มาสค์ไรเดอร์ โฟเซ่

คลิปตาดูดาว เท้าติดดิน3 /  ตกเหวคอนโดมิเนียม / 

"พานทองแท้" แพร่คลิป "ตาดูดาว เท้าติดดิน 3" ตอน “ตกเหวคอนโดมิเนียม” ปลุกคนแพ้ให้ลุกขึ้นสู้ นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คเพจ “Oak Panthongtae Shinawatra” พร้อมเผยแพร่คลิป “การ์ตูนอะนิเมชั่น” เรื่อง “ตาดูดาวเท้าติดดิน” ตอนที่ 3 “ตกเหวคอนโดมิเนียม” โดยนายพานทองแท้ระบุว่า คลิปดังกล่าวเป็นเรื่องราวของการทำธุรกิจที่ล้มเหลวของพ.ต.ท.ทักษิณ แต่เมื่อล้มแล้วก็ต้องลุกขึ้นมาสู้ใหม่ อยู่ที่ตัวเราจะจมปลักอยู่กับความพ่ายแพ้ หรือจะลุกขึ้นมาสู้กับมันใหม่ โดยไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา ทุกคนย่อมมีโอกาส ที่ตัวเองจะไขว่คว้าเอาไว้ และภายใต้โอกาสนั้นๆอาจเจออุปสรรค จนกระทั่งประสบกับความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า ชีวิตคนที่ประสบความสำเร็จมาด้วยตัวเอง ร้อยทั้งร้อยต่างก็เคยผิดพลาด และผ่านช่วงที่ล้มลุกคลุกคลาน ของชีวิตมาแล้วทั้งนั้น "คุณพ่อผมเป็นคนคิดอะไรเร็ว สนใจในวิทยาการใหม่ๆ และมักจะเป็นผู้ที่ริเริ่มทำอะไรใหม่ เป็นรายแรกๆเสมอ" ก่อนที่คุณพ่อจะมาจับธุรกิจโทรศัพท์มือถือ ได้เคยลองผิดลองถูก โดยสร้างโรงหนังที่เชียงใหม่แล้วขาดทุน มาอยู่กรุงเทพฯ หันมาสร้างคอนโดมิเนียมขาย นับเป็นรายแรกๆของไทย แต่โอกาสไม่เอื้ออำนวย กลับประสบปัญหาขาดทุนซ้ำสองเข้าไปอีก สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ คุณพ่อผมถือว่าเป็น "โอกาสและอุปสรรคของรายแรก” ที่มีโอกาส "แจ้งเกิด" และ "แจ้งดับ" มากกว่าธุรกิจที่ทำตามคนอื่น ซึ่งมีผู้ "ทดสอบตลาด" ให้เรียบร้อยแล้ว ความเสี่ยงอาจจะน้อย แต่ผลตอบแทนก็จะน้อยลงตามไปด้วย คุณพ่อสอนผมเสมอว่า "ถ้าเราประสบความสำเร็จจากการเป็นผู้ริเริ่มรายแรก ผลตอบแทนและความมั่นคง ในการดำเนินธุรกิจ ย่อมสูงกว่าผู้ที่ดำเนินการตามเรา เป็นรายที่ 2,3,4.." ทุกคนย่อมมีโอกาส ที่ตัวเองจะไขว่คว้าเอาไว้ และภายใต้โอกาสนั้นๆอาจเจออุปสรรค จนกระทั่งประสบกับความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า ชีวิตคนที่ประสบความสำเร็จมาด้วยตัวเอง ร้อยทั้งร้อยต่างก็เคยผิดพลาด และผ่านช่วงที่ล้มลุกคลุกคลาน ของชีวิตมาแล้วทั้งนั้น "อยู่ที่ตัวเราจะจมปลักอยู่กับความพ่ายแพ้ หรือจะลุกขึ้นมาสู้กับมันใหม่ โดยไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา" MThai News

รวบกลุ่มผู้ต้องหามั่วสุมเสพยาคาคอนโดพัฒนาการ
ข่าววันนี้ /  คอนโดพัฒนาการ / 

ตำรวจรวบกลุ่มผู้ต้องหามั่วสุมเสพยาเสพติดคาคอนโดย่านพัฒนาการ พบของกลางเป็นอุปกรณ์การเสพจำนวนหนึ่ง ตำรวจ สน.คลองตัน ควบคุมตัว นายปกรณ์ สิงห์สระน้อย พร้อมพวก เป็นชาย 2 คน หญิง 5 คน รวม 7 คนหลังสืบทราบว่า ทั้งหมดมีการเปิดห้องพักในคอนโดแห่งหนึ่งย่านพัฒนาการเพื่อมั่วสุมเสพยาเสพติดและเปิดเพลงเสียงดัง ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการร้องเรียนจากผู้พักอาศัยในคอนโดดังกล่าว เมื่อตำรวจนำกำลังเข้าไป พบทั้งหมดอยู่ภายในห้อง และพบว่า มียาอี 5 เม็ด ยาเค 3 ขวด ยาไอซ์ และอุปกรณ์การเสพจำนวนหนึ่งวางอยู่ภายในห้อง เมื่อตรวจค้นยังพบยาเสพติดของกลางซุกซ่อนอยู่ภายในตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ตำรวจจึงควบคุมตัวทั้งหมดมาสอบปากคำที่สน.คลองตัน พร้อมส่งตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปตรวจที่โรงพยาบาลและพบว่าทั้งหมดมีสารเสพติดในร่างกาย จึงแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันมียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และมียาเสพติดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จากการสอบสวนทั้งหมดรับสารภาพว่าซื้อยาเสพติดมาจากสถานบันเทิงย่านอโศก โดยมีพนักงานในร้านเป็นผู้นำมาขายให้และอ้างว่าเพิ่งเปิดห้องพักเสพยาเป็นครั้งแรก แต่มาถูกตำรวจจับกุมเสียก่อน

ป้าสังเวียนรู้สึกตัวดีไข้สูงหมอทำแผลวัน 2รอบลดเสี่ยงติดเชื้อ
จุดไฟเผาตัวเอง /  ป้าสังเวียน / 

แพทย์วชิระ เผย "ป้าสังเวียน" อาการรู้สึกตัวดี ยังคงมีไข้สูง เพิ่มการทำแผลเป็นวันละ 2 ครั้ง เพื่อลดภาวะความเสี่ยงจากการติดเชื้อ น.พ.พล เลิศ พันธุ์ธนากุล รองคณบดีฝ่ายบริการ ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิรพยาบาล เปิดเผยความคืบหน้าอาการ ของ นางสังเวียน รักษาเพ็ชร ชาวนาจังหวัดลพบุรี อายุ 52 ปี ที่ก่อเหตุจุดไฟเผาตัวเองเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังเข้าร้องเรียนเรื่องหนี้สินนอกระบบที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงาน ก.พ. เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ที่ผ่านมาว่า หลังจากการตรวจอาการของคนไข้ในวันนี้พบว่าอาการโดยทั่วไปคนไข้ รู้สึกตัวดี ให้ความร่วมมือในการทำแผลดี ทีมแพทย์-พยาบาลได้ทำแผลให้ตามปกติ แต่เพิ่มการทำแผลเป็นวันละ 2 ครั้ง เพื่อลดภาวะความเสี่ยงจากการติดเชื้อ ด้านสัญญาณชีพอื่นปกติเป็นที่น่าพอใจ การหายใจยังคงสัมพันธ์กับเครื่องช่วยหายใจ แต่ยังคงมีไข้สูงอยู่ ด้าน หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ให้โทรมาสอบถามอาการของ นางสังเวียน ทุกวัน และจะได้รายงานอาการต่อนายกรัฐมนตรีให้ทราบ ถือเป็นการช่วยสร้างขวัญกำลังใจให้แก่แพทย์-พยาบาล เป็นอย่างมาก และ น.พ.พลเลิศ ยังกล่าวอีกว่า ท่านที่มีจิตศรัทธาอยากจะร่วมบริจาคเพื่อช่วยซื้อผ้าพันแผลซึ่งเป็นวัสดุที่ มีความจำเป็นต้องใช้ สามารถโอนเงินผ่านธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสามเสน เลขที่บัญชี 0732064833 ในนาม มูลนิธิวชิรพยาบาล กองทุนช่วยเหลือผู้ป่วยไฟไหม้-น้ำร้อนลวก จะเป็นพระคุณยิ่ง

โบรกฯคาดหุ้นไทย ผันผวน ตามภูมิภาค
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

โบรกฯคาดหุ้นไทย ผันผวนตามภูมิภาค แต่มีแนวโน้มลงต่อ ชะลอเก็งกำไร ซื้อที่แนวรับ 1,520-1,500 จุด บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส วิเคราะห์ว่า เมื่อวานนี้ดัชนีฯหุ้นไทยดีดกลับขึ้นได้ดีในช่วงต้นชั่วโมง ก่อนที่จะมีแรงขายออกมากดดันให้ดัชนีค่อยๆ ไหลย้อนลงมาเป็นลบอีกครั้ง เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่ๆ เข้ามาหนุน ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปส่วนใหญ่เปิดทำการเป็นลบมากพอควร หลังเยอรมนีเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิตลดลงมากกว่าคาด อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตลาดหุ้นยุโรปปิดเป็นลบอยู่ แต่ตลาดหุ้นสหรัฐยังมีแรงซื้อกลับเข้ามา หลังจากดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลงแรงในช่วงต้น โดยได้รับแรงหนุนจากมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทเอกชนในสหรัฐ ทำให้สุดท้าย DJIA ยังปิดบวกได้เล็กน้อย ส่งผลให้ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดทำการไม่ได้เลวร้ายนัก โดยยังมีลักษณะแกว่งตัวบวก-ลบแคบๆ คาดว่าวันนี้ดัชนีฯก็น่าที่จะยังแกว่งทรงตัวเป็นบวก หรือลบไม่กว้างมากนักได้ แต่ถ้ายังไม่มีปัจจัยสนับสนุนใหม่ๆ เข้ามาเสริม เราคาดว่าจะเป็นการทรงตัวเพื่อรอปรับลงต่ออีก ซึ่งกรอบบวกช่วงนี้น่าจะยังจำกัด ดังนั้น จึงไม่น่าสนใจในการที่จะตามเข้าเทรดดิ้ง โดยให้รอจังหวะซื้ออีกครั้งเมื่อใกล้แนวรับที่ 1,520-1,500 จุด และแนวต้านที่ 1,530-1,540 จุด ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต ประเมินว่า แม้ดัชนีฯหุ้นไทยอ่อนแอกว่าที่คาดการณ์ไว้เมื่อวาน อย่างไรก็ตาม ยังคาด Technical Rebound ระยะสั้นไปที่ 1,545-1,555 จุด หลังปิด Gap ทางเทคนิคที่ 1,520 จุด ไปแล้วตั้งแต่สัปดาห์ก่อนขณะที่แนวโน้มการฟื้นตัวระยะสั้นของ Dow Jones และตลาดหุ้นหลักในยุโรป คาดว่าจะเป็นตัวช่วยหนุนการดีดกลับระยะสั้น กลุ่มธนาคาร มีแนวโน้มแข็งแกร่งกว่าตลาด พอร์ตหลัก แนะนำซื้อหุ้นกลับเข้าพอร์ตเป็น 90-100% ต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้ โดยเน้นกลุ่มหุ้น Domestic Plays โดยเฉพาะกลุ่มธนาคาร ที่มีแนวโน้มแข็งแกร่งกว่าตลาด อย่าง KBANK, BBL รวมไปถึงกลุ่มอสังหาฯ ที่คาดการณ์กำไรไตรมาส 3 ออกมาดีอย่าง SPALI ขณะที่กลุ่มสื่อสารแนะนำ ADVANC, INTUCH และ SAMART หุ้นเด็ดรายตัว คลิ๊ก>>>>>>> MThai News

เจ๋งต่อเนื่อง! โปรแหวน พรอนงค์ ได้ลุ้นแชมป์กอล์ฟKEBฮานาแบงก์
กอล์ฟแอลพีจีเอทัวร์ /  ธิฎาภา สุวัณณะปุระ / 

การแข่งขันกอล์ฟ แอลพีจีเอ ทัวร์ รายการ เคอีบี ฮานาแบงก์ แชมเปี้ยนชิพ ณ เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 18 ต.ค.57 เป็นการดวลวงสวิงวันที่ 3 ปรากฏว่า โปรแหวน พรอนงค์ เพชรล้ำ สวิงสาวมือ 26 ของโลก และเป็นเบอร 1 ของไทย หวดเพิ่มอีก 3 อันเดอร์ ทำให้สกอร์รวมไปอยู่ที่ 4 อันเดอร์พาร์ ขึ้นไปอยู่อันดับ 3 ร่วมกับ ปาร์ก อินบี ตามหลัง 2 ผู้นำร่วมอย่าง เบ็ก คยู ยองและแบ อี คยอง ที่มีสกอร์ 5 อันเดอร์พาร์ เพียงแค่สโตรกเดียว ทำให้ โปรแหวน พรอนงค์ มีสิทธิคว้าแชมป์กอล์ฟระดับแอลพีจีเอทัวร์ ครั้งแรกในชีวิต หลังเพิ่งพลาดได้แค่รองแชมป์ไซม์ ดาร์บี้ฯ ที่ประเทศมาเลเซีย มาแบบสดๆ ร้อนๆ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่อีก 2 ก้านเหล็กสาวไทย โปรโม โมรียา จุฑานุกาล ตีเกิน 7 โอเวอร์พาร์ รั้งอันดับ 60 ร่วม และโปรจูเนียร์ ธิฎาภา สุวัณณะปุระ ตีเกิน 10 โอเวอร์พาร์ รั้งอันดับ 69 ร่วม

อิไล U-KISS รับบทพระเอก Full House เวอร์ชั่นจีน
Full House /  ซีรี่ย์เกาหลี / 

ละครเรื่อง 'Full House' ที่นำแสดงโดย เรน (Rain) และซงฮเยคโย (Song Hye Kyo) เตรียมนำมาสร้างในเวอร์ชั่นละครจีน โดยอิไล U-KISS รับบทพระเอก Full House เวอร์ชั่นจีนนี้ด้วย...  อิไล U-KISS รับบทพระเอก Full House เวอร์ชั่นจีน เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม อ้างอิงจาก Group 8 บริษัทผู้ผลิตละคร ระบุว่า Group 8 เตรียมจับมือกับ Asia Media Holdings ของจีน สร้างละครเรื่อง 'Full House' เวอร์ชั่นจีนขึ้นร่วมกัน โดย 'Full House' ที่สร้างขึ้นมาจากต้นฉบับการ์ตูนในชื่อเรื่องเดียวกัน เป็นละครยอดนิยมที่ได้เรนกับซงฮเยคโยมารับบทนักแสดงนำในปี 2004 และได้รับความรักเป็นอย่างมากจนสามารถทำเรตติ้งได้ถึง 40% ซึ่งทาง Group 8 เปิดเผยว่า "ทางประเทศจีนก็กำลังคาดหวังให้ให้ความสนใจอย่างร้อนแรงในการจัดทำละครในครั้งนี้ครับ" สำหรับ 'Full House' เวอร์ชั่นจีน จะได้ PD อีมินชอล ที่เคยกำกับละครเรื่อง 'Can't Take It Anymore' ทางช่อง JTBC, '21st Century Family' ทางช่อง tvN มารับหน้าที่กำกับ โดยอิไล (Eli) แห่ง U-KISS ได้รับเลือกให้มาสวมบทพระเอกของเรื่อง ส่วนบทนางเอกในเรื่องจะมีการแคสติ้งจากการออดิชั่นที่ประเทศจีนหลังจากงานแถลงข่าวที่จะจัดขึ้นที่เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ในวันที่ 23 ตุลาคมนี้ และจะเข้าสู่การถ่ายทำอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนธันวาคม เป็นต้นไป โดยมีเป้าหมายจะออกอากาศในปีหน้า อนึ่ง Group 8 เป็นบริษัทผู้ผลิตละครของเกาหลีที่เคยสร้างผลงานละครยอดนิยมมานับไม่ถ้วน เช่น 'Goong', 'Boys Over Flowers', 'Couple of Fantasy' โดยในขณะนี้ได้จัดทำละครเรื่อง 'Tomorrow Cantabile' นำแสดงโดย จูวอน (Joo Won) และชิมอึนคยอง (Shim Eun Kyung) ซึ่งก็กำลังออกอากาศด้วยความนิยมอยู่ในขณะนี้ ข้อมูลจาก http://www.popcornfor2.com

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

ปิดจ็อบนางร้าย ชมพู่ วิญญาณ เรยา ไล่ไม่ไป
ชมพู่ อารยา /  ละครทรายสีเพลิง / 

หลังจากที่โยกย้ายมาจากวิกหมอชิตนางเอกสาว ชมพู่ อารยาเธอขอกลับมาเป็นนางเอกอีกครั้ง ด้วยการตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่ช่อง 3 แบบกล้าๆ กลัวๆ ว่าจะได้ขึ้นสวรรค์หรือตกม้าตาย แต่แล้วเหมือนสวรรค์มีตาส่งบทละครเรื่อง ดอกส้มสีทอง มาให้เธอ ทำให้สาวชมพู่แจ้งเกิดกับบท เรยา จนหลายๆ คนตั้งความหวังกับเธอไว้สูงว่า บทนางเอกดีๆ ละครดีๆ จะต้องวางตัวชมพู่เล่นเท่านั้น แต่งานนี้กลับผิดคาด เพราะละครบางเรื่องคนดูก็ยังติดภาพเดิมๆ ของเธอ จนแกะความเป็นเรยาไม่ออก เหมือนกับละครเรื่องทรายสีเพลิง ที่เรื่องนี้แฟนๆ ละครตั้งเป้ากับสาวชมพู่ว่าเธอจะต้องทำออกมาได้ดีเหมือนต้นฉบับ หมิว ลลิตา แต่สุดท้าย หลายๆ คนดู ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ทราย ในเรื่องนี้ บุคลิกท่าทางก็เหมือนกับ เรยา ทั้งท่าทาง สายตา อารมณ์ และคำพูด หรือว่าบทแนวร้ายๆ ของสาวชมพู่ จะต้องปิดจ็อบมาสเตอร์พีทอยู่ที่บทเรยา ชมพู่ อารยา ละครทรายสีเพลิง ชมพู่ อารยา ละครทรายสีเพลิง ชมพู่ อารยา ละครทรายสีเพลิง ชมพู่ อารยา ละครทรายสีเพลิง ชมพู่ อารยา ละครทรายสีเพลิง ชมพู่ อารยา

Biz Choices: หมูกะทะ เดลิเวอรี่
Biz Choice /  Biz Choices / 

หมูกะทะ เดลิเวอรี่ ส่งตรงถึงบ้านคุณ ในปัจจุบันเชื่อว่าหลายท่านคงต้องมองหาอาชีพเสริม เพื่อเพิ่มเติมรายได้ให้มีมากกว่าค่าใช้จ่าย แต่ทว่าหลายๆอาชีพเสริมที่ทำรายได้ดีนั้น มักหายากและส่วนใหญ่ก็มีคนทำไปหมดแล้ว ในครั้งนี้ Biz Choices จะมาแนะนำธุรกิจอาชีพเสริมที่น่าสนใจอย่าง หมูกะทะ เดลิเวอรี่ มาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับผู้ที่ต้องการหารายได้เสริม โดยในช่วงเวลาหลังเลิกงาน หรือแม้แต่วันหยุดเสาร์–อาทิตย์ ท่านที่ชอบออกไปทานอาหารนอกบ้านกับแบบครอบครัว หรือนัดเจอเพื่อนฝูงเพื่อเลี้ยงสังสรรค์ ก็คงหนีไม่พ้นร้านปิ้งย่างยอดฮิตอย่างร้านหมูกระทะ ที่สามารถพูดคุยกันอย่างเมามัน และรับประทานได้อย่างไม่จำกัด แต่บางท่านกลับประสบปัญหาในช่วงเวลาที่ต้องการไปรับประทาน กลับเจอปัญหาที่นั่งในร้านเต็ม และ จำนวนอาหารที่มีไม่เพียงพอซึ่งทำให้เกิดอาการเซงได้ง่ายๆ แต่ครั้งนี้หายอยากกินขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็ไม่จำเป็นต้องไปแย่งตักอาหาร นั่งเบียดที่ร้านหมูกะทะให้หัวเหม็นฉึ่งอีกต่อไป เพราะเดี๋ยวนี้เขามีบริการ “หมูกะทะ เดลิเวอรี่” ที่ส่งตรงถึงบ้านคุณ ให้ได้นั่งกินอย่างสบายใจ พร้อมอาหารและชุดอุปกรณ์แบบครบครัน โดยหมูกะทะ เดลิเวอรี่ จะมีบริการเหมือนกับร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดทั่วไป ที่จะจัดส่งอาหารถึงบ้านแต่จะแตกต่างตรงที่การให้บริการนั้น มีการจำกัดขอบเขตของการรับออเดอร์  โดยหากต้องการใช้บริการ ก็คงต้องหาที่มีการจัดส่งแถวบ้านของตนเองเนื่องจากผู้ให้บริการส่วนใหญ่ เป็นผู้ให้บริการรายย่อยที่หันมาทำอาชีพเสริมโดยจะจัดส่งภายในเขตที่อยู่อาศัยของตนเอง เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการจัดส่งนั่นเอง แต่การบริการนั้นก็จะมีการจัดส่งอาหารและมีอุปกรณ์ให้อย่างครบถ้วน แบบที่เรียกว่า กินที่บ้านเหมือนกับได้ทานที่ร้านกันเลยทีเดียว ราคาค่าอาหารก็มีหลายเรทด้วยกัน โดยส่วนใหญ่จะแบ่งเป็นชุด (ขอบคุณภาพจาก ชาบูกิลล์ หมูกะทะ delivery ) ชุดเล็ก ราคาตั้งแต่ 200-399 บาท สามารถรับประทานได้ 2-3 ท่าน ชุดกลาง ราคาตั้งแต่ 300 – 499 บาทสามารถรับประทานได้ 3-4 ท่าน ชุดใหญ่ ราคาตั้งแต่ 400- 599 บาทสามารถรับประทานได้ 4-5 ท่าน ซึ่งบางร้านก็จะมีชุดใหญ่พิเศษ มีราคาตั้งแต่ 600 ขึ้นไป สามารถรับประทานได้ 5 ท่านขึ้นไป อุปกรณ์ที่จะจัดส่งมาพร้อมกับอาหาร เตา (ทั้งแบบไฟฟ้า และ เตาถ่าน) + กะทะ + ถ่าน + ตะเกียบ สำหรับรายการสินค้า ก็จะมีลักษณะคล้ายกับอาหารภายในร้านหมูกะทะ  (ขอบคุณภาพจาก Turbo หมูกระทะรถซิ่ง ) 1.เนื้อหมู (สันนอก,สันใน,สันคอ,สามชั้นสไลท) 2.เนื้อไก่ 3.อาหารทะเล (กุ้งหมึก,ปลาหมึก,ปลา) 4.ตับ 5.ลูกชิ้น (หลายชนิด) 6.ข้าวผัด (บางที่) 7.ผักสด 8.น้ำซุป 9.วุ้นเส้น 10.ไข่ 11.น้ำจิ้มสุกี้,น้ำจิ้มซีฟู๊ด 12. และอื่นๆ ตามแต่ผู้ให้บริการ โดยบริการหมูกะทะ เดลิเวอรี่ ส่วนใหญ่ผู้ให้บริการจะเปิดรับออเดอร์หลังเลิกงาน ตั้งแต่ 18.00 น. เป็นต้นไป โดยเมื่อรับประทานเสร็จแล้ว ผู้ใช้บริการก็จะโทรไปบอกทางร้านเพื่อให้มาเก็บอุปกรณ์ ซึ่งถือว่าสะดวกต่อผู้ใช้บริการ เนื่องจากจะได้ไม่ต้องมานั่งล้าง นั่งเช็ดเอง ก็ถือว่าสบายไปอีกแบบ ทั้งนี้ธุรกิจหมูกะทะ เดลิเวอรี่ ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่สามารถสร้างรายได้เสริม ด้วยการลงทุนที่น้อยแต่รายได้งาม เพียงแค่ต้องมีความขยันในการบริการ ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหารายได้พิเศษหลังจากทำงานประจำในทุกๆวัน ถือว่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่กำลังมาแรงในขณะนี้ MThai News

ม็อบมิลานเป็นเหตุ 'ปวิน'ปะทะ 'วาสนา นาน่วม'
กระบอกเสียงคสช. /  คสช. / 

"ปวิน" ฉะ "วาสนา นาน่วม" เป็นกระบอกเสียงให้คสช. ผิดหวังทำหน้าที่สื่อไม่เป็นกลาง แนะนักข่าวอย่าเอาอย่าง วาสนาโต้ พูดแรงไป! นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเกียวโต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว "Pavin Chachavalpongpun" แสดงความคิดเห็นถึง น.ส.วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหาร ที่นำเสนอข่าวว่า ไม่มีม็อบต้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ที่เดินทางเข้าร่วมประชุมอาเซม ที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ซึ่งนายปวิน ระบุว่า "ผมผิดหวังในตัวคุณวาสนา นาน่วมมาก ที่เป็นกระบอกเสียงให้ คสช.แทนที่จะทำหน้าที่สื่ออย่างตรงไปตรงมา กรณีงานที่มิลานชี้ว่า คุณวาสนาเล่นด้วยกับการไม่พูดความจริงของสรรเสริญ (พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกรัฐบาล) วันนี้ผมเลยขอเขียนตำหนิคุณวาสนา และร้องขอให้ผู้สื่อข่าวที่ยังมีจรรยาบรรณเหลืออยู่ อย่าได้เอาเยี่ยงอย่าง" โดยก่อนหน้านี้น.ส.วาสนา ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊คส่วนตัว "Wassana Nanuam" ว่า "ร่วมแจมม็อบฝรั่ง ขอถ่ายภาพ สร้างข่าว..."เสธ.ไก่อู"แจง คนไทยแค่ร่วมแจมม็อบอิตาลี ต้านเหยียดสีผิว เพื่อหวังสร้างภาพสร้างข่าว แต่ไม่ใช่ตัดต่อภาพ เผยตรวจสอบไปกับทีมนายกฯ ยืนยันว่าไม่มีเหตุประท้วงในเวลานั้น เพราะเกิดพื้นที่อื่น ระบุมีคนไทยสบโอกาสไปร่วมม็อบ น.ศ.มิลาน ต้านสีผิวถ่ายภาพสร้างข่าว พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกรัฐบาล แจง ไม่ได้ระบุว่าภาพการประท้วงต่อต้าน พล.อ.ประยุทธ์ นั่นเป็นการตัดต่อ แต่เนื่องจากมีนักข่าวโทรมาถามหลายสำนัก หลังมีภาพเผยแพร่ทางออนไลน์ ตนเองจึงตรวจสอบไปกับทีมที่ติดตามนายกฯ ก็ยืนยันว่าไม่มีเหตุประท้วงใดๆ มีแต่คนไทยมาให้กำลังใจนายกฯ ทั้งนี้ ในเวลานั้นยังไม่รู้ เพราะเหตุการณ์นี้เกิดในพื้นที่อื่น โดยพบว่า มีคนไทยบางคนที่ตนไม่อยากระบุชื่อ อาศัยโอกาสที่นักศึกษาอิตาลี เดินขบวนต่อต้านการเหยียดสีผิว ไม่ใช่การต้านนายกฯ ไทย แต่ไปขอร่วม และขอให้นักศึกษาช่วยถือป้ายด้วย แล้วถ่ายภาพถ่ายคลิปในหลายมุม เพื่อมาสร้างข่าวให้ดูว่า ชาวมิลานร่วมด้วยจำนวนมาก แต่จริงๆ เป็นแค่การไปขอร่วม เพื่อหวังผลนั่นเอง" ทั้งนี้ หลังจากที่นายปวินได้โพสต์ข้อความดังกล่าวลงเฟซบุ๊ค ก็ได้มีการโพสต์ตอบโต้กลับไปมาระหว่าง น.ส.วาสนา กับ นายปวิน โดยน.ส.วาสนา ตอบโต้ว่า "นายปวินเขียนด่าแรงไป เพราะการนำเสนอข่าวดังกล่าว ก็นำเสนอตามที่ พล.ต.สรรเสริญ (เสธ.ไก่อู) ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่มีม็อบต้านนายกฯ ที่อิตาลี สื่อฉบับอื่นก็นำเสนอข่าวเหมือนกันหมด และที่มาหาว่าชะเลียนายกฯ นั้นก็ไม่เป็นความจริง แค่นำเสนอข่าวไปตามความจริง" ส่วน นายปวิน โต้ว่า "แค่อยากเตือนการนำเสนอข่าว ว่าอย่าเอนเอียงไปทางทหาร รายงานในสิ่งที่ทหารสั่งให้รายงาน โดยไม่ตั้งข้อสงสัย ผมถือว่าเป็นการบิดเบือนข่าวสาร ซึ่งผมทำหน้าที่ของนักวิชาการในการวิพากษ์วิจารณ์ ไม่ได้เกลียดเป็นการส่วนตัว และทิ้งท้ายว่า จะไม่ยอมให้ทหารใช้สื่อหลอกประชาชน" ข้อมูลจากแนวหน้า MThai News

ยอดจดทะเบียนธุรกิจใหม่ 9 เดือนติดลบ
กระทรวงพาณิชย์ /  ข่าวกระทรวงพาณิชย์ / 

พาณิชย์เผยยอดจดทะเบียน 9 เดือนแรกปีนี้ยังติดลบ กระทรวงพาณิชย์ เผยยอดจดทะเบียน 9 เดือนแรกปีนี้ยังติดลบ เชื่อ ไตรมาส 4 กลับมาขยายตัวสูงสุด หลังมาตรการรัฐส่งผล นางสาวผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงสถิติการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2557 ว่า มีผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ จำนวน 46,341 ราย ในขณะที่ในช่วงไตรมาส ที่ 3 ของปี มีการจดทะเบียนทั้งสิ้น 16,875 ราย ลดลง ร้อยละ 8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ ยังอยู่ในระหว่างการปรับตัวรับกับสถานการณ์ทางการเมือง และเชื่อว่าในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี แนวโน้มสถิติการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่จะปรับตัวสูงสุด หลังจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลเริ่มส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจให้ปรับตัวดีขึ้นแล้ว MThai News

ชอนจิน ชินฮวา ส่งคลิปยืนยัน จัดแฟนมีตติ้งในไทย 22 พ.ย. นี้
junjin /  JunJin Thailand Fan Meeting 2014 / 

ชอนจิน ชินฮวา ส่งคลิปยืนยันแฟนมีตติ้งในไทย - คัมแบ็ค! 22 พ.ย. นี้ JunJin Thailand Fan Meeting 2014 'ชินฮวาชางโจ' เตรียมฟินกระจาย!! เพราะเหตุการณ์ความไม่สงบของบ้านเมืองในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้งานแฟนมีตติ้งเดี่ยวครั้งแรกของ ชอนจิน (JunJin) หนึ่งในสมาชิกวง ชินฮวา เจ้าของตำนานบอยแบนด์ชื่อดังของวงการเพลงเกาหลีที่คนไทยรู้จักกันดี ต้องเลื่อนไปจากกำหนดเดิม มาวันนี้ก็ถึงเวลาคัมแบ็ค! โดยยังคงเป็นการร่วมมือกันของ บริษัท อกาลิโก มูฟ จำกัด (Agalico Move Co., Ltd ) กับ ชอนจิน (JunJin) ภายใต้ชื่องานว่า ชอนจิน ไทยแลนด์ แฟนมีตติ้ง 2014 (JunJin Thailand Fan Meeting 2014) ในวันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายนนี้ โดย ชอนจิน ได้ประกาศความพร้อมด้วยการส่งคลิปยืนยันเตรียมลัดฟ้ามาสร้างความสนุกสนาน ร่วมกับ ชินฮวาชางโจ (ชื่อแฟนคลับ) ให้ได้ฟินกันแน่ ชอนจิน เป็นหนึ่งในสมาชิกวง ชินฮวา ที่ได้ชื่อว่าเป็นตำนานบอยแบนด์ชื่อดังของเกาหลี โดยมีผลงานกลุ่มร่วมกับสมาชิกวงชินฮวาทั้ง 6 คน มากถึง 11 อัลบั้ม ได้แก่ อัลบั้ม Resolver, T.O.P., Only One, Hey,Come on, Perfect Man, Wedding, Brand New, State of The Art, Volume 9 (อัลบั้มส่งท้ายก่อนที่สมาชิกจะเข้ากรม) และออกอัลบั้มที่ 10 The Return เป็นการฉลองการกลับมาคืนเวทีอีกครั้งหลังจากที่สมาชิกทุกคนไปรับใช้ชาติกลับมา ก่อนจะมาถึงอัลบั้มที่ 11 The Classic เพื่อฉลองการครบรอบ 15 ปีของวง ชินฮวา นอกจากนั้นยังคาดว่าพวกเขาจะมีอัลบั้มที่ 12 ให้แฟนๆ ได้ติดตามในเร็วๆ นี้ด้วย โดย ชินฮวา เพิ่งจะมีคอนเสิร์ตครบรอบ 16 ปีไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากเหล่า ชินฮวาชางโจ การันตีจากบัตรเข้าชมคอนเสิร์ตที่ขายหมดภายในระยะเวลาเพียง 1 ชั่วโมง! ฟาก ชอนจิน ก็ยังมีผลงานเดี่ยวของตัวเองอีก 1 ซิงเกิ้ล คือ Love doesn’t come และอีก 2 อัลบั้ม คือ New Decade และ Fascination และด้วยความเป็นเอนเตอร์เทนเนอร์รอบด้าน หนุ่ม ชอนจิน ก็ยังโชว์ฝีมือทางด้านการแสดง โดยมีผลงานแสดงทั้ง ซิทคอมเรื่อง Non Stop และ Banjun Drama, ซีรี่ส์เรื่อง Nine Tailed Fox ซึ่งแสดงร่วมกับนางเอกแสนสวยนัยน์ตาคม คิมแตฮี, Let’s go to the Beach, Here he comes แถมยังได้ร่วมแสดงซีรี่ส์ที่ประเทศจีน เรื่อง You are my dream และยังร่วมรายการทีวียอดฮิต X-man, Love Letter, Infinite Challenge, We’re got married และ Shinhwa Broadcast อีกด้วย สำหรับงานแฟนมีตติ้ง ชอนจิน ไทยแลนด์ แฟนมีตติ้ง 2014 (JunJin Thailand Fan Meeting 2014) มีกำหนดจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2557 ณ โรงละคร เดอะ สเตจ แอท เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เวลา15.00 น. เป็นต้นไป บัตรราคา 5,000 / 4,000 / 3,000 และ 2,000 บาท โดยสามารถหาซื้อบัตรกันได้ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม 2557 เป็นต้นไป ทางไทยทิกเก็ตเมเจอร์ทุกช่องทางการจำหน่าย ไม่ว่าจะทางเว็บไซต์ www.thaiticketmajor.com หรือ โทร. 02-262-3456 ... งานนี้ขอย้ำว่า ใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ ชอนจิน และ ชินฮวา ถึงเวลาของพวกคุณแล้วที่ไม่ควรพลาดจริงๆ! ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

จีทีเอช เปิดโปรเจ็ค เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน ซีรีส์ผี 13 ตอน ออนแอร์ 1 พ.ย. นี้
จีทีเอช /  ซีรีส์ / 

ทุกโรงเรียน...มีอดีตที่อยากปิดบัง มีเหตุการณ์ที่ไม่อยากพูดถึง  มีนักเรียนที่อยากลืม และมีเรื่องลึกลับที่รอวันเปิดเผย จีทีเอช ขอชวนมาสยองกับเรื่องหลอนในรั้วโรงเรียน ในละครซีรีส์ชุดใหม่ เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน ผลงานจาก 13 ผู้กำกับไฟแรง อาทิ เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี, จิม โสภณ ศักดาพิศิษฏ์, ปิง เกรียงไกร วชิรธรรมพร, ปัฏฐา ทองปาน และ เอกสิทธิ์ ไทยรัตน์ นอดจากนี้ ใน เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน คุณจะไดพบกับเหล่านักแสดงมากฝีมือ ไม่ว่าจะเป็น มาร์ช จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล, ปันปัน สุทัตตา อุดมศิลป์  ,ไมเคิล ศิรชัช เจียรถาวร, ฝน ศนันธฉัตร ธนพัฒน์พิศาล, ท็อป  ณภัทร โชคจินดาชัย, เหนิง กัญญาวีร์  สองเมือง, เบลล์ เขมิศรา พลเดช, แบงค์ ธิติ มหาโยธารักษ์, แพรวา ณิชาภัทร  ฉัตรชัยพลรัตน์, กันต์ ชุณหวัตร, เฟม ชวิน ลิขิตเจริญพงศ์, สมาย โสรญา ฐิตะวชิระ  และนักแสดงวัยรุ่นอีกมากมาย ที่จะมาเปิดประสบการณ์ความกลัวครั้งใหม่!!  ซึ่ง เดียว วิชชพัชร์ โกจิ๋ว กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีทีเอช ออนแอร์ จำกัด กล่าวว่า "จากการตอบรับที่ดีของซีรี่ส์ จีทีเอช ไซด์ สตอรี่ ที่เคยฉายทางช่องจีทีเอช ออนแอร์  ทำให้เรารู้ว่าซีรีส์ผีแบบจบในตอน มีคนดูที่ชื่นชอบและติดตามกันเยอะมาก ทางจีทีเอชก็เลยพัฒนาโปรเจ็คใหม่ขึ้นมา เพื่อเอาใจแฟนๆที่ชอบเรื่องเร้นลับโดยเฉพาะ โดยทำเป็นซีรี่ส์ 13 ตอน  ในชื่อว่า เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน เป็นการต่อยอดจากเหตุการณ์หลอนๆในรั้วโรงเรียน ซึ่งจากการทำรีเสิร์ช  ทำให้รู้ว่าประเด็นเรื่องผีในโรงเรียนมีเยอะมาก บางคนอาจจะเคยเจอมากับตัว หรือเป็นคำบอกเล่าที่บอกกันมาแบบปากต่อปาก"   13 ผู้กำกับซีรีส์ เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน เดียว วิชชพัชร์ กล่าวเสริมอีกว่า "พอลองพัฒนาบทเลยได้ไอเดียออกมาเป็น 13 เรื่อง โดยผู้กำกับ 13 คน ซึ่งมีทั้งมืออาชีพอย่าง จิม โสภณ ผู้กำกับหนังลัดดาแลนด์, ปิง เกรียงไกร จากซีรี่ส์ฮอร์โมนฯ, เอกสิทธิ์ ไทยรัตน์ คนเขียนบทหนังบอดี้..ศพ #19 และนักวาดการ์ตูนสยองขวัญ  และผู้กำกับดาวรุ่งอย่าง เต๋อ ฉันทวิชช์  ที่เขียนบทหนังของจีทีเอชมาแล้วหลายเรื่อง อย่าง พี่มาก..พระโขนง ฯลฯ รวมไปถึงผู้กำกับไฟแรง ที่ส่วนใหญ่อยู่ในแวดวงการทำหนังสั้น เรียกว่าเป็นการรวมตัวคนเบื้องหลัง และมือรางวัลจากหลายเวที  ทั้งผู้กำกับ คนตัดต่อ คนเขียนบท ซึ่งผมมองว่าเป็นโอกาสดี ที่จะได้พัฒนาเด็กรุ่นใหม่มาช่วยกันผลิตผลงานคุณภาพ ยิ่งแฟนๆที่เคยดูหนังสี่แพร่ง, ห้าแพร่งน่าจะสนุกไปกับซีรี่ส์เรื่องนี้ เพราะเราทำโปรดัคชั่นเน้นความพิถีพิถันแบบภาพยนตร์ แต่ละเรื่องมีการขมวดปมให้ได้ตื่นเต้น น่าติดตามแบบจบในตอน เผลอๆอาจจะทำให้ใครได้ย้อนคิดถึงตอนเรียน นึกถึงบรรยากาศของโรงเรียนที่เคยมีประวัติหลอนๆ" เดียว วิชชพัชร์ โกจิ๋ว "อยากฝากให้ติดตามกันนะครับ ซีรี่ส์ เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน เป็นหนังผีแบบวัยรุ่น ที่มีครบทุกรสชาติ  ทั้งรัก ดราม่า โหด สยอง ลึกลับ ฯลฯ  แถมยังรวมพลดารานักแสดงมากฝีมือมากันแน่นจอ ทั้งชาวฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง และน้องๆ จากโครงการฮอร์โมน เดอะ เน็กซ์เจน คิดว่าแฟนหนังสยองขวัญ  น่าจะชอบใจกันนะครับ รับประกันจัดเต็มเรื่องความหลอน  เริ่มออนแอร์ประเดิมตอนแรก วันเสาร์ที่ 1 พ.ย.นี้ เวลาดีสี่ทุ่ม ทางช่องจีทีเอช ออนแอร์ และช่อง จีเอ็มเอ็ม แชนแนล"เดียว วิชชพัชร์ กล่าวทิ้งท้าย ตัวอย่างซีรีส์ เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน พบกับละครซีรีส์สุดหลอนรอบรั้วโรงเรียน กับเรื่องราวสุดเฮี้ยนที่พร้อมเขย่าทุกโสตประสาท ในซีรีส์ เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน เริ่มตอนแรกวันเสาร์ 1 พ.ย.นี้ เวลา 22.00 น. ออกอากาศทางช่อง จีทีเอช ออนแอร์  และช่อง จีเอ็มเอ็ม แชนแนล --------------------------

งามเหลือหลาย! 2 ประตูสุดสวยของ สไนเดอร์ เกมอัด เฟเนร์บาห์เช่
กาลาตาซาราย /  ฟุตบอล / 

นับว่าเป็นเกมบิ๊กแมตช์ที่มันส์ที่สุดนัดนึงในฟุตบอลลีกยุโรป กาลาตาซาราย เปิดบ้านพบกับ  เฟเนร์บาห์เช่ ซึ่งเกมดังกล่าว เวสลี่ย์ สไนเดอร์ จอมทัพชาวดัตช์ของทีมโชว์เทพยิงไกล 2 ประตูสุดสวยช่วยให้ต้นสังกัด กาลาตาซาราย เปิดบ้านเอาชนะ เฟเนร์บาห์เช่ ไปได้ 2-1 ท่ามกลางแฟนบอลที่สะใจสุดขีด

สุดยอดที่เที่ยวในฝัน ดินแดนสวรรค์คนรักการเดินทาง
ท่องเที่ยวรอบโลก /  เที่ยวยุโรป

เที่ยวเลือกได้ 1,000,00 บาท กับบาร์บีคิวพลาซ่า : สุดยอดที่เที่ยวในฝัน ดินแดนสวรรค์คนรักการเดินทางร่วมสนับสนุนทริปที่ดีที่สุด เที่ยวเลือกได้ 1,000,000 บาท โดย บาร์บีคิวพลาซ่า ถ้าคุณเป็นคนรักการเดินทาง อยากไปตะลุยโลกกว้างได้อย่างใจฝัน  แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มจากที่ไหน หรือมีที่เที่ยวในฝันอยู่แล้ว แต่สตุ้งสตางค์ หรือ เวลาที่มีจำกัด กลายเป็นข้อห้ามที่ทำให้ไม่ได้ไป “แตะขอบฟ้า” อย่างที่ตั้งใจ บาร์บีคิวพลาซ่า  รอที่จะเนรมิตฝันให้เป็นจริงอยู่ค่ะ แต่ก่อนจะรู้ว่าทำอย่างไรถึงจะไปตะลอนทัวร์ได้นั้น Mthai  มี 5 สุดยอดที่เที่ยวในฝัน  ดินแดนสวรรค์คนรักการเดินทาง มาแนะนำ รับรองว่า “ฟิน...สุโค่ย” แน่นอน  สุดยอดที่เที่ยวในฝัน ดินแดนสวรรค์คนรักการเดินทาง 1. เที่ยวชมชนบทแสนสวยของอังกฤษ ที่ Cotswold District (Cotswold District, The United Kingdom) หากพูดถึงประเทศอังกฤษ ที่เที่ยวที่แรกๆที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้น มหานครลอนดอน เมืองหลวงสุดซ่าที่เต็มไปด้วยความสะดวกสบายและทันสมัย แต่สำหรับคนที่มาเยือนอังกฤษ แล้วไม่ชอบความวุ่นวาย แต่แสวงหาที่เที่ยวที่สวยงาม ขอแนะนำให้ไปที่ Cotswold District  ชนบทของประเทศอังกฤษที่เต็มไปด้วยความสงบ เรียบง่าย และสวยงาม ภายในเขต Cotswold  นี้จะประกอบไปด้วยหมู่บ้านขนาดเล็กหลายหมู่บ้านด้วยกัน ตัวบ้านจะอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์เหมือนบ้านในนิทานฝรั่ง  และแต่ละหมู่บ้านก็จะมีเอกลักษณ์หรือจุดเด่นที่ แตกต่างกันออกไป แต่สิ่งที่เหมือนกัน คือบ้านเรือนในแถบ Cotswold จะถูกสร้างด้วยหินสีน้ำผึ้ง (Honey Coloured Limestone) ซึ่งมีความสวยงามมาก เมื่อได้มาเยือนที่นี่ จะทำให้รู้สึกสดชื่น เหมือนได้ปลีกวิเวกจากความอึกทึกครึกโครมของเมืองหลวง ทั้งๆทีอยู่ห่างจากมหานครลอนดอนแค่นิดเดียว Photo by Coffee Blended 2. นั่งเรือกอนโดลา ล่องไปตามแม่น้ำ เมืองเวนิส อิตาลี (Gondola ,Venice, Italy) ที่เที่ยวในฝันที่ต่อไป ไปกันที่ เมืองแห่งสายน้ำ อย่าง เวนิส ประเทศอิตาลี  สุดยอดเมืองแห่งสีสัน และ ความงดงามทางสถาปัตย์อันดับต้นๆ ของโลก  และเมื่อมาเยือนเวนิส กิจกรรมที่ไม่ควรพลาด คือการ ล่องเรือกอนโดล่า  เรือโดยสารที่เรียกได้ว่าเป็น “ซิกเนเจอร์” ของที่นี่  สามารถขึ้น – ลง เรือได้หลายจุด ไม่ว่าจะเป็นใน Grand Canal ที่ถือว่าเป็นคลองหลักของเมือง หรือ ตามคลองเล็กคลองน้อยทั่วไป เสน่ห์ของการล่องเรือนี้ เริ่มกันที่บริเวณที่นั่งที่ถูกออกแบบมาอย่างหรูหรา เพื่อให้คุณรู้สึกว่าเป็นคนพิเศษ เสน่ห์ของคนพายเรือ ที่จะบอกเล่าเรื่องราวของเมือง พร้อมร้องเพลงขับกล่อมผู้โดยสาร นอกจากนี้ยังได้สัมผัสกับบรรยากาศและทิวทัศน์ของ เวนิส อย่างใกล้ชิดและทั่วถึง ทั้งในบริเวณตรอกเล็กตรอกน้อยไปจนถึงบรรยากาศ คลองใหญ่ที่ผ่ากลางเมือง จุดสำคัญที่ไม่ควรพลาดคือ บริเวณ ใต้สะพานถอนหายใจ (Bridge of Sighs) ว่ากันว่าหากคู่รักคู่ใดได้นั่งเรือกอนโดล่าแล้วจุมพิตใต้สะพานแห่งนี้ ความรักของทั้งคู่ก็จะนิรันดร Photo by Coffee Blended 3. ตะลุยหอไอเฟล สัญลักษณ์แห่ง ปารีส  ฝรั่งเศส ( Eiffel Tower in Paris, France ) หากพูดถึงมหานครใหญ่ ที่ได้รับความนิยมและเป็นสุดยอดเมืองในฝันของคนทั่วโลก  เชื่อว่า “ปารีส ฝรั่งเศส” จะเป็นเมืองอันดับต้นๆที่ได้รับการกล่าวถึง และเมื่อมาเยือนเมืองแห่งสีสันและแฟชั่นเมืองนี้ สถานที่เที่ยวที่ห้ามพลาด ก็คือ “หอไอเฟล” หอคอยโครงสร้างเหล็กที่ตั้งอยู่บนชองป์ เดอ มารส์ (Champ de Mars) บริเวณแม่น้ำแซน ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่ง “สัญลักษณ์” ของฝรั่งเศสนั่นเอง  โดยถูกสร้างขึ้นในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2430 - พ.ศ. 2432  แม้ว่าในช่วงแรกของการก่อสร้าง “หอไอเฟล” แห่งนี้จะได้รับการคัดค้านจากผู้คนมากมาย แต่สุดท้าย “ที่นี่” กลับกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญและทำรายได้อย่างมหาศาลให้แก่มหานครแห่งนี้  ไฮไลท์สำคัญของการมาเยือนที่นี่ ที่ต้องห้ามพลาดคือ การถ่ายรูปคู่กับหอไอเฟล ด้วยอิริยาบทต่างๆ แล้วแชร์บนโลกไซเบอร์อวดสายตาชาวโลก ว่าครั้งหนึ่งมีโอกาสมาเยือน “มหานคร” แห่งนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว Photo by Coffee Blended , eurofollowme.com , wikipedia.org/wiki/Eiffel_Tower 4. เที่ยวชม ภูเขาแมททาธอร์น สัญลักษณ์แห่งสวิส  (The Matterhorn, Zermatt, Switzerland) ถ้าพูดถึงสวิซเซอร์แลนด์ เชื่อว่าภาพที่ทุกคนใฝ่ฝัน คือการได้มีสักครั้ง ที่จะได้ไปสัมผัสเมืองแห่งสกีน้ำแข็ง ได้โลดแล่นไปตามหุบเขาน้ำแข็งอย่างอิสระเสรี และหุบเขาที่มีความสวยงาม จนได้รับการยกย่องว่าเป็น “สัญลักษณ์ของสวิสเซอร์แลนด์”   และ กลายเป็นโลเคชั่นในการถ่ายทำละครและภาพยนตร์มากมายก็คือ ที่นี่ The Matterhorn เมือง Zermatt ประเทศ Switzerland. นั่นเอง โดย  Matterhorn แห่งนี้เป็นหนึ่งในยอดเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาเอลป์ มีความสูงอยู่ที่ 4,478  เมตร จากระดับน้ำทะเล  ตัวยอดเขามีลักษณะแหลมสูงทรงปิรามิด ( หากอยากนึกภาพให้ง่าย ลองดูที่สลากของช็อคโกแลตชื่อดังของสวิส TOBERONE ดูสิ เค้าใช้รูปยอดเขา Matterhorn เป็นสัญลักษณ์ ) ยอดเขาแห่งนี้สามารถเที่ยวชมได้ทั้งในฤดูร้อนและฤดูหนาว หากมาในฤดูร้อนภาพที่จะได้สัมผัสคือ ภาพหิมะละลายกลายเป็นธารน้ำแข็งที่สวยงามไหลไปตามธารน้ำที่ทอดตัวยาวสุดสายตา แต่หากมาในฤดูหนาว จะได้พบกับภาพหิมะขาวโพลนที่ปกคลุมไปทั่วสารทิศ  เสน่ห์อีกอย่างที่ทำให้นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสมาที่นี่อยากกลับมาอีกครั้ง คือการลุ้นว่าจะได้เห็น “แมททาธอร์น จอมขี้อาย” หรือ “Shy Matterhorn” เต็มๆ ทั้งลูกหรือไม่  เนื่องจากความสูงของภูเขา ทำให้โอกาศที่จะได้เห็นภูเขาทั้งลูกค่อนข้างยาก มีเมฆบดบังอยู่ตลอดเวลา Photo by ภูมิทัศน์ 5. ตะลอนทัวร์จตุรัสอเล็กซานเดอร์  ศูนย์กลางธุรกิจเบอร์ลิน เยอรมัน (Alexanderplatz , Berlin , Germany) สุดยอดที่เที่ยวในฝันที่สุดท้ายที่ Mthai จะแนะนำในครั้งนี้ ไปกันที่ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน เมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนสูงสุดเป็นอันดับต้นๆของยุโรป หากมาเยือนที่นี่สถานที่ที่ต้องไปเยือน ไม่งั้นคุณจะคุยกับเขาไม่รู้เรื่องคือ จตุรัสอเล็กซานเดอร์ (Alexanderplatz , Berlin , Germany) ซึ่งเป็นจตุรัสเปิดขนาดใหญ่  จัดเป็นศูนย์รวมธุรกิจและศูนย์กลางการขนส่งมวลชนในเบอร์ลินชั้นใน ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำสปรีและวิหารเบอร์ลิน (เบอร์ลินเนอร์โดม) มาที่นี่นอกจากจะได้สัมผัสกับแหล่งรวมธุรกิจที่สำคัญ และเป็นจุดเริ่มต้นของนักเดินทางในการไปยังที่ต่างๆแล้ว บริเวณรอบๆจตุรัสแห่งนี้ ยังเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญหลายแห่งไม่ว่าจะเป็น นาฬิกาโลกที่ตั้งอยู่ใจกลางลานกว้างใกล้จตุรัส มีเวลาของทุกประเทศทั่วโลกแสดงอยู่ในนั้น , น้ำพุแห่งมิตรภาพระหว่างประชาชน , สถานีส่งสัญญาณโทรทัศน์ Fernsehturm ที่ปัจจุบันไม่ได้มีไว้ส่งสัญญาณแต่ใช้เป็นจุดชมวิวที่สำคัญของเบอร์ลิน , อาคารโบราณ Rotes Rathause หรือศาลาว่าการแดง เป็นสถาปัตยกรรมที่ทันสมัยที่สุดในศตวรรษที่ 19 ใช้เป็นที่ทำการของรัฐบาลเยอรมันตะวันออก ฯลฯ เรียกได้ว่า มาที่นี่ที่เดียว คุณจะสัมผัส “เบอร์ลิน” ได้อย่างถึงแก่นเลยทีเดียว นอกจาก 5 ที่เที่ยวที่แนะนำอยู่นี้ ยังมีที่เที่ยวอีกมากมายทั่วโลก ที่พร้อมรอคุณไปเปิดประสบการณ์  และสำหรับใครที่มีแค่ความฝันอยากจะไปเที่ยว แต่ บัดเจ็ทในกระเป๋าไม่เพียงพอ วันนี้เรามีข่าวดีมาบอก  “บาร์บีคิวพลาซ่า” เค้าจัดแคมเปญใหญ่   “เที่ยวเลือกได้ 1,000,000 บาท ชิงโชคเที่ยวทริปในฝันที่คุณเลือกได้เอง พร้อมพ่วงคนพิเศษไปได้ไม่จำกัด ในงบประมาณ 1 ล้าน บาท!!!”  ชวนอิ่มอร่อยในมื้อที่ดีที่สุด พร้อมลุ้นเที่ยวรอบโลกกับทริปที่ดีที่สุดกับคนสำคัญ  เพียงทานครบทุกๆ 500 บาท รับทันที คูปองลุ้นรับทริปเที่ยวเลือกได้ จำนวน 1 ใบ หรือถ้ายังไม่สะใจ อยากลุ้นเพิ่ม สั่งชุดบาร์บีกอนท่องโลก ชุดใดก็ได้ (คาวบอยบาร์บีกอน , สโมคกี้ บาร์บีกอน , บาร์บีกอนชาวเกาะ และ ซามูไร บาร์บีก้อน) รับคูปองลุ้นเที่ยวเลือกได้ "เพิ่ม"อีก 1 ใบ ทันที ยิ่งสั่งยิ่งอร่อย ยิ่งมีโอกาสลุ้นเพิ่ม แค่นี้เมืองในฝันก็อาจจะไม่ใช่เมืองในฝันอีกต่อไป  อร่อยพร้อมลุ้นเที่ยว ที่นี่ที่เดียว พร้อมกัน ทั่วประเทศ วันนี้ ถึง 9 พ.ย. นี้เท่านั้น  อยากเป็นผู้โชคดีก็อย่ารอช้า...เจ้ามังกรบาร์บิกอนตัวใหญ่สีเขียว รอคุณอยู่... ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/BarBQPlazaThailand

Pokemon XY ตอนที่ 43 ซัพไทย google มาสเตอร์ทาวเวอร์ ประวัติการพัฒนาร่างเมก้า
Pokemon /  XY / 

เพจ https://www.facebook.com/saibergamer ดาวน์โหลด http://www.one2up.com/view_content.php?content_ID=944506

ย้อนรอย ต้นกำเนิดของส้วมเมื่อหลายพันปีก่อน
ประวัติศาสตร์ /  ส้วม / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยชวนเพื่อนๆ ให้มาย้อนรอย ต้นกำเนิดของส้วมเมื่อหลายพันปีก่อน กันค่ะ ฟังชื่อแล้วอย่าเพิ่งร้องอี้ นะคะ เพราะคอนเฟิร์มว่าเรื่องราวที่มาที่ไปของส้วมนี้ น่าสนใจมากเป็นเหมือนประวัติศาสตร์แปลกๆ หน้าหนึ่งได้เลยทีเดียว อิอิ เกริ่นมาขนาดนี้แล้ว ชักน่าสนใจขึ้นมาแล้วใช่ไหมคะ ถ้างั้นอย่ารอช้าไปติดตามกันเลย... ย้อนรอย ต้นกำเนิดของส้วมเมื่อหลายพันปีก่อน เรื่อง "ส้วม" สิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานของมนุษย์ ผศ.อุดร จารุรัตน์ บรรณาธิการต่วยตูนพิเศษ อดีตอาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี รวบรวมและเรียบเรียงไว้เป็นความรู้ว่า ชาติที่มีอารยธรรมในด้านการขับถ่ายครั้งอดีตไม่มีใครเกินโรมัน จากซากเมืองเมอริดาในสเปน ที่ชนโรมันสร้างไว้ ยังมีหลักฐานเด่นชัดอยู่ด้านหลังของโรงละครแห่งหนึ่ง เป็นสุขากลางแจ้งที่มี ๒๕ ที่นั่งตั้งอยู่เหนือท่อระบายน้ำใหญ่ของเมือง พออึหล่นปุ๊ลงไป น้ำเบื้องล่างก็จะพัดพาเอามันไป ที่นั่งเดิมนั้นเป็นหินตั้งอยู่ในกรอบโลหะ แต่ทางการได้บูรณะโดยหล่อด้วยคอนกรีต เบื้องหน้าของแถวที่นั่งมีรางน้ำทำด้วยหินอ่อน ชาวโรมันจะใช้ไม้ติดฟองน้ำยื่นลงไปจุ่มน้ำในรางแล้วยกมาใช้ชำระก้น โรมันรู้จักการนำน้ำจากบนเขาสูงโดยใช้รางลำเลียงลงมา เรียกว่าระบบอาควีดักต์ (Aqueduct) ระบบท่อน้ำจ่ายน้ำในเมอริดามีความยาวทั้งสิ้น ๕ กิโลเมตร หลังจากล่มสลายของอาณาจักรโรมัน ชนชาวยุโรปก็ทอดทิ้งคุณค่าที่โรมันสร้างสรรค์ไว้อย่างสิ้นเชิง ทั้งที่งานสุขาภิบาลเหล่านี้โรมันสร้างไว้ให้เห็นเกือบทุกหนแห่ง แม้แต่ที่บริเวณกำแพงเมืองฮาเดรียนในบริเทนก็มีสุขาเหลือซากอยู่ และชนบริเทนหรืออังกฤษก็มิได้ใส่ใจบำรุงรักษา ปล่อยให้แตกหักไร้ประโยชน์ ยุโรปทั้งหมดหันกลับไปหาวิธีถ่ายทุกข์แบบเดียวกับที่ใช้ในยุคมืด คือนับเป็นเวลานานยาวถึงพันปีหลังยุคโรมันที่พวกเขาออกไปปลดทุกข์ในพื้นนาพื้นสวน เหมือนที่คนไทย "ไปทุ่ง" นั่นเอง จวบจนเข้าสู่ยุโรปสมัยกลาง จึงเริ่มการสร้างสุขาให้เห็นบ้าง หลักฐานสมัยศตวรรษที่ ๑๓ การขับถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ จะระบายทิ้งลงตามช่องกำแพงเมือง ซึ่งเรียกเป็นภาษานอร์มันว่า "การ์เดโรบส์" (Garderobes) ความหมายเดิมคือที่ใช้เก็บเสื้อผ้า โดยคิดกันว่าก๊าซแอมโมเนียจากปัสสาวะนั้นมีประโยชน์ในการขับไล่ตัวมอดตัวแมลงต่างๆ ไปจากผ้าไหมและผ้าขนสัตว์ของขุนนางเจ้าของปราสาท การ์เดโรบส์มักจะมีที่นั่งถ่ายเป็นกรอบไม้ ข้อเสียของการระบายคือทำให้เบื้องล่างของผนังกำแพงเหม็นคลุ้ง ส่งกลิ่นขึ้นมายามนั่งถ่ายโดยเฉพาะหน้าร้อน ส่วนหน้าหนาวก็มีลมพัดขึ้นมาทำให้ก้นเย็นฉียบ เมื่ออุจจาระกองสุมกันเป็นเนิน ก็จะมีคนจัดการเอาพลั่วตักใส่ถังไปทิ้งที่อื่น จนถึงสมัยทิวดอร์ เริ่มมีการใช้ส้วมตามบ้านคนรวย แต่ก็ยังไม่ถูกสุขลักษณะและมีกลิ่นเหม็นอยู่ดี นั่นคือมีลักษณะเป็นส้วมหลุมที่ขุดลงไปในดิน อาจมีก่ออิฐกันหลุมพัง ส่วนที่นั่งถ่ายก็เป็นแบบหยาบๆ เจาะเป็นรูแล้วถ่ายอุจจาระตกลงไปในหลุมโดยตรง เมื่อหลุมเต็มก็ต้องขนถ่ายปฏิกูลเบื้องล่างออกไปเป็นคราวๆ ที่มีการระบายดีกว่าและปราศจากกลิ่นเหม็นได้แก่บ้านในชนบททางตอนเหนือของเวลส์ สำหรับบ้านที่อยู่ใกล้ลำธารจะปลูกสร้างคร่อมทางน้ำ ใช้กระแสน้ำเป็นตัวพัดพาอุจจาระให้ลอยหรือชะไป แต่ก็น่าจะคำนึงถึงบ้านหรือชุมชนที่อยู่ทางท้ายน้ำซึ่งต้องใช้ลำธารในการอุปโภคเช่นกัน สำหรับส้วมทันสมัยรุ่นแรกๆ กำเนิดขึ้นในปี ๑๕๙๔ ออกแบบสร้างโดย เซอร์ จอห์น ฮาร์ริงตัน ส้วมนี้มีถังเก็บน้ำอยู่เหนือที่นั่ง เมื่อยกก้านวาล์วจะมีน้ำชำระพุ่งลงมาอยู่ในโถ พออึเสร็จก็ยกก้านอันที่สอง น้ำและอุจจาระในโถก็จะระบายลงสู่หลุมเบื้องล่าง และนี่อาจเรียกได้ว่า เป็นส้วมระบบชักโครก (Flush toilet) อันแรกของโลก ฮาริงตันประดิษฐ์ส้วมชนิดนี้เพียง ๒ ชุด ชุดหนึ่งสำหรับตนเอง และอีกชุดถวายแด่แม่ทูนหัวของเขา คือ สมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่ ๑ กระทั่งอีก ๑๗๐ ปี ต่อมา ค.ศ. ๑๗๗๕ ช่างทำนาฬิกา อเล็กซานเดอร์ คัมมิงส์ ได้จดลิขสิทธิ์ส้วมชักโครกเป็นรายแรก โดยใช้คอห่านเพื่อป้องกันกลิ่นมิให้ย้อนขึ้นมา แม้จะมีวาล์วระบายทิ้งจากโถ แต่ก็ใช้งานไม่ค่อยดี บางทีอุจจาระลอยสวนขึ้นมาทำให้มีกลิ่น และท่ออุดตัน งานของคัมมิงส์ได้รับการพัฒนาปรับปรุงขึ้นในปี ๑๗๗๘ โดย โจเซฟ บรามาห์ ด้วยการติดตั้งวาล์วกระดกที่ปล่อยน้ำชำระแบบอัตโนมัติ ทำให้การระบายของเสียหมดจดขึ้น และมีน้ำขังอยู่ในโถตลอดเวลา เป็นการดักกลิ่น ผลงานชิ้นนี้เป็นที่นิยมใช้กันยาวนานกว่า ๑๕๐ ปี มีการติดตั้งในสถานที่ราชการ รวมถึงวังเวสต์มินสเตอร์ และมีผู้ขนานนามว่าเป็น "โรลล์ซรอยส์แห่งส้วม" กระนั้นก็ยังมีชนผู้ดีอีกมากที่ยังคงใช้หม้ออุจจาระตามเดิม ชนชั้นสูงมีโถอุจจาระประจำไว้แม้แต่ในห้องดินเนอร์ โดยเก็บในตู้ถ้วยชาม ล่วงเข้า ค.ศ.๑๘๘๐ จึงมีผลิตภัณฑ์ส้วมชักโครกสำเร็จรูปยูนิทาส (Unitas) ออกจำหน่าย ทำด้วยเซรามิกรูปทรงสวยงามแบบชิ้นเดียว โดยซ่อนคอห่านไว้ภายในมิดชิด ไม่รั่วไม่ซึม และด้วยการผลิตปริมาณมากจึงราคาถูก ขายดีนับล้านชุดทั่วโลก ปี ๑๘๕๔ จอร์จ เจนนิงส์ ออกแบบส้วมสาธารณะสำหรับชาวลอนดอนทั่วไปใช้โดยเสียเงิน ๑ เพนนี เลยเกิดเป็นสำนวน ไปจ่ายหนึ่งเพนนี (to spend a penny) เวลาจะไปส้วมสาธารณะ ราคานี้ใช้อยู่จนถึง ค.ศ.๑๙๗๑ นับว่าน่าทึ่งที่คงอยู่ยาวนานถึง ๑๒๐ ปี เมื่อโถส้วมเซรามิกเก็บท่อไว้ภายในไม่รุงรัง ผู้ผลิตก็เริ่มแข่งขันในด้านออกแบบให้เตะตาน่าจูงใจ เช่น เป็นรูปชามซุป เป็นรูปปลา ส่วนโถฉี่ของสุภาพบุรุษซึ่งมักเป็นรูปกลมเพื่อกันกระเด็นก็อาจออกแบบเป็นรูปลูกกอล์ฟเช่นในอัมสเตอร์ดัม หรือที่โตเกียวก็มีโถฉี่ที่เชิญชวนให้ฉี่ลงไปดับไฟ ส่วนการชำระล้าง ผู้คนใช้วัสดุแปลกๆ แตกต่างกันไป ตั้งแต่หญ้า ขนเป็ด ขนไก่ ซังข้าวโพด บางคนคุ้นเคยกับการใช้เปลือกหอยซึ่งแข็งบางจับถนัดถนี่กว่า กระทั่งปี ๑๘๕๗ โจเซฟ คาเยตตี้ ชาวอเมริกัน จึงประดิษฐ์กระดาษชำระให้ใช้กัน แต่ก็ยังมีผู้คนอีกมากที่นิยมใช้น้ำชำระล้าง เช่นเดียวกับวิธีการนั่งถ่าย ทุกวันนี้ก็ยังแบ่งออกเป็น ๒ ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งถนัดแบบนั่งบนขอบโถชักโครก แต่อีกฝ่ายหนึ่งชอบนั่งยองๆ จุงโก โคบายาชิ สถาปนิกโถส้วมชาวญี่ปุ่น กล่าวว่า เขาจะออกแบบให้มีส้วมนั่งยองไว้อย่างน้อยหนึ่งที่ในศูนย์การค้าสำหรับลูกค้าสูงอายุ และคิดค้นวิธีการสร้างเสียงชักโครกโดยไม่มีน้ำไหลสำหรับลูกค้าหน้าบางที่ชอบกดชักโครกกลบเสียงไม่พึงประสงค์ การอำนวยความสะดวกสบายเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงสำหรับชาวญี่ปุ่น ด้วยเหตุนี้จึงมีระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการให้ที่นั่งส้วมอบอุ่นก่อนจะหย่อนก้นลงไปนอกจากนี้ยังมีปุ่มกดให้มีน้ำฉีดพุ่งออกมาชำระล้างก้นโดยไม่ต้องใช้มือให้เปรอะเปื้อน ส้วมที่ถูกสุขลักษณะมีส่วนช่วยลดโรคระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ มูลนิธิบิลกับเมลินดา เกตส์ จึงจัดตั้งทุนสำหรับผู้ค้นคิดพัฒนาส้วม เช่น มหาวิทยาลัยเดลฟต์ ในเนเธอร์แลนด์ หนึ่งในองค์กรที่ได้รับทุน กำลังค้นคิดติดตั้งอุปกรณ์ที่จะไมโครเวฟอุจจาระให้เกิดก๊าซเร็วขึ้น และนำก๊าซไปใช้ประโยชน์ในครัวเรือน โอ้โฮ้วเรื่องของส้วมนี่เข้มข้นและมีที่มาอย่างยาวนานจริงๆ เชื่อว่าในอนาคตข้างหน้า ส้วมจะต้องถูกพัฒนาให้มีความทันสมัย และสะดวกสบายมากขึ้นกว่านี้อีกแน่ๆ ยังไงก็อย่าลืมติดตามวิวัฒนาการของส้วมกันต่อไปนะคะ ข้อมูลและภาพ : sookjai.com