มาลากุล

เปิดกรุ!! หนุ่มหล่อเจ้าของผับดังแฟนเก่า อุ้ม ลักขณา ก่อนคบ บอล กฤษณะ!!
อุ้ม ลักขณา /  บอล กฤษณะ / 

  ยังคงเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ถูกกล่าวถึงอย่างหนักสำหรับนักแสดงสาวเซ็กซี่ อุ้ม ลักขณา กับแฟนหนุ่ม บอล กฤษณะ จากกรณีการ์ดร้านมาลินสกายรุมตื๊บลูกนายพล ซึ่งด้าน บอล กฤษณะ ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ นำตัวมาฝากขังยังศาลจังหวัดเชียงใหม่ ในคดีร่วมกันทำร้ายลูกนายพล และศาลจังหวัดเชียงใหม่ได้พิจารณาอนุญาตให้ประกันตัวแล้ว โดยยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 200,000 บาท งานนี้ทั้ง อุ้ม-บอล ต่างถูกขุดคุ้ยเรื่องในอดีต และถูกวิจารณ์อย่างหนักกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   และยังมีหนุ่มหล่ออีกรายซึ่งเป็นอดีตหวานใจคนล่าสุดของ อุ้ม ลักขณา ก่อนที่ฝ่ายหญิงจะมาคบกับ บอล กฤษณะ ได้ถูกขุดมาเปรียบเทียบกัน โดยหนุ่มหล่อรายนี้น่าสนใจไม่น้อยนั่นก็คือ หนุ่มเอก เอกพล จันทร์ชูวณิชกุล ซึ่งเคยคบหากับ อุ้ม ลักขณา ในช่วงปี 2558 โดยที่ หนุ่มเอก เป็นนักธุรกิจเจ้าของผับที่ภูเก็ต และสาเหตุที่เลิกรากันไปนั้นเพราะรักแท้แพ้ระยะทาง และต่างคนต่างไม่มีเวลาให้กัน ทั้งๆ ที่ทั้งคู่ได้พยายามคุยกันแล้วแต่ก็ไม่ได้ผล สุดท้ายสาวเซ็กซี่อย่าง อุ้ม ลักขณา ก็เลยต้องขอเป็นฝ่ายถอยห่างเอง งานนี้เราเลยแอบส่องโปรไฟล์ หนุ่มเอก กันซะหน่อย แถมหนุ่มหล่อรายนี้ก็ไม่ธรรมดานะจ๊ะ เพราะเคยเป็นอดีตหนุ่มโสด Take Me Out Thailand ด้วยนะจะบอกให้!! ขอบคุณภาพเพิ่มเติมจาก IG aummy     อุ้ม เอก แฟนเก่า   เอก แฟนเก่า อุ้ม ลักขณา   เอก แฟนเก่า อุ้ม ลักขณา   อุ้ม ลักขณา   อุ้ม บอล  

ละครเพลิงกฤษณา
เพลิงกฤษณา ป่ากามเทพ /  ช่อง GMM25 / 

ละคร เพลิงกฤษณา "ป่ากามเทพ"บทประพันธ์ : กฤษณา อโศกสินบทโทรทัศน์ : มาวิน อักษรากำกับการแสดง : เอกสิทธิ์ ตระกูลเกษมสุขออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.00 น. ทางช่อง GMM25 เริ่มคืนวันจันทร์ที่ 23 มกราคม 2560 เสนอเป็นตอนแรก เรื่องย่อละคร เพลิงกฤษณา "ป่ากามเทพ" ขึ้นชื่อว่ากามเทพนั้น..เมื่อท่านยิงธนูดอกที่ชื่อว่าความปรารถนาออกไปโดนอกใครสักคนก็ยากที่จะถอนให้พ้นออกไปได้ จนกว่าจะตายหรือจากกันไปให้รู้แล้วรู้รอดหรือมิฉะนั้นก็ต้องหักห้ามใจตน ข้ามให้พ้นความทุกข์ทนด้วยตนเองชีวิตของ เคลีย (สายป่าน อภิญญา) เด็กสาวกำพร้าคนหนึ่งได้พบสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่จะดีได้สำหรับตัวเธอ นั่นคือการได้รับความเมตตาจาก รำพร(ป๊อก ปิยธิดา) และ สดมภ์(วิลลี่ แมคอินทอช) ที่รับเธอมาดูแลตั้งแต่แรกเกิด แม้ไม่ได้อยู่ในฐานะลูกแต่เคลียก็ไม่ได้ทุกข์ร้อน ยิ่งเมื่อรำพรหย่าขาดกับสดมภ์สามีจอมเจ้าชู้ที่นอกใจเธอไปติดพันช่างเสริมสวยอย่าง ผกาแก้ว(เจี๊ยบ พิจิตตรา) เคลียก็เป็นคู่ใจเพียงคนเดียวของรำพรเสมอมา รำพรสอนให้เคลียรู้จักรักนวลสงวนตัวและใช้บทเรียนของชีวิตคู่ที่ไม่สมหวังของตัวเองให้เคลียระมัดระวังเรื่องความรัก แต่เธอกลับไม่ระวังเสียเอง เมื่อได้พบกับ อาชา(ไนกี้ นิธิดล) นักศึกษาหนุ่มรูปหล่อที่มาเช่าหอพักของรำพรอยู่กับ โสภณ(ดีเจป๊อป กิตติพงศ์) เพื่อนรุ่นพี่ รำพรหลงใหลได้ปลื้มอาชาอยู่เป็นทุนเดิมแต่ก็หาทางพัฒนาความสัมพันธ์ไม่ได้ จนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้หอพัก รำพรจึงเสนอให้อาชาและโสภณมาพักในบ้านของเธอและเอ่ยปากจะอุปการะส่งเสียให้อาชาได้เรียนจนจบ นี่เป็นความปรารถนาอย่างสูงสุดขงอาชา เขาจึงไม่ปฏิเสธน้ำใจ ต่อมาโสภณได้งานทำจึงแยกออกไปอาศัยที่อื่น รำพรพยายามเอาใจอาชาและขยับสถานะเป็นคนรัก นั่นทำให้เคลียไม่สบายใจนักเพราะเป็นห่วงรำพรและคลางแคลงสงสัยในตัวอาชาจากแววตาที่เขามองเธออย่างมีบางอย่างซ่อนเร้นอยู่ วันหนึ่งรำพรพาเคลียและอาชาไปทานอาหารนอกบ้าน ขากลับรำพรขับรถชนต้นไม้ เธอน้อยใจอาชามากที่เขาแสดงความห่วงใยเคลียเป็นพิเศษทั้งๆ ที่เธอเจ็บหนักกว่า คืนนั้นอาชาทนเก็บความรู้สึกลึกๆ ไม่ไหว จึงสารภาพรักกับเคลีย ทั้งคู่พยายามคิดหาทางออกให้กับความรักที่ก่อตัวขึ้น แต่ก็ยังไม่เห็นหนทาง ส่วน หมอโอภาส(โก โกเมน) ก็แสดงความพอใจในตัวเคลียอย่างเห็นได้ชัด พออาชารู้เรื่องเคลียกับหมอโอภาสยิ่งหึงหวง ด้านรำพรก็พยายามแสดงออกว่ารักอาชาจริงๆ ต่อหน้าเคลีย นั่นทำให้เคลียคิดหาทางตีตัวออกห่างจากรำพรและอาชา เพราะหวังว่าอะไรๆ จะดีขึ้น อย่างน้อยคงทำให้รำพรมีความสุขขึ้น เคลียขอร้องให้สดมภ์ช่วยหางานให้เธอทำเพราะเธอไม่อยากอยู่บ้านหลังนั้นอีก สดมภ์รู้เรื่องรำพรกับอาชาก็ไม่พอใจและประชดด้วยการพาเคลียไปฝากให้เป็นช่างทำผมในร้านของผกาแก้ว ละคร เพลิงกฤษณา ป่ากามเทพ สดมภ์รู้สึกได้ว่าอาชากับเคลียรักกันจึงไม่เห็นด้วยที่รำพรทำกับอาชาแบบนี้ สดมภ์จึงแกล้งรำพรด้วยการหาทางให้อาชาตีตัวออกห่างรำพร สดมภ์จ้างอาชาให้ไปทำงานต่างจังหวัด แต่รำพรก็เดินหมากอีกขั้นด้วยการรับพ่อแม่และหลานของอาชามาอยู่ที่บ้าน เธอยิ่งโกรธแค้นสดมภ์ที่เข้ามายุ่มย่ามเรื่องเคลียและอาชา รำพรจึงตามเคลียให้กลับมาอยู่บ้าน เคลียต้องกลับบ้านไปอย่างจนใจ รำพรเปลี่ยนแผนเป็นมีท่าทีใหม่ต่อเคลียและอาชา เธอทำเป็นไม่หวาดระแวงเหมือนก่อนและทำท่าเหมือนสนับสนุนให้ทั้งสองคบกัน เพราะอย่างน้อยการมีอาชาอยู่ในสายตาก็ยังเป็นสิ่งที่เธอต้องการ ทุกสิ่งจึงดำเนินต่อไป ภายในวังวนของป่ากามเทพ ภายใต้ท่าทีที่ดูเหมือนยินยอม รำพรก็ยังคงคิดช่วงชิงอาชากลับมาเป็นของเธอทุกลมหายใจ อาชากับเคลียยังมีหัวใจให้กัน ภายใต้ความรู้สึกขัดแย้งของเคลีย และความคิดว่าเป็นไปไม่ได้ ในขณะที่สดมภ์ก็ยังคงหาทางขัดขวางความสุขของรำพร และทำทุกอย่างให้รำพรเกลียดชังเขามากขึ้น โดยลืมถามตัวเองว่า ทำไมจึงยังต้องทำอย่างนั้น สุดท้าย ความรักที่วนเวียนในป่ากามเทพนี้จะลงเอยอย่างไร จะมีใครสักคนไหมที่มีโอกาสได้มีความสุขอย่างแท้จริงกับความรักครั้งนี้ ติดตามใน ป่ากามเทพ ตอนแรกวันจันทร์ที่ 23 มกราคม 2560 เวลา 20.00 น. ทางช่อง GMM25 ละคร เพลิงกฤษณา ป่ากามเทพ รายชื่อนักแสดง เพลิงกฤษณา ป่ากามเทพ ปิยธิดา มิตรธีรโรจน์ รับบทเป็น รำพรวิลลี่ แมคอินทอช รับบทเป็น สดมภ์ อภิญญา สกุลเจริญสุข รับบทเป็น เคลียนิธิดล ป้อมสุวรรณ รับบทเป็น อาชาโกเมน เรืองกิจรัตนกุล รับบทเป็น หมอโอภาส ณภัทร บรรจงจิตไพศาล รับบทเป็น วาสนาพิจิตตรา สิริเวชชะพันธ์ รับบทเป็น ผกาแก้วปรียาดา สิทธาไชย รับบทเป็น พุชชี่กิตติพงศ์ ตันติชินานนท์ รับบทเป็น โสภณ ธนกร กุลจรัสสมบัติ รับบทเป็น จ้อย (น้องผกาแก้ว) ละคร เพลิงกฤษณา ป่ากามเทพ ละคร เพลิงกฤษณา ป่ากามเทพ ละคร เพลิงกฤษณา ป่ากามเทพ

ฟาดเคราะห์ส่งท้ายปี!! พิมพ์มาดา ข้อเท้าพลิกจนต้องเข้าเฝือก
พิม พิมพ์มาดา /  ข่าว พิมพ์มาดา / 

  เรียกว่าฟาดเคาะห์ส่งท้ายปีกันเลยทีเดียวสำหรับนักร้อง-นักแสดงสาว พิม พิมพ์มาดา ที่ล่าสุดได้โพสต์ภาพขณะนั่งรถเข็นโดยมีการเข้าเฝือกที่ข้อเท้า คู่กับไฮโซคิด คณชัย เบญจรงคกุล ที่ปิดตาข้างหนึ่ง พร้อมกับระบุข้อความในอินสตาแกรมส่วนตัวว่า   “เที่ยวปีใหม่กันด้วยความระมัดระวังนะคะ ดูแลตัวเองกันดีๆน๊า เรา2คนฟาดเคราะห์แทนเรียบร้อย #คนนึงตาอักเสบ#คนนึงขาพลิก #โว๊ะ”   ทั้งนี้ พิมพ์มาดา ได้เกิดเหตุข้อเท้าพลิกตั้งแต่ก่อนที่จะมีการขึ้นแสดงคอนเสิร์ต เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.59 ที่ผ่านมา แต่เธอก็มีสปิริตในการแสดงโดยไม่ได้ออกอาการว่าได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ซึ่งพอเห็นภาพที่ สาวพิม ได้โพสต์เช่นนี้แล้วทำเอาแฟนคลับต่างตกอกตกใจกันยกใหญ่ ต่างเข้าไปคอมเม้นท์ให้กำลังใจกันอย่างล้นหลาม!! ขอบคุณภาพจาก IG pimmada, itsmewaan              

ละครเมียหลวง 2016 , เรื่องย่อเมียหลวง 2016
เมียหลวง 2016 /  ละครช่อง3 เมียหลวง

เมียหลวง ละครช่อง 3 บทประพันธ์โดย : กฤษณา อโศกสินกำกับการแสดงโดย : อนุวัฒน์ ถนอมรอด ผลิตโดย : บริษัท ดี วัน ทีวี จำกัดออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครเมียหลวง ถูกนำมารีเมคหลายต่อหลายครั้ง แซ่บแรงทุกเวอร์ชั่น เมียหลวง 2016 ช่อง3 นำทีมโดย จุ๋ย วรัทยา, คริส หอวัง , มาร์ท กฤษฎา เมียหลวง เวอร์ชั่น2016 ใครเล่นเป็นใครบ้าง เช็คเลย! แซ่บแน่นอน เมียหลวงเริ่มออกอากาศตอนแรก... เมียหลวง2016 เรื่องย่อละคร เมียหลวง2016 ช่อง3 ดร.วิกันดา พันธ์ภากรและดร.อนิรุทธิ์ ศัลวิทย์ เป็นคู่สามีภรรยาที่ใครๆก็ต่างอิจฉาในความเพียบพร้อมทั้งด้านการงาน เงินทอง และความรู้ วิกันดามีเพื่อนสาวซึ่งแต่งงานแล้วทั้งสองคือ อนงค์นารถที่เบื่อการกระทำของสามีสุดๆเพราะเขาชอบอ่านหนังสือมากเกินไป ส่วนฉวีเพ็ญแม้ว่าใบหน้าจะยิ้มระรื่น แต่ความในใจนั้นทุกข์ตรมเพราะสามีเสพติดการพนัน ทั้งนี้วิกันดาและอนิรุทธิ์มีลูกด้วยกันสองคนคือโหน่ง ลูกชายคนโตกับนุ่นลูกสาวคนเล็ก ซึ่งฉวีเพ็ญเห็นว่าอนิรุทธิ์อยู่กับผู้หญิงที่ภัตตตาคาร วิกันดาจึงเค้นความจริงจากเขาแต่อนิรุทธิ์ฉลาดพูดบอกว่าเขารักวิกันดาคนเดียวเท่านั้น ผู้หญิงคนอื่นเป็นเพียงทางผ่าน อนิรุทธิ์นั้นลื่นไหลยิ่งกว่าอะไรวิกันดาจึงตามเล่ห์เหลี่ยมผู้ชายเจ้าชู้คนนี้ไม่ทัน แต่แล้วนงคราญมาหา และบอกวิกันดาว่าเธอท้องกับอนิรุทธิ์ ชายหนุ่มปฏิเสธว่าไม่ใช่ลูกของเขาและแอบให้เงินนงคราญ พร้อมบอกว่าไม่ต้องมายุ่งกับชีวิตเขา นงคราญจึงหายไป วิกันดาจึงเริ่มที่จะชินชากับพฤติกรรมของสามีตัวเอง และแล้วในวันหนึ่งนวลได้มาทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็กชั่วคราวแทนอ้อมซึ่งกลับบ้านต่างจังหวัด อนิรุทธิ์ให้ความสนใจในตัวนวล วิกันดารู้แต่พยายามที่จะนิ่งเฉย อนงค์นารถเตือนให้เพื่อนระวังนวลด้วย เพราะไม่น่าไว้ใจ อนิรุทธิ์กลับบ้านเร็วมากขึ้นและมักจะไปเล่นกับลูกและนวล ในวันหนึ่งวิกันดาได้เข้าไปในห้องลูกและพบว่ามีสร้อยของนวลตกอยู่ไม่มีใครยอมรับ วิกันดาก็ไม่ได้มีปากมีเสียงแต่อย่างใด นวลเริ่มดูดีมากยิ่งขึ้นเพราะนอกจากเงินเดือนแล้วเธอยังได้เงินพิเศษจากอนิรุทธิ์ แม้ว่านวลจะขึ้นเสียงกับวิกันดาในบางครั้ง แต่ก็ต้องสงบเสงี่ยมตัวเองไว้เพราะอนิรุทธิ์ไม่สนใจและคิดว่าวิกันดาสามารถไล่นวลออกเมื่อไหร่ก็ได้ ทีมวิกานดา เมียหลวง 2560 น้องสาวของถารที่ชื่ออรอินทร์ กลับมาจากเมืองนอกหลังจากเรียนจบ เธอหย่ากับสามีชื่อเจนจบ ซึ่งอรอินทร์ทนไม่ได้กับสังคมในการอยู่บ้านของคนจีน ทั้งสองมีลูกด้วยกันชื่อนิ่ม อนิรุทธิ์ได้ไปรับอรอินทร์ ทั้งสองรู้สึกได้ว่าถูกใจกันอย่างมาก ทำให้วิกันดาเริ่มระแวงขึ้นมา ในวันเกิดของอนิรุทธิ์ อรอินทร์ก็ไปร่วมงานด้วย การแสดงออกของอรอินทร์ทำให้เพื่อนของวิกันดาไม่ชอบ และวิกันดาก็ระแวงมากขึ้นเพราะอรอินทร์ต่างจากผู้หญิงคนอื่นของอนิรุทธิ์ แม้วิกันดาจะขอให้สามีไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับอรอินทร์มากเกินไป แต่อนรุทธิ์ก็บอกว่าอรอินทร์เป็นเพียงของเล่นเท่านั้น หลังจากนั้นอรอินทร์มักทำตัวสนิทสนมกับอนิรุทธิ์มากยิ่งขึ้นและมาเยี่ยมวิกันดาที่บ้านบ่อยๆ แม้ต่อหน้าจะมีมารยาทกับอนิรุทธิ์เมื่อวิกันดาอยู่ด้วย แต่ลับหลังก็ไม่รู้ว่าเป็นเช่นไร วิกันดาถึงกับตัดพ้อว่าอยากเป็นเมียน้อยเพราะจะได้ไม่ต้องแบกรับเรื่องทุกข์ใจ เช่นเดียวกันกับเจนจบที่ไปมาหาสู่วิกันดาบ่อยๆ อนิรุทธิ์เริ่มระแวงและคิดว่าวิกันดาคงอยากจะปั่นหัวเขา ทีมอนิรุทธิ์ ละครเมียหลวง อรอินทร์ เมียหลวง ในคืนหนึ่งที่มีปาร์ตี้ วิกันดาอยากยั่วความหึงหวงไปตัวสามีจึงดื่มเหล้าและเต้นกับเจนจบ แต่ละอายใจตัวเองทำไม่ได้อนิรุทธิ์จึงไปส่ง และพบว่ากลับมาตอนเช้าพร้อมกับอรอินทร์ วิกันดาเสียใจแต่ไม่พูดออกมา ในขณะที่ขับรถจะไปซื้อของวิกันดาและอนิรุทธิ์ทะเลาะกันอย่างรุนแรง วิกันดาคุมอารมณ์ไม่อยู่จึงขอตัวกลับโดยอ้างว่าปวดท้อง วิกันดาจึงไปปรับทุกข์กับฉวีเพ็ญจนพอใจและกลับมาพบว่าเจนจบมาหา เขาได้พูดคำเสียดสีจนทำให้อรอินทร์เจ็บใจ วิกันดาทะเลาะกับอนิรุทธิ์อยู่เรื่อยๆ นวลเป็นเดือดเป็นร้อนแทนวิกันดา เพราะเธอรู้จุดประสงค์ของอรอินทร์ดี อนิรุทธิ์เบื่อนวลและอรอินทร์ที่ทะเลาะกันจึงขับรถหนีไป เจนจบเสียใจมากที่อรอินทร์สอนให้ลูกรังเกียจคนจีนในครอบครัวของเขา ในขณะที่อรอินทร์ขอจัดงานวันเกิดให้ลูกตัวเองที่บ้านวิกันดา แต่ไม่ได้รับอนุญาตจากทั้งสองสามีภรรยา ทำให้เธอเจ็บใจเป็นอย่างมาก ซึ่งวิกันดาเห็นอรอินทร์และอนิรุทธิ์กอดจูบกัน ด้วยความโกรธจัดเธอห้ามทั้งสองคนไม่ให้ไปนอนบนบ้าน ทั้งสองจึงออกไปข้างนอกและอรอินทร์ได้โทรมาเยาะเย้ย วิกันดาเป็นลมจนนวลต้องเข้ามาช่วย อนิรุทธิ์ยืนยันว่าเขาไม่ได้ทำอะไรเกินเลยแต่วิกันดาไม่เชื่อ แต่แล้วอรอินทร์ปั่นหัวให้อนิรุทธิ์หึงหวงด้วยการทำความสนิมสนมกับวาทิน พ่อหม้ายเศรษฐีเนื้อหอม อนิรุทธิ์จึงไม่ชอบใจเป็นอย่างมาก อรอินทร์อยากตามสองสามีภรรยาไปญี่ปุ่นด้วย แต่วิกันดาไม่พอใจจึงขอเลิกกับอนิรุทธิ์อย่างเด็ดขาดในทางพฤตินัย เขาจึงต้องจำยอม ท่านผู้หญิงวิภารดีชวนไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยกันกับวิกันดาเพราะเห็นว่าสีหน้าเธอไม่ค่อยมีความสุขมากนัก วิกันดาไม่บอกเรื่องนี้กับใครนอกจากฉวีเพ็ญที่เธอฝากให้ดูแลลูกไว้ วิกันดาเริ่มนิ่งเฉยมากยิ่งขึ้นและหันมาเข้าหาพระพุทธศาสนา แม้ว่าอรอินทร์จะพยายามเยาะเย้ยที่เริ่มแย่งชิงอนิรุทธิ์มาเป็นของตัวเอง อนิรุทธิ์จึงเริ่มแสดงออกกับอรอินทร์อย่างเปิดเผย เพื่อนที่รู้ก็ตกใจที่ไม่สามารถช่วยอะไรวิกันดาได้เลย นักแสดงละคร เมียหลวง 2016 วิกันดา กับ อนิรุทธิ์ เมียหลวง ช่อง3 ละครเมียหลวง รายชื่อนักแสดงนำ กฤษฎา พรเวโรจน์ รับบท อนิรุทธิ์ วรัทยา นิลคูหา รับบท ดร.วิกานดาคริส หอวัง รับบท อรอินทร์ เอกพงศ์ จงเกษกรณ์ รับบท เจนจบ ชานนท์ อักระชาตะ รับบท เค็นคารีสา สปริงเก็ตต์ รับบท นุดี ปวรพัฒน์ จารุศักดิ์วีรกุล รับบท ยุทธการ วรรณปิยะ ออมสินนพกุล รับบท นวล พริมรตา เดชอุดม รับบท อนงค์นารถเวธกา ศิริวัฒนา รับบท ฉวีเพ็ญ อาภาศิริ นิติพน รับบท คุณหญิงแวววรรณทะนงศักดิ์ ศุภการ รับบท เถกิงเดชสุพรรษา เนื่องภิรมย์ รับบท ท่านผู้หญิงวิภารดีกฤษณ์ ไตรรัตน์ รับบท สีหเดช ธัญนพ ตระกูลโชคดี รับบท พลเวทย์ พรหมภัสสร เจียมสกุลศักดิ์ รับบท นงคราญณัฐพัชร์ นิมจิรวัฒน์ รับบท โหน่งเปมิกา วรรณสนธยา รับบท นุ่น เอมิลี่ เจนโจนส์ รับบท นิ่ม เรื่องราว ตอบจบละครเมียหลวง จะเป็นอย่างไร ใครทีมใคร ทีมหลวง, ทีมเมียน้อย, ทีมวิกันดา ,ทีมอรอินทร์ ,ทีมอนิรุทธิ์ รอเชียร์ให้กำลังใจนักแสดงเมียหลวงได้ ละครเมียหลวง เตรียมออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 !!!! >> ดูย้อนหลัง ละครเมียหลวง << ละครเมียหลวง2560

ก่อนชม 'ดาวคะนอง' ย้อนดู ‘เจ้านกกระจอก’ บทบันทึกเชิงสัญลักษณ์ในหนังไทยของ ใหม่-อโนชา
ดาวคะนอง /  อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล / 

ในวาระที่ 'ดาวคะนอง' ผลงานหนังยาวเรื่องที่สองของผู้กำกับ ใหม่-อโนชา สุวิชากรณ์พงศ์ จะเข้าฉายในบ้านเราอย่างเป็นทางการวันแรก (8 ธ.ค. 2559) ย้อนไปเมื่อ 6 ปีก่อน อโนชานำหนังเรื่องแรกของเธอเข้าฉายในบ้านเรา และ ‘เจ้านกกระจอก’ ก็กลายเป็นหนังไทยที่ถูกพูดถึงอย่างมาก ในแง่ของการใช้สัญลักษณ์เพื่อเล่าเรื่อง ซึ่งยังคงเป็นสิ่งที่อโนชานำใช้ในหนังเรื่องล่าสุดของเธอเช่นกัน เราจึงขอหยิบเอาบทความจากคอลัมน์คลาสสิคในนิตยสาร BIOSCOPE "symbolic corner อ่านหนังระหว่างบรรทัด" ที่ ไกรวุฒิ จุลพงศธร ได้เขียนถึง ‘เจ้านกกระจอก’ ถึงการเล่าเรื่องเชิงสัญลักษณ์เพื่อสื่อสารกับผู้ชม ก่อนที่จะไปชมผลงานล่าสุดของเธอกันในสัปดาห์นี้ **เช็ครอบฉายและข่าวสารของหนัง 'ดาวคะนอง' ได้ที่ www.facebook.com/daokhanongmovie ‘เจ้านกกระจอก’ กับขบวนการเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ในหนังไทย (แบบไม่ได้นัดหมาย) โดย ไกรวุฒิ จุลพงศธร **ตีพิมพ์ครั้งแรกใน "symbolic corner อ่านหนังระหว่างบรรทัด" นิตยสาร BIOSCOPE ฉบับ 105 / สิงหาคม 2553 ช่วงเวลาไม่กี่เดือนที่ผ่านมาช่างแตกต่างราวกับฟ้าและเหวกับช่วงที่ผมเริ่มต้นเขียนคอลัมน์นี้ เมื่อ 8 ปีก่อนผมเป็นเพียงเด็กวัยรุ่นที่เพิ่งเรียนจบโฆษณาแต่ดันชื่นชอบการตีความสัญลักษณ์ใน หนังที่เรียนรู้จากพ็อคเกตบุ๊ครวมบทวิจารณ์ของ สิทธิรักษ์ ตุลาพิทักษ์, มโนธรรม เทียมเทียบรัตน์ และ ประชา สุวีรานนท์ ซึ่งได้กลายเป็นครูอย่างไม่เป็นทางการของผม ในโลกของผม ณ ช่วงเวลาดังกล่าว "สัญลักษณ์มีแต่ในหนังเท่านั้น" (แน่นอนครับว่ามันมีที่อื่นๆ ด้วย แต่ผมเลือกที่จะไม่สนใจมันเอง) 8 ปีผ่านไปมีอะไรเกิดขึ้นมากมายกับชีวิต และสัญลักษณ์ไม่ได้อยู่แค่ในหนังอีกต่อไป แต่สัญลักษณ์อยู่กลางถนน และมิใช่ผม คนเดียวที่ตระหนัก เพราะดูเหมือนสังคม ‘ทุกฝ่าย’ ค่อยๆ เรียนรู้ว่าการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์เป็นการต่อสู้ที่สำคัญที่สุดในวินาทีนี้ (ดูอย่างกรณีที่คนเสื้อแดงพยายามจะไปพันผ้าสีแดงที่ป้ายถนนราชประสงค์, ต่อมาก็มีกำลังตำรวจจำนวนมากมาเฝ้าป้ายดังกล่าว, และหนักข้อขึ้นไปอีกเมื่อป้ายดังกล่าวได้ถูกเจ้าหน้าที่ถอดทิ้งไปเลย, ลงท้ายด้วยเอาป้ายมาติดตั้งใหม่พร้อมคำอธิบายว่านำป้ายไปทำความสะอาดเนื่องจากมีคนมาฉีดสีพ่นทับตัวอักษร) สังคมค่อยๆ เรียนรู้ (ผมหวังอย่างนั้น) ว่าการต่อสู้ด้วยพละกำลังหรือการต่อสู้แบบ ถอนรากถอนโคนซึ่งมักมากับกระบวนทัศน์ ‘สงครามครั้งสุดท้าย’ นั้นไม่มีอยู่จริง สงครามไม่มีวันจบลงง่ายๆ ยุทธศาสตร์ต่อไปคือการต่อสู้อย่างต่อเนื่องและยืดยาว การช่วงชิงความหมายเชิงสัญลักษณ์จึงกลายเป็นสมรภูมิอย่าง ไม่เป็นทางการ นักสัญศาสตร์จึงกลายเป็นบุคคลสำคัญของสังคม เพราะพวกเขามีหน้าที่คุ้ยเขี่ย กัดเซาะ สร้าง และตีความสัญลักษณ์ต่างๆ เพื่อ ‘ทำลาย’ หรือ ‘ตอกย้ำ’ วาทกรรมที่แต่ละฝ่ายผลิตขึ้นมา คนทำหนังอิสระทั้งหมดมิได้จงใจทำหนังการเมืองล้วนๆ แต่มันเป็น ‘หนังส่วนตัว’ ที่มีประเด็นการเมืองหลอมรวมอยู่กับประเด็นส่วนตัวอื่นๆ สิ่งที่พัวพันกับการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ในขณะนี้ก็คือการช่วงชิง ‘พื้นที่’ ‘เวลา’ และ ‘ความทรงจำ’ ดูตัวอย่างจากการพันผ้าแดงที่ป้ายราชประสงค์ แม้จะเป็นพื้นที่ไม่กี่ตารางเมตร แต่ก็มีความหมายเชิงสัญลักษณ์สุดทรงพลัง เพราะมันเป็นการแย่งชิงพื้นที่ ความทรงจำและการรับรู้ของสังคม ในขณะที่ฝ่ายหนึ่งพยายามจะ ‘ลบเลือน’ ความทรงจำนี้ทิ้งไป อีกฝ่ายก็พยายามจะ ‘ย้ำเตือน’ มิให้ความทรงจำจางหาย แน่นอนว่าการต่อสู้นี้ขึ้นอยู่กับบริบทเวลา หากมิได้ต่อสู้อย่างต่อเนื่อง สุดท้ายความทรงจำดังกล่าวก็จะบิดเบือน และหลุดหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ และกลายเป็น "ความทรงจำส่วนบุคคล" หรือของคนกลุ่มย่อยๆ ไปแทน นอกจาก พื้นที่ เวลา และความทรงจำ จะเป็นองค์ประกอบสำคัญของการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ในขณะนี้แล้ว มันยังเป็นองค์ประกอบขั้นพื้นฐานของศิลปะภาพยนตร์อีกด้วย หากเมื่อ 8 ปีก่อนผมตื่นเต้นกับงานของคนทำหนังอย่าง วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง, นนทรีย์ นิมิบุตร และ เป็นเอก รัตนเรือง ที่ทำให้เกิดการบูมของหนังไทยร่วมสมัยในช่วงเวลานี้ผมก็ตื่นเต้นกับกลุ่มคนทำหนังบนดินและใต้ดิน –ไม่ว่าจะมีแนวคิดทางการเมืองแบบใดก็ตาม- แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาพยายามโต้ตอบกับสังคมด้วยการสร้างงานที่เล่นกับพื้นที่ เวลา และ ความทรงจำ ผ่านระบบสัญลักษณ์ที่งัดข้อก่อกวนกับวาทกรรมหลัก ผมกำลังหมายถึงหนังอิสระอย่าง ‘ลุงบุญมีระลึกชาติ’ ของ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล, ‘บริเวณนี้อยู่ภายใต้การกักกัน’ และ ‘จุติ’ ของ ธัญสก พันสิทธิวรกุล, ‘เจ้านกกระจอก’ ของ อโนชา สุวิชากรณ์พงศ์ ไปจนถึงหนังสั้นของ ปราปต์ บุนปาน, เฉลิมเกียรติ แซ่หย่อง หรืองานในอนาคต (แน่นอนว่าผมยังไม่ได้ดู แต่มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเล่นกับการเปรียบเปรยเชิงการเมือง) ทั้ง ‘เชคสเปียร์ต้องตาย’ ของ สมานรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์, ‘The Dog ชิงหมาเกิด’ ของ พงษ์พัฒน์ วชิระบรรจง และ ‘14’ ของ ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล แน่นอนว่าคนเหล่านี้ไม่ได้นัดกัน และไม่ได้มีอุดมการณ์ การเมืองเดียวกัน แต่การปรากฏของผลงานเหล่านี้ใน ช่วงเวลาไล่เลี่ยกันก็เป็นขบวนการหนังสัญลักษณ์ที่น่าจับตาอย่างยิ่ง (**อัพเดต จนถึงปัจจุบัน ‘14’ ยังไม่ได้ถูกผลิตขึ้น ส่วนอย่างที่ทราบกันคือ ‘เชคสเปียร์ต้องตาย’ กลายเป็นหนังที่โดนแบนในบ้านเราไป) หน้าที่หนักของนักวิจารณ์ ก็คือการเขียนตีความสิ่งเหล่านี้โดยแย้มพรายความหมายระหว่างบรรทัดออกมาเท่าที่จะทำได้ นี่คือสิ่งที่นักวิจารณ์ต้องทำ เพราะถ้าไม่ทำ สุดท้ายแล้วระบบสัญลักษณ์ที่เนรมิตกันมาก็จะ ‘ฝ่อ’ ไป เพราะขาดการขยายความ คนทำหนังรุ่น เพิ่มพล เชยอรุณ หรืองานยุครุ่งเรืองของ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล มุ่งสะท้อนสังคมด้วยการตีแผ่อย่างตรงไปตรงมาหรือมีสัญลักษณ์ที่โดดเด่นเห็นชัด แต่ขบวนการหนังบนดินและใต้ดินยุคปัจจุบัน (แบบไม่ได้นัดหมาย) มิได้เดินบนเส้นทางนั้น หากไม่นับงานของพงษ์พัฒน์และชูเกียรติ (ซึ่งผมยังไม่ได้ดู) คนทำหนังที่เหลือซึ่งเป็น คนทำหนังอิสระทั้งหมดมิได้จงใจทำหนังการเมืองล้วนๆ แต่มันเป็น ‘หนังส่วนตัว’ ที่มีประเด็นการเมืองหลอมรวมอยู่กับประเด็นส่วนตัวอื่นๆ นำเสนอผ่านสุนทรียะเฉพาะตัวและระบบสัญลักษณ์ที่แนบเนียนและแพรวพราวเกินกว่ายุคของเพิ่มพลไปแล้ว ซึ่งต้องอาศัยพื้นฐานความ เข้าใจและการสั่งสมสุนทรียะของภาพยนตร์โลกร่วมสมัยในระดับหนึ่ง มันจึงเป็นเรื่องง่ายที่คนทำหนังกลุ่มนี้จะถูกป้ายข้อหาจากคนดูว่า “ดูไม่รู้เรื่อง” หรือ “เข้าใจยาก” แต่ขณะเดียวกัน ภายใต้สังคมไทยอันแสนเคร่งครัดในยุคสมัยของการจำกัดจำเขี่ยทางความคิดเห็น การ ‘ดูไม่รู้เรื่อง’ และ ‘เข้าใจยาก’ ก็กลับกลายเป็นเกราะป้องกันตัวผู้สร้างเอง พวกเขาจึงสามารถสร้างงานที่ ‘เตะเฉียด’ ประเด็นอ่อนไหวต่างๆ ผ่านเนื้องานและสัญลักษณ์ที่แนบเนียนหรือแปลกพิศวงได้ เช่น หากอภิชาติพงศ์สร้างหนังเกี่ยวกับวันเสียงปืนแตกโดยตรงก็คงโดนแบน แต่การสร้างโดยผสมสุนทรียะของหนังส่วนตัวและเนื้อหาการเมืองเชิงสัญลักษณ์แยบยลก็ทำให้หนังออกสู่สังคมได้ (ในกรณีของอภิชาติพงศ์และอโนชานั้น ความพิศวงของสัญลักษณ์ยังกลายเป็น ‘ปริศนา’ และ ‘ความลึกลับ’ ที่ทำให้คอหนังศิลปะในต่างชาติอ่านงานของพวกเขาในความหมายอื่นๆ ได้อีกด้วย) กลายเป็นว่าในพื้นที่เล็กๆ อย่างหนังอิสระ กลับมีระดับเพดานการแสดงความคิดเห็นที่สูงกว่าปกติ ทว่าพื้นที่ดังกล่าวก็เล็ก เล็กมาก หรือเล็กที่สุดจนแทบจะไม่มีเสียงเล็ดรอดออกไปให้เกิดการพูดคุยในวงกว้าง นักวิจารณ์และนักดูภาพยนตร์ (cinephile) คือฟันเฟืองที่เข้ามามีบทบาทในจุดนี้ แต่ลำพังนักวิจารณ์เองก็ทำงานได้ไม่มีประสิทธิผล ตั้งแต่ติดอยู่ในระบบ มีพื้นความรู้ที่ทำให้อ่านงานเหล่านี้ไม่ขาดพอ รวมถึงต่อให้อ่านได้แต่จะเขียนได้ชัดเจนมากขนาดไหน หน้าที่หนักของนักวิจารณ์ ก็คือการเขียนตีความสิ่งเหล่านี้โดยแย้มพรายความหมายระหว่างบรรทัดออกมาเท่าที่จะทำได้ นี่คือสิ่งที่นักวิจารณ์ต้องทำ เพราะถ้าไม่ทำ สุดท้ายแล้วระบบสัญลักษณ์ที่เนรมิตกันมาก็จะ ‘ฝ่อ’ ไป เพราะขาดการขยายความ ‘เจ้านกกระจอก’ เป็นตัวอย่างชั้นดีของสิ่งที่ผมได้พูดไป อโนชาและ ลี ชาตะเมธีกุล (มือตัดต่อ) จงใจก่อกวนพื้นที่ เวลา และ ความทรงจำด้วยการเล่าหนังโดยไม่เรียงลำดับเวลา (เหมือนหนังเรื่อง 21 Grams) เมื่อผนวกกับชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ (Mundane History) ก็คลับคล้ายท่วงท่าปรัชญาแบบพังค์ๆ ที่โจมตีประวัติศาสตร์ทางการที่เล่าเรื่องแบบเรียงตามลำดับเวลา (หรืออำนาจแนวดิ่ง) และให้คุณค่ากับประวัติศาสตร์ส่วนบุคคลที่มาในรูปแบบของความทรงจำที่ย่อมวูบวาบ ไม่เรียงลำดับก่อนหลัง (หรืออำนาจแนวระนาบ) ‘เจ้านกกระจอก’ เป็นการบันทึก ‘ห้วงอารมณ์’ ของพ.ศ.นี้อย่างทันท่วงทีก่อนที่ห้วงอารมณ์นี้จะแปรเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น หนังมิได้เปรียบเปรยอย่างงดงามเท่านั้น แต่ยังล้ำลึกด้วย เมื่อพ่วงเอาเรื่องของอารยธรรม ธรรมมะ และวิทยาศาสตร์มาอธิบาย เราอ่านหนังได้อย่างน้อยสองระดับ ระดับแรกคือเชื่อไปตามเรื่องว่ามันเป็นเรื่องของบุรุษพยาบาลที่ต้องเข้ามาดูแลเด็กหนุ่มพิการ ลูกผู้ดีเก่าที่ไม่ลงรอยกับพ่อผู้แสนดี เขาถูกแวดล้อมไปด้วยแม่บ้านและคนใช้ แล้วความสัมพันธ์ของบุรุษพยาบาลและเด็กหนุ่มจากที่ตึงเครียด ก็ค่อยๆ อ่อนลงและกลายเป็นความอ่อนโยนระหว่างสองมนุษย์ ระดับที่สองคือการตั้งคำถามว่า ทั้งหมดนี้คืออุปลักษณ์ (metaphor) ของสังคมไทยในยุคพ.ศ.นี้ นี่คือสังคมไทยที่ในอดีตเคยรุ่งเรืองและงามงด (จากสภาพบ้านที่เป็นผู้ดีเก่า, คำอธิบายว่าคุณพ่อเป็นคนแสนดี) แต่ปัจจุบันกลับเป็นสังคมที่รุนแรง เปลี่ยนแปลง และไร้อนาคต (เด็กหนุ่มพิการ, เอาแต่ใจ, อารมณ์เกรี้ยวกราด, รักษาไปก็เปล่าประโยชน์, ไม่สามารถสืบพันธุ์ได้) และมันก็ยังเป็นสังคมที่เต็มไปด้วยชนชั้น (มีการแบ่งการกินข้าวอย่างชัดเจน เจ้านายกินชั้นบน บ่าวไพร่กินชั้นล่าง แถมยังมีบ่าวไพร่ที่ทำตัวประหนึ่งเจ้านาย หรืออาจมีอะไรกับเจ้านายด้วยซ้ำ) ผมไม่ได้บอกว่าสังคมไทยไร้ความหวัง หรือคนทำหนังเรื่องนี้จะบอกว่า สังคมไทยสิ้นหวัง แต่หนังเรื่องนี้เป็นการบันทึก ‘ห้วงอารมณ์’ ของพ.ศ.นี้ อย่างทันท่วงทีก่อนที่ห้วงอารมณ์นี้จะแปรเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น หนังมิได้เปรียบเปรยอย่างงดงามเท่านั้น แต่ยังล้ำลึกด้วยเมื่อพ่วงเอาเรื่องของอารยธรรม ธรรมะ และวิทยาศาสตร์มาอธิบาย หนังพูด ถึงอารยธรรมในฉากเดินดูรูปจำลองของอารยธรรมต่างๆ (ซึ่งรุ่งโรจน์และ มอดม้วยไปแล้ว) ในท้องฟ้าจำลอง และยังพูดถึงพุทธธรรมผ่านตัวคนใช้ที่สบถขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยว่า “สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม” ในแง่วิทยาศาสตร์มีการอธิบายเรื่องจุดจบของดาว อโนชาลากให้ทุกอย่างมารวมกัน เหมือนกับภาพโปสเตอร์หนังที่เหมือนรูปปริศนา มันเป็นทั้งดวงตา ของเด็กหนุ่มผู้พิการไร้ความหวัง เป็นทั้งดาวฤกษ์สุกสว่างที่กำลังจะแตกดับ และเป็นทั้งดวงตาของคนทำหนังที่จับจ้องความล่มสลายของยุคสมัย อารยธรรมมีวันสิ้นสุด เกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องสามัญ และหากดาวอันใหญ่ยักษ์ยังมีวันดับได้ นับประสาอะไรกับอารยธรรม, ประเทศชาติ, คนรุ่นหนึ่ง, มนุษย์ที่ยิ่งใหญ่หรือต่ำต้อยเพียงใด หรือแม้กระทั่งเซลล์อณูหนึ่ง ก็ต้องมีวันดับสิ้นไปทั้งนั้น แต่เมื่อมีวันดับสิ้น ก็มีวันกำเนิดใหม่ และหลังจากประวัติศาสตร์ของโลก / อารยธรรม / ประเทศ / ครอบครัว ที่ผ่านมาถูกเดินหน้าด้วยบุรุษเพศ ผู้กำกับเพศหญิงที่เล่าสงครามระหว่างเพศชายมาเกือบ 80 นาทีได้แย้มนัยว่า บทใหม่ของประวัติศาสตร์จะเริ่มด้วยสตรีเพศเสียที ... ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

ละครนักบุญทรงกลด , เรื่องย่อนักบุญทรงกลด
ละคร นักบุญทรงกลด /  ละคร นักบุญทรงกลด ช่อง7 / 

บทประพันธ์โดย : เพชร สถาบันบทโทรทัศน์โดย : ภูมิแผ่นดินกำกับการแสดงโดย : ชัยวุฒิ เทพวงษ์ผลิตโดย : บริษัท คนทีวี (ไทยแลนด์) จำกัด เรื่องย่อละคร นักบุญทรงกลด นักบุญ ทรงกลด ทหารรับจ้างรบสงครามเวียดนามมีนัดเจอกับ เฉ่า แซ่ฉ่อย เพื่อนรักที่บาร์แห่งหนึ่ง แต่ดันไปมีเรื่องกับทหารอเมริกัน แล้วถูกกล่าวหาว่าเป็นคนฆ่าทหารอเมริกันตาย ทั้งนักบุญและเฉ่า ต้องพากันหนีการไล่ล่าอย่างหัวชุกหัวชุน ทั้งคู่คลาดกันที่สถานีรถไฟ เฉ่าถูกควบคุมตัวไว้ได้ในขณะที่นักบุญถูกล้อมจับบนรถไฟจนต้องหนีเอาตัวรอดด้วยการโดดออกจากโบกี้รถไฟลงแม่น้ำหลวงพ่อจันเป็นคนช่วยนักบุญไว้ นักบุญเล่าความฝันของเขาให้หลวงตาฟัง หลวงพ่อซึ่งรู้ถึงวาระจิตของนักบุญ บอกว่าถึงเวลาที่นักบุญจะต้องสร้างกรรมดีเพื่อประเทศชาติแล้ว ยิ่งสร้างความงุนงงแก่นักบุญ หลวงตาจนจึงมอบสร้อยที่ห้อย แพนดูลั่ม ให้และสั่งให้นักบุญเดนิทางไปที่ จ.ระนอง ละคร นักบุญทรงกลด นายทรงศักดิ์ จัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ในคฤหาสน์ของเขา เพื่อต้อนรับ เทียบหอม ลูกสาวคนเดียวของเขาที่สำเร็จการศึกษา สาขาวิศวกรรมเหมือนแร่ เทียนหอมจะมาช่วยธุรกิจครอบครัว และมีโครงการที่จะเดินทางไปสำรวจป่าไม้ และเหมืองแร่ที่ระนอง ระหว่างที่เดินทางไประนอง ในขณะที่รถทัวร์ของนักบุญโดนกลุ่มของเสือใบดักปล้น เสือใบเห็นรถของทรงศักดิ์จอดอยู่ ด้วยความถูกใจเทียนหอมเลยฉุดเอาตัวเทียนหอมขึ้นม้าไปนักบุญสะกดรอยตามไปช่วยเทียนหอมถึงชุมเสือใบ แล้วพากับหนีจนไฟพักในถ้ำแห่งหนึ่ง คืนนั้นเองเทียนหอมเปิดกระเป๋านักบุญเห็นหนังสือพิมพ์มีข่าวว่าประกาศจับคนร้ายชื่อนักบุญ เทียนหอมกลัวเลยวิ่งหนีออกไปจนไปตกหลุมดักสัตว์ของพรานสิงห์ และนักบุญก็ต้องตามไปช่วยขึ้นมาอีกครั้ง นายทรงศักดิ์กระวนกระวายใจมาก นอกจากเขาแจ้งตำรวจให้ตามหาลูกสาวเขาแล้ว เขายังจ้าง จินฟง เหมยฮัว และฟู่เฉิน ออกตามหาอีกด้วย เสือผาดจอมโจรไร้หน้า กำลังคิดการใหญ่ที่จะปล้นใครบางคนในตัวจังหวัดระนอง เขาต้องการสมัครพรรคพวกเพิ่ม นอกจาก เพลิงมือมีด และมิ่งมือตะขอ จึงบุกไปช่วยลูกน้องเก่าแหกคุกเพื่อต้องการลูกน้องเพิ่ม ในจำนวนนี้มีนักโทษประหารที่ชื่อเสือครุย เคราดก ลอบหนีออกมาด้วย และตามไปรับใช้เสือผาดที่ชุมเสือของเสือผาดที่เขาหัวโล้นและแห้งแล้ง ไม่มีใครเคยเห็นใบหน้าของเสือผาด เพราะเสือผาดสวมหน้ากากตลอดเวลาอีกทั้งยังเก็บตัวมิดชิดไม่ยุ่งกับใคร ละคร นักบุญทรงกลด นักบุญ กำลังจะพาเทียนหอมออกจากป่า แล้วมาเจอกับฟู่เฉิน จินฟง และเหมยฮัว เกิดการต่อสู้กันนักบุญสู้ไม่ได้ และได้รับบาดเจ็บแต่หนีไปได้ จินพ่งแสดงตัวว่าเขาได้รับการว่าจ้างจากนายทรงศักดิ์ให้มาตามหาเทียนหอม เทียนหอมดีใจเป็นเพื่อนกับเหมยฮัว เดินทางมาถึงจังหวัดระนอง และต้องการเงินใช้ จึงเข้าไปต่อยมวยที่สนามมวยของกิตากาว่า เขาชกชนะเป็นที่ประทับใจของกิตากาว่า กิตากาว่ารับเฉ่าเป็นลูกน้องประจำ ซึ่งก็ต้องทำงานกับพวกของจินฟงด้วย ทั้งหมดวางแผนที่จะออกสำรวจป่า และเหมืองแร่ นายทรงศักดิ์อยากซื้อเหมืองแร่ของโมรี กิตากาว่ารับเป็นนายหน้าเจรจาให้ โมรีมีความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวกับเสือผาดแบบลับ ๆ ดังนั้นเธอจึงมีคนคุ้มครอง แม้แต่ตำรวจในสามจังหวัดใกล้เคียงยังไม่กล้ากับเธอ และมีเธอคนเดียวเท่านั้นที่ได้เห็นใบหน้าของเสือผาด ตอนนี้โมรีต้องการคนที่จะมาเป็นบอดี้การ์ด เสือผาดกำลังจัดหาให้ และให้โมรีมาเลือกเอาเอง กริช ไม่พอใจที่โมรีไปคบกับเสือผาด แต่ก็ต้องเก็บความรู้สึกเอาไว้เพราะไม่อยากมีเรื่องกับเสือผาด นักบุญหนีหัวชุกหัวชุนมาตามป่าแถวชายแดน แล้วมาพบกับจำโทน ตำรวจตะเวนชายแคน นักบุญบอกว่าเขาหนีคดีมาแล้วเล่าความจริงให้ฟัง จ่าโทนเข้าใจและเห็นว่านักบุญมีฝีมือ แทนที่จ่าโทนจะจับเขากลับแนะนำให้ไปที่ชุมเสือผาด โมรีเห็นนักบุญก็ถูกใจ จึงขอไว้เป็นลูกน้อง โดยทดสอบฝีมือด้วยการเอาไปต่อยมวยประชัน กับคนของมาดามหว่าหวา ก็คือ เฉ่า งานนี้ทำให้เพื่อนรักได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง ทั้งคู่ต่อยกันไม่มีใครยอมใคร พรานสิงห์บังเอิญไปพบกับจอมปลวกในป่า ซึ่งที่แท้คือศพของกุลีจีนที่ตายไปกว่าปีแล้ว ละคร นักบุญทรงกลด พรานสิงห์ตกใบเอามีดแซะดูและก็มีทองก้อน หลนลงมา พรานสิงห์เอาทองไปขาย เจ้าของร้านซื้อไว้และนำไปขายต่อให้ก็กิตากาว่า กิตากาว่าแปลกใจที่ทองก้อนนี้มีสัญลักษณ์รูปดอกซากุระเช่นเดียวกับทองอีกก้อนที่เขามี กิตากาว่าอยากเจอพรานสิงห์ พยายามให้คนไปพาตัวพรานสิงห์มา แต่สุดท้ายพรานสิงห์ก็ถูกเสือใบฆ่าชิงทองไป เสือใบเข้าไปทำงานในเมืองของโมรี ภายในเหมืองได้มีการขุดพบซากกระดูกโบราณ พร้อมด้วยกล่องไม้ นักบุญหยิบกล่องไม้ขึ้นมาดูแล้วรู้สึกได้ถึงความร้อนจากแพนดูลั่มที่ห้อยคอไว้ แต่กริชเอากล่องไปเก็บไว้เอง ทำให้นักบุญพลาดที่จะรู้ความลับของแพนดูลั่ม และกล่องไม้ หลังจากที่ข่าวทองแพร่สะพัดไป ทุกคนเริ่มแบนความคิดมาเป็นจุดเดียวคือเรื่องการค้นหาทองสมัยสงครามที่เชื่อว่า ญี่ปุ่นนำมาเก็บไว้ ภารกิจที่ยิ่งใหญ่ของนักบุญ ต้องข้ามผ่าน ความโลภ ความอาฆาต การต่อสู้แย่งชิงไปให้ได้ แต่ภายใต้ความกดดันต่าง ๆ ยังแฝงไว้ด้วยไมตรีที่กำลังงอกงามขึ้นมาทีละนิด ระหว่าง นักบุญ และเทียนหอม รวมถึงเฉ่า และเหมยฮัว ที่คล้าย ๆ จะเป็นไม้เบื่อไม้เมาแต่แท้จริงทั้งหมดมีความรู้สึกที่ดีให้แก่กัน ร่วมค้นหาไปพร้อม ๆ กับนักบุญ ทรงกลด ถึงปริศนาแพนดูลั่ม และกล่องไม้ ว่าจะมีความเกี่ยวข้องอะไรกับ นิมิตที่หลวงตาจันได้เคยเอ่ยไว้ว่านักบุญ ทรงกลด คือผู้ที่จะช่วยชาติ ติดตามชมละคร นักบุญทรงกลด ได้เร็ว ๆ นี้ ทางช่อง 7 สี รายชื่อนักแสดงนำในละคร นักบุญทรงกลด มิกค์ ทองระย้า รับบท นักบุญ ทรงกลดอัษฏาพร สิริวัฒน์ธนกุล รับบท เทียนหอม ธนากร ศรีบรรจง รับบท เฉ่า แซ่ฉ่อย ศรัณย่า ชุณหศาสตร์ รับบท เหมยฮัว อานัส ฬาพานิช รับบท เสือผาดปุณยาพร พูลพิพัฒน์ รับบท โมรี เดวิด อัศวนนท์ รับบท นายทรงศักดิ์พิพัฒน์พล โกมารทัต รับบท จินฟงพูลภัทร อัตถปัญญาพล รับบท ฟุ่เฉินไดสุเกะ สุกี้คาวา รับบท กิตากาวาพงศ์สิรี บรรลือวงศ์ รับบท เสือใบจิรพัชร์ อินทรสถิตย์ รับบท เสือครุย ปัญญาพล เดชสงค์ รับบท พันตำรวจตรี สมัย ละคร นักบุญทรงกลด ละคร นักบุญทรงกลด ละคร นักบุญทรงกลด ละคร นักบุญทรงกลด ละคร นักบุญทรงกลด ละคร นักบุญทรงกลด ละคร นักบุญทรงกลด ละคร นักบุญทรงกลด ละคร นักบุญทรงกลด ขอบคุณภาพจากIG#นักบุญทรงกลด

ละครคลื่นชีวิต , เรื่องย่อคลื่นชีวิต
คลื่นชีวิต /  ละครคลื่นชีวิต / 

ละครคลื่นชีวิต ละครช่อง3 คลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย : กรุง ญ ฉัตรกำกับการแสดงโดย : อำไพพร จิตต์ไม่งงผลิตโดย : บริษัท ละครไท จำกัดควบคุมการผลิตโดย : หทัยรัตน์ อมตวณิชย์ออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครคลื่นชีวิต ช่อง3 รายชื่อนักแสดงนำใน ละครคลื่นชีวิต ปริญ สุภารัตน์ รับบท สาธิต อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท จีราวัจน์ หลุยส์ สก๊อต รับบท ชยันต์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท ปียากุล ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท ดารากา มาสุ จรรยางค์กุลดี รับบท เจตต์ วันสิริ อ่องอำไพ รับบท เจนจิรา ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ รับบท สิทธา โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท พิม เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ รับบท สุกี้ ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับบท ลูกน้ำ พริมา พันธ์เจริญ รับบท ติวดี สันติสุข พรหมศิริ รับบท พัฒนะ ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท นวดี เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต ความสุขในวัยเด็ก คือสิ่งชโลมใจยามเรามีความทุกข์ เพราะเราจะได้รู้สึกว่า เราเคยผ่านความผาสุกในชีวิตมาแล้ว จีราวัจน์ (อุรัสยา เสปอร์บันต์) ดาราสาวที่เข้าวงการและมีชื่อเสียงด้วยฝีมือการแสดงและข่าวฉาวกับหนุ่มทั้งนอกและในวงการ รวมทั้งนิสัยพูดตรง ถ้าไม่ผิด ก็พร้อมกล้าท้าชนโดยไม่สนใจหน้าไหน จนโดนใครต่อใครตราหน้าว่าจีราวัจน์เป็นผู้หญิงแรง กร้านโลก และง่าย! แต่ใครจะกล่าวว่าเธอยังไง ไม่ทำให้จีราวัจน์เจ็บเท่ากับถูก คุณหญิงจริยา แม่แท้ ๆ ที่ไม่เคยดูแลเธอปล่อยเธอเติบโตตามมีตามเกิด เชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงใจแตก! แต่นั่นยังไม่ทำให้เธอหมดศรัทธากับคำว่า แม่ ของจริยา เท่ากับคืนที่จีราวัจน์โดน สิทธา (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) เจ้าของบริษัททอสังหาริมทรัพย์ สามีคนใหม่ของจริยา ผู้กระหายอำนาจ เงินทองและโลกีย์ สั่งลูกน้องวางยานอนหลับเพื่อหมายข่มขืนจีราวัจน์ แต่จีราวัจน์ก็หนีมาได้ และเมื่อจีราวัจน์บอกเรื่องนี้กับจริยาแทนที่จริยาจะเข้าข้างและปกป้องเธอ แต่จริยากลับเข้าข้างสิทธา จริยานั้นรู้สันดานของสิทธาดี แต่เธอยังทำอะไรสิทธาไมได้ เพราะสิทธาคือคนที่ให้เงิน และอำนาจกับเธอ สิทธาคือคนที่ทำให้ผู้หญิงไร้การศึกษา มีชีวิตอยู่ในสลัม ที่มีแค่ความสวยติดตัว จึงเร่ขายความสวยให้ความสำราญผู้ชาย เธอจึงได้โลดแล่นขึ้นมาเป็นคุณหญิงใจบุญเบอร์หนึ่งของสังคม ที่ใคร ๆ ต่อใครนับหน้าถือตา จริยารู้ดีว่าจีราวัจน์มองเธอเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัว ทะเยอทะยาน หน้าเงิน แต่ที่จริยาดิ้นรนถีบตัวเองขึ้นมาถึงตรงนี้ ก็เพื่อให้ชีวิตเธอ และจีราวัจน์สบาย แม้วันนี้จีราวัจน์เกลียดเธอ ...แต่จริยาเชื่อว่าวันหนึ่ง... จีราวัจน์ต้องเข้าใจ ละครคลื่นชีวิต ญาญ่า หมากปริญ สำหรับจีราวัจน์ ...สิ่งที่เธอต้องการ ไม่ใช่ชีวิตดีงามบนหน้าหนังสือพิมพ์อย่างที่จริยาต้องการ แต่สิ่งที่เธอต้องการคือความรัก ปมเดียวในหัวใจของจีราวัจน์ที่เธอโหยหาย แต่เธอไม่เคยได้ โดยเฉพาะวันที่เกิดเหตุการณ์นั้น ถึงแม้จีราวัจน์จะหนีจากเงื้อมมือสิทธามาได้ แต่เพราะฤทธิ์ยานอนหลับ ทำให้ระหว่างที่จีราวัจน์ขับรถหนีอย่างสุดชีวิต ต้องกลายเป็นฆาตกรโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อรถของจีราวัจน์ชนร่าง ติวดี (พริมา พันธ์เจริย) เต็ม ๆ จนติวดีไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในเวลาต่อมา!! แต่เพราะฤทธิ์ยานนอนหลับทำให้จีราวัจน์หลับและเบลอจนไม่รู้เรื่องติวดี ภายใต้การดูแลของ ดารากา (ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์) เพื่อนสินทตั้งแต่มัธยม ซึ่งเป็นคนเดียวที่จีราวัจน์ติดต่อพูดคุยด้วยตลอด พอจีราวัจน์กลับจากเมืองนอก จีราวัจน์จึงขอให้ดารากามาอยู่ด้วยกัน ดารากาเต็มใจอยู่กับ จีราวัจน์ เพราะความรัก และความสนิทที่ทั้งสองมีด้วยกันมาเกือบ 20 ปี ทำให้ดาราการู้ดีว่า จีราวัจน์หว้าเหว่ แสนเหงา ต้องการใครสักคนเป็นเพื่อน และกว่าจีราวัจน์จะรู้ว่าติวดีเสียชีวิต ก็หลังจากที่ฤทธิ์ยานอนหลับสร่าง เมื่อจีราวัจน์รู้สึกตัว คนกล้าทำกล้ารับอย่างเธอ พร้อมไปรับความผิดกับตำรวจ แต่มันสายเกินไป เพราะ สุกี้ (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ) นักปั้นดารามือทอง ผู้เป็นทั้งคนชักนำเธอเข้าวงการและเป็นผู้จัดการดูแลเธอ ได้จัดการส่งสเตฟาน คนขับรถคนสนิทประจำตัว รับสารภาพผิดกับตำรวจว่าเป็นคนขับรถชนติวดีแทนเธอ โดยสุกี้ยอมเสี่ยงโกหกกับสังคมเพื่อแลกกับอนาคตทางการแสดงของจีราวัจน์ที่กำลังรุ่งเรือง ละครคลื่นชีวิต สุกี้คิดว่าการให้สเตฟานรับผิดแทนจีราวัจน์ จะทำให้เรื่องทุกอย่างจบง่าย ๆ แต่สุกี้คิดผิด เมื่อระหว่างที่ติวดีโดนจีราวัจน์ขับรถชน ติวดีกำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับ สาธิต (ปริญ สุภารัตน์) แฟนหนุ่มผู้เป็นทนายตงฉิน เชื่อว่าใครทำผิดต้องได้รับโทษ นั่นแหละความยุติธรรม! โดยสาธิตเป็นคนเดียวที่ได้ยินเสียงของจีราวัจน์พูดขอโทษติวดี นั่นทำให้เขาปักใจว่าคนที่ขับรถชนคนรัก ไม่ใช่สเตฟานแต่เป็นจีราวัจน์! สาธิตทำทุกวิถีทางพิสูจน์ให้คนทั้งสังคมเห็นว่าฆ่าตกรตัวจริงเป็นใคร โดยมี พ.ต.ต.พิเชษ เพื่อนตำรวจที่รู้จักในระหว่างร่วมงาน เป็นคนช่วยเหลือดูแลคดี โดยสาธิตมั่นใจว่าเขาสามารถลากตัวจีราวัจน์รับโทษอย่างที่เขาเคยส่งคนผิดเข้าคุกมาตลอดอาชีพทนาย แต่ครั้งนี้! สาธิตกลับเจอว่าความจริง พ่ายแพ้อำนาจเงิน! เมื่อหลักฐานทุกอย่างที่จะมัดตัวจีราวัจน์ได้ มันหายไปหมด! สาธิตไม่ยอมแพ้ที่จะหาทางลงโทษจีราวัจน์ แต่ทุกอย่างต้องหยุดลงเมื่อ นวดี (ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของติวดี แม่ครูของเหล่าเด็กกำพร้า เป็นคนขอร้องให้สาธิตหยุดอาฆาตแค้น นวดีไม่อยากให้สาธิตต้องจมอยู่กับความทุกข์ ที่เกิดจากความโกรธแค้นอีก รวมทั้ง พัฒนะ (สันติสุข พรหมศิริ) เจ้าของบริษัทผลิตละคร ที่จีราวัจน์กำลังแสดงละครอยู่ พัฒนะเป็นเพื่อนของพ่อของสาธิต และเปรียบเหมือนเป็นพ่อบุญธรรมของสาธิต เพราะหลังจากที่พ่อแม่ของสาธิตประสบอุบัติเสีย ชีวิตทั้งคู่ พัฒนะคือคนที่ส่งเสียและดูแลสาธิตจนเรียนจบเนติบัณฑิต! ฉะนั้นเมื่อพัฒนะขอให้สาธิตทำอะไร สาธิตพร้อมจะทำ รวมทั้งคำขอร้องที่แสนเฉือนหัวใจ ที่พัฒนะขอร้องให้สาธิตหยุดสืบหาหลักฐานเอาเรื่องจีราวัจน์ เพราะละครที่จีราวัจน์แสดงกำลังทำเงิน ถ้าจีราวัจน์ติดคุกจะมีผลทำให้บริษัทของพัฒนะเสียหาย จนกระทบกับหนี้สินของบริษัทด้วย ละครคลื่นชีวิต ในเมื่อผู้ใหญ่สองคนที่เขารักขอร้องให้เขาหยุด ละครคลื่นชีวิต แม้สาธิตไม่ต้องการหยุดฉีกหน้ากากของจีราวัจน์ แต่เขาต้องหยุด แต่ใครจะรู้ แม้สาธิตจะหยุดดำเนินคดีทางกฎหมายกับจีราวัจน์ แต่เขาไม่หยุดตามจองล้างจองผลาญจีราวัจน์ โดยสาธิตประกาศ ในเมื่อกฎหมายทำโทษจีราวัจน์ไม่ได้ เขาจะใช้กฎแห่งกรรมทำโทษจีราวัจน์เอง ด้านจีราวัจน์นั่นอยากเหลือเกินที่จะบอกสาธิตว่าเธอพร้อมรับผิด แต่เธอทำไม่ได้เพราะเธอต้องแบกความเป็นความตายของคนที่รวมโกหกช่วยเธออยู่ เธอเลือกไถ่โทษด้วยการดูแลนวดี แทนติวดีห่าง ๆ โดยมี ชยันต์ (หลุยส์ สก๊อต) ผู้กำกับฯ หนุ่มติสต์ชื่อดัง ซึ่งเคยเป็นรุ่นพี่สมัยมัธยมของจีราวัจน์ ผู้รักและหวังดีกับจีราวัจน์เสมอมา เพราะชยันต์รู้ว่าผู้หญิงที่แข็งกระด้างภายนอก แต่ภายในช่างแสนอ่อนแอ เขาจึงคอยช่วยเหลือส่งข่าวเรื่องนวดี เพราะชยันต์เป็นเพื่อนกับสาธิต ทำให้ชยันต์รับรู้เรื่องราวของนวดีจากสาธิตโดยตรง แต่ความช่วยเหลือของชยันต์ กลับยิ่งสร้างปัญหาให้จีราวัจน์ เมื่อ ปียากุล (จรินทร์พร จุนเกียรติ) ลูกสาวคนเดียวของพัฒนะ ผู้ควบคุมดูแลงานถ่ายละครภายในบริษัทของพัฒนะ และเป็นภรรยาซุปเปอร์โคตรขี้หึงของชยันต์ ได้ยินข่าวว่าเธอสนิทกับชยันต์มาก ทำให้ปียากุลใช้อำนาจหน้าที่การงานในมือเธอกลั่นแกล้งจีราวัจน์ แต่เพราะจีราวัจน์กำลังเป็นดาราทำเงินของพัฒนะ ทำให้พัฒนะออกตัวปกป้องจีราวัจน์ ทำให้ปียากุลไม่พอใจมาก ทำให้ปียากุลพาลระบายอารมณ์กับสาธิต ซึ่งเธอนับถือเหมือนพี่ชาย ทำให้สาธิตรับรู้ว่า นอกจากจีราวัจน์จะเป็นคนตลบแตลงสังคมว่าตัวเองไม่ใช่ฆาตกรแล้ว จีราวัจน์ยังเป็นผู้หญิงรักสนุกคั่วผู้ชายไม่ซ้ำหน้า แย่งผัวชาวบ้านไปกกได้อย่างหน้าไม่อาย!! ละครคลื่นชีวิต ยิ่งวันทีสาธิตพบจีราวัจน์สนิทสนมกับ เจตต์ (มาสุ จรรยางค์กุลดี) วิศวกรปิโตเลียมผู้มีชีวิตยู่กลางทะเล แต่เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน เขากลับขับรถชนจีราวัจน์ จนทำให้เขาหลงรักนางเอกสาว ซึ่งมันอาจไม่ใช่เรื่องที่สาธิตจะเอามาเป็นข้อเกลียดชังจีราวัจน์ ถ้าสาธิตไม่บังเอิญรู้เรื่องว่าดารากาเพื่อนรักของจีราวัจน์นั้นแอบชอบเจตต์อยู่จาก เจนจิรา (วันศิริ อ่องอำไพ) น้องสาวของเจตต์เจ้าของโรงเรียนที่ดารากาเป็นครูสอน ซึ่งสาธิตได้รู้จักกับเจจิราโดยบังเอิญ และเพราะเจนจิราเป็นคนคุยสนุก มองโลกในแง่ดี เหมือนติวดี ทำให้สาธิตสนุกที่ได้อยู่ร่วมกับเจนจิราโดยสาธิตไม่รู้ว่าความใกล้ชิดที่เขามอบให้เจนจิรานั้น ทำให้เจนจิราแอบชอบสาธิต ชีวิตของจีราวัจน์เจอปัญหาจากสาธิต ปียากุล สิทธา ยังไม่พอ ในเส้นทางสายงานบันเทิง เธอยังต้องเจอ พิม (โชติกา วงศ์วิลาศ) นางเอกจอมสร้างภาพว่าเป็นนางเอกแสนชื่อ แต่แท้จริงปากตลาด ทะเยอทะยาน ใฝ่สูง เคยเป็นอดีตดาราที่สุกี้ปั้นมากับมือ แต่พอดังแล้วก็แยกตัวออกจากสุกี้ ทำให้สุกี้ไม่พอใจพิมมาก หาว่าพิมเนรคุณ แต่พิมไม่แคร์ พิมคิดว่าสุกี้ได้เงินจากค่าตัวเธอเยอะแล้ว ไม่ถือว่ามีบุญคุณต่อกัน โดยตอนพิมออก พิมเอา ลูกน้ำ (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) อดีตเลขาลงสุกี้มาด้วย โดยพิมคิดว่าลูกน้ำทำงานกับสุกี้มานาน จะมี Connection กับเอเจนชี่จะผลักดันให้ความฝันก้าวสู่ การทำงานร่วมกับต่างชาติของเธอสมหวัง แต่เปล่าเลย ลูกน้ำไม่มีรู้จักใครเลย เป็นแค่คนปากกล้า อวดฉลาด แต่สมองกลวง ทำให้พิมเลี้ยงลูกน้ำไว้เป็นกันชนเวลาปะทะกับสุกี้ และเป็นคนหิ้วสัมภาระ รองมือรองเท้าตัวเองเท่านั้น! เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต และการโด่งดังของจีราวัจน์ ทำให้ชื่อเสียงที่กำลังลดฮวบของพิม ยิ่งลดลงไปอีก จากนางเอกเบอร์หนึ่งแทบจะเล่นเป็นนางรอง คนทะเยอทะยานอย่างพิมไม่ยอมรับสภาพอย่างนั้นง่าย ๆ เธอจึงยอมทำทุกอย่าง เพื่อกำจัดจีราวัจน์ไปจากเส้นทางของเธอ เพื่อให้เธอกลับมาเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง รวมทั้งหาลู่ทางเพื่อโกอินเตอร์ แม้แต่ยอมเอาตัวเข้าไปเป็นเมียน้อยของสิทธา เพื่อใช้อำนาจและเงินของสิทธา ปูทางโกอินเตอร์ให้ได้ หลายครั้งที่จีราวัจน์เหนื่อยกับการสู้รบกับความเกลียดชังที่ประเดประดังเข้ามาเหมือนคลื่นกระทบหาดทราย ละครคลื่นชีวิต แต่เธอก็ยังพอมีหลักให้ยึดอีกคน นั่นคือ ครูอารี ครูสอนร้องเพลงตั้งแต่ สมัยจีราวัจน์เรียนมัธยม ครูอารีคือคนที่เอื้ออารีข้าวและขนม เวลาที่จริยาออกไปขายตัว ปล่อยให้จีราวัจน์อยู่กับ ยายจัน ยายข้างบ้านที่มีอาชีพขายขนมจีน สมองไม่ค่อยดี ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ที่เคยเลี้ยงดูจีราวัจน์ พอยายจันออกไปตลาด จีราวัจน์ก็มาวิ่งเล่นบ้านครู ที่นี่เหมือนอีกโลกของจีราวัจน์ เป็นโลกที่สงบ ไม่ใช่โลกมายาที่เธอต้องยิ้มแม้ว่าในหัวใจร้องไห้ และการมาบ้านครูอารีครั้งนี้ ทำให้เธอรู้ว่าบ้านสวนถัดไปเป็นบ้านของนวดี จีราวัจน์หวังจะแอบไปดูความเป็นอยู่ของนวดีเพื่อจะช่วยเหลือ นั่นทำให้เธอเจอสาธิต จีราวัจน์ไม่อยากสู้รบกับสาธิตเพราะเธอรู้ตัวดีว่าผิด แต่สาธิตเหมือนเสือที่จ้องตะครุบเหยื่อ เมื่อเหยื่อเดินเข้ามาหา มีหรือที่เขาจะปล่อย สาธิตจงใจพูดจาแดกดันว่าเธอเป็นคนขี้ขลาด ทำผิดแล้วไม่กล้ารับผิด สาธิตเดินต้อนจีราวัจน์จนไปถึงริมคลอง นั่นเป็นครั้งแรกที่สาธิตเห็นความกลัวในแววตาของจีราวัจน์ ทำให้สาธิตรู้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่แทนที่สาธิตจะปราณีปล่อยเธอไป สาธิตกลับเดินกดดันจนจีราวัจน์ตกน้ำ แม้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่เธอไม่แม้แต่ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากใคร แม้แต่สาธิตที่ยืนมองเธอตะเกียกตะกายในน้ำอยู่ โดยสาธิตยื่นข้อเสนอให้เธออ้อนวอนร้องขอชีวิต แล้วเขาจะยอมช่วย แต่จีราวัจน์ไม่ยอมเอ่ยปาก จนกระทั่ง สีดา ลูกศิษย์สาวจอมก๋ากั่นของครูอารีมาช่วยไว้ทัน นั่นทำให้สาธิตได้เห็นอีกมุมนึงว่าจีราวัจน์เป็นคนรักศักดิ์ศรี ไม่ยอมอ่อนให้ใครง่าย ๆ เหมือนกัน สีดาพาจีราวัจน์กลับมาบ้านครูอารี พร้อมถามว่าใครเป็นคนทำจีราวัจน์ตกน้ำ จีราวัจน์ไม่อยากเอ่ยถึง เธอคิดแต่ว่ามันเป็นการชดใช้กรรมกับสิ่งที่เธอทำกับติวดี อย่างน้อยการที่สาธิตเห็นเธอเกือบตาย อาจทำให้สาธิตลดความโกรธ และเลิกยุ่งกับเธออีกก็ได้ แต่จีราวัจน์คิดผิด ละครคลื่นชีวิต เมื่อละครการกุศลของสมาคมคุณหญิงจริยามีอันต้องสะดุดลง เพราะนางเอกที่วางไว้เสียชีวิตลง ซึ่งก็คือติวดี ทำให้ต้องหานางเอกใหม่ซึ่งทุกคนลงความเห็นที่จีราวัจน์ แต่ก็เหมือนจะเป็นความจงใจของพระพรหม เมื่อผู้รับบทเป็นพระเอกคือสาธิต สาธิตไม่รักษามารยาทในการดูถูกและเหยียดหยามจีราวัจน์ต่าง ๆ นานา ด้านจีราวัจน์นั้น พยายามอดทนไม่อยากตอบโต้ แต่ชยันต์ไม่อาจทนเห็นสาธิตพูดจาดูถูกจีราวัจน์ได้ จึงเป็นคนออกโรงปกป้องแทนเธอ ทำให้สาธิตยิ่งตราหน้าว่าจีราวัจน์กำลังแย่งผัวคนอื่น แต่ดึกรีแรงแค้นของสาธิตต้องสะดุด เมื่อเขาได้เป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ ที่จีราวัจน์ใส่ใจ ในความเป็นความตายของยายจัน หากเขาก็ยิ่งย้ำใจให้แข็งขึ้นอีก เพราะถึงอย่างไรจีราวัจน์ ก็คือมือที่สามที่ทำให้ครอบครัวของชยันต์ต้องมีปัญหา ในงานศพยายจัน จีราวัจน์ถูกลอบยิง แต่เจตต์รับเคราะห์แทน แม้จะจับมือใครดมไม่ได้ แต่ในที่สุดชยันต์ก็ได้รู้ว่าเป็นฝีมือของปียากุล ชยันต์และปียากุลทะเลาะกันหนักขึ้นเรื่อย ๆ ชยันต์เห็นใจลูกจึงพยายามอดทนเสมอ แต่ครั้งนี้ปียากุลทำเกินไป ทำให้ชยันต์คิดว่าต้องทำอะไรตัดนิสัยเอาแต่ใจของปียากุลบ้าง จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอยู่กับปียากุล ปียากุลนั้นรักชื่อเสียงมาก เมื่อชยันต์ขอแยกกันอยู่ และมีข่าวออกหน้าบันเทิง ทำให้ปียากุลเครียด จนต้องไปฟูมฟายระบายกับสาธิต กล่าวหาว่าชยันต์ย้ายออกไป เพื่อไปอยู่กับจีราวัจน์ นักแสดงละครคลื่นชีวิต จีราวัจน์คือต้นเหตุทำให้ชีวิตครอบครัวของปียากุลพังพินาศ สาธิตมาจัดการจีราวัจน์แทนปียากุล แล้วเห็นจีราวัจน์ก็คอยดูแลเจตต์ เพราะต้องเจ็บตัวเพื่อตัวเอง ความสนิทสนมของจีราวัจน์กับเจตต์ทำให้ดารากาไม่พอใจ คิดว่าเพื่อนทรยศทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเธอแอบหลงรักเจตต์ จนกระทั่งทะเลาะกันใหญ่โต ถึงขั้นดารากาย้ายออกจากบ้านเพื่อน สาธิตตามมาสมน้ำหน้าจีราวัจน์ที่มั่วผู้ชายไม่เลือก แม้แต่แฟนเพื่อนก็ไม่เว้น จนสุดท้ายจีราวัจน์ก็ไม่เหลือใคร ชยันต์เข้ามาปลอบใจจีราวัจน์ว่าเธอยังมีเขา ชยันต์คอยเข้ามาประคับปคะคองจีราวัจน์ แต่ชีวิตที่เคยเป็นเด็กบ้านแตกสาแหรกขาด ทำให้จีราวัจน์ไม่อยากเป็นคนทำลายครอบครัวของชยันต์ แต่ชยันต์ปลอบจีราวัจน์ว่า ที่ครอบครัวของเขาจะพัง ไม่ใช่เพราะจีราวัจน์ แต่เป็นเพราะปียากุลกับเขาหมดความเข้าใจต่อกัน ในเมื่อชยันต์ไปกับปียากุลไม่รอด เขาก็อยากหยุดและเริ่มต้นใหม่กับจีราวัจน์ เรื่องย่อคลื่นชีวิต จีราวัจน์เคยผ่านชีวิตบอบซ้ำมา ทำให้จีราวัจน์รู้ว่าความหวังดีที่ชยันต์มีให้กับเธอ มันไม่ใช่ความรักอย่างที่ชยันต์พร่ำบอก มันเป็นแค่ความรู้สึกเห็นใจ เพราะแท้จริงในหัวใจของชยันต์รักปียากุลและเจ็บซ้ำกับสิ่งที่ปียากุลไม่ไว้ใจเขา ดังนั้นคนมีปัญหาอย่างชยันต์ มาเจอกับผู้หญิงที่เจอปัญหามาทั้งชีวิตอย่างเธอ มันจึงเกิดการคลิกกัน จีราวัจน์ขอให้ชยันต์ เป็นเพื่อนที่ดีอย่างเดิม อย่าให้มากกว่านั้นเลย แล้วกลับไปซ่อมแซมครอบครัวของชยันต์ ให้กลับมาสวยงามเหมือนเดิมดีกว่า แต่เคราะห์ของจีราวัจน์ที่จะทำให้สาธิตยิ่งเกลียดเธอ ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อจีราวัจน์รู้ว่าบ้านที่อาศัยอยู่นี้กำลังจะถูกธนาคารยึด จีราวัจน์สั่งสุกี้ให้จัดการเรื่องบ้าน จนเรื่องเข้าหูจริยา จริยาสั่งห้ามจีราวัจน์ไปยุ่งกับนวดีอีก เพราะตอนนี้รูปคดีออกมาว่าไม่มีหลักฐานมัดว่าจีราวัจน์ขับรถชน แต่ถ้าจีราวัจน์ดูแลนวดีมาก ๆ เพราะมันอาจทำให้สาธิตหาช่องโหว่เล่นงานจับจีราวัจน์เข้าคุกได้ จีราวัจน์เสียใจที่แม่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเองจนลืมคำว่ามนุษยธรรม ถ้าลูกของแม่โดนรถชน แม่จะอยู่เฉยไหม จริยาได้แต่ยืนนิ่งไม่ได้ตอบ การทะเลาะกันเสียงดังของจีราวัจน์กับจริยา ทำให้ ศิริลักษณ์ หัวหน้าแม่บ้านประจำบ้านของสิทธา ผู้มีนิสัยประจบสอพลอสิทธา และลึก ๆ หวังสบายเป็นเมียของสิทธา แต่สิทธาไม่เอา ทำให้ศิริลักษณ์อิจฉาและจงเกลียดจงชังจริยาและจีราวัจน์ เมื่อการทะเลาะของจริยากับจีราวัจน์รู้ถึงหูศิริลักษณ์ ศิริลักษณ์จึงไปบอกสิทธาว่าจีราวัจน์ต้องการเงิน ทำให้สิทธาเสนอเงินเธอโดยมีข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งจีราวัจน์รู้ดีว่าคืออะไร จีราวัจน์ตกลงเพราะเห็นถึงวิธีที่จะแก้เผ็ดอีกฝ่าย ในวันนัดจีราวัจน์แอบมอมยาสิทธา พร้อมเอาปืนจ่อหน้าสิทธาและข่มขู่ให้สิทธาเลิกยุ่งกับตัวเองอีกไม่อย่างนั้นเธอฆ่าสิทธาให้ตายตามกันแน่ แล้วจีราวัจน์ก็หนีออกมาจากโรงแรม โดยหวังว่าเรื่องราวยุ่ง ๆ จะจบลงสักที แต่เปล่าเลย เมื่อจีราวัจน์พบสาธิตที่ดักรออยู่ จากการแอบส่งข่าวของพิม ที่รู้ว่าสาธิตจ้องทำลายจีราวัจน์อยู่ พิมจึงเข้ามาตีสนิทกับสาธิต หวังจะยืมมือสาธิตทำลายจีราวัจน์ให้สิ้นซาก ละครคลื่นชีวิต แล้วภาพที่สาธิตเห็นจีราวัจน์เข้าโรงแรมกับสิทธาที่มีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงของจีราวัจน์ ยิ่งทำให้สาธิตขยะแขยงจีราวัจน์ โดยคิดว่าจีราวัจน์มั่ว เห็นแก่เงิน จนไร้ศีลธรรมใช้ผัวร่วมกับแม่ แต่แล้วความเชื่อที่สาธิตมีต่อจีราวัจน์ต้องเจอจุดเปลี่ยน เมื่อสาธิตจำต้องมาพัวพันกับความเลวของสิทธาจนได้ เพราะ เวทิต นักข่าวที่แอบส่งหลักฐานเอาผิดสิทธามาให้เขาก่อนตาย ทำให้สาธิตเริ่มตามสืบพฤติกรรมของสิทธา แล้วนั่นทำให้สาธิตได้เห็นว่าสิทธาชั่วร้ายขนาดไหน แล้วคนที่ตกเป็นเหยื่อของสิทธาไม่ใช่แค่เวทิต แต่เป็นจีราวัจน์ด้วย รวมทั้งจีราวัจน์ได้เข้ามาดูแลนวดี และดูแลเด็ก ๆ กำพร้าที่นวดีสอนหนังสือ และชยันต์ยังมาปรับความเข้าใจกับสาธิตว่าจีราวัจน์ไม่ยอมรับความรักของชยันต์ แต่จีราวัจน์กลับเป็นคนเตือนสติให้ชยันต์กลับไปง้อปียากุล ทำให้สาธิตได้เห็นว่าจีราวัจน์ ได้มีแค่ด้านร้าย แต่เธอยังมีมุมความดี และมีหัวใจที่บอบซ้ำ ไม่ต่างจากเด็กกำพร้าที่นวดีและเขาดูแลเลย ทำให้ความแค้นในใจของสาธิตเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสาร เข้าไปยุ่งกับชีวิตจีราวัจน์โดยไม่รู้ตัว นักแสดงละครคลื่นชีวิต ด้านจีราวัจน์ก็ได้รับรู้มุมอบอุ่นที่เกิดจากความเอาใจใส่ ดูแลด้วยความละเอียดอ่อนของสาธิต ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้จากใคร เป็นความรู้สึกที่เธอโหยหา จนทำให้จีราวัจน์แอบเผลอใจให้สาธิตโดยไม่รู้ตัว สองคนต่างมีความห่วงใยที่ไม่กล้าแสดงออกต่อกัน ละครคลื่นชีวิต จนกระทั่งสิทธามายุ่งเกี่ยวกับจีราวัจน์อีกครั้ง สาธิตออกตัวช่วยจีราวัจน์ให้รอดพ้นเงื้อมมือสิทธา และยังใช้หลักฐานที่ตัวเองได้จากเวทิตข่มขู่สิทธา เพื่อให้สิทธาเลิกยุ่งกับจีราวัจน์ จีราวัจน์อึ้งเมื่อเห็นว่าสาธิตช่วยเหลือตัวเอง โดยสับสนว่าสาธิตช่วยตัวเองทำไม สาธิตรู้สึกอะไรกันแน่ แต่สิทธามองอาการสาธิตออก สิทธารู้ว่าสาธิตกำลังตกบ่วงเสน่หาของจีราวัจน์ และดูเหมือนจีราวัจน์ก็มีใจให้สาธิตเช่นกัน ทำให้สิทธาคิดชั่ว ในเมื่อตัวเองไมได้จีราวัจน์มาครอบครอง ก็อย่าหวังว่าใครจะได้มีความสุขทั้งจีรัวัจน์และสาธิต ดังนั้นสิทธาจึงไปหาสาธิตที่สำนักงาน แล้วมอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เขาเคยส่งคนไปเก็บ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าจีราวัจน์คือคนขับรถชนติวดี เมื่อสาธิตเห็นหลักฐาน ความเจ็บปวดในอดีตจึงย้อนคืนกลับมา สาธิตได้แต่นั่งมองกองหลักฐานอย่างสับสนว่าเขาจะฟ้องเอาจีราวัจน์เข้าคุกหรือไม่ เรื่องสิทธาเอาหลักฐานไปให้สาธิตรู้ถึงหูจริยา จริยารีบไปหาสาธิตเพื่อเจรจาพร้อมเสนอเงินให้ ความเจ็บปวดในใจของสาธิต ทำให้สาธิตบอกจริยาไปว่า เขาจะยอมทำลายหลักฐาน ก็ต่อเมื่อจีราวัจน์เอาตัวมาแลก ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ความชั่วของสิทธายังไม่หยุดเท่านี้ มันเหมือนเสือที่คลั่ง จริงอยู่ที่จีราวัจน์เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา แต่คนอย่างสิทธาไม่เคยยอมให้ใครลูบคมได้ ถ้าประกาศว่าได้ มันต้องได้ สิทธาสั่งพิมให้หลอกล่อจีราวัจน์มาที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของเขา สิทธาวาดหวังจะข่มขืนจีราวัจน์บนเครื่องบิน เพราะไม่มีทางที่จีราวัจน์จะหนีรอดกรงเล็บเสือไปได้ จริยารู้เรื่องแผนการชั่วของสิทธา แม้จะรักเกียรติยศชื่อเสียง แต่หัวใจความเป็นแม่ไม่อาจปล่อยให้ชีวิตลูกตกนรกได้ เมื่อพิมหลอกจีราวัจน์ไปถึงเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของสิทธาได้ จีราวัจน์ดิ้นรนหนีจนไปเจอปืนของสิทธา สิทธาแย่งปืนกับจีราวัจน์ ทันใดนั้น กระสุนจากปากกระบอกปืนในมือของคุณหญิงจริยา ก็ยุติเรื่องเลวร้ายทั้งหมดลงในวินาทีนั้น เป็นครั้งแรกที่จีราวัจน์เข้าไปกอดแม่ จริยาเข้าไปกอดลูกพร้อมพร่ำบอกขอโทษ เป็นเพราะความโลภของตัวเอง ทำให้ชีวิตของจีราวัจน์ต้องเป็นอย่างนี้ เธอขอติดคุกเพื่อชดใช้กับความผิดที่เธอทำ แต่สิ่งหนึ่งที่จริยาอยากให้จีราวัจน์รู้ไว้ ว่าต่อให้เงินสำคัญสำหรับแม่ยังไง แต่เลือดเนื้อและหัวใจของลูกสำคัญกว่า นั่นทำให้หัวใจที่เย็นชาไร้ความรู้สึกของจีราวัจน์ได้รับรู้ความในใจของแม่ ละครคลื่นชีวิต คลื่นชีวิตของจีราวัจน์เหมือนจะกำลังสงบ แต่ยังมีพายุอีกหนึ่งลูก ที่กำลังรอพัดพาชีวิตของจีราวัจน์ให้ล้มลง เมื่อจริยาเอาเรื่องข้อเสนอของสาธิตไปบอกกับจีราวัจน์ เมื่อจีราวัจน์รู้เรื่องข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตแล้ว เธอจะทำเช่นไร จะยอมทำตามข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตหรือไม่ ชยันต์และปียากุลจะกลับมาคืนดีกันไหม เจตต์กับดารากาจะสมหวังกันหรือเปล่า และหัวใจรักของแม่ที่จริยากดเก็บไว้ ไม่เคยแสดงออกให้ลูกเห็น จริยาจะเลือกปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงของตัวเองหรือปกป้องลูก สุดท้ายเส้นทางความรักระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์ที่มีความแค้นขวางกั้นจะมีวันเกิดขึ้นได้หรือไม่ ต้องติดตามชมกันต่อได้ใน ละครคลื่นชีวิต ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต ความสุขในวัยเด็ก คือสิ่งชโลมใจยามเรามีความทุกข์ เพราะเราจะได้รู้สึกว่า เราเคยผ่านความผาสุกในชีวิตมาแล้ว

7 ม่ายสาวสุดแซบตัวจี๊ดของวงการ ที่หนุ่มๆ จ้องตาเป็นมัน!!
เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ /  กึ้ง เฉลิมชัย / 

   แหม..จู่ๆ บรรดาสาวๆวงการก็กลายเป็นม่ายสาวที่พราวเสน่ห์สุดๆ  เพราะบรรดาหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ต่างพากันหลงใหล เหล่ากระดังงาลนไฟทั้งหลายในวงการ ซึ่งแต่ละคนก็เสน่ห์เหลือล้นซะเหลือเกิน แต่จะมีใครกันบ้างไปดูกันเลย เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์   เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์   เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์          แหม.. คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่าสาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ เป็นม่ายสาวที่แซบที่สุดของวงการ เพราะตั้งแต่มีใบหย่าติดตัวมา ดีกรีความแซบของ นางก็ทวีคูณเป็น100 เท่าซึ่งตอนนี้หลายคนก็ลุ้นกันว่าความรักครั้งใหม่ของสาวเจนี่กับไฮโซหนุ่มอย่าง กึ้ง เฉลิมชัย ว่าจะยังไง เพราะแรกๆ ก็ดูคู่นี้หวือหวาเว่อร์วัง อลังการดีออก แต่พักหลังๆ มานี่เริ่มแผ่วปลาย ไม่ค่อยจะไปไหนมาไหนด้วยกันซะดื้อๆ ทำให้ได้ลุ้นกันอย่างต่อเนื่องต่อไปว่าคู่นี้จะได้ไปต่อหรือว่าหมดโปรไปเป็นที่เรียบร้อย แตงโม นิดา   แตงโม นิดา   แตงโม นิดา                   ต้องเรียกว่าสะเทือนวงการตั้งแต่แรกที่คบกับหนุ่ม โตโน่ ภาคิน จนมาถึงตอนแต่ง พอเลิกรากันก็ยิ่งสะเทือนเดือดร้อนไปถึงพระเจ้าอีก สำหรับสาวม่ายสาวสุดแซบอย่าง แตงโม นิดา  เพราะตั้งแต่เลิกราที่ตอนนี้สถานะของ นางยังคงเป็นม่ายสาวที่พูดตรงแบบขวานผ่าซากเหมือนเดิม แต่ที่เพิ่มติมคือตอนนี้สาวแตงโมนางมีลูกแล้วจ้า คือน้องอีสเตอร์ เพราะนางไปรับเป็นเด็กมาเป็นลูกบุญธรรม เรียกว่าตอนนี้สาวแตงโม นางเห่อลูกสาวตัวน้อยหนักมากขึ้นขนาดไปลดไซส์หน้าอกเพื่อลดภาพความเซ็กซี่กันเลยทีเดียว แป้ง อรจิรา   แป้ง อรจิรา                     ม่ายสาวขาวโป๊ะอย่าง แป้ง อรจิรา ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่พอหย่ากับสามีอย่าง ผู้กองต้อม ร.ต.อ.ทรงพันธุ์ กุลดิลก แล้วก็เป็น ที่หมายตาของบรรดาหนุ่มๆ ที่อยากจะได้She มาครอง แต่เห็นทีตอนนี้คงได้แต่มองแล้วล่ะ เพราะนางกำลังคบหาดูใจกับนักร้องหนุ่มเสียงนุ่มอย่าง แหนม รณเดช อยู่ตอนนี้ เรียกว่าสวีทหวานกันสุดๆ ถึงแม้จะมีภาพคู่หลุดออกมาน้อยนิดก็ตาม หญิงแย้ นนทพร   หญิงแย้ นนทพร   หญิงแย้ นนทพร      ทำเอาช็อคไป 3 วิ สำหรับนักแสดงสาวอารมณ์ดีอย่าง หญิงแย้ นนทพร  หลายคนพากันงง เพราะนางแต่งงานกับ หมอสอง นพรัตน์ งานแต่งงานก็เว่อร์วังอลังการเพื่อนฝูงเพื่อนสนิทมาร่วมงานแต่งได้ไม่ทันไร ผ่านไปแค่ 3 เดือน เท่านั้น นางก็ได้มาใช้สถานะม่ายสาวตัวจี๊ดสุดแซบซะงั้น เพราะวันๆ She ก็วิ่งรับงานหัวปั่นส่วนเรื่องผู้ชายดูเหมือนหญิงแย้ นั้นจะไม่ค่อยมายด์สักเท่าไหร่ เพราะนางสนใจที่จะหาเงินมากกว่า ต้อง ศุภัชญา   ต้อง ศุภัชญา   ต้อง ศุภัชญา      กลายเป็นม่ายสาวแบบต่อมน้ำตาแตกสำหรับดีเจ อย่างสาวต้อง ศุภัชญา เพราะคุณสามี ดร.เอก ชุณหชัชราชัย ไม่ยอมมาเซ็นต์ใบหย่าให้ตามที่นัดหมายกันตั้งแต่แรก จนเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นหน้า1 อยู่หลายวันแต่สุดท้ายก็จบกันได้ด้วยดี ถึงแม้จะไม่สวยงามเหมือนงานแต่งที่จัดซะยิ่งใหญ่ และโชคดีที่คู่นี้แต่งงานกันมา3 ปี แล้วยังไม่มีเบบี้เป็นโซ่ทองคล้องใจ เชื่อเหอะไม่อย่างนั้นคงมีปัญหาเรื่องลูกตามมาอย่างแน่นอน ทับทิม มัลลิกา   ทับทิม มัลลิกา   ทับทิม มัลลิกา                   ถึงตอนนี้จะขึ้นชื่อว่าเป็นม่ายสาวที่เสน่ห์แพรวพราวสุดๆ เพราะออร่าความขาวใส ของสาว ทับทิม มัลลิกา มันแยงตาบรรดาหนุ่ม มากหมายเหลือเกิน แต่ก็ยังไม่วายที่ทุกเทศกาลนางจะแวะเวียนไปไหว้อดีตพ่อปั๋วอย่างอดีตนายก ชวน หลีกภัย จนหลายคนก็พากันลุ้นว่าเผื่อวันหนึ่งสาวทับทิม กับอดีตสามีอย่างหนุ่ม ปลื้ม สุรบถ จะมีสิทธิ์ รีเทิร์นกลับมาอยู่ร่วมกันอีกครั้ง หลังจากที่หย่าร้างกันไปได้ 1 ปี แต่งานนี้เห็นทีจะยากสักหน่อย เพราะหนุ่มปลื้มเองตอนนี้ก็ควงหวานใจคนใหม่อย่างสาว หงษ์หยก เปิดตัวอย่างเป็นทางการเรียบร้อย เป็นอันว่าหมดโอกาสรีเทิร์นถาวร วุ้นเส้น วิริฒิพา   วุ้นเส้น วิริฒิพา   วุ้นเส้น วิริฒิพา                   สมาคมม่ายสาวพราวเสน่ห์อ้าแขนต้อนรับ สาว วุ้นเส้น วิริฒิพา เต็มที่หลังจากที่หย่าขาดกับพระเอกไม้เลื้อย อย่างชาคริต แย้มนาม อย่างเป็นทางการเมื่อปลายปีที่แล้ว งานนี้เพื่อนๆ รวมถึงแฟนคลับต่างก็ลุ้นอยากให้คู่นี้รีเทิร์นกลับมาอยู่ด้วยกันอีก เพราะคู่นี้เวลาอยู่ด้วยกันแล้วมันดูลงล็อคและลงตัวสุดๆ   CR IG: @janienineeleven ,@yae_uunws ,@tubtimofficial ,@melonpveerapong ,@vjwoonsen ,@pang_ornjira,        @tong_supatchaya

ละครริษยา  , เรื่องย่อริษยา
ละครริษยา /  เรื่องย่อละครละครริษยา / 

ริษยา บทประพันธ์โดย : จุลลดา ภักดีภูมินทร์บทโทรทัศน์โดย : ณ.ภัทรพรกำกับการแสดงโดย : ธีระศักดิ์ พรหมเงินออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อละครริษยา ริษยา คือ เรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งมีชีวิตจมอยู่กับความหลังที่ขมขื่น จิตใจจึงมีแต่ความริษยาอาฆาต จนความริษยานั้นหวนกลับมาทำร้ายตนเองจนถึงแก่ชีวิตในที่สุด หม่อมชุลี (ชไมพร จตุรภุช) มีมารดาเป็นหม่อมเจ้าหญิง บิดาเป็นเจ้าพระยามีน้องสาวชื่อ ชวนชื่น(อังศณา บุรานันท์) ซึ่งมีนิสัยตรงกันข้ามกับหม่อมโดยสิ้นเชิง คุณชวนชื่นเป็นคนใจดีมีเมตตา และอ่อนโยน หม่อมชุลีมีลูกชายคนเดียว คือ หม่อมราชวงศ์หริพันธ์(ชนะพล สัตยา) ท่านพ่อของคุณชายหริพันธ์สิ้นพระชนม์ไปตั้งแต่คุณชายยังเด็ก ด้วยการผูกพระศอตนเอง เพราะทนความดุดัน และการวางอำนาจของหม่อมไม่ไหว ท่านทรงมีธิดาน้อยอีกหนึ่งคนเกิดจาก แวว ต้นห้องของหม่อมชุลี ละครริษยา ต่อมาแววทนความทารุณของหม่อมไม่ได้ จึงหนีออกจากวังไปทิ้ง หม่อมราชวงศ์วรรศิกา (อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์) ลูกสาวให้หม่อมชุลีเลี้ยงดูมาจนโต วรรศิกาเติบโตมาด้วยความกดดันจนมีกิริยาท่าทางเหมือนเป็นคนโรคประสาท ในวัง อโยธยายังมี อบสวาท (ธัญยกันต์ ธนกิตติ์ธนานนท์) สตรีสาวใหญ่หลานสาวห่าง ๆ ของหม่อมชุลีอีกคนหนึ่ง เป็นสตรีที่ร้ายลึกอยู่ในทีท่าที่ปรุงแต่งให้ดูสงบเสงี่ยม อบสวาทแอบได้เสียกับคุณหริพันธ์ก่อนที่จะไปเรียนต่อต่างประเทศนานถึง 10 ปี เมื่อคุณชายกลับมาก็ยังคงมีความสัมพันธ์กับอบสวาทเช่นเดิม หม่อมชุลีรู้เรื่องนี้แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ละครริษยา คุณชวนชื่นนั้นได้หนีตามผู้ชายที่ยากจนคนหนึ่งชื่อ นพ (ดิลก ทองวัฒนา) หม่อมชุลีโกรธจัดตัดขาดว่าไม่รักศักดิ์ศรีความเป็นลูกเจ้าพระยา และแม่เป็นหม่อมเจ้า แต่กลับเป็นว่าคุณชวนชื่นเจริญก้าวหน้า คุณนพผู้สามีทำธุรกิจมั่งคั่งร่ำรวย เธอมีบุตรชายหนึ่ง และบุตรีหนึ่ง เป็นหนุ่มสาวสมัยใหม่ สะสวยงดงามทั้งคู่ ชื่อ ชนก (ธันวา สุริยจักร) กับ ชนนี (ฮาน่า ลีวิส) ชนก พี่ชายเรียนหนังสือที่อเมริกาเพิ่งกลับมา ส่วนชนนีเรียนหนังสือในมหาวิทยาลัย คุณชายหริพันธ์ ซึ่งเพิ่งจบการศึกษากลับจากประเทศอังกฤษเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยที่ชนนีเรียนอยู่ นักเรียนสาว ๆ รวมทั้งชนนีซึ่งไม่รู้ว่าหริพันธ์มีความเกี่ยวดองกันต่างชื่นชมว่าอาจารย์หล่อ สมาร์ท ขรึม ตามประสาเด็กสาว ๆ ซึ่งมักจะนิยมชอบในตัวอาจารย์ ละครริษยา ครั้งหนึ่งหม่อมชุลีให้อบสวาทไปเชิญท่านหญิงนวล (ดวงดาว จารุจินดา) ผู้เป็นพี่สาวของ ท่านหญิงนิ่ม มารดาของหม่อมชุลีมางานเลี้ยงต้อนรับหริพันธ์กลับจากต่างประเทศ ท่านหญิงนวลมาชวนชนก และชนนีไปด้วย เมื่อหม่อมชุลีเห็นชนนีก็เกิดแผนการร้ายขึ้นในใจ หม่อมชุลีให้ท่านหญิงนวลไปสู่ขอชนนีให้หริพันธ์ และท่ามกลางความประหลาดใจของทุก ๆ คน ชนนีก็ตอบรับยอมแต่งงานกับหริพันธ์ ไม่มีใครรู้ใจชนนีว่านิยมในตัวหริพันธ์เพียงใด แต่นั่นคือ การเริ่มต้นของความทุกข์อันยิ่งใหญ่ในชีวิตของชนนี ขณะที่เจตน์ (พูลพัฒน์ อัตถปัญญาพล) เพื่อนของชนกซึ่งแอบหลงรักชนนีอยู่ได้แต่เศร้าที่ชนนีแต่งงาน แต่แล้วในวันส่งตัวชนนีก็เห็นคุณชายหริพันธ์กับอบสวาทในภาพที่ไม่ต้องบรรยายความใด ๆ ชนนีเสียใจมาก ผู้ที่ลอบยินดีคือหม่อมชุลีผู้รู้ทุกอย่าง หม่อมต้องการให้ลูกสาวของชวนชื่นมีความทุกข์ พ่อแม่จะได้ทุกข์ด้วย สะใจหม่อมชุลียิ่งนัก ละครริษยา หริพันธุ์ต้องไปราชการทางภาคเหนือ หม่อมชุลีก็ให้อบสวาทตามไปด้วย นอกจากนี้ยังยุยงให้ อบสวาททำทุกอย่างที่จะทำให้ชนนีชอกช้ำใจยิ่งขึ้น แต่ชนนีก็ทนเพราะความรักอันบริสุทธิ์ในจิตใจของเด็กสาวผู้อ่อนต่อโลก ต่อมาความใกล้ชิดกันระหว่างหริพันธ์กับชนนี ทำให้ทั้งสองได้เสียกันโดยความไม่เต็มใจของหริพันธ์ ชนนีแม้จะเศร้าแต่ก็ยินยอมทุกอย่าง เพราะได้ชื่อว่าเป็นภรรยา ในวังอโยธยามีเพียงวรรศิกาที่เห็นใจชนนีทั้งสองเป็นเพื่อน และพูดคุยปรับทุกข์กันอยู่เสมอ แม้วรรศิกาจะถูกห้ามจากหม่อมชุลีไม่ให้มาใกล้ชิดชนนีก็ตาม วรรศิกานั้นด้วยความที่ไม่เคยพบบุรุษใด ๆ มาก่อนในชีวิตของเธอ จึงมีความผูกพันทางจิตใจกับชนก ผู้ซึ่งเห็นวรรศิกาเป็นสตรีที่ไม่น่าสนใจ ไม่สวย ไม่น่าพูดคุยเจรจาด้วย วรรศิการู้ดีว่าชนกไม่สนใจตน แต่ก็ยังมีใจพันผูกอยู่กับชนกไม่เสื่อมคลาย ชนนีถูกทารุณจิตใจต่าง ๆ นานา จนล้มเจ็บหนัก หม่อมชุลีสั่งห้ามไม่ให้ใครมาดูแลชนนี โดยเฉพาะคุณชายหริพันธ์ วรรศิกาทนไม่ได้จึงแอบหนีไปบอกให้ชนกมารับชนนี ชนกมาอาละวาดกับหม่อมชุลี และอุ้มชนนีผู้เกือบจะสิ้นสติเพราะพิษไข้ออกไปจากวังอโยธยา หม่อมชุลีประกาศลั่นว่าไอ้อีคนไหนที่ออกไปจากวังแล้วอย่าได้กลับมาอีกเป็นอันขาด และครั้งนี้ชวนชื่นจะต้องได้รับความเจ็บช้ำน้ำใจ และขมขื่นเหมือนที่หม่อมชุลีเคยได้รับ ชนนีกลับถึงบ้าน หมอตรวจพบว่าชนนีแท้งลูก หม่อมชุลียินดีเป็นที่สุดเมื่อรู้ข่าว หม่อมสั่งห้ามไม่ให้หริพันธ์ไปเยี่ยมชนนี แต่คุณชายแอบไป ปรากฏว่าทั้งพ่อ และชนกไม่ต้อนรับไม่ให้เข้าบ้าน หริพันธ์จึงกลับไปโดยที่ชนนีไม่รู้ว่าสามีมาเยี่ยม จนต่อมาคุณชายเดินทางไปทำงานต่างประเทศ จึงไม่มีโอกาสได้พบชนนีอีกเลย ชนนีเสียใจมากตระหนักดีว่าหริพันธ์ไม่เคยสนใจใยดีตน ขณะเดียวกันหริพันธ์ก็เสียใจกับการกระทำของตนเอง พร้อมทั้งตั้งใจไว้ว่าเมื่อกลับประเทศไทยจะต้องพูดกับอบสวาทให้เข้าใจ และควรจะเป็นตัวของตัวเอง ไม่ตกอยู่ภายใต้อำนาจของหม่อมแม่อีกต่อไป ละครริษยา วรรศิกาผู้น่าสงสารถูกหม่อมชุลีลงโทษอย่างรุนแรง ฐานที่หนีไปตามชนกมารับชนนี วรรศิกาทนไม่ไหวจนตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวที่สุดในชีวิตหนีออกมาหาชนนี ชนนีชวนให้อยู่ที่บ้านด้วยกัน และพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ของวรรศิกา ให้แต่งตัวให้รู้จักเข้าสมาคม ในระยะแรกชนกรังเกียจวรรศิกาหาว่าหยิ่ง หน้าตาเหมือนผี ไม่รู้จักยิ้มแย้ม เหมือนครึ่งบ้าครึ่งดี ชนกมีคู่รักอยู่แล้ว ชื่อยอดธิดา (อมีนา พินิจ) เป็นผู้หญิงสวยทันสมัย เปรี้ยว สมาคมเก่ง ทั้งสองควงกันไปไหนต่อไหนตลอดเวลา วรรศิกาทนดูด้วยความเจ็บปวดตลอดเวลา ชนกนั้นไม่รู้ตัวเลยว่า วรรศิกาแอบรักยังคงพูดจาเยาะเย้ยวรรศิกาอยู่ทุกครั้งที่มีโอกาส คุณชายหริพันธ์กลับจากต่างประเทศ แต่ไม่ยอมเข้าวังอโยธยาไปเช่าโรงแรมอยู่ หม่อมชุลีคั่งแค้น รู้ได้โดยสัญชาตญาณว่าคุณชายลูกรักคนเดียวกำลังจะไปจากหม่อมเหมือนท่านพ่อของคุณชาย หม่อมไม่มีอำนาจเหนือหริพันธ์อีกต่อไป คุณชายใช้เวลาพักใหญ่ตัดสินใจเข้าไปในบ้านชนนีโดยความช่วยเหลือของชนก หลังจากปรับความเข้าใจกันแล้ว คุณชายก็แจ้งว่าจะไปทำงานที่อเมริกา และจะพาวรรศิกาไปด้วย หม่อมชุลีแค้นจนนิ่งงันไปเมื่อหริพันธ์มาลาไปต่างประเทศ เมื่อหริพันธ์พ้นห้องไปหม่อมก็กดกริ่งเรียกอบสวาท อบสวาทเข้ามาเห็นหม่อมชุลีกำลังเขียนพินัยกรรมยกสมบัติทั้งหมดให้ตน หลังจากนั้นหม่อมก็สิ้นใจ คำพูดสุดท้ายคือไม่ยอมอภัยให้กับทุก ๆ คนที่หม่อมคิดว่าเป็นผู้ผิด ทั้งลูกทั้งหลาน หม่อมสิ้นใจทั้งที่ความริษยาอาฆาตยังเต็มหัวใจ ชนนีเตรียมตัวไปอเมริกากับหริพันธ์ วรรศิกาไม่อยากไปเพราะอะไรทุกคนรู้อยู่เต็มอก เว้นแต่ชนกเท่านั้น คืนก่อนที่จะเดินทางชนกพบวรรศิกา เขาพูดกับเธอด้วยกิริยาท่าทีอย่างเดิม วรรศิกาไม่รู้ตัวว่าอะไรทำให้เธอเถียง ต่อปากต่อคำกับชนก และในที่สุดเธอก็บอกว่ารักชนก รักมานาน ชนกตะลึงคิดไม่ถึง แต่วรรศิกาจากไปก่อนที่ชนกจะพูดอะไร วันเดินทางที่สนามบิน ชนนี และหริพันธ์ล่ำลาญาติพี่น้อง ทั้งสองคนเข้าใจกันดีและมีความสุข วรรศิกาไม่มีใครเลย ด้วยความหมองเศร้าในใจ วรรศิกาเดินหลีกทุกคนออกมาและพบชนก ชนกผู้เฝ้ามองวรรศิกาอยู่ตลอดเวลา เขาผู้ใช้เวลาเพียงพริบตาเดียวในขณะนั้นตัดสินใจ แล้วเขาก็บอกความในใจกับวรรศิกาก่อนสัญญาว่าจะตามไปหาเธอที่ต่างประเทศ ติดตามชม ละครริษยา ได้เร็ว ๆ นี้ ทางช่อง 7 สี รายชื่อนักแสดง ละคร ริษยาธันวา สุริยจักร รับบท ชนกชนะพล สัตยา รับบท ม.ร.ว. หริพันธ์อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์ รับบท ม.ร.ว. หญิงวรรศิกาฮาน่า ลีวิส รับบท ชนนีชไมพร จตุรภุช รับบท หม่อมชุลีธัญยกันต์ ธนกิตติ์ธนานนท์ รับบท อบสวาทอมีนา พินิจ รับบท ยอดธิดาพูลพัฒน์ อัตถปัญญาพล รับบท เจตน์ดวงดาว จารุจินดา รับบท ท่านหญิงนวลอังศนา บุรานันท์ รับบท ชวนชื่นดิลก ทองวัฒนา รับบท นพวิวัฒน์ ผสมทรัพย์ รับบท ย้งอัมรินทร์ สิมะโรจ รับบท ทาเคชิประกาศิต โบสุวรรณ รับบท เสี่ย ละครริษยา ละครริษยา ละครริษยา ละครริษยา ละครริษยา ละครริษยา ละครริษยา