มาลากุล

หอการค้าคาด GDP ปีนี้โต 3.5-4% จากการลงทุนภาครัฐ
GDP /  ธปท. / 

หอการค้าไทยคาดGDPปีนี้ โต 3.5-4% มาจากเเรงหนุนด้านการลงทุนภาครัฐ ชี้ค่าเงินผันผวนเป็นปัจจัยเสี่ยง เตรียมหารือผู้ว่า ธปท. หาทางรับมือ นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้า และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในปีนี้คณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชนคาดอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือ จีดีพีโต 3.5-4% โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลที่จะมีการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบ เงินงบประมาณที่ค้างจ่าย เป็นต้น นอกจากนี้ ปัจจัยที่ต้องติดตามอีกหนึ่งประเด็น คือ อัตราแลกเปลี่ยนของไทยที่ผัวผวนเร็วกว่าสกุลอื่นๆในภูมิภาค อาจส่งผลให้ไทยเสียความสามารถในการแข่งขันได้ แม้ว่าราคาน้ำมันที่ปรับลดลงมา จะเป็นปัจจัยบวก เนื่องจากไทยเป็นประเทศนำเข้าน้ำมัน แต่ยังต้องใช้เวลาในการปรับตัว เนื่องจากปัจจุบันสินค้าหลายประเภทยังมีราคาสูง แม้ต้นทุนน้ำมันจะลดลง ซึ่งประเด็นดังกล่าว ทางหอการค้าฯ ได้เตรียมเข้าพบ นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา หลังจากค่าเงินบาทมีความผันผวนเร็วเกินไป ซึ่งส่งผลต่อผู้ประกอบการทั้งนำเข้า และส่งออกต่อไป MThai News

เวอร์จิ้น สตาร์ เอฟเอ็ม 98 ส่ง 2 หนุ่มลิปตา เปิดคอนเสิร์ตถึงออฟฟิศคุณ!!
Lipta /  Virgin Star / 

ต้อนรับต้นปี คลื่นเพลงฟังสบาย เวอร์จิ้น สตาร์ เอฟเอ็ม 98 ก็มอบของขวัญสุดพิเศษให้กับแฟนๆทันที ด้วยการส่ง 2 หนุ่ม ลิปตา บุกออฟฟิศ ไปเปิดคอนเสิร์ตให้ถึงที่กับกิจกรรมชวนฟิน Virgin Star คอนเสิร์ต เปิดออฟฟิศ with LIPTA คอนเสิร์ตดีๆ มีให้ดูถึงออฟฟิศ ออฟฟิศไหนอยากให้ 2 หนุ่มมาโชว์ร้องเพลงเพราะๆ กันแบบประชิดตัว รีบส่งคลิปแบบครีเอทเก๋ๆเข้ามาได้ที่ www.virginstarfm.com เริ่มสมัครกันได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 13 กุมภาพันธ์ 2558 “รับต้นปีก็มีข่าวดี ให้ชาวออฟฟิศกันเลยค่ะ สำหรับกิจกรรม “Virgin Star คอนเสิร์ต เปิดออฟฟิศ with LIPTA” ใครอยากให้ 2 หนุ่ม ลิปตา มาเปิดคอนเสิร์ตแบบใกล้ชิด แค่คุณถ่ายคลิปที่ทำให้ LIPTA อยากมาโชว์คอนเสิร์ตที่ออฟฟิศของคุณ ครีเอทคลิปให้เต็มที่เลยนะคะ แต่ต้องมีคุณและเพื่อนๆอยู่ในคลิปอย่างน้อย 3 คน โพสต์คลิปผ่าน Instagram หรือ facebook พร้อม Hashtag (#) คำว่า “Virgin Star LIPTA" (#VirginStarLIPTA) ถ้าคลิปไหนโดนใจ และได้รับการคัดเลือกจาก LIPTA และคณะกรรมการ เราจะพา LIPTA ไปโชว์คอนเสิร์ตให้ดูกันแบบสดๆ ถึงออฟฟิศเลยค่ะ จากที่แพรวเคยร่วมคอนเสิร์ตด้วย ขอการันตีเลยว่า คอนเสิร์ตของลิปตาสนุกมากๆค่ะ เริ่มโพสต์คลิปกันได้ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 13 กุมภาพันธ์ 2558 สามารถเข้าไปดูตัวอย่างการโพสต์คลิปได้ที่ http://instagram.com/virginstarfm นะคะ" ดีเจสาวเสียงดี แพรว คณิตกุล เผย ติดตามรายละเอียดกิจกรรมได้ที่ Virgin Star FM 98 คลื่นเพลงฟังสบาย หรือคลิกwww.virginstarfm.com, www.facebook.com/virginstarfm, www.instagram.com/virginstarfm, www.twitter.com/virginstarfm หรือดาวน์โหลดโมบายแอ็พ BECTERORADIO ใหม่ บนมือถือสมาร์ตโฟน (ทั้ง ios และ Android) มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ได้ทำหนังจริงแล้ว! กับตัวอย่าง เพื่อนขีดเส้นใต้ โดยทีมล้อเลียน บุฟเฟ่ต์ โปรดักชั่น
Buffet /  กระตั้ว-วรเทพ ธรรมโอรส / 

หลังจากสร้างผลงานล้อเลียนตัวอย่างหนัง ออกมาให้ได้ฮากันสนั่น ทั้ง ไอฟาย..ฟั้คกิ้ง..เยิ้มรู้ และ ฝากไว้ในก้นเธอ ด้วยโปรดักชั่นเนี้ยบเสียจนเหมือนหนังจริงๆ สำหรับชาวแก๊ง บุฟเฟ่ต์ โปรดักชั่น ที่ผู้ชมมากมาย อยากเห็นพวกเขาทำหนังใหญ่จริงๆ ซะที และครั้งนี้ได้ตามสมใจอยากแล้ว กับภาพยนตร์ เพื่อนขีดเส้นใต้  จัดจำหน่ายโดย แฮนด์เมด ดิสทริบิวชั่น ที่ยังคงความบ้า กวนบาทากันตามสไตล์ แต่ก่อนอื่นใด ขอเชิญเรียกน้ำย่อยกับตัวอย่างหนัง ด้านล่างนี้เลย เพื่อนขีดเส้นใต้ หนังกวนบาทา ที่เหมือนจะมาจากคนละซีกโลก แบ่งเป็นเรื่องย่อย 3 เรื่อง ที่เกี่ยวกพันเป็นเรื่องเดียวกัน ภายใต้คำว่า เพื่อน ในรูปแบบแตกต่างกันไป กำกับโดย ภาณุพรรณ จันทนะวงษ์, ธนาคาร คงมั่น และ วรเทพ ธรรมโอรส จาก บุฟเฟ่ต์ โปรดักชั่น  ภาพยนตร์ เพื่อนขีดเส้นใต้ ได้นักแสดงมาร่วมขบวนมากมาย ทั้งคนเคยๆ ที่คุ้นหน้ากัน ไปจนถึงนักแสดงตัวพ่อความฮา ไม่ว่าจะเป็น สตาร์บัคส์ พงศ์พิชญ์ ปรีชาบริสุทธิ์กุล, ใบเตย สุวพิชญ์ ไตรพรวรกิจ, กระตั้ว วรเทพ ธรรมโอรส, เสนาหอย เกียรติศักดิ์ อุดมนาค, สายเชีย วงศ์วิโรจน์, จ๊อยส์ ณัฐพงษ์ รัตนเมธานนท์, ปั๊บ อรรถวิศิษฐ์ หัสดินทร ณ อยุธยา, เจแปน ภาณุพรรณ จันทนะวงษ์, เพ้นส์ ชยรพ ประทิศ และ สมัคร อนันตศิลป์ โดยตอนย่อยทั้ง 3 ตอน ได้แก่ ตอน รักเต็มปอด ต่อต้านและจ๊ะจ๋าสองสามีภรรยาหน้าใหม่ ที่ท­ั้งคู่ถูกครอบครัวต่อต้านข้อร้องอยากให้มี­ทายาทแต่มันไม่ได้ง่ายอย่างนั้น เมื่อจ๊ะจ๋­ามีข้อแม้ว่าต่อต้านต้องเลิกบุหรี่ให้ได้ก­่อน ถึงจะยอมมีลูกด้วย "สัญญาระหว่างคู่ชีวิต เลยเกิดขึ้น" เพราะบุหรี่เลิกไม่ยาก แต่จะเลิกก็ไม่ง่ายนะจ๊ะ ตอน Thesis ธีซีส ปั๊บ และ กระตั้วสองเพื่อนซี้กลุ่มนักศึกษาภาพยนตร์­หน้าใหม่ที่ได้โจทย์มาให้ทำหนังโปรเจ็คจบ แต่สิ่งที่พวกเขาทั้งสองคิด ไม่ได้เหมือนหนังทั่วๆไปที่กลุ่มอื่นทำกัน แต่มันก็ไม่ง่ายอย่างที่ฝันเมื่อ ปั๊บ อยากทำหนังที่แม้แต่มืออาชีพยังไม่กล้าทำ ส่วน กระตั้ว อยากทำหนังรัก เพื่อเข้าฉาย ในโรงภาพยนตร์ เรื่องราวการล่าฝันที่ขัดแย้งกันจึงเกิดขึ­้นว่า "หนังเรื่องไหนที่จะได้ทำกันแน่" ตอน 1428 ร่มเกล้า จากเรื่องจริงเมื่อ 30 ปีที่แล้ว เปี๊ยก พลทหารช่างจากกองทัพภาคที่สอง และ ตู่ ทหารพรานจู่โจมค่าย ปักธงชัย หลงทางมาเจอกันระหว่างทางในสมรภูมิร่มเกล้­าที่ชายแดนไทย-ลาวเมื่อ 30 ปีที่แล้ว เปี๊ยกพลทหารอยากจะกลับบ้านเพราะไม่อยากเส­ี่ยงชีวิตแล้ว แต่ทหารพรานตู่อยากจะกลับไปรบที่เนิน 1428 ที่ขึ้นชื่อเรื่องความอันตราย "คนนึงจะรบอีกคนจะหนี เรื่องราวรบๆหนีๆ ของเขาทั้งสองคนเลยเกิดขึ­้น" ร่วมหาความหมายของคำว่า เพื่อน ไปกับ เพื่อนขีดเส้นใต้ ในวันที่ 12 ก.พ. นี้ บางโรงภาพยนตร์ -----------------------------

ละครบ้านศิลาแดง  , เรื่องย่อบ้านศิลาแดง
นิโคล กิตติวัฒน์ /  วีรภาพ สุภาพไพบูลย์ / 

“เพ็ญพร” หรือ “เพ็ญ” หญิงสาวสวยปราดเปรียว ทายาทของเจ้าของบริษัท สวนเสาวรส ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในการผลิตมะพร้าวผงส่งนอก และส่วนผสมในการชงกาแฟทั้งหลาย เดินทางกลับมาถึงเมืองไทยหลังจากจบวิชาบริหาร และด้วยความที่ชอบวิชาการต่อสู้ทุกชนิด เพ็ญพรก็กลับมาพร้อมวิชาการต่อสู้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นคาราเต้,เทควันโด้,ยิงปืน ฯลฯ และเที่ยวนี้เธอกลับมาพร้อมกับสุดา เพื่อนรักที่เดินทางไปเรียนต่อที่อเมริกามาด้วยกัน ย่างก้าวแรกที่กลับมาถึงเมืองไทย เพ็ญพรก็ได้พบกับเดือนฉาย ผู้เป็นแม่มารอรับอยู่ที่สนามบิน และคลาดกันกับ สโรชาและอาภาพร ซึ่งเดินออกมาจากสนามบินเช่นกันเพ็ญพรเหยียบเมืองไทยได้ไม่กี่ชั่วโมง ก็เกือบไปมีเรื่องกับตรัย ซึ่งตรัยเองก็เข้าใจผิดคิดว่าเพ็ญพรนั้น เป็นพรเพ็ญ ทางด้านบ้านศิลาแดง เมื่ออาภาพรเข้ามาถึงบ้านศิลาแดง ก็หาเรื่องแกล้งพรเพ็ญด้วยความหมั่นไส้ พรเพ็ญไม่โต้ตอบแต่อย่างใด มีเพียงป้าแจ่มที่คอยแต่จะให้กำลังใจ ถึงแม้จะปกป้องอะไรไม่ได้มาก พรเพ็ญต้องอดทนอยู่ในบ้านศิลาแดง เพราะเอกสิทธิ์ผู้เป็นพ่อคนเดียวเท่านั้น เมื่อกลับถึงบ้านที่ “สวนเสาวรส” เพ็ญพรรีบเข้าไปหา “เคน” ซึ่งเป็นตา ทั้งตาและหลานพูดคุยล้อเล่นกันสนุกสนานตามประสาตาหลานที่ไม่ได้พบกันมานานหลายปี เพ็ญพรมีลูกน้องอยู่คนหนึ่งคือ กอล์ฟ ซึ่งเป็นเด็กในสวนเสาวรส เคนเป็นคนเก็บเอากอล์ฟมาเลี้ยง เพราะสงสารที่ไม่มีพ่อ มีแต่แม่ซึ่งเป็นคนงานในไร่ โดยกอล์ฟจะเป็นลูกไล่ และโดนเพ็ญพรแกล้งอยู่เป็นประจำ แต่ก็มักจะแกล้งด้วยความเอ็นดู เพราะกอล์ฟเป็นเด็กอ้วนน่ารัก เสียแต่ปากไม่ค่อยดีนัก พูดจาโผงผาง เพ็ญพรจึงมักจะหาเรื่องมาแกล้งกอล์ฟอยู่เสมอ โดยที่กอล์ฟก็จะหาทางแก้เผ็ดเพ็ญพรอยู่เสมอเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่ก็โดนจับได้และโดนเพ็ญพรเล่นงานจนเจ็บแสบกลับไปทุกครั้ง แต่แม้ว่าทั้งคู่จะแกล้งกันไปมาเป็นประจำ แต่ลึกๆ ทั้งเพ็ญพรและกอล์ฟก็รักและห่วงกันเหมือนพี่สาวกับน้องชาย เพ็ญพรชวนกอล์ฟ เข้าตลาด มาหาของกินอร่อยๆ แต่ก็บังเอิญไปเจอพวกโจรกระชากสร้อย เพ็ญพรมองแบบไม่อยากมีเรื่อง แต่ก็โชว์ฝีไม้ลายมือแบบไม่ยั้ง จนเอาสร้อยมาจากโจร ส่งคืนให้กับเจ้าของได้ วิทวัสมาเจอกับเพ็ญพรโดยบังเอิญ ในคราบของแม่ค้าขายปาท่องโก๋ แค่การพบกันครั้งแรก ทั้งคู่ก็ได้ปะทะคารมกันอย่างถึงพริกถึงขิงเพ็ญพรไม่ชอบขี้หน้าวิทวัสอย่างแรง แต่ก็ไม่ทันข้ามวันเพ็ญพรต้องเจอกับวิทวัสอีก ที่บ้านสวนเสาวรส เพ็ญพรถึงกับอึ้งที่รู้ว่า ต้องเจอกับวิทวัส ในฐานะที่ทำธุรกิจร่วมกันทั้งเพ็ญพรและวิทวัสมีโอกาสพบกันอีกหลายครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งทั้งคู่ก็อดที่จะแกล้งให้อีกฝ่ายเจ็บใจไม่ได้ จนกลายเป็นเหมือนขมิ้นกับปูนกันเลยทีเดียว หลังจากที่เอกสิทธิ์กลายเป็นอัมพาตต้องนอนอย่างเดียว พูดอะไรไม่ได้ สโรชาปล่อยให้เอกสิทธิ์มีชีวิตอยู่ เพราะถ้าเอกสิทธิ์ตายสมบัติทั้งหมดก็ต้องตกอยู่กับลูกสาว เธอปล่อยให้เอกสิทธิ์มีชีวิตอยู่อย่างคนที่มีแต่ร่างแต่ไร้วิญญาณ และคอยรับหน้าทนายสมศักดิ์ ซึ่งเป็นผู้จัดการเกี่ยวกับมรดกและทรัพย์สินทั้งหมดของบ้านศิลาแดง โดยคอยเป็นทำดีต่อหน้าทนายสมศักดิ์ว่าเป็นห่วงเป็นใย คอยดูแลเอกสิทธิ์ที่นอนป่วยอยู่เป็นอย่างดี แต่พอทนายสมศักดิ์กลับไป ก็ปล่อยให้เอกสิทธิ์อยู่แบบคนอนาถา มีเพียงพรเพ็ญคนเดียวที่คอยดูแลพ่อของเธอ เชาว์เข้ามาครอบครองบ้านศิลาแดงโดยเปิดเผย ด้วยการเป็นสามีเก่าของสโรชา เชาว์นั้นมีลูกกับสโรชา 2 คนคือ “ณัฐพงษ์” และ “อาภาพร” แต่เชาว์ก็ไม่ได้เข้ามาเพียงคนเดียว เชาว์พาวาทินีเมียเด็กของเขาเข้ามาด้วย เลยทำให้สโรชา และอาภาพรไม่พอใจ แต่สโรชาก็ต้องยอมให้เชาว์พาวาทินีเข้ามา เพราะสโรชายังต้องพึ่งเชาว์ อยู่ดี สิบเจ็ดปีผ่านไป เดือนฉายกลายเป็นเศรษฐีนีเจ้าของโรงงานผงมะพร้าวสกัดแห้งกระป๋องสำเร็จรูป ขยายกิจการจนรุ่งเรือง เพราะทางราชการตัดถนนผ่านสวนเสาวรสของเคน ทำให้มีเงินขยายกิจการสวนมะพร้าวและซื้อที่ดินแถบนั้นอีกหลายร้อยไร่ เธอมุมาะทำธุรกิจนี้จนประสบความสำเร็จ โดยมีเคนเป็นคนช่วยดูแลธุรกิจให้เธอ ส่วนเพ็ญพรนั้นเรียนทางด้านบริหารธุรกิจจบมาจากเมืองนอก และในขณะเดียวกันก็เรียนศิลปะการต่อสู้มาหลายแขนง เพราะคุณตาของเธอคือ “เคน” ที่คอยสอนการต่อสู้ให้เธอตั้งแต่เด็กๆ จนกลายเป็นความชอบของเพ็ญพร และเมื่อมีโอกาสเพ็ญพรก็จะหาเวลาไปเรียนวิชาการต่อสู้ต่างๆ จากหลายอาจารย์จนเกิดความช่ำชองในด้านนี้เป็นอย่างดี แม้ว่าเดือนฉายจะไม่เห็นด้วยในการให้ลูกผู้หญิงไปเรียนวิชาพวกนี้ แต่ก็มีเคนที่คอยพูดและแนะว่าลูกผู้หญิงควรจะรู้จักวิชาพวกนี้เอาไว้ป้องกันตัวบ้าง เพ็ญพรเป็นสาวสวยที่ฉลาดเป็นกรด แก่นแก้ว และไม่ยอมคน ในขณะเดียวกันการเรียนก็ดี ทำให้เดือนฉายโล่งใจในเรื่องนี้ไปได้ แถมยังเรียนวิชาการแต่งหน้าเปลี่ยนตัวเองไปได้หลายบุคลิกด้วย ส่วนพรเพ็ญนั้นเติบโตขึ้นมาในบ้านศิลาแดงเหมือนคนรับใช้ ได้เรียนแค่มัธยมปีที่ 3 เท่านั้น เพราะสโรชาไม่ต้องการให้เธอฉลาดนัก และไม่ต้องการให้พรเพ็ญทัดเทียมกับณัฐพงษ์และอาภาพรลูกทั้งสองของเธอ แถมยังกดขี่ข่มเหงพรเพ็ญตลอดเวลา ใช้ให้ทำงานเยี่ยงทาส ในขณะเดียวกันก็เอาเอกสิทธิ์ไปอยู่ห้องเล็กซึ่งเป็นห้องของพรเพ็ญ เพราะว่าป่วยเป็นอัมพาตไม่สามารถทำอะไรได้ ปล่อยให้อยู่โดยไม่มีใครเหลียวแล มีเพียงพรเพ็ญที่มาดูแลพ่อของตนเพียงคนเดียว แต่ก็โดนด่าอยู่ตลอด พรเพ็ญได้แต่กล้ำกลืนฝืนทนใช้ชีวิตอยู่ในบ้านศิลาแดงเพราะเธอห่วงพ่อของเธอ ถ้าเธอหนีไปเมื่อไร พ่อของเธอก็จะไม่มีคนดูแล และอาจต้องตายเหมือนคนไร้ญาติขาดมิตร ณัฐพงษ์โตขึ้นเป็นหนุ่มหน้าตาดี แม้จะเรียนเก่งแต่ก็ขี้เกียจ เอาแต่เที่ยวและติดหรู เจ้าชู้เหมือนเชาว์ผู้เป็นพ่อ ไม่ยอมทำงานอะไรถึงแม้จะเรียนจบแล้ว เที่ยวเตร่ไปวันๆ ส่วนอาภาพรนั้นไม่ค่อยสนใจการเรียนจึงเรียนไม่จบ แต่ก็ชอบคุยอวดเพื่อนๆ ว่าไม่อยากเรียนจบในเมืองไทย จะไปเรียนต่อเมืองนอก ณัฐพงษ์พึงพอใจในตัวพรเพ็ญมากเพราะเธอเป็นคนสวย และมักจะพูดจาแทะโลมพรเพ็ญเสมอเมื่อลับตาคนอื่น ส่วนอาภาพรนั้นรูปร่างหน้าตาก็สะสวย แต่งตัวเก่ง แต่ก็อิจฉาที่พรเพ็ญนั้นถึงแม้จะไม่ได้แต่งตัว แต่ก็สวยกว่าเธอ เธอจึงมักจะข่มเหงและดูถูกพรเพ็ญเสมอ พรเพ็ญนั้นก็ทำได้แค่ปัดป้องตัวเองไม่ให้บาดเจ็บเท่านั้น ไม่สามารถโต้ตอบอะไรได้ ส่วนเชาว์นั้นก็เริ่มเห็นว่าพรเพ็ญกลายเป็นสาวแล้ว และด้วยความเจ้าชู้ของตน เขาหมายใจเอาไว้ว่าสบโอกาสเหมาะเมื่อไรก็จะปล้ำพรเพ็ญเป็นเมียอีกคนให้ได้ แต่ก็หาโอกาสได้ยาก เพราะว่าเมียทั้งสองคือวาทินีและสโรชายังอยู่ที่บ้านทั้งสองคน เพ็ญพรเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เป้าหมายแรกของเธอคือสุดา สุดาดีใจที่พบเพ็ญพรอีกครั้งและชวนให้พักที่บ้านของเธอ แต่เพ็ญพรอยากพักโรงแรมมากกว่า และในใจแล้วยังไม่อยากพบตรัยด้วย เพราะยังอดหมั่นไส้ในความขี้เต๊ะของเขาไม่หาย เพ็ญพรเล่าเรื่องที่เธอจะมาสืบหาพี่สาวฝาแฝดของเธอ สุดารับปากว่าจะให้ความช่วยเหลือ และเป็นคนออกความคิดให้เพ็ญพรปลอมเป็นสาวมิสทีน เพ็ญพรปลอมตัวใส่วิก แต่งหน้าจนจำไม่ได้เป็นพนักงานขายเครื่องสำอางค์เข้าไปขายในบ้านศิลาแดง พบอาภาพรก็จำได้ว่าเป็นสาวที่ทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ “ตรัย” จึงคิดแกล้ง และด้วยฝีปากของเพ็ญพรทำให้อาภาพรชอบใจเครื่องสำอางค์ที่เธอเสนอขาย แต่เพ็ญพรก็อ้างว่าหมด และจะนำมาให้ดูอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น และในระหว่างที่ขายของให้อาภาพรนั้น เพ็ญพรก็ได้พบกับพรเพ็ญ เพราะอาภาพรสั่งให้พรเพ็ญเอาน้ำมาเสิร์ฟให้เธอ และยังเห็นว่าวาทินีและสโรชานั้นข่มพรเพ็ญเหมือนทาสก็ไม่ปาน ทำให้เพ็ญพรโมโหจนเกือบเก็บอาการไม่ได้ เพ็ญพรมองหาช่องทางในการเข้ามาในบ้านศิลาแดง และก่อนกลับเธอก็พบกับเชาว์ที่เข้าบ้านมาพอดี เชาว์มองดูเธอเหมือนเสือจ้องขม้ำเหยื่อ และเพ็ญพรก็ทำเป็นอ่อยเหยื่อให้กับเชาว์แทน จนทำให้เชาว์แทบหัวปั่นในรูปร่างหน้าตาของเธอ เพ็ญพรไปหาสุดาที่บ้านเล่าเรื่องทั้งหมดเล่าให้สุดาฟัง สุดาเป็นเดือดเป็นแค้นแทนเพ็ญพร เพ็ญพรมีแผนจะเปลี่ยนตัวกับพรเพ็ญ และต้องการสืบเรื่องพ่อของเธอด้วย อาภาพรนั้นมักจะชวนให้ตรัยมาทานข้าวที่บ้านเป็นประจำ เมื่อตรัยได้พบกับพรเพ็ญก็นึกชอบ เพราะว่าพรเพ็ญเป็นคนสวยน่ารัก แต่ก็มักจะโดนอาภาพรกีดกันบอกว่าพรเพ็ญเป็นแค่คนใช้ในบ้านเท่านั้น ไม่สมควรจะสนทนาพาทีด้วย และเมื่อตรัยกลับไป พรเพ็ญก็มักจะโดนอาภาพรทำร้ายร่างกายเป็นประจำ พร้อมทั้งสั่งไม่ให้พรเพ็ญออกมาเสนอหน้าอีกตอนที่ตรัยมาที่บ้าน ป้าแจ่มและลุงเติมคนรับใช้เก่าแก่ของบ้านนี้ แม้จะสงสารพรเพ็ญ แต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ จึงได้แต่ปลอบใจให้พรเพ็ญมีกำลังใจที่จะต่อสู้ชีวิตในบ้านนี้ต่อไป วันรุ่งขึ้น เพ็ญพรก็เข้าไปที่บ้านศิลาแดงอีกครั้ง โดยทำทีเป็นมาส่งเครื่องสำอางค์ที่อาภาพรสั่งเอาไว้ และได้พบกับตรัยซึ่งจำเธอไม่ได้ อาภาพรแสดงท่าทีเหมือนเขาเป็นแฟนเธอทำให้เพ็ญพรอดหมั่นไส้ไม่ได้ จึงแกล้งทำกาแฟหกใส่เขา อาภาพรไปหาเสื้อให้ตรัยเปลี่ยน ตรัยและเพ็ญพรปะทะคารมกัน และเมื่อเพ็ญพรกำลังจะเดินออกจากบ้านก็พบว่าเชาว์กำลังจะลวนลามพรเพ็ญ แต่วาทินีมาพบเข้าจึงตรงเข้าทำร้ายตบตีพรเพ็ญจนบาดเจ็บ แถมยังด่าว่าพรเพ็ญว่ามาให้ท่าเชาว์ซึ่งเป็นสามีของตน แม้ว่าพรเพ็ญจะแก้ตัวอย่างไรวาทินีก็ไม่ฟัง แถมเชาว์เองก็ยังสมทบว่าพรเพ็ญมาให้ท่าตนอีก ซึ่งทำให้วาทินียิ่งโกรธและทำร้ายพรเพ็ญหนักขึ้น เพ็ญพรเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด แต่ก็ไม่สามารถช่วยพรเพ็ญได้ และกลับออกมาจากบ้านศิลาแดงด้วยความไม่สบายใจ คืนนั้นเพ็ญพรวางแผนกับสุดา โดยจะเปลี่ยนตัวกับพรเพ็ญ โดยให้สุดาขับรถไปจอดข้างบ้านศิลาแดง เพ็ญพรลอบปืนเข้าไปในบ้าน และเข้าไปพบพรเพ็ญ พร้อมทั้งเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้พรเพ็ญฟัง พรเพ็ญนั้นแทบจะปรับตัวไม่ทัน สองพี่น้องฝาแฝดกอดกันแล้วร้องไห้ แต่เมื่อรู้ว่าน้องสาวฝาแฝดของเธอมีฝีมือพอตัว จึงยอมเปลี่ยนตัวกลับไปที่สวนเสาวรสเพราะอยากพบแม่และตาเหมือนกัน แต่ก็เป็นห่วงเอกสิทธิ์ผู้เป็นพ่ออยู่ เพ็ญพรรับปากว่าจะดูแลเอกสิทธิ์ให้ดีที่สุด พรเพ็ญเล่าเรื่องราวของคนในบ้านศิลาแดงให้เพ็ญพรรู้ถึงพฤติกรรมของแต่ละคน รวมถึงเผยว่าทั้งสามคนนี่เองที่ทำให้พ่อของพวกเธอต้องกลายเป็นคนพิการน่าเวทนา ยิ่งทำให้เพ็ญพรโกรธและคิดแก้แค้นคนในบ้านศิลาแดงให้สาสม ก่อนที่พรเพ็ญจะไปกับสุดา เพ็ญพรบอกว่าจะส่งข่าวไปให้พรเพ็ญรู้เป็นระยะ แต่ในช่วงที่พรเพ็ญกลับไปอยู่สวนเสาวรส พรเพ็ญต้องแสดงตัวว่าเป็นเพ็ญพรถ่วงเวลาเอาไว้ก่อน พรเพ็ญรับปาก และคืนนั้นก่อนเข้านอนเพ็ญพรก็ลอบเข้าไปหาเอกสิทธิ์ เมื่อเธอเห็นสภาพพ่อของเธอ ความไม่พอใจที่เธอเคยมีและคิดว่าพ่อทิ้งแม่และเธอไปก็หายไปจนหมด เหลือแต่ความสงสาร เอกสิทธิ์มองหน้าเธอแล้วน้ำตาไหล แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เพ็ญพรกอดพ่อเอาไว้ในอ้อมแขนและสัญญาว่าจะแก้แค้นทุกคนที่ทำให้ครอบครัวของเธอต้องมาพบกับชะตากรรมอย่างนี้ รุ่งเช้าป้าแจ่มเข้ามาปลุกเพ็ญพรให้ลุกขึ้นช่วยงานในบ้าน งานแรกคือทำอาหารเช้าให้เจ้านายทั้งหลายในบ้าน แต่เมื่อทุกคนมาถึงโต๊ะอาหารก็พบว่ามีขนมปังไหม้กองอยู่บนจาน พร้อมด้วยไข่ดาวเกรียมจนดำปี๋อีกหลายใบ อาภาพรกรี๊ดลั่นโต๊ะ ตะโกนเรียกป้าแจ่มสอบถามถึงคนทำอาหารเช้า ป้าแจ่มเดินเข้ามาดูที่โต๊ะอาหารก็แทบเป็นลมไปอีกคน เพ็ญพรเดินตามเข้ามา อาภาพรเดินเข้าไปด่าเหมือนเคย แต่เพ็ญพรก็ด่าสวนกลับทุกคำ วาทินี,สโรชา และเชาว์มองหน้ากันด้วยความสงสัยในพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือของเพ็ญพรในคราบของพรเพ็ญ พร้อมทั้งลงความเห็นกันว่าพรเพ็ญคงกินอาหารผิดสำแดงไป จึงทำให้เป็นบ้า หลังจากนั้นป้าแจ่มก็บอกให้เพ็ญพรกวาดบ้าน,ถูบ้านและซักเสื้อผ้า เพราะว่าพรเพ็ญนั้นก็ทำงานอย่างนี้อยู่ทุกวัน เพ็ญพรมองเห็นงานที่พี่สาวตนต้องทำเหมือนทาสทุกวันแล้วยิ่งแค้นจึงแกล้งทำจนบ้านเละไปหมด วาทินีเมื่อเดินลงบันไดบ้านมาก็ลื่นตกบันไดจึงส่งเสียงกรี๊ดสนั่นบ้าน เพราะเพ็ญพรเอา น้ำราดจนเปียกโชกไปหมด แถมไม้ปาร์เก้ที่ห้องรับแขกก็ลอยเป็นแพ เพราะน้ำที่ขังอยู่บนพื้น วาทินีตะโกนเรียกพรเพ็ญในร่างเพ็ญพร เพ็ญพรวิ่งเข้ามารายงานตัว เพ็ญพรถูกวาทินีด่าว่า แต่เธอก็ลอยหน้าลอยตารับผิดอย่างหน้าชื่นตาบาน แล้ววิ่งกลับไปทำงานอย่างอื่นต่อ ทำให้วาทินีโกรธจนแทบเป็นลม ส่วนสโรชานั้นสั่งให้เพ็ญพรดูแลตัดเล็มดอกไม้ที่เธออุตส่าห์สั่งให้ลุงเติมปลูกให้เรียบร้อย แต่เมื่อกลับมาถึงบ้านเธอก็แทบสลบเพราะดอกไม้ทั้งหลายหน้าบ้านโดนเพ็ญพรตัดจนเหี้ยนไม่เหลือซากทีเดียว สโรชาเรียกเพ็ญพรมาถาม เพ็ญพรจึงตอบว่าสโรชาสั่งให้ตัดให้เรียบร้อยเธอจึงตัดจนเรียบหมดไม่มีเหลือตามคำสั่ง สโรชาโมโหมาก ยกมือจะตบเพ็ญพร แต่เพ็ญพรก็จับมือสโรชาบิดจนสโรชาเจ็บต้องรามือไปเอง เพ็ญพรบอกว่าคนอย่างเธอไม่ชอบให้ใครมาใช้กำลัง ถ้าใครทำเธอก่อนเธอก็จะทำกลับมากกว่าเป็นเท่าทวีคูณ แต่ถ้าใครดีกับเธอ เธอก็จะดีตอบเหมือนกัน สโรชากลับเข้าบ้านด้วยความโมโหปนประหลาดใจ เพราะพรเพ็ญที่เธอรู้จักและคอยกดหัวมาสิบกว่าปีไม่ได้เป็นอย่างนี้ ส่วนเชาว์นั้นวันๆ ไม่ทำงานอะไรคอยแต่จะกินสมบัติเก่าของบ้านศิลาแดง และมีเพื่อนเป็นพวกนักเลงและมาเฟีย เชาว์เล่นการพนันบ่อยแต่ส่วนใหญ่ก็จะเสียมากกว่าได้ เชาว์นั้นเห็นว่าพรเพ็ญเป็นคนสวยจึงมักคอยหาโอกาสแทะเล็มพรเพ็ญอยู่เสมอ แต่ในช่วงหลังนี้เขาก็เริ่มสงสัยว่าพรเพ็ญเปลี่ยนไป เพราะเขาไม่สามารถเข้าใกล้หรือล่วงเกินได้เหมือนก่อน เพราะพรเพ็ญใช้การหลบเลี่ยงและหาจังหวะผลักเขาจนขาแพลงไปครั้งหนึ่ง เชาว์โมโหมากชวนเพื่อนฝูงมาที่บ้านหลายคนและเรียกให้เพ็ญพรมาทำอาหารให้ วันนั้นเพ็ญพรไม่สบายมากเพราะคืนก่อนโดนฝน และยังไม่มีโอกาสไปหาหมอ เธอแทบลุกไม่ขึ้น แต่ก็ฝืนใจขึ้นมาทำอาหารให้ แต่ก็ไม่วายแกล้งทำอาหารรสชาติแปลกประหลาดให้กิน วาทินี,สโรชา และ อาภาพรก็รุมด่าเพ็ญพรว่าฝีมือทำอาหารอย่างนี้ท่าทางจะหาผัวลำบาก เพ็ญพรเถียง อาภาพรจึงฉวยโอกาสตบเพ็ญพรจนหน้าหันเลือดออกจากปาก วาทินีเห็นว่าเพ็ญพรไม่มีเรี่ยวแรงจะต่อสู้จึงตรงเข้าตบซ้ำอีกครั้ง เพ็ญพรโกรธจนแทบบ้า แต่สภาพร่างกายไม่อำนวยในการป้องกันตัวเองจึงได้แต่กัดฟันทนและคิดว่าแค้นครั้งนี้เธอจะต้องเอาคืนให้สาแก่ใจ พักหลังเชาว์รู้จักสมปองซึ่งเป็นพวกค้ายาเสพติดและถูกชักชวนให้ลองขายดูเพราะเงินดี เชาว์ยังไม่กล้าเท่าไรนัก เพราะยังไม่มีเงินมากพอ จึงพกยาเสพติดกลับมาที่บ้านศิลาแดงและเสพบ่อยๆ จนติดตรัยและลูกน้องเฝ้าติดตามพวกของสมปอง และพบว่าสมปองกำลังติดต่อขายยาเสพติดจึงตรงเข้าจับ เกิดการยิงต่อสู้ขึ้น ลูกน้องของสมปองถูกยิงตายหมด สมปองหนีไปได้ ตรัยตามไปติดๆ แต่ก็คลาดกันเพ็ญพรแอบได้ยินเชาว์ติดต่อเรื่องขายยาเสพติดกับสมปองจึงโทรแจ้งตำรวจ ตรัยจึงนำกำลังตำรวจเข้าจับพร้อมของกลาง เชาว์ถูกจับ แต่สมปองหนีไปได้ เชาว์โมโหมากโดยไม่รู้ว่ามีใครแกล้งตน และคิดว่าเด็กข้างบ้านที่ตัวเองเคยข่มอยู่เสมอแอบโทรไปบอกตำรวจ เพ็ญพรเข้าไปดูแลเอกสิทธิ์ทุกวันเมื่อมีเวลาว่าง เธอมักจะเข้าไปพูดคุยกับพ่อของตน เอกสิทธิ์นั้นเริ่มมีอาการดีขึ้น เพราะเพ็ญพรจะคอยนวดเฟ้นให้กล้ามเนื้อเขากระเตื้องขึ้น และคอยพยุงให้นั่งและนอนอยู่เสมอ ด้วยสุขภาพจิตที่ดีของเพ็ญพร ทำให้เอกสิทธิ์ก็เริ่มไหวติงขึ้นมาเรื่อยๆ และเริ่มรับรู้เรื่องราวต่างๆ มากขึ้น แม้ว่าจะยังพูดอะไรไม่ได้ก็ตาม อาภาพรมักจะชวนตรัยมาที่บ้านศิลาแดงบ่อยๆ แต่ก็มักจะโดนเพ็ญพรแกล้งอยู่เสมอๆ ตรัยเริ่มสังเกตว่าพรเพ็ญ เด็กรับใช้ในบ้านที่เขาเคยเห็นนั้นเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม จากผู้หญิงอมทุกข์ที่ไม่กล้ามองหน้าใครตรงๆ แถมยังขี้อายและน่าสงสาร กลายเป็นผู้หญิงสาวสวยปราดเปรียว แคล่วคล่องว่องไว ดูทะมัดทะแมง แถมฝีปากยังคมกริบ และกลายเป็นคนไม่ยอมคนไปได้ แม้ว่าจะถูกแกล้งอยู่บ่อยๆ แต่ตรัยก็ไม่ถือสา แถมยังคอยดูว่าแต่ละวันเธอจะมีอะไรมาแกล้งเขาอีก จากที่เคยสงสารกลับกลายเป็นสนใจ เพราะเขาชอบผู้หญิงที่สวย ฉลาดปราดเปรียวและไม่ยอมคนอย่างนี้มานานแล้ว เพ็ญพรเองถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยชอบหน้าตรัยมาตั้งแต่แรก แต่พอได้พบบ่อยๆ และแกล้งเขาอยู่เรื่อยๆ ก็อดสงสารไม่ได้ แถมยังเห็นว่าความจริงเขาก็เป็นผู้ชายน่ารักคนหนึ่งเหมือนกัน แถมเป็นพี่ชายของเพื่อนรักอย่างสุดาด้วย ก็อดที่จะสนใจเขาอยู่ลึกๆ ไม่ได้ ซึ่งอาการของทั้งคู่นั้นหาได้รอดสายตาของอาภาพรไปไม่ อาภาพรเริ่มอาละวาดกับตรัย แต่ตรัยก็ไม่สนใจ เพราะเขาไม่ได้คิดว่าอาภาพรจะมาเป็นแม่ของลูกเขาอยู่แล้ว ที่เขาคบอาภาพรเพราะว่าสงสารและเธอก็ตามตื๊อเขามาตลอด เมื่อยังไม่มีใครน่าสนใจกว่าก็เลยคบไปก่อน และเมื่อได้รับรู้เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านศิลาแดงทั้งหมดจากป้าแจ่มและลุงเติม ทำให้เพ็ญพรในคราบของพรเพ็ญเริ่มประกาศอิสระภาพโดยการเชิญทนายประจำตระกูลคือทนายสมศักดิ์,ตรัย และสุดามาที่บ้าน เมื่อได้เวลาทนายสมศักดิ์เป็นคนประกาศว่าพรเพ็ญบรรลุนิติภาวะแล้ว และเป็นลูกสาวของเจ้าของบ้านศิลาแดงมีอำนาจในการดูแลทรัพย์สินและมรดกทุกอย่างที่เป็นของเอกสิทธิ์ นับตั้งแต่วันนี้ไปพรเพ็ญจะเป็นคนดูแลทรัพย์สินทุกอย่างของบ้านศิลาแดงเอง โดยมีทนายสมศักดิ์เป็นที่ปรึกษา สโรชา และ อาภาพร คัดค้านไม่เห็นด้วย แต่ทนายสมศักดิ์บอกว่าพรเพ็ญมีสิทธิ์ที่จะทำได้อย่างชอบธรรม สร้างความโกรธแค้นให้กับสามสาวเป็นอย่างมาก หลังจากวันนั้นเพ็ญพรก็นำเอาเอกสิทธิ์ขึ้นมาอยู่ที่บ้านใหญ่ และให้ทั้งสามสาวไปอยู่ที่บ้านหลังเล็กซึ่งเป็นสิทธิ์ของวาทินีแทน แม้ว่าทั้งสามสาวจะไม่พอใจ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะวันนี้พรเพ็ญที่พวกเธอเห็นแข็งแกร่งไม่อ่อนแอขี้แยเหมือนพรเพ็ญที่พวกเธอรู้จัก ทำให้ไม่มีใครกล้าหือกับพรเพ็ญ และเมื่อย้ายขึ้นมาอยู่บ้านใหญ่แล้ว เพ็ญพรก็สั่งให้ป้าแจ่มและลุงเติมขึ้นมาดูแลเอกสิทธิ์ ปล่อยให้วาทินี,สโรชา และอาภาพร ทำงานบ้านทั้งหมดแทน แม้ว่าไม่อยากทำและไม่พอใจในคำสั่งของเพ็ญพร แต่ทุกคนก็ต้องปฏิบัติตาม เพราะว่าเพ็ญพรเป็นคนถือเงินและบัญชีทั้งหมด แถมเพ็ญพรยังแกล้งให้ทั้งสามทำงานหนักเป็นการแก้แค้นแทนพรเพ็ญที่เคยถูกใช้ทำงานเยี่ยงข้าทาสในบ้านศิลาแดง อาภาพรซึ่งเคยมีเงินซื้อเสื้อผ้าแต่งตัวสวยๆ ก็ไม่มีเงินซื้อเสื้อผ้าแพงๆ เหมือนก่อน และต้องทำงานแลกกับเงินค่าจ้างไปวันๆ ซึ่งทำให้เพ็ญพรสะใจยิ่งนัก ตรัยได้รับทราบเรื่องราวทั้งหมด เพราะเขามาเที่ยวที่บ้านศิลาแดงและเห็นอาภาพรต้องทำงานไม่ได้เฉิดฉายเหมือนก่อน อาภาพรบอกตรัยว่าพรเพ็ญยึดอำนาจไปอย่างไม่เป็นธรรม ตรัยได้แต่พยักหน้ารับรู้ทั้งที่ในใจเขาแสนจะดีใจ เพราะว่าสาวคนที่เขาแอบชอบกลายเป็นเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้อย่างเต็มภาคภูมิ และในช่วงหลังเพ็ญพรต้อนรับเขาอย่างมิตรไม่เหมือนศัตรูเหมือนแต่ก่อน ความสัมพันธ์ของตรัยและเพ็ญพรสร้างความไม่พอใจให้กับอาภาพรเป็นอย่างมาก อาภาพรวางแผนให้เพ็ญพรเข้าใจผิดตรัยโดยโทรไปนัดตรัยให้มาพบบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะปรึกษาเมื่อตรัยมาพบเธอวานให้วาทินีเดินไปบอกเพ็ญพรว่าตรัยมาหาอาภาพรที่บ้าน เพ็ญพรเดินมาที่ห้องรับแขก อาภาพรเหลือบเห็นจึงทำเป็นกอดกับตรัยอยู่ ตรัยไม่ทันรู้ตัว เพ็ญพรโกรธกับภาพที่เธอเห็น ตรัยหันมาพบว่าเพ็ญพรกำลังทำหน้าบึ้งกับเหตุการณ์นี้อยู่ ตรัยสลัดอาภาพรออกและเดินเข้าไปปรับความเข้าใจกับเพ็ญพร แต่เพ็ญพรไม่ฟังวิ่งขึ้นห้องและล็อคประตู ตรัยวิ่งตามขึ้นไปตะโกนอธิบายแต่เพ็ญพรไล่ให้ตรัยกลับไปก่อนเพราะเธอยังไม่อยากฟังคำแก้ตัวอะไรทั้งนั้น โดยมีอาภาพรและวาทินียืนยิ้มดีใจในความสำเร็จครั้งนี้ เพ็ญพรเสียใจเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง สุดารู้เรื่องจากตรัยก็มาปรับความเข้าใจแทนพี่ชาย เพ็ญพรไม่ยอมฟัง แต่ในที่สุดสุดาบอกว่าอยากแพ้คนที่บ้านศิลาแดงหรือ เพ็ญพรจึงรวบรวมสติและทำความเข้าใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยลดความโกรธและความใจร้อนซึ่งเป็นข้อเสียของเธอ และในที่สุดเพ็ญพรก็เข้าใจว่าเป็นแผนของอาภาพรและวาทินีที่ต้องการให้เธอกับตรัยเข้าใจผิดกันตรัยมาหาเพ็ญพรที่บ้าน อาภาพรตรงเข้ามากอดคลอเคลียกับตรัยอีกเพื่อให้เพ็ญพรโมโหตรัย แต่เที่ยวนี้เพ็ญพรกลับเฉยและไม่แยแสการกระทำของอาภาพร เธอต้อนรับขับสู้ตรัยอย่างดี ตรัยพยายามเดินหนีอาภาพร แต่อาภาพรก็ตามติดอย่างกับตุ๊กแกเกาะผนังห้อง เพ็ญพรบอกตรัยว่าเธอรักเขาต่อหน้าอาภาพร ตรัยก็บอกว่าเขาก็รักเธอสุดหัวใจเหมือนกัน อาภาพรกรี๊ดลั่นบ้านเพราะทนไม่ได้กับการเป็นส่วนเกินอย่างที่เป็นอยู่ อาภาพรวิ่งขึ้นห้องไปหาวาทินีที่ไม่สามารถจะช่วยอะไรได้เลย เพ็ญพรยิ้มเยาะอย่างสะใจ มยุรีได้พบกับณัฐพงษ์ที่งานแต่งงานของบุษกรเพื่อนสนิทของเธอ ณัฐพงษ์เมื่อเห็นมยุรีก็พอใจในความสวยของเธอและเข้าไปจีบ มยุรีก็พอใจในความเป็นหนุ่มหล่อของณัฐพงษ์เหมือนกัน คืนนั้นทั้งคู่จบลงที่โรงแรม หลังจากวันนั้นมยุรีก็ตกหลุมรักณัฐพงษ์เพราะเขาเป็นคนเอาใจผู้หญิงเก่ง และอยู่ในตระกูลดี มยุรีอดหึงหวงสาวทุกคนที่เข้าใกล้ณัฐพงษ์ไม่ได้ ไม่นานณัฐพงษ์ก็เริ่มเบื่อเพราะมยุรีนั้นอายุแก่กว่าเขาหลายปี และเขาก็ไม่ได้รักมยุรีเพราะคิดว่าเธอเป็นเพียงแค่ของเล่นชิ้นหนึ่งของเขาเท่านั้นช่วงหลังสุดามักจะตามตรัยมาที่บ้านศิลาแดงเป็นประจำเพราะว่าอยากมาเจอเพ็ญพร แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้แสดงให้ใครรู้ว่าเป็นเพื่อนรักกัน ณัฐพงษ์นั้นเมื่อพบหน้าสุดาครั้งแรกก็นึกชอบ และพยายามทำตัวใกล้ชิดกับสุดา ซึ่งในช่วงแรกเพ็ญพรเตือนสุดาบอกให้ดูณัฐพงษ์ให้ดีเสียก่อน สุดาจึงพยายามให้ณัฐพงษ์ปรับปรุงตัวเสียใหม่ ซึ่งณัฐพงษ์ก็เต็มใจที่จะเปลี่ยนจากพ่อพวงมาลัย หางานทำและตั้งใจทำงานสร้างฐานะ เพราะหลังจากที่คบกับสุดาไปพักใหญ่ เขาก็รู้ตัวว่าเขาหลงรักผู้หญิงคนนี้เข้าเสียแล้ว และวันนี้ถึงวันที่เขาจะต้องสร้างฐานะเพื่ออนาคตเสียที ทำให้สุดาดีใจที่สามารถทำให้พ่อไก่แจ้กลายเป็นคนดีได้ เพ็ญพรก็ดีใจที่เพื่อนรักจะได้มีความสุขเสียที มยุรีเมื่อรู้ว่าณัฐพงษ์กำลังจีบสุดาก็เข้าไปที่บ้านศิลาแดงอาละวาดกับณัฐพงษ์ซึ่งกำลังนั่งคุยหยอกล้ออยู่กับสุดาและเพ็ญพร เธอตรงเข้าตบสุดาอย่างไม่ยังมือ ณัฐพงษ์ตรงเข้ากระชากมยุรีจนกระเด็นไปติดข้างฝาพร้อมทั้งออกปากไล่มยุรีให้ออกไปจากบ้าน มยุรีตกใจแทบช็อคเพราะผู้ชายคนที่เธอรักเขาสุดชีวิตกลับไม่มีเยื่อใยกับเธอเลย มยุรีเดินน้ำตานองหน้าออกจากบ้านศิลาแดงไปอย่างคนที่พ่ายแพ้ สุดาโกรธณัฐพงษ์ที่ไม่บอกเรื่องนี้กับเธอ ณัฐพงษ์สัญญาว่าจะไม่นอกใจเธออีกตลอดชีวิตและจะดูแลสุดาให้ดีที่สุดโดยมีเพ็ญพรเป็นพยานรักครั้งนี้ทางด้านพรเพ็ญเมื่อกลับไปอยู่ที่สวนเสาวรส ก็ปลอมตัวเป็นเพ็ญพร เพราะทำตามสัญญากับเพ็ญพรที่ไม่ต้องการทำให้พ่อและตาเป็นห่วง แต่ด้วยความที่เป็นคนเรียบร้อย เธอก็ดูแลปรนนิบัติเดือนฉายและเคนเป็นอย่างดีสร้างความแปลกใจให้กับทั้งสองเป็นอย่างมาก เพราะหลังจากกลับจากกรุงเทพฯ ก็กลายเป็นคนละคน ไม่ซนแก่นเซี้ยวเหมือนเมื่อก่อน และไม่แกล้งกอล์ฟเหมือนอย่างเคยจนทำให้กอล์ฟอดสงสัยไม่ได้ว่าเธอมาไม้ไหนกันแน่ แต่ก็ยังคอยระวังตัวอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ยังติดสอยห้อยตามพรเพ็ญไปไหนมาไหนตลอด พรเพ็ญได้พบวิทวัสที่ตลาด วิทวัสปราดเข้าหาพรเพ็ญเพราะคิดว่าเป็นเพ็ญพร และหาเรื่องแกล้งเหมือนเคย โดยขับรถปาดน้ำโคลนที่เอ่อล้นอยู่ข้างทางให้กระเด็นโดนพรเพ็ญ แถมยังจอดรถลงมาเยาะเย้ย แต่เที่ยวนี้เขาผิดคาด เพราะคิดว่าพรเพ็ญจะตรงเข้ามาต่อว่าเขา เธอกลับบอกว่าไม่เป็นไร และคิดว่ามันเป็นเหตุสุดวิสัย ทำให้วิทวัสทำตัวไม่ถูก ต้องเอ่ยปากขอโทษเธอ พร้อมทั้งขอพาเธอกลับไปส่งที่สวนเสาวรส แต่กอล์ฟอดโมโหแทนพรเพ็ญไม่ได้ ก็เลยต่อว่าต่อขานวิทวัส พรเพ็ญเอ่ยปากห้ามกอล์ฟไม่ให้พูดมาก และยอมให้วิทวัสไปส่งที่สวนเสวรสโดยดี ที่นั่นวิทวัสได้พบกับเดือนฉายและเคนเป็นครั้งแรก และได้รู้จักคุยกันจนถูกคอกับเคนเป็นอย่างดีเพราะมีนิสัยนักเลงไม่กลัวคนเหมือนกัน เย็นนั้นพรเพ็ญเอ่ยปากชวนให้วิทวัสทานข้าวที่บ้าน ซึ่งแม้จะแปลกใจและคิดว่าอาจจะโดนสาวเจ้าแกล้งเหมือนเคย แต่ก็อยากลองดูว่าเธอจะมาไม้ไหนกับเขา แต่เมื่อได้ลิ้มรสชาติฝีมือทำอาหารของพรเพ็ญเข้า เขาก็อดคิดไม่ได้ว่าความจริงผู้หญิงคนนี้ไม่ได้สวยอย่างเดียว แต่ยังมีความเป็นแม่ศรีเรือนอยู่ในตัวอย่างที่เขาต้องการเสียด้วย หลังจากวันนั้นวิทวัสก็หาทางพาพบพรเพ็ญบ่อยๆ แม้ว่าจะยังไม่ไว้ใจนักว่าเธอจะเปลี่ยนนิสัยจากสาวจอมกวนมาเป็นสาวหวานได้จริงๆ แต่ในใจลึกๆ แล้ว เขาก็รู้ว่าเขารักเธอเข้าเสียแล้ว โดยมีพัฒน์คอยสอดแนมและยุยงอยู่ตลอดให้วิทวัสตามจีบพรเพ็ญให้สำเร็จ ส่วนพรเพ็ญก็มีกอล์ฟคอยเป็นกันชนไม่ให้วิทวัสเข้าถึงตัวได้ง่าย แต่แล้ววิทวัสก็ติดสินบนกอล์ฟได้ด้วยของฝากต่างๆ จนสามารถเอากอล์ฟมาเป็นพวกของตนได้อีกคน ซึ่งช่วงหลังพรเพ็ญเองก็ไม่ปฏิเสธว่าในหัวใจของเธอก็มีชายชื่อ “วิทวัส” นั่งอยู่เต็มหัวใจเหมือนกัน เดือนฉายและเคนเฝ้ามองความรักของทั้งคู่อย่างเบาใจ เพราะวิทวัสก็เป็นชายหนุ่มที่มีความมั่นคงทั้งฐานะและความดี พอที่จะเข้ามาเป็นเขยของสวนเสาวรสได้โดยไม่ขาดตกบกพร่องเดือนฉายป่วยเพราะตรากตรำงานหนัก พรเพ็ญโทรบอกให้เพ็ญพรกลับมาเยี่ยมแม่บ้าง เพ็ญพรเมื่อรู้เรื่องก็บอกให้พรเพ็ญกลับมาที่บ้านศิลาแดงเพื่อสลับตัวกัน พรเพ็ญกลับมาเปลี่ยนตัวกับเพ็ญพรโดยมีสุดาเป็นคนช่วย เมื่อเพ็ญพรกลับมาถึงบ้านก็ตรงเข้าไปดูเดือนฉายซึ่งอาการดีขึ้นและพูดคุยกับเดือนฉายมากมายจนเดือนฉายงง เพราะคิดว่าเพ็ญพรอยู่กับเธอตลอดเวลา ทำใมถึงได้แสดงท่าทีเหมือนคนที่ไม่ได้พบกันมานาน วิทวัสมาเยี่ยมเดือนฉายที่บ้าน เมื่อพบเพ็ญพรก็คิดว่าเป็นพรเพ็ญ เขากุมมือเพ็ญพรแต่เพ็ญพรซึ่งไม่รู้ว่าพรเพ็ญนั้นบัดนี้กลายเป็นคนรักของวิทวัสแล้วจึงสบัดมือออก วิทวัสงงกับอาการที่เพ็ญพรแสดงกับเขา เพ็ญพรด่าว่าวิทวัสที่มาหาเศษหาเลยกับเธอ วิทวัสยิ่งงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีก จึงขอตัวกลับบ้าน เพ็ญพรโทรกลับไปหาพรเพ็ญที่บ้านศิลาแดงเพื่อถามเรื่องวิทวัส พรเพ็ญจึงบอกความจริงทั้งหมดและย้ำให้เพ็ญพรทำดีกับวิทวัส เพ็ญพรรับปากรุ่งขึ้นวิทวัสมาหาเพ็ญพรอีกครั้ง เที่ยวนี้เพ็ญพรทำเป็นเอาใจวิทวัสอย่างดี ทำให้วิทวัสหายโกรธและเมื่อเขาจะเข้าใกล้เพ็ญพรเธอก็กระเถิบหนีจนเขาสงสัย แต่ก็คิดว่าเพ็ญพรคงอายตามประสาผู้หญิง ส่วนพรเพ็ญกลับไปถึงบ้านศิลาแดงพร้อมกับสุดา โดยสุดาทำทีว่ามาค้างเป็นเพื่อนพรเพ็ญและต้องการป้องกันพรเพ็ญจากคนในบ้านด้วย ตรัยมาหาพรเพ็ญเพราะคิดว่าเป็นเพ็ญพร เที่ยวนี้พรเพ็ญกลับเรียบร้อยน่ารักเหมือนกับที่เขาเคยพบครั้งแรก เธอต้อนรับเขาอย่างดีคอยปรนนิบัติเหมือนเมื่อก่อนจนตรัยเองก็งงเพราะพรเพ็ญช่วงหลังที่เขารู้จักเป็นคนคล่องแคล่วว่องไว พูดจาห้วนๆ แต่ก็ฉลาดทันคน ตรัยคิดว่าพรเพ็ญคงอยากเปลี่ยนเป็นสาวหวานบ้าง แต่ก็อดพูดกับสุดาไม่ได้ว่าพรเพ็ญเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมเมื่อเดือนฉายหายป่วย เพ็ญพรจึงโทรหาสุดาและพรเพ็ญเพื่อเปลี่ยนตัวกันอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้เกือบพลาดเพราะอาภาพรมาเห็นเข้าพอดี จึงเดินตรงเข้ามาหา สุดาเข้าขวางพรเพ็ญจึงหลบไปขึ้นรถสุดาที่จอดอยู่ทัน เพ็ญพรเข้าปะทะคารมกับอาภาพรเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ สุดารีบขึ้นรถขับออกไปก่อนที่ความลับทั้งหมดจะแตก ที่ไร่ของวิทวัสเกิดมีโรคระบาดทำให้วัวและสัตว์เลี้ยงในไร่ของเขาล้มป่วย วิทวัสวุ่น นักแสดง วีรภาพ สุภาพไพบูลย์ รับบท ตรัยธนพล นิ่มทัยสุข รับบท วิทวัสนิโคล กิตติวัฒน์ รับบท เพ็ญพร (เพ็ญ) คามิลล่า กิตติวัฒน์ รับบท พรเพ็ญ ปิยะธิดา ชิตอรุณ รับบท สุดา กันตา ดานาว รับบท เดือนฉายณหทัย พิจิตรา รับบท สโรชาชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล รับบท อาภาพร เอกสิทธิ์ รับบทโดย ไพโรจน์ สังวริบุตร

รู้จัก ผกก. มะเดี่ยว ผู้เคยคว้ารางวัล จาก รักแห่งสยาม ก่อนไป Bioscope Awards 2014
Bioscope Awards /  Bioscope Awards 2014 / 

ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว สำหรับงานมอบรางวัล Bioscope Awards 2014 ที่มอบให้แก่หนังไทยยอดเยี่ยมประจำปีที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนี้ สินจัย เปล่งพานิช นักแสดงคุณภาพ จะมาเผยประสบการณ์ ที่เคยได้ร่วมงานกับ ผู้กำกับ มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ผู้ที่พาหนังที่สะเทือนวงการภาพยนตร์ไทยอย่าง รักแห่งสยาม ในปี 2550 ซึ่งภาพยนตร์ รักแห่งสยาม ได้รางวัล ไบโอสโคป อวอร์ด สาขา "หนังไทยแห่งปี" (ร่วมรุ่นกับ มะหมาสี่ขาครับ, ไฟนอลสกอร์, แสงศตวรรษ) และ มะเดี่ยวเอง ก็เคยได้รางวัลสาขา "หน้าใหม่น่าจับตา" ตอนที่ทำหนังนักศึกษา ลี้ เมื่อปี 2546 อีกด้วย เตรียมพบการกลับมาของ Bioscope Awards 2014 งานมอบรางวัลหนังไทยประจำปี ซึ่งไปมอบรางวัลที่งาน เทศกาลหนังเมืองแคน มหาวิทยาลัยขอนแก่น วันที่ 18 ม.ค. 2558 -------------------------

ไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ คว้ารางวัล Japan Tourism Award in Thailand 2014
Thai AirAsia X /  รางวัล / 

ไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ คว้ารางวัล Japan Tourism Award in Thailand 2014 เมื่อเร็วๆ นี้ สายการบินไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ เข้ารับรางวัล Japan Tourism Award in Thailand 2014 จากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) สำนักงานกรุงเทพฯ โดยรางวัลนี้มอบให้กับหน่วยงานและบุคคลในประเทศไทยที่มีส่วนร่วมในการสนับสนุนการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นตลอดปี 2557 ที่ผ่านมา ไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ เป็นสายการบินราคาประหยัดแห่งแรกที่ให้บริการเส้นทางบินระยะไกล โดยเริ่มให้บริการบินตรงในเส้นทาง กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) สู่ นาริตะ (โตเกียว) และคันไซ (โอซาก้า) ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2557 ตลอด 4 เดือนของการให้บริการ สายการบินฯ ขนส่งผู้โดยสารไปแล้วกว่า 120,000 คนในเส้นทางระหว่างไทยและญี่ปุ่น ทั้งนี้ในปี 2557 นักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปญี่ปุ่นถึง 657,600 คน นับเป็นตัวเลขที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพิ่มขึ้นถึง 45% เมื่อเทียบกับปี 2556 ซึ่งมีนักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปญี่ปุ่น 453,642 คน นายนัดดา บุรณศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ (ที่สามจากซ้าย) และนายนิรุธ ศรีพวาทกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ สายการบินไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ (ที่ 4 จากซ้าย) เป็นตัวแทนรับมอบรางวัล Japan Tourism Award in Thailand 2014 จาก ฯพณฯนาย ชิเกะคะสุ ซะโต เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย (ที่ 2 จากซ้าย) และ นายอิโต คะซุฮิโระ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น ที่บ้านพักเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยข้อมูลเบื้องต้นสายการบินไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ ข้อมูลเบื้องต้นสายการบินไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ ไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ เป็นสายการบินราคาประหยัดที่ให้บริการเส้นทางการบินระยะไกลสายการบินแรกของประเทศไทย โดยในปี 2557 สายการบินจะให้บริการเที่ยวบินตรงจากท่าอากาศยานดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยัง กรุงโซล(ท่าอากาศยานอินชอน) กรุงโตเกียว(ท่าอากาศยานนาริตะ) และโอซาก้า(ท่าอากาศยานคันไซ) ไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์จะทำการบินด้วย แอร์บัส เอ330-300 จำนวน 2 ลำ ซึ่งจัดที่นั่ง 377 ที่นั่ง แบ่งเป็นชั้นธุรกิจ 12 ที่นั่งและชั้นประหยัด 365 ที่นั่ง และเช่นเดียวกับสายการบินในเครือแอร์เอเชีย ไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ มุ่งมั่นจะเป็นผู้นำด้านสายการบินราคาประหยัดให้บริการเส้นทางการบินระยะไกลทั้งในระดับประเทศและในระดับโลกเพื่อสร้างโครงข่ายการบินที่ครอบคลุมผ่านฐานการบินโครงข่ายการบินของแอร์เอเชียในเมืองต่างๆ ทั่วภูมิภาค

อุ๊ตะ! ซาร่า เปิดเสื้อโชว์เต้าไซส์บิ๊ก
ซาร่า มาลากุล /  ซาร่า โชว์เต้า / 

พูดเลยว่าดีกรีความเซ็กซี่เร่าร้อนไม่มีตก! สำหรับนางแบบสาว ซาร่า มาลากุล ที่มักจะขยันโชว์ภาพสุดสยิวของตัวเองผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว ล่าสุดเธอได้โพสต์รูปถ่ายแฟชั่นเปิดเสื้อให้เห็นอึ๋มไซส์บิ๊กบึ้ม!!! เรียกว่าหนุ่มๆ ดูกันเพลิน! ส่วนใครอยากเป็นเจ้าของแฟชั่นสุดเซ็กซี่เซ็ตนี้ รีบเลยจ้า...!!! ขอบคุณภาพประกอบจากIG : saramalakul ซาร่า มาลากุล ซาร่า มาลากุล ซาร่า มาลากุล ซาร่า มาลากุล ซาร่า มาลากุล

แก๊งโจ๋โหด ชักปืนยิงแม่อริดับ หลังเข้าไหว้อ้อนสอนขอชีวิตลูก
กรณัฐ เรนโสภา /  ข่าวจังหวัดนครปฐม / 

ตำรวจนครชัยศรี เร่งล่าแก๊งวัยรุ่นสุดโหดบุกปาระเบิดปิงปองใส่ร้านก๋วยเตี๋ยวอรินับ 10ครั้ง ก่อนควักปืนยิงผู้เป็นแม่เสียชีวิต หลังได้เข้าไปไหว้อ้อนวอนขออย่ายิงลูก รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 24 ม.ค. 58 ได้เกิดเหตุมีกลุ่มคนร้ายก่อเหตุอุกอาจบุกปาระเบิดปิงปองใส่ร้ายก๋วยเตี๋ยวแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่บริเวณริมถนนสายท่านา-นครชัยศรี ต.บางกระเบา อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม 3รอบ ก่อนจะชักยิงนางกรณัฐ หรือเจ้นัด ปุเรนโสภา อายุ 39 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมาหลังทดพิษบาดแผลไม่ไหว ทั้งนี้จากการสอบสวนนายเอ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี ลูกชายของผู้ตายได้ความว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีกลุ่มวัยรุ่นซึ่งเป็นอริของตน นำโดยนายพรศักดิ์ หรือบีม พร้อมพวกได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาที่หน้าร้าน 3 รอบก่อนจะปาระเบิดปิงปองใส่ 3 ครั้งอย่างเมามันไม่หวั่นเกรงกฎหมาย จนลูกค้าแตกตื่นวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น จากนั้นในเวลา 21.30 น. ซึ่งเป็นเวลาเก็บร้าน นายบีมและพวกก็วนมาที่ร้านอีกครั้งคราวนี้ 1 ในกลุ่มดังกล่าวได้ควักปืนยิงเข้าใส่ตน และน้องที่เก็บร้านอยู่ ทำให้นางกรณัฐ ซึ่งเป็นแม่เห็นเหตุการณ์เข้า จึงเดินเข้าไปยกมือไหว้อ้อนวอนขออย่ายิงลูกชาย แต่ไม่เป็นผลมือปืนคนดังกล่าวกลับหันกระบอกปืนยิงใส่แม่ตนจนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว ขณะที่ผกก.สภ.นครชัยศรี พ.ต.อ.ธีรเดช อธิภัคกุล ได้ทราบเรื่องแล้ว เตรียมจะขออนุมัติศาลออกหมายจับกลุ่มผู้ก่อเหตุ ซึ่งคาดว่ามีประมาณ 20คนมาดำเนินคดี เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนับว่าสะเทือนขวัญและท้าทายกฎหมาายเป็นอย่างมาก ภาพจาก ข่าวสด MThai News

ทายาทป๋องแป๋ง (2521)
หนังไทย

หนังตลก...แนวตลาด...แต่ตลุยแหลก * สมบัติ เมทะนี, ปิยะมาศ โมนยะกุล, นิรุตต์ ศิริจรรยา, ทาริกา ธิดาทิตย์ : นําแสดง * ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2015/01/2521-vcd.html

คนคุ้นเคย : Radio Garden [Official MV]
คนคุ้นเคย /  Radio Garden / 

อัปโหลดเมื่อ 23 ธ.ค. 2011 ดาวน์โหลดเพลงนี้ที่ *3366921 โทรออก iTunes : http://bit.ly/1bCTfM8 Deezer : http://www.deezer.com/en/album/6805961 ติดตามคลิป และข่าว Radio Garden เพิ่มเติมที่ http://www.facebook.com/monomusic และ http://www.facebook.com/radiogardenband ติดต่องานโชว์และคอนเสิร์ตศิลปินค่าย Mono Music ที่คุณรัฐ โทร. 081-6599047 ผู้กำกับ Music Video : ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล Executive producer : รัชพล จิตพึงธรรม Music-lyrics Direction : รัชพล จิตพึงธรรม Lyrics : Greennus Produced by : รามจิตติ หงสกุล Arrange : Radio Garden / รามจิตติ หงสกุล Chorus : สกานต์ เอี่ยมสอาด Guitar : กิตติศักดิ์ พลสิทธิพัฒน์ Bass : ศรัณย์ จิรศรัณย์พร Drum : อานนท์ นพประไพ Photographer : เกรียงไกร ไชยไพบูลย์วงศ์ Art Director : ประวิทย์ เจนสุขุม Creative : พชระ เพียรโป้ย Stylist : ดวงกมล สุธรรมพิทักษ์ เนื้อเพลง ถ่านไฟที่ยังอุ่นๆ กับคนคุ้นเคยคนเก่า แค่อยากเธอให้ห่างเอาไว้ ไม่อยากทรมานอยู่ในจินตนาการ สมมุติฐานเหตุการณ์เรื่องเธอกับเขา คนรักของเธอคนเก่า ที่เขาไม่ยอมจากไปเสียที มันไม่มีอะไรเธอบอกให้ฉันไว้ใจ แต่ความคิดข้างในมันยังฟุ้งซ่าน ก็รู้ว่ามันไม่แฟร์ แต่ฉันก็ขอแสดงความต้องการ ไม่อยากให้เธอไปเจอเขา. ไม่อยากให้เรา จะต้องมีใครเข้ามาทำให้เดือดร้อนใจ ถ่านไฟที่ยังอุ่นๆ กับคนคุ้นเคยคนเก่า แค่อยากให้เธอห่างเอาไว้ ได้โปรดอย่าไปหาเขาเลย อยากเป็นคนใจดีที่มีจิตใจกว้างพอ แต่มันก็ท้อทุกครั้งที่เกิดคำถาม ในหัวมันมีแต่ภาพ เมื่อตอนที่เขากับเธอรักกัน แค่คิดว่าเธอกับเขา ตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่ แค่นั้นฉันก็ปวดร้าว อยากให้เธอรู้. อยากให้เธอรู้ ไม่อยากให้เธอไปเจอเขา และทำเหมือนเคย เดี๋ยวมีอะไรที่เกินเลยให้ต้องเสียใจ ก็ฉันไม่ใด้ระแวงแค่เพียงต้องการระวัง ให้เธอช่วยฉันหน่อยได้ไหม ได้โปรดอย่าไปหาเขาเลย

มาร์โค เมาเร่อ พี่ชาย มาริโอ้ เมาเร่อ ซิ่งแหกด่านตำรวจตรวจพบฉี่สีม่วง
มาร์โค เมาเร่อ /  กัญชา / 

 00.15 น. วันที่ 15 มกราคม บริเวณหน้าศูนย์ดับเพลิงเทศบาลตำบลบางทราย อ.เมือง จ.ชลบุรี โดยมีตำรวจขับรถสายตรวจติดตามอย่างกระชั้นชิด เมื่อรถติดตำรวจจึงได้จู่โจมเข้าจับกุมตัวผู้ขับรถยนต์ไว้ได้ ทราบชื่อต่อมาคือ นายณัฐพล ธรรมจักรกุล หรือ มาร์โค เมาเร่อ อายุ 30 ปี นายมาร์โค ให้การว่าตนเองนั้นมาร้องเพลงที่ศรีราชา และกำลังจะเดินทางกลับ แต่มาพบด่านตำรวจไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร จึงได้โทรศัพท์หาเพื่อน ซึ่งเพื่อนก็ได้ยุให้แหกด่าน ตนจึงตัดสินใจขับรถแหกด่านในที่สุด CREDIT: www.matichon.co.th

ไมค์ เคลียร์ชัด! ภาพหลุดคู่สาวญี่ปุ่น
ไมค์ พิรัชต์ /  ไมค์ สาวญี่ปุ่น / 

งานเข้าอีกแล้ววว..วว!! สำหรับนักร้องหนุ่ม ไมค์ พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล เจ้าของฉายา คุณพ่อจนมุมซุ่มกิน หลังกระแสข่าวลือว่ากำลังคั่วอยู่กับดีเจสาวญี่ปุ่น หลังเข้าไปทำความรู้จักและแลกไลน์คุยกันได้ไม่กี่วัน แถมงานนี้ยังถูกปาปารัสซี่แชะรูปความสนิทสนมของทั้งคู่ในผับชื่อดังย่านทองหล่อเป็นหลักฐานอีกด้วย แต่ล่าสุด หนุ่มไมค์ ก็รีบออกมาเคลียร์ข่าวเม้าท์มอยด้วยการโพสต์ภาพและข้อความลงอินสตราแกรมก่อนที่จะลบทิ้งไป ซึ่งข้อความระบุมาว่า "ชี้แจงเรื่องข่าวที่เพิ่งลงเมื่อสักครู่ก่อนที่จะมึนงงกันไปมากกว่านี้นะครับแล้วก็จะลบออก คือไปทำงานครับงานเสร็จก็อยู่ after party ต่อนิดหน่อย คงไม่ใส่ coat หน้าผมจัดเต็มไปเที่ยวนะครับ 555 แล้วก็มีการแลกไลน์ครับ คืนนั้นหลายคนเลยละทั้งชายและหญิง(ตามภาพกลุ่มข้างบน) มีเจ้าของร้านมีดีเจมี producer และทีมงานอื่นๆ และได้มีการคุยงานตามข้างต้นจริงครับซึ่ง chat มีเยอะกว่านี้แต่ต้องขอสงวนไว้เป็นความลับทางด้านงานนะครับไม่อาจเอ่ยได้ ส่วนที่บอกไปหลบมุมนั้นจะบอกว่าในรูปน่ะ บนเวทีเลยครับ และสาบานให้ตายเลยก็ได้ครับว่าวันนั้นไม่ได้ไปต่อ กลับบ้านไปคนเดียว ไม่สิ ถ้ากับคนขับรถต้อง2คนสินะ อิอิ ยังไงก็นั่นละครัช มองมุมดีๆกันบ้างก็ได้นะครัช "สิ่งที่คุณเห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่มันเป็นเสมอไป" สุดท้ายนี้จะบอกว่าร้าน Luxor ของพี่ชายสุดหล่อคนนี้>>> @oat_insawang เปิดเพลงมันส์มากๆเลย dance กระจาย #ขอโทษทุกคนด้วยนะครับที่สร้างเรื่องอีกละ :-) ฝันดีครับผม" พอเห็น หนุ่มไมค์ ออกโรงเคลียร์แบบชัดๆ อย่างนี้ จบข่าวนะคะ...ขาเม้าท์ทั้งหลาย!! ขอบคุณภาพประกอบจาก IG : m1keangelo ภาพในIG ของ ไมค์ พิรัชต์ ข้อความในไอจีของ ไมค์ พิรัชต์ ภาพในIG ของ ไมค์ พิรัชต์ ไมค์ พิรัชต์ ไมค์ พิรัชต์

เจ้าสัวบุญชัย เครียด! ลั่นเอาเรื่องคนปลอมไลน์ ตั๊ก ถึงที่สุด!!
ตั๊ก บงกช /  เจ้าสัวบุญชัย เบญจรงคกุล / 

เมื่อช่วงบ่ายวันนี้(17 ม.ค.) เจ้าสัวบุญชัย เบญจรงคกุล ได้มอบอำนาจให้ นายอภิวัฒน์ รัตนนาคินทร์ เป็นตัวแทนเข้าพบพนักงานสอบสวน พ.ต.ทโชติพัฒน์ สิทธิ์พิทักษ์ชัย ร้อยเวรสอบสวน สน.คันนายาว เพื่อแจ้งความในข้อหาความผิดพรบ.คอมพิวเตอร์และหมิ่นประมาท เอาผิดกับคนปลอมไลน์ที่ใช้ชื่อโปรไฟล์(ไอดี)อ้างเป็นดาราสาว ตั๊ก บงกช โดย นายอภิวัฒน์ รัตนนาคินทร์ ยืนยันว่าไลน์ดังกล่าวนั้นเป็นของปลอม!! แต่ไม่ขอระบุว่าเป็นบุคคลกลุ่มใด เชื่ออีกฝ่ายจงใจดิสเครดิต เจ้าสัวบุญชัย เปรยจะมีการดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ส่วนตอนนี้ทาง เจ้าสัวบุญชัย รู้สึกเครียดกับข่าวนี้มาก เล็งฟ้องสื่อที่ได้มีการเผยแพร่ข้อความเท็จดังกล่าว พร้อมยืนยันด้วยว่าขาเตียงของ เจ้าสัวบุญชัย กับสาว ตั๊ก บงกช ภรรยานั้นยังแข็งแรงดีนั่นเอง.... นายอภิวัฒน์ รัตนนาคินทร์ ตัวแทน เจ้าสัวบุญชัย นายอภิวัฒน์ รัตนนาคินทร์ ตัวแทน เจ้าสัวบุญชัย นายอภิวัฒน์ รัตนนาคินทร์ ตัวแทน เจ้าสัวบุญชัย ตั๊ก - เจ้าสัวบุญชัย ตั๊ก - เจ้าสัวบุญชัย ตั๊ก - เจ้าสัวบุญชัย ตั๊ก - เจ้าสัวบุญชัย ขอบคุณภาพจาก IG : @takbongkod

การท่าเรือ นอนยันยอมตกชั้น ยังไงก็ไม่จ่ายเงิน คริสเทน
การท่าเรือ เอฟซี /  ทีพีแอล / 

ความเคลื่อนไหวหลังจาก นายนรินทร์พงศ์ จินาภักดิ์ ประธานฝ่ายกฏหมายสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย บิ๊กเปี๊ยก องอาจ ก่อสินค้า ประธานบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด ได้เรียกบอร์ดบริหารสิงห์ท่าเรือ (บริหารเก่า) และ การท่าเรือ เอฟซี (บริหารใหม่) เข้าไปเคลียร์กรณีค้างค่าจ้าง มาธีอัส คริสเทน จำนวน 4.2 ล้านบาท ซึ่งทางทีพีแอล ได้สั่งให้กันเงินค่าสิทธิประโยชน์ของ การท่าเรือ เอฟซี ในงวดแรกฤดูกาล 2015 ไว้จ่ายให้นักเตะ โดยทีพีแอล ตั้งเดดไลน์ 48 ชั่วโมงให้บอร์ดทั้ง 2 ทีมไปคุยและทางออกกันเอง หาก การท่าเรือ เอฟซี ไม่ยอมจ่ายเงินดังกล่าว อาจจะตัดให้ไทยลีก เหลือแข่ง 17 ทีม หรือหาทีมจากยามาฮ่า ลีกวัน ขึ้นมาแทน ซึ่งทีมที่มาแทนต้องรับภาระจ่ายเงินให้แก่สมาคม ล่าสุดช่วงค่ำวันที่ 22 ม.ค.58 ทาง การท่าเรือ เอฟซี (บริหารใหม่) มีการจัดประชุมกันภายใน โดยหลังการประชุม หมูท่าเรือ หรือ มงคล สันติกุล ประธานเชียร์สิงห์เจ้าท่า ที่เข้าร่วมประชุมด้วย เปิดเผยว่า ทางสโมสรยืนยันจะไม่จ่ายเงินดังกล่าวแทนใครอย่างแน่นอน และหากถูกปรับตกชั้นจริงก็พร้อมจะลงไปสู้ใหม่ในระดับลีกวัน โดยมั่นใจว่าจะใช้เวลาเพียง 1 ปีในการเลื่อนชั้นกลับขึ้นมาสู่ไทยลีก พร้อมกับแสดงความเห็นว่าอยากให้ทาง สิงห์ท่าเรือ กับ การท่าเรือ เอฟซี เปิดใจพูดคุย และร่วมมือกันให้ผ่านปัญหานี้ไปได้

NUVO นูโว!! คอนเสิร์ตใหญ่ที่มีแต่คนตั้งตารอ!!
Nuvo /  NUVO LOVE STORY CONCERT / 

เตรียมพบกับงานแถลงข่าวอย่างเป็นทางการกับ “นูโว เลิฟ สตอรี่ คอนเสิร์ต” คอนเสิร์ตใหญ่ ที่หลายคนรอคอย ในวันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา 16.00 น. สถานที่ ชั้น 12 ตึก United Center พร้อมแล้วที่สร้างปรากฏการณ์คอนเสิร์ตที่ จัดกี่ครั้งบัตรก็ขายหมดทุกครั้ง ครั้งนี้ขนเพลงทั้งหน้าเอและหน้าบีมาเพียบ เร็วๆนี้ จะได้เห็น หนังสั้น นูโว โดยฝีมือการกํากับของ ผู้กํากับและนักแสดงคนเก่ง อย่าง โดนัท มนัสนันท์ อีกด้วย...... อดใจรออีกนิด ครั้งนี้คงถูกใจ ไม่นานเกินรอ 6 หนุ่มนูโว จิรายุส วรรธนะสิน (โจ) กีต้าร์ / ร้องนํา, สหรัถ สังคปรีชา (ก้อง) กีต้าร์ / ร้องนํา, นรศักดิ์ รัตนเวโรจน์ (จอห์น) คีย์บอร์ด ,ซินทิไซเซอร์ / ร้องนํา, ปีเตอร์ แอนโทนี่ แฮมมอนด์ (เต๋อ) คีย์บอร์ด /สุรชัย สุนทรธาดากุล (สุ) เบส / และ ชยุต บุรกรรมโกวิท (ใหม่) กลอง เพราะอีกไม่นานพวกเขากําลังจะมีคอนเสิร์ตครั้งยิ่งใหญ่ภายใต้ชื่อ นูโว เลิฟ สตอรี่ (NUVO LOVE STORY) คอนเสิร์ตที่ นูโว จะขนเพลงฮิตมาร่วมร้องกันให้ลั่นสนั่นฮอลล์ให้หายคิดถึงกันเพราะในทุกช่วงชีวิตจะมีเพลง ๆ หนึ่งที่อยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเราและะในความทรงจํา “เพลงรัก” จะอยู่คู่เราเสมอ นูโว เลิฟ สตอรี่ คอนเสิร์ต (NUVO LOVE STORY CONCERT) จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 7 มีนาคม 2558 ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี เวลา 15.00 น. เปิดจองบัตรแล้ววันนี้ที่ THAITICKETMAJOR ทุกสาขา โทร.0-2262-3456 บัตรราคา 4,000 / 3,000 / 2,500 / 1,500 และ 1,000 บาท เตรียมมันส์กันให้...สุดๆไปเลย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

คุมตัวสุรพงษ์แถวเมืองทอง หลังไม่เข้ารายงานตัว คสช.
คสช. /  จาตุรนต์ ฉายแสง / 

คุมตัวสุรพงษ์แถวเมืองทอง หลังไม่เข้ารายงานตัว คสช. พร้อมเรียกจาตุรนต์-ณัฐวุฒิ ปรับทัศนะคติเพิ่ม รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย(กกล.รส.) กองทัพภาคที่ 1 ได้เข้าคุมตัวนายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศแล้วที่เมืองทองธานี ภายหลังไม่เข้ารายงานตัวตามคำสั่ง คสช. จากกรณีมีการแสดงความเห็นทางการเมืองเป็นไปในเชิงยั่วยุ พร้อมกันนี้ คสช. ได้มีคำสั่งเพิ่มเติมให้นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ และแกนนำพรรคเพื่อไทย และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำคนเสื้อแดง และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้ารายงานหารือภายในกองทัพภาคที่ 1 ในวันนี้ (29 ม.ค.) และพรุ่งนี้ 30ม.ค. ตามลำดับด้วย เพื่อทำความเข้าใจและขอร้องเรื่องการแสดงความคิดเห็นไม่ให้เป็นไปในเชิงการสร้างความแตกแยก ภายหลังมีการโพสต์ข้อความแสดงความเห็นถึงเรื่องถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผ่านทางเฟซบุ๊ก MThai news

นิชคุณ รีเทิร์นหนังไทยอีกครั้ง กับ แตะขอบฟ้า ฉลุย 2015 หนังร่วมทุนไทย-เกาหลี
ซีเจ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ /  ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม / 

ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม ผนึก ซีเจ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ยักษ์ใหญ่เกาหลี ทุ่มงบกว่า 60 ล้านบาท ผุดโปรเจคใหญ่สร้างหนังเรื่องใหม่ แตะขอบฟ้า ฉลุย 2015 เอาใจวัยโจ๋ ตามความฝัน มั่นใจโกยรายได้กว่า 100 ล้านบาท เตรียมวาดแผนขยายตลาดหนังไทยลุยต่างประเทศร่วมกัน คุณ สง่า ฉัตรชัยรุ่งเรือง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม จำกัด ผู้ผลิตภาพยนตร์ไทยเรื่อง ตุ๊กแกรักแป้งมาก และล่าสุด  ซิงเกิลเลดี้ เพราะเคยมีแฟน เปิดเผยว่า "บริษัท ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม ได้ร่วมทุนกับบริษัท ซีเจ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ซึ่งดำเนินธุรกิจด้านเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ครบวงจรยักษ์ใหญ่ของประเทศเกาหลี ในการร่วมทุนครั้งนี้ได้เริ่มโปรเจคแรกด้วยการสร้างภาพยนตร์คอมเมดี้ เรื่อง แตะขอบฟ้า ฉลุย 2015 โดยได้นักแสดงวัยรุ่นวัยมันส์  นิกกี้ ณฉัตร จันทพันธ์, เจสซี่ เมฆ เมฆวัฒนา แสดงนำ และยังมีนักร้องชื่อดังอย่าง นิชคุณ หรเวชกุล แห่งวงทูพีเอ็ม ร่วมแสดงด้วย โดยมี  หนึ่ง สุชาติ มัฆวิมาลย์ รับหน้าที่กำกับ ภายใต้การดูแลของ  ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม โดยมีผม และ อังเคิล อดิเรก วัฏลีลา ร่วมเป็นโปรดิวเซอร์"   นิกกี้ ณฉัตร จันทพันธ์ และ เจสซี่ เมฆ เมฆวัฒนา แตะขอบฟ้า ฉลุย 2015 พูดถึงเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจให้หลายๆคน กับการตามความฝันของเด็กไทยในต่างประเทศ โดยได้ถ่ายทำในประเทศเกาหลีเป็นหลัก รับรองว่าสนุกสนาน และจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีโดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นช่วงอายุ 15-23 ปี ด้วยเนื้อเรื่องที่ตลก สนุกสนาน และ  โปรดักส์ชั่นที่มีคุณภาพระดับมืออาชีพ สำหรับโปรเจคครั้งนี้คาดว่าจะใช้งบประมาณกว่า 60 ล้านบาท เตรียมที่จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ประมาณเดือนเมษายน 2558 และคาดว่าจะสร้างรายได้กว่า 100 ล้านบาท นิชคุณ หรเวชกุล การร่วมทุนครั้งนี้ต้องยอมรับว่าในช่วงครึ่งปีหลังภาพรวมของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ส่งผลกระทบให้ภาพรวมตลาดค่อนข้างชะลอตัว ด้วยปัจจัยดังกล่าวบริษัทจึงเกิดแนวคิดที่ต้องการผลิตภาพยนตร์ไทยที่มีคุณภาพ โดดเด่นในเรื่องของโปรดักส์ชั่น สเกลหนังที่มีความโดดเด่นของตัวเอง และที่สำคัญต้องแตกต่างจากละครในโทรทัศน์ หรือซีรี่ส์ทั่วไป เพื่อดึงดูดความน่าสนใจให้ผู้บริโภคในการชมภาพยนตร์ และได้รับความคุ้มค่ากับค่าตั๋วที่เสียไป ดังนั้นบริษัทต้องมองหาพาร์ทเนอร์ต่างประเทศที่มีศักยภาพ และแนวทางไปในทิศทางเดียวกัน จึงเกิดการร่วมทุนกับบริษัท   ซีเจ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ที่ดำเนินธุรกิจด้านเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ แบบครบวงจร ทั้งการสร้างภาพยนตร์ และให้บริการธุรกิจโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศเกาหลี และต่างประเทศ อาทิ จีน ญี่ปุ่น เวียดนาม พม่า อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ อเมริกา เป็นต้น หนังชุดฉลุย ได้แก่ ฉลุย, ฉลุย โครงการ 2, ฉลุยหิน คนไข่สุดขอบโลก และ วาไรตี้ผีฉลุย กำกับโดย อังเคิล อดิเรก วัฏลีลา ทั้งนี้ทางบริษัทซีเจฯ ได้ให้ความสนใจที่จะลงทุนในตลาดประเทศไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากประเทศไทยถือเป็นประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับต้นในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นตลาดที่มีการขยายตัวของธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเม้นท์เติบโตอย่างต่อเนื่อง การร่วมลงทุนครั้งนี้จึงเป็นการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย โดยดูแลภาพยนตร์ไปฉายในประเทศต่างๆที่บริษัท ซีเจฯ มีโรงภาพยนตร์ และประสานงาน อำนวยความสะดวกในการถ่ายทำภาพยนตร์ในต่างประเทศ คุณ สง่า ฉัตรชัยรุ่งเรือง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม "การร่วมทุนครั้งนี้ถือเป็นมิติใหม่ของวงการภาพยนตร์ไทยที่ได้นำมาตรฐานสากลมาเป็นตัวหลักส่งผลให้การทำงานร่วมกันของทีมงานไทยและต่างประเทศเป็นทีมเวิร์ค ผลงานที่ผลิตออกมาเป็นขั้นตอนที่ชัดเจน รวมถึงงบประมาณ โครงสร้างการแบ่งผลประโยชน์ที่มีความเป็นมาตรฐาน อีกทั้งแผนระยะยาวเตรียมที่จะสร้างภาพยนตร์เอเชียฟอร์มใหญ่ขยายสู่ตลาดทั้งในประเทศ และต่างประเทศต่อไป" คุณ สง่า กล่าวทิ้งท้าย ขาโจ๋เตรียมตัวไว้ พบการกลับมาของ นิชคุณ ครั้งใหม่ ไปกับ แตะขอบฟ้าฉลุย 2015 เร็วๆนี้ ไม่นานเกินรอ ----------------------

เอส เอฟ นำทีม เอลซ่าน้อย ส่งความสุขฉลองวันเด็ก กับ Frozen (Sing-a-long)
Frozen /  Frozen (Sing-A-Long) / 

เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า โดย คุณสุวรรณี ชินเชี่ยวชาญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ คุณอรดา เกิดหงษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ จัดงานรอบพิเศษภาพยนตร์ Frozen (Sing-a-long) เพื่อเป็นการต้อนรับวันเด็กและเอาใจสาวกเจ้าหญิงเอลซ่า เนื่องในการกลับมาของภาพยนตร์แอนนิเมชั่นฟอร์มยักษ์สุดประทับใจ Frozen พร้อมชมโชว์สุดพิเศษจาก World Star Academy โดยมีเหล่าเซเลบริตี้และครอบครัวให้ความสนใจเข้าร่วมงาน อาทิ เปิ้ล รวิวัลย์ ชุณหะวัต ทานาก้า, โน้ต ณัฐกานต์ ประสพสายพรกุล, บัว ปัทมน อดิเรกสาร และอีกมากมาย ณ โรงภาพยนตร์ เวิลด์ แฮปปิเนส สกรีน เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อเร็วๆ นี้ บรรยากาศภายในงานคึกคักด้วยเหล่าเซเลบริตี้และครอบครัวนำทีมลูกๆ ที่จัดเต็มแต่งตัวเป็นเจ้าหญิงเอลซ่า และ อันนา ตัวละครสุดฮิตจากแอนนิเมชั่นเรื่องดัง Frozen มาประชันกันอย่างน่ารักเต็มพื้นที่งาน ความสนุกเริ่มต้นขึ้นโดยการดำเนินรายการของ แพท พัสสน ศรินทุ และ น้องเบลล่า ทายาทของพิธีกรสาวมั่น หนิง ศรัยฉัตร กุญชร ณ อยุธยา จีระแพทย์ ที่นำเหล่าเอลซ่าน้อย อันนาน้อย มาแสดงความสามารถกันอย่างสนุกสนาน พร้อมนำเข้าสู่โชว์สุดพิเศษของเด็กๆ ในเพลง Let it Go และ Do You Want To Build A Snowman ที่สร้างสรรค์โดย แพม ลิตา ตะเวทิกุล ครูสาวคนสวยแห่ง World Star Academy ก่อนจะนำเหล่าเซเลบริตี้และบรรดาเจ้าหญิงเจ้าชายตัวน้อยเข้าชมภาพยนตร์ในโรง เวิลด์ แฮปปิเนส สกรีน ณ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งเป็นโรงพิเศษที่ทาง เอส เอฟ สร้างสรรค์มาเพื่อรองรับลูกค้าและครอบครัวพร้อมเด็กเล็กให้ได้ชมภาพยนตร์กันอย่างสนุกสนานโดยเฉพาะ ไปร่วมร้องเพลงกันให้สุดเสียง กับการกลับมาของเจ้าหญิงหิมะ ใน Frozen (Sing-a-long) ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์และเรื่องย่อ Frozen (Sing-a-long) ได้ที่นี่เลย ------------------------------

ตร.เร่งสอบรถหรูอีก1คดียักยอกทรัพย์สจล.จ่อหมายจับเพิ่ม
ข่าววันนี้ /  คดียักยอกทรัพย์ / 

ตำรวจ เร่งสอบรถหรู 2 คัน ล่าสุดในคดียักยอกทรัพย์ สจล. ชัดเป็นรถ 'กิตติศักดิ์ ขณะจ่อยึดรถหรู อีก 1 คัน ของภาดา เร่งหาความเชื่อมโยง-จ่อหมายจับเพิ่ม พ.ต.ท.ต่อวงศ์ พิทักษ์โกศล สารวัตรกองกำกับการ 1 กองปราบปราม เปิดเผยถึงความคืบหน้า หลังเมื่อคืนที่ผ่านมา เข้าตรวจยึดรถหรู จำนวน 2 คันที่เกี่ยวข้องกับคดียักยอกเงินคงคลังสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หรือ สจล.  ในบ้านพักย่านลาดพร้าว ว่า กรณีรถทั้ง 2 คัน ที่เจ้าหน้าที่ทำการตรวจยึดมานั้น มีความชัดเจนว่าเป็นรถของ นายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด ที่ใช้เงินจากการยักยอกทรัพย์สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในการซื้อและขายไปให้ นายฐิติ วรเพียรกุล อายุ 34 ปี พร้อมกันนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบรถยนต์ ยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีย์ 4 ของนายภาดา บัวขาว ผู้ต้องหาที่ถูกจับไปก่อนหน้านี้ ที่ได้นำไปฝากไว้กับบุคคลที่สาม ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทราบรายละเอียดและผู้ครอบครองแล้ว เหลือเพียงการค้นหารถว่าอยู่จุดใดเพื่อตรวจยึดนำมาตรวจสอบความเชื่อมโยงทางคดีอีกคัน ส่วน นายฐิติ ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดียักยอกทรัพย์ เมื่อปี 2552 นั้น เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี เจ้าของคดีไปแล้วตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ส่วน นายฐิติ จะมีความเกี่ยวข้องกับคดีทรัพย์ สจล. หรือไม่นั้น เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ตรวจสอบ ด้านการออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีเพิ่มเติมนั้น พ.ต.ท.ต่อวงศ์ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการ แต่คาดว่าจะมีการออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีกหากพบความเชื่อมโยง

นายกฯ สั่งเรียก
คสช. /  นายก ประยุทธ์ / 

นายกฯ สั่งเรียก"พิชัย"รายงานตัว ปมไม่แก้ปัญหาพลังงาน ลั่น เชิญตัวได้ทุกที่แม้กรณี"สุรพงษ์" ขู๋ สื่อโดนด้วยหากเสนอข่าวไม่สร้างสรรค์ เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 29 มกราคม ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่คสช.ทยอยเรียกนักการเมืองเข้ามารายงานตัวว่า ไม่ใช่เป็นการกดดัน เพียงให้มาร่วมพูดคุย หากต้องนอนค้างคืน ก็อยู่ที่ฝ่ายมั่นคงพิจารณา กรณีรายงานว่าทหารล็อกตัวนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีฯ ที่ร้านอาหารย่านเมืองทองธานีนั้น ได้มีการกำชับห้ามออกมาพูดจาก่อความเสียหาย เมื่อฝ่าฝิน ก็เรียกมาคุนเพื่อทำความเข้าใจ ไม่จำเป็นต้องมีการออกหนังสือเป็นทางการ เพราะให้ คสช.โทรติดเชิญทุกราย และการไปเชิญตัวนายสุรพงษ์ ที่ร้านอาหาร ก็ไม่ใช่สถานการณ์ผิดปกติใด เพราะสามารถเชิญตัวได้ทุกที และหากใครจะแสดงความคิดเห็นและต้องถูกเชิญมาปรับทัศนคติ ต้องดูที่ความเหมาะสม หากพูดแล้วเกิดความเสียหายถือว่าไม่สมควร โดยเเฉพาะสื่อมวลชนที่มีปัญหามาก ถามมาก ถามหรือเขียนข่าวไม่สร้างสรรค์ ไม่อธิบายรายละเอียดเรื่องต่างๆให้ชัดเจน ก็ไม่สมควร โดยเฉพาะเรื่องเขียนโจมตีท้าท้ายรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มมือ ยังกระทำเช่นเดิมอยู่อีกหรือไม่ นอกจากนี้ จะเชิญตัวนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพราะขณะดำรงตำแหน่ง ไม่แก้ปัญหาพลังงาน ทำอะไรอยู่ ซึ่งขณะนี้มีปัญหามาก จึงต้องควรมาชี้แจง รวมถึงนายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ อดีตแกนนำเสื้อแดงและ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงพาณิชย์ พร้อม เตือน นักการเมืองหรือใครที่ออกมาพูดสร้างความเสียหาย ก็จะเชิญตัวทั้งหมด ไม่ใช่เป็นการก่อกวน แต่ เพราะความรำคาญ ส่วนหากมีการเรียกไปปรับทัศนคติแล้วกลับมายังฝ่าฝืนอีก อาจมีบทลงโทษ ทั้งเรื่องห้ามออกนอกประเทศ และระงับธุรกรรมการเงิน เป็นต้น ขอบข้อมูล มติชน  MThai News