว่า ด.ต.ธีระยุทร์ นั้นมีภรรยาอยู่แล้ว แต่แอบมาคบกับนางยุพา และเลี้ยงดูเป็นภรรยาน้อยมา 4 ปี ส่วนนายทิวาได้มาติดพันนางยุพาได้ประมาณเดือนเศษ ก่อนมาพบจุดจบในครั้งนี้ ขอบคุณ ข่าวสด __________________________________________________________________________________________________ ด.ต.สภ.เมืองชลบุรี คลั่งบุกฆ่ายกครัว 3 ศพรวด ภายในบ้านพักย่าน อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ตำรวจพุ่งปมเรื่องชู้สาว วันนี้ 26 ม.ค. ตำรวจ สภ.พนัสนิคม รับแจ้งว่ามีเหตุยิงกันภายในหมู่บ้านอินทนิล ต.หน้าพระธาตุ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ที่เกิดเหตุภายในบ้านพบศพ นางยุพา สาระ อายุ 28 ปี เป็นผู้ช่วยพยาบาลโรงพยาบาลชลบุรี และนางสมทรง อายุ 50 ปีเศษ เป็นมารดา นอนกอดศพลูกสาวเป็นภาพสุดสลด โดยทั้ง 2 ศพ ถูกยิงเข้าที่ศีรษะ ภายนอกบ้าน พบศพ นายทิวา มหาผล อายุ 21 ปี เป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิไตรคุณธรรม ชลบุรี เป็นแฟนของ นางยุพา ผู้ตาย ส่วนเด็กหญิง อายุ 10 ขวบ วิ่งหนีรอดตายอย่างปาฏิหาริย์ และพบว่ารถเก๋งยี่ที่จอดอยู่หน้าบ้าน ถูกยิงจำนวน 8 นัด จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่ามีรถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ ไตรตัน สีดำ สี่ประตู ขับรถมาจอดหน้าบ้าน โดยคนร้ายอายุประมาณ 40 ปี แต่งกายคล้ายตำรวจ เดินเข้ามาเรียก และถามหานางยุพา ทางนายทิวา ได้เดินออกมาหา คนร้ายยิงเข้าใส่ทันที 1 นัด หลังจากนั้นคนร้ายเดินเข้าไปในห้อง เมื่อพบนางยุพา ก็ใช้ปืนยิงเข้าที่ศีรษะ จนล้มลง นางสมทรง ผู้เป็นแม่วิ่งเข้าไปกอดศพลูก คนร้ายยิงที่ศีรษะอีก 1 นัด และเดินกลับไปขึ้นรถ ก่อนจะไป ยังเข้าไปยิงรถเก๋งของนายทิวา ก่อนจะขับรถออกไปจากที่เกิดเหตุ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนหาสาเหตุการยิงในครั้งนี้ โดยทราบว่า ผุ้ก่อเหตุ คือ ด.ต.พีระยุทธ ผบ.หมู่จราจร สภ.เมืองชลบุรี ซึ่งสาเหตุเกิดจากความหึงหวง เนื่องจากได้เข้ามาติดพันผู้ตายเช่นกัน และต่อมาประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา ทางนายทิวา ได้เข้ามาพัวพันกับนางยุพา ซึ่งอาจจะเกิดความหึงหวงกับคนที่มาชอบนางยุพา จนทำให้ก่อเหตุยิงยกครัวดังกล่าว ขอบคุณ ข่าวสด ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

ธุรกิจไอเดียล้ำนำเทรนด์
Tistgraphy /  สุนัข / 

ธุรกิจไอเดียล้ำนำเทรนด์ "หมอนอาหารไทย" กินไม่ได้แต่ถูกใจลูกค้า และของใช้ใส่ลายน้องหมา สินค้าเอาใจคนรักสุนัข หากพูดถึงสัตว์เลี้ยงตัวโปรดประจำบ้าน อย่างเจ้าสุนัข หลายคนคงคุ้นเคย และในปัจจุบันคนรักสุนัขเพิ่มขึ้นจำนวนมาก สังเกตได้จากเพจคนรักสุนัข ต่างกวาดยอดไลค์ ยอดแชร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นี่อาจเป็นที่มาของสินค้าสำหรับคนรักน้องหมาอย่างแท้จริง วันนี้ทีมข่าว MThai News จะพาผู้อ่านไปรู้จักกับธุรกิจเอาใจคนรักสุนัข นำฝีมือการวาดรูปขั้นเทพ แต่งเเต้มลายเส้นเป็นภาพสายพันธุ์สุนัขตัวโปรดมาใส่ในสินค้าหลากหลายชนิด และของใช้ ของแต่งบ้านไอเดียสร้างสรรค์ หยิบยกอาหารในครัวที่คุ้นเคย มาเป็นหมอนลายอาหารพื้นบ้านสุดแนว 'คุณมรกต ชมบุญ' เจ้าของแบรนด์ Tistgraphy ได้เปิดเผยกับทีมข่าวว่า จุดเริ่มต้นของสินค้ามาจากโอกาสที่ได้รับ หลังทำงานออกบูธ แล้วมีคนชักชวนให้นำสินค้าไปวางขาย ด้วยความชอบทำของใช้สอย และมีฝีมือด้านกราฟฟิก จึงเกิดไอเดียวาดภาพน้องหมา นำมาสกรีนใส่ในสินค้า อาทิ กระเป๋า ผ้าพันคอ หมอน ถุงผ้า หมอน เสื้อ กระเป๋าใส่ดินสอ เมื่อธุรกิจเริ่มลงตัวมากขึ้น 'คุณมรกต' ได้ปิ๊งไอเดียใหม่ เนื่องจากมีความสุขกับการรับประทานอาหาร จึงเกิดแนวคิดสร้างสินค้าที่ไม่เหมือนใคร เปลี่ยนหมอนลายธรรมดาที่เคยคุ้น เป็นหมอนลายอาหารไทยสุดเก๋ ถูกใจลูกค้า ซึ่งล้วนคุ้นตาไม่ว่าจะเป็น หมอนปลาทู ส้มตำ น้ำพริก อาหารทะเล ซึ่งแปลกใหม่ ไม่ซ้ำใคร โดยเฉพาะหมอนปลาทู ถือเป็นลายที่ขายดิบขายดี โดนใจลูกค้า เพราะเป็นอาหารประจำบ้านของคนไทย ใครๆ ก็เคยรับประทาน สามารถนำไปเป็นของขวัญสำหรับทุกเพศทุกวัยได้อีกด้วย คุณมรกต เผยว่า "จากที่เคยใช้เทคนิคการวาดภาพ เราเปลี่ยนมาใช้เทคนิคการถ่ายภาพแทน โดยการนำภาพถ่ายที่ได้มาพิมพ์บนผ้าโพลิสเตอร์ สีคมชัด พอเห็นสีสดๆ สินค้าจะดูน่ารับประทาน และเสมือนจริงมากยิ่งขึ้น" สินค้าเอาใจคนรักสุนัข และหมอนไอเดียแปลกใหม่ จะไม่ให้ถูกใจขาช็อปได้อย่างไร ว่าไหม? "เราเหมือนเป็นเจ้าแรกๆ ที่ทำสินค้าเอาใจคนรักสุนัข ลูกค้าจึงให้ความสนใจเป็นพิเศษ ตอนนี้ลูกค้าก็ยังคงมีต่อเนื่อง ส่วนหมอนลายอาหารนั้น ได้รับความสนใจจากผู้พบเห็นอย่างมาก เพราะเป็นอะไรที่แปลกใหม่ และยังสามารถนำไปเป็นของขวัญได้สำหรับทุกวัย อีกทั้งมีการแชร์ในโซเชียลมีเดีย ทำให้มีคนสนใจมากยิ่งขึ้น" กว่าธุรกิจจะประสบความสำเร็จถึงจุดนี้ได้ ย่อมเจออุปสรรคเป็นธรรมดา "การลงมือทำธุรกิจนี้ มีอุปสรรคเพราะเราไม่เก่งด้านการตลาดเลย แต่จะเก่งด้านอาร์ต ออกแบบ และการผลิต จึงต้องมานั่งเรียนรู้เรื่องการตลาดกันใหม่ ต้องใช้เวลาในศึกษาพอสมควร  ซึ่งอุปสรรคเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้แบรนด์นี้ก้าวต่อไปได้" ด้านจุดเเข็งของร้าน Tistgraphy นั้น  เจ้าของธุรกิจอย่างคุณมรกต ได้เปิดเผยอย่างภาคภูมิใจว่า "ลายต่างๆ เราออกแบบเอง หากมีคนจะลอกเลียนแบบ ยังไงก็ไม่เหมือน เพราะเราวาดเอง เราครีเอทขึ้นมาเองนั่นคือเอกลักษณ์ของร้านเรา นอกจากนี้เรายังสามารถนำลายไปใส่ในสินค้าได้หลายอย่างอีกด้วย" สุดท้ายนี้ 'คุณมรกต'  ได้ฝากถึงคนที่อยากลองทำธุรกิจของตัวเองด้วยว่า "ให้เริ่มจากสิ่งใกล้ตัว เหมือนเรารักสุนัข ก็เอาสุนัขมาเป็นจุดเด่นของร้าน แล้วนำอาหารที่คุ้นเคยตั้งแต่เด็ก มาทำเป็นหมอน ซึ่งส่วนตัวมองว่า หากเริ่มจากสิ่งที่ไม่คุ้นเคย ไม่รัก ไม่ชอบจริงๆ จะทำออกมาไม่ดีเท่าสิ่งที่เราชอบ เพราะเราจะรู้สึกสนุกไปกับมัน" ส่วนในอนาคตจะต่อยอดสินค้ายังไงนั้น 'คุณมรกต' บอกว่าขออุบไว้ก่อน พร้อมฝากให้ลูกค้ารอติดตามอุดหนุนกันต่อไป โดยสามารถมาเลือกซื้อหน้าร้านได้ที่เมกะบางนา เปิดทุกวัน เวลา 10.00 น. - 21.00 น. หรือสาขาในตลาดรถไฟศรีนครินทร์ เปิดวันพฤหัสบดี-อาทิตย์ เวลา 17.00 น. ถึงเที่ยงคืน ทั้งนี้ ยังสามารถช็อปผ่านโซเชียลได้ด้วย          IG : tistgraphy_shop  เฟซบุ๊กเสิร์ชคำว่า tistgraphy หรือติดต่อผ่าน line id : tistgraphy รุ่งฤดี ฤทธิสิทธิ์ : เขียน/ภาพ MThai News

จับแล้ว!มือปืนจี้กรุงไทยกวาด2แสนหนี
กรุงไทย /  จี้ / 

ตำรวจนำตัว มือปืนจี้ธนาคารกรุงไทย สาขาบางขุนเทียน มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ด้านผู้ต้องหารับสารภาพว่าก่อเหตุจริง เพื่อนำเงินไปชำระหนี้สิน นายนพพล พงศ์ฉบับนภา ชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ข้อหาชิงทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธปืน และใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกต่อการพาทรัพย์หลบหนี จากคดีปล้นเงินธนาคารกรุงไทย สาขาบางขุนเทียน ปากซอยเอกชัย 35 ได้เงินสดรวมทั้งสิ้น 223,400 บาท เมื่อวันที่ 22 มกราคม ถูกตำรวจ สน.บางขุนเทียน จับกุมพร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ รวม 3 คัน อาวุธปืนสั้น ขนาด 9 มม. 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน 13 นัด เสื้อผ้าที่ผู้ต้องหาใช้สวมใส่ขณะเกิดเหตุ ล้อแม็ก 4 ล้อ และสร้อยคอทองคำขาว ราคาประมาณ 15,000 บาท หลังจากตำรวจฝ่ายสืบสวนแกะรอยจากภาพวงจรปิด ทราบว่าภายหลังก่อเหตุคนร้ายขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไปยังบ้านพักภายในซอยเอกชัย 8 ตำรวจจึงกำลังเข้าจับกุม จากการสอบสวน ประกอบจากพยานและหลักฐาน นายนพพล รับสารภาพว่าก่อเหตุจริง เพราะต้องการทรัพย์สินไปชำระหนี้สินต่าง ๆ ส่วนเงินที่เหลือนำไปซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์แต่งรถคันใหม่ ขณะที่อาวุธปืนได้สั่งซื้อทางอินเทอร์เน็ต ราคากระบอกละ 40,000 บาท สำหรับเหตุจูงใจที่เลือกธนาคารแห่งนี้ เพราะอยู่ใกล้ที่พักและสะดวกกับการหลบหนี ประกอบกับการรักษาความปลอดภัยไม่แน่นหนา จึงกล้าลงมือก่อเหตุ พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า ขณะนี้มอบหมายให้ชุดสืบสวนนครบาล ป้องกันและปราบปรามผู้ค้าอาวุธปืนเถื่อนที่ประกาศขายทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งที่ผ่านมามีการจับกุมได้ไม่มาก และยอมรับว่าการกวาดล้างเป็นไปได้ยาก เนื่องจากผู้จำหน่ายส่วนใหญ่อยู่ที่ต่างจังหวัด ทั้งนี้ยังมั่นใจมาตรการดูแลความปลอดภัยทางธนาคารว่ามีความเข้มงวดดีอยู่แล้ว แต่ได้สั่งกำชับตำรวจทุกพื้นที่ไปสำรวจเพิ่มเติม หากธนาคารใดมีการรักษาความปลอดภัยไม่แน่นหนา ให้จัดเจ้าหน้าที่สายตรวจ ตระเวนตรวจตราให้รอบคอบ เพื่อป้องกันคนร้ายก่อเหตุลักษณะดังกล่าว โจรควงปืนบุกเดี่ยว จี้ชิงเงิน ธ.กรุงไทย บางขุนเทียน กวาดเฉียด 2 แสนหนี ตร.เร่งล่าตัว พ.ต.ต ณัฐวัฒน์ เวียงนนท์ พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ สน.บางขุนเทียน รับแจ้งเหตุมีเหตุ คนร้าย 1 คน ใช้อาวุธปืนเข้าจี้ พนักงานธนาคารกรุงไทย สาขาบางขุนเทียน ถนนเอกชัย แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง ก่อนกวาดเงินสดแล้วหลบหนีไปหลังรับแจ้งรุดมาที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบก.น.9 พ.ต.อ.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง รอง ผบก.น.9 ภายในธนาคาร พบเจ้าหน้าธนาคารกำลังแตกตื่น ทางเจ้าหน้าที่พบ นางสัญญา โพธิ์สวัสดิ์ อาย 53 ปี ที่ ถูกคนร้ายเอาปืนจี้เป็นพนักงานต้อนรับของธนาคารได้ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุให้บริการลูกค้าตามปกติ ซึ่งมีลูกค้าอยู่ประมาณ 10 คน ได้มีคนร้าย 1 คน เข้ามาภายในธนาคาร ใส่เสื้อคลุมแขนยาวสีดำ ปิดหน้ากาก กางเกงยีนต์ สีดำ สะพายกระเป๋าหนังสีดำหมวกแก๊ป สีเขียวปีกสีส้ม เดินสูงประมาณ 170 ซม. เข้ามาประกบก่อนจะกวาดเงินที่เคาน์เตอร์ที่ 1 และเคาน์เตอร์ที่ 3 เป็นจำนวนเงิน 197,000 บาท ก่อนที่จะหลบหนีโดยใช้เวลาประมาณ 2 นาที ขณะที่ นายกรธวัช สร้อยสด อายุ 19 ปี นักศึกษาปี 2 คณะคหกรรม มหาวิยาลัยเทคโนโลยีพระนคร วิทยาเขตโชติเวช ที่เข้าทำธุรกรรมกับทางธนาคาร และเป็นผู้ที่วิ่งไปถ่ายรูปคนร้าย ขณะหลบหนีได้ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นคนร้ายชักปืนและจี้ พนักงานธนาคาร จึงได้เดินออกมาจากตัวธนาคาร และรออยู่ด้านหน้าก่อนที่คนร้ายจะวิ่งออกมาและตนก็วิ่งตามไปถ่ายรูปคนร้าย ก่อนคนร้ายจะขับขี่ไปทาง ถนนจอมทอง สำหรับรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายเป็น รถฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน คืบโจรปล้นแบงก์กรุงไทยน.1รุดตรวจสอบ ความคืบหน้า เหตุคนร้ายเป็นชายบุกชิงทรัพย์ ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาบางขุนเทียน ปากซอยเอกชัย 35 ได้เงินสด รวมทั้งสิ้น 180,000 บาท ก่อนขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ รุ่น 110 ไอ สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หลบหนีไปทางถนนเอกชัย-จอมทอง ภายหลังเกิดเหตุ พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เข้าตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในธนาคาร ก่อนระบุว่า จากการตรวจสอบภาพวงจรปิดของธนาคารและภาพถ่ายของผู้เห็นเหตุการณ์ พบว่า ขณะเกิดเหตุคนร้ายใช้ผ้าปิดปากและสวมหมวกแก๊ปอำพรางใบหน้า โดยเปิดเสื้อแสดงอาวุธปืนที่เอวกับพนักงานต้อนรับ และเจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์ ก่อนนำเงินบรรจุกระเป๋าสะพายออกไปอย่างเงียบ ๆ เบื้องต้นตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าอาวุธปืนที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ เป็นเป็นอาวุธปืนจริงหรือไม่

อาหาร รสชาติไหน ที่ดีต่อสุขภาพ
รสชาติ /  อาหาร

           ขึ้นชื่อว่าเมนูอาหารไทย รสชาติดุเด็ดเผ็ดมันอย่าง เปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด ต้องมากันครบ ยิ่งร้านไหนปรุงอาหารได้จัดจ้านก็ยิ่งได้รับความนิยมอย่างแน่นอน ซึ่งคุณรู้ไหมว่า เจ้ารสชาติแซ่บๆ นี่แหละที่เป็นเหมือนเพชรฆาตเงียบอันน่าสะพรึงกลัว จงระวังรสจัดจ้าน ก่อนจะเข้าสู่โหมดเชียร์การรับประทานรสจืด เราขอชวนทุกท่านมาทำความรู้จักกับสารพัดความอันตรายที่ตามติดมากับรสชาติของอาหารแต่ละชนิดกันก่อนดีกว่าว่าจะร้ายแรงเพียงใด รสเค็ม รสเค็มคือรสชาติหนึ่งที่หลายคนชื่นชอบ แม้เราต่างรู้กันดีอยู่แล้วว่า ความเค็มที่มากเกินไปจะเป็นปัญหาต่อสุขภาพ ซึ่งอาหารไทยหลายชนิดมีส่วนผสมของเกลือในปริมาณสูง โดยความเค็มยังแอบซุกซ่อนอยู่ในอาหารสำเร็จรูปอีกหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นขนมอบกรอบ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง ผักดอง และซอสต่างๆ นอกจากนี้ อาหารตามธรรมชาติบางอย่างก็ยังมีโซเดียมสูง เช่น อาหารทะเลและเนื้อสัตว์ต่างๆ นั่นจึงหมายความว่า เวลาที่เราจะรับประทานอะไรก็ควรต้องระมัดระวังในการปรุงรสพอสมควร มิฉะนั้นอาจสุ่มเสี่ยงต่อโรคภัยที่เกิดจากการบริโภคโซเดียมสูงเกิน สำหรับโทษของการกินเค็มจัดคือ ทำให้เป็นโรคไต ความดันโลหิตสูง แต่ความอันตรายยังไม่หมดอยู่เพียงเท่านั้น เพราะความเค็มยังอาจก่อให้เกิดโรคอัมพฤกษ์ โรคหัวใจ อาการบวม หัวใจวาย ริดสีดวง ไมเกรน และภาวะกระดูกบาง ซึ่งถ้าเราทานเกลือให้น้อยลงจะส่งผลให้การทำงานของอินซูลินดีขึ้น รสหวาน เมื่อพูดถึงที่มาของความหวาน น้ำตาลก็คือสิ่งที่หลายคนนึกถึง ซึ่งเจ้าน้ำตาลหวานหยดนี่แหละที่ถูกจัดให้อยู่ในอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต ให้พลังงานต่อร่างกายในทันทีที่กินเข้าไป ส่งผลให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่าอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าคุณเป็นผู้ที่หลงใหลในความหวานก็ควรระวังไว้สักนิด เพราะหวานมากไปก็ทำให้อ้วน เนื่องจากร่างกายได้รับพลังงานมากเกินไปจนก่อให้เกิดไขมันสะสม นอกจากนี้ อาหารรสหวานยังเป็นอันตรายสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน เพราะเมื่อรับประทานเข้าไปมากๆ จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดขาดความสมดุล ตับอ่อนผลิตอินซูลินออกมามากกว่าปกติเพื่อกำจัดปริมาณน้ำตาลในเลือด ยิ่งคนเป็นเบาหวานกินหวานมากเท่าไรก็จะยิ่งให้ตับอ่อนทำงานหนัก และเป็นอันตรายมากเท่านั้น รสเปรี้ยว รสเปรี้ยวจี๊ดจ๊าดมีคุณสมบัติสำคัญในการกระตุ้นตับและถุงน้ำดีให้ปล่อยน้ำย่อย ช่วยในการดูดซึมอาหารของร่างกาย ฟอกเลือด เป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยขับเสมหะ และแก้เลือดออกตามไรฟัน ซึ่งการรับรสเปรี๊ยวจากธรรมชาติอย่าง มะนาว มะกรูด มะขาม มะม่วงดิบ หรือสับปะรด นับว่าไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพมากนัก แต่ถ้าเป็นความเปรี้ยวที่มาจากสารสังเคราะห์อย่าง น้ำส้มสายชู หากบริโภคมากเกินไปจะเป็นอันตรายต่อร่างกายได้เช่นเดียวกันกัน โดยโรคที่มากับอาหารรสเปรี้ยวคือ ท้องเสีย ร้อนใน ระบบน้ำเหลืองในร่างกายมีปัญหา และกระดูกผุ รสเผ็ด การรับประทานอาหารรสชาติเผ็ดๆ ใส่พริก 10 เม็ด ชวนเหงื่อไหลไคลย้อยคือสิ่งที่หลายคนชื่นชอบ โดยแหล่งที่มาของความเผ็ดร้อนมักมากับสมุนไพรกลุ่ม เช่น กานพลู ยี่หร่า กระเทียม หัวหอม และพริก ซึ่งความเผ็ดนี่เองที่จะช่วยให้การทำงานของปอดและลำไส้ใหญ่เป็นไปตามปกติ แต่ถ้าบริโภคมากเกินไปก็อาจทำให้เกิดโรคร้ายที่เป็นอันตรายต่อร่างกายได้ ไม่ว่าจะเป็นโรคกรดในกระเพาะอาหารที่ทำให้นักกินเผ็ดมักมีอาการท้องขึ้นและอึดอัด นอกจากนี้ รสชาติอันเผ็ดร้อนจนเกินไปยังสามารถก่อให้เกิด สิว เพราะความเผ็ดจะทำให้ต่อมไขมันทั่วร่างกายทำงานหนักกว่าปกติทำให้เกิดสิวได้ง่าย และที่สำคัญอาหารรสเผ็ดยังมีฤทธิ์กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้หัวใจทำงานหนัก ผู้ที่ชอบรับประทานอาหารรสเผ็ดจึงมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจโดยไม่รู้ตัว เทคนิคในการกิน เห็นหรือยังล่ะว่าการทาน อาหาร รสจัด นั้นมีแต่ส่งผลเสียให้กับร่างกาย ดังนั้น เราจึงมีวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณรับประทานอาหารให้อร่อยแบบไม่เสี่ยงโรคภัยมาฝากกัน 1.ชิมก่อนปรุงทุกครั้ง 2.ลดการเติมเครื่องปรุงรส เพราะในเครื่องปรุงรสเกือบทุกชนิดมีปริมาณโซเดียมสูง 3.ลดการกินอาหารแปรรูปต่างๆ เช่น ไส้กรอก หมูยอ แหนม เบคอน ผักดอง ผลไม้ดอง 4.ลดความถี่และปริมาณน้ำจิ้มของการกินอาหารที่มีน้ำจิ้ม เช่น ของทอด สุกี้ หมูกระทะ 5.เลี่ยงอาหารจานด่วน เพราะมีโซเดียมสูง 6.อ่านฉลากโภชนาการทุกครั้งก่อนที่จะบริโภค ขอบคุณเนื้อหาดีดจาก emaginfo.com

จัดระเบียบตู้เย็น แนะหลัก 3 ส. เก็บของสด ให้ได้คุณค่าสูง
คุณค่าสารอาหาร /  ตู้เย็น / 

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะวิธีเก็บอาหารในตู้เย็นที่ถูกสุขลักษณะตามหลัก 3 ส. ได้แก่ สะอาด ปลอดภัย เป็นสัดส่วน และมีสิ่งแวดล้อมเหมาะสม เพื่อช่วยรักษาอาหารให้สด ใหม่ไม่เน่าเสียง่าย นายแพทย์วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า พ่อบ้านแม่บ้านหรือร้านอาหารที่นิยมซื้ออาหารสด ประเภทเนื้อสัตว์ อาหารทะเล ผัก และผลไม้ รวมทั้งนมและผลิตภัณฑ์จากนม ไข่ เครื่องดื่ม ชนิดต่างๆ มาเก็บไว้ในตู้เย็นคราวละมากๆนั้น ควรเลือกเก็บอาหารเหล่านี้ในช่องที่มีอุณหภูมิเหมาะสม รวมถึงระยะเวลาที่เหมาะสมกับอาหารแต่ละประเภท เพื่อช่วยรักษาอาหารให้สดใหม่ ไม่เน่าเสีย อีกทั้งยังคงคุณค่าวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ไว้ได้ โดยใช้หลักในการเก็บอาหาร 3 ส. ดังนี้ 1. สะอาดปลอดภัย โดยภาชนะบรรจุ และสถานที่เก็บอาหารต้องสะอาด ปลอดภัยไม่ทำให้เกิดการปนเปื้อนเชื้อโรคในอาหารได้ 2.สัดส่วน ควรแยกประเภทอาหารเป็นสัดส่วนเฉพาะไม่ปะปนกัน และ 3. สิ่งแวดล้อมเหมาะสม จัดเก็บอาหารในอุณหภูมิที่เหมาะสมกับอาหารแต่ละประเภท เพื่อรักษาคุณภาพและยืดอายุอาหารให้เก็บไว้ได้นานๆ เนื้อสัตว์ที่ซื้อมา หากจะเก็บควรล้างให้สะอาดก่อน แล้วนำมาตัดแบ่งหรือหั่นเป็นชิ้นเล็กๆก่อนบรรจุในภาชนะที่ป้องกันการรั่วซึมได้ในปริมาณที่พอเหมาะ กับการนำไปใช้ในแต่ละครั้ง แล้วจึงนำไปเก็บในตู้เย็นมีอุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส แยกเป็นสัดส่วนจากอาหารประเภทอื่น ไม่ควรแช่เนื้อสัตว์ชิ้นใหญ่ๆหรือทั้งตัวในตู้เย็น เนื่องจากความเย็นอาจจะไม่เพียงพอ หากเป็นร้านอาหารที่มีตู้แช่ขนาดใหญ่และมีความจำเป็นที่ต้องแช่เนื้อสัตว์เป็นชิ้นใหญ่ๆ หรือทั้งตัวต้องเก็บในที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า-18 องศาเซลเซียส สำหรับอาหารทะเลประเภทปลา กุ้ง หอย ปลาหมึก ปู และสัตว์น้ำอื่นๆ การเก็บควรแช่แข็งที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส ถ้าเป็นชิ้นเล็ก ตัวเล็ก หรือชนิดบด ควรใส่ถุงพลาสติกหรือภาชนะแช่ฝังอยู่ในน้ำแข็งตลอดเวลาและ ต้องหมั่นเติมน้ำแข็งและระบายน้ำที่ละลายแล้วออกเสมอๆ ผักและผลไม้เมืองร้อนประเภทกินหัวหรือราก ควรเก็บในตะกร้าโปร่งสะอาดในบริเวณที่มีอุณหภูมิห้องปกติ วางสูงจากพื้นอย่างน้อย 60 เซนติเมตร สำหรับผักสดใบเขียว หรือผักผลไม้เมืองหนาว ควรนำมาตัดแต่งก่อนบรรจุในถุงพลาสติกที่สะอาดเก็บในตู้เย็นเป็นสัดส่วนที่มีอุณหภูมิประมาณ 7-10 องศาเซลเซียส ส่วนผักที่พร้อมสำหรับการนำไปปรุงประกอบอาหาร ควรนำมาล้างทำความสะอาด ตัดแต่งหรือหั่นแล้ว เก็บในภาชนะที่สะอาดมีการปกปิดเป็นสัดส่วนในตู้เย็น ระยะเวลาในการจัดเก็บอาหารที่เหมาะสม หากเป็นผักและผลไม้เก็บได้ 3-5 วัน เนื้อสัตว์ในช่องแช่แข็งเก็บได้นาน 3-5 วัน ไข่อยู่ได้ประมาณ 1 สัปดาห์นับจากวันผลิต นอกจากนี้ ควรหมั่นสำรวจวันหมดอายุของอาหารที่เก็บไว้ในตู้เย็น และไม่ควรเก็บอาหารไว้มากเกินไป จนทำให้การถ่ายเทอากาศในตู้เย็นเป็นไปอย่างลำบาก