มังคุด

ไม่อยากพูดบ่อยๆว่าไปทำอะไรมา
รักษาสิวอุดตัน /  รักษาสิวหนอง / 

stellalucciเซรั่มมังคุดรักษาสิวอุดตัน รักษาสิวอักเสบ รักษาสิว เปลือกมังคุดราชินีแห่งผลไม้ไทย โดยเราอาจดูที่กลีบรอบบนเปลือกสีม่วงเรียงกันเหมือนกับมงกุฎ โดยวงการเครื่องสำอางค์ชั้นนำ มักนิยมหยิบนำสารสกัดเปลือกมังคุดมาใช้ผสมผสานผลิตภัณฑ์ สำหรับผู้ที่มีผิวหน้าอักเสบ บอบบางและแพ้ง่ายๆ เนื่องด้วยสารสกัดเปลือกมังคุดมีสารแทนนิน (Tanin) และสารแซนโทน ( Xanthone) และ สารแมงโกสติน (Mangostin) ซึ่งสารแทนนินมีฤทธิ์สมานแผลช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น ส่วนสารแมงโกสตีน มีฤทธิ์ช่วยลดอาการผิวอักเสบ และดูแลเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนอง สารแซนโทนในเปลือกมังคุดยังมีฤทธิ์ในการดูแลผิวหน้า และสิ่งแปลกปลอมที่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดสิว พร้อมทั้งผสานกับ Ascorbyl Glucoside หรือวิตามิน ซี สังเคราะห์พิเศษที่ช่วยฟื้นฟูผิวหรือจุดด่างดำที่เกิดจากสิวให้แลดูเรือนรางลงให้ผิวที่กระชับและเรียบคืนตัว หลังจากการใช้เพียง 2 อาทิตย์ คุณจะสัมผัสกับหน้าที่เรียบขึ้นทุกครั้งที่ได้มีการลูบไล้และสัมผัส www.stellalucci.com ติดต่อได้ที่คุณหมอเต้ย084-703-0192 หรือ คุณต้า089-145-5299 หรือstellalucciherb@hotmail.com ดูยูทูปได้ที่http://www.youtube.com/watch?v=4cWe9gdbOFU

เทศกาลผลไม้ ของดีเมืองแกลง จ.ระยอง เริ่มขึ้นแล้ว
ของดีเมืองแกลง /  เทศกาลผลไม้ / 

เริ่มขึ้นแล้วงานเทศกาลผลไม้และของดีเมืองแกลง ประจำปี 2557 โดยชาวสวนนำผลผลิต คุณภาพดีมาจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก เทศกาลผลไม้ ของดีเมืองแกลง จ.ระยอง เริ่มขึ้นแล้ว งานนี้จัดขึ้นที่บริเวณตลาดกลางผลไม้เขาดิน ตำบลทุ่งควายกิน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง โดยนายอำเภอแกลงเป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการในวันนี้ ภายในงานมีการประกวดขบวนแห่รถ ผลไม้ สาวงามผลไม้แล้ว ยังมีการจำหน่ายผลไม้คุณภาพดีจากสวนของเกษตรกรโดยตรงทั้งทุเรียน เงาะ มังคุด และผลไม้อื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งรับประกันคุณภาพจากชาวสวนและทางอำเภอ สำหรับราคาผลไม้ปีนี้ นับว่ายังดีอยู่ เนื่องจากผลผลิตทยอยออกสู่ตลาด โดยราคาทุเรียนหมอนทองอยู่ที่กิโลกรัมละ 60-65 บาท, ชะนี กิโลกรัมละ 50 บาท ส่วนเงาะโรงเรียนกิโลกรัมละ 40 บาท ซึ่งงานจะมีไปถึงวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ ขอบคุณข่าวสารจาก krobkruakao

ททท. เปิดตัวไกด์บุ๊ค I am Creative Tourist
ททท.

คู่มือสำหรับนักเดินทางสร้างสรรค์ที่ต้องการค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ให้ชีวิต .. พบกับ 20 ชุมชนท่องเที่ยวสร้างสรรค์ทั่วไทยที่ได้รับการโหวตจากนักท่องเที่ยว ให้เป็นที่สุดแห่งทริปสร้างแรงบันดาลใจในการเดินทาง ททท. เปิดตัวไกด์บุ๊ค I am Creative Tourist เมื่อเร็วๆ นี้ ณ ลานอีเดน เซ็นทรัลเวิล์ด นางวิไลวรรณ ทวิชศรี รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นประธาน จัดงานเปิดตัวเปิดตัวไกด์บุ๊ค “I am Creative Tourist” หนังสือคู่มือที่รวบรวบ 20 ชุมชนท่องเที่ยวสร้างสรรค์ทั่วไทยที่ได้รับการโหวตจากนักท่องเที่ยวให้เป็นที่สุดแห่งทริปสร้างแรงบันดาลใจจากเว็บไซต์ www.mycreativetourismthailand.com นางวิไลวรรณ ทวิชศรี กล่าวว่า “ ในการเดินทางออกไปท่องเที่ยวแต่ละครั้ง ทุกท่านอาจพบเจอและประทับใจกับเรื่องราวในการเดินทางครั้งนั้น แต่ไม่นานความรู้สึกนั้นจะค่อยๆ จางหายไปจากความทรงจำของคุณ แต่หากใครได้มีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์” Creative tourism ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของนักเดินทางทั่วยุโรปและอเมริกา หัวใจหลักของ“การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์” คือการท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสประสบการณ์เรียนรู้วิถีชีวิต ศิลปะ วัฒนธรรม และเรื่องราวอันเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนนั้นๆ ซึ่ง ททท ได้รวบรวมเรื่องราวของ 20 ชุมชนท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ของไทยมานำเสนอในไกด์บุคเล่มนี้ เพื่อให้นักเดินทางได้มีโอกาสไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ในรูปแบบการท่องเที่ยวสร้างสรรค์ จาก 20 ชุมชนท่องเที่ยวสร้างสรรค์ทั่วไทย ตัวอย่างเช่น เรียนรู้การทำแฟชั่นหมวกใบจาก จังหวัดตราด , เรียนรู้การทำผ้าฝ้ายนุ่มจากโคลน จังหวัดสุโขทัย, เรียนรู้การทำสบู่จากมังคุดสามน้ำ จังหวัดตราด, เรียนรู้การปักผ้าชาวม้ง จังหวัดเชียงราย, เรียนรู้หัตถกรรมสาดแหย่ง จังหวัดลำพูน นางวิไลวรรณ ทวิชศรี กล่าวเสริมอีกว่า “ การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ของไทยช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชนเพราะเป็นการต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้นจากกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องราวของท้องถิ่นระหว่างนักท่องเที่ยวกับชุมชนเจ้าของวัฒนธรรม การท่องเที่ยวรูปแบบนี้ช่วยสร้างความผูกพัน ความประทับใจอย่างลึกซึ้งกับนักท่องเที่ยวมากกว่าการท่องเที่ยวในรูปแบบเดิมๆ ททท ขอเชิญนักเดินทางทุกคนมาร่วม เปิดประสบการณ์ใหม่ในฐานะ นักเดินทางสร้างสรรค์ creative tourist สำหรับผู้สนใจหนังสือไกด์บุ๊ค “I am Creative Tourist” คู่มือท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการเดินทางท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ สามารถติดต่อขอรับได้ที่ กองส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยว-ททท. โทร 02-250 5500 ต่อ 4447 หรือ สามารถดาวน์โหลดได้ที่ www.mycreativetourismthailand.com    ข้อมูล Creative Tourism “ทางองค์การยูเนสโก ให้คำนิยามว่า การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ คือการท่องเที่ยวที่มุ่งเน้นให้คนที่ไปเที่ยวมีส่วนร่วมเรียนรู้ (Participation) จากประสบการณ์ที่แท้จริงจากสถานที่นั้นๆ เช่น เรียนรู้เกี่ยวกับศิลปะ ประเพณีท้องถิ่น และความมีอัตลักษณ์เฉพาะของชุมชนก่อให้เกิดความเชื่อมโยง (Connect) ระหว่างนักท่องเที่ยวกับเจ้าของชุมชนนั้น.. ตัวอย่าง Creative Tourism จากทั่วโลก เช่น ทริปทำน้ำหอมสูตรของตนเองที่ฝรั่งเศส หรือ ทริปเรียนทำเมอแรงค์ขนมหวานพื้นเมืองที่นิวซีแลนด์ นอกจากนี้ยังมีกว่า 40 ประเทศทั่วโลก โปรโมทโปรแกรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ อาทิ เม็กซิโก , อังกฤษ, ฝรั่งเศส ,ออสเตรีย ,นิวซีแลนด์,สเปน,ชิลี,คิวบา เป็นต้น นอกจากนี้ประชาคมเศรษฐกิจอาเชียนยังได้กำหนดให้การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เป็นยุทธศาสตร์สำคัญด้านการท่องเที่ยวสำหรับภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย 20 ชุมชนท่องเที่ยวสร้างสรรค์ทั่วไทยที่ได้รับการโหวตจากนักท่องเที่ยว ให้เป็นที่สุดแห่งทริปสร้างแรงบันดาลใจจากเว็ปไซต์ www.mycreativetourismthailand.com ได้แก่ 1. เรียนรู้ : ทำลูกประคบ ที่ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาไทยไร่คุณมน จังหวัดกาญจนบุรี 2. เรียนรู้ : การเป็นควาญช้าง ที่ไทยอิแลแฟนท์โฮม จังหวัดเชียงใหม่ 3. เรียนรู้ : การเป็นชาวประมง ที่แหลมสิงห์โบ๊ทเฮ้าส์โฮมสเตย์ จังหวัดจันทบุรี 4. เรียนรู้ : การทำปั้นหม้อเขียนสี ที่กลุ่มโฮมสเตย์เชิงอนุรักษ์วัฒนธรรมบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี 5. เรียนรู้ : การทำมาลัยข้าวตอก ที่ชุมชนคุ้มโฮงเหนือวัดฟ้าหยาด จังหวัดยโสธร 6. เรียนรู้ : แกะภาพหนังตะลุง ที่กลุ่มหัตถศิลป์แกะภาพหนังเมืองลุง จังหวัดพัทลุง 7. เรียนรู้ : การทำผ้าไหมครบวงจร ที่ชุมชนบ้านโพน จังหวัดกาฬสินธุ์ 8. เรียนรู้ : การเพ้นท์สีบนเครื่องเบญจรงค์ ที่กลุ่มหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี จังหวัดสมุทรสาคร 9. เรียนรู้ : การปักผ้าชาวม้ง ที่ศูนย์เรียนรู้ชุมชนบ้านสันกอง จังหวัดเชียงราย 10. เรียนรู้ : การทำน้ำตาลมะพร้าว ที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านริมคลองโฮมสเตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม 11. เรียนรู้ : การทำเรือหัวโทงจำลอง ที่กลุ่มผลิตเรือหัวโทงจำลองชุมชนบ้านเกาะกลาง จังหวัดกระบี่ 12. เรียนรู้ : การทำผ้าหมักโคลนที่กลุ่มอาชีพทอผ้าบ้านนาต้นจั่น จังหวัดสุโขทัย 13. เรียนรู้ : การปั้นตุ๊กตาชาววัง ที่ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ จังหวัดอ่างทอง 14. เรียนรู้ : การทำงอบใบจาก ที่กลุ่มท่องเที่ยวบ้านน้ำเชี่ยว จังหวัดตราด 15. เรียนรู้ : การเขียนลายผ้าภูมิปัญญาชาวม้ง ที่ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาพื้นบ้านชนเผ่าม้งบ้านแม่สาใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 16. เรียนรู้ : การสานกระจูด ที่กลุ่มสตรีสหกรณ์การเกษตรศุภนิมิตชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช 17. เรียนรู้ : การทำสมุนไพร ที่โรงเรียนบ้านหอมสมุนไพร จังหวัดเชียงใหม่ 18. เรียนรู้ : การสาดแหย่ง ที่อุโมงค์โฮมสเตย์ จังหวัดลำพูน 19. เรียนรู้ : การทำชาเจียวกู่หลาน ที่ชุมชนบ้านท่าขันทอง จังหวัดเชียงราย 20. เรียนรู้ : การทำสบู่มังคุด ที่กลุ่มการท่องเที่ยวเชิงนิเวศตำบลห้วยแร้ง โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน จังหวัดตราด

ผลไม้ สื่อถึงตัวตนของผู้รับประทาน
คำทำนาย /  คำทำนายจากผลไม้ / 

ผลไม้ ไม่ได้แค่มีประโยชน์ต่อร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่มันยังสามารถนำมาทำนายนิสัยใจคอของผู้ที่ชอบรับประทานมันได้อีกด้วย หากคุณไม่เชื่อก็ลองมาดูข้อมูลที่ Horoscope.Mthai.com นำมาบอกกันในวันนี้ครับ ผลไม้ สื่อถึงตัวตน แอปเปิ้ล คุณเป็นคนอดทน สู้งาน และมีความรับผิดชอบสูง เมื่อไรก็ตามคุณได้รับมอบหมายงานชิ้นหนึ่งชิ้นใด คุณมักจะทำอย่างสุดความสามารถ ไม่ว่าจะยากลำบากมากแค่ไหน แต่สำหรับเรื่องความรักแล้วกลับตรงกันข้าม คุณเป็นคนที่รักง่าย หน่ายเร็ว ไม่ค่อยอดทนในเรื่องรัก องุ่น ไม่บ่อยนักที่คุณจะเปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงของคุณ แก่คนที่คุณเพิ่งรู้จักครั้งแรก ดังนั้นคุณจะดูไม่น่าสนใจนัก สำหรับคนที่ไม่รู้จักคุณดี แต่ถ้าเป็นเพื่อน ๆ ในกลุ่มของคุณล่ะก็ คุณนับเป็นดาวเด่นเลยล่ะ กล้วย คุณเป็นคนขี้ใจน้อย ขี้งอน แต่ไม่ค่อยแสดงออก ภายนอกดูจะเป็นคนเงียบขรึม เข้มแข็ง แต่ภายในแล้วคุณอารมณ์คุณช่างอ่อนไวเหลือเกิน จะเรียกแข็งนอกอ่อนในก็ว่าได้ แตงโม คุณมีความตื่นตัวกระฉับกระเฉงตลอดเวลา ไม่ปล่อยเวลาให้เสียไปอย่างไร้ค่า คุณมักจะมองโลกในแง่ดี และไม่ค่อยกังวลเกี่ยวกับ ปัญหาต่าง ๆ ที่ถาโถมเข้ามา เนื่องจากคุณมั่นใจว่าปัญหาทุกปัญหาย่อมมีทางแก้ เมื่อถึงเวลาที่ควร ชมพู่ คุณเป็นคนที่มีน้ำอดน้ำทนสูง ไม่ชอบขัดใจคนอื่น รักเพื่อนมากกว่าตัวเอง และค่อนข้างที่จะมองโลกในแง่ร้าย ส้ม คุณเป็นคนที่เข้ากับคนได้ง่าย ร่าเริงสนุกสนาน ใครชวนไปไหนก็ไป เชื่อคนง่าย รู้เรื่องคนอื่นไปซะหมด แต่เรื่องตัวเองไม่ค่อยรู้ มังคุด คุณเป็นคนช่างฝัน อารมณ์อ่อนไหว โรแมนติก ตกหลุมรักได้บ่อย ๆ ไม่มีเบื่อ เห็นใครถูกใจก็เก็บเอาไปฝัน แต่ไม่นานก็ลืม พอเจอคนใหม่ก็เป็นอีก เพลงเป็นอย่างนี้ตั้งแต่เกิดเลย ของนูโว ดูจะเหมาะกับคุณนัก มะม่วง คุณเป็นคนชอบความท้าทาย มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ชอบทดลองสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ กับเรื่องความรักก็ไม่เว้น คุณชอบหารักใหม่ ๆ เสมอ หรือเรียกอีกอย่างว่าเจ้าชู้นั่นเอง สตรอเบอรี่ คุณรักความสบาย ชอบอยู่อย่างหรูหราฟู่ฟ่า ทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวต้องสวย เฉียบ เนียบ เสมอ จัดว่าคุณมีรสนิยมในการแต่งกายไม่ใช่เล่น คุณเป็นคนมองโลกในแง่ดี ชอบเข้าสังคม คุยสนุก และมีอารมณ์ขัน ทำให้เพื่อนในวงสนทนาหัวเราะได้ตลอดเวลา สับปะรด คุณเป็นคนที่ช่างเอาอกเอาใจคน คอยเป็นห่วงเป็นใยเพื่อนของคุณตลอดเวลา หากใครมีเรื่องทุกข์ร้อนขอให้บอก คุณยินดีช่วยเสมอ ลูกแพร คุณเป็นคนสุภาพ อ่อนโยน ใจดี และมักจะมองคนที่อยู่รอบข้างคุณในแง่ดีเสมอ ไม่เคยคิดร้ายกับใคร จึงทำให้เป็นที่เคารพ รักใคร่ของผู้คนที่ได้รู้จัก เงาะ คุณเป็นคนขี้เล่น อยู่ไม่ค่อยเป็นสุข ชอบแหย่คนโน้นคนนี้ที หากอยู่ในวงสนทนา คุณก็มักจะเป็นตัวโจ๊กประจำวง คอยปล่อยมุขเด็ด ๆ ให้ได้เฮกัน ทุเรียน คุณเป็นคนที่มี 2 บุคลิกในตัวเอง อยู่นอกบ้านใคร ๆ ก็มักจะกลัวคุณ แต่เมื่อกลับถึงบ้าน คุณจะกลายเป็นคุณหนูในทันที คุณเป็นคนใจกว้าง เอื้อเฟื้อ ใครมีปัญหามักจะมาขอให้คุณช่วยเสมอ และมักจะเป็นผู้นำในการทำกิจกรรมของกลุ่มเพื่อน มะพร้าว คุณออกจะเป็นคนเจ้าสำอาง ไม่ชอบการใช้กำลัง และการทำงานหนัก ไม่ชอบทำงานกลางแจ้ง คุณเหมาะกับงานในออฟฟิศมากกว่า ข้อดีของคุณคือ คุณเป็นคนใจเย็น ประณีต งานที่ใช้ฝีมือน่ะต้องยกให้คุณเลย ฝรั่ง คุณเป็นคนที่ค่อนข้างสมบุกสมบัน ลุยไหนลุยกัน ชอบท่องเที่ยวสูดกลิ่นไอธรรมชาติ เป็นคนรักเดียวใจเดียว มั่นคง แต่มักจะโดนหักอกอยู่บ่อย ๆ ขอบคุณข้อมูลจาก Forward Mail

8 วิธีดูแล สุขภาพ หน้าร้อน
ฤดูร้อน /  สุขภาพ / 

8 วิธีดูแล สุขภาพ หน้าร้อน ในทัศนะแพทย์จีน "อากาศร้อนๆ แบบนี้ ถ้าได้ดื่มน้ำเย็นใส่น้ำแข็ง คงสดชื่นน่าดู" "อากาศร้อนมาก ผมเลยนอนบนพื้นปูน เปิดพัดลมเย็นสบายดี แต่พอตื่นขึ้นมารู้สึกอ่อนเพลียหนักๆ หัวเหมือนจะไม่สบาย" "ปิดเทอมหน้าร้อน พาเด็กๆ ไปห้างสรรพสินค้าทีไร กลับมาไม่สบายทุกทีเลย" ในหน้าร้อน ยามกระหายน้ำ ทุกคนมักนึกถึงน้ำเย็น น้ำแข็ง น้ำ อัดลม หรือไอศกรีม หรือหากอากาศร้อนมากๆ ถ้าอยู่บ้านมักใช้วิธีเปิดพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศจ่อถึงเนื้อถึงตัวทั้งวันทั้งคืน หรือบางคนนิยมไปหลบความร้อนตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ ความเคยชินหลายอย่างอาจมีผลกระทบต่อสุขภาพได้มากโดยที่เราคาดไม่ถึง แพทย์แผนจีนมีการบันทึกเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพหน้าร้อนไว้อย่างน่าสนใจ แนวความคิดพื้นฐานที่สำคัญประการหนึ่งของแพทย์แผนจีน คือ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของมนุษย์และธรรมชาติรอบตัวที่มีความเกี่ยวพันและผลกระทบต่อกันอย่างแยกไม่ออก การเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติรอบตัวที่เด่นชัด คือ การเปลี่ยนแปลงของอากาศ ฤดูกาล  ซึ่งได้แก่ ฤดูใบไม้ผลิ (มีลมแรง) ฤดูร้อน (มีแดดร้อน) ปลายฤดูร้อน(มีความชื้น) ฤดูใบไม้ร่วง (มีอากาศแห้ง) และฤดูหนาว (มีอากาศเย็น) จะมีผลต่อการปรับตัวของร่างกายและการเกิดโรค สาเหตุแห่งโรคที่มากระทบร่างกายจากการเปลี่ยนแปลงของอากาศและฤดูกาลมี 8 ปัจจัยด้วยกัน คือ ลม แดดร้อน ความชื้น ความแห้ง ความเย็น และไฟ (ความร้อนที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย) ซึ่งแต่ละปัจจัยมีผลกระทบต่อการปรับตัวของร่างกายแตกต่างกัน ถ้าหากร่างกายไม่สามารถปรับตัวจากการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว หรือเพราะภาวะของร่างกายอ่อนแอจะทำให้เกิดโรคได้ ดังนั้น การเข้าใจถึงลักษณะธรรมชาติของปัจจัยก่อโรคและของร่างกาย รวมถึงประสบการณ์การดูแลตนเองอย่างเหมาะสมของคนจีนสมัยก่อนที่เรียนรู้จากชีวิตจริง ซึ่งหากนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตของคนสมัยใหม่ (ที่ห่างไกลธรรมชาติมากขึ้นทุกที) ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ผู้เขียนขอสรุปสั้นๆ ไว้ 8 ข้อเพื่อดูแล สุขภาพ ใน หน้าร้อน ดังนี้ ไม่ควรกินน้ำแข็งหรือดื่มน้ำเย็นจัด ฤดูร้อน อากาศร้อน ต้องหาทางช่วยดับความร้อน เพื่อป้องกันความร้อนกระทบร่างกายมากเกินไป เป็นหลักการที่ถูกต้อง แต่วิธีการให้ความเย็นแทนที่มากเกินไป เช่น กินน้ำแข็ง อยู่ในที่ที่มีความเย็น กินแต่อาหารที่มีความเย็น ฯลฯ นับว่าไม่เหมาะสม โดยทั่วไป เรามักดื่มน้ำเย็นๆ น้ำใส่น้ำแข็ง น้ำชาแช่เย็นหรือใส่น้ำแข็ง น้ำอัดลม ผลไม้แช่เย็น เช่นแตงโม สับปะรด ฯลฯ ของเย็นๆ เหล่านี้จะมีผลกระทบต่อระบบการย่อยอาหาร น้ำเย็นปริมาณมากจะไปเจือจางน้ำย่อย และมีผลให้เลือดที่มาหล่อเลี้ยงกระเพาะอาหาร  เพื่อทำการย่อยลดน้อยลง ทำให้สมรรถภาพการย่อยอาหารลดลง ก่อให้เกิดโรคกระเพาะลำไส้อักเสบได้ง่าย คนที่เป็นโรคกระเพาะและเป็นแผลอักเสบอยู่แล้วก็จะกำเริบได้ง่าย หรือคนที่เป็นโรคหลอดลมอักเสบ หากดื่มน้ำเย็นก็จะยิ่งทำให้มีอาการไอและหอบมากขึ้น นอกจากนั้น น้ำแข็งที่ไม่สะอาดก็มีส่วนทำให้เกิดท้องร่วงท้องเสียอีกด้วย  เครื่องดื่มที่เหมาะสมในหน้าร้อน ในฤดูร้อนที่เรามีการสูญเสียน้ำทางเหงื่อมาก การทดแทนน้ำในร่างกายที่เสียไปที่ดี คือ การดื่มน้ำเปล่า (ที่สุกแล้ว) หรือถ้าจะเสริมปรุงแต่งด้วยน้ำตาล เกลือ หรือสมุนไพรอื่นๆ ก็สามารถเลือกได้ตามความชอบและความเหมาะสม เช่น - การดื่มชาร้อน น้ำเก๊กฮวยน้ำดอกสายน้ำผึ้ง น้ำใบไผ่ น้ำบ๊วย น้ำถั่ว จะช่วยลดความร้อนของหัว ใจ (การไหลเวียนเลือด) ทำให้ตาสว่าง เพิ่มน้ำในร่างกาย บำรุงตับ บำรุงไต เจริญอาหาร ช่วยระบบย่อยและดูดซึมอาหาร  ขับปัสสาวะเสริมพลังร่างกาย - การเติมน้ำตาลและเกลือ(ในปริมาณที่พอเหมาะ) ในเครื่องดื่มต่างๆ จะช่วยเสริมพลังและป้องกันการสูญเสียเกลือโซเดียมของร่างกายได้ โดยเฉพาะคนที่ทำงานกลางแจ้งหรือใช้แรงงานมาก ตัวอย่าง เครื่องดื่มสมุนไพรเพื่อสุขภาพหน้าร้อน - ดอกเก๊กฮวย ๑๐ กรัม ชาใบเขียว ๑๐ กรัม ต้มใส่น้ำ ๕๐๐  ซีซี กินแทนน้ำ ช่วยขับร้อน ทำให้ตาสว่าง เสริมสร้างน้ำในร่างกาย ดับกระหาย ลดอักเสบ ขับพิษร้อน - ใบบัวสด (บัวหลวง) ๒๐กรัม น้ำ ๑,๐๐๐ ซีซี นำมาต้ม เวลาดื่มเติมน้ำตาลเล็กน้อย จะช่วยขับร้อน ทำให้เย็น สร้างน้ำในร่างกาย ดับกระหาย ขับความชื้น ลดไขมันในเลือด - ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วดำอย่างละ ๕๐ กรัม ต้มใส่น้ำตาลกินทั้งเปลือก มีสรรพคุณขับร้อน ทำให้เย็น ขับความชื้น บำรุงไต เพิ่มพลัง - บ๊วยดำ ๑๐๐ กรัม น้ำ ๑,๐๐๐ ซีซี ต้มใส่น้ำตาลพอประมาณ ปล่อยทิ้งไว้ให้เย็นแล้วดื่ม มีสรรพคุณสร้างน้ำในร่างกาย ดับกระหาย หยุดไอ แก้ท้องเสีย การดื่มน้ำชาหรืออาหารสมุนไพรที่ร้อน มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มการขับเหงื่อ กระจายความร้อน สังเกตได้ว่าหลังจากกินอาหารดังกล่าวจะทำให้รู้สึกสบาย สรรพคุณของสมุนไพรก็เพื่อทำให้ภายในร่างกายไม่ร้อนเกินไป และสร้างน้ำเพื่อไม่ให้เสียเหงื่อมาก แต่ไม่ควรดื่มน้ำชาใส่น้ำแข็ง เพราะมีผลเสียมากกว่าผลดี ไม่ควรนอนให้ลมหรือ  ความเย็นโกรก ความร้อนจากลมแดดทำให้เสียเหงื่อ เสียพลัง เมื่อนอนหลับ ตากลมในขณะเหงื่อออก  จะทำให้อุณหภูมิผิวของร่างกายลดต่ำลง ถ้าอุณหภูมิภายนอกยังสูงอยู่ แล้วเหงื่อไม่สามารถระบายออกได้ จะมีความร้อนสะสมอยู่ข้างใน ทำให้เวียนหัว รู้สึกหนักหัว ไม่สด ชื่นแจ่มใส หรืออาจทำให้เป็นหวัดได้ การใช้พัดลม หรือเครื่องปรับอากาศไม่ควรให้กระทบโดยตรงกับร่างกายนานๆ โดยเฉพาะที่บริเวณท้อง หากโดนลม นานๆ จะทำให้ท้องอืด ปวดท้อง ท้องเสียได้ หรือคนที่พลังพร่อง เมื่อโดนลมนานๆ จะทำให้เกิดความเย็น โดยเฉพาะที่บริเวณใบหน้า ทำให้การไหลเวียนเลือดน้อยลง คนที่อยู่ในห้องปรับอากาศ เวลาออกจากห้องต้องระวังการปรับตัวกับอากาศที่ร้อนภายนอก เด็กที่ไปเที่ยวตามห้างสรรพสินค้าต้องระวัง เพราะการเปลี่ยนแปลงของอากาศที่รวดเร็วจะทำให้ไม่สบายได้ง่าย การนอน การพักผ่อน โดยธรรมชาติของฤดูร้อน กลางวันจะยาว กลางคืนจะสั้น (คนทั่วไปที่ไม่ได้นอนในห้องปรับอากาศที่ปรับอุณหภูมิ) กว่าอากาศจะเย็นสบายให้นอนหลับได้ก็มักจะดึก แล้วตอนเช้าตรู่ท้องฟ้าก็สว่างเร็ว ทำให้ต้องตื่นเช้ากว่าที่เคยเป็น หน้าร้อนเราจะนอนได้น้อยกว่าปกติ ขณะเดียวกันอุณหภูมิในตอนกลางวันจะทำให้เสียเหงื่อ เสียพลัง เหนื่อยง่าย (เพราะมีเลือดไหลเวียนมาที่ผิวกายมากกว่าปกติ แต่ไปเลี้ยงสมองหรือไป ที่ระบบการย่อยอาหารน้อยกว่าปกติ) ทำให้ไม่ค่อยสดชื่น สมองไม่ปลอดโปร่ง รู้สึกง่วงตลอด ในภาวะเช่นนี้ หลายคนที่อยู่ในห้องปรับอากาศอาจจะไม่ค่อยรู้สึกกับการเปลี่ยนของอากาศมากนัก แต่สำหรับคนทั่วไป (โดยเฉพาะคนในชนบทหรือคนที่ต้องทำงานในที่กลางแจ้ง) การได้พักผ่อนนอนหลับในช่วงกลางวันบ้าง จะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพไม่น้อยเลย ผู้ที่ทำงานในที่ทำงานคงจะนอนหลับกลางวันไม่สะดวก อาจใช้วิธีนั่งพิงพนักตัวตรง หลับตา สงบนิ่งๆ ในช่วงกลางวัน ก็เป็นการพักผ่อนที่ดี แต่สำหรับผู้ที่สถานทีอำนวยที่จะนอนหลับช่วงกลางวันนั้น ท่าที่นอนควรเป็นท่านอนราบหรือนอนตะแคง ห้ามนอนคว่ำ หรือนอนฟุบบนโต๊ะทำงาน เพราะจะกดท้อง กดทรวงอก กระทบการหายใจ ทำให้กล้ามเนื้อไม่คลายตัวจึงผ่อนคลายไม่เต็มที่  อาหาร ในหน้าร้อนระบบการย่อยอาหารจะทำงานน้อยลง ทำให้ไม่ค่อยรู้สึกหิว การปฏิบัติตัวสำหรับการกินอาหารที่เหมาะสมในหน้าร้อนนั้น พอสรุปได้ ดังนี้ ๑. ข้าวต้มมื้อเช้า ตอนตื่นนอน ท้องจะว่างเนื่องจากกระเพาะอาหารพร่อง ควรเริ่มต้นมื้อเช้าด้วยอาหารอ่อนๆ เพราะในหน้าร้อน ร่างกายได้รับการกระตุ้นจากความร้อนทั้งกลางคืนและกลางวัน ทำให้สูญเสียน้ำ การทำงานของระบบย่อยและดูดซึมอาหารลดลง จึงยิ่งต้องถนอมการทำงานของกระเพาะอาหาร ซึ่งเป็นด่านสำคัญที่จะย่อยสารอาหารเพื่อนำไปใช้ประโยชน์แก่ร่างกาย ข้าวต้มอาจผสมถั่วเขียว, เมล็ดบัว หรือรากบัว ซึ่งเป็นอาหารที่ย่อยง่ายและช่วยขับความร้อน เสริมระบบการทำงานของกระเพาะอาหารและม้าม ๒. ควรกินผลไม้ที่แพทย์แผนจีนถือว่ามีคุณสมบัติเย็น ขับร้อน เพิ่มน้ำในร่างกาย ผลไม้ที่มีคุณสมบัติเย็น เช่น แตงกวา, แตงโม, แตงไทย, มังคุด, สับปะรด, สาลี่ เป็นต้น เหมาะสำหรับ กินแก้กระหายและขับร้อนในร่างกาย แต่ไม่ควรแช่เย็นจัด หรือกินในตอนกลางคืน หรือขณะที่ท้องว่างหรือเวลาหิวจัด ๓. หลีกเลี่ยงอาหารที่ทฤษฎีแพทย์จีนถือว่ามีคุณสมบัติร้อน อาหารทอดๆ มันๆ แห้งๆ ควรหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกทอดๆ มันๆ เช่น ถั่วทอด,  กล้วยแขก, ปาท่องโก๋, ไก่ทอด ฯลฯ หรืออาหารที่มีคุณสมบัติร้อน เช่น น้อยหน่า, ทุเรียน, ลิ้นจี่, ลำไย, ขนุน เป็นต้น โดยเฉพาะในขณะที่มีอาการคอแห้ง, คันคอ, เจ็บคอ หรือเป็นไข้ตัวร้อน ถ้าจะกินก็ควรกินแต่น้อย แล้วดื่มน้ำเกลือ (น้ำเปล่าผสมเกลือป่น) เพื่อดับความร้อน หรือกินอาหารที่มีคุณสมบัติเย็น ช่วยปรับสมดุล สิ่งที่ควรระวังอีกอย่าง คือ หน้าร้อนอาหารจะบูดเสียง่าย เนื่องจากเชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดีในอากาศร้อนชื้น ดังนั้นจึงควรจะระมัดระวังเรื่องการกิน ควรกินอาหารที่ทำสุกใหม่ๆ จะปลอดภัยกว่า ขอขอบคุณบทความดีดีจาก นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่: 252 นักเขียนหมอชาวบ้าน: นพ.วิทวัส (ภาสกิจ) วัณนาวิบูล

สูดอากาศบริสุทธิ์ที่ หมู่บ้านคีรีวง นครศรีธรรมราช
ธรรมชาติ /  นครศรีธรรมราช / 

หมู่บ้านคีรีวง, นครศรีธรรมราช หมู่บ้านคีรีวง ตั้งอยู่ที่ ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นชุมชนเก่าแก่ที่อพยพไปอาศัยอยู่ เชิงเขาหลวง ตำบลกำโลนอันเป็นเส้นทางเดินขึ้นสู่ยอดเขาหลวง ชาวบ้านมีวิถีชีวิตที่สงบสังคมแบบเครือญาติ อาชีพหลัก คือ การทำสวนผลไม้ผสม เรียกว่า “สวนสมรม” เช่น มังคุด เงาะ ทุเรียน สะตอ ชุมชนบ้านคีรีวง ได้แก่ กลุ่มมัดย้อมกลุ่มสมุนไพร กลุ่มจักสานกะลามะพร้าว กลุ่มแปรรูปน้ำผลไม้ กลุ่มไวน์ และกลุ่มทุเรียนกวน ซึ่งแต่ ละกลุ่มจะมีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวก็มักจะซื้อเป็นของฝากกันอยู่เสมอ สินค้าราคาไม่แพงและมีคุณภาพ เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2531 (ปีเดียวกับเหตุการณ์ที่ กระทูน อ.พิปูน) ได้เกิดมหาอุทกธรณีภัย หมู่บ้านถูกน้ำพัดหายไปนับ 100 หลังซึ่งวัด และชาวคีรีวงได้รักษาพระอุโบสถ และบ้านที่ประสบภัยไว้เป็นอนุสรณ์สถาน จุดเด่นของหมู่บ้านคีรีวง ก็คือ ทัศนียภาพแห่งธรรมชาติ เพราะคีรีวงตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขา ป่าไม้ และสายน้ำ ถ้าหากว่าใครต้องการที่จะไปเที่ยวที่นี่ กิจกรรมที่น่าสนใจในหมู่บ้านคีรีวง ได้แก่ การพักในที่พักแบบโฮมสเตย์ การลองชิมอาหารพื้นเมือง ถ้าหากมาในฤดูผลไม้ จะได้อร่อยกับผลไม้นานาพันธุ์ ผลผลิตของคีรีวง ตั้งแต่อดีต ถึงปัจจุบัน ชาวคีรีวง มีอาชีพหลักคือ การเพาะปลูกผลไม้ เช่น ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง เป็นต้น ดูเรือไม้ ของเก่า เป็นเรือที่ขุดขึ้น จากซุงทั้งต้น มีชื่อเรียกกันมาแต่เดิมว่า เรือเหนือ ชาวคีรีวงในอดีตใช้เรือนี้บรรทุกผลไม้ เพื่อนำไปแลกอาหารและของจำเป็นต่างๆ จากผู้คนซึ่งอยู่ในที่ราบ นอกพื้นที่ของภูเขาที่ล้อมรอบอยู่ ส่วนในช่วง เดือนเมษายน ถึง กันยายน ถ้าสนใจจะขึ้นเขาและเดินป่า ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่เหมาะสม ชุมชนคีรีวงมี ผู้นำทาง และลูกหาบให้นักท่องเที่ยวเสมอ ดูและถ่ายรูป สถานที่ต่างๆ ซึ่งเป็นอนุสรณ์แห่งอุทกภัย พ.ศ. 2518 และ พ.ศ. 2531 ถ่ายรูปกับภูมิสัญลักษณ์ รูปสายน้ำแห่งวิถีชีวิต ชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ OTOP พร้อมกับชมจุดสาธิตสิ่งต่างๆ ความพิเศษของ คีรีวง ก็คือ เป็นแหล่งที่มีการทำสินค้า OTOP หลายประเภท ผลิตภัณฑ์คีรีวงที่ได้รับเลือกเป็น ผลิตภัณฑ์ OTOP 5 ดาว ได้แก่ ผ้ามัดย้อม สีธรรมชาติ ชุมชนคีรีวง ได้เป็นชุมชนต้นแบบในการจัดการธุรกิจท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ( Thailand Tourism Awards) ประจำปี 2541 ประเภทเมืองและชุมชน เนื่องจากเป็นชุมชนที่มี วิถีชีวิต แบบชาวสวนอยู่กับธรรมชาติ และได้พัฒนาการบริการนักท่องเที่ยวขึ้นมาเป็นธุรกิจใหม่ของชุมชน ประกอบด้วย การนำทาง เดินป่า ลูกหาบ การจัดที่พักแบบโฮมสเตย์ โดยการจัดตั้งชมรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เป็นองค์กร กลางของชาวชุมชนจัดแบ่งหน้าที่ไปยังกลุ่มต่าง ๆ ให้เกิดการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างทั่วถึง การมาท่องเที่ยว ที่หมู่บ้านคีรีวงนี้ ถือว่าคุ้มค่ามากทีเดียว เพราะนอกจากจะได้มาท่องเที่ยวในบริเวณที่มีธรรมชาติสวยงามแล้ว ยังได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวบ้านพร้อมกับการกินอยู่แบบพื้นบ้านอีกด้วย สิ่งที่น่าสนใจในหมู่บ้านคีรีวง นครศรีธรรมราช 1.สัมผัสธรรมชาติและวิถีชีวิตชาวบ้าน เพลินตาและเพลินอารมณ์กับทัศนียภาพแห่งธรรมชาติ เพราะคีรีวงตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขา ป่าไม้ และสายน้ำชิม อาหารพื้นบ้าน ในฤดูผลไม้ จะได้อร่อยกับผลไม้นานาพันธุ์ ผลผลิตของคีรีวง ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันชาวคีรีวงมี อาชีพหลักคือ การเพาะปลูกผลไม้ ดูเรือไม้ของเก่า เป็นเรือที่ขุดขึ้นจากซุงทั้งต้น มีชื่อเรียกกันมาแต่เดิมว่า เรือเหนือ ชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ OTOP ในช่วงเดือนเมษายน ถึง กันยายน ถ้าสนใจจะขึ้นเขาและเดินป่า ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่เหมาะสม ชุมชนคีรีวงมีผู้นำทาง และลูกหาบให้นักท่องเที่ยวเสมอ 2 เยี่ยมชมกลุ่มอาชีพต่างๆ ของหมู่บ้าน ชาวบ้านในชุมชนหมู่บ้านคีรีวง มีการรวมตัวกันตั้งเป็นกลุ่มอาชีพหลายกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มมัดย้อมสีธรรมชาติ กลุ่มสมุนไพรกลุ่มจักสาน และผลิตภัณฑ์กะลามะพร้าว กลุ่มแปรรูปน้ำผลไม้ กลุ่มไวน์และกลุ่มทุเรียนกวน ซึ่งแต่ ละกลุ่มจะมีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค ผ้ามัดย้อม เป็นผลิตภัณฑ์เด่น คีรีวง ในฐานะหมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP จึงมีจุดท่องเที่ยวเชิงสาธิตซึ่งเกี่ยวเนื่องกับผ้า และความเป็นธรรมชาติ ในสวนต้นไม้สาธิต นักท่องเที่ยวจะได้เห็นต้นไม้ต่างๆ ซึ่งเป็นแหล่งที่มาแห่งสีธรรมชาติ ที่บริเวณสาธิตการทำสีจากธรรมชาติ นักท่องเที่ยวจะได้เห็นการสับใบไม้ แก่นไม้ เปลือกผลไม้และพืช ในโรงต้มสี โรงตากผ้า โรงทอผ้า โรงผ้ามัดย้อม และโรงผ้าบาติก นักท่องเที่ยวจะได้เห็นกระบวนการผลิตอีกหลายขั้นตอน หากนักท่องเที่ยวต้องการทำผ้ามัดย้อม ลานกิจกรรม หน้าศูนย์จำหน่ายสินค้า คือบริเวณซึ่งชาวคีรีวงจะช่วยแนะนำการทำผ้ามัดย้อม นักท่องเที่ยวจะได้ ลองทำด้วยตนเอง ตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอนสุดท้าย โดยกลุ่มสินค้าที่นักท่องเที่ยว ให้ความสนใจดู การสาธิตวิธีทำก็คือ การทำผ้ามัดย้อมจากสีธรรมชาติ ซึ่งได้นำความรู้และภูมิปัญญาชาวบ้านที่ได้ถ่ายทอดกันมา หลายชั่วคนโดยวัสดุที่นิยมนำมาใช้ทำสีย้อมธรรมชาติจะได้มาจากส่วนต่างๆของ ต้นไม้ เช่น เปลือก ใบ แก่น ราก และผล ซึ่งจะให้สีสันที่แตกต่างกันไป เช่น ใบหูกวาง ให้สี เหลืองอมเขียว ใบมังคุด ให้สี ส้มกับชมพู ใบเพกา ให้สีเขียวเข้ม เปลือกลูกเหนียง ให้สี น้ำตาลเข้ม ฝักสะตอ ให้สีเทา แก่นขนุน ให้สีเหลืองสด 3.พักแบบโฮมสเตย์ร่วมกับชาวบ้าน ผู้สนใจจะเสียค่าที่พักคืนละ 100 บาท ค่าอาหาร 50 บาท แต่สำหรับผู้ที่ต้องการจะเรียนรู้และสัมผัสวิถีชีวิต ชาวคีรีวง จะเสียค่านำเที่ยว 1300 บาท ใช้เวลา 3 วัน 2 คืน นักท่องเที่ยวจะเข้าไปเยี่ยมชมวิถีชีวิตของชุมชนคีรีวง ได้ตลอดปี โดยเฉพาะในฤดูกาลผลไม้ออกชุกเดือนกรกฎาคม - กันยายน ก่อนไปติดต่อไปที่ ศูนย์ประสานงานบ้านคีรีวง โทร. 0 7553 3113 ติดต่อเพื่อขอพักแบบโฮมสเตย์ โดยทางกลุ่มคิดราคาที่พัก 120 บาทต่อคนต่อคืน และค่าอาหาร 100 บาทต่อคนต่อมื้อ ค่านำเที่ยวสวนสมรม 500 บาท การเดินทางไปหมู่บ้านคีรีวง การเดินทางไปบ้านคีรีวงจากอำเภอเมือง ตามทางหลวงหมายเลข 4016 จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 4015 บริเวณกิโลเมตรที่ 9 เลี้ยวขวาเข้าหมู่บ้านคีรีวง เข้าไป 9 กิโลเมตร หรือขึ้นรถสองแถวจากตลาดยาว ในอำเภอเมือง มีรถออก ตั้งแต่ เวลา 07.00-16.00 น. ราคา 20 บาท ***อัตราค่าโดยสาร และบริการอื่นๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาวะเศรษฐกิจ**** View Larger Map หมู่บ้านคีรีวง ตั้งอยู่ที่ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช ข้อมูลและภาพ : paiduaykan.com / travel.thaiza.com / kiriwongtour.com  / bloggang.com / youtube เรียบเรียงโดย Travel MThai

น้ำสมุนไพร กับ ราศีเกิด
ดื่มน้ำสมุนไพร /  ธาตุ / 

น้ำสมุนไพร กับ ราศีเกิด แต่ละคนจะมี ราศี ที่ต่างกันออกไป และ ราศี นั้นๆ ก็จะบ่งบอกถึง ธาตุ ประจำตัวของคุณ ซึ่ง ธาตุ แต่ละ ธาตุ จะแสดงออกถึง บุคลิก นิสัย ใจคอ อารมณ์ รวมทั้งพฤติกรรมการเลือก บริโภคอาหารให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลด้วย Horoscope.Mthai.com จึงมีวิธีเลือกดื่ม น้ำสมุนไพร ให้ตรงกับ ธาตุ ของคุณ เพื่อที่สุขภาพร่างกายจะได้แข็งแรงมาบอกกันครับ ผู้ที่เกิด ราศีเมษ ระหว่างวันที่ 13 เมย – 13 พค ราศีแกิดเป็น ธาตุไฟ (หรือผู้มีลัคนาอยู่ ราศีเมษ ) ผู้ที่เกิด ราศีพฤษภ ระหว่างวันที่ 14 พค – 14 มิย ราศีเกิดเป็น ธาตุดิน (หรือผู้มีลัคนาอยู่ ราศีพฤษภ ) ผู้ที่เกิด ราศีเมถุน ระหว่างวันที่ 15 มิย – 15 กค ราศีเกิดเป็น ธาตุลม (หรือผู้มีลัคนาอยู่ ราศีเมถุน ) ผู้ที่เกิด ราศีกรกฏ ระหว่างวันที่ 16 กค – 16 สค ราศีเกิดเป็น ธาตุน้ำ (หรือผู้มีลัคนาอยู่ ราศีกรกฏ ) ผู้ที่เกิด ราศีสิงห์ ระหว่างวันที่ 17 สค – 16 กย ราศีเกิดเป็น ธาตุไฟ (หรือผู้มีลัคนาอยู่ ราศีสิงห์ ) ผู้ที่เกิด ราศีกันย์ ระหว่างวันที่ 17 กย – 16 ตค ราศีเกิดเป็น ธาตุดิน (หรือผู้มีลัคนาอยู่ าศีกันย์ ) ผู้ที่เกิด ราศีตุลย์ ระหว่างวันที่ 17 ตค – 15 พย ราศีเกิดเป็น ธาตุลม (หรือผู้มีลัคนาอยู่ ราศีตุลย์ ) ผู้ที่เกิด ราศีพิจิก ระหว่างวันที่ 16 พย – 15 ธค ราศีเกิดเป็น ธาตุน้ำ (หรือผู้มีลัคนาอยู่ ราศีพิจิก ) ผู้ที่เกิด ราศีธนู ระหว่างวันที่ 16 ธค – 13 มค ราศีเกิดเป็น ธาตุไฟ (หรือผู้มีลัคนาอยู่ ราศีธนู ) ผู้ที่เกิด ราศีมังกร ระหว่างวันที่ 14 มค – 12 กพ ราศีเกิดเป็น ธาตุดิน (หรือผู้มีลัคนาอยู่ ราศีมังกร ) ผู้ที่เกิด ราศีกุมภ์ ระหว่างวันที่ 13 กพ – 13 มีค ราศีเกิดเป็น ธาตุลม (หรือผู้มีลัคนาอยู่ ราศีกุมภ์ ) ผู้ที่เกิด ราศีมีน ระหว่างวันที่ 14 มีค – 12 เมย ราศีเกิดเป็น ธาตุน้ำ (หรือผู้มีลัคนาอยู่ ราศีมีน ) ธาตุดิน มักชอบดื่ม น้ำสมุนไพร จำพวก น้ำผักและผลไม้ที่มีรสฝาด รสหวานรสมันและ รสเค็ม รสฝาด เช่น น้ำฝรั่ง น้ำมะตูม น้ำกระท้อน น้ำมะกอก น้ำมะขาม น้ำลูกหว้า รสหวาน เช่น น้ำแตงโม น้ำมะละกอ น้ำกล้วยหอม น้ำขนุน น้ำเงาะ น้ำน้อยหน่า น้ำละมุดฝรั่ง น้ำลำใย น้ำอ้อย รสมัน เช่น น้ำกระจับ น้ำข้าวโพด น้ำฟักทอง น้ำแห้ว ธาตุน้ำ มักจะชอบดื่ม น้ำสมุนไพร จำพวก น้ำผักและผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว รสขม รสเปรี้ยว เช่น น้ำมะขาม น้ำมะนาว น้ำกระเจี๊ยบแดง น้ำมะยม น้ำส้มโอ น้ำมังคุด น้ำมะเขือเทศ น้ำสับปะรด น้ำส้มเขียวหวาน น้ำลังสาด น้ำลิ้นจี่ น้ำเชอรี่ น้ำองุ่น น้ำชมพู่ น้ำทับทิม น้ำพุทรา น้ำสตอเบอรี่ น้ำมะขวิด น้ำมะปราง น้ำมะเฟือง น้ำมะไฟ น้ำมะม่วง รสขม เช่น น้ำมะระขี้นก น้ำเห็ดหลินจือ น้าใบบัวบก ธาตุลม มักจะชอบดื่ม น้ำสมุนไพร จำพวก น้ำผักผลไม้ที่มีรสเผ็ดร้อน รสเผ็ดร้อน เช่น น้ำกระเพราแดง น้ำขิง น้ำตะไคร้ ธาตุไฟ มักชอบดื่ม น้ำสมุนไพร จำพวก น้ำผักและผลไม้ที่มีรสหอมเย็น (สุขุม) รสจืด รสหอมเย็น (สุขุม) เช่น น้ำลูกเดือย น้ำเม็ดแมงลัก น้ำอาร์ซี น้ำแตงไทย น้ำมะพร้าว น้ำรากบัว น้ำลูกจาก น้ำลูกตาลอ่อน รสจืด เช่นน้ำผักคะถ้าน้ำผักตำลึงน้ำแตงกวา น้ำคื่นฉ่าย น้ำดอกคำฝอย น้ำว่านหางจระเข้ น้ำกระหล่ำปลี น้ำผักกวางตุ้ง ไม่ว่าคุณจะเกิดราศีไหนหรือธาตุอะไรก็ตาม ก็ไม่จำเป็นที่คุณจะต้องดื่ม น้ำสมุนไพร ให้ตรงกับธาตุของคุณเพียงอย่างเดียว แต่หากคุณดื่มได้หมดเลยก็จะเป็นผลดีต่อสุขภาพคุณมากขึ้น เพราะถือว่าช่วยให้คุณมีร่างกายที่ได้สารอาหารหลายๆ ชนิดครับ ขอบคุณข้อมูลจาก variety.teenee.com ขอบคุณภาพจาก women.postjung,fino-1112.blogspot,bantonliu ดูดวงปี 2556 ดูดวง 12 ราศี กับ อ.คฑา

ตลาดวังหลัง อิ่มจัง ช็อปเพลิน เดินสนุก
กรุงเทพ /  ตลาดวังหลัง / 

“ต้นแบบ” ของตลาดสำหรับคนรุ่นใหม่ แหล่งรวมความอิ่มอร่อย เสียงเซ็งแซ่และความขวักไขว่วุ่นวาย เป็นสิ่งที่อยู่คู่ตลาดทุกแห่งทั่วโลก แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ตลาดแต่ละแห่งนั้นล้วนมีที่มา และเอกลักษณ์ของตัวเองที่ต่างกันไป หลายคนคงเถียงอยู่ในใจ ตลาดที่ไหนๆ ก็เหมือนๆ กันหมด ของสด ของแห้ง อาหารหวานคาว หรือถ้าเป็นสมัยนี้จะเพิ่มเสื้อผ้าของใช้เข้าไปด้วยก็ได้ แต่ตลาดแห่งหนึ่งที่ถือว่าเป็น “ต้นแบบ” ของตลาดสำหรับคนรุ่นใหม่ ที่นิยมของดีราคาย่อมเยา และมีของแปลกใหม่ให้เลือกซื้อเลือกชมตลอดสองข้างทาง แถมยังเป็นแหล่งรวมความอิ่มอร่อยมาช้านาน ถ้าให้เลือกขึ้นมาชื่อหนึ่งแล้ว เชื่อว่า “ตลาดวังหลัง” ต้องติดผังตลาดยอดนิยมที่ครองใจคนกทม.อย่างไม่ต้องสงสัย ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาระหว่างท่าน้ำศิริราช และถ.อรุณอัมรินทร์ ยังมีตรอกเล็กๆ ที่คึกคักไปด้วยผู้คนมาจับจ่าย บ้างก็เล่นเดินทอดน่องหาของกินรองท้อง บ้างก็จับจองเป็นพื้นที่ค้าขาย อวดฝีมือของตัวเองที่ไม่เหมือนใคร รวมๆ กันไปเป็นลมหายใจของตลาดคนเดินแห่งนี้ สำหรับที่มาของชื่อเรียกติดปากว่า “วังหลัง” นั้น ดั้งเดิมแล้วบริเวณที่ตั้งส่วนหนึ่งของตลาดในปัจจุบัน คือ พระราชวังของสมเด็จ เจ้าฟ้ากรมพระอนุรักษ์เทเวศร์กรมพระราชวังบวรสถานภิมุข ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ถัดจากวังหลังลงไปทางวัดระฆังฯ เป็นตำบลสวนมังคุด ซึ่งมีวังที่ประทับเดิมของสมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากรมพระยาเทพสุดาวดี และยังมีร่องรอยแนวกำแพงอิฐเก่าแก่อายุกว่าร้อยปีให้เห็นอยู่ ในปัจจุบัน วังหลัง เป็นที่ตั้งของโรงพยาบาลศิริราช แต่ก่อนเคยเป็นโรงเรียนสตรีแห่งแรกของประเทศ ชื่อว่า “โรงเรียนกุลสตรีวังหลัง” ต่อมาย้ายไปอยู่ที่ซอยวัฒนา ถนนสุขุมวิท คือ โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัยในปัจจุบัน ต่อมาสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงสงขลานครินทร์ ทรงจัดตั้งเป็นโรงพยาบาลศิริราชขึ้นแทน ตลาดวังหลัง เป็นย่านเก่าลักษณะเป็นซอยยาวมีตรอกแยกออกไป ปัจจุบันตลาดนี้เป็นที่รู้จักดีของคนวัยทำงาน นักศึกษา นักเรียน เพราะมีทั้งของอร่อย และสินค้าทันสมัย กับสินค้ามือสองให้เลือกซื้อมากมาย เสน่ห์ของ ตลาดวังหลัง อยู่ที่สินค้าราคาน่าคบ หากเป็นวัยรุ่นจะคุ้นเคยกับการเดินเลือกซื้อเสื้อผ้ามือสองราคาถูกที่หลายๆ ร้านก็มักจะรับมาจากตลาดโรงเกลือ เพื่อนำมาขายในราคาที่แทบจะแจกฟรี สาวๆ วัยเรียนตลอดจนวัยทำงานที่นิยมแต่งตัวแนวๆ มีสไตล์ไม่ซ้ำใคร จึงสนุกสนานกับการจับกลุ่มขยุ้มกองเสื้อผ้าหาของดีไปแมทช์กับการแต่งตัว หรือใครอยากจะอัพเดทแฟชั่น คอลเลคชั่นใหม่ๆ เก๋ๆ เขาก็มีให้เลือกให้ลองแบบไม่ต้องเกรงใจ แต่เอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของ ตลาดวังหลัง ที่ดูจะเข้าถึงทุกระดับทุกเพศทุกวัย ก็คือ สารพันอาหารหวานคาวชวนให้อิ่มอร่อย ใครที่หวังจะฝากท้องไว้ที่ตลาดแห่งนี้ทุกคนจะรู้ดีว่าอาจได้เจอร้านโดนๆ ที่พร้อมจะฝากท้องกันต่อไปในอนาคตได้อีกอย่างน้อยๆ ก็คนละร้าน ร้านอร่อยต้นตำรับวังหลังหากจะให้นึกว่ามีอะไรบ้าง ร้านขนมอบเก่าแก่อย่าง “วังหลังเบเกอรี่” น่าจะเป็นลำดับแรกๆ ที่หลายคนนึกถึง เพราะเจ้านี้คือต้นตำรับของขนมปังอบสดใหม่ๆ และขนมปังปอนด์หลากหลาย โดยเฉพาะขนมปังไส้หมูหยองน้ำพริกเผา กับรสชาติกลมกล่อมหอมนุ่มขนมปังที่ยังไม่แปรเปลี่ยน ส่วนเมนูอิ่มอร่อยขึ้นชื่อ ขาประจำของตลาดแห่งนี้ต้องคุ้นเคยกันดีกับ “ร้านข้าวแกงป้าสินธุ์” ร้านอาหารสำเร็จรูปปรุงสดใหม่ ทว่าในบางเมนูที่เรียบง่ายก็ยังแฝงด้วยรสชาติแบบแกงไทยๆ แถมด้วยเมนูพิเศษประจำวันที่จะเป็นอาหารไทยที่หาทานได้ยาก อย่างเช่น ปลาทูต้มเค็ม ซึ่งเป็นเมนูพิเศษประจำวันอังคาร เหล่านี้คือเมนูอาหารที่หลายบ้านหอบหิ้วใส่ถุงอิ่มอร่อยไม่ต้องปรุงมา นานกลายสิบปี หรือจะขยับไปที่ร้านอร่อยดั้งเดิมที่เปิดมานานกว่า 40 ปี ก็ต้องเป็นร้านนี้ “หอยทอดตี๋ใหญ่” สูตรแป้งกรอบร่วนและน้ำซอสทำเองจึงมีรสชาติอร่อยเฉพาะตัวและยังคงเป็นขวัญใจ ของเดินตลาดมาจนถึงทุกวันนี้ เราสาธยายมาจนจะหมดพื้นที่ แต่ก็ยังบอกได้แค่เสี้ยวเดียวของสีสันแห่ง ตลาดวังหลัง ซึ่งยังคงมีคสามตื่นตาตื่นใจรอให้ไปเดินสำรวจกันทั้งอาหารปาก อาหารตา และอาหารใจ ใครมีเวลาว่างยามสายๆ หรือบ่ายคล้อยๆ ลองนั่งเรือด่วนไปเดินเล่นที่ตลาดวังหลัง ตรงจากท่าศิริราชหรือท่าวังหลังเพียงไม่กี่อึดใจก็จะพบกับความละลานตาไม่มี สิ้นสุดของตลาดแห่งนี้กันแล้ว ตลาดวังหลัง เปิดทุกวันไม่มีวันหยุด ตั้งแต่ 10.00 – 17.00 น. หากมาจากใจกลางเมือง สามารถใช้บริการรถไฟฟ้า BTS โดยลงที่สถานีสะพานตากสิน ออกทางออกที่ 2 ต่อเรือด่วนเจ้าพระยาที่ท่าสาทรเพื่อไปขึ้นที่ท่าวังหลัง (ท่าศิริราช) ลองเปลี่ยนบรรยากาศจากห้างหรูแอร์เย็นฉ่ำ หรือคอนเซปท์มอลล์ที่ล่อใจให้นั่งเล่นด้วยร้านเก๋ๆ แต่แบรนด์ฝรั่ง มาเดินดูวิถีไทยแท้แต่มีสีสันแบบไทยๆ เราบ้าง ก็จะสร้างความอิ่มเอมใจได้ไม่ต่างกัน และที่สำคัญ อิ่ม-คุ้ม-ถูก แบบนี้ คงไม่มีให้เลือกในห้างติดแอร์อย่างแน่นอน บทความน่าอ่านจาก http://www.emaginfo.com ร่วมกับ travel.mthai.com View Larger Map

13-10-55สุนัขชอบลองกอง
13-10-55สุนัขชอบลองกอง

ที่บ้านของพี่รัศมี ชาวสวนผลไม้ ที่จังหวัดจันทบุรี เลี้ยงสุนัขไว้หลายตัว มันชอบกินลองกองโดยมันจะใช้วิธีกัดให้เปลือกลองกองแตกออก แล้วก็จะเลือกกินเฉพาะเนื้อ ส่วนเม็ดไม่ต้องห่วง มันจะคายเม็ดออกเอง แต่ถ้าเป็นเงาะหรือมังคุดเจ้าตูบมันไม่สน เพราะไม่ใช่ผลไม้โปรด --------------

เตือนพายุมังคุดเหนืออีสานมีฝนหนักตอ.ใต้ฝั่งตต.ตกหนัก
พยากรณ์อากาศ /  พายุมังคุด

กรมอุตุฯ ประกาศเตือน ฉบับ 5 พายุโซนร้อน "มังคุด" ระบุ ขึ้นฝั่งเวียดนาม ศูนย์กลางห่างนครพนม 280 กม. ส่งผลภาคอีสานและภาคเหนือ มีฝนหนัก 8-9 สิงหาคมนี้ ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุ "มังคุด" ฉบับที่ 5 ลงวันที่ 08 สิงหาคม 2556 เมื่อเวลา 01.00 น. วันนี้ (8 ส.ค.56) พายุโซนร้อน "มังคุด" (MANGKHUT) บริเวณอ่าวตังเกี๋ย ได้เคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนแล้ว และ เมื่อเวลา 04.00 น.วันนี้ พายุนี้ มีศูนย์กลางอยู่ห่าง ประมาณ 280 กม. ทางทิศเหนือค่อนตะวันตกเล็กน้อยของจังหวัดนครพนม หรือที่ละติจูด 20.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 104.5 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 75 กม./ชม. กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 15 กม./ช.ม. มีแนวโน้มจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน และหย่อมความกดอากาศต่ำตามลำดับในระยะต่อไป ลักษณะเช่นนี้ทำให้ในช่วงวันที่ 8-9 สิงหาคม 2556 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร กาฬสินธุ์ นครพนม และมุกดาหาร ส่วนภาคเหนือ บริเวณจังหวัดเชียงราย ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากสภาวะอากาศดังกล่าวไว้ด้วย อนึ่ง มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้บริเวณภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณจังหวัดจันทบุรี ตราด ระนอง พังงา และภูเก็ต ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ส่วนคลื่นลมในทะเลอันดามันสูงประมาณ 2 เมตร ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือในระยะนี้ไว้ด้วย ส่วน กรุงเทพและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีโอกาสฝนตก ร้อยละ 60 ส่วนมากในระหว่างบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ช.ม.

นกใหญ่บุกพิฆาตเดอะบิ๊กแบง0-1,ฉลามช็อคพ่ายปลาทูคาบ้าน1-2ศึกไทยลีก
ชลบุรี เอฟซี /  ชัยนาท เอฟซี / 

ศึกฟุตบอลสปอนเซอร์ไทยพรีเมียร์ลีก วันเสาร์ที่ 14 กรกฎาคม สองน้องใหม่ของไทยลีก จะเข้าห่ำหั่นกันเอง โดยเป็นการพบกันระหว่าง  “เดอะบิ๊กแบง” บีบีซียู เอฟซี  ทีมที่อยู่ในโซนท้ายตาราง เปิดสนาม ราชมังคลากีฬาสถานต้อนรับ “นกใหญ่พิฆาต” ชัยนาท เอฟซี ทีมอันดับที่ 11 ของตาราง เปิดฉากเริ่มเกมส์มาร่วม 5 นาทีแรก ยังไม่มีจังหวะหวาดเสียว จากทั้งสองทีมให้เห็น แต่เพียงนาทีที่ 6 เป็นจังหวะลุ้นประตูแบบเน้นๆครั้งแรกของ“นกใหญ่พิฆาต” ชัยนาท เอฟซี  ทีมเยือนก็ทะยานออกนำไปก่อนอย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ ณรงค์ชัย วชิรบาล กับตันทีม เปิดลูกฟรีคิกจากฝั่งขวาเข้าไปกลางประตู แผงหลัง บีบีซียู ประกบตัวไม่ดี เลยเป็นจังหวะของ คัพฟ้า บุญมาตุ่น กระโดดขึ้นโขกบอล ผ่านมือ ยีน มาร์ค ตุงตาข่ายให้ ชัยนาท เอฟซี บุกขึ้นมานำ บีบีซียู เจ้าบ้านอย่างรวดเร็ว 1-0 นาที 13 เจ้าบ้านบิ๊กแบง ออกอาวุธตอบโต้บาง จากลูกฟรีคิกทางฝั่งขวาของ อดิศักดิ์ กานู ที่โยนเข้าไปให้ พิเชษฐ อินทร์บาง ได้โหม่งเช็ดแต่โดนบางเกินไป ทำให้บอลหลุดเสาไกลออก นาที 18 บีบีซียู ยังได้ลุ้นต่อเนื่องจากลูกฟรีคิก คราวนี้ได้บริเวณใกล้เคียงตำแหน่งเดิม และ เป็น อดิศักดิ์ กานู คนเดิมที่รับหน้าที่ เปิดเข้าไปให้ โคเบแนน เอ็นกัตต้าเซนเตอร์ผิวสี เติมขึ้นมาโขก แต่บอลก็ยังไม่ตรงกรอบ  นาที 21 ฝนกระหน่ำลงมาอย่างหนัก นาที 23 เกมส์ยังเป็นของทีมที่ตามหลัง โดย “เสือชมพู” ขึ้นเกมส์ทางฝั่งขวา ที่ อดิศักดิ์ ก่อนที่ จะเปิดเข้ากลางให้ “เจ้าบี้” ชัยณรงค์ ทาทอง ยิงแบบไม่ต้องจับ บอลเหินข้ามคานออกไป  ครึ่งชั่วโมงเต็มของเกมส์ผ่านไป เจ้าบ้านบีบีซียู ยังไม่ละความพยายามทวงประตูตีเสมอ โดย “เจ้าบี้” ชัยณรงค์ ทาทอง ศูนยหน้าตัวเก่ง ได้จังหวะ เทคตัวขึ้นโหม่ง ลูกเตะมุมจากฝั่งขวา ที่อดิศักดิ์ โยนเข้ามาให้ เช็ดคานบนเด้งออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย นาที 38 บีบีซียู บุกเพลิน เลยโดน ชัยนาทสวนกลับไว แล้วเป็น คัพฟ้า บุญมาตุ่น ผู้ทำประตูแรกใช้ทักษะส่วนตัว ม้วนหาจังหวะยิงด้วยขวา บอลตรงตัว ยีน มาร์ค จากนั้น จังหวะต่อเนื่อง “เดอะบิ๊กแบง” โต้เร็วบ้าง  โดยขึ้นบอลมาที่กลางสนาม ก่อนเป็น ชัยรณงค์ ทาทองหาจังหวะกดด้วยขวา จากนอกกรอบเขตโทษ บอลเรียดตรงตัว เฉลิมเกียรติ สมบัติปัน นายทวารทีมเยือนตะครุบไว้ได้ไม่มีปัญหา จบครึ่งเวลาแรก บีบีซียู เอฟซี เจ้าบ้านตามหลัง ชัยนาท เอฟซีอยู่ 0-1 เริ่มครึ่งหลังได้แค่ นาทีเดียว เจ้าบ้าน บีบีซียู มีลุ้นตีเสมอก่อน จากจังหวะที่ ศรัญย์ สมิงชัย ดีดบอลให้ พิเชษฐ หลุดเข้าไปซัดด้วยซ้าย แต่บอลก็ยังหลุดเสาไกลออกไปอีก  นาที 56 “โค้ชดู๊ด” อดุลย์ รุ่งเรือง กุนซือบีบีซียู ตัดสินใจแก้เกมส์ก่อน ด้วยการส่ง อนุชา ช่วยศรี ลงไปเล่นแทน ศรัญย์ สมิงชัย นาที 58 การพยายามเปิดเกมส์บุกหวังทวงประตูคืนของ บีบีซียู ทำให้หลังบ้านเกิดรูรั่วให้ ชัยนาท โต้กลับ ด้วยความเร็วของ เค็นเดล จาเดลโอซิงค์ ที่ลากลุยเดี่ยวก่อนเปิดให้ ณรงค์ชัย ได้ซัดเหน่งๆด้วยขวา แต่ ยีน มาร์ค ยังเซฟช่วยทีมไว้ได้ ถึงนาทีที่ 70 เกมส์บุกของ บีบีซียู ดูจะตืบตันและไร้ไอเดีย ในการเจาะแผงหลัง ชัยนาท แถมแผงหลังยังดันขึ้นสูง เปิดโอกาสให้ ผู้มาเยือนได้ จังหวะเล่นเกมส์สวนกลับอยู่เนืองๆ นาที 75 ปริญญา อู่ตะเภา ตัวสำรองของชัยนาท เอฟซี ได้ลงเล่นแทน สุรเชษฐ์ งามทิพย์   นาที 79 เกมส์สวนกลับ “นกใหญ่” แผลงฤทธิ์ อีกเมื่อ จาเดลโอซิงค์ หอกต่างชาติ หลุดเข้าไปยิงทางขวา แต่ ยีน มาร์ค ยังยืนปิดมุมได้ดี  นาที 80 บีบีซียู ทิ้งโอกาสตีเสมอ ออกไปอีกครั้งเมื่อ “เจ้าเปา” อนุชา ช่วยศรี ตัวสำรอง โยนบอลด้วยซ้าย เข้ามากลางประตูให้ “เจ้าบี้” ชัยณรงค์  ขึ้นโขกโล่งๆ แต่เล่นทางเกินไปทำให้บอล หลุดเสาแรกออกไป นาที 83 “เดอะบิ๊กแบง” ต้องเสี่ยง ด้วยการเอากองหน้าอย่าง  จาค็อบ ไออิออนบาเร่ ลงไปแทน กองกลางอย่าง มุซซ่า ซิลล่า  นาที 87 ชัยนาท เอฟซี ทีมเยือน เกือบได้ประตูปิดกล่อง จากจังหวะที่ สิงขร มังคุด ได้ตวัดยิงระยะแค่ 8 หลาแต่บอลเหินข้ามคานออกไป ช่วงทดเวลา โช กวัง ฮุน นักเตะเลือดโสมของเจ้าบ้านได้ส่องไกล แต่บอลตรงตัว เฉลิมเกียรติ สมบัติปัน นายทวาร ชัยนาท จบเกมส์เป็น ทีมที่หลังพิงเชือกตลอดทั้งเกมส์อย่าง “นกใหญ่พิฆาต” ชัยนาท เอฟซี บุกมาเฉือนเอาชนะ “เดอะบิ๊กแบง” บีบีซียู เอฟซี ไปได้ 1-0 เก็บสามคะแนนเต็ม ขยับขึ้นไปรั้งอันดับที่ 8 ส่วน บีบีซียู ยังจมอยู่โซนท้ายตารางเช่นเดิม 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม บีบีซียู เอฟซี - ยีน มาร์ค (GK),จักรพงษ์ ใหญ่โต,โคเบแนน เอ็นกัตต้า,บุณยฤทธิ์ ปฐมทัศน์,สิทธิศักดิ์ ตาระพัน,มุซซ่า ซิลล่า,โช กวัง ฮุน,อดิศักดิ์ กานู,ศรัญย์ สมิงชัย,ชัยณรงค์ ทาทอง,พิเชษฐ อินทร์บาง ชัยนาท เอฟซี – เฉลิมเกียรติ สมบัติปัน,สุระเดช เสาไธสง,เดยาน วูคาดิโนวิช,ธนากร ขำโขมะ,ลี ดอง วอน ,ยุทธจักร ก้อนจันทร์,สิงขร มังคุด,ณรงค์ชัย วชิรบาล,สุรเชษฐ์ งามทิพย์,คัพฟ้า บุญมาตุ่น,เค็นเดล จาเดลโอซิงค์ สรุปผลฟุตบอลสปอนเซอร์ไทยพรีเมียร์ลีก วันเสาร์ที่ 14 กรกฎาคม 2555 บีบีซียู เอฟซี 0-1 ชัยนาท เอฟซี ชลบุรี เอฟซี 1-2 เจนิฟู้ด สมุทรสงคราม สรุปผลฟุตบอลดิวิชั่น 1 วันเสาร์ที่ 14 กรกฎาคม 2555 ปตท.ระยอง 6-0 เอฟซี ภูเก็ต

มังคุด ทุเรียนล้นตลาด เร่ขายตลาดนัดราคาถูก
ทุเรียนราคาถูก /  ทุเรียนล้นตลาด / 

มังคุด-ทุเรียนล้นตลาด พ่อค้าคนกลางต้องนำออกเร่ขายตามตลาดนัดในราคาถูก ชาวบ้านแห่เลือกซื้อจำนวนมาก ภาวะราคาผลไม้ในภาคใต้โดยเฉพาะมังคุดและทุเรียนที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากผลไม้ล้นตลาดทำให้พ่อค้าคนกลางที่เข้าไปตระเวนรับซื้อจากสวนของชาวบ้านต้องนำมาเร่ขายตามตลาดนัดในราคาถูก เช่น ที่ตลาดนัดวันอาทิตย์ เขตเทศบาลนครสงขลา เต็มไปด้วยพ่อค้าแม่ค้าที่นำมังคุดและทุเรียนใส่รถกระบะมาจอดวางขายกันริมถนน โดยมังคุดราคากิโลกรัมละ 10 บาท ขณะที่ในตลาดสดราคา 15 บาท ส่วนทุเรียนบ้านหรือทุเรียนพื้นเมืองกิโลกรัมละ 15 บาท ทุเรียนพันธุ์ทั้งก้านยาว กระดุมทอง ชะนี และหมอนทอง อยู่ที่กิโลกรัมละ 25-35 บาท ได้รับความสนใจจากประชาชนที่ไปเลือกซื้อเป็นจำนวนมาก นายสะฮารี ลาเตะ ชาวอำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี หนึ่งในพ่อค้าที่นำมังคุดและทุเรียนมาจำหน่าย เปิดเผยว่า ต้องเร่งระบายสินค้าให้หมดโดยเร็วที่สุดเน้นราคาถูกหากเหลือมากจะขาดทุน เพราะราคาลดลงอย่างต่อเนื่องและผลไม้จะเสียไม่สวย เนื่องจากผลไม้ทั้งมังคุดและทุเรียนสดใหม่จะออกสู่ตลาดทุกวัน

ชวนชิม 10 ของหร่อยเมืองคอน
ของหร่อยเมืองคอน /  ชวนชิม 10 / 

ขณะที่ส้มตำดูเหมือนจะกลายเป็นอาหารประจำชาติไปโดยปริยาย อาหารรสชาติจัดจ้านจาก ภาคใต้เองก็ไม่น้อยหน้าและค่อย ๆ กระจายตัวไปยังพื้นที่ในภาคต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ หากแต่อาหารใต้ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องของรสชาติดั้งเดิมมากที่สุดหนีไม่พ้น “ข้าวแกง เมืองคอน” ที่คล้ายจะเป็นยี่ห้อชั้นนำ ของบรรดาอาหารปักษ์ใต้ด้วยกันเหตุผลหนึ่งที่ทำให้อาหารจากนครศรีธรรมราชได้รับความนิยมมากกว่าจังหวัดอื่น ๆ ในภาคใต้ น่าจะมาจากอุปนิสัยของคนนครเองที่เรียกได้ว่าเป็นนักชิมตัวยง และให้ความสำคัญกับอาหาร การกิน ในแต่ละมื้อแบบไม่มีน้อยหน้ากัน ขณะที่ภูมิประเทศของเมืองนครศรีธรรมราชเอง ก็ดูจะเอื้อต่อการเป็นแหล่งอาหารชั้นยอดอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย ไม่เพียงแค่ในท้องทะเล แต่ยังรวมถึงบนบกที่เป็นแหล่งเกษตรกรรมสำคัญด้วยชาวนครจะเริ่มต้นยามเช้าด้วยการจิบกาแฟ หรือชาโบราณรสเข้มดั้งเดิม วัฒนธรรมการจิบกาแฟ ของคนที่นี่เรียกได้ว่าจิบกันทั้งวัน ทั้งจิบควบคู่ไปกับติ่มซำซาลาเปาที่มีหลากหลาย กว่า 50 ชนิด จิบกับอิ่วจาก้วย ตัวอวบๆ จิ้มนม หรือสังขยา ที่เราเรียกันว่าปาท่องโก๋  หรือจะจิบ หลังอาหารเช้าทั้งแบบปักษ์ใต้ อย่างข้าวยำปักษ์ใต้ ขนมจีนที่มีน้ำแกงให้เลือกถึง 5 อย่าง ทั้งแกงไก่ แกงพุงปลา น้ำยาปักษ์ใต้ น้ำยาปลา น้ำพริก ที่กินกับทั้งผักสดพื้นบ้าน และผักดอง อนามัยอาหารเช้าอีกอย่างหนึ่งที่ขึ้นชื่อของเมืองคอนก็คือ บะกุ๊ดเต๋ รสเข้ม หอมกรุ่นด้วย เครื่องยาจีน ในน้ำแกงที่ตุ๋นกระดูกหมูจนเนื้อเปื่อยนุ่ม รวมไปถึงขาหมูพะโล้ตุ๋นเครื่องยาจีน ที่ตุ๋นจน น้ำพะโล้ เข้าเนื้อกลมกล่อมขณะที่กลางวัน และเย็นก็มีทางเลือกมากมายให้นักชิม ไม่ว่าจะเป็นร้านข้าวแกงริมทาง ไปจนถึงร้าน อาหารเก่าแก่ขึ้นชื่อของเมืองคอน และด้วยความที่เป็นเมืองติดน้ำติดทะเลนี้เอง อาหารของที่นี่จึงหนีไม่พ้น กุ้ง หอย ปู ปลาสด ๆ ปรุงแบบง่าย ๆ เช่น นึ่ง ปิ้ง หรือย่างจิ้ม น้ำจิ้มซีฟู๊ด โดยเฉพาะตามเมืองชายฝั่งทะเลอย่างปากพนัง สิชล ท่าศาลา และขนอมหรือจะนำมาปรุงรส พร้อมกับน้ำพริกแกงที่ตำจากเครื่องแกงสมุนไพรสด ๆ หอมฟุ้ง กะปิรสดี หรือต้มกับกะทิ แบบครัวชาวใต้ กินกับน้ำพริกหลากหลายและผักสดปลอดสาร และผักพื้นบ้าน เต็มกระจาดแต่อาหารที่ขึ้นชื่อที่นี่ที่ชาวภาคกลางคุ้นเคยหนีไม่พ้นแกงส้ม หรือแกงเหลือง ปลาต่าง ๆ เช่นปลากุเลา ปลากระบอก ปู หรือกุ้ง กับมังคุดคัด โชน หน่อไม้ดอง หรือยอดมะพร้าว กุ้งต้มกะทิ ใบเหลียงผัดไข่ สะตอผัดกะปิกุ้ง ปลาทอดขมิ้น แกงเผ็ดปลาดุกใบชะพลูแบบใต้ ใส่ขมิ้น และใบยี่หร่า หรือจะเป็นปลากุเลา ปลากะพงนึ่งซีอิ๊ว หรือต้มเต้าเจี้ยวส่วนอาหารว่างของชาวเมืองนครเริ่มตอนบ่ายแก่ ๆ จนกระทั่งดึกดื่นนั่นก็คือ ชาและกาแฟ ที่มีอยู่แทบทุกมุมเมือง ชากาแฟไม่ว่าจะร้อนหรือเย็น ถ้าได้กินกับโรตีมะตะบะ โรตีไส้กล้วย โรตีจิ้มน้ำแกง โรตีใส่ไข่ หรือโรตีแบบธรรมดาสูตรจิ้มนมข้นและน้ำตาล นับเป็นอาหารว่าง ของเมืองนครที่ไม่ควรพลาดเช่นกันนอกจากของอร่อยที่ต้องไปลิ้มลองถึงถิ่นแล้ว ของฝากขึ้นชื่อทั้งของคาว ของหวาน และผลไม้ ที่ชุมชน แต่ละชุมชนร่วมมือกันผลิตให้เป็นของดีเมืองคอนระดับโอท็อปยังมีอีกมากมายนำทีม โดย ส้มโอทับทิมสยาม เงาะสั่งได้ชะอวด แตงโมท่าขึ้น มังคุดคัดเมืองคอน มังคุดอินทรีย์ ท่าข้าม สละ สวนธานินทร์ ทุเรียน ลุงคล่อง สละอินทรีย์ ลุงจารึก แก้วมังกร ผู้ใหญ่จรูญ มังคุดภูเขาคีรีวง มังคุดภูเขาควนยาว ปลาดุกร้าอนามัยท่าชัก อร่อยติดดาว เครื่องแกง บ้านแก้วสุรกานต์ ผลิตจากวัตถุดิบจากชุมชนอากาศดีที่สุดในประเทศไทย ฝรั่งกิมจู หวานกรอบคู่ขนอมลุงอรุณ กุ้งส้มโบราณนายหาญ ปลาบอกร้าอนามัยลุงไข่ป้าอองปากพนัง กล้วยหอมทองสี่ขีด ลองกองพิปูน จำปาดะในปริก ส้มโอบัณฑิต ฝรั่งกิมจูลุงอรุณ กล้วยไข่ บ้านลุงเขียว กล้วยน้ำว้าไส้เหลืองบ้านเพิง มังคุดส่งออกสี่กั๊ก มังคุด 100 ปีต้นกอ ทุเรียนห้วยแห้ง มะละกออินทรีย์ลุงเขียว แก้วมังกรสกุลทิพย์ มะพร้าวอ่อนลุ่มน้ำ แนะนำร้านน่าลอง ร้านโกปี๊ ร้านตังเกียแต่เตี้ยม ชิมกาแฟรสเข้ม รสชาติดั้งเดิม แกล้มด้วยบักกุดเต๋            หอมเครื่องยาสูตรดั้งเดิม โรตีป้าหนอม โรตีบังบาว จิบน้ำชายามบ่าย-ค่ำ ร้านอาหารชาวเรือ ครัวอันดามัน แกงเผ็ดปลาดุกใบชะพลู ปลากุเลาต้มเต้าเจี้ยว เรือนผักกูด ชมสวนผักปลอดสารพิษพร้อมชิมเมนูสุขภาพจากผักและดอกไม้พื้นบ้าน อาหารทะเลสด ปากพนัง สิชล ท่าศาลา ขนอม ฯลฯ ขนมจีนแม่แอ๊ด ขนมจีนพานยม ขนมจีนป้าเขียว

สัมภาษณ์ห้าหนุ่ม FTISLAND การันตีพร้อม PLAY! คอนเสิร์ตที่เมืองไทย
2012 FTISLAND CONCERT PLAY! FTISLAND IN BANGKOK /  2012 เอฟทีไอส์แลนด์ คอนเสิร์ต เพลย์! เอฟทีไอส์แลนด์ อิน แบงคอก / 

ลัดฟ้ามาเมืองไทยเพื่อระเบิดความมันในคอนเสิร์ต 2012 FTISLAND CONCERT PLAY! FTISLAND IN BANGKOK” (2012 เอฟทีไอส์แลนด์ คอนเสิร์ต เพลย์! เอฟทีไอส์แลนด์ อิน แบงคอก) พร้อมฉลองการเดบิวต์ในแวดวงดนตรี K-POP ครบ 5 ปีทั้งที ห้าหนุ่มไอดอลแบนด์ฝีมือเด่น Choi JongHoon (ชเว จงฮุน) หัวหน้าวงและลีดกีต้าร์, Lee HongKi (อี ฮงกิ) ร้องนำ, Lee JaeJin (อี แจจิน) เบสและร้องนำ, Song SeungHyun (ซง ซึงฮยอน) กีต้าร์ริทึ่ม และ Choi MinHwan (ชเว มินฮวาน) กลอง เลยจัดสรรตารางงานยาวเหยียดเพื่อพบทั้งสื่อมวลชนไทยและเหล่าพรีมาดอนน่าไทยแลนด์อย่างใกล้ชิด หนึ่งในนั้นก็คือการให้สัมภาษณ์เปิดใจถึงเส้นทางสายดนตรีของพวกเขา พร้อมทั้ง FTISLAND ยังจับสลากมอบของขวัญสุดเซอร์ไพร้ส์ให้สื่อมวลชนไทยอย่างเป็นกันเองอีกด้วย การสัมภาษณ์ระหว่างห้าหนุ่มเด็กเกาะ FTISLAND และสื่อมวลชนไทยจะเป็นไปอย่างสนุกสนานแค่ไหน... music MThai เก็บบรรยากาศมาฝากกันแล้ว... FTISLAND : (ภาษาไทย) สวัสดีครับ พวกเรา FTISLAND ครับ ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับการเดบิวต์ครบ 5 ปีของ FTISLAND ซึ่งเพิ่งครบรอบไปเมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา FTISLAND : ขอบคุณครับ ในโอกาสครบรอบ 5 ปีได้มีการฉลองอะไรเป็นพิเศษก่อนเดินทางมาประเทศไทยกันบ้างรึเปล่า? แล้วช่วยเล่าบรรยากาศงานแฟนมีตติ้งเมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมาให้ฟังหน่อยว่าสนุกสนานแค่ไหน? ซึงฮยอน : เราเพิ่งมีแฟนมีตติ้งเพื่อที่จะฉลองครบรอบ 5 ปีของ FTISLAND ไปครับ บรรยากาศสนุกสนานมากครับ จริงๆ แล้วช่วงนี้พวกเรามีงานค่อนข้างเยอะเลยไม่มีโอกาสได้ฉลองครบรอบ 5 ปีเป็นพิเศษ แต่พวกเราคิดว่าคอนเสิร์ตที่กำลังจะเกิดที่เมืองไทยจะเป็นปาร์ตี้ฉลองครบรอบ 5 ปีของพวกเราครับ ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา สมาชิกทั้งห้าของ FTISLAND มีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง? จงฮุน : พวกเราก็เปลี่ยนแปลงไปหลายอย่างครับ อย่างรูปร่างหน้าตา ดูหล่อขึ้น(หัวเราะ) สไตล์ก็เป็นหนุ่มกันมากขึ้น ส่วนอัลบั้มก็จะมีการพัฒนามากขึ้นในทุกๆ ปี หรือถ้าหากว่ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นในระหว่างเล่นคอนเสิร์ตพวกเราก็จะมีวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีขึ้นครับ แล้วเมื่อเกิดปัญหาบนเวที ส่วนใหญ่ใครจะเป็นคนแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น? มินฮวาน : พวกเราเป็นวงดนตรีครับ เพราะฉะนั้นเวลาที่คนหนึ่งเล่นผิดก็จะส่งผลกระทบกับทุกคนในวงด้วย ถ้าเป็นเมื่อก่อนเวลามีใครเล่นผิด คนอื่นๆ ก็จะมองว่าอย่างติเตียน แต่ว่าตอนนี้พวกเราก็จะช่วยกันเล่นต่อไปเพื่อให้เหตุการณ์ผ่านไปได้โดยที่ไม่รู้สึกว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้นครับ ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา FTISLAND ได้รับกำลังใจจาก Primadonna อย่างต่อเนื่อง มีเหตุการณ์ไหนบ้างที่ทั้ง 5 คนรู้สึกประทับใจอย่างไม่มีวันลืมไหม? ฮงกิ : จริงๆ ผมไม่อยากเลือกเหตุการณ์ใดหรือแฟนคลับคนใดคนหนึ่งเลยนะ เพราะแฟนๆ ทุกๆ คน ในทุกๆ ที่ มีความสำคัญกับชีวิตพวกเราครับ สไตล์ของแฟนเพลงแต่ละประเทศก็จะไม่เหมือนกัน บางประเทศก็ให้การต้อนรับที่ร้อนแรงและคึกคัก ส่วนบางประเทศก็ค่อนข้างเขินอาย ผมก็เลยไม่อยากเลือกครับ ทุกคนสำคัญเท่ากันจริงๆ ครับ มีความในใจที่อยากพูดหรือขอบคุณ Primadonna เป็นพิเศษบ้างไหม? ซึงฮยอน : มินฮวานมีอะไรจะบอกทุกคนครับ... มินฮวาน : ผมคิดว่าตัวเลขไม่สำคัญเลยครับ แต่เป็นประสบการณ์และความทรงจำที่สำคัญและพิเศษสำหรับพวกเรามากกว่า อยากจะขอบคุณแฟนเพลงทุกคนที่คอยสนับสนุนพวกเรามาตลอด 5 ปี เพราะถ้าไม่มีทุกคนก็จะไม่มี FTISLAND ครับ ขอบคุณที่รักในทุกสิ่งทุกอย่างของ FTISLAND ไม่ว่าจะเป็นเพลง หรือว่าเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่พวกเราทำ แฟนคลับก็จะกรี๊ดและให้ความรักกับพวกเรา ก็เลยอยากขอบคุณทุกคนมากๆ เลยครับ มาเมืองไทยหลายครั้งแล้ว มีอะไรที่ยังไม่ได้ทำและตั้งเป้าว่าอยากจะทำมากที่สุดบ้าง? ซึงฮยอน : ทุกครั้งที่มาเมืองไทย เวลามองลงมาจากเครื่องบินผมจะได้เห็นทะเล ผมเองก็เคยเที่ยวทะเลในเมืองไทยนะครับ แต่ยังไม่เคยนั่งเรือ ถ้ามีโอกาสก็อยากจะไปเที่ยวทะเลแบบได้นั่งเรือ ตกปลา ในบรรยากาศสบายๆ ครับ จงฮุน : เวลาไปประเทศไหน ถ้าได้ไปตลาดก็จะได้เห็นวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนในประเทศนั้นๆ ครับ ผมเลยอยากไปเดินตลาด จะไปหาของกินอร่อยๆ แล้วก็ซื้อของที่ระลึกให้กับเพื่อนๆ ด้วย แจจิน : ผมอยากมีเพื่อนคนไทยที่วัยใกล้ๆ กับพวกเราครับ อยากจะรู้ว่าวัยรุ่นที่เมืองไทยทำอะไรกันในเวลาว่าง เลยอยากมีเพื่อนเป็นคนไทยน่ะครับ (MC: พี่ๆ นักข่าวที่นี่ก็อายุใกล้ๆ กับ FTISLAND นะ) อย่าโกหกกันครับ(หัวเราะ) ฮงกิ : ผมมีโอกาสมาเมืองไทยก็หลายครั้ง แต่ก็มาทำงานทั้งนั้นเลยครับ ไม่เคยได้เที่ยวเลย ถ้ามีเวลาว่างก็อยากมาเที่ยวเมืองไทยอย่างจริงจัง อยากไปซื้อของที่ห้าง เดินเล่น อยากเห็นช้างแล้วก็อยากขี่ช้างด้วย ถ้ามีโอกาสคราวหน้าต้องขี่ช้างให้ได้ มินฮวาน : ช่วงนี้จงฮุนเขาชอบไปทำผิวสีแทนครับ แต่ผมไม่อยากไปทำจากเครื่องอบผิว แต่อยากมาเมืองไทยแล้วไปอาบแดดที่ชายหาดครับ นอกจากงานอัลบั้มใหม่แล้ว มีผลงานอื่นๆอะไรกันอีกบ้าง? ฮงกิ : ถ้าเป็นผลงานเดี่ยว ตอนนี้ซึงฮยอนก็กำลังเตรียมตัวสำหรับการเล่นละครเวทีใหม่เรื่อง Jack The Ripper อยากให้ทุกคนได้ดูกันนะครับ เพราะละครเรื่องนี้สนุกมากๆ ส่วนเรื่องละคร อืม... มีไหมอะ?(ฮงกิหันไปถามเพื่อนๆในวง) ตอนนี้ยังไม่มีครับ แต่อยากให้ทุกคนรอติดตาม รวมทั้งอัลบั้มใหม่ของเราที่กำลังจะออกอัลบั้มที่เกาหลีด้วย ทราบว่าจงฮุนทวีตข้อความเป็นภาษาไทยบ่อยครั้ง ทั้งทวีตแสดงความห่วงใยเมื่อครั้งที่เมืองไทยเกิดเหตุการณ์อุทกภัย และยังทวีตทักทาย Primadonna เป็นภาษาไทยด้วย ทำให้แฟนๆ ชาวไทยเซอร์ไพรส์และประทับใจมาก อยากรู้ว่ามีเทคนิคในการเขียนภาษาไทยได้ดีขนาดนั้นได้ยังไง ? จงฮุน : จริงๆแล้วต้องขอบคุณทวิตเตอร์นะครับ ที่ทำให้คนที่อยู่คนละประเทศสามารถใช้ทวิตเตอร์บอกกับแฟนเพลงทุกคนได้ว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่ ทุกครั้งผมจะอ่านทวีตที่แฟนๆ เขียนมาให้ผม และผมก็จะถามกลับไปว่าผมควรจะพูดอะไรทุกคนถึงจะชอบ แฟนคลับก็จะเขียนเป็นภาษาไทยมาให้แล้วผมก็จะใช้วิธี copy และ paste เพื่อทวีตไปหาทุกคนอีกทีครับ(หัวเราะ) คือจริงๆ เมื่อก่อนผมเคยใช้ระบบแปลภาษาแต่มันออกมาไม่รู้เรื่องเลยใช้วิธีถามแฟนคลับดีกว่า แล้วมีสมาชิกคนไหนที่สนใจอยากเรียนภาษาไทยอย่างจริงจังบ้างไหม? ซึงฮยอน : ผมอยากเรียนภาษาไทยมากเลยครับ ทุกครั้งที่ผมไปประเทศไหนผมก็อยากจะเรียนภาษาของประเทศนั้นเพื่อที่จะได้คุยกับทุกคนรู้เรื่อง มาเมืองไทยก็บ่อย ผมเลยหวังว่าจะได้เรียนภาษาไทยบ้าง (MC: ช่วยโชว์คำที่พูดได้ซักนิดนึง) ไม่ได้เจอกันนานนะครับ น่ารักมากคร้าบ FTISLAND ยังพักอยู่ในหอพักเดียวกันรึเปล่า อยากให้เล่าถึงชีวิตในหอพักว่าเป็นอย่างไรบ้าง แบ่งห้องนอนกันยังไง ใครมีอุปนิสัยการนอนแปลกๆไหม? ฮงกิ : เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานี้พวกเราเพิ่งย้ายหอใหม่ครับ ผมอยู่กับจงฮุน ส่วนน้องๆ อีก 3 คนก็จะอยู่ด้วยกัน เป็นอพาร์ทเม้นต์เดียวกันแต่คนละชั้นน่ะครับ เมื่อก่อนเราเคยอยู่หอพักเดียวกันมา 7 – 8 ปี แล้วเวลาผู้ชาย 5 คนอยู่ในหอเดียวกันมันเลยค่อนข้างแคบและไม่มีความเป็นส่วนตัว เลยเพิ่งได้แยกหอเมื่อไม่นานนี้เพื่อจะได้มีเวลาส่วนตัวมากขึ้นครับ มีใครที่มีลักษณะนิสัยการนอนที่แตกต่างหรือแปลกๆ ไม่เหมือนคนอื่นบ้างไหม? ฮงกิ : ส่วนมากจะไม่แปลกนะครับ แต่จะมีแจจินนี่ล่ะครับที่เวลานอนชอบขยับตัวไปมาตลอดเลย (MC: แล้วใครได้รับผลกระทบนั้น?) ผมนี่แหละครับ แต่พอแยกกันอยู่ก็เลยคิดถึงพฤติกรรมตอนนอนของเขานะ ใครที่ทานเก่งมากที่สุด ทานจุขนาดไหน และมีเทคนิคในการดูแลหุ่นยังไง? ฮงกิ : (ชี้และจับหน้าท้องมินฮวาน) มินฮวานไม่ได้ผอมอย่างที่ทุกคนคิดนะครับ เขามีไขมันที่ทุกคนมองไม่เห็นซ่อนอยู่... ช่วงนี้จงฮุนฮิตออกกำลังกายเขาเลยเฟิร์มที่สุดในวงครับ ส่วนมินฮวานจะกินเก่งที่สุด แล้วก็มีกล้ามเนื้อที่แขนและขาค่อนข้างเยอะ เพราะเขาเป็นมือกลองซึ่งต้องใช้กำลังแขนและขา ด้านแจจินกับซึงฮยอนจะเป็นคนที่ผอมมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ส่วนผมจะเป็นคนที่อวบนิดนึง(หัวเราะ) ตอนนี้จงฮุนเล่นกล้ามอยู่ด้วย มีเทคนิคอะไรในการดูแลให้หุ่นดีแบบนี้? จงฮุน : ไม่ค่อยมีเทคนิคอะไรนะครับ แต่ว่าเวลาออกกำลังกายก็ต้องพยายามให้เต็มที่ เพื่อจะได้มีหุ่นที่เฟิร์มครับ ทราบว่าแจจินกับมินฮวานทานอาหารรสจัดอย่างต้มยำกุ้งไม่ได้ อย่างนี้เวลามาเมืองไทย ชอบทานอาหารจานไหนเป็นพิเศษบ้าง? แจจิน : ไม่นะครับ ผมทานได้ แต่ชอบทานผัดไทยแล้วก็ปูผัดผงกะหรี่ครับ ฮงกิ : ก๋วยเตี๋ยวด้วยครับ มินฮวาน : ผมชอบปูผัดผงกะหรี่ครับ แต่ผมทานเผ็ดมากไม่ค่อยได้ครับ แต่จริงๆ ก็ชอบทานเผ็ดนะครับ จงฮุน : ส่วนผมชอบทานต้มยำกุ้งมากเลยนะครับ แฟนเพลงชอบให้มาม่าต้มยำกุ้ง แล้วผมก็จะเก็บไว้ทานที่บ้านคนเดียว แจจิน : ชอบทานทั้งผัดไทยแล้วก็ปูผัดผงกะหรี่เลยครับ ชอบทานข้าวเหนียวมะม่วง แล้วก็ผลไม้ต่างๆ ของเมืองไทย อย่างมังคุดด้วยครับ แล้วมาถึงเมืองไทยแล้วได้ทานอาหารจานโปรดของแต่ละคนบ้างรึยัง? ฮงกิ : ยังไม่มีเวลาไปทานกันเลยครับ จงฮุน : (ทำท่าแบมือขอ... MC: งั้นเดี๋ยวจะให้พี่ๆสื่อมวลชนพาไปทานนะ) แต่ผมทานต้มยำกุ้งไม่ได้นะครับ (MC: งั้นจะทำเมนูพิเศษแบบไม่เผ็ดให้) ก็ดีนะครับ(หัวเราะ) ไม่ว่า FTISLAND จะมาเมืองไทยกี่ครั้งก็จะสามารถทำให้แฟนๆประทับใจได้อย่างมากมายเสมอ สำหรับครั้งนี้ใน 2012 FTISLAND CONCERT PLAY! FTISLAND IN BANGKOK มีความพิเศษอะไรที่แตกต่างจากครั้งก่อนๆ ที่จะนำมามอบให้กับ Primadonna ชาวไทยบ้าง? ฮงกิ : ธีมของคอนเสิร์ตครั้งนี้คือ “อิสระ” ครับ เพราะฉะนั้น FTISLAND ก็จะเล่นให้สนุกที่สุด ส่วนทุกคนจะทำอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะใช้คำหยาบหรือจะทำอะไรก็ได้ แค่ห้ามถ่ายรูปเท่านั้นนะครับ มีประโยคเด็ดอะไรมาเชิญชวนให้ Primadonna ชาวไทยไปเจอกันในคอนเสิร์ตบ้าง? ซึงฮยอน : รู้สึกตื่นเต้นมากเลยครับ เมื่อวานก็นอนไม่หลับ อยากให้ถึงคอนเสิร์ตเร็วๆ ครับ แล้วก็คิดอยู่ตลอดเวลาว่าจะเล่นคอนเสิร์ตยังไงให้ทุกคนเอ็นจอยและสนุกที่สุด อยากให้มาสนุกกับพวกเรา FTISLAND กันเยอะๆนะครับ แจจิน : FTISLAND จะพยายามเต็มที่เพื่อทำให้บนใบหน้าของทุกคนมีแต่รอยยิ้มเลยครับ อย่าลืมมาสนุกกันนะครับ มินฮวาน : จะสนุกให้เต็มที่ ตราบใดที่ยังไม่สลบ ผมจะทำให้เต็มที่เลยครับ ฮงกิ : รู้สึกตื่นเต้นมากครับ คอนเสิร์ตที่นี่คงจะเป็นคอนเสิร์ตที่สนุกที่สุด พวกเราไม่ได้มาเยี่ยมเมืองไทยนาน ก็เลยอยากทำให้คอนเสิร์ตสนุกอย่างเต็มที่ พรุ่งนี้ทุกคนจะเอาอะไรมากันก็ได้แต่ห้ามเอากล้องถ่ายรูปมานะครับ จงฮุน : พวกเราไม่ได้มาเยี่ยมเมืองไทยนานมากครับ เพราะฉะนั้นคอนเสิร์ตที่นี่จะเป็นคอนเสิร์ตที่สนุกและมีพลังมากที่สุดแน่นอน ผมไม่อยากให้ความทรงจำของทุกคนหายไปในช่วงเวลาสั้นๆ อยากให้ทุกคนมีความทรงจำที่ดี และพวกเราจะพยายามมาเมืองไทยบ่อยๆ นะครับ พิสูจน์ฝีมือของห้าหนุ่มวงดนตรี FTISLAND ได้ในคอนเสิร์ต 2012 เอฟทีไอส์แลนด์ คอนเสิร์ต เพลย์! เอฟทีไอส์แลนด์ อิน แบงคอก (2012 FTISLAND CONCERT PLAY! FTISLAND IN BANGKOK)  เย็นวันนี้ (ส.9 มิ.ย.) ที่ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี  เริ่มแสดงเวลา 18:00 น.  บัตรคอนเสิร์ตโค้งสุดท้ายยังพอมีให้ซื้อกันได้ที่หน้างาน และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์หลักของผู้จัด  www.feoh.co.th  และ  www.facebook.com/FeohThai พรีมาดอนน่าไทย จัดเซอร์ไพรส์ เอฟทีไอส์แลนด์ กลางงานแถลงข่าว มิวสิคเอ็มไทย บน Facebook อัพเดททุกความเคลื่อนไหว แบบ Realtime คลิกเลย ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ททท.ชวนเที่ยวงานวันผลไม้ ของดีอำเภอทองผาภูมิ
ของดีอำเภอทองผาภูมิ /  เทศกาลผลไม้ / 

ททท.สำนักงานกาญจนบุรี ขอชวนไปชิม อิ่ม อร่อย กับผลไม้หลากหลายชนิด พร้อมตื่นตากับการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน ในงาน “วันผลไม้ของดีอำเภอทองผาภูมิ และสืบสานประเพณีลานบ้าน ลานวัฒนธรรม ปี 2557″ ททท.ชวนเที่ยวงานวันผลไม้ ของดีอำเภอทองผาภูมิ อำเภอทองผาภูมิ ร่วมกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานราชการ ภาคเอกชน เกษตรกรชาวสวนผลไม้ และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เขื่อนวชิราลงกรณ  ขอเชิญนักท่องเที่ยวร่วมงาน “วันผลไม้ของดีอำเภอทองผาภูมิ และสืบสานประเพณีลานบ้าน ลานวัฒนธรรม ปี 2557″ ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 กรกฎาคม 2557 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 21.00 น. ณ บริเวณลานจอดเฮลิคอปเตอร์ ภายในเขื่อนวชิราลงกรณ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี โดยวัตถุประสงค์ของการจัดงาน เพื่อเป็นการเผยแพร่ผลผลิตทางด้านผลไม้ที่มีชื่อเสียงของอำเภอทองผาภูมิ เพื่อสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมของท้องถิ่น พร้อมสร้างความเชื่อมั่นว่า ทุกเขื่อนของ กฟผ. มีความมั่นคงปลอดภัย และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้นักท่องเที่ยวได้รู้จัก และสนใจมาเที่ยวอำเภอทองผาภูมิเพิ่มมากขึ้น ภายในงานมีการจำหน่ายผลไม้ชั้นดี รสชาติอร่อย ที่ขึ้นชื่อของอำเภอทองผาภูมิ อาทิ เงาะทองผาภูมิ ที่หวานล่อนกรอบอร่อย ทุเรียนเนื้อดีหวานหอม สับปะรด ส้มโอ มังคุด ลองกอง มะไฟ สะตอ ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดสามารถปลูกได้ผลผลิตดีในเขตพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ  ภายในงานยังมีการจำหน่ายพืชผักปลอดสารพิษ พันธุ์ไม้ท้องถิ่น สินค้าโอท็อปชื่อดังของอำเภอ ชิม “ขนมทองโยะ” ขนมพื้นเมืองของชาวกะเหรี่ยง ชมการสาธิตศิลปวัฒนธรรม และการแสดงประกอบแสงเสียงบอกเล่าเรื่องราวของชนเผ่าต่างๆ อาทิ มอญ กะเหรี่ยง ไทยอีสาน ม้ง เย้า ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ ทุกคืน นักท่องเที่ยวที่สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  ที่ทำการปกครองอำเภอทองผาภูมิ โทร.034 599745 สำนักงานเกษตรอำเภอทองผาภูมิ โทร.034 599482 และ ททท.สำนักงานกาญจนบุรี โทร.034 511200 หรือ 034 512500 ได้ทุกวันในเวลาราชการ ขอบคุณข่าวสารจาก การท่องเที่ยวแห่วแระเทศไทย สำนักงานภาคกลาง

สำหรับคนเป็นสิวควรดู
รักษาสิว /  รักษาสิวอุดตัน / 

หน้าใสไร้สิวstellalucciเซรั่มมังคุดรักษาสิวอุดตัน รักษาสิวอักเสบ รักษาสิว เปลือกมังคุดราชินีแห่งผลไม้ไทย โดยเราอาจดูที่กลีบรอบบนเปลือกสีม่วงเรียงกันเหมือนกับมงกุฎ โดยวงการเครื่องสำอางค์ชั้นนำ มักนิยมหยิบนำสารสกัดเปลือกมังคุดมาใช้ผสมผสานผลิตภัณฑ์ สำหรับผู้ที่มีผิวหน้าอักเสบ บอบบางและแพ้ง่ายๆ เนื่องด้วยสารสกัดเปลือกมังคุดมีสารแทนนิน (Tanin) และสารแซนโทน ( Xanthone) และ สารแมงโกสติน (Mangostin) ซึ่งสารแทนนินมีฤทธิ์สมานแผลช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น ส่วนสารแมงโกสตีน มีฤทธิ์ช่วยลดอาการผิวอักเสบ และดูแลเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนอง สารแซนโทนในเปลือกมังคุดยังมีฤทธิ์ในการดูแลผิวหน้า และสิ่งแปลกปลอมที่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดสิว พร้อมทั้งผสานกับ Ascorbyl Glucoside หรือวิตามิน ซี สังเคราะห์พิเศษที่ช่วยฟื้นฟูผิวหรือจุดด่างดำที่เกิดจากสิวให้แลดูเรือนรางลงให้ผิวที่กระชับและเรียบคืนตัว หลังจากการใช้เพียง 2 อาทิตย์ คุณจะสัมผัสกับหน้าที่เรียบขึ้นทุกครั้งที่ได้มีการลูบไล้และสัมผัส รักษาสิวอุดตัน รักษาสิวอักเสบ รักษารอยหลุมสิว โทรหาหมอเต้ยที่ 084-703-0192 ติดต่อได้ที่คุณหมอเต้ย084-703-0192 หรือ คุณต้า089-145-5299 www.stellalucci.com หรือstellalucciherb@hotmail.com ดูยูทูปได้ที่ http://www.youtube.com/watch?v=4cWe9gdbOFU

นกใหญ่ดับคารังบิ๊กแบง10ตัวบุกหักปีก(พร้อมผลทุกคู่)
ชัยนาท เอฟซี /  บีบซียู เอฟซี / 

  ฟุตบอลสปอนเซอร์ไทยพรีเมียร์ลีก นัดที่ 19 ระหว่าง “นกใหญ่พิฆาต-ชัยนาท เอฟซี” เปิดรังเขาพลองสเตเดี้ยมรับการมาเยือนของ “เดอะบิ๊กแบง-บีบีซียู เอฟซี” ก่อนเกมมีฝนเทลงมาอย่างหนักทำให้ช่วง 10 นาทีแรกทั้ง 2 ทีมยังแบ่งรับแบ่งสู้ดูเชิงกันอยู่ แต่แล้วนาทีที่ 12 ลี ดอง วอน ผู้เล่นชัยนาท เอฟซี จ่ายบอลโด่งคืนหลังให้ สวา มอยเซ่ แต่จับบอลไม่ดีลูกหลุดไปถึง อดิศักดิ์ กานู ผู้เล่นบีบีซียูที่เติมขึ้นมาทางขวาพอดิบพอดี จากนั้นกระชาก 1 จังหวะ แล้วซัดด้วยขวา ลูกพุ่งเสียบเสาไกลเข้าไปอย่างสวยงาม ทัพเดอะบิ๊กแบงออกนำเร็ว 1-0 นาที 22 ชัยนาททำชิ่งกันขึ้นมาทางกาบซ้าย แล้วจ่ายเลียดเข้ากลาง เป็นทางด้านสุมัญญา ที่วิ่งมาชาร์จแบบจ่อๆแต่ยิงไปติดตัวพรชัย ผู้รักษาประตูทีมเยือน พลาดการตีเสมอไป จังหวะต่อเนื่อง ชัยนาทต่อบอลสลับมาทางฝั่งขวาบ้าง ไกรเกียรติ ได้จังหวะยิงไกลกว่า 28 หลา ลูกกำลังฮุกเสียบเสาไกล แต่พรชัยพุ่งปัดออกหลังไป นาทีถัดมาชัยนาทฯยังบุกเป็นชุด คราวนี้เปิดบอลขวางให้ ลี ดอง วอน โหม่งลงพื้นกำลังจะเสียบเสา โชคดีของบีบีซียูที่มุสซา ซิลล่า ยืนคุมอยู่สกัดออกจากโคนเสาได้อย่างหวุดหวิด นาที 28 ลี ดอง วอน ของชัยนาทฯลองยิงไกล ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่จังหวะสุดท้ายไปถูกแผงหลังบีบีซียู ลูกเปลี่ยนทางเหินแล้วมุดลงใต้คาน พรชัยปฏิกิริยายังดีถอยหลังกระโดดชกออกได้ทัน นาที 33 เป็นทางด้านทีมเยือนที่เกือบได้ประตูที่ 2 โดยกองหลังชัยนาทฯสกัดบอลผิดเหลี่ยมไปเข้าทางพิเชษฐ ใช้ความเร็วเลี้ยงจี้เข้าหาประตู แต่ยิงบดไม่เต็มแรง ภาณุพงษ์ออกมาปัดไว้ได้ทัน ต่อมาไม่ถึง 2 นาที บีบีซียูได้ฟรีคิกระยะหวังผลหน้ากรอบเขตโทษ จูนินโญ่ ยิงด้วยซ้ายข้ามกำแพงตรงกรอบ แต่ไปชนคานสนั่น กระเด้งออกมา นาที 40 ชัยนาทฯต่อบอลมาป่วนเปี้ยนหน้าประตูบีบีซียู แล้วคอร์สเข้ากลางให้สุมัญญาได้วอลเลย์แต่ลูกหลุดกรอบออกไป ถัดมา 2 นาที บีบีซียูโต้กลับเร็ว อดิศักดิ์ทุ่มให้ คิม ยัง กวาง กระชากออกขวาก่อนหักยิงเล่นทาง ลูกค่อยๆไหลหลุดเสาไกลไปนิดเดียว ช่วงท้ายเกมทั้ง 2 ทีมเล่นกันหนักขึ้นจน ถนอม บริคุต ผู้ตัดสินต้องเบรคเกรมแจกใบเหลืองไปหลายต่อหลายใบ หมดครึ่งแรกทีมเยือนบุกมาออกนำ 1-0 เริ่มครึ่งหลังได้ 5 นาที บีบีซียูทำชิ่งเร็วอดิศักดิ์ แทงทะลุช่องให้จูนินโญ่วิ่งแซงกองหลังแล้วจิ้มบอลสวนตัวภาณุพงษ์ แต่ทำได้ไม่ดีโดนสกัดออกมา นาที 53 แฟนๆพิงค์เรนเจอร์ได้เฮกันลั่นสนาม เมื่อสามารถทำประตูตีเสมอเป็น 1-1 จากจังหวะที่ปั่นฟรีคิกทางฝั่งซ้ายลูกลอยโด่งไปทางเสา 2 และเป็น ลี ดอง วอน ที่ได้ขึ้นโขกเต็มศีรษะเข้าไปตุงตาข่าย หลังถูกตีเสมอทีมบีบีซียูครองเกมมากขึ้นหวังยิงประตูขึ้นนำอีกครั้ง นาที 62 ช่วยกันต่อบอลขึ้นมาและเป็นอดิศักดิ์ที่ลองยิงไกล แต่ลูกข้ามคานออกไป บีบีซียูยังเดินเกมรุกต่อเนื่อง นาทีที่ 68 ต่อบอลมาทางกาบขวา อดิศักดิ์ กึ่งยิงกึ่งผ่านมาเสาสอง ลูกลอยไซด์เข้าหาประตูเกือบเสียบสามเหลี่ยมเสาไกล ยังดีที่ภาณุพงษ์ปัดออกได้ทัน ช่วงกลางครึ่งหลังทั้ง 2 ทีมเปิดเกมแลกกันหมดต่อหมัด แต่แล้วกองเชียร์เจ้าบ้านต้องมาเงียบกริบในนาที 84 เมื่อบีบีซียูทิ้งบอลยาวมากลางสนาม จูนินโญ่เอาบอลลงได้ดีแล้วค่อยๆเลี้ยงเข้าหาประตู แล้วตัดสินใจสับไกรด้วยซ้ายระยะกว่า 25 หลา ลูกพุ่งแหวกอากาศผ่านมือภาณุพงษ์เข้าไปตุงตาข่าย บีบีซียูกลับมานำอีกครั้ง 2-1 ช่วงท้ายเกมเจ้าบ้านโหมบุกหนักแบบไม่มีอะไรจะเสีย ในขณะที่บีบีซียูช่วยกันแพ็คเกมรับอย่างขันแข็ง จนมาได้ประตูปิดฝาโลงในช่วงทดเวลาบาดเจ็บเมื่อใช้จังหวะโต้กลับเร็ว ศรันย์ได้บอลบริเวณกลางสนามแล้วป้ายออกซ้ายให้สิทธิศักดิ์ที่วิ่งเติมขึ้นมาได้กระชากสุดเส้นหลังแล้วตักมาที่เสา 2 ให้ จูนินโญ่ ที่ยืนกลางมุ้งรอโหม่งเข้าไปโล่งๆ ให้บีบีซียูนำห่าง เจ้าบ้าน 3-1 หลังจากทำประตูต้วย เจ้าตัวแสดงท่าดีใจด้วยการถกเสื้อคลุมหน้า ถนอม บริคุต ให้ใบเหลืองที่ 2 ไล่ออกทันที 5 นาทีที่เหลือ ชัยนาทฯทำอะไรไม่ได้ จบเกม ชัยนาท เอฟซี แพ้ให้กับ บีบีซียู เอฟซี คาบ้าน 1-3 รายชื่อผู้เล่น 11 ตัวจริง ชัยนาท เอฟซี : คัฟฟ้า บุญมาตุ่น,สุมัญญา ปุริสาย,สิงขร มังคุด,โมดูโร สวา มอยเซ่,เปโดรซ่า กาลาน โจเซ่ อานโตนิโอ,ธนากร ขำโขมะ(หัวหน้าทีม),โชตินันท์ ธีรภัทรพงศ์,ภาณุพงษ์ พิจิตรรธรรม,สมเจตร สัตบุษ,ลี ดอง วอน,ไกรเกียรติ เบียดตะคุ รายชื่อผู้เล่น 11 ตัวจริง บีบีซียู เอฟซี : จักรพงษ์ ใหญ่โต(หัวหน้าทีม)พิเชษฐ อินทร์บาง,สาลาฮูดิน อาแว,เอ็น ก็อตต้า,อดิศักดิ์ กานู,มุสซา ซิลล่า,จูนิญโญ่ จิมาโร่,พรชัย จันทร์อินทร์,บุณยฤทธิ์ ปฐมทัศน์,สิทธิศักดิ์ ตาระพัน,คิม ยัง กวาง สรุปผลการแข่งขันฟุตบอลสปอนเซอร์ไทยพรีเมียร์ลีก วันอาทิตย์ที่ 29 ก.ค.55 - ชัยนาท เอฟซี 1-3 บีบีซียู เอฟซี - บางกอกกล๊าส 1-0 โอสถสภา เอ็ม150 สระบุรี - การท่าเรือไทย เอฟซี 1-1 อาร์มี่ ยูไนเต็ด - ทีโอที เอสซี 3-1 อีสาน ยูไนเต็ด ชม Gallery ต่อคลิ๊ก

เจ๋ง! พบสารสกัดจากมังคุด ยืดอายุผู้ป่วยมะเร็ง
ยืดอายุผู้ป่วยมะเร็ง /  สารสกัดจากมังคุด

เจ๋ง! พบสารสกัดจากมังคุด ยืดอายุผู้ป่วยมะเร็ง รายงานข่าวแจ้งว่า นักวิจัยไทยได้ค้นพบสารสกัดจากมังคุดที่สามารถช่วยยืดอายุของผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งได้ ศาสตราจารย์ (ศ.)พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา หัวหน้าทีมวิจัยสารสกัดจากมังคุด ศูนย์วิจัยและพัฒนามังคุดไทย เปิดเผยว่า คณะนักวิจัยฯ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ทำการวิจัยและค้นพบสารสกัดจีเอ็ม 1 จากมังคุด ซึ่งได้นำไปผสมกับสารธรรมชาติ BIM ที่สกัดได้ จากฝรั่ง งาดำ ถั่วเหลือง และใบบัวบก จนเกิดเป็นสารธรรมชาติ BIM ที่สามารถปรับระดับภูมิคุ้มกันในร่างกายได้ โดยที่ไม่มีผลข้างเคียง ทั้งนี้จากการทดสอบกับผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายที่ไม่ตอบสนองกับการรักษาทางเคมีแล้ว พร้อมกับการทดสอบกับผู้ป่วยมะเร็งในส่วนอื่นๆ ที่ไม่ตอบสนองต่อการักษา ปรากฏว่าสามารถช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิต และช่วยยืดระยะเวลาให้กับผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายได้ และยังพบด้วยว่าสารนี้ช่วยสร้างเม็ดเลือดขาว ทีเอช 17 ซึ่งช่วยป้องกันและจัดการกับเซลล์มะเร็งในร่างกายได้ อย่างไรก็ตามสารธรรมชาติ BIM ไม่ใช่ยารักษาโรคมะเร็งให้หายขาดได้ แต่เป็นเพียงอาหารเสริม ที่จะสามารถช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วยมะเร็งเท่านั้น และขณะนี้ได้รับการจดสิทธิบัตรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ศ.พิเชษฐ์ กล่าว Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

สีรถ ที่ถูกโฉลกตาม วันเกิด
ดูดวง /  ทำนาย / 

สีรถ ที่ถูกโฉลกตาม วันเกิด มีชาว horoscope.mthai หลายต่อหลายคนถามกันมามากเหลือเกิน เกี่ยวกับการเลือกสีรถ ยิ่งปีนี้รัฐบาลไทยใจดี ลดหย่อนภาษี ให้กับผู้ที่ออกรถใหม่คันแรก หลายๆ คนก็เฮกันไปออกรถจนบริษัทที่เป็นตัวแทนสั่งผลิตกันแทบไม่ทัน จะเลือกซื้อรถทั้งที ก็ควรจะคิดเยอะๆ อันดับต้นๆ กนอกจากเรื่องยี่ห้อและรุ่นของรถยนต์แล้ว ถัดมาก็ต้องเป็นเรื่อง สีรถ บทความนี้เป็นแนวทางสำหรับคนที่กำลังคิดไม่ออกว่าจะออกรถสีอะไรดี ลองอ่านดู อาจช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น คนเกิดวันอาทิตย์ - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันอาทิตย์ ห้ามใช้ ศ ษ ส ห ฬ ฮ เพราะเป็นอักษรกาลกิณี - เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 6 และเลข 3 - ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันศุกร์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันอังคาร เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด - ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันอาทิตย์ รถสีแดงก่ำหรือสีแดงเลือดหมู เสริมสง่าราศี มากด้วยบุญญาบารมี มีอำนาจวาสนา คนนบนอบยำเกรง รถสีดำ เสริมความน่าเคารพนับถือ เสริมดวงเรื่องทรัพย์สินเงินทอง การเงิน รถสีขาว สีครีม เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง รถสีม่วงเปลือกมังคุด เสริมดวงด้านศรัทธา ความน่าเชื่อถือ ความไว้วางใจ และดวงเรื่องการเงิน รถสีเขียว เสริมดวงให้คนรักเมตตา อุปถัมภ์ค้ำชู ช่วยเหลือทำให้สะดวกราบรื่นในเรื่องต่างๆ รถสีบรอนซ์ สีเทา สีทอง เสริมดวงเรื่องเมตตามหานิยม เสริมเสน่ห์ การสนับสนุนเกื้อกูล รถสีฟ้า สีน้ำเงิน ไม่ควรออกรถสีนี้ เพราะเป็นกาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต คนเกิดวันจันทร์ - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันจันทร์ ห้ามใช้ สระทั้งหมด (เว้นไม้หันอากาศและตัวการันต์) เพราะเป็นอักษรกาลกิณี - เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 1 และเลข 5 - ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันอาทิตย์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพฤหัสบดี เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด - ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันจันทร์ รถสีส้ม สีเหลืองแก่ เสริมดวงเรื่องการเงิน ความมั่นคง ทุนทรัพย์ ราคาและคุณค่าที่จะเพิ่มพูนให้แก่ตนเองในปัจจุบันและภายภาคหน้า รถสีดำ เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง รถสีน้ำเงิน สีทอง เสริมเสน่ห์ ผู้ใหญ่รักเมตตาและเอ็นดู มีแต่สิ่งที่เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา รถสีม่วงเปลือกมังคุด เสริมดวงด้านความสะดวกราบรื่นทุกอย่าง รถสีชมพู เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน รถสีฟ้า เสริมดวงให้ประสพความสำเร็จในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน รถสีเขียว อำนาจวาสนา บารมี เกียรติยศ และชื่อเสียงตำแหน่งหน้าที่การงาน อานุภาพอิทธิพลที่ทำให้คนเคารพยำเกรง มีความสามารถในการควบคุมบังคับบัญชาคน รถสีแดง สีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต คนเกิดวันอังคาร - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันอังคาร ห้ามใช้ ก ข ค ฆ ง เพราะเป็นอักษรกาลกิณี - เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 2 และเลข 1 และห้ามเลข เพราะทะเบียนที่มีเลข จะมีเรื่องและเกิดอุบัติบ่อยๆ ทำให้เสียเงินทองหรือทำให้เจ้าของได้รับบาดเจ็บ - ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันจันทร์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันอาทิตย์ เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด - ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันอังคาร รถสีม่วงแก่ เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี รถสีดำ เสริมดวงด้านพลังอำนาจ เกียรติยศ และชื่อเสียงตำแหน่งหน้าที่การงาน อานุภาพอิทธิพลที่ทำให้คนเคารพยำเกรง มีความสามารถในการควบคุมบังคับ รถสีบรอนซ์ สีเทา เสริมความน่าเชื่อถือ ความไว้วางใจ รถสีทอง สีแสด เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง รถสีน้ำตาล เสริมดวงด้านความมั่นคงในชีวิต เช่นมั่นคงเรื่อง หลักทรัพย์ ทรัพย์สิน หน้าที่การงาน รถสีเขียว เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง รถสีแดง สีชมพู เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน รถสีขาว สีเหลืองนวล เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต คนเกิดวันพุธ  (กลางวัน 06.01-18.00) - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันพุธ (กลางวัน) ห้ามใช้ จ ฉ ช ซ ฌ ญ เพราะเป็นอักษรกาลกิณี - เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 3 และเลข 8 - ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันอังคาร เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพุธ (กลางคืน) เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด - ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันพุธ (กลางวัน) รถสีน้ำเงิน สีฟ้า เสริมดวงด้านความเคารพนับถือ ยกย่องยอมรับ รถสีน้ำตาล สีทอง เสริมดวงด้านพลังอำนาจ เกียรติยศ และชื่อเสียงตำแหน่งหน้าที่การงาน อานุภาพอิทธิพลที่ทำให้คนเคารพยำเกรง มีความสามารถในการควบคุมบังคับ รถสีขาว สีเหลืองอ่อน เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน รถสีเทา สีบรอนซ์ เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง รถสีดำ เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น รถสีม่วงแก่ เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี รถสีเขียว เสริมดวงด้านเสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา รถสีชมพู สีแสด เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต คนเกิดวันพุธ  (กลางคืน 18.01-06.00) - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันพุธ (กลางคืน) ห้ามใช้ บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม เพราะเป็นอักษรกาลกิณี - เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 5 และเลข 4 - ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพฤหัสบดี เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพุธ (กลางวัน) เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด - ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันพุธ (กลางคืน) รถสีชมพู เสริมดวงให้คนเชื่อถือและไว้วางใจ รถสีดำ เสริมดวงด้านความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน รถสีเทา สีบรอนซ์ เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง รถสีม่วงแก่ เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน รถสีน้ำเงิน สีฟ้า เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น รถสีแดง สีน้ำตาล เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี รถสีส้ม สีทอง เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต คนเกิดวันพฤหัสบดี - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันพฤหัสบดี ห้ามใช้ ด ต ถ ท ธ น เพราะเป็นอักษรกาลกิณี - เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 7 - ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันเสาร์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิด - ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันพฤหัสบดี รถสีขาว เสริมดวงให้คนเชื่อถือและไว้วางใจ รถสีแดง เสริมดวงด้านความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง รถสีเทา สีบรอนซ์ เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น รถสีฟ้า เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี รถสีเขียว เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน รถสีส้ม สีทอง เสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา รถสีดำ สีม่วง สีน้ำเงิน เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต คนเกิดวันศุกร์ - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันศุกร์ ห้ามใช้ ย ร ล ว เพราะเป็นอักษรกาลกิณี - เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 8 และเลข 7 - ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพุธ (กลางคืน) เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันเสาร์ เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด - ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันศุกร์ รถสีเขียว เสริมดวงให้คนเชื่อถือและไว้วางใจ รถสีสีแดง สีทอง เสริมดวงด้านความก้าวหน้าเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน รถสีแดง สีชมพู เสริมดวงด้านความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง รถสีเหลือง เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน รถสีดำ เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น รถสีน้ำตาล เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี รถสีฟ้า สีน้ำเงิน เสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา รถสีเทา สีบรอนซ์ สีม่วง เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต คนเกิดวันเสาร์ - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันเสาร์ ห้ามใช้ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ เพราะเป็นอักษรกาลกิณี - เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 4 และเลข 6 - ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพุธ (กลางวัน) เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันศุกร์ เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด - ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันเสาร์ รถสีแดง เสริมดวงให้คนยอมรับเชื่อถือและไว้วางใจ รถสีชมพู เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน รถสีน้ำเงิน สีฟ้า เสริมดวงด้านความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง รถสีทา สีบรอนซ์ เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี รถสีทอง สีเหลือง เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น รถสีดำ สีม่วงแก่ เสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา รถสีเขียว สีแสด เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต สำหรับชาว  horoscope.mthai ที่มีรถยนต์เป็นของตัวเองอยู่แล้ว ไม่ต้องไปเสียสตางค์ทำสีรถใหม่ เพราะเรามีวิธีแก้เคล็ดมาบอก วิธีแก้เคล็ดสำหรับผู้ที่ใช้สีรถที่เป็นกาลกิณีวันเกิด เช่น คนเกิดวันอาทิตย์ ใช้รถสีฟ้า หรือสีน้ำเงิน เป็นต้น ให้หาสติกเกอร์ "สีที่เป็นศรี" ของวันเกิดของเจ้าของรถ เช่น คนเกิดวันอาทิตย์ มีสีเขียว เป็นศรี เป็นต้น เมื่อได้สีนั้นมาแล้ว ให้ตัดสติกเกอร์ให้ได้ขนาด 2x2 นิ้ว จำนวน 4 แผ่น แล้วเอาไปติดตำแหน่งของรถต่อไปนี้ แผ่นที่ 1. กระโปรงหน้ารถ (ตรงกลาง) 1 แผ่น  แผ่นที่ 2. ติดที่กระโปรงหลัง (หรือฝาท้าย)  แผ่นที่ 3. ติดที่ประตูหน้าซ้าย  แผ่นที่ 4. ติดที่ประตูหน้าขวา สีที่เป็นศรีสำหรับคนเกิดวันต่างๆ 1. เกิดวันอาทิตย์  สีเขียว เป็น ศรี 2. เกิดวันจันทร์  สีดำ เป็น ศรี 3. เกิดวันอังคาร  สีเหลือง เป็น ศรี 4. เกิดวันพุธ กลางวัน  สีเขียวอ่อน เป็น ศรี 5. เกิดวันพฤหัสบดี  สีส้ม เป็น ศรี 6. เกิดวันศุกร์  สีชมพู เป็น ศรี 7. เกิดวันเสาร์  สีน้ำเงิน เป็น ศรี 8. เกิดวันพุธ กลางคืน  สีขาว เป็น ศรี เรียบเรียงบทความโดย horoscope.mthai ขอบคุณข้อมูลจาก www.mahamodo.com

ผลไม้ ที่ไม่ควรนำมาสักการะ บูชา สิ่งศักดิ์สิทธิ์
บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ /  ผลไม้ / 

ผลไม้ ที่ไม่ควรนำมาสักการะ บูชา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ การ ทำบุญ สักการะ บูชา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่เรานับถือ เพื่อขอพรให้ตัวเองมีแต่สิ่งที่ดีๆ เข้ามานั้น ถือว่าดีครับ แต่คุณรู้หรือเปล่าว่า ของที่คุณนำมา สักการะ บูชา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ นั้น เป็นมงคลหรือไม่ Horoscope.Mthai.com จึงนำข้อมูล ผลไม้ที่ไม่ควรนำมาบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มาฝากกันครับ ผลไม้ที่ไม่ควรนำมาบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 1. ละมุด เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้ว มักไม่โดดเด่น ปิดๆ ซ่อนๆ 2. มังคุด เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้วไม่ได้ดีเท่าที่ควร ไปไม่ถึงที่สุด มันกุด ๆ ด้วน ๆ ไม่โดดเด่น 3. พุทรา เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้วดีในช่วงแรกๆ ช่วงหลังๆ ซาซา 4. มะเฟือง เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้ว มักผืดเคือง ไม่อะไรก็อะไร สักอย่าง 5. มะไฟ เชื่อกันว่าทำอะไรแล้วมักต้อง เร่งๆ รีบๆ เหมือนไฟลน ไม่ได้คุณภาพ 6. น้อยหน่า เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้ว มักมีปัญหา อุปสรรค เล็กน้อย จุกๆจิกๆ อยุ่เสมอๆ ทำแล้วได้ผลเพียงน้อยนิด 7. น้อยโหน่ง เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้ว ได้ผลสมบรูณ์เพียงน้อยนิด มีอุปสรรคปัญหา ไม่สมบรูณ์แบบ 8. มะตูม เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้วไม่เจริญก้าวหน้า เช่นเดียวกับชื่อที่ตูมอยู่ตลอด ไม่ก้าวหหน้า ไปไม่ได้ไกล 9. มะขวิด เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้วมักจะประสบปัญหา วัสดุอุปกรณ์ หรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดไม่ครบ ขาดโน่น ขาดนี่เสมอ 10. ลูกจาก เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้ว มักจะไม่ยั่งยืน 11. ลูกพลับ เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้ว ผลงานต้องโดนเก็บใส่ลิ้นชัก ไม่ได้แสดงผลงาน ไม่ก้าวหน้า 12. ลูกท้อ เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้ว ท้อแท้ เบื่อหน่าย ไม่มีกำลังใจ 13. ระกำ เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้ว มักจะไม่ประสบความสำเร็จ 14. กระท้อน เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้ว สิ่งที่ดีๆ ที่ต้องการเผยแพร่ออกไป กลับสะท้อนมายังจุดเดิม 15. ลางสาด เชื่อกันว่า เป็นผลไม้ที่มียาง ทำอะไรแล้วมักจะมีเรื่อง ยุ่งยากวุ่นวาย ขอบคุณข้อมูลจาก board.palungjit ขอบคุณภาพจาก gotoknow ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา ดูดวงปี 2556 ดูดวง 12 ราศี กับ อ.คฑา