มีเพศสัมพันธ์

หนุ่มขี้โรค ฟิตหุ่น จากร่างเด็ก 11 เป็นหุ่นกับตันอเมริกา
Fitness /  ฟิตเนส / 

หนุ่มขี้โรค ฟิตหุ่น จากร่างเด็ก 11 เป็นหุ่นกับตันอเมริกา แดนนี่ เมย์ Danny May หนุ่มวัย 25 จากลิเวอร์พูด ประเทศอังกฤษ เคยมีความผิดปกติทางพันธุกรรมที่เรียกว่าโรค Kallmann Syndrome ฮอร์โมนเพศชายอย่างเทสโทสเทอโรนไม่สามารถทำงานได้อย่างปกติ ทำให้ร่างกายของเขายังคงเป็นเหมือนเด็ก ซึ่งเขาได้บอกว่าช่วงที่ตัวเองอายุ 20 ร่างกายของเขากลับดูเหมือนเด็กอายุ 11 ปี แต่หลังจากที่เขาไปหาแพทย์เพื่อรับการรักษาด้วยการฉีดฮอร์โมนเพศชาย testosterone เข้าร่างกาย และทำกายภาพบำบัดไปด้วย ในระยะเวลา 5 ปี เขาก็เปลี่ยนแปลงตัวเองจากเด็กขี้ก้างที่มีรูปร่างอย่างกะเด็กประถมกลายเป็นหนุ่มหุ่นล่ำกล้ามโตเลยทีเดียว โดยเขาเล่าให้ฟังว่าช่วงชีวิตวัยเด็กของเขามันช่างเลวร้ายมาเวลาเห็น เพื่อนๆ ที่เล่นมาด้วยกันเติดโตตัวใหญ่กันไปหมดเหลือเขาคงสภาพเดิมไว้คนเดียว เขารู้สึกแย่จนปิดกั้นตัวเองไม่สุงสิงกับใคร จนการเป็นคนเก็บตัว และรู้สึกเกลียดตัวเองที่โตมาไม่เหมือนกับคนอื่นๆ โดยวิธีที่เขารักษานั้นต้องรับการฉีดฮอร์โมนเพศชาย 250mg สองสัปดาห์ต่อหนึ่งครั้ง ต้องกินอาหารวันละ 6000 แคลลอรี่เพื่อให้ร่างกายสร้างกล้ามเนื้อ โดยเขาต้องกินอาหาร 7 มื้อ ต่อ 1 วันเลยทีเดียว ซึ่งสุดท้ายเขาก็เอาชนะมันได้ โดยเขาฟิตร่างกายด้วยการเข้ายิม 5 ครั้งภายใน 1 อาทิตย์ กินอาหารที่สร้างกล้ามเนื้อทั้งโปรตีนและฉีดรับฮอร์โมนให้กับร่างกายซึ่งทำ ให้เขาที่เคยหนักแค่ 42 กิโลกรัม พุ่งทะยานไปถึง 82.5 กิโลกรัม กลายเป็นหนุ่มหล่อกล้ามโตได้อย่างสมบูรณ์แบบ กลุ่มอาการคาลล์แมน (Kallmann Syndrome) เป็นโรคของการขาดฮอร์โมนเพศชาย หากขาดโดยสมบูรณ์ คนที่เป็นจะไม่เข้าสู่วัยหนุ่ม ตัวไม่สูง ผิวพรรณนิ่มนวลเหมือนเพศหญิง ไม่มีขนรักแร้ ไม่มีขนหัวหน่าว ลูกอัณฑะเล็กไม่ลงถุงอัณฑะ อวัยวะเพศชายขนาดเล็กเหมือนเด็กชาย เสียงไม่แตก ไม่มีสิว หน้าไม่มัน ไม่มีหนวดเครา ไม่มีกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ไม่มีขนหน้าอก กระดูกพรุนจากการขาดฮอร์โมน ไม่มีความต้องการทางเพศ อวัยวะเพศไม่แข็งตัว ซึ่งในบางรายอาจขาดฮอร์โมนเพศชายเพียงบางส่วน อาการก็จะแสดงเพียงบางอย่าง หากอาการขาดฮอร์โมนดังกล่าวพบร่วมกับจมูกไม่ได้กลิ่น ซึ่งแสดงว่าสมองส่วนรับกลิ่นเสียไปด้วย Men.MThai เรียบเรียงเนื้อหาจากต้นฉบับ http://www.dailymail.co.uk/femail/article-3079770/Scrawny-bartender-condition-left-looking-like-child-ripped-bodybuilder-thanks-hormone-jabs.html

คสช.แจงข้อสงสัย'ณัฐวุฒิ'ยันแค่อำนวยความสะดวก
คสช. /  ณัฐวุฒิ ใสเกื้อ / 

'โฆษก คสช.' แจงข้อสงสัย 'ณัฐวุฒิ'ยัน คสช. แค่อำนวยความสะดวก ให้กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญเดินไปได้ตามกรอบเวลา พ.อ.วินธัย สุวารี ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ชี้แจงกรณีที่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวถึงข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ทำในนาม ครม.ไม่ใช่ คสช. แต่เมื่อลงนามโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ก็ถือว่าเป็นคนเดียวกัน ว่า เรื่องร่างรัฐธรรมนูญ คสช. อยู่ในฐานะผู้ให้การสนับสนุนอำนวยความสะดวก เพื่อให้กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญเดินไปได้ตามกรอบเวลา ส่วนเรื่องเนื้อหาเป็นเรื่องขององค์กรหลักที่รับผิดชอบ สำหรับข้อเสนอเพิ่มเติมจาก ครม. ที่ให้ไปกับคณะกรรมาธิการยกร่างฯ จะเป็นไปในลักษณะของกลุ่มคณะ ไม่ใช่ของ พล.อ.ประยุทธ์ ดำเนินการคนเดียว ยืนยันว่า ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ตามกรอบและแนวทางที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวได้กำหนดไว้ ส่วนการที่ นายณัฐวุฒิ ได้มีข้อสังเกตส่วนตัว ว่า มีการจงใจไม่พูดถึงที่มาของนายกรัฐมนตรีเท่ากับ คสช. ชูธงให้เห็นว่าเอาแน่เรื่องนายกฯ คนนอก รวมทั้งกล่าวว่า ที่มาของ ส.ส. และ ส.ว. ก็ยังไม่ชัดเจน น่าจะเป็นเพียงมุมมองที่ไม่ตรงใจ นายณัฐวุฒิ อยู่แต่เดิม ซึ่งเรื่องดังกล่าวทางองค์กรที่รับผิดชอบกำลังพิจารณาอยู่ สำหรับข้อเสนอที่ทาง ครม. มีต่อคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ในครั้งนี้ เท่าที่ได้ทราบในเบื้องต้นจะเน้นความเกี่ยวข้อง ในเชิงการบริหารราชการ ที่อาจต้องมีความสัมพันธ์หรือเชื่อมโยงกับรัฐธรรมนูญ

โวยหมอสองแคว คนไข้ไส้ติ่งแตก เป็นความผิดของใคร???
คนไข้ /  พิษณุโลก / 

โวยหมอเมืองสองแคว คนไข้ไส้ติ่งแตก เป็นความผิดของใคร??? ชาวสังคมออนไลน์ได้แชร์ภาพและข้อความจากสมาชิกเฟซบุ๊ค ชื่อ กฤษณา กอสัมพันธ์ โดยได้โพสต์ข้อความถึง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่คนไข้ไส้ติ่งแตกแต่ไม่ได้รับความใส่ใจจากเจ้าหน้าที่ โดยระบุว่า นางลา แซ่ม้า ได้เกิดอาการปวดท้อง มารักษาที่โรงพยาบาลพุทธชินราช แพทย์เจ้าของไข้วินิจฉัยว่า เป็นถุงน้ำในมดลูก ผ่าตัดถุงน้ำ หลังผ่าตัด ยังปวดท้อง และปวดลำใส้ แต่ไม่มีใครสนใจ หมอให้คนไข้กลับไปพักฟื้นที่บ้าน ต่อมาคนไข้ไส้ติ่งแตก ติดเชื้ออย่างรุนแรง สุดท้าย ต้องตัดลำใส้ 40 ซม. แผลหน้าท้องต้องเข้าห้องผ่าตัด รวม 4 ครั้ง แผลตั้งแต่ใต้ราวนมถึงหัวเหน่า ต้องนอนรักษาตัว 48 วัน โดยเจ้าของโพสต์มีคำถามที่ข้องใจว่ากรณีนี้เป็นความผิดของใคร หมอ พยาบาล ละเลยไม่ใส่ใจ หรือ เป็นคราวซวยของคนไข้เองที่ไม่ตาย พร้อมอ้างถึง การพิจารณาเยียวยาตามมาตรา 41 ของ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพ คุณหมอใช้หลักมนุษยธรรมข้อใดพิจารณาใช้ข้อเท็จจริง อันใดพิจารณาว่าเป็นความผิดของคนไข้เอง จึงไม่เยียวยา อย่างไรก็ตามเจ้าของโพสต์เรียกร้องให้มีการแชร์ให้เรื่องนี้ไปถึงผู้ใหญ่ในแวดวงสาธารณสุขเพื่อให้ผู้เสียหายได้รับความเป็นธรรมและจี้ให้หมอรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น MThai News

ไอร์แลนด์ มติท่วมท้น คู่รักร่วมเพศแต่งงานได้
ข่าวต่างประเทศ /  ประชามติ / 

กลุ่มคนรักร่วมเพศ ชาวไอร์แลนด์ เฮ! ผลรวมประชามติ อนุญาติให้คู่รักร่วมเพศ สามารถแต่งงานกันได้ คาดบังคับใช้กฎหมายในเดือนกันยายนนี้ วันนี้ (24 พ.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายผลการลงประชามติเกี่ยวกับการเปิดโอกาสให้คู่รักเพศเดียวกันสามารถแต่งงานได้ ในประเทศไอร์แลนด์ ผลปรากฎว่า ชาวไอร์แลนด์กว่า 61% ลงมติรับรองให้มีการแก้ไขรัฐธรรมมนูญ ว่าด้วยเรื่องของ การแต่งงาน เป็นการทำสัญญาผูกพันทางกฎหมายระหว่างคนสองคนโดยไม่กำหนดเพศ ซึ่งเป็นการอนุญาตให้คู่รักเพศเดียวสามารถแต่งงานกันได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และมีสิทธิเท่าเทียมกับคู่รักต่างเพศทุกประการ ทั้งนี้ ผลอย่างเป็นทางการ มีชาวไอร์แลนด์ทั้งหมด 1,201,607 คน ร่วมลงคะแนนเสียง โดยมีชาวไอร์แลนด์โหวต 'YES' ทั้งสิ้น 734,300 คน นับเป็น 61 % ของผู้ลงคะแนนเสียงทั้งหมด ทำให้ไอร์แลนด์เป็นประเทศแรกที่มีการผ่านร่างกฎหมายดังกล่าว ด้วยการลงประชามติ และเป็นประเทศที่ 20 ที่ให้สิทธิเท่าเทียมในการแต่งงาน คาดว่าร่างกฎหมายดังกล่าว จะมีผลบังคับใช้ในเดือนกันยายนนี้ MThai News ที่มา : cnn

มะเร็งท่อน้ำดี คร่าชีวิตคนไทย มากที่สุดในโลก เกินครึ่งตรวจพบในระยะสุดท้าย
ท่อน้ำดี /  พยาธิใบไม้ตับ / 

จากสถิติพบว่า ในระยะ 50 ปีที่ผ่านมา ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย พบผู้ป่วยเป็น โรคมะเร็งท่อน้ำดี มากเป็นอันดับหนึ่งของประเทศและติดอันดับสูงที่สุดในโลก โดยปัจจุบันปัญหาดังกล่าวมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ป่วย ได้รับการวินิจฉัยในระยะสุดท้าย ส่งผลให้มีอัตราการเสียชีวิตสูงมาก ภายในงาน “มิติใหม่การศึกษา เดินหน้าประเทศไทย” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 –22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ณ กระทรวงศึกษาธิการ โดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานได้รวบรวมนวัตกรรมใหม่ด้านการศึกษาทุกระดับมาจัดแสดงผลงาน ในการนี้ โครงการพัฒนามหาวิทยาลัยแห่งชาติ โดยการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา ได้นำเสนอผลงานการวิจัยและพัฒนาในหลายด้านรวมถึง โครงการวิจัย พยาธิใบไม้ตับ และ มะเร็งท่อน้ำดี จากมหาวิทยาลัยขอนแก่นด้วยซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมชมงานเป็นอย่างยิ่ง โครงการวิจัย พยาธิใบไม้ตับ และ มะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดย ศ.ดร.พวงรัตน์ ยงวณิชย์ และ รศ.สพ.ญ.ดร.ธิดารัตน์ บุญมาศ เป็นโครงการระยะยาวซึ่งได้ทำการวิจัยมาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปีเนื่องจาก ปัญหาการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ และมะเร็งท่อน้ำดีเป็นปัญหาสาธารณะสุขที่สำคัญและเรื้อรังมาช้านานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โรคดังกล่าวเกิดจากการขาดความรู้พื้นฐานของการเกิดโรคและธรรมชาติของมะเร็งท่อน้ำดีอย่างถ่องแท้อีกทั้งขาดวิทยาการด้านการรักษาและติดตามผลอย่างเป็นระบบตลอดจนขาดการรณรงค์และป้องกันอย่างจริงจังและต่อเนื่องทั้งที่จริงแล้วมะเร็งท่อน้ำดีสามารถรักษาหายและป้องกันได้ จากการศึกษาวิจัยพบว่าโรคมะเร็งท่อน้ำดี มีสาเหตุสัมพันธ์กับโรคพยาธิใบไม้ตับสืบเนื่องมาจากการบริโภคอาหารประเภทปลาน้ำจืดดิบ อาทิ ก้อยปลาปลาส้มและปลาร้าที่หมักไม่นาน โดยปลาเหล่านี้จะมีระยะติดต่อของ พยาธิใบไม้ตับ ปะปนอยู่ เมื่อเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ตัวอ่อนของพยาธิ จะเคลื่อนที่จากลำไส้เข้าไปฝังตัว และเจริญเติบโตในท่อน้ำดีและออกไข่ปะปนมากับอุจาระลงสู่แหล่งน้ำ เมื่อไข่ถูกหอยไชกินจะพัฒนาและเพิ่มจำนวนเป็นตัวอ่อน เข้าสู่ปลาที่กินหอยเป็นอาหารและพัฒนาเป็นตัวอ่อนระยะติดต่อ และเข้าสู่คนจากการบริโภคปลาดิบโดยวงจรชีวิตของพยาธิใบไม้ตับใช้เวลาสะสมและหมุนเวียนวงจรมาหลายทศวรรษ ตัวอ่อนของพยาธิเติบโตอาศัยอยู่ภายในท่อน้ำดีซึ่งมีทั้งบริเวณในตับ และนอกตับเมื่อร่างกายพบสิ่งปกติ จะเกิดกระบวนการขับออกซึ่งก่อให้เกิดการอักเสบในระดับเซล และหากเกิดการติดพยาธิใบไม้ตับซ้ำซาก หรือมีจำนวนพยาธิมากการอักเสบเหล่านั้นจะเพิ่มปัจจัยเสี่ยง ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงในระดับพันธุกรรมจนกลายเป็นเซลมะเร็ง ส่วนใหญ่มักจะไม่พบอาการผิดปกติใดๆ ในระยะนี้แต่เมื่อเกิดอาการตัวเหลือง ตาเหลือง จึงเริ่มนำส่งโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการรักษา ซึ่งเป็นมะเร็งระยะลุกลามมากแล้ว ไม่สามารถผ่าตัดได้หลังเข้ารับการวินิจฉัย หลังจากนั้นผู้ป่วยจึงมักเสียชีวิตลงภายในเวลาไม่นาน จนกระทั่งเกิดความเข้าใจผิดๆ ว่า “ผ่าก็ตาย ไม่ผ่าก็ตาย” ปัจจุบันพบประชาชนที่ตกอยู่ในกลุ่มเสี่ยงของ โรคมะเร็งท่อน้ำดี จากโรคพยาธิใบไม้ตับในภาคตะวันออกเฉียงเหนือกว่า 6,000,000 คน และ มีผู้ป่วยโรคเป็นมะเร็งท่อน้ำดีประมาณ 14,000 คน ต่อปี โดยส่วนใหญ่ มีฐานะยากจนและไม่สามารถเข้าถึงบริการสาธารณะสุขพื้นฐานได้ ดังนั้น การให้ความรู้เพื่อป้องกันและตัดวงจรของ โรคพยาธิใบไม้ตับ จึงจำเป็นอย่างยิ่งโครงการวิจัยพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีซึ่งได้รับทุนจากโครงการมหาวิทยาลัยแห่งชาติ ผ่านมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้นำองค์ความรู้จากการวิจัย ไปสู่การบริการสังคมจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำโดยแบ่งเป็นการบริการสังคม ซึ่งได้มีการจัดตั้ง CASCAP หรือโครงการบริการคัดกรองผู้ป่วยโรคมะเร็งท่อน้ำดีในภาคอีสานซึ่งรับลงทะเบียนประชากรกลุ่มเสี่ยงไปแล้วกว่า 80,000 คน มีการตรวจคัดกรองกว่า 40,000 คน และพบผู้สงสัยว่าจะเป็นมะเร็งอีกกว่า 500 คน โดยโรคมะเร็งท่อน้ำดีหากพบเร็วก็จะสามารถทำการผ่าตัดรักษาให้หายได้ มีการดำเนินการเผยแพร่ความรู้สู่ชุมชน สร้างความตระหนักและตื่นตัว ให้มีการรณรงค์หยุดกินปลาดิบ นอกจากนี้ทุนในโครงการดังกล่าวสามารถผลิตนักวิจัยที่เป็นกำลังสำคัญในการสร้างองค์ความรู้ต่อไปในอนาคต การวิจัยดังกล่าว ในโครงการพัฒนามหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติสามารถสร้างองค์ความรู้ นวัตกรรม และเทคโนโลยีใหม่ๆ ส่งผลกระทบให้แก่ประชาชนในด้านสุขภาพเป็นวงกว้างสร้างโอกาสการได้รับบริการด้านสาธารณสุข และเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนของประเทศอีกทางหนึ่งด้วย รายงานโดย Health Mthai Team

San Andreas : เพื่อลูกเมีย ข้าจะสู้หลังชนฝา
San Andreas /  ดูแล้วมาคุยกัน / 

ปัญหาในการมาถึงของ San Andreas ในปีนี้ คือมันผ่านช่วงเวลาตื่นตูมตกใจ ในวิกฤตการณ์วันสิ้นโลก 2012 จากนอสตราดามุส ปฏิทินมายัน และสารพัดคำทำนาย ที่ทำให้เกิดกระแสภาพยนตร์ภัยพิบัติทะลักล้นไปแล้ว และผู้ชมก็ชินตากับภัยธรรมชาติบนจอไปเรียบร้อย การซ้ำทางแบบนี้จึงน่าเป็นห่วงอยู่พอตัว แนวทางที่หนังเรื่องนี้นำมาแก้เกม คือการพยายามทำให้คนดูเชื่อว่า สิ่งที่เห็นนั้นเป็นจริง ทั้งในส่วนของแผ่นดินไหว และความสัมพันธ์ในครอบครัว แต่ทว่ามันสำเร็จและล้มเหลวไปพร้อมๆ กัน San Andreas ถ่ายทอดเรื่องราวของ เรย์ หัวหน้าหน่วยนักบินเฮลิคอปเตอร์กู้ภัย ที่มีปัญหาระหองระแหงกับ เอ็มมา ภรรยาที่ห่างกันไป และเป็นห่วง เบลค ลูกสาวสุดรักอยู่ในที จนเกิดแผ่นดินไหวครั้งมโหฬาร นำมาซึ่งการพังทลายของเมืองเสียย่อยยับ เรย์ พร้อมฮ.คู่ใจ ต้องตามไปช่วยภรรยาและลูกสาว ให้รอดตายจากมหันตภัยครั้งนี้ แต่อุปสรรคนานัปการก็ค่อยๆ ถาถมเข้ามาไม่หยุด กลวิธีที่ San Andreas ใช้สร้างภาพของแผ่นดินไหว คลื่นยักษ์ และซากแห่งความย่อยยับอับปางนั้น ไม่ติดปัญหาอะไร เพราะมันเนี้ยบกริบ อลังการได้ตามมาตรฐานเทคนิคพิเศษฮอลลีวูดอย่างไม่ขวยเขิน แต่ปัญหาทั้งหมดตกไปอยู่ที่กลุ่มศาสตราจารย์และผู้รู้ในเชิงวิชาการแผ่นดินไหว ที่คิดค้นเครื่องแจ้งเตือนได้สำเร็จ และนำปัญหา รวมไปถึงข้อเท็จจริงต่างๆ ในสภาพความรู้เพียวๆ หลักวิทยาศาสตร์ที่ถอดมาจากหนังสือ มาถกเถียงอภิปราย และว้าวุ่นพยายามอธิบายให้คนดูได้รู้อย่างยืดยาว ฉากเหล่านี้เป็นส่วนเกินที่มากมายเกินจำเป็น และสร้างความน่าเบื่อให้หนังอยู่ไม่น้อย หลักการเหล่านี้อาจช่วยให้ภาพตรงหน้าดูน่าเชื่อถือขึ้นก็จริง แต่วิธีทื่อมะลื่อตรงไปตรงมานี้ มันไม่ได้ผลนะศาสตราจารย์ หากส่วนเกินที่หนังตั้งใจใส่มาช่วย (แต่ผลออกมาซวยมากกว่า) ในช่วงอารัมภบทที่ออกจะเต็มไปด้วยทฤษฎีผ่านไป การแบ่งรับแบ่งสู้เรื่องราวออกเป็น 3 เส้น 3 สถานที่ คือ เรย์ ที่ออกบินทดสอบเครื่อง / เอ็มมา ที่อยู่บนตึกสูง / เบลค อยู่อีกตึกสูงหนึ่่ง จนเกิดแผ่นดินไหวตูมตามครั้งใหญ่ เรื่องราวทั้งหมดจึงมาบรรจบกันได้ และเร่งจังหวะ ให้ชวนสนุกตื่นเต้นขึ้นมาบ้างหลังจากฟังเลคเชอร์อยู่เสียนาน แต่ถึงกระนั้นเมื่อตัวละครที่รับบทโดย เดอะร็อค ออกจะครบองค์สุดเก๋า เก่งกล้าสามารถเหนือระดับหน่วยกู้ภัย ราวกับเล่นเกมส์ใช้สูตรขนาดนี้ ความสมจริงของภัยพิบัติที่พยายามสร้างมาก็พังไปอีกรอบ เพราะคุณพ่อคนนี้ เขาเหนือจริงไปเสียแล้ว . ตั้งหน้าตั้งตาช่วยลูกเมีย จนหลังชนฝา จนไม่อาจไปต่อใดๆ ให้คนดูได้เห็นคุณค่าของชีวิตได้อีก . แต่เดี๋ยวก่อนครับคุณผู้ชม San Andreas มิได้พังพาบตามอาคารไปขนาดนั้น ในขณะที่เส้นเรื่องคุณพ่อใช้สูตรอมตะไปเรียบร้อย เส้นเรื่องของ เบลค อันเป็นลูกสาวเชื่อไม่ทิ้งแถวนั้น น่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง ด้วยความรู้ด้านการเอาชีวิตรอดที่ได้มาจากพ่อ เมื่อรวมกับการที่เธอต้องมีเพื่อนร่วมทางเป็นไอ้หนุ่มไม่เอาอ่าว ทำอะไรไม่เป็น แถมปอดแหกเล็กๆ ที่กระเตงน้องชายยียวนมาด้วยแล้ว ความเป็นหญิงแกร่งก็ยิ่งเด่นชัด และคอยลุ้นไปว่าเธอจะงัดเอาความรู้ตรงไหน มาใช้แก้ปัญหาตรงหน้าให้ผ่านพ้น และขับเคลื่อนไปพร้อมๆกับความรักกุ๊กกิ๊กระหว่างชายหญิงด้วย ซึ่งเราสามารถสัมผัสและเห็นพัฒนาการได้มากกว่ารุ่นคุณพ่อคุณแม่ ที่จับต้องอะไรไม่ค่อยจะได้นัก โดยองค์รวมแล้ว หาก San Andreas จะเลือกเส้นเรื่องทั้งสองที่พันอีนุงตุงนังกัน มาเน้นย้ำเพียงประเด็นเดียว หนังอาจจะน่าสนใจ และเอาใจช่วยในโลกกลางหายนะครั้งนี้มากขึ้น แต่การเหมาหมดรักพี่เสียดายน้อง ทั้งความจริงทางวิทยาศาสตร์ ครอบครัว และรักหนุ่มสาว มากมายขนาดนี้ และทำให้ตัวละครเด่นที่สุดตั้งแต่ตัวอย่างหนังอย่าง เรย์ ต้องตั้งหน้าตั้งตาช่วยลูกเมีย จนหลังชนฝา มิใช่ในความหมายว่าไม่ย่อท้อ และพยายามสุดชีวิต (เพราะพี่เก่งขนาดนั้นไปแล้ว) แต่หลังชนฝา จนไม่อาจพัฒนาเรื่องราว หรือไปต่อในความสัมพันธ์ใดๆ ที่คนดูได้ประทับใจและเห็นคุณค่าของชีวิตได้อีกอย่างน่าเสียดาย เรื่องนี้จัดไป 7 / 10 ครับ Lecter. --------------------------------------

	อยากรักก็ต้องเสี่ยง ฮั่น ใช้ความดีเข้าสู้ เอาชนะใจ อากู๋
ฮั่น เดอะสตาร์ /  อิงฟ้า ดำรงชัยธรรม / 

รู้ว่าเสี่ยง แต่คงต้องขอลอง…อุต๊ะ! ไม่รู้ว่าเป็นอะไรอยู่ๆ พอเห็นภาพปาปารัซซี่คู่หนุ่ม ฮั่น อิสริยะ หรือ ฮั่น เดอะสตาร์ กับสาวสวยอย่าง อิงฟ้า ดำรงชัยธรรม ลูกสาวคนสวยของ อากู๋ บิ๊กบอสของแกรมมี่ ก็อยากจะร้องเพลงเล่นของสูงขึ้นมาซะงั้น อาจจะเป็นเพราะได้ยินเสียงเม้าท์มาหนาหูเหลือเกินว่า ยิ่งหนุ่มฮั่นสนิทสนมกับสาวอิงฟ้ามากขึ้นเท่าไหร่ เปอร์เซ็นต์เสี่ยงก็มีมากขึ้นเท่านั้น เผลอๆ อาจจะมีงานน้อยลง อนาคตดับวูบไปเลยก็ได้ ว้าย...ตายแล้ว พวกมีปากก็พูดกันไปเรื่อยเปื่อย แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่พวกขาเม้าท์พูด กับสิ่งที่เห็นมันช่างดูขัดหูขัดตากันอย่างสิ้นเชิง เพราะหนุ่มฮั่นเองก็ยังฮอตมีงานเข้ามาเรื่อยๆ จุดนี้คงเป็นเพราะที่ผ่านมาหนุ่มฮั่นวางตัวดีเสมอต้นเสมอปลาย แม้จะมีกระแสข่าว มีภาพหลุดอะไรออกมา He ก็จะออกมาขอโทษขอโพยเคลียร์ปัญหาให้กระจ่างแจ้งทุกครั้ง เรียกว่าให้เกียรติสาวอิงฟ้าสุดๆ เพราะเป็นคนน่ารักอย่างนี้นี่เองสาวๆ ค่อนประเทศถึงได้สมัครตัวสมัครใจมาเป็นแฟนคลับ และดูท่าทางหนุ่มฮั่นจะแคร์ครอบครัวของสาวอิงฟ้ามว้าก...ไปไหนทำอะไรก็อยู่ในสายตาของอากู๋ตลอดๆ ก็ไม่รู้ว่าความดีจะสามารถเอาชนะใจอากู๋ได้อ๊ะเปล่า งานนี้คงต้องมาช่วยกันลุ้นแล้วละค่ะ ว่าหนุ่มฮั่นจะพัฒนาความสัมพันธ์ไปได้ถึงขั้นไหน อิอิอิ ฮั่น อิสริยะ - อิงฟ้า ฮั่น อิสริยะ - อิงฟ้า ฮั่น อิสริยะ - อิงฟ้า ฮั่น อิสริยะ - อิงฟ้า

วางแผนให้ไว! รวมเทศกาลท่องเที่ยวสุดพิเศษที่ มาเลเซีย ตลอดเดือนมิถุนายน
ท่องเที่ยวต่างประเทศ /  มาเลเซีย / 

สำหรับเดือนมิถุนายนที่กำลังจะมาถึงนี้ เตรียมตัวบินลัดฟ้าสู่ประเทศมาเลเซีย เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่กับเทศกาลสุดแสนพิเศษสมกับปีแห่งเทศกาล 2015 การเฉลิมฉลองแบบไม่มีสิ้นสุด ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมทางวัฒนธรรม ดนตรี กีฬา ชอปปิ้ง และอื่นๆอีกมากมายหลากหลาย เรียกได้ว่าครบรสเอาใจนักท่องเที่ยวทุกเพศทุวัย ทุกไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง รีบค้นหาเทศกาลที่ถูกใจ จับจองที่นั่ง ออกค้นหาสิ่งใหม่ๆ ในดินแดงแห่งสีสัน พลาดไม่ได้แล้วเพราะหนึ่งปีมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น!!! มหกรรมดนตรีดูพระอาทิตย์ตกดิน สัมผัสประสบการณ์มหกรรมดนตรีสดสุดมันส์ที่ Tanjung Simpang Mengayau รัฐซา-บาห์ ณ ดินแดนเหนือสุดแห่งเกาะบอร์เนียว สนุกสุขสันต์ยามเย็นไปกับดนตรีสุดโปรดเสิร์ฟโดยศิลปินมากความสามารถหลายแบนด์ โยกพลิ้วตามจังหวะเพลงไปกับสายลมและแสงแดดยามเย็น พร้อมดื่มด่ำบรรยากาศพระอาทิตย์ตกดินเหนือทะเลจีนใต้ เปิดรับความมันส์แห่งมหกรรมดนตรีที่เข้าคิวรอเสิร์ฟถึงมือคุณ!! ทีนี่ที่เดียว มาเลเซีย!!! วันที่: 5-6 มิถุนายน 2558 สถานที่: Tip of Borneo, Tanjung Simpang Mengayau, Kudat, Sabah เบอร์ติดต่อ: +6088-232 121 เว็บไซต์: www.sunsetmusicfest.my เทศกาลเต้นรำมาเลเซีย ในปี 2015 นี้ เหล่านักเต้นขาแด็นซ์และผู้ที่ชื่นชอบการเต้นทั้งมืออาชีพและสมัครเล่นจากทั่วทุกมุมโลกจะมารวมตัวกันในงานเทศกาล MALAYSIAN DANCE FESTIVAL เทศกาลจังหวะแห่งสีสัน ที่จะนำท่านโลดแล่นไปกับท่วงท่าที่สัมผัสได้จริงกับนักเต้นมืออาชีพมากกว่า 16 วง ทั้งแนวมาเลเซียดั้งเดิมและโมเดิร์น พร้อมพาทุกท่านเข้าสู่โลกแห่งท่วงทำนองและเสียงเพลง รับชมการประชันฝีมือการเต้นที่จะทำให้ท่านสนุกจนลืมเวลา!!! มาร่วมกันเป็นสักขีพยานการแข่งขันเต้นครั้งสำคัญที่คุณห้ามพลาด!!! วันที่: 4 - 6 มิถุนายน 2558 สถานที่: City Hall Auditorium, Kuala Lumpur เบอร์ติดต่อ: +603-2614 8200/8283/8203 เว็บไซต์: www.jkkn.gov.my 1Malaysia Mega Sale Carnival 1MALAYSIA MEGA SALE CARNIVAL1Malaysia Mega Sale Carnival หรือเทศกาลมาเลเซียออนเซลส์ลดกระหน่ำ ที่รวบรวมสินค้าราคาสบายกระเป๋าแต่คุณภาพจัดเต็มถาโถมมาให้ได้ชอปเต็มที่กว่า 2 เดือน ปรากฎการณ์ที่จะเปลียนมาเลเซียให้เป็นสวรรค์ของนักช็อป ด้วยเอาท์เลท แหล่งชอปปิ้ง และร้านค้าต่างๆ ที่นำเสนอสินค้าและดีลสุดพิเศษมากมายหลากหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็นสินค้า แบรนด์หรูหรา เครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงสินค้าของที่ระลึก ต่างแข่งกันลดจริงจัง!!! หากคุณมั่นใจว่าเป็นนักต่อราคาตัวแม่แล้วละก็ งานนี้ห้ามพลาด!!! แล้วคุณจะรู้ว่ามาเลเซียคือแหล่งสุดยอดชอปปิ้งระดับโลก! วันที่: 27 มิถุนายน – 31 สิงหาคม 2558 สถานที่: ทั้งประเทศมาเลเซีย เบอร์ติดต่อซ +603-8891 8000 เว็บไซต์: www.tourismmalaysia.gov.my MALAYSIAN GAWAI DAYAK OPEN HOUSE CELEBRATION วันกาไว ดายัค ถือเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นเอกภาพ ความปรารถนา และความหวังของชาวดายัค ในวันนี้ชาวดายัคจะทำการบูชาเทพเจ้าที่ตนเคารพ เพื่อขอบคุณที่ทำให้การเพาะปลูกอุดมสมบูรณ์ทั้งฤดูกาลนี้และฤดูกาลหน้า ณ ชุมชนชาวดายัค รัฐซาราวัก ประเทศมาเลเซีย ในเทศกาลกาไวของทุกปีจะเต็มไปด้วยสีสันของการตกแต่งระเบียงบ้านด้วยผ้าโบราณประจำชาวดายัค เสียงดนตรีจากประโคมแกนดังรายาห์บรรเลงไพเราะดังกังวาลเพื่อขอพรจากเทพเจ้าให้พืชผลงอกงามและเพื่อการมีอายุยืนยาว พิธีกรรมจะมีทั้งการขับร้อง เต้นรำ และแบ่งปันอาหารเครื่องดื่ม เมื่อระฆังตีบอกเวลาเที่ยงคืนผู้นำหมู่บ้านจะนำดื่ม “ต๊วก” (ไวน์พื้นเมืองของชาวดายัคที่หมักจากข้าวที่เชื่อกันว่าเป็นยาอายุวัฒนะ) ร่วมกัน และเฉลิมฉลองต่ออย่างสนุกสนาน มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับพิธีกรรมเก่าแก่และน่าหลงใหลนี้ อย่ารอช้า ชาวดายัคเปิดบ้านรอต้อนรับท่านอยู่!!! วันที่: 5 – 6 มิถุนายน 2558 สถานที่: รัฐซาราวัก เบอร์ติดต่อ: +6082 246 575 เว็บไซต์: www.mot.sarawak.gov.my KUANTAN160 CENTURY RIDE กลับมาอีกครั้งกับเทศกาล Kuantan 160 Century Ride เอาใจสิงห์นักปั่นที่จะร่วมปั่นภาระกิจนี้ด้วยระยะทางกว่า 160 กิโลเมตร ผ่านเส้นทางที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งวัฒนธรรม และทิวทัศน์ชองสถาปัตยกรรม แห่งเมืองกวนตัน รัฐปะหัง ไม่สำคัญว่าจะมาเดี่ยว มาคู่ หรือมาเป็นกลุ่ม หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบความท้าทาย ต้องลองด้วยตัวคุณเอง แล้วมาดูกันว่าคุณจะรอดไปตลอดทาง 160กิโลเมตรนี้หรือไม่??? วันที่: 7 มิถุนายน 2558 สถานที่: เมืองกวนตัน รัฐปะหัง เบอร์ติดต่อ: +609 517 1111 เว็บไซต์: www.kuantan160.com MALAYSIA’S TADAU KA’AMATAN: OPEN HOUSE CELEBRATION (MRTM- TADAU) เทศกาลทาเดา คาอามาตัน เป็นเทศกาลที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการเก็บเกี่ยวของชาวกาดาซาน-ดูซุนในรัฐซาบาห์ เพื่อแสดงการต้อนรับฤดูกาลเพาะปลูกที่กำลังมาถึง และแสดงการขอบคุณสำหรับการเพาะปลูกที่สมบูรณ์ที่เพิ่งผ่านไป โดยการเฉลิมฉลองจะเป็นไปด้วยความสนุกสนาน มีแสดงการเพาะปลูก โชว์การละเล่นและกีฬาโบราณ รวมถึงการแห่ธิดาแม่โพสพ Unduk Ngadau ที่รับรองว่าผู้มาเยือนจะต้องหลงใหลไปกับการแสดงต่างๆและอาหารรสเลิศนานาชนิดที่จะติดตรึงใจไปไม่รู้ลืม วันที่: 6 มิถุนายน 2558 สถานที่: ราเนา รัฐซาบาห์ เบอร์ติดต่อ: +603 8000 8000 เว็บไซต์: www.motac.gov.my PENANG BRIDGE INTERNATIONAL MARATHON PENANG BRIDGE INTERNATIONAL MARATHON หรือ PBIM การแข่งวิ่งมาราธอนด้วยระยะทาง 10 กิโลเมตรทั้งมือ-อาชีพและมือสมัครเลนทั้งในและต่างประเทศ การแข่งขันนี้จะจัดขึ้นบนสะพานเชื่อมระหว่างเกาะปีนังและมาเลเซียแผ่นดินใหญ่ ท่ามกลางทิวทัศน์ที่สวยงามระหว่างผืนฟ้า ผืนน้ำ และแผ่นดินสองฟากฝั่ง ที่นี่คือสถานที่จัดกิจกรรมการกีฬาเอาใจนักวิ่งมาราธอนทั้งมืออาชีพ และมือสมัครทั่วทุกมุมโลก มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในปรากฎการณ์ครั้งสำคัญประจำปีและสัมผัสทัศนียภาพแห่งมนต์เสน่ห์ของเกาะปีนัง ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่อายุ 13 ปี ขึ้นไป รักการวิ่ง ชื่นชอบทัศนียภาพของทะเลและขุนเขา เตรียมร่างกายให้พร้อมแล้วมาเจอกัน!!! วันที่: 14 มิถุนายน 2558 สถานที่: Sultan Abdul Halim Mu’adzam Shah Bridge, Penang เบอร์ติดต่อ: +60 016 411 0000 Iftar@KL เดือนรอมฎอนถือเป็นเดือนศักดิ์สิทธิ์ของชาวมุสลิมทั่วโลก ในเดือนนี้ชาวมุสลิมจะงดการรับประทานอาหารและน้ำช่วงรุ่งอรุณจนถึงพลบค่ำ และเมื่อพระอาทิตย์ลับของฟ้าอาหารมื้อพิเศษจะถูกจัดเตรียมขึ้นเพื่อต้อนรับเวลาแห่งการละศีลอด ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ณ ถนนจาลันราจาจะเรียงรายไปด้วยเสื่อที่ถูกปูเป็นระเบียบยาวตั้งแต่ต้นจรดปลายถนนเพื่อเตรียมไว้สำหรับการปิกนิกพร้อมอาหารและเครื่องดื่มฟรี ให้ท่านได้ใช้ช่วงเวลาละศีลอดนี้มีความสุขไปกับการรับประทานอาหารพร้อมหน้าพร้อมตาตั้งแต่เวลา 19.30 น. เป็นต้นไป พิธีร่วมสวดอัลกุรอาน ชมสาธิตการทำ Bubur Lambuk ข้าวต้มโบราณของชาวมาเลย์-มุสลิม และรับฟังการปราศรัยสุดพิเศษจัดให้มีขึ้นตั้งแต่เวลา 17.00–22.00 น. เทศกาลอันยิ่งใหญ่ที่ศักดิ์สิทธิ์นี้ที่จัดขึ้นกลางเมืองแสดงให้เห็นถึงความเชื่อ ความศรัทธา และจิตวิญญาณรวมถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แล้วคุณจะค้นพบความสงบท่ามกลางผู้คนนับพันที่มารวมตัว ณ ที่แห่งนี้ ขอต้อนรับทุกท่าน วันที่:20-21 และ 27-28 มิถุนายน 2558 สถานที่:Sultan Abdul Samad Building, Jalan Raja, Kuala Lumpur เบอร์ติดต่อ: +603 2614 8200 เว็บไซต์:www.jkkn.gov.my

10 คำถาม ชวนคุณมา ใกล้ชิด กับ สามีแห่งชาติ ฌอห์ณ จินดาโชติ
ฌอห์ณ จินดาโชติ /  สามีแห่งชาติ / 

ด้วยบทคุณ เสกข์ จากละครเรื่องเล่ห์รตี ผู้ชายคนนี้ ทำให้เกิดกระแส สามีแห่งชาติ แรงสุดๆ บนโลกออนไลน์ สาวๆ ฟินจิกเบาะจิกหมอน อยากได้สามีแบบคุณเสกข์กันถ้วนหน้า ประจวบเหมาะกับ หนังสือ Present Perfect เพราะวันนี้...ดีที่สุดแล้ว ผลงานเขียนของ ฌอห์ณ จินดาโชติ ขายดิบขายดีถึงขั้นขาดตลาดเลยทีเดียว ถึงแม้หนุ่มหน้าเข้มคนนี้จะอยู่ในวงการบันเทิงมานานหลายปี แต่ปีนี้นับได้ว่าเป็นปีที่พีคได้อีก ของหนุ่ม ฌอห์ณ แม้เราจะได้เห็นเขามานานหลายปี จากผลงานพิธีกร,ละคร,ภาพยนตร์และล่าสุด พ็อคเก็ตบุ๊ค แต่ Women MThai ชักอยากเห็นอีกมุมมองอย่างใกล้ชิดจากปากของสามี(แห่งชาติ) คนนี้ด้วยตัวเอง  เราจึงมี 10 คำถามที่เราไปถามเขามาเพื่อรู้จักหนุ่มคนนี้มากขึ้นกันค่ะ ลองตามมารู้จักตัวตนผู้ชายคนนี้กับเรากัน ปล. กรุณาเตรียมหมอนให้พร้อม แล้วมาจิกไปด้วยกันน๊า ^ ^ 1. คำถามจาก User MThai ฝากถามค่ะ ทำไม ฌอห์ณ ชอบใช้ผ้าปิดปาก ผมเป็นคนติดผ้าพันคอมาก เป็นคนที่ถ้าไปเที่ยวใส่แค่เสื้อยืดสีพื้นกางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบก็ต้องมีผ้าพันคอติดตัว  มันเป็นเหมือนแอคเซสเซอรี่ประจำตัว ถ้าไม่ใช้ จะรู้สึกว่าใส่เสื้อแล้วมันพื้นมาก และทุกครั้งเวลาออกไปถ่ายรูป ถ่ายตามถนนหนทาง สะพานพุทธ สะพานพระราม 8 ควันรถมันเยอะ จะชอบยกผ้าขึ้นมาปิดแล้วถ่าย เวลาเดินทางต่างประเทศหรือเวลาที่ต้องเดินทางลูกรัง ก็จะติดเอาผ้า ขึ้นมาปิด ติดนิสัยว่าเวลาเดินอยู่ข้างนอกชอบติดเอาผ้าปิดปาก ขนาด Mask นี่ก็ไปญี่ปุ่นไปซื้อสีดำมา (มีแต่คนถามหาว่า ฌอห์ณ ไปซื้อที่ไหนมา ) ( ฌอห์ณ หัวเราะ)  เดี๋ยวผมทำขายเอง กะจะทำแบรนด์ตัวเอง 2.สาวๆ กรี๊ดมากกับประโยคที่ฌอห์ณเคยให้สัมภาษณ์ไว้กับนิตยสารแห่งหนึ่ง ขอคำอธิบายแบบเห็นภาพชัดๆ ค่ะว่า คนพิเศษคนนั้น ของฌอห์ณจะได้อะไรมากกว่า "เอาง่ายๆ กับ คนพิเศษ สมมติว่าเป็นแม่ผมนะ ผมก็ดีกับพี่ คุยกับพี่อย่างที่คุยได้ ให้อย่างที่ให้ได้ คนมาขอความช่วยเหลือผม ผมให้อยู่แล้วล่ะ ผมไม่ค่อยปฏิเสธคำขอร้องขอความช่วยเหลือจากใคร เพราะเขาคงคิดมาแล้ว เขาถึงขอเรา และนั่นอาจเป็นคำขอสุดท้าย หรือว่า ผมอาจจะเป็นตัวเลือกสุดท้ายที่เขามี แต่การที่ผมมีคนพิเศษ นั่นหมายถึงคนที่เรารัก และคนที่รักเรา ดังนั้น ถ้าคนคนนั้นเขาจะขออะไร มากน้อยแค่ไหน ถ้าไม่ได้เกินกำลังความสามารถของเรา ไม่ได้ลำบาก เขาต้องเป็นเฟิร์สทช้อยส์ที่ผมจะให้เสมอ ผมถูกสอนมาว่า เราใช้ของดี เคยถามแม่บ้างไหมว่า แม่ใช้ของดีรึเปล่า คุณจะซื้อรถให้ตัวเอง คุณต้องหันไปมองคนข้างหลังด้วยว่า เขาใช้รถที่ดีพอหรือยัง ผมถูกสอนมาอย่างนี้ เพราะฉะนั้นแน่นอน ผมก็อยู่โสดมานานล่ะครับ ในเมื่อมีคนที่พิเศษพอ เขาก็ต้องได้อะไรที่มากกว่าคนอื่น เพื่อยืนยันให้เขารู้สึกว่าเขาคือคนพิเศษสำหรับเรา และเราไม่ได้ดีอย่างนี้กับทุกคน ผมว่าผู้หญิงคนนึงต้องการแค่นี้ล่ะ ซีนหนึ่งใน เล่ห์รตี 3. พูดถึงเรื่องเล่ห์รตี นิด คุณเสกข์กับ ฌอห์ณ กลายเป็น สามีแห่งชาติ รู้สึกยังไงกับคำนี้ "มันก็ดีใจ ปลื้มใจ ตอนแรกเรา ก็ไม่เข้าใจกับ Meaning แบบนี้ เพราะได้ยินแค่สมัย ชัปปุยส์ (น้ำเสียง หน้าตาเขินมากกก) ผมไม่คิดว่าผมจะได้คำนี้มาจาก คนทั่วไป แต่พอเราได้เดินออกไปสู่ที่สาธารณะ ช่วงละครกำลังพีคๆ กลางเรื่อง เวลาไปไหนกับคุณแม่ ทุกคนจะตะโกนเรียก สามีๆๆ เราก็จะ ใครวะ อะไรประมาณนี้ ก็อ่อ เขาหมายถึงเรา หรือ สามีของภรรยาคนนั้นจะเดินเข้ามา ขอถ่ายรูปด้วยหน่อยได้ไหม ภรรยาผมชอบคุณมาก ซึ่งผมรู้สึกดีนะ ที่ผลงานที่เราตั้งใจทำเกือบปีหนึ่ง เก้าเดือนที่เราถ่าย มัน Impact กับความรู้สึกของคน ผมไม่ได้ประทับใจที่ทุกคนรักในสิ่งที่ผมเป็น ผมประทับใจที่ทุกคนรักในความที่คุณเสกข์เป็น เพราะว่าจริงๆ แล้ว สิ่งที่คุณเสกข์ทำกับเคท สิ่งที่คุณเสกข์ทำกับคุณแม่ ปกป้องน้อง ภาคินี เป็นผู้ชายที่ ดีมากคนนึงที่เขาจะทำ ถึงแม้ว่า เขาจะดูโหดร้ายกับนางเอก แต่ทุกอย่างเขามีเหตุผล ถึงภรรยาเก่าจะทำร้ายเขาขนาดไหน เขาก็ยังรัก ผมว่านี่ไม่แปลกเลยที่ทุกคนจะอยากให้คุณเสกข์เป็นสามีแห่งชาติ ผมแค่เป็นคนที่ได้ผลพลอยได้จากการรับบทเป็นเขามากกว่า ฌอห์ณ กับ คุณแม่ 4. งั้น เสกข์ กับ ฌอห์ณ มีอะไรที่คล้ายกันบ้างคะ ผมว่า น่าจะเป็นเรื่องของความรักครอบครัว เขามีคุณแม่คือ พี่เปิ้ล จารุณี และ น้องสาว ยิปซี เหมือนผม ที่มีพี่สาวเป็นคุณพลอย จินดาโชติ และ มีคุณแม่ เราเติบโตมาจากครอบครัวที่ผู้หญิงเป็นผู้สร้าง ฉะนั้นเราจะเข้าใจเรื่องความรู้สึกของผู้หญิงดี ฉากที่คุณเสกข์เขาตาบอด แล้วคุณแม่จับได้ว่าเขาตาบอด แต่เขาไม่ยอมร้องไห้ต่อหน้าแม่ เขาหันหลังไปกอดแม่แล้วต่างคนต่างมองคนละทาง เขาเลยปล่อยน้ำตามาแล้วเขาบอกว่า เขาจะไม่มีวันล้มเพราะเขาเป็นลูกของแม่ เพราะแม่สอนมาให้เขาเข้มแข็ง ผมก็เข้าใจเขาทันทีนะตอนเล่นแล้วคุณแม่ (พี่เปิ้ล จารุณี) พูดต่อบทว่า เราต้องไม่แพ้ เรามีกันอยู่แค่นี้ เราจะล้มไม่ได้ ผมรู้สึกว่านี่ล่ะ Meaning ของลูกผู้ชาย ด้วยการถูกเลี้ยงมาจากแม่คนเก่ง นั่นล่ะที่เราน่าจะเหมือนกัน ส่วนเรื่องของความรัก การรักฟงรักแฟน ผมว่าไม่ต่างกันมาก เพราะเวลาผมมีคนที่ผมรักก็จะมุ้งมิ้งใส่เขา แต่พอลับหลัง อยู่กับคนเยอะๆ ผมก็จะอยู่ในมาดของผมไป ก็จะนิ่งๆ 5. แล้วตอนนี้ ฌอห์ณ พร้อมจะเป็นสามีของใครรึยังคะ ( หัวเราะ ) เอาจริงๆ มันไม่ได้อยู่ที่ผมหรอกฮะ เมื่อเราเจอคนใช่ คนที่เราชอบเราก็ต้องถามเขาด้วยว่า เราคือคนที่ใช่สำหรับเขาหรือเปล่า บางทีอุปสงค์กับอุปทานมันต้องตรงกัน ผมอาจจะยังไม่พร้อมจะเป็นสามีของใครแต่ผมก็พร้อมที่จะเป็นเพื่อนที่ดี เป็นเพื่อนสนิท เป็นคนที่เข้าใจของเขา สามีมันไว้สำหรับคนที่พร้อมจะสร้างครอบครัว แต่ตอนนี้ด้วยวัยวุฒิของผมยังไม่ขนาดนั้น คุณแม่ผมยังไม่ได้มั่นคงขนาดที่ผมจะไปสร้างครอบครัวใหม่ได้ ถ้าถามว่าพร้อมไหมที่จะมีเพื่อนสนิท เพื่อนเข้าใจ ผมพร้อมนะ ผมโตแล้ว และรู้ประมาณนึงล่ะ ว่าอะไรดี - ไม่ดี ฉะนั้นเราดูแลตัวเองได้เราก็น่าจะดูแลคนอื่นได้ 6.เสน่ห์ของผู้หญิงในมุมมองของฌอห์ณ ต้องเป็นตัวของตัวเองล่ะครับ ผมแพ้ทางคนเป็นตัวของตัวเอง เป็นคนที่รักตัวเอง เป็นคนที่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร ผมจะไม่ชอบคนที่ชอบ ตอบว่าอะไรก็ได้ ยอมเปลี่ยนตัวเองเพื่อเรา เราบอกว่าอย่าใส่ได้ไหมกางเกงแบบนี้ มาอีกวันนึงเปลี่ยนเลย เรารู้สึกได้เลยว่าถ้าเขาตามเรา ทำตามความคิดเราทุกอย่าง ภายภาคหน้าอยู่ด้วยกันไม่ได้แน่นอน เพราะเขาไม่มีจุดยืนของเขา วันนึงถ้าเกิดตกระกำลำบากแล้ว เราต้องการจุดยืนของเขามาช่วยเราล่ะ เขาคง Protect เราไม่ได้ ผมไม่ได้หมายถึงวัย หรือตัวเลข เรื่องนี้มันอยู่ที่ระบบความคิดแต่ละคน แต่ผมจะชอบคนที่เป็นตัวของตัวเอง อย่างเรื่องกางเกงที่ว่า ทำไมต้องใส่กางเกงแบบนี้ ก็เขาชอบอ่ะ เขาชอบตั้งแต่ก่อนเขามาเจอเรา แล้วทำไมเขาต้องมาเปลี่ยนด้วยวะ พบกันคนละครึ่งทางดีกว่า นั่นแหละผมยิ่งอยากจะเจอ อยากจะอยู่กับคนแบบนี้ 7. มุมมองของ ฌอห์ณ เกี่ยวกับนิยามของคำว่า สุภาพบุรุษ สุภาพบุรุษเป็นคำที่กว้างนะครับ ผมว่า น่าจะประมาณ คุณรักแม่คุณยังไง คุณก็ดูแลคนที่คุณรักแบบนั้น คุณดูแลแม่คุณยังไง คุณก็ดูแลคนรอบข้างที่เป็นเพศแม่อย่างนั้น เพราะทุกคนเกิดมาก็ล้วนมีแม่กันทั้งนั้น และผู้หญิงอย่างไรก็คือผู้หญิงล่ะครับ ไม่ว่ายุคนี้จะเป็นยุคความเสมอภาค สิทธิเท่าเทียมกันหมดแล้วแต่ผู้หญิงก็ยัง เป็นเพศที่มีความอ่อนแรงมากกว่า การตัดสินใจอาจจะช้ากว่าในบางเรื่อง ฉะนั้นอะไรที่เราเหมือนที่เราดูแลแม่เราได้ แม่เราเดินช้า เราก็ต้องคอยหันมามองเขาตลอด เดินตามหลังเขาจะดีกว่า อะไรที่เราเปิดประตูได้ ลุกก่อนได้ ถามเขาได้ก็ทำไปเถอะ ผมว่าโชคดีทั้งทีที่เกิดมาเป็นผู้ชายแล้วอ่ะฮะ ก็ทำให้มันดี ทำดีได้ให้ตลอด พยายามทำผิดพลาดเรื่องผู้หญิงให้น้อยที่สุดน่าจะดีกว่า 8. แล้วคำว่า สุภาพสตรี ในมุมมองของฌอห์ณล่ะ  โลกนี้มันเปลี่ยนไปแล้วครับ เรื่องมารยาท ผมว่าทุกคนเป็นงานอยู่แล้ว แต่ในมุมมองของผมคิดว่า คุณกับผู้ชายไม่ต่างกันหรอก คุณมีสิทธิ์ทำได้เหมือนอย่างที่ผู้ชายทำ เท่ากันหมดแล้ว แต่อยู่ที่ความเหมาะสมของสถานที่ เวลา และด้วยวัย กุลสตรีหรือสุภาพสตรี สำหรับผมก็คือ ความฉลาดทางความคิดและการกระทำที่ต้องไปพร้อมกัน คุณรู้แหละว่าต้องทำอะไร แล้วคุณทำหรือเปล่า คุณรู้ล่ะว่าอันนี้ไม่ควรทำแล้วคุณทำทำไม ผมว่ามันอยู่ที่แค่นี้ล่ะครับ ไม่ได้อยู่ที่คำว่าเรียบร้อย ผมไม่ได้ตัดสินคนเรื่องการแต่งตัว หรือเรื่องสถานที่เที่ยว แบบนั้น 9.ฌอห์ณ ได้อะไรจากการบวชเป็นพระ บ้างคะ ผมได้คำว่า " วินาทีนี้ " มาตลอด การเป็นพระ เราไม่ได้ใส่นาฬิกา ที่วัดก็ไม่ค่อยมีนาฬิกาแขวน ไม่ค่อยมีคนถามว่านี่กี่โมงแล้ว รู้อย่างเดียวว่า เอาทำงานแล้ว เอานี่มืดแล้ว เตรียมนอนเข้ากุฏิ เรารู้สึกว่า การเป็นพระนี่ไม่ซีเรียสกับเรื่องเวลา แต่เราจะได้คำว่า วินาทีต่อวินาที มีสติกับการบิณฑบาตร มีสติกับการธรรมเทศนาคนนั้นคนนี้ ตอนเป็นพระนี่ผมได้รู้ว่า ไม่มีอะไรแน่นอน แต่ตราบใดที่เรายังมี สติกับวันนี้ มีเจตนาดีกับวันนี้ พรุ่งนี้ไม่ต้องกลัว มันไม่มีอะไรเลวร้าย และอีกอย่างที่ได้คือ ความกตัญญู เข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่มากขึ้น ตอนบวชเป็นพระ แม่เราแตะเนื้อต้องตัวเราไม่ได้ ผมรู้สึกเสียใจว่า เราเป็นพระ เราทำอะไรให้แม่ไม่ได้ ผมเลยตั้งใจว่า ตอนสึกออกมาเราจะทำให้ท่านมาขึ้นนะ ฌอห์ณ กับ หลานสาว น้องเวลา 10. อีก 10 ปีข้างหน้า ฌอห์ณ มอง ภาพตัวเองไหมว่าจะไปทำอะไร เป็นใคร อยู่ตรงไหน ผมคงเป็นพ่อคนอ่ะครับ เปิดร้านหนังสือ ลูกผมเลิกเรียนบ่ายสาม ผมจับเขามานั่งทำงานในร้านของผม แล้วผมเลิกงาน 5 - 6โมงเย็น พาเขากลับไปหาแม่เขาที่บ้าน Activity เสาร์ - อาทิตย์ เราก็ไปต่างจังหวัด กรุ๊ปปิ้งกับครอบครัวของคุณพลอย เจอตายาย เจอคุณย่า ผมไม่ได้แพลนว่าจะเป็นเศรษฐี หรือคนที่ประสบความสำเร็จ ความหมายของผมคือ มีครอบครัวที่ดี มีภรรยา ผมได้เลี้ยงลูก ด้วยตัวของผมเอง แค่นั้นเอง แค่ 10 คำถามอาจยังไม่เพียงพอ ที่จะทำให้เราได้รู้จักเขาทุกแง่มุม เพราะฌอห์ณเป็นหนุ่มที่มีความคิดไม่ธรรมดา มีตัวตนแตกต่างจากคนอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด เราเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า ใครที่ได้รู้จักเขา จะรอชมผลงาน และ เฝ้าดูพัฒนาการของหนุ่มคนนี้ ไม่ต่างจากคนอื่นๆ ที่เคยได้สัมผัสตัวตนของเขามาก่อนอย่างแน่นอน ภาพประกอบจาก Instagram @seanjindachot รายงานโดย Women MThai Team

A Little Chaos : ความรักต่างชนชั้น
A Little Chaos /  The Winter Guest / 

หลังจากเจอเธอใน Insurgent มาคราวนี้ เคท วินเสลต ขอกลับมาเป็นนางเอกบ้านๆธรรมดาเต็มตัวบ้าง กับผลงานเรื่องล่าสุดอย่าง A Little Chaos ที่งานนี้เธอโคจรกลับมาเจอกับ อลัน ริคแมน ที่แสดงเป็นตัวประกอบในเรื่อง และยังกำกับหนังเรื่องนี้ด้วยตัวเองอีกด้วย หนังเป็นเรื่องราวของนักออกแบบภูมิทัศน์สวนหญิง มาดามซาบีน เดอ บาร์รา (เคท วินสเลต) ที่ได้รับการว่าจ้างโดยสถาปนิกชื่อดัง เลอ นอร์ต(มาธิอาส โซนแนเอิร์ตส์) ให้ทำงานอันทรงเกียรติในการเนรมิตรสวนอันงดงามให้กับพระราชวังแวร์ซายของพระ เจ้าหลุยส์ที่ 14 ภายใต้เวลาที่แสนจำกัด นับเป็นภารกิจที่สร้างความกดดันให้กับซาบีนเป็นอย่างมาก ท่ามกลางอุปสรรครอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นกฏเกณฑ์ที่แสนเข้มงวดของราชสำนัก และเหล่าศัตรูแฝงกายอยู่รายล้อม ซาบีนจะทุ่มเทความสามารถและความมุ่งมั่นในตัวเอง พิสูจน์ให้เห็นว่าผลงานของเธอสามารถจะชนะใจกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่องค์นี้ได้ โดยถ้าหากพูดถึงหนังแนวย้อนยุค พีเรียตแบบนี้ สิ่งแรกที่ตัวผมจะหวังไว้เป็นอย่างสูง ไม่ว่าตัวบท หรือโครงสร้างของหนังจะเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่ต้องทำให้ดีให้ได้คือแง่ของ คอสตูม และ โปรดัคชั่น เพราะมันเปรียบเสมือนเป็นหน้าตาของหนังในตระกูลนี้อย่างแท้จริง และก็ดูเหมือนว่า A Little Chaos จะค่อนข้างทำตามจุดประสงค์ที่ผมตั้งไว้ได้ดีตามมาตรฐาน ถึงแม้จะเป็นผลงานการกำกับของ อลัน ริคแมน ผู้ผันตัวมาจากนักแสดงก็ตาม ซึ่งทั้งคอสตูม และ โปรดัคชั่น งานออกแบบพระราชวังแวร์ซายในหนังเรื่องนี้ล้วนแล้วสวยงาม ไร้ที่ติ สามารถจัดได้ว่าเป็นหนังที่ดูเพื่อหวังจะเห็นอะไรสวยๆ งามๆได้อย่างไม่เสียสายตา ในขณะที่ทางตัวบทของหนัง ถึงแม้จะยังไม่ได้เน้นหนักถึงประเด็นทางชนชั้น และ สังคม เท่าที่มันต้องการได้อย่างดีนัก แต่ส่วนตัวก็แอบชอบหลายจุดเล็กๆของหนัง ไม่ว่าจะเป็นการพูดถึงการเปรียบเทียบระหว่าง ชนชั้น ของ คนธรรมดา และเหล่า พระราชา ที่ต่างแสดงให้เห็นว่าก็มีความเป็นมนุษย์ที่ต้องการพักผ่อน, เศร้า, เสียใจ และกินได้ร้องไห้เป็นไม่ต่างกัน ถึงแม้ว่าวิธีการอยู่ในสังคมของคนทั้ง 2 ชนชั้นนี้จะต่างกันโดยสิ้นเชิง และนั่นรวมไปถึงการที่หนังมีการแอบจิกกัดถึงความเสมอภาคในตัวของเพศหญิง และ ชาย ผ่านเรื่องราวความรักที่ถึงแม้จะมาในรูปแบบชู้รักพิศวาส ตามสไตล์หนังจักรๆวงศ์ๆไปหน่อย ซึ่งมีข้อเสียตรงที่มันอาจจะนำมาซึ่งความจำเจในการเล่าเรื่องที่เหมือนบังคับให้คนดูต้องผ่านพ้นเหตุการณ์ต่างๆของเรื่องนี้ๆไปได้เสียก่อน ถึงจะเจอภาพใหญ่ที่หนังรอคอยที่จะนำเสนอให้ ซึ่งในจุดนี้ก็ต้องถือว่าตัวหนังไม่ได้ทำให้เราผิดหวังสักเท่าไหร่นักถ้าหากเทียบถึงความละเอียดละอ่อนในการค่อยๆเปรยถึงเรื่องการสู้ชีวิตของผู้หญิง ในดงนางอิจฉาออกมาเช่นนี้ครับ ซึ่งแน่นอนแล้วว่า เคต วินเสลต เธอออร่าประกายสูงมากๆในหนังแบบนี้ แต่บุคคลที่สมควรพูดถึงไม่แพ้กันคือพระเอกหนุ่ม มาธิอาส โซนแนเอิร์ตส์ ที่ไม่ว่าเขาจะมองนางเอกสวยตาเช่นไร หรือแม้แต่การแสดงของเขาอาจจะไร้ชีวิตในบางส่วน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเพียงแค่เสน่ห์ และออร่าส่วนตัวของเขานั่น ก็เพียงพอแล้วที่จะประครองหนังร่วมกับ วินสเลต ไปให้ถึงจุดหมายได้ค่อนข้างสวยงาม ท่ามกลางกรวดหินขรุขระที่มีอยู่มากมาย โดยสรุปแล้วผมจึงคิดว่า A Little Chaos เป็นหนังพีเรียตที่ค่อนข้างดูเพลินๆ อารมณ์สบายๆดีมากๆ เพราะถึงแม้ตัวหนังจะมาในเรื่องแบบคบรักมักชู้ แต่ตัวหนังก็ไม่ได้เน้นหนักไปที่ประเด็นด้านใดด้านนึง แต่เน้นเล่าเรื่องความรักท่ามกลางการสร้างสวนที่สบายๆ ให้คนดูรู้สึกผ่อนคลายไปกับสิ่งสวยงามด้านโปรดัคชั่น และนักแสดงเสียมากกว่าครับ เรื่องนี้ผมให้ 7.5/10 ครับ

12 เหตุผลที่อยากให้คุณ สนับสนุนหนัง
ขรัวโต /  ขรัวโต อมตะเถระกรุงรัตนโกสินทร์ / 

ขรัวโต อมตะเถระกรุงรัตนโกสินทร์ ภาพยนตร์สนองคุณแผ่นดิน ผลงานสร้างของ บริษัท อกาลิโก เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด เป็นภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดเรื่องราว ชีวประวัติของ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังษี วัดระฆังโฆสิตาราม ตั้งแต่เกิดจนบวชเรียน จนค้นพบบสุดยอดแห่งพระคาถาชินบัญชรที่มีคุณวิเศษ  และนี่คือ 12 เหตุผล ที่คุณควรสนับสนุนหนัง "ขรัวโต อมตะเถระกรุงรัตนโกสินทร์" 1. เป็นภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นจากตำนานประวัติ ท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี พระอริยะสงฆ์ที่มหาชนชาวพุทธทั้งแผ่นดินให้ความเคารพ กราบไหว้บูชา ทั้งเจ้าประคุณสมเด็จ ยังเป็นผู้แปลพระคาถาชินบัญชร ซึ่งเดิมนั้นเป็นภาษาสิงหล ที่จารไว้ในแผ่นลานทอง ให้เป็นภาษาบาลี เพื่อง่ายและสะดวกต่อการสวดมนต์ พระคาถาชินบัญชร ที่ได้รับการยอมรับและยกย่องว่าเป็นพระคาถาที่ทรงพลานุภาพยิ่งนัก  อันจะเป็นการร่วมสนับสนุนและส่งเสริมพระพุทธศาสนา 2. นำเสนอ จิตวิญญานไทย และ วิถีไทย อันเป็นสิ่งที่สมควรอนุรักษ์และป่าวประกาศให้ชาวโลกได้รับรู้อย่างภาคภูมิใจ โดยสอดแทรกเอาไว้อย่างแนบเนียนในแต่ละฉาก อาทิ การบวชเรียน, การแต่งงาน, การทำขวัญทารกแรกเกิด, การทำบุญตักบาตร, การเข้าเรือนหอ ฯลฯ 3. เปี่ยมไปด้วยเนื้อหาที่ เชิดชูสถาบันครอบครัว นำเสนอความรักของ พ่อ กับลูกผ่านเรื่องราวชีวิตของ นายผล กับ ด.ช.โต, หรือ เจ้าฟ้า กับ สามเณรโต, ทั้งยังนำเสนอ ความรักของแม่ กับ ลูก ผ่านเรื่องราวของ แม่ละมุด กับ ด.ช.โต 4.  คุณจะได้รู้ถึง สัจธรรมความรักของหนุ่มสาว โดยนำเสนอผ่านมุมมองของ พระโต  ที่เฝ้ามอง และร่วมรับรู้เรื่องชีวิตรักของหนุ่มสาวนามว่า พัด, มาลัย และ ช้อย อันเป็นสัจธรรมที่ใช้ได้จริงตลอดกาล 5. เรื่องราวชีวิตของ สมเด็จพุฒาจารย์(โต) พรหมรังสี  ตั้งแต่ปฐมวัย จนเข้าสู่ปัจฉิมวัย วัยชรา ในแต่ละช่วงวัย ล้วนเป็นภาพตัวอย่างของชายไทย ตามประเพณีอันดีงามมาแต่อดีต อันเป็นสิ่งที่ห่างหายไปจากสังคมปัจจุบัน ราวกับ “ของหายาก” ดังนี้ ในช่วงวัยเด็ก ด.ช.โต ที่เป็นเด็กที่รักเรียน รักที่จะเรียนรู้วิชา ในช่วงวัยรุ่น  สามเณรโต  แสดงให้เห็นถึง ความกตัญญูรู้คุณ ที่ตั้งใจบวชแทนคุณบิดามารดา ผู้มีพระคุณ และตั้งใจศึกษาเล่าเรียนตั้งแต่อายุ 13 ปี, ในช่วงวัยหนุ่ม พระโต แสดงถึงความตั้งใจในการออกเดินทางธุดงค์ เพื่อแสวงหาความรู้ ศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม จนรู้หลักธรรมพระพุทธศาสนาอย่างจริงจัง ในช่วงปัจฉิมวัย เป็นช่วงที่เจ้าประคุณสมเด็จเผยแผ่พระพุทธศาสนา เพื่อให้ดำรงอยู่คู่คนไทยตลอดไป 6. ตอบรับทุกกลุ่มเป้าหมาย ทุกเพศวัย เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี ไม่มีพิษภัย ปราศจากถ้อยคำหยาบคายให้ระคายหู 7.  นักแสดงทุกท่านตั้งใจ ทุ่มเท เพื่อภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยจิตศรัทธาต่อ เจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี ด้วยหัวใจ โดยเฉพาะ คุณเศรษฐา ศิระฉายา (ศิลปินแห่งชาติ) รับบท ขรัวโต , น้ำแข็ง ปรัชญา ประทุมเดช (รับบทพระโต) , น้องเพลง เจษฏาพร ชมศรี (รับบทสามเณรโต) และน้องเพชร ด.ช.ชัยธวัฒน์ เนื่องจำนง(รับบท ด.ช.โต) โดยทุกคนยอมโกนศรีษะเพื่อบวช ก่อนแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ ด้วยจิตเปี่ยมศรัทธา และเพื่อเสริมบารมีให้ตนเอง 8. เป็นภาพยนตร์ที่ผู้นำวงการสงฆ์ ท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว) อุปเสโณ  อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่ สมเด็จพระสังฆราช, อดีตประธานกรรมการมหาเถระสมาคม , อดีตเจ้าคณะหนใหญ่ตะวันออก , อดีตเจ้าอาวาส วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ฯลฯ รับอาราธนาเป็นประธานที่ปรึกษาฝ่ายสงฆ์, และเป็นภารกิจสุดท้ายก่อนที่ท่านจะมรณภาพ 9.  เป็นฝีมือการเขียนบทของ อ.ศัลยา สุขะนิวัตติ์ ซึ่งเป็น บทภาพยนตร์ชิ้นแรกของท่าน 10. เป็นภาพยนตร์ที่พร้อมโกอินเตอร์ โดยได้รับเกียรติจาก คุณอนิรุธ ณ สงขลา มือทำซับภาษาอังกฤษแถวหน้าของประเทศไทย ตกลงรับทำ ซับภาษาอังกฤษ ให้ด้วยศรัทธา ต่อท่านเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี 11. นี่ไม่ใช่หรือ ภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาจรรโลงสังคมที่ทุกคนรอคอย จึงควรสมควรส่งเสริม สนับสนุน ให้มีการสร้างออกมามากๆ 12.  ด้วยความตั้งใจกับการทำงานของภาพยนตร์เรื่องนี้ ทีมงานสร้าง ดารา-นักแสดง ทุกฝ่ายได้ทุ่มเทหัวใจกับการทำงาน เพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ที่ได้ร่วมกันตั้งไว้ และเงินรายได้จากการฉายภาพยนตร์เมื่อได้หักต้นทุนในการสร้างงานแล้ว จักได้นำไปทำบุญอุทิศให้กับ ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ ทั้ง 2 องค์ -------------------------------

'บิ๊กตู่' หารือ 'นายกฯฟิจิ' สานการค้า-ผนึกท่องเที่ยว2ประเทศ
ประยุทธ์ จันทร์โอชา /  ประยุทธ์ หารือ นายกฯฟิจิ / 

'ประยุทธ์' หารือ 'นายกฯฟิจิ' สาน ความร่วมมือการค้า-พลังงานทดแทน เน้น ทำความตกลงเว้นการเก็บภาษีซับซ้อน ยกเว้นการตรวจลงตราระหว่างกัน วันที่ 25 พ.ค.58 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการหารือกับนายโจเซเอีย โวเรเก ไบนีมารามานายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐฟิจิและคณะ ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาลว่า การเยือนของสาธารณรัฐฟิจิครั้งนี้ มีจุดประสงค์ กระชับความสัมพันธ์ และส่งเสริมความร่วมมือในหลายสาขาระหว่างทั้งสองประเทศ โดยทั้งสองประเทศมีความฉันท์มิตรกันมากว่า 43 ปี  ขณะที่ฟิจิเป็นมิตรประเทศที่สำคัญในประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก ซึ่งไทยได้เข้าเป็นประเทศคู่เจรจาของเวทีความร่วมมือประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก หรือ พีไอเอฟ ตั้งแต่ปี 2547 และส่งผู้แทนเข้าร่วมเจรจาประจำทุกปี ครั้งนี้ ได้หารือร่วมกันเกี่ยวกับโอกาสส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างกันในทุกด้าน โดยเฉพาะความร่วมมือด้านวิชาการ และเพื่อการพัฒนา ในสาขาอ้อย น้ำตาล น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ ประมง พลังงานทดแทน การท่องเที่ยว พร้อมทั้งโอกาสด้านการค้าการลงทุนระหว่างกัน และการจัดทำความตกลงระหว่างกัน อาทิ การเว้นการเก็บภาษีซ้อน รวมถึงความตกลง ยกเว้นการตรวจลงตราระหว่างกัน เพื่อส่งเสริมการไปมาหาสู่ระหว่างกัน สำหรับ ฟิจิ เป็นประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกที่มีความสำคัญในลำดับต้นๆ กับไทย ในด้านเศรษฐกิจการค้า แหล่งทรัพยากร ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรมของไทย และยังเป็นตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีศักยภาพในการเติบโต รองรับการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมสำคัญของฟิจิ ซึ่งเป็นสาขาที่ไทยมีศักยภาพและมีความเชี่ยวชาญ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงการขอเสียง แลกเสียงระหว่างกันในเวทีระหว่างประเทศต่างๆ ได้แก่ การสมัครตำแหน่งผู้พิพากษาศาลกฎหมายระหว่างประเทศของไทย สมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ และประธานสมัชชาสหประชาชาติของฟิจิอีกด้วย ขอบคุณข้อมูล bangkokbiznews /ภาพ TNN MThai News

ท่าเซ็กส์เสี่ยงจู๋หัก ท่าที่ทำง่ายๆ นี่แหละอันตรายต่อกระปู๋เรามากๆ
sex /  ท่าเซ็กส์ / 

ท่าเซ็กส์เสี่ยงจู๋หัก ท่าที่ทำง่ายๆ นี่แหละอันตรายต่อกระปู๋เรามากๆ ฝันร้ายของผู้ชายทุกคนและสิ่งที่ไม่อยากให้เกิดกับตัวเองเลยนั่นก็คงจะเป็นทำกระปู๋หักกันอย่างแน่นอน เพราะว่ามันคงเหมือนการเปลี่ยนฟีลอารมณ์จากดามเล่มงามให้กลายเป็นลูกโป่งเหี่ยวๆ ที่ถูกปล่อยลมได้ ถ้าไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเอง หนุ่ม Men.MThai ต้องฟังเราครับ เพราะว่าวันนี้เราจะขอนำเสนอ ท่าเซ็กส์เสี่ยงจู๋หัก ซึ่งเป็นของจริง ที่ได้รับการยืนยันมาแล้วจากเพศศาสตร์ ดร. แคท แวน เคริก ที่จะมาเผยผลการศึกษาในเรื่องของท่าเซ็กส์ที่อันตรายที่สุดสำหรับผู้ชาย ซึ่งการศึกษาในครั้งนี้ใช้เวลาศึกษากันเป็นปีๆ จึงสรุปออกมาได้อย่างชัดเจนว่าท่าไหนที่มันไม่ควรทำพร้อมคำอธิบายที่สุดน่าตกใจ ท่าหน่มน้มหรรษา หน้าอกของผู้หญิง ถึงจะเป็นสิ่งดีงามสำหรับผู้ชายเรา แต่มันไม่ได้ดีงามสำหรับกระปู๋น้องชายมังกรน้อยของเราเลย ดร. แคท ได้เผยว่า ท่านี้ถึงมันจะดูน่าทำตามจากในหนังโป๊ก็เหอะ แต่ว่าร่องอกมันไม่ได้มีสรีระที่เอาไว้รองรับ รูปร่างของไอ้จ้อนเรา ซึ่งนั่นทำให้อาการกระปู๋หักเกิดขึ้นได้ง่ายๆ กับท่านี้นั่นเอง ท่าน้องหมาพาเพลิน จากการศึกษาจากทางประเทศบราซิลได้พบว่า ถึงท่านี้จะเป็นท่าที่ทำให้ไอ้จ้อนเราเข้าไปได้ลึกที่สุดก็ตามแต่ แต่ท่านี้ก็เป็นท่าที่อันตรายที่สุดของการทำให้ไอ้จู๋ของเราหักได้ ซึ่งท่านีมันยังเสี่ยงให้หนุ่มเสียบรูผิดไปเสียบเข้าก้นของแฟนเราได้ด้วย ซึ่งจากการที่ไม่เตรียมพร้อมสำหรับการเข้าทางนี้ มันอาจจะทำให้แฟนของคุณเกิดรูทวารฉีกขาดได้อีกด้วยนะขอเตือนๆๆๆๆๆ ท่าผู้หญิงอยู่บน (หรือเรียกว่าท่า Cowgirl) ท่านี้แหนะตัวท็อปเลย สำหรับระดับความโหดของการกระปู๋หักของหนุ่ม โดย ดร. แคท ได้อธิบายว่า ท่านี้ผู้หญิงจะเป็นฝ่ายควบคุมและอยู่ข้างบนร่างของเราและโยกไปโยกมาในทิศทางต่างๆ ที่เราไม่ได้ควบคุม เพราะว่าเราแค่นอนเฉยๆ ให้เธอทำ ซึ่งท่านี้ผู้หญิงจะใช้น้ำหนักของเธอทั้งตัวทิ้งไว้บนกระปู๋ของเราและท่านี้เราไม่มีเจลหล่อลื่นเพียงพอรับรองว่าอาจจะมีการผิดพลาดนั่งทับจนหักและกระดูกเชิงกรานร้าวเลยแหละนะ ท่าผู้หญิงอยู่บนแต่หันหน้าออก Reverse Cowgirl ท่านี้คุณหมอบอกว่าเป็น ท่าเซ็กส์เสี่ยงจู๋หัก ที่เผลอๆ ร้ายกาจกว่าท่าเมื่อกี้ ผู้หญิงอยู่บน (หรือเรียกว่าท่า Cowgirl) เลยด้วย เพราะว่าท่านี้ทำเหมือนกับท่าเมื่อกี้ แต่เธอหันหน้าไปทางอื่น ไม่ได้หันเข้าหาตัวเรา ซึ่งยิ่งทำให้เธอควบคุมทิศทางได้อยากอิสระ ไม่แคร์กระปู๋ที่นั่งทับอยู่เลย ท่าใช้มือช่วบตัวเอง (ให้แฟนทำให้) ท่านี้เรียกว่าเป็นท่าที่ดูเหมือนจะไม่น่ามีอันตรายอะไร แต่ผลการศึกษาได้ระบุออกมาว่า ผู้ชายหลายคนเจอปัญหาจู๋หักมาแล้วหลายคน เพราะการใช้แรงที่มากเกินไป หรือใช้มือหนักเกินไปของคู่นอนที่ใช้ท่านี้ให้ (ก็แหงแหละ คนอื่นที่ทำให้เขาไม่รู้นิว่าต้องใช้แรงประมาณไหนมันถึงจะฟิน) Men.MThai เรียบเรียงเนื้อหาจากต้นฉบับ http://metro.co.uk/2015/05/25/these-are-the-5-most-dangerous-sex-positions-for-breaking-your-penis-5214865/

บุกจับร้านขาย 'สบู่เจ้าโลก' ในพัทยา
ชลบุรี /  บุกจับ / 

เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกจับ 2ร้าน ลักลอบขาย 'สบู่เจ้าโลก' ในพัทยา หลังถูกร้องเรียนจากประชน ตรวจสอบพบสบู่ของกลางเกือบ 1,300 ก้อน พ.ต.ต.ปิยะพงษ์ เอนสาร สารวัตรสถานีตำรวจท่องเที่ยว 4 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ร่วมกันสนธิกำลังกว่า 20 นาย บุกเข้าตรวจสอบร้านดีเดย์ ตั้งอยู่บริเวณหน้าวัดชัยมงคล อารามหลวง ถนนพัทยาใต้ และที่ร้านสยามสปา เอ็กตร้า เวอร์จิ้น บริเวณปากซอย 1 พัทยาใต้ หลังได้รับการร้องเรียนว่าร้านทั้ง 2 แห่ง มีการนำสิ่งของลามกอนาจาร โดยเฉพาะ 'สบู่เจ้าโลก' มาจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว จากการตรวจสอบและตรวจค้นร้านแรก พบสบู่สปาหลากสีและหลายกลิ่น ซึ่งมีลักษณะเป็นอวัยวะเพศชายปลอม จำนวน 107 ก้อน และสบู่หน้าอกผู้หญิงปลอม จำนวน 38 ก้อน ส่วนเจ้าหน้าที่อีกชุดได้บุกเข้าตรวจสอบอีกร้านพบสบู่สปา ซึ่งมีลักษณะเป็นอวัยวะเพศชาย จำนวน 11 ลัง รวมทั้งสิ้น 1,263 ก้อน พ.ต.ต.ปิยะพงษ์ กล่าวว่า ทั้ง 2 ร้าน มีเจ้าของกิจการเป็นคนเดียวกัน โดยมีผู้เข้าร้องเรียนเกี่ยวกับการลักลอบจำหน่ายสบู่ที่มีลักษณะเหมือนกับอวัยวะเพศชาย ซึ่งถือว่าเป็นสินค้าอนาจารย์ผิดกฎหมาย จึงทำการดำเนินคดีฐาน ประกอบการค้าหรือมีส่วนหรือเกี่ยวข้องในการค้าเกี่ยวกับวัตถุหรือสิ่งของลามกจ่ายแจก หรือแสดงอวดแก่ประชาชน MThai News ขอบคุณภ่พ/ข้อมูลจาก...ข่าวสด

ซีเรียเต้นหวั่น ไอเอสทำนกหายากสูญพันธุ์ หลังยึดแพลไมราสำเร็จ
กลุ่มไอเอส /  ซีเรีย / 

ท่ามกลางสงครามจากน้ำมือมนุษย์ในซีเรีย แต่ไฉนสัตว์กลับต้องเป็นผู้รับกรรม เมื่อนกช้อน หัวล้าน สัตว์สงวน ส่อสูญพันธุ์หลังกลุ่มไอเอสบุกยึดเมืองแพลไมร่า สำเร็จ วันนี้ (25 พ.ค.) สำนักข่าว 'บีบีซี' รายงานข่าว กรณีที่เจ้าหน้าที่จากทางการซีเรีย ออกมาแสดงความกังวลว่า กลุ่มรัฐอิสลามในซีเรีย หรือ กลุ่มไอเอส ที่ได้บุคยึดครองเมือง 'แพลไมรา' ฉายาเจ้าสาวแห่งทะเลทราย จะเป็นสาเหตุให้สัตว์สงวนหายากอย่างนกไอบิส หรือ นกช้อนหัวล้าน ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่หายาก และกำลังจะสูญพันธุ์ และสิ่งสำคัญคือ นกไอบิสส่วนหนึ่ง อยู่ในเมืองแพลไมร่า และได้ สูญหายไประหว่างการสู้รบ ยังไม่ทราบชะตากรรม สมาคมเพื่อการคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติ ในเลบานอน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว 'บีบีซี' ว่า นกไอบิสเพศเมีย ชื่อ ซีโนเบีย หนึ่งในนกไอบิสที่สูญหายไปนั้น เป็นความน่ากังวลใจอย่างร้ายแรง เนื่องจาก ซีโนเบีย เป็นนกเพียงตัวเดียว ในฐานะจ่าฝูงในการนำพาสมาชิกในฝูง เดินทางอพยพ หลบลมหลาวไปยังเอธิโอเปีย อย่างไรก็ตาม จิม มูเยอร์ ผู้สื่อข่าว บีบีซี ประจำกรุง เบรุต เปิดเผยว่า ไอบิสเป็นนกสายพันธุ์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ไปจากภูมิภาค และพบว่า ไอบิส ปักหลักทำรังใกล้เมืองแพลไมรา มานานนับ 10 ปีความกังวลต่อการสัญพันธุ์ของนกไอบิส เกิดขึ้นหลังจากกลุ่มไอเอส สามารถยึดครองพื้นที่เมืองแพลไมรา ไว้ได้ทั้งหมด เมื่อวันพุธที่ผ่านมา MThai News ที่มา  bbc

เทคนิคการจดโน้ตขั้นเทพฉบับเด็กโทได มหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น
ข่าวการศึกษา /  เกร็ดความรู้ / 

การจะเป็นคนเรียนเก่งนั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่เพื่อนๆ ต้องอาศัยความขยันเข้าช่วย นี่แหละคือแรงผลักดันที่จะทำให้เพื่อนๆ สามารถผ่านการเรียนอันแสนยากลำบากไปได้ ถ้าพูดถึงการเรียนอย่างไรให้เข้าใจนั้น สิ่งหนึ่งที่หลายคนคิดถึงก็คงจะหนีไม่พ้น การจดโน้ต หรือ การจด lecture นั่นเอง ครั้งก่อนทีนเอ็มไทยเคยนำเสนอ จดเลคเชอร์วิชาเรียน แบบขั้นเทพ! กันไปแล้ว ครั้งนี้ก็ยังเป็นเคล็ดลับ เทคนิคเจ๋งๆในการจดเลคเชอร์เหมือนเดิม เพียงแต่ครั้งนี้นำ เทคนิคมากจากเด็กโทได นักศึกษาในมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น ไปดูกันสิว่าเขามีเทคนิคยังไง ^^ เทคนิคการจดโน้ตขั้นเทพฉบับเด็กโทได มหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น ก่อนอื่นต้องบอกเพื่อนๆก่อนว่า โทไดย่อมาจาก Tokyo Daigaku หรือมหาวิทยาลัยโตเกียว มหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น ถ้าได้ขึ้นชื่อว่าเป็น เด็กโทได แล้วละก็ไม่ต้องพูดถึงการเรียนเลย เพราะต้องเก่งและเจ๋งจริงเท่านั้นที่จะเข้าเรียนที่นี่ได้ ต้องแข่งขันกันสูงมากทีเดียว หัวใจสำคัญคือ : เป็นระเบียบ และ สะอาดค่ะ! 1. แบ่งหัวข้อ เวลาฟังเลคเชอร์ ไม่ใช่ว่าสักแต่จะจดทุกคำ ต้องจับประเด็น และใจความสำคัญให้ได้ แล้วเรียบเรียงลงในสมุด ?ซึ่งการแบ่งหัวข้อเวลาจดโน้ตจะทำให้เราเรียบเรียงความสัมพันธ์ของเนื้อหาได้เป็นลำดับมากขึ้น ?การแบ่งเป็นหัวข้อใหญ่ หัวข้อย่อย ทำให้เราใส่รายละเอียดของแต่ละอย่างได้อย่างถูกต้องและเป๊ะยิ่งขึ้น 2. เว้นที่ว่างไว้บ้าง การจดแบบอัดแน่นไปด้วยตัวอักษรนอกจากจะอ่านยากแล้ว ทำให้หมดอารมณ์ในการอ่านอีกด้วย การเว้นบรรทัดระหว่างหัวข้อ หรือเว้นที่ไว้สำหรับประเด็นที่ยังไม่เคลียร์ ทำให้เราสามารถจดเพิ่มเติมตอนอ่านทบทวนได้ และนอกจากนี้ยังสบายตาเวลาจะหาประเด็นสำคัญๆ ในหน้านั้นๆ 3. ซีรอกซ์ ข้อมูลบางอย่างที่ยากต่อการเขียน อย่างเช่น ในวิชาภูมิศาสตร์ หรือประวัติศาสตร์ ที่มีพวกแผนที่ หรือ บุคคลสำคัญๆ ก็ไม่ต้องพยายามจดหรอกค่ะ (ฮ่าๆ) เข้าห้องสมุดถ่ายเอกสารตรงส่วนนั้น หรือปริ้นจากเน็ต แล้วนำมาแปะลงสมุดโน้ต 4. ทำสารบัญ ถึงจะเป็นสมุดโน้ต แต่การทำสารบัญก็มีความสำคัญไม่น้อยค่ะ โดยเว้นหน้าแรกของสมุดไว้ เขียนหัวเรื่อง และเลขหน้าไว้ (เหมือนหนังสือ) แต่จะเพิ่มรายละเอียดลงไปนิดนึงว่า หัวเรื่องนี้มีรายละเอียด หรือประเด็นย่อยๆ อะไรบ้างภายในหนึ่งบรรทัด เพื่อที่ว่าเวลาทบทวน จะได้หาง่ายขึ้น แล้วก็อย่าลืมหาโพสต์อิท มาแปะตรงมุมขวาให้โผล่ออกมานอกสมุดนิดนึงนะคะ จะได้หาง่ายๆ แถมยังมีสีสันอีกด้วย 5. การตัดจบก็สำคัญนะ เวลาสรุปเรื่องๆ หนึ่ง พยายามให้จบภายในหนึ่งหน้า ถ้าทำไม่ได้ ก็เอาส่วนที่เกินมาแปะไว้ตรงมุมกระดาษ (เวลาปิดสมุดจะได้พับเก็บเข้าไปได้) วิธีนี้ก็เพื่อจัดระเบียบข้อมูล ไม่ให้เวลาอ่านแล้วทำให้จำสับสนค่ะ เลือกใช้คีย์เวิร์ด ตัวย่อ ?เพื่อที่จะไม่ทำให้หนึ่งหน้ากระดาษดูอัดแน่นจนเกินไป และยังดีเวลาอ่านแบบกวาดสายตาด้วย 6. สร้างสไตล์การจดของตัวเอง วิชาไหนจะจดแบบไหน กำหนดเองให้ง่ายต่อการอ่าน และจดจำเนื้อหา 7. จดให้สวยงาม ลายมือก็สำคัญนะจ้ะ ไม่ได้หมายความว่าต้องคัดลายมือค่ะ แต่แค่ทำให้ตัวอักษรเป็นระเบียบ เขียนอ่านให้ออก ชัดเจนก็พอค่ะ ที่มา www.marumura.com

เครื่องประดับเสริมโชค 7 อย่าง ! ที่บ่งบอกความเป็นคุณ
ทายนิสัย /  เครื่องประดับ / 

ทายนิสัยจาก เครื่องประดับเสริมโชค 7 อย่าง 1. ใส่กำไลข้อมือข้างซ้าย เป็นคนที่ละเอียดอ่อนในเรื่องการเงิน ตัดสินใจเร็ว มีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้าม รวมทั้งได้โชคแบบฟลุคๆอยู่บ่อยครั้ง ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอาหาร เสื้อผ้า จะได้ผลดีมีกำไร 2. ใส่นาฬิกา หรือกำไลข้อมือข้างขวา เป็นคนที่บุญวาสนาดี พูดจามีความน่าเชื่อถือ กล้าได้กล้าเสียชอบลงมือทำสิ่งต่างๆด้สยตนเองมากกว่าให้คนอื่นมาช่วย อยู่อาศัยไม่เป็นที่ ชอบงานที่เป็นอิสระไม่ขึ้นตรงกับใคร การลงทุนในด้านของเคหะสถาน การเงิน และงานที่เกี่ยวข้องกับบริวารหรือติดต่อประสานงานกับคนอื่น จะส่งผลให้มีความสำเร็จดี 3. สะพายกระเป๋าด้านซ้าย แสดงถึงการเป็นคนที่ใช้เงินเก่ง มีรายจ่ายอยู่ตลอดเลา มีเพื่อนมาก ไม่ชอบเอาเปรียบใครและไม่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบเช่นกัน มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด เป็นนักวางแผนที่ดี มีอาชีพประจำมากกว่าอาชีพอิสระ 4. สะพายกระเป๋าด้านขวา เป็นคนกล้าได้กล้าเสีย เก็บเงินเก่ง มีอาชีพที่ค่อนข้างอิสระหรือทำงานที่ไม่ต้องเกี่ยวข้องกับคนมากนัก ปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ต่างๆได้ดี 5. เหน็บกระเป๋าไว้ด้านหลัง เป็นคนที่ลังเล สองจิตสองใจ ชอบการเปลี่ยนแปลงหรือการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ ไม่ชอบสร้างปัญหาและความเดือดร้อนให้ใคร เชื่อในความถูกต้องและเป็นจริง มีโลกส่วนตัวสูง หาเงินเก่งและใช้เงินเก่งเหมือนกัน 6. สวมแหวนนิ้วชี้มือขวา แสดงถึงบุคคลที่มีอำนาจ บารมี มีคนนับหน้าถือตา ไม่ข่มเหงใคร มีเมตตา ชอบช่วยเหลือผู้อื่น หากเต็มใจช่วยเหลือใครแล้วจะไม่หวังสิ่งตอบแทน การใส่แหวนนิ้วชี้ข้างขวา จะช่วยให้คุณได้รับโชคลาภแบบไม่รู้ตัว คุณมีความมั่นใจในการเจรจาค้าขาย ได้ผลกำรไเยอะ สมองสั่งงานได้เร็ว 7. สวมแหวนนิ้วชี้มือซ้าย ผู้สวมใส่มีทิฐิมานะในตัวเองสูง ไม่ก้าวร้าวแต่ยอมรับด้วยหลักการ และเหตุผลเฉพาะตัว เป็นที่พึ่งได้สำหรับตัวเอง เห็นแก่เครือญาติมากกว่าคนอื่น ในบั้นปลายชีวิตมักอยู่แต่กับเรื่องที่เป็นธรรมะ ที่มาจาก :หนังสือลายเซ็นดี ลิขิตรวย ติดตามดวงอื่นๆได้ที่ : Horoscope.mthai.com

รู้ยัง? สาวๆ ยุคใหม่ ยืนฉี่ ได้ แล้วนะตัว
Go Girl /  นวัตกรรม / 

หมดปัญหาเรื่องเข้าห้องน้ำสำหรับคุณผู้หญิงทั้งหลาย เมื่อเกิด สิ่งประดิษฐ์เพื่อคุณผู้หญิงโดยเฉพาะ นวัตกรรม Go Girl กรวยปัสสาวะ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้คุณสาวๆ ทุกวัย สามารถ ยืนฉี่ ได้เหมือนคุณผู้ชาย เห้ย นี่แหละ ความเท่าเทียมทางเพศของจริง! มาดูหน้าตาอุปกรณ์นี้กันหน่อย Go Girl นี่เหมาะสำหรับ คุณผู้หญิง ที่มีกิจกรรมเยอะ ต้องเดินทางบ่อย ใช้ชีวิตแบบลุยๆ เข้าป่า ตั้งแคมป์ ปีนเขา ติดเกาะ ไม่สะดวกใจกับห้องน้ำที่สกปรก อุปกรณ์นี่ล่ะ ช่วยเราได้ ไม่ให้ต้องสัมผัส ยงโย่ ยงหยก  กายกรรมเปียงยาง ตกฝ่าชักโครกกันอีกต่อไปนะคุณ แถมยังพกพาง่าย แถมยังสะอาดเพราะทำมาจาก ซิลิโคนที่ใช้สำหรับการแพทย์โดยเฉพาะ คุณๆ สามารถพับทิ้งได้เลย หรือ จะล้างทำความสะอาดแล้วนำกลับมาใช้ซ้ำก็ได้ แต่ต้องระมัดระวังในขั้นตอนการล้าง และ การนำกลับมาใช้ซ้ำ หากล้างไม่สะอาด อาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้นะจ๊ะสาวๆ ลองมาดูคลิปสาธิตวิธีการใช้ กันหน่อยนะคุณ จะได้ใช้เป็น เวลาใช้งาน ให้ถือตามภาพซ้ายนะจ๊ะ  จึงจะถูกต้อง ใช้งานเสร็จแล้ว ก็พับเก็บทิ้งให้เป็นระเบียบเรียบร้อย เพื่อสุขอนามัยของส่วนรวมและ เป็นการประหยัดพื้นที่ขยะนะจ๊ะ เป็นสาวเป็นนางก็ต้องมีวินัยนะตัว เวลาพับเก็บเพื่อทิ้ง หรือ เพื่อเก็บมาใช้ต่อก็ให้เก็บตามภาพจ้า ที่มาจาก Go girl  เรียบเรียงโดย Women MThai Team

คนไร้ศาสนา ปรัชญาชีวิตแบบลิขิตด้วยตัวเอง
คนไม่มีศาสนา /  คนไร้ศาสนา / 

ในช่วงที่ผ่านมาบนโลกออนไลน์หรือตามกระทู้เว็บไซต์ดังเริ่มมีการตั้งคำถามเกี่ยวกับแนวคิดของกลุ่มคนไร้ศาสนา ซึ่งในประเทศไทยถือว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมักมีมีการถกเถียงว่า เค้าใช้ชีวิตอย่างไร มีอะไรเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ หรือว่ามันเป็นเทรนด์ใหม่ที่กำลังมาแรง วันนี้ MThai ข่าวภาคซ่าส์ จะพาไปรู้จักกลุ่มคนไร้ศาสนา หรือคำนิยามที่เรียกว่า อศาสนา อศาสนาคืออะไร ? ลัทธิความเชื่อของมนุษย์ เกี่ยวกับการกำเนิดและสิ้นสุดของโลก หลักศีลธรรม ตลอดจนลัทธิพิธีที่กระทำตามความเชื่อนั้น ๆหลายศาสนามีการบรรยาย สัญลักษณ์และประวัติศาสตร์ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเจตนาอธิบายความหมายของชีวิต โลกหลังความตาย รวมถึงเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ปัจจุบันมีมากกว่า 20 ศาสนา แบ่งออกเป็น4 กลุ่มใหญ่และมีผู้นับถือมากที่สุดคือ ศาสนาอิสลาม คริสต์ พุทธ พราหมณ์ฮินดู โดยคนไม่มีอศาสนาเริ่มต้นขึ้นเมื่อวิทยาศาสตร์เริ่มเข้ามามีบทบาทบนโลกและพิสูจน์ความเชื่อและอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ที่ทางศาสนาเคยบัญญัติไว้ในพระคัมภีร์ ในบางสังคมมองว่ากลุ่มคนไม่มีศาสนาเป็นคนไม่ดี ซึ่งต้องมีการแยกแยะออกจากกัน คำว่า “ไม่มีศาสนา” กับ “ไม่มีศีลธรรม” ซึ่งไม่เหมือนกัน จำนวนของคนไร้ศาสนาบนโลก  องค์กร “พิว” (The Pew Forum on Religion & Public Life) ได้เผยบทสำรวจถึงคนไร้ศาสนาที่เป็นผู้ที่แสดงตนว่าไม่ได้นับถือศาสนาใด ๆ เลย เช่น ผู้ที่ปฏิเสธการมีพระเจ้า หรือไม่เชื่อว่าพระเจ้ามีอยู่จริง หรือผู้ที่มีศรัทธาในจิตวิญญาณซึ่งไม่ได้ขึ้นอยู่กับศาสนาใด มีจำนวน 1.1 พันล้านคนทั่วโลก และกว่า 700 ล้านคนในจำนวนนี้อยู่ในประเทศจีน รองลงมาคือประเทศญี่ปุ่น โดยมากกว่า 72 ล้านคน อันดับ 3 ได้แก่ สหรัฐอเมริกา 51 ล้านคน ซึ่งจำนวนดังกล่าวถือว่าเป็นกลุ่มคนที่มีอยู่มากอันดับ 3 ของโลก รองจากศาสนาอิสลามที่มีคนนับถือมากที่สุด รองลงมาคือคริสต์ และคนไร้ศาสนา เหตุผลของคนไม่มีศาสนา องค์กรพิว หรือ The Pew Forum on Religion and Public life ได้เผยเหตุผลของคนไม่มีศาสนา โดยพวกเขามีมุมมองดังนี้ 1.ศาสนาไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ไม่สามารถทำให้ร่ำรวย ชีวิตดีขึ้น ไม่สามารถแก้ปัญหาส่วนตัวได้ คนสามารถทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ได้โดยไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน 2.ศาสนาไม่สามารถเติมเต็มความต้องการทางจิตวิญญาณหรือเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจได้ 3.พิธีกรรมในศาสนา ทำให้คนงมงายเสียเงินและเสียเวลา เป็นเพียงสิ่งที่ทำต่อๆกันมา บางคนทำพิธีกรรมนั้นโดยไม่รู้ความหมายของบทสวด 4.เสื่อมศรัทธาในผู้สืบศาสนา เช่น พระประพฤติตัวไม่เหมาะสม การทำธุรกิจโดยใช้วัดบังหน้า เน้นพุทธพาณิชย์ และข่าวในแง่ร้ายเกี่ยวกับพระ เช่น ยาเสพติด การล่วงละเมิดทางเพศ 5.ศาสนาสอนในสิ่งที่ไม่รู้ ไม่เข้าใจ พิสูจน์ไม่ได้ ศีลธรรมที่บัญญัติบางข้อขัดกับความเป็นจริง ไร้เหตุผลและเป็นกฎระเบียบที่ไร้สาระขัดกับหลักสิทธิมนุษยธรรม การไม่มีศาสนาเป็นการได้รับอิสระจากกรอบที่ศาสนาตีไว้ ถ้าไม่นับถือศาสนาแล้วนับถืออะไรเป็นแนวทางในการดำรงชีวิต ? คำตอบของคนอศาสนาคือ การยึดถือ “ความอยู่รอด” ของตนเองเป็นหลัก ความเห็นอกเห็นใจและการช่วยเหลือกันของมนุษย์นั้นเป็นไปตามธรรมชาติของการ ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน และเสียสละต่อตนเองต่อสิ่งที่ดีที่ยึดถือร่วมกันเพื่อความอยู่รอดของตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งศีลธรรมของศาสนา MThai News