มีเพศสัมพันธ์

ผงะ ! หนุ่มจีนให้เช่าแฟนตัวเอง หาเงินซื้อ
ประกาศให้เช่าแฟน /  หนุ่มจีนให้เช่าแฟน / 

หนุ่มจีนชูป้ายบริเวณใกล้เคียงมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ประกาศให้เช่าแฟนตัวเอง หาเงินซื้อไอโฟน 6 วันนี้(19ก.ย)สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานจากเซี้ยงไฮ้ ประเทศจีน โดยวานนี้นักศึกษายืนชูป้าย ที่มีเนื้อหาว่า "Girlfriend Sharing" หรือเปิดให้เช่าแฟนสาว และผู้ใช้บริการสามารถ ทำกิจกรรมร่วมกับฝ่ายหญิงเสมือนเป็นแฟนกันจริงๆ เช่น การออกเดท กินข้าว เล่นเกม แต่จะไม่มีเรื่องเพศเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเขาเปิดเผยว่าเรื่องนี้ได้รับการยินยอมจากฝ่ายหญิงแล้ว โดยค่าเช่าจะมีราคาอยู่ที่  10 หยวน(52บาท)ต่อชั่วโมง แบบรายวันวันละ 50 หยวน (260 บาท) ต่อชั่วโมงหรือ 500 หยวน(2,600 บาท)ต่อเดือน อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ได้เคยมีข่าว วัยรุ่นชายชาวจีนวัยเพียง 18 ปี ขายอวัยวะโดยผิดกฏหมายเพื่อนำเงินไปซื้อโทรศัพท์ยี่ห้อ ไอโฟนและไอแพด แต่ถูกดำเนินคดีตามกฏหมายในที่สุด Mthai News ขอบคุณข้อมูลจาก http://shanghaiist.com/

แค่ดัดฟัน! น้ำตาล โต้ขึ้นเขียงเฉาะหน้าใหม่
น้ำตาล พิจักขณา /  เคน ภูภูมิ / 

เพราะถูกเม้าท์ไม่เลิกว่าอัพหน้าใหม่จนสวยขึ้นผิดหูผิดตา งานนี้นางเอกสาว น้ำตาล พิจักขณา เลยออกโรงเคลียร์ข่าวแบบชัดๆ ว่าหน้าเรียวขึ้นเพราะดัดฟันบวกกับน้ำหนักลดลง เปล่าทำศัลยกรรม พร้อมปฏิเสธจิ้นกับพระเอกหนุ่ม เคน ภูภูมิ นอกจอ รับสนิทในฐานะเพื่อน ส่วนหนุ่ม ไผ่ พาทิศ เจ้าตัวเปรยความสัมพันธ์ยังไม่คืบ แถมโต้ข่าวฝ่ายชายตามไปเฝ้าถึงกองละครอีกด้วย!! "จริงๆ แล้วที่เห็นหน้าน้ำตาลเปลี่ยนไปเพราะน้ำตาลดัดฟันมาค่ะ ก็อยากให้อะไรๆ มันลงตัวมากกว่านี้ ที่ดัดฟันส่วนหนึ่งน้ำตาลก็โดนล้อว่าฟันจอบ และเพื่อความมั่นใจด้วยค่ะ เดี๋ยวจะสู้เคน(เคน ภูภูมิ)ไม่ได้ เพราะเขาดัดฟันมาหลายปีแล้ว แต่น้ำตาลพึ่งดัดฟันได้แค่ 4-5 เดือนเองค่ะ" "ส่วนที่คนอื่นมองว่าน้ำตาลไปทำหน้ามาใหม่เพื่อรับทรัพย์ น้ำตาลไม่ซีค่ะ เพราะเราดัดฟันและผอมลงด้วย ที่จริงเรื่องศัลยกรรมน้ำตาลไม่ได้แอนตี้ แต่ ณ ตอนนี้เราขอแค่ดัดฟันไปก่อนดีกว่า ยังไม่คิดจะทำอะไรเพิ่มค่ะ" "สำหรับข่าวเม้าท์ว่าน้ำตาลกับเคนมีจิ้นกันนอกจอ จริงๆ กับเคนสนิทกันค่ะ เป็นเพื่อนสนิทกัน พอได้ร่วมงานกันก็ทำให้สนิทกันมากกว่าเดิม ไม่มีจิ้นกันนอกจอ แต่เราก็ยังติดต่อกันอยู่ เพราะเพื่อนเราส่วนใหญ่อยู่ในวงการ" "ดังนั้นพี่ไผ่คงไม่เข้าใจผิด น้ำตาลว่าพี่ไผ่เขาน่าจะเข้าใจมากกว่า กับเคนที่จริงเราเป็นเพื่อนกันมาก่อนที่จะมาเล่นละครด้วยกันด้วยซ้ำ พอได้มาอยู่ในกองก็เลยทำให้เราสองคนสนิทกันมากขึ้น ส่วนความสัมพันธ์กับพี่ไผ่ ก็ยังโอเคดีอยู่ ถามว่าจะพัฒนามากขึ้นไหม เอาเป็นว่าตอนนี้เราเป็นเพื่อนกันอยู่ค่ะ ส่วนข่าวบอกว่าพี่ไผ่เขาไปเฝ้ากองก็ไม่ใช่เรื่องจริง พี่เขาไม่เคยมาค่ะ" น้ำตาล กล่าว น้ำตาล พิจักขณา น้ำตาล พิจักขณา น้ำตาล พิจักขณา น้ำตาล พิจักขณา น้ำตาล พิจักขณา - เคน ภูภูมิ น้ำตาล พิจักขณา - เคน ภูภูมิ ไผ่ พาทิศ ไผ่ พาทิศ

'ธนะศักดิ์' ให้การต้อนรับ ผบ.สส.มาเลย์
กองทัพไทย /  ธนะศักดิ์ / 

ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กองทัพไทย ให้การต้อนรับ ผบ.สส.มาเลเซีย ยืนยัน ความสัมพันธ์ทั้ง 2 ประเทศที่แน่นแฟ้น พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุด ให้การต้อนรับ GENERAL TANSRI DATO’ SRI (DR.) ZULKIFELI BIN MOHD ZIN (พลเอก ตัน ซรี ดาโต๊ะ ซรี (ด็อกเตอร์) ซูลกิเฟรี บิน โมฮัมหมัด ซิน) ผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเลเซีย และภริยา พร้อมคณะ ในโอกาสที่เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของกองทัพไทย ณ กองบัญชาการกองทัพไทย ซึ่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเลเซียได้ยืนยันถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและมิตรภาพที่ดีระหว่างประเทศไทยและมาเลเซียที่มีต่อกันมาอย่างยาวนาน เข้าใจสถานการณ์ในไทยเป็นอย่างดี ทั้งนี้ การเดินทางมาเยือนประเทศไทยของผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเลเซียครั้งนี้ เพื่อรับมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งชั้นประถมาภรณ์มงกุฎไทย โดยกองทัพไทยได้จัดพิธีตรวจแถวทหารกองเกียรติยศผสมสามเหล่าทัพและการประกอบพิธีมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเลเซีย และในโอกาสนี้ พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ได้จัดเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการ แก่ผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเลเซีย และคณะ รวมทั้งการแสดงทางวัฒนธรรมของไทย

10 เรื่องจริง สัตว์กินคน เหตุการณ์จริงในอดีต
สัตว์โลก /  สัตว์ในตำนาน / 

หลายครั้งหลายคราวที่เรามักจะเห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์ หรือสื่อต่างๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์สัตว์ทำร้ายมนุษย์ ซึ่งมันก็เกิดได้หลายสาเหตุเช่น พวกมันอาจจะป้องกันตัวเอง สภาวะทางอารมณ์ หรือสัญชาตญาณ วันนี้ทีนเอ็มไทยมี 10 เรื่องจริง สัตว์กินคน เหตุการณ์จริงในอดีต มาฝากเพื่อนๆ กันคะ 10 เรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นข่าวครึกโครม เกี่ยวกับสัตว์ทำร้ายและกินคนเป็นจำนวนมาก ทำให้หลายๆคนขวัญผวาและกลัวเป็นอย่างมาก 10 เรื่องจริง สัตว์กินคน เหตุการณ์จริงในอดีต 10. The lions of Njombe เกิดขึ้นปี 1932 ในแทนซาเนียใกล้เมืองจ็อมเบ เกิดเหตุการณ์ฝูงสิงโตยักษ์ออกมาฆ่าคนอย่างบ้าคลั่ง เรื่องมีอยู่ว่าสิงโตได้รับการควบคุมโดยแม่มดหมอผีในชนเผ่าท้องถิ่นชื่อมาตามูลา แมนเกรา (Matamula Mangera) ที่เธอมักส่งฝูงสิงโตออกมาทำร้ายคนหากใครก็ตามที่ลบหลู่เธอหรือต่อต้านเธอ แม่มดมาตามูลา มีอำนาจบาตรใหญ่มากขนาดหัวหน้าเผ่าอื่นๆ ไม่กล้ายุ่งกับเธอเลย ฝูงสิงโตของเธอนั้นได้คร่าชีวิตมนุษย์ไปถึง 1,500 ศพ (บางคนบอกว่า 2,000 คน) และนี้คือเหตุการณ์สิงโตทำร้ายมนุษย์ที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ และหนึ่งใน กรณีของสัตว์ทำร้ายมนุษย์เลวร้ายที่สุดที่เคยบันทึกไว้ จนกระทั้งจอร์จ (George Rushby 1900–1968) นายพรานที่มีชื่อเสียงได้ตัดสินใจ ปราบฝูงสิงโตนั้น เขาฆ่าสิงโตไป 15 ตัวและทำให้เหตุการณ์สิงโตทำร้ายคนยุติลงในที่สุด และเรื่องราวของจอร์จได้ถูกนำมาสร้างละครกึ่งสารคดี BBC ในชื่อ “The Man-eating Lions of Njombe.” ออกอากาศในเดือนกรกฎาคม 2005 9. Two Toed Tom “ทอมสองขา” เป็นจระเข้กินคนที่ค่อนข้างคลุมเครือ และยากจะทราบได้ว่า เรื่องของจระเข้ตัวนี้เป็นเรื่องจริงหรือเป็นแค่ตำนาน จระเข้ตัวนี้เป็นเรื่องที่เล่าต่อๆ มากันมาของอเมริกาทางตอนใต้ อาศัยอยู่ในบึ่ง terrorized ในรัฐอลาบามา ชายแดนฟอริด้า ชื่อของมันมีที่มาจาก ขาของมันมีสองเท้า เนื่องจากขาของมันหายไปเพราะโดนกับดักเหล็กจนขาขาด และนั้นเป็นสาเหตุทำให้มันเจ็บแค้นมนุษย์ และเริ่มออกอาละวาดทำร้ายมนุษย์ ในช่วงยุค 20 หลายคนอ้างว่ามันมีขนาดใหญ่กว่าสี่เมตรครึ่ง มันน่ากลัวมากเหมือนมันเป็นปีศาจส่งมาจากนรกเพื่อล่าพวกเขา มันชอบกินวัวและมนุษย์ผู้หญิง (มันชอบคว้ากระชากเสื้อผ้าของพวกเขาแล้วลากลงไปกินในน้ำ) แม้นายพรานท้องถิ่นจะมีการใช้ปืนหรือระเบิดแต่ก็ไม่สามารถฆ่ามันได้ จนกระทั้งมีนายพรานหนึ่งโยนถังที่เต็มไปด้วยระเบิด สิบห้าถังลงไปในน้ำ และจุดให้มันระเบิด ทอมก็หายไป แต่หลายคนเชื่อว่าทอมน่าจะยังมีชีวิตอยู่และรอคอยโอกาสที่จะแก้แค้นตามแบบฉบับของมันและก็เป็นจริงๆ ทอมก็ปรากฏตัวมาอีกครั้ง และได้กินลูกสาวของคนโยนระเบิด และบรรดาเด็กๆ ของเกษตรกรที่อยู่ตามชายฝั่ง ก่อนที่มันจะหายไปไม่กลับมาอีกเลย มีหลายคนบอกว่าเรื่องเหล่านี้น่าจะเป็นเพียงนิทานพื้นบ้าน หากแต่ชาวบ้านในละแวกนั้นบอกว่าเป็นเรื่องจริง และเชื่อว่ามันยังคงเดินเตร่อยู่ในหนองน้ำฟอริด้าหลายปีจากนั้นมีรายงานพบเห็นมันต่อเนื่องถึง จระเข้ขนาดใหญ่สองขาอยู่เป็นระยะและที่สำคัญคือทอมไม่เคยถูกจับได้เลย 8. Kesagake ”หมีสีน้ำตาลบุกหมู่บ้านซันเคซาเบ๊ะทสึ (The Sankebetsu brown bear incident)” เป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นเกี่ยวกับการ โจมตีของหมีสีน้ำตาลที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ที่โจมตีหมู่บ้าน ซันเคซาเบ๊ะทสึ เมืองโทมาม่า ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น เหตุการณ์เกิดขึ้นในวันที่ 9 เดือน ธันวาคม ถึง 14 ธันวาคม 1915 โดยสมัยก่อนนั้นหมู่บ้านแห่งนี้พึ่งจะมีคนอยู่อาศัย กำลังบุกเบิก จำนวนคนในหมู่บ้านน้อยมากและส่วนใหญ่อาศัยอยู่บนป่าเขา และพื้นที่แห่งนี้ได้เป็นที่อยู่อาศัยของหมีเพศผู้ ขนาดยักษ์ที่หลายคนเรียกมันว่า “เคะซากาเกะ” ซึ่งมันชอบขโมยข้าวโพด จนสร้างความรำคาญในแก่ชาวบ้าน มันเลยถูกยิงจนบาดเจ็บแล้วหนีขึ้นบนเขา เมื่อมันหนีไป ชาวบ้านก็รู้สึกโล่งใจเพราะหมีคงจะรู้สึกกลัวคนและอยู่ห่างจากพืชผลของเขา หากแต่พวกเขาคิดผิด!! 9 ธันวาคม 1915 เวลา 10.30 น. เจ้าหมียักษ์กลับมาอีกครั้ง มันเริ่มออกปฏิบัติการ แก้แค้นฉบับเลือดต้องล้างด้วยเลือด มันเลือกเหยื่อรายแรกของมันคือครอบครัว โอตะ (ota Family) ในขณะนั้นอาเบะ เมยูและฮายูมิ มิกิโอะ (Abe Mayu and Hasumi Mikio) ภรรยาของครอบครัว และทารกที่เธอดูแลอยู่ก็ถูกเจ้าหมีตัวบุกเข้า มาในบ้านเพื่อหมายฆ่าคนทั้งสอง ทารกถูกกัดศีรษะจนเสียชีวิต ส่วนฝ่ายหญิง พยายามต่อสู้โดยสาดฟืนเข้าใส่ แต่ท้ายสุดเธอก็ถูกหมีลากเข้าป่า และเมื่อชาว บ้านมาถึงที่เกิดเหตุถึงกับต้องตะลึง โดยพวกเขาบรรยายว่าเหมือนโรงฆ่าสัตว์ไม่มีผิด เพราะเลือดสาดกระจายทั้งบนพื้นและผนัง ชาวบ้านรู้สึกโกรธแค้นหมี พวกเขาเลยจับกลุ่มสามสิบคนบุกเข้าป่าและพยายามยิงมันแต่มันก็หนีไปได้ หลังจากพวกเขาสำรวจบริเวณรอบๆ ก็พบชิ้นส่วนศพที่มีเพียงหัว และชิ้นส่วนที่เหลือของฝ่ายหญิงฝังอยู่ใต้หิมะ คาดว่าหมีคงเก็บอาหารของมันไว้กินภายหลัง และหลังจากนั้นคืนถัดมา (8.00 น.) หมีก็กลับมาที่ฟาร์มโอตะอีกครั้ง ซึ่งชาวบ้านบางส่วนได้จับกลุ่มรอเตรียมรับมืออยู่แล้ว ชาวบ้านพยายามยิงหมีแต่ว่ามันก็รอดไปอีก โชคดีเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีใครบาดเจ็บ ในเวลาไม่นานนัก เจ้าหมีได้เลือกครอบครัว มิโซเค (Miyoke family) ซึ่งอยู่หมู่บ้านอื่นที่ไร้ทางป้องกัน (เพราะไม่นึกว่าหมีจะมา) ซึ่งเจ้าหมีตัวนี้ฆ่าคนในครอบครัวนี้อย่างโหดเหี้ยม ซึ่งเวลานั้นภรรยาที่ตั้งครรภ์ของครอบครัวยาโย (Yayo) กำลังเตรียมอาหารและได้ยินเสียงข้างนอกดังก้อง และไม่ทันที่จะตรวจสอบหมีก็บุก เข้าทางหน้าต่างแล้วเข้ามาในบ้าน หม้อปรุงอาหารพลิกคว่ำ เปลวไฟและความหวาดกลัวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เธอพยายามหนีออกจากบ้าน แต่เด็กสองคนในบ้านหนีไม่ทันจึงถูกฆ่าตาย และหญิงที่ตั้งครรภ์หนีไม่ไหวร้องขอชีวิตลูกในครรภ์ของเธอ แน่นอนมันไร้สาระ เจ้าหมีก็ฆ่าเธอเช่นเดียวกันเหยื่อก่อนหน้าของมัน เมื่อพวกชาวบ้านมาถึงพวกเขาก็พบร่างที่เต็มไปด้วยเลือดของเด็กสองคน และหญิงและตัวอ่อนในครรภ์ทั่วพื้นดิน เจ้าหมีตัวนี้ใช้เวลาเพียงสองวันฆ่าคนทั้งหกคนจนทำให้ชาวบ้านละแวกนั้นหวาดกลัวเป็นอันมาก หลังจากนั้นเจ้าหมีก็ถูกไล่ล่าอย่างหนัก (ระหว่างนั้นมันก็อาละวาดฆ่าคนไปไปด้วย) จนในที่สุดเรื่องก็จบลงเมื่อวันที่ 14 ธันวาคมนายพรานคนหนึ่งได้ยิงหมีที่เชื่อว่าเป็น ตัวต้นเหตุได้ มันมีขนาดยาวกว่าสามเมตร หนักกว่า 380 กิโล เมื่อผ่าท้องมาก็พบ ชิ้นส่วนมนุษย์อยู่ในกระเพาะอาหารของมัน และแล้วเหตุการณ์สัตว์โจมตีที่เลวร้าย ที่สุดในญี่ปุ่นก็จบลง หากแต่ชื่อของเจ้าหมีตัวนี้ก็ปรากฏอยู่ในนิยายและละครมากมาย ปัจจุบันหมู่บ้านซันเคซาเบ๊ะทสึกลายเป็นที่ร้างคน แต่มียังมีการจำลองแสดง เหตุการณ์ดังกล่าว โดยมีรูปจำลองของหมีและบ้านโอตะที่หมีเคยมาอาละวาดตั้งอยู่ให้นักท่องเที่ยวเข้าชม และการ์ตูนมังงะโบราณอย่าง “ไอ้เขี้ยวเงิน” หนึ่งในหมี ที่เป็นศัตรูกับไอ้เขี้ยวเงินนั้น มีหมีตัวหนึ่งนำมาจากเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย ชมคลิป .. http://www.youtube.com/watch?v=u3NuxLb9udQ 7. The New Jersey Shark คุณเคยดูหนังสัตว์ทำร้ายคนคลาสสิกเรื่อง “Jaws (1975)” ที่กำกับโดยสตีเว่น สปิลเบิร์ดไหม ที่เกี่ยวกับฉลามขนาดยักษ์ทำร้ายคน ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างขึ้นโดยมีเค้าโครงเรื่องจากนวนิยายเรื่อง “Jaws (1974)” ของปีเตอร์ เบนช์ลีย์ ซึ่งก็มีข้อมูลมาจากเรื่องจริง ซึ่งเขาได้แรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์หนึ่งที่เรียกขานว่า “Jersey Shore shark attacks of 1916 ” หรือ “เดอะ นิวเจอร์ซีย์ ชอร์” เป็นเหตุการณ์ฉลามขาวยักษ์ (ไม่รู้ว่ามาตัวเดียวหรือมีมากกว่าหนึ่งตัว) ทำร้ายคนอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง นอกชายฝั่งของมลรัฐนิวเจอร์ซีย์ในสหรัฐอเมริการะหว่างช่วงฤดูร้อนของ วันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 12 กรกฎาคม ปี 1916 เหตุการณ์ครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตไป 4 รายและบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง (พูดง่ายๆ คือไม่ทราบจำนวนที่แท้จริง) เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลทำให้ชุมชนริมทะเลและรีสอร์ทราย ล้อมชายหาดที่เกิดเหตุจ้องเพิ่มการป้องกันอย่างเข้มงวด ไม่ว่าการเอาตาข่ายมากันไม่ให้คนเข้าใกล้ชายหาดเลยทีเดียว สมัยก่อนนั้นนักวิทยาศาสตร์ไม่เชื่อว่าฉลามนั้นเป็นสัตว์ทำร้ายคน แต่เหตุการณ์ที่ทำให้พวกเขาต้องคิดเสียใหม่ (แม้จะเป็นกรณีที่หายากมาก) โดยทุกอย่างเริ่มขึ้นที่แนวชายฝั่งนิวเจอร์ซีย์เหยื่อรายแรก คือหนุ่มชาร์ลส์ แวนแซงท์(Charles Vansant) ถูกฉลามทำร้ายในน้ำตื้นมากในขณะว่ายน้ำกับสุนัข คนหลายคนเห็นฉลามทำร้ายต่างพยายามช่วยเหลือชายหนุ่มคนนั้น แต่ว่าฉลามกัดแน่นมากมันกัดจนขาของเขาฉีกขาดจนเขาขาดใจตายก่อนส่งถึงโรงพยาบาล ห้าวันต่อมาก็มีเหยื่ออีกคน คือชาร์ลส์ (Charles Bruder) ถูกฉลามทำร้ายในขณะว่ายน้ำห่างจากชายฝั่ง ตอนแรกหลายคนคิดว่าเขากำลังพายเรือแคนูสีแดง หากแต่ความจริงคือ ฉลามยักษ์ที่เต็มไปด้วยเลือดที่มาจากขาที่ฉีกขาดของเขาต่างหาก ซึ่งกว่าจะช่วยเขาก็ไม่ทันการเสียแล้ว เพราะว่าเขาขาดใจตายก่อนที่จะขึ้นชายหาดเสียอีก แม้ว่าจะมีพยานหลายคนบอกว่าฉลามโจมตีมนุษย์ แต่ว่านักวิทยาศาสตร์ก็แจ้งเตือนประชาชนว่า ตัวการร้ายในเหตุการณ์ครั้งนี้น่าจะเป็น วาฬเพชฌฆาตหรือเต่าทะเล!! จากนั้นก็มีรายงานเห็นฉลามในพื้นที่ชายหาดใกล้นิวเจอร์ซีย์มากมาย ในวันที่ 12 กรกฎาคมเด็กอายุ 11 ปีถูกทำร้ายโดยฉลาม และลากเขาไปใต้น้ำ คนที่เห็นเหตุการณ์พยายามเข้าไปช่วย ชายคนหนึ่ง ชื่อ สแตนเลย์ ฟิชเชอร์ (Stanley Fishe) พยายามช่วยเหลือเด็ก หากแต่เขาถูกทำร้ายโดยฉลาม และเสียชีวิตจากบาดแผล และเหยื่อที่ห้ารายสุดท้ายคือเด็กหนุ่มอายุ 14 ชื่อ โจเซฟ ดันน์ (Joseph Dunn) ที่ถูกฉลามโจมตีทั้งๆ ที่เวลาพึ่งผ่านไป 30 นาที หลังจากฉลามทำร้ายสแตนเลย์ ฟิชเชอร์ แม้ว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่เขาเป็นเหยื่อเพียงหนึ่งเดียวที่รอด จนกระทั้ง 14 กรกฎาคม ชายคนหนึ่งชื่อไมเคิล (Michael Schleisser) ได้จับฉลามขาวที่ยาวกว่า 2.3 เมตร หนัก 147 กิโล ได้ในอ่าวราริแทน ซึ่งฉลามตัวนี้พยายามทำร้ายเขาโดยการทำให้เรือจม แต่เขาก็ได้ฆ่ามันด้วยไม้พายที่หัก เมื่อเขาเปิดกระเพาะของมันออกก็มีชิ้นส่วนศพของหญิงสาวติดมาด้วย และหลังการจับฉลามนี้ได้ ก็ไม่มีเหตุการณ์ฉลามโจมตีในชายฝั่งนิวเจอร์ซีย์อีกเลย ดูเพิ่มเติม http://weirdnj.com/stories/matawan-man-eater/ 6. The Bear of Mysore หมีแห่งมัยซอร์ เป็นชื่อของหมีสลอทที่ดุร้าย ก้าวร้าวจนผิดปกติ และออกอาละวาดฆ่าคนตามเมืองต่างๆ ในมัยซอร์ ประเทศอินเดีย และมันฆ่าคนอย่างน้อย 12 คนซึ่งโดยปกติแล้วหมีชนิดนี้เป็นสัตว์กลัวคน และไม่ทำอันตรายต่อใคร อีกทั้งมันไม่กินเนื้อคน ซึ่งมันชอบกินแมลงปลวก ผลไม้ และน้ำผึ้งเป็นพิเศษ แต่หมีแห่งมัยซอร์กลับทำร้ายคน ทำให้หลายคนสันนิษฐานว่า อะไรที่ทำให้มันดุร้ายถึงขนาดนี้ บางคนเชื่อว่าหมีตัวนี้โกรธแค้นที่มนุษย์ขโมยลูกของมัน บางคนเชื่อว่าคู่ของมันถูกลักพาตัวไป และบางคนเชื่อว่าสาเหตุ เนื่องจากมันเคยมีประสบการณ์ที่ตกเป็นของเล่นของมนุษย์ที่ป่าเถื่อน จะด้วยเหตุผลใดก็ตามมันก็ได้เป็นเครื่องจักรนักฆ่าโดยสมบูรณ์แบบ โดยมันจัดการฆ่ามนุษย์กว่าโหลโดยฉีกใบหน้าเหยื่อด้วยกาม และฟันของมัน (และกินชิ้นส่วนศพบางส่วน) ซึ่งเหยื่อบางคนมีชีวิตรอดหากแต่ก็พิการโดยสมบูรณ์มันออกอาวะลาดฆ่าคนทั้งกลางวันและกลางคืน สุดท้ายมันก็ถูกฆ่าโดย เคนเน็ธ แอนเดอร์สัน (Kenneth Anderson 1910-1970 นักล่าและนักเขียนชาวอินเดีย ที่เขียนหนังสือหลายเล่มที่เกี่ยวกับการผจญภัยของเขาในป่าทางใต้ของอินเดีย) ซึ่งเขาได้บันทึกความทรงจำนี้ในหนังสือ Man-Eaters and Jungle Killers 5. The Beast of Gevauden“สัตว์ร้ายแห่งเชโวดอง” เป็นหนึ่งในเหตุการณ์สัตว์ทำร้ายคนที่ลึกลับกว่าอันดับทั้งหมดใน 10 เรื่องจริง สัตว์กินคน เหตุการณ์จริงในอดีต นี้ โดยเหตุการณ์นี้เริ่มเกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1764 -1767 ที่เมืองเชโวดอง แคว้นโอแวร์ญ ซึ่งเป็นย่านภูเขาอยู่ในทางภาคกลางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส จู่ๆ มีสัตว์ประหลาดที่ไม่รู้ว่ามันเป็นตัวอะไรกันแน่ ออกอาละวาดไล่ฆ่าผู้คนตายไปหลายราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและสตรีที่อ่อนแอ (เหยื่อรายแรกเป็นเด็กสาว เมื่อมิถุนายน 1764) ส่วนจำนวนของ ”สัตว์ร้าย” ตัวนี้มีจำนวนไม่แน่ชัดแต่คาดว่ามันน่าจะมีตัวเดียว และรูปร่างมันมีลักษณะตามคำบอกเล่าของผู้พบเห็น ไม่ตรงกันสักราย แต่ก็พอสรุปว่า มันเหมือนหมาป่าตัวโตๆ เกือบเท่ากับวัว หัวโตมาก จมูกยาวแหลมและยื่น ขนสีเทา หูสั้นและฟันใหญ่ กรงเล็บขนาดใหญ่แหลมคม (ใหญ่กว่าหมาป่าปกติ) และหางยาว ดูเผินๆ แล้วมันก็ดูเหมือนป่าหมาตัวโตๆ ที่โตมาก แต่พิเศษที่ต่างจากหมาป่าทั่วไป คือ เจ้าสัตว์ร้ายตัวนี้เดินได้ด้วย 2 ขาหลัง !! เหมือนมนุษย์ ไม่มีผิด (หลายฝ่ายเชื่อว่ามันน่าจะเป็นไฮยีน่าโบราณ) โดยสถานที่มันปรากฏตัวมากที่สุดคือปศุสัตว์และทุ่งเลี้ยงสัตว์ (และป่าเขาทางเดินสัญจร) จากรายงานมี 210 คนถูกทำร้าย 113 ตกเป็นเหยื่อเสียชีวิต และ 98 ถูกกิน ทำให้หลายคนเชิญว่าเป็นเป็นปีศาจที่มาจากนรก มีนายพรานหลายราย ที่พยายามที่จะล่ามันแต่สุดท้ายก็ล้มเหลวต้องกลับบ้านด้วยมือเปล่า จนกระทั้งปี 1767 นายพรานท้องถิ่นคนหนึ่งชื่อจีน ชาลเตล(Jean Chastel)ได้จัดการเป่า มันด้วยปืนคาบศิลา (บางตำนานบอกว่าใช้กระสุนเงินยิงมันและเมื่อจัดการผ่าท้องมันก็พบศพเหยื่อรายสุดท้ายที่มันกินด้วย) ก่อนที่นำซาก “สัตว์ร้าย” ไปสตั๊ฟและ ไปถวายพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 ก่อนที่จะนำซากนั้นไปฝัง และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา “เจ้าสัตว์ร้าย” ก็ไม่มาอาละวาดให้ผู้คนในเชโวดองอีกเลย ตลอดกาล 4. The Ghost and the Darkness ผีร้ายและความมืด เป็นชื่อของสิงโตคู่กินคนที่ออกอาละวาดฆ่าคนงานก่อสร้างแรงงานทางรถไฟจากเคนย่าไปยูกันดา ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงธันวาคม 1898โดยหลายคนขนานนามเหตุการณ์นี้ว่า “Tsavo maneaters” มันเริ่มขึ้นเมื่อจักรวรรดิอังกฤษกำลังแผ่ขยายอำนาจไปทั่วทวีปแอฟริกา ในเดือนมีนาคม 1898 ทางการอังกฤษได้เริ่มต้นสร้างทางรถไฟข้ามแม่น้ำซาโว ในเคนย่าโครงการนี้ควบคุมโดย พ.ตท.จอห์น เฮนรี่ แพ็ตเตอร์สัน(John Henry Patterson) ในช่วงแรกพวกคนงานต้องผจญกับสัตว์ป่าที่ทำร้ายพวกเขา เนื่องจากพวกเขา สร้างทางรถไฟในเขตป่า แต่กระนั้นในเหตุการณ์เหล่านี้ก็สามารถควบคุมได้อยู่หมัด จนกระทั้งเก้าเดือนต่อมามัจจุราชที่แท้จริงก็ปรากฏ เมื่อจอห์นได้รับรายงานจากคนงานว่าพวกเขากำลังผจญหน้ากับสิงโตคู่เพศผู้ พันธุ์ซาโว (เป็นสิงโตพันธุ์หนึ่งที่มีขนาดใหญ่และมักร่วมมือสิงโตเพศเดียวกันตัวอื่นเพื่อล่าอาหาร จุดเด่นคือมันไม่มีแผงขนที่คอ) ที่มันมักลากพวกคนงาน (ส่วนมากเป็นชาวอินเดีย) จากเต้นท์ของพวกเขาในเวลากลางคืนและกลืนพวกเขาเป็นอาหารมาหลายราย คนงานพยายามป้องกันสิงโตคู่นี้โดยการทำรั้วหนามรอบๆ ค่าย แต่ก็ไม่สามารถป้องกันมัจจุราชคู่นี้ได้เลย เพราะว่ามันฉลาดพอในการแก้ปัญหานี้ โดยการคลานผ่านรั้วลวดหนาม หลายครั้งก็ทวีความรุนแรงและน่ากลัวขึ้น เพราะมันเริ่มล่าทั้งกลางคืน กลางวัน จนทำให้คนงานหวาดกลัวพวกมันอย่างมากและเรียกขานพวกมันว่าผีร้ายและความมืด พวกมันมีเขี้ยวที่ยาวเป็นพิเศษทำให้พวกเขาไม่เชื่อว่าพวกมันไม่ใช่สิงโตแต่เป็นปีศาจร้ายที่หลุดมาจากนรก ในขณะที่บางคนเชื่อว่าสิงโตนี้เป็นร่างเกิดใหม่ของกษัตริย์โบราณของท้องถิ่นที่พยายามขับไล่ผู้รุกรานอังกฤษ (เป็นความเชื่อของ แอฟริกาตะวันออกที่เชื่อว่าสิงโตเป็นร่างกลับชาติมาเกิดของกษัตริย์) คนงานหลายคนลังเลที่จะสร้างสะพานต่อ และบางคนหนีออกจากค่ายดีกว่าจะรอเป็นเหยื่อของสิงโตปีศาจ เหตุการณ์เหล่านี้ส่งผลทำให้จอห์นต้องหยุดงานทำสะพาน และเริ่มออกล่าสิงโตคู่นี้ชนิดเอาเป็นเอาตาย เขาวางกับดักและพยายามเกาะรอย ดักฆ่ามันในตอนกลางคืนจากต้นไม้ แต่กระนั้นจอห์นก็ไม่สามารถฆ่าสิงโตคู่นี้ได้เสียที จนกระทั้งเขายิงสิงโตตัวแรกได้เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 1898 (เขาใช้เวลานานถึง 9 เดือน) และสามสัปดาห์ต่อมาเขาก็ฆ่าสิงโตตัวที่สองได้ โดยสิงโตทั้งสองตัวมีขนาดใหญ่ถึง 3 เมตร (วัดจากจมูกถึงปลายหาง) นอกจากนี้จอห์นและคณะยังพบถ้ำที่เป็นที่อยู่ของมันซึ่งได้พบซากของผู้ตกเป็นเหยื่อของสิงโตจำนวนมาก มีทั้งกระดูก เสื้อผ้าและเครื่องประดับ หลังจากที่จอห์นจัดการสิงโตทั้งคู่ได้สำเร็จ เขาก็กลับมาทำสะพานต่อจนสำเร็จลุล่วงเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 1899 และจอห์นได้เขียนหนังสือที่เล่าเหตุการณ์นี้ในชื่อ “The Man-Eaters of Tsavo(1907)” โดยจำนวนผู้ตกเป็นเหยื่อสิงโตคู่นั้น ไม่สามารถระบุได้ชัดเจน แต่หลายคนเชื่อว่าเหยื่อน่าจะสูงถึง 135-140 คนหรือมากกว่านั้น ในปี 1924 ขนสตั๊มฟ์ของสิงโตคู่นี้ถูกขายให้พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่ ชิคาโกในราคา 5,000 เหรียญสหรัฐ ในสภาพดีมาก 3. The Panar Leopard จริงอยู่ที่เสือดาวนั้นเป็นชนิดที่มีขนาดเล็กในจำนวนสัตว์ตระกูล “แมวใหญ่” และมักไม่ทำอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดใหญ่กว่ามัน หากแต่ที่จริงแล้วเสือดาวนั้นเป็นนักล่าเก่าแก่ที่สุดที่เรารู้จักจากการพบฟอสซิลกระดูกญาติๆ ของมันก็บ่บอกได้ว่าเจ้าแมวลายตัวนี้เคยรับประทานบรรพบุรุษของมันมากกว่าสามล้านปีที่ผ่านมา ดังนั้นขอเพียงแค่อยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมล่ะก็แมวดำจะทำร้ายมนุษย์ทันที และเมื่อมันพบว่ามันพอใจเนื้อมนุษย์มากกว่าอาหารอื่นๆ มันจะกลายเป็นเครื่องจักรสังหารอย่างแท้จริง เหมือนในกรณีเสือดาวแห่งพานาร์ซึ่งเป็นเสือดาวกินคนที่ออกล่ากินคนในช่วงศตวรรษที่ 20 ในอำเภอคามาออน (Kamaon) ทางภาคเหนือของอินเดีย ที่ว่ากันว่ามันฆ่าและกินคนถึง 400 คน แต่สุดท้ายวลีที่ว่า “สุดท้ายมนุษย์ก็ยังเป็นสัตว์ที่น่ากลัว” นั้นคงจะจริง เพราะเจ้าเสือดาวนั้นได้พลาดท่า ถูกกระสุนนายพรานจนได้รับบาดเจ็บ มันหนีเข้าป่าและไม่ล่ามนุษย์อีกเลย และในปั่นปลายชีวิตสุดท้ายของมันทำได้แต่เพียงหนีนักล่าที่ไล่ล่ามันเท่านั้น และผลสุดท้ายมันก็จบชีวิตในปี 1910 โดยนักล่าในตำนานจิม คอร์เบ็ตต์ (Jim Corbett 1875-1955 นายพรานชาวอังกฤษ นักล่า นักอนุรักษ์ และนักธรรมชาติวิทยา ที่มีชื่อเสียงในการฆ่าเสือและเสือดาวกินคนในประเทศอินเดีย เขาได้เขียน หนังสือ Man-Eaters of Kumaon ที่เล่าประสบการณ์ของเขาในการล่าเสือดาว แห่งพานาร์ จนโด่งดัง และอินเดียได้ตั้งชื่อเขตอุทยานแห่งชาติในคามาออนเป็น ชื่อของเขาเพื่อเกียรติต่อเขาในปี 1957) 2. The Champawat Tigress ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ชายแดนประเทศเนปาลและเมืองคาเมออน ประเทศอินเดียและ ได้เกิดอสูรกายซึ่งเป็นเสือเบงกอลตัวหนึ่งไล่ล่าคนจำนวนมาก มันชอบซุ่มทำร้ายคนกลางป่าเขา มีชายหญิงและเด็กตกเป็นเหยื่อมากมาย หลายคนืเริ่มออกมากล่าวขนานมันว่ามันเป็นปีศาจหรือสิ่งที่ลงมาจากเบื้องบนเพื่อลงโทษพวกเขา มันชื่อ “เสือร้ายแห่งซัมพาวัต” และที่น่าสนใจคือ “มันเป็นเสือตัวเมีย” เสือร้ายแห่งซัมพาวัตได้รับการกล่าวขานว่าเป็นเสือที่ฆ่าคนกว่า 436 ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเป็นการอ้างในเอกสารการเสียชีวิตของราชการเนปาลและอินเดีย แต่กระนั้นมันก็ได้ถูกจารึกชื่อว่าเป็นสัตว์ตัวเดียวที่ฆ่ามนุษย์มากที่สุดในโลก หลังจากที่มันฆ่าคนกว่า 200 คนในเนปาล ส่งผลทำให้ทางรายการไม่อยู่เฉย พวกเขาจัดการส่งกองทัพแห่งชาติเนปาลข้ามพรมแดนอินเดียเพื่อไปฆ่ามัน และนี้คงเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายในประวัติศาสตร์ที่มีการใช้ทหารจำนวนมากในการฆ่าสัตว์เพียงตัวเดียว แต่ปรากฏว่าล้มเหลวและกลายเป็นว่ามันกลับเพิ่มชื่อเสียงให้แก่เสือตัวนี้ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น มันเพิ่มความกล้าหาญถึงขั้นข้ามพรมแดนเข้าสู่หมู่บ้านชัมพาวัต ประเทศอินเดีย มันโจมตีกลางวันแสกๆ และหากินรอบๆ หมู่บ้านจนทำให้ชาวบ้านไม่กล้าออกจากกระท่อม และพวกเขามักหวาดกลัวทุกครั้งเมื่อได้ยินเสียงคำรามของมันจนทางการอินเดียถึงขั้นเขียนป้ายเตือนว่าจุดนี้เป็นสถานที่ของเสือแห่งซัมพาวัตออกมาโปรดเลี่ยงใช้เส้นทางอื่น และรัฐบาลอินเดียติดประกาศหานายพรานมือฉมังไปจัดการอย่างเร่งด่วน สุดท้ายเจ้าเสือตัวนี้ก็ถูกยิง โดยจิม คอร์เบ็ตต์ (คนเดียวกับอันดับ 3) ในปี 1911 ซึ่งการกระทำครั้งนี้ทำให้ชาวบ้านยกย่องเขาจนเปรียบเสมือนพราหมณ์ที่เบื้องบนส่งมาโปรด (นอกจากนั้นเขายังไม่เอาเงินรางวัล) และเรื่องราวประสบการณ์เหล่านี้ได้ถูกเขียนในหนังสือ Maneaters of Kumaon (1944) 1. Gustave จากอันดับทั้งหมดส่วนใหญ่สัตว์ที่ฆ่ามนุษย์นั้นมักพบจุดจบด้วยฝีมือมนุษย์ทั้งสิ้นหากแต่ยกเว้นสัตว์ประหลาดตัวหนึ่ง มันคือ “กุสตาฟ” จระเข้แม่น้ำไนล์ ยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกาและของโลก (จระเข้เลี้ยงและใหญ่ที่สุดอยู่ในประเทศไทย ยาว 6 เมตรเช่นกัน) มันอาศัย และอาละวาดคนในบริเวณแม่น้ำลูซิซิและชายฝั่งทางตอนเหนือของทะเลสาปแทนแกนยิกา ประเทศบุรุนดี ทวีปแอฟริกา ด้วยความยาวกว่าหกเมตร (ในปี 2004 มีการประมาณว่า มันมีอายุ 60 ปี ยาวกว่า6.1 เมตร หนักกว่า 1 ตัน จึงไม่แปลกแต่อย่างใดที่หลายคนขนานนามว่ามอนสเตอร์ แห่งแอฟริกา รวมไปถึงมันเป็นสัตว์นักล่ากินคนด้วยมัน ได้ฆ่าคนกว่า 300 คนและอาจมากขึ้นในอนาคต เพราะจนบัดนี้มันยังคงมีชีวิต ไม่ได้หายไปไหน และไม่ได้ ถูกฆ่าแต่อย่างใด และมันเป็นสัตว์ฆ่ามนุษย์เพียงตัวเดียวที่ยังเป็นตำนานที่ยังมีลม หายใจชีวิตอยู่ ( เหยื่อ 300 รายนั้นไม่ได้ถูกบันทึกเป็นทางการ ซึ่งอาจเป็นการกล่าวอ้างที่เกินจริงของคนพื้นเมือง) กุสตาฟถูกตั้งชื่อโดย แพทริช เฟย์ (Patrice Faye) ชาวฝรั่งเศสที่ตั้งถิ่นฐานในบุรุนดีและพยายามที่จะจับมันตั้งแต่ปี 1998 ซึ่งเขาพยายามนำกรงเหล็กใหญ่ล่อมัน แต่จระเข้นั้นฉลาดมาก ไม่เคยหลงกลติดกับแม้แต่หนเดียว แถมมันเยาะเย้ย ทีมงานของแพทริชอีก แต่กระนั้นภาพของมันก็ถูกบันทึกออกอากาศทาง PBS พฤษภาคม 2004 ชาวบ้านในท้องถิ่นต่างบอกว่าสาเหตุที่มันล่ามนุษย์นั้น เพื่อความสนุกสนานของมันเท่านั้น หลักฐานคือเอกลักษณ์ประจำตัวมันคือเมื่อมันฆ่าเหยื่อที่เป็นมนุษย์แล้วมันจะเหลือซากทิ้งไว้ไม่ได้กินหมดแต่อย่างใด อีกทั้งมันฉลาดมากเพราะเมื่อมันฆ่าคนแล้วมันจะหายไปอาจนานเป็นเดือนหรือเป็นปีมันจะออกมาอีกครั้งในสถานที่แตกต่างกันเพื่อฆ่าอีกครั้ง จนไม่มีคาดการได้ว่ามันจะปรากฏที่ใด นอกจากเจ้าจระเข้นี้ยังมีความต้องการอาหารมากกว่าปกติ ถึงขั้นฆ่าช้างน้ำฮิปโปโปเตมัสตัวเต็มวัยได้ (ฮิปโปโปเตมัสเป็นสัตว์อันตรายมาก และเป็นสัตว์ที่จระเข้ไม่กล้ากินพวกมันและพยายามหลีกเลี่ยง) เกราะร่างกายของเจ้ากุสตาฟนั้นเต็มไปด้วยรอยแผลนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็น มีด หอก หรือแม้กระทั้งอาวุธปืน มันสามารถเอาชีวิตได้แม้ว่าจะมีนายพรานหรือทหารติดอาวุธมาล่ามันก็ตาม และตำนานของมันได้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง  Primeval (ชื่อไทย โคตรเคี่ยมสะพรึงโลก) คลิปความน่ากลัวที่หลายคนขนานนามว่า “โครตไอ้เข้” ..  http://www.youtube.com/watch?v=s6u0qYUfUwc&feature=player_embedded เรียบเรียง teen.mthai.com ขอบคุณข้อมูล redheat atcloud.com,www.oknation.net,weirdnj.com

ผู้กำกับบางละมุง สั่งหาตัวคนฆ่าหมาแม่ลูกอ่อน
จับหมาแขวนคอ /  บางละมุง / 

จับหมาแม่ลูกอ่อนกับลูกวัย 6 เดือนแขวนคอตายอย่างทรมาน ด้านผู้กำกับบางละมุงสั่งหาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี จากกรณีประชาชนที่ขับรถเข้าไปใช้บริการเติมแก๊สภายในปั๊ม NGV ถนนสาย 36 ขาเข้าพัทยา บ้านกระทิงลาย หมู่ 7 ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ถ่ายภาพสุนัขแม่ลูกอ่อนเพศเมีย และลูกสุนัขเพศผู้วัย 7 เดือน ที่ถูกคนใจโหดใช้เชือกไนล่อนสีเขียวจับแขวนคอผูกโยงกับขื่อโครงหลังคาโรงรถ จนตายคู่กันอย่างทุกข์ทรมาน และลงภาพดังกล่าวผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค จนเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความโหดร้ายของผู้กระทำ และเป็นที่น่าสลดใจแก่ผู้ที่พบเห็น ในขณะที่กระแสในโลกโซเชียลเน็ต เวิร์ค มีการแสดงความคิดเห็นไปต่าง ๆ นานา ซึ่งส่วนใหญ่ด่าทอการกระทำดังกล่าวว่าเป็นการทารุณกรรมสัตว์อย่างรุนแรง พร้อมกับเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้ก่อเหตุมา ดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว ด้าน พ.ต.อ.ธรรมนูญ มั่นคง ผกก.สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า ตนได้เห็นภาพดังกล่าวแล้วรู้สึกสะเทือนใจเป็นอย่างมาก เบื้องต้นจึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกหาข่าวติดตามจับกุมผู้กระทำ ผิดมาดำเนินคดีในข้อหาทารุณกรรมสัตว์แล้ว และคาดว่าน่าจะได้ตัวเร็ว ๆ นี้

หนุ่มแขวนคอสุนัขมอบตัวอ้างทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ
หมาท้องแก่ถูกแขวนคอ /  แขวนคอหมา / 

หนุ่มใหญ่เมืองชลบุรี แขวนคอหมา เข้ามอบตัวแล้ว ขณะสารภาพทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ด้าน ตร.ส่งแพทย์ตรวจอาการทางจิต พร้อมปรับ 1 พันบาท นายมานะ นัทธีประเสริฐ อายุ 44 ปี อาชีพรับเหมาก่อสร้าง ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บางละมุง จ.ชลบุรี ภายหลังเมื่อวันที่ 16 ก.ย. ที่ผ่านมา ได้ก่อเหตุใช้เชือกไนล่อนผูกแขวนคอสุนัขเพศเมียท้องแก่และลูกสุนัขวัย 6 เดือนกับขื่อหลังคาโรงรถจนเสียชีวิตอย่างทรมาน ซึ่งล่าสุด พล.ต.ต.ศานิตย์ มหาถาวร รรท.ผบช.ภ.2 ได้เดินทางมาสอบปากคำด้วยตัวเอง เบื้องต้น นายมานะ  ให้การรับสารภาพด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า ปกติสุนัขทั้ง 2 ตัวนี้มักจะปีนขึ้นไปนอนบนกระโปงรถยนต์ของตนและชาวบ้านที่จอดในโรงรถเป็นประจำ จนทำให้รถได้รับความเสียหายมีรอยขีดข่วนซึ่งตนเคยตีให้หลาบจำหลายครั้งแล้ว แต่ในวันเกิดเหตุสุนัขทั้ง 2 ตัวก็ขึ้นไปนอนบนกระโปรงรถอีก จึงเกิดอารมณ์ชั่ววูบและกระทำการดังกล่าวขึ้น ขณะเดียวกัน นายมานะ ให้การถึงกรณีที่กล่าวหาถูกกล่าวหาว่าหนีความผิดตามที่มีข่าวเสนอออกไปนั้น ตนขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เนื่องจากขณะนั้นตนต้องเดินทางไปรับงานที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เลยไม่รู้ว่าจะเป็นข่าวใหญ่โต แต่พอทราบเรื่องก็ได้รีบมามอบตัวในทันที อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.ศานิตย์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกและเป็นที่สนใจของประชาชนตนจึงต้องลงมาดูแลคดีนี้ด้วยตนเองและเบื้องต้นผู้ต้องหาก็ได้ให้การสารภาพแล้ว  เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาทารุณกรรมสัตว์ พร้อมเปรียบเทียบปรับเป็นจำนวนเงิน 1,000 บาท รวมทั้ง หลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะได้เชิญนักจิตวิทยามาพูดคุยกับนายมานะ อีกครั้งว่ามีความผิดปกติทางด้านความคิดหรือไม่ เพื่อหาทางแก้ไขกันต่อไป

แม้ยังรัก! อนันดา เลิก โดนัท เปล่าสร้างกระแส!!
อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม /  โดนัท มนัสนันท์ / 

หลังยุติความสัมพันธ์เป็นครั้งที่ 2 สำหรับพระเอกหนุ่มเซอร์ อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม กับแฟนสาว โดนัท มนัสนันท์ กลับไปเหลือแค่เพื่อน ล่าสุด หนุ่มอนันดา ออกมายืนยันอีกครั้งว่า เลิกกันจริง เปล่าสร้างกระแสโปรโมทหนังเรื่องใหม่อย่างที่เม้าส์กัน แถมออกปากยังคงรักอดีตแฟนสาวแม้ว่าทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิมแล้วก็ตาม!! "ความสัมพันธ์กับโดนัทห่างกันแล้ว เป็นเพื่อนกันครับ ผมก็ค่อยๆ พูดไม่อยากให้มันเป็นประเด็นสักเท่าไหร่แค่นั้นเองครับ มันก็จะมีประเด็นคืนดีกันแบบครั้งที่แล้วมาอีก ผมก็ไม่อยากพูดอะไรให้มันเป็นขาวดำสักเท่าไหร่ ตอนนี้ก็ยังติดต่อยังคุยปรึกษากัน โทรหากันเป็นช่วงๆ ครับ แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เจอกันครับ เราต่างคนต่างยุ่งกับงาน ต่างคนต่างมีงานเยอะ ก็ให้มันพ้นช่วงนี้ไปก่อน ก็ได้ปรับความเข้าใจกันครับ เราคบกันเป็นเพื่อน ความจริงผมค่อยๆ พูด ไม่อยากให้มันมากระทบกับสิ่งที่มันเกิดขึ้นอยู่ในช่วงเวลานั้น ตอนนี้ทุกอย่างแฮปปี้กันดี เราคุยกันเป็นเพื่อน" "โอกาสกลับมาเหมือนเดิม ทุกอย่างในโลกนี้เป็นไปได้หมดครับ เอาตอนนี้ก่อนแล้วกัน ตอนนี้เป็นอย่างนี้อยู่ หลายคนมองว่าเลิกกันสร้างกระแส อย่างที่ผมบอกไง ผมก็พยายามจะค่อยๆ พูด ไม่อยากให้มันเป็นประเด็น เป็นกระแสแบบนั้นเลย รักๆ เลิกๆ มา 2 รอบจนได้ฉายาว่าเด็กเลี้ยงแกะ คือชีวิตคู่มันไม่ได้เป็นสิ่งง่ายๆ อยู่แล้ว ผมอยากตรงไปตรงมากับทุกคนนะ แต่บางสิ่งบางอย่างมันก็ดีที่สุดที่มันเป็นเรื่องส่วนตัว ถ้ามองจากมุมมองที่มันยังผิวเผินผมก็ไม่มายด์ ถ้าคนจะว่ายังไงผมก็ไม่ซีเรียส ไอ้เรื่องรักมันก็รักอยู่แล้ว แต่ว่าอยู่ได้ไม่ได้มันคนละอย่าง ก็ไม่ได้เป็นเด็กเลี้ยงแกะนะ สำหรับผมรักก็คือรัก ตอนนี้ก็ยังรักอยู่ครับ" "เพราะเราอีโก้สูงด้วยกันทั้งคู่ก็น่าจะเป็นไปได้ ความรักคือส่วนความรัก การที่เราจะอยู่ด้วยกันได้มั้ยมันคนละอย่าง มันอาจจะเป็นเรื่องของอัตตาด้วย ปรับจูนเราก็ปรับนะ เราก็โตกันแล้ว ก็พยายามจะฟังกันให้มากที่สุด ใจเย็นให้มากที่สุด บางทีก็ต้องทำใจมันอาจจะไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสมมั้ง วันๆ ผมก็ไม่ได้กลับบ้านไปนั่งวิเคราะห์หรอกว่า เอ๊ะ...ทำไมมันเป็นอย่างนี้ เอาเป็นว่าในช่วงเวลาหนึ่งมันไปต่อไม่ได้แค่นั้นเองครับ ต่างคนต่างไม่ได้เฮิร์ท ก็ยอมรับว่าครั้งแรกกับครั้งนี้มันคนละอย่าง อันนี้มันมาจากความเข้าใจกัน" "ไม่ขยาดกับรักครั้งต่อไปครับ ผมไม่ได้แบกทุกข์ของอดีตมาอยู่ในสิ่งใหม่ๆ ของชีวิตอยู่แล้ว มันไม่มีประโยชน์ เดี๋ยวก็จะกลายเป็นว่าไปสร้างปมให้คนอื่นเค้า สร้างปมให้ตัวเองด้วย มันไม่ดีอยู่แล้ว สาวคนใหม่ยังครับ เหนื่อยแล้ว ขอทำงานให้มันเสร็จก่อน ส่วนเรื่องความรักผมไม่ได้เป็นคนที่มีปัญหาตรงนี้สักเท่าไหร่ ไม่ได้มีเรื่องอื้อฉาว ไม่ได้ไปแย่งแฟนใครหรือเป็นชู้กับใคร ชีวิตรักผมค่อนข้างเรียบง่าย ปกติ ที่เป็นกันตอนนี้ก็ไม่ได้ดราม่าอะไร ก็แค่คนห่างกันไป แน่นอนว่ายังรักและรู้สึกดีต่อกันอยู่ ถ้าผมมีคนใหม่หรือเขามีคนใหม่ก็ยังรัก อย่างที่บอกว่ารักกับการที่อยู่ด้วยกันได้หรือไม่ได้ เราก็ต้องแยกแยะ" "งานที่ต้องทำกับโดนัทก็ยังมีครับ ส่วนเรื่องที่จะวางตัวให้เค้ามากำกับก็ยังอยากให้ทำอยู่ แค่ตอนนี้เค้ายังฮอตอยู่ ยังกำกับอยู่ 2เรื่อง แล้วเล่นอีก3เรื่องมั้ง ผมก็ไปทาบทามมารอบหนึ่งแล้ว ผมก็มีโปรเจ็คใหม่ที่อยากให้เค้ากำกับ แต่ว่าคิวเค้ายังไม่ได้ ถ้าได้กลับมาทำงานร่วมกันจะทำให้ได้คุยกันมากขึ้น จริงๆ ไม่อยากคิดอย่างนั้น ถ้าทำงานร่วมกัน ก็ควรจะมีระยะห่างที่มันเหมาะสมกับความเป็นมืออาชีพครับ ไม่ควรเอาเรื่องส่วนตัวมาปนกัน ผมไม่สร้างกองถ่ายขึ้นมาสร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อจะไปจีบแฟนเก่าหรอกครับมันไม่เหมาะสม เรื่องรีเทิร์นก็ว่ากันไป มันไม่ได้มาจากความดราม่า ให้มันเป็นเรื่องอนาคต ตอนนี้ก็เป็นเพื่อนกันครับ" อนันดา กล่าว อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม อนันดา-โดนัท อนันดา-โดนัท

คลิปหลุดอ้างเป็นนักข่าว ที่แท้คลิปโป๊เกาหลี
คลิปหลุดนักข่าว /  คลิปโป๊เกาหลี / 

คลิปมั่วว่อนเน็ต อ้างเป็นนักข่าวดัง - ที่แท้คลิปโป๊เกาหลีเมื่อปีที่แล้ว วานนี้(16 ก.ย.)กลายเป็นกระแสฮือฮาบนโลกออนไลน์อีกครั้งหลังมีผู้เผยแพร่ภาพจากคลิปการมีสัมพันธ์สวาทระหว่างหญิงชายคู่หนึ่งสู่สาธารณะ จากการตรวจสอบพบว่า บุคคลที่เริ่มนำคลิปความยาวหนึ่งนาทีเศษดังกล่าวมาโพสต์นั้น เขาได้นำคลิปไปปล่อยในเว็บเผยแพร่คลิปชื่อดังระดับโลกแห่งหนึ่ง พร้อมกับเขียนข้อความโจมตี กล่าวหา "หนุ่มใหญ่" ในคลิปว่ามีใบหน้าละม้ายคล้ายนักข่าวชื่อดังของไทย จากการตรวจสอบพบว่าคลิปดังกล่าวเป็นคลิปติดเรต เป็นหนังโป๊ ที่มีการเผยแพร่อยู่ในเว็บต่างประเทศ ซึ่งแจกไฟล์คลิปลามก มีชื่อไฟล์ว่า sepchoithuky ซึ่งคลิปมีความยาว 7 นาที 34 วินาที โดยมีคนไปแปะไว้เมื่อช่วงเดือนส.ค.ปี 2556 โดยเป็นคลิปหนังลามกอนาจารของชายและหญิงสาวในภาพเป็นชาวเกาหลีใต้ แต่ฝ่ายชายมีใบหน้าและรูปร่างละม้ายคล้ายผู้ประกาศข่าวคนดังของเมืองไทย ทั้งนี้ จากการตรวจสอบคลิปฉบับเต็ม ซึ่งไม่ใช่คลิปที่ถูกตัดต่อให้เหลือเพียงแต่ช่วงท้าย ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นที่แพร่หลายกันอยู่นั้น พบว่า คู่ชายหญิงที่ปรากฏตัวในคลิปมีการสนทนาเป็นภาษาต่างประเทศตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม คาดว่าคนที่นำคลิปนี้มาเผยแพร่ในโลกออนไลน์ อาจมีเจตนาจ้องโจมตีนักเล่าข่าวคนดังกล่าว หลังคลิปถูกแชร์ออกไปเป็นจำนวนมากผู้คนส่วนใหญ่ยืนยันว่าเคยเห็นคลิปดังกล่าวมานานแล้ว ประมาณ 1-2 ปีก่อน และส่วนใหญ่ระบุว่าคลิปนี้เป็นคลิปเรตเอ็กซ์ของเกาหลีที่บังเอิญนักแสดงฝ่ายชายมีหน้าตาละม้ายคล้ายกับนักเล่าข่าวคนดังของไทยเท่านั้น MThai News

สรยุทธ ชี้แจง!! ไม่ใช่คนในคลิปมีเซ็กส์กับเด็กสาววัย 15
สรยุทธ สุทัศนะจินดา /  สรยุทธ คลิปหลุด / 

ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง วิก 3 สรยุทธ สุทัศนะจินดา ชี้แจงสั้นๆ ผ่านทางรายการ เรื่องเล่าเช้านี้ กรณีคลิปชาย-หญิงกำลังมีเพศสัมพันธ์กันถูกแชร์ไปว่อนเน็ต ซึ่งบังเอิญหน้าคล้าย ยันไม่ใช่ตน! เผยคนปล่อยตั้งใจบิดเบือน และสร้างให้เป็นประเด็น แจงได้ดูคลิปดังกล่าวและให้ทีมงานตรวจสอบแล้วปรากฏว่าเป็นคลิปที่ตัดมาจากหนังโป๊ของประเทศเกาหลีซึ่งมีมาแล้ว 2 ปีก่อน พร้อมเปรยทิ้งท้าย "ยิ่งสูงยิ่งหนาว"..... สรยุทธ สุทัศนะจินดา สรยุทธ สุทัศนะจินดา สรยุทธ สุทัศนะจินดา สรยุทธ สุทัศนะจินดา

ละคร
สน ส่งไพศาล /  แพทริเซีย กู๊ด / 

"มาลีเริงระบำ" บทประพันธ์ : นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์ บทโทรทัศน์ : นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์ กำกับการแสดง : สำรวย รักชาติ เสียงเพลงดังมาจากห้องน้ำหลังบ้านไม้ในหมู่บ้านชนบท ห้องน้ำคือเวที ฝักบัวคือไมโครโฟน กระจกอยู่ตรงหน้า “หนูมาลี”(มีชื่อจริงพ่อตั้งให้ว่า ด.ญ.มาลีเริงร่า อากาศดี)เด็กสาวหน้าตาผิวพรรณสวยราวกับภาพวาด อยู่ในห้องน้ำวันละหลายชั่วโมง เพียงเพื่อร้องเพลงและเต้นรำเลียนแบบศิลปินดังที่อยู่ในทีวี “หนูมาลี” เป็นสาวเหนือจากหมู่บ้านเล็กๆ หนูมาลีเติบโตมาด้วยน้ำมือปู่คนเก่งชอบช่วยเหลือแต่เป็นอัลไซเมอร์ชื่อ “ปู่เชื้อ” และย่าหูตึงใจดีแต่มักทำผิดเพราะฟังไม่ได้ยินชื่อ “ ย่าหงส์” มาลีเติบโตอย่างไม่มีพ่อแม่จึงใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่กับทีวีและวิทยุแทบทั้งวันหนูมาลีมีความฝันว่าตนจะได้มีโอกาสเข้าร่วมประกวดร้องเพลงแล้วชนะเลิศ โด่งดังเป็นดาวในเมืองหลวงกับรายการทีวีสักรายการหนึ่งนั่นคือฝันที่หนึ่ง ฝันที่สองของหนูมาลีคือการได้พบพ่อบังเกิดเกล้า “เรืองยศ” หรือ พ่อเรือง ที่เข้าไปทำงานในกรุงเทพ ทุกๆเดือนหนูมาลีจะไปที่ไปรษณีย์เพื่อรับเงินที่พ่อเรืองส่งมาให้ ภาพจำสุดท้ายของหนูมาลี คือเมื่อตอนสามขวบ พ่อเรืองในชุดทหารเกณฑ์ เอาข้าวของมากมายมาเยี่ยมปู่ย่า และเข้ามากอดหนูมาลีอย่างรักใคร่ หลังจากนั้นพ่อก็ได้แต่ส่งเงินและจดหมายมา ทุกๆวันสงกรานต์ ปู่ ย่า และหนูมาลี จะไปรอที่ปากทางหมู่บ้านแต่พ่อเรืองก็ไม่มา ปู่บอกว่า พ่อเป็นทหารที่เก่งมาก ป่านนี้คงเป็นเจ้าคนนายคน จึงส่งเงินและจดหมายที่มีแต่ความห่วงใยกลับมาบ้านได้สม่ำเสมอ ปู่และย่าภูมิใจในตัวพ่อเรืองมาก สำหรับหนูมาลี พ่อเรืองคือดวงใจ คือจุดหมาย คือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต โดยไม่จำเป็นต้องมีแม่ ! ปู่เคยเล่าให้ฟังว่า พ่อเรืองกับแม่เป็นเพื่อนนักเรียนกัน ทั้งสองแอบได้เสียกันตอนงานลอยกระทง แม่ของหนูมาลีเกิดท้อง ด้วยความที่แม่ของหนูมาลีใฝ่แสงสีในเมืองหลวง หลังจากคลอดลูกก็ทิ้งลูกไว้แล้วหนีเข้ากรุงเทพ พ่อเรืองคนนี้เองที่ไปตระเวนหาลูก ถึงกับต้องขโมยเด็กขึ้นรถสองแถวหนีจากสังคมสงเคราะห์ เรืองยศพาหนูมาลีกลับบ้านมาให้พ่อกับแม่เลี้ยง แล้วดิ้นรนไปหางานทำในเมืองหลวงเพื่อส่งเสียให้หนูมาลีได้เรียนสูงๆ ให้พ่อกับแม่ได้มีเงินรักษาตัวยามเจ็บไข้ พ่อเรืองพูดคุยกับหนูมาลีทางจดหมายปีละครั้ง แต่หนูมาลีส่งจดหมายถึงพ่อเสมอทุกเดือน สิ่งเดียวที่หนูมาลีไม่เข้าใจคือ ทำยังไงพ่อเรืองก็ไม่ยอมให้หนูมาลีออกจากหมู่บ้านไปหาพ่อที่กรุงเทพ ทุกครั้งที่หนูมาลีส่งจดหมายก็ได้แต่ส่งเข้าตู้ไปรษณีย์เลขที่ 14 ไปรษณีย์รัชดา โดยไม่บ่งบอกที่อยู่ใดๆ เมื่อหนูมาลีเรียนจบม.6 หนูมาลีตัดสินใจแน่วแน่ จะเข้ากรุงเทพไปหาพ่อ หนูมาลีตั้งใจจะไปประกวดร้องเพลงในรายการโทรทัศน์ที่มีชื่อเสียงดังที่สุดในประเทศด้านการหาซุปเปอร์สตาร์ สุดท้ายจึงตัดสินใจเดินทางมาที่กรุงเทพฯ หนูมาลีจะไปดักรอพ่อที่หน้าไปรษณีย์ ยังไงเสียพ่อต้องมาไขตู้เอาจดหมายที่ตนส่งมาทุกเดือน ผ่านการเดินทางที่น่าเวียนหัว เข้ากรุงเทพครั้งแรก เมืองฟ้าอมรตรงหน้าเนืองแน่น ซับซ้อนจนยากที่จะเข้าใจ ทันทีที่ลงจากบขส. หนูมาลีกอดกระเป๋าแน่น พอดีพบเข้ากับอธิ นายตำรวจที่กำลังดักจับ คนส่งยาเสพติด อธิเข้าใจผิด คิดว่ามาลีเป็นคนร้าย จึงไล่จับ มาลีวิ่งหนี จนทองทา เพื่อนของอธิต้องช่วยจับตัวไว้ มาลีต่อสู้ ใช้สนับมือฟันไปที่หน้าอกของทองทาจนเป็นรอยแผลเป็น สุดท้ายทองทา อธิ และมาลีจึงไปสถานีตำรวจด้วยกัน จึงรู้ว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด อธิต้องไปจับคนร้ายต่อ ทิ้งให้ทองทาอยู่กับมาลี มาลีไปเฝ้ารอพ่อที่ไปรษณีย์ แต่ด้วยความเป็นห่วง เพราะมืดค่ำ ทำให้ทองทาต้องพามาลีไปพักที่บ้านชั่วคราว แล้วจึงช่วยหนูมาลี ตามหาพ่อต่อไป ท่าทางที่เรียบร้อยสะอาดอ้านของทองทา หยิบจับทำอะไรก็ดูดีงดงามไปหมด ทำให้หนูมาลีอดคิดไม่ได้ว่าทั้งสองเป็นพวกรักร่วมเพศ หนูมาลียังพบใบสมัครร้องเพลง ในกระเป๋าของทองทา หนูมาลีรู้สึกสนิทสนมกับทองทาทันที หนูมาลีถามว่าทองทาจะสมัครการแสดงอะไร ทองทาบอกว่าเขาเป็นแดนเซอร์ เขารักการเต้นเป็นชีวิตจิตใจ หนูมาลีปักใจเชื่อว่า ทองทาเป็นเกย์ เป็นนักล่าฝันจากบ้านนอกเหมือนกันกับตน เพราะทองทาพูดภาษาไทยบางคำแปลกๆ และมีทีท่าเป๋อๆเปิ่นๆเหมือนกันกับตนในเมืองหลวงแห่งนี้ หนูมาลีหารู้ไม่ ทองทาไม่ได้เป็นสาวประเภทสอง เขาเป็นชายหนุ่มปรกติ ที่ชอบดูแลตัวเอง รักศิลปะ เขารักการเต้นทุกชนิดเป็นชีวิตจิตใจ ในวัยเด็กพ่อกับแม่ของเขาแยกทางกัน แม่ที่เป็นนักบัลเล่ต์หนีไปอยู่ต่างประเทศ เขาจึงทิ้งประเทศไทยไปอยู่กับแม่ และเรียนเต้นจนจบปริญญาเอก ทองทามีอาชีพเป็นผู้ออกแบบท่าเต้นและการแสดงโชว์ มีผลงานมากมายในต่างประเทศ ก่อนจะเดินทางมาที่ประเทศไทยเมื่อไม่กี่วันนี้ ทองทาจึงเป็นผู้ชายทั้งแท่งที่มาจากประเทศนอกไม่ใช่เกย์บ้านนอกอย่างที่หนูมาลีเข้าใจทองทารู้สึกประทับใจในความใสซื่อ จริงใจและใบหน้าที่สวยงามของหนูมาลี เขารู้สึกขำกับอาการตีความเอาเองของหนูมาลีหลายๆอย่าง ก็เลยเออออห่อหมกไปกับหนูมาลี อยู่ช่วยเหลือหนูมาลีไปเรื่อยๆ อย่างน้อยก็ได้นอนเคียงข้างสาวสวยช่างฝันที่พูดคุยสนุกทุกคืนเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะสนิทสนมกับหนูมาลีอย่างรวดเร็ว ทองทาก้มมองที่หน้าอกด้านซ้ายที่มีหัวใจอยู่ตรงนั้น รอยแผลจากสนับมือทำท่าจะกลายเป็นแผลเป็น เหมือนความประทับใจในตัวสาวน้อยที่ดูจะเพิ่มมากขึ้น ไม่มีทีท่าจะลดน้อยลง มาลีไปรอพ่อที่ไปรษณีย์ทุกวัน จนได้พบกับชงโค ที่มาเอาจดหมายไป เธอสะกดรอยตามไป และได้พบกับการะเกด การะเกดให้มาลี ตามไปดูเจ้าของจดหมายที่กำลังจะขึ้นโชว์บนเวที ดวงตาสองข้างของหนูมาลีจับจ้องอยู่บนเวทีการแสดง ไฟแสงสีปรากฎ หนูมาลีใจเต้น พ่อเรืองที่ตนรอคอยกำลังจะปรากฎตัวขึ้นตรงหน้า และแล้วชายหนุ่มผิวขาวใบหน้าสวยเฉี่ยวก็ปรากฎขึ้น รอยยิ้มฉาบเครื่องสำอางค์ บนร่างสูงสง่า ปรากฏตัวขึ้นราวกับราชินีแห่งคีตศิลป์ เสียงอันทรงพลังราวกับนักร้องมืออาชีพแทรกมากับดนตรีกระหึ่มบนเวที ! หนูมาลีก้มลงมองรูปถ่ายสีของพ่อเรืองในมือที่สั่นเทาของตน ชายหัวเกรียนในชุดทหารเกณฑ์สีเขียวอุ้มกอดหนูมาลีในวัยสามขวบอย่างรักใคร่ นี่คือวันสุดท้ายที่ได้พบหน้าพ่อเรืองเมื่อ15ปีก่อน พ่อเรืองของหนูมาลีไม่ใช่ทหาร ! แต่เป็นกระเทยแต่งหญิง เขาไม่ได้เป็นนายพันหรือนายพลอย่างที่ปู่บอก ไม่ใช่แม้แต่เฮียเจ้าของร้านคาราโอเกะ แต่คือ“โรส”เจ้าของร้านคาราโอเกะที่สวยและร้องเพลงเพราะมาก นี่เองคือคำตอบ ทำไมพ่อจึงไม่มาหาปู่ย่าและแม้แต่ลูกสาวของตัวเอง เพราะพ่อมีชีวิตอีกด้านที่น่าอับอายและไม่อยากให้ใครรู้ โดยเฉพาะคนในครอบครัว !ไม่เพียงแต่หนูมาลีที่ตกใจ โรสเองก็จำหนูมาลีได้ทันที ทั้งสองไม่ใช่พ่อลูกที่โผเข้าหากันกอดกัน ทั้งสองนิ่งอึ้งมองหน้ากัน ไม่มีคำพูดใดๆ ! ทั้งสองไม่สามารถบอกได้ว่าตัวเองควรจะรู้สึกอย่างไรในเวลาเช่นนี้ ความผิดหวังในตัวผู้เป็นพ่อ ทำให้มาลีไม่สามารถเรียกเรืองยศ หรือโรสว่าพ่อได้ สุดท้าย โรสจึงให้มาลีเรียกตนเองว่าพี่โรส หนูมาลีต้องอยู่กรุงเทพฯ ต่อไป ทั้งเรื่องเรียนต่อ และเรื่องการเข้าประกวดร้องเพลง เธอกลายเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านของโรส โดยที่ไม่มีใครรู้ว่า ทั้งสองคนเป็นพ่อลูกกัน มาลีแสดงทีท่าไม่ชอบบอย คนรักของโรสตั้งแต่แรก แต่บอยก็ไม่ถือสาอะไร มาลีพบว่า เมื่อถอดเครื่องประกอบทั้งหมดออกแล้ว โรสก็เป็นเพียงผู้ชายรูปร่างหน้าตาดี มีท่าทางกระตุ้งกระติ้งมากกว่าปรกติ โรสเป็นคนปากจัด ขี้โวย เอาจริงเอาจัง ดุดัน ตรงไปตรงมา นับแต่วันนั้น หนูมาลีทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟในร้านของพี่โรส วันๆหนูมาลีพูดกับพี่โรสไม่กี่คำ พี่โรสเองไม่ได้พูดถึงปู่ย่า ไม่ได้พูดถึงข้อความในจดหมายที่เขียนหากันมาตลอด15ปี พี่โรสและหนูมาลียังคงไว้ซึ่งการเป็นนายจ้างและลูกจ้างเหมือนคนอื่นแต่มีบางสิ่งที่ไม่เหมือน สิ่งนั้นคือสายตาอันห่วงใย ที่โรสจะทอดมองมาที่หนูมาลีครั้งละนานๆ ความผิดปรกติอีกอย่างหนึ่งก็คือ พี่โรสนั้นจะปากไวปากจัด บ่นด่าจิกกัดทุกคนได้ตลอดวลา24 ชั่วโมง แต่สำหรับเด็กเสริฟที่ชื่อหนูมาลีแล้ว โรสไม่เคยดุด่าสักคำ มาลีสมัครเข้าประกวดร้องเพลงพร้อมกับ ชงโค การะเกด ซึ่งเจ้าของสถานีโทรทัศน์คือเมืองแมน พ่อของทองทา ซึ่งเมืองแมนเป็นคนเจ้าชู้ เห็นแก่ผลประโยชน์และธุรกิจเป็นใหญ่ และภรรยาคนล่าสุดของเขาก็คือ โยทะกา แม่ของมาลีนั่นเอง ที่สถานี มาลีได้พบกับทองทาอีกครั้ง และเธอก็รู้ในที่สุด ว่าทองทาเป็นลูกของเมืองแมน คู่ต่อสู้คนสำคัญของมาลีก็คือ เบลล่า ลูกสาวต่างมารดาอีกคนของเมืองแมน เบลล่าสนิทสนมกับทองทา เธอเข้าประกวดเวทีนี้เช่นเดียวกัน ถึงแม้โยทะกาจะทักท้วงในตอนแรก แต่เพื่อกระแสข่าวและเรทติ้งทางสถานี เมืองแมนจึงให้เบลล่าเข้าประกวดในที่สุด โดยมีบุณฑริก ผู้เป็นยาย เป็นแรงสนับสนุนสำคัญของเบลล่า เมืองแมนเป็นคนเจ้าชู้ เขาได้แม่ของทองทา “ช้องนาง” เป็นภรรยาคนแรก ช้องนางที่กำลังมีอนาคตในวงการบัลเล่ต์ ยอมทิ้งฝันนักบัลเลต์ระดับโลกเพราะท้องกับเมืองแมน แต่แล้วช้องนางก็ต้องเสียใจเมื่อพบว่าเมืองแมนไม่หยุดอยู่ที่ตนเอง เมืองแมนแอบไปมีเมียน้อย เป็นสาวไฮโซจากตระกูลเก่าแก่ชื่อ “บัวบุษบง” ช้องนางจึงหย่าและหนีไปต่างประเทศ แต่บัวบุษบงก็อยู่กับเมืองแมนได้ไม่นาน เมืองแมนแอบไปคบกับนางงามระดับประเทศคนดังชื่อ “โยทะกา”เมื่อบัวบุษบงรู้เข้า บัวบุษบงก็กินยาตายทิ้งลูกสาวชื่อ “บุษบาบัณ” หรือ “เบลล่า”เอาไว้ให้แม่ของตนเลี้ยง เมืองแมนแต่งงานกับโยทะกา จากสาวเหนือบ้านนอกมาเป็นนางงาม จากนางงามมาเป็นภรรยามหาเศรษฐี จากภรรยามหาเศรษฐี โยทะกากลายเป็นผู้บริหารรายการทีวีหญิงที่มีความสามารถ มีชื่อเสียง มีหน้ามีตาอยู่ในสังคม เป็นที่รู้จักของคนทั่วๆไป การแข่งขันเต็มไปด้วยความเข้มข้น ทั้งมาลี การะเกด ชงโค เบลล่า ทิมมี่ โกมินทร์ ภูมิ ซึ่งทางเบลล่านั้นมีครูสอนทั้งร้อง ทั้งเต้นให้อย่างครบครัน ส่วนมาลีนั้นไม่มีใคร จึงขอร้องให้ทองทามาเป็นครูสอนเต้นให้ ทองทาจึงใกล้ชิดกับมาลีมากขึ้น ส่วนอธิก็เริ่มสนิทสนมกับการะเกด และชอบการะเกดมาขึ้นทุกวัน โรสไม่ค่อยเห็นด้วยนักที่มาลีเข้าประกวด เพราะอยากให้มาลีเรียนหนังสือมากกว่า แต่เมื่อได้พบกับทองทา เห็นว่าเขาเป็นคนหนุ่มที่เก่ง และนิสัยดี จึงฝากให้ทองทา ดูแลมาลีอีกแรง มาลีเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นเรื่อย ๆ ที่เวทีนี้เอง เธอได้พบกับนักร้องชายในฝัน ซีโร่ อดีตผู้ชนะเลิศจากการประกวดปีที่แล้ว ซีโร่รู้ว่ามาลีหลงรักตนเอง จึงพยายามหว่านเสน่ห์ พูดจาหวานใส่มาลีตลอดเพื่อสร้างกระแส ทองทารู้ดีว่าซีโร่ไม่มีความจริงใจต่อมาลี แต่ไม่อยากพูดให้มาลีเสียใจ ส่วนเบลล่าเองก็ไม่พอใจมากที่ทองทาสนิทสนมกับมาลี จึงหาทางกลั่นแกล้งมาลีตลอดเวลา กิจการที่ร้านของโรสไม่ค่อยดีนัก แล้วชงโค ก็ตกรอบจากการประกวด เจ๊ซูซี่ เพื่อนของโรส ที่ชอบหาเด็กสาว ๆ ไปให้กับ เสี่ยวานิช จึงติดต่อชงโคไปถ่ายภาพโป๊ และสุดท้ายก็ไปมีความสัมพันธ์กับวานิชในที่สุด กลายเป็นผู้หญิงกลางคืนเต็มตัว ซูซี่ยังไม่หยุดแค่นั้น ยังหลอกให้การะเกดไปหาวานิช จนถูกข่มขืน ทั้งทองทา และอธิตามไปช่วยไม่ทัน การะเกดเหมือนตกนรกเพราะทำใจไม่ได้ สุดท้ายเธอก็ลาออกจากการแข่งขันในที่สุด เหลือมาลีเพียงลำพัง กิจการที้ร้านของโรสก็ต้องถูกปิดลงชั่วคราว เพราะเจ้าหนี้ตามมาทวงหนี้ อาละวาดจนแขกในร้านหนีกันไปหมด บอย ก็พยายามช่วยโรสทุกวิถีทาง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก สุดท้าย มาลีเริ่มยอมรับในตัวของบอยมากขึ้นโรส แคที่ บอย มาลี จึงกลับไปต่างจังหวัด เพื่อเยี่ยม ปู่เชื้อ กับย่าหงส์ ความลับเรื่องที่โรสเป็นกะเทย ถูกเปิดเผยในที่สุด แต่มาลีก็ยืนยันว่า ไม่ว่าโรสจะเป็นยังไง ก็ยังเป็นพ่อของเธอในที่สุด ทองทา รักและเป็นห่วงมาลีเพิ่มขึ้นทุกวัน ตัดสินใจ ร้องเพลงสารภาพรักมาลีบนเวทีเปิดตัวศิลปินหน้าใหม่ของบริษัท เมืองแมนดีใจมากที่จะได้ทองทา มาเป็นศิลปิน เรียกเงินและเรทติ้งอีกคน ส่วนบรมและแซนดี้ ก็หมายมั่นปั้นมือ จะปั้นทองทาให้โด่งดังให้ได้ มาลีไม่ยอมพบหน้าทองทา จนทองทาต้องตามไปหาที่ต่างจังหวัด โรสเชียร์ทองทาจนออกนอกหน้า แต่ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้พูดคุยกัน ซีโร่ก็ตามมาก่อกวน พูดจาไม่ดีใส่โรสไปหลายคำ แต่สุดท้ายเมื่อรู้ว่าโรสเป็นพ่อของมาลี ก็ถึงกับอึ้งไป การะเกดกลับไปเยี่ยมแม่ที่ต่างจังหวัด เศร้าใจกับชีวิต อธิคอยตามไปปลอบใจไม่ห่าง แต่ยังไง การะเกดก็ไม่ยอมกลับไปร้องเพลงอีก และด้วยความสงสารที่โรสไม่มีทางออก แคที่ จึงยอมออกทุนให้ก้อนใหญ่ เพื่อให้โรสกลับไปเปิดร้านอีกครั้ง ทุกคนจึงกลับไปที่กรุงเทพ ป้าบุญมา สมศรี ก็กลับมาทำครัวเช่นเดิม แต่คราวนี้โรส เปลี่ยนคอนเซปต์ร้าน ให้แขกที่มา ได้ขึ้นโชว์ กลายเป็นซุปตาร์กันถ้วนหน้า ทำให้ร้านเริ่มโด่งดัง ลูกค้าจองคิวขึ้นโชว์กันแบบข้ามเดือน มาลีกลับเข้าไปร้องเพลงประกวดอีกครั้งด้วยเพลงที่บอกถึงความคิดถึงที่มีต่อทองทา ซึ่งทองทาเอง ก็เข้าห้องอัดเสียงร้องเพลงด้วยความคิดถึงมาลีเช่นเดียวกัน สุดท้ายคืนนั้นเอง ทองทากับมาลีก็ปรับความเข้าใจกันในที่สุด ทั้งคู่บอกรักกัน และยืนยัน และก้าวไปสู่ฝัน ด้วยการร้องเพลงของทั้งคู่ ในขณะที่เส้นทางการร้องเพลงของมาลีกำลังไปได้ดี โรสกลับมีอาการป่วยมากขึ้น ด้วยการเป็นมะเร็งที่ลำไส้ สุดท้ายเขาตัดสินใจ บอกกับโยทะกาว่า มาลีคือลูกสาวของตนเอง ที่เกิดกับโยทะกา โยทะกาดีใจมาก แต่เมื่อมาลีรู้ความจริง กลับรับไม่ได้ที่โยทะกาทอดทิ้งตนไป ขอมีโรสเป็นพ่อเพียงคนเดียว ซ้ำร้ายเมืองแมนยังคงไม่เลิกนิสัยเจ้าชู้ เอาแต่ได้ เขาไปมีความสัมพันธ์กับเลขาจ๋า เลขาของโยทะกา จนโยทะการู้เรื่องในที่สุด โยทะกาเครียดจัด กินยานอนหลับไปเกินขนาดจนต้องเข้าโรงพยาบาล ทองทาต้องไปดูแล แต่หนูมาลียังไม่ยอมไปเยี่ยม เพราะยังทำใจไม่ได้ เบลล่า เอาจุดอ่อนที่มาลีเรียกโรสว่าพี่ ปลุกกระแสนักข่าวให้เกลียดชังมาลี ที่ไม่ยอมเรียกโรสว่าพ่อ ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่มาลีขึ้นเวทีร้องเพลงที่ร้านของโรส และเรียกโรสว่าพ่ออย่างเต็มปาก เต็มคำ โรสดีใจมาก ข่าวของมาลีและโรสแพร่กระจายไป อีกทั้งยังเรื่องที่โรสป่วยเป็นมะเร็ง ยิ่งทำให้ประชาชนเห็นใจเธอมากขึ้น จนคะแนนโหวตขึ้นแซงหน้าเบลล่าไปอีก การะเกดกลับมาร้องเพลงอีกครั้งที่ร้านของโรส แต่อดีต ยังคงทำให้เธอหวาดกลัว ซึ่งอธิก็หาทางจับวานิช เอาผิดให้ได้ แต่เขาก็รอดไปทุกครั้ง สุดท้าย การะเกดจึงยอมเป็นพยานคดีถูกวานิชข่มขืน จนวานิชถูกจับในที่สุด ทั้งการะเกดและอธิ รักและเข้าใจกัน ส่วนชงคง ก็กลับมาอยู่ที่ร้าน เลิกอาชีพค้าบริการ โดยได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากโรส และทุกคน กระแสข่าวของซีโร่เริ่มแผ่วเบาไป เขาจึงคิดหาวิธีสร้างข่าวกับหนูมาลี ด้วยการเข้าไปในห้องแต่งตัว เพื่อถ่ายรูปกับมาลี แสดงว่าสนิทสนมกัน ซีโร่คิดจะลวนลามมาลี โชคดีที่โรสเข้ามาช่วยทัน มาลีแถลงข่าวต่อหน้าสื่อมวลชนว่า ซีโร่คิดร้ายต่อตนเอง ทำให้ซีโร่หมดอนาคตไปในทันที เมืองแมนมีโอกาสได้เจอมาลีเข้าอย่างจัง จึงเกิดหลงไหล อยากได้มาลีมาเป็นของตนเอง และไม่เหลียวแลเลขาจ๋าอีก โดยที่เมืองแมนไม่รู้ว่า มาลีคบอยู่กับทองทา เมื่อเบลล่ารู้เรื่องจึงแกล้งส่งข้อความทางโทรศัพท์ไปหาเมืองแมน อ้างว่าเป็นหนูมาลี ซึ่งมีใจให้กับเมืองแมน ทำให้เมืองแมนเข้าใจผิดคิดว่าหนูมาลีมีใจให้ อาการป่วยของโรสทรุดหนัก จนทุกคนรู้กันหมด ทั้งโยทะกา มาลี โรส ชงโค การะเกด อธิ สมศรี บุญมา ที่เสียใจที่สุดก็คือบอย เขาร้องไห้ กอดโรส อ้อนวอนให้โรสไปรักษาตัว เพื่ออยู่เป็นกำลังใจให้กับทุกคน สุดท้ายโยทะกาจึงยื่นมือเข้ามาช่วย พาโรสไปรักษาตัว การประกวดร้องเพลงรอบสุดท้ายมาถึง คะแนนของเบล สู้มาลีไม่ได้ เธอจึงคิดหาทางกำจัดมาลี ด้วยการให้คนร้ายจับตัวมาลี ไปที่คอนโดเมืองแมน เมืองแมนปลุกปล้ำมาลี ดีที่โยทะกามาช่วยไว้ทัน เธอใช้ปืนยิงที่ขาของเมืองแมน เพื่อช่วยมาลี ลูกสาวคนเดียวของเธอ ทองทาตามมาอีกคน ต่อสู้กับคนร้าย ที่ลักพาตัวมาลีมา แล้วมอบตัวให้กับอธิ ทองทาพามาลีขึ้นเวทีร้องเพลงทันเวลา แต่เบลล่าก็ใช้กลโกงจนชนะการประกวด มาลีภูมิใจมากที่ได้ร้องเพลง มันคือนาทีที่ยิ่งใหญ่ ที่เธอได้มอบให้กับผู้ชม พร้อมทั้งครอบครัวที่สมบูรณ์อย่างโรส และโยทะกา โรสยิ้มปลื้มที่เห็นหนูมาลีได้ทำให้ฝันเป็นจริง อาการของโรสทรุดหนัก แต่เขากลับดีใจที่ร้านอาหารของเขาขายดิบขายดี จนสามารถปลดหนี้สินได้ โรสทำพินัยกรรมมอบส่วนแบ่งให้กับทุกคน และให้มาลีดูแลกิจการต่อ ฝากฝังให้โยทะกาดูแลมาลีแทนตนต่อไป อธิขอการะเกดแต่งงาน ส่วนทองทาก็ขอมาลีแต่งงาน เพียงรอให้มาลีเรียนจบก่อนเท่านั้น ทั้งคู่ก็จะแต่งงานกัน โรสหมดลมในอ้อมกอดของหนูมาลี ทุกคนเศร้าใจ เมืองแมนไม่สามารถกลับมาเดินได้เหมือนเดิม ซ้ำยังถูกปลดจากการเป็นผู้บริหารสถานี โยทะกาสู้คดี เรื่องที่ยิงเมืองแมน ว่าเป็นการปกป้องลูกสาวตนเอง ทองทาได้ขึ้นเป็นผู้บริหารสถานีแทน โดยมีโยทะกา บรม แซนดี้ เป็นผู้ช่วย ส่วนซีโร่ก็สำนึกผิด กลับมาขอโทษมาลี และทองทาก็ให้โอกาสซีโร่ได้กลับมาทำงานเรื่องการร้องเพลงอีกครั้ง บุณฑริก ยังคงเพ้อเจ้อเรื่องทรัพย์สมบัติ ส่วนเบล ก็ถูกดำเนิคดีเรื่องจ้างวาน คนมาทำร้ายมาลี เบลเริ่มมีอาการเพ้อ เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย ด้วยความที่ทะเยอทะยาน ชอบแก่งแย่งชิงดี จนไม่สามารถควบคุมสติตนเองได้ มาลีกลายเป็นนักร้องที่โด่งดัง มีงานไม่ได้หยุด ถึงแม้จะไม่ใช่ผู้ที่ชนะเลิศในการประกวด อีกทั้งความรักที่มีกับทองทาก็ผลิบานขึ้นทุกวัน ถึงวันนี้มาลีจะไม่มีโรสเคียงข้าง แต่เธอก็มีโยทะกาคอยดูแล พร้อมทั้งเสียงเพลงที่อยู่กับเธอไปตลอดกาล รายชื่อนักแสดง แพทริเซีย กู๊ด รับบท มาลีสน ยุกต์ ส่งไพศาล รับบท ทองทาวรวุฒิ นิยมทรัพย์ รับบท โรสณัฏฐพัชร วิพัธครตระกูล รับบท การะเกดเปรมณัช สุวรรณานนท์ รับบท ร.ต.ต.อธิชนิดาภา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์ รับบท เบลล่าเมธัส ตรีรัตนวารีสิน รับบท ซีโร่ธัญญาเรศ เองตระกูล รับบท โยทะกาเล็ก ไอศูรย์ รับบท เมืองแมนเธียยเกศ ไอสุรางฆ์ รับบท ชงโควรายุฑ มิลินทจินดา รับบท แคที่ชลนที ณรงค์ชัย รับบท บอยนรินทร ณ บางช้าง รับบท แซนดี้กลศ อัทธเสรี รับบท บรม

2014 Cube Star Audition in Thailand เปิดออดิชั่น 28 ก.ย. นี้
2014 Cube Star Audition in Thailand /  2014 คิวบ์สตาร์ออดิชั่นอินไทยแลนด์ / 

2014 Cube Star Audition in Thailand เปิดเส้นทางแห่งดวงดาว ก้าวสู่ซุปตาร์ระดับเอเชีย เปิดเวทีต้อนรับให้กับผู้ที่มีฝันอยากเป็นศิลปินกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว!! โดยบริษัท CUBE ENTERTAINMENT, ARTIST DEVELOPMENT DEPARTMENT เปิดโอกาสดีๆ สำหรับคนที่มีความฝันอยากจะก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง แต่เวทีนี้ไม่เหมือนใครเพราะเวทีนี้จะพาผู้ที่มีความฝันอยากจะเป็น นักร้อง, นักแสดง, นางแบบ-นายแบบ, พิธีกร, แดนเซอร์เท้าไฟ และแร็พเปอร์ ไปตามฝันที่กระโดดไกลแบบโกอินเตอร์! โดยผู้ที่ผ่านเข้าการคัดเลือกการออดิชั่นในโครงการ 2014 Cube Star Audition In Thailand (2014 คิวบ์สตาร์ออดิชั่นอินไทยแลนด์) จะได้มีโอกาสเซ็นต์สัญญาเข้าเป็นศิลปินฝึกหัดเพื่อการเป็นศิลปินในสังกัดและค่ายเพลงชื่อดังของเกาหลีอย่าง CUBE ENTERTAINMENT โดย CUBE ENTERTAINMENT ได้ผลิตศิลปินและมีศิลปินในสังกัดที่โด่งดังระดับเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นหนุ่ม Rain, 4minute, BEAST, BTOB, G.NA และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ล้วนแล้วแต่เป็นศิลปินที่ประสบความสำเร็จกันทั้งค่ายเลยก็ว่าได้!! ในครั้งนี้ประสบการณ์และโอกาสมาใกล้แค่เอื้อมเท่านั้นเพราะ CUBE ENTERTAINMENT, ARTIST DEVELOPMENT DEPARTMENT ได้เปิดโอกาสให้คนที่มีความสามารถ ความกล้าและความมั่นใจ ไม่ว่าคุณทุกคนจะเป็นใครก็สามารถสมัครเข้าออดิชั่นได้ ไม่จำกัดอายุ เพศ สัญชาติ ในโครงการ 2014 Cube Star Audition in Thailand (2014 คิวบ์สตาร์ออดิชั่นอินไทยแลนด์) โดยจะแบ่งประเภทตามความถนัดของแต่ละคน นักร้อง, แร็พเปอร์, นักเต้นมืออาชีพนักแสดง, โมเดล (นายแบบ-นางแบบ) และ พิธีกร ย้ำอีกครั้งว่า 2014 Cube Star Audition in Thailand (2014 คิวบ์สตาร์ออดิชั่นอินไทยแลนด์) ไม่เหมือนเวทีอื่นๆ เพราะรับออดิชั่นได้ทุกคน ไม่จำกัดอายุ เพศ สัญชาติ โดยไม่เสียค่าสมัครใดๆๆ ทั้งสิ้น!! เพราะฉะนั้นอย่ารอให้โอกาสหลุดลอยไป งัดเอาความสามารถความกล้าแสดงออกและความมั่นใจมาออดิชั่นกัน ในวันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน 2557 เวลา 12.00 – 17.00 น. ณ D-Play D-Dance School (RCA) กรุงเทพฯ *ลงทะเบียนสมัครได้ตั้งแต่เวลา 11.00 น. ด้วยตนเองเพื่อรับหมายเลขก่อนเข้าออดิชั่น* สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ทาง E-mail: auditionint@cubeent.co.kr * กำหนดการออดิชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลงโปรดตรวจสอบวันและเวลาในการออดิชั่น* [[ For ENGLISH Please click HERE ]] ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

สาวสุดหื่น ย่องขืนใจหนุ่มข้างบ้าน
ข่มขืน /  ข่มขืนหนุ่มข้างบ้าน / 

สาวมะกันหื่น ย่องข่มขืนหนุ่มข้างบ้านตรวจสอบประวัติพบป่วยเป็นโรคจิตเพศ เมื่อวันที่ 14 ก.ย. เว็บไซต์ข่าวสหรัฐ “นิวยอร์ก เดลินิวส์” รายงานจากเมืองซีแอตเทิล ประเทศสหรัฐอเมริกาว่า ตำรวจในเมืองซีแอตเทิล เมืองท่าชายฝั่งในรัฐวอชิงตัน เปิดเผยผลการตรวจดีเอ็นเอ หลักฐานที่สาวไปถึงตัวนางชานเท กิลแมน วัย 26 ปี ที่ก่อเหตุย่องเข้าห้องเพื่อนบ้านหนุ่มที่ไม่ได้รับการเปิดเผยชื่อวัย 31 ปี ขณะเขากำลังหลับหลังจากเสร็จสิ้นจากงานเลี้ยงวันเกิดตัวเอง เจ้าทุกข์เผยว่า เธอขึ้นคร่อมเขา กดเขาลงกับพื้นและบอกเขาว่าห้ามส่งเสียง เขาพยายามที่จะดิ้นรนออกจากเธอแต่ก็ไม่สำเร็จ ในที่สุดจึงถูกเธอข่มขืน จากรายงานระบุว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนมิ.ย.ปีที่แล้ว เจ้าทุกข์ได้เดินทางไปแจ้งความกับตำรวจ และทำการเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอจากตัวเขาไว้เพื่อตรวจพิสูจน์หาคนร้ายที่เข้ามาข่มขืน ซึ่งเขาสงสัยว่าจะเป็นนางกิลแมน นายดรูว์ โฟวเลอร์ พนักงานสืบสวนประจำสำนักงานตำรวจเมืองซีแอตเทิลกล่าวว่า สถิติในอดีตบ่งชี้ว่า อาชญากรรมที่ผู้หญิงข่มขืนผู้ชายนั้นเคยเกิดขึ้นมาบ้าง และตำรวจก็จะติดตามสืบสวนผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีให้ได้ในทุกกรณี นางกิลแมน เผยว่า จำเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้ นอกจากนี้ เธอยังมีประวัติป่วยเป็นโรคจิตเพศ โรคไบโพล่าร์ (Bipolar disorder) หรือโรคอารมณ์สองขั้ว อีกด้วย ปัจจุบันนางกิลแมนมีบุตรแล้ว 4 คน และกำลังตั้งครรภ์บุตรคนที่ 5 เธอมีกำหนดเดินทางมาให้ปากคำในศาลในวันที่ 22 ก.ย.ที่จะถึงนี้ MThai News

เตือนภัย นายแบบหล่อล่าแต้มหลอกว่าเป็นใบ้ บ้านรวย ล่อสาวไปฟัน
นายแบบล่าแต้ม /  ล่อสาวไปฟัน / 

เตือนภัย นายแบบหล่อล่าแต้มหลอกว่าเป็นใบ้ บ้านรวย ล่อสาวไปฟัน ฉายา ไอ้ใบ้เมเจอร์ ชาวสังคมออนไลน์ แชร์เรื่องราวเตือนภัยสาวๆที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์และชอบเที่ยวกลางคืน เรื่องราวมีอยู่ว่ามีผู้ชายคนหนึ่งหน้าตาดีคล้ายลูกครึ่ง แต่อ้างตัวว่าเป็นใบ้และอยากรู้จักกับผู้หญิงที่เป็นเหยื่อโดยขอไลน์ไว้คุย จากนั้นจะมีการชวนไปทานข้าวที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านพระราม9 และหลอกล่อให้เหยื่อไปที่คอนโดตัวเองซึ่งหลายคนมักเรียกชายคนนี้ว่า ไอ้ใบ้เมเจอร์ โดยมีผู้เผยแพร่ข้อมูลว่าชายคนดังกล่าวเป็นลูกครึ่งมีอาชีพเป็นนายแบบและล่าแต้มล่อลวงหญิงสาวไปเสียตัว ซึ่งหลังจากเรื่องราวนี้ถูกแชร์ก็มีหญิงสาวอีกหลายคนนำข้อความที่เคยถูกนายแบบคนดังกล่าวทักมาในแชทเฟซบุ๊ค ทำทีว่าเคยรู้จักกันและขอไอดีไลน์ จากนั้นจะชวนไปกินข้าวที่ร้านของแม่ แต่ความจริงแล้วโกหกเพราะร้านดังกล่าวไม่ใช่ร้านแม่ของนายแบบจริงๆ นอกจากนี้ยังมีผู้เผยว่า ไม่ได้มีเฉพาะชายนายแบบคนนี้คนเดียว แต่ยังมีชายคนอื่นที่หน้าตาดี โกหกว่าเป็นใบ้เล่นมุกเดียวกัน หลอกล่อหญิงสาวไปมีอะไรด้วยแล้วถ่ายคลิปแบล็กเมล์ นายแบบคนดังกล่าวยังใช้สถานที่ท่องเที่ยวกลางคืน เช่น อาร์ซีเอ โมเดลไนท์ สลิม เมเจอร์รัชโยธิน และห้วยขวางในการหาเหยื่อด้วย ซึ่งมุกที่ใช้หลอกจะเป็นมุกเดิมๆคือหลอกว่าเป็นใบ้ ชื่อเล่นจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ขอไอดีไลน์ ชวนไปกินข้าวและชวนไปคอนโด ทั้งนี้ข้อความดังกล่าวถือว่าเป็นการเตือนภัยสาวๆที่อย่าหลงเพียงรูปลักษณ์ ภายนอก อย่าหลงว่าเขาหล่อรวยเพราะอาจจะโดนหลอกไปเสียตัวฟรีไม่รู้ตัว "....เดินขอไลน์ผู้หญิงในย่านที่กล่าวมาโดยใช้มือถือพิมพ์ข้อความว่า "ขอไลน์ครับ" เจอใครสวยๆเดินผ่านก็ไปขอ ถ้าหากใครไม่ให้ก็จะพยายามเดินตามตื๊อหรือหาทางเอามาให้ได้จากคนรู้จัก บางคนเคยโดนขอซ้ำๆกัน 4-5 ครั้งเพราะมันจำหน้าไม่ได้ แต่ถ้าหากใครให้ไลน์ไปก็จะเดินจากไปและทักคุยภายหลัง หลอกล่อไปมีเพศสัมพันธ์ เอาไม่เลือก ใครดูสวยๆหรือหุ่นดีๆ เอาหมด กระเทย แม่บ้าน แรงงานต่างด้าว ไม่มีเว้น คนๆนี้ไม่มีคำว่าเพื่อนสำหรับผู้หญิง มีแต่เรื่องสนองอารมณ์ เห็นผู้หญิงเป็นที่ระบายอารมณ์ทางเพศ(ที่เยอะผิดปกติ) น่าจะเป็นอาการของคนโรคจิตติดเซ็กซ์  เรื่องสำคัญสุด อันตรายมาก มันไม่ใส่ถุงยาง!!! ถึงมีผู้หญิงซื้อให้มันก็ไม่ยอมใส่ ผู้หญิงคนไหนเคยมีความสัมพันธ์กับมันแนะนำให้ไปตรวจโรคด่วนเลย..." ข้อความจากสมาชิกเฟซบุ๊คท่านหนึ่ง MThai News      

สายป่าน ยัน! ท็อป ไม่ใช่มือที่3 ปิดฉากรัก จอร์จ
สายป่าน อภิญญา /  สายป่าน เลิก หนุ่มจอร์จ / 

ปิดจ๊อบความเลิฟไปอีกราย! สำหรับนักแสดงสาว สายป่าน อภิญญา ที่ล่าสุดเปิดใจว่าลดความสัมพันธ์กับแฟนฝรั่ง หนุ่มจอร์จ เหลือแค่พี่น้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อ้างงานรุมจนไม่มีเวลาให้กันและกัน ก่อนจะปฏิเสธกระแสข่าวเม้าท์ว่าหนุ่ม ท็อป จรณ เป็นมือที่สามเข้ามาแทรกกลาง หลังมีคนตาดีแอบเห็นตนไปนั่งเฝ้าฝ่ายชายถึงขอบสนามฟุตบอล โดยทางเจ้าตัวประกาศแบบชัดๆ ว่าตอนนี้โสด100%!! "กับพี่ท็อป จรณ ที่จริงป่านกับพี่เขาสนิทกันมาก นับถือกันเป็นพี่น้องตั้งแต่เล่นหนังเรื่อง Friendship แล้วคุณแม่ของป่านและคุณแม่ของพี่ท็อปเป็นเพื่อนกัน และวันนั้นคุณแม่ของพี่ท็อปเขามากรุงเทพฯ ก็เลยชวนคุณแม่ของป่านไปกินข้าว เพราะนานๆ จะเข้ามากรุงเทพฯ ที เราเป็นเจ้าบ้านเลยไปดูแลคุณแม่พี่เขา ป่านไม่ได้ตามไปเฝ้า แต่ป่านซื้อของอยู่ที่ห้างนั้นพอดี คุณแม่ป่านและคุณแม่พี่เขานัดกันเอง พอป่านว่างแล้วก็นัดเจอกันค่ะ" "เพราะช่วงที่ป่านไปเที่ยวลพบุรี คุณแม่ของพี่ท็อปก็ดูแลเราดี พอคุณแม่ขึ้นกรุงเทพฯ เราก็อยากดูแลเขาดีด้วย ส่วนกระแสข่าวที่ออกมาป่านไม่แปลกใจหรือตกใจ เพราะเห็นแล้วว่ามีพี่ๆ สื่อมวลชนอยู่ในห้างนั้นด้วย โดยความที่ป่านบริสุทธิ์ใจด้วยแล้ว ว่าเราเป็นพี่น้องกัน ในโทรศัพท์ป่านก็จะเมมเบอร์ชื่อพี่ท็อปว่าเฮียมาตั้งนานแล้ว" "ก่อนหน้านี้เราก็จะไปไหนมาไหนกันบ่อย เพราะหอพี่ท็อปจะอยู่แถวบ้านเก่าป่าน ตอนที่ถ่ายหนังกันๆ ดึกๆ คุณแม่ป่านก็จะไปส่งพี่ท็อป คือเราเป็นพี่น้องกันมานานแล้ว ทำงานมาด้วยกันตั้งแต่ 8-9 ปีแล้ว" "สำหรับกระแสข่าวเลิกแฟนฝรั่งหนุ่มจอร์จ(หัวเราะ) คือตอนนี้ป่านโสดค่ะ เราห่างกันมากกว่า เนื่องจากเวลาไม่มี และช่วงนี้เป็นช่วงที่ป่านทำงานเยอะมาก ไม่มีเวลาไปไหนมาไหนเลย อยู่กับคุณแม่ และก็เรียนหนักมากด้วย เพราะกำลังจะจบแล้ว แต่ไม่เกี่ยวข้องกับข่าวพี่ท็อปเลยค่ะ ส่วนเรื่องรีเทิร์นคงไม่น่าจะมีแล้ว ตอนนี้เราเป็นพี่น้องกันมากกว่า กับเรื่องมือที่สามก็ไม่มีค่ะ " "เราก็ห่างกันหลายเดือนอยู่เหมือนกัน กับข่าวว่ามีรุ่นพี่มหาลัยรังสิตมาดามใจ ไม่มีหรอกค่ะ เพราะตอนนี้ป่านเป็นพี่โตสุด อยู่ปี 4 แล้ว ส่วนใหญ่ป่านก็จะคุยกับเพื่อนๆ ที่มหาลัย หากจะมีเรื่องกิ๊กกั๊กกับเพื่อน ป่านไม่งงเลย เพราะป่านมักจะมีเพื่อนผู้ชายอยู่แล้ว ทุกคนก็เป็นแค่เพื่อน ป่านไม่ได้คุยกับใคร โสดสนิทมากค่ะ ขอพักเรื่องความรักก่อนค่ะ" สายป่าน กล่าว สายป่าน อภิญญา สายป่าน อภิญญา สายป่าน อภิญญา สายป่าน อภิญญา สายป่าน อภิญญา - หนุ่มจอร์จ ท็อป จรณ

แอ็คแทรน ซิสเตมส์ (บริษัท จำกัด)

ซอฟท์แวร์คอมพิวเตอร์ ธุรกิจ การบริหาร การบัญชี ลูกค้าสัมพันธ์ ชั้นนำระดับโลก Sage 300 ERP, Sage ERP X3 และ Sage CRM ได้มาตรฐานกรมสรรพากรไทย รองรับทุกธุรกิจ มั่นใจได้ ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปี

แอร์เอเชียพาน้องทั่วประเทศ ท่องฟ้า..ตามรอยพ่อ
airasia /  แอร์เอเชีย

สายการบินแอร์เอเชียน้อมนำโครงการพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเผยแพร่สู่เยาวชน ลัดฟ้าพาเด็กจากโรงเรียนห่างไกล ที่เน้นการเรียนการสอนเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงจาก 14 จังหวัดทุกภูมิภาคทั่วประเทศที่แอร์เอเชียให้บริการ ลัดฟ้ากับเที่ยวบินพิเศษ FD 9090 สู่หัวหิน เพื่อเยี่ยมชม “โครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ” ศึกษางานด้านการเกษตร พันธุ์พืชเศรษฐกิจในพื้นที่ และพันธุ์มันเทศซึ่งออกมาจากหัวมันที่ตั้งโชว์ไว้บนตาชั่งในห้องทรงงานที่วังไกลกังวล และศูนย์ฝนหลวงหัวหิน โดยมีทีมพนักงานแอร์เอเชียหลากหลายหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงสร้างความสุขในการเดินทาง แอร์เอเชียพาน้องทั่วประเทศ ท่องฟ้า..ตามรอยพ่อ เยี่ยมชมโครงการ “ชั่งหัวมัน” ตามพระราชดำริ จ.เพชรบุรี นายดิสธร วัชโรทัย กรรมการ/กรรมการอิสระ และกรรมการตรวจสอบ บมจ.เอเชียเอวิเอชั่น ซึ่งเป็นบริษัทผู้ถือหุ้นใหญ่ของสายการบินไทยแอร์เอเชีย ในฐานะตัวแทนแอร์เอเชียพาเด็กๆ เยี่ยมชมโครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ กล่าวว่า เป็นโอกาสดีที่สายการบินแอร์เอเชียได้ใช้เครือข่ายบินที่มีอยู่ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ กว่า 14 ปลายทางทั้งเชียงใหม่ เชียงราย พิษณุโลก อุดรธานีอุบลราชธานี ขอนแก่น นครพนม สุราษฎร์ธานี กระบี่ หาดใหญ่ ตรัง นครศรีธรรมราช ภูเก็ต และนราธิวาส พาเด็กๆ ชั้นประถมศึกษาและคุณครูกว่า 70 คนจากโรงเรียนที่ห่างไกลและปลูกฝังแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง เดินทางด้วยเครื่องบินแอร์บัส เอ320 ของสายการบินไทยแอร์เอเชีย เที่ยวบินพิเศษสู่สนามบินหัวหิน เพื่อเยี่ยมชมโครงการเกษตรชั่งหัวมัน ซึ่งถือเป็นการเรียนรู้ความสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจกันของคนในพื้นที่ ที่เสียสละช่วยกันทำให้สิ่งมหัศจรรย์และความสำเร็จเกิดขึ้นได้ โครงการชั่งหัวมัน เป็นการบริหารทรัพยากรแบบบูรณาการ โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้คุ้มค่ามากที่สุด ถือเป็นการพลิกฟื้นพื้นที่ที่เคยแห้งแล้งทุรกันดาร ให้เป็นพื้นที่การเกษตรที่อุดมสมบูรณ์ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ซึ่งทรงสังเกตเห็นมันเทศที่ชาวบ้านนำมาถวาย ที่พระราชวังไกลกังวล วางไว้บนตาชั่งโบราณ  แล้วพระองค์เสด็จพระราชดำเนินกลับกรุงเทพฯ เมื่อเสด็จกลับมาอีกครั้งพบว่า  มันเทศที่วางบนตัวชั่งมีใบงอกออกมา  จึงรับสั่งให้นำหัวมันนั้นไปปลูกใส่กระถาง แล้วทรงมีพระราชดำรัสให้หาพื้นที่เพื่อทดลองปลูกมันเทศ จึงเป็นที่มาของโครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ จนถึงปัจจุบัน” นายดิสธรกล่าว แอร์เอเชียพาน้องทั่วประเทศ ท่องฟ้า..ตามรอยพ่อ ทั้งนี้โครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ มีพื้นที่ทั้งหมด 250 ไร่ ตั้งอยู่ที่บ้านหนองคอกไก่  ตำบลเขากระปุก  อำเภอท่ายาง  จังหวัดเพชรบุรี เพื่อเป็นศูนย์รวมพืชเศรษฐกิจ พืชสวนครัวและผลไม้ของพื้นที่ โดยเลือกพันธุ์พืชท้องถิ่นที่ดีที่สุดเข้ามาปลูก แล้วให้ภาครัฐและชาวบ้านร่วมดูแลร่วมกัน รวมทั้งมีกังหันลมผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นที่ศึกษาเรียนรู้ด้านการเกษตรชั้นดี นอกจากนี้คณะเยาวชนที่ร่วมโครงการ “พาน้อง ท่องฟ้า...ตามรอยพ่อ” ยังได้เยี่ยมชมศูนย์ฝนหลวงหัวหิน ที่ทำหน้าที่วิจัย พัฒนาเทคโนโลยีฝนหลวงและการดัดแปลงสภาพอากาศ  เพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาภัยแล้ง  และร่วมจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศให้เพียงพอ เกิดประโยชน์อย่างทั่วถึง พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ นอกห้องเรียนให้เด็กๆ ทั้งการ เที่ยวชมพระราชวังมฤคทายวัน การขึ้นเครื่องบินครั้งแรก โดยมีทีมพี่เลี้ยงเยาวชนเป็นพนักงานแอร์เอเชียในหน้าที่ต่างๆ ทั้งพี่นักบิน แอร์โฮสเตส พนักงานภาคพื้น วิศวกร พนักงานขนส่งสัมภาระ เป็นการสร้างความสัมพันธ์และเรียนรู้งานหน้าที่ต่างๆ ในสายการบินด้วย ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นความสุขควบคู่ความรู้ในเที่ยวบินพิเศษครั้งนี้อย่างแน่นอน แอร์เอเชียพาน้องทั่วประเทศ ท่องฟ้า..ตามรอยพ่อ สู่เที่ยวบินพิเศษเยี่ยมชมโครงการ “ชั่งหัวมัน” ตามพระราชดำริ จ.เพชรบุรี แอร์เอเชียพาน้องทั่วประเทศ ท่องฟ้า..ตามรอยพ่อ แอร์เอเชียพาน้องทั่วประเทศ ท่องฟ้า..ตามรอยพ่อ ข้อมูลเบื้องต้นของกลุ่มสายการบินแอร์เอเชีย แอร์เอเชีย สายการบินราคาประหยัดชั้นนำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ให้บริการบินสู่ 88 ปลายทาง ตลอด 12 ปีของการดำเนินการที่ผ่านมา แอร์เอเชียให้บริการผู้โดยสารกว่า 230 ล้านคน และขยายฝูงบินจาก 2 ลำไปสู่กว่า 169 ลำ ปัจจุบันแอร์เอเชียภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้รับการกล่าวว่าเป็นสายการบินอาเซียนตัวจริงจากสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน (a truly Asean airline) จากการตั้งฐานการบินในมาเลเซีย อินโดนีเซีย ไทย และฟิลิปปินส์ นอกจากนี้ยังมีฐานการบินในอินเดีย ให้บริการครอบคลุมทุกประเทศในอาเซียน จีน อินเดีย และออสเตรเลีย แอร์เอเชียได้รับรางวัลสายการบินราคาประหยัดที่ดีที่สุดในโลก 6 ปีติดต่อกัน คือในปี 2552-2557 จากการสำรวจความเห็นของนักเดินทาง 18.9 ล้านคนทั่วโลกโดยสกายแทร็กซ์

แคนาดา ผุด โรงเรียนติวเข้มวิชาดาวโป๊ แบบมืออาชีพ
ดาราหนังโป๊ในแคนาดา /  ดาวโป๊แคนาดา / 

บริษัทผู้ผลิตภาพยนต์สำหรับผู้ใหญ่ในแคนาดาเปิดหลักสูตรสอนหนุ่มให้เป็นดาราหนังโป๊แบบมืออาชีพ บริษัทผู้ผลิตภาพยนต์สำหรับผู้ใหญ่ รายหนึ่งในแคนาดา เปิดหลักสูตรติวเข้มสำหรับหนุ่มๆที่สนใจจะประกอบอาชีพดาราภาพยนต์สำหรับผู้ใหญ่ โดยนายนิโคลา ลาเฟลอร์ ตัวแทนจากบริษัทดังกล่าวเปิดเผยกับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น “เลอ เจอร์นัล เดอ ควิเบก”ว่า บริษัทตัดสินใจตั้งโรงเรียนนี้ขึ้นมา เนื่องจากหานักแสดงที่ดีตามที่ต้องการไม่ค่อยได้ และหลักสูตรนี้ยังเป็นโอกาสในการเฟ้นหานักแสดงที่ทำทางต่างๆขณะมีเพศสัมพันธ์ได้อย่างถูกต้องต่อหน้ากล้องอีกด้วย โดยหลักสูตรดังกล่าวจะเปิดสอนในระยะเวลาเพียง 1 วันเท่านั้น ซึ่งการเรียนการสอน จะมีทั้งในรูปแบบทฤษฎีและปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม นายลาเฟลอร์ เผยว่า ทางบริษัทได้รับใบสมัครจากชายหนุ่มที่สนใจทั้งสิ้น 50 คน ในหลักสูตรครั้งแรกนี้จะรับเพียงแค่ 10 คนเท่านั้นและมีเพียง 4 คนที่ทางบริษัทจะสอนต่อไป ค่าหลักสูตรคิดเป็นเงินไทยประมาณ 4,827 บาท ทั้งนี้ทางค่ายหนังดังกล่าวได้กำหนดเกณฑ์ในการตัดสิน โดยผู้ที่จะเข้าหลักสูตรจะต้องมีขนาดของอวัยวะเพศที่ใหญ่กว่าคนทั่วไป และจะต้องส่งภาพเปลือยของตัวเองให้ทางสังกัด หาก มีผลการเรียนที่ดี ก็จะได้รับการพิจารณาเป็นดาราในสังกัดต่อไป Mthai News

หยุด ผมร่วง ตามวิธีธรรมชาติ
กลิ่นตัว /  ผมน้อย / 

ในบรรดาหนุ่มๆ ทั้งหลาย มักจะพบปัญหากวนใจ ผมร่วง ผมบาง ศีรษะเถิก ไปจนถึงศีรษะล้าน ปัญหาเหล่านี้จะบั่นทอนความมั่นใจ ทำให้หนุ่มๆ ไม่กล้าที่จะทำอะไรกับเส้นผมมากนัก เพราะยิ่งเครียดมากเท่าไร ผมก็ยิ่งร่วงมากขึ้นทุกที สำหรับหนุ่มที่เกิดปัญหาแบบนี้ จะรอช้าไม่ได้แล้ว “ผมร่วงแบบเพศชาย” เป็นเพราะ ฮอร์โมน dihydrotestosterone (DHT) เกิดจากพันธุกรรม DHT เกิดขึ้นโดยการรวมของเอนไซม์ 5 alpha reductase สารที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมรวมตัวกับฮอร์โมนเพศชายที่เรียกว่า testosterone ฮอร์โมน DHT ส่งผลทำให้ผมร่วงในชายโดยการลดการเจริญเติบโตของเส้นผมในระยะ anagen เฟสของวงจรผม ทำให้เส้นผมมขนาดเล็กลงในที่สุดจะทำให้เกิดปัญหาศีรษะล้าน สาเหตุ ผมร่วง ผมร่วงนั้นสามารถเกิดได้จากในหลายสาเหตุปัจจัย จึงไม่แปลกที่คนจะผมร่วงกันมาก เพราะฉะนั้นแล้วเราจึงต้องควรรู้สาเหตุของผมร่วง เพื่อที่จะหยุดยั้งอาการเหล่านี้ได้ทัน 1. ยีน ความจริงปัญหาผมร่วงเกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมที่ได้รับยีนที่เกี่ยวข้อง ยีนนี้อาจได้รับทั้งทางพ่อและแม่ ภาวะศีรษะล้านมีความเกี่ยวข้องกับยีนที่อยู่บนโครโมโซม X ซึ่งผู้ชายได้รับมาจากแม่ ในปัจจุบันเราพบว่ายีนที่อยู่บนโครโมโซมคู่ที่ 20 ที่เกี่ยวข้องกับภาวะศีรษะล้านนี้ ซึ่งสามารถถ่ายทอดได้จากทั้งพ่อและแม่ ทำให้อธิบายได้ว่าทำไมลูกจึงศีรษะล้านคล้ายที่พบกับพ่อได้แต่นักพันธุกรรมศาสตร์พบว่าพันธุกรรมที่ได้รับจากแม่ดูเหมือนจะมีความสำคัญมากกว่าจากพ่ออยู่เล็กน้อยและยีนที่พบนี้น่าจะเป็นยีนเด่น แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่มียีนนี้อยู่จะมีลักษณะของศีรษะล้านทุกคนจะต้องที่ลักษณะอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องกับลักษณะของยีนนี้ด้วยปัจจัยดั้งกล่าวได้แก่ฮอร์โมน อายุ ความเครียด ภาวะโภชนาการ การพักผ่อน และปัจจัยอื่นๆ ในแต่ละบุคคล 2. ฮอร์โมน ฮอร์โมนคือสารที่เกิดขึ้นในต่อมต่าง ๆ ทั่วร่างกายต่อมเหล่านี้ผลิตฮอร์โมนพวกนี้เข้าสู่กระแสเลือดกระจายไปทั่วร่างกาย ฮอร์โมนที่ทำให้เกิดปัญหาศีรษะล้านคือฮอร์โมนที่เรียกว่า DHT( dihydrotestosterone) ซึ่งเปลี่ยนมาจากฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรนที่หลั่งมาจากต่อมหมวกไตและลูกอัณฑะ โดยการทำงานของเอนไซม์ 5-alpha-reductase ในผู้ชายพบว่าเอมไซม์ทำงานมากขึ้นในบริเวณรากผมทำให้ผมร่วง และฮอร์โมน DHT ยังส่งผลให้ผมเข้าสู่ระยะพักตัวเร็วขึ้นผมจึงร่วงเร็วและผลิตผมที่ขึ้นใหม่เล็กลงจนในที่สุดผมจะบางลง 3. ไทรอยด์ฮอร์โมน คนที่มีการทำงานของต่อมไทรอยด์ผิดปกติ โดยเฉพาะการทำงานของต่อมไทรอยด์ต่ำ เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดผมร่วงได้ ในผู้หญิงการหยุดยาคุมกำเนิดหรือการเปลี่ยนยาคุมกำเนิดก็จะทำให้ผมร่วงได้มาก ๆ เช่นกัน 4. อายุ จากการศึกษาพบว่าเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นโพรงเส้นผมจะหดตัวลงทำให้ขนาดเส้นผมและความยาวของเส้นผมลดลง สาเหตุจากรากผมเริ่มทำงานน้อยลง ทำให้ผมบนหนังศีรษะบางลงตามความเสื่อมของเซลล์เมื่ออายุมากขึ้น รวมทั้งการไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยงยังบริเวณหนังศีรษะน้อยลงด้วย 5. ภาวะทางภูมิคุ้มกัน เช่น โรคผมร่วงเป็นหย่อม เกิดจากภูมิคุ้มกันตัวเองไปทำลายรากผม ทำให้ผมหักเป็นหย่อมๆ หรือหากมากขึ้น อาจทำให้ผมหักทั้งศีรษะ 6. ความเครียด เป็นไข้ ไม่สบาย ผ่าตัด เสียเลือดจำนวนมาก หลังคลอดบุตร ล้วนเป็นสาเหตุทำให้เกิดผมร่วงได้ทั้งสิ้น 7. ยาที่ทำให้เกิดผมร่วงได้บ่อย เช่น ยาในกลุ่มลดความดัน ยากันชัก วิตามินเอ 8. ขาดสารอาหารและโปรตีน ส่วนประกอบหลักของผมคือ โปรตีน หากเราได้รัยไม่เพียงพอก็จะส่งผลกระทบต่อการสร้างเส้นผม รวมถึงสารอาหารจำเป็นต่อการสร้างเส้นผมอื่นๆ เช่น Biotin, Vitamin B12 พบว่าขาดได้มากในคนที่ทานมังสวิรัติ ธาตุเหล็กเป็นสิ่งสำคัญในการนำออกซิเจนไปเลี้ยงบริเวณรากผม หากมีภาวะซีด เสียเลือดเรื้อรัง รับประทานธาตุเหล็กไม่เพียงพอ ผมก็จะร่วงได้มากและงอดใหม่ได้ดี 9. ผมร่วงจากการเกิดพังผืด หรือแผนเป็น โรคบางอย่าง เช่น การติดเชื่อที่หนังศีรษะ การผ่าตัดบริเวณหนังศีรษะทำให้เกิดแผลเป็นหรือพังผืดตามมา หากเกิดสภาวะเช่นนี้แล้ว เส้นผมจะไม่สามารถงอกใหม่ได้อีก ยกเว้นการรักษาโดยการปลูกถ่ายเส้นผมเท่านั้น วิธีการหยุดผมร่วงตามธรรมชาติ การรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูงมากขึ้นการกินเนื้อสัตว์ ปลา ถั่วเหลืองหรือโปรตีนชนิดอื่น ๆ อาจช่วยลดการสูญเสียเส้นผม นอกจากนี้อาหารโปรตีนหลายชนิดอุดมไปด้วย วิตามีน บี- 12 การดูแลเส้นผมไม่ควรแปรงผมในขณะที่ผมเปียกและถูเส้นผมแรงๆควรเป่าให้แห้งแล้วจึงควรหวีหรือแปรงผม การลดความเครียดบางครั้งสาเหตุการสูญเสียเส้นผมมาจากความเครียด การฝึกสมาธิสามารถช่วยผ่อนคลายลดความเครียด คืนความสมดุลของฮอร์โมน การออกกำลังกาย การเดิน ว่ายน้ำหรือขี่จักรยาน เป็นเวลา 30ถึง 60 นาทีต่อวัน หรือการลองเล่นกีฬา เช่น เทนนิสฟุตบอล ช่วยลดระดับความเครียด การพักผ่อนแบบสันทนาการต่าง ๆการดูหนัง ฟังเพลง อ่านเพลง การนวดหนังศีรษะของคุณไม่กี่นาทีทุกวันจะช่วยให้กระตุ้นการไหลเวียน โดยการไหลเวียนที่ดีจะช่วยให้รูขุมขนที่ใช้งาน วิตามินที่ดีที่สุดสำหรับการเจริญเติบโตของเส้นผม ไบโอติน ส่งเสริมการเจริญเติบโตของเส้นผมป้องกันการเปราะของเส้นผม วิตามิน บี 12 ป้องการหลุดร่วงของเส้นผม ไนอาซีน(วิตามิน บี 3) เพิ่มการไหลเวียนของเลือดบริเวญหนังศีรษะ ช่วยในการเจริญเติยโตของเส้นผม วิตามินซี ป้องกันการสูญเสียเส้นผม ป้องกันผมหงอกก่อนวัยรวมทั้งการเปราะบางของเส้นผม วิตามินอี ช่วยในการป้องกันและลดการสูญเสียผมและเพิ่มการไหลเวียนเพื่อให้หนังศีรษะ วิตามิน ดี มีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งหมดและรวมถึงหนังศีรษะและเส้นผมนอกจากนี้วิตามินดี เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับ สุขภาพ วิตามินดี กระตุ้นรูขุมขนและช่วยให้หนังศีรษะและเส้นผมชุ่มชื้น สังกะสี การขาดธาตุสังกะสีสามารถนำไปสู่​​การสูญเสียเส้นผม สังกะสีมีส่วนช่วยในการฟื้นฟูเซลล์ไขมันที่ผลิตในหนังศีรษะและการสังเคราะห์ โปรตีน เหล็ก การศึกษาพบว่าการขาดธาตุเหล็กแม้ว่าจะไม่รุนแรงก็อาจทำให้เกิดโรคโลหิตจางอาจก่อให้เกิดหการสูญเสียเส้นผมในผู้หญิงได้ อย่างไรก็ตาม แม้วิธีธรรมชาติจะช่วยในการหยุดผมร่วงได้แล้ว แต่ในบางคนที่ผมร่วงมากจนผิดปกติ เช่นคนที่ผมร่วงมากกว่า 100 เส้น ต่อวัน ผมร่วงเป็นหย่อมๆ ผมร่วงร่วมกับผื่นที่หนังศีรษะ หรือมีอาการทางร่างกายอื่นๆประกอบด้วย ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรรีบพบแพทย์ทันที เพื่อการรักษาที่ถูกต้องและรวดเร็ว จะทำให้ผมนั้นมีสุขภาพที่ดีอยู่กับเราไปอีกนาน ขอบคุณที่มาจาก : www.emaginfo.com

เรื่องน่าสนใจ สถานที่ลึกลับ สโตนเฮนจ์ Stonehenge
Stonehenge /  สถานที่ลึกลับ / 

สโตนเฮนจ์ ( Stonehenge ) หนึ่งในโบราณสถานลึกลับที่ยังคงหาคำตอบที่แน่ชัดไม่ได้ ว่าใครเป็นผู้สร้าง? สร้างเพื่ออะไร? สร้างได้อย่างไร? แต่ก่อนอื่น เราลองมาทำความรู้จักกับกลุ่มแท่งหินปริศนานี้กันดีกว่า เรื่องน่าสนใจ สถานที่ลึกลับ สโตนเฮนจ์ Stonehenge ภาพจาก www.coolfactsforkids.com สโตนเฮนจ์ (Stonehenge) ตั้งอยู่กลาง "ทุ่งราบซัลลิสเบอร์รี่" (Salisbury Plain) บริเวณตอนใต้ของเกาะอังกฤษ สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนเพราะบริเวณโดยรอบนั้นไม่มีสิ่งปลูกสร้างอื่นใดเลย มีจำนวนแท่งหินทั้งหมด 112 ก้อน ตั้งเรียงเป็นวงกลมซ้อนกัน 3 วง และวางเรียงในลักษณะที่ต่างกัน ทั้งวางนอน วางพาดกัน และวางตั้งขึ้น นักวิทยาศาสตร์ได้คำนวณอายุของหินกลุ่มนี้ พบว่าน่าจะถูกสร้างขึ้นมาเมื่อประมาณ 3,000–2,000 ปีก่อนคริสตกาลนู่นเลย สรุปคืออายุกว่า 5,000 ปีแล้ว! การก่อสร้างสโตนเฮนจ์ ใช้เวลาสร้างต่อเนื่องกันมาถึง 3-4 ระยะ ในช่วงเวลาประมาณ 1,500 ปี คำนวนจากการที่หินแต่ละก้อน แต่ละชั้นมีอายุไม่เท่ากัน มาจากต่างยุคกัน ตั้งแต่ยุคหินตอนปลายจนถึงยุคสำริดตอนต้น สิ่งที่น่าสงสัยคือ บริเวณที่ราบดังกล่าวไม่มีก้อนหินขนาดมหึมานี้อยู่เลย ที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดคือมาจาก "ทุ่งมาร์ลโบโร" (Marlborough Downs) ที่อยู่ไกลออกไปประมาณ 40 กิโลเมตร และยังมีหินสีน้ำเงินหนักสี่ตัน ซึ่งพบได้บริเวณภูเขาพรีเซลีทางตะวันตกเฉียงใต้ของแคว้นเวลส์ (สันนิษฐานว่า ใช้แพลำเลียงล่องมาตามชายฝั่งเวลส์และแม่น้ำเอวอน แล้วชักลากต่อมาทางบก) ภาพจาก www.english-heritage.org.uk เรื่องน่าพิศวงต่อมา คือ คนในยุคนั้นเขาเอาอะไรมายกแท่งหินที่มีน้ำหนักกว่า 30 ตัน แถมยังต้องลากมาจากสถานที่อื่นอันห่างไกล ดูแล้วสมัยนั้นไม่น่ามีเครื่องทุ่นแรงอย่างที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน? ยังไม่รวมถึงเรื่องที่ต้องนำหินมาขัดแต่งให้มีความเหลี่ยม ความมน มีสลัก และเดือยซึ่งจะทำให้หินพาดกันได้อย่างพอดี มีความมั่นคง กล่าวกันว่าเป็นฝีมือของมนุษย์ต่างดาวที่มาเยือนโลก โดยใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยในการสร้าง บ้างก็ว่าเป็นผลงานศิลปะของยักษ์ในยุคก่อน สุดท้ายก็ยังไม่มีใครทราบวัตถุประสงค์ในการสร้าง มีข้อสันนิษฐานมากมาย ยกตัวอย่างที่มีคนพูดถึงกันมาก เช่น - ผู้คนในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18 และ 19 เชื่อว่าเป็นวิหารซึ่งพวกลัทธิดรูอิดใช้ประกอบพิธีบูชาพระอาทิตย์และบูชายัญมนุษย์ แค่แนวความคิดนี้ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะสโตนเฮนจ์นั้นสร้างเสร็จอย่างน้อย 1,000 ปีก่อนลัทธิดังกล่าวจะเฟื่องฟู - ใช้เป็นสถานที่รักษา ผู้เชี่ยวชาญด้านเสียงและดนตรีจากมหาวิทยาลัยฮัดเดอร์ฟิลด์ค้นพบว่า แท่งหินมหึมาที่ตั้งตระหง่านเป็นวงกลมเหนือเนินดินสามารถสะท้อนเสียงได้อย่างวิเศษ นักวิจัยคาดว่าดนตรีที่เล่นกันบริเวณสโตนเฮนจ์คงเป็นเพลงที่มีจังหวะธรรมดาซ้ำๆ และให้สะท้อนก้องอยู่ในบริเวณนั้น ตรงกันกับเทคโนโลยีกลศาสตร์นาโน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีช่วยปรับปรุงงานวิจัยด้านการแพทย์ ด้านการผ่าตัด การผลิตอาหาร และเชื้อเพลิง - สร้างเพื่อศึกษาด้านดาราศาสตร์ สังเกตปรากฏการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนท้องฟ้า เช่น สุริยุปราคา จันทรุปราคา เป็นเครื่องคำนวญยุคก่อนประวัติศาสตร์ซึ่งใช้เป็นปฏิทินดาราศาสตร์และโหราศาสตร์ เพราะแนวของหินกลุ่มก้องต่าง ๆ ล้วนมีความสัมพันธ์กับแนวการเคลื่อนของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาวพระเคราะห์ทั้งสิ้น ภาพจาก www.express.co.uk - เป็นสถานที่ประกอบพิธีศพ และเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความตายของกลุ่มชนชั้นสูงในยุคก่อนประวัติศาสตร์ จากการขุดพบโครงกระดูกของมนุษย์โบราณฝังอยู่ในบริเวณดังกล่าว ตั้งแต่ประมาณเมื่อ 3,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่สโตนเฮนจ์เริ่มถูกสร้างขึ้น และคาดว่าน่าจะถูกใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีศพสำหรับชนชั้นสูงในสมัยยุคหินยาวนานต่อเนื่องกันไม่ต่ำกว่า 500 ปี อย่างไรก็ดี แม้ผลการพิสูจน์โครงกระดูกที่ถูกขุดมาจากบริเวณสโตนเฮนจ์จะบ่งชี้ว่าสโตนเฮนจ์ถูกใช้เป็นสุสาน ก็ไม่ได้หมายความว่านั่นคือจุดประสงค์แรกมนุษย์ยุคก่อนสร้างสโตนเฮนจ์ขึ้นมา ถึงทฤษฎีทั้งหลายในปัจจุบัน จะสามารถพิสูจน์ได้เป็นเหตุเป็นผล มีหลักฐาน มีตัวเลขสถิติสนับสนุนว่าเป็นความจริง แต่ก็ยังไม่มีทฤษฎีไหนเลยที่จะไขปริศนาอันลึกลับดำมืดของ สโตนเฮนจ์ ได้อย่างกระจ่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะเรื่องที่ว่า ใครเป็นผู้สร้าง? ยังเป็นสิ่งที่น่าค้นหา ติดตามกันต่อไป ที่มา : wikipidia,manager,komchadluek,history,nationalgeographic, http://travel.truelife.com/ บทความท่องเที่ยวน่าสนใจ : 10 อันดับ สถานที่ท่องเที่ยวประเทศอังกฤษ : ความลับใต้ สโตนเฮนจ์ Stonehenge