มังคุด

ครึ่งโหล! ราชันมังกร โคตรดุเปิดรังเผาเครื่อง
ช้างศึก /  ซิโก้ / 

โอ้โหทีมชาติ! “ราชันมังกร” ราชบุรี มิตรผล เอฟซี อย่างโหด เปิดบ้านเผาเครื่อง "ช้างศึก” ทีมชาติไทย ยู 23 ปีเเบบไม่ไว้หน้าครึ่งโหล ราชบุรี มิตรผล เอฟซี 6 - 0 ทีมชาติไทย (ปรีโอลิมปิค) การแข่งขันฟุตบอลอุ่นเครื่องนัดพิเศษ ที่สนามกีฬากลาง จ.ราชบุรี ระหว่าง "ราชันมังกร" ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ทีมจากศึกโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก พบกับ ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี (ปรีโอลิมปิค) ในการเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย 2016 ที่การ์ตา ในต้นปีหน้า สำหรับนัดนี้ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี เก็บค่าบัตรผ่านประตู 100 บาท รายได้หักค่าใช้จ่าย ซื้ออุปกรณ์กีฬา มอบให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลน ในจ.ราชบุรี เกมนี้ทีมชาติไทย ยู 23 ปี จัดผู้เล่นลงสนามนำโดย สมพร ยศ, สุริยา สิงห์มุ้ย, อดิศร พรหมรักษ์, ปกรณ์ เปรมภักดิ์, ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร เเละวาง กิตติพงษ์ วงศ์มา หน้าเป้า ส่วนเจ้าถิ่นมีทาง อุกฤษณ์ วงษ์มีมา, ศิลา ศรีกำปัง, ชุติพนธ์ ทองแท้, เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นานเดซ เริ่มเกมในครึ่งเเรกได้เพียง 13 นาทีกองเชียร์ ได้เฮกันลั่น จากจังหวะต่อบอลกันของ ราชบุรีฯ อดิศักดิ์ ศรีกำปัง แทงบอลทะลุแนวรับให้ เกงกิ นากาซาโตะ หลุดเดี่ยว เตรียมง้างยิงในกรอบเขตโทษ แต่โดน อดิศักดิ์ เส็นสมเอียด ดันล้มลงไป ผู้ตัดสิน เป่าเป็นจุดโทษ แล้ว เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นานเดซ ซัดไม่พลาด ราชบุรีฯ ออกนำไปก่อน 1-0 นาทีที่ 30สกอร์ ราชบุรีฯ ขยับขึ้นนำ 2-0 วันเดอร์ หลุยส์ จูเนียร์ พาบอลเข้าไปถึงหน้าประตู ผ่านบอลต่อให้ เกงกิ นากาซาโตะ ยกบอลหนีผู้รักษาประตู ส่งบอล เข้าไปซุกก้นตาข่าย หลังจากนั้นทำไรกันเพิ่มไม่ได้จบครึ่งเเรก ราชบุรีฯ นำ ไทย ยู 23 ปี 2-0 เกมในครึ่งหลังเเม้ไทยพยายามเปิดเกมบุก เเต่เข้าสู่นาทีที่ 53 ราชบุรีฯ สวนกลับขึ้นมาเร็ว ศิวรุต ผลหิรัญ ลากจี้เข้าฝั่งซ้ายของประตู ตวัดซัดเบียดเสาแรก เข้าไปตุงตาข่ายอย่างสยงาม ราชบุรีฯ นำ 3-0 หลังจากนั้นเจ้าถิ่นยังบุกหนักเเละมายิงได้อีก 3 ประตูรวดจาก ศิวรุต ผลหิรัญ นาทีที่ 64, อดิศักดิ์ ศรีกำปัง นาทีที่ 87 เเละ อัษดิน มังคุด นาทีที่ 90+3 จบเกมเป็น ราชบุรีฯ เปิดบ้านถล่มเอาชนะ ทีมชาติไทย ยู 23 ปีไปขาดลอย 6 - 0 รายชื่อผู้เล่นทั้สองทีมที่ลงสนาม ราชบุรี มิตรผล เอฟซี - อุกฤษณ์ วงษ์มีมา (ผู้รักษาประตู), โกศวัต ว่องไวลิขิต, รัตนะ เพชรอาภรณ์, ศิลา ศรีกำปัง, อภิวัฒน์ งั่วลำหิน, เอกลักษณ์ ทองกริต, ชุติพนธ์ ทองแท้, วันเดอร์ หลุยส์ จูเนียร์, เกงกิ นากาซาโตะ, อดิศักดิ์ ศรีกำปัง, เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นานเดซ ทีมชาติไทย (ปรีโอลิมปิค) - สมพร ยศ (ผู้รักษาประตู), สุริยา สิงห์มุ้ย, อดิศักดิ์ เส็นสมเอียด, อดิศร พรหมรักษ์, สุพร ปีนะกาตาโพธิ์, สหรัฐ กัณยะโรจน์, ปกรณ์ เปรมภักดิ์, ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร, เชาว์วัฒน์ วีระชาติ, บดินทร์ ผาลา, กิตติพงษ์ วงศ์มา

ระยอง เมืองเอกแห่งชายฝั่งตะวันออก
ทะเลอ่าวไทย /  เที่ยวทะเล / 

ระยอง เมืองชายฝั่งทะเลตะวันออกที่ได้รับการเรียกขานว่า เมืองแห่งผลไม้รสล้ำ อุตสาหกรรมก้าวหน้า น้ำปลารสเด็ด เกาะเสม็ดสวยหรู และสุนทรภู่กวีเอก ด้วยว่าผลงานชิ้นเอกของสุนทรภู่อย่างพระอภัยมณีนั้น มีฉากหลังเป็นทะเลน้อยใหญ่ และท้องทะเลอันสวยงามของจังหวัดระยองนั่นเอง ซึ่งความสวยงามนั้นไม่เพียงปรากฏอยู่ในวรรณกรรมเพียงเท่านั้น แต่ความสวยงามของท้องทะเลจังหวัดระยอง ยังทำให้ระยองกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวทางทะเลที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศเลยทีเดียว ระยอง เมืองเอกแห่งชายฝั่งตะวันออก ด้วยทำเลที่ตั้งของจังหวัดที่นับเป็นเสมือนเมืองท่า และอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพ และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยองในปัจจุบันจึงเป็นเมืองอุตสาหกรรม และที่ตั้งของโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกมากมาย เกาะเสม็ด คือเพชรน้ำเอกของจังหวัดที่หากใครต้องการมาเที่ยวทะเลระยองแล้วมักไม่พลาด ด้วยว่าเกาะเสม็ดนั้นตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ และความสวยงามของท้องทะเลไว้ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะบริเวณหาดทรายแก้ว และอ่าววงเดือน เป็นต้น โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปดำน้ำ และเที่ยวชมความงดงามของท้องทะเลบริเวณโดยรอบเกาะเสม็ดได้ ไม่ว่าจะเป็น เกาะกุฎี หรือเกาะทะลุ นอกจากนั้นบริเวณท่าเรือบ้านเพ ยังเป็นท่าเทียบเรือ และตลาดปลา นับเป็นแหล่งอาหารทะเลขนาดใหญ่ของจังหวัดอีกด้วย แต่ใช่ว่าระยองจะมีเฉพาะเกาะเสม็ดเท่านั้นที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเล แต่ระยองยังมีชายหาดที่สวยงามอย่าง หาดแม่รำพึง หาดแหลมเจริญ หาดแสงจันทร์ แหลมแม่พิมพ์ รวมไปถึงเกาะมันนอก มันใน ไว้ให้เที่ยวชมด้วยเช่นกัน และเมื่อได้ชื่อว่าเป็นเมืองชายทะเลที่อุดมสมบูรณ์ อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าแวะไปเที่ยวชมคือ บริเวณปากน้ำประแส ที่นับเป็นชุมชน แหล่งการค้า และแหล่งผลิตสินค้าทางการประมงมากมาย และที่เป็นจุดเด่นของชุมชนนี้คือ สะพานชมป่าชายเลนที่ทอดตัวยาวลัดเลาะไปตามแนวต้นโกงกาง พาดผ่านไปยอดไม้สีเขียวอร่ามตาของต้นโปรงทอง โดยสะพานแห่งนี้นับเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน และจุดชมหิ่งห้อยที่สวยงามมากแห่งหนึ่งของระยอง และในบริเวณไม่ไกลกัน ยังเป็นจุดจอดเรือรบหลวงประแส เรือรบหลวงของไทยที่ผ่านสมรภูมิรบเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทยจากอริศัตรูมาอย่างยาวนานอีกด้วย แต่ใช่ว่าระยองจะมีดีแค่ชายทะเลเท่านั้น เพราะจริงแล้วอีกหนึ่งสิ่งเชิดหน้าชูตาให้กับระยองอีกสิ่งคือ ผลไม้มากมายตามฤดูกาลที่มีให้เลือกชิมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ทุเรียน เงาะ ส้มโอ มังคุด และลองกอง โดยหากมีโอกาส ลองหาเวลาเข้าเที่ยวชมสวน และแวะชิมผลไม้ได้สดๆจากต้นดู รับรองได้ถึงความสนุก และสดอร่อยของผลไม้ ซึ่งสวนผลไม้ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม เช่น สวนผลไม้สุภัทราแลนด์ สวนยายดา หรือสวนคุณไพบูลย์ เป็นต้น นอกจากความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ระยองก็มีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเช่นกัน โดยเฉพาะกับเจดีย์กลางน้ำที่อยู่คู่กับเมืองระยองมานาน เพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์บอกกับชาวเรือว่า ได้มาถึงเมืองระยองแล้ว โดยเจดีย์สีขาวกลางน้ำแห่งนี้สร้างขึ้นโดย พระยาศรีสมุทรโภคชัยโชติสงคราม อดีตเจ้าเมืองระยอง หากจะบอกว่า ระยองคือเพชรน้ำเอกของพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกก็คงจะไม่ผิดนัก เพราะด้วยความพร้อมเพรียงของทำเลที่ตั้ง ความอุดมสมบูรณ์ของชายทะเล และความหลากหลายของผลผลิตทางเกษตรแล้ว จะเห็นได้ว่าจังหวัดระยองนั้นนับเป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำคัญของการท่องเที่ยวภาคตะวันออกเลยทีเดียว บทความโดย : www.ilovetogo.com/Article/127/17549  ,  ภาพและข้อมูล : กรมการท่องเที่ยว

กระท้อน ไม้ผลทำเงิน 1 ล้านบาทต่อปี ปลูกง่ายไม่มีโรค
10 วิธีแจ้งความ /  กระท้อน / 

“กระท้อน” ไม้ผลทำเงิน ปลูกง่าย ไม่มีโรค แถมขายได้ราคาดี.... สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาทต่อปี ซึ่งชี้ให้เห็นว่า “กระท้อน” ก็เป็นไม้ผลเงินล้านได้ เฉกเช่นไม้ผลเศรษฐกิจชนิดอื่น ๆ ขึ้นอยู่ที่ว่าเราจะทำคุณภาพได้มากน้อยเพียงใดเท่านั้น ตลอดเดือนกรกฎาคมของทุกปีถือเป็นสวรรค์ของคนที่ชอบรับประทานกระท้อน เพราะ กระท้อน ให้ผลผลิตเพียงปีละครั้ง และจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมากในเดือนนี้ โดยแหล่งปลูกกระท้อนที่สำคัญในอดีตคือจังหวัดนนทบุรี มีสายพันธุ์ที่นิยมปลูกเป็นการค้า 6 สายพันธุ์ ได้แก่ - พันธุ์ทับทิม - ปุยฝ้าย - นิ่มนวล - ปุยไหม - เทพศิริ - อีล่า ทั้ง 6 สายพันธุ์ดังที่กล่าวมานี้ พันธุ์ปุยฝ้ายและพันธุ์นิ่มนวลเป็นพันธุ์ที่เกษตรกรนิยมปลูกมากที่สุด เพราะมีผลขนาดใหญ่และจำหน่ายได้ราคา โดยหากเป็น พันธุ์นิ่มนวลเมืองนนท์แท้ ๆ จะจำหน่ายได้ตั้งแต่กิโลกรัมละ 120 บาทขึ้นไป ปัจจุบันเกษตรกรที่ทำสวนกระท้อน ทั้งประเทศไทยมีไม่ถึง 100 ราย เนื่องจากกระท้อนไม่ใช่ผลไม้ในกระแสของการบริโภค จึงทำให้เกษตรกรหลายคนไม่สนใจปลูกเพราะเห็นว่าขายไม่ได้ราคา แต่จริง ๆ แล้ว กระท้อนไม่ใช้ผลไม้กะโหลกกะลาไร้ราคาอย่างที่คิด ยิ่งหากได้เติมคุณภาพลงไป ก็ยิ่งเป็นผลไม้เงินล้านที่ไม่ควรมองข้าม เพราะตลาดมีความต้องการสูงและคู่แข่งยังน้อย คุณสมชาย บุญก่อเกื้อ เกษตรกรคนเก่ง ลูกค้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เจ้าของสวนกระท้อน “อุบลสมบูรณ์” เผยถึงที่มาของการปลูกกระท้อนบนเนื้อที่กว่า 23 ไร่ ในจังหวัดระยอง ให้ฟังว่า เกษตรกรในจังหวัดระยองส่วนใหญ่ทำสวนผลไม้เศรษฐกิจหลัก ๆ 3 ชนิด คือ เงาะ มังคุด และทุเรียน พอถึงฤดูกาลผลไม้ของทุกปี ราคาผลผลิตของผลไม้ทั้งสามชนิดก็จะมีปัญหาทุกปี เพิ่งมาสองสามปีหลังนี้ ที่เริ่มทำมังคุดส่งนอกจึงได้ราคาขึ้นมา “ด้วยความผันผวนของราคาผลไม้นี่เอง ผมก็เลยมองว่า เราควรจะปลูกอะไรที่สวนกระแสจากชาวบ้านคนอื่น ๆ พอดีว่าที่หมูบ้านเรามีกระท้อนอยู่ต้นหนึ่ง ซึ่งคุณลุงพูนแกไปซื้อลูกมาจากจังหวัดนนทบุรีมารับประทาน พอทานเสร็จท่านเห็นว่ากระท้อนลูกนั้นรสชาติอร่อย จึงนำเมล็ดกระท้อนลูกนั้นไปปลูก ผ่านไปประมาณ 5 ปี กระท้อนต้นนั้นเติบโต ติดดอกออกผล ซึ่งผมได้กินแล้วก็เห็นว่า กระท้อนจากต้นนี้มีคุณลักษณะพิเศษคือ เนื้อนุ่ม หวาน เนื้อหุ้มเมล็ดเป็นปุย หวาน มีเนื้อมาก เมล็ดเล็ก เมื่อได้ชิมแล้วรู้สึกถูกใจจึงขอกิ่งพันธุ์มาปลูก และตั้งชื่อสายพันธุ์ใหม่เพื่อให้เป็นเกียรติแก่ลุงพูนว่า กระท้อนพันธุ์ทองพูน” คุณสมชาย ยังเล่าให้ฟังอีกว่า ตอนแรกผมปลูกเพียง 40 ต้น ตอนนั้นยอมรับว่าไม่ค่อยมีความรู้เรื่องกระท้อนมากสักเท่าไหร่ เพราะถือเป็นไม้ผลชนิดใหม่ของชาวสวนละแวกนี้ เมื่อกระท้อนอายุได้ 3 ปี ก็เริ่มออกผลผลิต ด้วยความที่ยังขาดประสบการณ์จึงไปจ้างคนมาห่อกระท้อน ผลปรากฏว่าเราได้กระท้อนที่จำหน่ายได้เพียง 40 เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นเสียหายทั้งหมด เพราะลูกจ้างไม่ได้ใส่ใจคุณภาพให้เรา สักแต่ว่าทำงานเพื่อให้ได้ค่าแรงเท่านั้น ในตอนหลังจึงตัดปัญหาดังกล่าวนี้ออกด้วยการใช้แรงงานคนในครอบครัวและลงมือทำเองทั้งหมด เพราะเราสามารถควบคุมคุณภาพได้ ผลผลิตในช่วงนั้นเราเอาไปขายในอำเภอแกลง ได้ราคาเพียงกิโลกรัมละ 10 บาท จากนั้นก็มานั่งคิดว่าจะทำอย่างไรนะจึงจะให้ผลผลิตของเราได้ราคา พอดีตอนนั้นมีเพื่อนทำงานอยู่ที่ TOT แจ้งวัฒนะ เพื่อนก็แนะนำให้เอาผลผลิตใส่รถกระบะไปขายที่นั่น เราก็เลยนำไปขายได้กิโลกรัมละ 60-70 บาท (ตอนนั้นราคากระท้อนเมืองนนท์กิโลกรัมละ 120 บาท) หลังจากนั้นเป็นต้นมาผลผลิตกระท้อนของที่สวนก็จะส่งไปขายที่นั้นทั้งหมด “ปัจจุบันเราแทบไม่ต้องเอาผลผลิตไปขายแล้ว เพราะเมื่อถึงฤดูกระท้อน คนที่เขาเคยรับประทานกระท้อนของเราก็จะออร์เดอร์กันมาเลย เมื่อเราเริ่มมองเห็นแนวทางการตลาด ก็เลยมาปลูกเพิ่ม จนกระทั่งปัจจุบันที่สวนมีกระท้อนที่ให้ผลผลิตแล้วทั้งหมด 178 ต้น และกำลังปลูกเพิ่มอีก 45 ต้นครับ” เทคนิคการปลูกกระท้อนของ คุณสมชาย อย่างแรกเลยให้คำแนะนำว่า ธรรมชาติของกระท้อนเป็นไม้ผลที่ปลูกง่าย โตเร็ว และไม่ต้องมีตารางฉีดยาให้ปุ๋ยเช่นไม้ผลชนิดอื่น หากเกษตรกรที่สนใจปลูกกระท้อนเพื่อการค้า ควรคำนึงถึงสิ่งต่าง ๆ ดังนี้ - สายพันธุ์ที่ปลูกจะต้องเลือกสายพันธุ์ที่รับประทานอร่อยและตลาดมีความต้องการ ระยะห่างระหว่างแปลงปลูกควรอยู่ระหว่าง 8 x 8 เมตร ซึ่งระยะดังกล่าวนี้กระท้อนจะไม่แย่งกันเจริญเติบโต จึงไม่ต้องตัดแต่งกิ่งบ่อย สามารถปล่อยให้เขาโตตามธรรมชาติได้เลย เนื่องจากกระท้อนเป็นไม้โตเร็ว การบำรุงรักษาจะไม่ยุ่งยากเท่าไหร่ สามารถปล่อยให้โตตามธรรมชาติได้เลย - เมื่อถึงอายุการให้ผลผลิต ในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม กระท้อนจะเริ่มทิ้งใบ และช่วงเดือนกุมภาพันธ์จะเริ่มผลิใบอ่อนและเริ่มให้ดอก จากนั้นก็จะเริ่มให้ผล ทันทีที่กระท้อนเริ่มติดผล เราจะต้องทำการฉีดยาสมุนไพรเพื่อป้องกันแมลงมาดูดกินน้ำเลี้ยงผลอ่อน หากเกษตรกรต้องการผลผลิตที่มีคุณภาพ เราจะต้องทำการห่อผล ซึ่งเทคนิคการห่อผลของสวนนั้นใช้วิธีการสร้างนั่งร้านเช่นเดียวกับงานก่อสร้างไว้รอบ ๆ ทรงต้น เพื่อที่จะห่อผลได้ทุกลูก (นั่งร้านทำจากไม้ไผ่รวก และมีอายุการใช้งาน 2 ปี) โดยใน 1 ต้น ควรจะไว้ลูกเพียง 250-300 ลูก ในอัตราจำนวนดังกล่าวนี้จะทำให้กระท้อนเติบโตเสมอกันทุกลูก โดยจะมีน้ำหนักมาตรฐานอยู่ที่ 4-5 ขีดต่อลูก ซึ่งเป็นขนาดที่ตลาดมีความต้องการ และมีราคาค่อนข้างน่าสนใจ แต่หากไว้จำนวนลูกดกกว่านี้ ก็จะได้ขนาดลูกที่เล็กลง และส่งผลให้ขายได้ราคาถูกลงด้วย แต่ถ้าไว้ลูกน้อยเกินไป กระท้อนก็จะมีขนาดผลที่ใหญ่เกินความต้องการของตลาดเช่นกัน วิธีห่อกระท้อนของ คุณสมชาย “การห่อผลควรจะเริ่มห่อตั้งแต่กระท้อนมีขนาดเท่าลูกหมาก โดยจะเลือกห่อเฉพาะผลที่มีผิวเนียนเกลี้ยง ส่วนผิวที่มีตำหนิหรือไม่ต้องการควรปลิดผลนั้นทิ้ง เพื่อป้องการลูกที่ไม่เหมาะสมแย่งอาหารและดึงดูดแมลงวันทองเข้าสวน (ลูกกระท้อนที่ปลิดทิ้งสามารถนำมาหมักเป็นฮอร์โมนลูกกระท้อนเพื่อเพิ่มความหวานได้) ทั้งนี้การห่อผลแต่ละรอบควรจะทำตำหนิโดยการป้ายสีที่ถุงกำกับไว้ เช่น ห่อรอบแรกใช้สีส้ม และห่อรอบสองใช้สีเขียว เป็นต้น (ตัวอย่างสมมติ) การป้ายสีกำกับในลักษณะดังกล่าว จะช่วยให้สะดวกตอนเวลาเก็บเกี่ยว เพราะสามารถเลือกเก็บตามรุ่น ตามสีที่ป้ายไว้ โดยไม่ต้องเสียเวลาเปิดดูทีละถุง” สำหรับราคาจำหน่ายของกระท้อนที่สวนอุบลสมบูรณ์นั้น แบ่งเป็น 3 เกรด ได้แก่ - เกรดจัมโบ้ ขนาดผลตั้งแต่ครึ่งกิโลกรัมขึ้นไป จำหน่ายอยู่ที่กิโลกรัมละ 80 บาท - เกรดกลาง ขนาดผลตั้งแต่ 4-5 ขีด จำหน่ายกิโลกรัมละ 60 บาท - เกรดมินิ ต่ำกว่า 4 ขีดลงมา จำหน่ายกิโลกรัมละ 40 บาท “เกษตรกรหลายคนมักสงสัยว่า กระท้อนจัมโบ้ได้ราคาดีสุด ทำไมทางสวนจึงไม่เน้นผลิตเฉพาะกระท้อนที่มีขนาดจัมโบ้ ในประเด็นนี้ต้องเรียนให้ทราบว่า ถึงแม้ขนาดจัมโบ้จะขายได้ราคาดี แต่มักจะขายยาก เนื่องจากตลาดไม่นิยมรับประทานกระท้อนที่มีลูกใหญ่มาก ส่วนใหญ่กระท้อนลูกใหญ่จะเป็นของฝากมากกว่าจะซื้อไปรับประทานเอง ดังนั้นในการผลิตกระท้อนเราจึงต้องผลิตตามความต้องการของตลาด คือ 2 ลูกต่อกิโลกรัมกำลังดีครับ” สำหรับการ ปลูกกระท้อน 178 ต้น บนเนื้อที่กว่า 23 ไร่ของคุณสมชาย จะมีต้นทุนการผลิตอยู่ที่ 200,000-300,000 บาท / ปี (ต้นทุนสูงสุดอยู่ที่ค่าไม้ไผ่รวกในการทำนั่งร้านเพื่อห่อผลและเก็บผลผลิต ส่วนค่าปุ๋ยและยานั้นต่ำมาก) จำนวนพื้นที่ปลูกดังกล่าวได้น้ำหนักผลผลิตรวมไม่ต่ำกว่า 13 ตัน สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาทต่อปี ซึ่งชี้ให้เห็นว่า “กระท้อน” ก็เป็นไม้ผลเงินล้านได้ เฉกเช่นไม้ผลเศรษฐกิจชนิดอื่น ๆ ขึ้นอยู่ที่ว่าเราจะทำคุณภาพได้มากน้อยเพียงใดเท่านั้น สำหรับเกษตรกรที่สนใจเรียนรู้การปลูกกระท้อนเพื่อการค้าเงินล้าน หรือสนใจกิ่งพันธุ์กระท้อนหวาน รับประทานอร่อย “พันธุ์ทองพูน” รวมถึงผลผลิตกระท้อน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณสมชาย บุญก่อเกื้อ เลขที่ 171 หมู่ 3 ต.กร่ำ อ.แกลง จ.ระยอง โทร. 08-1377-9536 - ขอบคุณข้อมูลจาก : เกษตรกรก้าวหน้า -

แห่ กินผลไม้ฟรี ในงาน
กินผลไม้ฟรี /  ของดีเมืองจันท์ / 

เป็นสัปดาห์สุดท้ายแล้ว สำหรับงาน "ของดีเมืองจันท์ วันผลไม้ สีสันตะวันออก" ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่ วันที่ 23-31 พฤษภาคม 2558 ณ ลานศูนย์ปฏิบัติราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี ยังมีเวลาเหลืออีก 2 วันคือเสาร์-อาทิตย์นี้นะครับ จุดเด่นไฮไลท์น่าจะอยู่ที่ มีเปิดให้ กินผลไม้ฟรี อีกด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นำเปิดงาน กินผลไม้ฟรี ของดีเมืองจันท์ ภายในงานมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย นำโดยกิจกรรมกินผลไม้ฟรี ซึ่งภายในงานมีการนำผลไม้มาให้กินฟรีภายในช่วงเวลาที่กำหนด วันละ 2 ช่วง คือ รอบ 11.00 น. – 14.00 น. และ 17.00 น. – 20.00 น. มีทั้ง ทุเรียนหมอนทองสุก มังคุด เงาะ สละ ลำไย ที่พร้อมเสิร์ฟไม่อั้นตลอด 3 ชั่วโมงเต็ม ประชาชนแห่ กินผลไม้ฟรี เนืองแน่น ขายดีสุด น่าจะเป็นทุเรียนหมอนทองนี่แหละ เงาะโรงเรียนก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่คนไทยชอบ ล่าสุด รายงานมาว่า นักท่องเที่ยวแห่กินผลไม้ฟรี โดยเฉพาะทุเรียนหมอนทอง หมดไปแล้ว 10 กว่าตัน และคาดว่า เสาร์อาทิตย์นี้ จะมีนักท่องเที่ยวแห่มากินผลไม้ฟรีกันมากกว่าเดิมแน่นอน เพราะเป็น 2 วันสุดท้ายแล้ว ซึ่งทางจังหวัดเอง ก็เตรียมพร้อมผลไม้ ไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว ไม่น่าเป็นห่วง เอาเป็นว่า ใครชอบผลไม้ อยากกินของฟรี ก็เชิญเลยครับ credit : chuntaburi.go.th

อุทาหรณ์! กินเม็ดกระท้อนลำไส้ทะลุ
กลืนเม็ดกระท้อนทำไส้ทะลุ /  กลืนเม็ดกระท้อนลงท้อง / 

ลำไส้ทะลุหลังกลืนเม็ดกระท้อนลงท้อง ไปกว่า20 เม็ด แพทย์เตือนประชาชนให้ระมัดระวังอย่ากลืนเม็ดกระท้อนเข้าไปเป็นอันขาด วันนี้ (3 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีผู้ป่วยปวดท้องรุนแรงถูกส่งตัวมารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ หลังกลืนเม็ดกระท้อนเข้าไป นายแพทย์วิฑูรย์ ศรีศุกร์เจริญ แพทย์เชี่ยวชาญด้านเวชกรรม สาขาศัลยกรรม ได้เปิดเผยว่า ผู้ป่วยเข้ารักษาตัวอยู่จริง โดยปีนี้พบผู้ป่วยแล้ว 2 ราย ทั้งคู่เดินทางเข้ารักษาตัวด้วยอาการปวดท้องอย่างรุนแรง หลังรับประทานเม็ดกระท้อนเข้าไป จึงขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวังอย่ากลืนเม็ดกระท้อนเข้าไปเป็นอันขาด สำหรับสาเหตุดังกล่าว นายแพทย์วิฑูรย์ชี้แจงงว่า เกิดจากการรัปประทานกระท้อนแล้วกลืนลงท้องไปทั้งเม็ด ซึ่งเม็ดกระท้อนจะมีส่วนที่แหลมคมอยู่ตรงปลายเม็ดทั้ง 2 ข้าง ต่างจากเม็ดมังคุด หากใครที่มีประวัติเป็นโรคท้องผูกเรื้อรัง จะพบว่าเป็นคนไข้ที่รับประทานเม็ดกระท้อนเข้าไป จะถูกปลายที่แหลมคมทั้ง 2 ข้างทิ่มตำสำไส้ใหญ่ส่วนล่างออกมาที่ช่องท้องพร้อมกับอุจจาระ จะทำให้เกิดภาวะเยื่อบุช่องท้องอักเสบ และอาจจะทำให้เสียชีวิตได้จากภาวะโลหิตเป็นพิษ เพราะการติดเชื้อในช่องท้อง ผู้ป่วยบางรายมักจะคิดว่าเป็นการปวดท้องธรรมดาจึงรักษากันเอง กว่าที่จะมาพบแพทย์เชื้อโรคก็กระจายเข้าสู่กระแสเลือดแล้ว ด้านนายดวงดี ธรรมวัง อายุ 51 ปี ผู้ป่วยที่สำไส้ทะลุจากการกลืนเม็ดกระท้อนเข้าไป กล่าวว่า ได้กินกระท้อนโดยกลืนเม็ดกระท้อนเข้าไปด้วย 25-30 เม็ด ทั้งเม็ดใหญ่เม็ดเล็ก ตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา กระทั่งรู้สึกปวดท้องอย่างรุนแรงจนทนไม่ไหว หลังจากพบแพทย์ก็ถูกส่งตัวเข้าห้องผ่าตัดทันที โดยแพทย์ได้ผ่าตัดเป็นแผลยาวประมาณ 15 เซนติเมตร รักษาสำไส้ที่ทะลุ และนำสำไส้ส่วนดีมาไว้หน้าท้อง เพื่อให้ขับถ่ายทางหน้าท้อง ที่สำคัญพบเม็ดกระท้อนตกค้างอยู่ตรงจุดที่ทะลุ 10 เม็ด ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ปวดท้องอย่างรุนแรง แต่ก็พบว่า ระหว่างการถ่ายอุจจาระ ยังมีเม็ดกระท้อนตกค้างไหลออกมาบ้างวันละเม็ด Mthai News

เที่ยวจันทบุรี สีสันอัญมณี แห่งอ่าวไทย
ทะเล /  หาด / 

จันทบุรี หนึ่งในจังหวัดชายทะเลภาคตะวันออก เป็นจังหวัดที่รวมสุดยอดของสถานที่ท่องเที่ยว ที่น้อยคนนักจะได้มาเยือน แต่หากลองได้มาสัมผัสสักครั้งหนึ่งแล้ว คุณจะกลายเป็นแขกประจำของที่นี่ไปเลย เพราะจันทบุรี มีสมญานามว่า “อัญมณีแห่งทะเลอ่าวไทย” ชวนเพื่อน Travel.mthai มา เที่ยวจันทบุรี กันนะครับ หาดคุ้งวิมาน...เงียบสงบ จันทบุรี หรือเมืองจันท์ ขึ้นชื่อเรื่องพลอยอัญมณีนานาชนิด ว่ากันว่า.. ใต้แผ่นดินแห่งนี้สมัยก่อนเพียงแค่ขุดลงไปก็เจอของล้ำค่าแล้ว  ไม่เพียงเท่านั้น ที่นี่ยังขึ้นชื่อในเรื่องของสวนผลไม้ ที่เป็นพืชเศรษฐกิจประจำจังหวัด ทั้งมังคุด เงาะ ทุเรียน ระกำ สละ กล้วยไข่คุณภาพส่งออกต่างประเทศ เรียกได้ว่าถ้ามา เที่ยวจันทบุรี หรือเมืองจันทร์ มีผลไม้ให้กินกันตลอดปีแน่นอน ซึ่งเราได้มีโอกาสไปลองชิมผลไม้จากสวนของบ้านเขาบายศรี สวนผลไม้สำหรับส่งออกต่างประเทศ ที่นี่ไม่ได้ขายผลไม้อย่างเดียว แต่ยังเปิดให้เป็นที่พักแบบโฮมสเตย์เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบสัมผัสชีวิตแบบชาวสวน เที่ยวจันทบุรี หน้าฝนนี้อิ่มท้องด้วยผลไม้สดจากสวน ทุเรียนเมืองจันทร์ พลูโตๆ เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของ จันทบุรี คือหาดทรายและท้องทะเลที่ทอดยาวเงียบสงบ และเป็นส่วนตัวมาก หลายหาดในจังหวัดจันทบุรีมักจะใช้เป็นฉากถ่ายทำละครและโฆษณาอยู่เสมอ เช่น หาดคุ้งวิมาน หาดเจ้าหลาว หาดคุ้งกระเบน และหาดแหลมสิงห์ โดยมีตำนานที่มาของชื่อหาดแหลมสิงห์ว่า มีหินรูปร่างใหญ่ที่หากเราลองนั่งเรือออกไปกลางทะเลแล้วมองกลับเข้ามาที่ชายฝั่งจะพบกับก้อนหินขนาดใหญ่ มีรูปร่างคล้ายสิงห์ขนาดยักษ์นอนเฝ้าทะเล ตามตำนานจะมีหินสิงห์คู่ตัวผู้ตัวเมีย แต่ปัจจุบันเหลือเพียงหินสิงห์ตัวผู้ เนื่องจากตัวเมียถูกทหารชาวฝรั่งเศสทำลายไปแล้ว จุดชมวิวสะพานข้ามทะเล พระเจ้าตากสินมหาราช นอกจากจะเป็นเมืองที่มีความสวยงามทางธรรมชาติแล้ว ยังมีสถาปัตยกรรมที่เป็นร่องรอยจารึกแห่งประวัติศาสตร์และความทรงจำอันยากลบเลือน เนื่องจากในสมัยช่วงวิกฤตการณ์ปากน้ำ ร.ศ.112 ทหารฝรั่งเศสเคยยึดจันทบุรีไว้ นานถึง 11ปี ซึ่งสยามต้องยอมเสียดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงเพื่อขอแลกพื้นที่จังหวัดจันทบุรีกับตราดไว้ ตึกเรซิดองห์ โดยร่องรอยที่ทหารฝรั่งเศสทิ้งเหลือไว้ให้เป็นอนุสรณ์แห่งความเจ็บปวดคือ 1.ตึกเรซิดองห์ หรือตึกบัญชาการทหารฝรั่งเศส เป็นอาคาร 1 ชั้น และมีดาดฟ้าชั้นบนทาด้วยสีแดง มุงกระเบื้องแบบพิเศษที่ขนมาจากฝรั่งเศส ตึกนี้ตั้งอยู่ภายในค่ายพระเจ้าตากสินมหาราช 2.ตึกแดง เป็นอาคารชั้นเดียวทาสีแดงทั้งหลัง มุงกระเบื้องแบบพิเศษที่ขนมาจากฝรั่งเศสเช่นเดียวกัน ใจกลางของอาคารมีปืนใหญ่ฝรั่งเศสของแท้ตั้งอยู่ ด้านข้างของตึกมีต้นมะขาม 8 ต้นอายุหลายร้อยปี ชาวจันท์เชื่อว่าปลูกตามพระราชดำริของสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่3 เพื่อสร้างความเกรงขามให้กับกองทัพไทย 3.คุกขี้ไก่ อาคารสี่เหลี่ยมทรงสูงขนาดเล็ก ก่อด้วยอิฐ ข้างในแบ่งเป็น 3 ชั้น ชั้นล่างสุดไว้ขังนักโทษลหุโทษ ชั้นกลางไว้ขังนักโทษสถานหนัก ชั้นบนสุดเป็นเล้าไก่เลี้ยงไก่ไว้ประมาณ 200 ตัว ให้ขี้รดหัวนักโทษที่เป็นเชลยไทย แสดงถึงความขมขื่นที่ไทยต้องได้รับ ณ สถานที่แห่งนี้มีนักโทษหลายคนตรอมใจตายในคุกขี้ไก่ด้วย ทั้งตึกแดงและคุกขี้ไก่ ตั้งอยู่บริเวณ อำเภอแหลมสิงห์ ภายในตึกเรซิดองห์ กระเบื้องนำเข้าจากฝรั่งเศสอายุกว่า 100ปี ตึกแดง ปืนใหญ่ฝรั่งเศสอายุ 100กว่าปี โบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล หรือ อาสนวิหารพระนางมารีปฏิสนธินิรมล โบสถ์คาทอลิก ที่มีประวัติการก่อสร้างยาวนานถึง 275 ปี ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำจันทบุรี ซึ่งชาวญวนคาทอลิกและชาวบ้านได้ร่วมกันสร้างขึ้น โดยโบสถ์แห่งนี้มีความยิ่งใหญ่เหมือนกับต่างประเทศ ภายในตกแต่งอย่างสวยงามด้วยกระจกสี พื้นกระเบื้องโบราณ และพระแม่มารีอาประดับพลอย โดยที่นี่ยังเป็นสถานที่ยอดนิยมที่คู่บ่าวสาวมาจัดงานแต่งงานแบบพิธีคริสต์ สถานที่ยอดนิยมที่คู่บ่าวสาว มาจัดงานแต่งงานแบบพิธีคริสต์ โบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล โบสถ์คริสต์ที่สวยที่สุดในประเทศ โอเอซิส ซีเวิลด์ ศูนย์แสดงโชว์ปลาโลมาที่ใกล้ชิดคนดูมากที่สุดอีกด้วย โดยโอเอซิสจะจัดแสดงโชว์เป็นรอบ เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวลงไปว่ายน้ำกับปลาโลมา สัมผัสความใกล้ชิดให้ปลาโลมาหอมแก้มได้ด้วย นอกจากจะได้ชมปลาโลมาแล้วยังมีถ้ำปลาการ์ตูน บ่อปลาหมอทะเลยักษ์หลายพันตัวให้ได้เพลิดเพลินกันในแบบท่องเที่ยวครอบครัวได้ด้วย หลังจากท่องเที่ยวในช่วงกลางวันแล้ว ในยามค่ำคืนที่ ท่าเรือThe Pier มีบริการพานักท่องเที่ยวออกเรือไปตกหมึกกลางทะเลซึ่งช่วงฤดูที่ปลาหมึกจะเยอะจะเริ่มตั้งแต่ช่วงเดือน ตุลาคม – พฤษภาคม โดยจะมีเรือลำใหญ่พาคุณออกสู่กลางทะเลและตกปลาหมึกขึ้นมาทำอาหารกินกันแบบสดๆ เป็นรสชาติที่คุณไม่มีวันลืมแน่นอนเพราะความหวานของเนื้อปลาหมึกที่ตกได้จากท้องทะเลกับปลาหมึกตลาดนั้นแตกต่างกันอย่างชนิดเทียบกันราวฟ้ากับดิน ที่เล่ามาทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดจันทบุรีเท่านั้น หากอยากลองไปเที่ยวสนุก ผ่อนคลายและเป็นส่วนตัวผู้คนไม่พลุกพล่านลองไปเที่ยวที่จันทบุรี หรือลองดูรายละเอียดอื่นๆได้ที่ https://www.facebook.com/visitchanthaburi

ททท.ชวนเที่ยวงานวันผลไม้ ของดีอำเภอทองผาภูมิ
ของดีอำเภอทองผาภูมิ /  เทศกาลผลไม้ / 

ททท.สำนักงานกาญจนบุรี ขอชวนไปชิม อิ่ม อร่อย กับผลไม้หลากหลายชนิด พร้อมตื่นตากับการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน ในงาน “วันผลไม้ของดีอำเภอทองผาภูมิ และสืบสานประเพณีลานบ้าน ลานวัฒนธรรม ปี 2557″ ททท.ชวนเที่ยวงานวันผลไม้ ของดีอำเภอทองผาภูมิ อำเภอทองผาภูมิ ร่วมกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานราชการ ภาคเอกชน เกษตรกรชาวสวนผลไม้ และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เขื่อนวชิราลงกรณ  ขอเชิญนักท่องเที่ยวร่วมงาน “วันผลไม้ของดีอำเภอทองผาภูมิ และสืบสานประเพณีลานบ้าน ลานวัฒนธรรม ปี 2557″ ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 กรกฎาคม 2557 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 21.00 น. ณ บริเวณลานจอดเฮลิคอปเตอร์ ภายในเขื่อนวชิราลงกรณ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี โดยวัตถุประสงค์ของการจัดงาน เพื่อเป็นการเผยแพร่ผลผลิตทางด้านผลไม้ที่มีชื่อเสียงของอำเภอทองผาภูมิ เพื่อสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมของท้องถิ่น พร้อมสร้างความเชื่อมั่นว่า ทุกเขื่อนของ กฟผ. มีความมั่นคงปลอดภัย และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้นักท่องเที่ยวได้รู้จัก และสนใจมาเที่ยวอำเภอทองผาภูมิเพิ่มมากขึ้น ภายในงานมีการจำหน่ายผลไม้ชั้นดี รสชาติอร่อย ที่ขึ้นชื่อของอำเภอทองผาภูมิ อาทิ เงาะทองผาภูมิ ที่หวานล่อนกรอบอร่อย ทุเรียนเนื้อดีหวานหอม สับปะรด ส้มโอ มังคุด ลองกอง มะไฟ สะตอ ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดสามารถปลูกได้ผลผลิตดีในเขตพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ  ภายในงานยังมีการจำหน่ายพืชผักปลอดสารพิษ พันธุ์ไม้ท้องถิ่น สินค้าโอท็อปชื่อดังของอำเภอ ชิม “ขนมทองโยะ” ขนมพื้นเมืองของชาวกะเหรี่ยง ชมการสาธิตศิลปวัฒนธรรม และการแสดงประกอบแสงเสียงบอกเล่าเรื่องราวของชนเผ่าต่างๆ อาทิ มอญ กะเหรี่ยง ไทยอีสาน ม้ง เย้า ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ ทุกคืน นักท่องเที่ยวที่สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  ที่ทำการปกครองอำเภอทองผาภูมิ โทร.034 599745 สำนักงานเกษตรอำเภอทองผาภูมิ โทร.034 599482 และ ททท.สำนักงานกาญจนบุรี โทร.034 511200 หรือ 034 512500 ได้ทุกวันในเวลาราชการ ขอบคุณข่าวสารจาก การท่องเที่ยวแห่วแระเทศไทย สำนักงานภาคกลาง

กิน ทุเรียน ลดความอ้วนได้จริงหรือ?
ทุเรียนหมอนทอง /  ลดความอ้วน / 

จากกระแสในสังคมออนไลน์ที่แชร์บทความที่บอกว่า กิน ทุเรียน สามารถช่วยลดความอ้วนได้ โดยให้ "กินหลังตื่นนอนตอนเช้า ช่วงเวลา 5.00-7.00 น กินครั้งละไม่เกิน 2-3 พู เท่ากับ 4-6 เม็ด หรือเกือบครึ่งลูกกินได้ทุกพันธุ์ หลังจากนั้นก็ให้ ดื่มน้ำอุ่นตาม คำแนะนำควร งดอาหารเช้าของวันนั้นๆ และกินติดต่อกันเป็นเวลา 2 วัน เพราะความร้อนจากสารกำมะถันและเส้นใยใน ทุเรียน จะไปชวยชะล้างสิ่งสกปรกต่างๆ ภายในลำไส้ จึงทำให้คุณนั้นผอมลงและยังช่วยให้ร่างกายสดชื่นอีกด้วย อาจกิน 2 พูแทนข้าวมื้อเย็นได้ " บทความนี้ถูกแชร์ออกไปมากในเฟสบุค ทำให้เหล่าสาวก ทุเรียน แต่กลัวอ้วนกลับมาตื่นเต้น ดีใจอีกครั้งที่จะได้กินทุเรียนแบบไม่ต้องกลัวอ้วนอีกแล้ว แค่บทความนี้ มีความน่าเชื่อถือแค่ไหน วันนี้เราจะมาพูดถึง ทุเรียน กันค่ะ ว่าจริงๆแล้วการกิน ทุเรียน ครึ่งลูกแบบที่บทความนี้บอก ช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือ? ในเนื้อเหลืองอวบของ ทุเรียน ประกอบด้วย 3 อย่างหลัก คือ แป้ง จากเนื้อเหลืองแน่นที่กินแล้วหวานมันอร่อยลิ้น ไขมัน มีปนมาอยู่บ้างซึ่งมากกว่าพืชทั่วไป แต่การมีไขมันนี้ทำให้ทุเรียนมีวิตามินอีเยอะ วิตามินแร่ธาตุและกำมะถัน หรือซัลเฟอร์ โดยกำมะถันตัวนี้เองคือตัวร้อน เป็นผู้ร้ายที่ทำให้เกิดอาการร้อนในและกลิ่นไร้เทียมทาน สรรพคุณของ ทุเรียน ช่วยฆ่าเชื้อ จากกำมะถันในเนื้อเป็นเสมือนยาปฏิชีวนะอ่อน ๆ ช่วยเผาผลาญ จากความร้อนของกำมะถันและน้ำตาลในเนื้อ ช่วยระบาย จากกากที่เป็นเส้นใยยุ่บยั่บในเนื้อ ช่วยทำให้ฝีแห้ง (เนื้อทุเรียน) สรรพคุณทุเรียนช่วยแก้โรคผิวหนัง (เนื้อทุเรียน) สารสกัดจากใบและรากทุเรียนใช้เป็นยาแก้ไข้ได้ ด้วยการใช้น้ำจากใยวางบนศีรษะของผู้ป่วยจะช่วยลดไข้ได้ (ราก,ใบ) ทุเรียน สรรพคุณช่วยแก้อาการท้องร่วง (ราก) สรรพคุณของทุเรียนช่วยขับพยาธิ (ใบ,เนื้อทุเรียน) ทุเรียน สรรพคุณทางยาช่วยแก้ดีซ่าน (ใบ) ช่วยทำให้หนองแห้ง (ใบ) ช่วยแก้ตานซาง (เปลือก) ช่วยรักษาโรคคางทูม (เปลือก) ช่วยแก้น้ำเหลืองเสีย (เปลือก) ช่วยแก้ฝี (เปลือก) ช่วยรักษาแผลพุพอง (เปลือก) ใช้สมานแผล (เปลือก) เปลือกทุเรียนใช้ไล่ยุงและแมลง (เปลือก) นอกจากนี้ ทุเรียน ยังมีฤทธิ์ไล่พยาธิได้ ด้วยกำมะถันที่รุ่มร้อนทำให้ลำไส้ไม่เป็นบ้านแสนสุขของพยาธิอีกต่อไป อีกทั้งกากใยในเนื้อที่ช่วยขัดล้างลำไส้ด้วย การทาน ทุเรียน เพื่อสุขภาพ ควรทานครั้งละไม่เกิน 2 เม็ดขนาดกลาง น้ำหนักเฉพาะเนื้อประมาณ 100 กรัม จะให้พลังงานสูงถึงประมาณ 190 กิโลแคลอรี ประกอบด้วย ไขมัน 4.0 กรัม โปรตีน 2.6 กรัม และให้แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก และวิตามินเอ ประมาณ 17 มก. 36 มก. 1 มก. และ 21 มก.ตามลำดับ แต่ ถ้า หากกินครั้งละ 2-3 พู หรือประมาณ 4-6 เม็ด หรือเกือบครึ่งลูกนั้น ก็จะทำให้ร่างกายได้รับพลังงานจากทุเรียนสูงถึงประมาณ 400 กิโลแคลอรี ซึ่งเทียบได้กับทานข้าว 5 ทัพพี หรือน้ำอัดลม 2 กระป๋อง หรือก๋วยเตี๋ยวหมู 1 ชาม สำหรับ คนที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด ให้ระมัดระวังในการทานทุเรียน ทานได้แต่ในปริมาณที่น้อยกว่าคนปกติ นอกจากนี้ สิ่งที่ต้องระมัดระวังในการทานทุเรียน คือ ต้องไม่ทานร่วมกับการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์อย่างเด็ดขาด เพราะในทุเรียนมีสารกำมะถันหรือซัลเฟอร์อยู่มาก ซึ่งจะละลายได้ดีในแอลกอฮอล์ ทำให้แอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสเลือดได้เร็ว ทำให้เมาเร็วและเมาหนักขึ้น อาจก่อให้เกิดความผิดปกติต่อระบบหายใจ เกิดอาการร้อนใน เป็นอันตรายต่อสุขภาพและเสี่ยงเสียชีวิตได้ ส่วนความเชื่อที่ว่า กิน ทุเรียน แล้วให้กินมังคุดตามเพื่อแก้ร้อนใน ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ดี แม้จะไม่มีงานวิจัยรองรับ แต่คิดว่าเป็นกุศโลบายของคนรุ่นเก่า ที่คิดว่าทุเรียนเป็นของร้อน แล้วให้กินมังคุดเป็นของเย็นแก้กัน และคงต้องการให้คนกินผลไม้ที่หลายหลากชนิดด้วย ดังนั้นสำหรับคนที่กินทุเรียนจนร้อนใน ควรกินอาหารธาตุเย็นที่มีฤทธิ์แก้ร้อนในตามลงไป ซึ่งมีให้เลือกมากมายตามความเหมาะสมและความชอบของคุณ เช่น ดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ บางคนชงน้ำเกลือเจือจางดื่มสักแก้วก็ดีขึ้นได้เช่นกัน กินผักสดต่างๆ ให้มากขึ้น กินผลไม้ที่มีน้ำเยอะ ประเภทแตงโม แตงล้าน หรือผลไม้รสเปรี้ยวหรือหวานอมเปรี้ยว เช่น ส้ม สับปะรด มะนาวให้มากขึ้น หลายคนนิยมกินมังคุดตามหลังกินทุเรียน ดื่มเครื่องดื่มสมุนไพรต่าง ๆ ที่มีฤทธิ์ช่วยแก้ร้อนใน เช่น น้ำเก๊กฮวย น้ำหล่อฮั่งก๊วย น้ำรากบัว น้ำมะนาว น้ำใบบัวบก น้ำใบเตย เฉาก๊วย แนะนำเคล็ดในการกินทุเรียนให้ไม่อ้วน และสุขภาพดี เลือกทุกเรียนห่ามจะดีเพราะมีน้ำตาลน้อย แต่ถ้าเลือกไม่ได้ก็กินทุเรียนสุก เนื่องจากงานวิจัยพบว่า ทุเรียนมีสารต้านอนุมูลอิสระชื่อเคอซิทิน ซึ่งเป็นตัวเดียวกับในหอมใหญ่และองุ่น ทั้งนี้พลังต้านอนุมูลอิสระของทุเรียนสุกจะมีมากกว่า มังคุด ลิ้นจี่ ฝรั่ง มะม่วง ตามลำดับ ถ้าจะกินเพื่อสุขภาพก็ให้กินได้ครั้งละไม่เกิน 2 พูต่อสัปดาห์ และถ้ามื้อไหนกินทุเรียน ก็ไม่ต้องกินข้าวมาก ทุเรียนน้ำกะทิควรหลีกเลี่ยง เพราะอุดมไปด้วยน้ำตาลทั้งจากทุเรียน ข้าวเหนียว และไขมันจากกะทิ และอาจทำให้เกิดอาการร้อนในได้ด้วย ขอให้กินทุเรียนกับผลไม้เนื้อเย็นน้ำเยอะ เช่น มังคุด ลองกอง แตงโมเพราะจะช่วยดับร้อนได้ดี อย่ากินทุเรียนร่วมกับเหล้า แอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มบำรุงกำลัง เพราะจะทำให้ยิ่งร้อนจัดขาดน้ำและช็อกได้ เนื่องจากกำมะถันในทุเรียนละลายได้ดีในแอลกอฮอล์ ได้ทราบถึงข้อดี ข้อเสียของทุเรียนกันไปแล้วนะคะ กับบทความที่บอกว่า กินทุเรียนครั้งละไม่เกิน 2-3 พู เท่ากับ 4-6 เม็ด หรือเกือบครึ่งลูกกินได้ทุกพันธุ์ นั้น ก็คงจะเกินความเป็นจริงไปหน่อย เพราะการกินทุเรียนที่ดีต่อสุขภาพนั้นแค่ไม่เกิน 1-2 เม็ดเท่านั้น หากกิน 4-6 เม็ดหรือครึ่งลูกอย่างที่บทความนั้นว่าไว้ แทนที่จะได้ลดความอ้วนกัน โรคอ้วนได้ถามหาแน่ๆค่ะ  อย่างไรก็ตาม ผลไม้หรืออาหารทุกชนิดมีประโยชน์หากรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ หวังว่าวันนี้ เราคงไข้ข้อสงสัยให้ผู้อ่านได้ ไม่มากก็น้อยใช่ไหมคะ? ขอบคุณที่มาจาก : www.bodyshape.co.th www.goodfoodgoodlife.in.th frynn.com

7 ผลไม้กินแล้วอ้วน ชวนให้ต้อง ออกกำลังกาย
ผลไม้ /  ผลไม้กินแล้วอ้วน / 

ไม่รู้ว่าเป็นความเชื่อมานานแค่ไหนกันแล้ว กับการที่มองว่ากินผลไม้เท่าไหร่ก็ไม่อ้วน โนวววววววววววว อย่างรุนแรงเลยจ๊ะ โดยเฉพาะสาวๆ ที่เข้าใจเรื่องนี้ผิด บางคนถึงขั้นไม่กินข้าวเย็น กินแต่ผลไม้รัวๆ แต่น้ำหนักก็ยังไม่ลดลงสักที ก็เพราะในผลไม้แสนอร่อยนั้น มีปริมาณน้ำตาลอยู่เป็นจำนวนมาก ทางออกที่ดีและยั่งยืนคือการเลือกกินแต่พอเหมาะ และหมั่น ออกกำลังกาย อย่างสม่ำเสมอ อย่างนี้จะเริ่ดและได้ผลมากกกว่านะคะ เรามาดูกันดีกว่าค่ะ ว่าจะมีผลไม้อะไรบ้าง ที่ไม่ควรจะกินมากไป ทุเรียนหมอนทอง ผลไม้ที่ถูกยกให้เป็นราชาแห่งผลไม้ เพราะรสชาติที่แสนอร่อย จนหยุดไม่ได้ แต่คุณสาวๆ รู้ไหมคะ ว่าทุเรียนเพียงแค่ 1 เม็ด ปริมาณ 100 กรัม มีแคลลอรี่สูงถึง 163 Calories แล้วคิดดูคนที่กินเป็นลูกดูสิคะ จะต้องเผาผลาญกันหนักขนาดไหน !! วิธีการเผาผลาญ เดิน 59 นาที วิ่ง 26 นาที ว่ายน้ำ 19 นาที ปั่นจักรยาน 34 นาที กล้วยไข่ กล้วยน้ำว้า ผลไม้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณประโยชน์ แต่แฝงไปด้วยน้ำตาลจำนวนมาก เผลอกินไปนิดเดียว เพียงแค่ 100 กรัม  แต่พลังงานที่ได้รับกัลสูงถึง 147 Calories ทางที่ดีแนะนำเป็นกล้วยหอมจะดีกว่านะคะ และก็กินแต่พอเหมาะ จะช่วยให้ร่างกายไม่ต้องเก็บส่วนเกินเอาไว้อีกด้วยค่ะ วิธีการเผาผลาญ เดิน 53 นาที วิ่ง 23 นาที ว่ายน้ำ 17 นาที ปั่นจักรยาน 31 นาที มะขามเทศ ผลไม้ที่หากินได้ยากในกรุงเทพ แต่เรื่องของรสชาติก็เด่นไม่เป็นสองรองใคร กินเพลินๆ แทนขนมขบเคี้ยว มองผ่านๆ 100 กรัม  87 Calories อาจดูเป็นตัวเลขที่น้อยนิด แต่เชื่อเถอะค่ะ บางคนกินมากกว่านั้นแน่นอน ลองคิดกันดูเล่นๆ นะคะ ว่าจะได้รับพลังงานเกินความจำเป็นไหม ? วิธีการเผาผลาญ เดิน 32 นาที วิ่ง 14 นาที ว่ายน้ำ 10 นาที ปั่นจักรยาน 19 นาที มังคุด ราชินีแห่งผลไม้ ที่ใครๆ ต่างก็ชื่นชอบในรสชาติที่แสนอร่อย ซื้อกันทีเป็นกิโลสองกิโล แล้วหลังจากนั้นก็ลืมตัวไปเลยว่ากินไปเยอะมากน้อยแค่ไหน เพราะความเพลินนั่นเอง แต่คุณสาวๆ คะ มังคุด 4 ลูก ประมาณ 100 กรัม  82 Calories เชียวนะคะ แล้วคุณกินปกติไปกี่ลูก ? นั่นแหละค่ะ คูณเข้าไปได้เลย วิธีการเผาผลาญ เดิน 30 นาที วิ่ง 13 นาที ว่ายน้ำ 10 นาที ปั่นจักรยาน 18 นาที เงาะโรงเรียน อันนี้แค่เงาะที่ขายกันทั่วไปนะคะ 1 ขีด หรือ 100 กรัม 67 Calories แล้วปกติซื้อกันทีก็ไม่ต่ำกว่า 1 กิโลกรัม กันอยู่แล้ว ไม่ต้องให้บอกนะคะ ว่าปริมาณ Calories จะสูงมากขนาดไหน นี่ยังไม่เอ่ยถึงเงาะกระป๋องที่เต็มเปี่ยมไปด้วยน้ำตาลอีกนะคะ อ้วนไม่อ้วน ถามใจตัวเองดู อิอิ วิธีการเผาผลาญ เดิน 24 นาที วิ่ง 11 นาที ว่ายน้ำ 8 นาที ปั่นจักรยาน 14 นาที มะละกอสุก อีกหนึ่งผลไม้ที่คลาสสิค หาทานได้ไม่ยาก ตามร้านรถเข็นนี่ขายดีกันมากๆ รสชาติก็อร่อยอยู่แล้ว ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ แต่คุณขาาาาาา อย่าได้ประมาทนางเชียวนะคะ เพราะปริมาณแค่ 100 กรัม  ก็ปาเข้าไป 53 Calories แล้วน๊าาา เพราะฉะนั้นก็กินอย่างมีสติ อย่ากินเพลินจนลืมนับแคลนะจ๊ะ วิธีการเผาผลาญ เดิน 19 นาที วิ่ง 9 นาที ว่ายน้ำ 6 นาที ปั่นจักรยาน 12 นาที สับปะรด ผลไม้ที่ได้รับความนิยมตลอดกาล ยิ่งช่วงหน้าร้อนไม่ต้องพูดถึง ขายดีเวอร์วัง เอาไปแช่เย็นกินเพลินๆ โอ้ยย คุณผู้หญิงคะ 100 กรัม  45 Calories ถ้าให้คำนวณคร่าวๆ สับปะรด 1 ลูกก็ประมาณ 1 กิโลกรัม หรือ 1,000 กรัม ลองคูณดูสิคะ ถ้ากินเยอะจะต้องเผาผลาญกันหนักหน่วงแค่ไหน !! วิธีการเผาผลาญ เดิน 19 นาที วิ่ง 9 นาที ว่ายน้ำ 6 นาที ปั่นจักรยาน 12 นาที เรียบเรียงโดย Women MThai Team

'พาณิชย์' เผยมีมาตรการพยุงราคาผลไม้ช่วยเกษตรกร
กระทรวงพาณิชย์ /  ผลไม้ / 

ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เผยมีมาตรการดูแลการกระจายผลผลิตผลไม้ พยุงราคาให้เกษตรกร วันนี้ (29 พ.ค. 58) พล.อ. ปัฐมพงศ์ ประถมภัฏ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผลไม้ภาคตะวันออก จ.จันทบุรี พบว่า กระทรวงพาณิชย์มีมาตรการกระจายผลผลิตออกสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยในปีนี้ปริมาณผลผลิตไม่มากนัก ทางจังหวัดได้มีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อช่วยกระจายผลไม้และสนับสนุนการท่องเที่ยว ขณะที่ กระทรวงพาณิชย์ มีการติดตามสถานการณ์การผลิตผลไม้อย่างต่อเนื่อง ร่วมกับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วางแผนดูแลผลผลิตในระยะยาวตั้งแต่เริ่มต้นผลิตจนถึงการกระจายออกสู่ตลาด อย่างไรก็ตาม พื้นที่ จ.จันทบุรี มีผลไม้หลัก 7 ชนิด ได้แก่ มังคุด ทุเรียน เงาะ ลองกอง สละ และได้เริ่มทยอยออกสู่ตลาดเกือบทั้งหมดแล้ว

หนุ่มซิ่งเก๋งป้ายแดงตกแหลมพรหมเทพ รอดตายปาฏิหาริย์
จุดชมวิวกังหันลม /  ซิ่งเก๋ง / 

หนุ่มใหญ่ซิ่งเก๋งป้ายแดงตกทะเลบาดเจ็บ บริเวณจุดชมวิวกังหันลมแหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ต ร.ต.ท.วุฒิวัฒน์ เลี้ยงบุญจินดา พนักงานสอบสวน สภ.ฉลอง จ.ภูเก็ต เปิดเผยว่า เกิดเหตุรถเก๋งตกลงไปในทะเล บริเวณจุดชมวิวกังหันลมแหลมพรหมเทพ เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. (18 ธ.ค.) ชาวบ้านที่ตกปลาในบริเวณดังกล่าวได้ยินเสียงรถตกทะเล จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบรถที่ตกลงไปคือรถเก๋งฮอนด้า แจ๊ส สีเปลือกมังคุด ทะเบียน ก-3179 ภูเก็ต ป้ายแดง เจ้าหน้าที่สามารถช่วยคนขับได้ เป็นชายอายุประมาณ 35-40 ปี นำส่ง ร.พ.วชิระภูเก็ต ด้านสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าคนขับรถดังกล่าวไม่ชำนาญพื้นที่เนื่องจากจุดดังกล่าวแคบ ชัน และไม่มีที่กลับรถ หลังจากนี้จะทำการสอบปากคำคนขับรถถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นอีกครั้ง ขอบคุณภาพจาก FM. 91 Trafficpro

รวมเด็ด 12 สถานที่ขอหวย! ใกล้ที่ไหนรีบไปที่นั่นเลยจ้าาาาา
ขอหวย /  สถานที่ขอหวย / 

“หวย” หนึ่งในกิจกรรมเสี่ยงโชคยอดฮิตของคนไทย จนในแต่ละเดือนจะเกิดเงินหมุนเวียนทางด้านหวยเป็นหลักหลายล้านบาท เหล่าผู้คนต่างใช้สารพัดวิธีในการหาตัวเลขนำโชคจากรอบกายเพื่อให้ได้เลขเด็ดๆ ทั้งเลขจากอาจารย์ชื่อดัง การตีเลขจากความฝันหรือจากเหตุการณ์ที่ได้พบเจอ หรือแม้แต่การไปขอเลขจากสถานที่ที่มีคนไทยจำนวนมากเลื่อมใสศรัทธา ซึ่งในวันนี้เราจะยกมาทั้งหมด 12 สถานที่ขอหวย แสนศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการกล่าวขานว่าให้เลขเด็ดแม่นสุดๆ 1. หลวงพ่อเหลือ – วัดสร้อยทอง สะพานพระราม 7 กรุงเทพฯ วัดสร้อยทองเป็นวัดที่ตั้งอยู่ริมฝั่งน้ำเจ้าพระยา สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2394 ปูชนียวัตถุชิ้นสำคัญคือ พระพุทธรูปหล่อด้วยโลหะทองเหลืองที่เหลือจากการสร้างพระประธานในปี พ.ศ.2445 มีนามว่า “หลวงพ่อเหลือ” มีผู้ศรัทธาเดินทางมากราบไหว้บูชาขอโชคลาภกันอย่างไม่ขาดสาย และหลังจากได้รับประทานพรแล้วสิ่งของที่นิยมนำมาแก้บนคือ ดอกไม้ธูปเทียนและอาหารคาวหวานต่างๆ คาถาบูชาหลวงพ่อเหลือ กล่าวนะโม 3 จบ แล้วว่าคาถาดังนี้ นะ โม พุท ธา ยะ นะ เหลือดี โม เหลือยิ่ง พุท เหลือใช้ ธา เหลือล้น ยะ เหลือรวย 2. ศาลตายาย – สนามบินเล็ก ถนนเดชะตุงคะ ดอนเมือง กรุงเทพฯ ศาลตายายเป็นศาลที่ประดิษฐานอยู่ใกล้กับสนามบินเล็ก แถบดอนเมือง ถึงศาลตายายจะไม่ได้ประดิษฐานอยู่ในวัดอันใหญ่โต แต่ผู้ที่ศรัทธาในปฏิหาริย์อันศักดิ์สิทธิ์และได้รับความสมหวังก็มีอยู่นับไม่ถ้วน การขอเลขเด็ดจากศาลเจ้าตายายครั้งในอดีตเคยใช้วิธีรอให้ตากับยายมาเข้าฝัน หรือสังเกตการคดงอของก้านธูปว่าเป็นเลขอะไร แต่ในปัจจุบันชาวบ้านนิยมการใช้การเขย่าเซียมซีแทน มีการเล่าขายกันมาว่าอาหารที่ตากับยายชื่นชอบมากคือ หัวหมู ไก่ต้ม ไข่ต้ม ของหวานเป็นทองหยิบ ทองหยอด ยาเส้นหรือหมากพลู   3. ศาลแม่นาคพระโขนง – วัดมหาบุศย์ เขตพระโขนง กรุงเทพฯ ประวัติความเป็นมาของแม่นาคพระโขนงคิดว่าคงเป็นที่คุ้นเคยของคนไทยดี เพราะได้มีการนำเรื่องราวมาสร้างเป็นภาพยนตร์และละครมากมาย แถมตัวศาลแม่นาคพระโขนงยังเป็นสถานที่ยอดนิยมติดอันดับต้นๆที่ผู้คนนิยมเดินทางไปขอเลขเด็ด วิธีขอเลขจากศาลเม่นาคพระโขนง ใช้วิธีเสี่ยงดวงเขย่าเซียมซีและขูดหาเลขจากซากต้นตะเคียนข้างศาล ผู้คนส่วนใหญ่นิยมนำของหวาน เสื้อผ้าผู้ใหญ่ และของเล่นเด็กมาแก้บนแม่นาคในศาล โดยตัววัดมหาบุศย์ ตั้งอยู่บนถนนอ่อนนุช7 เขตพระโขนง กรุงเทพ   4. พระแม่ธรณีบีบมวยผม – สนามหลวง ใกล้โรงแรมรัตนโกสินทร์ กรุงเทพฯ สร้างเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2541 โดยพระแม่ธรณีบีบมวยผมนั้น หมายถึงความอุดมสมบูรณ์ นอกจากเรื่องการขอหวยแล้ว ชาวบ้านยังนิยมมาบนบานศาลกล่าวให้ช่วยเหลือเรื่องต่างๆนับไม่ถ้วน หากสมหวังแล้วผู้คนนิยมใช้ดอกดาวเรืองและผลไม้สดสำหรับการแก้บน ศาลประดิษฐานอยู่ที่มุมท้องสนามหลวงด้านทิศตะวันออกฉียงเหนือ ใกล้โรงแรมรัตนโกสินทร์ กรุงเทพมหานคร คาถาพระแม่ธรณีบีบมวยผม ท่องนะโม 3 จบ ตัสสา เกสีสะโต ยะถาคงคา โสตัง ปะวันตันติ มาระเสนา ปะฎิฐาตุง อาสักโถนโต ปะลายิงสุปาริมานุภาเวนะมาระ เสนาปะราชิตาทิโส ทิสัง ปะลายันติ วิทังเวนติ อะเสสะโต   5. ศาลขุนด่านเจ้าพ่อเสือ – บางเขน กรุงเทพฯ ศาลเจ้าพ่อเสือ ไม่มีปรากฏประวัติความเป็นแม่อันแท้จริง มีแต่ตำนานที่ชาวบ้านเล่าขานกันมาปากต่อปากเท่านั้น ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำให้ความศรัทธาของชาวบ้านที่มีต่อเจ้าพ่อเสือเสื่อมคลายลง ในทุกๆวันมักจะมีผู้คนแวะเวียนมากราบไหว้เจ้าพ่อเสือกันอย่างไม่ขาดสาย ทั้งการขอพรเพื่อเป็นสิริมงคล มีเรื่องให้ช่วยเหลือ หรือแม้แต่การขอเลขเด็ดก็ตาม โดยจะนิยมกราบไหว้ด้วย เนื้อสด, ผลไม้สด, ไข่ไก่ต้ม, ดอกดาวเรือง, ชุดหมาก, น้ำเปล่า   6. ศาลหลวงปู่เหมือน นนทฺสร – วัดนาวง (วัดโรงหีบเดิม) อำเภอเมือง จ.ปทุมธานี หลวงปู่เหมือน ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์จอมขมังเวทย์อีกรูปหนึ่งในยุคสมัยนั้น มีลูกศิษย์ที่ให้ความเคารพมากมาย เป็นเหมือนที่พึ่งทางจิตใจของชาวบ้านในละแวกวัดนาวงและเมืองเอก จังหวัดปทุมธานี ตั้งแต่ระดับชาวบ้านไปจนถึงข้าราชการระดับสูง แม้ในปัจจุบันหลวงปู่จะมรณภาพไปนานแล้ว แต่ความขลังและความศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ได้เลือนหายไปไหน ทำให้ยังคงมีผู้คนแวะเวียนมาที่ศาลหลวงปู่เหมือนกันอย่างต่อเนื่อง โดยรูปปั้นหลวงปู่เหมือน นนทฺสร จะประดิษฐานอยู่ที่ วัดนาวง (วัดโรงหีบเดิม) อ.เมือง จ.ปทุมธานี   7. ศาลองค์เทพพระวิษณุ (พระนารายณ์) – ศาลข้างวัดสุทัศนฯ และใกล้ศาลว่าการกรุงเทพมหานคร องค์เทพพระวิษณุ (พระนารายณ์) สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2525 ซึ่งเป็นของลัทธิฮินดู ที่ได้รับการเผยแพร่มาจากประเทศอินเดีย ประดิษฐานอยู่ที่ศาลข้างวัดสุทัศนฯ ใกล้กับศาลาว่ากลางกรุงเทพมหานคร ถนนอุณากรรณ เสาชิงช้า กรุงเทพ เหล่าผู้นับถือนิยมใช้ดอกดาวเรือง, นมสด, ธูป, สับปะรด, กล้วยน้ำว้าสุก เป็นเครื่องสำหรับสักการะบูชา คำอธิษฐานขอพรพระวิษณุ (พระนารายณ์) โอม สะศางขะจักรัม สะกิริฏะกุณตะลัม สะปิตะวัสตรัม สะระสีรูเหกะษะณัม สะหาระวักษะสะถะละ เกาสะตุภะ ศะริยัม นะมานิวิษณุม ศิระสา จะคุระภุชัม (ท่อง1จบ หรือ 3 จบ หรือ 12จบ) 8. ศาลเจ้าแม่ต้นไทร – ถนนมุ่งหน้าไปอำเภอสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ตามถนนที่ทอดตัวยาว เรามักจะได้พบกับศาลเจ้าพ่อ เจ้าแม่ พระพุทธรูปองค์ใหญ่ หรือต้นไม้ใหญ่ อยู่ตามริมทางเสมอ ซึ่งคนส่วนใหญ่มักมีความเชื่อว่า สิ่งเหล่านี้จะมีองค์เทพารักษ์ หรือนางไม้ประทับอยู่ เช่นเดียวกับเจ้าแม่ต้นไทรที่มีอายุกว่าร้อยปี ยืนต้นสูงตระหง่านพร้อมผ้าแพรบาง 7 สีผูกอยู่โดยรอบ รอยแป้งสีขาวที่เกิดจากการขูดหาเลขกระจัดกระจายตามลำต้น เครื่องสักการะบูชาวางเรียงรายเป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าแม่ต้นไทรแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี โดยเจ้าแม่ต้นไทรแห่งนี้ตั้งอยู่ริมถนนที่มุ่งหน้าไปอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี   9. ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง (วัดหนองผักชี) – ตรงข้ามตลาดยิ่งเจริญ สะพานใหม่ เขตบางเขน กรุงเทพฯ มีความเชื่อกันว่า นางฟ้าจากสวรรค์จุติลงมาเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านให้พ้นจากความทุกข์ โดยนางฟ้าเหล่านั้นจะสถิตอยู่ที่ต้นตะเคียน จึงได้ตั้งชื่อว่าเจ้าแม่นางตะเคียนนับตั้งแต่ตอนนั้นเป้นต้นมา และที่วัดหนองฝักชีก็มีต้นตะเคียนทองที่มีอายุมากกว่า 100 ปี โดยใช้ชุดไทยโบราณ, เครื่องแป้ง, กระจกเงา, ดอกไม้สด ในการแก้บนเจ้าแม่ตะเคียนทอง คาถาขอพรเจ้าแม่ตะเคียนทอง ตั้งนะโม 3 จบ สัมปะจิตฉามิ นาสังสีฆ พรหมมา จะ มะหาเทวา สัพเพยักขา ปะรายันติ พรหมมา จะ มะหาเทวา อภิลาภา ภะวันตุเม มะหาปุญโญ มะหาลาโภ ภะวันตุเม มิเตพาหุหะติ พุทธะมะอะอุ นะโมพุทธายะ วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา วิระทาสี วิระทาวส วิระอิตถิโย พุทธัสสะ มานีมามะ พุทธัสสะ สวาโหม สัมปะติจฉามิ เพ็ง เพ็ง พา พา หา หา ฤาฤา 10. ศาลเจ้าพ่อเขาสามชั้น – เส้นทางไปอำเภอทองผาภูมิ-สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี หากเดินทางไปบนสายที่จะมุ่งหน้าเข้าอำเภอทองผาภูมิ สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี บางครั้งจะเห็นว่าเหล่ารถราที่ขับผ่านศาลเจ้าพ่อเขาสามชั้นมักจะบีบแตรเพื่อให้สัญญาณแสดงความเคารพต่อเจ้าพ่อ และขอคำอวยพรเพื่อให้เจ้าพ่อเขาสามชั้นคุ้มครองให้เดินทางรอดปลอดภัยตลอดทาง นอกจากเรื่องคุ้มครองภัยแล้ว ชาวบ้านยังว่ากันว่าเจ้าพ่อเขาสามชั้นให้หวยแม่นมาก มีชาวบ้านที่ได้รับโชคลาภไปนับไม่ถ้วน หากใครมีโอกาสเดินทางไปแถวนั้น อย่าลืมแวะจอดรถไปกราบไหว้ขอพรจากศาลเจ้าพ่อเขาสามชั้น ไม่แน่บางทีอาจจะได้รับลาภลอยเข้ามาโดยไม่รู้ตัว   11. ศาลอนุสาวรีย์เจ้าแม่หมูทองคำ – ตรงข้ามกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพฯ ศาลอนุสาวรีย์เจ้าแม่หมูทองคำ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า อนุสาวรีย์สหชาติ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2456 ในแต่ละวันมีผู้คนที่ศรัทธาเดินทางมาสักการะบูชากันอย่างต่อเนื่อง ทั้งขอเลขเด็ดเพื่อไปเสี่ยงโชคหรือเรื่องหน้าที่การงานก็ดี ต่างก็ได้รับความช่วยเหลือและสมหวังกันไปถ้วนหน้า ก่อนเดินทางไปไหว้เจ้าแม่หมูทองคำ อย่าลืมเตรียมเครื่องเซ่นไหว้เป็นผลไม้สดทุกชนิด ยกเว้นมังคุด ติดไม้ติดมือไปด้วย บทสวดบูชา สวดนะโม 3 จบ โอมพระปิยะมะหาราชินี สัพพะโสตถี ภะวันตุเม สัพพะลาภา สัพพะยศา สุขิตา โหติ สัพพะทุกขะ สัพพะภะยะ วินัสสันติ พระปิยะมะหาราชินี ปิยังมะมา 12. ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง (วังสราญรมย์) – สวนวังสราญรมย์ ใกล้วัดโพธิ์-วัดพระแก้วมรกต ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง (วังสราญรมย์ ประดิษฐานอยู่ในสวนวังสราญรมย์ ก็เป็นอีกแห่งที่ร่ำลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ในบรรดานักเสี่ยงโชคกันอย่างหนาหู ผู้คนนิยมเดินทางมาขอโชคลาภด้วยวิธี 3 แบบคือ จุดธูปอธิษฐานให้เจ้าแม่ตะเคียนทองมาเข้าฝันเพื่อบอกเลข การเสี่ยงเซียมซี หรือขูดซากตอตะเขียนเพื่อหาเลข หลายคนที่มีแรงศรัทธาแรงกล้าก็ได้รับการช่วยเหลือให้สมหวังไปตามๆกัน    ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ : เคล็ดลับขอหวย ๑๒ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

20 สวนผลไม้ ภาคตะวันออก อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน
เทศกาลผลไม้ /  เที่ยวจันทบุรี / 

พอเข้าหน้าร้อนแบบเต็มสูบ อากาศอันแสนระอุ ที่มาพร้อมกับความอร่อยของเหล่าผลไม้ ต่างดาหน้าผลิตผลออกสู่สวนและไร่ต่าง ๆ และดินแดนสวรรค์แห่งผลไม้ ก็คือภาคตะวันออกของเรานี่เอง ที่เต็มไปด้วยสวนผลไม้มากมาย โดยเฉพาะระยอง กับจันทบุรี travel.mthai.com ขอแนะนำ 10 สวนผลไม้ ภาคตะวันออก อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน ให้คุณขับรถเพลิน ๆ ไปอิ่มท้องกับผลไม้นานาพันธุ์ได้อย่างจุใจ 20 สวนผลไม้ ภาคตะวันออก อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน ในช่วงเดือนพฤษภาคม – กรกฎาคมของทุกปี จังหวัดระยอง และจังหวัดจันทบุรี จะคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ เพราะเป็นช่วงที่ผลไม้หลากหลายชนิดทยอยจากสวนออกสู่ตลาด ไม่ว่าจะเป็นราชา แห่งผลไม้อย่างทุเรียน หรือราชินีแห่งผลไม้อย่างมังคุด ก็มาอวดโฉมให้ได้ลิ้มลอง อีกทั้งยังมีเงาะ ลองกอง ลางสาด สละ ระกำ สับปะรด แก้วมังกร องุ่น ลำไย และอีกมากมาย ตลอดจนผลิตภัณฑ์แปรรูปผลไม้อีกหลากหลายรูปแบบ ให้ท่านได้เลือกซื้อเลือกชิมกันอย่างจุใจ นอกจากนี้ สวนผลไม้ต่าง ๆ ยังเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยว ให้มาสัมผัสวิถีชีวิตแบบชาวสวน ทั้งสวนผลไม้แบบโบราณ สวนผลไม้แบบเกษตรอินทรีย์ ไปจนถึงสวนผลไม้เพื่อการส่งออก โดยมีกิจกรรมภายในสวน เช่น ชมสวนด้วยรถกอล์ฟ รถไฟ จักรยาน ชิมผลไม้สด ๆ จากต้น โฮมสเตย์ อาหารพื้นเมือง เรียนรู้การเกษตร เป็นต้น เริ่มที่ จ.ระยอง 1. สวนสุภัทรา (Suphattra Land) กิจกรรม : ชมสวนด้วยรถราง ชิมผลไม้จากต้น บุฟเฟต์ผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน เงาะ มังคุด มะเฟือง มะพร้าว ขนุน สละ มะม่วง แก้วมังกร ลองกอง ลำใย ส้มโอ องุ่น ที่ตั้ง : เลขที่ 70 หมู่ 10 ตำบลหนองระลอก อำเภอบ้านค่าย ระยอง โทร. 038 892 048-9 2. สวนยายดา-เจ๊บุญชื่น กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ อาหารพื้นเมือง ผลิตภัณฑ์แปรรูป ผลไม้ : เงาะ ทุเรียน มังคุด ที่ตั้ง : เลขที่ 30 เขายายดา ตำบลตะพง อำเภอเมือง ระยอง 21000 โทร. 089-0991297, 089-0431330 3. สวนปาหนัน กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ Homestay ผลไม้ : เงาะ ทุเรียน มังคุด ที่ตั้ง : หมู่ 3 ตำบลตะพง อำเภอเมือง ระยอง โทร. 081-3009518, 081-8616927 4. สวนลุงทองใบ กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน เงาะ มังคุด ที่ตั้ง : เลขที่ 96/1 หมู่ 11  ตำบลตะพง อำเภอเมือง ระยองโทร. 089-8106411 083-769172 5. สวนลำดวน กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน เงาะ มังคุด ที่ตั้ง : เลขที่ 78 หมู่ 4 ตำบลตะพง อำเภอเมือง ระยอง โทร. 089-933 3798 6. สวนลุงเสส กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน ลองกอง มังคุด ที่ตั้ง : เลขที่ 22  หมู่ 7 ตำบลกองดิน อำเภอแกลง ระยอง โทร. 08 6444 9103 7. สวนคุณไพบูลย์ กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน (พันธุ์นกกระจิบ หมอนทอง ชะนี หลงลับแล) เงาะ มังคุด ลองกอง มะยงชิด แก้วมังกร ที่ตั้ง : เลขที่ 21 หมู่ 4 ตำบลนาตาขวัญ อำเภอเมือง ระยอง โทร. 08 1567 6368, 08 6149 1772 8. สวนผู้ใหญ่สมควร กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง กะท้อน ที่ตั้ง : ถนนหนองหญ้า-ก้นหนอง ตำบลบ้านแลง อำเภอเมือง ระยอง โทร. 08 1761 9497 9. สวนประสมทรัพย์ กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ Homestay ผลไม้ : มะยงชิด ทุเรียน ลองกอง มังคุด เงาะ ที่ตั้ง : หมู่ 5 ตำบลบางบุตร อำเภอบ้านค่าย ระยอง โทร. 08 1377 3056, 08 1481 6598 10. สวนกำนันพงษ์ กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน ลองกอง มังคุด เงาะ ที่ตั้ง : หมู่ 4 ตำบลกระแสบน อำเภอแกลง ระยอง โทร. 08 9939 1564 ต่อด้วย จ.จันทบุรี 1. สวนสกุลพัฒน์ กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน ชมพู่ ส้มโอ ลำใย ที่ตั้ง : กม. 298 ถนนสุขุมวิท ต.วังใหม่ อ.นายายอาม จันทบุรี โทร. 08 6155 0222, 08 1809 0366 2. สวนทุเรียนบ้านแซงลึก กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน เงาะ มังคุด แก้วมังกร สละ ที่ตั้ง : หมู่ 4 ตำบลเขาบายสี อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี โทร. 0 3935 5544, 08 3078 8022 3. สวนสะเด็ดยาด กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : เงาะ ทุเรียน มังคุด ที่ตั้ง : 183/13 หมู่ 2 ตำบลเขาบายศรี อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี  โทร. 08 7111 1335, 08 7111 1338 4. สวนป้าแกลบ กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลิตภัณฑ์แปรรูป ผลไม้ : เงาะ ทุเรียน มังคุด แก้วมังกร สละ ที่ตั้ง : 43 หมู่ 8 ตำบลเขาบายศรี อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี โทร. 0 3935 6954, 08 6366 3097 5. สวนน้องแฝด กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : เงาะ ทุเรียน มังคุด สละ ที่ตั้ง : 29/1 หมู่ 12 ตำบลเขาบายศรี อำเภอท่าใหม่ จันทบุรีโทร. 08 6140 8491 6. สวนผู้ใหญ่คำนึง กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ Homestay ผลไม้ : ทุเรียน เงาะ มังคุด แก้วมังกร สละ ที่ตั้ง : 6/1 หมู่ 12 ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าใหม่ จันทบุรีโทร. 08 9092 9596 7. สวนสละคุณสมชาย กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : สละ ลองกอง ทุเรียน มังคุด ที่ตั้ง : 10/3 หมู่ 4 ตำบลคลองพลู อำเภอเขาคิชณกูฏ จันทบุรี โทร. 08 1835 6250 8. ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี กิจกรรม : ความรู้ด้านพืชสวน กางเต็นท์  ที่พัก เดินเที่ยวและขี่จักรยานชมธรรมชาติ ผลไม้ : เงาะ ทุเรียน มังคุด ลองกอง พืชสกุลระกำ พันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ ที่ตั้ง : ริมถนนสุขุมวิท ตำบลตะปอน อำเภอขลุง จันทบุรี  โทร. 0 3939 7030, 0 3939 7146 9. ศูนย์เรียนรู้เกษตรพอเพียงนายวิสิทธิ์ กิจกรรม : ชมสวนเกษตรอินทรีย์  ชิมผลไม้ ผลไม้ : มังคุด เงาะ ทุเรียน ลองกอง ที่ตั้ง : 8/2 หมู่ 3 ตำบลวังแซ้ม อำเภอมะขาม จันทบุรี โทร. 08 9097 0137 10. ศูนย์ศึกษาพัฒนาผลไม้ตามพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี กิจกรรม : ชมสวนผสมผสาน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน มังคุด ลองกอง กะท้อน ที่ตั้ง : ตำบลท่าหลวง อำเภอมะขาม จันทบุรี  โทร. 08 9240 5416 (ควรติดต่อสอบถามสวนที่ท่านสนใจล่วงหน้า ก่อนไปเที่ยวชมทุกครั้ง) การเลือกซื้อผลไม้ การเลือกซื้อทุเรียน 1. ดูปากปลิง ทุเรียนแก่จัดปากปลิงจะพองโตเห็นรอยชัดเจน 2. ดูหนาม ผลทุเรียนแก่ปลายหนามจะออกสีน้ำตาลเข้ม 3. บีบปลายหนาม 2 หนามเข้าหากัน ทุเรียนแก่เมื่อบีบปลายหนามจะมีลักษณะยือหยุ่นเหมือนมีสปริง 4. ดูขั้วผล ขั้วทุเรียนแก่จะเป็นสปริง ส่วนขั้วผลทุเรียนอ่อนจะไม่เป็นสปริง 5. ดูสีผล ด้านบนผลทุเรียนแก่สีจะมันและแห้ง 6. ดูร่องพู ทุเรียนแก่ร่องพูจะเป็นสีน้ำตาลปนเหลือง ไม่มีริ้วรอยจากแมลงและโรค 7. ชิมปลิง โดยตัดขั้วผลหรือปลิง ทุเรียนแก่จะเห็นน้ำใสที่ขั้วผล ไม่ข้นเหนียว ชิมดูจะมีรสหวาน รอยตัดขั้วผลจะเป็นวงแหวนสีเหลืองระหว่างแกนกับเปลือก 8. ดมกลิ่น ถ้าสุกจะมีกลิ่นหอม ถ้าแก่จะมีกลิ่นสาบของความหอม ไม่เหม็นเขียว 9. เคาะที่โกรกหนาม ทุเรียนแก่มีเสียงโพรกดังหลวม ๆ ไม่ทึบ 10. เลือกซื้อทุเรียนที่ตัดมาจากสวนใหม่ ๆ แล้วนำไปเป่าพัดลมเพื่อไล่น้ำ 3-5 ชั่วโมง เนื้อทุเรียนจะไม่อมน้ำ ทำให้ทานอร่อยยิ่งขึ้น 11. ถ้าซื้อทุเรียนที่ตัดตอนแก่ พันธุ์ชะนีให้ทิ้งข้ามคืน 3 คืน ส่วนหมอนทองให้ทิ้งข้ามคืน 5 คืน จะได้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้น 12. การใช้มีดผ่าทุเรียน ควรใช้มีดที่มีความคม ขนาดกระชับมือ ผ่าตามร่องพูแล้วค่อย ๆ บิดเปลือกออก จะทำให้แกะง่ายขึ้น 13. ทุเรียนที่สุกมาก ใช้มีดเจาะก้นผลแล้วบิดเปลือกออกจะทำให้แกะง่ายขึ้น การเลือกซื้อเงาะ 1.ควรชิมก่อนว่าหวานหรือไม่ เวลาซื้อให้เลือกเองและเลือกผลใหญ่สม่ำเสมอ 2.เนื้อเงาะต้องล่อนดี ไม่ติดเมล็ด และไม่แฉะน้ำจนเกินไป 3.การเลือกซื้อเงาะควรเลือกเปลือกและขนเงาะที่มีสีสดไม่แห้งดำ 4.เงาะโรงเรียนปลายขนมีสีเขียวอ่อน เงาะสีชมพูปลายขนมีสีแดงอมชมพู การเลือกซื้อมังคุด เลือกเปลือกไม่แข็ง เปลือกสีม่วงแดงเข้มเกือบดำ ขั้วดูสด เมื่อปอกเปลือกออกเนื้อจะเป็นพูขาวนวล รสหวานอมเปรี้ยว หากเป็นเนื้อใสและแข็ง เรียกว่า “มังคุดแก้ว”เกิดจากต้นมังคุดถูกฝนตกหนักก่อนเก็บ 1. ถ้าจะทานมังคุดที่มีรสชาติหวานให้เลือกมังคุดที่มีผิวสีม่วงเข้ม แต่ถ้าจะทานหวานอมเปรี้ยวให้เลือกมังคุดที่มีผิวสีแดง 2. มังคุดผลเล็กจะมีรสชาติดีกว่ามังคุดผลใหญ่ และไม่ค่อยมีเมล็ดเวลาทาน 3. การแกะมังคุดให้ใช้มีดผ่าเป็นเส้นกากบาทที่ก้นผล แล้วบิดออกจะทำให้เนื้อไม่ช้ำและไม่เสียรสชาติ 4. มังคุดที่มีรอยแตกหรือแข็งมาก มีรอยยุบหรือมีทรายติด ไม่ควรซื้อ เพราะเป็นมังคุดที่ตกจากต้น การเลือกซื้อลองกอง 1. ควรชิมก่อนว่าหวานหรือไม่ 2. ควรเลือกผิวเรียบ ไม่มีรอยด่างดำมากเกินไป ขนาดผลใกล้เคียงกัน 3. ผลลองกองจะมีลักษณะใกล้คียงกับลางสาด ให้สังเกตผิวเปลือกลางสาดผิวจะมันและเรียบกว่าผลลองกอง ผลลางสาดจะเล็กกว่าลองกอง หากแกะเปลือกออกจะมียางสีขาว ๆ แต่ลองกองจะไม่มียาง การเลือกซื้อสละและระกำ 1. สละแต่ละพันธุ์มีลักษณะไม่แตกต่างกันมากนัก จะต่างกันที่บางพันธุ์มีลักษณะพิเศษ คือ ลำต้นไม่มีหนาม และบางพันธุ์ผลจะมีลักษณะยาวรีและเปลือกมีสีน้ำตาลเข้ม เช่น สละพันธุ์เนินวงศ์ 2. สละจะมีรสชาติหอมหวาน ส่วนระกำจะเปรี้ยวอมหวาน 3. ผลระกำจะมีเมล็ด 2-3 เม็ด แต่สละจะมีเพียง 1-2 เมล็ด 4. สละนิยมทานสด แต่ระกำนิยมนำไปเป็นส่วนประกอบอาหาร เช่น ปลาทู ต้มระกำ 5. การแกะเปลือกสละและระกำ ให้บิดเปลือกจากก้นผลแล้ววนรอบผล จะแกะง่ายและไม่ทำให้เนื้อช้ำ แต่ถ้าเปลือกล่อนเป็น     ชิ้น ๆ แสดงว่าไม่สดเพราะเปลือกแห้งเกินไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ททท.สำนักงานระยอง โทร. 0 3865 5420 – 1 ที่มา : การท่องเที่ยวแห่งปะเทศไทย  ,  เรียบเรียงโดย : Travel MThai

ราชันมังกรเปิดตัวทุ่ม80ล้านวางเป้าท็อปเทน
ธนวัชร์ นิติกาญจนา ผจก.ทีม /  นากาซาโตะ เก็นกิ / 

เมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา ณ สนามกีฬา จ.ราชบุรี "ราชันมังกร" ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ได้มีการจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวในการสู้ศึกไทยพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2014 โดยมี บุญยิ่ง นิติกาญจนา ประธานสโมสร พร้อมด้วย นิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี, วิวัฒน์ นิติกาญจนา ที่ปรึกษา, ธนวัชร์ นิติกาญจนา ผจก.ทีม และเหล่าสตาฟฟ์โค้ช, นักเตะ รวมไปถึงตัวแทนจากผู้สนับสนุนรายต่างๆเช่น น้ำตาลมิตรผล, บ.คูโบต้า, บ.ไทยเบฟฯ, บ.บ้านปู, บ.กรีนสปอร์ต, มิซูโน่, หนองโพราชบุรี เข้าร่วมงานแถลงข่าวกันอย่างพร้อมเพรียง โดย บุญยิ่ง นิติกาญจนา ประธานสโมสร กล่าวว่า ทางสโมสรราชบุรี มิตรผล เอฟซี ต้องขอขอบคุณสปอนเซอร์ทุกรายที่ให้การสนับสนุนสโมสร และต้องขอขอบคุณแฟนบอลชาวจังหวัดราชบุรีทุกคนที่ให้กำลังทีมตลอดมา ซึ่งดิชั้นหวังว่าในปีนี้จะยังได้รับการสนับสนุนที่ดีเหมือนเดิม ธนวัชร์ นิติกาญจนา ผจก.ทีม กล่าวว่า ปีนี้แฟนบอลราชบุรีจะได้รับความสนุก และความประทับใจมากขึ้นจากการเชียร์ฟุตบอล เพราะเราทุ่มงบกว่า 80 ล้านบาท และได้เสริมทัพนักเตะใหม่ที่มากความสามารถเข้ามามากมาย รวมถึงดึงตัวโค้ชที่มีฝีมือเข้ามาคุมทัพ ดังนั้นทีม ราชบุรี มิตรผล เอฟซี จะลงสนามด้วยประสิทธิภาพที่มากกว่าเดิมแน่นอน ส่วนเป้าหมายในปีนี้เราจะต้องจบซีซั่นด้วยอันดับเลขตัวเดียวให้ได้ สำหรับงานแถลงข่าวครั้งนี้ได้มีการเปิดตัวนักเตะใหม่อย่าง ศุภวัฒน์ สีโนทัย, วรุตม์ วงศ์ดี, อัษดิน มังคุด, ใหญ่ นิลวงษ์, ภูวดล สุวรรณชาติ, อภิวัฒน์ งั่วลำหิน และนักเตะต่างชาติอย่าง นากาซาโตะ เก็นกิ และอันดริจา เดลิเบซิค นอกจากนั้นยังได้มีการเปิดตัวชุดแข่งขันใหม่ที่จะใช้ในฤดูกาล 2014 โดยมี 3 แบบทั้งเหย้าและเยือน ซึ่งจะได้การสนับสนุนจากผลิตภัณฑ์มิซูโน่ โดยมีแฟนบอลราชบุรีฯจำนวนมากที่ให้ความสนใจจับจองเป็นเจ้าของ

ชาวสวนผลไม้มีเฮ! รัฐจ่ายเงินช่วย50ล้าน
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ /  ชาวสวน / 

กรมบัญชีกลางอนุมัติจ่ายเงินช่วยชาวสวนผลไม้กว่า 50 ล้านบาท ลดขาดทุนจากปริมาณผลไม้ภาคตะวันออกเพิ่มสูงขึ้น นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลางเผยว่า การประชุมเมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนผลไม้ ซึ่งได้รับผลกระทบจากปริมาณผลไม้ภาคตะวันออก ปี 2557 เพิ่มขึ้นจากปี 2556 อย่างมาก ทำให้เกิดการจำหน่ายผลไม้ออกสู่ตลาดกระจุกตัวสูงมากในช่วงเดือนมิถุนายน 2557 โดยเฉพาะมังคุดและเงาะ ทั้งนี้ปริมาณผลไม้ที่มากขึ้นส่งผลให้เกิดปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำ ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการตามแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาผลไม้ภาคตะวันออก ปี 2557 โดยอนุมัติวงเงิน 50.93 ล้านบาท จากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร เพื่อช่วยเหลือในด้านการกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิต และการส่งเสริมการแปรรูป เริ่มต้นระยะเวลาโครงการ ตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน 2557 - 31 ธันวาคม 2558 MThai News

สลด! กระบะขายผลไม้ ติดข้อความวอนตามหาลูกสาว
กระบะ /  ตามหาเด็กหาย / 

โลกออนไลน์แชร์ภาพกระบะขายมังคุด ติดสติ๊กเกอร์เต็มรถ วอนช่วยตามหาลูกสาว หลังหายไปนานถึง 4 ปี โลกออนไลน์แชร์ภาพน่าสะเทือนใจ รถกระบะขายผลไม้ติดข้อความและน้องจีจี้ เด็กหญิงที่หายไป เมื่อ 4 ปีที่แล้ว โดยข้อความเหล่านั้นชวนให้ผู้อ่านน้ำตาซึม ด้วยเข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อแม่ตามหาลูก หลังจากถูกพลัดพรากไปนานหลายปี โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊คชื่อว่าขุนเขา สายน้ำ ลำธาร ได้โพสต์ภาพรถกระบะขายผลไม้ เต็มไปด้วยสติ๊กเกอร์ข้อความตามหาเด็กหาย ซึ่งเป็นลูกสาวเจ้าของรถ พร้อมข้อความระบุว่า ไปเที่ยวเขาใหญ่ แวะปั้ม ปตท. ก่อนถึงปากช่อง เจอรถขายผลไม้ เขียนข้อความตามหาลูกสาวไว้ทั่วรถ จึงขอร่วมประกาศตามหา ใครเห็นเบาะแสแจ้งไปตามข้อความที่เขียนบนตัวรถได้เลย ช่วยกันครับ หลังจากที่ภาพดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาชาวโซเชียลต่างแชร์ส่งต่อเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะภาพหนึ่งในนั้นมีข้อความว่า พอรู้ว่าลูกผมหายไป ไม่ถึง 30 นาที ผมรีบไปแจ้งความที่โรงพักแต่ตำรวจไม่รับแจ้ง บอกว่าหายไปไม่ถึง 24 ชม. ขอบคุณภาพ ขุนเขา สายน้ำ ลำธาร MThai News

ผลไม้ สื่อถึงตัวตนของผู้รับประทาน
คำทำนาย /  คำทำนายจากผลไม้ / 

ผลไม้ ไม่ได้แค่มีประโยชน์ต่อร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่มันยังสามารถนำมาทำนายนิสัยใจคอของผู้ที่ชอบรับประทานมันได้อีกด้วย หากคุณไม่เชื่อก็ลองมาดูข้อมูลที่ Horoscope.Mthai.com นำมาบอกกันในวันนี้ครับ ผลไม้ สื่อถึงตัวตน แอปเปิ้ล คุณเป็นคนอดทน สู้งาน และมีความรับผิดชอบสูง เมื่อไรก็ตามคุณได้รับมอบหมายงานชิ้นหนึ่งชิ้นใด คุณมักจะทำอย่างสุดความสามารถ ไม่ว่าจะยากลำบากมากแค่ไหน แต่สำหรับเรื่องความรักแล้วกลับตรงกันข้าม คุณเป็นคนที่รักง่าย หน่ายเร็ว ไม่ค่อยอดทนในเรื่องรัก องุ่น ไม่บ่อยนักที่คุณจะเปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงของคุณ แก่คนที่คุณเพิ่งรู้จักครั้งแรก ดังนั้นคุณจะดูไม่น่าสนใจนัก สำหรับคนที่ไม่รู้จักคุณดี แต่ถ้าเป็นเพื่อน ๆ ในกลุ่มของคุณล่ะก็ คุณนับเป็นดาวเด่นเลยล่ะ กล้วย คุณเป็นคนขี้ใจน้อย ขี้งอน แต่ไม่ค่อยแสดงออก ภายนอกดูจะเป็นคนเงียบขรึม เข้มแข็ง แต่ภายในแล้วคุณอารมณ์คุณช่างอ่อนไวเหลือเกิน จะเรียกแข็งนอกอ่อนในก็ว่าได้ แตงโม คุณมีความตื่นตัวกระฉับกระเฉงตลอดเวลา ไม่ปล่อยเวลาให้เสียไปอย่างไร้ค่า คุณมักจะมองโลกในแง่ดี และไม่ค่อยกังวลเกี่ยวกับ ปัญหาต่าง ๆ ที่ถาโถมเข้ามา เนื่องจากคุณมั่นใจว่าปัญหาทุกปัญหาย่อมมีทางแก้ เมื่อถึงเวลาที่ควร ชมพู่ คุณเป็นคนที่มีน้ำอดน้ำทนสูง ไม่ชอบขัดใจคนอื่น รักเพื่อนมากกว่าตัวเอง และค่อนข้างที่จะมองโลกในแง่ร้าย ส้ม คุณเป็นคนที่เข้ากับคนได้ง่าย ร่าเริงสนุกสนาน ใครชวนไปไหนก็ไป เชื่อคนง่าย รู้เรื่องคนอื่นไปซะหมด แต่เรื่องตัวเองไม่ค่อยรู้ มังคุด คุณเป็นคนช่างฝัน อารมณ์อ่อนไหว โรแมนติก ตกหลุมรักได้บ่อย ๆ ไม่มีเบื่อ เห็นใครถูกใจก็เก็บเอาไปฝัน แต่ไม่นานก็ลืม พอเจอคนใหม่ก็เป็นอีก เพลงเป็นอย่างนี้ตั้งแต่เกิดเลย ของนูโว ดูจะเหมาะกับคุณนัก มะม่วง คุณเป็นคนชอบความท้าทาย มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ชอบทดลองสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ กับเรื่องความรักก็ไม่เว้น คุณชอบหารักใหม่ ๆ เสมอ หรือเรียกอีกอย่างว่าเจ้าชู้นั่นเอง สตรอเบอรี่ คุณรักความสบาย ชอบอยู่อย่างหรูหราฟู่ฟ่า ทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวต้องสวย เฉียบ เนียบ เสมอ จัดว่าคุณมีรสนิยมในการแต่งกายไม่ใช่เล่น คุณเป็นคนมองโลกในแง่ดี ชอบเข้าสังคม คุยสนุก และมีอารมณ์ขัน ทำให้เพื่อนในวงสนทนาหัวเราะได้ตลอดเวลา สับปะรด คุณเป็นคนที่ช่างเอาอกเอาใจคน คอยเป็นห่วงเป็นใยเพื่อนของคุณตลอดเวลา หากใครมีเรื่องทุกข์ร้อนขอให้บอก คุณยินดีช่วยเสมอ ลูกแพร คุณเป็นคนสุภาพ อ่อนโยน ใจดี และมักจะมองคนที่อยู่รอบข้างคุณในแง่ดีเสมอ ไม่เคยคิดร้ายกับใคร จึงทำให้เป็นที่เคารพ รักใคร่ของผู้คนที่ได้รู้จัก เงาะ คุณเป็นคนขี้เล่น อยู่ไม่ค่อยเป็นสุข ชอบแหย่คนโน้นคนนี้ที หากอยู่ในวงสนทนา คุณก็มักจะเป็นตัวโจ๊กประจำวง คอยปล่อยมุขเด็ด ๆ ให้ได้เฮกัน ทุเรียน คุณเป็นคนที่มี 2 บุคลิกในตัวเอง อยู่นอกบ้านใคร ๆ ก็มักจะกลัวคุณ แต่เมื่อกลับถึงบ้าน คุณจะกลายเป็นคุณหนูในทันที คุณเป็นคนใจกว้าง เอื้อเฟื้อ ใครมีปัญหามักจะมาขอให้คุณช่วยเสมอ และมักจะเป็นผู้นำในการทำกิจกรรมของกลุ่มเพื่อน มะพร้าว คุณออกจะเป็นคนเจ้าสำอาง ไม่ชอบการใช้กำลัง และการทำงานหนัก ไม่ชอบทำงานกลางแจ้ง คุณเหมาะกับงานในออฟฟิศมากกว่า ข้อดีของคุณคือ คุณเป็นคนใจเย็น ประณีต งานที่ใช้ฝีมือน่ะต้องยกให้คุณเลย ฝรั่ง คุณเป็นคนที่ค่อนข้างสมบุกสมบัน ลุยไหนลุยกัน ชอบท่องเที่ยวสูดกลิ่นไอธรรมชาติ เป็นคนรักเดียวใจเดียว มั่นคง แต่มักจะโดนหักอกอยู่บ่อย ๆ ขอบคุณข้อมูลจาก Forward Mail

รู้ซึ้งเหนื่อยแค่ไหน!!! เอ ศุภชัย ช่วยครอบครัวกรีดยางครั้งแรกในชีวิต
พี่เอ ศุภชัย /  ข่าว เอ ศุภชัย / 

เห็นโมเม้นท์นี้แล้วอดที่จะยิ้มไม่ได้!!! เอ ศุภชัย นักปั้นมือทองและผู้จัดการคนเก่ง ล่าสุดได้มีโอกาสกลับไปที่บ้านเกิด อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช และขอลองกรีดยางพร้อมกับตากยางซึ่งเป็นกิจการของครอบครัว ทำให้รู้ซึ้งว่าการทำสวนยางพาราของครอบครัวเหนื่อยมากขนาดไหน ทั้งนี้ เอ ศุภชัย ผู้จัดการคนดัง ได้เดินทางกลับบ้านเกิดไปร่วมงาน ปัจฉิมนิเทศน้องๆ ม.6 โรงเรียนเบญจมราชูทิศ นครศรีธรรมราช ในฐานะรุ่นพี่ที่จบไปแล้ว พร้อมนำเซอร์ไพร์สมาฝากน้องๆ ด้วยการพาหนุ่ม เจมส์ มาร์ มาร่วมกิจกรรมด้วยในครั้งนี้ แต่ที่โดนใจแฟนคลับเป็นอย่างมาก เห็นจะเป็นโมเม้นท์สำนึกรักบ้านเกิดที่ เอ ศุภชัย ได้ช่วยกิจการสวนยางของครอบครัว ด้วยการลองกรีดยางและตากยางเป็นครั้งแรกในชีวิต พร้อมกับบรรยายใต้ภาพว่ารู้เลยว่าเหนื่อยมากขนาดไหน มีสวนยางแต่ไม่เคยกรีดเองเลย วันนี้ขอลองสักหน่อย เลยรู้ว่าเหนื่อยมาก เอาใจช่วยชาวสวนยางทุกคนนะครับ" นอกจากนี้ยังได้เห็นบรรยากาศบ้านๆ และภาพประทับใจ ที่ เอ ศุภชัย นั่งทานข้าวพร้อมหน้าครอบครัวใต้ต้นมังคุด ซึ่งแฟนคลับหลายคนที่เห็นภาพนี้แล้วต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่ารู้สึกอบอุ่น น่ารัก และรู้สึกคิดถึงบ้านเกิดเช่นกัน ขอบคุณภาพจาก IG a_supachai1 เอ ศุภชัย เอ ศุภชัย-เจมส์ มาร์ เจมส์ มาร์