มังคุด

สวนละไม สวนผลไม้ท่ามกลางหุบเขาและฟาร์มแกะ ระยอง
ระยอง /  สวนทุเรียน / 

ช่วงนี้เป็นเทศกาลผลไม้ Travel MThai จึงพลาดไม่ได้ที่จะแนะนำสวนผลไม้สำหรับผู้ที่ชื่นชอบผลไม้ไทยๆ ไม่ว่าจะเป็น เงาะ ทุเรียน มังคุด ลองกอง ลางสาด ฯลฯ และที่เป็นที่ขึ้นชื่อด้านผลไม้จริงๆ ก็คงจะไม่พ้นจังหวัดระยอง และจังหวัดจันทบุรีนะครับ สำหรับวันนี้ผมจะแนะนำสวนผลไม้ของจังหวัดระยอง ที่มีชื่อว่า "สวนละไม" ซึ่งเป็นสวนผลไม้ที่กำลังเปิดสวนให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชิม เมื่อ 1 พฤษภาคม 2558 ที่ผ่านมานี่เองครับ สวนละไม (ระยอง) "อาณาจักรไม้ผล...ท่ามกลางขุนเขา" ทุเรียนหมอนทอง สวนละไม เป็นสวนผลไม้ที่มีเนื้อที่กว่า 500 ไร่ โอบล้อมด้วยภูเขาและป่าไม้ธรรมชาติอากาศเย็นสบายด้วยพรรณไม้นานาชนิด มีการจัดวางผังปลูกผลไม้แต่ละชนิดอย่างเป็นระบบ มีผลไม้ไว้คอยต้อนรับนักท่องเที่ยว หลากหลายชนิด อาทิ ทุเรียน เงาะ มังคุด ส้มโอ ชมพู่ ลำไย สละแก้วมังกร ลองกอง มะเฟือง มะยงชิด องุ่น ฯลฯ เป็นต้น นักท่องเที่ยวจะได้สนุกกับบรรยากาศ และความสุขจากการเก็บผลไม้สดๆ จากต้น สะดวกสบายด้วย รถบริการเข้าชมสวน มีเจ้าหน้าที่ให้ความรู้และข้อมูลตลอดการชมสวน บรรยากาศสวนท่ามกลางหุบเขา เงาะโรงเรียน ลองกองของสวน เปิดสวนให้นักเที่ยวเข้าไปเก็บผลไม้ได้อย่างสนุกสนาน (โทรสอบถามก่อน) สัมผัสบรรยากาศฟาร์มแกะบนเนินเขา ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย ร่มรื่นที่...สวนละไม Sheep Farm พบกับความน่ารักของฝูงแกะ ขนฟู ขนหนานุ่ม ที่ทุกๆท่านสามารถให้อาหารและถ่ายรูปกับฝูงแกะได้อย่างใกล้ชิด ชมแกะน่ารักๆ ในฟาร์มแกะ สวนละไม เปิดบริการให้ลูกค้าและนักท่องเที่ยวทุกท่านเข้ามาสัมผัสบรรยากาศความสุข สนุกสนาน และความสงบที่ลงตัว ทุกวันตั้งแต่เวลา 8:00-18.00 น. แผนที่การเดินทางไปชิมผลไม้ ติดต่อสอบถามได้ที่ 098-737-4983 ราคาสำหรับลูกค้าทั่วไป ลูกค้าคนไทย - ผู้ใหญ่ = 300 บาท/ท่าน - เด็ก = 150 บาท/ท่าน (เด็กคิดตามความสูงตามมาตรฐานสถานที่ท่องเที่ยว) --- เด็กความสูงมากกว่า 120 ซม. คิดราคาผู้ใหญ่ 300 บาท --- เด็กความสูง 100-120 ซม. คิดราคาเด็ก 150 บาท --- เด็กความสูงน้อยกว่า 100 ซม. เข้าฟรี ลูกค้าชาวต่างชาติ - ผู้ใหญ่ และเด็กความสูง > 120 ซม. = 400 บาท/ท่าน - เด็ก ความสูง < 120 ซม. = 250 บาท/ท่าน ค่าใช้จ่ายในการเข้าไปสวนผลไม้ ทำอะไรได้บ้าง? ค่าเข้าชมและเที่ยวในสวน บุฟเฟ่ต์ผลไม้ไม่อั้นในสวน และทานบุฟเฟ่ต์ผลไม้ที่ซุ้มผลไม้บนจุดชมวิว เที่ยวชมแปลงผักสวนครัว และสวนดอกไม้เมืองร้อน เข้าชมฟาร์มแกะ บนเนินเขาพร้อมให้อาหารแกะ และถ่ายรูปกับน้องแกะอย่างใกล้ชิด ขอบคุณภาพจาก suanlamai.com Facebook : สวนละไม

20 สวนผลไม้ ภาคตะวันออก อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน
เทศกาลผลไม้ /  เที่ยวจันทบุรี / 

พอเข้าหน้าร้อนแบบเต็มสูบ อากาศอันแสนระอุ ที่มาพร้อมกับความอร่อยของเหล่าผลไม้ ต่างดาหน้าผลิตผลออกสู่สวนและไร่ต่าง ๆ และดินแดนสวรรค์แห่งผลไม้ ก็คือภาคตะวันออกของเรานี่เอง ที่เต็มไปด้วยสวนผลไม้มากมาย โดยเฉพาะระยอง กับจันทบุรี travel.mthai.com ขอแนะนำ 10 สวนผลไม้ ภาคตะวันออก อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน ให้คุณขับรถเพลิน ๆ ไปอิ่มท้องกับผลไม้นานาพันธุ์ได้อย่างจุใจ 20 สวนผลไม้ ภาคตะวันออก อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน ในช่วงเดือนพฤษภาคม – กรกฎาคมของทุกปี จังหวัดระยอง และจังหวัดจันทบุรี จะคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ เพราะเป็นช่วงที่ผลไม้หลากหลายชนิดทยอยจากสวนออกสู่ตลาด ไม่ว่าจะเป็นราชา แห่งผลไม้อย่างทุเรียน หรือราชินีแห่งผลไม้อย่างมังคุด ก็มาอวดโฉมให้ได้ลิ้มลอง อีกทั้งยังมีเงาะ ลองกอง ลางสาด สละ ระกำ สับปะรด แก้วมังกร องุ่น ลำไย และอีกมากมาย ตลอดจนผลิตภัณฑ์แปรรูปผลไม้อีกหลากหลายรูปแบบ ให้ท่านได้เลือกซื้อเลือกชิมกันอย่างจุใจ นอกจากนี้ สวนผลไม้ต่าง ๆ ยังเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยว ให้มาสัมผัสวิถีชีวิตแบบชาวสวน ทั้งสวนผลไม้แบบโบราณ สวนผลไม้แบบเกษตรอินทรีย์ ไปจนถึงสวนผลไม้เพื่อการส่งออก โดยมีกิจกรรมภายในสวน เช่น ชมสวนด้วยรถกอล์ฟ รถไฟ จักรยาน ชิมผลไม้สด ๆ จากต้น โฮมสเตย์ อาหารพื้นเมือง เรียนรู้การเกษตร เป็นต้น เริ่มที่ จ.ระยอง 1. สวนสุภัทรา (Suphattra Land) กิจกรรม : ชมสวนด้วยรถราง ชิมผลไม้จากต้น บุฟเฟต์ผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน เงาะ มังคุด มะเฟือง มะพร้าว ขนุน สละ มะม่วง แก้วมังกร ลองกอง ลำใย ส้มโอ องุ่น ที่ตั้ง : เลขที่ 70 หมู่ 10 ตำบลหนองระลอก อำเภอบ้านค่าย ระยอง โทร. 038 892 048-9 2. สวนยายดา-เจ๊บุญชื่น กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ อาหารพื้นเมือง ผลิตภัณฑ์แปรรูป ผลไม้ : เงาะ ทุเรียน มังคุด ที่ตั้ง : เลขที่ 30 เขายายดา ตำบลตะพง อำเภอเมือง ระยอง 21000 โทร. 089-0991297, 089-0431330 3. สวนปาหนัน กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ Homestay ผลไม้ : เงาะ ทุเรียน มังคุด ที่ตั้ง : หมู่ 3 ตำบลตะพง อำเภอเมือง ระยอง โทร. 081-3009518, 081-8616927 4. สวนลุงทองใบ กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน เงาะ มังคุด ที่ตั้ง : เลขที่ 96/1 หมู่ 11  ตำบลตะพง อำเภอเมือง ระยองโทร. 089-8106411 083-769172 5. สวนลำดวน กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน เงาะ มังคุด ที่ตั้ง : เลขที่ 78 หมู่ 4 ตำบลตะพง อำเภอเมือง ระยอง โทร. 089-933 3798 6. สวนลุงเสส กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน ลองกอง มังคุด ที่ตั้ง : เลขที่ 22  หมู่ 7 ตำบลกองดิน อำเภอแกลง ระยอง โทร. 08 6444 9103 7. สวนคุณไพบูลย์ กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน (พันธุ์นกกระจิบ หมอนทอง ชะนี หลงลับแล) เงาะ มังคุด ลองกอง มะยงชิด แก้วมังกร ที่ตั้ง : เลขที่ 21 หมู่ 4 ตำบลนาตาขวัญ อำเภอเมือง ระยอง โทร. 08 1567 6368, 08 6149 1772 8. สวนผู้ใหญ่สมควร กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง กะท้อน ที่ตั้ง : ถนนหนองหญ้า-ก้นหนอง ตำบลบ้านแลง อำเภอเมือง ระยอง โทร. 08 1761 9497 9. สวนประสมทรัพย์ กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ Homestay ผลไม้ : มะยงชิด ทุเรียน ลองกอง มังคุด เงาะ ที่ตั้ง : หมู่ 5 ตำบลบางบุตร อำเภอบ้านค่าย ระยอง โทร. 08 1377 3056, 08 1481 6598 10. สวนกำนันพงษ์ กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน ลองกอง มังคุด เงาะ ที่ตั้ง : หมู่ 4 ตำบลกระแสบน อำเภอแกลง ระยอง โทร. 08 9939 1564 ต่อด้วย จ.จันทบุรี 1. สวนสกุลพัฒน์ กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน ชมพู่ ส้มโอ ลำใย ที่ตั้ง : กม. 298 ถนนสุขุมวิท ต.วังใหม่ อ.นายายอาม จันทบุรี โทร. 08 6155 0222, 08 1809 0366 2. สวนทุเรียนบ้านแซงลึก กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน เงาะ มังคุด แก้วมังกร สละ ที่ตั้ง : หมู่ 4 ตำบลเขาบายสี อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี โทร. 0 3935 5544, 08 3078 8022 3. สวนสะเด็ดยาด กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : เงาะ ทุเรียน มังคุด ที่ตั้ง : 183/13 หมู่ 2 ตำบลเขาบายศรี อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี  โทร. 08 7111 1335, 08 7111 1338 4. สวนป้าแกลบ กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลิตภัณฑ์แปรรูป ผลไม้ : เงาะ ทุเรียน มังคุด แก้วมังกร สละ ที่ตั้ง : 43 หมู่ 8 ตำบลเขาบายศรี อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี โทร. 0 3935 6954, 08 6366 3097 5. สวนน้องแฝด กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : เงาะ ทุเรียน มังคุด สละ ที่ตั้ง : 29/1 หมู่ 12 ตำบลเขาบายศรี อำเภอท่าใหม่ จันทบุรีโทร. 08 6140 8491 6. สวนผู้ใหญ่คำนึง กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ Homestay ผลไม้ : ทุเรียน เงาะ มังคุด แก้วมังกร สละ ที่ตั้ง : 6/1 หมู่ 12 ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าใหม่ จันทบุรีโทร. 08 9092 9596 7. สวนสละคุณสมชาย กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : สละ ลองกอง ทุเรียน มังคุด ที่ตั้ง : 10/3 หมู่ 4 ตำบลคลองพลู อำเภอเขาคิชณกูฏ จันทบุรี โทร. 08 1835 6250 8. ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี กิจกรรม : ความรู้ด้านพืชสวน กางเต็นท์  ที่พัก เดินเที่ยวและขี่จักรยานชมธรรมชาติ ผลไม้ : เงาะ ทุเรียน มังคุด ลองกอง พืชสกุลระกำ พันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ ที่ตั้ง : ริมถนนสุขุมวิท ตำบลตะปอน อำเภอขลุง จันทบุรี  โทร. 0 3939 7030, 0 3939 7146 9. ศูนย์เรียนรู้เกษตรพอเพียงนายวิสิทธิ์ กิจกรรม : ชมสวนเกษตรอินทรีย์  ชิมผลไม้ ผลไม้ : มังคุด เงาะ ทุเรียน ลองกอง ที่ตั้ง : 8/2 หมู่ 3 ตำบลวังแซ้ม อำเภอมะขาม จันทบุรี โทร. 08 9097 0137 10. ศูนย์ศึกษาพัฒนาผลไม้ตามพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี กิจกรรม : ชมสวนผสมผสาน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน มังคุด ลองกอง กะท้อน ที่ตั้ง : ตำบลท่าหลวง อำเภอมะขาม จันทบุรี  โทร. 08 9240 5416 (ควรติดต่อสอบถามสวนที่ท่านสนใจล่วงหน้า ก่อนไปเที่ยวชมทุกครั้ง) การเลือกซื้อผลไม้ การเลือกซื้อทุเรียน 1. ดูปากปลิง ทุเรียนแก่จัดปากปลิงจะพองโตเห็นรอยชัดเจน 2. ดูหนาม ผลทุเรียนแก่ปลายหนามจะออกสีน้ำตาลเข้ม 3. บีบปลายหนาม 2 หนามเข้าหากัน ทุเรียนแก่เมื่อบีบปลายหนามจะมีลักษณะยือหยุ่นเหมือนมีสปริง 4. ดูขั้วผล ขั้วทุเรียนแก่จะเป็นสปริง ส่วนขั้วผลทุเรียนอ่อนจะไม่เป็นสปริง 5. ดูสีผล ด้านบนผลทุเรียนแก่สีจะมันและแห้ง 6. ดูร่องพู ทุเรียนแก่ร่องพูจะเป็นสีน้ำตาลปนเหลือง ไม่มีริ้วรอยจากแมลงและโรค 7. ชิมปลิง โดยตัดขั้วผลหรือปลิง ทุเรียนแก่จะเห็นน้ำใสที่ขั้วผล ไม่ข้นเหนียว ชิมดูจะมีรสหวาน รอยตัดขั้วผลจะเป็นวงแหวนสีเหลืองระหว่างแกนกับเปลือก 8. ดมกลิ่น ถ้าสุกจะมีกลิ่นหอม ถ้าแก่จะมีกลิ่นสาบของความหอม ไม่เหม็นเขียว 9. เคาะที่โกรกหนาม ทุเรียนแก่มีเสียงโพรกดังหลวม ๆ ไม่ทึบ 10. เลือกซื้อทุเรียนที่ตัดมาจากสวนใหม่ ๆ แล้วนำไปเป่าพัดลมเพื่อไล่น้ำ 3-5 ชั่วโมง เนื้อทุเรียนจะไม่อมน้ำ ทำให้ทานอร่อยยิ่งขึ้น 11. ถ้าซื้อทุเรียนที่ตัดตอนแก่ พันธุ์ชะนีให้ทิ้งข้ามคืน 3 คืน ส่วนหมอนทองให้ทิ้งข้ามคืน 5 คืน จะได้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้น 12. การใช้มีดผ่าทุเรียน ควรใช้มีดที่มีความคม ขนาดกระชับมือ ผ่าตามร่องพูแล้วค่อย ๆ บิดเปลือกออก จะทำให้แกะง่ายขึ้น 13. ทุเรียนที่สุกมาก ใช้มีดเจาะก้นผลแล้วบิดเปลือกออกจะทำให้แกะง่ายขึ้น การเลือกซื้อเงาะ 1.ควรชิมก่อนว่าหวานหรือไม่ เวลาซื้อให้เลือกเองและเลือกผลใหญ่สม่ำเสมอ 2.เนื้อเงาะต้องล่อนดี ไม่ติดเมล็ด และไม่แฉะน้ำจนเกินไป 3.การเลือกซื้อเงาะควรเลือกเปลือกและขนเงาะที่มีสีสดไม่แห้งดำ 4.เงาะโรงเรียนปลายขนมีสีเขียวอ่อน เงาะสีชมพูปลายขนมีสีแดงอมชมพู การเลือกซื้อมังคุด เลือกเปลือกไม่แข็ง เปลือกสีม่วงแดงเข้มเกือบดำ ขั้วดูสด เมื่อปอกเปลือกออกเนื้อจะเป็นพูขาวนวล รสหวานอมเปรี้ยว หากเป็นเนื้อใสและแข็ง เรียกว่า “มังคุดแก้ว”เกิดจากต้นมังคุดถูกฝนตกหนักก่อนเก็บ 1. ถ้าจะทานมังคุดที่มีรสชาติหวานให้เลือกมังคุดที่มีผิวสีม่วงเข้ม แต่ถ้าจะทานหวานอมเปรี้ยวให้เลือกมังคุดที่มีผิวสีแดง 2. มังคุดผลเล็กจะมีรสชาติดีกว่ามังคุดผลใหญ่ และไม่ค่อยมีเมล็ดเวลาทาน 3. การแกะมังคุดให้ใช้มีดผ่าเป็นเส้นกากบาทที่ก้นผล แล้วบิดออกจะทำให้เนื้อไม่ช้ำและไม่เสียรสชาติ 4. มังคุดที่มีรอยแตกหรือแข็งมาก มีรอยยุบหรือมีทรายติด ไม่ควรซื้อ เพราะเป็นมังคุดที่ตกจากต้น การเลือกซื้อลองกอง 1. ควรชิมก่อนว่าหวานหรือไม่ 2. ควรเลือกผิวเรียบ ไม่มีรอยด่างดำมากเกินไป ขนาดผลใกล้เคียงกัน 3. ผลลองกองจะมีลักษณะใกล้คียงกับลางสาด ให้สังเกตผิวเปลือกลางสาดผิวจะมันและเรียบกว่าผลลองกอง ผลลางสาดจะเล็กกว่าลองกอง หากแกะเปลือกออกจะมียางสีขาว ๆ แต่ลองกองจะไม่มียาง การเลือกซื้อสละและระกำ 1. สละแต่ละพันธุ์มีลักษณะไม่แตกต่างกันมากนัก จะต่างกันที่บางพันธุ์มีลักษณะพิเศษ คือ ลำต้นไม่มีหนาม และบางพันธุ์ผลจะมีลักษณะยาวรีและเปลือกมีสีน้ำตาลเข้ม เช่น สละพันธุ์เนินวงศ์ 2. สละจะมีรสชาติหอมหวาน ส่วนระกำจะเปรี้ยวอมหวาน 3. ผลระกำจะมีเมล็ด 2-3 เม็ด แต่สละจะมีเพียง 1-2 เมล็ด 4. สละนิยมทานสด แต่ระกำนิยมนำไปเป็นส่วนประกอบอาหาร เช่น ปลาทู ต้มระกำ 5. การแกะเปลือกสละและระกำ ให้บิดเปลือกจากก้นผลแล้ววนรอบผล จะแกะง่ายและไม่ทำให้เนื้อช้ำ แต่ถ้าเปลือกล่อนเป็น     ชิ้น ๆ แสดงว่าไม่สดเพราะเปลือกแห้งเกินไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ททท.สำนักงานระยอง โทร. 0 3865 5420 – 1 ที่มา : การท่องเที่ยวแห่งปะเทศไทย  ,  เรียบเรียงโดย : Travel MThai

กิน ทุเรียน ลดความอ้วนได้จริงหรือ?
ทุเรียนหมอนทอง /  ลดความอ้วน / 

จากกระแสในสังคมออนไลน์ที่แชร์บทความที่บอกว่า กิน ทุเรียน สามารถช่วยลดความอ้วนได้ โดยให้ "กินหลังตื่นนอนตอนเช้า ช่วงเวลา 5.00-7.00 น กินครั้งละไม่เกิน 2-3 พู เท่ากับ 4-6 เม็ด หรือเกือบครึ่งลูกกินได้ทุกพันธุ์ หลังจากนั้นก็ให้ ดื่มน้ำอุ่นตาม คำแนะนำควร งดอาหารเช้าของวันนั้นๆ และกินติดต่อกันเป็นเวลา 2 วัน เพราะความร้อนจากสารกำมะถันและเส้นใยใน ทุเรียน จะไปชวยชะล้างสิ่งสกปรกต่างๆ ภายในลำไส้ จึงทำให้คุณนั้นผอมลงและยังช่วยให้ร่างกายสดชื่นอีกด้วย อาจกิน 2 พูแทนข้าวมื้อเย็นได้ " บทความนี้ถูกแชร์ออกไปมากในเฟสบุค ทำให้เหล่าสาวก ทุเรียน แต่กลัวอ้วนกลับมาตื่นเต้น ดีใจอีกครั้งที่จะได้กินทุเรียนแบบไม่ต้องกลัวอ้วนอีกแล้ว แค่บทความนี้ มีความน่าเชื่อถือแค่ไหน วันนี้เราจะมาพูดถึง ทุเรียน กันค่ะ ว่าจริงๆแล้วการกิน ทุเรียน ครึ่งลูกแบบที่บทความนี้บอก ช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือ? ในเนื้อเหลืองอวบของ ทุเรียน ประกอบด้วย 3 อย่างหลัก คือ แป้ง จากเนื้อเหลืองแน่นที่กินแล้วหวานมันอร่อยลิ้น ไขมัน มีปนมาอยู่บ้างซึ่งมากกว่าพืชทั่วไป แต่การมีไขมันนี้ทำให้ทุเรียนมีวิตามินอีเยอะ วิตามินแร่ธาตุและกำมะถัน หรือซัลเฟอร์ โดยกำมะถันตัวนี้เองคือตัวร้อน เป็นผู้ร้ายที่ทำให้เกิดอาการร้อนในและกลิ่นไร้เทียมทาน สรรพคุณของ ทุเรียน ช่วยฆ่าเชื้อ จากกำมะถันในเนื้อเป็นเสมือนยาปฏิชีวนะอ่อน ๆ ช่วยเผาผลาญ จากความร้อนของกำมะถันและน้ำตาลในเนื้อ ช่วยระบาย จากกากที่เป็นเส้นใยยุ่บยั่บในเนื้อ ช่วยทำให้ฝีแห้ง (เนื้อทุเรียน) สรรพคุณทุเรียนช่วยแก้โรคผิวหนัง (เนื้อทุเรียน) สารสกัดจากใบและรากทุเรียนใช้เป็นยาแก้ไข้ได้ ด้วยการใช้น้ำจากใยวางบนศีรษะของผู้ป่วยจะช่วยลดไข้ได้ (ราก,ใบ) ทุเรียน สรรพคุณช่วยแก้อาการท้องร่วง (ราก) สรรพคุณของทุเรียนช่วยขับพยาธิ (ใบ,เนื้อทุเรียน) ทุเรียน สรรพคุณทางยาช่วยแก้ดีซ่าน (ใบ) ช่วยทำให้หนองแห้ง (ใบ) ช่วยแก้ตานซาง (เปลือก) ช่วยรักษาโรคคางทูม (เปลือก) ช่วยแก้น้ำเหลืองเสีย (เปลือก) ช่วยแก้ฝี (เปลือก) ช่วยรักษาแผลพุพอง (เปลือก) ใช้สมานแผล (เปลือก) เปลือกทุเรียนใช้ไล่ยุงและแมลง (เปลือก) นอกจากนี้ ทุเรียน ยังมีฤทธิ์ไล่พยาธิได้ ด้วยกำมะถันที่รุ่มร้อนทำให้ลำไส้ไม่เป็นบ้านแสนสุขของพยาธิอีกต่อไป อีกทั้งกากใยในเนื้อที่ช่วยขัดล้างลำไส้ด้วย การทาน ทุเรียน เพื่อสุขภาพ ควรทานครั้งละไม่เกิน 2 เม็ดขนาดกลาง น้ำหนักเฉพาะเนื้อประมาณ 100 กรัม จะให้พลังงานสูงถึงประมาณ 190 กิโลแคลอรี ประกอบด้วย ไขมัน 4.0 กรัม โปรตีน 2.6 กรัม และให้แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก และวิตามินเอ ประมาณ 17 มก. 36 มก. 1 มก. และ 21 มก.ตามลำดับ แต่ ถ้า หากกินครั้งละ 2-3 พู หรือประมาณ 4-6 เม็ด หรือเกือบครึ่งลูกนั้น ก็จะทำให้ร่างกายได้รับพลังงานจากทุเรียนสูงถึงประมาณ 400 กิโลแคลอรี ซึ่งเทียบได้กับทานข้าว 5 ทัพพี หรือน้ำอัดลม 2 กระป๋อง หรือก๋วยเตี๋ยวหมู 1 ชาม สำหรับ คนที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด ให้ระมัดระวังในการทานทุเรียน ทานได้แต่ในปริมาณที่น้อยกว่าคนปกติ นอกจากนี้ สิ่งที่ต้องระมัดระวังในการทานทุเรียน คือ ต้องไม่ทานร่วมกับการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์อย่างเด็ดขาด เพราะในทุเรียนมีสารกำมะถันหรือซัลเฟอร์อยู่มาก ซึ่งจะละลายได้ดีในแอลกอฮอล์ ทำให้แอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสเลือดได้เร็ว ทำให้เมาเร็วและเมาหนักขึ้น อาจก่อให้เกิดความผิดปกติต่อระบบหายใจ เกิดอาการร้อนใน เป็นอันตรายต่อสุขภาพและเสี่ยงเสียชีวิตได้ ส่วนความเชื่อที่ว่า กิน ทุเรียน แล้วให้กินมังคุดตามเพื่อแก้ร้อนใน ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ดี แม้จะไม่มีงานวิจัยรองรับ แต่คิดว่าเป็นกุศโลบายของคนรุ่นเก่า ที่คิดว่าทุเรียนเป็นของร้อน แล้วให้กินมังคุดเป็นของเย็นแก้กัน และคงต้องการให้คนกินผลไม้ที่หลายหลากชนิดด้วย ดังนั้นสำหรับคนที่กินทุเรียนจนร้อนใน ควรกินอาหารธาตุเย็นที่มีฤทธิ์แก้ร้อนในตามลงไป ซึ่งมีให้เลือกมากมายตามความเหมาะสมและความชอบของคุณ เช่น ดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ บางคนชงน้ำเกลือเจือจางดื่มสักแก้วก็ดีขึ้นได้เช่นกัน กินผักสดต่างๆ ให้มากขึ้น กินผลไม้ที่มีน้ำเยอะ ประเภทแตงโม แตงล้าน หรือผลไม้รสเปรี้ยวหรือหวานอมเปรี้ยว เช่น ส้ม สับปะรด มะนาวให้มากขึ้น หลายคนนิยมกินมังคุดตามหลังกินทุเรียน ดื่มเครื่องดื่มสมุนไพรต่าง ๆ ที่มีฤทธิ์ช่วยแก้ร้อนใน เช่น น้ำเก๊กฮวย น้ำหล่อฮั่งก๊วย น้ำรากบัว น้ำมะนาว น้ำใบบัวบก น้ำใบเตย เฉาก๊วย แนะนำเคล็ดในการกินทุเรียนให้ไม่อ้วน และสุขภาพดี เลือกทุกเรียนห่ามจะดีเพราะมีน้ำตาลน้อย แต่ถ้าเลือกไม่ได้ก็กินทุเรียนสุก เนื่องจากงานวิจัยพบว่า ทุเรียนมีสารต้านอนุมูลอิสระชื่อเคอซิทิน ซึ่งเป็นตัวเดียวกับในหอมใหญ่และองุ่น ทั้งนี้พลังต้านอนุมูลอิสระของทุเรียนสุกจะมีมากกว่า มังคุด ลิ้นจี่ ฝรั่ง มะม่วง ตามลำดับ ถ้าจะกินเพื่อสุขภาพก็ให้กินได้ครั้งละไม่เกิน 2 พูต่อสัปดาห์ และถ้ามื้อไหนกินทุเรียน ก็ไม่ต้องกินข้าวมาก ทุเรียนน้ำกะทิควรหลีกเลี่ยง เพราะอุดมไปด้วยน้ำตาลทั้งจากทุเรียน ข้าวเหนียว และไขมันจากกะทิ และอาจทำให้เกิดอาการร้อนในได้ด้วย ขอให้กินทุเรียนกับผลไม้เนื้อเย็นน้ำเยอะ เช่น มังคุด ลองกอง แตงโมเพราะจะช่วยดับร้อนได้ดี อย่ากินทุเรียนร่วมกับเหล้า แอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มบำรุงกำลัง เพราะจะทำให้ยิ่งร้อนจัดขาดน้ำและช็อกได้ เนื่องจากกำมะถันในทุเรียนละลายได้ดีในแอลกอฮอล์ ได้ทราบถึงข้อดี ข้อเสียของทุเรียนกันไปแล้วนะคะ กับบทความที่บอกว่า กินทุเรียนครั้งละไม่เกิน 2-3 พู เท่ากับ 4-6 เม็ด หรือเกือบครึ่งลูกกินได้ทุกพันธุ์ นั้น ก็คงจะเกินความเป็นจริงไปหน่อย เพราะการกินทุเรียนที่ดีต่อสุขภาพนั้นแค่ไม่เกิน 1-2 เม็ดเท่านั้น หากกิน 4-6 เม็ดหรือครึ่งลูกอย่างที่บทความนั้นว่าไว้ แทนที่จะได้ลดความอ้วนกัน โรคอ้วนได้ถามหาแน่ๆค่ะ  อย่างไรก็ตาม ผลไม้หรืออาหารทุกชนิดมีประโยชน์หากรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ หวังว่าวันนี้ เราคงไข้ข้อสงสัยให้ผู้อ่านได้ ไม่มากก็น้อยใช่ไหมคะ? ขอบคุณที่มาจาก : www.bodyshape.co.th www.goodfoodgoodlife.in.th frynn.com

'พาณิชย์' เผยมีมาตรการพยุงราคาผลไม้ช่วยเกษตรกร
กระทรวงพาณิชย์ /  ผลไม้ / 

ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เผยมีมาตรการดูแลการกระจายผลผลิตผลไม้ พยุงราคาให้เกษตรกร วันนี้ (29 พ.ค. 58) พล.อ. ปัฐมพงศ์ ประถมภัฏ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผลไม้ภาคตะวันออก จ.จันทบุรี พบว่า กระทรวงพาณิชย์มีมาตรการกระจายผลผลิตออกสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยในปีนี้ปริมาณผลผลิตไม่มากนัก ทางจังหวัดได้มีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อช่วยกระจายผลไม้และสนับสนุนการท่องเที่ยว ขณะที่ กระทรวงพาณิชย์ มีการติดตามสถานการณ์การผลิตผลไม้อย่างต่อเนื่อง ร่วมกับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วางแผนดูแลผลผลิตในระยะยาวตั้งแต่เริ่มต้นผลิตจนถึงการกระจายออกสู่ตลาด อย่างไรก็ตาม พื้นที่ จ.จันทบุรี มีผลไม้หลัก 7 ชนิด ได้แก่ มังคุด ทุเรียน เงาะ ลองกอง สละ และได้เริ่มทยอยออกสู่ตลาดเกือบทั้งหมดแล้ว

กระท้อน ไม้ผลทำเงิน 1 ล้านบาทต่อปี ปลูกง่ายไม่มีโรค
10 วิธีแจ้งความ /  กระท้อน / 

“กระท้อน” ไม้ผลทำเงิน ปลูกง่าย ไม่มีโรค แถมขายได้ราคาดี.... สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาทต่อปี ซึ่งชี้ให้เห็นว่า “กระท้อน” ก็เป็นไม้ผลเงินล้านได้ เฉกเช่นไม้ผลเศรษฐกิจชนิดอื่น ๆ ขึ้นอยู่ที่ว่าเราจะทำคุณภาพได้มากน้อยเพียงใดเท่านั้น ตลอดเดือนกรกฎาคมของทุกปีถือเป็นสวรรค์ของคนที่ชอบรับประทานกระท้อน เพราะ กระท้อน ให้ผลผลิตเพียงปีละครั้ง และจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมากในเดือนนี้ โดยแหล่งปลูกกระท้อนที่สำคัญในอดีตคือจังหวัดนนทบุรี มีสายพันธุ์ที่นิยมปลูกเป็นการค้า 6 สายพันธุ์ ได้แก่ - พันธุ์ทับทิม - ปุยฝ้าย - นิ่มนวล - ปุยไหม - เทพศิริ - อีล่า ทั้ง 6 สายพันธุ์ดังที่กล่าวมานี้ พันธุ์ปุยฝ้ายและพันธุ์นิ่มนวลเป็นพันธุ์ที่เกษตรกรนิยมปลูกมากที่สุด เพราะมีผลขนาดใหญ่และจำหน่ายได้ราคา โดยหากเป็น พันธุ์นิ่มนวลเมืองนนท์แท้ ๆ จะจำหน่ายได้ตั้งแต่กิโลกรัมละ 120 บาทขึ้นไป ปัจจุบันเกษตรกรที่ทำสวนกระท้อน ทั้งประเทศไทยมีไม่ถึง 100 ราย เนื่องจากกระท้อนไม่ใช่ผลไม้ในกระแสของการบริโภค จึงทำให้เกษตรกรหลายคนไม่สนใจปลูกเพราะเห็นว่าขายไม่ได้ราคา แต่จริง ๆ แล้ว กระท้อนไม่ใช้ผลไม้กะโหลกกะลาไร้ราคาอย่างที่คิด ยิ่งหากได้เติมคุณภาพลงไป ก็ยิ่งเป็นผลไม้เงินล้านที่ไม่ควรมองข้าม เพราะตลาดมีความต้องการสูงและคู่แข่งยังน้อย คุณสมชาย บุญก่อเกื้อ เกษตรกรคนเก่ง ลูกค้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เจ้าของสวนกระท้อน “อุบลสมบูรณ์” เผยถึงที่มาของการปลูกกระท้อนบนเนื้อที่กว่า 23 ไร่ ในจังหวัดระยอง ให้ฟังว่า เกษตรกรในจังหวัดระยองส่วนใหญ่ทำสวนผลไม้เศรษฐกิจหลัก ๆ 3 ชนิด คือ เงาะ มังคุด และทุเรียน พอถึงฤดูกาลผลไม้ของทุกปี ราคาผลผลิตของผลไม้ทั้งสามชนิดก็จะมีปัญหาทุกปี เพิ่งมาสองสามปีหลังนี้ ที่เริ่มทำมังคุดส่งนอกจึงได้ราคาขึ้นมา “ด้วยความผันผวนของราคาผลไม้นี่เอง ผมก็เลยมองว่า เราควรจะปลูกอะไรที่สวนกระแสจากชาวบ้านคนอื่น ๆ พอดีว่าที่หมูบ้านเรามีกระท้อนอยู่ต้นหนึ่ง ซึ่งคุณลุงพูนแกไปซื้อลูกมาจากจังหวัดนนทบุรีมารับประทาน พอทานเสร็จท่านเห็นว่ากระท้อนลูกนั้นรสชาติอร่อย จึงนำเมล็ดกระท้อนลูกนั้นไปปลูก ผ่านไปประมาณ 5 ปี กระท้อนต้นนั้นเติบโต ติดดอกออกผล ซึ่งผมได้กินแล้วก็เห็นว่า กระท้อนจากต้นนี้มีคุณลักษณะพิเศษคือ เนื้อนุ่ม หวาน เนื้อหุ้มเมล็ดเป็นปุย หวาน มีเนื้อมาก เมล็ดเล็ก เมื่อได้ชิมแล้วรู้สึกถูกใจจึงขอกิ่งพันธุ์มาปลูก และตั้งชื่อสายพันธุ์ใหม่เพื่อให้เป็นเกียรติแก่ลุงพูนว่า กระท้อนพันธุ์ทองพูน” คุณสมชาย ยังเล่าให้ฟังอีกว่า ตอนแรกผมปลูกเพียง 40 ต้น ตอนนั้นยอมรับว่าไม่ค่อยมีความรู้เรื่องกระท้อนมากสักเท่าไหร่ เพราะถือเป็นไม้ผลชนิดใหม่ของชาวสวนละแวกนี้ เมื่อกระท้อนอายุได้ 3 ปี ก็เริ่มออกผลผลิต ด้วยความที่ยังขาดประสบการณ์จึงไปจ้างคนมาห่อกระท้อน ผลปรากฏว่าเราได้กระท้อนที่จำหน่ายได้เพียง 40 เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นเสียหายทั้งหมด เพราะลูกจ้างไม่ได้ใส่ใจคุณภาพให้เรา สักแต่ว่าทำงานเพื่อให้ได้ค่าแรงเท่านั้น ในตอนหลังจึงตัดปัญหาดังกล่าวนี้ออกด้วยการใช้แรงงานคนในครอบครัวและลงมือทำเองทั้งหมด เพราะเราสามารถควบคุมคุณภาพได้ ผลผลิตในช่วงนั้นเราเอาไปขายในอำเภอแกลง ได้ราคาเพียงกิโลกรัมละ 10 บาท จากนั้นก็มานั่งคิดว่าจะทำอย่างไรนะจึงจะให้ผลผลิตของเราได้ราคา พอดีตอนนั้นมีเพื่อนทำงานอยู่ที่ TOT แจ้งวัฒนะ เพื่อนก็แนะนำให้เอาผลผลิตใส่รถกระบะไปขายที่นั่น เราก็เลยนำไปขายได้กิโลกรัมละ 60-70 บาท (ตอนนั้นราคากระท้อนเมืองนนท์กิโลกรัมละ 120 บาท) หลังจากนั้นเป็นต้นมาผลผลิตกระท้อนของที่สวนก็จะส่งไปขายที่นั้นทั้งหมด “ปัจจุบันเราแทบไม่ต้องเอาผลผลิตไปขายแล้ว เพราะเมื่อถึงฤดูกระท้อน คนที่เขาเคยรับประทานกระท้อนของเราก็จะออร์เดอร์กันมาเลย เมื่อเราเริ่มมองเห็นแนวทางการตลาด ก็เลยมาปลูกเพิ่ม จนกระทั่งปัจจุบันที่สวนมีกระท้อนที่ให้ผลผลิตแล้วทั้งหมด 178 ต้น และกำลังปลูกเพิ่มอีก 45 ต้นครับ” เทคนิคการปลูกกระท้อนของ คุณสมชาย อย่างแรกเลยให้คำแนะนำว่า ธรรมชาติของกระท้อนเป็นไม้ผลที่ปลูกง่าย โตเร็ว และไม่ต้องมีตารางฉีดยาให้ปุ๋ยเช่นไม้ผลชนิดอื่น หากเกษตรกรที่สนใจปลูกกระท้อนเพื่อการค้า ควรคำนึงถึงสิ่งต่าง ๆ ดังนี้ - สายพันธุ์ที่ปลูกจะต้องเลือกสายพันธุ์ที่รับประทานอร่อยและตลาดมีความต้องการ ระยะห่างระหว่างแปลงปลูกควรอยู่ระหว่าง 8 x 8 เมตร ซึ่งระยะดังกล่าวนี้กระท้อนจะไม่แย่งกันเจริญเติบโต จึงไม่ต้องตัดแต่งกิ่งบ่อย สามารถปล่อยให้เขาโตตามธรรมชาติได้เลย เนื่องจากกระท้อนเป็นไม้โตเร็ว การบำรุงรักษาจะไม่ยุ่งยากเท่าไหร่ สามารถปล่อยให้โตตามธรรมชาติได้เลย - เมื่อถึงอายุการให้ผลผลิต ในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม กระท้อนจะเริ่มทิ้งใบ และช่วงเดือนกุมภาพันธ์จะเริ่มผลิใบอ่อนและเริ่มให้ดอก จากนั้นก็จะเริ่มให้ผล ทันทีที่กระท้อนเริ่มติดผล เราจะต้องทำการฉีดยาสมุนไพรเพื่อป้องกันแมลงมาดูดกินน้ำเลี้ยงผลอ่อน หากเกษตรกรต้องการผลผลิตที่มีคุณภาพ เราจะต้องทำการห่อผล ซึ่งเทคนิคการห่อผลของสวนนั้นใช้วิธีการสร้างนั่งร้านเช่นเดียวกับงานก่อสร้างไว้รอบ ๆ ทรงต้น เพื่อที่จะห่อผลได้ทุกลูก (นั่งร้านทำจากไม้ไผ่รวก และมีอายุการใช้งาน 2 ปี) โดยใน 1 ต้น ควรจะไว้ลูกเพียง 250-300 ลูก ในอัตราจำนวนดังกล่าวนี้จะทำให้กระท้อนเติบโตเสมอกันทุกลูก โดยจะมีน้ำหนักมาตรฐานอยู่ที่ 4-5 ขีดต่อลูก ซึ่งเป็นขนาดที่ตลาดมีความต้องการ และมีราคาค่อนข้างน่าสนใจ แต่หากไว้จำนวนลูกดกกว่านี้ ก็จะได้ขนาดลูกที่เล็กลง และส่งผลให้ขายได้ราคาถูกลงด้วย แต่ถ้าไว้ลูกน้อยเกินไป กระท้อนก็จะมีขนาดผลที่ใหญ่เกินความต้องการของตลาดเช่นกัน วิธีห่อกระท้อนของ คุณสมชาย “การห่อผลควรจะเริ่มห่อตั้งแต่กระท้อนมีขนาดเท่าลูกหมาก โดยจะเลือกห่อเฉพาะผลที่มีผิวเนียนเกลี้ยง ส่วนผิวที่มีตำหนิหรือไม่ต้องการควรปลิดผลนั้นทิ้ง เพื่อป้องการลูกที่ไม่เหมาะสมแย่งอาหารและดึงดูดแมลงวันทองเข้าสวน (ลูกกระท้อนที่ปลิดทิ้งสามารถนำมาหมักเป็นฮอร์โมนลูกกระท้อนเพื่อเพิ่มความหวานได้) ทั้งนี้การห่อผลแต่ละรอบควรจะทำตำหนิโดยการป้ายสีที่ถุงกำกับไว้ เช่น ห่อรอบแรกใช้สีส้ม และห่อรอบสองใช้สีเขียว เป็นต้น (ตัวอย่างสมมติ) การป้ายสีกำกับในลักษณะดังกล่าว จะช่วยให้สะดวกตอนเวลาเก็บเกี่ยว เพราะสามารถเลือกเก็บตามรุ่น ตามสีที่ป้ายไว้ โดยไม่ต้องเสียเวลาเปิดดูทีละถุง” สำหรับราคาจำหน่ายของกระท้อนที่สวนอุบลสมบูรณ์นั้น แบ่งเป็น 3 เกรด ได้แก่ - เกรดจัมโบ้ ขนาดผลตั้งแต่ครึ่งกิโลกรัมขึ้นไป จำหน่ายอยู่ที่กิโลกรัมละ 80 บาท - เกรดกลาง ขนาดผลตั้งแต่ 4-5 ขีด จำหน่ายกิโลกรัมละ 60 บาท - เกรดมินิ ต่ำกว่า 4 ขีดลงมา จำหน่ายกิโลกรัมละ 40 บาท “เกษตรกรหลายคนมักสงสัยว่า กระท้อนจัมโบ้ได้ราคาดีสุด ทำไมทางสวนจึงไม่เน้นผลิตเฉพาะกระท้อนที่มีขนาดจัมโบ้ ในประเด็นนี้ต้องเรียนให้ทราบว่า ถึงแม้ขนาดจัมโบ้จะขายได้ราคาดี แต่มักจะขายยาก เนื่องจากตลาดไม่นิยมรับประทานกระท้อนที่มีลูกใหญ่มาก ส่วนใหญ่กระท้อนลูกใหญ่จะเป็นของฝากมากกว่าจะซื้อไปรับประทานเอง ดังนั้นในการผลิตกระท้อนเราจึงต้องผลิตตามความต้องการของตลาด คือ 2 ลูกต่อกิโลกรัมกำลังดีครับ” สำหรับการ ปลูกกระท้อน 178 ต้น บนเนื้อที่กว่า 23 ไร่ของคุณสมชาย จะมีต้นทุนการผลิตอยู่ที่ 200,000-300,000 บาท / ปี (ต้นทุนสูงสุดอยู่ที่ค่าไม้ไผ่รวกในการทำนั่งร้านเพื่อห่อผลและเก็บผลผลิต ส่วนค่าปุ๋ยและยานั้นต่ำมาก) จำนวนพื้นที่ปลูกดังกล่าวได้น้ำหนักผลผลิตรวมไม่ต่ำกว่า 13 ตัน สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาทต่อปี ซึ่งชี้ให้เห็นว่า “กระท้อน” ก็เป็นไม้ผลเงินล้านได้ เฉกเช่นไม้ผลเศรษฐกิจชนิดอื่น ๆ ขึ้นอยู่ที่ว่าเราจะทำคุณภาพได้มากน้อยเพียงใดเท่านั้น สำหรับเกษตรกรที่สนใจเรียนรู้การปลูกกระท้อนเพื่อการค้าเงินล้าน หรือสนใจกิ่งพันธุ์กระท้อนหวาน รับประทานอร่อย “พันธุ์ทองพูน” รวมถึงผลผลิตกระท้อน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณสมชาย บุญก่อเกื้อ เลขที่ 171 หมู่ 3 ต.กร่ำ อ.แกลง จ.ระยอง โทร. 08-1377-9536 - ขอบคุณข้อมูลจาก : เกษตรกรก้าวหน้า -

อยากสุขภาพดี แนะนำ อาหารปรับธาตุ ที่ควรกิน
กินอาหารตามธาตุ /  ธาตุประจำตัว / 

อาหารปรับธาตุ ที่ควรรับประทาน สุขภาพเป็นเรื่องที่เราควรให้ความสำคัญ นอกจากการออกกำลังกายแล้ว การเลือกรับประทานอาหาร ที่ถูกต้องโฉลก กับธาตุประจำตัวของเราแล้ว จะช่วยเพิ่มบำรุงร่ายกายให้ดีขึ้น Horoscope.mthai.com มี อาหารปรับธาตุ มาฝากจร้า สำหรับผู้ที่มี ธาตุดิน อาหารปรับธาตุ ที่ควรรับประทาน อาหารรสฝาด เชน กะหล่ำปลี ชะอม ถั่วพู ใบบัวบก ผักกวางตุ้ง ยอดกระถิน ยอดมะม่วงหิมพานต์ รากบัว สะตอ หัวปลี อาหารเหล่านี้รับประทานได้ทุกวัน อาหารรสมัน เช่น กะทิ ถั่วเขียว ถั่วเหลือง นม เนย เผือก ฟักทอง มัน แห้ว อาหารเหล่านี้ควรรับประทานพอประมาณ สัปดาห์ละ ๑-๒ ครั้ง อย่าให้มากกว่านั้น จะเป็นโทษ อาหารรสหวาน เช่น กล้วยน้ำว้า กล้วยหักมุก เงาะ แตงโม ฝรั่ง มังคุด มะม่วงสุก มะละกอ และน้ำผึ้ง นอกจากนี้รับประทานได้แต่นิดหน่อย อาหารที่บำรุงธาตุได้ดี คือ น้ำนมข้าวผสมน้ำผึ้ง ใส่เกลือนิดหน่อย หรือไม่ก็น้ำข้าวกล้องข้นๆ ผสมน้ำผึ้งพอหวาน ใส่เกลือลงไปพอปะแล่มๆ รับประทานทุกเช้าตอนท้องว่าง แล้วจึงออกกำลังกาย สุดแต่สังขารอำนวย สำหรับผู้ที่มี ธาตุน้ำ อาหารปรับธาตุที่ควรรับประทาน อาหารรสเปรี้ยว ได้แก่ กระท้อน กระเทียมดอง ขี้เหล็ก ดอกแค มะกอก มะเขือเทศ มะดัน มะนาว มะปราง มะม่วง ยอดมะขามอ่อน สับปะรด ส้มทุกชนิด และผักใบเขียวทุกชนิด อาหารรสเปรี้ยว แม้จะถูกกับผู้ที่มีธาตุน้ำมาก แต่ถ้ารับประทานมากไปก็จะทำให้ท้องอืด ถ้าเป็นแผลก็จะหายยาก อาจทำให้เกิดแผลในปาก และร้อนในได้ ลำดับของอาหารที่ควรรับประทาน เปรี้ยว เผ็ด หวาน เค็ม มัน พยายามหลีกเลี้ยงอาหารมันๆ อาหารที่บำรุงธาตุได้ดี เช้าๆ ควรดื่มน้ำผักผลไม้รวม หรือน้ำข้าวกล้องผสมน้ำผึ้งก่อนออกกำลังกาย จะทำให้สุขภาพดี อาหารที่กล่าวมาแล้ว ควรรับประทานทุกมื้อ รับประทานแต่พอดี สำหรับผู้ที่มี ธาตุลม อาหารปรับธาตุ ที่ควรรับประทาน อาหารที่รับประทานแล้วทำให้เกิดความร้อนในร่างกาย เช่น อาหารรสเผ็ด ได้แก่ กระชาย กระเทียม ขิง ขึ้นฉ่าย ขมิ้นขาว ตะไคร้ ถั่วต่างๆ ใบกะเพรา ใบชะพลู ใบแมงลัก ใบโหระพา ใบสะระแหน่ ผักชีฝรั่ง พริก ฟักทอง ยี่หร่า และพืชผักใบเขียวต่างๆ เช่นผักบุ้ง ผลไม้ ก็มี ชมพู่ แตงไทย แตงโม พุทรา เม็ดบัว เม็ดแมงลัก อาหารดังกล่าวมานี้ ควรเป็นส่วนประกอบของอาหารแต่ละมื้อ และรับประทานพอประมาณ ลำดับของอาหารที่ควรรับประทาน เผ็ดร้อน เค็ม หวาน เปรี้ยว ควรหลีกเลี่ยง อย่างปรุงให้รสใดรสหนึ่งจัดเกินไปจะเป็นโทษกับร่างกายได้ อาหารบำรุงธาตุได้ดี น้ำกระชายหมัก น้ำขิง น้ำตะไคร้ น้ำลูกเดือย หรือเม็ดแมงลักกับน้ำผึ้ง หรืองาดำคั่วแล้วบดนำมาผสมน้ำผึ้งและน้ำอุ่น ดื่มวันละแก้วตอนเช้าก่อนออกกำลังกาย จะช่วยรักษาสมดุลของธาตุภายในได้ดี สำหรับผู้ที่มี ธาตุไฟ อาหารปรับธาตุ ที่ควรรับประทาน อาหารที่เหมาะสำหรับธาตุไฟ มีรสขม รสจืด รสเย็น รสขม ได้แก่ ใบปอ ใบยอ ผักขมจีนและไทย มะระขี้นก มะระจีน รสจืด ได้แก่ กระเจี๊ยบขาว ดอกกะหล่ำปลี ดอกสลิด ดอกโสน ถั่วพู ถั่วฝักยาว บวบงู บวบอ่อน ใบทองหลาง ผักกาดขาว ผักกระเฉด ผักกูลป่า ผักชีฝรั่ง ผักบุ้งจีน มะเขือยาว ยอดผักปลัง สายบัว รสเย็น ได้แก่ เก๊กฮวย เฉาก๊วย แตงกวา แตงไทย แตงล้าน แตงโม น้ำใบเตย ใบตำลึง ใบบัวบก ฟักเขียว มะตูม มะละกอ รากบัวหลวง ลูกตำลึงอ่อน สายบัว หัวไชเท้า อาหารที่บำรุงธาตุไฟได้ดี คือ มะระจีนตุ๋น กับเห็ดหอม น้ำใบบัวบก ที่มาจาก : http://www.tumsrivichai.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538721993&Ntype=47

7 ผลไม้กินแล้วอ้วน ชวนให้ต้อง ออกกำลังกาย
ผลไม้ /  ผลไม้กินแล้วอ้วน / 

ไม่รู้ว่าเป็นความเชื่อมานานแค่ไหนกันแล้ว กับการที่มองว่ากินผลไม้เท่าไหร่ก็ไม่อ้วน โนวววววววววววว อย่างรุนแรงเลยจ๊ะ โดยเฉพาะสาวๆ ที่เข้าใจเรื่องนี้ผิด บางคนถึงขั้นไม่กินข้าวเย็น กินแต่ผลไม้รัวๆ แต่น้ำหนักก็ยังไม่ลดลงสักที ก็เพราะในผลไม้แสนอร่อยนั้น มีปริมาณน้ำตาลอยู่เป็นจำนวนมาก ทางออกที่ดีและยั่งยืนคือการเลือกกินแต่พอเหมาะ และหมั่น ออกกำลังกาย อย่างสม่ำเสมอ อย่างนี้จะเริ่ดและได้ผลมากกกว่านะคะ เรามาดูกันดีกว่าค่ะ ว่าจะมีผลไม้อะไรบ้าง ที่ไม่ควรจะกินมากไป ทุเรียนหมอนทอง ผลไม้ที่ถูกยกให้เป็นราชาแห่งผลไม้ เพราะรสชาติที่แสนอร่อย จนหยุดไม่ได้ แต่คุณสาวๆ รู้ไหมคะ ว่าทุเรียนเพียงแค่ 1 เม็ด ปริมาณ 100 กรัม มีแคลลอรี่สูงถึง 163 Calories แล้วคิดดูคนที่กินเป็นลูกดูสิคะ จะต้องเผาผลาญกันหนักขนาดไหน !! วิธีการเผาผลาญ เดิน 59 นาที วิ่ง 26 นาที ว่ายน้ำ 19 นาที ปั่นจักรยาน 34 นาที กล้วยไข่ กล้วยน้ำว้า ผลไม้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณประโยชน์ แต่แฝงไปด้วยน้ำตาลจำนวนมาก เผลอกินไปนิดเดียว เพียงแค่ 100 กรัม  แต่พลังงานที่ได้รับกัลสูงถึง 147 Calories ทางที่ดีแนะนำเป็นกล้วยหอมจะดีกว่านะคะ และก็กินแต่พอเหมาะ จะช่วยให้ร่างกายไม่ต้องเก็บส่วนเกินเอาไว้อีกด้วยค่ะ วิธีการเผาผลาญ เดิน 53 นาที วิ่ง 23 นาที ว่ายน้ำ 17 นาที ปั่นจักรยาน 31 นาที มะขามเทศ ผลไม้ที่หากินได้ยากในกรุงเทพ แต่เรื่องของรสชาติก็เด่นไม่เป็นสองรองใคร กินเพลินๆ แทนขนมขบเคี้ยว มองผ่านๆ 100 กรัม  87 Calories อาจดูเป็นตัวเลขที่น้อยนิด แต่เชื่อเถอะค่ะ บางคนกินมากกว่านั้นแน่นอน ลองคิดกันดูเล่นๆ นะคะ ว่าจะได้รับพลังงานเกินความจำเป็นไหม ? วิธีการเผาผลาญ เดิน 32 นาที วิ่ง 14 นาที ว่ายน้ำ 10 นาที ปั่นจักรยาน 19 นาที มังคุด ราชินีแห่งผลไม้ ที่ใครๆ ต่างก็ชื่นชอบในรสชาติที่แสนอร่อย ซื้อกันทีเป็นกิโลสองกิโล แล้วหลังจากนั้นก็ลืมตัวไปเลยว่ากินไปเยอะมากน้อยแค่ไหน เพราะความเพลินนั่นเอง แต่คุณสาวๆ คะ มังคุด 4 ลูก ประมาณ 100 กรัม  82 Calories เชียวนะคะ แล้วคุณกินปกติไปกี่ลูก ? นั่นแหละค่ะ คูณเข้าไปได้เลย วิธีการเผาผลาญ เดิน 30 นาที วิ่ง 13 นาที ว่ายน้ำ 10 นาที ปั่นจักรยาน 18 นาที เงาะโรงเรียน อันนี้แค่เงาะที่ขายกันทั่วไปนะคะ 1 ขีด หรือ 100 กรัม 67 Calories แล้วปกติซื้อกันทีก็ไม่ต่ำกว่า 1 กิโลกรัม กันอยู่แล้ว ไม่ต้องให้บอกนะคะ ว่าปริมาณ Calories จะสูงมากขนาดไหน นี่ยังไม่เอ่ยถึงเงาะกระป๋องที่เต็มเปี่ยมไปด้วยน้ำตาลอีกนะคะ อ้วนไม่อ้วน ถามใจตัวเองดู อิอิ วิธีการเผาผลาญ เดิน 24 นาที วิ่ง 11 นาที ว่ายน้ำ 8 นาที ปั่นจักรยาน 14 นาที มะละกอสุก อีกหนึ่งผลไม้ที่คลาสสิค หาทานได้ไม่ยาก ตามร้านรถเข็นนี่ขายดีกันมากๆ รสชาติก็อร่อยอยู่แล้ว ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ แต่คุณขาาาาาา อย่าได้ประมาทนางเชียวนะคะ เพราะปริมาณแค่ 100 กรัม  ก็ปาเข้าไป 53 Calories แล้วน๊าาา เพราะฉะนั้นก็กินอย่างมีสติ อย่ากินเพลินจนลืมนับแคลนะจ๊ะ วิธีการเผาผลาญ เดิน 19 นาที วิ่ง 9 นาที ว่ายน้ำ 6 นาที ปั่นจักรยาน 12 นาที สับปะรด ผลไม้ที่ได้รับความนิยมตลอดกาล ยิ่งช่วงหน้าร้อนไม่ต้องพูดถึง ขายดีเวอร์วัง เอาไปแช่เย็นกินเพลินๆ โอ้ยย คุณผู้หญิงคะ 100 กรัม  45 Calories ถ้าให้คำนวณคร่าวๆ สับปะรด 1 ลูกก็ประมาณ 1 กิโลกรัม หรือ 1,000 กรัม ลองคูณดูสิคะ ถ้ากินเยอะจะต้องเผาผลาญกันหนักหน่วงแค่ไหน !! วิธีการเผาผลาญ เดิน 19 นาที วิ่ง 9 นาที ว่ายน้ำ 6 นาที ปั่นจักรยาน 12 นาที เรียบเรียงโดย Women MThai Team

อาร์มี่ เปิดบ้านสยบ ราชันมังกร3-1ทะยานขึ้นจ่าฝูงไทยลีก
บอลไทย /  ผลฟุตบอล / 

ผลฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2015 วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2558 อาร์มี่ ยูไนเต็ด 3-1 ราชบุรี มิตรผล เอฟซี  ประตู : 1-0 อนุวัติ น้อยชื่นพันธ์ น.58, 2-0 อนุวัติ น้อยชื่นพันธ์ น.66, 3-0 ไค ฮิราโนะ น.86, 3-1 เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นานเดซ น.89 สนาม : กองทัพบก เวลา : 18.00 น. การแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2015 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2558 สุภาพบุรุษวงจักร อาร์มี่ ยูไนเต็ด เปิดสนามกองทัพบก รับมือทีมแกร่ง ราชันมังกร ราชบุรี มิตรผล เอฟซี เริ่มครึ่งแรก ราชันมังกร ผู้มาเยือนครองเกมได้ดีกว่า นาทีที่ 9 ราชบุรี ได้มีโอกาสทักทายก่อน เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นานเดซ ได้ปั่นฟรีคิกกว่า 30 หลา ข้ามคานออกไปเพียงนิดเดียว จากนั้นนาทีที่ 12 เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นานเดซ คนเดิมได้ยิงฟรีคิกระยะ 20 หลาอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่ดีพอที่จะเป็นประตู นาทีที่ 22 เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นานเดซ ได้ลักไก่ยิงไกลจากมุมขวาของสนาม บอลพุ่งชนคานอย่างจัง โชคดีของ สุภาพบุรุษวงจักร ที่ผู้เล่นทีมเยือนเข้าซ้ำไม่ทัน ก่อนที่นาทีที่ 27 ยังคงเป็นโอกาสของ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี เมื่อ ใหญ่ นิลวงษ์ ไดลากบอลไปด้านซ้าย ก่อนจะไหลให้ เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นานเดซ ชิ่งต่อให้ บรูโน โลเปซ ไดยิงไปติดหัวไหล่ โกสินทร์ เหมบุตร นายด่านเจ้าถิ่น นาทีที่ 38 เป็นโอกาสได้ลุ้นแบบจังๆ ครั้งแรกของ อาร์มี่ เมื่อ พิชิต เกสโร ได้หลุดไปทางขวาก่อนจะจ่ายบอลเข้ากรอบเขตโทษให้ เมลวิน เด ลูว์ ได้ยิงไปติดเซฟของ อุกฤษณ์ วงศ์มีมา จากนั้นทั้ง 2 ทีมก็เล่นกันแบบประครองตัว ทำให้จบครึ่งแรกยังเสมอกัน 0-0 กลับมาสู้กันต่อในครึ่งเวลาหลังทั้ง 2 ทีมเปิดเกมแลกกันสนุกตื่นเต้นกว่าครึ่งแรก แต่ก็ยังไม่มีประตูแรกของเกมเกิดขึ้น นาทีที่ 57 เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นานเดซ เปิดลูกเตะมุม ชุมพล บัวงาม ได้โขกติดเซฟ โกสินทร์ เหมบุตร จากนั้นไม่ถึงนาที อาร์มี่ ยูไนเต็ด ก็มาได้ประตูทะยานออกนำเมื่อ ไค ฮิราโนะ ไหลบอลให้ เจ้าหน่อง อนุวัติ น้อยชื่นพันธ์ ได้ง้างเท้ายิงบอลพุ่งหายเขาประตูไป สุภาพบุรุษวงจักร ออกนำ ราชันมังกร 1-0 นาทีที่ 66 สกอร์ในสนามก็เปลี่ยนเป็น 2-0 เมื่อ แทงจินี่ ชิเปา เบียดแย่งบอลได้จากกองหลังหน้ากรอบเขตโทษก่อนจะไหลให้ อนุวัติ น้อยชื่นพันธ์ ได้วิ่งเข้าไปกดเลียดบอลพุ่งเสียบเสาเข้าประตูไป อาร์มี่ นำ 2-0 หลังจากโดนนำห่าง ราชันมังกร ราชบุรี มิตรผล เอฟซี พยายามโหมบุกหนักขึ้นหวังที่จะเอาประตูตีไข่แตกให้ได้โดยเร็ว แต่จังหวะสุดท้ายยังทำได้ไม่ดีเอง และนาทีที่ 86 อาร์มี่ ก็มาได้ประตูหนีเป็น 3-0 เมื่อ โกสินทร์ เหมบุตร เตะยาวจากประตูขึ้นหน้า ไค ฮิราโนะ โฉบแย่งบอลได้กลางอากาศ ก่อนที่จะได้ซัดเต็มแรงในกรอบเขตโทษบอลหายเขาประตูไป ทว่าก่อนหมดเวลานาทีเดียว ราชันมังกร ก็มาได้ประตูตีไข่แตก ไล่มาเป็น 1-3 จาก เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นานเดซ จากนั้นก็ไม่มีประตูเพิ่มจบเกม สุภาพบุรุษวงจักร อาร์มี่ ยูไนเต็ด เอาชนะ ราชันมังกร ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ไปได้ 3-1 คว้า 3 คะแนน พร้อมขึ้นไปรั้งจ่าฝูง รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนามของทั้ง 2 ทีม อาร์มี่ ยูไนเต็ด : โกสินทร์ เหมบุตร (GK), พิชิต เกสโร, ศิวะเมต ธนูศร, ชัยวัฒน์ นาคเอี่ยม, ดาวุฒิ ดินเขต, เออร์เนสโต ภูมิภา, ธนพัต ณ ท่าเรือ, อนุวัติ น้อยชื่นพันธ์ (ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร น.77), แทงจินี่ ชิเปา, ไค ฮิราโนะ (ธนากร แดงทอง น.90+1), เมลวิน เด ลูว์ (มงคล ทศไกร น.88) ราชบุรี มิตรผล เอฟซี : อุกฤษณ์ วงศ์มีมา (GK), ศิลา ศรีกำปัง (อัษดิน มังคุด น.78), ชุมพล บัวงาม, อองรี โจเอล (ฟลาเวียง มิเชลลินี่ น.66), เอกลักษณ์ ทองกริต, ใหญ่ นิลวงศ์, รัตนะ เพ็ชรอาภรณ์, ชุติพนธ์ ทองแท้ (อรรถวิท สุขช่วย น.69), เก็นกิ นากาซาโตะ, เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นานเดซ, บรูโน โลเปซ

อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน Fruits Festival 2557
เทศกาลผลไม้ /  เที่ยวจันทบุรี / 

ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวไปชิมผลไม้สดๆ จากต้น ณ สวนผลไม้ระยอง สวนผลไม้จันทบุรี สวนผลไม้ตราด มีทั้งทุเรียน เงาะ สละ ลองกอง มังคุด แก้วมังกร ฯลฯ พร้อมเรียนรู้วิถีชีวิตแบบชาวสวน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน Fruits Festival 2557 ใครรอคอยการไปลิ้มรสชิมความอร่อยของผลไม้สดๆ จากต้น ภายในบรรยากาศสบาย ๆ ของสวนผลไม้ ที่เป็นของดีขึ้นชื่อของภาคตะวันออกแล้วล่ะก็ ไม่ควรพลาดกับโครงการ “อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน Fruits Festival 2557″ เพราะในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคมของทุกปี ผลไม้ของภูมิภาคแห่งชายทะเลตะวันออกของไทย รอคอยให้นักท่องเที่ยวมาชิมผลไม้ไทยสดใหม่จากต้น โดยถือเป็นโครงการที่ดีในการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนผลไม้ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวของภาคตะวันออกในหัวข้อ สีสันตะวันออก โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคตะวันออก ขอนำเสนอรายชื่อสวนผลไม้ในพื้นที่ภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด จังหวัดนครนายก และจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งมีทั้งหมด 42 สวน โดยมีรายละเอียดดังนี้ ทั้งนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคตะวันออก โทรศัพท์ 02 250 5500 ต่อ 3915-7 หรือเว็บไซต์ www.traveleastthailand.org, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานระยอง โทรศัพท์ 03-865-5420-1, 03-866-4585 หรือเว็บไซต์ www.tat-rayong.com, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราด โทรศัพท์ 03-959-7255, 03-959-7259-60 และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครนายก โทรศัพท์ 03-731-2282, 03-731-2284 หรือเว็บไซต์ www.tat8.com นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมดีๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสนุกกัน นั่นก็คือ อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน Fruits Festival 2557 โดยสามารถร่วมสนุกกับกิจกรรมเช็กอิน “อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน” ที่ 20 สวนผลไม้ภาคตะวันออก เพื่อลุ้นรับของรางวัลมากมายจาก ททท. ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม-15 กรกฎาคม 2557 ประกาศผลรูปที่ชนะใจกรรมการ และได้รับการกด Like จากมหาชนมากที่สุด ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2557 และสามารถติดตามข่าวสารกิจกรรมได้ที่ www.facebook.com/FunnyTravelEastThailand และ www.TravelEastThailand.org ขอบคุณข่าวสารจาก  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคตะวันออก

สุขภาพดี โหงวเฮ้งดี กับอ.คฑา ชินบัญชร ! ตอนที่ 1 ธาตุดิน
ธาตุดิน /  สุขภาพดี / 

การรับประทานอาหารตามธาตุ จะทำให้มีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดี ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส และส่งผลให้โหงวเฮ้งเราดีขึ้นด้วย ซึ่งเมื่อโหงวเฮ้งเราดี ก็จะทำให้เราทำอะไรก็ราบรื่น ประสบผลสำเร็จ เราทุกคนมีธาตุทั้ง 4 อยู่ในร่างกาย แต่จะมีลักษณะเด่นเพียงหนึ่งธาตุ ถ้า รู้จักตัวเอง ก็สามารถปรับสมดุลเพื่อรับมือกับความผิดปกติที่จะเกิดขึ้นได้ นอกจากนั้นในแต่ละช่วง ฤดูกาลต่างๆ ก็ควรมีการปรับธาตุของร่างกายให้สมดุลกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพร่างกาย ด้วยอาหารการกิน   ฤดูร้อน มักเจ็บป่วยด้วยธาตุไฟ ควรรับประทานผัก ผลไม้ที่มีรสขม เย็น จืด เช่น สะเดา มะระ แตงโม หัวผักกาด แตงกวา ฝักเขียว คะน้า บวบ ฯลฯ ฤดูฝน มักเจ็บป่วยด้วยธาตุน้ำ ควรรับประทานผัก ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น มะเขือเทศ ส้ม มะนาว สับปะรด ยอดมะขามอ่อน ฯลฯ ฤดูหนาว มักเจ็บป่วยด้วยธาตุลม ควรรับประทานผัก ผลไม้ที่มีรสเผ็ดร้อน เช่น กะเพรา โหระพา ตะไคร้ ขิง ข่า กระเทียม ขึ้นฉ่าย ฯลฯ ผู้ที่เกิด ธาตุดิน คือ... ราศีพฤษภ 14 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน ราศีกันย์ 17 กันยายน - 16 ตุลาคม ราศีมังกร 14 มกราคม - 12 กุมภาพันธ์ คนที่มีธาตุดิน เป็นธาตุเจ้าเรือน จะมีรูปร่างสูงใหญ่ ผิวค่อนข้างคล้ำ ผมดกดำ เสียงดังฟังชัด เป็นคนหนักแน่น เยือกเย็น อดทน เคลื่อนไหวค่อนข้างช้า รักการประนีประนอม จึงเหมาะกับการทำงานประจำ คนธาตุนี้มักชอบกิจกรรมเกี่ยวกับการพักผ่อนหย่อนใจ เป็นคนผิวเย็น ควรออกกำลังกายอย่างหนัก เพื่อลดความเฉื่อยชา และควรดูแลสุขภาพด้วยการรับประทานผักและผสไม้ที่มีรสฝาด หวาน มัน เค็ม เช่น หัวปลี กะหล่ำปลี ผักกะเฉด ถั่วพู เผือก มัน แห้ว มะพร้าว ถั่วลิสง งาดำ ฝรั่ง กล้วยน้ำว้า ตัวอย่างอาหารคาว : ถั่วงอกผัดเต้าหู้ ข้าวซอยไก่ แกงจืดเต้าหู้ ยำถั่วพู ตัวอย่างอาหารหวาน : ถั่วเขียวต้มน้ำตาล ฟักทองนึ่ง มะพร้าวขูด กล้วยบวชชี ตัวอย่างเครื่องดื่ม : น้ำฝรั่ง น้ำฟักทอง น้ำแตงโมง น้ำเต้าหู้ ตัวอย่างผลไม้ : ฝรั่ง กล้วยน้ำว้า มะละกอสุก มะม่วงสุก มังคุด เงาะ ลำไย รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

ททท.ชวนเที่ยวงานวันผลไม้ ของดีอำเภอทองผาภูมิ
ของดีอำเภอทองผาภูมิ /  เทศกาลผลไม้ / 

ททท.สำนักงานกาญจนบุรี ขอชวนไปชิม อิ่ม อร่อย กับผลไม้หลากหลายชนิด พร้อมตื่นตากับการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน ในงาน “วันผลไม้ของดีอำเภอทองผาภูมิ และสืบสานประเพณีลานบ้าน ลานวัฒนธรรม ปี 2557″ ททท.ชวนเที่ยวงานวันผลไม้ ของดีอำเภอทองผาภูมิ อำเภอทองผาภูมิ ร่วมกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานราชการ ภาคเอกชน เกษตรกรชาวสวนผลไม้ และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เขื่อนวชิราลงกรณ  ขอเชิญนักท่องเที่ยวร่วมงาน “วันผลไม้ของดีอำเภอทองผาภูมิ และสืบสานประเพณีลานบ้าน ลานวัฒนธรรม ปี 2557″ ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 กรกฎาคม 2557 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 21.00 น. ณ บริเวณลานจอดเฮลิคอปเตอร์ ภายในเขื่อนวชิราลงกรณ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี โดยวัตถุประสงค์ของการจัดงาน เพื่อเป็นการเผยแพร่ผลผลิตทางด้านผลไม้ที่มีชื่อเสียงของอำเภอทองผาภูมิ เพื่อสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมของท้องถิ่น พร้อมสร้างความเชื่อมั่นว่า ทุกเขื่อนของ กฟผ. มีความมั่นคงปลอดภัย และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้นักท่องเที่ยวได้รู้จัก และสนใจมาเที่ยวอำเภอทองผาภูมิเพิ่มมากขึ้น ภายในงานมีการจำหน่ายผลไม้ชั้นดี รสชาติอร่อย ที่ขึ้นชื่อของอำเภอทองผาภูมิ อาทิ เงาะทองผาภูมิ ที่หวานล่อนกรอบอร่อย ทุเรียนเนื้อดีหวานหอม สับปะรด ส้มโอ มังคุด ลองกอง มะไฟ สะตอ ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดสามารถปลูกได้ผลผลิตดีในเขตพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ  ภายในงานยังมีการจำหน่ายพืชผักปลอดสารพิษ พันธุ์ไม้ท้องถิ่น สินค้าโอท็อปชื่อดังของอำเภอ ชิม “ขนมทองโยะ” ขนมพื้นเมืองของชาวกะเหรี่ยง ชมการสาธิตศิลปวัฒนธรรม และการแสดงประกอบแสงเสียงบอกเล่าเรื่องราวของชนเผ่าต่างๆ อาทิ มอญ กะเหรี่ยง ไทยอีสาน ม้ง เย้า ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ ทุกคืน นักท่องเที่ยวที่สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  ที่ทำการปกครองอำเภอทองผาภูมิ โทร.034 599745 สำนักงานเกษตรอำเภอทองผาภูมิ โทร.034 599482 และ ททท.สำนักงานกาญจนบุรี โทร.034 511200 หรือ 034 512500 ได้ทุกวันในเวลาราชการ ขอบคุณข่าวสารจาก การท่องเที่ยวแห่วแระเทศไทย สำนักงานภาคกลาง

เจาะร้านเด็ดเมืองสุดอาร์ต George Town !
George Town /  ท่องเที่ยว / 

หากใครมีแพลนจะตะลุยปีนังในช่วงนี้ หรือปีหน้า ต้องขอบอกเลยว่าอย่าพลาด ! กับเมืองสตรีทอาร์ตที่สร้างสรรค์งานศิลปะไว้ทุกตรอกซอกซอย รวมถึงความสนุกจากการสื่อสารที่จะทำให้คุณได้เพลิดเพลินไปเกือบทุกภาษาอีกซะด้วย ว้าว ว้าว ว้าว ! เริ่มอยากรู้แล้วสิ ที่เมืองนี้มันมีอะไร แต่จะให้ร่ายทั้งหมดเลยเห็นท่าทีว่าคนจะไปคงต้องเหนื่อยขาลากแน่ ๆ เราขอเริ่มต้นสำรวจสุดยอดร้านกินที่จะทำให้ทุกคนอเมซิ่งแบบพลาดไม่ได้ของ George Town มาเป็นลายแทงให้ทุกคนได้เช็คอินเก๋ ๆ แล้ว 1. Kar be Café ร้านนี้เป็นที่มาของคำว่า ‘มาสิบชาม หมดสิบชาม’ ร้านก๋วยเตี๋ยวทะเลที่มีรสชาติน้ำซุปเด็ดดวงถึงใจมากมาก แถมกุ้งหอยปูปลาที่นำมาเป็นเครื่องวัตถุดิบ ก็ทั้งสดและชิ้นใหญ่ชิ้นโตซะด้วย มาคนเดียวแนะนำสั่งก๋วยเตี๋ยวน้ำคู่กับปลาทอดที่เสิร์ฟพร้อมกระเทียมเจียว แต่หากมาเป็นกลุ่มต้อง ก๋วยเตี๋ยวหม้อไฟ ได้กุ้งที่ใหญ่มาก ! ชอบเผ็ด ๆ ก็ต้มยำไปเลยจ้า รับรองแซ่บจนปากพองกันแน่ ๆ 2. Red Garden ตรงนี้เป็นแหล่งอาหารนานาชาติที่ถึงแม้จะไปคนเดียวก็ไม่ต้องกลัวเหงา เพราะกลางลานจะมีการแสดงจากศิลปินเจ้าถิ่นมาร้องเพลงให้เหมือนว่าเรากำลังย้อนยุคกลับไปหาคาเฟ่โบราณ ที่มีบริกรใส่เครื่องแบบหูกระต่าย และให้เราเขียนเพลงส่งให้ร้อง ถือว่าเป็นสถานที่นั่งกินแบบเพลิดเพลินสำราญใจได้ดีเลยล่ะ 3. Sele Café ถึงแม้ร้านนี้จะขึ้นชื่อในเรื่องของรสชาติกาแฟมากแค่ไหน แต่คงไม่ฮอตเท่าเรื่องการเซลฟี่ในร้านแน่ ๆ มันแปลกตรงไหน มันฮอตได้อย่างไรหรอ ร้านไหนก็ให้ถ่ายรูปได้ทั้งนั้น ? อะ ๆ แต่ที่ไหนเล่าจะให้เราเอารูปหน้าเราไปอยู่บนแก้วกาแฟถ้าไม่ใช่ที่นี่  ชอบก็ตรงนี้แหละแม่คุณณณ ! ที่นี่จะมีมุมให้ถ่ายรูปเสร็จสรรพ และมีโน๊ตบุ๊คหนึ่งเครื่องและไอโฟน หลังจากนั้นก็ให้นักท่องเที่ยวเลือกถ่ายให้สวยหล่อจนพอใจ จากนั้นภาพที่เราแชะนั้น ก็จะมาแปะบนกาแฟของเรา ช่างคิดให้เหมาะกับกระแสพฤติกรรมมนุษย์จริง ๆ เลยนะคะ เดี๊ยนชอบจังเลยค่ะ 5555 4. The China House ที่สุดของความลงตัว Contemporary George Town อาคารเฮอริเทจสามหลังที่ถูกโมใหม่และแบ่งออกเป็น 2 ชั้น มีส่วนของร้านอาหาร เบเกอรี่ คาเฟ่แกเลอรี่ และพื้นที่จัดแสดง Performance ส่วนมุมที่น่านั่งที่สุด ชิลจนคิดว่ากำลังนั่งเล่นสวนหลังบ้านเพื่อนที่ไหนสักแห่งแล้วก็ Courtyard ทางด้านหลังเลย 5. Ecco Café แจ๊สในห้องแถวและพิซซ่าหน้ามะกอก ค้นพบร้านนี้ได้เพราะหลงประตูเหล็กซี่สีเปลือกมังคุด แล้วทฤษฎีของความไม่บังเอิญก็เกิดขึ้น มันใช่เลย เป็นร้านที่น่านั่งมาก สวย เท่ ละมุน ไม่ป้า ไม่ฮิพ แถมเปิดแผ่นเพลงแจ๊สตลอดทั้งวันด้วย ส่วนรสชาติอาหารไม่ต้องห่วงเลยเพราะเจ้าของร้านเรียนรู้การทำอาหารด้วยตัวเองมาร่วม 4 ปี จนมั่นใจในฝีมือจนเปิดร้าน ไม่ต้องกลัวว่าจะหาร้านไม่เจอนะคะ เพราะที่นี่มีรถบัสนั่งฟรี ! ที่จะแวะตามแหล่งท่องเที่ยวทุกจุดเลยนะจ๊ะ

อร่อยไม่อั้น! กับ 20 สวนผลไม้บุฟเฟ่ต์ ในระยอง จันทบุรี ตราด
จันทบุรี /  ตราด / 

ช่วงนี้ถ้าใครอยากหาผลไม้อร่อยๆ ทานดับร้อน ต้องลองไปเที่ยวจังหวัดระยอง, จันทบุรี และตราด กันสิคะ เพราะในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกรกฎาคมของทุกปี ทางสวนผลไม้ชนิดต่างๆ จะเปิดสวนผลไม้ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปเยี่ยมชมสวน และให้เด็ดผลไม้กินกันสดๆ จากต้น เป็นเทศกาลสวนผลไม้บุฟเฟ่ต์ที่คึกคักมากๆ! เอาล่ะตามเรามาดูกันดีกว่า กับ  20 สวนผลไม้บุฟเฟ่ต์ ใครสะดวกที่ไหนไปที่นั่น รับรองดับกระหายได้แน่นอน ^^ อร่อยไม่อั้น! กับ 20 สวนผลไม้บุฟเฟ่ต์ ในระยอง จันทบุรี ตราด จังหวัดระยอง สวนสุภัทราแลนด์ สวนสุภัทราแลนด์เป็นแหล่งรวบรวมไม้ผลเมืองร้อนไว้มากถึง 25 ชนิดบนเนื้อที่ 800 ไร่ เพื่อให้มีผลไม้ออกตลอดทั้งปี จากเดิมที่มีเฉพาะทุเรียน มังคุด เงาะ เพิ่มเป็น องุ่น ขนุน ลำไย มะเฟือง มะพร้าว ลองกอง สละ แก้วมังกร ชมพู่ เป็นต้น ที่สวนสุภัทรามีบริการพาเราเข้าไปชมสวนด้วยรถรางค่ะ จะมีทั้งสวนเงาะ, ซุ้มกระท้อน, ศาลาองุ่น ฯ  นอกจากได้ชิมผลไม้สดๆ ถึงต้นแล้ว ยังได้ความรู้จากการดูงานวิชาการเชิงการเกษตรโดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ และชมสีสันหลากหลาย และความสวยงามของดอกกล้วยไม้ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนผลิบานตลอดทั้งปีอีกด้วย ราคา : บุฟเฟ่ต์ผลไม้ 300 บาท : 1.30 ชม. ที่ตั้ง : 70 หมู่ 10 ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง (บนทางหลวงหมายเลข 3143) โทร. : 0-3889-2048-9, 08-9936-5933, 08-3111-0984 เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-16.30 น. (สวนปิด 18.00 น.) รายละเอียดเพิ่มเติม : www.suphattraland.com สวนมังคุดไทย (สวนคุณปัญญา) ที่นี่มีต้นมังคุดกว่า 300 ต้นค่ะ อีกทั้งผลไม้หลากหลายชนิดประกอบ ไม่ว่าจะเป็น มะยงชิด มะม่วง มะพร้าว เงาะ แต่จุดเด่นอยู่ที่ผลของมังคุดมีคุณภาพ ไม่มีปัญหาเรื่องเนื้อแก้ว และยางนั่นเอง อีกทั้งการันตีด้วยรางวัลชนะเลิศการประกวดมังคุด ในงานเทศกาลผลไม้และของดีจังหวัดระยอง ค่ะ แถมเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ตามมาชิมบุฟเฟ่ต์ผลไม้ที่นี่ได้อีกด้วย ราคา : บุฟเฟ่ต์ผลไม้ 150 บาท (กรุณาโทรจองก่อนเดินทาง) เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-18.00 น ที่ตั้ง : 31 หมู่ 4 ตำบลหนองตะพาน อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง การเดินทาง : ห่างจากย่านตัวเมืองระยองราว 11 กม. เดินทางจากย่านตัวเมืองบนทางหลวงหมายเลข 3138 ก่อนถึง อ.บ้านค่าย ราว 5 ก.ม. สังเกตุสามแยกมีป้ายบอกทางไปสวนมังคุดไทย และรูปปั้นมังคุดลูกใหญ่ เลี้ยวซ้ายไปอีกราว 2 ก.ม. สวนมังคุดไทยอยู่หลัง อบต.หนองตะพ โทร. : 0-3862-8256, 08-1694-7527 สวนประสมทรัพย์ สวนประสมทรัพย เป็นสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตรจำนวน 9 ไร่ โดยมีพื้นที่ที่เป็นบ้านพักอาศัยรวมอยู่ด้วยค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าได้มีไปเที่ยวที่นี่ก็สามารถค้างคืนได้ด้วย สำหรับพื้นที่สวนได้ปลูกไม้ผลหลากหลายชนิด เช่น มังคุด ลองกอง ทุเรียน เงาะ กระท้อน และ มะยงชิด ซึ่งจะใช้สารที่สกัดจากธรรมชาติ และใช้ปุ๋ยชีวภาพในการกำจัดศัตรูพืช และการบำรุงรักษาไม้ผลค่ะ ทำให้มั่นใจได้ว่า ผลไม้จากสวนนี้ปลอดภัยจากสารพิษแน่นอน และมีรสชาติที่หอมหวานอร่อยอีกด้วย ราคา : บุฟเฟ่ต์ผลไม้ ราคา 200 บาท, บุฟเฟ่ต์ผลไม้พร้อมรับประทานอาหารกลางวัน 300 บาท เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 6.00-18.00 น. ที่ตั้ง : 108/7 หมู่ 5 ต.บางบุตร อ.บ้านค่าย จ. ระยอง การเดินทาง : สามารถเดินทางโดยใช้เส้นทางสายมอเตอร์เวย์ เข้าสู่ถนนสายสุขุมวิท (สาย 3) หลังจากนั้นตัดเข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 36 ผ่านบิ๊กซี แล้ว เลี้ยวซ้ายมาตามถนนสายบ้านบึง-บ้านค่าย (3138) จนถึงทางแยกโรงเรียนหวายกอง แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนสายบางบุตร-วังจันทร์ (3471) พอถึงวัดหนองพะวาเลี้ยวขวา วิ่งมาประมาณ 300 เมตร แล้วเลี้ยวซ้าย เข้าถนนสายห้วงหิน-คลองโป่ง ขับมาเรื่อยๆ แล้วจะถึงสวนประสมทรัพย์ โทร. : 08-1481-6598, 08-1377-3056 รายละเอียดเพิ่มเติม : www.facebook.com/pages/สวนประสมทรัพย์ สวนคุณไพบูลย์ สวนคุณไพบูลย์ ท่องเที่ยวเชิงเกษตร จ.ระยอง จะเปิดให้บริการให้นักท่องเที่ยวได้เข้าเยี่ยมชมและรับประทานผลไม้สดๆจากต้นในประมาณกลางเดือน เมษายน 2557 เป็นต้นไป ซึ่งกลางพฤษภาคมเปิดสวนทุเรียนนกกระจิบรุ่นแรก บุฟเฟ่ต์ทุเรียนนกกระจิบ และสำหรับเดือนมิถุนายน จะเป็นบุฟเฟต์ผลไม้ ทุเรียนหมอนทอง, มังคุด, เงาะ และลองกอง ค่ะ ราคา : บุฟเฟ่ต์ทุเรียนนกกระจิบ ราคา 390 บาท, บุฟเฟต์ผลไม้ 200 บาท เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-17.00 น. ที่ตั้ง : 21 หมู่ 4 ต.นาตาขวัญ อ.เมือง จ.ระยอง 21000 การเดินทาง : เมื่อถึงระยอง สังเกต สี่แยกทับมา ให้ขับตรงมา ขวามือจะพบ MAKRO เลยมาซ้ายมือจะพบ BIGC ให้ข้ามสะพานหน้า BIGC ขับตรงมา จะพบสี่แยกบ้านดอนให้ขับตรงมา และเตรียมชิดซ้ายเพื่อเลี้ยวซ้ายที่สี่แยกบ้านแลง (ไม่ขึ้นสะพาน) เข้าทางหลวงหมายเลข 3139 (ขวามือมีเซเว่นอีเลฟเว่น) เมื่อเลี้ยวซ้ายมาแล้วให้ขับตรงมาเรื่อยๆ จนพบสะพานข้ามบึงน้ำและมีร้านอาหารครัวสมใจอยู่ซ้ายมือ ขวามือเป็นวัดจุฬามุณี ให้ชิดซ้ายเพื่อเลี้ยวซ้ายมานาตาขวััญ เมื่อเลี้ยวซ้ายมาแล้ว ให้ขับตรงมาเรื่อยๆ จะผ่านวัดนาตาขวัญอยู่ซ้ายมือ ผ่านโรงเรียนวัดนาตาขวัญ ผ่านร้านบุญช่วยการเกษตรอยู่ซ้ายมือ ปั้มสมจิตรบริการอยู่ขวามือ ให้เตรียมชิดขวาเพื่อเลี้ยวขวาข้างๆ ที่ทำการ อบต.นาตาขวัญ เมื่อเลี้ยวขวาเข้ามาแล้ว ขับตรงมาจนพบสามแยก ให้เลี้ยวซ้าย วิ่งมาประมาณ 500 เมตร จะพบป้ายชื่อสวนและทางเข้าสวนอยู่ขวามือ โทร. : 08-2210-0188, 08-7136-4883, 08-9535-7008, 08-6149-1772 รายละเอียดเพิ่มเติม : www.paiboonrayong.com และ www.facebook.com/suanpaiboon สวนผู้ใหญ่สมควร (บ้านแลง) การมาชิมมังคุดที่นี่จะเป็นอะไรที่ฟินสุดๆ เพราะไฮไลท์ที่สำคัญของสวนผู้ใหญ่สมควรคือ “ต้นมังคุด 100 ปี” ซึ่งจะมีขนาดลำต้นใหญ่สูง และมีลักษณะเป็นพุ่มสวยงามค่ะ และลักษณะเด่นของมังคุด 100 ปี คือ จะมีเปลือกบาง หวานอร่อยกว่ามังคุดทั่วไป โดยลูกจะมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก และผิวพรรณจะไม่นวลเนียนเท่าที่ควร แต่รับรองว่าถ้าใครได้ลิ้มลองแล้วจะต้องติดใจ หาไม่ได้อีกแล้วนะเออ ราคา : บุฟเฟต์ผลไม้ 200 บาท เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-16.00 น. ที่ตั้ง : หมู่ที่ 3 บ้านหนองพญา ต.บ้านแลง อ.เมือง จ.ระยอง การเดินทาง : เมื่อถึงระยอง ใช้ถนนสายสุขุมวิท (สาย 3) หลังจากนั้นตัดเข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 36 ผ่านบิ๊กซี ผ่านสี่แยกบ้านค่ายหลังจากนั้นชิดซ้าย เลี้ยวซ้ายตรงสี่แยกบ้านแลง ผ่านวัดจุฬามณี วัดบ้านแลง แล้วเลี้ยวขวาข้างคลองชลประทาน โดยตลอดเส้นทางจะมีป้ายบอกมายังสวนเป็นระยะ โทร. : 08-1761-9497, 08-1991-3233 รายละเอียดเพิ่มเติม : www.facebook.com/SuanPuyaiSomkuan สวนยายดา-ป้าบุญชื่น สวนยายดาเป็นสวนผลไม้ผลแบบผสมผสานค่ะ จะมีทุเรียน และเงาะเป็นหลัก ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมสวนผลไม้ได้ ทั้งกินอิ่ม และนอนเล่นได้ทั้งวัน พร้อมส้มตำบุฟเฟต์อีกด้วย สำหรับในปี 2557 นี้สวนจะเปิด 1พ.ค. นี้จนถึงประมาณ ต้นเดือน ก.ค. หรือจนกว่าผลไม้จะหมดค่ะ ความสนุกของการมาเที่ยวที่นี่ก็คือ ทางสวนจะมีตะกร้าผลไม้ให้เราไปเด็ดผลไม้จากใส่กระจาดแล้วไปชิมกันได้เลย ราคา : บุฟเฟต์ผลไม้ 200 บาท เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-17.00 น. ที่ตั้ง : 30 ม.3 ตำบลตะพง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง การเดินทาง : เมื่อถึงระยอง ใช้ถนนสุขุมวิทเส้นทาง ระยอง-จันทบุรี (สาย 3) จนถึงตลาดผลไม้ตะพง แล้วจะเห็นทางเข้าสวนยายดาใช้ถนนสายตะพง-ยายดา ระยะทางเพียง 4 กม.ก็จะถึงสวนยายดา โทร. : 0-3866-4369, 08-9099-1297, 08-9043-1330 รายละเอียดเพิ่มเติม : www.suanyaida.net สวนปาหนัน ที่นี่เป็นสวนผลไม้เก่าแก่มากอีกแห่งหนึ่งของระยองค่ะ ทำสวนผลไม้ มามากกว่า 80 ปีแล้ว บนพื้นที่ 12 ไร่ ปลูกทั้งเงาะ มังคุด ลองกอง ทุเรียน แถมยังมีไฮไลท์ที่ป้าปาหนันภูมิใจนำเสนอ คือ ต้นมังคุดอายุเก่าแก่กว่า 99 ปี ปลูกกันมาตั้งแต่รุ่นแม่อยู่ยืนต้นมาจนปัจจุบัน นอกจากนี้ที่นี่ยังมีบริการที่พักแบบโฮมสเตย์ในสวนผลไม้ด้วย ราคา : บุฟเฟต์ผลไม้ 200 บาท เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-17.00 น. (กรุณาโทรสอบถามวันเวลาเปิดจากทางสวนก่อนเดินทาง) ที่ตั้ง : 60 ม.14 หมู่บ้านยายดา ตำบลตะพง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง การเดินทาง : เมื่อถึงระยอง ใช้ถนนสุขุมวิทเส้นทาง ระยอง-จันทบุรี (สาย 3) จนถึงตลาดผลไม้ตะพง แล้วจะเห็นทางเข้าสวนยายดาใช้ถนนสายตะพง-ยายดา ระยะทางเพียง 4 กม.ก็จะถึงสวนปาหนัน โทร. : 08-1300-9518, 08-1861-6927 สวนลุงทองใบ สวนลุงทองใบเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรอีกแห่งในระยอง บนพื้นที่ประมาณ 40 ไร่ ภายในสวนมีทั้งทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง มะม่วง มะปราง และผลไม้แปรรูปอย่างทุเรียนกวน ทุเรียนทอด นอกจากนี้ภายในสวนยังมีการปลูกสมุนไพรหลากชนิดไว้เพื่อศึกษาให้ลึกซึ้งถึงสรรพคุณ เช่น หนุมานประสานกาย, ฟ้าทะลายโจร, กระวาน, ทองพันชั่ง ฯ ราคา : บุฟเฟต์ผลไม้ 200 บาท เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 9.00-18.00 น. ที่ตั้ง : ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง การเดินทาง : มาจากเมืองระยอง ตรงมาตลาดตะพง จนมาถึงการท่องเที่ยว ระยอง  สังเกตป้ายทางเข้าวัดยายดา จะมีป้ายทางเข้าสวนลุงทองใบด้วย เลี้ยวซ้ายเข้าไป แล้วก็ตรงไปตามทางเรื่อยๆ จนเจอวัดยายดา ให้เลียวขวา แล้วตรงไปหน่อย จะมีแยกออกซ้ายหน่อยๆ (มีป้ายบอกตลอด) แล้วตรงไปเรื่อยๆ ก็จะถึงสวนลุงทองใบ โทร. : 08-3769-6172, 08-9810-6411 รายละเอียดเพิ่มเติม  : www.facebook.com/SwnLungThxngbi สวนผู้ใหญ่เสวต กิจกรรมของการมาเที่ยวสวนผู้ใหญ่เสวตรนี้นอกจากการชมสวน ชิมผลไม้ ตามปกติแล้ว เราจะยังได้ชิมขนมจีนข้าวกล้อง อาหารพื้นเมืองของระยองอีกด้วยค่ะ ซึ่ง "ขนมจีนข้าวกล้อง" นี้มีส่วนผสมของสมุนไพรจากป่าชุมชนของชาวบ้าน รับรองว่านอกจากถูกปาก ยังดีต่อสุขภาพอีกด้วยค่ะ ราคา : บุฟเฟต์ผลไม้ 200 บาท เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-18.00 น. (กรุณาโทรสอบถามวันเวลาเปิดจากทางสวนก่อนเดินทาง) ที่ตั้ง : เขายายดา ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง โทร. : 08-9179-6288 สวนละไม  สวนผลไม้กว่า 500 ไร่ โอบล้อมด้วยภูเขาและป่าไม้ธรรมชาติอากาศเย็นสบายด้วยพรรณไม้นานาชนิด วางแผนการปลูกผลไม้เชิงท่องเที่ยวมามากกว่า 10 ปี มีผลไม้หลากหลายชนิด เช่น ทุเรียน เงาะ มังคุด ส้มโอ ชมพู่ ลำไย สละแก้วมังกร ลองกอง มะเฟือง มะยงชิด องุ่น ฯลฯ เป็นต้น สนุกกับบรรยากาศ และความสุขจากการเก็บผลไม้สดๆจากต้น สะดวกสบายด้วยรถบริการเข้าชมสวน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ เช่นให้นมแพะ เป็นต้น สวนละไม จะแบ่งตามฤดูกาลต่างๆ เดือน เมษายน - สิงหาคม ของทุกๆปี จะเป็นช่วงฤดูร้อน หน้าผลไม้ เงาะ มังคุด ทุเรียน สละ ลองกอง ลำไย ฯลฯสวนละไมจะมีกิจกรรม "เที่ยวชมสวน และทานบุฟเฟ่ต์ผลไม้" และช่วงปลายปี เดือน ตุลาคม - มีนาคม ของทุกๆปี จะเป็นช่วงฤดูฝนและหนาว สวนละไมจะมีเปิดกิจกรรมเที่ยวไร่สตอเบอร์รี่ พร้อมด้วยสวนส้มเขียวหวาน สวนลำไย สวนดอกไม้ และสวนหิน ราคา : บุฟเฟต์ผลไม้ 300 บาท เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.00-17.00 น ที่ตั้ง : 19/9 ถ.บ้านบึง-แกลง (สาย 344) ต.ป่ายุบใบ อ.วังจันทร์ จ.ระยอง โทร. : 098-737-4983, 098-737-4984, 098-737-4985 รายละเอียดเพิ่มเติม  : http://www.suanlamai.com/, https://www.facebook.com/Suanlamai/ จังหวัดจันทบุรี สวนผู้ใหญ่คำนึง ที่นี่ถือว่าเป็นสวนแห่งปราชญ์ของจังหวัดจันทบุรี ที่ใช้ความรู้ความสามารถจากประสบการณ์ตรงลองผิดลองถูกมาด้วยตัวเองจนประสบความสำเร็จ และได้เปิดบ้านเป็นศูนย์ถ่ายทอดความรู้สู่ผู้สนใจที่เข้ามาเยี่ยมชมค่ะ ที่นี่ก็มีผลไม้มากมายให้เราได้ชิมจากต้นสดๆ ทั้งทุเรียน เงาะ มังคุด แก้วมังกร สละ ราคา : บุฟเฟต์ผลไม้ 99 บาท (กรุณาสำรองล่วงหน้าอย่างน้อย 5 วัน) เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-17.00 น. ที่ตั้ง : 6/1 หมู่ 12 ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี โทร. : 08-9092-9596, 08-9099-0644, 0-3943-3088 สวนป้าแกลบ มาถึงสวนป้าแกลบ สิ่งที่ต้องลองคือ “ทุเรียน สแน็ค” ที่นี่จะเน้นการนำทุเรียนสดมาแปรรูปเพิ่มมูลค่า เป็นเจ้าแรกที่นำออกมาในลักษณะนี้ค่ะ นอกจากนี้ยังมีการทำน้ำพริกกุ้ง และน้ำพริกต่างๆ การทำทองม้วนไส้หมูหยอง คุกกี้สิงคโปร์ ฟักทองทอด ขนมผิง ทอฟฟี่รสชาติต่างๆ การผลิตน้ำยาล้างจาน น้ำยาปรับผ้านุ่ม และน้ำยาซักผ้า เป็นต้น ราคา : ฟรี (ไม่มีบุฟเฟ่ต์ผลไม้แต่มีสินค้าผลไม้แปรรูปให้เลือกซื้อได้) เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-17.00 น. ที่ตั้ง : 43 ม.8 ต.เขาบายศรี อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี โทร. : 0-3935-6945, 0-3932-0532, 08-6366-8002 วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรชุมชนรักเขาบายศรี (บ้านแซงลึก) ราคา : บุฟเฟต์ผลไม้ 150 บาท ที่ตั้ง : หมู่ 4 ตำบลเขาบายสี อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี โทร. :  08-6834-9604, 08-3078-8002 เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 9.00-16.00 น. สวนโถทอง ราคา : บุฟเฟต์ผลไม้ 100 บาท ที่ตั้ง : 8 หมู่ 10 ตำบลคมบาง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี โทร. : 0-3945-9339 เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-17.00 น. (กรุณาโทรสอบถามวันเวลาเปิดจากทางสวนก่อนเดินทาง) สวนสาวสุดใจ ราคา : บุฟเฟต์ผลไม้ 199 บาท เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 9.00-18.00 น. ที่ตั้ง : หมู่ 1 ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จันทบุรี การเดินทาง : มาถึงจันทบรี ตรงไป อ.ขลุง เลยน้ำตกพลิ้วไปเป็นแยกให้เลี้ยวขวาเข้าไปเลยในแถบนั้นจะมีสวนผลไม้เต็มไปหมดตรงเข้าไปประมาณ 5 กิโลเมตร สวนจะเข้าไปจากถนนเล็กน้อยทางด้านขวามือ โทร. : 08-1377-3190, 08-2208-9596, 0-3943-4092 รายละเอียดเพิ่มเติม : www.sawsudjai.com และ www.facebook.com/sawsudji สวนเคพี การ์เด้น จันทบุรี (KP Garden Chanthaburi) ราคา :  ท่านละ 320 บาท ที่ตั้ง : ต.ท่าหลวง อ.มะขาม จ.จันทบุรี โทร. : 086 566 2419, 039-323291-10 เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 9.00-17.00 น. รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/KPgarden , Line : @kpgrand จังหวัดตราด สวนสละสมโภชน์ สวนสละสมโภชน์ เป็นสวนสละที่มีการดูแล การจัดการสวนอย่างดี คัดสรรคุณภาพตั้งแต่กระบวนการคัดเมล็ดพันธุ์ในการปลูก หรือแม้กระทั่งคัดเกสรไม้เพื่อใช้ในการผสมให้ติดลูก ทำให้เป็นสละที่มีรสชาติดี สวนสมโภชน์เป็นสวนสละคุณภาพ ที่เปิดขายสละพันธ์สุมาลี ให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินเข้าไปเลือกซื้อกันได้ถึงหน้าสวน นอกจากนี้ยังมีสละแปรรูปอย่าง สละลอยแก้ว ซึ่งมีรสชาติหวานชื่นใจไว้ให้ทานกันอีกด้วยค่ะ ราคา : ไม่เสียคาเข้า (กรุณาโทรแจ้งทางสวนก่อนเดินทาง) เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-17.00 น. ที่ตั้ง : บ้านท้ายวัง อ.เมือง จ.ตราด การเดินทาง : ใช้ถนนสุขุมวิทมุ่งหน้าสู่จังหวัดตราด สวนสละสมโภชน์ตั้งอยู่บ้านท้ายวัง ก่อนถึง อ.เมือง ตราด ประมาณ 7 กิโลเมตร ปากทางเข้าเป็นวัดวังกระแจะ ให้เลี้ยวเข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตรก็จะเจอสวนสละสมโภชน์ โทร. : 08-1438 -2015 สวนไพฑูรย์ สวนไพฑูรยมีพื้นที่กว่า 250 ไร่ เนรมิตเป็นสวนทุเรียนปลอดภัยหลากหลายสายพันธุ์ เน้นเฉพาะปลูกเพื่อส่งออกไปยังประเทศจีนเท่านั้น แม้สวนไพฑูรย์จะเป็นสวนผลไม้เพื่อส่งออก 100% แต่ก็เปิดสวนสำหรับคนไทยที่ไปเป็นหมู่คณะเพื่อเรียนรู้ด้านการสวนผลไม้ปลอดสารพิษ และสวนผลไม้เพื่อส่งออกค่ะ ราคา : 100 บาท (กรุณาโทรสำรองล่วงหน้า 1 วัน) เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 7.00-17.00 น. ที่ตั้ง : บ้านทุ่งนนทรี หมู่ 8 ต.ทุ่งนนทรี อ.เขาสมิง จ.ตราด โทร. : 08-6006-0132 การเดินทาง ได้ 2 เส้นทาง คือ ทางรถยนต์วิ่งลัดเลาะตามสวนผลไม้ขนานกับแม่น้ำเขาสมิง แต่เส้นทางยังเป็นลูกรังเหมาะสำหรับรถยนต์ 4 ล้อมากกว่า ส่วนอีกเส้นทางหนึ่งล่องแพหรือนั่งเรือ ไปตามลำน้ำของแม่น้ำเขาสมิงนั่นเอง ไปขึ้นท่าที่สวนไพฑูรย์พอดี ไปทางน้ำ ขึ้นแพที่ท่าแพ หรือท่าเรือเขาสมิง อยู่ด้านหลังของที่ว่าการอำเภอเขาสมิง จากนั้นเรือจะลากแพล่องไปตามลำน้ำที่ไหลเอื่อยตามความคดโค้งแห่งสายน้ำ ท่ามกลางความเขียวขจีของแมกไม้และสวนไม้ผลที่ขึ้นขนาบสองฟากแม่น้ำ สวนผลอำไพ ใครที่อยากมาชิมผลไม้สดๆ จากต้นก็สามารถเด็ดชิมได้เลย หรือถ้าไม่อยากไปเดินให้เมื่อย เขาก็มีโต๊ะบุฟเฟต์ผลไม้ที่ทางสวนเตรียมไว้ต้อนรับ มีครบ ทั้ง ทุเรียน เงาะ มังคุด สับประรด ลองกอง เลยทีเดียวค่ะ ที่ตั้ง : 205 หมู่ที่ 8  ต.ทุ่งนนทรี  อ.เขาสมิง  จ.ตราด โทร. : 0-3959-9110, 081-6563841 รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/pft.orchard/ สวนคุณปู่ ราคา : ฟรี (เลือกซื้อผลไม้ได้ตามชอบใจ) ที่ตั้ง : ต.เกาะช้าง อ.เกาะช้าง โทร. : 08-1865-8442 เวลาาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-17.00 น. ขอบคุณข้อมูลจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

'ประยุทธ์' เน้นย้ำแผนแม่บทป้องกันรุกป่า
คสช. /  ประยุทธ์ / 

หัวหน้า คสช. เน้นย้ำแผนแม่บทป้องกันปัญหาบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พลเอกอักษรา เกิดผล เสนาธิการทหารบก ในฐานะผู้อำนวยการส่วนรักษาความสงบ คสช. ได้รับมอบหมายเป็นประธานการประชุม คสช. เพื่อติดตามงานแต่ละส่วน โดยระบุว่า หัวหน้า คสช. เน้นย้ำเรื่องการจัดทำแผนแม่บท หรือ โรดแมป ป้องกันแก้ไขปัญหาการบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยให้หน่วยรับผิดชอบ ทั้งในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้สรุปแผนแม่บทดังกล่าวให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมเน้นรายละเอียด ว่าด้วยเรื่องของการป้องกันการบุกรุกเพิ่มเติม การลักลอบตัดไม้ทำลายป่า การลักลอบค้าซากสัตว์ การฟื้นฟูผืนป่า รวมถึงการคุ้มครองตามอนุสัญญาไซเตส ว่าด้วยเรื่องของสัตว์ป่าและพันธุ์พืช นอกจากนี้ ในส่วนของส่วนงานขึ้นตรงหัวหน้า คสช. โดยศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เร่งดำเนินการตามสั่งการหัวหน้า คสช. ในการช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในการระบายผลผลิตทางการเกษตรด้วย โดยเฉพาะมังคุด ลองกอง ซึ่งให้กระทรวงพาณิชย์เป็นแม่งานหลักดำเนินงาน

หนุ่มซิ่งเก๋งป้ายแดงตกแหลมพรหมเทพ รอดตายปาฏิหาริย์
จุดชมวิวกังหันลม /  ซิ่งเก๋ง / 

หนุ่มใหญ่ซิ่งเก๋งป้ายแดงตกทะเลบาดเจ็บ บริเวณจุดชมวิวกังหันลมแหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ต ร.ต.ท.วุฒิวัฒน์ เลี้ยงบุญจินดา พนักงานสอบสวน สภ.ฉลอง จ.ภูเก็ต เปิดเผยว่า เกิดเหตุรถเก๋งตกลงไปในทะเล บริเวณจุดชมวิวกังหันลมแหลมพรหมเทพ เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. (18 ธ.ค.) ชาวบ้านที่ตกปลาในบริเวณดังกล่าวได้ยินเสียงรถตกทะเล จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบรถที่ตกลงไปคือรถเก๋งฮอนด้า แจ๊ส สีเปลือกมังคุด ทะเบียน ก-3179 ภูเก็ต ป้ายแดง เจ้าหน้าที่สามารถช่วยคนขับได้ เป็นชายอายุประมาณ 35-40 ปี นำส่ง ร.พ.วชิระภูเก็ต ด้านสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าคนขับรถดังกล่าวไม่ชำนาญพื้นที่เนื่องจากจุดดังกล่าวแคบ ชัน และไม่มีที่กลับรถ หลังจากนี้จะทำการสอบปากคำคนขับรถถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นอีกครั้ง ขอบคุณภาพจาก FM. 91 Trafficpro

ร้าน ABC essence in eatery อาหารเพื่อสุขภาพ ย่านทองหล่อ
กาแฟ /  ขนมหวาน / 

กลางใจเมืองที่วุ่นวายและจราจรติดขัด คนเมืองก็ต้องการหาที่พักผ่อนหย่อนใจเป็นธรรมดา หากนึกถึงซอยทองหล่อ ก็จะนึกถึงร้านอาหารมากมาย ให้เลือกทาน แต่ในเวลานี้ คนกลับมารักสุขภาพของตัวเองกันมากขึ้น เราก็ลองไปตามเซาะหาว่าร้านไหนที่เหมาะกับคนที่รักสุขภาพกันบ้าง เพื่อชีวิตที่เรียบง่ายกับร้าน ABC essence in eatery อาหารเพื่อสุขภาพ มากันที่ร้าน ABC essence in eatery ตั้งอยู่ชั้น 3 ของ Community Mall ซอยทองหล่อ 9 ร้านตกแต่งแบบเรียบง่าย และหรูหราไปในตัวเพราะด้วยร้านใช้โทนสีขาว สบายตา ประกอบด้วยวัสดุที่ทำจากไม้ ทำให้ร่มรื่น สบายทุกครั้งที่ได้เข้ามานั่ง แสงแดดอุ่นๆ กับห้องสีขาวเป็นอะไรที่เข้ากันอย่างลงตัว กับร้านที่ตกแต่งสไตล์โมเดิร์นที่มันมีมากกว่าความอร่อยที่สัมผัสในเวลาทาน ยังมีความอิ่มใจได้ในเรื่องของศิลปะ การจัดวางองค์ประกอบของร้านที่ตกแต่งไว้เป็นอย่างดี มากันในเรื่องของอาหาร ภายใต้คอนเซ็ปต์ พื้นฐานที่เรียบง่าย ไม่ใช่หน้าตาของอาหารที่สวยงามอย่างเดียว ความสวย ความอร่อยนั้นควรมากับประโยชน์ตามหลักโภชนาการณ์ สังเกตุได้ว่าเมนูอาหารทุกเมนูจะครบ 5 หมู่ มีทั้งผัก ผลไม้ แป้ง โปรตีนหลายชนิด รับรองได้เลยว่ามาทานอาหารที่นี่ได้รับสารอาหารกลับไปอย่างครบถ้วน และเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ ที่ทานง่าย ใครๆ ก็ทานได้ มาเริ่มสั่งเมนูกันเลย โดยเลือกเมนูผ่านแท็บแล็ต เมนูที่นี่มีให้เลือกหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นเมนูหลัก ของทานเล่น ขนมหวาน และ รวมไปถึง กาแฟและน้ำผลไม้ Pink Guava ราคา 120 Pink Guava สมูตตี้ที่มี เสาวรส ลิ้นจี่ มังคุด และฝรั่งสีชมพู เพื่อเพิ่ใความสดชื่นระหว่างวันได้เป็นอย่างดี ABC Signature Iced Coffee เป็นเมนูซิกเนเจอร์ตามชื่อเมนูเลยค่ะ ใครมาที่นี่จะต้องสั่งเป้นอันดับแรก เสิร์ฟมากับแก้วที่มีนมสด ตามด้วยกาเล็ก 2 ใบที่มีกาแฟและน้ำเชื่อมใก้เรามิกซ์ด้วยตัวเอง เป็นการควบคุมความหวานได้เอง และในชุดก้มีคุกกี้วางอยู่ด้านข้าง ไว้ทานคู่กัน ABC Butterfly Pea - Lemon Tea น้ำดอกอัณชันกับเลมอน เสิร์ฟกับน้ำเชื่อมและคุกกี้หนึ่งชิ้น เมนูนี้คงจะถูกใจสำหรับคนไทยมากที่สุด น้ำสลัดเป็นน้ำจิ้มแจ่ว เพื่อให้เข้ากับเสเต็กเนื้อย่าง กินกับผักชนิดต่างๆ ไก่เทอริยากิที่วางทับเส้นพาสต้าต้มและด้านบนเป็นบะหมี่ทอดกรอบ เมนูปลา ชื่อเมนูตรงๆ คำเดียวสั้นๆ เพราะตัวเนื้อปลาจะเปลี่ยนไปตามเมนูปลาประจำวันนั้นๆ แต่ในตอนนี้เป็นปลาแซลมอน  ทานคู่กับซอสเนย ซอสฝรั่งเศส วาฟเฟิลแผ่นใหญ่ทานคู่กับผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวหลากหลายชนิดอย่างเชน บลูเบอรี่ สตรอเบอร์รี่ และมากับซอสบลูเบอร์รี่  กับคู่กับไอศครีมรสกาแฟ สำหรับคนที่ชอบมานั่งทานอาหารแบบสบายๆ และรักในการถ่ายรูปลงโซเชียล แนะนำเป็นร้าน  ABC essence in eatery เชื่อได้เลยว่าต้องตอบโจทย์ Life style ของใครหลายๆ คนแน่นอน พิเศษสำหรับสมาชิก MThai Gift voucher มูลค่า 500 บาท 6 รางวัล  เพียงตอบคำถามว่า?  ร้านที่รีวิวนี่ชื่อว่าอะไร และ ตั้งอยู่ที่ไหน ? *** รายชื่อผู้โชคดี *** PollaTay khunyu nukooh nutjank MinttoLuk vanila_moose *หมดเขตวันที่ 18 สิงหาคม 2558 ประกาศรางวัลวันที่ 19 สิงหาคม 2558 ** ผู้ที่ร่วมกิจกรรม ควรทำการ ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก ก่อนตอบ และทำการอัพเดทข้อมูล ชื่อ-นามสกุล และที่อยู่ ในProfileของคุณให้เรียบร้อย เพื่อการจัดส่งของรางวัลง่ายขึ้น ผู้ที่มีชื่อได้รางวัลแต่ไม่มีที่อยู่ในการจัดส่ง ทางเราจะถือว่าสละสิทธิ์ให้ผู้อื่นทันที พิเศษจากทรูยู ลูกค้าทรูการ์ด ลด 15% ค่าอาหาร ลูกค้าทรู ลด 10% ค่าอาหาร หมดเขต 31 ธันวาคม  2558 แผนที่

มาแล้ว!! บุฟเฟ่ต์ผลไม้คนละ 99 บาท เทศกาลผลไม้ไทย ที่ตลาดไอยรา จ.ปทุมธานี
บุฟเฟ่ต์ /  ปทุมธานี / 

ตลาดไอยรา ผนึก จังหวัดปทุมธานีรับลูกโครงการ Amazing Thai Taste โปรโมตการทานผลไม้ตามฤดู กาลในงาน ‘เทศกาลผลไม้ไทย ตลาดไอยรา จ.ปทุมธานี’ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 9-20 มิถุนายน 2559 ณ อาคารผลไม้ต่างประเทศ  พรีเมี่ยม ฟรุ๊ต ตลาดไอยรา พบกิจกรรมภายในงานมากมาย อาทิ การจำหน่ายผลไม้คุณภาพ บุฟเฟต์ผลไม้เสิร์ฟแบบจัดเต็ม เพื่อเป็นช่องทางกระจายผลผลิ ตและจำหน่ายผลไม้ตามฤดูกาล ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยว ของประเทศไทย มาแล้วบุฟเฟ่ต์ผลไม้คนละ 99 บาท เทศกาลผลไม้ไทยที่ตลาดไอยรา จ.ปทุมธานี นายสุวัจ เดชเทวัญดำรง ประธานกรรมการ บริษัท พี เอส เมนแลนด์ จำกัด เจ้าของโครงการตลาดไอยรา เปิดเผยว่า เพื่อสนับสนุ นการทำงานของคณะทำงานสานพลั งประชารัฐ ในโครงการ Amazing Thai Taste ที่มุ่งหวังให้ภาคการท่องเที่ ยวมีส่วนในการส่งเสริมให้นักท่ องเที่ยวบริโภคอาหารไทย ข้าวไทย และผลไม้ไทยมากขึ้น โดยคาดว่าจะสร้างมูลค่าการบริ โภคอาหารไทย ข้าวไทย และผลไม้ไทยเพิ่มขึ้นประมาณร้ อยละ 10 หรือ 12,000 ล้านบาทในปี 2559 ตลาดไอยรา จึงร่วมกับจังหวัดปทุมธานี หอการค้าไทย หอการค้าจังหวัดปทุมธานี และหน่วยงานอื่นๆ จัดงาน ‘เทศกาลผลไม้ไทย ตลาดไอยรา จ.ปทุมธานี’ ณ อาคารผลไม้ต่างประเทศ   พรีเมี่ยม ฟรุ๊ต ตลาดไอยรา ในระหว่างวันที่ 9-20 มิถุนายน 2559 รวมทั้งสิ้น 12 วัน “การจัดงาน ‘เทศกาลผลไม้ไทย ตลาดไอยรา  จ.ปทุมธานี’ ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดั บและสร้างแบรนด์ผลไม้ไทยให้เป็น Premium Product ตลอดจนเพิ่มมูลค่าและสร้างชื่ อเสียงผลไม้ไทยให้เป็นรู้จั กแพร่หลายไปทั่วโลก อาทิ ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง เป็นต้น ผมหวังว่าประชาชนทั่วไป ตลอดจนนักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็ นคนไทยหรือชาวต่างชาติ จะหันมาบริโภคผลไม้ไทยกันมากขึ้ น เพราะผลไม้ไทยมีรสชาติที่เป็ นเอกลักษณ์ หวาน หอม อร่อย ทั้งยังมีคุณประโยชน์มากมาย นอกจากนี้ การจัดงานในช่วงระหว่างเดื อนพฤษภาคม-กรกฎาคม ซึ่งถือเป็นฤดูกาลที่ผลไม้มี ผลผลิตมาก จึงเท่ากับเป็นการช่วยเหลื อเกษตรกรในการระบายผลผลิ ตและกระจายรายได้ แก่ชุมชนอีกทางหนึ่ง” ภายในงาน ‘เทศกาลผลไม้ไทย ตลาดไอยรา  จ.ปทุมธานี’ มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ การออกบูธจำหน่ายผลไม้คุ ณภาพตามฤดูกาล จำนวน 30 บูธ โดยคู่ค้าและเกษตรกรต่างนำผลไม้ ไทยตามฤดูกาล มาให้ผู้มาเที่ยวชมงานได้ลิ้ มลองรสชาติและอุดหนุนผลไม้กลั บบ้านไปถ้วนหน้า เป็นทางเลือกในการบริโภค ส่วนไฮไลท์ของงานอยู่ที่บริ การบุฟเฟต์ผลไม้ ซึ่งจัดเต็มเพื่อคนรักผลไม้ โดยเฉพาะในราคาพิเศษเพียง 99 บาทต่อคน อาทิ ทุเรียน มังคุด เงาะ  ลองกอง ส้มโอ สละ ลิ้นจี่  มะละกอ  กล้วยหอม ฯลฯ ขณะเดียวกันก็มีผลไม้เกรดพรีเมี ยม นำเข้าจากต่างประเทศ ได้แก่ แอปเปิ้ล สาลี่ (แพร์) องุ่น เมล่อน ฯลฯ ประเทศไทยเราถือเป็นตลาดและศู นย์กลาง ผลไม้เขตร้อนที่ใหญ่ที่สุ ดในประชาคมอาเซียน รวมทั้งคุณภาพ ของผลไม้เราถือว่าดีที่สุดในภู มิภาคนี้ ตลาดไอยรามีความยินดีที่ได้รั บเกียรติและความไว้วางใจจากหน่ วยงานต่างๆ ให้เป็นสถานที่จั ดงานเทศกาลผลไม้ไทย ตลาดไอยรา  จ.ปทุมธานี ซึ่งเรามีความพร้อมในเรื่ องของสถานที่ที่กว้างขวาง สะอาด ทันสมัย และที่จอดรถที่รองรับรถผู้ที่ มาเที่ยวชมงานได้เป็นจำนวนมาก อีกทั้งเรายังเตรียมผลไม้ไทย ตามฤดูกาลที่มีคุณภาพ ความสด และผลไม้นำเข้าที่ผ่านการคัดสรร ทั้งคุณภาพและรสชาติที่ดีมาให้ บริโภคกัน ผมหวังว่าทุกท่านจะให้เกียรติ มาเที่ยวชมงานที่จัดอย่างยิ่ งใหญ่ ณ อาคารผลไม้ต่างประเทศ  พรีเมี่ยม ฟรุ๊ต ตลาดไอยรา” รูปภาพจาก ตลาดไอยรา

100 เมนูอาหารที่เหมาะกับธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ! โดย อ.คฑา ชินบัญชร
อาหารตามธาตุ /  โหงวเฮ้ง

การรับประทานอาหารตามธาตุ จะทำให้มีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดี ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส และส่งผลให้โหงวเฮ้งเราดีขึ้นด้วย ซึ่งเมื่อโหงวเฮ้งเราดี ก็จะทำให้เราทำอะไรก็ราบรื่น ประสบผลสำเร็จ เราทุกคนมีธาตุทั้ง 4 อยู่ในร่างกาย แต่จะมีลักษณะเด่นเพียงหนึ่งธาตุ ถ้ารู้จักตัวเอง ก็สามารถปรับสมดุลเพื่อรับมือกับความผิดปกติที่จะเกิดขึ้นได้ นอกจากนั้นในแต่ละช่วง ฤดูกาลต่างๆ ก็ควรมีการปรับธาตุของร่างกายให้สมดุลกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพร่างกาย ด้วยอาหารการกิน ผู้ที่เกิด ธาตุดิน คือ… ราศีพฤษภ 14 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน ราศีกันย์ 17 กันยายน – 16 ตุลาคม ราศีมังกร 14 มกราคม – 12 กุมภาพันธ์ คนที่มีธาตุดิน เป็นธาตุเจ้าเรือน จะมีรูปร่างสูงใหญ่ ผิวค่อนข้างคล้ำ ผมดกดำ เสียงดังฟังชัด เป็นคนหนักแน่น เยือกเย็น อดทน เคลื่อนไหวค่อนข้างช้า รักการประนีประนอม จึงเหมาะกับการทำงานประจำ คนธาตุนี้มักชอบกิจกรรมเกี่ยวกับการพักผ่อนหย่อนใจ เป็นคนผิวเย็น ควรออกกำลังกายอย่างหนัก เพื่อลดความเฉื่อยชา และควรดูแลสุขภาพด้วยการรับประทานผักและผสไม้ที่มีรสฝาด หวาน มัน เค็ม เช่น หัวปลี กะหล่ำปลี ผักกะเฉด ถั่วพู เผือก มัน แห้ว มะพร้าว ถั่วลิสง งาดำ ฝรั่ง กล้วยน้ำว้า ตัวอย่างอาหารคาว : ถั่วงอกผัดเต้าหู้ ข้าวซอยไก่ แกงจืดเต้าหู้ ยำถั่วพู ตัวอย่างอาหารหวาน : ถั่วเขียวต้มน้ำตาล ฟักทองนึ่ง มะพร้าวขูด กล้วยบวชชี ตัวอย่างเครื่องดื่ม : น้ำฝรั่ง น้ำฟักทอง น้ำแตงโมง น้ำเต้าหู้ ตัวอย่างผลไม้ : ฝรั่ง กล้วยน้ำว้า มะละกอสุก มะม่วงสุก มังคุด เงาะ ลำไย ผู้ที่เกิด ธาตุน้ำ คือ… ราศรีกรกฎ 16 กรกฎาคม – 16 สิงหาคม ราศีพิจิก 16 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม ราศีมีน 14 มีนาคม – 12 เมษายน คนที่มีธาตุน้ำ เป็นธาตุเจ้าเรือน จะมีรูปร่างสมส่วน ท้วมถึงอ้วน ผิวพรรณสดใส อารมณ์เย็น ความ จำดี นุ่มนวล มักจะเก็บความรู้สึกได้ดี มีความสงบ มีอารมณ์อ่อนไหว เชื่อในเรื่องโชคชะตา และพรหมลิขิต มีความคิดสร้างสรรค์ ชอบเป็นห่วงเป็นใยคนรอบข้าง ทำให้คุณเป็นที่รักของเพื่อนๆ และควรดูแลสุขภาพด้วยการรับประทานผักและผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น มะเขือเทศ มะกรูด มะนาว ส้ม สับปะรด มะขามป้อม ยอดมะขามอ่อน หลีกเลี่ยงอาหารรสมันจัด เพราะอ้วนง่าย ตัวอย่างอาหารคาว : ข้าวคลุกกะปิ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ต้มยำไก่ฝบมะขามอ่อน น้ำพริกมะขามสด ตัวอย่างอาหารหวาน : กระท้อนลอยแก้ว สับปะรดลอยแก้ว ตัวอย่างเครื่องดื่ม : น้ำส้ม น้ำมะนาว น้ำกระเจี๊ยบ น้ำระกำ น้ำสับปะรด ตัวอย่างผลไม้ : สับปะรด ส้มเขียวหวาน ส้มโอ มะเฟือง ลางสาด มะม่วงดิบ ผู้ที่เกิด ธาตุลม คือ… ราศรีกรกฎ 15 มิถุนายน – 15 กรกฎาคม ราศีตุลย์ 17 ตุลาคม – 15 พฤศจิกายน ราศีกุมภ์ 13 กุมภาพันธ์ – 13 มีนาคม คนที่มีธาตุลม เป็นธาตุเจ้าเรือน จะมีรูปร่างโปร่ง ผอมบาง คิดเร็ว พูดเร็ว ทำอะไรเร็ว คล่องแคล่ว กระฉับกระเฉง ช่างพูด ขี้หนาว อารมณ์หวั่นไหวง่าย ไม่ชอบทำงานประจำ มีความคิดสร้างสรรค์และมีความยืดหยุ่น ปรับตัวกับสถานการณ์ต่างๆ ได้ง่าย สภาพผิวแห้งง่าย ระบบการเผาผลาญในร่างกายทำงานเร็วผิดปกติ จึงทำให้มีรูปร่างค่อนข้างผอม กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน นอนไม่ค่อยหลับ  เป็นคนที่คิดอะไรอย่างมีหลักเกณฑ์ และจะยึดความถูกต้องของเหตุและผล ชอบคบค้าสมาคมกับคนทุกเพศทุกวัย ไม่อคติกับใคร และควรดูแลสุขภาพด้วย การรับประทานผักและผลไม้ที่มีรสเผ็ดร้อน เช่น พริก ขิง ข่า ตะไคร้ โหระพา  กะเพรา กระชาย หอม กระเทียม ขมิ้น ขึ้นฉ่าย ตัวอย่างอาหารคาว : ผัดผักบุ้งไฟแดง โจ๊กหมูใส่ขิง ข้าวผัดน้ำพริกลงเรือ แกงเลียง ปลาทอดราดพริก ตัวอย่างอาหารหวาน : เต้าฮวยน้ำขิง บัวลอยน้ำขิง มันต้มน้ำตาลใส่ขิง ขนมเทียนไส้เค็ม ตัวอย่างเครื่องดื่ม : น้ำขิง น้ำตะไคร้ ตัวอย่างผลไม้ : ชมพู่ แตงโม แตงไทย ผู้ที่เกิด ธาตุไฟ คือ… ราศรีเมษ 13 เมษายน – 13 พฤษภาคม ราศีสิงห์ 17 สิงหาคม – 16 กันยายน ราศีธนู 16 ธันวาคม – 13 มกราคม คนที่มีธาตุไฟ เป็นธาตุเจ้าเรือน มักขี้ร้อน เคลื่อนไหวเร็ว อารมณ์ร้อน หิว บ่อย กินเก่ง มีแนวโน้มที่จะเป็นคนอ้วนได้ มักตัดสินใจเร็ว กระตือรือร้น มีความจริงจัง ชอบวางแผนและชอบการแข่งขัน จึงทำให้เป็นคนมีระเบียบแบบแผน ขาดความอดทนและชอบทำตัวเป็นผู้นำ เป็นคนมองโลกในแง่ดี และควร ดูแลสุขภาพด้วยการรับประทานผักและผลไม้ทีมีรสขม รสเย็น รสจืด เช่น สะเดา มะระ มะเขือพวง บวบ ตำลึง แค  แตงโม แตงกวา ผักบุ้ง บัวบก ขี้เหล็ก หัวผักกาด ฟักทอง คะน้า และหลีกเลี่ยงอาหารรสเผ็ดร้อน ตัวอย่างอาหารคาว : ซุปรากบัวเห็ดหอม ตุ๋นมะระ ต้มจับฉ่าย แกงขี้เหล็ก ห่อหมกใบยอ แกงจืดตำลึงหมู ตัวอย่างอาหารหวาน : เฉาก๊วย รากบัวต้ม เต้าฮวย ฟรุ๊ตสลัด ตัวอย่างเครื่องดื่ม : น้ำใบบัวบก น้ำใบเตย น้ำเก๊กฮวย น้ำมะตูม น้ำแตงโม ตัวอย่างผลไม้ : ชมพู่ แตงโม มะละกอ แตงไทย ลูกตาลอ่อน รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

ธาตุเจ้าเรือน ตามหลักแพทย์แผนไทย
ธาตุดิน /  ธาตุน้ำ / 

ธาตุเจ้าเรือนคืออะไร ในทฤษฎีการแพทย์แผนไทย เชื่อว่า การเกิดชีวิตใหม่จะเกิดขึ้นได้ ต้องมีพ่อมีแม่ที่มีลักษณะของหญิง-ชาย ครบถ้วน หมายถึง พ่อมีลักษณะของชายครบ และแม่มีลักษณะของหญิงครบ โดยให้ความหมายของชีวิตไว้ว่า ชีวิตคือขันธ์ 5 อัน ได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ รูป หมายถึง รูปร่าง ร่างกาย หรือสิ่งที่เป็นรูปธรรม ซึ่งในพระไตรปิฎกได้อธิบายไว้ว่า รูปมีมหาภูตรูป 4 ได้แก่ ดิน น้ำ ลม ไฟ และรูปที่เกิดจากมหาภูตรูป เรียกว่าอุปทายรูป ได้แก่ อากาศ ประสาททั้ง 5 ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เกิดรูป รส กลิ่น เสียง เป็นอาภรณ์ 4 เวทนา ได้แก่ ความรู้สึกต่างๆ ซึ่งเกิดจากประสาททั้ง 5 เป็นต้น สัญญา ได้แก่ ความจำต่างๆ การกำหนดรู้อาการ จำได้หมายรู้ สังขาร หมายถึง การปรุงแต่งของจิต ความคิดที่ผูกเป็นเรื่องเป็นราว ส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าสังขารคือร่างกาย เช่น มักพูดว่า "คนแก่ไม่เจียมสังขาร" หมายถึง ทำอะไรเกินกว่าร่างกายซึ่งชราจะรับได้แท้จริงสังขารเป็นความนึกคิดก่อ หรือผูกเป็นเรื่องราวนั่นเอง วิญญาณ คือ ความรู้แจ้งของอารมณ์เช่น วิญญาณนักต่อสู้ หมายถึง เป็นผู้มีอารมณ์บากบั่นตั้งมั่น ต้องสู้สุดใจ ผู้มีวิญญาณเป็นนักประชาธิปไตย หมายถึง การมีอารมณ์ลึกซึ้ง ชัดแจ้ง จะทำอะไรก็อยู่ในอารมณ์ของนักประชาธิปไตย มีใจตั้งมั่นในสิทธิเสรีภาพ เป็นต้น คนทั่วไปคิดว่าวิญญาณคือผี เชื่อว่าเมื่อตายไปแล้ววิญญาณออกจากร่างไปเป็นผีแท้จริงแล้วเมื่อตายไปแล้วก็หมดความรู้สึก ไม่มีอารมณ์อีกแล้วนั่นเอง จะเห็นได้ว่าชีวิตคือขันธ์ 5 ซึ่งคือร่างกายและจิตใจนั่นเอง มนุษย์ที่เกิดมาต่างก็มีชีวิตแตกต่างกันไป มีรูปร่าง หน้าตาแตกต่างกัน มีความรู้สึกนึกคิดและจิตสำนึก ความรู้แจ้งทางอารมณ์หรือที่เรียกว่าวิญญาณที่แตกต่างกันไป ทาง การแพทย์แผนปัจจุบันเชื่อว่า การที่มีความแตกต่างและความเหมือนกัน ถูกกำหนดโดยสารพันธุกรรมที่เรียกว่า "ดีเอ็น เอ" เป็นรหัสของชีวิตที่มนุษย์ได้รับการถ่ายทอดจากมารดาและบิดา nederlandsegokken.nl เป็นลักษณะทั่วๆ ไปของมนุษย์ ทางการแพทย์แผนไทยมีความเชื่อในเรื่องธรรมชาติว่า การเกิดรูปครั้งแรกในครรภ์มารดามีขนาดเล็กมาก ขนาดเท่ากับหยดน้ำมันงาที่ติดอยู่ปลายขนจามรี หลังจากถูกสะบัด ถึง 7 ครั้ง และด้วยอิทธิพลของธาตุไฟก่อน จึงเกิดธาตุอื่น ตามมาจนครบธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม และไฟ แล้วจึงเกิดเวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณจนครบขันธ์ 5 เมื่อครรภ์ ครบ 5 เดือน นั่นคือชีวิตได้เกิดแล้ว และด้วยอิทธิพลธรรมชาติ ได้แก่ ความร้อน ความเย็นของภูมิอากาศตามฤดูกาล ได้ทำให้ธาตุทั้ง 4 ของแต่ละคนแตกต่างกันไปและเริ่มมีอิทธิพลแล้วในครรภ์มารดา ดังพระคัมภีร์ปฐมจินดากล่าวไว้ว่า เมื่อตั้งครรภ์ในฤดูอันใด ธาตุอันใด ให้เอาธาตุของฤดูนั้นเป็นที่ตั้งแห่งธาตุกำเนิดของกุมารกุมารีนั้นๆ เช่น ตั้งครรภ์ในเดือน 5, 6, 7 เป็นลักษณะแห่งไฟ ตั้งครรภ์ในเดือน 8, 9, 10 เป็นลักษณะแห่งลม ตั้งครรภ์ในเดือน 11, 12, 1 เป็นลักษณะแห่งน้ำ ตั้งครรภ์ในเดือน 2, 3, 4 เป็นลักษณะแห่งดิน นั่นคือ ธาตุเจ้าเรือน นั่นเอง แต่คนส่วนใหญ่มักจำได้เพียงแต่วันเกิด คำว่าตั้งครรภ์ในเดือนใดหมายถึง การเริ่มมีครรภ์ หรือมีการปฏิสนธิ ดังนั้นจากข้อสังเกตของคนโบราณดังกล่าว ถ้านำอายุการตั้งครรภ์มาพิจารณาแล้วสามารถประมาณการได้ว่า ผู้ที่เกิดเดือน 5, 6, 7 จะมีธาตุลมเป็นเจ้าเรือน ผู้ที่เกิดเดือน 8, 9, 10 จะมีธาตุน้ำเป็นเจ้าเรือน ผู้ที่เกิดเดือน 11, 12, 1 จะมีธาตุดินเป็นเจ้าเรือน ผู้ที่เกิดเดือน 2, 3, 4 จะมีธาตุไฟเป็นเจ้าเรือน การแบ่งแบบนี้เป็นการแบ่งอย่างหยาบ คือ แบ่งบุคลิกหรือลักษณะจำเพาะของคนออกเป็น 4 แบบ แต่ละแบบจะมี จุดอ่อน หรือลักษณะของธาตุเสียสมดุลแตกต่างกันตามธาตุเจ้าเรือนนั้นๆ ลักษณะของ ธาตุเจ้าเรือน เป็นอย่างไร องค์ประกอบของธาตุที่รวมกันอยู่อย่างปกตินั้น จะมีธาตุอย่างใดอย่างหนึ่งเด่น หรือมากกว่าอย่างหนึ่ง เรียกว่า เจ้า เรือน ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปในแต่ละคน โดยแต่ละธาตุหลักทั้ง 4 จะมีลักษณะที่แสดงออกเป็นเจ้าเรือน ดังนี้ ธาตุดินเจ้าเรือน จะมีรูปร่างสูงใหญ่ ผิวค่อนข้างคล้ำ ผมดกดำ เสียงดังฟังชัด ข้อกระดูกแข็งแรง กระดูกใหญ่ น้ำหนักตัวมาก ล่ำสัน อวัยวะสมบูรณ์ ธาตุน้ำเจ้าเรือน จะมีรูปร่างสมบูรณ์ อวัยวะสมบูรณ์ สมส่วน ผิวพรรณสดใสเต่งตึง ตาหวาน น้ำในตามาก ท่าทางเดินมั่นคง ผมดกดำงาม กินช้า ทำอะไรชักช้า ทนหิว ทนร้อน ทนเย็นได้ดีเสียงโปร่ง มีลูกดกหรือมีความรู้สึกทางเพศดีแต่มักเฉื่อยและค่อนข้างเกียจคร้าน ธาตุไฟเจ้าเรือน มักขี้ร้อน ทนร้อนไม่ค่อยได้ หิวบ่อย กินเก่ง ผมหงอกเร็ว มักหัวล้าน หนังย่น ผม ขนหนวด ค่อนข้างนิ่ม ไม่ค่อยอดทน ใจร้อน ข้อกระดูกหลวม มีกลิ่นปาก กลิ่นตัวแรง ความต้องการทางเพศปานกลาง ธาตุลมเจ้าเรือน จะมีผิวหนังหยาบแห้ง รูปร่างโปร่ง ผอม ผมบาง ข้อกระดูกลั่นเมื่อเคลื่อนไหว ขี้อิจฉา ขี้ขลาด รักง่ายหน่ายเร็ว ทนหนาวไม่ค่อยได้ นอนไม่คอยหลับ ช่างพูด เสียงต่ำ ออกเสียงไม่ชัด มีลูกไม่ดก คือความรู้สึกทางเพศไม่ค่อยดี สถานที่ถิ่นที่อยู่อาศัยแยกตาม ธาตุเจ้าเรือน ที่อยู่อาศัย หรือสิ่งแวดล้อม เรียกว่า "ประเทศสมุฏฐาน" ย่อมมีผลต่อชีวิตความเป็นอยู่และสุขภาพ ได้แก่ ประเทศร้อน สถานที่ที่เป็นภูเขาสูง เนินผา มักเจ็บป่วยด้วยธาตุไฟ เช่น คนภาคเหนือ จะเจ็บป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับไข้ต่างๆ ประเทศเย็น สถานที่ที่เป็นน้ำฝน โคลนตม มีฝนตกชุก มักเจ็บป่วยด้วยธาตุลม เช่น คนภาคกลาง จะเจ็บป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับลมต่างๆ ประเทศอุ่น สถานที่ที่เป็นน้ำฝนกรวดทราย เป็นที่เก็บน้ำไม่อยู่ มักเจ็บป่วยด้วยธาตุน้ำ เช่น คนภาคอีสาน จะเจ็บป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับนิ่ว ประเทศหนาว สถานที่ที่เป็นน้ำเค็ม มีโคลนตมชื้นแฉะ ได้แก่ ชายทะเล มักเจ็บป่วยด้วยธาตุดิน เช่น ภาคใต้ จะเจ็บป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับฝี การวินิจฉัย ธาตุเจ้าเรือน นำอาการที่ได้จากการบอกเล่า และตรวจพบมาประมวล จะสามารถบอกถึงสภาวะสุขภาพของผู้ป่วย โดยยึด หลักเกณฑ์เกี่ยวกับตัวสุขภาพ หรือตัวควบคุมธาตุทั้งสี่ ได้แก่ ธาตุดิน มีสิ่งสำคัญในการควบคุมสุขภาพอยู่ 3 อย่าง คือ - หทัยวัตถุมีที่ตั้งที่หัวใจ ควบคุมความสมบูรณ์ของหัวใจ เช่น ลักษณะ ขนาด การทำงาน การเต้น ความสมบูรณ์ของกล้ามเนื้อหัวใจ บางตำรากล่าวว่าหทัยวัตถุเป็นที่ตั้งของจิต - อุทริยะ หมายถึง อาหารใหม่ คืออาหารที่รับประทานเข้าไปใหม่ๆ นั่นเอง การซักประวัติการกินอาหารก่อนป่วย มีความจำเป็นมาก เพราะอาหาร คือธาตุภายนอกที่เรานำเข้าไปบำรุง หรือปรับธาตุภายใน เรื่องอาหารจึงสำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเป็นแพทย์แผนใด โรคทางแผนโบราณจึงมีเรื่องเกี่ยวกับการกินที่เรียกว่า "กินผิด" คือกินไม่ถูกกับธาตุจะเจ็บป่วย กินไม่ถูกกับโรคทำให้อาการแย่ลง ดังนั้น การแพทย์แผนไทยใช้วิธีการกินสมุนไพร อาหารสมุนไพร มาแก้ไขการเสียสมดุลนี้เป็นการลองผิดลองถูกมายาวนาน จนสรุปเป็นหลักการและเหตุผล - กรีสัง หมายถึง อาหารเก่า คือ กากอาหารในลำไส้ใหญ่ที่จะออกมาเป็นอุจจาระนั่นเอง ลักษณะของอุจจาระเป็นตัวบ่งบอกสุขภาพ อุจจาระหยาบ ละเอียด ก้อนแข็งหรือเหลว กลิ่นอุจจาระเป็นเช่นไร เช่น กลิ่นเหมือนปลาเน่าธาตุน้ำเป็นเหตุกลิ่นเหมือนหญ้าเน่าธาตุไฟเป็นเหตุ กลิ่นเหมือนข้าวบูดธาตุลมเป็นเหตุกลิ่นเหมือนศพเน่าธาตุดินเป็นเหตุ เป็นต้น โบราณว่าไว้สุขภาพจะดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับกรีสะ (อุจจาระหรืออาหารเก่า) เป็นตัวควบคุม ธาตุน้ำ มีสิ่งสำคัญในการควบคุมสุขภาพอยู่ 3 อย่าง คือ - ศอเสมหะ ควบคุมน้ำบริเวณคอขึ้นไปเกี่ยวกับเสมหะ น้ำมูกมีหรือไม่อย่างไร มีมากเวลาใด อาจหมายถึงการทำงานของต่อมต่างๆ ที่ผลิตน้ำเมือก น้ำมูกบริเวณดังกล่าว - อุระเสมหะ ควบคุมน้ำบริเวณอกเหนือกลาง ตัวจากคอมาถึงบริเวณลิ้นปี่ เหนือสะดือ การซักถามจะต้องถามถึงการไอ เสมหะเป็นอย่างไร การหอบ การอาเจียน น้ำที่ออกมาเป็นอย่างไร การปวดท้องเกี่ยวกับน้ำย่อยในกระเพาะ อาจจะหมายถึงการทำงานของต่อมน้ำมูก เมือกในปอด หลอดลม น้ำในกระเพาะอาหาร น้ำดี น้ำย่อยในลำไส้เล็ก - คูถเสมหะ ควบคุมน้ำช่วงล่างจากสะดือลงไป อาจเป็นน้ำมูกเมือก น้ำในลำไส้น้ำในอุจจาระ น้ำปัสสาวะ น้ำในมดลูก ช่องคลอด (ถ้าเป็นหญิง) และน้ำอสุจิ (ถ้าเป็นชาย) จึงต้องซักประวัติเกี่ยวกับอาการที่เกี่ยวข้อง เช่น การถ่ายปัสสาวะ อุจจาระ ลักษณะเหลว หรือแข็ง มีน้ำมากน้อยเพียงใด ผิดปกติอย่างไร ธาตุลม มีสิ่งสำคัญในการควบคุมสุขภาพอยู่ 3 อย่าง คือ - หทัยวาตะ ลมที่ควบคุมอารมณ์ จิตใจ การเต้นของหัวใจ ความหวั่นไหว ความกังวล - สัตถกะวาตะ ลมที่คมเหมือนอาวุธ หมายถึง เมื่อเกิดอาการจะมีอาการฉับพลัน เจ็บปวดลึกๆ เหมือนดังอาวุธเสียบแทง จากลักษณะดังกล่าวอาการคล้ายกับภาวะขาดเลือด เช่น กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรืออวัยวะใดๆ ขาดเลือดจะมีอาการเจ็บปวดรุนแรง - สุมนาวาตะ ลมที่ควบคุมพลังที่อยู่เส้นกลางลำตัวตามแนวดิ่ง ในตำราการนวดไทยเส้นสุมนาถูกจัดเป็นเส้นสำคัญในเส้นสิบ เส้นนี้จะวิ่งกลางลำตัวจรดปลายลิ้น จึงน่าจะเป็นตัวควบคุมระบบประสาท การไหลเวียนโลหิตสมอง ไขสันหลัง ระบบอัตโนมัติต่างๆ การซักถามอาการควรถามเกี่ยวกับการทำงานของแขนขา การปวดเจ็บหลัง การชัก การกระตุก ตำราโบราณกล่าวว่าอาการลิ้นกระด้างคางแข็งเกิดจากสุมนา แสดงว่าน่าจะเกี่ยวกับสมอง ประสาท ธาตุไฟ มีสิ่งสำคัญในการควบคุมสุขภาพอยู่ 3 อย่าง คือ - พัทธปิตตะ คือดีในฝัก บางท่านอาจสับสนว่าน้ำดีคือธาตุน้ำ เหตุใดจึงจัดเป็นไฟ ผู้เขียนเข้าใจว่าพัทธปิตตะในที่นี้ คือการควบคุมการทำงานของน้ำดีและการย่อยสลายจากการทำงานของน้ำดี ส่วนน้ำดีจัดเป็นธาตุน้ำ อาการบ่งบอกการทำงานที่ผิดปกติไป จึงน่าจะหมายถึงการปวดท้อง น้ำดีอุดตัน ภาวะการผลิตน้ำดีของตับผิดปกติ ตับอักเสบเกิดอาการตัวเหลือง ตาเหลือง เกิดน้ำดีอักเสบเป็นนิ่ว เป็นต้น เป็นเรื่องที่ควบคุมการทำงานของธาตุน้ำเป็นอาการบ่งบอกถึงการทำงานที่ผิดปกติไป จึงน่าจะหมายถึงการปวดท้อง น้ำดีอุดตัน เป็นเรื่องที่ควบคุมการทำงานของน้ำดีในตับ และถุงน้ำดีที่เรียกว่าในฝักนั่นเอง - อพัทธะปิตตะ ดีนอกฝัก หมายถึง การทำงานของน้ำดีในลำไส้ การย่อยอาหาร อาการคือจุกเสียด อืดเฟ้อ อาหารไม่ย่อย ดีนอกฝักพิการ จะทำให้เหลืองทั้งตัว ดีในฝักพิการจะมีอาการคุ้มคลั่งเหมือนผีเข้า ถ่ายเป็นสีเขียว - กำเดา องค์แห่งความร้อน เป็นตัวควบคุมความร้อนในร่างกาย น่าจะหมายถึงศูนย์ควบคุมอุณหภูมิของร่างกายนั่นเอง การตรวจสามารถดูที่อาการไข้ว่าตัวร้อนจัดหรือไม่เพียงใด อาหารประจำ ธาตุเจ้าเรือน ธาตุดิน ควรรับประทานอาหารรสฝาด หวาน มัน เค็ม ได้แก่ มังคุด ฝรั่งดิบ ฟักทอง เผือก ถั่วต่างๆ เงาะ น้ำนม น้ำอ้อย เกลือ ฯลฯ ธาตุน้ำ ควรรับประทานอาหารรสเปรี้ยว รสขม ได้แก่ มะกรูด มะนาว ส้ม สับปะรด มะเขือเทศ มะระ สะเดา ฯลฯ ธาตุลม ควรรับประทานอาหารรสเผ็ดร้อน ได้แก่ ขิง ข่า ตะไคร้ กระชาย พริกไทย โหระพา กะเพรา ฯลฯ ธาตุไฟ ควรรับประทานอาหารรสขม เย็น จืด ได้แก่ ผักบุ้ง ตำลึง แตงโม บัวบก ขี้เหล็ก ฯลฯ ขอบคุณที่มาจาก : กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ขอบคุณภาพจาก : looseweightwith100dietfoods.blogspot.com