มีเพศสัมพันธ์

ละครเพลิงนรี , เรื่องย่อเพลิงนรี
ละคร เพลิงนรี /  ละคร เพลิงนรี ช่อง3 / 

เพลิงนรี บทประพันธ์โดย : อินตราบทโทรทัศน์โดย : ญาลิลกำกับการแสดงโดย : น้องนุช ชวาลาผลิตโดย : บริษัท กัทส์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัดออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อ ละครเพลิงนรี เมื่อโชคชะตาพาให้ เจ้าหญิงพริริสา แห่งประเทศไทรจีส นำพาความแค้นกลับมาที่ประเทศไทย เพื่อหวังทำลายคนที่เคยใจร้ายกับเธอ และแม่ในอดีต แต่กลับกลายทำให้เธอมาพบกับความรักที่ไม่คาดฝันจาก ธีภพ สารวัตรหนุ่มหัวใจเด็ดเดี่ยว ผู้พยายามเปิดโปงว่าเธอเป็นใคร แต่การจับผิดกลายเป็นความรักที่จับเข้ามาในหัวใจ ทิฐิมานะที่พริริสามีหรือจะสู้รักแท้ของธีภพ เธอจึงต้องพ่ายแพ้ให้แก่หัวใจของเขา พันตำรวจตรีธีภพ (เจษฎาภรณ์ ผลดี) สังกัดหน่วย อรินทราช 26 (S.W.T.A) เป็นหน่วยตำรวจที่มีความเชี่ยวชาญการใช้อาวุธ และยุทธวิธีพิเศษ มีขีดความสามารถในการปฏิบัติการพิเศษต่อภัยคุกคามที่เป็นอาชญากรรม และการก่อการร้าย ลูกชาย พลตำรวจโทธเนศ (ทูน หิรัญทรัพย์) ผู้บัญชาการตำรวจหน่วยพิเศษผู้เคยเช้าร่วมในปฏิบัติการรักษาสันติภาพ ที่ประเทศไทรจีสช่วงที่มีการก่อการกบฏ เมื่อ 17 ปีก่อน จนธเนศเกษียรออกมาดูแลธุรกิจอย่างเต็มตัว และเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นของบริษัทบูรพเกียรติ บริษัทส่งออกเครื่องประดับเพชรชื่อดัง ธีภพเจริญรอยตามพ่อในเรื่องการเป็นตำรวจ ท่ามกลางความไม่สบายใจนักของ วิวรรณ (รัชนี ศิระเลิศ) ผู้เป็นแม่ ที่ไม่อยากให้ลูกทำงานเสี่ยงอันตราย จนเมื่อธเนศทำงานหนักเริ่มมีอาการโรคหัวใจ ทำให้วิวรรณกังวลใจมากยิ่งขึ้น จึงขอร้องให้ธีภพลาออกจากราชการตำรวจมาทำงานแทนธเนศเพราะเป็นลูกชายคนเดียว ละครเพลิงนรี ธีภพรักพ่อมาก จึงจำใจลาออกจากราชการตำรวจเพื่อมาทำงานแทนพ่อ ธเนศจึงตัดสินใจส่งธีภพไปทำงานที่ท้าทายเพื่อดูว่าลูกชายจะสานต่องานนี้ได้ดีแค่ไหน โดยให้ธีภพศึกษาวิกฤตบริษัทบูรพเกียรติที่กำลังขาดทุน ด้วยความสัมพันธ์ที่สนิทสนมกันมาตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อกับครอบครัวบูรพเกียรติ ทำให้ธเนศจำต้องยื่นมือให้ความช่วยเหลือ และให้ธีภพเดินทางไปไทรจีส ประเทศบนเกาะเล็ก ๆ ที่กำลังมีนโยบายเปิดประเทศให้นักธุรกิจต่างชาติเข้ามาดูงานตลาดการค้าของที่นี่ ธีภพต้องไปศึกษาหาสู่ทางสำหรับช่องทางขยายธุรกิจที่นั่นเพื่อแก้วิกฤตของบูรพเกียรติ ซึ่งไทรจีสเพิ่งยอมเปิดประเทศให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ ธีภพเดินทางไปครั้งนี้โดยไม่รู้เลยว่านี่คือบุพเพสำคัญในชีวิต ที่จะทำให้เขาได้ค้นพบหัวใจตัวเอง ที่ไทรจีส เจ้าหญิงพริริสา (ดาวิกา โฮร์เน่) หญิงสาวสายเลือดไทยแท้ ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระราชกุมารี เมื่ออายุครบ 22 ปี โดย กษัตริย์ราอิล แม้ชีวิตเธอจะเหมือนความฝันแต่วัยเด็กกลับมีชีวิตผกผัน และน่าสงสารที่ทำให้เธอและ พีรดา (เพ็ญพักตร์ ศิริกุล) ผู้เป็นแม่ระหกระเหินมาอาศัยอยู่ที่ไทรจีส จนกระทั่งพีรดาได้พบรักใหม่ และอภิเษกสมรสกับกษัตริย์ราอิล เมื่อ 17 ปีก่อน เป็นช่วงเวลาที่กษัตริย์ราอิลเพิ่งสูยเสียพระชายาไปไม่นาน และมีลูกชายเพียงคนเดียวคือ เจ้าชายคามิน (เกริกพล มัสยวาณิช) ที่จะเป็นองค์รัชทายาทแห่งไทรจีสคนต่อไป พริริสาหวนระลึกถึงวัยเด็กอีกครั้ง แผลเป็นที่ข้อมือเธอเป็นอีกสิ่งที่ย้ำเตือนไม่ให้ลืมเลือนว่าเธอ และแม่เคยถูก กานดา (ซินดี้ สิรินยา บิชอฟ) และคุณหญิงจินตนา (ดวงตา ตุงคะมณี) ผู้เป็นย่า ข่มขู่ ทำร้ายจะเอาชีวิต ถ้าไม่ไปให้พ้นจากชีวิตของผู้ชายที่ชื่อ คณิน (สันติสุข พรหมศิริ) บูรพเกียรติ พ่อแท้ ๆ ของเธอเอง พีรดาจึงต้องหอบหิ้วพริริสามาที่ไทรจีสเพื่อให้ไกลจากครอบครัวอดีตสามี และเริ่มต้นชีวิตใหม่ ละครเพลิงนรี พริริสาได้เห็นภาพข่าวคณิน และกรนันท์ (รวีวรรณ บุญประชม) ลูกสาวอีกคนที่เกิดจากกานดาออกงานสังคมเสวยสุขกันอย่างไม่ทุกข์ร้อน ก็ยิ่งโกรธที่แม่เคยโดนทำร้ายจนมีผลต่อการเจ็บป่วยกระเสาะกระแสะ ในปัจจุบัน แต่คนใจร้ายกลับมีความสุขโดยไม่เคยได้รับผลกรรมใด ๆ พีรดาพยายามย้ำนักหนาไม่ให้พริริสาคิดแค้นคนที่ได้ชื่อว่าพ่อ ทำให้พริริสาอัดอั้นขี่ม้าเตลิดออกไปเพื่อระบายความคันแค้นในใจ ม้าของพริริสามีอาการตื่นวิ่งออกนอกเขต ในขณะที่ธีภพมาเยี่ยมชมอุทยานสำคัญของโทรจัสตามคำเชิญของคู่ค้า ธีภพเห็นพริริสาอยู่บนม้าที่เตลิดจึงเข้าไปช่วยเอาไว้ แต่กลับถูกพริริสาหาว่ายุ่งไม่เข้าเรื่อง พร้อมขบวนรถจี๊บที่ตามมาโค้งคำนับ และรับตัวพริริสากลับไป ทำให้ธีภพสงสัยว่าหญิงสาวสวยแสนเอาแต่ใจพูดภาษาไทยอย่างชัดถ้อยชัดคำคนนี้เป็นใครกันแน่ พริริสากลับวังอย่างขุ่นเคืองใจไม่สามารถทำตามคำขอของแม่ได้ ตัดสินใจไปเมืองไทยเพราะอยากเห็นคนใจร้ายได้รับผลกรรมบ้าง จึงหนีออกจากวังไทรจีสไปพร้อมกับ มิรา (มณีรัตน์ ศรีจรูญ) พระสหายที่เรียนหนังสือ และเติบโตมาด้วยกัน ธีภพกลับมาเมืองไทย รายงานเรื่องการดูงานให้ธเนศฟัง ธเนศเห็นธีภพมีแววที่จะทำธุรกิจได้ดี โดยธเนศคอยเป็นที่ปรึกษาอยู่ห่าง ๆ วิวรรณพอใจที่ธีภพไปช่วยงานบูรพเกียรติอย่างเต็มที่ ถือว่าเป็นการช่วยเหลือว่าที่พ่อตาแม่ยายไปในตัว เพราะวิวรรณทาบทามกรนันท์ไว้ให้เป็นคู่หมายกับลูกชาย ธีภพจำใจต้องไปทำงานตำแหน่งกรรมการผู้จัดการที่บริษัทบูรพเกียรติ และได้เจอผู้ช่วยเลขาคนใหม่ของคณินที่เขารู้สึกคุ้นหน้าเสียเหลือเกิน ศจี (วิมลพันธ์ ชาลีจังหาญ) เลขาคณิแนะนำ ให้ธีภพได้รู้จักกับพริริสาผู้ช่วยเลขาคนใหม่ พิริรสาจำธีภพได้ ธีภพแปลกใจว่าเคยเจอพริริสาที่ไทรจีส แต่พริริสาแกล้งทำไม่รู้เรื่อง บอกว่าเธอไม่เคยไปที่นั่นพยายามทำตัวเป็นพนักงานธรรมดาคนหนึ่งในบริษัท โดยสนิทสนมกับ ชนิดา (อนุสรา วันทองทักษ์) สาวประชาสัมพันธ์สุดเปรี้ยว บุษกร (วรินดา เขียวสลับ) พนักงานบัญชีสุดเชย และไพโรจน์ (โรซี่) (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ) พนักงานการเงิน ละครเพลิงนรี เพราะทั้งสามดูจริงใจ และไม่ช่างซักช่างถามอยากรู้ความเป็นมาของเธอนัก แถมเม้าท์ทุกเรื่องในบริษัทที่รู้มาให้เธอฟัง แต่นิสัยธีภพยิ่งสงสัยเขายิ่งต้องรู้ให้ได้ จึงพยายามจับตาดูพริริสาเป็นพิเศษ ขณะเดียวกันสายใยที่มองไม่เห็นทำให้คณินรู้สึกเอ็นดูพริริสาอย่างบอกไม่ถูก อาจเพราะเธอมีเขาหน้าคล้ายพีรดาคนรักเก่าของเขาก็เป็นได้ เช่นเดียวกับ ดร.กฤษ (สมภพ เบญจาธิกุล) ปู่ของเธอที่ถูกชะตาพริริสาที่ดูเก่งกล้าม และเฉียวฉลาด สู้คน ทำให้นึกย้อนไปในอดีตหากตอนนั้นลูกสะใภ้อย่างพีรดาจะลุกขึ้นสู้เหมือนพริริสาคนนี้ คงไม่เกิดเรื่องน่าเศร้าที่หวนไปแก้ไขไม่ได้ นั่นยิ่งทำให้คุณหญิงจินตนา และกานดาไม่ถูกชะตากับพริริสาตั้งแต่แรกเห็น ธีภพบังเอิญเห็นพรีริสาเดินเข้าออกสถานพูดไทรจีส ทำให้เขายิ่งต้องรู้ให้ได้ว่าพริริสาเป็นใครแล้ว ทำให้ต้องโกหกเขาว่าไม่เคยรู้จักประเทศไทรจีส แต่พริริสาก็ยังปากแข็งหาทางเอาตัวรอดไป กรนันท์เห็นธีภพวนเวียนใกล้พริริสาไม่ห่างก็ยิ่งเกิดความหึงหวงมีเรื่องลงไม้ลงมือกับพริริสา แต่คนอย่างพริริสาก็ไม่ยอมใครกรนันท์จึงให้คณินไล่พริริสาออกเพื่อตัดไฟแต่ต้นลม คณินเสียดายความสามารถของพริริสา แต่เจอกรนันท์อาละวาดใส่ หนัก ๆ เข้าก็ต้องตามใจลูกสาว ทำให้พริริสาเจ็บใจที่คณินคิดว่าเขามีเพียงกรนันท์เป็นลูกสาวเพียงคนเดียวถึงได้ทำผิดให้กลายเป็นถูก เขาคงลืมเธอ และแม่ไปหมดสิ้นแล้ว เมื่อธีภพรู้เข้า เขาจึงเสนอให้พริริสามาเป็นเลขาอีกคนเพราะเขาต้องการผู้ช่วยที่มีคุณสมบัติที่ดี พริริสากลัวสายตาธีภพที่เหมือนคอยจับผิดกลัวว่าเขาจะจำเธอได้ และรู้ว่าเธอคือเจ้าหญิงพริริสาแห่งไทรจีส แต่ก็จำใจยอมทำงานนี้เพราะการทำงานกับธีภพทำให้เธอยังรู้ความเคลื่อนไหวของบูรพาเกียรติอยู่ เพื่อหาช่องทางให้ทุกคนในครอบครัวนั้นต้องเจ็บปวดอย่างสาสม แม้พริริสาจะถูกธีภพแกล้งใช้งานสารพัดเพื่อทดสอบ แต่ด้วยคุณสมบัติทางการศึกษา และความสามารถทำให้พรริสามองออกว่าหนทางการแก้ปัญหาของูรพเกียรติมีอะไรบ้าง ทุกสิ่งที่เธอเสนอธีภพก็มองเห็นแบบนั้นเช่นกัน ละครเพลิงนรี เจ้าชายคามิน รู้ว่าพริริสาหนีมาเมืองไทย ก็เดาได้ทันทีว่าพริริสามีแผนการอะไร เพราะคามินผูกพันกับพรริสามาก คินจึงรู้ความคิดจิตใจของพริริสาอย่างดีว่ากำลังคิดจะทำอะไร ด้วยความเป็นห่วงจึงส่ง ไคชัจ (ทวีฤทธิ์ จุลละทรัพย์) มาคอยดูแล ทั้งที่อยากจะไปเองใจแทบขาด แต่ไทรจีสก็กำลังมีปัญหา เพราะเริ่มมีข่าวการกลับมาของพวกกบฏ เมื่อ 17 ปีก่อน คามินต้องอยู่สืบหา ราห์มาน (บิลลี่ โอแกน) อดีตพระอนุชาที่เป็นผู้นำก่อกบฏในอดีตแต่ไม่สำเร็จและกำลังคิดจะก่อการอีกครั้ง ธีภพดึงพริริสาอยู่ใกล้ จะได้จับผิดให้ได้ว่าพริริสาเป็นใครได้ง่ายขึ้น ยิ่งพริริสาเก่งกล้า เอาแต่ใจรสนิยมดีเกินเลขาปกติทั่วไป ยิ่งทำให้เขาสงสัย แต่ก็ไม่สามารถจับผิดได้สักที แม้แต่ ผู้กองอธิรุธ (ธนกฤต พานิชวิทย์) เพื่อนสนิทก็ยังตามสืบอะไรไม่ได้ เพราะมิรา และไคชัจคอยตามไปป่วน และกลเกลื่อนหลักฐานทั้งหลาย ไม่ว่าอธิรุธจะไปสืบที่ไหนที่พอจะได้เบาะแสเกี่ยวกับพริริสา ที่นั่นจะต้องมีเหตุประหลาดเกิดขึ้นเสมอ ไม่ว่าจะไฟไหม้ คนหาย รวมไปถึงอุบัติเหตุต่าง ๆ จนอธิรุธจับได้ว่ามิราคือตัวการพยายามขัดขวาง แต่มิราไม่ยอมรับ ยืนกระต่างขาเดียวไม่รู้เรื่อง ธีภพเข้าทำงานได้ระยะหนึ่งก็เห็นปัญหาของบูรพเกียรติที่ย่ำแย่ลงเรื่อง ๆ หนทางเดียวที่จะช่วยพยุงบริษัทได้คือต้องหา แหล่งนำเข้าเพชรดิบใหม่ และหุ้นส่วนใหม่มาช่วยเหลือซึ่งต้องเป็นนายทุนต่างชาติที่พร้อมมาลงทุนอุตสาหกรรมเพชร และเครื่องประดับในประเทศไทย ธีภพเสนอเรื่องนี้กับคณินเพราะตอนที่ไปดูงานที่ไทรจีสเขาพบว่าประเทศไทรจีสมีเหมืองเพชรขนาดใหญ่ แต่ไม่เคยมีนโยบายขายเพชรดิบให้ต่างชาติ แต่ตอนนี้กำลังมีนโยบายเปิดประเทศให้นักธุรกิจต่างชาติเข้าไปดำเนินธุรกิจในไทรจีสหลายคนที่สนใจที่จะร่วมลงทุนในประเทศไทย แต่คณินไม่ต้องการให้บริษัทของครอบครัวกลายเป็นของต่างชาติจึงยังลังเลใจอยู่ ความคิดเห็นในบริษัทเองก็แตกเป็นสองทางที่เห็นด้วยกับคณิน และคนที่เห็นด้วยกับธีภพเพราะนี่คือทางเดียวที่จะทำให้บริษัทอยู่ต่อไปได้ ดร.กฤษเห็นคณินลังเลใจจึงเอาจดหมายเร่งรัดหนี้สินจากธนาคารไปให้คณินดู เพราะตอนนี้คณินแทบไม่เหลืออะไรอีกแล้ว เขาจำนองที่ดินและบ้านหลังใหญ่เพื่อเอาเงินไปผ่อนผันหนี้จนหมดแล้วไหนจะเงินที่กู้ยืมจากธนาคารในต่างประเทศ ในที่สุดคณินก็ต้องจำนนยอม ธีภพจึงพาพริริสาไปไทรจีสด้วยกันเพื่อพูดคุยกับนายทุนใหม่ กรนันทร์รู้เข้าไม่พอใจ อยากตามไปด้วยจะไม่ยอมให้พริริสาได้มีโอกาสอยู่กับธีภพสองต่อสองเด็ดขาด แต่กานดาห้ามไว้ เพราะมีแผนการที่ดีกว่า แค่รอให้ธีภพกลับมา ธีภพจะหันไปสนใจผู้หญิงอื่นไม่ได้อีก ละครเพลิงนรี คามินรู้ว่าพริริสากลับมาไทรจีสจึงไปรับ แต่พริริสาว่าเธอมาทำงานยังกลับวังไม่ได้ ธีภพเห็นพริริสาแอบไปหาผู้ชายอื่นก็เข้าใจผิดว่าคามินเป็นคนรักของพริริสา ความหึงหวงเกิดขึ้นในใจทำให้ธีภพอดไม่ได้ต้องประชดประชันพริริสา คามินรู้ว่าธีภพเผ้าตามดูตนอยู่กับพริริสา และรู้สึกได้ว่าธีภพคิดกับพริริสาเกินเจ้านายกับลูกน้องจึงยิ่งแกล้งแสดงความสนิทสนมกอดหอมพริริสาให้เห็น ธีภพยิ่งโกรธแสดงออกชัดว่าเขากำลังหึงหวงพริริสาอยู่ รพิริสาเห็นธีภพเข้าใจผิดก็รีบบอกว่ามาหาคามินเพราะเขาคือคนที่สนใจจะมาเป็นหุ้นส่วนกับบูรพาเกียรติ ทำให้ธีภพรู้ว่าคามินคือเจ้าชายรัชทายาทแห่งไทรจีส แต่จู่ ๆ กลับมีคนร้ายข้ามาลอบเล่นงานคามิน และพริริสาอย่างจงใจ ธีภพจึงช่วยเหลือทั้งคู่เอาไว้ จนรู้ว่าเป็นคนของฝ่ายกบฏ แต่ธีภพก็ยังสงสัยว่าคนร้ายทำไมต้องคิดเล่นงานพริริสาด้วย กษัตริย์ราอิลรู้เรื่องนี้ก็เป็นกังวลมากทั้งห่วงความปลอดภัยของคามิน และพริริสา รวมทั้งเรื่องความสงบของประเทศ กลัวประชาชนจะตื่นตระหนก คามินจึงเสนอเรื่องการลงทุนร่วมหุ้นกับบริษัทบูรพเกียรติ เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่าไทรจีสกำลังขยายเศรษฐกิจการค้า และยังมีประเทศไทยที่เป็นมิตรที่ดีต่อกันมาโดยตลอด เพื่อให้ฝ่ายกบฏไม่กล้าทำอะไรผลีผลาม กษัตริย์ราอิลเห็นด้วย คามินจึงบอกข่าวดีกับธีภพ แต่ก่อนจะตัดสินใจร่วมหุ้น ทางไทรจีสจะต้องไปดูกิจการของบูรพเกียรติก่อน ธีภพว่ายินดี และจะกลับไปเตรียมทุกอย่างเพื่อต้อนรับคามิน แต่ที่สนามบินไทรจีสมีปัญหาเรื่องการประท้วง ทำให้ธีภพต้องอยู่ไทรจีสต่ออีกสองวัน พริริสาจึงอาสาพาธีภพเที่ยว เพราะนี่เป็นโอกาสที่เธอจะได้ออกมาเที่ยวอย่างสามัญชนโดยไม่มีคนตาม การได้อยู่กับธีภพทำให้พริริสาเริ่มหวั่นไหว ธีภพเองก็เช่นกัน แต่ยิ่งธีภพรู้สึกดีกับพริริสาแค่ไหน เขายิ่งต้องรู้ให้ได้ว่าตัวตนที่แท้จริงของเธอคือใคร แต่เมื่อกลับมาเมืองไทยธีภพกลับถูกกรนันท์ และครอบครัวรวบรัดเรื่องงานหมั้น โดยที่ไม่ได้ตั้งตัวความสุขที่ไทรจีสมลายหายไปสิ้นจากใจพริริสา เพราะธีภพหมั้นกับกรนันท์ไปแล้ว คามินตามมาเมืองไทยรู้เข้าก็ดีใจที่ธีภพหมั้นกับคนอื่นไป พริริสาเสียใจที่ธีภพหมั้นกับกรนันท์จึงพยายามทำตัวออกห่าง แต่ธีภพกลับไม่ยอมให้พริริสาห่างตัว พริริสาพยายามผลักไส แต่ธีภพก็ยิ่งดึงพริริสามาใกล้อย่างอยากบอกให้รู้ว่าเขาไม่ได้เต็มใจหมั้น และคนที่เขาอยากอยู่ใกล้ไม่ใช่กรนันท์แต่เป็นพริริสา โดยอ้างเรื่องการต้อนรับเจ้าชายคามินที่จะมาดูกิจการของบูรพเกียรติ ไม่ยอมให้พริริสาไปไหน ด้านกรนันท์รู้ว่าจะมีเจ้าชายมาก็ตื่นเต้นไปด้วย คามินรู้จักผู้หญิงแบบกรนันทดีจึงแกล้งให้ความหวังไปในตัว ทำให้กรนันท์ยิ่งหลงคิดไปว่าจะได้เป็นเจ้าหญิงขึ้นมารำไร แต่เมื่อเห็นคามินแสดงความเอ็นดูพริริสายามลับตาผู้คน ก็คิดไปว่าพริริสาเป็นเสี้ยนหนามที่คิดจะแย่งทั้งธีภพ และคามิน กรนันท์จึงจ้างคนมาฉุดพริริสาเพื่อให้พ้นทาง ธีภพตามไปช่วยแต่กลับเจอพวกกบฏที่แอบตามมาสวมรอยจะจัดการพริริสา ธีภพยิ่งสงสัยว่าจากโจรกระจอกทำไมกลายเป็นกลุ่มคนร้ายที่น่ากลัว และพวกมันก็คือกบฏจากไทรจีส ละครเพลิงนรี ธีภพพาพริริสาหนีมาหลบที่บ้านพักตากอากาศของตน และยึดมือถือ ห้ามพริริสาติดต่อใคร หวังจะคาดคั้นให้รู้ความจริง แต่พริริสาไม่ยอมปริปากพูด ธีภพทำทีใจร้ายกลั่นแกล้งพริริสาสารพัดหวังให้เธอกลัว และพูดความจริงออกมา แต่คนใจแข็ง และมุ่งมั่นกับแผนการไม่ยอมปริปากง่าย ๆ พริริสายอมทนให้ธีภพแกล้งเธอจนป่วยเพราะพิษไข้ ธีภพจึงต้องมาดูแลพริริสาอย่างรู้สึกผิด ยามพริริสาไร้พิษสงเธอดูน่ารัก ยามอ่อนแอเช่นนี้ดูอ่อนหวาน จนเขาไม่อยากแกล้งเธออีก ความอ่อนโยนของธีภพทำให้พริริสาหวั่นไหวยิ่งขึ้น ทั้งคู่ต่างแอบคิดหากหยุดเวลาที่บ้านพักหลังนี้ไว้ได้ก็คงดี มิราเห็นพริริสาหายไป พยายามสืบจากอธิรุธก็ไม่ได้อะไร จึงร้อนรนเป็นกังวลใจมากรีบไปรายงานคามิน ขณะเดียวกันทางไทรจีสรู้เรื่องพวกกบฏราห์มานเข้ามาไทยเพื่อมุ่งร้ายคามิน และพริริสาจึงตัดสินใจติดต่อกับรัฐบาลไทยเพื่อขอกำลังคุ้มกัน โดยมีผู้การเอกสิทธิ์เป็นคนดูแลเรื่องนี้ ด้านธีภพแอบติดต่อกับอธิรุธ และผู้การเพื่อรายงานเรื่องกบฏไทรจีสที่เข้ามาในไทย ซึ่งเรื่องนี้ทางหน่วยได้ข่าวมาบ้างแล้ว และกำลังจัดกำลังคนคุ้มครองเจ้าชายคามิน และเจ้าหญิงตามที่ทางไทรจีสร้องขอ อธิรุธพยายามจะบอกธีภพว่าเจ้าหญิงคือใครแต่ก็ไม่มีโอกาส ด้านคามินรู้ว่าพริริสาอยู่กับธีภพจึงตามมาเจอจนได้ คามินโกรธจัดที่ธีภพบังอาจกักขังตัวเจ้าหญิงแห่งโทรจีสเอาไว้ ทำให้ธีภพประหลาดใจมาก คามินให้ไคชัจจับตัวธีภพเพื่อจัดการให้สาสมกับที่ทำให้เจ้าหญิงแห่งไทรจีสต้องเสียเกียรติ พริริสาตกใจมากเอาตัวปกป้องธีภพเอาไว้ หากธีภพตายเธอก็จะตายด้วย ทำให้คามินรู้ทันทีว่า พริริสาเผลอมอบหัวใจให้ธีภพไปแล้ว ธีภพรู้ความจริงเรื่องพริริสาเป็นใคร และมาทำอะไรที่บูรพเกียรติ เขาขอร้องให้เธอหยุดความคิดแก้แค้นพ่อของตัวเองเพราะความแค้นไม่เคยให้ความสุขกับใคร เมื่อถึงวันหนึ่งพริริรสาเองที่จะเป็นคนเจ็บปวดที่สุด แต่พริริสาไม่ยอมหยุด ธีภพจึงตัดสินใจอาสากลับมารับหน้าที่กับผู้การเอกสิทธิ์มาอารักขาพริริสา เพราะคงไม่มีใครทำหน้าที่นี้ได้ดีเท่าเขาอีกแล้ว แม้ทั้งคู่จะอยู่ใกล้กัน แต่ความเหินห่างจากความไม่เข้าใจได้เกิดขึ้นเสียแล้ว ยิ่งพริริสาคือเจ้าหญิง คามินยิ่งคอยกรอกหูธีภพว่าเขาไม่คู่ควรกับพริริสาสักนิด และต้องการจบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุดเพื่อนพาพริริสากลับไทรจีส เรื่องราวความรักความแค้นของพริริสา และธีภพจะลงเอยอย่างไร ก็ต้องติดตามชมใน ละครเพลิงนรี ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 รายชื่อนักแสดง ละคร เพลิงนรี เจษฎาภรณ์ ผลดี รับบท ธีภพ ดาวิกา โฮร์เน่ รับบท ริสา/เจ้าหญิงพริริสา เกริกพล มัสยวาณิช รับบท คามิน ซินดี้ เบอร์บริดจ์ รับบท กานดา รวิวรรณ บุญประชม รับบท กรนันท์ ธนกฤต พานิชวิทย์ รับบท ผู้กองอธิรุธ มณีรัตน์ ศรีจรูญ รับบท มิรา สันติสุข พรหมศิริ รับบท คณิน ดวงตา ตุงคะมณี รับบท คุณหญิงจินตนา สมภพ เบญจาทิกุล รับบท ดร.กฤษ เพ็ญพักตร์ ศิริกุล รับบท พีรดา

เรื่องเล่า..วันเข้าพรรษา เมื่อฤดูฝนมาเยือนดินแดนธรรม
ทำบุญตักบาตร /  วันเข้าพรรษา

วันเข้าพรรษา เป็นอีกหนึ่งวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ที่พุทธศาสนิกชนอย่างเรา จะได้มีโอกาสตักบาตรทำบุญเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับตัวเองและครอบครัว ซึ่งก็ต่อเนื่องมาตั้งแต่วันอาสาฬหบูชา เป็นสัญญาณว่าใกล้จะถึง วันเข้าพรรษา เชื่อว่าหลายคนอาจยังไม่เคยรู้ที่มา หรือบางท่านเคยได้ยินมาบ้างแต่นานมาแล้วจำไม่ได้ วันนี้แม่หมอจะขออาสามาเล่าเรื่องราวความเป็นมาของ วันเข้าพรรษา แบบฉบับให้อ่านแล้วเข้าใจง่ายขึ้นค่ะ ย้อนกลับไปเมื่อสมัยพุทธกาล พระสงฆ์ต่างก็ปฏิบัติหน้าที่ของตนเองอย่างเคร่งครัด บางรูปต้องเดินทางไปธุดง บางรุปก็มีกิจต้องไปเทศนาให้ชาวบ้านตามหมู่บ้านต่างๆ ซึ่งหากว่าเป็นช่วงฤดูอื่น ก็ไม่มีผลกระทบอะไรกับชาวบ้าน เพียงแต่ว่าช่วงที่เข้าหน้าฝนแล้ว ชาวบ้านจะต้องออกปลูกต้นกล้า เตรียมที่จะทำนากันเป็นจำนวนมาก แล้วระหว่างทางพระสงฆ์ที่ไม่ทราบว่าเป็นต้นกล้ารวงข้าว ก็เหยียบย่ำจนได้รับความเสียหาย จึงมีชาวบ้านร้องเรียนไปที่พระพุทธเจ้าว่าให้แก้ปัญหาเรื่องนี้โดยด่วน เพราะชาวบ้านเดือดร้อน เมื่อเห็นอย่างนั้น จึงได้กำหนดให้ วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี เรียกว่า "ปุริมพรรษา" ให้เป็นวันเข้าพรรษา และออกพรรษาในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 เรียกว่า "ปัจฉิมพรรษา" โดยพระสงฆ์จะต้องจำวัดอยู่เป็นระยะเวลา 3 เดือน เพื่อไม่ให้ไปรบกวนสร้างความเสียหายให้กับชาวบ้าน ไม่ต้องทำกิจหรือไปเทศนาให้กับหมู่บ้านใด หากชาวบ้านต้องการจะทำบุญ ให้เดินทางมาที่วัดด้วยตนเอง หากมีกิจจำเป็นต้องค้างอ้างแรมก็กำหนดไว้ว่าไม่เกิน 7 วัน การแก้ปัญหานี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยเรื่องลดความเสียหายให้กับที่นาข้าวของชาวบ้านแล้ว ยังส่งผลดีกับพระสงฆ์เองด้วย ทั้งพระเก่าและพระใหม่ จะได้มีเวลาศึกษาคำสอนของพระธรรมได้อย่างเต็มที่ มีเวลาเจริญภาวนา และศึกษาพระไตรปิฎกได้อย่างเข้าถึงแก่นแท้มากขึ้น พระเก่าก็สามารถใช้ช่วงเวลานี้ ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้กับพระใหม่ได้แบบไม่มีเรื่องอื่นมาเป็นอุปสรรค ฝ่ายญาติโยมเมื่อต้องเดินทางมาใส่บาตร ก็เป็นการพบปะพูดคุยและสานสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เรียกได้ว่า การหยุดให้พระสงฆ์เข้าพรรษาเพียง 3 เดือน แต่กลับสร้างข้อดีต่างๆ ได้มากมาย และเกิดประโยชน์กับทุกฝ่ายอย่างแท้จริง สำหรับกิจกรรมที่พุทธศาสนิกชนควรทำในวันเข้าพรรษานั้น จะไม่ต่างกับวันอื่น ๆ มากนัก ที่จะต้องทำบุญตักบาตร แต่วันเข้าพรรษาจะโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว กับการถวายเทียนพรรษา เพราะในอดีตเมื่อพระสงฆ์ต้องจำวัด ไม่ได้ออกไปไหน จึงจำเป็นต้องมีเทียนเพื่อจุดให้แสงสว่างเวลาทำกิจของสงฆ์ แต่ในปัจจุบัน มีไฟฟ้าเข้ามาแทนที่ จึงเปลี่ยนจากถวายเทียนพรรษา เป็นการถวายหลอดไฟแทน และเพื่อไม่ให้เทียนพรรษาสูญหายไปจากประเพณี จึงได้มีการจัดประกวดการแกะสลักเทียนพรรษา และแห่รถโชว์ไปรอบเมือง ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะชาวต่างจังหวัด ซึ่งการแกะสลักเทียนนั้น จำเป็นต้องใช้ช่างฝีมือจริงๆ เพราะต้องอาศัยความปราณีต และประสบการณ์ จึงจะสามารถแกะสลักได้สวย ดังตัวอย่างภาพด้านบนนี้ค่ะ :) นอกจากนี้ยังมีการถวายผ้าอาบน้ำฝน และจตุปัจจัย แก่พระภิกษุสามเณร อีกด้วยค่ะ รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.Mthai.com

ดิว รับช็อค! ไผ่ สารภาพผิดก่อนมีไลน์หลุด สงสารอย่ามองมีดีแค่เงิน!!
ดิว อริสรา /  ไผ่ วันพ้อยท์ / 

บอกเลยว่าความรักยังสตรองจริงๆ สำหรับคู่ของนางร้ายสาว ดิว อริสรา และหวานใจไฮโซ ไผ่ วันพ้อยท์ จากข่าวไลน์หลุดที่อ้างว่าเป็นของฝ่ายชายตามตื้อจีบนักแสดงหน้าใหม่อย่าง เจนี่ เจนิลา ล่าสุดเจอ สาวดิว มาร่วมงาน The Witch Queen of Babalah 2nd Anniversary จึงมีโอกาสเปิดใจแบบหมดเปลือกถึงประเด็นดังกล่าว เจ้าตัวเผยรู้สึกเสียใจตั้งแต่ฝ่ายชายเข้ามาสารภาพผิดและขอโทษก่อนที่จะมีข่าวไลน์หลุดแล้ว แต่ทุกอย่างเคลียร์กันแล้วเรียบร้อย เรื่องความไว้ใจเชื่อใจปล่อยให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ พร้อมปฏิเสธคบเพราะเงินและความสบาย ยืนยันทุกวันนี้ทำงานหนักด้วยตัวเอง ส่วนอื่นๆ ถือเป็นผลพลอยได้และเป็นกำไรชีวิตมากกว่า!! "ความสัมพันธ์ตอนนี้ก็ปกติค่ะ จริงๆ ไม่ได้หวานขึ้นเลย ปกติเท่าเดิมเลยค่ะ เรื่องข่าวที่เข้ามาคือเรารู้เรื่องก่อนหน้าอยู่แล้วไง อย่างที่พูดไปไม่ได้ตกใจกับสิ่งที่ข่าวออกมา แต่ตกใจที่มันเป็นเรื่องเล็กๆ เป็นเรื่องไร้สาระ แต่กลายมาเป็นเรื่องราวใหญ่โตมากเลย ไลน์ที่หลุดออกมาจริงหรือปลอมก็ไม่รู้เหมือนกัน ไม่ได้ถามเค้าเลยค่ะ คือเรามีการคุยกันอยู่แล้วก่อนที่ข่าวมันจะออกไปว่ามันคือยังไง พี่ไผ่ก็คือมาขอโทษ ถามว่ารู้สึกมั้ยกับสิ่งที่เราได้รู้ เรารู้สึกอยู่แล้ว เราเสียใจอยู่แล้ว แต่คือเราผ่านโมเม้นท์นั้นไปแล้วก่อนที่ทุกคนจะมารู้สึกแทนเราค่ะ" "พี่ไผ่ก็เข้ามาคุย ขอโทษ ทุกสิ่งอย่าง คือเค้าไม่ได้มาพูดกับสิ่งที่หลุดออกมา แต่เค้ามาพูดทุกสิ่งทุกอย่างก่อนที่มันจะหลุดออกมา เพราะฉะนั้นดิวจะรู้อยู่แล้วว่าเรื่องราวเป็นยังไง อีกฝ่ายปล่อยไลน์โจมตีเราหรือเปล่า อันนี้ไม่รู้เลย ดิวไม่ได้สงสัยอะไรเลย เรื่องที่มันหลุดออกมาให้มันเป็นเรื่องของพวกเค้าเลยดีกว่า พูดจริงๆ ไม่อยากเกี่ยวข้องด้วยเลยกับอะไรแบบนั้น แต่ส่วนตัวเรื่องของเรา เรารู้อยู่แล้วว่ามันเป็นยังไง" "พี่ไผ่ได้เคลียร์กับอีกฝ่ายมั้ยเหรอ จริงๆ ไม่ได้คุยกันเลย คือโอเคเค้าต้องรีบเข้ามาหาดิวอยู่แล้วว่าจะกระทบกระเทือนจิตใจดิวมั้ย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นดิวก็ตกใจแหละที่มันเป็นเรื่องเป็นราวขนาดนี้ แต่ดิวก็ไม่ได้เสียใจเพิ่มขึ้น เพราะมันผ่านเข้ามาแล้วและมันก็ผ่านออกไปแล้วก่อนที่เรื่องราวจะดราม่ากันขนาดนี้ ตอนนั้นคืออยู่ๆ เค้าก็มาพูดเองเลยค่ะ เค้าน่าจะคิดได้มั้ง (หัวเราะ) โมเม้นท์นั้นเราก็ช็อคค่ะ เสียใจเหมือนผู้หญิงทุกคนแหละที่เวลารู้เรื่องอะไรแบบนี้ แต่จะทำยังไงได้ เราก็คุยกับเพื่อนหลายๆ คนก็รู้สึกว่ามันก็เป็นหนึ่งอย่างในชีวิตที่เกิดขึ้น มันผ่านเข้ามาแล้วมันก็ผ่านออกไป นี่เป็นครั้งแรกค่ะ" "แต่เราก็ให้อภัยเค้า จะว่าแบบนั้นก็ได้มั้ง ตอนนี้ดิวบอกพี่ไผ่ไปว่าพี่ไผ่ไม่ต้องซีเรียสและไม่ต้องคิดมากอะไร คือดิวก็ค่อนข้างไม่มีเวลาเจอเค้าจริงๆ ไม่ค่อยได้คุย เพราะว่าดิวทำงานหนักมาก เพราะฉะนั้นเรื่องที่สำคัญมันควรจะเป็นเรื่องงานมากกว่า แต่ความรักมันก็สำคัญในชีวิตเราแหละ แต่มันอาจจะอยู่ในสเต็ปหลังๆ ที่มันเกิดขึ้น คิดง่ายๆ ว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตเรามันต้องมีเหตุผลของมันอยู่แล้ว เดี๋ยวรอดูกันต่อไป ที่เราไม่มีเวลาให้เค้า อย่าเรียกว่าบกพร่องเลย เพราะดิวรู้สึกว่าการทำงานมันไม่ใช่เรื่องบกพร่อง ต้องดีใจกับเรามากๆ เพราะเรามีมันด้วยตัวเรา เราทำมันด้วยตัวเรา" "ดิวก็คงไม่ปรับเลยค่ะ อย่างที่บอกถ้ามันจะเป็นยังไงก็คงต้องเป็นแบบนั้น แฮปปี้มากกับการที่มีงานเยอะขนาดนี้ ต่อให้อะไรมันจะถาโถมแค่ไหน ดิวว่าท้ายที่สุดชีวิตทุกคนตอนนี้เรื่องงานก็สำคัญที่สุดแหละ ความคาดหวังกับรักครั้งนี้ไม่ได้น้อยลงนะ ดิวเชื่อว่าทุกคนเวลาจะทำอะไรก็จะมีเหตุผลของเค้าตอนนั้น ส่วนตัวดิวก็มีเหตุผลในตัวของดิวที่ดิวเดินแบบนี้เป็นแบบนี้ ส่วนตัวเค้าก็มีเหตุผลของเค้า เราก็ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกันในการตัดสินใจทำ แต่โอเคเค้าทำมาแล้ว เค้ากล้ายอมรับกับดิว มันก็น่าจะจบแล้ว น่าจะพอแค่นั้นแล้วค่ะ" "หลังจากนี้เรื่องความไว้ใจ ทุกอย่างก็ต้องเป็นเรื่องของเวลาแหละ จะพูดว่าไว้ใจเหมือนเดิมมันก็ไม่จริงหรอก มันก็ความรู้สึกผู้หญิงเนอะ เค้าก็พยายามพิสูจน์ตัวเอง ทำอะไรที่มันประหลาดมาก จากที่ไม่เคยทำก็มาทำ พูดจริงๆ ว่า 1 วัน ทำงานตั้งแต่ 06.00-22.00 น. ดิวมีเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมงที่จะมานั่งดราม่าเรื่องความรัก ค่อนข้างแบ่งเวลา พอจะเข้าโหมดดราม่าก็โอเคพอก่อนต้องอ่านบทเพราะพรุ่งนี้ถ่ายละครต่อ มันเลยทำให้เราไม่ได้เอาใจไปอยู่ตรงนั้นเยอะ แล้วเราก็แฮปปี้" "เค้าเลิกติดต่อฝ่ายนั้นไปหรือยังเหรอ ก็อย่างที่เค้าอัพในอินสตาแกรมแหละ ดิวว่าในส่วนของเค้าก็อย่างที่เค้าเขียนมันคือคำตอบของเค้า ส่วนดิวก็พูดตรงๆ ว่าไม่อยากพูดแทนเค้าหรือพูดแทนใคร ไม่อยากออกความคิดเห็นใดๆ ที่ไม่เกี่ยวกับตัวดิวเลย เรื่องเช็คไลน์เค้า ไม่เคยเช็คเลยเป็นคนไม่เช็คอยู่แล้ว ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ดิวก็สแกนเข้าเครื่องเค้าได้ เค้าก็สแกนเข้าเครื่องดิวได้นะ แต่ดิวเป็นคนไม่เช็คจริงๆ หลังจากเกิดเรื่องก็ไม่เคยเช็คอะไรเลย" "เรื่องพาไปร้านชาแนลทุกคนมองเป็นเรื่องยิ่งใหญ่มาก แต่จริงๆ คือดิวสั่งเสื้อไว้และดิวได้เสื้อเลยไปเอา ยิ่งจังหวะนี้ดิวไม่ให้เค้าซื้อให้อยู่แล้ว ดิวซื้อด้วยตัวเองค่ะ พอเกิดเรื่องคุณแม่พี่ไผ่เค้าก็เป็นห่วงตลอดแหละ คุณแม่ก็น่ารักเหมือนเดิมค่ะ เป็นกาวใจให้ คุณแม่ยังบอกเลยว่าถ้านักข่าวถามให้ตอบไปเลยว่า พวกเราแฮปปี้กันดีค่ะ (หัวเราะ) แม่บอกว่าครอบครัวเราก็ยังดีอยู่เหมือนเดิมค่ะ ตอนนี้ความสัมพันธ์ก็ไม่ได้แฮปปี้ ไม่ได้เคลียร์อะไรหรอก ก็เป็นเรื่องปกติเหมือนเดิม แต่ความหมายคืออาจจะมีเรื่องประหลาดใจที่ผ่านเข้ามา ถ้าเราไปใส่ใจเยอะก็จะยิ่งทุกข์เอง เพราะฉะนั้นให้มันผ่านไป เราก็ใช้ชีวิตต่อไป เค้าก็ใช้ชีวิตต่อไป" "ดราม่าที่แท็กพี่หนิงกับเทย่า ไม่มีหรอกค่ะ ถ้าดิวโจมตีอีกฝ่าย ดิวจะยอมรับว่าดิวโจมตีจริงๆ ดิวพูดทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ดิวขอนิ่งๆ อยู่ของดิวเลย ไม่อยากเกี่ยว ที่เขียนว่าเวรกรรม หนังชีวิตต้องดูยาวๆ ใช่มั้ยคะ ส่วนตัวดิวรู้จักกับเทย่าอยู่แล้ว เป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว ดิวรู้ว่าเทย่าผ่านอะไรมาบ้างและดิวก็รักเค้า เห็นใจเค้า สิ่งที่เกิดขึ้นดิวก็เม้นท์เกี่ยวกับเรื่องราวในชีวิตเค้า อยากให้กำลังใจ เพราะส่วนตัวเชื่อเรื่องเวรกรรมจริงๆ ใครทำดีก็ต้องได้ดี ใครทำไม่ดีก็ต้องได้อย่างนั้น ถ้าจะไปพาดพิงใคร คือดิวเป็นคนค่อนข้างชัดเจนอยู่แล้ว ดิวคงแท็กชื่อเค้าแน่นอนอย่างที่เคยทำมาถูกมั้ยคะ แต่ครั้งนี้ไม่ใช่จริงๆ" "ที่มีคนว่าเราคบพี่ไผ่เพราะเงิน ต่อให้มีเรื่องนี้หรือไม่มี ทุกคนต้องหาว่าดิวคบเค้าเพราะเงินอยู่แล้ว แต่ถ้าเค้าออกมาพูดแบบนั้นดิวต้องขอบคุณเค้าจริงๆ คือมันมีแค่เราที่รู้กันอยู่ โอเคการที่เค้าซื้อของให้ดิวมันก็มี แต่ดิวก็ซื้อของให้เค้าเหมือนกัน เราไม่ใช่คนไม่อาชีพ ถ้าดิวจะคบกับเค้าเพราะเงิน คงคบเพราะความสบาย แต่ชีวิตดิวไม่ได้สบายเลยนะพี่ ทำงานหนักมาก ถ้าจะคบเพราะเงินดิวรับละครเรื่องเดียวก็ได้มั้ย ทุกวันนี้มีละคร 4 ซีรี่ย์ 1 มันน่าจะเป็นคำตอบให้ทุกคนแล้วว่าเราทำเพื่อตัวเราเอง ส่วนอันอื่นๆ ก็คิดซะว่าเป็นกำไรชีวิต เป็นผลพลอยได้ดีกว่า" "พอเจอข่าวแบบนี้ไม่บั่นทอนหรอก ดิวต้องสงสารเค้ามากกว่า คนอย่าไปตีค่าว่ามีค่าแค่เรื่องเงินสิ ส่วนตัวดิวไม่ได้รู้สึกอะไรหรอก แต่ส่วนตัวเค้า เค้าคงต้องน้อยใจมั้ยว่าไม่มีอะไรดีเลยเหรอ มีดีแค่นั้นเหรอ มันก็น่าสงสาร อย่าคิดอย่างนั้นเลยค่ะ เค้าก็มีความน่ารัก แต่เค้าก็มีความเป็นมนุษย์ผู้ชาย คนเรามันก็ผิดพลาดกันได้แหละ อะไรก็ไว้รอดูตามเวลาค่ะ" ดิว กล่าว ดิว อริสรา ดิว อริสรา ดิว อริสรา ดิว อริสรา ดิว อริสรา ดิว-ไผ่ เจนี่ เจนิลา

สิ้นเดือน กรกฎาคม 2559 ดวงการงาน ของคุณจะเป็นอย่างไร ?
12ราศี /  ดวงการงาน / 

ดวงการงาน 12ราศี ประจำเดือน กรกฎาคม 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร ราศี มังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) การทำงานช่วงต้นๆ เจอแต่งานยาก ปัญหาสารพัด แต่ยังโชคดีที่มีคนมาช่วย เพศตรงข้ามที่อายุมากกว่าคุณ จะช่วยเหลือคุณได้ การเจรจาเรื่องสำคัญ เก็บไว้ทำช่วงปลายเดือนดีกว่า ช่วงนี้ให้ลงแรง ขยันให้เต็มที่ ผลที่ออกมาจะช่วยคุณเอง ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) การทำงานคล่องแคล่ว ได้รับคำชมจากผู้บังคับบัญชา รวมถึงเป็นที่รักใคร่ของคนที่ทำงาน มีคนคอยช่วยดัน โอกาสก้าวหน้าสูง หรือถ้าคิดจะเริ่มต้นลงทุนทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ ก็สามารถทำได้ดี ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) การทำงานถ้าคิดจะปรึกษาเจรจาเรื่องสำคัญ ขอให้รีบทำตั้งแต่ต้น เพราะช่วงกลางมาแล้วจะมีคนคอยกลั่นแกล้ง ซ้ำเติม ใจเย็นๆ ถ้ายิ่งร้อนวู่วาม จะเข้าทางคนที่ไม่ชอบคุณ หาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวเอง ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) ในหัวมีแต่เรื่องงานกับงาน มีโอกาสพบปะผู้คนมากขึ้น ซึ่งควรจะฉกฉวยโอกาสนี้ในการหาความก้าวหน้าให้กับตัวเอง การทำงานแนวโน้มสดใส แต่คุณก็ต้องช่วยเหลือตัวเองด้วยเช่นกัน ช่วงนี้ไม่ควรทำตัวเรียบเฉย ต้องพยายามสร้างความโดดเด่น จะเกิดผลดีกับงานคุณ ผู้บังคับบัญชาชื่นชม ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) ดวงดีมีพร้อมทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรัก เงิน และงาน การทำงานคล่องแคล่ว มีการประสานงาน การเจรจาที่ดี ช่วงนี้ผู้ใหญ่มีอิทธิพลกับตัวคุณสูง ต้องรู้จักนอบน้อม ไปมาหาสู่บ้าง จะทำให้ ดวงการงาน ของคุณไปได้ไกลมากขึ้น ช่วงนี้มีความคิดเด็ดๆ ให้รีบเสนอ คุณจะกลายเป็นจุดสนใจทันที ช่วงนี้เพื่อนร่วมงานสนับสนุนเต็มที่ ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) การทำงานหนักสุดๆ เจอปัญหานั้นปัญหานี้ ไม่ค่อยมีคนช่วยเหลือ ต้องลงมือทำเองทุกเรื่อง อยากเปลี่ยนงาน แต่ถ้าตั้งหน้าตั้งตาทำงานต่อไป สุดท้ายจะได้ผลตอบแทนที่คุ้มเหนื่อย ใครจะเกี่ยงงาน โยนงานอย่าไปสน เป็นคนดีที่โลกต้องการดีที่สุด ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) เกิดความขัดแย้งในตัวเอง ทำให้ต้องมาพาลกับคนรอบข้าง ยิ่งเรื่องงานมีการเกี่ยงงาน เกี่ยงความรับผิดชอบจนน่าเบื่อ บางทีก็ต้องทำใจปล่อยๆ ไปบ้าง ถ้าดึงดันยึดอุดมคติ ก็คงเป็นเรื่องใหญ่โต ช่วงนี้จะมีคนเข้ามาช่วยสะสางปัญหาให้ ทำงานเกี่ยวข้องกับตัวเลข เรื่องเงินต้องดูให้ดี ผิดพลาดขึ้นมาจะถูกตำหนิเอาได้ ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) การทำงานได้เพื่อนร่วมงานคอยประสานงานเป็นอย่างดี ทำให้งานเสร็จไว แต่ถ้ากำลังคิดอยากเปลี่ยนงาน ยังไม่มีโอกาสเหมาะ ให้ทำในสิ่งที่เป็นอยู่ให้ดีที่สุดดีกว่า มีโอกาสได้งานสำคัญ ทำดีได้หน้าได้ตาไป ต้องหัดใช้คำพูดให้เป็นประโยชน์ เพราะช่วงนี้ราศีจับอยู่ที่ปาก ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) ช่วงนี้ดวงไม่ค่อยดี มีเวลาให้ทำบุญบ้าง การทำงานลำบากใจหลายเรื่อง ต้องรับงานหลายอย่างมาทำ ทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่ตัวเอง พยายามหาเวลาเจรจากับผู้ใหญ่ เหตุการณ์จะดีขึ้น แต่ถ้าคุณมัวนิ่งเฉย คุณก็จะไม่ได้รับความเป็นธรรมเช่นเคย ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) หนักใจ ช่วงนี้ทำอะไรไม่ค่อยดี มีคนมาทิ่มแทงข้างหลัง อย่าเพิ่งไว้ใจใครมากนัก มีแววจะอกเดาะ เสียใจผิดหวัง การทำงานหัวไม่ค่อยแล่น แถมรู้สึกอ่อนเพลีย ไม่ค่อยมีแรงไปทำงาน ผลงานที่ได้เลยออกมาไม่ค่อยดี ถูกตำหนิบ่อยครั้ง ช่วงนี้พยายามเรียกสติกลับมา ตั้งใจให้มากขึ้น จะเป็นช่วงจังหวะที่ดีของคุณ ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม) หดหู่ชอบกล ปัญหาเยอะ รู้สึกอยากอยู่คนเดียว อยากหนีปัญหาไปให้ไกล แต่ก็ทำไม่ได้ ต้องแบกภาระไว้ตามเคย การทำงานเจอแต่ปัญหาเดิมๆ จนหมดกำลังใจ ช่วงนี้คนรอบข้างสร้างปัญหาจุกจิก งานก็เกี่ยงกันโยนความรับผิดชอบ ดูเหมือนความรับผิดชอบ ความอดทนของคุณจะมาถึงขีดสุด แต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากหนี ลองหาเวลาพักผ่อนให้กับตัวเองจะรู้สึกดีขึ้น มีแรงกลับมาลุยงานต่อ ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) การทำงานไปแบบช้าๆ งานบางอย่างอาจจะเสร็จล่าช้ากว่ากำหนด แต่ก็ไม่ได้ก่อความเสียหาย กลับเป็นผลดีในอนาคตอีกด้วย อย่างที่โบราณบอกไว้ ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม แต่ไม่ใช่ว่าถือคตินี้จนไม่ได้การได้งาน เดี๋ยวจะเกิดความเสียหายขึ้นได้ รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com บทความนี้ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ได้บนเว็บไซต์ Horoscope.mthai.com เท่านั้น

เนม รับควง คิทตี้ จริง แค่สนิท!!! ยันไร้ปัญหา นาวิน ต้าร์
คิทตี้ ชิชา /  เนม Getsunova / 

   หลังจากชิ่งหนีนักข่าวมารอบที่แล้ว คราวนี้ เนม Getsunova ยอมใจอ่อน ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อ พร้อมยอมรับแล้วว่าควงสาว คิทตี้ ชิชา ไปฮ่องกงจริง ยืนยันไม่ใช่มือที่ 3 ทำนาวิน ต้าร์ เลิก คิทตี้ แน่นอน    จากข่าวภาพหลุดที่เห็นนักร้องหนุ่ม เนม ปราการ ไรวา และ คิทตี้ ชิชา เดินควงกันไปชอปปิ้งที่ฮ่องกง ทำให้หลายคนสงสัยว่าหนุ่มเนม คือมือที่ 3 ทำคิทตี้ และนาวิน ต้าร์ เลิกกันหรือเปล่า?? แต่นาวิน ต้าร์ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์หลังเหตุการณ์ภาพหลุดว่า ได้เลิกกับแฟนสาวมาสักพักแล้ว และไม่มีปัญหากับเพื่อนสนิท อย่าง เนม แน่นอน    ท่ามกลางความสงสัยถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ในที่สุด เนม Getsunova ก็ได้ออกมาพูดถึงสถานะของตัวเองกับคิทตี้แล้ว ว่า ความสัมพันธ์ยังเป็นเหมือนเดิม เราทั้งคู่เป็นแค่พี่น้องกัน  ภาพที่เห็นไปฮ่องกงจริง พอทราบว่าน้องไป และพอดีตนว่างจากงานละคร งานคอนเสิร์ต ก็เลยตามไป ที่เห็นว่าควงกันก็เพราะว่าเราสนิทกัน  ซึ่งไม่ได้ไปกันแค่ 2 คน ยืนยันว่าไม่ได้เป็นมือที่สาม ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ของคิทตี้และนาวิน ต้าร์ ตนไม่สามารถตอบแทนได้ เขาพูดว่าอะไรก็คงเป็นตามนั้น ทั้งนี้ ยืนยันว่าตนบริสุทธิ์ใจ หากอนาคตมีความชัดเจนยังไง จะบอกแน่นอน แต่ตอนนี้ตนพูดไม่ได้ว่าคบกัน เพราะความจริงมันไม่ได้เป็นแบบนั้น ส่วนตนกับนาวิน ต้าร์ ยังเป็นเพื่อนสนิทกันเหมือนเดิม ไม่ได้มีปัญหาอะไรแน่นอน คุยกันได้ปกติ ขอบคุณรูปภาพจาก nameraiva, kittychicha

‘พริกแกง’ กับสามวัตถุดิบสำคัญ ที่ปรุงหนังให้ครบรส
พริกแกง /  พริกแกง Senses from Siam / 

โดย คุณากร วิสาลสกล ตึพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร BIOSCOPE ฉบับ 166 (พ.ย. 2015) เครื่องปรุงที่ 1 : ครูสอนทำอาหารที่อยากทำหนัง! ‘พริกแกง’ คือหนังที่เกิดจากพลังความตั้งใจอันแรงกล้าของปรมาจารย์อาหารไทยอย่าง อ.วันดี ณ สงขลา ผู้ก่อตั้ง วิทยาลัยเทคโนโลยีครัววันดี และมีความฝันอยากจะเห็นหนังที่นำเสนอคุณค่าของอาหารไทยต้นตำรับแท้สักครั้งในชีวิต “จริงๆ เราก็ตั้งใจว่ามันจะเป็นอีกหนทางที่จะถ่ายทอดภูมิปัญญาและองค์ความรู้ที่เรามีไปสู่คนไทยและคนทั่วโลกให้ได้รู้จักมันอย่างถูกต้อง แล้วก็หวังว่ามันจะกระตุ้นความรักอาหารไทยให้กับคนไทยรุ่นใหม่ไปด้วย” เธอจึงเป็นโปรดิวเซอร์ที่พิถีพิถันทุกขั้นตอนการถ่ายทำไม่ต่างจากเวลาที่ทำหน้าที่หัวหน้าเชฟผู้ต้องควบคุมทุกท่วงทำนองในห้องครัว ตั้งแต่เริ่มเขียนบท ,นั่งข้างมอนิเตอร์ในกองถ่าย ยันห้องตัดต่อ เพื่อให้ทุกเมนูที่กำลังปรุงอยู่ในหนังนั้น ออกมาแม่นยำไม่ขาดตกบกพร่อง เครื่องปรุงที่ 2 : ผกก. เลือดใหม่และอาหารไทยที่หายไป นอกจากสองผู้กำกับรุ่นใหม่อย่าง บุ๊ค - ประเสริฐสุข  เหมทานนท์ และ เจ๋ง -  เอกลักษณ์  อนันตสมบูรณ์ จะนำเสนออาหารไทยดั้งเดิมแท้ๆที่ทั้งซับซ้อนและพิถีพิถันตามความตั้งใจของ อ.วันดีแล้ว ทั้งคู่ยังคืนชีพให้กับอาหารไทยที่หายสาบสูญ ซึ่งคนไทยน้อยคนจะรู้จัก เช่น แกงสิงหล ที่เคยคุ้นกับคนไทยมาแล้วเมื่อสมัยรัชกาลที่ 2 เป็นต้น ขณะเดียวกันทั้งคู่ก็ไม่วายที่จะตั้งคำถามต่ออนาคตของอาหารไทยว่ามันควรจะเดินต่อไปในทิศทางไหนในกระแสโลกปัจจุบัน ผ่านสองเส้นเรื่องที่เล่าเรื่องการทำอาหารในครอบครัว และการปรุงอาหารในเชิงธุรกิจ “เราไม่ได้ตัดสินว่าความปรารถนาที่จะประยุกต์ กับความปรารถนาที่จะอนุรักษ์ แบบไหนมันดีกว่ากัน แต่ตั้งคำถามว่า มันจะสามารถไปด้วยกันอย่างไรได้มากกว่า” บุ๊คเล่าไอเดียของเขา และทั้งคู่ยังนำเสนออาหารไทยในมุมมองที่มากกว่าการเป็นแค่เครื่องโภชนาการ “อาหารมันเหมือนเป็นสื่ออย่างนึงที่ทำให้คิดถึงความสุข ความเป็นครอบครัว และการกลับมารวมกัน” เจ๋งเผย ‘พริกแกง’ นำเสนอบริบทของอาหารไทยผ่านสองเส้นเรื่องหลัก หนึ่งคือเรื่องของเจ้าของร้านอาหารไทยต้นตำรับ (นิรุตติ์ ศิริจรรยา) ที่มีสาขาทั่วโลก ซึ่งก่อนที่เชฟแต่ละคนจะได้ไปดูแลสาขาเหล่านั้นจะต้องผ่านการทดสอบสุดหินที่ทำใครต่อใครต้องเสียน้ำตา  และ เรื่องราวของครอบครัวซึ่งผู้เป็นแม่ (พิมพ์แข กุญชร ณ อยุธยา) เคยเป็น อาจารย์สอนทำอาหาร และพยายามยัดเยียดคุณค่าความเป็นต้นตำรับให้กับลูกชาย (อัครินทร์ อัครนิธิเมธรัฐ) แต่ยิ่งบังคับชักจูงก็ยิ่งสร้างช่องว่างระหว่างความสัมพันธ์ของทั้งคู่มากขึ้นทุกที เครื่องปรุงที่ 3 : นักแสดงที่รักในการทำอาหาร นักแสดงในเรื่องทุกคนยังเป็นผู้ที่หลงรักอาหารไทยและการทำอาหาร รวมถึงสามารถปรุงอาหารไทยต้นตำรับได้อย่างครบถ้วนกระบวนความด้วยการฝึกสอนก่อนแสดงจริงจาก อ.วันดี “นักแสดงทุกคนต้องเรียนทำอาหารจริงๆครับ ไม่งั้นพวกเขาจะไม่สามารถทำอาหาร ด้วยอารมณ์ ความรู้สึกที่มันเรียล แล้วทุกคนก็รักอาหารไทยจริงๆ อย่าง ฝน (นลินทิพย์ เพิ่มภัทรสกุลจากซัมบาลา)ก็จะถามตลอดว่าเมื่อไหร่จะได้ทำอาหาร หรือ คุณนิรุตต์ ศิริจรรยาเขาก็รักอาหารมาก แล้วก็อินกับการทำอาหารเชิงอนุรักษ์ซึ่งบางครั้ง เขายังสามารถถ่ายทอดอารมณ์ของเขามีต่ออาหารเข้ามาบทได้เป็นอย่างดีครับ” บุ๊คขยายความ ถึงแม้ว่า ‘พริกแกง’ จะเป็นการร่วมงานกันระหว่าง โรงเรียนสอนทำอาหาร นักเรียนทำอาหาร ผู้กำกับสองท่าน และนักแสดงอีกหลายชีวิต ซึ่งทุกภาคส่วนก็เกื้อหนุนกันจนหนังออกมาสำเร็จเสร็จสิ้น และเตรียมพร้อมที่จะให้คนไทยและคนทั่วโลกได้ลิ้มลองรสชาติของหนังอาหารไทยแท้ ผกก.ไฟแรงอย่างบุ๊คเล่าถึงความตั้งใจของทุกคนให้ฟังว่า “แม้จะมีผู้กำกับสองคน และยังมี อ.วันดี คอยกำกับข้างมอนิเตอร์ตลอด แต่เมื่อความตั้งใจของทุกคนมันไปสู่เป้าหมายเดียวกัน มันก็เป็นพลังที่เกื้อหนุนกันมากกว่าจะทำให้อะไรติดขัดจริงๆ” https://www.youtube.com/watch?v=5iCqKzH_Pv0 ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

ลีเดีย แทบเดินไม่ไหว!! ท้อง 10 เดือนยังไม่คลอด
ลีเดีย ศรัณย์รัชต์ /  แมทธิว ดีน / 

ยังคงลุ้นกันต่อไป สำหรับสาว ลีเดีย ศรัณย์รัชต์ กับสามีหนุ่ม แมทธิว ดีน ที่ตอนนี้ว่าที่คุณแม่ตั้งท้องมานานมว๊าก 10 เดือนเต็ม!! แล้ว โดยน้ำหนักตัวของสาวลีเดียก็ขึ้นมาถึง 12 กิโล!! จนแทบจะเดินไม่ไหว แต่เบบี๋ตัวน้อยในท้องซึ่งยังคงอุบเพศอยู่นั้นก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะคลอดสักที จุดนี้ทางคุณพ่อและคุณแม่ตั้งหน้าตั้งตารอกันต่อไป โดยล่าสุดขุ่นแม่โพสต์ลงไอจีมาว่า "Officially 41 Weeks Pregnant! Our baby is too happy (and still healthy) in my belly and doesn't wanna come out! ท้อง 10 เดือนแล้วค๊าาาาา คุณลูกยังมีความสุขและแข็งแรงดีในท้อง แต่คุณแม่หนักจนเดินจะไม่ไหวแล้ววววว" คุณพ่อคุณแม่อยากเจอหน้าหนูจะแย่แล้ววววววววว ขอบคุณภาพและข้อมูลจากอินสตาแกรม @lydiasarunrat ลีเดีย ท้อง 10 เดือนยังไม่คลอด ลีเดีย ท้อง 10 เดือนยังไม่คลอด ลีเดีย ท้อง 10 เดือนยังไม่คลอด ลีเดีย ท้อง 10 เดือนยังไม่คลอด ลีเดีย ท้อง 10 เดือนยังไม่คลอด ลีเดีย ท้อง 10 เดือนยังไม่คลอด

รื้อหิ้งหนังเก่า : Pretty Woman (1990)
Pretty Woman /  Pretty Woman (1990) / 

เบื้องหลังก่อนจะเป็น "ผู้หญิงบานฉ่ำ" ณ ช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ยุค 90's แกรี่ มาร์แชลล์ นักแสดง, ผู้กำกับชาวอเมริกันได้สร้างหมุดหมายสำคัญให้กับชีวิตการทำหนังของตนเอง รวมไปถึงส่งให้นักแสดงสาว จูเลีย โรเบิร์ตส โด่งดังพุ่งทะยานจนกลายเป็นหนึ่งในภาพจำของยุค หรือแม้แต่ชาวไทยที่จดจำเธอได้จากฉายา "ผู้หญิงบานฉ่ำ" ตามชื่อเรื่องภาษาไทยของหนังเรื่องนี้ Pretty Woman คือหนังโรแมนติก-คอมมิดี้ว่าด้วยวิเวียน (โรเบิร์ตส์) โสเภณีสาว ที่ถูกเศรษฐีหนุ่ม (ริชาร์ด เกียร์) จ้างให้ บริการเขา 1 สัปดาห์ แต่ความสัมพันธ์เชิงธุรกิจกามารมณ์นั้นท้ายที่สุดก็กลับกลายเป็นรักแท้ หนังเรื่องนี้กำกับโดย แกรี่ มาร์แชลล์ และควบคุมงานสร้างโดย ลอรา ซิสกิน ...แต่ใครเล่าจะรู้ว่าบทร่างแรกๆ ของ Pretty Woman นั้นแท้จริงแล้วเป็นหนังซีเรียสสุดดำ มืด เกี่ยวกับการค้าประเวณีและการค้ายาในลอสแอนเจลิสยุค 90! ในบทร่างแรกนั้น วิเวียนถูกเขียนให้เป็นโสเภณีติดโคเคนและต้องมาอยู่กับเศรษฐีโดยต้องหยุดการใช้ยาหนึ่งสัปดาห์เพื่อแลกกับ เงินที่จะทำให้เธอได้ไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์ แถมตอนท้ายเศรษฐีหนุ่มยังโยนเธอออกจากรถหรูของเขา ส่วนเธอก็ได้ไปดิสนีย์แลนด์กับเพื่อนสมใจ แต่แล้วก็มีชายผู้หนึ่งได้อ่านบทหนังเรื่องนี้ แล้วกล่อมให้ซิสกินตัดสินใจโยนเรื่องหดหู่ทั้งหลายทิ้งไป แล้วเปลี่ยนมันเป็นหนัง โรแมนติก-คอมมิดี้ที่นำ เทพนิยายพิกมาเลียน (เรื่องของประติมากรที่หลงรักรูปปั้นหญิงสาว ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้หนังหลายเรื่องเช่น My Fair Lady) มาดัดแปลงให้ร่วมสมัยขึ้นเสียเถอะ เขาผู้นั้นคือ เจฟฟรีย์ แคตเซนเบิร์ก (ซึ่งขณะนั้นเป็นประธานบริหารสตูดิโอวอลต์ ดิสนี่ย์ และต่อมาได้ร่วมกับ สตีเวน สปีลเบิร์ก และ เดวิด เกฟเฟน ก่อสร้างสตูดิโอดรีมเวิร์คส์ เอสเคจี ขึ้นมานั่นเอง) Pretty Woman ทำรายได้ทั่วโลกถึง 464 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และส่งให้ จูเลีย โรเบิร์ตส์ กลายเป็นดาราหญิงอันดับหนึ่งของฮอลลีวูดตลอดยุค 90's ...คงไม่ต้องอธิบายแล้วว่า คำแนะนำของแคตเซนเบิร์กนั้นเป็นผลหรือไม่ https://www.youtube.com/watch?v=-tI9LoTO_Ws ตีพิมพ์ครั้งแรกใน นิตยสาร BIOSCOPE ฉบับที่ 88 (มีนาคม 2552) ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

รักเริ่มจืดจาง!! น้ำชา แอบหวั่นเลิก ไฮโซพก อาถรรพ์คบใครไม่เกิน 2 ปีครึ่ง!!
น้ำชา ชีรณัฐ /  ไฮโซพก / 

จากข้อความเชิงตัดพ้อในอินสตาแกรมส่วนตัวของนักร้องและนักแสดงสาว น้ำชา ชีรณัฐ ทำเอาหลายคนสงสัยว่าความรักของเธอกับแฟนหนุ่มอย่าง ไฮโซพก กำลังมีปัญหากันอยู่หรือเปล่า ล่าสุด สาวน้ำชา มีโอกาสเปิดใจยอมรับว่าความรักของเธอเริ่มจืดจางลง!! แต่ยังไม่ได้เลิกรากัน ห่างกันเพราะทำงานหนักไม่มีเวลาสวีท เจ้าตัวออกปาก! แอบหวั่นอาถรรพ์รัก 2 ปี เพราะที่ผ่านมาไม่เคยคบใครเกิน 2 ปีครึ่ง!!! "ล่าสุดข้อความในไอจีหลายคนโยงถึงเรื่องความรัก อันนี้คือชาพูดกว้างๆ มากกว่า เหมือนบางทีเราก็มากับความคาดหวัง ซึ่งบางทีก็ช่วยไม่ได้ บางทีเราก็พูดกับตัวเองว่าเราจะไม่คาดหวัง แต่บางทีก็เป็นเหมือนสัญชาตญาณของทุกคน สุดท้ายก็ต้องปล่อยไป ไม่งั้นก็จะเนกาทีฟ ความรักช่วงนี้ก็โอเค แต่ไม่ค่อยได้เจอกัน ชาทำงานค่อนข้างหนักมาก เค้าก็พยายามเข้ามาคุย แต่ก็อย่างที่บอก เราไม่ค่อยมีเวลา ต้องวัดกันด้วยความเข้าใจแล้วแหละตอนนี้ ความแข็งแรงของจิตใจของแต่ละคนว่าใครจะแข็งแรงกว่ากัน" "ตอนนี้ก็เจอบ้าง ไม่เจอบ้าง แต่ก็ยังคุยกันทุกวันอยู่ค่ะ ยังเป็นแฟนกันค่ะ ยังไม่ได้เลิกกัน ลงข้อความดราม่าในไอจีก็ไม่ได้เป็นอะไรหรอกค่ะ จะมีง้องแง้งหน่อยๆ ตามประสา เค้าก็ไม่มีฟีดแบกอะไร ไม่ได้อ่านมั้ง ห่างกันอย่างนี้ก็ต้องโอเคค่ะ หน้าที่การงานชาเป็นแบบนี้ เค้าก็ต้องเข้าใจอย่างหนักเลย จะมาต้องการเวลามันไม่ได้หรอก" "หลักๆ แล้วน่าจะเป็นตัวชามากกว่าที่ไม่ค่อยมีเวลา เพราะชางานไม่เหมือนคนปกติทั่วไป เค้าเป็นนักธุรกิจเลิกงาน 5 โมงเย็น หลังจากนั้นก็ว่าง เสาร์อาทิตย์ก็ว่าง แต่ชาทำงาน 7 วัน เช้ายันเย็น ก็จะมีโมเม้นท์ไม่ว่าง ก็ต้องเข้าใจค่ะ เป็นปัญหาสะสมที่แก้ไม่ได้ก็ต้องเข้าใจว่าชาทำงานแบบนี้ เค้าเคยมาหาที่กองถ่ายนะ ต้องมานั่งรอชาถ่ายโดยที่ไม่ได้เจอชาเลย ซึ่งชาก็รู้สึกอึดอัดเหมือนกันนะเวลาเราทำงานแล้วมีคนมารอ แล้วเราออกมาเจอไม่ได้ ก็เลยบอกเขาว่าไม่ต้องมาดีกว่า" "ความหวานจืดจางลงมั้ย ก็ต้องยอมรับว่านิดนึงค่ะ ช่องว่างที่จะทำให้มีคนอื่นเค้าคงไม่กล้าหรอกค่ะ เพราะเพื่อนๆ ชาและเค้า หรือวงการเค้าทุกคนเป็นวงเดียวกัน ใครก็รู้หมด เราก็ไม่ได้ระแวงเค้า เพราะด้วยไลฟ์สไตล์เราก็รู้อยู่แล้วว่าเค้าทำอะไร ไว้ใจเค้าค่ะ ทริปกระชับความสัมพันธ์ไม่มีเลย ต้องรอไปถึงปลายปี ปีใหม่หรือหลังปีใหม่ไปเลย เพราะตอนนี้ชาถ่ายละคร 2 เรื่อง ออนแอร์อีก 1 เรื่อง ไม่มีเวลาทำอะไรเลย" "หลักๆ ก็ไม่ใช่เรื่องเวลาอย่างเดียวหรอกค่ะ แต่ว่าอาจจะต้องลดความคาดหวังลงถึงจะอยู่ด้วยกันได้ เค้าไม่ได้พูดให้ลดงานลง แต่ถ้าเค้าพูดก็คงบอกว่า นี่คือชีวิตที่ชาเลือกอยากจะทำงาน จะมาบอกให้ชาหยุดทำงานเพื่อจะได้มาอยู่ด้วย คงเป็นอะไรที่ไม่โอเค" "อาถรรพ์รัก 2 ปี เราต้องผ่านแพทเทิร์นนี้ให้ได้ ชาแอบหวั่นนิดหน่อยนะ แต่ก็โอเคมันเป็นความกลัวที่ยังไม่เกิดขึ้น ฉะนั้นต้องห้ามกลัว ไม่อย่างนั้นมันจะเกิดขึ้นจริง คือไม่รู้นะชีวิตชาแปลกมาก คบใครไม่เคยเกิน 2 ปีครึ่ง เหมือนเป็นเลขอาถรรพ์อย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นแล้วเราเพิ่งมารู้ตัวเวลาเราคิดย้อนกลับไป แต่ครั้งนี้เรารู้สึกว่าเราต้องแหกแพทเทิร์นนี้ออกมาให้ได้ ฉะนั้นเราต้องดูแลจิตใจตัวเองให้แข็งแรงค่ะ" น้ำชา กล่าว น้ำชา ชีรณัฐ น้ำชา ชีรณัฐ น้ำชา ชีรณัฐ น้ำชา ชีรณัฐ น้ำชา-ไฮโซพก น้ำชา-ไฮโซพก น้ำชา-ไฮโซพก น้ำชา-ไฮโซพก

ของขวัญล้ำค่า! มงคล ปลื้มได้ลูกชายตั้งชื่อ “น้องมาวิน”
จ่าเย็น /  น้องมาวิน / 

ปีกขวาจอมทุ่มเทของทีมชาติไทย สุดแฮปปี้หลังภรรยาคนสวยได้ให้กำเนิดลูกคนแรกเป็นเพศชาย โดยตั้งชื่อเล่นว่าน้องมาวิน “จ่าเย็น” มงคล ทศไกร ปีกทีมชาติ ของเชียงราย ยูไนเต็ด ทีมดังในศึกโตโยต้า ไทยลีก อวดโลกโซเชียลหลังได้ลูกชายคนแรก พร้อมตั้งชื่อว่าน้องมาวิน โดยภาพดังกล่าวปีกวัย 29 ปีได้ถ่ายภาพร่วมกับภรรยา “น้องชมพู่" กมลา การสมศีล เเละลูกชายหลังเพิ่งลืมตาดูโลกได้ไม่นาน โดย “จ่าเย็น" ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า "ขอบคุณพ่อกับแม่ ขอบคุณฟุตบอล ที่ทำให้เราได้มาอยู่ด้วยกัน ขอบคุณทุกกำลังใจที่มีให้กับครอบครัว Chomyen" ซึ่งหลังจากได้บุตรชายไม่นานก็มีเพื่อนสนิทนักฟุตบอลรวมถึงเเฟนบอลจำนวนมากมาร่วมแสดงความยินดี

สัญญาณอันตราย มะเร็งลำไส้ใหญ่ รีบตรวจก่อนจะสาย
ตรวจร่างกาย /  มะเร็ง / 

มะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยเป็นอันดับต้นๆ ในประเทศไทยและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พบเป็นอันดับ 3 ในเพศชาย อุบัติการณ์ 8.8 ต่อประชากร 100,000 คน และเป็นอันดับ 5 ในเพศหญิง 7.6 ต่อประชากร 100,000 คน พบมากตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไปโดยมีอุบัติการณ์เพิ่มขึ้นตามอายุ ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ ได้แก่ อายุมากกว่า 50ปี รับประทานอาหารที่มีไขมันมาก ทานผักผลไม้น้อย เคยมีประวัติตรวจพบติ่งเนื้อในลำไส้หรือเคยเป็นมะเร็งลำไส้มาก่อน มีประวัติมีติ่งเนื้อในลำไส้ของคนในครอบครัว เคยมีประวัติมะเร็งลำไส้ใหญ่ในครอบครัว หรือมีภาวะลำไส้อักเสบ อาการที่แสดงมีดังต่อไปนี้ ปวดท้อง ท้องผูก ท้องผูกสลับท้องเสีย ถ่ายเป็นเลือด อ่อนเพลียจากภาวะซีดจากภาวะเลือดออกจากก้อนมะเร็ง (microcytic anemia) คลำก้อนได้บริเวณหน้าท้อง ถ้าก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้นอาจตามมาด้วยอาการลำไส้อุดตัน ท้องอืดมากไม่ถ่ายไม่ผายลม จากข้อมูลทางระบาดวิทยาพบว่าอุบัติการณ์ของมะเร็งลำไส้ใหญ่สูงชึ้นเรื่อยๆ ตามอายุโดยจะเพิ่มมากขึ้น และชัดเจนหลังจากอายุมากกว่า 50 ปี ดังนั้นอายุที่เหมาะสมในการตรวจคัดกรองหามะเร็งลำไส้ใหญ่คือ อายุระหว่าง best online casino 50-85 ปี ยกเว้นในรายที่มีปัจจัยเสี่ยงเช่น ประวัติเคยตรวจพบติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ มีประวัติมีติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ในครอบครัว มีประวัติมะเร็งลำไส้ใหญ่ในครอบครัว หรือมีภาวะลำไส้อักเสบ ที่ควรจะมีการตรวจคัดกรองหามะเร็งลำไส้ใหญ่ที่อายุน้อยกว่า 50 ปีแล้วแต่ภาวะของแต่ละโรค วิธีการตรวจคัดกรอง มะเร็งลำไส้ใหญ่ การตรวจเลือดออกแฝงในอุจจาระ โดยแนะนำให้ตรวจทุกๆ 1 ปี ข้อดีคือสะดวกทำง่ายและปลอดภัย ข้อด้อยคือมีความไวในการตรวจน้อยกว่าวิธีอื่นๆ มีความจำเพาะต่ำมีผลบวกและลบลวงได้ หากผลตรวจเป็นบวกแนะนำให้ทำการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ การส่องกล้องซิกมอยด์ (sigmoidoscopy) เป็นการส่องกล้องแบบอ่อนยาว 60 เซนติเมตร ตรวจบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย โดยแนะนำให้ส่องทุก 5 ปี ข้อดีคือมีความไวและความจำเพาะในการตรวจติ่งเนื้อในลำไส้ สามารถตัดติ่งเนื้อไปตรวจได้ แต่ข้อเสียคือไม่สามารถตรวจได้ตลอดความยาวของลำไส้ ต้องเตรียมลำไส้ก่อนส่องกล้อง มีภาวะแทรกซ้อนจากการส่องกล้องได้และมีราคาสูง การสวนแบเรียม (double contrast barium enema) มีความไวในการตรวจพบติ่งเนื้อต่ำ โดยพบเพียงร้อยละ 48 สำหรับติ่งเนื้อที่มีขนาดใหญ่กว่า 10 มิลลิเมตร และไม่สามารถนำติ่งเนื้อมาส่งตรวจได้ การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ลำไส้ใหญ่ (CT colonoscopy) ใช้เอกซเรย์ตัดภาพกลางลำตัวด้วยความละเอียดสูง นำมาสร้างภาพลำไส้สามมิติ ข้อดีคือมีความไวและความจำเพาะสูง สามารถตรวจพยาธิสภาพนอกลำไส้ได้ ข้อด้อยคือ มีความไวต่ำถ้ารอยโรคเป็นชนิดแบนราบ บุ๋มหรือเป็นติ่งเนื้อขนาดเล็ก ต้องเตรียมลำไส้เหมือนการส่องกล้อง และไม่สามารถนำชิ้นเนื้อออกมาตรวจได้ การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (colonoscopy) มีความไวและความจำเพาะในการตรวจติ่งเนื้อในลำไส้สูงที่สุด ได้ตลอดทั้งลำไส้ และสามารถตัดชิ้นเนื้อมาส่งตรวจได้ ข้อด้อยคือ มีความเสี่ยง จากหัตถการทั้งจากการได้ยากล่อมประสาท ภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจและหลอดเลือด เลือดออก ลำไส้ทะลักได้ ต้องเตรียมลำไส้ก่อนทำการตรวจ จะเห็นได้ว่ามะเร็งเป็นโรคที่มีระยะเวลาก่อโรคยาวนาน ใช้เวลาหลายปีกว่าจะปรากฏอาการผิดปกติ ผู้ที่เป็นมักจะไม่รู้ตัว ทุกคนควรจะให้ความสำคัญ กับการตรวจสุขภาพประจำปี และเฝ้าระวังความผิดปกติที่เกิดขึ้น พร้อมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดโรค เพื่อได้รับการดูแลรักษาอย่างทันท่วงที ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะได้วางแผนการรักษาได้อย่างถูกต้องต่อไป ข้อมูลโดย แพทย์หญิงพอหทัย พิทักษ์พงศ์ศิริ อายุรแพทย์ด้านโรคระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลปิยะเวท

4 นักแสดงหลักในภาพล่าสุดจาก Deadstock รักปีลึก
Deadstock /  ชีวา ลาภินตั้งสุทธิ / 

4 นักแสดงหลักในภาพล่าสุดจาก Deadstock รักปีลึก หลังจากที่ปล่อยทีเซอร์แรกออกมาให้ชม สำหรับภาพยนตร์ไทยที่น่าจับตามองอีกหนึ่งเรื่อง Deadstock รัก ปี ลึก ที่ขนดาราแถวหน้าของประเทศรวมอยู่ในภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างจัดหนักจัดเต็ม และล่าสุดได้ปล่อยภาพออกมาให้ชมกันอีกด้วย โดยเป็นภาพของ เนตั้น แดนอรุณ, ลูกเกด เมทินี กิ่งโพยม, ฮิวโก้ จุลจักร จักรพงษ์ และ แจ๊ป ริชแมนทอย Deadstock รัก ปี ลึก ว่าด้วยเรื่องราวของ โละ รับบทโดย เนตั้น แดนอรุณ เด็กหนุ่มที่ขายของในตลาดมืด ในสังคมนักค้าของมือสองมีความเชื่อว่า ของเก่าและสิ่งของต่าง ๆ รอราคา รอเวลา และทำเงินได้ เป็นเหตุให้รู้จักกับนักค้าทุกแขนง เจ๋ง รับบทโดย แจ๊ป The Richman Toy, หรั่ง รับบทโดย ฮิวโก้ จุลจักร จักรพงษ์, ช่างเต๋า รับบทโดย สมชาย เข็มกลัด, ช่างโจ๊ก รับบทโดย อัครินทร์ อัคนิธิเมรัฐ, อุดม รับบทโดย แจ๊ส ชวนชื่น, ศักดิ์ดา รับบทโดย ชีวา ลาภินตั้งสุทธิ จนทำให้ละเลยความสัมพันธ์ของความรักที่มีกับ แอน รับบทโดย วสุ ปลื้มสกุลไทย แฟนสาว

เปิดปุ๊บติดปั๊บ!! ฮารุ ท้องลูกคนที่ 3 แล้วหลังคลอดแค่ 6 เดือน!!
กาย ฮารุ /  น้องไนร่า ลูกสาว กาย ฮารุ / 

  เปิดปุ๊บติดปั๊บจริงๆ สำหรับคุณพ่อ-คุณแม่ลูกสองหมาดๆ อย่าง กาย รัชชานนท์ และ ฮารุ ยามากูชิ หลังจากแพลนมีทายาทคนที่ 3 ต่อทันที และแล้วก็กลายเป็นเรื่องน่ายินดีแก่ครอบครัว กาย-ฮารุ อีกครั้ง ล่าสุด ฮารุ ท้องลูกคนที่ 3 เป็นที่เรียบร้อยแล้วจ้า เผยรอพบหมออีกทีว่าท้องกี่เดือน ซึ่งตนตั้งใจจะมีคนที่ 3 แล้วปิดอู่ทันที สำหรับคนนี้เพศอะไรก็ได้ เพราะมีทั้งลูกชายและลูกสาวแล้ว   ซึ่งตนมองว่ามีเร็วเกินไปเพราะคนที่ 2 น้องไนร่า เพิ่งจะอายุได้เพียง 6 เดือนเท่านั้น รับกังวลว่าแผลผ่าคลอดอาจจะยังไม่สมานดีพอรอปรึกษาหมอ เชื่อเลี้ยงไหวเพราะคนช่วยเลี้ยงเยอะมาก คอนเฟิร์มมีแค่ 3 คนพอจะทำหมันเลย รอตัดสินใจว่าระหว่าง กาย หรือ ฮารุ ใครจะเป็นคนทำหมัน ส่วนด้าน คุณแม่ฮารุ ขอเบรกงานต่างๆ เพื่อเลี้ยงลูกอย่างเดียว กาย ยินดีทำงานคนเดียว!!   “มีข่าวดีคนที่ 3 แล้วแน่ๆ ค่ะ แต่กี่เดือนยังไม่ทราบรอคอนเฟิร์มก่อน ทราบเมื่อไม่นานมานี้ เอาตามตรงประจำเดือนยังไม่มา และให้นมลูกอยู่ด้วย ก็เลยไม่รู้ว่าจะนับตรงไหน แต่ข่าวดีมีแน่ๆ ค่ะ คนที่ 3 ก็ยังตื่นเต้นอยู่ คือตั้งใจไว้แต่แรกแล้วว่าถ้ามีคนที่ 3 ก็จะปิดอู่ สุดท้ายแล้วจริงๆ รู้สึกว่ามี 3 คนสำหรับยุคนี้มันเยอะมากแล้ว น่าจะพอแล้วจริงๆ”   “สำหรับคนที่ 3 ความกังวลน่าจะน้อยลงเรื่อยๆ จากมีประสบการณ์มาก็เลยชิลล์ๆ แล้ว ความจริงหมอนัดพรุ่งนี้ เดี๋ยวใกล้ๆ ก็คงจะคอนเฟิร์มว่ากี่เดือนแล้ว”   “เรื่องเพศไม่ได้เลือกแล้ว เพราะมีครบแล้วค่ะ ถ้าเป็นหญิงก็ถือเป็นโชคดีของน้องสาวที่มีบัดดี้ ถ้าเป็นชายก็ถือเป็นโชคดีของพี่ชายไป อาการแพ้ท้องไม่มีเลย ก็เลยไม่รู้ว่าตัวเองท้อง”   “พี่กายก็ตื่นเต้นและดีใจอยู่แล้ว เพราะเค้าตั้งใจกับฮารุอยู่แล้วว่าจะมี 3 คน แต่ก็ไม่คิดว่าจะมีเร็วขนาดนี้ ถือว่าเป็นโชคดีมาเร็วจะได้เหนื่อยทีเดียว ตัวพี่กายกับฮารุก็รู้สึกว่ามาเร็วอยู่นะ เพราะคนเล็กแค่ 6 เดือนเอง ทิ้งระยะห่างน้อยมาก ไม่รู้ว่าจะมีผลต่อการท้องและร่างกายของฮารุมั้ย เดี๋ยวต้องปรึกษาหมอว่าต้องบำรุงอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า แต่ตัวเราก็ไม่กังวลนะ เพราะหลายคนก็ท้องติดกันเยอะแยะ แต่อาจจะเป็นเพราะฮารุผ่าคลอดด้วย ก็เลยกังวลว่าแผลอาจจะยังไม่สมานดีเท่าไหร่ แต่เรื่องการท้องยังปกติอยู่”   “ตอนนี้คนโตไปเรียนแล้วแบ่งเบานิดยึง เหลือคนเล็กที่อยู่บ้านแต่เค้าเลี้ยงง่ายเป็นผู้หญิง เราคิดแค่ว่าฮึดสู้เหนื่อยช่วงนี้ไปก่อน พอลูกโตพร้อมกันเราก็สบายแล้ว ตอนนี้มีคนช่วยเลี้ยงเยอะมาก ทั้งปู่ ย่า ตา ยาย เพื่อน พี่เลี้ยง ไม่ต้องกังวลว่าจะเลี้ยงไม่ไหว”   “มั่นใจว่าจะมีแค่ 3 ค่ะ แล้วจะเอามดลูกออกมาเผาทิ้งเลย (หัวเราะ) ไม่ไหวแล้วจริงๆ น่าจะทำหมันเลยค่ะ แต่เดี๋ยวตัดสินใจอีกทีว่าจะเป็นพี่กายทำหรือฮารุทำ แต่ทำแน่ๆ ค่ะคนใดคนนึง พี่กายเค้าก็บอกว่าเค้าทำให้ได้นะ แต่คือฮารุจะผ่าคลอดอยู่แล้ว ถ้าทำหมันไปเลยมันก็ง่ายเพราะแผลผ่าเดียวกัน แต่บางคนบอกให้ผู้ชายทำสิ เพราะเราท้องแล้ว เดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที ดูพฤติกรรมว่าดีหรือเปล่า ถ้าพฤติกรรมดีเดี๋ยวทำเอง แต่ถ้าพฤติกรรมไม่ดีให้เธอทำ (หัวเราะ) คนรอบข้างอยากให้ผู้ชายเป็นคนทำมากกว่า เหมือนเราท้องแล้วเสียสละอีกอย่างนึง”   “พี่กายก็เป็นห่วงเพราะฮารุเป็นคนทำอะไรเร็ว ท้อง 3 แล้วก็ยังทำอะไรเร็ว เวลาไปไหนมาไหนให้ดูแลตัวเองดีๆ งานของฮารุพักไปเลยเลี้ยงแต่ลูกอย่างเดียว พี่กายก็ทำงานคนเดียว เค้าต้องขยันกว่าเดิม อยากมี 3 ก็ต้องทำหนักกว่าเดิมค่ะ” ฮารุกล่าว ฮารุ ท้องลูกที่คน 3 แล้ว   ฮารุ ท้องลูกที่คน 3 แล้ว   ฮารุ ท้องลูกที่คน 3 แล้ว   ฮารุ ท้องลูกที่คน 3 แล้ว   ฮารุ ท้องลูกที่คน 3 แล้ว  

วุ้นเส้น บ่นเหงาแยกกันอยู่ ชาคริต ปัญหาส่วนหนึ่งไม่ยอมมีลูก เผื่อใจชีวิตคู่ไปไม่รอด!!
วุ้นเส้น วิริฒิพา /  ชาคริต แย้มนาม / 

หลังจากมีประเด็นขาเตียงสั่นคลอนระหว่าง วุ้นเส้น วิริฒิพา กับสามีหนุ่ม ชาคริต แย้มนาม จนถึงขั้นแยกบ้านกันอยู่ แถมมีการเชื่อมโยงถึงหมอดูชื่อดังที่ออกมาทำนายคู่รักดาราคู่หนึ่งที่เลิกกันแล้ว แต่สร้างภาพว่ารักกันดีเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ งานนี้ สาววุ้นเส้น เปิดใจระหว่างมาร่วมงาน The Witch Queen of Babalah 2nd Anniversary ยอมรับว่าชีวิตคู่กำลังมีปัญหาถึงขั้นแยกกันอยู่จริงและยังเคลียร์ไม่ลงตัว แต่ยังไม่ได้เลิกกัน ถือเป็นช่วงที่ต่างฝ่ายต่างพยายามประคับประคองความรัก โดยเป็นเรื่องของคนสองคน สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจาก สาววุ้น ไม่ยอมมีลูก ซึ่งหากทั้งคู่พยายามจนถึงที่สุดแล้วไปต่อไม่ได้ ก็พร้อมยอมรับความจริง!! "ชีวิตส่วนตัวจริงๆ ทุกคนก็รู้แล้วแหละว่าเราก็เริ่มค่อยๆ ปรับตัวกันไป อะไรที่เป็นปัญหาก็พยายามแก้กันไป ช่วงนี้ก็ดีขึ้น อาจจะมีนิดนึงที่ยังต้องแก้กันอีก เดี๋ยวรอให้ได้ไปเที่ยวกันก่อนแล้วจะมาตอบอีกที ปัญหาบางทีมันก็เป็นเรื่องซ้ำๆ ที่เคยเกิดขึ้น และบางเรื่องเป็นเรื่องที่เราไม่ได้พูดแต่แรกว่าไม่โอเค พอถึงเวลาที่เราพูดมันก็อาจจะไม่ลงตัว ทริปนี้จะเป็นทริปกระชับความสัมพันธ์ อายจังเลยพูดแบบนี้ คือก็เป็นทริปที่ตั้งใจจะไปด้วยกัน เพราะที่ผ่านมาแยกย้ายกันเที่ยวเยอะเหมือนกัน ต่างคนต่างไปกับเพื่อน เลยคิดว่าตอนนี้ลองเที่ยวด้วยกันดูบ้างจะได้แฮปปี้ ทริปนี้จะไปญี่ปุ่นใกล้ๆ เพราะมีเวลาน้อยจะไปกันช่วงวันแม่ค่ะ" "ช่วงนี้ก็มีเจอกันบ้างทำงานหนักทั้งคู่ ถ้าเป็นช่วงที่งานยังไม่ซาก็จะหาเวลาตรงกันยาก แต่ก็พยายามหาเวลาค่ะ สมมติเลิกงาน 2 ทุ่ม เดี๋ยวสัก 4 ทุ่มก็จะไปดูหนังด้วยกัน ถ้าไม่เหนื่อยเกินไป แต่ก็ยังอยู่ด้วยกัน บางวันที่วุ้นรู้สึกเหนื่อยๆ ก็จะมีไปอยู่คนเดียวบ้าง แต่ก็พยายามอยู่ด้วยกันให้เยอะที่สุด ทุกคนมันต้องมีช่วงเหนื่อยอยู่แล้ว จริงๆ ปีนี้เหนื่อยน้อยกว่าปีที่แล้วอีก เพียงแต่ปีที่แล้วอาจจะไม่ค่อยมีคนรู้ว่ามีอะไร อย่างที่บอกว่าถ้าเราสองคนยังอยากจะอยู่ด้วยกัน อยากที่จะให้มันแข็งแรง ก็ต้องพยายามกันต่อและให้มันดีต่อไปเรื่อยๆ" "พี่คริตง้อมั้ยเหรอ คือวุ้นไม่อยากใช้คำนี้มันดูปัญญาอ่อน ทำไมต้องง้อด้วยมันโตขนาดนี้แล้ว แต่มันก็ต้องมีบ้างแหละที่วุ้นไม่พอใจจนถึงจุดนึงจริงๆ แล้วเค้าก็พยายามปรับตัวให้ดีขึ้น วุ้นก็บอกไปแล้ว บอกทุกอย่างค่ะว่าอันไหนเราไม่โอเค เราคุยกันทุกเรื่อง ปัญหาซ้ำๆ กับผลกระทบในอนาคต ทุกคนต้องกังวลอยู่แล้วแหละ วุ้นก็เป็นคนนึงที่อยากประสบความสำเร็จทั้งการงานและครอบครัว ถ้าเราเป็นคู่กันทุกอย่างมันก็จะไปได้ดี ทุกวันนี้ไม่มีใครไม่พยายาม เราพยายามกันทั้งคู่ ถ้าเกิดมีฝ่ายนึงที่ไม่พยายามเลยมันคงจบไปนานแล้ว ตอนนี้เราสองคนก็พยายามทำให้ดีที่สุด" "เค้าก็มีบ่นคิดถึงเวลาที่ภรรยาไม่อยู่บ้าน จริงๆ วุ้นก็เหงานะคะ บางวันที่เราอยู่คนเดียว แต่เราก็พยายามทำทุกอย่างให้กระทบกระทั้งกันน้อยที่สุดดีกว่า อันนี้ก็เป็นทางออกของแต่ละครอบครัวที่ไม่เหมือนกัน ตอนนี้ก็ได้เจอกันค่ะ เดี๋ยวหลังจากนี้มีเวลาว่างก็คงได้เจอกันมากขึ้น แต่วุ้นก็ไม่รู้ว่าวันนี้หรือพรุ่งนี้จะเป็นยังไง แต่ก็ขอให้มันผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ คนรอบข้างที่สนิทเค้าจะรู้ปัญหามาตั้งแต่แรกแล้ว ถ้าเกิดเป็นคนใหม่ๆ เค้าคงงงเพราะเห็นรักกันดี จริงๆ ทุกอย่างก็ยังรักเหมือนเดิม ไม่เคยรักน้อยลง แค่ปัญหาอะไรที่มันทำให้กระทบจิตใจจริงๆ ก็ต้องปรับหรือใช้เวลานิดนึง" "ที่คนจับตาว่ามีปัญหาเพราะวุ้นไม่ยอมมีลูก มันไม่ใช่ส่วนสำคัญขนาดนั้น แต่ก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งแล้วกัน ซึ่งเหตุผลที่ยังไม่มีลูกมันมีเยอะ เรื่องเวลาด้วย แต่ไม่ใช่ทั้งหมดของปัญหา ตอนนี้พี่คริตเค้าคงไม่อยากมีแล้วมั้ง ต้องไปถามเค้าดู วุ้นเห็นความพยายามของเค้าทุกอย่างทุกวัน เห็นว่ามันดีขึ้นแล้ว เราเป็นผู้หญิงก็อยากให้มันชัดเจนไม่อยากมีปัญหาอีกแล้ว ยังมั่นใจใช่มั้ยว่าพี่คริตจะเป็นพ่อของลูกเรา คำถามแรง (หัวเราะ) เราแต่งงานกับเค้าก็ต้องใช่สิคะ เอาเป็นว่าตอนนี้มันเป็นเรื่องของคนสองคนก่อน อยากให้มันจบด้วยดี" "วุ้นเป็นคนที่เวลามีปัญหากันก็จะไม่มานั่งตอบสื่อว่ายังรักกันดีค่ะ มันไม่ได้ บางทีก็คุยกับเค้าเหมือนกันว่าเค้าตอบเยอะไปหรือเปล่า เราก็ว่าเราตอบน้อยลงแล้ว ก็ตอบเท่าที่ตอบได้ แต่ว่าเราอยู่ในสื่อก็ต้องอัพเดทเรื่อยๆ ถ้าวันนี้ดีเราก็บอกว่าดี ถ้าพรุ่งนี้ทะเลาะจะบอกว่าทะเลาะเหรอ มันก็ไม่ใช่ไง ก็ต้องพูดกลางๆ ไว้ก่อนดีกว่า สภาพจิตใจวุ้นตอนนี้แข็งแรงขึ้นเยอะกว่าที่ผ่านมา ก็อยากให้มันไปในทางที่ดีแหละ เพราะว่าเราก็อยู่กันมาตั้งนาน วุ้นบอกอนาคตไม่ได้ แต่ทุกวันเราก็ต้องลองก่อน ถ้าพยายามถึงที่สุดแล้วมันไม่ได้จริงๆ ก็ต้องยอมรับความจริงให้ได้" "ที่หมอดูทายว่าคู่รักดารายังคบกันสร้างภาพเพื่อธุรกิจ แต่ปลายปีจะประกาศเลิกกัน อันนี้ก็ไม่รู้ หมอดูก็เป็นแค่ส่วนนึง แต่เราไม่ได้คบกันเพื่อธุรกิจแน่นอน เอาง่ายๆ เลยนะถ้าวันนึงมันไม่ใช่ เราก็ยังทำธุรกิจด้วยกันได้ เพราะเราบริสุทธิ์ใจและจริงใจต่อกันจริงๆ มันไม่ใช่ว่าต่างคนต่างทำอะไรผิด หรือต่างคนต่างไปมีคนอื่น แต่มันเป็นปัญหาของคนสองคนที่เรื้อรังมานาน คือครอบครัวถ้าเรายอมรับจุดนี้ได้ มันก็จะผ่านไปได้ด้วยดี แต่บางทีถ้าเราอยากให้มันดีกว่านี้ และถ้าเค้าไม่เปลี่ยนแปลงอะไร มันก็ไปต่อไม่ได้ แต่ถ้าเค้าเปลี่ยนมันก็ดี" "ตอนที่คุยกันไม่ถึงขั้นทะเลาะมีปากมีเสียงกันหรอก โตๆ กันแล้ว ก็พยายามทะเลาะกันให้น้อยที่สุด เพราะทุกคนมีหน้าที่การงานต้องทำ ไม่อยากให้เสียอะไร ก็ยังเรียกว่าประคับประครอง ก็ยังใช้คำนี้ได้ พูดแล้วเดี๋ยวพี่คริตมาบอกว่าเธอใช้คำนี้เลยเหรอ (หัวเราะ) วุ้นก็ไม่อยากพูดเยอะ เพราะมันเป็นเรื่องเซนซิทีฟสำหรับเค้า เค้าเป็นคนค่อนข้างคิดมากด้วย เราขอพูดกลางๆ ไว้ก่อน แพลนที่ว่าอยากไปฝากไข่ก็ยังคิดว่าจะไปอยู่นะคะ แต่ยังไม่มั่นใจว่าสุดท้ายจะเป็นยังไง ยังคุยกับเพื่อนๆ ที่ยังไม่มีลูกว่าจะไปด้วยกัน ก็ควรจะไปภายในปีนี้นะ แต่ต้องรอให้ละครปิดกล้องก่อนทุกอย่างค่ะ" วุ้นเส้น กล่าว วุ้นเส้น วิริฒิพา วุ้นเส้น วิริฒิพา วุ้นเส้น วิริฒิพา วุ้นเส้น วิริฒิพา วุ้นเส้น วิริฒิพา วุ้นเส้น วิริฒิพา วุ้นเส้น วิริฒิพา วุ้นเส้น-ชาคริต วุ้นเส้น-ชาคริต