มาลากุล

สุรพงษ์โผล่สนามบิน จ่อไปฝรั่งเศสปัดนัดยิ่งลักษณ์
คสช. /  ทักษิณ ชินวัตร / 

บรรยากาศ ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นไปอย่างคึกคัก เนื่องจากวันนี้ มีไฟลท์การเดินทางไปทัวร์ยุโรปของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 23 กรกฎาคม ถึงวันที่ 10 สิงหาคม 2557 ซึ่งมีกำหนดการเดินทางออกจากประเทศไทย โดยเครื่องบินการบินไทย เที่ยวบินที่ TG930 เครื่องออกเวลา 00.05 น. โดยเมื่อเวลา 20.40 น. คณะติดตาม นางสาวยิ่งลักษณ์ ได้นำกระเป๋าเดินทางจำนวนกว่า 11 ใบ มาลำเลียงขึ้นเครื่องบิน จากนั้น นางสาวยิ่งลักษณ์ พร้อมด้วย เด็กชายศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือ น้องไปป์ บุตรชาย และเพื่อนสนิท น้องไปป์ 2 คน นางสาวปณิตา คล่องคำนวณการ หลานสาว และผู้ติดตามได้เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ขณะเดียวกัน นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า จะเดินทางไปกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในวันนี้ โดยได้ทำเรื่องขออนุญาต คสช. เป็นที่เรียบร้อยแลัว และจะเดินทางกลับ ในวันที่ 27 กรกฎาคม ทั้งนี้ ไม่ได้นัดกับ นางสาวยิ่งลักษณ์ แต่อย่างใด ด้าน นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินทางมาส่ง นางสาวยิ่งลักษณ์ โดยระบุว่า ไม่ได้เดินทางไปฝรั่งเศส ในครั้งนี้ เนื่องจากไม่ได้ขอวีซ่า และไม่ได้อนุญาต คสช. แต่อย่างใด อีกทั้ง ไม่ได้ตั้งใจจะเดินทางไปด้วยแต่อย่างใด

ชู้ทางไลน์ (Hidden Line) - ธามไท feat. กระแต อาร์สยาม
kamikaze /  Timethai / 

ดูมิวสิควีดีโอ ชู้ทางไลน์ (Hidden Line) - ธามไท feat. กระแต อาร์สยาม   ธามไท กามิกาเซ่ กลับมาชวนขยับตามจังหวะ ชู้ทางไลน์ ซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุด ที่วางแผนเซอร์ไพร์สแฟนเพลง ดึง กระแต อาร์สยาม (นิภาพร แปงอ้วน) มาร่วมฟีทเจอร์ริ่ง สร้างความลงตัว ทั้งในส่วนของการร้อง และจังหวะแดนซ์ มา ป๊ะเท่งป๊ะ ไปกับ ธามไท และ กระแต ในเพลง ชู้ทางไลน์ กันเลย เนื้อเพลง ชู้ทางไลน์ (Hidden Line) ศิลปิน : ธามไท และ กระแต อาร์สยาม เนื้อร้อง : โปสการ์ด ทำนอง/เรียบเรียง : ดอดจ์ มุขพล จันทรวงศ์ (DodgeVader) —————————————————————– A1 Kratae : ตึ๊ง..เข้ามา ว่าสถานะโสด ขอโท๊ษ..ขอโทษ แต่หนูมีแฟนแล้ว TimeThai : เออแล้วง่ะ พี่แค่มาต่อแถว เธอจะมีแฟนแล้ว ( แล้วรักแฟนเธอที่ไหน ) A2 Kratae : ตึ๊ง..เข้ามา ว่าจะชวนไปผับ เย็นๆ..มารับ อ่ะที่หน้าเมเจอร์ TimeThai : หยอดตุ๊กตา จะไปฝากเธอ ( ฝากไม่ทัน มันดันมาเจอ ) ไอ่บ้าดูเส่ะ ไอ่บ้าดูเส่ะ ก็อยู่ดีๆแฟนเธอดันมา B Kratae : มีแฟนบังหน้า ซ่อนบางคนอยู่ข้างหลัง ไว้นู้น..ไว้นี่ ฉันจะตีก้นเธอ TimeThai : เล่นไลน์ซ่อนรัก รักได้เลยถ้าเขาเผลอ ยังไงก็ค้นไม่เจอ ยังไงเขาก็ไม่เจอ TimeThai : ได้เป็นแฟนเธอ แค่ตอนออนไลน์ Kratae : เป็นโสดแฟนเผลอ แค่ตอนออนไลน์ TimeThai : อ่ะได้เป็นแฟนเธอ แค่ตอนออนไลน์ Kratae : ก็โสดแฟนเผลอ แค่ตอนออนไลน์ TimeThai : อ่ะจริงเหรอ.. Kratae : จริงคร่าาาาาา Hook TimeThai : ไหนว่าไม่คิด ไม่คิด ไม่คิดแล้วไมต้องซี๊ด Kratae : อ่ะนี่ฉันซี๊ด..ดังไปใช่ไหม TimeThai : ไหนว่าไม่รัก ไม่รัก ไม่รักหรือว่าไม่รู้ Kratae : ก็หนู๋ไม่รู้..แค่ชู้ทางไลน์ Kratae : อ่ะ เป๊ะเว่อร์ TimeThai : อ่ะ เป๊ะเว่อร์ A3 Kratae : ทุกข้อความ ที่เธอเข้ามาชม มันเหมือนสะสม อ่ะสแตมป์เซเว่น TimeThai : อยากได้ของ ก็ต้องใจเย็น แล้วต้องคอยไปเม้นต์ ( ตอนเธอกำลังหวั่นไหว ) A4 Kratae : เหงาเรื่อยเปื่อยไม่มีใครจ้องตา ขึ้นรถไฟฟ้า อ่ะที่BTS TimeThai : แอบหาทาง ต้องพาไปเซ็ท ( แอบนัดกัน จะไปฟิตเนส ) ไอ่บ้าดูเส่ะ ไอ่บ้าดูเส่ะ จังหวะอย่างงี้แฟนเราดันมา ( B , Hook , Solo , Hook ) Hook (End) TimeThai : ไหนว่าไม่คิด ไม่คิด ไม่คิดแล้วไมต้องซี๊ด Kratae : อ่ะนี่ฉันซี๊ด..ดังไปใช่ไหม TimeThai : ไหนว่าไม่รัก ไม่รัก ไม่รักหรือว่าไม่รู้ Kratae : ก็หนู๋ไม่รู้..แค่ชู้ทางไลน์ TimeThai : ก็ผมไม่รู้..แค่ชู้ทางไลน์ Kratae : อ่ะ เป๊ะเว่อร์ TimeThai : อ่ะ เป๊ะเว่อร์ TimeThai+Kratae : อ่ะ เป๊ะเว่อร์ —————————————————————– Executive Producer : ณรงค์ศักดิ์ ศรีบรรฎาศักดิ์วัชรากรณ์,ธานี วงศ์นิวัติขจร Producer : ดอดจ์ มุขพล จันทรวงศ์ (DodgeVader) Music : DOGFATHER Lyric Producer : ธานี วงศ์นิวัติขจร Vocal Director ดอดจ์ มุขพล จันทรวงศ์,ณรงค์ศักดิ์ ศรีบรรฎาศักดิ์วัชรากรณ์,ชลทัศน์ ชาญศิริเจริญกุล Audio / Digital Editor : ดอดจ์ มุขพล จันทรวงศ์,ชลทัศน์ ชาญศิริเจริญกุล Guide Vocal : TJ จิรายุทธ ผโลประการ,โบกัส กัญญวัณ โพธิเดช Background Vocal : กฤษฎา ศรีสุกใส (Noom Maker),TJ , BOGUS , TimeThai , DodgeVader Guitar : DodgeVader Co-Ordinator : กฤษฎา ศรีสุกใส (Noom Maker) DOGFATHER Gangster : AFU , Gop , DODGE , Chon , March , Noom Maker , TJ , THUTZ Mixed & Mastered : ระวี กังสนารักษ์ For RavePlanet Studio Recording Studio : DOGFATHER

ซาร่า คาซิงกีนี  คุณแม่ของ น้อง′แม็กซ์เวลล์′ ลูกชายของ หนุ่มไมค์ พิรัชต์
ซาร่า คาซิงกีนี /  แม็กซ์เวลล์ / 

ซาร่า คาซิงกีนี คุณแม่ของ น้อง′แม็กซ์เวลล์′ ลูกชายของ หนุ่มไมค์ พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล ที่เจ้าตัวเพิ่งออกมายอมรับว่าเป็นลูกของตัวเองจริงๆไปเมื่อ 24 กรกฏาคม 2557 มารู้จักความน่ารักของ ซาร่า ด้วยคลิปวิดีโอที่เธอถ่ายไว้

พระนครฟิลม์ ส่งค่ายลูก
SPELL /  Ten / 

“เหล้าเก่าในขวดใหม่” ฉายาล่าสุดของ “บริษัท ธนาเอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด หรือค่ายเท็น (TEN)” ค่ายหนังรายใหม่แต่หน้าตาคุ้นเคย ด้วยเพราะมี “พระนคร ฟิลม์” ค่ายหนังยักษ์ใหญ่เป็นบริษัทค่ายแม่ ลั่นกลองรุก ประเดิมฉีกแนวบริษัทแม่เป็นผลงานแรก กับภาพยนตร์แนวอีโรติก-สยองขวัญ ระดับคุณภาพ 3D ภายใต้ชื่อเรื่อง “SPELL (สเปลล์) น้ำมันพราย” ผลงานการกำกับของ “ดุลยสิทธิ์  นิยมกุล” ผู้กำกับภาพยนตร์ไทยชื่อดัง ที่ได้พระเอกหนุ่มรูปหล่อ “แมทธิว  ดีน” มาแสดง พร้อมประกบเซ็กซี่สตาร์ “กิ๊บซี่ - วนิดา  เติมธนาภรณ์” แห่ง  เกิร์ลลี่ เบอร์รี่  งานนี้ทั้ง 2 นักแสดงนำได้เปิดเผยรายละเอียด และความรู้สึกที่ได้ร่วมงานในภาพยนตร์เรื่อง SPELL (สเปลล์) น้ำมันพราย นี้ว่า.... “ภาพยนตร์เรื่อง SPELL (สเปลล์) น้ำมันพราย เรื่องนี้ เป็นการนำเสนอเรื่องราวชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งที่มีชื่อว่า แพร ดูเผินๆ แพรเป็นผู้หญิงธรรมดาๆ เหมือนคนอื่นๆ ทั่วๆ ไป  จะต่างก็เพียงแค่แพรเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างหน้าตาดี ถึงขั้นสวยเลยล่ะ ระดับอดีตดาวมหาวิทยาลัยเลยทีเดียว มีแต่หนุ่มๆ มาขายขนมจีบไม่ว่างเว้น ตั้งแต่คนใกล้ตัว ไปจนถึงชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่ในที่ทำงาน จนเป็นที่อิจฉาริษยาของเพื่อนร่วมงานผู้หญิงคนอื่นๆ ไปทั่ว ! และนี่ก็เป็นเหตุผลที่พี่ดุลย์ ผู้กำกับเลือกให้เรามารับบทนี้ค่ะ (หัวเราะ)  จริงๆ แล้วการดำเนินชีวิตของแพรเกือบจะปกติเหมือนคนอื่นทั่วๆ ไปแล้ว  ถ้าไม่ใช่เพราะความสวยของตัวเองมาทำลายมันเสียก่อน มันคือสาเหตุ ชนวน ต้นเหตุปมปัญหาทั้งหมดของเรื่องนี้ค่ะ และเป็นสิ่งที่นำพาเรื่องราวอันน่าสยองขวัญ น่าสะพรึงกลัวอย่าง น้ำมันพราย เข้ามาวังวนชีวิตของแพร และคนรอบข้างไปในที่สุดค่ะ หนังเรื่องนี้ เป็นหนังแนวอีโรติก-สยองขวัญ คือเป็นหนังผีเร้นลับที่เน้นถ่ายทอดด้วยภาพเซ็กซี่ๆ แบบอาร์ตๆ ศิลปะๆ สวยงามๆ ไม่มีส่อความหมายไปในทางโป๊อนาจาร ! ซึ่งทั้งหมดนี้ สามารถการันตี ได้จากฝีมือการกำกับภาพยนตร์ของผู้กำกับคนเก่ง พี่ดุลย์ - ดุลยสิทธิ์ นิยมกุล ที่มีผลงานภาพยนตร์ชื่อดังระดับแถวหน้าในอดีต ที่เป็นแนวเดียวกันนี้มานับไม่ถ้วน ทั้ง...แม่เบี้ย ขวัญเรียม ก็เคยสัญญา โลกทั้งใบให้นายคนเดียว อาจารย์ใหญ่(ศพ) และอีกมากมายค่ะ รับประกันคุณภาพได้เลยค่ะ ว่าเป็นงานศิลป์ งานอาร์ต งานอีโรติกจริงๆ ไม่มีส่อไปในทางโป๊อนาจารแน่นอนค่ะ”  กิ๊บซี่ - วนิดา กล่าว ทางด้านพระเอกหนุ่มหล่ออย่าง แมทธิว ดีน ก็ได้กล่าวเสริมว่า...“สำหรับ SPELL (สเปลล์) น้ำมันพราย เรื่องนี้ ถือว่าเป็นแนวภาพยนตร์ที่ไม่ง่ายเลยครับ ที่สำคัญได้เจอ กิ๊บซี่ เลยครับ คนนี้สุดยอดเรื่องงานอีโรติกอยู่แล้ว ถือว่าเป็นมืออาชีพเลยครับ  ตอนเปิดกล้องแรกๆ ผมยังมีอาการประหม่า เกร็งๆ อยู่มากครับ กลัวจะเป็นตัวถ่วงทำให้งานเขาช้าลง แต่ก็โชคดีที่ได้พี่ดุลย์ ผู้กำกับ และกิ๊บซี่นี่แหละครับ คอยแนะนำต่างๆ นานา อย่างกิ๊บซี่เองเขาก็ผ่านงานภาพยนตร์มาหลายเรื่องแล้ว ประสบการณ์ย่อมมากกว่าผม หลายๆ ครั้งเขาก็แนะนำเทคนิคต่างๆ มาตรงๆ เลยครับ และก็อีกหลายๆ ครั้งเช่นกัน ที่เขาสอนงานผม ผ่านการแสดงของเขาเอง คือถ้ากิ๊บซี่ส่งอารมณ์แบบไหนมาปั๊บ ผมก็จะรับรู้ และเข้าถึงอารมณ์นั้นได้ทันที มันก็ช่วยส่งอารมณ์ให้เราเข้าถึงบทบาทได้มากเลยทีเดียวครับ ก็ต้องขอขอบคุณทั้งพี่ดุลย์ และกิ๊บซี่มา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ !  และรับรองได้เลยครับว่าทุกคนจะไม่ผิดหวัง จะต้องลุ่มหลง รัญจวน ตรึงตา เสน่หา เย้ายวน ตรึงตาย ! กับหนังเรื่องนี้ SPELL (สเปลล์) น้ำมันพราย ภาพยนตร์แนวอีโรติก-สยองขวัญ ระดับคุณภาพด้วยระบบ 3D !  ภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตของผม ที่ได้เล่นประกบคู่ กิ๊บซี่ เกิร์ลลี่ เบอร์รี่ โดยการกำกับของผู้กำกับภาพยนตร์ที่มากฝีมือระดับแถวหน้าของเมืองไทย ดุลยสิทธิ์  นิยมกุล  ภายใต้สังกัดค่ายเท็น (TEN) ในเครือพระนคร ฟิลม์ ! เจอกัน 11 กันยายนที่จะถึงนี้ครับ”

ประวัติซาร่า คาซิงกีนี นางแบบสาวแฟนไมค์
ซาร่า คาซิงกีนี /  ดาราวัยรุ่น / 

นางแบบสาวลูกครึ่ง ไทย-อิตาลี วัย  27 ปี ซาร่า คาซิงกินี คนนี้ไง .. ที่เป็นข่าวกับนักร้องขวัญใจวัยรุ่นชื่อดัง ไมค์ พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล ว่าได้มีลูกด้วยกัน ในอดีตนั้นสาวซาร่า คาซิงกินี และไมค์ได้เคยเป็นคู่รักกันจริง แต่ได้เลิกรากันไปแล้ว .. ไปดูความน่ารักของสาวคนนี้กันคะ ^^ ประวัติซาร่า คาซิงกีนี นางแบบสาวแฟนไมค์ เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ประวัติซาร่า คาซิงกีนี นางแบบสาวแฟนไมค์ ชื่อจริง-นามสกุล :  ซาร่า คาซิงกินี วันเกิด  : 14 เมษายน พ.ศ. 2530 สัญชาติ : ไทย-อิตาลี การศึกษา : โรงเรียนอัสสัมชัญพาณิชยการ ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยกรุงเทพ อินเตอร์ เรียบเรียงโดย teen.mthai.com

คุณครูVsนักเรียนสุดเกรียน ต่อรองขอกลับบ้านก่อน (คลิปจากFB)
คลิปนักเรียน /  คลิปนักเรียนเกรียนVsคุณครู / 

ชวนอมยิ้ม คลิปคุณครูVsนักเรียนเกรียนต่อรองขอกลับบ้านก่อน หลายคนดูแล้วคิดถึงวันวานวัยเรียน คลิปจากโซเชียล  : ชาวสังคมออนไลน์แชร์คลิปเด็กนักเรียนชายหัวเกรียนคนหนึ่งเข้าไปต่อรองขอคุณครูกลับบ้านก่อนทั้งที่ยังไม่ถึงเวลาเลิกเรียน โดยนักเรียนชายอ้างว่าปวดหัว แต่คุณครูก็บอกว่าปวดหัวก็ไปนอนพัก ไปนอนใต้ต้นไม้หรือห้องพยาบาลก็ได้ แต่นักเรียนชายก็ยังพยายามต่อรองกับคุณครูว่า ผมขอกลับบ้านก่อนไม่ไหวจริงๆ แล้วจะให้พ่อแม่โทรมาลาก็ได้ แต่คุณครูก็ยังยืนยันคำเดิมคือให้ไปนอนพัก เพราะไม่ได้เป็นอะไร ไม่ใช่ว่านักเรียนจะได้ทุกอย่างตามที่ขอนะ ซึ่งคลิปนี้ถ้าดูก็เป็นคลิปเด็กนักเรียนเกรียนๆธรรมดาๆ แต่บางคนที่ได้ดูกลับบอกว่าทำให้คิดถึงวัยเรียนที่ได้สนิทกับครูแบบนี้ บางคนก็เคยกวนคุณครูแบบในคลิปเหมือนกัน ก็เป็นคลิปที่ได้ดูแล้วหวนนึกถึงความทรงจำอีกครั้งหนึ่ง หากใครได้ดูแล้วลองมาแชร์กันบ้างว่าวีรกรรมวัยเรียนสุดเกรียนของคุณมีอะไรบ้าง ? MThai News ............................................................................................................................................................... Quiz Game ช่วงเวลาใกล้สอบคุณเป็นนักศึกษาประเภททไหน?... มาเช็คกันหน่อยว่า ช่วงเวลาใกล้สอบ นั้นคุณเป็นนักเรียน-นักศึกษา

ลิเวอร์พูล เบนเป้าคว้า ลาเวซซี หลังวืด เรมี่
18 ล้านปอนด์ /  The Express / 

The Express สื่อชื่อดังแห่งเกาะอังกฤษ รายงานว่า หลังจากที่ ลิเวอร์พูล พลาดคว้าตัว โลอิก เรมี่ ศูนย์หน้าของ ควีนส์ปาร์ค มาร่วมทัพเนื่องจากตรวจร่างกายไม่ผ่านทำให้ เบร็นแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือสมองเพชรจำเป็นต้องเบนเข็มล่าแนวรุกตัวอื่นเข้ามาทดแทน โดยตอนนี้เล็งเป้าไปที่ เอเซเกล ลาเวซซี ปีกตัวจี๊ดชาว อาร์เจนไตน์ คาดว่าค่าตัวน่าจะอยู่ที่ 18 ล้านปอนด์(ประมาณ 972 ล้านบาท) ดูท่าทางข่าวนี้จะมีความเป็นไปได้สูงเนื่องจาก เปแอสเช ต้นสังกัดปัจจุบันของ ลาเวซซี กำลังจะได้ตัว อังเคล ดิ มาเรีย ปีกจอมเทคนิคของ เรอัล มาดริด มาลากเลื้อยในเร็ววันนี้ ทำให้ทางสโมสรจำเป็นต้องปล่อยนักเตะหน้าเก่าออกไปบ้าง โดยพร้อมลอยแพ 2 แข้งดังอย่าง เอเซเกล ลาเวซซี และเอดิสัน คาวานี่ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาแฟร์เพลย์จากทางฟีฟ่า ทั้งนี้ศูนย์หน้ากึ่งปีกวัย 29 ปี ลงสนามให้ เปแอสเช แชมป์ลีกเอิงปีล่าสุดไปแล้วทั้งหมด 90 นัด พังตาข่ายได้ 23 ประตู แถมส่งให้เพื่อนยิงอีก 18 ลูก ต้องมาดูกันว่านักเตะรายที่ 6 ของ "หงส์แดง" จะเป็นทาง เอเซเกล ลาเวซซี อย่างที่สื่ออย่าง The Express รายงานหรือเปล่า

เตรียมพบกับ ในสวนฝัน การแสดงจากวรรณกรรม-บทเพลง 2-3 ส.ค.นี้
ในสวนฝัน

เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา 12 สิงหาคม 2557 นี้ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม โดย กองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ร่วมกับ มูลนิธิสวัสดิการนักแสดงอาวุโส ได้จัดการแสดงทางวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยศิลปินแห่งชาติ เรื่อง 'ในสวนฝัน' ผสานใจภักดิ์ แด่อัคราภิรักษศิลปิน ขึ้น เพื่อให้ศิลปินแห่งชาติทุกสาขาได้ร่วมถ่ายทอดผลงานอันหลอมรวมองค์ความรู้ศาสตร์และศิลป์แขนงต่างๆ ทั้งด้านวรรณศิลป์ ด้านทัศนศิลป์ และด้านศิลปะการแสดง เพื่อนำรายได้ทูลเกล้าฯ ถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานคณะกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม เป็นประธานแถลงข่าว ร่วมกับศิลปินแห่งชาติ เศรษฐา ศิระฉายา, สุประวัติ ปัทมสูต, ประภัสสร เสวิกุล และนักแสดง-ศิลปิน อีกมากมาย อาทิ พิศมัย วิไลศักดิ์, ปกรณ์ พรพิสุทธิ์, ขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์, เกรซ กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า, อ๊อด รณชัย ถมยาปริวัฒน์ เป็นต้น ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ละครเรื่อง 'ในสวนฝัน' เป็นละครเวทีที่ร้อยเรียงบทประพันธ์ต่างๆ ของศิลปินแห่งชาติ เชื่อมโยงสอดผสานเป็นเรื่องเดียวกัน ผ่านการถ่ายทอดความงดงามจากวรรณกรรมและบทเพลงของศิลปินแห่งชาติ โดยนำเสนอผ่านรูปแบบของการแสดงจากวรรณกรรม จิตรกรรม เพลง ละครเวที ภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ ซึ่งเป็นผลงานของศิลปินแห่งชาติ ตามช่วงเวลาต่างๆ ที่เกิดความเปลี่ยนแปลงในประเทศไทย นำแสดงโดยศิลปิน-นักแสดงชื่อดังมากมาย 'ในสวนฝัน' มีกำหนดการแสดง วันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม รอบ 19.00 น. วันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม รอบ 14.00 น. และ 19.00 น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย บัตรราคา 2,000 / 1,500 / 1,000 / 800 และ 500 บาท จำหน่ายบัตรที่ ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขา โทร 0-2262-3456 มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

9 เหตุการณ์ประวัติศาสตร์เครื่องบิน ที่เคยถูกยิงตก
ประวัติศาสตร์ /  เกร็ดความรู้ / 

ทีนเอ็มไทยขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์สายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์  โบอิ้ง 777 เที่ยวบินที่ MH17 ที่บินจากกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ มุ่งหน้าสู่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย หลังจากถูกกองกำลังไม่ทราบฝ่ายยิงตก เมื่อวันที่ 17 ก.ค. ที่ประเทศยูเครน ที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้โดยสาร 298 ราย เสียชีวิตยกลำ สร้างความตกใจให้กับคนทั่วโลก ซึ่งเราก็ต้องติดตามกันต่อไปถึงข้อเท็จจริงนะคะ แต่วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ย้อนรอยประวัติศาสตร์ไปดูเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ 9 เหตุการณ์ประวัติศาสตร์เครื่องบิน ที่เคยถูกยิงตก กันว่ามีเรื่องราวที่มาที่ไปที่เกี่ยวข้องน่าสนใจบ้าง ถ้าพร้อมแล้วไปติดตามกันเลยค่ะ... เรียบเรียงโดย teen.mthai.com 9 เหตุการณ์ประวัติศาสตร์เครื่องบิน ที่เคยถูกยิงตก 1. Libyan Arab Airlines Flight 114 (LN 114) เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2516 Libyan Arab Airlines เที่ยวบินที่ 114 บินจากเมืองทริโปลี ประเทศลิเบีย ไปยังกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ถูกยิงเหนือน่านฟ้าอิสราเอล มีผู้เสียชีวิต 108 ราย โดยระหว่างทางเกิดพายุทรายทำให้ทัศนวิสัยไม่ดี นักบินจึงทำการบินด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ และหลงเข้าไปในเขตยึดครองของอิสราเอลเหนือคลองสุเอซ บริเวณคาบสมุทรไซนาย และถูกสกัดกั้นโดยเครื่องบินขับไล่ F-4 Phantom ของกองทัพอากาศอิสราเอล และต้องร่อนลงจอดฉุกเฉินลงบนเนินทราย ทำให้มีผู้เสียชีวิต 108 คน รอดชีวิต 5 คน รวมทั้งนักบินผู้ช่วยชาวลิเบีย 2. Korean Air Lines Flight 902 (KAL 902) เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2521 Korean Air Lines เที่ยวบินที่ 902 เดินทางด้วยเครื่อง Boeing 707 จากกรุงปารีส ฝรั่งเศส มุ่งหน้าสู่ท่าอากาศยานนานาชาติกิมโป โซล ประเทศเกาหลีใต้ บรรทุกผู้โดยสาร 97 คน ลูกเรือ 12 คน ถูกยิงเหนือน่านฟ้าสหภาพโซเวียต แต่โชคดีที่นักบินสามารถประคองเครื่องลงจอดได้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตเพียง 2 ราย 3. Aerolinee Itavia Flight 870 (IH 870) เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2523 เครื่องบินแบบ DC-9 ของสายการบิน Aerolinee Itavia บินจากเมืองโบโลนญา ไปเมืองปาเลร์โม พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 81 คน ระเบิดกลางอากาศใกล้กับเกาะอุสตีกา นอกเกาะซิซิลี สันนิษฐานว่าสาเหตุเกิดจากขีปนาวุธที่ยิงเพราะความผิดพลาดของเครื่องบินรบสหรัฐฯ หรือฝรั่งเศส แต่รัฐบาลสหรัฐฯ ปฏิเสธ ขณะที่กระทรวงกลาโหมฝรั่งเศสไม่แสดงความเห็น 4. Korean Air Lines Flight 007 (KAL 007, KE 007) เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2526 Korean Air Lines เที่ยวบินที่ 007 เดินทางด้วยเครื่อง Boeing 747-230B จากท่าอากาศยานนานาชาติเจเอฟเค นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา มุ่งหน้าสู่ท่าอากาศยานนานาชาติกิมโป โซล ประเทศเกาหลีใต้ บรรทุกผู้โดยสาร 240 คน ลูกเรือ 29 คน ถูกสหภาพโซเวียตยิงโจมตีจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตยกลำ 5. Air Malawi 7Q-YMBala5 เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2530 Air Malawi 7Q-YMB บินจากเมืองบลันไทเออร์ ไปยัง ลิลองเว ในประเทศมาลาวี แต่ถูกยิงเหนือน่านฟ้าโมซัมบิก ซึ่งขณะนั้นกำลังมีสงครามกลางเมืองอยู่ ส่งผลให้ผู้โดยสารและลูกเรือเสียชีวิต 10 ราย 6. Iran Air Flight 655 (IR655) เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2531 Iran Air เที่ยวบินที่ 655 เครื่องแอร์บัส A300 B2-203 บินจากท่าอากาศยานนานาชาติเมห์ราบัด เตหะราน อิหร่าน มุ่งหน้าสู่ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีผู้โดยสาร 275 คน ลูกเรือ 15 คน ถูกยิงตกด้วยมิสไซล์ของกองทัพเรือสหรัฐฯ จากเรือลาดตระเวน USS Vincennes (CG-49) ในอ่าวเปอร์เซีย ระหว่างเมืองบันดาร์ อับบาส กับดูไบ เป็นเหตุให้ผู้โดยสารและลูกเรือเสียชีวิตทั้งลำ 7. Transair Georgian Airline ในเดือนกันยายน 2536 เครื่องบิน Tupolev TU-154 ของสายการบิน Transair Georgian Airline ถูกขีปนาวุธยิงตกในเมืองอับคาเซีย พื้นที่พิพาทในจอร์เจีย เครื่องบินตกลงบนรันเวย์และเกิดไฟลุกไหม้ มีผู้เสียชีวิต 108 คนจากผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมด 132 คน ทั้งนี้ เชื่อว่าเป็นเที่ยวบินที่กระทรวงกลาโหมจอร์เจียเช่าเหมาลำ เพื่อลำเลียงทหารไปเสริมปฏิบัติการทหารใกล้เมืองอับคาเซีย เมืองหลวงของภูมิภาคซูคูมิ 8. Lionair Flight 602 (LN602) เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2541 Lionair เที่ยวบินที่ LN602 ตกกลางทะเลบริเวณนอกชายฝั่งทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศศรีลังกา โดยเครื่องบินลำนี้บินจากฐานทัพจาฟฟ์นา-ปาลาลี ไปยังโคลัมโบ ก่อนที่เครื่องจะหายไปจากจอเรดาร์ ก่อนที่จะพบว่าแท้จริงแล้วเครื่องบินถูกยิงโดยกลุ่มติดอาวุธพยัคฆ์ทมิฬอีแลม ทำให้ผู้โดยสารเสียชีวิต 48 ราย และลูกเรือเสียชีวิตอีก 7 ราย 9. Siberia Airlines Flight 1812 (SB1812) เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2544 เครื่องบิน Siberia Airlines เที่ยวบินที่ 1812 เดินทางจากกรุงเทลาวีฟของอิสราเอล ไปยังเมืองโนโวซีบีร์สค ของรัสเซีย ระเบิดกลางอากาศเหนือทะเลดำ และตกห่างจากชายฝั่งไครเมียไม่ถึง 300 กิโลเมตร ก่อนที่อีกสัปดาห์ต่อมา รัฐบาลยูเครนยอมรับว่าเป็นการยิงขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานระหว่างซ้อมรบโดยไม่ตั้งใจ ข้อมูลจาก: wegointer.com

แฟชั่น ลูกเกด เมทินี Facing forty with glamour
ซูเปอร์โมเดล /  ลูกเกด เมทินี / 

แฟชั่น ลูกเกด เมทินี Facing forty with glamour ภาพแฟชั่น จาก นิตยสาร Vogue Thailand Metinee Goes Blonde for Vogue Thailand เรารู้จัก ลูกเกด เมทินี กิ่งโพยม เป็นครั้งแรก เมื่อเธอยิ้มรับรางวัลการันตีความงามกับตำแหน่ง Miss Thailand World ประจำปี 2535 ตอนนั้นเธออายุเพียง 20 เพิ่งบินลัดฟ้าจากวอชิงตัน อเมริกา เพื่อมาตามความฝันถึงเมืองไทย หลังจากนั้นประตูโลกแฟชั่นเปิดต้อนรับเธอ การทำงานแบบมืออาชีพและความกล้าฉีกทุกกฏทำให้วงการแฟชั่นเมืองไทยมอบตำแหน่ง “ซูเปอร์โมเดล” ให้กับ ลูกเกด เมทินี http://www.vogue.co.th/vogue_list/article/Metinee-Kingpayom-Sharples PHOTOGRAPHS BY TADA VARICH สไตล์ไดเร็กเตอร์ : จิรัฏฐ์ ทรัพย์พิศาลกุล นางแบบ : เมทินี กิ่งโพยม แต่งหน้า : สุรปรีย์ อชิรกุล ทำผม : สุริยะ อัศวนิก @The Lounge Hair Salon (K Village สุขุมวิท 26) ทำสีผม : ศิวะภัสสร์ อังศุจินดา @The Lounge Hair Salon (K Village สุขุมวิท 26) ผู้ช่วยบรรณาธิการแฟชั่น : ตะวัน ก้อนแก้ว

เสธ.ตุ้ม เปิดโอกาสให้สื่อสายกีฬาจับสลากผู้ตัดสินเป่าไทยลีก-D1
จับสลากผู้ตัดสิน /  ผู้ช่วยผู้ตัดสิน / 

ความเคลื่อนไหวการจับสลากผู้ตัดสิน และผู้ช่วยผู้ตัดสิน (ไลน์แมน) ที่จะลงทำหน้าที่ในศึกฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ 2014 รอบรองชนะเลิศ ช่วงกลางสัปดาห์ และฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2014 และฟุตบอลยามาฮ่า ลีกวัน 2014 ช่วงสุดสัปดาห์ โดย เสธ.ตุ้ม พล.อ.ชินเสณ ทองโกมล ประธานคณะกรรมการผู้ตัดสิน ได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนสายกีฬาทำหน้าที่จับสลากผู้ตัดสินครั้งที่ 3 ซึ่งครั้งนี้มีการใช้โถพาสติกโปร่งใสตามที่ถูกร้องเรียนจากสโมสรสมาชิก โดยผลการจับสลากมีดังนี้ โตโยต้า ลีกคัพ2014 รอบรองชนะเลิศ นัดสอง วันพุธที่ 30 กรกฎาคม 2557 - ราชบุรี มิตรผล เอฟซี พบ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (ทวีชัย สุภัทรวัน/ปริวรรต โพธิ์อยู่/บินหลา ปรีดา) - นครราชสีมา มาสด้า พบ บีอีซี เทโรศาสน (มงคลชัย เพชรศรี/ประกิต สุขยัง/ณฐกร ฉิมพาลี) โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2014 เกมตกค้าง วันพุธที่ 30 กรกฎาคม 2557 - ชัยนาท ฮอร์นบิล พบ ปตท.ระยอง (วิเชฐ เทียนทอง/โกศัย แสนมาตย์/อภิชิต โนพวน) โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2014 วันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม 2557 - บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบ สุพรรณบุรี เอฟซี (ฑีธิชัย นวลจันทร์/วรินทร สัสดี/ทานินทร์ รื่นจิตต์) - แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล พบ เชียงราย ยูไนเต็ด (ทวีชัย สุภัทรวัน/ประกิต สุขยัง/อภิชาติ รุ่งโรจน์ธรรม) - ชลบุรี เอฟซี พบ จีเอสอี สมุทรสงคราม (ชัยยะ มหาปราบ/วิเชษฐ์ เกตุแก้ว/อภิชิต โนพวน) - แบงค็อก ยูไนเต็ด พบ สงขลา ยูไนเต็ด (ทวีป อินทร์แก้ว/ณฐกร ฉิมพาลี/นิรุตม์ เรืองศรีชาติ) - อาร์มี่ ยูไนเต็ด พบ บางกอกกล๊าส เอฟซี (อำนาจ ผ่องมณี/สุชาติ ฝางมาลา/ฐาปนา ถาวร) โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2014 วันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2557 - ศรีสะเกษ เอฟซี พบ บีอีซี เทโรศาสน (ประพจน์ ดิสสมศรี/อดิศร ป้อมน้อย/วีระยุทธ คุณเครือ) - ชัยนาท ฮอร์นบิล พบ เพื่อนตำรวจ (มานพ ปานสาคร/สมพาร สีใส/ครรชิต นิตยชาติ) - เอสซีจี เมืองทอง พบ ปตท.ระยอง (อลงกรณ์ ฝีมือช่าง/สุขนิพนธ์ ยืนนาน/สุรศักดิ์ คุณดิลกสิโรดม) - โอสถสภา เอ็ม150 พบ ราชบุรี มิตรผล (สุเมธ สายแวว/นคร สะอาด/เรืองศักดิ์ หนูเผือก) - สิงห์ท่าเรือ พบ ทีโอที เอสซี (นิติภูมิ กุลบุตร/ราวุฒิ นาคฤทธิ์/บุญชู บัวสด) ยามาฮ่า ลีกวัน2014วันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม 2557 - นครปฐม ยูไนเต็ด พบ กัลฟ์ สระบุรี (พิชิต ณ สุวรรณ/อนุสรณ์ หนูแก้ว/ณรงค์ฤทธิ์ บริคุต) - กระบี่ เอฟซี พบ ยาสูบ ศุลกากร (พยุงกิจ กิจเจริญ/คมสันต์ คำแผ่น/สุเมธ เปียศิริ) - ตราด เอฟซี พบ พิษณุโลก ทีเอสวาย (โกศัย แสนมาตย์/ครินทร์ สร้อยสังวาลย์/อภิชาต ทนันไชย) - นครราชสีมา มาสด้า พบ ร้อยเอ็ด ยูไนเต็ด (วิเชฐ เทียนทอง/วรพงศ์ ประเสริฐศรี/รอฟิก นิ่มเจริญ) ยามาฮ่า ลีกวัน2014วันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2557 - บางกอก เอฟซี พบ ภูเก็ต เอฟซี (จักรตราวุธ จุลมาศ/มนัส พิมล/ธีรจิตร สิทธิสุข) - บีบีซียู เอฟซี พบ อยุธยา เอฟซี (พิชิต ทองจันทร์มูล/ธเนศ ชูชื่น/บินหลา ปรีดา) - เชียงใหม่ เอฟซี พบ ราชนาวี (อนุวัตร ฝีมือช่าง/พูนสวัสดิ์ สำราญสุข/นทู ชูสุวรรณ) - ศรีราชา บ้านบึง พบ พัทยา ยูไนเต็ด (วิศเวศ สังข์นคร/คมชลัช เลขาวิจิตร/อาคม เจริญสุข) - ขอนแก่น เอฟซี พบ อ่างทอง เอฟซี (เกตุดำรงค์ เข็มทอง/วัฒนา ชนชนะกุล/ชัยวัฒน์ ลอยไสว)

MThai Buster (รีรัน) ประจำวันที่ 23ก.ค.
Good Morning Thailand /  MONO29 / 

MThai Buster (รีรัน) ประจำวันที่ 23ก.ค. ช่วง MThai Buster ออกอากาศในรายการ Good Morning Thailand ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 6.00 น.- 08.00 น. ทางช่อง MONO29. เอ็มไทยบัสเตอร์วันนี้เริ่มต้นกันด้วยเรื่องราวที่น่าสลดใจ เมื่อมีคนอุตริซื้อขายกระเล็นแล้วส่งผ่านไปรษณีย์ จนกระเล็นน้อยต้องตายภายในกล่องพัสดุ ชาวสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์กรณีส่งกระรอกผ่านไปรษณีย์ใส่กล่องพัสดุ โดยเป็นเรื่องราวที่สมาชิกเฟซบุ๊คท่านหนึ่งได้เผยแพร่ภาพพร้อมข้อความระบุว่า ตนได้สั่งกระเล็น ซึ่งเป็นสัตว์ลักษณะคล้ายกระรอก โดยผู้ขายบอกว่าจะส่งผ่านไปรษณีย์EMS มาให้ โดยได้ยืนยันและรับประกันว่ากระรอกไม่ตายแน่นอน เพราะจะเจาะรูกล่อง ใส่อาหารให้ ซึ่งตนก็รอประมาณ 2 วัน เมื่อพัสดุมาถึงก็รีบไปรับพบว่ากระรอกตัวดังกล่าวตายแล้ว เพราะเปิดกล่องออกมาพบกระรอกนอนตายมีกล่องยาสีฝันที่มีรอยกัดเป็นรู ซึ่งตนพยายามเรียกร้องเงินคืนจากราคา 750 บาท แต่ได้รับคืนแค่ 350 บาทเท่านั้น จึงนำเรื่องราวมาโพสต์เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนบนโลกออนไลน์ ทั้งนี้ชาวสังคมออนไลน์ต่างวิพากษ์วิจารณ์ว่ากรณีดังกล่าวควรมีการคิดให้รอบคอบกว่านี้และไม่ควรส่งของมีชีวิตผ่านทางไปรษณีย์เพราะถือว่าเป็นของต้องห้ามและเกิดอันตรายกับสัตว์ที่ส่งมาด้วย ซึ่งเมื่อหลายสัปดาห์ก่อนเพิ่งจะเกิดกรณีส่งเต่าทางไปรษณีย์ อย่างไรก็ตามอยากจะให้ผู้ส่งควรคิดว่าสัตว์มีชีวิตและความรู้สึกเหมือนกันด้วย ซึ่งมีสมาชิกเฟซบุ๊คท่านหนึ่งแสดงความคิดเห็นว่า “…ไม่ได้อยากซ้ำเติมนะ แต่คุณรู้อยู่แล้วว่ามันจะส่งทาง EMS คุณก็ใจดำสั่งมานะครับ ไม่คิดบ้างเหรอว่าน้องอยู่ในกล่องจะโดนโยนไปมาขนาดไหน ไม่จำเป็นต้องนึกภาพตัวเองใส่กล่องไรหรอก นั่งในรถปิดแอร์ปิดกระจกสัก 15 นาทีก็แย่แล้ว เห็นแก่ตัวมากๆทั้งสองฝ่าย…” ซึ่งทางสาวที่โพสต์ข้อความดังกล่าวได้บอกว่า เธอได้โอนค่ารถเพื่อส่งมาทางรถ แต่ผู้ขายกลับส่งมาทางไปรษณีย์แทนแถมยังมาโกงเงินอีก มาต่อกันด้วยประเด็นที่สอง เป็นเรื่องของแท็กซี่ เลือดร้อนลงจากรถมาทุบกระจกรถคนอื่นกลางถนน จะเป็นยังไงไปชมคลิปกัน ชาวสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปแท็กซี่เลือดร้อนลงมาทุบกระจกรถคนอื่น โดยเป็นเหตุการณ์ที่ชายขับรถแท็กซี่คนหนึ่งโมโหและลงจากรถมากลางถนนและคว้าเอาที่ปัดน้ำฝนของรถยนต์คันหนึ่งฟาดไปที่กระจกอย่างแรง ทำให้กระจกรถเสียหายทั้งหมด ในขณะที่เจ้าของรถยนต์คันดังกล่าวกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ ซึ่งเจ้าของรถแท็กซี่ได้ตะโกนโวยวายให้เจ้าของรถยนต์ไปจอดรถข้างหน้าเพื่อเคลียร์กัน ก่อนที่ชายคนขับแท็กซี่จะเดินกลับไปที่รถของตัวเอง ซึ่งสาเหตุของเหตุการณ์ในคลิปนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ชาวสังคมออนไลน์คาดว่าน่าจะเป็นปัญหาที่คนขับรถยนต์อาจไปเฉี่ยวชนรถแท็กซี่ก็เป็นได้ แต่หลายคนกลับแสดงความคิดเห็นว่าแท็กซี่ใจร้อนเกินไปและไม่น่าทำลายข้าวของของคนอื่นเช่นนี้ ซึ่งหากเกิดปัญหาคนขับแท็กซี่น่าจะไปแจ้งความหรือเรียกประกันมากกว่ามาทำร้ายคนอื่น ปิดท้ายกันด้วยคลิปชวนอมยิ้ม เมื่อคุณครูต้องเจอนักเรียนสุดเกรียนต่อรองขอกลับบ้านก่อน ทำเอาหลายๆคนดูแล้วคิดถึงวันวานวัยเรียน จะเป็นยังไงไปชมคลิปกัน ชาวสังคมออนไลน์แชร์คลิปเด็กนักเรียนชายหัวเกรียนคนหนึ่งเข้าไปต่อรองขอคุณครูกลับบ้านก่อนทั้งที่ยังไม่ถึงเวลาเลิกเรียน โดยนักเรียนชายอ้างว่าปวดหัว แต่คุณครูก็บอกว่าปวดหัวก็ไปนอนพัก ไปนอนใต้ต้นไม้หรือห้องพยาบาลก็ได้ แต่นักเรียนชายก็ยังพยายามต่อรองกับคุณครูว่า ผมขอกลับบ้านก่อนไม่ไหวจริงๆ แล้วจะให้พ่อแม่โทรมาลาก็ได้ แต่คุณครูก็ยังยืนยันคำเดิมคือให้ไปนอนพัก เพราะไม่ได้เป็นอะไร ไม่ใช่ว่านักเรียนจะได้ทุกอย่างตามที่ขอนะ ซึ่งคลิปนี้ถ้าดูก็เป็นคลิปเด็กนักเรียนเกรียนๆธรรมดาๆ แต่บางคนที่ได้ดูกลับบอกว่าทำให้คิดถึงวัยเรียนที่ได้สนิทกับครูแบบนี้ บางคนก็เคยกวนคุณครูแบบในคลิปเหมือนกัน ก็เป็นคลิปที่ได้ดูแล้วหวนนึกถึงความทรงจำอีกครั้งหนึ่ง MThai News

เด็กไทยเก่งคว้าแชมป์การศึกษาระดับโอลิมปิก 2014
ข่าวการศึกษา /  นักเรียน / 

ขอแสดงความยินดีและชื่นชมความสามารถของเด็กไทย ที่สามารถคว้าแชมป์การศึกษา 3 รายการอย่าง  ชีววิทยา-คอมพิวเตอร์-ฟิสิกส์ ระดับโอลิมปิก ปี 2014 จาก 3 ประเทศของโลกมาครอบครอง วันนี้เราจะไปรู้จักพวกเขาที่เป็นตัวแทนของประเทศไทย ที่สร้างชื่อเสียงและมากความสามารถ มาฝากทุกคนกันค่ะ...เด็กไทยเก่งคว้าแชมป์การศึกษาระดับโอลิมปิก 2014 เด็กไทยเก่งคว้าแชมป์การศึกษาระดับโอลิมปิก 2014 เริ่มด้วยรายการแรก เด็กไทยสามารถคว้า 4 เหรียญทอง และ 1 เหรียญเงิน จากการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิก ระหว่างประเทศ ประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 13-21 กรกฎาคม 2557 ณ กรุงแอสตานา ประเทศคาซัคสถาน มีนักเรียนเข้าร่วมทั้งหมด 374 คน จาก 85 ประเทศ และมีผู้ได้รับรางวัลทั้งหมด ดังนี้ รางวัลเหรียญทอง จำนวน 43 คน รางวัลเหรียญเงิน จำนวน 80 คน รางวัลเหรียญทองแดง จำนวน 89 คน เกียรติคุณประกาศ จำนวน 62 คน โดยน้องๆ จากประเทศไทยที่สามารถคว้าชัยในการแข่งขันครั้งนี้ ประกอบด้วย เหรียญทอง - นายวิชญ์ ศรีปรัชญากุล จากโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จ. นครปฐม - นายสรวิชญ์ วัฒนเพ็ญไพบูลย์ จากโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จ. นครปฐม - นายธิปยวิศว์ ชื่นจิตร จากโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย กรุงเทพฯ - นายกรวัฒน์ พฤกษานุศักดิ์ จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพฯ เหรียญเงิน - นายพศวีร์ มานะกุล จากโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จ. นครปฐม ทั้งนี้ ประเทศที่อยู่ในทวีปเอเชีย ที่สามารถคว้าเหรียญรางวัลจากการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ประจำปี 2557 มาได้ มีรายละเอียด ดังนี้ สาธารณรัฐประชาชนจีนได้ 5 เหรียญทอง ไต้หวันได้ 5 เหรียญทอง เกาหลีใต้ได้ 5 เหรียญทอง ประเทศไทยได้ 4 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน ประเทศเวียดนาม และประเทศสิงคโปร์ได้ 3 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน ต่อด้วย การแข่งขันคอมพิวเตอร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ประจำปี 2557 เมื่อวันที่ 13-20 ก.ค.57 ณ กรุงไทเป ไต้หวัน ตัวแทนประเทศไทยก็สามารถคว้าอีก 2 เหรียญทอง 2 เหรียญทองแดง ประกอบด้วย รางวัลเหรียญทอง - นายธีมธรรศ จิรนันท์ธวัช โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพฯ - นายภูมิรพี ลือนาม โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพฯ รางวัลเหรียญทองแดง - นายพิชญุตม์ เลี่ยมทอง โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย กรุงเทพฯ - นายกฤติศักดิ์ ไชยกุล โรงเรียนแสงทองวิทยา จ.สงขลา และอีกหนึ่งรางวัลแห่งความภาคภูมิใจก็คือ เด็กไทยสามารถคว้า 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงินมาครองเพิ่ม จากการแข่งขันชีววิทยาโอลิมปิกระหว่างประเทศ 2557 ณ เมืองบาหลี ที่อินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 6–13 กรกฎาคม 2557 มีผู้เข้าแข่งขันจำนวนทั้งหมด 238 คน จาก 61 ประเทศ ผลปรากฏว่า ผู้แทนประเทศไทย 4 คน ซึ่งประกอบด้วย เหรียญทอง - นายชัยชนม์ทรรศ ศรีวรรัตน์ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร สอบได้ลำดับที่ 17 - นายธิติพันธ์ ศรีกุลมนตรี โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพมหานคร สอบได้ลำดับที่ 24 เหรียญเงิน - นายสุทธิภัทร หวังผลพัฒนศิริ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จ.นครปฐม สอบได้ลำดับที่ 35 - นางสาวณัฐชนน คงไพจิตรวงศ์ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพมหานคร สอบได้ลำดับที่ 49 ขอปรบมือให้กับน้องๆ ทั้ง 13 คน 13 รางวัลอีกครั้งด้วยนะคะ กับการชนะการแข่งขันทางการศึกษาดีๆ แบบนี้ และสำหรับน้องๆ คนไหนที่อยากเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมแข่งขันในระดับนานาชาติ ก็ต้องรีบฝึกฝนทบทวนการเรียนบ่อยๆ ไม่แน่นะปีหน้า อาจจะเป็ตัวคุณเองที่ก้าวเข้าสู่เวทีการแข่งขันทางการศึกษาแบบนี้ก็เป็นได้ ทางทีมงานทีนเอ็มไทยขอเป็นกำลังใจให้กับน้องๆ ทุกคนที่มีความฝันด้วยนะคะ^^ เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ข้อมูลและภาพประกอบจาก กระปุกดอทคอม, ไทยรัฐออนไลน์, Google

ตร.ช่างเครียดจัดยิงขมับตัวเองดับคาห้องพัก
ฆ่าตัวตาย /  ตำรวจ / 

เกิดเหตุ ตำรวจช่างเครียดจัด ยิงขมับตัวเองดับคาห้องพักต่อหน้าเพื่อน คาดเครียดเรื่องงาน เกิดเหตุชายใช้อาวุธปืนยิงตัวตาย ทราบชื่อคือ ส.ต.ต.นิมิตร กุลวิรัตน์ลาส อายุ 24 ปี ชุดตำรวจช่าง ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ยิงตัวเองเข้าที่ขมับทะลุขึ้นบนหัว เสียชีวิตภายในอาคารที่พัก กก.6บก.จร. ต่อหน้าเพื่อนร่วม 10 คน จากการสอบถามเพื่อนร่วมงาน เล่าว่า ส.ต.ต.นิมิตร ได้ย้ายมาจาก สน.บางมด มาช่วยราชการที่จราจรโครงการ อุปนิสัยเป็นคนเงียบ ๆ เหมือนมีอะไรทุกข์ใจ แต่ยิ้มง่าย โดยรุ่นพี่เคยถามว่ามีปัญหาอะไรไหม ก็จะตอบว่าไม่มีครับพี่ ขณะที่บรรดาเพื่อนรุ่นเดียว ก็ไม่ระแคะระคายอะไรก่อนที่จะเข้าเวรพักและก่อเหตุดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่จะทำการสืบสวนสอบสวนเพื่อหาสาเหตุต่อไป  ความคืบหน้าเหตุ ส.ต.ต.นิติกร กุลวิลาศ อายุ 24 ปี ผบ.หมู่ป. สน.แสมดำ ช่วยราชการ ผบ.หมู่กก.6 บก.จร. ทำหน้าที่ตำรวจช่าง รหัส 6324 ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงเข้าที่บริเวณขมับขวาทะลุซ้าย เสียชีวิต จากการ สอบสวน ด.ต.ชัยวัฒน์ บุญมาส ผบ.หมู่กก.6 บก.จร. เพื่อนร่วมงานผู้ตายให้การว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นผู้ตายเข้ามานอนพักผ่อนบนเตียง ชั้น 2 ตั้งแต่เวลาประมาณ 21.00 น. (22 ก.ค.) เพื่อเตรียมรอเข้าเวรในช่วงเช้า ส่วนตนนอนชั้นล่าง หลังจากนั้นในช่วงเช้ามืด ขณะที่เพื่อนร่วมงานบางคนตื่นนอนทำธุระส่วนตัว ผู้ตายก็เรียกชื่อตน 3 ครั้ง พอตนถามว่า มีอะไร ผู้ตายก็ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองจนเสียชีวิตทันที ส่วนสาเหตุนั้นน่าจะมาจากเครียดเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ตายเป็นคนคิดมาก เคยบ่นถึงปัญหาเรื่องงานให้ฟังอยู่บ้างว่า ไม่ค่อยถนัดงานตำรวจช่าง เคยคิดจะขอย้ายกลับไปทำหน้าที่เดิม ประกอบกับ เรื่องส่วนตัวที่พ่อผู้ตายนั้น ป่วยต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนก่อนเคยบ่นให้ตนฟังว่า อยากฆ่าตัวตาย ซึ่งตนกับเพื่อนร่วมงานคนอื่นก็เคยเตือนอยู่เป็นประจำ จนกระทั่งมาเกิดเหตุดังกล่าว

น้ำพุ (2527) 1/2
หนังไทย

น้ำพุ เป็นภาพยนตร์ไทย ที่ออกฉายเมื่อปี พ.ศ. 2527 สร้างโดย ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น กำกับการแสดงโดย ยุทธนา มุกดาสนิท สร้างจากเนื้อเรื่องมาจากหนังสือ เรื่องของน้ำพุ ของ สุวรรณี สุคนธา ซึ่งเป็นเรื่องราวชีวิตจริงของ วงศ์เมือง นันทขว้าง เป็นบุตรชายคนเดียวของ สุวรรณี สุคนธา ที่ติดยาเสพติด เป็นอุทธาหรณ์ ของการเลี้ยงบุตร และ อันตรายของยาเสพติด เป็นเรื่องราวของน้ำพุเป็นเด็กที่เติบโตมาในครอบครัวที่มีปัญหาและเขาก็ได้ค้นหาสิ่งใหม่ๆให้ชีวิตของเค้าทั้งดีและไม่ดี แต่น้ำพุ ก็เลือกทางผิด แม่ของน้ำพุรู้ก็สายไปเสียแล้ว น้ำพุได้ติดยาอย่างหนักและในที่สุดยาเสพย์ติดได้เอาชีวิตน้ำพุไป ออกเข้าฉายเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2527 ที่โรงภาพยนตร์เอเธนส์ ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการตอบรับจากผู้ชมและงานประกาศรางวัลต่างๆ อย่างงดงาม เช่น รางวัลตุ๊กตาทอง เป็นต้น จนเป็นภาพยนตร์อมตะอีกเรื่องของไทย ในปี พ.ศ. 2517 แม่ (ภัทราวดี ศรีไตรรัตน์ เบรดี), น้ารัน (เรวัติ พุทธินันท์) และลูกๆช่วยกันพังประตูเข้าไปในห้องของน้ำพุ (อำพล ลำพูน) ซึ่งอยู่ในสภาพตาเหลือก ไม่มีสัญญาณใดๆที่บ่งบอกถึงการมีชีวิต และหอบหิ้วกันขึ้นรถเพื่อนำตัวไปโรงพยาบาลในสภาพทุลักทุเล หมอกับพยาบาลกำลังยื้อยุดฉุดชีวิตของน้ำพุกับความตาย ห้วงคำนึงของแม่คิดถึงความเป็นมาเกี่ยวกับเด็กหนุ่มผู้วายชนม์ที่ต้องบอกว่ามันเริ่มต้นด้วยความโชคร้ายทีเดียว ตั้งแต่การเป็น ‘ไอ้เด็กเกิดวันที่สิบสาม ไอ้ตัวซวย’ ตามคำบริภาษของผู้เป็นพ่อ (สุเชาว์ พงษ์วิไล) ในห้วงยามที่ฝ่ายหลังเดือดดาล ตามมาด้วยการเป็นลูกผู้ชายเพียงคนเดียว และไม่ได้รับอนุญาตให้เล่นตุ๊กตากับพี่ๆน้องๆต่างเพศกัน บ้านของเขาต้องกลายเป็นสมรภูมิรบระหว่างพ่อแม่ที่ทะเลาะเบาะแว้งและถึงขั้นลงไม้ลงมือต่อหน้าต่อตาน้ำพุเป็นประจำ แต่บางที สิ่งที่อาจเรียกได้ว่าเป็นตราบาปที่ฝังแน่นในจิตใจของน้ำพุก็คือการที่เขาถูกผู้เป็นพ่อทำให้รู้สึกว่าเป็นต้นเหตุให้แม่ตัดสินใจหอบลูกๆทั้งหมดออกจากบ้านไป ทั้งๆที่ในความเป็นจริงแล้ว พ่อของน้ำพุใช้มีดตัดสายป่านจนขาด อันเป็นเหตุให้เด็กน้อยไปฟ้องแม่ด้วยน้ำตานองหน้า และแม่สั่งให้ลูกๆทุกคนเก็บข้าวของออกจากบ้าน และ “เราจะไม่กลับมาเหยียบบ้านนี้อีก” เป็นเพียงแค่ฟางเส้นสุดท้ายของความขัดแย้งระหว่างคนเป็นพ่อแม่เท่านั้นเอง ต่อมา น้ำพุกับเพื่อนที่ชื่ออ๊อด (กฤษณะ จำปา) ซึ่งยังเป็นนักเรียนมัธยม กำลังชักชวนกันหนีโรงเรียนและเพิ่งจะรอดพ้นจากการถูกสารวัตรนักเรียนจับกุม น้ำพุยังนับว่าดีกว่าของอ๊อดที่พ่อแม่ไม่เพียงแยกทางกัน หากตัวเขายังถูกส่งไปอยู่กับลุง ขณะที่น้ำพุยังได้อยู่กับแม่ของตัวเอง การอยู่ตามลำพังกับแม่ของน้ำพุ ขณะที่พี่น้องคนอื่นๆถูกส่งไปอยู่กับญาติ แม่ของน้ำพุซึ่งก็ไม่ได้แตกต่างไปจากชนชั้นกลางในเมืองหลวงทั่วๆไปที่ต้องดิ้นรนกระเสือกกระสนภายใต้ระบบเศรษฐกิจที่บีบรัดตัว เพราะตระหนักว่าการงอมืองอเท้าและไม่ทำอะไร รังแต่จะนำไปสู่ความล้าหลัง, ถดถอยและความยากจน ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ และกลับบ้านดึกๆดื่นๆตลอดเวลา นั่นยังไม่ต้องเอ่ยถึงการที่แม่ไม่อาจตัดตัวเองขาดจากสังคม และมีเรื่องให้ต้องสังสรรค์กับเพื่อนฝูงเป็นประจำ หรือกระทั่งมีแฟนใหม่ ซึ่งมองในมุมของคนที่ต้องแบกภาระอะไรไว้มากมาย มันเป็นการแสวงหาการปลอบประโลมมากกว่าความฟุ่มเฟือย น้ำพุกลับบ้านซึ่งเป็นเพียงห้องพักเล็กๆ ที่ขอแบ่งเช่าบนตึกแถวเพื่อมาอยู่กับตัวเองจึงดูเหมือนจะเป็นสภาวการณ์อันเป็นปกติธรรมดา ที่แม่ของน้ำพุต้องเดินทางไปเมืองนอก 2-3 เดือน และหนุ่มน้อยถูกส่งไปอยู่กับลุงและป้า ชีวิตน้ำพุก็ค่อยๆโน้มเอียงไปในทางเพื่อนๆ ซึ่งมี ’หน้าตาแปลกๆ’ โผล่เข้ามา หนึ่งในนั้นก็คือใหม่ (ปิติ จตุรภัทร์) ผู้ซึ่งก็เหมือนกับอ๊อดและน้ำพุตรงที่พ่อแม่แยกทางกัน แต่ที่หนุ่มน้อยคนนี้พกติดตัวมามากกว่าใครๆก็คือ ความโกรธเกลียดและคับแค้นพวกผู้ใหญ่ทุกๆคน น้ำพุไม่เคยมีความสุขกับบ้านหรือครอบครัวเลย เพราะหลังจากที่แม่สามารถเก็บหอมรอมริบ จนกระทั่งสามารถดาวน์บ้านเป็นของตัวเอง และลูกๆทุกคนได้กลับมาอยู่ร่วมกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา มันก็นับเป็น ‘วันชื่นคืนสุข’ สำหรับน้ำพุอย่างแท้จริง ระหว่างเขากับพี่หน่อย (นิศา มุจลินทร์กุล) และหนูแดง (กนกวรรณ บุรานนท์) มักจะมีเรื่องให้ระหองระแหงใจเป็นประจำ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โต ทุกคนได้กลับมาเป็นครอบครัว ต่อมา น้ารัน เพื่อนสนิทรุ่นน้องของแม่ ขออาศัยอยู่ด้วยและกลายเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ที่น้ำพุจะรู้สึกว่าน้ารันเป็นเสมือนส่วนเกินหรือกระทั่งภัยคุกคามต่อความมั่นคงในครอบครัว ต่อมา น้ำพุซึ่งอยู่ในห้องนอนของตัวเอง แอบสูบกัญชาและผล็อยหลับไปพร้อมกับฝันว่าตัวเขากำลังเล่นว่าวกับผู้เป็นแม่กลางทุ่งกว้างตามลำพังสองคน ก่อนที่มันจะสิ้นสุดลงด้วยภาพของน้ำพุ นอนตระกองกอดแม่ของตัวเองและหลับไป น้ำพุพยายามประท้วงการมาของน้ารันโดยแสวงหาแนวร่วมจากศัตรูเก่าของตัวเอง นั่นก็คือการนำเรื่องที่เกิดขึ้นไปฟ้องพ่อ คงจะด้วยหวังว่า บางที พ่ออาจจะช่วยจัดการอะไรได้ แต่มันก็การดิ้นรนที่สูญเปล่าและไม่เกิดดอกผลแต่อย่างใด เพราะพ่อของน้ำพุได้แต่หมกมุ่นอยู่กับการเขียนรูปและไม่แสดงให้เห็นถึงความยี่หระต่อสิ่งที่เกิดขึ้นภายนอก น้ำพุอับจนหนทางและต้องเอ่ยปากสารภาพกับแม่อย่างไม่ปิดบังว่าเขาติดยา ในบรรดาความรู้สึกอันหลากหลายที่ประดังประเดเข้ามาพร้อมๆกัน ทั้งตกตะลึงและไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน มีอยู่แว่บหนึ่งที่ผู้ชมสามารถสัมผัสได้ก็คือความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจของแม่ที่ลูกชายไม่นึกถึงเธอ จึงเดินทางไปวัดถ้ำกระบอกกับเพื่อนเพื่อเลิกยา แต่เมื่อเขากลับมาบ้านอีกครั้ง เขากลับไม่ได้รับการต้อนรับอย่างดีเท่าที่เขาคาดหวัง จึงเกิดความรู้สึกน้อยใจตามประสาวัยรุ่น จึงฉีดเฮโรอีนเกินขนาดจนถึงขั้นเสียชีวิต รายชื่อนักแสดงนำ ภัทราวดี มีชูธน แสดงเป็น สุวรรณี สุคนธา อำพล ลำพูน แสดงเป็น วงศ์เมือง นันทขว้าง (น้ำพุ) เรวัต พุทธินันทน์ แสดงเป็น น้ารัญ วรรษมน วัฒโรดม แสดงเป็น แก้ว สุเชาว์ พงษ์วิไล แสดงเป็น ทวี นันทขว้าง (พ่อน้ำพุ) อำนวย ศิริจันทร์ แสดงเป็น อาจารย์ใหญ่ กนกวรรณ บุรานนท์ แสดงเป็น หนูแดง สุริวิภา กุลตังวัฒนา แสดงเป็น อ้วน ปิติ จตุรภัทร์ แสดงเป็น ใหม่ ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2014/07/2527-master-vcd_14.html 1/2 - http://video.mthai.com/trailer/player/1405589713.html 2/2 - http://video.mthai.com/trailer/player/1405591957.html

งานสีสันแห่งความสุข ที่ ราชประสงค์
งานสีสันแห่งความสุข /  เที่ยวกรุงเทพ

ททท. จัดมหกรรมสีสันแห่งความสุขอย่างยิ่งใหญ่ในงาน “Thailand Happiness : Street Festival” ตลอดแนวถนนย่านราชประสงค์ หวังสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและฟื้นความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว งานสีสันแห่งความสุข ที่ ราชประสงค์ ททท. จัดมหกรรมสีสันแห่งความสุข “Thailand Happiness : Street Festival” ปิดถนนย่านราชประสงค์เนรมิตรสองข้างทางด้วยสีสันแห่งความสุขและรอยยิ้ม เพื่อประกาศว่าเมืองไทยสวยงามปลอดภัย ในรูปแบบ “Color Your Life with Happiness” ชูไฮไลท์ Happiness Music ระดมศิลปินนักร้องชั้นนำของไทย รวมพลังส่ง “คำเชิญรอยยิ้ม” จากคนไทยไปทั่วโลก และ Happiness Street พบกับตลาดนัดดารา สินค้าแนวสตรีทมาให้เลือกช้อป พร้อม กิจกรรมบันเทิงและของขวัญพิเศษมากมาย นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “จากวิกฤติการณ์ทางการเมืองของไทย ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศเกิดการชลอตัว นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและโดยเฉพาะชาว ต่างชาติไม่มั่นใจในความปลอดภัยที่จะเดินทางมาเยือนประเทศไทยในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน ด้วยเหตุนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงได้กำหนดจัดงาน “Thailand Happiness Street Festival” ขึ้นภายใต้ โครงการฟื้นฟูภาพลักษณ์ประเทศไทย ในระหว่างวันที่ 25 - 26 กรกฎาคม 2557 ณ บริเวณถนนพระราม 1 และถนนราชประสงค์ ด้วยการเนรมิตรแต่งแต้มถนนย่านราชประสงค์ด้วยสีสันแห่งความสุขและรอยยิ้มในรูปแบบ “Color Your Life with Happiness” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประกาศว่าเมืองไทยสวยงามปลอดภัย พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ถือได้ว่าเป็นความร่วมมือร่วมใจครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของคนไทยทุกภาคส่วนในการส่งคำเชิญนับล้าน เพื่อให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้เดินทางกลับมาสัมผัสกับความเป็น “Land of Smiles” อีกครั้ง ซึ่งรายได้จาการท่องเที่ยวยังเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนกลไกเศรษฐกิจชาติอีกด้วย สำหรับกิจกรรมภายในงาน “Thailand Happiness Street Festival” แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ Happiness Music และ Happiness Street โดยในส่วนของ Happiness Music ณ ถนนราชประสงค์ จัดขึ้นในวันที่ 25 กรกฎาคม 2557 ตั้งแต่เวลา 15.00 – 24.00 น. โดยกิจกรรมไฮไลท์สำคัญจะมีศิลปินนักร้องชื่อดังเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง เช่น อัสนี - วสันต์ โชติกุล ดา เอ็นโดรฟิน โปเตโต้ หญิงลี ศรีจุมพล ปาล์มมี่ ป๊อด โมเดิร์นด็อก เป็นต้น ส่วน Happiness Street จะปิดถนนพระราม 1 บริเวณด้านหน้าสยามพารากอน ถึงสี่แยกราชประสงค์ ในระหว่างวันที่ 25-26 กรกฎาคม 2557 โดยแบ่งออกเป็น 4 โซน ได้แก่ 1. Happiness Show off สนุกสนานกับขบวนพาเหรด หรรษากับสากลในความเป็นไทย ด้วยขบวนอีสานดรัมไลน์ โชว์เอกลักษณ์แฟชั่นไทยหนึ่งเดียวในโลกกับขบวนนางงามของไทยจากเวทีต่าง ๆ แต่งกายชุดประจำชาติ แบบประยุกต์ อิ่มเอมกับครัวไทยสู่ครัวโลก พาความสนุกเที่ยวไทยไปทุกที่ กับขบวนจักรยานสามล้อถีบท่องเที่ยวไทย สุขใจ ประเทศไทยเมืองผลไม้ ปิดท้ายกับความมันส์กับลูกทุ่งสุดอลังการ จากเยาวชนไทย พร้อมการแสดง แนว Thai style เช่น โขนเด็กแรพ ฝรั่งร้องเพลงไทย คีตไทยเล่นของนอก โปงลางอีสานอินดี้ และชฎาทองอมยิ้ม เป็นต้น 2. Happiness 4 Season Market พบกับ 80 ร้านค้าแนว “Street Style” เช่น Fashion Market สินค้าแฟชั่น เสื้อผ้า สินค้าแฮนด์เมด , Online On Street ยกสินค้าออนไลน์มาไว้บนถนน , Restaurant In trend โดยจะยก ร้านอาหารชื่อดังย่านราชประสงค์ - ราชดำริไปจนถึงร้านอาหารแบบสตรีทฟู้ดทั่วไป , Star on Street ตลาดนัดดาราและเซเลปชื่อดังมากมาย 3. Happiness Surprise พบกับกล่องของขวัญขนาดยักษ์ 2 กล่อง ในถนนคนเดิน โดยกล่องของขวัญจะเปิดออกได้ด้วยรอยยิ้มของคนมาร่วมงาน ที่รวมตัวกันถ่ายภาพลง Instagram คืนความสุขให้เมืองไทย ซึ่งกล่องจะเปิด ออกเมื่อมีรอยยิ้มครบ 5,000 - 10,000 รอยยิ้ม และพบกับกิจกรรมสุด Surprise ของแต่ละกล่องที่แตกต่างกันจากศิลปินที่จะมาร่วมให้ความสุข 4. Happiness Activity ภายในงานจะมีการจัดกิจกรรมที่คืนความสุขให้คนไทยมากมาย อาทิ Happiness Refill มองหาลูกโป่ง Happiness จากคนขายในราคา 50 บาท เพื่อร่วมบริจาคเงินให้มูลนิธิ ต่างๆและรับของแถมน่ารักๆ และเป็นการรีฟิลความสุขให้ตัวเองและคนอื่นไปพร้อมๆ กัน นอกจากนี้ ททท. ยังร่วมมือกับ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จัดงาน“Thailand’s Best Friends Forever” ขึ้น ในวันที่ 25 กรกฎาคม 2557 ณ โรงแรม เซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ โดยเชิญสื่อมวลชน บล็อก เกอร์ และผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยว จากตลาดเป้าหมายหลักทุกภูมิภาคทั่วโลกกว่า 1,000 ราย จาก 37 ประเทศ เพื่อร่วมชมกิจกรรมการแสดงทางศิลปวัฒนธรรม ในรูปแบบ Street Festival ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 25 – 26 กรกฎาคม 2557 นี้ ณ บริเวณถนนพระราม 1 ถึง แยกราช-ประสงค์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญที่จะช่วยสื่อสารและเผยแพร่ภาพเทศกาลแห่งความสุขในหลากหลายมิติอย่างมีสีสรรในรูปแบบวิถีไทยสู่สายตานานาประเทศ เพื่อตอกย้ำถึงรอยยิ้มและความสุขสนุกสนานของคนไทยที่พร้อมให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวได้เดินทางมาเยือนด้วยอัธยาศัยไมตรีที่ดีเหมือนเช่นเดิม ขอบคุณข่าวสารจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ละครล่ารักสุดขอบฟ้า , เรื่องย่อล่ารักสุดขอบฟ้า
ล่ารักสุดขอบฟ้า /  เรื่องย่อละคร ล่ารักสุดขอบฟ้า / 

ล่ารักสุดขอบฟ้าบทประพันธ์ : คนหลังม่าน บทโทรทัศน์ : ละลิตา ฉันทศาสตร์โกศลกำกับการแสดง : ธีระศักดิ์ พรหมเงิน ความรักระหว่างองครักษ์หนุ่มจากต่างแดนกับราชนิกูลสาวไทยจอมเฮี้ยวที่เกือบจะกลายเป็นเส้นขนาน เพราะหน้าที่และความภักดีต่อแผ่นดิน การคัดตัวราชองครักษ์ประจำปีของประเทศรายา ประเทศที่มีขนาดเล็กตั้งอยู่ในทวีปเอเชียใต้ใกล้กับประเทศอินเดียและจีนกำลังเริ่มขึ้น ตามธรรมเนียม องค์รัชทายาทจะต้องทรงเข้าร่วมประลองในรอบสุดท้าย เพื่อวัดฝีมือกับผู้ได้รับการคัดเลือกด้วยตัวเอง ซึ่งการประลองก็เป็นไปอย่างราบรื่น องค์รัชทายาทภายใต้ชุดเกราะและหน้ากากสามารถเอาชนะได้อย่างสวยงาม ท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้องของผู้เข้าชมการแข่งขัน มีเพียงองค์ราชาอินทราเท่านั้นที่ทรงทราบว่า แท้จริงผู้เข้าประลองคือ คามิน องครักษ์หนุ่ม ผู้ที่ทรงให้ความไว้วางใจให้ถวายการดูแล เจ้าชายมาคี รัชทายาทผู้ซึ่งต้องสืบต่อราชบัลลังก์จากนี้ในไม่ช้า หน้าที่ของคามิน นอกจากคุ้มครองเจ้าชาย ยังต้องเป็นตัวแทนของเจ้าชายไปทำราชกิจต่างๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากองค์ราชา โดยมีสินธรทหารองครักษ์คู่ใจที่จงรักภักดีต่อราชบัลลังก์และศรัทธาคามินอย่างที่สุดเป็นมือขวา คามินเป็นเด็กกำพร้าที่ไม่เคยมีผู้ใดรู้ประวัติที่แน่ชัด บ้างก็ว่าพ่อแม่ของคามินเป็นมหาดเล็กของพระราชาอินทรา และเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตระหว่างตามเสด็จไปเยี่ยมราษฎร บ้างก็ว่าแม่ของคามินเป็นนางรำท้องลูกไม่มีพ่อ จึงฆ่าตัวตายหนีความอับอายและทิ้งลูกไว้ ซึ่งคามินไม่เคยสนใจที่จะสืบหาประวัติตัวเอง เพราะมีปณิธานอันยิ่งใหญ่ที่จะถวายชีวิตเพื่อความจงรักภักดีต่อราชาอินทรา ที่ได้ชุบเลี้ยงเขามาแต่เยาว์วัย ราชาอินทราทรงหนักใจกับเจ้าชายมาคีซึ่งมีอุปนิสัยไม่เอาถ่าน ไม่ยอมสนใจศึกษางานราชกิจใดๆ คามินแทบจะต้องทำงานแทนทุกอย่าง แม้แต่เวลาที่มาคีไปมีสัมพันธ์กับสาวๆ คามินก็ต้องตามไปแก้ปัญหาให้ จนถูกสาวพวกนั้นตามตื๊อซะเอง กว่าจะสลัดหลุดไปได้ คามินก็ต้องแกล้งทำเป็นเกย์ ที่สำคัญ นายพลวิฑูร ผู้กุมอำนาจใหญ่ในวังก็คิดจะรวบอำนาจทางอ้อมด้วยการยกหฤทัย บุตรสาวให้เป็นชายาของเจ้าชายมาคี โดยมีพระนางสาวิตรี มเหสีของพระราชาให้การหนุนหลัง เนื่องจากทรงเป็นญาติกับนายพลวิฑูร พระนางสาวิตรีเองก็ไม่ค่อยชอบคามินนัก เพราะขณะที่เจ้าชายเป็นคนหยิบหย่งไม่เอาไหน แต่คามินกลับมีความสามารถทั้งบู๊และบุ๋น อบอุ่น มีวาทศิลป์ จนกลายเป็นที่รักใคร่ของชาวบ้านและคนรอบข้าง รวมทั้งราชาอินทราที่ทรงรักคามินเหมือนโอรสของพระองค์ เพื่อคานอำนาจของนายพล ราชาอินทราตัดสินใจหาทางออกด้วยการให้เจ้าชายมาคีอภิเษกกับหญิงต่างแดน และผู้หญิงที่เหมาะสมผู้นั้นก็คือ มัทนา สาวชาวไทยที่พระราชาได้แอบหมั้นหมายไว้กับธรรมรัตน์ บิดาของมัทนานั่นเอง ธรรมรัตน์เป็นพระสหายสนิทของพระราชามาตั้งแต่สมัยที่พระองค์มาศึกษาร่ำเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำของเมืองไทย และที่สำคัญที่สุด ธรรมรัตน์เป็นผู้กุมความลับของพระราชา และชาติกำเนิดที่แท้จริงขององครักษ์คามินมาตลอด 26 ปี!! นายพลวิฑูรและพระมเหสีสาวิตรีก็พากันคัดค้านเรื่องการเลือกสาวไทยมาเป็นพระชายา แต่ราชาอินทราให้เหตุผลว่าประเทศรายาอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากร การผูกสัมพันธ์กับนักธุรกิจระดับเจ้าของนิคมอุตสาหกรรมอย่างธรรมรัตน์ จะสามารถนำวิทยาการที่ทันสมัยเข้ามาช่วยพัฒนาประเทศ ราชสภาต่างพากันสนับสนุน ทำให้นายพลวิฑูรยอมล่าถอย ราชาอินทราจึงมีคำสั่งให้องครักษ์คามินเดินทางไปเมืองไทย ธรรมรัตน์พ่อของมัทนากินไม่ได้นอนไม่หลับ เมื่อราชาอินทราแจ้งข่าวว่าจะส่งคนมารับตัวมัทนาไปอภิเษกกับเจ้าชายที่ประเทศรายาตามคำสัญญา เพราะมัทนาลูกสาวไม่มีคุณสมบัติกุลสตรีที่เหมาะสมกับตำแหน่งพระชายาเลยแม้แต่น้อยนิด คามินเดินทางไปเมืองไทยทันทีโดยมอบหมายให้สินธรคอยดูแลอารักขามาคีแทน ในงานเลี้ยงฉลองรับปริญญาของมัทนา ม.ร.ว.มาณวิกาได้ทำการแต่งองค์ทรงเครื่องให้กับมัทนา บุตรสาว จนงดงามโดดเด่นดั่งเทพธิดาสมกับเป็นเชื้อสายราชนิกุลผู้สูงศักดิ์ เพื่อเปิดตัวกับผู้คนในสังคมชั้นสูง แต่มาณวิกาต้องหน้าแตกและอับอายอย่างแรง เมื่อมัทนาออกมาเดินแบบโชว์พร้อมกับฟันที่เหยินเหมือนแก้วหน้าม้า พอๆ กับธรรมรัตน์ที่แทบจะเอาหน้าแทรกแผ่นดินเพราะองครักษ์คามินมาถึงในวันนั้นพอดี ระหว่างที่ทุกคนมัวแต่สนใจมัทนา มือปืนลึกลับปรากฏตัวขึ้นยิงใส่ธรรมรัตน์ เป็นจังหวะที่มัทนากำลังวิ่งเข้าหาพ่อแม่ องครักษ์คามินกระโจนเข้าช่วยเหลือ ผลักมัทนาพ้นวิถีกระสุน ไล่ล่ายิงสู้กับมือปืนจนหลุดไปจากบริเวณงาน ซึ่งคามินก็ต้องตกใจมากเมื่อพบว่ามัทนาซิ่งมอเตอร์ไซด์ออกมาทั้งชุดสวยงามเพื่อไล่ล่าเช่นกัน มือปืนหลบหนีไปได้ธรรมรัตน์และมาณวิกาขอร้องให้คามินช่วยปกปิดเรื่องความก๋ากั่นของมัทนาเอาไว้ก่อน โดยจะพยายามเปลี่ยนแปลงมัทนาให้เป็นกุลสตรีให้ได้ แต่ก็ไม่ทันการเสียแล้ว เพราะรูปถ่ายของมัทนาในสภาพแก้วหน้าม้าหลุดรอดไปถึงมือเจ้าชายมาคีที่รายา เจ้าชายรับไม่ได้กับหน้าตาอันสุดแสนจะขี้ริ้วขี้เหร่ของมัทนา จึงโทรศัพท์มายืนยันเสียงหนักแน่นกับองครักษ์คามินว่า หัวเด็ดตีนขาดก็จะไม่ยอมแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ แถมยังบังคับให้องครักษ์คามินหาทางล้มเลิกการอภิเษกให้จงได้ ทำให้คามินหนักใจมาก เพราะในขณะเดียวกันก็ถูกกำชับจากองค์ราชาให้เตรียมการให้มัทนาเป็นเจ้าสาวให้ได้ เพราะองค์ราชาเคยพบกับมัทนาเทื่อตอนที่เริ่มเป็นสาวและแน่ใจว่ามัทนาไม่ใช่ผู้หญิงขี้ริ้วอย่างอย่างแน่นอน แท้จริงมัทนา เป็นเด็กสาวหัวสมัยใหม่ น่ารัก ร่าเริง สดใส ซุกซน รักความตื่นเต้น ชีวิตไม่เคยสัมผัสกับความทุกข์ ความยากลำบากใดๆ ชอบเล่นกีฬาผาดโผน ทั้งบันจี้จัมพ์ กีฬาทางน้ำต่างๆ เข้ากลุ่มเล่นร่มร่อน ปั่นจักรยานมาราธอน เล่นเอา ม.ร.ว.มาณวิกาปวดเศียรเวียนเกล้าที่ไม่สามารถฝึกลูกให้เป็นกุลสตรีได้ทุกกระเบียดนิ้วอย่างที่หวัง แม้จะพยายามหาคู่ที่ทัดเทียมเสมอศักดิ์กัน ผู้ชายเหล่านั้นก็โดนมัทนาพาไปรับน้องเล่นกีฬาผาดโผนจนขวัญหนีดีฝ่อกระเจิดกระเจิงกันไปหมด ต่างจากมินตรา บุตรสาวบุญธรรม ที่ได้ดั่งใจทุกอย่าง มินตราเป็นลูกสาวของพี่เลี้ยงของ ม.ร.วมาณวิกา ที่ป่วยตายและทิ้งลูกไว้ให้มาณวิกาช่วยดูแล มินตราเป็นกุลสตรีที่เพียบพร้อมในทุกด้าน กิริยางดงาม งานบ้านงานเรือนไม่เคยบกพร่อง มินตราต้องการอยู่เหนือกว่ามัทนา เพราะมีปมในใจที่ตัวเองเป็นแค่ลูกคนรับใช้ มินตราจึงคอยเอาใจประจบประแจงมาณวิกาและธรรมรัตน์ จนมาณวิกาหลงรักรับเป็นลูกบุญธรรม โดยไม่มีใครมองออกว่าหญิงสาวผู้อ่อนหวานคนนี้ภายในเต็มไปด้วยความริษยาอันรุนแรง แม้แต่รูปแก้วหน้าม้าของมัทนา มินตราก็เป็นคนแอบส่งไปให้เจ้าชายมาคีเพราะอิจฉาที่มัทนาจะได้เป็นพระชายา มัทนาไม่อยากแต่งงานกับเจ้าชาย จึงพยายามแสดงตนว่าไม่ใช่กุลสตรีต่อหน้าคามิน และใช้มุกเดิมพาคามินไปกลั่นแกล้งให้ขวัญหนีดีฝ่อ คามินแกล้งไม่รู้ทันมัทนา เพราะต้องการเรียนรู้ว่ามัทนาเป็นคนอย่างไรกันแน่ มัทนาโอ้อวดความสามารถในเชิงกีฬาผาดโผนเพื่อข่มคามิน แรกๆ คามินแกล้งแพ้ มัทนาได้ใจ จึงให้เหมันต์ เพื่อนหนุ่มตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่แอบหลงรักมัทนา ช่วยสืบให้ว่าจะเอาชนะคามินได้ยังไง ในที่สุดเหมันต์ก็แนะนำให้มัทนาแข่งเจ็ทสกี เพราะภูมิประเทศของรายาเป็นภูเขา ยังไม่เจริญเท่าประเทศตะวันตก คามินคงไม่ชำนาญเจ็ทสกี มัทนารีบยื่นคำท้าต่อคามิน โดยให้เงื่อนไขว่าหากคามินสามารถเอาชนะได้ มัทนาจะยอมเข้าคอร์สฝึกความเป็นกุลสตรีตามแบบฉบับของประเทศรายา และเดินทางไปอภิเษกกับเจ้าชายแต่โดยดี องครักษ์คามินรับคำท้า ทั้งสองแข่งขันกันโดยมีเหมันต์และมินตรามาเป็นกรรมการ เหมันต์ต้องการให้มัทนาชนะจึงแอบทำให้เจ็ทสกีของคามินเกิดปัญหาระหว่างแข่งขัน แต่คามินรู้ทันและสามารถแก้ปัญหา เร่งเครื่องจนเกือบจะเอาชนะมัทนา ขณะที่มัทนามุ่งแต่จะเอาชนะคามินจนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุ คามินต้องเป็นฝ่ายช่วยมัทนา ทำให้มัทนารู้ว่าคามินฝีมือระดับเทพ คามินยังคุยทับว่าเจ้าชายมาคีเก่งกว่าเขาหลายสิบเท่า มัทนาจำเป็นต้องรักษาสัจจะยอมให้คามินฝึกการปฏิบัติตัวตามประเพณีของประเทศรายาอย่างไม่เต็มใจ ส่วนมินตราก็พึงพอใจในความหล่อเท่สุดๆ ขององครักษ์คามิน พยายามหาทางตีสนิทอยู่ตลอดเวลาที่มีโอกาส มัทนาไม่ปรารถนาจะแต่งงานจึงแกล้งหลอกองครักษ์คามินว่าตัวเองเป็นโรคเกลียดผู้ชาย (Male Phobia: โรคกลัวผู้ชายแบบไร้เหตุผล) เพราะถูกมาณวิกาเลี้ยงดูอย่างเข้มงวด เหมันต์ก็ร่วมช่วยโกหกอีกทางว่ามัทนาเคยถูกผู้ชายจูบแล้วหายใจไม่ออกเกือบตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ทุกวันนี้ยังต้องไปหาหมอทางจิตเพื่อรับการรักษาอยู่ตลอด ส่วนมินตราก็แอบให้ข้อมูลคามินว่ามัทนาชอบก่อกวนผู้ชายทุกคนที่เข้ามาจีบจนหนีเตลิดไปหมด เพราะมัทนาเกลียดผู้ชาย คามินไม่ปักใจเชื่อพยายามค้นหาความจริง แต่ก็ยังจับผิดมัทนาไม่ได้ อสิต คู่แข่งทางธุรกิจของพ่อมัทนา เกิดความแค้นที่พ่อมัทนากำลังจะแย่งซื้อที่ดินผืนใหญ่ จึงส่งมือปืนมาตามเก็บธรรมรัตน์พ่อของมัทนา แต่โชคดีที่คามินมาช่วยได้ทันการ และในเหตุการณ์นี้เองทำให้คามินกับมัทนาจูบกันโดยไม่ตั้งใจ มัทนาอ่อนระทวยในวงแขนของคามินโดยไม่มีอาการหายใจไม่ออกอย่างที่เหมันต์เคยช่วยมัทนาโกหกไว้ ทำให้คามินรู้ได้ทันทีว่ามัทนากุเรื่องขึ้นทั้งเพ แม้ความจริงจะถูกเปิดเผย แต่เรื่องกลับวุ่นวายหนักขึ้นเมื่อ ทั้งคู่แอบมีใจให้แก่กันแต่ต้องพยายามเก็บงำความรักไว้ในใจอุปสรรคขององครักษ์คามินยังมีเข้ามาไม่หยุดหย่อน เมื่ออัคนี ลูกชายคนเก่งของอสิตพยายามตามจีบมัทนาเพื่อโชว์ความเจ๋งของตัวเอง แต่โดนมัทนาทำให้อับอายขายหน้า จึงเกิดความแค้นตามนิสัยของคนที่แพ้ไม่เป็น จึงคิดจะฉุดมัทนาไปเป็นเมียให้ได้ คามินเข้าขัดขวาง ทำให้อัคนียิ่งเสียหน้าและแค้นคามินไปด้วย ขณะที่มัทนาแอบประทับใจในความเก่งกล้าสามารถของคามินมากยิ่งขึ้นทุกที มัทนาเริ่มรู้สึกรักคามินมากขึ้นจนไม่อยากแต่งงานกับเจ้าชายมาคี จึงระบายความในใจที่มีต่อคามินให้มินตราฟัง โดยหารู้ไม่ว่ามินตราก็แอบหลงรักองครักษ์คามินอยู่เช่นกัน มินตราทำเป็นห่วงใยมัทนา ให้มัทนาตัดใจจากคามินเสีย ส่วนตัวเองก็ตามเอาใจใส่คามินในฐานะแขกคนสำคัญของครอบครัว มาณวิกาแม่ของมัทนาก็สนับสนุนมินตราจนออกนอกหน้า เพราะอยากได้ผู้ชายที่สมบูรณ์แบบอย่างคามินมาเป็นเกี่ยวดองเป็นญาติ ขณะเดียวกันมินตราก็ยังริษยากลัวมัทนาได้ดิบได้ดีเหนือตน จึงคอยส่งข้อมูลแย่ๆ ที่เกี่ยวกับมัทนาให้เจ้าชายมาคีอยู่เรื่อยๆ เล่นเอาเจ้าชายขนหัวลุกไม่อยากแต่งงานกับมัทนาท่าเดียว ราชาอินทราเห็นท่าจะไปกันใหญ่จึงบังคับให้โภคิน กรมวังผู้จงรักภักดีพาเจ้าชายมาคีมาเมืองไทยเพื่อให้เจ้าชายเห็นมัทนากับตา เมื่อโภคินและเจ้าชายเดินทางมาถึงเมืองไทย โภคินได้บอกเรื่องที่มีคนลึกลับคอยสร้างภาพมัทนาในทางลบ ทำให้ธรรมรัตน์สงสัยว่าจะเป็นฝีมือเล่นไม่ซื่อของอัคนีที่ตามตอแยมัทนาไม่ลดละ มัทนาทำตัวเรียบร้อยน่ารัก ตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับคามิน ทำให้มาคีถึงกับตกหลุมรักมัทนาในนาทีแรกที่เห็น พร่ำเพ้อพรรณนากับองครักษ์คามินว่ามัทนาคือที่สุดในใจตั้งแต่เจอผู้หญิงในโลกนี้มา คามินต้องสะกดเก็บความปวดแปลบใจไว้ เมื่อราชาอินทราเดินทางกลับไปประกาศหมายกำหนดการแต่งงานที่รายา สร้างความไม่พอใจให้กับนายพลวิฑูรเป็นอย่างมาก จึงเร่งรีบส่งทหารคนสนิทไปเมืองไทยเพื่อเด็ดชีวิตมัทนา แต่มัทนาอาศัยความฉลาดปราดเปรียวเอาตัวรอดได้อย่างหวุดหวิด ยิ่งทำให้เจ้าชายมาคีเกิดความประทับใจจึงเร่งเวลาการแต่งงานให้เร็วขึ้นมาอีก มัทนาไม่อยากแต่งงานจึงตัดสินใจหนี มินตราซึ่งไม่อยากเห็นมัทนาได้ดีอยู่แล้วจึงแกล้งเห็นดีเห็นงามอาสาช่วยมัทนาหลบหนี คามินตามไปทันและดุว่ามัทนาทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโต จะทำให้พ่อแม่ของมัทนาเดือดร้อนไปด้วย และอาจนำความขัดแย้งมาสู่ทั้งสองประเทศ มัทนาระเบิดความในใจว่าที่หนีเพราะรักคามิน ถ้ารักใครแล้วก็จะรักคนนั้นไปจนวันตายจะไม่ขอแต่งกับผู้ชายคนไหน เล่นเอาคามินถึงกับช็อกที่มัทนามีใจตรงกัน แต่คามินต้องตัดใจเลือกความภักดี จึงปลอบโยนมัทนาให้ยอมเดินทางไปประเทศรายาก่อน แล้วค่อยไปแก้ปัญหากันที่นั่น หญิงสาวยอมเชื่อฟังวาทศิลป์ของคามิน จึงยอมไปแต่โดยดี แต่พอทั้งหมดเดินทางถึงรายา คามินกลับทำตัวเหมือนคนแปลกหน้าไม่เหมือนตอนอยู่เมืองไทย แถมยังพยายามสร้างภาพว่าตนเองมากรักหลายใจ ด้วยการพาสนมกำนัลในรายามาค้างคืนที่ที่พัก เพื่อหวังให้มัทนาเกลียดและตัดใจจากตนเสีย ขณะที่พระนางสาวิตรีก็แสดงท่าทีรังเกียจมัทนา พยายามกลั่นแกล้งให้ทุกคนเห็นว่ามัทนาไม่คู่ควรกับตำแหน่งมเหสี โดยมีลูกคู่คือหฤทัย ส่วนนายพลวิฑูรก็หาโอกาสล่อลวงมัทนาไปทำร้ายบ่อยๆ แต่ก็มีบุรุษลึกลับมาช่วยให้มัทนารอดหวุดหวิดทุกครั้ง ซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่นคามินนั่นเอง ในที่สุดมัทนาจับได้ว่าคามินแอบคุ้มครองตัวเองอยู่ จึงรู้ว่าคามินยังรักตน มัทนาตัดสินใจที่จะเข้าเฝ้าราชาอินทราเพื่อปฏิเสธการอภิเษกในครั้งนี้ด้วยตนเอง แต่เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นก่อน หฤทัยพบว่าตัวเองท้องกับเจ้าชาย แต่เจ้าชายกลับไม่ยอมรับผิดชอบและอ้อนวอนให้คามินช่วยเหลือ คร่ำครวญว่าถ้าไม่ได้ครองคู่กับมัทนา ก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่ คามินเห็นทางว่าจะทำให้มัทนาตัดใจจากตนได้ จึงโกหกกับทุกคนว่าตัวเองคือพ่อเด็ก นายพลวิฑูรไม่ต้องการให้ลูกสาวเสียโอกาสเป็นชายา จึงต้องการยืดเวลาออกไปด้วยการขอให้มีการตรวจดีเอ็นเอคามินกับเด็ก เจ้าชายรอดตัวไปโดยปริยาย แต่การอภิเษกต้องถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนดจนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่า คามินคือพ่อของลูกในท้องหฤทัยจริงหรือไม่ คามินพยายามหลบหน้ามัทนาเพราะไม่อยากตอบคำถามใดๆ มัทนาเองไม่เชื่อว่าคามินจะเป็นคนเช่นนั้น มินตราเกิดความละโมบอยากเป็นชายาเจ้าชาย จึงทำแผนให้มัทนากับคามินมาเจอกัน แล้วล่อให้เจ้าชายมาคีมาเห็นสองคนกอดกันกับตา เจ้าชายเจ็บปวดที่ถูกคนที่ไว้ใจที่สุดทรยศหักหลัง สินธรซึ่งหลงรักหฤทัย เจ็บแค้นที่มาคีโยนความรับผิดชอบให้คามิน ประกอบกับรู้สึกมาตลอดว่ามาคีไม่คู่ควรจะเป็นราชา จึงลอบทำร้ายมาคี สุเทษเข้าขัดขวาง สินธรหนีรอดไปได้ แต่ก็ถูกประกาศจับไปทั่ว ขณะเดียวกันพวกโจรป่าก่อความวุ่นวายปล้นสะดมชาวบ้าน ส่วนราชาอินทราก็มาประชวรกะทันหันบ้านเมืองเกิดความระส่ำระสาย องครักษ์คามินแสดงฝีมือปราบโจรจนราบคาบ ประชาชน เสนาข้าราชบริพารพากันแซ่ซ้องสรรเสริญในวีรกรรมอันอาจหาญของคามิน ท่าทีห่วงใยที่มัทนามีต่อคามินยิ่งทำให้เจ้าชายอิจฉา หึงหวง และหวาดระแวงว่าคามินจะแข่งดีแข่งเด่นเหนือเจ้าชาย ในช่วงจังหวะนี้เองที่พระมเหสีสาวิตรีค้นพบรูปถ่ายแรกเกิดของคามินโดยบังเอิญ มเหสีบอกนายพลวิฑูร นายพลวิฑูรจึงลากตัวโภคินมาทรมานรีดความจริงจนยอมเปิดปากว่าเด็กคนนั้นคือคามินโอรสของพระราชา นายพลฆ่าโภคินทิ้ง มเหสีตกใจมากที่เห็นความโหดเหี้ยมของนายพล แต่ต้องตกกระไดพลอยโจนร่วมมือเพื่อเจ้าชายจะได้ขึ้นครองราชย์ นายพลบอกเรื่องชาติกำเนิดของคามินให้เจ้าชายรู้ และเป่าหูว่าเจ้าชายจะตกกระป๋อง หากความจริงนี้ถูกเปิดเผยออกมา เจ้าชายจึงร่วมมือกับนายพลวิฑูร สร้างสถานการณ์ใส่ร้ายคามินว่าลอบปลงประชนม์พระราชา คามินถูกจับขังคุก ราชาอินทราเสียพระทัยจนประชวร นายพลเร่งรัดให้มีการประหารคามิน ขณะที่คามินไม่ยอมเปิดปากชี้แจงอะไรเลย เพราะคิดว่าไม่มีตนเองทุกอย่างก็จะจบ หฤทัยสำนึกบุญคุณที่องครักษ์คามินรับเป็นพ่อเด็ก และตลอดเวลาที่ผ่านมาก็ยังมีน้ำใจช่วยดูแลหฤทัยอย่างดี จึงยอมร่วมมือกับมัทนาช่วยเหลือคามินหนีจากที่คุมขังจนสำเร็จ หนำซ้ำยังเอาตัวขวางการตามล่าของนายพลวิฑูร จนตัวเองแท้งลูก นายพลวิฑูรใช้วิกฤติเป็นโอกาสปล่อยข่าวว่าคามินคบชู้กับมัทนา ทำให้เจ้าชายยิ่งแค้นนำทหารออกตามล่าตัวคามินจนไปพบอยู่ในป่า เจ้าชายทำร้ายคามินโดยคามินไม่ยอมต่อสู้ มัทนาพยายามขอร้องเจ้าชายทำให้เจ้าชายยิ่งโกรธ จะฆ่าคามินให้ได้ แต่เจ้าชายพลาดพลั้งเหยียบกับระเบิด คามินเสี่ยงชีวิตเข้าช่วยถอดสลักระเบิดจนเจ้าชายรอดตาย แต่ตัวเองกลับโดนสะเก็ดระเบิด เมื่อควันจางลง คามินหายตัวไปอย่างลึกลับ ส่วนมัทนาที่สลบไปถูกเจ้าชายจับตัวกลับรายา และถูกกักบริเวณไม่ให้ไปไหน แต่มินตราช่วยมัทนาหนีกลับเมืองไทย ส่วนตัวเองก็อาศัยจังหวะที่เจ้าชายสับสน ยั่วยวนเจ้าชายจนได้เสียกันแบบลับๆ ที่เมืองไทย มัทนาเฝ้าห่วงใยคามิน โดยไม่รู้ว่าธรรมรัตน์เป็นผู้ส่งคนไปช่วยเหลือคามิน จนได้พบกับสินธรที่หลบอยู่ในป่าด้วย คามินขอให้สินธรอยู่ในรายาเพื่อคอยสืบข่าววิฑูร ธรรมรัตน์พาคามินไปเมืองไทยและส่งคามินไปรักษาอาการบาดเจ็บดวงตาในบ้านบนเกาะของแม่คามินซึ่งทิ้งไว้ให้ลูกก่อนตาย มัทนารู้ข่าวว่าเจ้าชายจะเดินทางมาปรับความเข้าใจกับธรรมรัตน์ จึงได้หนีหน้าไปพักผ่อนบนเกาะและที่นั่นมัทนาก็ได้พบกับคามินอีกครั้ง แต่การพบกันครั้งนี้ถึงกับทำให้มัทนาเข่าอ่อนเพราะคามินกลายเป็นคนตาบอด สูญเสียการมองเห็นชั่วคราว มัทนาไม่กล้าบอกให้คามินรู้ตัว จึงแอบอยู่กับคามินในบ้านหลังเดียวกัน และโกหกว่าเป็นคนรับใช้ แต่ก็โดนคามินจับได้ในเวลาต่อมา ขณะที่นายพลเดินทางมาติดต่ออัคนีซึ่งเบื้องหลังมีซุ้มมือปืนรับจ้างฆ่าคน อัคนีตกลงรับงานทันทีเพราะแค้นคามินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อัคนีสืบรู้ที่ซ่อนของคามินจากมินตรา จึงพาลูกน้องบุกไปฆ่าคามิน คามินต่อสู้กับผู้ร้ายโดยมีมัทนาเป็นคนคอยบอกทิศทางเป็นดวงตาให้กับคามิน ในที่สุดทั้งคู่หนีรอดไปในป่าและได้พบกับหมอจีนช่วยฝังเข็มรักษาดวงตาของคามินจนกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง ราชาอินทราเริ่มแข็งแรงขึ้น และต้องการพบคามิน นายพลจึงหลอกพาราชาอินทราไปเพื่อลอบปลงพระชนม์โดยให้อัคนีเป็นคนลงมือ คามินกับมัทนาตามมาช่วย แต่ราชาอินทราถูกยิงบาดเจ็บสาหัส ราชาบอกความจริงว่าคามินคือลูก ก่อนที่จะสิ้นใจ คามินจึงคาดคั้นถามความจริงจากธรรมรัตน์ ย้อนกลับไปเมื่อ 30 กว่าปีก่อน เจ้าชายอินทราเดินทางไปศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโทในเมืองไทย พระองค์ได้รู้จักกับธรรมรัตน์และปรารถนา สาวงามชาวไทย ทั้งสามเป็นเพื่อนสนิทร่วมสถาบันเดียวกัน เจ้าชายตกหลุมรักปรารถนา และได้เสียกันจนปรารถนาตั้งท้องในช่วงที่สำเร็จการศึกษาพอดี เจ้าชายอินทราสัญญาว่าจะเดินทางกลับมารับปรารถนาไปเป็นมเหสี แต่เมื่อเดินทางไปแล้ว พระราชบิดาของเจ้าชายบังคับให้เจ้าชายอภิเษกกับมเหสีองค์ปัจจุบัน เวลานั้นเจ้าชายอินทราอ่อนแอไม่กล้าขัดคำสั่งพระราชบิดา จึงตัดการติดต่อกับปรารถนา ปรารถนาร่างกายอ่อนแอหลังคลอดลูกชาย จึงเสียชีวิตลง ธรรมรัตน์เลี้ยงดูลูกชายของพระราชาอินทราจนอายุได้ 2 ขวบ พระราชาสำนึกผิดจึงส่งคนรับใช้คนสนิท มารับตัวลูกชายไป และตั้งชื่อให้ว่าคามิน นายพลวิฑูรใส่ร้ายว่าคนที่ฆ่าพระราชาตายคือคามิน แต่มเหสีเชื่อว่าเป็นฝีมือของนายพล จึงรู้สึกสำนึกเสียใจที่หลงร่วมมือกับคนชั่ว ความที่กลัวว่าเจ้าชายจะรู้ว่าตนเองมีส่วนในการสิ้นพระชมน์ของราชาอินทรา ทำให้มเหสีเริ่มเก็บตัวอยู่คนเดียว ส่วนเจ้าชายแค้นคามินมากยอมร่วมมือกับนายพลกำจัดคามิน แลกกับการสนับสนุนให้เจ้าชายขึ้นครองราชย์ แต่มินตรานำจดหมายและรูปที่บอกชาติกำเนิดของคามินมาข่มขู่เจ้าชาย หากเจ้าชายไม่ต้องการให้ความลับนี้แพ่งพรายออกไป ต้องแต่งตั้งตัวเองให้เป็นชายา นายพลแอบรู้ข้อตกลงนี้จึงหลอกใช้มินตรา โดยสัญญาว่าจะผลักดันมินตราขึ้นเป็นพระชายาแทนหฤทัย แต่ขอให้มินตราหาตัวคามินและมัทนาให้พบ หลังจากนั้นก็แต่งตั้งตัวเองเป็นผู้สำเร็จราชการ เจ้าชายเริ่มอึดอัดที่กลายเป็นเพียงหุ่นเชิด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ มินตราเดินทางกลับมาที่เมืองไทย หลอกล่อมาณวิกา จนกระทั่งรู้ที่ซ่อนมัทนาและคามิน จึงส่งข่าวให้อัคนีรู้ อัคนีตามล่าตัวคามินและมัทนาจนพบ แต่จับมัทนาไปได้คนเดียว เพราะมัทนาจงใจจะให้คามินหนีรอด มัทนาไม่ยอมเปิดปากบอกว่าคามินอยู่ที่ไหน จึงถูกอัคนีพาตัวไปรายาเพื่อรับรางวัลจากนายพล เจ้าชายดีใจมากที่พบมัทนา แต่มัทนากลับไม่ใยดีทำให้เจ้าชายแค้นมากจับมัทนาขังไว้บนหอคอย คามินเสียใจมากทีมัทนาถูกจับตัว และแผ่นดินรายาก็กำลังตกอยู่ในมือของคนชั่ว จึงแอบลอบเข้าชายแดนรายาพร้อมกับเหมันต์ โดยมีธรรมรัตน์หนุนหลัง คามินพบว่านายพลส่งทหารออกรีดไถชาวบ้าน จึงปลอมตัวเข้าช่วยเหลือ จนเรื่องถึงหูนายพลว่ามีชายลึกลับคิดก่อกบฏ แต่ก็ตามจับตัวไม่ได้ ความหวาดระแวงว่าตนจะไม่ได้ครอบครองรายา ทำให้นายพลวิฑูรหักหลังเจ้าชายคิดการกบฏ มินตรารู้ว่าโดนหลอกใช้ จึงคิดหนี แต่ถูกนายพลข่มขืน และทำร้ายปางตาย ก่อนจะนำร่างของมินตราไปทิ้งไว้ชายป่า คามินและพวกเข้าช่วยมินตราไว้ได้ และก่อนที่นายพลจะสังหารเจ้าชาย คามิน ธรรมรัตน์ เหมันต์ พากองกำลังอาสาที่ภักดีต่อคามินมารวมกับกองทหารในวังที่เจ้าชายแอบรวบรวมได้ เข้าสู้รบกับฝ่ายกบฏและคนของอัคนี จนสามารถเอาชนะได้ อัคนีถูกจับ นายพลวิฑูรหนีไปที่หอคอยที่ขังมัทนา จังหวะที่นายพลจะฆ่ามัทนา หฤทัยเข้าขวางถูกพ่อทำร้ายบาดเจ็บ นายพลหนีการจับกุมจนพลัดตกหอคอยตาย หลังเรื่องร้ายผ่านไป พระนางสาวิตรีสำนึกผิด จึงตั้งใจสถาปนาคามินขึ้นปกครองรายา แทนเจ้าชายมาคี เจ้าชายเองก็สนับสนุน เพราะตามสิทธิแล้ว คามินเป็นรัชทายาทลำดับที่หนึ่ง แต่คามินกลับหายตัวไปพร้อมหฤทัย เขียนจดหมายทิ้งไว้ขอสละตำแหน่งให้เจ้าชาย และอวยพรให้ครองคู่กับมัทนาอย่างมีความสุข เพราะรู้ว่าเจ้าชายรักมัทนา มัทนาแค้นมากตกลงจะอภิเษกกับเจ้าชาย ร้อนถึงมินตราที่สำนึกผิดแล้วต้องตามหาตัวคามินจนพบว่าไปแอบอยู่ที่บ้านบนเกาะกับหฤทัยเพื่อหลีกทางให้เจ้าชายกับมัทนาได้สมหวัง มินตราจึงร่วมมือกับเจ้าชาย และเหมันต์ทำแผน ให้ทั้งคู่ได้คืนดีกัน ณ ชายหาดขาวสะอาด และทะเลสีครามอันงดงามของเมืองไทย ภารกิจตามล่าหารักคนสองคนก็ปิดฉากลง พร้อมกับสองหัวใจที่หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว รายชื่อนักแสดง ศุกลวัฒน์ คณารศ รับบท คามินพีชญา วัฒนามนตรี รับบท มัทนาหลุยส์ เฮสดาร์ซัน รับบท มาคีภูมิภาฑิต นิตยารส รับบท สินธรชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล รับบท มินตราภูษณะ บัวงาม รับบท เหมันต์ทูน หิรัญทรัพย์ รับบท อินทราอภิรดี ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม รับบท สาวิตรีตฤณ เศรษฐโชค รับบท ธรรมรัตน์อัญษนา บุรานันท์ รับบท มาณวิกา สินิทธา บุณยศักดิ์ รับบท ปรารถนา ฐาปกรณ์ ดิษยนันทน์ รับบท วิฑูร อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์ รับบท หฤทัย

เด็กเดน (2005) 1/4  (คลิปอื่นๆ ให้อ่านรายละเอียดคลิปแบบเต็มๆ)
หนังไทย

ชื่ออื่นๆ : Dek-Dane ชื่อไทย : เด็กเดน ผู้กำกับ : วิโรจน์ ทองชิว (กำกับ การแสดง) ผู้แต่ง : วิโรจน์ ทองชิว วันเข้าฉาย : 13/08/2005 ประเภท : Action, Crime, Drama ความยาว : เรท : เรท PG-13 สถานที่ถ่ายทำ : Thailand ภาษา : ไทย เนื้อเรื่องย่อ เด็กเดน เรื่องราวของ แจ็ค (แจ๊คแฟนฉัน) นักเรียนมัธยมที่พยายามจีบหญิงจนเป็นเหตุของนักเรียนสองสถาบัน ก่อเหตุยกพวกตีกันกลางเมือง จนทำให้มีผู้บาดเจ็บ หนึ่งในนั้น คือวิว (แพททริค ชานนท์) กับน้องอิ๋ว (ณัฐกุล พิชยะพงษ์ไพบูลย์) น้องสาวสุดที่รักของชาญ(ธนากร โปษยานนท์) ได้รับบาดเจ็บจนกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา เหตุการณ์ครั้งนี้ ชาญหัวใจแทบสลาย เจ้าหน้าที่รวบตัวนักเรียนได้จำนวนหนึ่ง หนึ่งในนั้นมี แจ็ค อาจารย์ดุสิต(ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง) และวณิพก(ใหม่ วงไอน้ำ) ติดร่างแหไปด้วย ทุกคนจึงโดนส่งไปฝึกอบรมในโครงการบุรุษอาชีวะ ในค่ายทหารแห่งหนึ่งในภาคใต้ ซึ่งมีผู้กองอภิวัฒน์( ปั๋ง ประกาศิต) จ่าสมหมาย (ฐิติ พุ่มอ่อน) จ่าชะเอม (ทวีศักดิ์ นกเทศ) จ่าสมร (อุบลวรรณ บุญรอด) เป็นครูฝึก แต่แจ็ค อาจารย์ดุสิตและวณิพก และหัวโจกสองสถาบันนำโดย ขิง (หลุยส์ สก๊อตต์)และแว่น (นันทศัย พิศยบุตร)กับพวกแว่น (นันทศัย พิศยบุตร)วางแผนหนีออกจากค่ายแม้จะพ้นออกมาได้แต่ต้องไปอยู่ในเหตุการณ์สมรภูมินองเลือดอีก และจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาอีก ค่ายผู้ผลิต 1. พระนครฟิลม์ ค่ายหนัง 1. พระนครฟิลม์ ที่มาข้อมูลหนัง : http://www.nangdee.com/title/html/m92.html ที่มาไฟล์หนัง : http://rabbit-1963.blogspot.com/2014/01/2548-master-vcd_6870.html

แหม่ม สุริวิภา โร่แจ้งความ โจรฉกรถหาย ขณะจอดหน้าบ้าน
ข่าววันนี้ /  แหม่ม สุริวิภา / 

คนร้ายบุกขโมยรถแหม่ม สุริวิภา หลังจอดทิ้งไว้หน้าบ้าน ด้านตำรวจเร่งตรวจกล้องวงจรปิดตามตัวดำเนินคดี  รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พิธีกรมากความสามารถ แหม่ม สุริวิภา กุลตังวัฒนา ได้เดินทางไป สน.โชคชัย เพื่อแจ้งความติดตามหาคนร้าย หลังพบว่ามีโจรบุกเข้าบ้าน ก่อนจะหยิบกุญแจขโมยรถยนตร์ที่จอดอยู่หน้าบ้าน ภายในหมู่บ้านสิริทาวารา ถนนประดิษฐ์มนูธรรม แขวง-เขตลาดพร้าว หายไปอย่างลอยนวล โดยพิธีกรสาวเผยว่า หลังจากที่ตนกลับจากถ่ายงานกลางดึกได้จอดรถไว้หน้าบ้าน พอรุ่งเช้ามาคนขับรถไม่เห็นรถแล้วจึงเดินทางเข้าแจ้งความ และจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุของเจ้าหน้าที่พบว่าในบ้านมีรอยถูกงัดแงะ จึงทำให้เชื่อได้ว่าคนร้ายเข้ามาในบ้านก่อน จากนั้นจึงหยิบกุญแจรถไปไขรถที่จอดอยู่นอกบ้านหนีไป เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณปากทางเข้าหมู่บ้าน และบริเวณใกล้เคียงเพื่อหาเส้นทางหลบหนีของคนร้าย เพื่อใช้เป็นแนวทางในการติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป MThai news ภาพจาก @ANUWAT

แรงงานไทยเสียชีวิต 1ราย หลังอิสราเอลถูกโจมตีทางอากาศ
ข่าววันนี้ /  ฉนวนกาซา / 

แรงงานไทยเสียชีวิต 1ราย หลังอิสราเอลถูกโจมตีทางอากาศ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศเร่งประสานขอย้ายแรงงานไทยออกจากฉนวนกาซา ไปยังจุดปลอดภัย รายงานข่าวแจ้งว่า ได้มีคนไทยเสียชีวิตจากการปะทะกันระหว่างทหารอิสราเอล และกลุ่มกองกำลังชาวปาเลสไตน์ในช่วงที่ผ่านมาแล้ว 1 ราย ภายหลัง เมืองโมชาฟ เนติฟฮาซาว่า เขต Hof - Ashkelon ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเทลอาวีฟประมาณ 70 กิโลเมตร ถูกโจมตีทางอากาศ โดยนายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เผยว่า ได้รับรายงานว่ามีแรงงานไทยในอิสราเอลเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศจริง ทราบชื่อคือ นายนรากร กิตติยังกุล ชาว อ.ปัว จ.น่าน ขณะเดียวกันกระทรวงการต่างประเทศก็ได้ออกมายืนยันเช่นกันว่ามีคนไทยเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวจริง เบื้องต้นได้เร่งติดต่อญาติผู้เสียชีวิต และบริษัทนายจ้างแล้วเพื่อเตรียมนำศพกลับประเทศแล้ว พร้อมกันนี้ได้ประสานไปยังกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอล เพื่อแจ้งให้พิจารณาย้ายแรงงานคนไทยออกจากบริเวณใกล้เคียงฉนวนกาซาไปยังพื้นที่ปลอดภัย MThai news