มารีญา ลินน์

นาตาลี พอร์ทแมน พาสามีหนีการตามล่า ในภาพชุดแรก Jane Got a Gun
Jane Got a Gun /  Pride and Glory / 

จัดได้ว่าเป็นโปรเจคต์หนังดองเค็มที่ถูกเลื่อนจนได้มาเข้าฉายในปีนี้ ตั้งแต่ข่าวฉาวตั้งแต่ตอนเริ่มถ่ายทำที่มีการถอนตัวออกของผกก.สาวดั้งเดิมอย่าง ลินน์ แรมซี่ย์ จนทำให้ต้องเปลี่ยนตัวเป็น เกวิน โอ คอนเนอร์ จาก Warrior แทน สำหรับหนังคาวบอย แอ็คชั่น ดราม่า อย่าง Jane Got a Gun โดยภาพชุดแรกของหนังได้เผยออกมาให้เราชมกันแล้ว หนังมีทั้งนักแสดงอย่าง นาตาลี พอร์ทแมน, โจเอล เอ็ดเจอร์ตั้น และ ยวน แม็คเกรเกอร์ ร่วมแสดงด้วยครับ เรื่องราวของ เจน แฮมมอนด์ (นาตาลี พอร์ตแมน) เป็นผู้หญิงที่สวยและมีจิตใจดี แต่เธอกลับแต่งงานกับ บิล หนึ่งในสมาชิก “บิชอป บอยส์” แก๊งค์โจรที่โหดเหี้ยมที่สุดในแดนตะวันตก แต่เมื่อ บิล ทรยศคนในแก๊งค์และซมซานกลับมาที่บ้านในสภาพปางตาย เจน ก็รู้ว่าครอบครัวของเธอกำลังตกอยู่ในอันตรายเธอจึงตัดสินใจติดต่อหา แดน ฟรอส มือปืนรับจ้างที่เคยเป็นอดีตคนรักของ เจน เพื่อให้เขามาช่วยปกป้องเธอและครอบครัวจากแก๊งค์โจรที่กำลังเดินทางมาที่บ้าน หนังมีกำหนดฉายบ้านเราเดือน สิงหาคม นี้ครับ คลิกชมภาพทั้งหมดได้ที่ด้านล่าง

สตีเฟ่น โมเยอร์ แวมไพร์สุดฮอตจากซีรีส์ True Blood คลั่งสุดขีด! ใน The Barrens
The Barrens /  True Blood / 

กลายเป็นนักแสดงที่ถูกต้องการตัวมาแสดงในภาพยนตร์สยองขวัญมากที่สุดสำหรับ สตีเฟ่น โมเยอร์  จากผู้รับบท บิล แวมไพร์สุดฮอต จาก ซีรีส์ ทรู บลัด (True Blood) และในปีนี้ โมเยอร์ ก็ได้ตัดสินใจรับบทนำในภาพยนตร์สยองขวัญที่สร้างจากตำนานป่าผีดุที่ด่งดังที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกา ใน THE BARRENS ป่าผีดุ  ภาพยนตร์ที่ได้ ดาร์เรน ลินน์ บูสแมน ผู้กำกับ เฟรนไชส์ SAW เกมตัด-ต่อ-ตาย (ภาค 2-4) มารับหน้าที่กำกับการแสดงให้  โดย สตีเฟ่น โมเยอร์  เหตุผลสำคัญที่ เขาตอบรับแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้ก็เพราะการที่ได้ทำงานร่วมกับ ดาร์เรน ลินน์ บูสแมน นั่นเอง และจากที่นักวิจารณ์ได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ต่างก็ยกย่องว่า THE BARRENS ป่าผีดุ   มีฉากที่น่ากลัวสั่นประสาทที่ถือว่าเป็นฉากมาสเตอร์พีซของหนังสยองขวัญและของตัว สตีเฟ่น โมเยอร์ เอง โดยฉากที่ว่านี้กินเวลายาวนานประมาณ 5 นาทีในการตรึงผู้ชมให้ติดอยู่กับที่นั่ง  “ ฉากที่ว่าเกิดขึ้นในป่า ตอนที่คาแรกเตอร์ของผม เริ่มกดดันจากความกลัวที่มองไม่เห็นและคุมสติไม่อยู่ มันเป็นฉากที่น่ากลัวมาก ๆ ทีเดียว ซึ่งต้องยกประโยชน์ให้กับ ดาร์เรน ที่เลือกจะตีความตำนานป่าผีดุให้ออกมาได้น่ากลัว เกินกว่าที่พวกเราคิดไว้ “  สตีเฟ่น โมเยอร์  พูดถึงความน่ากลัว ใน THE BARRENS (เดอะ บาร์เรนท์) THE BARRENS ป่าผีดุ   เปิดฉากความดุ ขึ้นเมื่อ  ริชาร์ด วินยาร์ด (สตีเฟ่น โมเยอร์) พาครอบครัวของเขาไปพักร้อนในวันหยุดที่ ป่า ไพน์ บาร์เรนท์  ป่าที่มีตำนานเรื่องเล่าของปิศาจแห่งป่า บาร์เรนส์ อันน่ากลัวมานับ 200 ปี ตามตำนานได้เล่าไว้ว่า ปิศาจเกิดจากบุตรคนที่ 13 ของหญิงสาวที่เชื่อกันว่าขายวิญญาณให้กับปิศาจแห่งป่า บาร์ตามตำนานได้เล่าว่ามี มีคนหายสาปสูญไปในป่าแห่งนี้นับ 1000 คน จนทำให้มีการตั้ง ทีมขึ้นมาเพื่อตามหาแต่ก็ไม่เคยมีใครพบพวกเขาอีกเลย ครอบครัวของ ริชาร์ด ไม่เชื่อเรื่องตำนาน ทั้งหมดก็ได้เดินลึกเข้าไปในป่าเพื่อที่จะหาสถานที่แค้มป์ปิ้งที่เงียบสงบห่างไกลจากนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ  แต่ยิ่งเมื่อพวกเขาเดินลึกเข้าไป เขาก็ยิ่งต้องพบกับความสยองเกิดคาดคิดที่เฝ้ารอพวกเขาอยู่ในป่าสนแห่งนี้ THE BARRENS ป่าผีดุ 13 มิถุนายนนี้ ......คนขวัญอ่อนโปรดเตรียมตัวให้พร้อม ก่อนซื้อบัตรชมภาพยนตร์

เจมี่ ลินน์ สเปียร์ น้องสาว บริทนีย์ คัมแบ็คด้วยเพลงใหม่ Sleepover
Entertainment /  Jamie Lynn Spears / 

นักร้องสาว เจมี่ ลินน์ สเปียร์ (Jamie Lynn Spears) ใช้ปี 2016 นี้เพื่อกลับมาสร้างชื่อเสียงอีกครั้ง ปูทางด้วยการปล่อยเพลงใหม่ Sleepover เพลงคันทรีฟังสบายที่ เจมี่ ลินน์ สเปียร์ นั้นปล่อยออกมาเป็น  EP The Journey ทำให้นักร้องสาววัย 25 ปีมีความแตกต่างออกไป มันบ่งบอกถึงความอิสระมากกว่างานที่ผ่านๆ มา ซึ่ง เจมี่ เปิดใจกับ Mashable ถึงประเด็นนี้แบบเจาะลึกว่า "ธีมทั้งหมดนั้นคือที่ฉันกำลังทำอยู่ตอนนี้ค่ะ ฉันต้องการจะเปิดเผยตัวตนของตัวเองออกมา" นักร้องสาวกล่าว "ฉันอยากจะเปิดเผยมุมสนุกๆ และมุมมองแบบผู้หญิงๆ ของตัวเองบ้าง" แม้ว่าตอนนี้นักร้องสาวจะยังไม่ระบุวันวางแผง EP ที่แน่นอน แต่แฟนๆ ก็คาดไว้ว่าEP นี้จะออกราวๆ ปลายปี ซึ่ง เจมี่ เองก็ยืนยันว่าเธอจะทำเพลงออกมาอย่างสนุกสนาน "มันมีทั้งสิ่งที่ฉันเป็น แต่บางมุมที่ต่างออกไปค่ะ" นักร้องสาวกล่าว อาจกล่าวว่า เจมี่ ลินน์ สเปียร์ เติบโตเร็วกว่าใครหลายคน เพราะเมื่อตอนอายุ 16 ปีเธอตั้งครรภ์และยอมรับกับสื่อ รวมทั้งเธอเคยร่วมแสดงในซีรีส์วัยรุ่นเรื่อง Zoey 101 ด้วย   ดูบทความต้นฉบับ : Jamie Lynn Spears talks 'flirty' new single 'Sleepover' and plays Two Truths and a Lie

ดูหนังใหม่ รอบพิเศษ Your Sister's sister (ประกาศผล)
House /  Your Sister's Sister / 

(*17 ธ.ค.) ประกาศผลแล้วครับ "Your Sister's sister" ฉายรอบวันอังคารที่ 18 ธันวาคม 2555 รอบเวลา 20.15 น.(รับบัตร 19.00 - 19.50) ที่โรงภาพยนตร์ เฮาส์ อาร์ซีเอ ทั้ง 15 ท่านนี้ ได้บัตรคนละสองใบนะครับ ช่วยอ่านที่ผมเขียนให้ละเอียด (*รายชื่อจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อ คุณยืนยันสิทธิ์แล้วนะครับ ) 1. mra2p 2. ไดโว่ 3. mai_zeed_clash 4. monnst3r 5. เฮียหยู 6. jibbi 7. ms.dear 8. m78a 9. ibaaka 10. tarphat 11. คนส่งกางเกงยีนส์ 12. ployisr 13. giant_mot 14. nintojung 15. buctuser รายชื่อสีน้ำเงินคอนเฟิร์มได้ในกระทู้เลย บอกเลขลำดับที่ได้ด้วย *ถ้าใครโชคดีได้บัตรเว็บอื่นด้วย ให้ยืนยันเว็บเดียวนะครับ ไปหน้างาน จะไม่มี หนึ่งชื่อ ได้รับสองรางวัลสองเว็บนะ รับบัตรที่โรงหนังเฮาส์ อาร์ซีเอ ที่ชั้นสามของ ยูเอ็มจีพลาซ่า เจ้าหน้าที่เริ่มแจกบัตรตอน 19.00 - 19.45 เอาบัตรประชาชนตัวจริงไปด้วยครับ ต้องใช้ยืนยันตัว ไม่มีการนำบัตรปชช.ไปให้คนอื่นรับแทนนะ ตัวเองไปรับเอง หากไม่มีบัตรประชาชนไปนี่ หมดสิทธิ์เลยนะ โรงเฮาส์ให้โอกาสสมาชิกเว็บเอ็มไทยได้ไปชมหนังรอบพิเศษที่นี่แล้ว แวะมาเล่นกันบ่อยๆนะครับ เรื่องหน้าจะได้มีมาอีกครับผม เชคดู หากมีชื่อตัวเอง แล้วตกลงจะไปดู วิธีการคอนเฟิร์มก็คือ ล๊อกอิน แล้วตอบลงในกระทู้นี้ว่า "ตกลงไปดู" บอกว่าอันดับที่ได้ด้วย ส่วนชื่อจริง นามสกุล เบอร์โทร ผมใช้ตามที่ท่าน กรอกไว้ในกิจกรรมนะครับ ที่แก้ไขไว้ล่าสุด ถ้าเพิ่งแก้ไขใหม่ตอนนี้ ไม่เอานะครับ หากไม่ได้เข้ามาคอนเฟิร์มในกระทู้ ถือว่าท่านยังไม่ได้ยืนยันไปดูหนังนะครับ ถ้าไปไม่ได้ หรือสละสิทธิ์ ก็เขียนบอกด้วยก็ดีครับ สงสัยอะไร ติดขัดตรงไหน โทรมาสอบถามได้เหมือนเดิมครับ ยินดี 02-100-8132 โพสท์คอนเฟิร์มได้ถึงเวลา 10.30 น. ของวันอังคาร 18 ธันวาคม เท่านั้น ส่วน ท่านใดไม่มีชื่อ แต่เล่นเกมเอาไว้ โทรสำรองเวลา 11.00 – 12.00 น. ของวันอังคาร 18 ธันวาคม วันเดียวกับที่ไปดูหนัง โทรตามเบอร์ข้างต้น เดี๋ยวจัดให้ ใครเพิ่งได้ตั๋ว พาย,ฮอบบิท, นมัสเต, ผ้าพันคอ งดโทรสำรองก่อนนะ . สนับสนุนกิจกรรมโดย มงคลเมเจอร์ และ โรงหนังเฮาส์ RCA ------------------------------------------------------------------ เอ็มไทยมูฟวี่พรีวิวครั้งที่ 471 ใครอยากไปดูโรงเฮาส์ยกมือขึ้นนน "Your Sister's sister" มงคลเมเจอร์, โรงเฮาส์ RCA และ เว็บเอ็มไทย ชวนไปดูหนังที่โรงเฮาส์ Your Sister's sister Your Sister's sister หนังรักที่โรงเฮาส์ อาร์ซีเอ กล้าการันตีว่า "รื่นรมย์ที่สุดในรอบปี" รางวัลทีมนักแสดงยอดเยี่ยมจากเวที กอแธมอวอร์ด ปีล่าสุด สมการความรักที่ไม่ลงตัวของ 3หัวใจเหงาๆ มีรอบพิเศษมาให้ดูก่อนใคร จำนวน 15 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง ฉายวันอังคารที่ 18 ธันวาคม 2555 รอบ 20.15 น. (รับบัตรเวลา 19.00 -19.50 น. ) โรงภาพยนตร์ เฮาส์ อาร์ซีเอ สมาชิกท่านใดสนใจไปดู ร่วมสนุกกับกิจกรรมนี้เลย ผู้กำกับหญิงฝีมือดี ลินน์ เชลตัน (Humpday) กลับมาอีกครั้ง ด้วยหนังตลกที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์ ความรักที่ยุ่งยากซับซ้อนและแสนโรแมนติก ใน Your Sister’s Sister หนังที่นักวิจารณ์หลายสำนักต่างชื่นชมเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็น “หนังรักแห่งปี” สมการว่าด้วย ความรัก ความใคร่ มิตรภาพและความสัมพันธ์ของพี่น้อง กำลังจะถูกทดสอบอย่างหนัก ในหนังรักที่ทั้งละเมียดละไมและเปี่ยมอารมณ์ขันเรื่องนี้ คำถาม 1. ถ้ามีแผลใจ อยากไปพักรักษาใจเงียบๆไกลๆที่ไหน 2. สำหรับคอหนังที่ไปดูที่โรงเฮาส์ หนังฉายเฮาส์เรื่องใดที่คุณชอบที่สุดในรอบปี2012 สงวนสิทธิ์สำหรับ สมาชิกเอ็มไทย ที่สนใจไปชมภาพยนตร์เรื่องนี้ และสามารถไปชมได้ที่โรงเฮาส์ อาร์ซีเอ ตามวันและเวลาดังกล่าว . * อ่านหน่อยครับ ล๊อกอินกันก่อน แล้วโพสคำตอบลงกระทู้นี้ได้เลย สำหรับสมาชิกที่กรอกข้อมูลครบถ้วนเท่านั้น ก่อนจะตอบคำถาม แน่ใจหรือยังเอ่ย ว่าได้กรอกชื่อจริงนามสกุลที่อยู่เบอร์โทรไปครบแล้ว ยังงงว่ากรอกตรงไหนหล่ะซี่ ดูมุมขวาบนของจอ ตรงสวัสดีชื่อเรา คลิกเข้าไปเพิ่มเติมนะครับ กรอกให้ครบ จะได้ไม่เสียสิทธิ์ของตนเอง ขอบคุณครับผม คลิกไปดูหน่อย แล้วก็ตอบในหน้านี้เท่านั้น ประกาศผล จันทร์ 17 ธันวาคม 2555 เวลา 10.00 น. เล่นแล้วอย่าลืมว่าเล่นไว้ คอนเฟิร์มได้จนถึง 10.30 น. อังคาร 18 ธันวาคม โทรสำรอง วันอังคารเวลา 11.00 - 12.00 น. โดยเข้ามาเช๊คในกระทู้ช่วงสิบโมงครึ่ง ว่ามีที่ว่างไหม . สนับสนุนกิจกรรมโดย มงคลเมเจอร์ และ โรงหนังเฮาส์ RCA

ละครพิรุณพร่ำรัก , เรื่องย่อพิรุณพร่ำรัก
พิรุณพร่ำรัก /  พิรุณพร่ำรัก เรื่องย่อ / 

บทประพันธ์ กลิ่นเอื้องบทโทรทัศน์ วิลักษณาผู้กำกับการแสดงชูชัย องอาจชัยออกอากาศ วันศุกร์ เวลา 20.00 น. และวันเสาร์ ถึง อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางช่อง 3 และช่อง 33 ชามินต์ (อมีนา กูล) เป็นเด็กกำพร้าและได้รับการอุปการะทุนการศึกษานักเรียนแพทย์จากตระกูลชานซึ่งเป็นหนึ่งในสิบตระกูลใหญ่แห่งเกาะฮ่องกง หลังจากเรียนจบชามินต์ก็เข้าทำงานเป็นแพทย์ในโรงพยาบาลของตระกูลชาน ทุกๆ วันหลังเลิกงาน ชามินต์จะเดินจากโรงพยาบาลเพื่อกลับแมนชั่นที่พักซึ่งอยู่ไม่ไกลนักและวันนี้ก็เป็นเช่นทุกวัน แต่มีบางสิ่งที่ไม่เหมือนเดิม ... ชามินต์ได้พบกับชายหนุ่มแปลกหน้าคน นึงนอนสลบเนื้อตัวเปียกปอนอยู่ในตรอกข้างทางและเธอได้ตัดสินใจพาเขากลับไปที่แมนชั่นของเธอ เมื่อตรวจดูอาการชามินต์พบว่าตามร่างกายของเขามีรอยฟกช้ำจากการถูกทำร้ายและ เขามีอาการไข้ขึ้นสูง เธอจึงให้การดูแลจนเขาหายไข้และเมื่อฟื้นขึ้นมาจึงพบว่าเขาจำอะไรไม่ ได้เลยแม้แต่เรื่องที่เกี่ยวกับตัวเอง ชามินต์ตั้งชื่อให้เขาว่า โลแกน (ธนิน มนูญศิลป์) เมื่ออยู่ในที่พักโลแกนเป็นชายหนุ่มที่ร่าเริงสดใส ขี้เล่นซึ่งแตกต่างกับชามินต์สิ้นเชิง ชามินต์ พยายามซักถามถึงที่มาของโลแกนเพื่อหาทางพาเขากลับไปส่งบ้าน แต่โลแกนก็จำอะไรไม่ได้สักอย่าง มีเพียงอย่างเดียวที่เขารู้สึกก็คือเขาไม่ชอบโรงพยาบาลโดยไม่รู้เหตุผลว่าทำไม ดังนั้นเมื่อชามินต์ต้องการให้เขาไปตรวจที่โรงพยาบาลโลแกนจึงปฏิเสธหัวชนฝาจนชามินต์ยอมแพ้ และให้เขาพักอยู่กับเธอในช่วงแรกไปก่อนจนกว่าจะจำอะไรได้ แม้ชามินต์จะเป็นคนไว้ตัวและดูเย็นชาแต่ความเอาใจใส่ที่เธอมีต่อโลแกนทำให้เขาประทับใจ โลแกนจึงพยายามที่จะตอบแทนเธอด้วยการทำอาหารเช้าและเย็นให้ คอยปลุกเธอให้ตื่นไปทำงาน ทำตัวเป็นหมาหงอยในยามที่เธอหงุดหงิดและอารมณ์เสีย แถมวันไหนอุตุนิยมพยากรณ์ว่าจะมีฝนตก โลแกนก็จะกางร่มเดินไปรอรับเธอที่หน้าโรงพยาบาลทุกครั้ง ขณะที่ชามนต์เองแม้จะตั้งกำแพงไม่สนใจผู้ชายคนไหน มีเพียงเดนนิส (วฤษฎิ์ ศิริสันธนะ) หมอหนุ่มลูกชายเจ้าของโรงพยาบาลที่เธอทำงานเท่านั้นที่ชามินต์แอบสนใจโดยที่เดนนิสไม่รู้ตัว แต่ชามินต์ก็รู้ดีว่าคนอย่างเธอต่ำต้อยเกินกว่าที่หนุ่มหล่อพ่อรวยอย่างเขาจะหันมามอง เมื่อโลแกนก้าวเข้ามาในชีวิตของชามินต์ เธอจึงรู้สึกเหมือนได้รับการเติมเต็มในช่องว่างที่ขาดหายไป ชามินต์พบว่าชีวิตเธอเริ่มมีความหมายและมีความสำคัญกับใครบางคน ... ทุกๆ วันที่มีโลแกนอยู่ข้างๆ เป็นทุกวันที่เธอมีความสุขและสดชื่น ตาบ๊องสมองเสื่อมคอยทำให้เธอหวั่นไหว ใจสั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เช่นเดียวกับโลแกนที่ไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าได้รักเธอ ... หลายครั้งที่ชามินต์ พยายามหักห้ามใจตัวเองไม่ให้สนใจเขามากไปกว่าที่ควรจะเป็นเพราะกลัวว่าสักวันเมื่อเขาจำอะไรได้ ... เขาจะจากเธอไป ...และแล้ววันที่ชามินต์กลัวก็มาถึง ชามินต์นัดหมายจะพาโลแกนไปดินเนอร์ที่ร้านอาหารหลังเลิกงานและโลแกนสัญญาว่าจะมารับเธอที่หน้าโรงพยาบาลเหมือนทุกครั้ง แต่ชามินต์ต้องรอเก้อเพราะอยู่ๆโลแกนก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แท้จริงแล้วโลแกน ถูกลูกน้องของเดนนิสพาตัวไป เดนนิส ชานเป็นเพื่อนรักกับโลแกน เดนนิสให้คนออกตามหาตัวโลแกนตั้งแต่วันแรกที่เขาหายตัวไปแต่ไม่มีใครพบร่องรอยหรือได้ข่าว จนกระทั่งวันนึงเดนนิสนั่งรถผ่านถนนใกล้โรงพยาบาล เขาเห็นโลแกนเดินอยู่ข้างทางจึงจอดรถและวิ่งไล่ตามแต่โลแกนก็หายตัวไป จากวันนั้นเดนนิสจึงส่งลูกน้องมาดักรอด้วยหวังว่าจะเจอโลแกนอีกครั้ง และในที่สุดลูกน้อง ก็พบตัวโลแกน ในขณะที่เขากำลังเดินเหม่อมองท้องฟ้าอยู่ริมถนน ลูกน้องจึงเข้าแสดงตัวแต่โลแกนจำใครไม่ได้และคิดจะหนี ลูกน้องจึงต้องเล่นงานเขาจนสลบและพาตัวกลับไปให้เดนนิส ชามินต์ออกตามหาโลแกนในทุกๆที่ที่คิดว่าเขาจะไปแต่ก็ไม่พบ ... ชามินต์กลับไปที่ห้องด้วยความปวดร้าว เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาและเขาจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร ชามินต์เศร้าใจมาก เหม่ยหง (คัคกิ่งรักส์ คิดคิดสะระณัง) เพื่อนพยาบาลและหมอโจ (โฆษวิส ปิยะสกุลแก้ว) สอบถามยังไง เธอก็ไม่ได้เล่าเรื่องโลแกนให้ใครฟังโลแกนของชามินต์ แท้จริงก็คือ โลแกน ลู หรือ มิสเตอร์ลู เศรษฐีนักธุรกิจอันดับหนึ่งของฮ่องกง หลังจากที่บิดามารดาเสียชีวิตไป โลแกนก็ต้องดูแล ไลลา ลู(ชนิดาภา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์) น้องสาวคนเดียวที่กำลังเรียนดนตรีปีสุดท้ายในมหาวิทยาลัย แต่ด้วยภาระทางบริษัทและกิจการมากมายที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้ ทำให้โลแกนต้องทำงานหนักและไม่มีเวลาเอาใจใส่เธอมากนัก ... จนกระทั่งไลลาเดินมาบอกให้เขารู้ว่าเธอตั้งท้อง แต่ไม่ยอมบอกว่าใครคือพ่อของเด็ก แม้ว่าโลแกนจะโกรธที่น้องสาวทำตัวเหลวแหลกแต่เขาก็ต้องทำใจยอมรับกับเรื่องที่เกิดขึ้น และรับเลี้ยงเด็กชายคอลินน์ ลู(ปัณณฑัต เจียมศิริกาญจน์) มาเป็นลูกของตัวเอง ... หลังจากที่คลอดคอลินน์ได้ไม่นานไลลาก็เสียชีวิตอย่างไม่รู้สาเหตุและทิ้งปริศนามากมายไว้เบื้องหลังโลแกนจึงพยายามสืบหาความจริงด้วยตัวเองและพบว่าการตายของน้องสาวเกี่ยวพันกับเหว่ยชาน (อนันต์ บุนนาค)ซึ่งเป็นบิดาของนีล่า เหว่ย (อริศรา โรเซ็นดาห์ล)คู่หมั้นของเขาและการสืบหานั้นทำให้โลแกนถูกทำร้ายจนสลบและได้รับความช่วยเหลือจากชามินต์ เมื่อโลแกนถูกพาตัวกลับมายังบ้านของตัวเอง เขาได้รับการรักษาและกลับมาจำเรื่องทุกอย่างได้อีกครั้ง แต่สิ่งที่จำไม่ได้ก็คือเรื่องราวที่ไปสืบในช่วงเวลาก่อนที่เขาจะสลบไปรวมทั้งเรื่องของเหว่ยซานและจำไม่ได้ว่าตัวเองหายไปไหนมา แน่นอนว่าเขาจำเรื่องของชามินต์ไม่ได้เช่นกันคอลินน์ ลู เป็นเด็กน้อยจอมแสบแสนซนที่สวนทางกับสุขภาพ เด็กชายวัยห้าขวบเป็นโรคภูมิ แพ้บ่อยๆ จึงจำเป็นต้องมีหมอประจำตัวมาดูแลและเนื่องจากหมอคนเก่าเพิ่งเกษียณไป เดนนิส จึงได้ขอให้ชามินต์มาช่วยดูแลคอลินน์ซึ่งเป็นลูกชายของเพื่อนรักอาทิตย์ละสองครั้ง หญิงสาวตอบรับอย่างเต็มใจและชามินต์ต้องช็อคสุดขีดเมื่อพบว่า โลแกนคือเศรษฐีตระกูลลูและเขาจำเธอไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ชามินต์ไม่คิดจะปริปากพูดหรือซักถามอะไรโลแกนถึงความสัมพันธ์ที่เธอกับเขาเคยมีต่อกันในช่วงเวลาที่ผ่านมา เธอทำท่าเย่อหยิ่ง เย็นชากับเขาจนโลแกนแปลกใจในท่าทียโสของเธอและทำให้เขาไม่ค่อยชอบขี้หน้าเธอนัก แต่หนูน้อยคอลินน์กลับติดเธอแจและเรียกร้องอยากให้ชามินต์ทำหน้าที่เป็นแม่คนใหม่ ชามินต์พยายามหลีกเลี่ยงที่จะพบกับโลแกน เพราะเธอรู้ดีว่าในหัวใจเธอยังมีเขาอยู่ตลอดเวลา แต่วันนี้เขาไม่ใช่โลแกนหนุ่มสมองเสื่อมที่มีแต่รอยยิ้มและความจริงใจให้กับเธอ เขาเป็นมหาเศรษฐีผู้มีอิทธิพล พ่อหม้ายลูกติด มีคู่หมั้นสาวสวยรวยโก้เก๋ที่กำลังจะแต่งงานด้วย มีธุรกิจใหญ่โต มีชีวิตที่แตกต่างกับเธอราวฟ้ากับเหว ชามินต์ได้รู้จักกับนีลา คู่หมั้นของโลแกน นีล่าถูกชะตากับชามินต์และมักจะชวนเธอไปกินข้าวอยู่บ่อยๆ จนนีล่ากล้าเล่าความในใจเกี่ยวกับคนรักให้ชามินต์ฟัง นั่นยิ่งตอกย้ำความเจ็บปวดใน หัวใจเธอ ทุกๆ ครั้งที่ชามินต์มาดูแลคอลินน์ เธอจะต้องได้เจอกับโลแกนและต้องปะทะฝีปากกับเขาอยู่บ่อยๆ จนโลแกนนึกสนุกและชอบแกล้งเธอเพราะรู้สึกคุ้นเคยกับเธอเหมือนรู้จักกันมาก่อนและเริ่มให้ความสนใจเธอมากขึ้น จนกระทั่ง คลากค์ คูเกอร์(นัฐฐพนธ์ ลียะวณิชย์) มาเฟียหนุ่มหล่อท่าทางร้ายเข้ามาตีสนิทกับชามินต์ ทำให้โลแกนเริ่มรู้ตัวว่าเขาชอบเธอจริงจัง โลแกนเริ่มใกล้ชิดและแสดงตัวเป็นเจ้าของชามินต์มากขึ้น เขามักจะสั่งให้เธอไปไหนมาไหนกับเขอยู่บ่อยๆ จนชามินต์กลัวว่านีล่าจะเข้าใจผิดแต่โลแกนก็อ้างว่าทำเพื่อคอลินน์ คลากค์ คูเกอร์ เป็นมาเฟียหนุ่มที่เป็นคู่อริทางธุรกิจกับโลแกน คลากค์เข้ามาตีสนิทกับชามินต์และแสดงตัวให้รู้ว่าเขาสนใจเธอและต้องการแย่งเธอจากโลแกน การเข้ามาของคลากค์ ทำให้โลแกนไม่พอใจและบอกให้ชามินต์รู้ว่าเขาไม่ชอบขี้หน้าหมอนี่ และบอกให้เธออยู่ห่างๆ คลากค์ไว้ แต่ผู้หญิงอย่างชามินต์หรือจะเชื่อใครง่ายๆ เธอยอมรับนัดกินข้าวและไปไหนมาไหนกับคลากค์เพื่อยั่วให้โลแกนโกรธ และเหนือสิ่งอื่นใดเธอสงสัยว่าการที่คลากค์เข้ามาใกล้ชิดเธอนั้นเขามีจุดประสงค์อื่นมากกว่าความสนใจในตัวเธอ ... และเธอจะต้องรู้ให้ได้ว่ามันคือเรื่องอะไรกันแน่ ? เหว่ยซานพยายามเร่งรัดให้โลแกนกับนีล่าแต่งงานกัน แต่นีล่ารู้ดีว่าจะไม่มีการแต่งงานเกิดขึ้นเพราะโลแกนไม่ได้รักเธอ ที่เขายอมหมั้นกับเธอเพียงเพราะเป็นข้อตกลงของบรรพบุรุษทั้งสองตระกูลและตัวนีล่าเองก็ไม่ได้รักโลแกนเช่นกัน เธอมีคนที่แอบชอบอยู่แล้วนั่นคือเดนนิส คุณหมอผู้ซึ่งยิ้มและใจดีกับทุกคนยกเว้นเธอที่เดนนิสมักจะตีหน้าขรึมและทำดุใส่อยู่บ่อยๆ จน นีล่าน้อยใจ แต่แกล้งทำประชดแสดงออกในทิศทางตรงกันข้ามให้เห็นว่าเธอไม่ได้สนใจเขา นีล่าชอบเอาเรื่องของเดนนิสมาปรับทุกข์ให้ชามินต์ฟัง แต่ไม่ได้เอ่ยชื่อทำให้ชามินต์เข้าใจว่านีล่าหมายถึงโลแกน ชามินต์จึงพยายามที่จะตีตัวออกห่างจากโลแกนเพราะกลัวนีล่าจะรู้ความจริงในใจที่เธอมีต่อโลแกนและบอกให้โลแกนหันมาสนใจนีล่ามากขึ้น โลแกนไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของชามินต์เพราะเขารู้ดีว่านีล่าแอบชอบเดนนิสมาตั้งแต่สมัยเด็กที่พวกเขาสามคนเป็นเพื่อนกัน ตระกูล ‘ลู’ ในอดีต เคยเป็นตระกูลมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่และเป็นพี่ใหญ่สุดในการทำธุรกิจมืดมากับตระกูล ‘เหว่ย’และตระกูล ‘ชาน’ แต่ตระกูลลูและตระกูลชานคิดล้างมือจากธุรกิจมืดในสมัยปู่ของโลแกนและหลังจากนั้นมาทั้งสองตระกูลก็เดินหน้าทำแต่ธุรกิจที่ขาวสะอาดและตรวจ สอบได้ ทำให้เหลือเพียงตระกูลเหว่ยตระกูลเดียวที่ยังพัวพันกับธุรกิจนอกกฎหมาย แม้จะเดินคนล่ะเส้นทางแต่ทั้งสามตระกูลก็ยังเป็นเพื่อนกันต่อมาในรุ่นลูกและหลาน และมีพันธะสัญญาจากรุ่นบรรพบุรุษว่าคนในตระกูลลูและตระกูลเหว่ยจะต้องแต่งงานกัน เหว่ยซานสั่งให้ลูกน้องคอยจับตาความเคลื่อนไหวของโลแกนและลูกน้องรายงานให้รู้ว่าโลแกนให้ความสนิทสนมกับชามินต์เกินเหตุ เหว่ยซานจึงไม่พอใจเพราะกลัวว่าโลแกนจะไม่แต่งงานกับนีล่า ... เพราะหากเป็นเช่นนั้น ธุรกิจมาเฟียของเขาอาจจะต้องปิดฉากลง ... เหว่ยซานต้องการอิทธิพลของตระกูลลูเพื่อคุ้มครองและส่งเสริมธุรกิจมาเฟียของตน เพราะแม้ว่าตระกูลลูจะแสดงตัวว่าไม่ยุ่งเกี่ยวกับขบวนการมาเฟียแต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าตระกูลลูยังมีอำนาจและอิทธิพลสูงในฮ่องกง เหว่ยซานจึงเป็นคนวางแผนฆ่าพ่อแม่ของโลแกนเพราะพ่อของโลแกนไม่ต้องการให้ตระกูลลูหวนกลับคืนสู่วงการมาเฟีย และสั่งฆ่าไลลาน้องสาวของโลแกนเพราะเธอบังเอิญรู้แผนที่เขาวางไว้ ... ที่เหว่ยซานต้องทำทุกอย่างเช่นนี้ก็เพราะเขากลัวว่าหากวันนึงข้างหน้าเมื่อเขาตายไป นีล่าซึ่งเป็นทายาทเพียงคนเดียวจะพาธุรกิจไปไม่รอด เขาจึงต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกสาวได้แต่งงานกับเจ้าพ่อตระกูลลู เหว่ยซานจึงส่งคนให้ไปตามเก็บชามินต์ เพื่อเขี่ยเธอออกไปจากชีวิตของโลแกน แต่ลูกน้องกลับทำพลาด ชามินต์ถูกยิงแค่บาดเจ็บเล็กน้อย โลแกนตกใจและรีบมาดูเธอที่โรงพยาบาลทั้งๆ ที่เขาเกลียดสถานที่แห่งนี้เพราะเขากลัวว่าจะได้รับข่าวร้าย เหมือนครั้งที่เขาต้องสูญเสียน้องสาวไป ความห่วงใยของโลแกนที่มีต่อชามินต์ตกอยู่ในสายตาของเดนนิสและนีล่า ทั้งสองรับรู้ได้ทันทีว่าวันนี้โลแกนมีชามินต์อยู่ในหัวใจแล้ว เดนนิสตามมาปลอบใจนีล่า เพราะคิดว่าเธอคงเสียใจเรื่องโลแกน แต่นีล่ากลับบอกว่าเธอดีใจและบอกให้รู้ว่าเธอชอบเดนนิสไม่ใช่โลแกนอย่างที่ทุกคนคิด หลังจากเกิดเรื่องกับชามินต์ โลแกนแสดงความเป็นห่วงและคอยดูแลเธอไม่ให้คลาดสายตาเขาเปิดใจให้เธอรู้ว่าเขาชอบเธอไม่ใช่นีล่าและเล่าเรื่องความเป็นมาของตระกูลมาเฟียให้เธอฟัง รวมถึงเรื่องของไลลาผู้เป็นน้องสาวและปริศนาการตายของไลลาและพ่อแม่ ชามินต์ได้เจอกับคลากค์และเริ่มสงสัยในตัวคลากค์จนกระทั่งสืบจนรู้ว่าแท้จริงแล้วคลากค์คือผู้ชายที่ทำให้ไลลาท้องและเขาคือพ่อของคอลินน์ แต่เธอไม่ได้บอกเรื่องนี้ให้ใครรู้แม้กระทั่งโลแกนคลากค์เล่าให้ชามินต์ฟังถึงความสัมพันธ์ของเขากับไลลา เขาไม่เคยรู้ว่าไลลาเป็นน้องสาวของ โลแกน เขากับเธอรักกันโดยที่ต่างฝ่ายต่างไม่รู้ว่าครอบครัวของทั้งสองคือใครจนกระทั่งไลลารู้ว่าเขาเป็นลูกมาเฟียตระกูลคูเกอร์ เธอโกรธมากที่เขาไม่บอกความจริง ไลลาจึงหลบหน้าและพยายามหลีกเลี่ยงที่จะพบเขาเพราะเธอรู้ดีว่าโลแกนไม่ต้องการให้ครอบครัวพัวพันกับพวกมาเฟียอีกต่อไป คลากค์พยายามตามหาไลลาแต่ไม่พบและรู้ข่าวอีกครั้งเมื่อเธอเสียชีวิตลง และเขาไม่รู้ว่าเธอท้องจนกะทั่งมีข่าวว่าโลแกนมีลูกชายเขาจึงได้แต่แอบสงสัยว่าคอลินน์อาจจะเป็นลูกชายของเขาที่เกิดกับไลลา จึงพยายามมาสนิทด้วย ทุกครั้งที่โลแกนหลับเขามักจะฝันถึงเหตุการณ์ที่ตัวเองเคยอยู่กับชามินต์ที่แมนชั่นแต่ในความฝันเขาไม่รู้ว่าเธอคือใคร เมื่อโลแกนมาหาชามินต์บ่อย ๆ เขาสัมผัสได้ถึงความคุ้นเคยที่เขามีต่อเธอและพบว่าเขามีกุญแจห้องสำรองของห้องพักเธอ ... โลแกนเก็บความสงสัยนี้ไว้ในใจและเริ่มลอบสังเกตพฤติกรรมของชามินต์ที่มีต่อเขา จนกระทั่งวันนึงที่ชามินต์ไม่สบายหนักและเขานั่งเฝ้าไข้ ชามินต์เพ้อตัดพ้อพูดถึงสัญญาที่เขาให้ไว้กับเธอว่าจะมารับเธอในวันฝนตกแต่เขาไม่กลับมา ... โลแกนจึงได้รู้ว่าความทรงจำที่ขาดหายไปนั้นอยู่ที่ชามินต์นั่นเอง และแล้วเรื่องราวในความทรงจำที่หายไปก็พรั่งพรูไหลออกมา ในที่สุดโลแกนก็จำได้ว่าในคืนนั้นก่อนที่เขาจะได้รับบาดเจ็บเขาได้ติดตามสืบเรื่องเกี่ยวกับการตายของพ่อแม่และน้องสาวไปจนรู้ความจริงว่าเหว่ยซานคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด เหว่ยซานเริ่มไหวตัวทันและมั่นใจว่าโลแกนจะไม่แต่งงานกับนีล่าแน่ เขาจึงตัดสินใจสั่งฆ่าโลแกน แต่บังเอิญที่นีล่าได้ยินแผนของพ่อนีล่าตกใจจึงรีบไปบอกโลแกนให้ระวังตัว โลแกนจึงคิดซ้อนแผนหาทางจัดการกับเหว่ยซาน แต่เขาไม่ต้องการฆ่าใคร เขาจึงวางแผนที่จะจับเหว่ยซานโดยให้เดนนิสขอชามินต์แต่งงานท่ามกลางสายตาคนมากมายเพื่อทำให้เหว่ยซานเชื่อ ... นีล่า ช็อคเพราะความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเดนนิสกำลังไปได้สวย เธอไม่คิดว่าเขาและชามินต์จะหักหลังเธอ แต่คุณหนูลูกสาวมาเฟียอย่างเธอไม่ใช่ผู้หญิงคร่ำครวญ เธอจึงเชิดหน้ามางานแต่งของทั้งสอง ภายใต้ความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนไว้ในใจ พิธีแต่งงานถูกจัดอย่างอลังการในโบสถ์ โลแกนยืนขึ้นคัดค้านงานแต่งเพื่อให้ตัวเองตกเป็นเป้าอย่างจงใจ เหว่ยซานไม่ได้ตระครุบโอกาสนั้นไว้ เป้าหมายของเขาไม่ได้มีแค่โลแกน แต่ยังมีคอลินน์ผู้เป็นทายาทอีกคน เหว่ยซานตั้งใจที่จะฆ่าทั้งโลแกนและคอลินน์เแต่นีล่าเอาตัวเองเข้ามาปกป้องขวางทางปืนเพื่อช่วยชีวิตคอลินน์ ทำให้นีล่าได้รับบาดเจ็บและคลาก์คูเกอร์ได้ตามเข้ามาในงานพร้อมกับตำรวจอย่างทันเวลา เหว่ยซานยอมมอบตัวแต่โดยดีและสำนึกผิดในสิ่งที่ทำ โชคดีที่นีล่าปลอดภัย เหว่ยซานยอมสารภาพและรับผิดในทุกสิ่งที่ทำลงไป และฝากนีล่าให้เดนนิสช่วยดูแล คลากค์ยอมรับสารภาพกับโลแกนว่าเขาคือพ่อของคอลินน์ โลแกนทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าต่อยหน้าคลากค์ไปสามหมัดเพื่อระบายความแค้นในใจ ส่วนคอลินน์ก็ยอมรับคลากค์เป็นพ่อเพิ่มอีกหนึ่งคนนอกเหนือจากโลแกน โลแกนขอชามินต์แต่งงานต่อหน้าหลุมศพของพ่อแม่และสัญญาว่าจะรักและดูแลเธอตลอดไป ... ชามินต์ขอบคุณที่เขาทำให้โลกของเธอเปลี่ยนสี และอดีตอันเจ็บปวดถูกลบเลือน เธอมั่นใจว่าจากนี้ไปชีวิตเธอจะไม่โดดเดี่ยวและอ้างว้างตลอดกาล

ศิลปิน Smallroom อวยพรปีใหม่ชาวเอ็มไทย
jida /  Maria / 

ดูคลิปวีดีโอ MV เพลง มิวสิควีดีโอ เพลง ศิลปิน Smallroom อวยพรปีใหม่ชาวเอ็มไทยฟังเพลง ฟังเพลงออนไลน์ เพลง ศิลปิน Smallroom อวยพรปีใหม่ชาวเอ็มไทยMaria (มารีญา),The Jukks,Jida 3 ศิลปินจากสมอลรูม ร่วมอวยพรปีใหม่ชาวเอ็มไทย อ่ะ ไปชมกัน

หนุ่มสังหารแฟนสาว โพสต์ภาพศพลงเน็ตท้าทาย ตร.
ฆาตกรอเมริกัน /  ท้าทายตำรวจ / 

หนุ่มมะกัน อุกอาจ สังหารแฟนตัวเอง พร้อมโพสต์ภาพศพลงเน็ต ท้าทายตำรวจให้ตามล่าสุดท้ายต้องยอมจำนนมอบตัวในที่สุด สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว นายเดวิด ไมเคิล คาแล็ก วัย 33 ปี ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุฆาตกรรม นางแอมเบอร์ ลินน์ ค็อปลิน แฟนสาวซึ่งอาศัยอยู่ด้วยกัน ก่อนหน้านี้ นายเดวิดได้โพสต์ภาพศพของ นางค็อปลิน ลงในเว็บไซต์ Imgur และ 4 Caan เมื่อวันที่ 4 พ.ย. ทั้งยังบรรยายข้อความท้าทายเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ตามมาสังหารตัวเองให้ได้ และต่อมาได้ขับรถของเหยื่อออกไป โดยหลังจากนั้นตำรวจได้พบรถยนต์คันดังกล่าวจอดทิ้งอยู่บริเวณเมืองพอร์ตแลนด์ แต่ท้ายที่สุดนายคาแล็กได้ยอมมอบตัวในที่สุด อย่างไรก็ตามจากรายงานระบุว่านาย คาแล็ก เคยถูกจับกุมในข้อหาทำร้ายร่างกาย ขโมยของ และเมาแล้วขับ ทั้งนี้ผู้ที่พบศพของนาง ค็อปลิน คนแรก คือลูกชาย วัย 13 ปี ของเหยื่อ ซึ่งให้การว่าผู้ต้องสงสัยและเหยื่อได้มีปากเสียงกันอย่างรุนแรง จนกระทั่งกลับมาจากโรงเรียน ก็พบว่ามารดาของตนได้กลายเป็นศพไปแล้ว ข่าวที่เกี่ยวข้อง ซีอุยแห่งเวลส์ ฆ่า-กินเนื้อเหยื่อ คล้ายนิยายฆาตกรรมชื่อดัง วัยรุ่นฆ่าหั่นศพแฟนสาว เลียนแบบฆาตกรในซีรีย์ Dexter ฆาตกรต่อเนื่องชาวมะกัน ฆ่าคนมา 20 ปี เพิ่งถูกจับได้ ?? หนึ่งในฆาตกรต่อเนื่องที่เลวร้ายที่สุดของโลกคนใหม่ในบราซิล !! MThai News

The Barrens ป่าผีดุ
The Barrens /  True Blood / 

ผลงานหนังสยองขวัญจาก ดาร์เรน ลินน์ บูสแมน ผู้กำกับ Saw II, III และ IV นำแสดงโดย สตีเฟ่น โมเยอร์ พระเอกจากซีรี่ย์แวมไพร์สุดฮิต True Blood และ มีอา คีสเนอร์ จาก 30 Days of Night: Dark Days มันถูกเรียกว่า "มัจจุราชแห่งเจอร์ซี่ย์" ที่ถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่ 400 ปีที่แล้วจากการสร้างสรรค์ของซาตาน ตำนานได้เล่าขานว่ามันยังคงอาศัยอยู่ในป่าทางตอนใต้ของรัฐนิวเจอร์ซี่ย์ The Barrens ป่าผีดุ เมื่อ ริชาร์ด วินยาร์ด (สตีเฟ่น โมเยอร์) พาครอบครัวของเขาไปพักร้อนในวันหยุด ทั้งหมดก็ได้เดินลึกเข้าไปในป่าเพื่อที่จะหาสถานที่แค้มป์ปิ้งที่สมบูรณ์และเป็นธรรมชาติมากที่สุด แต่แล้วพวกเขาทั้งหมดก็ต้องพบกับความสยองเกิดคาดคิดที่เฝ้ารอพวกเขาอยู่ในป่าไม้สนแห่งนี้ ที่รอที่จะเชือดสยอง ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ The Barrens ป่าผีดุ

แฟชั่น เสียงเพรียกจากลอนดอน มารีญา ลินน์ เอียเรี่ยน
มารีญา ลินน์ /  แฟชั่น

แฟชั่น เสียงเพรียกจากลอนดอน มารีญา ลินน์ เอียเรี่ยน ภาพแฟชั่น จาก นิตยสาร VOLUME ข้อความบนปก : PLUS BEAUTY ขอบปากคมสวยสุดพลัง มาสครับผิวกายกันเถอะ MODE เสียงเพรียกจากลอนดอน หนุ่มผู้ดี EMOTION ชัชวาลย์ คงอุดม นักเลง...เขาวัดกันที่ใจ SURROUND Hotel Muse มุมมองและแรงบันดาลใจ ที่มาภาพจาก www.magazinedee.com

20 เรื่องจริงเรือไททานิค ที่ไม่มีใครเคยรู้มาก่อน
ตำนานลี้ลับ /  ต่างประเทศ / 

เรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงของเรือสุดหรู ไททานิค เป็นข่าวใหญ่ครึกโครมจากการที่เรือสำราญนี้ล่องไปในทะเลจนชนเข้ากับภูเขาน้ำแข็ง เมื่อวันที่ 14 เม.ย. ค.ศ. 1912 ตอน 5ทุ่ม 40 น.และจมทั้งลำตอน 02:20 น. มีผู้เสียชีวิต 1,514 ศพ อีกทั้งยังเป็นอีกตำนานความรักของคู่หนุ่ม-สาว ที่หลายคนยังพูดถึงกันเรื่อยมา ก่อนหน้านี้ทีนเอ็มไทยได้เคยพูดถึง เรื่องลี้ลับ ตำนานอาถรรพ์ไททานิคล่ม อาหารมื้อสุดท้ายบนเรือไททานิค (The Last Supper of Titanic ) ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันไป ซึ่งผลตอบรับดีมากๆ! หลายคนให้ความสนใจมากทีเดียวคะ ทีนเอ็มไทยเลยจัดมาให้อีก! กับ 20 เรื่องจริงเรือไททานิค ที่ไม่มีใครเคยรู้มาก่อน ลองไปดูกันซิว่าเรื่องอะไรบ้าง .. 20 เรื่องจริงเรือไททานิค ที่ไม่มีใครเคยรู้มาก่อน 1.) มีการจัดตารางฝึกเรือกู้ชีพให้กับลูกเรือทุกคนในวันก่อนเรือล่ม แต่สุดท้าย การฝึกเรือกู้ชีพก็ถูกยกเลิกไป ไม่ได้ถูกจัดขึ้นตามที่วางแผน 2.) จำฉากนั้นในหนังได้หรือไม่ ที่นักดนตรี ยังคงเล่นเพลงต่อไปขณะที่เรือกำลังจะจม อยากบอกว่า ในเหตุการณ์จริงนั้น ก็เป็นแบบนั้นจริงๆ นักดนตรีเล่นอยู่เป็นชั่วโมง ก่อนที่เรือจะจม! 3.) Milton Hershey เจ้าของช็อกโกแลตชื่อดัง มีตั๋วขึ้นเรือไททานิกในตอนนั้น แต่เขายกเลิกตั๋วเพราะติดประชุม 4.) ผู้รอดชีวิตชาวญี่ปุ่นรายหนึ่ง ถูกกล่าวหาว่าขี้ขลาดเมื่อเขากลับถึงญี่ปุ่น ผู้คนหาว่าเขาไม่ยอมตายร่วมกับผู้โดยสารที่เหลือและหนีรอดชีวิตออกมาอย่างเห็นแก่ตัว 5.) งบประมาณในการสร้างหนังเรื่อง “Titanic” คิดเป็นเงินสูงกว่างบประมาณในการสร้าง “เรือไททานิก”​จริงๆ เสียอีก สร้างหนัง : 200 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ สร้างเรือ: 75 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ 6.) ปล่องไฟทั้ง 4 แท่งของเรือไททานิก จริงๆ แล้วทำงานได้แค่ 3 อันเท่านั้น อีกอันหนึ่ง มีไว้เพื่อให้ดูสวยงามสมบูรณ์แบบ 7.) ภูเขาน้ำแข็งลูกนั้น ที่เรือไททานิกพุ่งชน มีอายุเก่าแก่มากราว 1000 ปีก่อนคริสตกาล 8. เรือ The Californian อยู่ใกล้เรือไททานิกมากถึงขนาดที่ สามารถเข้าช่วยเหลือได้ทันเวลา แต่ด้วยปัญหาจากการขัดข้้องทางการสื่อสาร ที่ล่าช้าเกินไป ทำให้ไปช่วยไม่ทัน 9. หัวหน้าพ่อครัวของเรือไททานิกรอดชีวิตจากน้ำที่เย็นเฉียบมาได้ เพราะเขาดื่มเหล้ามากจนทำให้แอลกอฮอลช่วยให้ความอบอุ่นกับอวัยวะภายในของเขาได้นานถึง 2 ชั่วโมง จนมีคนมาช่วยชีวิตเขาพอดี! 10. เรือกู้ชีพของไททานิก ส่วนมากที่ออกไป บรรจุคนไม่เต็ม ทั้งๆ ที่ ถ้าทุกเรือบรรจุคนเต็มตามความสามารถของเรือ เรือกู้ชีพเหล่านั้น จะสามารถช่วยเหลือผู้โดยสารและลูกเรือได้ครบทุกคน! 11. หลังจากเขียนตัวละครแจ็ค ดอว์สันเสร็จ เจมส์ คาเมรอนก็พิ่งรู้ว่า เจ. ดอว์สันตัวจริงๆ นั้นตายบนเรือไททานิค โจเซฟ ดอว์สัน หนึ่งในบรรดาเหยื่อของไททานิค ถูกเผาที่ปาช้าในรัฐโนวาสโกเชีย หลุมฝังศพของเขาได้รับการเข้าเยี่ยมมากที่สุดในสุสาน 12. เรือไททานิก จะไม่ชนภูเขาน้ำแข็ง ถ้าพวกเขารู้เรื่องก่อนหน้านั้นเพียง 30 วินาทีเท่านั้น!! มันช่างเป็น 30 วินาที ที่เปลี่ยนจากของการรอดตายอย่างเฉียดฉิวกับโศกนาฏกรรมที่น่าเศร้าที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติ! 13. เรือไททานิก คือ เรือเดินสมุทรลำเดียวบนโลกที่ล่มเพราะ “ภูเขาน้ำแข็ง” 14. คู่รักชราภาพที่นอนเคียงกันบนเตียงในห้องที่น้ำกำลังท่วม อุทิศให้ไอดาและไอซิเดอร์ สโตร๊ส เจ้าของห้างสรรพสินค้ามาซี่ ซึ่งตายบนเรือไททานิค 15. ในฉากวาดภาพโรส จริงๆ คือมือของเจมส์ คาเมรอน มิใช่ของพ่อหนุ่มลีโอ ดิคาปริโอแต่อย่างใด และต้องถ่ายฉากนี้แบบภาพสะท้อน เพราะเจมส์ คาเมรอน ถนัดซ้าย ส่วนลีโอถนัดขวา 16. ชุดสุดท้ายที่เคท วินสเล็ตสวม ตั้งใจออกแบบมาให้ดูสวยทั้งตอนเปียกและตอนแห้ง  (ดีโบร่าห์ ลินน์ ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย ทำชุดนี้ไว้ร่วม 24 เวอร์ชั่นด้วยกัน) 17. ในฉากสุดท้ายของหนัง เมื่อโรสพบกับแจ็คที่บันได นาฬิกาบอกเวลาตีสอง ยี่สิบนาที อันเป็นเวลาจริงๆ ที่เรือไททานิคล่ม 18. มาดอนน่าก็เคยได้รับการพิจารณาให้เล่นบทโรส 19. กลอเรีย สจ๊วต เป็นเพียงคนเดียวในกองถ่ายที่มีชีวิตอยู่ในช่วงที่เรือไททานิคออกเดินทางเมื่อปี 1912 เธอเกิดเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 1910 และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2010 นอกจากนี้เธอยังเป็นผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์ที่อายุมากที่สุดในปีนั้นด้วย 20. นักแสดง-ทีมงานในเรื่องต้องใช้เวลากว่าสามชั่วโมงในการศึกษากิริยาและบุคลิกของผู้คนสมัยปี 1912 เพื่อความสมจริงสมจังของหนัง ขอบคุณข้อมูล วิกิพีเดีย, llkhimll.wordpress.com  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง >> เรื่องลี้ลับ ตำนานอาถรรพ์ไททานิคล่ม << >> บุคคลที่มีอยู่จริงในประวัติศาสตร์ เรือไททานนิค Titanic (ภาค1) << >> อาหารมื้อสุดท้ายบนเรือไททานิค (The Last Supper of Titanic ) <<

We Need to Talk About Kevin - Trailer (ซับไทย)
We /  Need / 

ภาพยนตร์แนวดราม่า-ทริลเลอร์ ที่ได้รับกระแสวิจารณ์ในแง่บวกอย่างมากจากเทศกาลภาพยนตร์ที่เมืองคานส์ เรื่อง We Need to Talk About Kevin ชื่อภาษไทยว่า “คำสารภาพโหดของเควิน” นำแสดงโดย Tilda Swinton (ทิลดา สวินตัน), John C.Reilly (จอห์น ซี ไรลีย์), Ezra Miller (เอซรา มิลเลอร์) กำกับการแสดงโดย Lynne Ramsay (ลินน์ แรมเซย์) เรื่องย่อ เป็นเรื่องราวของแม่ ที่มีลูกชาย(รับบทโดย Ezra Miller)เป็นฆาตกรโรคจิต ที่สังหารหมู่ผู้คนอย่างเลือดเย็น โดยผู้เป็นแม่ (รับบทโดย Tilda Swinton) ต้องพยายามทำใจ และขณะเดียวกัน เธอเองก็พยายามสืบค้น สาเหตุที่ลูกของเธอ กลายเป็นฆาตกรโรคจิตไปได้ โดยปมอยู่ที่ ลูกของเธอเป็นด้วยตัวเองเองโดยสันดาน หรือเพราะมันเกิดจากการเลี้ยงดูของเธอเอง ฉาย 9 กุมภาพันธ์ 2555 เฉพาะบางโรงภาพยนตร์เท่านั้น

สาวมะกัน ผลักสามีตกหน้าผา หลังแต่งงานได้ 8 วัน
ตกหน้าผา /  ผลักตกหน้าผา / 

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เกิดคดีสุดฮือฮาขึ้นที่สหรัฐอเมริกา เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา นางจอร์แดน ลินน์ เกรแฮม วัย 22 ปี ได้เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า นายโคดี้ จอห์นสัน สามี วัย 25 ปี หายสาปสูญไป ต่อจากนั้นอีกสองวันต่อมาเธอจึงได้ไปแจ้งกับตำรวจว่าพบร่างของสามีแล้วที่บริเวณเบื้องล่างของหุบเขาลูป ในอุทยานแห่งชาติกลาเซียร์ โดยผลจากการชันสูตรพลิกศพ พบว่า เขาเสียชีวิตจากการตกจากที่สูง ซึ่งเจ้าหน้าที่สรุปว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอาจเป็นอุบัติเหตุ แต่ต่อมาครอบครัวของนายจอห์นสัน ได้ร้องขอให้เจ้าหน้าที่รื้อคดีมาสอบสวนใหม่ เนื่องจาก เจ้าหน้าที่อุทยาน เผยว่า จุดบริเวณที่เธอพบศพนั้นอยู่ลึกมา ซึ่งจะเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะรู้ว่าศพอยู่ตรงนั้น ทั้งนี้จากการรื้อคดีออกมาสอบสวนใหม่ทำให้ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนางจอร์แดนและผู้ตายเกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงที่จุดชมวิวดังกล่าว ซึ่งฝ่ายชายได้เอามือมาคว้าเธอไว้ ก่อนที่เธอจะสะบัดแขนออกอย่างแรงพร้อมผลักหน้าอก ทำให้ฝ่ายชายพลาดตกหน้าผา เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อทั้งสองเพิ่งแต่งงานกันได้เพียง 8 วันเท่านั้น MthaiNews

ตัวอย่างใหม่ฉบับญี่ปุ่น พร้อมกับฟุตเทจใหม่จากหนังแอ็คชั่นมหากาฬ John Carter 3D
Andrew Stanton /  John Carter / 

เผยตัวอย่างใหม่เวอร์ชั่นญี่ปุ่นมาแล้วกับหนังทหารบุกดาวอังคารใน John Carter ที่มาคราวนี้มาพร้อมกับฉากใหม่มากมาย ตัวหนังจริงๆจะมันส์แค่ไหนติดตามได้ปีหน้าทั้งในระบบ 3D และ IMAX พร้อมกับระบบปกติครับ ผลงานสุดยิ่งใหญ่จากผู้กำกับรางวัลออสการ์ แอนดรู แสตนตัน “จอห์น คาร์เตอร์” ภาพยนตร์แอ็คชั่นผจญภัยสุดตื่นเต้นที่เกิดขึ้นบนดาวเคราะห์อันลึกลับและน่า พิศวงที่มีชื่อว่า “บาร์ซูม” (ดาวอังคาร) “จอห์น คาร์เตอร์” สร้างจากนวนิยายสุดคลาสสิคของ เอ็ดการ์ ไรซ์ เบอร์โรวส์ ที่เรื่องราวการผจญภัยเหนือจินตนาการของเขาเป็นรงบันดาลใจให้กับผู้สร้าง ภาพยนตร์มากมาย ทั้งในอดีตและปัจุบัน เรื่องราวของอดีตนายทหารผู้เบื่อหน่ายสงคราม ร้อยเอก จอห์น คาร์เตอร์ (เทย์เลอร์ คิทส์ช) ที่วันหนึ่ง ตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองได้มาอยู่บนดาวอังคารอย่างอธิบายไม่ได้ และเขาได้ตกอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งครั้งยิ่งใหญ่ที่กำลังประทุขึ้นระหว่าง ผู้ที่อาศั ยอยู่บนดาวดวงนี้ รวมทั้ง ทาร์ส ทาร์คาซ (วิลเล็ม ดาโฟ) และเจ้าหญิง เดจาห์ ธอริส ผู้ทรงสเน่ห์ (ลินน์ คอลินส์) ในโลกที่ใกล้จะถึงกาลแห่งความล่มสลาย คาร์เตอร์ ได้รู้สึกถึงการมีอยู่ของมนุษยธรรมอีกครั้ง เมื่อเขาพบว่าชะตากรรมของดาวบาร์ซูมและผู้คนบนดาวนั้นขึ้นนอยู่กับเขาเพียง คนเดียว

หายคันทีน!กระทิงดุคืนฟอร์มกระซวกปานามายับเยินเพลินเท้า
กระทิงดุ /  ปานามา / 

ศึกฟุตซอลโลก “ฟีฟ่า ฟุตซอล เวิร์ดคัพ ไทยแลนด์ 2012” นัดที่สอง ของรอบแรก กลุ่มบี “กระทิงดุ” สเปนเจ้าของแชมป์โลกสองสมัยและหมายเลขหนึ่งของโลก ที่นัดแรกฟอร์มสะดุด โดนจ้าวแห่งเอเชียอย่าง อิหร่าน ตามตีเสมอ ทั้งที่นำไปก่อนสองลูกแต่กลับโดนตีเสมอแบ่งแต้ม 2-2 ลงเล่นนัดที่สองพบกับ ปานามา ที่ฟอร์มหรู พลิกสถานการณ์จากตามหลังสามลูกกลับมาถล่มเอาชนะ โมร็อคโก 8-3 เริ่มเกมส์เพียงนาทีแรก เป็นปานามาที่ได้ทักทายก่อนจากจังหวะลูกฟรีคิกที่ มิเกล ลาสโซ่ ยิงไปโดนคานสนั่น  จากนั้นนาทีถัดมา สเปน ก็มาได้ประตูออกนำจนได้ จากจังหวะที่ มิเกลลิน ดีดบอลต่อให้ กิเก้ กับตันทีมสอดขึ้นมาซัดด้วยซ้ายเต็มข้อให้ รองแชมป์โลกครั้งล่าสุดขึ้นนำอย่างรวดเร็ว 1-0  นาทีที่ 8 สเปนที่เหนือกว่าบาน ก็หนีไปอีกจากการตะบันสุดสวยของ ลินน์  สเปนหนีห่าง 2-0  นาทีที่ 9 ประตูทำท่าจะไหลเป็นน้ำ เมื่อ ลินน์ เปิดลุกเตะมุมโด่งมาให้ กีเก้ วิ่งเข้ามาวอลเลย์ด้วยขวาบ้าง แต่ ปานามายังโชคดีที่ ได้ ไจเม่ ลอนโดโน่ ช่วยเซฟไว้ได้ นาที 12 สเปนยิ่งเล่นยิ่งดี ลินน์ จ่ายบอลให้ บอร์ญ่า บลังโก้ ยิงเผาขนให้สเปนนำ 3-0 นาที 14 กระทิงดุยังไม่ยั้งเกมส์บุก และได้ประตูเพิ่มจาก ลูกยิงไกลจากแถวสองของ เฆซุส ไอคาร์โด้ สเปนนำ 4-0 นาที 17 ปานามา รวมพลังฮึดตีไข่แตก ยิงประตูคืนจากสเปนได้สำเร็จ จากจังหวะบอลยาวจากแดนหลังมาถึง มิชาเอล เด เลออน ได้โอกาสดีดบอลข้ามตัว คริสเตียน เข้าไปเป็นประตูให้ปานามา ตีไข่แตกไล่สเปนมาเป็น 4-1 หลังตีไข่แตกได้ ปามานา เหมือนได้ใจ เริ่มเปิดเกมส์รุกบุกใส่สเปนได้มากขึ้น จนทำให้ กระทิงดุต้องถอยมารับแล้วรอโต้ และจังหวะโต้ของ แชมป์โลกสองสมัยก็สำแดงเดช เมื่อ เซร์ดิโอ โลซาโน่ โชว์พลังกล้ามขาที่สั่งสมมานาน ซัดไกลจากเกือบๆกลางสนาม บอลพุ่งเป็นเครื่องบินไอพ่นเข้าไปนอนสงบนิ่งในตาข่ายของปานามา ทำให้จบครึ่งแรก สเปนนำ  5-1 เริ่มครึ่งหลังยังไม่ทันไร สเปนมาหนีห่างออกอีกจนได้ เมื่อ ยอร์ดี้ ตอร์ราส ยิงไกลจากนอกกรอบเขตโทษ จังหวะแรก ไจเม่ ลอนโดโน่ ปัดได้แต่ไม่พ้นอันตราย มาเข้าทาง บอร์ญ่า ซ้ำเข้าไปไม่เหลือซาก สเปนนำ 6-1 นาที 26 ปานามาตอบโต้คืนบ้างจากลุกยิงไกลของ คาร์ลอส เปเรซ แต่ คริสเตียนไม่ยอมเสียท่า ทุบทิ้งออกไปได้  นาที 27 สเปนได้ลูกจุดโทษ โดย อเลอเมา เป็นผู้สังหารเข้าไป สเปนทิ้งปานามาไม่เห็นฝุ่น 7-1 นาที 30 ปานามา ทำประตูปลอบใจคืนได้อีกลูก จากลูกเตะมุมที่ เฟอร์นันโด เมน่า ยิงยัดไส้ไปเสาแรก บอลแฉลบ อัลบาโร่ ที่พยามยามบล็อกเปลี่ยนทางเข้าประตูไปให้ ปานามาตามมาห่างๆ 7-2 นาที 31 มิเกลลิน โชว์ทักษะความสามารถเฉพาะตัวที่สุดยอด เมื่อเลี้ยงบอลมาจากครึ่งสนาม ก่อนยิงยัดมุมแคบเข้าไปแบบเฉียบขาด เป็นประตูให้สเปนนำ 8-2 นาที 32 ปานามายังไม่ยอมง่ายๆ และทำประตูคืนได้อีกลูก จากการเข้าทำของ มิชาเอล เด เลออน ให้ปานามาไล่มาเป็น 8-3 ช่วงท้ายเกมส์ ปานามา พยายามบุกเพื่อหวังทวงประตูคืน แต่ก็ทำไม่ได้ จบเกมส์ “หมายเลข1ของโลก” อย่าง สเปน กลับเข้าสู่ฟอร์มแกร่ง ด้วยการ ถล่มเอาชนะ ปานามาไปแบบสบายๆเท้า 8-3 ทำให้มี 4 คะแนน นำเป็นที่ 1 ของกลุ่มบี โดยมีคะแนนเท่ากับอิหร่าน ที่ชนะโมร็อคโกมา 2-1 สำหรับบนัดสุดท้าย ปานามา จะต้องไปแย่งอันดับที่2 กับอิหร่าน ส่วนเสปน เจองานเบาด้วยการดวลกับ โมร็อคโก ในวันที่ 8 พฤศจิกายน แข่งขันพร้อมกันในเวลา 19.00 น.  

รวบ! นายหน้าหลอกแรงงานไทยไปทำงานออสเตรเลีย
นายหน้า /  ผู้ต้องหา / 

ผบช.ก.แถลงจับสาวใหญ่วัย 40 ปี นายหน้าหลอกแรงงานไทยไปทำงานไร่องุ่นที่ประเทศออสเตรเลีย เบื้องต้นพบว่ายังมีผู้ต้องหาหลบหนีอีกสองคน วันนี้ 9 มิ.ย. พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.แถลงจับกุมน.ส.ฐานิดา สิทธิฤกษ์ อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาข้อหา “จัดหางานให้คนงานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต และหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางาน หรือสามารถส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้ และฉ้อโกงทรัพย์”ภายหลังจับกุมได้ที่ลุมพินีคอนโด แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง จากการสอบสวน น.ส.ฐานิดา อ้างว่าตนก็เป็นผู้เสียหายเช่นกัน โดยได้รับการชักชวนจากน.ส.นัทที ซึ่งอาศัยอยู่ที่ออสเตรเลียว่าให้ช่วยจัดหาคนทำงานให้ ส่วนเงินค่าดำเนินการที่ได้จากผู้เสียหาย ก็จะโอนไปยังบัญชีของน.ส.พัชรีญา บุญทวีสวัสดิ์ ทันทีส่วนรายละเอียดอื่นๆ ขอให้การในชั้นศาล และยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ พ.ต.อ.อัคราเดช กล่าวอีกว่า จากการสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหามีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ในขบวนการหลอกแรงงานไปเก็บองุ่น ซึ่งขณะนี้ยังเหลือผู้ต้องหา 2 รายที่หลบหนี โดยน.ส.นัทที มีหมายจับอยู่ทั้งสิ้น 3 หมาย และคาดว่ายังคงกบดานอยู่ในประเทศไทย ส่วนน.ส.พัชรีญาทราบว่ายังอยู่ที่ต่างประเทศ ก็จะเร่งดำเนินการติดตามมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว เนื่องจากคดีดังกล่าวมีผู้เสียหายจำนวนมาก ในขณะเมื่อช่วงเช้าได้ผู้เสียหายจำนวน 300 คน ที่ถูกหลอกให้ไปเก็บองุ่นที่ออสเตรเลียเดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.อัคราเดช เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายณัฐชล ใจอ้าย ซึ่งเป็นนายหน้าหลอกแรงงานไปทำงานที่ออสเตรเลียเช่นกัน โดยเชื่อว่าน่าจะเป็นขบวนการเดียวกันด้วย MThai News ที่มา... ข่าวสด

ปาฏิหาริย์!! ทารกน้อยรอดเหลือเชื่อ ในรถที่กำลังจมน้ำ
ทารกน้อย /  รถที่กำลังจมน้ำ / 

ทารกน้อยรอดเหลือเชื่อ ในรถที่กำลังจมน้ำ ซึ่งติดอยู่ภายในรถนานไม่ต่ำกว่า 14 ชั่วโมงเลยทีเดียว วันที่ 8 มี.ค. 2558  สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าวว่า ที่เมืองซอลต์เลกซิตี รัฐยูทาห์ ประเทศสหรัฐอเมริกา พ.ต.ท.แมตต์ จอห์นสัน จากสำนักงานตำรวจเมืองสแปนิช ฟอร์ก แถลงเรื่องการได้รับแจ้งเหตุจากชาวประมงคนหนึ่งเมื่อคืนวันเสาร์ ว่าพบรถยนต์คันหนึ่งตกอยู่ในแม่น้ำสแปนิช ฟอร์ก จึงส่งเจ้าหน้าที่เร่งไปตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือผู้เคราะห์ร้ายภายในรถ ทั้งนี้ ภายในรถยนต์เจ้าหน้าที่พบทารกเพศหญิงวัย 18 เดือน นั่งติดอยู่กับเบาะนั่งสำหรับเด็กอ่อน จึงเร่งนำตัวหนูน้อยออกมาจากรถ และส่งตัวไปยังโรงพยาบาลใหญ่ในเมืองซอลต์เลกซิตีทันที ซึ่งล่าสุดอาการของหนูน้อยอยู่ในขั้น "ทรงตัว" แล้ว หลังก่อนหน้านี้อาการอยู่ในขั้น "วิกฤติ" แต่เคราะห์ดีที่ระดับน้ำในแม่น้ำยังเข้าไม่ถึงที่นั่งด้านหลัง   ขณะที่บนเบาะนั่งสำหรับคนขับด้านหน้า พบร่างผู้เสียชีวิต ทราบชื่อภายหลังคือ น.ส. ลินน์  โกรสเบ็ค อายุ 25 ปี มารดาของทารกน้อย สื่อได้รายงาน อ้างคำบอกเล่าของประชาชนในละแวกนั้น ว่าได้ยินเสียงดังสนั่นคล้ายระเบิดเมื่อคืนวันศุกร์ แต่เมื่อออกมาค้นหาทิศทางของเสียง กลับไม่พบสิ่งผิดปกติอื่นใด ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวน ว่าเพราะเหตุใดรถยนต์ถึงพุ่งตกลงไปในแม่น้ำได้ โดยหากคำบอกเล่าของพยานเป็นความจริง หมายความว่าทารกน้อยติดอยู่ภายในรถนานไม่ต่ำกว่า 14 ชั่วโมงเลยทีเดียว ส่วนครอบครัวของผู้เสียชีวิตเผยว่า  โกรสเบ็คกำลังขับรถพาบุตรสาวกลับบ้านที่เมืองเมืองสปริงวิลล์ หลังเดินทางมาเยี่ยมบิดามารดาที่เมืองซาเล็ม แต่เคราะห์ร้ายประสบอุบัติเหตุระหว่างทางเสียก่อน MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก  เดลินิวส์ออนไลน์

We Need To Talk About Kevin คำสารภาพโหดของเควิน
Kevin /  Killer / 

ภาพยนตร์​เรื่องนี้บอก​เล่า​เรื่องราวของ อีวา (ทิลดา สวินตัน) ​แม่​ผู้ยอมสละละทิ้ง​ความ​เจริญก้าวหน้าทาง​การงาน​เพื่อ​ให้กำ​เนิดลูกชาย ​เควิน ​และ​เมื่อ​เควินอายุ​ได้ 15 ปี (​เอซรา มิล​เลอร์) ​ความสัมพันธ์ระหว่าง อีวา ​และ ​เควิน ร้าวฉานขึ้น​เป็นทวีคูณ ​เมื่อ​เควิน​ทำ​ในสิ่งที่​ไม่อาจ​ให้อภัย​ได้​ในสายตาของคน​ทั้งชุมชน อีวาพยายาม​ทำ​ใจ​และสืบหาสา​เหตุว่า​ทำ​ไมลูกชายของ​เธอ​ถึง​ได้กลาย​เป็นฆาตกร​เลือด​เย็นที่สังหารหมู่​ผู้คนจำนวนมาก ​โดย​เธอ​ได้ตั้งข้อสันนิษฐานว่าลูกของ​เธออาจ​โรคจิต​โดยสันดาน ​หรืออาจ​เป็น​เพราะ​ความผิดพลาด​ใน​การ​เลี้ยงดูของ​เธอ​เอง อีวาต้องรับมือกับ​ความรู้สึก​โศก​เศร้า​และ​ความรู้สึกว่าตัว​เองต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่​เควินสร้างขึ้น​ทั้งหมด ​และ​เธอ​เองต้องค้นหาคำตอบ​ให้กับตัว​เองว่า​แท้ที่จริง​แล้ว ​เธอ​เคยรักลูกชายตัว​เองรึ​เปล่า -------------------------------------------------- We Need to Talk About Kevin (วี นีด ทู ทอล์ค อะเบาท์ เควิน) ภาพยนตร์แนวทริลเลอร์สะเทือนอารมณ์ ที่กำกับโดยผู้กำกับชื่อดัง Lynne Ramsay (ลินน์ แรมเซย์) และนำแสดงโดย Tida Swinton (ทิลดา สวินตัน) ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างจากนวนิยายที่คว้ารางวัลOrange Prize (ออเรนจ์ ไพรซ์) และยังเป็นหนังสือนวนิยายขายดีอันดับหนึ่งของ LIONEL SHRIVER (ไลโอแนล ไชรเวอร์)ในปี2003 อีกด้วย นอกจากนี้ยังได้รับเลือกเข้าประกวดในเทศกาล Festival De CANNES (เฟสติวัล เดอ คานส์) และคว้ารางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจาก BAFTA Award (บาฟต้า อวอร์ด) เข้าฉายวงจำกัด ลิโด้ ลิโด้