มังคุด

ผลไม้ ที่ชอบบอกอะไรในตัวคุณ
ดูดวง /  ทายนิสัย / 

หากคุณชอบกิน ผลไม้ ต้องดูข้อมูลที่ Horoscope.Mthai.com นำมาฝากกัน ผลไม้ ที่คุณชอบกินเป็นพิเศษหรือกินเพื่อสุขภาพ คุณหรือไม่ว่า สามารถนำมาทายนิสัยของคุณได้เป็นอย่างดีครับ ผลไม้ ที่คุณชอบ บอกอะไรในตัวคุณ แอปเปิ้ล คุณเป็นคนอดทน สู้งาน และมีความรับผิดชอบสูง เมื่อไรก็ตามคุณได้รับมอบหมายงานชิ้นหนึ่งชิ้นใด คุณมักจะทำอย่างสุดความสามารถ ไม่ว่าจะยากลำบากมากแค่ไหน แต่สำหรับเรื่องความรักแล้วกลับตรงกันข้าม คุณเป็นคนที่รักง่าย หน่ายเร็ว ไม่ค่อยอดทนในเรื่องรัก องุ่น ไม่บ่อยนักที่คุณจะเปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงของคุณ แก่คนที่คุณเพิ่งรู้จักครั้งแรก ดังนั้นคุณจะดูไม่น่าสนใจนัก สำหรับคนที่ไม่รู้จักคุณดี แต่ถ้าเป็นเพื่อน ๆ ในกลุ่มของคุณล่ะก็ คุณนับเป็นดาวเด่นเลยล่ะ กล้วย คุณเป็นคนขี้ใจน้อย ขี้งอน แต่ไม่ค่อยแสดงออก ภายนอกดูจะเป็นคนเงียบขรึม เข้มแข็ง แต่ภายในแล้วคุณอารมณ์คุณช่างอ่อนไวเหลือเกิน จะเรียกแข็งนอกอ่อนในก็ว่าได้ แตงโม คุณมีความตื่นตัวกระฉับกระเฉงตลอดเวลา ไม่ปล่อยเวลาให้เสียไปอย่างไร้ค่า คุณมักจะมองโลกในแง่ดี และไม่ค่อยกังวลเกี่ยวกับ ปัญหาต่าง ๆ ที่ถาโถมเข้ามา เนื่องจากคุณมั่นใจว่าปัญหาทุกปัญหาย่อมมีทางแก้ เมื่อถึงเวลาที่ควร ชมพู่ คุณเป็นคนที่มีน้ำอดน้ำทนสูง ไม่ชอบขัดใจคนอื่น รักเพื่อนมากกว่าตัวเอง และค่อนข้างที่จะมองโลกในแง่ร้าย ส้ม คุณเป็นคนที่เข้ากับคนได้ง่าย ร่าเริงสนุกสนาน ใครชวนไปไหนก็ไป เชื่อคนง่าย รู้เรื่องคนอื่นไปซะหมด แต่เรื่องตัวเองไม่ค่อยรู้ มังคุด คุณเป็นคนช่างฝัน อารมณ์อ่อนไหว โรแมนติก ตกหลุมรักได้บ่อย ๆ ไม่มีเบื่อ เห็นใครถูกใจก็เก็บเอาไปฝัน แต่ไม่นานก็ลืม พอเจอคนใหม่ก็เป็นอีก เพลงเป็นอย่างนี้ตั้งแต่เกิดเลย ของนูโว ดูจะเหมาะกับคุณนัก มะม่วง คุณเป็นคนชอบความท้าทาย มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ชอบทดลองสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ กับเรื่องความรักก็ไม่เว้น คุณชอบหารักใหม่ ๆ เสมอ หรือเรียกอีกอย่างว่าเจ้าชู้นั่นเอง สตรอเบอรี่ คุณรักความสบาย ชอบอยู่อย่างหรูหราฟู่ฟ่า ทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวต้องสวย เฉียบ เนียบ เสมอ จัดว่าคุณมีรสนิยมในการแต่งกายไม่ใช่เล่น คุณเป็นคนมองโลกในแง่ดี ชอบเข้าสังคม คุยสนุก และมีอารมณ์ขัน ทำให้เพื่อนในวงสนทนาหัวเราะได้ตลอดเวลา สับปะรด คุณเป็นคนที่ช่างเอาอกเอาใจคน คอยเป็นห่วงเป็นใยเพื่อนของคุณตลอดเวลา หากใครมีเรื่องทุกข์ร้อนขอให้บอก คุณยินดีช่วยเสมอ ลูกแพร คุณเป็นคนสุภาพ อ่อนโยน ใจดี และมักจะมองคนที่อยู่รอบข้างคุณในแง่ดีเสมอ ไม่เคยคิดร้ายกับใคร จึงทำให้เป็นที่เคารพ รักใคร่ของผู้คนที่ได้รู้จัก เงาะ คุณเป็นคนขี้เล่น อยู่ไม่ค่อยเป็นสุข ชอบแหย่คนโน้นคนนี้ที หากอยู่ในวงสนทนา คุณก็มักจะเป็นตัวโจ๊กประจำวง คอยปล่อยมุขเด็ด ๆ ให้ได้เฮกัน ทุเรียน คุณเป็นคนที่มี 2 บุคลิกในตัวเอง อยู่นอกบ้านใคร ๆ ก็มักจะกลัวคุณ แต่เมื่อกลับถึงบ้าน คุณจะกลายเป็นคุณหนูในทันที คุณเป็นคนใจกว้าง เอื้อเฟื้อ ใครมีปัญหามักจะมาขอให้คุณช่วยเสมอ และมักจะเป็นผู้นำในการทำกิจกรรมของกลุ่มเพื่อน มะพร้าว คุณออกจะเป็นคนเจ้าสำอาง ไม่ชอบการใช้กำลัง และการทำงานหนัก ไม่ชอบทำงานกลางแจ้ง คุณเหมาะกับงานในออฟฟิศมากกว่า ข้อดีของคุณคือ คุณเป็นคนใจเย็น ประณีต งานที่ใช้ฝีมือน่ะต้องยกให้คุณเลย ฝรั่ง คุณเป็นคนที่ค่อนข้างสมบุกสมบัน ลุยไหนลุยกัน ชอบท่องเที่ยวสูดกลิ่นไอธรรมชาติ เป็นคนรักเดียวใจเดียว มั่นคง แต่มักจะโดนหักอกอยู่บ่อย ๆ ขอบคุณข้อมูลจาก Forward Mail

2PM ส่ง live chat อ้อนแฟนคลับไทย
2 PM /  2PM / 

2PM (ทูพีเอ็ม) live chat ตรงจากเกาหลี ร่วมกิจกรรม MEET & GREET 2PM AGAIN & AGAIN by LG MOBILE อ้อน Hottest ไทย "ตารางงานยุ่งมาก แต่จะไปเมืองไทยให้เร็วที่สุดครับ" แม้ตัวจริงๆ จะไม่ได้บินมาเมืองไทย แต่แค่หกหนุ่มบอยแบนด์สุดฮอต 2PM (ทูพีเอ็ม) ส่งสัญญาณ VDO Conference มาพูดคุยสดๆ กับ Hottest ชาวไทย ในกิจกรรม MEET & GREET 2PM AGAIN & AGAIN by LG MOBILE ซึ่งจัดขึ้น ณ โรงแรม แกรนด์ เซ็นเตอร์พ้อยท์ โฮเทล แอนด์ เรสซิเดนซ์ สุขุมวิท เมื่อวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา ก็ทำเอาแฟนๆ ทั้งอินทั้งฟินไปตามๆ กัน เพราะหกหนุ่มขยันหยอดลูกอ้อนตลอดงาน แถมยังเป็นกันเองกับแฟนคลับไทยชนิดพิเศษสุดๆ บรรยากาศ MEET & GREET 2PM AGAIN & AGAIN by LG MOBILE คึกคักด้วยเหล่าลูกค้าที่ซื้อสมาร์ทโฟนรุ่น LG Optimus G และ LG Optimus L Series II ผู้มีใจรัก 2PM จำนวน 100 คนที่ได้ร่วมสัมผัสความสนุกสนานภายในงาน แต่มีเพียง 10 คนเท่านั้นที่โชคดีได้ live chat กับไอดอลสัตว์ป่าสดๆ บนเวที โดยเริ่มเรียกน้ำย่อยด้วยการเล่นเกมสนุกๆ ให้สาวก 2PM ได้ของรางวัลติดไม้ติดมือ พร้อมซ้อมเรียกเสียงกรี๊ดด้วยกิจกรรมแข่ง 'โคลนนิ่ง 2PM' และชมการแสดงโคฟเวอร์แดนซ์จากหนุ่มๆ Divinity Party ที่พูดได้ว่า 'เป๊ะ' ไม่แพ้ศิลปินตัวจริงเลยทีเดียว แล้วก็ถึงช่วงเวลาที่ Hottest ทุกคนรอคอย เมื่อหกหนุ่ม 2PM ส่งสัญญาณ VDO Conference ตรงมาจากเกาหลีเพื่อ live chat กับแฟนคลับไทย โดยเปิดโอกาสให้ 10 ผู้โชคดีได้ซักถามข้อข้องใจแบบสดๆ ไม่มีกั๊ก ไม่ว่าจะเป็นคำถามเรื่องคอนเสิร์ต JYP Nation ที่หนุ่มกล้ามโต แทคยอน อ้อนว่า "อยากไปเมืองไทยมากๆ แต่ตอนนี้ตารางงานของแต่ละคนยุ่งมากเลย" หรือคอนเสิร์ตของ 2PM ที่ทุกคนเฝ้ารอให้เกิดขึ้นในเมืองไทยอีกครั้ง จุนเค ก็สัญญาให้ได้ใจชื้นกันว่า "จะรีบเตรียมงานเพื่อไปเมืองไทยให้เร็วที่สุดแน่นอนครับ" และเพราะมาเมืองไทยหลายต่อหลายครั้ง เมื่อถูกถามว่าอยากเที่ยวทะเลที่ไหนในไทยมากที่สุด หกหนุ่ม 2PM ก็ตอบอย่างคล่องปร๋อว่า "ภูเก็ต เกาะสมุย พัทยา" รวมทั้งอวดทักษะภาษาไทยอย่างไม่มีใครยอมใคร เริ่มจาก อูยองฝากคำหวานว่า "น่ารักจุ๊บๆ" ฟากแทคยอนพูดปนหัวเราะว่า "มังคุดอร่อยครับ" หนุ่มจุนเคชวน Hottest ประสานเสียงกับประโยคติดปาก "พรุ่งนี้... ฝนจะไม่ตก!" ชานซองมาในคาแร็กเตอร์หนุ่มสุภาพ "ไม่เป็นไรครับ" และจุนโฮยิ้มตาหยีพร้อมพูดว่า "ยินดีที่ได้พบคุณครับ" ก่อนส่งให้หนุ่มสายเลือดไทยแลนด์ อย่าง นิชคุณ หรเวชกุล ได้กล่าวปิดท้าย และส่งความปรารถนาดีให้ Hottest ไทยทุกคนอย่างน่ารักว่า "อย่าลืมทานข้าวกันเยอะๆ นะครับ" ไม่เพียงแต่การพูดคุยอย่างเป็นกันเองเท่านั้น เพราะหกหนุ่มไอดอลสัตว์ป่ายังพยายามส่งภาษากายออดอ้อนแฟนคลับอยู่ตลอดๆ ไม่ว่าจะเป็น จุนโฮ ที่ขยันทำท่าซารางแฮ หรือ แทคยอน ที่ทันทีที่ได้ยินแฟนคลับส่งเสียงว่า "แทคยอน ซารางแฮโย" เขาก็ถลามาส่งจุ๊บที่หน้ากล้องเรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนคลับภายในงานซะดังสนั่น นอกจากนั้นหกหนุ่ม 2PM ยังอวดเสียงร้องสดๆ ในเพลงใหม่ล่าสุดจากอัลบั้ม Grown ของพวกเขา อย่าง A.D.T.O.Y และ Come Back If You Hear This Song พลางโยกเบาๆ ให้ Hottest ในงานนี้ได้เป็นแฟนคลับในไทยกลุ่มแรกที่ได้ฟังกัน สร้างความพิเศษให้ผู้มาร่วมงาน MEET & GREET 2PM AGAIN & AGAIN by LG MOBILE ในครั้งนี้ได้ประทับใจขั้นสุดทีเดียว จุนเค โพสภาพบรรยากาศการ live chat ผ่าน IG ส่วนตัว อย่าลืมติดตามความพิเศษครั้งต่อไปได้ทาง www.facebook.com/thailandlifesgood และเกาะติดข่าวสารเกี่ยวกับแอลจีได้ที่ www.LGnewsroom.com และ www.lg.com/th ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ธาตุเจ้าเรือน ตามหลักแพทย์แผนไทย
ธาตุดิน /  ธาตุน้ำ / 

ธาตุเจ้าเรือนคืออะไร ในทฤษฎีการแพทย์แผนไทย เชื่อว่า การเกิดชีวิตใหม่จะเกิดขึ้นได้ ต้องมีพ่อมีแม่ที่มีลักษณะของหญิง-ชาย ครบถ้วน หมายถึง พ่อมีลักษณะของชายครบ และแม่มีลักษณะของหญิงครบ โดยให้ความหมายของชีวิตไว้ว่า ชีวิตคือขันธ์ 5 อัน ได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ รูป หมายถึง รูปร่าง ร่างกาย หรือสิ่งที่เป็นรูปธรรม ซึ่งในพระไตรปิฎกได้อธิบายไว้ว่า รูปมีมหาภูตรูป 4 ได้แก่ ดิน น้ำ ลม ไฟ และรูปที่เกิดจากมหาภูตรูป เรียกว่าอุปทายรูป ได้แก่ อากาศ ประสาททั้ง 5 ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เกิดรูป รส กลิ่น เสียง เป็นอาภรณ์ 4 เวทนา ได้แก่ ความรู้สึกต่างๆ ซึ่งเกิดจากประสาททั้ง 5 เป็นต้น สัญญา ได้แก่ ความจำต่างๆ การกำหนดรู้อาการ จำได้หมายรู้ สังขาร หมายถึง การปรุงแต่งของจิต ความคิดที่ผูกเป็นเรื่องเป็นราว ส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าสังขารคือร่างกาย เช่น มักพูดว่า "คนแก่ไม่เจียมสังขาร" หมายถึง ทำอะไรเกินกว่าร่างกายซึ่งชราจะรับได้แท้จริงสังขารเป็นความนึกคิดก่อ หรือผูกเป็นเรื่องราวนั่นเอง วิญญาณ คือ ความรู้แจ้งของอารมณ์เช่น วิญญาณนักต่อสู้ หมายถึง เป็นผู้มีอารมณ์บากบั่นตั้งมั่น ต้องสู้สุดใจ ผู้มีวิญญาณเป็นนักประชาธิปไตย หมายถึง การมีอารมณ์ลึกซึ้ง ชัดแจ้ง จะทำอะไรก็อยู่ในอารมณ์ของนักประชาธิปไตย มีใจตั้งมั่นในสิทธิเสรีภาพ เป็นต้น คนทั่วไปคิดว่าวิญญาณคือผี เชื่อว่าเมื่อตายไปแล้ววิญญาณออกจากร่างไปเป็นผีแท้จริงแล้วเมื่อตายไปแล้วก็หมดความรู้สึก ไม่มีอารมณ์อีกแล้วนั่นเอง จะเห็นได้ว่าชีวิตคือขันธ์ 5 ซึ่งคือร่างกายและจิตใจนั่นเอง มนุษย์ที่เกิดมาต่างก็มีชีวิตแตกต่างกันไป มีรูปร่าง หน้าตาแตกต่างกัน มีความรู้สึกนึกคิดและจิตสำนึก ความรู้แจ้งทางอารมณ์หรือที่เรียกว่าวิญญาณที่แตกต่างกันไป ทาง การแพทย์แผนปัจจุบันเชื่อว่า การที่มีความแตกต่างและความเหมือนกัน ถูกกำหนดโดยสารพันธุกรรมที่เรียกว่า "ดีเอ็น เอ" เป็นรหัสของชีวิตที่มนุษย์ได้รับการถ่ายทอดจากมารดาและบิดา nederlandsegokken.nl เป็นลักษณะทั่วๆ ไปของมนุษย์ ทางการแพทย์แผนไทยมีความเชื่อในเรื่องธรรมชาติว่า การเกิดรูปครั้งแรกในครรภ์มารดามีขนาดเล็กมาก ขนาดเท่ากับหยดน้ำมันงาที่ติดอยู่ปลายขนจามรี หลังจากถูกสะบัด ถึง 7 ครั้ง และด้วยอิทธิพลของธาตุไฟก่อน จึงเกิดธาตุอื่น ตามมาจนครบธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม และไฟ แล้วจึงเกิดเวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณจนครบขันธ์ 5 เมื่อครรภ์ ครบ 5 เดือน นั่นคือชีวิตได้เกิดแล้ว และด้วยอิทธิพลธรรมชาติ ได้แก่ ความร้อน ความเย็นของภูมิอากาศตามฤดูกาล ได้ทำให้ธาตุทั้ง 4 ของแต่ละคนแตกต่างกันไปและเริ่มมีอิทธิพลแล้วในครรภ์มารดา ดังพระคัมภีร์ปฐมจินดากล่าวไว้ว่า เมื่อตั้งครรภ์ในฤดูอันใด ธาตุอันใด ให้เอาธาตุของฤดูนั้นเป็นที่ตั้งแห่งธาตุกำเนิดของกุมารกุมารีนั้นๆ เช่น ตั้งครรภ์ในเดือน 5, 6, 7 เป็นลักษณะแห่งไฟ ตั้งครรภ์ในเดือน 8, 9, 10 เป็นลักษณะแห่งลม ตั้งครรภ์ในเดือน 11, 12, 1 เป็นลักษณะแห่งน้ำ ตั้งครรภ์ในเดือน 2, 3, 4 เป็นลักษณะแห่งดิน นั่นคือ ธาตุเจ้าเรือน นั่นเอง แต่คนส่วนใหญ่มักจำได้เพียงแต่วันเกิด คำว่าตั้งครรภ์ในเดือนใดหมายถึง การเริ่มมีครรภ์ หรือมีการปฏิสนธิ ดังนั้นจากข้อสังเกตของคนโบราณดังกล่าว ถ้านำอายุการตั้งครรภ์มาพิจารณาแล้วสามารถประมาณการได้ว่า ผู้ที่เกิดเดือน 5, 6, 7 จะมีธาตุลมเป็นเจ้าเรือน ผู้ที่เกิดเดือน 8, 9, 10 จะมีธาตุน้ำเป็นเจ้าเรือน ผู้ที่เกิดเดือน 11, 12, 1 จะมีธาตุดินเป็นเจ้าเรือน ผู้ที่เกิดเดือน 2, 3, 4 จะมีธาตุไฟเป็นเจ้าเรือน การแบ่งแบบนี้เป็นการแบ่งอย่างหยาบ คือ แบ่งบุคลิกหรือลักษณะจำเพาะของคนออกเป็น 4 แบบ แต่ละแบบจะมี จุดอ่อน หรือลักษณะของธาตุเสียสมดุลแตกต่างกันตามธาตุเจ้าเรือนนั้นๆ ลักษณะของ ธาตุเจ้าเรือน เป็นอย่างไร องค์ประกอบของธาตุที่รวมกันอยู่อย่างปกตินั้น จะมีธาตุอย่างใดอย่างหนึ่งเด่น หรือมากกว่าอย่างหนึ่ง เรียกว่า เจ้า เรือน ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปในแต่ละคน โดยแต่ละธาตุหลักทั้ง 4 จะมีลักษณะที่แสดงออกเป็นเจ้าเรือน ดังนี้ ธาตุดินเจ้าเรือน จะมีรูปร่างสูงใหญ่ ผิวค่อนข้างคล้ำ ผมดกดำ เสียงดังฟังชัด ข้อกระดูกแข็งแรง กระดูกใหญ่ น้ำหนักตัวมาก ล่ำสัน อวัยวะสมบูรณ์ ธาตุน้ำเจ้าเรือน จะมีรูปร่างสมบูรณ์ อวัยวะสมบูรณ์ สมส่วน ผิวพรรณสดใสเต่งตึง ตาหวาน น้ำในตามาก ท่าทางเดินมั่นคง ผมดกดำงาม กินช้า ทำอะไรชักช้า ทนหิว ทนร้อน ทนเย็นได้ดีเสียงโปร่ง มีลูกดกหรือมีความรู้สึกทางเพศดีแต่มักเฉื่อยและค่อนข้างเกียจคร้าน ธาตุไฟเจ้าเรือน มักขี้ร้อน ทนร้อนไม่ค่อยได้ หิวบ่อย กินเก่ง ผมหงอกเร็ว มักหัวล้าน หนังย่น ผม ขนหนวด ค่อนข้างนิ่ม ไม่ค่อยอดทน ใจร้อน ข้อกระดูกหลวม มีกลิ่นปาก กลิ่นตัวแรง ความต้องการทางเพศปานกลาง ธาตุลมเจ้าเรือน จะมีผิวหนังหยาบแห้ง รูปร่างโปร่ง ผอม ผมบาง ข้อกระดูกลั่นเมื่อเคลื่อนไหว ขี้อิจฉา ขี้ขลาด รักง่ายหน่ายเร็ว ทนหนาวไม่ค่อยได้ นอนไม่คอยหลับ ช่างพูด เสียงต่ำ ออกเสียงไม่ชัด มีลูกไม่ดก คือความรู้สึกทางเพศไม่ค่อยดี สถานที่ถิ่นที่อยู่อาศัยแยกตาม ธาตุเจ้าเรือน ที่อยู่อาศัย หรือสิ่งแวดล้อม เรียกว่า "ประเทศสมุฏฐาน" ย่อมมีผลต่อชีวิตความเป็นอยู่และสุขภาพ ได้แก่ ประเทศร้อน สถานที่ที่เป็นภูเขาสูง เนินผา มักเจ็บป่วยด้วยธาตุไฟ เช่น คนภาคเหนือ จะเจ็บป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับไข้ต่างๆ ประเทศเย็น สถานที่ที่เป็นน้ำฝน โคลนตม มีฝนตกชุก มักเจ็บป่วยด้วยธาตุลม เช่น คนภาคกลาง จะเจ็บป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับลมต่างๆ ประเทศอุ่น สถานที่ที่เป็นน้ำฝนกรวดทราย เป็นที่เก็บน้ำไม่อยู่ มักเจ็บป่วยด้วยธาตุน้ำ เช่น คนภาคอีสาน จะเจ็บป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับนิ่ว ประเทศหนาว สถานที่ที่เป็นน้ำเค็ม มีโคลนตมชื้นแฉะ ได้แก่ ชายทะเล มักเจ็บป่วยด้วยธาตุดิน เช่น ภาคใต้ จะเจ็บป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับฝี การวินิจฉัย ธาตุเจ้าเรือน นำอาการที่ได้จากการบอกเล่า และตรวจพบมาประมวล จะสามารถบอกถึงสภาวะสุขภาพของผู้ป่วย โดยยึด หลักเกณฑ์เกี่ยวกับตัวสุขภาพ หรือตัวควบคุมธาตุทั้งสี่ ได้แก่ ธาตุดิน มีสิ่งสำคัญในการควบคุมสุขภาพอยู่ 3 อย่าง คือ - หทัยวัตถุมีที่ตั้งที่หัวใจ ควบคุมความสมบูรณ์ของหัวใจ เช่น ลักษณะ ขนาด การทำงาน การเต้น ความสมบูรณ์ของกล้ามเนื้อหัวใจ บางตำรากล่าวว่าหทัยวัตถุเป็นที่ตั้งของจิต - อุทริยะ หมายถึง อาหารใหม่ คืออาหารที่รับประทานเข้าไปใหม่ๆ นั่นเอง การซักประวัติการกินอาหารก่อนป่วย มีความจำเป็นมาก เพราะอาหาร คือธาตุภายนอกที่เรานำเข้าไปบำรุง หรือปรับธาตุภายใน เรื่องอาหารจึงสำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเป็นแพทย์แผนใด โรคทางแผนโบราณจึงมีเรื่องเกี่ยวกับการกินที่เรียกว่า "กินผิด" คือกินไม่ถูกกับธาตุจะเจ็บป่วย กินไม่ถูกกับโรคทำให้อาการแย่ลง ดังนั้น การแพทย์แผนไทยใช้วิธีการกินสมุนไพร อาหารสมุนไพร มาแก้ไขการเสียสมดุลนี้เป็นการลองผิดลองถูกมายาวนาน จนสรุปเป็นหลักการและเหตุผล - กรีสัง หมายถึง อาหารเก่า คือ กากอาหารในลำไส้ใหญ่ที่จะออกมาเป็นอุจจาระนั่นเอง ลักษณะของอุจจาระเป็นตัวบ่งบอกสุขภาพ อุจจาระหยาบ ละเอียด ก้อนแข็งหรือเหลว กลิ่นอุจจาระเป็นเช่นไร เช่น กลิ่นเหมือนปลาเน่าธาตุน้ำเป็นเหตุกลิ่นเหมือนหญ้าเน่าธาตุไฟเป็นเหตุ กลิ่นเหมือนข้าวบูดธาตุลมเป็นเหตุกลิ่นเหมือนศพเน่าธาตุดินเป็นเหตุ เป็นต้น โบราณว่าไว้สุขภาพจะดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับกรีสะ (อุจจาระหรืออาหารเก่า) เป็นตัวควบคุม ธาตุน้ำ มีสิ่งสำคัญในการควบคุมสุขภาพอยู่ 3 อย่าง คือ - ศอเสมหะ ควบคุมน้ำบริเวณคอขึ้นไปเกี่ยวกับเสมหะ น้ำมูกมีหรือไม่อย่างไร มีมากเวลาใด อาจหมายถึงการทำงานของต่อมต่างๆ ที่ผลิตน้ำเมือก น้ำมูกบริเวณดังกล่าว - อุระเสมหะ ควบคุมน้ำบริเวณอกเหนือกลาง ตัวจากคอมาถึงบริเวณลิ้นปี่ เหนือสะดือ การซักถามจะต้องถามถึงการไอ เสมหะเป็นอย่างไร การหอบ การอาเจียน น้ำที่ออกมาเป็นอย่างไร การปวดท้องเกี่ยวกับน้ำย่อยในกระเพาะ อาจจะหมายถึงการทำงานของต่อมน้ำมูก เมือกในปอด หลอดลม น้ำในกระเพาะอาหาร น้ำดี น้ำย่อยในลำไส้เล็ก - คูถเสมหะ ควบคุมน้ำช่วงล่างจากสะดือลงไป อาจเป็นน้ำมูกเมือก น้ำในลำไส้น้ำในอุจจาระ น้ำปัสสาวะ น้ำในมดลูก ช่องคลอด (ถ้าเป็นหญิง) และน้ำอสุจิ (ถ้าเป็นชาย) จึงต้องซักประวัติเกี่ยวกับอาการที่เกี่ยวข้อง เช่น การถ่ายปัสสาวะ อุจจาระ ลักษณะเหลว หรือแข็ง มีน้ำมากน้อยเพียงใด ผิดปกติอย่างไร ธาตุลม มีสิ่งสำคัญในการควบคุมสุขภาพอยู่ 3 อย่าง คือ - หทัยวาตะ ลมที่ควบคุมอารมณ์ จิตใจ การเต้นของหัวใจ ความหวั่นไหว ความกังวล - สัตถกะวาตะ ลมที่คมเหมือนอาวุธ หมายถึง เมื่อเกิดอาการจะมีอาการฉับพลัน เจ็บปวดลึกๆ เหมือนดังอาวุธเสียบแทง จากลักษณะดังกล่าวอาการคล้ายกับภาวะขาดเลือด เช่น กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรืออวัยวะใดๆ ขาดเลือดจะมีอาการเจ็บปวดรุนแรง - สุมนาวาตะ ลมที่ควบคุมพลังที่อยู่เส้นกลางลำตัวตามแนวดิ่ง ในตำราการนวดไทยเส้นสุมนาถูกจัดเป็นเส้นสำคัญในเส้นสิบ เส้นนี้จะวิ่งกลางลำตัวจรดปลายลิ้น จึงน่าจะเป็นตัวควบคุมระบบประสาท การไหลเวียนโลหิตสมอง ไขสันหลัง ระบบอัตโนมัติต่างๆ การซักถามอาการควรถามเกี่ยวกับการทำงานของแขนขา การปวดเจ็บหลัง การชัก การกระตุก ตำราโบราณกล่าวว่าอาการลิ้นกระด้างคางแข็งเกิดจากสุมนา แสดงว่าน่าจะเกี่ยวกับสมอง ประสาท ธาตุไฟ มีสิ่งสำคัญในการควบคุมสุขภาพอยู่ 3 อย่าง คือ - พัทธปิตตะ คือดีในฝัก บางท่านอาจสับสนว่าน้ำดีคือธาตุน้ำ เหตุใดจึงจัดเป็นไฟ ผู้เขียนเข้าใจว่าพัทธปิตตะในที่นี้ คือการควบคุมการทำงานของน้ำดีและการย่อยสลายจากการทำงานของน้ำดี ส่วนน้ำดีจัดเป็นธาตุน้ำ อาการบ่งบอกการทำงานที่ผิดปกติไป จึงน่าจะหมายถึงการปวดท้อง น้ำดีอุดตัน ภาวะการผลิตน้ำดีของตับผิดปกติ ตับอักเสบเกิดอาการตัวเหลือง ตาเหลือง เกิดน้ำดีอักเสบเป็นนิ่ว เป็นต้น เป็นเรื่องที่ควบคุมการทำงานของธาตุน้ำเป็นอาการบ่งบอกถึงการทำงานที่ผิดปกติไป จึงน่าจะหมายถึงการปวดท้อง น้ำดีอุดตัน เป็นเรื่องที่ควบคุมการทำงานของน้ำดีในตับ และถุงน้ำดีที่เรียกว่าในฝักนั่นเอง - อพัทธะปิตตะ ดีนอกฝัก หมายถึง การทำงานของน้ำดีในลำไส้ การย่อยอาหาร อาการคือจุกเสียด อืดเฟ้อ อาหารไม่ย่อย ดีนอกฝักพิการ จะทำให้เหลืองทั้งตัว ดีในฝักพิการจะมีอาการคุ้มคลั่งเหมือนผีเข้า ถ่ายเป็นสีเขียว - กำเดา องค์แห่งความร้อน เป็นตัวควบคุมความร้อนในร่างกาย น่าจะหมายถึงศูนย์ควบคุมอุณหภูมิของร่างกายนั่นเอง การตรวจสามารถดูที่อาการไข้ว่าตัวร้อนจัดหรือไม่เพียงใด อาหารประจำ ธาตุเจ้าเรือน ธาตุดิน ควรรับประทานอาหารรสฝาด หวาน มัน เค็ม ได้แก่ มังคุด ฝรั่งดิบ ฟักทอง เผือก ถั่วต่างๆ เงาะ น้ำนม น้ำอ้อย เกลือ ฯลฯ ธาตุน้ำ ควรรับประทานอาหารรสเปรี้ยว รสขม ได้แก่ มะกรูด มะนาว ส้ม สับปะรด มะเขือเทศ มะระ สะเดา ฯลฯ ธาตุลม ควรรับประทานอาหารรสเผ็ดร้อน ได้แก่ ขิง ข่า ตะไคร้ กระชาย พริกไทย โหระพา กะเพรา ฯลฯ ธาตุไฟ ควรรับประทานอาหารรสขม เย็น จืด ได้แก่ ผักบุ้ง ตำลึง แตงโม บัวบก ขี้เหล็ก ฯลฯ ขอบคุณที่มาจาก : กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ขอบคุณภาพจาก : looseweightwith100dietfoods.blogspot.com

หนุ่มซิ่งเก๋งป้ายแดงตกแหลมพรหมเทพ รอดตายปาฏิหาริย์
จุดชมวิวกังหันลม /  ซิ่งเก๋ง / 

หนุ่มใหญ่ซิ่งเก๋งป้ายแดงตกทะเลบาดเจ็บ บริเวณจุดชมวิวกังหันลมแหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ต ร.ต.ท.วุฒิวัฒน์ เลี้ยงบุญจินดา พนักงานสอบสวน สภ.ฉลอง จ.ภูเก็ต เปิดเผยว่า เกิดเหตุรถเก๋งตกลงไปในทะเล บริเวณจุดชมวิวกังหันลมแหลมพรหมเทพ เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. (18 ธ.ค.) ชาวบ้านที่ตกปลาในบริเวณดังกล่าวได้ยินเสียงรถตกทะเล จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบรถที่ตกลงไปคือรถเก๋งฮอนด้า แจ๊ส สีเปลือกมังคุด ทะเบียน ก-3179 ภูเก็ต ป้ายแดง เจ้าหน้าที่สามารถช่วยคนขับได้ เป็นชายอายุประมาณ 35-40 ปี นำส่ง ร.พ.วชิระภูเก็ต ด้านสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าคนขับรถดังกล่าวไม่ชำนาญพื้นที่เนื่องจากจุดดังกล่าวแคบ ชัน และไม่มีที่กลับรถ หลังจากนี้จะทำการสอบปากคำคนขับรถถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นอีกครั้ง ขอบคุณภาพจาก FM. 91 Trafficpro

สมุนไพรแก้ ท้องเดิน ท้องร่วง
กระชาย /  ท้องร่วง / 

 " มะเดื่อไทย " หมายเหตุ :  มะเดื่อไทย  Ficus spp. ในที่นี้ขอใช้มะเดื่ออุทุมพรเป็นข้อมูล ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ficus racemosa  L. วงศ์ :   Moraceae ชื่ออื่น :  เดื่อเกลี้ยง (ภาคเหนือ มะเดื่อเกลี้ยง มะเดื่อ มะเดื่อชุมพร กูแซ เดื่อน้ำ (ภาคใต้) มะเดื่อน้ำ เดื่อเลี้ยง มะเดื่อหอม หมากเดื่อ (ภาคอีสาน) มะเดื่อดง ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ต้นขนาดกลางสูงประมาณ 10–20 เมตร ลำต้นเกลี้ยงสีน้ำตาลหรือน้ำตาลปนเทา กิ่งอ่อนสีเขียว หรือสีเขียวในน้ำตาล กิ่งแก่มีสีน้ำตาลเกลี้ยง หรือมีขนปกคลุม ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกแบบสลับ ใบบาง รูปไข่หรือรูปหอก ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม ฐานใบมนหรือกลม ผิวใบเกลี้ยง หรือมีขน ไม่หลุดร่วงง่าย ดอก ออกเป็นช่อ ช่อดอก มีก้านเกิดเป็นกลุ่มบนกิ่งสั้นๆ ที่แตกออกจากลำต้น และกิ่งขนาดใหญ่ ผล รูปกลมแป้นหรือรูปไข่ มีขน ออกเป็นกระจุกตามกิ่งและลำต้น เมื่อฉีกออกจะพบเกสรเล็กๆ อยู่ภายในผล ผลสุกมีสีแดง ส่วนที่ใช้ :  ผลอ่อน เปลือกต้น ราก สรรพคุณ ผลอ่อน - รับประทานเป็นอาหาร เปลือกต้น  - มีรสฝาด - รับประทานแก้ ท้องเดิน ท้องร่วง - ชะล้างบาดแผล เป็นยาสมานดี ราก   - เป็นยาแก้ไข้ กระทุ้งพิษไข้ แก้ไข้หัว ไข้กาฬ ไข้พิษทุกชนิด - กล่อมเสมหะ และโลหิต  " กระชาย " ชื่อวิทยาศาสตร์ :    Boesenbergia rotunda (L.) Mansf. ชื่อสามัญ :   Kaempfer วงศ์ :    Zingiberaceae ชื่ออื่น :  กระชายดำ กะแอน ขิงทราย (มหาสารคาม) จี๊ปู ซีฟู เปาซอเร๊าะ เป๊าสี่ระแอน (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ละแอน (ภาคเหนือ)  ว่านพระอาทิตย์ (กรุงเทพฯ) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :  ไม้ล้มลุก มีเหง้าสั้น แตกหน่อได้ รากอวบ รูปทรงกระบอกหรือรูปไข่ค่อนข้างยาว ปลายเรียว กว้าง 1-2 ซม. ยาว 4-10 ซม. ออกเป็นกระจุก ผิวสีน้ำตาลอ่อน เนื้อในสีเหลือง มีกลิ่นเฉพาะตัว ส่วนที่อยู่เหนือดินเป็นใบ มี 2-7 ใบ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรี กว้าง 5-12 ซม. ยาว 12-50 ซม. ปลายเรียวแหลม โคนมนหรือแหลม ขอบเรียบ เส้นกลางใบ ก้านใบ และกาบใบด้านบนเป็นร่อง ด้านล่างนูนเป็นสัน ก้านใบเรียบ ยาว 7-25 ซม. กาบใบสีชมพู ยาว 7-25 ซม. ระหว่างก้านใบและกาบใบมีลิ้นใบ ช่อดอกแบบช่อเชิงลด ออกที่ยอดระหว่างกาบใบคู่ในสุด ยาวประมาณ 5 ซม. แต่ละดอกมีใบประดับ 2 ใบ สีขาวหรือขาวอมชมพูอ่อน รูปใบหอก กว้างประมาณ 8 มม. ยาว 3.5-4.5 ซม. กลีบเลี้ยงสีขาวหรือขาวอมชมพูอ่อน โคนติดกันเป็นหลอด ยาวประมาณ 1.7 ซม. ปลายแยกเป็น 3 แฉก กลีบดอกสีขาวหรือขาวอมชมพูอ่อน โคนติดกันเป็นหลอด ยาวประมาณ 6 ซม. ปลายแยกเป็น 3 กลีบ รูปใบหอก ขนาดไม่เท่ากัน กลีบใหญ่ 1 กลีบ กว้างประมาณ 7 มม. ยาวประมาณ 1.8 ซม. อีก 2 กลีบ ขนาดเท่ากัน กว้างประมาณ 5 มม. ยาวประมาณ 1.5 ซม. เกสรเพศผู้ 6 อัน แต่ 5 อัน เปลี่ยนไปมีลักษณะเหมือนกลีบดอก โดย 2 กลีบบนสีชมพู รูปไข่กลับ ขนาดเท่ากัน กว้างประมาณ 1.2 ซม. ยาวประมาณ 1.7 ซม. อีก 3 กลีบล่างสีชมพูติดกันเป็นกระพุ้ง กว้างประมาณ 2 ซม. ยาวประมาณ 2.7 ซม. ปลายแผ่กว้างประมาณ 2.5 ซม. มีสีชมพูหรือม่วงแดงเป็นเส้นๆ อยู่เกือบทั้งกลีบโดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงกระเปาะและปลายกลีบ มีเกสรเพศผู้ที่สมบูรณ์ 1 อัน ก้านชูอับเรณูหุ้มก้านเกสรเพศเมีย ผลแก่แตกเป็น 3 เสี่ยง เมล็ดค่อนข้างใหญ่ สรรพคุณ เหง้าใต้ดิน - มีรสเผ็ดร้อนขม แก้ปวดท้อง มวนในท้อง ท้องอืดท้องเฟ้อ บำรุงกำลัง บำรุงกำหนัด แก้กามตายด้าน เป็นยารักษาริดสีดวงทวาร เหง้าและราก - แก้บิดมูกเลือด เป็นยาขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการ ใช้เป็นยาภายนอกรักษาขี้กลาก ใบ - บำรุงธาตุ แก้โรคในปาก คอ แก้โลหิตเป็นพิษ ถอนพิษต่างๆ วิธีใช้และปริมาณที่ใช้ แก้ ท้องเดิน ท้องร่วง ใช้เหง้าสด 1-2 เหง้า ตำหรือฝนเหง้าที่ปิ้งไฟแล้วกับน้ำปูนใส หรือคั้นให้ข้นๆ รับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนแกง แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด ปวดมวนในท้อง ใช้เหง้าและราก ประมาณครึ่งกำมือ (สดหนัก 5-10 กรัม, แห้ง 3-5 กรัม) ต้มเอาน้ำดื่ม หรือใช้ปรุงเป็นอาหารรับประทาน แก้บิด ใช้เหง้าสด 2 เหง้า บดให้ละเอียด เติมน้ำปูนใส คั้นเอาแต่น้ำดื่ม เป็นยาบำรุงหัวใจ ใช้เหง้าและรากกระชายปอกเปลือก ล้างน้ำให้สะอาด หั่นตากแห้ง บดเป็นผง ใช้ผงแห้ง 1 ช้อนชา ชงน้ำร้อน ½ ถ้วยชา รับประทานครั้งเดียว ยารักษาริดสีดวงทวาร ใช้เหง้าสด 60 กรัม ประมาณ 6-8 เหง้า ผสมกับเนื้อมะขามเปียก 60 กรัม เกลือแกง 3 ช้อนแกง ตำแล้วต้มกับน้ำ 6 แก้ว เคี่ยวให้เหลือ 2 แก้ว รับประทานครั้งละ ½ แก้ว ก่อนนอน รับประทานติดต่อกัน 1 เดือน ริดสีดวงทวารควรจะหาย สารเคมี ทั้งส่วนรากและส่วนต้น ประกอบด้วยสาร alpinetin, pinocembrin, cardamonin,boesenbergin A, pinostrobin และน้ำมันหอมระเหย และในส่วนรากยังพบ chavicinic acid อีกด้วย  " ฝรั่ง " ชื่อวิทยาศาสตร์ :    Psidium guajava  L. ชื่อสามัญ :  Guava วงศ์ :    MYRTACEAE ชื่ออื่น :  สุราษฎร์ธานี จุ่มโป่, ปัตตานี ชมพู่, เชียงใหม่ มะก้วย, เหนือ มะก้วยกา มะมั่น, แม่ฮ่องสอน มะกา, ตาก มะจีน, ใต้ ยามู ย่าหมู, นครพนม สีดา, จีนแต้จิ๋ว ปั๊กเกี้ย ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ต้น ขนาดกลาง สูง 3-5 เมตร ผิวเปลือกต้นเรียบเกลี้ยง กิ่งอ่อนเป็นสี่เหลี่ยม ใบ หนา หยาบ ใต้ท้องใบเป็นริ้ว เห็นเส้นใบชัดเจน ขนขึ้นนวลบาง ใบยาวประมาณ 10 ซม. กว้างประมาณ 6 ซม. ดอกช่อ ช่อหนึ่งมีดอกย่อย 3 - 5 ดอก ดอกเล็ก สีขาวอมเขียวอ่อน กลีบเลี้ยงแข็ง ผล รูปทรงกลม รูปไข่ หรือรูปรี ผิว เกลี้ยง สีเขียว เนื้อในขาว รสหวาน กรอบ ผลสุกสีเหลือง- เขียว มีเมล็ดเล็กๆ แข็งอยู่ภายใน ส่วนที่ใช้ : ใบเพสลาด ผลอ่อนสด ผลสุก เปลือกต้นสดๆ ราก สรรพคุณ ฝรั่งมีสารแทนนินอยู่มาก สารนี้มีฤทธิ์ฝาดสมานน้ำมันหอมระเหยในใบฝรั่ง    สารแทนนินในฝรั่งยังยับยั้งการลุกลามของเชื้อโรค ช่วยสมานท้องและลำไส้ โดยช่วยลดอาการอักเสบของกระเพาะลำไส้ และช่วยลดอาการคลื่นไส้อาเจียน และยังช่วยอาการเกร็งตัวของลำไส้ ทำให้อาการปวดท้องบรรเทาลงได้ แก้ปวดเบ่ง ใบ  -   แก้ท้องเสีย ท้องร่วง ท้องเดิน (ที่ไม่ใช่บิด หรืออหิวาตกโรค)  เป็นยาห้ามเลือด ใส่แผลสด ใช้ใบ 2-3 ใบเคี้ยวๆ ระงับกลิ่นปาก แก้ฝี เป็นยาล้างแผล ดูดหนองและถอนพิษบาดแผล แก้เหงือกบวม แก้พิษเรื้อรัง แก้ปวดเนื่องจากเล็บขบ แก้แพ้ยุง ผลอ่อน - แก้ท้องเสีย ท้องร่วง ท้องเดิน ระงับกลิ่นปาก แก้บิดมูกเลือด มีไวตามินซีมาก เป็นกันหรือแก้โรคเลือดออกตามไรฟัน (ลักปิดลักเปิด) บำรุงเหงือกและฟัน บำรุงผิวพรรณ ผลสุก - มีสารเพ็กตินอยู่มาก ใช้รับประทานเป็นยาระบายได้ ราก - แก้น้ำเหลืองเสีย เป็นฝี แผลพุพอง แก้เลือดกำเดาไหล วิธีและปริมาณที่ใช้ ใช้ฝรั่งแก้ท้องเสีย ท้องร่วง ท้องเดิน วิธีที่ 1 รับประทานสด - ใช้ส่วนที่เป็นยอดอ่อนๆ 7 ยอด หรือใบเพสลาด 6-8 ใบ ค่อยๆ เคี้ยวให้ละเอียดทีละน้อย ค่อยๆ กลืน แล้วดื่มน้ำตาม ถ้าเคี้ยวทีละมากๆ จะรู้สึกฝาดขม ถ้าเคี้ยวกับเกลือเล็กน้อย จะช่วยให้รับประทานง่ายขึ้น วิธีนี้ได้ผลมาก เพราะรับประทานทั้งน้ำและเนื้อของใบฝรั่งจนหมด ได้ตัวยาครบถ้วน - อาจรับประทานผลดิบ ครั้งละ 1-2 ผล โดยเคี้ยวก่อนค่อยกลืนก็ได้ วิธีที่ 2 ต้มดื่ม - ใช้ใบเพสลาด 5-10 ใบ หรือเปลือกต้นสดๆ 1 ฝ่ามือ ใส่น้ำ 2 ถ้วยแก้ว ต้มเดือดนาน 5-30 นาที เคี่ยวให้เหลือ 1 ถ้วยแก้ว รับประทานครั้งละ รับประทานครั้งละ ½ - 1 แก้ว วันละ 2 ครั้งรับประทานตามอาการหนักเบา เวลาดื่มเติมเกลือเล็กน้อยทำให้ดื่มง่ายขึ้น วิธีที่ 3 ชงน้ำร้อนดื่ม - เอายอดฝรั่ง  7 ยอด หรือใบฝรั่ง 6-10 ใบ ชงกับน้ำเดือด 2 แก้ว ปิดฝาไว้ 15-20 นาที ดื่มครั้งละ 1 แก้ว ดื่มบ่อย ๆ วิธีที่ 4 ต้มคั้นเอาน้ำ - เอาใบฝรั่ง  6-10 ใบ ตำให้ละเอียด ผสมน้ำสุก 3-5 ช้อนแกง ต้มให้เข้ากัน กรองด้วยผ้าขาว เอาน้ำผสมเกลือเล็กน้อยดื่มจนหมด วิธีที่ 5 บดผงรับประทาน - ใช้ผลฝรั่งที่เกือบแก่ หั่นเป็นแว่นบาง ๆ ตากแห้งบดเป็นผง รับประทานครั้งละ ½-1ช้อนชา โดยผสมน้ำ วิธีนี้รสชาติดีเด็กดื่มได้ง่าย ใช้เป็นยาห้ามเลือด   -  ใช้ใบสดล้างน้ำให้สะอาด ตำให้ละเอียดพอกแผลที่มีเลือดออก เลือดจะหยุด ช่วยระงับกลิ่นปาก -  ใช้ใบสด 3-5 ใบ เคี้ยวและคายกากออกทิ้ง เป็นยากันหรือแก้โรคลักปิดลักเปิด ฝรั่งมีไวตามินซีมาก -  ใช้ผลโตเต็มที่แต่ไม่สุก รับประทานเป็นผลไม้ จะเป็นผลไม้ที่ช่วยบำรุงเหงือกและฟัน ช่วยลดน้ำตาลในเลือด รักษาท้องลำไส้ไม่ให้ผูก ช่วยบำรุงผิวพรรณ คนที่ชอบเป็นฝีเป็นแผลพุพอง ถ้ารับประทานฝรั่งบ่อย ๆ ก็ช่วยบรรเทาลงไปได้     หมายเหตุ        ฝรั่งที่ควรปลูก ควรเป็นฝรั่งขี้นก เพราะมีโรคน้อย มีเพลี้ยแป้งน้อย ดูแลรักษาง่าย ที่สำคัญมีสรรพคุณทางยาที่ดีที่สุด มีไวตามินซีสูงกว่าฝรั่งพันธุ์อื่น ๆ     สารเคมี ใบ  มีน้ำมันหอมระเหย  ซึ่งประกอบด้วย Caryophyllene cineol, นอกจากนี้ยังมี Tannin, sesquiter penoids และ triterpenoid compounds. ผล  มี fixed oil 6%  Volatile oil 0.365%  tannin 8-15%  beta-sitosterol, quercetin, Vitamin C (330 mg.%), Arabinose, " มังคุด " ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Garcinia mangostana  L. ชื่อสามัญ :   Mangosteen วงศ์ :   Guttiferae ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ต้น สูง 10 - 12 เมตร ทุกส่วนมียางสีเหลือง ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปไข่ หรือรูปวงรีแกมขอบขนาน กว้าง 6 - 11 ซม. ยาว 15 - 25 ซม. เนื้อใบหนา และค่อนข้างเหนียว คล้ายหนัง หลังใบสีเขียวเข้ม เป็นมัน ท้องใบสีอ่อน ดอกเดี่ยวหรือเป็นคู่ ออกที่ซอกใบ ใกล้ปลายกิ่ง สมบูรณ์เพศ หรือแยกเพศ กลีบเลี้ยงสีเขียวอมเหลือง กลีบดอกสีแดง ฉ่ำน้ำ ผลเป็นผลสด ค่อนข้างกลม ส่วนที่ใช้ :  เปลือกผลแห้ง สรรพคุณ รักษาโรคท้องเสียเรื้อรัง และโรคลำไส้ ยาแก้ท้องร่วง ท้องเดิน ยาแก้บิด (ปวดเบ่งและมีมูก และอาจมีเลือดด้วย) เป็นยาคุมธาตุ เป็นยารักษาน้ำกัดเท้า รักษาบาดแผล รสฝาด สมานแผล ใช้ชะล้างบาดแผล แก้แผลเปื่อย แผลเป็นหนอง ยาฟอกแผลกลาย ทาแผลพุพอง วิธีและปริมาณที่ใช้ รักษาโรคท้องเสียเรื้อรัง และโรคลำไส้ ใช้เปลือกมังคุดครึ่งผล (ประมาณ 4-5 กรัม) ต้มกับน้ำ ความแรง 1 ใน 10 รับประทานครั้งละ 1 ถ้วยแก้ว ถ้าเป็นยาดองเหล้า ความแรง 1 ใน 10 รับประทานครั้งละ 1 ช้อนชา ยาแก้อาการท้องเดิน ท้องร่วง ใช้เปลือกผลมังคุดตากแห้งต้มกับน้ำปูนใส หรือฝนกับน้ำรับประทาน ใช้เปลือกต้มน้ำให้เด็กรับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนชา ทุก 4 ชั่วโมง ผู้ใหญ่ครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ ทุก 4 ชั่วโมง ยาแก้บิด (ปวดเบ่งและมีมูกและอาจมีเลือดด้วย) ใช้เปลือกผลแห้งประมาณ ½ ผล (4 กรัม) ย่างไฟให้เกรียม ฝนกับน้ำปูนใสประมาณครึ่งแก้ว หรือบดเป็นผง ละลายน้ำสุก รับประทานทุก 2 ชั่วโมง เป็นยารักษาแผลน้ำกัดเท้า และแผลพุพอง แผลเน่าเปื่อย เปลือกผลสด หรือแห้ง ฝนกับน้ำปูนใสให้ข้น ๆ พอควร ทาแผลน้ำกัดเท้า วันละ 2-3 ครั้ง  จนกว่าจะหาย ทาแผลพุพอง แผลเปื่อยเน่า ข้อควรระวัง ก่อนที่จะใช้ยาทาที่บริเวณน้ำกัดเท้า ควรที่จะ ล้างเท้าฟอกสบู่ให้สะอาด เช็ดให้แห้ง ถ้ามีแอลกอฮอล์เช็ดแผล ควรเช็ดก่อนจึงทายา คุณค่าด้านอาหาร มังคุดประกอบด้วย แร่ธาตุ และวิตามินหลายชนิดที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกาย สารเคมี Chrysanthemin, Xanthone, Garcinone A, Garcinone B, Gartanin, Mangostin, Kolanone ขอบคุณที่มาจาก : โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขอบคุณภาพจาก : อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล / ไทยเกษตรศาสตร์

สีรถ ที่ถูกโฉลกตาม วันเกิด
ดูดวง /  ทำนาย / 

สีรถ ที่ถูกโฉลกตาม วันเกิด มีชาว horoscope.mthai หลายต่อหลายคนถามกันมามากเหลือเกิน เกี่ยวกับการเลือกสีรถ ยิ่งปีนี้รัฐบาลไทยใจดี ลดหย่อนภาษี ให้กับผู้ที่ออกรถใหม่คันแรก หลายๆ คนก็เฮกันไปออกรถจนบริษัทที่เป็นตัวแทนสั่งผลิตกันแทบไม่ทัน จะเลือกซื้อรถทั้งที ก็ควรจะคิดเยอะๆ อันดับต้นๆ กนอกจากเรื่องยี่ห้อและรุ่นของรถยนต์แล้ว ถัดมาก็ต้องเป็นเรื่อง สีรถ บทความนี้เป็นแนวทางสำหรับคนที่กำลังคิดไม่ออกว่าจะออกรถสีอะไรดี ลองอ่านดู อาจช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น คนเกิดวันอาทิตย์ - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันอาทิตย์ ห้ามใช้ ศ ษ ส ห ฬ ฮ เพราะเป็นอักษรกาลกิณี - เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 6 และเลข 3 - ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันศุกร์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันอังคาร เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด - ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันอาทิตย์ รถสีแดงก่ำหรือสีแดงเลือดหมู เสริมสง่าราศี มากด้วยบุญญาบารมี มีอำนาจวาสนา คนนบนอบยำเกรง รถสีดำ เสริมความน่าเคารพนับถือ เสริมดวงเรื่องทรัพย์สินเงินทอง การเงิน รถสีขาว สีครีม เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง รถสีม่วงเปลือกมังคุด เสริมดวงด้านศรัทธา ความน่าเชื่อถือ ความไว้วางใจ และดวงเรื่องการเงิน รถสีเขียว เสริมดวงให้คนรักเมตตา อุปถัมภ์ค้ำชู ช่วยเหลือทำให้สะดวกราบรื่นในเรื่องต่างๆ รถสีบรอนซ์ สีเทา สีทอง เสริมดวงเรื่องเมตตามหานิยม เสริมเสน่ห์ การสนับสนุนเกื้อกูล รถสีฟ้า สีน้ำเงิน ไม่ควรออกรถสีนี้ เพราะเป็นกาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต คนเกิดวันจันทร์ - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันจันทร์ ห้ามใช้ สระทั้งหมด (เว้นไม้หันอากาศและตัวการันต์) เพราะเป็นอักษรกาลกิณี - เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 1 และเลข 5 - ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันอาทิตย์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพฤหัสบดี เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด - ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันจันทร์ รถสีส้ม สีเหลืองแก่ เสริมดวงเรื่องการเงิน ความมั่นคง ทุนทรัพย์ ราคาและคุณค่าที่จะเพิ่มพูนให้แก่ตนเองในปัจจุบันและภายภาคหน้า รถสีดำ เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง รถสีน้ำเงิน สีทอง เสริมเสน่ห์ ผู้ใหญ่รักเมตตาและเอ็นดู มีแต่สิ่งที่เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา รถสีม่วงเปลือกมังคุด เสริมดวงด้านความสะดวกราบรื่นทุกอย่าง รถสีชมพู เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน รถสีฟ้า เสริมดวงให้ประสพความสำเร็จในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน รถสีเขียว อำนาจวาสนา บารมี เกียรติยศ และชื่อเสียงตำแหน่งหน้าที่การงาน อานุภาพอิทธิพลที่ทำให้คนเคารพยำเกรง มีความสามารถในการควบคุมบังคับบัญชาคน รถสีแดง สีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต คนเกิดวันอังคาร - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันอังคาร ห้ามใช้ ก ข ค ฆ ง เพราะเป็นอักษรกาลกิณี - เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 2 และเลข 1 และห้ามเลข เพราะทะเบียนที่มีเลข จะมีเรื่องและเกิดอุบัติบ่อยๆ ทำให้เสียเงินทองหรือทำให้เจ้าของได้รับบาดเจ็บ - ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันจันทร์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันอาทิตย์ เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด - ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันอังคาร รถสีม่วงแก่ เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี รถสีดำ เสริมดวงด้านพลังอำนาจ เกียรติยศ และชื่อเสียงตำแหน่งหน้าที่การงาน อานุภาพอิทธิพลที่ทำให้คนเคารพยำเกรง มีความสามารถในการควบคุมบังคับ รถสีบรอนซ์ สีเทา เสริมความน่าเชื่อถือ ความไว้วางใจ รถสีทอง สีแสด เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง รถสีน้ำตาล เสริมดวงด้านความมั่นคงในชีวิต เช่นมั่นคงเรื่อง หลักทรัพย์ ทรัพย์สิน หน้าที่การงาน รถสีเขียว เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง รถสีแดง สีชมพู เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน รถสีขาว สีเหลืองนวล เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต คนเกิดวันพุธ  (กลางวัน 06.01-18.00) - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันพุธ (กลางวัน) ห้ามใช้ จ ฉ ช ซ ฌ ญ เพราะเป็นอักษรกาลกิณี - เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 3 และเลข 8 - ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันอังคาร เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพุธ (กลางคืน) เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด - ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันพุธ (กลางวัน) รถสีน้ำเงิน สีฟ้า เสริมดวงด้านความเคารพนับถือ ยกย่องยอมรับ รถสีน้ำตาล สีทอง เสริมดวงด้านพลังอำนาจ เกียรติยศ และชื่อเสียงตำแหน่งหน้าที่การงาน อานุภาพอิทธิพลที่ทำให้คนเคารพยำเกรง มีความสามารถในการควบคุมบังคับ รถสีขาว สีเหลืองอ่อน เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน รถสีเทา สีบรอนซ์ เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง รถสีดำ เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น รถสีม่วงแก่ เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี รถสีเขียว เสริมดวงด้านเสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา รถสีชมพู สีแสด เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต คนเกิดวันพุธ  (กลางคืน 18.01-06.00) - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันพุธ (กลางคืน) ห้ามใช้ บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม เพราะเป็นอักษรกาลกิณี - เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 5 และเลข 4 - ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพฤหัสบดี เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพุธ (กลางวัน) เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด - ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันพุธ (กลางคืน) รถสีชมพู เสริมดวงให้คนเชื่อถือและไว้วางใจ รถสีดำ เสริมดวงด้านความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน รถสีเทา สีบรอนซ์ เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง รถสีม่วงแก่ เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน รถสีน้ำเงิน สีฟ้า เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น รถสีแดง สีน้ำตาล เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี รถสีส้ม สีทอง เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต คนเกิดวันพฤหัสบดี - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันพฤหัสบดี ห้ามใช้ ด ต ถ ท ธ น เพราะเป็นอักษรกาลกิณี - เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 7 - ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันเสาร์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิด - ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันพฤหัสบดี รถสีขาว เสริมดวงให้คนเชื่อถือและไว้วางใจ รถสีแดง เสริมดวงด้านความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง รถสีเทา สีบรอนซ์ เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น รถสีฟ้า เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี รถสีเขียว เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน รถสีส้ม สีทอง เสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา รถสีดำ สีม่วง สีน้ำเงิน เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต คนเกิดวันศุกร์ - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันศุกร์ ห้ามใช้ ย ร ล ว เพราะเป็นอักษรกาลกิณี - เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 8 และเลข 7 - ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพุธ (กลางคืน) เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันเสาร์ เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด - ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันศุกร์ รถสีเขียว เสริมดวงให้คนเชื่อถือและไว้วางใจ รถสีสีแดง สีทอง เสริมดวงด้านความก้าวหน้าเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน รถสีแดง สีชมพู เสริมดวงด้านความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง รถสีเหลือง เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน รถสีดำ เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น รถสีน้ำตาล เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี รถสีฟ้า สีน้ำเงิน เสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา รถสีเทา สีบรอนซ์ สีม่วง เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต คนเกิดวันเสาร์ - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันเสาร์ ห้ามใช้ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ เพราะเป็นอักษรกาลกิณี - เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 4 และเลข 6 - ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพุธ (กลางวัน) เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันศุกร์ เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด - ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันเสาร์ รถสีแดง เสริมดวงให้คนยอมรับเชื่อถือและไว้วางใจ รถสีชมพู เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน รถสีน้ำเงิน สีฟ้า เสริมดวงด้านความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง รถสีทา สีบรอนซ์ เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี รถสีทอง สีเหลือง เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น รถสีดำ สีม่วงแก่ เสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา รถสีเขียว สีแสด เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต สำหรับชาว  horoscope.mthai ที่มีรถยนต์เป็นของตัวเองอยู่แล้ว ไม่ต้องไปเสียสตางค์ทำสีรถใหม่ เพราะเรามีวิธีแก้เคล็ดมาบอก วิธีแก้เคล็ดสำหรับผู้ที่ใช้สีรถที่เป็นกาลกิณีวันเกิด เช่น คนเกิดวันอาทิตย์ ใช้รถสีฟ้า หรือสีน้ำเงิน เป็นต้น ให้หาสติกเกอร์ "สีที่เป็นศรี" ของวันเกิดของเจ้าของรถ เช่น คนเกิดวันอาทิตย์ มีสีเขียว เป็นศรี เป็นต้น เมื่อได้สีนั้นมาแล้ว ให้ตัดสติกเกอร์ให้ได้ขนาด 2x2 นิ้ว จำนวน 4 แผ่น แล้วเอาไปติดตำแหน่งของรถต่อไปนี้ แผ่นที่ 1. กระโปรงหน้ารถ (ตรงกลาง) 1 แผ่น  แผ่นที่ 2. ติดที่กระโปรงหลัง (หรือฝาท้าย)  แผ่นที่ 3. ติดที่ประตูหน้าซ้าย  แผ่นที่ 4. ติดที่ประตูหน้าขวา สีที่เป็นศรีสำหรับคนเกิดวันต่างๆ 1. เกิดวันอาทิตย์  สีเขียว เป็น ศรี 2. เกิดวันจันทร์  สีดำ เป็น ศรี 3. เกิดวันอังคาร  สีเหลือง เป็น ศรี 4. เกิดวันพุธ กลางวัน  สีเขียวอ่อน เป็น ศรี 5. เกิดวันพฤหัสบดี  สีส้ม เป็น ศรี 6. เกิดวันศุกร์  สีชมพู เป็น ศรี 7. เกิดวันเสาร์  สีน้ำเงิน เป็น ศรี 8. เกิดวันพุธ กลางคืน  สีขาว เป็น ศรี เรียบเรียงบทความโดย horoscope.mthai ขอบคุณข้อมูลจาก www.mahamodo.com

8 วิธีดูแล สุขภาพ หน้าร้อน
ฤดูร้อน /  สุขภาพ / 

8 วิธีดูแล สุขภาพ หน้าร้อน ในทัศนะแพทย์จีน "อากาศร้อนๆ แบบนี้ ถ้าได้ดื่มน้ำเย็นใส่น้ำแข็ง คงสดชื่นน่าดู" "อากาศร้อนมาก ผมเลยนอนบนพื้นปูน เปิดพัดลมเย็นสบายดี แต่พอตื่นขึ้นมารู้สึกอ่อนเพลียหนักๆ หัวเหมือนจะไม่สบาย" "ปิดเทอมหน้าร้อน พาเด็กๆ ไปห้างสรรพสินค้าทีไร กลับมาไม่สบายทุกทีเลย" ในหน้าร้อน ยามกระหายน้ำ ทุกคนมักนึกถึงน้ำเย็น น้ำแข็ง น้ำ อัดลม หรือไอศกรีม หรือหากอากาศร้อนมากๆ ถ้าอยู่บ้านมักใช้วิธีเปิดพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศจ่อถึงเนื้อถึงตัวทั้งวันทั้งคืน หรือบางคนนิยมไปหลบความร้อนตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ ความเคยชินหลายอย่างอาจมีผลกระทบต่อสุขภาพได้มากโดยที่เราคาดไม่ถึง แพทย์แผนจีนมีการบันทึกเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพหน้าร้อนไว้อย่างน่าสนใจ แนวความคิดพื้นฐานที่สำคัญประการหนึ่งของแพทย์แผนจีน คือ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของมนุษย์และธรรมชาติรอบตัวที่มีความเกี่ยวพันและผลกระทบต่อกันอย่างแยกไม่ออก การเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติรอบตัวที่เด่นชัด คือ การเปลี่ยนแปลงของอากาศ ฤดูกาล  ซึ่งได้แก่ ฤดูใบไม้ผลิ (มีลมแรง) ฤดูร้อน (มีแดดร้อน) ปลายฤดูร้อน(มีความชื้น) ฤดูใบไม้ร่วง (มีอากาศแห้ง) และฤดูหนาว (มีอากาศเย็น) จะมีผลต่อการปรับตัวของร่างกายและการเกิดโรค สาเหตุแห่งโรคที่มากระทบร่างกายจากการเปลี่ยนแปลงของอากาศและฤดูกาลมี 8 ปัจจัยด้วยกัน คือ ลม แดดร้อน ความชื้น ความแห้ง ความเย็น และไฟ (ความร้อนที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย) ซึ่งแต่ละปัจจัยมีผลกระทบต่อการปรับตัวของร่างกายแตกต่างกัน ถ้าหากร่างกายไม่สามารถปรับตัวจากการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว หรือเพราะภาวะของร่างกายอ่อนแอจะทำให้เกิดโรคได้ ดังนั้น การเข้าใจถึงลักษณะธรรมชาติของปัจจัยก่อโรคและของร่างกาย รวมถึงประสบการณ์การดูแลตนเองอย่างเหมาะสมของคนจีนสมัยก่อนที่เรียนรู้จากชีวิตจริง ซึ่งหากนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตของคนสมัยใหม่ (ที่ห่างไกลธรรมชาติมากขึ้นทุกที) ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ผู้เขียนขอสรุปสั้นๆ ไว้ 8 ข้อเพื่อดูแล สุขภาพ ใน หน้าร้อน ดังนี้ ไม่ควรกินน้ำแข็งหรือดื่มน้ำเย็นจัด ฤดูร้อน อากาศร้อน ต้องหาทางช่วยดับความร้อน เพื่อป้องกันความร้อนกระทบร่างกายมากเกินไป เป็นหลักการที่ถูกต้อง แต่วิธีการให้ความเย็นแทนที่มากเกินไป เช่น กินน้ำแข็ง อยู่ในที่ที่มีความเย็น กินแต่อาหารที่มีความเย็น ฯลฯ นับว่าไม่เหมาะสม โดยทั่วไป เรามักดื่มน้ำเย็นๆ น้ำใส่น้ำแข็ง น้ำชาแช่เย็นหรือใส่น้ำแข็ง น้ำอัดลม ผลไม้แช่เย็น เช่นแตงโม สับปะรด ฯลฯ ของเย็นๆ เหล่านี้จะมีผลกระทบต่อระบบการย่อยอาหาร น้ำเย็นปริมาณมากจะไปเจือจางน้ำย่อย และมีผลให้เลือดที่มาหล่อเลี้ยงกระเพาะอาหาร  เพื่อทำการย่อยลดน้อยลง ทำให้สมรรถภาพการย่อยอาหารลดลง ก่อให้เกิดโรคกระเพาะลำไส้อักเสบได้ง่าย คนที่เป็นโรคกระเพาะและเป็นแผลอักเสบอยู่แล้วก็จะกำเริบได้ง่าย หรือคนที่เป็นโรคหลอดลมอักเสบ หากดื่มน้ำเย็นก็จะยิ่งทำให้มีอาการไอและหอบมากขึ้น นอกจากนั้น น้ำแข็งที่ไม่สะอาดก็มีส่วนทำให้เกิดท้องร่วงท้องเสียอีกด้วย  เครื่องดื่มที่เหมาะสมในหน้าร้อน ในฤดูร้อนที่เรามีการสูญเสียน้ำทางเหงื่อมาก การทดแทนน้ำในร่างกายที่เสียไปที่ดี คือ การดื่มน้ำเปล่า (ที่สุกแล้ว) หรือถ้าจะเสริมปรุงแต่งด้วยน้ำตาล เกลือ หรือสมุนไพรอื่นๆ ก็สามารถเลือกได้ตามความชอบและความเหมาะสม เช่น - การดื่มชาร้อน น้ำเก๊กฮวยน้ำดอกสายน้ำผึ้ง น้ำใบไผ่ น้ำบ๊วย น้ำถั่ว จะช่วยลดความร้อนของหัว ใจ (การไหลเวียนเลือด) ทำให้ตาสว่าง เพิ่มน้ำในร่างกาย บำรุงตับ บำรุงไต เจริญอาหาร ช่วยระบบย่อยและดูดซึมอาหาร  ขับปัสสาวะเสริมพลังร่างกาย - การเติมน้ำตาลและเกลือ(ในปริมาณที่พอเหมาะ) ในเครื่องดื่มต่างๆ จะช่วยเสริมพลังและป้องกันการสูญเสียเกลือโซเดียมของร่างกายได้ โดยเฉพาะคนที่ทำงานกลางแจ้งหรือใช้แรงงานมาก ตัวอย่าง เครื่องดื่มสมุนไพรเพื่อสุขภาพหน้าร้อน - ดอกเก๊กฮวย ๑๐ กรัม ชาใบเขียว ๑๐ กรัม ต้มใส่น้ำ ๕๐๐  ซีซี กินแทนน้ำ ช่วยขับร้อน ทำให้ตาสว่าง เสริมสร้างน้ำในร่างกาย ดับกระหาย ลดอักเสบ ขับพิษร้อน - ใบบัวสด (บัวหลวง) ๒๐กรัม น้ำ ๑,๐๐๐ ซีซี นำมาต้ม เวลาดื่มเติมน้ำตาลเล็กน้อย จะช่วยขับร้อน ทำให้เย็น สร้างน้ำในร่างกาย ดับกระหาย ขับความชื้น ลดไขมันในเลือด - ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วดำอย่างละ ๕๐ กรัม ต้มใส่น้ำตาลกินทั้งเปลือก มีสรรพคุณขับร้อน ทำให้เย็น ขับความชื้น บำรุงไต เพิ่มพลัง - บ๊วยดำ ๑๐๐ กรัม น้ำ ๑,๐๐๐ ซีซี ต้มใส่น้ำตาลพอประมาณ ปล่อยทิ้งไว้ให้เย็นแล้วดื่ม มีสรรพคุณสร้างน้ำในร่างกาย ดับกระหาย หยุดไอ แก้ท้องเสีย การดื่มน้ำชาหรืออาหารสมุนไพรที่ร้อน มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มการขับเหงื่อ กระจายความร้อน สังเกตได้ว่าหลังจากกินอาหารดังกล่าวจะทำให้รู้สึกสบาย สรรพคุณของสมุนไพรก็เพื่อทำให้ภายในร่างกายไม่ร้อนเกินไป และสร้างน้ำเพื่อไม่ให้เสียเหงื่อมาก แต่ไม่ควรดื่มน้ำชาใส่น้ำแข็ง เพราะมีผลเสียมากกว่าผลดี ไม่ควรนอนให้ลมหรือ  ความเย็นโกรก ความร้อนจากลมแดดทำให้เสียเหงื่อ เสียพลัง เมื่อนอนหลับ ตากลมในขณะเหงื่อออก  จะทำให้อุณหภูมิผิวของร่างกายลดต่ำลง ถ้าอุณหภูมิภายนอกยังสูงอยู่ แล้วเหงื่อไม่สามารถระบายออกได้ จะมีความร้อนสะสมอยู่ข้างใน ทำให้เวียนหัว รู้สึกหนักหัว ไม่สด ชื่นแจ่มใส หรืออาจทำให้เป็นหวัดได้ การใช้พัดลม หรือเครื่องปรับอากาศไม่ควรให้กระทบโดยตรงกับร่างกายนานๆ โดยเฉพาะที่บริเวณท้อง หากโดนลม นานๆ จะทำให้ท้องอืด ปวดท้อง ท้องเสียได้ หรือคนที่พลังพร่อง เมื่อโดนลมนานๆ จะทำให้เกิดความเย็น โดยเฉพาะที่บริเวณใบหน้า ทำให้การไหลเวียนเลือดน้อยลง คนที่อยู่ในห้องปรับอากาศ เวลาออกจากห้องต้องระวังการปรับตัวกับอากาศที่ร้อนภายนอก เด็กที่ไปเที่ยวตามห้างสรรพสินค้าต้องระวัง เพราะการเปลี่ยนแปลงของอากาศที่รวดเร็วจะทำให้ไม่สบายได้ง่าย การนอน การพักผ่อน โดยธรรมชาติของฤดูร้อน กลางวันจะยาว กลางคืนจะสั้น (คนทั่วไปที่ไม่ได้นอนในห้องปรับอากาศที่ปรับอุณหภูมิ) กว่าอากาศจะเย็นสบายให้นอนหลับได้ก็มักจะดึก แล้วตอนเช้าตรู่ท้องฟ้าก็สว่างเร็ว ทำให้ต้องตื่นเช้ากว่าที่เคยเป็น หน้าร้อนเราจะนอนได้น้อยกว่าปกติ ขณะเดียวกันอุณหภูมิในตอนกลางวันจะทำให้เสียเหงื่อ เสียพลัง เหนื่อยง่าย (เพราะมีเลือดไหลเวียนมาที่ผิวกายมากกว่าปกติ แต่ไปเลี้ยงสมองหรือไป ที่ระบบการย่อยอาหารน้อยกว่าปกติ) ทำให้ไม่ค่อยสดชื่น สมองไม่ปลอดโปร่ง รู้สึกง่วงตลอด ในภาวะเช่นนี้ หลายคนที่อยู่ในห้องปรับอากาศอาจจะไม่ค่อยรู้สึกกับการเปลี่ยนของอากาศมากนัก แต่สำหรับคนทั่วไป (โดยเฉพาะคนในชนบทหรือคนที่ต้องทำงานในที่กลางแจ้ง) การได้พักผ่อนนอนหลับในช่วงกลางวันบ้าง จะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพไม่น้อยเลย ผู้ที่ทำงานในที่ทำงานคงจะนอนหลับกลางวันไม่สะดวก อาจใช้วิธีนั่งพิงพนักตัวตรง หลับตา สงบนิ่งๆ ในช่วงกลางวัน ก็เป็นการพักผ่อนที่ดี แต่สำหรับผู้ที่สถานทีอำนวยที่จะนอนหลับช่วงกลางวันนั้น ท่าที่นอนควรเป็นท่านอนราบหรือนอนตะแคง ห้ามนอนคว่ำ หรือนอนฟุบบนโต๊ะทำงาน เพราะจะกดท้อง กดทรวงอก กระทบการหายใจ ทำให้กล้ามเนื้อไม่คลายตัวจึงผ่อนคลายไม่เต็มที่  อาหาร ในหน้าร้อนระบบการย่อยอาหารจะทำงานน้อยลง ทำให้ไม่ค่อยรู้สึกหิว การปฏิบัติตัวสำหรับการกินอาหารที่เหมาะสมในหน้าร้อนนั้น พอสรุปได้ ดังนี้ ๑. ข้าวต้มมื้อเช้า ตอนตื่นนอน ท้องจะว่างเนื่องจากกระเพาะอาหารพร่อง ควรเริ่มต้นมื้อเช้าด้วยอาหารอ่อนๆ เพราะในหน้าร้อน ร่างกายได้รับการกระตุ้นจากความร้อนทั้งกลางคืนและกลางวัน ทำให้สูญเสียน้ำ การทำงานของระบบย่อยและดูดซึมอาหารลดลง จึงยิ่งต้องถนอมการทำงานของกระเพาะอาหาร ซึ่งเป็นด่านสำคัญที่จะย่อยสารอาหารเพื่อนำไปใช้ประโยชน์แก่ร่างกาย ข้าวต้มอาจผสมถั่วเขียว, เมล็ดบัว หรือรากบัว ซึ่งเป็นอาหารที่ย่อยง่ายและช่วยขับความร้อน เสริมระบบการทำงานของกระเพาะอาหารและม้าม ๒. ควรกินผลไม้ที่แพทย์แผนจีนถือว่ามีคุณสมบัติเย็น ขับร้อน เพิ่มน้ำในร่างกาย ผลไม้ที่มีคุณสมบัติเย็น เช่น แตงกวา, แตงโม, แตงไทย, มังคุด, สับปะรด, สาลี่ เป็นต้น เหมาะสำหรับ กินแก้กระหายและขับร้อนในร่างกาย แต่ไม่ควรแช่เย็นจัด หรือกินในตอนกลางคืน หรือขณะที่ท้องว่างหรือเวลาหิวจัด ๓. หลีกเลี่ยงอาหารที่ทฤษฎีแพทย์จีนถือว่ามีคุณสมบัติร้อน อาหารทอดๆ มันๆ แห้งๆ ควรหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกทอดๆ มันๆ เช่น ถั่วทอด,  กล้วยแขก, ปาท่องโก๋, ไก่ทอด ฯลฯ หรืออาหารที่มีคุณสมบัติร้อน เช่น น้อยหน่า, ทุเรียน, ลิ้นจี่, ลำไย, ขนุน เป็นต้น โดยเฉพาะในขณะที่มีอาการคอแห้ง, คันคอ, เจ็บคอ หรือเป็นไข้ตัวร้อน ถ้าจะกินก็ควรกินแต่น้อย แล้วดื่มน้ำเกลือ (น้ำเปล่าผสมเกลือป่น) เพื่อดับความร้อน หรือกินอาหารที่มีคุณสมบัติเย็น ช่วยปรับสมดุล สิ่งที่ควรระวังอีกอย่าง คือ หน้าร้อนอาหารจะบูดเสียง่าย เนื่องจากเชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดีในอากาศร้อนชื้น ดังนั้นจึงควรจะระมัดระวังเรื่องการกิน ควรกินอาหารที่ทำสุกใหม่ๆ จะปลอดภัยกว่า ขอขอบคุณบทความดีดีจาก นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่: 252 นักเขียนหมอชาวบ้าน: นพ.วิทวัส (ภาสกิจ) วัณนาวิบูล

สำหรับคนเป็นสิวควรดูเป็นอย่างยิ่งครับ
รักษาสิวอุดตัน /  รักษาสิวหนอง / 

สารแซนโทนในเปลือกมังคุดยังมีฤทธิ์ในการดูแลผิวหน้า และสิ่งแปลกปลอมที่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดสิว พร้อมทั้งผสานกับ Ascorbyl Glucoside หรือวิตามิน ซี สังเคราะห์พิเศษที่ช่วยฟื้นฟูผิวหรือจุดด่างดำที่เกิดจากสิวให้แลดูเรือนรางลงให้ผิวที่กระชับและเรียบคืนตัว หลังจากการใช้เพียง 2 อาทิตย์ คุณจะสัมผัสกับหน้าที่เรียบขึ้นทุกครั้งที่ได้มีการลูบไล้และสัมผัส www.stellalucci.com ติดต่อได้ที่คุณหมอเต้ย084-703-0192 หรือ คุณต้า089-145-5299 หรือstellalucciherb@hotmail.com ดูยูทูปได้ที่ http://www.youtube.com/watch?v=4cWe9gdbOFU

สิวหายไม่ยากเลย
รักษาสิวอุดตัน /  รักษาสิวหนอง / 

หน้าใสไร้สิวstellalucciเซรั่มมังคุดรักษาสิวอุดตัน รักษาสิวอักเสบ รักษาสิว เปลือกมังคุดราชินีแห่งผลไม้ไทย โดยเราอาจดูที่กลีบรอบบนเปลือกสีม่วงเรียงกันเหมือนกับมงกุฎ โดยวงการเครื่องสำอางค์ชั้นนำ มักนิยมหยิบนำสารสกัดเปลือกมังคุดมาใช้ผสมผสานผลิตภัณฑ์ สำหรับผู้ที่มีผิวหน้าอักเสบ บอบบางและแพ้ง่ายๆ เนื่องด้วยสารสกัดเปลือกมังคุดมีสารแทนนิน (Tanin) และสารแซนโทน ( Xanthone) และ สารแมงโกสติน (Mangostin) ซึ่งสารแทนนินมีฤทธิ์สมานแผลช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น ส่วนสารแมงโกสตีน มีฤทธิ์ช่วยลดอาการผิวอักเสบ และดูแลเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนอง สารแซนโทนในเปลือกมังคุดยังมีฤทธิ์ในการดูแลผิวหน้า และสิ่งแปลกปลอมที่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดสิว พร้อมทั้งผสานกับ Ascorbyl Glucoside หรือวิตามิน ซี สังเคราะห์พิเศษที่ช่วยฟื้นฟูผิวหรือจุดด่างดำที่เกิดจากสิวให้แลดูเรือนรางลงให้ผิวที่กระชับและเรียบคืนตัว หลังจากการใช้เพียง 2 อาทิตย์ คุณจะสัมผัสกับหน้าที่เรียบขึ้นทุกครั้งที่ได้มีการลูบไล้และสัมผัส www.stellalucci.com ติดต่อได้ที่คุณหมอเต้ย084-703-0192 หรือ คุณต้า089-145-5299 หรือstellalucciherb@hotmail.com ดูยูทูปได้ที่ http://www.youtube.com/watch?v=4cWe9gdbOFU

อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน ระยอง - จันทบุรี
จันทบุรี /  ตะวันออก / 

ในช่วงเดือนพฤษภาคม - กรกฎาคมของทุกปี จังหวัดระยอง และจังหวัดจันทบุรี จะคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ เพราะเป็นช่วงที่ผลไม้หลากหลายชนิดทยอยจากสวนออกสู่ตลาด ไม่ว่าจะเป็นราชา แห่งผลไม้อย่างทุเรียน หรือราชินีแห่งผลไม้อย่างมังคุด ก็มาอวดโฉมให้ได้ลิ้มลอง อีกทั้งยังมีเงาะ ลองกอง ลางสาด สละ ระกำ สับปะรด แก้วมังกร องุ่น ลำไย และอีกมากมาย ตลอดจนผลิตภัณฑ์แปรรูปผลไม้อีกหลากหลายรูปแบบ ให้ท่านได้เลือกซื้อเลือกชิมกันอย่างจุใจ นอกจากนี้ สวนผลไม้ต่าง ๆ ยังเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยว ให้มาสัมผัสวิถีชีวิตแบบชาวสวน ทั้งสวนผลไม้แบบโบราณ สวนผลไม้แบบเกษตรอินทรีย์ ไปจนถึงสวนผลไม้เพื่อการส่งออก โดยมีกิจกรรมภายในสวน เช่น ชมสวนด้วยรถกอล์ฟ รถไฟ จักรยาน ชิมผลไม้สด ๆ จากต้น โฮมสเตย์ อาหารพื้นเมือง เรียนรู้การเกษตร เป็นต้น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานระยอง ชาวสวนจังหวัดระยอง และจังหวัดจันทบุรี ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ช่วงฤดูกาลผลไม้แห่งภาคตะวันออก ด้วยความสนุก อร่อย มันส์ และขอให้ทุกท่านเดินทางด้วยความปลอดภัย สุขกายสบายใจตลอดเวลาที่มาเยี่ยมเยียนเรา (ควรติดต่อสวนล่วงหน้าก่อนไปเที่ยวชมทุกครั้ง) แนะนำสวนผลไม้ จ.ระยอง 1. สวนยายดา-เจ๊บุญชื่น กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ อาหารพื้นเมือง ผลิตภัณฑ์แปรรูป ผลไม้ : เงาะ ทุเรียน มังคุด เลขที่ 30 เขายายดา ตำบลตะพง อำเภอเมือง ระยอง 21000 โทร. 089-0991297, 089-0431330 2. สวนปาหนัน กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ Homestay ผลไม้ : เงาะ ทุเรียน มังคุด หมู่ 3 ตำบลตะพง อำเภอเมือง ระยอง โทร. 081-3009518, 081-8616927 3. สวนลุงทองใบ กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน เงาะ มังคุด เลขที่ 96/1 หมู่ 11  ตำบลตะพง อำเภอเมือง ระยองโทร. 089-8106411 083-769172 4. สวนลำดวน กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน เงาะ มังคุด เลขที่ 78 หมู่ 4 ตำบลตะพง อำเภอเมือง ระยอง โทร. 089-933 3798 5. สวนผู้ใหญ่เสวต กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน เงาะ มังคุด เขายายดา ตำบลตะพง อำเภอเมือง ระยอง โทร. 08 6149 6268 6. สวนคุณไพบูลย์ กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน (พันธุ์นกกระจิบ หมอนทอง ชะนี หลงลับแล) เงาะ มังคุด ลองกอง มะยงชิด แก้วมังกร เลขที่ 21 หมู่ 4 ตำบลนาตาขวัญ อำเภอเมือง ระยอง โทร. 08 1567 6368, 08 6149 1772 7. สวนผู้ใหญ่สมควร กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง กะท้อน ถนนหนองหญ้า-ก้นหนอง ตำบลบ้านแลง อำเภอเมือง ระยอง โทร. 08 1761 9497 8. สวนสุภัทราแลนด์ กิจกรรม : ชมสวนด้วยรถราง ชิมผลไม้จากต้น บุฟเฟต์ผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน เงาะ มังคุด มะเฟือง มะพร้าว ขนุน สละ มะม่วง แก้วมังกร ลองกอง ลำใย ส้มโอ องุ่น เลขที่ 70 หมู่ 10 ตำบลหนองระลอก อำเภอบ้านค่าย ระยอง โทร. 03889 2048-9 9. สวนลุงพา กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ Homestay ผลไม้  มังคุด เลขที่ 30/1 หมู่ 4 ตำบลหนองตะพาน อำเภอบ้านค่าย ระยอง โทร. 08 7822 8609 10. สวนอรัญ กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้  : ทุเรียน เงาะ มังคุด ตำบลหนองตะพาน อำเภอบ้านค่าย ระยอง โทร. 08 9404 9685, องค์การบริหารส่วนตำบล โทร. 0 3887 5129 11. สวนมังคุดไทย (คุณปัญญา) กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ อาหารพื้นเมือง Homestay ผลไม้ : มังคุดภาพ เลขที่ 31 หมู่ 4 ตำบลหนองตะพาน อำเภอบ้านค่าย ระยอง โทร. 08 1694 5727, 0 3862 8256 12. สวนประสมทรัพย์ กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ Homestay ผลไม้ : มะยงชิด ทุเรียน ลองกอง มังคุด เงาะ หมู่ 5 ตำบลบางบุตร อำเภอบ้านค่าย ระยอง โทร. 08 1377 3056, 08 1481 6598 13. สวนกำนันพงษ์ กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน ลองกอง มังคุด เงาะ หมู่ 4 ตำบลกระแสบน อำเภอแกลง ระยอง โทร. 08 9939 1564 14. สวนสีสวย กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน มังคุด เลขที่ 27/3 หมุ่ 5 ตำบลชุมแสง อำเภอวังจันทร์โทร. 08 9833 4520, 0 3866 6364 15. ท่องเที่ยวเชิงเกษตรบ้านคลองบางบ่อ กิจกรรม : ชมสวนเกษตรอินทรีย์  ชิมผลไม้ ผลไม้ : เงาะ ทุเรียน มังคุด ลองกอง หมู่ 4 ตำบลพลงตาเอี่ยม อำเภอวังจันทร์ ระยอง โทร. 08 9939 1564, 08 9019 7423 16. ท่องเที่ยวเชิงเกษตรบ้านสมุนไพรไทย กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : เงาะ มังคุด สมุนไพร ผักปลอดสารพิษ หมู่ 1 ตำบลป่ายุบใน อำเภอวังจันทร์ ระยอง โทร. 08 1377 1668, 08 1983 8189 17. สวน บี.เจ.การ์เด้น วิลล์ & รีสอร์ท กิจกรรม : ชมสวน และโรงไวน์ ชิมผลไม้ ผลไม้ : เงาะ มังคุด มังคุด ลองกอง ขนุน สละ เลขที่ 109/1 หมู่ 7 ตำบลกองดิน อำเภอแกลง ระยอง โทร. 0 3866 9801 18. สวนลุงเสส กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน ลองกอง มังคุด เลขที่ 22 หมู่ 7 ตำบลกองดิน อำเภอแกลง ระยอง โทร. 08 6444 9103 19. สวนอุดมโภชน์ กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน เงาะ ลองกอง มังคุด เลขที่ 173/1 หมู่ 10 ถนนชุมชนสูง ตำบลทุ่งควายกิน อำเภอแกลง ระยอง โทร. 08 1812 4761, 08 6332 7776 20. สวนคุณน้อย กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ อาหารพื้นเมือง ผลไม้ : เงาะ ทุเรียน มังคุดปลอดสารพิษ เลขที่ 35 ถนนเจริญสุข ตำบลวังหว้า อำเภอแกลง ระยอง โทร. 08 1940 4384, 08 9025 5259 21. สวนเจริญพีระวัฒน์ หมู่ 4 ตำบลกระแสบน อำเภอแกลง ระยอง กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ ทุเรียน ชมพู่ ส้มโอ ลำใย โทร. 08 1866 9523 22. ชุมชนเกษตรบ้านชากมะกรูด หมู่ 3 ตำบลกร่ำ อำเภอแกลง ระยอง กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ เงาะ ทุเรียน ลองกอง มังคุด สละ โทร. 08 1369 6300 23. บ้านสวนคลองปลาก้าง 1/2 หมู่ 1 ตำบลน้ำเป็น อำเภอเขาชะเมา ระยอง กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ ลองกอง มังคุด โทร. 08 1865 4058, 08 1763 7820 แนะนำสวนผลไม้ จ.จันทบุรี 1. สวนสกุลพัฒน์ กิโลเมตรที่ 298 ถนนสุขุมวิท ตำบลวังใหม่ อำเภอนายายอาม จันทบุรี กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ ทุเรียน ชมพู่ ส้มโอ ลำใย โทร. 08 6155 0222, 08 1809 0366 2. สวนทุเรียนบ้านแซงลึก หมู่ 4 ตำบลเขาบายสี อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ ทุเรียน เงาะ มังคุด แก้วมังกร สละ โทร. 0 3935 5544, 08 3078 8022 3. สวนสะเด็ดยาด 183/13 หมู่ 2 ตำบลเขาบายศรี อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้  เงาะ ทุเรียน มังคุด โทร. 08 7111 1335, 08 7111 1338 4. สวนป้าแกลบ 43 หมู่ 8 ตำบลเขาบายศรี อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลิตภัณฑ์แปรรูป ผลไม้  เงาะ ทุเรียน มังคุด แก้วมังกร สละ โทร. 0 3935 6954, 08 6366 3097 5. สวนน้องแฝด 29/1 หมู่ 12 ตำบลเขาบายศรี อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้  เงาะ ทุเรียน มังคุด สละ โทร. 08 6140 8491 6. สวนผู้ใหญ่คำนึง 6/1 หมู่ 12 ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ Homestay ผลไม้ ทุเรียน เงาะ มังคุด แก้วมังกร สละ โทร. 08 9092 9596 7. สวนสละคุณวินัย 7/14 หมู่ 6 ตำบลพลวง อำเภอเขาคิชณกูฏ จันทบุรี กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ สละเนินวงศ์ ทุเรียน มังคุด ลองกอง โทร. 08 1806 9527 8. สวนสละสุมาลี 4 ตำบลบ่อพุ อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ สละ โทร. 0 3943 1240 9. กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรแหลมเสด็จอ่าวคุ้งกระเบน 8/1 หมู่ 7 บ้านอ่าวคุ้งกระเบน ตำบลคลองขุดอำเภอท่าใหม่ จันทบุรี กิจกรรม ผลิตภัณฑ์แปรรูป ชมขั้นตอนการผลิต กะปิ น้ำปลา น้ำสำรอง ข้าวกล้อง น้ำมันเหลือง โทร. 0 3938 8030, 08 9088 4674 10. สวนมังคุด 100 ปี หมู่ 1 ตำบลคลองนารายณ์ อำเภอเมือง จันทบุรี กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ เงาะ ทุเรียน มังคุด แก้วมังกร สละ โทร. 0 3934 3499, 08 1654 0778 11. สวนโถทอง 18 หมู่ 10 ตำบลคมบาง อำเภอเมือง จันทบุรี กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ เงาะ ทุเรียน มังคุด โทร. 0 3945 9339 12. บ้านสวนยาย 9/4 หมู่ 7 ตำบลคมบาง อำเภอเมือง จันทบุรี กิจกรรม ชมสวนชีวภาพ ชิมผลไม้ ผลไม้ มังคุด ลองกอง ทุเรียน 100 ปี โทร. 08 6827 2004, 08 3087 7615 13. สวนสละคุณสมชาย 10/3 หมู่ 4 ตำบลคลองพลู อำเภอเขาคิชณกูฏ จันทบุรี กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ สละ ลองกอง ทุเรียน มังคุด โทร. 08 1835 6250 14. ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี ริมถนนสุขุมวิท ตำบลตะปอน อำเภอขลุง จันทบุรี กิจกรรม ความรู้ด้านพืชสวน กางเต็นท์  ที่พัก เดินเที่ยวและขี่จักรยานชมธรรมชาติ ผลไม้ เงาะ ทุเรียน มังคุด ลองกอง พืชสลุกระกำ พันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ โทร. 0 3939 7030, 0 3939 7146 15. ศูนย์เรียนรู้เกษตรพอเพียงนายวิสิทธิ์ 8/2 หมู่ 3 ตำบลวังแซ้ม อำเภอมะขาม จันทบุรี กิจกรรม ชมสวนเกษตรอินทรีย์  ชิมผลไม้ ผลไม้ มังคุด เงาะ ทุเรียน ลองกอง โทร. 08 9097 0137 16. ศูนย์ศึกษาพัฒนาผลไม้ตามพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี ตำบลท่าหลวง อำเภอมะขาม จันทบุรี กิจกรรม ชมสวนผสมผสาน ชิมผลไม้ ผลไม้      ทุเรียน มังคุด ลองกอง กะท้อน โทร. 08 9240 5416 17. สวนคุณลิ้นจี่ หมู่ 3 ตำบลมะขาม อำเภอมะขาม จันทบุรี กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ เงาะ ทุเรียน มังคุด แก้วมังกร สละ โทร. 08 1862 4975 18. สวนนานสมนึก หมู่ 11 ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จันทบุรี กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง สละ กะท้อน โทร. 0 3945 8043, 08 7048 6615 19. สวนนายเจริญชัย หมู่ 1 ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จันทบุรี กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง สละ กะท้อน โทร. 0 3939 7195, 08 1377 3558 20.สวนสาวสุดใจ หมู่ 1 ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จันทบุรี กิจกรรม ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง โทร. 08 7133 2730, 08 1377 3190 21. สวนอาหารต้นพลิ้ว 22 หมู่ 2 ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จันทบุรี กิจกรรม ชมสวนมังคุด 100 ปี ชิมผลไม้ อาหารพื้นบ้าน ผลไม้ ทุเรียน มังคุด ลองกอง เงาะ โทร. 0 3943 4520, 08 6139 5533 การเลือกซื้อผลไม้ การเลือกซื้อทุเรียน 1. ดูปากปลิง ทุเรียนแก่จัดปากปลิงจะพองโตเห็นรอยชัดเจน 2. ดูหนาม ผลทุเรียนแก่ปลายหนามจะออกสีน้ำตาลเข้ม 3. บีบปลายหนาม 2 หนามเข้าหากัน ทุเรียนแก่เมื่อบีบปลายหนามจะมีลักษณะยือหยุ่นเหมือนมีสปริง 4. ดูขั้วผล ขั้วทุเรียนแก่จะเป็นสปริง ส่วนขั้วผลทุเรียนอ่อนจะไม่เป็นสปริง 5. ดูสีผล ด้านบนผลทุเรียนแก่สีจะมันและแห้ง 6. ดูร่องพู ทุเรียนแก่ร่องพูจะเป็นสีน้ำตาลปนเหลือง ไม่มีริ้วรอยจากแมลงและโรค 7. ชิมปลิง โดยตัดขั้วผลหรือปลิง ทุเรียนแก่จะเห็นน้ำใสที่ขั้วผล ไม่ข้นเหนียว ชิมดูจะมีรสหวาน รอยตัดขั้วผลจะเป็นวงแหวนสีเหลืองระหว่างแกนกับเปลือก 8. ดมกลิ่น ถ้าสุกจะมีกลิ่นหอม ถ้าแก่จะมีกลิ่นสาบของความหอม ไม่เหม็นเขียว 9. เคาะที่โกรกหนาม ทุเรียนแก่มีเสียงโพรกดังหลวม ๆ ไม่ทึบ 10. เลือกซื้อทุเรียนที่ตัดมาจากสวนใหม่ ๆ แล้วนำไปเป่าพัดลมเพื่อไล่น้ำ 3-5 ชั่วโมง เนื้อทุเรียนจะไม่อมน้ำ ทำให้ทานอร่อยยิ่งขึ้น 11. ถ้าซื้อทุเรียนที่ตัดตอนแก่ พันธุ์ชะนีให้ทิ้งข้ามคืน 3 คืน ส่วนหมอนทองให้ทิ้งข้ามคืน 5 คืน จะได้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้น 12. การใช้มีดผ่าทุเรียน ควรใช้มีดที่มีความคม ขนาดกระชับมือ ผ่าตามร่องพูแล้วค่อย ๆ บิดเปลือกออก จะทำให้แกะง่ายขึ้น 13. ทุเรียนที่สุกมาก ใช้มีดเจาะก้นผลแล้วบิดเปลือกออกจะทำให้แกะง่ายขึ้น การเลือกซื้อเงาะ 1.ควรชิมก่อนว่าหวานหรือไม่ เวลาซื้อให้เลือกเองและเลือกผลใหญ่สม่ำเสมอ 2.เนื้อเงาะต้องล่อนดี ไม่ติดเมล็ด และไม่แฉะน้ำจนเกินไป 3.การเลือกซื้อเงาะควรเลือกเปลือกและขนเงาะที่มีสีสดไม่แห้งดำ 4.เงาะโรงเรียนปลายขนมีสีเขียวอ่อน เงาะสีชมพูปลายขนมีสีแดงอมชมพู การเลือกซื้อมังคุด เลือกเปลือกไม่แข็ง เปลือกสีม่วงแดงเข้มเกือบดำ ขั้วดูสด เมื่อปอกเปลือกออกเนื้อจะเป็นพูขาวนวล รสหวานอมเปรี้ยว หากเป็นเนื้อใสและแข็ง เรียกว่า "มังคุดแก้ว"เกิดจากต้นมังคุดถูกฝนตกหนักก่อนเก็บ 1. ถ้าจะทานมังคุดที่มีรสชาติหวานให้เลือกมังคุดที่มีผิวสีม่วงเข้ม แต่ถ้าจะทานหวานอมเปรี้ยวให้เลือกมังคุดที่มีผิวสีแดง 2. มังคุดผลเล็กจะมีรสชาติดีกว่ามังคุดผลใหญ่ และไม่ค่อยมีเมล็ดเวลาทาน 3. การแกะมังคุดให้ใช้มีดผ่าเป็นเส้นกากบาทที่ก้นผล แล้วบิดออกจะทำให้เนื้อไม่ช้ำและไม่เสียรสชาติ 4. มังคุดที่มีรอยแตกหรือแข็งมาก มีรอยยุบหรือมีทรายติด ไม่ควรซื้อ เพราะเป็นมังคุดที่ตกจากต้น การเลือกซื้อลองกอง 1. ควรชิมก่อนว่าหวานหรือไม่ 2. ควรเลือกผิวเรียบ ไม่มีรอยด่างดำมากเกินไป ขนาดผลใกล้เคียงกัน 3. ผลลองกองจะมีลักษณะใกล้คียงกับลางสาด ให้สังเกตผิวเปลือกลางสาดผิวจะมันและเรียบกว่าผลลองกอง ผลลางสาดจะเล็กกว่าลองกอง หากแกะเปลือกออกจะมียางสีขาว ๆ แต่ลองกองจะไม่มียาง การเลือกซื้อสละและระกำ 1. สละแต่ละพันธุ์มีลักษณะไม่แตกต่างกันมากนัก จะต่างกันที่บางพันธุ์มีลักษณะพิเศษ คือ ลำต้นไม่มีหนาม และบางพันธุ์ผลจะมีลักษณะยาวรีและเปลือกมีสีน้ำตาลเข้ม เช่น สละพันธุ์เนินวงศ์ 2. สละจะมีรสชาติหอมหวาน ส่วนระกำจะเปรี้ยวอมหวาน 3. ผลระกำจะมีเมล็ด 2-3 เม็ด แต่สละจะมีเพียง 1-2 เมล็ด 4. สละนิยมทานสด แต่ระกำนิยมนำไปเป็นส่วนประกอบอาหาร เช่น ปลาทู ต้มระกำ 5. การแกะเปลือกสละและระกำ ให้บิดเปลือกจากก้นผลแล้ววนรอบผล จะแกะง่ายและไม่ทำให้เนื้อช้ำ แต่ถ้าเปลือกล่อนเป็น     ชิ้น ๆ แสดงว่าไม่สดเพราะเปลือกแห้งเกินไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ททท.สำนักงานระยอง โทร. 0 3865 5420 - 1 ที่มา : การท่องเที่ยวแห่งปะเทศไทย

ททท.ชวนเที่ยวงานวันผลไม้ ของดีอำเภอทองผาภูมิ
ของดีอำเภอทองผาภูมิ /  เทศกาลผลไม้ / 

ททท.สำนักงานกาญจนบุรี ขอชวนไปชิม อิ่ม อร่อย กับผลไม้หลากหลายชนิด พร้อมตื่นตากับการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน ในงาน “วันผลไม้ของดีอำเภอทองผาภูมิ และสืบสานประเพณีลานบ้าน ลานวัฒนธรรม ปี 2557″ ททท.ชวนเที่ยวงานวันผลไม้ ของดีอำเภอทองผาภูมิ อำเภอทองผาภูมิ ร่วมกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานราชการ ภาคเอกชน เกษตรกรชาวสวนผลไม้ และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เขื่อนวชิราลงกรณ  ขอเชิญนักท่องเที่ยวร่วมงาน “วันผลไม้ของดีอำเภอทองผาภูมิ และสืบสานประเพณีลานบ้าน ลานวัฒนธรรม ปี 2557″ ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 กรกฎาคม 2557 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 21.00 น. ณ บริเวณลานจอดเฮลิคอปเตอร์ ภายในเขื่อนวชิราลงกรณ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี โดยวัตถุประสงค์ของการจัดงาน เพื่อเป็นการเผยแพร่ผลผลิตทางด้านผลไม้ที่มีชื่อเสียงของอำเภอทองผาภูมิ เพื่อสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมของท้องถิ่น พร้อมสร้างความเชื่อมั่นว่า ทุกเขื่อนของ กฟผ. มีความมั่นคงปลอดภัย และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้นักท่องเที่ยวได้รู้จัก และสนใจมาเที่ยวอำเภอทองผาภูมิเพิ่มมากขึ้น ภายในงานมีการจำหน่ายผลไม้ชั้นดี รสชาติอร่อย ที่ขึ้นชื่อของอำเภอทองผาภูมิ อาทิ เงาะทองผาภูมิ ที่หวานล่อนกรอบอร่อย ทุเรียนเนื้อดีหวานหอม สับปะรด ส้มโอ มังคุด ลองกอง มะไฟ สะตอ ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดสามารถปลูกได้ผลผลิตดีในเขตพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ  ภายในงานยังมีการจำหน่ายพืชผักปลอดสารพิษ พันธุ์ไม้ท้องถิ่น สินค้าโอท็อปชื่อดังของอำเภอ ชิม “ขนมทองโยะ” ขนมพื้นเมืองของชาวกะเหรี่ยง ชมการสาธิตศิลปวัฒนธรรม และการแสดงประกอบแสงเสียงบอกเล่าเรื่องราวของชนเผ่าต่างๆ อาทิ มอญ กะเหรี่ยง ไทยอีสาน ม้ง เย้า ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ ทุกคืน นักท่องเที่ยวที่สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  ที่ทำการปกครองอำเภอทองผาภูมิ โทร.034 599745 สำนักงานเกษตรอำเภอทองผาภูมิ โทร.034 599482 และ ททท.สำนักงานกาญจนบุรี โทร.034 511200 หรือ 034 512500 ได้ทุกวันในเวลาราชการ ขอบคุณข่าวสารจาก การท่องเที่ยวแห่วแระเทศไทย สำนักงานภาคกลาง

เทศกาลผลไม้ ของดีเมืองแกลง จ.ระยอง เริ่มขึ้นแล้ว
ของดีเมืองแกลง /  เทศกาลผลไม้ / 

เริ่มขึ้นแล้วงานเทศกาลผลไม้และของดีเมืองแกลง ประจำปี 2557 โดยชาวสวนนำผลผลิต คุณภาพดีมาจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก เทศกาลผลไม้ ของดีเมืองแกลง จ.ระยอง เริ่มขึ้นแล้ว งานนี้จัดขึ้นที่บริเวณตลาดกลางผลไม้เขาดิน ตำบลทุ่งควายกิน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง โดยนายอำเภอแกลงเป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการในวันนี้ ภายในงานมีการประกวดขบวนแห่รถ ผลไม้ สาวงามผลไม้แล้ว ยังมีการจำหน่ายผลไม้คุณภาพดีจากสวนของเกษตรกรโดยตรงทั้งทุเรียน เงาะ มังคุด และผลไม้อื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งรับประกันคุณภาพจากชาวสวนและทางอำเภอ สำหรับราคาผลไม้ปีนี้ นับว่ายังดีอยู่ เนื่องจากผลผลิตทยอยออกสู่ตลาด โดยราคาทุเรียนหมอนทองอยู่ที่กิโลกรัมละ 60-65 บาท, ชะนี กิโลกรัมละ 50 บาท ส่วนเงาะโรงเรียนกิโลกรัมละ 40 บาท ซึ่งงานจะมีไปถึงวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ ขอบคุณข่าวสารจาก krobkruakao

สวนละไม อาณาจักรไม้ผล...ท่ามกลางขุนเขา
สวนละไม /  เที่ยวระยอง / 

ใครที่ชอบรับประทานผลไม้ ไม่ควรพลาดมาเยือน สวนละไม ที่ได้ชื่อว่าเป็นอาณาจักรไม้ผล ที่อยู่ท่ามกลางขุนเขา ด้วยพื้นที่สวนผลไม้กว่า 500 ไร่ โอบล้อมด้วยภูเขาและป่าไม้ธรรมชาติอากาศเย็นสบาย พร้อมด้วยพรรณไม้นานาชนิด ทางสวนละไมได้วางแผนการปลูกผลไม้มากกว่า 10 ปี โดยจัดวางผังปลูกผลไม้แต่ละชนิดอย่างเป็นระบบ มีผลไม้ไว้คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวหลากหลายชนิด อาทิ ทุเรียน เงาะ มังคุด ส้มโอ ชมพู่ ลำไย สละแก้วมังกร ลองกอง มะเฟือง มะยงชิด องุ่น ฯลฯ เป็นต้น สนุกกับบรรยากาศ และความสุขจากการเก็บผลไม้สดๆ จากต้นทันที ยังเพิ่มความสะดวกสบายด้วยรถบริการเข้าชมสวน และมีเจ้าหน้าที่ให้ความรู้และข้อมูลตลอดการชมสวน งานนี้ได้ลิ้มรสผลไม้แล้วยังได้ความรู้อีกด้วยนะ สวนละไม อาณาจักรไม้ผล...ท่ามกลางขุนเขา สวนละไมเปิดบริการให้ลูกค้าและนักท่องเที่ยว เข้ามาสัมผัสบรรยากาศความสุข สนุกสนาน และความสงบที่ลงตัว ทุกวันตั้งแต่เวลา 8:00-17.00 น. นอกจากจะมาอิ่มอร่อยกับผลไม้นานาชนิดแล้ว ที่นี่ยังเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสบรรยากาศฟาร์มแกะบนเนินเขา ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย ร่มรื่นกันที่ สวนละไม Sheep Farm พบกับความน่ารักของฝูงแกะ ขนฟู ขนหนานุ่ม ที่นักท่องเที่ยวทุกคนสามารถให้อาหาร และถ่ายรูปกับฝูงแกะได้อย่างใกล้ชิด การเดินทางสู่สวนละไม เพียงหนึ่งชั่วโมงครึ่ง จากกรุงเทพสู่สวนละไม อาณาจักรแห่งไม้ผล โดยใช้เส้นทาง กรุงเทพ-ชลบุรี (Motorway) หลังจากผ่านด่านชำระเงิน ด่านพานทองแล้วให้ออกซ้ายมุ่งสู่ถนนทางหลวงหมายเลข 344 (บ้านบึง-แกลง) ขับมาจนถึงหลัก กม. ที่ 67 แล้วกลับรถ หลังจากกลับรถแล้ว เลี้ยวซ้ายเข้าสู่เส้นทางไปตามทางน้ำตกธรรมรสสังเกตจะมีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมบริเวณทางเข้า ขับตามทางมาเพียง 5 กม. ก็จะถึง สวนละไม อาณาจักรไม้ผล...ท่ามกลางขุนเขา สวนละไม (ระยอง) "อาณาจักรไม้ผล...ท่ามกลางขุนเขา" 19/9 ถ.บ้านบึง-แกลง (สาย 344) ต.ป่ายุบใบ อ.วังจันทร์ จ.ระยอง 21210 ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ เบอร์ 087-082-6222 ข้อมูลและภาพ : suanlamai.com เรียบเรียงโดย Travel MThai

ผลไม้ สื่อถึงตัวตนของผู้รับประทาน
คำทำนาย /  คำทำนายจากผลไม้ / 

ผลไม้ ไม่ได้แค่มีประโยชน์ต่อร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่มันยังสามารถนำมาทำนายนิสัยใจคอของผู้ที่ชอบรับประทานมันได้อีกด้วย หากคุณไม่เชื่อก็ลองมาดูข้อมูลที่ Horoscope.Mthai.com นำมาบอกกันในวันนี้ครับ ผลไม้ สื่อถึงตัวตน แอปเปิ้ล คุณเป็นคนอดทน สู้งาน และมีความรับผิดชอบสูง เมื่อไรก็ตามคุณได้รับมอบหมายงานชิ้นหนึ่งชิ้นใด คุณมักจะทำอย่างสุดความสามารถ ไม่ว่าจะยากลำบากมากแค่ไหน แต่สำหรับเรื่องความรักแล้วกลับตรงกันข้าม คุณเป็นคนที่รักง่าย หน่ายเร็ว ไม่ค่อยอดทนในเรื่องรัก องุ่น ไม่บ่อยนักที่คุณจะเปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงของคุณ แก่คนที่คุณเพิ่งรู้จักครั้งแรก ดังนั้นคุณจะดูไม่น่าสนใจนัก สำหรับคนที่ไม่รู้จักคุณดี แต่ถ้าเป็นเพื่อน ๆ ในกลุ่มของคุณล่ะก็ คุณนับเป็นดาวเด่นเลยล่ะ กล้วย คุณเป็นคนขี้ใจน้อย ขี้งอน แต่ไม่ค่อยแสดงออก ภายนอกดูจะเป็นคนเงียบขรึม เข้มแข็ง แต่ภายในแล้วคุณอารมณ์คุณช่างอ่อนไวเหลือเกิน จะเรียกแข็งนอกอ่อนในก็ว่าได้ แตงโม คุณมีความตื่นตัวกระฉับกระเฉงตลอดเวลา ไม่ปล่อยเวลาให้เสียไปอย่างไร้ค่า คุณมักจะมองโลกในแง่ดี และไม่ค่อยกังวลเกี่ยวกับ ปัญหาต่าง ๆ ที่ถาโถมเข้ามา เนื่องจากคุณมั่นใจว่าปัญหาทุกปัญหาย่อมมีทางแก้ เมื่อถึงเวลาที่ควร ชมพู่ คุณเป็นคนที่มีน้ำอดน้ำทนสูง ไม่ชอบขัดใจคนอื่น รักเพื่อนมากกว่าตัวเอง และค่อนข้างที่จะมองโลกในแง่ร้าย ส้ม คุณเป็นคนที่เข้ากับคนได้ง่าย ร่าเริงสนุกสนาน ใครชวนไปไหนก็ไป เชื่อคนง่าย รู้เรื่องคนอื่นไปซะหมด แต่เรื่องตัวเองไม่ค่อยรู้ มังคุด คุณเป็นคนช่างฝัน อารมณ์อ่อนไหว โรแมนติก ตกหลุมรักได้บ่อย ๆ ไม่มีเบื่อ เห็นใครถูกใจก็เก็บเอาไปฝัน แต่ไม่นานก็ลืม พอเจอคนใหม่ก็เป็นอีก เพลงเป็นอย่างนี้ตั้งแต่เกิดเลย ของนูโว ดูจะเหมาะกับคุณนัก มะม่วง คุณเป็นคนชอบความท้าทาย มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ชอบทดลองสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ กับเรื่องความรักก็ไม่เว้น คุณชอบหารักใหม่ ๆ เสมอ หรือเรียกอีกอย่างว่าเจ้าชู้นั่นเอง สตรอเบอรี่ คุณรักความสบาย ชอบอยู่อย่างหรูหราฟู่ฟ่า ทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวต้องสวย เฉียบ เนียบ เสมอ จัดว่าคุณมีรสนิยมในการแต่งกายไม่ใช่เล่น คุณเป็นคนมองโลกในแง่ดี ชอบเข้าสังคม คุยสนุก และมีอารมณ์ขัน ทำให้เพื่อนในวงสนทนาหัวเราะได้ตลอดเวลา สับปะรด คุณเป็นคนที่ช่างเอาอกเอาใจคน คอยเป็นห่วงเป็นใยเพื่อนของคุณตลอดเวลา หากใครมีเรื่องทุกข์ร้อนขอให้บอก คุณยินดีช่วยเสมอ ลูกแพร คุณเป็นคนสุภาพ อ่อนโยน ใจดี และมักจะมองคนที่อยู่รอบข้างคุณในแง่ดีเสมอ ไม่เคยคิดร้ายกับใคร จึงทำให้เป็นที่เคารพ รักใคร่ของผู้คนที่ได้รู้จัก เงาะ คุณเป็นคนขี้เล่น อยู่ไม่ค่อยเป็นสุข ชอบแหย่คนโน้นคนนี้ที หากอยู่ในวงสนทนา คุณก็มักจะเป็นตัวโจ๊กประจำวง คอยปล่อยมุขเด็ด ๆ ให้ได้เฮกัน ทุเรียน คุณเป็นคนที่มี 2 บุคลิกในตัวเอง อยู่นอกบ้านใคร ๆ ก็มักจะกลัวคุณ แต่เมื่อกลับถึงบ้าน คุณจะกลายเป็นคุณหนูในทันที คุณเป็นคนใจกว้าง เอื้อเฟื้อ ใครมีปัญหามักจะมาขอให้คุณช่วยเสมอ และมักจะเป็นผู้นำในการทำกิจกรรมของกลุ่มเพื่อน มะพร้าว คุณออกจะเป็นคนเจ้าสำอาง ไม่ชอบการใช้กำลัง และการทำงานหนัก ไม่ชอบทำงานกลางแจ้ง คุณเหมาะกับงานในออฟฟิศมากกว่า ข้อดีของคุณคือ คุณเป็นคนใจเย็น ประณีต งานที่ใช้ฝีมือน่ะต้องยกให้คุณเลย ฝรั่ง คุณเป็นคนที่ค่อนข้างสมบุกสมบัน ลุยไหนลุยกัน ชอบท่องเที่ยวสูดกลิ่นไอธรรมชาติ เป็นคนรักเดียวใจเดียว มั่นคง แต่มักจะโดนหักอกอยู่บ่อย ๆ ขอบคุณข้อมูลจาก Forward Mail

น้ำสมุนไพร กับ ราศีเกิด
ดื่มน้ำสมุนไพร /  ธาตุ / 

น้ำสมุนไพร กับ ราศีเกิด แต่ละคนจะมี ราศี ที่ต่างกันออกไป และ ราศี นั้นๆ ก็จะบ่งบอกถึง ธาตุ ประจำตัวของคุณ ซึ่ง ธาตุ แต่ละ ธาตุ จะแสดงออกถึง บุคลิก นิสัย ใจคอ อารมณ์ รวมทั้งพฤติกรรมการเลือก บริโภคอาหารให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลด้วย Horoscope.Mthai.com จึงมีวิธีเลือกดื่ม น้ำสมุนไพร ให้ตรงกับ ธาตุ ของคุณ เพื่อที่สุขภาพร่างกายจะได้แข็งแรงมาบอกกันครับ ผู้ที่เกิด ราศีเมษ ระหว่างวันที่ 13 เมย – 13 พค ราศีแกิดเป็น ธาตุไฟ (หรือผู้มีลัคนาอยู่ ราศีเมษ ) ผู้ที่เกิด ราศีพฤษภ ระหว่างวันที่ 14 พค – 14 มิย ราศีเกิดเป็น ธาตุดิน (หรือผู้มีลัคนาอยู่ ราศีพฤษภ ) ผู้ที่เกิด ราศีเมถุน ระหว่างวันที่ 15 มิย – 15 กค ราศีเกิดเป็น ธาตุลม (หรือผู้มีลัคนาอยู่ ราศีเมถุน ) ผู้ที่เกิด ราศีกรกฏ ระหว่างวันที่ 16 กค – 16 สค ราศีเกิดเป็น ธาตุน้ำ (หรือผู้มีลัคนาอยู่ ราศีกรกฏ ) ผู้ที่เกิด ราศีสิงห์ ระหว่างวันที่ 17 สค – 16 กย ราศีเกิดเป็น ธาตุไฟ (หรือผู้มีลัคนาอยู่ ราศีสิงห์ ) ผู้ที่เกิด ราศีกันย์ ระหว่างวันที่ 17 กย – 16 ตค ราศีเกิดเป็น ธาตุดิน (หรือผู้มีลัคนาอยู่ าศีกันย์ ) ผู้ที่เกิด ราศีตุลย์ ระหว่างวันที่ 17 ตค – 15 พย ราศีเกิดเป็น ธาตุลม (หรือผู้มีลัคนาอยู่ ราศีตุลย์ ) ผู้ที่เกิด ราศีพิจิก ระหว่างวันที่ 16 พย – 15 ธค ราศีเกิดเป็น ธาตุน้ำ (หรือผู้มีลัคนาอยู่ ราศีพิจิก ) ผู้ที่เกิด ราศีธนู ระหว่างวันที่ 16 ธค – 13 มค ราศีเกิดเป็น ธาตุไฟ (หรือผู้มีลัคนาอยู่ ราศีธนู ) ผู้ที่เกิด ราศีมังกร ระหว่างวันที่ 14 มค – 12 กพ ราศีเกิดเป็น ธาตุดิน (หรือผู้มีลัคนาอยู่ ราศีมังกร ) ผู้ที่เกิด ราศีกุมภ์ ระหว่างวันที่ 13 กพ – 13 มีค ราศีเกิดเป็น ธาตุลม (หรือผู้มีลัคนาอยู่ ราศีกุมภ์ ) ผู้ที่เกิด ราศีมีน ระหว่างวันที่ 14 มีค – 12 เมย ราศีเกิดเป็น ธาตุน้ำ (หรือผู้มีลัคนาอยู่ ราศีมีน ) ธาตุดิน มักชอบดื่ม น้ำสมุนไพร จำพวก น้ำผักและผลไม้ที่มีรสฝาด รสหวานรสมันและ รสเค็ม รสฝาด เช่น น้ำฝรั่ง น้ำมะตูม น้ำกระท้อน น้ำมะกอก น้ำมะขาม น้ำลูกหว้า รสหวาน เช่น น้ำแตงโม น้ำมะละกอ น้ำกล้วยหอม น้ำขนุน น้ำเงาะ น้ำน้อยหน่า น้ำละมุดฝรั่ง น้ำลำใย น้ำอ้อย รสมัน เช่น น้ำกระจับ น้ำข้าวโพด น้ำฟักทอง น้ำแห้ว ธาตุน้ำ มักจะชอบดื่ม น้ำสมุนไพร จำพวก น้ำผักและผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว รสขม รสเปรี้ยว เช่น น้ำมะขาม น้ำมะนาว น้ำกระเจี๊ยบแดง น้ำมะยม น้ำส้มโอ น้ำมังคุด น้ำมะเขือเทศ น้ำสับปะรด น้ำส้มเขียวหวาน น้ำลังสาด น้ำลิ้นจี่ น้ำเชอรี่ น้ำองุ่น น้ำชมพู่ น้ำทับทิม น้ำพุทรา น้ำสตอเบอรี่ น้ำมะขวิด น้ำมะปราง น้ำมะเฟือง น้ำมะไฟ น้ำมะม่วง รสขม เช่น น้ำมะระขี้นก น้ำเห็ดหลินจือ น้าใบบัวบก ธาตุลม มักจะชอบดื่ม น้ำสมุนไพร จำพวก น้ำผักผลไม้ที่มีรสเผ็ดร้อน รสเผ็ดร้อน เช่น น้ำกระเพราแดง น้ำขิง น้ำตะไคร้ ธาตุไฟ มักชอบดื่ม น้ำสมุนไพร จำพวก น้ำผักและผลไม้ที่มีรสหอมเย็น (สุขุม) รสจืด รสหอมเย็น (สุขุม) เช่น น้ำลูกเดือย น้ำเม็ดแมงลัก น้ำอาร์ซี น้ำแตงไทย น้ำมะพร้าว น้ำรากบัว น้ำลูกจาก น้ำลูกตาลอ่อน รสจืด เช่นน้ำผักคะถ้าน้ำผักตำลึงน้ำแตงกวา น้ำคื่นฉ่าย น้ำดอกคำฝอย น้ำว่านหางจระเข้ น้ำกระหล่ำปลี น้ำผักกวางตุ้ง ไม่ว่าคุณจะเกิดราศีไหนหรือธาตุอะไรก็ตาม ก็ไม่จำเป็นที่คุณจะต้องดื่ม น้ำสมุนไพร ให้ตรงกับธาตุของคุณเพียงอย่างเดียว แต่หากคุณดื่มได้หมดเลยก็จะเป็นผลดีต่อสุขภาพคุณมากขึ้น เพราะถือว่าช่วยให้คุณมีร่างกายที่ได้สารอาหารหลายๆ ชนิดครับ ขอบคุณข้อมูลจาก variety.teenee.com ขอบคุณภาพจาก women.postjung,fino-1112.blogspot,bantonliu ดูดวงปี 2556 ดูดวง 12 ราศี กับ อ.คฑา

สูดอากาศบริสุทธิ์ที่ หมู่บ้านคีรีวง นครศรีธรรมราช
ธรรมชาติ /  นครศรีธรรมราช / 

หมู่บ้านคีรีวง, นครศรีธรรมราช หมู่บ้านคีรีวง ตั้งอยู่ที่ ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นชุมชนเก่าแก่ที่อพยพไปอาศัยอยู่ เชิงเขาหลวง ตำบลกำโลนอันเป็นเส้นทางเดินขึ้นสู่ยอดเขาหลวง ชาวบ้านมีวิถีชีวิตที่สงบสังคมแบบเครือญาติ อาชีพหลัก คือ การทำสวนผลไม้ผสม เรียกว่า “สวนสมรม” เช่น มังคุด เงาะ ทุเรียน สะตอ ชุมชนบ้านคีรีวง ได้แก่ กลุ่มมัดย้อมกลุ่มสมุนไพร กลุ่มจักสานกะลามะพร้าว กลุ่มแปรรูปน้ำผลไม้ กลุ่มไวน์ และกลุ่มทุเรียนกวน ซึ่งแต่ ละกลุ่มจะมีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวก็มักจะซื้อเป็นของฝากกันอยู่เสมอ สินค้าราคาไม่แพงและมีคุณภาพ เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2531 (ปีเดียวกับเหตุการณ์ที่ กระทูน อ.พิปูน) ได้เกิดมหาอุทกธรณีภัย หมู่บ้านถูกน้ำพัดหายไปนับ 100 หลังซึ่งวัด และชาวคีรีวงได้รักษาพระอุโบสถ และบ้านที่ประสบภัยไว้เป็นอนุสรณ์สถาน จุดเด่นของหมู่บ้านคีรีวง ก็คือ ทัศนียภาพแห่งธรรมชาติ เพราะคีรีวงตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขา ป่าไม้ และสายน้ำ ถ้าหากว่าใครต้องการที่จะไปเที่ยวที่นี่ กิจกรรมที่น่าสนใจในหมู่บ้านคีรีวง ได้แก่ การพักในที่พักแบบโฮมสเตย์ การลองชิมอาหารพื้นเมือง ถ้าหากมาในฤดูผลไม้ จะได้อร่อยกับผลไม้นานาพันธุ์ ผลผลิตของคีรีวง ตั้งแต่อดีต ถึงปัจจุบัน ชาวคีรีวง มีอาชีพหลักคือ การเพาะปลูกผลไม้ เช่น ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง เป็นต้น ดูเรือไม้ ของเก่า เป็นเรือที่ขุดขึ้น จากซุงทั้งต้น มีชื่อเรียกกันมาแต่เดิมว่า เรือเหนือ ชาวคีรีวงในอดีตใช้เรือนี้บรรทุกผลไม้ เพื่อนำไปแลกอาหารและของจำเป็นต่างๆ จากผู้คนซึ่งอยู่ในที่ราบ นอกพื้นที่ของภูเขาที่ล้อมรอบอยู่ ส่วนในช่วง เดือนเมษายน ถึง กันยายน ถ้าสนใจจะขึ้นเขาและเดินป่า ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่เหมาะสม ชุมชนคีรีวงมี ผู้นำทาง และลูกหาบให้นักท่องเที่ยวเสมอ ดูและถ่ายรูป สถานที่ต่างๆ ซึ่งเป็นอนุสรณ์แห่งอุทกภัย พ.ศ. 2518 และ พ.ศ. 2531 ถ่ายรูปกับภูมิสัญลักษณ์ รูปสายน้ำแห่งวิถีชีวิต ชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ OTOP พร้อมกับชมจุดสาธิตสิ่งต่างๆ ความพิเศษของ คีรีวง ก็คือ เป็นแหล่งที่มีการทำสินค้า OTOP หลายประเภท ผลิตภัณฑ์คีรีวงที่ได้รับเลือกเป็น ผลิตภัณฑ์ OTOP 5 ดาว ได้แก่ ผ้ามัดย้อม สีธรรมชาติ ชุมชนคีรีวง ได้เป็นชุมชนต้นแบบในการจัดการธุรกิจท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ( Thailand Tourism Awards) ประจำปี 2541 ประเภทเมืองและชุมชน เนื่องจากเป็นชุมชนที่มี วิถีชีวิต แบบชาวสวนอยู่กับธรรมชาติ และได้พัฒนาการบริการนักท่องเที่ยวขึ้นมาเป็นธุรกิจใหม่ของชุมชน ประกอบด้วย การนำทาง เดินป่า ลูกหาบ การจัดที่พักแบบโฮมสเตย์ โดยการจัดตั้งชมรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เป็นองค์กร กลางของชาวชุมชนจัดแบ่งหน้าที่ไปยังกลุ่มต่าง ๆ ให้เกิดการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างทั่วถึง การมาท่องเที่ยว ที่หมู่บ้านคีรีวงนี้ ถือว่าคุ้มค่ามากทีเดียว เพราะนอกจากจะได้มาท่องเที่ยวในบริเวณที่มีธรรมชาติสวยงามแล้ว ยังได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวบ้านพร้อมกับการกินอยู่แบบพื้นบ้านอีกด้วย สิ่งที่น่าสนใจในหมู่บ้านคีรีวง นครศรีธรรมราช 1.สัมผัสธรรมชาติและวิถีชีวิตชาวบ้าน เพลินตาและเพลินอารมณ์กับทัศนียภาพแห่งธรรมชาติ เพราะคีรีวงตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขา ป่าไม้ และสายน้ำชิม อาหารพื้นบ้าน ในฤดูผลไม้ จะได้อร่อยกับผลไม้นานาพันธุ์ ผลผลิตของคีรีวง ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันชาวคีรีวงมี อาชีพหลักคือ การเพาะปลูกผลไม้ ดูเรือไม้ของเก่า เป็นเรือที่ขุดขึ้นจากซุงทั้งต้น มีชื่อเรียกกันมาแต่เดิมว่า เรือเหนือ ชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ OTOP ในช่วงเดือนเมษายน ถึง กันยายน ถ้าสนใจจะขึ้นเขาและเดินป่า ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่เหมาะสม ชุมชนคีรีวงมีผู้นำทาง และลูกหาบให้นักท่องเที่ยวเสมอ 2 เยี่ยมชมกลุ่มอาชีพต่างๆ ของหมู่บ้าน ชาวบ้านในชุมชนหมู่บ้านคีรีวง มีการรวมตัวกันตั้งเป็นกลุ่มอาชีพหลายกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มมัดย้อมสีธรรมชาติ กลุ่มสมุนไพรกลุ่มจักสาน และผลิตภัณฑ์กะลามะพร้าว กลุ่มแปรรูปน้ำผลไม้ กลุ่มไวน์และกลุ่มทุเรียนกวน ซึ่งแต่ ละกลุ่มจะมีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค ผ้ามัดย้อม เป็นผลิตภัณฑ์เด่น คีรีวง ในฐานะหมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP จึงมีจุดท่องเที่ยวเชิงสาธิตซึ่งเกี่ยวเนื่องกับผ้า และความเป็นธรรมชาติ ในสวนต้นไม้สาธิต นักท่องเที่ยวจะได้เห็นต้นไม้ต่างๆ ซึ่งเป็นแหล่งที่มาแห่งสีธรรมชาติ ที่บริเวณสาธิตการทำสีจากธรรมชาติ นักท่องเที่ยวจะได้เห็นการสับใบไม้ แก่นไม้ เปลือกผลไม้และพืช ในโรงต้มสี โรงตากผ้า โรงทอผ้า โรงผ้ามัดย้อม และโรงผ้าบาติก นักท่องเที่ยวจะได้เห็นกระบวนการผลิตอีกหลายขั้นตอน หากนักท่องเที่ยวต้องการทำผ้ามัดย้อม ลานกิจกรรม หน้าศูนย์จำหน่ายสินค้า คือบริเวณซึ่งชาวคีรีวงจะช่วยแนะนำการทำผ้ามัดย้อม นักท่องเที่ยวจะได้ ลองทำด้วยตนเอง ตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอนสุดท้าย โดยกลุ่มสินค้าที่นักท่องเที่ยว ให้ความสนใจดู การสาธิตวิธีทำก็คือ การทำผ้ามัดย้อมจากสีธรรมชาติ ซึ่งได้นำความรู้และภูมิปัญญาชาวบ้านที่ได้ถ่ายทอดกันมา หลายชั่วคนโดยวัสดุที่นิยมนำมาใช้ทำสีย้อมธรรมชาติจะได้มาจากส่วนต่างๆของ ต้นไม้ เช่น เปลือก ใบ แก่น ราก และผล ซึ่งจะให้สีสันที่แตกต่างกันไป เช่น ใบหูกวาง ให้สี เหลืองอมเขียว ใบมังคุด ให้สี ส้มกับชมพู ใบเพกา ให้สีเขียวเข้ม เปลือกลูกเหนียง ให้สี น้ำตาลเข้ม ฝักสะตอ ให้สีเทา แก่นขนุน ให้สีเหลืองสด 3.พักแบบโฮมสเตย์ร่วมกับชาวบ้าน ผู้สนใจจะเสียค่าที่พักคืนละ 100 บาท ค่าอาหาร 50 บาท แต่สำหรับผู้ที่ต้องการจะเรียนรู้และสัมผัสวิถีชีวิต ชาวคีรีวง จะเสียค่านำเที่ยว 1300 บาท ใช้เวลา 3 วัน 2 คืน นักท่องเที่ยวจะเข้าไปเยี่ยมชมวิถีชีวิตของชุมชนคีรีวง ได้ตลอดปี โดยเฉพาะในฤดูกาลผลไม้ออกชุกเดือนกรกฎาคม - กันยายน ก่อนไปติดต่อไปที่ ศูนย์ประสานงานบ้านคีรีวง โทร. 0 7553 3113 ติดต่อเพื่อขอพักแบบโฮมสเตย์ โดยทางกลุ่มคิดราคาที่พัก 120 บาทต่อคนต่อคืน และค่าอาหาร 100 บาทต่อคนต่อมื้อ ค่านำเที่ยวสวนสมรม 500 บาท การเดินทางไปหมู่บ้านคีรีวง การเดินทางไปบ้านคีรีวงจากอำเภอเมือง ตามทางหลวงหมายเลข 4016 จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 4015 บริเวณกิโลเมตรที่ 9 เลี้ยวขวาเข้าหมู่บ้านคีรีวง เข้าไป 9 กิโลเมตร หรือขึ้นรถสองแถวจากตลาดยาว ในอำเภอเมือง มีรถออก ตั้งแต่ เวลา 07.00-16.00 น. ราคา 20 บาท ***อัตราค่าโดยสาร และบริการอื่นๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาวะเศรษฐกิจ**** View Larger Map หมู่บ้านคีรีวง ตั้งอยู่ที่ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช ข้อมูลและภาพ : paiduaykan.com / travel.thaiza.com / kiriwongtour.com  / bloggang.com / youtube เรียบเรียงโดย Travel MThai

ระยอง เมืองเอกแห่งชายฝั่งตะวันออก
ทะเลอ่าวไทย /  เที่ยวทะเล / 

ระยอง เมืองชายฝั่งทะเลตะวันออกที่ได้รับการเรียกขานว่า เมืองแห่งผลไม้รสล้ำ อุตสาหกรรมก้าวหน้า น้ำปลารสเด็ด เกาะเสม็ดสวยหรู และสุนทรภู่กวีเอก ด้วยว่าผลงานชิ้นเอกของสุนทรภู่อย่างพระอภัยมณีนั้น มีฉากหลังเป็นทะเลน้อยใหญ่ และท้องทะเลอันสวยงามของจังหวัดระยองนั่นเอง ซึ่งความสวยงามนั้นไม่เพียงปรากฏอยู่ในวรรณกรรมเพียงเท่านั้น แต่ความสวยงามของท้องทะเลจังหวัดระยอง ยังทำให้ระยองกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวทางทะเลที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศเลยทีเดียว ระยอง เมืองเอกแห่งชายฝั่งตะวันออก ด้วยทำเลที่ตั้งของจังหวัดที่นับเป็นเสมือนเมืองท่า และอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพ และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยองในปัจจุบันจึงเป็นเมืองอุตสาหกรรม และที่ตั้งของโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกมากมาย เกาะเสม็ด คือเพชรน้ำเอกของจังหวัดที่หากใครต้องการมาเที่ยวทะเลระยองแล้วมักไม่พลาด ด้วยว่าเกาะเสม็ดนั้นตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ และความสวยงามของท้องทะเลไว้ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะบริเวณหาดทรายแก้ว และอ่าววงเดือน เป็นต้น โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปดำน้ำ และเที่ยวชมความงดงามของท้องทะเลบริเวณโดยรอบเกาะเสม็ดได้ ไม่ว่าจะเป็น เกาะกุฎี หรือเกาะทะลุ นอกจากนั้นบริเวณท่าเรือบ้านเพ ยังเป็นท่าเทียบเรือ และตลาดปลา นับเป็นแหล่งอาหารทะเลขนาดใหญ่ของจังหวัดอีกด้วย แต่ใช่ว่าระยองจะมีเฉพาะเกาะเสม็ดเท่านั้นที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเล แต่ระยองยังมีชายหาดที่สวยงามอย่าง หาดแม่รำพึง หาดแหลมเจริญ หาดแสงจันทร์ แหลมแม่พิมพ์ รวมไปถึงเกาะมันนอก มันใน ไว้ให้เที่ยวชมด้วยเช่นกัน และเมื่อได้ชื่อว่าเป็นเมืองชายทะเลที่อุดมสมบูรณ์ อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าแวะไปเที่ยวชมคือ บริเวณปากน้ำประแส ที่นับเป็นชุมชน แหล่งการค้า และแหล่งผลิตสินค้าทางการประมงมากมาย และที่เป็นจุดเด่นของชุมชนนี้คือ สะพานชมป่าชายเลนที่ทอดตัวยาวลัดเลาะไปตามแนวต้นโกงกาง พาดผ่านไปยอดไม้สีเขียวอร่ามตาของต้นโปรงทอง โดยสะพานแห่งนี้นับเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน และจุดชมหิ่งห้อยที่สวยงามมากแห่งหนึ่งของระยอง และในบริเวณไม่ไกลกัน ยังเป็นจุดจอดเรือรบหลวงประแส เรือรบหลวงของไทยที่ผ่านสมรภูมิรบเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทยจากอริศัตรูมาอย่างยาวนานอีกด้วย แต่ใช่ว่าระยองจะมีดีแค่ชายทะเลเท่านั้น เพราะจริงแล้วอีกหนึ่งสิ่งเชิดหน้าชูตาให้กับระยองอีกสิ่งคือ ผลไม้มากมายตามฤดูกาลที่มีให้เลือกชิมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ทุเรียน เงาะ ส้มโอ มังคุด และลองกอง โดยหากมีโอกาส ลองหาเวลาเข้าเที่ยวชมสวน และแวะชิมผลไม้ได้สดๆจากต้นดู รับรองได้ถึงความสนุก และสดอร่อยของผลไม้ ซึ่งสวนผลไม้ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม เช่น สวนผลไม้สุภัทราแลนด์ สวนยายดา หรือสวนคุณไพบูลย์ เป็นต้น นอกจากความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ระยองก็มีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเช่นกัน โดยเฉพาะกับเจดีย์กลางน้ำที่อยู่คู่กับเมืองระยองมานาน เพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์บอกกับชาวเรือว่า ได้มาถึงเมืองระยองแล้ว โดยเจดีย์สีขาวกลางน้ำแห่งนี้สร้างขึ้นโดย พระยาศรีสมุทรโภคชัยโชติสงคราม อดีตเจ้าเมืองระยอง หากจะบอกว่า ระยองคือเพชรน้ำเอกของพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกก็คงจะไม่ผิดนัก เพราะด้วยความพร้อมเพรียงของทำเลที่ตั้ง ความอุดมสมบูรณ์ของชายทะเล และความหลากหลายของผลผลิตทางเกษตรแล้ว จะเห็นได้ว่าจังหวัดระยองนั้นนับเป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำคัญของการท่องเที่ยวภาคตะวันออกเลยทีเดียว บทความโดย : www.ilovetogo.com/Article/127/17549  ,  ภาพและข้อมูล : กรมการท่องเที่ยว

สำหรับคนเป็นสิวควรดู
รักษาสิว /  รักษาสิวอุดตัน / 

หน้าใสไร้สิวstellalucciเซรั่มมังคุดรักษาสิวอุดตัน รักษาสิวอักเสบ รักษาสิว เปลือกมังคุดราชินีแห่งผลไม้ไทย โดยเราอาจดูที่กลีบรอบบนเปลือกสีม่วงเรียงกันเหมือนกับมงกุฎ โดยวงการเครื่องสำอางค์ชั้นนำ มักนิยมหยิบนำสารสกัดเปลือกมังคุดมาใช้ผสมผสานผลิตภัณฑ์ สำหรับผู้ที่มีผิวหน้าอักเสบ บอบบางและแพ้ง่ายๆ เนื่องด้วยสารสกัดเปลือกมังคุดมีสารแทนนิน (Tanin) และสารแซนโทน ( Xanthone) และ สารแมงโกสติน (Mangostin) ซึ่งสารแทนนินมีฤทธิ์สมานแผลช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น ส่วนสารแมงโกสตีน มีฤทธิ์ช่วยลดอาการผิวอักเสบ และดูแลเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนอง สารแซนโทนในเปลือกมังคุดยังมีฤทธิ์ในการดูแลผิวหน้า และสิ่งแปลกปลอมที่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดสิว พร้อมทั้งผสานกับ Ascorbyl Glucoside หรือวิตามิน ซี สังเคราะห์พิเศษที่ช่วยฟื้นฟูผิวหรือจุดด่างดำที่เกิดจากสิวให้แลดูเรือนรางลงให้ผิวที่กระชับและเรียบคืนตัว หลังจากการใช้เพียง 2 อาทิตย์ คุณจะสัมผัสกับหน้าที่เรียบขึ้นทุกครั้งที่ได้มีการลูบไล้และสัมผัส รักษาสิวอุดตัน รักษาสิวอักเสบ รักษารอยหลุมสิว โทรหาหมอเต้ยที่ 084-703-0192 ติดต่อได้ที่คุณหมอเต้ย084-703-0192 หรือ คุณต้า089-145-5299 www.stellalucci.com หรือstellalucciherb@hotmail.com ดูยูทูปได้ที่ http://www.youtube.com/watch?v=4cWe9gdbOFU