มาสค์ไรเดอร์ โฟเซ่

ตะลุยถิ่น 'คุมะมง' หมีดำแก้มแดงสุดทะลึ่ง ที่ประเทศญี่ปุ่น (แบบละเอียดยิบ!)
ที่เที่ยวญี่ปุ่น /  ประเทศญี่ปุ่น / 

สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่า คุมะมง คืออะไร เอาง่ายๆ มันคือมาสคอตหมี ตัวนึงครับ นอกจากนี้ผมรู้แค่ว่าเจ้านี่หน่ะ ดังมาก! ดังอย่างไร? เพราะอะไร? และทำไม? ผมไม่ได้ใส่ใจนัก จนกระทั่งมีโอกาสมาเที่ยวที่ จังหวัดคุมะโมะโตะ ถิ่นกำเนิดเจ้าหมีดำแก้มแดงตัวนี้ ใช่แล้วครับ {Was there once} in JAPAN ครั้งนี้จะพาไปตะลุยที่ 'จังหวัดคุมะโมะโตะ' ภูมิภาคคิวชู ประเทศญี่ปุ่น นั่นเอง! ตะลุยถิ่น 'คุมะมง' หมีดำแก้มแดงสุดทะลึ่ง ที่ประเทศญี่ปุ่น (แบบละเอียดยิบ!) กระทู้นี้นอกจากจะชวนเที่ยวแล้ว ยังพร้อมชวนทุกคนไปรู้จัก คุมะมง  หมีดำโคตรน่าหมั่นเขี้ยว น่าหมั่นไส้ และน่าเอ็นดู ไปพร้อมๆ กัน ถ้าพร้อมแล้วไปกันเลยคร้าบบบ! Day1: Kumamoto หลังจากลงเครื่องที่ จังหวัดฟุกุโอกะ ผมจัดแจงซื้อ 3 Days North Kyushu Pass ที่สนามบิน แล้วตรงดิ่งมายัง จังหวัดคุมะโมโตะ ด้วยรถไฟ Shinkansen (ใช้เวลาประมาณ 30 กว่านาที) ผมมาถึง คุมะโมะโตะ ราวบ่ายสามครึ่ง ฝากสัมภาระที่โรงแรม Toyoko Inn Kumamoto Ekimae ที่พักในคืนนี้ เดินจาก JR Kumamoto 3 นาทีเองครับ ผมซื้อบัตร One day Kumamoto Tram city สำหรับการเดินทาง จะใช้วันไหน ก็ขูดเอาเลยครับ เราจะไปด้วยเจ้านี่กันครับ ภายในเป็นโบกี้ธรรมดาๆ เหมือนนั่งบนรถเมล์ไทย เวอร์ชั่นสะอาด ปลอดภัย  (ไม่มีรูปลงเพราะถ่ายติดหน้าชาวญี่ปุ่นชัดมากครับ) **เพิ่มเติม**  สำหรับการเดินทางใน คุมะโมะโตะ มีสองทางหลักๆ 1. Kumamoto Tram city มีสาย A และ B วิ่งมาเชื่อมกันที่ป้าย Karachimacho ก่อนวิ่งตีคู่ขนานตามจุดท่องเที่ยวต่างๆ  ผู้ใหญ่ 150 yen เด็ก 80 yen ขึ้นที่ JR Kumamoto ได้ 2. Kumamoto Castle loop Bus หรือ (Shiromegurin Bus) วิ่งเป็นวงกลมจาก JR Kumamoto มี 18 ป้าย รถออกทุก 20 นาที ตั๋วแบบ One day ราคา 300 เยน ซื้อที่ Tourist information ณ JR Kumamoto ปล. Taxi ก็มีนะ ผมลงป้ายหมายเลข 10 Kumamoto Castle ตามภาพเลยครับ อ้อ...แผนที่เส้นทางเดินรถ มีแจกฟรีบน Tram หรือจะหยิบจากสถานี JR Kumamoto เลยก็ได้ครับ ระหว่างทางเราเจอเจ้าหมีตัวนี้เป็นระยะ โอ๊ะ! ตรงนี้ก็มี คุมะมง นะ >,< ผมเจอหมีดำขนาดย่อมอีกตัว ณ จุดหมายแรกของเรา คือ “Sakura-No-Baba Johsaien” ที่นี่เป็นแหล่งช๊อปปิ้งน่ารักๆ ร้านรวงสวยงาม สะอาดสะอ้าน มีขนม และอาหาร ให้เลือกซื้อไม่มาก รวมถึงของที่ระลึก เจ้าคุมะมง ก็มีเช่นกัน มาถึงขนาดนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเจ้านี่มีดีอะไร!? แต่ที่แน่ๆ ผมรู้สึกโดนหมี คุกคาม... ‘อะไรก๊านนนนนน นี่จะตามไปถึงหนายยยยย!’ เหตุผลนึงที่ทำให้เจ้าคุมะมงแพร่หลายไปทั่ว คือ คุมะโมะโตะ ไม่ได้เรียกเก็บค่าลิขสิทธ์ใดๆ ผลดีคือ ทำให้ คุมะมงเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ ใครๆ ก็อยากมา คุมะโมะโตะ บ้านเกิดหมีดำแก้มแดงกัน (เม็ดเงินมหาศาล) แต่ไม่ใช่เพราะคนเห็นบ่อยหรอกนะที่ทำให้เจ้านี่โด่งดัง มันยังมีอะไรมากกว่านั้น... เรามาที่นี่เพราะ ‘หิว’ แต่ลองด่อมๆ ดู ยังไม่รู้สึกตกหลุมพรางเมนูไหน งั้นเดินไปรอบๆ ดูอีกนิดดีกว่า... ละแวกใกล้ๆกันนอกจาก ปราสาทคุมะโมะโตะ แล้วก็ยังมี อนุสาวรีย์ไดเมียวแห่ง Kumamoto ด้วย ท่านไดเมียวชื่อ คะโต คิโยะมะซะ ‘Koto Kiyomasa’ ครับ ก่อนหน้านี้ ท่านเคยเป็นแม่ทัพใหญ่ 1 ใน 7 ทหารเอกแห่งชิซูคะตะเกะ โด่งดังมาก ชนิดที่ว่าหากเกิดยุคสมัยนี้ คงต้องมีการขอท่านเซลฟี่สักนิด ถัดไปอีกนิดก็มีโซนต้นไม้ใหญ่ริมกำแพงปราสาทคุมะโมะโตะ อากาศสบายๆ สงบเงียบดี **เพิ่มเติม** อนุสาวรีย์ Koto Kiyomasa ตั้งอยู่ใกล้ Kumamoto Castle และ Sakura-No-Baba Johsaien เรียกได้ว่าเป็นทางผ่านเลยก็ได้ เพราะฉะนั้นถ้ามาเที่ยวละแวกนี้ก็เก็บรวดเดียวทั้งสามสถานที่ข้างต้นเดินทางโดย Kumamoto Castle loop bus ป้าย Sakuranobaba Johsaien หรือ Kumamoto Tram city ป้ายหมายเลข 10 Kumamoto Castle / City hall แต่ละจุดใกล้กับแต่ละสถานที่ต่างกันนะ ผมตัดสินใจเดินทางต่อไปยัง Fujisakidai- 1000-year old Camphor Trees นับว่าเป็นสถานที่เปลี่ยวใจ อีกหนึ่งแห่ง ถึงแม้จะมาไกลขนาดนี้ เราก็ยังพบเจอคุมะมงได้ (บริเวณนี้ไม่ใช่เขตท่องเที่ยวเลยครับ) ที่นี่มี ต้นการบูรยักษ์ อายุมากกว่า 1000 ปี หลายต้น ได้รับการอนุรักษ์ให้เป็นมรดกทางธรรมชาติ จริงๆก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษมาก นทท.ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมากันหรอกครับ วิวเมืองคุมะโมะโตะยามเย็น ผมหลงทางเลยพลาดช๊อต ดวงอาทิตย์คล้อยตกแบบพีคๆ นั่นเป็นจุดประสงค์หลักในการมาที่นี่ของผม (เศร้าใจกันเลยทีเดียว) อย่างไรก็ตาม กลิ่นใบไม้ ใบหญ้า อากาศชื้นๆ เย็นๆ ก็ช่วยทดแทนความเฟลข้างต้นได้สบายๆ รอบตัวเราไม่มีใคร มีเพียงแค่เสียงหัวเราะคิกคักของเด็กญี่ปุ่นที่ลอยมาจากทางไหนก็ไม่รู้ >,< **เพิ่มเติม** หากไม่ได้ชอบอยู่เงียบๆ ดมกลิ่นต้นไม้ใบหญ้า ฟังเสียงนกร้อง มองท้องฟ้าสีส้ม ที่นี่อาจจะไม่ใช่ช้อยส์ที่ถูกใจนัก แต่ถ้าอยากลบหลีกคนเ ผมว่าที่นี่ก็ไม่เลวครับ การเดินทาง ใช้บัตร Kumamoto Castle loop bus ลงป้าย Children Culture center แล้วเดินต่อขึ้นเนินไปตามทางอีกประมาณ 7 นาที มองสูงเข้าไว้จะเจอต้นไม้ใหญ่หลายๆ ต้น พิกัดอยู่ใกล้กับสนามเบสบอล Fujisakidai ระหว่างทางไม่มีป้ายบอกแนะนำว่าควรถามทางจะดีที่สุดครับ ควรเซฟรูปเก็บไว้ เพราะคนแถวนั้นก็งงๆ ว่าเราจะไปไหนกัน คำที่ควรพูดออกไปคือ Big trees จะช่วยให้คนญี่ปุ่นเข้าใจได้เยอะ หากเดินทางโดย Tram หรือ รถราง (เหมือนผม) ลงป้าย Daniyama-machai จะเดินค่อนข้างไกลนะครับและอาจหลงทางได้  ***หายากมาก แนะนำมาโดย รถบัส เถอะครับ ‘จ๊อก จ๊อก’ เพราะเสียงท้องร้อง ทำให้เรามาอยู่ที่นี่ Sun Road Shinshigai หรือถนนช๊อปปิ้ง คุมะมงอยู่ด้านบนนั่นไง เห็นทุกหนทุกแห่งขนาดนี้ แต่กว่าเจ้านี้จะโด่งดังแบบพีคๆ ใช้เวลาเกือบสองปีเลยทีเดียวครับ การันตีรายได้ USD $293 ล้าน ในปี 2012 (เกิด 2010) คุมะมง Debut สู่สายตาประชาชีแบบยิ่งใหญ่ ไม่ใช่ที่คุมะโมะโตะ แต่เป็นการไปเดินป้วนเปี้ยนตามจุดดังๆ ใน Osaka City ใครๆก็สงสัยว่าหมีดำตัวนี้คือใคร มาทำอะไร จนกลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์ (twitter) ผมนั่งรถรางไปยังป้าย Karachimacho เดินเข้าถนน Sunroad ชิดขวาเข้าไว้ มองสูงจะเจอตึกปาจิงโกะอยู่ตรงหัวมุมของแยกแรก เลี้ยวขวามือตรงไปอีก 3 นาที ร้านจะอยู่ด้านซ้ายมือครับ ยะฮู้! ได้กินสักที ทงคัตสึร้านนี้อร่อยมากกกกกกก! ผมสั่งเนื้อคนละส่วนมาอย่างละหนึ่ง โดยการโชว์ภาพทงคัตสึที่เซฟมาในมือถือ (เรื่องกินต้องพร้อมเสมอ ฮิฮิ) โชคร้ายที่เราไม่สามารถแยกความต่างระหว่างเนื้อสองจานนี้ได้ - - รู้แค่ว่า 'โออิชิ!!' เมนูร้านไม่มีภาษาอังกฤษนะ และพนักงานพูดอิ้งไม่ค่อยได้ครับ กว่าจะจัดการทงคัตสึตรงหน้าเสร็จ ร้านอื่นๆ ก็ปิดกันหมดแล้ว เดินวนอีกสองรอบชมบรรยากาศเว้งว้าง ได้อารมณ์สตรีทสไตล์ของชาวญี่ปุ่น ละแวกนี้ดีครับ ค่ำคืนนี้จบลงด้วยการหย่อนพุงแน่นๆ ลงบนเตียง (นั่งรถรางกลับมาที่ป้าย JR Kumamoto Station เช่นเดิม) ห้องนอนขนาดกะทัดรัดแต่สบาย ห้องน้ำเล็กนิดนึงแต่ก็ไม่ได้ลำบากอะไร ส่วนใต้เตียงมีพื้นที่สำหรับยัดกระเป๋าใหญ่ๆได้ที่สำคัญ Service mind เต็มร้อย Day2: Kumamoto / Aso นี่คือมื้อเช้าของผม อาหารเช้าฟรีของโรงแรมมีหลากหลายให้เลือกตักตามใจชอบ ดูเหมือนว่าจะเป็น Traditional Food ละมั้ง อืม.. ไม่มีเนื้อสัตว์ให้หน่อยหรอ T_T ระหว่างทางมักมีเรื่องราวน่ารักๆ เสมอ ผมเลือกมาปราสาทคุมะโมะโตะ ในช่วงเช้าของวันที่สอง ยังคงเดินทางโดยบัตร One day trip Kumamoto Tam City ลงป้ายหมายเลข 10 เช่นเดิม มีป้ายบอกทาง อย่ากังวลไปนะ คาวาอิมากเลย เดินตามทางมาจนถึงทางเข้าปราสาท ค่าตั๋ว ราคา 500 เยน (ใช้บัตรลดจาก Tram Cityได้) จ่ายปุ๊ปจะได้โปรชัวร์มาด้วย เอ้า! พลิกดูด้านหลังเร็วเข้าทุกคน .. มีที่ว่างให้ Stamp ด้วยยยยยยยยยย! (ตื่นเต้นเพื่อออ!?)  สถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่นมักจะมี Stamp ให้เราเก็บไว้เป็นที่ระลึก ช่วยเพิ่มคุณค่าทางใจ และความน่ารักใสๆ ให้ตัวเอง 5555555 สิ่งเหล่านี้มันสะท้อนให้เห็นความละเอียด และใส่ใจของชาวญี่ปุ่นที่มีต่อนักท่องเที่ยว ผมชอบจัง ;D เดินผ่านกำแพงพร้อมอากาศร้อนๆ ไปสักครู่เดียว ปราสาทคุมะโมะโตะใหญ่เป็นอันดับ 3 ของญี่ปุ่น สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นป้อมปราการ (มีหอคอยสูง 2 หอ) เดิมถูกเพลิงไหม้เสียหาย  ก่อนได้รับการบูรณาการขึ้นใหม่ หอคอยแรกที่เข้าไปมีขนาดเล็กกว่า หากฟังภาษาญี่ปุ่นออกจะมีเจ้าหน้าที่ช่วยตอบคำถามที่สงสัย ผมลองแอบหลบมุมยืนดูเจ้าหน้าที่อธิบายสาวเจแปนสักครู่ใหญ่ เผื่อจะพอสังเกตท่าทาง แปลความหมายได้ เอ่อออออออ... อืมมมม.. เอ่อะ. หันมากดชัตเตอร์แทนละกัน วิวจากหอคอยเล็กครับ ฝั่งนู้นคือหอคอยใหญ่ที่กำลังจะพาไปแล้ววววว ว่าแล้วก็ชักภาพคู่กับหอคอยใหญ่ สักหนึ่งแช๊ะ หอคอยใหญ่ด้านในจะมีนิทรรศการขนาดย่อมให้เสพ ฝั่งนู้นคือ หอคอยที่เราไปมาไงจ๊ะ หันมาอีกฝั่ง เจอะคุมะมงทักทายมาแต่ไกล ตรงนั้นคือโรงเรียนครับ คุมะมงทำให้ คุมะโมะโตะ กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ไม่ใช่คำพูดที่เกินจริงเลยครับ เห็นเป็นการ์ตูนเด็กๆ อย่างนี้ แต่เจ้านี่ทำให้เมืองทางผ่านอย่างคุมะโมะโตะ ได้รับความสนใจขึ้นมาก ถึงแม้ คุมะมง จะเป็นการ์ตูน แต่ผู้ใหญ่ก็แสดงออกว่ารักและเอ็นดูไม่แพ้กัน มองกลับมาที่บ้านเรา ผู้ใหญ่บางคนยังมองว่าการ์ตูนเป็นเรื่องไร้สาระอยู่เลย... คุมะมงตัวบิ๊กอีกแล้ว อีกมุมหนึ่ง เดินวนดูได้ 360 องศาเลยครับ นอกจากนี้ที่ คุมะโมะโตะ ยังมี คุมะมงสแควร์ สถานที่เอ็กซ์คลูซีฟเพื่อคนรักคุมะมงโดยเฉพาะ (ของแอบแพงนิดๆ นะ) นอกจากจะมี นทท. แล้ว นร.มาทัศนศึกษาที่นี่ก็มีเยอะมากครับ มากันเป็นครอบครัวก็มีแยะ , เราชอบความสัมพันธ์แบบนี้ ความสัมพันธ์แบบเรียบง่าย เรื่อยๆ ไปจนแก่ .. >,< ผมวิ่งขาขวิดด้วยสปีดเดียวกับโดนหมาไล่กัด เพื่อไปหยิบกระเป๋าที่ฝากไว้ ในโรงแรม (เช็คเอาท์เรียบร้อย) เรากำลังนั่งรถไฟไป Aso San หรือภูเขาไฟอะโส กันครับ ที่นี่ถือเป็นไฮไลท์เด่นๆ สำหรับผม คงเพราะผมชอบกลิ่นหญ้าละมั้ง .. รถไฟ Trans-Kyushu Limited  Express ที่เราจับไปวันนี้ หากจะไป Aso ควรอย่างยิ่งที่จะต้องจองรถไฟ ผมไปจองช่วงเช้าก่อนไปปราสาท เกือบจองไม่ทันแหนะ บนรถไฟมี Stamp ให้ด้วย เย๊ส! นอกจากนี้ยังมีแจกลูกอมด้วยนะ รถไฟสายท่องเที่ยวจะมีอะไรน่ารักๆแบบนี้เสมอ (เดินไปขออนุญาตถ่ายรูป พนักงานยิ้มเขินๆ น่ารักมาก อิอิ) พิเศษเข้าไปอีกด้วยป้ายพร้อมบริการถ่ายรูปให้ (ใช้กล้องตัวเองนะ ;P) ความเขียวขจีนอกหน้าต่างยิ่งมองยิ่งตื่นเต้น ยิ่งโหยหายกลิ่นธรรมชาติ ผมเผลอเอาจมูกไปชิดหน้าต่าง หวังให้มีกลิ่นหญ้าลอดมาสักนิด ... อะไรจะขนาดน้านนนน พ่อคู๊ณณณณณณ - -‘’ Kuro คือมาสคอตโด่งดังอีกตัวหนึ่ง Kuro ประจำการอยู่บนรถไฟสายท่องเที่ยว Aso Boy โด่งดังไม่น้อยหน้าขบวนอื่น โดย Aso Boy มีตารางเวลาเดินรถไม่แน่นอน ปกติหากไม่ใช่ช่วง High Season จะมีบริการเสาร์-อาทิตย์ ครับ ที่สำคัญคือ ต้องจองล่วงหน้านะ! คุมะมงแบบฉบับรถก็มา เหมือจะเป็นรถเช่าประจำการที่นี่ครับ ภายในสถานีวินเทจด้วยระบบอัตโนมือซะส่วนใหญ่ มุมนอกสถานี JR Aso  เรียบๆ เงียบๆ เรารอรถบัสเพื่อที่จะนั่งรถไป ภูเขาไฟ Aso อีกต่อ ที่บริเวณนี้เลยครับ อย่าลืมขอแผนที่ละแวก JR Aso และตารางเวลารถบัสนะครับ อย่าลืม Stamp ด้วยหล่ะ ;P โดยขอตารางรถบัสได้ที่ Tourist Information ควรแพลนก่อนนะครับ เดี๋ยวจะตกรถเอา (จ่ายเงินตอนลงนะ) วิวสองข้างทาง เขี๊ยวเขียว Aso Ropeway station ระหว่างทางมีจุดจอดสองป้ายหลัก จุดนี้คือป้ายสุดท้าย Aso Ropeway station สามารถขึ้นกระเช้าไปชมปากปล่องได้ที่นี่ นอกจากนี้ยังมีร้านค้าของที่ระลึก คุมะมง เต็มไปหมดเลย บะหมี่คุมะมง มาม่าคุมะมง ขนมคุมะมง สารพัดจะคุมะมง เขาถึงได้บอกว่า คุมะมง เนี่ย มีมูลค่าเทียบเท่าหรืออาจมากกว่า Hello Kitty ด้วยซ้ำนะครับ รอบนอกมีศาลเจ้าอยู่ ไปชมกันครับ อาศัยเลียนแบบคนญี่ปุ่นครับว่าเขาต้อง ไหว้กันยังไง คนไทยมาไหว้เต็มเลย (ดูจากภาษาไทยที่เขียนอยู่)   มองย้อนไปด้านหลัง เห็นกระเช้าที่เราไม่ได้ขึ้น เนื่องจาก ภูเขาไฟ Aso ปะทุมาสักพักแล้ว นทท.ไม่สามารถขึ้นไปดูปากปล่องได้ คนส่วนใหญ่แนะนำว่าอย่าไป  'มันเสียเวลาเปล่า...ไม่มีอะไรหรอก' แต่เอาจริงๆ  ‘ใช่ว่าเราจะได้เห็นภูเขาไฟปะทุบ่อยซะที่ไหน!’ จะสบายตามากขึ้น ถ้ามีเราอยู่ในรูป.. 55555555555555 (แดดแรง ตาหยีไปนิด) อย่าแปลกใจไป ผมซื้อเจ้าคุมะมงตัวนี้เมื่อสักครู่นี่เอง ก็ไม่ค่อยเห่อเท่าไหร่หรอก.. ร้องหา ทอยเลท ทอยเลท (Toilet) วิ่งแจ้นเข้าไปเปลี่ยนทันที โม้มาตั้งนานมัวเเต่ชมว่า คุมะมง เจ๋ง หลายคนเริ่มถาม แล้วมันเจ๋งยังไง??????? เอาเป็นว่า คุมะมงเนี่ย มีการโปรโมต PR ตัวเองมาตลอด มีแคมเปญโปรโมตตัวเองสม่ำเสมอมา 5 ปี (จนถึงทุกวันนี้) เหตุการณ์เด่นๆคือ วันดีคืนดี เจ้าหน้าที่ออกมาประกาศว่า แก้มแดงๆ ของคุมะมงหายไป ขอช่วยให้ทุกคนตามหาให้หน่อย นอกจากนี้การออกอีเว้นท์และรายการทีวีประหนึ่งดารา เซเลบดัง พร้อมบุคลิก กวนตรีน ทะลึ่ง ที่ทำเอาคนหมั่นเขี้ยวและเอ็นดูไปพร้อมๆ กัน ยิ่งทำให้เจ้านี่โด่งดังมากขึ้น ตัวอย่างภาพเซเลปคุมะมงหยิบจับสินค้า (ภาพทั้งหมดขออนุญาตจากทวิตเตอร์ออฟฟิเชียลแล้วครับ) ความเจ๋งที่ว่ามันจึงกลายเป็นว่า คุมะมง หยิบจับสินค้าอะไรก็ตาม สินค้าชิ้นนั้นก็จะขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แน่นอนว่า การกระจายรายได้สู่ชุมชน  สินค้าของชาวคุมะโมะโตะได้รับผลดีตามๆ ไป เอาเป็นว่า พ่อค้า แม่ค้า ทุกคน อยากให้คุมะมงหยิบจับสินค้าตัวเองกันทั้งนั้น!!! เพราะมันการันตีได้ว่าจะขายดี(ขึ้น) นี่มันเซเลบชัดๆ เรานั่งรถย้อนลงมาที่สถานีทุ่งหญ้า Kusasenri หิวจัง ! หมับเข้าให้ "เนื้อม้าย่าง!!" (เนื้อม้าคือของขึ้นชื่อของเมืองนี้!!) รสชาติประหนึ่งเคี้ยวสันนอกหมูชิ้นหนาๆ  เนื้อหนาและแน่น แต่เคี้ยวไม่ยาก ไม่มีกลิ่นคาว ให้ผวาใจสักนิด พ่อค้าจะย่างไฟร้อนๆ อีกรอบ ก่อนยื่นไม้ต่อให้เรา ถือว่าเวิร์คมากกก ขายอยู่เจ้าเดียว ตรงหน้าร้านขายของใหญ่ๆ ครับ หาไม่ยาก ลงป้ายนี้ยังไงก็ต้องเห็นจ้า ราคาตามป้ายเลยนะครับ ไม้ใหญ่เนื้อล้วน 300 เยน ขอประมาณคร่าวๆ เป็น 100 บาท ไม้เล็กเนื้อผสมมัน เหมือนในรูปด้านบน 150 เยน คร่าวๆ 50 บาท .. แอบแพงครับ (สำหรับผม) ผมไม่เคยทานเนื้อม้าก็เลยลองดูครับ ปากเคี้ยวเนื้อม้าในมือ ตาดูม้าเป็นๆ วิ่งในสนามหญ้า ให้อารมณ์แปร่งๆ ดี ระหว่างกิน มีน้องๆนักเรียนม.ต้น มาทัศนศึกษา(สองรถบัส) กินไป ก็มองไป.. อดไม่ได้ที่จะวางม้าย่างแล้วหยิบกล้องมากดชัตเตอร์ ‘สดใสจัง’ นี่แหละ ความหมายของคำว่า ‘เด็ก’ สำหรับเรา ใกล้ๆ กันมีร้านทาโกะ เปิดท้ายของอาเฮียน่ารักท่านนี้ รสชาติปกติ แต่เซอร์วิส มายด์ สุดยอดดดด ขายอยู่ตรงลานจอดรถเลยครับ เอาไปกินบนรถได้ครับ เดินขึ้นมาทางด้านหลัง Aso volcano museum (ค่าเข้าพิพิธภัณฑ์ 840 เยนครับ) มองเห็นวิว Aso ลิบๆ และสามารถมองเห็น ปากปล่องภูเขาไฟ Naka-dake รูปร่างพิลึกพิลั่น (ปากปล่องดับไปแล้ว) เดินย้อนลงเนินไปด้านหลังจะเจอจุดชมวิวอีกที่ครับ เดินย้อนไปใกล้ๆตามถนน จะเห็น Aso ชัดแบบเต็มๆ ไม่ได้ขึ้นปากปล่อง แต่ก็มีจุดให้เที่ยว ให้ถ่ายรูปเยอะอยู่นะครับ การเดินทาง  รถบัสสาย Mt.Aso ลงที่สถานี Kusasenri (ก่อนถึงสถานี Aso-san Nishi) 470 เยน ลงป้ายสุดท้าย Aso-san Nishi (Aso Ropeway Station) 540 เยน ค่าตั๋ว Ropeway กระเช้าขึ้น-ลง 1000 เยน หากเที่ยวเดียวราคา 600 เยน ใกล้ถึงเวลารถบัสลงจาก Aso ไปยัง JR Aso รอบสุดท้ายแล้วครับ ผมทันเห็นช๊อตฝูงม้าวิ่งเอาจริงเอาจังเริงร่ากับหญ้าตรงหน้าพวกมัน ม้าพวกนี้ใช้สำหรับบริการขี่ให้ นทท. ตกเย็น นทท.กลับหมด ก็ปล่อยอิสระเลยครับ ทุกตัวดูสนุกมากกก เหลือตัวนี้อยู่ตัวนึง เฝ้าบ้าน ม้าที่นี่แบ่งชัดเจน ตัวไหนเลี้ยงเพื่อเป็นอาหาร ตัวไหนเลี้ยงเพื่อใช้งาน ระหว่างทาง เห็นบ้านเรือนยามเย็น ลงเขากันครับ..  มาถึงปุ๊ป ก็ถามเจ้าหน้าที่แถวนั้น บอกว่าอยากเห็นวิถีเจแปนนีสๆ เจ้าหน้าที่เลยชี้มาที่ร้านเล็กๆ มีขนม ของที่ระลึก และผัก ผลไม้ ขาย ด้านในจะมีร้านอาหารด้วยครับ เราไปถึงเย็นเกินไป เขาปิดเรียบร้อย (แถวนี้มีร้านเปิดเย็นๆไม่กี่ร้านครับ) คุมะมงเป็นมาสคอตไม่กี่ตัวที่โดดเด่นออกมา ปัจจุบันมาสคอตในญี่ปุ่นมีถึง 2000 ตัวโดยประมาณ ด้วยความสามารถทั้งหลาย เจ้าคุมะมงจึงได้รับรางวัล“Yurchara Grand Prix 2011” จากเวทีประกวดมาสคอตของญี่ปุ่นเขาด้วยนะ ผมเหลือบไปมองข้างๆ เห็นเจ้าคุมะมงตัวจ้อย มองไปมองมา รู้ตัวอีกทีก็ตกหลุมรักหมีดำแก้มแดงตัวนี้ไปซะแล้ว ปัจจุบันเจ้าหมีตัวนี้ริจะคิดครองโลกโดยการตระเวนเยี่ยมเยียนไปนอกเจแปนเลยนะครับ สุดท้ายนี้ขอลาไปก่อน หากใครติดใจหรืออยากรู้จัก หมีดำแก้มแดง ตัวนี้มากขึ้น ติดตามทวิตออฟฟิเชียลจากเจเเปนเลยเลยครับ ขอบอกว่า หมั่นไส้และหมั่นเขี้ยวมากกกกก ;P ขอบคุณเรื่องราวดีๆ และรูปภาพสวยๆ และแวะมาติดตามเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/wasthereonce https://www.twitter.com/wasthere01 https://www.instagram.com/wasthereonce

Disney Magical Dice เกมส์แคชชวลตัวใหม่ โลดแล่นสู่โลกดิสนีย์
Disney Magical Dice /  เกมส์มือถือ

Netmarble ประกาศเปิดตัวเกมส์มือถือ Disney Magical Dice นำเสนอเกมส์แคชชวลกระดานบนมือถือเกมส์แรกจากดิสนี่ย์จำลองตัวเองเป็นตัวละครสุดโปรดจากดิสนี่ย์ร่วมเดินทางผ่านเกมกระดานแบบเสมือนจริงพร้อมทั้งสนุกไปกับแผนที่ต่างๆ ดาวน์โหลดเล่นฟรีบน iOS และ Android เกมส์ Disney Magical Dice ให้ผู้เล่นโลดแล่นกับโลกแห่งดิสนีย์ ทำการทอยลูกเต๋าเพื่อยึดครองพื้นที่ต่างๆบนแผนที่ การเข้ายึดครองพื้นที่ของผู้เล่นคนอื่นถือได้ว่าเป็นการบุกที่มีประสิทธิภาพ ในขณะที่การสร้างแลนมาร์คหรือสิ่งก่อสร้างระดับสูงสุดในพื้นที่นั้นเป็นการป้องกันพื้นที่ของตัวเองที่ยอดเยี่ยมที่สุด เกมส์นี้ถือว่าดึงดูดเหล่าผู้เล่นทุกวัยจากทั่วทุกมุมโลกโดยการนำตัวละครแท้จากดิสนี่ย์ผสมกับเรื่องราวต่างๆในเกมส์และภาพสุดแสนน่ารัก ยิ่งไปกว่านั้นระบบเกมส์ที่ง่ายต่อการเล่นจะทำให้ผู้เล่นสนุกไปกับความท้าทายต่างๆในการออกผจญภัยบนเกมกระดานจากดิสนี่ย์ โหมดสุดตื่นเต้น PvE และ PvP เป็นต้น ดาวน์โหลดเกมส์ Disney Magical Dice บน iOS และ Android ได้ที่นี่ ระบบสุดตื่นเต้นจากเกมดิสนี่ย์ลูกเต๋ามหัศจรรย์ • ตัวละครสุดโปรดของคุณจากค่ายดิสนี่ย์และพิกซ่า: ผู้เล่นสามารถสวมบทบาทเป็นตัวละครสุดโปรดจากค่ายดิสนี่ย์และพิกซ่า ได้แก่ Goofy, Daisy Duck, Dale, Chip, Donald Duck, Rapunzel, Maleficent, Minnie Mouse, Mickey Mouse, Snow White, Cinderella, Stitch, Aladdin, Alice, Woody, Buzz, Tinker Bell, Peter Pan, and Captain Hook • แผนที่ตีมจากดิสนี่ย์รวมทั้งสิ่งก่อสร้างจากดิสนี่ย์: Mickey และเพื่อนๆจะทำให้ผู้เล่นเพลิดเพลินไปกับตัวเกมด้วยเหล่าตัวละครสุดคุ้นเคยจากดิสนี่ย์ซึ่งรวมไปถึงสิ่งก่อสร้างต่างๆมากมายๆของ Mickey, Minnie, Goofy, Chip & Dale, and Donald Duck ดินแดนมหัศจรรย์ที่มีวัตถุต่างๆจากเรื่องราวของดิสนี่ย์ ได้แก่ กระจกวิเศษ, รองเท้าแก้วและรถฟักทอง • โหมด PvE: ผู้เล่นสามารถสนุกไปกับเพื่อนๆผ่านโหมด PvE ซึ่งเป็นโหมดฝึกฝนที่ผสมเรื่องราวเข้ากับตัวละครดิสนี่ย์ ระบบฝึกสอนจะแนะนำกฎการเล่นต่างๆของเกมซึ่งจะทำให้ผู้เล่นสามารถนำมาปรับใช้กับการเล่นของตัวเองได้อย่างง่ายดาย เหล่าแฟนๆสามารถสนุกไปกับตัวละครดิสนี่ย์หลากหลายในด่านต่างๆและสนุกไปกับการได้รับการ์ดชุดแต่งกายเป็นของรางวัล • เตรียมพร้อมแล้วลุย!: ในโหมด PvP ผู้เล่นจะถูกจับคู่เข้าแข่งขันกันแบบเรียลไทม์ โหมดอื่นๆ ได้แก่ เล่นแบบไม่มีทีมหรือจะเล่นแบบเป็นทีม 2v2 ตลอดจนรูปแบบการเล่นที่แบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ผู้เล่นระดับใหม่, ผู้เล่นระดับกลาง และผู้เล่นระดับสูง ซึ่งผู้เล่นจะสามารถเลือกระดับเหล่านี้ได้จากประสบการณ์ของตัวผู้เล่นเอง • การสะสมการ์ดและการ์ดเพิ่มพลัง: เกมดิสนี่ย์ลูกเต๋ามหัศจรรย์ เชิญชวนผู้เล่นเพื่อมาสนุกกับการสะสมเซตชุดเครื่องแต่งกายจากดิสนี่ย์ตลอดจนเพลิดเพลินไปกับการเพิ่มพลังและผสมการ์ดต่างๆเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่การ์ดของคุณ • กลยุทธ์: คุณภาพของลูกเต๋าและค่าพลังต่างๆของการ์ดเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ผู้เล่นได้มาซึ่งชัยชนะในเกมดิสนี่ย์ลูกเต๋ามหัศจรรย์ แต่ละลูกเต๋านั้นจะมีค่าพลังที่แตกต่างกันและค่าพลังของลูกเต๋านั้นสามารถเพิ่มพลังให้แก่ค่าพลังของการ์ดของผู้เล่นได้อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ตัวช่วยพิเศษจะได้มาจากถั่ววิเศษ ผู้เล่นสามารถสะสมถั่ววิเศษได้จากรางวัลมากมายในเกมและชัยชนะจากลีกผู้เชี่ยวชาญ • การแข่งขันที่ผ่านระบบการจัดอันดับ: ผู้เล่นสามารถแข่งขันและวัดอันดับกับผู้เล่นจากทั่วโลกและอันดับจากเพื่อนของผู้เล่นเอง รางวัลมากมายจะถูกมอบให้โดยขึ้นอยู่กับอันดับที่ผู้เล่นสามารถพิชิตได้ เพื่อเป็นการฉลองเปิดเกมอย่างยิ่งหใญ่ ผู้เล่นที่ทำการเชื่อมต่อบัญชี Facebook ของตัวเองเข้ากับเกม จะได้รับแพ็คการ์ดระดับพรีเมี่ยม 3 แพ็ค ในระหว่างวันที่ 28 เมษายนถึงวันที่ 27 พฤษภาคม และเมื่อผู้เล่นทำการเล่นอย่างน้อยวันละหนึ่งครั้งจะได้รับเพชรฟรีๆไปเลย 10 เพชร ในระหว่างวันที่ 29 เมษายนถึงวันที่ 3 พฤษภาคม และเมื่อผู้เล่นชวนเพื่อนเข้ามาเล่นเกมดิสนี่ย์ลูกเต๋ามหัศจรรย์ รางวัลเพชรจะถูกมอบให้เป็นของรางวัลสูงสุดถึง 200 เพชร ซึ่งเพชรเหล่านี้สามารถนำไปซื้อไอเท็มต่างๆมากมายๆในร้านค้าในเกมซึ่งรวมไปถึง การ์ดชุดแต่งกายระดับพรีเมี่ยมซึ่งสามารถแปลงโฉมตัวละครจากดิสนี่ย์ได้อย่างเพลิดเพลิน ผู้เล่นสามารถชวนเพื่อนๆของคุณได้อย่างง่ายดายผ่านระบบ บลูทูธ หรือผ่านบัญชี Facebook และสามารถร่วมเล่นกับเพื่อนของคุณได้ทุกที่ทุกเวลา ระบบโซเชี่ยลที่ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นจุดแข็งของตัวเกมไม่ว่าจะเป็นวิธีการเล่นที่เข้าใจได้ง่ายและเพลิดเพลินไปกับระบบฝึกสอนที่จะทำให้ผู้เล่นทุกคนสามารถสนุกไปกับเกมได้อย่างง่ายดาย ดาวน์โหลดเกมส์ Disney Magical Dice บน iOS และ Android ได้ที่นี่

ดีเจพล่ากุ้ง ขอโทษสังคม!! เฉลยคลิปเสียงแตกใน แค่โฆษณาสินค้า!!
ดีเจพล่ากุ้ง /  คลิปเสียงหลุด / 

ได้เวลาออกมาเปิดปากตอบทุกข้อสงสัยสักที!! สำหรับ ดีเจพล่ากุ้ง หลังมีคลิปเสียงหลุด 18+ สนทนาเรื่องบนเตียงกับหญิงสาวรายหนึ่งฮือฮาทั่วโลกออนไลน์ โดยวันนี้ (25 เม.ย.) เจ้าตัวออกมาเฉลยแล้วว่า คลิปเสียงดังกล่าวสร้างขึ้นเพื่อโปรโมทสินค้าที่ตนรับเป็นพรีเซ็นเตอร์เท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศแต่อย่างใด พร้อมทั้งกล่าวคำขอโทษสังคมที่ทำให้เข้าใจผิด!!! "สิ่งที่ทุกคนได้รับรู้ทางโซเชียล และทางคลิปต่างๆ ถ้าเรียกเป็นภาษามาร์เก็ตติ้งก็คือ ไวรัลคลิป นั่นเอง เป็นไวรัลที่ทำขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนช็อคกับเหตุการณ์ และรับรู้ถึงสินค้าที่จะขายให้เร็วมากขึ้น" เรามองว่ามันเกินไปไหม ? "ตอนแรกที่ผมคุยกับทีมงาน ผมก็ได้ศึกษากับสินค้าชนิดนี้เป็นอย่างดีแล้วนะครับ และสาเหตุที่ผมรับงานนี้ก็เพราะผมชอบในตัวสินค้า มันเป็นสินค้าที่คนไทยคิดเอง และมีประโยชน์ต่อโลกใบนี้ครับ" แต่ในคลิปเสียงที่ออกมาบทสนทนามันค่อนข้างรุนแรง ? "ใช่ครับ เพราะในคลิปมันมีคำว่าผม "แตกใน" แต่จริงๆ แล้วคำๆ นี้มันคือกิมมิคของสินค้าตัวนี้ชัดเจนเลย ไม่ได้มีการดัดแปลงให้คำมันลงล็อคใดๆ ทั้งสิ้น มันเป็นคำที่ชัดเจน และก็ไม่มีเหตุผลให้ต้องใช้คำอื่น" แต่คำว่าแตกในโดยทั่วไปคนส่วนใหญ่เขาไม่ได้มองว่ามันเกี่ยวกับยางรถ รวมถึงน้ำเสียงของผู้หญิงที่บอกว่าคราวหน้าพี่ก็ทำอีก ? "เอ่อ...อันนั้นมันเป็นสคริปต์ของทางทีมงานนะครับ แต่ผมเองก็ต้องกล่าวว่า ถ้าหากมีใครที่เดือดร้อนจากการที่ผมทำไวรัลคลิปตัวนี้ ผมก็ต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับผม (หัวเราะ)" กลัวไหมว่าพอออกมาเฉลยแล้วจะทำให้สินค้าดูแย่ ? "อย่างที่บอกครับ สินค้าตัวนี้มันดีกับโลกจริงๆ และคำๆ นี้มันก็เป็นรากของสินค้าตัวนี้เลย คือคำว่าไม่แตกใน ซึ่งก็คือยางไม่แตกในนั่นเอง" เหมือนตอนนี้คนก็อาจจะมองได้ว่าเราโกหกประชาชน ? "เอ่อ...จริงๆ แล้วตั้งแต่คลิปนี้เผยแพร่ออกไป มันก็มีระยะเวลาประมาณ 5 วัน อีกอย่างตอนแรกผมไม่คิดว่ามันจะมีกระแสด้วย เพราะผมไม่ใช่ดาราดัง แต่เผอิญว่าโซเชียลยุคนี้มันเร็ว ก็เลยทำให้มีคนเข้ามาถามผมเยอะเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะทุกคนเป็นห่วง แต่พอผมได้เล่าเจตนาต่างๆ เล่าคอนเซ็ปต์ต่างๆ ให้เขาฟัง เขาก็โอเคนะครับ ดังนั้นผมคิดว่า 5 วันกับการเข้าใจผิด และมันมีตอนจบที่ออกมาชัดเจน ก็ไม่น่าจะมีคนเดือดร้อนอะไรมากมายจากไวรัลตัวนี้ครับ" เอาจริงๆ ตัวเราเองกลัวโดนผลกระทบไหม ? "ที่ผมอ่านในคอมเม้นท์ส่วนใหญ่เขาจะเข้าข้างผมนะครับ บางคนก็บอกว่าเป็นเรื่องส่วนตัว เป็นเรื่องที่คุยกันสองคน ผู้หญิงปล่อยทำไม ประจานตัวเองหรือเปล่า บางคนก็บอกว่าเป็นไวรัลสินค้า ซึ่งส่วนมากเดาเป็นถุงยางอนามัย ดังนั้นพอวันนี้มีการเฉลยปุ๊ป ทุกคนก็น่าจะเข้าใจไม่มีปัญหาอะไรครับ" กลายเป็นว่าเราใช้สื่อเป็นเครื่องมือ ? "เอ่อ...ผมไม่แน่ใจนะครับว่าใช้สื่อเป็นเครื่องมือหรือเปล่า แต่ผมขอใช้คำว่าเดี๋ยวนี้คนที่ดู คนที่เสพย์สื่อ เขาก็เชื่ออะไรยากขึ้นนะครับ" แสดงว่าสิ่งที่เราตัดสินใจทำไม่ได้เกี่ยวกับเงิน แต่เกี่ยวกับคอนเซ็ปต์ของสินค้าที่ตรงใจ ? "ใช่ครับ ตอนแรกที่ฟังคอนเซ็ปต์ผมก็คิดว่าแรง แต่พอได้ลงรายละเอียดมันจริงๆ ผมกลับรู้สึกชอบสินค้าตัวนี้ ส่วนเรื่องค่าตัวถามว่าได้เยอะไหม เพราะผมเองก็ต้องเสี่ยงกับการถูกวิพากษ์วิจารณ์ เอ่อ...อันนี้ขอไม่ระบุดีกว่าครับ หน้าตาอย่างผมไม่ได้อะไรเยอะแยะมากมาย" เรียกว่าได้คุ้มเสียได้หรือเปล่า ? "ถือว่าเป็นการทำงานหาเงินในอีกแนวหนึ่งละกันครับ" เตรียมใจกับกระแสหลังจากวันนี้แล้วหรือยัง ? "พร้อมยอมรับทุกข้อกล่าวหาครับ ใครจะว่าผมนู่นนั่นนี่ ถ้าคุณได้ลองศึกษาสินค้าจริงๆ คุณก็จะเข้าใจมันครับ" ผู้หญิงในคลิปเสียงคือใคร ? "เป็นเสียงของเอเจนซี่ท่านหนึ่งครับ ที่คิดว่าเนียนที่สุดมาคุยกับผม และทีมงานก็ชอบเลยเลือกคนนี้" กลัวไหมว่าถ้าหลังจากนี้มีอะไรอีกคนจะไม่เชื่อเรา ? "ถ้ามีไวรัลแบบนี้อีกผมไม่รับแล้วนะครับ ผมจะทำตัวนี้เป็นตัวสุดท้าย แต่ถ้าเกิดมีสินค้าที่ผมรู้สึกว่าดีและไม่ใช่คอนเซ็ปต์แบบนี้ผมก็จะรับครับ" แสดงว่าเราเองก็รู้สึกว่ามันขัดกับศีลธรรมเหมือนกัน ? "ผมคิดว่ามันช็อคคนดูมากกว่า เพราะพอมีการเฉลยออกมามันก็ไม่ได้ขัดอะไร อีกอย่างสำหรับตัวผมเองตอนที่ผมนั่งอยู่หลังเวที ผมก็เกรงใจพี่ๆ สื่อมวลชนทุกท่านนะครับ เพราะผมเองก็ไม่ชอบบรรยากาศที่ทุกคนอยากรู้คำตอบ บางคนเข้าใจผมผิด นู่นนั่นนี่ แต่ก็ครับ...เข้าใจผิดได้ เพราะว่าทางสื่อที่มีการนำเสนอออกไปมันก็มีหลายแง่มุม" ตอนปล่อยคลิปออกมาสงสารสังคมไหม ? "เอ่อ...ผมรู้สึกว่าสังคมออนไลน์สมัยนี้มีเรื่องหนักกว่านี้เยอะครับ เยอะจริงๆ แต่ถามว่าผมหนักใจไหม ผมไม่หนักใจครับ เพราะผมมีเฉลยๆ มีขั้นมีตอน เป็นงานเป็นการ ไม่ใช่ทำแล้วหาย ทำแล้วหนี เราทำและมีตัวตนยืนยันตรงนี้ครับ" ถ้ายังมีคนประนามเราจะโอเคไหม ? "ผมยอมรับและกราบขอโทษคุณจริงๆ ครับ ถือว่าความคิดเราไม่ตรงกัน งานศิลปะชิ้นหนึ่ง คนดูสิบคน ตีความไม่เหมือนกัน ดังนั้นสิ่งนี้ผมถือว่าเป็นงานศิลปะชิ้นหนึ่งละกันครับ" ดีเจพล่ากุ้ง ดีเจพล่ากุ้ง ดีเจพล่ากุ้ง ดีเจพล่ากุ้ง ดีเจพล่ากุ้ง คลิปเสียงดีเจพล่ากุ้ง >> http://gossipstar.mthai.com/clip-video/3881

สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ มอบทุนการศึกษาให้เด็กและเยาวชน ประจำปี ๒๕๕๙
ทุนการศึกษา /  สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ มอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชน ประจำปี ๒๕๕๙ สานต่อการให้ไม่สิ้นสุด ก้าวสู่อนาคตการศึกษาอย่างมั่นคง นายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นประธาน ในพิธีมอบทุนการศึกษา ให้แก่เด็กและเยาวชนบนพื้นที่ของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ณ ห้องประชุมเทเวศร์ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์  สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ มอบทุนการศึกษาให้เด็กและเยาวชน ประจำปี ๒๕๕๙ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ได้เล็งเห็นถึงการพัฒนาและให้ความสำคัญกับการ ขยายโอกาสด้านการศึกษาของเด็กและเยาวชนบนพื้นที่ของสำนักงานทรัพย์สินฯ ให้มีโอกาสได้รับการพัฒนาการเรียนรู้ด้วยการมอบทุนการศึกษาเป็นประจำทุกปี นับตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ เป็นต้นมา อีกทั้งยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักเรียนทุนการศึกษา ชุมชน และสำนักงานทรัพย์สินฯ อีกด้วย ซึ่งในปีนี้ มีนักเรียนทุนการศึกษาในส่วนกลาง จำนวน ๕๐๕ ราย ส่วนภูมิภาค จำนวน ๒๖๔ ราย และทุนการศึกษาแบบเต็มจำนวน (Full Scholarship) จำนวน ๑๙ ราย รวมทั้งสิ้น จำนวน ๗๘๘ ราย ทั้งนี้ สำนักงานทรัพย์สินฯ ได้มีการจัดกิจกรรม “เปิดประสบการณ์การเรียนรู้กับสำนักงานทรัพย์สินฯ” (ค่ายนักเรียนทุน) ซึ่งในปีนี้ได้จัดขึ้นเป็นปีที่ ๙ โดยเริ่มกิจกรรมตั้งแต่วันที่ ๑๘-๒๑ เมษายน ๒๕๕๙ ณ แหล่งเรียนรู้ ในสถานที่สำคัญต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร อันเกี่ยวเนื่องกับประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนพระราชกรณียกิจ ต่างๆของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย อาทิ นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ และพระที่นั่งวิมานเมฆ เป็นต้น มีนักเรียนทุนการศึกษาของสำนักงานทรัพย์สินฯ และมูลนิธิสำนักงานทรัพย์สินฯ เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น ๒๕๘ ราย เป็นการส่งเสริมให้นักเรียนทุนการศึกษาของสำนักงานทรัพย์สินฯ ได้เรียนรู้และ น้อมนำแนวคิด หลักการใช้ชีวิตตามรอยพระราชจริยวัตรและพระราชดำริ มาเป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาตนเอง และนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ได้อย่างเหมาะสม น.ส.ภัทราภรณ์ จตุรทิศ (ฟ้าใส) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ โรงเรียนนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ เผยว่า “การเป็นเด็กทุนการศึกษาของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ทำให้ชีวิตของหนูและครอบครัวเปลี่ยนไปมากค่ะ ทำให้หนูรู้สึกว่าตัวเองเป็นเยาวชนที่มีศักยภาพ มีความเป็นผู้นำ นอกจากนี้ทุนการศึกษาที่หนูได้รับ ได้สร้างโอกาสให้หนูได้ไปศึกษาต่อที่ประเทศฮังการี ในโครงการเอเอฟเอส ซึ่งข้อสอบเป็นข้อเขียนภาษาอังกฤษทั้งหมด มีคำถามข้อหนึ่งถามว่า ทำไมทางโครงการต้องเลือกหนูเป็นนักเรียนทุนไปศึกษาต่อต่างประเทศ หนูตอบว่าเพราะหนูเป็นนักเรียนทุนของสำนักงานทรัพย์สินฯ การได้ไปศึกษาต่อต่างประเทศครั้งนี้ จะทำให้หนูได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ นำมาพัฒนาประเทศไทยได้ ต่อจากนี้หนูจะตั้งใจเรียนให้สูงที่สุด ควบคู่ไปกับการเป็นคนดีของสังคม เพราะคนเก่งสามารถพัฒนาสังคมได้ แต่คนดีจะสามารถนำพาความเจริญรุ่งเรืองมาสู่สังคมได้ตลอดไปค่ะ” น.ส.จุฑามาศ สกุลไทย (มายด์) นักศึกษาชั้นปีที่ ๑ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เผยว่า “หนูมีโอกาสคัดเลือกเข้ารับทุนการศึกษาของสำนักงานทรัพย์สินฯ จากการทำโครงงานช่วยเหลือสังคม จากการประกวดโครงการเธอคือแรงบันดาลใจ ปีที่ ๔ ของมูลนิธิสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ “โครงการจิตอาสาสร้างค่านิยมใหม่ ก้าวพ้นภัยยาเสพติด” เป็นผลงานและกิจกรรมที่ช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหนูไม่เคยนึกถึงสิ่งตอบแทนใดๆ แต่จากความตั้งใจของหนูที่ผู้ใหญ่ทางสำนักงานทรัพย์สินฯ มองเห็น จึงได้หยิบยื่นโอกาสให้หนูได้รับทุนการศึกษา ดีใจและภูมิใจมากๆ ค่ะ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหนูได้ทำโครงงานคุณธรรมช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่อง และได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นสภาสังคมสงเคราะห์ ปี ๕๗ รางวัลเยาวชนคนเก่งสมเด็จพระเทพฯ และรางวัลเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ ปี ๕๘ ซึ่งโครงการเธอคือแรงบันดาลใจ เป็นเหมือนสะพานที่ทำให้หนูได้ต่อยอดโอกาสดีๆ ในหลายๆ ด้าน หนูรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและหนูจะตั้งใจเรียนนำทุนนี้ไว้ศึกษาต่อโดยไม่ต้องกู้เรียน ถือเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระคุณพ่อคุณแม่อีกทางหนึ่ง ซึ่งท่านต่างภาคภูมิใจที่หนูเป็นเด็กดีขยันเรียนและรู้จักช่วยเหลือคนอื่น ๆ อีกด้วย” น.ส.ณัฐกานต์ ศรีด้วง (มายด์) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย จ.ลำปาง เผยว่า “คุณพ่อคุณแม่ประกอบอาชีพค้าขายอยู่บนตลาดสำนักงานทรัพย์สินฯ จ.ลำปาง ค่ะ จึงทำให้หนูได้มีโอกาสในการเข้ารับทุนการศึกษา รู้สึกดีใจและภูมิใจมากๆ ค่ะ ที่ได้รับทุนการศึกษาสำนักงานทรัพย์สิน ส่วนพระมหากษัตริย์ หนูได้นำความสามารถพิเศษทางด้านกีฬาว่ายน้ำมาคัดเลือกค่ะ เพราะหนูคิดว่านอกเหนือจากการเรียนดี ประพฤติดี ความสามารถพิเศษจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ทำให้เราได้รับเลือกโอกาสดีๆ ซึ่งหนูจะนำเงินทุนที่ได้เก็บไว้ศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย และส่วนหนึ่งแบ่งไว้เป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว สำหรับกิจกรรมเปิดประสบการณ์การเรียนรู้กับสำนักงานทรัพย์สินฯ ทำให้หนูได้รับความรู้ในหลายๆ ด้าน ที่สามารถนำมาพัฒนาตนเองและสังคมให้เกิดประโยชน์ได้ค่ะ” ด.ช.อิษฎา เกตทอง (อิท) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนกีฬาจังหวัดตรัง จ.ตรัง เผยว่า “ผมมีพี่น้อง ๓ คน ตัวผมเองเป็นคนที่ ๑ ครับ การได้รับทุนการศึกษาในครั้งนี้ผมดีใจมาก เพราะผมมีความฝันว่าอยากจะพัฒนาประเทศของเราให้เจริญรุ่งเรือง คุณพ่อคุณแม่ท่านก็เป็นกำลังใจบอกให้ผมทำเต็มที่ และทุนที่ได้รับผมจะเก็บไว้สำหรับศึกษาเล่าเรียนต่อไปในอนาคต ส่วนความรู้ที่ได้ผมจะนำมาพัฒนาชุมชน เหมือนอย่างรุ่นพี่ตัวอย่างในชุมชนของผมเค้าตั้งใจเรียน เป็นนักกีฬาของจังหวัด และยังทำประโยชน์เพื่อชุมชนด้วยนอกจากนี้ผมจะเป็นตัวอย่างทีดีให้น้องๆ ได้เดินตามรอยทั้งในด้านการเรียนและเป็นคนดีของสังคมต่อไปครับ” น.ส.ทิตาวีร์ พันธุ์ศรีบัณฑิต (โจดี้) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนสตรีวัดระฆัง เผยว่า “ครอบครัวหนูประกอบอาชีพค้าขายอยู่บนพื้นที่ของสำนักงานทรัพยิ์สินฯ จึงได้รับการติดต่อจากทางชุมชนว่ามีการสมัครสอบคัดเลือกทุนของสำนักงานทรัพย์สินฯ หนูจึงได้เข้ามาสอบ พอทราบว่าได้ทุนดีใจมากๆ ค่ะ เพราะฐานะทางบ้านหนูมีฐานะพอมีพอกิน การได้รับทุนการศึกษาในครั้งทำให้หนูสามารถช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวได้เป็นอย่างมาก และจะเก็บไว้เพื่อใช้ในการศึกษาต่อให้สูงที่สุด สำหรับกิจกรรมเปิดประสบการณ์การเรียนรู้กับสำนักงานทรัพย์สินฯ ทำให้หนูได้รู้ถึงพระราชกรณียกิจและพระราชจริยวัตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้สึกรักประเทศไทยและเข้าใจถึงประวัติศาสตร์ไทยเพิ่มมากขึ้น อยากเป็นกำลังใจให้พี่ๆ น้องๆ ที่อยู่บนพื้นที่สำนักงานทรัพย์สินฯ ทุกคน ขอให้ตั้งใจเรียนและเป็นคนดีของสังคม แล้วจะได้รับโอกาสดีๆ แบบหนูค่ะ” ทุนการศึกษาของสำนักงานทรัพย์สินฯ มีส่วนช่วยให้นักเรียนทุนการศึกษาได้ฝึกฝนตนเองในด้านความเป็นผู้นำ การทำงานเป็นทีม รู้จักเสียสละและแบ่งปันซึ่งกันและกัน รวมไปถึงการพัฒนาตนเองด้านสังคม สู่การสร้างเครือข่ายเยาวชนจากการร่วมทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ เพื่อสร้างคุณภาพขั้นพื้นฐานด้านการศึกษาให้มั่นคง สู่การสร้างคนคุณภาพแก่สังคมโดยรวมต่อไป

ราศีใดใช่วงนี้ คนโสดมีเกณฑ์ ลมพัดหวนกับแฟนเก่า!
12ราศี /  คืนดีกับแฟนเก่า / 

ถ่านไฟเก่า กำลังครุกรุ่น !! ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ – 13 มีนาคม) ดวงความรักหงอยเหงาเป็นพักๆ แต่ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวก็กลับมาสวีทกันเหมือนเดิม คนโสดทำตัวน่ารักสดใสเข้าไว้ เข้าตาเพศตรงข้ามแน่นอน กลางเดือนโลกเป็นสีชมพู มีรักกุ๊กกิ๊กตลอด คนโสดแทบไม่ว่างเลย ช่วงนี้เสน่ห์แรง ใครพบเห็นก็ชื่นชมชื่นชอบ  แอบรักแอบชอบใครอยู่ ให้บอกความในใจได้เลย ถ้ามีคนรักแล้ว ควรวางแผนเที่ยวพักผ่อน ความรักก้าวหน้า มีข่าวดีเรื่องบุตร ปลายเดือนความรักจมอยู่กับอดีต ลองมองคนใหม่ๆ บ้าง เปิดโอกาสให้กับตัวเอง ถ่านไฟเก่าจะกลับมาลุกโชน ส่วนคนมีแฟนแล้วคิดหนัก เพราะมีเด็กมายั่วให้น้ำลายไหล

ละครเหยี่ยวรัตติกาล , เรื่องย่อเหยี่ยวรัตติกาล
เหยี่ยวรัตติกาล /  ละครเหยี่ยวรัตติกาล / 

เหยี่ยวรัตติกาล ละครเหยี่ยวรัตติกาล ละครช่อง7 บทประพันธ์โดย : นอร์แมน วีรธรรมกำกับการแสดงโดย : อนุวัฒน์ ถนอมรอดผลิตโดย : บริษัท กันตนา มูฟวี่ทาวน์ จำกัดออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางช่อง 7 สี เหยี่ยวรัตติกาล เรื่องย่อเหยี่ยวรัตติกาล เรื่องราวของผู้หญิงสาวสวยคนหนึ่ง ที่ได้รับพรจากสวรรค์ เหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์พันปี ที่ร่ำลือกันว่ามีพลังพิเศษ จนสามารถเปลี่ยนให้เธอกลายเป็นฮีโร่สาวเหนือมนุษย์ใดใด ย้อนไปเมื่อเด็กหญิงราตรี หรือน้องไนท์ อายุ 5 ขวบ ลูกสาวตำรวจมือสะอาด รอง อ.ธ.ศักดิ์สิทธิ์ (โอ๋-ฐาปกรณ์) กับรัตนา (ตุ๋ย-นวลปรางค์) ภริยานายตำรวจ ราตรีเกิดตอนเที่ยงคืน ของวันที่ 12 เดือน 12 พอดี จึงได้ชื่อนี้และชื่อเล่นว่าไนท์ วันหนึ่งศักดิ์สิทธิ์กับรัตนาพาราตรีไปเที่ยวหัวหิน ระหว่างทางกลับบ้านเด็กหญิงได้เห็นแสงสีทองสะท้อนเข้าตา ราตรีจึงร้องทัก เมื่อพ่อแม่เพ่งดูปรากฏว่าเป็นแดดที่สะท้อนจากหลังคาวัดแห่งหนึ่งรัตนาบอกให้ศักดิ์สิทธิ์แวะไหว้พระก่อนกลับ ระหว่างที่เข้าไปกราบพระในโบสถ์ ในระหว่างที่รัตนากับศักดิ์สิทธิ์กำลังสนทนาธรรมกับพระเจ้าอาวาส เด็กหญิงราตรีก็หายตัวไป รัตนาตกใจพารีบออกไปตามหา พบว่าราตรีกำลังคุยเล่นกับลุงคนหนึ่ง ซึ่งหลวงพ่อบอกว่าชื่อลุงมายง เป็นคนทิเบตที่มาอาศัยอยู่ที่วัดนี้ไม่มีพิษมีภัยอะไร แต่รัตนาก็ยังไม่วายเป็นห่วงลูกสาว ตอนกลับมาถึงบ้านรัตนายิ่งแปลกใจเมื่อเห็นที่คอของราตรีมีสร้อยเหรียญรูปเหยี่ยวห้อยอยู่ ศักดิ์สิทธิ์ดูจึงรู้ว่าน่าจะเป็นของลุงมายงที่วัด เพราะชาวทิเบตนับถือเหยี่ยวกันมาก รัตนาบอกให้เอาไปคืน แต่ศักดิ์สิทธิ์กลับว่าลุงมายงน่าจะแอบให้เพราะรู้ว่าถ้าให้กับพ่อแม่คงไม่ยอมรับเพราะเป็นเหรียญที่มีค่าและดูท่าราตรีจะชอบสร้อยอันนี้ด้วย หากกลับเอาไปคืนวันนี้ลุงคงจะเสียใจ ค่อยหาโอกาสเอาไปคืนในวันหลังจะดีกว่า ยามค่ำคืนในห้องนอนราตรี เหรียญรูปเหยี่ยวที่คอของเด็กน้อยก็เรืองแสงขึ้นมา แล้วเหรียญนั้นก็ค่อย ๆ หายไปในร่างของราตรี ในขณะที่ราตรีหลับใหลอย่างไม่รู้สึกตัว รุ่งเช้าศักดิ์สิทธิ์พบว่าสร้อยนั้นไม่ได้อยู่ที่คอราตรีแล้วแต่ก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร เพราะคิดว่าราตรีคงซุกซนทำตกหายไป จนกระทั่งทุกคนลืมเรื่องราวของเหรียญรูปเหยี่ยวไป 15 ปีผ่านไป.. ราตรี (จั๊กจั่น-อคัมย์สิริ) จบการศึกษาสาขานิติศาสตร์ จบแล้วได้ทุนไปเรียนต่อกฎหมายระหว่างประเทศที่อเมริกาจนจบโทจึงเดินทางกลับมาเมืองไทย ศักดิ์สิทธิ์ตอนนี้ได้เป็นรองอธิบดีกรมตำรวจ ราตรีกลับมาทำงานเป็นทนายอิสระช่วยว่าความช่วยเหลือคนจน ราตรีมีเพื่อนเก่าชื่อ นุชนาถ (เตย-กัญญกร) เป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ฉบับเล็ก ๆฉบับหนึ่ง ชื่อ อธิปไตย นสพ.ถูกฟ้องร้องจาก นายสมศักดิ์ ตระกูลวงศาเจริญยิ่ง นักธุรกิจมาเฟียคนหนึ่ง ซึ่งนุชนาถลงข่าวว่ามีส่วนพัวพันกับธุรกิจผิดกฎหมายและหลบเลี่ยงภาษีรวมทั้งกว้านซื้อที่นาจ้างคนทำนาให้กับบริษัทต่างชาติที่หนุนหลังอยู่ นุชนาถได้ติดต่อมาให้ราตรีช่วยว่าความให้..ด้วยความฉลาดของราตรีทำให้นุชนาถ หลุดจากคดี ทำให้สมศักดิ์นักธุรกิจมาเฟียโกรธแค้นมาก นุชนาถพาราตรีไปกินข้าวฉลองความสำเร็จ ระหว่างที่นุชนาถขับรถมาส่งราตรีก็ถูกรถตู้ปาดหน้า มีมือปืน 4-5 คนออกมาจากรถยิงสาดด้วยปืนกล นุชนาถถูกกระสุนทรุด ยามคับขันราตรีเอาร่างบังร่างของนุชนาถไว้ กระสุนถูกร่างของราตรีทั้งตัว ทันใดนั้นก็มีแสงจ้าสาดออกมาจากร่างของราตรี พวกมือปืนต่างตกใจ แสงสว่างจ้าจนมองอะไรไม่เห็น ทันใดนั้นก็มีเสียงเหมือนเหยี่ยวร้อง.. และมีเงาดำปรากฏ พวกมือปืนสาดกระสุนปืนเข้าใส่เสียงดังสนั่นหวั่นไหว..แต่แล้วเงาดำก็วูบเข้ามา กลายเป็นเสียงพวกมันร้องโหยหวนแทน ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดสนิท ละครเหยี่ยวรัตติกาล ผู้กองเซนต์ (วิน-ธาวิน) มาตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ต้องแปลกใจเมื่อเจ้าหน้าที่รายงานว่า พบศพของคนร้าย 5 คน แต่ละคนมีแผลเหวอะหวะที่คอหอยเหมือนถูกกรงเล็บของสัตว์ปีก กำลังส่งไปให้ผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์ว่าเป็นกรงเล็บของสัตว์ชนิดใด ที่โรงพยาบาล นุชนาถอยู่ในห้องพักฟื้น มีอาการบาดเจ็บจากกระสุนสองสามแห่ง แต่ปลอดภัยแล้ว ราตรีนั่งเฝ้าอยู่ข้าง ๆ ครู่หนึ่งนุชนาถก็รู้สึกตัว นุชนาถบอกว่าเห็นทีตนจะต้องปิดหนังสือพิมพ์เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง และครอบครัว ราตรีบอกว่าขอให้เปิดต่อไป โดยที่ตัวเองจะรับผิดชอบทั้งหมดเอง เพราะตนเองก็ต้องการต่อสู้กับพวกที่มีอิทธิพลพวกนี้เช่นกัน ในที่สุดนุชนาถก็ตกลง ผู้กองเซนต์มาดักรอราตรีที่โรงพยาบาล เพื่อสอบปากคำว่าราตรีรอดมาได้อย่างไร และเห็นอะไรบ้าง ราตรีบอกว่าตนเองก็จำไม่ได้ คงเป็นเพราะโชค และสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองมากกว่า สุดท้ายเซนต์อาสาไปส่งราตรี ระหว่างทางเซนต์ถามถึงนุชนาถว่าเป็นอย่างไรบ้าง ราตรีเล่าว่านุชนาถกลัวมากจนจะปิดหนังสือพิมพ์แต่ตัวเองขอสานต่องานทั้งหมด เซนต์เตือนราตรีให้ระวังตัว อย่างไรก็ตาม เซนต์ให้นามบัตรราตรีไว้ และบอกว่าตนเองก็ไม่ชอบระบบคอรัปชั่น และพยายามที่จะกำจัดพวกมาเฟียเช่นกัน ถ้ามีอะไรที่จะช่วยได้ก็ขอให้ราตรีโทรหาตน ราตรีกล่าวขอบคุณและหวังว่าเซนต์เป็นตำรวจที่ดีอย่างที่คุยไว้ ราตรีถึงคอนโด ก็สำรวจร่างกายตนเองเพราะแปลกใจเหมือนกันที่รอดมาได้ พอดีได้รับโทรศัพท์จากพ่อ รองศักดิ์สิทธิ์ถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยความเป็นห่วง และบอกให้ราตรีไปหาโดยเร็วที่สุด ราตรีรับปากว่าจะไปหาแต่เช้า รุ่งเช้าราตรีไปหาพ่อแม่ที่บ้าน หลังจากนั้นพ่อก็พาราตรีขึ้นไปห้องพระ และถามถึงเรื่องเหยี่ยวที่เป็นข่าว ราตรีบอกว่าจำเหตุการณ์อะไรไม่ได้เลย ในที่สุดพ่อก็เล่าเรื่องเหรียญเหยี่ยวที่ราตรีได้รับเมื่อตอนเด็ก ๆ รองศักดิ์สิทธิ์สันนิษฐานว่าเหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์มาช่วยราตรี ราตรีไม่ค่อยอยากจะเชื่อนัก พ่อจึงพาราตรีไปหาหลวงพ่อเจ้าอาวาสที่วัดหัวหิน ซึ่งเป็นอาจารย์ที่นับถือ เมื่อหลวงพ่อได้พบกับราตรีก็ทักทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น โดยที่ศักดิ์สิทธิ์ยังไม่ทันได้เล่าเรื่องเหรียญเหยี่ยว หลวงพ่อยังบอกอีกว่าราตรีได้รับพลังของเหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์ เมื่อใดที่ราตรีระลึกถึงพลังของเหยี่ยวก็จะทำให้ร่างกายของราตรีมีพลัง สามารถทนทานต่ออาวุธทุกชนิด มีชั้นเชิงในการล่าหรือต่อสู้กับศัตรูเยี่ยงเหยี่ยว ประสาทสัมผัสเยี่ยงเหยี่ยว มีสัญชาติในการได้ยินได้เห็นเยี่ยงเหยี่ยว และที่สำคัญถ้าราตรีเชื่อมั่น ก็สามารถบินได้เหมือนเหยี่ยว เหมือนกับว่าราตรีเป็นเหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์ตามตำนานของชาวทิเบตที่มีมาช้านาน ราตรีฟังแล้วคาดไม่ถึง ส่วนรองศักดิ์สิทธิ์กลับพยักหน้าเชื่อ และให้ราตรีตั้งสมาธินำพลังของเหยี่ยวมาใช้เพื่อป้องกันตัวเอง และปราบพวกอธรรมอย่างที่ราตรีตั้งใจไว้ ราตรีรับปากว่าจะลองทำทุกอย่างเพื่อให้เกิดขึ้นจริงอย่างที่ท่านอาจารย์กล่าว ผู้กองเซนต์ ละครเหยี่ยวรัตติกาล ช่อง7 ราตรีจัดแถลงข่าวที่นุชนาถถอนตัวจากหนังสือพิมพ์และตนจะรับหน้าที่แทน ทั้งนี้เพื่อให้คนร้ายเลิกยุ่งกับนุชนาถ และที่สำคัญเพื่อให้นุชนาถและครอบครัวปลอดภัย ข่าวที่นุชนาถถอนตัวจากหนังสือพิมพ์ ทำให้สมศักดิ์ สะใจที่จัดการกับนุชนาถได้ และคิดว่าบรรณาธิการคนใหม่คงจะได้รับบทเรียนแล้ว และคงไม่กล้ายุ่งกับตนอีก นายสมศักดิ์ถูกเรียกตัวไปประชุมกับนักธุรกิจอีก 10 คน โดยมี นายพิเชษฐ์ (บี๋-สวิช) นักธุรกิจที่มีหน้ามีตาในสังคมเป็นหัวหน้าใหญ่ พิเชษฐ์บรรยายแผนให้ทุกคนขยายเครือข่ายไปทุกจังหวัดแทรกแซงเข้าหน่วยราชการ และส่งคนเข้าพรรคการเมือง เป้าหมายคือควบคุมการดำเนินการทางธุรกิจทุกอย่างของประเทศ สุดท้ายพิเชษฐ์ตำหนิว่าสมศักดิ์ทำงานโดยพละการ ทำให้กลายเป็นเป้าหมาย ข่าวใหญ่เป็นที่จับตามองของสังคม และกฎหมายซึ่งจะทำให้เป็นภัยต่อองค์กร และเตือนให้ทุกคนอย่าเอาเยี่ยงอย่างสมศักดิ์ สมศักดิ์ยืนยันว่าตนสามารถควบคุมทุกอย่างให้อยู่ในกำมือได้แน่นอน หลังจากราตรีเข้าคุมหนังสือพิมพ์ สองวันต่อมาราตรีก็ลงข่าวการถูกยิงของนุชนาถ ซึ่งมีรายชื่อสมศักดิ์เกี่ยวข้องอยู่ด้วย ทำให้สมศักดิ์โกรธมากที่ตกเป็นเป้าสังคม และทางการจึงคิดกำจัดราตรี เซนต์สนใจราตรีตั้งแต่แรกเพราะความสวยของราตรี จึงหาเรื่องมาที่สำนักพิมพ์บ่อย ๆ อ้างเรื่องการสอบสวนเพิ่มเติม และมาเตือนว่านายสมศักดิ์อาจหาทางเล่นงานราตรีแบบที่เล่นงานนุชนาถมาแล้ว ราตรีรับฟังและขอบคุณที่เซนต์มีน้ำใจ เช้าวันหนึ่งราตรีตื่นแต่เช้าแล้วขับรถมุ่งหน้าไปบ้านพักในต่างจังหวัดซึ่งเป็นบ้านของรองศักดิ์สิทธิ์ ที่สร้างไว้เพื่อพักผ่อน และอยู่ลึกเข้าไปจากถนนห่างไกลผู้คน ราตรีไปถึงแล้วเริ่มนั่งสมาธิเรียกพลังเหยี่ยวอย่างที่พ่อลองบอก เมื่อสมาธิเข้าที่ทันใดก็รู้สึกได้ยินเสียงรอบตัวสารพัดเสียง สายตาเหมือนมองเห็นทุกอย่างที่ตนคิดอยากจะเห็น ราตรีลองนึกถึงสมศักดิ์ดู ก็เห็นภาพสมศักดิ์กำลังสั่งมือปืนให้กำจัดตน ราตรีเกิดโมโห ร่างของราตรีค่อย ๆ ลอยขึ้นมาจากพื้นโดยไม่รู้ตัว...พอลืมตาขึ้นก็เห็นตัวเองลอยอยู่กลางอากาศ ราตรีจึงลองนึกว่าตนเองบินได้ ปรากฏว่าร่างของราตรีลอยพุ่งออกหน้าต่างไปอยู่เหนือหลังคาบ้าน ราตรีทดลองร่อนไปมาดูก็ทำได้ดังใจ วันหนึ่งสมศักดิ์ได้รับจดหมายฉบับหนึ่งว่าตนเองมีความผิดฐานสั่งการให้สังหารชีวิตของคู่แข่ง และผู้ที่เป็นอริกับตนหลายครั้งหลายหน ต้องได้รับกรรมที่ก่อไว้ด้วยชีวิต ลงชื่อ เหยี่ยวรัตติกาล สมศักดิ์โกรธ และจัดงานแถลงข่าวทันที โดยเอาจดหมายให้นักข่าวดู แก้ไขความผิดตน พร้อมท้าทายว่าตนพร้อมที่จะลุยกับเหยี่ยวรัตติกาลได้ทุกเวลา คืนหนึ่งสมศักดิ์ออกจากงานเลี้ยงและแวะไปที่ตึกทำงานของตน แต่พอจอดรถหน้าตึกก็เห็นเงาร่อนอยู่เหนือตึก พวกมือปืนต่างรีบพาสมศักดิ์เข้าไปในตึก แต่พอขึ้นไปถึงที่ทำงานต้องตกใจเมื่อพบกับร่างหญิงสาวในชุดหนัง ใบหน้ามีหน้ากากอำพรางเห็นแต่นัยน์ตาที่คมกริบดุจพญาเหยี่ยว พวกมือปืนต่างสาดกระสุนเข้าใส่ แต่ร่างในชุดหนังพุ่งออกหน้าต่างหายไป พวกมือปืนรีบพานายหนี แต่แล้วร่างในชุดหนังก็พุ่งกลับเข้ามาทางกระจกสาดกระสุนเข้าใส่พวกมือปืน ต่อสู้ด้วยชั้นเชิงที่คล่องแคล่วว่องไว จนเหลือแต่สมศักดิ์คนเดียว หญิงในชุดลึกลับกล่าวคำอำลาแล้วจบชีวิตชั่วของสมศักดิ์มาเฟียลงในที่สุด ก้องเกียรติ ละครเหยี่ยวรัตติกาล ช่อง7 รุ่งขึ้นภาพของหญิงชุดดำใส่หน้ากากลอยลงจากยอดตึกลงสู่พื้นปรากฏอยู่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์อธิปไตย จับภาพได้โดยเหยี่ยวข่าวสาวคนดังคนล่าสุดของเมืองไทย คือราตรีภายในมีข่าวของสมศักดิ์เสียชีวิตในสำนักงานและพบนามบัตรของเหยี่ยวรัตติกาลอยู่บนศพของสมศักดิ์ มีข้อความว่า จุดจบของผู้ที่คิดร้ายต่อแผ่นดิน กองทัพนักข่าวต่างปรากฏตัวที่สำนักงานหนังสือพิมพ์อธิปไตย เพื่อรอสัมภาษณ์ราตรี ราตรีให้สัมภาษณ์ว่าตนได้ติดตามพฤติกรรมของนายสมศักดิ์อยู่ และก็ได้เห็นเหยี่ยวรัตติกาลปรากฏตัวจึงมีโอกาสได้เก็บภาพไว้ โดยไม่รู้รายละเอียดอะไรอีกเลย เซนต์มาหาราตรีชวนไปนั่งทานกาแฟ และขอสอบถามเรื่องเหยี่ยวรัตติกาล ราตรีปฏิเสธและกล่าวเป็นเชิงชมว่าดีใจที่มีเหยี่ยวรัตติกาลออกมากวาดล้างผู้มีอิทธิพล เซนต์ยิ้มบอกว่าตนก็เห็นด้วย จนใจที่ตัวเองเป็นกฎหมาย จึงได้รับคำสั่งให้สืบสวนและตามจับตัวเหยี่ยวรัตติกาลมาให้ได้ หลังจากนั้นเป็นต้นมาก็มีข่าวของเหยี่ยวรัตติกาลช่วยเหลือคนที่ถูกทำร้าย ปล้น รังแก อยู่อย่างไม่ขาดสาย บางครั้งก็มีภาพลง แน่นอนย่อมเป็นหนังสือพิมพ์อธิปไตยของราตรี โดยฝีมือของราตรีเท่านั้น จึงเป็นที่มาของข่าวซุบซิบว่าราตรีมีส่วนรู้เห็นกับคดีที่เกิดขึ้นโดยฝีมือของเหยี่ยวรัตติกาล..ซึ่งราตรีก็ปฏิเสธและอ้างว่าตนเป็นนักข่าวที่ทำงานหนักคอยเฝ้าคอยติดตามเรื่องนี้ ช่วยไม่ได้ที่นักข่าวคนอื่น ๆไม่มีความสามารถพอที่จะได้ภาพเหยี่ยวรัตติกาล เพราะเหตุที่หนังสือพิมพ์อธิปไตยลงข่าวและรูปของเหยี่ยวรัตติกาลอยู่ตลอดเวลา ทำให้คนทั่วไปรวมทั้งชาวบ้านในต่างจังหวัดทุกหนทุกแห่งเมื่อได้รับความเดือดร้อนหรือถูกรังแกจากผู้มีอิทธิพล ก็จะส่งจดหมายเข้ามาลงที่หนังสือพิมพ์อธิปไตย เพื่อหวังว่าจะส่งสารไปถึงเหยี่ยวรัตติกาลให้มาช่วยเหลือ หลังจากที่บทความขอความช่วยเหลือได้ลงหนังสือพิมพ์อธิปไตย ต่อมาก็มีข่าวว่าเหยี่ยวรัตติกาลปรากฏตัวปราบพวกเหล่าร้ายพวกนั้นจนราบคาบ สร้างความกลัวให้พวกคนร้าย และยิ่งทำให้คนส่งสารผ่านมาทางหนังสือพิมพ์อธิปไตยมากขึ้น พิเชษฐ์กดดันให้ทางการปิดหนังสือพิมพ์อธิปไตยเพราะทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายผู้คนแตกตื่น แต่ราตรีก็แก้ต่างจนหลุดคดีความจนได้ การตายของสมศักดิ์ ทำให้พิเชษฐ์สั่งหน่วยงานของตนให้ระวังตัว ทำงานกันอย่างรอบคอบมากยิ่งขึ้น แต่สุดท้ายแล้วหน่วยงานของสรสินก็ถูกบุก หัวหน้าหน่วยถูกเก็บ เครือข่ายที่อยู่ต่างจังหวัดถูกทำลายด้วยฝีมือของเหยี่ยวรัตติกาล ทำให้พิเชษฐ์โกรธแค้นอย่างยิ่ง สั่งเพิ่มกำลังและป้องกันอย่างเต็มที่ ภายใต้หน้ากากองนักธุรกิจตัวอย่าง เป็นบุคคลดีเด่นที่สังคมยอมรับ สังคมไม่มีใครรู้ว่าพิเชษฐ์ซ่อนความชั่วร้ายไว้มากมาย จั๊กจั่น ละครเหยี่ยวรัตติกาล เซนต์ และราตรีต่างก็สืบสวน และหาทางเปิดโปงนายสรสินให้สังคมได้รู้หน้ากากที่แท้จริง โดยมีผู้ช่วยเซนต์ชื่อ ก้องเกียรติ (หลุยส์ เฮสดาร์สัน) และผู้ช่วยของราตรีชื่อ อีท (แจม-ปาณิชดา) คอยช่วยเหลือการกระชากหน้ากากของพิเชษฐ์และกระบวนการ แต่สังคมส่วนใหญ่ถูกปิดหูปิดตาด้วยเงินที่นายพิเชษฐ์หว่านลงไปอย่างไม่อั้น โดยใช้เงินจากการรีดไถผูกขาดค้ากำไรเอาเปรียบคนอื่นแทบทั้งสิ้น แม้ว่าเหยี่ยวรัตติกาลจะปราบปรามทำลายหน่วยงานต่าง ๆ ของนายพิเชษฐ์ลงไปมากมายแต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งเครือข่ายของนายพิเชษฐ์ได้ จริงอยู่ที่เหยี่ยวรัตติกาลสามารถจบชีวิตของนายพิเชษฐ์ได้ แต่ก็เชื่อว่าต้องมีตัวแทนมาสานต่อขบวนการชั่วของมัน มีทางเดียวคือต้องเปิดโปงให้สังคมได้รู้ความจริงเท่านั้น เมื่อสังคมรู้ความจริงนายพิเชษฐ์หมดสภาพ ขบวนการของนายพิเชษฐ์ต้องพังพินาศลงอย่างแน่นอน เซนต์ และราตรีได้ใช้เวลาร่วมกันหาความจริงจนสนิทสนมมีใจต่อกัน และต้องเผชิญกับอันตรายร่วมกันหลายครั้งจากพวกมือปืนของพิเชษฐ์ทำให้ยิ่งมีความรู้สึกลึกซึ้งต่อกันมากขึ้น..ปัญหาก็คือเหยี่ยวรัตติกาล แม้ว่าเหยี่ยวรัตติกาล จะได้เผชิญหน้ากับเซนต์ และช่วยเหลือเซนต์ให้รอดพ้นจากมือปืนของพิเชษฐ์หลายครั้ง จนเซนต์เองก็ชื่นชมเหยี่ยวรัตติกาลไม่น้อย แต่ก็ไม่สามารถจะหยุดยั้งผู้บังคับบัญชา หรือหน่วยงานอื่นที่จ้องจะจับเหยี่ยวรัตติกาลให้เลิกตามล่าได้ พิเชษฐ์เองเมื่อได้รับความเดือดร้อนจากเหยี่ยวรัตติกาลรวมทั้งข่าวลือที่ว่าเหยี่ยวรัตติกาลมีพลังที่ลึกลับ ถึงกับส่งคนไปตามหาคนที่มีความรู้เรื่องเหยี่ยวมาจากทิเบตเพื่อมาปราบเหยี่ยวรัตติกาล ซึ่งได้พบอาจารย์ผู้มีวิชาหลายอย่าง ทั้งสะกดจิต บังคับจิตคนให้เห็นในสิ่งต่าง ๆ นานา จนกลายเป็นคนบ้าคลั่งขาดสติได้ สรสินจึงให้อาจารย์ผู้นี้ใช้วิชากำจัดศัตรูของตนด้วยไปในตัว ละครเหยี่ยวรัตติกาล เหยี่ยวรัตติกาลออกตามเรื่องและได้มีการเผชิญหน้ากันหลายครั้งกับอาจารย์ผู้นี้และมีการต่อสู้ผลัดกันรุกผลัดกันรับ ฝีมือสูสีกินกันไม่ลง อย่างไรก็ตามเวลาผ่านไป ด้วยการสืบสวนของเซนต์ และราตรีก็พบหลักฐานการโยกย้ายเงินที่เกี่ยวข้องกับพิเชษฐ์ซึ่งโยงใยถึงเครือข่ายต่าง ๆ ของพิเชษฐ์รวมถึงหลักฐานการรับเงินจากต่างประเทศ จนกระทั่งพิเชษฐ์ถูกเปิดโปง สรสินให้อาจารย์ใช้วิชากำจัดผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อปกปิดความลับของตนแต่ครั้งนี้เหยี่ยวรัตติกาลตามประกบติด จนในที่สุดก็ซ้อนแผนสามารถกำจัดอาจารย์ผู้นี้ได้ ในที่สุดพิเชษฐ์ก็ได้รับโทษ ถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต เซนต์ กับราตรีเปิดโปงเส้นทางการเงินที่มาจากต่างประเทศ และผู้ที่อยู่เบื้องหลังจนเส้นทางการเงินพิเชษฐ์ถูกปิดเครือข่ายล่มสลายทั่วประเทศ เมื่อสังคม บ้านเมืองกลับมาสงบ เหยี่ยวรัตติกาลคงไม่ได้ออกมาปรากฏตัวอีกนาน หลังงานสำเร็จสามารถจัดการกับคนชั่วคอรัปชั่นได้ เซนต์กับราตรีต่างฉลองความสำเร็จร่วมกันรวมทั้งทีมงานคนอื่น ๆ ที่ร่วมต่อสู้ฝ่าฟันกันมาด้วยกัน ทั้งทีมตำรวจของ เซนต์ ผู้ช่วยมือขวาของเซนต์คือก้องเกียรติ และทีมงานของ ราตรี และอีทผู้ช่วยคนสวยของราตรี ที่ตอนนี้ปิ๊งกันกับก้องเกียรติเรียบร้อยแล้ว เช่นเดียวกับความรักของเซนต์กับราตรีที่หวานชื่นและดำเนินต่อไป แต่มีอีกอย่างหนึ่งที่ยังคงคาใจของเซนต์ และทุกคนก็คือ เหยี่ยวรัตติกาล ติดตามชม ละครเหยี่ยวรัตติกาล ได้เร็ว ๆ นี้ทางช่อง 7 สี รายชื่อนักแสดวนำใน ละคร เหยี่ยวรัตติกาล อคัมย์สิริ สุวรรณศุข รับบท ราตรี ธาวิน เยาวพลกุล รับบท เซนต์ หลุยส์ เฮสดาร์ซัน รับบท ก้องเกียรติ ปาณิชดา แสงสุวรรณ รับบท อีท สวิช เพชรวิเศษศิริ รับบท พิเชษฐ์ อนิสา นูกราฮา รับบท เรวดี กัญญกร พินิจ รับบท นุชนาถ ฐาปกรณ์ ดิษยนันทน์ รับบท รอง อ.ธ.ศักดิ์สิทธิ์ นวลปรางค์ ตรีชิต รับบท รัตนา พัฒนะ พันธุ์เทวะ รับบท พีท ทองขาว ภัทรโชคชัย รับบท อาจารย์บาตง ตรีวรัตถ์ ชุติวัฒน์ขจรชัย รับบท ทัช กฤษณ์ ไตรรัตน์ รับบท ซาเอะ ช่อง7 ละครเหยี่ยวรัตติกาล ละครเหยี่ยวรัตติกาล ละครเหยี่ยวรัตติกาล จั๊กจั่น ละครเหยี่ยวรัตติกาล จั๊กจั่น

ฮาทั้งสนาม! คลิป น้องหมาลงมาวิ่งแย่งซีนระหว่างเกม โคปา ลิเบอร์ตาดอเรส
คลิป น้องหมา /  คลิปหมาวิ่งลงมาในสนามบอล / 

กลายเป็นสีสันต์ระหว่างเกมที่ทำเอาแฟนบอลทั้งสนามหัวเราะชอบใจกันไม่น้อย! เมื่อมีการเปิดเผยคลิป เจ้าตูบวิ่งลงมาป่วนในสนาม ระหว่างศึก โคปา ลิเบอร์ตาดอเรส เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยน้องหมาตัวนี้ลงมาวิ่งพร่าน พร้อมกับกระโดดไปมาอย่างมีความสุขชนิดที่ไม่กลัวคนที่มาเข้าใกล้เลยแม้แต่น้อย ก่อนที่จะถูกนักฟุตบอลอุ้มพาออกไปนอกสนามให้เกมดำเนินต่อในที่สุด โดยเกมดังกล่าว เป็นการพบกันระหว่าง เดปอร์ติโว่ ทาชิร่า เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ พูมาส ในศึก โคปา ลิเบอร์ตาดอเรส รอบ 16 ทีมสุดท้าย เลกแรก ก่อนที่เจ้าถิ่น ทาชิร่า จะเป็นฝ่ายชิงความได้เปรียบเก็บชัยไปได้ก่อนด้วยสกอร์ 1-0

MThai One Day Trip : กินซีฟู๊ด ที่พักดี๊ดี ชอปปิ้งเพลินโยคะ ชมวังตะวันตก @หัวหิน
MThaionedaytrip /  กินเที่ยว / 

                      สวัสดี! ชาวเอ็มไทยทุกท่าน  หลังจากเพลิดเพลินกับการทำบุญและชิมก๋วยเตี๋ยวตาพ้ง ณ ตลาดร้อยปี ร้านกาแฟสุดชิคริมน้ำ จ.ปทุมธานี หรือจะชมเมืองโบราณ ชิมขนมไทยร้านคาเฟ่ร่วมสมัยนิยม (ถูกใจคอฮิปสเตอร์ ย้อนสีไฮเตอร์กันสนุกสนาน)                      สัปดาห์นี้ทีมงาน “MThai One Day Trip”  จะพาคุณไป…สัมผัส กลิ่นอายทะเล หาดทราย สายลม และสองเรา ณ หัวหิน จ. ประจวบคีรีขันธ์  เรียกได้ว่า  “กินหรู ดูดาว ที่พักดี๊ดี แถมได้สุขภาพและชอปปิ้ง ชมวังสไตล์ตะวันตก”  พร้อมแล้วไปลุยกันเลยค่ะ!!! ลายแทง MThai One Day Trip : 2 วัน 1 คืน @หัวหิน Day1 ร้านเจ๊เขียวซีฟู๊ด  (ทานข้าวกลางวัน) ที่พัก หัวหิน แมริออท รีสอร์ทแอนสปา กิจกรรมโยคะชะลอวัย + บรรเทาออฟฟิตซินโดรม ห้องอาหาร The Fish (ทานซีฟู้ดมื้อค่ำ) ตลาดนัดกลางคืน Cicada Day2 ทานมื้อเช้าที่โรงแรม หัวหิน แมริออทฯ พระนิเวศน์มฤคทายวัน เสต็กหลังวัง (ทานข้าวกลางวัน) ซื้อของฝากบ้านขนมนันทวรรณ โดยเราออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาประมาณ 3 -4 ชม. ก็มาถึงตัวเมืองประจวบฯ แวะ ทานอาหารกลางวันที่  ร้านเจ๊เขียวซีฟู้ด ร้านอาหารทะเลขึ้นชื่อของชาวท้องถิ่นและชาว   กรุงเทพฯ ปล. อาหารมาไวไปไว ได้ภาพมาสองแช๊ะ….(ก็แหม่….ทีมงานกำลังหิวกันทุกคนเลย *-*)                                       “ส้มตำทะเลสุดแซบบบ ปะทะ ข้าวเหนียวมะม่วงสุดอร่อย!” บริเวณ Lobby โรงแรม หัวหิน แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา                เราเดินทางมาถึงที่พักโรงแรม “หัวหิน แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา” รู้สึกแปลกตาไม่เหมือนกับที่รีวิวในเน็ตที่หาข้อมูลไว้ ทราบว่ามีการปรับปรุงใหม่ทั้งหมดเพิ่งเปิดได้ราวมีนาคมที่ผ่านมานี้เองค่ะ  การตกแต่งเป็น สไตล์โมเดิร์น ผสมผสานความงานของไทยโคโลเนียล  ส่วนตัวเ ราว่ามันมีความเป็นไทย แต่แฝงด้วงความโมเดิร์น สบายสบาย เหมาะกับการพักผ่อนเป็นที่สุด (ทีมงานติดใจเองถึงขนาดจะแอบมาพักใหม่เชียวนะจ๊ะ) Welcome Drink @ Marriot Huahin Resort & Spa ช่วงที่เรารอพนักงานนำกระเป๋าไปเก็บที่ห้องพัก ทางเราก็ได้รับการต้อนรับจากโรงแรมด้วยเครื่องดื่ม “Welcome Drink”เป็นน้ำเก๊กฮวยผสมกลิ่นขมิ้นอ่อนๆ หอมละมุนสดชื่นสำหรับอากาศร้อนได้ดีค่ะ ตกแต่งด้วยกลีบกุหลาบน่ารักเชียวล่ะ ระหว่างรอเช็คอิน ก็ต้องสำรวจนำภาพมาฝากสมาชิกเอ็มไทยสักหน่อย บริเวณอีกด้านหนึ่งของล็อบบี้โรงแรมติดกับคาเฟ่ของโรงแรม                ลัดเลาะออกมาสูดอากาศด้านนอกเชื่อมทางที่เดินไปสู่ห้องพักต่างๆค่ะ  ดูแล้วใส่ใจทุกรายละเอียดของการตกแต่ง เริ่มตั้งแต่โซนที่นั่งใกล้ล็อบบี้ของโรงแรม การตกแต่งเป็นโซฟาโทนสีเทาไล่ระดับ มีความเรียบง่ายมีกลิ่นอายไทยโคโลเนียลแฝงไว้ด้วยสไตล์โมเดิร์น ทำให้ผู้เข้าพักรู้สึกถึงความสไตล์ในสไตล์รีสอร์ทแอนด์สปาค่ะ บริเวณที่นั่งรับรองใกล้ล็อบบี้โรงแรม เหมาะกับการนั่งพักผ่อนคลาย    เที่ยวชมบริเวณด้านนอกของโรงแรมแมริออทกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาเช็คอินเข้าที่พัก ระหว่างที่เตรียมตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าไปร่วมกิจกรรมโยคะ ก็ถือโอกาสเก็บภาพห้องพักมาฝากเพื่อนๆ ห้องพัก Deluxe Pool Access, Marriott Huahin Resort & Spa บรรยากาศโดยรวมของห้องพัก ณ หัวหิน แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา              หลังจากเราเก็บกระเป๋าเข้าห้องพักเรียบร้อยแล้ว  ก็นั่งพักเตรียมเข้าสู่ศาสตร์แห่งการบำบัดและผ่อนคลาย ต้องยอมรับว่าสำหรับมนุษย์เงินเดือนของเรา สุขภาพก็เป็นเรื่องที่จะต้องใส่ใจเป็นอย่างยิ่งนะคะ ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดี มาถึงหัวหิน ทางแมริออท หัวหิน เองยังการันตีว่าบริเวณโรงแรมเนี่ย เป็นบริเวณริมหาดที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของหัวหินเลยก็ว่าได้ ว่าแล้วจะพลาดไม่ได้เลยกับการสูดโอโซนบริสุทธิ์กันให้เต็มปอด!! และเตรียมพร้อมกับการเล่นโยคะในสถานที่ที่เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ตากอากาศบริสุทธิ์ ริมหาดทรายและทะเลที่สวยงาม ช่างลงตัวกันเป็นอย่างมาก โยคะผ่อนคลาย 2 วัน 1 คืน @ Huahin Marriot  Resort&Spa กิจกรรมโยคะ ผสานความรู้กับวิทยาศาสตร์ชะลอวัย พร้อมบำบัดออฟฟิตซินโดรม                วันนี้ได้รับความรู้จากวิทยากรหมอดุล ทัตแพทย์สมดุลย์  หมั่นเพียรการ คุณหมอเป็นรองผู้อำนวยการศูนย์ทัตกรรมความงามและรากเทียม โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยาที่สำคัญเป็นหนึ่งใน “Manduka Ambassador” อีกด้วยค่ะ ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนโดย “โยคะโอม” (YogaAum) สถาบันสอนโยคะและนำเข้าเสื่อโยคะคุณภาพสูง “Manduka” ส่วนตัวทีมงานเองต้องยอมรับว่ามีทักษะการเล่นอยู่บ้างแต่นาน….มาแล้ว พอได้ลองเสื่อของแมนดูกะ  ต้องยอมรับว่ามีข้อแตกต่างกับเสื่อธรรมดาทั่วไปจริงๆ เค้าจะช่วยในเรื่องของการกันลื่นได้ดีมาก มีผลกับการทรงตัวที่ดีขึ้น และทำให้เราเล่นโยคะได้อย่างมีสมาธิและสนุกมากยิ่งขึ้นค่ะ "มะพร้าวสักลูกรับรองสดชื่นแน่นอนค่ะ" ซึ่งสำหรับคลาสโยคะนี้ เราก็ได้รับความผ่อนคลายจากท่าพื้นฐานของโยคะ  เพิ่มเข้ามาคือศาสตร์บำบัดทางสุนทรียภาพทางจิตใจ รวมไปถึงวิทยาศาสตร์การชะลอวัย ร่างกายคนเราเปรียบเหมือนกับนาฬิกาชีวิตเมื่อใช้งานหนักก็มีโอกาสเจ็บป่วยได้ง่าย  คุณหมอดุลได้อธิบายเกี่ยวกับพฤติกรรมของการทำงานหนักด้วยความที่ท่านเป็นหมอฟัน ทำให้วันนึงต้องใช้เวลานั่งทำฟันให้คนไข้หลายชม. สุดท้าย เคล็ดลับของการชะลอวัยมาจาก การใช้ชีวิตให้สมดุล รวมถึงการออกกำลังกายโดยเฉพาะโยคะจะได้เรื่องของความยืดหยุ่นของร่างกาย จิตใจและสมาธิที่ดีค่ะ ที่สำคัญต้องเข้านอนให้ไวอย่างน้อยอย่าเกินประมาณห้าทุ่ม เพราะร่างกายจะผลิต                      “โกรทฮอร์โมน” เป็นกุญแจหลักสู่ความหนุ่มสาวที่คุณหมอแอบกระซิบมาค่ะ หลังจากจบคลาสโยคะหน้าเด็ก และผ่อนคลายกับท่าโยคะที่ช่วยคลายกล้ามเนื้อที่เมื่อยล้าสำหรับออฟฟิตซินโดรมกันไปแล้ว เราก็มาพักดื่มน้ำมะพร้าวสดสดกันค่ะ รสชาติดีมากไม่หวานเกินไป และไม่จืดเกินไป ทานแต่น้ำกันไปหลายลูกชื่นใจทีเดียว ห้องอาหาร Big Fish “Huahin Marriott  Resort&Spa”            ถึงเวลาอาหารมื้อค่ำที่เรารอคอยมานาน (เพราะรอตั้งใจจะทานซีฟู้ดนั่นเอง) ได้ยินมาว่าที่ห้องอาหาร Big Fish มีคอนเซปท์คือชาวประมงหรือคนท้องถิ่น จะเลือกสรรของสดมาให้กับทางร้าน คุณจึงมั่นใจได้ว่าเมนูในแต่ละวันมีความสดใหม่ แต่เราจะไม่สามารถเลือกได้นะคะว่าวันนี้จะทานปลาหรือกุ้ง แล้วแต่ทางแหล่งวัตถุดิบจัดหามาให้แต่มั่นใจได้ในเรื่องของความสดใหม่ค่ะ เริ่มจากเมนู “เรียกน้ำย่อย” จะเป็นขนมปังพร้อมกับดิปปิ้ง “Big Fish Signature Bread Selection” กับสลัดผักราดด้วยเดรสซิ่งวาซาบิ ผักมีความสดมากหลังๆเลยชวนกันเอาน้ำมันมะกอกและบัลซาลามิกราดได้เป็นอีกหนึ่งเดรสซิ่ง ก็ทานเบาๆระหว่างรอเมนูหลักกันค่ะ กุ้งลายเสือขนาดใหญ่ ปู หอยตลับและปลาสดใหม่ ส่งตรงจากแหล่งวัตถุดิบทุกวัน                มาถึงเมนูเรียกน้ำย่อยอีกเมนูที่เสิร์ฟมาพร้อมกับจานหลัก เริ่มด้วยเมนูแรกเป็น หอยเชลล์กริลล์หมักซอสส้มและใบโอบะ ทานคู่กับแซลมอนสดและไข่ปลาแซลมอน รสชาติเข้ากันกำลังดีตัดด้วยความสดชื่นจากยอดอ่อนของโต้เหมี่ยว และตามมาด้วยเมนูหลัก “The BIG FISH Ice Seafood Tower”  จะประกอบไปด้วย กั้งกระดาน, กุ้งลายเสือไซต์ใหญ่, หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์, หอยเชลล์และแซลมอนทาร์ทาร์ซอส น้ำจิ้มที่ให้มาเข้ากันดีค่ะ ยิ่งทานกับสลัดผักวาซาบิก่อนหน้ายิ่งตัดเลี่ยนลงตัวกับซีฟู้ดได้เป็นอย่างดี  หากบีบเลมอนกับแซลมอนทาร์ทาร์ซอสยิ่งเพิ่มรสชาติความอร่อย To Continue & From Our Charcoal Grill ต่อกันด้วยปลากระพงนึ่งสมุนไพรห่อด้วยใบตองทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ด ปลาสดเนื้อแน่นรสชาติดี เมนูที่เรานำเสนอมากคือบรรดาสหายย่างชุดนี้เลย “From Our Charcoal Grill” เหมาะสำหรับคนชอบปิ้งย่างและที่สำคัญมันครบเครื่องจริงๆ กุ้ง, เนื้อแกะ, พอร์คชอป และเนื้อเทนเดอลอยด์ ปิดท้ายกันด้วยเมนูสุดท้ายกับปลาย่างเกลือ The Garoupa In Sea Salt          เมนูขนมหวาน To Finish With ประกอบไปด้วยทาร์ทมะพร้าวอ่อนแต่งหน้าด้วยสตอเบอร์รี่ ชอบตัวครีมทาร์ต รสนุ่มละมุนลิ้นหอมมะพร้าวอ่อนมาก นอกจากนี้ยังมีเมนูผลไม้ตามฤดูกาลและปิดท้ายด้วย ครีมบูเล่ Cream Brulee แปลกที่สุดคือเป็น ครีมบูเล่มะม่วงทานคู่กับไอศครีมโฮมเมดข้าวเหนียวมะม่วง หวานมันรสชาติลงตัวเข้ากันดีกับเนื้อครีมมะม่วงและน้ำตาลไหม้หน้าของครีมบูเล่ เป็นอันจบดินเนอร์มื้อนี้กันอย่างอิ่มสุดๆไปเลย เที่ยวไนท์บาซา ตลาดซิคาด้า Cicada หรือตลาดนัดจักจั่น             จัดซีฟู้ดจนพุงกางแทบไม่อยากลุกจากที่นั่งกันไปแล้ว ก็ออกมาเดินย่อยอาหารกันสักหน่อย กับตลาดนัดกลางคืนหรือไนท์บาซา กับ ซิคาด้า หรือตลาดจักจั่นที่ยามค่ำคืนมีของแฮนด์เมดพื้นเมืองสุดน่ารัก ให้เลือกสรรหาเป็นของฝากหรือชอปปิ้งเพลินเพลินยากดึกได้อย่างสบายใจ (อาหารก็มีนะจ๊ะ) ของแฮนด์เมดมากมายในตลาดซิคาด้าให้เลือกชอปปิ้งกันอย่างจุใจ Day 2 @HuaHin Marriott Resort&Spa                               เริ่มเช้าวันที่สอง ไม่รอช้า รีบอาบน้ำและลงไปสำรวจความงดงาม                           ของบรรยากาศยามเช้าในโรงแรม มาชมกันค่ะว่าการตื่นเช้าเพื่อมารับความสดชื่น                       จากธรรมชาติจะสบายตาและรื่นรม แค่ไหนมาชมกันดีกว่าค่ะ บรรยากาศภายในโรงแรมมาริออท หัวหิน รีสอร์ทแอนสปา "เอาภาพทะเลสวยสวยริมที่พักมาฝากกันค่ะ" "ดวงอาทิตย์กำลังจะฉายแสงขึ้นบนท้องฟ้า" ฉายแววความเป็นฮิปสเตอร์บ้างอะไรบ้าง.... "ทุ่งดอกไม้สีสันสดใสยามเช้า ดูแล้วสดชื่นสบายตา"            เพลิดเพลินกับบรรยากาศของธรรมชาติยามเช้าแล้วก็ขอมาจัดเต็มกับอาหารเช้าของโรงแรมแมริออท ซักหน่อย เรียกได้ว่าครบจริงๆกับมื้อเช้า มีบริการทุกอย่างตั้งแต่อาหารไทย อเมริกันเบรคฟาสท์  ซีเรียลและสลัดต่างๆ เบเกอรี่ รวมถึงผลไม้และน้ำผลไม้คั้นสดร้อยเปอร์เซนต์ให้เลือกมากมายหลายอย่างแล้วแต่ชอบเลยค่ะ "จัดไม่นักนะที่เห็นนั้นผักเยอะมว๊ากกก แซลมอนสองสามชิ้นจริงๆนะ" "เบเกิ้ลแซลมอนรมควันกันหน่อยมั้ยจ๊ะ" "นม,โยเกิร์ต, ซีเรียล โฮลเกรนและเบอร์รี่ต่างๆก็มีให้บริการค่ะ" มาดูไลน์ของเบเกอรี่กันบ้างดีกว่าค่ะ เดนิชต่างๆทำได้น่าทานทีเดียว :) เริ่มหิวกันแล้วใช่มั้ยละจ๊ะ ^^" ไลน์ผลไม้สดก็มีให้เลือกสรรกันอย่างครบครัน       มุมนี้เรียกว่าเป็นมุมโปรดของทีมงานก็ว่าได้ค่ะ  ก็น้ำผลไม้สดร้อยเปอร์เซนต์แบบนี้จะอดใจไหวได้อย่างไร สามารถมิกซ์ได้ตามที่เราต้องการด้วยนะคะ  สดชื่นมากเลยล่ะ :) หลังจากเช็คเอ้าท์เราออกเดินทางไปต่อกันที่ "พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน" เวลาเปิด – ปิด :  08.30–16.00 น.  (ปิดวันพุธ) พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เปิดให้เข้าชมวันจันทร์-วันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 15 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาท สำหรับผู้เข้าชมเป็นหมู่คณะ    ต้องทำหนังสือถึงผู้กำกับการกองบังคับการฝึกพิเศษ  ค่ายพระรามหก  อำเภอชะอำ  จังหวัดเพชรบุรี  โทร.0 3250 8444-5, 0 3250 8039                   พระราชนิเวศน์แห่งนี้ โปรดเกล้าให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่พักตากอากาศในรัชกาลที่ 6 หรือเรียกว่าเป็นพระราชวังฤดูร้อน เป็นสถาปัตยกรรมแบบไทยประยุกต์คือ(ไทยผสมยุโรป)สร้างด้วยไม้สักทองลักษณะเป็นอาคาร2 ชั้น ควรแต่งการเข้าชมด้วยความสุภาพค่ะ สำหรับมื้อเที่ยงวันนี้ ก่อนที่จะกลับเข้าสู่กรงเทพฯ ทีมงานขอฝากท้อง ไว้ที่ "ร้านเสต็กหน้าวัง"ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน (ไว้จะพาไปดูรีวิวร้านนี้ตัวเต็มกันนะจ๊ะ) ครั้งหน้าทางทีมงาน MThai One Day Trip   จะพารีวิวจังหวัดไหนรับรองว่า "สนุกสนาน ประหยัดและอินเทรนด์แน่นอน" วันนี้ขอลาไปก่อน แวะซื้อของฝากที่ร้านบ้านขนมนันทวรรณก่อนกลับกรุงเทพเป็นอันปิดทริปนี้ "สวัสดีค่ะ" ขอขอบคุณ บัตรเครดิต KTC

VIXX คัมแบ็คปัง! สีสันจัดจ้าน!! ด้วยอัลบั้มใหม่ Zelos
Dynamite /  Vixx / 

VIXX บอยแบนด์สุดฮอตแห่งค่าย Jellyfish Entertainment กลับมาอีกครั้งพร้อมอัลบั้มใหม่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสัน VIXX (วิกซ์) บอยแบนด์จากค่ายเพลงเกาหลี Jellyfish Entertainment ปล่อยอัลบั้มใหม่ที่ชื่อว่า Zelos พร้อมซิงเกิ้ลโปรโมท Dynamite ซึ่งมีจังหวะกลางๆ แต่มีสีสัน นอกจากโปรดักชั่นของมิวสิควิดีโอจะอลังการสมศักดิ์ศรี VIXX แล้ว งานนี้หนุ่มๆ ยังมีวิดีโอคลิปโชว์การเต้นในเพลง Dynamite เวอร์ชั่นจากกล้อง CCTV มาสร้างสีสันเพิ่มเติมอีกด้วย และล่าสุด VIXX ก็ได้คว้าชัยชนะแรกสำหรับซิงเกิ้ลนี้ในรายการ The Show พิสูจน์ได้ถึงความสำเร็จของตัวเพลง Dynamite ในเกาหลีเป็นอย่างดี 빅스(VIXX) - '다이너마이트' (Dynamite) Official M/V youtube channel : RealVIXX VIXX เป็นวงบอยแบนด์เกาหลี ประกอบไปด้วยสมาชิกทั้งหมด 6 คน ได้แก่ N (หัวหน้าวง), Leo, Ken, Ravi, Hongbin และ Hyuk พวกเขาเริ่มมีชื่อเสียงในเกาหลีจากเพลง Voodoo Doll ซึ่งเป็นซิงเกิ้ลแรกที่สามารถกวาดรางวัลที่หนึ่งในรายการเพลง นอกจากนี้ด้วยความอลังการและแตกต่างในผลงาน ทำให้ VIXX ถูกขนานนามว่าเป็น 'บอยแบนด์เจ้าแห่งคอนเซ็ปต์' 빅스(VIXX) - 별빛에게 바치는 스페셜 영상(안무연습 CCTV ver.) youtube channel : RealVIXX นอกจากโด่งดังในประเทศเกาหลีแล้ว VIXX ยังมีผลงานเพลงและทำกิจกรรมโปรโมทในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น การปล่อยซิงเกิ้ล Error เวอร์ชั่นภาษาจีนที่ไต้หวัน และล่าสุดพวกเขาก็ได้เริ่มทัวร์คอนเสิร์ตญี่ปุ่นแบบเต็มรูปแบบในหลายๆ จังหวัดด้วยกัน แฟนเพลงชาวไทยสามารถดาวน์โหลดผลงานเพลงของ VIXX ในรูปแบบดิจิตอลได้แล้ว ที่ Qikplay.com มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เกิร์ลกรุ๊ป K-POP ในลุค 'เชียร์ลีดเดอร์'... ใครวิน?
AOA /  Cheer Up / 

แม้จะมีคนบอกว่า 'กระแสแฟชั่นมีแนวความคิดไม่มีที่สิ้นสุด' แต่ถ้าสังเกตดีๆ ก็จะเห็นว่าแฟชั่นหลายสไตล์ก็หวนกลับมาฮิตให้เราได้รู้สึก 'คุ้นๆ' อยู่เสมอ ดูอย่างแฟชั่นของเกิร์ลกรุ๊ป K-POP คอนเซ็ปต์เชียร์ลีดเดอร์ ซึ่งให้ความรู้สึกทะมัดทะแมง มีชีวิตชีวา แต่ก็แฝงเสน่ห์ของความเป็นหญิงสาว ความน่ารักเหล่านี้ทำให้สไตลิสต์อดไม่ได้ที่จะหยิบคอสตูมสไตล์เชียร์ลีดเดอร์มาให้ไอดอลสาวสวมใส่อยู่บ่อยๆ... งั้นมาดูสาวๆ เกิร์ลกรุ๊ป K-POP ในลุคเชียร์ลีดเดอร์กันหน่อยมั้ย!? คัมแบ็คด้วยลุคเชียร์ลีดเดอร์สดใสซุกซน ผ่านผลงานใหม่ Cheer Up เลยทำเอาเกิร์ลกรุ๊ปมาแรง วง TWICE อดโดนเปรียบเทียบไม่ได้ว่าคอนเซ็ปต์ของพวกเธอช่างละม้ายคล้ายเกิร์ลกรุ๊ปรุ่นพี่ซะเหลือเกิน TWICE(트와이스) "CHEER UP" M/V youtube channel : jypentertainment เจ็ดสาว AOA โปรโมทเพลง Heart Attack ด้วยคอนเซ็ปต์สปอร์ตเกิร์ลที่ได้ฟีลของนักกีฬาสุดทะมัดทะแมง ผสมผสานกับอิมเมจเชียร์ลีดเดอร์สุดเซ็กซี่ อวดหุ่นหวิวเล็กๆ ให้แฟนๆ ได้พอซี้ดซ้าด AOA - 심쿵해 (Heart Attack) Music Video youtube channel : AOA (에이오에이) Red Velvet สี่สาวเกิร์ลกรุ๊ป(ในตอนนั้น) หยิบเอาคอสตูมในคอนเซ็ปต์เชียร์ลีดเดอร์ มาผสมผสานกับความแฟนตาซี ทำให้ผลงานเพลงเดบิวต์ของพวกเธอ อย่าง Happiness ดูสะดุดตาไม่น้อย Red Velvet 레드벨벳_행복(Happiness)_Music Video youtube channel : SMTOWN ถ้าเป็นเชียร์ลีดเดอร์ในชีวิตจริง สาวๆ SISTAR คงจะสุดแก่นเซี้ยวเปรี้ยวซ่า เพราะในเอ็มวีเพลง SHAKE IT แม้จะอยู่ในลุคนักเรียนสาว สปอร์ตเกิร์ล หรือเชียร์ลีดเดอร์ พวกเธอก็เสิร์ฟความเซ็กซี่อย่างจัดเต็ม! [MV] SISTAR(씨스타) _ SHAKE IT youtube channel : 1theK (원더케이) ย้อนหลังไปหลายปีก่อน Girls' Generation ส่งเพลงอิเล็คโทรนิกป๊อป อย่าง Oh! ให้ฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมือง ไม่เพียงเท่านั้น เพราะชุดคอนเซ็ปต์เชียร์ลีดเดอร์สาว เสื้อเอวลอย+กางเกงขาสั้น ยังกลายเป็นแฟชั่นสุดฮอตในหมู่สาวๆ อีกด้วย Girls' Generation(소녀시대) _ Oh! _ MusicVideo youtube channel : sment มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com