มาสค์ไรเดอร์โอส

ส่องชีวิตซุปตาร์เบ้าหน้าอินเตอร์!! ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต
ชมพู่ อารยา

               ฮอตและปังไม่แพ้ซุป’ตาร์ตัวแม่คนไหนๆ เลย สำหรับนางเอกหน้าฝรั่งอย่าง ชมพู่ อารยา เรียกว่าโลดแล่นในวงการบันเทิงมานานนม สะสมสกิลความฮอตมาเรื่อยๆ จนในเวลานี้สวยปังดังเวอร์สมกับระยะเวลาอันยาวนาน แม้ปัจจุบันจะสละโสดและกำลังจะกลายเป็นคุณแม่ในอีกไม่ช้า แต่ความฮอตและความเซ็กซี่นั้นไม่สร่างซาเลยจริงๆซุป’ตาร์หน้าอินเตอร์               เป็นนางเอกชาวไทยที่หน้าตาอินเตอร์สุดๆ สำหรับ ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต หรือ อารยา อัลเบอร์ตา ฮาร์เก็ต ที่หลายคนรู้จักกันดี เห็นสวยหน้าอินเตอร์แบบนี้นั้นก็เพราะสาวเจ้าเป็นลูกครึ่ง ไทย-อังกฤษ นั่นเอง ชมพู่เกิดเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2524 ที่ประเทศไทย เรียนและเติบโตที่ประเทศไทยเป็นส่วนใหญ่ จึงไม่ต้องแปลกใจหากสาวสวยหน้าลูกครึ่งคนนี้จะพูดไทยได้อย่างชัดเจนมิสมอเตอร์โชว์                หน้าสวยหุ่นดี ด้วยเหตุนี้ความเป็นซุป’ตาร์เลยเป็นสิ่งที่ ชมพู่ อารยา คู่ควร เริ่มต้นชีวิตในแวดวงบันเทิงด้วยวัยเพียง 17 ปีกับการประกวด มิสมอเตอร์โชว์ ปี 2541 จากนั้นความเป็นนักแสดงก็พุ่งเข้าใส่เธอเต็มๆ ละครเรื่อง เพลงพราย ปี 2542 เป็นละครเรื่องแรกที่ชมพู่ได้ชิมลางบทบาทนางเอก แต่รู้หรือไม่ว่า ตัวประกอบ คือบทบาทแรกที่ชมพู่ได้ลิ้มลองก่อนจะขึ้นแท่นเป็นนางเอกด้วยซ้ำ โดยเธอโชว์คาแรกเตอร์นางแบบเพียงไม่กี่นาทีไว้ในละครเรื่อง มารยาริษยา ทางช่อง 5 เมื่อปี 2541 ปีแรกของการเริ่มต้นเข้าวงการนั่นเองหมอชิต...บ้านหลังแรก               ละครเรื่องแรกกับบทบาทนางเอกคือ เพลงพราย ที่ออกอากาศทางช่อง 7 สี คนที่ให้โอกาส ชมพู่ อารยา ได้เข้ามาเป็นหนึ่งในวงการมายาก็คือ รัมภา ภิรมย์ภักดี ผู้เขียนบทประจำบริษัทดาราวิดีโอแห่งช่อง 7 สี จึงไม่ผิดถ้าจะบอกว่า วิกหมอชิต หรือ ช่อง 7 สี คือบ้านหลังแรกของนางเอกหน้าอินเตอร์ที่ชื่อชมพู่คนนี้อารยาย้ายรัง               บ้านหลังแรกก็คือบ้านหลังแรก ชีวิตคนเรามีบ้านได้หลายหลัง เหมือนกับนางเอกสาว ชมพู่ อารยา ที่แม้จะแจ้งเกิดและเป็นนางเอกแถวหน้าของวิก 7 สีมาตั้งแต่ปี 2542 แต่เมื่อเวลาผ่านไปอะไรใหม่ๆ ก็ย่อมผ่านมา ปี 2551 ชมพู่โบกมือลาวิกหมอชิตพร้อมเซ็นสัญญากับช่องคู่แข่งอย่าง วิกพระราม 4 หรือ ช่อง 3 โดยทิ้งผลงานเรื่องสุดท้ายอย่าง ดาวเปื้อนดิน ไว้ให้คอละครช่อง 7 ได้ชื่นชมกันเรยาพาปัง               มีหลายเสียงหลายกระแสแอนตี้และไม่ปลื้มกับการตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับช่อง 7 สีของ ชมพู่ อารยา หมอดูบางรายก็ทำนายทายทักว่าหากชมพู่ย้ายช่องกระแสจะดับ ไม่ดังเปรี้ยงปร้างเท่าที่ควร แต่สิ่งที่เห็นก็ได้พิสูจน์แล้วว่าความปังไม่เข้าใครออกใคร แม้ผลงานเรื่องแรกกับช่อง 3 อย่าง เพลิงพราย จะไม่เปรี้ยงอย่างที่หลายๆ คนลุ้นและจับตามอง แต่บทแซบๆ อย่าง เรยา ในละครเรื่อง ดอกส้มสีทอง ก็เหมือนจะเป็นบทที่สวรรค์ส่งมาให้เธอคนนี้ได้ฮอตปรอทแตก กลายเป็นซุป’ตาร์ตัวแม่อย่างที่เราเห็นกัน เรียกว่ากระแสความแรง ความแซบ ความฮอต ทุกอย่างถาโถมใส่ชมพู่แบบเต็มๆ ชนิดถูกที่และถูกเวลาเซ็กซี่สตาร์ตัวแม่               ดูเหมือนอะไรๆ ก็เป็นใจให้ ชมพู่ อารยา กลายซุป’ตาร์ที่ฮอตปังดังเวอร์ตั้งแต่ย้ายช่อง เรื่องผลงานละครยกนิ้วให้ไปเลย เรื่องความเซ็กซี่ก็เช่นกัน เบียดบี้เพื่อนร่วมวงการที่ใครๆ ต่างก็เรียกว่า เซ็กซี่สตาร์ตัวแม่ อย่าง อั้ม พัชราภา ได้แบบสูสี ฟาดรางวัลเวทีเซ็กซี่มาก็มากมาย จุดนี้คงต้องยอมใจยกให้ชมพู่เป็นตัวแม่อีกหนึ่งคนของเซ็กซี่สตาร์เมืองไทยไปเลยเจ้าแม่แฟชั่นนิสต้า               หลายๆ คนยกให้ ชมพู่ อารยา เป็นดาราสาวที่จัดว่าเป็นผู้นำเรื่องแฟชั่นการแต่งตัวมากที่สุดคนหนึ่ง เพราะเจ้าหล่อนมักจะล้ำนำเทรนด์ก่อนใครๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหน้าผม แอคเซสเซอรี่ ที่เมื่อชมพู่หยิบมาเสริมจับมาเติมเมื่อไหร่ เหล่าแฟนคลับและหลายๆ คนก็มักจะตามเทรนด์กันถ้วนหน้าพรมแดงเมืองคานส์               เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของดาราสาวที่ชื่อ ชมพู่ อารยา และเป็นหน้าเป็นตาให้กับวงการบันเทิงไทยไม่น้อย สำหรับการร่วมเดินพรมแดงใน เทศกาลหนังเมืองคานส์ ของเธอคนนี้ เรียกว่าเป็นซุป’ตาร์คนไทยส่วนน้อยที่มีโอกาสได้ไปสัมผัส ซึ่งชมพู่นั้นเหยียบพรมแดงงานนี้ติดต่อกันมาเป็นเวลา 4 ปี แล้วเกาเหลาฉาวโฉ่               ประเด็นเกาเหลาเกิดขึ้นได้กับทุกคนไม่เว้นแม้แต่คนบันเทิงและไม่เว้นนางเอกที่ชื่อ ชมพู่ อารยา ด้วย แม้จะไม่ใช่นางเอกสายเหวี่ยงสายวีนดูคลีนไปซะทุกด้าน แต่ประเด็นเกาเหลาก็ยังมีมาประดับชีวิตในเส้นทางสายบันเทิง ชัดเจนหน่อยคงเป็นเมื่อหลายปีก่อนกับนักแสดงสาว ออย ศรุตา ที่โต้กันผ่านสื่อไปมาอย่างแซบถึงใจพร้อมประโยคเด็ดที่ว่า 'ต้นทุนสูงกว่า' กับรุ่นน้องที่ฮอตมากมายอย่าง ใหม่ ดาวิกา ก็ด้วย แล้วไหนจะ อั้ม พัชราภา ที่หลายคนมองว่ารัศมีความปังเบียดบี้กันจนเหมือนไม่อยากร่วมงานและป๊ะหน้ากันไม่ว่าจะกรณีใดๆ อีกต่างหากวิวาห์ 108 ล้าน                แข่งเรือแข่งพายแข่งได้ แต่แข่งบุญแข่งวาสนามันแข่งกันไม่ได้จริงๆ เรื่องความสามารถด้านการแสดงอาจจะเป็นพรสวรรค์ควบคู่ไปกับดวงที่เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ แต่ในเรื่องของเนื้อคู่ต้องพึ่งบุพเพสันนิวาสอย่างจริงจัง และ ชมพู่ อารยา ก็เป็นผู้หญิงที่วาสนาดีมากคนหนึ่ง พบเจอความรักที่สวยงาม สละโสดไปกับ ไฮโซน็อต วิศรุต ให้ผู้หญิงค่อนประเทศได้อิจฉาด้วยสินสอดที่แพงลิ่ว จนใครๆ ต่างก็เรียกขานงานแต่งของเธอกับเขาว่า วิวาห์ 108 ล้านว่าที่คุณแม่                แต่งงานออกเรือนไปแล้วแต่ยังคงมีผลงานให้ได้เห็นกันอยู่ทั้งงานแสดงและงานพิธีกร แต่พอถึงจุดที่ชีวิตคู่จำเป็นจะต้องสมบูรณ์แบบด้วยการเพิ่มเติมทายาท ชมพู่ อารยา ก็ขอเบรกงานเพื่อทำหน้าที่สำคัญบ้าง ซึ่งชมพู่เคยตื่นเต้นและดีใจที่จะได้เป็นแม่คนอยู่ช่วงหนึ่ง แต่แล้วก็พบกับความผิดหวังเมื่อเจ้าตัวแท้งลูกคนแรกไปอย่างน่าเสียดาย แม้จะเสียหลักไปบ้างแต่ ณ วันนี้ชมพู่และสามีอย่างน็อตยิ้มได้เต็มที่ และคงยิ้มกว้างกว่าเดิมเมื่อกำลังจะได้เป็นพ่อคนแม่คนเต็มตัว เพราะเธอคนนี้ตั้งครรภ์อีกครั้งสมความตั้งใจแล้วนั่นเองขอบคุณรูปภาพประกอบบางส่วนจาก IG @chomismaterialgirl, ลูกกวาดมอมแมม, polyplus, ch7.com, broadcastthai.com ชมพู่ อารยา   ชมพู่ อารยา เวทีมิสมอเตอร์โชว์ (คนที่ 3 จากซ้าย)   ชมพู่ อารยา บทบาทตัวประกอบ   ชมพู่ อารยา ในละครเรื่องแรก เพลงพราย   ชมพู่ อารยา ในละคร ดาวเปื้อนดิน   ชมพู่ อารยา   ชมพู่ อารยา บทบาท เรยา ในละคร ดอกส้มสีทอง   ชมพู่ อารยา บทบาท เรยา ในละคร ดอกส้มสีทอง   ชมพู่ อารยา   ชมพู่ อารยา   ชมพู่ อารยา   ชมพู่ อารยา   ชมพู่ อารยา - น็อต วิศรุต   ชมพู่ อารยา

สตรอง!! เอสเธอร์ บอกคนขุดรูปมาด่า ไม่ต้องเดือดร้อนแทน เคน ภูภูมิ นั่งตักแม่ ไม่ได้ทำอะไรผิด!!
เคน ภูภูมิ /  ข่าว เคน ภูภูมิ / 

  เรียกได้ว่าร้อนแรงไม่แพ้กัน สำหรับ สาวเอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา ที่มีข่าวเรื่องเบี้ยวงาน ไม่ขอร่วมงานกับอดีตคู่จิ้น หนุ่มฌอห์ณ จินดาโชติ จนกลายเป็นประเด็นถกเถียงของชาวโซเชียล รวมทั้งออแกไนเซอร์ผู้จัดงาน ดีเจเอกกี้ และแฟนหนุ่มอย่าง เคน ภูภูมิ แถมยังมีคนขุดภาพ หนุ่มเคน นั่งตักแม่เอสเธอร์ เอามาด่าอีกต่างหาก ล่าสุดเจอเจ้าตัวในงานแถลงข่าวแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่และเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ Beautylabo Whip Hair Color ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เจ้าตัวชี้แจงถึงประเด็นเบี้ยวงานว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นไปตามที่ออแกไนเซอร์พูดทุกอย่าง ทั้งยังขอบคุณที่ออกมาชี้แจงด้วย ส่วนกับ หนุ่มฌอห์ณ เองก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกหลังจากละครเงาอโศกจบไป ยอมรับว่าเครียด แต่ไม่คิดฟ้องคนที่คอมเม้นท์ในไอจี ส่วนประเด็นดราม่า หนุ่มเคน นั่งตักแม่ มองว่าเป็นเรื่องน่ารัก เชื่อคนที่เกลียดตนย่อมหาเรื่องมาด่าได้เสมอ ยันความรักยังหวานวาเลนไทน์มีให้ของขวัญกัน เป็นไงบ้างคะกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ชี้แจงในมุมของเรา เริ่มต้นจากวันนั้นที่เขาติดต่อมา   "คือเริ่มแรกทางออแกไนเซอร์ติดต่องานมา หลังจากนั้นก็มีการโทรมาแคนเซิลกับทางคุณแม่ เราก็โอเค แคนเซิ้ลไม่เป็นไร ก็ไม่ได้คิดอะไร เฉยๆ ไม่เป็นไร ติดต่อมาอาจจะแคนเซิ้ลได้บ้าง อาจจะเพราะงานไม่ตรง อะไรอย่างนี้ แต่ว่าพอสุดท้ายด้วยภาพข่าวที่มันออกมา มันกลายเป็นผลลัพธ์ว่าเราเบี้ยวงาน เราไม่ไปงาน ทีนี้คือเหมือนหนูก็กลายเป็นเราเสียหาย ซึ่งเราไม่ได้เป็นคนเบี้ยวงาน เราไม่ได้เป็นคนแคนเซิ้ลงาน แค่นี้เอง เราอยากจะชี้แจงว่าเราไม่ได้เป็นคนเบี้ยวงาน ถ้าอย่างนี้มันกลายเป็นเราไม่มีความรับผิดชอบในการทำงาน เราไม่ไปตามงาน ถ้าอย่างนี้ใครจะกล้าจ้างเราอีกล่ะ มันก็เลยเป็นที่มาแบบนี้" ได้ถามไหมว่าตอนที่เขาแคนเซิลเพราะอะไร   "ก็ตามออแกไนเซอร์ชี้แจงค่ะ ซึ่งหนูก็ต้องขอบคุณออแกไนเซอร์มากๆ ค่ะ ด้วยการที่เราไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว แต่ด้วยข่าวที่มันค่อนข้างจะแรง แล้วหลายคนก็ตัดสินไปแล้ว ทำให้หลังจากวันนั้นปุ๊บ ทางออแกไนเซอร์ก็เป็นคนคุยกับคุณแม่ว่าจะขอออกมาขอโทษด้วยตัวเอง แล้วก็ออกมาชี้แจง แสดงความรับผิดชอบ ซึ่งเราต้องขอบคุณ ณ จุดๆ นี้ ทำให้พบว่าเราไม่ได้แคนเซิลงาน ทางออแกไนเซอร์เป็นคนแคนเซิลงาน" ตอนนั้นทางออแกไนเซอร์แคนเซิลงานเขาให้เหตุผลว่ายังไง   "เป็นอย่างที่เขาชี้แจงหมด ตามเหตุผลที่เขาเขียนขึ้นไปเลย คือเขาคุยกับคุณแม่ ซึ่งรายละเอียดยิบๆ ย่อยๆ คือบางทีหนูกับคุณแม่อาจจะไม่ได้คุยกันทุกรายละเอียดงาน" คุณแม่มาบอกเหตุผลเราว่าพี่ฌอห์ณไม่อยากร่วมงานกับเราไหม   "ไม่ได้บอกค่ะ บอกแค่ว่าแคนเซิล แล้วหลังจากนั้นเราก็รู้จากออแกไนเซอร์ชี้แจง" พอออแกไนเซอร์บอกว่าไม่อยากร่วมงานกับเรารู้สึกยังไง   "หนูก็อยู่อย่างนี้ (หน้าเหวอ) เหรอ เพราะว่าตัวเราไม่ได้คิดอะไรอยู่แล้ว เพราะเราก็คอนเฟิร์มงานไปเรียบร้อยแล้ว เขาก็ส่งรายละเอียดมาทุกอย่างแล้ว ในชื่อก็จะมีชื่อเราสองคนด้วย แต่ว่าพอออกมาแล้วหนูก็งงๆ น่ะค่ะ" แอบมีเสียความรู้สึกไหม   "นิดนึงค่ะ มันต้องมีบ้างอยู่แล้ว ก็โดนแคนเซิลงานอยู่แล้ว แล้วพอทราบเหตุผลแล้วก็ไม่เป็นไร ณ ตอนนั้นเราก็งง อึนๆ แล้ว แต่ไม่เคยเจอ เพราะเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยมาก่อนในชีวิต" ก่อนหน้านี้ได้คุยกับพี่ฌอห์ณไหม   "ไม่ได้คุยเลยค่ะ ไม่ได้คุยมานานมาก ตั้งแต่หลังจากที่ถ่ายเงาอโศก เป็นปีแล้ว" เรามีเรื่องบาดหมางกันหรือเปล่าถึงไม่คุยกัน   "อันนี้ไม่รู้เลยค่ะ ไม่ได้มีปัญหากันเลย เพราะตอนถ่ายเงาอโศกก็ถ่ายปกติ คุยกันแค่ครั้งสุดท้าย คืนละครออนแอร์วันแรกพี่เขาทักไลน์มาบอกว่า เป็นยังไงบ้าง ได้ดูละครไหม ก็ตอบตามปกติว่า เฮ้ยดี ดู แล้วพี่ดูหรือเปล่า หลังจากนั้นเราก็ไม่ได้คุยกันเลย" เครียดไหมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะหลายคนมองว่าเราผิดด้วย   "เครียดมากเลย แบบ โอ๊ย อะไรเนี่ย รู้สึกแย่ เสียใจ รู้สึกว่าคนเรายังไม่ได้ออกมาพูดก็เลือกตัดสินจากแค่เห็นภาพข่าวแล้ว แล้วคือมันไม่ได้กระทบต่อตัวหนูด้วย ซึ่งมันกระทบต่ออีกหลายๆ ฝ่าย ช่างหน้า ช่างผมที่เราดีลไว้แล้ว เสื้อผ้า พี่ๆ ที่จะมาดูแล เราก็ต้องยกเลิกกะทันหัน กลายเป็นรู้สึกเกรงใจ เพราะเขาต้องเสียสิทธิ์ในการไปรับงานอื่นด้วย" ทางออแกไนเซอร์ออกมาขอโทษกับคุณแม่ด้วย   "ใช่ ซึ่งน่ารักมาก อันนี้หนูต้องขอบคุณมากๆ รู้สึกว่าจริงๆ แล้วเขาไม่ต้องออกมาด้วยตัวเอง" แต่คนมองว่าการที่เขามาขอโทษทำให้เกิดการเลือกทีม   "มองว่าอย่าเลือกทีมกันเลย แค่มีคนมาชี้แจงว่าเราไม่ได้แคนเซิลงาน แค่นี้ก็ดีใจมากแล้ว ไม่อยากให้คนเข้าใจผิด ด้วยอาชีพเรา อาชีพนักแสดง การทำงานของเรา เราก็ไม่อยากดิสเครดิตอาชีพของเราด้วย เพราะว่าเราต้องทำมาหากิน เลี้ยงครอบครัวไปอีก ถ้าผลลัพธ์ที่ออกมามันกลายเป็นแบบนี้เราก็เสียหายต่อหน้าที่การงานเราด้วย" เครียดไหม   "เครียด ยอมรับว่าเครียดมาก ทำตัวไม่ถูกเลย ช่วงนั้นหนูไม่เข้าโซเชียลเลย ไม่อยากจะรับฟังข่าวอะไรเลย แต่หนูว่า คนแหละ ด้วยโซเซียลมันเป็นอะไรที่ค่อนข้างไวมาก ก็คนเราเลือกตัดสิน มันก็แล้วแต่เขาคิด เขาจะพิมพ์อะไรก็เช็กง่ายมากเลย แค่กดพิมพ์ไม่กี่คำโดยที่เราไม่เห็นหน้าเห็นตาเขา เราก็ไม่รู้แล้วว่าเขาเป็นใคร เขาก็เลือกว่าจะพูดแบบไหน จะพูดทำให้เราเสียหายขนาดไหนได้" โดนโจมตีค่อนข้างหนักคุณแม่ว่าไง   "น่าสงสาร คุณแม่หนูแก่แล้ว 50 แล้วนะคะ อย่าอะไรกับแม่หนูเลย" จะโทรไปคุยกับพี่ฌอห์ณไหม   "ก็คงไม่ไปเคลียร์ค่ะ เพราะด้วยงานเราดีลกับแค่ออแกไนเซอร์ไม่ได้เกี่ยวกับตัวพี่ฌอร์นเลย ไม่จำเป็นที่จะต้องโทรไปค่ะ" เราอยากถามเหตุผลไหมว่าพี่ฌอห์ณให้เหตุผลอย่างนั้นจริงไหม   "ถ้าขนาดนี้แล้วก็ไม่อยากจะถามเหตุผลแล้ว ไม่จำเป็นต้องรู้แล้ว" คนเขาว่าออแกไนเซอร์เข้าข้างเรา   "หนูว่าออแกไนเซอร์เป็นคนทำงาน ณ ตอนนั้น เกี่ยวเราหนูไม่รู้ แต่ว่ากับออแกไนเซอร์ไม่ได้รู้จัก อย่างที่บอกไปคือเหรียญมันมีอยู่สองด้าน อยู่ที่คนเลือกจะมองว่าอะไรมันเป็นอะไร คือเราก็บอกว่ามันเป็นอย่างนี้นะความจริง ก็แล้วแต่พวกคุณไปตัดสินเองว่ามันเป็นยังไง" เห็นว่าออแกไนซ์สนิทกับเคน   "ไม่สนิทค่ะ พี่เคนก็เพิ่งกับหนู เป็นติ่งหนู เพราะวันนั้นเราไปโบสถ์กัน" ข่าวนี้ให้อะไรกับเอสเทอร์บ้าง   "ให้เยอะเลยนะคะ อาชีพ การทำงาน ประสบการณ์การทำงาน เป็นประสบการณ์ชีวิตอีกอย่างหนึ่งที่เพิ่งประสบว่าคนในโซเชียลมีผลต่อความรู้สึก จิตใจเรามากแค่ไหน เขากดแจกสตรอว์เบอร์รี่เรามา เราก็รู้สึกมาก ทั้งๆ ที่เราไม่ได้รู้จักกับคนในนั้นเลย แต่ว่าเรากลายเป็นเครียดได้ เป็นประสบการณ์ชีวิตค่ะ วันหลังก็จะระมัดระวังในการเล่นโซเชียลมากขึ้น" เราติดใจไหมที่คนมองเราในแง่ลบมากกว่าแง่บวก   "ใช่ คนมองเราในแง่ลบมากกว่า" พี่เอกกี้ก็ออกมาปกป้องฌอห์ณ   "อันนี้ไม่รู้เลยค่ะ เพราะว่าหนูไม่ได้เจอพี่เอกกี้ แล้ววันนั้นก็ไม่ได้ไปทำงาน" อย่างนี้อนาคตจะร่วมงานกับพี่เอกกี้-พี่ฌอห์ณได้ไหม   "สำหรับตัวหนูอย่างที่บอกว่าตอนแรกไม่มีปัญหาค่ะ แต่ว่าถ้าตอนนี้ก็คงไม่มีใครกล้าจ้างมารวมกันแล้ว" เห็นบอกว่าจะมีละครด้วยกันอยู่   "อันนี้ต้องชี้แจงเลยนะคะว่าไม่มีเลยค่ะ ด้วยผู้ใหญ่ก็ไม่ได้มีติดต่อมา เพราะว่าปีนี้แพลนไว้หมดแล้ว ละครที่จะถ่ายก็มีแพลนไว้แล้ว ซึ่งอันนี้ไม่แน่ใจเหมือนกัน เพราะคุยกับทางผู้ใหญ่ก็ไม่มี ละครคู่กันไม่มี ผลงานร่วมกันไม่มี" ล่าสุดมีดราม่าเคนนั่งตักคุณแม่   "คนมันเสียแล้วแหละ คนจะว่าเรายังไงก็ขุดเรื่องอื่นมาว่าได้ อยากบอกว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องเดือดร้อนแทน คือจริงๆ แล้วภาพมันน่ารักมากนะคะ พี่นั่งตักแม่หนู เป็นภาพที่น่ารักนะ คือหนูว่าคนมันจะเกลียดมันก็เลือกที่จะด่าได้อยู่แล้วแหละ แต่ว่าถ้ามองกลับกันคนเป็นแม่ แม่หนูแก่แล้ว เขาเห็นลูก ลูกก็เป็นเด็กในสายตาของผู้ใหญ่ตลอด แล้วหนูว่ามันเป็นการแสดงออกที่น่ารัก คนเราแสดงความรักกัน ไม่ได้กระทบกับคนอื่น ไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้ทำอะไรเสียหาย" คุณแม่ว่ายังไงบ้าง เพราะคนไปคอมเม้นท์ในไอจีค่อนข้างแรง   "ช่วงนั้นคุณแม่ก็ไม่เล่นโซเชียลเลย ปิดทั้งคู่ ไม่ได้ลบรูป" ต้องระวังตัวมากขึ้นไหม   "จริงๆ ถ้าตอนที่มันไม่ได้มีปัญหา คนก็ยังชมว่าน่ารัก พอตอนมีปัญหาคนก็มาด่า อย่างที่บอกคนจะด่าก็หาอะไรมาด่าได้อยู่แล้วแหละ" คุณแม่เป็นยังไงบ้าง   "ตอนนี้ดีขึ้นนิดนึงแล้ว แต่ว่าก็เป็นห่วงท่านอายุเยอะแล้ว ไม่อยากให้มีอะไรเครียด เพราะเครียดแล้วสุขภาพก็จะตามมาด้วยไ แบบนี้คุณแม่จะเกร็งไม่กล้าถ่ายรูปแนบชิดแล้วไหม   "ไม่รู้ค่ะ ถึง ณ ตอนนั้น เราไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน อย่างที่บอกเราไม่ได้ทำอะไรน่าเกลียดเลย" ส่วนตัวรู้สึกผิดไหมที่ทำแบบนี้แล้วให้แม่โดนด่า   "คนเป็นลูกก็รู้สึกผิดนะ ด้วยอาชีพการงานเราก็เข้าใจแหละ ถ้าคิดกลับกันถ้าคุณเป็นคนโดนบ้าง ร้อยทั้งร้อยก็ต้องมีกระทบ เสียความรู้สึกกันบ้างแหละ เครียดอยู่แล้ว" เคยคิดจะฟ้องคนที่มาเขียนคำไม่สุภาพกับเราไหม   "อย่าเลย มันหลายคนมาก ฟ้องไม่ทัน เลือกที่จะไม่เสพดีกว่า หาความสุขกับคนรอบตัวดีกว่า คนภายนอกบางทีไม่ได้รู้จักกันเลย อย่าทำให้เป็นเรื่องยุ่งยากเลย แค่นี้ก็จะแย่แล้ว" เคยคิดจะตั้งไพรเวทตัวเองไหม   "ไม่เคยค่ะ" แล้วจะโชว์ความหวานกับเคนไปเรื่อยๆ ไหม   "ก็ลงรูปปกติ เมื่อวันที่ 14 ก็มาให้กำลังใจพี่เคนด้วย ทำให้เรารักกันมากขึ้นไหม จริงๆ แล้วพี่เขาก็เป็นอีกหนึ่งกำลังใจที่ดีในตอนที่แย่มากๆ เพราะว่าเขาเป็นคนเดียวติดยึดมั่นได้ ด้วยอาชีพการงานที่มีประสบการณ์มากกว่าเรา เขาก็ให้คำแนะนำที่ดี จับมือกันแน่นขึ้น" เห็นวันที่ 14 กุมภามีซื้อของให้กันด้วย   "ไม่มีอะไร เป็นแค่ดอกไม้" เคนบอกว่าแม่ถ่ายรูปคู่ให้   "ใช่ แม่มาถ่ายรูปให้ ไปกินข้าวด้วยกัน หนูว่าอบอุ่นดีค่ะ บางทีก็เกรงใจว่าคนอื่นมาถ่ายให้เกรงว่าเขาจะไม่รู้มุม เราไม่สามารถสั่งได้ แม่จะรู้มุมเรา เวลาแม่อยู่ด้วยไม่เขินค่ะ เป็นปกติทุกอย่าง เพราะถ้ารู้จักคุณแม่จริงๆ จะวัยรุ่น เป็นเหมือนเพื่อน ไม่เหมือนเป็นแม่ลูก เป็นเพื่อนคุยได้ทุกเรื่อง เข้าใจวัยรุ่นมากๆ ค่ะ" เขาชนะใจแม่ก็ผ่านฉลุยเลย   "ก็เรียกว่าคุยกันแล้วคลิกกันมากกว่า สบายๆ ทั้งคู่" เห็นว่าทำโฟโต้บุ๊กให้เคนด้วย   "เป็นสแครบบุ๊กค่ะ เป็นเหมือนสมุดภาพให้เขาค่ะ เขาให้ดอกไม้ รูปโมเม้นท์หวานๆ ก็ไม่เยอะ ที่ไปเที่ยวถ่ายเก็บๆ มารวมให้เขาเอง" เสร็จงานแล้วจะไปไหนต่อ   "ไปกินข้าวแล้วก็กลับบ้านค่ะ พี่เขามีงานตรงนี้พอดีก็เลยรอกลับพร้อมกัน งานคู่ก็ยังไว้ก่อน จริงๆ ก็มีติดต่อมาเรื่อยๆ แต่ว่ายังไม่พร้อมค่ะ" อ่านข่าว แรงเฟ่อร์!! ชาวโซเชียลถึงกับแจกยาแก้คัน แม่เอสเธอร์ หลังเห็นภาพถ่ายคู่ เคน ภูภูมิ แบบนี้!! เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา

ลูกตาล ชโลมจิต แหวกอกยังโสดสนิทหลังเลิกสามีฝรั่ง ถึงจะ 44 กะรัตก็เลือกผู้นะ!!
ลูกตาล ชโลมจิต /  ข่าวบันเทิง / 

หลังเลิกราแบบจบไม่สวยกับสามีนายแบบฝรั่งชาวฮังการี อดัม ซีมา ไปเมื่อ 2 ปีก่อน สำหรับนางแบบสาวสุดเซ็กซี่ ลูกตาล ชโลมจิต วัย 44 กะรัต ที่ล่าสุดจัดเต็มออกสื่อมาในชุดเซ็กซี่รัดรูปแนบเนื้อแหวกอกโชว์อึ๋มลึกไปถึงหน้าท้อง พร้อมจับมือหุ้นส่วนอย่าง อองตวน ปินโต เปิดตัวธุรกิจ Hotman Factory อาณาจักรสถานที่ออกกำลังกายย่าน RCA มีโอกาสอัปเดตสถานะหัวใจว่า ตอนนี้โสดสนิท 100% ยังไม่มีหนุ่มๆ มาดูแล ซึ่งก็เปิดรับอยู่ ความสัมพันธ์กับอดีตสามีเป็นเพื่อนกันได้ เจอกันบ่อยเพราะฝ่ายชายมาเป็นที่ปรึกษาให้ในเรื่องธุรกิจ แต่ไม่มีโอกาสรีเทิร์นแน่นอน "วันนี้งานเปิดตัว Hotman เมื่อก่อนเราเปิดสาขาที่ Factory เป็นยิมสตูดิโอเล็กๆ ตอนนี้เรารู้สึกว่าลูกค้าเราเยอะมากขึ้น เราก็เลยขยายมาเป็นใหญ่ขึ้นค่ะ เราก็นำเทคโนโลยีแบบใหม่ เช่นรองเท้า Kangoo Jumps ซึ่งเป็นรองเท้ากระโดดเป็นที่แรกของเอเชียแล้วก็ของประเทศไทย เห็นว่าตรงนี้มันเป็นธุรกิจเกี่ยวกับการออกกำลังกายได้ดีแล้ว คุณอองตวนมียิมมวยสาขาแรกอยู่แล้วก็เลยเชิญมาเปิดด้วยกันข้างๆ จะได้เป็นอาณาจักรการออกกำลังกายร่วมกัน เราเริ่มมาตั้งแต่ปีที่แล้วแล้วค่ะ ย้ายมาเราก็ทำประมาณ 5-6 เดือน ส่วนที่เก่าปรับปรุงเปลี่ยนแปรงใหม่หมดเลยนะคะ" "ความสัมพันธ์กับอดีตสามี ตอนนี้ก็เป็นเพื่อนกันค่ะ คุณอดัมไปเมืองนอก ด้วยความที่เขาเป็นเทรนเนอร์เขาก็ได้นำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามา ก็นำมาพัฒนา Hotman เรื่อยๆ ค่ะ หลังจากที่เลิกรากันไปเข้าก็มาช่วยเหลือในเรื่องธุรกิจ ไม่ได้รีเทิร์นค่ะ คงไม่มีโอกาสอย่างนั้นหรอกค่ะ แต่เรื่องทำงานคงได้เจอกันบ่อย หลังจากนี้เราก็จะมีสาขาจากในห้างขึ้นมา คิดว่าปีนี้จะมีเพิ่มเวทอีก 3 สาขาด้วยค่ะ ทำงานด้วยกันคงไม่มีปัญหาแล้วค่ะ ตอนนี้เขาเป็นที่ปรึกษาแล้วค่ะ ไม่เหมือนเมื่อก่อน เจ้าของหัวใจคนใหม่ยังไม่มีค่ะ ยังเปิดรับอยู่โสด 100% ก็มีคนเข้ามาคุยบ้างนิดหน่อย แต่เป็นแฟนยังไม่มี สเปกอะไรก็ได้ไม่จำเป็น แต่อายุมากขึ้นก็ยังเลือกนะ หนุ่มๆ ที่เห็นไปด้วยกันเยอะๆ คือเทรนเนอร์ของเราเองค่ะ ที่ยิมเรามีแต่เพื่อนๆ เวลาไปกินข้าวที่ไหนคนจะเข้าใจผิด" "โอกาสสลัดผ้าถ่ายแบบ พี่ก็สลัดอยู่บ่อยๆ ยังไม่มีถ่ายเซ็กซี่ขึ้นปก แต่ก็มีจ้างเข้ามา แต่คิดว่าถ่ายสนุกๆ ดีกว่า จริงๆ เราถ่ายเพื่อพีอาร์หรือประชาสัมพันธ์ แต่ที่รับงานคงไม่มี หนังสือคงไม่ได้เห็น จริงๆ ที่เราถ่ายรูปเซ็กซี่เนี่ย คือทำเป็นตัวอย่างให้เห็นว่า 40 กว่าแล้วยังดูแลตัวเองอยู่ ก็อยากให้คนอื่นดูแลตัวเองเหมือนเราบ้างนะคะ กลัวคอมเม้นท์มั้ยเหรอ เรามีดีก็ต้องโชว์สิ คนติก็มี คนชมก็มีเป็นปกติค่ะ ก็เอาให้เหมาะสมกับงานให้พอดี ปกติที่อยู่บ้านก็จะใส่ชุดกีฬามากกว่า งานในวงการบันเทิงตอนนี้มีละครติดต่อมา ยังไงเดี๋ยวจะแจ้งอีกทีค่ะ" ลูกตาล กล่าว อองตวน-ลูกตาล-ลีโอ ลูกตาล ชโลมจิต ลูกตาล ชโลมจิต ลูกตาล ชโลมจิต ลูกตาล ชโลมจิต ลูกตาล ชโลมจิต ลูกตาล ชโลมจิต ลูกตาล ชโลมจิต ลูกตาล ชโลมจิต ลูกตาล ชโลมจิต ลูกตาล ชโลมจิต ลูกตาล ชโลมจิต

พีช พชร รู้ซึ้งถึงความรัก!! มีแฟนอยู่แล้วแฟนดันไปชอบคนอื่น มันสามารถเกิดขึ้นได้
พีช พชร

               ผลงานมีมาให้เห็นอย่างต่อเนื่อง สำหรับหนุ่มหล่อมาดติสต์ พีช พชร ล่าสุดร่อนภาพยนตร์เรื่อง รักของเรา The Moment มาให้คอหนังได้ชื่นชมกัน เรียกว่าส่งผลงานมากี่เรื่องโดนใจแฟนคลับตลอดๆ แต่ไม่รู้ว่าผลงานเรื่องไหนที่โดนอกโดนใจหนุ่มเจ้าที่สุด วันก่อนเจอะเจอตัวเป็นๆ เลยตรงเข้าไปถามไถ่ซะหน่อย ซึ่งหนุ่มพีชก็ตอบมาว่า...ผลงานการแสดงเรื่องไหนโดนใจพีชที่สุด?               "ล่าสุดเลยครับ 'รักของเรา The Moment' แตกต่างจากเรื่องอื่นๆ อยู่นะ คือมันก็เป็นหนังรักแหละ แต่มันไม่ได้เหมือนหนังรักทั่วไป มันมีความเป็นเรื่องจริงมากขึ้น ไม่ได้แฟนตาซี หนังรักส่วนใหญ่มันจะมีเหตุการณ์ให้รักกัน แต่เรื่องนี้ทุกอย่างมันเป็นเรื่องจริงหมด สามารถเกิดเรื่องรักแบบนี้ได้ในความเป็นจริง ผมเลยรู้สึกว่ามันต่างจากหนังรักเรื่องอื่นๆ ต่าง...แต่ไม่ได้ยากไปกว่ากัน ผมมองว่าสุดท้ายแล้วความรักมันก็เข้าใจได้ทุกคน เข้าใจง่ายเพราะว่ามันไม่แฟนตาซีเลย ทุกคนสามารถเจอได้ เราสามารถมีความรู้สึกแบบนี้ได้"รับบทเป็นใครในเรื่อง?              "ในเรื่องผมรับบทเป็นคนไทยที่ทำงานแล้วเดินทางไปหาแฟนที่เรียนอยู่เมืองนอก แล้วไปรับรู้ว่าแฟนตัวเองมีชู้ จากนั้นก็ได้เจอกับ เก้า สุภัสรา ซึ่งแฟนเขาก็ดันเป็นชู้กับแฟนเรา เรื่องมันเลยเริ่มต้นขึ้น ต้องช่วยกันตามหาแฟน คือแฟนเราหายตัวกันไปทั้งคู่ ออกตามหาว่าเรื่องราวมันคืออะไร คือทุกคนมาจากเมืองไทยแล้วไม่มีใครรู้อะไรเลย สุดท้ายพอเวลาผ่านไปเรื่อยๆ คนเราไปอยู่เมืองนอกมันก็อยู่คนเดียวไง คนที่เราเจอเป็นแค่คนไทยคนเดียวที่เรารู้จักที่โน่น ทุกอย่างมันเลยทำให้เกิดคำถามที่ว่า จริงๆ แล้วเราอยู่ด้วยกันนี่คือเราชอบกันหรือเปล่า มันมีเหตุการณ์เยอะอยู่ครับ"ชีวิตจริงเคยเหตุการณ์แบบในหนังไหม?               "เคยนะครับ บางทีเราอยู่ด้วยกันมากๆ ผ่านเวลามาด้วยกันเยอะ มันจะรู้สึกได้เองโดยธรรมชาติ แต่เรื่องแฟนมีชู้อันนี้ยังไม่เคยเจอ (ยิ้ม)"ประทับใจอะไรในหนังเรื่องนี้?               "ผมชอบในตัวเรื่องของหนัง ผมคิดว่ามันมีความเป็นไปได้ สุดท้ายแล้วความรักมันไม่เลือกอะไรเลย มันจะเกิดขึ้นเวลาไหนก็ได้ เกิดกับใครก็ได้ สามารถเกิดขึ้นแม้กระทั่งตอนที่เรามีแฟนก็ได้ ทุกอย่างมันเกิดได้หมด เราสามารถไปชอบคนอื่นได้ มันเป็นเรื่องของใจมนุษย์ ผมเลยรู้สึกว่า เฮ้ย!!! มันจริงว่ะ สมมุติว่าเรามีแฟนอยู่ แล้วแฟนดันไปชอบคนอื่น มันก็สามารถเกิดขึ้นได้ เกิดกับใครก็ได้ ผมรู้สึกว่าผมอินกับเรื่องนี้"ได้ร่วมงานกับ เก้า สุภัสรา อีกแล้ว?                "คือทำงานด้วยกันมา 3 ปีแล้วกับเก้า ในซีรีส์ ฮอร์โมน เราไม่ได้โคจรมาเจอกันมากขนาดนี้ เก้าจะไปอยู่กับ ต่อ ธนภพ ซะเยอะ ซีนที่เกี่ยวข้องกันมันก็จะน้อยมาก เลยไม่ค่อยได้ทำงานในซีนเดียวกัน เรื่องนี้พอมาเล่นด้วยกันมันก็ต้องเวิร์กช็อปด้วยกันเยอะ ตอนฮอร์โมนเวิร์กช็อปกันเป็น 10 คน แล้วแยกตามคู่ตัวเอง ซึ่งผมจะอยู่กับ แพทตี้ อังศุมาลิน ซะเยอะ ไม่ค่อยได้ทำกิจกรรมร่วมกับเก้าแบบเป็นจริงเป็นจัง เรื่องนี้มาทำร่วมกันเลยรู้สึกว่าเจ๋งดี เก้าเป็นนักแสดงที่ดีมาก ผมไม่เคยเห็นเขาเล่นหนังมาก่อน คือหมายถึงในแง่มุมตอนถ่ายทำ เขาโตขึ้นกว่าตอนที่เราเล่นซีนแรกด้วยกันในฮอร์โมนเยอะ (ตอนที่เขาเป็นสไปรท์ในห้องน้ำ) จากวันนั้นเก้าเก่งขึ้นเยอะ เขาพาผมไปในที่ที่ผมไปไม่ถึง เวลาผมแสดงบางทีผมจะมีนิสัยเสียคือชอบคิดภาพล่วงหน้า พอผมได้เล่นกับเก้ามันรู้สึกว่าซีนนี้สามารถไปได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอ มันดราม่ากันได้ขนาดนี้เลยนะ เก้าเป็นนักแสดงที่ผมค่อนข้างแฮปปี้ที่สุดเท่าที่เคยร่วมงานกับใครมาเลยครับ"มีซีนไหนที่ประทับใจไหม?               "มีครับ ผมชอบช่วงถ่ายทำที่ไทม์สแควร์ นิวยอร์ก ผมเป็นคนที่ดวงดีมากนะ ทำงานกี่เรื่องก็ไปลงนิวยอร์กทุกเรื่อง (ยิ้ม) ชอบครับ มันถ่ายยากมาก ยากที่สุดเท่าที่ผมเคยทำงานมา ยากตรงที่มันเป็นกล้องที่ตามเราไปเรื่อยๆ คนแถวนั้นถ้าเขาหันมองกล้องปุ๊บ คือทุกอย่างพังหมดต้องเริ่มใหม่ แล้วซีนนั้นมันประมาณ 15 นาที ต้องเดินแหวกผู้คนอยู่ในไทม์สแควร์ กล้องก็ต้องเหวี่ยงมารับหลังเรา แล้วก็เหวี่ยงมารับหน้าเรา ทุกอย่างไม่มีการเซฟโดยการคัท มันไม่มีจังหวะคัทช่วยเราเลย เพราะฉะนั้นเราต้องแบกตัวเองให้ได้ทั้งหมด 15 นาที แล้วซีนนี้อารมณ์ต้องเยอะมาก ผมชอบเพราะเวลาที่ผมทำได้ แล้วผมหันไปมองทีมงานทุกคนมันจะแฮปปี้มาก คือทุกคนเหนื่อย พอทำได้มันจะแฮปปี้ เราไม่สามารถขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวจำนวน 400-500 คน ในเวลาเดียวกันได้ โอเคว่าถ้าโปรดักชั่นเราใหญ่เหมือนฮอลลีวู้ด เราเซตเอ็กซ์ตร้าได้สบายๆ แต่นี่มันไม่ใช่ จะบอกว่าเราเจ๋งกว่าฮอลลีวู้ดก็คงไม่ใช่อีก เพราะมันยากคนละแบบ อันนี้ก็แค่ต้องอาศัยหลายเทคหน่อย มีการวัดดวงด้วย (ยิ้ม) ประทับใจครับ"ย้อนไปตอนที่ถ่ายทำเสร็จ คาดหวังถึงกระแสตอนหนังเข้าโรงไหม?               "ตั้งแต่ทำงานมา ผมไม่เคยคิดถึงเรื่องกระแสเลยนะ คืองานมันทำออกไปแล้ว เราจะมาหวังอะไรแบบนี้ก็ไม่ได้ ได้แต่คิดว่าทำให้มันออกมาดีที่สุดก็พอ คือคนดูแฮปปี้ที่สุด คนที่เขาเสียเงินเข้าไปนั่งดู ออกมาแล้วเขาแฮปปี้เหมือนกับตอนที่ผมถ่ายทำก็โอเคแล้ว"ถ้าเลือกบทได้อยากเล่นแบบไหน?               "ได้หมดครับ อยู่ที่ว่าอ่านบทแล้วชอบหรือเปล่า"ขอบคุณรูปภาพประกอบบางส่วนจากภาพยนตร์เรื่อง รักของเรา The Moment  พีช พชร   พีช - เก้า   เก้า - พีช   พีช - เก้า   พีช พชร   พีช - เก้า

พีช ไม่รู้ นท เปลี่ยนรสนิยม ยินดีถ้าคบ คารีสา โอกาสรีเทิร์นคงยาก!!
พีช พชร /  นท เดอะสตาร์ / 

หลังดาราสาว คารีสา สปริงเก็ตต์ หรือ คารีสา เดอะเฟซไทยแลนด์ ออกมาให้สัมภาษณ์ยอมรับว่ามีความรู้สึกดีๆ ให้กับนักร้องสาว นท พนายางกูร สนิทสนมอยู่ข้างกันตลอดตั้งแต่ สาวนท เลิกรากับ พีช พชร และมองว่าความรักไม่จำกัดเพศ กลายเป็นข่าวเซอร์ไพรส์แฟนๆ เป็นอย่างมาก ซึ่ง สาวนท ได้โพสต์ข้อความชี้แจงผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวแล้วว่า "ใจเย็นนะคะทุกคน เราเป็นแค่พี่น้องกัน แต่เราทั้งสองต่างมีความเห็นตรงกันว่า ความรักไม่ควรมีขอบเขต ไม่ควรแบ่งแยก ไม่ควรจำกัด และไม่ควรปิดกั้น ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะรัก และได้รับความรักเหมือนกัน Happy Valentine’s Day ค่ะ" ล่าสุดเจออดีตคนรักอย่าง หนุ่มพีช มาร่วมงานเปิดตัว "โมโตเพล็กซ์ แบงค็อก" จึงมีโอกาสสอบถามถึงประเด็นดังกล่าว โดย หนุ่มพีช ออกตัวไม่ทราบเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ตลอดเวลาที่เคยคบกันอดีตแฟนสาวไม่เคยมีแนวโน้มเรื่องแบบนี้ แต่ถ้าคบกันก็ยินดี เพราะมองว่าความรักเป็นสิ่งที่สวยงามเสมอ ส่วนโอกาสรีเทิร์นของทั้งคู่นั้นคงเป็นเรื่องยาก แต่ยังสามารถเป็นเพื่อนกันได้ "ข่าวนทเปลี่ยนรสนิยม อันนี้ไม่รู้เหมือนกัน จริงๆ มันก็แล้วแต่เค้าแหละครับ เราพูดอะไรกับเรื่องนี้มากไม่ได้ เพราะสุดท้ายแล้วมันไม่ใช่เรื่องของเรา นึกออกมั้ยว่าเค้าเป็นคนตัดสินใจ ถ้าเค้าแฮปปี้ของเค้า อย่างที่บอกว่ามันเป็นเรื่องของเค้า เค้าชอบเราก็ยินดีด้วย ความรักมันสวยงามอยู่แล้ว ขนาดกับเราเองเวลามันเกิดกับเราก็รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องสวยงาม เพราะฉะนั้นเวลาเกิดขึ้นเราควรที่จะต้องยินดีกับเค้า ยังไม่คุยกับเค้าเลย ผมรู้สึกว่าเรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องที่ต้องคุยหรือโทรไปถามว่าเฮ้ยเธอไปคุยกับคนนี้เหรอ มันก็ดูไม่น่าใช่ เดี๋ยวถึงเวลาถ้ามีอะไรเกิดขึ้น เดี๋ยวก็คงรู้เองครับ" "ผมว่ามันเป็นธรรมชาติของความรัก คนเราถ้าจะชอบใครมันไม่ใช่เรื่องผิดอะไรเนอะ ถ้าเค้ามีความสุขก็จบ แต่ว่าเท่าที่รู้จักมาเค้าไม่เคยมีอะไรแบบนี้เลย เราก็เพิ่งเจอกันไปไม่นานครับสัก 2 อาทิตย์ที่แล้ว ที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าเจอกันไม่ได้หรอกครับ แต่มันไม่มีโอกาสได้เจอเลย จนกระทั่งล่าสุดดันไปกินข้าวที่เดียวกันก็เลยเดินไปนั่งคุยด้วย ก็โอเคนะ เค้าก็ปกติแล้วแหละ เราเองก็ปกติแล้ว ก็รู้สึกว่าทำไมเราจะเป็นเพื่อนกันไม่ได้ เค้าก็บอกว่าเอาไว้วันหลังนัดเจอกันอีก เราก็ได้ไม่มีปัญหา" "ไลน์ยังไม่ได้พิมพ์คุยกัน แต่พอเจอแล้วก็โอเคคุยกันได้ เป็นเพื่อนกันได้แหละ เรื่องรีเทิร์นน่าจะไม่ได้ครับ อันนี้ส่วนตัวเราเองด้วยแหละ พอคนเรามันเคยมีปัญหากัน มันจะจำกันได้ว่านิสัยเสียของแต่ละคนคืออะไร เรารู้นิสัยเสียของเรา เรารู้ว่าเค้าไม่แฮปปี้กับนิสัยข้อนี้ของเรา มันก็คงเป็นเรื่องยากแหละ ณ ตอนนี้โอกาสรีเทิร์นไม่มีเลย คงต้องรอเราโตกว่านี้หน่อยมั้งแล้วค่อยคิดอีกที แล้วก็ต้องถามเค้าเองด้วยแหละครับ ไม่ได้อยู่ที่เราคนเดียว ถ้าจะเจอกันอีกคงไม่แซวเรื่องนี้หรอก เพราะเป็นคนไม่ค่อยกล้าแซวคนเรื่องนี้ เราไม่รู้ว่าเวลาเราพูดเรื่องนี้แล้วคนอื่นเค้าโอเคหรือเปล่า แต่ถ้าเค้าโอเคก็แกล้งแน่นอน" "คนจับตามองเรื่องลงรูปคู่กับเก้า ก็เล่นหนังด้วยกันครับ ก็สนิทกัน ต้องโปรโมทหนังด้วยกัน คือผมรู้จักกับเค้ามา 3 ปี จะไม่ให้เราแบบไปกินข้าวด้วยกัน ไปทำนู่นทำนี่ด้วยกันเลยมันก็คงแปลก เราเคยร่วมงานกันมาก่อน เค้าเป็นน้องที่ดีของผม ตอนนี้เค้าเลิกกับซุปเปอร์แล้ว ซุปเปอร์เองเค้าก็เป็นเพื่อนผมเหมือนกัน ไม่ได้เกี่ยวกับผมเลยครับ ผมรู้จักกับสองคนนี้มานานแล้วแหละ ก็ตกใจเหมือนกันกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่มันก็ทำอะไรไม่ได้" "เก้าก็มีปรึกษาบ้างเรื่องความรัก มีโทรมาคุยบ้างเรื่องนี้ เวลาเค้ามีปัญหาเรื่องงานหรือเรื่องอะไร เค้าก็จะโทรมาตลอด โทรมาถามว่าทำยังไงดี เล่นบทแบบนี้ยังไงดี ก็คุยกันบ่อย เค้าเป็นน้องที่ดีของผมมากๆ เลยแค่นั้นเอง โอกาสพัฒนาก็คงไม่มี คือถ้าเราชอบใครป่านนี้ก็คงชอบไปแล้ว ถ้ามันนานขนาดนี้แล้วเราไม่รู้สึกอะไรเลย มันก็คงไม่น่าจะใช่ เวลาเป็นโสดคนจับตาตลอดเวลาถ่ายรูปกับสาวๆ เพราะคนไม่รู้ไง เค้าเห็นแค่รูปก็เลยสงสัยว่าใช่หรือเปล่า ก็อยู่ตอบคำถามนี้ไปเรื่อยๆ ถ้าใช่เดี๋ยวบอกเลย เผื่อมี" "กับลูกหนังช่วงนี้ไม่ได้เจอกันครับ เพราะเค้าอยู่ต่างประเทศ แต่เค้าเพิ่งกลับมาล่าสุดก็ได้มีการถามกันแล้วว่าถ้ากลับมาก็จะนัดกินข้าวเจอกันครับ ก็ยังเป็นรุ่นน้องที่สนิทกับผมมาก แต่ไม่ได้เจอกันเลยช่วงนี้ เพราะผมก็ไม่ได้บินไปเลย เดี๋ยวอีกไม่นานก็คงจะบินกลับไปใหม่ สาวๆ ที่พูดมาพลาดหมด ช่วงนี้รู้สึกว่ามันยังไม่ใช่เวลา ตั้งแต่เลิกกับนทไปก็รู้สึกว่ายังไม่ถึงเวลา รอไปก่อนแล้วกัน ไม่เหงาเพื่อนเยอะ อยู่ด้วยตัวเองได้ดี ช่วงนี้ดีแล้วขี้เกียจดราม่า รู้สึกว่าตัวเองไม่พร้อมถ้าต้องเลิกกันอีก" พีช กล่าว พีช พชร พีช พชร พีช พชร พีช พชร นท-คารีสา นท-คารีสา นท-คารีสา ซุปเปอร์-เก้า

น้ำทะเลยังหวาน!! ขวัญ-กอล์ฟ สวีทหนักไม่แคร์เวิลด์ (มีคลิป)
ขวัญ อุษามณี /  กอล์ฟ พิชญะ

               อะไรๆ ก็ดี...ดี๊...ดีไปหมดเลยค้าาา สำหรับชีวิตช่วงนี้ของนางเอกหน้าบาร์บี้อย่าง ขวัญ อุษามณี กับหนุ่มหล่อ กอล์ฟ พิชญะ ก่อนหน้านี้สาวเจ้าเจอมรสุมค่อนข้างเยอะอยู่ ล่าสุดแฮปปี้ให้ใครๆ ได้อิจฉากันแล้ว เรื่องงานละครฮอตยาวไป เรื่องธุรกิจส่วนตัวรุ่งเรือง ส่วนเรื่องรักน่ะหรอ เริ่ดมากมายจ้า จริงไม่จริงก็ดูเอาจากความหวานของแม่คุณพ่อคุณได้เลย จูงมือสวีทจัดหนักริมทะเลแบบไม่แคร์เวิลด์ จุดนี้คิดอีกทีก็จะไปแคร์ทำไมละเนอะ รักกันก็หวานให้ฉ่ำแฉะไปเลย หวานจริงอะไรจริงสวีทจัดหนักชนิดที่ว่าน้ำทะเลเค็มๆ ยังต้องยอม เอ้า!! ยินดีกับรักครั้งนี้ของทั้งคู่ด้วยนะจ๊ะๆ โตแล้วหวานแค่ไหนก็ไม่น่าเกลียดเนอะ คริๆๆขอบคุณรูปภาพจาก IG : @kwanusa9 @golfpichaya กอล์ฟ - ขวัญ   กอล์ฟ - ขวัญ   กอล์ฟ - ขวัญ   กอล์ฟ - ขวัญ   กอล์ฟ - ขวัญ   ขวัญ - กอล์ฟ   กอล์ฟ - ขวัญ