มาสค์ไรเดอร์ โฟเซ่

ปาฏิหาริย์มีจริง ! มะเร็งรักษาได้ เผยขั้นตอน ค่ารักษา ตั้งแต่ต้นจนจบ
9LOVEDESTINATIONS /  ค่ารักษา / 

บทความดี ๆ เป็นกำลังใจแด่ผู้ป่วยมะเร็ง โรคที่ปัจจุบันสามารถรักษาได้หากรู้ตัวก่อน พร้อมเผยทุกขั้นตอนการรักษา ค่าใช้จ่าย ตั้งแต่ต้นจนจบ ใกล้เข้าสู่ช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์แล้ว เว็บไซต์ MThai ได้ร่วมกับนิตยสารชื่อดัง ดิฉัน จัดกิจกรรมส่งภาพเข้าประกวดในคอนเซ็ป 9 LOVED DESTINATION เพื่อสื่อให้เห็นถึงความรักในมุมมองที่แตกต่างกันออกไป ได้มีสมาชิกเว็บไซต์ชื่อว่า มนทยา พะหูชนม์ หรือ คุณเมย์ ส่งภาพมาร่วมกิจกรรม พร้อมทั้งบรรยายข้อความว่า '2 ปีที่แล้วชีวิตสะดุดเพราะมะเร็งเข้ามาทักทาย โชคดีที่พบเร็ว รักษาได้แต่ต้องผจญกับคีโมหลายรอบ ปรับเปลี่ยนชีวิตครั้งใหญ่เพื่อให้ไม่กลับไปเป็นอีก บอกกับตัวเองว่าทำงานหนัก เครียด แบกรับหลายๆ อย่างไปเพื่ออะไร โลกนี้กว้างรอให้เราออกไปค้นหา ใช้ชีวิตให้เป็นแล้วรักตัวเองให้มากกว่าเดิม' เรื่องราวของเธอได้รับความสนใจและมีการติดต่อไปยัง คุณเมย์ เจ้าของภาพ โดยเธอยินดีที่จะถ่ายทอดเรื่องราว การก้าวข้าม 'โรคมะเร็งมดลูกและรังไข่' เพื่อเป็นประโยชน์แก่สาธารณะชน รวมถึงเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วย และผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง สามารถป้องกัน ไม่ให้โรคเกิดการบานปลายได้ คุณเมย์ ผู้ที่เคยป่วยเป็นโรคมะเร็ง และปัจจุบันเธอได้เข้าสู่ 'ภาวะโรคสงบ' มุ่งหวังให้เกิดความเข้าใจ และนำไปปรับใช้ในการดูแลตัวเอง เธอเล่าว่า การตรวจคัดกรอง เป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพราะหากเรารู้ตัวตั้งแต่ต้น สามารถทำการรักษาได้ และมีทิศทางในการพยากรณ์โรคที่ดี รู้ก่อนดีกว่า เริ่มรักษาที่ Stage 1 สิ่งสำคัญคือการ 'ตรวจคัดกรอง' เรื่องราวเริ่มต้นขณะที่คุณเมย์เป็นผู้ที่ใส่ใจ และตรวจสุขภาพประจำปีทุกปี จนปลายปี 2555 ผลจากตรวจ thin pep พบเซลผิดปกติแต่ไม่ใช่มะเร็ง แต่มี polyp ที่เยื่อบุโพรงมดลูกซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ปวดประจำเดือนมาก อาจารย์หมอเลยแนะให้ตรวจติดตามผลทุก 6 เดือน จนเวลาผ่านไปประมาณเดือนเมษาปี 2557 การมาตามนัดปกติ พบเนื้องอกขนาด 7 ซ.ม. ที่รังไข่ขวา จากการประเมินร่วมกับหมอที่รักษาเลยตัดสินจึงทำการผ่าออกทั้งมดลูกและรังไข่ขวา หลังจากตรวจเจอในสัปดาห์นั้น นับเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเพราะผลแล็บพบว่าเป็นมะเร็งรังไข่และมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก เป็น 2 อวัยวะพร้อมกัน ซึ่งพบได้ไม่บ่อยนัก อาจารย์หมอบอกว่า โชคดีมากที่มาตรวจทุก 6 เดือน น่าตกใจที่ก้อนมะเร็งโตเร็วในเวลาสั้น และการพบเร็วโดยยังไม่มีอาการผิดปกติทางร่างกาย ทำให้เป็นขั้นต้นๆ การพยากรณ์โรคนับว่าดี เพราะมะเร็งรังไข่ส่วนใหญ่จะพบตอนที่ผู้ป่วยมีอาการผิดปกติทางร่างกาย นั่นหมายถึงเป็นระยะลุกลาม นอกจากนี้ อาจารย์หมอเคยฝากมาถึงผู้หญิืงหลายคน ที่ยังคงอายไม่กล้าไปตรวจภายใน ไม่ส่องกล้อง ไม่อัลตร้าซาวด์ ทำให้บางครั้งมาเจอโรคร้าย ตอนที่กระจายลุกลามมากรักษายาก ซึ่งน่าเสียดาย คุณเมย์กล่าวต่อไปว่า 'อยากให้ผู้หญิงไม่กลัวไม่อายที่จะตรวจ' เข้าขั้นตอนการรักษา จากนั้นได้เริ่มรักษาที่ รพ. รัฐแห่งหนึ่ง เพื่อรับคีโม 4-6 cycle ส่วนขั้นตอนการรักษา คุณเมย์ก็มีการแย้งการรักษาในขั้นตอนการฉายแสง เนื่องจากอาการยังไม่ร้ายแรง และอยู่ในขึ้นที่ 1 จึงอาจจะเกินความจำเป็นที่จะต้องให้คีโมคู่กับการฉายแสง ซึ่งแพทย์ได้ทิ้งท้ายให้คนไข้ตัดสินใจเอง เธอจึงเลือกฉายแสงหลังการทำคีโม ได้ข้อสรุปคือให้ทำ CT scan และหลังจากนั้น 2 เดือน ค่อยสรุปผล ระหว่าง 2 เดือนนั้น คนไข้ต้องปรับตัวกับการทำคีโม และรับฤทธิ์ยาผลคือ ผลปกติ ไม่ต้องฉายแสง แต่หากผลไม่ปกติ ต้องฉายแสง คือแต่ละครั้งใช้เวลาราว 5-10 นาที แต่ต้องมาทุกวันติดๆ กัน 25 ครั้ง และต้องมีญาติมาด้วยทุกครั้ง อาการของคุณเมย์ ในขั้นแรกถูกประเมินให้รับคีโม 4-6 cycle (ขึ้นอยู่กับ stage ของอาการที่พบ) ซึ่งมีหน้าตาเหมือนการให้น้ำเกลือ มีกระบวนการทำให้ยา เข้าไปทำลายเซลล์ในร่างกาย ซึ่งหมายถึงเซลล์ดีและร้ายโดนหมด  ในกรณีของคุณเมย์มีการตอบสนองการรักษาดี อาจารย์หมอเลยสรุปว่าให้คีโมเพียง 4 cycle เท่านั้น ซึ่งคุณเมย์ จำเป็นต้องค้างคืนที่โรงพยาบาลในครั้งแรก เพื่อสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด ส่วนครั้งต่อ ๆ ไปสามารถกลับบ้านได้เลย โดยในวันแรก ๆ ผลกระทบจะยังไม่ชัดเจนนัก แต่อาการจะเริ่มแปลกไปในวันที่ 3 ผู้ป่วยจะรู้สึก 'เหมือนถูกบอมบ์ภายใน' มีอะไรทิ่มแทงในช่องท้อง ไม่สบายตัว จากนั้นหลังจาก 3-5 วัน ผู้ป่วยจะเริ่มคุ้นชินกับอาการ ส่วนอาการที่ชัดเจนที่สุด สำหรับผู้ป่วยบางคนคือ อาการชาตามมือและเท้า หลังจากนั้น คนไข้ต้องทานวิตะมินบี กับเหล็กเพื่อบำรุงเลือดทุกวัน ในขั้นแรกอาจมีอาการปวดตัว ต้องอาศัยเวลาในการฟื้นตัวระยะหนึ่ง พอเข้าสัปดาห์ที่ 2 จะเป็นช่วงที่ต้องระวัง เพราะเม็ดเลือดขาวจะต่ำลง หมายถึงภูมิคุ้มกันจะน้อยลง เสี่ยงกับการติดเชื้อได้ง่าย โดยทั่วไปคนไข้ที่ให้คีโมจะได้รับคำแนะนำ ให้ลดความเสี่ยงกับการเป็นหวัด หรือท้องเสีย เพราะหากติดเชื้ออาการจะรุนแรงกว่าคนปกติ จะต้องไปพบแพทย์ นั่นหมายถึง งดไปอยู่ในที่สาธารณะที่มีคนเยอะๆ ควรกินอาหารปรุงสุก ผักสด ผลไม้ที่เปลือกบาง ควรจะงด เหตุผลคืออาจจะมียาฆ่าแมลงตกค้าง ล้างไม่สะอาด จะต้องเช็คเม็ดเลือดเมื่อครบ 2 สัปดาห์ ใน cycle แรก พอครบ 4 สัปดาห์ จะให้ยารอบถัดไป ซึ่งต้องดูแลตัวเองให้สุขภาพแข็งแรง ทานไข่ขาวเยอะๆ เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างโปรตีนกลับมาเร็วๆ สำหรับคนไข้มีเม็ดเลือดขาวต่ำกว่าเกณฑ์ หรือระดับเกลือแร่ต่ำ หลังจากให้คีโมครบ ทุก 3 เดือน ต้องติดตามอาการเป็นระยะ ซึ่งการตรวจล่าสุดของคุณเมย์ คือ ค่าเลือดปกติ อยู่ในภาวะโรคสงบ ผล CT scan ปกติดี แต่โรคนี้ไม่มีคำว่า 'หายขาด' ฉะนั้นคุณหมอจะไม่ตอบว่าหายหรือยัง แต่ให้ติดตามอาการ ไปเรื่อยๆ อย่างน้อย 5 ปี แต่หมอสั่งไว้ว่าเราจะเจอกันไปอีก 10 ปี เลยต้องรักษาสัญญา ดูแลตัวเองตามที่อาจารย์หมอสั่งอย่างเคร่งครัด เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยระหว่างการรับการรักษา คุณเมย์แนะนำว่า เราควรเก็บรายละเอียด เอกสารเกี่ยวกับการรักษาไว้ทั้งหมด เพราะให้ง่ายต่อการรักษาอย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญคือการปฏิบัติตามแพทย์อย่างเคร่งครัด รวมถึงการหาข้อมูลเพิ่มเติมจากต่างประเทศ เพราะหากเราทราบข้อมูลทางการแพทย์ ก็จะทำให้สามารถคุยกับหมอรู้เรื่อง หากมีศัพท์ที่ยากจะเข้าใจ โดยการพบหมอแต่ละครั้ง ควรนำญาติ เช่นลูกหรือหลาน ที่สามารถทำหน้าที่ดูแลได้ เข้าพบด้วย นอกจากนี้ คุณเมย์แนะนำว่า สำหรับโรงพยาบาลรัฐ มีค่าใช้จ่ายที่ถูกมาก ทั้งค่าหมอ ค่ายา และมีมาตรฐานเดียวกันไม่ว่าคุณจะใช้สิทธิ30 บาท ประกันสังคม จ่ายเอง เบิกราชการ ไม่มีเก็บค่าพยาบาล ค่าจิปาถะ แต่ในขั้นตอนการรักษากับโรงพยาบาลรัฐ จะต้องใช้ความใจเย็น เพราะจำนวนผู้ป่วยมีจำนวนมาก การเข้ารับรักษาแต่ละครั้ง จึงต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งวัน ในขั้นตอนต่าง ๆ ถ่ายภาพเก็บไว้ดูได้จะดีมาก เพราะทำให้เราสามารถสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงของร่างกายได้ดี ค่ารักษาพยาบาล ระหว่าง โรงพยาบาลรัฐ และเอกชน ? *ในครั้งแรกที่คุณเมย์เข้ารับการผ่าตัด มีค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาลเอกชน (เฉพาะค่าผ่าตัด) อยู่ที่ 400, 000 บาท  ซึ่งข้อดีคือผ่าตัดรพ.เอกชนจะเร็วไม่ต้องรอคิว *ส่วน โรงพยาบาลรัฐ ที่คุณเมย์ย้ายมาทำคีโม ค่าใช้จ่ายรวมแล้วเกือบ ๆ  100,000 บาท ซึ่งการให้คีโมที่ รพ.ที่มีโรงเรียนแพทย์จะมีค่าใช้จ่ายถูกกว่าเอกชนมาก บันทึกเบ็ดเตล็ด ตอน คนเป็นมะเร็งไปเที่ยวได้?? แต่กระนั้น ผู้ป่วยมะเร็ง ไม่จำเป็นจะต้องเก็บตัว หรือจมอยู่กับความเศร้า สิ้นหวัง คุณเมย์ เป็นตัวอย่างของการรับการรักษา ควบคู่กับการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เธอเล่าว่า แม้เธอจะป่วยเป็นโรคมะเร็ง แต่เธอสามารถออกท่องเที่ยวไปในที่ต่าง ๆ ได้ เพียงแต่ต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ ที่สำคัญคือระหว่างนั้น ผู้ป่วยควรประเมินตนเอง พักเป็นระยะ ดื่มน้ำเยอะ ๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ แม้ว่าคุณเมย์ ที่ผ่านการทำคีโม ทำให้ผมร่วง เธอกลับไม่หวั่นไหว เธอแก้ไขด้วยการหาหมวกคลุม และวิกผม มาใส่ รวมถึงขนคิ้วที่ร่วงไป เธอแก้ไขด้วยการเขียนคิ้วทุกวัน พร้อมทั้งกล่าวติดตลกทิ้งท้ายด้วยว่า 'จะว่าไปแล้วทำให้เที่ยวสนุกกว่าเดิมอีก ไม่ต้องมาสระ มาเซตให้เสียเวลา' คุณเมย์เผยถึงมุมดี ๆ หลายข้อที่ได้จากการป่วยเป็นมะเร็ง 'การฝึกตัวเองมาตลอดให้คิดบวก มันทำให้ลดความทุกข์ได้เยอะ การฝึกบ่อยๆ มันกลายเป็นธรรมชาติ คิดได้อัตโนมัติ ชีวิตหรรษาขึ้นเยอะ' 'อย่าทำตัวป่วยๆ เพราะถ้านอนเบื่อๆ ป่วย ไม่ฝืน ไม่บังคับตัวเองไปทำงานไปมีกิจกรรมปกติเหมือนที่เคยทำ มันจะกลายเป็นป่วยมากกว่าที่เป็นจริงๆ ซะอีก' ' ถ้าก้าวข้ามผ่านความกังวลเรื่องรูปลักษณ์ เช่น ผมร่วงหมดหัว ไม่ต้องหลอกตัวเองโดยการใส่วิก การหาที่คลุมผมสวยๆ มันเบา สบายหัวกว่าเยอะ แล้วก็ไม่มีใครเค้าสนใจเราหรอก ท่ีกังวลๆ น่ะ คิดไปเองทั้งนั้น ถ้าจะสวมวิกก็เพราะอยากใส่ อย่าสวมเพราะหลอกตัวเอง' ' เมื่อหมอห้ามออกไปอยู่ที่สาธารณะ เพราะเสี่ยงติดเชื้อ แปลความหมายดีๆ เค้าไม่ได้ห้ามไป อยากไปเดินเล่น ช้อปปิ้ง ก็ไปตอนเปิดห้างเซนทรัลดิ คนยังน้อย เดินดมๆ ชมเพลินๆ พอหายเซ็งก็กลับบ้าน 1 ชั่วโมงคนยังไม่เยอะหรอก ' ทั้งนี้ทั้งนั้น สิ่งสำคัญในการรักษา นอกจากทางการแพทย์คือทางจิตใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณเมย์ ได้รับจากคนรอบข้าง ทั้งคุณแม่ ครอบครัว นาย เพื่อนร่วมงาน ลูกน้อง เธอกล่าวว่า ช่วงไม่สบายหลายคนต่างพากันให้กำลังใจ ตอนไม่แข็งแรง แล้วมีคนเอาของขวัญมาให้ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ มันมีมูลค่ามหาศาลเมื่อนึกถึงน้ำใจกับกำลังใจที่เค้ามอบให้เรา คุณเมย์กล่าว ขอบคุณกิจกรรม  LOVE IS ALL AROUND 9 LOVED DESTINATION  MThai News ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

BAKUMAN วัยซนคนการ์ตูน! พร้อมวาดฝันให้เป็นจริง 18 ก.พ.นี้ ในโรงภาพยนตร์
Bakuman /  DEATH NOTE / 

จากสองนักเขียนการ์ตูนชื่อดังของญี่ปุ่น สึกุมิ โอบะ และ ทาเคชิ โอบาตะ ผู้รังสรรค์การ์ตูนเรื่อง เดธโน้ต (Death Note) และได้ดัดแปลงสร้างเป็นภาพยนตร์จนโด่งดังไปทั่วโลก ครั้งนี้กับการ์ตูนเรื่องใหม่ที่ครองใจผู้อ่านที่ชื่นชอบการเขียนการ์ตูนสู่การเริ่มต้นเดินตามความฝันอันเร่าร้อนของเด็กหนุ่ม ม.ปลาย 2 คน ที่ฝันอยากจะเป็นนักเขียนการ์ตูนชื่อดังกับเรื่อง BAKUMAN วัยซนคนการ์ตูน ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารโชเน็นจัมป์ ตั้งแต่ปี 2008-2012 รวมเล่มทั้งหมด 20 เล่มจบ ทำยอดขายได้ถึง 15 ล้านเล่ม และถูกนำมาสร้างเป็นอนิเมะถึง 3 ซีซั่นด้วยกัน ล่าสุด สตูดิโอ โตโฮ (TOHO Animation) ได้หยิบการ์ตูนเรื่องนี้มาดัดแปลงสร้างเป็นภาพยนตร์ กำกับโดย ฮิโตชิ โอเนะ และได้สองนักแสดงนำที่จะมาเป็นคู่หูกัน ได้แก่ ทาเครุ ซาโต มารับบทเป็น “โมริทากะ มาชิโระ” หรือ “ไซโค” และได้ ริวโนะสุเกะ คามิกิ มารับบทเป็น “อากิโตะ ทาคากิ” หรือ “ชูจิน” ซึ่งทั้งสองเคยร่วมงานกันมาแล้วในภาพยนตร์เรื่องซามูไรพเนจร รวมถึงได้ นานะ โคมัตสึ มารับบทสาวสุดน่ารักอย่าง “มิโฮะ” อีกด้วย ภาพยนตร์เรื่อง BAKUMAN วัยซนคนการ์ตูน ฉบับภาพยนตร์นี้เปิดตัวที่ญี่ปุ่นกวาดไป 80 ล้านบาทในสัปดาห์แรกที่เข้าฉาย และทำรายได้รวมกว่า 1,600 ล้านเยน หรือราว 500 ล้านบาทไทย เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จตามความคาดหมาย และความมุ่งมั่น วาดฝัน ให้เป็นจริง! ใน BAKUMAN วัยซนคนการ์ตูน วันที่ 18 กุมภาพันธ์นี้ ในโรงภาพยนตร์

เมคอัพอาร์ติสชื่อดัง เอ-ทิวากร กับเทคนิคการแต่งหน้า ที่คุณอาจไม่เคยรู้!!
อาร์ติส /  เทคนิค / 

       ในงานเปิดตัว Touch In SOL ได้เชิญเมคอัพอาร์ติสชื่อดัง เอ-ทิวากร โสภาอัศวภรณ์ มาเผยถึงเคล็ดลับการแต่งหน้าให้กับ Super star และ Update trend การแต่งหน้าสุดอินเทรนด์สำหรับปี 2016 โดยเป็นการเล่นสีสันคัลเลอร์ฟูล นำลิปสติกผสมกัน จะเกิดมิติของสีใหม่ อีกทั้งอยากให้ทุกคนมองการแต่งหน้าเป็นเรื่องสนุก และรู้สึกสนุกกับการแต่งหน้าทุกวัน เพราะการแต่งหน้าสามารถมีลูกเล่นให้ผู้หญิงสวยไม่เหมือนเดิมในทุกๆ วัน และควรต้องเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเอง เริ่มจากปรับผิวให้เรียบเนียนด้วยรองพื้นทาเพียงบางๆเท่านั้น เพื่อเผยผิวสวยสุขภาพดีสไตล์สาวเกาหลี วิธีเขียนคิ้วให้สวย คือ ควรเริ่มจากข้างที่ไม่ถนัดก่อน เพราะข้างที่เราถนัดจะเขียนได้ง่าย การวาดคิ้วทั้งสองเท่ากันจึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เทคนิคการเขียนอายไลเนอร์ คือให้วาดจากหางตาไปยังหัวตา เพื่อเป็นการกำหนดเส้นขอบตา คราวนี้สาวๆอยากตวัดสูงแค่ไหนก็ได้ เทรนด์การเขียนตาตอนนี้ก็คือเน้นเส้นบางๆ ไม่หนาจนเกินไป การปัดมาสคารา ให้เริ่มดันจากโคนก่อนแล้วไล่ไปยังเส้นขนตา ใยของมาสคาร่าก็จะเกาะแน่นมากขึ้นและขนตาจะไม่ตกอีกด้วย ส่วนขนตาด้านล่างถ้าอยากให้ยาวให้ปัดลงเป็นแนวตั้งเรียงทีละเส้น ถ้าอยากให้ใบหน้าดูสว่างขึ้นลุคสาวเกาหลีให้ลงไฮไลท์ บริเวณโหนกแก้มและสันจมูก การทาลิปสติกเราสามารถผสมสีกันแล้วก็จะทำให้เกิดสีใหม่ที่ไม่ซ้ำใคร เพียงแค่เบรนด์สีให้เข้ากัน ถ้าอยากเป็นลุคสาวหวานก็ทาลิปสติกสีชมพู แต่ถ้าตอนเย็นเราอยากเป็นสาวเปรี้ยวจี๊ดจ๊าดก็เติมสีส้มลงไปแค่นี้ก็เปลี่ยนลุคได้ในวันเดียว ภาพโดย Covinus

ยิ้มทั้งน้ำตา!!! ทับทิม ดี๊ด๊ารับน้องหมากลับบ้านแล้ว
ทับทิม ปลื้ม /  ทับทิม มัลลิกา / 

ปิดฉากคู่รัก VRZO เป็นที่เรียบร้อย ทั้ง ปลื้ม สุรบถ และ ทับทิม มัลลิกา ต่างออกมาประกาศเลิกรากันแล้วอย่างเป็นทางการ ซึ่งด้าน สาวทับทิม ได้ลาออกจากรายการ VRZO และย้ายกลับมาอยู่บ้านที่เพิ่งซื้อใหม่ของตัวเองพร้อมหน้าครอบครัว ล่าสุด สาวทับทิม น่าจะหายเหงาได้บ้าง เพราะเธอไปรับน้องหมาสุดรักสุดหวง เดค, ฟองดู และ ฮาจิ กลับมาอยู่บ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้วเช่นกัน แถมยังโพสต์คลิปเจ้าเดค ทักทายแฟนคลับที่คอยติดตามความเคลื่อนไหว ซึ่งดูจากคลิปแล้วนอกจาก สาวทับทิม จะคิดถึงน้องหมามากแล้ว ฝ่ายเจ้าเดคก็คิดถึงเจ้าของไม่แพ้กัน ถึงกับแสดงความรักและออกอาการดีใจด้วยการเลียแก้มและจมูกของสาวทับทิมหนักมาก!!! ด้านแฟนคลับสาวทับทิม ต่างตามเข้ามากดไลท์และให้กำลังใจอย่างล้นหลามที่เห็น สาวทับทิม กลับมาสตรองและยิ้มออกเพราะน้องหมาแสนรัก แต่ก็ยังมีแฟนคลับบางส่วนที่สังเกตเห็น สาวทับทิม ตาบวมอาจเป็นเพราะร้องไห้อย่างหนักมาเช่นกัน ซึ่งการที่มีน้องหมาอยู่ข้างๆ อย่างนี้ สาวทับทิม คงจะคลายเหงาหายเศร้าได้บ้างแล้วล่ะจ้า ขอบคุณภาพจาก IG tubtimofficial ทับทิม มัลลิกา ทับทิม มัลลิกา กับน้องหมาแสนรัก ทับทิม มัลลิกา กับน้องหมาแสนรัก ทับทิม มัลลิกา กับน้องหมาแสนรัก ทับทิม มัลลิกา กับน้องหมาแสนรัก ทับทิม มัลลิกา กับน้องหมาแสนรัก ทับทิม มัลลิกา กับน้องหมาแสนรัก ทับทิม มัลลิกา ทับทิม มัลลิกา

The Deck by The River ชมวิวพระปรางค์วัดอรุณฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
The Deck /  พระปรางค์ / 

แดดอุ่นๆ ลมเย็นๆ แบบนี้ก็หนีไม่พ้นร้านบรรยากาศดีริมน้ำ มีวิวที่สวยงาม และยิ่งเป็นเดือนแห่งความรักด้วยล่ะก็ ควรหาร้านที่พาคนรักไปเดทให้ทันในช่วงวันวาเลนไทน์ที่กำลังจะมาถึงนี้ หากใครยังไม่มีเราจะแนะนำร้านบรรยากาศริมน้ำเจ้าพระยา กับร้าน The Deck by The River มีความงดงามของพระปรางค์วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของร้าน และเวลาที่พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน ดวงอาทิตย์จะอยู่หลังพระปรางค์จึงเป็นภาพที่ย้อนแสงที่สวยงามมาก The Deck by The River ชมวิวพระปรางค์วัดอรุณฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา การเดินทางมาไม่ยาก หากนำรถยนต์ส่วนตัวมาสามารถจอดได้ที่ด้านข้างวัดโพธิ์  ถนนมหาราช ตรงข้ามก็จะเป็นซอยประตูนกยุง เดินมาจนสุดซอยก็จะเจอโรงแรม Arun Residence ซึ่งเป็นที่เดียวกับร้าน The Deck By The River ที่อยู่ด้านบน นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ ต่างเข้ามาทานอาหารที่ร้านแห่งนี้อย่างไม่ขาดสาย จึงมีทั้งอาหารไทยและอาหารต่างชาติที่รองรับคนทุกสัญชาติ โดยมีเมนูมากกว่า 200 เมนู แม้อาหารจะตกแต่งเพิ่มเติมให้ทันยุคทันสมัย แต่สำหรับตัวตึกแล้วก็ยังคงความเป็นตึกเก่าไว้อยู่ ด้วยที่ความเป็นตึกเก่าสไตล์ชิโนโปตุกีส เป็นสถาปัตยกรรมโบราณผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออก เป็นเอกลักษณ์ที่ดีแบบนี้ให้อยู่คู่กับคนท่าเตียนไปแสนนาน ในส่วนของร้าน The Deck by The River มีทั้งหมด 4 ชั้นด้วยกัน ชั้นแรกและชั้นสอง จะมีที่นั่งแบบ Outdoor และ Indoor ทั้งสองโซนสามารถเห็นความสวยงามของพระปรางค์ได้เหมือนกัน ส่วนชั้นที่สามและสี่จะเป็นส่วนของบาร์หรือเรียกโซนนี้ว่า Amorosa ชั้นสามและสี่สามารถจุคนได้แค่ 7- 8 คน เหมาะสำหรับมาเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ปิดชั้นเป็นชั้นส่วนตัวได้เลย พร้อม Moctail และเครื่องดื่มต่างๆ ปาร์ตี้ยามค่ำคืนพร้อมชมความสวยงามของพระปรางค์ในยามดึกที่มีแสงไฟเปิดรอบๆ พระปรางค์ ไม่มีปาร์ตี้ที่ไหนเก๋กว่าที่อีกแล้ว ขนมปังอบมะเขือเทศสดและชีส (190 บาท) เสิร์ฟอาหารเรียกน้ำย่อยกันก่อน ขนมปังที่อบกรอบ จะมีความชุ่มฉ่ำกับมะเขือเทศสดและชีสที่อบบพร้อมกัน พล่ากุ้งแม่น้ำ (350 บาท) กุ้งแม่น้ำตัวโต แค่สามตัวก็เต็มจาน แกะเนื้อกุ้งออกมาทำพล่า ราดน้ำพล่าลงบนตัวกุ้งให้ชุ่มฉ่ำ เนื้อเซอร์ลอยด์ย่างจิ้มแจ่ว (460 บาท) เมนูย่างที่ไม่ควรพลาด เนื้อที่หมักมานุ่มๆ จิ้มกับน้ำจิ้มแจ่วรสเลิศ ปลากระพงแดงย่าง เสิร์ฟกับซอสสมุนไพร (390 บาท) อาหารสุขภาพเหมาะกับสุภาพสตรีที่กำลังดูแลสุขภาพโดยเฉพาะ ฉู่ฉี่ปลาแซลมอน (350 บาท) ปลาแซลมอนสดราดด้วยซอสสูตรพิเศษ ด้วยความที่แซลมอนเป็นสีส้มอมชมพูอยู่แล้ว และราดซอสที่เป็นสีส้มสดลงไป ทำให้อาหารจานนี้มีสีสันสดใส เพื่มอรรรสในการทานมากยิ่งขึ้น มิลเฟยสตอเบอร์รี่และมาสคาโพนเน่ชีสมูส (220 บาท) เหมาะกับช่วงเทศกาลวาเลนไทน์เป็นทีสุด ด้วยดีไซน์และรสชาติสีสันที่เป็นสีแดงสดซอสสตรอเบอรี่และสตรอเบอรี่ เสียบเป็นเลเยอสลับชั้นกัน หากจินตนาการดีๆ จะเหมือนดอกกุหลาบสีแดงสดเลยทีเดียว พิเศษวันวาเลนไทน์ของ The Deck by The River เซ็ตเมนู”Special Valentine’s Set”ในคืนวันแห่งความรัก หรือ 14 กุมภาพันธ์ 2559 นี้ ในราคาเซ็ตละ 4,800 บาท ต่อ 1 คู่รัก หรือหากไม่มีคู่ ต้องการทานคนเดียว ก็ ราคาท่านละ 2,400 บาท สามารถโทรเข้ามาสอบถามก่อนได้ค่ะเพื่อความชัวร์

ล้างมาสคาร่ากันน้ำยังไง...ให้สะอาดเกลี้ยง แถมตาไม่เหี่ยวด้วย
มาสคาร่า /  มาสคาร่ากันน้ำ / 

        มาสคาร่ากันน้ำอาวุธคู่ใจของสาวไทยทั่วประเทศ เพราะอากาศบ้านเรามันร้อนเกินกว่ามาสคาร่าธรรมดาจะเอาอยู่ จริงไหมคะ? แต่ปัญหาใหญ่ที่เจอเลยคือ ใช้เวลาในการล้างมาสคาร่าให้หลุดออกจากขนตานานมาก บางครั้งขนตาก็พากันหลุดออกมาเป็นแพ (นึกว่าแพริมแม่น้ำที่เมืองกาญฯ) วันนี้เรามีเคล็ดลับเด็ดๆมาฝากกันค่ะ เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมก่อนลงมือล้างมาสคาร่ากันน้ำ 1. เลือกใช้อายรีมูฟเวอร์โดยเฉพาะ เนื่องจากคลีนเซอร์ชนิดนี้จะมีส่วนผสมของน้ำมัน จึงทำให้มาสคาร่าหลุดออกมาได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องใช้แรงเช็ดให้ระคายผิวรอบดวงตา 2. ผิวบริเวณรอบดวงตานั้นอ่อนโยนมาก จึงต้องเลือกใช้สำลีที่มีผิวสัมผัสที่นุ่มนวล ไม่ทำให้ผิวหน้าระคายเคืองอย่าง AIME' Facial Cotton (สำลีเอเม่) ที่ผลิตจากสำลีฝ้ายบริสุทธิ์ 100% ด้วยเทคโนโลยี Hydro-Entanglement เทคโนโลยีระดับโลกจากประเทศญี่ปุ่น ทำให้ปราศจากสารยึดเกาะและสารเรืองแสงต่างๆ และเป็นสำลีที่ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังแนะนำ 3. “คอตตอนบัด” ควรเลือกที่สามารถซอกแซกได้ทุกซอกทุกมุม เหมือนกับ AIME' Beauty Cotton Bud ที่มีทั้งปลายแหลมและปลายมนอยู่ในแท่งเดียวกัน ทำให้สามารถเก็บรายละเอียดได้แม้ในที่แคบๆอย่างเช่นบริเวณขอบตา และก้านสำลีกระดาษ paper stick ช่วยให้สำลียึดติดกับก้านขณะใช้ ไม่คลายตัวง่าย ลดการหักงอ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย เคล็ดลับในการล้างมาสคาร่ากันน้ำให้เกลี้ยง - เทอายรีมูฟเวอร์ลงไปบนสำลี จากนั้นจึงมาแปะไว้บริเวณดวงตาทั้งสองข้าง โดยใช้มือกดและกลึงเบา ๆ ทิ้งไว้ประมาณ 30 วินาที แล้วเช็ดออก - จากนั้นจึงใช้แผ่นสำลีชุบอายเมคอัพรีมูฟเวอร์เช็ดซ้ำ โดยเน้นบริเวณขนตาเป็นพิเศษ ด้วยการเอาสำลีรองไว้ใต้ขนตาแล้วใช้คอตตอนบัด (หัวมน) ช่วยถูออกจนหมดคราบมาสคาร่า - หากยังมีมาสคาร่าหลงเหลืออยู่ให้ใช้คอตตอนบัด(หัวแหลม) เช็ดเก็บเศษมาสคาร่าเล็ก ๆ ตามแนวขนตาบนและขอบตาล่างจนสะอาด เท่านี้ก็สะอาดกริ๊บ...แถมยังไม่ทำลายผิวบริเวณรอบดวงตาแล้วล่ะค่ะ ^_^ AIME' Facial Cotton (สำลีเอเม่) สำลีเพื่อการดูแลสุขภาพผิวของคุณ ติดตามข่าวสารและกิจกรรมดีๆได้ที่ facebook : AIME Beauty ขอขอบคุณภาพจาก Pinterest

คุณนายเท่านั้นที่คู่ควร! บราหยก อลังการ สวยหนัก ใส่ได้จริง
ชุดชั้นใน /  บรา / 

นี่คือ บรา หรือ ยกทรง ที่ทำจาก หยก โดย กว่าน ชิงสง ศิลปินจากยูนนาน ประเทศจีน ใช้เวลาในการประณีตบรรจงทำขึ้นถึง 3 ปี และนี่คือ หน้าตาผลงานชิ้นมาสเตอร์ของเขาซึ่งประดับด้วย อัญมณีถึง 223 ชิ้น ทั้งไข่มุก, ทับทิม, ทัวร์มาลีน และ อัญมณีเลอค่าอื่นๆ อีกมากมาย โดยโปรเจ็คท์นี้ นาย กว่าน ชิงสง ทำขึ้นเพื่อแสดงความระลึกถึงคุณแม่ของเขานั่นเอง ทั้งนี้ นายกว่าน กล่าวว่า บราหยก ตัวนี้สามารถสวมใส่ได้จริง แต่ไม่ค่อยสบายตัวเท่าไหร่ แค่นั้นเอง และหากใครอยากชมผลงานของเขา เร็วๆ นี้จะจัดแสดงให้คนทั่วไปได้เข้าชมโดยทั่วกัน ว่าแต่ ดูท่าจะหนักทั้งราคา และการดูแลรักษานะเนี่ย สาวๆ ที่ชอบสะสมชุดชั้นในล่ะ อยากได้เก็บไว้สักตัวไหมคะ ^ ^ ที่มาจาก shanghaiist.com เรียบเรียงเนื้อหาโดย Women MThai Team

เร่งล่าแท็กซี่โหด! จอดรถโยนผู้โดยสารลงข้างทางดับอนาถ
ทิ้งผู้โดยสาร /  นั่งแท็กซี่ / 

ตำรวจดอนเมือง เร่งล่าแท็กซี่โหด! จอดรถโยนผู้โดยสารลงข้างทาง ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา  จากกรณีที่วานนี้(7 ก.พ.) สน.ดอนเมือง รับแจ้งเหตุ พบผู้นอนหมดสติอยู่ริมฟุตปาธ บริเวณด้านหน้าโรงเรียนสีกัน (วัฒนานันท์อุปถัมภ์) ถนนสรงประภา แขวงและเขตดอนเมือง กรุงเทพฯ จากนั้นได้นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบประชาชนกำลังมุงดูอยู่เป็นจำนวนมาก มีนายพงศพัส ซิ้ววงค์ อายุ 49 ปีนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นถนนเลนซ้ายสุด จึงได้ให้การช่วยเหลือปั๊มหัวใจ นานกว่า 30 นาที แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ด้านผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะที่กำลังขับรถอยู่บนถนนสรงประภา ขาออก เห็นแท็กซี่สีฟ้า จอดอยู่ข้างทาง ตรงจุดเกิดเหตุ คนขับกำลังอุ้มผู้โดยสารลงมาจากรถ ต่อมารถแท็กซี่คันดังกล่าว ได้ขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว จากการตรวจสอบพบทรัพย์สินผู้เสียชีวิตพบว่า โทรศัพท์มือถือได้หายไป และเอกสารในตัวผู้เสียชีวิต มีเบอร์โทรศัพท์อยู่เจ้าหน้าที่จึงโทรไปตามหมายเลขดังกล่าวพบว่า โชเฟอร์แท็กซี่คันต้องสงสัยได้รับสาย พร้อมบอกว่า จะเดินทางมาพบพนักงานสอบสวน ก่อนจะวางสายไป อย่างไรก็ตาม ร่างกายชายดังกล่าวไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ได้นำศพ นายพงศพัส ส่งสถาบันนิติเวชรพ.ภูมิพล ตรวจหาสาเหตุของการเสียชีวิต และได้ประสานไปยังฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ตรงจุดเกิดเหตุแล้ว พร้อมเร่งล่าแท็กซี่คันดังกล่าว เพื่อดำเนินการออกหมายเรียกมาสอบสวนต่อไป ภาพจาก อาสาฯ สมัครแจ้งข่าวดอนเมือง MThai News

น้องดีเจอาการดีขึ้น-จนท.นัดพูดคุยปมหายตัววันนี้
ข่าวจังหวัดภูเก็ต /  ข่าวภูเก็ต / 

ผอ.รพ.วชิระภูเก็ต เผย อาการ "น้องดีเจ" ดีขึ้นตามลำดับ ด้านเจ้าหน้าที่เตรียมเข้าพูดคุยสาเหตุการหายตัววันนี้ นายแพทย์เจษฎา จงไพบูลย์พัฒนะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น ถึงความคืบหน้าอาการของน้องดีเจ หรือ ด.ช.เจษฎากร ไชโย อายุ 3 ขวบ 9 เดือน ที่หายไปเป็นเวลา 6 วัน ว่า อาการล่าสุดของน้องดีเจขณะนี้ถือว่าดีขึ้นมาก ซึ่งทางแพทย์ได้ถอดเครื่องช่วยหายใจออก โดยน้องรู้สึกตัวดี ถือว่าพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังคงต้องพักรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลอีกระยะ ส่วนบาดแผลบริเวณขาและที่อื่น ๆ ดีขึ้นตามลำดับ อย่างไรก็ตาม นายแพทย์เจษฎา กล่าวว่าในวันนี้ นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ และอัยการ จะเข้ามาพูดคุยกับน้องดีเจ เพื่อสอบถามรายละเอียดการหายตัวไป คาดว่า จะสามารถทราบรายละเอียดได้ในวันนี้ ข้อมูลข่าวจาก INN คืบหน้าอาการ "น้องดีเจ" ดีขึ้นต่อเนื่อง ทีมแพทย์เตรียมถอดเครื่องช่วยหายใจ คาดกลับมาพูดคุยได้อีกครั้งช่วงเย็นวันนี้ ส่วนเรื่องคดี ตำรวจคาด เด็กอาจพลัดหลง หรือ มีผู้นำพาออกจากบ้าน ความคืบหน้าล่าสุดของอาการน้องดีเจ เด็กหายนาน 6 วัน ในจังหวัดภูเก็ต นพ.เจษฎา จงไพบูลย์พัฒนะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เผยอาการน้องดีเจ หรือ ด.ช.เจษฎากร ไชโย วัย 3 ขวบ 10 เดือน ว่า อาการของน้องดีเจ ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทีมแพทย์ที่ดูแลระบุว่าสัญญาณชีพขณะนี้ปกติดี อีกทั้งได้ลดยาบางตัวแล้ว อย่างไรก็ตาม ทางคณะแพทย์จะทำการถอดเครื่องช่วยหายใจ ในช่วงก่อนเวลา 12.00 น. และน้องจะสามารถกลับมาพูดคุยตามปกติช่วงเย็นวันนี้ ส่วนความคืบหน้าในคดีนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต และเจ้าหน้าที่มูลนิธิกระจกเงา ได้เข้าตรวจสอบป่าละเมาะในจุดที่พบน้องดีเจเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งจากการตรวจสอบพบฝาขวดน้ำดื่มในจุดที่พบน้องดีเจ จำนวน 1 ฝา และจากการตรวจค้นเต็นท์เจ้าของสวนผลไม้ ซึ่งห่างจากจุดพบน้องดีเจ พบกล่องนม ตกใกล้เต็นท์ที่พัก จึงเก็บไว้ตรวจสอบ ส่วนการสอบเจ้าของสวนผลไม้ เบื้องต้นยังไม่พบพิรุธ ขณะเดียวกัน เตรียมเชิญตัว นายสุจิตร ไชโย ซึ่งเป็นตาน้องดีเจที่พบน้องดีเจคนแรกมาสอบสวนว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายออกจากบ้านหรือไม่ ทั้งนี้ ตำรวจตั้งข้อสันนิษฐานไว้ 2 ประเด็น คือ เด็กอาจพลัดหลง หรือ มีผู้นำพาออกจากบ้าน น้องดีเจ เด็กหายออกจากบ้านติดเชื้อกระแสเลือดหลังได้รับการช่วยเหลือ แพทย์ขอรับบริจาคกรุ๊ปเอด่วน!! ความคืบหน้าการเข้าช่วยเหลือ "น้องดีเจ" เด็กชายวัย 3 ขวบที่หายตัวออกจากบ้านที่ภูเก็ตนาน 6 วัน ก่อนจะพบตัวแช่อยู่ริมแม่น้ำในป่าบริเวณบ้านพักหลังญาติและเจ้าหน้าที่ต่างเร่งระดมกำลังค้นหานั้น ล่าสุดทีมแพทย์ที่ทำการรักษาน้องดีเจ ได้ประกาศขอรับ บริจาคเลือดกรุ๊ปเอ เป็นการด่วนหลังจาก "น้องดีเจ" เกิดอาการติดเชื้อในกระแสเลือด เนื่องจากอ่อนเพลีย มีแผลที่เท้า 2 ข้าง เพราะแช่น้ำเป็นเวลานาน ตลอดจนตามผิวหนังร่างกายมีร่องรอยถูกยุงและแมลงกัดต่อยเป็นจำนวนมากประกอบกับมีอาการขาดน้ำและอาหารจนทำให้เกิดอาการดังกล่าว ทั้งนี้หากผู้ที่สนใจช่วยเหลือสามารถเข้าไปบริจาคเลือดได้ที่ รพ.วชิระภูเก็ต หรือ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติจังหวัดภูเก็ต ได้ในวันและเวลาราชการ พบแล้ว น้องดีเจ เด็ก 3 ขวบหายตัวออกจากบ้านที่ภูเก็ต หลังระดมกำลังเดินเท้าหาตามป่าละเมาะใกล้บ้าน ย่างเข้าวันที่ 6 จากรณีที่โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพช่วยกันติดตามหาตัวน้องดีเจ อายุ 3 ปี 9 เดือน ที่หายตัวออกจากบ้านในพื้นที่ จ.ภูเก็ต เมื่อ 5 วันก่อนนั้น ล่าสุดทางญาติ และเจ้าหน้าที่พบตัวน้องดีเจแล้ว เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ของวันนี้ (9 ก.พ. 59) หลังช่วยกันปูพรมค้นหา โดยพบน้องดีเจอยู่บริเวณป่าละเมาะใกล้บ้านพักใน ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นผืนป่าต่อเนื่องยาวไปถึงภูเขา เบื้องต้นพบว่า น้องดีเจ อยู่ในสภาพอิดโรย ผอมโซ มีบาดแผลจากยุงและแมลงกัดต่อย จนเต็มแขนและขาทั้งสองข้าง โดยเจ้าหน้าที่ได้นำน้ำให้น้องดื่ม ก่อนเร่งช่วยเหลือนำน้องขึ้นมาจากหุบเขา ซึ่งจากการสอบถามเด็กยังไม่พูดอะไร คาดว่าอยู่ในอาการอ่อนเพลีย ท่ามกลางความดีใจของครอบครัว จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวเด็กส่งโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เพื่อทำการรักษาต่อไป ขอบคุณภาพจาก มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ต้นสังกัด 'ยังไม่คอนเฟิร์ม' Block B คัมแบ็ค!?
Block B /  ZICO / 

งานนี้จะทำเอาเหล่าแฟนคลับของ Block B (บล็อคบี) จะต้องคอยเก้อหรือเปล่า เมื่อต้นสังกัดออกมาปฏิเสธข่าวลือ 'Block B คัมแบ็ค'!? หลังจากมีข่าวลือโหมกระหน่ำว่าหนุ่มๆ Block B เตรียมกลับมาออกผลงานเพลงใหม่อย่างพร้อมหน้าในปี 2016 หนำซ้ำหลายสื่อยังอ้างแหล่งข่าววงใน ซึ่งระบุถึงขั้นว่า Block B น่าจะคัมแบ็คทันใจราวเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ด้วย อย่างไรก็ตามล่าสุดทางต้นสังกัด Seven Seasons ได้ออกมาชี้แจงเรื่องดังกล่าวแล้ว เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา Seven Seasons ต้นสังกัดของ Block B เปิดเผยกับสื่อ Newsen ว่า "ยังไม่มีอะไรคอนเฟิร์มเกี่ยวกับการคัมแบ็คของ Block B ครับ" ... งานนี้ดับฝันแฟนคลับไปตามๆ กัน Block B ห่างจากการออกผลงานเพลงอย่างพร้อมหน้าไปนานทีเดียว นับจากผลงานมินิอัลบั้ม HER ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2014 โดยช่วงที่ผ่านมาสมาชิกแต่ละคนต่างโฟกัสที่ผลงานเดี่ยว โดยเฉพาะหัวหน้าวงอย่าง ซิโค่ ที่เพิ่งเปิดตัวอัลบั้มโซโล่ ส่งให้ I Am You, You Are Me กลายเป็นเพลงฮิตติดชาร์ตอยู่ในขณะนี้. 블락비 (Block B) - HER MV youtube channel : CJENMMUSIC Official 지코(ZICO) - 너는 나 나는 너 (I am you, you are me) Official Music Video youtube channel : seven seasons ข้อมูลจาก newsen ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

O-NET ชิดซ้าย! เมื่อเจอข้อสอบเตรียมเข้า ป.1 ของเด็กอนุบาล
ข้อสอบเตรียมเข้า ป.1 /  สอบเข้า ป.1

O-NET ชิดซ้าย! เมื่อเจอข้อสอบเตรียมเข้า ป.1 ของเด็กอนุบาล เรียกว่ากำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้กับการสอบ O-net และ GAT-PAT ที่ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เจอแต่เด็ก ม.6 บ่นกันระนาว เนื่องจากช่วงนี้ถือเป็นช่วงสอบเตรียมเข้ามหาวิทยาลัยเลยก็ว่าได้ แต่สิ่งที่ทำให้โลกออนไลน์เกิดเสียงฮือฮา คงจะเป็นการแชร์ภาพข้อสอบเตรียมเข้า ป.1 ของเด็กอนุบาล ที่ยากไม่แพ้กัน โดยเจ้าของโพสต์ระบุว่า... "เด็กอนุบาลติวสอบเข้าปอหนึ่ง ไม่มีเด็กชาติไหนไหนจะสู้เด็กไทยแล้วครับ เรื่องท่องเรื่องจำ เรานำลำโลก นี่แหละ คุณภาพการศึกษาเราถึงต่ำระดับโลก เพราะทำกันแต่ข้อสอบ อนุบาลสอบ ประถมสอบ ปริญญาสอบ ครูสอบ ผอ. ก็ต้องท่องไป สอบ ท่องมาสอบกันทั้งชาติครับ" ทั้งนี้ หลังจากเรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ลงบนโลกออนไลน์ ชาวเน็ตต่างพากันเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างมากมาย โดยส่วนใหญ่มองว่า ข้อสอบนี้ยากเกินไปสำหรับเด็กอนุบาล เราควรเปลี่ยนวิธีการรับเด็กนักเรียนจากการสอบได้แล้ว เพราะทั้งหมดเป็นแค่เพียงการท่องจำ ไม่อย่างนั้นประเทศไทยเราจะย่ำอยู่กับที่ไม่ไปไหน เมื่อถึงคราวจัดอันดับการศึกษา ไทยเราก็รั้งท้ายเช่นเดิม ที่มา : Wiriyah Eduzones MThai News

หวั่นอันตราย! จับ
ฆ่าหั่นศพ /  เจ้าพระยา / 

ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เผย "อาตูร์" ฆ่าหั่นศพ นอนคุกวันแรก ไม่เครียด นอนหลับ กินได้ จับแยกขังเดี่ยวหวั่นอันตราย วันนี้ (11 ก.พ.) นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เปิดเผยว่า ตามที่ศาลได้อนุมัติให้ฝากขังผัดแรก นายอาตูร์ เซการ์รา ปรินเซป หรือ นายอาร์เทอร์ อายุ 37 ปี ชาวสเปน ในข้อหาลักพาตัว กักขังหน่วงเหนี่ยว ทำร้ายร่างกาย ทรมาน ฆ่าคนตาย ปิดบังซ่อนเร้นอำพราง ทำลายศพ และรีดเอาทรัพย์สิน จากการฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด  อายุ 40 ปี นักธุรกิจชาวสเปน และนำตัวมาควบคุมที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ นั้น โดยตลอดทั้งคืน นายอาตูร์ ถูกจับแยกขังเดี่ยวในแดนแรกรับของเรือนจำ เนื่องจากหวั่นเกรงเรื่องอาจเกิดอันตรายได้ โดย นายอาตูร์ รับประทานอาหารได้ นอนหลับ และไม่เครียดอะไร อีกทั้ง ไม่ได้ร้องขออะไรเป็นพิเศษ ซึ่งทางเรือนจำได้ปฏิบัติกับผู้ต้องหา ตามระเบียบของเรือนจำเหมือนคนอื่น สำหรับความคืบหน้าทางคดีในวันนี้ (11 ก.พ.) คาดว่า ทางสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน จะทำการสรุปผลการตรวจพยานหลักฐานที่เก็บมาได้จำนวนหลายชิ้น และทำการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนต่อไป ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- พลตำรวจเอกชวน นาริน ผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดพระสีหนุ ของกัมพูชา เปิดเผยเมื่อวานนี้ ว่า สามารถจับกุมตัวชายชาวสเปน ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญในคดีฆาตกรรมเพื่อนร่วมชาติ ที่มีการพบชิ้นส่วนร่างกายถูกหั่นเป็นชิ้นๆ ทิ้งลงแม่น้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพฯ เมื่อสัปดาห์ก่อน   โดยผู้ต้องสงสัยรายนี้ คือ นายอาตูร์ หรืออาเธอร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 36 ปี ถูกจับกุมได้เมื่อเย็นวันอาทิตย์ ที่เมืองสีหนุวิลล์ ซึ่งเป็นเมืองชายฝั่งของกัมพูชา หลังจากที่เขาเดินทางมาถึงกัมพูชาไม่กี่วันก่อนหน้านี้  ผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดพระสีหนุ กล่าวด้วยว่า การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นตามการร้องขอจากประเทศไทย และทางการกัมพูชาจะส่งตัวผู้ต้องสงสัยรายนี้ให้แก่ทางการไทย ก่อนหน้านี้ ตำรวจจังหวัดสุรินทร์ พบรถจักรยานยนต์ ที่คาดว่าเป็นของผู้ต้องสงสัย ถูกจอดทิ้งไว้ใกล้กับตลาดชายแดน ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า เป็นไปได้ที่ผู้ต้องหาจะหลบหนีข้ามไปยังฝั่งประเทศกัมพูชาแล้ว ขณะที่ผลชันสูตรของตำรวจไทย พบว่า ผู้เสียชีวิต คือ นายเดวิด  เบอร์นาร์ด  นักธุรกิจชาวสเปน ซึ่งคาดว่าถูกลักพาตัว, ทรมาน และถูกบังคับให้โอนเงินจำนวนมาก ก่อนถูกฆาตกรรม  ส่วนประเด็นการสืบสวนมุ่งเป้าไปที่การลักพาตัว เพื่อประสงค์ต่อทรัพย์ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจมืด โดยเหตุที่คนร้ายได้เงินแล้ว แต่ยังฆ่าหั่นศพผู้ตายอย่างโหดเหี้ยม เชื่อว่าน่าจะเกิดจากคนร้ายต้องการเงินเพิ่ม หรือได้เงินไม่ครบ เพราะถูกธนาคารในไทยและสิงคโปร์ตรวจพบความผิดปกติ จึงระงับการทำธุรกรรมไปกว่า 3 แสนเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 10 ล้านบาท ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เจ้าหน้าตร.อำเภอคลองใหญ่ จ.ตราด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อม พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์มาลงที่สนามกีฬา อ.คลองใหญ่ จ.ตราด เพื่อรับตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน หลังรับทราบว่า ถูกตำรวจกัมพูชาจับกุมตัวได้ที่จังหวัดสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา ด้าน น.อ.ดิเรก อินทวงศ์ หัวหน้าหน่วยประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา จ.ตราด เปิดเผยว่า หลังจาก พ.ต.อ.อนุชา สุทธยดิลก ผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจ สถานทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ ได้ประสานงานตำรวจแห่งชาติของกัมพูชา เพื่อประสานการจับกุมตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 37 ปี คนร้ายที่ก่อเหตุฆ่าหั่นศพชาวสเปน แล้วหลบหนีออกนอกประเทศไทย ทางช่องโอเสม็ด จ.สุรินทร์ และเดินทางมาหลบอยู่ที่ จ.สีหนุวิลล์ จึงได้ทำการตรวจสอบและติดตามจับกุมตัวได้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง พร้อมควบคุมตัวไว้ที่สถานีตำรวจในกรุงสีหนุวิลล์ พร้อมกับได้ประสานงานเพื่อให้ตำรวจไทย เข้ามารับตัวที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.ตราด ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ ในเวลา 12.00 น.ที่ผ่านมา ส่วนบรรยากาศที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและกัมพูชา เดินทางเข้าออกกันตามปกติ และมีตำรวจตรวจคนเข้าเมืองตราด และฝ่ายทหารอยู่ในพื้นที่จำนวนหนึ่ง ก่อนนำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์มาที่กรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ10 พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ได้เข้าตรวจสอบห้องพักของ นายอาเธอร์ หรือ อาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ชาวสเปน ผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด ชาวสเปน ย่านพระราม 9 และนำชิ้นส่วนไปทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยา หลังตำรวจเชื่อว่า จุดนี้จะเป็นจุดฆ่าและหั่นศพนายเดวิด พล.ต.อ.ปัญญา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบ พบว่า นายอาตูร์ เช่าห้องพักที่คอนโดแห่งนี้ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2558 และอาศัยอยู่ที่นี่เป็นประจำ โดยมี น.ส.ปริศนา แสนอุบล เข้ามาพักด้วยเป็นบางครั้ง และจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า เมื่อวันที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมา บันทึกภาพขณะนายเดวิด เข้ามาภายในคอนโดแห่งนี้ และไม่พบว่า นายเดวิด ออกไปจากคอนโด พบเพียง นายอาตูร์ เข้าออก และมีการขนตู้แช่ออกจากคอนโด ไปไว้ที่บ้านเช่าหลังหนึ่งย่านรามคำแหง เมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่ผ่านมา แต่ต้องรอผลตรวจจากกองพิสูจน์หลักฐาน ในการตรวจหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมในครั้งนี้ เพื่อยืนยันความชัดเจนอีกครั้ง ............................................................................................................................................................... พล.ต.อ.เดชณรงค์ ยืนยัน ได้ตัว อาตูร์ ผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าหั่นศพจากกัมพูชาแน่นอน ด้าน ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ปัดไม่รู้ส่งตัวให้ไทยวันนี้ พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ที่ปรึกษา (สบ 10) ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด อายุ 39 ปี นักธุรกิจชาวสเปน ทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยา ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาได้ควบคุมตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 37 ปี ชาวสเปน ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยได้ขณะที่กำลังจะหลบหนีไปทางทะเล ทั้งนี้ยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย ได้ตัวนายอาตูร์แน่นอนแต่ต้องดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายในการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งไทยกับกัมพูชามีสนธิสัญญากันอยู่แล้วในส่วนนี้ โดยหากทางพนักงานสอบสวน สามารถรวบรวมพยานหลักฐานและขอศาลออกหมายจับได้จะทำให้การดำเนินการคดี และประสานขอตัวนายอาตูร์กับกัมพูชามีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ต้องรอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาอีกครั้งว่าจะแจ้งข้อหา นายอาตูร์ ในเรื่องใด อาทิ การหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย พร้อมกันนี้ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว เปิดเผยถึงกระแสข่าวที่ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชา จะส่งตัวนายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าหั่นศพในวันนี้ที่จังหวัดสระแก้วว่า ยังไม่ทราบข้อมูล และยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม วันนี้ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา (สบ 10) จะประชุมที่ศูนย์สืบสวนนครบาล ถึงความคืบหน้าคดีหั่นศพเพื่อเร่งรัดคดี ............................................................................................................................................................... ตำรวจกัมพูชา จับกุม "อาตูร์" ผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าหั่นศพ "นายเดวิด เบอร์นาร์ด" ชาวสเปนได้ที่ สีหนุวิลล์ เมืองชายทะเลสุดหรู ขณะพยามหลบหนี เว็บไซต์สำนักข่าว ฟอกซ์ นิวส์ รายงานว่า เมื่อเวลา 23.00 น. ของวันที่ 7 ก.พ. ตำรวจกัมพูชา สามารถจับกุมตัว นายอาตูร์ หรือ อาเธอร์ เซกราร่า ปรินเซป ผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด  นักธุรกิจชาวสเปน ที่ สีหนุวิลล์ เมืองชายทะเลที่มีชื่อเสียงที่สุดของกัมพูชา จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกัมพูชา ที่บอกกับทางสำนักข่าว EFE ผ่านทางโทรศัพท์ว่า สามารถจับกุมนายอาตูร์ได้ที่เมืองทางตอนใต้ของสีหนุวิลล์ เมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งสำนักข่าว ขะแมร์ 440 นิวส์ ได้ตีพิมพ์ภาพของผู้ต้องสงสัยรายนี้ ลงสื่อขณะที่ถูกควบคุมตัว นายอาตูร์ ไว้ที่สถานีตำรวจสีหนุวิลล์ ก่อนถูกจับกุมนายอาตูร์ ได้กินอาหารเย็นที่จังหวัดสุรินทร์ ภาคตะวันออก เฉียงเหนือของไทย และเมื่อเขาถูกกลุ่มของคนไทยบริเวณนั้นเห็นใบหน้า นายอาตูร์ จึงหนีไปกัมพูชา ซึ่งทางจ้าหน้าที่ได้พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีแดง ของ นายอาตูร์ เมื่อเช้าวันเสาร์ บริเวณป่ารกชายแดนไทย-กัมพูชา ในรายงานข่าวของสื่อกัมพูชา ระบุว่า นายอาตูร์ ถูกจับกุมขณะที่แต่งกายสวมเสื้อแจ็คเก็ตแขนยาวสีเขียวคาดดำ กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ และพยายามหลบหนีออกทางทะเล โดยทางการกัมพูชา กำลังนำตัว นายอาตูร์ เดินทางมายังชายแดนจังหวัดสระแก้ว คาดว่าจะนำตัวแถลงข่าวการจับกุมในเช้าวันนี้ ............................................................................................................................................................... สาวชาวสุรินทร์คนสนิทผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน ยันไม่เกี่ยวกับเหตุฆาตกรรม จนท.คุมเข้มชายแดนไทย-กัมพูชา วันนี้ 6 ก.พ. ตำรวจ จ.สุรินทร์ ได้เชิญตัว น.ส.ปริศนา อายุ 22 ปี เพื่อนสาวของนายอาตูร์ ชาวสเปน ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน มาสอบปากคำในเบื้องต้นที่ ห้องสืบสวนภูธร จ.สุรินทร์ โดยเบื้องต้น น.ส.ปริศนา รับสารภาพว่า นายอาตูร์ มาอยู่อาศัยกับตนเองตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค.59 ที่ผ่านมา โดยนั่งรถจักรยานยนต์ ออนด้า รุ่นพีซีเอ็ก สีแดง ล้อทอง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาด้วยกัน โดยพักอยู่ที่บ้านจะแกโกน ต.สำโรง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งนายอาตูร์ได้หลบหนีไปตั้งแต่เมื่อวานช่วงเวลา 6 โมงเย็นแล้ว หลังพากันไปเที่ยวที่ร้าน คาราโอเกะ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ระหว่างนั้นพนักงานพากันเปิดดูข่าว พบ ข่าวและภาพของนายอาตูร์ พอดี จึงพากันสงสัย นายอาตูร์ จึงรีบขับรถจักรยานยนต์หนีออกไป หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ เชิญตัว น.ส.ปริศนา มาสอบสวนให้ปากคำดังกล่าว ซึ่งในเบื้องต้น น.ส.รับสารภาพว่า ได้ไปทำงานที่ กทม.และคบกับนายอาตูร์ มากว่า 6 เดือนแล้ว โดยพักคอนโดคนละแห่งกัน และไม่ทราบเรื่องว่านายอาตูร์ เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ซึ่งตนเองไม่รู้ไม่เห็นด้วยกับเรื่องที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด ขณะที่ จนท.ตำรวจเร่งไล่ล่าผู้ต้องหารายนี้ คาดว่าจะยังคงหลบหนีอยู่ในพื้นที่ จ.สุรินทร์ หรืออาจจะหลบหนีออกนอกประเทศตามแนวชายแดนไทยกัมพูชาแล้วก็เป็นได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจสามารถตรวจยึดรถ จยย.คันดังกล่าวถูกจอดทิ้งไว้ที่บริเวณตลาดสมบัติ ซึ่งเป็นตลาดการค้า ติดชายแดนไทย-กัมพูชา ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการปรานงานตรวจสกัดจับในทุกช่องทางแล้ว ขอบคุณ INN _________________________________________________________________________________________ เจ้าหน้าที่ตำรวจเผยข้อมูลล่าสุดพบชายชาวสเปน ต้องสงสัยเอี่ยวขบวนการฆ่าหั่นศพชาวสเปน วันนี้ 5 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการเปิดเผยภาพผู้ต้องสงสัย 1 ในขบวนการฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด นักธุรกิจชาวสเปน ชื่อนายอาตูร์ เป็นชาวสเปน โดยตำรวจ ยืนยันยังหลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย และ เชื่อว่ากลุ่มคนร้าย น่าจะเป็นชาวสเปน ส่วนคนไทย ที่เกี่ยวข้องอาจจะทำหน้าที่ ในการขับรถให้ทีมคนร้ายฆ่าหั่นศพ ที่เอาศพไปทิ้งในพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยทางด้าน พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ 10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีฆ่าหั่นศพ ยืนยันว่า จะสามารถจับมือฆ่าหั่นศพได้ ทั้งคนไทย และคนต่างชาติที่ร่วมขบวนการ เร็วๆนี้ เพราะจากข้อมูลหลักฐานการนั้นค่อนข้างชัดเจน และดำเนินการได้ โดยเฉพาะข้อมูล จากเพื่อนของนายเดวิด ที่ระบุว่า การติดต่อทางข้อความไลน์ กับนายเดวิด ครั้งสุดท้าย 1 สัปดาห์ก่อนพบศพลอยแม่น้ำเจ้าพระยานั้น ข้อความสนทนามีพิรุธ เพราะการใช้คำพูดไม่คุ้นเคย และเป็นคำสนทนาที่นายเดวิดไม่เคยใช้มาก่อน นอกจากนี้เบาะแสสำคัญ มีพยานยืนยันว่า เมื่อวันที่ 20 ม.ค. เห็นนายเดวิด ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิก สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ออกไปจากคอนโด กับชายชาวต่างชาติ และหลังจากนั้นก็ไม่ได้กลับเข้ามาอีกเลย ซึ่งข้อมูลนี้ชุดสืบกำลังเร่งติดตามแกะรอยจากกล้องวงจรปิดเพื่อเร่งจับตัวมาร่วมขบวนการ ขอบคุณ Voice Tv _________________________________________________________________________________________________ พล.ต.อ.ปัญญา เผย คดีฆ่าหั่นศพ คืบ 80% เร่งรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับ มั่นใจจับตัวคนร้ายได้ ชี้ ยังไม่พบประวัติก่อเหตุในไทย พลตำรวจเอก ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ 10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีฆ่าหั่นศพ นายดาบิด แบร์นาด อายุ 39 ปี ทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยาหลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และปทุมธานี ว่า หลังจากเจ้าหน้าที่สามารถพิสูจน์ทราบและยืนยันตัวบุคคลได้แล้ว ทำให้สามารถขมวดปมและรู้ว่ากลุ่มผู้ต้องหาว่าเป็นกลุ่มใด เบื้องต้นยังให้น้ำหนักไปที่ฝีมือกลุ่มชาวต่างชาติที่ต้องการทรัพย์สินจากผู้ตาย ก่อนจะฆ่าปิดปากและอำพรางศพด้วยการหั่นเป็นชิ้น ซึ่งจากพยานหลักฐานทั้งทางนิติวิทยาศาสตร์ และพยานบุคคล ทำให้คดีมีความคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 80 โดยขณะนี้ในส่วนของแนวทางการสอบสวน ได้เร่งรัดให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับ ส่วนในแนวทางการสืบสวนได้กำชับให้ตำรวจกองปราบปราม ตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1 และตำรวจท่องเที่ยว ติดตามตัวละครต่าง ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับกลุ่มคนร้าย เพื่อหาจุดที่คนร้ายจับตัวผู้เสียชีวิตไป ตลอดจน สถานที่กักขัง จุดฆาตกรรมชำแหละและจุดทิ้งศพลงแม่น้ำเจ้าพระยา อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.ปัญญา กล่าวว่า จากการตรวจสอบฐานข้อมูลอาชญากรรมข้ามชาติ ยังไม่พบประวัติคนร้ายกลุ่มดังกล่าวก่อเหตุในไทย แต่ได้ประสานให้ทางสถานเอกอัครราชทูตสเปนประจำประเทศไทย และกรมการกงสุส กระทรวงการต่างแประเทศ ดำเนินการตรวจสอบให้อีกครั้ง ซึ่งยังอยู่ระหว่างการรอผล ----------------------------------------------------------------------------- ข้อมูลล่าสุดคาดว่าชิ้นส่วนมนุษย์ทั้งหมด อาจเป็นนักท่องเที่ยวชาวสเปนที่ญาติได้แจ้งความไว้ว่าหายไป ที่ สน.ลุมพินี วันนี้ 4 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดชุดสืบสวนได้ข้อมูลว่าชิ้นส่วนมนุษย์ที่ถูกพบน่าจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวสเปนที่ญาติได้แจ้งหายไว้ที่สน.ลุมพินี ทั้งนี้สำหรับนักท่องเที่ยวรายนี้ครบกำหนดเดินทางกลับจากการท่องเที่ยวในประเทศ ตั้งแต่ปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาแต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เดินทางกลับแต่อย่างใด เมื่อตรวจสอบข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ก็ยังไม่พบข้อมูลการเดินทางออกจากประเทศไทย ทางด้าน พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) เปิดเผยว่า ถึงขณะนี้ยังไม่สามารถระบุตัวคนตายได้แน่ชัดอยู่ระหว่างการประสานกับญาติชาวสเปนรายนี้ เพื่อเปรียบเทียบลายนิ้วมือและดีเอ็นเอเพื่อยืนยันตัวบุคคล ทั้งนี้ ยังมีรายงานข่าวแจ้งว่าขณะนี้ทีมสืบสวนตำรวจนครบาลได้ลงพื้นที่ ภายในซอยสุขุมวิทซอย 8 ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายที่มีพยานพบเห็นนักท่องเที่ยวรายนี้ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 19 ม.ค.59ที่ผ่านมา ขอบคุณข้อมูล TNN24 ................................................... พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ.10 เรียกประชุมชุดสืบสวนติดตามความคืบหน้า คดีฆ่าหั่นศพลอยเจ้าพระยา นัดแรกบ่ายนี้ วันนี้ 4 ก.พ. พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ.10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนกรณีพบชิ้นส่วนมนุษย์ถูกทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยา เรียกชุดสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1 ปทุมธานี และนนทบุรี ตลอดจนหน่วยสนับสนุน อาทิ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เข้าร่วมประชุมในเวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อติดตามความคืบหน้าในทางคดี และวางแนวทางการทำงานให้กับชุดสืบสวนสอบสวนเพื่อหาตัวคนร้าย ซึ่งเป็นการประชุมเพื่อคลี่คลายคดีครั้งแรก หลังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีหนังสือแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าชุด ซึ่งภายหลังการประชุมแล้วเสร็จ จะมีการแถลงความคืบหน้าในทางคดีต่อไป อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยผลการตรวจพิสูจน์ชิ้นส่วนมนุษย์ที่พบทั้ง 6 ชิ้นว่า จากการตรวจดีเอ็นเอ และรอยต่อเปรียบเทียบกัน พบว่าเป็นชิ้นส่วนจากบุคคลเดียวกัน ซึ่งมีลักษณะเป็นชาย ยังไม่ทราบเชื้อชาติที่แน่ชัด อายุประมาณ 40 ปี สูงประมาณ 165 เซนติเมตร ผมดำ มีหนวดเครา มีขนตามตัวค่อนข้างมาก มีรอยผ่าตัดไส้ติ่ง ฟันสะอาด ค่อนข้างเป็นผู้มีสุขภาพดี แต่จากการตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอกับบิดาของบุคคลสูญหายที่ จ.ระยอง ไม่ตรงกัน ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีกชิ้นส่วนขามนุษย์ ขาซ้ายท่อนบนช่วงกลาง ในถุงดำ ลอยติดแม่น้ำเจ้าพระยาท่าน้ำรง.ปทุมธานีฯ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ คาดเป็นคนเดียวกันกับที่พบมาหลายวันนี้ เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งชาวบ้านพบชิ้นส่วนมนุษย์ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยจุดที่พบอยู่บริเวณท่าน้ำ ภายในโรงงานปทุมธานีแห่งหนึ่ง จ.ปทุมธานี ลักษณะชิ้นส่วนที่พบคือขาซ้ายท่อนบนช่วงกลาง และท่อนล่างช่วงกลาง มีขนาดประมาณ 46 เซ็นติเมตร เบื้องต้นชาวบ้านผู้พบเห็นได้ให้ข้อมูลว่ามาจอดเจออยู่ใกล้ฝั่งโรงงานดังกล่าว จากนั้นเห็นถุงดำที่มีส่วนชิ้นเนื้อโผล่ออกมาลอยอยู่ในน้ำจึงแจ้งทาง สภ.ปากเกร็ด ล่าสุดเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้เข้ามายังจุดเกิดเหตุและอยู่ระหว่างตรวจสอบและเก็บหลักฐาน คาดเป็นชิ้นส่วนของคนเดียวกันที่พบก่อนหน้านี้ น.1เผยDNAหั่นศพเป็นชายไทยจี้ดูCCTV พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกรณีการพบชิ้นส่วนศพในแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ของตำรวจนครบาล 7 ปทุมธานี และนนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้นำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดให้แพทย์นิติวิทยาตรวจสอบ ซึ่งผลชันสูตร พบว่าชิ้นส่วนทั้งหมดเป็นบุคคลคนเดียวกัน และคาดว่าเป็นชายไทย อายุประมาณ 40 - 50 ปี โดยจากการตรวจสอบประวัติ ไม่พบว่าเคยต้องโทษ หรือคดีความใด ๆ นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 ประสานงานกับแพทย์นิติเวชด้วยตนเอง เพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติม และเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ส่วนจุดทิ้งคาดว่าคนร้ายน่าจะนำศพไปทิ้ง วิเคราะห์ตามกระแสน้ำ และทิศทางการไหลของน้ำ สันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นช่วงบริเวณสะพานพระนั่งเกล้าฯ ซึ่งได้สั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวแล้ว รวมถึงให้กองบังคับการตำรวจนครบาล ที่มีพื้นที่ติดบริเวณริมแม่น้ำ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด จุดที่น่าสงสัย เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม พร้อมกันนี้เชื่อว่า การทำคดีนี้ไม่ยากแน่นอน สำหรับกรณีที่ นางสาวกาญจนา อ่อนสา ชาวจังหวัดระยอง ที่สงสัยว่าชิ้นส่วนที่พบเป็นสามีของตนที่หายไป ซึ่ง พล.ต.ท.ศานิตย์ ระบุว่า จะทราบผลภายในวันนี้ว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ผบช.ภ.1รอผลนิติเวชก่อนคลี่ปมคดีฆ่าหั่นศพ พลตำรวจโท ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยถึงความคืบหน้า กรณีพบชิ้นส่วนศพลอยในแม่น้ำเจ้าพระยาว่า จะต้องรอผลตรวจทางนิติเวชก่อนว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ พร้อมทั้งต้องรอผลตรวจดีเอ็นเอของ นายศรี ขันติเนตร บิดา นายเกียรติศักดิ์ ขันติเนตร ที่แจ้งว่า ลูกชายหายตัวไป เมื่อวันที่ 22 มกราคม ในพื้นที่ สภ.เมืองระยอง ซึ่งขณะนี้ผลตรวจยังไม่ออก และหากรู้ชื่อผู้ตาย ขั้นตอนต่อไป เจ้าหน้าที่จะได้ตั้งประเด็นในการสืบสวนสอบสวนต่อไป ทั้งนี้ ภายในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 ยังไม่มีการแจ้งบุคคลสูญหาย แม้แต่พื้นที่เดียว และจากประวัติคดีอาชญากรรมในพื้นที่ ยังไม่เคยพบเห็นคดีที่มีความรุนแรงในลักษณะดังกล่าว ส่วนตัวคาดว่า คนร้ายน่าจะมีความพยายามในการอำพรางศพ แต่น่าจะไม่มีความรู้ดีพอ จึงไม่มีการนำชิ้นส่วนใส่ในถุง ด้าน พลตำรวจตรี นายแพทย์พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ระบุว่า ขณะนี้ผลตรวจ สามารถยืนยันได้ว่า ชิ้นส่วนที่พบเป็นบุคคลเดียวกัน เนื่องจาก สามารถนำชิ้นส่วนมาต่อประกอบกันได้ ขณะที่ ผลตรวจดีเอ็นเอ ที่จะยืนยันว่า เป็นบุคคลใด หรือ เสียชีวิตด้วยสาเหตุใด ขณะนี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้ ต้องใช้เวลาพอสมควร และเจ้าหน้าที่นิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ต้องทำงานร่วมกับ พนักงานสอบสวน ในการประสานข้อมูลหลักฐานอื่น ๆ ร่วมด้วย ขอบคุณรูปภาพและเนื้อหาจาก INN ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผบช.น. เผย ชิ้นส่วนศพลอยแม่น้ำเป็นคนเดียวกัน คาดเป็นชายไทยอายุ 40 - 50 ปี พร้อมสั่งโรงพักริมน้ำตรวจสอบ CCTV จุดที่น่าสงสัย วันนี้ 3 ก.พ. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกรณีการพบชิ้นส่วนศพในแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ของตำรวจนครบาล 7 ปทุมธานี และนนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้นำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดให้แพทย์นิติวิทยาตรวจสอบ ซึ่งผลชันสูตร พบว่าชิ้นส่วนทั้งหมดเป็นบุคคลคนเดียวกัน และคาดว่าเป็นชายไทย อายุประมาณ 40 - 50 ปี โดยจากการตรวจสอบประวัติ ไม่พบว่าเคยต้องโทษ หรือคดีความใด ๆ นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 ประสานงานกับแพทย์นิติเวชด้วยตนเอง เพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติม และเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ส่วนจุดทิ้งคาดว่าคนร้ายน่าจะนำศพไปทิ้ง วิเคราะห์ตามกระแสน้ำ และทิศทางการไหลของน้ำ เบื้องต้นคาดว่าจุดทิ้งเป็นช่วงบริเวณสะพานพระนั่งเกล้าฯ ซึ่งได้สั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวแล้ว รวมถึงให้กองบังคับการตำรวจนครบาล ที่มีพื้นที่ติดบริเวณริมแม่น้ำ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด จุดที่น่าสงสัย เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม พร้อมกันนี้เชื่อว่า การทำคดีนี้ไม่ยากแน่นอน สำหรับกรณีที่ น.ส.กาญจนา อ่อนสา ชาวจังหวัดระยอง ที่สงสัยว่าชิ้นส่วนที่พบเป็นสามีของตนที่หายไป ซึ่ง พล.ต.ท.ศานิตย์ ระบุว่า จะทราบผลภายในวันนี้ว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ขอบคุณ INN ....................................................... ความคืบหน้าคดีพบชิ้นส่วนมนุษย์ สถาบันนิติเวชวิทยา ตรวจสอบ ชิ้นส่วนมนุษย์ 4 ชิ้น ที่ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้สะพานพระราม 5 ชี้เป็นคนเดียวกันกับที่พบในพื้นที่ ฝั่งธน และอำเภอเมืองจ.นนทบุรี ขณะนี้อยู่ในระหว่างการรอชิ้นส่วนที่เหลือ ส่งไปตรวจดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์ว่าเป็นร่างกายของผู้ใดต่อไป พร้อมกันนี้ พล.ต.อ. พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ครอบครัวของชายที่หายตัวไปจาก จ.ระยอง ลงพื้นที่ท่าน้ำพระราม 5 เพื่อตรวจสอบชิ้นส่วนขาขวาของมนุษย์ มีการนำดีเอ็นเอไปตรวจ ผู้เชี้ยวชาญระบุว่า ชิ้นส่วนดังกล่าว เป็นขาของชาวเอเชีย ขณะนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนเป็นพิเศษ เพื่อหาความจริงต่อไป ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ พบชิ้นส่วนมุนษย์เพิ่ม บริเวณกรมเจ้าท่า ใกล้สะพานพระราม 5 เป็นแข้ง ขาขวา ขณะที่ ขาซ้าย ลอยติดท่าน้ำวัดเกริน ต.บางกระดี จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ลงพื้นนำชันสูตรเชื่อมโยงชิ้นส่วนที่พบก่อนหน้าที่ วันนี้ 2 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า วินมอเตอร์ไซค์พบชิ้นส่วนมุนษย์ส่วนแข้ง ขาด้านขวา ลอยอยู่บริเวณกรมเจ้าท่า ใกล้สะพานพระราม 5 เขตบางสีเมือง สภาพชิ้นส่วนยังปกติไม่เน่าเปื่อย สีขาวซีด และได้ผูกมัดไว้เพื่อป้องกันการลอยไปตามกระแสน้ำ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ และกำลังนำชิ้นส่วนของมนุษย์ไปชันสูตรว่า มีความเชื่อมโยงกับชิ้นส่วนของร่างมนุษย์ที่พบก่อนหน้านี้หรือไม่ ขณะเดียวกันที่ปทุมธานี ได้รับแจ้งว่า พบชิ้นส่วนมนุษย์ เป็นขาด้านซ้าย ลอยอยู่บริเวณ ท่าน้ำวัดเกริน ต.บางกระดี จ.ปทุมธานี สภาพชิ้นส่วนยังปกติ สีขาวซีด เบื้องต้น เจ้าหน้าตำรวจ ลงพื้นที่และได้นำชิ้นส่วนของมนุษย์ ขึ้นมาจากน้ำแล้ว โดยกำลังรอเจ้าหน้าที่นิติเวช มาตรวจสอบเพิ่มเติมว่า ชิ้นส่วนขาซ้ายที่พบนั้น มีความเชื่อมโยงกับชิ้นส่วนของร่างมนุษย์ที่พบก่อนหน้านี้หรือไม่ อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถระบุได้ว่าชิ้นส่วนที่พบนั้นเป็นของคนไทยหรือชาวต่างชาติ ขอบคุณ INN ....................................................... "พล.ต.ท.ศานิตย์" ส่ง 4 ชิ้นส่วนมนุษย์ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ให้แพทย์ชันสูตรเป็นเคสเร่งด่วน คาดว่าเป็นชายชาวเอเชีย  วันนี้ 1 ก.พ. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้ากรณีพบชิ้นส่วนมนุษย์ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา โดยขณะนี้ได้นำชิ้นส่วนทั้งหมด 4 ชิ้น คือ ส่วนศีรษะ แขนขวา ขาขวา และลำตัว ส่งให้แพทย์ชันสูตรอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเป็นเคสพิเศษเพื่อพิสูจน์ DNA และตรวจสอบว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถระบุเวลาที่จะทราบผลชัดเจนได้ แต่เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นชายชาวเอเชีย อย่างไรก็ตามต้องรอผลจากแพทย์ชันสูตรศพก่อน จึงจะดำเนินการสอบสวนขยายผลต่อไป ศานิตย์คาดผลชันสูตรชิ้นส่วนศพจะชัดเจนพรุ่งนี้ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เรียกประชุมชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีพบชิ้นส่วนมนุษย์ที่ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมเปิดเผยว่า ระหว่างนี้อยู่ระหว่างนำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมด ส่งให้สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม หรือ ดีเอ็นเอ ว่าเป็นของบุคคลเดียวกันหรือไม่ และผู้ตายเป็นชนชาติใด ซึ่งจากที่ได้รับรายงาน คาดว่าผู้ตายน่าจะเป็นแขกขาว แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจริงหรือไม่ ขณะเดียวกัน ตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1 กำลังอยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อเร่งหาสถานที่เกิดเหตุในการฆาตกรรมว่าอยู่จุดใด แต่จากการสันนิษฐานเบื้องต้น เชื่อว่าน่าจะมีการฆ่าหั่นศพจากบริเวณอื่น ก่อนนำร่างของผู้ตายมาทิ้งเหนือสะพานพระนั่งเกล้า ส่วนผลการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร คาดว่าน่าจะมีผลสรุปได้ภายในวันนี้ หรือพรุ่งนี้ ดังนั้นจึงอยากฝากประชาสัมพันธ์ถึงประชาชนทุกคน หากเชื่อว่าผู้ตายเป็นญาติพี่น้อง หรือบุคคลใดที่คาดว่าจะรู้จักผู้ตาย ให้ติดต่อเพื่อขอดูศพ หรือตรวจพิสูจน์ทราบดีเอ็นเอ ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีก! ชิ้นส่วนศีรษะมนุษย์ ถูกเทปพันรอบยัดถุงดำ ลอยใต้ถุนบ้านประชาชนย่านบางศรีเมือง เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบ คาดเป็นคนเดียว เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิได้รับแจ้งจากประชาชนย่านบางศรีเมือง จ.นนทบุรี ว่าพบชิ้นส่วนมนุษย์ส่งกลิ่นเหม็นอยู่ใต้ถุนบ้าน จึงรุดไปตรวจสอบพบ เป็นชิ้นส่วนศีรษะเพศชาย ถูกคุมด้วยถุงดำ มีเทปสีใสพันรอบศีรษะ มีหนวดเครา ผมสั้น และศีรษะล้าน ซึ่งคาดว่าน่าจะเสียชีวิตมานานกว่า 4 วัน เจ้าหน้าที่จึงเคลื่อนย้ายศีรษะมายังวัดตำหนักใต้ พื้นที่ สภ.นนทบุรี และขณะนี้อยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม คาดว่าชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดน่าจะเป็นบุคคลคนเดียวกัน และยังเหลือชิ้นส่วนแขนซ้ายและขาซ้ายที่ยังไม่พบ ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีก ชิ้นส่วนลำตัวมนุษย์ ลอยเจ้าพระยา ที่ท่าน้ำนนทบุรี จนท.เร่งตรวจสอบนำมารวมกับที่พบก่อนหน้านี้ วันนี้ (31ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบชิ้นส่วนมนุษย์เพิ่มเติมอีก โดยเบื้องต้นจุดที่พบคือ ท่าน้ำวัดโพธิ์ทองบน อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยเป็นชิ้นส่วนช่วงลำตัวของเพศชาย ซึ่งขณะนี้ จนท.ตร. และกู้ภัยได้นำเอาชิ้นส่วนมาบนฝั่ง และสันนิษฐานว่า อาจจะเป็นชิ้นส่วนของคนเดียวกันกับที่พบก่อนหน้านี้ 2 ชิ้นคือ ช่วงแขน และพบช่วงขา ก่อนหน้านี้ ซึ่งทาง จนท.ตร.สภ.เมืองนนทบุรี และ จนท.กู้ภัย จะได้นำชิ้นส่วนดังกล่าวไปตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชต่อไปว่าใช่คนเดียวกันกับที่เจอก่อนหน้านี้หรือไม่ ....................................................... พบชิ้นส่วนแขนมนุษย์ มีรอยถูกของมีคมตัด ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ตำรวจเร่งตรวจสอบ หวั่นฆาตกรรมหั่นศพ ได้รับแจ้งจากอาสามัครกู้ภัย มูลนิธิร่วมกตัญญู พบชิ้นส่วนมนุษย์ในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณข้างอู่ต่อเรือวัดคหบดี ซ.จรัญสนิทวงศ์ 44 โดยชิ้นส่วนที่พบแขนขวา ตั้งแต่ไหล่ลงมา สภาพซีดขาว และยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็น เพศชายหรือหญิง นอกจากนี้ ยังพบว่ามีร่อยรอย คล้ายถูกของมีคมตัดค่อนข้างชัดเจนโดยสันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นการฆาตกรรมหั่นศพ ซึ่งขณะนี้ร้อยเวร สน.บวรมงคล เข้าตรวจสอบแล้ว และอยู่ระหว่างรอแพทย์ชันสูตรหาสาเหตุที่ชัดเจน MThai News

ชีวิตใหม่ดีเว่อร์!  'เจ้าท่าเรือ' หมานั่งรอเจ้าของที่ท่าน้ำ (คลิป)
หมา /  หมานั่งรอเจ้าของที่ท่าน้ำ / 

ชีวิตใหม่ดีเว่อร์!  'เจ้าท่าเรือ' หมานั่งรอเจ้าของที่ท่าน้ำพระราม 5 หลังมีคนใจดีรับไปเลี้ยงดูแล้ว จากกรณีที่โลกออนไลน์แห่แชร์ภาพเจ้าหมาน้อย น่าสงสารนั่งรอเจ้านายอยู่ที่ท่าน้ำพระราม 5 เป็นเวลานานร่วมเดือน ต่อมาสมาชิกเฟซบุ๊กชื่อ Thanawan Tongporn ได้โพสต์ภาพของเจ้าตูบพร้อมข้อความบอกเล่าเรื่องราวดี ๆ หลังมีผู้ใจบุญรับน้องหมาไปเลี้ยงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนตั้งชื่อว่า “ท่าเรือ”นั้น ล่าสุด สมาชิกเฟซบุ๊กชื่อ ตระกูล ปากรฐ์เกียรติ ได้โพสต์คลิปเผยให้เห็นเจ้าท่าเรือเล่นกับเจ้าของอย่างสนิทสนม ด้วยความน่ารัก พร้อมข้อความระบุว่า "หนูรักพี่นะ..ขอบคุนที่อุ้มหนูมา แม้กลิ่นตัวหนูพี่ก็ไม่รังเกียจ โดยเฉพาะกลิ่นหูของหนู..." หลังจากที่คลิปดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ บรรดาชาวเน็ตต่างเข้าไปแสดงความยินดีกับชีวิตใหม่ของเจ้าท่าเรือ พร้อมทั้งขอบคุณและชื่นชมเจ้าของใหม่ที่รับหมาจรจัดตัวนี้ไปดูแลเป็นอย่างดี MThai News

เด้งฟ้าผ่า! ผบ.บางขวาง เซ่นปม 'มือปืนส่ายก้น' ค้ายาในคุก
ค้ายาในคุก /  ยาเสพติด / 

กรมราชทัณฑ์ ลงคำสั่งให้ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางบางขวาง ย้ายไปปฏิบัติราชการประจำกรมราชทัณฑ์ หลังพบว่ามีผู้ต้องหาลอบสั่งการค้ายาเสพติดในคุก เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรมราชทัณฑ์ได้มีคำสั่งให้ นายสุรพล แก้วภราดัย ผู้บัญชาการเรือนจำกลางบางขวาง ย้ายให้ ไปปฏิบัติราชการ ประจำกรมราชทัณฑ์ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 ม.ค. ที่ผ่านมา กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) สามารถจับกุมนายวุฒิชัย อ่อนตาจันทร์ อายุ 25 ปี พร้อมเฮโรอีน 60 แท่ง น้ำหนัก 21 กิโลกรัม มูลค่า 50 ล้านบาท ได้บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านรังสิต จ.ปทุมธานี จากการสอบสวนนายวุฒิชัย รับสารภาพว่า รับจ้างจากนายโอ๋ นักโทษในเรือนจำแห่งหนึ่งเป็นตัวกลางรับงาน ได้ค่าจ้าง 500,000 บาท เพื่อมารับยาเสพติด โดยจะรอให้นายโอ๋ โทรศัพท์มาสั่งการว่าจะให้นำยาเสพติดไปกระจายต่อยังผู้ค้าและผู้เสพรายย่อยในเขต จ.ปทุมธานี ชลบุรี กรุงเทพฯ และ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ก่อนถูกจับกุมดังกล่าว รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสืบสวนสอบสวนเจ้าหน้าที่พบว่า นายโอ๋ เป็นคนเดียวกับ นายยศพล แหกล้า อายุ 37 ปี ฉายามือปืนส่ายก้น ที่เคยก่อเหตุยิง น.ส.เกวลิน หงส์ทอง อายุ 28 ปี ว่าที่เจ้าสาว และนางวิมล หงส์ทอง อายุ 53 ปี ว่าที่แม่ยาย แล้วเดินส่ายสะโพกเยาะเย้ย โดยกล้องวงจรปิดจับภาพเอาไว้ได้ เหตุเกิดที่ร้านพีเอสโมดิฟาย เลขที่ 21/14 หมู่ 1 ต.ห้วยกะปิ อ.เมืองชลบุรี เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2556 จากการตรวจสอบประวัตินายยศพลพบว่าเคยถูกจำคุกมาแล้ว 3 ครั้ง ต่อมาศาลจังหวัดชลบุรี พิพากษาประหารชีวิต และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น พร้อมให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 1,200,000 บาท และจ่ายค่าสินไหมให้แก่บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของนางวิมลอีก 2 คน เป็นเงิน 1,410,000 บาท โดยนายยศพลถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางบางขวาง และมาก่อเหตุเป็นตัวการในการสั่งยาเสพติดดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวนายยศพล มาสอบสวน โดยให้การรับสารภาพ จึงอายัดตัวดำเนินคดีเพิ่ม พร้อมทั้งย้ายไปคุมขังที่เรือนจำกลางเขาบิน จ.ราชบุรี จากกรณีดังกล่าว พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สั่งการให้สืบสวนเชิงลึก จนกระทั่งพบว่ามีเจ้าหน้าที่เรือนจำ เข้าไปเกี่ยวข้องและปล่อยปละละเลยให้มีการใช้โทรศัพท์มือถือ ในเรือนจำกลางบางขวาง จึงจัดชุดปฏิบัติการพิเศษ เข้าจู่โจมตรวจค้น พบโทรศัพท์มือถือ กว่า 10 เครื่อง ต่อมา เมื่อวันที่ 2 ก.พ. นายวิทยา สุริยะวงค์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ขณะนั้น ได้ลงนามคำสั่งที่ 108/2559 ให้นายสุรพล ผู้บัญชาการเรือนจำกลางบางขวาง ไปปฏิบัติราชการ ประจำกรมราชทัณฑ์ พร้อมทั้งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง และลงนามคำสั่งที่ 107/2559 ในวันเดียวกัน ให้นายเรืองศักดิ์ สุวารี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ฝ่ายปฏิบัติการ ไปรักษาราชการแทนในตำแหน่งผู้บัญชาการเรือนจำกลางบางขวาง อย่างไรก็ตามล่าสุดมีรายงานว่า นายสุรพล ตัดสินใจลาออกจากราชการ เนื่องจากจะเกษียณอายุราชการในเดือน ก.ย. 2559 ขอบคุณข้อมูล จส.100 ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

จตุพรแฉ!ขบวนการอ้าง 'รมต.-อพศ.' หักหัวคิวงบฯชาติ
จตุพร พรหมพันธุ์ /  หักหัวคิว / 

"จตุพร" แฉซ้ำ กลุ่มคนอ้างชื่อ "รมต. -อพศ." หักหัวคิวโครงการขุดลอกคูคลอง จี้ สตง.สอบด่วน เชื่อ ทำเป็นขบวนการ จากกรณีมีกระแสข่าว นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ออกมาากล่าวถึงกลุ่มบุคคลแอบอ้างชื่อรัฐมนตรีในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยปฏิบัติการผ่านองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) ในโครงการขุดลอกคลอง และมีการเรียกรับผลประโยชน์มากถึง 70 % ขณะที่ พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นจริง ล่าสุด นายจตุพร ได้ออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องดังกล่าวว่า นายวิวัฒน์ สมบัติหลาย ประธานกลุ่มธรรมาภิบาลเครือข่ายประชาชนต้านคอรัปชั่น ได้เดินทางมาพบและได้นำหลักฐานมาให้ส่วนหนึ่ง ระบุถึงคนที่แอบอ้างรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนั้นมีตัวตนจริง ตามที่นายถาวร เสนเนียม ได้เคยร้องเรียนไป แต่เรื่องกลับเงียบ ขณะที่กลุ่มธรรมาภิบาลฯ ก็ได้เคยไปยื่นหนังสือกับนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้เรื่องดังกล่าวก็ไม่มีการเรียกมาสอบถามว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร "กลุ่มธรรมาภิบาลเครือข่ายประชาชนต้านคอรัปชั่นได้ทำหนังสือชี้แจงรายละเอียดของโครงการนี้ ซึ่งได้แจกให้สื่อมวลชน เช่นกันว่ามีการเก็บเงินหัวคิวเพื่อเป็นค่าจองโครงการจากนั้นก็ต้องจ่ายให้ครบ โดยมีการแอบอ้าง พล.อ.ประวิตร โดยมีชื่อคุณนาย อ.ที่อยู่ในจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ไม่มีใครกล้าแตะเพราะเดี๋ยวจะถูกกล่าวหาว่าไม่รักชาติหากมายุ่งกับองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก การที่ทหารไปรบนั้นไม่ใช่ที่จะต้องขุดคลอง ลอกท่อ แบบนี้ เพราะฉะนั้นโฆษกกระทรวงกลาโหมนั้นอธิบายหน่อยว่าที่เขามายื่นหนังสือนั้นไม่เป็นจริง เพราะใช้สถานที่ องค์การทหารผ่านศึกอีกทั้งยังมีชื่อ พล.อ.ประวิตร ด้วยก็เลยคิดว่าจะมีการจ้างงาน ถ้าท่านเห็นแบบนี้นั้นนิ่งดูดายไม่ได้เลย ถ้ารัฐบาลจะมองผมเป็นศัตรู แต่ไม่ยอมมองคนที่ใช้องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกทำมาหากินกับงบประมาณชาติบ้านเมือง...ก็เอากัน" นายจตุพรกล่าว จึงขอเรียกร้องให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) รีบเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบกลุ่มคนอ้างชื่อ อผศ. เพราะพบว่าโครงการดังกล่าวมีการเรียกเก็บค่าหัวคิวมากถึงร้อยละ 40 - 50 และระหว่างการตรวจสอบ อผศ. ก็ควรเปิดแผนการโครงการขุดลอกคลองออกทั้งหมด เพื่อเป็นการพิสูจน์และยืนยันความบริสุทธิ์ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในขบวนการแอบอ้างนี้ อ่านข้อความทั้งหมดได้ที่ >>> Jatuporn Prompan - จตุพร พรหมพันธุ์ ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

เมื่ออดีตทนายความ ลาออกจากงาน มาสร้างสรรค์ เฟอร์นิเจอร์จิ๋ว
ของจิ๋ว /  เฟอร์นิเจอร์ / 

คุณยังจำความฝัน สิ่งที่ทำแล้วทำให้คุณมีความสุขได้หรือเปล่า ลองดูเรื่องราว และ ผลงาน เฟอร์นิเจอร์จิ๋ว ที่ อดีตทนายความ ถึงขั้นลาออกจากงานบริษัท เพื่อมาทำของจิ๋วจำลอง  และ ใช้เวลาทั้งหมดหันมาทุ่มเทกับการเรียนสถาปัตย์อย่างเต็มตัว เนื่องจาก ค้นพบว่าตัวเอง สนใจด้านประวัติศาสตร์ของสถาปัตยกรรมต่างๆ จึงใช้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน เฟอร์นิเจอร์จิ๋ว จากตำราประวัติศาสตร์สมัยศตวรรษที่ 19 เขาจึงลงมือทำให้เป็นงานตกแต่งที่น่าตื่นตาตื่นใจ หากคุณเองก็มีฝัน ถึงเวลาตื่น ลุกขึ้นเดินตามฝันของคุณ แล้วมาลงมือทำให้มันเป็นจริงแล้วค่ะ ที่มาจาก  www.boredpanda.com ภาพจาก www.instagram.com/architectureoftinydistinction

เปิดปากผู้ชาย 10 ประการ เบื้องหลังการ นอกใจ
คู่สมรส /  ชีวิตคู่ / 

   เปิดปากผู้ชาย 10 ประการ เบื้องหลังการ นอกใจ      ปัญหาการ นอกใจ ของคู่สมรส เป็นเรื่องที่ใครก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่วันนี้เราจะมาเปิดเผยอีกหนึ่งความจริงที่น่าสนใจ ว่าเบื้องหลังการนอกใจนั้น มันมีอะไรแฝงอยู่บ้างมาฝากกันค่ะ ความจริงข้อที่ 1 ผู้ชายส่วนมากยังคงรักภรรยาของตนอยู่แม้จะนอกใจไปแล้ว การนอกใจของผู้ชายไม่ได้เกิดขึ้น เพราะพวกเขาไม่รักภรรยาของตนเองอีกแล้ว แต่ส่วนใหญ่เกิดขึ้นเมื่อพวกผู้ชายไม่พึงพอใจสภาพที่เป็นอยู่ในบ้าน เช่น เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อยๆ เหนื่อยกับการเลี้ยงลูก รู้สึกว่าตนเองไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ ฯลฯ เมื่อมีใครบางคนเข้ามาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายนี้ไปได้ ก็เลยทำให้เขาพลาดพลั้งนอกใจภรรยาไปนั่นเอง แนวทางป้องกันคือ สามีภรรยาต้องหาเวลาดีๆ ร่วมกันบ้าง รวมถึงเวลาดีๆ ในช่วงค่ำคืนด้วย คนสองคนต้องหาโอกาสคุยกันถึงเรื่องดีๆ อนาคตดีๆ ที่จะสร้างร่วมกัน ฯลฯ เพื่อที่ว่าคนของเราจะได้มีเป้าหมาย ไม่ต้องไปสร้างเป้าหมายนี้กับคนอื่น ความจริงข้อที่ 2 ผู้หญิงที่เขาปันใจให้มักเป็นคนใกล้ตัว ภรรยาควรทราบไว้ว่า เพื่อนสมัยเด็ก เพื่อนสมัยเรียน แฟนเก่า น้องที่ทำงาน เด็กฝึกงาน คือ ผู้ต้องสงสัยอันดับต้นๆ ไม่ใช่สาวในผับในบาร์แต่อย่างใด เพราะคนที่จะเข้ามาสร้างความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวกับสามีของคุณได้ อย่างน้อยก็ต้องมีความสัมพันธ์ดีๆ กันมาก่อน เช่น อาจเคยช่วยเหลือกันมาสมัยเรียน หรือสมัยทำงาน ทางที่ดีคือ พยายามทำให้สามีรู้สึกว่าคุณสำคัญต่อเขา และมีดีเหนือกว่าเพื่อนร่วมงานของเขาให้ได้ ความจริงข้อที่ 3 การนอกใจอาจแค่คลายเครียด การนอกใจภรรยาที่เกิดขึ้นกับผู้ชายนั้น ส่วนหนึ่งเพราะพวกเขาไม่รู้จะแก้ไขความสัมพันธ์ในบ้านที่มันย่ำแย่อย่างไร ดังนั้น เขาจึงออกไปหา “บางสิ่งบางอย่าง” จากข้างนอก เผื่อว่า มันจะสามารถทดแทนสิ่งที่ครอบครัวไม่สามารถให้กับเขาได้นั่นเอง ความจริงข้อที่ 4 ผู้ชายก็รู้สึกผิดที่นอกใจภรรยา ภรรยาไม่ได้ร้องไห้น้ำตานอง เสียใจแต่เพียงฝ่ายเดียว ผู้ชายเองก็รู้สึกผิดกับการกระทำของตนเองเช่นกัน ความจริงข้อที่ 5 คนนอกใจภรรยามักจะดีกับภรรยาเป็นพิเศษ ดีเป็นพิเศษในที่นี้เช่น ขยันทำการบ้านบ่อยๆ ซึ่งภรรยาที่ใกล้ชิดกับสามีมักสังเกตความผิดปกตินี้กันได้แทบทุกคน ความจริงข้อที่ 6 ผู้หญิงก็นอกใจไม่แพ้ผู้ชาย การศึกษาของมหาวิทยาลัยอินเดียนา ระบุว่า ทั้งผู้ชายและผู้หญิงต่างก็พบเจอปัญหาการนอกใจได้พอ ๆ กัน แต่เหตุผลที่ใช้ในการนอกใจนั้นแตกต่างกัน เพราะผู้หญิงที่นอกใจนั้นมักเป็นเรื่องของการขาดที่พึ่งทางอารมณ์ และการไม่ได้รับความพึงพอใจในชีวิตคู่ แต่ผู้ชายมักเกี่ยวกับความต้องการทางเพศเป็นหลัก ความจริงข้อที่ 7 ภรรยามักจับพิรุธสามีได้เสมอ ไม่จำเป็นว่าสามีเป็นคนดัง หรือคนธรรมดาทั่วไปแล้วจะมีผลต่อการจับพิรุธของภรรยา เพราะภรรยาส่วนมากมักมีเซนส์เรื่องนี้กันอยู่แล้ว เรียกได้ว่าเป็นเรดาร์กันเลยก็ว่าได้ ความจริงข้อที่ 8 การนอกใจมักจบลงด้วยการคืนดี แม้จะไม่เสมอไป แต่โดยมาก การนอกใจก็ทำให้หลายคู่หันกลับมาคืนดี รวมถึงแก้ไขข้อบกพร่องของตนเองเพื่อรักษาครอบครัวให้คงอยู่ได้ ผู้ชายเอง หลังจากหันไปสนใจกับความสัมพันธ์ใหม่ (ที่น่าตื่นเต้นกว่า) สักพักก็จะเริ่มรู้สึกตัวว่า ใครคือคนที่เขาอยากอยู่ด้วยมากที่สุด (ซึ่งมักเป็นภรรยา ไม่ใช่ชู้รักใหม่แต่อย่างใด) และเริ่มรู้สึกว่า ผู้หญิงที่เขาปันใจให้นั้น จริงๆ แล้วก็ไม่ได้ดีหรือสมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง ความจริงข้อที่ 9 แม้จะกลับมาคืนดีกับภรรยาแล้ว ผู้ชายอาจยังไม่ลืมผู้หญิงคนนั้น น่าเศร้าที่ข้อนี้ก็เป็นความจริงที่ต้องยอมรับด้วยเช่นกัน เพราะในการเผลอใจมีอะไรๆ กับหญิงอื่นนั้นอาจมีบางสิ่งบางอย่างที่เขาลืมไม่ลงซ่อนอยู่ นั่นจึงทำให้เขาอาจย้อนนึกถึงได้ (แม้เขาจะกลับมาคืนดีกับภรรยาแล้วก็ตาม) ความจริงข้อที่ 10 คนที่นอกใจจะสำนึกถึงความผิดที่ทำลงไปเสมอ เมื่อได้กลับมาคืนดีกัน และสร้างครอบครัวใหม่อีกครั้งหลังการนอกใจนั้น สามีทุกคนรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป เพราะเขาได้สร้างบาดแผลครั้งใหญ่กับภรรยาและลูกๆ ซึ่งอาจต้องใช้เวลานานในการเยียวยาให้ดีขึ้น และสิ่งนั้นคือผลที่ผู้ชายรักสนุกทั้งหลายต้องยอมรับมันให้ได้ ทางที่ดี สำหรับใครก็ตามที่กำลังจะมีประเด็นชู้สาวเข้ามาในชีวิต ก็กล้าหาญกับชีวิตสักหน่อย ยอมรับสักนิดว่าตนเองมีภรรยาและลูกแล้ว ไม่ต้องอ้างปัญหาในครอบครัว เพราะคนที่มีครอบครัวคนไหนๆ ก็ต้องเจอปัญหาเสมอ รวมถึงสาวๆ ถ้ารักจะส่ง SMS หาคนที่มีภรรยาแล้วก็ต้องบอกตัวเองให้รักษาหน้า รักษาชื่อเสียงครอบครัววงศ์ตระกูลเอาไว้บ้าง ดีกว่าปล่อยให้ภรรยาเขาเก็บหลักฐานฟ้องเรียกค่าเสียหายให้อับอายนะคะ เราขอบอกว่า...หาผู้ชายโสดๆ เถอะค่ะ... ขอบคุณข้อมูลดดีจาก... WomansDay.com/pooyingnaka.com

พบหญิงเป็นศพ ลอยน้ำคลองบางพรม อึ้ง! พกเงินสดกว่า 2 แสน
คลองบางพรม /  หญิงเป็นศพ

พบศพหญิงสูงวัย ลอยน้ำคลองบางพรม เขตทวีวัฒนา อึ้ง พกเงินสดกว่า 2 แสนบาท - ตำรวจเร่งติดตามญาติสอบปมดับ เมื่อเวลา ประมาณ 20.00 น. (12 ก.พ.59 ) เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลธรรมศาลา เข้าตรวจสอบเหตุพบศพลอยน้ำ ในคลองบางพรม เขตทวีวัฒนา ซึ่งในที่เกิดเหตุ พบเป็นศพหญิงไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 60 ปี สูงประมาณ 150-160 เซนติเมตร ลักษณะผิวขาว ผมสั้นสีดำ สวมเสื้อลายดอกไม้ สีชมพูดำ กางเกงสีดำ ในกระเป๋ากางเกงพบซองสีน้ำตาล ตรวจสอบภายใน พบเป็นธนบัตร ใบละ 1 พัน รวมกว่า 2 แสนบาท แต่ไม่พบบาดแผลตามร่างกาย ขณะเดียวกัน จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ไม่พบหลักฐานและอยู่ระหว่างประสานพื้นที่ใกล้เคียงหาบุคคลสูญหาย และติดตามญาติมาสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป MThai News ขอบคุณภาพจาก ข่าวสด

สาวโสดโปรดฟัง! วิธี เพิ่มเสน่ห์ น่ารักให้ตัวเอง รับรองหนุ่มๆ ตอมชัวร์
บริหารเสน่ห์ /  สาวโสด / 

สาวๆ หลายคนที่โสดอยู่ อาจจะรู้สึกว่า เอ ทำไมเราไม่ดีตรงไหน อะไรที่ทำให้หนุ่มๆ ไม่ชอบใจนะ เราไม่สวยหรอ เฮ้เปลี่ยนความคิดได้เลยค่ะ การมีเสน่ห์นั้นไม่ได้อยู่ที่หน้าตาเพียงอย่างเดียว แต่ คือสิ่งที่คุณเป็นต่างหาก เอาล่ะ มาดูกันดีกว่าว่า สาวๆ แบบไหนที่หนุ่มๆ เขามองว่ามีเสน่ห์ และ ควรค่าแก่การนำมาปรับใช้บ้าง! 1.หัดเป็นสาวตลกเสียบ้าง หลากหลายผลวิจัยพบว่า ผู้หญิงที่ทำให้ผู้ชายหัวเราะได้เนี่ย มีเสน่ห์นักล่ะ ผู้หญิงที่มีอารมณ์ขันแสดงให้เห็นว่า เธอเป็นคนมองโลกในแง่ดี และ ฉลาดในการพูด มีไหวพริบในการสื่อสาร เพราะฉะนั้น จงสร้างเสียหัวเราะให้กับเขาบ้างนะ อาจจะเล่นมุขเล็กๆน้อยๆ พอให้เขาหัวเราะได้บ้าง 2.อยู่กับเพื่อนให้มาก ผลการวิจัยจาก  University of California ใน San Diego พบว่า คุณจะดูดีขึ้นเมื่ออยู่กับคนหมู่มาก เนื่องจากสมองของคนเราจะกลั่นกรองและคัดเลือกคนที่ถึงพอใจมากที่สุดในกลุ่ม เพราะฉะนั้น เกาะกลุ่มเพื่อนเอาไว้!   3.เลี่ยงการคุยสั้นๆ การคุยกันสั้นๆ นั้น จะทำให้คุณไม่รู้จักอีกฝ่ายเอาซะเลย ยิ่งไปกว่านั้นยังสร้างความน่าเบื่ออีกด้วย เพราะฉะนั้น อย่าลืมตั้งคำถามปลายเปิด เพื่อคุยกันในเรื่องที่สามารถสานต่อได้ คุณจะกลายเป็นคนที่สนุกสนานและน่าพูดคุยด้วยอีกหลายเท่าเลยล่ะ   4.เป็นผู้นำเสียบ้าง คนส่วนใหญ่จะชื่นชอบคนที่มีอำนาจ ตามผลวิจัยพบว่า คนที่เป็นหัวหน้ากลุ่มนั้นจะได้รับความสนใจมากกว่าคนทั่วไป เพราะฉะนั้น เมื่อต้องตัดสินใจ หรือได้แสดงศักยภาพในการได้เป็นผู้นำ จงรับมือกับมันด้วยความมั่นใจ 5.ยิ้มหวานๆให้มาก ยิ่งคุณยิ้มจริงใจเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งน่าสนใจมากขึ้นเท่านั้น เพราะใบหน้าของการยิ้มแย้มนั้น ทำให้คนที่เห็นรู้สึกผ่อนคลายและกล้าเข้ามาพูดคุยปฏิสัมพันธ์มากขึ้น 6.เลี้ยงหมาซะ ตามผลการศึกษาพบว่า คนที่เลี้ยงหมา จะมีความน่าสนใจมากขึ้นอีกเท่าตัว เนื่องจากแสดงว่าเขาเป็นคนจริงใจและเข้าใจความสัมพันธ์ระยะยาว ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นคนมองโลกในแง่ดี ง่ายๆสบายๆ อีกด้วย 7.ทำตัวให้น่ารักเข้าไว้ ทำสีหน้าของตัวเองให้มีความสุข และ พร้อมรับกับคนอื่นอยู่เสมอ ที่สำคัญต้องพูดจาดีกับคนอื่นๆด้วย แค่นี้คุณก็ดูน่ารักขึ้นแล้ว 8.อยู่ในที่ที่ดีเข้าไว้ เช่น เดินในห้างในเมือง ร้านอาหารสวยๆ เปิดโอกาสตัวเองให้ได้เจอกับคนในสถานที่ดีๆ ที่แตกต่างกันไป 9.หากเป็นนักดนตรี จงเล่นเพลงดีๆเข้าไว้ แหงอยู่แล้วล่ะว่า ใครๆก็ต้องชอบเพลงเพราะๆ เล่นเพลงเก๋ๆ หรือ ฝึกร้องเพลงประจำตัวเอาไว้ ให้คนที่่ได้ฟังต้องหลงคุณ 10. จงเดทกับคนที่สนุกสนาน ถ้าต้องเลือกเดทใครสักคน ก็ขอให้คุณเลือกคนที่สนุกสนาน ทำให้คุณไม่เครียด แล้วคุณจะเป็นตัวเอง และจะกล้าพูด กล้าทำในสิ่งที่คุณต้องการ ที่สำคัญคุณจะรู้สึกผ่อนคลายและเปิดใจมากกว่าคนในแบบอื่นๆ 11.เป็นคนจิตใจดีเอาไว้ ยิ่งคุณจิตใจดีเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งเซ็กซี่เท่านั้นในสายตาคุณหนุ่มๆเท่านั้น เพราะฉะนั้น หากคุณเป็นคนจิตใจดีอยู่แล้ว จงเป็นตัวเอง แสดงมันออกมาอย่างที่คุณเป็น ไม่ต้องเขิน บอกเลยว่านี่คือการบริหารเสน่ห์ขั้นสุดเลยล่ะ ผู้ชายแพ้ผู้หญิงจิตใจดีอยู่แล้ว 12.เล่นกีฬา ไม่มีอะไรเซ็กซี่ไปกว่าผู้หญิงเล่นกีฬาอีกแล้ว ช่วงเวลาที่ผู้หญิงเคลื่อนไหวร่างกาย ไม่ว่าทำอะไรก็ดูเซ็กซี่ไปหมดแหละ เพราะฉะนั้น หากีฬาเล่นซะ! อ้อถ้าอยากจะหาแฟน ก็จงเล่นกีฬาที่คุณผู้ชายเขาเล่นได้ด้วยนะ 13.ใส่อะไรก็ได้ที่เป็นสีแดง! จากผลการวิจัยพบว่า " สีแดง"  ทำให้คุณผู้ชายหันมาสนใจได้มากกว่าสีอื่น  สีแดงเป็นสีแห่งความร้อนแรง ร้อนรุ่ม เซ็กซี่ เย้ายวน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า แค่คุณทาลิปสีแดง รองเท้าแดง ชุดสีแดง เชื่อนักล่ะว่าต้องมีผู้ชายเหลียวคุณบ้างล่ะ ที่มา www.independent.co.uk เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

ค่ายเกมส์เกาหลี NCSoft เผยรายได้เกมส์ออนไลน์ดัง มีเกมส์ไหนทำเงินบ้าง
Aion /  Blade & Soul / 

หากนึกถึงกับเกมส์ออนไลน์สัญชาติเกาหลี ผู้เล่นย่อมนึกถึงค่ายเกมส์ NCSoft เป็นอันดับแรก เพราะเกมส์ออนไลน์ในเครือล้วนมีคุณภาพและสร้างชื่อเสียงให้เป็นรู้จักทั่วโลกมาแล้ว ล่าสุด NCSoft ได้เปิดเผยผลประกอบการบริษัทในปี 2015 ระบุรายได้การให้บริการเกมส์และรายได้รวมระหว่างปี 2013-2015 มาดูกันว่ามีเกมส์ออนไลน์ตัวใดที่ทำรายได้มากที่สุดบ้าง ปัจจุบัน เกมส์ออนไลน์ในเครือ NCSoft มีทั้งหมด 6 เกมส์ ได้แก่เกมส์ Lineage, Lineage 2, Aion, Blade & Soul, Guild Wars 2 และ Wildstar ซึ่งดำเนินเปิดให้บริการในประเทศเกาหลี,​ ญี่ปุ่น, ไต้หวัน, อเมริกา-ยุโรป และประเทศที่ซื้อลิขสิทธิ์เปิดให้บริการ พบว่า เกมส์ Lineage ภาคแรก ซึ่งเป็นเกมส์ออนไลน์ตัวแรกของบริษัท ยังคงทำเงินและเป็นรายได้หลักถึง 3.1 แสนล้านวอน (ราว 9 พันล้านบาท) ตามด้วยเกมส์ Blade & Soul เกมส์แนว MMORPG กลิ่นอายตะวันออกทำรายได้ถึง 1.13 แสนล้านวอน (ราว 3.3 พันล้านบาท) ที่น่าสนใจ เกมส์ Guild Wars 2 ถือว่าทำผลงานได้เป็นอย่างดี โดยช่วงไตรมาส 4 ปี 2015 ทะยานทำรายได้เกือบ 2 เท่า เทียบกับไตรมาสที่ 3 ปี 2015 รวมทั้งหมดราว 1 แสนล้านวอน (ราว 2.9 พันล้านบาท) อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับรายได้ระหว่างปี 2014 และ 2015 พบว่า ปีล่าสุดทำกำไรลดลง 15 เปอร์เซนต์ และกำไรสุทธิลดลด 27 เปอร์เซนต์ ซึ่งทาง NCSoft ระบุว่าได้รับรายได้จากประเทศที่ซื้อลิขสิทธิ์เกมส์น้อยลง แต่ยังมีโอกาสทำกำไรได้อยู่ ด้านผู้เล่นเกมส์ต่างจับตามองกับเกมส์ออนไลน์ตัวใหม่ที่ NCSoft จะเปิดให้บริการอย่าง Lineage Eternal เกมส์แนว Action-MMORPG และเป็นเกมส์ที่ผู้เล่นเกาหลีต่างรอคอย และมีกำหนดเปิดทดสอบในปี 2016 และคาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2017 ที่ประเทศเกาหลีเป็นแห่งแรก เกมส์ AION เกมส์ Blade & Soul เกมส์ Guild Wars 2 เกมส์ Lineage เกมส์ Lineage 2 เกมส์ WildStar