มารีญา ลินน์

ละครพิรุณพร่ำรัก , เรื่องย่อพิรุณพร่ำรัก
พิรุณพร่ำรัก /  พิรุณพร่ำรัก เรื่องย่อ / 

บทประพันธ์ กลิ่นเอื้องบทโทรทัศน์ วิลักษณาผู้กำกับการแสดงชูชัย องอาจชัยออกอากาศ วันศุกร์ เวลา 20.00 น. และวันเสาร์ ถึง อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางช่อง 3 และช่อง 33 ชามินต์ (อมีนา กูล) เป็นเด็กกำพร้าและได้รับการอุปการะทุนการศึกษานักเรียนแพทย์จากตระกูลชานซึ่งเป็นหนึ่งในสิบตระกูลใหญ่แห่งเกาะฮ่องกง หลังจากเรียนจบชามินต์ก็เข้าทำงานเป็นแพทย์ในโรงพยาบาลของตระกูลชาน ทุกๆ วันหลังเลิกงาน ชามินต์จะเดินจากโรงพยาบาลเพื่อกลับแมนชั่นที่พักซึ่งอยู่ไม่ไกลนักและวันนี้ก็เป็นเช่นทุกวัน แต่มีบางสิ่งที่ไม่เหมือนเดิม ... ชามินต์ได้พบกับชายหนุ่มแปลกหน้าคน นึงนอนสลบเนื้อตัวเปียกปอนอยู่ในตรอกข้างทางและเธอได้ตัดสินใจพาเขากลับไปที่แมนชั่นของเธอ เมื่อตรวจดูอาการชามินต์พบว่าตามร่างกายของเขามีรอยฟกช้ำจากการถูกทำร้ายและ เขามีอาการไข้ขึ้นสูง เธอจึงให้การดูแลจนเขาหายไข้และเมื่อฟื้นขึ้นมาจึงพบว่าเขาจำอะไรไม่ ได้เลยแม้แต่เรื่องที่เกี่ยวกับตัวเอง ชามินต์ตั้งชื่อให้เขาว่า โลแกน (ธนิน มนูญศิลป์) เมื่ออยู่ในที่พักโลแกนเป็นชายหนุ่มที่ร่าเริงสดใส ขี้เล่นซึ่งแตกต่างกับชามินต์สิ้นเชิง ชามินต์ พยายามซักถามถึงที่มาของโลแกนเพื่อหาทางพาเขากลับไปส่งบ้าน แต่โลแกนก็จำอะไรไม่ได้สักอย่าง มีเพียงอย่างเดียวที่เขารู้สึกก็คือเขาไม่ชอบโรงพยาบาลโดยไม่รู้เหตุผลว่าทำไม ดังนั้นเมื่อชามินต์ต้องการให้เขาไปตรวจที่โรงพยาบาลโลแกนจึงปฏิเสธหัวชนฝาจนชามินต์ยอมแพ้ และให้เขาพักอยู่กับเธอในช่วงแรกไปก่อนจนกว่าจะจำอะไรได้ แม้ชามินต์จะเป็นคนไว้ตัวและดูเย็นชาแต่ความเอาใจใส่ที่เธอมีต่อโลแกนทำให้เขาประทับใจ โลแกนจึงพยายามที่จะตอบแทนเธอด้วยการทำอาหารเช้าและเย็นให้ คอยปลุกเธอให้ตื่นไปทำงาน ทำตัวเป็นหมาหงอยในยามที่เธอหงุดหงิดและอารมณ์เสีย แถมวันไหนอุตุนิยมพยากรณ์ว่าจะมีฝนตก โลแกนก็จะกางร่มเดินไปรอรับเธอที่หน้าโรงพยาบาลทุกครั้ง ขณะที่ชามนต์เองแม้จะตั้งกำแพงไม่สนใจผู้ชายคนไหน มีเพียงเดนนิส (วฤษฎิ์ ศิริสันธนะ) หมอหนุ่มลูกชายเจ้าของโรงพยาบาลที่เธอทำงานเท่านั้นที่ชามินต์แอบสนใจโดยที่เดนนิสไม่รู้ตัว แต่ชามินต์ก็รู้ดีว่าคนอย่างเธอต่ำต้อยเกินกว่าที่หนุ่มหล่อพ่อรวยอย่างเขาจะหันมามอง เมื่อโลแกนก้าวเข้ามาในชีวิตของชามินต์ เธอจึงรู้สึกเหมือนได้รับการเติมเต็มในช่องว่างที่ขาดหายไป ชามินต์พบว่าชีวิตเธอเริ่มมีความหมายและมีความสำคัญกับใครบางคน ... ทุกๆ วันที่มีโลแกนอยู่ข้างๆ เป็นทุกวันที่เธอมีความสุขและสดชื่น ตาบ๊องสมองเสื่อมคอยทำให้เธอหวั่นไหว ใจสั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เช่นเดียวกับโลแกนที่ไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าได้รักเธอ ... หลายครั้งที่ชามินต์ พยายามหักห้ามใจตัวเองไม่ให้สนใจเขามากไปกว่าที่ควรจะเป็นเพราะกลัวว่าสักวันเมื่อเขาจำอะไรได้ ... เขาจะจากเธอไป ...และแล้ววันที่ชามินต์กลัวก็มาถึง ชามินต์นัดหมายจะพาโลแกนไปดินเนอร์ที่ร้านอาหารหลังเลิกงานและโลแกนสัญญาว่าจะมารับเธอที่หน้าโรงพยาบาลเหมือนทุกครั้ง แต่ชามินต์ต้องรอเก้อเพราะอยู่ๆโลแกนก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แท้จริงแล้วโลแกน ถูกลูกน้องของเดนนิสพาตัวไป เดนนิส ชานเป็นเพื่อนรักกับโลแกน เดนนิสให้คนออกตามหาตัวโลแกนตั้งแต่วันแรกที่เขาหายตัวไปแต่ไม่มีใครพบร่องรอยหรือได้ข่าว จนกระทั่งวันนึงเดนนิสนั่งรถผ่านถนนใกล้โรงพยาบาล เขาเห็นโลแกนเดินอยู่ข้างทางจึงจอดรถและวิ่งไล่ตามแต่โลแกนก็หายตัวไป จากวันนั้นเดนนิสจึงส่งลูกน้องมาดักรอด้วยหวังว่าจะเจอโลแกนอีกครั้ง และในที่สุดลูกน้อง ก็พบตัวโลแกน ในขณะที่เขากำลังเดินเหม่อมองท้องฟ้าอยู่ริมถนน ลูกน้องจึงเข้าแสดงตัวแต่โลแกนจำใครไม่ได้และคิดจะหนี ลูกน้องจึงต้องเล่นงานเขาจนสลบและพาตัวกลับไปให้เดนนิส ชามินต์ออกตามหาโลแกนในทุกๆที่ที่คิดว่าเขาจะไปแต่ก็ไม่พบ ... ชามินต์กลับไปที่ห้องด้วยความปวดร้าว เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาและเขาจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร ชามินต์เศร้าใจมาก เหม่ยหง (คัคกิ่งรักส์ คิดคิดสะระณัง) เพื่อนพยาบาลและหมอโจ (โฆษวิส ปิยะสกุลแก้ว) สอบถามยังไง เธอก็ไม่ได้เล่าเรื่องโลแกนให้ใครฟังโลแกนของชามินต์ แท้จริงก็คือ โลแกน ลู หรือ มิสเตอร์ลู เศรษฐีนักธุรกิจอันดับหนึ่งของฮ่องกง หลังจากที่บิดามารดาเสียชีวิตไป โลแกนก็ต้องดูแล ไลลา ลู(ชนิดาภา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์) น้องสาวคนเดียวที่กำลังเรียนดนตรีปีสุดท้ายในมหาวิทยาลัย แต่ด้วยภาระทางบริษัทและกิจการมากมายที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้ ทำให้โลแกนต้องทำงานหนักและไม่มีเวลาเอาใจใส่เธอมากนัก ... จนกระทั่งไลลาเดินมาบอกให้เขารู้ว่าเธอตั้งท้อง แต่ไม่ยอมบอกว่าใครคือพ่อของเด็ก แม้ว่าโลแกนจะโกรธที่น้องสาวทำตัวเหลวแหลกแต่เขาก็ต้องทำใจยอมรับกับเรื่องที่เกิดขึ้น และรับเลี้ยงเด็กชายคอลินน์ ลู(ปัณณฑัต เจียมศิริกาญจน์) มาเป็นลูกของตัวเอง ... หลังจากที่คลอดคอลินน์ได้ไม่นานไลลาก็เสียชีวิตอย่างไม่รู้สาเหตุและทิ้งปริศนามากมายไว้เบื้องหลังโลแกนจึงพยายามสืบหาความจริงด้วยตัวเองและพบว่าการตายของน้องสาวเกี่ยวพันกับเหว่ยชาน (อนันต์ บุนนาค)ซึ่งเป็นบิดาของนีล่า เหว่ย (อริศรา โรเซ็นดาห์ล)คู่หมั้นของเขาและการสืบหานั้นทำให้โลแกนถูกทำร้ายจนสลบและได้รับความช่วยเหลือจากชามินต์ เมื่อโลแกนถูกพาตัวกลับมายังบ้านของตัวเอง เขาได้รับการรักษาและกลับมาจำเรื่องทุกอย่างได้อีกครั้ง แต่สิ่งที่จำไม่ได้ก็คือเรื่องราวที่ไปสืบในช่วงเวลาก่อนที่เขาจะสลบไปรวมทั้งเรื่องของเหว่ยซานและจำไม่ได้ว่าตัวเองหายไปไหนมา แน่นอนว่าเขาจำเรื่องของชามินต์ไม่ได้เช่นกันคอลินน์ ลู เป็นเด็กน้อยจอมแสบแสนซนที่สวนทางกับสุขภาพ เด็กชายวัยห้าขวบเป็นโรคภูมิ แพ้บ่อยๆ จึงจำเป็นต้องมีหมอประจำตัวมาดูแลและเนื่องจากหมอคนเก่าเพิ่งเกษียณไป เดนนิส จึงได้ขอให้ชามินต์มาช่วยดูแลคอลินน์ซึ่งเป็นลูกชายของเพื่อนรักอาทิตย์ละสองครั้ง หญิงสาวตอบรับอย่างเต็มใจและชามินต์ต้องช็อคสุดขีดเมื่อพบว่า โลแกนคือเศรษฐีตระกูลลูและเขาจำเธอไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ชามินต์ไม่คิดจะปริปากพูดหรือซักถามอะไรโลแกนถึงความสัมพันธ์ที่เธอกับเขาเคยมีต่อกันในช่วงเวลาที่ผ่านมา เธอทำท่าเย่อหยิ่ง เย็นชากับเขาจนโลแกนแปลกใจในท่าทียโสของเธอและทำให้เขาไม่ค่อยชอบขี้หน้าเธอนัก แต่หนูน้อยคอลินน์กลับติดเธอแจและเรียกร้องอยากให้ชามินต์ทำหน้าที่เป็นแม่คนใหม่ ชามินต์พยายามหลีกเลี่ยงที่จะพบกับโลแกน เพราะเธอรู้ดีว่าในหัวใจเธอยังมีเขาอยู่ตลอดเวลา แต่วันนี้เขาไม่ใช่โลแกนหนุ่มสมองเสื่อมที่มีแต่รอยยิ้มและความจริงใจให้กับเธอ เขาเป็นมหาเศรษฐีผู้มีอิทธิพล พ่อหม้ายลูกติด มีคู่หมั้นสาวสวยรวยโก้เก๋ที่กำลังจะแต่งงานด้วย มีธุรกิจใหญ่โต มีชีวิตที่แตกต่างกับเธอราวฟ้ากับเหว ชามินต์ได้รู้จักกับนีลา คู่หมั้นของโลแกน นีล่าถูกชะตากับชามินต์และมักจะชวนเธอไปกินข้าวอยู่บ่อยๆ จนนีล่ากล้าเล่าความในใจเกี่ยวกับคนรักให้ชามินต์ฟัง นั่นยิ่งตอกย้ำความเจ็บปวดใน หัวใจเธอ ทุกๆ ครั้งที่ชามินต์มาดูแลคอลินน์ เธอจะต้องได้เจอกับโลแกนและต้องปะทะฝีปากกับเขาอยู่บ่อยๆ จนโลแกนนึกสนุกและชอบแกล้งเธอเพราะรู้สึกคุ้นเคยกับเธอเหมือนรู้จักกันมาก่อนและเริ่มให้ความสนใจเธอมากขึ้น จนกระทั่ง คลากค์ คูเกอร์(นัฐฐพนธ์ ลียะวณิชย์) มาเฟียหนุ่มหล่อท่าทางร้ายเข้ามาตีสนิทกับชามินต์ ทำให้โลแกนเริ่มรู้ตัวว่าเขาชอบเธอจริงจัง โลแกนเริ่มใกล้ชิดและแสดงตัวเป็นเจ้าของชามินต์มากขึ้น เขามักจะสั่งให้เธอไปไหนมาไหนกับเขอยู่บ่อยๆ จนชามินต์กลัวว่านีล่าจะเข้าใจผิดแต่โลแกนก็อ้างว่าทำเพื่อคอลินน์ คลากค์ คูเกอร์ เป็นมาเฟียหนุ่มที่เป็นคู่อริทางธุรกิจกับโลแกน คลากค์เข้ามาตีสนิทกับชามินต์และแสดงตัวให้รู้ว่าเขาสนใจเธอและต้องการแย่งเธอจากโลแกน การเข้ามาของคลากค์ ทำให้โลแกนไม่พอใจและบอกให้ชามินต์รู้ว่าเขาไม่ชอบขี้หน้าหมอนี่ และบอกให้เธออยู่ห่างๆ คลากค์ไว้ แต่ผู้หญิงอย่างชามินต์หรือจะเชื่อใครง่ายๆ เธอยอมรับนัดกินข้าวและไปไหนมาไหนกับคลากค์เพื่อยั่วให้โลแกนโกรธ และเหนือสิ่งอื่นใดเธอสงสัยว่าการที่คลากค์เข้ามาใกล้ชิดเธอนั้นเขามีจุดประสงค์อื่นมากกว่าความสนใจในตัวเธอ ... และเธอจะต้องรู้ให้ได้ว่ามันคือเรื่องอะไรกันแน่ ? เหว่ยซานพยายามเร่งรัดให้โลแกนกับนีล่าแต่งงานกัน แต่นีล่ารู้ดีว่าจะไม่มีการแต่งงานเกิดขึ้นเพราะโลแกนไม่ได้รักเธอ ที่เขายอมหมั้นกับเธอเพียงเพราะเป็นข้อตกลงของบรรพบุรุษทั้งสองตระกูลและตัวนีล่าเองก็ไม่ได้รักโลแกนเช่นกัน เธอมีคนที่แอบชอบอยู่แล้วนั่นคือเดนนิส คุณหมอผู้ซึ่งยิ้มและใจดีกับทุกคนยกเว้นเธอที่เดนนิสมักจะตีหน้าขรึมและทำดุใส่อยู่บ่อยๆ จน นีล่าน้อยใจ แต่แกล้งทำประชดแสดงออกในทิศทางตรงกันข้ามให้เห็นว่าเธอไม่ได้สนใจเขา นีล่าชอบเอาเรื่องของเดนนิสมาปรับทุกข์ให้ชามินต์ฟัง แต่ไม่ได้เอ่ยชื่อทำให้ชามินต์เข้าใจว่านีล่าหมายถึงโลแกน ชามินต์จึงพยายามที่จะตีตัวออกห่างจากโลแกนเพราะกลัวนีล่าจะรู้ความจริงในใจที่เธอมีต่อโลแกนและบอกให้โลแกนหันมาสนใจนีล่ามากขึ้น โลแกนไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของชามินต์เพราะเขารู้ดีว่านีล่าแอบชอบเดนนิสมาตั้งแต่สมัยเด็กที่พวกเขาสามคนเป็นเพื่อนกัน ตระกูล ‘ลู’ ในอดีต เคยเป็นตระกูลมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่และเป็นพี่ใหญ่สุดในการทำธุรกิจมืดมากับตระกูล ‘เหว่ย’และตระกูล ‘ชาน’ แต่ตระกูลลูและตระกูลชานคิดล้างมือจากธุรกิจมืดในสมัยปู่ของโลแกนและหลังจากนั้นมาทั้งสองตระกูลก็เดินหน้าทำแต่ธุรกิจที่ขาวสะอาดและตรวจ สอบได้ ทำให้เหลือเพียงตระกูลเหว่ยตระกูลเดียวที่ยังพัวพันกับธุรกิจนอกกฎหมาย แม้จะเดินคนล่ะเส้นทางแต่ทั้งสามตระกูลก็ยังเป็นเพื่อนกันต่อมาในรุ่นลูกและหลาน และมีพันธะสัญญาจากรุ่นบรรพบุรุษว่าคนในตระกูลลูและตระกูลเหว่ยจะต้องแต่งงานกัน เหว่ยซานสั่งให้ลูกน้องคอยจับตาความเคลื่อนไหวของโลแกนและลูกน้องรายงานให้รู้ว่าโลแกนให้ความสนิทสนมกับชามินต์เกินเหตุ เหว่ยซานจึงไม่พอใจเพราะกลัวว่าโลแกนจะไม่แต่งงานกับนีล่า ... เพราะหากเป็นเช่นนั้น ธุรกิจมาเฟียของเขาอาจจะต้องปิดฉากลง ... เหว่ยซานต้องการอิทธิพลของตระกูลลูเพื่อคุ้มครองและส่งเสริมธุรกิจมาเฟียของตน เพราะแม้ว่าตระกูลลูจะแสดงตัวว่าไม่ยุ่งเกี่ยวกับขบวนการมาเฟียแต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าตระกูลลูยังมีอำนาจและอิทธิพลสูงในฮ่องกง เหว่ยซานจึงเป็นคนวางแผนฆ่าพ่อแม่ของโลแกนเพราะพ่อของโลแกนไม่ต้องการให้ตระกูลลูหวนกลับคืนสู่วงการมาเฟีย และสั่งฆ่าไลลาน้องสาวของโลแกนเพราะเธอบังเอิญรู้แผนที่เขาวางไว้ ... ที่เหว่ยซานต้องทำทุกอย่างเช่นนี้ก็เพราะเขากลัวว่าหากวันนึงข้างหน้าเมื่อเขาตายไป นีล่าซึ่งเป็นทายาทเพียงคนเดียวจะพาธุรกิจไปไม่รอด เขาจึงต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกสาวได้แต่งงานกับเจ้าพ่อตระกูลลู เหว่ยซานจึงส่งคนให้ไปตามเก็บชามินต์ เพื่อเขี่ยเธอออกไปจากชีวิตของโลแกน แต่ลูกน้องกลับทำพลาด ชามินต์ถูกยิงแค่บาดเจ็บเล็กน้อย โลแกนตกใจและรีบมาดูเธอที่โรงพยาบาลทั้งๆ ที่เขาเกลียดสถานที่แห่งนี้เพราะเขากลัวว่าจะได้รับข่าวร้าย เหมือนครั้งที่เขาต้องสูญเสียน้องสาวไป ความห่วงใยของโลแกนที่มีต่อชามินต์ตกอยู่ในสายตาของเดนนิสและนีล่า ทั้งสองรับรู้ได้ทันทีว่าวันนี้โลแกนมีชามินต์อยู่ในหัวใจแล้ว เดนนิสตามมาปลอบใจนีล่า เพราะคิดว่าเธอคงเสียใจเรื่องโลแกน แต่นีล่ากลับบอกว่าเธอดีใจและบอกให้รู้ว่าเธอชอบเดนนิสไม่ใช่โลแกนอย่างที่ทุกคนคิด หลังจากเกิดเรื่องกับชามินต์ โลแกนแสดงความเป็นห่วงและคอยดูแลเธอไม่ให้คลาดสายตาเขาเปิดใจให้เธอรู้ว่าเขาชอบเธอไม่ใช่นีล่าและเล่าเรื่องความเป็นมาของตระกูลมาเฟียให้เธอฟัง รวมถึงเรื่องของไลลาผู้เป็นน้องสาวและปริศนาการตายของไลลาและพ่อแม่ ชามินต์ได้เจอกับคลากค์และเริ่มสงสัยในตัวคลากค์จนกระทั่งสืบจนรู้ว่าแท้จริงแล้วคลากค์คือผู้ชายที่ทำให้ไลลาท้องและเขาคือพ่อของคอลินน์ แต่เธอไม่ได้บอกเรื่องนี้ให้ใครรู้แม้กระทั่งโลแกนคลากค์เล่าให้ชามินต์ฟังถึงความสัมพันธ์ของเขากับไลลา เขาไม่เคยรู้ว่าไลลาเป็นน้องสาวของ โลแกน เขากับเธอรักกันโดยที่ต่างฝ่ายต่างไม่รู้ว่าครอบครัวของทั้งสองคือใครจนกระทั่งไลลารู้ว่าเขาเป็นลูกมาเฟียตระกูลคูเกอร์ เธอโกรธมากที่เขาไม่บอกความจริง ไลลาจึงหลบหน้าและพยายามหลีกเลี่ยงที่จะพบเขาเพราะเธอรู้ดีว่าโลแกนไม่ต้องการให้ครอบครัวพัวพันกับพวกมาเฟียอีกต่อไป คลากค์พยายามตามหาไลลาแต่ไม่พบและรู้ข่าวอีกครั้งเมื่อเธอเสียชีวิตลง และเขาไม่รู้ว่าเธอท้องจนกะทั่งมีข่าวว่าโลแกนมีลูกชายเขาจึงได้แต่แอบสงสัยว่าคอลินน์อาจจะเป็นลูกชายของเขาที่เกิดกับไลลา จึงพยายามมาสนิทด้วย ทุกครั้งที่โลแกนหลับเขามักจะฝันถึงเหตุการณ์ที่ตัวเองเคยอยู่กับชามินต์ที่แมนชั่นแต่ในความฝันเขาไม่รู้ว่าเธอคือใคร เมื่อโลแกนมาหาชามินต์บ่อย ๆ เขาสัมผัสได้ถึงความคุ้นเคยที่เขามีต่อเธอและพบว่าเขามีกุญแจห้องสำรองของห้องพักเธอ ... โลแกนเก็บความสงสัยนี้ไว้ในใจและเริ่มลอบสังเกตพฤติกรรมของชามินต์ที่มีต่อเขา จนกระทั่งวันนึงที่ชามินต์ไม่สบายหนักและเขานั่งเฝ้าไข้ ชามินต์เพ้อตัดพ้อพูดถึงสัญญาที่เขาให้ไว้กับเธอว่าจะมารับเธอในวันฝนตกแต่เขาไม่กลับมา ... โลแกนจึงได้รู้ว่าความทรงจำที่ขาดหายไปนั้นอยู่ที่ชามินต์นั่นเอง และแล้วเรื่องราวในความทรงจำที่หายไปก็พรั่งพรูไหลออกมา ในที่สุดโลแกนก็จำได้ว่าในคืนนั้นก่อนที่เขาจะได้รับบาดเจ็บเขาได้ติดตามสืบเรื่องเกี่ยวกับการตายของพ่อแม่และน้องสาวไปจนรู้ความจริงว่าเหว่ยซานคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด เหว่ยซานเริ่มไหวตัวทันและมั่นใจว่าโลแกนจะไม่แต่งงานกับนีล่าแน่ เขาจึงตัดสินใจสั่งฆ่าโลแกน แต่บังเอิญที่นีล่าได้ยินแผนของพ่อนีล่าตกใจจึงรีบไปบอกโลแกนให้ระวังตัว โลแกนจึงคิดซ้อนแผนหาทางจัดการกับเหว่ยซาน แต่เขาไม่ต้องการฆ่าใคร เขาจึงวางแผนที่จะจับเหว่ยซานโดยให้เดนนิสขอชามินต์แต่งงานท่ามกลางสายตาคนมากมายเพื่อทำให้เหว่ยซานเชื่อ ... นีล่า ช็อคเพราะความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเดนนิสกำลังไปได้สวย เธอไม่คิดว่าเขาและชามินต์จะหักหลังเธอ แต่คุณหนูลูกสาวมาเฟียอย่างเธอไม่ใช่ผู้หญิงคร่ำครวญ เธอจึงเชิดหน้ามางานแต่งของทั้งสอง ภายใต้ความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนไว้ในใจ พิธีแต่งงานถูกจัดอย่างอลังการในโบสถ์ โลแกนยืนขึ้นคัดค้านงานแต่งเพื่อให้ตัวเองตกเป็นเป้าอย่างจงใจ เหว่ยซานไม่ได้ตระครุบโอกาสนั้นไว้ เป้าหมายของเขาไม่ได้มีแค่โลแกน แต่ยังมีคอลินน์ผู้เป็นทายาทอีกคน เหว่ยซานตั้งใจที่จะฆ่าทั้งโลแกนและคอลินน์เแต่นีล่าเอาตัวเองเข้ามาปกป้องขวางทางปืนเพื่อช่วยชีวิตคอลินน์ ทำให้นีล่าได้รับบาดเจ็บและคลาก์คูเกอร์ได้ตามเข้ามาในงานพร้อมกับตำรวจอย่างทันเวลา เหว่ยซานยอมมอบตัวแต่โดยดีและสำนึกผิดในสิ่งที่ทำ โชคดีที่นีล่าปลอดภัย เหว่ยซานยอมสารภาพและรับผิดในทุกสิ่งที่ทำลงไป และฝากนีล่าให้เดนนิสช่วยดูแล คลากค์ยอมรับสารภาพกับโลแกนว่าเขาคือพ่อของคอลินน์ โลแกนทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าต่อยหน้าคลากค์ไปสามหมัดเพื่อระบายความแค้นในใจ ส่วนคอลินน์ก็ยอมรับคลากค์เป็นพ่อเพิ่มอีกหนึ่งคนนอกเหนือจากโลแกน โลแกนขอชามินต์แต่งงานต่อหน้าหลุมศพของพ่อแม่และสัญญาว่าจะรักและดูแลเธอตลอดไป ... ชามินต์ขอบคุณที่เขาทำให้โลกของเธอเปลี่ยนสี และอดีตอันเจ็บปวดถูกลบเลือน เธอมั่นใจว่าจากนี้ไปชีวิตเธอจะไม่โดดเดี่ยวและอ้างว้างตลอดกาล

สาวมะกัน ผลักสามีตกหน้าผา หลังแต่งงานได้ 8 วัน
ตกหน้าผา /  ผลักตกหน้าผา / 

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เกิดคดีสุดฮือฮาขึ้นที่สหรัฐอเมริกา เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา นางจอร์แดน ลินน์ เกรแฮม วัย 22 ปี ได้เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า นายโคดี้ จอห์นสัน สามี วัย 25 ปี หายสาปสูญไป ต่อจากนั้นอีกสองวันต่อมาเธอจึงได้ไปแจ้งกับตำรวจว่าพบร่างของสามีแล้วที่บริเวณเบื้องล่างของหุบเขาลูป ในอุทยานแห่งชาติกลาเซียร์ โดยผลจากการชันสูตรพลิกศพ พบว่า เขาเสียชีวิตจากการตกจากที่สูง ซึ่งเจ้าหน้าที่สรุปว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอาจเป็นอุบัติเหตุ แต่ต่อมาครอบครัวของนายจอห์นสัน ได้ร้องขอให้เจ้าหน้าที่รื้อคดีมาสอบสวนใหม่ เนื่องจาก เจ้าหน้าที่อุทยาน เผยว่า จุดบริเวณที่เธอพบศพนั้นอยู่ลึกมา ซึ่งจะเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะรู้ว่าศพอยู่ตรงนั้น ทั้งนี้จากการรื้อคดีออกมาสอบสวนใหม่ทำให้ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนางจอร์แดนและผู้ตายเกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงที่จุดชมวิวดังกล่าว ซึ่งฝ่ายชายได้เอามือมาคว้าเธอไว้ ก่อนที่เธอจะสะบัดแขนออกอย่างแรงพร้อมผลักหน้าอก ทำให้ฝ่ายชายพลาดตกหน้าผา เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อทั้งสองเพิ่งแต่งงานกันได้เพียง 8 วันเท่านั้น MthaiNews

เอ็มพิคเจอร์ส รับปี 2012 ส่งโปรเจ็คหนังดี 8 เรื่อง 8 อารมณ์
A Dangerous Method /  Midnight in Paris My Week with Marilyn / 

ได้เวลาจัดเต็ม เพื่อเอาใจคอหนังทั้งทีจะให้ธรรมดาได้อย่างไร เอ็ม พิคเจอร์ส เลยขอส่งท้ายปีเก่าต้อนรับศักราชใหม่ปี 2555 ด้วยโปรเจ็คสุดเก๋ที่มีชื่อว่า “หนังดีต้องดู” ยกคาราวานกองทัพทั้งหนังไทยและหนังต่างประเทศให้แฟนๆ ได้รับชมกันอย่างจุใจ 8 เรื่อง 8 อารมณ์ 8 อรรถรส  ที่ล้วนตั้งใจคัดสรรมาเพื่อเอาใจคอหนังโดยเฉพาะ เริ่มด้วยเดือนธันวาคมกับภาพยนตร์ Midnight in Paris (มิดไนท์ อิน ปารีส) และประเดิมต้อนรับศักราชใหม่ของเดือนมกราคมกับ ภาพยนตร์ My Week with Marilyn  , เรื่อง The LADY (เดอะ เลดี้) และ WE NEED TO TALK ABOUT KEVIN  ต่อด้วยเดือนแห่งความรักกุมภาพันธ์ กับภาพยนตร์เรื่อง THE IRON LADY (เดอะ ไอรอน เลดี้) ,     A DANGEROUS METHOD ( อะ เดนเจอรัส เมธอด) และภาพยนตร์ไทยเรื่อง “ไม่ได้ขอให้มารัก IT GETS BETTER” ก่อนที่จะปิดท้ายโปรเจ็คไปกับภาพยนตร์ดราม่าอีโรติกเรื่อง SHAME (เชม) ในเดือนมีนาคม คุณวสันต์ หอมแสงประดิษฐ์  ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอ็ม พิคเจอร์ส จำกัดเจ้าของไอเดียสุดเก๋ เล่าให้ฟังถึงที่มาของโปรเจ็คปีหน้านี้ว่า “ ...สำหรับหนังที่ทาง เอ็ม พิคเจอร์ส ได้จัดจำหน่ายในปี 2554 ที่ผ่านมานี้  ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ชม  หนังดังกว่า 30 เรื่องในปีที่ผ่านมาสำหรับผมถือว่าเป็นปีที่ประสบความสำเร็จของ เอ็ม พิคเจอร์ส ครับ ไม่ว่าจะเป็นยอดรายได้ที่เราเติดโตกว่าปีที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด   และในปี 2555 ทางเรามีโปรเจ็ค หนังดีต้องดู ที่จัดทำขึ้นเพื่อเป็นการสร้างความสุขและความบันเทิงให้กับผู้ชมทุกท่าน หลังจากผ่านพ้นสภาวะตึงเครียดมาก่อนหน้านี้แล้ว ก็ถึงเวลาที่จะเฉลิมฉลองท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โดยเราจะขอทำหน้าที่อาสาพาคอหนังร่วมเดินทางไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกซึ่งเป็นต้นกำเนิดของภาพยนตร์ 8 เรื่อง 8 อารมณ์ 8 อรรถรสมาให้ผู้ชมได้รับชมอย่างจุใจ เริ่มจากการเดินทางไปยังประเทศปารีส เพื่อสนุกสนานไปกับภาพยนตร์รักโรแมนติก จากผลงานการกำกับของผู้กำกับฟอร์มเก๋าของวงการ วูดดี้ อัลเลน ในภาพยนตร์เรื่อง Midnight in Paris คืนบ่มรักที่ปารีส นำแสดงโดย โอเวน วิลสัน และ เรเชล แมคอดัมส์ ที่มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวความรัก ความฝัน และเสน่ห์อันน่าเย้ายวนใจของมหานครปารีส My Week with Marilyn 7 วัน...แล้วคิดถึงกันตลอดไป 12 ม.ค. จากนั้นพาคุณผู้ชมเดินทางไปยังประเทศอังกฤษ เพื่อรับชมภาพยนตร์สุดยิ่งใหญ่แห่งปีที่ใครๆ หลายคนตั้งตารอคอย My Week with Marilyn 7 วัน...แล้วคิดถึงกันตลอดไป  เรื่องราวการหายตัวไปของดาวจรัสฟ้า มาริลิน มอนโร ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ถ่ายภาพยนตร์เรื่อง The Prince and the showgirl พบกับการพลิกบทบาทครั้งสำคัญของ มิเชลล์  วิลเลี่ยมส์ และ เอ็ดดี้  เรดมานี่, เคนเนธ  บรานาห์ , เอ็มมา  วัตสัน กำกับการแสดงโดย ไซมอน  เคอร์ติส The LADY อองซานซูจี ผู้หญิงท้าอำนาจ 19 ม.ค. มาต่อที่ประเทศฝรั่งเศสกับภาพยนตร์ที่สร้างจากชีวิตจริงของ Aung San Suu Kyi (อองซานซูจี) หญิงแกร่งนักต่อสู้เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยของชาวพม่ามากว่า20 ปี เรื่อง The LADY อองซานซูจี ผู้หญิงท้าอำนาจ นำแสดงโดย นักแสดงชื่อดัง มิเชล โหย่ว  และ เดวิด ธิวลิส กำกับการแสดงโดย ลุค เบซอง บินลัดฟ้ามาที่สหรัฐอเมริกา รับชมภาพยนตร์แนวดราม่า-ทริลเลอร์ ที่ได้รับกระแสวิจารณ์ในแง่บวกอย่างมากจากเทศกาลภาพยนตร์ที่เมืองคานส์ เรื่อง WE NEED TO TALK ABOUT KEVIN คำสารภาพโหดของเควิน  นำแสดงโดย ทิลดา สวินตัน, จอห์น ซี ไรลีย์, อซรา มิลเลอร์  กำกับการแสดงโดย ลินน์ แรมเซย์  THE IRON LADY มาร์กาเร็ต แธตเชอร์...หญิงเหล็กพลิกแผ่นดิน 9 ก.พ. แวะพักที่ประเทศอังกฤษกับภาพยนตร์ดราม่า ที่ตีแผ่เรื่องราวของนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศอังกฤษ มาร์กาเร็ต แธตเชอร์  ในภาพยนตร์เรื่อง THE IRON LADY มาร์กาเร็ต แธตเชอร์...หญิงเหล็กพลิกแผ่นดิน นำแสดงโดย เมอรรีล สตรีพ และ จิม บรอดเบนท์ จากผลงานการกำกับของ ฟิลลิด้า ลอยด์ A DANGEROUS METHOD หิวรักซ่อนลึกลึก 23 ก.พ. บินไปต่อที่ประเทศแคนาดากับภาพยนตร์เรื่อง A DANGEROUS METHOD หิวรักซ่อนลึกลึก เรื่องราวการค้นพบทางความคิดและความเย้ายวนทางเพศที่เกิดขึ้นระหว่าง จิตแพทย์มือใหม่ อาจารย์และหญิงสาวผู้ระทมทุกข์ นำแสดงโดย เคียรา ไนท์ลีย์ , วิกโก้ มอร์เดนเซน, ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์  , วินเซนต์ คาสเซล  ผลงานชิ้นล่าสุดของ เดวิด โครเนนเบิร์ก ไม่ได้ขอให้มารัก IT GETS BETTER 14 ก.พ. จากนั้นตีตั๋วกลับมาที่เมืองไทย กับภาพยนตร์ที่คนไทยไม่ควรพลาดผลงานใหม่ล่าสุดของ กอล์ฟ-ธัญวาริน สุขะพิสิษฐ์  เรื่อง “ไม่ได้ขอให้มารัก IT GETS BETTER” มานำเสนอเพื่อต้องการที่จะตีแผ่มุมมองเรื่องความรักที่ไม่จำกัดอายุ สถานะ และเวลา  นำแสดงโดย ต่าย-เพ็ญพักตร์ ศิริกุล , เบลล์-นันทิตา ฆัมภิรานนท์ , ปั้นจั่น-ปรมะ อิ่มอโนทัย, ซาหริ่ม –ภาณุพงศ์ วราเอกศิริ ฯลฯ ปิดท้ายเที่ยวบินแห่งความหรรษาด้วยภาพยนตร์อินดี้แนวดราม่าอีโรติกเรื่อง SHAME (เชม) ภาพ ยนตร์ที่ได้รับเสียงวิจารณ์ทั้งแง่บวกและแง่ลบของผู้กำกับ สตีฟ แม็คควีน  นำเสนอเรื่องราวของชายหนุ่มที่หมกมุ่นแต่เรื่องเซ็กซ์ นำแสดงโดย ไมเคิล ฟาสเบอร์เดอร์ และ แครี่ย์ มุลลิแกน หวังว่าแฟนๆ คงจะถูกอกใจถูกใจกับภาพยนตร์ดีๆ ที่เราตั้งใจเลือกสรรมาให้แฟนได้รับชมกันอย่างเต็มอิ่มขอให้ทุกคนสนุกกับการชมภาพยนตร์นะครับ…” เตรียมแพ็คกระเป๋าเดินทางไปสนุกสนานกับภาพยนตร์  “หนังดีต้องดู” 8 เรื่อง 8 อารมณ์ 8 อรรถรส  ที่ทางเอ็ม พิคเจอร์ส การันตีความสนุก อิ่มเอมใจ มาให้ได้รับชมกัน ติดตามได้ในโรงภาพยนตร์ *วันฉายที่แจ้งไว้อาจมีการเปลี่ยนแปลง

ตัวอย่างใหม่ฉบับญี่ปุ่น พร้อมกับฟุตเทจใหม่จากหนังแอ็คชั่นมหากาฬ John Carter 3D
Andrew Stanton /  John Carter / 

เผยตัวอย่างใหม่เวอร์ชั่นญี่ปุ่นมาแล้วกับหนังทหารบุกดาวอังคารใน John Carter ที่มาคราวนี้มาพร้อมกับฉากใหม่มากมาย ตัวหนังจริงๆจะมันส์แค่ไหนติดตามได้ปีหน้าทั้งในระบบ 3D และ IMAX พร้อมกับระบบปกติครับ ผลงานสุดยิ่งใหญ่จากผู้กำกับรางวัลออสการ์ แอนดรู แสตนตัน “จอห์น คาร์เตอร์” ภาพยนตร์แอ็คชั่นผจญภัยสุดตื่นเต้นที่เกิดขึ้นบนดาวเคราะห์อันลึกลับและน่า พิศวงที่มีชื่อว่า “บาร์ซูม” (ดาวอังคาร) “จอห์น คาร์เตอร์” สร้างจากนวนิยายสุดคลาสสิคของ เอ็ดการ์ ไรซ์ เบอร์โรวส์ ที่เรื่องราวการผจญภัยเหนือจินตนาการของเขาเป็นรงบันดาลใจให้กับผู้สร้าง ภาพยนตร์มากมาย ทั้งในอดีตและปัจุบัน เรื่องราวของอดีตนายทหารผู้เบื่อหน่ายสงคราม ร้อยเอก จอห์น คาร์เตอร์ (เทย์เลอร์ คิทส์ช) ที่วันหนึ่ง ตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองได้มาอยู่บนดาวอังคารอย่างอธิบายไม่ได้ และเขาได้ตกอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งครั้งยิ่งใหญ่ที่กำลังประทุขึ้นระหว่าง ผู้ที่อาศั ยอยู่บนดาวดวงนี้ รวมทั้ง ทาร์ส ทาร์คาซ (วิลเล็ม ดาโฟ) และเจ้าหญิง เดจาห์ ธอริส ผู้ทรงสเน่ห์ (ลินน์ คอลินส์) ในโลกที่ใกล้จะถึงกาลแห่งความล่มสลาย คาร์เตอร์ ได้รู้สึกถึงการมีอยู่ของมนุษยธรรมอีกครั้ง เมื่อเขาพบว่าชะตากรรมของดาวบาร์ซูมและผู้คนบนดาวนั้นขึ้นนอยู่กับเขาเพียง คนเดียว

แฟชั่น เสียงเพรียกจากลอนดอน มารีญา ลินน์ เอียเรี่ยน
มารีญา ลินน์ /  แฟชั่น

แฟชั่น เสียงเพรียกจากลอนดอน มารีญา ลินน์ เอียเรี่ยน ภาพแฟชั่น จาก นิตยสาร VOLUME ข้อความบนปก : PLUS BEAUTY ขอบปากคมสวยสุดพลัง มาสครับผิวกายกันเถอะ MODE เสียงเพรียกจากลอนดอน หนุ่มผู้ดี EMOTION ชัชวาลย์ คงอุดม นักเลง...เขาวัดกันที่ใจ SURROUND Hotel Muse มุมมองและแรงบันดาลใจ ที่มาภาพจาก www.magazinedee.com

ดาราหนุ่มโพสต์รูปดูดนม ล้อ ปกนิตยสารไทม์
ดารา /  ดูดนม / 

  American Pie Reunion MThai News : ดาราหนุ่ม เจสัน บิ๊กส์ พระเอกจากภาพยนตร์  American Pie Reunion โพสต์ภาพตนเองดูดนมแฟนน นักแสดงสาว เจนนี่ มอนเลน ลงทวิตเตอร์ ล้อเลียนภาพจากปกนิตยสารไทม์ ลูกดูดนมแม่ โดยในภาพ เขาได้เขียนคำบรรยายว่า "เป็นเมียพอหรือยัง" ล้อกับข้อความบนนิตยสารไทม์ที่ว่า "เป็นแม่พอหรือยัง" หลังจากที่ไทม์ปกนี้ได้รับเสียงวิจารณ์อย่างหนักทางทวิตเตอร์ ในประเด็นที่ว่า การให้นมลูกจากเต้า มีการจำกัดช่วงอายุหรือไม่ ทั้งนี้ยังมีดาราหลายคน เช่น อลิซ่า มิลาโน , โจแอน ครูเป นางแบบสาว ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านทางทวิตเตอร์ต่อรูปบนปกไทม์ ส่วนใหญ่ไม่ค่อยเห็นด้วยกับภาพดังกล่าว ขณะที่บางคนต่อต้านวิธีการเลี้ยงลูกของนางแบบสาวบนปก สำหรับปกนิตยสารไทม์ ฉบับ ลูกดูดนมแม่นี้ เป็นภาพของบล็อกเกอร์ชื่อดัง เจมี ลินน์ กรูเมต์ วัย 26 ปี กับลูกชายวัย 4 ขวบของเธอ ซึ่งเธอสนับสนุนการให้นมลูกด้วยตนเอง แม้ลูกจะมีโตแล้วก็ตาม เธอบอกกว่า มันอบอุ่นเหมือนได้กอดลูก เหมือนได้รวมเป็นหนึ่งเดียวกับลูก และเธอยังมีวิธีการเลี้ยงลูกที่แปลกไปจากคนอื่นอีก Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com ...................................................................................................................... เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง American Pie Reunion คืนสู่เหย้าแก๊งค์แอ้มสาว

คลิปฉากการต่อสู้กับวานรยักษ์ และ ตัวอย่างสุดท้ายจากหนังผจญภัยใน John Carter
Andrew Stanton /  John Carter / 

คลิปการต่อสู้ของ จอห์น คาร์เตอร์ และ วานรเผือกยักษ์ ตัวอย่างสุดท้ายของ John Carter นักรบสงครามข้ามจักรวาล เข้าฉายในวันที่ 7 มีนาคมนี้แล้วกับหนังอภิมหาฟอร์มยักษ์จากค่ายดิสนีย์ เรื่องล่าสุด ที่มาในแนวแอ็คชั่น ผจญภัย ที่คอหนังแอ็คชั่นไม่ควรพลาดกับหนังเรื่อง John Carter หรือในชื่อไทยว่า นักรบสงครามข้ามจักรวาล ที่ในวันนี้นั้นทาง ดิสนีย์ ได้จัดหนัก ปล่อยตัวอย่างสุดท้ายสุดมันส์กว่า 1 นาทีครึ่ง ออกมาให้ชมกันแล้ว พร้อมกับปล่อยคลิปพิเศษกับฉากการต่อสุ้สุดอลังการของพระเอกของเราอย่าง จอห์น คาร์เตอร์ กับเหล่าวานรเผือกยักษ์ถึง 2 ตัว ที่ความมันส์ของ 2 คลิปนี้จะมันส์แค่ไหนสามารถรับชมได้ด้านบนเลยครับ ผลงานสุดยิ่งใหญ่จากผู้กำกับรางวัลออสการ์ แอนดรู แสตนตัน “จอห์น คาร์เตอร์” ภาพยนตร์แอ็คชั่นผจญภัยสุดตื่นเต้นที่เกิดขึ้นบนดาวเคราะห์อันลึกลับและน่า พิศวงที่มีชื่อว่า “บาร์ซูม” (ดาวอังคาร) “จอห์น คาร์เตอร์” สร้างจากนวนิยายสุดคลาสสิคของ เอ็ดการ์ ไรซ์ เบอร์โรวส์ ที่เรื่องราวการผจญภัยเหนือจินตนาการของเขาเป็นรงบันดาลใจให้กับผู้สร้าง ภาพยนตร์มากมาย ทั้งในอดีตและปัจุบัน เรื่องราวของอดีตนายทหารผู้เบื่อหน่ายสงคราม ร้อยเอก จอห์น คาร์เตอร์ (เทย์เลอร์ คิทส์ช) ที่วันหนึ่ง ตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองได้มาอยู่บนดาวอังคารอย่างอธิบายไม่ได้ และเขาได้ตกอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งครั้งยิ่งใหญ่ที่กำลังประทุขึ้นระหว่าง ผู้ที่อาศั ยอยู่บนดาวดวงนี้ รวมทั้ง ทาร์ส ทาร์คาซ (วิลเล็ม ดาโฟ) และเจ้าหญิง เดจาห์ ธอริส ผู้ทรงสเน่ห์ (ลินน์ คอลินส์) ในโลกที่ใกล้จะถึงกาลแห่งความล่มสลาย คาร์เตอร์ ได้รู้สึกถึงการมีอยู่ของมนุษยธรรมอีกครั้ง เมื่อเขาพบว่าชะตากรรมของดาวบาร์ซูมและผู้คนบนดาวนั้นขึ้นนอยู่กับเขาเพียง คนเดียว

หายคันทีน!กระทิงดุคืนฟอร์มกระซวกปานามายับเยินเพลินเท้า
กระทิงดุ /  ปานามา / 

ศึกฟุตซอลโลก “ฟีฟ่า ฟุตซอล เวิร์ดคัพ ไทยแลนด์ 2012” นัดที่สอง ของรอบแรก กลุ่มบี “กระทิงดุ” สเปนเจ้าของแชมป์โลกสองสมัยและหมายเลขหนึ่งของโลก ที่นัดแรกฟอร์มสะดุด โดนจ้าวแห่งเอเชียอย่าง อิหร่าน ตามตีเสมอ ทั้งที่นำไปก่อนสองลูกแต่กลับโดนตีเสมอแบ่งแต้ม 2-2 ลงเล่นนัดที่สองพบกับ ปานามา ที่ฟอร์มหรู พลิกสถานการณ์จากตามหลังสามลูกกลับมาถล่มเอาชนะ โมร็อคโก 8-3 เริ่มเกมส์เพียงนาทีแรก เป็นปานามาที่ได้ทักทายก่อนจากจังหวะลูกฟรีคิกที่ มิเกล ลาสโซ่ ยิงไปโดนคานสนั่น  จากนั้นนาทีถัดมา สเปน ก็มาได้ประตูออกนำจนได้ จากจังหวะที่ มิเกลลิน ดีดบอลต่อให้ กิเก้ กับตันทีมสอดขึ้นมาซัดด้วยซ้ายเต็มข้อให้ รองแชมป์โลกครั้งล่าสุดขึ้นนำอย่างรวดเร็ว 1-0  นาทีที่ 8 สเปนที่เหนือกว่าบาน ก็หนีไปอีกจากการตะบันสุดสวยของ ลินน์  สเปนหนีห่าง 2-0  นาทีที่ 9 ประตูทำท่าจะไหลเป็นน้ำ เมื่อ ลินน์ เปิดลุกเตะมุมโด่งมาให้ กีเก้ วิ่งเข้ามาวอลเลย์ด้วยขวาบ้าง แต่ ปานามายังโชคดีที่ ได้ ไจเม่ ลอนโดโน่ ช่วยเซฟไว้ได้ นาที 12 สเปนยิ่งเล่นยิ่งดี ลินน์ จ่ายบอลให้ บอร์ญ่า บลังโก้ ยิงเผาขนให้สเปนนำ 3-0 นาที 14 กระทิงดุยังไม่ยั้งเกมส์บุก และได้ประตูเพิ่มจาก ลูกยิงไกลจากแถวสองของ เฆซุส ไอคาร์โด้ สเปนนำ 4-0 นาที 17 ปานามา รวมพลังฮึดตีไข่แตก ยิงประตูคืนจากสเปนได้สำเร็จ จากจังหวะบอลยาวจากแดนหลังมาถึง มิชาเอล เด เลออน ได้โอกาสดีดบอลข้ามตัว คริสเตียน เข้าไปเป็นประตูให้ปานามา ตีไข่แตกไล่สเปนมาเป็น 4-1 หลังตีไข่แตกได้ ปามานา เหมือนได้ใจ เริ่มเปิดเกมส์รุกบุกใส่สเปนได้มากขึ้น จนทำให้ กระทิงดุต้องถอยมารับแล้วรอโต้ และจังหวะโต้ของ แชมป์โลกสองสมัยก็สำแดงเดช เมื่อ เซร์ดิโอ โลซาโน่ โชว์พลังกล้ามขาที่สั่งสมมานาน ซัดไกลจากเกือบๆกลางสนาม บอลพุ่งเป็นเครื่องบินไอพ่นเข้าไปนอนสงบนิ่งในตาข่ายของปานามา ทำให้จบครึ่งแรก สเปนนำ  5-1 เริ่มครึ่งหลังยังไม่ทันไร สเปนมาหนีห่างออกอีกจนได้ เมื่อ ยอร์ดี้ ตอร์ราส ยิงไกลจากนอกกรอบเขตโทษ จังหวะแรก ไจเม่ ลอนโดโน่ ปัดได้แต่ไม่พ้นอันตราย มาเข้าทาง บอร์ญ่า ซ้ำเข้าไปไม่เหลือซาก สเปนนำ 6-1 นาที 26 ปานามาตอบโต้คืนบ้างจากลุกยิงไกลของ คาร์ลอส เปเรซ แต่ คริสเตียนไม่ยอมเสียท่า ทุบทิ้งออกไปได้  นาที 27 สเปนได้ลูกจุดโทษ โดย อเลอเมา เป็นผู้สังหารเข้าไป สเปนทิ้งปานามาไม่เห็นฝุ่น 7-1 นาที 30 ปานามา ทำประตูปลอบใจคืนได้อีกลูก จากลูกเตะมุมที่ เฟอร์นันโด เมน่า ยิงยัดไส้ไปเสาแรก บอลแฉลบ อัลบาโร่ ที่พยามยามบล็อกเปลี่ยนทางเข้าประตูไปให้ ปานามาตามมาห่างๆ 7-2 นาที 31 มิเกลลิน โชว์ทักษะความสามารถเฉพาะตัวที่สุดยอด เมื่อเลี้ยงบอลมาจากครึ่งสนาม ก่อนยิงยัดมุมแคบเข้าไปแบบเฉียบขาด เป็นประตูให้สเปนนำ 8-2 นาที 32 ปานามายังไม่ยอมง่ายๆ และทำประตูคืนได้อีกลูก จากการเข้าทำของ มิชาเอล เด เลออน ให้ปานามาไล่มาเป็น 8-3 ช่วงท้ายเกมส์ ปานามา พยายามบุกเพื่อหวังทวงประตูคืน แต่ก็ทำไม่ได้ จบเกมส์ “หมายเลข1ของโลก” อย่าง สเปน กลับเข้าสู่ฟอร์มแกร่ง ด้วยการ ถล่มเอาชนะ ปานามาไปแบบสบายๆเท้า 8-3 ทำให้มี 4 คะแนน นำเป็นที่ 1 ของกลุ่มบี โดยมีคะแนนเท่ากับอิหร่าน ที่ชนะโมร็อคโกมา 2-1 สำหรับบนัดสุดท้าย ปานามา จะต้องไปแย่งอันดับที่2 กับอิหร่าน ส่วนเสปน เจองานเบาด้วยการดวลกับ โมร็อคโก ในวันที่ 8 พฤศจิกายน แข่งขันพร้อมกันในเวลา 19.00 น.  

Blur (Live) - Maria
Blur /  Maria / 

ดูคลิปวีดีโอ MV เพลง มิวสิควีดีโอ เพลง Blur (Live) - Mariaฟังเพลง ฟังเพลงออนไลน์ เพลง Blur (Live) - MariaMaria เพลง Blur ซิงเกิ้ลแรก คลิปจากงานเปิดตัว 8 ศิลปิน Smallroom

ศิลปิน Smallroom อวยพรปีใหม่ชาวเอ็มไทย
jida /  Maria / 

ดูคลิปวีดีโอ MV เพลง มิวสิควีดีโอ เพลง ศิลปิน Smallroom อวยพรปีใหม่ชาวเอ็มไทยฟังเพลง ฟังเพลงออนไลน์ เพลง ศิลปิน Smallroom อวยพรปีใหม่ชาวเอ็มไทยMaria (มารีญา),The Jukks,Jida 3 ศิลปินจากสมอลรูม ร่วมอวยพรปีใหม่ชาวเอ็มไทย อ่ะ ไปชมกัน

นาตาลี พอร์ทแมน พาสามีหนีการตามล่า ในภาพชุดแรก Jane Got a Gun
Jane Got a Gun /  Pride and Glory / 

จัดได้ว่าเป็นโปรเจคต์หนังดองเค็มที่ถูกเลื่อนจนได้มาเข้าฉายในปีนี้ ตั้งแต่ข่าวฉาวตั้งแต่ตอนเริ่มถ่ายทำที่มีการถอนตัวออกของผกก.สาวดั้งเดิมอย่าง ลินน์ แรมซี่ย์ จนทำให้ต้องเปลี่ยนตัวเป็น เกวิน โอ คอนเนอร์ จาก Warrior แทน สำหรับหนังคาวบอย แอ็คชั่น ดราม่า อย่าง Jane Got a Gun โดยภาพชุดแรกของหนังได้เผยออกมาให้เราชมกันแล้ว หนังมีทั้งนักแสดงอย่าง นาตาลี พอร์ทแมน, โจเอล เอ็ดเจอร์ตั้น และ ยวน แม็คเกรเกอร์ ร่วมแสดงด้วยครับ เรื่องราวของ เจน แฮมมอนด์ (นาตาลี พอร์ตแมน) เป็นผู้หญิงที่สวยและมีจิตใจดี แต่เธอกลับแต่งงานกับ บิล หนึ่งในสมาชิก “บิชอป บอยส์” แก๊งค์โจรที่โหดเหี้ยมที่สุดในแดนตะวันตก แต่เมื่อ บิล ทรยศคนในแก๊งค์และซมซานกลับมาที่บ้านในสภาพปางตาย เจน ก็รู้ว่าครอบครัวของเธอกำลังตกอยู่ในอันตรายเธอจึงตัดสินใจติดต่อหา แดน ฟรอส มือปืนรับจ้างที่เคยเป็นอดีตคนรักของ เจน เพื่อให้เขามาช่วยปกป้องเธอและครอบครัวจากแก๊งค์โจรที่กำลังเดินทางมาที่บ้าน หนังมีกำหนดฉายบ้านเราเดือน สิงหาคม นี้ครับ คลิกชมภาพทั้งหมดได้ที่ด้านล่าง

รื้อหิ้งหนังเก่า : Morvern Callar (2002) - Dedicated to the One I Love
2002 /  BIOSCOPE / 

Morvern Callar (2002) - Dedicated to the One I Love (เปิดเผยความลับของหนัง) ชื่อของ ลินน์ แรมเซย์ (Lynne Ramsay - ที่บ้านเราคงจะคุ้นจากงานชิ้นล่าสุดเมื่อปี 2011 อย่าง We Need to Talk About Kevin) แม้จะไม่คุ้นหูในวงกว้างมากนัก แต่เธอคือผู้กำกับหญิงชาวสก็อตแลนด์ที่ถูกจับตามองจากงานกำกับเพียง 2 ชิ้นแรกของเธอเองเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ตั้งแต่งานกำกับหนังยาวเรื่องแรกอย่าง Ratcatcher (1999) หนัง Coming of Age ที่ว่าด้วยเด็กชายวัย 12 ขวบ ที่เผลอฆ่าเพื่อนตายอย่างไม่ได้ตั้งใจ! ไปจนถึงหนังเรื่องนี้ ที่ตัวละครเอกต้องชีวิตพลิกผัน ด้วยความตายของใครอีกคนหนึ่งเช่นกัน https://www.youtube.com/watch?v=WMDXiU3XsZE Morvern Callar เป็นทั้งชื่อหนังเรื่องนี้ และชื่อของตัวละครนำ โดยดัดแปลงมาจากนิยายที่เคยถูกบอกว่าไม่สามารถดัดแปลงมาเป็นภาพยนตร์ได้ของ อลัน วอร์เนอร์ (Alan Warner) นักเขียนชาวสก็อตที่เล่าเรื่องผ่านการใช้สรรพนามบุรุษที่หนึ่งตลอดทั้งเรื่อง แต่เมื่อแรมเซย์ดัดแปลงเป็นภาพยนตร์กลับไม่มีการใช้เสียง Voice Over แบบในนิยายเลย แถมตัวเอกในเรื่องนี้ (ที่รับบทโดย ซาแมนธา มอร์ตัน - Samantha Morton นักแสดงยอดฝีมือชาวอังกฤษ ที่หลายคนคุ้นหน้าจากหนังอย่าง Minority Report, In America, Control หรือ Synecdoche, New York เป็นต้น) ก็แทบจะไม่เอ่ยปากปริประโยคออกมาสักเท่าไหร่ ซึ่งนี่คือความจงใจกั้นรั้วระหว่างคนดูกับตัวละครของแรมเซย์ เพื่ออยากให้ผู้ชมค่อยๆ สังเกตและเรียนรู้ตัวคอลลาร์ไปทีละน้อย มอร์เวิร์น คอลลาร์ เป็นพนักงานในซุปเปอร์มาเก็ตสาววัย 21 ใช้ชีวิตในเมืองเล็กๆ ของสก็อตแลนด์ร่วมกับแฟนหนุ่มผู้ใฝ่ฝันอยากเป็นนักเขียน...ทว่า ภาพแรกของหนังเรื่องนี้ คือการที่ตัวคอลลาร์ ตื่นมาพบแฟนของเธอในสภาพจมกองเลือดในห้องพัก แสงไฟคริสต์มาสกระพริบเป็นระยะในห้องที่มืดสลัว - ใช่แล้ว แฟนของเธอฆ่าตัวตายในวันคริสต์มาสอีฟ - หากแต่เขาได้ทิ้งจดหมายลาตายไว้ พร้อมข้อความที่ว่า "ขอโทษนะ อย่าพยายามเข้าใจเลย ดูเหมือนว่านี่จะเป็นสิ่งถูกต้องที่สุดแล้วที่ฉันควรทำ" พร้อมคำเสีย และสิ่งของต่างๆ ที่ทิ้งไว้ให้ ทั้งเงินค่าทำศพที่ฝากไว้ในบัญชีธนาคาร, นวนิยายที่เขาเขียนเสร็จแล้วในคอมพิวเตอร์ และขอให้มอลลาร์พิมพ์ส่งเสนอสำนักพิมพ์ให้หน่อย พร้อมของขวัญเล็กๆ น้อยๆ อันได้แก่ แจ็คเก็ตหนัง ไฟแช็ค และเครื่องเล่นเทปวอล์กแมนพร้อมเทปรวมเพลงที่เขาอัดให้เธอไว้ แม้ดูเป็นสถานการณ์ชวนเหวอ จนคนดูลุ้นว่าคอลลาร์จะจัดการยังไง แต่สุดท้ายเธอกลับเลือกวิธี 'ไม่จัดการอะไรเลย' ด้วยการทิ้งศพไว้เฉยๆ และสวมวอล์กแมนพร้อมเทปม้วนนั้นออกนอกบ้านไปเที่ยวผับกับเพื่อน - เทปม้วนนี้ คือสิ่งสำคัญที่จะพาเราไปสำรวจตัวของคอลลาร์ผ่านเพลงต่างๆ ที่แฟนเธอเลือกไว้ให้ ในเมื่อตัวของคอลลาร์แทบไม่พูดหรือระบายความรู้สึกใดๆ ผ่านสีหน้าเลย ซึ่งบรรดาเพลงที่ใช้ในหนังเรื่องนี้ก็หลากหลายแนวคละเคล้ากันไป ทั้งเพลงแนวไซคีเดอร์ลิกร็อค (วง CAN) อีเล็กโทรนิค (Aphex Twin, Stereolab) หรืออาร์ตร็อค (The Velvet Underground) เป็นต้น ที่ผับคอลลาร์พบเพื่อนสนิทอย่าง ลานนา เธอทำตัวปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หากมีใครเอ่ยถามถึงแฟน คอลลาร์ก็ได้แต่ตอบไปว่า "เขาทิ้งฉันไปแล้ว" เธอใช้ชีวิตสุดเหวี่ยง เมามาย เต้นรำ นอนกับใครก็ได้ คล้ายเธอพยายามจะกลบความเศร้าและเจ็บปวดเอาไว้ แต่เมื่อเธอเดินทางกลับบ้าน เธอก็ยังไม่จัดการศพ และใช้ชีวิตคล้ายมันเป็นเพียงสิ่งของสักชิ้นในบ้าน สุดท้าย เมื่อศพเริ่มเน่าส่งกลิ่น คอลลาร์จัดการหันศพเป็นชิ้นๆ เพื่อนำไปฝังยังที่ห่างไกลในชนบท ในขณะเดียวกัน เธอเปิดคอมพิวเตอร์ ลบชื่อของแฟนหนุ่ม และเปลี่ยนชื่อเธอเป็นผู้เขียนแทน ก่อนจะพิมพ์ทั้งหมดส่งสำนักพิมพ์ในแบบที่ไม่สนใจด้วยซ้ำว่ามันจะเป็นยังไง...ดูคล้ายทั้งหมดอาจเป็นการแก้แค้นของเธอต่อแฟนหนุ่มก็เป็นได้ คอลลาร์ถอนเงินในบัญชีที่แฟนหนุ่มทิ้งให้เป็นค่าทำศพ และชวนลานนาไปเที่ยวสเปน ครึ่งหลังของเรื่องนี้ Morvern Callar กลายเป็นหนัง Road Movie มิใช่ในเชิงการเดินทางในเชิงกายภาพเท่านั้น แต่มันคือ "การเดินทางในจิตใจ" ของตัวคอลลาร์เองอีกด้วย เธอไปเที่ยวตามที่ต่างๆ อันห่างไกล ไปตามสถานบันเทิงเพื่อหาชายหนุ่มสักคน หนึ่งในนั้นได้รับข่าวร้ายว่าแม่เสียชีวิตระหว่างอยู่ด้วยกันสองต่อสอง ก่อนที่ท้ายที่สุด คอลลาร์ก็รู้ตัวว่า เธอกำลัง "หลงทาง" และตัดสินใจหันหน้ากลับไปเผชิญหน้ากับความจริงที่เธอเดินหนีมาตลอด ในขณะชมหนังเรื่องนี้ เราอาจงุนงงในการตัดสินใจหลายๆ อย่างของเธอ หากสิ่งที่เราเห็นภาพภายนอกที่ดูเหมือนสุขกายสบายดีของคอลลาร์ หนังกลับมอบอารมณ์ความรู้สึกอันจมดิ่งสิ้นหวังไร้ทางออกแก่ผู้ชม จนเราเองก็อดคิดไม่ได้ว่า หากเราต้องอยู่ในภาวะเช่นเธอจะตัดสินใจทำอย่างไร ...ซีนจบของหนังเรื่องนี้ คอลลาร์กลับมาอยู่ในผับเดิมที่ตัวเธอคุ้นเคย ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับลานนาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปหลังกลับจากสเปน ขณะที่ผู้คนเบียดเสียดแน่นขนัดท่ามกลางแสงไฟวูบวาบ คอลลาร์หยิบวอล์กแมนเครื่องเดิมขึ้นมาฟัง เพลง Dedicated to the One I Love ของ The Mamas and the Papas ดังขึ้น ภาพที่จับใบหน้าอันเหมือนเรียบเฉยของเธอ ที่พลางสอดส่ายสายตาเหมือนหาอะไรบางอย่าง พร้อมกับเนื่อเพลงที่เหมือนแทนความรู้สึกเธอ ณ ขณะนี้ "While I'm far away from you, my baby I know it's hard for you, my baby Because it's hard for me, my baby And the darkest hour is just before dawn Each night before you go to bed, my baby Whisper a little prayer for me my baby. And tell all the stars above This is dedicated to the one I love. Love can never be exactly like we want it to be. I could be satisfied knowing you love me. There's one thing I want you to do especially for me And it's something that everybody needs. While I'm far away from you, my baby..." https://www.youtube.com/watch?v=7Z0lNch5qkQ ***เรียบเรียงจาก BIOSCOPE ฉบับที่ 15 (กุมภาพันธ์ 2546)

The Barrens 1 ใน 10 หนังสยองขวัญ ที่ห้ามพลาด จากการจัดอันดับของเวปไซด์ในอเมริกา
The Barrens /  True Blood / 

ได้ชื่อว่าเป็นหนังสยองขวัญ  ที่ถูกจับตามองมากที่สุดเรื่องหนึ่งของปี สำหรับ The Barrens ป่าผีดุ จนเวปไซด์  วีอาร์มูฟวี่กรีกส์  (wearemoviegreeks.com ) เวปวิจารณ์หนังสยองขวัญชื่อดังในอเมริกาจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 10 หนังสยองขวัญ ที่น่ากลัวที่สุดของปี  หนังถ่ายทำ16 วัน ในสถานที่จริง   ป่าไพนส์ บาร์เรนส์  ของรัฐเจอร์ซีย์ ประเทศ สหรัฐอเมริกา ผลงานการกำกับภาพยนตร์โดย ดาร์เรน ลินน์ บูสแมน ผู้กำกับ SAW II-III-IV ( ซอว์ 2-3-4 ) ที่หยิบเอาตำนานสยองของ ป่าหลอน วิญญาณโหดที่น่ากลัวที่สุดในอเมริกา มาสร้างเป็นภาพยนตร์  หนังสร้างจากตำนานที่ถูกบอกต่อมานับ 200 ปี จากเรื่องจริงของปิศาจสุดสยองแห่งป่า ไพน์ บาเรนส์ หรือ ปิศาจเจอร์ซีย์ จากเรื่องจริงของปิศาจสุดสยองแห่งป่า ไพน์ บาเรนส์ หรือ ปิศาจเจอร์ซีย์  ที่มีพยานหลายคนพบเห็นและจบลงด้วยการตายอย่างน่าสยดสยองของนักท่องเที่ยวที่หลงเข้าไปในป่า  โดยในตำนานพื้นถิ่นของการกำเนิดปีศาจเจอร์ซีย์ เล่าว่า มันถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 1745 จากการตั้งครรภ์ของผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ เดเบอร่าห์ ลีดส์ โดยเป็นลูกคนที่ 13 ของเธอ (เลข 13 เป็นเลขอัปมงคลตามความเชื่อของคริสต์ศาสนา) ดังนั้นมันจึงได้อีกชื่อหนึ่งว่า ปีศาจลีดส์ ทั้งนี้เป็นเพราะว่าเธอได้ขายวิญญาณให้แก่ปีศาจ จึงถูกสาปและถือกำเนิดปิศาจออกมานั่นเอง ภาพยนตร์ได้ สตีเฟ่น โมเยอร์ แห่ง ซีรีส์ TRUE BLOOD  ( ทรู บลัด ) มานำแสดง และตัว ดาร์เรน ลินน์ บูสแมน ออกโรงการันตีว่านี่คือภาพยนตร์ที่คนขวัญอ่อนไม่ควรชมโดยเด็ดขาด สำหรับตัวภาพยนตร์เปิดฉากความสยองขึ้นเมื่อ ริชาร์ด วินยาร์ด (สตีเฟ่น โมเยอร์) พาครอบครัวของเขาไปพักร้อนในวันหยุด ทั้งหมดก็ได้เดินลึกเข้าไปในป่าบาเรนส์ พื่อที่จะหาสถานที่แค้มป์ปิ้งที่สมบูรณ์และเป็นธรรมชาติมากที่สุด แต่แล้วพวกเขาทั้งหมดก็ต้องพบกับความสยองเกิดคาดคิดที่เฝ้ารอพวกเขาอยู่ในป่าแห่งนี้ 13 มิถุนายน นี้ ......ถ้าขวัญอ่อน โปรดพิจารณาในการซื้อบัตรเข้าชม

เจมี่ ลินน์ สเปียร์ น้องสาว บริทนีย์ คัมแบ็คด้วยเพลงใหม่ Sleepover
Entertainment /  Jamie Lynn Spears / 

นักร้องสาว เจมี่ ลินน์ สเปียร์ (Jamie Lynn Spears) ใช้ปี 2016 นี้เพื่อกลับมาสร้างชื่อเสียงอีกครั้ง ปูทางด้วยการปล่อยเพลงใหม่ Sleepover เพลงคันทรีฟังสบายที่ เจมี่ ลินน์ สเปียร์ นั้นปล่อยออกมาเป็น  EP The Journey ทำให้นักร้องสาววัย 25 ปีมีความแตกต่างออกไป มันบ่งบอกถึงความอิสระมากกว่างานที่ผ่านๆ มา ซึ่ง เจมี่ เปิดใจกับ Mashable ถึงประเด็นนี้แบบเจาะลึกว่า "ธีมทั้งหมดนั้นคือที่ฉันกำลังทำอยู่ตอนนี้ค่ะ ฉันต้องการจะเปิดเผยตัวตนของตัวเองออกมา" นักร้องสาวกล่าว "ฉันอยากจะเปิดเผยมุมสนุกๆ และมุมมองแบบผู้หญิงๆ ของตัวเองบ้าง" แม้ว่าตอนนี้นักร้องสาวจะยังไม่ระบุวันวางแผง EP ที่แน่นอน แต่แฟนๆ ก็คาดไว้ว่าEP นี้จะออกราวๆ ปลายปี ซึ่ง เจมี่ เองก็ยืนยันว่าเธอจะทำเพลงออกมาอย่างสนุกสนาน "มันมีทั้งสิ่งที่ฉันเป็น แต่บางมุมที่ต่างออกไปค่ะ" นักร้องสาวกล่าว อาจกล่าวว่า เจมี่ ลินน์ สเปียร์ เติบโตเร็วกว่าใครหลายคน เพราะเมื่อตอนอายุ 16 ปีเธอตั้งครรภ์และยอมรับกับสื่อ รวมทั้งเธอเคยร่วมแสดงในซีรีส์วัยรุ่นเรื่อง Zoey 101 ด้วย   ดูบทความต้นฉบับ : Jamie Lynn Spears talks 'flirty' new single 'Sleepover' and plays Two Truths and a Lie