มังคุด

หนุ่มซิ่งเก๋งป้ายแดงตกแหลมพรหมเทพ รอดตายปาฏิหาริย์
จุดชมวิวกังหันลม /  ซิ่งเก๋ง / 

หนุ่มใหญ่ซิ่งเก๋งป้ายแดงตกทะเลบาดเจ็บ บริเวณจุดชมวิวกังหันลมแหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ต ร.ต.ท.วุฒิวัฒน์ เลี้ยงบุญจินดา พนักงานสอบสวน สภ.ฉลอง จ.ภูเก็ต เปิดเผยว่า เกิดเหตุรถเก๋งตกลงไปในทะเล บริเวณจุดชมวิวกังหันลมแหลมพรหมเทพ เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. (18 ธ.ค.) ชาวบ้านที่ตกปลาในบริเวณดังกล่าวได้ยินเสียงรถตกทะเล จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบรถที่ตกลงไปคือรถเก๋งฮอนด้า แจ๊ส สีเปลือกมังคุด ทะเบียน ก-3179 ภูเก็ต ป้ายแดง เจ้าหน้าที่สามารถช่วยคนขับได้ เป็นชายอายุประมาณ 35-40 ปี นำส่ง ร.พ.วชิระภูเก็ต ด้านสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าคนขับรถดังกล่าวไม่ชำนาญพื้นที่เนื่องจากจุดดังกล่าวแคบ ชัน และไม่มีที่กลับรถ หลังจากนี้จะทำการสอบปากคำคนขับรถถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นอีกครั้ง ขอบคุณภาพจาก FM. 91 Trafficpro

สลด! กระบะขายผลไม้ ติดข้อความวอนตามหาลูกสาว
กระบะ /  ตามหาเด็กหาย / 

โลกออนไลน์แชร์ภาพกระบะขายมังคุด ติดสติ๊กเกอร์เต็มรถ วอนช่วยตามหาลูกสาว หลังหายไปนานถึง 4 ปี โลกออนไลน์แชร์ภาพน่าสะเทือนใจ รถกระบะขายผลไม้ติดข้อความและน้องจีจี้ เด็กหญิงที่หายไป เมื่อ 4 ปีที่แล้ว โดยข้อความเหล่านั้นชวนให้ผู้อ่านน้ำตาซึม ด้วยเข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อแม่ตามหาลูก หลังจากถูกพลัดพรากไปนานหลายปี โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊คชื่อว่าขุนเขา สายน้ำ ลำธาร ได้โพสต์ภาพรถกระบะขายผลไม้ เต็มไปด้วยสติ๊กเกอร์ข้อความตามหาเด็กหาย ซึ่งเป็นลูกสาวเจ้าของรถ พร้อมข้อความระบุว่า ไปเที่ยวเขาใหญ่ แวะปั้ม ปตท. ก่อนถึงปากช่อง เจอรถขายผลไม้ เขียนข้อความตามหาลูกสาวไว้ทั่วรถ จึงขอร่วมประกาศตามหา ใครเห็นเบาะแสแจ้งไปตามข้อความที่เขียนบนตัวรถได้เลย ช่วยกันครับ หลังจากที่ภาพดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาชาวโซเชียลต่างแชร์ส่งต่อเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะภาพหนึ่งในนั้นมีข้อความว่า พอรู้ว่าลูกผมหายไป ไม่ถึง 30 นาที ผมรีบไปแจ้งความที่โรงพักแต่ตำรวจไม่รับแจ้ง บอกว่าหายไปไม่ถึง 24 ชม. ขอบคุณภาพ ขุนเขา สายน้ำ ลำธาร MThai News

อร่อยไม่อั้น! กับ 20 สวนผลไม้บุฟเฟ่ต์ ในระยอง จันทบุรี ตราด
จันทบุรี /  ตราด / 

ช่วงนี้ถ้าใครอยากหาผลไม้อร่อยๆ ทานดับร้อน ต้องลองไปเที่ยวจังหวัดระยอง, จันทบุรี และตราด กันสิคะ เพราะในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกรกฎาคมของทุกปี ทางสวนผลไม้ชนิดต่างๆ จะเปิดสวนผลไม้ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปเยี่ยมชมสวน และให้เด็ดผลไม้กินกันสดๆ จากต้น เป็นเทศกาลสวนผลไม้บุฟเฟ่ต์ที่คึกคักมากๆ! เอาล่ะตามเรามาดูกันดีกว่า กับ  20 สวนผลไม้บุฟเฟ่ต์ ใครสะดวกที่ไหนไปที่นั่น รับรองดับกระหายได้แน่นอน ^^ อร่อยไม่อั้น! กับ 20 สวนผลไม้บุฟเฟ่ต์ ในระยอง จันทบุรี ตราด จังหวัดระยอง สวนสุภัทราแลนด์ สวนสุภัทราแลนด์เป็นแหล่งรวบรวมไม้ผลเมืองร้อนไว้มากถึง 25 ชนิดบนเนื้อที่ 800 ไร่ เพื่อให้มีผลไม้ออกตลอดทั้งปี จากเดิมที่มีเฉพาะทุเรียน มังคุด เงาะ เพิ่มเป็น องุ่น ขนุน ลำไย มะเฟือง มะพร้าว ลองกอง สละ แก้วมังกร ชมพู่ เป็นต้น ที่สวนสุภัทรามีบริการพาเราเข้าไปชมสวนด้วยรถรางค่ะ จะมีทั้งสวนเงาะ, ซุ้มกระท้อน, ศาลาองุ่น ฯ  นอกจากได้ชิมผลไม้สดๆ ถึงต้นแล้ว ยังได้ความรู้จากการดูงานวิชาการเชิงการเกษตรโดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ และชมสีสันหลากหลาย และความสวยงามของดอกกล้วยไม้ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนผลิบานตลอดทั้งปีอีกด้วย ราคา : บุฟเฟ่ต์ผลไม้ 300 บาท : 1.30 ชม. ที่ตั้ง : 70 หมู่ 10 ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง (บนทางหลวงหมายเลข 3143) โทร. : 0-3889-2048-9, 08-9936-5933, 08-3111-0984 เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-16.30 น. (สวนปิด 18.00 น.) รายละเอียดเพิ่มเติม : www.suphattraland.com สวนมังคุดไทย (สวนคุณปัญญา) ที่นี่มีต้นมังคุดกว่า 300 ต้นค่ะ อีกทั้งผลไม้หลากหลายชนิดประกอบ ไม่ว่าจะเป็น มะยงชิด มะม่วง มะพร้าว เงาะ แต่จุดเด่นอยู่ที่ผลของมังคุดมีคุณภาพ ไม่มีปัญหาเรื่องเนื้อแก้ว และยางนั่นเอง อีกทั้งการันตีด้วยรางวัลชนะเลิศการประกวดมังคุด ในงานเทศกาลผลไม้และของดีจังหวัดระยอง ค่ะ แถมเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ตามมาชิมบุฟเฟ่ต์ผลไม้ที่นี่ได้อีกด้วย ราคา : บุฟเฟ่ต์ผลไม้ 150 บาท (กรุณาโทรจองก่อนเดินทาง) เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-18.00 น ที่ตั้ง : 31 หมู่ 4 ตำบลหนองตะพาน อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง การเดินทาง : ห่างจากย่านตัวเมืองระยองราว 11 กม. เดินทางจากย่านตัวเมืองบนทางหลวงหมายเลข 3138 ก่อนถึง อ.บ้านค่าย ราว 5 ก.ม. สังเกตุสามแยกมีป้ายบอกทางไปสวนมังคุดไทย และรูปปั้นมังคุดลูกใหญ่ เลี้ยวซ้ายไปอีกราว 2 ก.ม. สวนมังคุดไทยอยู่หลัง อบต.หนองตะพ โทร. : 0-3862-8256, 08-1694-7527 สวนประสมทรัพย์ สวนประสมทรัพย เป็นสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตรจำนวน 9 ไร่ โดยมีพื้นที่ที่เป็นบ้านพักอาศัยรวมอยู่ด้วยค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าได้มีไปเที่ยวที่นี่ก็สามารถค้างคืนได้ด้วย สำหรับพื้นที่สวนได้ปลูกไม้ผลหลากหลายชนิด เช่น มังคุด ลองกอง ทุเรียน เงาะ กระท้อน และ มะยงชิด ซึ่งจะใช้สารที่สกัดจากธรรมชาติ และใช้ปุ๋ยชีวภาพในการกำจัดศัตรูพืช และการบำรุงรักษาไม้ผลค่ะ ทำให้มั่นใจได้ว่า ผลไม้จากสวนนี้ปลอดภัยจากสารพิษแน่นอน และมีรสชาติที่หอมหวานอร่อยอีกด้วย ราคา : บุฟเฟ่ต์ผลไม้ ราคา 200 บาท, บุฟเฟ่ต์ผลไม้พร้อมรับประทานอาหารกลางวัน 300 บาท เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 6.00-18.00 น. ที่ตั้ง : 108/7 หมู่ 5 ต.บางบุตร อ.บ้านค่าย จ. ระยอง การเดินทาง : สามารถเดินทางโดยใช้เส้นทางสายมอเตอร์เวย์ เข้าสู่ถนนสายสุขุมวิท (สาย 3) หลังจากนั้นตัดเข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 36 ผ่านบิ๊กซี แล้ว เลี้ยวซ้ายมาตามถนนสายบ้านบึง-บ้านค่าย (3138) จนถึงทางแยกโรงเรียนหวายกอง แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนสายบางบุตร-วังจันทร์ (3471) พอถึงวัดหนองพะวาเลี้ยวขวา วิ่งมาประมาณ 300 เมตร แล้วเลี้ยวซ้าย เข้าถนนสายห้วงหิน-คลองโป่ง ขับมาเรื่อยๆ แล้วจะถึงสวนประสมทรัพย์ โทร. : 08-1481-6598, 08-1377-3056 รายละเอียดเพิ่มเติม : www.facebook.com/pages/สวนประสมทรัพย์ สวนคุณไพบูลย์ สวนคุณไพบูลย์ ท่องเที่ยวเชิงเกษตร จ.ระยอง จะเปิดให้บริการให้นักท่องเที่ยวได้เข้าเยี่ยมชมและรับประทานผลไม้สดๆจากต้นในประมาณกลางเดือน เมษายน 2557 เป็นต้นไป ซึ่งกลางพฤษภาคมเปิดสวนทุเรียนนกกระจิบรุ่นแรก บุฟเฟ่ต์ทุเรียนนกกระจิบ และสำหรับเดือนมิถุนายน จะเป็นบุฟเฟต์ผลไม้ ทุเรียนหมอนทอง, มังคุด, เงาะ และลองกอง ค่ะ ราคา : บุฟเฟ่ต์ทุเรียนนกกระจิบ ราคา 390 บาท, บุฟเฟต์ผลไม้ 200 บาท เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-17.00 น. ที่ตั้ง : 21 หมู่ 4 ต.นาตาขวัญ อ.เมือง จ.ระยอง 21000 การเดินทาง : เมื่อถึงระยอง สังเกต สี่แยกทับมา ให้ขับตรงมา ขวามือจะพบ MAKRO เลยมาซ้ายมือจะพบ BIGC ให้ข้ามสะพานหน้า BIGC ขับตรงมา จะพบสี่แยกบ้านดอนให้ขับตรงมา และเตรียมชิดซ้ายเพื่อเลี้ยวซ้ายที่สี่แยกบ้านแลง (ไม่ขึ้นสะพาน) เข้าทางหลวงหมายเลข 3139 (ขวามือมีเซเว่นอีเลฟเว่น) เมื่อเลี้ยวซ้ายมาแล้วให้ขับตรงมาเรื่อยๆ จนพบสะพานข้ามบึงน้ำและมีร้านอาหารครัวสมใจอยู่ซ้ายมือ ขวามือเป็นวัดจุฬามุณี ให้ชิดซ้ายเพื่อเลี้ยวซ้ายมานาตาขวััญ เมื่อเลี้ยวซ้ายมาแล้ว ให้ขับตรงมาเรื่อยๆ จะผ่านวัดนาตาขวัญอยู่ซ้ายมือ ผ่านโรงเรียนวัดนาตาขวัญ ผ่านร้านบุญช่วยการเกษตรอยู่ซ้ายมือ ปั้มสมจิตรบริการอยู่ขวามือ ให้เตรียมชิดขวาเพื่อเลี้ยวขวาข้างๆ ที่ทำการ อบต.นาตาขวัญ เมื่อเลี้ยวขวาเข้ามาแล้ว ขับตรงมาจนพบสามแยก ให้เลี้ยวซ้าย วิ่งมาประมาณ 500 เมตร จะพบป้ายชื่อสวนและทางเข้าสวนอยู่ขวามือ โทร. : 08-2210-0188, 08-7136-4883, 08-9535-7008, 08-6149-1772 รายละเอียดเพิ่มเติม : www.paiboonrayong.com และ www.facebook.com/suanpaiboon สวนผู้ใหญ่สมควร (บ้านแลง) การมาชิมมังคุดที่นี่จะเป็นอะไรที่ฟินสุดๆ เพราะไฮไลท์ที่สำคัญของสวนผู้ใหญ่สมควรคือ “ต้นมังคุด 100 ปี” ซึ่งจะมีขนาดลำต้นใหญ่สูง และมีลักษณะเป็นพุ่มสวยงามค่ะ และลักษณะเด่นของมังคุด 100 ปี คือ จะมีเปลือกบาง หวานอร่อยกว่ามังคุดทั่วไป โดยลูกจะมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก และผิวพรรณจะไม่นวลเนียนเท่าที่ควร แต่รับรองว่าถ้าใครได้ลิ้มลองแล้วจะต้องติดใจ หาไม่ได้อีกแล้วนะเออ ราคา : บุฟเฟต์ผลไม้ 200 บาท เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-16.00 น. ที่ตั้ง : หมู่ที่ 3 บ้านหนองพญา ต.บ้านแลง อ.เมือง จ.ระยอง การเดินทาง : เมื่อถึงระยอง ใช้ถนนสายสุขุมวิท (สาย 3) หลังจากนั้นตัดเข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 36 ผ่านบิ๊กซี ผ่านสี่แยกบ้านค่ายหลังจากนั้นชิดซ้าย เลี้ยวซ้ายตรงสี่แยกบ้านแลง ผ่านวัดจุฬามณี วัดบ้านแลง แล้วเลี้ยวขวาข้างคลองชลประทาน โดยตลอดเส้นทางจะมีป้ายบอกมายังสวนเป็นระยะ โทร. : 08-1761-9497, 08-1991-3233 รายละเอียดเพิ่มเติม : www.facebook.com/SuanPuyaiSomkuan สวนยายดา-ป้าบุญชื่น สวนยายดาเป็นสวนผลไม้ผลแบบผสมผสานค่ะ จะมีทุเรียน และเงาะเป็นหลัก ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมสวนผลไม้ได้ ทั้งกินอิ่ม และนอนเล่นได้ทั้งวัน พร้อมส้มตำบุฟเฟต์อีกด้วย สำหรับในปี 2557 นี้สวนจะเปิด 1พ.ค. นี้จนถึงประมาณ ต้นเดือน ก.ค. หรือจนกว่าผลไม้จะหมดค่ะ ความสนุกของการมาเที่ยวที่นี่ก็คือ ทางสวนจะมีตะกร้าผลไม้ให้เราไปเด็ดผลไม้จากใส่กระจาดแล้วไปชิมกันได้เลย ราคา : บุฟเฟต์ผลไม้ 200 บาท เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-17.00 น. ที่ตั้ง : 30 ม.3 ตำบลตะพง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง การเดินทาง : เมื่อถึงระยอง ใช้ถนนสุขุมวิทเส้นทาง ระยอง-จันทบุรี (สาย 3) จนถึงตลาดผลไม้ตะพง แล้วจะเห็นทางเข้าสวนยายดาใช้ถนนสายตะพง-ยายดา ระยะทางเพียง 4 กม.ก็จะถึงสวนยายดา โทร. : 0-3866-4369, 08-9099-1297, 08-9043-1330 รายละเอียดเพิ่มเติม : www.suanyaida.net สวนปาหนัน ที่นี่เป็นสวนผลไม้เก่าแก่มากอีกแห่งหนึ่งของระยองค่ะ ทำสวนผลไม้ มามากกว่า 80 ปีแล้ว บนพื้นที่ 12 ไร่ ปลูกทั้งเงาะ มังคุด ลองกอง ทุเรียน แถมยังมีไฮไลท์ที่ป้าปาหนันภูมิใจนำเสนอ คือ ต้นมังคุดอายุเก่าแก่กว่า 99 ปี ปลูกกันมาตั้งแต่รุ่นแม่อยู่ยืนต้นมาจนปัจจุบัน นอกจากนี้ที่นี่ยังมีบริการที่พักแบบโฮมสเตย์ในสวนผลไม้ด้วย ราคา : บุฟเฟต์ผลไม้ 200 บาท เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-17.00 น. (กรุณาโทรสอบถามวันเวลาเปิดจากทางสวนก่อนเดินทาง) ที่ตั้ง : 60 ม.14 หมู่บ้านยายดา ตำบลตะพง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง การเดินทาง : เมื่อถึงระยอง ใช้ถนนสุขุมวิทเส้นทาง ระยอง-จันทบุรี (สาย 3) จนถึงตลาดผลไม้ตะพง แล้วจะเห็นทางเข้าสวนยายดาใช้ถนนสายตะพง-ยายดา ระยะทางเพียง 4 กม.ก็จะถึงสวนปาหนัน โทร. : 08-1300-9518, 08-1861-6927 สวนลุงทองใบ สวนลุงทองใบเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรอีกแห่งในระยอง บนพื้นที่ประมาณ 40 ไร่ ภายในสวนมีทั้งทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง มะม่วง มะปราง และผลไม้แปรรูปอย่างทุเรียนกวน ทุเรียนทอด นอกจากนี้ภายในสวนยังมีการปลูกสมุนไพรหลากชนิดไว้เพื่อศึกษาให้ลึกซึ้งถึงสรรพคุณ เช่น หนุมานประสานกาย, ฟ้าทะลายโจร, กระวาน, ทองพันชั่ง ฯ ราคา : บุฟเฟต์ผลไม้ 200 บาท เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 9.00-18.00 น. ที่ตั้ง : ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง การเดินทาง : มาจากเมืองระยอง ตรงมาตลาดตะพง จนมาถึงการท่องเที่ยว ระยอง  สังเกตป้ายทางเข้าวัดยายดา จะมีป้ายทางเข้าสวนลุงทองใบด้วย เลี้ยวซ้ายเข้าไป แล้วก็ตรงไปตามทางเรื่อยๆ จนเจอวัดยายดา ให้เลียวขวา แล้วตรงไปหน่อย จะมีแยกออกซ้ายหน่อยๆ (มีป้ายบอกตลอด) แล้วตรงไปเรื่อยๆ ก็จะถึงสวนลุงทองใบ โทร. : 08-3769-6172, 08-9810-6411 รายละเอียดเพิ่มเติม  : www.facebook.com/SwnLungThxngbi สวนผู้ใหญ่เสวต กิจกรรมของการมาเที่ยวสวนผู้ใหญ่เสวตรนี้นอกจากการชมสวน ชิมผลไม้ ตามปกติแล้ว เราจะยังได้ชิมขนมจีนข้าวกล้อง อาหารพื้นเมืองของระยองอีกด้วยค่ะ ซึ่ง "ขนมจีนข้าวกล้อง" นี้มีส่วนผสมของสมุนไพรจากป่าชุมชนของชาวบ้าน รับรองว่านอกจากถูกปาก ยังดีต่อสุขภาพอีกด้วยค่ะ ราคา : บุฟเฟต์ผลไม้ 200 บาท เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-18.00 น. (กรุณาโทรสอบถามวันเวลาเปิดจากทางสวนก่อนเดินทาง) ที่ตั้ง : เขายายดา ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง โทร. : 08-9179-6288 สวนละไม  สวนผลไม้กว่า 500 ไร่ โอบล้อมด้วยภูเขาและป่าไม้ธรรมชาติอากาศเย็นสบายด้วยพรรณไม้นานาชนิด วางแผนการปลูกผลไม้เชิงท่องเที่ยวมามากกว่า 10 ปี มีผลไม้หลากหลายชนิด เช่น ทุเรียน เงาะ มังคุด ส้มโอ ชมพู่ ลำไย สละแก้วมังกร ลองกอง มะเฟือง มะยงชิด องุ่น ฯลฯ เป็นต้น สนุกกับบรรยากาศ และความสุขจากการเก็บผลไม้สดๆจากต้น สะดวกสบายด้วยรถบริการเข้าชมสวน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ เช่นให้นมแพะ เป็นต้น สวนละไม จะแบ่งตามฤดูกาลต่างๆ เดือน เมษายน - สิงหาคม ของทุกๆปี จะเป็นช่วงฤดูร้อน หน้าผลไม้ เงาะ มังคุด ทุเรียน สละ ลองกอง ลำไย ฯลฯสวนละไมจะมีกิจกรรม "เที่ยวชมสวน และทานบุฟเฟ่ต์ผลไม้" และช่วงปลายปี เดือน ตุลาคม - มีนาคม ของทุกๆปี จะเป็นช่วงฤดูฝนและหนาว สวนละไมจะมีเปิดกิจกรรมเที่ยวไร่สตอเบอร์รี่ พร้อมด้วยสวนส้มเขียวหวาน สวนลำไย สวนดอกไม้ และสวนหิน ราคา : บุฟเฟต์ผลไม้ 300 บาท เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.00-17.00 น ที่ตั้ง : 19/9 ถ.บ้านบึง-แกลง (สาย 344) ต.ป่ายุบใบ อ.วังจันทร์ จ.ระยอง โทร. : 098-737-4983, 098-737-4984, 098-737-4985 รายละเอียดเพิ่มเติม  : http://www.suanlamai.com/, https://www.facebook.com/Suanlamai/ จังหวัดจันทบุรี สวนผู้ใหญ่คำนึง ที่นี่ถือว่าเป็นสวนแห่งปราชญ์ของจังหวัดจันทบุรี ที่ใช้ความรู้ความสามารถจากประสบการณ์ตรงลองผิดลองถูกมาด้วยตัวเองจนประสบความสำเร็จ และได้เปิดบ้านเป็นศูนย์ถ่ายทอดความรู้สู่ผู้สนใจที่เข้ามาเยี่ยมชมค่ะ ที่นี่ก็มีผลไม้มากมายให้เราได้ชิมจากต้นสดๆ ทั้งทุเรียน เงาะ มังคุด แก้วมังกร สละ ราคา : บุฟเฟต์ผลไม้ 99 บาท (กรุณาสำรองล่วงหน้าอย่างน้อย 5 วัน) เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-17.00 น. ที่ตั้ง : 6/1 หมู่ 12 ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี โทร. : 08-9092-9596, 08-9099-0644, 0-3943-3088 สวนป้าแกลบ มาถึงสวนป้าแกลบ สิ่งที่ต้องลองคือ “ทุเรียน สแน็ค” ที่นี่จะเน้นการนำทุเรียนสดมาแปรรูปเพิ่มมูลค่า เป็นเจ้าแรกที่นำออกมาในลักษณะนี้ค่ะ นอกจากนี้ยังมีการทำน้ำพริกกุ้ง และน้ำพริกต่างๆ การทำทองม้วนไส้หมูหยอง คุกกี้สิงคโปร์ ฟักทองทอด ขนมผิง ทอฟฟี่รสชาติต่างๆ การผลิตน้ำยาล้างจาน น้ำยาปรับผ้านุ่ม และน้ำยาซักผ้า เป็นต้น ราคา : ฟรี (ไม่มีบุฟเฟ่ต์ผลไม้แต่มีสินค้าผลไม้แปรรูปให้เลือกซื้อได้) เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-17.00 น. ที่ตั้ง : 43 ม.8 ต.เขาบายศรี อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี โทร. : 0-3935-6945, 0-3932-0532, 08-6366-8002 วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรชุมชนรักเขาบายศรี (บ้านแซงลึก) ราคา : บุฟเฟต์ผลไม้ 150 บาท ที่ตั้ง : หมู่ 4 ตำบลเขาบายสี อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี โทร. :  08-6834-9604, 08-3078-8002 เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 9.00-16.00 น. สวนโถทอง ราคา : บุฟเฟต์ผลไม้ 100 บาท ที่ตั้ง : 8 หมู่ 10 ตำบลคมบาง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี โทร. : 0-3945-9339 เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-17.00 น. (กรุณาโทรสอบถามวันเวลาเปิดจากทางสวนก่อนเดินทาง) สวนสาวสุดใจ ราคา : บุฟเฟต์ผลไม้ 199 บาท เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 9.00-18.00 น. ที่ตั้ง : หมู่ 1 ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จันทบุรี การเดินทาง : มาถึงจันทบรี ตรงไป อ.ขลุง เลยน้ำตกพลิ้วไปเป็นแยกให้เลี้ยวขวาเข้าไปเลยในแถบนั้นจะมีสวนผลไม้เต็มไปหมดตรงเข้าไปประมาณ 5 กิโลเมตร สวนจะเข้าไปจากถนนเล็กน้อยทางด้านขวามือ โทร. : 08-1377-3190, 08-2208-9596, 0-3943-4092 รายละเอียดเพิ่มเติม : www.sawsudjai.com และ www.facebook.com/sawsudji สวนเคพี การ์เด้น จันทบุรี (KP Garden Chanthaburi) ราคา :  ท่านละ 320 บาท ที่ตั้ง : ต.ท่าหลวง อ.มะขาม จ.จันทบุรี โทร. : 086 566 2419, 039-323291-10 เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 9.00-17.00 น. รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/KPgarden , Line : @kpgrand จังหวัดตราด สวนสละสมโภชน์ สวนสละสมโภชน์ เป็นสวนสละที่มีการดูแล การจัดการสวนอย่างดี คัดสรรคุณภาพตั้งแต่กระบวนการคัดเมล็ดพันธุ์ในการปลูก หรือแม้กระทั่งคัดเกสรไม้เพื่อใช้ในการผสมให้ติดลูก ทำให้เป็นสละที่มีรสชาติดี สวนสมโภชน์เป็นสวนสละคุณภาพ ที่เปิดขายสละพันธ์สุมาลี ให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินเข้าไปเลือกซื้อกันได้ถึงหน้าสวน นอกจากนี้ยังมีสละแปรรูปอย่าง สละลอยแก้ว ซึ่งมีรสชาติหวานชื่นใจไว้ให้ทานกันอีกด้วยค่ะ ราคา : ไม่เสียคาเข้า (กรุณาโทรแจ้งทางสวนก่อนเดินทาง) เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-17.00 น. ที่ตั้ง : บ้านท้ายวัง อ.เมือง จ.ตราด การเดินทาง : ใช้ถนนสุขุมวิทมุ่งหน้าสู่จังหวัดตราด สวนสละสมโภชน์ตั้งอยู่บ้านท้ายวัง ก่อนถึง อ.เมือง ตราด ประมาณ 7 กิโลเมตร ปากทางเข้าเป็นวัดวังกระแจะ ให้เลี้ยวเข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตรก็จะเจอสวนสละสมโภชน์ โทร. : 08-1438 -2015 สวนไพฑูรย์ สวนไพฑูรยมีพื้นที่กว่า 250 ไร่ เนรมิตเป็นสวนทุเรียนปลอดภัยหลากหลายสายพันธุ์ เน้นเฉพาะปลูกเพื่อส่งออกไปยังประเทศจีนเท่านั้น แม้สวนไพฑูรย์จะเป็นสวนผลไม้เพื่อส่งออก 100% แต่ก็เปิดสวนสำหรับคนไทยที่ไปเป็นหมู่คณะเพื่อเรียนรู้ด้านการสวนผลไม้ปลอดสารพิษ และสวนผลไม้เพื่อส่งออกค่ะ ราคา : 100 บาท (กรุณาโทรสำรองล่วงหน้า 1 วัน) เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 7.00-17.00 น. ที่ตั้ง : บ้านทุ่งนนทรี หมู่ 8 ต.ทุ่งนนทรี อ.เขาสมิง จ.ตราด โทร. : 08-6006-0132 การเดินทาง ได้ 2 เส้นทาง คือ ทางรถยนต์วิ่งลัดเลาะตามสวนผลไม้ขนานกับแม่น้ำเขาสมิง แต่เส้นทางยังเป็นลูกรังเหมาะสำหรับรถยนต์ 4 ล้อมากกว่า ส่วนอีกเส้นทางหนึ่งล่องแพหรือนั่งเรือ ไปตามลำน้ำของแม่น้ำเขาสมิงนั่นเอง ไปขึ้นท่าที่สวนไพฑูรย์พอดี ไปทางน้ำ ขึ้นแพที่ท่าแพ หรือท่าเรือเขาสมิง อยู่ด้านหลังของที่ว่าการอำเภอเขาสมิง จากนั้นเรือจะลากแพล่องไปตามลำน้ำที่ไหลเอื่อยตามความคดโค้งแห่งสายน้ำ ท่ามกลางความเขียวขจีของแมกไม้และสวนไม้ผลที่ขึ้นขนาบสองฟากแม่น้ำ สวนผลอำไพ ใครที่อยากมาชิมผลไม้สดๆ จากต้นก็สามารถเด็ดชิมได้เลย หรือถ้าไม่อยากไปเดินให้เมื่อย เขาก็มีโต๊ะบุฟเฟต์ผลไม้ที่ทางสวนเตรียมไว้ต้อนรับ มีครบ ทั้ง ทุเรียน เงาะ มังคุด สับประรด ลองกอง เลยทีเดียวค่ะ ที่ตั้ง : 205 หมู่ที่ 8  ต.ทุ่งนนทรี  อ.เขาสมิง  จ.ตราด โทร. : 0-3959-9110, 081-6563841 รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/pft.orchard/ สวนคุณปู่ ราคา : ฟรี (เลือกซื้อผลไม้ได้ตามชอบใจ) ที่ตั้ง : ต.เกาะช้าง อ.เกาะช้าง โทร. : 08-1865-8442 เวลาาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-17.00 น. ขอบคุณข้อมูลจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน Fruits Festival 2557
เทศกาลผลไม้ /  เที่ยวจันทบุรี / 

ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวไปชิมผลไม้สดๆ จากต้น ณ สวนผลไม้ระยอง สวนผลไม้จันทบุรี สวนผลไม้ตราด มีทั้งทุเรียน เงาะ สละ ลองกอง มังคุด แก้วมังกร ฯลฯ พร้อมเรียนรู้วิถีชีวิตแบบชาวสวน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน Fruits Festival 2557 ใครรอคอยการไปลิ้มรสชิมความอร่อยของผลไม้สดๆ จากต้น ภายในบรรยากาศสบาย ๆ ของสวนผลไม้ ที่เป็นของดีขึ้นชื่อของภาคตะวันออกแล้วล่ะก็ ไม่ควรพลาดกับโครงการ “อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน Fruits Festival 2557″ เพราะในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคมของทุกปี ผลไม้ของภูมิภาคแห่งชายทะเลตะวันออกของไทย รอคอยให้นักท่องเที่ยวมาชิมผลไม้ไทยสดใหม่จากต้น โดยถือเป็นโครงการที่ดีในการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนผลไม้ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวของภาคตะวันออกในหัวข้อ สีสันตะวันออก โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคตะวันออก ขอนำเสนอรายชื่อสวนผลไม้ในพื้นที่ภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด จังหวัดนครนายก และจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งมีทั้งหมด 42 สวน โดยมีรายละเอียดดังนี้ ทั้งนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคตะวันออก โทรศัพท์ 02 250 5500 ต่อ 3915-7 หรือเว็บไซต์ www.traveleastthailand.org, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานระยอง โทรศัพท์ 03-865-5420-1, 03-866-4585 หรือเว็บไซต์ www.tat-rayong.com, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราด โทรศัพท์ 03-959-7255, 03-959-7259-60 และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครนายก โทรศัพท์ 03-731-2282, 03-731-2284 หรือเว็บไซต์ www.tat8.com นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมดีๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสนุกกัน นั่นก็คือ อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน Fruits Festival 2557 โดยสามารถร่วมสนุกกับกิจกรรมเช็กอิน “อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน” ที่ 20 สวนผลไม้ภาคตะวันออก เพื่อลุ้นรับของรางวัลมากมายจาก ททท. ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม-15 กรกฎาคม 2557 ประกาศผลรูปที่ชนะใจกรรมการ และได้รับการกด Like จากมหาชนมากที่สุด ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2557 และสามารถติดตามข่าวสารกิจกรรมได้ที่ www.facebook.com/FunnyTravelEastThailand และ www.TravelEastThailand.org ขอบคุณข่าวสารจาก  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคตะวันออก

ทุเรียน-มังคุดมาแรง! พณ.หวั่น ยาง-ปาล์ม ถูกโค่น เหตุราคาตกต่ำ
กระทรวงพาณิชย์ /  ทุเรียน / 

กระทรวงพาณิชย์ หวั่น เกษตรกรชาวสวนยางและสวนปาล์ม แห่เปลี่ยนพื้นที่เกษตร โค่นยางและ ปลูกทุเรียน-มังคุด แทน เนื่องจากขายได้ราคาดีกว่า นางดวงกมล เจียมบุตร โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เกษตรกรในหลายพื้นที่โดยเฉพาะ ชาวสวนยางและสวนปาล์ม รวมถึงพื้นที่เกษตรอื่นๆ เริ่มปรับเปลี่ยนสวน หันมาปลูกทุเรียนและมังคุดแทน เนื่องจากความต้องการของผู้บริโภคในต่างประเทศสูงขึ้นทำให้ขายได้ราคาดี โดยมีพ่อค้าจากทั้งประเทศจีนและอาเซียน เข้ารับซื้อทุเรียนและมังคุดถึงหน้าสวน ทางกระพาณิชย์ จึงมีความกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงพื้นที่เกษตร เพราะการปลูกผลไม้ประเภทใหม่ต้องใช้เวลา 4-5 ปี กว่าจะออกผล ซึ่งราคาทุเรียนและมังคุดใน4-5ปี ข้างหน้าอาจจะขายไม่ได้ราคาดีเท่าตอนนี้ ทั้งนี้ เมื่อ 3-4 ปีก่อนหน้านั้น ได้เกิดเหตุการณ์คล้ายๆกันคือ เกษตรกรโค่นต้นทุเรียน-มังคุด เพื่อปลูกยางพาราและปาล์มน้ำมันแทน เนื่องจากมีราคาดีกว่า ทำให้สวนทุเรียน-มังคุดลดลง และส่งผลให้เมื่อปีที่ผ่านมายางพาราล้นตลาด จนชาวสวนยางขาดทุนไปหลายราย นอกจากนี้เหตุอุทกภัยเมื่อปี2554 ยิ่งทำให้สวนทุเรียน-มังคุดลดลงอย่างต่อเนื่อง จนผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด จึงสวนทางกับราคายางพาราและปาล์มน้ำมันในปัจจุบัน กระทรวงพาณิชย์ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำความเข้าใจกับเกษตรกร เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นซ้ำอีก ถึงแม้ว่าความต้องการผลไม้ในตลาดส่งออกมีมาก จนต้องมีการจัดหาพ่อค้าไปรับซื้อผลไม้ถึงหน้าสวน แต่การปรับเปลี่ยนพื้นที่เกษตรนั้นต้องใช้เวลา และการตลาดในอนาคตที่ไม่แน่ไม่นอนว่าผู้บริโภคจะมีความต้องการสิ่งไหนมากกว่ากัน ขอบคุณข้อมูลจาก...Dailynews ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy MThai News

สุขภาพดี โหงวเฮ้งดี กับอ.คฑา ชินบัญชร ! ตอนที่ 1 ธาตุดิน
ธาตุดิน /  สุขภาพดี / 

การรับประทานอาหารตามธาตุ จะทำให้มีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดี ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส และส่งผลให้โหงวเฮ้งเราดีขึ้นด้วย ซึ่งเมื่อโหงวเฮ้งเราดี ก็จะทำให้เราทำอะไรก็ราบรื่น ประสบผลสำเร็จ เราทุกคนมีธาตุทั้ง 4 อยู่ในร่างกาย แต่จะมีลักษณะเด่นเพียงหนึ่งธาตุ ถ้า รู้จักตัวเอง ก็สามารถปรับสมดุลเพื่อรับมือกับความผิดปกติที่จะเกิดขึ้นได้ นอกจากนั้นในแต่ละช่วง ฤดูกาลต่างๆ ก็ควรมีการปรับธาตุของร่างกายให้สมดุลกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพร่างกาย ด้วยอาหารการกิน   ฤดูร้อน มักเจ็บป่วยด้วยธาตุไฟ ควรรับประทานผัก ผลไม้ที่มีรสขม เย็น จืด เช่น สะเดา มะระ แตงโม หัวผักกาด แตงกวา ฝักเขียว คะน้า บวบ ฯลฯ ฤดูฝน มักเจ็บป่วยด้วยธาตุน้ำ ควรรับประทานผัก ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น มะเขือเทศ ส้ม มะนาว สับปะรด ยอดมะขามอ่อน ฯลฯ ฤดูหนาว มักเจ็บป่วยด้วยธาตุลม ควรรับประทานผัก ผลไม้ที่มีรสเผ็ดร้อน เช่น กะเพรา โหระพา ตะไคร้ ขิง ข่า กระเทียม ขึ้นฉ่าย ฯลฯ ผู้ที่เกิด ธาตุดิน คือ... ราศีพฤษภ 14 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน ราศีกันย์ 17 กันยายน - 16 ตุลาคม ราศีมังกร 14 มกราคม - 12 กุมภาพันธ์ คนที่มีธาตุดิน เป็นธาตุเจ้าเรือน จะมีรูปร่างสูงใหญ่ ผิวค่อนข้างคล้ำ ผมดกดำ เสียงดังฟังชัด เป็นคนหนักแน่น เยือกเย็น อดทน เคลื่อนไหวค่อนข้างช้า รักการประนีประนอม จึงเหมาะกับการทำงานประจำ คนธาตุนี้มักชอบกิจกรรมเกี่ยวกับการพักผ่อนหย่อนใจ เป็นคนผิวเย็น ควรออกกำลังกายอย่างหนัก เพื่อลดความเฉื่อยชา และควรดูแลสุขภาพด้วยการรับประทานผักและผสไม้ที่มีรสฝาด หวาน มัน เค็ม เช่น หัวปลี กะหล่ำปลี ผักกะเฉด ถั่วพู เผือก มัน แห้ว มะพร้าว ถั่วลิสง งาดำ ฝรั่ง กล้วยน้ำว้า ตัวอย่างอาหารคาว : ถั่วงอกผัดเต้าหู้ ข้าวซอยไก่ แกงจืดเต้าหู้ ยำถั่วพู ตัวอย่างอาหารหวาน : ถั่วเขียวต้มน้ำตาล ฟักทองนึ่ง มะพร้าวขูด กล้วยบวชชี ตัวอย่างเครื่องดื่ม : น้ำฝรั่ง น้ำฟักทอง น้ำแตงโมง น้ำเต้าหู้ ตัวอย่างผลไม้ : ฝรั่ง กล้วยน้ำว้า มะละกอสุก มะม่วงสุก มังคุด เงาะ ลำไย รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

'ปู' แวะชมสวน-ชิมทุเรียนออร์แกนิค ที่นครนายก
ทุเรียน /  นครนายก / 

ยิ่งลักษณ์ ชมสวน ละอองฟ้า จ. นครนายก ชิมทุเรียนหลากสายพันธุ์ ชวนประชาชนแวะมาเที่ยวชม วันที่ 11 มิถุนายน เพจเฟซบุ๊ค 'Yingluck Shinawatra' ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เผยแพร่รูปภาพพร้อมระบุข้อความ มีเนื้อหาดังต่อไปนี้ 'วันนี้แวะมาชิมทุเรียนของสวนละอองฟ้า จ. นครนายกค่ะ ที่นี้มีทุเรียนมากกว่า 50 สายพันธุ์ ที่เด่นๆ ก็คือสายพันธุ์ละอองฟ้า ลำเจียก ฟักข้าว ชายมังคุด ชะนีก้านยาว หมอนทอง กบแม่เฒ่า และทุเรียนนมสด นอกจากทุเรียนแล้ว ยังมี มังคุด สับปะรด เงาะ กะท้อน ขนุน ผลไม้ทุกชนิดของสวนละอองฟ้า ล้วนแล้วแต่ปลอดสารพิษ เพราะที่นี่ใช้การปลูกแบบออร์แกนิค ตามแนวคิดที่ว่า ความสมบูรณ์ที่มีอยู่แล้วในธรรมชาติจะทำให้ได้ผลผลิตที่ดี เปรียบเสมือน การปลูกเพื่อคนที่เรารัก ความอร่อยก็จะออกมาเองค่ะ เลยทำให้สวนแห่งนี้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติของคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการเรียนรู้การใช้วิถีชีวิตของชาวสวนและการปลูกผัก ผลไม้ ที่ยังคงรักษาระบบนิเวศน์ ไว้ได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้น สวนนี้ใช้การเพาะเมล็ดพันธุ์แบบดั้งเดิม และต้นทุเรียนที่นี่มีอายุเฉลี่ยเกินกว่า 50 ปี ใครมาที่ จ.นครนายก ก็อย่าลืมแวะมาเที่ยวที่สวนทุเรียนละอองฟ้ากันนะคะ' MThai News ที่มา FB : 'Yingluck Shinawatra'

แห่ กินผลไม้ฟรี ในงาน
กินผลไม้ฟรี /  ของดีเมืองจันท์ / 

เป็นสัปดาห์สุดท้ายแล้ว สำหรับงาน "ของดีเมืองจันท์ วันผลไม้ สีสันตะวันออก" ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่ วันที่ 23-31 พฤษภาคม 2558 ณ ลานศูนย์ปฏิบัติราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี ยังมีเวลาเหลืออีก 2 วันคือเสาร์-อาทิตย์นี้นะครับ จุดเด่นไฮไลท์น่าจะอยู่ที่ มีเปิดให้ กินผลไม้ฟรี อีกด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นำเปิดงาน กินผลไม้ฟรี ของดีเมืองจันท์ ภายในงานมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย นำโดยกิจกรรมกินผลไม้ฟรี ซึ่งภายในงานมีการนำผลไม้มาให้กินฟรีภายในช่วงเวลาที่กำหนด วันละ 2 ช่วง คือ รอบ 11.00 น. – 14.00 น. และ 17.00 น. – 20.00 น. มีทั้ง ทุเรียนหมอนทองสุก มังคุด เงาะ สละ ลำไย ที่พร้อมเสิร์ฟไม่อั้นตลอด 3 ชั่วโมงเต็ม ประชาชนแห่ กินผลไม้ฟรี เนืองแน่น ขายดีสุด น่าจะเป็นทุเรียนหมอนทองนี่แหละ เงาะโรงเรียนก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่คนไทยชอบ ล่าสุด รายงานมาว่า นักท่องเที่ยวแห่กินผลไม้ฟรี โดยเฉพาะทุเรียนหมอนทอง หมดไปแล้ว 10 กว่าตัน และคาดว่า เสาร์อาทิตย์นี้ จะมีนักท่องเที่ยวแห่มากินผลไม้ฟรีกันมากกว่าเดิมแน่นอน เพราะเป็น 2 วันสุดท้ายแล้ว ซึ่งทางจังหวัดเอง ก็เตรียมพร้อมผลไม้ ไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว ไม่น่าเป็นห่วง เอาเป็นว่า ใครชอบผลไม้ อยากกินของฟรี ก็เชิญเลยครับ credit : chuntaburi.go.th

อุทาหรณ์! กินเม็ดกระท้อนลำไส้ทะลุ
กลืนเม็ดกระท้อนทำไส้ทะลุ /  กลืนเม็ดกระท้อนลงท้อง / 

ลำไส้ทะลุหลังกลืนเม็ดกระท้อนลงท้อง ไปกว่า20 เม็ด แพทย์เตือนประชาชนให้ระมัดระวังอย่ากลืนเม็ดกระท้อนเข้าไปเป็นอันขาด วันนี้ (3 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีผู้ป่วยปวดท้องรุนแรงถูกส่งตัวมารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ หลังกลืนเม็ดกระท้อนเข้าไป นายแพทย์วิฑูรย์ ศรีศุกร์เจริญ แพทย์เชี่ยวชาญด้านเวชกรรม สาขาศัลยกรรม ได้เปิดเผยว่า ผู้ป่วยเข้ารักษาตัวอยู่จริง โดยปีนี้พบผู้ป่วยแล้ว 2 ราย ทั้งคู่เดินทางเข้ารักษาตัวด้วยอาการปวดท้องอย่างรุนแรง หลังรับประทานเม็ดกระท้อนเข้าไป จึงขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวังอย่ากลืนเม็ดกระท้อนเข้าไปเป็นอันขาด สำหรับสาเหตุดังกล่าว นายแพทย์วิฑูรย์ชี้แจงงว่า เกิดจากการรัปประทานกระท้อนแล้วกลืนลงท้องไปทั้งเม็ด ซึ่งเม็ดกระท้อนจะมีส่วนที่แหลมคมอยู่ตรงปลายเม็ดทั้ง 2 ข้าง ต่างจากเม็ดมังคุด หากใครที่มีประวัติเป็นโรคท้องผูกเรื้อรัง จะพบว่าเป็นคนไข้ที่รับประทานเม็ดกระท้อนเข้าไป จะถูกปลายที่แหลมคมทั้ง 2 ข้างทิ่มตำสำไส้ใหญ่ส่วนล่างออกมาที่ช่องท้องพร้อมกับอุจจาระ จะทำให้เกิดภาวะเยื่อบุช่องท้องอักเสบ และอาจจะทำให้เสียชีวิตได้จากภาวะโลหิตเป็นพิษ เพราะการติดเชื้อในช่องท้อง ผู้ป่วยบางรายมักจะคิดว่าเป็นการปวดท้องธรรมดาจึงรักษากันเอง กว่าที่จะมาพบแพทย์เชื้อโรคก็กระจายเข้าสู่กระแสเลือดแล้ว ด้านนายดวงดี ธรรมวัง อายุ 51 ปี ผู้ป่วยที่สำไส้ทะลุจากการกลืนเม็ดกระท้อนเข้าไป กล่าวว่า ได้กินกระท้อนโดยกลืนเม็ดกระท้อนเข้าไปด้วย 25-30 เม็ด ทั้งเม็ดใหญ่เม็ดเล็ก ตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา กระทั่งรู้สึกปวดท้องอย่างรุนแรงจนทนไม่ไหว หลังจากพบแพทย์ก็ถูกส่งตัวเข้าห้องผ่าตัดทันที โดยแพทย์ได้ผ่าตัดเป็นแผลยาวประมาณ 15 เซนติเมตร รักษาสำไส้ที่ทะลุ และนำสำไส้ส่วนดีมาไว้หน้าท้อง เพื่อให้ขับถ่ายทางหน้าท้อง ที่สำคัญพบเม็ดกระท้อนตกค้างอยู่ตรงจุดที่ทะลุ 10 เม็ด ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ปวดท้องอย่างรุนแรง แต่ก็พบว่า ระหว่างการถ่ายอุจจาระ ยังมีเม็ดกระท้อนตกค้างไหลออกมาบ้างวันละเม็ด Mthai News

ชาวสวนผลไม้มีเฮ! รัฐจ่ายเงินช่วย50ล้าน
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ /  ชาวสวน / 

กรมบัญชีกลางอนุมัติจ่ายเงินช่วยชาวสวนผลไม้กว่า 50 ล้านบาท ลดขาดทุนจากปริมาณผลไม้ภาคตะวันออกเพิ่มสูงขึ้น นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลางเผยว่า การประชุมเมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนผลไม้ ซึ่งได้รับผลกระทบจากปริมาณผลไม้ภาคตะวันออก ปี 2557 เพิ่มขึ้นจากปี 2556 อย่างมาก ทำให้เกิดการจำหน่ายผลไม้ออกสู่ตลาดกระจุกตัวสูงมากในช่วงเดือนมิถุนายน 2557 โดยเฉพาะมังคุดและเงาะ ทั้งนี้ปริมาณผลไม้ที่มากขึ้นส่งผลให้เกิดปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำ ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการตามแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาผลไม้ภาคตะวันออก ปี 2557 โดยอนุมัติวงเงิน 50.93 ล้านบาท จากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร เพื่อช่วยเหลือในด้านการกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิต และการส่งเสริมการแปรรูป เริ่มต้นระยะเวลาโครงการ ตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน 2557 - 31 ธันวาคม 2558 MThai News

ครึ่งโหล! ราชันมังกร โคตรดุเปิดรังเผาเครื่อง
ช้างศึก /  ซิโก้ / 

โอ้โหทีมชาติ! “ราชันมังกร” ราชบุรี มิตรผล เอฟซี อย่างโหด เปิดบ้านเผาเครื่อง "ช้างศึก” ทีมชาติไทย ยู 23 ปีเเบบไม่ไว้หน้าครึ่งโหล ราชบุรี มิตรผล เอฟซี 6 - 0 ทีมชาติไทย (ปรีโอลิมปิค) การแข่งขันฟุตบอลอุ่นเครื่องนัดพิเศษ ที่สนามกีฬากลาง จ.ราชบุรี ระหว่าง "ราชันมังกร" ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ทีมจากศึกโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก พบกับ ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี (ปรีโอลิมปิค) ในการเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย 2016 ที่การ์ตา ในต้นปีหน้า สำหรับนัดนี้ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี เก็บค่าบัตรผ่านประตู 100 บาท รายได้หักค่าใช้จ่าย ซื้ออุปกรณ์กีฬา มอบให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลน ในจ.ราชบุรี เกมนี้ทีมชาติไทย ยู 23 ปี จัดผู้เล่นลงสนามนำโดย สมพร ยศ, สุริยา สิงห์มุ้ย, อดิศร พรหมรักษ์, ปกรณ์ เปรมภักดิ์, ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร เเละวาง กิตติพงษ์ วงศ์มา หน้าเป้า ส่วนเจ้าถิ่นมีทาง อุกฤษณ์ วงษ์มีมา, ศิลา ศรีกำปัง, ชุติพนธ์ ทองแท้, เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นานเดซ เริ่มเกมในครึ่งเเรกได้เพียง 13 นาทีกองเชียร์ ได้เฮกันลั่น จากจังหวะต่อบอลกันของ ราชบุรีฯ อดิศักดิ์ ศรีกำปัง แทงบอลทะลุแนวรับให้ เกงกิ นากาซาโตะ หลุดเดี่ยว เตรียมง้างยิงในกรอบเขตโทษ แต่โดน อดิศักดิ์ เส็นสมเอียด ดันล้มลงไป ผู้ตัดสิน เป่าเป็นจุดโทษ แล้ว เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นานเดซ ซัดไม่พลาด ราชบุรีฯ ออกนำไปก่อน 1-0 นาทีที่ 30สกอร์ ราชบุรีฯ ขยับขึ้นนำ 2-0 วันเดอร์ หลุยส์ จูเนียร์ พาบอลเข้าไปถึงหน้าประตู ผ่านบอลต่อให้ เกงกิ นากาซาโตะ ยกบอลหนีผู้รักษาประตู ส่งบอล เข้าไปซุกก้นตาข่าย หลังจากนั้นทำไรกันเพิ่มไม่ได้จบครึ่งเเรก ราชบุรีฯ นำ ไทย ยู 23 ปี 2-0 เกมในครึ่งหลังเเม้ไทยพยายามเปิดเกมบุก เเต่เข้าสู่นาทีที่ 53 ราชบุรีฯ สวนกลับขึ้นมาเร็ว ศิวรุต ผลหิรัญ ลากจี้เข้าฝั่งซ้ายของประตู ตวัดซัดเบียดเสาแรก เข้าไปตุงตาข่ายอย่างสยงาม ราชบุรีฯ นำ 3-0 หลังจากนั้นเจ้าถิ่นยังบุกหนักเเละมายิงได้อีก 3 ประตูรวดจาก ศิวรุต ผลหิรัญ นาทีที่ 64, อดิศักดิ์ ศรีกำปัง นาทีที่ 87 เเละ อัษดิน มังคุด นาทีที่ 90+3 จบเกมเป็น ราชบุรีฯ เปิดบ้านถล่มเอาชนะ ทีมชาติไทย ยู 23 ปีไปขาดลอย 6 - 0 รายชื่อผู้เล่นทั้สองทีมที่ลงสนาม ราชบุรี มิตรผล เอฟซี - อุกฤษณ์ วงษ์มีมา (ผู้รักษาประตู), โกศวัต ว่องไวลิขิต, รัตนะ เพชรอาภรณ์, ศิลา ศรีกำปัง, อภิวัฒน์ งั่วลำหิน, เอกลักษณ์ ทองกริต, ชุติพนธ์ ทองแท้, วันเดอร์ หลุยส์ จูเนียร์, เกงกิ นากาซาโตะ, อดิศักดิ์ ศรีกำปัง, เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นานเดซ ทีมชาติไทย (ปรีโอลิมปิค) - สมพร ยศ (ผู้รักษาประตู), สุริยา สิงห์มุ้ย, อดิศักดิ์ เส็นสมเอียด, อดิศร พรหมรักษ์, สุพร ปีนะกาตาโพธิ์, สหรัฐ กัณยะโรจน์, ปกรณ์ เปรมภักดิ์, ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร, เชาว์วัฒน์ วีระชาติ, บดินทร์ ผาลา, กิตติพงษ์ วงศ์มา

เทศกาลผลไม้ และ ของดีจังหวัดระยอง ประจำปี 2559
ของดีเมืองระยอง /  ระยอง / 

จังหวัดระยอง เปิดเมือง โชว์ของดี สไตล์ระยอง ส่งเสริมการท่องเที่ยวท้องถิ่นให้คึกคักในช่วงฤดูกาลผลไม้ประจำจังหวัดระยอง ใน งาน “เทศกาลผลไม้และของดีจังหวัดระยอง ประจำปี 2559” วันที่ 9-15 มิ.ย.นี้ เทศกาลผลไม้ และ ของดีจังหวัดระยอง ประจำปี 2559 นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง พร้อมเปิดบ้านต้อนรับนักท่องเที่ยว โชว์ผลไม้ดีและผลิตภัณฑ์เด่นของจังหวัดระยอง พร้อมทั้งให้ทุกคนได้เลือกช็อปสินค้าดีทางการเกษตร, ผลไม้, สินค้า OTOP ของดีเมืองระยอง, การแข่งขันส้มตำลีลา, การแข่งขันจัดกระเช้าผลไม้, และกิจกรรมต่างๆ ภายใน “งานเทศกาลผลไม้และของดีจังหวัดระยอง ประจำปี 2559” เพื่อเป็นการส่งเสริมการผลิตและเป็นช่องทางกระจายจำหน่ายผลไม้  สนับสนุนผลผลิตจากชาวสวนผลไม้ในชุมชนตะพงให้มีแหล่งระบายผลผลิตและช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในท้องถิ่นให้คึกคักมีสีสันในช่วงฤดูกาลผลไม้ประจำจังหวัดระยอง ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของจังหวัด และเพื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวงานผลไม้ในพื้นที่  ถือเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวของจังหวัดระยองให้มีชื่อเสียง และช่วยส่งเสริมกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีการใช้จ่ายภายในประเทศมากขึ้น อีกทั้งยังมี “ถนนผลไม้ สไตล์ระยอง” อีกกิจกรรมหนึ่งที่ให้ชาวสวนผลไม้นำผลผลิตทางการเกษตรจากสวน เช่น ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง ฯลฯ มาวางจำหน่ายตามเส้นทางถนนยายดาตามจุดที่ให้บริการ สามารถเลือกซื้อผลไม้สดๆจากสวน ทั้ง ทุเรียน เงาะ มังคุด ในราคาพิเศษสุดๆจากชาวสวนได้อีกด้วย นอกจากนี้ภายในงานนี้ยังมี นิทรรศการต่างๆ และการแสดงคอนเสิร์ตจากขบวนศิลปินชื่อดัง บิว กัลยาณี, น่านฟ้า กาฬสิน, วงเส้นเล็ก, เอ็ม-ซาช่า อาร์สยาม ตลอดทั้งสัปดาห์ ซึ่งงาน “เทศกาลผลไม้และของดีจังหวัดระยอง ประจำปี 2559” จะมีพิธีเปิดงานวันแรกใน วันที่ 9 มิถุนายน 2559 และมีกำหนดการจัดงานจนถึง วันที่ 15 มิถุนายน 2559 นี้ ณ บริเวณตลาดผลไม้เพื่อการเกษตรตะพง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง

กิน ทุเรียน ลดความอ้วนได้จริงหรือ?
ทุเรียนหมอนทอง /  ลดความอ้วน / 

จากกระแสในสังคมออนไลน์ที่แชร์บทความที่บอกว่า กิน ทุเรียน สามารถช่วยลดความอ้วนได้ โดยให้ "กินหลังตื่นนอนตอนเช้า ช่วงเวลา 5.00-7.00 น กินครั้งละไม่เกิน 2-3 พู เท่ากับ 4-6 เม็ด หรือเกือบครึ่งลูกกินได้ทุกพันธุ์ หลังจากนั้นก็ให้ ดื่มน้ำอุ่นตาม คำแนะนำควร งดอาหารเช้าของวันนั้นๆ และกินติดต่อกันเป็นเวลา 2 วัน เพราะความร้อนจากสารกำมะถันและเส้นใยใน ทุเรียน จะไปชวยชะล้างสิ่งสกปรกต่างๆ ภายในลำไส้ จึงทำให้คุณนั้นผอมลงและยังช่วยให้ร่างกายสดชื่นอีกด้วย อาจกิน 2 พูแทนข้าวมื้อเย็นได้ " บทความนี้ถูกแชร์ออกไปมากในเฟสบุค ทำให้เหล่าสาวก ทุเรียน แต่กลัวอ้วนกลับมาตื่นเต้น ดีใจอีกครั้งที่จะได้กินทุเรียนแบบไม่ต้องกลัวอ้วนอีกแล้ว แค่บทความนี้ มีความน่าเชื่อถือแค่ไหน วันนี้เราจะมาพูดถึง ทุเรียน กันค่ะ ว่าจริงๆแล้วการกิน ทุเรียน ครึ่งลูกแบบที่บทความนี้บอก ช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือ? ในเนื้อเหลืองอวบของ ทุเรียน ประกอบด้วย 3 อย่างหลัก คือ แป้ง จากเนื้อเหลืองแน่นที่กินแล้วหวานมันอร่อยลิ้น ไขมัน มีปนมาอยู่บ้างซึ่งมากกว่าพืชทั่วไป แต่การมีไขมันนี้ทำให้ทุเรียนมีวิตามินอีเยอะ วิตามินแร่ธาตุและกำมะถัน หรือซัลเฟอร์ โดยกำมะถันตัวนี้เองคือตัวร้อน เป็นผู้ร้ายที่ทำให้เกิดอาการร้อนในและกลิ่นไร้เทียมทาน สรรพคุณของ ทุเรียน ช่วยฆ่าเชื้อ จากกำมะถันในเนื้อเป็นเสมือนยาปฏิชีวนะอ่อน ๆ ช่วยเผาผลาญ จากความร้อนของกำมะถันและน้ำตาลในเนื้อ ช่วยระบาย จากกากที่เป็นเส้นใยยุ่บยั่บในเนื้อ ช่วยทำให้ฝีแห้ง (เนื้อทุเรียน) สรรพคุณทุเรียนช่วยแก้โรคผิวหนัง (เนื้อทุเรียน) สารสกัดจากใบและรากทุเรียนใช้เป็นยาแก้ไข้ได้ ด้วยการใช้น้ำจากใยวางบนศีรษะของผู้ป่วยจะช่วยลดไข้ได้ (ราก,ใบ) ทุเรียน สรรพคุณช่วยแก้อาการท้องร่วง (ราก) สรรพคุณของทุเรียนช่วยขับพยาธิ (ใบ,เนื้อทุเรียน) ทุเรียน สรรพคุณทางยาช่วยแก้ดีซ่าน (ใบ) ช่วยทำให้หนองแห้ง (ใบ) ช่วยแก้ตานซาง (เปลือก) ช่วยรักษาโรคคางทูม (เปลือก) ช่วยแก้น้ำเหลืองเสีย (เปลือก) ช่วยแก้ฝี (เปลือก) ช่วยรักษาแผลพุพอง (เปลือก) ใช้สมานแผล (เปลือก) เปลือกทุเรียนใช้ไล่ยุงและแมลง (เปลือก) นอกจากนี้ ทุเรียน ยังมีฤทธิ์ไล่พยาธิได้ ด้วยกำมะถันที่รุ่มร้อนทำให้ลำไส้ไม่เป็นบ้านแสนสุขของพยาธิอีกต่อไป อีกทั้งกากใยในเนื้อที่ช่วยขัดล้างลำไส้ด้วย การทาน ทุเรียน เพื่อสุขภาพ ควรทานครั้งละไม่เกิน 2 เม็ดขนาดกลาง น้ำหนักเฉพาะเนื้อประมาณ 100 กรัม จะให้พลังงานสูงถึงประมาณ 190 กิโลแคลอรี ประกอบด้วย ไขมัน 4.0 กรัม โปรตีน 2.6 กรัม และให้แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก และวิตามินเอ ประมาณ 17 มก. 36 มก. 1 มก. และ 21 มก.ตามลำดับ แต่ ถ้า หากกินครั้งละ 2-3 พู หรือประมาณ 4-6 เม็ด หรือเกือบครึ่งลูกนั้น ก็จะทำให้ร่างกายได้รับพลังงานจากทุเรียนสูงถึงประมาณ 400 กิโลแคลอรี ซึ่งเทียบได้กับทานข้าว 5 ทัพพี หรือน้ำอัดลม 2 กระป๋อง หรือก๋วยเตี๋ยวหมู 1 ชาม สำหรับ คนที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด ให้ระมัดระวังในการทานทุเรียน ทานได้แต่ในปริมาณที่น้อยกว่าคนปกติ นอกจากนี้ สิ่งที่ต้องระมัดระวังในการทานทุเรียน คือ ต้องไม่ทานร่วมกับการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์อย่างเด็ดขาด เพราะในทุเรียนมีสารกำมะถันหรือซัลเฟอร์อยู่มาก ซึ่งจะละลายได้ดีในแอลกอฮอล์ ทำให้แอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสเลือดได้เร็ว ทำให้เมาเร็วและเมาหนักขึ้น อาจก่อให้เกิดความผิดปกติต่อระบบหายใจ เกิดอาการร้อนใน เป็นอันตรายต่อสุขภาพและเสี่ยงเสียชีวิตได้ ส่วนความเชื่อที่ว่า กิน ทุเรียน แล้วให้กินมังคุดตามเพื่อแก้ร้อนใน ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ดี แม้จะไม่มีงานวิจัยรองรับ แต่คิดว่าเป็นกุศโลบายของคนรุ่นเก่า ที่คิดว่าทุเรียนเป็นของร้อน แล้วให้กินมังคุดเป็นของเย็นแก้กัน และคงต้องการให้คนกินผลไม้ที่หลายหลากชนิดด้วย ดังนั้นสำหรับคนที่กินทุเรียนจนร้อนใน ควรกินอาหารธาตุเย็นที่มีฤทธิ์แก้ร้อนในตามลงไป ซึ่งมีให้เลือกมากมายตามความเหมาะสมและความชอบของคุณ เช่น ดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ บางคนชงน้ำเกลือเจือจางดื่มสักแก้วก็ดีขึ้นได้เช่นกัน กินผักสดต่างๆ ให้มากขึ้น กินผลไม้ที่มีน้ำเยอะ ประเภทแตงโม แตงล้าน หรือผลไม้รสเปรี้ยวหรือหวานอมเปรี้ยว เช่น ส้ม สับปะรด มะนาวให้มากขึ้น หลายคนนิยมกินมังคุดตามหลังกินทุเรียน ดื่มเครื่องดื่มสมุนไพรต่าง ๆ ที่มีฤทธิ์ช่วยแก้ร้อนใน เช่น น้ำเก๊กฮวย น้ำหล่อฮั่งก๊วย น้ำรากบัว น้ำมะนาว น้ำใบบัวบก น้ำใบเตย เฉาก๊วย แนะนำเคล็ดในการกินทุเรียนให้ไม่อ้วน และสุขภาพดี เลือกทุกเรียนห่ามจะดีเพราะมีน้ำตาลน้อย แต่ถ้าเลือกไม่ได้ก็กินทุเรียนสุก เนื่องจากงานวิจัยพบว่า ทุเรียนมีสารต้านอนุมูลอิสระชื่อเคอซิทิน ซึ่งเป็นตัวเดียวกับในหอมใหญ่และองุ่น ทั้งนี้พลังต้านอนุมูลอิสระของทุเรียนสุกจะมีมากกว่า มังคุด ลิ้นจี่ ฝรั่ง มะม่วง ตามลำดับ ถ้าจะกินเพื่อสุขภาพก็ให้กินได้ครั้งละไม่เกิน 2 พูต่อสัปดาห์ และถ้ามื้อไหนกินทุเรียน ก็ไม่ต้องกินข้าวมาก ทุเรียนน้ำกะทิควรหลีกเลี่ยง เพราะอุดมไปด้วยน้ำตาลทั้งจากทุเรียน ข้าวเหนียว และไขมันจากกะทิ และอาจทำให้เกิดอาการร้อนในได้ด้วย ขอให้กินทุเรียนกับผลไม้เนื้อเย็นน้ำเยอะ เช่น มังคุด ลองกอง แตงโมเพราะจะช่วยดับร้อนได้ดี อย่ากินทุเรียนร่วมกับเหล้า แอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มบำรุงกำลัง เพราะจะทำให้ยิ่งร้อนจัดขาดน้ำและช็อกได้ เนื่องจากกำมะถันในทุเรียนละลายได้ดีในแอลกอฮอล์ ได้ทราบถึงข้อดี ข้อเสียของทุเรียนกันไปแล้วนะคะ กับบทความที่บอกว่า กินทุเรียนครั้งละไม่เกิน 2-3 พู เท่ากับ 4-6 เม็ด หรือเกือบครึ่งลูกกินได้ทุกพันธุ์ นั้น ก็คงจะเกินความเป็นจริงไปหน่อย เพราะการกินทุเรียนที่ดีต่อสุขภาพนั้นแค่ไม่เกิน 1-2 เม็ดเท่านั้น หากกิน 4-6 เม็ดหรือครึ่งลูกอย่างที่บทความนั้นว่าไว้ แทนที่จะได้ลดความอ้วนกัน โรคอ้วนได้ถามหาแน่ๆค่ะ  อย่างไรก็ตาม ผลไม้หรืออาหารทุกชนิดมีประโยชน์หากรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ หวังว่าวันนี้ เราคงไข้ข้อสงสัยให้ผู้อ่านได้ ไม่มากก็น้อยใช่ไหมคะ? ขอบคุณที่มาจาก : www.bodyshape.co.th www.goodfoodgoodlife.in.th frynn.com

สวนละไม อาณาจักรไม้ผล...ท่ามกลางขุนเขา
สวนละไม /  เที่ยวระยอง / 

ใครที่ชอบรับประทานผลไม้ ไม่ควรพลาดมาเยือน สวนละไม ที่ได้ชื่อว่าเป็นอาณาจักรไม้ผล ที่อยู่ท่ามกลางขุนเขา ด้วยพื้นที่สวนผลไม้กว่า 500 ไร่ โอบล้อมด้วยภูเขาและป่าไม้ธรรมชาติอากาศเย็นสบาย พร้อมด้วยพรรณไม้นานาชนิด ทางสวนละไมได้วางแผนการปลูกผลไม้มากกว่า 10 ปี โดยจัดวางผังปลูกผลไม้แต่ละชนิดอย่างเป็นระบบ มีผลไม้ไว้คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวหลากหลายชนิด อาทิ ทุเรียน เงาะ มังคุด ส้มโอ ชมพู่ ลำไย สละแก้วมังกร ลองกอง มะเฟือง มะยงชิด องุ่น ฯลฯ เป็นต้น สนุกกับบรรยากาศ และความสุขจากการเก็บผลไม้สดๆ จากต้นทันที ยังเพิ่มความสะดวกสบายด้วยรถบริการเข้าชมสวน และมีเจ้าหน้าที่ให้ความรู้และข้อมูลตลอดการชมสวน งานนี้ได้ลิ้มรสผลไม้แล้วยังได้ความรู้อีกด้วยนะ สวนละไม อาณาจักรไม้ผล...ท่ามกลางขุนเขา สวนละไมเปิดบริการให้ลูกค้าและนักท่องเที่ยว เข้ามาสัมผัสบรรยากาศความสุข สนุกสนาน และความสงบที่ลงตัว ทุกวันตั้งแต่เวลา 8:00-17.00 น. นอกจากจะมาอิ่มอร่อยกับผลไม้นานาชนิดแล้ว ที่นี่ยังเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสบรรยากาศฟาร์มแกะบนเนินเขา ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย ร่มรื่นกันที่ สวนละไม Sheep Farm พบกับความน่ารักของฝูงแกะ ขนฟู ขนหนานุ่ม ที่นักท่องเที่ยวทุกคนสามารถให้อาหาร และถ่ายรูปกับฝูงแกะได้อย่างใกล้ชิด การเดินทางสู่สวนละไม เพียงหนึ่งชั่วโมงครึ่ง จากกรุงเทพสู่สวนละไม อาณาจักรแห่งไม้ผล โดยใช้เส้นทาง กรุงเทพ-ชลบุรี (Motorway) หลังจากผ่านด่านชำระเงิน ด่านพานทองแล้วให้ออกซ้ายมุ่งสู่ถนนทางหลวงหมายเลข 344 (บ้านบึง-แกลง) ขับมาจนถึงหลัก กม. ที่ 67 แล้วกลับรถ หลังจากกลับรถแล้ว เลี้ยวซ้ายเข้าสู่เส้นทางไปตามทางน้ำตกธรรมรสสังเกตจะมีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมบริเวณทางเข้า ขับตามทางมาเพียง 5 กม. ก็จะถึง สวนละไม อาณาจักรไม้ผล...ท่ามกลางขุนเขา สวนละไม (ระยอง) "อาณาจักรไม้ผล...ท่ามกลางขุนเขา" 19/9 ถ.บ้านบึง-แกลง (สาย 344) ต.ป่ายุบใบ อ.วังจันทร์ จ.ระยอง 21210 ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ เบอร์ 087-082-6222 ข้อมูลและภาพ : suanlamai.com เรียบเรียงโดย Travel MThai

รวมเด็ด 12 สถานที่ขอหวย! ใกล้ที่ไหนรีบไปที่นั่นเลยจ้าาาาา
ขอหวย /  สถานที่ขอหวย / 

“หวย” หนึ่งในกิจกรรมเสี่ยงโชคยอดฮิตของคนไทย จนในแต่ละเดือนจะเกิดเงินหมุนเวียนทางด้านหวยเป็นหลักหลายล้านบาท เหล่าผู้คนต่างใช้สารพัดวิธีในการหาตัวเลขนำโชคจากรอบกายเพื่อให้ได้เลขเด็ดๆ ทั้งเลขจากอาจารย์ชื่อดัง การตีเลขจากความฝันหรือจากเหตุการณ์ที่ได้พบเจอ หรือแม้แต่การไปขอเลขจากสถานที่ที่มีคนไทยจำนวนมากเลื่อมใสศรัทธา ซึ่งในวันนี้เราจะยกมาทั้งหมด 12 สถานที่ขอหวย แสนศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการกล่าวขานว่าให้เลขเด็ดแม่นสุดๆ 1. หลวงพ่อเหลือ – วัดสร้อยทอง สะพานพระราม 7 กรุงเทพฯ วัดสร้อยทองเป็นวัดที่ตั้งอยู่ริมฝั่งน้ำเจ้าพระยา สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2394 ปูชนียวัตถุชิ้นสำคัญคือ พระพุทธรูปหล่อด้วยโลหะทองเหลืองที่เหลือจากการสร้างพระประธานในปี พ.ศ.2445 มีนามว่า “หลวงพ่อเหลือ” มีผู้ศรัทธาเดินทางมากราบไหว้บูชาขอโชคลาภกันอย่างไม่ขาดสาย และหลังจากได้รับประทานพรแล้วสิ่งของที่นิยมนำมาแก้บนคือ ดอกไม้ธูปเทียนและอาหารคาวหวานต่างๆ คาถาบูชาหลวงพ่อเหลือ กล่าวนะโม 3 จบ แล้วว่าคาถาดังนี้ นะ โม พุท ธา ยะ นะ เหลือดี โม เหลือยิ่ง พุท เหลือใช้ ธา เหลือล้น ยะ เหลือรวย 2. ศาลตายาย – สนามบินเล็ก ถนนเดชะตุงคะ ดอนเมือง กรุงเทพฯ ศาลตายายเป็นศาลที่ประดิษฐานอยู่ใกล้กับสนามบินเล็ก แถบดอนเมือง ถึงศาลตายายจะไม่ได้ประดิษฐานอยู่ในวัดอันใหญ่โต แต่ผู้ที่ศรัทธาในปฏิหาริย์อันศักดิ์สิทธิ์และได้รับความสมหวังก็มีอยู่นับไม่ถ้วน การขอเลขเด็ดจากศาลเจ้าตายายครั้งในอดีตเคยใช้วิธีรอให้ตากับยายมาเข้าฝัน หรือสังเกตการคดงอของก้านธูปว่าเป็นเลขอะไร แต่ในปัจจุบันชาวบ้านนิยมการใช้การเขย่าเซียมซีแทน มีการเล่าขายกันมาว่าอาหารที่ตากับยายชื่นชอบมากคือ หัวหมู ไก่ต้ม ไข่ต้ม ของหวานเป็นทองหยิบ ทองหยอด ยาเส้นหรือหมากพลู   3. ศาลแม่นาคพระโขนง – วัดมหาบุศย์ เขตพระโขนง กรุงเทพฯ ประวัติความเป็นมาของแม่นาคพระโขนงคิดว่าคงเป็นที่คุ้นเคยของคนไทยดี เพราะได้มีการนำเรื่องราวมาสร้างเป็นภาพยนตร์และละครมากมาย แถมตัวศาลแม่นาคพระโขนงยังเป็นสถานที่ยอดนิยมติดอันดับต้นๆที่ผู้คนนิยมเดินทางไปขอเลขเด็ด วิธีขอเลขจากศาลเม่นาคพระโขนง ใช้วิธีเสี่ยงดวงเขย่าเซียมซีและขูดหาเลขจากซากต้นตะเคียนข้างศาล ผู้คนส่วนใหญ่นิยมนำของหวาน เสื้อผ้าผู้ใหญ่ และของเล่นเด็กมาแก้บนแม่นาคในศาล โดยตัววัดมหาบุศย์ ตั้งอยู่บนถนนอ่อนนุช7 เขตพระโขนง กรุงเทพ   4. พระแม่ธรณีบีบมวยผม – สนามหลวง ใกล้โรงแรมรัตนโกสินทร์ กรุงเทพฯ สร้างเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2541 โดยพระแม่ธรณีบีบมวยผมนั้น หมายถึงความอุดมสมบูรณ์ นอกจากเรื่องการขอหวยแล้ว ชาวบ้านยังนิยมมาบนบานศาลกล่าวให้ช่วยเหลือเรื่องต่างๆนับไม่ถ้วน หากสมหวังแล้วผู้คนนิยมใช้ดอกดาวเรืองและผลไม้สดสำหรับการแก้บน ศาลประดิษฐานอยู่ที่มุมท้องสนามหลวงด้านทิศตะวันออกฉียงเหนือ ใกล้โรงแรมรัตนโกสินทร์ กรุงเทพมหานคร คาถาพระแม่ธรณีบีบมวยผม ท่องนะโม 3 จบ ตัสสา เกสีสะโต ยะถาคงคา โสตัง ปะวันตันติ มาระเสนา ปะฎิฐาตุง อาสักโถนโต ปะลายิงสุปาริมานุภาเวนะมาระ เสนาปะราชิตาทิโส ทิสัง ปะลายันติ วิทังเวนติ อะเสสะโต   5. ศาลขุนด่านเจ้าพ่อเสือ – บางเขน กรุงเทพฯ ศาลเจ้าพ่อเสือ ไม่มีปรากฏประวัติความเป็นแม่อันแท้จริง มีแต่ตำนานที่ชาวบ้านเล่าขานกันมาปากต่อปากเท่านั้น ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำให้ความศรัทธาของชาวบ้านที่มีต่อเจ้าพ่อเสือเสื่อมคลายลง ในทุกๆวันมักจะมีผู้คนแวะเวียนมากราบไหว้เจ้าพ่อเสือกันอย่างไม่ขาดสาย ทั้งการขอพรเพื่อเป็นสิริมงคล มีเรื่องให้ช่วยเหลือ หรือแม้แต่การขอเลขเด็ดก็ตาม โดยจะนิยมกราบไหว้ด้วย เนื้อสด, ผลไม้สด, ไข่ไก่ต้ม, ดอกดาวเรือง, ชุดหมาก, น้ำเปล่า   6. ศาลหลวงปู่เหมือน นนทฺสร – วัดนาวง (วัดโรงหีบเดิม) อำเภอเมือง จ.ปทุมธานี หลวงปู่เหมือน ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์จอมขมังเวทย์อีกรูปหนึ่งในยุคสมัยนั้น มีลูกศิษย์ที่ให้ความเคารพมากมาย เป็นเหมือนที่พึ่งทางจิตใจของชาวบ้านในละแวกวัดนาวงและเมืองเอก จังหวัดปทุมธานี ตั้งแต่ระดับชาวบ้านไปจนถึงข้าราชการระดับสูง แม้ในปัจจุบันหลวงปู่จะมรณภาพไปนานแล้ว แต่ความขลังและความศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ได้เลือนหายไปไหน ทำให้ยังคงมีผู้คนแวะเวียนมาที่ศาลหลวงปู่เหมือนกันอย่างต่อเนื่อง โดยรูปปั้นหลวงปู่เหมือน นนทฺสร จะประดิษฐานอยู่ที่ วัดนาวง (วัดโรงหีบเดิม) อ.เมือง จ.ปทุมธานี   7. ศาลองค์เทพพระวิษณุ (พระนารายณ์) – ศาลข้างวัดสุทัศนฯ และใกล้ศาลว่าการกรุงเทพมหานคร องค์เทพพระวิษณุ (พระนารายณ์) สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2525 ซึ่งเป็นของลัทธิฮินดู ที่ได้รับการเผยแพร่มาจากประเทศอินเดีย ประดิษฐานอยู่ที่ศาลข้างวัดสุทัศนฯ ใกล้กับศาลาว่ากลางกรุงเทพมหานคร ถนนอุณากรรณ เสาชิงช้า กรุงเทพ เหล่าผู้นับถือนิยมใช้ดอกดาวเรือง, นมสด, ธูป, สับปะรด, กล้วยน้ำว้าสุก เป็นเครื่องสำหรับสักการะบูชา คำอธิษฐานขอพรพระวิษณุ (พระนารายณ์) โอม สะศางขะจักรัม สะกิริฏะกุณตะลัม สะปิตะวัสตรัม สะระสีรูเหกะษะณัม สะหาระวักษะสะถะละ เกาสะตุภะ ศะริยัม นะมานิวิษณุม ศิระสา จะคุระภุชัม (ท่อง1จบ หรือ 3 จบ หรือ 12จบ) 8. ศาลเจ้าแม่ต้นไทร – ถนนมุ่งหน้าไปอำเภอสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ตามถนนที่ทอดตัวยาว เรามักจะได้พบกับศาลเจ้าพ่อ เจ้าแม่ พระพุทธรูปองค์ใหญ่ หรือต้นไม้ใหญ่ อยู่ตามริมทางเสมอ ซึ่งคนส่วนใหญ่มักมีความเชื่อว่า สิ่งเหล่านี้จะมีองค์เทพารักษ์ หรือนางไม้ประทับอยู่ เช่นเดียวกับเจ้าแม่ต้นไทรที่มีอายุกว่าร้อยปี ยืนต้นสูงตระหง่านพร้อมผ้าแพรบาง 7 สีผูกอยู่โดยรอบ รอยแป้งสีขาวที่เกิดจากการขูดหาเลขกระจัดกระจายตามลำต้น เครื่องสักการะบูชาวางเรียงรายเป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าแม่ต้นไทรแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี โดยเจ้าแม่ต้นไทรแห่งนี้ตั้งอยู่ริมถนนที่มุ่งหน้าไปอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี   9. ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง (วัดหนองผักชี) – ตรงข้ามตลาดยิ่งเจริญ สะพานใหม่ เขตบางเขน กรุงเทพฯ มีความเชื่อกันว่า นางฟ้าจากสวรรค์จุติลงมาเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านให้พ้นจากความทุกข์ โดยนางฟ้าเหล่านั้นจะสถิตอยู่ที่ต้นตะเคียน จึงได้ตั้งชื่อว่าเจ้าแม่นางตะเคียนนับตั้งแต่ตอนนั้นเป้นต้นมา และที่วัดหนองฝักชีก็มีต้นตะเคียนทองที่มีอายุมากกว่า 100 ปี โดยใช้ชุดไทยโบราณ, เครื่องแป้ง, กระจกเงา, ดอกไม้สด ในการแก้บนเจ้าแม่ตะเคียนทอง คาถาขอพรเจ้าแม่ตะเคียนทอง ตั้งนะโม 3 จบ สัมปะจิตฉามิ นาสังสีฆ พรหมมา จะ มะหาเทวา สัพเพยักขา ปะรายันติ พรหมมา จะ มะหาเทวา อภิลาภา ภะวันตุเม มะหาปุญโญ มะหาลาโภ ภะวันตุเม มิเตพาหุหะติ พุทธะมะอะอุ นะโมพุทธายะ วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา วิระทาสี วิระทาวส วิระอิตถิโย พุทธัสสะ มานีมามะ พุทธัสสะ สวาโหม สัมปะติจฉามิ เพ็ง เพ็ง พา พา หา หา ฤาฤา 10. ศาลเจ้าพ่อเขาสามชั้น – เส้นทางไปอำเภอทองผาภูมิ-สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี หากเดินทางไปบนสายที่จะมุ่งหน้าเข้าอำเภอทองผาภูมิ สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี บางครั้งจะเห็นว่าเหล่ารถราที่ขับผ่านศาลเจ้าพ่อเขาสามชั้นมักจะบีบแตรเพื่อให้สัญญาณแสดงความเคารพต่อเจ้าพ่อ และขอคำอวยพรเพื่อให้เจ้าพ่อเขาสามชั้นคุ้มครองให้เดินทางรอดปลอดภัยตลอดทาง นอกจากเรื่องคุ้มครองภัยแล้ว ชาวบ้านยังว่ากันว่าเจ้าพ่อเขาสามชั้นให้หวยแม่นมาก มีชาวบ้านที่ได้รับโชคลาภไปนับไม่ถ้วน หากใครมีโอกาสเดินทางไปแถวนั้น อย่าลืมแวะจอดรถไปกราบไหว้ขอพรจากศาลเจ้าพ่อเขาสามชั้น ไม่แน่บางทีอาจจะได้รับลาภลอยเข้ามาโดยไม่รู้ตัว   11. ศาลอนุสาวรีย์เจ้าแม่หมูทองคำ – ตรงข้ามกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพฯ ศาลอนุสาวรีย์เจ้าแม่หมูทองคำ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า อนุสาวรีย์สหชาติ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2456 ในแต่ละวันมีผู้คนที่ศรัทธาเดินทางมาสักการะบูชากันอย่างต่อเนื่อง ทั้งขอเลขเด็ดเพื่อไปเสี่ยงโชคหรือเรื่องหน้าที่การงานก็ดี ต่างก็ได้รับความช่วยเหลือและสมหวังกันไปถ้วนหน้า ก่อนเดินทางไปไหว้เจ้าแม่หมูทองคำ อย่าลืมเตรียมเครื่องเซ่นไหว้เป็นผลไม้สดทุกชนิด ยกเว้นมังคุด ติดไม้ติดมือไปด้วย บทสวดบูชา สวดนะโม 3 จบ โอมพระปิยะมะหาราชินี สัพพะโสตถี ภะวันตุเม สัพพะลาภา สัพพะยศา สุขิตา โหติ สัพพะทุกขะ สัพพะภะยะ วินัสสันติ พระปิยะมะหาราชินี ปิยังมะมา 12. ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง (วังสราญรมย์) – สวนวังสราญรมย์ ใกล้วัดโพธิ์-วัดพระแก้วมรกต ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง (วังสราญรมย์ ประดิษฐานอยู่ในสวนวังสราญรมย์ ก็เป็นอีกแห่งที่ร่ำลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ในบรรดานักเสี่ยงโชคกันอย่างหนาหู ผู้คนนิยมเดินทางมาขอโชคลาภด้วยวิธี 3 แบบคือ จุดธูปอธิษฐานให้เจ้าแม่ตะเคียนทองมาเข้าฝันเพื่อบอกเลข การเสี่ยงเซียมซี หรือขูดซากตอตะเขียนเพื่อหาเลข หลายคนที่มีแรงศรัทธาแรงกล้าก็ได้รับการช่วยเหลือให้สมหวังไปตามๆกัน    ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ : เคล็ดลับขอหวย ๑๒ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

อยากสุขภาพดี แนะนำ อาหารปรับธาตุ ที่ควรกิน
กินอาหารตามธาตุ /  ธาตุประจำตัว / 

อาหารปรับธาตุ ที่ควรรับประทาน สุขภาพเป็นเรื่องที่เราควรให้ความสำคัญ นอกจากการออกกำลังกายแล้ว การเลือกรับประทานอาหาร ที่ถูกต้องโฉลก กับธาตุประจำตัวของเราแล้ว จะช่วยเพิ่มบำรุงร่ายกายให้ดีขึ้น Horoscope.mthai.com มี อาหารปรับธาตุ มาฝากจร้า สำหรับผู้ที่มี ธาตุดิน อาหารปรับธาตุ ที่ควรรับประทาน อาหารรสฝาด เชน กะหล่ำปลี ชะอม ถั่วพู ใบบัวบก ผักกวางตุ้ง ยอดกระถิน ยอดมะม่วงหิมพานต์ รากบัว สะตอ หัวปลี อาหารเหล่านี้รับประทานได้ทุกวัน อาหารรสมัน เช่น กะทิ ถั่วเขียว ถั่วเหลือง นม เนย เผือก ฟักทอง มัน แห้ว อาหารเหล่านี้ควรรับประทานพอประมาณ สัปดาห์ละ ๑-๒ ครั้ง อย่าให้มากกว่านั้น จะเป็นโทษ อาหารรสหวาน เช่น กล้วยน้ำว้า กล้วยหักมุก เงาะ แตงโม ฝรั่ง มังคุด มะม่วงสุก มะละกอ และน้ำผึ้ง นอกจากนี้รับประทานได้แต่นิดหน่อย อาหารที่บำรุงธาตุได้ดี คือ น้ำนมข้าวผสมน้ำผึ้ง ใส่เกลือนิดหน่อย หรือไม่ก็น้ำข้าวกล้องข้นๆ ผสมน้ำผึ้งพอหวาน ใส่เกลือลงไปพอปะแล่มๆ รับประทานทุกเช้าตอนท้องว่าง แล้วจึงออกกำลังกาย สุดแต่สังขารอำนวย สำหรับผู้ที่มี ธาตุน้ำ อาหารปรับธาตุที่ควรรับประทาน อาหารรสเปรี้ยว ได้แก่ กระท้อน กระเทียมดอง ขี้เหล็ก ดอกแค มะกอก มะเขือเทศ มะดัน มะนาว มะปราง มะม่วง ยอดมะขามอ่อน สับปะรด ส้มทุกชนิด และผักใบเขียวทุกชนิด อาหารรสเปรี้ยว แม้จะถูกกับผู้ที่มีธาตุน้ำมาก แต่ถ้ารับประทานมากไปก็จะทำให้ท้องอืด ถ้าเป็นแผลก็จะหายยาก อาจทำให้เกิดแผลในปาก และร้อนในได้ ลำดับของอาหารที่ควรรับประทาน เปรี้ยว เผ็ด หวาน เค็ม มัน พยายามหลีกเลี้ยงอาหารมันๆ อาหารที่บำรุงธาตุได้ดี เช้าๆ ควรดื่มน้ำผักผลไม้รวม หรือน้ำข้าวกล้องผสมน้ำผึ้งก่อนออกกำลังกาย จะทำให้สุขภาพดี อาหารที่กล่าวมาแล้ว ควรรับประทานทุกมื้อ รับประทานแต่พอดี สำหรับผู้ที่มี ธาตุลม อาหารปรับธาตุ ที่ควรรับประทาน อาหารที่รับประทานแล้วทำให้เกิดความร้อนในร่างกาย เช่น อาหารรสเผ็ด ได้แก่ กระชาย กระเทียม ขิง ขึ้นฉ่าย ขมิ้นขาว ตะไคร้ ถั่วต่างๆ ใบกะเพรา ใบชะพลู ใบแมงลัก ใบโหระพา ใบสะระแหน่ ผักชีฝรั่ง พริก ฟักทอง ยี่หร่า และพืชผักใบเขียวต่างๆ เช่นผักบุ้ง ผลไม้ ก็มี ชมพู่ แตงไทย แตงโม พุทรา เม็ดบัว เม็ดแมงลัก อาหารดังกล่าวมานี้ ควรเป็นส่วนประกอบของอาหารแต่ละมื้อ และรับประทานพอประมาณ ลำดับของอาหารที่ควรรับประทาน เผ็ดร้อน เค็ม หวาน เปรี้ยว ควรหลีกเลี่ยง อย่างปรุงให้รสใดรสหนึ่งจัดเกินไปจะเป็นโทษกับร่างกายได้ อาหารบำรุงธาตุได้ดี น้ำกระชายหมัก น้ำขิง น้ำตะไคร้ น้ำลูกเดือย หรือเม็ดแมงลักกับน้ำผึ้ง หรืองาดำคั่วแล้วบดนำมาผสมน้ำผึ้งและน้ำอุ่น ดื่มวันละแก้วตอนเช้าก่อนออกกำลังกาย จะช่วยรักษาสมดุลของธาตุภายในได้ดี สำหรับผู้ที่มี ธาตุไฟ อาหารปรับธาตุ ที่ควรรับประทาน อาหารที่เหมาะสำหรับธาตุไฟ มีรสขม รสจืด รสเย็น รสขม ได้แก่ ใบปอ ใบยอ ผักขมจีนและไทย มะระขี้นก มะระจีน รสจืด ได้แก่ กระเจี๊ยบขาว ดอกกะหล่ำปลี ดอกสลิด ดอกโสน ถั่วพู ถั่วฝักยาว บวบงู บวบอ่อน ใบทองหลาง ผักกาดขาว ผักกระเฉด ผักกูลป่า ผักชีฝรั่ง ผักบุ้งจีน มะเขือยาว ยอดผักปลัง สายบัว รสเย็น ได้แก่ เก๊กฮวย เฉาก๊วย แตงกวา แตงไทย แตงล้าน แตงโม น้ำใบเตย ใบตำลึง ใบบัวบก ฟักเขียว มะตูม มะละกอ รากบัวหลวง ลูกตำลึงอ่อน สายบัว หัวไชเท้า อาหารที่บำรุงธาตุไฟได้ดี คือ มะระจีนตุ๋น กับเห็ดหอม น้ำใบบัวบก ที่มาจาก : http://www.tumsrivichai.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538721993&Ntype=47

รีวิว บุฟเฟ่ต์ทุเรียน  และผลไม้หลากชนิดที่ สวนละไม จ.ระยอง
ทุเรียน /  บุฟเฟ่ต์ทุเรียน / 

ช่วงนี้เป็นหน้าผลไม้ ที่ใครๆ ก็ต้องนึกถึง เงาะ ทุเรียน และจังหวัดที่คิดถึงแรกๆ คงไม่พ้นจังหวัด ระยองและจันทบุรี เมื่อปีก่อน เห็นมีในกรุงเทพฯ ที่เปิดบริการ บุฟเฟ่ต์ทุเรียน ซึ่งก็ประสบความสำเร็จมากๆ มีคนแชร์ และพูดถึงกันเยอะมากๆ แต่วันนี้ ผมมีโอกาสไป รีวิวบุพเฟ่ต์ผลไม้ ถึงสวนกันเลยทีเดียว ซึ่งก็ไม่ผิดหวัง เพอเฟ็คมากๆ เพราะเขาบริหารจัดการดี และเข้าใจถึงลูกค้าทุกขั้นตอนเลย นับว่าเป็นสวนผลไม้ที่น่าจับตามองเลยทีเดียว ซึ่งสวนที่ผมเพิ่งไปรีวิวมาก็คือ สวนละไม สวนผลไม้บนเขา พร้อมกับฟาร์มแกะ ที่มีไว้ต้อนรับลูกค้าที่ชอบแกะด้วยอีกทางหนึ่ง ป้ายหน้าทางเข้าสวนละไม บุฟเฟ่ต์ผลไม้ ที่สวนละไม มีบริการทั้งผลไม้ นานาชนิด เช่น เงาะ, ทุเรียน, ลองกอง, มังคุด, แก้วมังกร, มะม่วง, ขนุน, แตงโม  และส้มตำรสเด็ด โดยเฉพาะทุเรียนนั้น สามารถทานได้ไม่อั้น ถ้าไม่กลัวร้อนในซะก่อน ก็ทานได้เต็มที่เลย บางคนไม่ชอบทุเรียน ก็มีอย่างอื่นให้เลือก และส้มตำก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่หลายๆ คนชอบ วันที่ผมไปนั้นส้มตำ ตำแทบไม่ทันเลย เพราะอร่อยจริงๆ ทุกอย่างนี้คือฟรี ในราคา 300 บาทครับ สำหรับเด็กสูงไม่เกิน 120 ซม. คิดครึ่งราคา คุ้มจริงๆ เพราะเด็กๆ ชอบไปดูแกะด้วย โดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่มเลย เสียแค่ค่าหญ้า กำละ 10 บาทเท่านั้นเอง เริ่มต้นจากการเดินทาง เราไปแต่เช้าหน่อย คนจะไม่เยอะ ทางสวนบอกว่า ราวๆ 8-9 โมงเช้ากำลังดี ถ้าสายๆ คนจะเยอะมาก ทำให้ต้องรอคิวเยอะ และบางครั้งผลไม้อาจจะเติมไม่ทันบ้าง โดยเฉพาะเสาร์อาทิตย์ จะยิ่งเยอะมากๆ บางวันลูกค้ามากกว่า 1.5 พันคนเลยทีเดียว ซึ่งถึอว่าเยอะจริงๆ ครับ มาจากกรุงเทพฯ วิ่งราวๆ 2 ชั่วโมง จากมอเตอร์เวย์ วิ่งเส้น บ้านบึง-ระยอง แล้วไปกลับรถที่ กม.67 และเลี้ยวซ้ายก่อนถึงปั้ม ปตท. สังเกตป้ายบอกทาง ไปสวนละไม เป็นระยะๆ ไม่น่าหลง หลังจากจอดรถแล้ว ก็เดินไปที่เคาท์เตอร์ ซื้อตั๋วซะก่อน และก็ดูราคาต่างๆ ตามป้ายนี้เลยครับ หลังจากซื้อตั๋วแล้วก็รอให้เจ้าหน้าที่เรียกขึ้นรถครับ โดยจะนั่งแถวละ 4 คน/คันๆ หนึ่งก็ได้ราวๆ 10 - 20 คนนะ บัตรเข้าสวนละไม เพื่อชิมบุฟเฟ่ต์ผลไม้ เจ้าหน้าที่จะฉีกเก็บไว้ส่วนหนึ่ง เราเก็บไว้ด้วยเพื่อเอามาเข้าชมฟาร์มแกะอีกครั้ง อย่าเพิ่งทิ้งบัตรนะครับ เสร็จแล้วก็ขึั้นรถวิ่งขึ้นเขา เพื่อไปชิมผลไม้สดๆ จากต้นกันเลย ถึงแล้วจุดแรก จะจอดให้เรากินเงาะ ที่ทางสวนเก็บไว้ให้ครับ ซึ่งตอนที่เราไป เงาะยังไม่สุกเลย ทางสวนก็เลยไปเก็บจากต้นที่สุกแล้วมาไว้ให้เรา พร้อมมีเงาะลอยแก้ว และน้ำดื่มต่างๆ บริการฟรีจุดนี้ เงาะยังไม่สุกมันก็เขียวๆ แบบนี้ล่ะครับ ใจจริงอยากเก็บเงาะจากต้นเลยนะ ไปเร็วเกินยังไม่สุกก็ได้แต่ถ่ายรูปมาฝากนี่แหละ ไว้ราวๆ ปลายเดือนพฤษภาคม ถึงต้นๆ เดือนมิถุนายน น่าจะสุกแดงเต็มที่แล้วครับ จากนั้น นั่งรถต่อไปบนเขาอีกนิดหน่อย ก็จะเจอจุดทานทุเรียนและผลไม้อื่นๆ เป็นซุ้มใหญ่เลยนะครับ ราวๆ 3 ซุ้ม และมีเป็นโต๊ะๆ บริเวณที่โล่งๆ อีกหลายจุดไว้บริการ เลือกได้เลยว่าจะนั่งตรงไหน ขนาดผมไปถึงราวๆ 9 โมงกว่าๆ คนก็เยอะแล้วนะครับเนี่ย ไว้คราวหน้าไปวันธรรมดาดีกว่า คนน่าจะน้อยกว่านี้ จุดนี้จะมีต้นทุเรียนเยอะแยะ ซึ่งที่นี่จะมีเฉพาะ ทุเรียนหมอนทองนะ มีก้านยาวต้นเดียว ส่วนชะนีไม่มีเลย ส่วนใหญ่ไปถ่ายรูปนะครับ ส่วนทุเรียนที่เราไปกินเขาจะมีแกะไว้ให้อยู่แล้ว บุฟเฟ่ต์ทุเรียน ที่ จ.ระยอง จุดที่เราไปยืนต่อแถวรับทุเรียนไปทานครับ มีทั้งหมอนทอง และ ชะนี แต่ที่รอๆ กันนี่คือรอหมอนทองทั้งนั้นเลย ส่วนชะนี ก็ที่เห็นๆ นี่แหละครับ คนกินน้อยกว่าหมอนทอง ผลไม้อย่างอื่นก็มีนะครับ ที่ทางสวนเตรียมไว้ให้กลัวลูกค้าไม่อิ่ม นอกจากผลไม้ ก็มีส้มตำไว้บริการด้วย ส้มตำขายดีจริงๆ รอคิวกันยาวเหยียด ตำแทบไม่ทันเลย จุดบริการทุเรียนอีกจุดหนึ่ง แกะแล้วกินเลย สดๆ อร่อยมากๆ ใครอยากกินข้าวเหนียวทุเรียนก็มีบริการนะครับ ทุกอย่างฟรีหมด มีแรงกินกินเลยทั้งวัน ไหนก็มาแล้ว ทำตามกติกากันหน่อยครับ ป้ายชี้แจงเรื่อง รับทุเรียนครั้งละ 1 จาน เพราะบางคนหยิบไปเยอะแล้วกินไม่หมด จะเสียของนะครับ หลังกินเสร็จก็มีจุดให้ล้างมือ ดับกลิ่นทุเรียนด้วย ไม่ต้องห่วงเรื่องกลิ่นบนรถไม่มีแน่นอน สุดท้าย หลังจากกินทุเรียน ผลไม้อื่นๆ และส้มตำอิ่มหนำสำราญแล้ว ก็นั่งรถลงมา เพื่อชมฟาร์มแกะที่ด้านล่างกันต่อ ซึ่งใครพาเด็กๆ ไปก็รับรองไม่ผิดหวังครับ สนุกสนานเขาล่ะ โดยเฉพาะถ้าไปวันที่ไม่ค่อยมีแดด ไม่มีฝนด้วยละก็ เด็กๆ ไม่อยากกลับบ้านกันเลยทีเดียว สำหรับทริปนี้คงจะพอแค่นี้ก่อนนะครับ ไว้คราวหน้า ผมจะเสาะหาสวนเงาะ สวนทุเรียนแห่งใหม่ มาแนะนำเพื่อนๆ อีกเช่นเคย แล้วพบกันครับ (เป็นบทความของปี 2558 ที่เคยไปเมื่อที่แล้ว ส่วนรายละเอียดของปี 2559 ตามได้ที่แฟนเพจเลยค่ะ) ติดต่อสอบถามได้ที่ 098-737-4983, 098-737-4984, 098-737-4985 ข้อมูลอื่นๆ ในการชม สวนละไม คลิกที่นี่

ธาตุเจ้าเรือน ตามหลักแพทย์แผนไทย
ธาตุดิน /  ธาตุน้ำ / 

ธาตุเจ้าเรือนคืออะไร ในทฤษฎีการแพทย์แผนไทย เชื่อว่า การเกิดชีวิตใหม่จะเกิดขึ้นได้ ต้องมีพ่อมีแม่ที่มีลักษณะของหญิง-ชาย ครบถ้วน หมายถึง พ่อมีลักษณะของชายครบ และแม่มีลักษณะของหญิงครบ โดยให้ความหมายของชีวิตไว้ว่า ชีวิตคือขันธ์ 5 อัน ได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ รูป หมายถึง รูปร่าง ร่างกาย หรือสิ่งที่เป็นรูปธรรม ซึ่งในพระไตรปิฎกได้อธิบายไว้ว่า รูปมีมหาภูตรูป 4 ได้แก่ ดิน น้ำ ลม ไฟ และรูปที่เกิดจากมหาภูตรูป เรียกว่าอุปทายรูป ได้แก่ อากาศ ประสาททั้ง 5 ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เกิดรูป รส กลิ่น เสียง เป็นอาภรณ์ 4 เวทนา ได้แก่ ความรู้สึกต่างๆ ซึ่งเกิดจากประสาททั้ง 5 เป็นต้น สัญญา ได้แก่ ความจำต่างๆ การกำหนดรู้อาการ จำได้หมายรู้ สังขาร หมายถึง การปรุงแต่งของจิต ความคิดที่ผูกเป็นเรื่องเป็นราว ส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าสังขารคือร่างกาย เช่น มักพูดว่า "คนแก่ไม่เจียมสังขาร" หมายถึง ทำอะไรเกินกว่าร่างกายซึ่งชราจะรับได้แท้จริงสังขารเป็นความนึกคิดก่อ หรือผูกเป็นเรื่องราวนั่นเอง วิญญาณ คือ ความรู้แจ้งของอารมณ์เช่น วิญญาณนักต่อสู้ หมายถึง เป็นผู้มีอารมณ์บากบั่นตั้งมั่น ต้องสู้สุดใจ ผู้มีวิญญาณเป็นนักประชาธิปไตย หมายถึง การมีอารมณ์ลึกซึ้ง ชัดแจ้ง จะทำอะไรก็อยู่ในอารมณ์ของนักประชาธิปไตย มีใจตั้งมั่นในสิทธิเสรีภาพ เป็นต้น คนทั่วไปคิดว่าวิญญาณคือผี เชื่อว่าเมื่อตายไปแล้ววิญญาณออกจากร่างไปเป็นผีแท้จริงแล้วเมื่อตายไปแล้วก็หมดความรู้สึก ไม่มีอารมณ์อีกแล้วนั่นเอง จะเห็นได้ว่าชีวิตคือขันธ์ 5 ซึ่งคือร่างกายและจิตใจนั่นเอง มนุษย์ที่เกิดมาต่างก็มีชีวิตแตกต่างกันไป มีรูปร่าง หน้าตาแตกต่างกัน มีความรู้สึกนึกคิดและจิตสำนึก ความรู้แจ้งทางอารมณ์หรือที่เรียกว่าวิญญาณที่แตกต่างกันไป ทาง การแพทย์แผนปัจจุบันเชื่อว่า การที่มีความแตกต่างและความเหมือนกัน ถูกกำหนดโดยสารพันธุกรรมที่เรียกว่า "ดีเอ็น เอ" เป็นรหัสของชีวิตที่มนุษย์ได้รับการถ่ายทอดจากมารดาและบิดา nederlandsegokken.nl เป็นลักษณะทั่วๆ ไปของมนุษย์ ทางการแพทย์แผนไทยมีความเชื่อในเรื่องธรรมชาติว่า การเกิดรูปครั้งแรกในครรภ์มารดามีขนาดเล็กมาก ขนาดเท่ากับหยดน้ำมันงาที่ติดอยู่ปลายขนจามรี หลังจากถูกสะบัด ถึง 7 ครั้ง และด้วยอิทธิพลของธาตุไฟก่อน จึงเกิดธาตุอื่น ตามมาจนครบธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม และไฟ แล้วจึงเกิดเวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณจนครบขันธ์ 5 เมื่อครรภ์ ครบ 5 เดือน นั่นคือชีวิตได้เกิดแล้ว และด้วยอิทธิพลธรรมชาติ ได้แก่ ความร้อน ความเย็นของภูมิอากาศตามฤดูกาล ได้ทำให้ธาตุทั้ง 4 ของแต่ละคนแตกต่างกันไปและเริ่มมีอิทธิพลแล้วในครรภ์มารดา ดังพระคัมภีร์ปฐมจินดากล่าวไว้ว่า เมื่อตั้งครรภ์ในฤดูอันใด ธาตุอันใด ให้เอาธาตุของฤดูนั้นเป็นที่ตั้งแห่งธาตุกำเนิดของกุมารกุมารีนั้นๆ เช่น ตั้งครรภ์ในเดือน 5, 6, 7 เป็นลักษณะแห่งไฟ ตั้งครรภ์ในเดือน 8, 9, 10 เป็นลักษณะแห่งลม ตั้งครรภ์ในเดือน 11, 12, 1 เป็นลักษณะแห่งน้ำ ตั้งครรภ์ในเดือน 2, 3, 4 เป็นลักษณะแห่งดิน นั่นคือ ธาตุเจ้าเรือน นั่นเอง แต่คนส่วนใหญ่มักจำได้เพียงแต่วันเกิด คำว่าตั้งครรภ์ในเดือนใดหมายถึง การเริ่มมีครรภ์ หรือมีการปฏิสนธิ ดังนั้นจากข้อสังเกตของคนโบราณดังกล่าว ถ้านำอายุการตั้งครรภ์มาพิจารณาแล้วสามารถประมาณการได้ว่า ผู้ที่เกิดเดือน 5, 6, 7 จะมีธาตุลมเป็นเจ้าเรือน ผู้ที่เกิดเดือน 8, 9, 10 จะมีธาตุน้ำเป็นเจ้าเรือน ผู้ที่เกิดเดือน 11, 12, 1 จะมีธาตุดินเป็นเจ้าเรือน ผู้ที่เกิดเดือน 2, 3, 4 จะมีธาตุไฟเป็นเจ้าเรือน การแบ่งแบบนี้เป็นการแบ่งอย่างหยาบ คือ แบ่งบุคลิกหรือลักษณะจำเพาะของคนออกเป็น 4 แบบ แต่ละแบบจะมี จุดอ่อน หรือลักษณะของธาตุเสียสมดุลแตกต่างกันตามธาตุเจ้าเรือนนั้นๆ ลักษณะของ ธาตุเจ้าเรือน เป็นอย่างไร องค์ประกอบของธาตุที่รวมกันอยู่อย่างปกตินั้น จะมีธาตุอย่างใดอย่างหนึ่งเด่น หรือมากกว่าอย่างหนึ่ง เรียกว่า เจ้า เรือน ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปในแต่ละคน โดยแต่ละธาตุหลักทั้ง 4 จะมีลักษณะที่แสดงออกเป็นเจ้าเรือน ดังนี้ ธาตุดินเจ้าเรือน จะมีรูปร่างสูงใหญ่ ผิวค่อนข้างคล้ำ ผมดกดำ เสียงดังฟังชัด ข้อกระดูกแข็งแรง กระดูกใหญ่ น้ำหนักตัวมาก ล่ำสัน อวัยวะสมบูรณ์ ธาตุน้ำเจ้าเรือน จะมีรูปร่างสมบูรณ์ อวัยวะสมบูรณ์ สมส่วน ผิวพรรณสดใสเต่งตึง ตาหวาน น้ำในตามาก ท่าทางเดินมั่นคง ผมดกดำงาม กินช้า ทำอะไรชักช้า ทนหิว ทนร้อน ทนเย็นได้ดีเสียงโปร่ง มีลูกดกหรือมีความรู้สึกทางเพศดีแต่มักเฉื่อยและค่อนข้างเกียจคร้าน ธาตุไฟเจ้าเรือน มักขี้ร้อน ทนร้อนไม่ค่อยได้ หิวบ่อย กินเก่ง ผมหงอกเร็ว มักหัวล้าน หนังย่น ผม ขนหนวด ค่อนข้างนิ่ม ไม่ค่อยอดทน ใจร้อน ข้อกระดูกหลวม มีกลิ่นปาก กลิ่นตัวแรง ความต้องการทางเพศปานกลาง ธาตุลมเจ้าเรือน จะมีผิวหนังหยาบแห้ง รูปร่างโปร่ง ผอม ผมบาง ข้อกระดูกลั่นเมื่อเคลื่อนไหว ขี้อิจฉา ขี้ขลาด รักง่ายหน่ายเร็ว ทนหนาวไม่ค่อยได้ นอนไม่คอยหลับ ช่างพูด เสียงต่ำ ออกเสียงไม่ชัด มีลูกไม่ดก คือความรู้สึกทางเพศไม่ค่อยดี สถานที่ถิ่นที่อยู่อาศัยแยกตาม ธาตุเจ้าเรือน ที่อยู่อาศัย หรือสิ่งแวดล้อม เรียกว่า "ประเทศสมุฏฐาน" ย่อมมีผลต่อชีวิตความเป็นอยู่และสุขภาพ ได้แก่ ประเทศร้อน สถานที่ที่เป็นภูเขาสูง เนินผา มักเจ็บป่วยด้วยธาตุไฟ เช่น คนภาคเหนือ จะเจ็บป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับไข้ต่างๆ ประเทศเย็น สถานที่ที่เป็นน้ำฝน โคลนตม มีฝนตกชุก มักเจ็บป่วยด้วยธาตุลม เช่น คนภาคกลาง จะเจ็บป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับลมต่างๆ ประเทศอุ่น สถานที่ที่เป็นน้ำฝนกรวดทราย เป็นที่เก็บน้ำไม่อยู่ มักเจ็บป่วยด้วยธาตุน้ำ เช่น คนภาคอีสาน จะเจ็บป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับนิ่ว ประเทศหนาว สถานที่ที่เป็นน้ำเค็ม มีโคลนตมชื้นแฉะ ได้แก่ ชายทะเล มักเจ็บป่วยด้วยธาตุดิน เช่น ภาคใต้ จะเจ็บป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับฝี การวินิจฉัย ธาตุเจ้าเรือน นำอาการที่ได้จากการบอกเล่า และตรวจพบมาประมวล จะสามารถบอกถึงสภาวะสุขภาพของผู้ป่วย โดยยึด หลักเกณฑ์เกี่ยวกับตัวสุขภาพ หรือตัวควบคุมธาตุทั้งสี่ ได้แก่ ธาตุดิน มีสิ่งสำคัญในการควบคุมสุขภาพอยู่ 3 อย่าง คือ - หทัยวัตถุมีที่ตั้งที่หัวใจ ควบคุมความสมบูรณ์ของหัวใจ เช่น ลักษณะ ขนาด การทำงาน การเต้น ความสมบูรณ์ของกล้ามเนื้อหัวใจ บางตำรากล่าวว่าหทัยวัตถุเป็นที่ตั้งของจิต - อุทริยะ หมายถึง อาหารใหม่ คืออาหารที่รับประทานเข้าไปใหม่ๆ นั่นเอง การซักประวัติการกินอาหารก่อนป่วย มีความจำเป็นมาก เพราะอาหาร คือธาตุภายนอกที่เรานำเข้าไปบำรุง หรือปรับธาตุภายใน เรื่องอาหารจึงสำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเป็นแพทย์แผนใด โรคทางแผนโบราณจึงมีเรื่องเกี่ยวกับการกินที่เรียกว่า "กินผิด" คือกินไม่ถูกกับธาตุจะเจ็บป่วย กินไม่ถูกกับโรคทำให้อาการแย่ลง ดังนั้น การแพทย์แผนไทยใช้วิธีการกินสมุนไพร อาหารสมุนไพร มาแก้ไขการเสียสมดุลนี้เป็นการลองผิดลองถูกมายาวนาน จนสรุปเป็นหลักการและเหตุผล - กรีสัง หมายถึง อาหารเก่า คือ กากอาหารในลำไส้ใหญ่ที่จะออกมาเป็นอุจจาระนั่นเอง ลักษณะของอุจจาระเป็นตัวบ่งบอกสุขภาพ อุจจาระหยาบ ละเอียด ก้อนแข็งหรือเหลว กลิ่นอุจจาระเป็นเช่นไร เช่น กลิ่นเหมือนปลาเน่าธาตุน้ำเป็นเหตุกลิ่นเหมือนหญ้าเน่าธาตุไฟเป็นเหตุ กลิ่นเหมือนข้าวบูดธาตุลมเป็นเหตุกลิ่นเหมือนศพเน่าธาตุดินเป็นเหตุ เป็นต้น โบราณว่าไว้สุขภาพจะดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับกรีสะ (อุจจาระหรืออาหารเก่า) เป็นตัวควบคุม ธาตุน้ำ มีสิ่งสำคัญในการควบคุมสุขภาพอยู่ 3 อย่าง คือ - ศอเสมหะ ควบคุมน้ำบริเวณคอขึ้นไปเกี่ยวกับเสมหะ น้ำมูกมีหรือไม่อย่างไร มีมากเวลาใด อาจหมายถึงการทำงานของต่อมต่างๆ ที่ผลิตน้ำเมือก น้ำมูกบริเวณดังกล่าว - อุระเสมหะ ควบคุมน้ำบริเวณอกเหนือกลาง ตัวจากคอมาถึงบริเวณลิ้นปี่ เหนือสะดือ การซักถามจะต้องถามถึงการไอ เสมหะเป็นอย่างไร การหอบ การอาเจียน น้ำที่ออกมาเป็นอย่างไร การปวดท้องเกี่ยวกับน้ำย่อยในกระเพาะ อาจจะหมายถึงการทำงานของต่อมน้ำมูก เมือกในปอด หลอดลม น้ำในกระเพาะอาหาร น้ำดี น้ำย่อยในลำไส้เล็ก - คูถเสมหะ ควบคุมน้ำช่วงล่างจากสะดือลงไป อาจเป็นน้ำมูกเมือก น้ำในลำไส้น้ำในอุจจาระ น้ำปัสสาวะ น้ำในมดลูก ช่องคลอด (ถ้าเป็นหญิง) และน้ำอสุจิ (ถ้าเป็นชาย) จึงต้องซักประวัติเกี่ยวกับอาการที่เกี่ยวข้อง เช่น การถ่ายปัสสาวะ อุจจาระ ลักษณะเหลว หรือแข็ง มีน้ำมากน้อยเพียงใด ผิดปกติอย่างไร ธาตุลม มีสิ่งสำคัญในการควบคุมสุขภาพอยู่ 3 อย่าง คือ - หทัยวาตะ ลมที่ควบคุมอารมณ์ จิตใจ การเต้นของหัวใจ ความหวั่นไหว ความกังวล - สัตถกะวาตะ ลมที่คมเหมือนอาวุธ หมายถึง เมื่อเกิดอาการจะมีอาการฉับพลัน เจ็บปวดลึกๆ เหมือนดังอาวุธเสียบแทง จากลักษณะดังกล่าวอาการคล้ายกับภาวะขาดเลือด เช่น กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรืออวัยวะใดๆ ขาดเลือดจะมีอาการเจ็บปวดรุนแรง - สุมนาวาตะ ลมที่ควบคุมพลังที่อยู่เส้นกลางลำตัวตามแนวดิ่ง ในตำราการนวดไทยเส้นสุมนาถูกจัดเป็นเส้นสำคัญในเส้นสิบ เส้นนี้จะวิ่งกลางลำตัวจรดปลายลิ้น จึงน่าจะเป็นตัวควบคุมระบบประสาท การไหลเวียนโลหิตสมอง ไขสันหลัง ระบบอัตโนมัติต่างๆ การซักถามอาการควรถามเกี่ยวกับการทำงานของแขนขา การปวดเจ็บหลัง การชัก การกระตุก ตำราโบราณกล่าวว่าอาการลิ้นกระด้างคางแข็งเกิดจากสุมนา แสดงว่าน่าจะเกี่ยวกับสมอง ประสาท ธาตุไฟ มีสิ่งสำคัญในการควบคุมสุขภาพอยู่ 3 อย่าง คือ - พัทธปิตตะ คือดีในฝัก บางท่านอาจสับสนว่าน้ำดีคือธาตุน้ำ เหตุใดจึงจัดเป็นไฟ ผู้เขียนเข้าใจว่าพัทธปิตตะในที่นี้ คือการควบคุมการทำงานของน้ำดีและการย่อยสลายจากการทำงานของน้ำดี ส่วนน้ำดีจัดเป็นธาตุน้ำ อาการบ่งบอกการทำงานที่ผิดปกติไป จึงน่าจะหมายถึงการปวดท้อง น้ำดีอุดตัน ภาวะการผลิตน้ำดีของตับผิดปกติ ตับอักเสบเกิดอาการตัวเหลือง ตาเหลือง เกิดน้ำดีอักเสบเป็นนิ่ว เป็นต้น เป็นเรื่องที่ควบคุมการทำงานของธาตุน้ำเป็นอาการบ่งบอกถึงการทำงานที่ผิดปกติไป จึงน่าจะหมายถึงการปวดท้อง น้ำดีอุดตัน เป็นเรื่องที่ควบคุมการทำงานของน้ำดีในตับ และถุงน้ำดีที่เรียกว่าในฝักนั่นเอง - อพัทธะปิตตะ ดีนอกฝัก หมายถึง การทำงานของน้ำดีในลำไส้ การย่อยอาหาร อาการคือจุกเสียด อืดเฟ้อ อาหารไม่ย่อย ดีนอกฝักพิการ จะทำให้เหลืองทั้งตัว ดีในฝักพิการจะมีอาการคุ้มคลั่งเหมือนผีเข้า ถ่ายเป็นสีเขียว - กำเดา องค์แห่งความร้อน เป็นตัวควบคุมความร้อนในร่างกาย น่าจะหมายถึงศูนย์ควบคุมอุณหภูมิของร่างกายนั่นเอง การตรวจสามารถดูที่อาการไข้ว่าตัวร้อนจัดหรือไม่เพียงใด อาหารประจำ ธาตุเจ้าเรือน ธาตุดิน ควรรับประทานอาหารรสฝาด หวาน มัน เค็ม ได้แก่ มังคุด ฝรั่งดิบ ฟักทอง เผือก ถั่วต่างๆ เงาะ น้ำนม น้ำอ้อย เกลือ ฯลฯ ธาตุน้ำ ควรรับประทานอาหารรสเปรี้ยว รสขม ได้แก่ มะกรูด มะนาว ส้ม สับปะรด มะเขือเทศ มะระ สะเดา ฯลฯ ธาตุลม ควรรับประทานอาหารรสเผ็ดร้อน ได้แก่ ขิง ข่า ตะไคร้ กระชาย พริกไทย โหระพา กะเพรา ฯลฯ ธาตุไฟ ควรรับประทานอาหารรสขม เย็น จืด ได้แก่ ผักบุ้ง ตำลึง แตงโม บัวบก ขี้เหล็ก ฯลฯ ขอบคุณที่มาจาก : กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ขอบคุณภาพจาก : looseweightwith100dietfoods.blogspot.com

'พาณิชย์' เผยมีมาตรการพยุงราคาผลไม้ช่วยเกษตรกร
กระทรวงพาณิชย์ /  ผลไม้ / 

ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เผยมีมาตรการดูแลการกระจายผลผลิตผลไม้ พยุงราคาให้เกษตรกร วันนี้ (29 พ.ค. 58) พล.อ. ปัฐมพงศ์ ประถมภัฏ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผลไม้ภาคตะวันออก จ.จันทบุรี พบว่า กระทรวงพาณิชย์มีมาตรการกระจายผลผลิตออกสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยในปีนี้ปริมาณผลผลิตไม่มากนัก ทางจังหวัดได้มีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อช่วยกระจายผลไม้และสนับสนุนการท่องเที่ยว ขณะที่ กระทรวงพาณิชย์ มีการติดตามสถานการณ์การผลิตผลไม้อย่างต่อเนื่อง ร่วมกับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วางแผนดูแลผลผลิตในระยะยาวตั้งแต่เริ่มต้นผลิตจนถึงการกระจายออกสู่ตลาด อย่างไรก็ตาม พื้นที่ จ.จันทบุรี มีผลไม้หลัก 7 ชนิด ได้แก่ มังคุด ทุเรียน เงาะ ลองกอง สละ และได้เริ่มทยอยออกสู่ตลาดเกือบทั้งหมดแล้ว