มังคุด

เฮเบอร์ตี้ กดแฮตทริกพา ราชันมังกร บุกดับ บีจี สรุปผลบอลไทย
กระต่ายแก้ว /  ธีรเทพ วิโนทัย / 

ผลฟุตบอลโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก วันอาทิตย์ที่1 มิถุนายน 2557 บางกอกกล๊าส เอฟซี 2-4 ราชบุรี มิตรผล ประตู : 0-1 เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ น.15, 0-2 เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ น.48, 0-3 เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ น.55, 1-3โกชิ โอคูโบะ น.66, 2-3ดาร์โก้ ทาเซฟสกี้ (จุดโทษ) น.81, 2-4 รัตนะ เพ็ชรอาภรณ์ น.89 สนาม : ลีโอ สเตเดี้ยม เวลา : 18.00 น. ศึกฟุตบอลโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก 2014 นัดที่ 15 ของฤดูกาล กระต่ายแก้ว บางกอกกล๊าส เอฟซี ทีมอันดับ 7 ของตาราง มีอยู่ 23 แต้ม จากการลงสนาม 14 นัด ต้อนรับการมาเยือนของทีมราชันมังกรราชบุรี มิตรผล เอฟซี ทีมอันดับ 13 ของตาราง ที่มีอยู่ 18 แต้ม โดยเกมในนัดนี้ “โค้ชแต๊ก” อรรถพล ปุษปาคม กุนซือบีจี ปรับเปลี่ยนผู้เล่นจากเกมที่บุกไปเอาชนะ สงขลา ยูไนเต็ด 2-1 เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาเพียงแค่ตำแหน่งเดียว โดย ศุภเสกข์ ไก่แก้ว ได้กลับมาเป็นผู้เล่น 11 ตัวจริงแทนที่ของ ภูริทัต จาริกานนท์ กองกลางที่ไม่ผ่านความฟิตเกมนี้ ด้านทีมเยือน ราชบุรี มิตรผล เกมนี้ ริคาร์โด้ โรดริเกวซ กุนซือเลือดกระทิง ยังคงนำทัพโดยนักเตะตัวกลั่นอาทิ อองรี โจเอล, อภิวัฒน์ งั่วลำหิน, เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ และดั๊กลาส กาโดโซ่ มือปืนจากแดนแซมบ้า ออกสตาร์ทเกมในครึ่งแรกไม่ถึงหนึ่งนาทีเดียว บีจี เกือบได้ประตูขึ้นนำ เมื่อแนวรับ ราชบุรีฯ จ่ายบอลพลาดโดน ลาซารัส คาอิมบี้ ฉกบอลเข้าไปยิงด้วยซ้าย แต่ อุกฤษณ์ วงศ์มีมา นายทวารราชบุรีฯ ยังล้มตัวรับไว้ได้ บีจี ยังค่อยๆ ต่อเกมรุกเข้าใส่ ราชบุรีฯ อย่างต่อเนื่อง นาทีที่ 10 เป็นโอกาสลุ้นประตูของ บีจี เมื่อ ศุภเสกข์ ไก่แก้ว เปิดลูกฟรีคิกเข้าไปหน้าประตูให้ อำนาจ แก้วเขียว พุ่งโหม่งหลุดกรอบนิดเดียว แต่ว่านาทีที่ 15 เป็นราชบุรีฯ ที่บุกน้อยกว่ามาได้ประตูออกนำก่อน เมื่อ เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ ลากบอลจากกราบขวาตัดเข้าใน ก่อนจะหลอกแนวรับ บีจี 2 คน แล้วซัดด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษส่งบอลตุงแรงตาข่าย ให้ทีม ราชันมังกร บุกมานำ บีจี ก่อน 1-0 หลังจากเสียประตู บีจี พยายามบุกมากขึ้นเพื่อทวงประตูตีเสมอ นาทีที่ 16 ลาซารัส คาอิมบี้ ได้บอลบริเวณกลางสนามก่อนจะตัดสินใจยิงไกลระยะ 25 หลา แต่อุกฤษณ์ วงศ์มีมา นายด่านราชบุรีฯ ยังไม่พลาดรับไว้ได้สบาย ถัดมา 3 นาที บีจี น่าจะได้ประตูตีเสมอ เมื่อ ลาซารัส คาอิมบี้ ลากบอลไปสุดเส้นหลัง ก่อนจะเปิดบอลเรียดมาหน้าประตู ศุภเสกข์ ไก่แก้ว ข้ามหลอกให้ ดาร์โก้ ทาเซฟสกี้ วิ่งเข้ามายิงด้วยขวา บอลไปตรงตัว อุกฤษณ์ รับกระฉอกจังหวะแรก ก่อนที่จอมทัพมาซิโดเนีย จะตามเก็บบอลยิงจังหวะสอง แต่บอลไปติดบล็อกแนวรับราชบุรีฯ อย่างน่าเสียดาย นาทีที่ 22 เป็นโอกาสลุ้นประตูของราชบุรีฯ บ้าง เมื่อ อัษดิน มังคุด ได้โอกาสส่องไกลระยะ 30 หลา แต่บอลถากเสาออกหลังไปเฉียดฉิว บีจี ยังเจาะทำประตูไม่ได้ นาทีที่ 28 ดารโก้ ทาเซฟสกี้ ตัดสินใจยิงไกลระยะ 20 หลา แต่ว่าบอลไปตรงตัว อุกฤษณ์ วงศ์มีมา นายทวารราชบุรีฯ รับไว้ได้ ช่วงท้ายนาทีที่ 42 ราชบุรีฯ ได้ลุ้นประตูบ้าง เมื่ออัษดิน มังคุด เปิดบอลจากกราบซ้ายมาหน้าประตูให้ ดักลาส กาโดโซ่ พักอกคืนให้ เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ ยิงด้วยซ้าย แต่บอลไปติดบล็อกแนวรับ บีจี ออกหลังไป จากนั้นไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มได้ หมดครึ่งเวลาแรก บางกอกกล๊าส เอฟซี ตามหลัง ราชบุรีฯ อยู่ 0-1 แก้เกมในครึ่งหลัง บีจี ถอดเอา ชาตรี ฉิมทะเล ออกแล้วให้ โกชิ โอคูโบะ ลงไปแทน ขณะที่ราชบุรีฯ ถอดเอาใหญ่ นิลวงศ์ ออกแล้วส่ง ชุติพนท์ ทองแท้ ลงไปแทน นาทีที่ 48 รัตนะ เพ็ชรอาภรณ์ กองกลางราชบุรีฯ วางบอลยาวไปหน้าประตู ธีรพงศ์ พุทธสุขา นายทวาร บีจี กะจังหวะออกมาตัดบอลพลาดทำให้ เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ ส้มหล่นได้บอลหลุดเข้าไปแปง่ายๆ เข้าประตูไปให้ ราชบุรีฯ หนี บีจี เป็น 2-0 นาทีที่ 55 ราชบุรีฯ โต้กลับเร็ว ดักลาส กาโดโซ่ ได้บอลทางกราบขวา ก่อนจะปาดบอลขวางสนามไปหน้าประตูให้ เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ ซัดด้วยซ้ายเข้าประตูให้ ราชบุรีฯ หนีห่าง บีจี เป็น 3-0 ซึ่งประตูนี้ถือเป็นแฮตทริกของกองกลางเลือดแซมบ้าด้วย อีกทั้งยังเป็นนักเตะของทีมคู่แข่งคนแรกที่ยิงแฮตทริกในสนามลีโอ สเตเดี้ยม อีกด้วย เกมของ บีจี ช็อตไปดื้อๆ นาทีที่ 61 ราชบุรีฯ ได้โอกาสลุ้นประตูอีกครั้ง เมื่อ เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ จ่ายบอลให้ อัษดิน มังคุด ยิงแต่ ธีรพงศ์ พุทธสุขา ยังเซฟไว้ได้อย่างสุดยอด นาทีที่ 63 บีจี เกือบได้ประตูตีไข่แตก เมื่อศุภชัย คมศิลป์ เปิดบอลไปหน้าประตู แนวรับราชบุรีฯ โหม่งสกัดออกมาไม่ได้ บอลมาเข้าทาง ฟลาเวียน มิเชลินี่ ที่ลงมาเป็นตัวสำรองยิงด้วยขวา แต่บอลไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย แต่ว่านาทีที่ 66 บีจีมาตามประตูไล่มาเป็น 1-3 เมื่อ ลาซารัส คาอิมบี้ เปิดบอลจากกราบซ้ายมาหน้าประตู ดาร์โก้ ทาเซฟสกี้ สะกิดบอลจังหวะแรกไม่ดี แต่บอลยังไปเข้าทาง โกชิ โอคูโบะ โหม่งสะบัดเหน่งๆ ระยะ 6 หลา เข้าประตูไปท่ามกลางความสะใจแฟนบอล บีจี ในสนามลีโอ สเตเดี้ยม นาทีที่ 74 บีจี ได้ลุ้นประตูอีกครั้ง เมื่อได้ฟรีคิกระยะ 25 หลา แล้วเป็น ศุภเสกข์ ไก่แก้ว ที่รับหน้าที่สังหาร แต่บอลหลุดกรอบออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 81 บีจี มาได้ลูกจุดโทษ เมื่อ ลาซารัส คาอิมบี้ โดน อุกฤษณ์ วงศ์มีมา นายทวารราชบุรีฯ รวบล้มลงในเขตโทษ และเป็นดาร์โก้ ทาเซฟสกี้ รับหน้าที่สังหารไม่พลาดเข้าประตูไปให้ บีจี ไล่ ราชบุรีฯ มาเป็น 2-3 บีจี เดินเครื่องบุกแหลกเพื่อตีเสมอให้ได้ นาทีที่ 86 ฟลาเวียน มิเชลินี่ เปิดบอลจากกราบขวาไปหน้าประตู แนวรับ ราชบุรีฯ สกัดบอลไม่ดีมาเข้าทาง “ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย ที่เพิ่งถูกส่งลงสนามยิงด้วยขวา แต่บอลหลุดกรอบนิดเดียว แต่ว่านาทีที่ 89 เป็นราชบุรีฯ มาได้ประตูหนีห่างเป็น 2-4 เมื่อ ภูวดล สุวรรณชาติ ตัวสำรองจ่ายบอลจากสุดเส้นหลังไปหน้าประตูให้ รัตนะ เพ็ชรอาภรณ์ ที่แตะหลบ ธีรพงศ์ พุทธสุขา นายทวาร บีจี ก่อนยิงด้วยขวาอย่างเลือดเย็นเข้าประตูไป จากนั้น บีจี จะพยามบุกหนักเพื่อทวงประตูคืน แต่ก็ทำไม่สำเร็จ จบเกม บางกอกกล๊าส เอฟซี เปิดบ้านพ่ายให้กับ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ไป 2-4 รายชื่อผู้เล่นของทั้ง 2 ทีม บางกอกกล๊าส เอฟซี : ธีรพงศ์ พุทธสุขา (GK), สุวรรณภัทร์ กิ่งแก้ว (ฟลาเวียน มิเชลินี่ น. 62), อำนาจ แก้วเขียว (C), ประวีณวัช บุญยงค์, ศุภชัย คมศิลป์, เจษฎากร เหมแดง, เอกพันธ์ อินทเสน, ดาร์โก้ ทาเซฟสกี้, ศุภเสกข์ ไก่แก้ว (ธีรเทพ วิโนทัย น. 83), ชาตรี ฉิมทะเล (โกชิ โอคูโบะ น. 46), ลาซารัส คาอิมบี้ ราชบุรี มิตรผล : อุกฤษณ์ วงศ์มีมา (GK), ชุมพล บัวงาม (เกนกิ นากาซาโตะ น. 68), อองรี่ โจเอล (C), อภิวัฒน์ งั่วลำหิน, เอกลักษณ์ ทองกริต, รัตนะ เพ็ชรอาภรณ์, ใหญ่ นิลวงศ์ (ชุติพนท์ ทองแท้ น.46), อัษดิน มังคุด, ศิลา ศรีกำปัง, เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ, ดักลาส กาโดโซ่ (ภูวดล สุวรรณชาติ น.78)

ทายนิสัยจากการกิน
ทายนิสัย /  ทายใจ

วันนี้ teen.mthai มี ทายนิสัยจากการกิน มาฝากเพื่อนๆกันคะ ไปดูกันซิว่า อาหารที่เพื่อนๆชบกินกันนั้น มันจะบางบอกนิสัย ว่าเพื่อนๆเป็นคนยังไง? นิสัยยังไง? ไปดูกันเลย ^^ ทายนิสัยจากการกิน : ไข่ ที่ชอบกิน ไข่ดิบ หากคุณจะเลือกทางเดินชีวิต คุณจะไม่สนใจคนอื่นๆว่าเขาเลือกกันอย่างไร คุณจะมีทางเดิน ของคุณ โดยไม่แคร์สายตาคนรอบข้าง และคุณก็ไม่ชอบที่จะไปยุ่งเกี่ยวกับคนอื่นด้วย ไข่ต้ม คุณเป็นคนที่มีความอดทน หากคุณทำงานอะไรสักชิ้นหนึ่ง คุณก็จะทำให้มันเสร็จไปเลย ไม่ชอบที่จะค้างมันไว้ เพราะคุณจะหงุดหงิดกับมันมากหากคุณทำไม่สำเร็จ คุณมักจะใช้เหตุผลในการตัดสินใจทำอะไรสักอย่างอยู่เสมอ ไข่ลวก แสดงว่าคุณเป็นคนที่ไม่ค่อยจะเรื่องมาก ใครๆที่อยู่ใกล้ก็มักสบายใจ เพราะคุณไม่มีเรื่องเล็กๆ น้อยๆ มายุ่งให้รำคาญใจ คุณเป็นคนรักความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยแต่จะว่าไปแล้วคุณเเอง เป็นคนที่ค่อนข้างจะใจร้อนอยู่สักหน่อย ไข่ดาว ถ้าคุณชอบทำไข่ดาวมาก แสดงว่าคุณเป็นคนที่ชอบความท้าทาย และเป็นคนที่มีความพยายาม เป็นอย่างยิ่ง คุณนั้นเป็นคนที่กระตือรือร้นและไขว่คว้าหาโอกาสให้กับตัวเอง คุณจะไม่รอให้โอกาสต่างๆ เข้ามาหาคุณ คุณจะพุ่งเข้าใส่มันเอง ไข่เจียว คุณเป็นคนที่มีความยุติธรรม เป็นนักวางแผน และนักคิด คุณมักคิดและทำอะไรอย่างเป็นระบบ คุณมีความเชื่อมั่นในการตัดสินใจของตัวเอง และคุณก็มักคิดว่า คนอื่นมักคิดเช่นเดียวกับคุณ ไข่ยัดไส้ คุณเป็นคนที่มีการเตรียมพร้อม ชอบท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ แต่ในขณะเดียวกันต้องไม่เป็นที่ที่ ไม่ทำให้ลำบากเพราะคุณมักจะไม่ค่อยมีความอดทนกับเรื่องพวกนี้ แม้กระทั่งการทำงาน ก็เช่นกัน หากต้องทุ่มเทกับมันมากๆ คุณก็จะรับมันไม่ค่อยได้ ทายนิสัยจากการกิน : เส้นก๋วยเตี๋ยว เส้นใหญ่ คุณเป็นคนหนักแน่น ทำอะไรทำจริงแบบ ไม่ดีไม่ได้ ไม่เลิก แต่เป็นคนอ่อนไหวอะไรที่มากระทบกับความรู้สึก จะครุ่นคิด วิเคราะห์หาที่มาบางครั้งทำให้เครียด ไม่ค่อยพูด ตรึกตรอง ทบทวนรักเพื่อน รักฝูง ขอบช่วยเหลือแก้ปัญหาให้คนอื่น เส็นเล็ก คุณเป็นคนรวยอารมณ์ขัน รวยเพื่อน รวยมุขฮาเป็นศูนย์รวมเพื่อน คุณไม่ชอบคิดเล็กคิดน้อยแม้ปัญหาหนัก ๆ คุณก็ยังยิ้มรับมันได้แต่ค่อนข้างขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง ในบางครั้งไม่กล้าชนปัญหา แต่ยิ้มกับปัญหาค่อยข้างเข้าชู้ เสน่ห์แรงพอตัว รักเพื่อนมาก บางครั้งอาจลืมคนใกล้ตัวไปบ้าง เส้นหมี่ คุณเป็นคนเก็บตัว แต่เรียนเก่งชะมัด ใฝ่รู้ ชอบอ่านชอบค้นคว้า ชนิดหนอนหนังสือยังอาย ร้านหนังสือตามห้างมันได้เงินจากคุณอย่างสม่ำเสมอ โรแมนติกอยู่คู่กับคุณ คุณเป็นคนปราณีตกับแฟน เอาใจใส่ทุกกระเบียด แต่แฟนของคุณอย่าลืมวันเกิดเชียว คุณจะงอนบึ้งตึงและไม่พูด กว่าแฟนคุณจะเดาอาการคุณออก คุณก็งอนเรื่องใหม่ซะแล้วสิ เส้นบะหมี่ คุณเป็นคนโลดโผนผจญภัย น้ำตก ภูเขา ทะเลที่ว่าไกลแสนไกล คุณไปเหยียบมาหมดแล้ว คุณไม่ค่อยโรแมนติก หากมีแฟน แฟนของคุณต้องเข้าใจคุณมากๆ คุณมักมุ่งไปข้างหบ้า ไม่มองข้างหลัง มีความฝัน ค้นหาท้าทาย แต่ไม่ชอบวางแผนชีวิต คุณเป็นคนรักของครอบครัวและเพื่อนฝูงใจดี แต่มักไม่ประสบผลสำเร็จในชีวิตคู่ เส้นยำยำ คุณเป็นคนถือตัวชะมัด ไม่ชอบง้อใครไม่ชอบขอใคร พึ่งพาตนเอง ไม่มีใครรู้สถานะที่แท้จริงของคุณหรอก รักเสียงเพลง ละเมียดละไมพอประมาณ เป็นคนฟุ่มเฟือย แต่ทำงานเก่ง การเรียนไม่เท่าไหร่ กิจกรรมเด่น แต่ออกจะเจ้าอารมณ์ บางครั้งพาลไม่มีเหตุผลเอาดื้อ ๆ เส้นขนมจีน เขาว่าคุณเป็นคนขี้เหนียว แต่คุณบอกเพื่อนว่าคุณถูกสอนให้รู้จักใช้เงินคุณ ไม่ชอบซื้อของพร่ำเพรื่อ แต่คุณชอบซื้อของดี แพงไม่ว่า ถ้าถูกใจคุณ คุณสามารถเททั้งกระเป๋าแบบไม่สนใจใคร คุณขึ้รำคาญคน ชอบช่วยเหลือสังคม อาชีพ ส.ส. น่าจะเหมาะกับคุณ คุณเป็นคนช่างเลือก แฟนต้องดูดีเสมอ ถ้าไฮโซยิ่งดี มีสีหน่อยคุณจะภูมิใจมาก คุยทั้งวันไม่หยุด เส้นสปาเก็ตตี้ คุณเป็นคนดุ น่าจะเป็นครูปกครอง หรือเป็นตำรวจสายปราบปราม ทำงานด้านกฎหมายยิ่งเพอร์เฟ็ค ใครอย่ามาเอาเปรียบคุณเชียว คุณเอาเรื่องไม่เลิกแต่คุณไม่ชอบก้ายก่ายใคร ไม่ชอบการเมือง ส่วนตัวคุณเป็นคนโอบอ้อมอารี ใจดี แต่ไม่แสดงออก เวลาน้ำท่วมไฟไหม้ที่ไหน ไปดูสิ มีของที่คุณนำไปบริจาคเพียบ แต่คุณไม่ติดชื่อคุณหรอก ทายนิสัยจากการกิน : ผลไม้ กระท้อน หนุ่มสาวคนไหน ที่ชอบกินกระท้อน จะมีลักษณะแข็งนอกอ่อนใน ดูภายนอกเหมือนคนก้าวร้าวแต่จริง ๆ จิตใจดี อ่อนไหวง่าย ไม่ชอบความรุนแรง รักสงบ ไม่ชอบความวุ่นวายนั่นเอง กล้วย คนที่ชอบทานกล้วย ภายนอกดูจะเป็นคนเงียบขรึม แต่นิสัยจริง ๆ คืออ่อนไหวง่าย ถ้าถูกใครพูดกระทบกระแทกหน่อยก็จะเก็บเอาไปคิดเสียใจ เป็นคนโอบอ้อมอารีย์ มีเหตุผล รอบคอบ มองการณ์ไกล ชอบวางแผน อนาคตให้ตัวเองและคนที่อยู่รอบข้างเสมอ เป็นคนนิสัยรักสันโดษ ชอบศึกษาแนวความคิดที่อิงปรัชญาเมธี เป็นคนที่มีจิตเป็นกุศล ชอบทำบุยแก่คนทุกข์ยาก เงาะ สำหรับคนที่ชอบกินเงาะจะเป็นคนค่อนข้างเล่น สามารถทำให้คนรอบข้างมีความสุขได้ ถึงคุณน่ะโม้ไปบ้างแต่เพื่อน ๆ ก็ชอบในความร่าเริง สนุกสนานของคุณ ชมพู่ สำหรับคนเกรงใจ จะชอบกินชมพู่มากเป็นพิเศษ มีความอดทนสูง ยิ้มได้ในทุกสถานการณ์ แต่เป็นคนมองโลกในแง่ร้ายและคิดมาก แต่ไม่ชอบที่จะทำร้ายจิตใจใครจริง ๆ ดังนั้นถ้าหนุ่มคนไหน ชอบกินชมพู่เป็นพิเศษหล่ะ ก็ควรจะเอาใจเค้าให้มาก เพราะเค้าจะคิดอะไร ๆ ไปในทางลบเสมอ แตงโม เป็นของว่างจานโปรดสำหรับสาวใจกว้าง อ่อนโยน มีน้ำใจกับมิตรสหาย ซื่อสัตย์ไม่คิดคดทรยศ เป็นคนง่าย ๆ มองโลกในแง่ดี จะไม่ค่อยโวยวายหรือคิดมาก ตั้งอกตั้งใจทำงานดี แต่มักแพ้ภัยแก่เพศตรงข้าม และคนที่ชอบกินแตงโมจะเป็นคนที่รักใคร่เอ็นดูของเพื่อนฝูงอีกด้วย ฝรั่ง สาว ๆ ที่ชอบฝรั่งมักเป็นคนรักอิสระ ชอบที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่าง ๆ ไม่ชอบทำอะรซ้ำซากจำเจ มะพร้าว เพื่อน ๆ ที่ชอบมะพร้าวมักเป็นคนใจบุญ มีจิตเป็นกุศล มองโลกในแง่ดี วาจาคมคาย พูดจาเหน็บคนให้เจ็บด้วยใบหน้าที่ใสซื่อเก่งนักแหละ มะละกอ ผลไม้โปรดของคนที่มีน้ำอดน้ำทนสูง มีความคิดลุ่มลึก คิดเป็นเหตุเป็นผล วางแผนแยบยล โอบอ้อมอารีย์ มังคุด เหมาะสำหรับคนที่เก็บเนื้อเก็บตัว ช่างฝันและมีอารมณ์โรแมนติก อ่อนไหวง่าย รักใครได้ง่าย ๆ และเก็บเอาไปนึกคิดคนเดียว แต่ไม่นานก็ลืมเอาดื้อ ๆ แล้วก็ไปหลงคนอื่นต่อไปเรื่อยเปื่อย พูดง่าย ๆ คือเป็นผลไม้สำหรับคนเจ้าชู้ไงจ๊ะ ลองกอง พวกที่ยึดเอาลองกองเป็นอาหารหลัก เป็นคนรักสันโดษ ชอบเดินทาง ชอบการผจญภัยในที่ที่ตนเองไม่เคยไป อนุรักษ์นิยม ลางสาด สำหรับเพื่อน ๆ ที่เลือกลางสาดเป็นผลไม้หลัก จะเป็นคนอนุรักษ์นิยม ยึดมั่นในแนวความคิดเก่า ๆ ชอบวิถีทางที่เคยทำมาแต่ก่อน แต่เป็นคนมีเหตุผล ลิ้นจี่ ผลไม้สำหรับคนชอบทำงานเบา ๆ ไม่ต้องใช้กำลังแรงงานมาก ๆ แต่เป็นคนที่มีความรับผิดชอบ ในหน้าที่การงานเป็นอย่างดี งานนี้ถ้าอาจารย์สั่งงานมามากนัก คนชอบทานลิ้นจี่ ก็กลัวเพื่อน ๆ จะลำบากน้อยกว่า เลยให้เพื่อน ๆ เอางานไปช่วยทำซะหมด ตัวเองคอยชักใยอยู่เบื้องหลังสบาย ๆ นี่เอง ลำไย ผลไม้เม็ดเล็กคนชอบทาน มักเป็นคนปากหวาน ชอบประจบประแจง ใช้คำพูดยกยอคนให้หลงปลื้ม แต่มักเป็นคนชอบนินทาว่าร้ายคนอื่นลับหลัง สตรอเบอรี่ ถ้าชอบทานสตรอว์เบอรี่ บอกได้เลยว่าคุณเป็นสาวคุยสนุกมีอารมณ์ขัน ทำให้คนอื่นหัวเราะได้ตลอดเวลา เป็นที่ต้องการของเพื่อน ๆ ในกลุ่มและเมื่อจะพูดคุยหรือทำอะไรก็ต้องมีคนดู คนฟัง และค่อนข้างมีรสนิยมทีเดียว สาลี่ ผลไม้คุณหนู ผู้ที่ชอบทานมักจะมีนิสัยอ่อนหวาน สุภาพ อ่อนโยน ไม่ชอบขัดใจใคร มองโลกในแง่ดี ไม่นินทาว่าร้ายใคร นอกจากนี้ยังเป็นนักเล่าเรื่องที่ดี ส้มเขียวหวาน เห็นชอบส้มอย่างนี้เป็นคนทันสมัย หัวก้าวหน้า แต่มักมีนิสัยหึงหวงเพศตรงข้ามอยู่เนือง ๆ มัธยัสถ์ รู้จักใช้จ่าย ทันสมัยไม่แพ้ใครเลยทีเดียว ส้มโอ น้อง ๆ ที่ชอบส้มโอจะเป็นคนที่รักความสบาย ความหรูหรา โอ่อ่าแบบมีการประมาณตนไม่ทำอะไรเกินตัว แต่มักเป็นคนใจอ่อนง่าย ถ้ามีใคร ๆ มาตื๊อก็คงยอมให้กันทุกอย่างแบบเทกระเป๋าไปเลย สัปปะรด ผู้ที่ชอบกินเป็นคนที่แคร์คนอื่นมากเกินไป จนมัวแต่ไปเอาใจคนอื่นเกินไป ทำให้เพื่อน ๆ มักจะรำคาญและเบื่อหน่ายอยู่เสมอ องุ่น ผลไม้ยอดฮิตของคนสวยมีเสน่ห์ เพื่อน ๆ ที่ชอบทาน มักเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดี เข้ากับคนง่าย นิสัยร่าเริง มีความคิดความอ่านสุขุมรอบคอบ ปากกับใจไม่ค่อยตรงกันนัก แต่ซื่อสัตย์ ไม่ค่อยชอบบอกเรื่องส่วนตัวของตน ให้ใครรู้ง่าย ๆ แอปเปิ้ล ผลไม้ของคนเหงา ขาดเพื่อนไม่ได้ เป็นคนไม่ค่อยแคร์เรื่องความรัก คือ นึกจะรักใครก็รัก นึกจะเลิกก็เลิกขึ้นมาง่าย ๆ แต่จะเป็นนที่มีความอดทนในเรื่องของการทำงาน ทายนิสัยจากการกิน : เค้ก เค้กบราวนี่เค้ก คุณเป็นนักผจญภัย ชอบไอเดียใหม่ๆ เป็นนักต่อสู้และชอบชัยชนะ คุณเป็นคนมีอารมณ์ขัน แต่หลายครั้งที่สร้างมุขแป้ก แม้จะมีแนวคิดแปลกๆ ไปบ้าง แต่ก็คุณก็เป็นคนจงรักภักดีไม่แพ้ใคร เค้กสตรอเบอรี่ คุณเป็นคนน่ารัก อบอุ่น และโรแมนติก คุณช่างเอาอกเอาใจและห่วงใยคนอื่น แต่ใจอ่อนง่ายๆ บางครั้งก็ใช้อารมณ์มากเกินไป คนส่วนใหญ่มักมองว่าคุณขี้หึงซะด้วยสิ เค้กช็อคโกแลต คุณเป็นคนเซ็กซี่ สร้างสรรค์ อารมณ์ร้อนแรง และ ทะเยอทะยาน หลายคนอาจมองดูคุณเป็นคนเย็นชา ทว่าจริงๆ แล้วคุณเป็นคนซ่อนความอบอุ่นไว้ภายใน คุณชอบผจญภัย คุณไม่ค่อยพอใจกับอะไรที่เรียบๆ ธรรมดา จึงชอบที่จะแสวงหาสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ เค้กที่ทำจากผัก หรือ ธัญพืช คุณเป็นคนร่าเริง ชอบความสนุกสนาน ใครๆ ที่อยู่รายล้อมคุณจึงมักมีความสุข สนุกสนานไปด้วย คุณไม่ค่อยมีพิธีรีตรอง ไม่ต้องมากความ แถมยังใจดี เลยมีเพื่อนมาก และส่วนใหญ่เค้าก็จะรักคุณมากๆ ด้วย เค้กไอศกรีม คุณเป็นนักกีฬาตัวยง ไม่ว่าจะลงแข่งจริงๆ จังๆ หรือแค่เป็นแฟนกีฬาที่ติดตามดูอย่างจริงจังก็ตาม จึงทำให้คุณค่อนข้างแอคทีฟ คุณเคารพตัวเองและยึดถือตัวเองเป็นหลัก จึงมักมีคนว่าคุณออกจากเรื่องมากเอาการอยู่นะ ต้องระวังด้วย ทายนิสัยจากการกิน : ไอศครีม ช็อกโกแล๊ต คนที่ชอบทานไอศครีมรสนี้ เป็นคนที่ขี้เหงา จิตใจไม่ค่อยเข้มแข็ง อ่อนไหวง่าย ชอบเก็บเรื่องอดีตมาคิดอยู่เสมอๆ เคร่งครัดและยึดมั่นในขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆ มาใช้ในชีวิตประจำวัน จนบางครั้งทำให้ตัวเองไม่มีความสุข ช็อกโกแล๊ตชิป คนที่ชอบทานไอศครีมรสนี้ เป็นคนที่แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี เอาตัวรอดยามคับขันเก่งมาก แก้ไขเรื่องร้ายกลายเป็นดีได้ ได้เก่ง มองโลกแง่ดี มักตั้งความหวังเป้าหมายในชีวิตไว้สูง กาแฟ คนที่ชอบทานไอศครีมรสนี้ มีลักษณะเด่นคือชอบเป็นผู้นำ ชอบการแข่งขัน ตั้งใจทำงานด้วยความจริงจัง เน้นผลงานต้องดีเลิศกว่าคนอื่น ยิ่งได้รับความรับผิดชอบมากเท่าไหร่ยิ่งพอใจ คนประเภทนี้บ้างานน่าดู เรื่องความรักคงไม่หวือหวาเท่าที่ควร วานิลลา คนที่ชอบทานไอศครีมรสนี้ เป็นคนมีนิสัยสนุกสนานร่าเริง รักศักดิ์ศรีในตนเองสูง เป็นที่รักใคร่ของทุกๆ คน ผูกมิตรกับคนอื่นได้ดี ชอบใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายไม่ต้องมีพิธีรีตองมาก สตรอเบอร์รี่ คนที่ชอบทานไอศครีมรสนี้ เป็นคนที่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่สูง ชอบช่วยเหลือผู้อื่น มอบความอบอุ่นและความรักกับคน ใกล้ตัวได้อย่างดี เป็นคนที่ทำตัวง่ายๆ ประเภทติดดิน คบกับคนอื่นได้ง่าย แม้จะเป็นคนแปลกหน้าก็ตาม มองโลกมองคนอื่นแง่ดีอยู่เสมอ รสผสม คนที่ชอบทานไอศครีมรสนี้ เป็นคนปรับตัวได้เก่ง ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนสามารถเข้ากับคนอื่นได้ดี มีความยืดหยุ่นในตัวสูง ชอบอะไรๆ ที่หลากหลายไม่จำเจ มักชอบการประนีประนอม ไม่ชอบการตัดสินด้วยกำลัง อ้างอิง oknation เรียบเรียง teen.mthai

สูดอากาศบริสุทธิ์ที่ หมู่บ้านคีรีวง นครศรีธรรมราช
ธรรมชาติ /  นครศรีธรรมราช / 

หมู่บ้านคีรีวง, นครศรีธรรมราช หมู่บ้านคีรีวง ตั้งอยู่ที่ ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นชุมชนเก่าแก่ที่อพยพไปอาศัยอยู่ เชิงเขาหลวง ตำบลกำโลนอันเป็นเส้นทางเดินขึ้นสู่ยอดเขาหลวง ชาวบ้านมีวิถีชีวิตที่สงบสังคมแบบเครือญาติ อาชีพหลัก คือ การทำสวนผลไม้ผสม เรียกว่า “สวนสมรม” เช่น มังคุด เงาะ ทุเรียน สะตอ ชุมชนบ้านคีรีวง ได้แก่ กลุ่มมัดย้อมกลุ่มสมุนไพร กลุ่มจักสานกะลามะพร้าว กลุ่มแปรรูปน้ำผลไม้ กลุ่มไวน์ และกลุ่มทุเรียนกวน ซึ่งแต่ ละกลุ่มจะมีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวก็มักจะซื้อเป็นของฝากกันอยู่เสมอ สินค้าราคาไม่แพงและมีคุณภาพ เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2531 (ปีเดียวกับเหตุการณ์ที่ กระทูน อ.พิปูน) ได้เกิดมหาอุทกธรณีภัย หมู่บ้านถูกน้ำพัดหายไปนับ 100 หลังซึ่งวัด และชาวคีรีวงได้รักษาพระอุโบสถ และบ้านที่ประสบภัยไว้เป็นอนุสรณ์สถาน จุดเด่นของหมู่บ้านคีรีวง ก็คือ ทัศนียภาพแห่งธรรมชาติ เพราะคีรีวงตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขา ป่าไม้ และสายน้ำ ถ้าหากว่าใครต้องการที่จะไปเที่ยวที่นี่ กิจกรรมที่น่าสนใจในหมู่บ้านคีรีวง ได้แก่ การพักในที่พักแบบโฮมสเตย์ การลองชิมอาหารพื้นเมือง ถ้าหากมาในฤดูผลไม้ จะได้อร่อยกับผลไม้นานาพันธุ์ ผลผลิตของคีรีวง ตั้งแต่อดีต ถึงปัจจุบัน ชาวคีรีวง มีอาชีพหลักคือ การเพาะปลูกผลไม้ เช่น ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง เป็นต้น ดูเรือไม้ ของเก่า เป็นเรือที่ขุดขึ้น จากซุงทั้งต้น มีชื่อเรียกกันมาแต่เดิมว่า เรือเหนือ ชาวคีรีวงในอดีตใช้เรือนี้บรรทุกผลไม้ เพื่อนำไปแลกอาหารและของจำเป็นต่างๆ จากผู้คนซึ่งอยู่ในที่ราบ นอกพื้นที่ของภูเขาที่ล้อมรอบอยู่ ส่วนในช่วง เดือนเมษายน ถึง กันยายน ถ้าสนใจจะขึ้นเขาและเดินป่า ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่เหมาะสม ชุมชนคีรีวงมี ผู้นำทาง และลูกหาบให้นักท่องเที่ยวเสมอ ดูและถ่ายรูป สถานที่ต่างๆ ซึ่งเป็นอนุสรณ์แห่งอุทกภัย พ.ศ. 2518 และ พ.ศ. 2531 ถ่ายรูปกับภูมิสัญลักษณ์ รูปสายน้ำแห่งวิถีชีวิต ชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ OTOP พร้อมกับชมจุดสาธิตสิ่งต่างๆ ความพิเศษของ คีรีวง ก็คือ เป็นแหล่งที่มีการทำสินค้า OTOP หลายประเภท ผลิตภัณฑ์คีรีวงที่ได้รับเลือกเป็น ผลิตภัณฑ์ OTOP 5 ดาว ได้แก่ ผ้ามัดย้อม สีธรรมชาติ ชุมชนคีรีวง ได้เป็นชุมชนต้นแบบในการจัดการธุรกิจท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ( Thailand Tourism Awards) ประจำปี 2541 ประเภทเมืองและชุมชน เนื่องจากเป็นชุมชนที่มี วิถีชีวิต แบบชาวสวนอยู่กับธรรมชาติ และได้พัฒนาการบริการนักท่องเที่ยวขึ้นมาเป็นธุรกิจใหม่ของชุมชน ประกอบด้วย การนำทาง เดินป่า ลูกหาบ การจัดที่พักแบบโฮมสเตย์ โดยการจัดตั้งชมรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เป็นองค์กร กลางของชาวชุมชนจัดแบ่งหน้าที่ไปยังกลุ่มต่าง ๆ ให้เกิดการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างทั่วถึง การมาท่องเที่ยว ที่หมู่บ้านคีรีวงนี้ ถือว่าคุ้มค่ามากทีเดียว เพราะนอกจากจะได้มาท่องเที่ยวในบริเวณที่มีธรรมชาติสวยงามแล้ว ยังได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวบ้านพร้อมกับการกินอยู่แบบพื้นบ้านอีกด้วย สิ่งที่น่าสนใจในหมู่บ้านคีรีวง นครศรีธรรมราช 1.สัมผัสธรรมชาติและวิถีชีวิตชาวบ้าน เพลินตาและเพลินอารมณ์กับทัศนียภาพแห่งธรรมชาติ เพราะคีรีวงตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขา ป่าไม้ และสายน้ำชิม อาหารพื้นบ้าน ในฤดูผลไม้ จะได้อร่อยกับผลไม้นานาพันธุ์ ผลผลิตของคีรีวง ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันชาวคีรีวงมี อาชีพหลักคือ การเพาะปลูกผลไม้ ดูเรือไม้ของเก่า เป็นเรือที่ขุดขึ้นจากซุงทั้งต้น มีชื่อเรียกกันมาแต่เดิมว่า เรือเหนือ ชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ OTOP ในช่วงเดือนเมษายน ถึง กันยายน ถ้าสนใจจะขึ้นเขาและเดินป่า ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่เหมาะสม ชุมชนคีรีวงมีผู้นำทาง และลูกหาบให้นักท่องเที่ยวเสมอ 2 เยี่ยมชมกลุ่มอาชีพต่างๆ ของหมู่บ้าน ชาวบ้านในชุมชนหมู่บ้านคีรีวง มีการรวมตัวกันตั้งเป็นกลุ่มอาชีพหลายกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มมัดย้อมสีธรรมชาติ กลุ่มสมุนไพรกลุ่มจักสาน และผลิตภัณฑ์กะลามะพร้าว กลุ่มแปรรูปน้ำผลไม้ กลุ่มไวน์และกลุ่มทุเรียนกวน ซึ่งแต่ ละกลุ่มจะมีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค ผ้ามัดย้อม เป็นผลิตภัณฑ์เด่น คีรีวง ในฐานะหมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP จึงมีจุดท่องเที่ยวเชิงสาธิตซึ่งเกี่ยวเนื่องกับผ้า และความเป็นธรรมชาติ ในสวนต้นไม้สาธิต นักท่องเที่ยวจะได้เห็นต้นไม้ต่างๆ ซึ่งเป็นแหล่งที่มาแห่งสีธรรมชาติ ที่บริเวณสาธิตการทำสีจากธรรมชาติ นักท่องเที่ยวจะได้เห็นการสับใบไม้ แก่นไม้ เปลือกผลไม้และพืช ในโรงต้มสี โรงตากผ้า โรงทอผ้า โรงผ้ามัดย้อม และโรงผ้าบาติก นักท่องเที่ยวจะได้เห็นกระบวนการผลิตอีกหลายขั้นตอน หากนักท่องเที่ยวต้องการทำผ้ามัดย้อม ลานกิจกรรม หน้าศูนย์จำหน่ายสินค้า คือบริเวณซึ่งชาวคีรีวงจะช่วยแนะนำการทำผ้ามัดย้อม นักท่องเที่ยวจะได้ ลองทำด้วยตนเอง ตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอนสุดท้าย โดยกลุ่มสินค้าที่นักท่องเที่ยว ให้ความสนใจดู การสาธิตวิธีทำก็คือ การทำผ้ามัดย้อมจากสีธรรมชาติ ซึ่งได้นำความรู้และภูมิปัญญาชาวบ้านที่ได้ถ่ายทอดกันมา หลายชั่วคนโดยวัสดุที่นิยมนำมาใช้ทำสีย้อมธรรมชาติจะได้มาจากส่วนต่างๆของ ต้นไม้ เช่น เปลือก ใบ แก่น ราก และผล ซึ่งจะให้สีสันที่แตกต่างกันไป เช่น ใบหูกวาง ให้สี เหลืองอมเขียว ใบมังคุด ให้สี ส้มกับชมพู ใบเพกา ให้สีเขียวเข้ม เปลือกลูกเหนียง ให้สี น้ำตาลเข้ม ฝักสะตอ ให้สีเทา แก่นขนุน ให้สีเหลืองสด 3.พักแบบโฮมสเตย์ร่วมกับชาวบ้าน ผู้สนใจจะเสียค่าที่พักคืนละ 100 บาท ค่าอาหาร 50 บาท แต่สำหรับผู้ที่ต้องการจะเรียนรู้และสัมผัสวิถีชีวิต ชาวคีรีวง จะเสียค่านำเที่ยว 1300 บาท ใช้เวลา 3 วัน 2 คืน นักท่องเที่ยวจะเข้าไปเยี่ยมชมวิถีชีวิตของชุมชนคีรีวง ได้ตลอดปี โดยเฉพาะในฤดูกาลผลไม้ออกชุกเดือนกรกฎาคม - กันยายน ก่อนไปติดต่อไปที่ ศูนย์ประสานงานบ้านคีรีวง โทร. 0 7553 3113 ติดต่อเพื่อขอพักแบบโฮมสเตย์ โดยทางกลุ่มคิดราคาที่พัก 120 บาทต่อคนต่อคืน และค่าอาหาร 100 บาทต่อคนต่อมื้อ ค่านำเที่ยวสวนสมรม 500 บาท การเดินทางไปหมู่บ้านคีรีวง การเดินทางไปบ้านคีรีวงจากอำเภอเมือง ตามทางหลวงหมายเลข 4016 จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 4015 บริเวณกิโลเมตรที่ 9 เลี้ยวขวาเข้าหมู่บ้านคีรีวง เข้าไป 9 กิโลเมตร หรือขึ้นรถสองแถวจากตลาดยาว ในอำเภอเมือง มีรถออก ตั้งแต่ เวลา 07.00-16.00 น. ราคา 20 บาท ***อัตราค่าโดยสาร และบริการอื่นๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาวะเศรษฐกิจ**** View Larger Map หมู่บ้านคีรีวง ตั้งอยู่ที่ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช ข้อมูลและภาพ : paiduaykan.com / travel.thaiza.com / kiriwongtour.com  / bloggang.com / youtube เรียบเรียงโดย Travel MThai

สีรถ ที่ถูกโฉลกตาม วันเกิด
ดูดวง /  ทำนาย / 

สีรถ ที่ถูกโฉลกตาม วันเกิด มีชาว horoscope.mthai หลายต่อหลายคนถามกันมามากเหลือเกิน เกี่ยวกับการเลือกสีรถ ยิ่งปีนี้รัฐบาลไทยใจดี ลดหย่อนภาษี ให้กับผู้ที่ออกรถใหม่คันแรก หลายๆ คนก็เฮกันไปออกรถจนบริษัทที่เป็นตัวแทนสั่งผลิตกันแทบไม่ทัน จะเลือกซื้อรถทั้งที ก็ควรจะคิดเยอะๆ อันดับต้นๆ กนอกจากเรื่องยี่ห้อและรุ่นของรถยนต์แล้ว ถัดมาก็ต้องเป็นเรื่อง สีรถ บทความนี้เป็นแนวทางสำหรับคนที่กำลังคิดไม่ออกว่าจะออกรถสีอะไรดี ลองอ่านดู อาจช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น คนเกิดวันอาทิตย์ - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันอาทิตย์ ห้ามใช้ ศ ษ ส ห ฬ ฮ เพราะเป็นอักษรกาลกิณี - เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 6 และเลข 3 - ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันศุกร์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันอังคาร เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด - ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันอาทิตย์ รถสีแดงก่ำหรือสีแดงเลือดหมู เสริมสง่าราศี มากด้วยบุญญาบารมี มีอำนาจวาสนา คนนบนอบยำเกรง รถสีดำ เสริมความน่าเคารพนับถือ เสริมดวงเรื่องทรัพย์สินเงินทอง การเงิน รถสีขาว สีครีม เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง รถสีม่วงเปลือกมังคุด เสริมดวงด้านศรัทธา ความน่าเชื่อถือ ความไว้วางใจ และดวงเรื่องการเงิน รถสีเขียว เสริมดวงให้คนรักเมตตา อุปถัมภ์ค้ำชู ช่วยเหลือทำให้สะดวกราบรื่นในเรื่องต่างๆ รถสีบรอนซ์ สีเทา สีทอง เสริมดวงเรื่องเมตตามหานิยม เสริมเสน่ห์ การสนับสนุนเกื้อกูล รถสีฟ้า สีน้ำเงิน ไม่ควรออกรถสีนี้ เพราะเป็นกาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต คนเกิดวันจันทร์ - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันจันทร์ ห้ามใช้ สระทั้งหมด (เว้นไม้หันอากาศและตัวการันต์) เพราะเป็นอักษรกาลกิณี - เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 1 และเลข 5 - ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันอาทิตย์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพฤหัสบดี เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด - ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันจันทร์ รถสีส้ม สีเหลืองแก่ เสริมดวงเรื่องการเงิน ความมั่นคง ทุนทรัพย์ ราคาและคุณค่าที่จะเพิ่มพูนให้แก่ตนเองในปัจจุบันและภายภาคหน้า รถสีดำ เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง รถสีน้ำเงิน สีทอง เสริมเสน่ห์ ผู้ใหญ่รักเมตตาและเอ็นดู มีแต่สิ่งที่เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา รถสีม่วงเปลือกมังคุด เสริมดวงด้านความสะดวกราบรื่นทุกอย่าง รถสีชมพู เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน รถสีฟ้า เสริมดวงให้ประสพความสำเร็จในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน รถสีเขียว อำนาจวาสนา บารมี เกียรติยศ และชื่อเสียงตำแหน่งหน้าที่การงาน อานุภาพอิทธิพลที่ทำให้คนเคารพยำเกรง มีความสามารถในการควบคุมบังคับบัญชาคน รถสีแดง สีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต คนเกิดวันอังคาร - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันอังคาร ห้ามใช้ ก ข ค ฆ ง เพราะเป็นอักษรกาลกิณี - เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 2 และเลข 1 และห้ามเลข เพราะทะเบียนที่มีเลข จะมีเรื่องและเกิดอุบัติบ่อยๆ ทำให้เสียเงินทองหรือทำให้เจ้าของได้รับบาดเจ็บ - ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันจันทร์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันอาทิตย์ เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด - ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันอังคาร รถสีม่วงแก่ เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี รถสีดำ เสริมดวงด้านพลังอำนาจ เกียรติยศ และชื่อเสียงตำแหน่งหน้าที่การงาน อานุภาพอิทธิพลที่ทำให้คนเคารพยำเกรง มีความสามารถในการควบคุมบังคับ รถสีบรอนซ์ สีเทา เสริมความน่าเชื่อถือ ความไว้วางใจ รถสีทอง สีแสด เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง รถสีน้ำตาล เสริมดวงด้านความมั่นคงในชีวิต เช่นมั่นคงเรื่อง หลักทรัพย์ ทรัพย์สิน หน้าที่การงาน รถสีเขียว เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง รถสีแดง สีชมพู เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน รถสีขาว สีเหลืองนวล เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต คนเกิดวันพุธ  (กลางวัน 06.01-18.00) - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันพุธ (กลางวัน) ห้ามใช้ จ ฉ ช ซ ฌ ญ เพราะเป็นอักษรกาลกิณี - เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 3 และเลข 8 - ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันอังคาร เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพุธ (กลางคืน) เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด - ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันพุธ (กลางวัน) รถสีน้ำเงิน สีฟ้า เสริมดวงด้านความเคารพนับถือ ยกย่องยอมรับ รถสีน้ำตาล สีทอง เสริมดวงด้านพลังอำนาจ เกียรติยศ และชื่อเสียงตำแหน่งหน้าที่การงาน อานุภาพอิทธิพลที่ทำให้คนเคารพยำเกรง มีความสามารถในการควบคุมบังคับ รถสีขาว สีเหลืองอ่อน เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน รถสีเทา สีบรอนซ์ เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง รถสีดำ เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น รถสีม่วงแก่ เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี รถสีเขียว เสริมดวงด้านเสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา รถสีชมพู สีแสด เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต คนเกิดวันพุธ  (กลางคืน 18.01-06.00) - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันพุธ (กลางคืน) ห้ามใช้ บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม เพราะเป็นอักษรกาลกิณี - เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 5 และเลข 4 - ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพฤหัสบดี เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพุธ (กลางวัน) เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด - ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันพุธ (กลางคืน) รถสีชมพู เสริมดวงให้คนเชื่อถือและไว้วางใจ รถสีดำ เสริมดวงด้านความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน รถสีเทา สีบรอนซ์ เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง รถสีม่วงแก่ เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน รถสีน้ำเงิน สีฟ้า เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น รถสีแดง สีน้ำตาล เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี รถสีส้ม สีทอง เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต คนเกิดวันพฤหัสบดี - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันพฤหัสบดี ห้ามใช้ ด ต ถ ท ธ น เพราะเป็นอักษรกาลกิณี - เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 7 - ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันเสาร์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิด - ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันพฤหัสบดี รถสีขาว เสริมดวงให้คนเชื่อถือและไว้วางใจ รถสีแดง เสริมดวงด้านความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง รถสีเทา สีบรอนซ์ เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น รถสีฟ้า เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี รถสีเขียว เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน รถสีส้ม สีทอง เสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา รถสีดำ สีม่วง สีน้ำเงิน เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต คนเกิดวันศุกร์ - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันศุกร์ ห้ามใช้ ย ร ล ว เพราะเป็นอักษรกาลกิณี - เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 8 และเลข 7 - ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพุธ (กลางคืน) เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันเสาร์ เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด - ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันศุกร์ รถสีเขียว เสริมดวงให้คนเชื่อถือและไว้วางใจ รถสีสีแดง สีทอง เสริมดวงด้านความก้าวหน้าเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน รถสีแดง สีชมพู เสริมดวงด้านความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง รถสีเหลือง เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน รถสีดำ เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น รถสีน้ำตาล เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี รถสีฟ้า สีน้ำเงิน เสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา รถสีเทา สีบรอนซ์ สีม่วง เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต คนเกิดวันเสาร์ - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันเสาร์ ห้ามใช้ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ เพราะเป็นอักษรกาลกิณี - เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 4 และเลข 6 - ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพุธ (กลางวัน) เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันศุกร์ เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด - ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันเสาร์ รถสีแดง เสริมดวงให้คนยอมรับเชื่อถือและไว้วางใจ รถสีชมพู เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน รถสีน้ำเงิน สีฟ้า เสริมดวงด้านความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง รถสีทา สีบรอนซ์ เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี รถสีทอง สีเหลือง เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น รถสีดำ สีม่วงแก่ เสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา รถสีเขียว สีแสด เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต สำหรับชาว  horoscope.mthai ที่มีรถยนต์เป็นของตัวเองอยู่แล้ว ไม่ต้องไปเสียสตางค์ทำสีรถใหม่ เพราะเรามีวิธีแก้เคล็ดมาบอก วิธีแก้เคล็ดสำหรับผู้ที่ใช้สีรถที่เป็นกาลกิณีวันเกิด เช่น คนเกิดวันอาทิตย์ ใช้รถสีฟ้า หรือสีน้ำเงิน เป็นต้น ให้หาสติกเกอร์ "สีที่เป็นศรี" ของวันเกิดของเจ้าของรถ เช่น คนเกิดวันอาทิตย์ มีสีเขียว เป็นศรี เป็นต้น เมื่อได้สีนั้นมาแล้ว ให้ตัดสติกเกอร์ให้ได้ขนาด 2x2 นิ้ว จำนวน 4 แผ่น แล้วเอาไปติดตำแหน่งของรถต่อไปนี้ แผ่นที่ 1. กระโปรงหน้ารถ (ตรงกลาง) 1 แผ่น  แผ่นที่ 2. ติดที่กระโปรงหลัง (หรือฝาท้าย)  แผ่นที่ 3. ติดที่ประตูหน้าซ้าย  แผ่นที่ 4. ติดที่ประตูหน้าขวา สีที่เป็นศรีสำหรับคนเกิดวันต่างๆ 1. เกิดวันอาทิตย์  สีเขียว เป็น ศรี 2. เกิดวันจันทร์  สีดำ เป็น ศรี 3. เกิดวันอังคาร  สีเหลือง เป็น ศรี 4. เกิดวันพุธ กลางวัน  สีเขียวอ่อน เป็น ศรี 5. เกิดวันพฤหัสบดี  สีส้ม เป็น ศรี 6. เกิดวันศุกร์  สีชมพู เป็น ศรี 7. เกิดวันเสาร์  สีน้ำเงิน เป็น ศรี 8. เกิดวันพุธ กลางคืน  สีขาว เป็น ศรี เรียบเรียงบทความโดย horoscope.mthai ขอบคุณข้อมูลจาก www.mahamodo.com

สมุนไพรแก้ ท้องเดิน ท้องร่วง
กระชาย /  ท้องร่วง / 

 " มะเดื่อไทย " หมายเหตุ :  มะเดื่อไทย  Ficus spp. ในที่นี้ขอใช้มะเดื่ออุทุมพรเป็นข้อมูล ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ficus racemosa  L. วงศ์ :   Moraceae ชื่ออื่น :  เดื่อเกลี้ยง (ภาคเหนือ มะเดื่อเกลี้ยง มะเดื่อ มะเดื่อชุมพร กูแซ เดื่อน้ำ (ภาคใต้) มะเดื่อน้ำ เดื่อเลี้ยง มะเดื่อหอม หมากเดื่อ (ภาคอีสาน) มะเดื่อดง ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ต้นขนาดกลางสูงประมาณ 10–20 เมตร ลำต้นเกลี้ยงสีน้ำตาลหรือน้ำตาลปนเทา กิ่งอ่อนสีเขียว หรือสีเขียวในน้ำตาล กิ่งแก่มีสีน้ำตาลเกลี้ยง หรือมีขนปกคลุม ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกแบบสลับ ใบบาง รูปไข่หรือรูปหอก ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม ฐานใบมนหรือกลม ผิวใบเกลี้ยง หรือมีขน ไม่หลุดร่วงง่าย ดอก ออกเป็นช่อ ช่อดอก มีก้านเกิดเป็นกลุ่มบนกิ่งสั้นๆ ที่แตกออกจากลำต้น และกิ่งขนาดใหญ่ ผล รูปกลมแป้นหรือรูปไข่ มีขน ออกเป็นกระจุกตามกิ่งและลำต้น เมื่อฉีกออกจะพบเกสรเล็กๆ อยู่ภายในผล ผลสุกมีสีแดง ส่วนที่ใช้ :  ผลอ่อน เปลือกต้น ราก สรรพคุณ ผลอ่อน - รับประทานเป็นอาหาร เปลือกต้น  - มีรสฝาด - รับประทานแก้ ท้องเดิน ท้องร่วง - ชะล้างบาดแผล เป็นยาสมานดี ราก   - เป็นยาแก้ไข้ กระทุ้งพิษไข้ แก้ไข้หัว ไข้กาฬ ไข้พิษทุกชนิด - กล่อมเสมหะ และโลหิต  " กระชาย " ชื่อวิทยาศาสตร์ :    Boesenbergia rotunda (L.) Mansf. ชื่อสามัญ :   Kaempfer วงศ์ :    Zingiberaceae ชื่ออื่น :  กระชายดำ กะแอน ขิงทราย (มหาสารคาม) จี๊ปู ซีฟู เปาซอเร๊าะ เป๊าสี่ระแอน (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ละแอน (ภาคเหนือ)  ว่านพระอาทิตย์ (กรุงเทพฯ) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :  ไม้ล้มลุก มีเหง้าสั้น แตกหน่อได้ รากอวบ รูปทรงกระบอกหรือรูปไข่ค่อนข้างยาว ปลายเรียว กว้าง 1-2 ซม. ยาว 4-10 ซม. ออกเป็นกระจุก ผิวสีน้ำตาลอ่อน เนื้อในสีเหลือง มีกลิ่นเฉพาะตัว ส่วนที่อยู่เหนือดินเป็นใบ มี 2-7 ใบ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรี กว้าง 5-12 ซม. ยาว 12-50 ซม. ปลายเรียวแหลม โคนมนหรือแหลม ขอบเรียบ เส้นกลางใบ ก้านใบ และกาบใบด้านบนเป็นร่อง ด้านล่างนูนเป็นสัน ก้านใบเรียบ ยาว 7-25 ซม. กาบใบสีชมพู ยาว 7-25 ซม. ระหว่างก้านใบและกาบใบมีลิ้นใบ ช่อดอกแบบช่อเชิงลด ออกที่ยอดระหว่างกาบใบคู่ในสุด ยาวประมาณ 5 ซม. แต่ละดอกมีใบประดับ 2 ใบ สีขาวหรือขาวอมชมพูอ่อน รูปใบหอก กว้างประมาณ 8 มม. ยาว 3.5-4.5 ซม. กลีบเลี้ยงสีขาวหรือขาวอมชมพูอ่อน โคนติดกันเป็นหลอด ยาวประมาณ 1.7 ซม. ปลายแยกเป็น 3 แฉก กลีบดอกสีขาวหรือขาวอมชมพูอ่อน โคนติดกันเป็นหลอด ยาวประมาณ 6 ซม. ปลายแยกเป็น 3 กลีบ รูปใบหอก ขนาดไม่เท่ากัน กลีบใหญ่ 1 กลีบ กว้างประมาณ 7 มม. ยาวประมาณ 1.8 ซม. อีก 2 กลีบ ขนาดเท่ากัน กว้างประมาณ 5 มม. ยาวประมาณ 1.5 ซม. เกสรเพศผู้ 6 อัน แต่ 5 อัน เปลี่ยนไปมีลักษณะเหมือนกลีบดอก โดย 2 กลีบบนสีชมพู รูปไข่กลับ ขนาดเท่ากัน กว้างประมาณ 1.2 ซม. ยาวประมาณ 1.7 ซม. อีก 3 กลีบล่างสีชมพูติดกันเป็นกระพุ้ง กว้างประมาณ 2 ซม. ยาวประมาณ 2.7 ซม. ปลายแผ่กว้างประมาณ 2.5 ซม. มีสีชมพูหรือม่วงแดงเป็นเส้นๆ อยู่เกือบทั้งกลีบโดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงกระเปาะและปลายกลีบ มีเกสรเพศผู้ที่สมบูรณ์ 1 อัน ก้านชูอับเรณูหุ้มก้านเกสรเพศเมีย ผลแก่แตกเป็น 3 เสี่ยง เมล็ดค่อนข้างใหญ่ สรรพคุณ เหง้าใต้ดิน - มีรสเผ็ดร้อนขม แก้ปวดท้อง มวนในท้อง ท้องอืดท้องเฟ้อ บำรุงกำลัง บำรุงกำหนัด แก้กามตายด้าน เป็นยารักษาริดสีดวงทวาร เหง้าและราก - แก้บิดมูกเลือด เป็นยาขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการ ใช้เป็นยาภายนอกรักษาขี้กลาก ใบ - บำรุงธาตุ แก้โรคในปาก คอ แก้โลหิตเป็นพิษ ถอนพิษต่างๆ วิธีใช้และปริมาณที่ใช้ แก้ ท้องเดิน ท้องร่วง ใช้เหง้าสด 1-2 เหง้า ตำหรือฝนเหง้าที่ปิ้งไฟแล้วกับน้ำปูนใส หรือคั้นให้ข้นๆ รับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนแกง แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด ปวดมวนในท้อง ใช้เหง้าและราก ประมาณครึ่งกำมือ (สดหนัก 5-10 กรัม, แห้ง 3-5 กรัม) ต้มเอาน้ำดื่ม หรือใช้ปรุงเป็นอาหารรับประทาน แก้บิด ใช้เหง้าสด 2 เหง้า บดให้ละเอียด เติมน้ำปูนใส คั้นเอาแต่น้ำดื่ม เป็นยาบำรุงหัวใจ ใช้เหง้าและรากกระชายปอกเปลือก ล้างน้ำให้สะอาด หั่นตากแห้ง บดเป็นผง ใช้ผงแห้ง 1 ช้อนชา ชงน้ำร้อน ½ ถ้วยชา รับประทานครั้งเดียว ยารักษาริดสีดวงทวาร ใช้เหง้าสด 60 กรัม ประมาณ 6-8 เหง้า ผสมกับเนื้อมะขามเปียก 60 กรัม เกลือแกง 3 ช้อนแกง ตำแล้วต้มกับน้ำ 6 แก้ว เคี่ยวให้เหลือ 2 แก้ว รับประทานครั้งละ ½ แก้ว ก่อนนอน รับประทานติดต่อกัน 1 เดือน ริดสีดวงทวารควรจะหาย สารเคมี ทั้งส่วนรากและส่วนต้น ประกอบด้วยสาร alpinetin, pinocembrin, cardamonin,boesenbergin A, pinostrobin และน้ำมันหอมระเหย และในส่วนรากยังพบ chavicinic acid อีกด้วย  " ฝรั่ง " ชื่อวิทยาศาสตร์ :    Psidium guajava  L. ชื่อสามัญ :  Guava วงศ์ :    MYRTACEAE ชื่ออื่น :  สุราษฎร์ธานี จุ่มโป่, ปัตตานี ชมพู่, เชียงใหม่ มะก้วย, เหนือ มะก้วยกา มะมั่น, แม่ฮ่องสอน มะกา, ตาก มะจีน, ใต้ ยามู ย่าหมู, นครพนม สีดา, จีนแต้จิ๋ว ปั๊กเกี้ย ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ต้น ขนาดกลาง สูง 3-5 เมตร ผิวเปลือกต้นเรียบเกลี้ยง กิ่งอ่อนเป็นสี่เหลี่ยม ใบ หนา หยาบ ใต้ท้องใบเป็นริ้ว เห็นเส้นใบชัดเจน ขนขึ้นนวลบาง ใบยาวประมาณ 10 ซม. กว้างประมาณ 6 ซม. ดอกช่อ ช่อหนึ่งมีดอกย่อย 3 - 5 ดอก ดอกเล็ก สีขาวอมเขียวอ่อน กลีบเลี้ยงแข็ง ผล รูปทรงกลม รูปไข่ หรือรูปรี ผิว เกลี้ยง สีเขียว เนื้อในขาว รสหวาน กรอบ ผลสุกสีเหลือง- เขียว มีเมล็ดเล็กๆ แข็งอยู่ภายใน ส่วนที่ใช้ : ใบเพสลาด ผลอ่อนสด ผลสุก เปลือกต้นสดๆ ราก สรรพคุณ ฝรั่งมีสารแทนนินอยู่มาก สารนี้มีฤทธิ์ฝาดสมานน้ำมันหอมระเหยในใบฝรั่ง    สารแทนนินในฝรั่งยังยับยั้งการลุกลามของเชื้อโรค ช่วยสมานท้องและลำไส้ โดยช่วยลดอาการอักเสบของกระเพาะลำไส้ และช่วยลดอาการคลื่นไส้อาเจียน และยังช่วยอาการเกร็งตัวของลำไส้ ทำให้อาการปวดท้องบรรเทาลงได้ แก้ปวดเบ่ง ใบ  -   แก้ท้องเสีย ท้องร่วง ท้องเดิน (ที่ไม่ใช่บิด หรืออหิวาตกโรค)  เป็นยาห้ามเลือด ใส่แผลสด ใช้ใบ 2-3 ใบเคี้ยวๆ ระงับกลิ่นปาก แก้ฝี เป็นยาล้างแผล ดูดหนองและถอนพิษบาดแผล แก้เหงือกบวม แก้พิษเรื้อรัง แก้ปวดเนื่องจากเล็บขบ แก้แพ้ยุง ผลอ่อน - แก้ท้องเสีย ท้องร่วง ท้องเดิน ระงับกลิ่นปาก แก้บิดมูกเลือด มีไวตามินซีมาก เป็นกันหรือแก้โรคเลือดออกตามไรฟัน (ลักปิดลักเปิด) บำรุงเหงือกและฟัน บำรุงผิวพรรณ ผลสุก - มีสารเพ็กตินอยู่มาก ใช้รับประทานเป็นยาระบายได้ ราก - แก้น้ำเหลืองเสีย เป็นฝี แผลพุพอง แก้เลือดกำเดาไหล วิธีและปริมาณที่ใช้ ใช้ฝรั่งแก้ท้องเสีย ท้องร่วง ท้องเดิน วิธีที่ 1 รับประทานสด - ใช้ส่วนที่เป็นยอดอ่อนๆ 7 ยอด หรือใบเพสลาด 6-8 ใบ ค่อยๆ เคี้ยวให้ละเอียดทีละน้อย ค่อยๆ กลืน แล้วดื่มน้ำตาม ถ้าเคี้ยวทีละมากๆ จะรู้สึกฝาดขม ถ้าเคี้ยวกับเกลือเล็กน้อย จะช่วยให้รับประทานง่ายขึ้น วิธีนี้ได้ผลมาก เพราะรับประทานทั้งน้ำและเนื้อของใบฝรั่งจนหมด ได้ตัวยาครบถ้วน - อาจรับประทานผลดิบ ครั้งละ 1-2 ผล โดยเคี้ยวก่อนค่อยกลืนก็ได้ วิธีที่ 2 ต้มดื่ม - ใช้ใบเพสลาด 5-10 ใบ หรือเปลือกต้นสดๆ 1 ฝ่ามือ ใส่น้ำ 2 ถ้วยแก้ว ต้มเดือดนาน 5-30 นาที เคี่ยวให้เหลือ 1 ถ้วยแก้ว รับประทานครั้งละ รับประทานครั้งละ ½ - 1 แก้ว วันละ 2 ครั้งรับประทานตามอาการหนักเบา เวลาดื่มเติมเกลือเล็กน้อยทำให้ดื่มง่ายขึ้น วิธีที่ 3 ชงน้ำร้อนดื่ม - เอายอดฝรั่ง  7 ยอด หรือใบฝรั่ง 6-10 ใบ ชงกับน้ำเดือด 2 แก้ว ปิดฝาไว้ 15-20 นาที ดื่มครั้งละ 1 แก้ว ดื่มบ่อย ๆ วิธีที่ 4 ต้มคั้นเอาน้ำ - เอาใบฝรั่ง  6-10 ใบ ตำให้ละเอียด ผสมน้ำสุก 3-5 ช้อนแกง ต้มให้เข้ากัน กรองด้วยผ้าขาว เอาน้ำผสมเกลือเล็กน้อยดื่มจนหมด วิธีที่ 5 บดผงรับประทาน - ใช้ผลฝรั่งที่เกือบแก่ หั่นเป็นแว่นบาง ๆ ตากแห้งบดเป็นผง รับประทานครั้งละ ½-1ช้อนชา โดยผสมน้ำ วิธีนี้รสชาติดีเด็กดื่มได้ง่าย ใช้เป็นยาห้ามเลือด   -  ใช้ใบสดล้างน้ำให้สะอาด ตำให้ละเอียดพอกแผลที่มีเลือดออก เลือดจะหยุด ช่วยระงับกลิ่นปาก -  ใช้ใบสด 3-5 ใบ เคี้ยวและคายกากออกทิ้ง เป็นยากันหรือแก้โรคลักปิดลักเปิด ฝรั่งมีไวตามินซีมาก -  ใช้ผลโตเต็มที่แต่ไม่สุก รับประทานเป็นผลไม้ จะเป็นผลไม้ที่ช่วยบำรุงเหงือกและฟัน ช่วยลดน้ำตาลในเลือด รักษาท้องลำไส้ไม่ให้ผูก ช่วยบำรุงผิวพรรณ คนที่ชอบเป็นฝีเป็นแผลพุพอง ถ้ารับประทานฝรั่งบ่อย ๆ ก็ช่วยบรรเทาลงไปได้     หมายเหตุ        ฝรั่งที่ควรปลูก ควรเป็นฝรั่งขี้นก เพราะมีโรคน้อย มีเพลี้ยแป้งน้อย ดูแลรักษาง่าย ที่สำคัญมีสรรพคุณทางยาที่ดีที่สุด มีไวตามินซีสูงกว่าฝรั่งพันธุ์อื่น ๆ     สารเคมี ใบ  มีน้ำมันหอมระเหย  ซึ่งประกอบด้วย Caryophyllene cineol, นอกจากนี้ยังมี Tannin, sesquiter penoids และ triterpenoid compounds. ผล  มี fixed oil 6%  Volatile oil 0.365%  tannin 8-15%  beta-sitosterol, quercetin, Vitamin C (330 mg.%), Arabinose, " มังคุด " ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Garcinia mangostana  L. ชื่อสามัญ :   Mangosteen วงศ์ :   Guttiferae ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ต้น สูง 10 - 12 เมตร ทุกส่วนมียางสีเหลือง ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปไข่ หรือรูปวงรีแกมขอบขนาน กว้าง 6 - 11 ซม. ยาว 15 - 25 ซม. เนื้อใบหนา และค่อนข้างเหนียว คล้ายหนัง หลังใบสีเขียวเข้ม เป็นมัน ท้องใบสีอ่อน ดอกเดี่ยวหรือเป็นคู่ ออกที่ซอกใบ ใกล้ปลายกิ่ง สมบูรณ์เพศ หรือแยกเพศ กลีบเลี้ยงสีเขียวอมเหลือง กลีบดอกสีแดง ฉ่ำน้ำ ผลเป็นผลสด ค่อนข้างกลม ส่วนที่ใช้ :  เปลือกผลแห้ง สรรพคุณ รักษาโรคท้องเสียเรื้อรัง และโรคลำไส้ ยาแก้ท้องร่วง ท้องเดิน ยาแก้บิด (ปวดเบ่งและมีมูก และอาจมีเลือดด้วย) เป็นยาคุมธาตุ เป็นยารักษาน้ำกัดเท้า รักษาบาดแผล รสฝาด สมานแผล ใช้ชะล้างบาดแผล แก้แผลเปื่อย แผลเป็นหนอง ยาฟอกแผลกลาย ทาแผลพุพอง วิธีและปริมาณที่ใช้ รักษาโรคท้องเสียเรื้อรัง และโรคลำไส้ ใช้เปลือกมังคุดครึ่งผล (ประมาณ 4-5 กรัม) ต้มกับน้ำ ความแรง 1 ใน 10 รับประทานครั้งละ 1 ถ้วยแก้ว ถ้าเป็นยาดองเหล้า ความแรง 1 ใน 10 รับประทานครั้งละ 1 ช้อนชา ยาแก้อาการท้องเดิน ท้องร่วง ใช้เปลือกผลมังคุดตากแห้งต้มกับน้ำปูนใส หรือฝนกับน้ำรับประทาน ใช้เปลือกต้มน้ำให้เด็กรับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนชา ทุก 4 ชั่วโมง ผู้ใหญ่ครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ ทุก 4 ชั่วโมง ยาแก้บิด (ปวดเบ่งและมีมูกและอาจมีเลือดด้วย) ใช้เปลือกผลแห้งประมาณ ½ ผล (4 กรัม) ย่างไฟให้เกรียม ฝนกับน้ำปูนใสประมาณครึ่งแก้ว หรือบดเป็นผง ละลายน้ำสุก รับประทานทุก 2 ชั่วโมง เป็นยารักษาแผลน้ำกัดเท้า และแผลพุพอง แผลเน่าเปื่อย เปลือกผลสด หรือแห้ง ฝนกับน้ำปูนใสให้ข้น ๆ พอควร ทาแผลน้ำกัดเท้า วันละ 2-3 ครั้ง  จนกว่าจะหาย ทาแผลพุพอง แผลเปื่อยเน่า ข้อควรระวัง ก่อนที่จะใช้ยาทาที่บริเวณน้ำกัดเท้า ควรที่จะ ล้างเท้าฟอกสบู่ให้สะอาด เช็ดให้แห้ง ถ้ามีแอลกอฮอล์เช็ดแผล ควรเช็ดก่อนจึงทายา คุณค่าด้านอาหาร มังคุดประกอบด้วย แร่ธาตุ และวิตามินหลายชนิดที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกาย สารเคมี Chrysanthemin, Xanthone, Garcinone A, Garcinone B, Gartanin, Mangostin, Kolanone ขอบคุณที่มาจาก : โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขอบคุณภาพจาก : อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล / ไทยเกษตรศาสตร์

น้ำสมุนไพร กับ ราศีเกิด
ดื่มน้ำสมุนไพร /  ธาตุ / 

น้ำสมุนไพร กับ ราศีเกิด แต่ละคนจะมี ราศี ที่ต่างกันออกไป และ ราศี นั้นๆ ก็จะบ่งบอกถึง ธาตุ ประจำตัวของคุณ ซึ่ง ธาตุ แต่ละ ธาตุ จะแสดงออกถึง บุคลิก นิสัย ใจคอ อารมณ์ รวมทั้งพฤติกรรมการเลือก บริโภคอาหารให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลด้วย Horoscope.Mthai.com จึงมีวิธีเลือกดื่ม น้ำสมุนไพร ให้ตรงกับ ธาตุ ของคุณ เพื่อที่สุขภาพร่างกายจะได้แข็งแรงมาบอกกันครับ ผู้ที่เกิด ราศีเมษ ระหว่างวันที่ 13 เมย – 13 พค ราศีแกิดเป็น ธาตุไฟ (หรือผู้มีลัคนาอยู่ ราศีเมษ ) ผู้ที่เกิด ราศีพฤษภ ระหว่างวันที่ 14 พค – 14 มิย ราศีเกิดเป็น ธาตุดิน (หรือผู้มีลัคนาอยู่ ราศีพฤษภ ) ผู้ที่เกิด ราศีเมถุน ระหว่างวันที่ 15 มิย – 15 กค ราศีเกิดเป็น ธาตุลม (หรือผู้มีลัคนาอยู่ ราศีเมถุน ) ผู้ที่เกิด ราศีกรกฏ ระหว่างวันที่ 16 กค – 16 สค ราศีเกิดเป็น ธาตุน้ำ (หรือผู้มีลัคนาอยู่ ราศีกรกฏ ) ผู้ที่เกิด ราศีสิงห์ ระหว่างวันที่ 17 สค – 16 กย ราศีเกิดเป็น ธาตุไฟ (หรือผู้มีลัคนาอยู่ ราศีสิงห์ ) ผู้ที่เกิด ราศีกันย์ ระหว่างวันที่ 17 กย – 16 ตค ราศีเกิดเป็น ธาตุดิน (หรือผู้มีลัคนาอยู่ าศีกันย์ ) ผู้ที่เกิด ราศีตุลย์ ระหว่างวันที่ 17 ตค – 15 พย ราศีเกิดเป็น ธาตุลม (หรือผู้มีลัคนาอยู่ ราศีตุลย์ ) ผู้ที่เกิด ราศีพิจิก ระหว่างวันที่ 16 พย – 15 ธค ราศีเกิดเป็น ธาตุน้ำ (หรือผู้มีลัคนาอยู่ ราศีพิจิก ) ผู้ที่เกิด ราศีธนู ระหว่างวันที่ 16 ธค – 13 มค ราศีเกิดเป็น ธาตุไฟ (หรือผู้มีลัคนาอยู่ ราศีธนู ) ผู้ที่เกิด ราศีมังกร ระหว่างวันที่ 14 มค – 12 กพ ราศีเกิดเป็น ธาตุดิน (หรือผู้มีลัคนาอยู่ ราศีมังกร ) ผู้ที่เกิด ราศีกุมภ์ ระหว่างวันที่ 13 กพ – 13 มีค ราศีเกิดเป็น ธาตุลม (หรือผู้มีลัคนาอยู่ ราศีกุมภ์ ) ผู้ที่เกิด ราศีมีน ระหว่างวันที่ 14 มีค – 12 เมย ราศีเกิดเป็น ธาตุน้ำ (หรือผู้มีลัคนาอยู่ ราศีมีน ) ธาตุดิน มักชอบดื่ม น้ำสมุนไพร จำพวก น้ำผักและผลไม้ที่มีรสฝาด รสหวานรสมันและ รสเค็ม รสฝาด เช่น น้ำฝรั่ง น้ำมะตูม น้ำกระท้อน น้ำมะกอก น้ำมะขาม น้ำลูกหว้า รสหวาน เช่น น้ำแตงโม น้ำมะละกอ น้ำกล้วยหอม น้ำขนุน น้ำเงาะ น้ำน้อยหน่า น้ำละมุดฝรั่ง น้ำลำใย น้ำอ้อย รสมัน เช่น น้ำกระจับ น้ำข้าวโพด น้ำฟักทอง น้ำแห้ว ธาตุน้ำ มักจะชอบดื่ม น้ำสมุนไพร จำพวก น้ำผักและผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว รสขม รสเปรี้ยว เช่น น้ำมะขาม น้ำมะนาว น้ำกระเจี๊ยบแดง น้ำมะยม น้ำส้มโอ น้ำมังคุด น้ำมะเขือเทศ น้ำสับปะรด น้ำส้มเขียวหวาน น้ำลังสาด น้ำลิ้นจี่ น้ำเชอรี่ น้ำองุ่น น้ำชมพู่ น้ำทับทิม น้ำพุทรา น้ำสตอเบอรี่ น้ำมะขวิด น้ำมะปราง น้ำมะเฟือง น้ำมะไฟ น้ำมะม่วง รสขม เช่น น้ำมะระขี้นก น้ำเห็ดหลินจือ น้าใบบัวบก ธาตุลม มักจะชอบดื่ม น้ำสมุนไพร จำพวก น้ำผักผลไม้ที่มีรสเผ็ดร้อน รสเผ็ดร้อน เช่น น้ำกระเพราแดง น้ำขิง น้ำตะไคร้ ธาตุไฟ มักชอบดื่ม น้ำสมุนไพร จำพวก น้ำผักและผลไม้ที่มีรสหอมเย็น (สุขุม) รสจืด รสหอมเย็น (สุขุม) เช่น น้ำลูกเดือย น้ำเม็ดแมงลัก น้ำอาร์ซี น้ำแตงไทย น้ำมะพร้าว น้ำรากบัว น้ำลูกจาก น้ำลูกตาลอ่อน รสจืด เช่นน้ำผักคะถ้าน้ำผักตำลึงน้ำแตงกวา น้ำคื่นฉ่าย น้ำดอกคำฝอย น้ำว่านหางจระเข้ น้ำกระหล่ำปลี น้ำผักกวางตุ้ง ไม่ว่าคุณจะเกิดราศีไหนหรือธาตุอะไรก็ตาม ก็ไม่จำเป็นที่คุณจะต้องดื่ม น้ำสมุนไพร ให้ตรงกับธาตุของคุณเพียงอย่างเดียว แต่หากคุณดื่มได้หมดเลยก็จะเป็นผลดีต่อสุขภาพคุณมากขึ้น เพราะถือว่าช่วยให้คุณมีร่างกายที่ได้สารอาหารหลายๆ ชนิดครับ ขอบคุณข้อมูลจาก variety.teenee.com ขอบคุณภาพจาก women.postjung,fino-1112.blogspot,bantonliu ดูดวงปี 2556 ดูดวง 12 ราศี กับ อ.คฑา

หน้าใสสิวหายโคตรง่าย
รักษาสิวอุดตัน /  รักษาสิวหนอง / 

stellalucciเซรั่มมังคุดรักษาสิวอุดตัน รักษาสิวอักเสบ รักษาสิว เปลือกมังคุดราชินีแห่งผลไม้ไทย โดยเราอาจดูที่กลีบรอบบนเปลือกสีม่วงเรียงกันเหมือนกับมงกุฎ โดยวงการเครื่องสำอางค์ชั้นนำ มักนิยมหยิบนำสารสกัดเปลือกมังคุดมาใช้ผสมผสานผลิตภัณฑ์ สำหรับผู้ที่มีผิวหน้าอักเสบ บอบบางและแพ้ง่ายๆ เนื่องด้วยสารสกัดเปลือกมังคุดมีสารแทนนิน (Tanin) และสารแซนโทน ( Xanthone) และ สารแมงโกสติน (Mangostin) ซึ่งสารแทนนินมีฤทธิ์สมานแผลช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น ส่วนสารแมงโกสตีน มีฤทธิ์ช่วยลดอาการผิวอักเสบ และดูแลเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนอง สารแซนโทนในเปลือกมังคุดยังมีฤทธิ์ในการดูแลผิวหน้า และสิ่งแปลกปลอมที่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดสิว พร้อมทั้งผสานกับ Ascorbyl Glucoside หรือวิตามิน ซี สังเคราะห์พิเศษที่ช่วยฟื้นฟูผิวหรือจุดด่างดำที่เกิดจากสิวให้แลดูเรือนรางลงให้ผิวที่กระชับและเรียบคืนตัว หลังจากการใช้เพียง 2 อาทิตย์ คุณจะสัมผัสกับหน้าที่เรียบขึ้นทุกครั้งที่ได้มีการลูบไล้และสัมผัส www.stellalucci.com ติดต่อได้ที่คุณหมอเต้ย084-703-0192 หรือ คุณต้า089-145-5299 หรือstellalucciherb@hotmail.com ดูยูทูปได้ที่http://www.youtube.com/watch?v=4cWe9gdbOFU

อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน Fruits Festival 2557
เทศกาลผลไม้ /  เที่ยวจันทบุรี / 

ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวไปชิมผลไม้สดๆ จากต้น ณ สวนผลไม้ระยอง สวนผลไม้จันทบุรี สวนผลไม้ตราด มีทั้งทุเรียน เงาะ สละ ลองกอง มังคุด แก้วมังกร ฯลฯ พร้อมเรียนรู้วิถีชีวิตแบบชาวสวน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน Fruits Festival 2557 ใครรอคอยการไปลิ้มรสชิมความอร่อยของผลไม้สดๆ จากต้น ภายในบรรยากาศสบาย ๆ ของสวนผลไม้ ที่เป็นของดีขึ้นชื่อของภาคตะวันออกแล้วล่ะก็ ไม่ควรพลาดกับโครงการ “อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน Fruits Festival 2557″ เพราะในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคมของทุกปี ผลไม้ของภูมิภาคแห่งชายทะเลตะวันออกของไทย รอคอยให้นักท่องเที่ยวมาชิมผลไม้ไทยสดใหม่จากต้น โดยถือเป็นโครงการที่ดีในการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนผลไม้ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวของภาคตะวันออกในหัวข้อ สีสันตะวันออก โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคตะวันออก ขอนำเสนอรายชื่อสวนผลไม้ในพื้นที่ภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด จังหวัดนครนายก และจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งมีทั้งหมด 42 สวน โดยมีรายละเอียดดังนี้ ทั้งนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคตะวันออก โทรศัพท์ 02 250 5500 ต่อ 3915-7 หรือเว็บไซต์ www.traveleastthailand.org, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานระยอง โทรศัพท์ 03-865-5420-1, 03-866-4585 หรือเว็บไซต์ www.tat-rayong.com, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราด โทรศัพท์ 03-959-7255, 03-959-7259-60 และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครนายก โทรศัพท์ 03-731-2282, 03-731-2284 หรือเว็บไซต์ www.tat8.com นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมดีๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสนุกกัน นั่นก็คือ อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน Fruits Festival 2557 โดยสามารถร่วมสนุกกับกิจกรรมเช็กอิน “อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน” ที่ 20 สวนผลไม้ภาคตะวันออก เพื่อลุ้นรับของรางวัลมากมายจาก ททท. ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม-15 กรกฎาคม 2557 ประกาศผลรูปที่ชนะใจกรรมการ และได้รับการกด Like จากมหาชนมากที่สุด ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2557 และสามารถติดตามข่าวสารกิจกรรมได้ที่ www.facebook.com/FunnyTravelEastThailand และ www.TravelEastThailand.org ขอบคุณข่าวสารจาก  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคตะวันออก

ผลไม้ สื่อถึงตัวตนของผู้รับประทาน
คำทำนาย /  คำทำนายจากผลไม้ / 

ผลไม้ ไม่ได้แค่มีประโยชน์ต่อร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่มันยังสามารถนำมาทำนายนิสัยใจคอของผู้ที่ชอบรับประทานมันได้อีกด้วย หากคุณไม่เชื่อก็ลองมาดูข้อมูลที่ Horoscope.Mthai.com นำมาบอกกันในวันนี้ครับ ผลไม้ สื่อถึงตัวตน แอปเปิ้ล คุณเป็นคนอดทน สู้งาน และมีความรับผิดชอบสูง เมื่อไรก็ตามคุณได้รับมอบหมายงานชิ้นหนึ่งชิ้นใด คุณมักจะทำอย่างสุดความสามารถ ไม่ว่าจะยากลำบากมากแค่ไหน แต่สำหรับเรื่องความรักแล้วกลับตรงกันข้าม คุณเป็นคนที่รักง่าย หน่ายเร็ว ไม่ค่อยอดทนในเรื่องรัก องุ่น ไม่บ่อยนักที่คุณจะเปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงของคุณ แก่คนที่คุณเพิ่งรู้จักครั้งแรก ดังนั้นคุณจะดูไม่น่าสนใจนัก สำหรับคนที่ไม่รู้จักคุณดี แต่ถ้าเป็นเพื่อน ๆ ในกลุ่มของคุณล่ะก็ คุณนับเป็นดาวเด่นเลยล่ะ กล้วย คุณเป็นคนขี้ใจน้อย ขี้งอน แต่ไม่ค่อยแสดงออก ภายนอกดูจะเป็นคนเงียบขรึม เข้มแข็ง แต่ภายในแล้วคุณอารมณ์คุณช่างอ่อนไวเหลือเกิน จะเรียกแข็งนอกอ่อนในก็ว่าได้ แตงโม คุณมีความตื่นตัวกระฉับกระเฉงตลอดเวลา ไม่ปล่อยเวลาให้เสียไปอย่างไร้ค่า คุณมักจะมองโลกในแง่ดี และไม่ค่อยกังวลเกี่ยวกับ ปัญหาต่าง ๆ ที่ถาโถมเข้ามา เนื่องจากคุณมั่นใจว่าปัญหาทุกปัญหาย่อมมีทางแก้ เมื่อถึงเวลาที่ควร ชมพู่ คุณเป็นคนที่มีน้ำอดน้ำทนสูง ไม่ชอบขัดใจคนอื่น รักเพื่อนมากกว่าตัวเอง และค่อนข้างที่จะมองโลกในแง่ร้าย ส้ม คุณเป็นคนที่เข้ากับคนได้ง่าย ร่าเริงสนุกสนาน ใครชวนไปไหนก็ไป เชื่อคนง่าย รู้เรื่องคนอื่นไปซะหมด แต่เรื่องตัวเองไม่ค่อยรู้ มังคุด คุณเป็นคนช่างฝัน อารมณ์อ่อนไหว โรแมนติก ตกหลุมรักได้บ่อย ๆ ไม่มีเบื่อ เห็นใครถูกใจก็เก็บเอาไปฝัน แต่ไม่นานก็ลืม พอเจอคนใหม่ก็เป็นอีก เพลงเป็นอย่างนี้ตั้งแต่เกิดเลย ของนูโว ดูจะเหมาะกับคุณนัก มะม่วง คุณเป็นคนชอบความท้าทาย มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ชอบทดลองสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ กับเรื่องความรักก็ไม่เว้น คุณชอบหารักใหม่ ๆ เสมอ หรือเรียกอีกอย่างว่าเจ้าชู้นั่นเอง สตรอเบอรี่ คุณรักความสบาย ชอบอยู่อย่างหรูหราฟู่ฟ่า ทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวต้องสวย เฉียบ เนียบ เสมอ จัดว่าคุณมีรสนิยมในการแต่งกายไม่ใช่เล่น คุณเป็นคนมองโลกในแง่ดี ชอบเข้าสังคม คุยสนุก และมีอารมณ์ขัน ทำให้เพื่อนในวงสนทนาหัวเราะได้ตลอดเวลา สับปะรด คุณเป็นคนที่ช่างเอาอกเอาใจคน คอยเป็นห่วงเป็นใยเพื่อนของคุณตลอดเวลา หากใครมีเรื่องทุกข์ร้อนขอให้บอก คุณยินดีช่วยเสมอ ลูกแพร คุณเป็นคนสุภาพ อ่อนโยน ใจดี และมักจะมองคนที่อยู่รอบข้างคุณในแง่ดีเสมอ ไม่เคยคิดร้ายกับใคร จึงทำให้เป็นที่เคารพ รักใคร่ของผู้คนที่ได้รู้จัก เงาะ คุณเป็นคนขี้เล่น อยู่ไม่ค่อยเป็นสุข ชอบแหย่คนโน้นคนนี้ที หากอยู่ในวงสนทนา คุณก็มักจะเป็นตัวโจ๊กประจำวง คอยปล่อยมุขเด็ด ๆ ให้ได้เฮกัน ทุเรียน คุณเป็นคนที่มี 2 บุคลิกในตัวเอง อยู่นอกบ้านใคร ๆ ก็มักจะกลัวคุณ แต่เมื่อกลับถึงบ้าน คุณจะกลายเป็นคุณหนูในทันที คุณเป็นคนใจกว้าง เอื้อเฟื้อ ใครมีปัญหามักจะมาขอให้คุณช่วยเสมอ และมักจะเป็นผู้นำในการทำกิจกรรมของกลุ่มเพื่อน มะพร้าว คุณออกจะเป็นคนเจ้าสำอาง ไม่ชอบการใช้กำลัง และการทำงานหนัก ไม่ชอบทำงานกลางแจ้ง คุณเหมาะกับงานในออฟฟิศมากกว่า ข้อดีของคุณคือ คุณเป็นคนใจเย็น ประณีต งานที่ใช้ฝีมือน่ะต้องยกให้คุณเลย ฝรั่ง คุณเป็นคนที่ค่อนข้างสมบุกสมบัน ลุยไหนลุยกัน ชอบท่องเที่ยวสูดกลิ่นไอธรรมชาติ เป็นคนรักเดียวใจเดียว มั่นคง แต่มักจะโดนหักอกอยู่บ่อย ๆ ขอบคุณข้อมูลจาก Forward Mail

ชวนชิม 10 ของหร่อยเมืองคอน
ของหร่อยเมืองคอน /  ชวนชิม 10 / 

ขณะที่ส้มตำดูเหมือนจะกลายเป็นอาหารประจำชาติไปโดยปริยาย อาหารรสชาติจัดจ้านจาก ภาคใต้เองก็ไม่น้อยหน้าและค่อย ๆ กระจายตัวไปยังพื้นที่ในภาคต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ หากแต่อาหารใต้ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องของรสชาติดั้งเดิมมากที่สุดหนีไม่พ้น “ข้าวแกง เมืองคอน” ที่คล้ายจะเป็นยี่ห้อชั้นนำ ของบรรดาอาหารปักษ์ใต้ด้วยกันเหตุผลหนึ่งที่ทำให้อาหารจากนครศรีธรรมราชได้รับความนิยมมากกว่าจังหวัดอื่น ๆ ในภาคใต้ น่าจะมาจากอุปนิสัยของคนนครเองที่เรียกได้ว่าเป็นนักชิมตัวยง และให้ความสำคัญกับอาหาร การกิน ในแต่ละมื้อแบบไม่มีน้อยหน้ากัน ขณะที่ภูมิประเทศของเมืองนครศรีธรรมราชเอง ก็ดูจะเอื้อต่อการเป็นแหล่งอาหารชั้นยอดอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย ไม่เพียงแค่ในท้องทะเล แต่ยังรวมถึงบนบกที่เป็นแหล่งเกษตรกรรมสำคัญด้วยชาวนครจะเริ่มต้นยามเช้าด้วยการจิบกาแฟ หรือชาโบราณรสเข้มดั้งเดิม วัฒนธรรมการจิบกาแฟ ของคนที่นี่เรียกได้ว่าจิบกันทั้งวัน ทั้งจิบควบคู่ไปกับติ่มซำซาลาเปาที่มีหลากหลาย กว่า 50 ชนิด จิบกับอิ่วจาก้วย ตัวอวบๆ จิ้มนม หรือสังขยา ที่เราเรียกันว่าปาท่องโก๋  หรือจะจิบ หลังอาหารเช้าทั้งแบบปักษ์ใต้ อย่างข้าวยำปักษ์ใต้ ขนมจีนที่มีน้ำแกงให้เลือกถึง 5 อย่าง ทั้งแกงไก่ แกงพุงปลา น้ำยาปักษ์ใต้ น้ำยาปลา น้ำพริก ที่กินกับทั้งผักสดพื้นบ้าน และผักดอง อนามัยอาหารเช้าอีกอย่างหนึ่งที่ขึ้นชื่อของเมืองคอนก็คือ บะกุ๊ดเต๋ รสเข้ม หอมกรุ่นด้วย เครื่องยาจีน ในน้ำแกงที่ตุ๋นกระดูกหมูจนเนื้อเปื่อยนุ่ม รวมไปถึงขาหมูพะโล้ตุ๋นเครื่องยาจีน ที่ตุ๋นจน น้ำพะโล้ เข้าเนื้อกลมกล่อมขณะที่กลางวัน และเย็นก็มีทางเลือกมากมายให้นักชิม ไม่ว่าจะเป็นร้านข้าวแกงริมทาง ไปจนถึงร้าน อาหารเก่าแก่ขึ้นชื่อของเมืองคอน และด้วยความที่เป็นเมืองติดน้ำติดทะเลนี้เอง อาหารของที่นี่จึงหนีไม่พ้น กุ้ง หอย ปู ปลาสด ๆ ปรุงแบบง่าย ๆ เช่น นึ่ง ปิ้ง หรือย่างจิ้ม น้ำจิ้มซีฟู๊ด โดยเฉพาะตามเมืองชายฝั่งทะเลอย่างปากพนัง สิชล ท่าศาลา และขนอมหรือจะนำมาปรุงรส พร้อมกับน้ำพริกแกงที่ตำจากเครื่องแกงสมุนไพรสด ๆ หอมฟุ้ง กะปิรสดี หรือต้มกับกะทิ แบบครัวชาวใต้ กินกับน้ำพริกหลากหลายและผักสดปลอดสาร และผักพื้นบ้าน เต็มกระจาดแต่อาหารที่ขึ้นชื่อที่นี่ที่ชาวภาคกลางคุ้นเคยหนีไม่พ้นแกงส้ม หรือแกงเหลือง ปลาต่าง ๆ เช่นปลากุเลา ปลากระบอก ปู หรือกุ้ง กับมังคุดคัด โชน หน่อไม้ดอง หรือยอดมะพร้าว กุ้งต้มกะทิ ใบเหลียงผัดไข่ สะตอผัดกะปิกุ้ง ปลาทอดขมิ้น แกงเผ็ดปลาดุกใบชะพลูแบบใต้ ใส่ขมิ้น และใบยี่หร่า หรือจะเป็นปลากุเลา ปลากะพงนึ่งซีอิ๊ว หรือต้มเต้าเจี้ยวส่วนอาหารว่างของชาวเมืองนครเริ่มตอนบ่ายแก่ ๆ จนกระทั่งดึกดื่นนั่นก็คือ ชาและกาแฟ ที่มีอยู่แทบทุกมุมเมือง ชากาแฟไม่ว่าจะร้อนหรือเย็น ถ้าได้กินกับโรตีมะตะบะ โรตีไส้กล้วย โรตีจิ้มน้ำแกง โรตีใส่ไข่ หรือโรตีแบบธรรมดาสูตรจิ้มนมข้นและน้ำตาล นับเป็นอาหารว่าง ของเมืองนครที่ไม่ควรพลาดเช่นกันนอกจากของอร่อยที่ต้องไปลิ้มลองถึงถิ่นแล้ว ของฝากขึ้นชื่อทั้งของคาว ของหวาน และผลไม้ ที่ชุมชน แต่ละชุมชนร่วมมือกันผลิตให้เป็นของดีเมืองคอนระดับโอท็อปยังมีอีกมากมายนำทีม โดย ส้มโอทับทิมสยาม เงาะสั่งได้ชะอวด แตงโมท่าขึ้น มังคุดคัดเมืองคอน มังคุดอินทรีย์ ท่าข้าม สละ สวนธานินทร์ ทุเรียน ลุงคล่อง สละอินทรีย์ ลุงจารึก แก้วมังกร ผู้ใหญ่จรูญ มังคุดภูเขาคีรีวง มังคุดภูเขาควนยาว ปลาดุกร้าอนามัยท่าชัก อร่อยติดดาว เครื่องแกง บ้านแก้วสุรกานต์ ผลิตจากวัตถุดิบจากชุมชนอากาศดีที่สุดในประเทศไทย ฝรั่งกิมจู หวานกรอบคู่ขนอมลุงอรุณ กุ้งส้มโบราณนายหาญ ปลาบอกร้าอนามัยลุงไข่ป้าอองปากพนัง กล้วยหอมทองสี่ขีด ลองกองพิปูน จำปาดะในปริก ส้มโอบัณฑิต ฝรั่งกิมจูลุงอรุณ กล้วยไข่ บ้านลุงเขียว กล้วยน้ำว้าไส้เหลืองบ้านเพิง มังคุดส่งออกสี่กั๊ก มังคุด 100 ปีต้นกอ ทุเรียนห้วยแห้ง มะละกออินทรีย์ลุงเขียว แก้วมังกรสกุลทิพย์ มะพร้าวอ่อนลุ่มน้ำ แนะนำร้านน่าลอง ร้านโกปี๊ ร้านตังเกียแต่เตี้ยม ชิมกาแฟรสเข้ม รสชาติดั้งเดิม แกล้มด้วยบักกุดเต๋            หอมเครื่องยาสูตรดั้งเดิม โรตีป้าหนอม โรตีบังบาว จิบน้ำชายามบ่าย-ค่ำ ร้านอาหารชาวเรือ ครัวอันดามัน แกงเผ็ดปลาดุกใบชะพลู ปลากุเลาต้มเต้าเจี้ยว เรือนผักกูด ชมสวนผักปลอดสารพิษพร้อมชิมเมนูสุขภาพจากผักและดอกไม้พื้นบ้าน อาหารทะเลสด ปากพนัง สิชล ท่าศาลา ขนอม ฯลฯ ขนมจีนแม่แอ๊ด ขนมจีนพานยม ขนมจีนป้าเขียว

ธาตุเจ้าเรือน ตามหลักแพทย์แผนไทย
ธาตุดิน /  ธาตุน้ำ / 

ธาตุเจ้าเรือนคืออะไร ในทฤษฎีการแพทย์แผนไทย เชื่อว่า การเกิดชีวิตใหม่จะเกิดขึ้นได้ ต้องมีพ่อมีแม่ที่มีลักษณะของหญิง-ชาย ครบถ้วน หมายถึง พ่อมีลักษณะของชายครบ และแม่มีลักษณะของหญิงครบ โดยให้ความหมายของชีวิตไว้ว่า ชีวิตคือขันธ์ 5 อัน ได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ รูป หมายถึง รูปร่าง ร่างกาย หรือสิ่งที่เป็นรูปธรรม ซึ่งในพระไตรปิฎกได้อธิบายไว้ว่า รูปมีมหาภูตรูป 4 ได้แก่ ดิน น้ำ ลม ไฟ และรูปที่เกิดจากมหาภูตรูป เรียกว่าอุปทายรูป ได้แก่ อากาศ ประสาททั้ง 5 ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เกิดรูป รส กลิ่น เสียง เป็นอาภรณ์ 4 เวทนา ได้แก่ ความรู้สึกต่างๆ ซึ่งเกิดจากประสาททั้ง 5 เป็นต้น สัญญา ได้แก่ ความจำต่างๆ การกำหนดรู้อาการ จำได้หมายรู้ สังขาร หมายถึง การปรุงแต่งของจิต ความคิดที่ผูกเป็นเรื่องเป็นราว ส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าสังขารคือร่างกาย เช่น มักพูดว่า "คนแก่ไม่เจียมสังขาร" หมายถึง ทำอะไรเกินกว่าร่างกายซึ่งชราจะรับได้แท้จริงสังขารเป็นความนึกคิดก่อ หรือผูกเป็นเรื่องราวนั่นเอง วิญญาณ คือ ความรู้แจ้งของอารมณ์เช่น วิญญาณนักต่อสู้ หมายถึง เป็นผู้มีอารมณ์บากบั่นตั้งมั่น ต้องสู้สุดใจ ผู้มีวิญญาณเป็นนักประชาธิปไตย หมายถึง การมีอารมณ์ลึกซึ้ง ชัดแจ้ง จะทำอะไรก็อยู่ในอารมณ์ของนักประชาธิปไตย มีใจตั้งมั่นในสิทธิเสรีภาพ เป็นต้น คนทั่วไปคิดว่าวิญญาณคือผี เชื่อว่าเมื่อตายไปแล้ววิญญาณออกจากร่างไปเป็นผีแท้จริงแล้วเมื่อตายไปแล้วก็หมดความรู้สึก ไม่มีอารมณ์อีกแล้วนั่นเอง จะเห็นได้ว่าชีวิตคือขันธ์ 5 ซึ่งคือร่างกายและจิตใจนั่นเอง มนุษย์ที่เกิดมาต่างก็มีชีวิตแตกต่างกันไป มีรูปร่าง หน้าตาแตกต่างกัน มีความรู้สึกนึกคิดและจิตสำนึก ความรู้แจ้งทางอารมณ์หรือที่เรียกว่าวิญญาณที่แตกต่างกันไป ทาง การแพทย์แผนปัจจุบันเชื่อว่า การที่มีความแตกต่างและความเหมือนกัน ถูกกำหนดโดยสารพันธุกรรมที่เรียกว่า "ดีเอ็น เอ" เป็นรหัสของชีวิตที่มนุษย์ได้รับการถ่ายทอดจากมารดาและบิดา nederlandsegokken.nl เป็นลักษณะทั่วๆ ไปของมนุษย์ ทางการแพทย์แผนไทยมีความเชื่อในเรื่องธรรมชาติว่า การเกิดรูปครั้งแรกในครรภ์มารดามีขนาดเล็กมาก ขนาดเท่ากับหยดน้ำมันงาที่ติดอยู่ปลายขนจามรี หลังจากถูกสะบัด ถึง 7 ครั้ง และด้วยอิทธิพลของธาตุไฟก่อน จึงเกิดธาตุอื่น ตามมาจนครบธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม และไฟ แล้วจึงเกิดเวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณจนครบขันธ์ 5 เมื่อครรภ์ ครบ 5 เดือน นั่นคือชีวิตได้เกิดแล้ว และด้วยอิทธิพลธรรมชาติ ได้แก่ ความร้อน ความเย็นของภูมิอากาศตามฤดูกาล ได้ทำให้ธาตุทั้ง 4 ของแต่ละคนแตกต่างกันไปและเริ่มมีอิทธิพลแล้วในครรภ์มารดา ดังพระคัมภีร์ปฐมจินดากล่าวไว้ว่า เมื่อตั้งครรภ์ในฤดูอันใด ธาตุอันใด ให้เอาธาตุของฤดูนั้นเป็นที่ตั้งแห่งธาตุกำเนิดของกุมารกุมารีนั้นๆ เช่น ตั้งครรภ์ในเดือน 5, 6, 7 เป็นลักษณะแห่งไฟ ตั้งครรภ์ในเดือน 8, 9, 10 เป็นลักษณะแห่งลม ตั้งครรภ์ในเดือน 11, 12, 1 เป็นลักษณะแห่งน้ำ ตั้งครรภ์ในเดือน 2, 3, 4 เป็นลักษณะแห่งดิน นั่นคือ ธาตุเจ้าเรือน นั่นเอง แต่คนส่วนใหญ่มักจำได้เพียงแต่วันเกิด คำว่าตั้งครรภ์ในเดือนใดหมายถึง การเริ่มมีครรภ์ หรือมีการปฏิสนธิ ดังนั้นจากข้อสังเกตของคนโบราณดังกล่าว ถ้านำอายุการตั้งครรภ์มาพิจารณาแล้วสามารถประมาณการได้ว่า ผู้ที่เกิดเดือน 5, 6, 7 จะมีธาตุลมเป็นเจ้าเรือน ผู้ที่เกิดเดือน 8, 9, 10 จะมีธาตุน้ำเป็นเจ้าเรือน ผู้ที่เกิดเดือน 11, 12, 1 จะมีธาตุดินเป็นเจ้าเรือน ผู้ที่เกิดเดือน 2, 3, 4 จะมีธาตุไฟเป็นเจ้าเรือน การแบ่งแบบนี้เป็นการแบ่งอย่างหยาบ คือ แบ่งบุคลิกหรือลักษณะจำเพาะของคนออกเป็น 4 แบบ แต่ละแบบจะมี จุดอ่อน หรือลักษณะของธาตุเสียสมดุลแตกต่างกันตามธาตุเจ้าเรือนนั้นๆ ลักษณะของ ธาตุเจ้าเรือน เป็นอย่างไร องค์ประกอบของธาตุที่รวมกันอยู่อย่างปกตินั้น จะมีธาตุอย่างใดอย่างหนึ่งเด่น หรือมากกว่าอย่างหนึ่ง เรียกว่า เจ้า เรือน ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปในแต่ละคน โดยแต่ละธาตุหลักทั้ง 4 จะมีลักษณะที่แสดงออกเป็นเจ้าเรือน ดังนี้ ธาตุดินเจ้าเรือน จะมีรูปร่างสูงใหญ่ ผิวค่อนข้างคล้ำ ผมดกดำ เสียงดังฟังชัด ข้อกระดูกแข็งแรง กระดูกใหญ่ น้ำหนักตัวมาก ล่ำสัน อวัยวะสมบูรณ์ ธาตุน้ำเจ้าเรือน จะมีรูปร่างสมบูรณ์ อวัยวะสมบูรณ์ สมส่วน ผิวพรรณสดใสเต่งตึง ตาหวาน น้ำในตามาก ท่าทางเดินมั่นคง ผมดกดำงาม กินช้า ทำอะไรชักช้า ทนหิว ทนร้อน ทนเย็นได้ดีเสียงโปร่ง มีลูกดกหรือมีความรู้สึกทางเพศดีแต่มักเฉื่อยและค่อนข้างเกียจคร้าน ธาตุไฟเจ้าเรือน มักขี้ร้อน ทนร้อนไม่ค่อยได้ หิวบ่อย กินเก่ง ผมหงอกเร็ว มักหัวล้าน หนังย่น ผม ขนหนวด ค่อนข้างนิ่ม ไม่ค่อยอดทน ใจร้อน ข้อกระดูกหลวม มีกลิ่นปาก กลิ่นตัวแรง ความต้องการทางเพศปานกลาง ธาตุลมเจ้าเรือน จะมีผิวหนังหยาบแห้ง รูปร่างโปร่ง ผอม ผมบาง ข้อกระดูกลั่นเมื่อเคลื่อนไหว ขี้อิจฉา ขี้ขลาด รักง่ายหน่ายเร็ว ทนหนาวไม่ค่อยได้ นอนไม่คอยหลับ ช่างพูด เสียงต่ำ ออกเสียงไม่ชัด มีลูกไม่ดก คือความรู้สึกทางเพศไม่ค่อยดี สถานที่ถิ่นที่อยู่อาศัยแยกตาม ธาตุเจ้าเรือน ที่อยู่อาศัย หรือสิ่งแวดล้อม เรียกว่า "ประเทศสมุฏฐาน" ย่อมมีผลต่อชีวิตความเป็นอยู่และสุขภาพ ได้แก่ ประเทศร้อน สถานที่ที่เป็นภูเขาสูง เนินผา มักเจ็บป่วยด้วยธาตุไฟ เช่น คนภาคเหนือ จะเจ็บป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับไข้ต่างๆ ประเทศเย็น สถานที่ที่เป็นน้ำฝน โคลนตม มีฝนตกชุก มักเจ็บป่วยด้วยธาตุลม เช่น คนภาคกลาง จะเจ็บป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับลมต่างๆ ประเทศอุ่น สถานที่ที่เป็นน้ำฝนกรวดทราย เป็นที่เก็บน้ำไม่อยู่ มักเจ็บป่วยด้วยธาตุน้ำ เช่น คนภาคอีสาน จะเจ็บป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับนิ่ว ประเทศหนาว สถานที่ที่เป็นน้ำเค็ม มีโคลนตมชื้นแฉะ ได้แก่ ชายทะเล มักเจ็บป่วยด้วยธาตุดิน เช่น ภาคใต้ จะเจ็บป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับฝี การวินิจฉัย ธาตุเจ้าเรือน นำอาการที่ได้จากการบอกเล่า และตรวจพบมาประมวล จะสามารถบอกถึงสภาวะสุขภาพของผู้ป่วย โดยยึด หลักเกณฑ์เกี่ยวกับตัวสุขภาพ หรือตัวควบคุมธาตุทั้งสี่ ได้แก่ ธาตุดิน มีสิ่งสำคัญในการควบคุมสุขภาพอยู่ 3 อย่าง คือ - หทัยวัตถุมีที่ตั้งที่หัวใจ ควบคุมความสมบูรณ์ของหัวใจ เช่น ลักษณะ ขนาด การทำงาน การเต้น ความสมบูรณ์ของกล้ามเนื้อหัวใจ บางตำรากล่าวว่าหทัยวัตถุเป็นที่ตั้งของจิต - อุทริยะ หมายถึง อาหารใหม่ คืออาหารที่รับประทานเข้าไปใหม่ๆ นั่นเอง การซักประวัติการกินอาหารก่อนป่วย มีความจำเป็นมาก เพราะอาหาร คือธาตุภายนอกที่เรานำเข้าไปบำรุง หรือปรับธาตุภายใน เรื่องอาหารจึงสำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเป็นแพทย์แผนใด โรคทางแผนโบราณจึงมีเรื่องเกี่ยวกับการกินที่เรียกว่า "กินผิด" คือกินไม่ถูกกับธาตุจะเจ็บป่วย กินไม่ถูกกับโรคทำให้อาการแย่ลง ดังนั้น การแพทย์แผนไทยใช้วิธีการกินสมุนไพร อาหารสมุนไพร มาแก้ไขการเสียสมดุลนี้เป็นการลองผิดลองถูกมายาวนาน จนสรุปเป็นหลักการและเหตุผล - กรีสัง หมายถึง อาหารเก่า คือ กากอาหารในลำไส้ใหญ่ที่จะออกมาเป็นอุจจาระนั่นเอง ลักษณะของอุจจาระเป็นตัวบ่งบอกสุขภาพ อุจจาระหยาบ ละเอียด ก้อนแข็งหรือเหลว กลิ่นอุจจาระเป็นเช่นไร เช่น กลิ่นเหมือนปลาเน่าธาตุน้ำเป็นเหตุกลิ่นเหมือนหญ้าเน่าธาตุไฟเป็นเหตุ กลิ่นเหมือนข้าวบูดธาตุลมเป็นเหตุกลิ่นเหมือนศพเน่าธาตุดินเป็นเหตุ เป็นต้น โบราณว่าไว้สุขภาพจะดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับกรีสะ (อุจจาระหรืออาหารเก่า) เป็นตัวควบคุม ธาตุน้ำ มีสิ่งสำคัญในการควบคุมสุขภาพอยู่ 3 อย่าง คือ - ศอเสมหะ ควบคุมน้ำบริเวณคอขึ้นไปเกี่ยวกับเสมหะ น้ำมูกมีหรือไม่อย่างไร มีมากเวลาใด อาจหมายถึงการทำงานของต่อมต่างๆ ที่ผลิตน้ำเมือก น้ำมูกบริเวณดังกล่าว - อุระเสมหะ ควบคุมน้ำบริเวณอกเหนือกลาง ตัวจากคอมาถึงบริเวณลิ้นปี่ เหนือสะดือ การซักถามจะต้องถามถึงการไอ เสมหะเป็นอย่างไร การหอบ การอาเจียน น้ำที่ออกมาเป็นอย่างไร การปวดท้องเกี่ยวกับน้ำย่อยในกระเพาะ อาจจะหมายถึงการทำงานของต่อมน้ำมูก เมือกในปอด หลอดลม น้ำในกระเพาะอาหาร น้ำดี น้ำย่อยในลำไส้เล็ก - คูถเสมหะ ควบคุมน้ำช่วงล่างจากสะดือลงไป อาจเป็นน้ำมูกเมือก น้ำในลำไส้น้ำในอุจจาระ น้ำปัสสาวะ น้ำในมดลูก ช่องคลอด (ถ้าเป็นหญิง) และน้ำอสุจิ (ถ้าเป็นชาย) จึงต้องซักประวัติเกี่ยวกับอาการที่เกี่ยวข้อง เช่น การถ่ายปัสสาวะ อุจจาระ ลักษณะเหลว หรือแข็ง มีน้ำมากน้อยเพียงใด ผิดปกติอย่างไร ธาตุลม มีสิ่งสำคัญในการควบคุมสุขภาพอยู่ 3 อย่าง คือ - หทัยวาตะ ลมที่ควบคุมอารมณ์ จิตใจ การเต้นของหัวใจ ความหวั่นไหว ความกังวล - สัตถกะวาตะ ลมที่คมเหมือนอาวุธ หมายถึง เมื่อเกิดอาการจะมีอาการฉับพลัน เจ็บปวดลึกๆ เหมือนดังอาวุธเสียบแทง จากลักษณะดังกล่าวอาการคล้ายกับภาวะขาดเลือด เช่น กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรืออวัยวะใดๆ ขาดเลือดจะมีอาการเจ็บปวดรุนแรง - สุมนาวาตะ ลมที่ควบคุมพลังที่อยู่เส้นกลางลำตัวตามแนวดิ่ง ในตำราการนวดไทยเส้นสุมนาถูกจัดเป็นเส้นสำคัญในเส้นสิบ เส้นนี้จะวิ่งกลางลำตัวจรดปลายลิ้น จึงน่าจะเป็นตัวควบคุมระบบประสาท การไหลเวียนโลหิตสมอง ไขสันหลัง ระบบอัตโนมัติต่างๆ การซักถามอาการควรถามเกี่ยวกับการทำงานของแขนขา การปวดเจ็บหลัง การชัก การกระตุก ตำราโบราณกล่าวว่าอาการลิ้นกระด้างคางแข็งเกิดจากสุมนา แสดงว่าน่าจะเกี่ยวกับสมอง ประสาท ธาตุไฟ มีสิ่งสำคัญในการควบคุมสุขภาพอยู่ 3 อย่าง คือ - พัทธปิตตะ คือดีในฝัก บางท่านอาจสับสนว่าน้ำดีคือธาตุน้ำ เหตุใดจึงจัดเป็นไฟ ผู้เขียนเข้าใจว่าพัทธปิตตะในที่นี้ คือการควบคุมการทำงานของน้ำดีและการย่อยสลายจากการทำงานของน้ำดี ส่วนน้ำดีจัดเป็นธาตุน้ำ อาการบ่งบอกการทำงานที่ผิดปกติไป จึงน่าจะหมายถึงการปวดท้อง น้ำดีอุดตัน ภาวะการผลิตน้ำดีของตับผิดปกติ ตับอักเสบเกิดอาการตัวเหลือง ตาเหลือง เกิดน้ำดีอักเสบเป็นนิ่ว เป็นต้น เป็นเรื่องที่ควบคุมการทำงานของธาตุน้ำเป็นอาการบ่งบอกถึงการทำงานที่ผิดปกติไป จึงน่าจะหมายถึงการปวดท้อง น้ำดีอุดตัน เป็นเรื่องที่ควบคุมการทำงานของน้ำดีในตับ และถุงน้ำดีที่เรียกว่าในฝักนั่นเอง - อพัทธะปิตตะ ดีนอกฝัก หมายถึง การทำงานของน้ำดีในลำไส้ การย่อยอาหาร อาการคือจุกเสียด อืดเฟ้อ อาหารไม่ย่อย ดีนอกฝักพิการ จะทำให้เหลืองทั้งตัว ดีในฝักพิการจะมีอาการคุ้มคลั่งเหมือนผีเข้า ถ่ายเป็นสีเขียว - กำเดา องค์แห่งความร้อน เป็นตัวควบคุมความร้อนในร่างกาย น่าจะหมายถึงศูนย์ควบคุมอุณหภูมิของร่างกายนั่นเอง การตรวจสามารถดูที่อาการไข้ว่าตัวร้อนจัดหรือไม่เพียงใด อาหารประจำ ธาตุเจ้าเรือน ธาตุดิน ควรรับประทานอาหารรสฝาด หวาน มัน เค็ม ได้แก่ มังคุด ฝรั่งดิบ ฟักทอง เผือก ถั่วต่างๆ เงาะ น้ำนม น้ำอ้อย เกลือ ฯลฯ ธาตุน้ำ ควรรับประทานอาหารรสเปรี้ยว รสขม ได้แก่ มะกรูด มะนาว ส้ม สับปะรด มะเขือเทศ มะระ สะเดา ฯลฯ ธาตุลม ควรรับประทานอาหารรสเผ็ดร้อน ได้แก่ ขิง ข่า ตะไคร้ กระชาย พริกไทย โหระพา กะเพรา ฯลฯ ธาตุไฟ ควรรับประทานอาหารรสขม เย็น จืด ได้แก่ ผักบุ้ง ตำลึง แตงโม บัวบก ขี้เหล็ก ฯลฯ ขอบคุณที่มาจาก : กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ขอบคุณภาพจาก : looseweightwith100dietfoods.blogspot.com

สวนละไม อาณาจักรไม้ผล...ท่ามกลางขุนเขา
สวนละไม /  เที่ยวระยอง / 

ใครที่ชอบรับประทานผลไม้ ไม่ควรพลาดมาเยือน สวนละไม ที่ได้ชื่อว่าเป็นอาณาจักรไม้ผล ที่อยู่ท่ามกลางขุนเขา ด้วยพื้นที่สวนผลไม้กว่า 500 ไร่ โอบล้อมด้วยภูเขาและป่าไม้ธรรมชาติอากาศเย็นสบาย พร้อมด้วยพรรณไม้นานาชนิด ทางสวนละไมได้วางแผนการปลูกผลไม้มากกว่า 10 ปี โดยจัดวางผังปลูกผลไม้แต่ละชนิดอย่างเป็นระบบ มีผลไม้ไว้คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวหลากหลายชนิด อาทิ ทุเรียน เงาะ มังคุด ส้มโอ ชมพู่ ลำไย สละแก้วมังกร ลองกอง มะเฟือง มะยงชิด องุ่น ฯลฯ เป็นต้น สนุกกับบรรยากาศ และความสุขจากการเก็บผลไม้สดๆ จากต้นทันที ยังเพิ่มความสะดวกสบายด้วยรถบริการเข้าชมสวน และมีเจ้าหน้าที่ให้ความรู้และข้อมูลตลอดการชมสวน งานนี้ได้ลิ้มรสผลไม้แล้วยังได้ความรู้อีกด้วยนะ สวนละไม อาณาจักรไม้ผล...ท่ามกลางขุนเขา สวนละไมเปิดบริการให้ลูกค้าและนักท่องเที่ยว เข้ามาสัมผัสบรรยากาศความสุข สนุกสนาน และความสงบที่ลงตัว ทุกวันตั้งแต่เวลา 8:00-17.00 น. นอกจากจะมาอิ่มอร่อยกับผลไม้นานาชนิดแล้ว ที่นี่ยังเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสบรรยากาศฟาร์มแกะบนเนินเขา ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย ร่มรื่นกันที่ สวนละไม Sheep Farm พบกับความน่ารักของฝูงแกะ ขนฟู ขนหนานุ่ม ที่นักท่องเที่ยวทุกคนสามารถให้อาหาร และถ่ายรูปกับฝูงแกะได้อย่างใกล้ชิด การเดินทางสู่สวนละไม เพียงหนึ่งชั่วโมงครึ่ง จากกรุงเทพสู่สวนละไม อาณาจักรแห่งไม้ผล โดยใช้เส้นทาง กรุงเทพ-ชลบุรี (Motorway) หลังจากผ่านด่านชำระเงิน ด่านพานทองแล้วให้ออกซ้ายมุ่งสู่ถนนทางหลวงหมายเลข 344 (บ้านบึง-แกลง) ขับมาจนถึงหลัก กม. ที่ 67 แล้วกลับรถ หลังจากกลับรถแล้ว เลี้ยวซ้ายเข้าสู่เส้นทางไปตามทางน้ำตกธรรมรสสังเกตจะมีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมบริเวณทางเข้า ขับตามทางมาเพียง 5 กม. ก็จะถึง สวนละไม อาณาจักรไม้ผล...ท่ามกลางขุนเขา สวนละไม (ระยอง) "อาณาจักรไม้ผล...ท่ามกลางขุนเขา" 19/9 ถ.บ้านบึง-แกลง (สาย 344) ต.ป่ายุบใบ อ.วังจันทร์ จ.ระยอง 21210 ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ เบอร์ 087-082-6222 ข้อมูลและภาพ : suanlamai.com เรียบเรียงโดย Travel MThai

อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน ระยอง - จันทบุรี
จันทบุรี /  ตะวันออก / 

ในช่วงเดือนพฤษภาคม - กรกฎาคมของทุกปี จังหวัดระยอง และจังหวัดจันทบุรี จะคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ เพราะเป็นช่วงที่ผลไม้หลากหลายชนิดทยอยจากสวนออกสู่ตลาด ไม่ว่าจะเป็นราชา แห่งผลไม้อย่างทุเรียน หรือราชินีแห่งผลไม้อย่างมังคุด ก็มาอวดโฉมให้ได้ลิ้มลอง อีกทั้งยังมีเงาะ ลองกอง ลางสาด สละ ระกำ สับปะรด แก้วมังกร องุ่น ลำไย และอีกมากมาย ตลอดจนผลิตภัณฑ์แปรรูปผลไม้อีกหลากหลายรูปแบบ ให้ท่านได้เลือกซื้อเลือกชิมกันอย่างจุใจ นอกจากนี้ สวนผลไม้ต่าง ๆ ยังเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยว ให้มาสัมผัสวิถีชีวิตแบบชาวสวน ทั้งสวนผลไม้แบบโบราณ สวนผลไม้แบบเกษตรอินทรีย์ ไปจนถึงสวนผลไม้เพื่อการส่งออก โดยมีกิจกรรมภายในสวน เช่น ชมสวนด้วยรถกอล์ฟ รถไฟ จักรยาน ชิมผลไม้สด ๆ จากต้น โฮมสเตย์ อาหารพื้นเมือง เรียนรู้การเกษตร เป็นต้น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานระยอง ชาวสวนจังหวัดระยอง และจังหวัดจันทบุรี ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ช่วงฤดูกาลผลไม้แห่งภาคตะวันออก ด้วยความสนุก อร่อย มันส์ และขอให้ทุกท่านเดินทางด้วยความปลอดภัย สุขกายสบายใจตลอดเวลาที่มาเยี่ยมเยียนเรา (ควรติดต่อสวนล่วงหน้าก่อนไปเที่ยวชมทุกครั้ง) แนะนำสวนผลไม้ จ.ระยอง 1. สวนยายดา-เจ๊บุญชื่น กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ อาหารพื้นเมือง ผลิตภัณฑ์แปรรูป ผลไม้ : เงาะ ทุเรียน มังคุด เลขที่ 30 เขายายดา ตำบลตะพง อำเภอเมือง ระยอง 21000 โทร. 089-0991297, 089-0431330 2. สวนปาหนัน กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ Homestay ผลไม้ : เงาะ ทุเรียน มังคุด หมู่ 3 ตำบลตะพง อำเภอเมือง ระยอง โทร. 081-3009518, 081-8616927 3. สวนลุงทองใบ กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน เงาะ มังคุด เลขที่ 96/1 หมู่ 11  ตำบลตะพง อำเภอเมือง ระยองโทร. 089-8106411 083-769172 4. สวนลำดวน กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน เงาะ มังคุด เลขที่ 78 หมู่ 4 ตำบลตะพง อำเภอเมือง ระยอง โทร. 089-933 3798 5. สวนผู้ใหญ่เสวต กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน เงาะ มังคุด เขายายดา ตำบลตะพง อำเภอเมือง ระยอง โทร. 08 6149 6268 6. สวนคุณไพบูลย์ กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน (พันธุ์นกกระจิบ หมอนทอง ชะนี หลงลับแล) เงาะ มังคุด ลองกอง มะยงชิด แก้วมังกร เลขที่ 21 หมู่ 4 ตำบลนาตาขวัญ อำเภอเมือง ระยอง โทร. 08 1567 6368, 08 6149 1772 7. สวนผู้ใหญ่สมควร กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง กะท้อน ถนนหนองหญ้า-ก้นหนอง ตำบลบ้านแลง อำเภอเมือง ระยอง โทร. 08 1761 9497 8. สวนสุภัทราแลนด์ กิจกรรม : ชมสวนด้วยรถราง ชิมผลไม้จากต้น บุฟเฟต์ผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน เงาะ มังคุด มะเฟือง มะพร้าว ขนุน สละ มะม่วง แก้วมังกร ลองกอง ลำใย ส้มโอ องุ่น เลขที่ 70 หมู่ 10 ตำบลหนองระลอก อำเภอบ้านค่าย ระยอง โทร. 03889 2048-9 9. สวนลุงพา กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ Homestay ผลไม้  มังคุด เลขที่ 30/1 หมู่ 4 ตำบลหนองตะพาน อำเภอบ้านค่าย ระยอง โทร. 08 7822 8609 10. สวนอรัญ กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้  : ทุเรียน เงาะ มังคุด ตำบลหนองตะพาน อำเภอบ้านค่าย ระยอง โทร. 08 9404 9685, องค์การบริหารส่วนตำบล โทร. 0 3887 5129 11. สวนมังคุดไทย (คุณปัญญา) กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ อาหารพื้นเมือง Homestay ผลไม้ : มังคุดภาพ เลขที่ 31 หมู่ 4 ตำบลหนองตะพาน อำเภอบ้านค่าย ระยอง โทร. 08 1694 5727, 0 3862 8256 12. สวนประสมทรัพย์ กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ Homestay ผลไม้ : มะยงชิด ทุเรียน ลองกอง มังคุด เงาะ หมู่ 5 ตำบลบางบุตร อำเภอบ้านค่าย ระยอง โทร. 08 1377 3056, 08 1481 6598 13. สวนกำนันพงษ์ กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน ลองกอง มังคุด เงาะ หมู่ 4 ตำบลกระแสบน อำเภอแกลง ระยอง โทร. 08 9939 1564 14. สวนสีสวย กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน มังคุด เลขที่ 27/3 หมุ่ 5 ตำบลชุมแสง อำเภอวังจันทร์โทร. 08 9833 4520, 0 3866 6364 15. ท่องเที่ยวเชิงเกษตรบ้านคลองบางบ่อ กิจกรรม : ชมสวนเกษตรอินทรีย์  ชิมผลไม้ ผลไม้ : เงาะ ทุเรียน มังคุด ลองกอง หมู่ 4 ตำบลพลงตาเอี่ยม อำเภอวังจันทร์ ระยอง โทร. 08 9939 1564, 08 9019 7423 16. ท่องเที่ยวเชิงเกษตรบ้านสมุนไพรไทย กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : เงาะ มังคุด สมุนไพร ผักปลอดสารพิษ หมู่ 1 ตำบลป่ายุบใน อำเภอวังจันทร์ ระยอง โทร. 08 1377 1668, 08 1983 8189 17. สวน บี.เจ.การ์เด้น วิลล์ & รีสอร์ท กิจกรรม : ชมสวน และโรงไวน์ ชิมผลไม้ ผลไม้ : เงาะ มังคุด มังคุด ลองกอง ขนุน สละ เลขที่ 109/1 หมู่ 7 ตำบลกองดิน อำเภอแกลง ระยอง โทร. 0 3866 9801 18. สวนลุงเสส กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน ลองกอง มังคุด เลขที่ 22 หมู่ 7 ตำบลกองดิน อำเภอแกลง ระยอง โทร. 08 6444 9103 19. สวนอุดมโภชน์ กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน เงาะ ลองกอง มังคุด เลขที่ 173/1 หมู่ 10 ถนนชุมชนสูง ตำบลทุ่งควายกิน อำเภอแกลง ระยอง โทร. 08 1812 4761, 08 6332 7776 20. สวนคุณน้อย กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ อาหารพื้นเมือง ผลไม้ : เงาะ ทุเรียน มังคุดปลอดสารพิษ เลขที่ 35 ถนนเจริญสุข ตำบลวังหว้า อำเภอแกลง ระยอง โทร. 08 1940 4384, 08 9025 5259 21. สวนเจริญพีระวัฒน์ หมู่ 4 ตำบลกระแสบน อำเภอแกลง ระยอง กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ ทุเรียน ชมพู่ ส้มโอ ลำใย โทร. 08 1866 9523 22. ชุมชนเกษตรบ้านชากมะกรูด หมู่ 3 ตำบลกร่ำ อำเภอแกลง ระยอง กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ เงาะ ทุเรียน ลองกอง มังคุด สละ โทร. 08 1369 6300 23. บ้านสวนคลองปลาก้าง 1/2 หมู่ 1 ตำบลน้ำเป็น อำเภอเขาชะเมา ระยอง กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ ลองกอง มังคุด โทร. 08 1865 4058, 08 1763 7820 แนะนำสวนผลไม้ จ.จันทบุรี 1. สวนสกุลพัฒน์ กิโลเมตรที่ 298 ถนนสุขุมวิท ตำบลวังใหม่ อำเภอนายายอาม จันทบุรี กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ ทุเรียน ชมพู่ ส้มโอ ลำใย โทร. 08 6155 0222, 08 1809 0366 2. สวนทุเรียนบ้านแซงลึก หมู่ 4 ตำบลเขาบายสี อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ ทุเรียน เงาะ มังคุด แก้วมังกร สละ โทร. 0 3935 5544, 08 3078 8022 3. สวนสะเด็ดยาด 183/13 หมู่ 2 ตำบลเขาบายศรี อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้  เงาะ ทุเรียน มังคุด โทร. 08 7111 1335, 08 7111 1338 4. สวนป้าแกลบ 43 หมู่ 8 ตำบลเขาบายศรี อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลิตภัณฑ์แปรรูป ผลไม้  เงาะ ทุเรียน มังคุด แก้วมังกร สละ โทร. 0 3935 6954, 08 6366 3097 5. สวนน้องแฝด 29/1 หมู่ 12 ตำบลเขาบายศรี อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้  เงาะ ทุเรียน มังคุด สละ โทร. 08 6140 8491 6. สวนผู้ใหญ่คำนึง 6/1 หมู่ 12 ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ Homestay ผลไม้ ทุเรียน เงาะ มังคุด แก้วมังกร สละ โทร. 08 9092 9596 7. สวนสละคุณวินัย 7/14 หมู่ 6 ตำบลพลวง อำเภอเขาคิชณกูฏ จันทบุรี กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ สละเนินวงศ์ ทุเรียน มังคุด ลองกอง โทร. 08 1806 9527 8. สวนสละสุมาลี 4 ตำบลบ่อพุ อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ สละ โทร. 0 3943 1240 9. กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรแหลมเสด็จอ่าวคุ้งกระเบน 8/1 หมู่ 7 บ้านอ่าวคุ้งกระเบน ตำบลคลองขุดอำเภอท่าใหม่ จันทบุรี กิจกรรม ผลิตภัณฑ์แปรรูป ชมขั้นตอนการผลิต กะปิ น้ำปลา น้ำสำรอง ข้าวกล้อง น้ำมันเหลือง โทร. 0 3938 8030, 08 9088 4674 10. สวนมังคุด 100 ปี หมู่ 1 ตำบลคลองนารายณ์ อำเภอเมือง จันทบุรี กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ เงาะ ทุเรียน มังคุด แก้วมังกร สละ โทร. 0 3934 3499, 08 1654 0778 11. สวนโถทอง 18 หมู่ 10 ตำบลคมบาง อำเภอเมือง จันทบุรี กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ เงาะ ทุเรียน มังคุด โทร. 0 3945 9339 12. บ้านสวนยาย 9/4 หมู่ 7 ตำบลคมบาง อำเภอเมือง จันทบุรี กิจกรรม ชมสวนชีวภาพ ชิมผลไม้ ผลไม้ มังคุด ลองกอง ทุเรียน 100 ปี โทร. 08 6827 2004, 08 3087 7615 13. สวนสละคุณสมชาย 10/3 หมู่ 4 ตำบลคลองพลู อำเภอเขาคิชณกูฏ จันทบุรี กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ สละ ลองกอง ทุเรียน มังคุด โทร. 08 1835 6250 14. ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี ริมถนนสุขุมวิท ตำบลตะปอน อำเภอขลุง จันทบุรี กิจกรรม ความรู้ด้านพืชสวน กางเต็นท์  ที่พัก เดินเที่ยวและขี่จักรยานชมธรรมชาติ ผลไม้ เงาะ ทุเรียน มังคุด ลองกอง พืชสลุกระกำ พันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ โทร. 0 3939 7030, 0 3939 7146 15. ศูนย์เรียนรู้เกษตรพอเพียงนายวิสิทธิ์ 8/2 หมู่ 3 ตำบลวังแซ้ม อำเภอมะขาม จันทบุรี กิจกรรม ชมสวนเกษตรอินทรีย์  ชิมผลไม้ ผลไม้ มังคุด เงาะ ทุเรียน ลองกอง โทร. 08 9097 0137 16. ศูนย์ศึกษาพัฒนาผลไม้ตามพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี ตำบลท่าหลวง อำเภอมะขาม จันทบุรี กิจกรรม ชมสวนผสมผสาน ชิมผลไม้ ผลไม้      ทุเรียน มังคุด ลองกอง กะท้อน โทร. 08 9240 5416 17. สวนคุณลิ้นจี่ หมู่ 3 ตำบลมะขาม อำเภอมะขาม จันทบุรี กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ เงาะ ทุเรียน มังคุด แก้วมังกร สละ โทร. 08 1862 4975 18. สวนนานสมนึก หมู่ 11 ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จันทบุรี กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง สละ กะท้อน โทร. 0 3945 8043, 08 7048 6615 19. สวนนายเจริญชัย หมู่ 1 ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จันทบุรี กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง สละ กะท้อน โทร. 0 3939 7195, 08 1377 3558 20.สวนสาวสุดใจ หมู่ 1 ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จันทบุรี กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง โทร. 08 7133 2730, 08 1377 3190 21. สวนอาหารต้นพลิ้ว 22 หมู่ 2 ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จันทบุรี กิจกรรม ชมสวนมังคุด 100 ปี ชิมผลไม้ อาหารพื้นบ้าน ผลไม้ ทุเรียน มังคุด ลองกอง เงาะ โทร. 0 3943 4520, 08 6139 5533 การเลือกซื้อผลไม้ การเลือกซื้อทุเรียน 1. ดูปากปลิง ทุเรียนแก่จัดปากปลิงจะพองโตเห็นรอยชัดเจน 2. ดูหนาม ผลทุเรียนแก่ปลายหนามจะออกสีน้ำตาลเข้ม 3. บีบปลายหนาม 2 หนามเข้าหากัน ทุเรียนแก่เมื่อบีบปลายหนามจะมีลักษณะยือหยุ่นเหมือนมีสปริง 4. ดูขั้วผล ขั้วทุเรียนแก่จะเป็นสปริง ส่วนขั้วผลทุเรียนอ่อนจะไม่เป็นสปริง 5. ดูสีผล ด้านบนผลทุเรียนแก่สีจะมันและแห้ง 6. ดูร่องพู ทุเรียนแก่ร่องพูจะเป็นสีน้ำตาลปนเหลือง ไม่มีริ้วรอยจากแมลงและโรค 7. ชิมปลิง โดยตัดขั้วผลหรือปลิง ทุเรียนแก่จะเห็นน้ำใสที่ขั้วผล ไม่ข้นเหนียว ชิมดูจะมีรสหวาน รอยตัดขั้วผลจะเป็นวงแหวนสีเหลืองระหว่างแกนกับเปลือก 8. ดมกลิ่น ถ้าสุกจะมีกลิ่นหอม ถ้าแก่จะมีกลิ่นสาบของความหอม ไม่เหม็นเขียว 9. เคาะที่โกรกหนาม ทุเรียนแก่มีเสียงโพรกดังหลวม ๆ ไม่ทึบ 10. เลือกซื้อทุเรียนที่ตัดมาจากสวนใหม่ ๆ แล้วนำไปเป่าพัดลมเพื่อไล่น้ำ 3-5 ชั่วโมง เนื้อทุเรียนจะไม่อมน้ำ ทำให้ทานอร่อยยิ่งขึ้น 11. ถ้าซื้อทุเรียนที่ตัดตอนแก่ พันธุ์ชะนีให้ทิ้งข้ามคืน 3 คืน ส่วนหมอนทองให้ทิ้งข้ามคืน 5 คืน จะได้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้น 12. การใช้มีดผ่าทุเรียน ควรใช้มีดที่มีความคม ขนาดกระชับมือ ผ่าตามร่องพูแล้วค่อย ๆ บิดเปลือกออก จะทำให้แกะง่ายขึ้น 13. ทุเรียนที่สุกมาก ใช้มีดเจาะก้นผลแล้วบิดเปลือกออกจะทำให้แกะง่ายขึ้น การเลือกซื้อเงาะ 1.ควรชิมก่อนว่าหวานหรือไม่ เวลาซื้อให้เลือกเองและเลือกผลใหญ่สม่ำเสมอ 2.เนื้อเงาะต้องล่อนดี ไม่ติดเมล็ด และไม่แฉะน้ำจนเกินไป 3.การเลือกซื้อเงาะควรเลือกเปลือกและขนเงาะที่มีสีสดไม่แห้งดำ 4.เงาะโรงเรียนปลายขนมีสีเขียวอ่อน เงาะสีชมพูปลายขนมีสีแดงอมชมพู การเลือกซื้อมังคุด เลือกเปลือกไม่แข็ง เปลือกสีม่วงแดงเข้มเกือบดำ ขั้วดูสด เมื่อปอกเปลือกออกเนื้อจะเป็นพูขาวนวล รสหวานอมเปรี้ยว หากเป็นเนื้อใสและแข็ง เรียกว่า "มังคุดแก้ว"เกิดจากต้นมังคุดถูกฝนตกหนักก่อนเก็บ 1. ถ้าจะทานมังคุดที่มีรสชาติหวานให้เลือกมังคุดที่มีผิวสีม่วงเข้ม แต่ถ้าจะทานหวานอมเปรี้ยวให้เลือกมังคุดที่มีผิวสีแดง 2. มังคุดผลเล็กจะมีรสชาติดีกว่ามังคุดผลใหญ่ และไม่ค่อยมีเมล็ดเวลาทาน 3. การแกะมังคุดให้ใช้มีดผ่าเป็นเส้นกากบาทที่ก้นผล แล้วบิดออกจะทำให้เนื้อไม่ช้ำและไม่เสียรสชาติ 4. มังคุดที่มีรอยแตกหรือแข็งมาก มีรอยยุบหรือมีทรายติด ไม่ควรซื้อ เพราะเป็นมังคุดที่ตกจากต้น การเลือกซื้อลองกอง 1. ควรชิมก่อนว่าหวานหรือไม่ 2. ควรเลือกผิวเรียบ ไม่มีรอยด่างดำมากเกินไป ขนาดผลใกล้เคียงกัน 3. ผลลองกองจะมีลักษณะใกล้คียงกับลางสาด ให้สังเกตผิวเปลือกลางสาดผิวจะมันและเรียบกว่าผลลองกอง ผลลางสาดจะเล็กกว่าลองกอง หากแกะเปลือกออกจะมียางสีขาว ๆ แต่ลองกองจะไม่มียาง การเลือกซื้อสละและระกำ 1. สละแต่ละพันธุ์มีลักษณะไม่แตกต่างกันมากนัก จะต่างกันที่บางพันธุ์มีลักษณะพิเศษ คือ ลำต้นไม่มีหนาม และบางพันธุ์ผลจะมีลักษณะยาวรีและเปลือกมีสีน้ำตาลเข้ม เช่น สละพันธุ์เนินวงศ์ 2. สละจะมีรสชาติหอมหวาน ส่วนระกำจะเปรี้ยวอมหวาน 3. ผลระกำจะมีเมล็ด 2-3 เม็ด แต่สละจะมีเพียง 1-2 เมล็ด 4. สละนิยมทานสด แต่ระกำนิยมนำไปเป็นส่วนประกอบอาหาร เช่น ปลาทู ต้มระกำ 5. การแกะเปลือกสละและระกำ ให้บิดเปลือกจากก้นผลแล้ววนรอบผล จะแกะง่ายและไม่ทำให้เนื้อช้ำ แต่ถ้าเปลือกล่อนเป็น     ชิ้น ๆ แสดงว่าไม่สดเพราะเปลือกแห้งเกินไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ททท.สำนักงานระยอง โทร. 0 3865 5420 - 1 ที่มา : การท่องเที่ยวแห่งปะเทศไทย

ไอ้มังคุดเจอไอ้เทาอุดร
พม่าสายลม

เป็นลูกเหล่าพม่าสายลมอายุ14เดือนน้ำหนัก2.7-2.8ยังเรื้อ(0835737716.จริงพม่าสายลม)

สิวหายไม่ยากเลย
รักษาสิวอุดตัน /  รักษาสิวหนอง / 

หน้าใสไร้สิวstellalucciเซรั่มมังคุดรักษาสิวอุดตัน รักษาสิวอักเสบ รักษาสิว เปลือกมังคุดราชินีแห่งผลไม้ไทย โดยเราอาจดูที่กลีบรอบบนเปลือกสีม่วงเรียงกันเหมือนกับมงกุฎ โดยวงการเครื่องสำอางค์ชั้นนำ มักนิยมหยิบนำสารสกัดเปลือกมังคุดมาใช้ผสมผสานผลิตภัณฑ์ สำหรับผู้ที่มีผิวหน้าอักเสบ บอบบางและแพ้ง่ายๆ เนื่องด้วยสารสกัดเปลือกมังคุดมีสารแทนนิน (Tanin) และสารแซนโทน ( Xanthone) และ สารแมงโกสติน (Mangostin) ซึ่งสารแทนนินมีฤทธิ์สมานแผลช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น ส่วนสารแมงโกสตีน มีฤทธิ์ช่วยลดอาการผิวอักเสบ และดูแลเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนอง สารแซนโทนในเปลือกมังคุดยังมีฤทธิ์ในการดูแลผิวหน้า และสิ่งแปลกปลอมที่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดสิว พร้อมทั้งผสานกับ Ascorbyl Glucoside หรือวิตามิน ซี สังเคราะห์พิเศษที่ช่วยฟื้นฟูผิวหรือจุดด่างดำที่เกิดจากสิวให้แลดูเรือนรางลงให้ผิวที่กระชับและเรียบคืนตัว หลังจากการใช้เพียง 2 อาทิตย์ คุณจะสัมผัสกับหน้าที่เรียบขึ้นทุกครั้งที่ได้มีการลูบไล้และสัมผัส www.stellalucci.com ติดต่อได้ที่คุณหมอเต้ย084-703-0192 หรือ คุณต้า089-145-5299 หรือstellalucciherb@hotmail.com ดูยูทูปได้ที่ http://www.youtube.com/watch?v=4cWe9gdbOFU

ดูดวง ทายนิสัย จาก ผลไม้ ที่ชอบ
ดูดวง /  ทายนิสัย / 

ดูดวง ทายนิสัย จาก ผลไม้ ที่ชอบ วันนี้ Horoscope.Mthai.com จะพาคุณมา ทายนิสัย จาก ผลไม้ ที่ชอบกัน มาดูสิว่า ผลไม้ ที่คุณชอบจะบ่งบอกนิสัยของคุณเป็นอย่างไร และจะตรงกับที่เราเอามาฝากกันหรือเปล่า ไปดูกันเลยครับ ผลไม้ กระท้อน คนชอบกินกระท้อน จะมีลักษณะแข็งนอกอ่อนใน ดูภายนอกเหมือนคนก้าวร้าวแต่จริง ๆ จิตใจดี อ่อนไหวง่าย ไม่ชอบความรุนแรง รักสงบ ผลไม้ กล้วย สำหรับคนที่ชอบทานกล้วย ภายนอกดูจะเป็นคนเงียบขรึม แต่นิสัยจริง ๆ คืออ่อนไหวง่าย ถ้าถูกใครพูดกระทบกระแทกหน่อยก็จะเก็บเอาไปคิดเสียใจ เป็นคนโอบอ้อมอารี มีเหตุผล รอบคอบ มองการณ์ไกล ชอบวางแผน อนาคตให้ตัวเองและคนที่อยู่รอบข้างเสมอ เป็นคนนิสัยรักสันโดษ ชอบศึกษาแนวความคิดที่อิงปรัชญาเมธี เป็นคนที่มีจิตเป็นกุศล ชอบทำบุญแก่คนทุกข์ยาก ผลไม้ เงาะ สำหรับสาว ๆ ที่ชอบกินเงาะจะเป็นคนค่อนข้างขี้เล่น สามารถทำให้คนรอบข้างมีความสุขได้ ถึงคุณน่ะขี้โม้ไปบ้างแต่เพื่อน ๆ ก็ชอบในความร่าเริง สนุกสนานของคุณ ผลไม้ ชมพู่ สำหรับคนขี้เกรงใจ จะชอบกินชมพู่มากเป็นพิเศษ มีความอดทนสูง ยิ้มได้ในทุกสถานการณ์ แต่เป็นคนมองโลกในแง่ร้ายและคิดมาก แต่ไม่ชอบที่จะทำร้ายจิตใจใครจริง ๆ ดังนั้นถ้าหนุ่มคนไหน ชอบกินชมพู่เป็นพิเศษหล่ะ ก็ควรจะเอาใจเค้าให้มาก เพราะเค้าจะคิดอะไร ๆ ไปในทางลบเสมอ ผลไม้ แตงโม เป็นของว่างจานโปรดสำหรับสาวใจกว้าง อ่อนโยน มีน้ำใจกับมิตรสหาย ซื่อสัตย์ไม่คิดคดทรยศ เป็นคนง่าย ๆ มองโลกในแง่ดี จะไม่ค่อยโวยวายหรือคิดมาก ตั้งอกตั้งใจทำงานดี แต่มักแพ้ภัยแก่เพศตรงข้าม และคนที่ชอบกินแตงโมจะเป็นคนที่รักใคร่เอ็นดูของเพื่อนฝูงอีกด้วย ผลไม้ ฝรั่ง สาว ๆ ที่ชอบฝรั่งมักเป็นคนรักอิสระ ชอบที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่าง ๆ ไม่ชอบทำอะไรซ้ำซากจำเจ ผลไม้ มะพร้าว เพื่อน ๆ ที่ชอบมะพร้าวมักเป็นคนใจบุญ มีจิตเป็นกุศล มองโลกในแง่ดี วาจาคมคาย พูดจาเหน็บคนให้เจ็บด้วยใบหน้าที่ใสซื่อเก่งนักแหละ ผลไม้ มะละกอ ผลไม้ โปรดของคนที่มีน้ำอดน้ำทนสูง มีความคิดลุ่มลึก คิดเป็นเหตุเป็นผล วางแผนแยบยล โอบอ้อมอารีย์ ผลไม้ มังคุด เหมาะสำหรับคนที่เก็บเนื้อเก็บตัว ช่างฝันและมีอารมณ์โรแมนติก อ่อนไหวง่าย รักใครได้ง่าย ๆ และเก็บเอาไปนึกคิดคนเดียว แต่ไม่นานก็ลืมเอาดื้อ ๆ แล้วก็ไปหลงคนอื่นต่อไปเรื่อยเปื่อย พูดง่าย ๆ คือเป็น ผลไม้ สำหรับคนเจ้าชู้ไงจ๊ะ ผลไม้ ลองกอง พวกที่ยึดเอาลองกองเป็นอาหารหลัก เป็นคนรักสันโดษ ชอบเดินทาง ชอบการผจญภัยในที่ที่ตนเองไม่เคยไป อนุรักษ์นิยม ผลไม้ ลางสาด สำหรับเพื่อน ๆ ที่เลือกลางสาดเป็น ผลไม้ หลัก จะเป็นคนอนุรักษ์นิยม ยึดมั่นในแนวความคิดเก่า ๆ ชอบวิถีทางที่เคยทำมาแต่ก่อน แต่เป็นคนมีเหตุผล ผลไม้ ลิ้นจี่ ผลไม้ สำหรับคนชอบทำงานเบา ๆ ไม่ต้องใช้กำลังแรงงานมาก ๆ แต่เป็นคนที่มีความรับผิดชอบ ในหน้าที่การงานเป็นอย่างดี งานนี้ถ้าอาจารย์สั่งงานมามากนัก คนชอบทานลิ้นจี่ ก็กลัวเพื่อน ๆ จะลำบากน้อยกว่า เลยให้เพื่อน ๆ เอางานไปช่วยทำซะหมด ตัวเองคอยชักใยอยู่เบื้องหลังสบาย ๆ นี่เอง ผลไม้ ลำไย ผลไม้ เม็ดเล็กคนชอบทาน มักเป็นคนปากหวาน ชอบประจบประแจง ใช้คำพูดยกยอคนให้หลงปลื้ม แต่มักเป็นคนชอบนินทาว่าร้ายคนอื่นลับหลัง ผลไม้ สตรอเบอร์รี ถ้าชอบทานสตรอเบอร์รี บอกได้เลยว่าคุณเป็นสาวคุยสนุกมีอารมณ์ขัน ทำให้คนอื่นหัวเราะได้ตลอดเวลา เป็นที่ต้องการของเพื่อน ๆ ในกลุ่มและเมื่อจะพูดคุยหรือทำอะไรก็ต้องมีคนดู คนฟัง และค่อนข้างมีรสนิยมทีเดียว ผลไม้ สาลี่ ผลไม้ คุณหนู ผู้ที่ชอบทานมักจะมีนิสัยอ่อนหวาน สุภาพ อ่อนโยน ไม่ชอบขัดใจใคร มองโลกในแง่ดี ไม่นินทาว่าร้ายใคร นอกจากนี้ยังเป็นนักเล่าเรื่องที่ดี ผลไม้ ส้มเขียวหวาน เห็นชอบส้มอย่างนี้เป็นคนทันสมัย หัวก้าวหน้า แต่มักมีนิสัยหึงหวงเพศตรงข้ามอยู่เนือง ๆ มัธยัสถ์ รู้จักใช้จ่าย ทันสมัยไม่แพ้ใครเลยทีเดียว ผลไม้ส้มโอ น้อง ๆ ที่ชอบส้มโอจะเป็นคนที่รักความสบาย ความหรูหรา โอ่อ่าแบบมีการประมาณตนไม่ทำอะไรเกินตัว แต่มักเป็นคนใจอ่อนง่าย ถ้ามีใคร ๆ มาตื๊อก็คงยอมให้กันทุกอย่างแบบเทกระเป๋าไปเลย ผลไม้ สัปปะรด ผู้ที่ชอบกินเป็นคนที่แคร์คนอื่นมากเกินไป จนมัวแต่ไปเอาใจคนอื่นเกินไป ทำให้เพื่อน ๆ มักจะรำคาญและเบื่อหน่ายอยู่เสมอ ผลไม้ องุ่น ผลไม้ ยอดฮิตของคนสวยมีเสน่ห์ เพื่อน ๆ ที่ชอบทาน มักเป็นคนที่มีมนุษย์สัมพันธ์ดี เข้ากับคนง่าย นิสัยร่าเริง มีความคิดความอ่านสุขุมรอบคอบ ปากกับใจไม่ค่อยตรงกันนัก แต่ซื่อสัตย์ ไม่ค่อยชอบบอกเรื่องส่วนตัวของตน ให้ใครรู้ง่าย ๆ ผลไม้ แอปเปิ้ล ผลไม้ ของคนขี้เหงา ขาดเพื่อนไม่ได้ เป็นคนไม่ค่อยแคร์เรื่องความรัก คือ นึกจะรักใครก็รัก นึกจะเลิกก็เลิกขึ้นมาง่าย ๆ แต่จะเป็นที่มีความอดทนในเรื่องของการทำงาน เรียกว่าพอถึงกำหนดส่งการบ้าน ก็แจ้นเอางานไปวางอยู่บนโต๊ะครูซะแล้ว (ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก narak.com,pirun.ku.ac.th)

เม็ดเดียวก็เหลือเเหล่!มุ้ยซัดชัยให้กิเลนซิวนกใหญ่เถลิงแชมป์ไทยลีกสมัย3
กิเลนผยอง /  ชัยนาทเอฟซี / 

ศึกฟุตบอลสปอนเซอร์ไทยพรีเมียร์ลีก วันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม  “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด จ่าฝูง เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ “นกใหญ่พิฆาต” ชัยนาท เอฟซี ที่กำลังดิ้นรนหนีการตกชั้น ซึ่งถ้าหาก เมืองทอง ยูไนเต็ด สามารถ เก็บได้อย่างน้อย 1 คะแนน จากเกมส์ในบ้านนัดสุดท้ายของฤดูกาล จาก ชัยนาท ผู้มาเยือน จะทำให้ เจ้าบ้าน กลายเป็นแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก สมัยที่ 3 ของตัวเองและจะเป็นทีมที่ได้แชมป์ไทยลีกมากที่สุดเพียงทีมเดียว  สำหรับนัดที่แล้วที่พบกัน ทั้งคู่เสมอกันมาอย่างสุดมันส์ 4-4 ก่อนเริ่มเกมส์ “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ดเจ้าบ้าน จัดการเปิดตัวหัวหอกตัวใหม่ ที่จะเข้ามาร่วมทัพในฤดูกาลหน้าอย่าง “เจ้าบี้” ชัยณรงค์ ทาทอง ที่ย้ายมาจาก “เดอะบิ๊กแบง” บีบีซียู เอฟซี   เริ่มเกมส์นาทีแรก ทีมเยือน ชัยนาท ไม่เกรงศักดิ์ศรี เปิดฉากลุยก่อนทันที  โดย รัชพล นาวันโน วางบอลยางไปหน้ากรอบเขตโทษ เมืองทอง แล้วเป็น กวิน ที่ออกมาสกัดบอลไปเข้าทาง สุมัญญา ปุริสาย ที่ตัดสินลงยิงสวนจากเกือบๆ กลางสนามทันที แต่บอลข้ามคานออกไปแบบมีลุ้น นาทีที่ 2 “กิเลนผยอง” ที่พลาดหวังการฉลองแชมป์จากนัดที่แล้วที่ทำได้เพียงบุกไปไล่ตีเสมอ “ฮัลโหล” ทีโอที เอสซี ก็ได้ทักทายก่อน เมื่อ มาริโอ เปิดบอลให้ ดักโญ่ โหม่งตั้งให้ ธีรศิลป์ วิ่งเข้ามาซัดข้ามคาน จากนั้น นาทีที่ 4 เกมส์ยังเป็นของเจ้าบ้าน โดยคราวนี้ขึ้นเกมส์ทางกราบขวาที่ ปิยพล บรรเทา ที่ลากลุยมาตั้งแต่แดนตัวเองถึงกรอบเขตโทษชัยนาท แล้วจ่ายต่อให้ ดักโญ่ เซียก้า พลิกอีกตลบแล้วไหลให้ อัตนัน เติมขึ้นมายิงจากตรงจุดโทษ แต่ เฉลิมเกียรติ สมบัติปัน นายทวารนกใหญ่ยังล้มตัวคว้าไว้ได้ ช่วง 10 นาทีแรกความเร็วของ เคนเดล จาเดโอซิงค์ สร้างความปั่นป่วนให้แนวรับเมืองทอง พอสมควร ผ่าน 20 นาทีแรกของเกมส์ แม้ จ่าฝูงไทยลีก เมืองทองจะครองบอลได้มากกว่า แต่ก็ยัง ฝ่าแนวรับชัยนาทที่ ถอยลงต่ำ และคุมโซนหน้ากรอบเขตโทษของตัวเองอย่างแน่นหนาเข้าไปสร้างโอกาสลุ้นประตู ขึ้นนำได้ นาที 33 แนวรุกเมืองทอง ยังเจาะพื้นที่สุดท้ายของ ชัยนาทไม่ได้ อัตนัน บาราคัต ปีกเคราดกเลยตัดสินใจยิงไหล แต่บอลพุ่งหลุดเสาไกลออกไป นาที 39 สาวกอุลตร้า เมืองทอง ที่ขนกันเข้ามาให้กำลังใจทีมรักเกือบเต็มความจุ ก็ได้เฮกันอย่างสุดเสียง หลังจากอึดอัดกับรูปเกมส์ อยู่พักใหญ่ เมื่อทีมรักได้ประตูขึ้นนำ จากการขึ้นเกมส์ทางกราบขวา ของ ปิยพล บรรเทา ก่อนบรรจงเปิดบอลแบบเน้นๆ มาที่จุดนัดพบ ให้ “เทพมุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา โฉบเข้ามาโขกเสียบเสาไกลอย่างเฉียบขาด โดยเป็นเพียงโอกาสลุ้นประตูครั้งแรกของ ศูนย์หน้าหมายเลขหนึ่ง แห่งถิ่นเอสซีจี สเตเดี้ยมเท่านั้น  เป็นประตูให้ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ออกนำ ชัยนาท เอฟซี 1-0 นาที 44 “กิเลนผยอง” เกือบหนีห่างไปอีกลูกเมื่อ วีระวุฒิ กาเหย็ม แทงบอลให้ “เจ้ามุ้ย” ที่เลี้ยงตัวอยู่ในไลน์เช็กล้ำหน้าของชัยนาทได้ดี ได้หลุดทะลุไปทางฝั่งซ้ายก่อนเปิดเข้าไปตรงกลางให้ จักรพันธ์ พรใส ที่ควบมาแรงเต็มตีนเท้าเลย เสียจังหวะ ถลำบอลเล็กน้อย แต่ “เจ้าบอล” ยังคล่องตัวพอ และม้วนตัวกลับมาซัดด้วยขวา บอลเฉี่ยวเสาออกไปแค่คืบ จบครึ่งแรก เมืองทอง เจ้าบ้าน ยังนำ ชัยนาท เอฟซี ทีมเยือนอยู่ 1-0 วินาทีแห่งการฉลองแชมป์อยู่ห่างจากเจ้าบ้านอีกเพียง 45 นาที  เริ่มครึ่งหลัง เจ้าบ้านเมืองทอง ยังเริ่มต้นได้ดีกว่า และมีลุ้นประตูอีกครั้ง จากลูกเปิดจากกราบขวาของ “เจ้าไดร์” ปิยพล บรรเทา ที่ครอสเข้าไปให้ ธีรศิลป์ โขกหลุดกรอบออกไปนิดเดียว นาที 48 “ซุปเปอร์มาริโอ้” โชว์เหนือ เมื่อกระดกบอลหนี กองหลังชัยนาท 2 ตลบก่อนยิงไปตรงตัว เฉลิมเกียรติ นายทวารทีมจากเมืองสวนนก    นาที 68 เมืองทองยังคง จู่โจมจากริมเส้น คราวนี้ขึ้นทางกราบซ้ายที่ “เจ้าดล” วรีวุฒิ กาเหย็ม ที่วางยาวไปถึงเสาไกล ให้ เปาโล แรนเกิ้ล หัวหอกชาวบราซิลตัวสำรอง กระโดดโขกบอลไปตรงตัว ผู้รักษาประตู ชัยนาท   นาที 88 “นกใหญ่พิฆาต” ออกแรงฮึดเฮือกสุดท้าย ด้วยการเปิดเกมส์รุกหวังทวง ประตู  และได้ลุ้นจากจังหวะ ที่ รัชพล วางบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษ แล้ว ภูวดล สุวรรณชาติ โหม่งเช็ดให้ เคนเดล จาเดโอซิงค์ เกี่ยวบอลลงแล้วยิง แต่ศูนย์หน้าผิวสีรีบร้อนเกินไปทำให้บอลข้ามคานออกไปแบบไม่ได้ลุ้น  ช่วงทดเวลาเกมส์เดือดเล็กน้อย เมื่อ มีการปะทะกัน ระหว่างสองนักเตะต่างชาติ เปาโล  แรนเกิ้ล กับ ลี ดอง วอน ในจังหวะ เตะมุมแต่ก็ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงอะไร หลังครบ 4 นาทีของช่วงทดเวลา นิวัฒน์ อินสะอาด ผู้ตัดสินเป่านกหวีดจบเกมส์ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เฉือนเอาชนะ “นกใหญ่พิฆาต” ชัยนาท เอฟซี ทีมเยือนไปได้ด้วยสกอร์ระทึก 1-0 ส่งผลให้ “กิเลนผยอง” ผงาดขึ้นทวงแชมป์ศึกสปอนเซอร์ไทยพรีเมียร์ลีก กลับมาจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นสมัยที่ 3 ของสโมสร แม้ยังไม่จบโปรแกรมการแข่งขัน ด้วยแต้มที่นำขาด จนคู่แข่งอย่าง ชลบุรี เอฟซี รองจ่าฝูง หมดสิทธิ์ที่จะไล่ทันแน่นอนแล้ว  โดยในนัดนี้ จะมีการฉลองที่สนาม เอสซีจี สเตเดี้ยม ส่วนการรับถ้วยแชมป์ จะไปรับในนัดสุดท้าย ที่จะยกพลไปเยือน สนาม เทพหัสดิน รังของ “มังกรไฟ” บีอีซี เทโร ศาสน   รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม เอสซีจีเมืองทอง ยูไนเต็ด : กวิน ธรรมสัจจานันท์ (GK),วีระวุฒิ กาเหย็ม,ปิยพล บรรเทา,ภานุพงศ์ วงศ์ษา,รี กวาง ชอน,ดัสกร ทองเหลา(สารัช อยู่เย็น น.62),ดักโญ่ เซียก้า,จักรพันธ์ พรใส(ศราวุฒิ มาสุข น.83),อัตนัน บาราคัต(เปาโล แรนเกิ้ล น.52),มาริโอ ยูรอฟกี้,ธีรศิลป์ แดงดา ชัยนาท เอฟซี : เฉลิมเกียรติ สมบัติปัน(GK),ลี ดอง วอน,มอยเซ่,สุรเชษฐ์ งามทิทพ์,สุมัญญา ปุริสาย,รัชพล นาวันโน,สิงขร มังคุด(คัพฟ้า บุญมาตุ่น น.69),ไมเคิล เบิร์น(เดยาน วูคานโนวิค น.53),เคนเดล จาเดโอซิงค์,ปริญญา อู่ตะเภา(สมเจตร สัตบุษ น.72),ภูวดล สุวรรณชาติ สรุปผลฟุตบอลสปอนเซอร์ไทยพรีเมียร์ลีกวันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม ชม Gallery ต่อคลิก

เที่ยวจันทบุรี สีสันอัญมณี แห่งอ่าวไทย
ทะเล /  หาด / 

จันทบุรี หนึ่งในจังหวัดชายทะเลภาคตะวันออก เป็นจังหวัดที่รวมสุดยอดของสถานที่ท่องเที่ยว ที่น้อยคนนักจะได้มาเยือน แต่หากลองได้มาสัมผัสสักครั้งหนึ่งแล้ว คุณจะกลายเป็นแขกประจำของที่นี่ไปเลย เพราะจันทบุรี มีสมญานามว่า “อัญมณีแห่งทะเลอ่าวไทย” ชวนเพื่อน Travel.mthai มา เที่ยวจันทบุรี กันนะครับ หาดคุ้งวิมาน...เงียบสงบ จันทบุรี หรือเมืองจันท์ ขึ้นชื่อเรื่องพลอยอัญมณีนานาชนิด ว่ากันว่า.. ใต้แผ่นดินแห่งนี้สมัยก่อนเพียงแค่ขุดลงไปก็เจอของล้ำค่าแล้ว  ไม่เพียงเท่านั้น ที่นี่ยังขึ้นชื่อในเรื่องของสวนผลไม้ ที่เป็นพืชเศรษฐกิจประจำจังหวัด ทั้งมังคุด เงาะ ทุเรียน ระกำ สละ กล้วยไข่คุณภาพส่งออกต่างประเทศ เรียกได้ว่าถ้ามา เที่ยวจันทบุรี หรือเมืองจันทร์ มีผลไม้ให้กินกันตลอดปีแน่นอน ซึ่งเราได้มีโอกาสไปลองชิมผลไม้จากสวนของบ้านเขาบายศรี สวนผลไม้สำหรับส่งออกต่างประเทศ ที่นี่ไม่ได้ขายผลไม้อย่างเดียว แต่ยังเปิดให้เป็นที่พักแบบโฮมสเตย์เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบสัมผัสชีวิตแบบชาวสวน เที่ยวจันทบุรี หน้าฝนนี้อิ่มท้องด้วยผลไม้สดจากสวน ทุเรียนเมืองจันทร์ พลูโตๆ เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของ จันทบุรี คือหาดทรายและท้องทะเลที่ทอดยาวเงียบสงบ และเป็นส่วนตัวมาก หลายหาดในจังหวัดจันทบุรีมักจะใช้เป็นฉากถ่ายทำละครและโฆษณาอยู่เสมอ เช่น หาดคุ้งวิมาน หาดเจ้าหลาว หาดคุ้งกระเบน และหาดแหลมสิงห์ โดยมีตำนานที่มาของชื่อหาดแหลมสิงห์ว่า มีหินรูปร่างใหญ่ที่หากเราลองนั่งเรือออกไปกลางทะเลแล้วมองกลับเข้ามาที่ชายฝั่งจะพบกับก้อนหินขนาดใหญ่ มีรูปร่างคล้ายสิงห์ขนาดยักษ์นอนเฝ้าทะเล ตามตำนานจะมีหินสิงห์คู่ตัวผู้ตัวเมีย แต่ปัจจุบันเหลือเพียงหินสิงห์ตัวผู้ เนื่องจากตัวเมียถูกทหารชาวฝรั่งเศสทำลายไปแล้ว จุดชมวิวสะพานข้ามทะเล พระเจ้าตากสินมหาราช นอกจากจะเป็นเมืองที่มีความสวยงามทางธรรมชาติแล้ว ยังมีสถาปัตยกรรมที่เป็นร่องรอยจารึกแห่งประวัติศาสตร์และความทรงจำอันยากลบเลือน เนื่องจากในสมัยช่วงวิกฤตการณ์ปากน้ำ ร.ศ.112 ทหารฝรั่งเศสเคยยึดจันทบุรีไว้ นานถึง 11ปี ซึ่งสยามต้องยอมเสียดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงเพื่อขอแลกพื้นที่จังหวัดจันทบุรีกับตราดไว้ ตึกเรซิดองห์ โดยร่องรอยที่ทหารฝรั่งเศสทิ้งเหลือไว้ให้เป็นอนุสรณ์แห่งความเจ็บปวดคือ 1.ตึกเรซิดองห์ หรือตึกบัญชาการทหารฝรั่งเศส เป็นอาคาร 1 ชั้น และมีดาดฟ้าชั้นบนทาด้วยสีแดง มุงกระเบื้องแบบพิเศษที่ขนมาจากฝรั่งเศส ตึกนี้ตั้งอยู่ภายในค่ายพระเจ้าตากสินมหาราช 2.ตึกแดง เป็นอาคารชั้นเดียวทาสีแดงทั้งหลัง มุงกระเบื้องแบบพิเศษที่ขนมาจากฝรั่งเศสเช่นเดียวกัน ใจกลางของอาคารมีปืนใหญ่ฝรั่งเศสของแท้ตั้งอยู่ ด้านข้างของตึกมีต้นมะขาม 8 ต้นอายุหลายร้อยปี ชาวจันท์เชื่อว่าปลูกตามพระราชดำริของสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่3 เพื่อสร้างความเกรงขามให้กับกองทัพไทย 3.คุกขี้ไก่ อาคารสี่เหลี่ยมทรงสูงขนาดเล็ก ก่อด้วยอิฐ ข้างในแบ่งเป็น 3 ชั้น ชั้นล่างสุดไว้ขังนักโทษลหุโทษ ชั้นกลางไว้ขังนักโทษสถานหนัก ชั้นบนสุดเป็นเล้าไก่เลี้ยงไก่ไว้ประมาณ 200 ตัว ให้ขี้รดหัวนักโทษที่เป็นเชลยไทย แสดงถึงความขมขื่นที่ไทยต้องได้รับ ณ สถานที่แห่งนี้มีนักโทษหลายคนตรอมใจตายในคุกขี้ไก่ด้วย ทั้งตึกแดงและคุกขี้ไก่ ตั้งอยู่บริเวณ อำเภอแหลมสิงห์ ภายในตึกเรซิดองห์ กระเบื้องนำเข้าจากฝรั่งเศสอายุกว่า 100ปี ตึกแดง ปืนใหญ่ฝรั่งเศสอายุ 100กว่าปี โบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล หรือ อาสนวิหารพระนางมารีปฏิสนธินิรมล โบสถ์คาทอลิก ที่มีประวัติการก่อสร้างยาวนานถึง 275 ปี ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำจันทบุรี ซึ่งชาวญวนคาทอลิกและชาวบ้านได้ร่วมกันสร้างขึ้น โดยโบสถ์แห่งนี้มีความยิ่งใหญ่เหมือนกับต่างประเทศ ภายในตกแต่งอย่างสวยงามด้วยกระจกสี พื้นกระเบื้องโบราณ และพระแม่มารีอาประดับพลอย โดยที่นี่ยังเป็นสถานที่ยอดนิยมที่คู่บ่าวสาวมาจัดงานแต่งงานแบบพิธีคริสต์ สถานที่ยอดนิยมที่คู่บ่าวสาว มาจัดงานแต่งงานแบบพิธีคริสต์ โบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล โบสถ์คริสต์ที่สวยที่สุดในประเทศ โอเอซิส ซีเวิลด์ ศูนย์แสดงโชว์ปลาโลมาที่ใกล้ชิดคนดูมากที่สุดอีกด้วย โดยโอเอซิสจะจัดแสดงโชว์เป็นรอบ เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวลงไปว่ายน้ำกับปลาโลมา สัมผัสความใกล้ชิดให้ปลาโลมาหอมแก้มได้ด้วย นอกจากจะได้ชมปลาโลมาแล้วยังมีถ้ำปลาการ์ตูน บ่อปลาหมอทะเลยักษ์หลายพันตัวให้ได้เพลิดเพลินกันในแบบท่องเที่ยวครอบครัวได้ด้วย หลังจากท่องเที่ยวในช่วงกลางวันแล้ว ในยามค่ำคืนที่ ท่าเรือThe Pier มีบริการพานักท่องเที่ยวออกเรือไปตกหมึกกลางทะเลซึ่งช่วงฤดูที่ปลาหมึกจะเยอะจะเริ่มตั้งแต่ช่วงเดือน ตุลาคม – พฤษภาคม โดยจะมีเรือลำใหญ่พาคุณออกสู่กลางทะเลและตกปลาหมึกขึ้นมาทำอาหารกินกันแบบสดๆ เป็นรสชาติที่คุณไม่มีวันลืมแน่นอนเพราะความหวานของเนื้อปลาหมึกที่ตกได้จากท้องทะเลกับปลาหมึกตลาดนั้นแตกต่างกันอย่างชนิดเทียบกันราวฟ้ากับดิน ที่เล่ามาทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดจันทบุรีเท่านั้น หากอยากลองไปเที่ยวสนุก ผ่อนคลายและเป็นส่วนตัวผู้คนไม่พลุกพล่านลองไปเที่ยวที่จันทบุรี หรือลองดูรายละเอียดอื่นๆได้ที่ https://www.facebook.com/visitchanthaburi