มาสค์ไรเดอร์ โฟเซ่

ประกาศรายชื่อ ผู้เข้าชิง รางวัลตุ๊กตาทอง ครั้งที่ 30 คิดถึงวิทยา ขึ้นแท่นตัวเต็ง
ประกาศรายชื่อ /  ผู้เข้าชิง / 

ส่งท้ายฤดูกาลมอบรางวัลหนังไทย กับเวที รางวัลตุ๊กตาทอง (พระสุรัสวดี) ครั้งที่ 30 ประจำปี พ.ศ.2557 อันน่าภาคภูมิใจของบุคคลในวงการผลิตภาพยนตร์ไทย โดยแบ่งเป็นทั้งหมด 27 สาขา ซึ่งล่าสุดนี้ ได้มีการประกาศรายชื่อผู้เข้าชิง และผู้รับรางวัลเกียรติยศทั้งหมดออกมาแล้ว โดยมีหนังไทยเข้าชิงทั้งหมด 23 เรื่อง หนังในดวงใจของคุณจะอยู่ในนี้หรือไม่ มาลุ้นกันได้เลย รายชื่อผู้เข้าชิง รางวัลตุ๊กตาทอง (พระสุรัสวดี) ครั้งที่ 30 ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม - Concrete Clouds ภวังค์รัก (เวอร์ติคัลฟิล์ม, ฟาร์ซันฟิล์ม และ คิก เดอะ แมชชีนฟิล์ม) - Timeline จดหมาย-ความทรงจำ (สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล และ ซีเนมาเซีย) - คิดถึงวิทยา (จีเอ็มเอ็มไทหับ และ จอกว้างฟิล์ม) - เพชฌฆาต (แฮนด์เมด ดิสทริบิวชั่น, ไทเกอร์เอ็นเตอร์เทนเมนท์ และ เดอ วอร์เรน พิคเจอร์) - ตุ๊กแกรักแป้งมาก (ทรานส์ฟอร์เมชั่นฟิล์ม และ ฟิล์มรีพับบลิค) ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม - ทอม วอลเลอร์ : เพชฌฆาต - นนทรีย์ นิมิบุตร : Timeline จดหมาย-ความทรงจำ - นิธิวัฒน์ ธราธร : คิดถึงวิทยา - ยุทธเลิศ สิปปภาค : ตุ๊กแกรักแป้งมาก - ลี ชาตะเมธีกุล : Concrete Clouds ภวังค์รัก ผู้แสดงนำชายยอดเยี่ยม - จิรายุ ละอองมณี : ตุ๊กแกรักแป้งมาก - ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ : ไอฟาย..แต๊งกิ้ว เลิฟยู้ - วิทยา ปานศรีงาม : เพชฌฆาต - สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว : คิดถึงวิทยา - อนันดา เอเวอริงแฮม : Concrete Clouds ภวังค์รัก ผู้แสดงนำหญิงยอดเยี่ยม - จรินทร์พร จุนเกียรติ : Timeline จดหมาย-ความทรงจำ - เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ : คิดถึงวิทยา - ดาวิกา โฮร์เน่ : แผลเก่า - ปรีชญา พงษ์ธนานิกร : ไอฟาย..แต๊งกิ้ว เลิฟยู้ - สุชาร์ มานะยิ่ง : The Couple รัก ลวง หลอน ผู้แสดงสมทบชายยอดเยี่ยม - นพชัย ชัยนาม : Timeline จดหมาย-ความทรงจำ - พงศธร ศรีปินตา : พี่ชาย My Bromance - พิชญะ นิธิไพศาลกุล : ตายโหง ตายเฮี้ยน (ตอน ทุบกรรม) - มรกต วงศ์สวัสดิ์ : ตุ๊กแกรักแป้งมาก - ศุกลวัฒน์ คณารศ : คิดถึงวิทยา ผู้แสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม - ปิยธิดา วรมุสิก : Timeline จดหมาย-ความทรงจำ - มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล : ตายโหง ตายเฮี้ยน (ตอน ทุบกรรม) - มาช่า วัฒนพานิช : รักหมดแก้ว - สินจัย เปล่งพานิช : ตีสาม คืนสาม 3D (ตอน กงเต๊ก) - อภิญญา สกุลเจริญสุข : Concrete Clouds ภวังค์รัก บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม - ลี ชาตะเมธีกุล : Concrete Clouds ภวังค์รัก - เกียรติ ศงสนันทน์ และ อภิเชฐ กำภู ณ อยุธยา : Timeline จดหมาย-ความทรงจำ - นิธิวัฒน์ ธราธร, ทศพล ทิพย์ทินกร, ศุภฤกษ์ นิงสานนท์ และ โสภณา เชาว์วิวัฒน์กุล : คิดถึงวิทยา - ยุทธเลิศ สิปปภาค : ตุ๊กแกรักแป้งมาก - ดอน ลินเดอร์ และ คทรีนา กลอส : เพชฌฆาต ถ่ายภาพยอดเยี่ยม - จรินทร์ เพ็งพานิชย์ : Concrete Clouds ภวังค์รัก - ณัฐวุฒิ กิตติคุณ และ ธรรมเจริญ พรมพันธุ์ : The Couple รัก ลวง หลอน - นฤพล โชคคณาพิทักษ์ : คิดถึงวิทยา - สมคิด พุกพงษ์ : ตุ๊กแกรักแป้งมาก - ธีระวัฒน์ รุจินธรรม : วังพิกุล ลำดับภาพยอดเยี่ยม - ลี ชาตะเมธีกุล และ กมลธร เอกวัฒนกิจ : Concrete Clouds ภวังค์รัก - นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ : The Master - ธรรมรัตน์ สุเมธศุภโชค และ พงศกร ชาญเฉลิมชัย : คิดถึงวิทยา - เหมือนฝัน อุปถัมภ์, ปาสิดา วุฒินานนท์, พรรณิภา กบิลลิกกะวานิชย์, สุรศักดิ์ แสนศรี และ เอดิทไทด์ : ตีสาม คืนสาม 3D - ธวัช ศิริพงศ์ : ตุ๊กแกรักแป้งมาก กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม - เอกรัฐ หอมละออ : Concrete Clouds ภวังค์รัก - อรรคเดช แก้วโคตร : คิดถึงวิทยา - คชา เรืองทอง : ตุ๊กแกรักแป้งมาก - พัฒน์ทริก มีสายญาติ : แผลเก่า - สิรนัท รัชชุศานติ : ห้องหุ่น ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม - คัทลียา เผ่าศรีเจริญ : Concrete Clouds ภวังค์รัก - สุธี เหมือนวาจา : คิดถึงวิทยา - จิณณพัต ลดารัตน์ และ ชัยณรงค์ ฝายชาวนา : ผู้บ่าวไทบ้าน อีสานอินดี้ - ปัญวรรณ นิ่มเจริญพงษ์ : เพชฌฆาต - สุธี เหมือนวาจา : ไอฟาย..แต๊งกิ้ว เลิฟยู้ แต่งหน้าและทำผมยอดเยี่ยม - ศิริวรรณ ศิริพร, ณัชชาพันธุ์ ศรีพันธนนท์, อัศวา สินธรรมรุ่ง, พัฒน์มาศ วราธรณ์รัฐโชติ, ธนาวุฒิ บู่สามสาย, ธนชาดา ธนผลภันฑิลา, ดาริน อนันต์ศักดากุล, เลิศพนธ์ ยิ่งคุณานันท์ และ เซคเคิล สกิน สตูดิโอ : The Couple รัก ลวง หลอน - เบญจวรรณ สร้อยอินทร์, นพอนันต์ เกตุแก้วพิสิษฐ์ และ พิเชษฐ์ วงศ์จันทร์สม : คิดถึงวิทยา - ทัทลี จารุจุฑารัตน์, ศิวกร สุขลังการ, Thumb Art Studio, ณัฐศิริญญ์ โฆษร, ศุภชัย คูณศรี, จักราพันธ์ วงศาสืบ,เบญจพร คำพับ และ ณัฐฐิรา เสนานุช : ตายโหง ตายเฮี้ยน - ทัทลี จารุจุฑารัตน์, อาภรณ์ มีบางยาง, ศิริรัตน์ แจ่มฟ้า, รักศักดิ์ แอนดรีส, ชวลิต ศิริเดชมงคลกุล, อนุชา วรยุทธนาการ, น้ำมนต์ ปักษี, ติณณ์ สุจริตรักษ์โยนิจ และ ศิโรบล ปาณชู : ตีสาม คืนสาม 3D - มนตรี วัดละเอียด : แผลเก่า ดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม - หัวลำโพงริดดิม : คิดถึงวิทยา - ออริจิน กัมปะนี : ตุ๊กแกรักแป้งมาก - รัฐกรณ์ โกมล, มงคล พงษ์วชิรินทร์ และ ชันษา เมตตพันธุ์ : ตีสาม คืนสาม 3D - โอลิวิเอร์ ลิบูทรีย์ : เพชฌฆาต - เขตน่าน จันทิมาธร, นักดนตรีกะเหรี่ยง, ลุงพะช่อง, ป้าเมื่อน่อง และ คณะ ไซ ไฟ บาร์เบอร์ : สายน้ำติดเชื้อ เพลงนำภาพยนตร์ยอดเยี่ยม - "รักเรา ของใคร (ฟ้าเดียวกัน)" สุกฤตา คล้ายวิเชียร (คำร้อง: อรุณศักดิ์ อ่องลออ และ จรัชญา บุญยิ่ง, ทำนอง-เรียบเรียง: ศราวุธ แสงบุตร) : 1448 รักเรา..ของใคร - "ไม่ต่างกัน" วง 25 Hours (คำร้อง-ทำนอง: สมพล รุ่งพาณิชย์ และ ปิยวัฒน์ มีเครือ, เรียบเรียง: วง 25 Hours) : คิดถึงวิทยา - "ฉันจะฝันถึงเธอ" สุภัทรา อินทรภักดี (คำร้อง-ทำนอง-เรียบเรียง: ดนู ฮุนตระกูล) : ปู่สมบูรณ์ - "ยังฮัก" - วง กู่แคน School (คำร้อง-ทำนอง-เรียบเรียง: สะปั้ง ฟ้าล่วงบน) : ผู้บ่าวไทบ้าน อีสานอินดี้ - "ใจความสำคัญ"  วง Musketeers (คำร้อง-ทำนอง: ชาครีย์ ลาภบุญเรือง, เรียบเรียง: ชาครีย์ ลาภบุญเรือง และ รวิณ มิตรจิตรานนท์) : รักหมดแก้ว บันทึกเสียงยอดเยี่ยม - กันตนา ซาวด์ สตูดิโอ : The Couple รัก ลวง หลอน - กันตนา ซาวด์ สตูดิโอ : Timeline จดหมาย-ความทรงจำ - กันตนา ซาวด์ สตูดิโอ : คิดถึงวิทยา - ห้องบันทึกเสียงรามอินทรา : ตีสาม คืนสาม 3D - กันตนา ซาวด์ สตูดิโอ : ฝากไว้..ในกายเธอ เทคนิคภาพพิเศษยอดเยี่ยม - โอเรียนทัลโพสท์ : คิดถึงวิทยา - กันตนา โพสท์ โปรดักชั่น (ประเทศไทย) และ ฟิล์ม แพชชั่น : ตีสาม คืนสาม 3D - เอ็กซ์ ฮาบิชั่น : ฝากไว้..ในกายเธอ - เดอะ โพสท์ บางกอก : สมิง พรานล่าพราน - เรเนเกต วีเอฟเอ็ก : ห้องหุ่น ภาพยนตร์เทิดพระเกียรติยอดเยี่ยม - (แอนิเมชั่น) พระมหาชนก (สำนักพระราชวัง, กระทรวงเทคโนโลยี่สารสนเทศและการสื่อสาร, SIPA-สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรม ซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) และ TACGA-สมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทย) ภาพยนตร์ยอดนิยม (ทำรายได้สูงสุดในรอบปี 2557) - ไอฟาย..แต๊งกิ้ว เลิฟยู้ (จีเอ็มเอ็มไทหับ และ จอกว้างฟิล์ม) ตุ๊กตาทองเกียรติยศ: บุคคลเกียรติยศผู้สร้างสรรค์งานในวงการภาพยนตร์ไทย - หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ตุ๊กตาทองเกียรติยศ: บุคคลเกียรติยศผู้สร้างสรรค์งานในวงการภาพยนตร์ไทย - รอง เค้ามูลคดี ตุ๊กตาทองเกียรติยศ: บุคคลเกียรติยศผู้สร้างสรรค์งานในวงการภาพยนตร์ไทย - อรัญญา (นามวงศ์) ศิระฉายา ตุ๊กตาเงินเกียรติยศ: บุคคลเกียรติยศดีเด่นทำดีเพื่อพ่อ - ฐานิสร์ วัชโรทัย ตุ๊กตาเงินดาวรุ่งชายดีเด่น - ไกรสร นาคภู่ : วังพิกุล - ณัฐพัชร์ นิมจิรวัฒน์ : ตุ๊กแกรักแป้งมาก - ธนภพ ลีรัตนขจร : ฝากไว้..ในกายเธอ - ประวิทย์ ฮันสเตน : Concrete Clouds ภวังค์รัก - รังสรรค์ ปัญญาเรือน : รักหมดแก้ว ตุ๊กตาเงินดาวรุ่งหญิงดีเด่น - ชนม์ทิดา อัศวเหม : ตุ๊กแกรักแป้งมาก - พิไลพร สุปินชุมภู : รักหมดแก้ว - วิโอเลต วอเทียร์ : ฝากไว้..ในกายเธอ - สุภัสสรา ธนชาต : ฝากไว้..ในกายเธอ - หทัยชัช เอื้อกิตติโรจน์ : ตีสาม คืนสาม 3D ตุ๊กตาเงินผู้กำกับภาพยนตร์ดาวรุ่งดีเด่น - กฤษณา ทิพย์ชัยเมธา : ปู่สมบูรณ์ - ชลสิทธิ์ อุปนิกขิต : W - ลี ชาตะเมธีกุล : Concrete Clouds ภวังค์รัก - วรกร ฤทัยวานิชกุล : Mother - อุเทน ศรีริวิ และ จิณณพัต ลดารัตน์ : ผู้บ่าวไทบ้าน อีสานอินดี้ รางวัลดารานำชายยอดนิยม - รอคะแนนจากผลโหวต รางวัลดารานำหญิงยอดนิยม - รอคะแนนจากผลโหวต สรุปรายชื่อผู้เข้าชิงทั้งหมด - คิดถึงวิทยา (15 รางวัล) - ตุ๊กแกรักแป้งมาก, Concrete Clouds ภวังค์รัก (11 รางวัล) - Timeline จดหมาย-ความทรงจำ, ตีสาม คืนสาม (7 รางวัล) - เพชฌฆาต (6 รางวัล) - ฝากไว้..ในกายเธอ (5 รายชื่อ 4 สาขา) - The Couple รัก ลวง หลอน, รักหมดแก้ว (4 รางวัล) - ตายโหง ตายเฮี้ยน, แผลเก่า, ผู้บ่าวไทบ้าน อีสานอินดี้, ไอฟาย..แต๊งกิ้ว เลิฟยู้ (3 รางวัล) - ปู่สมบูรณ์, วังพิกุล, ห้องหุ่น (2 รางวัล) - 1448 รักเรา..ของใคร, The Master, Mother, W, พี่ชาย My Bromance, สมิง, สายน้ำติดเชื้อ (1 รางวัล) การประกาศผล รางวัลตุ๊กตาทอง (พระสุรัสวดี) ครั้งที่ 30 จะจัดขึ้นในวันที่ 2 มิ.ย.นี้ ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย คุณผู้ชมเตรียมตามลุ้นตามเชียร์ เอาใจช่วยหนังไทยในดวงใจได้เลย --------------------------------------

ปคบ.รวบผู้ต้องหา 4 ราย รับโอนเงิน22 ล้านจากเครือข่าย 'ยูฟัน'
22 ล้านบาท /  ปคบ / 

ปคบ. ควบคุมตัวผู้ต้องหาชาวมาเลเซียและไทยเพิ่มอีก 4 ราย หลังจากเป็นผู้รับโอนเงินจากเครือข่าย 'ยูฟัน' กว่า 22 ล้านบาท วันนี้ (20พ.ค.) สำนักข่าว 'มติชน' รายงานความคืบหน้าการดำเนินคดี 'บริษัทยูฟัน สโตร์ จำกัด' โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม ผู้ต้องหาเพิ่มอีก 4 ราย หลังพบการเปิดบัญชี รับโอนเงินจากเครือข่ายบริษัทยูฟัน กว่า 22 ล้านบาท โดยในวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ ปคบ. ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา 4 ราย ที่สามารถจับกุมตัวได้ที่ตำบลปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ได้แก่ นายบุน เกียท ชู สัญชาติมาเลเซีย นายธีรวัจน์ พัชรสุยะใหญ่ นางนิภาพร ละมี และ นางสาวณัฏฐ์วรัญช์ อุตมะแก้ว ผู้รับโอนเงินจากเครือข่ายบริษัทยูฟันฯ และตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน จากเครือข่ายบริษัทยูฟัน สโตร์ จำกัด มาสอบสวน ทั้งนี้ นายบุน เกียท ชู ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตนเองทำธุรกิจขนส่งและร้านคาราโอเกะ ที่ปาดังเบซาร์ ซึ่งมีนายคร่อก สัญชาติมาเลเซีย เป็นลูกค้าประจำ มาขอใช้บัญชีตัวเอง และญาติ โอนเงินผ่านบัญชีมาให้อ้างว่าเป็นเงินใช้ซื้อสินค้า โดยไม่ทราบว่าเป็นสินค้าประเภทใด โดยในแต่ละครั้งยอดการโอนจะมีมูลค่าสูงถึงหลักล้านบาทในระยะเวลา 4-5 เดือน พร้อมกันนี้ผู้ต้องหาอ้างว่าไม่รู้จักบริษัทยูฟันฯ มาก่อน ขณะที่ พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า มีหลักฐานชี้ว่า ผู้ต้องหาทั้ง 4 คน เป็นเจ้าของบัญชี รับโอนเงินจากแม่ข่ายและสมาชิกบริษัทยูฟันฯ ก่อนทยอยกดเงินสด กว่า 22.7 ล้านบาท และมีการลำเลียงไปยังประเทศมาเลเซีย อย่างไรก็ตาม ศาลได้ออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้แล้ว 25 ราย ซึ่งสามารถจับกุมได้แล้ว 17ราย และอยู่ระหว่างหลบหนีอีก 8 ราย สนับสนุนข้อมูลโดย มติชน

IMF ร้องนานาชาติบริจาคเงินช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์
IMF /  บริจาคช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์ / 

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เรียนร้องนานาชาติบริจาคช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์ หลังได้รับเงินเพียง 27 % จากข้อตกลง วันนี้ (20 พ.ค. 58) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ออกมาเรียกร้องให้นานาชาติร่วมบริจาคช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์และฉนวนกาซา เนื่องจากหลังสงครามระหว่างอิสราเอลและฮามาสที่สิ้นสุดลงในเดือน ส.ค. ปีที่แล้ว ได้สร้างความเสียหายไว้ค่อนข้างหนัก ทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่ดังกล่าวยังไม่สามารถฟื้นฟูได้เต็มที่ IMF ประมาณการความเสียหายที่เกิดจากการสู้รบ 50 วัน ไว้ที่ 4,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 134,000 ล้านบาท เฉพาะในพื้นที่ฉนวนกาซาเท่านั้น ทั้งนี้ได้ร้องขอเงินช่วยเหลือและลงมติร่วมกันที่ 3,500 ล้านดอลลาร์ หรือ 117,300 ล้านบาท ระหว่างการประชุมในกรุงไคโรของอียิปต์ เมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว จนถึงกลางเดือน เม.ย. ปีนี้ ได้รับมาเพียงแค่ร้อยละ 27 ของทั้งหมดที่ต้องการเท่านั้น อย่างไรก็ตาม การรับบริจาคผ่านสถาบันการเงินระหว่างประเทศกลายเป็นทางเลือกเดียวในการช่วยเหลือเยียวยา แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะบรรลุผลตามที่ IMF ตั้งเป้าไว้ ขอบคุณข้อมูล/ภาพ Voice TV MThai News

ยูฟัน ขนเงินซุกมาเลย์ จ่อเรียกสอบ 'ดาราดัง'เอี่ยวลงทุน
ขนเงินออกประเทศ /  ดาราดัง / 

ผู้ช่วยผบ.ตร.เผย 4 ผู้ต้องหา 'ยูฟัน' ขนเงินออกนอกประเทศซุกซ่อนมาเลเซีย พบมีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 779 ล้านบาท ขณะเตรียมเรียกสอบปากคำเหล่าดาราดัง เอี่ยวชักชวนเหยื่อลงทุน จากกรณีตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) จับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายบริษัท ยูฟันสโตร์ จำกัด 4 ราย คือ น.ส.นิภาพร ละมี อายุ 36 ปี นายธีรวัจน์ พัชรสุยะใหญ่ อายุ 21ปี น.ส.ณัฏฐ์วรัญช์ อุตมะแก้ว อายุ 24 ปี และนายบุน เกียท ชู ชาวมาเลเซีย โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดาจ.สงขลา วานนี้ (21 พ.ค.) ล่าสุดวันนี้(21 พ.ค.) พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยพ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวะกุล ผู้อำนวยการส่วนตรวจ 2 สำนักเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เปิดเผยว่าจากการสอบปากคำ นายบุน เกียท ชู ให้การรับสารภาพว่า เปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับโอนเงินจากแม่ข่ายและกลุ่มสมาชิกยูฟัน โดยมีบัญชีธนาคารทั้งหมด 17 บัญชี ตำรวจตรวจสอบแล้ว 1 บัญชีพบเงินหมุนเวียน 157ล้านบาท ส่วนอีก 16 บัญชีตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยเงินที่โอนเข้าบัญชีแต่ละครั้ง จะถอนเงินครั้งละไม่เกิน 2 ล้านบาท เพื่อหลีกเลี่ยงการชี้แจงการทำธุรกรรมทางการเงินกับธนาคาร และจะนำเงินสดซุกซ่อนออกไปยังประเทศมาเลเซีย ซึ่งจากข้อมูลของตำรวจพบว่า นายบุน เกียท ชู มีการใช้ชื่อไทยปลอม และตำรวจตั้งข้อสังเกตว่ามีหน้าตาคล้าย นายอาทิตย์ ปานแก้ว ผู้ต้องหาคนสำคัญที่ยังหลบหนี ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่ และจากการตรวจสอบบัญชีนายบุน เกียท ชู กับพวกผู้ต้องหาชาวไทยอีก 3 คนนั้น พบมีเงินหมุนเวียนกว่า 779 ล้านบาท ส่วนที่พบบุคคลมีชื่อเสียงมีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท ยูฟันฯ นั้นยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และจะทำการเชิญมาสอบปากคำเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคดีนั้น มีความคืบหน้าไปมาก ทั้งนี้อยู่ระหว่างการรวมรวบพยานหลักฐานในการออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม โดยเครือข่ายยูฟัน ได้มีการหลอกหลวงประชาชนให้มาร่วมลงทุน รวมทั้งมีผู้ที่มีชื่อเสียงและศิลปินดาราดังหลงเชื่อเข้าร่วมเป็นจำนวนมากเช่นกัน สอดคล้องกับรายงานข่าวจากชุดสืบสวน ที่มีรายงานว่ามีเครือข่ายยูฟัน มีการชักชวนดารานักแสดง หรือผู้มีชื่อเสียง มาร่วมลงทุนเพื่อความน่าเชื่อถือในธุรกิจ โดยก่อนหน้านี้พบว่า มีรูปภาพระหว่าง นายณัฐวรรธน์ บุญภา ผู้ต้องหาที่ถูกจับ ถ่ายรูปร่วมกับนายมิตซูโอะ ชิบาฮาชิ หรือ อดีตพระอาจารย์มิตซูโอะ และ นางสุทธิรัตน์ มุตตามระ นอกจากนี้ยังพบรูปภาพดารานักแสดงคนอื่นๆ ที่เข้าร่วมกับเครือข่ายยูฟัน อาทิ นายศุภกิจ ตังทัตสวัสดิ์ หรือ แมน ดารานักแสดงชื่อดัง นายธีระชาติ ธีระวิทยากุล หรือ อู๊ด เป็นต่อ ศิลปินตลก รวมทั้ง น.ส.ขวัญนภา เรืองศรี หรือ ลาล่า โปงลางสะออน ซึ่งในส่วนของลาล่านั้น พบว่ามีการขึ้นเวทีพูดชักชวนแนะนำธุรกิจยูฟัน ที่โรงแรมการิน อ.เมือง จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 11 ม.ค. ที่ผ่านมาด้วย ทั้งนี้ศาลได้ออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้แล้ว 25 ราย ซึ่งสามารถจับกุมได้แล้ว 17 ราย และอยู่ระหว่างหลบหนีอีก 8 ราย MThai News

สน ยุกต์ โชว์ลีลาดีเจสุดแนว ชวนสาวก EDM ร่วมมันส์ Road To Ultra Thailand
EDM /  Samsung GALAXY Road To Ultra Thailand 2015 / 

แถลงข่าวอย่างเป็นทางการแล้วกับเทศกาลดนตรีระดับโลกที่ทุกคนรอคอย Samsung GALAXY Road To Ultra Thailand 2015 จากความสำเร็จอย่างท่วมท้นในการเปิดประวัติศาสตร์หน้าแรกของสุดยอดเทศกาลดนตรีระดับโลกในประเทศไทยเมื่อปีที่แล้ว ซัมซุงกาแลคซี่กลับมามอบประสบการณ์ความมันส์ระดับ World Class อีกครั้งกับเทศกาลดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ (EDM) Samsung GALAXY Road To Ultra Thailand 2015 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 12 มิถุนายน 2558 ณ ไบเทค บางนา ที่ยังได้ผู้สนับสนุนอย่าง สิงห์ คอเปอร์เรชั่น, บาคาร์ดี้ (ประเทศไทย)และ โตโยต้า ยาริส ภายในงานแถลงข่าวยังได้เหล่าสาวกดนตรีEDM หลากวงการ อาทิ พระเอกสุดฮ็อต สน ยุกต์ ส่งไพศาล ที่มาร่วมพูดคุยถึงความชื่นชอบในดนตรี EDM แถมยังขอจัดเต็มโชว์ซาวด์สุดเท่บนเวที ท่ามกลางเหล่าเซเลบริตี้อาทิ ชาคริต จตุพรวัฒนพนธ์, พลอยวารินทร์ ทรงปกรณ์, เขริกา โชติวิจิตร, ปาวา นาคาศัย, จองเบ ปาร์ค และทัพสื่อมวลชน ร่วมงานคับคั่ง ณ ร้านออนิค(ONYX) อาร์ซีเอ ที่ผ่านมา “ปกติผมชื่นชอบเพลงแนวEDMอยู่แล้วครับ แล้วด้วยมีพื้นฐานด้านดนตรีมาอยู่แล้ว จึงไม่ค่อยยาก จนเกินไปที่จะฝึกเป็นดีเจ โดยเฉพาะแนว EDM ซึ่งเป็นแนวที่ผมชอบมากอยู่แล้ว กับคอนเสิร์ต Samsung GALAXY Road To Ultra ในปีที่ผ่านมาผมก็ได้ติดตามตลอด สำหรับปีนี้ผมก็หวังว่าจะได้ไปสนุกกับทุกคนอีกครับ เพราะครั้งนี้นอกจาก Line up ดีเจระดับโลก ที่จะยกพลมาโชว์ซาวด์ดนตรีสุดล้ำ สาดพลังความมันส์ อาทิ Alesso, Knife Party, Adventure Club, Galantis, Nervo, Laidback Luke, Quintino, Oatawa&Kolor One, Skinny Mark VS Zuper L แล้ว คอนแทงโก เอจี และรีทอก เซสชั่น ในฐานะผู้จัดงานก็ทุ่มทุนกับโปรดักชั่นระดับโลก ขนเอาอุปกรณ์แสงเสียงมาจากเมืองนอก ยังได้เพิ่มจำนวนที่นั่งจาก 10,000 ที่ในปีที่ผ่านมา เป็น 20,000 ที่ในปีนี้ พร้อมเปิดโอกาสครั้งแรกให้สาวก EDM อายุ 18 ปีขึ้นไป ได้เฮและร่วมสัมผัสประสบการณ์ดนตรีที่ยิ่งใหญ่ กับโซนไร้แอลกอฮอล์! ให้พกความใสมาสนุกกันไปกับปาร์ตี้ EDM ระดับโลกอย่างไร้กังวล กับกองทัพดีเจ EDM ขั้นเทพกันตลอดคืนด้วยครับ งานนี้พลาดไม่ได้!!! แล้วไปมันส์กันใน“Samsung GALAXY Road To Ultra Thailand 2015” วันที่12 มิถุนายน 2558 ณ ไบเทค บางนาครับ” พระเอกสุดฮ็อต สน ยุกต์ ส่งไพศาล กล่าว Samsung GALAXY Road To Ultra บัตรธรรมดา ราคา 2,800 บาท/บัตร VIP ราคา 3,800 บาท(ราคาบัตรรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) สำรองบัตรล่วงหน้าได้ที่ www.amiando.com/ultra2015 และทาง http://www.thaiticketmajor.com/ บัตรมีจำหน่ายที่หน้างานในวันแสดงในจำนวนจำกัดโปรดแสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางก่อนเข้างาน สงวนสิทธิ์ เฉพาะผู้ที่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป รายละเอียดเพิ่มเติมคลิก www.roadtoultra.com/thailand มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ลดน้ำหนักจาก 175kg โดยการออกกำลังกาย (มีกินอาหารเสริมช่วย)
Fitness /  ฟิตเนส / 

ลดน้ำหนักจาก 175kg โดยการออกกำลังกาย (มีกินอาหารเสริมช่วย) เพราะว่าชีวิตเรามันก็ขึ้นอยู่กับตัวเรา การที่จะตั้งใจจะเปลี่ยนแปลงอะไรซักอย่างมันก็อยู่ที่ตัวเรา และ แรงใจของเราล้วนๆ ซึ่มเหมือนกับคุณอาร์ต สมาชิกเว็บไซต์ Pantip ที่เขาเข้ามาแบ่งปันประสบการณ์ดีๆ เกี่ยวกับการลดน้ำหนักที่เขาได้ทำมา ลดน้ำหนักจาก 175kg จนเหลือ 110 เปลี่ยนไปอย่างกะคนละคนเลยทีเดียว ขอแน่ะนำตัว ผมชื่อ อาร์ต ปัจจุบันอายุ 28 ปี สูง 180 cm. ผมเป็นเด็กที่อ้วนมาตั้งแต่เกิดเลย แม่บอกว่าตอนผมเกิดพยาบาลตั้งให้เป็น Big Baby เพราะมีน้ำหนักเยอะที่สุดในช่วงเวลานั้น น้ำหนักจะเพิ่มทุกๆปีตั้งแต่เด็ก ปีละ 10 kg จนน้ำหนักที่พีคที่สุดคือ 182 kg ตอนนี้เริ่มทำงานแล้ว เป็นช่วงที่เริ่มคิดได้ว่าต้องเริ่มลดน้ำหนักแล้วนะ ส่วนแรงบันดาลใจที่ลดน้ำหนักอีกอย่างคือ อยากมีแฟนนั้นแหละครับ ตอนที่คิดจะลดอยากมีแฟนมากเพราะไม่เคยมี เพื่อนๆรอบข้างมีแต่คนบอกว่าอย่าไปมีเลยนรกชัดๆ คือมันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ แต่ผมก็ยังอยากที่จะมีอยู่ดี 555555+ ผมได้เริ่มเข้ามาทำงานที่แรกตอนนี้หาที่ชั่งน้ำหนักได้แล้ว ตอนนั้นน้ำหนักอยู่ที่ ประมาณ 160 กิโลครับ ผมทำงานเกี่ยวกับพวกกราฟฟิค งานหนักมากอยู่ครับ ยิ่งตอนทำงานดึกๆหิวมากครับงานมันใช้สมองเยอะมาก จะไม่กินก็ไม่ได้เมนูช่วงเวลา ดึกๆ ก็คงไม่พ้น แมค พิซซ่า KFC แน่นอนครับกินนอนอยู่แต่หน้าคอม กินทีก็จัดหนักมาก เวลาส่วนตัวไม่ต้องพูดถึงครับ มีเวลาทีก็หมดไปกับการนอนหมดแล้ว เพราะบางทีก็กลับเช้า พักผ่อนได้น้อยมาก งานเริ่มหนักแต่สังคมทำงานดีมากๆเลยครับไม่อยากออกเลย อยู่มา 1 ปี แต่สุดท้ายก็ต้องออกครับเพราะไม่ไหวจริงๆ พอเปลี่ยนที่ทำงานชีวิตดีขึ้นมากๆ ชีวิตแฮปปี้การกินแฮปปี้ มีเวลาส่วนตัวมากขึ้น ที่ทำงานใหม่ของกินรอบด้านเลย พอทำได้มาปีนึงน้ำหนักขึ้นมาเป็น 175 แล้ว เสื้อที่ใส่ 4XL ใส่จนเสื้อปริออกมาแล้ว แล้วก็โชคดีมากที่ออฟฟิตใหม่ได้พาไปญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิตผมเลย ทีนี้ลำบากหาเสื้อกันหนาวอีก พอถึงญี่ปุ่นเป็นทัวร์กินกินแหลกจริงๆ แต่ละมื้อบุฟเฟ่ต์ครับกินแต่ละมื้อนี้ไม่อั้น เพียง 5 วัน ที่ไปญี่ปุ่นน้ำหนักพุ่งขึ้นมาเป็น 182 กิโล ตอนนี้ผมเริ่มกลัวแล้ว เริ่มรู้สึกตัวเองอึดอัดมาก ขึ้นรถเมล์ไปทำงานก็กลัวจะไปเบียดคนอื่น เดียวเขาจะอึดอัดตามเราไปด้วยยิ่งตอนเหงื่อแตกนี้ เหมือนน้ำตกเคลื่อนที่มากออกทีเปียกทั้งตัว เริ่มคิดจะลดความอ้วน เลยไปซื้อลูกกลิ้งที่เล่นน่าท้องมาเล่นครับ เล่นอยู่แค่นั้นอ่ะครับ มีซิดอัฟด้วยนิดหน่อย อดอาหารเย็นแต่เช้ากลางวันก็กินปกติ แต่น้ำหนักลงครับกลับมาที่ 175kg แล้วก็ขี้เกียจไม่ทำต่อ วน Loop กลับมากินเหมือนเดิม จุดเปลี่ยนชีวิตที่ได้ลดน้ำหนักแบบจริงจัง คือพอดีน้องที่ออฟฟิสไปเข้าฟิตเนต แล้วก็มีวันนึงอะไรดลใจให้ถามเรื่องที่น้องเขาไปเล่นฟิตเนตก็ไม่รู้ คุยไปคุยมาน้องเขาบอกว่าพาเข้าฟรีได้ครั้งนึงนะ ผมก็ ตัดสินใจอยู่นาน จนตัดสินใจเอาว่ะของฟรีไม่เสียอะไรลองดูสักครั้ง วันแรกที่เข้าไปเซลเขาก็แน่ะนำเครื่องออกกำลังต่างๆ พามาสอนท่าออกกำลังกาย ก็แปลกดีครับ จนสุดท้ายเซ็นสัญญากับฟิตเนตวันนั้นเลย จากที่ไม่ตั้งใจจะไป กลายมาเป็นวันที่เริ่มเปลี่ยนชีวิตครั้งแรกซะงั้น แต่ผมก็ดีใจที่ตัดสินใจได้ไม่งั้นคงไม่มีวันนี้ จากคนที่ไม่เคยออกกำลังกายมานานมากตั้งแต่เรียน ปวช. แล้วกลับมาออก ร่างกายแหกครับ ครั้งแรกผมไปปั่นจักรยานซึ่งเป็นคลาสของทางฟิตเนต เพียง 10 นาที ถึงป่าวก็ไม่รู้ ผมเดินออกครับเหนื่อยมาก ปวดขาสุดๆ ไม่ได้ใส่เกียร์หนักอะไรเลย คิดในใจร่างกายอ่อนแอขนาดนี้เลยเหรอว่ะ จนวันรุ่งขึ้นตื่นมาตอนเช้า ร่างกายจะแตก ล้ามากแต่ก็ฝืนไปฟิตเนต เพราะจำความรู้แบบว่าปวดล้ายังไงก็ต้องซ้ำมัน ไปฟิตเนต 7 วันไม่เคยพัก ส่วนมากจะเข้าคลาสของทางฟิตเนต ล้วนแต่จะเป็นคาดิโอซะส่วนมาก บางทีก็มาวิ่งบนลู่วิ่งบ้าง เล่นเวดก็เล่นแค่อกกับแขน หน้าท้องเล่นน้อยมาก ออกกำลังกายได้มั่วสุดๆ จนสุดท้ายลองจ้างเทรนเนอร์ครับ เทรนได้ผลมากบวกกับการที่เริ่มลดปริมาณอาหาร แค่ลดนะครับแต่ก็ยังกินไม่ค่อยเลือกอยู่ พวกของมันของทอดก็กินปกติ จะมีเพิ่มมากินสลัด ช่วงเย็น ตอนนั้นความรู้ทางโภชการไม่มีเลยไม่รู้ว่าจะต้องกินยังไง แบ่งมื้อยังไง แค่ลดปริมาณอย่างเดียว ผ่านไปเกือบ 4 เดือนลงไป 20 โล ดีใจมากเลยครับ แรงฮึดมาเต็ม คนอ้วนมากๆน้ำหนักจะลงเร็วมาก ขาผมเดินแทบไม่ได้ไปเกือบครึ่งปี จะแบบว่านั้งนานๆพอจะลุกเดินปวดขามาก ต้องยืนสักแปปถึงจะเดินได้ แต่ก็ฝืนเล่นทุกวัน พอลดไปได้ 20 กว่าโล ผมก็ไม่ได้จ้างเทรนต่อแล้วเพราะด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงอยู่ ผมเลยเล่นเองโดยการเข้าคลาสของทางฟิตเนตไป ถามเทรนเนอร์ พี่ๆ ในฟิตเนตบ้าง เริ่มมีความรู้ในการออกกำลังกายมากขึ้น ออกกำลังมาเกือบ 1 ปี น้ำหนักลงมาอยู่ที่ 125kg ดีใจมาก ผมอาจจะกะเวลาเอานะครับ เพราะผมไม่เคยจดบันทึกอะไรไว้เลย พอมาออกกำลังกายด้วยตัวเอง ก็จะเป็นคาดิโอซะส่วนมาก เวดก็เล่นเยอะนะครับ แต่คาดิโอมากกว่า สุดท้ายโยโย่ เนื้อห้อยน่าเกลียดมาก ใส่เสื้อดูเหมือนจะเฟริม แต่พอถอดเสื้อเท่านั้นแหละ เนื้อแพละออกมาเลย เลยหันมาเล่นเวดเยอะขึ้นคาดิโอน้อยลง ไม่มองน้ำหนักเลย เริ่มโฟกัสที่รูปร่าง จนลดมาได้ 107kg เริ่มเฉยๆกับน้ำหนักแล้วตอนนี้เอาหุ่นก่อน เริ่มหันมากินอาหารคลีน วันๆกินแต่ไก่ ผัก เน้นโปรตีนเยอะขึ้น แล้วพอดีผมได้มีโอกาสมาเข้าโครงการของ พี่อั้ม อธิชาติ เข้าคัคเลือกคน 20 คน ผมโชคดีที่โครงการเขารับเลือก ซึ่งโครงการได้โคกับทาง ฟิตจังชั่น ของโคชฟ้าใส ช่วงนี้จะได้ควารู้มากมาย เริ่มนับแคลในการกินของแต่ละมื้อ ช่วงนี้จะจริงในการกินมาก เพราะจะโดนกำหนดว่ากินได้กี่แคลต่อวันและได้ตารางการออกกำลังกายมา แล้วก็กินอาหารเสริมของทางโครงการด้วย เอาเป็นว่าผมบอกเลยละกันว่า คือ ATipower ต้องให้เครคิตเพราะ ถ้าไม่มีโครงการนี้ผมก็คงได้ความรู้ต่างๆมากมายอีกอย่างโครงการไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆเลย ร่วมโครงการทั้งหมดประมาณ 2 เดือนกว่าๆครับ พอเข้ามาแล้วน้ำหนักผมลดลงไปเหลือ 105kg หลังจบโครงการ หลังจากได้ความรู้มากมาย ผมเลยเอามาปรับใช้กับตัวเอง ปัจุบันผมน้ำหนักขึ้นมาเป็น 110kg แต่ใส่ชุดได้เล็กลง เพราะต้องการเอาเนื้อห้อยออกเลยต้องกินให้บวมเน้นโปรตีน เล่นเวดเยอะ คาดิโอพอประมาณ เพื่อจะให้กระชับมากขึ้น หนทางยังอีกไกลมากไม่รู้ว่าผมจะไปไกลได้ขนาดไหน ก็อยากเป็นแรงบันดาลใจให้สำหรับคนที่เริ่มลด แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลที่จะลดเอง ถ้าไม่มุ่งมั่นจริงๆ ไม่จริงจังที่จะลดจริงๆ ต่อให้มีแรงบันดาลใจเป็นร้อยพัน ก็ไม่เกิดผลอะไร เพราะผมก็เคยอยู่จุดนั้นมาก่อน การที่จะเริ่มต้นที่ว่ายากแล้ว ลงมือทำกับรักษาคงไว้ยากกว่าหลายเท่ามาก จะอ้างไม่มีเวลา ขีเกียจ ถ้าคนคิดจะจริงจังจริงๆ มันต้องยอมเสียสละบางอย่างบ้าง แต่ก็ต้องมีความสุขในการดำเนินชีวิตไปด้วย ข้อความที่ผมพิมเป็นแค่การเล่าชีวิตของผมเท่านั้น ไม่มีวิธีการออกกำลังกาย อาหารการกินก็ไม่มีเลย เพราะผมไม่ได้จริงจังแต่แรก ก็เลยไม่มีการบันทึกใดๆไว้เลย ไม่ค่อยชอบทำเอกสารเท่าไหร่ ที่มาได้ขนาดนี้ก็ไม่อยากจะเชื่อตัวเองเหมือนกันว่ามาได้ไง ผมคงบอกได้แค่ว่า สู้ๆ เท่านั้นอ่ะครับ อย่าคิดว่าจะทำ จงลงมือทำครับ ผมทำได้ทุกคนก็ทำได้ ถึงผมจะยังไม่ถึงเป้าหมาย เราก็จะเดินไปพร้อมกันครับ เป็นกำลังใจให้คนที่คิดจะลงมือทำจริงๆนะครับ Men.MThai ขอบคุณคุณ อาร์ต สมาชิกเว็บไซต์ Pantip http://pantip.com/topic/33643772

จูเลียส ควง บูบาโล ซัดพาออลสตาร์ลีกวันไทย อัด ดี1ดัตช์ 2-0
จูเลียส โออิโบห์ /  มิลาน บูบาโล / 

จูเลียส โออิโบห์ ควง มิลาน บูบาโล ยิงคนละ 1 ประตู ช่วยให้ทีมออลสตาร์ ไทยดิวิชั่น 1 เปิดบ้านเอาชนะ ออลสตาร์ดัตช์ดิวิชั่น 1 ไปด้วยสกอร์ 2-0 ในศึกนัดพิเศษเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา(23 พ.ค. 58) ศึกฟุตบอลนัดพิเศษ "Division One Invitation Cup 2015" วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม 2558 เกมที่สนามเอสซีจี สเตเดี้ยม เป็นการพบกันระหว่าง ทีมออลสตาร์ไทยดิวิชั่น1 พบ ออลสตาร์ดัตช์ ดิวิชั่น1 ออลสตาร์ไทยดิวิชั่น 1 นำทัพโดย โค้ชเตี้ย สะสม พบประเสริฐ กุนซือใหญ่ที่นำทีมมาด้วยบรรดาทัพนักเตะจากศึกดิวิชั่น 1 มาร่วมทัพมากมายไม่ว่าจะเป็น ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์, มิลาน บูบาโล, จูเลียส โออิโบห์, โช ชิโมจิ ขณะที่ทีมเยือน ออลสตาร์ดัตช์ดิวิชั่น 1 นำทัพมาโดย มร.สแตนเลย์ เมนโซ่ อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ที่รับบทเฮดโค้ชของทีม เปิดฉากเริ่มเกมครึ่งแรกเป็นทางฝังทีมเยือนที่ต่อครองบอลบุกได้ดีกว่า แต่จังหวะในพื้นที่สุดท้ายยังเจาะแนวรับออลสตาร์ไทยดิวิชั่น 1ไม่ได้ เกมผ่านครึ่งทางของครึ่งแรกยังเป็นทีมเยือนที่ดูดีกว่า นาทีที่ 26 ออลสตาร์ดัตช์ ดิวิชั่น1 หวิดได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ ไซม่อน ฟาน ซีล ได้บอลหลุดเดียวเข้าไปในเขตโทษก่อนจะโยกหลบ ภัทร ปิยภัทร์กิติ ผู้รักษาประตูไปแล้ว แต่เจ้าตัวกลับซัดบอลไปชนเสาออกหลังไปอย่างเหลือเชื่อ เกมดำเนินเข้าสู่ นาที่ 36 แฟนบอลไทยได้เฮก่อนจากจังหวะที่ มิลาน บูบาโล หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งขวา ก่อนจะไหลให้ จูเลียส โออิโบห์ ที่เติมขึ้นมาทางเสาสองแปเข้าไปง่ายๆ ช่วยให้ออลสตาร์ไทยดิวิชั่น1 ขึ้นนำ 1-0 ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมยังทำอะไรเพิ่มไม่ได้ จบ 45 นาทีแรก เจ้าถิ่นออกนำ 1-0 กลับมาเริ่มกันต่อในครึ่งหลัง ออลสตาร์ไทยดิวิชั่น1 กลับมาครองเกมได้ดีกว่า และมาได้ประตูหนีห่าง 2-0 ในนาทีที่ 55 จากจังหวะที่ โช ชิโมจิ ยกบอลข้ามแนวรับไปให้ มิลาน บูบาโล พักบอลลงก่อนจะเลือกแปนิ่มๆเสียบเสาไกลเข้าไปอย่างสวยงาม เกมผ่านหนึ่งชั่วโมงทั้งสองทีมดูเนือยๆ ลงไป ทำให้โอกาสลุ้นประตูมีค่อนข้างน้อย นาทีที่ 82 แซม สตริจบอส ได้ลองสับไกนอกกรอบ แต่บอลยังหลุดเป้าออกหลังไปแบบไม่ได้ลุ้น เข้าสู่งช่วง 5 นาทีสุดท้าย ทีมออลสตาร์ไทยดิวิชั่น 1 เน้นการถ่ายบอลเท้าสู่เท้าบีบให้ทีมเยือนวิ่งไล่บอล นาทีที่ 88 ทิสซูดาลี่ ได้โอกาสลุยเดียวเข้าไปในเขตโทษก่อนจะซัดด้วยขวาบอลหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบเกม ออลสตาร์ไทยดิวิชั่น1 เอาชนะ ออลสตาร์ดัตช์ดิวิชั่น1 ไปด้วยสกอร์ 2-0 รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม ออลสตาร์ไทยดิวิชั่น 1 : ภัทร ปิยภัทร์กิติ (GK), พีรทรรศน์ โพธิ์เรือนดี, รี ควาง ชอน, ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ (C), ธนา ชะนะบุตร, ธีรเทพ วิโนทัย, โช ชิโมจิ, อดุลย์ หมื่นสมาน, จูเลียส โออิโบห์, กิตติไกร จันทะรักษา, มิลาน บูบาโล ออลสตาร์ดัตช์ดิวิชั่น 1 : เจมี่ย์ วัตต์ (GK), เมตส์ ฟาน, อินโก, ไซม่อน ฟาน ซีล, คัลวิน วาลี่ส์, ฟิลิเป้ ฟาน อาร์นเฮม, อับดุลลาฮี, ทิสซูดาลี่, โอลิเวอร์ ริไฟล์, คอลลิน ซีดอร์ฟ, ฟาน เดอร์ แซนด์

UNขอไทย เร่งช่วยชีวิตผู้อพยพโรฮีนจา
EU /  ผู้อพยพ / 

สหประชาชาติ และองค์กรช่วยเหลือผู้ลี้ภัย แถลงการณ์ร่วม เรียกร้องให้ ไทย มาเลเซีย และ อินโดนีเซีย ช่วยเหลือผู้อพยพกลางทะเลอย่างเร่งด่วน สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ, สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ, องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน และผู้แทนพิเศษของเลขาธิการสหประชาชาติ เพื่อการพัฒนาและการย้ายถิ่นฐาน ออกแถลงการณ์ร่วมกัน เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ร้องขอให้ ประเทศไทย, มาเลเซีย และ อินโดนีเซีย ช่วยเหลือผู้อพยพที่ติดค้างอยู่บนเรือกลางทะเลในอ่าวเบงกอล และทะเลอันดามัน รวมทั้งระบุข้อเรียกร้อง โดยแถลงการณ์ร่วมระบุว่า ขอเรียกร้องอย่างรุนแรงต่อผู้นำของประเทศอินโดนีเซีย, มาเลเซีย และไทย ให้ปกป้องผู้อพยพและผู้ลี้ภัยซึ่งติดค้างอยู่บนเรือในอ่าวเบงกอล และทะเลอันดามัน อำนวยความสะดวกในการนำพวกเขาขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัย และให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือชีวิต, ปกป้องสิทธิ และเคารพในคุณค่าของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เป็นเรื่องแรก สถานการณ์วิกฤติในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ของผู้อพยพชาวโรฮีนจา และอื่นๆ จากบังกลาเทศ และเมียนมา เป็นเครื่องบ่งชี้ว่า ผู้ด้อยโอกาสทั่วโลกกำลังเคลื่อนไหวเพื่อหาความปลอดภัย หลบหนีการข่มเหงรังแก ความยากจน การแบ่งแยก และการทารุณกรรม โดยการเดินทางซึ่งเต็มไปด้วยอันตรายกลายเป็นปรากฏการณ์ทั่วโลกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้คนมากกว่า 88,000 คน เสี่ยงภัยออกเดินทางทางทะเลตั้งแต่ปี 2014 รวมไปถึง คน 25,000 คน ผู้เดินทางไปถึงจุดหมายในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ เชื่อว่าเกือบ 1,000 ชีวิต ต้องเสียชีวิตในทะเล จากปัจจัยของการเดินทาง และการถูกทารุณของขบวนการค้ามนุษย์ ผู้อพยพและผู้ลี้ภัย รับประทานเพียงข้าวขาว และตกเป็นเหยื่อความรุนแรงทางเพศ เด็กต้องจากครอบครัวและถูกทารุณ ผู้ชายถูกทุบตีและโยนลงจากเรือ เราเป็นกังวลอย่างยิ่งต่อรายงานที่ว่า เรือซึ่งเต็มไปด้วยชาย หญิง และเด็กด้อยโอกาส ไม่สามารถขึ้นฝั่งได้ และต้องลอยลำอยู่กลางทะเลโดยไม่ได้รับความช่วยเหลือ เราขอเรียกร้องต่อรัฐต่างๆ ในภูมิภาค ให้ปกป้องชีวิตของคนบนเรือเหล่านี้ ด้วยการอนุญาตให้พวกเขาขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัย

การ คลอดแบบธรรมชาติ ดีกว่า ผ่าคลอด จริงหรือไม่?
คลอดธรรมชาติ /  คลอดลูก / 

คุณคงเคยได้ยินว่าการ คลอดแบบธรรมชาติ ดีกว่าการ ผ่าคลอด แต่ไม่แน่ใจว่าเพราะอะไรใช่หรือเปล่า? ลองมาอ่านคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญที่แนะให้ผู้หญิงเลือกการคลอดแบบธรรมชาติแทนการผ่าคลอดดูสิ หากเปรียบเทียบการคลอดทั้งสองแบบ คุณแม่ส่วนใหญ่จะเห็นด้วยกับการคลอดแบบธรรมชาติมากกว่าการผ่าคลอด อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่เปิดใจรับทั้งสองวิธี เมื่อไม่นานมานี้ผู้เชี่ยวชาญได้ออกมาสนับสนุนให้คุณแม่ทั้งหลายเลือกคลอดแบบธรรมชาติแทนการผ่าคลอด เรามีคำตอบว่าเหตุใดผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้คลอดแบบธรรมชาติ มีความเสี่ยงในการติดเชื้อต่ำ หากเทียบกับการคลอดผ่านช่องคลอด การผ่าคลอดทำให้คุณแม่เกิดอาการบาดเจ็บได้มากกว่าเนื่องจากมีแนวโน้มที่จะเกิดแผลเป็นและการติดเชื้อรอบ ๆ แผลได้มากกว่า ถ้าไม่ดูแลรักษาแผลอย่างเหมาะสม การผ่าคลอดอาจทำให้เกิดแผลติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป้นอันตรายต่อคุณแม่ที่เพิ่งคลอดใหม่ได้ มีความเชื่อมโยงระหว่างแม่กับลูกดีกว่า การผ่าคลอดอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสายสัมพันธ์ระหว่างแม่และลูกแรกเกิด กระเทือนต่อความใกล้ชิดและกระบวนการให้นมลูกหลังผ่าคลอดด้วย หากเด็กคลอดตามธรรมชาติและได้รับสัมผัสแรกจากแม่ แบคทีเรียจากแม่จะถูกส่งผ่านไปยังลูก ซึ่งแบคทีเรียนี้จำเป็นสำหรับเด็กเนื่องจากเด็กจะเติบโตมากับแม่ เด็กที่เกิดจากการผ่าคลอด แบคทีเรียที่ถูกส่งผ่านไปยังเด็กจะเป็นแบคทีเรียที่มาจากพยาบาลหรือแพทย์ที่ทำคลอด ทำให้เด็กมีภูมิคุ้มกันกับแบคทีเรียของแม่น้อยลงเนื่องจากมีความคุ้นชินน้อย และในระยะยาวจะทำให้เด็กป่วยง่ายเมื่อกลับมาอยู่บ้าน การขาดสัมผัสนี้ก่อให้เกิดโรคและความเจ็บป่วยขึ้นกับลูกทางอ้อมได้ในภายหน้า ความสมดุลของฮอร์โมน หากแม่คลอดแบบธรรมชาติ จะมีฮอร์โมน oxytocin หลั่งออกมาจำนวนมาก ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่สำคัญในการคลอดและกระบวนการหลังคลอด ฮอร์โมนนี้รู้จักกันดีในชื่อ “love hormone” มันช่วยให้คุณตกหลุมรักลูกและก่อให้เกิดความผูกพันมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นฮอร์โมนนี้ช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำนม และช่วยให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ง่ายขึ้นด้วย เด็กแรกเกิดจะได้กลิ่นน้ำนมที่หลั่งออกมา มันช่วยให้ลูกดูดนมจากอกได้ง่ายขึ้นในอนาคต และสิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้นกับเด็กที่คลอดด้วยการผ่า สนับสนุนให้คลอดแบบธรรมชาติ การคลอดแบบธรรมชาติเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เนื่องจากเป็นการลดการใช้ยาขณะคลอดและสมัยนี้แพทย์ผดุงครรภ์สามารถช่วยให้คุณแม่คลอดแบบธรรมชาติได้อย่างรู้สึกปลอดภัยยิ่งขึ้น แทนที่จะอยู่ในท่านอนหงายขณะคลอดลูก แม่ควรจะอยู่ในท่านั่งและออกแรงเบ่งเมื่อมดลูกหดรัดตัว เพราะหากเบ่งในขณะที่ไม่มีการหดรัดตัวของมดลูกจะทำให้เกิดอาการเจ็บปวดและอาจเป็นอันตรายต่อปากมดลูกได้ การใกล้ชิดลูกน้อยหลังคลอดเป็นสิ่งสำคัญ การได้ใกล้ชิดลูกอาจเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอด และยังเป็นสิ่งที่คุณหมอสนับสนุนเป็นอย่างยิ่งให้ทั้งคุณแม่ที่ผ่าคลอดหรือคลอดเองตามธรรมชาติได้ใกล้ชิดลูกน้อย จากข้อดีทั้งทางด้านการแพทย์และด้านอารมณ์ความรู้สึกอีกทั้งประโยชน์ในระยะสั้นและระยะยาว การคลอดแบบธรรมชาตินั้นเป็นทางเลือกที่ดีกว่าของทั้งคุณแม่และบุคคลากรทางการแพทย์ทั้งหลาย อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นการคลอดแบบธรรมชาติหรือการผ่าคลอด สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของทั้งแม่และลูกเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ควรคำนึงถึง ที่มาจาก th.theasianparent

แม่ค้าขายหมู ที่สวยและน่ารักที่สุดในจีน ต้องยกให้กับเธอคนนี้!!!
sexy /  สาวสวย / 

แม่ค้าขายหมู ที่สวยและน่ารักที่สุดในจีน ต้องยกให้กับเธอคนนี้!!! หลังจากที่มีกระแสพ่อค้าหล่อ แม่ค้าสวยที่กลับมาสร้างความคึกคักให้กับสังคมโซเชียลเราอีกครั้ง เพราะว่าล่าสุดที่มีการแชร์พ่อค้าขายขนมหวาน ชาวจีนที่เพิ่งจะเป็นกระแสได้ไม่นาน วันนี้บอกเลยว่ามาอีกรายแล้ว แต่วันนี้ผมขอเอาใจคุณผู้ชายแบบ Men.MThai เราซะหน่อย เพราะว่าแม่ค้าวันนี้ นัลลักอ่าาาาาาาาา ><* สาวสวย แม่ค้าขายหมู คนนี้มีชื่อว่า Zhang Caijie ไม่ใช่ธรรมดานะครับ เพราะว่าเธอเป็นนิสิตศึกษาวิชาปรัชญาเชียวนะ แต่น่าเสียดายที่เธอไม่สามารถเรียนต่อไป เพราะว่าเธอต้องดรอปเรียนเพื่อมาช่วยธุรกิจของครอบครัวนั่นเอง ซึ่งหลังจากที่เธอมาทำหน้าที่ขายหมูได้ไม่นานก็เรียกได้ว่าขายดิบขายดีอย่างน่าตกใจ เพราะว่าเหล่าลูกค้าที่มาซื้อนั้นไม่ได้มาซื้อเพราะว่าแม่ค้าน่ารักเพียงอย่างเดียว แต่ว่าเธอยังบริการ ขายของอย่างน่ารักและเป็นกันเองกับลูกค้าอีกด้วยนะ โดยครอบครัวของ Zhang Caijie ยึดอาชีพขายเนื้อหมูมาแล้วถึง 3 รุ่นเลยนะ ตั้งแต่ ยาย แม่ และก็ตัวเธอ ซึ่งเธอได้เผยว่าเธอโตมากับการขายหมู เธอเห็นยายหั่นหมูตั้งแต่ตัวยังเล็กๆ เวลาที่เธอต้องหั่นเนื้อชิ้นใหญ่ หรือหั่นกระดูกหนาๆ มันเลยไม่มีปัญหาากมายนักครับ Men.MThai เรียบเรียงเนื้อหาจากต้นฉบับ www.viralcham.com/?p=26939

ชมพู่ อารยา พรมแดงเมืองคานส์ 2015 ลุคที่2 ในแบรนด์เดียวกับชุดเจ้าสาว ของเธอ WoW!
ชมพู่ อารยา พรมแดงเมืองคานส์ /  ชมพู่-อารยา / 

ต้องรอจับตากันอีก 1 วัน ที่ตัวแทนสาวไทย ชมพู่ อารยา พรมแดงเมืองคานส์ 2015 ในค่ำคืนนี้ ว่าเธอจะออกมาในลุคไหน หลังจากที่เลิฟกันสุดๆไปแล้ว กับ ลุค Born to be a star เมื่อวานนี้ ที่ต้องบอกว่าได้ใจทั้งแฟนๆชาวไทย และเหล่ากูรูแฟชั่นต่างประเทศก็จัดให้เธอเป็น Best Dress ไปอีกเช่นเคย เรียกได้ว่าท็อปฟอร์มขนาดนี้ ชุดที่สองยิ่งตื่นเต้นกว่าเดิมแน่นอน โดยคืนนี้ เมคอัพอาร์ทิสต์ ชื่อดังระดับอินเตอร์อย่าง ชาลอต วิลเลอร์ มาสร้างสรรค์ลุคสวยๆ ให้สาวชมของเรา มารอลุ้นและชมลุคสวยๆ ของชมได้ สาวๆสามารถเกาะติดภาพบรรยากาศ การเดินพรมแดงของเธอได้ที่นี่เช่นเคยจ้า มาแล้ว ลุคที่ 2 จาก ชมพู่ อารยา  พรมแดงเมืองคานส์ 2015 ในค่ำวันนี้.. ที่มาในแบรนด์ Giambattista Valli Haute Couture ซึ่งเป็นแบรนด์เดียว กับ ชุดแต่งงานของเธอ ( ชุดพิธีฉลองมงคลสมรส ) และสวมต่างหูเพชรและแหวนเพชรสีเหลืองจากแบรนด์ Chopard เมคอัพลุค Enchanting Goddess ดั่งต้องมนตร์เสก สะกดทุกสายตา ชมพู่ พรมแดงเมืองคานส์ 2015 วันที่ 1  มาแล้วๆ ลุคปัง! ชมพู่ อารยา พรมแดงเมืองคานส์ 2015 วันที่1 ลุคแรกเผยโฉมแล้วจ้า ลุคนี้สาวๆ คงจะเลิฟกันถ้วนหน้า เพราะมาในแบบที่หน้าสวยเฉียบ รายงานโดย Women Mthai Team ที่มาภาพจาก http://www.lorealparisthailand.com/cannes2015 และ IG hwanjeabjeab

บทความ ปิดตำนานนักล่า!ถึงเวลาบอกลา พรีเดเตอร์ สตั๊ดขวัญใจแข้งบ้าพลัง
adidas /  Predator / 

อาดิดาส (adidas)หนึ่งในผู้ผลิตอุปกรณ์กีฬาแบรนด์ดังของโลก ได้ประกาศข่าวร้ายให้ คอบอลหลายท่านทราบว่า จะยุติการผลิต รองเท้าสตั๊ดรุ่นพรีเดเตอร์ (predator )ลงแล้ว วันนี้จะขอพาไปรำลึกถึงสตั๊ดซี่รี่ยส์ ที่ได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดอาวุธคู่กายนักเตะมากว่า 2 ทศวรรษ หลังจาก ที่ สตั๊ดสายพันธ์นักล่าได้วาดลวดลายบนฟลอร์หญ้ามาเป็นเวลากว่า 21 ปี และมีด้วยกันถึง 14 รุ่นหลัก หลายคนอาจจะไม่รู้ว่า เคร็ก จอห์นสัน อดีตนักเตะ ลิเวอร์พูล เป็นผู้ออกแบบ แต่คนที่ทำให้ซีรี่ยส์ พรีเดเตอร์ ดังระเบิดไปทั่วโลกจะเป็นใครไปไม่ได้เลย นอกจาก เดวิด เบ็คแฮม เจ้าพ่อลูกนิ่งเบอร์ต้นๆของโลก รองเท้าซี่รี่ย์นี้โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ แถบยางที่มีรอบๆตัวรองเท้า โดยเฉพาะข้างเท้าด้านในเพื่อเอาไว้ ปั่นบอลให้โค้งแบบพี่เบ็ค และสีประจำรุ่นนี้คือ ดำ ขาว แดง ที่มักจะทำออกมาเป็นสีในการเปิดตัวทุกครั้ง จนมาถึงรุ่น adipower predator เมื่อปี 2011 นั้นแหล่ะถึงมีการเปลี่ยน และอีกสิ่งที่เป็นลักษณะโดดเด่นของ นักล่า คือลิ้นที่มักจะใหญ่และยื่นออกมา บางรุ่นมีสายรัด เช่นรุ่น predator mania ที่ถือว่า ยอดเยี่ยมไม่แพ้ใครจนอาดิดาสต้องตัดสินใจ รีเมค ออกมาขายใหม่กันอีกรอบในโอกาสฉลองครบรอบ 20 ปี กับอีก 2 รุ่นอย่าง Predator Accelerator  และ Predator Mania ในแง่ของ พรีเซนเตอร์ มีนักฟุตบอลระดับโลกมากมายเลือกเจ้าพรีเดเตอร์ เป็นอาวุธยามลงไปฟาดฟันในสนาม โดยเฉพาะนักเตะในตำแหน่งกองกลาง และก็มีหลายต่อหลายครั้งที่ เจ้าพรีเดเตอร์ เข้าไปเติมเต็มส่วนหนึ่งในประวัติศาตร์ลูกหนังโลก ต่อหน้าผู้ชมนับล้านไม่ว่าจะเป็น รองเท้าที่ ซีเนอดีน ซีดาน ใส่พาฝรั่งเศสดับบราซิลเป็นแชมป์โลกสมัยแรกและสมัยเดียวเมื่อปี 1998 หรือจะเป็น รองเท้าที่ ดาวิด เทรเซเก้ต์ ใส่ระเบิดตาข่ายเปนประตูโกลเด้นโกลช่วยตราไก่คว้าแชมป์ ยูโร 2000 และยังอีกมากมายนับไม่ถ้วน จนมาถึงวันนี้ 21 ปีเต็มเข้าไปแล้ว สำหรับช่วงนี้ใครที่มีรองเท้า ซีรี่ย์ นี้ควรเก็บไว้ในมือได้แล้ว ถ้ายังไม่มีก็น่าจะไปหามาสะสมซักคู่ เพราะต่อไปจะกลายเป็นของหายาก แน่นอน หลังจากที่ อาดิดาส ยืนยันออกมาอย่างชัดเจนว่า จะยุติการผลิตหลังจากรุ่น Predator Instinct เป็นรุ่นสุดท้าย แล้วจะดันสองรุ่นแบบ Adidas Ace  และ ‎Adidas X ขึ้นมาทดแทน น่าติดตามดูเหลือเกินว่าโลกลูกหนังจะพลิกโฉมเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรต่อไปนี้ เกร็ดน่ารู้ Predator -  Predator Touch ในปี 1996 คือรองเท้ารุ่นที่ เดวิด เบ็คแฮม ใส่ยิงครึ่งสนามใส่ วิมเบอร์ดัน ก่อนโด่งดังเป็นพลุแตกอย่างทุกวันนี้ -  Predator Precision ในปี 2000 เป็นรุ่นเดียวที่ใช้ตีนตุ๊กแกติดตรงลิ้น แต่รุ่นพิเศษของนักเตะบางคน โดยเฉพาะเบ็คแฮม ใช้ยางรัดแทน - Predator Mania ในปี 2002 คือรุ่นแรกที่มีสายยางรัดที่ลิ้นกับตัวรองเท้า ก่อนจะใช้ต่อเนื่องมาถึง 4 รุ่น และหลังรุ่น Predator X ก็ไม่มีรุ่นไหนเลยทีมีลิ้นออกมาอีก -Predator Absolute เป็นรุ่นแรกที่มีการแถมพื้นรองเท้ามาสองแบบ โดยข้างในใส่ตะกั่ว (สำหรับคนชอบความหนัก) และยาง(สำหรับคนชอบความเบา) - Predator Power Swerve เป็นรุ่นที่มีสีออกมาอย่างมากมายถึง 21 สี แถมมีการแบ่งเป็นรุ่นย่อยความลักษณะเด่นของรองเท้าเป็น power,swerve,control และที่สำคัญ เดวิด เบ็คแฮม เปลี่ยนใช้รองเท้าที่ทำจากหนังสังเคราะห์แทนหนังจิงโจ้ในรุ่นนี้ หลังจากถูก กลุ่มต่อต้านการทารุณสัตว์ออกมาต่อต้าน การใช้หนังจิงโจ้ มาเป็นวสัดุในการทำรองเท้า - Predator X ในปี 2009 เป็นรุ่นแรกที่มีการเปลี่ยนแปลงวัสดุจากหนังจิงโจ้ มาเป็นหนังวัวกระทิง - AdiPower Predator ในปี 2011 คือรุ่นแรกที่เปิดตัวด้วยสีฟ้าเหลือง ซึ่งไม่ใช่สี ดำ แดง ขาว แบบรุ่นอื่นๆและยังมีการพัฒนาให้น้ำหนักของรองเท้า หายไป 1 ในสามส่วนจากเดิมด้วย -นอกจากนี้ในปี2011 มีรุ่นเสริมแบบ AdiPower Predator SL ที่ออกมาคู่กันเป็นครั้งแรกโดยเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูงกว่า และน้ำหนักเบากว่า - Predator LZ เป็นรุ่นแรกที่เปลี่ยนแปลงมาเป็นหนังสังเคราะห์ แบบสิ้นเชิงและสามารถใส่ชิพ miCoach ที่พื้นรองเท้าได้ -Predator LZ II เป็นรุ่นสุดท้ายที่ เดวิด เบ็คแฮม ได้ใส่ และอาดิดาส ได้ทำคู่พิเศษเพื่อการลงเล่นนัดสุดท้ายของ พรีเซนเตอร์ตัวหลักคนนี้โดยเฉพาะ - ในโอกาสครบรอบ 20 ปี Predator อาดิดาสเลือกรองเท้าในซีรี่ยส์ 3 รุ่นอย่าง Predator 1994 ซึ่งเป็นรุ่นแรก และอีกสองรุ่นที่ได้รับความนิยมอย่าง Predator Accelerator 1998 และ Predator Mania  2002 -Predator Instinct คือเจเนเรชั่นสุดท้ายของรองเท้าสตั๊ดซีรี่ยส์พรีเดเตอร์ ก่อนที่ อาดิดาส จะหันไปผลิต รุ่นที่เข้มาทดแทนแบบ Adidas Ace  และ ‎Adidas X แทน

จตุรงค์แจงหุ้นแท้จริงของฐปณีย์ ในบริษัทผลิตสื่อ
จตุรงค์ /  จตุรงค์ สุขเอียด / 

จตุรงค์ สุขเอียด โพสต์ชี้แจงสัดส่วนหุ้น ฐปณีย์ เอียดศรีไชย  ค้างคาใจทำไมสถาบันอิศราไม่ถามข้อเท็จจริง วันที่ 21 พ.ค. 58 นายจาตุรงค์ สุขเอียด ผู้สื่อข่าว โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊คของฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าวช่อง 3 ถึงกรณีที่สำนักข่าวหนึ่งนำเสนอการถือหุ้นของน.ส.ฐปณีย์ ในบริษัทผลิตสื่อ ว่า เมื่อตอนไอทีวีจอดำ...ช่วงจะประกาศปิดไอทีวีนั้น ก็มีคนมาชวนผมไปทำงานในช่องอยู่บ้างหลายช่อง ผมตัดสินใจไม่ไปเพราะมีน้องเก่าที่อยู่กันมาไม่มีใบวุฒิการศึกษาแต่มีผลงานดีทำงานได้จำนวนหนึ่ง จากนั้น ผมเลือกเขียนรูปแบบรายการไปเสนอ เพราะคิดว่าการไม่ไปอยู่ช่องดีที่ไม่ต้องไปเบียดที่นั่งทำงานกับคนเก่าๆให้เขาไม่สบายใจ ต่อมา บ.เทนเทเลมาเกต จก. ก็ตกลงจ้างผลิตรายการ"ตรงจุดเกิดเหตุ" ไปออกช่อง3 ตอนนั้นแยม ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ก็กำลังจะกลับไปอยู่บ้าน คุณอลงกรณ์ เหมือนดาว (พี่บ๊อบ) ก็ชวนมาอยู่ด้วยกัน ตอนนี้เราจึงรวมกำลังทำตรงจุดเกิดเหตุได้ 7 คน ทางบริษัท เทนฯก็บอกว่า สิ้นเดือนจะต้องจ่ายค่าผลิตเทปตรงจุดเกิดเหตุแต่ต้องรับในนามบริษัท เพราะมีเรื่องภาษีต่างๆด้วย  จุดนี้ทำให้ผมต้องขอให้รุ่นน้องทำเรื่องเปิดบริษัท คิดไม่ออก ก็เอาชื่อรายการเก่าสมัยไอทีวีมีตั้งชื่อว่า ถอดรหัสย้อนรอย จำกัด แต่ขณะนั้นก็มีเงื่อนไขว่า บริษัทจำกัดต้องมีกรรมการร่วมไม่ต่ำกว่า 7 คน เราจึงขอยืมชื่อให้ครบ 7 คน พี่บ๊อบ ตอนนั้นติดหนี้มี bllack list อยู่ก็ใช้ชื่อไม่ได้ ผมก็ถือแทน ส่วน อีก6 ก็เอา ชื่อศศิน สุวรรณปากแพรก เป็นบุตรคุณอัฌชา ที่เห็นว่าเงินไม่พอลงทุนจึงช่วย 20 เปอร์เซ็นต์ ปัญญา นานกระโทก (นักข่าว) วุฒิชัย จิตชื่น(นักข่าว) วิโรจน์ สุขศรี(ช่างภาพ) ศิวภัฎ บริบูรณ์(บัญชีการเงิน) รวมถึง ฐปณีย์ เอียดศรีไชย(นักข่าว) คนละ 2 เปอร์เซ็นต์ มาถือให้ครบ 100 เปอร์เซ็นต์  ส่วนเงินจดทะเบียนนั้น ตอนเลิกไอทีวีเขาก็มีเงินเลิกจ้างให้มา ผมก็เอามาลงทุนซื้อกล้องถูกมา 4 ตัว โดย เราถือคติไม่รับจ้างอย่างอื่นที่ไม่ได้เป็นงานข่าวที่เรามีอิสระในการคิดทำ เพื่อไม่ให้เงินมีอิทธิพลกับความคิดเราเกินไป จนต่อมา คุณกิตติ สิงหาปัด ออกจาก อสมท.ไปอยู่ ช่อง 3 ก็เห็นว่าพวกเรามีกำลังที่จะช่วยงานได้ ก็มาชวนผมกับพี่บ๊อบ อลงกรณ์ มาช่วยทำเบื้องหลังให้  เช่นกันเขาต้องตั้งบริษัทขึ้นมารับค่าจ้างมา(เป็นรายเดือน)ไม่ได้เป็นสัดส่วนโฆษณาแต่อย่างใด ซึ่ง เขาก็ใช้ชื่อผมไปเป็นกรรมการด้วย แต่พี่บ๊อบ ติดเรื่องเดิม ผมจึงถือแทนเขาในสัดส่วนที่น้อยเพื่อให้ครบองค์ประกอบการจดทะเบียนบริษัท ของกรมทะเบียนการค้า ปีนั้นเราจึงขอให้แยมไปช่วยพี่กิตติเต็มตัว เธอจึงไม่ได้ทำรายการตรงจุดเกิดเหตุอีก ส่วนหุ้นที่ถืออยู่ก็เห็นว่าไม่ได้มีปัญหาอะไรก็ปล่อยไป ทำมาราว 5 ปี ก็มีปัญหาภายในกัน บริษัทถอดรหัสย้อนรอย จำกัด จึงหยุดประกอบการ ตั้งแต่ช่วงปี 2556 มา ทั้งนี้ อยู่ระหว่างให้นักกฎหมายเข้าไปขายตลาดทรัพย์สินเดิม แต่มีบางส่วนขายได้ในปีภาษี 2557 แล้วก็ปันเงินออมให้กับน้องๆบางส่วนไป จึงต้องรอเคลียร์ภาษีในปี2558 ก่อนหากขายทรัพย์สินสุดท้ายได้แล้วคืออาคารอีกหลัง ฐปณีย์จึงไม่ได้นับเป็นหุ้นส่วนใดๆกับบริษัทมาเลย เพราะไม่เคยมีปันผลนอกจากเงินได้สะสม ผมยังต้องผลิตรายการให้กับเทนต่อ ซึ่งก็เปลี่ยนชื่อมาเป็นรายการสเปเชียลรีพอร์ต เงื่อนไขการรับเงินก็เช่นเดิมในนามบริษัท ก็ให้เขาจดบริษัทใหม่มารับค่าผลิตงาน ชื่อ newsdoc (นิวส์ด็อค จำกัด) เพราะอีกบริษัทที่เขาจดให้มาไม่มีเรื่องแวต จึงดำเนินการใดๆไม่ได้ เหตุที่เมื่อ สถาบันอิศรา ไปดูในกรมทะเบียนการค้าจึงปรากฎชื่อ ฐปณีย์ เอียดศรีไชย และจตุรงค์ สุขเอียด ผมกับทางสถาบันอิศรา นั้นก็ต่างคนต่างบทบาทกัน ความจริงผมก็ได้รับการอบรมสั่งสอนมาจากท่าน ซื่อสัตย์ โปร่งใส ตรวจสอบได้ กรณีนี้ท่านไปส่องในฐานข้อมูลของกรมทะเบียนการค้าในยามที่ฐปณีย์ กำลังถูกโจมตีอย่างรุนแรงนั้น ผมไม่เข้าใจในเหตุผลและเป้าประสงค์ แต่ในฐานะที่เป็นคนทำข่าวด้วยผมก็ว่าหากในเมื่อข้อมูลของท่านปรากฎชื่อผมชื่อเธอแล้ว ทำไมท่านไม่โทรมาสอบถามผมและเธอบ้าง แต่ไม่เป็นไรด้วยผมคารวะครูบาอาจารย์เสมอมา ให้นับเสียว่า ผมทำข้อมูลอีกด้านหนึ่งของของท่านให้สมบูรณ์กับผู้ที่บริโภคข้อมูลของท่านแล้วก็แล้วกันครับ ขอบคุณภาพ ครอบครัวข่าว 3 MThai News

มาแล้ว! ไนกี้ ไฮเปอร์เวนอม 2 อาวุธคู่กาย นักเตะตัวรุกที่จะทำให้วงการลูกหนังโลกต้องจดจำ
nike /  รองเท้าสตั๊ด / 

ไนกี้ ผู้นำนวัตกรรมผลิตภัณฑ์กีฬาระดับโลกและผลิตภัณฑ์กีฬาฟุตบอล เปิดตัว “ไฮเปอร์เวนอม 2” สุดยอดนวัตกรรมรองเท้าฟุตบอลรุ่นใหม่ล่าสุด ที่ได้รับการผนึกประสิทธิภาพจากเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อตอบโจทย์การเล่นที่รวดเร็วและความแม่นยำ สำหรับผู้เล่นในตำแหน่งเกมรุกโดยเฉพาะ หลังจากที่ไนกี้ ได้เปิดตัวรองเท้าฟุตบอลตระกูลไฮเปอร์เวนอมเป็นครั้งแรก เมื่อปี 2013 ที่ถูกพัฒนาขึ้นสำหรับผู้เล่นในตำแหน่งเกมรุกโดยเฉพาะ และนักฟุตบอลหลายคนไม่ว่าจะเป็น “เนย์มาร์ จูเนียร์” หรือ “เวย์น รูนี่ย์” ก็ต่างเคยประสบความสำเร็จด้วยการสวมใส่รองเท้าตระกูลนี้มาแล้ว ล่าสุดนักออกแบบผลิตภัณฑ์กีฬาของไนกี้ได้พัฒนารองเท้าตระกูลไฮเปอร์เวนอมรุ่นใหม่ให้มีศักยภาพที่ดีกว่ารุ่นเดิม      โดยเฉพาะการพัฒนารองเท้าฟุตบอลรุ่นไฮเปอร์เวนอม 2 (Hypervenom II) ให้เป็นรองเท้าฟุตบอลที่มอบความว่องไวที่สุดให้กับนักเตะ นาธาน ฟาน ฮุก ผู้อำนวยการอาวุโสไนกี้ฟุตบอล กล่าว่า “เรา คือผู้พัฒนานวัตกรรมที่ไม่เคยหยุดนิ่ง เราพยายามสร้างสรรค์ความเป็นไปได้ใหม่ๆอยู่เสมอ ซึ่งเหมือนกับนักฟุตบอลรุ่นใหม่ที่พยายามพัฒนาตนเองให้มีความสามารถที่ดีอย่างต่อเนื่อง” ขณะที่ ฟิล วูดแมน นักออกแบบรองเท้าฟุตบอลของไนกี้ อธิบายเพิ่มเติมว่า “ขั้นแรกสุดของการพัฒนานั้น เราเริ่มทำสิ่งที่ง่ายที่สุดโดยให้สมาชิกในทีมของเราสวมถุงเท้า และใช้สีสเปรย์พ่นตามจุดต่างๆ ซึ่งขณะที่พวกเขาขยับเท้าเล่นฟุตบอล หรือเหยียดเท้าตรง เราก็จะเห็นเส้นหรือลายการสัมผัสบอลในรูปแบบต่างๆ และเราก็นำข้อมูลที่ได้เหล่านั้นไปต่อยอด เพื่อให้ทีมนักวิทยาศาสตร์ที่ศูนย์วิจัยกีฬาไนกี้ (Nike’s Sport Research Lab) ศึกษาว่า เท้าของมนุษย์จะสามารถเคลื่อนไหวได้ดีที่สุดได้อย่างไร โดยเฉพาะในเวลาที่พวกเขาต้องสวมรองเท้าที่ถูกออกแบบขึ้น เพื่อเพิ่มความเร็วในการวิ่งให้แก่นักเตะ” นอกจากนี้ ไนกี้ ไฮเปอร์เวนอม 2 ยังมีการใช้เทคโนโลยีฟลายไวร์และเทคนิคการสร้างรอยบากบนหน้ารองเท้าในจุดที่สัมผัสกับลูกฟุตบอล ซึ่งเป็นเทคนิคที่ได้ถูกพัฒนาขึ้น เพื่อให้รองเท้าฟุตบอลรุ่นไฮเปอร์เวนอม 2 มีความสอดคล้องกับหลักกายวิภาคศาสตร์มากที่สุด และช่วยให้ผู้เล่นสามารถสัมผัสบอลได้ดีกว่าเดิม  โดยมีเส้นใยไนกี้ฟลายไวร์ผสานเข้ากับเส้นใยตาข่ายในอัตราส่วนที่ต่างกันตามแต่ละจุด เพื่อให้รองเท้าไฮเปอร์เวนอม 2 เป็นรองเท้ารุ่นที่มีประสิทธิภาพที่ดีกว่ารองเท้าไฮเปอร์เวนอมรุ่นแรกอย่างแท้จริง “นักฟุตบอลหลายคนชอบรองเท้าไฮเปอร์เวนอมรุ่นแรก แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะหยุดพัฒนา เราพร้อมที่จะเปลี่ยนทุกสิ่งเพื่อให้รองเท้ารุ่นใหม่ของเราดีกว่าที่เดิม และมีประสิทธิภาพที่คู่ควรกับนักฟุตบอลที่ต้องการในสิ่งที่ดีที่สุด” แมกซ์ โบลว รองประธานฝ่ายรองเท้าไนกี้ฟุตบอล กล่าวเพิ่มเติม นอกจากนี้นาธาน ฟาน ฮุก ผู้อำนวยการอาวุโสไนกี้ฟุตบอล ยังได้กล่าวเสริมว่า “รองเท้าฟุตบอลรุ่นใหม่นี้ คือผลลัพธ์ที่ดีที่สุดของการพัฒนารองเท้าจากเท้าของมนุษย์ เพราะรองเท้ารุ่นนี้มีความยืดหยุ่นที่สอดคล้องกับเท้าของมนุษย์ตามธรรมชาติ โดยมีการใช้เทคโนโลยีฟลายไวร์คอยช่วยป้องกันไม่ให้เท้าผู้สวมใส่เลื่อนไปมา” ไนกี้ ไฮเปอร์เวนอม 2 เป็นรองเท้าฟุตบอลที่ออกแบบสำหรับผู้เล่นตัวรุกอย่างแท้จริง โดยเฉพาะนักเตะที่ต้องการเคลื่อนที่ไปทั่วสนาม หรือในพื้นที่ที่คู่แข่งคาดไม่ถึง ดังนั้นรองเท้ารุ่นนี้จึงต้องได้รับการสร้างสรรค์ให้รองรับทุกการเคลื่อนไหวในสนาม และต้องดูดีมีสไตล์อีกด้วย “รองเท้าฟุตบอลไฮเปอร์เวนอมรุ่นแรกนั้นยังไม่มีการใช้เทคโนโลยีไดนามิค ฟิต คอลลาร์  ซึ่งเราได้ทำการทดลองหลายต่อหลายครั้ง เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีไดมามิค ฟิต คอลลาร์ที่มีจุดเด่นในการเดินด้ายแบบไร้รอยฝีเข็ม เพื่อลดทอนสิ่งรำคาญและให้ผู้สวมใส่รู้สึกสบายมากที่สุด”  ฟิล วูดแมน อธิบายเพิ่มเติม รองเท้าฟุตบอลไฮเปอร์เวนอม 2 เป็นรองเท้าฟุตบอลรุ่นแรกจากไนกี้ที่ผสานเทคโนโลยีที่หลากหลาย     ไม่ว่าเป็นการใช้เส้นใยฟลายนิต การพัฒนาหน้ารองเท้าแบบใหม่ รวมไปถึงมีเทคโนโลยี ไนกี้สกิน และเทคโนโลยีออล คอนดิชั่นส์ คอนโทรล (ACC) “หน้ารองเท้ารุ่นใหม่ของเราได้รับผลตอบรับที่ดีมากจากนักฟุตบอล การผสานเทคโนโลยีฟลายนิต ไดนามิค ฟิต คอลลาร์ให้กับหน้ารองเท้า ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ที่เป็นที่ชื่นชอบของผู้สวมใส่ ซึ่งช่องสวมใส่รูปแบบใหม่นี้ยังเพิ่มความรู้สึกกระชับและช่วยให้ผู้เล่นสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวของเท้าตัวเอง โดยที่ตัวรองเท้าเองยังดูสวยงามโดดเด่น”  ฟิล วูดแมนกล่าวเสริม เทคโนโลยีฟลายนิต ไดนามิค ฟิต คอลลาร์ มีสีสันสวยงามและมีความยืดหยุ่นสูง ขณะที่รูปทรงของรองเท้ามีความโดดเด่น สะดุดตา ดูมีพลังและดูล้ำสมัย เฉกเช่นเดียวกับผู้เล่นระดับโลกที่มีความเร็วสูง ที่สามารถเคลื่อนไหวได้รอบทิศทางแม้จะอยู่ในพื้นที่จำกัด แต่สามารถลากบอลทะลุผ่านแผงหลังได้ ซึ่งทักษะและความสามารถเหล่านี้จึงเป็นหนึ่งในแนวคิดที่ไนกี้นำมาพัฒนาแนวด้านข้างของรองเท้ารุ่นนี้ตั้งแต่ต้น “ขณะที่ด้านข้างของรองเท้าฟุตบอลรุ่นใหม่นี้มีสีสันโดดเด่นสะดุดตา เป็นเสมือนสิ่งที่เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างพื้นรองเท้ากับหน้ารองเท้า ด้านข้างของรองเท้าไม่ได้แข็งเหมือนพื้นรองเท้า และก็ไม่ได้อ่อนนุ่มเท่ากับส่วนบนของรองเท้า แต่มอบความนุ่มระดับกลางที่ช่วยเพิ่มความนุ่มสบาย ขณะเดียวกันยังช่วยล็อคเท้าให้อยู่ตรงกลางพอดี” นาธาน ฟาน ฮุก อธิบาย ด้วยแนวเชือกรองเท้าที่มีแนวรูรองเท้าเป็นลวดลายซิกแซก และเอียงเบนออกไปทางด้านนอก ทำให้บริเวณหลังเท้าด้านในมีพื้นที่ในการจับบอล และยิงบอลมากขึ้น และปราศจากการสัมผัสกับเชือกรองเท้าที่ได้รับการพัฒนาให้ซ่อนอยู่ภายในตัวรองเท้า เพื่อเพิ่มการสัมผัสบอลที่แนบเท้ามากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันเพื่อปรับปรุงรองเท้าตามข้อคิดเห็นของนักฟุตบอล พื้นรองเท้าของรองเท้าฟุตบอลรุ่นไฮเปอร์เวนอม 2 ยังได้ใช้วัสดุที่มีความอ่อนนุ่มเพื่อให้ผู้เล่นรู้สึกสบาย โดยมีพื้นรองเท้าที่แยกชิ้นส่วนสำหรับนิ้วโป้งและแผ่นสำหรับช่วยยึดเกาะช่วยให้ผู้สวมใส่เปลี่ยนทิศทางได้รวดเร็วขึ้น ส่วนลวดลายกราฟิกที่ใช้ก็ได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับทั้งพื้นรองเท้าและด้านข้างของรองเท้า  “สำหรับรองเท้าไฮเปอร์เวนอม 2 เราได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากจากธรรมชาติ เราศึกษาพฤติกรรมและลวดลายจากสัตว์อสรพิษ ที่แสดงให้เห็นว่าเมื่อมันอยู่เฉยๆมันอาจจะดูไร้พิษสง แต่เมื่อพวกมันเคลื่อนไหว เหยื่อแทบจะไม่รู้ตัวเลยจนกระทั่งเห็นมันในวินาทีสุดท้าย  ซึ่งเราได้นำแนวคิดนี้มาสร้างลวดลายให้กับรองเท้าของเรา เพื่อให้เหล่ากองหลังตกตะลึงเมื่อเผชิญหน้ากับนักฟุตบอลตัวรุกที่ใช้รองเท้ารุ่นนี้” ฟิล วูดแมนอธิบาย “ถือเป็นครั้งแรกที่รองเท้าตระกูลไฮเปอร์เวนอม  ได้ถูกพัฒนาขึ้นสำหรับนักฟุตบอลหญิง โดยจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายนร่วมกับนักฟุตบอลหญิงระดับทีมชาติ ไม่ว่าจะเป็นทีมชาติสหรัฐฯ อังกฤษ ฝรั่งเศส และอื่นๆอีกมากมาย และแน่นอนว่ามันจะไม่เป็นครั้งสุดท้ายที่ทางไนกี้จะยอมหยุดพัฒนารองเท้าฟุตบอลสำหรับผู้หญิงอีกด้วย” แมกซ์ โบลว รองประธานฝ่ายรองเท้าไนกี้ฟุตบอลกล่าวปิดท้าย สำหรับไนกี้ ไฮเปอร์เวนอม 2  จะวางจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2558 ที่ร้านอาริ ฟุตบอลคอนเซปต์สโตร์    ร้านแพรอท ร้านซุปเปอร์สปอร์ต สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัล ลาดพร้าว และเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า

9 ร่างไร้วิญญาณคนดังระดับโลกกับเรื่องราวสุดแปลก!
10 อันดับ /  ต่างประเทศ / 

เวลาคนเราเสียชีวิตไปแล้ว ก็จะเหลือแต่เพียงร่างที่ไร้วิญญาณเท่านั้น ซึ่งแต่ละศาสนา วัฒนธรรมก็จะแตกต่างกันไป เช่น ศาสนาพุทธก็จะนำร่างไปเผา, ฝั่งยุโรปก็จะนำร่างไปฝัง เป็นต้น แต่ที่ทีนเอ็มไทยนำมาให้เพื่อนๆ อ่านกันในวันนี้เกี่ยวกับ 9 ร่างไร้วิญญาณคนดังระดับโลกกับเรื่องราวสุดแปลก! ซึ่งบางคนร่างก็ไม่ได้ถูกนำไปทำพิธี บางคนชิ้นส่วนก็ถูกแยกออกไปอยู่ที่อื่น ถ้าเพื่อนๆ ได้อ่านจะต้องอึ้งแน่ๆ >,< 9 ร่างไร้วิญญาณคนดังระดับโลกกับเรื่องราวสุดแปลก! 1. ศพของ Eva Perón ถูกเก็บอยู่ใต้โต๊ะกินข้าวของสามีเธอ Eva (Evita) Perón เป็นผู้หญิงที่มีชื่อเสียงจากสถานะ First Lady ของประเทศอาเจนติน่า เธอได้ทำให้สภาพความเป็นอยู่ของผู้คนที่ยากไร้ดีขึ้น และเธอต่อสู้เพื่อสิทธิสตรี เธอเคยโดนขอร้องจากสามีของเธอ Juan Perón ให้เป็นรองประธานาธิบดีแต่ว่าเธอก็ปฏิเสธไปเนื่องจากปัญหาทางด้านสุขภาพ และหลังจาก Perón หมดสมัยลงในปี 1952 Eva ก็เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งด้วยอายุ 33 ปี หลังจากเสียชีวิต ศพของเธอก็ถูกตกแต่งเพื่อป้องกันการเน่าทันที และจะถูกฝังในอีก20ปีให้หลัง หลังการสร้างสุสาน (ที่ว่ากันว่าใหญ่กว่าเทพีเสรีภาพซะอีก) แต่ระบอบการปกครองของ Juan Perón ก็ถูกล้มล้างซะก่อน จนตัวเขาต้องหนีไปสเปน ศพของเธอที่ดูราวกับเป็นตุ๊กตาขี้ผึ้ง ได้อยู่กับเหล่าทหารซึ่งกลัวว่าถ้าหากฝังเธออย่างเป็นทางการ ผู้คนจะยกย่องให้เธอเป็นผู้เสียสละและเธอจะกลายเป็นต้นตอของการลุกฮือของคนที่รักเธอ ศพของเธอก็เลยถูกเก็บไว้ในลังไม้และถูกส่งต่อกันไปตามที่ต่างๆในบัวโนสไอเรส เมื่อเห็นว่าศพของ Eva นั้นอันตรายเกินไปที่จะอยู่ในอาเจนติน่าต่อไป เธอถูกส่งไปที่ Bonn ประเทศเยอรมัน และต่อมาก็ถูกส่งไปที่อิตาลี่อย่างลับๆ เพื่อฝังเธอในนาม Maria Maggi ในปี 1971 ผู้นำทางการทหารคนใหม่ของอาเจนติน่า Alejandro Lanusse ได้ทำข้อตกลงกับอดีตประธานาธิบดี Juan Perón ว่า Perón จะให้การสนับสนุนระบอบการปกครองใหม่นี้ ถ้าหากว่าทางการทหารคืนศพ Eva ให้เขา Perón และภรรยาใหม่ชื่อ Isabel จึงได้นำศพของ Eva มาไว้ที่แมนชั่นของพวกเขา โดยที่มักจะวางโลงศพของเธอไว้บนโต๊ะอาหาร Isabel มักจะหวีผมให้กับ Eva เป็นประจำตามคำขอร้องของสามีเธอ และยังต้องนอนข้างๆโลงศพ Eva ทุกๆวันเพื่อที่จะซึมซับความฉลาดทางการเมืองของ Eva มาอีกด้วย Juan Perón ได้กลับมามีอำนาจอีกครั้งในปี 1973 แต่ว่า Eva ไม่ได้ถูกนำตัวกลับมาด้วยจนอีก 1 ปีหลังจากนั้น และหลังจาก Juan เสียชีวิต ตำแหน่งประธานาธิบดีก็ถูกสืบทอดโดย Isabel ส่วน Eva Perón ได้หลับอย่างสงบในสุสานที่บัวโนสไอเรส ศพของเธอถูกเก็บไว้ในอุโมงค์ที่ว่ากันว่าสามารถทนได้แม้แต่แรงระเบิดนิวเคลียร์ 2. ศพของ Lord Horatio Nelson ถูกเก็บรักษาไว้ในบรั่นดี การตายของพลเรือโท Horatio Nelson หนึ่งในวีรบุรุษของกองทัพอังกฤษได้สร้างบทเรียนที่สำคัญเกี่ยวกับการรักษาเนื้อเยื่อของศพ Nelson ถูกยิงจนเสียชีวิตเมื่อ 21 ต.ค. 1805 ในขณะที่เขากำลังนำกองเรืออังกฤษสู่ชัยชนะจากสงคราม Napoleonic ที่ Trafalgar ลูกเรือของเขาต้องการให้ผู้บังคับบัญชาของเขาได้มีงานศพอย่างสมเกียรติ แพทย์ศัลยกรรมบนเรือ William Beatty จึงได้คิดที่จะทำการรักษาศพของเขาไว้จนกลับมาถึงฝั่งแทนที่จะทำงานศพกลางทะเล Nelson เตรียมใจที่จะตายอยู่ตลอดอยู่แล้ว เขาเก็บโลงศพเพื่อตัวเองไว้หลังโต๊ะของเขาบนเรือ HMS Victory โลกศพของเขาสร้างจากซากเรือฝรั่งเศสที่เขาได้รับชัยชนะมาจากการต่อสู้ที่ Nile เพื่อที่จะรักษาสภาพศพของ Nelson ไว้ ลูกเรือองเขาได้เอาศพเขาลงไปดองในเหล้าบรั่นดีฝรั่งเศส และเมื่อล่องเรือถึง Gibraltar ก็ได้ในโลงศพของเขาลงไปแช่ในถังบรั่นดีอีกทีหนึ่ง เมื่อร่างของเขามาถึง London มีข่าวลือว่าถังด้านนอกถูกเปิดออกมาแต่ไม่พบบรั่นดีเหลืออยู่เลย ร่างที่ถูกดองไว้ก็ถูกย้ายออกไป และเมื่อลองดูให้ดีๆแล้วจะพบว่าเหล่ากะลาสีเรือได้เจาะรูใต้ลังนั้นเพื่อดื่มบรั่นดีจนหมด จึงเป็นที่มาของการเรียกเหล้าบรั่นดีว่า “เลือดของ Nelson” (บางตำนานเล่าว่าในลังนั้นนอกจากจะมีศพของ Nelson แล้วยังมีการเอาศพมาสับเปลี่ยนอีกหลายครั้ง) ซึ่งจริงๆแล้วบันทึกอย่างเป็นทางการที่ถูกต้องได้กล่าวไว้แค่ว่าศพของเขาได้ถูกแช่ไว้ใน “เหล้าชั้นดี” และไม่มีรายละเอียดใดๆทั้งสิ้นเลย สุดท้ายแล้ว Lord Nelson ก็ได้รับงานศพอย่างสมเกียรติ ศพของเขาถูกเก็บไว้ในสุสานที่ใต้โดมของโบสถ์ St. Paul’s Cathedral 3. นิ้วที่หายไปของ Galileo กลับมาอยู่ในโหลอีกครั้งเมื่อ 300 ปี ให้หลัง ในปี 2009 นิ้วมือของ Galileo 2 นิ้วที่หายไปนับศตวรรษ มันถูกซื้อที่งานประมูลจากคนที่สงสัยว่ามันคืออะไร และนำมันมาให้พิพิธภัณฑ์แห่งประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์ใน Florence ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ Paolo Galluzzi กล่าวไว้ นิ้ว 3 นิ้วถูกตัดไปจากมือของ Galileo หลังจากที่ศพของเขาถูกเคลื่อนย้ายจากอนุสรชั่วคราวไปยังหลุมศพที่แท้จริงในปี 1737 รวมไปถึงฟันซี่สุดท้ายที่หลงเหลืออยู่บนกรามก็โดนขโมยไปด้วย นิ้ว 2 นิ้วและฟันซี่นั้นได้กลับมาถูกเก็บอยู่ในโหลแก้วซึ่งก็หายไปอีกครั้งในช่วงปี 1905 ไม่มีร่องรอยใดๆของมันทั้งสิ้นมาตลอด 100 ปี จนมีคนไปซื้อมันได้ที่การประมูลและนำมาที่พิพิธภัณฑ์ในปี 2009 โหลแก้วนั้นตรงตามคำอธิบายของโหลแก้วใบเก่าทุกระเบียดนิ้ว เพียงแต่ว่าในขณะที่มันถูกนำมาประมูลนั้น ใบกระดาษที่บ่งบอกว่าของที่อยู่ในโหลนี่คืออะไรมันได้หายไปซะก่อน ทำให้เหล่าผู้ประมูลและคนประมูลไม่รู้ถึงคุณค่าของโหลนี้ว่ามหาศาลมากแค่ไหน ทางพิพิธภัณฑ์ได้มีนิ้วมือของนิ้วที่ 3 ของ Galileo มาตั้งแต่ปี 1927 แล้ว ทำให้นี่เป็นครั้งแรกที่อวัยวะที่หายไปทั้งหมดกลับมาอยู่รวมกันครบ คนที่ตัดนิ้วของ Galileo ออกไปนั้น เป็นคนที่คิดว่า Galileo นั้นเป็นเหมือนผู้มาโปรดโลก และนิ้วที่โดนตัดไปนั้นก็เป็นนิ้วที่เขาใช้ในการจับปากกา 4. ปริศนากะโหลก Mozart ในปี 1902 ที่ Mozarteum ใน Salzburg , Austria ได้กลายมาเป็นผู้ถือครองกะโหลกศีรษะของ Mozart กะโหลกนั้นมีแต่ส่วนบน แต่ว่าส่วนกรามล่างนั้นหายไป กะโหลกนี้ตรงกับบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่ว่า ในปี 1801 สัปเหร่อชาวเวียนนา Joseph Rothmayer ได้ขุดมันขึ้นมาจากหลุมที่ Mozart ถูกฝังไว้ในปี 1791 ด้วยอายุ 35 ถึงแม้ว่าจะมีเรื่องเล่ากันว่า Mozart ถูกฝังในสุสานคนจนแบบยาจก แต่จริงๆแล้ว Mozart ถูกฝังในหลุมกับคนอีกเพียง 4 – 5 คน ซึ่งนับว่าเป็นหลุมศพของชนชั้นกลางในสมัยนั้นแล้ว ตามตำนานเล่าว่าสัปเหร่อนั้นได้แปะเส้นลวดไว้กับกระโหลกของ Mozart เพื่อที่ตอนเขากลับมาขโมย จะได้หยิบถูกคน (ซึ่งต้องรอเป็น 10 ปี ทำให้บางคนคิดว่านี่ไม่ใช่เรื่องจริง) จากนั้น กะโหลกของ Mozart ก็ถูกเปลี่ยนมือไปมากมาย ตั้งแต่อยู่ในมือของผู้ดูแลโบสถ์, กลายไปเป็นคอลเลคชั่นกระโหลกของ Dr.Hyrtl (ซึ่งภายหลังจากนั้นกะโหลกเหล่านั้นจะกลายไปเป็นส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์กะโหลก Mutter ยกเว้นกะโหลก Mozart) หลังจากนั้นก็ได้มาอยู่ในการดูแลของ Mozarteum ในปี 1902 ในปี 2006 หลังจากได้กะโหลกมาแล้ว 104 ปี ทาง Mozarteum ก็ได้วางแผนที่จะพิสูจน์ให้รู้แน่ชัดกันไปว่ากะโหลกนี้เป็นของ Mozart จริงไหม โดยการตรวจ DNA ของกระโหลกกับ DNA จากกระดูกต้นขาจากศพของญาติๆทางฝั่งแม่ของ Mozart น่าเสียดายที่ผลการทดสอบ DNA ทำให้ต้องผิดหวัง นอกจากผลการทดสอบจะบ่งบอกว่ากะโหลกนั้นไม่มีความเกี่ยวข้องทาง DNA กับญาติๆของ Mozart แล้ว ผลการทดสอย DNA จากกระดูกต้นขาของญาติๆทั้งหลายก็ดันไม่ตรงกันเลยอีกด้วย กลายเป็นที่คลุมเครือเป็นอย่างยิ่งว่ามันอะไรยังไงกันแน่ อย่างไรก็ตาม กะโหลกใบนี้ได้มีรอยถูกทุบอย่างแรง ซึ่งจากการที่ Mozart บ่นว่าเขาปวดหัวอย่างหนักในช่วงปีสุดท้ายของชีวิตเขาแล้ว คาดว่าน่าจะเป็นสาเหตุการตายขณะอายุยังน้อยของเขา แต่มันก็เป็นสิ่งที่สรุปไม่ได้และเป็นเพียงแค่ข้อสันนิษฐานอยู่ดี จึงทำให้ปริศนาของกะโหลกของ Mozart นี้ ก็ยังคลุมเครืออยู่จนถึงปัจจุบัน 5. ร่างของ Voltaire ถูกปลอมแปลงเพื่อที่เขาจะได้รับงานศพอย่างสมเกียรติ Voltaire “ปัญญาที่เปล่งประกาย” แห่งสาธารณรัฐ มีข้อพิพาทมากมายในชีวิตของเขาจนเขากลัวว่าพอเขาตายศพของเขาจะถูกนำไปทิ้งถังขยะข้างทาง ซึ่งเป็นสิ่งที่พบเห็นได้บ่อยมากสำหรับผู้ที่ริเริ่มจะวิพากษ์วิจารณ์คริสตจักรในสมัยศตวรรษที่ 18 เมื่อนักเขียนชาวฝรั่งเศสคนนี้ล้มป่วย เขาได้คิดแผนตบตาคนขึ้น โดยที่เมื่อเขาเสียชีวิตลง ให้คนแต่งศพของเขาด้วยชุดหรูๆราวกับยังมีชีวิตอยู่ และให้คนขับรถขับพาเขาไปส่งที่คฤหาสน์ของครอบครัวเขาที่ชายแดนสวิส ห่างไกลจากอันตรายทั้งหลาย แต่ว่าแผนเขาได้ถูกปรับเปลี่ยนนิดหน่อยด้วยหลานของเขาเอง โดยที่หลานเขาให้คนชันสูตศพผ่าเอาหัวใจและสมองเขาออกมา และนำศพของเขานั่งรถไปส่งที่สุสานฝรั่งเศสแทน จนอีกหลายปีหลังจากนั้นที่ศพของเขาจะได้กลับมาที่ Paris เพื่อได้รับหลุมศพที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นใน Pantheon หลายๆคนเชื่อว่าศพของเขายังอยู่ในนั้น แต่ก็มีหลายคนเหมือนกันที่เชื่อว่าผู้ภักดีต่อคริสตจักรได้บุกรุกเข้าไปในสุสานแล้วเอากระดูกของเขาไปทิ้งขยะให้หมาแทะเล่น และเพื่อที่จะหยุดเรื่องราวบ้าๆบอๆเหล่านี้ ทางเจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจที่จะเปิดหลุมศพดูในปี 1897 และพบว่าศพของเขายังอยู่ดีไร้รอยขีดข่วน 6. ร่างของแฝดสยามที่ถูกนำมาหล่อปูนและตั้งแสดงในพิพิธภัณฑ์ แฝดสยามที่โด่งดัง อิน-จัน บังเกอร์ ตัวติดกันด้วยกระดูกอ่อนภายใต้หน้าอกของพวกเขา ซึ่งการแพทย์ปัจจุบันคงจะสามารถผ่าแยกพวกเขาออกมาได้อย่างง่ายๆ แต่ว่าการแพทย์ในศตวรรษที 19 นั้น มันเป็นไปไม่ได้เลย หลังจากท่องเที่ยวโชว์ตัวไปทั่วโลกแล้ว อินและจันก็ได้มาใช้ชีวิตปกติเป็นพลเมือง America อยู่ที่ North Carolina พวกเขาซื้อทาสและแต่งงานกับสตรี 2 พี่น้อง ในปี 1840 จันได้ให้กำเนิดลูกๆถึง 10 คน และอินได้ให้กำเนิดลูกๆ 11 คน ในเดือน มกราคม 1874 จันเสียชีวิตลงขณะที่เขาหลับด้วยโรคปอดบวม 3 ชม.หลังจากนั้น อินก็เสียชีวิตตามไป ตอนแรกหมอวินิจฉัยว่าอินเสียชีวิตเพราะความเสียหายทางจิตใจ แต่หลังจากการวิเคราะห์มากกว่านั้นจึงรู้ว่า อินและจัน ได้ใช้เส้นเลือดใหญ่และเส้นเลือดฝอยร่วมกัน ทำให้อินเสียชีวิตด้วยอาการเสียเลือด ตอนอินกำลังจะตายเขาได้ขอร้องให้คนช่วยดึงน้องชายฝาแฝดของเขามาใกล้ๆเขาให้มากกว่าเดิมหน่อย หลังจากที่ทั้ง 2 คนถูกคอนเฟิร์มว่าเสียชีวิตแล้ว ร่างของพวกเขาถูกส่งไปที่วิทยาลัยแพทย์ Philadelphia เพื่อผาตัด, ศึกษา, ถ่ายรูป และสุดท้ายการชันสูตรศพได้เผยให้รู้ว่าทั้งสองคนใช้ตับร่วมกัน หลังจากการชันสูตรแล้วร่างของพวกเขาก็ถูกนำไปหล่อปูนให้หันหน้าเข้าหากัน พี่น้องคู่นี้ปัจจุบันถูกแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ Mutter Museum ใน Philadelphia ในฐานะแบบอย่างทางการแพทย์ พวกเขาเป็นเพียงแค่โครงร่างของความทรงจำในอดีตของฝาแฝดซึ่งเป็นตำนาน อิน และ จัน แฝดสยามคนแรกของโลก 7. หัวใจของ Anne Boleyn ถูกเก็บไว้กับสามีของเธอ ที่เป็นคนสั่งฆ่าเธอ Henry ที่ 8 ได้ปลดประเทศอังกฤษออกจากลัทธิคาทอลิก เพื่อที่จะได้หย่ากับภรรยาคนแรกและมาแต่งงานกับ Anne Boleyn ที่ชาญฉลาด แต่ Henry ที่ต้องการบุตรชายอย่างมาก ได้คิดว่าการแต่งงานของเขาถูกสาปเพราะว่า Anne ให้ได้แต่ลูกผู้หญิง และพระราชาในขณะนั้นยังกล่าวหาเธอว่าเป็นเพราะเธอนั้นคบชู้กับพวกคนธรรมดาสามัญ และแม้กระทั่งกับน้องชายของเธอเอง Anne Boleyn ถูกจับและถูกตัดหัวบนหอคอยลอนดอนในปี 1536 ตำนานเล่าว่ากษัตริย์ Henry ได้สั่งให้คนควักหัวใจเธอออกมา และ Henry ก็เก็บหัวใจเธอเอาไว้ในกล่องรูปหัวใจในโบสถ์ที่ Suffolk หัวใจนั้นถูกค้นพบในปี 1836 และได้ถูกฝังใหม่อยู่ภายใต้เครื่องดนตรีออร์แกนของโบสถ์ 8. สมองของ Einstein ถูกเก็บไว้ในโหลที่ออฟฟิศของหมอของเขา เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 1955 นักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคของเขาได้เขาไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล Princeton เพื่อตรวจความเจ็บปวดในหน้าอกของเขา ในเช้าวันถัดมา เขาก็เสียชีวิตด้วยโรค หลอดเลือดแดงใหญ่ในช่องท้องโป่งพอง ในขณะที่ข่าวกำลังแพร่กระจายถึงการตายของ Einstein ด้วยอายุ 76 ปี สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น สมองของเขา สมองที่กักเก็บความรู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกของเขา ถูกขโมยไป และนั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเรื่องราว พยาธิแพทย์ Dr. Thomaz Stolz Harvey เป็นหมอที่ได้รับมอบหมายในการชันสูตรศพของ Einstein เขาเริ่มการผ่าตัดศพของ Einstein และหลังจากที่เขารู้สาเหตุการตายแล้ว เขาก็ได้ทำการนำสมองของ Einsteinออกมา วัดความกว้าง ช่างน้ำหนัก เขาบอกว่า “อ้อ ก็เห็นผมได้รับอนุญาตให้ชันสูตรเขา ก็เลยนึกว่าจะผ่าสมองเขาออกมาศึกษาได้ด้วย” ประเด็นคือ จนถึงปัจจุบันนี้ ไม่มีเอกสารแม้แต่ฉบับเดียวที่มีบันทึกว่า Thomaz ได้รับมอบหมายให้ทำการชันสูตรศพ Einstein หลังจากการตรวจวัดคำนวณทุกๆอย่างแล้ว Dr. Harvey ก็ได้นำสมองของ Einstein ไปแช่ไว้ในสารฟอร์มาลดีไฮด์ เขาควักลูกตา Einstein ออกมาและนำมันไปให้กับหมอ Henry Adams หมอตาของ Einstein (มีข่าวลือว่า ลูกตาคู่นั้นถูกเก็บไว้ในตู้เซฟของธนาคารที่ไหนสักที่ใน New York) สุดท้ายแล้วศพของ Einstein ก็ถูกส่งกลับไปเพื่อเผา การนำสมองและดวงตาของ Einstein ออกมานั้นขัดกับคำขอสุดท้ายของ Einstein ที่บอกว่าเขาต้องการที่จะถูกเผาทั้งหมดทั้งร่างและนำเอาอัฐิของเขาไปลอยอังคารอย่างลับๆ เพื่อเป็นการไม่ส่งเสริมการเคารพบูชาเขา ไม่เพียงแค่นั้น Dr.Harvey ยังไม่มีสิทธิตามกฎหมายในการเก็บสมองของเขาไว้ด้วย ภายหลัง Harvey ได้รับอนุญาตจากลูกชายของ Einstein ก็คือ Hans Albert ว่าให้สามารถเก็บสมองพ่อเขาไว้ได้ หลังจากที่ Harvey สัญญาว่าสมองของ Einstein จะถูกนำมาศึกษาเพื่อผลประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ และจะตีพิมพ์สิ่งที่ค้นพบลงในหนังสือบันทึกวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย New York Times ฉบับที่มีหน้าปกเป็น Einstein ตีพิมพ์เมื่อ 20 เม.ย. ได้ลงหนังสือว่า Dr.Harvey ได้ทำการชันสูตรศพ Einstein จากการอนุญาตของ Albert แต่ไม่ได้บอกไว้ว่าจริงๆแล้วเขาอนุญาตหลังจากที่ผ่าไปแล้วต่างหาก Dr.Harvey ได้เก็บสมองของ Einstein ใส่โหลไว้ในออฟฟิศของเขา จนเขาโดนไล่ออกจากโรงพยาบาล Princeton เขาก็ได้นำมันไปกับเขาด้วย เขาได้ไปทำงานต่อที่มหาวิทยาลัย Pennsylvania และได้รับความช่วยเหลือจากมืออาชีพในการผ่าแบ่งสมองออกเป็น 1000 สไลด์ 240 บล็อก เขาใส่มันไว้ในสี่เหลี่ยมเซลลูลอยด์และแจกจ่ายมันออกไปตามที่ต่างๆ และส่วนที่เหลือเขาก็เก็บเอาไว้เองในโหลฟอร์มาลีน Thomas Harvey เสียชีวิตลงในปี 2007 ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตเขาได้ส่งสมอง Einstein กลับไปที่โรงพยาบาล Princeton ณ ที่ที่มันเริ่มต้นการเดินทางของมัน เหล่ามวลชนก็ได้หันมาสนใจสมองของ Einsteinอีกครั้ง และเหล่านักวิจัยทั้งหลายที่เคยได้รับชิ้นส่วนสมองของ Einstein มา ต่างก็ส่งชิ้นส่วนนั้นกลับมาที่โรงพยาบาล Princeton เช่นกัน จนปัจจุบันนี้ พิพิธภัณฑ์ Mutter Museum ใน Philadelphia เป็นสถานที่เดียวในโลกที่เราจะสามารถมองเห็นสมองของ Einsteinได้ ไม่ว่าจะเป็นชิ้นใหญ่ชิ้นเล็ก และรวมไปถึงโน้ตที่เขียนด้วยลายมือของ Thomas Harvey อีกด้วย 9. องคชาติของ Rasputin ได้ถูกนำมาแสดงที่พิพิธภัณฑ์ erotic หลังจากสูญหายไปหลายสิบปี Grigori Rasputin (ที่ปรึกษาของครอบครัว Romanov และเป็นที่รักของพระเจ้า Tsar) ดูเหมือนว่าจะเป็นเพลย์บอยที่มีขนาด…ไม่ธรรมดาเท่าไร มีเรื่องเล่าอยู่ 2 เรื่องเกี่ยวกับการถูกตัดองคชาติของเขาหลังจากการตายในปี 1916 เรื่องแรกเล่าว่า หลังจากที่มือสังหารได้ฆ่าเขา มือสังหารคนนั้นก็ตัดองคชาติของเขาทิ้งทั้งพวง และพนักงานทำความสะอาดที่ต้องมาเก็บกวาดศพของเขาก็ได้เก็บองคชาติของเขาไป แต่บางคนก็เล่าว่าเพื่อนสาวของเขาได้เก็บองคชาติของเขาไปเป็นที่ระลึกหลังจากการชันสูตรศพ กระจู๋ของ Rasputin ดูจะมีประวัติที่มีสีสันไม่น้อย หลังจากที่มันถูกแยกออกมาจากร่างกายของเจ้าตัวแล้ว มันถูกพบครั้งแรกที่ปารีส ปี 1920 เมื่อมีผู้หญิงกลุ่มหนึ่งได้ทำการบูชามันเพื่อความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งในตอนนั้นลูกสาวของ Rasputin ก็ได้ขอร้องว่าให้เอาของๆพ่อเธอคืนมาเถอะ เร็วๆนี้ พิพิธภัณฑ์รัซเซียแห่งความ erotic (เปิดอยู่ที่ St.Petersburg ตั้งแต่ปี 2004) เป็นที่ฮือฮากันว่าได้องคชาติของ Rasputin มาไว้ในครอบครอง ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ Igor Knayazkin กล่าวว่าเขาได้ซื้อมันมาจากร้านขายของเก่าในฝรั่งเศสด้วยราคา $8000 แต่ว่ามันยังไม่ถูกพิสูจน์ว่าเป้นของ Rasputin จริงหรือไม่ องคชาตินี้ยาวถึง 11 นิ้ว แต่ลูกสาวของ Rasputin ที่ชื่อ Marie กล่าวว่าของพ่อเธอนั้นจริงๆต้อง 13นิ้ว จึงทำให้ผู้เชี่ยวชาญหลายคนคิดว่ามันอาจจะเป็นกระจู๋ม้าหรืออะไรทำนองนี้มากกว่า ขอบคุณที่มา www.talulok.com

ปาร์ตี้แมน กับ 2 งานที่มันส์สุดขั้วใน...The Edge Of Experience
edm /  ขาแดนซ์ / 

ไม่อยากจะเซดเลยครับว่า เดือนที่ผ่านมาผมแทบจะถูกเรียกว่า ปาร์ตี้แมน เพราะไปมันทุกงาน ไปจนป่วยเลยล่ะ แต่คราวนี้ผมจะมาขอนำเสนองานระดับโลกสักสองงานล่ะกัน ซึ่งทั้งสองงานนี้จัดขึ้นทีประเทศบ้านเรานี่แหละ งานแรกคือ Samsung Galaxy Presents Road to Ultra Thailand และงานที่สองคือ งานเปิดตัวสนาม Chang International Circuit กับการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ BURIRAM UNITED SUPER GT 2014 ครับ และเป็นที่น่าเสียดายที่ผมป่วยหลังจากไปงานแรกมางานสองเลยต้องส่งน้องท่านนึงในกองไป เสียดายมาก อดคลอเคลียพริตตี้เลย ฮือๆ มาเริ่มกันที่งานแรกเลยนะครับ ในคืนสุดเดือดของงาน Samsung Galaxy Presents Road to Ultra Thailand ที่จัดขึ้น ณ ฮอลล์ 106 ไบเทค บางนา ซึ่งนี่ถือเป็นครั้งแรกของการมาเยือนเมืองไทย กับสุดยอดมิวสิคเฟสติวัลแนวอีเลคโทรนิค ที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก ส่งตรงจาก ไมอามี่ สหรัฐอเมริกา แถมครั้งนี้ยังสร้างปรากฏการณ์ SOLD OUT!!! ตั้งแต่เปิดจำหน่ายบัตรไปได้เพียง 3 สัปดาห์ เรียกว่าใครที่พลาดโอกาสเข้าร่วมงานนี้ อาจจะต้องเสียใจที่พลาดโอกาสมาร่วมรับประสบการณ์ความมันส์ๆ ในครั้งนี้กับ เหล่าขาแดนซ์กว่าหมื่นชีวิต รวมไปถึงเหล่าคนดัง เซเลบบริตี้ ที่ตบเท้าเข้าร่วมงานในครั้งนี้มากมาย อาทิเช่น ขันเงิน เนื้อนวล วงไทยเทเนี่ยม , หมูตั้ง-มล.อรรถดิษ ดิศกุล , เอ-ศุภชัย ศรีวิจิตร , ปรางค์-กัญณรันน์ วงศ์ขจรไกล , นิคกี้ - การณิค ทองเปี่ยม ,ดีเจ แดนนี่ Met 107 , ทูพี - เฟรดดี้ วงเซาท์ไซด์ , กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ , เป๊ก-เปรมณัช , ปลาวาฬ-ปลาทู อิสระ , คิท เบญจรงคกุล , เอมี่ กลิ่นประทุม , วี-วีรภาพ , กฤษฐ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ , ภาที สารสิน , วู๊ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา ฯลฯ เมื่อถึงเวลา 2 ทุ่มตรง สิ่งที่ทุกคนในฮอลล์รอคอยก็มาถึง สองดีเจหนุ่มชาวดัตช์ W&W ดับเบิ้ลยู&ดับเบิ้ลยู สุดยอดดีเจคู่หูดูโอ้ ที่ติดอันดับ 14 บนโผ DJ Mag Top 100 ระเบิดความมันส์บนเวทีแบบไม่ยั้ง ต่อด้วยสุดยอดซุปเปอร์สตาร์วัย 17 อย่าง Martin Garrix ( มาร์ติน การ์ริคซ์ ) ที่โชว์ฝีมือแก่กล้าเกินอายุ แบบเดียวกับที่เค้าสามารถมัดใจขาแดนซ์มาแล้วทั่วโลก ต่อด้วย Fedde Le Grand ( เฟด ลา แกรท ) , Sunnery James & Ryan Marciano ( ซัมเมอรี่ เจมส์ และ ไรอัน มาร์ซิอาโน่ ) พร้อมด้วย Kryoman the Robots ( ไคโรแมน เดอะ โรบอท ) ที่จะมาสร้างความมันส์ในครั้งนี้ ปิดท้ายความมันส์กันด้วย ดีเจ-โปรดิวเซอร์ วัย 23 ปี อย่าง Alesso ( อเลซโซ่ ) เจ้าของซิงเกิ้ล "Nillionaire" ( นิลเลี่ยนแนร์ ) ที่ฮิตติดชาร์ตไปทั่วโลก ที่ทำให้ขาแดนซ์ เต้นไม่ยั้งจนฮอลล์เดือดเลยทีเดียว เรียกว่าปิดท้ายงานนี้ กันแบบไฟท่วมฟลอร์จริงๆ เลยล่ะครับ เหงื่อนี่แตกพลั่กๆ แต่มีปัญหาอยู่อย่างนึงที่เกิดขึ้นหลังจากไฟเปิดครับ หายไปไหนกันหมดวะ??!!! ไฟมาคนหาย เพื่อนๆ น้องๆ ผมหายไปไหนหมด เดินตามหากันให้วุ่นไปหมด คนเยอะมาก แถมฝนยังมาตกปิดท้ายงานแบบกระหน่ำให้งานอย่าเพิ่งเลิกยังไงหยั่งงั้นเลย ตัวผมก็ไม่ย่อท้อนะครับ ตามเก็บศพเจอทีละคนๆ ดีนะที่เก็บได้ครบ ไม่งั้นแย่เลยเชียว เหนื่อยเลย คราวหลังเอาใหม่ ฮ่าๆ โคตรมันส์ นี่พูดเลย หลังจากวันนั้นผมก็ป่วยได้งานเลยทันที ทั้งที่มีงานระดับโลกอีกงานรอผมอยู่ แต่เราจะไม่มีทางพลาดที่จะเก็บภาพงานนี้มานำเสนอให้เพื่อนทุกคนได้ชมกัน ผมจึงได้ส่งน้องท่านนึงไปแทน เพื่อความสนุกของคอลัมน์นี้จะได้เต็มเหนี่ยวครบทุกรสชาติกับงานเปิดตัวสนาม Chang International Circuit และการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ BURIRAM UNITED SUPER GT 2014 ณ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยงานนี้ทางบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต (BRIC) ร่วมกับผู้สนับสนุกหลักอย่าง “ไทย เบฟเวอเรจ” พร้อมสปอนเซอร์รายต่างๆ จัดพิธีเปิดใช้สนาม “ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต” สนามแข่งรถยนต์มาตรฐานสากล ระดับ FIA เกรด 1 อย่างเป็นทางการ ก่อนระเบิดความมันส์ประเดิมด้วยการแข่งขันระดับโลกรายการแรกในเมืองไทยอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซูเปอร์จีที เรซ 2014 การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ BURIRAM UNITED SUPER GT 2014 เป็นการจัดการแข่งขันรถยนต์ที่มีมาตรฐานสูงสุด เท่าที่ประเทศไทยเคยจัดมา เป็นการแข่งขันรถยนต์ระดับ World Series รายการแรกของประเทศไทย เป็นรายการที่ได้รับความนิยมสูงสุดในทวีปเอเชีย การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ SUPER GT 2014 ที่สนาม Chang International Circuit จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นการแข่งขันเก็บคะแนน สนามที่ 7 จากจำนวน 8 สนาม และเป็นสนามนอกประเทศญี่ปุ่น เพียงสนามเดียวที่ได้รับสิทธิให้จัดการแข่งขันรายการนี้ นอก จากการแข่งขันรายการ “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซูเปอร์ จีที เรซ” แล้ว ฝ่ายจัดงานยังจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อเอาใจผู้มาร่วมงาน โดยไฮไลต์สำคัญรอบสนามอยู่ที่งานแสดงรถยนต์อย่าง “BRIC Sport Motor Show” ซึ่ง นับเป็นมอเตอร์โชว์กลางแจ้ง ที่วางอนาคตไกลถึงการเป็นศูนย์กลางของมอเตอร์โชว์ของอาเซียนในอนาคต เนื่องจากศักยภาพของเมืองบุรีรัมย์ ทั้งเรื่องพื้นที่และการเดินทางอยู่ไม่ไกลจากประเทศลาว, กัมพูชา และพม่า “BRIC Sport Motor Show” ถูกจัดอยู่ภายในพื้นที่ 25,000 ตารางเมตร รอบๆ สนาม “ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต” ภายในงานมีค่ายรถยนต์ต่างๆ มาเปิดบูธกว่า 14 แบรนด์ ได้แก่ ฮอนด้า, โตโยต้า, เมอร์เซเดส-เบนซ์, แอสตัน มาร์ติน, มินิ, มาสด้า, นิสสัน, อีซูซุ, มิตซูบิชิ, ซูบารุ, ฟอร์ด, เชฟโรเลต, ทีเอ็นที และ เท็ดดี้ โดยรถที่จะนำมาโชว์เน้นไปที่รถสปอร์ตของแต่ละค่ายตามคอนเซ็ปต์ของงาน ความพิเศษของ “BRIC Sport Motor Show” คือการจัดลานทดสอบสำหรับรถยนต์แต่ละค่าย รวมถึงอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์กว่า 70 บูธ เอาล่ะ อันสุดท้ายที่เล่ามานี่ล่ะครับ ที่เป็นประเด็นยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด หน้าที่ของเจ้าน้องคนนี้ นอกจากจะไปเก็บรายละเอียด และภาพบรรยากาศในงานแล้ว สิ่งที่เป็นภารกิจที่เขาห้ามพลาดเลย โดยเด็ดขาด ย้ำนะครับว่าเด็ดขาด คือ เขาจะต้องเก็บภาพพริตตี้มาให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะเหล่าบรรดาสาวๆ “เรซควีน” ถ้าเขาทำไม่ได้ ผมจะตัดเงินเดือนมัน ฮ่าๆ โหดมั้ยครับ ผมล้อเล่นน่ะ แต่ยังไงก็จะมีโทษแน่นอน ถ้าไม่ได้นะครับ อ่ะ แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ทำได้ ถึงแม้ว่าจะได้มาไม่ครบทุกคนก็เถอะนะ แต่ก็ยังโอเคที่ได้มาเยอะพอสมควร ไม่เสียทีที่เราอุตส่าส่งไป รอดตัวไปนะเท้าไฟ ท้ายสุดก็มาถึงพิธีมอบถ้วยรางวัล ซึ่งผลการแข่งขันในรุ่นจีที 500 ปรากฏว่า แชมป์ตกเป็นของ คาซูกิ นาคาจิม่า อดีตนักขับรถสูตรหนึ่งชาวญี่ปุ่น และ เจมส์ รอสซิสเตอร์ สังกัดเล็กซัส ทีม ปิโตรนาส ทอมส์ หลังผ่าน 66 ของการชิงชัย ส่วนอันดับ 2 ได้แก่ ไมเคิล ครุมม์ และ ไดกิ ซาซากิ จากคอนโดะ เรซซิ่ง ขณะ ฮิโรโนบุ ยาซูดะ และ เจา เปาโล ลิม่า เดอ โอลิเวียร่า สังกัด ทีม อิมพับ คว้าอันดับ 3 ไปครอง ส่วนแชมป์ในรุ่น จีที300 ตกเป็นของ คาซูกิ โฮชิโนะ และ ลูคัส ออร์โดเนสซ์ สังกัด เอ็นดีดีพี เรซซิ่ง เฉือนเอาชนะ ยอร์ก มูลเลอร์ และ ไซจิ อาระ จาก บีเอ็มดับเบิลยู สปอร์ต โทรฟรี ทีม สตัดดี อันดับ 2 เพียง 0.862 ขณะที่อันดับ 3 ได้แก่ โนบุเทรุ ทานิกูชิ และ ทัตซูยะ คาตาโอกะ สังกัดกู๊ด สไมล์ เรซซิ่ง แอนด์ ทีม ยูเควายโอ สามารถติดตามความเคลื่อไหวของนิตยสาร RUSH ได้ที่ Facebook : facebook.com/RUSHmag IG : instagram.com/rush_magazine_official/ Youtube : youtube.com/channel/UC05caWeApIU23HyV6e9ng2A ขอขอบคุณเนื้อหาจาก RUSH#63 Nov

หรือนี่คือแผนมะกัน! ทำเอเชียป่วน ปมให้ไทยอุ้มโรฮิงญา
ม้าอารี /  สมเกียรติ โอสถสภา / 

อดีตอาจารย์จุฬาฯ วิเคราะห์ ปมสหรัฐจี้ไทยให้อุ้มโรฮิงญา หรือนี่คือแผนของมะกัน สร้างความปั่นป่วนในเอเชีย เหมือนที่เคยสำเร็จกับตะวันออกกลาง วอนคนไทยอย่าเป็นม้าอารี ต้องเร่งช่วยกันต้านห้ามตั้งศูนย์ จี้ออสเตรเลีย อินเดีย จีน ร่วมประชุมสางปัญหา  ผู้ใช้เฟซบุ๊ก @Somkiat Osotsapa ได้โพสต์ข้อความ วิเคราะห์ที่มาที่ไปไว้ได้อย่างน่าสนใจ ถึงกรณีที่โลกตะวันตกโดยเฉพาะสหรัฐฯ ขอไทยให้ยื่นมือช่วยเหลือผู้อพยพทางเรือชาวโรฮิงญา เนื่องจากเห็นว่าการกระทำดังกล่าวมีที่มาที่ไป และมีการวางแผนอย่างแยบยล เพื่อที่จะได้เข้าไปสอดส่องความเคลื่อนไหวของจีน และอินเดีย ตามยุทธศาสตร์ปักหมุดเอเชียของอเมริกา ก่อนจะสร้างปั่นป่วนแตกแยก เหมือนที่ทำสำเร็จแล้วในตะวันออกลาง ซึ่งข้อความดังกล่าวถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ที่ผ่านมา ระบุว่า รัฐบาลไทยวางแผนทำลายขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติล่วงหน้ามาหลายเดือน ต่างชาติ>> ผู้สื่อข่าวหน่วยข่าวกรอง นักการทูต NGO องค์กรต่างประเทศ รัฐบาลต่างประเทศรู้กันล่วงหน้า วงในของพรรคการเมืองก็รู้ เพราะวางเส้นสายเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ภาคใต้ไว้เองใช่ไหม? ต่างชาติ และพรรคการเมืองจึงมีการวางหมาก เดินเกม ขยับเบี้ยต่อหมากของรัฐบาล โดยเล็งเห็นผลล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขื้น จะได้ประโยชน์อะไร ตั้งวงออร์เคสตรากันได้รวดเร็ว ฝรั่งก็มาเอาสื่อมวลชนไทยเป็นเบี้ยหมากด้วย จู่ๆ ก็มีคนไปชี้เป้าว่าให้ไปที่นั่นที่นี่ซิ จะเจอหลุมศพ บอกไปทั้งสหประชาชาติ บอกอเมริกา บอกรัฐบาลไทย คนที่บอกคือขบวนการโรฮิงญา ซึ่งมีการจัดตั้งในองค์กรสิทธิ ประสานกับพวกอื่นๆ พวกมากับเรือก่อนที่จะมีมรสุมเดินเรือไม่ได้จึงกลายเป็นเหยื่อของขบวนการนี้ ซึ่งตั้งใจจะตั้งรัฐแนวปาเลสไตน์ในพม่า เมื่อหมากไทยเดิน บีบีซีก็มา อเมริกาก็มา ยูเอ็นก็มา มันก็ไปกดหมากมาเลย์ พม่า อินโด บังกลาเทศเป็นเบื้องต้น แล้วจะมีเรื่องตามมาอีกยาว งานนี้มีคนร่วมด้วยช่วยกันหลายฝ่าย ทั้งขบวนการสร้างรัฐโรฮิงญา มหาอำนาจตะวันตก NGO ถ้าคนไทยอยู่เฉยๆ ประเทศไทยจะโดนรุม ต้องช่วยกันสร้างอำนาจต่อรองให้รัฐบาลไทย เพราะถึงจะมาบีบรัฐบาลไทยอย่างไร ถ้าประชาชนไม่ยอม รัฐบาลก็ไม่มีอำนาจชักศึกมาเข้าบ้าน@@@ งานนี้ซับซ้อนครับ ผมจะบอกว่าจากเรื่องนี้คนวางเกมเขาต้องการโยงไปสู่เป้าหมายอะไร ก็สร้างความแตกแยกปั่นป่วนในเอเซียไง แบบที่เคยทำสำเร็จในตะวันออกกลาง หนึ่ง ระวังความสัมพันธ์ไทย พม่า ผมเคยศึกษาเรื่องนี้ครับ เคยเดินทางไปแถวนั้น รัฐยะไข่มีประชากรราว 3ล้านคน เป็นโรฮิงญาอยู่ราว40% โรฮิงญาอยู่ตอนเหนือ และชายฝั่งทะเล การอพยพ จึงง่าย ยะไข่พม่าอยู่ตอนใต้ เดิมสัดส่วนไม่เยอะเท่านี้ แต่โรฮิงญาประชากรเพิ่มเร็วมาก ลูกดก อพยพมาเรื่อยๆ เมื่อสามปีที่แล้ว พม่าจัดโรฮิงญาว่าเป็นผู้อพยพไร้รัฐ ทำให้สัดส่วนโรฮิงญา ที่ได้รับการยอมรับเหลือเพียง 20% ของประชากร ถ้า UN เข้าไปจัดเลือกตั้งแยกดินแดน พม่าก็เสร็จซิครับ ในสายตาที่ผมเห็น ศึกษา ที่รัฐบาลพม่าพูดน่ะถูก สมัยที่อินเดียยังไม่ได้เอกราช ปากีสถาน บังกลาเทศอยู่กับอินเดีย โดยชาติพันธ์นี่คือประชากรอินเดีย เมื่อแยกมาเป็นบังกลาเทศนี่คือชาวบังกลาเทศครับ ที่รัฐบาลพม่าแถลงมาถูกต้องทั้งหมด อย่าไปเชื่อสื่อตะวันตกมาก บังกลาเทศได้เอกราชเมื่อปี 2513 พอปี 2521 ก็เกิดรบกันระหว่างสองประเทศนี้ พม่าก็ผลักดันโรฮิงยากลับไปบังกลาเทศสามแสนคน ตั้งค่ายให้ UNHCR ดูแลจนปัจจุบันนี้ สองประเทศนี้อยู่ในสถานการณ์ขัดแย้งและสงครามกันมาเรื่อยๆ พ.ศ. 2535 ก็รบใหญ่กันอีกครั้ง สิบปีที่ผ่านมาสองประเทศนี้อยู่ในสถานการณ์สงครามครับ ทัพเรือ ทัพบกประชิดชายแดน ปีที่แล้วจมเรือกันไปหลายลำ ก็เรื่องนี้ นี่คือปัญหาของเอเซียใต้ ไม่ใช่เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ตามที่ฝรั่งมายัดให้ ต้องระวังว่าการประชุมที่จะมีขื้นที่กรุงเทพ ไม่ทำให้บังกลาเทศได้เปรียบ มีบทบาทใช้เป็นเวทีเล่นงานพม่า ไม่งั้นพม่าจะโกรธไทยมากๆๆๆๆ ฝรั่ง UNHCR องค์กรต่างๆ คือตัวแทนของบังกลาเทศ และตะวันตก ตอนนี้ดูแลไม่ไหว จะมาให้ไทยตั้งศูนย์ ไม่เอาครับ บังกลาเทศมี 168ล้านคน ออกมาอยู่นอกประเทศได้แล้วร่วมสิบล้านคน ยังมีโรฮิงญาอีกล้านสามแสน ประเทศไทยรับไม่ไหว อีกเรื่องที่สำคัญคือ รัฐยะไข่นั้นมีแก้สมาก จีนได้สัมปทานขุด ส่งไปจีน อินเดียก็มาซื้อด้วย ทุกชาติจึงตาโต รัฐยะไข่นั้น ตั้งอยู่ริมอ่าวเบงกอล สำรวจในอ่าวแล้วมีแก๊ส น้ำมันมาก ฝรั่งจึงสนใจมาก เดินเกมกันใหญ่ ถ้าพม่ายอมรับโรฮิงญา ก็เท่ากับยกอ่าวเบงกอลทางออกทะเลให้บังกลาเทศไป ตอนนี้สองชาติกำลังทะเลาะกันเรื่องพื้นที่ทับซ้อนในอ่าว อย่าไปยุ่งกับเขา เรื่องเขตอำนาจอธิปไตยของพม่าตรงนี้เรื่องใหญ่มากนะครับ เปลี่ยนชื่อการประชุมเป็นเรื่องผู้อพยพทางเรือน่าจะดี ไปยุ่งกับเขาเรื่องนี้เสียหายหนักมาก สอง รัฐยะไข่ในฐานะจุดยุทธศาสตร์ของพม่า จีน อินเดียในสมรภูมิปักหมุดเอเซียของอเมริกา เมื่อสองสามอาทิตย์ที่แล้ว อเมริกามาขอใช้อู่ตะเภา บินไปเนปาลวันละ 8-9 เที่ยวบิน หนื่งเดือน ร่วมสองร้อยกว่าเที่ยว นี่เป็นโอกาสไปสอดส่องดูโน่นนี่แถวชายแดนจีน อินเดีย สองประเทศนี้เพิ่งประกาศเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์กัน ด้านทะเลจีนใต้อเมริกาจะเอาเรือรบไปจ่อที่เกาะที่ขัดแย้งกัน มาเล่นเรื่องผู้อพยพทางพม่าเพื่อจะใช้ UN ไปตั้งฐานที่รัฐยะไข่หรือเปล่า แถวนี้ติดกับอินเดีย และฐานพลังงานของจีนมาก เป็นทางออกทะเลของจีน ในกรณีถูกปิดล้อม มีคนบอกว่ามีนิวเคลียร์แถวนั้น ประชุมเรื่องนี้สองชาตินี้จ้องเขม็งเชียวหละ ตอนนี้อเมริกาเปิดยุทธการโอบล้อมจีนรอบด้าน สาม ระวังความสัมพันธ์ทางศาสนาระหว่างประเทศในเอเซีย โรฮิงญาในรัฐยะไข่นั้นมีการจัดตั้งองค์กรทางการเมือง การสู้รบ การระดมความช่วยเหลือจากต่างประเทศ ได้รับการสนับสนุนจากลิเบีย ซาอุ โอไอซี เมื่อสงครามกับบังกลาเทศรั้งแรก สถานการณ์คล้ายๆ ภาคใต้ของไทย แนวโน้มคือรัฐแนวปาเลสไตน์ ผู้อพยพนั้นเขาต้องการไปประเทศมุสลิมนะครับ เขาไม่ต้องการมาอยู่ในไทย ที่นายเคอรี่บอกให้ไทยมาตั้งศูนย์รับในไทย ต่อไปไทยจะมีฐานะแบบรัฐยะไข่ องค์การก่อการร้ายมากันตรึม คิดอะไรของเมิง สามจังหวัดภาคใต้ยังไม่จบเลย สี่ ถ้าไทยเปิดศูนย์รับโรฮิงญาจะเกิดอะไรขื้น NGO จะแห่มาตั้งฐานในไทย พวกนี้เคลื่อนไหวไม่ได้ในพม่า บังกลาเทศ มาเลย์ อย่าเอาเข้ามา ประเทศนี้จะถูกด่าทุกวัน รู้จักม้าอารีไหม อเมริกาจะใช้องค์กรของ UN เข้ามาวุ่นวายมาก โลกยุคนี้ไม่มีประเทศที่สามที่จะมารับไปแน่นอน ประเทศนี้จะกลายเป็นฐานทัพสู้รบกับพม่า จีน ในด้านข่าวสาร อาวุธ งานซวยแท้ๆ ประชากรจากบังกลาเทศ จากโรฮิงญาจะมากันทุกปี เมื่อมาแล้วจะขนครอบครัวมาเพิ่มเรื่อยๆ มี UNHCR คอยรอรับ กำกับดูแล ไหวหรือ @@@ เรื่องผู้อพยพทางเรือเที่ยวนี้ มีคนวางแผนล้ำลึกไว้ ทำไมไม่ขอให้มาเลย์จัดประชุม ถ้ารัฐบาลจะรับพวกนี้เข้ามาซึ่งเป็นภัยถึงสิ้นชาติ จะต้องทำประชามติ ต้องถามความเห็นชุมชน ต้องถามผู้เสียภาษี ต้องทำการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมก่อนสองสามปี มีสื่อไทยแทนที่จะช่วยประเทศได้ กลับกลายเป็นเบี้ยหมากของต่างชาติ มีสื่อรัฐบาลก็ไม่รู้จักพูดกลับว่าไทยมีคนต่างชาติมาอยู่ตั้งสามสี่ล้านแล้ว มีปัญหาทางใต้อยู่ นี่เป็นเรื่องระดับทวีป ไม่เอาออสเตรเลีย อินเดีย จีนมาด้วยหรือช่วยลงแรงกันครับ รักษาประเทศของเรา เสียงของคนไทยต้องดังกว่าบีบีซี องค์กรนี้รับลูกจากอเมริกาประสาปิงปองฝรั่ง ไม่ให้อังกฤษมารับไปเหรอ ประเทศไทยไม่เคยยืดพม่าหรืออินเดียนะครับ . . . . (ข้อความข้างต้น เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล ที่อาจมีความเป็นไปได้ของเหตุการณ์ โปรดใช้วิจารณญานในการรับข่าวสาร) ข้อมูลจาก Somkiat Osotsapa MThai News

20 โฮสเทลในยุโรป ที่ช่วยนักเดินทางเซฟเงินในกระเป๋า
Hostel /  ที่พักราคาถูก / 

การไปท่องเที่ยวยังต่างประเทศ ถือเป็นประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ของนักเดินทาง แต่ก็มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง โดยเฉพาะในทวีปยุโรป นักเดินทางที่มีประสบการณ์ มักจะนำเงินไปทุ่มให้กับค่าดำรงชีพ ค่าเดินทางท่องเที่ยวในที่ต่าง ๆ มากกว่าจะยอมเสียให้กับการพักในโรงแรมดี ๆ เพราะการออกเดินทาง เราต้องการได้พบเจอโลกใหม่ ๆ ต้องการสัมผัสผู้คน วัฒนธรรมและธรรมชาติ การค้างแรมในที่พักหรู ถือเป็นสิ่งสิ้นเปลือง พวกเขาจึงมักเลือกพักในโฮสเทลราคาถูกแทน 20 โฮสเทลในยุโรป ที่ช่วยนักเดินทางเซฟเงินในกระเป๋า โฮสเทล คือที่พักยอดนิยมของเหล่า Backpacker จุดเด่นของโฮสเทลคือ ราคาถูก เน้นไปที่ห้องพักแบบรวม (ห้องเดี่ยวก็มี) ห้องน้ำแชร์กัน มีพื้นที่ส่วนกลางไว้พบปะพูดคุยกัน ถือเป็นเสน่ห์ของการท่องเที่ยวในลักษณะนี้ เพราะคุณอาจได้แลกเปลี่ยนประสบการณืกับนักเดินทางท่านอื่น ๆ แถมยังได้เพื่อนใหม่อีกด้วย travel.mthai.com ขอแนะนำ 20 โฮสเทลในยุโรป ที่สามารถช่วยนักเดินทางทุกท่าน เซฟเงินในกระเป๋าได้อย่างดี ลองไปชมกันดูครับ 1. Lavender Circus Hostel, Budapest, Hungary โฮสเทล ที่สร้างในศตวรรษที่ 19 ตั้งอยู่ที่กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี ด้วยบรรยากาศที่อบอุ่น สบายตา เต็มไปด้วยกลิ่นอายของประวัติศาสตร์จากอดีต รวมถึงความโรแมนติกสำหรับคู่รักก็มีให้คุณได้สัมผัสเช่นกัน ราคา : ดับเบิ้ล รูมส์ เริ่มต้นที่ 14 ยูโร ต่อคืน/คน ที่ตั้ง : ใจกลางเมือง ใกล้กับ Kálvin tér metro station สิ่งที่น่าสนใจ : อยู่ตรงข้ามกับ Hungarian National Museum สามารถเดินไปสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญได้หลายแห่ง ทั้ง Budapest Castle Hill, The Parliament House, Gresham Palace และ Andrássy Avenue 2. Prison Hostel, Karosta, Latvia โฮสเทล ในประเทศลัตเวีย ที่เคยเป็นคุกเก่า ท้าทายนักเดินทางให้ไปเยือน ทุกอย่างถูกจัดให้เป็นเหมือนคุกทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเตียงเหล็ก อาหารแบบนักโทษ คนที่จะเข้ามาพักต้องเซนต์ยินยอม ว่าจะได้รับการปฎิบัติเยี่ยงนักโทษ อาจถูกทำร้ายด้วยวาจา หรือถ้าทำผิดกฎโรงแรม จะต้องถูกลงโทษด้วยการออกกำลังกาย ราคา : 15 ยูโร ต่อคืน/คน  ,  ที่ตั้ง : เมืองคารอสต้า 5 กิโลเมตรจากศูนย์ประวัติศาสตร์ Liepāj สิ่งที่น่าสนใจ : สำหรับผู้เข้าพัก สามารถเที่ยวชมประวัติศาสตร์เรือนจำและพิพิธภัณฑ์ได้ฟรี นอกจากนี้ยังใกล้กับสถานที่สำคัญ เช่น ป้อมปราการของเมือง, คลองคารอสต้า และวิหาร เซนต์ นิโคไล 3. The Babushka Grand Hostel in Odessa, Ukraine โฮสเทล ที่ต้อนรับด้วยความอบอุ่นจากคุณยาย Babushka ห้องพักทุกห้องได้รับการตกแต่งในสไตล์วินเทจเรียบง่ายด้วยโคมไฟระย้า วอลเปเปอร์ดอกไม้ เพดานฉลุลายวสยงาม พรมสีแดงสไตล์ชาววังในศตวรรษที่ 18 ราคา : 7 ยูโร ต่อคืน/คน สำหรับห้องรวม  ,  11 ยูโร ต่อคืน/คน สำหรับห้องไพรเวท ที่ตั้ง : ใจกลางเมือง ใกล้จุดท่องเที่ยวหลักในโอเดสซ่า 15 นาทีจาก Arcadia neighborhood พร้อมด้วยชายหาดอันยอดเยี่ยมและไนท์คลับขึ้นชื่อ สิ่งที่น่าสนใจ : อยู่ใกล้กับถนนสายหลักของเมือง (Vibrant Deribasivska) และโรงละครโอเดสซ่า อันลือเลื่อง 4. Franz Ferdinand Hostel in Sarajevo, Bosnia ฟรานซ์ เฟอร์ดินานด์ โฮสเทลสไตล์บูติกแห่งบอสเนียฯ ได้รับการออกแบบและเปิดตัวโดยกลุ่มสถาปนิกและศิลปิน บอกเล่าเรื่องราวของการลอบสังหารท่านผู้หญิงชาวฮังกาเรียน หรือปริศนาลึกลับในสงครามโลกครั้งที่ 1 ห้องพักตกแต่งด้วยภาพเขียนขนาดใหญ่ พร้อมบริการที่ยอดเยี่ยม จะทำให้คุณประทับใจอย่างแน่นอน ราคา : 9.90 ยูโร ต่อคืน/คน สำหรับห้องรวม , 15.90 ยูโร ต่อคืน/คน สำหรับห้องไพรเวท ที่ตั้ง : Jelića Street กลางกรุงซาราเยโว สิ่งที่น่าสนใจ : เพียงไม่กี่นาทีจากย่านเมืองเก่าอันมีชื่อเสียง "Baščaršija" และวิหาร Sacred Heart 5. Kadir’s Tree House, Olympos, Turkey โฮสเทลบ้านต้นไม้แห่งนี้ ตั้งอยู่ใกล้กับอุทยานแห่งชาติโอลิมโปส ประเทศตุรกี คุณจะได้ซึมซับและผ่อนคลายไปกับธรรมชาติ ปลดปล่อยตัวเองให้เป็นเด็กอีกครั้ง ชมวิวทิวทัศน์สุดงดงามของภูเขาและชายหาด ราคา : 12 ยูโร ต่อคืน/คน สำหรับห้องรวม , 22 ยูโร ต่อคืน/คน สำหรับห้องไพรเวท ที่ตั้ง : ใจกลางหมู่บ้านโอลิมโปส อันสุดแสนยิ่งใหญ่ สิ่งที่น่าสนใจ : แน่นอนว่าต้องท่องเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติโอลิมโปส โดยมีฉากหลังเป็นเทือกเขาโอลิมโปส คุณจะพบกับน้ำทะเลสีฟ้าครามและหาดทรายสีทองสวยงาม 6. Generator Hostel, Barcelona, Spain ด้วยสีสันอันสดใส เหมาะสมที่โฮสเทลแห่งนี้จะอยู่ในเมืองบาร์เซโลนา เมืองแห่งชีวิตชีวา ออกแบบด้วยการดึงสีจากท้องถนนมาไว้ภายในห้องพัก พร้อมโคมไฟพริบพราว ประกอบด้วยกระเบื้องฮังการีและระเบียงขนาดใหญ่ที่สามารถชมวิวที่ดีที่สุดของเมือง ราคา : 14.40 ยูโร ต่อคืน/คน สำหรับห้องรวม , ห้องไพรเวท ราคาเริ่มต้นที่ 21.60 ยูโร ต่อคืน/คน ที่ตั้ง : ใจกลางในย่านกราเซีย เพียง 5 นาทีจากสถานีรถไฟใต้ดิน 2 สายหลัก คือ Diagonal กับ Verdaguer สิ่งที่น่าสนใจ : อยู่ในย่านเดียวกับบ้านเกาดี้ ศิลปินชื่อก้องโลก ใกล้กับโบสถ์ La Sagrada Familia ถนน Las Ramblas และพิพิธภัณฑ์ ปาโบล ปิกัสโซ 7. St Briavels Hostel, Gloucestershire, England คุณจะได้พักในปราสาทเก่าแก่อายุกว่า 800 ปี เป็น 1 ในสถานที่อันสวยงามที่สุดของอังกฤษ แต่ก็แฝงไปด้วยตำนานสุดหลอน คุณอาจจะได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ในเวลากลางคืน ห้องพักทุกห้องเต็มไปด้วยรูปปั้นหินและเฟอร์นิเจอร์ในยุควิคตอเรีย ราคา : ห้องรวม เริ่มต้นที่ 24 ยูโร ต่อคืน/คน  , ห้องไพรเวท เริ่มต้นที่ 74 ยูโร ต่อคืน/คน ที่ตั้ง : City Center of St Briavels, Lydney, Gloucestershire สิ่งที่น่าสนใจ : คุณจะได้สำรวจบรรยากาศของถ้ำ Clearwell บริเวณใกล้เคียงเป็นที่ตั้งของป่าพิศวง ที่มีเส้นทางอยู่มากมาย หรือจะเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่ Dean Heritage Centre 8. Praakli Farm, Saaremaa, Estonia โฮสเทล สไตล์ฟาร์มชาวไร่ ประเทศเอสโตเนีย เป็นที่พักที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สัมผัสของความเป้นชนบทอย่างเต็มที่ สมบูรณ์แบบด้วยการผสมผสานระหว่างธรรมชาติและอาหารรสชาติบ้าน ๆ พร้อมกับฝูงแกะที่มีกว่า 180 ตัว นอกจากนี้ยังมีแพะ กระต่าย ไก่ และแมว รอต้อนรับทุกท่านอย่างเป็นมิตร ราคา : 16 - 21 ยูโร พร้อมอาหารเช้า สำหรับ 1 ท่าน ที่ตั้ง : Parish of Kärla, Saaremaa สิ่งที่น่าสนใจ : อยู่ใกล้กับ Karujärv ทะเลสาบสุดงาม ที่คุณสามารถเดินไปเล่นน้ำหรือตกปลาได้ ไกลออกไปหน่อย 12 กม. ในการเดินทางไปชายฝั่งทะเลบอลติกอันสวยงาม และพิพิธภัณฑ์ฟาร์ม Mihkli , 10 กม. สำหรับการไปปราสาท Kuressaare , และ 23 กม. ไปยังอุทยานแห่งชาติ Vilsandi จุดดูนกที่สมบูรณ์แบบ 9. Oops Hostel, Paris, France โฮสเทลบูติคสุดเก๋ ตกแต่งได้อย่างสดใส ด้วยห้องพักกว้างขวางสำหรับ 4 ท่าน/ห้อง ตั้งอยู่ในกรุงปารีส ฝรั่งเศส เป็นทางเลือกที่พักที่คุณต้องหันมาสนใจ เพราะที่นี่แม้จะสวยงาม แต่จะหาที่พักราคาถูกมันไม่ง่ายนัก ราคา : 27 ยูโร สำหรับห้องรวม ต่อคืน/คน และ 70 ยูโร สำหรับห้องไพรเวท ที่ตั้ง : Latin Quarter ใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดินสาย 6 และ 7 สิ่งที่น่าสนใจ : สามารถเดินไปยัง Pantheon และ Jardin des Plantes สถานีรถไฟใต้ดินสายตรงไปยังพิพิธภัณฑ์ลูฟร์, Arc de Triomphe, Champs Elysées และแน่นอน หอไอเฟล 10. Dream Hostel, Tampere, Finland เป็นโฮสเทลตัวอย่าง ที่สร้างได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยความเรียบง่ายแต่ทันสมัย ดรีมโฮสเทล เคยครองแชมป์โฮสเทลของฟินแลนด์ในปี 2013 มาแล้ว ด้วยการตกแต่งสุดเก๋ไก๋ สะดวกสบาย พร้อมบริการที่อบอุ่นสุดประทับใจ ราคา : 19.80 ยูโร สำหรับห้องรวม และ 62 ยูโร สำหรับห้องไพรเวท ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัย Tulli และ 5 นาทีจากสถานีรถไฟ Tampere สิ่งที่น่าสนใจ : อยู่ใกล้กับที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง เช่น Pyynikki Park, วิหาร Tampere และ Lenin and Spy Museum 11. The Independente Hostel, Lisbon, Portugal กรุงลิสบอน โปรตุเกส ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ดีที่สุด สำหรับนักเดินทางที่แสวงหาโฮสเทลในราคาสบาย ๆ แต่บริการดีเยี่ยม โฮสเทลแห่งนี้ เคยเป็นบ้านพักของอดีตเอกอัครราชฑูตสวิสฯ ถูกออกแบบมาอย่างละเมียดละไม ด้วยสถาปัตยกรรมแบบคลาสสิกที่เห็นแล้วสบายตา ราคา : 10.92 ยูโร สำหรับห้องรวม ต่อคืน/คน และ 85 ยูโร สำหรับห้องสวีท ที่ตั้ง : อยู่บนรอยต่อของเมือง Principe และ Bairro Alto และไม่กี่นาทีจากสถานีรถไฟ Rossio สิ่งที่น่าสนใจ : ข้ามไปอีกฟากของถนน จะเป็น Sao Pedro de Alcântara จุดชมวิวที่สวยงามที่สุดของแม่น้ำเทกัส ใกล้กับดาวน์ทาวน์และปราสาทเซนต์จอร์จอันโดดเด่น และเมืองประวัติศาสตร์ที่ชื่อว่า Baixa 12. Plus Hostel, Florence, Italy โฮสเทลสุดเจ๋งในเมืองฟลอเรนซ์ มาพร้อมกับสระว่ายน้ำ ซาวน่า บาร์ค็อกเทล เหมาะอย่างยิ่งที่จะแบ็คแพ็คมากับเพื่อน ๆ รับรองว่าจะทำให้คุณผ่อนคลาย และได้รู้จักกับเพื่อนใหม่จากทั่วทุกมุมโลก ราคา : 24.96 ยูโร สำหรับห้องรวม และ 44.16 ยูโร สำหรับดับเบิ้ล รูมส์ ที่ตั้ง : เพียง 10 นาทีจากสถานีรถไฟใจกลางเมือง สิ่งที่น่าสนใจ : ถัดไปไม่กี่ช่วงตึก คุณจะได้พบกับวิหาร Duomo, จตุรัสไมเคิลอันเจโล, แกลลอรี่ Uffizi และ Piazza della Signoria 13. Kex Hostel, Reykjavik, Iceland เมื่ออดีตโรงงานผลิตบิสกิต กลายมาเป็นโฮสเทลในสไตล์อินดัสเทรียล วินเทจ ตกแต่งในแบบร่วมสมัยผสมสนานกับการนำของกลับมาใช้ใหม่ เป็นโฮสเทลที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสุด ๆ นอกจากนี้ยังมีร้านตัดผมคอยให้บริการอีกด้วย ราคา : 20.54 ยูโร สำหรับห้องรวม และ 42.79 ยูโร สำหรับห้องไพรเวท ที่ตั้ง : ใจกลางกรุงเรคยะวิก จากจุดชมวิวทะเลที่คุณจะเห็นภูเขา Esja สิ่งที่น่าสนใจ : ถัดไปไม่กี่ช่วงตึกจะเป็น คริสตจักร Hallgrimskirkja และเดินทางไปยังประภาคาร Grotta 14. Greg & Tom Beer House Hostel, Krakow, Poland โฮสเทลที่ยอดเยี่ยมสำหรับคนชอบสังสรรค์ มีผับเล็ก ๆ พร้อมเครื่องดื่มนานาชนิดคอยให้บริการ ถูกตกแต่งด้วยสไตล์เรโทรท้องถิ่น รับรองว่าคุณและผองเพื่อนจะได้เฮฮากันสุดเหวี่ยงแน่นอน ราคา : 14.42 ยูโร สำหรับห้องรวม ต่อคืน/คน ที่ตั้ง : เพียง 10 นาทีจากสถานีรถบัสและรถไฟสายหลัก ใน Stare Misto ย่านที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองคราคอฟ สิ่งที่น่าสนใจ : คุณสามารถเดินเที่ยวเล่นไปในถนนแคบ ๆ จนพบกับศูนย์ประวัติศาสตร์ของเมือง และทึ่งกับปราสาท Wawel Royal รวมถึงวิหารอื่น ๆ ในบริเวณนั้น 15. The MadHouse Hostel, Prague, Czech Republic โฮสเทลที่ดูเซ็ฏซี่และหลุดโลกที่สุดในกรุงปราก เคยถูกรับเลือกให้เป้นโฮสเทลที่ดีที่สุดในกรุงปรากมาแล้ว ที่สำคัญยังติดอันดับ 6 โฮสเทลที่เจ๋งที่สุดทั่วโลกอีกด้วย ราคา : 15.98 ยูโร สำหรับห้องรวม ต่อคืน/คน ที่ตั้ง : ใจกลางเมือง ใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดิน Národní třída Line B สิ่งที่น่าสนใจ : สามารถเดินไปชมจตุรัสเมืองเก่า หอดาราศาสตร์อันน่าตื่นตาตื่นใจ สะพานชาร์ลส์ และย่านประวัติศาสตร์อย่าง Mala Strana 16. Soul Kitchen, St Petersburg, Russia Soul Kitchen ถูกเลือกให้เป็นโรงแรม ท้อป 3 ในยุโรปตะวันออก โดย Bookers Hostel ท่านจะถูกต้อนรับอย่างอบอุ่นท่ามกลางอากาศอันหนาวเย็นของรัสเซีย เป็นอาคารขนาดใหญ่ในสไตล์นีโอบารอค อายุกว่า 150 ปี ราคา : 10.34 ยูโร สำหรับห้องรวม และ 15.75 ยูโร สำหรับห้องไพรเวท ที่ตั้ง : ใจกลางเมือง เพียง 2 นาทีจากสถานีรถไฟใต้ดิน Admiralteyskaya’ สิ่งที่น่าสนใจ : เดินเพียง 2 นาที ก็จะถึงมหาวิหารเซนต์ไอแซค อันตระการตาสวยงาม และวิหารคาซานในทิศทางตรงข้าม 17. Van Gogh Hostel, Amsterdam, The Netherlands โฮสเทล แวน โกะห์ ในกรุงอัมส์เตอร์ดัม เป็นโฮสเทลที่ทันสมัย ตั้งอยู่ในอาณาบริเวณของพิพิธภัณฑ์ คุณจะสัมผัสกับบรรยากาศแห่งศิลปะ อบอวลไปทั่วทุกทิศ และยังติดกับร้านกาแฟสุดเก๋ และบาร์สุดชิคอีกด้วย ราคา : 20 ยูโร สำหรับห้องรวม และ 36.38 ยูโร สำหรับห้องไพรเวท ที่ตั้ง : อยู่ในเขตของพิพิธภัณฑ์แวน โกะห์ 10 นาทีจากสถานีขนส่งของเมือง สิ่งที่น่าสนใจ : เดินไปนิดหน่อยคุณจะพบกับจตุรัส Leidse, ถนน PCHoofdstraat" และสวน Fab Vondel 18. Fair Hostel Belgrade, Serbia เป็นโฮสเทลที่ทันสมัย อินเทรนด์ อยู่ในทำเลที่ตั้งอันสมบูรณ์แบบ นักท่องเที่ยวจะต้องชื่นชอบ กับพื้นที่ส่วนกลางที่โอ่โถง กว้างขวาง และห้องพักก็สุดจะน่ารัก ดีไซน์ล้ำเลิศ ที่สำคัญราคาถูกอย่างไม่น่าเชื่อ ราคา : 8 ยูโร สำหรับห้องรวม และ 16 ยูโร สำหรับห้องไพรเวท ที่ตั้ง : เพียง 3 ป้าย จากสถานีรถบัสและรถไฟเบลเกรด หรือ 20 นาที ถ้าต้องการเดินเท้า สิ่งที่น่าสนใจ : เดินทางไปยังชายหาด Ada Ciganlija ในเวลาเพียง 5 นาทีโดยรถบัส, 10 นาที ไปยัง Knez Mihajlova ย่านประวัติศาสตร์และแหล่งช้อปปิ้งที่สวยงาม, ย่านโบฮีเมี่ยน Skadarlija  และป้อมโบราณ Kalemegdan 19. The Red Boat Mälaren, Stockholm, Sweden เป็นโฮสเทลสุดน่ารัก ที่ตั้งอยู่บนเรือเที่ยบท่า 2 ลำ อันมีเสน่ห์ด้วยเกลียวคลื่นของทะเลสาป Mälaren ใจกลางกรุงสต็อกโฮล์ม อาจจะไม่กว้างขวางมากนัก แต่ก็มีความสะดวกสบาย และสามารถชมวิวทะเลสุดงามผ่านหน้าต่างได้ ราคา : 34.80 ยูโร สำหรับ 1 ห้องรวม 4 ท่าน และ 30.87 ยูโร สำหรับห้องไพรเวท ที่ตั้ง : ใช้เวลาไม่กี่นาทีจากกลางเมืองเก่า และ 10 นาทีในการเดินเท้าจากสถานีรถไฟใต้ดินที่ใกล้ที่สุด สิ่งที่น่าสนใจ : อยู่ใกล้กับย่านแฟชั่น Södermalm รวมไปถึงการไปเยี่ยมชมพระราชวัง, พิพิธภัณฑ์ Vasa และ Gamla Stan ย่านเก่าแก่อันทรงคุณค่า 20. Sky Backpackers, Dublin, Ireland แบกเป้ไปลุยในดินแดนอันแสนมีชีวิตชีวา ในโลกของดนตรีและการผจญภัย ที่พักอันเต็มไปด้วยเครื่องดนตรี และมีสตูดิโอบันทึกเสียง เป็นโฮสเทลสำหรับคนรักเสียงเพลง คุณสามารถเดินไปเสียบปลั๊กแล้วร้อง เล่น เต้นบรรเลงไปกับเครื่องดนตรีในพื้นที่ส่วนกลางได้ด้วย เท่มาก ๆ  สุดยอดดดดด!! ราคา : 26 ยูโร สำหรับห้องรวม และ 42 ยูโร สำหรับห้องไพรเวท ที่ตั้ง : กลางกรุงดับลิน ใกล้กับสะพานโอคอนเนล สิ่งที่น่าสนใจ : เดินเล่นชิล ๆ บนถนนโอคอนเนล พบกับปราสาทดับลิน และผับที่เด็ดที่สุดของเมือง ที่มา : www.lifehack.org  ,  แปลและเรียบเรียงโดย : MuzTong - Travel MThai 

ใจหายเลย! 9 ยอดแข้งที่อาจไม่ได้เห็นหน้าใน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลหน้า
พรีเมียร์ลีก /  ฟุตบอล / 

ศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เดินทางมาถึงนัดสุดท้าย แบบแทบจะไม่มีอะไรให้ลุ้นกันต่ออีกแล้ว เพราะว่า เชลซี ของ โจเซ่ มูรินโญ่ ฟาดแชมป์ไปก่อนหน้านี้แล้ว แถมโควตาท็อป 4 ไปเล่นฟุตบอล ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ก็ถูกจบจองไปหมดแล้ว จะสนุกหน่อยก็คือการลุ้นหนีตกชั้นที่เหลือที่นั่งสุดท้ายระหว่า ฮัลล์ ซิตี้  กับ นิวคาลเซิ่ล ยูไนเต็ด ทำให้นัดสุดท้ายของปีนี้อาจจะกร่อยกว่าปีที่ผ่านๆมา ซึ่งไฮไลท์ของนัดส่งท้ายกลับไปอยู่ที่ การที่แฟนบอลอาจจะไม่ได้เห็นนักเตะที่ลงเล่นมานาน หลักหลายร้อยนัด ที่จะอำลาแน่ๆ หรือว่าอาจจะต้องลุ้นว่าเหล่านักเตะค่าตัว และค่าเหนื่อยแพงๆ ยังจะอยู่โชว์เพลงแข้งให้ได้เห็นอีกหรือไม่ นี้คือ 9 ยอดดาวดังที่แฟนบอลต้องจับตาดูพวกเขาไว้ในนัดสุดท้ายเพราะอาจจะไม่ได้เห็นพวกเขาในพรีเมียร์ลีกอีกแล้ว สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด  ลงเล่น 502 ยิง 119 ประตู “สตีวี่จี” ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของลิเวอร์พูลยุคใหม่ หลังจากที่ยืนหยัดค้าแข้งกับทีมมากว่า 17 ปี และนี้คือบทอำลาของ สุดยอดกัปตันแล้ว ถึงแม้ว่าการอำลาจะเศร้าเหงาหงอย เพราะไม่มีงานเลี้ยงฉลองแชมป์ส่งลา อย่างที่เดอะค็อปวาดฝันหรือแม้แต่การได้โควตาไปเล่นฟุตบอลยุโรป แถมการลงเล่นในบ้านนัดสุดท้ายก็เจอ คริสตัล พาเลซ บุกมาพังงานปัจฉิมนิเทศ ซะยับเยิน  แต่ผลงานโดยรวมที่ทิ้งไว้ก่อนย้ายไปอยู่กับ แอลเอ กาแล็คซี่ เชื่อว่าแฟนบอลลิเวอร์พูลจะจดจำ เจอร์ราร์ด สุดยอดนักเตะของทีม และไม่แน่ว่าอาจจะได้พบกันใหม่ในช่วงเดือนมกราคมที่ เมเจอร์ลีก ปิดฤดูกาลก็เป็นได้ แฟรงค์ แลมพาร์ด ลงเล่น 608 นัด ยิง 176 ประตู จริงๆแล้วตำนานแข้งของ เชลซี ควรที่จะย้ายไปเล่นกับ นิวยอร์ค ซิตี้ ตั้งนานแล้ว อย่างน้อยก็ช่วงเดือนมกราคม แต่ไปๆมา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ยืมตัว แลมพาร์ด มาใช้งานก็สามารถรั้งตัวไว้จนจบฤดูกาลจนได้ และก็เกือบเป็นตัวทีเด็ดช่วยให้ แมนซิตี้ แย่งแชมป์มาจาก เชลซีทีมเก่าได้ แต่ถึงไม่ได้ก็นับว่ามีลุ้นที่สุดแล้ว สำหรับคนทีเริ่มติดตาม พรีเมียร์ลีก มาตั้งแต่ช่วง  10 ก่อน ชื่อของ แลมพาร์ด ติดหูตั้งแต่เป็นดาวรุ่งกับ เวสต์แฮม ก่อนถูกเชลซี ซื้อตัวมาร่วมทีม ก่อนจะสถาปนาตัวเองเป็น ดาวยิงสูงสุดของสโมสร แม้จะเล่นตำแหน่งกองกลาง เรื่องความสำเร็จก็มากมายนับไม่ถ้วน เรียกว่าจากไปอย่างไม่มีอะไรติดค้างแม้แต่น้อย ซิลแว็ง ดิสแต็ง  ลงเล่น 456 ยิง 7 ประตู เซนเตอร์ฮาร์ฟวัย 37 กะรัต กับผลงานโชกโชนบนเวที พรีเมียร์ลีก เพราะค้าแข้งกับทีมดังๆมาแล้วมากมายตั้งแต่ นิวคาลเซิ่ล ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และมาจบที่ เอฟเวอร์ตัน ซึ่งในฤดูกาลนี้ ดิสแต็ง สูญเสียตำแหน่งตัวจริงให้กับ รุ่นน้องแบบ จอห์น สโตน และหลังจบฤดูกาลนี้ก็ไม่ได้รับการต่อสัญญากับทีม คาดกันว่า อาจจะย้ายกลับไปยัง ฝรั่งเศสอีกครั้ง หรือก็ไม่แน่ก็ไปหาความท้าทายใหม่ๆบนแผ่นดินโรตีกันเลย แบรด ฟรีเดล ลงเล่น 450 นัด ยิง 1 ประตู ในพรีเมียร์ลีกเคยมีนายทวารอิมพอร์ดจาก ยูเอสเอ หลายต่อหลายคนเข้ามาสร้างชื่อ และ แบรด ฟรีเดล คือชื่อต้นๆที่แฟนบอลหลายคนน่าจะนึกว่า โดยหลังจบฤดูกาลนี้ จะแขวนถุงมือแล้ว หลังจากที่ค้าแข้งมา 21 ปีเต็ม ซึ่ง ฟรีเดล เคยทำสถิติลงเล่นตัวจริงต่อเนื่องกันมากถึง 310 นัด ก่อนที่จะถูก อังเดร วิลลาส โบอาส กุนซือสเปอร์ส ณ ตอนนั้น จับนั่งและส่ง ฮูโก้ ยอริส ที่เพิ่งซื้อมาใหม่ลงสนามแทน แต่ ฟรีเดล ก็เคยฝากชื่อไว้กับทีมดังๆหลายทีม อาทิ แบล็กเบิร์น โรเวอร์, แอสตัน วิลล่า , ลิเวอร์พูล และ ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ส ไม่เท่านั้น “น้าแบรด” ยังเคยพังประตูได้มาแล้วด้วย ราดาเมล ฟัลเกา ลงเล่น 26 นัด ยิง 4 ประตู ส่อแววว่าจะไม่ได้รับการเซ็นสัญญาแบบถาวรจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ลงทุนยอมจ่ายทั้งค่าเช่า 6 ล้านปอนด์ กับค่าเหนื่อยสัปดาห์ละเหยียบ 3 แสนปอนด์ เพื่อไปยืม “พี่เสือ” ราดาเมล ฟัลเกา มาจาก โมนาโก แต่ดูเหมือนว่า เสือจะกลายเป็นแมวเชื่องๆ ในพรีเมียร์ลีกเท่านั้น หลังจากยิงได้แค่ 4 ประตู แถมได้รับโอกาสน้อยนิดส่วนใหญ่เป็นตัวสำรอง และแม้เป็นตัวจริงก็สร้างความประทับใจอะไรไม่ได้เลย ทำให้คาดว่ามีโอกาสสูงที่แฟนๆ จะไม่ได้เห็นเขาอีกในฤดูกาลหน้า ซึ่งการโดนถอดออกจากสนามในการลงเล่นในโอลด์แทร็ฟฟอร์ดนัดส่งท้าย เจ้าตัวโบกมือเหมือนจะส่งสัญญาณอะไรให้แฟนๆถือว่าเป็นการบอกลาทางอ้อมน่าจะได้ งานนี้มี ยูเวนตุส พร้อมรับไปดูแลต่อ โรแบร์โต้ โซดาโด้ ลงเล่น 51 นัด ยิงได้ 7 ประตู แฟนๆของ สเปอร์สอาจจะลืมไปแล้วว่ามีกองหน้าค่าตัวกว่า 28 ล้านปอนด์ ที่ชื่อ โรแบร์โต้ โซดาโด้ อยู่เพราะตอนนี้ในหัวคงมีแต่ชื่อของ แฮร์รี่ เคน ขวัญใจคนใหม่ก้องดังไปหมด โดย โซดาโด้ ถือว่าเป็นความหวังใหม่ของทีมคลับไก่ เมื่อตอนย้ายมาจาก บาเลนเซีย แต่จนแล้วจนรอดพี่แกหล่อเสีบสถิติการพังประตูของตัวเองได้จากจุดโทษเป็นหลัก  ซึ่งจบฤดูกาลนี้แล้วน่าจะโดนโละแน่นอน อังเคล ดิมาเรีย  ลงเล่น 26 นัด ยิง 3 ประตู ดาวเตะเจ้าของสถิติค่าตัวแพงที่สุดบนเกาะอังกฤษ ล้มเหลวไม่เป็นท่า ไม่แม้แต่จะสามารถเบียดแย่งตำแหน่งตัวจริงมาจาก แอชลี่ย์ ยัง ได้เลย แข้งทีมชาติฟ้าขาวมีปัญหาอย่างรุนแรงในการปรับตัวการใช้ชีวิตบนเกาะอังกฤษ ทำให้ฟอร์มการเล่นตกลงอย่างน่าใจหาย พูดได้เต็มปากว่า ดิมาเรีย สอบตกในปีแรก ซึ่งแน่นอนว่า ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทีมที่เคยหมายปองพร้อมที่จะทุ่มเงินพอให้ผีขาดทุนไม่มาก เพื่อดึงตัวไปอยู่ด้วย ก็ต้องวัดใจแล้วว่า หลุยส์ฟานกัล จะลองเสี่ยงดูอีกซักตั้งด้วยการเก็บไว้ หรือจะรีบขายออกไปก่อนที่จะขาดทุนมากกว่านี้ ดิดิเย่ร์ ดร็อดบา ลงเล่น 242 นัด ยิง 104 ประตู ศูนย์หน้าชาวไอวอรี่ โคสต์ ย้ายกลับมาค้าแข้งในสแตมฟอร์ดบริดจ์อีกครั้ง จากคำเชิญชวนของ โจเซ่ มูรินโญ่ ด้วยสัญญาระยะสั้นแค่ 1 ปีซึ่งการมาครั้งนี้ แม้ว่าจะไม่ได้เป็นส่วนสำคัญ แบบเมื่อตอนอยู่กับทีมครั้งแรก แต่ก็ยังได้แชมป์พรีเมียร์ลีก และ ลีกคัพ ติดไม้ติดมือไปเป็นของแถมส่งท้าย ย้อนไปในช่วงแรกปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ดร็อกบา คือดาวยิงตัวโหดขวัญใจแฟนๆสิงห์บูลโดยแท้ หลังจากที่ลั่นสกอร์เป็นว่าเล่นและพาทีมคว้าแชมป์รายการใหญ่ๆมาเกือบครบทุกรายการ ดาบิด เดเคอา  ลงเล่น 131 นัด คลีนชีต 47 นัด นายทวารวัย 24 ปีที่ก้าวขึ้นมายึดมือหนึ่งในถิ่นโอลด์แทร็ฟฟอร์ด ได้อย่างน่าชื่นชม ด้วยผลงานการเซฟประตูเหลือเชื่อไว้ได้หลายต่อหลายครั้ง จนทีมต้องขอบคุณเพราะจาก 3 แต้มอาจจะกลายเป็น 1 แต้ม หรือ 1 แต้มกลายเป็นมือเปล่า ทำให้ ยอดทีมในบ้านเกิดแบบ เรอัล มาดริด ตามจีบอย่างหนัก พร้อมด้วยสัญญาที่เหลืออีกเพียงแค่ 14 เดือนน่าจะทำให้โอกาสที่แฟนบอลจะได้เห็นลีลาซุปเปอร์เซฟจากนายด่านรายนี้ น้อยยิ่งกว่าน้อย