มังคุด

สารพิษ ตกค้าง ใน ผัก และ ผลไม้
ตกค้าง /  ผลไม้ / 

 สารพิษ ตกค้าง ใน ผักและ ผลไม้     วิธีการลด สารพิษ ตกค้าง ในผักและ ผลไม้ สามารถทำได้หลายวิธี เช่น 1. ปอกเปลือกแล้วล้างน้ำให้สะอาด 2. ล้างผักให้น้ำผ่านโดยเปิดน้ำให้แรงพอประมาณนาน 2 นาที หรือแช่ผักในน้ำสะอาด โดยล้างครั้งหนึ่งก่อนแล้วเด็ดเป็นใบๆ แช่ในอ่างน้ำนาน 15 นาที 3. ถ้าใช้น้ำส้มสายชูละลายน้ำความเข้มข้น 0.5% แช่นาน 15 นาที จะลดปริมาณสารพิษได้ร้อยละ 80 4. ใช้ผงฟู 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 20 ลิตร แช่นาน 15 นาที จะลดปริมาณสารพิษได้ร้อยละ 90 เมื่อประมาณสองปีที่ผ่านมา พบอาหารนำเข้าจากต่างประเทศปนเปื้อนหลายรายการ เช่น น้ำแร่ธรรมชาติมีสารตะกั่วสูงกว่ามาตรฐาน กุ้งแช่แข็งนำเข้าพบสารไนโตรฟูแรนส์ และคลอแรมฟินิคอล บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปปนเปื้อนเชื้อแบซิลลัส ซีเรียส ซึ่งเป็นเชื้อที่ทำให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษ โดยก่อให้เกิดโรคได้สองแบบ แบบแรกเป็นชนิดถ่ายเหลวท้องเสียหลังบริโภคอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อ แบบที่สองก่อให้เกิดอาการอาเจียนอย่างรุนแรง โดยไม่มีอาการท้องเสียถ่ายเหลวร่วมด้วย การตรวจพบเชื้อนี้ในปริมาณเกินกว่า 1,000,000 ตัวต่ออาหารหนึ่งกรัม ถือว่ามีการปนเปื้อนและเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคตามมาตราฐานสากล  การใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชของไทยยังมีปัญหาอยู่มากพอสมควร ผลไม้ไทยหลายชนิดยังไม่สามารถส่งไปยังต่างประเทศได้ โดยเฉพาะผลไม้ตระกูลส้ม มะนาว ทั้งนี้เพราะมีการตรวจพบว่ามีการใช้ยาฆ่าแมลงในปริมาณสูง ซึ่งประเทศไทยเองก็ยังไม่มีเทคนิคและกระบวนการที่กำจัดยาฆ่าแมลงที่ปะปนอยู่ในเนื้อส้มได้ สำหรับกรณีที่เป็นปัญหาสำหรับมังคุดและทุเรียนก็ยังเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวอยู่ตลอดเวลา        ปัจจุบันมีการรณรงค์ความปลอดภัยของอาหาร โดยเน้นให้ปลอดภัยจากสารบอแรกซ์หรือที่เรียกว่าผงกรอบ สารฟอร์มาลินหรือ น้ำยาดองศพ ซึ่งพ่อค้าแม่ค้านิยมนำมาแช่ผักและผลไม้ให้ดูสดอยู่ตลอดเวลา สารฟอกขาวหรือไฮโดรซัลไฟด์ กรดซาลิซิลิคหรือ สารกันรา รวมทั้งสารตกค้างหรือยาฆ่าแมลง ทั้งนี้ข้อกฎหมายกำหนดให้พบได้ไม่เกินร้อยละ 50 ของปริมาณสารพิษที่ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ในร่างกาย          การรับประทานอาหารที่ถูกต้อง ควรบริโภคอาหารหลายชนิด เนื่องจากไม่มีอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งที่ให้คุณค่าทางโภชนาการได้ครบถ้วน บริโภคอาหารในปริมาณที่พอเหมาะเพื่อให้น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องการ หลีกเลี่ยงการรับประทานที่มีไขมันมากเกินไป บริโภคอาหารที่มีปริมาณของแป้งและกากใยให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารที่ปรุงด้วยปริมาณน้ำตาลจำนวนมาก และหลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารเค็มมากเกินไป         อาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ได้แก่ ผักและผลไม้ พืชตระกูลกะหล่ำ เช่น กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก ผักคะน้า หัวผักกาด บรอคโคลี่ ฯลฯ ช่วยป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ลำไส้ส่วนปลาย กระเพาะอาหาร และอวัยวะระบบทางเดินหายใจ อาหารที่มีกากมาก เช่น ผัก ผลไม้ ข้าว ข้าวโพด และเมล็ดธัญพืชอื่นๆ ป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ อาหารที่มีเบต้าแคโรทีน และวิตามินเอสูง เช่น ผลไม้สีเขียว-เหลือง ป้องกันมะเร็งหลอดอาหาร กล่องเสียง และปอด        เบต้าแคโรทีน เป็นสารที่ร่างกายนำไปใช้สร้างวิตามินเอ ที่เรียกว่า โปรวิตามินเอ ช่วยบำรุงสุขภาพสายตา สร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระซึ่งเป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง สารชนิดนี้มีมากในพืชผักสีแดง เหลือง ส้ม หรือเขียวเข้ม เช่น ยอดมะยม ผักโขม ตำลึง กระถิน ยอดแค ชะพลู และผักชีฝรั่ง ล้วนมีเบต้าแคโรทีนในปริมาณสูงมากทั้งสิ้น ที่มา : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ    

โคตรดราม่าฉลามชลพลิกนรกแซงดับนกใหญ่สุดมันส์ 4-3 ศึกไทยลีกนัดตกค้าง
ฉลามชล /  ชลบุรี เอฟซี / 

ศึกฟุตบอลสปอนเซอร์ไทยพรีเมียร์ลีก วันพุธที่ 18 กรกฎาคม  นัดตกค้างที่ สนามชลบุรี สเตเดี้ยม “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี รองจ่าฝูง ที่เพิ่งพลาดท่าพ่ายให้กับ “ปลาทูคะนองศึก” เจนิฟู้ด สมุทรสงคราม เอฟซี คาบ้าน จะ เฝ้ารังต้อนรับการมาเยือนของ “นกใหญ่พิฆาต” ชัยนาท เอฟซี  ที่เพิ่งบุกไปชนะ “เดอะบิ๊กแบง” บีบีซียู เอฟซี เริ่มเกมส์นาทีแรก เฉลิมเกียรติ สมบัติปัน นายทวารทีมเยือน ชัยนาท เอฟซี ทำเสียวก่อน เมื่อ เตะบอลที่เพื่อนคืนกลับมาให้ช้าเกินไป ทำให้ พิภพ อ่อนโม้ กับตันชลบุรี เอฟซี ที่อาศัยความขยันปราดเข้าไปบล็อกลูกเตะได้ โชคดีที่บอลไม่ตรงกรอบประตู นาทีที่ 8  ทีมเยือนตอบโต้ขึ้นมาบ้าง จากจังหวะ ที่ สิงขร มังคุด อาศัยความสามารถเฉพาะตัวลากเลื้อยเข้าหากองหลัง ชลบุรี ก่อนกดด้วยขวา บอลพุ่ง หลุดกรอบไปแบบได้ลุ้น นาทีที่ 10 เกมส์เริ่มแรกกันสนุก คราวนี้เป็นฝั่งเจ้าบ้าน มีลุ้นบ้าง เมื่อ แจ๊คกี้ บองกาลี่ ไดกิเต้ ตักบอลจากแดนหลังมาให้ โทมัธ ดอสเซวี่ เกี่ยวบอลลงแล้วพลิกยิงทันที แต่ เฉลิมเกียรติ สมบัติปัน ยังไวพอที่จะพุ่งปัดออกไปได้ จากนั้นจังหวะต่อเนื่อง เตะมุมของชลบุรี เทิดศักดิ์ ใจมั่น เปิดเข้ามา เป็น ดอสเซวี่ คนเดิมที่ทะยานขึ้นโขก แต่บอลหลุดกรอบออกไป นาที 21 ปริญญา อู่ตะเภา แข้งชัยนาท  บาดเจ็บเล่นต่อไม่ไหว สต๊าฟโค้ช ทีมเยือนจึงตัดสินใจส่ง ภูวดล สุวรรณชาติ ลงไปเล่นแทน ผ่านครึ่งชั่วโมงแรกของการแข่งขัน รูปเกมส์ค่อนข้างน่าเบื่อ เมื่อชลบุรี เจ้าบ้าน พยายามทำเกมส์บุก แต่ขาดความแน่นอนในการออกบอล ทำให้ถูก ชัยนาท ทีมเยือนตัดได้ แต่ก็หาจังหวะสวนกลับลุ้นประตูไม่ได้ ทำให้ บอลอยู่ที่บริเวณกลางสนามซะมากกว่า  นาที 33 ทีมเยือนจากเมืองสวนนก เกือบช็อคเจ้าบ้านก่อน เมื่อ เคนเดล จาเดลโอซิงค์ หลุดไปทางขวา ก่อนเปิดบอลเข้ากลางมา กองหลัง ชลบุรี สกัดไม่ดี บอล โดน ณรงค์ชัย วชิรบาล ไปเข้าทาง “ดัมมี่” ภูวดล สุวรรณชาติ กองหน้าตัวสำรองที่ลงมาใหม่ ได้ล่อเป้า สินทวีชัย เน้นๆ ระยะแค่ 8 หลา แต่กองหน้านกใหญ่ ยิงบอลข้ามคานออกไปอย่างเหลือเชื่อ นาที 37 และก็เป็น ทีมเยือนอย่าง “นกใหญ่พิฆาต” ที่ผงาดขึ้นนำก่อนจนได้ จากการขึ้นเกมส์มาทางฝั่งขวาที่ เคนเดล จาเดลโอซิงค์ ก่อนที่หอกผิวสี จะโยนเข้ามากลาง บอลเหมือนไม่อันตราย แต่ “เจ้าออฟ” นพนนท์  คชพลายุกต์ สกัดบอลพลาดมาเจ้าทาง ภูวดล สุววรณชาติ  ที่คราวนี้ไม่พลาดกันการ ยิงนิ่มๆ ผ่านมือสินทวีชัยเข้าประตูไป ให้ทีมเยือน ชัยนาท  เอฟซี บุกมาขึ้นนำ ชลบุรี เอฟซี 0 – 1 ช่วงท้ายครึ่งแรก อดุลย์ หละโส เติมขึ้นมารับบอลที่ พิภพ อ่อนโม้ คืนกลับมาให้ ก่อนหาจังหวะยิง แต่หลักไม่ดี เนื่องจาก ถุกนักเตะชัยนาทไล่ประกบติด ทำให้ ยิงข้ามคานออกไปไม่ได้ลุ้น จบครึ่งแรก “ฉลามชล” เจ้าบ้าน ตามหลัง “นกใหญ่” ทีมเยือนอยู่ 0-1   เริ่มเกมส์ครึ่งหลังแค่ 2 นาที สถานการณ์ของ “ฉลามชล”เจ้าบ้านดำดิ่งเลวร้ายลงไปอีก เมื่อ ชัยนาท เอฟซี ยิงประตูหนีห่างไปอีกลูกการจากยิงของ เคนเดล จาเดลโอซิงค์  นาที 52 ชลบุรี เอฟซี ยังไม่ฟื้นไข้ และเกือบโดน ประตูตอกผาโลง จากจังหวะ คิลเลอร์พาส ของ คัพฟ้า บุญมาตุ่น ที่แทงบอลทะลุช่องให้ ภูวดล อาศัยความแกร่งเบียดไปกับกองหลังชลบุรี จนได้ยิงเหน่งๆ แต่บอลไม่ตรงกรอบ นาที 58 กองเชียร์ฉลามชลเจ้าถิ่น หลังจากอึดอัดมานาน ก็ได้เฮกันสุดเสียง เมื่อ อดุลย์ หละโส แทงบอลให้  โทมัธ ดอสเซวี่ กองหน้าชาวโตโก หลุดเข้าไปซัดบอลจังหวะแรก ชนคานสนั่น  บอลมาเข้าทาง “น้าเทิด” เทิดศักดิ์ ใจมั่น กองหลางจอมเก๋า ยิงสวนทันที แต่จังหวะแรก โดน เฉลิมเกียรติ สมบัติปัน ผู้รักษาประตูชัยนาท รับไม่อยู่ “เจ้าชายกบ” พิภพ อ่อนโม้ ปราดเข้าไปเก็บตก ซ้ำเข้าไปไม่เหลือซาก ชลบุรี ตีไข่แตกไล่ ชัยนาท มาเป็น 2-1 หลังได้ประตูขึ้นนำ  “โค้ชเฮง” วิทยา เลาหกุล กุนซือเจ้าถิ่น แก้เกมส์ด้วยการเติมเกมส์รุกทันที เมื่อถอดเอา นพนนท์ คชพยายุกต์ ออก แล้วส่ง เจฟฟรี่ย์ ดูม็อง ลงเล่นแทน จากนั้นรูปเกมส์กลายเป็นทางฝั่งฉลามที่ได้กลิ่นเลือด ลุยเข้าใส่แนวรุกทีมเยือนทันที นาที 64 ความพยายาม ของ “ฉลามชล” ก็ประสบผลสำเร็จ เมื่อ  โทมัธ ดอสเซวี่ พลิกหลบกองหลัง ชัยนาท เข้าไปซัดจังหวะแรก เฉลิมเกียรติ สมบัติปัน รับบอลจังหวะแรกไม่อยู่เช่ยเคย คราวนี้เป็น เจฟฟรี่ย์ ดูม็อง ตัวสำรองวิ่งเข้ามาซ้ำเป็นประตู ตีเสมอให้ชลบุรี เอฟซี นาที 65 เสียงเฮของกองเชียร์ ฉลามชล ยังไม่ทันจะเงียบลงดี เคนเดล จาเดลโอซิงค์ หัวหอกตัวแสบของ ชัยนาท ก็จัดการเย็บปากแฟนบอล เจ้าบ้านด้วยการหลุดเข้าไปซัด ประตูให้ ชัยนาท ออกนำอีกครั้งเป็น 2-3 โดยมี “โค้ชเฮง” กุนซือเจ้าบ้านยืนทำหน้าบอกบุญไม่รับ เมื่อเห็นกองหลังตัวเอง โชว์ความเหนียวเหมือน กระดาษทิซซู่เปียกน้ำต่อหน้าแฟนบอลตัวเอง นาที 71 พิภพ อ่อนโม้ กับตันเจ้าบ้าน ถูกถอดออกเนื่องจากมีอาการบาดเจ็บ แล้วส่ง “ไอ้หนูนูรูล” นูรูล ศรียานเก็ม ปีกจรวดดาวรุ่งลงเล่นแทน และเพียงไม่กี่วินาที ที่ตัวสำรองลงไปใหม่ อยู่ในสนาม เจ้าถิ่น ชลบุรี เอฟซี สวมบทตายยาก เมื่อมาได้ประตูตีเสมอ จากลูกฟรีคิกที่ เทิดศักดิ์ ใจมั่น โยนเข้าไปให้ แจ็คกี้ บองกาลี่ ไดกิเต้ เซนเตอร์ร่างยักษ์ทะยานขึ้นโขกคนเดียวตุงตาข่าย ชลบุรี เอฟซี ตามตีเสมอ ชัยนาท แบบสุดมันส์ 3-3 นาที 80 เจ้าบ้านชลบุรี เอฟซี แซงขึ้นนำเป็นครั้งแรกของเกมส์ โดยพยายามเจาะตรงกลาง  โดยอดุลย์ หละโส ยิงจังหวะแรกติดบล็อกกองหลัง ชัยนาท แต่ โชคเข้าข้าง เมื่อบอลปลิ้นไปเข้าทาง เทิดศักดิ์ ใจมั่น เกี่ยวบอลเข้าไปยิง ผ่านมือ เฉลิมเกียรติ สมบัติปัน ให้ชลบุรี พลิกแซงขึ้นนำ ทีมเยือนชัยนาท แบบโคตร ดราม่า  4-3   ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ กองกลางของ ชลบุรี เอฟซี เสียบอลง่ายๆ กลางสนาม ทำให้ โดน โต้กลับ บอลหลุดไปถึง เคนเดล จาเดลโอซิงค์ ได้ม้วนตัวเข้าไปยิง บอลเฉี่ยวเสาออกไปนิดเดียว  ช่วงทดเวลาบาดเจ็บท้ายเกมส์ กลายเป็น โอกาสของ ฝั่งฉลามชล ได้โอกาส ฝั่ง ชัยนาทบ้าง เมื่อ นูรูล ฉกบอลจาก สุรเชษฐ์  งามทิพย์ ก่อนจ่ายให้ เทิดศักดิ์ หลุดเดียว ชนิดชนิดที่ว่าไม่รู้จะเดี่ยวยังไง เพราะผู้เล่นทั้ง 10 คนของ ชัยนาท เอฟซี ขึ้นมาเติมเกมส์รุกอยู่ใน แดนชลบุรี หมดแล้ว แต่กองกลางจอมเก๋า ที่ได้ดวลตัวต่อตัวกับโกลนกใหญ่  กลับยิงหลุดกรอบออกไปอย่างเหลือเชื่อ จบเกมส์ ชลบุรี เอฟซี เจ้าบ้าน พลิกนรกแซงกลับมาเอาชนะ ชัยนาท เอฟซี ได้แบบ สุดมันส์ 4-3 เก็บสามคะแนนเต็ม ตามขึ้นไปเบียดไล่ตามจี้ จ่าฝูงอย่าง "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ดห่าง 5 คะแนน  รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม ชลบุรี เอฟซี – สินทวีชัย หทัยรัตนกุล (ผู้รักษาประตู), นนพนนท์ คชพลายุกต์,อนุชา กิจพงษ์ศรี,ชลทิตย์ จันทคาม,แจ็คกี้ บองกาลี่ ไดกิเต้,คาซึโตะ คูชิดะ,อดุลย์ หสะโส,เทิดศักดิ์ ใจมั่น,ณัฐพงษ์ สมณะ,พิภพ อ่อนโม้(กับตันทีม),โทมัธ ดอสเซวี่  ชัยนาท เอฟซี - เฉลิมเกียรติ สมบัติปัน(ผู้รักษาประตู),สุระเดช เสาไธสง,เดยาน โวคานิโนวิช,ลี ดอง วอน,สุรเชษฐ์ งามทิพย์,ยุทธจักร ก้อนจันทร์,สิงขร มังคุด,ณรงค์ชัย วชิบาล,ปริญญา อู่ตะเภา,คัพฟ้า บุญมาตุ่น, เคนเดล จาเดลโอซิงค์  ผลฟุตบอลสปอนเซอร์ไทยพรีเมียร์ลีกนัดตกค้าง วันพุธที่ 18 กรกฎาคม ชลบุรี เอฟซี 4-3 ชัยนาท เอฟซี เชียงราย ยูไนเต็ด 2-1 พัทยา ยูไนเต็ด ชม Gallery ต่อคลิก

ธาตุเจ้าเรือน ตามหลักแพทย์แผนไทย
ธาตุดิน /  ธาตุน้ำ / 

ธาตุเจ้าเรือนคืออะไร ในทฤษฎีการแพทย์แผนไทย เชื่อว่า การเกิดชีวิตใหม่จะเกิดขึ้นได้ ต้องมีพ่อมีแม่ที่มีลักษณะของหญิง-ชาย ครบถ้วน หมายถึง พ่อมีลักษณะของชายครบ และแม่มีลักษณะของหญิงครบ โดยให้ความหมายของชีวิตไว้ว่า ชีวิตคือขันธ์ 5 อัน ได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ รูป หมายถึง รูปร่าง ร่างกาย หรือสิ่งที่เป็นรูปธรรม ซึ่งในพระไตรปิฎกได้อธิบายไว้ว่า รูปมีมหาภูตรูป 4 ได้แก่ ดิน น้ำ ลม ไฟ และรูปที่เกิดจากมหาภูตรูป เรียกว่าอุปทายรูป ได้แก่ อากาศ ประสาททั้ง 5 ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เกิดรูป รส กลิ่น เสียง เป็นอาภรณ์ 4 เวทนา ได้แก่ ความรู้สึกต่างๆ ซึ่งเกิดจากประสาททั้ง 5 เป็นต้น สัญญา ได้แก่ ความจำต่างๆ การกำหนดรู้อาการ จำได้หมายรู้ สังขาร หมายถึง การปรุงแต่งของจิต ความคิดที่ผูกเป็นเรื่องเป็นราว ส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าสังขารคือร่างกาย เช่น มักพูดว่า "คนแก่ไม่เจียมสังขาร" หมายถึง ทำอะไรเกินกว่าร่างกายซึ่งชราจะรับได้แท้จริงสังขารเป็นความนึกคิดก่อ หรือผูกเป็นเรื่องราวนั่นเอง วิญญาณ คือ ความรู้แจ้งของอารมณ์เช่น วิญญาณนักต่อสู้ หมายถึง เป็นผู้มีอารมณ์บากบั่นตั้งมั่น ต้องสู้สุดใจ ผู้มีวิญญาณเป็นนักประชาธิปไตย หมายถึง การมีอารมณ์ลึกซึ้ง ชัดแจ้ง จะทำอะไรก็อยู่ในอารมณ์ของนักประชาธิปไตย มีใจตั้งมั่นในสิทธิเสรีภาพ เป็นต้น คนทั่วไปคิดว่าวิญญาณคือผี เชื่อว่าเมื่อตายไปแล้ววิญญาณออกจากร่างไปเป็นผีแท้จริงแล้วเมื่อตายไปแล้วก็หมดความรู้สึก ไม่มีอารมณ์อีกแล้วนั่นเอง จะเห็นได้ว่าชีวิตคือขันธ์ 5 ซึ่งคือร่างกายและจิตใจนั่นเอง มนุษย์ที่เกิดมาต่างก็มีชีวิตแตกต่างกันไป มีรูปร่าง หน้าตาแตกต่างกัน มีความรู้สึกนึกคิดและจิตสำนึก ความรู้แจ้งทางอารมณ์หรือที่เรียกว่าวิญญาณที่แตกต่างกันไป ทาง การแพทย์แผนปัจจุบันเชื่อว่า การที่มีความแตกต่างและความเหมือนกัน ถูกกำหนดโดยสารพันธุกรรมที่เรียกว่า "ดีเอ็น เอ" เป็นรหัสของชีวิตที่มนุษย์ได้รับการถ่ายทอดจากมารดาและบิดา nederlandsegokken.nl เป็นลักษณะทั่วๆ ไปของมนุษย์ ทางการแพทย์แผนไทยมีความเชื่อในเรื่องธรรมชาติว่า การเกิดรูปครั้งแรกในครรภ์มารดามีขนาดเล็กมาก ขนาดเท่ากับหยดน้ำมันงาที่ติดอยู่ปลายขนจามรี หลังจากถูกสะบัด ถึง 7 ครั้ง และด้วยอิทธิพลของธาตุไฟก่อน จึงเกิดธาตุอื่น ตามมาจนครบธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม และไฟ แล้วจึงเกิดเวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณจนครบขันธ์ 5 เมื่อครรภ์ ครบ 5 เดือน นั่นคือชีวิตได้เกิดแล้ว และด้วยอิทธิพลธรรมชาติ ได้แก่ ความร้อน ความเย็นของภูมิอากาศตามฤดูกาล ได้ทำให้ธาตุทั้ง 4 ของแต่ละคนแตกต่างกันไปและเริ่มมีอิทธิพลแล้วในครรภ์มารดา ดังพระคัมภีร์ปฐมจินดากล่าวไว้ว่า เมื่อตั้งครรภ์ในฤดูอันใด ธาตุอันใด ให้เอาธาตุของฤดูนั้นเป็นที่ตั้งแห่งธาตุกำเนิดของกุมารกุมารีนั้นๆ เช่น ตั้งครรภ์ในเดือน 5, 6, 7 เป็นลักษณะแห่งไฟ ตั้งครรภ์ในเดือน 8, 9, 10 เป็นลักษณะแห่งลม ตั้งครรภ์ในเดือน 11, 12, 1 เป็นลักษณะแห่งน้ำ ตั้งครรภ์ในเดือน 2, 3, 4 เป็นลักษณะแห่งดิน นั่นคือ ธาตุเจ้าเรือน นั่นเอง แต่คนส่วนใหญ่มักจำได้เพียงแต่วันเกิด คำว่าตั้งครรภ์ในเดือนใดหมายถึง การเริ่มมีครรภ์ หรือมีการปฏิสนธิ ดังนั้นจากข้อสังเกตของคนโบราณดังกล่าว ถ้านำอายุการตั้งครรภ์มาพิจารณาแล้วสามารถประมาณการได้ว่า ผู้ที่เกิดเดือน 5, 6, 7 จะมีธาตุลมเป็นเจ้าเรือน ผู้ที่เกิดเดือน 8, 9, 10 จะมีธาตุน้ำเป็นเจ้าเรือน ผู้ที่เกิดเดือน 11, 12, 1 จะมีธาตุดินเป็นเจ้าเรือน ผู้ที่เกิดเดือน 2, 3, 4 จะมีธาตุไฟเป็นเจ้าเรือน การแบ่งแบบนี้เป็นการแบ่งอย่างหยาบ คือ แบ่งบุคลิกหรือลักษณะจำเพาะของคนออกเป็น 4 แบบ แต่ละแบบจะมี จุดอ่อน หรือลักษณะของธาตุเสียสมดุลแตกต่างกันตามธาตุเจ้าเรือนนั้นๆ ลักษณะของ ธาตุเจ้าเรือน เป็นอย่างไร องค์ประกอบของธาตุที่รวมกันอยู่อย่างปกตินั้น จะมีธาตุอย่างใดอย่างหนึ่งเด่น หรือมากกว่าอย่างหนึ่ง เรียกว่า เจ้า เรือน ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปในแต่ละคน โดยแต่ละธาตุหลักทั้ง 4 จะมีลักษณะที่แสดงออกเป็นเจ้าเรือน ดังนี้ ธาตุดินเจ้าเรือน จะมีรูปร่างสูงใหญ่ ผิวค่อนข้างคล้ำ ผมดกดำ เสียงดังฟังชัด ข้อกระดูกแข็งแรง กระดูกใหญ่ น้ำหนักตัวมาก ล่ำสัน อวัยวะสมบูรณ์ ธาตุน้ำเจ้าเรือน จะมีรูปร่างสมบูรณ์ อวัยวะสมบูรณ์ สมส่วน ผิวพรรณสดใสเต่งตึง ตาหวาน น้ำในตามาก ท่าทางเดินมั่นคง ผมดกดำงาม กินช้า ทำอะไรชักช้า ทนหิว ทนร้อน ทนเย็นได้ดีเสียงโปร่ง มีลูกดกหรือมีความรู้สึกทางเพศดีแต่มักเฉื่อยและค่อนข้างเกียจคร้าน ธาตุไฟเจ้าเรือน มักขี้ร้อน ทนร้อนไม่ค่อยได้ หิวบ่อย กินเก่ง ผมหงอกเร็ว มักหัวล้าน หนังย่น ผม ขนหนวด ค่อนข้างนิ่ม ไม่ค่อยอดทน ใจร้อน ข้อกระดูกหลวม มีกลิ่นปาก กลิ่นตัวแรง ความต้องการทางเพศปานกลาง ธาตุลมเจ้าเรือน จะมีผิวหนังหยาบแห้ง รูปร่างโปร่ง ผอม ผมบาง ข้อกระดูกลั่นเมื่อเคลื่อนไหว ขี้อิจฉา ขี้ขลาด รักง่ายหน่ายเร็ว ทนหนาวไม่ค่อยได้ นอนไม่คอยหลับ ช่างพูด เสียงต่ำ ออกเสียงไม่ชัด มีลูกไม่ดก คือความรู้สึกทางเพศไม่ค่อยดี สถานที่ถิ่นที่อยู่อาศัยแยกตาม ธาตุเจ้าเรือน ที่อยู่อาศัย หรือสิ่งแวดล้อม เรียกว่า "ประเทศสมุฏฐาน" ย่อมมีผลต่อชีวิตความเป็นอยู่และสุขภาพ ได้แก่ ประเทศร้อน สถานที่ที่เป็นภูเขาสูง เนินผา มักเจ็บป่วยด้วยธาตุไฟ เช่น คนภาคเหนือ จะเจ็บป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับไข้ต่างๆ ประเทศเย็น สถานที่ที่เป็นน้ำฝน โคลนตม มีฝนตกชุก มักเจ็บป่วยด้วยธาตุลม เช่น คนภาคกลาง จะเจ็บป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับลมต่างๆ ประเทศอุ่น สถานที่ที่เป็นน้ำฝนกรวดทราย เป็นที่เก็บน้ำไม่อยู่ มักเจ็บป่วยด้วยธาตุน้ำ เช่น คนภาคอีสาน จะเจ็บป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับนิ่ว ประเทศหนาว สถานที่ที่เป็นน้ำเค็ม มีโคลนตมชื้นแฉะ ได้แก่ ชายทะเล มักเจ็บป่วยด้วยธาตุดิน เช่น ภาคใต้ จะเจ็บป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับฝี การวินิจฉัย ธาตุเจ้าเรือน นำอาการที่ได้จากการบอกเล่า และตรวจพบมาประมวล จะสามารถบอกถึงสภาวะสุขภาพของผู้ป่วย โดยยึด หลักเกณฑ์เกี่ยวกับตัวสุขภาพ หรือตัวควบคุมธาตุทั้งสี่ ได้แก่ ธาตุดิน มีสิ่งสำคัญในการควบคุมสุขภาพอยู่ 3 อย่าง คือ - หทัยวัตถุมีที่ตั้งที่หัวใจ ควบคุมความสมบูรณ์ของหัวใจ เช่น ลักษณะ ขนาด การทำงาน การเต้น ความสมบูรณ์ของกล้ามเนื้อหัวใจ บางตำรากล่าวว่าหทัยวัตถุเป็นที่ตั้งของจิต - อุทริยะ หมายถึง อาหารใหม่ คืออาหารที่รับประทานเข้าไปใหม่ๆ นั่นเอง การซักประวัติการกินอาหารก่อนป่วย มีความจำเป็นมาก เพราะอาหาร คือธาตุภายนอกที่เรานำเข้าไปบำรุง หรือปรับธาตุภายใน เรื่องอาหารจึงสำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเป็นแพทย์แผนใด โรคทางแผนโบราณจึงมีเรื่องเกี่ยวกับการกินที่เรียกว่า "กินผิด" คือกินไม่ถูกกับธาตุจะเจ็บป่วย กินไม่ถูกกับโรคทำให้อาการแย่ลง ดังนั้น การแพทย์แผนไทยใช้วิธีการกินสมุนไพร อาหารสมุนไพร มาแก้ไขการเสียสมดุลนี้เป็นการลองผิดลองถูกมายาวนาน จนสรุปเป็นหลักการและเหตุผล - กรีสัง หมายถึง อาหารเก่า คือ กากอาหารในลำไส้ใหญ่ที่จะออกมาเป็นอุจจาระนั่นเอง ลักษณะของอุจจาระเป็นตัวบ่งบอกสุขภาพ อุจจาระหยาบ ละเอียด ก้อนแข็งหรือเหลว กลิ่นอุจจาระเป็นเช่นไร เช่น กลิ่นเหมือนปลาเน่าธาตุน้ำเป็นเหตุกลิ่นเหมือนหญ้าเน่าธาตุไฟเป็นเหตุ กลิ่นเหมือนข้าวบูดธาตุลมเป็นเหตุกลิ่นเหมือนศพเน่าธาตุดินเป็นเหตุ เป็นต้น โบราณว่าไว้สุขภาพจะดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับกรีสะ (อุจจาระหรืออาหารเก่า) เป็นตัวควบคุม ธาตุน้ำ มีสิ่งสำคัญในการควบคุมสุขภาพอยู่ 3 อย่าง คือ - ศอเสมหะ ควบคุมน้ำบริเวณคอขึ้นไปเกี่ยวกับเสมหะ น้ำมูกมีหรือไม่อย่างไร มีมากเวลาใด อาจหมายถึงการทำงานของต่อมต่างๆ ที่ผลิตน้ำเมือก น้ำมูกบริเวณดังกล่าว - อุระเสมหะ ควบคุมน้ำบริเวณอกเหนือกลาง ตัวจากคอมาถึงบริเวณลิ้นปี่ เหนือสะดือ การซักถามจะต้องถามถึงการไอ เสมหะเป็นอย่างไร การหอบ การอาเจียน น้ำที่ออกมาเป็นอย่างไร การปวดท้องเกี่ยวกับน้ำย่อยในกระเพาะ อาจจะหมายถึงการทำงานของต่อมน้ำมูก เมือกในปอด หลอดลม น้ำในกระเพาะอาหาร น้ำดี น้ำย่อยในลำไส้เล็ก - คูถเสมหะ ควบคุมน้ำช่วงล่างจากสะดือลงไป อาจเป็นน้ำมูกเมือก น้ำในลำไส้น้ำในอุจจาระ น้ำปัสสาวะ น้ำในมดลูก ช่องคลอด (ถ้าเป็นหญิง) และน้ำอสุจิ (ถ้าเป็นชาย) จึงต้องซักประวัติเกี่ยวกับอาการที่เกี่ยวข้อง เช่น การถ่ายปัสสาวะ อุจจาระ ลักษณะเหลว หรือแข็ง มีน้ำมากน้อยเพียงใด ผิดปกติอย่างไร ธาตุลม มีสิ่งสำคัญในการควบคุมสุขภาพอยู่ 3 อย่าง คือ - หทัยวาตะ ลมที่ควบคุมอารมณ์ จิตใจ การเต้นของหัวใจ ความหวั่นไหว ความกังวล - สัตถกะวาตะ ลมที่คมเหมือนอาวุธ หมายถึง เมื่อเกิดอาการจะมีอาการฉับพลัน เจ็บปวดลึกๆ เหมือนดังอาวุธเสียบแทง จากลักษณะดังกล่าวอาการคล้ายกับภาวะขาดเลือด เช่น กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรืออวัยวะใดๆ ขาดเลือดจะมีอาการเจ็บปวดรุนแรง - สุมนาวาตะ ลมที่ควบคุมพลังที่อยู่เส้นกลางลำตัวตามแนวดิ่ง ในตำราการนวดไทยเส้นสุมนาถูกจัดเป็นเส้นสำคัญในเส้นสิบ เส้นนี้จะวิ่งกลางลำตัวจรดปลายลิ้น จึงน่าจะเป็นตัวควบคุมระบบประสาท การไหลเวียนโลหิตสมอง ไขสันหลัง ระบบอัตโนมัติต่างๆ การซักถามอาการควรถามเกี่ยวกับการทำงานของแขนขา การปวดเจ็บหลัง การชัก การกระตุก ตำราโบราณกล่าวว่าอาการลิ้นกระด้างคางแข็งเกิดจากสุมนา แสดงว่าน่าจะเกี่ยวกับสมอง ประสาท ธาตุไฟ มีสิ่งสำคัญในการควบคุมสุขภาพอยู่ 3 อย่าง คือ - พัทธปิตตะ คือดีในฝัก บางท่านอาจสับสนว่าน้ำดีคือธาตุน้ำ เหตุใดจึงจัดเป็นไฟ ผู้เขียนเข้าใจว่าพัทธปิตตะในที่นี้ คือการควบคุมการทำงานของน้ำดีและการย่อยสลายจากการทำงานของน้ำดี ส่วนน้ำดีจัดเป็นธาตุน้ำ อาการบ่งบอกการทำงานที่ผิดปกติไป จึงน่าจะหมายถึงการปวดท้อง น้ำดีอุดตัน ภาวะการผลิตน้ำดีของตับผิดปกติ ตับอักเสบเกิดอาการตัวเหลือง ตาเหลือง เกิดน้ำดีอักเสบเป็นนิ่ว เป็นต้น เป็นเรื่องที่ควบคุมการทำงานของธาตุน้ำเป็นอาการบ่งบอกถึงการทำงานที่ผิดปกติไป จึงน่าจะหมายถึงการปวดท้อง น้ำดีอุดตัน เป็นเรื่องที่ควบคุมการทำงานของน้ำดีในตับ และถุงน้ำดีที่เรียกว่าในฝักนั่นเอง - อพัทธะปิตตะ ดีนอกฝัก หมายถึง การทำงานของน้ำดีในลำไส้ การย่อยอาหาร อาการคือจุกเสียด อืดเฟ้อ อาหารไม่ย่อย ดีนอกฝักพิการ จะทำให้เหลืองทั้งตัว ดีในฝักพิการจะมีอาการคุ้มคลั่งเหมือนผีเข้า ถ่ายเป็นสีเขียว - กำเดา องค์แห่งความร้อน เป็นตัวควบคุมความร้อนในร่างกาย น่าจะหมายถึงศูนย์ควบคุมอุณหภูมิของร่างกายนั่นเอง การตรวจสามารถดูที่อาการไข้ว่าตัวร้อนจัดหรือไม่เพียงใด อาหารประจำ ธาตุเจ้าเรือน ธาตุดิน ควรรับประทานอาหารรสฝาด หวาน มัน เค็ม ได้แก่ มังคุด ฝรั่งดิบ ฟักทอง เผือก ถั่วต่างๆ เงาะ น้ำนม น้ำอ้อย เกลือ ฯลฯ ธาตุน้ำ ควรรับประทานอาหารรสเปรี้ยว รสขม ได้แก่ มะกรูด มะนาว ส้ม สับปะรด มะเขือเทศ มะระ สะเดา ฯลฯ ธาตุลม ควรรับประทานอาหารรสเผ็ดร้อน ได้แก่ ขิง ข่า ตะไคร้ กระชาย พริกไทย โหระพา กะเพรา ฯลฯ ธาตุไฟ ควรรับประทานอาหารรสขม เย็น จืด ได้แก่ ผักบุ้ง ตำลึง แตงโม บัวบก ขี้เหล็ก ฯลฯ ขอบคุณที่มาจาก : กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ขอบคุณภาพจาก : looseweightwith100dietfoods.blogspot.com

ผลไม้ สื่อถึงตัวตนของผู้รับประทาน
คำทำนาย /  คำทำนายจากผลไม้ / 

ผลไม้ ไม่ได้แค่มีประโยชน์ต่อร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่มันยังสามารถนำมาทำนายนิสัยใจคอของผู้ที่ชอบรับประทานมันได้อีกด้วย หากคุณไม่เชื่อก็ลองมาดูข้อมูลที่ Horoscope.Mthai.com นำมาบอกกันในวันนี้ครับ ผลไม้ สื่อถึงตัวตน แอปเปิ้ล คุณเป็นคนอดทน สู้งาน และมีความรับผิดชอบสูง เมื่อไรก็ตามคุณได้รับมอบหมายงานชิ้นหนึ่งชิ้นใด คุณมักจะทำอย่างสุดความสามารถ ไม่ว่าจะยากลำบากมากแค่ไหน แต่สำหรับเรื่องความรักแล้วกลับตรงกันข้าม คุณเป็นคนที่รักง่าย หน่ายเร็ว ไม่ค่อยอดทนในเรื่องรัก องุ่น ไม่บ่อยนักที่คุณจะเปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงของคุณ แก่คนที่คุณเพิ่งรู้จักครั้งแรก ดังนั้นคุณจะดูไม่น่าสนใจนัก สำหรับคนที่ไม่รู้จักคุณดี แต่ถ้าเป็นเพื่อน ๆ ในกลุ่มของคุณล่ะก็ คุณนับเป็นดาวเด่นเลยล่ะ กล้วย คุณเป็นคนขี้ใจน้อย ขี้งอน แต่ไม่ค่อยแสดงออก ภายนอกดูจะเป็นคนเงียบขรึม เข้มแข็ง แต่ภายในแล้วคุณอารมณ์คุณช่างอ่อนไวเหลือเกิน จะเรียกแข็งนอกอ่อนในก็ว่าได้ แตงโม คุณมีความตื่นตัวกระฉับกระเฉงตลอดเวลา ไม่ปล่อยเวลาให้เสียไปอย่างไร้ค่า คุณมักจะมองโลกในแง่ดี และไม่ค่อยกังวลเกี่ยวกับ ปัญหาต่าง ๆ ที่ถาโถมเข้ามา เนื่องจากคุณมั่นใจว่าปัญหาทุกปัญหาย่อมมีทางแก้ เมื่อถึงเวลาที่ควร ชมพู่ คุณเป็นคนที่มีน้ำอดน้ำทนสูง ไม่ชอบขัดใจคนอื่น รักเพื่อนมากกว่าตัวเอง และค่อนข้างที่จะมองโลกในแง่ร้าย ส้ม คุณเป็นคนที่เข้ากับคนได้ง่าย ร่าเริงสนุกสนาน ใครชวนไปไหนก็ไป เชื่อคนง่าย รู้เรื่องคนอื่นไปซะหมด แต่เรื่องตัวเองไม่ค่อยรู้ มังคุด คุณเป็นคนช่างฝัน อารมณ์อ่อนไหว โรแมนติก ตกหลุมรักได้บ่อย ๆ ไม่มีเบื่อ เห็นใครถูกใจก็เก็บเอาไปฝัน แต่ไม่นานก็ลืม พอเจอคนใหม่ก็เป็นอีก เพลงเป็นอย่างนี้ตั้งแต่เกิดเลย ของนูโว ดูจะเหมาะกับคุณนัก มะม่วง คุณเป็นคนชอบความท้าทาย มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ชอบทดลองสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ กับเรื่องความรักก็ไม่เว้น คุณชอบหารักใหม่ ๆ เสมอ หรือเรียกอีกอย่างว่าเจ้าชู้นั่นเอง สตรอเบอรี่ คุณรักความสบาย ชอบอยู่อย่างหรูหราฟู่ฟ่า ทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวต้องสวย เฉียบ เนียบ เสมอ จัดว่าคุณมีรสนิยมในการแต่งกายไม่ใช่เล่น คุณเป็นคนมองโลกในแง่ดี ชอบเข้าสังคม คุยสนุก และมีอารมณ์ขัน ทำให้เพื่อนในวงสนทนาหัวเราะได้ตลอดเวลา สับปะรด คุณเป็นคนที่ช่างเอาอกเอาใจคน คอยเป็นห่วงเป็นใยเพื่อนของคุณตลอดเวลา หากใครมีเรื่องทุกข์ร้อนขอให้บอก คุณยินดีช่วยเสมอ ลูกแพร คุณเป็นคนสุภาพ อ่อนโยน ใจดี และมักจะมองคนที่อยู่รอบข้างคุณในแง่ดีเสมอ ไม่เคยคิดร้ายกับใคร จึงทำให้เป็นที่เคารพ รักใคร่ของผู้คนที่ได้รู้จัก เงาะ คุณเป็นคนขี้เล่น อยู่ไม่ค่อยเป็นสุข ชอบแหย่คนโน้นคนนี้ที หากอยู่ในวงสนทนา คุณก็มักจะเป็นตัวโจ๊กประจำวง คอยปล่อยมุขเด็ด ๆ ให้ได้เฮกัน ทุเรียน คุณเป็นคนที่มี 2 บุคลิกในตัวเอง อยู่นอกบ้านใคร ๆ ก็มักจะกลัวคุณ แต่เมื่อกลับถึงบ้าน คุณจะกลายเป็นคุณหนูในทันที คุณเป็นคนใจกว้าง เอื้อเฟื้อ ใครมีปัญหามักจะมาขอให้คุณช่วยเสมอ และมักจะเป็นผู้นำในการทำกิจกรรมของกลุ่มเพื่อน มะพร้าว คุณออกจะเป็นคนเจ้าสำอาง ไม่ชอบการใช้กำลัง และการทำงานหนัก ไม่ชอบทำงานกลางแจ้ง คุณเหมาะกับงานในออฟฟิศมากกว่า ข้อดีของคุณคือ คุณเป็นคนใจเย็น ประณีต งานที่ใช้ฝีมือน่ะต้องยกให้คุณเลย ฝรั่ง คุณเป็นคนที่ค่อนข้างสมบุกสมบัน ลุยไหนลุยกัน ชอบท่องเที่ยวสูดกลิ่นไอธรรมชาติ เป็นคนรักเดียวใจเดียว มั่นคง แต่มักจะโดนหักอกอยู่บ่อย ๆ ขอบคุณข้อมูลจาก Forward Mail

สมุนไพรแก้ ท้องเดิน ท้องร่วง
กระชาย /  ท้องร่วง / 

 " มะเดื่อไทย " หมายเหตุ :  มะเดื่อไทย  Ficus spp. ในที่นี้ขอใช้มะเดื่ออุทุมพรเป็นข้อมูล ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ficus racemosa  L. วงศ์ :   Moraceae ชื่ออื่น :  เดื่อเกลี้ยง (ภาคเหนือ มะเดื่อเกลี้ยง มะเดื่อ มะเดื่อชุมพร กูแซ เดื่อน้ำ (ภาคใต้) มะเดื่อน้ำ เดื่อเลี้ยง มะเดื่อหอม หมากเดื่อ (ภาคอีสาน) มะเดื่อดง ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ต้นขนาดกลางสูงประมาณ 10–20 เมตร ลำต้นเกลี้ยงสีน้ำตาลหรือน้ำตาลปนเทา กิ่งอ่อนสีเขียว หรือสีเขียวในน้ำตาล กิ่งแก่มีสีน้ำตาลเกลี้ยง หรือมีขนปกคลุม ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกแบบสลับ ใบบาง รูปไข่หรือรูปหอก ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม ฐานใบมนหรือกลม ผิวใบเกลี้ยง หรือมีขน ไม่หลุดร่วงง่าย ดอก ออกเป็นช่อ ช่อดอก มีก้านเกิดเป็นกลุ่มบนกิ่งสั้นๆ ที่แตกออกจากลำต้น และกิ่งขนาดใหญ่ ผล รูปกลมแป้นหรือรูปไข่ มีขน ออกเป็นกระจุกตามกิ่งและลำต้น เมื่อฉีกออกจะพบเกสรเล็กๆ อยู่ภายในผล ผลสุกมีสีแดง ส่วนที่ใช้ :  ผลอ่อน เปลือกต้น ราก สรรพคุณ ผลอ่อน - รับประทานเป็นอาหาร เปลือกต้น  - มีรสฝาด - รับประทานแก้ ท้องเดิน ท้องร่วง - ชะล้างบาดแผล เป็นยาสมานดี ราก   - เป็นยาแก้ไข้ กระทุ้งพิษไข้ แก้ไข้หัว ไข้กาฬ ไข้พิษทุกชนิด - กล่อมเสมหะ และโลหิต  " กระชาย " ชื่อวิทยาศาสตร์ :    Boesenbergia rotunda (L.) Mansf. ชื่อสามัญ :   Kaempfer วงศ์ :    Zingiberaceae ชื่ออื่น :  กระชายดำ กะแอน ขิงทราย (มหาสารคาม) จี๊ปู ซีฟู เปาซอเร๊าะ เป๊าสี่ระแอน (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ละแอน (ภาคเหนือ)  ว่านพระอาทิตย์ (กรุงเทพฯ) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :  ไม้ล้มลุก มีเหง้าสั้น แตกหน่อได้ รากอวบ รูปทรงกระบอกหรือรูปไข่ค่อนข้างยาว ปลายเรียว กว้าง 1-2 ซม. ยาว 4-10 ซม. ออกเป็นกระจุก ผิวสีน้ำตาลอ่อน เนื้อในสีเหลือง มีกลิ่นเฉพาะตัว ส่วนที่อยู่เหนือดินเป็นใบ มี 2-7 ใบ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรี กว้าง 5-12 ซม. ยาว 12-50 ซม. ปลายเรียวแหลม โคนมนหรือแหลม ขอบเรียบ เส้นกลางใบ ก้านใบ และกาบใบด้านบนเป็นร่อง ด้านล่างนูนเป็นสัน ก้านใบเรียบ ยาว 7-25 ซม. กาบใบสีชมพู ยาว 7-25 ซม. ระหว่างก้านใบและกาบใบมีลิ้นใบ ช่อดอกแบบช่อเชิงลด ออกที่ยอดระหว่างกาบใบคู่ในสุด ยาวประมาณ 5 ซม. แต่ละดอกมีใบประดับ 2 ใบ สีขาวหรือขาวอมชมพูอ่อน รูปใบหอก กว้างประมาณ 8 มม. ยาว 3.5-4.5 ซม. กลีบเลี้ยงสีขาวหรือขาวอมชมพูอ่อน โคนติดกันเป็นหลอด ยาวประมาณ 1.7 ซม. ปลายแยกเป็น 3 แฉก กลีบดอกสีขาวหรือขาวอมชมพูอ่อน โคนติดกันเป็นหลอด ยาวประมาณ 6 ซม. ปลายแยกเป็น 3 กลีบ รูปใบหอก ขนาดไม่เท่ากัน กลีบใหญ่ 1 กลีบ กว้างประมาณ 7 มม. ยาวประมาณ 1.8 ซม. อีก 2 กลีบ ขนาดเท่ากัน กว้างประมาณ 5 มม. ยาวประมาณ 1.5 ซม. เกสรเพศผู้ 6 อัน แต่ 5 อัน เปลี่ยนไปมีลักษณะเหมือนกลีบดอก โดย 2 กลีบบนสีชมพู รูปไข่กลับ ขนาดเท่ากัน กว้างประมาณ 1.2 ซม. ยาวประมาณ 1.7 ซม. อีก 3 กลีบล่างสีชมพูติดกันเป็นกระพุ้ง กว้างประมาณ 2 ซม. ยาวประมาณ 2.7 ซม. ปลายแผ่กว้างประมาณ 2.5 ซม. มีสีชมพูหรือม่วงแดงเป็นเส้นๆ อยู่เกือบทั้งกลีบโดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงกระเปาะและปลายกลีบ มีเกสรเพศผู้ที่สมบูรณ์ 1 อัน ก้านชูอับเรณูหุ้มก้านเกสรเพศเมีย ผลแก่แตกเป็น 3 เสี่ยง เมล็ดค่อนข้างใหญ่ สรรพคุณ เหง้าใต้ดิน - มีรสเผ็ดร้อนขม แก้ปวดท้อง มวนในท้อง ท้องอืดท้องเฟ้อ บำรุงกำลัง บำรุงกำหนัด แก้กามตายด้าน เป็นยารักษาริดสีดวงทวาร เหง้าและราก - แก้บิดมูกเลือด เป็นยาขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการ ใช้เป็นยาภายนอกรักษาขี้กลาก ใบ - บำรุงธาตุ แก้โรคในปาก คอ แก้โลหิตเป็นพิษ ถอนพิษต่างๆ วิธีใช้และปริมาณที่ใช้ แก้ ท้องเดิน ท้องร่วง ใช้เหง้าสด 1-2 เหง้า ตำหรือฝนเหง้าที่ปิ้งไฟแล้วกับน้ำปูนใส หรือคั้นให้ข้นๆ รับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนแกง แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด ปวดมวนในท้อง ใช้เหง้าและราก ประมาณครึ่งกำมือ (สดหนัก 5-10 กรัม, แห้ง 3-5 กรัม) ต้มเอาน้ำดื่ม หรือใช้ปรุงเป็นอาหารรับประทาน แก้บิด ใช้เหง้าสด 2 เหง้า บดให้ละเอียด เติมน้ำปูนใส คั้นเอาแต่น้ำดื่ม เป็นยาบำรุงหัวใจ ใช้เหง้าและรากกระชายปอกเปลือก ล้างน้ำให้สะอาด หั่นตากแห้ง บดเป็นผง ใช้ผงแห้ง 1 ช้อนชา ชงน้ำร้อน ½ ถ้วยชา รับประทานครั้งเดียว ยารักษาริดสีดวงทวาร ใช้เหง้าสด 60 กรัม ประมาณ 6-8 เหง้า ผสมกับเนื้อมะขามเปียก 60 กรัม เกลือแกง 3 ช้อนแกง ตำแล้วต้มกับน้ำ 6 แก้ว เคี่ยวให้เหลือ 2 แก้ว รับประทานครั้งละ ½ แก้ว ก่อนนอน รับประทานติดต่อกัน 1 เดือน ริดสีดวงทวารควรจะหาย สารเคมี ทั้งส่วนรากและส่วนต้น ประกอบด้วยสาร alpinetin, pinocembrin, cardamonin,boesenbergin A, pinostrobin และน้ำมันหอมระเหย และในส่วนรากยังพบ chavicinic acid อีกด้วย  " ฝรั่ง " ชื่อวิทยาศาสตร์ :    Psidium guajava  L. ชื่อสามัญ :  Guava วงศ์ :    MYRTACEAE ชื่ออื่น :  สุราษฎร์ธานี จุ่มโป่, ปัตตานี ชมพู่, เชียงใหม่ มะก้วย, เหนือ มะก้วยกา มะมั่น, แม่ฮ่องสอน มะกา, ตาก มะจีน, ใต้ ยามู ย่าหมู, นครพนม สีดา, จีนแต้จิ๋ว ปั๊กเกี้ย ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ต้น ขนาดกลาง สูง 3-5 เมตร ผิวเปลือกต้นเรียบเกลี้ยง กิ่งอ่อนเป็นสี่เหลี่ยม ใบ หนา หยาบ ใต้ท้องใบเป็นริ้ว เห็นเส้นใบชัดเจน ขนขึ้นนวลบาง ใบยาวประมาณ 10 ซม. กว้างประมาณ 6 ซม. ดอกช่อ ช่อหนึ่งมีดอกย่อย 3 - 5 ดอก ดอกเล็ก สีขาวอมเขียวอ่อน กลีบเลี้ยงแข็ง ผล รูปทรงกลม รูปไข่ หรือรูปรี ผิว เกลี้ยง สีเขียว เนื้อในขาว รสหวาน กรอบ ผลสุกสีเหลือง- เขียว มีเมล็ดเล็กๆ แข็งอยู่ภายใน ส่วนที่ใช้ : ใบเพสลาด ผลอ่อนสด ผลสุก เปลือกต้นสดๆ ราก สรรพคุณ ฝรั่งมีสารแทนนินอยู่มาก สารนี้มีฤทธิ์ฝาดสมานน้ำมันหอมระเหยในใบฝรั่ง    สารแทนนินในฝรั่งยังยับยั้งการลุกลามของเชื้อโรค ช่วยสมานท้องและลำไส้ โดยช่วยลดอาการอักเสบของกระเพาะลำไส้ และช่วยลดอาการคลื่นไส้อาเจียน และยังช่วยอาการเกร็งตัวของลำไส้ ทำให้อาการปวดท้องบรรเทาลงได้ แก้ปวดเบ่ง ใบ  -   แก้ท้องเสีย ท้องร่วง ท้องเดิน (ที่ไม่ใช่บิด หรืออหิวาตกโรค)  เป็นยาห้ามเลือด ใส่แผลสด ใช้ใบ 2-3 ใบเคี้ยวๆ ระงับกลิ่นปาก แก้ฝี เป็นยาล้างแผล ดูดหนองและถอนพิษบาดแผล แก้เหงือกบวม แก้พิษเรื้อรัง แก้ปวดเนื่องจากเล็บขบ แก้แพ้ยุง ผลอ่อน - แก้ท้องเสีย ท้องร่วง ท้องเดิน ระงับกลิ่นปาก แก้บิดมูกเลือด มีไวตามินซีมาก เป็นกันหรือแก้โรคเลือดออกตามไรฟัน (ลักปิดลักเปิด) บำรุงเหงือกและฟัน บำรุงผิวพรรณ ผลสุก - มีสารเพ็กตินอยู่มาก ใช้รับประทานเป็นยาระบายได้ ราก - แก้น้ำเหลืองเสีย เป็นฝี แผลพุพอง แก้เลือดกำเดาไหล วิธีและปริมาณที่ใช้ ใช้ฝรั่งแก้ท้องเสีย ท้องร่วง ท้องเดิน วิธีที่ 1 รับประทานสด - ใช้ส่วนที่เป็นยอดอ่อนๆ 7 ยอด หรือใบเพสลาด 6-8 ใบ ค่อยๆ เคี้ยวให้ละเอียดทีละน้อย ค่อยๆ กลืน แล้วดื่มน้ำตาม ถ้าเคี้ยวทีละมากๆ จะรู้สึกฝาดขม ถ้าเคี้ยวกับเกลือเล็กน้อย จะช่วยให้รับประทานง่ายขึ้น วิธีนี้ได้ผลมาก เพราะรับประทานทั้งน้ำและเนื้อของใบฝรั่งจนหมด ได้ตัวยาครบถ้วน - อาจรับประทานผลดิบ ครั้งละ 1-2 ผล โดยเคี้ยวก่อนค่อยกลืนก็ได้ วิธีที่ 2 ต้มดื่ม - ใช้ใบเพสลาด 5-10 ใบ หรือเปลือกต้นสดๆ 1 ฝ่ามือ ใส่น้ำ 2 ถ้วยแก้ว ต้มเดือดนาน 5-30 นาที เคี่ยวให้เหลือ 1 ถ้วยแก้ว รับประทานครั้งละ รับประทานครั้งละ ½ - 1 แก้ว วันละ 2 ครั้งรับประทานตามอาการหนักเบา เวลาดื่มเติมเกลือเล็กน้อยทำให้ดื่มง่ายขึ้น วิธีที่ 3 ชงน้ำร้อนดื่ม - เอายอดฝรั่ง  7 ยอด หรือใบฝรั่ง 6-10 ใบ ชงกับน้ำเดือด 2 แก้ว ปิดฝาไว้ 15-20 นาที ดื่มครั้งละ 1 แก้ว ดื่มบ่อย ๆ วิธีที่ 4 ต้มคั้นเอาน้ำ - เอาใบฝรั่ง  6-10 ใบ ตำให้ละเอียด ผสมน้ำสุก 3-5 ช้อนแกง ต้มให้เข้ากัน กรองด้วยผ้าขาว เอาน้ำผสมเกลือเล็กน้อยดื่มจนหมด วิธีที่ 5 บดผงรับประทาน - ใช้ผลฝรั่งที่เกือบแก่ หั่นเป็นแว่นบาง ๆ ตากแห้งบดเป็นผง รับประทานครั้งละ ½-1ช้อนชา โดยผสมน้ำ วิธีนี้รสชาติดีเด็กดื่มได้ง่าย ใช้เป็นยาห้ามเลือด   -  ใช้ใบสดล้างน้ำให้สะอาด ตำให้ละเอียดพอกแผลที่มีเลือดออก เลือดจะหยุด ช่วยระงับกลิ่นปาก -  ใช้ใบสด 3-5 ใบ เคี้ยวและคายกากออกทิ้ง เป็นยากันหรือแก้โรคลักปิดลักเปิด ฝรั่งมีไวตามินซีมาก -  ใช้ผลโตเต็มที่แต่ไม่สุก รับประทานเป็นผลไม้ จะเป็นผลไม้ที่ช่วยบำรุงเหงือกและฟัน ช่วยลดน้ำตาลในเลือด รักษาท้องลำไส้ไม่ให้ผูก ช่วยบำรุงผิวพรรณ คนที่ชอบเป็นฝีเป็นแผลพุพอง ถ้ารับประทานฝรั่งบ่อย ๆ ก็ช่วยบรรเทาลงไปได้     หมายเหตุ        ฝรั่งที่ควรปลูก ควรเป็นฝรั่งขี้นก เพราะมีโรคน้อย มีเพลี้ยแป้งน้อย ดูแลรักษาง่าย ที่สำคัญมีสรรพคุณทางยาที่ดีที่สุด มีไวตามินซีสูงกว่าฝรั่งพันธุ์อื่น ๆ     สารเคมี ใบ  มีน้ำมันหอมระเหย  ซึ่งประกอบด้วย Caryophyllene cineol, นอกจากนี้ยังมี Tannin, sesquiter penoids และ triterpenoid compounds. ผล  มี fixed oil 6%  Volatile oil 0.365%  tannin 8-15%  beta-sitosterol, quercetin, Vitamin C (330 mg.%), Arabinose, " มังคุด " ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Garcinia mangostana  L. ชื่อสามัญ :   Mangosteen วงศ์ :   Guttiferae ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ต้น สูง 10 - 12 เมตร ทุกส่วนมียางสีเหลือง ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปไข่ หรือรูปวงรีแกมขอบขนาน กว้าง 6 - 11 ซม. ยาว 15 - 25 ซม. เนื้อใบหนา และค่อนข้างเหนียว คล้ายหนัง หลังใบสีเขียวเข้ม เป็นมัน ท้องใบสีอ่อน ดอกเดี่ยวหรือเป็นคู่ ออกที่ซอกใบ ใกล้ปลายกิ่ง สมบูรณ์เพศ หรือแยกเพศ กลีบเลี้ยงสีเขียวอมเหลือง กลีบดอกสีแดง ฉ่ำน้ำ ผลเป็นผลสด ค่อนข้างกลม ส่วนที่ใช้ :  เปลือกผลแห้ง สรรพคุณ รักษาโรคท้องเสียเรื้อรัง และโรคลำไส้ ยาแก้ท้องร่วง ท้องเดิน ยาแก้บิด (ปวดเบ่งและมีมูก และอาจมีเลือดด้วย) เป็นยาคุมธาตุ เป็นยารักษาน้ำกัดเท้า รักษาบาดแผล รสฝาด สมานแผล ใช้ชะล้างบาดแผล แก้แผลเปื่อย แผลเป็นหนอง ยาฟอกแผลกลาย ทาแผลพุพอง วิธีและปริมาณที่ใช้ รักษาโรคท้องเสียเรื้อรัง และโรคลำไส้ ใช้เปลือกมังคุดครึ่งผล (ประมาณ 4-5 กรัม) ต้มกับน้ำ ความแรง 1 ใน 10 รับประทานครั้งละ 1 ถ้วยแก้ว ถ้าเป็นยาดองเหล้า ความแรง 1 ใน 10 รับประทานครั้งละ 1 ช้อนชา ยาแก้อาการท้องเดิน ท้องร่วง ใช้เปลือกผลมังคุดตากแห้งต้มกับน้ำปูนใส หรือฝนกับน้ำรับประทาน ใช้เปลือกต้มน้ำให้เด็กรับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนชา ทุก 4 ชั่วโมง ผู้ใหญ่ครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ ทุก 4 ชั่วโมง ยาแก้บิด (ปวดเบ่งและมีมูกและอาจมีเลือดด้วย) ใช้เปลือกผลแห้งประมาณ ½ ผล (4 กรัม) ย่างไฟให้เกรียม ฝนกับน้ำปูนใสประมาณครึ่งแก้ว หรือบดเป็นผง ละลายน้ำสุก รับประทานทุก 2 ชั่วโมง เป็นยารักษาแผลน้ำกัดเท้า และแผลพุพอง แผลเน่าเปื่อย เปลือกผลสด หรือแห้ง ฝนกับน้ำปูนใสให้ข้น ๆ พอควร ทาแผลน้ำกัดเท้า วันละ 2-3 ครั้ง  จนกว่าจะหาย ทาแผลพุพอง แผลเปื่อยเน่า ข้อควรระวัง ก่อนที่จะใช้ยาทาที่บริเวณน้ำกัดเท้า ควรที่จะ ล้างเท้าฟอกสบู่ให้สะอาด เช็ดให้แห้ง ถ้ามีแอลกอฮอล์เช็ดแผล ควรเช็ดก่อนจึงทายา คุณค่าด้านอาหาร มังคุดประกอบด้วย แร่ธาตุ และวิตามินหลายชนิดที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกาย สารเคมี Chrysanthemin, Xanthone, Garcinone A, Garcinone B, Gartanin, Mangostin, Kolanone ขอบคุณที่มาจาก : โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขอบคุณภาพจาก : อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล / ไทยเกษตรศาสตร์

ตลาดวังหลัง อิ่มจัง ช็อปเพลิน เดินสนุก
กรุงเทพ /  ตลาดวังหลัง / 

“ต้นแบบ” ของตลาดสำหรับคนรุ่นใหม่ แหล่งรวมความอิ่มอร่อย เสียงเซ็งแซ่และความขวักไขว่วุ่นวาย เป็นสิ่งที่อยู่คู่ตลาดทุกแห่งทั่วโลก แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ตลาดแต่ละแห่งนั้นล้วนมีที่มา และเอกลักษณ์ของตัวเองที่ต่างกันไป หลายคนคงเถียงอยู่ในใจ ตลาดที่ไหนๆ ก็เหมือนๆ กันหมด ของสด ของแห้ง อาหารหวานคาว หรือถ้าเป็นสมัยนี้จะเพิ่มเสื้อผ้าของใช้เข้าไปด้วยก็ได้ แต่ตลาดแห่งหนึ่งที่ถือว่าเป็น “ต้นแบบ” ของตลาดสำหรับคนรุ่นใหม่ ที่นิยมของดีราคาย่อมเยา และมีของแปลกใหม่ให้เลือกซื้อเลือกชมตลอดสองข้างทาง แถมยังเป็นแหล่งรวมความอิ่มอร่อยมาช้านาน ถ้าให้เลือกขึ้นมาชื่อหนึ่งแล้ว เชื่อว่า “ตลาดวังหลัง” ต้องติดผังตลาดยอดนิยมที่ครองใจคนกทม.อย่างไม่ต้องสงสัย ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาระหว่างท่าน้ำศิริราช และถ.อรุณอัมรินทร์ ยังมีตรอกเล็กๆ ที่คึกคักไปด้วยผู้คนมาจับจ่าย บ้างก็เล่นเดินทอดน่องหาของกินรองท้อง บ้างก็จับจองเป็นพื้นที่ค้าขาย อวดฝีมือของตัวเองที่ไม่เหมือนใคร รวมๆ กันไปเป็นลมหายใจของตลาดคนเดินแห่งนี้ สำหรับที่มาของชื่อเรียกติดปากว่า “วังหลัง” นั้น ดั้งเดิมแล้วบริเวณที่ตั้งส่วนหนึ่งของตลาดในปัจจุบัน คือ พระราชวังของสมเด็จ เจ้าฟ้ากรมพระอนุรักษ์เทเวศร์กรมพระราชวังบวรสถานภิมุข ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ถัดจากวังหลังลงไปทางวัดระฆังฯ เป็นตำบลสวนมังคุด ซึ่งมีวังที่ประทับเดิมของสมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากรมพระยาเทพสุดาวดี และยังมีร่องรอยแนวกำแพงอิฐเก่าแก่อายุกว่าร้อยปีให้เห็นอยู่ ในปัจจุบัน วังหลัง เป็นที่ตั้งของโรงพยาบาลศิริราช แต่ก่อนเคยเป็นโรงเรียนสตรีแห่งแรกของประเทศ ชื่อว่า “โรงเรียนกุลสตรีวังหลัง” ต่อมาย้ายไปอยู่ที่ซอยวัฒนา ถนนสุขุมวิท คือ โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัยในปัจจุบัน ต่อมาสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงสงขลานครินทร์ ทรงจัดตั้งเป็นโรงพยาบาลศิริราชขึ้นแทน ตลาดวังหลัง เป็นย่านเก่าลักษณะเป็นซอยยาวมีตรอกแยกออกไป ปัจจุบันตลาดนี้เป็นที่รู้จักดีของคนวัยทำงาน นักศึกษา นักเรียน เพราะมีทั้งของอร่อย และสินค้าทันสมัย กับสินค้ามือสองให้เลือกซื้อมากมาย เสน่ห์ของ ตลาดวังหลัง อยู่ที่สินค้าราคาน่าคบ หากเป็นวัยรุ่นจะคุ้นเคยกับการเดินเลือกซื้อเสื้อผ้ามือสองราคาถูกที่หลายๆ ร้านก็มักจะรับมาจากตลาดโรงเกลือ เพื่อนำมาขายในราคาที่แทบจะแจกฟรี สาวๆ วัยเรียนตลอดจนวัยทำงานที่นิยมแต่งตัวแนวๆ มีสไตล์ไม่ซ้ำใคร จึงสนุกสนานกับการจับกลุ่มขยุ้มกองเสื้อผ้าหาของดีไปแมทช์กับการแต่งตัว หรือใครอยากจะอัพเดทแฟชั่น คอลเลคชั่นใหม่ๆ เก๋ๆ เขาก็มีให้เลือกให้ลองแบบไม่ต้องเกรงใจ แต่เอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของ ตลาดวังหลัง ที่ดูจะเข้าถึงทุกระดับทุกเพศทุกวัย ก็คือ สารพันอาหารหวานคาวชวนให้อิ่มอร่อย ใครที่หวังจะฝากท้องไว้ที่ตลาดแห่งนี้ทุกคนจะรู้ดีว่าอาจได้เจอร้านโดนๆ ที่พร้อมจะฝากท้องกันต่อไปในอนาคตได้อีกอย่างน้อยๆ ก็คนละร้าน ร้านอร่อยต้นตำรับวังหลังหากจะให้นึกว่ามีอะไรบ้าง ร้านขนมอบเก่าแก่อย่าง “วังหลังเบเกอรี่” น่าจะเป็นลำดับแรกๆ ที่หลายคนนึกถึง เพราะเจ้านี้คือต้นตำรับของขนมปังอบสดใหม่ๆ และขนมปังปอนด์หลากหลาย โดยเฉพาะขนมปังไส้หมูหยองน้ำพริกเผา กับรสชาติกลมกล่อมหอมนุ่มขนมปังที่ยังไม่แปรเปลี่ยน ส่วนเมนูอิ่มอร่อยขึ้นชื่อ ขาประจำของตลาดแห่งนี้ต้องคุ้นเคยกันดีกับ “ร้านข้าวแกงป้าสินธุ์” ร้านอาหารสำเร็จรูปปรุงสดใหม่ ทว่าในบางเมนูที่เรียบง่ายก็ยังแฝงด้วยรสชาติแบบแกงไทยๆ แถมด้วยเมนูพิเศษประจำวันที่จะเป็นอาหารไทยที่หาทานได้ยาก อย่างเช่น ปลาทูต้มเค็ม ซึ่งเป็นเมนูพิเศษประจำวันอังคาร เหล่านี้คือเมนูอาหารที่หลายบ้านหอบหิ้วใส่ถุงอิ่มอร่อยไม่ต้องปรุงมา นานกลายสิบปี หรือจะขยับไปที่ร้านอร่อยดั้งเดิมที่เปิดมานานกว่า 40 ปี ก็ต้องเป็นร้านนี้ “หอยทอดตี๋ใหญ่” สูตรแป้งกรอบร่วนและน้ำซอสทำเองจึงมีรสชาติอร่อยเฉพาะตัวและยังคงเป็นขวัญใจ ของเดินตลาดมาจนถึงทุกวันนี้ เราสาธยายมาจนจะหมดพื้นที่ แต่ก็ยังบอกได้แค่เสี้ยวเดียวของสีสันแห่ง ตลาดวังหลัง ซึ่งยังคงมีคสามตื่นตาตื่นใจรอให้ไปเดินสำรวจกันทั้งอาหารปาก อาหารตา และอาหารใจ ใครมีเวลาว่างยามสายๆ หรือบ่ายคล้อยๆ ลองนั่งเรือด่วนไปเดินเล่นที่ตลาดวังหลัง ตรงจากท่าศิริราชหรือท่าวังหลังเพียงไม่กี่อึดใจก็จะพบกับความละลานตาไม่มี สิ้นสุดของตลาดแห่งนี้กันแล้ว ตลาดวังหลัง เปิดทุกวันไม่มีวันหยุด ตั้งแต่ 10.00 – 17.00 น. หากมาจากใจกลางเมือง สามารถใช้บริการรถไฟฟ้า BTS โดยลงที่สถานีสะพานตากสิน ออกทางออกที่ 2 ต่อเรือด่วนเจ้าพระยาที่ท่าสาทรเพื่อไปขึ้นที่ท่าวังหลัง (ท่าศิริราช) ลองเปลี่ยนบรรยากาศจากห้างหรูแอร์เย็นฉ่ำ หรือคอนเซปท์มอลล์ที่ล่อใจให้นั่งเล่นด้วยร้านเก๋ๆ แต่แบรนด์ฝรั่ง มาเดินดูวิถีไทยแท้แต่มีสีสันแบบไทยๆ เราบ้าง ก็จะสร้างความอิ่มเอมใจได้ไม่ต่างกัน และที่สำคัญ อิ่ม-คุ้ม-ถูก แบบนี้ คงไม่มีให้เลือกในห้างติดแอร์อย่างแน่นอน บทความน่าอ่านจาก http://www.emaginfo.com ร่วมกับ travel.mthai.com View Larger Map

เฮเบอร์ตี้ กดแฮตทริกพา ราชันมังกร บุกดับ บีจี สรุปผลบอลไทย
กระต่ายแก้ว /  ธีรเทพ วิโนทัย / 

ผลฟุตบอลโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก วันอาทิตย์ที่1 มิถุนายน 2557 บางกอกกล๊าส เอฟซี 2-4 ราชบุรี มิตรผล ประตู : 0-1 เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ น.15, 0-2 เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ น.48, 0-3 เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ น.55, 1-3โกชิ โอคูโบะ น.66, 2-3ดาร์โก้ ทาเซฟสกี้ (จุดโทษ) น.81, 2-4 รัตนะ เพ็ชรอาภรณ์ น.89 สนาม : ลีโอ สเตเดี้ยม เวลา : 18.00 น. ศึกฟุตบอลโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก 2014 นัดที่ 15 ของฤดูกาล กระต่ายแก้ว บางกอกกล๊าส เอฟซี ทีมอันดับ 7 ของตาราง มีอยู่ 23 แต้ม จากการลงสนาม 14 นัด ต้อนรับการมาเยือนของทีมราชันมังกรราชบุรี มิตรผล เอฟซี ทีมอันดับ 13 ของตาราง ที่มีอยู่ 18 แต้ม โดยเกมในนัดนี้ “โค้ชแต๊ก” อรรถพล ปุษปาคม กุนซือบีจี ปรับเปลี่ยนผู้เล่นจากเกมที่บุกไปเอาชนะ สงขลา ยูไนเต็ด 2-1 เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาเพียงแค่ตำแหน่งเดียว โดย ศุภเสกข์ ไก่แก้ว ได้กลับมาเป็นผู้เล่น 11 ตัวจริงแทนที่ของ ภูริทัต จาริกานนท์ กองกลางที่ไม่ผ่านความฟิตเกมนี้ ด้านทีมเยือน ราชบุรี มิตรผล เกมนี้ ริคาร์โด้ โรดริเกวซ กุนซือเลือดกระทิง ยังคงนำทัพโดยนักเตะตัวกลั่นอาทิ อองรี โจเอล, อภิวัฒน์ งั่วลำหิน, เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ และดั๊กลาส กาโดโซ่ มือปืนจากแดนแซมบ้า ออกสตาร์ทเกมในครึ่งแรกไม่ถึงหนึ่งนาทีเดียว บีจี เกือบได้ประตูขึ้นนำ เมื่อแนวรับ ราชบุรีฯ จ่ายบอลพลาดโดน ลาซารัส คาอิมบี้ ฉกบอลเข้าไปยิงด้วยซ้าย แต่ อุกฤษณ์ วงศ์มีมา นายทวารราชบุรีฯ ยังล้มตัวรับไว้ได้ บีจี ยังค่อยๆ ต่อเกมรุกเข้าใส่ ราชบุรีฯ อย่างต่อเนื่อง นาทีที่ 10 เป็นโอกาสลุ้นประตูของ บีจี เมื่อ ศุภเสกข์ ไก่แก้ว เปิดลูกฟรีคิกเข้าไปหน้าประตูให้ อำนาจ แก้วเขียว พุ่งโหม่งหลุดกรอบนิดเดียว แต่ว่านาทีที่ 15 เป็นราชบุรีฯ ที่บุกน้อยกว่ามาได้ประตูออกนำก่อน เมื่อ เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ ลากบอลจากกราบขวาตัดเข้าใน ก่อนจะหลอกแนวรับ บีจี 2 คน แล้วซัดด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษส่งบอลตุงแรงตาข่าย ให้ทีม ราชันมังกร บุกมานำ บีจี ก่อน 1-0 หลังจากเสียประตู บีจี พยายามบุกมากขึ้นเพื่อทวงประตูตีเสมอ นาทีที่ 16 ลาซารัส คาอิมบี้ ได้บอลบริเวณกลางสนามก่อนจะตัดสินใจยิงไกลระยะ 25 หลา แต่อุกฤษณ์ วงศ์มีมา นายด่านราชบุรีฯ ยังไม่พลาดรับไว้ได้สบาย ถัดมา 3 นาที บีจี น่าจะได้ประตูตีเสมอ เมื่อ ลาซารัส คาอิมบี้ ลากบอลไปสุดเส้นหลัง ก่อนจะเปิดบอลเรียดมาหน้าประตู ศุภเสกข์ ไก่แก้ว ข้ามหลอกให้ ดาร์โก้ ทาเซฟสกี้ วิ่งเข้ามายิงด้วยขวา บอลไปตรงตัว อุกฤษณ์ รับกระฉอกจังหวะแรก ก่อนที่จอมทัพมาซิโดเนีย จะตามเก็บบอลยิงจังหวะสอง แต่บอลไปติดบล็อกแนวรับราชบุรีฯ อย่างน่าเสียดาย นาทีที่ 22 เป็นโอกาสลุ้นประตูของราชบุรีฯ บ้าง เมื่อ อัษดิน มังคุด ได้โอกาสส่องไกลระยะ 30 หลา แต่บอลถากเสาออกหลังไปเฉียดฉิว บีจี ยังเจาะทำประตูไม่ได้ นาทีที่ 28 ดารโก้ ทาเซฟสกี้ ตัดสินใจยิงไกลระยะ 20 หลา แต่ว่าบอลไปตรงตัว อุกฤษณ์ วงศ์มีมา นายทวารราชบุรีฯ รับไว้ได้ ช่วงท้ายนาทีที่ 42 ราชบุรีฯ ได้ลุ้นประตูบ้าง เมื่ออัษดิน มังคุด เปิดบอลจากกราบซ้ายมาหน้าประตูให้ ดักลาส กาโดโซ่ พักอกคืนให้ เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ ยิงด้วยซ้าย แต่บอลไปติดบล็อกแนวรับ บีจี ออกหลังไป จากนั้นไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มได้ หมดครึ่งเวลาแรก บางกอกกล๊าส เอฟซี ตามหลัง ราชบุรีฯ อยู่ 0-1 แก้เกมในครึ่งหลัง บีจี ถอดเอา ชาตรี ฉิมทะเล ออกแล้วให้ โกชิ โอคูโบะ ลงไปแทน ขณะที่ราชบุรีฯ ถอดเอาใหญ่ นิลวงศ์ ออกแล้วส่ง ชุติพนท์ ทองแท้ ลงไปแทน นาทีที่ 48 รัตนะ เพ็ชรอาภรณ์ กองกลางราชบุรีฯ วางบอลยาวไปหน้าประตู ธีรพงศ์ พุทธสุขา นายทวาร บีจี กะจังหวะออกมาตัดบอลพลาดทำให้ เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ ส้มหล่นได้บอลหลุดเข้าไปแปง่ายๆ เข้าประตูไปให้ ราชบุรีฯ หนี บีจี เป็น 2-0 นาทีที่ 55 ราชบุรีฯ โต้กลับเร็ว ดักลาส กาโดโซ่ ได้บอลทางกราบขวา ก่อนจะปาดบอลขวางสนามไปหน้าประตูให้ เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ ซัดด้วยซ้ายเข้าประตูให้ ราชบุรีฯ หนีห่าง บีจี เป็น 3-0 ซึ่งประตูนี้ถือเป็นแฮตทริกของกองกลางเลือดแซมบ้าด้วย อีกทั้งยังเป็นนักเตะของทีมคู่แข่งคนแรกที่ยิงแฮตทริกในสนามลีโอ สเตเดี้ยม อีกด้วย เกมของ บีจี ช็อตไปดื้อๆ นาทีที่ 61 ราชบุรีฯ ได้โอกาสลุ้นประตูอีกครั้ง เมื่อ เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ จ่ายบอลให้ อัษดิน มังคุด ยิงแต่ ธีรพงศ์ พุทธสุขา ยังเซฟไว้ได้อย่างสุดยอด นาทีที่ 63 บีจี เกือบได้ประตูตีไข่แตก เมื่อศุภชัย คมศิลป์ เปิดบอลไปหน้าประตู แนวรับราชบุรีฯ โหม่งสกัดออกมาไม่ได้ บอลมาเข้าทาง ฟลาเวียน มิเชลินี่ ที่ลงมาเป็นตัวสำรองยิงด้วยขวา แต่บอลไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย แต่ว่านาทีที่ 66 บีจีมาตามประตูไล่มาเป็น 1-3 เมื่อ ลาซารัส คาอิมบี้ เปิดบอลจากกราบซ้ายมาหน้าประตู ดาร์โก้ ทาเซฟสกี้ สะกิดบอลจังหวะแรกไม่ดี แต่บอลยังไปเข้าทาง โกชิ โอคูโบะ โหม่งสะบัดเหน่งๆ ระยะ 6 หลา เข้าประตูไปท่ามกลางความสะใจแฟนบอล บีจี ในสนามลีโอ สเตเดี้ยม นาทีที่ 74 บีจี ได้ลุ้นประตูอีกครั้ง เมื่อได้ฟรีคิกระยะ 25 หลา แล้วเป็น ศุภเสกข์ ไก่แก้ว ที่รับหน้าที่สังหาร แต่บอลหลุดกรอบออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 81 บีจี มาได้ลูกจุดโทษ เมื่อ ลาซารัส คาอิมบี้ โดน อุกฤษณ์ วงศ์มีมา นายทวารราชบุรีฯ รวบล้มลงในเขตโทษ และเป็นดาร์โก้ ทาเซฟสกี้ รับหน้าที่สังหารไม่พลาดเข้าประตูไปให้ บีจี ไล่ ราชบุรีฯ มาเป็น 2-3 บีจี เดินเครื่องบุกแหลกเพื่อตีเสมอให้ได้ นาทีที่ 86 ฟลาเวียน มิเชลินี่ เปิดบอลจากกราบขวาไปหน้าประตู แนวรับ ราชบุรีฯ สกัดบอลไม่ดีมาเข้าทาง “ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย ที่เพิ่งถูกส่งลงสนามยิงด้วยขวา แต่บอลหลุดกรอบนิดเดียว แต่ว่านาทีที่ 89 เป็นราชบุรีฯ มาได้ประตูหนีห่างเป็น 2-4 เมื่อ ภูวดล สุวรรณชาติ ตัวสำรองจ่ายบอลจากสุดเส้นหลังไปหน้าประตูให้ รัตนะ เพ็ชรอาภรณ์ ที่แตะหลบ ธีรพงศ์ พุทธสุขา นายทวาร บีจี ก่อนยิงด้วยขวาอย่างเลือดเย็นเข้าประตูไป จากนั้น บีจี จะพยามบุกหนักเพื่อทวงประตูคืน แต่ก็ทำไม่สำเร็จ จบเกม บางกอกกล๊าส เอฟซี เปิดบ้านพ่ายให้กับ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ไป 2-4 รายชื่อผู้เล่นของทั้ง 2 ทีม บางกอกกล๊าส เอฟซี : ธีรพงศ์ พุทธสุขา (GK), สุวรรณภัทร์ กิ่งแก้ว (ฟลาเวียน มิเชลินี่ น. 62), อำนาจ แก้วเขียว (C), ประวีณวัช บุญยงค์, ศุภชัย คมศิลป์, เจษฎากร เหมแดง, เอกพันธ์ อินทเสน, ดาร์โก้ ทาเซฟสกี้, ศุภเสกข์ ไก่แก้ว (ธีรเทพ วิโนทัย น. 83), ชาตรี ฉิมทะเล (โกชิ โอคูโบะ น. 46), ลาซารัส คาอิมบี้ ราชบุรี มิตรผล : อุกฤษณ์ วงศ์มีมา (GK), ชุมพล บัวงาม (เกนกิ นากาซาโตะ น. 68), อองรี่ โจเอล (C), อภิวัฒน์ งั่วลำหิน, เอกลักษณ์ ทองกริต, รัตนะ เพ็ชรอาภรณ์, ใหญ่ นิลวงศ์ (ชุติพนท์ ทองแท้ น.46), อัษดิน มังคุด, ศิลา ศรีกำปัง, เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ, ดักลาส กาโดโซ่ (ภูวดล สุวรรณชาติ น.78)

สำหรับคนเป็นสิวควรดู
รักษาสิว /  รักษาสิวอุดตัน / 

หน้าใสไร้สิวstellalucciเซรั่มมังคุดรักษาสิวอุดตัน รักษาสิวอักเสบ รักษาสิว เปลือกมังคุดราชินีแห่งผลไม้ไทย โดยเราอาจดูที่กลีบรอบบนเปลือกสีม่วงเรียงกันเหมือนกับมงกุฎ โดยวงการเครื่องสำอางค์ชั้นนำ มักนิยมหยิบนำสารสกัดเปลือกมังคุดมาใช้ผสมผสานผลิตภัณฑ์ สำหรับผู้ที่มีผิวหน้าอักเสบ บอบบางและแพ้ง่ายๆ เนื่องด้วยสารสกัดเปลือกมังคุดมีสารแทนนิน (Tanin) และสารแซนโทน ( Xanthone) และ สารแมงโกสติน (Mangostin) ซึ่งสารแทนนินมีฤทธิ์สมานแผลช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น ส่วนสารแมงโกสตีน มีฤทธิ์ช่วยลดอาการผิวอักเสบ และดูแลเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนอง สารแซนโทนในเปลือกมังคุดยังมีฤทธิ์ในการดูแลผิวหน้า และสิ่งแปลกปลอมที่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดสิว พร้อมทั้งผสานกับ Ascorbyl Glucoside หรือวิตามิน ซี สังเคราะห์พิเศษที่ช่วยฟื้นฟูผิวหรือจุดด่างดำที่เกิดจากสิวให้แลดูเรือนรางลงให้ผิวที่กระชับและเรียบคืนตัว หลังจากการใช้เพียง 2 อาทิตย์ คุณจะสัมผัสกับหน้าที่เรียบขึ้นทุกครั้งที่ได้มีการลูบไล้และสัมผัส รักษาสิวอุดตัน รักษาสิวอักเสบ รักษารอยหลุมสิว โทรหาหมอเต้ยที่ 084-703-0192 ติดต่อได้ที่คุณหมอเต้ย084-703-0192 หรือ คุณต้า089-145-5299 www.stellalucci.com หรือstellalucciherb@hotmail.com ดูยูทูปได้ที่ http://www.youtube.com/watch?v=4cWe9gdbOFU

ดูดวง ทายนิสัย จาก ผลไม้ ที่ชอบ
ดูดวง /  ทายนิสัย / 

ดูดวง ทายนิสัย จาก ผลไม้ ที่ชอบ วันนี้ Horoscope.Mthai.com จะพาคุณมา ทายนิสัย จาก ผลไม้ ที่ชอบกัน มาดูสิว่า ผลไม้ ที่คุณชอบจะบ่งบอกนิสัยของคุณเป็นอย่างไร และจะตรงกับที่เราเอามาฝากกันหรือเปล่า ไปดูกันเลยครับ ผลไม้ กระท้อน คนชอบกินกระท้อน จะมีลักษณะแข็งนอกอ่อนใน ดูภายนอกเหมือนคนก้าวร้าวแต่จริง ๆ จิตใจดี อ่อนไหวง่าย ไม่ชอบความรุนแรง รักสงบ ผลไม้ กล้วย สำหรับคนที่ชอบทานกล้วย ภายนอกดูจะเป็นคนเงียบขรึม แต่นิสัยจริง ๆ คืออ่อนไหวง่าย ถ้าถูกใครพูดกระทบกระแทกหน่อยก็จะเก็บเอาไปคิดเสียใจ เป็นคนโอบอ้อมอารี มีเหตุผล รอบคอบ มองการณ์ไกล ชอบวางแผน อนาคตให้ตัวเองและคนที่อยู่รอบข้างเสมอ เป็นคนนิสัยรักสันโดษ ชอบศึกษาแนวความคิดที่อิงปรัชญาเมธี เป็นคนที่มีจิตเป็นกุศล ชอบทำบุญแก่คนทุกข์ยาก ผลไม้ เงาะ สำหรับสาว ๆ ที่ชอบกินเงาะจะเป็นคนค่อนข้างขี้เล่น สามารถทำให้คนรอบข้างมีความสุขได้ ถึงคุณน่ะขี้โม้ไปบ้างแต่เพื่อน ๆ ก็ชอบในความร่าเริง สนุกสนานของคุณ ผลไม้ ชมพู่ สำหรับคนขี้เกรงใจ จะชอบกินชมพู่มากเป็นพิเศษ มีความอดทนสูง ยิ้มได้ในทุกสถานการณ์ แต่เป็นคนมองโลกในแง่ร้ายและคิดมาก แต่ไม่ชอบที่จะทำร้ายจิตใจใครจริง ๆ ดังนั้นถ้าหนุ่มคนไหน ชอบกินชมพู่เป็นพิเศษหล่ะ ก็ควรจะเอาใจเค้าให้มาก เพราะเค้าจะคิดอะไร ๆ ไปในทางลบเสมอ ผลไม้ แตงโม เป็นของว่างจานโปรดสำหรับสาวใจกว้าง อ่อนโยน มีน้ำใจกับมิตรสหาย ซื่อสัตย์ไม่คิดคดทรยศ เป็นคนง่าย ๆ มองโลกในแง่ดี จะไม่ค่อยโวยวายหรือคิดมาก ตั้งอกตั้งใจทำงานดี แต่มักแพ้ภัยแก่เพศตรงข้าม และคนที่ชอบกินแตงโมจะเป็นคนที่รักใคร่เอ็นดูของเพื่อนฝูงอีกด้วย ผลไม้ ฝรั่ง สาว ๆ ที่ชอบฝรั่งมักเป็นคนรักอิสระ ชอบที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่าง ๆ ไม่ชอบทำอะไรซ้ำซากจำเจ ผลไม้ มะพร้าว เพื่อน ๆ ที่ชอบมะพร้าวมักเป็นคนใจบุญ มีจิตเป็นกุศล มองโลกในแง่ดี วาจาคมคาย พูดจาเหน็บคนให้เจ็บด้วยใบหน้าที่ใสซื่อเก่งนักแหละ ผลไม้ มะละกอ ผลไม้ โปรดของคนที่มีน้ำอดน้ำทนสูง มีความคิดลุ่มลึก คิดเป็นเหตุเป็นผล วางแผนแยบยล โอบอ้อมอารีย์ ผลไม้ มังคุด เหมาะสำหรับคนที่เก็บเนื้อเก็บตัว ช่างฝันและมีอารมณ์โรแมนติก อ่อนไหวง่าย รักใครได้ง่าย ๆ และเก็บเอาไปนึกคิดคนเดียว แต่ไม่นานก็ลืมเอาดื้อ ๆ แล้วก็ไปหลงคนอื่นต่อไปเรื่อยเปื่อย พูดง่าย ๆ คือเป็น ผลไม้ สำหรับคนเจ้าชู้ไงจ๊ะ ผลไม้ ลองกอง พวกที่ยึดเอาลองกองเป็นอาหารหลัก เป็นคนรักสันโดษ ชอบเดินทาง ชอบการผจญภัยในที่ที่ตนเองไม่เคยไป อนุรักษ์นิยม ผลไม้ ลางสาด สำหรับเพื่อน ๆ ที่เลือกลางสาดเป็น ผลไม้ หลัก จะเป็นคนอนุรักษ์นิยม ยึดมั่นในแนวความคิดเก่า ๆ ชอบวิถีทางที่เคยทำมาแต่ก่อน แต่เป็นคนมีเหตุผล ผลไม้ ลิ้นจี่ ผลไม้ สำหรับคนชอบทำงานเบา ๆ ไม่ต้องใช้กำลังแรงงานมาก ๆ แต่เป็นคนที่มีความรับผิดชอบ ในหน้าที่การงานเป็นอย่างดี งานนี้ถ้าอาจารย์สั่งงานมามากนัก คนชอบทานลิ้นจี่ ก็กลัวเพื่อน ๆ จะลำบากน้อยกว่า เลยให้เพื่อน ๆ เอางานไปช่วยทำซะหมด ตัวเองคอยชักใยอยู่เบื้องหลังสบาย ๆ นี่เอง ผลไม้ ลำไย ผลไม้ เม็ดเล็กคนชอบทาน มักเป็นคนปากหวาน ชอบประจบประแจง ใช้คำพูดยกยอคนให้หลงปลื้ม แต่มักเป็นคนชอบนินทาว่าร้ายคนอื่นลับหลัง ผลไม้ สตรอเบอร์รี ถ้าชอบทานสตรอเบอร์รี บอกได้เลยว่าคุณเป็นสาวคุยสนุกมีอารมณ์ขัน ทำให้คนอื่นหัวเราะได้ตลอดเวลา เป็นที่ต้องการของเพื่อน ๆ ในกลุ่มและเมื่อจะพูดคุยหรือทำอะไรก็ต้องมีคนดู คนฟัง และค่อนข้างมีรสนิยมทีเดียว ผลไม้ สาลี่ ผลไม้ คุณหนู ผู้ที่ชอบทานมักจะมีนิสัยอ่อนหวาน สุภาพ อ่อนโยน ไม่ชอบขัดใจใคร มองโลกในแง่ดี ไม่นินทาว่าร้ายใคร นอกจากนี้ยังเป็นนักเล่าเรื่องที่ดี ผลไม้ ส้มเขียวหวาน เห็นชอบส้มอย่างนี้เป็นคนทันสมัย หัวก้าวหน้า แต่มักมีนิสัยหึงหวงเพศตรงข้ามอยู่เนือง ๆ มัธยัสถ์ รู้จักใช้จ่าย ทันสมัยไม่แพ้ใครเลยทีเดียว ผลไม้ส้มโอ น้อง ๆ ที่ชอบส้มโอจะเป็นคนที่รักความสบาย ความหรูหรา โอ่อ่าแบบมีการประมาณตนไม่ทำอะไรเกินตัว แต่มักเป็นคนใจอ่อนง่าย ถ้ามีใคร ๆ มาตื๊อก็คงยอมให้กันทุกอย่างแบบเทกระเป๋าไปเลย ผลไม้ สัปปะรด ผู้ที่ชอบกินเป็นคนที่แคร์คนอื่นมากเกินไป จนมัวแต่ไปเอาใจคนอื่นเกินไป ทำให้เพื่อน ๆ มักจะรำคาญและเบื่อหน่ายอยู่เสมอ ผลไม้ องุ่น ผลไม้ ยอดฮิตของคนสวยมีเสน่ห์ เพื่อน ๆ ที่ชอบทาน มักเป็นคนที่มีมนุษย์สัมพันธ์ดี เข้ากับคนง่าย นิสัยร่าเริง มีความคิดความอ่านสุขุมรอบคอบ ปากกับใจไม่ค่อยตรงกันนัก แต่ซื่อสัตย์ ไม่ค่อยชอบบอกเรื่องส่วนตัวของตน ให้ใครรู้ง่าย ๆ ผลไม้ แอปเปิ้ล ผลไม้ ของคนขี้เหงา ขาดเพื่อนไม่ได้ เป็นคนไม่ค่อยแคร์เรื่องความรัก คือ นึกจะรักใครก็รัก นึกจะเลิกก็เลิกขึ้นมาง่าย ๆ แต่จะเป็นที่มีความอดทนในเรื่องของการทำงาน เรียกว่าพอถึงกำหนดส่งการบ้าน ก็แจ้นเอางานไปวางอยู่บนโต๊ะครูซะแล้ว (ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก narak.com,pirun.ku.ac.th)

อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน Fruits Festival 2557
เทศกาลผลไม้ /  เที่ยวจันทบุรี / 

ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวไปชิมผลไม้สดๆ จากต้น ณ สวนผลไม้ระยอง สวนผลไม้จันทบุรี สวนผลไม้ตราด มีทั้งทุเรียน เงาะ สละ ลองกอง มังคุด แก้วมังกร ฯลฯ พร้อมเรียนรู้วิถีชีวิตแบบชาวสวน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน Fruits Festival 2557 ใครรอคอยการไปลิ้มรสชิมความอร่อยของผลไม้สดๆ จากต้น ภายในบรรยากาศสบาย ๆ ของสวนผลไม้ ที่เป็นของดีขึ้นชื่อของภาคตะวันออกแล้วล่ะก็ ไม่ควรพลาดกับโครงการ “อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน Fruits Festival 2557″ เพราะในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคมของทุกปี ผลไม้ของภูมิภาคแห่งชายทะเลตะวันออกของไทย รอคอยให้นักท่องเที่ยวมาชิมผลไม้ไทยสดใหม่จากต้น โดยถือเป็นโครงการที่ดีในการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนผลไม้ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวของภาคตะวันออกในหัวข้อ สีสันตะวันออก โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคตะวันออก ขอนำเสนอรายชื่อสวนผลไม้ในพื้นที่ภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด จังหวัดนครนายก และจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งมีทั้งหมด 42 สวน โดยมีรายละเอียดดังนี้ ทั้งนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคตะวันออก โทรศัพท์ 02 250 5500 ต่อ 3915-7 หรือเว็บไซต์ www.traveleastthailand.org, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานระยอง โทรศัพท์ 03-865-5420-1, 03-866-4585 หรือเว็บไซต์ www.tat-rayong.com, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราด โทรศัพท์ 03-959-7255, 03-959-7259-60 และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครนายก โทรศัพท์ 03-731-2282, 03-731-2284 หรือเว็บไซต์ www.tat8.com นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมดีๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสนุกกัน นั่นก็คือ อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน Fruits Festival 2557 โดยสามารถร่วมสนุกกับกิจกรรมเช็กอิน “อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน” ที่ 20 สวนผลไม้ภาคตะวันออก เพื่อลุ้นรับของรางวัลมากมายจาก ททท. ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม-15 กรกฎาคม 2557 ประกาศผลรูปที่ชนะใจกรรมการ และได้รับการกด Like จากมหาชนมากที่สุด ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2557 และสามารถติดตามข่าวสารกิจกรรมได้ที่ www.facebook.com/FunnyTravelEastThailand และ www.TravelEastThailand.org ขอบคุณข่าวสารจาก  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคตะวันออก

สำหรับคนเป็นสิวควรดูเป็นอย่างยิ่งครับ
รักษาสิวอุดตัน /  รักษาสิวหนอง / 

สารแซนโทนในเปลือกมังคุดยังมีฤทธิ์ในการดูแลผิวหน้า และสิ่งแปลกปลอมที่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดสิว พร้อมทั้งผสานกับ Ascorbyl Glucoside หรือวิตามิน ซี สังเคราะห์พิเศษที่ช่วยฟื้นฟูผิวหรือจุดด่างดำที่เกิดจากสิวให้แลดูเรือนรางลงให้ผิวที่กระชับและเรียบคืนตัว หลังจากการใช้เพียง 2 อาทิตย์ คุณจะสัมผัสกับหน้าที่เรียบขึ้นทุกครั้งที่ได้มีการลูบไล้และสัมผัส www.stellalucci.com ติดต่อได้ที่คุณหมอเต้ย084-703-0192 หรือ คุณต้า089-145-5299 หรือstellalucciherb@hotmail.com ดูยูทูปได้ที่ http://www.youtube.com/watch?v=4cWe9gdbOFU

ชวนชิม 10 ของหร่อยเมืองคอน
ของหร่อยเมืองคอน /  ชวนชิม 10 / 

ขณะที่ส้มตำดูเหมือนจะกลายเป็นอาหารประจำชาติไปโดยปริยาย อาหารรสชาติจัดจ้านจาก ภาคใต้เองก็ไม่น้อยหน้าและค่อย ๆ กระจายตัวไปยังพื้นที่ในภาคต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ หากแต่อาหารใต้ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องของรสชาติดั้งเดิมมากที่สุดหนีไม่พ้น “ข้าวแกง เมืองคอน” ที่คล้ายจะเป็นยี่ห้อชั้นนำ ของบรรดาอาหารปักษ์ใต้ด้วยกันเหตุผลหนึ่งที่ทำให้อาหารจากนครศรีธรรมราชได้รับความนิยมมากกว่าจังหวัดอื่น ๆ ในภาคใต้ น่าจะมาจากอุปนิสัยของคนนครเองที่เรียกได้ว่าเป็นนักชิมตัวยง และให้ความสำคัญกับอาหาร การกิน ในแต่ละมื้อแบบไม่มีน้อยหน้ากัน ขณะที่ภูมิประเทศของเมืองนครศรีธรรมราชเอง ก็ดูจะเอื้อต่อการเป็นแหล่งอาหารชั้นยอดอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย ไม่เพียงแค่ในท้องทะเล แต่ยังรวมถึงบนบกที่เป็นแหล่งเกษตรกรรมสำคัญด้วยชาวนครจะเริ่มต้นยามเช้าด้วยการจิบกาแฟ หรือชาโบราณรสเข้มดั้งเดิม วัฒนธรรมการจิบกาแฟ ของคนที่นี่เรียกได้ว่าจิบกันทั้งวัน ทั้งจิบควบคู่ไปกับติ่มซำซาลาเปาที่มีหลากหลาย กว่า 50 ชนิด จิบกับอิ่วจาก้วย ตัวอวบๆ จิ้มนม หรือสังขยา ที่เราเรียกันว่าปาท่องโก๋  หรือจะจิบ หลังอาหารเช้าทั้งแบบปักษ์ใต้ อย่างข้าวยำปักษ์ใต้ ขนมจีนที่มีน้ำแกงให้เลือกถึง 5 อย่าง ทั้งแกงไก่ แกงพุงปลา น้ำยาปักษ์ใต้ น้ำยาปลา น้ำพริก ที่กินกับทั้งผักสดพื้นบ้าน และผักดอง อนามัยอาหารเช้าอีกอย่างหนึ่งที่ขึ้นชื่อของเมืองคอนก็คือ บะกุ๊ดเต๋ รสเข้ม หอมกรุ่นด้วย เครื่องยาจีน ในน้ำแกงที่ตุ๋นกระดูกหมูจนเนื้อเปื่อยนุ่ม รวมไปถึงขาหมูพะโล้ตุ๋นเครื่องยาจีน ที่ตุ๋นจน น้ำพะโล้ เข้าเนื้อกลมกล่อมขณะที่กลางวัน และเย็นก็มีทางเลือกมากมายให้นักชิม ไม่ว่าจะเป็นร้านข้าวแกงริมทาง ไปจนถึงร้าน อาหารเก่าแก่ขึ้นชื่อของเมืองคอน และด้วยความที่เป็นเมืองติดน้ำติดทะเลนี้เอง อาหารของที่นี่จึงหนีไม่พ้น กุ้ง หอย ปู ปลาสด ๆ ปรุงแบบง่าย ๆ เช่น นึ่ง ปิ้ง หรือย่างจิ้ม น้ำจิ้มซีฟู๊ด โดยเฉพาะตามเมืองชายฝั่งทะเลอย่างปากพนัง สิชล ท่าศาลา และขนอมหรือจะนำมาปรุงรส พร้อมกับน้ำพริกแกงที่ตำจากเครื่องแกงสมุนไพรสด ๆ หอมฟุ้ง กะปิรสดี หรือต้มกับกะทิ แบบครัวชาวใต้ กินกับน้ำพริกหลากหลายและผักสดปลอดสาร และผักพื้นบ้าน เต็มกระจาดแต่อาหารที่ขึ้นชื่อที่นี่ที่ชาวภาคกลางคุ้นเคยหนีไม่พ้นแกงส้ม หรือแกงเหลือง ปลาต่าง ๆ เช่นปลากุเลา ปลากระบอก ปู หรือกุ้ง กับมังคุดคัด โชน หน่อไม้ดอง หรือยอดมะพร้าว กุ้งต้มกะทิ ใบเหลียงผัดไข่ สะตอผัดกะปิกุ้ง ปลาทอดขมิ้น แกงเผ็ดปลาดุกใบชะพลูแบบใต้ ใส่ขมิ้น และใบยี่หร่า หรือจะเป็นปลากุเลา ปลากะพงนึ่งซีอิ๊ว หรือต้มเต้าเจี้ยวส่วนอาหารว่างของชาวเมืองนครเริ่มตอนบ่ายแก่ ๆ จนกระทั่งดึกดื่นนั่นก็คือ ชาและกาแฟ ที่มีอยู่แทบทุกมุมเมือง ชากาแฟไม่ว่าจะร้อนหรือเย็น ถ้าได้กินกับโรตีมะตะบะ โรตีไส้กล้วย โรตีจิ้มน้ำแกง โรตีใส่ไข่ หรือโรตีแบบธรรมดาสูตรจิ้มนมข้นและน้ำตาล นับเป็นอาหารว่าง ของเมืองนครที่ไม่ควรพลาดเช่นกันนอกจากของอร่อยที่ต้องไปลิ้มลองถึงถิ่นแล้ว ของฝากขึ้นชื่อทั้งของคาว ของหวาน และผลไม้ ที่ชุมชน แต่ละชุมชนร่วมมือกันผลิตให้เป็นของดีเมืองคอนระดับโอท็อปยังมีอีกมากมายนำทีม โดย ส้มโอทับทิมสยาม เงาะสั่งได้ชะอวด แตงโมท่าขึ้น มังคุดคัดเมืองคอน มังคุดอินทรีย์ ท่าข้าม สละ สวนธานินทร์ ทุเรียน ลุงคล่อง สละอินทรีย์ ลุงจารึก แก้วมังกร ผู้ใหญ่จรูญ มังคุดภูเขาคีรีวง มังคุดภูเขาควนยาว ปลาดุกร้าอนามัยท่าชัก อร่อยติดดาว เครื่องแกง บ้านแก้วสุรกานต์ ผลิตจากวัตถุดิบจากชุมชนอากาศดีที่สุดในประเทศไทย ฝรั่งกิมจู หวานกรอบคู่ขนอมลุงอรุณ กุ้งส้มโบราณนายหาญ ปลาบอกร้าอนามัยลุงไข่ป้าอองปากพนัง กล้วยหอมทองสี่ขีด ลองกองพิปูน จำปาดะในปริก ส้มโอบัณฑิต ฝรั่งกิมจูลุงอรุณ กล้วยไข่ บ้านลุงเขียว กล้วยน้ำว้าไส้เหลืองบ้านเพิง มังคุดส่งออกสี่กั๊ก มังคุด 100 ปีต้นกอ ทุเรียนห้วยแห้ง มะละกออินทรีย์ลุงเขียว แก้วมังกรสกุลทิพย์ มะพร้าวอ่อนลุ่มน้ำ แนะนำร้านน่าลอง ร้านโกปี๊ ร้านตังเกียแต่เตี้ยม ชิมกาแฟรสเข้ม รสชาติดั้งเดิม แกล้มด้วยบักกุดเต๋            หอมเครื่องยาสูตรดั้งเดิม โรตีป้าหนอม โรตีบังบาว จิบน้ำชายามบ่าย-ค่ำ ร้านอาหารชาวเรือ ครัวอันดามัน แกงเผ็ดปลาดุกใบชะพลู ปลากุเลาต้มเต้าเจี้ยว เรือนผักกูด ชมสวนผักปลอดสารพิษพร้อมชิมเมนูสุขภาพจากผักและดอกไม้พื้นบ้าน อาหารทะเลสด ปากพนัง สิชล ท่าศาลา ขนอม ฯลฯ ขนมจีนแม่แอ๊ด ขนมจีนพานยม ขนมจีนป้าเขียว

ททท.ชวนเที่ยวงานวันผลไม้ ของดีอำเภอทองผาภูมิ
ของดีอำเภอทองผาภูมิ /  เทศกาลผลไม้ / 

ททท.สำนักงานกาญจนบุรี ขอชวนไปชิม อิ่ม อร่อย กับผลไม้หลากหลายชนิด พร้อมตื่นตากับการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน ในงาน “วันผลไม้ของดีอำเภอทองผาภูมิ และสืบสานประเพณีลานบ้าน ลานวัฒนธรรม ปี 2557″ ททท.ชวนเที่ยวงานวันผลไม้ ของดีอำเภอทองผาภูมิ อำเภอทองผาภูมิ ร่วมกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานราชการ ภาคเอกชน เกษตรกรชาวสวนผลไม้ และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เขื่อนวชิราลงกรณ  ขอเชิญนักท่องเที่ยวร่วมงาน “วันผลไม้ของดีอำเภอทองผาภูมิ และสืบสานประเพณีลานบ้าน ลานวัฒนธรรม ปี 2557″ ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 กรกฎาคม 2557 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 21.00 น. ณ บริเวณลานจอดเฮลิคอปเตอร์ ภายในเขื่อนวชิราลงกรณ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี โดยวัตถุประสงค์ของการจัดงาน เพื่อเป็นการเผยแพร่ผลผลิตทางด้านผลไม้ที่มีชื่อเสียงของอำเภอทองผาภูมิ เพื่อสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมของท้องถิ่น พร้อมสร้างความเชื่อมั่นว่า ทุกเขื่อนของ กฟผ. มีความมั่นคงปลอดภัย และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้นักท่องเที่ยวได้รู้จัก และสนใจมาเที่ยวอำเภอทองผาภูมิเพิ่มมากขึ้น ภายในงานมีการจำหน่ายผลไม้ชั้นดี รสชาติอร่อย ที่ขึ้นชื่อของอำเภอทองผาภูมิ อาทิ เงาะทองผาภูมิ ที่หวานล่อนกรอบอร่อย ทุเรียนเนื้อดีหวานหอม สับปะรด ส้มโอ มังคุด ลองกอง มะไฟ สะตอ ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดสามารถปลูกได้ผลผลิตดีในเขตพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ  ภายในงานยังมีการจำหน่ายพืชผักปลอดสารพิษ พันธุ์ไม้ท้องถิ่น สินค้าโอท็อปชื่อดังของอำเภอ ชิม “ขนมทองโยะ” ขนมพื้นเมืองของชาวกะเหรี่ยง ชมการสาธิตศิลปวัฒนธรรม และการแสดงประกอบแสงเสียงบอกเล่าเรื่องราวของชนเผ่าต่างๆ อาทิ มอญ กะเหรี่ยง ไทยอีสาน ม้ง เย้า ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ ทุกคืน นักท่องเที่ยวที่สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  ที่ทำการปกครองอำเภอทองผาภูมิ โทร.034 599745 สำนักงานเกษตรอำเภอทองผาภูมิ โทร.034 599482 และ ททท.สำนักงานกาญจนบุรี โทร.034 511200 หรือ 034 512500 ได้ทุกวันในเวลาราชการ ขอบคุณข่าวสารจาก การท่องเที่ยวแห่วแระเทศไทย สำนักงานภาคกลาง

หน้าใสไร้สิวstellalucciเซรั่มมังคุดรักษาสิวอุดตัน รักษาสิวอักเสบ รักษาสิว
รักษาสิวอุดตัน /  รักษาสิวหนอง / 

หน้าใสไร้สิวstellalucciเซรั่มมังคุดรักษาสิวอุดตัน รักษาสิวอักเสบ รักษาสิว เปลือกมังคุดราชินีแห่งผลไม้ไทย โดยเราอาจดูที่กลีบรอบบนเปลือกสีม่วงเรียงกันเหมือนกับมงกุฎ โดยวงการเครื่องสำอางค์ชั้นนำ มักนิยมหยิบนำสารสกัดเปลือกมังคุดมาใช้ผสมผสานผลิตภัณฑ์ สำหรับผู้ที่มีผิวหน้าอักเสบ บอบบางและแพ้ง่ายๆ เนื่องด้วยสารสกัดเปลือกมังคุดมีสารแทนนิน (Tanin) และสารแซนโทน ( Xanthone) และ สารแมงโกสติน (Mangostin) ซึ่งสารแทนนินมีฤทธิ์สมานแผลช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น ส่วนสารแมงโกสตีน มีฤทธิ์ช่วยลดอาการผิวอักเสบ และดูแลเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนอง สารแซนโทนในเปลือกมังคุดยังมีฤทธิ์ในการดูแลผิวหน้า และสิ่งแปลกปลอมที่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดสิว พร้อมทั้งผสานกับ Ascorbyl Glucoside หรือวิตามิน ซี สังเคราะห์พิเศษที่ช่วยฟื้นฟูผิวหรือจุดด่างดำที่เกิดจากสิวให้แลดูเรือนรางลงให้ผิวที่กระชับและเรียบคืนตัว หลังจากการใช้เพียง 2 อาทิตย์ คุณจะสัมผัสกับหน้าที่เรียบขึ้นทุกครั้งที่ได้มีการลูบไล้และสัมผัส ติดต่อได้ที่คุณหมอเต้ย084-703-0192 หรือ คุณต้า089-145-5299 www.stellalucci.com หรือstellalucciherb@hotmail.com ดูยูทูปได้ที่ http://www.youtube.com/watch?v=4cWe9gdbOFU

สูดอากาศบริสุทธิ์ที่ หมู่บ้านคีรีวง นครศรีธรรมราช
ธรรมชาติ /  นครศรีธรรมราช / 

หมู่บ้านคีรีวง, นครศรีธรรมราช หมู่บ้านคีรีวง ตั้งอยู่ที่ ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นชุมชนเก่าแก่ที่อพยพไปอาศัยอยู่ เชิงเขาหลวง ตำบลกำโลนอันเป็นเส้นทางเดินขึ้นสู่ยอดเขาหลวง ชาวบ้านมีวิถีชีวิตที่สงบสังคมแบบเครือญาติ อาชีพหลัก คือ การทำสวนผลไม้ผสม เรียกว่า “สวนสมรม” เช่น มังคุด เงาะ ทุเรียน สะตอ ชุมชนบ้านคีรีวง ได้แก่ กลุ่มมัดย้อมกลุ่มสมุนไพร กลุ่มจักสานกะลามะพร้าว กลุ่มแปรรูปน้ำผลไม้ กลุ่มไวน์ และกลุ่มทุเรียนกวน ซึ่งแต่ ละกลุ่มจะมีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวก็มักจะซื้อเป็นของฝากกันอยู่เสมอ สินค้าราคาไม่แพงและมีคุณภาพ เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2531 (ปีเดียวกับเหตุการณ์ที่ กระทูน อ.พิปูน) ได้เกิดมหาอุทกธรณีภัย หมู่บ้านถูกน้ำพัดหายไปนับ 100 หลังซึ่งวัด และชาวคีรีวงได้รักษาพระอุโบสถ และบ้านที่ประสบภัยไว้เป็นอนุสรณ์สถาน จุดเด่นของหมู่บ้านคีรีวง ก็คือ ทัศนียภาพแห่งธรรมชาติ เพราะคีรีวงตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขา ป่าไม้ และสายน้ำ ถ้าหากว่าใครต้องการที่จะไปเที่ยวที่นี่ กิจกรรมที่น่าสนใจในหมู่บ้านคีรีวง ได้แก่ การพักในที่พักแบบโฮมสเตย์ การลองชิมอาหารพื้นเมือง ถ้าหากมาในฤดูผลไม้ จะได้อร่อยกับผลไม้นานาพันธุ์ ผลผลิตของคีรีวง ตั้งแต่อดีต ถึงปัจจุบัน ชาวคีรีวง มีอาชีพหลักคือ การเพาะปลูกผลไม้ เช่น ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง เป็นต้น ดูเรือไม้ ของเก่า เป็นเรือที่ขุดขึ้น จากซุงทั้งต้น มีชื่อเรียกกันมาแต่เดิมว่า เรือเหนือ ชาวคีรีวงในอดีตใช้เรือนี้บรรทุกผลไม้ เพื่อนำไปแลกอาหารและของจำเป็นต่างๆ จากผู้คนซึ่งอยู่ในที่ราบ นอกพื้นที่ของภูเขาที่ล้อมรอบอยู่ ส่วนในช่วง เดือนเมษายน ถึง กันยายน ถ้าสนใจจะขึ้นเขาและเดินป่า ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่เหมาะสม ชุมชนคีรีวงมี ผู้นำทาง และลูกหาบให้นักท่องเที่ยวเสมอ ดูและถ่ายรูป สถานที่ต่างๆ ซึ่งเป็นอนุสรณ์แห่งอุทกภัย พ.ศ. 2518 และ พ.ศ. 2531 ถ่ายรูปกับภูมิสัญลักษณ์ รูปสายน้ำแห่งวิถีชีวิต ชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ OTOP พร้อมกับชมจุดสาธิตสิ่งต่างๆ ความพิเศษของ คีรีวง ก็คือ เป็นแหล่งที่มีการทำสินค้า OTOP หลายประเภท ผลิตภัณฑ์คีรีวงที่ได้รับเลือกเป็น ผลิตภัณฑ์ OTOP 5 ดาว ได้แก่ ผ้ามัดย้อม สีธรรมชาติ ชุมชนคีรีวง ได้เป็นชุมชนต้นแบบในการจัดการธุรกิจท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ( Thailand Tourism Awards) ประจำปี 2541 ประเภทเมืองและชุมชน เนื่องจากเป็นชุมชนที่มี วิถีชีวิต แบบชาวสวนอยู่กับธรรมชาติ และได้พัฒนาการบริการนักท่องเที่ยวขึ้นมาเป็นธุรกิจใหม่ของชุมชน ประกอบด้วย การนำทาง เดินป่า ลูกหาบ การจัดที่พักแบบโฮมสเตย์ โดยการจัดตั้งชมรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เป็นองค์กร กลางของชาวชุมชนจัดแบ่งหน้าที่ไปยังกลุ่มต่าง ๆ ให้เกิดการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างทั่วถึง การมาท่องเที่ยว ที่หมู่บ้านคีรีวงนี้ ถือว่าคุ้มค่ามากทีเดียว เพราะนอกจากจะได้มาท่องเที่ยวในบริเวณที่มีธรรมชาติสวยงามแล้ว ยังได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวบ้านพร้อมกับการกินอยู่แบบพื้นบ้านอีกด้วย สิ่งที่น่าสนใจในหมู่บ้านคีรีวง นครศรีธรรมราช 1.สัมผัสธรรมชาติและวิถีชีวิตชาวบ้าน เพลินตาและเพลินอารมณ์กับทัศนียภาพแห่งธรรมชาติ เพราะคีรีวงตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขา ป่าไม้ และสายน้ำชิม อาหารพื้นบ้าน ในฤดูผลไม้ จะได้อร่อยกับผลไม้นานาพันธุ์ ผลผลิตของคีรีวง ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันชาวคีรีวงมี อาชีพหลักคือ การเพาะปลูกผลไม้ ดูเรือไม้ของเก่า เป็นเรือที่ขุดขึ้นจากซุงทั้งต้น มีชื่อเรียกกันมาแต่เดิมว่า เรือเหนือ ชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ OTOP ในช่วงเดือนเมษายน ถึง กันยายน ถ้าสนใจจะขึ้นเขาและเดินป่า ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่เหมาะสม ชุมชนคีรีวงมีผู้นำทาง และลูกหาบให้นักท่องเที่ยวเสมอ 2 เยี่ยมชมกลุ่มอาชีพต่างๆ ของหมู่บ้าน ชาวบ้านในชุมชนหมู่บ้านคีรีวง มีการรวมตัวกันตั้งเป็นกลุ่มอาชีพหลายกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มมัดย้อมสีธรรมชาติ กลุ่มสมุนไพรกลุ่มจักสาน และผลิตภัณฑ์กะลามะพร้าว กลุ่มแปรรูปน้ำผลไม้ กลุ่มไวน์และกลุ่มทุเรียนกวน ซึ่งแต่ ละกลุ่มจะมีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค ผ้ามัดย้อม เป็นผลิตภัณฑ์เด่น คีรีวง ในฐานะหมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP จึงมีจุดท่องเที่ยวเชิงสาธิตซึ่งเกี่ยวเนื่องกับผ้า และความเป็นธรรมชาติ ในสวนต้นไม้สาธิต นักท่องเที่ยวจะได้เห็นต้นไม้ต่างๆ ซึ่งเป็นแหล่งที่มาแห่งสีธรรมชาติ ที่บริเวณสาธิตการทำสีจากธรรมชาติ นักท่องเที่ยวจะได้เห็นการสับใบไม้ แก่นไม้ เปลือกผลไม้และพืช ในโรงต้มสี โรงตากผ้า โรงทอผ้า โรงผ้ามัดย้อม และโรงผ้าบาติก นักท่องเที่ยวจะได้เห็นกระบวนการผลิตอีกหลายขั้นตอน หากนักท่องเที่ยวต้องการทำผ้ามัดย้อม ลานกิจกรรม หน้าศูนย์จำหน่ายสินค้า คือบริเวณซึ่งชาวคีรีวงจะช่วยแนะนำการทำผ้ามัดย้อม นักท่องเที่ยวจะได้ ลองทำด้วยตนเอง ตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอนสุดท้าย โดยกลุ่มสินค้าที่นักท่องเที่ยว ให้ความสนใจดู การสาธิตวิธีทำก็คือ การทำผ้ามัดย้อมจากสีธรรมชาติ ซึ่งได้นำความรู้และภูมิปัญญาชาวบ้านที่ได้ถ่ายทอดกันมา หลายชั่วคนโดยวัสดุที่นิยมนำมาใช้ทำสีย้อมธรรมชาติจะได้มาจากส่วนต่างๆของ ต้นไม้ เช่น เปลือก ใบ แก่น ราก และผล ซึ่งจะให้สีสันที่แตกต่างกันไป เช่น ใบหูกวาง ให้สี เหลืองอมเขียว ใบมังคุด ให้สี ส้มกับชมพู ใบเพกา ให้สีเขียวเข้ม เปลือกลูกเหนียง ให้สี น้ำตาลเข้ม ฝักสะตอ ให้สีเทา แก่นขนุน ให้สีเหลืองสด 3.พักแบบโฮมสเตย์ร่วมกับชาวบ้าน ผู้สนใจจะเสียค่าที่พักคืนละ 100 บาท ค่าอาหาร 50 บาท แต่สำหรับผู้ที่ต้องการจะเรียนรู้และสัมผัสวิถีชีวิต ชาวคีรีวง จะเสียค่านำเที่ยว 1300 บาท ใช้เวลา 3 วัน 2 คืน นักท่องเที่ยวจะเข้าไปเยี่ยมชมวิถีชีวิตของชุมชนคีรีวง ได้ตลอดปี โดยเฉพาะในฤดูกาลผลไม้ออกชุกเดือนกรกฎาคม - กันยายน ก่อนไปติดต่อไปที่ ศูนย์ประสานงานบ้านคีรีวง โทร. 0 7553 3113 ติดต่อเพื่อขอพักแบบโฮมสเตย์ โดยทางกลุ่มคิดราคาที่พัก 120 บาทต่อคนต่อคืน และค่าอาหาร 100 บาทต่อคนต่อมื้อ ค่านำเที่ยวสวนสมรม 500 บาท การเดินทางไปหมู่บ้านคีรีวง การเดินทางไปบ้านคีรีวงจากอำเภอเมือง ตามทางหลวงหมายเลข 4016 จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 4015 บริเวณกิโลเมตรที่ 9 เลี้ยวขวาเข้าหมู่บ้านคีรีวง เข้าไป 9 กิโลเมตร หรือขึ้นรถสองแถวจากตลาดยาว ในอำเภอเมือง มีรถออก ตั้งแต่ เวลา 07.00-16.00 น. ราคา 20 บาท ***อัตราค่าโดยสาร และบริการอื่นๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาวะเศรษฐกิจ**** View Larger Map หมู่บ้านคีรีวง ตั้งอยู่ที่ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช ข้อมูลและภาพ : paiduaykan.com / travel.thaiza.com / kiriwongtour.com  / bloggang.com / youtube เรียบเรียงโดย Travel MThai

สิวหายไม่ยากเลย
รักษาสิวอุดตัน /  รักษาสิวหนอง / 

หน้าใสไร้สิวstellalucciเซรั่มมังคุดรักษาสิวอุดตัน รักษาสิวอักเสบ รักษาสิว เปลือกมังคุดราชินีแห่งผลไม้ไทย โดยเราอาจดูที่กลีบรอบบนเปลือกสีม่วงเรียงกันเหมือนกับมงกุฎ โดยวงการเครื่องสำอางค์ชั้นนำ มักนิยมหยิบนำสารสกัดเปลือกมังคุดมาใช้ผสมผสานผลิตภัณฑ์ สำหรับผู้ที่มีผิวหน้าอักเสบ บอบบางและแพ้ง่ายๆ เนื่องด้วยสารสกัดเปลือกมังคุดมีสารแทนนิน (Tanin) และสารแซนโทน ( Xanthone) และ สารแมงโกสติน (Mangostin) ซึ่งสารแทนนินมีฤทธิ์สมานแผลช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น ส่วนสารแมงโกสตีน มีฤทธิ์ช่วยลดอาการผิวอักเสบ และดูแลเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนอง สารแซนโทนในเปลือกมังคุดยังมีฤทธิ์ในการดูแลผิวหน้า และสิ่งแปลกปลอมที่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดสิว พร้อมทั้งผสานกับ Ascorbyl Glucoside หรือวิตามิน ซี สังเคราะห์พิเศษที่ช่วยฟื้นฟูผิวหรือจุดด่างดำที่เกิดจากสิวให้แลดูเรือนรางลงให้ผิวที่กระชับและเรียบคืนตัว หลังจากการใช้เพียง 2 อาทิตย์ คุณจะสัมผัสกับหน้าที่เรียบขึ้นทุกครั้งที่ได้มีการลูบไล้และสัมผัส www.stellalucci.com ติดต่อได้ที่คุณหมอเต้ย084-703-0192 หรือ คุณต้า089-145-5299 หรือstellalucciherb@hotmail.com ดูยูทูปได้ที่ http://www.youtube.com/watch?v=4cWe9gdbOFU