มาลากุล

คาด! 'ตรุษจีน' ปีนี้ เงินสะพัดเข้าไทยกว่า 2 หมื่นล้าน
กรมการค้าภายใน /  กระทรวงพาณิชย์ / 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย คาดเทศกาลตรุษจีนปีนี้ เงินสะพัดมากกว่า 2 หมื่นล้านบาท นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. คาดการณ์ว่า ช่วงเทศกาลตรุษจีนในระหว่างวันที่ 6 – 14 กุมภาพันธ์ จะมีเงินสะพัดจากการท่องเที่ยวมากกว่า 29,920 ล้านบาท เติบโตขึ้น ร้อยละ 32 จากปี 2558 ซึ่งมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ เดินทางเข้ามาเที่ยวประมาณ 1.01 ล้านคน เพิ่มขึ้น ร้อยละ 19 แบ่งเป็น นักท่องเที่ยวจาก 5 ตลาดหลัก ที่มีประชากรเป็นเชื้อสายจีน ได้แก่ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ และมาเลเซีย รวม 476,000 คน เติบโตขึ้น ร้อยละ 20 สร้างรายได้ 15,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น ร้อยละ 32 จากปีก่อน โดยเฉพาะชาวจีน จากประเทศจีน มีจำนวน 300,000 คน เติบโต ร้อยละ 21 สร้างรายได้ 9,795 ล้านบาท เติบโต ร้อยละ 35 ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวจะเข้ามาทั้งเที่ยวบินประจำและเที่ยวบินเช่าเหมาลำ รวมกว่า 330 เที่ยวบิน ตรงกับแนวโน้มการสำรวจของผู้ประกอบการในประเทศจีน ที่ระบุว่าไทย จะขึ้นเป็นอันดับ 1 ของแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม สำหรับคนจีน ในปีนี้ ขอบคุณข้อมูล  voice เข้ม! พาณิชย์ เตรียมส่งเจ้าหน้าที่คุมราคาสินค้าช่วงตรุษจีน พาณิชย์ คุมเข้มสินค้าช่วงตรุษจีน เตรียมเชื่อมโยงตลาด พร้อมจัดงานจำหน่ายของเซ่นไหว้ราคาพิเศษ น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน ได้เตรียมจัดงานจำหน่ายสินค้ารับตรุษจีน ที่ลานอเนกประสงค์ ชั้น 3 กระทรวงพาณิชย์ จังหวัดนนทบุรี ในระหว่างวันที่ 3 - 5 กุมภาพันธ์ นี้ โดยจะมีการนำสินค้าเครื่องเซ่นไหว้ และของใช้ช่วงเทศกาลตรุษจีน มาจำหน่ายในราคาพิเศษให้กับประชาชนที่ต้องการหาซื้อสินค้า และของเซ่นไหว้ที่จำเป็น สำหรับสถานการณ์สินค้าทั่วไป ในช่วงเทศกาลตรุษจีน จากการติดตามดูแลราคา โดยเฉพาะอาหารสด ทั้ง เนื้อหมู เนื้อไก่ ผัก และผลไม้ พบว่าราคาปรับเพิ่มสูงขึ้น ตามความต้องการใช้ ซึ่งทางกรมการค้าภายใน ได้เตรียมความพร้อมในการเชื่อมโยงตลาด เพื่อนำผักสดมาจำหน่าย และดูแลให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนในช่วงเทศกาลแล้ว ส่วนเนื้อสัตว์ในช่วงนี้ ราคายังทรงตัว โดยได้มีการส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันผู้ค้าฉวยโอกาสขึ้นราคา หรือไม่ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่าย และหากประชาชนพบเห็นการเอารัดเอาเปรียบ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1569 ของกรมการค้าภายใน ลดสนั่น! ห้างสรรพสินค้าแห่งัดโปรฯ ชิงยอดขายช่วง 'ตรุษจีน' ห้างสรรพสินค้า แห่จัดโปรโมชั่นลดราคาชิงยอดขายช่วง 'ตรุษจีน' คาด ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีขึ้น นายชำนาญ เมธปรีชากุล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ระบุว่า ปกติเทศกาลตรุษจีนของทุกปี จะมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 50,000 ล้านบาท จากการจับจ่ายของผู้บริโภคในเรื่องของการไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษ ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค แจกแต๊ะเอีย ทั้งนี้ เดอะมอลล์จึงจัดทำแคมเปญรับเทศกาลตรุษจีน ด้วยการแลกรับคูปองส่วนลดสูงสุด 50% เมื่อช็อปภายในห้างตั้งแต่ 1,500-15,000 บาท การลุ้นบัตรกำนัลห้องอาหารจีน Chef Man เมื่อช็อปครบ 2,000 บาท รวมถึงสิทธิประโยชน์จากบัตรเครดิต มอบส่วนลด เงินคืน และคะแนนสะสมรวมสูงสุด 20% ขณะที่ ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอ็น กล่าวว่า เซ็นทรัลทุ่มงบฯ 40 ล้านบาท จัดแคมเปญ "เดอะ เกรท ไชนีส นิวเยียร์ 2016" เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงตรุษจีน ระหว่าง 5-29 ก.พ. ประกอบไปด้วยโปรโมชั่น "ช็อปสนุกรับโชคใหญ่" เมื่อช็อปในศูนย์การค้า ครบทุก 1,000 บาท ลุ้นทริปเที่ยวฮ่องกง ยูเอสบี เมโมรี่ รูปทองแท่งมงคล และอั้งเปาดิจิทัล ส่วนลดจากร้านค้าต่าง ๆ เช่นเดียวกับสยามพารากอน และ สยามเซ็นเตอร์ ที่จัดแคมเปญ "เดอะ สยามพรอสเพอเริส ไชนีส นิว เยียร์ 2016" ลุ้นรับส่วนลดแบรนด์ในศูนย์สูงสุด 80% และของรางวัลมูลค่ารวม 7.5 ล้านบาท อาทิ ทองคำแท่ง, เรือสุพรรณหงส์ หัตถศิลป์มงคลทองคำ รวมถึงอั้งเปา และบัตรกำนัลจากร้านค้า เมื่อช็อปครบทุก 2,000 บาท ระยะเวลาตั้งแต่ 3 ก.พ.-13 มี.ค. 59 ขอบคุณข้อมูล  ประชาชาติธุรกิจ ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy MThai News

มิ้นท์ มณฑล กสานติกุล : I Roam Alone แบ็คแพ็คเกอร์หญิง ผู้ตะลุยมาแล้วกว่า 80 ประเทศทั่วโลก
I ROAM ALONE /  นักเขียน / 

Women MThai ชวนคุณมา Exclusive Talk กับ สาว มิ้นท์ มณฑล กสานติกุล อาชีพของเธอคือ ..."นักเดินทาง" เจ้าของเพจ I Roam Alone และ นักเขียน หนังสือ I Roam Alone  หญิงสาวผู้เป็นแรงบันดาลใจในการออกเดินทาง บนเส้นทางการเดินทางโดยการแบ็คแพ็คเพียงตัวคนเดียว ท่องโลกกว้างในสถานที่ต่างๆ มากกว่า 80 ประเทศ และยังคงเดินทางต่อเรื่อยๆ ไม่หยุดนิ่ง ...ทำไมเธอถึงออกเดินทางตัวคนเดียว ? อะไร...ที่เธอค้นพบ ? เธอได้อะไรจากการเดินทางในแต่ละครั้ง? หากคุณได้ดู....เรารู้ว่าคุณจะเก็บกระเป๋า แล้ว ตีตั๋วเดินทางไปที่ไหนสักแห่ง เป็นแน่ ขอให้คุณพบกับคำตอบเหล่านั้นด้วยตัวคุณเองเช่นกันกับเธอคนนี้ ...."มิ้นท์ มณฑล กสานติกุล" อะไรเป็นจุดเปลี่ยน จาก ลูกคุณหนู สาวอักษรฯ จุฬา คุณแม่ต้องไปรับ-ไปส่ง ช้อปปิ้งแบรนด์เนม สู่ สาวลุย ฉันเดินทางคนเดียวได้ ไปไหนไม่หวั่น  " การเดินทางค่ะ เป็นตัวเปลี่ยน เริ่มจาก จริงๆ ก็เที่ยวเหมือนชาวบ้านทั่วไป เที่ยวเป็นกลุ่มไปกับเพื่อน ลากคนนั้น คนนี้ไป แล้วได้มาทำงานอยู่ในวงการนักท่องเที่ยว พาคนเดินเที่ยวในกรุงแมดริด ก็ได้เจอคนที่เขาเดินทางคนเดียว เราก็ถามเขา ว่า" เดินทางคนเดียวไม่เหงาเหรอ ไม่กลัวเหรอ " ผู้หญิงคนนี้ ก็ตอบมิ้นท์ว่า "สักครั้งในชีวิตให้ลองทำดู ไม่ต้องมาถามฉัน" คำถามนี้ก็เลยอยู่กับมิ้นท์มาประมาณหนึ่งปี และก็ได้ออกเดินทางคนเดียว ด้วยความบ้าล้วนๆ ไม่มีสติปนเลย" ทริปแรก ของการเดินทางคนเดียว ของมิ้นท์ เป็นไงบ้าง " ทริปแรกก็ Roller Coaster นะ เพราะเราเจอทั้งคนดี๊ดีย์ และก็เจอคนไม่ดีเราเจอความเหงา เราได้เพื่อน เราร้องไห้ คือมันเป็นส่วนผสมของทุกอย่างเลย เป็นครั้งแรกที่เราได้รู้จักด้านที่ไม่ค่อยดีของการเดินทางคนเดียวด้วยนะ การเดินทางคนเดียวคือ เราไม่มีแบ็คอัพ เพราะฉะนั้นเวลาเกิดอะไรขึ้นมา คือเราล้วนๆ เรารับเต็มๆ อย่างเช่น ตอนนั้นที่ไปทริปแรก โดนไล่ออกจากที่พัก ก็ร้องไห้ออกมาคนเดียว จัดการชีวิตตัวเองไม่ได้" แล้วตอนนั้นจัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้นยังไงบ้างคะ " ร้องไห้ค่ะ ตอนนั้นเราไม่เข้มแข็งพอที่จะทำอย่างอื่นน่ะ เราก็ร้องไห้แล้วเราก็ถอย กลับไปเก็บของ ย้ายออกมา เปลี่ยนที่พัก ก็เท่านั้น" ย้อนกลับไปตอนนั้น กับ ตอนนี้ คิดว่าตัวเองจะแก้ปัญหาต่างกันยังไงบ้าง "ต่างกันเยอะมาก เพราะว่าเราเดินทางมาเยอะแล้ว เราค่อนข้างมั่นใจในตัวเองมากขึ้นแล้วเรารู้ว่าต้องทำยังไงบ้าง ถ้าสมมติเขาไล่ออกจากที่พัก ตอนนั้นเราร้องไห้ แต่ ถ้าเป็นตอนนี้ก็คงจะเรียกตำรวจ เพราะมันคือความผิดของเขา เขาไม่มีสิทธิ์ทำแบบนั้น ก็น่าจะลุกขึ้นมาสู้ให้ตัวเองมากขึ้น กว่าการที่จะเป็นผู้หญิงหวานๆ ตลอดเวลาในทุกสถานการณ์ จริงๆ มันใช้ไม่ได้ค่ะ มันต้องหวานสลับกับเข้มแข็งในการเดินทางคนเดียว " ทริปที่ประทับใจที่สุดในการเดินทาง " ประทับใจทุกที่ค่ะ ไม่มีที่ไหนที่ไม่ประทับใจ ถ้าที่สุดๆ แล้วเป็นประทับใจปนแปลกใจ แล้วก็คาดไม่ถึง น่าจะเป็น ประเทศไทยนะ เพราะว่าเดินทาง นั่งรถไฟฟรีลงไปจากสถานีรถไฟธนบุรี ไปถึงสุไหงโกลกเลย ใช้เวลาประมาณ 7 - 9 วันได้มั้ง ไม่แน่ใจเหมือนกัน คือไปเรื่อยๆ เราก็ไม่คิดว่ามันจะสนุกขนาดนี้ เราได้เจอคนที่น่ารักมาก จริงๆ ต้องบอกเลยว่า คนไทยเป็นคนที่มีน้ำใจมาก เข้าถึงง่ายมาก และพร้อมที่จะช่วยเหลือเรามากๆ ก็เลยเป็นทริปที่ประทับใจ เพราะเราคาดไม่ถึง " ทริป ล่องใต้ปู๊นๆ ของ มิ้นท์ I Roam Alone ทั้งๆ ที่มิ้นท์เดินทางมาเยอะ แต่เรากลับ มาเซอร์ไพรส์กับเมืองไทย เราไม่เคยเห็นมันมาก่อน ?  " มิ้นท์ก็เหมือนคนอื่นๆ แหละ ส่วนใหญ่พอจะเดินทางก็เดินทางไปนอกก่อน เดินทางไกลๆ เหมือนเราจะไม่ค่อยเห็นคุณค่าของสิ่งที่เรามีหรอก ซึ่งจริงๆ มันก็เป็นเรื่องปกติ เพราะเราคุ้นกับมันมาก เรารู้สึกว่ามันคงไม่น่าจะว้าวเราเท่าไหร่ เพราะเราชินอ่ะ แต่พอเราไปแล้วมันแบบ โอ้โห มันว้าวจังเลยวะ เป็นแบบนั้น" มัน ว้าว ขนาดไหนคะ สำหรับประเทศไทย ที่มิ้นท์อยากให้ทุกคน สัมผัส " การเดินทางของมิ้นท์ ไม่เน้นสถานที่ท่องเที่ยวเท่าไหร่ จะเน้นประสบการณ์กับคนมากเพราะทริปนี้ ลงใต้ไปเพื่อสัมผัสประสบการณ์กับคน มิ้นท์ตั้งชื่อโปรเจ็คท์นี้ว่า"Kindness of Strangers" คือ มิตรภาพของคนแปลกหน้า แล้วเราก็นั่งรถไฟลงไป แล้วยิ่งเราลงไปใต้มากเท่าไหร่ คนก็จะหน้าเหี้ยมขึ้นเท่านั้น คือ หน้าเขาจะเหี้ยมมากกกก จำได้ว่ามีคุณลุงคนหนึ่งนั่งฝั่งตรงข้ามเรา โห คุณลุงหน้าเหี้ยมมาก จนเราไม่กล้าชวนเขาคุย เขาดูบูดมาก นั่งไปสักพัก เราก็พยายามจะยิ้มให้ คุณลุงก็เหมือนไม่สนใจเราแต่จริงๆ คุณลุงเขาไม่มีอะไร เขาง่วง แล้วเขาก็พูดภาษาใต้ ชวนเรากินถั่ว "กินๆ กินถั่วไหม" แล้วหลังจากนั้นก็พยายามคุยกับคุณลุง แต่คุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง มิ้นท์ก็ฟังภาษาใต้ไม่ค่อยออก คุณลุงก็พยายามคุยกับเรา ทั้งที่ๆ ที่เขาหน้าเหี้ยมมาก คือเจอจังหวะแบบนี้หลายครั้งมาก อย่าง มิ้นท์ลงไปพัทลุง มิ้นท์จะพูดถึงเรื่องนี้บ่อย คือ มิ้นท์หิวข้าว บ่าย 3 แล้วยังไม่ได้กินข้าวเที่ยง ก็เดินออกไปหาของกิน แล้วเจอร้านขายเสื้อยืดร้านนึง ก็เล็งเสื้อเขาไว้ เดี๋ยวเราซื้อเสื้อเขาแล้วถามเขาหน่อยดีกว่าว่าเราจะไปกินข้าวที่ไหน ก็ถามพี่คนขายเสื้อว่า "พี่คะหนูหิวข้าวพี่มีร้านแนะนำไหมเนี่ยตอนนี้ ตอนบ่ายสาม หนูหิวมาก" เขาก็บอกว่า " บ่ายสามมันไม่มีอะไรกิน มันไม่ใช่เวลากินน่ะ รอไหม รอตอนเย็น เดี๋ยวพี่พาไป " ก็บอกเขาว่า " โห พี่ไม่ไหวแล้ว หนูหิว ที่ไหนก็ได้ " เขาก็บอก " มีมอเตอร์ไซค์ไหมล่ะ " มิ้นท์ "หนูไม่มีมอเตอร์ไซค์แต่หนูเดินได้ หนูเดินเก่ง" พี่เขาก็หยุดคิดไปแป๊บนึง " อ่ะไปด้วยกัน ปิดร้านเลย" แล้วเขาก็ปิดร้านเสื้อ เดินไปบอกสามีเขาว่า เดี๋ยวพาน้องไปกินข้าว สามีเขาก็งงๆ ว่า รู้จักกันเหรอรู้จักกันได้ไง พี่เขาก็ไม่พูดพล่ามทำเพลง หยิบหมวกกันน็อค แล้วก็เรียกเรา อ่ะไป ขึ้น ! แล้วก็พาเราไปเลี้ยงข้าว แล้วก็พาเราไปเที่ยวต่อหลังจากนั้น พี่เขาเป็นผู้หญิงชื่อพี่กบ แล้ววันรุ่งขึ้นก็อย่างนี้อีก มิ้นท์จะไปทะเลน้อย เราก็คิดไว้ ไม่รู้รถออกกี่โมง ไปเช้าๆ เดี๋ยวไปโบกรถเอาก็ได้ จะไปเช้าๆ เอาแสงตอนเช้า เดินออกมาถนนไม่มีไฟถนนเลย มืดมาก มิ้นท์ก็เดินมาถึงร้านข้าวแกง เขาเริ่มขายของตักบาตรแล้ว มิ้นท์ก็ถาม "พี่คะ จะไปทะเลน้อย ป้ายรถต้องขึ้นตรงไหนคะ " เขาก็บอก " รถมันน่าจะผ่านแยกข้างหน้า หนูเดินไปยืนรอตรงนั้นนะ" เราก็เดินไปมืดมาก มองไม่เห็นอะไรเลย พอไปยืนรอตรงป้าย ก็คิด รถมาก็ไม่น่าจะเห็นเราเราก็ไม่น่าจะเห็นรถด้วยซ้ำ เราก็ยืน เอาไงดี นี่มันตีห้าเอง มืดมาก ไม่มีไฟถนนใดใดทั้งสิ้น ยืนรอสักพักนึง คุณป้าคนที่เราไปถามทางเขานี่ล่ะ ขี่มอเตอร์ไซค์มา บอกว่า "เนี่ยป้า แวะมาดูเพราะเห็นมันมืดๆ ไปด้วยกันๆ ขึ้นมอเตอร์ไซค์ เดี๋ยวป้าไปส่งที่ท่ารถ " แล้วก็ขับมอเตอร์ไซค์พาเราไปส่งที่ท่ารถ รอเป็นเพื่อนจนฟ้าสว่าง แล้วคุณป้าถึงจะกลับไปดูลูกชาย รออยู่ 1 ชั่วโมงนะ มันมีที่ไหนในโลก ที่เขาทำอะไรกันแบบนี้อีกไหม นอกจากที่ประเทศเรา อย่างที่ มิ้นท์เดินทางมา มิ้นท์ก็ไม่เคยเจออะไรขนาดนี้ ก็เลยประทับใจกับทริปนี้มาก เพราะรู้สึกว่ามันตอบโจทย์โปรเจ็คท์ของเรา โดยที่เราไม่ได้คาดคิดว่าเราจะเห็นอะไรแบบนี้ ก่อนออกเดินทางก็ยังคิดอยู่เลยว่า เราตั้งชื่อโปรเจ็คท์ ใหญ่ไปไหม มันจะมีไหม เราก็คิดนะ แล้วพอมาเจอเท่านั้นล่ะ โอ้โห เป็นโปรเจ็คท์ที่ปลื้มปริ่มมาก ถือว่า หัวใจฟูๆ เป็นแบบนั้นเลยค่ะ " ทุกครั้งที่เดินทาง จะตั้งเป้า และ ตั้งชื่อโปรเจ็คท์ จะตอบโจทย์สอดคล้องกันตลอดไหมคะ " ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ตั้งเป้า เพราะปกติจะไปโดยไม่ค่อยคาดหวังอะไรมาก คือไปเรื่อยๆ แต่ด้วยความที่ช่วงนั้นทำงานอยู่กรุงเทพฯ เยอะมาก เราเจอการค้าเยอะมาก เราเลยรู้สึกว่าคุณค่าของความเป็นมนุษย์มันอยู่ตรงไหน ความเป็นมนุษย์กับมนุษย์มันอยู่ตรงไหน ก็เลยคิดโปรเจ็คท์นี้ขึ้นมาเท่านั้นเอง ก็ถือว่าประสบความสำเร็จนะ สำหรับตัวเองสำหรับคนอื่นมองยังไง ไม่รู้แต่สำหรับตัวเองถือว่าประสบความสำเร็จมาก" เป็นลูกสาวคนเดียว แบบนี้คุณแม่ห่วงไหม ที่ออกเดินทางคนเดียว " คุณแม่ห่วงอยู่แล้วเนอะ จะลูกกี่คนจริงๆ ก็เหอะ คุณแม่ก็ห่วง แม่สวดมนต์ให้ทุกคืนเวลาเราเดินทางก็จะบอกว่า ให้เราเจอแต่คนดีๆ เพราะเรื่องสถานการณ์น่ะ ช่างมัน จะดีบ้าง ไม่ดีบ้างไม่เป็นไร แต่ขอให้เราเจอคนดีๆ แล้วมันจะโอเค แม่ก็จะคอยบอกว่า ตื่นมาก็ให้คิดดีๆ ทำดีๆ นะแล้วจะได้เจอคนดีๆ มิ้นท์ก็โอเคๆ แต่เวลามิ้นท์เดินทาง มิ้นท์จะไม่รู้สึกว่าแม่ดึงเราไว้เลยนะเหมือนแม่จะผลักให้เราไปด้วยซ้ำ สนับสนุนเราในทุกๆ ด้านให้เราได้เดินทาง แม่เขาบอกว่า จริงๆ ห่วงก็ห่วงได้ แต่ถ้าห่วงโดยการเก็บแกไว้กับฉัน มันก็เหมือนความเห็นแก่ตัวของแม่แต่ลูกไม่มีความสุขไง คือลูกอยู่กับฉัน ฉันไม่ห่วง แต่ลูกไม่มีความสุข ก็แสดงว่าไม่ได้สนใจความสุขของลูก แต่สนใจความสุขของตัวเอง แม่ก็เลยปล่อยให้ไป เพราะว่าแม่ก็บอกว่า ฉันก็เป็นห่วงแกล่ะ แต่ความสุขของแกมันน่าจะสำคัญกว่า และแกก็น่าจะได้ออกไปใช้ชีวิต ก็เลยเป็นแบบนั้น " มิ้นท์ กับ คุณแม่ ทุกครั้งที่เดินทาง มิ้นท์มีวิธีการทำยังไงให้แม่ห่วงน้อยลงบ้าง " จะติดต่อแม่มาตลอดค่ะ ก็จะคอยส่งข่าว ย้ายเมืองส่งข่าว ย้ายเมืองก็ส่งข่าว และก็โทรหาแม่ตลอด พอมีอินเตอร์เน็ตปุ๊บก็จะโทรหาแม่ มีบางครั้งบ้างที่สนุกเกินจนลืม ลืมติดต่อที่บ้านไป 2 สัปดาห์ พ่อก็จะส่งไลน์มา เพราะตอนแรกๆ แม่เล่นไลน์ไม่เป็น พ่อส่งไลน์มาว่า "แม่แกถามว่าตายรึยัง" คือที่บ้านไม่มีความหวาน ไม่มีการบอกคิดถึง เป็นคนไม่หวานกันเลยจริงๆ แม่จะถามว่าตายรึยัง ไม่เห็นกดเงิน ไม่เห็นมีความเคลื่อนไหวใดใด ยังมีชีวิตอยู่ไหม (หัวเราะ) บางครั้งมิ้นท์ก็จะตอบด้วยการไปกดเงิน เพราะเวลาพอกดเงินปุ๊บแม่จะรู้ว่ายังมีชีวิตอยู่ เวลาเราเดินทาง แม่จะเป็นคนดูแลบัญชี เพราะเขากลัวเรื่องโดนขโมย บางครั้งมิ้นท์จะใช้การตอบแบบนี้ ด้วยความกวน...แม่ (หัวเราะ) " คุณแม่สอนเรื่อง คิดดีๆ ทำดีนะ แล้วจะเจอคนดีๆ มิ้นท์เชื่อเรื่องแรงคิดบวกแบบนี้ขนาดไหนคะ "มิ้นท์ไม่ได้มองว่ามันเป็นคิดบวกอะไรแบบนี้นะ มิ้นท์มองว่า ก็ถ้าเราคิดดีๆ ทำตัวดีๆ แสดงออร่าที่ดีออกมา มันก็น่าจะดึงดูดคนพวกเดียวกันนะ เราคิดแบบนี้จริงๆ แล้วมันก็เป็นแบบนี้มาตลอด คือเวลาเราเจอใครแล้วเรายิ้มให้เขาเหมือนเราส่งมิตรภาพให้เขานะ มันน้อยคนมากที่จะ อุ๊ย อีนี่ยิ้มให้ฉันทำไม มันแทบจะไม่มีคนแบบนี้เลย ถ้ามีก็น้อยมาก คือถ้าเป็นแบบนั้นก็เหมือนเราคัดเขาทิ้งนะ ก็ดีแล้วก็เหมือนคัดเขาออก ปกติเดินทางเราก็จะพกยิ้มไป ยิ้ม ยิ้ม คิดซะว่ามาสนุก ก็จะไม่ค่อยโมโหกับอะไร ไม่ค่อยทะเลาะกับใคร มีอะไรหยวนได้ก็หยวน คุยได้ก็คุย เดี๋ยวนี้นะ จะเป็นแบบนี้ เรารู้ว่าทุกอย่างมีทางออก และเราไม่จำเป็นต้องไปร้ายกับเขา ไม่ต้องไปวีน การวีนไม่ใช่การแก้ปัญหาเลย ยิ้มเข้าไป คุย ปรึกษากัน มันน่าจะดีกว่า ก็จะทำแบบนี้ตลอด เพราะฉะนั้น คนที่เขารับสารจากเราแบบนี้ เขาก็จะไม่ร้ายกลับมาหรอก มิ้นท์เชื่อเรื่องนี้จริงๆ และผลมันก็เป็นอย่างนี้จริงๆ ทุกครั้งค่ะ พอวีนไปปุ๊บ เดี๋ยวก็จะโดนวีนกลับ เละ ! เละกันทั้งคู่ ไม่มีใครได้อะไรทั้งสิ้น แต่ถ้าเราดีๆ กัน มันก็จะดีกันหมด " ในฐานะที่เป็นผู้หญิงสวยและเดินทางคนเดียว เคยเจอเหตุการณ์คุกคามทางเพศไหม " เคยค่ะ ที่หนักๆ น่าจะเป็นที่เนปาล เขาเป็นเจ้าของบริษัทเดินป่า ที่เราไปด้วยกัน ตอนนั้นเราต้องแยกจากกลุ่มเพราะว่าเราบาดเจ็บ และพอเขาเห็นเราแยกออกมา เขาก็เอาล่ะ ด้วยความที่เราเป็นคนที่คุยได้กับทุกคน ยิ้มได้กับทุกคน เขาก็คงเลยคิดว่าเราดูหวานๆ มั้ง เขาก็จะมาจับขาบ้าง จะมาขอนอนด้วยบ้าง อะไรบ้าง เราก็ปฏิเสธอย่างนุ่มนวลเพราะว่าเรายังต้องใช้ประโยชน์จากเขาในการกลับเข้ากาฐมาณฑุ เรายังไม่สามารถด่าเขา หรือเฉดหัวเขาไปได้เพราะไม่อย่างนั้นเราจะกลับบ้านไม่ได้ ตอนนั้นก็จะเป็น อย่าเลย เดินลุกหนีบ้าง พยายามไปรวมกลุ่มกับคนอื่นบ้าง เป็นการปฏิเสธแบบนุ่มนวล ซึ่งตอนนั้นก็ทำให้เครียดเหมือนกัน แต่ก็ผ่านไปได้ ก็เป็นบทเรียน แต่ก็จะมีอีกแบบหนึ่ง อย่างเช่น ตอนนั้นไปเปรู ก็จะเป็นแบบนี้เหมือนกัน เจ้าของที่พัก พยายามจะจับคางเราบ้าง แบบโน่นนี่ อันนี้ขึ้นเสียงเลย อันนี้ไม่ยอมเพราะเราไม่ต้องขึ้นกับเขาไง เราก็ตัวใหญ่ ต้องขอบคุณที่เป็นคนตัวสูงมาก เราก็ยืนขึ้นมาด่าเขาเลย ว่า " ทำแบบนี้ไม่ถูกนะ ฉันจะไปเขียนรีวิวด่าเธอ บน Trip Advisor นะ เธอคอยดูเลย เขาก็ต้องขอโทษขอโพยอะไรไป คือจริงๆ มันต้องเลือกเวลา นะ คืออย่างที่บอกการเดินทาง มันคือส่วนผสมของทั้งสองอย่าง ต้องทั้งอ่อนหวาน และก็ต้องโหดๆ ด้วย คือมันต้องไปด้วยกัน เราก็ต้องเลือกใช้ ว่าจังหวะไหนจะเลือกใช้อะไร ซึ่งอันนี้มันก็น่าจะมาจากประสบการณ์มากกว่า โดนเยอะๆ แล้วก็จะรู้เองว่าจะต้องทำอะไร " ทริปเนปาลเมื่อปีที่ผ่านมา ไปตอนที่เกิดแผ่นดินไหวพอดีตอนอยู่บนเขา รับมือกับสถานการณ์ตอนนั้นยังไงบ้างคะ "ตอนนั้นก็มีความเครียดสูง เพราะว่าเราไม่รู้ว่าเราจะได้ขึ้นเขาไหม เราจะกลับลงไปยังไง แล้วมันจะเป็นยังไงต่อไป แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ก็เดินต่อ ก็ทำอะไรไม่ได้ก็คือทำอะไรไม่ได้จริงๆ (หัวเราะ) ก็ยังกินได้นอนหลับเหมือนเดิม เดินต่อไปก็ขาเจ็บ ขาเจ็บก็ยังต้องเดินต่อไปแล้วก็ยังต้องเดินกลับลงมา นั่งช็อปเปอร์กลับลงมา ก็ไม่มีอะไร ทุกอย่างมันก็ไปตามแบบนี้ ก็เราไปควบคุมอะไรมันไม่ได้ ก็ไม่รู้จะทำยังไง ก็ใช้ชีวิตกับมันไปแบบนี้ค่ะ " กับอารมณ์ตอนนั้นล่ะคะ " ตอนนั้นมีความเครียดอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ถึงขนาดว่าเป็นบ้า สติแตก หรือรู้สึกว่าโลกมันจะแตก ก็เปล่า ก็เป็นความเครียดซึ่งเป็นปกติอยู่แล้วเรื่องเกี่ยวกับความไม่แน่นอนก็เท่านั้นเองก็ไม่ได้มีอะไรแปลก " คิดว่าตัวเองรับมือ กับความไม่แน่นอนในการเดินทางได้มากน้อยแค่ไหน "ได้มาก ชอบซะด้วย มิ้นท์ชอบความไม่แน่นอน เพราะความแน่นอนมันน่าเบื่อ (หัวเราะ) มันไม่เซอร์ไพรส์เลย มันไม่มีความรู้สึกว่า โอ้โห " ดำน้ำ Selfie ที่กาลาปากอส แสดงว่าทุกครั้งที่ออกทริป ไม่ได้มีการแพลนมาก่อน " ไม่มีการแพลนแบบ 100% จะแพลนประมาณ 20% คือจะมองคร่าวๆ ว่าเราจะไปที่ไหนบ้าง แต่ไม่ลงรายละเอียดลึกมาก รีวงรีวิวอย่างนี้ก็จะไม่ค่อยอ่านมาก เพราะมันจะเป็นเหมือนกรอบที่ไปครอบความเป็นตัวเราไว้ เราก็จะไม่ค่อยอ่านมาก เรากะว่าไปเจอมันเลยดีกว่า " เวลาที่ตัวเราได้ออกเดินทาง แล้วจิตใจได้ออกเดินทางบ้างไหม " เดินทางมากกว่าตัวอีกมั้งค่ะ ตัวไปนิดเดียวเอง นั่งรถเหมือนไม่ได้ทำอะไร แต่ใจเราไปไหนแล้ว เวลาเดินทางเหมือนใจมันโต มันโตขึ้น ในขณะที่มันก็นิ่งขึ้นด้วย ไม่รู้ว่าจะงงไหมคะ เหมือนเราเข้าใจหัวใจตัวเองมากขึ้น เหมือนใจมันเดินทางขึ้น เป็นแนวไต่ขึ้น และนิ่งขึ้น ไม่ใช่กราฟขึ้นๆ ลงๆ ในแนวนอน ก็เป็นการเดินทางแบบนั้น " ทริปที่กับคุณแม่ มื้นท์ได้อะไรมาบ้าง " ทริปจอร์แดน จริงๆ แล้วทริปนี้ไปเพื่อคุณแม่เลยล่ะ ซึ่งแรกๆ อึดอัด เพราะว่าเราชินกับการเดินทางคนเดียว เราไม่ชินกับการที่เราต้องไม่ขึ้นภูเขาลูกนี้ เพราะอีกคนหนึ่งเดินไม่ไหว ถ้าติดตามการเดินทางของมิ้นท์จะเห็นว่ามิ้นท์ขึ้นเขา ทำบ้าทำบอแล้วก็ไม่ค่อยวางแผน ไม่ซื้อทัวร์ แต่ด้วยความที่เรารู้ว่าคุณแม่เป็นคนมีระเบียบ เขาจะเข้านอนโดยไม่รู้ว่าพรุ่งนี้ไม่ทำอะไร เขาทนไม่ได้ เราก็เลยเอาว่ะ ทริปนี้เราก็คิดว่า เป็นทริปของแม่ ไม่ใช่ทริปของเรา ทริปจอร์แดน กับ คุณแม่ แรกๆ ก็อึดอัดอย่างที่บอก แต่หลังๆ ก็เริ่มเข้าใจ จริงๆ บทเรียนสำคัญครั้งนี้ที่ได้มาคือ รู้ว่าจริงๆ คือ แม่เราแก่แล้ว (หัวเราะ) พูดไปแล้วแม่จะโกรธไหมเนี่ย (หัวเราะ) คือก่อนหน้านี้ไม่ค่อยเข้าใจ มิ้นท์เขียนลงไปในเพจด้วยนะ เพราะรู้สึกว่าหลายๆ คนน่าจะเป็นเหมือนกัน มันจะเป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน ตอนที่ จากแม่เป็นผู้ที่แข็งแรงที่สุด สำหรับเรา แม่คือตัวใหญ่ แม่เป็นคนเดินจูงมือเรา แม่รู้ทุกอย่าง เราเป็นคนถาม แม่เป็นคนตอบ มันเปลี่ยนกันแล้ว มันถึงจุดเปลี่ยน เป็นความรู้สึกที่แปลกมาก คือจังหวะที่เดินเข้าเพตราไป มิ้นท์เป็นคนเดินเร็ว เราก็เดินๆๆ เข้าไป แล้วหันไป อ้าว แม่หายไปไหนแล้ว เพิ่งนึกขึ้นมาได้ อ้าว แม่ยังเดินอยู่ข้างหลังเราก็คิดนะ ทำไมเดินช้าอ่ะ ก็เลยเดินกลับไป เรียก "ม๊า คล้องแขน" แล้วก็เดินลากแม่ไปด้วย ก็คือช้าลง แต่ก็ลากแม่ไปด้วยไง มันเป็นความรู้สึกที่ เอ๊ย เดี๋ยวนี้แม่เราไม่เหมือนเดิมแล้วแม่เราช้าลงแล้ว แม่เราไม่รู้ แม่เรางงกับการใช้มือถือมาก ให้แม่ถ่ายรูปให้ เราก็อุตส่าห์กดให้มันขึ้นหน้าจอกล้องใหญ่ แม่เรามองไม่เห็น เพราะแม่สายตายาว มันเหมือนได้เห็นอะไรแบบนี้ที่มิ้นท์ไม่เคยเห็นมาก่อน เพราะก่อนหน้านั้นมิ้นท์ไม่ได้อยู่บ้านนานๆ 7 ปีอ่ะค่ะ ซึ่งก็นานมาก พอมาเห็นแบบนี้แล้ว โห แรกๆ หงุดหงิดนะ ไม่เข้าใจอ่ะ มันคือความไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่พอเรานึกขึ้นมาได้นะ ว่า โอ๊ย สมัยก่อนตอนเราเด็กๆ เขาก็คงไม่หงุดหงิดกับการสอนเราเนอะ เขาก็สอนเราด้วยความรัก แล้วเราไปหงุดหงิดใส่แม่ได้ไงวะ มันก็เลยคิดตรงนี้ขึ้นมาได้ค่ะ ก็เลยเข้าใจว่า จริงๆ เดี๋ยวนี้เป็นเราแล้วที่ต้องดูแลแม่ ไม่ใช่แม่ที่จะมาดูแลเราแล้ว คือแม่ก็ยังเป็น Super Mom เหมือนเดิมแหละ เป็นที่พึ่งทางจิตใจ แต่ทางด้านอื่นคือเป็นเราแล้วนี่ล่ะที่ต้องมาดูแลแม่ เป็นทริปที่ทำให้รู้ว่า เออ มันตาฉันแล้วว่ะ เป็นความรู้สึกที่แปลกมาก " นับได้ว่าเป็นทริปที่มิ้นท์ได้โตขึ้นอีกสเต็ป? "คิดว่าโตในเรื่องของครอบครัวมากกว่า ปกติจะคิดว่าแม่แข็งแรง ม๊าทำนั่นให้หน่อย ม๊าทำนี่ให้หน่อย ม๊าจัดการให้ทุกอย่าง ตอนนี้ก็แบบเริ่มเพลาๆ ลง เออ ง่ายๆ หน่อยๆ เป็นแบบนั้น" การเดินทางให้อะไรกับมิ้นท์บ้างคะ? " การเดินทางให้อะไร (มิ้นท์ทวนคำถามก่อนตอบ) ทำให้เราไม่ทุกข์ ทำให้ความทุกข์หายไปจากชีวิต (หัวเราะ) " ทั้งๆ ที่ เราต้องออกไปเจออะไรเยอะแยะที่เราคาดเดาไม่ได้เนี่ยนะ? " ใช่ มันเหมือนพอเราได้เดินทางเยอะๆ เราได้เห็นคนที่เขาทุกข์กว่า คนที่เขาสุขกว่าทั้งๆ ที่เขามีน้อยกว่า เราได้เห็นคุณค่าของสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา เราได้อยู่กับตัวเองเยอะ เหมือนเราเข้าใจตัวเองมากขึ้น แล้วเราก็เรียนรู้ที่จะอยู่กับตัวเอง เรียนรู้ที่จะอยู่กับความเหงา เดี๋ยวนี้ก็เลยไม่มีความทุกข์อีกแล้ว เป็นความสุขที่รู้ว่าเราโชคดี เป็นคนที่โชคดี๊ โชคดี เพิ่งเข้าใจ เพราะก่อนหน้านี้คิดว่าตัวเองเป็นคนโชคร้าย ทำไมไม่มีใครเข้าใจฉันเลย ทำไมฉันถึงไม่ได้รถใหม่เหมือนคนอื่น ทำไมฉันถึงไม่มีอันโน้น ทำไมไม่มีอันนี้ ทำไมคอมพิวเตอร์ถึงเปิดไม่ติดทำไมถึงต้องทะเลาะกับเพื่อน สมัยก่อนจะมีแต่คำถามแบบนี้ ตอนนี้ก็เลยแบบพอมีอะไรไม่ฟังก์ชั่น ก็ไม่เป็นไร จริงๆ เราโชคดีแล้ว " ถ้าคนทั่วไปอยากจะรู้สึกโชคดีแบบมิ้นท์บ้าง ต้องทำยังไงคะ " มิ้นท์ว่าอันนี้ก็ตอบยาก แต่ละคนน่าจะมีปมในชีวิตต่างกันไป ถ้าพูดกันตรงๆ อย่างปัญหาของมิ้นท์คือ การที่มิ้นท์เคยเป็นศูนย์กลางของโลก แล้วมิ้นท์ก็ยังไม่พอ อันนั้นคือปัญหาของมิ้นท์ พอเราได้เดินทางแล้ว เราก็เลยเห็นว่าเราไม่ใช่ศูนย์กลางของโลกอีกแล้ว และเราก็ไม่ใช่คนที่มีปัญหาด้วย เพราะเราเห็นคนที่มีปัญหามากกว่าเราเยอะมาก และเขาก็ยังมีความสุขได้ แล้วเราจะมาอะไรวะ เพราะฉะนั้นสำหรับคนอื่นมิ้นท์ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรที่จะมาทำให้เขารู้สึกว่าเขาโชคดี อย่างของมิ้นท์ตอนเช้า เวลาเปิดน้ำก๊อกขึ้นมามีน้ำไหล เปิดไฟมีไฟ มิ้นท์ก็ว่า มิ้นท์โชคดีแล้วนะ " เคล็ดลับการเดินทางสำหรับผู้หญิงตัวคนเดียวให้ปลอดภัยจาก มิ้นท์ I Roam Alone  " สำหรับผู้หญิงเดินทางคนเดียวทริปแรกๆ อย่าเพิ่งพริ้วมาก ให้หาข้อมูลเยอะๆ เรื่องการผจญภัยมันมีอยู่แล้ว มันไม่มีอะไรไปตามแผนเราหรอกเชื่อเถอะ ถึงเราจะวางแผนดีแค่ไหนก็ตาม เพราะฉะนั้นก็วางแผนให้รอบคอบไปก่อน 1. เรื่องที่พักนี่สำคัญมาก ให้หาที่พักที่ดี ดีในที่นี้ไม่ใช่แพง คือนอนโฮสเทล นอนห้องรวมอะไรก็ได้ แต่ว่าต้องตั้งอยู่ในสถานที่ที่ดี 2. อ่านรีวิวเยอะๆ เกี่ยวกับที่พักนั้นๆ ว่า RECEPTION เขาดี เขาช่วยเหลืออะไรแบบนี้ อันนี้ถือว่าสำคัญมาก 3. ต้องมีสติอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่ว่า เดินเล่นมือถือ เดินเล่นถ่ายรูป เดินฟังเพลง โดยที่เราไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวคืออะไร อันนี้ก็จะอันตรายแล้ว เพราะเราอาจจะเดินเลี้ยวผิดถนนไปในโซนที่ไม่ปลอดภัย หรือเราอาจจะโดนคว้ามือถือไปจากมือเราก็ได้ ซึ่งอันนี้จะเกิดขึ้นได้บ่อยมาก แม้แต่ในประเทศแถบยุโรปเองก็ตาม นอกจากนั้นคือ ห้ามเมา!!! ก็จะเตือนผู้หญิงตลอด เวลาน้องๆ เข้ามาถาม ว่าจะไปเที่ยวคนเดียวยังไง เราก็จะเตือนว่าที่สำคัญ ห้ามเมาเด็ดขาด!!! เพราะเราเมาปุ๊บ เราไม่มีสติ นอกจากเราไม่มีสติ คนรอบข้างก็ไม่มีสติ แล้วคนที่ไม่สติมาเจอกัน มันไม่มีทางที่จะเกิดผลดีขึ้นมาได้แน่นอน เพราะฉะนั้นก็จะบอกเขาว่า อย่าไปใน"ที่อโคจร" เลย ใน "เวลาอโคจร" ก็อย่าไป พอมันเย็นปุ๊บก็กลับที่พัก ก็ไม่ต้องไปเสียดาย กลัวเสียดายวิว อยากจะเดินดูตอนกลางคืน เดินคนเดียวแล้วมันเกิดอันตรายขึ้นมาจะทำยังไง มิ้นท์ก็จะพยายามแนะนำว่า เดินตอนเช้ามากแล้วกัน กับกลางวันแทน ตอนเย็นๆ ก็ไม่ต้องไป น่าจะเป็นเรื่องหลักสำคัญของผู้หญิง ส่วนอุปกรณ์ป้องกันตัวเนี่ย มีด เมิด สเปรย์พริกไทยไม่ต้องเอาไป เพราะในจังหวะที่มันชุลมุนเราอาจจะฉีดสเปรย์พริกไทยใส่ตาเราก็ได้ แล้วนอกจากนั้น รู้ทิศทางลมเหรอ ตอนที่เรากระชากมันออกมา แล้วถ้าเราฉีดไปแล้วลมมันพัดมาทางเราล่ะ เราก็ซวยนะ อุปกรณ์ที่มิ้นท์พกคือ มิ้นท์เรียกเองว่า "เครื่องกรี๊ด" Search เข้าไปได้ว่า "Personal Alarm" มันจะเป็นเครื่องอันเล็กๆ ที่มีจุกอันนึงเล็กๆ พอเราดึงปุ๊บมันจะร้องเสียงดังมากกกกกกกกกก เพราะฉะนั้นถ้าเกิดอะไรขึ้น เราก็แค่ดึงแล้วขว้างตัวนี้ทิ้งไป โจรมันก็คงต้องตกใจนะ เพราะเสียงมันจะดังมาก และก็จะไม่หยุดจนกว่าแบตจะหมด หรือเอาจุกมาเสียบกลับ มิ้นท์ก็จะพกอันนี้ติดตัว" เราคุยกับเธอจบคำถามการสัมภาษณ์ แต่การพูดคุย เรื่องโน่นนี่นั่น กลับไม่จบ ไม่สิ้น ยิ่งคุยกับเธอก็ยิ่งสนุก หญิงสาวนักเดินทางคนนี้เธอมีมิตรภาพ รอยยิ้ม  เสียงหัวเราะ และ เรื่องราวประสบการณ์ชีวิตหยิบยื่น แลกเปลี่ยนมาให้เราอยากคุยกับเธอไม่เบื่อไม่หน่าย และเราก็รู้ว่า ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่เธอพร้อมจะเล่าให้ทุกๆ คนได้ฟัง ได้อ่าน ได้ติดตามในการเดินทางครั้งต่อๆ ไปของเธอดังเช่นที่เธอเคยทำเสมอมา ตราบเท่าที่ 2 เท้าของเธอยังเดินทาง ^ ^ สัมภาษณ์เรียบเรียงโดย Women MThai Team   ภาพนิ่งและ Clip Video โดย MThai Team ภาพประกอบจาก www.facebook.com/IRoamAlone ขอขอบคุณ หอจดหมายเหตุพุทธาส อินทปัญโญ ที่เอื้อเฟื้อสถานที่ในการถ่ายทำ

ก้าวไปด้วยกัน เพลงแห่งความคิดถึง ปอ ทฤษฎี
ทฤษฎี สหวงษ์ /  ปอ ทฤษฎี

ก้าวไปด้วยกัน เพลงพิเศษซึ่งแต่งขึ้นเพื่อมอบให้พระเอกหนุ่ม ปอ ทฤษฎี สหวงษ์ ซึ่งในมิวสิควิดีโอเพลงนี้ทางครอบครัวสหวงษ์ และโรงพยาบาลได้ประมวลภาพตั้งแต่วันแรกที่ ปอ ทฤษฎี เข้ารักษาตัว พร้อมรวบรวมภาพสุดประทับ­ใจที่แฟนคลับและเพื่อนพี่น้องร่วมวงการพร้­อมใจกันเข้าเยี่ยมและส่งกำลังใจ เพื่อหวังจะถ่ายทอดความรู้สึกที่คิดถึงและห่วงใยที่ทุกคนมอบให้พระเอกหนุ่มโดยตลอด... ก้าวไปด้วยกัน - เพียว เอกพันธ์ วรรณสุทธิ์ Official MV ประมวลภาพให้กำลังใจ 'ปอ ทฤษฎี' youtube : Portist TV น่าเสียดายที่หลังจาก โบว์ ภรรยาของ ปอ ทฤษฎี และทีมแพทย์ได้นำมิวสิควิดีโอเพลงนี้ไปให้เจ้าตัวชมเพียงไม่นาน วงการบันเทิงไทยก็สูญเสียพระเอกหนุ่มนิสัยดีคนนี้ไปตลอดกาล เพลง ก้าวไปด้วยกัน เพลงพิเศษซึ่งแต่งเพื่อให้กำลังใจ ปอ ทฤษฎี และครอบครัว ประพันธ์โดย กมลรัตน์ ชูติเชาว์กุล เรียบเรียงโดย หนึ่ง สไมล์บัฟฟาโล โดยมี เพียว เอกพันธุ์ วรรณสุทธิ์ หรือ เพียว แชมป์ เคพีเอ็นอวอร์ด 2010 เป็นผู้ขับร้อง แม้กายจะห่างไกล แต่เชื่อมั่นว่าหัวใจของทุกคนและ ปอ ทฤษฎี จะยังคง 'ก้าวไปด้วยกัน' ด้วยรักและอาลัย แก่ ปอ ทฤษฎี สหวงษ์. เพลง ก้าวไปด้วยกัน คำร้อง/ทำนอง : กมลรัตน์ ชุติเชาวน์กุล เรียบเรียง : หนึ่ง Smile Buffalo ศิลปิน : เพียว เอกพันธ์ วรรณสุทธิ์ ดูแลการผลิต : ศรมนตรา พิชัยศรแผลง/เสริฐ ศิริ ตัดต่อ : กุสุมา สุขศรี แม้เมื่อวาน จะยากเพียงใด แต่เธอก็ผ่านมาได้ และฉันรู้เธอสู้มาหนักแค่ไหน ฉันอาจเป็นแค่คนข้างหลัง แต่มีกำลังใจให้เธอทั้งใจ วันที่เธอล้มลงไป ฉันก็เจ็บพร้อมกับเธอ แม้พรุ่งนี้ หากต้องพบเจอกับบททดสอบต่อไป ฉันก็พร้อมยืนข้างเคียงเธอเสมอ เหมือนในทุกวันที่ผ่านมา ที่เฝ้าภาวนาอธิษฐานให้เธอ ขอให้เธอได้พบเจอ ให้ได้เจอกับชัยชนะ *เส้นทางชีวิตที่เหลือยังอีกแสนไกล อาจยังไม่รู้พรุ่งนี้จะเจออะไร ไม่มีแผนที่นำทาง แต่ก็ยังต้องก้าวไป ไม่ว่าจะทางไหน เราจะก้าวไปด้วยกัน ก้าวไปด้วยกัน บนถนนอาจไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างฝัน ไม่ได้สวยงามเหมือนละครเรื่องใด แม้ทางเส้นนั้น จะเป็นกรวดหิน จะเป็นดินเป็นทราย หรือขวากหนามใหญ่ แม้ว่ามันยากเพียงใด ก็จะขอก้าวต่อไป ก้าวไปด้วยกัน ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

อ๊อฟ-ป๊อป-ว่าน 'กลับชาติมากัด!' สามแยกปากหวาน season 4
ป๊อบ ปองกูล /  ว่าน ธนกฤต / 

อ๊อฟ, ป๊อบ, ว่าน คนเดิม เพิ่มเติมคือความ STRONG!! สามแยกปากหวาน season 4 : กลับชาติมากัด 19-20 มีนาคมนี้ แม้ อ๊อฟ ปองศักดิ์ รัตนพงษ์, ป๊อบ ปองกูล สืบซึ้ง และ ว่าน ธนกฤต พานิชวิทย์ จะเคยลั่นวาจาไว้ว่าจะยุติเส้นทางของสามแยกปากหวาน แต่ในที่สุดทั้งสามก็ทิ้งสัจจะคำว่า 'ครั้งสุดท้าย' กลับมาออนสเตจอีกครั้ง! พร้อมวิทยายุทธที่แกร่งกล้าขึ้นจากการแยกย้ายกันไปสะสมเรื่องราวและฝึกปรือเพิ่มเติม เพื่อกลับมาลับคมให้มันส์กันอีกครั้ง ในคอนเสิร์ต สามแยกปากหวาน season4 : กลับชาติมากัด โดย เอ-ไทม์ โชว์บิส ได้จัดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการไปแล้ว ณ บริเวณลอบบี้ อาคาร จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส เมื่อวันที่ 19 มกราคม ที่ผ่านมา เริ่มงานด้วยการรื้อฟื้นความหลัง ด้วยการประมวลภาพความสนุก มันส์ ฮา ของสามแยกปากหวานทั้ง 3 ซีซั่นที่ผ่านมา ก่อน อ๊อฟ-ป๊อป-ว่าน จะเสิร์ฟโชว์เรียกน้ำย่อยในเพลง บูมเมอแรง ซึ่งตรงกับคอนเซ็ปต์ของการรีเทิร์นกลับมารวมตัวอีกครั้ง จากนั้น ดีเจ อ๋อง เขมรัชต์ สุนทรนนท์ ที่รับหน้าที่พิธีกรงานแถลงข่าวครั้งนี้ได้เชิญ พี่ฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา บอสใหญ่แห่ง เอ-ไทม์ โชว์บิส พร้อมด้วย ทั้ง 3 ศิลปินขึ้นพูดคุยถึงการกลับชาติมากัดครั้งนี้ โดยพี่ฉอด เผยถึงเสน่ห์ของคอนเสิร์ตสามแยกปากหวานทุกครั้ง ซึ่งก็คือ 'การมีสคริปต์ที่เหมือนไม่มี เพราะทั้งอ๊อฟ-ป๊อป-ว่าน ออกนอกสคริปต์ตล๊อดดด!' ดังนั้นคอนเสิร์ตแต่ละรอบเลยจะสดใหม่ไหลลื่น ทั้งสามต้องพาตัวเองให้รอดจากสถานการณ์การทิ่มแทงกันเองไปมา... เพราะฉะนั้นใครที่ตั้งตารอครั้งนี้ไม่ควรพลาดจริงๆ!! เตรียมร่วมเวลคัมการกลับชาติมากัดแบบเต็มสตรีมของ สามแยกปากหวาน season 4 : กลับชาติมากัด ที่ อ๊อฟ ปองศักดิ์ รัตนพงษ์, ป๊อบ ปองกูล สืบซึ้ง และ ว่าน ธนกฤต พานิชวิทย์ จะกลับมาพร้อมความ STRONG!! พร้อมลุ้นไปพร้อมกันว่าใครจะกล้ามาเป็นแขกรับเชิญบนเวทีนี้ได้อีก!?... วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม 2559 นี้ เวลา 19.00 น. และ วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม 2559 เวลา 17.00 น. ที่ รอยัล พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน จำหน่ายบัตรที่ ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขาบัตรราคา 4,000 / 3,500 / 3,000 / 2,500 / 2,000 และ 1,500 บาท รายได้ส่วนหนึ่งมอบให้มูลนิธิเพื่อสนับสนุนการผ่าตัดหัวใจเด็ก ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ประกาศชัด! 'เจ๊ติ๋ม' ย้ำ เลิกกิจการทีวีดิจิทัล-ไม่จ่ายค่าประมูล
กสทช. /  ทีวีดิจิตอล / 

'ไทยทีวี' ยันเลิกประกอบกิจการทีวีดิจิทัล 2 ช่อง ย้ำวันที่ 3 ก.พ.นี้ ไม่จ่ายเงินค่าประมูลงวดที่ 2 แน่นอน นายสุชาติ ชมกุล ที่ปรึกษากฎหมาย บริษัทไทยทีวี จำกัด กล่าวว่า นางพันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย ประธานกรรมการ บริษัทไทยทีวี จำกัด ยืนยันขอเลิกประกอบกิจการทีวีดิจิทัลทั้ง 2 ช่อง ตามที่ส่งหนังสือบอกเลิกประกอบกิจการให้ กสทช.ตั้งแต่เดือน พ.ค.2558 โดยในวันที่ 3 ก.พ.นี้ เมื่อครบกำหนดพักใช้ใบอนุญาต ไทยทีวีจะไม่นำเงินค่าประมูลทีวีดิจิทัลงวดที่ 2 ไปจ่ายให้สำนักงาน กสทช.แน่นอน อย่างไรก็ตามในวันที่สำนักงาน กสทช. มีคำสั่งเรียกเก็บเงินค่าประมูลจากธนาคารผู้ออกหนังสือค้ำประกัน ไทยทีวีจะยื่นคำร้องขอให้ศาลปกครองดำเนินการไต่สวนฉุกเฉิน เพื่อขอให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเช่นกัน เนื่องจากบริษัทไทยทีวี เคยยื่นฟ้องคดี กสทช.ต่อศาลปกครองกลาง กรณีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งห้าม กสทช. ดำเนินการใดๆ เพื่อบังคับหนังสือค้ำประกันของธนาคารกรุงเทพ (แบงก์การันตี) รวม 16 ฉบับ ไว้แล้ว แต่ในช่วงไกล่เกลี่ยคดี กรรมการ กสท. ชี้แจงต่อศาลว่ายังไม่มีคำสั่งเรียกชำระเงินจากแบงก์การันตี ดังนั้นหาก สำนักงาน กสทช. ออกคำสั่งเพื่อบังคับเก็บเงินจากแบงก์การันตี ไทยทีวีจะยื่นคำร้องของคุ้มครองชั่วคราวทันที จ่อ! เพิกถอนใบอนุญาต 'ไทยทีวี' พร้อมแจ้ง ธ.กรุงเทพ จ่ายหนี้แทน กสท.เตรียมเพิกถอนใบอนุญาต 'ไทยทีวี' พร้อมแจ้งธนาคารกรุงเทพจ่ายหนี้แทนภายใน 30 วัน ในฐานะผู้ค้ำประกัน นายสมบัติ ลีลาพตะ รักษาการรองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2559 ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ (กสท.) ได้มีการพิจารณาเกี่ยวกับกรณีบริษัทไทยทีวี และ ช่องโลก้า ไม่ได้ชำระเงินประมูลช่องงวดที่ 2 รวมถึงค่าธรรมเนียมรายปี ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา และทางบอร์ดได้มีมติสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบกิจการของทั้ง 2 ช่อง ไป 3 ครั้งแล้ว ซึ่งครั้งล่าสุดจะครบกำหนดในวันที่ 3 ก.พ. 2559 ทั้งนี้ หากยังไม่มีการชำระ ทางสำนักงานได้เสนอแนวทางให้เพิกถอนใบอนุญาต และให้ใช้มาตรการบังคับกรณีที่ยังไม่ได้จ่ายเงินประมูลงวดที่ 2 รวมถึงจะมีการติดตามชำระหนี้ จากนั้นจะแจ้งธนาคารกรุงเทพผู้ออกหนังสือค้ำประกัน ให้ชำระเงินตามหลักทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งได้แก่เงินประมูลทุกงวดที่บริษัทยังไม่ได้ชำระวงเงิน 1,634.4 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ทันทีภายใน 30 วัน หากไม่ชำระจะเข้าสู่กระบวนการฟ้องร้องต่อไป เคลียร์ไม่จบ! เตรียมยุติออกอากาศ 'ไทยทีวี' หากไม่จ่ายค่าประมูล กสทช. เผย เตรียมยุติออกอากาศ 'ไทยทีวี' หากไม่ชำระเงินค่าประมูลคลื่นความถี่ภายใน 16.30 น. วันนี้ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) เปิดเผยว่า สำหรับขั้นตอนในการดำเนินการเกี่ยวกับไทยทีวี จากการที่ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) ได้ไปเจรจาหารือกับไทยทีวีที่ศาลปกครองกลาง และให้โอกาสไทยทีวีไปหาพันธมิตรได้จนถึงวันที่ 31 ต.ค. 2558 เท่ากับการทวงการชำระเงินค่าประมูลคลื่นความถี่จะดำเนินการวันที่ 31 ต.ค. 2558 แต่เนื่องจากวันดังกล่าวตรงกับวันหยุดราชการ ทำให้ตามกรอบระยะเวลา ไทยทีวีสามารถชำระได้ถึงวันนี้ (2 พ.ย.58) ประกอบกับในวันที่ 29 ต.ค. 2558 ที่ผ่านมา กสท. ได้มีการประชุมแล้วเห็นควรมอบหมายให้สำนักงาน กสทช. มีหนังสือทวงเงินไปยังไทยทีวี ในวันที่ 31 ต.ค. 2558 แต่เนื่องจากตรงกับวันหยุดราชการจึงให้เลื่อนการทวงเป็นวันที่ 2 พ.ย. 2558 แทน ซึ่งในวันนี้ (2 พ.ย. 58) ไทยทีวี ยังสามารถมาชำระเงินค่าประมูลคลื่นความถี่ได้ภายในเวลา 16.30 น. กรณีที่ไทยทีวีไม่นำเงินมาชำระภายในเวลาดังกล่าว สำนักงาน กสทช. ก็จะมีหนังสือแจ้งไปถึงไทยทีวีเพื่อสั่งพักใบอนุญาตชั่วคราวเป็นเวลา 30 วัน ตามมติที่ประชุม กสท. และจะแจ้งไปยังไทยพีบีเอสซึ่งเป็นผู้ให้บริการโครงข่ายของไทยทีวีให้ยุติการออกอากาศของไทยทีวีต่อไป สำหรับขั้นตอนการเจรจาทางชั้นศาลอยู่ในระหว่างที่ กสท. ขอเลื่อนวันเจรจาเดิมที่กำหนดไว้ในวันที่ 30 ต.ค. 2558 ออกไปเนื่องจาก กสท. ติดภารกิจ ซึ่งอยู่ในระหว่างที่ศาลปกครองจะกำหนดนัดวันเจรจาอีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณข้อมูลจาก  มติชน รองประธานกรรมการ กสทช. แจงเหตุกรณี 2 ช่องดิจิตอล 'เจ๊ติ๋ม' ยุติการออกอากาศ ยืนยัน ไม่มีคำสั่งยุติ จากกรณีที่ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวี และสถานีโทรทัศน์เอ็มวีทีวี แฟมิลี่ ของบริษัท ไทยทีวี จำกัด ได้มีการยุติการออกอากาศ โดยได้ตัดสัญญาณและปล่อยจอดำไปเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ล่าสุด พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ชี้แจง ผ่านทวิตเตอร์ @DrNateeDigital ว่า กสท. ได้เลื่อนนัดชำระหนี้ค่าประมูลคลื่นความถี่ให้กับ บริษัทฯ จนถึง 31 ตุลาคม 2558 เพื่อให้มีระยะเวลาในการแก้ไขปัญหา ก่อนการบังคับตามกติกา กสท. ได้กำหนดกรอบ ขั้นตอนการดำเนินการกรณีที่ บริษัท ไทยทีวี ไม่สามารถดำเนินการได้ในระยะเวลาที่กำหนดไว้ เมื่อ 19 ตุลาคม 2558 ที่ผ่านมา โดยในขั้นตอนแรก จะเข้าสู่การพักใช้ใบอนุญาตครั้งละ 30 วัน ไม่เกิน 3 ครั้ง (90 วัน) ซึ่งในระหว่างนี้ก็จะไม่สามารถออกอากาศได้ในทุกระบบ สำหรับขั้นตอนต่อไป กรณีที่ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาในห้วงระยะเวลา 90 วันดังกล่าวได้ กสท.ก็จำเป็นต้องมีการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการและจะเรียกชำระเงินตามหลักประกันที่มีการวางหนังสือรับรองธนาคารไว้ โดยกำหนดให้ สำนักงาน กสทช.ออกคำสั่งในวันนี้ (2 พ.ย. 58) ขณะที่นายธนกร สุขใส วิศวกรชำนาญการ สำนักวิศวกรรม สถานีโทรทัศน์ ไทยพีบีเอส เปิดเผยว่า การตัดสัญญาณโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลภาคพื้นดิน ไม่เกี่ยวข้องกับไทยพีบีเอส ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโครงข่าย เนื่องจาก บริษัทไทยทีวีตัดสัญญาณเอง และไทยทีวี มีหนังสือแจ้ง ไทยพีบีเอส เมื่อคืนวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า ขอยกเลิกใช้สัญญาณโครงข่าย เนื่องจากต้องทำตามคำสั่งศาลปกครอง อีกด้านหนึ่ง พบว่าบริษัทไทยทีวี ยังติดค้างชำระค่าเช่าโครงข่ายโทรทัศน์ระบบดิจิทัลภาคพื้นดิน ซึ่งฝ่ายกฎหมาย ไทยพีบีเอส อยู่ระหว่างการหารือ อาจฟ้องร้องบริษัทไทยทีวี เนื่องจากผิดสัญญาเช่าโครงข่ายที่กำหนดไว้ 15 ปี ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก  @DrNateeDigital ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

อ้างยางราคาตก! หนุ่มผันตัวรับจ้างขนยา เผยได้ค่าจ้าง 1 แสน
ยางราคาตก /  ยาเสพติด / 

ตำรวจรถไฟรวบหนุ่มสวนยาง อ้างมีปัญหาด้านการเงิน เลือกทางผิด! รับจ้างขนยา 170,000 เม็ด เผยได้ค่าจ้าง 1 แสนบาท นายประเสริฐ ชูวิชัย, นางมาลาวัลย์ เนรานนท์ และ นางจงจิต เหรียญขำ ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ถูกตำรวจรถไฟ จับกุมได้หลังลำเลียงยาเสพติด จำนวน 85 มัด หรือ 170,000 เม็ด มาในกระเป๋าเดินทาง 3 ใบ เดินทางมาในขบวนรถเร็วที่ 171 โดยถูกตรวจค้นจับกุมได้ก่อนถึงสถานีโพรงมะเดื่อ จังหวัดนครปฐม พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผู้บังคับการตำรวจรถไฟ เปิดเผยว่า จากทางการข่าว เมื่อปลายปี 2558 ต่อเนื่องตลอดช่วงเดือนมกราคม ที่ผ่านมา มีการข่าวว่าจะมีขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด โดยอาศัยทางการเดินรถไฟ ซึ่งทางตำรวจรถไฟหัวหิน ได้ทำการสืบสวน และตรวจค้นขบวนรถที่วิ่งในเส้นทางสายใต้ จนพบผู้ต้องหาทั้ง 3 เดินทางมาในขบวนดังกล่าว โดยระหว่างการตรวจค้นจับกุมปรากฏว่า มีผู้ต้องหาหนึ่งคนกระโดดลงจากขบวนรถไฟหลบหนีไปได้ก่อนที่รถไฟจะจอดเทียบชานชาลา สืบสวนต่อมาทราบชื่อว่าคือ นายจักรพันธุ์ กิจวุ่นเจริญ ด้าน นายประเสริฐ เปิดเผยว่า ตนทำอาชีพเป็นชาวสวน ทำสวนยางอยู่ที่ภาคใต้ แต่ที่ผ่านมามีปัญหาด้านการเงินประกอบกับราคายางตกต่ำและขาดทุน นายจักรพันธ์ จึงชักชวนให้ร่วมเดินทางไปขนยาเสพติดจากจังหวัดเชียงราย เพื่อนำไปส่งที่ทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้ค่าจ้าง 1 แสนบาท ซึ่งตนเองเพิ่งเคยทำเป็นครั้งแรก อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.จิรสันต์ เผยว่า จากนี้จะสืบสวนขยายผลจับกุมผู้ต้องหาที่หลบหนีร่วมกับตำรวจปราบปรามยาเสพติด พร้อมระบุว่า กองบังคับการตำรวจรถไฟ จะต้องเพิ่มความเข้มทางด้านการข่าว และฝึกอบรมทักษะของเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟ และต้องนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นเครื่องมือป้องกันขบวนการลักลอบขนยาเสพติด หลังจากต้นปีที่ผ่าน พบว่า มีการลักลอบลำเลียงยาหลายแสนเม็ด ถึงสองครั้ง MThai News

บทสรุปตลาดซื้อขายนักเตะเดือน มกราคม ของทุกทีมใน พรีเมียร์ลีก
ตลาดซื้อขายนักเตะ /  ลิเวอร์พูล / 

ปิดฉากกันไปเรียบร้อย สำหรับตลาดซื้อขายนักเตะเดือน มกราคม โดยบทสรุปปีนี้ถือว่ายังค่อนข้างเงียบ โดยเฉพาะบรรดาบิ๊กทีมไม่ว่าจะเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, อาร์เซนอล, เชลซี, ลิเวอร์พูล และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่มีทีมไหนควักเม็ดเงินก้อนโตช็อปแข้งดังมาร่วมทัพแม้แต่รายเดียว ส่วนบทสรุปจะมีใครย้ายเข้าย้ายออกกันบ้าง ไปเช็คกันเลย!! บทสรุปตลาดซื้อขายนักเตะเดือน มกราคม ของทุกทีมใน พรีเมียร์ลีก เลสเตอร์ ซิตี้ ย้ายเข้า : เดอมาราย เกรย์ (เบอร์มิงแฮม), ดาเนียล อมาตีย์ (โคเปนเฮเกน) ย้ายออก : อันเดรย์ ครามาริช (ปล่อยยืมไป ฮอฟเฟนไฮม์), ริทชี เดอ แลท (ปล่อยยืมไป มิดเดิลสโบรห์) แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ย้ายเข้า : แอนโธนี คาเซเรส (เซนทรัล โคสท์ มาริเนอร์ส) ย้ายออก : เอเนส อูนาล (ปล่อยยืมไป เอ็นเอซี เบรดา), แอนโธนี คาเซเรส (ปล่อยยืมไป เมลเบิร์น ซิตี้), แพทริค โรเบิร์ตส์ (ปล่อยยืมไป เซลติก) อาร์เซนอล ย้ายเข้า : โมฮาเหม็ด เอลเนนี (บาเซิ่ล) ย้ายออก : เกล็น กามาร่า (ปล่อยยืมไป เซาธ์เอนด์), มาติเยอ เดอบูชี (ปล่อยยืมไป บอร์กโดซ์), ยาย่า ซาโนโก้ (ปล่อยยืมไป ชาร์ลตัน) สเปอร์ ย้ายเข้า : ไม่มี ย้ายออก : แอนดรอส ทาวน์เซนด์ (นิวคาสเซิล), เอมมานูเอล อาเดบายอร์ (คริสตัล พาเลซ, ฟรี) /// เฟเดอริโก้ ฟาซิโอ้ (ปล่อยยืมไป เซบีย่า), อเล็กซ์ พริทคาร์ด (ปล่อยยืมไป เวสต์บรอมวิช) แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ย้ายเข้า : ไม่มี ย้ายออก : เบน เพียร์สัน (เปรสตัน), เลียม กริมชอว์​(เปรสตัน) /// แอชลีย์ เฟลทเชอร์ (ปล่อยยืมไป บาร์นสลีย์), บิคตอร์ บัลเดส (ปล่อยยืมไป สตองดาร์ด ลีแอช), นิค พาวล์ (ปล่อยยืมไป ฮัลล์ ซิตี้) เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ย้ายเข้า : แซม ไบแรม (ลีดส์) ย้ายออก : เมาโร ซาราเต้ (ฟิออเรนตินา), มอร์ก็อง อมัลฟิตาโน่ (ลีลล์, ฟรี) ลิเวอร์พูล ย้ายเข้า : มาร์โก กรูยิช (เร้ดสตาร์ เบลเกรด) /// สตีเวน โคล์กเกอร์ (ยืมมาจาก ควีนส์ปาร์ค) ย้ายออก : อัลลัน (ปล่อยยืมไป แซงต์ ทรุยด็อง), ไรอัน ฟูลตัน (ปล่อยยืมไป พอร์ทสมัธ), มาร์โก กรูยิช (ปล่อยยืมไป เร้ดสตาร์ เบลเกรด) เซาแธมป์ตัน ย้ายเข้า : ชาร์ลี ออสติน (ควีนส์ปาร์ค) ย้ายออก : แกสตัน รามิเรซ (ปล่อยยืมไป มิดเดิลสโบรห์) สโต๊ค ซิตี้ ย้ายเข้า : จานเนลลี่ อิมบูล่า (ปอร์โต้) ย้ายออก : สตีฟ ซิดเวลล์ (ปล่อยยืมไป ไบรท์ตัน) วัตฟอร์ด ย้ายเข้า : นอร์ดิน อัมราบัท (มาลาก้า), มาริโอ ซัวเรซ (ฟิออเรนติน่า), คอสเทล ปันติลิมอน (ซันเดอร์แลนด์), อับดุลลาย ดูคูเร (แรนส์), อดัลแบร์โต เปนยาราดา (กรานาด้า) ย้ายออก : ดิเอโก้ แฟบบรินี่ (เบอร์มิงแฮม) /// กิดรีอุส อาร์ลาอุสคิส (ปล่อยยืมไป เอสปันญ่อล) คริสตัล พาเลซ ย้ายเข้า : แรนดอลล์ วิลเลียมส์ (ทาวเวอร์ แฮมเลทส์), เอ็มมานูเอล อาเดบายอร์ (สเปอร์ส, ฟรี) ย้ายออก : แจ็ค ฮันท์ (เชฟฯ เวนส์เดย์) เอฟเวอร์ตัน ย้ายเข้า : ชานี ทาราชาจ (กราสฮอปเปอร์ส), แมตตี โฟลด์ส (บิวรี), อูมาร์ นิอาสเซ (โลโคโมทีฟ มอสโก) ย้ายออก : สตีเวน เนสมิธ (นอริช) /// ชานี ทาราชาจ (ปล่อยยืมไป กราสฮอปเปอร์ส) เชลซี ย้ายเข้า : แมทท์ มิอาซกา (นิวยอร์ก เรดบูลล์) /// อเล็กซานเดร์ ปาโต (ยืมมาจาก โครินเธียนส์) ย้ายออก : รามิเรส (เจียงซู ซูหนิง) /// ปาปี ฌิโลโบฌี (ปล่อยยืมไป แวร์เดอร์ เบรเมน), คริสเตียน อัตซู (ปล่อยยืมไป มาลากา), มาร์โก ฟาน กิงเคล (ปล่อยยืมไป พีเอสวี) เวสต์บรอมวิช ย้ายเข้า : ซานโดร (ยืมมาจาก ควีนส์ปาร์ค), อเล็กซ์ พริทคาร์ด (ยืมมาจาก สเปอร์) ย้ายออก : อันเดรียส ลินเดอการ์ด (ปล่อยยืมไป เปรสตัน) สวอนซี ย้ายเข้า : อัลแบร์โต ปาลอสกี (คิเอโว่) /// เลอรอย เฟอร์ (ยืมมาจาก ควีนส์ปาร์ค) ย้ายออก : จอนโจ เชลวีย์ (นิวคาสเซิล) /// ฟรองก์ ตาบานู (ปล่อยยืมไป แซงต์ เอเตียนน์), แกร์ฮาร์ด เทรมเมล (ปล่อยยืมไป เบรเมน), เอแดร์ (ปล่อยยืมไป ลีลล์) บอร์นมัธ ย้ายเข้า : เบนิค อโฟเบ้ (วูลฟ์ส), ลูอิส กรับบัน (นอริช), ไรอัน เฟรเซอร์ (อิปสวิช), รอยส์ วิกกินส์ (เชฟฯ เวนส์เดย์) /// ฮวน อิตูร์เบ (ยืมมาจาก โรม่า), มาริอุส อดาโมนิส (ยืมมาจาก อตาลันต้า) ย้ายออก : เจย์เดน สต็อคลีย์ (ปล่อยยืมไป เอ็กเซเตอร์), ลี ทอมลินส์ (ปล่อยยืมไป บริสตอล ซิตี้) นอริช ย้ายเข้า : อิโว ปินโต้ (ดินาโม ซาเกร็บ), แมทท์ จาร์วิส (เวสต์แฮม), ทิมม์ โคลเซ่ (โวลฟ์สบวร์ก), สตีเว่น เนสมิธ (เอฟเวอร์ตัน), เจมส์ แมดดิสัน (โคเวนทรี) ย้ายออก : ลูอิส กรับบัน (บอร์นมัธ) นิวคาสเซิล ย้ายเข้า : อองรี ไซเวต์ (บอร์กโดซ์), จอนโจ เชลวีย์ (สวอนซี), แอนดรอส ทาวน์เซนด์ (สเปอร์ส) /// เซย์ดู ดูมเบีย (ยืมมาจาก โรม่า) ย้ายออก : ไมค์ วิลเลียมสัน (วูลฟ์) ซันเดอร์แลนด์ ย้ายเข้า : แยน เคอร์ชอฟฟ์ (บาเยิร์น มิวนิค), ลามีน โคเน่ (ลอริยองต์), วาห์บี คาซรี (บอร์กโดซ์), สตีฟ ฮาร์เปอร์ (ฮัลล์) /// ดาเม่ เอ็นดอย (ยืมมาจาก แทรบซอนสปอร์) ย้ายออก : คอสเทล ปันติลิมอน (วัตฟอร์ด) /// เซบาสเตียน โคอาเตส (ปล่อยยืมไป สปอร์ติง ลิสบอน), ชารีส มาฟเรียส (ปล่อยยืมไป ดุสเซลดอร์ฟ), สตีเวน เฟลทเชอร์ (ปล่อยยืมไป มาร์กเซย), จอร์ดี้ โกเมซ (ปล่อยยืมไป แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส) แอสตัน วิลล่า ย้ายเข้า : ไม่มี ย้ายออก : คัลลัม โรบินสัน (ปล่อยยืมไป เปรสตัน), แกรี การ์ดเนอร์ (ปล่อยยืมไป นอตติงแฮม ฟอเรสท์), โจ โคล (โคเวนทรี, ฟรี)

อาชาผยอง ม. นอร์ทกรุงเทพ เปิดตัวสู้ศึก ด.2 ลั่นผลงานต้องดีกว่าเก่า
ดิวิชั่น 2 /  ฟุตบอลไทย / 

“อาชาผยอง”  สโมสรฟุตบอลมหาวิทยาลัย นอร์ทกรุงเทพ ได้ทำการเปิดตัว นักเตะเพื่อเตรียมลงสู้ศึก ดิวิชั่นสองโซน กรุงเทพและภาคกลาง ที่มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิตโดยมี ดร.ปัทมา รูปสุวรรณกุล รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและกิจการนักศึกษา ในฐานะประธานสโมสรฟุตบอลมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ พร้อมด้วย อาจารย์ภูริพัฒน์ ประวัติรุ่งเรือง รองประธานสโมสรฟุตบอลมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพและผู้จัดการทีม ให้การต้อนรับ - คุณชาติชาย พานิชชีวะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยศรีประกันภัย จำกัด (มหาชน) - คุณพีระพันธ์ เครือคงคา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดฟโฟ สปอร์ต (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้สนับสนุนหลัก  เจ้าของฉายา “อาชาผยอง” ได้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 ในวงการฟุตบอลอาชีพของประเทศไทย ยังคงเน้นคอนเซปต์การทำทีมแบบมืออาชีพ พัฒนาการศึกษาด้านวิชาการ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และนำความสามารถด้านกีฬาส่งเสริมให้นักศึกษาเป็นคนเก่ง เป็นคนดี และมีความสุข และอาศัยประสบการณ์ด้านการบริหารผสมผสานกับระบบทีมเวิร์คของทีม โดยอาจารย์ภูริพัฒน์ ประวัติรุ่งเรือง รองประธานสโมสรฟุตบอลมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพและผู้จัดการทีม มั่นใจในความสามารถของทีมในฤดูกาล 2016 ต้องมีผลงานเป็นที่น่าพอใจกว่าปีก่อนแน่นอนและในซีซั่นนี้มีอาจารย์ปรีชาพัฒน์ ปยุตเรืองกิตติ์ เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนของทีม สำหรับนัดเปิดฤดูกาลนัดแรกในวันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 16.00 น. พบกันระหว่าง สโมสรฟุตบอลมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ และ สโมสรฟุตบอลแอร์ฟอร์ซโรบินสัน ณ สนามฟุตบอลราชคราม จ.พระนครศรีอยุธยา

โฉมหน้า 12 คู่พระนาง นักแสดงวัยรุ่น ซีรีส์ U-Prince Series
U-Prince Series /  กันต์ กันต์ชนุตม์ เก่งการค้า / 

ทีนเอ็มไทยเชื่อว่าหลายคนคงรอคอยกับซีรีส์โปรเจคท์อย่าง "U-Prince Series" เรื่องราวความรักของหนุ่มสาววัยรุ่นจาก 12 คณะ กับชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย ที่ทาง GMM ได้นำนิยายสำนักพิมพ์แจ่มใสมาทำเป็นซีรีส์ให้ได้ชมกัน ซึ่งตอนนี้เราก็ได้เห็นโฉมหน้าของนักแสดงวัยรุ่นที่ร่วมแสดงในซีรีส์เรื่องนี้กันแล้ว 12 คู่ พระนางจะเป็นใครกันบ้างไปติดตามกันเลยดีกว่า ^^ เอ๊ะๆ แต่ทางฝั่งของพระเอกนั้นยังขาดไปอีกหนึ่งคน จะเป็นใครต้องรอติดตามกันนะคะ .. โฉมหน้า 12 คู่พระนาง นักแสดงวัยรุ่น ซีรีส์ U-Prince Series โฉมหน้า 12 คู่พระนาง นักแสดงวัยรุ่น ซีรีส์ U-Prince Series ซีรีส์ U-Prince Series ตอน สิบทิศ  ดีเจพุฒ พุฒิชัย (รับบท สิบทิศ) และ เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา (รับบท พริกแกง) ซีรีส์ U-Prince Series ตอน คิริว กัปตัน ชลธร (รับบท คิริว) และ พลอยชมพู ญานนีน (รับบท พินอิน) ซีรีส์ U-Prince Series ตอน คิรัน ไวท์ ณวัชร์ (รับบท คิรัน) และ ฝน ศนันธฉัตร (รับบท ซัง) ซีรีส์ U-Prince Series ตอน ทีเรกซ์  คชา นนทนันท์ (รับบท ทีเรกซ์) และ เชอรีน ณัฐจารี (รับบท ใบพลู) ซีรีส์ U-Prince Series ตอน เท็ดดี้ ฮั่น อิสริยะ (รับบท เท็ดดี้) และ โฟกัส จีระกุล (รับบท ชมพิงค์) ซีรีส์ U-Prince Series ตอน แดช วิคเตอร์ ชัชชวิศ (รับบท แดช) และ พิกเล็ท ชาราฎา (รับบท เรเน่) ซีรีส์ U-Prince Series ตอน เฟิร์สคลาส ออกัส วชิรวิทย์ (รับบท เฟิร์สคลาส) และ แอปเปิ้ล ลาภิสรา (รับบท มินนิท) ซีรีส์ U-Prince Series ตอน ธีสิส กั้ง วรกร (รับบท ธีสิส) และ ปันปัน สุทัตตา (รับบท สวยใส) ซีรีส์ U-Prince Series ตอน ฮิปปี้ กันต์ กันต์ชนุตม์ (รับบท ฮิปปี้) และ นท พนายางกูร (รับบท เมลบี) ซีรีส์ U-Prince Series ตอน ฮอว์ค เมฆ จิรกิตติ์ (รับบท ฮอว์ค) และ ใบเตย สุวพิชญ์ (รับบท ออโรร่า) ซีรีส์ U-Prince Series ตอน ไบรอัน มาร์ช จุฑาวุฒิ (รับบท ไบรอัน) และ มุก วรนิษฐ์ (รับบท หมั่นโถว) ซีรีส์ U-Prince Series ตอน เซอร์เวย์  มายด์ วิรพร (รับบท เชอรี่มิลค์) คู่กับ ... ? ... ตามหาเจ้าชายของเธอกันในการประกวด "Finding U- Princes Project" ขอบคุณภาพ Instagram @uprinceseriesofficial, นักแสดง

Realway VS Runway แฟชั่น Kendall Jenner นางแบบ กับ เซเลบ ใครใส่สวยกว่ากัน
CPS CHAPS /  Kendall Jenner / 

เป็นความเป๊ะปัง ที่มารวมตัวกันอย่าง Strong ฝุดๆ ในงาน เปิดตัว คอลเลคชั่นล่าสุด ที่ CPS CHAPS ได้ IT Girl คนดังระดับโลก อย่าง Kendall Jenner นางแบบสุดฮอตแห่งค.ศ.นี้ มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้ แต่ที่มันปังกว่า คือ เหล่าเซเลบในงานที่มาร่วมงานด้วยชุดในคอลเลคชั่นใหม่นี้เช่นกัน...ทั้งๆ ที่มันไม่น่าจะบังเอิญ เหมือนได้ เพราะเป็นเสื้อผ้าแบบแยกชิ้น ใส่มิกซ์แอนด์แมทช์กันได้ แต่ก็ดั๊นยังจะบังเอิญเหมือนกันไปได้อีก แล้วอย่างนี้ ศึกระหว่าง บน Runway กับ Realway และ ศึกระหว่าง Realway กับ Realway ใครจะใส่ได้สวยมีสไตล์มากกว่ากันเนี่ย ? เป็นแอดนะ ถ้าเจอแฝดแต่งตัวเหมือน หรือ มีไอเท็มคล้ายกันนี่ แอดขอมุดดินหนีกลับบ้านก่อนล่ะ วุ้นเส้น วิริฒิพา และ ปาวา นาคาศัย มาในท่อนบนลุคเดียวกัน ส่วนคริส หอวัง นี่ เหมือนยิ่งกว่าเหมือนกับนางแบบในงาน  VS นางแบบ ญาดา วิลลาเร็ต โจทย์นี้...นี่ขอเรียกว่า อื้อหื้อ !!! ตามมาดูกันชัดๆ วุ้นเส้น วิริฒิพา ปาวา นาคาศัย คริส หอวัง ขุ่นแม่ ลูกเกด เมทินี กิ่งโพยม VS นางแบบ สิ พิชญ์สินี  VS นางแบบ สิ พิชญ์สินี สิ พิชญ์สินี และ ญาดา แพร พิมพิศา จิราธิวัฒน์ VS พิริยา สิงหะ VS นางแบบ พิริยา สิงหะ แพร พิมพิศา จิราธิวัฒน์ ซอนญ่า สิงหะ VS นางแบบ ซอนญ่า สิงหะ ภาพบรรยากาศในงาน ตีช่า กันติชา ชุมมะ และ คุณ เต้ กันตนา ตีช่า กันติชา ชุมมะ วุ้นเส้น และ ตีช่า เดอะ เฟซ พลอย ชวพร มารีญา ลินน์ เอียเรียน ม้า อรนภา จิรดา โยฮารา วรรณพร โปษยานนท์ จงกล ตั้งประดิษฐ์, กุลวิทย์ เลาสุขศรีและธชล ขจรมาศบุษป์ รายงานโดย Women MThai Team 

เบอร์ไหนดี! “เสธ.โต” ประกาศรับรองผู้สมัครนายกบอลครบทั้ง 6 คน
ชัยทรัพย์ ธรัชฤทธิ์เต็ม /  ชาญวิทย์ ผลชีวิน / 

ประธานกรรมการการเลือกตั้งนายกบอล ทำการประกาศรับรองผู้สมัครลงชิงเกาอี้ประมุขลูกหนังเมืองไทย โดยมีรายชื่อครบทั้ง 6 คน  เมื่อวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา “เสธ.โต” พล.ร.อ.สุรวุฒิ มหารมย์ ประธานคณะกรรมการกลาง ที่แต่งตั้งโดย (ฟีฟ่า) ทำการประกาศประกาศรับรองผู้สมัคร พร้อมหมายเลขและชื่อผู้ลงชิงตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลฯ ที่จะมีการเลือกตั้งวันที่ 11 ก.พ.นี้ โดยปรากฎว่ามีครบทั้งสิ้น 6 คน รวมถึง “สารวัตรแห้ว” พ.ต.ท.ชัยทรัพย์ ธรัชฤทธิ์เต็ม ที่สมัครที่สมาคมฟุตบอลฯ เพียงที่เดียว รวมถึง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง และ ณัฐพล ทีปสุวรรณ ที่สมัครที่คณะกรรมการกลาง เพียงที่เดียว ต่างไม่มีใครถูกตัดสิทธิ์แต่อย่างใด สำหรับรายชื่อและหมายเลขผู้สมัครรับเลือกตั้งสภากรรมการ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประจำปี พ.ศ. 2558 มีดังนี้ ตำแหน่ง "นายกสมาคม” 01 นาย ธวัชชัย สัจจกุล 
02 พลตำรวจเอก สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง 03 นาย พินิจ สะสินิน 04 ดร. ชาญวิทย์ ผลชีวิน 05 นาย ณัฐพล ทีปสุวรรณ 06 พ.ต.ท. ชัยทรัพย์ ธรัช ฤทธิ์เต็ม ตำแหน่ง “อุปนายก” 01 นาย กล้าณรงค์ จันทิก 02 พลเรือโท นายแพทย์ วิโรจน์ รุธิรวัฒน์ 03 นายแพทย์ ทศพร เสรีรักษ์ 04 นาย กษิภัท ภูมิสิงหชัย 05 นาย วัชระ กรรณิการ์ 06 นาย ทรงธรรม เพียรพัฒนาวิทย์ 07 นาย ศุภสิน ลีลาฤทธิ์ 08 นาย ธนศักดิ์ สุระประเสริฐ 09 นาย วิทยา เลาหกุล 10 พลเอก อดุลยเดช อินทะพงษ 11 นาย ภิญโญ นิโรจน์ 12 ดร.ธัญญา โพธิ์วิจิตร 13 พลเอก จิรศักดิ์ บุตรเนียน 14 ดร. องอาจ ก่อสินค้า 15 นาย ธเนศ เครือรัตน์ ตำแหน่ง “กรรมการกลาง” 01 นาย วิรุณ เกิดชูกุล 02 นาย ทรงธรรม โกศัยเนตร 03 นาย เจริญฉัตร สมประสงค์ 04 นาย ยุพราช ครุฑทิพย์ 05 นางสาว ธัญลักษณ์ ไพเมือง 06 นาย อธิษฐ์พัฒน์ ธนาอภิญานันท์ 07 นาย สุรเชษฐ สังขนิยม 08 นาง ณัฏฐ์ฏาพร สืบตระกูล 09 นาย นิสิต อนันตรักษ์ 10 นาย สุริยศักดิ์ ธนาอภิยานนท์ 11 นาย ธีรศักดิ์ ปูหิ้น 12 นาย ชาลี นพวงศ์ ณ อยุธยา 13 นาย เทพพิทักษ์ จันทร์สุเทพ 14 นาย อนุสรณ์ วงศ์วรรณ 15 นาย ชาติชาย เจียมศรีพงษ์ 16 นาย ทรงเกียรติ ลิ้มอรุณรักษ์ 17 นาย กองโทสุวิทย์ พิพัฒน์วิไลกุล 18 นาย สมเกียรติ กิตติธรกุล 19 นาย ทรงยศ เทียนทอง 20 พลเรือเอก นาวิน ธนเนตร 21 นาย ธวัช อุยสุย 22 นางสาว นันทนี วงศ์อำนิษฐกุล 23 นาย วิชิต ครึงสุขเกษม 24 นาย กรวีร์ ปริศนานันทกุล 25 นาย ธนวัชร นิติกาญจนา 26 นาย ณัฐ ชยุติมันต์ 27 นาย ธีระพงษ์ วัฒนวงศ์ภิญโญ 28 พ.อ. วรวุฒิ ทองศรีงาม 29 นาย สุนทร มีสุวรรณ 30 นาย สุชาติ อินทรลักษณ์ 31 นาย อติพล สุวรรณดี 32 นาย อภิสิทธิ์ ชาลีกุล 33 ผศ.ดร. กษม ชนะวงศ์ 34 นาย สมศักดิ์ ศิริธรรม 35 นาย สงคราม ตะวัน 36 นาย ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน 37 นาย รณฤทธิ์ ซื่อวาจา 38 นาย สรายุทธ มหวลีรัตน์ 39 ดร.ภาณุวัฒน์ สะสมทรัพย์

ศาลนัดตรวจพยาน 'คดีพธม.' ชุมนุม-ปิดสถานที่ราชการปี51
คดีพันธมิตรปิดสนามบิน /  จำลอง ศรีเมือง / 

ศาลนัดตรวจหลักฐาน คดี 9 แกนนำ พธม. ระดม ปชช. ชุมนุมไล่รัฐบาลปิดสถานที่ราชการ ปี 51 วันที่ 16 พ.ค. นี้ เวลา 09.00 น. วันที่ 3 ก.พ.59 ศาลอาญารัชดา นัดสอบคำให้การในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พลตรี จำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล และ แกนนำพันธมิตรฯ รวม 9 คน เป็นจำเลยที่ 1 - 9 ในความผิดฐานร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใดฯ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลและความปั่นป่วนในหมู่ประชาชนฯ โดยใช้กำลังข่มขื่นใจหรือประทุษร้าย ซึ่งเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกชุมนุมแล้วไม่เลิก ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116, 215 และ 216 กรณีเมื่อวันที่ 25 พ.ค.51 จำเลยซึ่งเป็นแกนนำ พธม. ได้ปลุกระดมประชาชนไม่ยอมรับการบริหารงานของรัฐบาลยุค นายสมัคร สุนทรเวช แล้วชักชวนให้ผู้ชุมนุม หลายหมื่นคนปิดถนนสาธารณะ บุกรุกสถานที่ราชการหลายแห่ง รวมทั้งโรงเรียนสถานศึกษาที่อยู่ใกล้ที่ชุมนุมต้องปิดการเรียนการสอนหลายครั้ง ซึ่งเมื่อถึงเวลานัดจำเลยทั้งหมดได้เดินทางมาศาล ศาลจึงได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยทั้งหมดฟัง ซึ่งจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ ศาลจึงนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 16 พฤษภาคม 2559 เวลา 09.00 น. สำหรับคดีนี้ มีผู้ต้องหา คือ พลตรี จำลอง ศรีเมือง, นายพิภพ ธงไชย, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข, นายสุริยะใส กตะศิลา, นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์, นายอมร หรือ อมรเทพ หรือ รัชต์ยุตม์ ศิริโยธินภักดี หรือ อมรรัตนานนท์, นายเทิดภูมิ ใจดี และ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่งทั้งหมดได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวโดยศาลตีราคาประกันคนละ 2 แสน ที่มา INN  ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News ศาลให้ประกันคนละ2แสนแกนนำพธม. คดีปิดสนามบิน ศาลให้ประกัน 8 แกนนำพันธมิตร คดีปลุกระดม ประชาชน ชุมนุมบุกรุกปิดสถานที่ราชการ ขับไล่รัฐบาล ปี 51 คนละ 2 แสนบาท ความคืบหน้ากรณี น.ส.พวงทิพย์ บุญสนอง ทนายความแกนนำกลุ่มพันธมิตร ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดจากกองทุนพันธมิตรฯ เพื่อขอปล่อยชั่วคราว พลตรีจำลอง ศรีเมือง และแกนนำพันธมิตรฯ ชุดแรก รวม 9 คน จำเลยที่ 1 - 9 ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 ยื่นฟ้องจำเลยทั้ง 9 เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.58 ในความผิดฐานร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใดฯ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลและความปั่นป่วนในหมู่ประชาชนฯ โดยใช้กำลังขมขื่นใจหรือประทุษร้าย ซึ่งเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกชุมนุมแล้วไม่เลิก ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116, 215 และ 216 กรณีเมื่อวันที่ 25 พ.ค.51 จำเลยซึ่งเป็นแกนนำ พธม. ได้ปลุกระดมประชาชนไม่ยอมรับการบริหารงานของรัฐบาลยุค นายสมัคร สุนทรเวชแล้วชักชวนให้ผู้ชุมนุม หลายหมื่นคนปิดถนนสาธารณะ บุกรุกสถานที่ราชการหลายแห่ง รวมทั้งโรงเรียนสถานศึกษาที่อยู่ใกล้ที่ชุมนุมต้องปิดการเรียนการสอนหลายครั้ง ล่าสุดศาลพิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว พลตรีจำลอง ศรีเมือง, นายพิภพ ธงไชย, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข, นายสุริยะใส กตะศิลา, นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์, นายอมร หรือ อมรเทพ หรือ รัชต์ยุตม์ ศิริโยธินภักดี หรือ อมรรัตนานนท์ และ นายเทิดภูมิ ใจดี แกนนำทั้ง 8 คน โดยตีราคาประกันเป็นเงินคนละ 2แสนบาท ยกเว้น นายสนธิ ลิ้มทองกุล เนื่องจากในวันนี้ไม่ได้เดินทางมาศาล ศาลเลื่อนนัดสืบพยาน 'คดีพันธมิตรปิดสนามบินดอนเมือง' ศาลนัดสืบพยาน สนธิ กับพวกรวม 98 คน คดีบุกรุกสนามบินดอนเมือง ปี51 ไปเป็นวันที่ 20 ต.ค.นี้ ขณะที่ "จำลอง" ยื่นศาลเว้นค่าชดใช้ 600 ล้านบาท วันที่ 1 ก.พ.59 ศาลอาญารัชดา นัดตรวจพยานหลักฐานคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ฟ้อง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, นายสนธิ ลิ้มทองกุล กับพวกรวม 98 คน ในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงกฎหมายแผ่นดิน หรือรัฐบาลโดยใช้กำลังข่มขืนใจ หรือใช้กำลังประทุษร้าย หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน, มั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย หรือ กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ กรณีพวกจำเลยบุกเข้าไปในสนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อปี 2551 โดยเมื่อถึงเวลานัด จำเลยได้เดินทางมาศาลจำนวน 88 คน 1 คน เสียชีวิต ส่วนอีก 7 คน อ้างว่าติดภารกิจ และมีอาการป่วย จึงไม่สามารถเดินทางมาศาลในวันนี้ ศาลจึงได้นัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรก ในวันที่ 20 ตุลาคม 2559 ขณะเดียวกัน พล.ต.จำลอง ศรีเมือง กับพวกรวม 14 คน ยังได้ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง เพื่อขอยกเว้นค่าธรรมเนียม ในคดีที่ศาลแพ่งสั่งให้ชดใช้ เงินจำนวน 600 ล้านบาท แก่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งศาลได้นัดไต่สวนคำร้อง ในวันที่ 21 มี.ค. 59 เวลา 09.00 น. ที่มา INN  ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

เป็นเรื่องอีก! สมาคมบอลฯ ประกาศ “บิ๊กอ๊อด” หมดสิทธิ์ชิงเก้าอี้ลูกหนัง
บังยี /  บิ๊กอ๊อด / 

เลขาสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ประกาศรับรองชื่อผู้สมัครชิงนายกบอล ไร้ชื่อ "บิ๊กอ๊อด พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง กับพวก สมัครผิดที่ถือเป็นการกฎของสมาคมที่ไม่ไปสมัครที่สำนักงานเลขาธิการสมาคม พ.อ.วรวุฒิ ทองศรีงาม เลขาธิการสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย รักษาการแทน วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมเปิดเผยว่า สมาคมให้การรับรองผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลจาก 6 คนเหลือ 4 คน คือ นายธวัชชัย สัจจกุล, ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวีน, 3.นายพินิจ สะสินิน และ 4.พ.ต.ท.ชัยทรัพย์ ธรัช ฤทธิ์เต็ม โดยไร้ชื่อของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง และนายณัฐพล ทีปสุวรรณ ที่ไปสมัครที่สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย กับคณะกรรมการเลือกตั้ง จึงทำผิดกฎสมาคมฟุตบอลฯ ข้อ 33 องค์ประกอบของสภากรรมการ และอนุ 33.4 ว่าด้วยผู้สมัครเลือกตั้งจะต้องยื่นใบสมัครไปที่สำนักงานเลขาธิการสมาคมเท่านั้น พ.อ.วรวุฒิ กล่าวอีกว่า “ตอนนี้ทาง พล.ร.อ.สุรวุฒิ จะต้องถูกสังคมจับตาอย่างมากว่า จะให้ความเป็นธรรมกับความถูกต้องในการรับสมัครที่เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับหรือไม่ ถ้าหาก กกต. จะดั้นด้นรับรองให้ พล.ต.อ.สมยศ มีสิทธิ์รับเลือกตั้ง ทั้งที่สมัครผิดกฎระเบียบข้อบังคับ จะโดนสังคมประนาม และจะถูกผู้สมัครที่ถูกต้องรายอื่นๆ ฟ้องศาลคดีอาญาแน่นอน" เครดิตเรื่อง : Nation TV

กสิกรไทย ร่วมยินดี ความสำเร็จหุ้นกู้ล็อกเล่ย์
กสิกรไทย /  ธนาคารกสิกรไทย / 

ธนาคารกสิกรไทย ร่วมยินดีกับบริาทล็อกเล่ย์ หลังประสบความสำเร็จจำหน่ายหุ้นกู้ จำนวน 1,000 ล้านบาท นายทิพากร สายพัฒนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ได้เดินทางไปที่สำนักงานใหญ่ บมจ.ล็อกซเล่ย์ สำนักงานใหญ่ คลองเตย เพื่อเข้าแสดงความยินดีกับ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) ที่ประสบความสำเร็จในการจำหน่ายหุ้นกู้ มีประกันบางส่วน จำนวน 1,000 ล้านบาท หลังได้ออกหุ้นกู้เป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี ของบริษัท เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ โดยมีธนาคารกสิกรไทยเป็นผู้จัดจำหน่าย ซึ่งการเข้าพบครั้งนี้มีนายสืบตระกูล สุนทรธรรม (ซ้าย) กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ และนายสุพัฒน์ กรชาลกุล กรรมการบริหาร ผู้บริหารสายงานกลุ่มการเงิน บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ให้การต้อนรับ สำหรับหุ้นกู้ของบริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ A จากการจัดอันดับโดยบริษัท ทริส เรทติ้งส์ ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ละครคู่วุ่นลุ้นแผนรัก , เรื่องย่อคู่วุ่นลุ้นแผนรัก
ละคร คู่วุ่นลุ้นแผนรัก /  เรื่องย่อ ละครคู่วุ่นลุ้นแผนรัก / 

ละคร คู่วุ่นลุ้นแผนรัก บทประพันธ์โดย : เล่าเต็งกำกับการแสดงโดย : ตรัยยุทธ กิ่งภากรณ์ผลิตโดย : บริษัท ปรากฎการณ์ดี จำกัดออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อ คู่วุ่นลุ้นแผนรัก เมื่อรักแรกในวัยเด็กของเธอ คือฝันร้ายเวลาผ่านไปจากเด็กหญิงขี้เหร่กลายเป็นสาวงามที่ทุกคนใฝ่ปอง เธอจะเลือกใครระหว่างชายในฝันผู้เป็นรักแรกของเธอ หรือเขา ผู้ที่จะเป็นรักสุดท้ายมิอาจลืม ขอจันทร์...เด็กหญิงวัยสิบสามปีที่มักจะถูกเพื่อน ๆ เรียกว่า ยายดอกหน้าวัว เป็นเพราะปานดำที่กินพื้นที่เกือบครึ่งใบหน้าของเธอนั่น เอง ขอจันทร์ถูกล้อและถูกแกล้งมาตั้งแต่เด็กจึงทำให้เธอเป็นคนเก็บตัว พูดน้อยแต่ก็ใช่ว่าหัวใจเธอจะไม่มีรัก เมื่อเธอไปหลงรัก เด็กชาย นที ลูกชายคนรองของตระกูลเชตวัตร ที่มีเค้าความหล่อและความเจ้าชู้ตั้งแต่เด็ก ขอจันทร์รวบรวมความกล้าที่สุดในชีวิตตัดสินใจสารภาพความในใจให้กับนทีรู้ ก่อนที่เธอจะต้องไปใช้ชีวิตอยู่ที่อเมริกาในฐานะนักเรียนทุน นทีถึงกับอึ้งไปเมื่อรู้ว่าขอจันทร์ชอบเขา แต่ยังไม่ทันที่นทีจะตอบอะไร กลุ่มเพื่อนนทีก็เข้ามาพร้อมกับล้อนทีว่ามีแฟนเป็นดอกหน้าวัว ด้วยความอายทำให้นทีผลักขอจันทร์ล้มลง นทีบอกกับขอจันทร์ว่ายายดอกหน้าวัวอย่างเธออย่าคิดแม้แต่จะสบตามองเทพบุตรอย่างเขา ขอจันทร์โกรธและบอกกับตัวเองไว้ว่าเธอจะกลับมาแก้แค้นและทำให้นทีรักเธอให้ได้!!! ขอจันทร์แอบมาร้องไห้อยู่บนดาดฟ้าซึ่งเป็นสถานที่ที่เธอมักจะมาที่นี่อยู่บ่อย ๆ เพื่อแอบมองนที จังหวะที่ขอจันทร์ร้องไห้จนหน้ามืดจนเกือบพลัดตกลงไป ทันใดนั้นมือของชายคนหนึ่งได้เข้ามาช่วยเธอเอาไว้ก่อนที่ร่างของเธอจะตกลงไปเบื้องล่าง แต่ยังไม่ทันที่เธอจะรู้ว่าใครเป็นคนที่ช่วยเธอไว้ สติของเธอก็ดับวูบไปพร้อมกับความจำอันเลือนลางที่เหลือไว้เพียงความอบอุ่นจากมือคู่นั้นเท่าที่เธอจำได้ และเจ้าของมือคู่นั้นที่ช่วยเธอเอาไว้ก็คือ ศิลา พี่ชายคนโตของตระกูลเชตวัตรนั่นเอง สิบปีผ่านไป ทุกคนลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นในคืนนั้นกับขอจันทร์อย่างสิ้นเชิง ยกเว้น ศิลา บุตรชายคนโตและเป็นหัวเรือใหญ่ในการดูแลธุรกิจด้านอาหาร อันเป็นธุรกิจหลักของตระกูลเชตวัตร ด้วยความที่เป็นความหวังของครอบครัวและเป็นบุตรชายคนโตทำให้ศิลาเป็นคนพูดน้อย และคิดทุกอย่างเป็นเม็ดเงินและผล ตอบแทนทุกลมหายใจ หรือจะเรียกว่าเป็นพวกบูชาเงินและความสำเร็จก็ย่อมได้ แตกต่างกับนที น้องชายคนรองของตระกูล ผู้มีความกะล่อนและลีลาแพรวพราวในการจีบสาวที่ลื่นไหลเหมือนชื่อของเขา คนที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับนทีก็คือ เดือนวารี น้องสาวคนสุดท้องที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมหาวิทยาลัย ความน่ารักของเธอทำให้หนุ่ม ๆ ทั้งหลายต่างรุมตอม แต่เดือนวารีก็ไม่เคยมีใจให้กับใครเพราะเธอคิดว่าผู้ชายเหล่านั้นก็เหมือนกับนทีพี่ชายของเธอ ที่เห็นผู้หญิงเป็นของเล่นชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น แต่คนที่ซวยที่สุดเห็นจะเป็น ตะวันฉาย น้องชายของขอจันทร์ ผู้อาศัยอยู่ในตระกูลของเชตวัตร นั่นก็เพราะพ่อของเขา นายสาโรจน์ เป็นคนสวนเก่าแก่รุ่นบุกเบิกมาตั้งแต่ตอนที่ตระกูลเชตวัตรเริ่มตั้งตัวใหม่ ๆ จนกระทั่งมาถึงรุ่นลูก ตะวันฉายจึงได้รับช่วงต่อให้เป็นคนสวนไปโดยปริยาย เดือนวารีมักจะคอยกลั่นแกล้งตะวันฉายเพื่อระบายกับสิ่งที่เธอมีอคติกับผู้ชาย เพราะตะวันฉายเป็นคนเงียบ ๆ ไม่เคยมีปากมีเสียงกับเดือนวารีสักครั้ง ทำให้เดือนวารีได้ใจและคอยแกล้งตะวันฉายอยู่ตลอดเวลา ตะวันฉายจึงกลายเป็นคนเก็บกดและคิดจะแก้แค้นเดือนวารีกลับบ้าง ศิลาตั้งใจให้ตะวันฉายคอยดูแลเดือนวารีแทนเขา จึงออกทุนให้ตะวันฉายได้เรียนในมหาวิทยาลัยเดียวกันกับเดือนวารี โดยทั้งคู่ก็มีกลุ่มของตัวเองและกลุ่มของทั้งสองคนก็ไม่ถูกกันอย่างแรง ทำให้ทั้งเดือนวารีกับตะวันฉายนอกจากเปิดศึกที่บ้านยังไม่พอยังลามมาถึงในมหาวิทยาลัยอีกต่างหาก แล้วก็เกิดความผิดพลาดขึ้นเมื่อธุรกิจของตระกูลเชตวัตรประสบกับปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน ทั้งหมดเกิดจากแผนการของ ครรชิต คู่แข่งทางธุรกิจของตระกูลเชตวัตร ครรชิตแอบติดต่อกับผู้ลงทุนในเชตวัตรฟู้ดเพื่อกล่อมให้ผู้ลงทุนเหล่านั้นเปลี่ยนมาอยู่ฝ่ายตน ท่ามกลางความคัดค้านของ ณิชรันย์ น้องสาวผู้เพียบพร้อมและแตก ต่างกับครรชิต ณิชรันย์ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ครรชิตทำ แต่ครรชิตกลับคิดว่าเป็นเพราะณิชรันย์รักศิลาจึงไม่เห็นด้วยกับเขา เมื่อผู้ถือหุ้นถอนหุ้นออกจากเชตวัตรฟู้ด ทำให้ศิลาผู้รับผิดชอบทุกอย่างในตระกูลจะต้องหาทางพลิกฟื้นและประคองให้ทุกอย่างผ่านไปให้ได้ ศิลาปรึกษากับ น้าทิพย์ ผู้เป็นแม่ซึ่งก็เป็นจังหวะที่นํ้าทิพย์ได้เจอกับ รสริน ผู้เป็นทั้งศัตรูและมหามิตร แล้วยังเป็นภรรยาของ พล.อ.ประภพ...ผู้มีศักดิ์เป็นพี่เขยของรัฐมนตรี ผู้มีอิทธิพลเป็นที่กว้างขวางทั้งในวงทหารด้วยกันและรวมถึงในรัฐบาลตอนนี้ สมองของศิลาก็ปริ้นท์แผนงานในการทำให้บริษัทของเขาอยู่รอดออกมาทันที นั่นคือการวางแผนที่จะให้นทีแต่งงานกับ ลีนา ลูกสาวของรสรินและ พล.อ.ประภพ โดยหวังเอาหน้าตาและเส้นสายของ พล.อ.ประภพ เป็นใบเบิกทางเพื่อให้ตระกูลเชตวัตรผ่านพ้นมรสุมชีวิตนี้ไปได้ นทีกำลังเริงร่าและดื่มดํ่ากับบรรยากาศแห่งท้องทะเลกับสาวคู่ควงคนใหม่ แต่แล้วโลกของเขาได้เปลี่ยนไปทันทีเมื่อนทีได้พบกับ ขอจันทร์ ยายดอกหน้าวัวที่เขาเคยรังเกียจ แต่บัดนี้ขอจันทร์กลาย เป็นสาวงามที่ชายหนุ่มทุกคนใฝ่ปอง แต่ทั้งสองกลับจำกันไม่ได้และปิ๊งกันทันทีตั้งแต่แรกเห็น ขอจันทร์กลับมาถึงกรุงเทพฯ เร่งเปิดธุรกิจการนวดเพื่อบำบัดตามความสามารถที่เธอได้เรียนมา ด้วยความช่วยเหลือของ เอริค ช่างแต่งหน้าเอฟเฟคที่รู้จักกันที่อเมริกา เอริคแนะนำดาราและเซเลบหลายคนมารับการบำบัดด้วย Therapeutic Massage กับขอจันทร์ จนกระทั่งวันนึงขอจันทร์ได้พบกับศิลาจากการพามาของณิชรันย์ เพียงแค่แวบแรกที่ขอจันทร์เห็นศิลาเธอก็จำเขาได้ทันที แต่ศิลากลับจำขอจันทร์ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ขณะที่ทางด้านตะวันฉายได้พบกับ เชน...เสือผู้หญิงในคราบหนุ่มหล่อที่เรียนในมหาวิทยาลัยเดียวกัน เชนต้องการให้ตะวันฉายเป็นพ่อสื่อระหว่างเขากับเดือนวารี แล้วทันใดนั้นแผนการเอาคืนเดือนวารีก็ผุดขึ้นในหัวของตะวันฉายทันที นั่นคือเขาต้องการให้เชนเอาชนะใจเดือนวารี เพื่อให้ทั้งสองเป็นแฟนกัน เพราะตะวันฉายรู้ว่าคนอย่างไอ้เชนนั่นจะไม่ยอมเป็นแฟนกับใครได้เกินสามเดือน และนี่ก็คือแผนการแก้แค้นที่จะทำให้คนอย่างเดือนวารีได้เจ็บบ้าง เมื่อนทีกลับมาที่กรุงเทพฯ ก็ได้รู้เรื่องข่าวการจัดงานหมั้นระหว่างเขากับลีนา คู่หมั้นที่ศิลาและนํ้าทิพย์เลือกให้ ขอจันทร์ได้ปรากฏตัวขึ้นในงานหมั้น นทีหัวใจพองโต เมื่อคิด(ไปเอง) ว่าขอจันทร์ตามหาเขาจนรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน ขณะที่ขอจันทร์เองก็ตกใจเช่นกันเมื่อได้รู้ว่า ชายหนุ่มรูปงามคนนั้นคือ เด็กชายนที...ลูกชายคนรองของตระกูลเชตวัตรนั่นเอง และทันใดนั้นแผนการแก้แค้นของเธอก็เริ่มต้นขึ้น คือการให้นทียกเลิกงานหมั้นระหว่างเขากับลีน่านั่นเอง นั่นทำให้จากงานหมั้นเลยกลายเป็นงานหมันไปในทันที ทุกคนถึงกับอ้าปากค้างเมื่อนทีประกาศยกเลิกงานหมั้น ขอจันทร์ตั้งสติได้ก่อนจะโกหกทุกคนว่าเธอชื่อ แองจี้ ลีนากลับไปด้วยความโกรธเพราะเสียหน้า ใครก็รู้ว่าลูกทหารอย่างเธอเรื่องศักดิ์ศรีเป็นเรื่องสำคัญที่สุด รสรินและประภพพ่อของลีนาเป็นเดือดเป็นแค้นแทนลูกสาวถึงกับประกาศจะไม่ยุ่งเกี่ยวใดใดกับครอบครัวของศิลาอีก ถ้าชาตินี้ไม่เจอกันได้ก็ดี เดือดร้อนถึงศิลาผู้วางแผนทั้งหมดจำเป็นจะต้องไปขอโทษและให้คำมั่นกับครอบครัวของลีนาว่าจะให้นทีกลับมาแต่งงานกับลีนาให้ได้ แผนการแก้แค้นของขอจันทร์ดำเนินไปอย่างแนบเนียนโดยที่นทีไม่รู้เลยว่าเขากำลังจะถูกขอจันทร์หักอกในไม่ช้า แต่แล้วขอจันทร์ก็ได้เปลี่ยนใจเมื่อรู้ว่าศิลาได้ให้ครอบครัวเธอทั้งหมดย้ายไปอยู่ที่อื่นพร้อมกับให้ทุนส่วนหนึ่งไปในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทำให้ขอจันทร์เปลี่ยนความคิด เป็นความแค้นและคิดจะแต่งงานกับนทีจริงเพื่อต้องการให้ครอบครัวของศิลาและคุณหญิงเจ็บใจแต่ความลับไม่มีในโลก ศิลาจับได้ว่าที่แท้ขอจันทร์กับแองจี้ก็คือคนคนเดียวกัน ทุกคนตกใจและไม่เชื่อว่าจากยายดอกหน้าวัวจะกลายเป็นนางฟ้าได้ถึงเพียงนี้ ศิลาได้รู้ความต้องการของขอจันทร์ผ่านทางตะวันฉายผู้ที่เปรียบเสมือนน้องชายของเขาเช่นกัน ว่าขอจันทร์ต้องการจะแก้แค้นนทีในสิ่งที่เขาทำไว้กับเธอในตอนเด็ก ศิลาคิดหาทางที่จะต้องยับยั้งแผนการของขอจันทร์และต้องทำให้นทีแต่งงานกับลีน่าได้เร็วที่สุด ขอจันทร์ตกใจเมื่อจู่ ๆ ได้รู้ว่าสาโรจน์เป็นมะเร็งปอด ซึ่งจะต้องใช้เงินรักษา ศิลายื่นข้อเสนอที่ขอจันทร์ไม่อาจปฏิเสธได้นั่น ก็คือ ศิลาจะเป็นผู้ออกค่ารักษาพยาบาลให้กับสาโรจน์ทั้งหมด รวมถึงการส่งเสียให้ตะวันฉายเรียนจนจบการ ศึกษา ขอจันทร์รู้ว่าที่ศิลาต้องการแต่งงานกับเธอนั่นก็เพราะศิลาหวังว่าจะให้ขอจันทร์ออกไปจากชีวิตของนที นทีถึงกับช็อกเมื่อรู้ว่าถูกพี่ชายแท้ ๆ ของเขาแทงข้างหลัง เรื่องนี้ถึงกับที่นทีจะตัดพี่ตัดน้องกับศิลาแต่ยังดีที่ณิชรันย์พยายามพูดจาไกล่เกลี่ยทั้งสองฝ่าย นทีและณิชรันย์ต่างรู้สึกแปลก ๆ กับคู่แต่งงานใหม่อย่างศิลากับขอจันทร์ที่ดูยังไงก็เหมือนคู่แค้นมากกว่าคู่รัก จนกระทั่งนทีได้รู้ความจริงที่ว่าที่ศิลาแต่งงานกับขอจันทร์ก็เพื่อต้องการแยกเธอออกจากเขา และต้องการให้นทีแต่งงานกับลีน่านั่นเอง นทีกับณิชรันย์ต่างดีใจที่ทั้งคู่ไม่ได้รักกันจริง ๆ ทั้งหมดเป็นเพียงการเล่นละครเท่านั้น นทีสารภาพรักกับขอจันทร์ก่อนจะขอโทษในสิ่งที่เขาเคยทำกับเธอไว้ในอดีต นทีประกาศก้องต่อหน้าทุกคนว่าจะแย่งขอจันทร์จากศิลาให้มารักกับเขาให้ได้ ศิลาพูดอะไรไม่ออกเมื่อความจริงถูกเปิดเผย ทำให้ต้องคิดหาทางที่จะเอาขอจันทร์ออกไปจากชีวิตของเขาโดยเร็วที่สุด แล้วเวลาแห่งการแก้แค้นก็มาถึงเมื่อขอจันทร์สั่งให้มีการพักผ่อนโดยจะนำพนักงานทุกคนไปเที่ยวทะเล ศิลาจึงเริ่มต้นวางแผนและคิดจะใช้โอกาสนี้ทำให้ขอจันทร์ต้องเป็นฝ่ายเสียใจบ้าง แล้วทริปแห่งความปั่นป่วนก็เริ่มต้นขึ้น เมื่อขอจันทร์กับศิลาต้องมีอันไปติดเกาะด้วยกัน พายุเข้า เรือไม่มีจะกลับฝั่ง ด้วยความยากลำบากทำให้ศิลาและขอจันทร์เริ่มจะพูดจาดี ๆ ต่อกัน จนขอจันทร์ได้รู้ว่าศิลาเป็นเจ้าของมืออันอบอุ่นที่ได้ช่วยเธอเอาไว้เมื่อสมัยเด็กตอนที่เธอเกือบจะพลัดตกจากดาดฟ้า ขอจันทร์ถึงกับอึ้งไปอีกเมื่อรู้ว่าศิลาเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่เคยล้อเธอเรื่องดอกหน้าวัวและพยายามห้ามนทีและเดือนวารีทุกครั้งที่รังแกเธอกับตะวันฉายสองพี่น้อง และศิลายังจำทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเธอได้ ทำไมเธอไม่รู้มาก่อนและการที่เธอเป็นที่จดจำของใครบางคนนั่นก็ทำให้ขอจันทร์ได้เกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นกับศิลา เช่นเดียวกับศิลาเมื่อได้อยู่กับขอจันทร์เพียงลำพังเขาจึงได้เห็นบางมุมของขอจันทร์ที่เธอไม่ใช่ยายตัวร้ายจอมวางแผนอย่างที่เขาเห็นมาก่อน สถานการณ์ยากลำบากต่าง ๆ ยิ่งทำให้ทั้งสองเริ่มเกิดความอบอุ่นในใจขึ้นอย่างประหลาด ณิชรันย์กับนทีร่วมมือกันออกตามหาทั้งสอง โดยไม่รู้เลยว่าระหว่างวันและเวลาที่นทีและณิชรันย์ได้อยู่ด้วยกัน ทั้งสองต่างก็รู้สึกดีและแปลกใจที่ต่างเข้าใจกันและกัน จนทำให้ทั้งสองเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้น ฝ่ายเดือนวารีก็ได้เป็นแฟนกับเชนตามแผนของตะวันฉาย และแล้วก็ถึงเวลาเดือนวารีจะได้รับความเจ็บปวดกลับบ้าง แต่ระหว่างนั้นสาโรจน์ผู้เป็นพ่อได้เข้ามาพูดเตือนสติกับตะวันฉาย และยังบอกถึงคำพูดของศิลาที่ต้องการให้ตะวันฉายดูแลเดือนวารี ตะวันฉายจึงต้องถามใจตัวเองอีกครั้ง ในที่สุดตะวันฉายก็ไปขอร้องให้เชนเลิกคบกับเดือนวารี แต่เชนกลับปฏิเสธเพราะว่าคืนนี้เขากำลังจะจัดการยัดเยียดความเป็นภรรยาให้กับเดือนวารี เมื่อตะวันฉายรู้จึงได้ออกตามหาทั้งคู่จนมาพบ ตะวันฉายก็ได้เข้ามาช่วยเดือนวารีให้รอดพ้นเงื้อมมือของเชนไปได้ และจากเหตุการณ์นี้ ทำให้ทั้งสองเริ่มเกิดความรู้สึกบางอย่างต่อกัน ศิลาและขอจันทร์ได้กลับมาถึงกรุงเทพโดยฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ นานา และมันยิ่งเพิ่มความรู้สึกอันอบอุ่นของทั้งคู่ นทีเมื่อเห็นขอจันทร์ก็ดีใจและตัดสินใจจะจัดงานแต่งงานขึ้นกับขอจันทร์ให้เร็วที่สุด แต่ขอจันทร์ปฏิเสธ ก่อนที่ขอจันทร์จะบอกกับนทีว่าตอนแรกที่เธอแต่งงานกับศิลาก็เพราะถูกบังคับ แต่ตอนนี้หัวใจของเธอได้รักศิลาจริง ๆ ซะแล้ว ทุกอย่างเหมือนทำท่าจะลงเอยด้วยดี ขอจันทร์กำลังดีใจที่จะได้สมหวังความรักกับศิลาแต่แล้วศิลากลับบอกว่าทั้งหมดเป็นเพียงแผนของศิลา ก็เพื่อจะทำให้ขอจันทร์หลงรักเขา เพื่อจะได้ให้เธอออกจากชีวิตของน้องชายเขาเสียที ไม่ว่าจะเป็นแผนการตั้งแต่เริ่มเดินทาง หรือการอยู่บนเกาะที่ขอจันทร์คิดว่าเป็นเกาะร้าง แต่ที่ไหนได้มันเป็นเพียงเกาะส่วนตัวเพียงเกาะหนึ่งที่มหาเศรษฐีอย่างศิลาซื้อเอาไว้ รวมถึงสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ศิลาได้จ้างมืออาชีพมาเพื่อสร้างสถานการณ์ให้ขอจันทร์หลงรักเขา หัวใจของขอจันทร์แตกสลายอีกครั้ง ขอจันทร์ไม่สามารถจะอยู่ที่บ้านเชตวัตรได้อีกต่อไป เธอและครอบครัวจึงได้หายไปจากบ้านเชตวัตรและศิลาก็กลับมาดูแลธุรกิจเหมือนเดิมอีกครั้ง เพียงแต่ว่าหัวใจของเขานั้นก็เจ็บปวดไม่แพ้ขอจันทร์ นทีเมื่อรู้เหตุการณ์ทั้งหมดก็ถึงกับฟิวส์ขาดจนชกศิลาด้วยความโกรธที่ศิลาทำทุกอย่างเพื่อธุรกิจ โดยไม่คิดเลยว่าขอจันทร์เป็นผู้หญิงที่ตัวเองรัก ถึงแม้เขาจะเป็นเพลย์บอยไม่เอาการเอางานนั่นก็เพราะเขาชอบความรัก และเขาเกลียดที่สุดก็คือคนที่มีรักแล้วไม่รู้จักรักษามันไว้ เช่นเดียวกับเดือนวารีเมื่อรู้เรื่องว่าตะวันฉายย้ายออกจากบ้านไปก็โกรธศิลาที่ทำอย่างนั้น ศิลาคิดหนักว่าสิ่งที่เขาทำลงไปนั้นถูกต้องแล้วเหรอ รวมถึงพนักงานในบริษัทที่พอรู้ข่าวว่าขอจันทร์ลาออกก็ได้รวมตัวกันประท้วงเพื่อต้องการให้ขอจันทร์กลับเข้ามาทำงานเหมือนเดิม ศิลาถึงกับอึ้งเมื่อรู้ว่ามีคนที่รักขอจันทร์มากถึงขนาดนี้ แล้วตัวเขาละ เขารักเธอหรือเปล่า นทีบอกให้ศิลาทำตามหัวใจตัวเองเพราะเขาจะรับผิดชอบทุกอย่างจากที่ไม่เคยเหลียวแลหรือแม้แต่มาบริษัทด้วยซํ้า ความวัวยังไม่ทันหายความควายก็เข้ามาแทรก เมื่อจู่ ๆ ศิลารู้ว่าตอนนี้มีคนไล่ทยอยซื้อหุ้นของเชตวัตรฟู้ด ก่อนที่ศิลาจะรู้ความจริงว่าคนนั้นก็คือครรชิตที่หวังจะฮุบเชตวัตรกรุ๊ปของศิลา ทางเดียวที่ศิลาจะรักษาบริษัทนี้เอาไว้ได้ก็คือ ต้องได้หุ้นอีกยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ที่เหลือจากมิสเตอร์ที ผู้ถือหุ้นนิรนามที่อยู่ต่างประเทศ แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะไม่มีปาฏิหาริย์ เมื่อถึงวันที่ผู้ถือหุ้นต้องเลือกระหว่างศิลาหรือครรชิต ใครจะเป็นผู้บริหารเชตวัตรฟู้ดคนต่อไป ระหว่างที่ศิลากำลังจะพ่ายแพ้ให้กับครรชิต จู่ ๆ ขอจันทร์ก็ปรากฏกายขึ้นพร้อมกับบอกว่าเธอจะขายหุ้นอีกยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ที่เหลือให้กับศิลา ศิลาถึงกับอึ้งไปเมื่อรู้ว่าแท้ที่จริงแล้วขอจันทร์คือลูกสาวเพียงคนเดียวของมิสเตอร์ที ผู้ถือหุ้นนิรนามที่อยู่ต่างประเทศคนนั้น ขอจันทร์เล่าความจริงให้ศิลาฟังว่า พ่อแท้ ๆ ของเธอคือ ยองแทฮี พันธมิตรและผู้ร่วมก่อตั้งเชตวัตรฟู้ดขึ้นมาพร้อมกับบิดาของศิลา ระหว่างที่แทฮีเข้ามาคุยเรื่องธุรกิจที่เมืองไทย บ่อย ๆ ก็ได้พบรักกับ จันทร์ดี แม่ของขอจันทร์นั่นเอง แต่โชคร้ายที่ทั้งคู่ได้ประสบอุบัติเหตุขณะที่กำลังจะเดินทางไปเกาหลี และสาโรจน์เองก็คือชายผู้หลงรักจันทร์ดีได้เก็บขอจันทร์มาเลี้ยง เพื่อยืนยันในรักแท้ของเขาที่มีให้ต่อจันทร์ดี ศิลาถึงกับอึ้งไปและไม่เข้าใจว่าทำไมขอจันทร์ต้องกลับมาช่วยคนที่ทำให้เธอเสียใจมากขนาดนี้ จนนทีกับณิชรันย์ได้บอกว่านั่นก็เพราะขอจันทร์ยังรักศิลานั่นเอง ศิลาตัดสินใจทิ้งทุกอย่างและออกตามหาขอจันทร์เพื่อบอกความรู้สึกของเขาให้เธอได้รับรู้ จนกระทั่งศิลาได้พบกับขอจันทร์ในที่สุด แต่ว่าหัวใจของขอจันทร์ได้บอบชํ้าจนยากเกินจะกลับไป แล้วศิลาจะทำยังไงในเมื่อตอนนี้เขารู้แล้วว่าเขาได้ทำร้ายหัวใจตัวเอง ศิลาและขอจันทร์จะกลับมารักกันได้อีกหรือไม่ ทั้งสองคนจะได้รู้หัวใจตัวเองหรือเปล่า ความรู้สึกห่วงใยที่แอบก่อตัวขึ้นระหว่างนทีและณิชรันย์จะพัฒนาต่อไปได้แค่ไหนแล้วเรื่องราวรุ่นเล็กระหว่างเดือนวารีกับตะวันฉายจะลงเอยกันเช่นไร โปรดลุ้นและเอาใจช่วยไปกับคู่กัดคู่ใหม่ได้ใน ละคร คู่วุ่นลุ้นแผนรัก ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางช่อง 7 สี รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร คู่วุ่นลุ้นแผนรัก ธาวิน เยาวพลกุล รับบท ศิลา อุษามณี ไวทยานนท์ รับบท ขอจันทร์ อาทิตย์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ รับบท นที ริญญารัตน์ วัชรโรจน์สิริ รับบท ณิชรันย์ ชยพล บุนนาค รับบท ตะวันฉาย อังคณา วรรัตนาชัย รับบท เดือนวารี ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์ รับบท ครรชิต คีตภัทร อันติมานนท์ รับบท ลีน่า พชรพล ศุขอร่าม รับบท รุจน์พงษธัช รัตนเศรณี รับบท เชนชนัญญา พงษ์นาค รับบท น้ำหนึ่งแจ๊ค ไรเดอร์ รับบท เอริค

ทีมกทม.แถลงปัดชายหมูตั้งพรรคใหม่โยนนายกฯใช้ม.44แก้
ชายหมู /  ประชาธิปัตย์ / 

"ผุสดี" นำคณะผู้บริหาร กทม. แถลงปม ปชป.ตัดขาด "ชายหมู" ย้ำ ทุกคนยังเป็นสมาชิกพรรค ยัน ไร้ตั้งพรรคใหม่ โยน นายกฯ ตัดสินใจใช้ ม.44 เปลี่ยนผู้ว่าฯใหม่หรือไม่ เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 21 ม.ค. ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร นางผุสดี ตามไท รองผู้ว่าฯ กทม. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าฯ กทม และนายอมร กิจเชวงกุล รอง ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมแถลงผลการประชุมแนวทางการทำงานและความชัดเจน หลังพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ประกาศตัดขาดกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. โดยนางผุสดี รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวยืนยันว่า ขณะนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ และทุกคนยังคงเป็นสมาชิกกรุงเทพมหานคร สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์ยกเรื่องความโปร่งใสมาใช้เป็นประเด็นการตัดขาดนั้น ยืนยัน พร้อมให้ความร่วมมือกับทุกฝ่ายในการตรวจสอบการดำเนินงานของทาง กทม. หากพบข้อสงสัยต่างๆ และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไข ยืนยันพร้อมเดินหน้าและทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนต่อไป นอกจากนี้ ยืนยันยังไม่มีการเตรียมจัดตั้งพรรคใหม่ และยังไม่มีการหารือกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ถึงเรื่องดังกล่าวในขณะนี้ ส่วนกรณีจะมีการนำมาตรา 44 บังคับใช้เพื่อเปลี่ยนตัวผู้ว่า กทม.หรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของนายกรัฐมนตรี ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News ปชป.แถลงจุดยืนแสดงความรับผิดชอบขอตัดขาดการทำงาน 'สุขุมพันธุ์' ออกจากพรรค หลังพยายามประสานมา 3 เดือน วันที่ 21 ม.ค. 2559 นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อม นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค แสดงจุดยืนร่วมของกรรมการบริหารพรรคต่อการทำหน้าที่ของ มรว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายจุติ กล่าวว่า หลังจากที่ อดีตส.ส.ของพรรคแถลงถึงความไม่โปร่งใสในการทำงานของกรุงเทพมหานคร ทางแกนนำพรรคได้พยายามประสานงานติดต่อกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ โดยใช้เวลาถึง 3 เดือน เพื่อร่วมหาแนวทางแก้ไขปัญหา แต่ไม่ได้รับความร่วมมือจาก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ทั้งนี้ พรรคจำเป็นต้องรับผิดชอบต่อทุกคะแนนเสียง ที่ประชาชนมอบความไว้วางใจสนับสนุนผู้สมัครของพรรคให้เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จึงขอแสดงท่าทีที่ชัดเจนว่า การบริหารกรุงเทพมหานครจากนี้ไป ถือเป็นการดำเนินการโดยเอกเทศ และไม่ขอรับผิดชอบการดำเนินการของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เนื่องจากพรรคไม่สามารถใช้ระบบและกลไกของพรรคในการช่วยสนับสนุนติดตามตรวจสอบการบริหารงานของกทม.ได้ และกราบขอโทษพี่น้องประชาชนชาวกทม.มา ณ โอกาสนี้ และขอบคุณ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ที่มีผลงานที่ดีให้กับพรรค กทม.และประเทศชาติ รวมถึงขอให้กำลังใจการทำงานทุกสิ่งเพื่อประชาชน โดยขอย้ำว่าการตัดสินใจแถลงข่าววันนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับกระแสข่าวที่มีความพยายามยุแยงเกี่ยวข้องกับตำแหน่งหัวหน้าพรรค การส่งเงินให้พรรค ส่วนผู้บริหาร กทม.คนอื่นที่ไปทำงานในนามพรรค จะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไปนั้น นายจุติ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแต่ละคน ซึ่งพรรครอดูท่าทีต่อไป สำหรับตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ นั้น พรรคไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ เพราะไม่สามารถจัดประชุมพรรคได้ ดังนั้นขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ว่าจะลาออกหรือไม่ ด้าน นายองอาจ คล้ามไพบูย์ กล่าวว่า ทางพรรครู้สึกไม่สบายใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่จะต้องมีความชัดเจนต่อสิ่งที่กระทบกับความเชื่อมั่นในการดำเนินการของพรรคการเมือง ซึ่งพรรคกังวลเรื่องความโปร่งใส ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ประชาชนให้การสนับสนุนพรรค ซึ่งได้มีการสอบถามกรรมการบริหารพรรคก่อนตัดสินใจในครั้งนี้ อย่างไรก็ตามมีกรรมการฯบางส่วนไม่เห็นด้วย แต่คนส่วนมากเห็นด้วย ขอบคุณข้อมูล  TNN /ภาพจากเฟซบุ๊ก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร MThai News

จ่อ! สร้าง 'บ้านประชารัฐ' ปีนี้ 3 พันยูนิต
จักรกฤศฎิ์ พาราพันธกุล /  ที่ราชพัสดุ / 

ธนารักษ์เร่งสร้าง 'บ้านประชารัฐ' ปีนี้ กว่า 3 พันยูนิต กทม.-ชะอำ-เชียงใหม่ ชี้ วางกรอบราคาให้เหมาะสมกับผู้มีรายได้น้อย นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการบ้านประชารัฐ ว่า เตรียมเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมธนารักษ์ 3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์ ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) การเคหะแห่งชาติ และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เข้าประชุมหารือถึงรายละเอียดในการก่อสร้าง โดยเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นเรื่อง รูปแบบการก่อสร้างในแต่ละพื้นที่ ซึ่งกรมธนารักษ์ได้นำเสนอที่ราชพัสดุ 6 แปลง ได้แก่ แปลงที่วัดไผ่ตัน, โรงกษาปณ์เก่า ตรงถนนประดิพัทธ์, ที่ดินที่เชียงใหม่ 9 ไร่ อยู่ในเมือง, ที่ดินชะอำ มี 2 แปลง และที่ดินที่เชียงราย คาดว่าทั้งหมดสร้างได้ 3,400 ยูนิต ซึ่งหากหารือกันได้ จะเริ่มตอกเสาเข็มภายในปี 2559 เพื่อสร้างเป็นโมเดลแห่งแรก เบื้องต้นกำหนดขนาดพื้นที่ใช้สอยกรณีสร้างเป็นห้องชุดหรือคอนโดฯ จะไม่เกิน 23 ตร.ม. แต่ถ้ากรณีที่เชียงใหม่ เชียงราย อาจสามารถสร้างเป็นบ้านเดี่ยว ซึ่งจะมีเนื้อที่ไม่เกิน 70 ตร.ม. นอกจากนี้ ต้องหารือเรื่องต้นทุนการจำหน่ายหรือเช่า รวมถึงเรื่องวิธีการจำหน่าย ซึ่งทาง สศค.วางกรอบราคาบ้านเดี่ยวไม่ควรเกิน 7 แสนบาท อาคารชุดไม่ควรเกิน 5 แสนบาท แต่ยังมีความเห็นต่างในเรื่องของการตีความผู้มีรายได้น้อย ที่สศค. กำหนดให้คนมีเงินเดือนไม่เกิน 1.5 หมื่นบาทต่อเดือน แต่การเคหะฯ กำหนดไม่เกิน 2.2 หมื่นบาทต่อเดือน ส่วน ธอส.กำหนดให้คนมีเงินเดือนไม่เกิน 2.4 หมื่นบาทต่อเดือน 'ธนารักษ์' จัดที่ราชพัสดุ 5,000 ไร่ สร้างบ้านให้ผู้มีรายได้น้อย ธนารักษ์ คัดที่ราชพัสดุ 5,000 ไร่ทั่วประเทศ สร้างบ้านให้ผู้มีรายได้น้อย คิดค่าเช่า 25-50 สตางค์ต่อตารางวาต่อปี นายจักรกฤศฎิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้คัดเลือกที่ราชพัสดุจากทั่วประเทศ 76 แปลง เนื้อที่ประมาณ 5 พันไร่ โดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. กำลังพิจารณารูปแบบ เงื่อนไข และวิธีดำเนินโครงการ และจะเชิญผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ มาหารืออีกครั้ง แต่จะเริ่มก่อสร้างเมื่อใดนั้น ยังไม่สามารถระบุได้ เบื้องต้น ค่าเช่าที่ราชพัสดุดังกล่าวในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จะอยู่ที่ 50สตางค์ต่อตารางวาต่อปี ส่วนต่างจังหวัดอยู่ที่ 25 สตางค์ต่อตารางวาต่อปี ตลอดอายุสัญญา 30 ปี เมื่อครบอายุสัญญา กรมฯ จะพิจารณาต่อเป็นครั้ง ครั้งละ 30 ปี และสามารถเปลี่ยนมือผู้เช่าได้ แต่อัตราค่าเช่าจะเป็นอัตราเดิมหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ สศค. อย่างไรก็ตาม ที่ดินทั้ง 76 แปลง จะแบ่งเป็น 3 เกรด คือ เกรด A ที่ดินพร้อมพัฒนา มีในเขตจตุจักร 1 แปลง ประมาณ 4 ไร่ และปริมณฑลอีก 8 แปลง เกรด B เป็นที่ราชพัสดุในการดูแลของหน่วยงานราชการที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ขณะนี้อยู่ระหว่างขอพื้นที่คืน เกรด C ที่ดินที่ไม่เป็นพื้นที่จูงใจในการทำที่อยู่อาศัย ส่วนนี้ขึ้นอยู่กับการออกแบบของเอกชน ขอบคุณภาพ/ข้อมูลจาก voice ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

เล่นกับไฟ! เปิดรายชื่อ 21 ทีม ด.2 ส่งสารเลื่อนเลือกตั้ง ฟีฟ่ายันคำเดิม 11 ก.พ.
fifa /  บิ๊กอ๊อด / 

ฟีฟ่า ส่งหนังสือถึงสมาคมฟุตบอล เรื่อง 21 สโมสรยื่นเรื่องขอเลื่อนเลือกตั้ง พร้อมปฎิเสธยืนยันเลือกตั้ง 11 ก.พ.ตามเดิม สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ได้ส่งหนังสือถึงสมาคมฟุตบอล เมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยยืนยันว่ากำหนดการเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ยังคงเป็นวันที่ 11 ก.พ. 59 นี้ตามเดิม ซึ่งหนังสือดังกล่าวเป็นการตอบข้อเรียกร้องของ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ที่รวบรวมรายชื่อตัวแทน 21 สโมสรลีกภูมิภาค ส่งหนังสือถึงฟีฟ่าเพื่อขอให้มีการเลื่อนการเลือกตั้งออกไป เพราะมองว่ามีการแทรงแซงการทำงานของสมาคมฟุตบอลฯ เเต่อย่างไรก็ตามฟีฟ่าได้ตอบปฎิเสธหนังสือดังกล่าว พร้อมยืนยันวันเวลาเดิมเเละเตรียมส่งตัวแทนมาร่วมสังเกตการณ์ เช่นเดียวกับในการเลือกตั้งตัวแทนลีกภูมิภาค 30 เสียง สำหรับรายชื่อทั้ง 21 สโมสร ประกอบด้วย 1.ดำรงศักดิ์ ขวัญชัย ประธานสโมสรเชียงราย ซิตี้ 2.กฤษณ์ บุตรเนียร ประธานสโมสรกบินทร์ ยูไนเต็ด 3.สุชาติ อินทรลักษณ์ ประธานสโมสรอัสสัมชัญ ยูไนเต็ด 4.วุฒิพงษ์ ฉายแสง ประธานสโมสรฉะเชิงเทรา เอฟซี 5.พล.ท.ม.ล.สุปรีดี ประวิตร ประธานสโมสรราชประชา เอฟซี 6.อนงค์ ล่อใจ ประธานสโมสรสุราษฎร์ เอฟซี 7.อติพล สุวรรณดี ประธานสโมสรมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เอฟซี 8.พชร ขันแก้ว ประธานสโมสรแก่งคอย ทีอาร์ยู 9.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานสโมสร พะเยา เอฟซี 10.รวยชัย กิตติพรหมวงศ์ ประธานสโมสรพังงา เอฟซี 11.ปัทมา รูปสุวรรณกุล ประธานสโมสรนอร์ทกรุงเทพ 12.พลเอกจิรศักดิ์ บุตรเนียร ประธานสโมสร มุกดาหาร ลำโขง 13.ภิญโญ นิโรจน์ ประธานสโมสรนครสวรรค์ เอฟซี 14.ซูการ์โน มะทา ประธานสโมสรยะลา ยูไนเต็ด 15.พีระพันธ์ เครือคงคา  ประธานสโมสรบียู เดฟโฟ เอฟซี 16.พงษ์สวัสดิ์ ศุภศิริ ประธานสโมสรแพร่ ยูไนเต็ด 17.เศรษฐ อัลยุฟรี ประธานสโมสรปัตตานี เอฟซี 18.ยรรยง อัครจินดานนท์ ประธานสโมสรโดม เอฟซี 19.ฉลองชัย แสงสว่าง  ประธานสโมสรปทุมธานี ยูไนเต็ด 20.มังกร ยนต์ตระกูล ประธานสโมสรร้อยเอ็ด ยูไนเต็ด 21.ศักดา ชยะกฤตย์ ประธานสโมสรสกลนคร เมืองไทย เอฟซี