มังคุด

หน้าใสๆ ใครก็ชอบผมครับ
รักษาสิวอุดตัน /  รักษาสิวหนอง / 

stellalucciเซรั่มมังคุดรักษาสิวอุดตัน รักษาสิวอักเสบ รักษาสิว เปลือกมังคุดราชินีแห่งผลไม้ไทย โดยเราอาจดูที่กลีบรอบบนเปลือกสีม่วงเรียงกันเหมือนกับมงกุฎ โดยวงการเครื่องสำอางค์ชั้นนำ มักนิยมหยิบนำสารสกัดเปลือกมังคุดมาใช้ผสมผสานผลิตภัณฑ์ สำหรับผู้ที่มีผิวหน้าอักเสบ บอบบางและแพ้ง่ายๆ เนื่องด้วยสารสกัดเปลือกมังคุดมีสารแทนนิน (Tanin) และสารแซนโทน ( Xanthone) และ สารแมงโกสติน (Mangostin) ซึ่งสารแทนนินมีฤทธิ์สมานแผลช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น ส่วนสารแมงโกสตีน มีฤทธิ์ช่วยลดอาการผิวอักเสบ และดูแลเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนอง สารแซนโทนในเปลือกมังคุดยังมีฤทธิ์ในการดูแลผิวหน้า และสิ่งแปลกปลอมที่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดสิว พร้อมทั้งผสานกับ Ascorbyl Glucoside หรือวิตามิน ซี สังเคราะห์พิเศษที่ช่วยฟื้นฟูผิวหรือจุดด่างดำที่เกิดจากสิวให้แลดูเรือนรางลงให้ผิวที่กระชับและเรียบคืนตัว หลังจากการใช้เพียง 2 อาทิตย์ คุณจะสัมผัสกับหน้าที่เรียบขึ้นทุกครั้งที่ได้มีการลูบไล้และสัมผัส www.stellalucci.com ติดต่อได้ที่คุณหมอเต้ย084-703-0192 หรือ คุณต้า089-145-5299 หรือstellalucciherb@hotmail.com ดูยูทูปได้ที่ http://www.youtube.com/watch?v=4cWe9gdbOFU

เทศกาลผลไม้ ของดีเมืองแกลง จ.ระยอง เริ่มขึ้นแล้ว
ของดีเมืองแกลง /  เทศกาลผลไม้ / 

เริ่มขึ้นแล้วงานเทศกาลผลไม้และของดีเมืองแกลง ประจำปี 2557 โดยชาวสวนนำผลผลิต คุณภาพดีมาจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก เทศกาลผลไม้ ของดีเมืองแกลง จ.ระยอง เริ่มขึ้นแล้ว งานนี้จัดขึ้นที่บริเวณตลาดกลางผลไม้เขาดิน ตำบลทุ่งควายกิน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง โดยนายอำเภอแกลงเป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการในวันนี้ ภายในงานมีการประกวดขบวนแห่รถ ผลไม้ สาวงามผลไม้แล้ว ยังมีการจำหน่ายผลไม้คุณภาพดีจากสวนของเกษตรกรโดยตรงทั้งทุเรียน เงาะ มังคุด และผลไม้อื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งรับประกันคุณภาพจากชาวสวนและทางอำเภอ สำหรับราคาผลไม้ปีนี้ นับว่ายังดีอยู่ เนื่องจากผลผลิตทยอยออกสู่ตลาด โดยราคาทุเรียนหมอนทองอยู่ที่กิโลกรัมละ 60-65 บาท, ชะนี กิโลกรัมละ 50 บาท ส่วนเงาะโรงเรียนกิโลกรัมละ 40 บาท ซึ่งงานจะมีไปถึงวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ ขอบคุณข่าวสารจาก krobkruakao

ททท. เปิดตัวไกด์บุ๊ค I am Creative Tourist
ททท.

คู่มือสำหรับนักเดินทางสร้างสรรค์ที่ต้องการค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ให้ชีวิต .. พบกับ 20 ชุมชนท่องเที่ยวสร้างสรรค์ทั่วไทยที่ได้รับการโหวตจากนักท่องเที่ยว ให้เป็นที่สุดแห่งทริปสร้างแรงบันดาลใจในการเดินทาง ททท. เปิดตัวไกด์บุ๊ค I am Creative Tourist เมื่อเร็วๆ นี้ ณ ลานอีเดน เซ็นทรัลเวิล์ด นางวิไลวรรณ ทวิชศรี รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นประธาน จัดงานเปิดตัวเปิดตัวไกด์บุ๊ค “I am Creative Tourist” หนังสือคู่มือที่รวบรวบ 20 ชุมชนท่องเที่ยวสร้างสรรค์ทั่วไทยที่ได้รับการโหวตจากนักท่องเที่ยวให้เป็นที่สุดแห่งทริปสร้างแรงบันดาลใจจากเว็บไซต์ www.mycreativetourismthailand.com นางวิไลวรรณ ทวิชศรี กล่าวว่า “ ในการเดินทางออกไปท่องเที่ยวแต่ละครั้ง ทุกท่านอาจพบเจอและประทับใจกับเรื่องราวในการเดินทางครั้งนั้น แต่ไม่นานความรู้สึกนั้นจะค่อยๆ จางหายไปจากความทรงจำของคุณ แต่หากใครได้มีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์” Creative tourism ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของนักเดินทางทั่วยุโรปและอเมริกา หัวใจหลักของ“การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์” คือการท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสประสบการณ์เรียนรู้วิถีชีวิต ศิลปะ วัฒนธรรม และเรื่องราวอันเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนนั้นๆ ซึ่ง ททท ได้รวบรวมเรื่องราวของ 20 ชุมชนท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ของไทยมานำเสนอในไกด์บุคเล่มนี้ เพื่อให้นักเดินทางได้มีโอกาสไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ในรูปแบบการท่องเที่ยวสร้างสรรค์ จาก 20 ชุมชนท่องเที่ยวสร้างสรรค์ทั่วไทย ตัวอย่างเช่น เรียนรู้การทำแฟชั่นหมวกใบจาก จังหวัดตราด , เรียนรู้การทำผ้าฝ้ายนุ่มจากโคลน จังหวัดสุโขทัย, เรียนรู้การทำสบู่จากมังคุดสามน้ำ จังหวัดตราด, เรียนรู้การปักผ้าชาวม้ง จังหวัดเชียงราย, เรียนรู้หัตถกรรมสาดแหย่ง จังหวัดลำพูน นางวิไลวรรณ ทวิชศรี กล่าวเสริมอีกว่า “ การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ของไทยช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชนเพราะเป็นการต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้นจากกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องราวของท้องถิ่นระหว่างนักท่องเที่ยวกับชุมชนเจ้าของวัฒนธรรม การท่องเที่ยวรูปแบบนี้ช่วยสร้างความผูกพัน ความประทับใจอย่างลึกซึ้งกับนักท่องเที่ยวมากกว่าการท่องเที่ยวในรูปแบบเดิมๆ ททท ขอเชิญนักเดินทางทุกคนมาร่วม เปิดประสบการณ์ใหม่ในฐานะ นักเดินทางสร้างสรรค์ creative tourist สำหรับผู้สนใจหนังสือไกด์บุ๊ค “I am Creative Tourist” คู่มือท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการเดินทางท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ สามารถติดต่อขอรับได้ที่ กองส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยว-ททท. โทร 02-250 5500 ต่อ 4447 หรือ สามารถดาวน์โหลดได้ที่ www.mycreativetourismthailand.com    ข้อมูล Creative Tourism “ทางองค์การยูเนสโก ให้คำนิยามว่า การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ คือการท่องเที่ยวที่มุ่งเน้นให้คนที่ไปเที่ยวมีส่วนร่วมเรียนรู้ (Participation) จากประสบการณ์ที่แท้จริงจากสถานที่นั้นๆ เช่น เรียนรู้เกี่ยวกับศิลปะ ประเพณีท้องถิ่น และความมีอัตลักษณ์เฉพาะของชุมชนก่อให้เกิดความเชื่อมโยง (Connect) ระหว่างนักท่องเที่ยวกับเจ้าของชุมชนนั้น.. ตัวอย่าง Creative Tourism จากทั่วโลก เช่น ทริปทำน้ำหอมสูตรของตนเองที่ฝรั่งเศส หรือ ทริปเรียนทำเมอแรงค์ขนมหวานพื้นเมืองที่นิวซีแลนด์ นอกจากนี้ยังมีกว่า 40 ประเทศทั่วโลก โปรโมทโปรแกรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ อาทิ เม็กซิโก , อังกฤษ, ฝรั่งเศส ,ออสเตรีย ,นิวซีแลนด์,สเปน,ชิลี,คิวบา เป็นต้น นอกจากนี้ประชาคมเศรษฐกิจอาเชียนยังได้กำหนดให้การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เป็นยุทธศาสตร์สำคัญด้านการท่องเที่ยวสำหรับภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย 20 ชุมชนท่องเที่ยวสร้างสรรค์ทั่วไทยที่ได้รับการโหวตจากนักท่องเที่ยว ให้เป็นที่สุดแห่งทริปสร้างแรงบันดาลใจจากเว็ปไซต์ www.mycreativetourismthailand.com ได้แก่ 1. เรียนรู้ : ทำลูกประคบ ที่ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาไทยไร่คุณมน จังหวัดกาญจนบุรี 2. เรียนรู้ : การเป็นควาญช้าง ที่ไทยอิแลแฟนท์โฮม จังหวัดเชียงใหม่ 3. เรียนรู้ : การเป็นชาวประมง ที่แหลมสิงห์โบ๊ทเฮ้าส์โฮมสเตย์ จังหวัดจันทบุรี 4. เรียนรู้ : การทำปั้นหม้อเขียนสี ที่กลุ่มโฮมสเตย์เชิงอนุรักษ์วัฒนธรรมบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี 5. เรียนรู้ : การทำมาลัยข้าวตอก ที่ชุมชนคุ้มโฮงเหนือวัดฟ้าหยาด จังหวัดยโสธร 6. เรียนรู้ : แกะภาพหนังตะลุง ที่กลุ่มหัตถศิลป์แกะภาพหนังเมืองลุง จังหวัดพัทลุง 7. เรียนรู้ : การทำผ้าไหมครบวงจร ที่ชุมชนบ้านโพน จังหวัดกาฬสินธุ์ 8. เรียนรู้ : การเพ้นท์สีบนเครื่องเบญจรงค์ ที่กลุ่มหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี จังหวัดสมุทรสาคร 9. เรียนรู้ : การปักผ้าชาวม้ง ที่ศูนย์เรียนรู้ชุมชนบ้านสันกอง จังหวัดเชียงราย 10. เรียนรู้ : การทำน้ำตาลมะพร้าว ที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านริมคลองโฮมสเตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม 11. เรียนรู้ : การทำเรือหัวโทงจำลอง ที่กลุ่มผลิตเรือหัวโทงจำลองชุมชนบ้านเกาะกลาง จังหวัดกระบี่ 12. เรียนรู้ : การทำผ้าหมักโคลนที่กลุ่มอาชีพทอผ้าบ้านนาต้นจั่น จังหวัดสุโขทัย 13. เรียนรู้ : การปั้นตุ๊กตาชาววัง ที่ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ จังหวัดอ่างทอง 14. เรียนรู้ : การทำงอบใบจาก ที่กลุ่มท่องเที่ยวบ้านน้ำเชี่ยว จังหวัดตราด 15. เรียนรู้ : การเขียนลายผ้าภูมิปัญญาชาวม้ง ที่ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาพื้นบ้านชนเผ่าม้งบ้านแม่สาใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 16. เรียนรู้ : การสานกระจูด ที่กลุ่มสตรีสหกรณ์การเกษตรศุภนิมิตชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช 17. เรียนรู้ : การทำสมุนไพร ที่โรงเรียนบ้านหอมสมุนไพร จังหวัดเชียงใหม่ 18. เรียนรู้ : การสาดแหย่ง ที่อุโมงค์โฮมสเตย์ จังหวัดลำพูน 19. เรียนรู้ : การทำชาเจียวกู่หลาน ที่ชุมชนบ้านท่าขันทอง จังหวัดเชียงราย 20. เรียนรู้ : การทำสบู่มังคุด ที่กลุ่มการท่องเที่ยวเชิงนิเวศตำบลห้วยแร้ง โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน จังหวัดตราด

เม็ดเดียวก็เหลือเเหล่!มุ้ยซัดชัยให้กิเลนซิวนกใหญ่เถลิงแชมป์ไทยลีกสมัย3
กิเลนผยอง /  ชัยนาทเอฟซี / 

ศึกฟุตบอลสปอนเซอร์ไทยพรีเมียร์ลีก วันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม  “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด จ่าฝูง เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ “นกใหญ่พิฆาต” ชัยนาท เอฟซี ที่กำลังดิ้นรนหนีการตกชั้น ซึ่งถ้าหาก เมืองทอง ยูไนเต็ด สามารถ เก็บได้อย่างน้อย 1 คะแนน จากเกมส์ในบ้านนัดสุดท้ายของฤดูกาล จาก ชัยนาท ผู้มาเยือน จะทำให้ เจ้าบ้าน กลายเป็นแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก สมัยที่ 3 ของตัวเองและจะเป็นทีมที่ได้แชมป์ไทยลีกมากที่สุดเพียงทีมเดียว  สำหรับนัดที่แล้วที่พบกัน ทั้งคู่เสมอกันมาอย่างสุดมันส์ 4-4 ก่อนเริ่มเกมส์ “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ดเจ้าบ้าน จัดการเปิดตัวหัวหอกตัวใหม่ ที่จะเข้ามาร่วมทัพในฤดูกาลหน้าอย่าง “เจ้าบี้” ชัยณรงค์ ทาทอง ที่ย้ายมาจาก “เดอะบิ๊กแบง” บีบีซียู เอฟซี   เริ่มเกมส์นาทีแรก ทีมเยือน ชัยนาท ไม่เกรงศักดิ์ศรี เปิดฉากลุยก่อนทันที  โดย รัชพล นาวันโน วางบอลยางไปหน้ากรอบเขตโทษ เมืองทอง แล้วเป็น กวิน ที่ออกมาสกัดบอลไปเข้าทาง สุมัญญา ปุริสาย ที่ตัดสินลงยิงสวนจากเกือบๆ กลางสนามทันที แต่บอลข้ามคานออกไปแบบมีลุ้น นาทีที่ 2 “กิเลนผยอง” ที่พลาดหวังการฉลองแชมป์จากนัดที่แล้วที่ทำได้เพียงบุกไปไล่ตีเสมอ “ฮัลโหล” ทีโอที เอสซี ก็ได้ทักทายก่อน เมื่อ มาริโอ เปิดบอลให้ ดักโญ่ โหม่งตั้งให้ ธีรศิลป์ วิ่งเข้ามาซัดข้ามคาน จากนั้น นาทีที่ 4 เกมส์ยังเป็นของเจ้าบ้าน โดยคราวนี้ขึ้นเกมส์ทางกราบขวาที่ ปิยพล บรรเทา ที่ลากลุยมาตั้งแต่แดนตัวเองถึงกรอบเขตโทษชัยนาท แล้วจ่ายต่อให้ ดักโญ่ เซียก้า พลิกอีกตลบแล้วไหลให้ อัตนัน เติมขึ้นมายิงจากตรงจุดโทษ แต่ เฉลิมเกียรติ สมบัติปัน นายทวารนกใหญ่ยังล้มตัวคว้าไว้ได้ ช่วง 10 นาทีแรกความเร็วของ เคนเดล จาเดโอซิงค์ สร้างความปั่นป่วนให้แนวรับเมืองทอง พอสมควร ผ่าน 20 นาทีแรกของเกมส์ แม้ จ่าฝูงไทยลีก เมืองทองจะครองบอลได้มากกว่า แต่ก็ยัง ฝ่าแนวรับชัยนาทที่ ถอยลงต่ำ และคุมโซนหน้ากรอบเขตโทษของตัวเองอย่างแน่นหนาเข้าไปสร้างโอกาสลุ้นประตู ขึ้นนำได้ นาที 33 แนวรุกเมืองทอง ยังเจาะพื้นที่สุดท้ายของ ชัยนาทไม่ได้ อัตนัน บาราคัต ปีกเคราดกเลยตัดสินใจยิงไหล แต่บอลพุ่งหลุดเสาไกลออกไป นาที 39 สาวกอุลตร้า เมืองทอง ที่ขนกันเข้ามาให้กำลังใจทีมรักเกือบเต็มความจุ ก็ได้เฮกันอย่างสุดเสียง หลังจากอึดอัดกับรูปเกมส์ อยู่พักใหญ่ เมื่อทีมรักได้ประตูขึ้นนำ จากการขึ้นเกมส์ทางกราบขวา ของ ปิยพล บรรเทา ก่อนบรรจงเปิดบอลแบบเน้นๆ มาที่จุดนัดพบ ให้ “เทพมุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา โฉบเข้ามาโขกเสียบเสาไกลอย่างเฉียบขาด โดยเป็นเพียงโอกาสลุ้นประตูครั้งแรกของ ศูนย์หน้าหมายเลขหนึ่ง แห่งถิ่นเอสซีจี สเตเดี้ยมเท่านั้น  เป็นประตูให้ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ออกนำ ชัยนาท เอฟซี 1-0 นาที 44 “กิเลนผยอง” เกือบหนีห่างไปอีกลูกเมื่อ วีระวุฒิ กาเหย็ม แทงบอลให้ “เจ้ามุ้ย” ที่เลี้ยงตัวอยู่ในไลน์เช็กล้ำหน้าของชัยนาทได้ดี ได้หลุดทะลุไปทางฝั่งซ้ายก่อนเปิดเข้าไปตรงกลางให้ จักรพันธ์ พรใส ที่ควบมาแรงเต็มตีนเท้าเลย เสียจังหวะ ถลำบอลเล็กน้อย แต่ “เจ้าบอล” ยังคล่องตัวพอ และม้วนตัวกลับมาซัดด้วยขวา บอลเฉี่ยวเสาออกไปแค่คืบ จบครึ่งแรก เมืองทอง เจ้าบ้าน ยังนำ ชัยนาท เอฟซี ทีมเยือนอยู่ 1-0 วินาทีแห่งการฉลองแชมป์อยู่ห่างจากเจ้าบ้านอีกเพียง 45 นาที  เริ่มครึ่งหลัง เจ้าบ้านเมืองทอง ยังเริ่มต้นได้ดีกว่า และมีลุ้นประตูอีกครั้ง จากลูกเปิดจากกราบขวาของ “เจ้าไดร์” ปิยพล บรรเทา ที่ครอสเข้าไปให้ ธีรศิลป์ โขกหลุดกรอบออกไปนิดเดียว นาที 48 “ซุปเปอร์มาริโอ้” โชว์เหนือ เมื่อกระดกบอลหนี กองหลังชัยนาท 2 ตลบก่อนยิงไปตรงตัว เฉลิมเกียรติ นายทวารทีมจากเมืองสวนนก    นาที 68 เมืองทองยังคง จู่โจมจากริมเส้น คราวนี้ขึ้นทางกราบซ้ายที่ “เจ้าดล” วรีวุฒิ กาเหย็ม ที่วางยาวไปถึงเสาไกล ให้ เปาโล แรนเกิ้ล หัวหอกชาวบราซิลตัวสำรอง กระโดดโขกบอลไปตรงตัว ผู้รักษาประตู ชัยนาท   นาที 88 “นกใหญ่พิฆาต” ออกแรงฮึดเฮือกสุดท้าย ด้วยการเปิดเกมส์รุกหวังทวง ประตู  และได้ลุ้นจากจังหวะ ที่ รัชพล วางบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษ แล้ว ภูวดล สุวรรณชาติ โหม่งเช็ดให้ เคนเดล จาเดโอซิงค์ เกี่ยวบอลลงแล้วยิง แต่ศูนย์หน้าผิวสีรีบร้อนเกินไปทำให้บอลข้ามคานออกไปแบบไม่ได้ลุ้น  ช่วงทดเวลาเกมส์เดือดเล็กน้อย เมื่อ มีการปะทะกัน ระหว่างสองนักเตะต่างชาติ เปาโล  แรนเกิ้ล กับ ลี ดอง วอน ในจังหวะ เตะมุมแต่ก็ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงอะไร หลังครบ 4 นาทีของช่วงทดเวลา นิวัฒน์ อินสะอาด ผู้ตัดสินเป่านกหวีดจบเกมส์ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เฉือนเอาชนะ “นกใหญ่พิฆาต” ชัยนาท เอฟซี ทีมเยือนไปได้ด้วยสกอร์ระทึก 1-0 ส่งผลให้ “กิเลนผยอง” ผงาดขึ้นทวงแชมป์ศึกสปอนเซอร์ไทยพรีเมียร์ลีก กลับมาจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นสมัยที่ 3 ของสโมสร แม้ยังไม่จบโปรแกรมการแข่งขัน ด้วยแต้มที่นำขาด จนคู่แข่งอย่าง ชลบุรี เอฟซี รองจ่าฝูง หมดสิทธิ์ที่จะไล่ทันแน่นอนแล้ว  โดยในนัดนี้ จะมีการฉลองที่สนาม เอสซีจี สเตเดี้ยม ส่วนการรับถ้วยแชมป์ จะไปรับในนัดสุดท้าย ที่จะยกพลไปเยือน สนาม เทพหัสดิน รังของ “มังกรไฟ” บีอีซี เทโร ศาสน   รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม เอสซีจีเมืองทอง ยูไนเต็ด : กวิน ธรรมสัจจานันท์ (GK),วีระวุฒิ กาเหย็ม,ปิยพล บรรเทา,ภานุพงศ์ วงศ์ษา,รี กวาง ชอน,ดัสกร ทองเหลา(สารัช อยู่เย็น น.62),ดักโญ่ เซียก้า,จักรพันธ์ พรใส(ศราวุฒิ มาสุข น.83),อัตนัน บาราคัต(เปาโล แรนเกิ้ล น.52),มาริโอ ยูรอฟกี้,ธีรศิลป์ แดงดา ชัยนาท เอฟซี : เฉลิมเกียรติ สมบัติปัน(GK),ลี ดอง วอน,มอยเซ่,สุรเชษฐ์ งามทิทพ์,สุมัญญา ปุริสาย,รัชพล นาวันโน,สิงขร มังคุด(คัพฟ้า บุญมาตุ่น น.69),ไมเคิล เบิร์น(เดยาน วูคานโนวิค น.53),เคนเดล จาเดโอซิงค์,ปริญญา อู่ตะเภา(สมเจตร สัตบุษ น.72),ภูวดล สุวรรณชาติ สรุปผลฟุตบอลสปอนเซอร์ไทยพรีเมียร์ลีกวันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม ชม Gallery ต่อคลิก

มังคุด ทุเรียนล้นตลาด เร่ขายตลาดนัดราคาถูก
ทุเรียนราคาถูก /  ทุเรียนล้นตลาด / 

มังคุด-ทุเรียนล้นตลาด พ่อค้าคนกลางต้องนำออกเร่ขายตามตลาดนัดในราคาถูก ชาวบ้านแห่เลือกซื้อจำนวนมาก ภาวะราคาผลไม้ในภาคใต้โดยเฉพาะมังคุดและทุเรียนที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากผลไม้ล้นตลาดทำให้พ่อค้าคนกลางที่เข้าไปตระเวนรับซื้อจากสวนของชาวบ้านต้องนำมาเร่ขายตามตลาดนัดในราคาถูก เช่น ที่ตลาดนัดวันอาทิตย์ เขตเทศบาลนครสงขลา เต็มไปด้วยพ่อค้าแม่ค้าที่นำมังคุดและทุเรียนใส่รถกระบะมาจอดวางขายกันริมถนน โดยมังคุดราคากิโลกรัมละ 10 บาท ขณะที่ในตลาดสดราคา 15 บาท ส่วนทุเรียนบ้านหรือทุเรียนพื้นเมืองกิโลกรัมละ 15 บาท ทุเรียนพันธุ์ทั้งก้านยาว กระดุมทอง ชะนี และหมอนทอง อยู่ที่กิโลกรัมละ 25-35 บาท ได้รับความสนใจจากประชาชนที่ไปเลือกซื้อเป็นจำนวนมาก นายสะฮารี ลาเตะ ชาวอำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี หนึ่งในพ่อค้าที่นำมังคุดและทุเรียนมาจำหน่าย เปิดเผยว่า ต้องเร่งระบายสินค้าให้หมดโดยเร็วที่สุดเน้นราคาถูกหากเหลือมากจะขาดทุน เพราะราคาลดลงอย่างต่อเนื่องและผลไม้จะเสียไม่สวย เนื่องจากผลไม้ทั้งมังคุดและทุเรียนสดใหม่จะออกสู่ตลาดทุกวัน

อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน ระยอง - จันทบุรี
จันทบุรี /  ตะวันออก / 

ในช่วงเดือนพฤษภาคม - กรกฎาคมของทุกปี จังหวัดระยอง และจังหวัดจันทบุรี จะคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ เพราะเป็นช่วงที่ผลไม้หลากหลายชนิดทยอยจากสวนออกสู่ตลาด ไม่ว่าจะเป็นราชา แห่งผลไม้อย่างทุเรียน หรือราชินีแห่งผลไม้อย่างมังคุด ก็มาอวดโฉมให้ได้ลิ้มลอง อีกทั้งยังมีเงาะ ลองกอง ลางสาด สละ ระกำ สับปะรด แก้วมังกร องุ่น ลำไย และอีกมากมาย ตลอดจนผลิตภัณฑ์แปรรูปผลไม้อีกหลากหลายรูปแบบ ให้ท่านได้เลือกซื้อเลือกชิมกันอย่างจุใจ นอกจากนี้ สวนผลไม้ต่าง ๆ ยังเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยว ให้มาสัมผัสวิถีชีวิตแบบชาวสวน ทั้งสวนผลไม้แบบโบราณ สวนผลไม้แบบเกษตรอินทรีย์ ไปจนถึงสวนผลไม้เพื่อการส่งออก โดยมีกิจกรรมภายในสวน เช่น ชมสวนด้วยรถกอล์ฟ รถไฟ จักรยาน ชิมผลไม้สด ๆ จากต้น โฮมสเตย์ อาหารพื้นเมือง เรียนรู้การเกษตร เป็นต้น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานระยอง ชาวสวนจังหวัดระยอง และจังหวัดจันทบุรี ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ช่วงฤดูกาลผลไม้แห่งภาคตะวันออก ด้วยความสนุก อร่อย มันส์ และขอให้ทุกท่านเดินทางด้วยความปลอดภัย สุขกายสบายใจตลอดเวลาที่มาเยี่ยมเยียนเรา (ควรติดต่อสวนล่วงหน้าก่อนไปเที่ยวชมทุกครั้ง) แนะนำสวนผลไม้ จ.ระยอง 1. สวนยายดา-เจ๊บุญชื่น กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ อาหารพื้นเมือง ผลิตภัณฑ์แปรรูป ผลไม้ : เงาะ ทุเรียน มังคุด เลขที่ 30 เขายายดา ตำบลตะพง อำเภอเมือง ระยอง 21000 โทร. 089-0991297, 089-0431330 2. สวนปาหนัน กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ Homestay ผลไม้ : เงาะ ทุเรียน มังคุด หมู่ 3 ตำบลตะพง อำเภอเมือง ระยอง โทร. 081-3009518, 081-8616927 3. สวนลุงทองใบ กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน เงาะ มังคุด เลขที่ 96/1 หมู่ 11  ตำบลตะพง อำเภอเมือง ระยองโทร. 089-8106411 083-769172 4. สวนลำดวน กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน เงาะ มังคุด เลขที่ 78 หมู่ 4 ตำบลตะพง อำเภอเมือง ระยอง โทร. 089-933 3798 5. สวนผู้ใหญ่เสวต กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน เงาะ มังคุด เขายายดา ตำบลตะพง อำเภอเมือง ระยอง โทร. 08 6149 6268 6. สวนคุณไพบูลย์ กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน (พันธุ์นกกระจิบ หมอนทอง ชะนี หลงลับแล) เงาะ มังคุด ลองกอง มะยงชิด แก้วมังกร เลขที่ 21 หมู่ 4 ตำบลนาตาขวัญ อำเภอเมือง ระยอง โทร. 08 1567 6368, 08 6149 1772 7. สวนผู้ใหญ่สมควร กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง กะท้อน ถนนหนองหญ้า-ก้นหนอง ตำบลบ้านแลง อำเภอเมือง ระยอง โทร. 08 1761 9497 8. สวนสุภัทราแลนด์ กิจกรรม : ชมสวนด้วยรถราง ชิมผลไม้จากต้น บุฟเฟต์ผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน เงาะ มังคุด มะเฟือง มะพร้าว ขนุน สละ มะม่วง แก้วมังกร ลองกอง ลำใย ส้มโอ องุ่น เลขที่ 70 หมู่ 10 ตำบลหนองระลอก อำเภอบ้านค่าย ระยอง โทร. 03889 2048-9 9. สวนลุงพา กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ Homestay ผลไม้  มังคุด เลขที่ 30/1 หมู่ 4 ตำบลหนองตะพาน อำเภอบ้านค่าย ระยอง โทร. 08 7822 8609 10. สวนอรัญ กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้  : ทุเรียน เงาะ มังคุด ตำบลหนองตะพาน อำเภอบ้านค่าย ระยอง โทร. 08 9404 9685, องค์การบริหารส่วนตำบล โทร. 0 3887 5129 11. สวนมังคุดไทย (คุณปัญญา) กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ อาหารพื้นเมือง Homestay ผลไม้ : มังคุดภาพ เลขที่ 31 หมู่ 4 ตำบลหนองตะพาน อำเภอบ้านค่าย ระยอง โทร. 08 1694 5727, 0 3862 8256 12. สวนประสมทรัพย์ กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ Homestay ผลไม้ : มะยงชิด ทุเรียน ลองกอง มังคุด เงาะ หมู่ 5 ตำบลบางบุตร อำเภอบ้านค่าย ระยอง โทร. 08 1377 3056, 08 1481 6598 13. สวนกำนันพงษ์ กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน ลองกอง มังคุด เงาะ หมู่ 4 ตำบลกระแสบน อำเภอแกลง ระยอง โทร. 08 9939 1564 14. สวนสีสวย กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน มังคุด เลขที่ 27/3 หมุ่ 5 ตำบลชุมแสง อำเภอวังจันทร์โทร. 08 9833 4520, 0 3866 6364 15. ท่องเที่ยวเชิงเกษตรบ้านคลองบางบ่อ กิจกรรม : ชมสวนเกษตรอินทรีย์  ชิมผลไม้ ผลไม้ : เงาะ ทุเรียน มังคุด ลองกอง หมู่ 4 ตำบลพลงตาเอี่ยม อำเภอวังจันทร์ ระยอง โทร. 08 9939 1564, 08 9019 7423 16. ท่องเที่ยวเชิงเกษตรบ้านสมุนไพรไทย กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : เงาะ มังคุด สมุนไพร ผักปลอดสารพิษ หมู่ 1 ตำบลป่ายุบใน อำเภอวังจันทร์ ระยอง โทร. 08 1377 1668, 08 1983 8189 17. สวน บี.เจ.การ์เด้น วิลล์ & รีสอร์ท กิจกรรม : ชมสวน และโรงไวน์ ชิมผลไม้ ผลไม้ : เงาะ มังคุด มังคุด ลองกอง ขนุน สละ เลขที่ 109/1 หมู่ 7 ตำบลกองดิน อำเภอแกลง ระยอง โทร. 0 3866 9801 18. สวนลุงเสส กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน ลองกอง มังคุด เลขที่ 22 หมู่ 7 ตำบลกองดิน อำเภอแกลง ระยอง โทร. 08 6444 9103 19. สวนอุดมโภชน์ กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน เงาะ ลองกอง มังคุด เลขที่ 173/1 หมู่ 10 ถนนชุมชนสูง ตำบลทุ่งควายกิน อำเภอแกลง ระยอง โทร. 08 1812 4761, 08 6332 7776 20. สวนคุณน้อย กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ อาหารพื้นเมือง ผลไม้ : เงาะ ทุเรียน มังคุดปลอดสารพิษ เลขที่ 35 ถนนเจริญสุข ตำบลวังหว้า อำเภอแกลง ระยอง โทร. 08 1940 4384, 08 9025 5259 21. สวนเจริญพีระวัฒน์ หมู่ 4 ตำบลกระแสบน อำเภอแกลง ระยอง กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ ทุเรียน ชมพู่ ส้มโอ ลำใย โทร. 08 1866 9523 22. ชุมชนเกษตรบ้านชากมะกรูด หมู่ 3 ตำบลกร่ำ อำเภอแกลง ระยอง กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ เงาะ ทุเรียน ลองกอง มังคุด สละ โทร. 08 1369 6300 23. บ้านสวนคลองปลาก้าง 1/2 หมู่ 1 ตำบลน้ำเป็น อำเภอเขาชะเมา ระยอง กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ ลองกอง มังคุด โทร. 08 1865 4058, 08 1763 7820 แนะนำสวนผลไม้ จ.จันทบุรี 1. สวนสกุลพัฒน์ กิโลเมตรที่ 298 ถนนสุขุมวิท ตำบลวังใหม่ อำเภอนายายอาม จันทบุรี กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ ทุเรียน ชมพู่ ส้มโอ ลำใย โทร. 08 6155 0222, 08 1809 0366 2. สวนทุเรียนบ้านแซงลึก หมู่ 4 ตำบลเขาบายสี อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ ทุเรียน เงาะ มังคุด แก้วมังกร สละ โทร. 0 3935 5544, 08 3078 8022 3. สวนสะเด็ดยาด 183/13 หมู่ 2 ตำบลเขาบายศรี อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้  เงาะ ทุเรียน มังคุด โทร. 08 7111 1335, 08 7111 1338 4. สวนป้าแกลบ 43 หมู่ 8 ตำบลเขาบายศรี อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลิตภัณฑ์แปรรูป ผลไม้  เงาะ ทุเรียน มังคุด แก้วมังกร สละ โทร. 0 3935 6954, 08 6366 3097 5. สวนน้องแฝด 29/1 หมู่ 12 ตำบลเขาบายศรี อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้  เงาะ ทุเรียน มังคุด สละ โทร. 08 6140 8491 6. สวนผู้ใหญ่คำนึง 6/1 หมู่ 12 ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ Homestay ผลไม้ ทุเรียน เงาะ มังคุด แก้วมังกร สละ โทร. 08 9092 9596 7. สวนสละคุณวินัย 7/14 หมู่ 6 ตำบลพลวง อำเภอเขาคิชณกูฏ จันทบุรี กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ สละเนินวงศ์ ทุเรียน มังคุด ลองกอง โทร. 08 1806 9527 8. สวนสละสุมาลี 4 ตำบลบ่อพุ อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ สละ โทร. 0 3943 1240 9. กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรแหลมเสด็จอ่าวคุ้งกระเบน 8/1 หมู่ 7 บ้านอ่าวคุ้งกระเบน ตำบลคลองขุดอำเภอท่าใหม่ จันทบุรี กิจกรรม ผลิตภัณฑ์แปรรูป ชมขั้นตอนการผลิต กะปิ น้ำปลา น้ำสำรอง ข้าวกล้อง น้ำมันเหลือง โทร. 0 3938 8030, 08 9088 4674 10. สวนมังคุด 100 ปี หมู่ 1 ตำบลคลองนารายณ์ อำเภอเมือง จันทบุรี กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ เงาะ ทุเรียน มังคุด แก้วมังกร สละ โทร. 0 3934 3499, 08 1654 0778 11. สวนโถทอง 18 หมู่ 10 ตำบลคมบาง อำเภอเมือง จันทบุรี กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ เงาะ ทุเรียน มังคุด โทร. 0 3945 9339 12. บ้านสวนยาย 9/4 หมู่ 7 ตำบลคมบาง อำเภอเมือง จันทบุรี กิจกรรม ชมสวนชีวภาพ ชิมผลไม้ ผลไม้ มังคุด ลองกอง ทุเรียน 100 ปี โทร. 08 6827 2004, 08 3087 7615 13. สวนสละคุณสมชาย 10/3 หมู่ 4 ตำบลคลองพลู อำเภอเขาคิชณกูฏ จันทบุรี กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ สละ ลองกอง ทุเรียน มังคุด โทร. 08 1835 6250 14. ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี ริมถนนสุขุมวิท ตำบลตะปอน อำเภอขลุง จันทบุรี กิจกรรม ความรู้ด้านพืชสวน กางเต็นท์  ที่พัก เดินเที่ยวและขี่จักรยานชมธรรมชาติ ผลไม้ เงาะ ทุเรียน มังคุด ลองกอง พืชสลุกระกำ พันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ โทร. 0 3939 7030, 0 3939 7146 15. ศูนย์เรียนรู้เกษตรพอเพียงนายวิสิทธิ์ 8/2 หมู่ 3 ตำบลวังแซ้ม อำเภอมะขาม จันทบุรี กิจกรรม ชมสวนเกษตรอินทรีย์  ชิมผลไม้ ผลไม้ มังคุด เงาะ ทุเรียน ลองกอง โทร. 08 9097 0137 16. ศูนย์ศึกษาพัฒนาผลไม้ตามพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี ตำบลท่าหลวง อำเภอมะขาม จันทบุรี กิจกรรม ชมสวนผสมผสาน ชิมผลไม้ ผลไม้      ทุเรียน มังคุด ลองกอง กะท้อน โทร. 08 9240 5416 17. สวนคุณลิ้นจี่ หมู่ 3 ตำบลมะขาม อำเภอมะขาม จันทบุรี กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ เงาะ ทุเรียน มังคุด แก้วมังกร สละ โทร. 08 1862 4975 18. สวนนานสมนึก หมู่ 11 ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จันทบุรี กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง สละ กะท้อน โทร. 0 3945 8043, 08 7048 6615 19. สวนนายเจริญชัย หมู่ 1 ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จันทบุรี กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง สละ กะท้อน โทร. 0 3939 7195, 08 1377 3558 20.สวนสาวสุดใจ หมู่ 1 ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จันทบุรี กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง โทร. 08 7133 2730, 08 1377 3190 21. สวนอาหารต้นพลิ้ว 22 หมู่ 2 ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จันทบุรี กิจกรรม ชมสวนมังคุด 100 ปี ชิมผลไม้ อาหารพื้นบ้าน ผลไม้ ทุเรียน มังคุด ลองกอง เงาะ โทร. 0 3943 4520, 08 6139 5533 การเลือกซื้อผลไม้ การเลือกซื้อทุเรียน 1. ดูปากปลิง ทุเรียนแก่จัดปากปลิงจะพองโตเห็นรอยชัดเจน 2. ดูหนาม ผลทุเรียนแก่ปลายหนามจะออกสีน้ำตาลเข้ม 3. บีบปลายหนาม 2 หนามเข้าหากัน ทุเรียนแก่เมื่อบีบปลายหนามจะมีลักษณะยือหยุ่นเหมือนมีสปริง 4. ดูขั้วผล ขั้วทุเรียนแก่จะเป็นสปริง ส่วนขั้วผลทุเรียนอ่อนจะไม่เป็นสปริง 5. ดูสีผล ด้านบนผลทุเรียนแก่สีจะมันและแห้ง 6. ดูร่องพู ทุเรียนแก่ร่องพูจะเป็นสีน้ำตาลปนเหลือง ไม่มีริ้วรอยจากแมลงและโรค 7. ชิมปลิง โดยตัดขั้วผลหรือปลิง ทุเรียนแก่จะเห็นน้ำใสที่ขั้วผล ไม่ข้นเหนียว ชิมดูจะมีรสหวาน รอยตัดขั้วผลจะเป็นวงแหวนสีเหลืองระหว่างแกนกับเปลือก 8. ดมกลิ่น ถ้าสุกจะมีกลิ่นหอม ถ้าแก่จะมีกลิ่นสาบของความหอม ไม่เหม็นเขียว 9. เคาะที่โกรกหนาม ทุเรียนแก่มีเสียงโพรกดังหลวม ๆ ไม่ทึบ 10. เลือกซื้อทุเรียนที่ตัดมาจากสวนใหม่ ๆ แล้วนำไปเป่าพัดลมเพื่อไล่น้ำ 3-5 ชั่วโมง เนื้อทุเรียนจะไม่อมน้ำ ทำให้ทานอร่อยยิ่งขึ้น 11. ถ้าซื้อทุเรียนที่ตัดตอนแก่ พันธุ์ชะนีให้ทิ้งข้ามคืน 3 คืน ส่วนหมอนทองให้ทิ้งข้ามคืน 5 คืน จะได้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้น 12. การใช้มีดผ่าทุเรียน ควรใช้มีดที่มีความคม ขนาดกระชับมือ ผ่าตามร่องพูแล้วค่อย ๆ บิดเปลือกออก จะทำให้แกะง่ายขึ้น 13. ทุเรียนที่สุกมาก ใช้มีดเจาะก้นผลแล้วบิดเปลือกออกจะทำให้แกะง่ายขึ้น การเลือกซื้อเงาะ 1.ควรชิมก่อนว่าหวานหรือไม่ เวลาซื้อให้เลือกเองและเลือกผลใหญ่สม่ำเสมอ 2.เนื้อเงาะต้องล่อนดี ไม่ติดเมล็ด และไม่แฉะน้ำจนเกินไป 3.การเลือกซื้อเงาะควรเลือกเปลือกและขนเงาะที่มีสีสดไม่แห้งดำ 4.เงาะโรงเรียนปลายขนมีสีเขียวอ่อน เงาะสีชมพูปลายขนมีสีแดงอมชมพู การเลือกซื้อมังคุด เลือกเปลือกไม่แข็ง เปลือกสีม่วงแดงเข้มเกือบดำ ขั้วดูสด เมื่อปอกเปลือกออกเนื้อจะเป็นพูขาวนวล รสหวานอมเปรี้ยว หากเป็นเนื้อใสและแข็ง เรียกว่า "มังคุดแก้ว"เกิดจากต้นมังคุดถูกฝนตกหนักก่อนเก็บ 1. ถ้าจะทานมังคุดที่มีรสชาติหวานให้เลือกมังคุดที่มีผิวสีม่วงเข้ม แต่ถ้าจะทานหวานอมเปรี้ยวให้เลือกมังคุดที่มีผิวสีแดง 2. มังคุดผลเล็กจะมีรสชาติดีกว่ามังคุดผลใหญ่ และไม่ค่อยมีเมล็ดเวลาทาน 3. การแกะมังคุดให้ใช้มีดผ่าเป็นเส้นกากบาทที่ก้นผล แล้วบิดออกจะทำให้เนื้อไม่ช้ำและไม่เสียรสชาติ 4. มังคุดที่มีรอยแตกหรือแข็งมาก มีรอยยุบหรือมีทรายติด ไม่ควรซื้อ เพราะเป็นมังคุดที่ตกจากต้น การเลือกซื้อลองกอง 1. ควรชิมก่อนว่าหวานหรือไม่ 2. ควรเลือกผิวเรียบ ไม่มีรอยด่างดำมากเกินไป ขนาดผลใกล้เคียงกัน 3. ผลลองกองจะมีลักษณะใกล้คียงกับลางสาด ให้สังเกตผิวเปลือกลางสาดผิวจะมันและเรียบกว่าผลลองกอง ผลลางสาดจะเล็กกว่าลองกอง หากแกะเปลือกออกจะมียางสีขาว ๆ แต่ลองกองจะไม่มียาง การเลือกซื้อสละและระกำ 1. สละแต่ละพันธุ์มีลักษณะไม่แตกต่างกันมากนัก จะต่างกันที่บางพันธุ์มีลักษณะพิเศษ คือ ลำต้นไม่มีหนาม และบางพันธุ์ผลจะมีลักษณะยาวรีและเปลือกมีสีน้ำตาลเข้ม เช่น สละพันธุ์เนินวงศ์ 2. สละจะมีรสชาติหอมหวาน ส่วนระกำจะเปรี้ยวอมหวาน 3. ผลระกำจะมีเมล็ด 2-3 เม็ด แต่สละจะมีเพียง 1-2 เมล็ด 4. สละนิยมทานสด แต่ระกำนิยมนำไปเป็นส่วนประกอบอาหาร เช่น ปลาทู ต้มระกำ 5. การแกะเปลือกสละและระกำ ให้บิดเปลือกจากก้นผลแล้ววนรอบผล จะแกะง่ายและไม่ทำให้เนื้อช้ำ แต่ถ้าเปลือกล่อนเป็น     ชิ้น ๆ แสดงว่าไม่สดเพราะเปลือกแห้งเกินไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ททท.สำนักงานระยอง โทร. 0 3865 5420 - 1 ที่มา : การท่องเที่ยวแห่งปะเทศไทย

ทายนิสัยจากการกิน
ทายนิสัย /  ทายใจ

วันนี้ teen.mthai มี ทายนิสัยจากการกิน มาฝากเพื่อนๆกันคะ ไปดูกันซิว่า อาหารที่เพื่อนๆชบกินกันนั้น มันจะบางบอกนิสัย ว่าเพื่อนๆเป็นคนยังไง? นิสัยยังไง? ไปดูกันเลย ^^ ทายนิสัยจากการกิน : ไข่ ที่ชอบกิน ไข่ดิบ หากคุณจะเลือกทางเดินชีวิต คุณจะไม่สนใจคนอื่นๆว่าเขาเลือกกันอย่างไร คุณจะมีทางเดิน ของคุณ โดยไม่แคร์สายตาคนรอบข้าง และคุณก็ไม่ชอบที่จะไปยุ่งเกี่ยวกับคนอื่นด้วย ไข่ต้ม คุณเป็นคนที่มีความอดทน หากคุณทำงานอะไรสักชิ้นหนึ่ง คุณก็จะทำให้มันเสร็จไปเลย ไม่ชอบที่จะค้างมันไว้ เพราะคุณจะหงุดหงิดกับมันมากหากคุณทำไม่สำเร็จ คุณมักจะใช้เหตุผลในการตัดสินใจทำอะไรสักอย่างอยู่เสมอ ไข่ลวก แสดงว่าคุณเป็นคนที่ไม่ค่อยจะเรื่องมาก ใครๆที่อยู่ใกล้ก็มักสบายใจ เพราะคุณไม่มีเรื่องเล็กๆ น้อยๆ มายุ่งให้รำคาญใจ คุณเป็นคนรักความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยแต่จะว่าไปแล้วคุณเเอง เป็นคนที่ค่อนข้างจะใจร้อนอยู่สักหน่อย ไข่ดาว ถ้าคุณชอบทำไข่ดาวมาก แสดงว่าคุณเป็นคนที่ชอบความท้าทาย และเป็นคนที่มีความพยายาม เป็นอย่างยิ่ง คุณนั้นเป็นคนที่กระตือรือร้นและไขว่คว้าหาโอกาสให้กับตัวเอง คุณจะไม่รอให้โอกาสต่างๆ เข้ามาหาคุณ คุณจะพุ่งเข้าใส่มันเอง ไข่เจียว คุณเป็นคนที่มีความยุติธรรม เป็นนักวางแผน และนักคิด คุณมักคิดและทำอะไรอย่างเป็นระบบ คุณมีความเชื่อมั่นในการตัดสินใจของตัวเอง และคุณก็มักคิดว่า คนอื่นมักคิดเช่นเดียวกับคุณ ไข่ยัดไส้ คุณเป็นคนที่มีการเตรียมพร้อม ชอบท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ แต่ในขณะเดียวกันต้องไม่เป็นที่ที่ ไม่ทำให้ลำบากเพราะคุณมักจะไม่ค่อยมีความอดทนกับเรื่องพวกนี้ แม้กระทั่งการทำงาน ก็เช่นกัน หากต้องทุ่มเทกับมันมากๆ คุณก็จะรับมันไม่ค่อยได้ ทายนิสัยจากการกิน : เส้นก๋วยเตี๋ยว เส้นใหญ่ คุณเป็นคนหนักแน่น ทำอะไรทำจริงแบบ ไม่ดีไม่ได้ ไม่เลิก แต่เป็นคนอ่อนไหวอะไรที่มากระทบกับความรู้สึก จะครุ่นคิด วิเคราะห์หาที่มาบางครั้งทำให้เครียด ไม่ค่อยพูด ตรึกตรอง ทบทวนรักเพื่อน รักฝูง ขอบช่วยเหลือแก้ปัญหาให้คนอื่น เส็นเล็ก คุณเป็นคนรวยอารมณ์ขัน รวยเพื่อน รวยมุขฮาเป็นศูนย์รวมเพื่อน คุณไม่ชอบคิดเล็กคิดน้อยแม้ปัญหาหนัก ๆ คุณก็ยังยิ้มรับมันได้แต่ค่อนข้างขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง ในบางครั้งไม่กล้าชนปัญหา แต่ยิ้มกับปัญหาค่อยข้างเข้าชู้ เสน่ห์แรงพอตัว รักเพื่อนมาก บางครั้งอาจลืมคนใกล้ตัวไปบ้าง เส้นหมี่ คุณเป็นคนเก็บตัว แต่เรียนเก่งชะมัด ใฝ่รู้ ชอบอ่านชอบค้นคว้า ชนิดหนอนหนังสือยังอาย ร้านหนังสือตามห้างมันได้เงินจากคุณอย่างสม่ำเสมอ โรแมนติกอยู่คู่กับคุณ คุณเป็นคนปราณีตกับแฟน เอาใจใส่ทุกกระเบียด แต่แฟนของคุณอย่าลืมวันเกิดเชียว คุณจะงอนบึ้งตึงและไม่พูด กว่าแฟนคุณจะเดาอาการคุณออก คุณก็งอนเรื่องใหม่ซะแล้วสิ เส้นบะหมี่ คุณเป็นคนโลดโผนผจญภัย น้ำตก ภูเขา ทะเลที่ว่าไกลแสนไกล คุณไปเหยียบมาหมดแล้ว คุณไม่ค่อยโรแมนติก หากมีแฟน แฟนของคุณต้องเข้าใจคุณมากๆ คุณมักมุ่งไปข้างหบ้า ไม่มองข้างหลัง มีความฝัน ค้นหาท้าทาย แต่ไม่ชอบวางแผนชีวิต คุณเป็นคนรักของครอบครัวและเพื่อนฝูงใจดี แต่มักไม่ประสบผลสำเร็จในชีวิตคู่ เส้นยำยำ คุณเป็นคนถือตัวชะมัด ไม่ชอบง้อใครไม่ชอบขอใคร พึ่งพาตนเอง ไม่มีใครรู้สถานะที่แท้จริงของคุณหรอก รักเสียงเพลง ละเมียดละไมพอประมาณ เป็นคนฟุ่มเฟือย แต่ทำงานเก่ง การเรียนไม่เท่าไหร่ กิจกรรมเด่น แต่ออกจะเจ้าอารมณ์ บางครั้งพาลไม่มีเหตุผลเอาดื้อ ๆ เส้นขนมจีน เขาว่าคุณเป็นคนขี้เหนียว แต่คุณบอกเพื่อนว่าคุณถูกสอนให้รู้จักใช้เงินคุณ ไม่ชอบซื้อของพร่ำเพรื่อ แต่คุณชอบซื้อของดี แพงไม่ว่า ถ้าถูกใจคุณ คุณสามารถเททั้งกระเป๋าแบบไม่สนใจใคร คุณขึ้รำคาญคน ชอบช่วยเหลือสังคม อาชีพ ส.ส. น่าจะเหมาะกับคุณ คุณเป็นคนช่างเลือก แฟนต้องดูดีเสมอ ถ้าไฮโซยิ่งดี มีสีหน่อยคุณจะภูมิใจมาก คุยทั้งวันไม่หยุด เส้นสปาเก็ตตี้ คุณเป็นคนดุ น่าจะเป็นครูปกครอง หรือเป็นตำรวจสายปราบปราม ทำงานด้านกฎหมายยิ่งเพอร์เฟ็ค ใครอย่ามาเอาเปรียบคุณเชียว คุณเอาเรื่องไม่เลิกแต่คุณไม่ชอบก้ายก่ายใคร ไม่ชอบการเมือง ส่วนตัวคุณเป็นคนโอบอ้อมอารี ใจดี แต่ไม่แสดงออก เวลาน้ำท่วมไฟไหม้ที่ไหน ไปดูสิ มีของที่คุณนำไปบริจาคเพียบ แต่คุณไม่ติดชื่อคุณหรอก ทายนิสัยจากการกิน : ผลไม้ กระท้อน หนุ่มสาวคนไหน ที่ชอบกินกระท้อน จะมีลักษณะแข็งนอกอ่อนใน ดูภายนอกเหมือนคนก้าวร้าวแต่จริง ๆ จิตใจดี อ่อนไหวง่าย ไม่ชอบความรุนแรง รักสงบ ไม่ชอบความวุ่นวายนั่นเอง กล้วย คนที่ชอบทานกล้วย ภายนอกดูจะเป็นคนเงียบขรึม แต่นิสัยจริง ๆ คืออ่อนไหวง่าย ถ้าถูกใครพูดกระทบกระแทกหน่อยก็จะเก็บเอาไปคิดเสียใจ เป็นคนโอบอ้อมอารีย์ มีเหตุผล รอบคอบ มองการณ์ไกล ชอบวางแผน อนาคตให้ตัวเองและคนที่อยู่รอบข้างเสมอ เป็นคนนิสัยรักสันโดษ ชอบศึกษาแนวความคิดที่อิงปรัชญาเมธี เป็นคนที่มีจิตเป็นกุศล ชอบทำบุยแก่คนทุกข์ยาก เงาะ สำหรับคนที่ชอบกินเงาะจะเป็นคนค่อนข้างเล่น สามารถทำให้คนรอบข้างมีความสุขได้ ถึงคุณน่ะโม้ไปบ้างแต่เพื่อน ๆ ก็ชอบในความร่าเริง สนุกสนานของคุณ ชมพู่ สำหรับคนเกรงใจ จะชอบกินชมพู่มากเป็นพิเศษ มีความอดทนสูง ยิ้มได้ในทุกสถานการณ์ แต่เป็นคนมองโลกในแง่ร้ายและคิดมาก แต่ไม่ชอบที่จะทำร้ายจิตใจใครจริง ๆ ดังนั้นถ้าหนุ่มคนไหน ชอบกินชมพู่เป็นพิเศษหล่ะ ก็ควรจะเอาใจเค้าให้มาก เพราะเค้าจะคิดอะไร ๆ ไปในทางลบเสมอ แตงโม เป็นของว่างจานโปรดสำหรับสาวใจกว้าง อ่อนโยน มีน้ำใจกับมิตรสหาย ซื่อสัตย์ไม่คิดคดทรยศ เป็นคนง่าย ๆ มองโลกในแง่ดี จะไม่ค่อยโวยวายหรือคิดมาก ตั้งอกตั้งใจทำงานดี แต่มักแพ้ภัยแก่เพศตรงข้าม และคนที่ชอบกินแตงโมจะเป็นคนที่รักใคร่เอ็นดูของเพื่อนฝูงอีกด้วย ฝรั่ง สาว ๆ ที่ชอบฝรั่งมักเป็นคนรักอิสระ ชอบที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่าง ๆ ไม่ชอบทำอะรซ้ำซากจำเจ มะพร้าว เพื่อน ๆ ที่ชอบมะพร้าวมักเป็นคนใจบุญ มีจิตเป็นกุศล มองโลกในแง่ดี วาจาคมคาย พูดจาเหน็บคนให้เจ็บด้วยใบหน้าที่ใสซื่อเก่งนักแหละ มะละกอ ผลไม้โปรดของคนที่มีน้ำอดน้ำทนสูง มีความคิดลุ่มลึก คิดเป็นเหตุเป็นผล วางแผนแยบยล โอบอ้อมอารีย์ มังคุด เหมาะสำหรับคนที่เก็บเนื้อเก็บตัว ช่างฝันและมีอารมณ์โรแมนติก อ่อนไหวง่าย รักใครได้ง่าย ๆ และเก็บเอาไปนึกคิดคนเดียว แต่ไม่นานก็ลืมเอาดื้อ ๆ แล้วก็ไปหลงคนอื่นต่อไปเรื่อยเปื่อย พูดง่าย ๆ คือเป็นผลไม้สำหรับคนเจ้าชู้ไงจ๊ะ ลองกอง พวกที่ยึดเอาลองกองเป็นอาหารหลัก เป็นคนรักสันโดษ ชอบเดินทาง ชอบการผจญภัยในที่ที่ตนเองไม่เคยไป อนุรักษ์นิยม ลางสาด สำหรับเพื่อน ๆ ที่เลือกลางสาดเป็นผลไม้หลัก จะเป็นคนอนุรักษ์นิยม ยึดมั่นในแนวความคิดเก่า ๆ ชอบวิถีทางที่เคยทำมาแต่ก่อน แต่เป็นคนมีเหตุผล ลิ้นจี่ ผลไม้สำหรับคนชอบทำงานเบา ๆ ไม่ต้องใช้กำลังแรงงานมาก ๆ แต่เป็นคนที่มีความรับผิดชอบ ในหน้าที่การงานเป็นอย่างดี งานนี้ถ้าอาจารย์สั่งงานมามากนัก คนชอบทานลิ้นจี่ ก็กลัวเพื่อน ๆ จะลำบากน้อยกว่า เลยให้เพื่อน ๆ เอางานไปช่วยทำซะหมด ตัวเองคอยชักใยอยู่เบื้องหลังสบาย ๆ นี่เอง ลำไย ผลไม้เม็ดเล็กคนชอบทาน มักเป็นคนปากหวาน ชอบประจบประแจง ใช้คำพูดยกยอคนให้หลงปลื้ม แต่มักเป็นคนชอบนินทาว่าร้ายคนอื่นลับหลัง สตรอเบอรี่ ถ้าชอบทานสตรอว์เบอรี่ บอกได้เลยว่าคุณเป็นสาวคุยสนุกมีอารมณ์ขัน ทำให้คนอื่นหัวเราะได้ตลอดเวลา เป็นที่ต้องการของเพื่อน ๆ ในกลุ่มและเมื่อจะพูดคุยหรือทำอะไรก็ต้องมีคนดู คนฟัง และค่อนข้างมีรสนิยมทีเดียว สาลี่ ผลไม้คุณหนู ผู้ที่ชอบทานมักจะมีนิสัยอ่อนหวาน สุภาพ อ่อนโยน ไม่ชอบขัดใจใคร มองโลกในแง่ดี ไม่นินทาว่าร้ายใคร นอกจากนี้ยังเป็นนักเล่าเรื่องที่ดี ส้มเขียวหวาน เห็นชอบส้มอย่างนี้เป็นคนทันสมัย หัวก้าวหน้า แต่มักมีนิสัยหึงหวงเพศตรงข้ามอยู่เนือง ๆ มัธยัสถ์ รู้จักใช้จ่าย ทันสมัยไม่แพ้ใครเลยทีเดียว ส้มโอ น้อง ๆ ที่ชอบส้มโอจะเป็นคนที่รักความสบาย ความหรูหรา โอ่อ่าแบบมีการประมาณตนไม่ทำอะไรเกินตัว แต่มักเป็นคนใจอ่อนง่าย ถ้ามีใคร ๆ มาตื๊อก็คงยอมให้กันทุกอย่างแบบเทกระเป๋าไปเลย สัปปะรด ผู้ที่ชอบกินเป็นคนที่แคร์คนอื่นมากเกินไป จนมัวแต่ไปเอาใจคนอื่นเกินไป ทำให้เพื่อน ๆ มักจะรำคาญและเบื่อหน่ายอยู่เสมอ องุ่น ผลไม้ยอดฮิตของคนสวยมีเสน่ห์ เพื่อน ๆ ที่ชอบทาน มักเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดี เข้ากับคนง่าย นิสัยร่าเริง มีความคิดความอ่านสุขุมรอบคอบ ปากกับใจไม่ค่อยตรงกันนัก แต่ซื่อสัตย์ ไม่ค่อยชอบบอกเรื่องส่วนตัวของตน ให้ใครรู้ง่าย ๆ แอปเปิ้ล ผลไม้ของคนเหงา ขาดเพื่อนไม่ได้ เป็นคนไม่ค่อยแคร์เรื่องความรัก คือ นึกจะรักใครก็รัก นึกจะเลิกก็เลิกขึ้นมาง่าย ๆ แต่จะเป็นนที่มีความอดทนในเรื่องของการทำงาน ทายนิสัยจากการกิน : เค้ก เค้กบราวนี่เค้ก คุณเป็นนักผจญภัย ชอบไอเดียใหม่ๆ เป็นนักต่อสู้และชอบชัยชนะ คุณเป็นคนมีอารมณ์ขัน แต่หลายครั้งที่สร้างมุขแป้ก แม้จะมีแนวคิดแปลกๆ ไปบ้าง แต่ก็คุณก็เป็นคนจงรักภักดีไม่แพ้ใคร เค้กสตรอเบอรี่ คุณเป็นคนน่ารัก อบอุ่น และโรแมนติก คุณช่างเอาอกเอาใจและห่วงใยคนอื่น แต่ใจอ่อนง่ายๆ บางครั้งก็ใช้อารมณ์มากเกินไป คนส่วนใหญ่มักมองว่าคุณขี้หึงซะด้วยสิ เค้กช็อคโกแลต คุณเป็นคนเซ็กซี่ สร้างสรรค์ อารมณ์ร้อนแรง และ ทะเยอทะยาน หลายคนอาจมองดูคุณเป็นคนเย็นชา ทว่าจริงๆ แล้วคุณเป็นคนซ่อนความอบอุ่นไว้ภายใน คุณชอบผจญภัย คุณไม่ค่อยพอใจกับอะไรที่เรียบๆ ธรรมดา จึงชอบที่จะแสวงหาสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ เค้กที่ทำจากผัก หรือ ธัญพืช คุณเป็นคนร่าเริง ชอบความสนุกสนาน ใครๆ ที่อยู่รายล้อมคุณจึงมักมีความสุข สนุกสนานไปด้วย คุณไม่ค่อยมีพิธีรีตรอง ไม่ต้องมากความ แถมยังใจดี เลยมีเพื่อนมาก และส่วนใหญ่เค้าก็จะรักคุณมากๆ ด้วย เค้กไอศกรีม คุณเป็นนักกีฬาตัวยง ไม่ว่าจะลงแข่งจริงๆ จังๆ หรือแค่เป็นแฟนกีฬาที่ติดตามดูอย่างจริงจังก็ตาม จึงทำให้คุณค่อนข้างแอคทีฟ คุณเคารพตัวเองและยึดถือตัวเองเป็นหลัก จึงมักมีคนว่าคุณออกจากเรื่องมากเอาการอยู่นะ ต้องระวังด้วย ทายนิสัยจากการกิน : ไอศครีม ช็อกโกแล๊ต คนที่ชอบทานไอศครีมรสนี้ เป็นคนที่ขี้เหงา จิตใจไม่ค่อยเข้มแข็ง อ่อนไหวง่าย ชอบเก็บเรื่องอดีตมาคิดอยู่เสมอๆ เคร่งครัดและยึดมั่นในขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆ มาใช้ในชีวิตประจำวัน จนบางครั้งทำให้ตัวเองไม่มีความสุข ช็อกโกแล๊ตชิป คนที่ชอบทานไอศครีมรสนี้ เป็นคนที่แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี เอาตัวรอดยามคับขันเก่งมาก แก้ไขเรื่องร้ายกลายเป็นดีได้ ได้เก่ง มองโลกแง่ดี มักตั้งความหวังเป้าหมายในชีวิตไว้สูง กาแฟ คนที่ชอบทานไอศครีมรสนี้ มีลักษณะเด่นคือชอบเป็นผู้นำ ชอบการแข่งขัน ตั้งใจทำงานด้วยความจริงจัง เน้นผลงานต้องดีเลิศกว่าคนอื่น ยิ่งได้รับความรับผิดชอบมากเท่าไหร่ยิ่งพอใจ คนประเภทนี้บ้างานน่าดู เรื่องความรักคงไม่หวือหวาเท่าที่ควร วานิลลา คนที่ชอบทานไอศครีมรสนี้ เป็นคนมีนิสัยสนุกสนานร่าเริง รักศักดิ์ศรีในตนเองสูง เป็นที่รักใคร่ของทุกๆ คน ผูกมิตรกับคนอื่นได้ดี ชอบใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายไม่ต้องมีพิธีรีตองมาก สตรอเบอร์รี่ คนที่ชอบทานไอศครีมรสนี้ เป็นคนที่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่สูง ชอบช่วยเหลือผู้อื่น มอบความอบอุ่นและความรักกับคน ใกล้ตัวได้อย่างดี เป็นคนที่ทำตัวง่ายๆ ประเภทติดดิน คบกับคนอื่นได้ง่าย แม้จะเป็นคนแปลกหน้าก็ตาม มองโลกมองคนอื่นแง่ดีอยู่เสมอ รสผสม คนที่ชอบทานไอศครีมรสนี้ เป็นคนปรับตัวได้เก่ง ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนสามารถเข้ากับคนอื่นได้ดี มีความยืดหยุ่นในตัวสูง ชอบอะไรๆ ที่หลากหลายไม่จำเจ มักชอบการประนีประนอม ไม่ชอบการตัดสินด้วยกำลัง อ้างอิง oknation เรียบเรียง teen.mthai

เชิญเที่ยว เทศกาลบริโภคผลไม้ไทย
เทศกาลบริโภคผลไม้ไทย /  เทศกาลผลไม้ / 

เชิญเที่ยว เทศกาลบริโภคผลไม้ไทย ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้า เจ เจ มอล์ ในวันที่ 4-8 มิถุนายน นี้ เชิญเที่ยว เทศกาลบริโภคผลไม้ไทย ใกล้ถึงวันแล้วนะครับเตรียมพร้อมหรือยัง กับเทศกาลบริโภคผลไม้ไทย สำหรับคนที่หลงรักการทานผลไม้เชิญ ช้อบ เชิญ ชิม กับราชินีและราชา แห่งผลไม้มากมาย คนรักสุขภาพอย่าพลาดกัน ในงานจะมีผลไม้มาให้เลือกซื้อกันอย่างหลากหลาย ทั้งราชาผลไม้ (ทุเรียน) และราชินี(มังคุด) รวมกระทั้ง ลิ้นจี่,สับปะรด,เงาะ,ชมพู่ ผลไม้สดๆ ที่มีคุณภาพอีกทั้ง ผลไม้แปรรูปอื่นๆ อีกมากมาย อย่าพลาดแวะไปเที่ยวกันนะครับ ดูข้อมูลเพิ่มเติม >> www.facebook.com/pages/JJmall-Fanpage ขอบคุณข่าวสารจาก เที่ยวภาคกลาง.com

อุทาหรณ์! กินเม็ดกระท้อนลำไส้ทะลุ
กลืนเม็ดกระท้อนทำไส้ทะลุ /  กลืนเม็ดกระท้อนลงท้อง / 

ลำไส้ทะลุหลังกลืนเม็ดกระท้อนลงท้อง ไปกว่า20 เม็ด แพทย์เตือนประชาชนให้ระมัดระวังอย่ากลืนเม็ดกระท้อนเข้าไปเป็นอันขาด วันนี้ (3 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีผู้ป่วยปวดท้องรุนแรงถูกส่งตัวมารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ หลังกลืนเม็ดกระท้อนเข้าไป นายแพทย์วิฑูรย์ ศรีศุกร์เจริญ แพทย์เชี่ยวชาญด้านเวชกรรม สาขาศัลยกรรม ได้เปิดเผยว่า ผู้ป่วยเข้ารักษาตัวอยู่จริง โดยปีนี้พบผู้ป่วยแล้ว 2 ราย ทั้งคู่เดินทางเข้ารักษาตัวด้วยอาการปวดท้องอย่างรุนแรง หลังรับประทานเม็ดกระท้อนเข้าไป จึงขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวังอย่ากลืนเม็ดกระท้อนเข้าไปเป็นอันขาด สำหรับสาเหตุดังกล่าว นายแพทย์วิฑูรย์ชี้แจงงว่า เกิดจากการรัปประทานกระท้อนแล้วกลืนลงท้องไปทั้งเม็ด ซึ่งเม็ดกระท้อนจะมีส่วนที่แหลมคมอยู่ตรงปลายเม็ดทั้ง 2 ข้าง ต่างจากเม็ดมังคุด หากใครที่มีประวัติเป็นโรคท้องผูกเรื้อรัง จะพบว่าเป็นคนไข้ที่รับประทานเม็ดกระท้อนเข้าไป จะถูกปลายที่แหลมคมทั้ง 2 ข้างทิ่มตำสำไส้ใหญ่ส่วนล่างออกมาที่ช่องท้องพร้อมกับอุจจาระ จะทำให้เกิดภาวะเยื่อบุช่องท้องอักเสบ และอาจจะทำให้เสียชีวิตได้จากภาวะโลหิตเป็นพิษ เพราะการติดเชื้อในช่องท้อง ผู้ป่วยบางรายมักจะคิดว่าเป็นการปวดท้องธรรมดาจึงรักษากันเอง กว่าที่จะมาพบแพทย์เชื้อโรคก็กระจายเข้าสู่กระแสเลือดแล้ว ด้านนายดวงดี ธรรมวัง อายุ 51 ปี ผู้ป่วยที่สำไส้ทะลุจากการกลืนเม็ดกระท้อนเข้าไป กล่าวว่า ได้กินกระท้อนโดยกลืนเม็ดกระท้อนเข้าไปด้วย 25-30 เม็ด ทั้งเม็ดใหญ่เม็ดเล็ก ตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา กระทั่งรู้สึกปวดท้องอย่างรุนแรงจนทนไม่ไหว หลังจากพบแพทย์ก็ถูกส่งตัวเข้าห้องผ่าตัดทันที โดยแพทย์ได้ผ่าตัดเป็นแผลยาวประมาณ 15 เซนติเมตร รักษาสำไส้ที่ทะลุ และนำสำไส้ส่วนดีมาไว้หน้าท้อง เพื่อให้ขับถ่ายทางหน้าท้อง ที่สำคัญพบเม็ดกระท้อนตกค้างอยู่ตรงจุดที่ทะลุ 10 เม็ด ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ปวดท้องอย่างรุนแรง แต่ก็พบว่า ระหว่างการถ่ายอุจจาระ ยังมีเม็ดกระท้อนตกค้างไหลออกมาบ้างวันละเม็ด Mthai News

ททท.ชวนเที่ยวงานวันผลไม้ ของดีอำเภอทองผาภูมิ
ของดีอำเภอทองผาภูมิ /  เทศกาลผลไม้ / 

ททท.สำนักงานกาญจนบุรี ขอชวนไปชิม อิ่ม อร่อย กับผลไม้หลากหลายชนิด พร้อมตื่นตากับการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน ในงาน “วันผลไม้ของดีอำเภอทองผาภูมิ และสืบสานประเพณีลานบ้าน ลานวัฒนธรรม ปี 2557″ ททท.ชวนเที่ยวงานวันผลไม้ ของดีอำเภอทองผาภูมิ อำเภอทองผาภูมิ ร่วมกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานราชการ ภาคเอกชน เกษตรกรชาวสวนผลไม้ และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เขื่อนวชิราลงกรณ  ขอเชิญนักท่องเที่ยวร่วมงาน “วันผลไม้ของดีอำเภอทองผาภูมิ และสืบสานประเพณีลานบ้าน ลานวัฒนธรรม ปี 2557″ ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 กรกฎาคม 2557 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 21.00 น. ณ บริเวณลานจอดเฮลิคอปเตอร์ ภายในเขื่อนวชิราลงกรณ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี โดยวัตถุประสงค์ของการจัดงาน เพื่อเป็นการเผยแพร่ผลผลิตทางด้านผลไม้ที่มีชื่อเสียงของอำเภอทองผาภูมิ เพื่อสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมของท้องถิ่น พร้อมสร้างความเชื่อมั่นว่า ทุกเขื่อนของ กฟผ. มีความมั่นคงปลอดภัย และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้นักท่องเที่ยวได้รู้จัก และสนใจมาเที่ยวอำเภอทองผาภูมิเพิ่มมากขึ้น ภายในงานมีการจำหน่ายผลไม้ชั้นดี รสชาติอร่อย ที่ขึ้นชื่อของอำเภอทองผาภูมิ อาทิ เงาะทองผาภูมิ ที่หวานล่อนกรอบอร่อย ทุเรียนเนื้อดีหวานหอม สับปะรด ส้มโอ มังคุด ลองกอง มะไฟ สะตอ ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดสามารถปลูกได้ผลผลิตดีในเขตพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ  ภายในงานยังมีการจำหน่ายพืชผักปลอดสารพิษ พันธุ์ไม้ท้องถิ่น สินค้าโอท็อปชื่อดังของอำเภอ ชิม “ขนมทองโยะ” ขนมพื้นเมืองของชาวกะเหรี่ยง ชมการสาธิตศิลปวัฒนธรรม และการแสดงประกอบแสงเสียงบอกเล่าเรื่องราวของชนเผ่าต่างๆ อาทิ มอญ กะเหรี่ยง ไทยอีสาน ม้ง เย้า ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ ทุกคืน นักท่องเที่ยวที่สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  ที่ทำการปกครองอำเภอทองผาภูมิ โทร.034 599745 สำนักงานเกษตรอำเภอทองผาภูมิ โทร.034 599482 และ ททท.สำนักงานกาญจนบุรี โทร.034 511200 หรือ 034 512500 ได้ทุกวันในเวลาราชการ ขอบคุณข่าวสารจาก การท่องเที่ยวแห่วแระเทศไทย สำนักงานภาคกลาง

2PM ส่ง live chat อ้อนแฟนคลับไทย
2 PM /  2PM / 

2PM (ทูพีเอ็ม) live chat ตรงจากเกาหลี ร่วมกิจกรรม MEET & GREET 2PM AGAIN & AGAIN by LG MOBILE อ้อน Hottest ไทย "ตารางงานยุ่งมาก แต่จะไปเมืองไทยให้เร็วที่สุดครับ" แม้ตัวจริงๆ จะไม่ได้บินมาเมืองไทย แต่แค่หกหนุ่มบอยแบนด์สุดฮอต 2PM (ทูพีเอ็ม) ส่งสัญญาณ VDO Conference มาพูดคุยสดๆ กับ Hottest ชาวไทย ในกิจกรรม MEET & GREET 2PM AGAIN & AGAIN by LG MOBILE ซึ่งจัดขึ้น ณ โรงแรม แกรนด์ เซ็นเตอร์พ้อยท์ โฮเทล แอนด์ เรสซิเดนซ์ สุขุมวิท เมื่อวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา ก็ทำเอาแฟนๆ ทั้งอินทั้งฟินไปตามๆ กัน เพราะหกหนุ่มขยันหยอดลูกอ้อนตลอดงาน แถมยังเป็นกันเองกับแฟนคลับไทยชนิดพิเศษสุดๆ บรรยากาศ MEET & GREET 2PM AGAIN & AGAIN by LG MOBILE คึกคักด้วยเหล่าลูกค้าที่ซื้อสมาร์ทโฟนรุ่น LG Optimus G และ LG Optimus L Series II ผู้มีใจรัก 2PM จำนวน 100 คนที่ได้ร่วมสัมผัสความสนุกสนานภายในงาน แต่มีเพียง 10 คนเท่านั้นที่โชคดีได้ live chat กับไอดอลสัตว์ป่าสดๆ บนเวที โดยเริ่มเรียกน้ำย่อยด้วยการเล่นเกมสนุกๆ ให้สาวก 2PM ได้ของรางวัลติดไม้ติดมือ พร้อมซ้อมเรียกเสียงกรี๊ดด้วยกิจกรรมแข่ง 'โคลนนิ่ง 2PM' และชมการแสดงโคฟเวอร์แดนซ์จากหนุ่มๆ Divinity Party ที่พูดได้ว่า 'เป๊ะ' ไม่แพ้ศิลปินตัวจริงเลยทีเดียว แล้วก็ถึงช่วงเวลาที่ Hottest ทุกคนรอคอย เมื่อหกหนุ่ม 2PM ส่งสัญญาณ VDO Conference ตรงมาจากเกาหลีเพื่อ live chat กับแฟนคลับไทย โดยเปิดโอกาสให้ 10 ผู้โชคดีได้ซักถามข้อข้องใจแบบสดๆ ไม่มีกั๊ก ไม่ว่าจะเป็นคำถามเรื่องคอนเสิร์ต JYP Nation ที่หนุ่มกล้ามโต แทคยอน อ้อนว่า "อยากไปเมืองไทยมากๆ แต่ตอนนี้ตารางงานของแต่ละคนยุ่งมากเลย" หรือคอนเสิร์ตของ 2PM ที่ทุกคนเฝ้ารอให้เกิดขึ้นในเมืองไทยอีกครั้ง จุนเค ก็สัญญาให้ได้ใจชื้นกันว่า "จะรีบเตรียมงานเพื่อไปเมืองไทยให้เร็วที่สุดแน่นอนครับ" และเพราะมาเมืองไทยหลายต่อหลายครั้ง เมื่อถูกถามว่าอยากเที่ยวทะเลที่ไหนในไทยมากที่สุด หกหนุ่ม 2PM ก็ตอบอย่างคล่องปร๋อว่า "ภูเก็ต เกาะสมุย พัทยา" รวมทั้งอวดทักษะภาษาไทยอย่างไม่มีใครยอมใคร เริ่มจาก อูยองฝากคำหวานว่า "น่ารักจุ๊บๆ" ฟากแทคยอนพูดปนหัวเราะว่า "มังคุดอร่อยครับ" หนุ่มจุนเคชวน Hottest ประสานเสียงกับประโยคติดปาก "พรุ่งนี้... ฝนจะไม่ตก!" ชานซองมาในคาแร็กเตอร์หนุ่มสุภาพ "ไม่เป็นไรครับ" และจุนโฮยิ้มตาหยีพร้อมพูดว่า "ยินดีที่ได้พบคุณครับ" ก่อนส่งให้หนุ่มสายเลือดไทยแลนด์ อย่าง นิชคุณ หรเวชกุล ได้กล่าวปิดท้าย และส่งความปรารถนาดีให้ Hottest ไทยทุกคนอย่างน่ารักว่า "อย่าลืมทานข้าวกันเยอะๆ นะครับ" ไม่เพียงแต่การพูดคุยอย่างเป็นกันเองเท่านั้น เพราะหกหนุ่มไอดอลสัตว์ป่ายังพยายามส่งภาษากายออดอ้อนแฟนคลับอยู่ตลอดๆ ไม่ว่าจะเป็น จุนโฮ ที่ขยันทำท่าซารางแฮ หรือ แทคยอน ที่ทันทีที่ได้ยินแฟนคลับส่งเสียงว่า "แทคยอน ซารางแฮโย" เขาก็ถลามาส่งจุ๊บที่หน้ากล้องเรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนคลับภายในงานซะดังสนั่น นอกจากนั้นหกหนุ่ม 2PM ยังอวดเสียงร้องสดๆ ในเพลงใหม่ล่าสุดจากอัลบั้ม Grown ของพวกเขา อย่าง A.D.T.O.Y และ Come Back If You Hear This Song พลางโยกเบาๆ ให้ Hottest ในงานนี้ได้เป็นแฟนคลับในไทยกลุ่มแรกที่ได้ฟังกัน สร้างความพิเศษให้ผู้มาร่วมงาน MEET & GREET 2PM AGAIN & AGAIN by LG MOBILE ในครั้งนี้ได้ประทับใจขั้นสุดทีเดียว จุนเค โพสภาพบรรยากาศการ live chat ผ่าน IG ส่วนตัว อย่าลืมติดตามความพิเศษครั้งต่อไปได้ทาง www.facebook.com/thailandlifesgood และเกาะติดข่าวสารเกี่ยวกับแอลจีได้ที่ www.LGnewsroom.com และ www.lg.com/th ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

สูดอากาศบริสุทธิ์ที่ หมู่บ้านคีรีวง นครศรีธรรมราช
ธรรมชาติ /  นครศรีธรรมราช / 

หมู่บ้านคีรีวง, นครศรีธรรมราช หมู่บ้านคีรีวง ตั้งอยู่ที่ ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นชุมชนเก่าแก่ที่อพยพไปอาศัยอยู่ เชิงเขาหลวง ตำบลกำโลนอันเป็นเส้นทางเดินขึ้นสู่ยอดเขาหลวง ชาวบ้านมีวิถีชีวิตที่สงบสังคมแบบเครือญาติ อาชีพหลัก คือ การทำสวนผลไม้ผสม เรียกว่า “สวนสมรม” เช่น มังคุด เงาะ ทุเรียน สะตอ ชุมชนบ้านคีรีวง ได้แก่ กลุ่มมัดย้อมกลุ่มสมุนไพร กลุ่มจักสานกะลามะพร้าว กลุ่มแปรรูปน้ำผลไม้ กลุ่มไวน์ และกลุ่มทุเรียนกวน ซึ่งแต่ ละกลุ่มจะมีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวก็มักจะซื้อเป็นของฝากกันอยู่เสมอ สินค้าราคาไม่แพงและมีคุณภาพ เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2531 (ปีเดียวกับเหตุการณ์ที่ กระทูน อ.พิปูน) ได้เกิดมหาอุทกธรณีภัย หมู่บ้านถูกน้ำพัดหายไปนับ 100 หลังซึ่งวัด และชาวคีรีวงได้รักษาพระอุโบสถ และบ้านที่ประสบภัยไว้เป็นอนุสรณ์สถาน จุดเด่นของหมู่บ้านคีรีวง ก็คือ ทัศนียภาพแห่งธรรมชาติ เพราะคีรีวงตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขา ป่าไม้ และสายน้ำ ถ้าหากว่าใครต้องการที่จะไปเที่ยวที่นี่ กิจกรรมที่น่าสนใจในหมู่บ้านคีรีวง ได้แก่ การพักในที่พักแบบโฮมสเตย์ การลองชิมอาหารพื้นเมือง ถ้าหากมาในฤดูผลไม้ จะได้อร่อยกับผลไม้นานาพันธุ์ ผลผลิตของคีรีวง ตั้งแต่อดีต ถึงปัจจุบัน ชาวคีรีวง มีอาชีพหลักคือ การเพาะปลูกผลไม้ เช่น ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง เป็นต้น ดูเรือไม้ ของเก่า เป็นเรือที่ขุดขึ้น จากซุงทั้งต้น มีชื่อเรียกกันมาแต่เดิมว่า เรือเหนือ ชาวคีรีวงในอดีตใช้เรือนี้บรรทุกผลไม้ เพื่อนำไปแลกอาหารและของจำเป็นต่างๆ จากผู้คนซึ่งอยู่ในที่ราบ นอกพื้นที่ของภูเขาที่ล้อมรอบอยู่ ส่วนในช่วง เดือนเมษายน ถึง กันยายน ถ้าสนใจจะขึ้นเขาและเดินป่า ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่เหมาะสม ชุมชนคีรีวงมี ผู้นำทาง และลูกหาบให้นักท่องเที่ยวเสมอ ดูและถ่ายรูป สถานที่ต่างๆ ซึ่งเป็นอนุสรณ์แห่งอุทกภัย พ.ศ. 2518 และ พ.ศ. 2531 ถ่ายรูปกับภูมิสัญลักษณ์ รูปสายน้ำแห่งวิถีชีวิต ชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ OTOP พร้อมกับชมจุดสาธิตสิ่งต่างๆ ความพิเศษของ คีรีวง ก็คือ เป็นแหล่งที่มีการทำสินค้า OTOP หลายประเภท ผลิตภัณฑ์คีรีวงที่ได้รับเลือกเป็น ผลิตภัณฑ์ OTOP 5 ดาว ได้แก่ ผ้ามัดย้อม สีธรรมชาติ ชุมชนคีรีวง ได้เป็นชุมชนต้นแบบในการจัดการธุรกิจท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ( Thailand Tourism Awards) ประจำปี 2541 ประเภทเมืองและชุมชน เนื่องจากเป็นชุมชนที่มี วิถีชีวิต แบบชาวสวนอยู่กับธรรมชาติ และได้พัฒนาการบริการนักท่องเที่ยวขึ้นมาเป็นธุรกิจใหม่ของชุมชน ประกอบด้วย การนำทาง เดินป่า ลูกหาบ การจัดที่พักแบบโฮมสเตย์ โดยการจัดตั้งชมรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เป็นองค์กร กลางของชาวชุมชนจัดแบ่งหน้าที่ไปยังกลุ่มต่าง ๆ ให้เกิดการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างทั่วถึง การมาท่องเที่ยว ที่หมู่บ้านคีรีวงนี้ ถือว่าคุ้มค่ามากทีเดียว เพราะนอกจากจะได้มาท่องเที่ยวในบริเวณที่มีธรรมชาติสวยงามแล้ว ยังได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวบ้านพร้อมกับการกินอยู่แบบพื้นบ้านอีกด้วย สิ่งที่น่าสนใจในหมู่บ้านคีรีวง นครศรีธรรมราช 1.สัมผัสธรรมชาติและวิถีชีวิตชาวบ้าน เพลินตาและเพลินอารมณ์กับทัศนียภาพแห่งธรรมชาติ เพราะคีรีวงตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขา ป่าไม้ และสายน้ำชิม อาหารพื้นบ้าน ในฤดูผลไม้ จะได้อร่อยกับผลไม้นานาพันธุ์ ผลผลิตของคีรีวง ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันชาวคีรีวงมี อาชีพหลักคือ การเพาะปลูกผลไม้ ดูเรือไม้ของเก่า เป็นเรือที่ขุดขึ้นจากซุงทั้งต้น มีชื่อเรียกกันมาแต่เดิมว่า เรือเหนือ ชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ OTOP ในช่วงเดือนเมษายน ถึง กันยายน ถ้าสนใจจะขึ้นเขาและเดินป่า ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่เหมาะสม ชุมชนคีรีวงมีผู้นำทาง และลูกหาบให้นักท่องเที่ยวเสมอ 2 เยี่ยมชมกลุ่มอาชีพต่างๆ ของหมู่บ้าน ชาวบ้านในชุมชนหมู่บ้านคีรีวง มีการรวมตัวกันตั้งเป็นกลุ่มอาชีพหลายกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มมัดย้อมสีธรรมชาติ กลุ่มสมุนไพรกลุ่มจักสาน และผลิตภัณฑ์กะลามะพร้าว กลุ่มแปรรูปน้ำผลไม้ กลุ่มไวน์และกลุ่มทุเรียนกวน ซึ่งแต่ ละกลุ่มจะมีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค ผ้ามัดย้อม เป็นผลิตภัณฑ์เด่น คีรีวง ในฐานะหมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP จึงมีจุดท่องเที่ยวเชิงสาธิตซึ่งเกี่ยวเนื่องกับผ้า และความเป็นธรรมชาติ ในสวนต้นไม้สาธิต นักท่องเที่ยวจะได้เห็นต้นไม้ต่างๆ ซึ่งเป็นแหล่งที่มาแห่งสีธรรมชาติ ที่บริเวณสาธิตการทำสีจากธรรมชาติ นักท่องเที่ยวจะได้เห็นการสับใบไม้ แก่นไม้ เปลือกผลไม้และพืช ในโรงต้มสี โรงตากผ้า โรงทอผ้า โรงผ้ามัดย้อม และโรงผ้าบาติก นักท่องเที่ยวจะได้เห็นกระบวนการผลิตอีกหลายขั้นตอน หากนักท่องเที่ยวต้องการทำผ้ามัดย้อม ลานกิจกรรม หน้าศูนย์จำหน่ายสินค้า คือบริเวณซึ่งชาวคีรีวงจะช่วยแนะนำการทำผ้ามัดย้อม นักท่องเที่ยวจะได้ ลองทำด้วยตนเอง ตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอนสุดท้าย โดยกลุ่มสินค้าที่นักท่องเที่ยว ให้ความสนใจดู การสาธิตวิธีทำก็คือ การทำผ้ามัดย้อมจากสีธรรมชาติ ซึ่งได้นำความรู้และภูมิปัญญาชาวบ้านที่ได้ถ่ายทอดกันมา หลายชั่วคนโดยวัสดุที่นิยมนำมาใช้ทำสีย้อมธรรมชาติจะได้มาจากส่วนต่างๆของ ต้นไม้ เช่น เปลือก ใบ แก่น ราก และผล ซึ่งจะให้สีสันที่แตกต่างกันไป เช่น ใบหูกวาง ให้สี เหลืองอมเขียว ใบมังคุด ให้สี ส้มกับชมพู ใบเพกา ให้สีเขียวเข้ม เปลือกลูกเหนียง ให้สี น้ำตาลเข้ม ฝักสะตอ ให้สีเทา แก่นขนุน ให้สีเหลืองสด 3.พักแบบโฮมสเตย์ร่วมกับชาวบ้าน ผู้สนใจจะเสียค่าที่พักคืนละ 100 บาท ค่าอาหาร 50 บาท แต่สำหรับผู้ที่ต้องการจะเรียนรู้และสัมผัสวิถีชีวิต ชาวคีรีวง จะเสียค่านำเที่ยว 1300 บาท ใช้เวลา 3 วัน 2 คืน นักท่องเที่ยวจะเข้าไปเยี่ยมชมวิถีชีวิตของชุมชนคีรีวง ได้ตลอดปี โดยเฉพาะในฤดูกาลผลไม้ออกชุกเดือนกรกฎาคม - กันยายน ก่อนไปติดต่อไปที่ ศูนย์ประสานงานบ้านคีรีวง โทร. 0 7553 3113 ติดต่อเพื่อขอพักแบบโฮมสเตย์ โดยทางกลุ่มคิดราคาที่พัก 120 บาทต่อคนต่อคืน และค่าอาหาร 100 บาทต่อคนต่อมื้อ ค่านำเที่ยวสวนสมรม 500 บาท การเดินทางไปหมู่บ้านคีรีวง การเดินทางไปบ้านคีรีวงจากอำเภอเมือง ตามทางหลวงหมายเลข 4016 จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 4015 บริเวณกิโลเมตรที่ 9 เลี้ยวขวาเข้าหมู่บ้านคีรีวง เข้าไป 9 กิโลเมตร หรือขึ้นรถสองแถวจากตลาดยาว ในอำเภอเมือง มีรถออก ตั้งแต่ เวลา 07.00-16.00 น. ราคา 20 บาท ***อัตราค่าโดยสาร และบริการอื่นๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาวะเศรษฐกิจ**** View Larger Map หมู่บ้านคีรีวง ตั้งอยู่ที่ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช ข้อมูลและภาพ : paiduaykan.com / travel.thaiza.com / kiriwongtour.com  / bloggang.com / youtube เรียบเรียงโดย Travel MThai

'ประยุทธ์' เน้นย้ำแผนแม่บทป้องกันรุกป่า
คสช. /  ประยุทธ์ / 

หัวหน้า คสช. เน้นย้ำแผนแม่บทป้องกันปัญหาบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พลเอกอักษรา เกิดผล เสนาธิการทหารบก ในฐานะผู้อำนวยการส่วนรักษาความสงบ คสช. ได้รับมอบหมายเป็นประธานการประชุม คสช. เพื่อติดตามงานแต่ละส่วน โดยระบุว่า หัวหน้า คสช. เน้นย้ำเรื่องการจัดทำแผนแม่บท หรือ โรดแมป ป้องกันแก้ไขปัญหาการบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยให้หน่วยรับผิดชอบ ทั้งในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้สรุปแผนแม่บทดังกล่าวให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมเน้นรายละเอียด ว่าด้วยเรื่องของการป้องกันการบุกรุกเพิ่มเติม การลักลอบตัดไม้ทำลายป่า การลักลอบค้าซากสัตว์ การฟื้นฟูผืนป่า รวมถึงการคุ้มครองตามอนุสัญญาไซเตส ว่าด้วยเรื่องของสัตว์ป่าและพันธุ์พืช นอกจากนี้ ในส่วนของส่วนงานขึ้นตรงหัวหน้า คสช. โดยศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เร่งดำเนินการตามสั่งการหัวหน้า คสช. ในการช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในการระบายผลผลิตทางการเกษตรด้วย โดยเฉพาะมังคุด ลองกอง ซึ่งให้กระทรวงพาณิชย์เป็นแม่งานหลักดำเนินงาน

8 วิธีดูแล สุขภาพ หน้าร้อน
ฤดูร้อน /  สุขภาพ / 

8 วิธีดูแล สุขภาพ หน้าร้อน ในทัศนะแพทย์จีน "อากาศร้อนๆ แบบนี้ ถ้าได้ดื่มน้ำเย็นใส่น้ำแข็ง คงสดชื่นน่าดู" "อากาศร้อนมาก ผมเลยนอนบนพื้นปูน เปิดพัดลมเย็นสบายดี แต่พอตื่นขึ้นมารู้สึกอ่อนเพลียหนักๆ หัวเหมือนจะไม่สบาย" "ปิดเทอมหน้าร้อน พาเด็กๆ ไปห้างสรรพสินค้าทีไร กลับมาไม่สบายทุกทีเลย" ในหน้าร้อน ยามกระหายน้ำ ทุกคนมักนึกถึงน้ำเย็น น้ำแข็ง น้ำ อัดลม หรือไอศกรีม หรือหากอากาศร้อนมากๆ ถ้าอยู่บ้านมักใช้วิธีเปิดพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศจ่อถึงเนื้อถึงตัวทั้งวันทั้งคืน หรือบางคนนิยมไปหลบความร้อนตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ ความเคยชินหลายอย่างอาจมีผลกระทบต่อสุขภาพได้มากโดยที่เราคาดไม่ถึง แพทย์แผนจีนมีการบันทึกเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพหน้าร้อนไว้อย่างน่าสนใจ แนวความคิดพื้นฐานที่สำคัญประการหนึ่งของแพทย์แผนจีน คือ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของมนุษย์และธรรมชาติรอบตัวที่มีความเกี่ยวพันและผลกระทบต่อกันอย่างแยกไม่ออก การเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติรอบตัวที่เด่นชัด คือ การเปลี่ยนแปลงของอากาศ ฤดูกาล  ซึ่งได้แก่ ฤดูใบไม้ผลิ (มีลมแรง) ฤดูร้อน (มีแดดร้อน) ปลายฤดูร้อน(มีความชื้น) ฤดูใบไม้ร่วง (มีอากาศแห้ง) และฤดูหนาว (มีอากาศเย็น) จะมีผลต่อการปรับตัวของร่างกายและการเกิดโรค สาเหตุแห่งโรคที่มากระทบร่างกายจากการเปลี่ยนแปลงของอากาศและฤดูกาลมี 8 ปัจจัยด้วยกัน คือ ลม แดดร้อน ความชื้น ความแห้ง ความเย็น และไฟ (ความร้อนที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย) ซึ่งแต่ละปัจจัยมีผลกระทบต่อการปรับตัวของร่างกายแตกต่างกัน ถ้าหากร่างกายไม่สามารถปรับตัวจากการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว หรือเพราะภาวะของร่างกายอ่อนแอจะทำให้เกิดโรคได้ ดังนั้น การเข้าใจถึงลักษณะธรรมชาติของปัจจัยก่อโรคและของร่างกาย รวมถึงประสบการณ์การดูแลตนเองอย่างเหมาะสมของคนจีนสมัยก่อนที่เรียนรู้จากชีวิตจริง ซึ่งหากนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตของคนสมัยใหม่ (ที่ห่างไกลธรรมชาติมากขึ้นทุกที) ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ผู้เขียนขอสรุปสั้นๆ ไว้ 8 ข้อเพื่อดูแล สุขภาพ ใน หน้าร้อน ดังนี้ ไม่ควรกินน้ำแข็งหรือดื่มน้ำเย็นจัด ฤดูร้อน อากาศร้อน ต้องหาทางช่วยดับความร้อน เพื่อป้องกันความร้อนกระทบร่างกายมากเกินไป เป็นหลักการที่ถูกต้อง แต่วิธีการให้ความเย็นแทนที่มากเกินไป เช่น กินน้ำแข็ง อยู่ในที่ที่มีความเย็น กินแต่อาหารที่มีความเย็น ฯลฯ นับว่าไม่เหมาะสม โดยทั่วไป เรามักดื่มน้ำเย็นๆ น้ำใส่น้ำแข็ง น้ำชาแช่เย็นหรือใส่น้ำแข็ง น้ำอัดลม ผลไม้แช่เย็น เช่นแตงโม สับปะรด ฯลฯ ของเย็นๆ เหล่านี้จะมีผลกระทบต่อระบบการย่อยอาหาร น้ำเย็นปริมาณมากจะไปเจือจางน้ำย่อย และมีผลให้เลือดที่มาหล่อเลี้ยงกระเพาะอาหาร  เพื่อทำการย่อยลดน้อยลง ทำให้สมรรถภาพการย่อยอาหารลดลง ก่อให้เกิดโรคกระเพาะลำไส้อักเสบได้ง่าย คนที่เป็นโรคกระเพาะและเป็นแผลอักเสบอยู่แล้วก็จะกำเริบได้ง่าย หรือคนที่เป็นโรคหลอดลมอักเสบ หากดื่มน้ำเย็นก็จะยิ่งทำให้มีอาการไอและหอบมากขึ้น นอกจากนั้น น้ำแข็งที่ไม่สะอาดก็มีส่วนทำให้เกิดท้องร่วงท้องเสียอีกด้วย  เครื่องดื่มที่เหมาะสมในหน้าร้อน ในฤดูร้อนที่เรามีการสูญเสียน้ำทางเหงื่อมาก การทดแทนน้ำในร่างกายที่เสียไปที่ดี คือ การดื่มน้ำเปล่า (ที่สุกแล้ว) หรือถ้าจะเสริมปรุงแต่งด้วยน้ำตาล เกลือ หรือสมุนไพรอื่นๆ ก็สามารถเลือกได้ตามความชอบและความเหมาะสม เช่น - การดื่มชาร้อน น้ำเก๊กฮวยน้ำดอกสายน้ำผึ้ง น้ำใบไผ่ น้ำบ๊วย น้ำถั่ว จะช่วยลดความร้อนของหัว ใจ (การไหลเวียนเลือด) ทำให้ตาสว่าง เพิ่มน้ำในร่างกาย บำรุงตับ บำรุงไต เจริญอาหาร ช่วยระบบย่อยและดูดซึมอาหาร  ขับปัสสาวะเสริมพลังร่างกาย - การเติมน้ำตาลและเกลือ(ในปริมาณที่พอเหมาะ) ในเครื่องดื่มต่างๆ จะช่วยเสริมพลังและป้องกันการสูญเสียเกลือโซเดียมของร่างกายได้ โดยเฉพาะคนที่ทำงานกลางแจ้งหรือใช้แรงงานมาก ตัวอย่าง เครื่องดื่มสมุนไพรเพื่อสุขภาพหน้าร้อน - ดอกเก๊กฮวย ๑๐ กรัม ชาใบเขียว ๑๐ กรัม ต้มใส่น้ำ ๕๐๐  ซีซี กินแทนน้ำ ช่วยขับร้อน ทำให้ตาสว่าง เสริมสร้างน้ำในร่างกาย ดับกระหาย ลดอักเสบ ขับพิษร้อน - ใบบัวสด (บัวหลวง) ๒๐กรัม น้ำ ๑,๐๐๐ ซีซี นำมาต้ม เวลาดื่มเติมน้ำตาลเล็กน้อย จะช่วยขับร้อน ทำให้เย็น สร้างน้ำในร่างกาย ดับกระหาย ขับความชื้น ลดไขมันในเลือด - ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วดำอย่างละ ๕๐ กรัม ต้มใส่น้ำตาลกินทั้งเปลือก มีสรรพคุณขับร้อน ทำให้เย็น ขับความชื้น บำรุงไต เพิ่มพลัง - บ๊วยดำ ๑๐๐ กรัม น้ำ ๑,๐๐๐ ซีซี ต้มใส่น้ำตาลพอประมาณ ปล่อยทิ้งไว้ให้เย็นแล้วดื่ม มีสรรพคุณสร้างน้ำในร่างกาย ดับกระหาย หยุดไอ แก้ท้องเสีย การดื่มน้ำชาหรืออาหารสมุนไพรที่ร้อน มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มการขับเหงื่อ กระจายความร้อน สังเกตได้ว่าหลังจากกินอาหารดังกล่าวจะทำให้รู้สึกสบาย สรรพคุณของสมุนไพรก็เพื่อทำให้ภายในร่างกายไม่ร้อนเกินไป และสร้างน้ำเพื่อไม่ให้เสียเหงื่อมาก แต่ไม่ควรดื่มน้ำชาใส่น้ำแข็ง เพราะมีผลเสียมากกว่าผลดี ไม่ควรนอนให้ลมหรือ  ความเย็นโกรก ความร้อนจากลมแดดทำให้เสียเหงื่อ เสียพลัง เมื่อนอนหลับ ตากลมในขณะเหงื่อออก  จะทำให้อุณหภูมิผิวของร่างกายลดต่ำลง ถ้าอุณหภูมิภายนอกยังสูงอยู่ แล้วเหงื่อไม่สามารถระบายออกได้ จะมีความร้อนสะสมอยู่ข้างใน ทำให้เวียนหัว รู้สึกหนักหัว ไม่สด ชื่นแจ่มใส หรืออาจทำให้เป็นหวัดได้ การใช้พัดลม หรือเครื่องปรับอากาศไม่ควรให้กระทบโดยตรงกับร่างกายนานๆ โดยเฉพาะที่บริเวณท้อง หากโดนลม นานๆ จะทำให้ท้องอืด ปวดท้อง ท้องเสียได้ หรือคนที่พลังพร่อง เมื่อโดนลมนานๆ จะทำให้เกิดความเย็น โดยเฉพาะที่บริเวณใบหน้า ทำให้การไหลเวียนเลือดน้อยลง คนที่อยู่ในห้องปรับอากาศ เวลาออกจากห้องต้องระวังการปรับตัวกับอากาศที่ร้อนภายนอก เด็กที่ไปเที่ยวตามห้างสรรพสินค้าต้องระวัง เพราะการเปลี่ยนแปลงของอากาศที่รวดเร็วจะทำให้ไม่สบายได้ง่าย การนอน การพักผ่อน โดยธรรมชาติของฤดูร้อน กลางวันจะยาว กลางคืนจะสั้น (คนทั่วไปที่ไม่ได้นอนในห้องปรับอากาศที่ปรับอุณหภูมิ) กว่าอากาศจะเย็นสบายให้นอนหลับได้ก็มักจะดึก แล้วตอนเช้าตรู่ท้องฟ้าก็สว่างเร็ว ทำให้ต้องตื่นเช้ากว่าที่เคยเป็น หน้าร้อนเราจะนอนได้น้อยกว่าปกติ ขณะเดียวกันอุณหภูมิในตอนกลางวันจะทำให้เสียเหงื่อ เสียพลัง เหนื่อยง่าย (เพราะมีเลือดไหลเวียนมาที่ผิวกายมากกว่าปกติ แต่ไปเลี้ยงสมองหรือไป ที่ระบบการย่อยอาหารน้อยกว่าปกติ) ทำให้ไม่ค่อยสดชื่น สมองไม่ปลอดโปร่ง รู้สึกง่วงตลอด ในภาวะเช่นนี้ หลายคนที่อยู่ในห้องปรับอากาศอาจจะไม่ค่อยรู้สึกกับการเปลี่ยนของอากาศมากนัก แต่สำหรับคนทั่วไป (โดยเฉพาะคนในชนบทหรือคนที่ต้องทำงานในที่กลางแจ้ง) การได้พักผ่อนนอนหลับในช่วงกลางวันบ้าง จะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพไม่น้อยเลย ผู้ที่ทำงานในที่ทำงานคงจะนอนหลับกลางวันไม่สะดวก อาจใช้วิธีนั่งพิงพนักตัวตรง หลับตา สงบนิ่งๆ ในช่วงกลางวัน ก็เป็นการพักผ่อนที่ดี แต่สำหรับผู้ที่สถานทีอำนวยที่จะนอนหลับช่วงกลางวันนั้น ท่าที่นอนควรเป็นท่านอนราบหรือนอนตะแคง ห้ามนอนคว่ำ หรือนอนฟุบบนโต๊ะทำงาน เพราะจะกดท้อง กดทรวงอก กระทบการหายใจ ทำให้กล้ามเนื้อไม่คลายตัวจึงผ่อนคลายไม่เต็มที่  อาหาร ในหน้าร้อนระบบการย่อยอาหารจะทำงานน้อยลง ทำให้ไม่ค่อยรู้สึกหิว การปฏิบัติตัวสำหรับการกินอาหารที่เหมาะสมในหน้าร้อนนั้น พอสรุปได้ ดังนี้ ๑. ข้าวต้มมื้อเช้า ตอนตื่นนอน ท้องจะว่างเนื่องจากกระเพาะอาหารพร่อง ควรเริ่มต้นมื้อเช้าด้วยอาหารอ่อนๆ เพราะในหน้าร้อน ร่างกายได้รับการกระตุ้นจากความร้อนทั้งกลางคืนและกลางวัน ทำให้สูญเสียน้ำ การทำงานของระบบย่อยและดูดซึมอาหารลดลง จึงยิ่งต้องถนอมการทำงานของกระเพาะอาหาร ซึ่งเป็นด่านสำคัญที่จะย่อยสารอาหารเพื่อนำไปใช้ประโยชน์แก่ร่างกาย ข้าวต้มอาจผสมถั่วเขียว, เมล็ดบัว หรือรากบัว ซึ่งเป็นอาหารที่ย่อยง่ายและช่วยขับความร้อน เสริมระบบการทำงานของกระเพาะอาหารและม้าม ๒. ควรกินผลไม้ที่แพทย์แผนจีนถือว่ามีคุณสมบัติเย็น ขับร้อน เพิ่มน้ำในร่างกาย ผลไม้ที่มีคุณสมบัติเย็น เช่น แตงกวา, แตงโม, แตงไทย, มังคุด, สับปะรด, สาลี่ เป็นต้น เหมาะสำหรับ กินแก้กระหายและขับร้อนในร่างกาย แต่ไม่ควรแช่เย็นจัด หรือกินในตอนกลางคืน หรือขณะที่ท้องว่างหรือเวลาหิวจัด ๓. หลีกเลี่ยงอาหารที่ทฤษฎีแพทย์จีนถือว่ามีคุณสมบัติร้อน อาหารทอดๆ มันๆ แห้งๆ ควรหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกทอดๆ มันๆ เช่น ถั่วทอด,  กล้วยแขก, ปาท่องโก๋, ไก่ทอด ฯลฯ หรืออาหารที่มีคุณสมบัติร้อน เช่น น้อยหน่า, ทุเรียน, ลิ้นจี่, ลำไย, ขนุน เป็นต้น โดยเฉพาะในขณะที่มีอาการคอแห้ง, คันคอ, เจ็บคอ หรือเป็นไข้ตัวร้อน ถ้าจะกินก็ควรกินแต่น้อย แล้วดื่มน้ำเกลือ (น้ำเปล่าผสมเกลือป่น) เพื่อดับความร้อน หรือกินอาหารที่มีคุณสมบัติเย็น ช่วยปรับสมดุล สิ่งที่ควรระวังอีกอย่าง คือ หน้าร้อนอาหารจะบูดเสียง่าย เนื่องจากเชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดีในอากาศร้อนชื้น ดังนั้นจึงควรจะระมัดระวังเรื่องการกิน ควรกินอาหารที่ทำสุกใหม่ๆ จะปลอดภัยกว่า ขอขอบคุณบทความดีดีจาก นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่: 252 นักเขียนหมอชาวบ้าน: นพ.วิทวัส (ภาสกิจ) วัณนาวิบูล

สมุนไพรแก้ ท้องเดิน ท้องร่วง
กระชาย /  ท้องร่วง / 

 " มะเดื่อไทย " หมายเหตุ :  มะเดื่อไทย  Ficus spp. ในที่นี้ขอใช้มะเดื่ออุทุมพรเป็นข้อมูล ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ficus racemosa  L. วงศ์ :   Moraceae ชื่ออื่น :  เดื่อเกลี้ยง (ภาคเหนือ มะเดื่อเกลี้ยง มะเดื่อ มะเดื่อชุมพร กูแซ เดื่อน้ำ (ภาคใต้) มะเดื่อน้ำ เดื่อเลี้ยง มะเดื่อหอม หมากเดื่อ (ภาคอีสาน) มะเดื่อดง ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ต้นขนาดกลางสูงประมาณ 10–20 เมตร ลำต้นเกลี้ยงสีน้ำตาลหรือน้ำตาลปนเทา กิ่งอ่อนสีเขียว หรือสีเขียวในน้ำตาล กิ่งแก่มีสีน้ำตาลเกลี้ยง หรือมีขนปกคลุม ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกแบบสลับ ใบบาง รูปไข่หรือรูปหอก ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม ฐานใบมนหรือกลม ผิวใบเกลี้ยง หรือมีขน ไม่หลุดร่วงง่าย ดอก ออกเป็นช่อ ช่อดอก มีก้านเกิดเป็นกลุ่มบนกิ่งสั้นๆ ที่แตกออกจากลำต้น และกิ่งขนาดใหญ่ ผล รูปกลมแป้นหรือรูปไข่ มีขน ออกเป็นกระจุกตามกิ่งและลำต้น เมื่อฉีกออกจะพบเกสรเล็กๆ อยู่ภายในผล ผลสุกมีสีแดง ส่วนที่ใช้ :  ผลอ่อน เปลือกต้น ราก สรรพคุณ ผลอ่อน - รับประทานเป็นอาหาร เปลือกต้น  - มีรสฝาด - รับประทานแก้ ท้องเดิน ท้องร่วง - ชะล้างบาดแผล เป็นยาสมานดี ราก   - เป็นยาแก้ไข้ กระทุ้งพิษไข้ แก้ไข้หัว ไข้กาฬ ไข้พิษทุกชนิด - กล่อมเสมหะ และโลหิต  " กระชาย " ชื่อวิทยาศาสตร์ :    Boesenbergia rotunda (L.) Mansf. ชื่อสามัญ :   Kaempfer วงศ์ :    Zingiberaceae ชื่ออื่น :  กระชายดำ กะแอน ขิงทราย (มหาสารคาม) จี๊ปู ซีฟู เปาซอเร๊าะ เป๊าสี่ระแอน (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ละแอน (ภาคเหนือ)  ว่านพระอาทิตย์ (กรุงเทพฯ) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :  ไม้ล้มลุก มีเหง้าสั้น แตกหน่อได้ รากอวบ รูปทรงกระบอกหรือรูปไข่ค่อนข้างยาว ปลายเรียว กว้าง 1-2 ซม. ยาว 4-10 ซม. ออกเป็นกระจุก ผิวสีน้ำตาลอ่อน เนื้อในสีเหลือง มีกลิ่นเฉพาะตัว ส่วนที่อยู่เหนือดินเป็นใบ มี 2-7 ใบ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรี กว้าง 5-12 ซม. ยาว 12-50 ซม. ปลายเรียวแหลม โคนมนหรือแหลม ขอบเรียบ เส้นกลางใบ ก้านใบ และกาบใบด้านบนเป็นร่อง ด้านล่างนูนเป็นสัน ก้านใบเรียบ ยาว 7-25 ซม. กาบใบสีชมพู ยาว 7-25 ซม. ระหว่างก้านใบและกาบใบมีลิ้นใบ ช่อดอกแบบช่อเชิงลด ออกที่ยอดระหว่างกาบใบคู่ในสุด ยาวประมาณ 5 ซม. แต่ละดอกมีใบประดับ 2 ใบ สีขาวหรือขาวอมชมพูอ่อน รูปใบหอก กว้างประมาณ 8 มม. ยาว 3.5-4.5 ซม. กลีบเลี้ยงสีขาวหรือขาวอมชมพูอ่อน โคนติดกันเป็นหลอด ยาวประมาณ 1.7 ซม. ปลายแยกเป็น 3 แฉก กลีบดอกสีขาวหรือขาวอมชมพูอ่อน โคนติดกันเป็นหลอด ยาวประมาณ 6 ซม. ปลายแยกเป็น 3 กลีบ รูปใบหอก ขนาดไม่เท่ากัน กลีบใหญ่ 1 กลีบ กว้างประมาณ 7 มม. ยาวประมาณ 1.8 ซม. อีก 2 กลีบ ขนาดเท่ากัน กว้างประมาณ 5 มม. ยาวประมาณ 1.5 ซม. เกสรเพศผู้ 6 อัน แต่ 5 อัน เปลี่ยนไปมีลักษณะเหมือนกลีบดอก โดย 2 กลีบบนสีชมพู รูปไข่กลับ ขนาดเท่ากัน กว้างประมาณ 1.2 ซม. ยาวประมาณ 1.7 ซม. อีก 3 กลีบล่างสีชมพูติดกันเป็นกระพุ้ง กว้างประมาณ 2 ซม. ยาวประมาณ 2.7 ซม. ปลายแผ่กว้างประมาณ 2.5 ซม. มีสีชมพูหรือม่วงแดงเป็นเส้นๆ อยู่เกือบทั้งกลีบโดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงกระเปาะและปลายกลีบ มีเกสรเพศผู้ที่สมบูรณ์ 1 อัน ก้านชูอับเรณูหุ้มก้านเกสรเพศเมีย ผลแก่แตกเป็น 3 เสี่ยง เมล็ดค่อนข้างใหญ่ สรรพคุณ เหง้าใต้ดิน - มีรสเผ็ดร้อนขม แก้ปวดท้อง มวนในท้อง ท้องอืดท้องเฟ้อ บำรุงกำลัง บำรุงกำหนัด แก้กามตายด้าน เป็นยารักษาริดสีดวงทวาร เหง้าและราก - แก้บิดมูกเลือด เป็นยาขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการ ใช้เป็นยาภายนอกรักษาขี้กลาก ใบ - บำรุงธาตุ แก้โรคในปาก คอ แก้โลหิตเป็นพิษ ถอนพิษต่างๆ วิธีใช้และปริมาณที่ใช้ แก้ ท้องเดิน ท้องร่วง ใช้เหง้าสด 1-2 เหง้า ตำหรือฝนเหง้าที่ปิ้งไฟแล้วกับน้ำปูนใส หรือคั้นให้ข้นๆ รับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนแกง แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด ปวดมวนในท้อง ใช้เหง้าและราก ประมาณครึ่งกำมือ (สดหนัก 5-10 กรัม, แห้ง 3-5 กรัม) ต้มเอาน้ำดื่ม หรือใช้ปรุงเป็นอาหารรับประทาน แก้บิด ใช้เหง้าสด 2 เหง้า บดให้ละเอียด เติมน้ำปูนใส คั้นเอาแต่น้ำดื่ม เป็นยาบำรุงหัวใจ ใช้เหง้าและรากกระชายปอกเปลือก ล้างน้ำให้สะอาด หั่นตากแห้ง บดเป็นผง ใช้ผงแห้ง 1 ช้อนชา ชงน้ำร้อน ½ ถ้วยชา รับประทานครั้งเดียว ยารักษาริดสีดวงทวาร ใช้เหง้าสด 60 กรัม ประมาณ 6-8 เหง้า ผสมกับเนื้อมะขามเปียก 60 กรัม เกลือแกง 3 ช้อนแกง ตำแล้วต้มกับน้ำ 6 แก้ว เคี่ยวให้เหลือ 2 แก้ว รับประทานครั้งละ ½ แก้ว ก่อนนอน รับประทานติดต่อกัน 1 เดือน ริดสีดวงทวารควรจะหาย สารเคมี ทั้งส่วนรากและส่วนต้น ประกอบด้วยสาร alpinetin, pinocembrin, cardamonin,boesenbergin A, pinostrobin และน้ำมันหอมระเหย และในส่วนรากยังพบ chavicinic acid อีกด้วย  " ฝรั่ง " ชื่อวิทยาศาสตร์ :    Psidium guajava  L. ชื่อสามัญ :  Guava วงศ์ :    MYRTACEAE ชื่ออื่น :  สุราษฎร์ธานี จุ่มโป่, ปัตตานี ชมพู่, เชียงใหม่ มะก้วย, เหนือ มะก้วยกา มะมั่น, แม่ฮ่องสอน มะกา, ตาก มะจีน, ใต้ ยามู ย่าหมู, นครพนม สีดา, จีนแต้จิ๋ว ปั๊กเกี้ย ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ต้น ขนาดกลาง สูง 3-5 เมตร ผิวเปลือกต้นเรียบเกลี้ยง กิ่งอ่อนเป็นสี่เหลี่ยม ใบ หนา หยาบ ใต้ท้องใบเป็นริ้ว เห็นเส้นใบชัดเจน ขนขึ้นนวลบาง ใบยาวประมาณ 10 ซม. กว้างประมาณ 6 ซม. ดอกช่อ ช่อหนึ่งมีดอกย่อย 3 - 5 ดอก ดอกเล็ก สีขาวอมเขียวอ่อน กลีบเลี้ยงแข็ง ผล รูปทรงกลม รูปไข่ หรือรูปรี ผิว เกลี้ยง สีเขียว เนื้อในขาว รสหวาน กรอบ ผลสุกสีเหลือง- เขียว มีเมล็ดเล็กๆ แข็งอยู่ภายใน ส่วนที่ใช้ : ใบเพสลาด ผลอ่อนสด ผลสุก เปลือกต้นสดๆ ราก สรรพคุณ ฝรั่งมีสารแทนนินอยู่มาก สารนี้มีฤทธิ์ฝาดสมานน้ำมันหอมระเหยในใบฝรั่ง    สารแทนนินในฝรั่งยังยับยั้งการลุกลามของเชื้อโรค ช่วยสมานท้องและลำไส้ โดยช่วยลดอาการอักเสบของกระเพาะลำไส้ และช่วยลดอาการคลื่นไส้อาเจียน และยังช่วยอาการเกร็งตัวของลำไส้ ทำให้อาการปวดท้องบรรเทาลงได้ แก้ปวดเบ่ง ใบ  -   แก้ท้องเสีย ท้องร่วง ท้องเดิน (ที่ไม่ใช่บิด หรืออหิวาตกโรค)  เป็นยาห้ามเลือด ใส่แผลสด ใช้ใบ 2-3 ใบเคี้ยวๆ ระงับกลิ่นปาก แก้ฝี เป็นยาล้างแผล ดูดหนองและถอนพิษบาดแผล แก้เหงือกบวม แก้พิษเรื้อรัง แก้ปวดเนื่องจากเล็บขบ แก้แพ้ยุง ผลอ่อน - แก้ท้องเสีย ท้องร่วง ท้องเดิน ระงับกลิ่นปาก แก้บิดมูกเลือด มีไวตามินซีมาก เป็นกันหรือแก้โรคเลือดออกตามไรฟัน (ลักปิดลักเปิด) บำรุงเหงือกและฟัน บำรุงผิวพรรณ ผลสุก - มีสารเพ็กตินอยู่มาก ใช้รับประทานเป็นยาระบายได้ ราก - แก้น้ำเหลืองเสีย เป็นฝี แผลพุพอง แก้เลือดกำเดาไหล วิธีและปริมาณที่ใช้ ใช้ฝรั่งแก้ท้องเสีย ท้องร่วง ท้องเดิน วิธีที่ 1 รับประทานสด - ใช้ส่วนที่เป็นยอดอ่อนๆ 7 ยอด หรือใบเพสลาด 6-8 ใบ ค่อยๆ เคี้ยวให้ละเอียดทีละน้อย ค่อยๆ กลืน แล้วดื่มน้ำตาม ถ้าเคี้ยวทีละมากๆ จะรู้สึกฝาดขม ถ้าเคี้ยวกับเกลือเล็กน้อย จะช่วยให้รับประทานง่ายขึ้น วิธีนี้ได้ผลมาก เพราะรับประทานทั้งน้ำและเนื้อของใบฝรั่งจนหมด ได้ตัวยาครบถ้วน - อาจรับประทานผลดิบ ครั้งละ 1-2 ผล โดยเคี้ยวก่อนค่อยกลืนก็ได้ วิธีที่ 2 ต้มดื่ม - ใช้ใบเพสลาด 5-10 ใบ หรือเปลือกต้นสดๆ 1 ฝ่ามือ ใส่น้ำ 2 ถ้วยแก้ว ต้มเดือดนาน 5-30 นาที เคี่ยวให้เหลือ 1 ถ้วยแก้ว รับประทานครั้งละ รับประทานครั้งละ ½ - 1 แก้ว วันละ 2 ครั้งรับประทานตามอาการหนักเบา เวลาดื่มเติมเกลือเล็กน้อยทำให้ดื่มง่ายขึ้น วิธีที่ 3 ชงน้ำร้อนดื่ม - เอายอดฝรั่ง  7 ยอด หรือใบฝรั่ง 6-10 ใบ ชงกับน้ำเดือด 2 แก้ว ปิดฝาไว้ 15-20 นาที ดื่มครั้งละ 1 แก้ว ดื่มบ่อย ๆ วิธีที่ 4 ต้มคั้นเอาน้ำ - เอาใบฝรั่ง  6-10 ใบ ตำให้ละเอียด ผสมน้ำสุก 3-5 ช้อนแกง ต้มให้เข้ากัน กรองด้วยผ้าขาว เอาน้ำผสมเกลือเล็กน้อยดื่มจนหมด วิธีที่ 5 บดผงรับประทาน - ใช้ผลฝรั่งที่เกือบแก่ หั่นเป็นแว่นบาง ๆ ตากแห้งบดเป็นผง รับประทานครั้งละ ½-1ช้อนชา โดยผสมน้ำ วิธีนี้รสชาติดีเด็กดื่มได้ง่าย ใช้เป็นยาห้ามเลือด   -  ใช้ใบสดล้างน้ำให้สะอาด ตำให้ละเอียดพอกแผลที่มีเลือดออก เลือดจะหยุด ช่วยระงับกลิ่นปาก -  ใช้ใบสด 3-5 ใบ เคี้ยวและคายกากออกทิ้ง เป็นยากันหรือแก้โรคลักปิดลักเปิด ฝรั่งมีไวตามินซีมาก -  ใช้ผลโตเต็มที่แต่ไม่สุก รับประทานเป็นผลไม้ จะเป็นผลไม้ที่ช่วยบำรุงเหงือกและฟัน ช่วยลดน้ำตาลในเลือด รักษาท้องลำไส้ไม่ให้ผูก ช่วยบำรุงผิวพรรณ คนที่ชอบเป็นฝีเป็นแผลพุพอง ถ้ารับประทานฝรั่งบ่อย ๆ ก็ช่วยบรรเทาลงไปได้     หมายเหตุ        ฝรั่งที่ควรปลูก ควรเป็นฝรั่งขี้นก เพราะมีโรคน้อย มีเพลี้ยแป้งน้อย ดูแลรักษาง่าย ที่สำคัญมีสรรพคุณทางยาที่ดีที่สุด มีไวตามินซีสูงกว่าฝรั่งพันธุ์อื่น ๆ     สารเคมี ใบ  มีน้ำมันหอมระเหย  ซึ่งประกอบด้วย Caryophyllene cineol, นอกจากนี้ยังมี Tannin, sesquiter penoids และ triterpenoid compounds. ผล  มี fixed oil 6%  Volatile oil 0.365%  tannin 8-15%  beta-sitosterol, quercetin, Vitamin C (330 mg.%), Arabinose, " มังคุด " ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Garcinia mangostana  L. ชื่อสามัญ :   Mangosteen วงศ์ :   Guttiferae ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ต้น สูง 10 - 12 เมตร ทุกส่วนมียางสีเหลือง ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปไข่ หรือรูปวงรีแกมขอบขนาน กว้าง 6 - 11 ซม. ยาว 15 - 25 ซม. เนื้อใบหนา และค่อนข้างเหนียว คล้ายหนัง หลังใบสีเขียวเข้ม เป็นมัน ท้องใบสีอ่อน ดอกเดี่ยวหรือเป็นคู่ ออกที่ซอกใบ ใกล้ปลายกิ่ง สมบูรณ์เพศ หรือแยกเพศ กลีบเลี้ยงสีเขียวอมเหลือง กลีบดอกสีแดง ฉ่ำน้ำ ผลเป็นผลสด ค่อนข้างกลม ส่วนที่ใช้ :  เปลือกผลแห้ง สรรพคุณ รักษาโรคท้องเสียเรื้อรัง และโรคลำไส้ ยาแก้ท้องร่วง ท้องเดิน ยาแก้บิด (ปวดเบ่งและมีมูก และอาจมีเลือดด้วย) เป็นยาคุมธาตุ เป็นยารักษาน้ำกัดเท้า รักษาบาดแผล รสฝาด สมานแผล ใช้ชะล้างบาดแผล แก้แผลเปื่อย แผลเป็นหนอง ยาฟอกแผลกลาย ทาแผลพุพอง วิธีและปริมาณที่ใช้ รักษาโรคท้องเสียเรื้อรัง และโรคลำไส้ ใช้เปลือกมังคุดครึ่งผล (ประมาณ 4-5 กรัม) ต้มกับน้ำ ความแรง 1 ใน 10 รับประทานครั้งละ 1 ถ้วยแก้ว ถ้าเป็นยาดองเหล้า ความแรง 1 ใน 10 รับประทานครั้งละ 1 ช้อนชา ยาแก้อาการท้องเดิน ท้องร่วง ใช้เปลือกผลมังคุดตากแห้งต้มกับน้ำปูนใส หรือฝนกับน้ำรับประทาน ใช้เปลือกต้มน้ำให้เด็กรับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนชา ทุก 4 ชั่วโมง ผู้ใหญ่ครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ ทุก 4 ชั่วโมง ยาแก้บิด (ปวดเบ่งและมีมูกและอาจมีเลือดด้วย) ใช้เปลือกผลแห้งประมาณ ½ ผล (4 กรัม) ย่างไฟให้เกรียม ฝนกับน้ำปูนใสประมาณครึ่งแก้ว หรือบดเป็นผง ละลายน้ำสุก รับประทานทุก 2 ชั่วโมง เป็นยารักษาแผลน้ำกัดเท้า และแผลพุพอง แผลเน่าเปื่อย เปลือกผลสด หรือแห้ง ฝนกับน้ำปูนใสให้ข้น ๆ พอควร ทาแผลน้ำกัดเท้า วันละ 2-3 ครั้ง  จนกว่าจะหาย ทาแผลพุพอง แผลเปื่อยเน่า ข้อควรระวัง ก่อนที่จะใช้ยาทาที่บริเวณน้ำกัดเท้า ควรที่จะ ล้างเท้าฟอกสบู่ให้สะอาด เช็ดให้แห้ง ถ้ามีแอลกอฮอล์เช็ดแผล ควรเช็ดก่อนจึงทายา คุณค่าด้านอาหาร มังคุดประกอบด้วย แร่ธาตุ และวิตามินหลายชนิดที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกาย สารเคมี Chrysanthemin, Xanthone, Garcinone A, Garcinone B, Gartanin, Mangostin, Kolanone ขอบคุณที่มาจาก : โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขอบคุณภาพจาก : อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล / ไทยเกษตรศาสตร์

เตือนพายุมังคุดเหนืออีสานมีฝนหนักตอ.ใต้ฝั่งตต.ตกหนัก
พยากรณ์อากาศ /  พายุมังคุด

กรมอุตุฯ ประกาศเตือน ฉบับ 5 พายุโซนร้อน "มังคุด" ระบุ ขึ้นฝั่งเวียดนาม ศูนย์กลางห่างนครพนม 280 กม. ส่งผลภาคอีสานและภาคเหนือ มีฝนหนัก 8-9 สิงหาคมนี้ ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุ "มังคุด" ฉบับที่ 5 ลงวันที่ 08 สิงหาคม 2556 เมื่อเวลา 01.00 น. วันนี้ (8 ส.ค.56) พายุโซนร้อน "มังคุด" (MANGKHUT) บริเวณอ่าวตังเกี๋ย ได้เคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนแล้ว และ เมื่อเวลา 04.00 น.วันนี้ พายุนี้ มีศูนย์กลางอยู่ห่าง ประมาณ 280 กม. ทางทิศเหนือค่อนตะวันตกเล็กน้อยของจังหวัดนครพนม หรือที่ละติจูด 20.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 104.5 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 75 กม./ชม. กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 15 กม./ช.ม. มีแนวโน้มจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน และหย่อมความกดอากาศต่ำตามลำดับในระยะต่อไป ลักษณะเช่นนี้ทำให้ในช่วงวันที่ 8-9 สิงหาคม 2556 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร กาฬสินธุ์ นครพนม และมุกดาหาร ส่วนภาคเหนือ บริเวณจังหวัดเชียงราย ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากสภาวะอากาศดังกล่าวไว้ด้วย อนึ่ง มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้บริเวณภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณจังหวัดจันทบุรี ตราด ระนอง พังงา และภูเก็ต ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ส่วนคลื่นลมในทะเลอันดามันสูงประมาณ 2 เมตร ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือในระยะนี้ไว้ด้วย ส่วน กรุงเทพและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีโอกาสฝนตก ร้อยละ 60 ส่วนมากในระหว่างบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ช.ม.

ชาวสวนผลไม้มีเฮ! รัฐจ่ายเงินช่วย50ล้าน
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ /  ชาวสวน / 

กรมบัญชีกลางอนุมัติจ่ายเงินช่วยชาวสวนผลไม้กว่า 50 ล้านบาท ลดขาดทุนจากปริมาณผลไม้ภาคตะวันออกเพิ่มสูงขึ้น นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลางเผยว่า การประชุมเมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนผลไม้ ซึ่งได้รับผลกระทบจากปริมาณผลไม้ภาคตะวันออก ปี 2557 เพิ่มขึ้นจากปี 2556 อย่างมาก ทำให้เกิดการจำหน่ายผลไม้ออกสู่ตลาดกระจุกตัวสูงมากในช่วงเดือนมิถุนายน 2557 โดยเฉพาะมังคุดและเงาะ ทั้งนี้ปริมาณผลไม้ที่มากขึ้นส่งผลให้เกิดปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำ ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการตามแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาผลไม้ภาคตะวันออก ปี 2557 โดยอนุมัติวงเงิน 50.93 ล้านบาท จากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร เพื่อช่วยเหลือในด้านการกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิต และการส่งเสริมการแปรรูป เริ่มต้นระยะเวลาโครงการ ตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน 2557 - 31 ธันวาคม 2558 MThai News