มีเพศสัมพันธ์

10 ไอเดียแต่งสวนในบ้าน ทำเองก็ได้...ง่ายจัง!!
ดอกไม้ /  ตกแต่งสวน / 

เดินทางมาถึงเดือนเมษายนอีกครั้ง... ว่ากันว่าเดือนนี้เป็นเดือนที่ร้อนที่สุดแห่งปี! (แต่ดูเหมือนว่าแดดจะร้อนแผดเผากันอยู่ทุกเดือน) เอาเป็นว่าเรามีทางเลือกง่ายๆ ให้คุณได้ใกล้ชิดธรรมชาติกันมากขึ้น นอกจากจะสร้างบรรยากาศภายในบ้านให้ปกคลุมไปด้วยสวนสีเขียวแล้ว ยังช่วยผ่อนคลายสายตาให้ร่างกายรู้สึกเย็นใจได้อีกด้วย หากใครชื่นชอบแบบไหนเป็นพิเศษก็สามารถนำไปตกแต่งสวนที่บ้านของตัวเองได้เลย รั้วต้นไม้Œ รั้วใช้Œกำหนดขอบเขตให้Œความปลอดภัยและมีความเป็šนส่‹วนตัว ซึ่งบ้Œานหลังนี้สร้Œางจุดเด่‹นให้Œกับแนวรั้วหน้าบ้านด้วยการปลูกไทรเกาหลีเว้Œนจังหวะสลับกับรั้วอิฐ เป็นการเพิ่มประโยชน์ให้Œกับแนวรั้วได้Œอย่‹างน่‹าสนใจ กลายเป็นสวนแนวตั้งที่เกิดเป็นภาพธรรมชาติในมุมมองที่แตกต‹าง ไอเดียจาก • บ้Œานคุณกุลวดี จินตวรและคุณตวงรัตน ตันติเวชกุล สวนไม้Œเลื้อยแนวรั้ว เพิ่มพื้นที่สีเขียวบริเวณแนวรั้วให้Œกลายเป็นสวนไม้Œเลื้อยขนาดย่อม โดยใช้เหล็กขนาดเล็กขึงตามรูปฟอร์มที่ต้องการ เพื่อให้Œต้Œนไม้Œยึดเกาะ ส่วนด้านล่างตกแต่‹งด้Œวยสวนกระถาง ควรเลือกต้Œนไม้Œที่มีพรรณไม้Œแตกต่างกันเพื่อให้Œสวนเกิดมิติและดูสนุกขึ้น ไอเดียจาก • บ้Œานคุณกุลวดี จินตวรและคุณตวงรัตน์ ตันติเวชกุล กันเสียงและลม เปลี่ยนจากรั้วอิฐบล็อกให้Œกลายเป็šนรั้วต้Œนไม้Œ เพียงก‹ออิฐเป็šนแนวยาวไว้Œสำหรับปลูกต้Œนไม้Œ อาจเลือกไทรคอมแพ็ก หรือไทรจีนใบแหลม   เพราะเป็šนพรรณไม้Œที่มีคุณสมบัติทนทานเหมาะกับการปลูกเป็šนแนวรั้วหรือพื้นที่จำกัด นอกจากจะให้Œความเป็šนธรรมชาติแล้Œว รั้วแบบนี้ยังป้‡องกันเสียงและลม อีกทั้งโชว์ความสวยงามของใบ หาโต๊ะเก้าอี้ไม้Œมาวางตกแต‹งเพิ่มเติม ก็จะกลายเป็šนมุมทานข้าวนอกบ้Œานแบบใกล้Œชิดธรรมชาติ ไอเดียจาก • ร้Œาน Small Talk Café & Hangout สวนหน้าบ้าน เนื่องจากบริเวณหลังบ้านยังมีเนื้อที่เหลือ เจ้Œาของบ้Œานจึงสร้Œางบ้Œานของเล่‹นให้Œกับลูกๆ โดยเฉพาะ ด้วยการออกแบบสไตล์คอตเตจสีขาวทั้งหลัง ดังนั้นด้Œานหน้Œาจึงปูเป็šนสนามหญ้Œาสีเขียวเพื่อให้Œสีดูตัดกัน เลือกปลูกไม้ดอกริมหน้Œาต่‹างให้Œมีสีสันสดใส เช่‹น กุหลาบ และเบญจมาศคละสี สร้Œางบรรยากาศได้Œเหมือนอยู่‹ในเทพนิยาย ไอเดียจาก • บ้านนพ. มณฑล และ รศ.ดร.พญ. อติพร อิงค์สาธิต ร่มเงารอบบ้Œาน การปลูกต้Œนไม้Œเพื่อให้Œร่‹มเงารอบบ้Œานนับเป็šนเรื่องใกล้Œตัวที่ใครก็สามารถทำได้Œและควรทำอย่‹างยิ่ง เป็นการช่‹วยคลายร้อนให้Œบ้Œานได้Œดีอีกวิธีหนึ่ง เช่‹นเดียวกับบ้Œานหลังนี้ ซึ่งใช้Œพื้นที่ด้Œานหลังออกแบบเป็šนมุมพักผ่‹อน ใช้Œแผ่‹นทางเดินขนาดใหญ่‹ปูพื้นเพื่อสร้Œางขอบเขต ส่‹วนที่เหลือปลูกหญ้Œามาเล และปลูกไม้Œประดับแซมด้วยไม้Œดอก ช่‹วยสร้างบรรยากาศให้ดูผ่‹อนคลายสบายตา ไอเดียจาก • บ้Œาน Krung Kavee สวนแขวน ปรับเปลี่ยนพื้นที่ข้างบ้Œานให้Œเป็šนสวนสีเขียวได้Œไม่‹ยากด้Œวยการใช้Œหินกรวดปูบริเวณทางเดิน ส‹วนผนังรั้วติดแฮงกิงไว้Œสำหรับแขวนต้Œนไม้Œประเภทเฟิร์น กล้Œวยไม้Œ เคราฤๅษี พืชรากอากาศ หรือพรรณไม้Œอื่นๆ ที่มีหลากสีอย่างทิลแลนเซียมาปลูกร‹วมด้Œวย หมั่นดูแลเรื่องการฉีดพ้นนํ้าและได้Œแสงพอเหมาะ แค่‹นี้ก็สามารถทำให้Œต้Œนไม้เจริญเติบโตได้ดี ไอเดียจาก • บ้านคุณกุลวดี จินตวรและคุณตวงรัตน์ ตันติเวชกุล สวนกลางบ้Œาน เนื่องจากบ้านหลังนี้มีหน้Œาต่‹างรอบด้Œาน ดังนั้นการจัดสวนกลางบ้Œานจึงมีความเหมาะสมและเกิดประโยชน์กับสมาชิกมากที่สุด เพราะได้Œใกล้Œชิดกับธรรมชาติแม้Œอยู่‹ภายในบ้Œาน ส่‹วนการจัดองค์ประกอบของสวนแห่‹งนี้ใช้Œนํ้าพุโรมันคิวปิดเป็นศูนย์กลาง แล้วปลูกต้นต้Œอยติ่งให้Œลดหลั่นลงมาเป็นระดับ ใช้Œตัวหนอนวางรอบๆ ให้Œเกิดมิติ จากนั้นตกแต‹งส่วนอื่นๆ ให้Œดูสัมพันธ์กันทั้งหมด ไอเดียจาก • บ้านนพ. มณฑล และรศ.ดร.พญ. อติพร อิงค์สาธิต สวนพรางตา บ้านหลังนี้ถูกออกแบบโครงสร้Œางให้Œมีดีไซน์พร้Œอมกับคำนึงถึงฟั˜งก์ชัน ในขณะเดียวกันก็ไม่‹ลืมนำแนวคิดธรรมชาติเข้ามาผสมผสาน อย่‹างบริเวณห้Œองนอนด้Œานหน้Œา นอกจากทำเป็šนระแนงเหล็กแล้Œว ยังปลูกต้นไม้Œเพิ่มเพื่อพรางตาจากด้Œานนอก เลือกต้Œนคริสติน่‹าเพราะความโดดเด่‹นของต้นไม้Œชนิดนี้มีฟอร์มสวย มีทั้งสีเขียวและมีสีแดงสลับกันไป ไอเดียจาก •โครงการไพรเวท เนอวานาเรสสิเดนซ์ นอร์ท แอนด์ อีส สวนป่าหน้Œาบ้Œาน ด้วยความที่เจ้Œาของบ้Œานชอบปลูกต้Œนไม้ Œจึงเนรมิตพื้นที่หน้Œาบ้Œานให้Œกลายเป็šนสวนป่†าขนาดย่‹อม กำหนดขอบเขตการปลูกต้Œนไม้Œด้วยแนวอิฐ ซึ่งอยู่‹ห่างจากรั้วŒประมาณ 80 เซนติเมตร ด้านหน้าเลือกปลูกต้Œนไม้ประเภทเฟิร์น เช่‹น เฟิร์นข้Œาหลวง เฟิร์นชายผ้าสีดา แต่การจะเลือกปลูกพรรณไม้ชนิดนี้ควรศึกษาสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมด้Œวย ส่วนวิธีที่จะช่‹วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้Œกับพื้นที่บริเวณนี้ก็คือ ควรปลูกต้นไม้Œรวมกันและเลือกต้นไม้Œที่คายนํ้าได้Œเยอะๆ หลังแนวรั้วปลูกต้Œนไม้Œที่ให้Œร่มเงาขนาดใหญ่‹ได้Œ เรียกว่‹าเป็šนการสร้Œางลูกเล่นให้Œเกิดมิติและดูใกล้Œเคียงกับสวนป่†าจริงๆ ไอเดียจาก • บ้านคุณนิวัต นามวงษ์ ภูมิสถาปัตยกรรม เจ้Œาของบ้Œานให้Œความพิถีพิถันในเรื่องการปลูกต้นไม้Œมากเป็šนพิเศษ ดังนั้นต้Œนไม้Œที่เลือกปลูกจึงเป็šนการโชว์สถาปั˜ตยกรรม โดยเลือกใช้ต้นไม้Œที่มีฟอร์มละเอียด รวมถึงกระถางก็เลือกรูปแบบที่เหมาะสมและเข้ากับสไตล์บ้Œาน มีสีต้Œนไม้Œอ่อนแก่‹สลับกันเพื่อสร้างความสวยงามและรู้Œสึกผ่‹อนคลายแม้Œในพื้นที่ขนาดเล็ก ไอเดียจาก • บ้Œานผู้Œช่วยศาสตราจารย์นเรศ ยะมะหาร เครดิตจาก นิตยสาร @KITCHEN ฉบับเดือนเมษายน 2016 อ่านเพิ่มเติม ได้ที่ www.mbookstore.com

เต้ย พงศกร โต้ควง สา แฟนนอกวงการเที่ยวญี่ปุ่น!! แจงฝ่ายหญิงไปญี่ปุ่นแต่ไม่เจอกัน
เต้ย พงศกร /  สา แฟน เต้ย พงศกร / 

เพิ่งจะเปิดตัวแฟนสาวนอกวงการนามว่า “สา” ไปหมาดๆ สำหรับพระเอกนุ่ม เต้ยพงศกร หลังฝ่ายหญิงทำเค้กมาเซอร์ไพร์สวันเกิดเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นโมเม้นท์สุดมุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้ง จน หนุ่มเต้ย ต้องยอมเปิดปากว่ากำลังศึกษาดูใจกับสาวสวยนอกวงการรายนี้อยู่ ล่าสุดมีข่าวเม้าท์มอยว่า หนุ่มเต้ย ได้ควงแฟนสาวนอกวงการไปสวีทหวานกันถึงประเทศญี่ปุ่นในช่วงวันสงกรานต์ที่ผ่านมา งานนี้เจ้าตัวได้มีโอกาสชี้แจงต่อหน้าสื่อว่า ตนไปเที่ยวญี่ปุ่นกับครอบครัว ส่วนฝ่ายหญิง สา แฟนสาวนอกวงการก็ได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงนั้นด้วยเช่นกัน แต่ไม่ได้เจอกันเลยที่ญี่ปุ่น สำหรับความสัมพันธ์ในช่วงนี้ไม่รีบร้อนอะไรก็ยังมีการคุยกันเรื่อยๆ ปกติ ตอนนี้ตนอยากโฟกัสงานมากกว่า และกำลังซุ่มฟิตซ้อมเตรียมเทิร์นโปรกอล์ฟ เพราะเป็นอาชีพในฝันตั้งแต่เด็ก!! ขอบคุณภาพจาก IG toey_pongsakorn เต้ย พงศกร-สา แฟนสาวนอกวงการ เต้ย พงศกร-สา แฟนสาวนอกวงการ เต้ย พงศกร เที่ยวญี่ปุ่นกับครอบครัว เต้ย พงศกร เที่ยวญี่ปุ่นกับครอบครัว เต้ย พงศกร เต้ย พงศกร เต้ย พงศกร เต้ย พงศกร

โอะฮะโย! เที่ยวเมืองคุมะโมะโตะ พร้อมทำความรู้จัก 'คุมะมง' เจ้าหมีตัวดำสุดทะเล้น
ที่เที่ยวญี่ปุ่น /  ประเทศญี่ปุ่น / 

เพื่อนๆ รู้ไหมว่า .. เมืองคุมะโมะโตะ ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น นั้นมีแหล่งท่องเที่ยว ธรรมชาติ น่าสนใจหลายที่เลยล่ะค่ะ มีอาหารท้องถิ่นที่ขึ้นชื่อนั้นก็คือ เนื้อม้า อีกด้วย รวมถึงถ้าใครมาที่เมืองนี้แล้วไม่รู้จักเจ้าหมีตัวดำสุดทะเล้น ไม่ได้เด็ดขาด! เพราะเป็นมาสคอตประจำเมืองนี้นี่เอง .. โอะฮะโย! เที่ยวเมืองคุมะโมะโตะ พร้อมทำความรู้จัก 'คุมะมง' เจ้าหมีตัวดำสุดทะเล้น ก่อนอื่น! อย่างที่เราทราบกันดีว่าไม่กี่วันมานี้ ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหวที่เมืองคุมาโมโตะ ภูมิภาคคิวชู ประเทศญี่ปุ่น อย่างรุนแรง ขนาด 7.3 แมกนิจูดเลยทีเดียว ซึ่งทำให้บ้านเรือนพังเสียหายและมีผู้เสียชีวิตหลายราย ทาง Travel.mthai ก็ขอแสดงความเสียใจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต และขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนผ่านเหุตการณ์นี้ไปได้โดยเร็วนะคะ .. ทำความรุ้จัก "คุมะโมะโตะ" เมืองคุมะโมะโตะ อยู่ทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น เป็นเมืองต้นกำเนิดของหมี (ชื่อคุมาโมโตะแปลว่า “ต้นกำเนิดของหมี”) อีกทั้งยังเป็นประตูที่จะพาไปสัมผัสความงดงามทางธรรมชาติในแบบคิวชู คุมาโมโตะ เมืองแห่งปราสาท เป็นที่ตั้งของศาลากลางจังหวัดและที่อยู่อาศัยของประชากรถึง 720,000 คน แต่เสน่ห์ที่ทำให้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่หลงใหลก็คือความหลากหลายทางธรรมชาติในแบบคิวชู เพียงชั่วโมงเศษๆ ด้วยการขับรถก็สามารถเดินทางจากชายหาดกึ่งร้อนในอะมะกุซะ (Amakusa) ไปยังยอดภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นใน อะโสะ (Aso) นอกจากนี้ ในเมืองก็ยังเต็มไปด้วยธรรมชาติอันรื่นรมย์อย่าง แม่น้ำชิราคาวา (Shirakawa River) ที่แยกออกหลายสายและไหลไปยังตัวเมือง รวมทั้งพื้นที่สีเขียวรอบๆ อันกว้างใหญ่ ที่ทำให้ที่นี่ถูกกล่าวขานว่าเป็น แดนแห่งป่าสวยและน้ำใสบริสุทธิ์ (City of Woods and Fresh Water) และแน่นอนแม้จะไม่ได้เห็นหมีเดินเพ่นพ่านอยู่ตามถนน แต่มัสคอตยอดนิยมอย่าง คุมะมง (Kumamon) ก็มีให้เห็นอยู่ทั่วไป สภาพภูมิกาศ คุมาโมโตะ มีสภาพภูมิกาศแบบกึ่งร้อนชื้น และอาจจะได้พบกับฝนตกในระหว่างการท่องเที่ยว ในช่วงเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม อากาศในฤดูร้อนจะปลอดโปร่งโดยมีอุณหภูมิประมาณ 30 องศาเซลเซียส ส่วนฤดูหนาวจะเย็นกว่ามาก โดยมีอุณหภูมิต่ำสุดใกล้กับจุดเยือกแข็ง ฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงอากาศจะอบอุ่นขึ้นเมื่อมีความชื้น งานเทศกาลต่างๆ ในเดือนตุลาคม ก็จะมีการจัดงานเทศกาลคันทรี่โกลด์ (Country Gold Festival) อันน่าตื่นตาตื่นใจด้วยวัฒนธรรมโคบาลแบบญี่ปุ่น อีกทั้งเทศกาลโคมไฟไม้ไผ่มิซูอาคาริ (Mizuakari Festival) ที่พร้อมมอบประสบการณ์ในแบบดั้งเดิม ส่วนเดือนกันยายนจะมีการจัดเทศกาลฟูจิซากิ ฮาชิมันกู (Fujisaki Hachimangu Festival) หรือที่เรียกว่าเทศกาลม้า (Horse Festival) ซึ่งจะจัดเป็นเวลา 5 วัน โดยมีการตกแต่งและกวดม้าไปตามถนนท้องถนนในตัวเมือง การเดินทางมายังเมือง คุมาโมโตะ จากสนามบิน การเดินทางสู่ใจกลางเมือง 20 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลา 35 นาที แท็กซี่ ราคาประมาณ 5,000-7,000 เยน รถบัส ราคาประมาณ 730-800 เยน ใช้ระยะเวลาเดินทาง 50 นาที โดยรถบัสส่วนใหญ่จะออกทุกๆ ชั่วโมงระหว่าง 8 โมงเช้าถึง 3 ทุ่ม นอกจากนี้ยังมีรถบัสอีกหลากหลายสายที่ให้บริการไปสู่อะโสะ (Aso) เมืองแห่งบ่อน้ำพุร้อน คุโรคาว่า (Kurokawa) และเมืองอัศจรรย์แห่งน้ำตก ทาคาชิโฮะ (Takachiho) การเดินทางเที่ยวในเมือง คุมาโมโตะ นอกเหนือไปจากบริการรถบัส ที่นี่ยังมีรถรางสองสายที่วิ่งทั่วเมืองคุมาโมโตะ ซึ่งทั้งสองสายจะวิ่งผ่านย่านใจกลางเมือง โดยสาย A จะวิ่งไปสู่สถานีคุมาโมโตะทางด้านทิศใต้ของเมือง และสาย B จะวิ่งไปทางทิศเหนือสู่สถานีคามิ-คุมาโมโตะ ด้วยราคา 150 เยน ตลอดสาย ไม่ว่าระยทางจะใกล้หรือไกลก็ตาม นอกจากนี้ ยังมีบัตรโดยสารแบบหนึ่งวัน (All-day Pass) ในราคา 500 เยน ที่สามารถใช้ได้ทั้งรถบัสและรถราง พร้อมส่วนลดสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอีกด้วย ที่นี่ยังมีรถ Kumamoto Loop Bus ที่เชื่อมต่อไปยังจุดต่างๆ ที่น่าสนใจของเมือง ด้วยราคาหนึ่งเที่ยว 150 เยน หรือตั๋วที่ใช้ได้อย่างไม่จำกัดในราคา 400 เยน ที่มีส่วนลดค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยวให้มาด้วย สิ่งที่ต้องทำเมื่อมาที่ "คุมาโมโตะ" 1. ชมภูเขาไฟอะโสะ (Mount Aso) และปล่องภูเขาไฟ ภูเขาไฟอะโสะ (Mount Aso) ตั้งอยู่ใจกลางของอุทยานแห่งชาติอะโสะ-คูจู (Aso-Kuju National Park) อันกว้างใหญ่ โดยมีปากปล่องภูเขาไฟซึ่งนับเป็นหนึ่งในโลกที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ด้วยเส้นผ่าศูนย์กลาง 25 กิโลเมตร ซึ่งใหญ่เท่ากับเมืองถึง 3 เมืองเลยทีเดียว นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีระบบรถไฟ การทำกสิกรรม และทุ่งเลี้ยงสัตว์ อีกทั้งภูเขาเล็กๆ 5 ลูก ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับหมอด ทั้งหมดนี้ล้วนตั้งอยู่ริมขอบของปากปล่องภูเขาไฟดังกล่าว ที่ไม่ควรพลาดไปเที่ยวชม 2. ตามล่าหาหมี ตัวมัสคอตของคุมาโมโตะคือ หมีสีดำเพศผู้แสนน่ารักที่ชื่อว่า คุมะมง (Kumamon) และความน่ารักนี้ก็ทำให้เจ้าหมีมัสคอตตัวนี้โด่งดังไปทั่วโลกและสามารถสร้างรายได้ถึง 293 ล้านเยนในปีที่ผ่านมา อีกทั้งได้ถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความสัมพันธ์ของราชวงศ์ญี่ปุ่นหรือแม้แต่การเป็นผู้บรรยายที่ฮาร์วาร์ด นักท่องเที่ยวที่มาเยือนคุมาโมโตะจะพบเห็นหน้าของเจ้าหมีตัวนี้ทุกหนทุกแห่ง แต่หากอยากพบตัวจริงแบบตัวเป็นๆ ก็ต้องที่ จัตุรัสคุมะมง (Kumamon Square) คุมะมง สร้างโดยรัฐบาลท้องถิ่นของจังหวัดคุมะโมะโตะ ในปี พ.ศ. 2553 และเปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมกับการเปิดเส้นทางการเดินรถไฟชิงกันเซ็งสายคิวชู ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2554 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในภูมิภาค จากนั้นไม่นานคุมะมงก็ได้รับความนิยมไปทั่วประเทศญี่ปุ่นอย่างรวดเร็ว ในปลายปีเดียวกันคุมะมงได้รับการโหวตจากชาวญี่ปุ่นทั่วประเทศจนได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดตุ๊กตาสัญลักษณ์จากจำนวน 350 ตัวที่แต่ละท้องถิ่นส่งเข้าประกวด 3. ปราสาทดั้งเดิม ญี่ปุ่นนั้นเต็มไปด้วยปราสาทมากมาย แต่ ปราสาทคุมาโมโตะ-โจ นั้นนับเป็นหนึ่งในปราสาทที่ยิ่งใหญ่และน่าประทับใจเป็นที่สุด ซึ่งตัวปราสาทส่วนใหญ่นั้นได้ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ตามแบบฉบับของยุคศตวรรษที่ 17 ด้วยฝีมือที่งดงามเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะพระราชวังฮอนมารุ โกเทน (Honmaru Goten Palace) บ้านพักที่หรูหราของไดเมียว อีกทั้งต้นซากุระที่เรียงรายเป็นร้อยต้นบนสนาม ที่ทำให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับการชมดอกซากุระบาน 4. ความสุของคนกินเนื้อ หากกล้าพอที่จะลิ้มลอง หนึ่งในเมนูจานพิเศษที่มีชื่อเสียงที่สุดในคุมาโมโตะก็คือ บะซาชิ (Basashi) หรือเนื้อม้าดิบ แต่ถ้าคิดว่าหรูหราเกินไป เนื้อคุโรกิว (Kurogyu เนื้อดำ) หรืออะคากิว (Akagyu เนื้อแดง) ก็เป็นตัวเลือกระดับไฮเอนด์ของท้องถิ่นที่น่าลิ้มลองเช่นกัน สำหรับผู้รับประทานมังสวิรัติต้องหลงรัก คะระชิ เร็นคอน (Karashi Renkon) ซึ่งเป็นรากบัวยัดไส้ด้วยพริกคะระชิสุดเผ็ด และอีกหลากหลายเมนูที่ชื่นชอบก็มีพร้อมบริการที่ร้าน Umasakura 5. รถไฟ A-Train อะมะกุซะ (Amakusa) หมู่เกาะทั้ง 120 เกาะที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของคุมาโมโตะ นั้นพร้อมมอบความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวด้วยวิวชายฝั่งที่เต็มไปด้วยผาหินขรุขระ ชายหาดยาวทรายขาวละเอียด สุดยอดการดำน้ำ การชมปลาโลมาตลอดปี หรือแม้กระทั่งไดโนเสาร์ ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดในการเดินทางมาท่องเที่ยวที่นี่ คือ การนั่งรถไฟ A-Train โดย A นั้นย่อมาจากคำว่า Adult (ผู้ใหญ่) แต่อย่าจินตนาการถึงอะไรที่เซ็กซี่ เพราะมีเพียงแค่โบกี้บาร์เครื่องดื่มพ่วงไปด้วยเท่านั้น A-Train พร้อมให้บริการในวันสุดสัปดาห์และวันหยุดพักผ่อนในช่วงฤดูกาลการท่องเที่ยว ขอบคุณข้อมูลจาก www.jetstar.com

ศรัณย่า ส่งเสริมสวัสดิ์ เตรียมเปิดคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกในชีวิต
Saranya live Orchestra Concert "เพลงรักข้ามเวลา" /  ศรัณย่า ส่งเสริมสวัสดิ์

ดีว่าสาว ศรัณย่า ส่งเสริมสวัสดิ์ เตรียมเปิดคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกในชีวิต Saranya live Orchestra Concert "เพลงรักข้ามเวลา" 7 พฤษภาคมนี้ Saranya live Orchestra Concert "เพลงรักข้ามเวลา" คอนเสิร์ตใหญ่เต็มรูปแบบครั้งแรกของ ศรัณย่า​ ส่งเสริมสวัสดิ์ ดีว่าสาวแถวหน้าของเมืองไทย​ พร้อมวงออเคสตร้าจากราชนาวีสโมสร บนเวทียิ่งใหญ่อลังการ​ ณ สยามนิรมิต​ ผู้ชมจะได้ฟังเพลงลูกกรุงเพราะๆ ในแบบศรัณย่า​ จากอัลบั้ม​ กล่อมกรุง ที่ทุกคนคิดถึง พร้อมด้วยเพลงละครสุดฮิต และบทเพลงรักข้ามเวลาในอัลบั้มเพลงป๊อปยอดนิยมของเธอ แล้วเติมความพิเศษให้อยู่ในความทรงจำไปกับเพลง​ ฉันจะเดินข้างเธอ เพลงเพราะเพลงใหม่ที่ศรัณย่าตั้งใจร้องอย่างไพเราะที่สุดเพื่อแฟนเพลงทุกเพศทุกวัยที่รักและสนับสนุนจวบจนวันนี้ ยาวนานเกือบ 3 ทศวรรษ​ Saranya live Orchestra Concert 'เพลงรักข้ามเวลา' youtube channel : thaiticket major มาฟังเพลงรักข้ามเวลาในแบบออเคสตร้าด้วยกันในวันหยุดยาวที่จะถึงนี้... Saranya live Orchestra Concert "เพลงรักข้ามเวลา" วันเสาร์ที่​ 7​ พฤษภาคม​ 2559 ตั้งแต่เวลา​ 14.00​ น. ณ​ สยามนิรมิต​ บัตร​ราคา​ 1,500​ / 2,000​ / 2,500 / 3,000 / 3,500 และบัตรวีไอพีราคา​ 6,000 บาท ในที่นั่งที่ดีที่สุด พร้อมรับของที่ระลึก Exclusive​ CD​ เพลง​ ฉันจะเดินข้างเธอ ไม่มีวางขายทั่วไป (รับซีดีที่หน้างานในวันแสดงคอนเสิร์ต) มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ตะลุยถิ่น 'คุมะมง' หมีดำแก้มแดงสุดทะลึ่ง ที่ประเทศญี่ปุ่น (แบบละเอียดยิบ!)
ที่เที่ยวญี่ปุ่น /  ประเทศญี่ปุ่น / 

สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่า คุมะมง คืออะไร เอาง่ายๆ มันคือมาสคอตหมี ตัวนึงครับ นอกจากนี้ผมรู้แค่ว่าเจ้านี่หน่ะ ดังมาก! ดังอย่างไร? เพราะอะไร? และทำไม? ผมไม่ได้ใส่ใจนัก จนกระทั่งมีโอกาสมาเที่ยวที่ จังหวัดคุมะโมะโตะ ถิ่นกำเนิดเจ้าหมีดำแก้มแดงตัวนี้ ใช่แล้วครับ {Was there once} in JAPAN ครั้งนี้จะพาไปตะลุยที่ 'จังหวัดคุมะโมะโตะ' ภูมิภาคคิวชู ประเทศญี่ปุ่น นั่นเอง! ตะลุยถิ่น 'คุมะมง' หมีดำแก้มแดงสุดทะลึ่ง ที่ประเทศญี่ปุ่น (แบบละเอียดยิบ!) กระทู้นี้นอกจากจะชวนเที่ยวแล้ว ยังพร้อมชวนทุกคนไปรู้จัก คุมะมง  หมีดำโคตรน่าหมั่นเขี้ยว น่าหมั่นไส้ และน่าเอ็นดู ไปพร้อมๆ กัน ถ้าพร้อมแล้วไปกันเลยคร้าบบบ! Day1: Kumamoto หลังจากลงเครื่องที่ จังหวัดฟุกุโอกะ ผมจัดแจงซื้อ 3 Days North Kyushu Pass ที่สนามบิน แล้วตรงดิ่งมายัง จังหวัดคุมะโมโตะ ด้วยรถไฟ Shinkansen (ใช้เวลาประมาณ 30 กว่านาที) ผมมาถึง คุมะโมะโตะ ราวบ่ายสามครึ่ง ฝากสัมภาระที่โรงแรม Toyoko Inn Kumamoto Ekimae ที่พักในคืนนี้ เดินจาก JR Kumamoto 3 นาทีเองครับ ผมซื้อบัตร One day Kumamoto Tram city สำหรับการเดินทาง จะใช้วันไหน ก็ขูดเอาเลยครับ เราจะไปด้วยเจ้านี่กันครับ ภายในเป็นโบกี้ธรรมดาๆ เหมือนนั่งบนรถเมล์ไทย เวอร์ชั่นสะอาด ปลอดภัย  (ไม่มีรูปลงเพราะถ่ายติดหน้าชาวญี่ปุ่นชัดมากครับ) **เพิ่มเติม**  สำหรับการเดินทางใน คุมะโมะโตะ มีสองทางหลักๆ 1. Kumamoto Tram city มีสาย A และ B วิ่งมาเชื่อมกันที่ป้าย Karachimacho ก่อนวิ่งตีคู่ขนานตามจุดท่องเที่ยวต่างๆ  ผู้ใหญ่ 150 yen เด็ก 80 yen ขึ้นที่ JR Kumamoto ได้ 2. Kumamoto Castle loop Bus หรือ (Shiromegurin Bus) วิ่งเป็นวงกลมจาก JR Kumamoto มี 18 ป้าย รถออกทุก 20 นาที ตั๋วแบบ One day ราคา 300 เยน ซื้อที่ Tourist information ณ JR Kumamoto ปล. Taxi ก็มีนะ ผมลงป้ายหมายเลข 10 Kumamoto Castle ตามภาพเลยครับ อ้อ...แผนที่เส้นทางเดินรถ มีแจกฟรีบน Tram หรือจะหยิบจากสถานี JR Kumamoto เลยก็ได้ครับ ระหว่างทางเราเจอเจ้าหมีตัวนี้เป็นระยะ โอ๊ะ! ตรงนี้ก็มี คุมะมง นะ >,< ผมเจอหมีดำขนาดย่อมอีกตัว ณ จุดหมายแรกของเรา คือ “Sakura-No-Baba Johsaien” ที่นี่เป็นแหล่งช๊อปปิ้งน่ารักๆ ร้านรวงสวยงาม สะอาดสะอ้าน มีขนม และอาหาร ให้เลือกซื้อไม่มาก รวมถึงของที่ระลึก เจ้าคุมะมง ก็มีเช่นกัน มาถึงขนาดนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเจ้านี่มีดีอะไร!? แต่ที่แน่ๆ ผมรู้สึกโดนหมี คุกคาม... ‘อะไรก๊านนนนนน นี่จะตามไปถึงหนายยยยย!’ เหตุผลนึงที่ทำให้เจ้าคุมะมงแพร่หลายไปทั่ว คือ คุมะโมะโตะ ไม่ได้เรียกเก็บค่าลิขสิทธ์ใดๆ ผลดีคือ ทำให้ คุมะมงเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ ใครๆ ก็อยากมา คุมะโมะโตะ บ้านเกิดหมีดำแก้มแดงกัน (เม็ดเงินมหาศาล) แต่ไม่ใช่เพราะคนเห็นบ่อยหรอกนะที่ทำให้เจ้านี่โด่งดัง มันยังมีอะไรมากกว่านั้น... เรามาที่นี่เพราะ ‘หิว’ แต่ลองด่อมๆ ดู ยังไม่รู้สึกตกหลุมพรางเมนูไหน งั้นเดินไปรอบๆ ดูอีกนิดดีกว่า... ละแวกใกล้ๆกันนอกจาก ปราสาทคุมะโมะโตะ แล้วก็ยังมี อนุสาวรีย์ไดเมียวแห่ง Kumamoto ด้วย ท่านไดเมียวชื่อ คะโต คิโยะมะซะ ‘Koto Kiyomasa’ ครับ ก่อนหน้านี้ ท่านเคยเป็นแม่ทัพใหญ่ 1 ใน 7 ทหารเอกแห่งชิซูคะตะเกะ โด่งดังมาก ชนิดที่ว่าหากเกิดยุคสมัยนี้ คงต้องมีการขอท่านเซลฟี่สักนิด ถัดไปอีกนิดก็มีโซนต้นไม้ใหญ่ริมกำแพงปราสาทคุมะโมะโตะ อากาศสบายๆ สงบเงียบดี **เพิ่มเติม** อนุสาวรีย์ Koto Kiyomasa ตั้งอยู่ใกล้ Kumamoto Castle และ Sakura-No-Baba Johsaien เรียกได้ว่าเป็นทางผ่านเลยก็ได้ เพราะฉะนั้นถ้ามาเที่ยวละแวกนี้ก็เก็บรวดเดียวทั้งสามสถานที่ข้างต้นเดินทางโดย Kumamoto Castle loop bus ป้าย Sakuranobaba Johsaien หรือ Kumamoto Tram city ป้ายหมายเลข 10 Kumamoto Castle / City hall แต่ละจุดใกล้กับแต่ละสถานที่ต่างกันนะ ผมตัดสินใจเดินทางต่อไปยัง Fujisakidai- 1000-year old Camphor Trees นับว่าเป็นสถานที่เปลี่ยวใจ อีกหนึ่งแห่ง ถึงแม้จะมาไกลขนาดนี้ เราก็ยังพบเจอคุมะมงได้ (บริเวณนี้ไม่ใช่เขตท่องเที่ยวเลยครับ) ที่นี่มี ต้นการบูรยักษ์ อายุมากกว่า 1000 ปี หลายต้น ได้รับการอนุรักษ์ให้เป็นมรดกทางธรรมชาติ จริงๆก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษมาก นทท.ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมากันหรอกครับ วิวเมืองคุมะโมะโตะยามเย็น ผมหลงทางเลยพลาดช๊อต ดวงอาทิตย์คล้อยตกแบบพีคๆ นั่นเป็นจุดประสงค์หลักในการมาที่นี่ของผม (เศร้าใจกันเลยทีเดียว) อย่างไรก็ตาม กลิ่นใบไม้ ใบหญ้า อากาศชื้นๆ เย็นๆ ก็ช่วยทดแทนความเฟลข้างต้นได้สบายๆ รอบตัวเราไม่มีใคร มีเพียงแค่เสียงหัวเราะคิกคักของเด็กญี่ปุ่นที่ลอยมาจากทางไหนก็ไม่รู้ >,< **เพิ่มเติม** หากไม่ได้ชอบอยู่เงียบๆ ดมกลิ่นต้นไม้ใบหญ้า ฟังเสียงนกร้อง มองท้องฟ้าสีส้ม ที่นี่อาจจะไม่ใช่ช้อยส์ที่ถูกใจนัก แต่ถ้าอยากลบหลีกคนเ ผมว่าที่นี่ก็ไม่เลวครับ การเดินทาง ใช้บัตร Kumamoto Castle loop bus ลงป้าย Children Culture center แล้วเดินต่อขึ้นเนินไปตามทางอีกประมาณ 7 นาที มองสูงเข้าไว้จะเจอต้นไม้ใหญ่หลายๆ ต้น พิกัดอยู่ใกล้กับสนามเบสบอล Fujisakidai ระหว่างทางไม่มีป้ายบอกแนะนำว่าควรถามทางจะดีที่สุดครับ ควรเซฟรูปเก็บไว้ เพราะคนแถวนั้นก็งงๆ ว่าเราจะไปไหนกัน คำที่ควรพูดออกไปคือ Big trees จะช่วยให้คนญี่ปุ่นเข้าใจได้เยอะ หากเดินทางโดย Tram หรือ รถราง (เหมือนผม) ลงป้าย Daniyama-machai จะเดินค่อนข้างไกลนะครับและอาจหลงทางได้  ***หายากมาก แนะนำมาโดย รถบัส เถอะครับ ‘จ๊อก จ๊อก’ เพราะเสียงท้องร้อง ทำให้เรามาอยู่ที่นี่ Sun Road Shinshigai หรือถนนช๊อปปิ้ง คุมะมงอยู่ด้านบนนั่นไง เห็นทุกหนทุกแห่งขนาดนี้ แต่กว่าเจ้านี้จะโด่งดังแบบพีคๆ ใช้เวลาเกือบสองปีเลยทีเดียวครับ การันตีรายได้ USD $293 ล้าน ในปี 2012 (เกิด 2010) คุมะมง Debut สู่สายตาประชาชีแบบยิ่งใหญ่ ไม่ใช่ที่คุมะโมะโตะ แต่เป็นการไปเดินป้วนเปี้ยนตามจุดดังๆ ใน Osaka City ใครๆก็สงสัยว่าหมีดำตัวนี้คือใคร มาทำอะไร จนกลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์ (twitter) ผมนั่งรถรางไปยังป้าย Karachimacho เดินเข้าถนน Sunroad ชิดขวาเข้าไว้ มองสูงจะเจอตึกปาจิงโกะอยู่ตรงหัวมุมของแยกแรก เลี้ยวขวามือตรงไปอีก 3 นาที ร้านจะอยู่ด้านซ้ายมือครับ ยะฮู้! ได้กินสักที ทงคัตสึร้านนี้อร่อยมากกกกกกก! ผมสั่งเนื้อคนละส่วนมาอย่างละหนึ่ง โดยการโชว์ภาพทงคัตสึที่เซฟมาในมือถือ (เรื่องกินต้องพร้อมเสมอ ฮิฮิ) โชคร้ายที่เราไม่สามารถแยกความต่างระหว่างเนื้อสองจานนี้ได้ - - รู้แค่ว่า 'โออิชิ!!' เมนูร้านไม่มีภาษาอังกฤษนะ และพนักงานพูดอิ้งไม่ค่อยได้ครับ กว่าจะจัดการทงคัตสึตรงหน้าเสร็จ ร้านอื่นๆ ก็ปิดกันหมดแล้ว เดินวนอีกสองรอบชมบรรยากาศเว้งว้าง ได้อารมณ์สตรีทสไตล์ของชาวญี่ปุ่น ละแวกนี้ดีครับ ค่ำคืนนี้จบลงด้วยการหย่อนพุงแน่นๆ ลงบนเตียง (นั่งรถรางกลับมาที่ป้าย JR Kumamoto Station เช่นเดิม) ห้องนอนขนาดกะทัดรัดแต่สบาย ห้องน้ำเล็กนิดนึงแต่ก็ไม่ได้ลำบากอะไร ส่วนใต้เตียงมีพื้นที่สำหรับยัดกระเป๋าใหญ่ๆได้ที่สำคัญ Service mind เต็มร้อย Day2: Kumamoto / Aso นี่คือมื้อเช้าของผม อาหารเช้าฟรีของโรงแรมมีหลากหลายให้เลือกตักตามใจชอบ ดูเหมือนว่าจะเป็น Traditional Food ละมั้ง อืม.. ไม่มีเนื้อสัตว์ให้หน่อยหรอ T_T ระหว่างทางมักมีเรื่องราวน่ารักๆ เสมอ ผมเลือกมาปราสาทคุมะโมะโตะ ในช่วงเช้าของวันที่สอง ยังคงเดินทางโดยบัตร One day trip Kumamoto Tam City ลงป้ายหมายเลข 10 เช่นเดิม มีป้ายบอกทาง อย่ากังวลไปนะ คาวาอิมากเลย เดินตามทางมาจนถึงทางเข้าปราสาท ค่าตั๋ว ราคา 500 เยน (ใช้บัตรลดจาก Tram Cityได้) จ่ายปุ๊ปจะได้โปรชัวร์มาด้วย เอ้า! พลิกดูด้านหลังเร็วเข้าทุกคน .. มีที่ว่างให้ Stamp ด้วยยยยยยยยยย! (ตื่นเต้นเพื่อออ!?)  สถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่นมักจะมี Stamp ให้เราเก็บไว้เป็นที่ระลึก ช่วยเพิ่มคุณค่าทางใจ และความน่ารักใสๆ ให้ตัวเอง 5555555 สิ่งเหล่านี้มันสะท้อนให้เห็นความละเอียด และใส่ใจของชาวญี่ปุ่นที่มีต่อนักท่องเที่ยว ผมชอบจัง ;D เดินผ่านกำแพงพร้อมอากาศร้อนๆ ไปสักครู่เดียว ปราสาทคุมะโมะโตะใหญ่เป็นอันดับ 3 ของญี่ปุ่น สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นป้อมปราการ (มีหอคอยสูง 2 หอ) เดิมถูกเพลิงไหม้เสียหาย  ก่อนได้รับการบูรณาการขึ้นใหม่ หอคอยแรกที่เข้าไปมีขนาดเล็กกว่า หากฟังภาษาญี่ปุ่นออกจะมีเจ้าหน้าที่ช่วยตอบคำถามที่สงสัย ผมลองแอบหลบมุมยืนดูเจ้าหน้าที่อธิบายสาวเจแปนสักครู่ใหญ่ เผื่อจะพอสังเกตท่าทาง แปลความหมายได้ เอ่อออออออ... อืมมมม.. เอ่อะ. หันมากดชัตเตอร์แทนละกัน วิวจากหอคอยเล็กครับ ฝั่งนู้นคือหอคอยใหญ่ที่กำลังจะพาไปแล้ววววว ว่าแล้วก็ชักภาพคู่กับหอคอยใหญ่ สักหนึ่งแช๊ะ หอคอยใหญ่ด้านในจะมีนิทรรศการขนาดย่อมให้เสพ ฝั่งนู้นคือ หอคอยที่เราไปมาไงจ๊ะ หันมาอีกฝั่ง เจอะคุมะมงทักทายมาแต่ไกล ตรงนั้นคือโรงเรียนครับ คุมะมงทำให้ คุมะโมะโตะ กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ไม่ใช่คำพูดที่เกินจริงเลยครับ เห็นเป็นการ์ตูนเด็กๆ อย่างนี้ แต่เจ้านี่ทำให้เมืองทางผ่านอย่างคุมะโมะโตะ ได้รับความสนใจขึ้นมาก ถึงแม้ คุมะมง จะเป็นการ์ตูน แต่ผู้ใหญ่ก็แสดงออกว่ารักและเอ็นดูไม่แพ้กัน มองกลับมาที่บ้านเรา ผู้ใหญ่บางคนยังมองว่าการ์ตูนเป็นเรื่องไร้สาระอยู่เลย... คุมะมงตัวบิ๊กอีกแล้ว อีกมุมหนึ่ง เดินวนดูได้ 360 องศาเลยครับ นอกจากนี้ที่ คุมะโมะโตะ ยังมี คุมะมงสแควร์ สถานที่เอ็กซ์คลูซีฟเพื่อคนรักคุมะมงโดยเฉพาะ (ของแอบแพงนิดๆ นะ) นอกจากจะมี นทท. แล้ว นร.มาทัศนศึกษาที่นี่ก็มีเยอะมากครับ มากันเป็นครอบครัวก็มีแยะ , เราชอบความสัมพันธ์แบบนี้ ความสัมพันธ์แบบเรียบง่าย เรื่อยๆ ไปจนแก่ .. >,< ผมวิ่งขาขวิดด้วยสปีดเดียวกับโดนหมาไล่กัด เพื่อไปหยิบกระเป๋าที่ฝากไว้ ในโรงแรม (เช็คเอาท์เรียบร้อย) เรากำลังนั่งรถไฟไป Aso San หรือภูเขาไฟอะโส กันครับ ที่นี่ถือเป็นไฮไลท์เด่นๆ สำหรับผม คงเพราะผมชอบกลิ่นหญ้าละมั้ง .. รถไฟ Trans-Kyushu Limited  Express ที่เราจับไปวันนี้ หากจะไป Aso ควรอย่างยิ่งที่จะต้องจองรถไฟ ผมไปจองช่วงเช้าก่อนไปปราสาท เกือบจองไม่ทันแหนะ บนรถไฟมี Stamp ให้ด้วย เย๊ส! นอกจากนี้ยังมีแจกลูกอมด้วยนะ รถไฟสายท่องเที่ยวจะมีอะไรน่ารักๆแบบนี้เสมอ (เดินไปขออนุญาตถ่ายรูป พนักงานยิ้มเขินๆ น่ารักมาก อิอิ) พิเศษเข้าไปอีกด้วยป้ายพร้อมบริการถ่ายรูปให้ (ใช้กล้องตัวเองนะ ;P) ความเขียวขจีนอกหน้าต่างยิ่งมองยิ่งตื่นเต้น ยิ่งโหยหายกลิ่นธรรมชาติ ผมเผลอเอาจมูกไปชิดหน้าต่าง หวังให้มีกลิ่นหญ้าลอดมาสักนิด ... อะไรจะขนาดน้านนนน พ่อคู๊ณณณณณณ - -‘’ Kuro คือมาสคอตโด่งดังอีกตัวหนึ่ง Kuro ประจำการอยู่บนรถไฟสายท่องเที่ยว Aso Boy โด่งดังไม่น้อยหน้าขบวนอื่น โดย Aso Boy มีตารางเวลาเดินรถไม่แน่นอน ปกติหากไม่ใช่ช่วง High Season จะมีบริการเสาร์-อาทิตย์ ครับ ที่สำคัญคือ ต้องจองล่วงหน้านะ! คุมะมงแบบฉบับรถก็มา เหมือจะเป็นรถเช่าประจำการที่นี่ครับ ภายในสถานีวินเทจด้วยระบบอัตโนมือซะส่วนใหญ่ มุมนอกสถานี JR Aso  เรียบๆ เงียบๆ เรารอรถบัสเพื่อที่จะนั่งรถไป ภูเขาไฟ Aso อีกต่อ ที่บริเวณนี้เลยครับ อย่าลืมขอแผนที่ละแวก JR Aso และตารางเวลารถบัสนะครับ อย่าลืม Stamp ด้วยหล่ะ ;P โดยขอตารางรถบัสได้ที่ Tourist Information ควรแพลนก่อนนะครับ เดี๋ยวจะตกรถเอา (จ่ายเงินตอนลงนะ) วิวสองข้างทาง เขี๊ยวเขียว Aso Ropeway station ระหว่างทางมีจุดจอดสองป้ายหลัก จุดนี้คือป้ายสุดท้าย Aso Ropeway station สามารถขึ้นกระเช้าไปชมปากปล่องได้ที่นี่ นอกจากนี้ยังมีร้านค้าของที่ระลึก คุมะมง เต็มไปหมดเลย บะหมี่คุมะมง มาม่าคุมะมง ขนมคุมะมง สารพัดจะคุมะมง เขาถึงได้บอกว่า คุมะมง เนี่ย มีมูลค่าเทียบเท่าหรืออาจมากกว่า Hello Kitty ด้วยซ้ำนะครับ รอบนอกมีศาลเจ้าอยู่ ไปชมกันครับ อาศัยเลียนแบบคนญี่ปุ่นครับว่าเขาต้อง ไหว้กันยังไง คนไทยมาไหว้เต็มเลย (ดูจากภาษาไทยที่เขียนอยู่)   มองย้อนไปด้านหลัง เห็นกระเช้าที่เราไม่ได้ขึ้น เนื่องจาก ภูเขาไฟ Aso ปะทุมาสักพักแล้ว นทท.ไม่สามารถขึ้นไปดูปากปล่องได้ คนส่วนใหญ่แนะนำว่าอย่าไป  'มันเสียเวลาเปล่า...ไม่มีอะไรหรอก' แต่เอาจริงๆ  ‘ใช่ว่าเราจะได้เห็นภูเขาไฟปะทุบ่อยซะที่ไหน!’ จะสบายตามากขึ้น ถ้ามีเราอยู่ในรูป.. 55555555555555 (แดดแรง ตาหยีไปนิด) อย่าแปลกใจไป ผมซื้อเจ้าคุมะมงตัวนี้เมื่อสักครู่นี่เอง ก็ไม่ค่อยเห่อเท่าไหร่หรอก.. ร้องหา ทอยเลท ทอยเลท (Toilet) วิ่งแจ้นเข้าไปเปลี่ยนทันที โม้มาตั้งนานมัวเเต่ชมว่า คุมะมง เจ๋ง หลายคนเริ่มถาม แล้วมันเจ๋งยังไง??????? เอาเป็นว่า คุมะมงเนี่ย มีการโปรโมต PR ตัวเองมาตลอด มีแคมเปญโปรโมตตัวเองสม่ำเสมอมา 5 ปี (จนถึงทุกวันนี้) เหตุการณ์เด่นๆคือ วันดีคืนดี เจ้าหน้าที่ออกมาประกาศว่า แก้มแดงๆ ของคุมะมงหายไป ขอช่วยให้ทุกคนตามหาให้หน่อย นอกจากนี้การออกอีเว้นท์และรายการทีวีประหนึ่งดารา เซเลบดัง พร้อมบุคลิก กวนตรีน ทะลึ่ง ที่ทำเอาคนหมั่นเขี้ยวและเอ็นดูไปพร้อมๆ กัน ยิ่งทำให้เจ้านี่โด่งดังมากขึ้น ตัวอย่างภาพเซเลปคุมะมงหยิบจับสินค้า (ภาพทั้งหมดขออนุญาตจากทวิตเตอร์ออฟฟิเชียลแล้วครับ) ความเจ๋งที่ว่ามันจึงกลายเป็นว่า คุมะมง หยิบจับสินค้าอะไรก็ตาม สินค้าชิ้นนั้นก็จะขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แน่นอนว่า การกระจายรายได้สู่ชุมชน  สินค้าของชาวคุมะโมะโตะได้รับผลดีตามๆ ไป เอาเป็นว่า พ่อค้า แม่ค้า ทุกคน อยากให้คุมะมงหยิบจับสินค้าตัวเองกันทั้งนั้น!!! เพราะมันการันตีได้ว่าจะขายดี(ขึ้น) นี่มันเซเลบชัดๆ เรานั่งรถย้อนลงมาที่สถานีทุ่งหญ้า Kusasenri หิวจัง ! หมับเข้าให้ "เนื้อม้าย่าง!!" (เนื้อม้าคือของขึ้นชื่อของเมืองนี้!!) รสชาติประหนึ่งเคี้ยวสันนอกหมูชิ้นหนาๆ  เนื้อหนาและแน่น แต่เคี้ยวไม่ยาก ไม่มีกลิ่นคาว ให้ผวาใจสักนิด พ่อค้าจะย่างไฟร้อนๆ อีกรอบ ก่อนยื่นไม้ต่อให้เรา ถือว่าเวิร์คมากกก ขายอยู่เจ้าเดียว ตรงหน้าร้านขายของใหญ่ๆ ครับ หาไม่ยาก ลงป้ายนี้ยังไงก็ต้องเห็นจ้า ราคาตามป้ายเลยนะครับ ไม้ใหญ่เนื้อล้วน 300 เยน ขอประมาณคร่าวๆ เป็น 100 บาท ไม้เล็กเนื้อผสมมัน เหมือนในรูปด้านบน 150 เยน คร่าวๆ 50 บาท .. แอบแพงครับ (สำหรับผม) ผมไม่เคยทานเนื้อม้าก็เลยลองดูครับ ปากเคี้ยวเนื้อม้าในมือ ตาดูม้าเป็นๆ วิ่งในสนามหญ้า ให้อารมณ์แปร่งๆ ดี ระหว่างกิน มีน้องๆนักเรียนม.ต้น มาทัศนศึกษา(สองรถบัส) กินไป ก็มองไป.. อดไม่ได้ที่จะวางม้าย่างแล้วหยิบกล้องมากดชัตเตอร์ ‘สดใสจัง’ นี่แหละ ความหมายของคำว่า ‘เด็ก’ สำหรับเรา ใกล้ๆ กันมีร้านทาโกะ เปิดท้ายของอาเฮียน่ารักท่านนี้ รสชาติปกติ แต่เซอร์วิส มายด์ สุดยอดดดด ขายอยู่ตรงลานจอดรถเลยครับ เอาไปกินบนรถได้ครับ เดินขึ้นมาทางด้านหลัง Aso volcano museum (ค่าเข้าพิพิธภัณฑ์ 840 เยนครับ) มองเห็นวิว Aso ลิบๆ และสามารถมองเห็น ปากปล่องภูเขาไฟ Naka-dake รูปร่างพิลึกพิลั่น (ปากปล่องดับไปแล้ว) เดินย้อนลงเนินไปด้านหลังจะเจอจุดชมวิวอีกที่ครับ เดินย้อนไปใกล้ๆตามถนน จะเห็น Aso ชัดแบบเต็มๆ ไม่ได้ขึ้นปากปล่อง แต่ก็มีจุดให้เที่ยว ให้ถ่ายรูปเยอะอยู่นะครับ การเดินทาง  รถบัสสาย Mt.Aso ลงที่สถานี Kusasenri (ก่อนถึงสถานี Aso-san Nishi) 470 เยน ลงป้ายสุดท้าย Aso-san Nishi (Aso Ropeway Station) 540 เยน ค่าตั๋ว Ropeway กระเช้าขึ้น-ลง 1000 เยน หากเที่ยวเดียวราคา 600 เยน ใกล้ถึงเวลารถบัสลงจาก Aso ไปยัง JR Aso รอบสุดท้ายแล้วครับ ผมทันเห็นช๊อตฝูงม้าวิ่งเอาจริงเอาจังเริงร่ากับหญ้าตรงหน้าพวกมัน ม้าพวกนี้ใช้สำหรับบริการขี่ให้ นทท. ตกเย็น นทท.กลับหมด ก็ปล่อยอิสระเลยครับ ทุกตัวดูสนุกมากกก เหลือตัวนี้อยู่ตัวนึง เฝ้าบ้าน ม้าที่นี่แบ่งชัดเจน ตัวไหนเลี้ยงเพื่อเป็นอาหาร ตัวไหนเลี้ยงเพื่อใช้งาน ระหว่างทาง เห็นบ้านเรือนยามเย็น ลงเขากันครับ..  มาถึงปุ๊ป ก็ถามเจ้าหน้าที่แถวนั้น บอกว่าอยากเห็นวิถีเจแปนนีสๆ เจ้าหน้าที่เลยชี้มาที่ร้านเล็กๆ มีขนม ของที่ระลึก และผัก ผลไม้ ขาย ด้านในจะมีร้านอาหารด้วยครับ เราไปถึงเย็นเกินไป เขาปิดเรียบร้อย (แถวนี้มีร้านเปิดเย็นๆไม่กี่ร้านครับ) คุมะมงเป็นมาสคอตไม่กี่ตัวที่โดดเด่นออกมา ปัจจุบันมาสคอตในญี่ปุ่นมีถึง 2000 ตัวโดยประมาณ ด้วยความสามารถทั้งหลาย เจ้าคุมะมงจึงได้รับรางวัล“Yurchara Grand Prix 2011” จากเวทีประกวดมาสคอตของญี่ปุ่นเขาด้วยนะ ผมเหลือบไปมองข้างๆ เห็นเจ้าคุมะมงตัวจ้อย มองไปมองมา รู้ตัวอีกทีก็ตกหลุมรักหมีดำแก้มแดงตัวนี้ไปซะแล้ว ปัจจุบันเจ้าหมีตัวนี้ริจะคิดครองโลกโดยการตระเวนเยี่ยมเยียนไปนอกเจแปนเลยนะครับ สุดท้ายนี้ขอลาไปก่อน หากใครติดใจหรืออยากรู้จัก หมีดำแก้มแดง ตัวนี้มากขึ้น ติดตามทวิตออฟฟิเชียลจากเจเเปนเลยเลยครับ ขอบอกว่า หมั่นไส้และหมั่นเขี้ยวมากกกกก ;P ขอบคุณเรื่องราวดีๆ และรูปภาพสวยๆ และแวะมาติดตามเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/wasthereonce https://www.twitter.com/wasthere01 https://www.instagram.com/wasthereonce

ออม เปิดปาก! เลิกคุยหนุ่มในวงการแล้ว ยันไม่ใช่ ท็อป จรณ
ออม สุชาร์ /  ท็อป จรณ / 

ทำเอาแฟนๆ สงสัย เมื่อได้เห็นภาพของนางเอกสาว ออม สุชาร์ โผล่เล่นน้ำสงกรานต์กับพระเอกหนุ่ม ท็อป จรณ ถึงโคราช ซึ่งก่อนหน้านี้ สาวออม เคยยอมรับว่ากำลังศึกษาดูใจอยู่กับหนุ่มในวงการซะด้วย หลายคนเลยมองว่า หนุ่มในวงการคนนั้น คือ ท็อป จรณ หรือเปล่า?? งานนี้ สาวออม ชี้แจงสถานะกับ หนุ่มท็อป ว่าเป็นเพื่อนสนิทกันนานแล้ว เป็นคนบ้านเดียวกัน พร้อมเปิดปากถึงหนุ่มในวงการคนพิเศษว่าได้ยุติความสัมพันธ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว "สงกรานต์ไปเล่นน้ำกับท็อป บังเอิญมากเลยค่ะ คือหนูกลับบ้านอยู่แล้ว และท็อปก็กลับโคราชทุกปีอยู่แล้ว ตั้งแต่อยู่มัธยมก็เคยเจอกันอยู่แล้วช่วงสงกรานต์ เค้าก็บอกว่าปีนี้เดี๋ยวมาเล่นด้วย บังเอิญมาก เพื่อนเค้ากับเพื่อนหนูก็เป็นแก๊งเดียวกัน สนิทกัน ที่เคยบอกว่าคบหนุ่มในวงการ ไม่ใช่ท็อปเลย นี่ยังนั่งคุยกับท็อปเลยว่า ทำไมคนคิดว่าเป็นท็อปเนอะ ที่ไม่เปิดตัวเพราะตอนนี้ไม่มีใครแล้ว หายไปหมดแล้ว ก็ไม่ค่อยมีเวลาด้วย ก็ไม่ได้คุยแล้ว ช่วงนี้ขอนิ่งๆ ก่อน" "ที่เลิกคุยกันไปเป็นความเข้าใจตรงกัน ออมว่าเรื่องเวลาก็สำคัญนะ ตอนแรกคิดว่าเวลาไม่สำคัญ แต่พอเราไม่ได้เจอ ไม่ได้ใช้เวลาด้วยกัน ก็หยุดคุยดีกว่า ออมไม่ได้นอยด์ แต่ไม่อยากพูดถึงแล้ว กับท็อปเราก็เป็นเพื่อนกันค่ะ ยังคุยกันอยู่เลยว่าจะมีโอกาสทำงานด้วยกันบ้างมั้ยเนี่ย แต่ไม่ได้คุยเรื่องส่วนตัวกันเลยค่ะ เราเจอกันคุยกันแปปเดียว ชวนเล่นน้ำกันแค่นั้น ตอนนี้โสดค่ะ โสดตลอดเวลา" ออม กล่าว ขอบคุณภาพจาก IG @aom_sushar, topiz_js ออม สุชาร์ ออม สุชาร์ ออม สุชาร์ ออม สุชาร์ ออม-ท็อป ออม-ท็อป ออม-ท็อป

กลิ่นตัวแรง ทำไงดี !
กลิ่นตัว /  กลิ่นเหม็น / 

กลิ่นตัวที่รุนแรง มีคำเรียกเฉพาะทางการแพทย์ว่า ‘บรอมไฮโดรซิส (Bromhidrosis)’ ซึ่งแสดงถึงความสำคัญที่ ‘กลิ่นตัว’ มีต่อสาธารณะ ถ้าเลือกได้ก็คงไม่มีใครอยากให้ตัวเอง ‘กลิ่นแรง’ เป็นแน่ ซึ่งเรื่องของกลิ่นตัวที่โดดเด่นจนเข้าใกล้ดีกรีอาวุธชีวภาพนี้ที่จริงแล้วก็ไม่ใช่ ทางตันที่แก้ไม่ได้เสมอไปนะคะ เราลองมาดูวิธีที่คุณหมอ กฤษดา ศิรามพุช นำมาแนะนำกัน แบบที่ 1 คือการรักษาด้วยวิธีธรรมชาติ เช่นถ้ารู้แล้วว่ากลิ่นนั้นมาจากแบคทีเรียที่หมักให้เกิดกลิ่นฉุนเฉียวเป็นพิเศษที่บริเวณใต้วงแขน ก็ดูแลอนามัยล้างทำความสะอาดบริเวณนั้นให้ปลอดจากเหงื่อ เลือกใส่เสื้อผ้าที่ไม่อับชื้น หรือถ้าเป็นคนเหงื่อมากจริงๆก็ต้องหาเสื้อแห้งสะอาดไว้เปลี่ยนระหว่างวันทำงานด้วย นอกจากนั้น การกำจัดขนรักแร้ซึ่งเป็นแหล่งสะสมเหงื่อและเชื้อแบคทีเรียก็เป็นอีกทางที่ช่วยได้ ส่วนท่านที่มีปัญหาเชื้อใต้วงแขนมาก็อาจจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะในการกำจัดมันออกไปอีกแรงหนึ่ง แบบที่ 2 ใช้ไฮเทคในการกำจัดกลิ่น โดยท่านที่เลือกใช้วิธีธรรมชาติมาแล้วก็ยังไม่อาจเอาชนะได้หรือใช้โรลออนดับกลิ่นไปจนรักแร้แทบสึกก็ยังไม่หาย อยากได้คำตอบที่ชะงัดไปนานๆไม่ต้องชะงักกลิ่นอีก ถ้าอย่างนี้อาจต้องคิดถึงวิธีที่เป็น ‘ยาแรง’ ขึ้น นั่นคือการใช้ ‘เลเซอร์’ ลงไปทำลายต่อมเหงื่ออะโพครายน์ซึ่งเป็นต้นเหตุของความ ‘มากกลิ่น’ ซึ่งเลเซอร์ที่ว่าคือ Q-switched Nd:YAG laser ที่จัดการในส่วนใต้หนังแท้ นอกจากนั้นยังมีอีกทางหนึ่งที่เป็นผลพลอยได้ของสารพิษที่ใช้ฉีดทำสวยคือ ‘โบทูลินุ่มท็อกซิน เอ (Botulinum toxin A)’ หรือการฉีดโบท็อกซ์เพื่อตัดขาดความสัมพันธ์ไม่ให้เส้นประสาทนั้นไปกระตุ้นต่อมเหงื่อได้ พูดง่ายๆคือทำให้ประสาทสร้างเหงื่อเป็นอัมพาตไปชั่วคราว ซึ่งก็มีการศึกษาว่าการฉีดสารนี้เข้าไปช่วยลดกลิ่นจากใต้วงแขนได้รวมถึงภาวะกลิ่นตัวแรงในบริเวณจุดซ่อนเร้น (Genital bromhidrosis) ที่ทำให้ไม่มั่นใจอย่างแรง จะเห็นว่ามีทางออกดีๆอยู่หลายทางทีเดียวสำหรับเรื่องกลิ่นกายที่ว่า โดยเฉพาะกับคนที่มีกลิ่นตัวร่วมกับเหงื่อมากจะเป็นคำตอบได้ดีทีเดียว จะได้ผลหรือไม่อย่างไรลองนำไปใช้กันดูนะคะ

สุดยอดอาชีพในฝันของเหล่าคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการความท้าทาย
คณะนิเทศศาสตร์ /  นักข่าว / 

สุดยอดอาชีพในฝันของเหล่าคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการความท้าทาย กับการเป็น “นักข่าว” ที่สามารถตีแผ่เรื่องราวเชิงลึกที่น่าติดตาม และให้ประโยชน์ที่ทุกคนควรรู้ กับน้องๆ คนเก่ง จาก วารสารศาสตร์คอนเวอร์เจนซ์ คณะนิเทศศาสตร์ ม.หอการค้าไทย “นางสาว ธนาพร สุภัทรสารกุล” ชื่อผลงาน : ข่าว “เภสัชกรหวั่น รับบริจาคยามือสอง” รางวัล : - รางวัลพิราบน้อย ประเภทข่าวฝึกปฏิบัติดีเด่น ในสถาบันอุดมศึกษา หนังสือพิมพ์หอข่าว มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย - รางวัลนักข่าวป้ายแดง ปี 2557 จากสมาคมนักข่าวอาชญากรรม แรงบันดาลใจ ช่วงปี 3 มีวิชาที่ต้องทำหนังสือพิมพ์ฝึกปฎิบัติ แต่ละคนต้องไปหาประเด็นข่าวมาเพื่อทำส่งอาจารย์ ซึ่งตอนแรกเสนอไปเป็น 10 ประเด็นก็ไม่ผ่าน มีวันหนึ่งได้ไปโรงพยาบาลเห็นตู้รับบริจาคยาอยู่ ก็คิดในใจว่า “ยามันบริจาคได้ด้วยเหรอ” จากความสงสัยก็มาคิดต่อ เขาจะเอาไปให้ใคร ก่อนจะเอาไปจ่ายให้คนเหล่านั้นมีกระบวนการคัดเลือกยังไง จะปลอดภัยหรือไม่ เป็นประเด็นที่เอาไปเสนออาจารย์ได้ผ่าน เลยได้ตามเรื่องต่อๆ มาจนออกมาเป็นข่าวนี้ จุดประสงค์ และประโยชน์ที่คาดหวัง คือเราต้องการที่จะรู้ว่า โครงการรับบริจาคยานี้เขาเอายาไปไหน ให้ใคร มีกระบวนการยังไง ปลอดภัยแค่ไหน และคนที่ได้ไปรู้รึเปล่า โรงพยาบาลได้บอกมั้ยว่า เป็นยาที่บริจาคมา ในฐานะที่เราเป็นสื่อเราก็อยากจะบอกเรื่องนี้แก่ประชาชนว่า สิ่งที่เขาได้รับมันมาจากไหน คิดว่ามันไม่แฟร์เท่าไหร่ที่โรงพยาบาลจะลดค่าใช้จ่ายของตัวเอง แต่ไม่บอกว่าเอายาที่รับบริจาคมาจ่ายให้ ทั้งๆ ที่ประชาชนบางคนก็จ่ายค่ายาเท่าราคายาปกติ แล้วก็เรื่องความปลอดภัยต่างๆ เราอยากเป็นจุดหนึ่งที่ช่วยขยายสิ่งเหล่านี้เราก็อยากให้ประชาชนได้รับรู้ ประสบการณ์ที่ได้รับจากการทำข่าว หนึ่งได้เรื่องความช่างสังเกต คือเป็นนักข่าวต้องช่างสังเกต ที่ได้ประเด็นมาก็เพราะช่างสังเกต หลังจากจบการทำข่าวนี้ก็กลายเป็นคนช่างสังเกตไปเลย เห็นอะไรก็คิดเป็นข่าวหมด สองได้ความอดทน บางครั้งส่ง E-mail ไปขอสัมภาษณ์ รอ 1-2 อาทิตย์เขายังไม่ตอบกลับมา ก็ต้องรอและหาทางอื่นไปด้วย ยังไงต้องคุยต้องทำให้ได้ บางครั้งไปดักรอ เขามาช้าเลยเวลานัดนานเป็นชั่วโมงก็ต้องรอเพื่อให้ได้ข่าว สุดท้ายได้เรื่องความพยายาม อย่างที่บอกโดนปฎิเสธเยอะมาก แต่เราก็ไม่ท้อ ตามตื้อเรื่อยๆ ไม่ได้ที่นี่ก็หาที่ใหม่ จนในที่สุดก็ได้เจอโรงพยาบาลที่ให้ความร่วมมือ ฝากถึงน้องที่อยากเป็นนักข่าว ต้องรักงานนี้ ต้องมีใจรักที่จะทำอาชีพนี้ เพราะงานมันเยอะ มันหนัก ไม่เป็นเวลา พอใจรักแล้วอะไรมันก็ได้หมด พยายามช่างสังเกตเยอะๆ มองรอบตัวอะไรเป็นข่าวได้บ้าง แต่ต้องเป็นข่าวที่มีคุณค่าต่อสังคมนะ มีประโยชน์ที่จะช่วยเปลี่ยนสังคมไปในทางที่ดีได้ แล้วก็ทุ่มเทให้กับมัน สู้ๆ แค่นี้แหละค่ะ นาย ปวิศ เลิศกวีเอก และนางสาว ธนดา เฉลิมวันเพ็ญ ชื่อผลงาน : ข่าว “มือถือทำพิษวัยประถมส่องคลิปภาพลามกแพร่ว่อนเน็ต” รางวัล : - รางวัลชนะเลิศสิทธิเด็ก จากสถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย - รางวัลนักข่าวป้ายแดง ประเภทเสื้อสามารถ จากสมาคมนักข่าวอาชญากรรม แรงบันดาลใจ ปวิศ : ได้โจทย์มาจากอาจารย์ที่ปรึกษาว่า อยากได้ข่าวเชิงสืบสวน เป็นประเด็นที่อยู่รอบตัว ยิ่งถ้าเป็นประเด็นเกี่ยวกับเยาวชนได้จะดี เพราะตอนทำหนังสือพิมพ์เราจะขายในรั่วมหา’ลัยซะส่วนใหญ่ ดังนั้นจึงควรเป็นข่าวรอบตัวที่เยาวชนสนใจ ก็เลยวิเคราะห์ว่าแต่ละวันเราอยู่กับอะไรนานที่สุด ธนดา : มันเป็นความบังเอิญด้วย เพราะปัจจุบันโซเชียลมันก้าวไกลมาก ทำให้ทุกเพศ ทุกวัยสามารถท่องโซเชียลได้ไม่จำกัด วันหนึ่งเข้าทวิตเตอร์ลองพิมพ์คำแสลงเสิร์ชดู แล้วเราก็ตกใจที่พบว่า มีเยาวชนถ่ายรูปลามกโดยไม่มีการเซ็นเซอร์ลงในโซเชียล ซึ่งเรากลับมาตั้งคำถามว่า เพราะเหตุใดเยาวชนถึงทำแบบนี้ ประกอบกับตรงวัตถุประสงค์ของการทำหนังสือพิมพ์หอข่าวที่มุ่งเน้นไปที่ผลกระทบที่เกิดจากเยาวชน จึงเหมือนเป็นแรงบันดาลใจเพื่อนำเสนอเรื่องนี้ออกมาให้สังคมได้ทราบ จุดประสงค์ และประโยชน์ที่คาดหวัง ธนดา : หากตอนนี้เยาวชนยังกล้าถ่ายรูปลามก แล้วเราไม่ห้าม ต่อๆ ไปมันก็จะกลายเป็นเรื่องธรรมดา ในอนาคตหากเยาวชนมีความอยากรู้อยากลองมากขึ้น หรือเยาวชนคนนี้อยากได้เงินจนนำไปสู่การค้าประเวณีขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ มันสามารถโยงไปถึงการก่อเหตุอาชญากรรมได้ เราอยากเป็นอีกแรงในการกระตุ้นผู้ที่เกี่ยวข้องกับเยาวชนให้หันมาดูแลบุตรหลานของท่าน อยากให้เข้ามาแก้ปัญหาจากต้นเหตุ ไม่ใช่ไปแก้ที่ปลายเหตุเมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาแล้ว ประสบการณ์ที่ได้รับจากการทำข่าว ปวิศ : ได้เพิ่มทักษะจากที่เคยเรียนมา ได้เรียนรู้เรื่องการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าจากสถานการณ์จริง เพราะทุกครั้งที่ออกไปสัมภาษณ์ต้องทำการบ้านเกี่ยวกับแหล่งข่าว มีการศึกษาการใช้ระดับภาษาที่ต้องใช้คุยกับแหล่งข่าว คุยยังไงเพื่อให้ได้เนื้อข่าวที่เราต้องการ บางครั้งก็มีเรื่องการปลอมตัว สำคัญมากการแสดงต้องดีสมบทบาทเพื่อให้ได้ข่าวมา ที่สำคัญการทำข่าวต้องรอบคอบ และแข่งกับเวลา พลาดแล้วคือพลาดเลย ดังนั้นประสบการณ์ที่ได้คือเราได้ทั้ง ไหวพริบ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ทักษะรอบตัว ทุกอย่างสำคัญมากจริงๆ ฝากถึงน้องที่สนใจในงานทางด้านนักข่าว บางคนคิดว่าการเป็นนักข่าวง่าย สนุก แค่หาข้อมูลมาแล้วเขียนเป็นข่าว ซึ่งมันก็ใช่ แต่เขาไม่รู้ว่า ระหว่างการทำข่าวอุสรรคเยอะมาก ต้องใจรักจริงๆ ต้องเป็นคนที่ชอบเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ชอบลุยๆ ยิ่งการทำข่าวเชิงสืบสวนยิ่งไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องศึกษาเรียนรู้ บางข่าวก็มีความเสี่ยง ดังนั้นการเป็นนักข่าว ต้องเรียนรู้ให้ไว วิเคราะห์ให้แตก ที่สำคัญเรื่องจรรยาบรรณเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด หากเรามีจรรยาบรรณเราจะกลายเป็นสื่อน้ำดี ไม่เหมือนสมัยนี้ที่เน้นขายข่าวโดยการละเมิดสิทธิแหล่งข่าว จรรยาบรรณความซื่อสัตย์ ความตรงต่อเวลา คือคุณสมบัติที่ควรฝังไว้ในอาชีพนี้ ติดตามคอลัมน์ Show off ได้ที่นิตยสาร Campus star No.34 Facebook : www.facebook.com/campusstar

สายโหด!ดูเด็ค รับอยากชกหน้าราฟาสมัยอยู่หงส์
นิวคาลเซิล /  ราฟาเอล เบนิเตซ / 

เจอร์ซี่ย์ ดูเด็ค อดีตนายทวารฮีโร่จากอิสตันบลู ออกมาเปิดเผยในหนังสือชีวประวัติของตัวเองว่าเคยมีความคิดอยากจะชกหน้า ราฟาเอล เบนิเตซ สมัยที่ร่วมงานกันตอนที่อยู่ลิเวอร์พูลโดยนายทวารชาวโปแลนด์ที่เซฟจุดโทษช่วยให้ทีมเป็นแชมป์ยุโรปสมัยที่ 5 ได้เขียนในชีวประวัติถึง ราฟาเอล เบนิเตซ ระบุว่าเป็นคนที่เก่งเรื่องแท็คติก แต่มักจะรักษาระยะห่างกับผู้เล่นและเย็นชากับนักเตะเสมอๆ แต่จุดปริ๊ดแตกมาอยู่ที่หลังจากคว้าแชมป์ยุโรปได้แล้ว กุนซือชาวสเปนไปซื้อตัว เปเป้ เรน่า มาจาก บียาร์เรอัล ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ขาดสะบั้นลงทันที “ผมได้ยินเสียงในหัวของผมว่าให้ชกหน้ามันเลย ชกหน้ามันเลย” แต่เมื่อคิดได้ ดูเด็ค ก็ไม่ได้ทำสุดท้ายได้ย้ายไปนั่งสำรองต่อที่เรอัล มาดนิด ในอีกสองฤดูกาลหลัง สำหรับ ราฟาเอล เบติเตซ จะหวนคืนถิ่นแอนฟิวส์อีกครั้งด้วยการพา นิวคาลเซิล ที่กำลังดิ้นรนหนีการตกชั้นมาเยือนลิเวอร์พูลทีมเก่าที่กำลังฟอร์มแรง ในวันเสาร์ที่ 23 เมษายนนี้

Asus ZenFone Go ใหม่ จอ4.5 นิ้ว ราคาเริ่มเพียง 2990 บาท
asus /  go / 

เอซุสขอเสนอ ZenFone Go (รหัส ZB452KG) ขนาด 4.5 นิ้ว ที่มาพร้อมดีไซน์แบบพรีเมียม มีหลากหลายสี ถูกใจวัยรุ่นรวมถึงความครบครันที่น่าครอบครอง จุดเด่นที่สุดของ ZenFone Go (ZB452KG) ก็คือการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ในรูปแบบของเอซุส ด้วยการผสมผสานขึ้นมาจากความงามอย่างเรียบง่ายในแบบของ Zen ร่วมกับการออกแบบที่คำนึงถึงหลักการใช้งานจริง และสีสันที่มีให้เลือกหลากหลายเฉดสีบนผิวฝาหลังที่มีถึง 2 แบบ ช่วยให้ZenFone Go (ZB452KG) เป็นหนึ่งในสิ่งที่บ่งบอกความเป็นตัวคุณได้อย่างชัดเจนไม่ว่าจะเป็นสีสันสดใสสำหรับวัยรุ่น หรือเป็นสีสันในโทนที่ให้ความหรูหรา เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ZenFone Go (ZB452KG)มาพร้อมหน่วยประมวลผลแบบ Quad-Core processor จาก Qualcommทำให้การประมวลผลรวดเร็วแม้เมื่อเปิดหลายแอพพลิเคชันพร้อมกัน รวมถึงให้คุณรู้สึกสนุกไปกับการเล่นเกมได้อย่างเต็มที่ ทั้งยังมีการประหยัดพลังงานที่ดีเยี่ยม ทำให้คุณสามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวัน ในทุกที่ทุกเวลา สมาร์ทโฟนรุ่นนี้มาพร้อมหน้าจอขนาด 4.5 นิ้ว ซึ่งเป็นขนาดที่ลงตัวทั้งในด้านของความสะดวกในการพกพา และความสามารถในการใช้งาน เหมาะกับวัยรุ่นที่ต้องการสมาร์ทโฟนในขนาดที่กะทัดรัดถือง่าย สามารถพกไปได้ทุกที่ ทางด้านฟังก์ชันกล้องถ่ายภาพZenFone Go (ZB452KG) เลือกใช้กล้องที่มีรูรับแสงกว้าง f/2.0 มาพร้อมกับเทคโนโลยี PixelMasterทำให้ภาพที่ออกมามีคุณภาพสูง สีสันสวยงาม คมชัด รวมถึงยังมีโหมดกล้องให้ใช้งานได้หลากหลาย ตอบทุกโจทย์ความต้องการ ตัวอย่างเช่น โหมดแสงน้อยเพื่อการเก็บภาพได้ในทุกสถานการณ์ โหมดบิวตี้เพื่อการถ่ายภาพบุคคล ให้ได้สีสัน รวมถึงการปรับหน้าตาตัวแบบให้ออกมาตรงใจมากยิ่งขึ้น โดยสามารถปรับแต่งได้แบบเรียลไทม์ก่อนกดชัตเตอร์ถ่ายภาพ ZenFone Go(ZB452KG)รองรับซิมการ์ดได้พร้อมกัน 2 ซิมในลักษณะ Dual SIM, Dual Standby สายอากาศได้รับการออกแบบให้รับสัญญาณได้เต็มประสิทธิภาพ แม้ว่าจะอยู่ในบริเวณที่มีสัญญาณน้อย ทำให้คุณวางใจได้ว่าจะไม่พลาดทุกการติดต่อ แม้จะอยู่ในรถไฟฟ้าก็ตาม นอกจากนี้ ยังได้รับการพัฒนามาให้มีการใช้พลังงานที่ต่ำ ทำให้สามารถใช้งานและเปิดสแตนด์บายเครื่องไว้ได้อย่างยาวนาน นอกจากนี้ยังสัมผัสประสบการณ์การใช้งานที่เหนือกว่าไปกับเอซุส ZenUIซึ่งมอบอิสระในการใช้งานให้กับทุกท่านอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นในด้านความสวยงาม ฟีเจอร์ที่ครบครัน เช่น ZenMotionที่ทำให้คุณสามารถเปิดหน้าจอได้ด้วยการเคาะหน้าจอติดกัน 2 ครั้ง การปรับเปลี่ยนธีมให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของคุณรวมถึงการอัพเดตฟีเจอร์ที่ทันที 24 ชั่วโมง 7 วันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้คุณสนุกกับการใช้งาน ZenFone Go(ZB452KG)ได้อย่างเต็มที่ ZenFone Go(ZB452KG) มีฝาหลังให้เลือกด้วยกัน 2 สไตล์ ได้แก่ - ฝาหลังแบบแฮร์ไลน์ (สีทอง, สีเงิน และสีฟ้า) ราคา 3,290 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) - ฝาหลังแบบด้าน (สีดำ, สีขาว และสีแดง) ราคา 2,990 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) Specifications ZenfoneGo (ZB452KG) Processor    Qualcomm Snapdragon MSM8212 Quad-core1.2 GHz GPU    ARM Mali-302400 MHz OS    Android 5.1 (Lollipop) with Brand-new ASUS ZenUI Display    4.5-inches, FWVGA (854 x 480) Memory    1 GB LPDDR3 RAM Storage    8 GB ROM 5 GB free lifetime ASUS WebStorage 100 GB Google Drive free space (2 years) Memory Slot    MicroSD card (up to 64 GB) PixelMaster Camera    Front 2 Megapixels, f/2.4 aperture Rear 8 Megapixels, f/2.0 aperture    Front 0.3 Megapixels, f/2.8 aperture Rear 5 Megapixels, f/2.0 aperture Connectivity Technology    WLAN 802.11 b/g/n Micro USB Bluetooth V4.0 Dual Micro SIM cardDual Standby SIM1 Support 2G/3G SIM2 Support 2G/3G Network Standard    3G : WCDMA : 850MHz/900MHz/1900MHz/2100MHz Battery    2070 mAh Li-Polymer removable battery Audio    FM Radio Receiver Audio Slot    3.5mm audio jack Sensor    Accelerator/E-Compass/Proximity/Ambient Light Sensor Navigation    GPS, A-GPS, GLONASS, BDS Weight    125g (with battery) Dimensions    136.5 x 66.7 x 11.2 mm (WxDxH) Color    Sheer Gold, Glacier Gray, Silver Blue    Charcoal black, Pearl white, Glamour red

หน้าชา!! เสี่ยเสนอเดือนละ 5 แสน ขอ ได๋ ไดอาน่า เป็นเมียเก็บ
ข่าว ได๋ ไดอาน่า /  เสี่ยเสนอ ได๋ เป็นเมียเก็บ / 

เรียกว่าโกรธจนหน้าชา!! สำหรับดาราสาว ได๋ ไดอาน่า หลังเจอดี มีเสี่ยแชทผ่านโซเชียลมายื่นข้อเสนอให้เป็น "เมียเก็บ" ตน โดยจะจ่ายให้เดือนละ 520,000 บาท!! นาน 6 เดือน ช่างกล้า!! เจอเยี่ยงนี้จะเหลือหรอจ๊ะ สาวได๋จัดการแคปข้อความในแชทออกมาฉะ! ในโซเชียล เพราะถือว่าไม่มีมารยาท และไม่ให้เกียรติกัน พร้อมเผยรู้สึกเสียใจกับเคสนี้มาก ดังนี้ "เสียใจมาก.... ที่เคยเก็บ facebook เอาไว้ private เพราะไม่ชอบเรื่องเเบบนี้ --- หน้าชาเลย โมโห! ถ้าคุณตาม ig อยู่ก็โปรดทราบไว้เลยนะคะว่าเป็นการกระทำที่ไม่มีมารยาทเเละไม่ให้เกียรติกันเลย - นี่คือเตือนนะคะ เลย mosaic หน้าเเละตัดชื่อทิ้ง ..... พวกส่งอวัยวะเพศตัวเอง ส่งเสียงการบำบัดความเหงาของตัวเองด้วยนะคะ ... หยุดเหอะ........ sad" ขอขอบคุณ ภาพและข้อมูลจากอินสตาแกรม @ladydna ได๋ ไดอาน่า ได๋ ไดอาน่า ได๋ ไดอาน่า

ละครเล่ห์ลับสลับร่าง , เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง
เล่ห์ลับสลับร่าง /  ละครเล่ห์ลับสลับร่าง / 

เล่ห์ลับสลับร่าง ละครช่อง3 ละครเล่ห์ลับสลับร่าง บทประพันธ์โดย : นรอินทร์บทโทรทัศน์โดย : Sanctuaryกำกับการแสดงโดย : กฤษณ์ ศุกระมงคลผลิตโดย : บริษัท โนพรอบเล็ม จำกัดควบคุมการผลิตโดย : ธิติมา สังขพิทักษ์ออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง สาว “ญาญ่า” โคจรมาเจอคู่ขวัญ ณเดชน์ คูกิมิยะ อีกครา นอกจากท้าทายที่ต้องเล่นบทสลับเพศ เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง เมื่อสองหนุ่มสาวมีปมรักตัวเองยิ่งยวด (Narcissus) หลงในเพศของตน จนรักคนอื่นไม่เป็นฝ่ายขายหลงคิดว่า เพศชายเหนือกว่าเพศหญิง ทั้งร่างกาย และจิตใจ ส่วนหญิงก็ลำพองในความงามจนคิดว่าสอยชายทั้งแผ่นดินได้ สวรรค์เลยลงโทษให้ทั้งคู่แลกเพศกัน เพื่อให้เรียนรู้ทั้งสรีระ และสภาพจิตใจของแต่ละฝ่าย เพื่อบทสรุปที่ว่า เขาต้องเรียนรู้ที่จะรัก ซื่อสัตย์ และเสียสละ ซึ่งกันและกัน นั่นคือความรักที่แท้จริง ผู้กองรามิล ทุ่งพระเพลิง เป็นผู้กองมือปราบ ซึ่งดังจากหน่วยคอมมานโดเฉพาะกิจได้ฉายาว่า ผู้กองมือเหล็ก เพราะช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุด้วยมืออันแข็งแกร่งของตนมาหลายครั้งเป็นที่เลื่องลือรามิลหยิ่งผยองในความเป็นชายของตนเอง ถือว่าเพศชายเหนือกว่าเพศหญิง และผู้หญิงเป็นแค่วัตถุทางเพศเท่านั้น เขาจึงมีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะนอกใจ นกยูง แฟนสาวแสนดีของตนเองอยู่เนือง ๆ เป็นที่ขัดใจของ หมวดอาคม ลูกน้องของรามิลยิ่งนัก และอาคมเองก็แอบหลงรักนกยูงอยู่เงียบ ๆ เภตรา ภาวดี เป็นนางเอกละคร ที่กำลังก้าวสู่ชื่อเสียงอันดับโลก เมื่อได้รับเลือกให้เป็น ไข่มุกแห่งเอเชีย รางวัลจากฮ่องกง เภตราเช่นเดียวกับรามิล ที่หยิ่งทะนงในความงามของตนเองเธอเหยียดเพศชาย และคนรอบด้านไว้แทบเท้า สวรรค์บันดาลให้ทั้งคู่ประสบอุบัติเหตุเฉียดตาย ตกจากตึกสูงหมดสติไป และแลกวิญญาณกัน หมอนักษัตรหมอดูลวงโลกต้องรับภาระดูแคนทั้งคู่ เพราะเป็นคนเดียวที่สื่อสารกับทั้งสองได้ แต่เมื่อไม่สามารถหาวิธีกลับร่างของตน ทั้งสองต้องจำยอมเลียนแบบไฟล์สไตล์ของกันและกัน เพื่อกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมของทั้งคู่ไม่ให้ใครสงสัย รามิลในร่างเภตราต้องกลับไปรับบทนางเอกในละคร ส่วนเภตรา ในร่างรามิลต้องกลับไปเป็นผู้กองนักบู๊ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง การสลับเพศ และรับบทบาทของอีกฝ่าย เป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง สร้างความปวดเศียร เวียนเกล้าให้คนรอบข้าง เภตรากลายเป็นดาราสาวออกทอม เล่นละครไม่เป็น แอบจีบ อจลา สาวดาวยั่ว แถมยังท้าตีท้าต่อยกับ อาทิตย์ ฤทธิรงค์ พระเอกหนุ่มใจสาวเป็นที่กลุ้มใจของ เจ๊อั้ม อรชร ผู้จัดการแต๋วของเภตรา และคุณดนู ผู้จัดละคร ส่วนผู้กองมือเหล็ก กลายเป็น มือไม้อ่อนช้อย กรีดกราย จนอาคม และลูกน้องสงสัยว่ารุ่นพี่จะเป็นกะเทยแอ๊บแมน โดยเฉพาะตอนที่ต้องไปปลดระเบิดในโรงแรมหรู ผู้กองเป็นลมหลายเฮือก และทำอะไรไม่เป็นจนทุกคนสงสัย คนที่น่าสงสารที่สุดคือนกยูง ที่ต้องสับสนกับการออกสาวของผู้กอง และแสดงอาการห่างเหินกับเธออย่างเห็นได้ชัด นกยูงยิ่งเครียดก็ยิ่งหันมาหาอาคมให้ช่วยปลอบประโลมให้ทุกครั้ง จนเริ่มก่อตัวเป็นความรัก ญาญ่า ณเดชน์ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ในร่างเภตรา) ได้เบาะแสว่า ฤทธิ์ชาติ ออร์กาในเซอร์ชื่อดัง ที่กำลังแย่งตัวเภตราไปจากเจ๊อั้ม เป็นคนวางแผนทำร้ายรามิล และมีเบื้องหลังเกี่ยวข้องกับแกงค์อาชญากรรมข้ามชาติ ฤทธิ์ชาติ หวังจะเคลมเภตราเป็นของตน และใช้ประโยชน์จากเภตราที่กำลังโกอินเตอร์สร้างอิทธิผลให้เขาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการขนยาเสพติด เภตราปฏิเสธเซ็นสัญญากับฤทธิ์ชาติ แต่ก็โดนขู่กลับเมื่อ ทอมณี สาวทอม ผู้ช่วยฤทธิ์ชาติ สืบรู้ประวัติมารดาของเภตรา ว่าที่แพ้คือ ป้าสีดา แม่ครัวประจำกองถ่ายของเภตรานั่นเอง ฤทธิ์ชาติขู่จะแฉว่าประวัติแท้จริงของเภตรา ที่แท้โลโซรากหญ้า มีแม่ที่เคยทำงานเป็นมาม่าซังมาก่อน งานนี้ รามิล (ร่างเภตรา) ขู่แฉกลับเรื่องที่ฤทธิ์ชาติปล้นเพชรเทียร่าจาก คุณนายพวงคราม แม่ของตนไปซ่อนไว้หวังเงินประกัน ข้อมูลเบื้องลึกได้มาจาก สีตลา นักข่าวสาวช่องน้อยสี ที่กำลังตามสืบเรื่องฤทธิ์ชาติอยู่อาคมสารภาพรักนกยูง และไม่พอใจรามิลจนถึงขั้นตัดพี่ตัดน้อง เพราะเข้าใจว่ารามิลแกล้งทำแต๋วเพื่อหลีกเลี่ยงการแต่งงานกับนกยูง อาคมขอนกยูงแต่งงานแทน แต่แล้วเมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) และเภตรา (ในร่างรามิล) มาร่วมงานแต่ง ทั้งคู่ทำงานล่มไม่เป็นท่า เมื่อเภตราที่เมามายทำท่าเหมือนลวนลามนกยูงเจ้าสาว แถมยังไปท้าพิสูจน์รอยแผล และตะกรุดของอาคมในร่มผ้า เดาได้ถูกต้องจนอาคมเชื่อว่าในร่างเภตราคือรามิลจริง ๆ แต่งานนี้ อาคมกลับตกที่นั่งลำบากเสียเอง เพราะภาพเจ้าบ่าวถอดกางเกงเหลือแต่ชั้นใน กำลังกอดดาราสาวแนบแน่น ฉาวโฉ่ไปทั้งโซเชียล รามิล และอาคม ไหวตัวเมื่อรู้ว่าฤทธิ์ชาติจะขนยาเพสติดครั้งใหญ่ ส่งให้เจ้าพ่อแกงค์ฉิมพลี ฤทธิ์ชาติ เสนอให้ดนูถ่ายทำละครที่โรงแรมริมทะเลของตนฟรี คุณนายพวงครามเสนอให้ทีมงานไปทำการกุศลที่วัดป่า ถัดจากโรงแรมไปในป่าลึก รามิล อาคม และทีมพยายามค้นว่ายาเสพติดซ่อนอยู่ที่ไหน แต่หาไม่เจอ ในที่สุดรถโค้ชของบรรดาเซเลปถูกโจรปล้น และยาซ่อนอยู่ในกระเป๋าหนังตะกวดราคาเกือบล้านของเภตรา ที่ฤทธิ์ชาติมอบให้ นั่นเอง ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล เภตราหนีจากกลุ่มโจรหลบเข้าป่า ร่างรามิล (คือเภตรา) ยอมสละชีวิตกระโดดกันกระสุนให้ร่างเภตรา (รามิล) ทั้งสองร่วงลงจากนั้นตก และตะกายขึ้นฝั่งได้ ทั้งคู่หมดสติไป เพื่อที่จะตื่นขึ้น และพบว่าวิญญาณกลับเข้าร่างเดิมของตนแล้ว ทั้งคู่สารภาพรักซึ่งกันและกัน และรู้แล้วว่าการเสียสละแม้แต่ชีวิตของตน ทำให้สวรรค์บันดาลให้ทั้งสองได้กลับคืนร่างของตัวเอง คืนนั้นที่ริมลำธารทั้งสองเป็นของกันและกันอย่างสุขสม รามิลกลับมาเป็นผู้กองมือเหล็กเช่นเดิม รามิลวางแผนเล่นงานเปิดโปงฤทธิ์ชาติ ด้วยงานแถลงข่าวที่คฤหาสน์ของฤทธิ์ชาติเอง งานที่เภตราจะได้เซ็นสัญญาเล่นหนังกับฮ่องกง ที่ฤทธิ์ชาติติดต่อให้แต่งานนี้เภตราต้องยอมแลกกับการที่เธอจะไม่ได้โกอินเตอร์ เภตรายินดีชื่อเสียงเงินทองไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับเธออีกแล้ว ทอมณีที่กลับใจแล้วร่วมมือกับเจ๊อั้ม นำเพชรเทียร่าที่ซ่อนไว้ มาแสดงต่อหน้าฤทธิ์ชาติ และพวงครามในงาน พวงครามความเสียใจจนเป็นลมที่ลูกชายเป็นอาชญากรตัวฉากจ ฤทธิ์ชาติถูกจับกุม แต่สารภาพส่วนตัวกับรามิลว่า เพชรที่นำมาเปิดโปงนั้นเป็นเพชรปลอม และเขาไม่ได้เป็นคนสั่งเก็บรามิลมีตัวการใหญ่อยู่เบื้องหลังอีกทีแต่เขาไม่รู้ว่าใคร รามิลรู้สึกผิดสังเกตรีบตามเภตราที่กำลังดูแลพวงครามที่ห้องนอนสองต่อสอง พวงครามเปิดเผยตัวว่าคือตัวการใหญ่ที่ซ้อนแผนลูกชายอยู่อีกที นางต้องการฆ่าทั้งรามิล และเภตรา เพราะรามิลนั้นทำลายแก๊งค์ผลิตยาของเธอหลายครั้ง ส่วนเภตราคือหญิงที่เธอไม่ต้องการให้มาเป็นสะใภ้ตามความต้องการของฤทธิ์ชาติ รามิลช่วยเภตราจากพวงครามไว้ได้ คุณนายถูกจับในที่สุด งานนี้สำเร็จลงด้วยดี แต่ต้องแลกกับการสลับวิญญาณของทั้งคู่อีกครั้ง ตอนที่ทั้งสองประสบอุบัติเหตุตกบันไดคฤหาสน์ลงมาพร้อมกัน สลับร่างครั้งที่สองสร้างความทุกข์ให้รามิล เภตรา เป็นทวีคูณ เมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) ช็อค เพราะพบว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ ทั้งคู่ทำใจได้ในที่สุดจากกำลังใจของเพื่อน ๆ พี่ ๆ โดยเฉพาะนกยูง และอาคม นกยูงเชื่อแล้วว่ารามิล และเภตราสลับร่างกันจริง ยอมคืนดีกับอาคม และแต่งงานกัน เพื่อรักษาภาพพจน์ เภตรา อั้ม ทอมณี ดนู ที่ปรองดองร่วมหุ้นบริษัทกัน แนะนำให้รามิล และเภตราแต่งงานกันโดยเร็ว และรีแถลงข่าวออกสื่อ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ร่าง เภตรา) อุ้มท้องอยู่ 9 เดือน รับรู้ความทรมานของการตั้งครรภ์ และภาวะร่างกายผู้หญิงที่กำลังเป็นแม่ ในที่สุดวันคลอดก็มาถึง รามิลเจ็บปวดแสนสาหัสและสิ้นสติไปในห้องคลอดเภตรา (ร่างรามิล) จับมือรามิลไว้ และเตือนถึงสัญญาของผู้กองมือเหล็ก ที่ไม่เคยปล่อยให้ใครต้องตายไปต่อหน้า เภตราช็อคเมื่อรามิลหัวใจหยุดเต้นชั่วคราว ทำให้เธอเป็นลมไป ทั้งสองโคม่าแต่มือยังกุมกันไว้แน่น หมอนักษัตรลุ้นให้ทั้งคู่รอด วิญญาณออกมาจากร่างอีกครั้ง และคราวนี้ทั้งสองกลับเข้าร่างเดิมของตนรามิลได้เรียนรู้การเป็นแม่ การให้กำเนิด ละครเล่ห์ลับสลับร่าง เขาหยุดดูถูกผู้หญิง และเห็นผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศ เช่นที่เคย ขณะเดียวกันบทบาทเพศชายที่เภตราได้รับ ทำให้ตนเข้าใจถึงความเสียสละการปกป้อง และอุทิศตนให้กับผู้อื่น ทั้งคู่ล้างปม หลงเพศ ของตนจนหมดสิ้นกลายเป็นคนใหม่ และกลายเป็นขวัญใจผู้ชมอีกครั้ง คราวนี้ในฐานะ คู่จิ้น สามีภรรยา ที่น่ารักที่สุดในโลก ติดตามชม ละครเล่ห์ลับสลับร่าง ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ รับบท ผู้กองรามิล อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท เภตรา ปรึชญา พงษ์ธนานิกร รับบท นกยูง ธนภพ ลีรัตนขจร รับบท อาคม ซอ จียอน รับบท จียอน เจสัน ยัง รับบท ฤทธิ์ชาติ รัชนี ศีระเลิศ รับบท พวงคราม ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล รับบท เจ๊อั้ม สมมาตร ไพรหิรัญ รับบท ธรรมนูญ ก้ามปู ปัทมสูต รับบท จิตรา เกริก ชิลเลอร์ รับบท หมอนักษัตร วิชัย จงประสิทธิ์พร รับบท ผู้กำกับก้อง กีรติ ศีวะเกื้อ รับบท ดนู นิธิชัย ยศอมสุนทร รับบท อาทิตย์ นิภาภรณ์ ฐิติธนการ รับบท ทอมณี เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ช่อง3 อาคม นกยูง เล่ห์ลับสลับร่าง นักแสดง เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์

ละครชีวิตเพื่อชาติ รักนี้เพื่อเธอ (DESCENDANTS OF THE SUN) , เรื่องย่อชีวิตเพื่อชาติ รักนี้เพื่อเธอ (DESCENDANTS OF THE SUN)
ชีวิตเพื่อชาติ รักนี้เพื่อเธอ /  ซีรี่ส์ ชีวิตเพื่อชาติ รักนี้เพื่อเธอ (DESCENDANTS OF THE SUN) / 

เรื่องย่อ ชีวิตเพื่อชาติ รักนี้เพื่อเธอ (DESCENDANTS OF THE SUN)ออกอากาศทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09:45 น. ทางช่อง7 นำแสดงโดย ซง จุงกิ/ซอง เฮเคียว/จิน กู/คิม จีวอน เรื่องราวเริ่มต้นจากความเข้าใจผิดของ คัง โมยอน คุณหมอสาวคนสวยแห่งโรงพยาบาลแฮซอง ที่ได้มีโอกาสมารักษาหัวขโมยที่ขโมยโทรศัพท์มือถือของ ซอ แดยอง เพื่อนทหารร่วมทีมเดียวกับ ยู ชีจิน กัปตันหนุ่ม จนทำให้ ยู ชีจิน และ ซอ แดยอง เพื่อนหนุ่ม ที่ออกเวรมาพร้อมกัน ต้องมาช่วยกันตามหาโทรศัพท์มือถือที่หายไป จน ยู ชีจิน ได้พบกับคุณหมอ คัง โมยอน และตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกพบ แต่สุดท้าย ยู ชีจิน และ ซอ แดยอง ก็ต้องมาช่วยเจ้าเด็กหนุ่มหัวขโมยจากแก๊งอันธพาลที่รุมทำร้ายจนทำให้ ยู ชีจิน ได้รับบาดเจ็บ แต่ คัง โมยอน กลับเข้าใจผิดว่า ยู ชีจิน และ ซอ แดยอง เป็นคนทำร้ายหัวขโมยคนนั้น จนสะบักสะบอม เมื่อ คัง โมยอน ได้ตรวจดูกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาลจึงเห็นว่า ยู ซีจิน ไม่ได้ทำร้ายหนุ่มขี้ขโมยคนนั้น แต่เขากับเพื่อน กลับช่วยชีวิตเด็กหนุ่มคนนั้นจากแก๊งอันธพาลมากกว่า จากเหตุการณ์ที่ ยู ชีจิน เข้าไปช่วยหัวขโมย ทำให้ ยู ชีจิน เกิดเจ็บแผลเก่าที่เกิดจากการไปปฏิบัติการช่วยเหลือตัวประกันเมื่อครั้งก่อนหน้านั้น คุณหมอ คัง โมยอน จึงช่วยเย็บแผลให้ ทั้งคู่เริ่มมีความรู้สึกดีต่อกัน และนัดกันเพื่อทำแผลในครั้งต่อไป ชีวิตเพื่อชาติ รักนี้เพื่อเธอ (DESCENDANTS OF THE SUN) จนวันที่ทั้งคู่นัดมาเจอกันอีกครั้งเพื่อทำแผล แต่ คัง โมยอน กลับติดผ่าตัดด่วนจึงทำให้ทั้งคู่ไม่ได้เจอกัน ด้วยความคิดถึง หลังจากผ่าตัดเสร็จแล้ว คัง โมยอน จึงโทรหา ยู ชีจิน และนัดทำแผลอีกครั้ง แต่ด้วยความอยากเห็นหน้า คัง โมยอน ยู ชีจิน จึงรีบบึ่งไปหาเธอในทันที แต่เมื่อไปถึง เขากลับมีภารกิจช่วยตัวประกันด่วนที่อัฟกานิสสถาน จึงทำให้ ยู ชีจิน ต้องรีบไปปฏิบัติหน้าที่พร้อมทั้งทิ้งสัญญานัดดูหนังในการพบกันครั้งต่อไป เมื่อ ยู ชีจิน เสร็จภารกิจ เขารีบไปพบ คัง โมยอน ที่โรงพยาบาลทันทีโดยไม่ให้เธอตั้งตัว และเดทแรกของทั้งคู่คือการไปชมภาพยนตร์ด้วยกัน แต่ก่อนที่ภาพยนตร์จะฉาย ยู ชีจิน ได้รับโทรศัพท์ให้ต้องไปปฏิบัติภารกิจด่วนอีกครั้ง ทำให้ คัง โมยอน ต้องดูหนังคนเดียวในการนัดเดทครั้งแรก ชีวิตเพื่อชาติ รักนี้เพื่อเธอ (DESCENDANTS OF THE SUN) หลังจากเสร็จภารกิจ ยู ชีจิน ก็รีบไปพบ คัง โมยอน อีกครั้ง ทั้งคู่คุยกันถึงเรื่องราวที่ผ่านมา คัง โมยอน อยากรู้เหตุผล และอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับ ยู ชีจิน บ้าง แต่ ยู ชีจิน ไม่สามารถบอกภารกิจต่างๆ ของเขาได้ เพราะทุกอย่างล้วนเป็นความลับ เมื่อคุยกันด้วยความไม่เข้าใจ ทั้งคู่จึงจบความสัมพันธ์ไว้เพียงแค่นั้น 8 เดือนต่อมา ยู ชีจิน ได้รับมอบหมายภารกิจพิเศษ ให้ไปทำงานที่ประเทศ อูรุก เพื่อดูแลรักษาความสงบในค่ายทหารของเกาหลี ส่วน ชีวิตของคุณหมอ คัง โมยอน หลังจากได้มีโอกาสออกโทรทัศน์แทนคุณหมอสาวเส้นใหญ่ของโรงพยาบาล ทำให้ คัง โมยอน กลายเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงโด่งดัง และได้รับการยอมรับ จากเดิมที่เคยพ่ายแพ้ต่อระบบเส้นสายภายในโรงพยาบาล จนทำให้เจ้าของโรงพยาบาลชื่นชอบเธอและนัดพบเธอเป็นกรณีพิเศษ หลังจาก คัง โมยอน เข้าพบ ประธานเจ้าของโรงพยาบาล และแสดงความไม่พอใจในสิ่งที่เจ้าของโรงพยาบาลทำ อีกทั้งยังไม่ยอมตกเป็นของเขา เธอจึงถูกส่งไปเป็นหัวหน้าทีมแพทย์อาสาที่ อูรุก และนั่นจึงเป็นเหตุที่ทำให้เธอได้พบกับ ยู ชีจิน อีกครั้ง ร้อยโท ยูน มยองจู คุณหมอทหารสาวอดีตเพื่อนวัยเรียนของคุณหมอ คัง โมยอน ขอย้ายมาประจำการอยู่ที่ อูรุก ด้วยเพื่อจะได้พบกับแฟนหนุ่ม ซอ แดยอง นายทหารที่พ่อของเธอไม่ยอมรับเพราะเห็นว่า ซอ แดยอง ไม่คู่ควรกับลูกสาวของเขา ชีวิตเพื่อชาติ รักนี้เพื่อเธอ (DESCENDANTS OF THE SUN) วันหนึ่ง เกิดเหตุฉุกเฉินเนื่องจากประธานาธิบดีแห่งอาหรับถูกส่งตัวมาที่ค่ายของ ยู ชีจิน ที่อูรุกเพื่อพบหมอเนื่องจากมีอาการป่วยขั้นรุนแรง คัง โมยอน พบเขาว่ามีเลือดออกในช่องท้องและต้องได้รับการผ่าตัดโดยด่วนแต่บอดี้การ์ดของประธานาธิบดีห้ามไม่ให้คนอื่นผ่าตัดโดยเด็ดขาด ต้องคอยหมอประจำตัวของเขาเท่านั้น ด้วยภารกิจในการปกป้องชีวิตคือสิ่งสำคัญ ยู ชีจิน จึงฝ่าฝืนคำสั่งและให้ คัง โมยอน ดำเนินการผ่าตัดเพื่อช่วยชีวิตประธานาธิบดีเอาไว้ให้ได้ จนทำให้ ยู ชีจินถูกลงโทษและถูกปลดจากการเป็นหัวหน้าทีมพร้อมถูกกักตัวเนื่องจากฝ่าฝืนคำสั่ง แต่สุดท้ายผลการผ่าตัดผ่านไปด้วยดี ยู ชีจิน จึงได้รับการปล่อยตัวและได้รับคำชื่นชม ส่วน ซอ แดยอง กลับถูกคำสั่งให้ย้ายกลับเกาหลีทันทีเนื่องจาก คุณหมอ ยูน มองจู แฟนสาวกำลังเดินทางมาที่ค่าย ทั้งคู่จึงไม่มีโอกาสได้อยู่ด้วยกันดังที่ตั้งใจไว้ ถึงแม้ทั้งคู่จะมีความรักให้กันมากเพียงไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป ยู ชีจิน ได้รับคำสั่งให้กลับไปประจำที่เกาหลี ส่วน คัง โมยอน ยังคงต้องทำงานอยู่ที่ค่ายแห่งนี้สักระยะหนึ่ง จนวันหนึ่งเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงใน อูรุก ทำให้โรงงานผลิตพลังงานไฟฟ้าเกิดถล่ม คนงานบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก คัง โมยอน และทีมแพทย์ต้องเข้าไปให้ความช่วยเหลืออย่างยากลำบาก เมื่อ ยู ชีจิน รู้ข่าว เขาและ ซอ แดยอง จึงเป็นหน่วยทหารที่อาสามาช่วยผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้ พวกเขาจึงได้มีโอกาสเจอกันอีกครั้ง หลังจากที่ทุกคนร่วมมือร่วมใจกันสถานการณ์ทุกอย่างเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น และทำให้ทั้งคู่ต่างเข้าใจในกันและกันมากยิ่งขึ้น ชีวิตเพื่อชาติ รักนี้เพื่อเธอ (DESCENDANTS OF THE SUN) จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวผ่านไปไม่นานก็เกิดเหตุการณ์ที่ทุกคนต่างไม่คาดคิดเมื่อเกิดโรคระบาดขึ้นในอูรุก ซึ่งเป็นโรคที่เกี่ยวกับเชื้อไวรัส ที่มีความรุนแรงประมาณเชื้ออีโบล่า พวกเขาจึงต้องทำสงครามกับโรคระบาดร่วมกันอีกครั้ง ยู ชีจิน คัง โมยอน ซอ แดยอง ยูน มองจู ต่างผ่านภารกิจชี้เป็นชี้ตายระดับชาติ และเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายถึงชีวิตมาด้วยกันมากมายหลายครั้ง สุดท้ายแล้วพวกเขาจะสามารถเอาชนะโรคระบาดครั้งนี้ได้หรือไม่ พวกเขาจะสามารถผ่านอุปสรรคต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาได้อย่างไร อย่าลืมมาให้กำลังใจพวกเขาไปพร้อมๆ กันในซีรีส์ “ชีวิตเพื่อชาติ รักนี้เพื่อเธอ” (DESCENDANTS OF THE SUN) ซีรีส์ดีๆ ที่ทุกคนควรดู ขอบคุณข้อมูลจากdrama.ch7.com

ขอสู้ให้ถึงที่สุด!! ภูริ ชี้แจงกรณีร้องเอกสารสิทธิเกาะนาคาน้อย
ข่าว ภูริ หิรัญพฤกษ์ /  ข่าว ภูริ เกาะนาคาน้อย / 

หลังออกมาร้องกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ (DSI) ผ่านทางโซเชียลให้ตรวจสอบเอกสารสิทธิบนเกาะนาคาน้อยจนตกเป็นข่าวครึกโครม ด้านคู่กรณีไม่วายงัดหลักฐานออกมาโต้กลับ แถมแจ้งความดำเนินคดีกับทางนักแสดงหนุ่ม ภูริ หิรัญพฤกษ์ และผู้เกี่ยวข้อง โดยล่าสุดวันนี้(18 เม.ย.) ทางหนุ่มภูริ ที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากเที่ยวต่างประเทศ ก็ได้ตั้งโต๊ะแถลงเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งเจ้าตัวเผยที่ออกมาเรียกร้องก็เพื่อให้ภาครัฐดูแลเรื่องสิทธิโดยมิชอบ แจงที่อีกฝ่ายหอบเอกสารมาโชว์นั้นถูกปลอมแปลงโดยเจ้าหน้าที่ซึ่งในส่วนนี้มีการแจ้งความดำเนินคดีไปเรียบร้อยแล้ว เปรยตนทำตามหน้าที่พลเมืองดี ส่วนที่อีกฝ่ายฟ้องตนในข้อหาหมิ่นประมาทนั้นก็ปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอนของคดี ด้านคนรอบข้างและภรรยามีเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยบ้าง โดยเจ้าตัวก็หวั่นๆ แต่ก็จะสู้ให้ถึงที่สุดเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ!! ก่อนยืนยันไม่เคยใช้อาวุธข่มขู่อีกฝ่าย ซึ่งครอบครัวของหนุ่มภูรินั้นมีเอกสารสิทธิที่ดินบนเกาะอยู่จำนวน 53 ไร่นั่นเอง นอกจากนั้นหนุ่มภูริ ก็ยังได้อัพเดทเรื่องลูกในท้องของภรรยาสาว แอน อลิชา โดยเผยตอนนี้อายุครรภ์ได้ 7 เดือนแล้ว กำหนดคลอดช่วงเดือน ก.ค.นี้ ที่โรงพยาบาลสมิติเวช สำหรับเพศของทายาทคนแรกนั้นรู้แล้วแต่ขออุบเอาไว้เพราะถือเคล็ด ในส่วนของชื่อยังไม่ได้ตั้งให้ ด้านสาวแอนอยากคลอดธรรมชาติแต่คงต้องดูหน้างานอีกทีหนึ่ง ช่วงนี้ก็มีออกกำลังกายเพื่อให้คลอดง่ายนั่นเอง.....ขอขอบคุณ ภาพจากไอจี @puri99 และ @one_lakorn_variety ภูริ หิรัญพฤกษ์ ภูริ หิรัญพฤกษ์ ภูริ หิรัญพฤกษ์ ภูริ หิรัญพฤกษ์ ภูริ หิรัญพฤกษ์

เดี๋ยวตัวแสบ เดี๋ยวเบบี๋ วาววา - อินดี้ ชวนจิ้นหรืออินเลิฟ??
ข่าว วาววา /  ข่าว อินดี้ อินทัช / 

มีความงอแงใส่กันจ่ะ... เรียกว่ากำลังเป็นที่จับตามองถึงความสัมพันธ์ระหว่างนางเอกสาว วาววา ณิชารีย์ กับหนุ่ม อินดี้ อินทัช หลังทั้งคู่มาร่วมงานกันในละครเรื่องลูบคมกามเทพ ก็สนิทสนมกันเกิ๊นอัพรูปคู่ในไอจีถี่มว๊าก แต่ละภาพนี่ก็มุ้งมิ้งเกินบรรยาย ที่สำคัญมีคำเรียกแทนกันแล้ว โดยฝ่ายชายจะเรียกสาววาววาว่า “ตัวแสบ” ส่วนฝ่ายหญิงก็จะเรียกหนุ่มอินดี้ว่า “เบบี๋” โอ๊ยยยยยย หวานเฟร่อขนาดนี้ก็ไม่รู้ว่าจะชวนให้ติ่งฟินจนจิ้นเฉยๆ หรืออินเลิฟกันนอกจอไปแล้ว??? ขอขอบคุณ ภาพและข้อมูลจากอินสตาแกรม @indianaindy, @wawwa_nc วาววา - อินดี้ วาววา - อินดี้ วาววา - อินดี้ วาววา - อินดี้ วาววา - อินดี้ วาววา - อินดี้ วาววา - อินดี้

เมกะโปรเจกต์!! สื่อน้ำหอมแฉยับ โด้ จับเข่าคุย ปธ.เปแอสเช 5ครั้ง ส่อหวนร่วมงาน น้ามู
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ /  นาสเซอร์ อัล-เคไลฟี่ / 

France Football สื่อดังของ ฝรั่งเศส ประโคมข่าว ปารีส แซงต์ แชร์กแมง มหาอำนาจลูกหนังเมืองน้ำหอม เตรียมสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับวงการฟุตบอลด้วยการกระชาก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปีกกึ่งศูนย์หน้าจอมสับของ เรอัล มาดริด มาเสริมทัพในฤดูกาลหน้า รายงานยังบอกด้วยว่า แข้งเลือด ฝอยทอง วัย 31 กะรัต ได้เดินทางมาพบปะพูดคุยกับ นาสเซอร์ อัล-เคไลฟี่ ประธานสโมสร เปแอสเช ถึง 5 ครั้ง และในขณะเดียวกัน Sky Sports ยังคงเล่นข่าวว่า ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ได้แอบติดต่อเจรจากับ โชเซ่ มูรินโญ่ อดีตนายเก่า CR7 ที่มีความสัมพันธ์อันดีกันช่วงที่คุมทัพ "ราชันชุดขาว" หลังจากที่ไม่พอใจฟอร์มของ โลร็องต์ บล็องก์ ที่เพิ่งพาทีมตกรอบ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยน้ำมือของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปหมาดๆ ทั้งนี้ ฤดูกาล 2015/16 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ทำสถิติลงสนามรับใช้ "ราชันชุดขาว" ไปทั้งหมดทุกรายการ 43 นัด ถลุงตาข่ายยับเยิน 47 ประตู แถมยังแอสซิสต์(ส่งบอลให้เพื่อนยิง) 15 ครั้ง ต้องมาดูกันว่าสุดท้ายแล้วข่าวลือดังกล่าวจะเกิดขึ้นจริงในช่วงซัมเมอร์นี้หรือไม่

แอน มรกต โต้! ตกอับ ปัด...เป็นเมียเก็บเศรษฐี
แอน มรกต /  แอน-มรกต มณีฉาย

แอน-มรกต มณีฉาย ถ้าพูดชื่อนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะเธอคือ นู้ดในตำนาน ด้วยฉายา หน้าอกภูเขาไฟ หลังจากที่หายหน้าจากวงการไปนานก็มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างหนาหูว่าเธอไปเป็นเมียเก็บ ของเศรษฐีใหญ่ และแรงที่สุดตกอับ ขายตัว ต่างประเทศ สาวแอนเลยขอเปิดใจเกี่ยวกับเรื่องทั้งหมดว่า ฉายา? เยอะมากจริงๆ หน้าอกภูขาไฟ นู้ดในตำนาน ดาวโป้ ดาวยั่ว อะไรประมาณนั้นค่ะ (ในอดีตโดนโจมตีไหม เราเป็นดารานู้ด?) โดนโจมตีเยอะมาก แล้วก็มีกระแสวิจารณ์ถ่ายภาพโป้ ภาพเปลือย ดูอนาจาร บางคนก็มีดูถูกว่าเราถ่ายเซ็กซี่แบบนี้เราเป็นเมียน้อย เมียเก็บใครรึป่าว แอบขายไหม ก็จะมีคนโจมตี มีคนมองเราไม่ดีด้วยสายตาที่ดูถูกก็มีบ้างค่ะ (แรงที่สุดที่เคยเจอในชีวิต?) กระแสข่าวก็มี บางกระแสก็ว่าเราไปขายตัวต่างประเทศ จริงๆ กระแสข่าวมันก็มีมูลเพราะมันมีผู้หญิงอยู่ต่างประเทศใช้ชื่อเรา ใช้ภาพเราไปหากิน แต่ก็มีรายการหนึ่งได้พิสูจแล้วว่าไม่ใช่เรา โดยโทรไปที่เบอร์ผู้หญิงคนนั้น ก็พิสูจน์ได้ว่าเราไม่ได้อยู่ต่างประเทศ เราอยู่ในประเทศ หายไปจากวงการนานแค่ไหนแล้ว? จริงๆ แล้วก็ไม่ได้หายซะทีเดียวก็ยังมีบ้าง ไปออกรายการบางรายการบ้าง ประมาณ 10 กว่าปี (แบบนี้ก็เรียกว่าแขวนเต้า?) จะเรียกว่าแขวนเต้าก็ยังไม่เชิงนะคะ ที่ผ่านมาเราหยุดเรื่องภาพเซ็กซี่ไป เพราะว่าภาพเซ็กซี่มันเยอะมาก เราก็อยากหยุดบ้าง อยากล้างภาพตัวเอง เพราะว่าไปทางไหนคนก็จะมองว่าแอนมรกตต้องเซ็กซี่ ต้องโป้ ต้องเปลือย ต้องโชว์หน้าอก เราก็อยากให้คนเขาลืมภาพตรงนั้นบ้าง ตอนนี้ยังรับงานถ่ายแบบอยู่? ไม่ได้รับแล้วค่ะ (แล้วตอนนี้ทำอะไรอยู่ ?) ในช่วงที่หายจากวงการไปช่วงแรกๆ ก็ทำธุรกิจเกี่ยวกับสปา ช่วงหลังไม่ได้ทำแล้วก็มาทำธุรกิจขายอาหารเสริมทางทีวี แล้วก็ซื้อที่ดินทำไร่ยางพาราด้วย ตอนนี้ก็กำลังมองกำลังศึกษาธุรกิจใหม่ๆ คิดว่าคงจะลงทุนเร็วๆ นี้ (มีข่าวลือว่า แอน-มรกต ตกอับ ?) เอาบรรทัดฐานอะไรมาวัด ถ้าชื่อเสียงเราไม่ได้เหมือนเดิมแล้วมองว่าเราตกอับอันนั้นก็แล้วแต่มุมมองของคุณ แต่ในความรู้สึกของแอน เราไม่ได้ตกอับเพราะเรายังมีอาชีพ เรายังทำอะไร เพียงแต่ว่าเราเปลี่ยนแปลงตัวเอง เราไม่ทำงานในวงการบันเทิง เราผันตัวเองมาทำธุรกิจเราอยากมีความมั่นคงในชีวิต อยากเปลี่ยนภาพเซ็กซี่ของตัวเองมาทำธุรกิจมากกว่าค่ะ รายได้ตอนนี้กับตอนนั้น ? “ในยุคนั้นต้องยอมรับว่าเราฮอตจริงๆ แล้วก็งานเยอะมากๆ แทบจะไม่มีเวลาได้พักผ่อน ค่าตัวก็สูงมาก ถ้าจะเปรียบเทียบค่าตัวในยุคนั้น กับยุคนี้มันต่างกัน ยุคนั้นรายได้มันค่อนข้างมหาศาล มันก็ต้องเยอะกว่าอยู่แล้ว(มีข่าวเป็นเมียเก็บเศรษฐีบรูไน?) เคยได้รับการติดต่อมาจริงค่ะ แต่เราก็ปฏิเสธไป เขาติดต่อผ่านเอเจนต์ค่ะ เอเจนต์ก็โทรมานัดคุยกับเราเอารายละเอียดมาให้ดูว่ามีผู้ใหญ่เขาติดต่อมาอย่างนี้ ผู้ใหญ่ในบรูไนให้ไปเป็นนางในฮาเร็มก็ให้เงินเกินไม่ต่ำว่าเดือนละ 1 ล้านบาท ทุกเดือนถ้าถูกใจมันก็ต้องมีอะไรมากขึ้นอยู่แล้ว แต่เดือนละล้านนี่คือหลักๆ ต่ำสุด แต่ว่าแอนไม่ได้ไปคุยเอง ติดต่อผ่านผู้จัดการมาอีกทีหนึ่ง ก็ได้มีการพุดคุย แล้วเราก็บอกว่าเราไม่เอาค่ะ ผู้จัดการเราก็ปฏิเสธไป เจอเรื่องแบบนี้บ่อยไหม ? เรื่อยๆ ค่ะ ทั้งคิดต่อไปทานข้าว ติดต่อเป็นเมียน้อย เมียเก็บเป็นเรื่องธรรมดา ติดต่อเข้ามาเยอะ เพียงแต่ว่าเราก็ไม่ได้สนใจตรงนั้น (รู้สึกยังไง เรากลายเป็นวัตถุทางเพศ ?) ทำไมคนเราต้องวัดกันที่ภาพพจน์ ภาพภายนอก เพราะภาพเซ็กซี่มันเป็นเรื่องของการทำงาน เราขายภาพไม่ได้ขายตัว แต่ว่าคนบางคนไม่ได้แยกแยะความเป็นจริง บางคนมองว่าคุณขายเงาขายภาพเซ็กซี่คุณจะต้องขายตัวด้วย ตรงนั้นเราเสียความรู้สึกเหมือนกัน แต่ว่าอีกใจหนึ่งเราก็ทำใจ เพราะเรารู้ว่าภาพเซ็กซี่มันก็ทำให้คนคิดแบบนั้นได้ ตอนนี้ก็พยายามทำใจค่ะ ทำไมไม่ตัดสินใจมีสามี ใช้ชีวิตครอบครัวให้ชัดเจนไปเลย ทราบว่าตอนนี้ยังโสด? ยังโสดอยู่ค่ะ แต่ถามว่าเราอยากมีสามีไหม ถ้าเขารักเรา เรารักเขาจริงๆ ความพร้อมทุกอย่างเราก็ต้องอยากแต่งงานแต่ ณ ตอนนี้มันยังไม่เจอคนที่ใช่ แล้วคนที่เราศึกษาอยู่ เราก็ต้องศึกษาไปเรื่อยๆ ก่อนว่ามันใช่จริงไหม เราต้องถามตัวเองว่าเรารักเขามากขนาดจะแต่งงานและอยู่กับเขาตลอดชีวิตได้รึป่าว ตัวเขาเองเขารักเรามากแค่ไหน แอนไม่อยากแต่งงานแล้วอยู่ไม่ได้ มีปัญหาแล้วก็ต้องเลิกกัน ถ้าเป็นแบบนั้นแอนคิดว่าไม่แต่งดีกว่า” (ทุกวันนี้ก็ยังศึกษาดูใจกันอยู่?) ก็มีค่ะ คบหา ศึกษา เป็นคนนอกวงการค่ะ ในวงการก็เคยมีคุยค่ะ เพียงแต่ว่าเราคิดว่ามันยังไม่ใช่ แอน-มรกต มณีฉาย แอน-มรกต มณีฉาย