มาลากุล

รวม 8 นักแสดง Gossip Girl Thailand
คารีสา สปริงเก็ตต์ /  ชานนท์ อักขระชาตะ / 

ซีรีส์กอสซิป เกิร์ล หรือที่หลายคนทราบกันดีอยู่แล้วว่า ดัดแปลงมาจากหนังสือในชื่อเดียวกันซึ่งเขียนโดย Cecily von Ziegesar โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับชีวิตวัยรุ่นอเมริกันในมหานครนิวยอร์คซิตี้ ในเวอร์ชั่นอเมริกา และนำมาผลิตใหม่เพียง 2 ประเทศคือ เม็กซิโก และจีน สำหรับประเทศไทยเป็นประเทศที่ 3 โดยในเรื่องจะเล่าเรื่องราวการใช้ชีวิตของวัยรุ่น ซึ่งเป็นลูกคุณหนูจากตระกูลสังคมชั้นสูงกลุ่มหนึ่ง ทั้งในเรื่องการเรียน ชีวิตประจำวัน เพื่อน คนรัก อิจฉาริษยา พฤติกรรมทางเพศ ยาเสพติด และเรื่องอื่นๆ ของวัยรุ่น ตลอดจนเรื่องของผู้ปกครอง ผ่านสื่อโซเชียลชื่อดัง กาเกา ทอล์ค (Kakao Talk) ที่มีชื่อว่า “กอสซิป เกิร์ล” หรือสาวช่างเม้าท์ปริศนานั้นเอง วันนี้ทีนเอ็มไทยเลยขอพาเพื่อนๆ ไปทำความรู้จักกับ รวม 8 นักแสดง Gossip Girl Thailand จะมีใครบ้างนั้นไปติดตามกันค่ะ... รวม 8 นักแสดง Gossip Girl Thailand อจิรภา ซาบีน่า ไมซิงเกอร์ รับบท เซรีน่า @sabinameisinger สาวร่าเริง เห็นอกเห็นใจผู้อื่น แคร์ความรู้สึกคนอื่นมาก จนทำให้คนที่อยู่ใกล้พากันหลงเสน่ห์ คารีสา สปริงเก็ตต์ รับบท แบลร์ @carissa_spg เป็นเด็กที่ถูกเลี้ยงมาอย่างตามใจและเป็นเจ้าหญิง เธอจึงชอบคิดว่าตัวเองจะต้องมีชีวิตแบบในเทพนิยาย ชีวิตประจำวันของเธอจึงเต็มไปด้วยความหรูหราฟู่ฟ่า อ่านเพิ่มเติมต่อที่ http://teen.mthai.com/campus_star/85295.html ปวรพัฒน์ จารุศักดิ์วีรกุล รับบท แดน @victorjr___ ชายหนุ่มคารมเป็นต่อรูปหล่อเป็นรอง ฉลาด ชอบเขียนบทความและแต่งกลอน โดยการหาแรงบันดาลใจจากสถานที่ต่างๆ เพื่อไปถ่ายทอดในงานเขียน ซึ่งความฝันของเขาคือการได้เข้าทำงานใน A Day ชานนท์ อักขระชาตะ รับบท จักร @khun.chanon เป็นพวกแหกกรอบแบบไม่แคร์อะไร ชอบปาร์ตี้ รักการมีสัมพันธ์กับสาวๆ ชีวิตเต็มไปด้วยความสนุก จักรมักจะเลือกเสื้อผ้าตัดจากฝีมือดีไซเนอร์ชื่อดังพร้อมผ้าพันคอคู่ใจที่เป็นสัญลักษณ์ประจำตัว แพทริค ชานน มกรมณี รับบท เน็ท @djpatrick955 หนุ่มเทพบุตรเพอร์เฟคท์ทั้งหน้าตาและฐานะ เป็นคนที่ตั้งคำถามในชีวิตกับตัวเองมาก เป็นคนเฮฮา ไม่ถือตัว นนนี่ ณัฐชา เจกะ รับบท เจนนี่ @nutchajeka น้องสาวจอมแก่นของแดน รักการตัดเย็บเป็นชีวิตจิตใจ โตมาในครอบครัวที่ค่อนข้างให้อิสระทางความคิดแต่โจ้ก็ยังต้องคุมประพฤติบางอย่างเพราะเธอยังเด็กเกินไป ดังนั้นการได้เข้าไปในโลกชนชั้นสูงอย่างกลุ่มควีนส์ จึงเป็นการเปิดหูเปิดตาของเจนนี่ และเธอก็เลือกที่จะขายวิญญาณตัวเองเข้าไปโดยไม่ฟังคำทัดทานจากคนรอบข้าง อ่านเพิ่มเติมต่อที่ http://teen.mthai.com/campus_star/95516.html ฟาล ปารเนียส รับบท เอริค @phan_pagniez น้องชายของเซรีน่า อ่อนโยน สนิทกับพี่สาวและคอยแชร์เรื่องราวต่างๆด้วยกัน เป็นเพื่อนกับเจนนี่ คอยให้กำลังใจกันและกัน เพนนี กริยาณี ดาโสม เลน รับบท สา  @pennyjlane เพื่อนสาวที่แดนเคยแอบชอบ คอยเป็นทั้งตัวสร้างปัญหา และผู้ที่ให้คำปรึกษากับความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ข้อมูลและภาพจาก kantana, ไอจีดารา

ประกาศแล้ว! วันหยุดสถาบันการเงิน ปี 59 รวม 15 วัน
ราชกิจจานุเบกษา /  วันหยุดสถาบันการเงิน / 

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ประกาศวันหยุดตามประเพณีของสถาบันการเงินประจำปี 2559 รวม 15 วัน เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 58 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. ๑๐/๒๕๕๘ เรื่อง วันหยุดตามประเพณีของสถาบันการเงิน ประจำปี พ.ศ. 2559 ตามที่ นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ประกาศ ณ วันที่ 3 ก.ค. 58 โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 1. เหตุผลในการออกประกาศ - เพื่อกำหนดวันหยุดตามประเพณีของสถาบันการเงิน ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๙ 2. อำนาจตามกฎหมาย - อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดวัน หยุดตามประเพณีของสถาบันการเงิน ประจำปี พ.ศ. 2559 3. ขอบเขตการบังคับใช้ - ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับกับสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินทุกแห่ง 4. วันหยุดตามประเพณีของสถาบันการเงิน ประจำปี พ.ศ. 2559 - วันศุกร์ 1 มกราคม วันขึ้นปีใหม่ - วันจันทร์ 22 กุมภาพันธ์ วันมาฆบูชา - วันพุธ 6 เมษายน วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชและวันที่ระลึก มหาจักรีบรมราชวงศ์ - วันพุธ 13 เมษายน วันสงกรานต์ - วันพฤหัสบดี 14 เมษายน วันสงกรานต์ - วันศุกร์ 15 เมษายน วันสงกรานต์ - วันจันทร์ 2 พฤษภาคม วันหยุดชดเชยวันแรงงานแห่งชาติ (วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม) - วันพฤหัสบดี 5 พฤษภาคม วันฉัตรมงคล - วันศุกร์ 20 พฤษภาคม วันวิสาขบูชา - วันศุกร์ 1 กรกฎาคม วันหยุดภาคครึ่งปี - วันอังคาร 19 กรกฎาคม วันอาสาฬหบูชา - วันศุกร์ 12 สิงหาคม วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ - วันจันทร์ 24 ตุลาคม วันหยุดชดเชยวันปิยมหาราช (วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม) - วันจันทร์ 5 ธันวาคม วันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว - วันจันทร์ 12 ธันวาคม วันหยุดชดเชยวันพระราชทานรัฐธรรมนูญ (วันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม) สำหรับสถาบันการเงินในจังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดสตูล และ จังหวัดสงขลา ให้หยุดในวันตรุษจีน วันตรุษอีดิ้ลฟิตรี (วันรายอปอซอ) และวันตรุษอีดิ้ลอัฎฮา (วันรายอฮัจยี) ตามประกาศสำนักจุฬาราชมนตรี หากวันตรุษดังกล่าวไม่ตรงกับวันหยุดตามที่กล่าวข้างต้น หรือวันหยุดประจำสัปดาห์ 5. วันเริ่มต้นบังคับใช้ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy MThai News

แฟชั่น แต้ว ณฐพร สไตล์สาวหวาน น่ารักฟรุ้งฟริ้ง กระดิ่งแมว!
แต้ว-ณฐพร /  แฟชั่น

แฟชั่น แต้ว ณฐพร ภาพแฟชั่น จาก นิตยสาร สุดสัปดาห์ ติดตามอ่านได้จาก นิตยสาร สุดสัปดาห์ Vol.33 No.779  นางแบบ: ณฐพร เตมีรักษ์ แมวทั้งหมด: instagram @encycatpedia แต่งหน้า : ปรีชา ดวงเพชร ทำผม : ศราวุธ เรขาลิลิต สไตลิสต์ : ธันวดี จุฑาวรากุล ผู้ช่วยสไตลิสต์ : ศราวุฒิ ลาปะ, กาญจนา เสมอ ถ่ายภาพ : ณัฐพงศ์ กิตติวรพงษ์กิจ

เอก ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ ปล่อยเพลง ว่าง เพลงใหม่ในรอบ 23 ปี!
ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ /  ว่าง / 

เอก ธเนศ หวนจับไมค์ในรอบ 23 ปี! - ส่ง ว่าง กระแทกหูคนฟัง เรียกว่าหันหลังจากการปล่อยผลงานเพลงมากว่า 23 ปี จนแฟนๆ นึกว่าจะปิดฉากการเป็นศิลปินซะแล้ว แต่ล่าสุด เอก ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ ตำนานโปรเกรสซีฟร็อค เจ้าของอัลบั้มดัง อย่าง แดนซิวิไลซ์, คนเขียนเพลงบรรเลงชีวิต, กดปุ่ม, ร็อคกระทบไม้ และเพลงฮิตมากมาย อาทิ ทำใจลำบาก, ขอบคุณที่ซ้ำเติม, อีกหน่อยเธอคงเข้าใจ ฯลฯ ที่เคยสร้างสีสันในสไตล์ดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับของตนเอง ได้กลับมาซุ่มทำเพลง พร้อมปล่อยเพลง ว่าง เพลงช้าความหมายลึกซึ้งซึ่งโดดเด่นด้วยด้วยสีสันทางดนตรี ออกมากระแทกหูคนฟังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว "จาก ร็อคกระทบไม้ ถึงวันนี้น่าจะประมาณ 23 ปีเห็นจะได้ จะว่านานก็ไม่เท่าไหร่ จะว่าไม่นานก็ไม่น่าจะใช่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่รอคอยผลงานใหม่ จะนานหรือไม่นาน วันนี้ก็มาแล้วละครับ ด้วยความตั้งใจ ไม่ได้เผลอไปเหมือนเมื่อก่อน เวลาเนี่ยเป็นเรื่องแปลกนะครับ จะนับกันยังไง จะบอกว่าเท่าไหร่มันก็เท่าเดิมของมันอยู่ดี มีเวลาก็เหมือนไม่มีเวลา เอาเป็นว่าวันนี้กลับมาแล้วก็แล้วกัน งานใหม่ครั้งนี้ตั้งใจจะให้เป็น Concept Album เหมือนเช่นเคย แต่จะได้แค่ไหน จะเป็นอย่างไร ก็ต้องลองติดตามกันต่อไปนะครับ... เพลง ว่าง เป็นเพลงแรกที่อยากจะให้ลองฟังกันดู 'ว่าง' ไม่ใช่ความว่างเปล่า ไม่ใช่ไม่มีใคร ไม่ใช่ความสูญเสีย แต่ 'ว่าง' คือการยอมรับคือความเข้าใจ คือความสุข คืออิสรภาพ ที่สามารถหลุดออกจากการคุมขังของภาพทรงจำในอดีตได้ครับ" เอก ธเนศ กล่าว ฟังเพลง ว่าง จาก ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ ได้แล้วทุกคลื่นวิทยุทั่วประเทศ และสามารถติดตามข่าวสารของ ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ ได้ทาง www.facebook.com/thanethwarakulnukroh ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ป่วนเมือง! แขวนป้ายผ้าโจมตี-พ่นสีสเปรย์บนถนน
3 จังหวัดชายแดนใต้ /  ผู้ไม่หวังดี / 

ผู้ไม่หวังดีสร้างสถานการณ์ แขวนป้ายผ้าและพ่นสีสเปรย์บนถนน โจมตีการทำงานของไทย ด้าน ผจว.สงขลา สั่งฝ่ายปกครองเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด วันนี้ 16 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ จ.สงขลา มีการแขวนป้ายผ้าและพ่นสีสเปรย์บนถนน 5 จุด ใน 3 ตำบล ของ อ.สะบ้าย้อย ที่ หมู่ 1 ต.เปียน แขวนป้ายผ้า 1 จุด และและพ่นสีสเปรย์บนถนน 1 จุด หมู่ 2 ต.สะบ้าย้อย แขวนป้ายผ้า 1 จุด และพ่นสีสเปรย์บนถนน 1 จุด และในพื้นที่ ต.จะแหน แขวนป้ายผ้า 1 จุด โดยเขียนข้อความโจมตีการทำงานของทางไทย ในการแก้ปัญหาความไม่สงบเช่นเดียวกับใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คาดว่าเป็นฝีมือของแนวร่วมก่อความไม่สงบในพื้นที่ ที่ต้องการสร้างสถานการณ์เชื่อมโยงกับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงสุดท้ายเดือนรอมฎอน ฝ่ายความมั่นคงได้แจ้งเตือนให้กำลังเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยเตรียมพร้อมรับสถานการณ์และเฝ้าระวังการก่อเหตุรุนแรงตามมา มีการตั้งด่านความมั่นคงบนถนนสายหลักที่เชื่อมต่อกับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 24 ชม. และด่านสกัดถนนสายรองที่เชื่อมตัว อ.หาดใหญ่ อ.เมือง และ อ.สะเดา ทางด้านนายธำรงค์ เจริญกุล ผจว.สงขลา กล่าวว่า ตนได้สั่งการให้ผู้นำท้องที่ตรวจสอบอยู่ว่าเป็นฝีมือฝ่ายไหน และในช่วงสุดท้ายของเดือนรอมฏอนและวันฮารีรายอ พร้อมกำชับให้ฝ่ายปกครองทุกอำเภอและทุกตำบลใน 6 อำเภอชายแดนและเศรษฐกิจ มีการติดตามความเคลื่อนในหมู่บ้าน หากมีคนแปลกหน้าเข้ามาในหมู่บ้าน ให้แจ้งปลัดอำเภอประจำตำบล และให้ผู้นำท้องที่เสริมกำลังฝ่ายความมั่นคงเมืองเศรษฐกิจ เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์ความไม่สงบ ขอบคุณ ข่าวสด ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ซีพีเอ็น เปิดตัวเพจไลฟ์สไตล์สุดฮิพ “ซีพีเอ็นไลฟ์” (CPN Life)
CPN Life /  ช้อปปิ้ง / 

ซีพีเอ็น เปิดตัวเพจไลฟ์สไตล์สุดฮิพ  “ซีพีเอ็นไลฟ์” (CPN Life) ชูคอนเซ็ปต์ เอฟเวอรี่เดย์ เอฟเวอรี่ไทม์ (EVERYDAY EVERYTIME) สร้างไลฟ์สไตล์คอมมูนิตี้โฉมใหม่ ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ “ซีพีเอ็นไลฟ์ – เอฟเวอรี่เดย์ ไลฟ์สไตล์ ฮับ” (CPN Life - Everyday Lifestyle Hub) ดึง บล็อกเกอร์ และบรรณาธิการชื่อดัง สร้างสรรค์คอนเทนต์เติมเต็มชีวิต ทั้ง ช้อปปิ้ง, ไดน์นิ่ง และ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ชวนชมนิทรรศการภาพถ่ายคนดังกับ ซีพีเอ็นไลฟ์ พรีเซ็นต์ ลิปส์ ซิกส์ทีน แอนนิเวอร์ซารี วิธ วัน ฮันเดรด ออนไลน์ อินฟลูเอนเซอร์ (CPN Life PRESENTS LIPS 16th ANNIVERSARY WITH 100 ONLINE INFLUENCERS) ครั้งแรกของการรวมตัวของ 100 ผู้ทรงอิทธิพลในโลกโซเชียลทุกวงการ           บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ “ซีพีเอ็น” เปิดตัวเพจไลฟ์สไตล์สุดฮิพ “ซีพีเอ็นไลฟ์ – เอฟเวอรี่เดย์ ไลฟ์สไตล์ ฮับ” (CPN Life - Everyday Lifestyle Hub) ผ่านเฟซบุ๊ก  ภายใต้คอนเซ็ปต์ เอฟเวอรี่เดย์ เอฟเวอรี่ไทม์ (EVERYDAY EVERYTIME) ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แฟชั่นนิสต้ายุคดิจิตอล เติมเต็มชีวิตในทุกรูปแบบ ทั้ง ช้อปปิ้ง, ไดน์นิ่งและ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ตลอด 24 ชั่วโมง ตลอด 7 วัน  พร้อม จัดนิทรรศการภาพถ่ายสุดแนวกับ ซีพีเอ็นไลฟ์ พรีเซ็นต์ ลิปส์ ซิกส์ทีน แอนนิเวอร์ซารี วิธ วัน ฮันเดรด ออนไลน์ อินฟลูเอนเซอร์ (CPN Life PRESENTS LIPS 16th ANNIVERSARY WITH 100 ONLINE INFLUENCERS) โดยเชิญ 100 ผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงโซเชียลมีเดีย มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ไลฟ์ วิธ ซีพีเอ็นไลฟ์ (Live with CPN Life) ที่ทุกคนทั่วโลกสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานได้แบบเรียลไทม์ รับชมพร้อมกันบนจอแอลอีดีทั่วกรุงเทพมหานคร และผ่านช่องทางยูทูบของเซ็นทรัลเวิลด์ในวันที่ 24 ก.ค. 58 ตั้งแต่เวลา 19.00-23.30 น. งานเปิดตัวซีพีเอ็นไลฟ์ ครั้งนี้ นำโดย ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ร่วมด้วย ศักดิ์ชัย กาย ผู้บริหารนิตยสาร ลิปส์ ที่จะเล่าถึงที่มาของ ซีพีเอ็นไลฟ์ ตลอดจนไฮไลท์กิจกรรมของเพจ และการร่วมมือกันในการจัดงานนิทรรศการแสดงภาพถ่ายของคนดังในโลกโซเชียลทั้ง 100 ท่าน ไม่ว่าจะเป็นเหล่านักแสดง, ศิลปิน, ดีไซเนอร์, แฟชั่น-บิวตี้-ไลฟ์สไตล์บล็อกเกอร์, เน็ตไอดอล และเจ้าของเพจคนดัง อาทิ ปู  ไปรยา สวนดอกไม้ , ปอย ตรีชฎา เพชรรัตน์, พลพัฒน์ อัศวะประภา, มิลิน ยุวจรัสกุล, พลอย หอวัง, นภัสสร บุรณศิริ (โมเมพาเพลิน), หนิง-ศรัยฉัตร กุญชรฯ จีระเเพทย์, พิชญ์สินี ตันวิบูลย์, หญิงแย้-นนทพร ธีระวัฒนสุข, กนก รัตน์วงศ์สกุล, เบล สุพล มาร์ค-มรุวุตม์ บูรณศิลปิน (MMCANDY), อู๋-ปัญญา จิตรมานะศักดิ์ (MEPANYA), ดวงกมล ถิระวัฒน์ (มด Cinnamongal), ศรัณยา สาธุกิจชัย (ทราย Feonalita),  แพรวเพชร กาญจน์เกียรติกุล (นีน่า Beautyworld), เมคอัพอาร์ติสชื่อดังอย่าง น้องฉัตร-ฉัตรชัย เพียงอภิชาติ, รพี ชูสุวรรณ (ฟลุค alwaysfluke), อุ้ม-นพรรต นพปศักดิ์ (AUM_NAPAT), แทนไท รัตนเดช, ชาลิสา วีรวรรณ (Taste of Nowhere), มิ้นท์-มณฑล กสานติกุล (I Roam Alone) และอีกมากมาย ร่วมงานด้วย   ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ซีพีเอ็นไลฟ์ เป็นความตั้งใจของ ซีพีเอ็น ในการสร้างไลฟ์สไตล์คอมมูนิตี้ใหม่ผ่านช่องทางออนไลน์อย่าง เฟซบุ๊ก เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้มาอัพเดทเรื่องราวต่างๆ ก่อนใครได้ตลอดทั้งวัน  เราได้สร้างสรรค์คอนเทนต์เพื่อเติมเต็มชีวิตในทุกรูปแบบทั้ง ช้อปปิ้ง ไดน์นิ่ง และเอ็นเตอร์เทนเมนต์ โดยได้บล็อกเกอร์ออนไลน์ชื่อดัง อย่าง มะโม-วรมา อำไพรัตน์ มาอัพเดทไลฟ์สไตล์ต่างๆทั้ง  กิน-เที่ยว-ดื่ม-ช้อป รวมถึงสิทธิประโยชน์ โปรโมชั่นดีๆ โดยเฉพาะให้กับแฟนเพจซีพีเอ็นไลฟ์และลูกค้าของศูนย์การค้าในเครือซีพีเอ็น ไม่ว่าจะเป็น เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลพลาซา และ เซ็นทรัลเฟสติวัล เพื่อให้ซีพีเอ็นไลฟ์ เป็น เอฟเวอรี่เดย์ ไลฟ์สไตล์ ฮับของคนรุ่นใหม่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้ตลอดเวลาแบบ 24 ชั่วโมง ตลอด 7 วัน  เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเปลี่ยนพื้นที่สาธารณะให้กลายเป็น “พื้นที่ของคุณ” อย่างแท้จริง นอกจากนี้ ซีพีเอ็น ยังได้ร่วมมือกับนิตยสารลิปส์ด้วยการจัดนิทรรศการ ซีพีเอ็นไลฟ์ พรีเซ็นต์ ลิปส์ ซิกส์ทีน แอนนิเวอร์ซารี  วิธ วัน ฮันเดรด ออนไลน์ อินฟลูเอนเซอร์ เพื่อฉลองครบรอบ 16 ปีนิตยสารลิปส์ จัดแสดงภาพถ่ายผู้ทรงอิทธิพลในโลกโซเชียลแห่งเมืองไทย ตลอด 1 เดือนเต็มที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ทั้งนี้เพื่อสร้างการรับรู้ ไปยังกลุ่มระดับเอลิสต์ของเมืองไทย เพื่อให้กลุ่มผู้ที่ติดตามหรือแฟนคลับร่วมเป็นสมาชิกของซีพีเอ็นไลฟ์ ผ่านกิจกรรม      โปรโมท เช่น จัดทำคลิปวิดีโอเกี่ยวกับการช้อปปิ้ง, ไดน์นิ่ง และเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ความยาว 30 วินาที แสดงโดยเน็ตไอดอลชื่อดัง พิมฐา-ฐานิดา มานะเลิศเรืองกุล และนางแบบชื่อดัง แพท-นิธิภรณ์ เลิศนิติวงศ์สกุล รวมถึงกิจกรรมสนุกๆและโอกาสดีๆเฉพาะแฟนเพจซีพีเอ็นไลฟ์เท่านั้น ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของปรากฎการณ์ไลฟ์ไปกับซีพีเอ็นไลฟ์ ด้วยการยกโทรศัพท์มือถือพร้อมกดไลค์เพจซีพีเอ็นไลฟ์ (CPN Life) ร่วมกันและเปิดแฟลชเพื่อเฉลิมฉลองเปิดตัว ซีพีเอ็นไลฟ์ อย่างเป็นทางการ และรับชมภาพบรรยากาศสดๆ ผ่านยูทูบของเซ็นทรัลเวิลด์ได้ในวันที่ 24 ก.ค 58 ตั้งแต่ 19.00-23.30 น. มาร่วมเป็น 1 ในเฟรนด์ของแฟนเพจ ซีพีเอ็นไลฟ์ ได้แล้ววันนี้ www.facebook.com/CPN LIFE เพราะ เดอะ เวิลด์ อีส ยัวร์ (The Worlds is Yours)

7 ดารา-เน็ตไอดอลวัยรุ่น ชายไม่จริง หญิงไม่แท้ แต่ดังเปรี้ยง!
กระเทยสวย /  กันต์ กรวิศ บุญศรี / 

ในปัจจุบันเรื่องของเพศที่สามเพศที่สี่นั้นมีการเปิดรับและเปิดใจกันมากขึ้น มีนักแสดงทั้งไทยและต่างประเทศออกมาเปิดตัวกันมากมาย ซึ่งหลายคนก็ยอมรับในตัวตนที่พวกเขาเป็นได้ และพวกเขายังแสดงให้เห็นว่าความสามารถของเขาก็ไม่น้อยหน้าใครเช่นกัน วันนี้ทีนเอ็มไทยนำ 7 ดารา-เน็ตไอดอลวัยรุ่น ชายไม่จริง หญิงไม่แท้ มาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ แต่ละคนนั้นมีผลงาน มีแฟนคลับติดตามกันเยอะมากๆ ^^ 7 ดารา-เน็ตไอดอลวัยรุ่น ชายไม่จริง หญิงไม่แท้ แต่ดังเปรี้ยง! 7 ดารา-เน็ตไอดอลวัยรุ่น ชายไม่จริง หญิงไม่แท้ แต่ดังเปรี้ยง! 7 ดารา-เน็ตไอดอลวัยรุ่น ชายไม่จริง หญิงไม่แท้ แต่ดังเปรี้ยง! 1. กันต์ กรวิศ บุญศรี ตอนนี้กระแส "หญิงบี้" จากซีรี่ย์รักนะเป็ดโง่ ตอน Perfect Match คงมาแรงไม่แพ้คนอื่นๆ รับบทโดย กันต์ กรวิศ บุญศรี ก่อนหน้านี้ถ้าใครได้ติดตามคู่รักเกย์กันมาตั้งแต่แรกๆ ก็จะรู้จักกันต์กันเป็นอย่างดี ในปัจจุบันเป็นพิธีกร Five Live Fresh (แบง แชนแนล) และดังเป็นพลุแตก มีคนบนโลกโซเชียลพูดถึงกันเป็นจำนวนมากก็จากการเล่นเป็น "หญิงบี้" นี่แหละเจ้า เล่นเป็นสาวเหนือได้น่าฮักสุดๆ 2. โยชิ ชญาดา กิจอมรกุล ฉายา กระเทยมัธยมสวย เกิดมาเพื่อฆ่าผู้หญิง! ถ้าไม่นับบรรดาพี่ๆ ทิฟฟานีทั้งหลาย "โยชิ ชญาดา" กระเทยมัธยมสวย อายุ 18 ปี จากโรงเรียนมัธยมวัดธาตุทอง คนนี้แหละที่มาแรงสุดๆ นอกจากเป็นเน็ตไอดอลแล้ว ยังมีผลงานในวงการบันเทิงเข้ามาไม่หยุด ไม่ว่าจะเล่นเอ็มวี, ซีรีส์วัยรุ่น Love Sick, ภาพยนตร์สิ่งเล็กๆ ที่น่าร็อก เป็นต้น แถมตอนนี้ดังไปกล โกอินเตอร์กันถึงเมืองจีนซะแล้ว >,< ก็แหม! เด็กอะไรหน้าสวย หวานกว่าผู้หญิงซะอีก นอกจากนี้หลายคนยังตั้งฉายาให้น้องโยชิอีกด้วย ว่าเป็น “ว่าที่ ปอย  ตรีชฎา” คนต่อไป บ่อยครั้งเมื่อมีกิจกรรมในโรงเรียน น้องโยชิ ก็จะได้เป็นตัวแทนถือป้ายโรงเรียน ขอบอกเลยว่า เธอแต่งเป็นผู้หญิงสวยมาก จนเพื่อนๆผู้หญิงอายกันไปเลย! และไม่ต้องสงสัยว่า น้องเขาศัลยกรรม-แปลงเพศแล้วรึยัง? คำตอบคือ ศัลยกรรมปากอย่างเดียว แต่ยังไม่แปลงส่วนใดๆ ทั้งสิ้นค่ะ 3. เฟรม สาวประเภทสอง เกณฑ์ทหารที่จังหวัดลำปาง คนนี้เป็นที่จับตามอง และพูดถึงในโลกโซเชียลกันเยอะมาก ในกรณีที่น้องเฟรมเดินทางเข้ามารายงานตัวเกณฑ์ทหารที่จังหวัดลำปาง สวยและน่ารักเหมือนผู้หญิงจริงๆ น้องเฟรม  สาวประเภทสองสุดสวยคนนี้ เป็นคนจังหวัดลำปาง อายุ 20 ปี ปัจจุบันศึกษาอยู่ที่ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (Dhurakij Pundit University) คณะนิเทศศาสตร์ ได้รับตำแหน่ง Miss Charity Star 2013 ขอคณะนิเทศฯ 4. โบ๊ท-นิวเยียร์ โบ๊ท นิธิศ กับ นิวเยียร์ กิตติวัฒน์ คู่รักหน้าใส ที่ถึงแม้จะเป็ความรักระหว่างชายกับชาย แต่ทั้งคู่ก็ดูแลกันและกัน ในทุกเรื่อง ห่วงใย เอาใจใส่กันตลอดไม่แพ้คู่รักคู่อื่นๆ เลยนะคะ แถมสวีทหวานมากๆ ด้วย เห็นภาพแล้วอิจฉาตาร้อน มีแฟนคลับติดตามทั้งในอินสตาแกรม เฟสบุ๊ค 5. ติ๊นา สาวหล่อจาก Yes or No ติ๊นา ศุภนาฏ จิตตลีลา เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสาวหล่อที่มีแฟนคลับติดตามเยอะมากๆ ไม่ว่าจะเป็นคนไทย รวมไปถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ฮ่องกง จีน ไต้หวัน บลาๆๆ หลายคนรู้จักเธอจาก?ภาพยนตร์รัก(ทอม-ดี้)วัยใส “Yes or No อยากรัก ก็รักเลย” ภาค1 6. นัน AF  สุนันทา ยูรนิยม หรือ นัน สาวหล่ออดีตนักแสดงค่ายเป่าจินจง เธอเป็นที่รู้จักจากการเข้ารอบ 22 คนสุดท้ายจากเดอะสตาร์ และมาล่าฝันต่อ ที่รายการ AF10 จนมีกระแสเป็นคู่จิ้นกับสาวสวยเสียงดี หงหยก จันษกร กิตติวัฒนากร และล่าสุดกับผลงานเรื่อง Yes or No 2.5 ที่จะได้เล่นคู่กัน 7. เรย์ ซีรีส์ Love sick  เป็นอีกหนึ่งคนที่สาวไม่แพ้ผู้หญิง เรย์ เป็นที่รู้จักจากซีรีส์วัยรุ่น Love sick เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนนนทรีวิทยา และศึกษาต่อที่คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เป็นดาวเทียมคณะนิเทศศาสตร์อีกด้วย  ข้อมูลโดย teen.mthai.com ขอบคุณภาพ อินสตาแกรม @gusbanana,@theconando, @tinasuppanad, newyear_kitiwhut, https://www.facebook.com/ray.chatchaya  

10 ตอนในวรรณคดีไทย ที่โหดร้ายที่สุด! ไม่แพ้นิทานกริมม์
10 อันดับ /  นิทานพื้นบ้าน / 

ก่อนหน้านี้เพื่อนๆ ก็คงจะเคยอ่าน นิทานพื้นบ้านสุดโหด ฉบับพี่น้องตระกูลกริมม์ ที่ทีนเอ็มไทยเคยนำมาให้อ่านกันแล้ว บอกเลยว่า นิทานแบบแฮปปี้เอนดิ้ง ที่เราได้ยินกันมาตั้งแต่เด็กๆ นั้นความจริงแล้ว เนื้อหานั้นรุนแรงและโหดร้ายมากๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปจึงถูกนำมาเขียนดัดแปลงใหม่ให้ดูสวยหรูขึ้นนั่นเอง .. ซึ่งนิทานพื้นบ้านของไทยเรานั้นก็ไม่น้อยหน้าใคร วันนี้ทีนเอ็มไทยนำ 10 ตอนในวรรณคดีไทย ที่โหดร้ายที่สุด! ไม่แพ้นิทานกริมม์ มาฝากกันค่ะ ลองไปดูสิว่าเพื่อนๆ เคยอ่านตอนไหน บทไหนกันมาบ้าง >,< 10 ตอนในวรรณคดีไทย ที่โหดร้ายที่สุด! ไม่แพ้นิทานกริมม์ 1. ขุนช้างขุนแผน : ตอนที่ขุนแผนเอามีดผ่าท้องนางบัวคลี่ แล้วเอาลูกมาทำกุมารทอง นางบัวคลี่ เป็นลูกสาวของหมื่นหาญกับนางสีจันทร์ นางมีรูปโฉมที่งดงามราวกับสาวชาววัง เจ้าเมืองกรมการแห่งกาญจนบุรีรู้กิตติศัพท์ความงามของนางก็เลยส่งคนมาสู่ขอ แต่พ่อนางไม่ยอมยกให้ ครั้นเมื่อขุนแผนเดินทางไปเสาะหาของวิเศษ 3 อย่าง คือ กุมารทอง ดาบฟ้าฟื้น และม้าสีหมอก ก็ได้มาพบนางบัวคลี่เข้า ขุนแผนมีความพอใจจึงฝากตัวเข้าเป็นสมุนกับพ่อของนาง และได้นางบัวคลี่เป็นภรรยา จนนางตั้งท้อง ต่อมาพ่อของนางเห็นว่า ขุนแผน มีวิชาอาคมเหนือกว่าเขา ก็เกรงว่าจะถูกยึดอำนาจ จึงสั่งให้นางบัวคลี่วางยาพิษฆ่าขุนแผนเสีย นางก็เชื่อฟังพ่อยอมกระทำตาม โดยนางได้ผสมยาพิษประกอบไปด้วย ดีนกยูง ดีงูเห่า และสารหนู ผสมกับน้ำมะนาว แล้วห่อด้วยใบพลู แต่ขุนแผนรู้ตัวเสียก่อนแต่ก็อยากรู้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ จึงเอาข้าวแกงและอาหารทุกมื้อโยนขึ้นไปบนหลังคา มีอีกามาโฉบไปกิน พอกินเข้าไปก็ชักตาย จึงเชื่อว่าเป็นความจริง ขุนแผนคิดว่าคงจะเลี้ยงนางบัวคลี่ไว้อีกไม่ได้ คิดแค้นเคืองที่นางคิดไม่ซื่อ จึงแกล้งทำเป็นถูกยาพิษและไม่สบาย "ยกสำรับไปวางข้างโน้นก่อน พี่จะนอนให้สบายพอหายเหียน จะนั่งอยู่ไม่ได้ให้วิงเวียน เจ้าบัวคลี่มิได้เปลี่ยนแปลงน้ำใจ" ครั้นนางบังคลี่นอนหลับ ขุนแผนก็ใช้มีดผ่าท้องของนาง ควักเอาลูกในท้องออกมาทำพิธีปลุกเสกเป็น กุมารทอง 2. พระอภัยมณี : ชีวิตสุดเศร้า แสนรันทด ของนางผีเสื้อสมุทร เรียกได้ว่าเศร้าตั้งแต่เกิดเลยทีเดียว! นางผีเสื้อสมุทร เมื่อชาติก่อนก็เป็นนางยักขินี ได้พรจากพระอินทร์ สามารถถอดดวงใจฝากไว้ในก้อนหินกลางท้องมหาสมุทร ต่อมาขึ้นบกไปรบกับพระเพลิงที่เชิงภูเขา แต่สู้พระเพลิงไม่ได้ถูกไฟกรดเผาไหม้เป็นจุณหมดทั้งตัว เหลืออยู่แต่ดวงใจที่สิงสถิตย์ในก้อนหินที่ภูเขานั้น  ครั้นอยู่ในมหาสมุทรนานเข้า ได้ไอน้ำไอดินหินก้อนนั้นก็งอกใหญ่เกิดเป็นหน้าตาแขนขาขึ้น เป็นอยู่อย่างนั้นนับหมื่นปี จึงได้กลายเป็นนางผีเสื้อ  รูปร่างใหญ่โตมโหฬาร พอโดนแสงอาทิตย์ก็ยิ่งมีฤทธิ์ เข้มแข็งมากขึ้น ในวันที่นางผีเสื้อสมุทรจับตัวพระอภัยมณีมาที่ถ้ำ พระอภัยถึงกับลมจับสลบสิ้นสติไป นางจึงต้องคิดการแก้ไขให้พระอภัยมณีหายกลัวให้ได้ จึงแปลงร่างเป็นนางมนุษย์ แม้เมื่อฟื้นคืนสติขึ้นมา ได้เห็นรูปร่างนางเนรมิตรที่สวยไปสิ้น ทั้งรูปทรงองค์เอวแต่พระอภัยก็รู้อยู่เต็มอกว่านางนี้ที่แท้ก็เป็นยักษ์ จึงไม่ยอมเล่นบทพิศวาสด้วย แม้นางผีเสื้อจะอ้อนวอนโอ้โลมปฏิโลม และอดทนต่อคำด่าว่าเสียดสีของพระอภัยสักเพียงใดก็ตาม แต่เมื่อนางยักษ์ทนดื้อด้านไปนานเข้า พระอภัยก็ชักจะใจอ่อนลง เพราะไม่มีหนทางที่จะหนีไปไหนได้ ต้องปล่อยเลยตามเลย ให้เหตุการณ์มันดำเนินไปตามเวรตามกรรม ต้องอยู่กับนางผีเสื้อด้วยความจำใจเรื่อยมาอย่างชนิดที่เรียกว่าเต็มกลืน จนมีลูกด้วยกันหนึ่งคนนาม "สินสมุทร" ในฉากสุดท้าย พระอภัยมณีและสินสมุทร ได้หนีออกจากถ้ำ ทำให้นางยักษ์ไล่ตามไปทุกที่ จนมาถึงวันหนึ่งพระอภัยมณีและสินสมุทรได้หนีมาทางเรือเพื่อเดินทางเข้าเมือง แต่โดนนางยักษ์ตีเรือแตก สินสมุทรกับนางสุวรรณมาลี(เงือก)หนีไปได้ ส่วนพระอภัยมณีลอยไปขึ้นอีกเกาะหนึ่ง พระอภัยหนีขึ้นไปอยู่บนหน้าผา แล้วสวดภาวนาเวทมนต์ของพระฤาษี ที่ให้ไว้คุ้มตัว นางผีเสื้อก็ต้องเฝ้าอ้อนวอนอีกครั้ง พระอภัยก็ไม่ยอมใจอ่อน นางจึงร่ายมนต์ให้ฝนตกฟ้าร้องจนแทบจะทนไม่ได้ เพราะไม่มีหนทางที่จะหนีไปไหนอีกแล้ว พระอภัยจำต้องตัดสินใจลาสิกขา จากเพศฤาษีมาเป่าปี่ จนนางผีเสื้อสมุทรขาดใจตายไปตามเสียงปี่ และกลายร่างเป็นศิลาตามเดิม ชีวิตรักรันทดของนางยักขินีผีเสื้อสมุทร อันเกิดจากความต่างชาติเชื้อ ต่างผิวพันธุ์ ต่างชั้นวรรณะกัน ก็ถึงคราสิ้นสุดลงที่จุดนี้เอง 3. นางสิบสอง : นางสิบสองโดนนางยักษ์ควักลูกตา จนตาบอดทั้งสองข้างทั้ง 11 คน ส่วนน้องคนสุดท้องโดนแค่ข้างเดียว และนางทั้ง ๑๑ คน กินลูกตัวเอง ยกเว้นนางเภา เศรษฐีนามว่า นนท ทรัพย์สมบัติมากมายแต่ไม่มีบุตรธิดาไว้สืบสกุล เขาจึงเข้าไปในป่าขอพรจากพระฤาษี หลังจากนั้นไม่นานภรรยาก็ตั้งครรภ์และคลอดลูกสาวจำนวนครบ ๑๒ คนพอดี โดยตั้งชื่อว่า บัว ผัน อี่ ปอง ปี่ ปลอด คล้อง คล้าย แสด ไย ไภ เภา ตามลำดับ (เภา น้องสาวคนเล็กสุดสวยและฉลาดกว่าใครทั้งหมด) ต่อมาเศรษฐีค้าขายขาดทุนจนไม่มีอาหารเลี้ยงดูลูกสาวเลยคิดจะนำลูกทั้ง ๑๒ไปปล่อยทิ้งไว้ในป่า ต้องวางอุบายถึงสองครั้งจึงสำเร็จ นางทั้งสิบสองเดินหลงทางในป่าและพลัดหลงเข้าไปในเขตของนางยักษ์สันทมาร(สันทมาลา) เมื่อนางยักษ์สันทมารได้เห็นก็นึกเอ็นดูจึงแปลงกายเป็นหญิงสาวงามใจดี เอ่ยปากชักชวนให้ไปอยู่ด้วยกันจะได้เลี้ยงดูเป็นบุตรบุญธรรมให้ได้กินอิ่มหนำสำราญ ซึ่งทั้งหมดก็ยินดีและได้ไปอยู่กับนางยักษ์ แต่ความลับไม่มีในโลกวันหนึ่ง นางทั้ง ๑๒ รู้ความจริงว่านางเป็นยักษ์เลยหนีออกมาโดยมีพระฤาษีช่วยไว้ นางทั้งสิบสองเดินทางต่อจนไปอยู่ที่สระน้ำแห่งหนึ่งและได้เจอกับพระเจ้ารณสิทธิราช เมื่อได้เห็นพี่น้องทั้งสิบสองคน พระราชาก็ทรงตกตะลึงในความงาม พระราชาจึงรับสั่งให้นางลงมาและช่วยให้ไปอยู่ในวัง และแต่งตั้งให้นางทั้งหมดเป็นพระมเหสีของพระองค์ ในขณะเดียวกัน นางยักษ์สันทมารก็ได้ธิดาบุญธรรมชื่อว่า เมรี ต่อมาภายหลัง นางยักษ์สันทมารได้ข่าวว่านางสิบสองยังมีชีวิตอยู่ และไปได้ดีมีความสุขได้เป็นถึงมเหสีของพระเจ้ารถสิทธิ์ ก็เกิดความอิจฉาริษยาและเคียดแค้นมาก นางจึงตามนางสิบสองมายังเมืองกุตารนครโดยปลอมตัวเป็นหญิงสาวสวย ใช้กลอุบายเหมือนตอนที่พระราชาเจอนางทั้งสิบสองตรงแม่น้ำ พระราชาจึงนำนางเข้าวัง และทรงแต่งตั้งให้นางเป็นพระมเหสีองค์ใหม่ แล้วแผนการอันเลวร้ายก็เริ่มขึ้น นางได้แกล้งป่วยและต้องการนัยน์ตาของหญิง ๑๒ คนที่มีพ่อแม่คนเดียวกัน นั้นก็คือนางทั้งสิบสองนั้นเอง เพื่อนำมาทำยา และแล้วพระราชาก็ทรงรับสั่งให้นางสิบสองเข้าเฝ้าแล้วก็สั่งให้ทหารควักดวงตาของนางสิบสองออกมา แต่นางเภาโชคดีกว่าพี่สาวคนอื่นๆ เพราะพระองค์อนุญาตให้นางเหลือดวงตาไว้ข้างหนึ่ง หลังจากรับสั่งให้ควักดวงตาของนางทั้งสิบสองออกแล้ว พระราชาก็รับสั่งให้นำอดีตพระมเหสีของพระองค์ไปขังไว้ในอุโมงค์มืด ซึ่งทั้งหมดต้องประสบความทุกข์ทรมานอย่างน่าสมเพศเวทนา ( นางยักษ์ส่งดวงตาทั้งหมดไปให้เมรีเก็บไว้) ต่อมาพี่น้องทั้งหมดยกเว้นเภาก็ตั้งครรภ์ พระอินทร์ทราบว่านางสิบสองได้รับความทุกข์ทรมานมาก และไม่มีใครดูแลจึงอัญเชิญโพธิสัตว์เทพบุตรให้ไปปฏิสนธิในครรภ์และเกิดเป็นลูกของนางเภาน้องคนสุดท้อง ในความทุกข์ทรมานของทั้งสิบสองนาง เมื่อพี่น้องทั้งหมดคลอดลูกออกมาก็จัดการฉีกออกเป็นชิ้นๆ แจกแบ่งกันกินเป็นอาหาร เพราะพวกนางถูกทรมานด้วยความหิวโหยจึงต้องกินลูกตนเอง แต่เภาก็ไม่ยอมกินเนื้อทารกที่ได้รับแบ่งให้ ทุกครั้งที่นางได้ส่วนแบ่งนางก็จะนำไปซ่อนไว้ เมื่อถึงคราวที่นางคลอดลูกบ้างพี่ๆ ของนางเภาก็จะได้ไม่ฆ่าลูกของตน นางจึงนำเนื้อทารกที่ซ่อนไว้มาแบ่งให้พวกพี่ๆ แทน การทำเช่นนี้จึงไม่ทำให้พวกพี่ๆ ของตนสงสัยในเจตนาของนางที่ต้องการเลี้ยงลูกไว้ อ่านเรื่องนางสิบสองเพิ่มเติม http://teen.mthai.com/variety/63996.html 4. ลิลิตพระลอ : พระลอ เพื่อนแก้ว และแพงทอง โดนธนูยิงตายพร้อมกันทั้ง 3 คน เชื่อกันว่าเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในเขตอำเภอสอง จังหวัดแพร่ เป็นเรื่องรักโศก บรรยายถึงความรักระหว่างพระลอ พระเพื่อน และพระแพง เรื่องมีอยู่ว่าเมืองเหนือสองเมืองเป็นศัตรูกัน กษัตริย์เมืองแมนสรวงพระองค์หนึ่งทรงพระนามว่า พระลอดิลกราช พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่มีพระสิริวรกายงดงามยิ่ง จนเป็นที่ปรากฏของหญิงทั้งหลาย ส่วนอีกเมืองหนึ่งชื่อว่า เมืองสรอง เมืองนี้ปกครองโดยกษัตริย์พิชัยพิษณุกร มีพระราชธิดาอยู่ 2 พระองค์ พระเพื่อนแก้วกับพระแพงทอง ทั้งสองสาบานกับเจ้าย่าว่าจะแก้แค้นให้เมืองสรองและถ้าผิดคำสาบานจะต้องตายด้วยคมของอาวุธ เพราะปู่ของธิดาทั้งสองพ่ายแพ้ศึก เพราะเสียทีถูกพระราชบิดาของพระลอฆ่าตาย ต่อมาพระเพื่อน พระแพง ได้ฟังคนขับซอขับเพลงสรรเสริญพระลอ กล่าวถึงกิตติศัพท์และพระรูปโฉมอันเปรียบดั่งเทพบุตรจากสวรรค์หาบุรุษใดเทียบ ด้วยวิบากกรรมแต่หนหลังทำให้สองพระธิดาเกิดมีใจให้พระลอทั้งๆ ที่ไม่เคยพบกัน พี่น้องสองสาวหลงรักและคร่ำครวญอยากเห็นรูปโฉมของพระลอ ในขณะที่เจ้าย่าของพระนางทั้งสอง ส่งคนไปสีซอให้พระลอฟังเป็นการพรรณนาความงามของพระเพื่อนกับพระแพง และใช้กฤติยามนต์ (หลอกให้กินสล่าบินหรือหมาก) เพื่อล่อให้พระลอมายังเมืองสรอง แล้วจะลอบปลงพระชนม์พระลอ เมื่อเพื่อนแก้วและแพงทองรู้เรื่องนี้เข้าจึงให้พี่เลี้ยง รื่นและโรยช่วยแก้มนต์ให้ แต่หาทางแก้ไม่ได้ ทั้งสองจึงไปขอให้ปู่เจ้าสมิงพรายดลให้พระลอมาถึงโดยเร็วกว่าเดิมเพื่อทูลเตือนเรื่องร้าย ปู่เจ้าสมิงพรายก็ให้ความช่วยเหลือจนทั้งสามคนได้มาเจอกัน จนเวลาผ่านไปกษัตริย์พิชัยพิษณุกรรู้เรื่องที่ทั้งสามแอบเจอกัน จึงทรงเมตตารับสั่งให้จัดพิธีอภิเษกสมรส แต่พระเจ้าย่าของพระเพื่อนพระแพง ไม่พอพระทัยจึงทรงขัดขวางทุกวิถีทาง ทรงอ้างรับสั่งของกษัตริย์พิชัยพิษณุกรว่าให้ทรงสั่งจับพระลอ ทหารจึงพากันจับพระลอไว้ ฝ่ายพระเพื่อนพระแพง และพระพี่เลี้ยงของทั้งสองฝ่ายรวม 4 คนก็ได้ช่วยขัดขวางสู้รบจนถึงที่สุด ด้วยความรักพระเพื่อน พระแพง ได้นำตัวเองเข้าบังพระลอไว้ ทั้งสามพระองค์และพระพี่เลี้ยงทั้งสี่ ไม่อาจหนีพ้นปืนไฟและลูกธนูของเหล่าทหารที่ระดมยิงใส่ได้ จนสิ้นพระชนม์และสิ้นชีวิตกันทั้งหมด กษัตริย์พิชัยพิษณุกร เมื่อทรงทราบเรื่องราวว่าพระลอ พระธิดาทั้งสองพระองค์ สิ้นพระชนม์ ทรงเสียพระทัยมาก ก็ทรงให้มีรับสั่งให้จับพระเจ้าย่า(ไม่ใช่แม่แท้ๆ ของพระพิชัยพิษณุกร แต่เป็นมเหสีคนหนึ่งของพระราชบิดาของพระพิชัยฯ) และพรรคพวกประหารชีวิตเสียให้ตายตกไปตามกัน เพราะทรงพระพิโรธยิ่งนัก 5. สังข์ทอง : สังข์ทองให้หกเขยเฉือนหูและจมูกมาแลกเนื้อและปลา ณ เมืองยศวิมลนคร อันมีท้าวยศวิมลเป็นเจ้าเมือง พระมเหสีจันเทวีได้คลอดลูกออกมาเป็นหอยสังข์ จึงถูกพระนางจันทา มเหสีรอง ใส่ร้ายว่าเป็นกาลีบ้านเมือง จนถูกขับออกจากเมืองไปอยู่กระท่อมตายายที่ชายป่า จนกระทั่งพระสังข์ที่ซ่อนอยู่ในหอย ได้ออกมาพบแม่ สร้างความยินดีกับพระนางจันเทวีมาก และเมื่อข่าวล่วงรู้ไปถึงนางจันทา จึงได้ส่งคนมาจับพระสังข์ไปถ่วงน้ำ แต่ท้าวภุชงค์พญานาคราชช่วยเอาไว้ และส่งให้ไปอยู่กับ นางพันธุรัตน์ พระสังข์รู้ว่านางพันธุรัตน์เป็นยักษ์จึงขโมยรูปเงาะ ไม้เท้า เกือกแก้ว เหาะหนีมาอยู่บนเขา นางพันธุรัตน์ตามมาทัน แต่ไม่สามารถขึ้นไปหาพระสังข์ได้ จึงได้มอบมนต์มหาจินดา เรียกเนื้อเรียกปลาให้แก่พระสังข์ก่อนที่จะอกแตกสิ้นใจตายที่เชิงเขา นั่นเอง พระสังข์เหาะมาจนถึงเมืองสามล ท้าวสามลและนางมณฑากำลังจัดพิธีเลือกคู่ให้ธิดาทั้งเจ็ด แต่รจนาพระธิดาองค์สุดท้อง ไม่ยอมเลือกใครเป็นคู่ ท้าวสามลจึงให้คนไปตามเจ้าเงาะมาให้เลือก รจนาเห็นรูปทองที่ซ่อนอยู่ในรูปเงาะจึงเสี่ยงมาลัยไปให้ สร้างความพิโรธให้ท้าวสามาลจึงทำการกับขับไล่รจนาให้ไปอยู่กระท่อมปลายนากับเจ้าเงาะ หลังจากนั้นท้าวสามลก็หาทางแกล้งเจ้าเงาะ โดยการให้ไปหาเนื้อหาปลาแข่งกับเขยทั้งหก เจ้าเงาะใช้มนต์ที่นางพันธุรัตน์ให้ไว้เรียกเนื้อเรียกปลามารวมกัน ทำให้หกเขยหาปลาไม่ได้ จึงต้องยอมตัดปลายหูและปลายจมูกแลกกับเนื้อและปลา ท้าวสามลพิโรธมากจนถึงกับคิดหาทางประหารเจ้าเงาะ ร้อนถึงพระอินทร์ต้องหาทางช่วยโดยการลงมาท้าตีคลีชิงเมือง กับท้าวสามล ท้าวสามลส่งหกเขยไปสู้ก็สู้ไม่ได้ จึงต้องยอมให้เจ้าเงาะไปสู้แทน เจ้าเงาะถอดรูปเป็นพระสังข์และสู้กับพระอินทร์ จนชนะ ท้าวสามลจึงยอมรับพระสังข์กลับเข้าเมืองและจัดพิธีอภิเษกให้ พระอินทร์ไปเข้าฝันท้าวยศวิมล เพื่อบอกเรื่องราวทั้งหมด ท้าวยศวิมลจึงออกตามหาพระนางจันเทวีจนพบ และได้เดินทางไปเมืองสามลนครเพื่อพบพระสังข์ โดยพระนางจันเทวีได้ปลอมเป็นแม่ครัวในวังและได้แกะสลักเรื่องราวทั้งหมดบนชิ้นฟัก ให้พระสังข์เสวย ทำให้พระสังข์รู้ว่าแม่ครัวคือพระมารดานั่นเอง พระสังข์และรจนาจึงได้เสด็จตามท้าวยศวิมลและพระนาง จันเทวีกลับไปครองเมืองยศวิมลสืบไป 6. ศรีธนญชัย : ตอนผ่าท้องน้องและควักเครื่องในมาล้าง เพราะแม่บอกให้อาบน้ำให้น้องจนสะอาดทั้งในและนอก / เผาบ้านคนอื่น / ฆ่าพระ / ยายแก่ /  ฆ่าแมว / ยึดที่ดินคนอื่น / ฆ่านก / เบี้ยวหนี้ยายแก่ สุดท้ายพ่ายแพ้ให้กับ เณร ที่ฉลาดกว่า (คาดว่าเป็นน้องชายกลับชาติมาเกิด) - สามี-ภรรยา ได้พรจากพระอินทร์ จึงได้ลูกชายสมใจคนแรก และตั้งชื่อว่า "ศรีธนญชัย" ต่อมาเมื่ออายุครบ 5 ขวบ แม่ก็มีลูกชายคนที่ 2 ทำให้ทุกคนหันไปสนใจลูกชายคนเล็กมากกว่า วันนึงแม่มีธุระเลยฝากให้ศรีธนญชัยดูแลน้อง อาบน้ำน้องให้สะอาด ล้างให้หมดไส้หมดพุง ศรีธนญชัยเลยจัดการผ่าท้องควักอวัยวะภายในออกมาล้าง ซึ่งในนิทานกล่าวว่าที่ศรีธนญชัยกระทำไปแบบนั้นก็เพราะอิจฉาน้อง - ศรีธนญชัย ฆ่าพระ เกิดจากตอนวัยเด็กแม่ส่งไปอยู่กับพระที่วัด พระโดนศรีธนญชัยแกล้งตลอด จนเหตุการณ์ที่ ศรีธนญชัยท้าพระ บอกถ้าแมลงวันเกาะผมให้หลวงพี่เอาตะแกรงนี่ตบนะ หากแมลงวันเกาะหลวงพี่ผมจะตีเอาบ้าง เมื่อต่างสัญญากันแล้ว พอแมลงวันเกาะศรีธนญชัยพระก็เอาตะแกรงตบเจ็บสักเล็กน้อย แต่พอแมลงวันหนีบินมาเกาะที่ศีรษะพระ พระก็บอกศรีธนญชัยว่า เอาเลย ตีเลย ศรีธนญชัยก็เอาค้อนตีไปบนหน้าผากพระ จนพระถึงแก่ความตาย -  เพราะพระราชาบอกว่าจะประทานที่เท่าแมวดิ้นตายให้แก่ศรีธนญชัย เขาเลยไล่ตีแมวจนมันดิ้นตายรอบเมือง - ครั้งหนึ่ง ศรีธนญชัยนึกอยากไปเล่นหมากรุกกับพระที่วัด เดินจากบ้านมาถึงริมน้ำเห็นเณรองค์หนึ่งพายเรือผ่านมา จึงเรียกให้จอดเพื่อขอติดเรือไปด้วย ขณะที่เณรลุกขึ้นยืนพายเรือ ศรีธนญชัยเกรงเรือจะล่มจึงถามไปว่า "ทำไมไม่นั่งพายเล่าพ่อเณร" เณรองค์นั้นก็เอาพายพาดเรือแล้วนั่งทับพายไว้ (เสียทีเณรเสียแล้ว) ศรีธนญชัยแค้นใจเพราะไม่เคยพ่ายแพ้เชาว์ปัญญาใครมาก่อน ต่อมาเณรจึงถามว่าจะขึ้นตรงไหน ศรีธนญชัยกำลังโกรธก็เลยบอกออกไปว่าจะจอดตรงไหนก็ตามใจเถิด เณรเห็นหมู่กอไผ่ขึ้นเรียงรายอยู่ริมตลิ่งจึงเสือกหัวเรือเข้าไปจอด (เสียทีเณรเสียแล้ว) ศรีธนญชัยจึงต้องลุยหนามไผ่หรือหนามซอเกือบครึ่งค่อนวันจึงหลุดออกมาได้ - วันหนึ่งสองตายายมาร้องเรียนว่าศรีธนญชัยได้ขอยืมเงินไป และบอกว่าสองเดือนจะคืนให้ แต่นี่ผ่านมาปีกว่า ไปทวงก็ทำนิ่งเฉย นายเวร (เณรอุปัชฌาย์สึกแล้ว) เรียกคู่ความมาสอบสวน ศรีธนญชัยก็อ้างข้อความในสัญญาบอกสองเดือนจะใช้หนี้ให้ แต่นี่เพิ่งเดือนเดียวเท่านั้น นายเวรรู้ทันเล่ห์ถามว่าท่านหมายถึงเดือนบนฟ้าใช่หรือไม่ เมื่อยอดตลกหลวงรับว่าใช่ นายเวรจึงเรียกมาตัดสินในเวลากลางคืนพร้อมชี้ให้ดูเดือนบนท้องฟ้ากับเดือนอีกดวงหนึ่งที่ปรากฏเงาอยู่ในน้ำรวมเป็นสองเดือนพอดี ศรีธนญชัยจำต้องใช้หนี้คืนโจทก์ไปและชักแน่ใจว่านายเวรหรืออดีตชาติของสามเณรผู้นี้  คือน้องชายของตนกลับชาติมาเกิดเพื่อแก้แค้นนั่นเอง - หลังจากแพ้คดีศรีธนญชัยก็มีแต่ความกลัดกลุ้มใบหน้าเศร้าหมองร่างกายซูบผอม โรคภัยเบียดเบียนคิดว่าตนคงจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานจึงให้ภรรยาไปเฝ้าพระเจ้าภูเบศว่า ตนมีเรื่องสำคัญจะทูลพระเจ้าภูเบศเห็นแก่คนใกล้จะตาย อุตส่าห์รีบเสด็จมา ศรีธนญชัยจึงทูลว่า "การที่จะเสวยปลาหมอปิ้งนั้น ให้หมั่นกลับ อย่าให้หนังแห้ง จึงจะอร่อย" พระเจ้าภูเบศคลั่งแค้นพระทัยตรัสว่า "มึงตายเมื่อไรกูจะให้สนมนางในมาเยี่ยวรดกองกระดูกให้สมใจ"  ได้ฟังดังนั้น ศรีธนญชัยจึงสั่งภรรยาว่า ให้เอาไม้ลังตังมาเผาศพตน ห้ามใช้ไม้อย่างอื่น เมื่อนางข้าหลวงได้รับพระบัญชาจากพระเจ้าภูเบศก็พากันมาเยี่ยวรดเถ้ากระดูกของศรีธนญชัย จึงโดนขุยไม้ลังตังฟุ้งเข้าใส่ในร่มผ้าต่างคันคะเยอแหกปากร้องลั่นไปตามๆ กันนับว่ายอดตลกหลวงยังคงรักษาเกียรติภูมิความเป็นผู้มีเชาว์ปัญญาไว้ได้จนวาระสุดท้ายแม้จะใช้ไปในทางฉลาดแกมโกงซะเป็นส่วนใหญ่ 7. ปลาบู่ทอง : ขนิษฐาตายซ้ำแล้วซ้ำเล่า, เอื้อยโดนหลอกให้ตกลงในน้ำเดือดจนถึงแก่ความตาย, อ้ายโดนประหาร นำชิ้นเนื้อต้มแกงกลับไปให้บิดา มารดากิน และรู้ที่หลังว่าเนื้อที่กินไปนั้นคือเนื้อลูกสาวของตน  เศรษฐีผู้มีอาชีพจับปลามีภรรยา 2 คน คนแรกชื่อขนิษฐา มีลูกสาวชื่อ เอื้อย ส่วนคนที่สองชื่อขนิษฐี มีลูกสาวชื่อ อ้ายและอี่ วันหนึ่งเศรษฐีกับขนิษฐาไปจับปลาในคลอง แต่ได้มาเพียงปลาบู่ทองที่ตั้งท้องตัวเดียวเท่านั้น เมื่อถึงเวลากลับเศรษฐีก็ตัดสินใจเอาปลาบู่ทองกลับบ้าน แต่ขนิษฐาเกิดความสงสารขอให้เศรษฐีปล่อยปลาไป เศรษฐีโกรธจึงฟาดนางขนิษฐาจนตายและทิ้งศพลงคลอง เศรษฐีบอกเอื้อยว่าแม่หนีตามผู้ชายไป นับตั้งแต่นั้นขนิษฐี อี่ และอ้าย ก็กลั่นแกล้งเอื้อยมาโดยตลอด เอื้อยคิดถึงแม่และชอบไปนั่งร้องไห้อยู่ริมท่าน้ำ และได้พบกับปลาบู่ทอง จึงรู้ว่าเป็นแม่กลับชาติมาเกิด และนำข้าวสวยมาโปรยให้ปลาบู่ทองกิน และมาปรับทุกข์ให้ฟังทุกวัน นางขนิษฐีและลูกสาวเห็นเอื้อยมีความสุขขึ้น จึงสืบจนพบว่านางขนิษฐาได้มาเกิดเป็นปลาบู่ทอง นางขนิษฐีจึงแอบจับปลาบู่ทองมาทำอาหารและขอดเกล็ดทิ้งไว้ในครัว พอเอื้อยรู้เรื่องก็เศร้าเสียใจมาก นำเกล็ดไปฝังดินและอธิษฐานขอให้แม่มาเกิดเป็นต้นมะเขือ เมื่อขนิษฐีทราบเรื่องเข้า ก็โค่นต้นมะเขือ และนำลูกมะเขือไปจิ้มน้ำพริกกิน เอื้อย(ก็ไม่ยอมแพ้) เก็บเมล็ดมะเขือที่เหลือไปฝังดินและอธิษฐานให้แม่ไปเกิดเป็นต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทองในป่า และไม่ให้ผู้ใดสามารถโค่น ทำลาย หรือเคลื่อนย้ายต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทองได้ วันหนึ่งพระเจ้าพรหมทัตเสด็จประพาสป่าได้พบกับต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทอง โปรดให้นำเข้าไปปลูกในวัง แต่ไม่มีผู้ใดสามารถเคลื่อนย้ายได้ ขนิษฐีและอ้ายกับอี่ลองถอนแต่ไม่สำเร็จ เอื้อยขอลองบ้างและอธิษฐานจิตบอกแม่ว่าขอย้ายแม่เข้าไปปลูกในวัง เอื้อยจึงถอนต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทองได้สำเร็จ พระเจ้าพรหมทัตถูกชะตาเอื้อยจึงชวนเข้าไปอยู่ในวังและแต่งตั้งให้เอื้อยเป็นพระมเหสี ฝ่ายขนิษฐีและลูกสาวอิจฉาเอื้อย จึงส่งจดหมายไปบอกเอื้อยว่าพ่อป่วยหนักขอให้เอื้อยกลับมาเยี่ยมที่บ้าน เมื่อเอื้อยกลับมาบ้าน นางขนิษฐีก็ได้แกล้งนำกระทะน้ำเดือดไปวางไว้ใต้ไม้กระดานเรือน และทำกระดานกลไว้ เมื่อเอื้อยเหยียบกระดานกลก็ตกลงในหม้อน้ำเดือดจนถึงแก่ความตาย ต่อจากนั้นขนิษฐีให้อ้ายปลอมตัวเป็นเอื้อยและเดินทางกลับไปยังวังของพระเจ้าพรหมทัต แต่เอื้อยได้เกิดใหม่เป็น นกแขกเต้า แล้วก็บินกลับเข้าวัง พระเจ้าพรหมทัตเห็นนกแขกเต้าแสนรู้ ไม่รู้ว่าเป็นเอื้อยกลับชาติมาเกิด ก็เลี้ยงไว้ใกล้ตัว อ้ายเห็นดังนั้นก็ไม่พอใจ สั่งคนครัวให้นำนกแขกเต้าไปถอนขนและต้มกิน แต่รอดมาได้ เอื้อยก็บินเข้าป่าไปจนเจอกับพระฤๅษี พระฤๅษีตรวจดูด้วยญานพบว่านกแขกเต้าคือเอื้อยกลับชาติมาเกิดจึงเสกให้เป็นคนตามเดิม และวาดรูปเด็กเสกให้มีชีวิตเพื่อให้เป็นลูกของเอื้อย เมื่อเด็กนั้นโตขึ้นก็ขอเอื้อยเดินทางไปหาบิดา เอื้อยจึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้บุตรชายฟังร้อยพวงมาลัยเพื่อให้บุตรชายนำไปให้พระเจ้าพรหมทัต เมื่อพระเจ้าพรหมทัตได้พบกับบุตรชายของเอื้อยและพวงมาลัย ก็ขอให้เด็กชายเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังว่าได้มาลัยมาอย่างไร เด็กชายก็เล่าตามที่เอื้อยเล่าให้ฟัง เมื่อทราบเรื่องทั้งหมดแล้วพระเจ้าพรหมทัตก็สั่งประหารชีวิตอ้าย อี่ และขนิษฐี และไปรับเอื้อยเพื่อให้กลับมาครองบัลลังก์ร่วมกันอีกครั้ง (บ้างก็บอกว่า อ้ายโดนประหาร นำชิ้นเนื้อต้มแกงกลับไปให้บิดา มารดากิน และรู้ที่หลังว่าเนื้อที่กินไปนั้นคือเนื้อลูกสาวของตน) 8. นางอุทัยเทวี : นางอุทัยเทวีนำมีดโกนโกนผมของนางฉันทนาออกจนหมด แล้วกรีดศีรษะนางแล้วนำปลาร้าครอบหัวไว้ ห้ามเอาออกจนกว่าจะถึงวันที่ 7 แต่ไม่ถึงหนึ่งคืนนางก็ทนพิษบาดแผลไม่ไหว สิ้นใจตาย สมุทมาลา ลูกสาวพญานาคราช แอบหนีขึ้นไปบนพื้นดินและได้พบกับรุกขเทวดาที่จำแลงกายเป็นหนุ่มรูปงาม ทั้งคู่ก็ได้เสียกัน แต่เมื่อพระอินทร์ทราบเรื่องก็เลยลงโทษรุกขเทวดาให้ไปอยู่นอกฟ้าป่าหิมพานต์ ส่วนสมุทมาลาที่กำลังตั้งครรภ์ ก็ตัดสินใจสำรอกลูกในท้องออกมาเป็นไข่พร้อมพ่นพิษนาคคุ้มครองไว้ แล้วใช้ผ้าสไบห่อไข่ พร้อมกับนำไปซุกไว้ในพงหญ้าริมหนองน้ำโดยถอดแหวนวิเศษไว้ให้ลูกด้วย และนางจึงกลับไปอยู่ที่บาดาลตามเดิม คางคกใหญ่กำลังหิวจึงกินไข่ฟองนั้น แต่พิษของพญานาคทำให้คางคกตาย เป็นเวลาเดียวกับที่ไข่ครบกำหนดคลอด พอเปลือกไข่แตกออก ภายในก็พบเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักอาศัยอยู่ในซากคางคกนั้นเรื่อยมา ด้วยเข้าใจว่าคางคกเป็นแม่ของตน  สองตายายคู่หนึ่งซึ่งอยู่ระแวกนั้น มาจับปลาและเจอกับเด็กหญิงจึงรับเลี้ยงไว้ เด็กหญิงจึงใช้แหวนวิเศษที่แม่ทิ้งไว้ให้เนรมิตข้าวปลาอาหารให้ตายายที่ยากจน และตายายได้ตั้งชื่อให้เด็กหญิงว่า นางอุทัยเทวี ต่อมาอุทัยเทวีได้อภิเษกสมรสกับเจ้าชายสุทราชกุมาร และได้ขึ้นเป็นราชเทวีของเจ้าชายสุทราชกุมารอย่างสมพระเกียรติ แต่มีเหตุที่ทำให้เจ้าชายสุทราชกุมารต้องไปแต่งงานกับหญิงอื่นชื่อ ฉันทนา ของอีกเมืองหนึ่ง ซึ่งพระบิดาของทั้งสองเมืองเคยตกลงกันไว้ ทำให้เจ้าชายสุทราชกุมารต้องเดินทางไปแต่งงาน แต่ก็ได้สั่งให้ช่างปั้นรูปเหมือนของทั้งคู่และเก็บไว้เพื่อนึกถึงกัน .. เจ้าชายได้แต่งงานกับฉันทนา แต่ก็ไม่ได้สนใจนางเลย เพราะคิดถึงแต่อุทัยเทวีเท่านั้น ทำให้ฉันทนาน้อยใจและคิดอิฉจาริษยาอุทัยเทวี นางจึงแอบเอารูปปั้นไปทิ้งน้ำ แต่นั้นก็ยิ่งทำให้เจ้าชายคิดถึงอุทัยเทวีมากขึ้นกว่าเดิม เจ้าหญิงฉันทนายังไม่ยอมสำนึกตัวหันมาสร้างความดีเอาชนะใจเจ้าชาย แต่กลับจ้างคนไปลักพาตัวนางอุทัยเทวีมากักขัง เฆี่ยนตีจนสลบ แล้วให้คนนำไปทิ้งแม่น้ำเพราะเข้าใจว่านางอุทัยเทวีสิ้นชีวิตไปแล้ว แต่นางอุทัยเทวีมีเชื้อสายนาคราชพอร่างถูกน้ำก็ฟื้นขึ้นมา  นางอุทัยแปลงกายเป็นหญิงชรา(แต่มีผมดำสนิท) ขายขนมแถวท่าน้ำพระราชวัง ส่วนเจ้าหญิงฉันทนานั้นผลกรรมได้ตามสนองทำให้ผมหงอกขาวโพลนหมดทั้งศีรษะ นางข้าหลวงคนสนิทจึงพาหญิงชราขายขนมซึ่งยังมีผมหงอกดำทั้งที่สูงวัยแล้ว มาเฝ้าเจ้าหญิงฉันนาเพื่อให้ช่วยรักษา หญิงชราจึงโกนผมเจ้าหญิงฉันนาและเอาปลาร้าพอกจนทั่วแล้วใช้หม้อดินครอบเอาไว้ บอกว่าเป็นยาวิเศษอีก 7 วัน จะมาเอาหม้อที่ครอบไว้ออก แต่นั้นกลับทำให้แผลที่ถูกมีดโกนผมบาดติดเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายจนเจ้าหญิงฉันทนาสิ้นใจ ต่อมาเจ้าชายสุทราชกุมารและนางอุทัยเทวีกลับมาครอบรักกันอีกครั้ง (แต่บางเรื่องเล่าว่า คนที่ทำให้ฉันทนาตายไม่ใช่อุทัยเทวี  แต่เป็นสมุทรมาลาซึ่งเป็นแม่มาช่วยลูกสาว) 9. โสนน้อยเรือนงาม : นางกุลาถูกจับได้ว่าปลอมตัวเป็นเจ้าหญิงโสนน้อย จึงถูกลงโทษโดยการถูกแล่เนื้อและเอาเกลือทา แล่วันละน้อยๆ จนขาดใจตาย นางกุลาเป็นหญิงสาวที่โสนน้อยเรือนงาม ช่วยเหลือชีวิตไว้ นางจึงอาสาเป็นทาสรับใช้ แต่นางกุลานิสัยไม่ดีปลอมตัวเป็นโสนน้อยเรือนงามเพื่อได้แต่งงานกับเจ้าชาย แต่ภายหลังถูกจับได้ นางจึงคิดกลอุบายแกล้งโสนน้อยเรือนงามต่อโดยเอางูพิษใส่กล่องหลอกว่ามีของวิเศษในกล่องให้นำไปมอบให้เจ้าชาย ทำให้เจ้าชายเข้าใจผิดคิดว่าโสนน้อยเรือนงามคิดจะปลงชีพ ทั้งคู่จึงถูกเนรเทศ ครั้งหนึ่งกุลาหลอกให้ โสนน้อยเรือนงาม ลงเล่นน้ำในบ่อที่ฝั่งหนึ่งมีสีทองและอีกฝั่งสีดำ นางกุลาจุ่มตัวลงบ่อสีทองพอขึ้นมานางมีรูปโฉมสวยงาม ส่วนโสนน้อยเรือนงามยืนอยู่ฝั่งบ่อสีดำ กุลาแกล้งผลักตกลงไปทำให้ร่างกายของโสนน้อยเรือนงามกลายเป็นอัปลักษณ์ ขณะนั้นโสนน้อยเรือนงามตั้งท้องและคลอดลูกออกมา ก็ถูกนางกุลานำลูกใส่ตะกร้าไปปล่อยทิ้งน้ำ แต่ไม่จมเพราะบุญของเด็กมีมากนัก ต่อมาตะกร้าลอยไปติดเกาะแห่งหนึ่งที่มีพระฤาษีอยู่จึงรับเลี้ยงเด็กคนนี้ และสอนวิชาป้องกันตัวให้ เมื่อเด็กโตขึ้น ขณะเดินเล่นอยู่ในป่าก็เจอกับเจ้าชาย จนสุดท้ายได้รู้ว่าที่แท้เจ้าชายก็คือพ่อแท้ๆ ของตน ต่อมาทางฤาษีจึงช่วยพ่อ-ลูกออกตามหาโสนน้อยเรือนงามจนได้พบกัน โสนน้อยเรือนงามได้ลงไปชุบตัวที่บ่อน้ำสีทอง ส่วนนางกุลาถูกสั่งให้ลงไปแช่ในบ่อดำกลายเป็นหญิงอัปลักษณ์ ตอนจบของเรื่องโสนน้อยเรือนงามนั้นมีหลายเวอร์ชั่น ไม่ว่าจะ นางกุลาถูกสั่งให้ลงไปแช่ในบ่อดำกลายเป็นหญิงอัปลักษณ์, นางกุลาถูกฟ้าผ่าตาย แต่ฉากตายของนางกุลาจริงๆ นั้น คือ ถูกลงโทษโดยการถูกแล่เนื้อและเอาเกลือทา แล่วันละน้อยๆ จนขาดใจตาย ดั่งกลอนที่ว่า .. "เอามีดเชือด ค่อยเถือเนื้อเลือด ออกทีละชิ้น เชือดทีหนึ่งถาม เอาความยุพิน อีใจทมิฬ ไม่รับเลยนา เชือดวันละน้อย เลือดโทรมไหลย้อย ทั่วทั้งกายา กุลาเหลือล้น จะทนมรณา จนสิ้นมังสา ในกายไม่มี มันมิได้รับ จนตากลอกกลับ สิ้นดังชีวี"  10. สังข์ทอง : สังข์ทองทิ้งแม่บุญธรรมของตัวเองหลังจากที่รู้ว่านางเป็นยักษ์นางร้องไห้เป็นสายเลือด อ้อนวอนให้ลงมาแต่สังข์ทองก็ไม่สนใจ จนนางอกแตกตาย ฝ่ายนางยักษ์กลับมาไม่เห็นลูก และขึ้นไปที่ปราสาทชั้นบนเห็นเกราะรูปเงาะป่า เกือกทองและพระขรรค์หายไป ก็รู้ทันทีว่าพระสังข์ทองรู้ว่าตนเป็นยักษ์แล้วหลบหนีไป นางจึงเหาะตามไป เมื่อถึงฝั่งน้ำเห็นพระสังข์ทองพักอยู่ นางไม่สามารถเหาะข้ามไปได้ จึงร้องไห้อ้อนวอนให้พระสังข์ทองกลับมาหาตน พระสังข์ทองยังหวาดกลัวจึงไม่ยอมกลับ นางพันธุรัตน์เสียใจจนหัวใจแตกสลาย แต่ก่อนตายนางก็สอนมนต์หาเนื้อหาปลาให้พระสังข์ทองแล้วนางก็สิ้นใจตาย พระสังข์ทองรู้สึกเสียใจมาก หลังจากได้จัดการเผาศพนางยักษ์แล้ว พระสังข์ทองก็เหาะเดินทางไปเมืองพาราณสี เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ขอบคุณที่มา http://pantip.com/topic/30890635, www.myfirstbrain.com,  ฑ.มณฑา, pantip.com, http://board.palungjit.org/8950193-post16.html, th.wikipedia.org, https://sangthong.wordpress.com/

ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ต /  มนต์เลิฟสิบหมื่น / 

เปิดรอบปฐมทัศน์ไปแล้วสำหรับภาพยนตร์มิวสิคัลเลิฟคอเมดี้เรื่อง มนต์เลิฟสิบหมื่น ของผู้กำกับร้อยเสียงอารมณ์ดี โต๊ะ พันธมิตร ท่ามกลางบรรยากาศสุดครื้นเครง ณ โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ชั้น 8 เซ็นทรัลเวิลด์ เปิดงานคึกคักด้วยเหล่าแดนเซอร์กับเพลง “พี่เอารักมาฝาก” ต้อนรับทุกคนเข้าสู่งานเปิดวิกหนังกลางแปลงสุดฮา กับทีมพากย์ขั้นเทพแก๊งพันธมิตรอย่าง พี่โต๊ะ พันธมิตร, อาเกรียง-เกรียงศักดิ์ เหรียญทอง, อาติ่ง-สุภาพ ไชยวิสุทธิกุล, พี่ภา-สุรพร ใจรัก ที่มาโชว์ลีลาพากย์สดสุดสนุกให้กับการแสดงสุดติ่งกระดิ่งไก่ของทีมนักแสดง ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ต, เฌอมาวีร์ สุวรรณภานุโชค, ผดุง ทรงแสง, ชญาภา พงศ์สุภาชาคริต, พงศ์สิรี บรรลือวงศ์, สนธยา ชิตมณี, วสันต์ พลับจีน, พีระณัฐ จำปาเงิน, พลาวัสถ์ สิโรรส มันส์กันต่อด้วยเพลง “สิบหมื่น” เวอร์ชั่นสุดสแกนแดนซ์ลืมโลก กับนักร้องหนุ่มแห่งทุ่งตับเต่า “หนุ่ม The Voice3 - สมศักดิ์ รินนายรักษ์” ที่นำขบวนดิ้นสนั่นกันทั้งงาน ปิดท้ายด้วยการถ่ายภาพรวมของทีมงานนักแสดงและผู้บริหารอย่างชื่นมื่นระรื่นเสียงฮา และหนัง “มนต์เลิฟสิบหมื่น” พร้อมฮาปลิ้น ดิ้นสิบหมื่น 23 ก.ค.นี้ในโรงภาพยนตร์ ------------------------

10 นักแสดงสาววัยรุ่นมาแรง ที่น่าจับตามอง!
10 อันดับ /  คารีสา สปริงเก็ตต์ / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยนำ 10 นักแสดงสาววัยรุ่นมาแรง ที่น่าจับตามอง! มาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ ผ่านไปแล้วครึ่งปีเรามาดูกันดีกว่าว่า มีสาวคนไหนที่แจ้งเกิด เป็นกระแสและถูกจับตามองของสื่อและคนทั่วประเทศกันบ้าง ไม่ว่าจะโด่งดังจากละคร ซีรีส์ทางช่องต่างๆ ตามไปดูกันเลยดีกว่า >,< 10 นักแสดงสาววัยรุ่นมาแรง ที่น่าจับตามอง! 1. เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา ตอนนี้คงต้องยกให้เธอเป็นขวัญใจ No.1 ของคนในโลกโซเชียลและอีกหลายๆ คน เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา นักแสดงวัยรุ่นที่ได้รับคำชมและความชื่นชอบอย่างมากมาย ผลงานที่ทำให้หลายคนรู้จักเธอก็คือละคร สุภาพบุรุษจุฑาเทพตอน คุณชายรณพีร์ ซึ่งเอสเธอร์รับบทเป็นหญิงเล็ก, ละครมาดามดัน และการเป็นนางเอกประกบ ฌอห์ณ จินดาโชติ ในละคร เล่ห์รตี บอกเลยว่ากระแสคู่จิ้นคู่นี้มาแรงมาก!! ล่าสุดกับซีรีส์ Ugly Duckling ตอน Boy paradise ที่จะกลับมารับบทคู่กับ ฌอห์ณ จินดาโชติ อีกครั้ง งานนี้คงมีฟินกันอีกยาวๆ! 2. มุก วรนิษฐ์ ถาวรวงศ์ ดังเปรี้ยงไม่แพ้อันดับแรกเหมือนกัน! สาวหวาน เธอมาพร้อมความน่ารัก สดใส ที่จะละลายใจหนุ่มๆ ทั้งหลาย หนึ่งในนักแสดง ซีรีส์วัยรุ่น Room Alone the series (รูม อโลน เดอะ ซีรีส์) และล่าสุดกับซีรีส์ละครรักวัยใสๆ ซีรีส์รักนะเป็ดโง่ Ugly Duckling รับบท จูเนียร์ ประกบคู่กับพระเอกสุดฮอต ดีเจ พุฒ พุฒิชัย เกษตรสิน เรียกได้ว่าคู่นี้สร้างปรากฏการณ์ฟินกระจายสนั่นโซเชียลมากๆ ยอดวิวคนดูยูทูบมากกว่า 10 ล้านวิว แถมแฮชแท็กพี่เสือกับจูเนียร์ยังติดอันดับต้นของประเทศอีก หลังจากเรื่องนี้จบไปความฟินของทั้งคู่ก็ยังไม่ลดน้อยลงเลยนะเนี่ย >,< 3. สายไหม มณีรัตน์ ศรีจรูญ สาวสวย หน้าหวาน สายไหม มณีรัตน์ ศรีจรูญ ที่ฮอตตั้งแต่สมัยเรียน ไม่จะเป็น เชียร์ลีดเดอร์ประจำ คณะนิเทศศาสตร์ และได้รับคัดเลือกเป็น จุฬาฯคทากร รุ่นที่ 6 ใน งานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ–ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 69 อีกด้วย เมื่อก้าวเข้าสู่วงการ เธอก็เป็นดาราคลื่นลูกใหม่ที่น่าจับตา อย่างละครเรื่องแรก หัวใจปฐพี รับบท เอวา เธอก็ได้ประกบคู่กับหนุ่มหล่อไมค์ พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล ซะแล้วและล่าสุดกับการพลิกบทบาทใหม่ของเธอ ในผลงานแนวพีเรียดเรื่อง ละครข้าบดินทร์ รับบท บัว เรียกว่าร้ายได้ใจซะจริงๆ! 4. โบว์ เมลดา สุศรี สาวสวยคนนี้เป็นอดีตนักร้อง สมาชิกวง Kiss Me Five, ในปี 2556 ที่ผ่านมาเธอเข้าประกวด ไทยซุปเปอร์โมเดลคอนเทสต์ 2013 คว้ารางวัลชนะเลิศมาครอง ด้วยความที่เธอน่ารักสมวัย สูง หุ่นดี และมีความสามารถอีกหลายอย่าง ทำให้เข้าตาผู้จัดละคร โบว์ เมลดา ได้กลายเป็นนางเอกหน้าใหม่ของทางช่อง 7 ที่มาแรงไม่แพ้รุ่นพี่เลย แถมการตอบรับจากแฟนๆ และผู้ชมก็ดีเกินคาดซะด้วย ^^ 5. เฌอเบลล์ ลัลณ์ลลิน เตจะสา เวศซ์ สาวน่ารัก หุ่นดี ยิ้มหวาน เฌอเบลล์ ลัลณ์ลลิน หลังจากเป็นนางเอกมาหลายเรื่อง คราวนี้เธอขอพลิกบทบาทมารับบทนางร้าย ที่แรงแหกโค้งสุดๆ ในบท ดารินกานต์ หรือ ดาว  ในละครสื่อริษยา ที่เธอต้องแกล้งทำเป็นสาวใสซื่อ แต่จริงๆ แล้วแฝงไปด้วยความร้าย บอกเลยว่าเล่นได้สมบทบาทจนทำให้คนหมั่นไส้อยู่ไม่น้อยทีเดียว 6. โมนา อนุธิดา อิ่มทรัพย์ สาวน้อยหน้าหวานที่ใครๆ ก็หาว่าเธอน่ะ น่ารักจุงเบย ด้วยคาแร็กเตอร์ที่น่ารักสดใสบวกกับใบหน้าที่สวยหวานบาดใจ จึงทำให้สาวน้อยวัย 16 ปี อย่างสาว โมนา อนุธิดา อิ่มทรัพย์ ได้รับบทเด่นในเรื่อง มายาตะวัน และเรื่องนี้ทำให้เธอเป็นที่รู้จัก อีกทั้งละคร “ในสวนขวัญ” ได้รับบท ตั๊กแตน และล่าสุดกับละคร สุดแค้นแสนรัก โมนา รับบทเป็น รพีพรรณ ชื่นศรี (ตอนโต) ลูกสาวของ ลือพงษ์ (น็อท วรฤทธิ์) กับ อุไร (เบ็นซ์ พรชิตา) งานนี้แจ้งเกิดให้เธออีกครั้ง ดูแล้วเป็นสาวที่หนุ่มๆ หลายคนอยากได้เป็นแฟน อิอิ 7. ชิปปี้ ศิรินทร์ ปรีดียานนท์ ชิปปี้ ศิรินทร์ สาวสวยที่แจ้งเกิดจากละครเรื่อง The Sixth Sense สื่อรักสัมผัสหัวใจ 2 เป็นละครเรื่องแรกของเธอ รับบทเป็น เบญจา นางร้าย ต่อมาก็เป็นที่รู้จักอีกครั้งกับล่าละครแห่งปี “สุดแค้นแสนรัก” คราวนี้ชิปปี้รับบทเป็น หทัยรัตน์ นางเอกรุ่นลูก 8. แพท แพทริเซีย ธัญชนก กู๊ด คนนี้ก็ดังไม่มีตก! หลังจากที่แพทริเซียได้ประเดิมละครเป็นนางเอกเรื่องแรกใน แค้นเสน่หา และตามมาด้วยละคร มาลีเริงระบำจนหลายคนเรียกกันติดหูว่า "หนูมาลี" และล่าสุดกับละคร ลมซ่อนรัก ประกบคู่กับ ณเดชน์ เธอก็ได้ทำให้ใครหลายคนเห็นถึงความสามารถในการแสดงที่ดูโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น นอกจากนี้เรื่องการเรียนของเธอก็ยังถูกพูดถึงกันเป็นจำนวนมาก ถึงแม้ว่าเธอจะงานยุ่งแค่ไหน ก็ยังให้ความสำคัญกับเรียน จนเธอสามารถทำเกรดเฉลี่ย 4.00 คณะนิเทศฯ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ตั้งแต่ปี 1 เทอม 1 กันเลยทีเดียว จนน้องๆ หลายคนยกให้สาวแพทริเซีย เป็นไอดอลในดวงใจทางการศึกษาไปแล้ว ก่อนหน้านี้เธอสอบติดมหาวิทยาลัยภาคอินเตอร์ ถึง 5 คณะด้วยกัน 9. ณิชา ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ หลายคนคงจะจำเธอได้จากละครเรื่องแรก ทองเนื้อเก้า ที่รับบทเป็น สมฤดี ประกบกับ เจมส์ จิรายุ หลังจากนั้นเธอก็มีผลงานเข้ามามากมาย เป็นนางเอกนางเอกเต็มตัวในละครสามใบไม่เถา, ล่าสุดกับละครเลือดมังกร ตอนแรด, รวมถึงในปีหน้า ก็มีละครตามมาอีก 2 เรื่องด้วย 10. พลอย คารีสา สปริงเก็ตต์ อีกหนึ่งสาวสวยที่กำลังถูกพูดถึงและจับตามองกันอย่างมาก เธอเป็นที่รู้จักจากรายการ The Face Thailand ถึงรูปร่างหน้าตา ที่คล้ายนักแสดงสาวมิว ลักษณ์นารา และความสามารถเกินอายุ 16 ปีที่มีดีกรีเป็นนางเอกละครได้เลย ตอนนี้เธอก็เริ่มมีผลงานทางช่อง 3 แล้ว เรื่อง Gossip Girl Thailand รับบท Queen B สุดแซ่บประจำโรงเรียน แบลร์ วอลดอร์ฟ รวมถึงปีหน้าหลายคนจะได้เห็นเธอในบทบาท สายสุดา นางร้าย ในละครรีเมคเรื่อง นางอาย ขอบอกเลยว่ากระแสเธอมาแรงทีเดียว เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ขอบคุณภาพ อินสตาแกรมดาราา @mona.anuthida,@carissa_spg,@nychaa,@patriciagood, @sirinissirin,@cheri.belle, @bow_maylada, @saimai_s, @mookworranit, @esthersupree

หมู พลพัฒน์ อัศวะประภา ผู้สร้างไบเบิ้ลการแต่งตัวของชายไทย
asava /  ผู้ชายต้นแบบ / 

หมู พลพัฒน์ อัศวะประภา นายกสมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพ ผู้ก่อตั้งและดีไซเนอร์แบรนด์ Asava และ ASV ปริญญา, Greyhound, Theatre, Legend และ Soda แบรนด์เหล่านี้เป็นแบรนด์เสื้อผ้าชั้นครูที่หมูเลือกหยิบจับมาผสมรวมให้เข้ากับตัวเอง และสร้างสไตล์ให้จัดจ้าน เสนอความคลั่งไฮแฟชั่นและเสื้อผ้าเปี่ยมคาแร็กเตอร์ สำหรับเขาแล้วสไตล์จะชัดเจนได้ต้องออกมาจากตัวตน จากการทำซ้ำๆ (แต่ไม่น่าเบื่อ) หมู พลพัฒน์ ยึดความเป็นตัวเองชัดเจน ทำจนกลายเป็นอัตลักษณ์ มากกว่านั้นเขาตั้งชื่อแบรนด์ Asava ไว้ในหัวตั้งแต่อายุเพียง 20 ต้นๆ เขาใช้เวลาฟูมฟักแบรนด์จนปัจจุบัน Asava ขึ้นทำเนียบแฟชั่นแบรนด์ระดับพรีเมียมที่เน้นความโก้หรูและเปี่ยมไปด้วยรสนิยม Asava ยังคงพัฒนาไม่หยุดยั้งภายใต้นิยาม Timeless Elegance มากกว่านั้นเขายังดำรงตำแหน่งนายกสมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพ (Bangkok Fashion Society-BFS) สมาคมแฟชั่นเดียวของประเทศที่เขาตั้งใจจะหยิบยื่น Fashion Inspiration ส่งต่อแก่ดีไซเนอร์รุ่นต่อๆไปให้ได้มากที่สุด ทุกอย่างเริ่มขึ้นจากหน้ากระดาษ “ย้อนกลับไปเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้วสื่อหรือเรื่องราวเกี่ยวกับแฟชั่นหาแทบไม่มี นิตยสารลลนาเป็นสื่อสิ่งพิมพ์เดียวที่เราจับต้องได้” ช่วงเวลาวัยรุ่นของเขาจึงสนุกกับการแต่งตัว เขาเชื่อมาโดยตลอดว่าสไตล์คือวิวัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่ทุกวัน สไตล์คือผลพวงของภาพสะท้อนของการใช้ชีวิต แบรนด์ Asava ถูกตั้งรอไว้ในหัวของเขาตั้งแต่อายุเพียง 20 ต้นๆ“ทุกเช้าตื่นมาจะคิดอยู่เสมอวันนี้จะแต่งตัวอย่างไรดี จะผสมสี เลือกแพตเทิร์นให้เข้ากับตัวเอง” ครั้นเมื่อตัวตนของเราเปลี่ยนสไตล์ก็เปลี่ยนตาม แต่สิ่งสำคัญคือต้องมี ‘แก่น’ ที่จะเติบโตไปพร้อมๆกัน ปัจจุบันหลายคู่สีที่ใช้ในคอลเล็กชั่นของ Asava และ ASV ก็เป็นสีที่หมู-พลพัฒน์หลงใหลมาตั้งแต่วัยเยาว์ ไม่ได้ใช้ความรู้ความสามารถอะไรเลย หลังจบอนุปริญญาด้านแฟชั่นจาก Parsons School of Design ที่มหานครนิวยอร์ก งานแรกที่ได้ทำและก้าวเข้ามาใกล้ความฝันมากที่สุดเกิดขึ้นเมื่อปี 1998 หมู-พลพัฒน์เข้าไปเป็นเด็กฝึกงานกับ Marc Jacobs เขาได้ลองทำในสิ่งที่เด็กฝึกงานเขาทำกันอย่างการซื้อกาแฟที่สตาร์บัคส์และรับ-ส่งของตัวอย่างที่โรงงาน เนื้องานที่ทำนั้นเขายอมรับว่าไม่ได้ใช้ความรู้ความสามารถเท่าไรนัก แต่สิ่งที่ได้รับมาเต็มๆคือแรงบันดาลใจชั้นดีที่จุดประกายความฝันให้เห็นความยิ่งใหญ่ของโลกแฟชั่น ขณะเดียวกันมันยิ่งตอกย้ำว่าสิ่งที่เขาอยากจะทำอยากจะตื่นขึ้นมามีชีวิตทุกวันก็คือบรรยากาศของถนนแฟชั่นสายนี้ ถ้าเราไม่เริ่มมันจะไม่เกิด เมื่อเขากลับมาเมืองไทยเขาเริ่มต้นทำงานธุรกิจรถยนต์ของที่บ้าน ช่วยคุณพ่อคุณแม่ แต่ถึงกระนั้นความหลงใหลทางด้านแฟชั่นก็ยังคุกรุ่นอยู่เสมอ คุณพ่อคุณแม่ซึ่งถือเป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตของเขาเข้าใจเรื่องนี้มาตลอดได้เอื้อนเอ่ยเปิดโอกาสให้เขาได้ทำสิ่งที่ตัวเองรัก หมู พลพัฒน์ จึงได้เริ่มต้นตัดสินใจเปลี่ยนวิถีชีวิตเลิกปาร์ตี้ เลิกแอลกอฮอล์หันมาทุ่มเทให้กับแฟชั่นอย่างจริงจัง พลังงานจากโลกที่เปลี่ยนไปส่งผลอย่างชัดเจนต่อกระบวนการคิดและการสร้างสรรค์จนเกิด Asava ขึ้น จากทีมงานเพียง 4 คนในห้องเช่าเล็กๆที่มีเพียงจักรเย็บผ้า 2 ตัว โต๊ะ 2 ตัว และโคมไฟเก่าๆเพื่อเตรียมงานคอลเล็กชั่นแรก S/S 2008 ที่ต่อมาได้ขยับขยายขึ้นเป็นแบรนด์ Asava และ ASV ที่เรารู้จักกันในทุกวันนี้ เขาให้คำตอบแฝงจริตกับพวกเราไว้ด้วยว่า “‘ความโด่งดัง’ ไม่ใช่โจทย์หรือคำตอบของการทำงาน แต่สิ่งสำคัญคือการทำแบรนด์ของตัวเองและการทำให้ทีมงานรู้สึกศรัทธาในชิ้นงานเพื่อให้คนอื่นยอมรับไปด้วย ความสมดุลที่มีค่าในเชิงพาณิชย์และในเชิงจิตวิญญาณของคนทำงานเป็นสิ่งที่ผมคาดหวังเสมอ” ติดตาม เรื่องราวของ fashion influencers ทั้ง 30 ท่าน ทั้งที่อยู่ในวงการแฟชั่น วงการบันเทิงและใกล้เคียง อาทิ กบ-เมนาท นันทขว้าง, ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง ยุคล, ชำนิ ทิพย์มณี, เซียน-นภดล โชตะสิริ, ภาณุ อิงคะวัต, อิศร์ อุปอินทร์, ศิริชัย ทหรานนท์, มีมี่-มิลิน ยุวจรัสกุล, ลูกเกด-เมทินี กิ่งโพยม, เอเลี่ยน-กัญญานัท บำรุงพงศ์ ฯลฯ รวมถึง fashion influencers ระดับตำนานที่เสียชีวิตไปแล้วแต่ชื่อและผลงานยังเป็นที่จดจำอยู่ในปัจจุบัน ได้แก่ เจ้ากอแก้วประกายกาวิล ณ เชียงใหม่, ลำยงค์ บุญยรัตพันธ์, สุวรรณี สุคนธา, อภิชาติ นรเศรษฐาภรณ์ และทินกร อัศวรักษ์  ซึ่งต่างมีจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตที่เปลี่ยนเขาเหล่านั้นจากคนธรรมดาให้ กลายเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จ และสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ได้ ในงาน ELLE Exhibition: The Passcode to the Fashion Journey นิทรรศการ รูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน โดยการใช้ประสาทสัมผัสทุกด้าน ทั้งการมองเห็น การรับรู้ รวมถึงสมาร์ทดีไวซ์ของคุณในการรับชม ณ ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ ตั้งแต่วันที่ 23 กรกฏาคม – 2 สิงหาคม 2558 และนิทรรศการ ELLE 70 Years of Style ณ โซน THAITHAI เซ็นทรัลชิดลม ตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2558

ถอดยศ 6นายทหารสัญญาบัตร-เรียกคืนเครื่องราชฯ
ถอดยศ /  ราชกิจจานุเบกษา

ประกาศราชกิจจานุเบกษา มีคำสั่งถอดยศ 6นายทหารสัญญาบัตร-เรียกคืนเครื่องราชฯ วันที่ 22 ก.ค. ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอดยศทหาร และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอด นายทหารสัญญาบัตรออกจากยศทหาร ตามข้อ ๒ และข้อ ๔ ของระเบียบกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยผู้ซึ่งไม่สมควรจะดํารงอยู่ในยศทหารและบรรดาศักดิ์ พ.ศ. ๒๕๐๗ และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับพระราชทานทุกชั้นตรา ตามข้อ ๖ และข้อ ๗ (๒) และ (๔) ของระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๘ จํานวน ๖ นาย ดังนี้ ๑. พันโท ธนรัฐ บุญเพ็ชรรัตน์ สังกัดกองทัพบก ตั้งแต่วันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๕๗ ซึ่งเป็นวันที่มีคําพิพากษาถึงที่สุด เนื่องจากศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ลงโทษจําคุก ๓๗ ปี ๒๐ เดือน ๑๕ วัน และปรับ ๒,๒๕๐,๐๐๐ บาท ในคดีความผิดต่อพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก ๒. พันโท ปัญญา ยิ้มแช่ม สังกัดกองทัพบก ตั้งแต่วันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ซึ่งเป็นวันที่มีคําสั่งปลดออกจากราชการ เนื่องจากกระทําความผิดฐานหนีราชการทหารในเวลาประจําการ (ในระหว่างประกาศใช้กฎอัยการศึก) และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย และเหรียญจักรมาลา ๓. พันตรี ไพโรจน์ ธรรมราช สังกัดกองทัพบก ตั้งแต่วันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๕๖ ซึ่งเป็น วันที่มีคําพิพากษาถึงที่สุด เนื่องจากศาลฎีกาพิพากษาให้ลงโทษจําคุก ๔๘ ปี ๑๘ เดือน และปรับ ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท ในคดีความผิดต่อพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พระราชบัญญัติมาตรการ ในการปราบปรามผู้กระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นตริตาภรณ์มงกุฎไทยและจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก ๔. ร้อยโท จําลอง เพชรชู สังกัดกองทัพบก ตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ซึ่งเป็นวันที่มีคําสั่งปลดออกจากราชการ เนื่องจากกระทําความผิดฐานหนีราชการทหารในเวลาประจําการ(ในระหว่างประกาศใช้กฎอัยการศึก) และเรียกคืนเหรียญราชการชายแดน ๕. นาวาเอก พิสุทธิ์ คุณงาม สังกัดกองทัพเรือ ตั้งแต่วันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๕๕ ซึ่งเป็นวันที่มีคําสั่งปลดออกจากราชการ เนื่องจากกระทําความผิดฐานหนีราชการทหารในเวลาประจําการและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นทวีติยาภรณ์มงกุฎไทยตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทยจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย และเหรียญจักรมาลา ๖. นาวาเอก พนม เร้าสูงเนิน สังกัดกองทัพเรือ ตั้งแต่วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๗ ซึ่งเป็นวันที่มีคําพิพากษาถึงที่สุด เนื่องจากศาลจังหวัดพระโขนงพิพากษาให้ลงโทษจําคุก ๒๕ ปี และปรับ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ในคดีความผิดต่อพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ และพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นทวีติยาภรณ์มงกุฎไทยตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย และเหรียญจักรมาลา ประกาศ ณ วันที่ ๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ข้อมูลจาก matichon.co.th ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

กึ้งชวนชิม!
กึ้ง /  ราเมน / 

กึ้งชวนชิม! "คิวชู จังกะระ" ราเมนอร่อยปังเจ้าดังจากญี่ปุ่น เพื่อนดารา-เซเลบแห่ยินดีแน่นงานแกรนด์โอเพนนิ่งสาขาแรกในไทย หยิบจับอะไรก็ฮือฮาไปหมดสำหรับซีอีโอหนุ่มไฟแรงคนนี้ กึ้ง-เฉลิมชัย มหากิจศิริ แห่ง บริษัท พีเอ็ม กรุ๊ป จำกัด (PM Group Company Limited) ล่าสุดขยับธุรกิจใหม่ เป็นรายแรกและรายเดียวที่คว้าลิขสิทธิ์ราเมนชื่อดังอันดับ 1 ของญี่ปุ่น “คิวชู จังกะระ” (Kyushu Jangara) สุดยอดราเมนคิวยาวซึ่งอร่อยล้ำเลิศจนได้รับเกียรติให้นำขึ้นเสิร์ฟผู้โดยสารระดับ First Class และ Business Class บนเครื่องบินเจแปนแอร์ไลน์ (JAPAN AIRLINES) และยังเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทย ถึงขั้นมีเมนูภาษาไทยไว้รอต้อนรับที่สาขาฮาราจูกุกันเลยทีเดียว งานนี้ชาวไทยโชคดีไม่ต้องบินไปยืนต่อแถวชิมไกลถึงญี่ปุ่นกันแล้ว เพราะหนุ่มกึ้งเขายกครัวสุดยอดราเมนต้นตำรับน้ำซุปกระดูกหมูมาเปิดสาขา ณ ประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย พร้อมเสิร์ฟความอร่อยปังเป็นที่แรกและที่เดียว! จาก “โตเกียว” สู่ “กรุงเทพฯ” กับการขยายความอร่อยออกนอกประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก!! โดยเย็นวันนี้(17 กรกฎาคม 2558) ซีอีโอกึ้ง ได้จัดงานเปิดร้าน “คิวชู จังกะระ ราเมน” ณ บริเวณชั้น 2 เจ อเวนิว ทองหล่อ ซอย 15 อย่างเป็นทางการเรียบร้อยท่ามกลางแขกรับเชิญแน่นขนัด ไม่ว่าจะเป็นเหล่าเพื่อนดารานักแสดง เซเลบชื่อดัง ประกอบด้วย ราเมนเลิฟเวอร์อย่าง นานา ไรบีนา น้องบีน่า น้องบรู๊คลิน, เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์, แอน-อลิชา ไล่ศัตรูไกล, เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ, โทนี่ รากแก่น, หลิน-กมลพรรณ สุวรรณมาศ, อ่ำ-อัมรินทร์ นิติพน, จิ๊บ-ปกฉัตร เทียมชัย, มัดหมี่-พิมดาว พานิชสมัย, แพม-อรอาภา พูนทรัพย์มณี และ เจน-ธณัทร์ษริน สุสมาวัตนะกุล ฯลฯ ร่วมด้วยสื่อมวลชนทุกแขนง งานนี้ยังได้รับเกียรติจาก ทาคาชิ ชิโมกาว่า (Takashi Shimokawa) ผู้ก่อตั้งและเจ้าของร้านราเมนยอดนิยมอันดับ 1 ของญี่ปุ่น “คิวชู จังกะระ” (Kyushu Jangara) ซึ่งบินตรงจากแดนปลาดิบมาร่วมงานเปิดร้านด้วยตนเอง ทั้งยังจูงมือกึ้งเข้าครัวโชว์การปรุงราเมนร่วมกับเชฟมือฉมังชาวญี่ปุ่นผู้คิดค้นสูตรเด็ดชามร้อนให้ชมกันสดๆ อีกด้วย โอกาสดีของราเมนเลิฟเวอร์และเหล่านักชิม-นักกินทั้งหลาย ทราบข่าวนี้แล้วก็รีบไปลองลิ้มชิมรสราเมนยอดนิยมอันดับ 1 ของญี่ปุ่น “คิวชู จังกะระ” (Kyushu Jangara) กันได้เลยตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ร้าน “คิวชู จังกะระ ราเมน” สาขาแรกในประเทศไทย และสาขาเดียวนอกประเทศญี่ปุ่น ซึ่ง น้ำซุปเด่น เส้นมีเอกลักษณ์ พร้อมเครื่องเคียงที่คิดค้นขึ้นโดยเฉพาะ รวมเข้าเป็นสุดยอดแห่งรสชาติของ จังกะระ ราเมน สไตล์คิวชู พร้อมเสิร์ฟความอร่อยครบเครื่องเต็มชามทุกวัน เวลา 11:00-23:00 น. ณ บริเวณชั้น 2 เจ อเวนิว ทองหล่อ ซอย 15 ** สำรองโต๊ะล่วงหน้าหรือสอบถามเส้นทางได้ที่ www.facebook.com/kyushujangarathailand หรือ Instagram @kyushujangara_th โทร. 02-712-9678 บรรยากาศภายในงาน

รวมนักแสดง The School โรงเรียนป่วน ก๊วนนักเรียนแสบ
Lovesick Season2 /  The School โรงเรียนป่วน ก๊วนนักเรียนแสบ / 

หลังจาก lovesick season 2.1 จบลง ก็มาฟินกันต่อกับ ซีรีส์เรื่องใหม่ที่กำลังลงฉายวันที่ 18 กรกฎาคมนี้ เรื่อง "The School โรงเรียนป่วน ก๊วนนักเรียนแสบ" ขอบอกเลยว่าเพื่อนๆ จะได้ฟินกับหนุ่มหน้าหล่อ สาวหน้าใสกันเพียบ! เอาหล่ะ งั้นตามทีนเอ็มไทยมาดูโฉมหน้านักแสดงของซีรีส์เรื่องใหม่นี้กันเลยดีกว่า ^^ รวมนักแสดง The School โรงเรียนป่วน ก๊วนนักเรียนแสบ รวมนักแสดง The School โรงเรียนป่วน ก๊วนนักเรียนแสบ The School โรงเรียนป่วน ก๊วนนักเรียนแสบ เป็นซีรีส์แนวโรแมนติก-คอมเมดี้ เอาใจวัยทีน วัยเรียนใสๆ เป็นซีรี่ส์ฉายคั่นเวลาระหว่างรอ love sick the series season 2.2 >,< นักแสดงที่เล่นเรื่องนี้ก็เป็นน้องๆ ที่เคยผ่านการแคสติ้ง Lovesick freshy camp (ค้นหานักแสดง lovesick season 2) นั่นเอง ซึ่งในเรื่องนี้ก็เป็นซีรีส์เรื่องแรกที่พวกน้องๆ ได้เล่นเป็นนักแสดงหลักซะด้วย เราก็จะได้เห็นศักยภาพ ความสามารถในการแสดงของน้องๆ ได้อย่างเต็มที่ แค่ได้ชมตัวอย่างซีรีส์แฟนคลับก็กรี๊ดกร๊าดกันแบบไม่หยุด ทำเอานักแสดงยิ้มแก้มปริ ดีใจที่ทุกคนให้การติดตาม เรียกได้ว่าหายเหนื่อยจากการทำงานหนักๆ กันเลยทีเดียว เพื่อนๆ ได้ฟินกับ ไวท์กับกัปตัน lovesick season กันไป ทีนเอ็มไทยว่างานนี้คงจะได้เห็นคู่จิ้นเพิ่มมาอีกหลายคู่ทีเดียวหล่ะ! เพราะในซีรีส์  The School โรงเรียนป่วน ก๊วนนักเรียนแสบ นี้นอกจากจะได้ฟินกับคู่รักชาย-หญิงเช่น ฟีฟ่า-เจน, กานต์ KPN - เบ็นซ์ แล้ว คู่ชายรักชายก็มาแรงไม่เบานะจ๊ะ โดยเฉพาะ คู่จิ้น เกม-บอมบ์ .. แบบนี้ต้องรอติดตามๆ ออกอากาศ วันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 20.50 น. เริ่มออกอากาศ เสาร์ที่ 18 ก.ค.นี้ ทางช่อง 9 โมเดิร์นไนน์ทีวี เรื่องย่อ The school โรงเรียนป่วน ก๊วนนักเรียนแสบ The School เป็นเรื่องราวที่นักเรียนทุกคนในโรงเรียนที่ล้วนแต่มีความฝันและเป็นโรงเรียนตามล่าความฝันของใครหลายๆคนที่ต้องการจะเป็นคนสำคัญในวงการบันเทิงในอนาคตเป็นจุดเริ่มต้นของความรักความเศร้า ความสนุก ความป่วนของก๊วนนักเรียนวัยทีน โดยมีคุณครูที่มีความถนัดในแต่ละวิชาในการพัฒนาความสามารถของนักเรียนแห่งนี้ให้พบพรสวรรค์ที่มีในตัวเด็กวัยทีน และสร้างให้พวกเขาฉายแววความเป็นดาวออกมาให้มากที่สุด แต่เรื่องราวจะป่วน กวนแสบ สุข ทุกข์และฮาครบรสขนาดไหน ต้องรอติดตามๆ กานต์ กานต์ กษิดิ์เดช หรือกานต์ KPN   เบนซ์ natthida.treechaiya : @bsbenz ฟีฟ่า เปรมอนันต์ ศรีพานิช : @fifa_premanan เจน : @janeeyeh บอมบ์แบม Kirati Pattarachoukint  : @bomb_kirati เกมส์ ทศพล  เล่าลือเกียรติ : @rb.gameplay ท๊อปแท๊ป จิรกิตติ์ คูอาริยะกุล : @toptap_jirakit อ่านต่อ http://teen.mthai.com/the_boy/79725.html @pphapuenn แบงค์บอท THEEWARA PANYATARA : @bbnkkbank สนุ๊ก ธันย์ชนก สายสวัสดิ์ : @zanookk @aomkankamon คิม : @kimmon.dj @bestieliu อู๋ : @ou.tcw เบนซ์ : @benzsirikorn เชน : @in.cha กาย @kaii_prakasit เขต : @khet_maker @nonchinoros @ptichawanich รวมนักแสดง The School โรงเรียนป่วน ก๊วนนักเรียนแสบ @mikes_sis @raymini.s @mozziibill ขอบคุณภาพ อินสตาแกรมดารา The School โรงเรียนป่วน ก๊วนนักเรียนแสบ

เหมือนมากๆ อิงค์ วนัฏษณา เงาเสียง เติ้ง ลี่ จวิน บนเวที The Voice of China
The Voice Of China /  วนัฏษณา วิเศษกุล / 

ความสามารถเด็กไทย ไม่แพ้ชาติใดในโลก อิงค์ วนัฏษณา วิเศษกุล เงาเสียง เติ้ง ลี่ จวิน อิงค์ และโค้ช Jay Chou ล่าสุด มีเด็กไทย อายุเพียงแค่ 16 ปี ได้มีโอกาสขึ้นเวที The Voice Of China โชว์เพลง เติ้ง ลี่ จวิน นักร้องระดับตำนานเจ้าของเพลง เถี่ยนมีมี่ ที่ทำเอากรรมการถึงกับอึ้ง เพราะเหมือนทั้งเสียงทั้งใบหน้า จนหลายคนคิดว่า นี่อาจเป็นร่างอวตารของ เติ้ง ลี่ จวิน ก็เป็นได้ ซึ่งทันทีที่คลิปนี้ถูกเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กของรายการ The Voice Of China ก็กลายเป็นที่ฮืฮาอย่างมากในสังคมออนไลน์ ซึ่งเจ้าของเสียงร้องดังกับร่างอวตารของ เติ้ง ลี่ จวิน คนนี้ เธอชื่อว่า น้องอิงค์ วนัฏษณา วิเศษกุล แต่น่าเสียดายที่ ไม่มีโค้ชคนไหนกดหันมา แต่สิ่งที่ทำเอากรรมการทึ่ง คือเรื่องของ อายุ เพียงแค่ 16 ปี แต่เสียงร้อง การพูดจาเหมือน เติ้ง ลี่ จวิน อีกต่างหาก ทั้งๆที่ น้องอิงค์ เรียนภาษาจีนมาได้เพียงหนึ่งปีเท่านั้น คลิปสัมภาษณ์ น้องอิงค์ วนัฏษณา จากรายการ ตีสิบ แฝดเติ้งลี่จวิน แม้ทีวีปักกิ่งยังทึ่ง มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

มายด์ วิรพร ลงใต้ถ่ายหนังครั้งแรก มุมมองชีวิตใหม่เพิ่ม ใน
ปัตตานี /  มายด์ วิรพร จิรเวชสุนทรกุล / 

จากนักแสดงสาววัยรุ่นที่มีแฟนคลับเพียบ ไอจีก็ฟอลโลวเวอร์อย่างแยะ ล่าสุด "มายด์-วิรพร จิรเวชสุนทรกุล" เธอมีผลงานภาพยนตร์เรื่องใหม่ใน “ละติจูดที่ 6” ที่หยิบเอาเรื่องราวของความรักวัยรุ่น ความศรัทธา และครอบครัวแสนอันอบอุ่น มาถ่ายทอดผ่านภาพยนตร์นี้ “ก่อนหน้านี้ มีพี่ทำแคสติ้งบอกว่ามีหนังอีกเรื่องแนวดราม่านิดๆ สนใจไหม เพราะเขาเห็นที่เราแคสฯ ร้องไห้ แล้วพี่เขาชอบ ก็เลยไปลองอ่านบทดู เราก็ชอบบทนั้นนะคะ มันเป็นอะไรที่ยังไม่เคยมีภาพยนตร์เรื่องไหนเคยทำแนวนี้มาก่อน อีกอย่างหนึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับภาคใต้ด้วยก็ยิ่งแบบดูน่าสนใจเข้าไปใหญ่ ก็เลยเป็นที่มาให้มายด์ได้รับเลือกให้เล่นภาพยนตร์เรื่องนี้ค่ะ” มายด์-วิรพร กล่าวพร้อมทั้งเล่าต่อไปว่า “บทบาทที่มายด์ได้รับในหนังเรื่อง “ละติจูดที่ 6” จะรับบทเป็น “เฟิร์น” เป็นเด็กสาวน้อยมัธยมปลายที่สดใสร่าเริง แล้วก็เป็นดีเจประจำสถานีวิทยุชุมชนด้วย จะเป็นเด็กแบบใสๆ เหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไป  แต่ต้องสูญเสียพ่อไปจากเหตุการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ ก็จะมีส่วนที่เป็นดราม่า ร้องไห้แทบเสียสติอยู่เหมือนกัน ก็ทำให้มายด์ได้แสดงอะไรเยอะขึ้น ซึ่งตอนที่แสดงนั้นมายด์อายุ 17 ปี แต่พอมาตอนนี้เรามองย้อนกลับไปดูตัวเองในเวลานั้นก็รู้สึกว่าเรามีความคล้ายกับเฟิร์นเหมือนกันนะ คือด้วยวัยเรากับบทที่ได้รับใกล้เคียงกันมากค่ะ”  “ในเรื่องนี้มายด์จะต้องร่วมแสดงกันกับ พี่เม้าส์-ณัฐชา  จันทรพันธ์ ที่มารับบท “ชารีฟ”และ พี่ ภีม-ภาคิน  บวรศิริลักษณ์ ที่มารับบท “กอเซ็ม”  2 หนุ่มนี้เขาต้องแข่งขันกันทั้งทางด้านกีฬาปันจักสีลัตแล้ว ยังต้องแข่งกันจีบเฟิร์นด้วยค่ะ  ซึ่งตัวจริงพี่ๆ ทั้งสองคนนี้เป็นพวกเฮฮามากแบบสาระไม่ได้จริงๆ อยู่ในกองถ่ายถึงสนุกสนานมาก มีทั้งอำ แอบเม้าท์ คอยแกล้งกันเองกับแกล้งป่วนคนอื่นในกองถ่าย ทำให้เราสนุกและขำไปกับพี่ๆ เขา บรรยากาศการทำงานไม่มีเครียดกันเลยค่ะ เพราะก่อนหน้าที่จะไปปัตตานีเราเคยได้ยินข่าวถึงความน่ากลัวต่างๆ เยอะมาก แต่พอได้มีโอกาสไปทำงานที่นั่นบอกได้ว่าเมืองค่อนข้างเงียบสงบดี และผู้คนที่นั่นน่ารักมาก สถานที่ต่างๆ ที่เราไปถ่ายทำก็สวยงามมากค่ะ ที่สำคัญอาหารอร่อยโดยเฉพาะโรตีชาชักที่ขึ้นชื่อ ตัวมายด์เองก็ไม่เคยไปภาคใต้มาก่อน ทำให้เราได้ประสบการณ์มีมุมมองชีวิตใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ได้เห็นอีกมุมหนึ่งที่งดงามของภาคใต้ มายด์ต้องขอบคุณพี่ๆ ชาวปัตตานีด้วยนะคะที่ดูแลเราเป็นอย่างดีในระหว่างการถ่ายทำ เป็น 2 เดือนที่มีความสุขมากค่ะ” “มายด์ก็อยากจะฝากไปชมภาพยนตร์เรื่อง ละติจูดที่ 6 กันให้ได้นะคะ เรื่องราวที่ถึงคนจะได้รู้ถึงความอบอุ่นได้รู้ถึงความรักความศรัทธาของคนในภาคใต้ นอกจากจะได้เห็นสถานที่ที่สวยงามแล้วก็สถานที่ที่สำคัญของปัตตานีแล้วนะคะ ยังจะได้เห็นความรักในหลายๆ รูปแบบไม่ว่าจะเป็นความรักของคนในครอบครัว ของเพื่อนหรือแบบความรักของหนุ่มสาวซึ่งก็จะมีหลายแง่มุม แม้ต่างศาสนากันเค้าก็ยังรักกันอยู่ร่วมกันได้ รับรองว่าสนุกและก็ซึ้งกินใจแน่นอนค่ะ” "ละติจูดที่ 6" ได้ชมความน่ารักของน้องมายด์ และเข้าใจความเป็นไปของภาคใต้ 23 กรกฎาคม นี้ ในโรงภาพยนตร์

ละครขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ , เรื่องย่อขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ
วรินทร ปัญหกาญจน์ /  แมท ภีรนีย์ ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ / 

ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจบทประพันธ์โดย : วรรณวรรธน์บทโทรทัศน์โดย : พฤกษ์ เอมะรุจิกำกับการแสดงโดย : รัญญา ศิยานนท์ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ตระกูล วรรณดำรง ตระกูลใหญ่ที่เริ่มต้นสืบเชื้อสายในไทยมาจากท่านเจ้าสัววรรณ ผู้ล่วงลับไปนานแล้ว ปัจจุบัน คุณ ปู่จรัล (เศรษฐา ศิระฉายา) เป็นเจ้าของธุรกิจหมื่นล้าน นั่นคือธนาคารไทยธนกิจ รวมทั้งกิจการในเครืออีกหลายรายการ อาทิ บริษัทประกันภัย อสังหาริมทรัพย์ โรงแรม ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ คุณปู่จรัลมีน้องสาวแท้ ๆ คือ คุณย่าพริ้มเพรา (โฉมฉาย ฉัตรวิไล) ที่ครองความเป็นโสดมาเนิ่นนาน เป็นคนดุ เจ้าระเบียบในแบบคนรุ่นเก่า ไม่มีใครในอาณาเขต วรรณดำรง ที่กล้าขัดคำสั่งของเธอ ทั้งคู่มีหลานสาวคนโตสุดรัก วรรณวิวาห์ หรือ วีว่า ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ วรรณวิวาห์ หรือ วีว่า (ภีรนีย์ คงไทย) สาวนักเรียนนอก เจ้าของ วรรณวิวาห์เวดดิ้ง บริษัทรับจัดงานแต่งงานแบบครบวงจร ที่มีชื่อเสียงและกำลังมาแรงในวงการธุรกิจนี้ โดยวีว่ามีความใฝ่ฝันตั้งแต่เยาว์วัย หากโตขึ้นและเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เธอจะได้สวมชุดเจ้าสาวที่สวยเริ่ดที่สุด พร้อมเข้าพิธีแต่งงานอันสุดแสนเพอร์เฟค วีว่ามีคู่หมายอยู่แล้วคือ ลาภิศ หรือ ลม (ธีรเดช เมธาวรายุทธ) ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ นายทหารอากาศหนุ่มหน้าตาดีมีเสน่ห์ รู้จักและเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่วัยเยาว์ ลมได้ให้คำมั่นสัญญากับวีว่า เมื่อเค้าเรียนจบจากเมืองนอกจะขอเธอแต่งงานทันที และการคบหากันของทั้งคู่อยู่ในแรงส่งเสริมของ คุณย่าพริ้มเพรากับ คุณหญิงแขอุไร (สรวงสุดา ลาวัลย์ประเสริฐ) แม่ของลมเพื่อนรุ่นน้องของคุณย่าพริ้มเพรา ที่หวังในทรัพย์สินของตระกูลนี้ แต่แล้วการสิ้นลมหายใจแบบไม่คาดฝันของคุณปู่จรัล ทำให้ทุกอย่างกลับตาลปัตร เมื่อถึงวันเปิดพินัยกรรม เครือญาติทุกคนของตระกูล รวมถึงลมรีบดร็อบเรียนกลับมาเมืองไทยทันทีเมื่อทราบข่าว ซึ่งความจริงแล้ว ลมมีนิสัยไม่ต่างจากคุณหญิงแขอุไรผู้เป็นแม่ เขานึกถึงความร่ำรวยอันมหาศาลจะตามมาหลังแต่งงานกับวีว่า แต่แทนที่หลานสาวคนโตสุดรัก วีว่าจะได้เป็นผู้ครอบครองทรัพย์สินทั้งหมดตามที่หลายฝ่ายคาดไว้ หากคุณปู่จรัลกลับยกทรัพย์สินพร้อมกิจการทั้งหมดให้ปูรณ์ลูกบุญธรรม ที่มีศักดิ์เป็นอาของวีว่า ความคาดหวังของทุกคนพังทลาย หากก็น้อมรับตามพินัยกรรมที่คุณปู่จรัลระบุ เพราะทุกชีวิตของเครือญาติในอาณาจักรวรรณดำรงอยู่ดีมีสุขกันได้ เป็นเพราะการจัดการด้านการเงินที่ปูรณ์ทำให้อย่างเสมอภาคเท่าเทียม เรียกว่าดอกผลแต่ละเดือนที่ปรณ์จัดสรรมาให้แต่ละครอบครัว ก็อยู่สุขสบายกินใช้ไม่หมด หากวีว่ายังชังน้ำหน้าปูรณ์อยู่บ้าง ด้วยความที่คุณย่าพริ้มเพราปลูกฝังไว้ให้เกลียดชังอาปูรณ์ ที่เป็นแค่คนนอกสายเลือดหวังมากอบโกยเงินทอง ได้ใช้ชีวิตสุขสบายอย่างที่ไม่ควรได้รับ แต่เมื่อคุณปู่จรัลสิ้นลม อคติของวีว่าก็เบาบางลง เธอเริ่มมองเห็นบางอย่างด้วยสายตาเปลี่ยนไป อาปูรณ์(วรินทร ปัญหกาญจน์) ที่เธอเกลียดชังหวาดระแวงมาตลอดไม่ใช่คนอย่างที่โดนปลูกฝังสักนิดเดียว ตลอดพิธีการงานศพของคุณปู่จรัล วีว่าเห็นพวกเครือญาติแม้กระทั่งลม ผู้ชายที่เธอคิดจะแต่งงานด้วยเอาแต่ถามไถ่เรื่องพินัยกรรมกับมรดกอย่างออกหน้าออกตา มีเพียงอาปูรณ์ ทำหน้าที่ต้อนรับแขกเหรื่ออย่างขันแข็ง เธอยังสังเกตุเห็นความเสียใจที่ไม่จอมปลอมเหมือนญาติของเธอหลาย ๆ คน หลังเปิดพินัยกรรม คนที่เดือดร้อนเห็นมีแต่คุณหญิงแขอุไรกับลมเท่านั้น ทั้งสองโมโหจนขาดสติ เพราะพลาดเงินทองมหาศาลที่หมายไว้หลังจากการดองกับวีว่า เมื่อคุณย่าพริ้มเพราเอ่ยปากเรื่องแต่งงาน คุณหญิงแขอุไรทำเฉไฉบอกปัดและขอเลื่อนออกไปทันที ใจเด็ด (สมมาตร ไพรหิรัญ) พ่อของวีว่าถึงกับโมโห รู้เช่นเห็นชาติความละโมกของคุณหญิงแขอุไรก็คราวนี้ ที่สำคัญทำให้ลูกสาวสุดรักต้องเสียชื่อว่าถูกฝ่ายชายทิ้งก่อนแต่ง วีว่าจะต้องตกเป็นขี้ปากเม้าท์มอยและเสียงหัวเราะเยาะในแวดวงไฮโซอย่างแน่นอน ส่วนวีว่าหน้าชาทำอะไรไม่ถูก เธอเสียใจและกลับบ้านมาโวยวายกับ เจ้าขา (ปารีณา บุศยศิริ) น้องสาวของเธอ น้องสาวถามพี่สาวกลับไปว่าที่อยากแต่งงานกับลม เพราะรักลมจริง ๆ หรือแค่อยากแต่งงานเหมือนคนอื่น!!! วีว่าสะดุดกับคำถาม แล้วตกลงคำตอบคืออะไร เคยถามหัวใจตัวเองหรือเปล่า แต่เพราะทิฐิและความอายเกินกว่าจะรับตัวเองได้ วีว่าหุนหันพลันแล่นออกไปดื่มเหล้าจนเมามาย เมื่อเมาจนขาดสติ วีว่าขับรถตรงไปที่บ้านของลม แล้วต่อว่าลมอย่างเสียหายต่อหน้าพ่อและแม่ของเขา ลมโมโหฉุนขาดประกาศใส่หน้าวีว่า "เขาไม่คิดจะแต่งงานกับผู้หญิงนิสัยรั้น ขีวีนอย่างวีว่าเลย คนที่คบอยู่และกำลังจะแต่งงานด้วยคือ มุกริน (รัชวิน วงค์วิริยะ) ดารานางแบบชื่อดังต่างหาก" วีว่าช็อก!!! กับคำพูดของลม เธอโวยวายหนักมากขึ้นกว่าเดิม แต่ก่อนที่เรื่องจะบานปลาย ปูรณ์ก็เข้ามาห้ามและพาวีว่าออกไป ส่วนคุณหญิงแขอุไรที่อยู่ในเหตุการณ์ ก็อดรนทนไม่ไหว ใจของเธอมันสั่งให้เริ่มแผนการที่คิดไว้นานแล้วแต่ไม่ได้ทำสักที นั่นคือแผนการฮุบธนาคารไทยธนกิจมาเป็นของเธอและลูกชาย แล้วจัดการขายทิ้งเป็นเสี่ยง ๆ วันหนึ่ง ขณะที่วีว่ากำลังขับรถกลับบ้าน ท่ามกลางสภาพรถติดขัด ทั้นใดนั้น!!! มอเตอร์ไซค์คันหนึ่งขับมาขนาบข้างเธอ ชายสวมหมวกกันน็อคชักปืนขึ้นยิงใส่วีว่าทันที ในความฝันอันเลือนราง ชายหนุ่มหน้าตี๋สวมชุดขาวเดินมาหาวีว่า วีว่าถามว่าเธอตายแล้วเหรอ แล้วเขาเป็นใคร ทำไมถึงมาหาเธอในฝันได้ หรือเป็นเนื้อคู่เธอในชาติที่แล้ว ชายหนุ่มขำ แล้วบอกจะพาเธอกลับไปส่ง เบื้องบนต้องการให้เธอไปอยู่ในอีกร่างหนึ่ง ที่บังเอิญเสียชีวิตพร้อมกัน วีว่าไม่เข้าใจในสิ่งที่ชายหนุ่มหน้าตี๋พูด แต่ก่อนที่จะได้ซักถามอะไรอีก ร่างของเธอก็เหมือนถูกดูดไปยังเบื้องล่าง เบื้องล่างที่สว่างเกินบรรยาย วีว่าสะลึมสะลือตื่นขึ้นมา เธอนอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาล และเมื่อเธอรู้สึกตัว คนที่เข้ามาแสดงความดีใจกลับเป็น พี่บี (คัชชาเทพ เอี่ยมศิริ) ผู้จัดการส่วนตัวของมุกรินดารานางแบบชื่อดัง ผู้หญิงที่ลมบอกกับเธอว่าจะแต่งงานด้วย วีว่างุนงงว่าสองคนมาทำอะไรที่นี่ ทำไมไม่ใช่พ่อแม่หรือเจ้าขาน้องสาวเธอที่มาเยี่ยมไข้ แต่ไม่กี่นาทีต่อมา เมื่อเธอได้ส่องกระจก เธอก็ต้องพบคำตอบสุดช็อก เพราะในขณะนี้วีว่าอยู่ในร่างของมุกรินเรียบร้อยแล้ว เธอกลายเป็น มุกริน แม็กซ์เวลส์ ไปได้อย่างไร!!! เรื่องราวบางส่วนก็ค่อย ๆ คลี่คลาย เมื่อวีว่าในร่างของมุกรินรู้ความจริงว่า มุกรินเสียใจที่ถูกพี่บีผู้จัดการส่วนตัวแก้แค้น ด้วยการปล่อยภาพหลุดของมุกรินที่คลอเคลียกับผู้ชายหลายคนออกสื่อจนเป็นข่าวฉาว แถมยังถูกลมคนรักบอกเลิกอีก มุกรินเสียใจมากจึงกรีดข้อมือตัวเอง ลมมาเห็นเข้าจึงรีบพาส่งโรงพยาบาล เป็นเวลาเดียวกับที่วีว่าถูกคนร้ายยิงพอดี มุกรินหัวใจหยุดเต้นไปนาน แต่จู่ ๆ หัวใจของมุกรินก็กลับมาเต้นอีกครั้ง เธอฟื้นคืนสติแถมไม่มีอาการบาดเจ็บอะไรเลยราวกับปาฏิหารย์ ขณะเดียวกันวีว่าที่ยังไม่ตาย กลับต้องกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา ไม่รู้จะฟื้นเมื่อใด วีว่าในร่างของมุกรินตกใจกับสิ่งที่เธอล่วงรู้ เธอนึกถึงร่างของตัวเองจึงขอร้องให้ลมพาไปเยี่ยมในห้องพักผู้ป่วยของวีว่า ลมงง ๆ แต่ก็พาไป เมื่อวีว่าในร่างของมุกรินไปถึงห้องผู้ป่วยของวีว่า เธอได้พบกับพ่อแม่ เจ้าขาและชั้น (ฉัตรธนา ฉัตรบริรักษ์) ทั้งหมดงุนงง มุกรินที่ไม่เคยสนิทสนมอะไรด้วยกลับมาเยี่ยมวีว่า ปูรณ์ตกใจและเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขาพุ่งไปโอบกอดร่างของวีว่าแล้วร้องไห้อย่างคนเสียสติ เขาอยากให้เธอฟื้นขึ้นมาเจอเขาเดี๋ยวนี้ เขาจะไม่หลบหนี ไม่ห่างหายไปจากเธออีกตลอดกาล ทุกอย่างอยู่ในสายตาของวีว่าในร่างมุกริน วีว่าเข้าใจชัดเจนว่าอาปูรณ์รักเธอเหมือนเดิม แต่ที่อาปูรณ์ต้องหายตัวไป เพราะทำตามคำสั่งคุณย่าพริ้มเพรา เรื่องราวเข้มข้นขึ้นไปทุกที แต่เรื่องราวความรักของทั้งคู่จะเป็นอย่างไร? อาปูรณ์กับ วีว่าจะฝ่าฟันอุปสรรคและปัญหาไปได้หรือไม่? วีว่า จะได้สวมใส่ชุดเจ้าสาวที่สวยเริ่ดดดที่สุดอย่างที่ฝันไว้หรือเปล่า? ติดตามชม ละคร ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจได้ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละคร ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ เริ่มตอนแรกวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2558 รายชื่อนักแสดง ละคร ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ วรินทร ปัญหกาญจน์ รับบท อาปูรณ์ ภีรนีย์ คงไทย รับบท วีว่า ธีรเดช เมธาวรายุทธ รับบท ลม รัชวิน วงศ์วิริยะ รับบท มุกริน โกสินทร์ ราชกรม รับบท เมธี เศรษฐา ศิระฉายา รับบท คุณปู่จรัล โฉมฉาย ฉัตรวิไล รับบท คุณย่าพริ้มเพรา สรวงสุดา ลาวัลย์ประเสริฐ รับบท คุณหญิงแขอุไร สมมาตร ไพรหิรัญ รับบท ใจเด็ด สุปราณี เจริญผล รับบท วารุณี ธนา ฉัตรบริรักษ์ รับบท ชั้นฉัตร ปารีณา บุศยศิริ รับบท เจ้าขา จรรยางค์ ดีกุล รับบท คุณลึกลับ กรุณพล เทียนสุวรรณ รับบท สวัสดิ์ คัชชาเทพ เอี่ยมศิริ รับบท บี พุทธชาด พงศ์สุชาติ รับบท พี่หมี ธนวัฒน์ ประสิทธิสมพร รับบท อีโน อภินันท์ ประเสิรฐวัฒนกุล รับบท วิค กิติธัช ประดับ รับบท รวิท มนตรี เจนอักษร รับบท ชงโชค

ละครนางร้ายที่รัก  , เรื่องย่อนางร้ายที่รัก
บอย ปกรณ์ นางร้ายที่รัก /  คิมเบอร์ลี่ นางร้ายที่รัก / 

นางร้ายที่รัก บทประพันธ์โดย : ดวงมาลย์บทโทรทัศน์โดย : ชลนภัสส์ จันทรังษี, จีรนุช ณ น่าน, วรรณพร รัฐพิทักษ์สันติกำกับการแสดงโดย : สำรวย รักชาติ ออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 พิมพ์ชนก (คิมเบอร์ลี แอน เทียมศิริ) ดารานางร้ายสุดฮอตในวงการบันเทิง ได้รับมรดก มหาศาลในฐานะทายาทเพียงคนเดียวของตระกูล ทรัพย์ไพศาลอนันต์ หลังจากสูญเสีย พรรณราย (อรสา พรหมประทาน) แม่ที่เลี้ยงเธอมาอย่างเอาอกเอาใจราวกับเธอเป็นราชินีองค์น้อย ๆ ทำให้เธอ เติบโตมาอย่างหรูหรา หยิ่งทะนง เหวี่ยงวีนไม่ไว้หน้าใคร และเอาแต่ใจตัวเองเป็นที่สุด พิมพ์ชนกก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงจากการทาบทามของ ชาร์ลี แมวมองหน้าใหม่หัวใจสีม่วง ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบปริญญาตรี ชาร์ลีหวังปั้นให้พิมพ์ชนกเป็นนางเอกดาวรุ่งดวงใหม่ แต่ด้วยความ ปราดเปรียว สวยเฉี่ยว มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร ทำให้พิมพ์ชนกโด่งดังและมีชื่อเสียงจากการพลิกบทบาทเป็นนางร้ายในละครโทรทัศน์มากกว่า แท้จริงแล้ว พิมพ์ชนกไม่ได้ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงเพื่อชื่อเสียง แต่เพราะเธอต้องการแสดง ตัวตนให้ใครคนหนึ่งได้รับรู้ ใครคนที่เธอรอคอยจะได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง พิมพ์ชนกใช้ชีวิตอยู่ในคฤหาสน์หรูตามลำพังคนเดียว โดยให้ ป้าศัลย์ (ดีใจ ดีดีดี) แม่บ้าน เก่าแก่ และสาวใช้คนอื่นแยกออกไปอยู่เรือนเล็กหลังคฤหาสน์ เพราะไม่ต้องการเห็นใครเข้ามาเดิน วุ่นวายให้รำคาญตาเวลาเธออยู่บ้าน แม่บ้านและสาวใช้จึงต้องเตรียมทำอาหารเช้าไว้ให้พิมพ์ชนก ก่อนตื่นนอน จัดการงานบ้านและเตรียมอาหารเย็นก่อนพิมพ์ชนกกลับจากเลิกงาน หลายคืนติดต่อกัน พิมพ์ชนกฝันกึงผู้หญิงคนหนึ่งในบึงใหญ่ เวิ้งว้าง เสียงเรียกของเธอเต็มไป ด้วยความเจ็บปวด ทุกข์ทรมาน พิมพ์ชนกพยายามเพ่งมองใบหน้าหญิงสาวคนนั้น แต่ก็ถูกม่าน หมอกบดบังให้มองไม่เห็นทุกที... ชาร์ลีบอกว่าพิมพ์ชนกเครียดกับละครผีเรื่องใหม่ที่กำลังจะเปิด กล้อง จึงทำให้เก็บมาฝันเป็นตุเป็นตะ แต่พิมพ์ชนกกลับรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่ทำให้เสียงเรียกของผู้หญิงคนนั้น ยังดังแว่วในความคิดตลอดเวลา นางร้ายที่รัก นที สิงห์หฤทธิ์ (ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์) ผู้กองหนุ่มฝีมือดีจากกองปราบ กับ ศาตรา (จิตรกาณุ กลมแก้ว) ตำรวจลูกพี่ลูกน้องของเขา ได้รับคำลังให้นำกำลังตำรวจนอกเครื่องแบบ มาดูแลความเรียบร้อยในงานประกาศรางวัล มาลาทองคำ ที่จัดขึ้นสำหรับดารานักแสดง โดยมีภรรยาท่านนายกรัฐมนตรีมาเป็นประธานในงาน และแขกผู้มีชื่อเสียงทางธุรกิจและวงการบันเทิงมา ร่วมงานอย่างดับคั่ง นทีเบื่อหน่ายงานโชว์หรู ที่ต้องปั้นหน้าแสแสร้งเข้าหากันอย่างนี้มาก ผิดกับศาตราที่ดูจะมี ความสุขกับการมองดาราสาวสวยแต่งชุดหวือหวาประชันความสวย เดินกรดกรายมาบนพรมแดง พิมพ์ชนกเข้างานมาดุจนางพญาหงส์ในชุดเดรสเกาะอกสีแดงเพลิงยาวกรอมพื้น กลบรัศมี ดาราคนอื่นจนหมดสิน แสงแฟลชวูบวาบจากนักข่าวทุกคนพุ่งความสนใจไปเธอเพียงคนเดียว แล้ว สายตาคมกริบของนที ก็ชะงักค้าง ในความงดงามและมีเสน่ห์ของพิมพ์ชนก จนศาตราออกปากแซวว่าอินทรีหนุ่มต้องมนต์สะกดนางพญาหงส์เข้าแล้ว พิมพ์ชนกได้รับรางวัลนักแสดงนำฝ่ายหญิงยอดเยี่ยมแห่งปี ตามที่สื่อบันเทิงหลายสำนัก คาดการณ์ไว้ เนตรกมล (หยาดทิพย์ ราชปาล) นางเอกแสนหวานผู้ร่วมวงการฯ แสดงความยินดีกับ พิมพ์ชนกอย่างชื่นชม ต่างจาก ดวงแข (ธนิดี กาญจนวัฒน์) และ พิไล (เวธกา ศิริวัฒนา) สองเพื่อนซี้ นางร้ายในวงการรุ่นเก่า ที่ถูกรัศมีของพิมพ์ชนกเขี่ยจนเกือบตกกระป๋อง ได้แต่เฝ้ามองพิมพ์ชนกด้วย ความอิจฉาตาร้อน คิดหาทางเขี่ยพิมพ์ชนกกระเด็นออกจากวงการไปให้ได้ นางร้ายที่รัก ผู้หญิงในบึงใหญ่ยังคงร้องเรียกพิมพ์ชนกในฝัน คราวนี้พิมพ์ชนกกำลังจะได้เห็นใบหน้าที่ ชัดเจนของเธอ ถ้าไม่ถูกชาร์ลีปลุกขึ้นมาดูพาดหัวข่าวบันเทิงทุกฉบับ ที่มีรูปพิมพ์ชนกสวยเด่นเป็นสง่าขึ้นไปรับรางวัลอันทรงเกียรติ พิมพ์ชนกภูมิใจกับรางวัลที่ได้รับ แต่ต้องสะดุดตากับข่าวกรอบเล็กมีรูปพบศพผู้หญิงในบึงร้างแห่งหนึ่งแถวรังสิต ระบุชื่อ นางสาวสายธาร ประเสริฐวรกาญจน์ จมน้ำเสียชีวิตไม่ต่ำกว่าหนึ่งสัปดาห์ พิมพ์ชนกมองรูปและชื่อในข่าวนั้นด้วยความตกใจสุดขีด พิมพ์ชนกหยิบกล่องลายลูกไม้เก่าที่เก็บซ่อนในตู้เสื้อผ้าชั้นบนสุดลงมา เปิดกล่องดูรูปถ่ายสี ซีดจางขึ้นมาดูอย่างใจหาย เห็นเด็กหญิงตัวเล็กวัย 7 ขวบที่มีแววตาเศร้า ถ่ายรูปคู่กับเด็กหญิงวัย 9 ขวบ ที่ยิ้มร่าเริงสดใส ด้านหลังรูปถ่ายเขียนชื่อด้วยลายมือเด็ก พี่พิมกับน้องน้ำ ภาพในวันเด็กของพิมพ์ชนกย้อนกลับมาในความคิด พิมพ์ชนกกับ สายธาร (นันทิกานต์ สิงหา) คือพี่น้องต่างสายเลือดร่วมสถานสงเคราะห์เด็กหญิง บ้านแสงประทีป ทั้งสองผูกพันกันมาก พิมพ์ชนกรักและปกป้องสายธารดุจพี่น้องแท้ ๆ แต่ทั้งคู่ก็ต้องแยกจากกันเพราะมีพ่อแม่ใหม่มารับ อุปการะสายธารไปก่อน จากนั้นไม่นาน พรรณราย หญิงหม้ายเศรษฐีนีผู้ไม่มีทายาทสืบสกล ก็มาขอรับพิมพ์ชนกไปเป็นบุตรบุญธรรม ความลับในวัยเด็กของพิมพ์ชนก มีเพียงชาร์ลีกับปาศัลย์เท่านั้นที่รู้ ใครคนนั้นที่พิมพ์ชนกหวังจะได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง คงไม่มีวันเป็นจริง... เมื่อสายธาร น้องสาวที่เธอให้ชาร์ลีจ้างนักสืบเอกชน ตามหามานาน ได้เสียชีวิตแล้ว!! สายธารกับชาร์ลีไปงานศพสายธารในคืนสุดท้าย แอบเฝ้ามองบรรยากาศงานศพอยู่ในรถเพราะไม่อยากให้เป็นจุดสนใจ จนแขกเหรอทยอยกลับจนหมด พิมพ์ชนกจึงเข้าไปเคารพสายธาร ด้วยหัวใจแหลกสลาย ซึ่งไม่คาดคิดว่าจะเจอกมลเนตรกับ พิพัฒน์ (โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์) น้องชายเนตรกมล ซึ่งเป็นแฟนหนุ่มของสายธาร หลังกลับจากงานศพสายธาร พิมพ์ชนกร้องไห้จนหลับไป สะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกทีเพราะมีมือเย็นเฉียบแตะขาเธอ พิมพ์ชนกเห็นร่างสายธารร้องไห้อยู่ปลายเตียงของเธอ เธอไม่ได้ฝัน เธอเห็นสายธารอยู่ตรงหน้าจริง ๆ เสียงโทรศัพท์ของพิพัฒน์ปลุกพิมพ์ชนกให้ตื่นจากภวังค์สายธารหายไปแล้ว พิพัฒน์นัดเจอพิมพ์ชนกบอกความจริงเรื่องสายธารเป็นผู้หญิงไซด์ไลน์ ตอนแรกพิพัฒน์เจ็บปวดและรับไม่ได้ แต่สุดท้ายก็ให้อภัยเพราะความรักที่เขามีต่อสายธาร และวางแผนที่จะแต่งงาน กันแต่ ดนัย (กรุณพล เทียนสุวรรณ) กับ สมภพ (วริษฐ์ ทิพโกมุท) สองพี่น้องนายทุนและเจ้าพ่อแห่งวงการบันเทิง ที่เคยใช้บริการสายธารบ่อย ๆ ไม่ยอมเลิกกับสายธาร ทั้งสองขู่เอาชีวิตสายธาร ทำให้สายธารหวาดกลัวและอัดคลิปเสียงขู่ฆ่า และคลิปเสียงของดนัยที่โทรนัดให้สายธารไปพบที่บึงร้าง ไม่งั้นจะแฉรูปโป๊ของสายธารที่แอบถ่ายเอาไว้ สายธารจึงขู่กลับว่าจะเปิดเผยเรื่องทั้งหมดกับสื่อฯ หลังจากสายธารตาย มือถือของเธอก็หายไป พิพัฒน์มั่นใจว่าดนัยกับสมภพร่วมมือกันฆ่าปิดปาก สายธาร พิมพ์ชนกหดหู่กับเรื่องของสายธารที่เธอได้รับรู้ ความรู้สึกผิดเกิดขึ้นในใจของพี่สาวต่างสายเลือด ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ...สายธารก็คงไม่มีชะตากรรมแบบนี้ เพราะเธอไปอ้อนวอนขอร้องให้สามีภรรยาคู่นั้นรับสายธารไปอยู่ด้วย สามีภรรยาครอบครัวประเสริฐวรกาญจน์ถูกใจและเลือกรับอุปการะพิมพ์ชนก แต่พิมพ์ชนกอยากให้สายธารได้อยู่สุขสบายมีครอบครัวที่อบอุ่น จึงเสียสละโอกาสนั้นให้น้อง โดยหารู้ไม่ว่า เธอได้ส่งสายธารไปสู่เงื้อมือพญามัจจุราช ครอบครัววรกาญจน์ย้ายที่อยู่ทันทีที่ได้ตัวสายธารไป ทำให้บ้านแสงประทีปติดต่อไม่ได้ พิมพ์ชนกขาดการติดต่อกับสายธารทั้งที่ทั้งสองสัญญาจะไม่ทิ้งกัน นางรายที่รัก สายธารถูกเลียงให้เติบโตมาอย่างดี และถูกพ่อแม่ใจยักษ์บังคับให้สายธารขายตัวกับเสี่ยกระเป๋าหนักมากหน้าหลายตา โดยที่เธอไม่อาจขัดขืนได้ หลังจากพ่อแม่สายธารติดหนีพนัน จึงพากันหลบหนีไปชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้สายธารหลุดพ้นจากวังวนอุบาทว์ คิดเริ่มต้นชีวิตใหม่กับพิพัฒน์ แต่ต้องมาเจอเวรกรรมเก่าจากดนัยและสมภพตามหลอกหลอนไม่หยุด พิมพ์ชนกคิดแก้แค้นแทนสายธาร เพื่อกระชากหน้ากากนายทุนชั่วในวงการบันเทิงของดนัยกับสมภพให้สาสมกับที่สายธารถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ เสียงลมหวีดหวิวและเสียงกระซิบแผ่วเบาของสายธารเตือนพิมพ์ชนกว่า อันตราย แต่พี่สาวผู้รักน้องสุดหัวใจ มุ่งมั่นจะทวงความยุติธรรมให้สายธาร โดยไม่เกรงกลัวอะไรทั้งนั้น พิมพ์ชนกก็ได้รับจดหมายลึกลับขู่เอาชีวิต ให้พิมพ์ชนกเลิกตามสืบเรื่องสายธาร มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับพิมพ์ชนกในกองถ่ายและระหว่างทางกลับบ้านหลายครั้ง พิมพ์ชนกคิดว่าเป็นการกลั่นแกล้งจากดวงแขกับพิไล ศัตรูคู่แค้นในวงการ แต่ชาร์ลีมั่นใจว่าเหตุรุนแรงหลายครั้งเป็นฝีมือฆาตกรที่อยู่เบื้องหลังการตายของสายธาร ชาลีติดต่อกองปราบขอตำรวจมือดีมาช่วยคุ้มกันพิมพ์ชนก สารวัตรชินกริช (ตระการ พันธุมเลิศรุจี) จึงมอบหมายให้ นทีผู้กองหนุ่มนักบู๊ไปเป็นเป็นบอดีการ์ดดูแลความบัลอดภัย และสืบเรื่องคนที่ส่งจดหมายขู่ทำร้ายพิมพ์ชนก นทีเดือดดาลไม่พอใจ เพราะฝีมือระดับอินทรีเหล็กอย่างเขาควรได้รับมอบหมายงานที่เสี่ยง อันตรายและได้ออกแรง มากกว่าการเฝ้าติดตามดาราไฮโชอารมณ์ร้ายอย่างพิมพ์ชนก แต่เขาก็ จำเป็นต้องทำตามคำลังเจ้านายอย่างเลี่ยงไม่ได้ นางร้ายที่รัก มธุรส (กัลยา เลิศเกษมทรัพย์) บุกมาอาละวาดพิมพ์ชนกถึงกองถ่ายละคร เพราะรู้ข่าวว่า พิมพ์ชนกนัดพบดนัยสามีของเธอบ่อย ๆ เพื่อพูดคุยเรื่องงานที่ดนัยเป็นนายทุนใหญ่ผลิตละครและรายการโทรทัศน์ เนตรกมลเข้ามาช่วยอธิบาย ก็ถูกมธุรสตบจนเสียหลัก เคราะห์ดีที่นทีเข้ามารับตัวเนตรกมลไว้ทัน นทีประกาศตัวเป็นบอดีการ์ดดูแลพิมพ์ชนก และขัดขวางมธุรสไม่ให้ทำร้ายพิมพ์ชนกกับเนตรกมลจนมธุรสต้องล่าถอยไป พิมพ์ชนกโวยวายชาร์ลี ไม่ยอมรับนทีเป็นบอดี้การ์ด เพราะต้องการเข้าถึงตัวดนัยกับสมภพโดยไม่มีใครล่วงรู้แผนของเธอ แต่ชฺาร์ลียื่นคำขาดให้พิมพ์ชนกมีบอดีการ์ดเพื่อความปลอดภัย ถ้าคิดจะหาหลักฐานเล่นงานตัวฆาตกร โดยจะมีเพียงพิมพ์ชนกชาร์ลี และพิพัฒน์เท่านั้นที่รู้เรื่องนี้ พิมพ์ชนกแกล้งรับปากชาร์ลี แต่ในใจคิดหาวิธีที่จะให้นทีทนเธอไม่ได้จนลาออกไปเอง ชาร์ลีให้นทีย้ายเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ของพิมพ์ชนก และพักห้องนอนติดกันพับพิมพ์ชนกสร้างความเหวี่ยงวีนให้กับพิมพ์ชนกที่ไม่ชอบให้ใครเข้ามาวุ่นวายในบ้านของตน ชาร์ลีเกลียกล่อมและย้ำเรื่องข้อตกลงของเขากับพิมพ์ชนก จนพิมพ์ชนกค้านไม่ได้ นทีแอบสงสัยว่าชาร์ลีกับพิมพ์ชนกมีข้อตกลงอะไรที่เขาไม่รู้ ซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับคดีที่เค้ารับหน้าที่ตามสืบด้วย พิมพ์ชนกฝันเห็นสายธารถูกใครคนหนึ่งซึงมองไม่ขัด จับเธอกดน้ำในบึง สายธารตะเกียกตะกายเพื่อเอาชีวิตรอด พิมพ์ชนกรู้สึกเหมือนกำลังถูกจับกดน้ำไปด้วย เธอเริ่มสำลัก และหายใจไม่ออก ก่อนจะกรีดร้องสุดเสียง... จนสะดุ้งตื่น พิมพ์ชนกทบทวนความฝันร้องไห้รู้สึกผิดที่เป็นคนทำให้ชะตากรรมของสายธารเป็นแบบนี้ เธอคร่ำครวญโทษตัวเอง นทีได้ยินเสียงพิมพ์ชนกร้องไห้คิดว่าพิมพ์ชนกตกอยู่ในอันตราย จึงรีบเข้าไปช่วย เป็นครั้งแรกที่นทีได้เห็นน้ำตาของนางพญาหงส์ พิมพ์ชนกอ้างว่าร้องไห้คิดถึงแม่ ไล่ให้นทีออกไปจากพื้นที่หวงห้ามในห้องนอน และไม่ยอมเล่าอะไรให้ฟัง นทีตามมาเฝ้าพิมพ์ชนกที่ห้องถ่ายรายการสดตอนเช้า มีมอเตอร์ไซค์ลึกลับตั้งใจพุ่งมาชนมาชนพิมพ์ชนกขณะเดินเข้าห้องถ่ายรายการ นทีเล่นงานคนร้าย และช่วยพิมพ์ชนกไว้ได้ แต่จับตัวคนร้ายไว้ไม่ทัน พิมพ์ชนกตื่นตระหนกและพยายามกลบความรู้สึกกลัวเอาไว้ ก่อนเริ่มถ่ายรายการ อาจารย์พิมาน (ฝันเด่น จรรยาธนากร) ญาณสัมผัส ถูกเชิญเข้ามาทำพิธีบรวงสรวงให้ทีมงานในกองถ่าย ได้ทักพิมพ์ชนกให้ระวังอันตรายบางอย่างที่คิดจะทำ พิมพ์ชนกปฏิเสธไม่เข้าใจเพราะไม่อยากให้นทีหรือคนอื่นรู้เรื่องขณะให้สัมภาษณ์รายการสดกับพิธีกรหน้าใหม่สองคน พิมพ์ชนกเห็นใบหน้าพิธีกรคนหนึ่งเหมือนสายธาร ถึงกับอึงไป พิมพ์ชนกจึงหันความสนใจมาคุยกับพิธีกรคนแรกคนเดียว ไม่ว่าพิธีกรสาวอีกคนจะถามอะไรเธอก็ไม่ตอบ ไม่มองหน้า จนจบรายการก็หนีเข้าห้องแต่งตัวไป พิธีกรหน้าคล้ายสายธารถึงกับร้องไห้ ไม่เข้าใจว่าพิมพ์ชนกเกลียดอะไรตน ทีมงานพากันซุบซิบนินทาถึงความร้ายกาจของพิมพ์ชนกให้นทีได้ยิน นทีตามพิมพ์ชนกเข้าไปในห้องแต่งตัว ทันเห็นเห็นพิมพ์ชนกปาดนาตาแวบหนึ่ง แต่กลับหันหน้าสวยเชิดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาสั่งนทีว่าจะเดินทางไปทำสปาต่อ เพื่อเตรียมตัวถ่ายโฆษณาตัวใหม่ในวันรุ่งขึ้น ช่างแต่งหน้าคนหนึ่งแอบส่งข่าวไปบอกดวงแขกับพิไลทันที ดวงแขสบโอกาส คิดหาทางแก้แค้นพิมพ์ชนกที่แย่งโฆษณาชิ้นนี้ไปจากตน ดวงแขกับพิไลทำทีมาทำสปาก่อนพิมพ์ชนกจะมาถึง และแอบใส่ครีมกำจัดขนลงในครีมบำรุงคิว พิมพ์ชนกเดินทางมาถึงปะทะคารมกับดวงแขคู่อริ นทีคอยสังเกตพิรุธของดวงแขกับพิไล ว่าอยู่ในข่ายผู้ต้องสงสัยขู่ทำร้ายพิมพ์ชนกรึเปล่า มยุรี (สุวรัฎฐิภา โยคะกุล) เจ้าของสปาชื่อดัง ขอร้องให้ทั้งสามอย่ามีเรื่องกัน เพราะมีนักข่าวเป็นลูกค้าในร้าน ไม่อยากให้เป็นข่าวดังตามหน้าสื่อบันเทิงก่อนกลับดวงแขชื่นชมครีมบำรุงคิ้วตัวใหม่ของมยุรี ทำให้พิมพ์ชนกสนใจอยากลองบ้าง ศาตราโทรบอกนทีเรื่องทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์คนร้ายเป็นทะเบียนปลอม ทำให้ติดตามตัวคนร้ายยาก และจดหมายขู่เอาชีวิตพิมพ์ชนกกิตรวจไม่พบรอยนิ้วมือ ตัวหนังสือก็ใช้พิมพ์จากคอมพิวเตอร์ นางร้ายที่รัก อิงอร (ปารีณา บุศยศิริ) ลูกสาวสารวัตรชินกริช ส่งข้อความและโทรจิกนที จนนทีจำต้องรับสายและหลอกว่ากำลังปฏิบัติภารกิจในซ่องโสเภณี ทำให้อิงอรโวยวายไม่พอใจมาก นทีรู้จักอีกแง่มุมดี ๆ ของพิมพ์ชนกจากป้าศัลย์ หรือป้าศรี แม่บ้านวัย 40 ที่ถูกสามีทำร้ายจนเสียโฉม พิมพ์ชนกจึงออกเงินให้ป้าศัลย์ไปทำศัลยกรรมจนหน้าสวย และช่วยป้าศัลย์ให้รอดพ้นจากสามีใจร้าย นทีสงสัยความสัมพันธ์ระหว่างพิมพ์ชนกกับดนัย ที่ทำให้มธุรสหึงหวงจนต้องตามมาอาละวาดบ่อย ๆ พิมพ์ชนกโกรธนทีเพราะคิดว่าเขากำลังดูถูกเธอว่าใช้ร่างกายเป็นสะพานให้ได้งานจากดนัย แต่เธอไม่ยอมอธิบายว่าทำไมต้องหาโอกาสเข้าใกล้ดนัยบ่อยครั้ง กลางดึก...พิมพ์ชนกกรีดร้องลั่นคฤหาสน์ เมื่อพบว่าขนคิ้วของเธอร่วงจนหมด สร้างความขำระคนปวดหัวให้นที ที่ต้องหาทางแก้ปัญหาให้พิมพ์ชนกโดยด่วน นทีตัดผมหน้าม้าปิดบังคิ้วให้พิมพ์ชนก เป็นทรงที่แปลกตาแตกน่ารักดีสำหรับเธอ แนะนำให้พิมพ์ชนกสั่งชาร์ลีแทรกคิวแอนนาช่างแต่งหน้าเทพจอมวีนด่วน แม้จะยากลำบากแค่ไหน ชาร์ลีก็ต้องได้คิวแต่งหน้าของแอนนามาให้ได้ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าผ่านไปด้วยดี งานถ่ายโฆษณาราบรื่น พิมพ์ชนกอารมณ์ดีและรู้สึก ดีกับนทีจนชาร์ลีผิดสังเกต ที่ผู้กองขี้เก๊กกับคุณนายเอาแต่ใจญาติดีกันได้ ศาตราตามชาร์ลีไปหาหลักฐานและตรวจสิ่งผิดปกติที่สปาของมยุรี เพื่อหาว่าใครกลั่นแกล้งพิมพ์ชนก จึงรู้ว่ามยุรีกำลังถูกลูกค้าหลายคนรุมเอาเรื่องเพราะขนคิ้วร่วงเหมือนพิมพ์ชนก แต่ดวงแขและพิไลกลับไม่เป็นอะไร ทิ้งที่เริ่มใช้ครีมยี่ห้อนี้เป็นสองคนแรก พิมพ์ชนกมั่นใจว่าดวงแขกลั่นแกล้งเธอ จึงคิดเอาคืนด้วยการติดต่อขอพบดนัย เพื่อใช้เสน่ห์อ้อนขอเสียบงานพิธีกรแทนดวงแข นทีไม่เห็นด้วยกับวิธีนี้เพราะไม่อยากให้พิมพ์ชนกสร้างศัตรูและไม่อยากให้พิมพ์ชนกเปลืองตัวแต่พิมพ์ชนกมั่นใจว่ามีนทีคอยปกป้องแล้วจึงไม่กลัวอะไรทั้งนั้น ทำให้นทีรู้สึกหวั่นไหวกับความไว้วางใจของพิมพ์ชนก ดนัยยอมให้พิมพ์ชนกมาทำงานพิธีกรแทนดวงแข นทีไม่พอใจที่พิมพ์ชนกแต่งตัวยั่วยวนดนัยจนเกินงาม จึงมีปากเสียงกันหลังจากกลับถึงคฤหาสน์ ทั้งสองพ่อแง่แม่งอนกัน และต่างคนต่างหนีเข้าห้องของตัวเอง มธุรสอาละวาดดนัยทันทีที่กลับถึงบ้าน เพราะรู้ว่าดนัยแอบนัดเจอกับพิมพ์ชนก ดนัยจึงออกไปดื่มเหล้าและปรับทุกข์กับสมภพน้องชาย ดนัยพูดเป็นนัยว่ารักพิมพ์ชนกจริง และสั่งห้ามสมภพยุ่งวุ่นวายกับพิมพ์ชนกเด็ดขาด แม้สองพี่น้องจะผลัดเปลี่ยนกันเชยชมผู้หญิงคนเดียวกันมาตลอด แต่สำหรับพิมพ์ชนกคือข้อยกเว้น ดวงแขถูกสื่อบ้านเทิงเล่นงานอย่างหนักจนถูกถอดจากงานละครและงานพิธีกร ดวงแขวางแผนกับพิไล หาทางแก้แค้นพิมพ์ชนก พิมพ์ชนกแนะนำเนตรกมลให้รู้จักนทีบอดี้การ์ดส่วนตัวอย่างเป็นทางการ ที่กองถ่ายละครเรื่องใหม่ เนตรกมลถูกใจนทีตั้งแต่ที่เคยช่วยเธอคราวก่อน จึงชวนนทีพูดคุยด้วย แต่นทีกลับพูดถึงแต่พิมพ์ชนกในแง่มุมที่คนอื่นไม่เคยรู้ เพราะเขาอยู่ใกล้ชิดกับพิมพ์ชนกมาหลายอาทิตย์ ดวงแขกับพิไลเป็นแค่ นักแสดงรับเชิญ เห็นบอดีการ์ดอย่างนทีคุยอยู่กับกมลเนตร จึงยิ้มร้ายสบโอกาส พิมพ์ชนกอยู่ในห้องเก็บของที่ใช้เป็นห้องแต่งตัวชั่วคราว ในห้องทึบและอับแทบไม่มีอากาศหายใจเสียงสายธารแว่วเตือนพิมพ์ชนกพร้อมเสียงลมหวีดหวิวให้ระวังตัวจู่ ๆ ก็มีมือลึกลับล็อกประตูห้องแต่งตัวจากด้านนอก พิมพ์ชนกตกใจทุบประตูเรียกก็ไม่มีใครได้ยิน เพราะทีมงานคนอื่นวุ่นวายกับการเซ็ตฉาก เซ็ตไฟ แต่งหน้าแต่งตัวนักแสดงคนอื่น นทีตามหาพิมพ์ชนก ก่อนจะพังประดูห้องแต่งตัวเข้าไปพบว่าพิมพ์ชนกเป็นลมอยู่ในนั้น ชาร์ลีกับเนตรกมลเอายาดมและพัดให้พิมพ์ชนกจนฟื้นคืนสติ ทีมงานต่างโจษจันกันว่าพิมพ์ชนกโดนอาถรรพ์จากละครผีเรื่องนี้ จากการปล่อยข่าวของดวงแขกับพิไล พิมพ์ชนกมั่นใจว่าเป็นฝีมือดวงแขกับพิไล แต่ทั้งสองปฏิเสธแกล้งบีบน้ำตาดราม่าว่าชีวิตกำลังย่ำแย่ ยังจะถูกพิมพ์ชนกกล่าวหาอีก นทีเห็นมธุรสแอบชุ่มดูพิมพ์ชนกมุมหนึ่งด้วยแววตาร้าย มธุรสรบหนีไปทันทีที่ตกเป็นเป้าสายตานที ทำให้นทีสงสัยว่า ดวงแข หรือ มธุรส ที่เป็นคนขู่เอาชีวิตพิมพ์ชนกกันแน่ นางร้ายที่รัก ชาร์ลีพาพิมพ์ชนกมาหาอาจารย์พิมาน เพื่อสอบถามเกี่ยวกับวิญญาณของสายธารมีจริงหรือเปล่า อาจารย์พิมานพูดแต่เรื่องเวรกรรมที่ต้องชดใช้ ทำให้พิมพ์ชนกปักใจว่าเธอต้องชดใช้หนี้ชีวิตของสายธารให้ได้ นทีเฝ้ารออยู่นอกบ้านอาจารย์พิมานอย่างเอือมระอา เพราะไม่เชื่อเรื่องงมงายแบบนี้ พิพัฒน์หลบเนตรกมลมาหาพิมพ์ชนกที่กองถ่าย บอกว่าแอบเข้าไปค้นมือถือสายธารในบ้านดนัยกับสมภพไม่สำเร็จ อยากให้พิมพ์ชนกหาทางเข้าไปหาหลักฐานที่ห้องทำงานดนัยกับสมภพในบริษัท ลมกรรโชกแรง...พิมพ์ชนกไดยินเสียงสายธารชัดเจนว่า อันตราย พิมพ์ชนกเข้าใจว่าสายธารต้องการมาเตือนเรื่องที่เธอกำลังสืบ ยิ่งเป็นแรงผลักดันให้เธอมุ่งมั่นจะจับตัวดนัยเข้าคุกให้ได้ นทีสงสัยว่าพิพัฒน์กับพิมพ์ชนกมีลับลมคมในอะไรกัน ทำไมน้องชายถึงไม่ไปหาเนตรกมลพี่สาว แต่กลับมาคุยกับพิมพ์ชนกแทน พิมพ์ชนกแก้ตัวว่าพิพัฒน์เป็นแฟนคลับละคร แต่นทีไม่เชื่อ เนตรกมลรักน้องชายมาก จึงเตือนพิพัฒน์เรื่องชอบพิมพ์ชนก เพราะไม่อยากให้พิพัฒน์เสียใจ เพราะคนอย่างพิมพ์ชนกอยู่สูงเกินกว่าที่จะมองพิพัฒน์ พิพัฒน์ปฏิเสธหาว่าเนตรกมลเล่นละครมากเกินไปจนผูกเรื่องเองคิดไปเอง ทั้งที่ความจริงไม่มีอะไร ดนัยกับสมภพแจงรายละเอียดงานพิธีกรเทปแรก พิมพ์ชนกตกใจมากเมื่อรู้ว่าจะต้องไปเป็นพิธีกรถ่ายทำรายการที่ บ้านแสงประทีป อดีตที่พิมพ์ชนกพยายามลืมมาสิบกว่าปี สมภพแอบลอบมองความสวยสง่าของพิมพ์ชนกอย่างน่าชื่นชม อย่างนี้นี่เอง...พี่ชายของเขาถึงกับหวงแหนและอยากจะครอบครองพิมพ์ชนกไว้คนเดียว ดนัยเห็นสายตากรุ้มกรมของสมภพ เริ่มไม่ไว้ใจ พิมพ์ชนกยังโดนลอบทำร้ายอยู่ตลอด แม้นทีจะช่วยเธอรอดพ้นอันตราย แต่ก็ไม่สามารถสืบหาได้ว่าใครเป็นจอมบงการและฆาตกรที่แท้จริง แต่พิมพ์ชนกก็ยังดือที่จะเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงตลอด สุดท้ายใครคือฆาตรกรที่ฆ่าสายธาร และบงการฆ่าพิมพ์ชนก ก็ต้องติดตามชมใน ละครนางร้ายที่รัก ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 รายชื่อนัแสดง นางร้ายที่รัก คิมเบอร์ลี แอน เทียมคิริ รับบท พิมพ์ชนก ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ รับบท นที หยาดทิพย์ ราชปาล รับบท เนตรกมล จิตรภาณุ กลมแก้ว รับบท ศาสตรา วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ รับบท ชาร์ลี ปารีณา บุศยศิริ รับบท อิงอร โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์ รับบท พิพัฒน์ กรุณพล เทียนสุวรรณ รับบท ดนัย วริษฐ์ ทิพโกมุท รับบท สมภพ ธนิดี กาญจนวัฒน์ รับบท ดวงแข เวธกา คิริวัฒนา รับบท พิไล กัลยา เลิศเกษมทรัพย์ รับบท มธุรส

3 ตายายเฮ! สำนักงานเขตเล็งสร้างทางเข้า-ออกให้
3 ตายาย /  ทางเข้าออก / 

สำนักงานเขตบางกอกใหญ่ เล็งสร้างทางระบายน้ำพร้อมทางเดินเข้า-ออก ให้ 3 ตายาย หลังจากตกเป็นข่าวดังบนโลกออนไลน์มาอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีบ้าน 3 ตายายย่านซอยเพชรเกษม 15 แยก 5 ที่ถูกเจ้าของที่ดินรายใหม่สร้างกำแพงปิดล้อมทางเข้าออกบ้านที่พวกเขาอยู่มานานกว่า 70 ปี ทำให้การใช้ชีวิตเป็นไปอย่างลำบาก อีกทั้งสมาชิก 1 ใน 3 ยังเป็นคุณตาวัย 97 ปี ที่จำเป็นต้องเดินทางไปพบแพทย์อยู่เป็นประจำ ล่าสุดวานนี้ (18 ก.ค. 58) อาจารย์กุลธร พิเชษฐกิจ เจ้าของบ้านวัย 65 ปี เผยว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นายณัฐวัชร จันทรโรธรณ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตบางกอกใหญ่ ได้ลงพื้นที่หาแนวทางช่วยเหลือ 3 ตายาย เบื้องต้นสำนักงานเขต เตรียมสร้างทางระบายน้ำพร้อมทางเดินเลียบคลองวัดประดู่ที่มีความกว้างพิเศษ โดยคาดว่าน่าจะมีความกว้างมากกว่า 1 เมตร เพื่อรองรับวีลแชร์ของคุณตาในการเดินทางไปพบแพทย์ ระยะทางรวมประมาณ 300 เมตร ซึ่งใช้เป็นทางเข้า-ออก สำหรับบ้านของ 3 ตายายอีกด้วย. อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวอาจต้องรอไปถึงต้นปีหน้า เนื่องจากเบื้องต้นทางสำนักงานเขตต้องทำเรื่องของบประมาณในการจัดทำทางระบายน้ำพร้อมทางเดิน รวมถึงใช้เวลาในการออกแบบ หลังจากนั้นถึงจะเริ่มทำการก่อสร้างได้ ขอบคุณข้อมูล/ภาพ มติชน ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

นิชคุณ หยอดคำหวานผ่านแฟนปาร์ตี้
2PM /  Khun / 

นิชคุณ จัดเต็ม! ส่งความรักสุดอบอุ่นในงาน MITSUBISHI MIRAGE NICHKHUN FAN PARTY รัก 7 ปี…มี 1 หน (มิตซูบิชิ มิราจ นิชคุณ แฟนปาร์ตี้ รัก 7 ปี…มี 1 หน) บริษัท โฟร์โนล็อค จำกัด จัดหนัก-จัดเต็ม อีกครั้ง! เพื่อเอาใจแฟนคลับของหนุ่ม นิชคุณ หรเวชกุล พรีเซ็นเตอร์ของ มิตซูบิชิ มิราจ และศิลปินชื่อดังจากค่าย JYP Entertainment ในงาน MITSUBISHI MIRAGE Nichkhun Fan Party l รัก 7 ปี…มี 1 หน (มิตซูบิชิ มิราจ นิชคุณ แฟนปาร์ตี้ l รัก 7 ปี…มี 1 หน) แฟนปาร์ตี้สุดพิเศษที่อบอวลไปด้วยความรักและความอบอุ่น ณ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ ด้วยเสน่ห์ละลายใจพร้อมด้วยความสามารถรอบด้านของ นิชคุณ ทำให้ใครๆ ก็ตกหลุมรักเจ้าชายแห่งเมืองไทยคนนี้ได้ไม่ยาก โดยตลอดระยะเวลากว่า 7 ปีที่ นิชคุณ ได้เป็นศิลปินในประเทศเกาหลีก็ได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยด้วยกระแสตอบรับที่ดีจากแฟนทั่วโลก อีกทั้งยังประสบความสำเร็จทั้งงานด้านศิลปิน นักแสดง นายแบบ และพรีเซ็นเตอร์ ที่มีผลงานมากกว่า 100 ชิ้น นอกจากนี้ยังได้รับการเสนอชื่อในการจัดอันดับต่าง ๆ และรางวัลอีกมากมาย ในครั้งนี้ นิชคุณ เทคิวมาให้แฟนๆ ชาวไทยได้สัมผัสแฟนปาร์ตี้ที่รวบรวมความประทับใจมากมายจากการทำงานที่ผ่านมาของเขา โดยบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความทรงจำแสนอบอุ่น เมื่อ นิชคุณ โชว์เปิดงานด้วยเพลง We Become One ผลงานเพลงไทยเพลงแรกจากผลงานโฆษณาเมื่อปี 2008 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นให้ทุกคนได้รู้จักกับชื่อของ 'นิชคุณ' เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนคลับได้เสียงดังสนั่น ก่อนจะต่อด้วยการสัมภาษณ์อย่างเป็นกันเองที่ นิชคุณ ร่วมย้อนความทรงจำที่เขาและแฟนๆ ที่มีให้กันมาตลอดระยะเวลา 7 ปี ไม่ใช่เพียงการสัมภาษณ์ที่เรียกเสียงหัวเราะในความน่ารักของเขาเท่านั้น แต่ นิชคุณ ยังมอบความใกล้ชิดกับแฟนคลับผู้โชคดีที่ได้ขึ้นร่วมเล่นเกมบนเวทีอย่างเป็นกันเอง ไม่ว่าจะเป็น เกมแข่งขันแต่งหน้ามาการอง ที่ทีมไหนทำผลงานออกมาได้สวยถูกใจก็จะได้มาการองจากฝีมือของเขาเป็นของรางวัลกลับบ้านไป รวมถึง การแข่งขันเดินแบบ ซึ่ง นิชคุณ ร่วมเดินเป็นตัวอย่าง ส่วนแฟนๆ ก็ต้องโชว์ความสามารถในการเทินสิ่งของตามโจทย์ไว้บนศีรษะเพื่อพิชิตภารกิจเดินแบบให้สำเร็จ จากนั้นวีทีอาร์สัมภาษณ์สุดเซอร์ไพรส์จากทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้องที่เคยร่วมงานกับ นิชคุณ เริ่มจาก สู่ขวัญ บูลกุล ซึ่งเคยร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่อง รัก 7 ปี ดี 7 หน ร่วมกัน ซึ่งนักแสดงรุ่นพี่ก็ฝากความคิดถึงมาถึงนิชคุณ รวมทั้งเล่าความประทับใจที่มีต่อศิลปินหนุ่มว่า 'นิชคุณ ดีสมกับการเป็นไอดอลของทุกคน' ต่อด้วยวีทีอาร์จากศิลปินสัญชาติไทยร่วมค่าย JYP Entertainment อย่าง แบมแบม สมาชิกของบอยแบนด์วง GOT7 ซึ่งเม้าท์ถึงการสื่อสารผ่านโปรแกรมแชทกับรุ่นพี่ว่า แม้เขาจะพิมพ์ไปซะยาว แต่ 'พี่คุณ' ก็ตอบกลับมาแค่ว่า "555 โอเคครับ" ทำเอาแฟนๆ ที่ได้ฟังถึงกับหัวเราะลั่น แต่อย่างไรก็ตาม นิชคุณ ก็แก้ตัวแบบน่ารักๆ ว่ากลัวแบมแบมจะกำลังยุ่งหรืออยู่กับผู้ใหญ่ เลยไม่อยากให้รุ่นน้องสนใจแต่กับโทรศัพท์มือถือ บรรยากาศสุดน่าประทับใจยังไม่หมดลงง่ายๆ เมื่อถึงช่วงโชว์พิเศษที่ นิชคุณ และน้องๆ ตัวแทนจากมูลนิธิบ้านนกขมิ้นมาร่วมร้องเพลง วันนั้น วันนี้ วันไหน เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง ฉลุย แตะขอบฟ้า ด้วยกัน ซึ่งทำเอาแฟนคลับต่างมีความสุขพร้อมด้วยความอิ่มบุญอิ่มใจ เพราะรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายบัตรของงานแฟนปาร์ตี้ในครั้งนี้มอบเป็นทุนการศึกษาให้แก่ทางมูลนิธิด้วย โดยมี นิชคุณ เป็นตัวแทนมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ให้แก่ทางผู้บริหารของมูลนิธิบ้านนกขมิ้น ก่อนจะเข้าสู่เกมทายใจที่ให้แฟนๆ ทั้งงานได้ร่วมทายใจ นิชคุณ เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าแฟนๆ รู้จักเขามากขนาดไหน ซึ่งผู้ชนะก็ได้รับซีดีอัลบั้มพร้อมลายเซ็นเป็นของรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟ แล้วปิดท้ายงานด้วยเพลงภาษาญี่ปุ่น Miss Wonderful เพลงน่ารักความหมายดีๆ จากเสียงร้องฟังสบายของ นิชคุณ ซึ่งงานนี้ฮอตเทสต์ไทยก็ไม่ลืมเตรียมแฟนโปรเจ็คแปรอักษรเป็นรูปหัวใจ พร้อมของขวัญสุดเซอร์ไพร้ส์เพื่อบอกรักแก่ นิชคุณ ซึ่งศิลปินหนุ่มเจ้าของงานก็กล่าวว่า "ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฮอตเทสต์ไทยคือหัวใจของผม" เป็นการปิดท้ายแฟนปาร์ตี้ครั้งนี้อย่างซาบซึ้งทีเดียว ติดตามรายละเอียดกิจกรรมครั้งต่อไปจากทางโฟร์โนล็อคได้ทาง www.facebook.com/4NOLOGUE และ www.instagram.com/4NOLOGUE ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com