มังคุด

เชิญเที่ยว เทศกาลบริโภคผลไม้ไทย
เทศกาลบริโภคผลไม้ไทย /  เทศกาลผลไม้ / 

เชิญเที่ยว เทศกาลบริโภคผลไม้ไทย ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้า เจ เจ มอล์ ในวันที่ 4-8 มิถุนายน นี้ เชิญเที่ยว เทศกาลบริโภคผลไม้ไทย ใกล้ถึงวันแล้วนะครับเตรียมพร้อมหรือยัง กับเทศกาลบริโภคผลไม้ไทย สำหรับคนที่หลงรักการทานผลไม้เชิญ ช้อบ เชิญ ชิม กับราชินีและราชา แห่งผลไม้มากมาย คนรักสุขภาพอย่าพลาดกัน ในงานจะมีผลไม้มาให้เลือกซื้อกันอย่างหลากหลาย ทั้งราชาผลไม้ (ทุเรียน) และราชินี(มังคุด) รวมกระทั้ง ลิ้นจี่,สับปะรด,เงาะ,ชมพู่ ผลไม้สดๆ ที่มีคุณภาพอีกทั้ง ผลไม้แปรรูปอื่นๆ อีกมากมาย อย่าพลาดแวะไปเที่ยวกันนะครับ ดูข้อมูลเพิ่มเติม >> www.facebook.com/pages/JJmall-Fanpage ขอบคุณข่าวสารจาก เที่ยวภาคกลาง.com

20 สวนผลไม้ ภาคตะวันออก อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน
เทศกาลผลไม้ /  เที่ยวจันทบุรี / 

พอเข้าหน้าร้อนแบบเต็มสูบ อากาศอันแสนระอุ ที่มาพร้อมกับความอร่อยของเหล่าผลไม้ ต่างดาหน้าผลิตผลออกสู่สวนและไร่ต่าง ๆ และดินแดนสวรรค์แห่งผลไม้ ก็คือภาคตะวันออกของเรานี่เอง ที่เต็มไปด้วยสวนผลไม้มากมาย โดยเฉพาะระยอง กับจันทบุรี travel.mthai.com ขอแนะนำ 10 สวนผลไม้ ภาคตะวันออก อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน ให้คุณขับรถเพลิน ๆ ไปอิ่มท้องกับผลไม้นานาพันธุ์ได้อย่างจุใจ 20 สวนผลไม้ ภาคตะวันออก อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน ในช่วงเดือนพฤษภาคม – กรกฎาคมของทุกปี จังหวัดระยอง และจังหวัดจันทบุรี จะคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ เพราะเป็นช่วงที่ผลไม้หลากหลายชนิดทยอยจากสวนออกสู่ตลาด ไม่ว่าจะเป็นราชา แห่งผลไม้อย่างทุเรียน หรือราชินีแห่งผลไม้อย่างมังคุด ก็มาอวดโฉมให้ได้ลิ้มลอง อีกทั้งยังมีเงาะ ลองกอง ลางสาด สละ ระกำ สับปะรด แก้วมังกร องุ่น ลำไย และอีกมากมาย ตลอดจนผลิตภัณฑ์แปรรูปผลไม้อีกหลากหลายรูปแบบ ให้ท่านได้เลือกซื้อเลือกชิมกันอย่างจุใจ นอกจากนี้ สวนผลไม้ต่าง ๆ ยังเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยว ให้มาสัมผัสวิถีชีวิตแบบชาวสวน ทั้งสวนผลไม้แบบโบราณ สวนผลไม้แบบเกษตรอินทรีย์ ไปจนถึงสวนผลไม้เพื่อการส่งออก โดยมีกิจกรรมภายในสวน เช่น ชมสวนด้วยรถกอล์ฟ รถไฟ จักรยาน ชิมผลไม้สด ๆ จากต้น โฮมสเตย์ อาหารพื้นเมือง เรียนรู้การเกษตร เป็นต้น เริ่มที่ จ.ระยอง 1. สวนสุภัทรา (Suphattra Land) กิจกรรม : ชมสวนด้วยรถราง ชิมผลไม้จากต้น บุฟเฟต์ผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน เงาะ มังคุด มะเฟือง มะพร้าว ขนุน สละ มะม่วง แก้วมังกร ลองกอง ลำใย ส้มโอ องุ่น ที่ตั้ง : เลขที่ 70 หมู่ 10 ตำบลหนองระลอก อำเภอบ้านค่าย ระยอง โทร. 038 892 048-9 2. สวนยายดา-เจ๊บุญชื่น กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ อาหารพื้นเมือง ผลิตภัณฑ์แปรรูป ผลไม้ : เงาะ ทุเรียน มังคุด ที่ตั้ง : เลขที่ 30 เขายายดา ตำบลตะพง อำเภอเมือง ระยอง 21000 โทร. 089-0991297, 089-0431330 3. สวนปาหนัน กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ Homestay ผลไม้ : เงาะ ทุเรียน มังคุด ที่ตั้ง : หมู่ 3 ตำบลตะพง อำเภอเมือง ระยอง โทร. 081-3009518, 081-8616927 4. สวนลุงทองใบ กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน เงาะ มังคุด ที่ตั้ง : เลขที่ 96/1 หมู่ 11  ตำบลตะพง อำเภอเมือง ระยองโทร. 089-8106411 083-769172 5. สวนลำดวน กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน เงาะ มังคุด ที่ตั้ง : เลขที่ 78 หมู่ 4 ตำบลตะพง อำเภอเมือง ระยอง โทร. 089-933 3798 6. สวนลุงเสส กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน ลองกอง มังคุด ที่ตั้ง : เลขที่ 22  หมู่ 7 ตำบลกองดิน อำเภอแกลง ระยอง โทร. 08 6444 9103 7. สวนคุณไพบูลย์ กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน (พันธุ์นกกระจิบ หมอนทอง ชะนี หลงลับแล) เงาะ มังคุด ลองกอง มะยงชิด แก้วมังกร ที่ตั้ง : เลขที่ 21 หมู่ 4 ตำบลนาตาขวัญ อำเภอเมือง ระยอง โทร. 08 1567 6368, 08 6149 1772 8. สวนผู้ใหญ่สมควร กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง กะท้อน ที่ตั้ง : ถนนหนองหญ้า-ก้นหนอง ตำบลบ้านแลง อำเภอเมือง ระยอง โทร. 08 1761 9497 9. สวนประสมทรัพย์ กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ Homestay ผลไม้ : มะยงชิด ทุเรียน ลองกอง มังคุด เงาะ ที่ตั้ง : หมู่ 5 ตำบลบางบุตร อำเภอบ้านค่าย ระยอง โทร. 08 1377 3056, 08 1481 6598 10. สวนกำนันพงษ์ กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน ลองกอง มังคุด เงาะ ที่ตั้ง : หมู่ 4 ตำบลกระแสบน อำเภอแกลง ระยอง โทร. 08 9939 1564 ต่อด้วย จ.จันทบุรี 1. สวนสกุลพัฒน์ กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน ชมพู่ ส้มโอ ลำใย ที่ตั้ง : กม. 298 ถนนสุขุมวิท ต.วังใหม่ อ.นายายอาม จันทบุรี โทร. 08 6155 0222, 08 1809 0366 2. สวนทุเรียนบ้านแซงลึก กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน เงาะ มังคุด แก้วมังกร สละ ที่ตั้ง : หมู่ 4 ตำบลเขาบายสี อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี โทร. 0 3935 5544, 08 3078 8022 3. สวนสะเด็ดยาด กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : เงาะ ทุเรียน มังคุด ที่ตั้ง : 183/13 หมู่ 2 ตำบลเขาบายศรี อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี  โทร. 08 7111 1335, 08 7111 1338 4. สวนป้าแกลบ กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลิตภัณฑ์แปรรูป ผลไม้ : เงาะ ทุเรียน มังคุด แก้วมังกร สละ ที่ตั้ง : 43 หมู่ 8 ตำบลเขาบายศรี อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี โทร. 0 3935 6954, 08 6366 3097 5. สวนน้องแฝด กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : เงาะ ทุเรียน มังคุด สละ ที่ตั้ง : 29/1 หมู่ 12 ตำบลเขาบายศรี อำเภอท่าใหม่ จันทบุรีโทร. 08 6140 8491 6. สวนผู้ใหญ่คำนึง กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ Homestay ผลไม้ : ทุเรียน เงาะ มังคุด แก้วมังกร สละ ที่ตั้ง : 6/1 หมู่ 12 ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าใหม่ จันทบุรีโทร. 08 9092 9596 7. สวนสละคุณสมชาย กิจกรรม : ชมสวน ชิมผลไม้ ผลไม้ : สละ ลองกอง ทุเรียน มังคุด ที่ตั้ง : 10/3 หมู่ 4 ตำบลคลองพลู อำเภอเขาคิชณกูฏ จันทบุรี โทร. 08 1835 6250 8. ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี กิจกรรม : ความรู้ด้านพืชสวน กางเต็นท์  ที่พัก เดินเที่ยวและขี่จักรยานชมธรรมชาติ ผลไม้ : เงาะ ทุเรียน มังคุด ลองกอง พืชสกุลระกำ พันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ ที่ตั้ง : ริมถนนสุขุมวิท ตำบลตะปอน อำเภอขลุง จันทบุรี  โทร. 0 3939 7030, 0 3939 7146 9. ศูนย์เรียนรู้เกษตรพอเพียงนายวิสิทธิ์ กิจกรรม : ชมสวนเกษตรอินทรีย์  ชิมผลไม้ ผลไม้ : มังคุด เงาะ ทุเรียน ลองกอง ที่ตั้ง : 8/2 หมู่ 3 ตำบลวังแซ้ม อำเภอมะขาม จันทบุรี โทร. 08 9097 0137 10. ศูนย์ศึกษาพัฒนาผลไม้ตามพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี กิจกรรม : ชมสวนผสมผสาน ชิมผลไม้ ผลไม้ : ทุเรียน มังคุด ลองกอง กะท้อน ที่ตั้ง : ตำบลท่าหลวง อำเภอมะขาม จันทบุรี  โทร. 08 9240 5416 (ควรติดต่อสอบถามสวนที่ท่านสนใจล่วงหน้า ก่อนไปเที่ยวชมทุกครั้ง) การเลือกซื้อผลไม้ การเลือกซื้อทุเรียน 1. ดูปากปลิง ทุเรียนแก่จัดปากปลิงจะพองโตเห็นรอยชัดเจน 2. ดูหนาม ผลทุเรียนแก่ปลายหนามจะออกสีน้ำตาลเข้ม 3. บีบปลายหนาม 2 หนามเข้าหากัน ทุเรียนแก่เมื่อบีบปลายหนามจะมีลักษณะยือหยุ่นเหมือนมีสปริง 4. ดูขั้วผล ขั้วทุเรียนแก่จะเป็นสปริง ส่วนขั้วผลทุเรียนอ่อนจะไม่เป็นสปริง 5. ดูสีผล ด้านบนผลทุเรียนแก่สีจะมันและแห้ง 6. ดูร่องพู ทุเรียนแก่ร่องพูจะเป็นสีน้ำตาลปนเหลือง ไม่มีริ้วรอยจากแมลงและโรค 7. ชิมปลิง โดยตัดขั้วผลหรือปลิง ทุเรียนแก่จะเห็นน้ำใสที่ขั้วผล ไม่ข้นเหนียว ชิมดูจะมีรสหวาน รอยตัดขั้วผลจะเป็นวงแหวนสีเหลืองระหว่างแกนกับเปลือก 8. ดมกลิ่น ถ้าสุกจะมีกลิ่นหอม ถ้าแก่จะมีกลิ่นสาบของความหอม ไม่เหม็นเขียว 9. เคาะที่โกรกหนาม ทุเรียนแก่มีเสียงโพรกดังหลวม ๆ ไม่ทึบ 10. เลือกซื้อทุเรียนที่ตัดมาจากสวนใหม่ ๆ แล้วนำไปเป่าพัดลมเพื่อไล่น้ำ 3-5 ชั่วโมง เนื้อทุเรียนจะไม่อมน้ำ ทำให้ทานอร่อยยิ่งขึ้น 11. ถ้าซื้อทุเรียนที่ตัดตอนแก่ พันธุ์ชะนีให้ทิ้งข้ามคืน 3 คืน ส่วนหมอนทองให้ทิ้งข้ามคืน 5 คืน จะได้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้น 12. การใช้มีดผ่าทุเรียน ควรใช้มีดที่มีความคม ขนาดกระชับมือ ผ่าตามร่องพูแล้วค่อย ๆ บิดเปลือกออก จะทำให้แกะง่ายขึ้น 13. ทุเรียนที่สุกมาก ใช้มีดเจาะก้นผลแล้วบิดเปลือกออกจะทำให้แกะง่ายขึ้น การเลือกซื้อเงาะ 1.ควรชิมก่อนว่าหวานหรือไม่ เวลาซื้อให้เลือกเองและเลือกผลใหญ่สม่ำเสมอ 2.เนื้อเงาะต้องล่อนดี ไม่ติดเมล็ด และไม่แฉะน้ำจนเกินไป 3.การเลือกซื้อเงาะควรเลือกเปลือกและขนเงาะที่มีสีสดไม่แห้งดำ 4.เงาะโรงเรียนปลายขนมีสีเขียวอ่อน เงาะสีชมพูปลายขนมีสีแดงอมชมพู การเลือกซื้อมังคุด เลือกเปลือกไม่แข็ง เปลือกสีม่วงแดงเข้มเกือบดำ ขั้วดูสด เมื่อปอกเปลือกออกเนื้อจะเป็นพูขาวนวล รสหวานอมเปรี้ยว หากเป็นเนื้อใสและแข็ง เรียกว่า “มังคุดแก้ว”เกิดจากต้นมังคุดถูกฝนตกหนักก่อนเก็บ 1. ถ้าจะทานมังคุดที่มีรสชาติหวานให้เลือกมังคุดที่มีผิวสีม่วงเข้ม แต่ถ้าจะทานหวานอมเปรี้ยวให้เลือกมังคุดที่มีผิวสีแดง 2. มังคุดผลเล็กจะมีรสชาติดีกว่ามังคุดผลใหญ่ และไม่ค่อยมีเมล็ดเวลาทาน 3. การแกะมังคุดให้ใช้มีดผ่าเป็นเส้นกากบาทที่ก้นผล แล้วบิดออกจะทำให้เนื้อไม่ช้ำและไม่เสียรสชาติ 4. มังคุดที่มีรอยแตกหรือแข็งมาก มีรอยยุบหรือมีทรายติด ไม่ควรซื้อ เพราะเป็นมังคุดที่ตกจากต้น การเลือกซื้อลองกอง 1. ควรชิมก่อนว่าหวานหรือไม่ 2. ควรเลือกผิวเรียบ ไม่มีรอยด่างดำมากเกินไป ขนาดผลใกล้เคียงกัน 3. ผลลองกองจะมีลักษณะใกล้คียงกับลางสาด ให้สังเกตผิวเปลือกลางสาดผิวจะมันและเรียบกว่าผลลองกอง ผลลางสาดจะเล็กกว่าลองกอง หากแกะเปลือกออกจะมียางสีขาว ๆ แต่ลองกองจะไม่มียาง การเลือกซื้อสละและระกำ 1. สละแต่ละพันธุ์มีลักษณะไม่แตกต่างกันมากนัก จะต่างกันที่บางพันธุ์มีลักษณะพิเศษ คือ ลำต้นไม่มีหนาม และบางพันธุ์ผลจะมีลักษณะยาวรีและเปลือกมีสีน้ำตาลเข้ม เช่น สละพันธุ์เนินวงศ์ 2. สละจะมีรสชาติหอมหวาน ส่วนระกำจะเปรี้ยวอมหวาน 3. ผลระกำจะมีเมล็ด 2-3 เม็ด แต่สละจะมีเพียง 1-2 เมล็ด 4. สละนิยมทานสด แต่ระกำนิยมนำไปเป็นส่วนประกอบอาหาร เช่น ปลาทู ต้มระกำ 5. การแกะเปลือกสละและระกำ ให้บิดเปลือกจากก้นผลแล้ววนรอบผล จะแกะง่ายและไม่ทำให้เนื้อช้ำ แต่ถ้าเปลือกล่อนเป็น     ชิ้น ๆ แสดงว่าไม่สดเพราะเปลือกแห้งเกินไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ททท.สำนักงานระยอง โทร. 0 3865 5420 – 1 ที่มา : การท่องเที่ยวแห่งปะเทศไทย  ,  เรียบเรียงโดย : Travel MThai

กระท้อน ไม้ผลทำเงิน 1 ล้านบาทต่อปี ปลูกง่ายไม่มีโรค
10 วิธีแจ้งความ /  กระท้อน / 

“กระท้อน” ไม้ผลทำเงิน ปลูกง่าย ไม่มีโรค แถมขายได้ราคาดี.... สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาทต่อปี ซึ่งชี้ให้เห็นว่า “กระท้อน” ก็เป็นไม้ผลเงินล้านได้ เฉกเช่นไม้ผลเศรษฐกิจชนิดอื่น ๆ ขึ้นอยู่ที่ว่าเราจะทำคุณภาพได้มากน้อยเพียงใดเท่านั้น ตลอดเดือนกรกฎาคมของทุกปีถือเป็นสวรรค์ของคนที่ชอบรับประทานกระท้อน เพราะ กระท้อน ให้ผลผลิตเพียงปีละครั้ง และจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมากในเดือนนี้ โดยแหล่งปลูกกระท้อนที่สำคัญในอดีตคือจังหวัดนนทบุรี มีสายพันธุ์ที่นิยมปลูกเป็นการค้า 6 สายพันธุ์ ได้แก่ - พันธุ์ทับทิม - ปุยฝ้าย - นิ่มนวล - ปุยไหม - เทพศิริ - อีล่า ทั้ง 6 สายพันธุ์ดังที่กล่าวมานี้ พันธุ์ปุยฝ้ายและพันธุ์นิ่มนวลเป็นพันธุ์ที่เกษตรกรนิยมปลูกมากที่สุด เพราะมีผลขนาดใหญ่และจำหน่ายได้ราคา โดยหากเป็น พันธุ์นิ่มนวลเมืองนนท์แท้ ๆ จะจำหน่ายได้ตั้งแต่กิโลกรัมละ 120 บาทขึ้นไป ปัจจุบันเกษตรกรที่ทำสวนกระท้อน ทั้งประเทศไทยมีไม่ถึง 100 ราย เนื่องจากกระท้อนไม่ใช่ผลไม้ในกระแสของการบริโภค จึงทำให้เกษตรกรหลายคนไม่สนใจปลูกเพราะเห็นว่าขายไม่ได้ราคา แต่จริง ๆ แล้ว กระท้อนไม่ใช้ผลไม้กะโหลกกะลาไร้ราคาอย่างที่คิด ยิ่งหากได้เติมคุณภาพลงไป ก็ยิ่งเป็นผลไม้เงินล้านที่ไม่ควรมองข้าม เพราะตลาดมีความต้องการสูงและคู่แข่งยังน้อย คุณสมชาย บุญก่อเกื้อ เกษตรกรคนเก่ง ลูกค้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เจ้าของสวนกระท้อน “อุบลสมบูรณ์” เผยถึงที่มาของการปลูกกระท้อนบนเนื้อที่กว่า 23 ไร่ ในจังหวัดระยอง ให้ฟังว่า เกษตรกรในจังหวัดระยองส่วนใหญ่ทำสวนผลไม้เศรษฐกิจหลัก ๆ 3 ชนิด คือ เงาะ มังคุด และทุเรียน พอถึงฤดูกาลผลไม้ของทุกปี ราคาผลผลิตของผลไม้ทั้งสามชนิดก็จะมีปัญหาทุกปี เพิ่งมาสองสามปีหลังนี้ ที่เริ่มทำมังคุดส่งนอกจึงได้ราคาขึ้นมา “ด้วยความผันผวนของราคาผลไม้นี่เอง ผมก็เลยมองว่า เราควรจะปลูกอะไรที่สวนกระแสจากชาวบ้านคนอื่น ๆ พอดีว่าที่หมูบ้านเรามีกระท้อนอยู่ต้นหนึ่ง ซึ่งคุณลุงพูนแกไปซื้อลูกมาจากจังหวัดนนทบุรีมารับประทาน พอทานเสร็จท่านเห็นว่ากระท้อนลูกนั้นรสชาติอร่อย จึงนำเมล็ดกระท้อนลูกนั้นไปปลูก ผ่านไปประมาณ 5 ปี กระท้อนต้นนั้นเติบโต ติดดอกออกผล ซึ่งผมได้กินแล้วก็เห็นว่า กระท้อนจากต้นนี้มีคุณลักษณะพิเศษคือ เนื้อนุ่ม หวาน เนื้อหุ้มเมล็ดเป็นปุย หวาน มีเนื้อมาก เมล็ดเล็ก เมื่อได้ชิมแล้วรู้สึกถูกใจจึงขอกิ่งพันธุ์มาปลูก และตั้งชื่อสายพันธุ์ใหม่เพื่อให้เป็นเกียรติแก่ลุงพูนว่า กระท้อนพันธุ์ทองพูน” คุณสมชาย ยังเล่าให้ฟังอีกว่า ตอนแรกผมปลูกเพียง 40 ต้น ตอนนั้นยอมรับว่าไม่ค่อยมีความรู้เรื่องกระท้อนมากสักเท่าไหร่ เพราะถือเป็นไม้ผลชนิดใหม่ของชาวสวนละแวกนี้ เมื่อกระท้อนอายุได้ 3 ปี ก็เริ่มออกผลผลิต ด้วยความที่ยังขาดประสบการณ์จึงไปจ้างคนมาห่อกระท้อน ผลปรากฏว่าเราได้กระท้อนที่จำหน่ายได้เพียง 40 เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นเสียหายทั้งหมด เพราะลูกจ้างไม่ได้ใส่ใจคุณภาพให้เรา สักแต่ว่าทำงานเพื่อให้ได้ค่าแรงเท่านั้น ในตอนหลังจึงตัดปัญหาดังกล่าวนี้ออกด้วยการใช้แรงงานคนในครอบครัวและลงมือทำเองทั้งหมด เพราะเราสามารถควบคุมคุณภาพได้ ผลผลิตในช่วงนั้นเราเอาไปขายในอำเภอแกลง ได้ราคาเพียงกิโลกรัมละ 10 บาท จากนั้นก็มานั่งคิดว่าจะทำอย่างไรนะจึงจะให้ผลผลิตของเราได้ราคา พอดีตอนนั้นมีเพื่อนทำงานอยู่ที่ TOT แจ้งวัฒนะ เพื่อนก็แนะนำให้เอาผลผลิตใส่รถกระบะไปขายที่นั่น เราก็เลยนำไปขายได้กิโลกรัมละ 60-70 บาท (ตอนนั้นราคากระท้อนเมืองนนท์กิโลกรัมละ 120 บาท) หลังจากนั้นเป็นต้นมาผลผลิตกระท้อนของที่สวนก็จะส่งไปขายที่นั้นทั้งหมด “ปัจจุบันเราแทบไม่ต้องเอาผลผลิตไปขายแล้ว เพราะเมื่อถึงฤดูกระท้อน คนที่เขาเคยรับประทานกระท้อนของเราก็จะออร์เดอร์กันมาเลย เมื่อเราเริ่มมองเห็นแนวทางการตลาด ก็เลยมาปลูกเพิ่ม จนกระทั่งปัจจุบันที่สวนมีกระท้อนที่ให้ผลผลิตแล้วทั้งหมด 178 ต้น และกำลังปลูกเพิ่มอีก 45 ต้นครับ” เทคนิคการปลูกกระท้อนของ คุณสมชาย อย่างแรกเลยให้คำแนะนำว่า ธรรมชาติของกระท้อนเป็นไม้ผลที่ปลูกง่าย โตเร็ว และไม่ต้องมีตารางฉีดยาให้ปุ๋ยเช่นไม้ผลชนิดอื่น หากเกษตรกรที่สนใจปลูกกระท้อนเพื่อการค้า ควรคำนึงถึงสิ่งต่าง ๆ ดังนี้ - สายพันธุ์ที่ปลูกจะต้องเลือกสายพันธุ์ที่รับประทานอร่อยและตลาดมีความต้องการ ระยะห่างระหว่างแปลงปลูกควรอยู่ระหว่าง 8 x 8 เมตร ซึ่งระยะดังกล่าวนี้กระท้อนจะไม่แย่งกันเจริญเติบโต จึงไม่ต้องตัดแต่งกิ่งบ่อย สามารถปล่อยให้เขาโตตามธรรมชาติได้เลย เนื่องจากกระท้อนเป็นไม้โตเร็ว การบำรุงรักษาจะไม่ยุ่งยากเท่าไหร่ สามารถปล่อยให้โตตามธรรมชาติได้เลย - เมื่อถึงอายุการให้ผลผลิต ในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม กระท้อนจะเริ่มทิ้งใบ และช่วงเดือนกุมภาพันธ์จะเริ่มผลิใบอ่อนและเริ่มให้ดอก จากนั้นก็จะเริ่มให้ผล ทันทีที่กระท้อนเริ่มติดผล เราจะต้องทำการฉีดยาสมุนไพรเพื่อป้องกันแมลงมาดูดกินน้ำเลี้ยงผลอ่อน หากเกษตรกรต้องการผลผลิตที่มีคุณภาพ เราจะต้องทำการห่อผล ซึ่งเทคนิคการห่อผลของสวนนั้นใช้วิธีการสร้างนั่งร้านเช่นเดียวกับงานก่อสร้างไว้รอบ ๆ ทรงต้น เพื่อที่จะห่อผลได้ทุกลูก (นั่งร้านทำจากไม้ไผ่รวก และมีอายุการใช้งาน 2 ปี) โดยใน 1 ต้น ควรจะไว้ลูกเพียง 250-300 ลูก ในอัตราจำนวนดังกล่าวนี้จะทำให้กระท้อนเติบโตเสมอกันทุกลูก โดยจะมีน้ำหนักมาตรฐานอยู่ที่ 4-5 ขีดต่อลูก ซึ่งเป็นขนาดที่ตลาดมีความต้องการ และมีราคาค่อนข้างน่าสนใจ แต่หากไว้จำนวนลูกดกกว่านี้ ก็จะได้ขนาดลูกที่เล็กลง และส่งผลให้ขายได้ราคาถูกลงด้วย แต่ถ้าไว้ลูกน้อยเกินไป กระท้อนก็จะมีขนาดผลที่ใหญ่เกินความต้องการของตลาดเช่นกัน วิธีห่อกระท้อนของ คุณสมชาย “การห่อผลควรจะเริ่มห่อตั้งแต่กระท้อนมีขนาดเท่าลูกหมาก โดยจะเลือกห่อเฉพาะผลที่มีผิวเนียนเกลี้ยง ส่วนผิวที่มีตำหนิหรือไม่ต้องการควรปลิดผลนั้นทิ้ง เพื่อป้องการลูกที่ไม่เหมาะสมแย่งอาหารและดึงดูดแมลงวันทองเข้าสวน (ลูกกระท้อนที่ปลิดทิ้งสามารถนำมาหมักเป็นฮอร์โมนลูกกระท้อนเพื่อเพิ่มความหวานได้) ทั้งนี้การห่อผลแต่ละรอบควรจะทำตำหนิโดยการป้ายสีที่ถุงกำกับไว้ เช่น ห่อรอบแรกใช้สีส้ม และห่อรอบสองใช้สีเขียว เป็นต้น (ตัวอย่างสมมติ) การป้ายสีกำกับในลักษณะดังกล่าว จะช่วยให้สะดวกตอนเวลาเก็บเกี่ยว เพราะสามารถเลือกเก็บตามรุ่น ตามสีที่ป้ายไว้ โดยไม่ต้องเสียเวลาเปิดดูทีละถุง” สำหรับราคาจำหน่ายของกระท้อนที่สวนอุบลสมบูรณ์นั้น แบ่งเป็น 3 เกรด ได้แก่ - เกรดจัมโบ้ ขนาดผลตั้งแต่ครึ่งกิโลกรัมขึ้นไป จำหน่ายอยู่ที่กิโลกรัมละ 80 บาท - เกรดกลาง ขนาดผลตั้งแต่ 4-5 ขีด จำหน่ายกิโลกรัมละ 60 บาท - เกรดมินิ ต่ำกว่า 4 ขีดลงมา จำหน่ายกิโลกรัมละ 40 บาท “เกษตรกรหลายคนมักสงสัยว่า กระท้อนจัมโบ้ได้ราคาดีสุด ทำไมทางสวนจึงไม่เน้นผลิตเฉพาะกระท้อนที่มีขนาดจัมโบ้ ในประเด็นนี้ต้องเรียนให้ทราบว่า ถึงแม้ขนาดจัมโบ้จะขายได้ราคาดี แต่มักจะขายยาก เนื่องจากตลาดไม่นิยมรับประทานกระท้อนที่มีลูกใหญ่มาก ส่วนใหญ่กระท้อนลูกใหญ่จะเป็นของฝากมากกว่าจะซื้อไปรับประทานเอง ดังนั้นในการผลิตกระท้อนเราจึงต้องผลิตตามความต้องการของตลาด คือ 2 ลูกต่อกิโลกรัมกำลังดีครับ” สำหรับการ ปลูกกระท้อน 178 ต้น บนเนื้อที่กว่า 23 ไร่ของคุณสมชาย จะมีต้นทุนการผลิตอยู่ที่ 200,000-300,000 บาท / ปี (ต้นทุนสูงสุดอยู่ที่ค่าไม้ไผ่รวกในการทำนั่งร้านเพื่อห่อผลและเก็บผลผลิต ส่วนค่าปุ๋ยและยานั้นต่ำมาก) จำนวนพื้นที่ปลูกดังกล่าวได้น้ำหนักผลผลิตรวมไม่ต่ำกว่า 13 ตัน สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาทต่อปี ซึ่งชี้ให้เห็นว่า “กระท้อน” ก็เป็นไม้ผลเงินล้านได้ เฉกเช่นไม้ผลเศรษฐกิจชนิดอื่น ๆ ขึ้นอยู่ที่ว่าเราจะทำคุณภาพได้มากน้อยเพียงใดเท่านั้น สำหรับเกษตรกรที่สนใจเรียนรู้การปลูกกระท้อนเพื่อการค้าเงินล้าน หรือสนใจกิ่งพันธุ์กระท้อนหวาน รับประทานอร่อย “พันธุ์ทองพูน” รวมถึงผลผลิตกระท้อน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณสมชาย บุญก่อเกื้อ เลขที่ 171 หมู่ 3 ต.กร่ำ อ.แกลง จ.ระยอง โทร. 08-1377-9536 - ขอบคุณข้อมูลจาก : เกษตรกรก้าวหน้า -

10 โครงการหลวง น่าเที่ยว ต้อนรับฤดูหนาว
10 สถานที่ /  การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม / 

Travel.mthai.com ขอนำเสนอ 10 โครงการหลวง น่าเที่ยว ต้อนรับฤดูหนาว ที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาให้ทุกท่านได้ชมกัน เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงพัฒนาพื้นที่ชนบทให้มีทั้งคุณค่าทางธรรมชาติ และวิถีชีวิตของชาวบ้าน ซึ่ง โครงการหลวงของพระองค์นั้นมีอยู่เกือบ 40 แห่ง และนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น 10 โครงการหลวง น่าเที่ยว ต้อนรับฤดูหนาว ในช่วงเทศกาลปีใหม่และฤดูหนาว ใครที่มีโปรแกรมขึ้นเหนือ อย่าลืมแวะไปชมโครงการหลวงต่างๆ กันด้วยนะ หรือจะเอาไว้เที่ยวในเดือนอื่นในฤดูหนาว ก็ตามสะดวกเลยครับ รับรองว่าคุณจะต้องประทับใจกลับไปแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร วัฒนธรรม และธรรมชาติ  1. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง จ.เชียงใหม่ สภาพพื้นที่ของโครงการส่วนใหญ่ล้อมด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อน มีแอ่งที่ราบระหว่างภูเขาเพียงเล็กน้อย มีพื้นที่ในความรับผิดชอบ 29,178 ไร่  โดยแบ่งพื้นที่ในการดำเนินการของโครงการประมาณ 30 ไร่ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,300 – 1,400 เมตร มีแม่น้ำสายสำคัญที่ไหลผ่านคือ แม่น้ำขุนวาง  ประชากรในพื้นที่เป็นชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงและม้ง รวมทั้งสิ้น 7 หมู่บ้าน ขึ้นอยู่กับตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงสาธิตไม้ผลเมืองหนาวภายในศูนย์ฯ เช่น องุ่นไร้เมล็ด โรงเรือนวนิลา ฯลฯ - ชมแปลงปลูกผัก โรงเรือนเห็ดเมืองหนาว แปลงปลูกดอกเบญจมาศหลากสีสัน ฯลฯ - สาธิตการเลี้ยงสัตว์ เช่น ไก่ดำ กระต่ายพันธุ์เนื้อ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ชมวิถีชีวิตของชาวเผ่าม้ง และกะเหรี่ยง - ชมการปักผ้า และการตีมีด ฯลฯ - งานปีใหม่ของม้ง จัดช่วงเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคม มีการละเล่น ชาวเขาจะแต่งกายชุดประจำเผ่าสวยงามมาร่วมงานที่ลานกิจกรรมหมู่บ้าน การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - เส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ตามเส้นทางมีพรรณไม้ พืชสมุนไพร และนก ระยะทางเดินประมาณ 3 กิโลเมตร เดินประมาณ 2 ชั่วโมง จะถึงน้ำตกเต๊ะเละโพ (อวบน้อย) ที่มีอ่างเก็บน้ำเหมาะแก่การลงเล่นน้ำ - ชมทุ่งกุหลาบพันปีสีแดง ออกดอกช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ที่บริเวณผาแง่ม ซึ่งเป็นยอดเขาที่มีทิวทัศน์งดงาม - ชมดอกพญาเสือโคร่ง (ซากุระดอย) ซึ่งจะบานสะพรั่งช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคม การเดินทาง ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ 106 กิโลเมตร  ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข  108 (เชียงใหม่-ฮอด) ก่อนถึงอำเภอจอมทอง มีทางแยกขวามือขึ้นดอยอินทนนท์ ตามทางหลวงหมายเลข 1009 ราว หลัก กม. ที่30-31 มีทางแยกทางขวามือผ่านบ้านขุนกลาง จุดกางเต็นท์ป่าสน ตรงไปอีก 16 กิโลเมตร จนถึงบ้านขุนวางสังเกตป้ายโครงการทางขวามือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-939-102, 085-717-0399 2. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยเสี้ยว จ.เชียงใหม่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยเสี้ยว ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2524 เป็นศูนย์ขนาดเล็ก พื้นที่รับผิดชอบ 48.54 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุม 14 หมู่บ้าน 995 ครัวเรือน ประกอบด้วยคนพื้นเมืองและชาวเขาเผ่าม้ง ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบเชิงเขา สูงจากระดับน้ำทะเล 450 เมตร ประกอบด้วยป่าโปร่งผลัดใบ ดิน มีลักษณะเป็นดินร่วนปนทรายและดินลูกรัง ความอุดมสมบูรณ์ต่ำ อุณหภูมิสูงสุด 37 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 11 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝน 1,277 มิลลิเมตรต่อปี การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงสาธิตไม้ผลเขตร้อน เช่น มะละกอ มะม่วง มะปราง พุทรา ขนุน ฯลฯ ที่นี่เป็นแหล่งปลูกมะม่วงหลายชนิด มะม่วงพันธุ์ออร์วิน มะม่วงนวลคำ ที่มีผลขนาดใหญ่ น้ำหนักเกือบ 1 กิโลกรัม รับประทานได้ทั้งดิบและสุก - ชมแปลงสาธิตพืชผักหลายหลากชนิด เช่น มะระขาว มะระหยก ซาโยเต้ ฯลฯ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ชมวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวเขาเผ่าม้ง - ประเพณี ที่น่าสนใจ คือ ประเพณีปีใหม่ม้ง ประเพณีสืบชะตาหลวงประจำหมู่บ้าน จัดขึ้นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี และประเพณีตานข้าวใหม่ จัดขึ้นหลังเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จ ช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคมของทุกปี การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - น้ำตกตาดครก เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มีน้ำตลอดปี มีโขดหินสวยงาม เป็นแหล่งที่มีปลามุงอาศัยอยู่ ซึ่งนับว่าเป็นปลาหายากของประเทศไทย - น้ำตกตาดน้อย เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มีกล้วยไม้ป่า แมลง ผีเสื้อ และเส้นทางเดินชมธรรมชาติ การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทาง 108 เชียงใหม่-ฮอด ประมาณ กม. ที่ 10-11 ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวง 1269 หางดง-สะเมิง ระยะทาง 12 กม. จะพบป้ายโครงการห้วยเสี้ยวด้านซ้าย เข้าถนนลูกรังอีก 3.5 กม. รวมระยะทาง 29 กม. ฤดูฝนการคมนาคมลำบาก สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-248-425, 089-850-6586 3. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน ในปี พ.ศ. 2523 ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อยได้ก่อตั้งขึ้น โดยใช้พื้นที่บ้านดงเป็นที่ทำการ เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเคยทอดพระเนตรเห็นพื้นที่แล้ว ประกอบกับเป็นที่ตั้งของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งเป็นศูนย์กลางพัฒนาการศึกษาแก่เยาวชนในท้องถิ่น โดยมีพื้นที่รับผิดชอบ 91.75 ตารางกิโลเมตร หรือ 57,368 ไร่ ครอบคลุม 14 หมู่บ้าน ประกอบด้วยชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงและเผ่าลั๊ว การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงกาแฟอาราบิก้า พร้อมชิมกาแฟสดรสดีผลิตภัณฑ์คุณภาพจากบ้านห้วยห้อม สวนกาแฟที่ได้รับการรับรอง GAP จากกรมวิชาการเกษตร ส่งจำหน่ายให้กับโครงการหลวง และสตาร์บัคส์ - ชมวิวความสวยงามของนาข้าวแบบขั้นบันได - ชมการทอผ้าขนแกะของกลุ่มแม่บ้านห้วยห้อม มีทั้งผ้าทอขนแกะล้วน และผ้าทอขนแกะผสม การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - พิธีกรรมเซ่นไหว้เจ้าที่เพื่อการเกษตรให้ผลผลิตที่ดี จะเริ่มตั้งแต่การเพาะปลูกไปจนถึงเก็บเกี่ยว - การเรียกขวัญและผูกด้ายขวัญ พิธีนี้กระทำขึ้นในหลายโอกาส อาทิ ขึ้นปีใหม่ แต่งงาน รับขวัญเด็กแรกเกิด การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - น้ำตกทีราชันย์ น้ำตกขนาดกลาง สูง 3 ชั้น ระยะทางห่างจากศูนย์ฯ 6 กิโลเมตร - น้ำตกทีลอเล สูง 5 ชั้น ระยะทางจากศูนย์ฯ 15 กิโลเมตร เดินเท้าต่ออีก 3 กิโลเมตร เหมาะสำหรับการเดินชมธรรมชาติ พรรณไม้ป่า การเดินทาง จากตัวเมืองชียงใหม่ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 108 สายเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน ผ่านแม่สะเรียง มุ่งหน้าอำเภอแม่ลาน้อย ถึง กม.132 ให้เลี้ยวขวาไปตามเส้นทาง 1266 ขึ้นดอยอีก 30 กิโลเมตร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-619-533-4 , 083-324-3062 4. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก จ.เชียงใหม่  ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก ก่อตั้งในปี พ.ศ.2526 เป็นศูนย์ฯ พัฒนาขนาดกลาง ตั้งอยู่ในหุบเขาด้านหลังเทือกดอยอินทนนท์ มีสภาพอากาศเย็นในช่วงฤดูหนาว และเย็นสบายในช่วงฤดูร้อน มีความร่มรื่นทางธรรมชาติ การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงสาธิตแปลงส่งเสริมผลผลิตตามฤดูกาล เช่น เบบี้ฮ่องเต้ โอ๊คลีฟแดง โอ๊คลีฟเขียว คอสสลัด เรดโครอล ร็อคเก็ตสลัด บัตเตอร์เฮด ผักกาดหวาน ฯลฯ - ชมการปลูกผักและสมุนไพรระบบอินทรีย์ เช่น ซุกินี คะน้าเห็ดหอม มะระขาว ฯลฯ - ชมนาขั้นบันไดที่สวยงามของชาวกะเหรี่ยง การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ประเพณีปีใหม่ของชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง มีการละเล่นและเลี้ยงฉลองตามบ้าน ชาวเขาจะแต่งกายด้วยชุดประจำเผ่ามาร่วมงานกันทุกคน - ชมงานหัตถกรรมการทอผ้าของกะเหรี่ยงที่มีลวดลายสวยงาม การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - ปางช้างแม่สะป๊อก น้ำตกแม่สะป๊อก น้ำตกแม่วาง และน้ำตกผาหม่น - ล่องแพไม้ไผ่ชมธรรมชาติลำน้ำแม่วาง บริเวณบ้านสบวิน การเดินทาง ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ 68 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 (สายเชียงใหม่-ฮอด) เมื่อถึงอำเภอสันป่าตอง เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1013 ตรงไปประมาณ 38 กิโลเมตร จากนั้นจะมีทางแยกซ้ายเข้าบ้านแม่สะป๊อกเหนือ  ระยะทางประมาณ 500 เมตร  ถึงที่ทำการศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-318-322 , 085-716-3134 5. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย จ.เชียงใหม่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ตั้งอยู่บริเวณต้นน้ำแม่แรมและแม่สา มีพื้นที่ 21.17 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 13,231 ไร่ สูงจากระดับน้ำทะเล 780-1,430 เมตร ครอบคลุมพื้นที่จำนวน 6 หมู่บ้าน 371 ครัวเรือน ประกอบด้วยชาวเขาเผ่าม้ง เผ่าลีซอ คนพื้นเมืองและจีนยูนนาน นับถือศาสนาพุทธ ศาสนาพุทธลัทธิผี และศาสนาคริสต์ลัทธิผี ซึ่งเข้ามาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ก่อนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงสมุนไพรขนาดใหญ่ เช่น เลมอนทายม์ เลมอนบาล์ม มิ้นต์ คาโมมายล์ โรสแมรี่ หญ้าหวาน ฯลฯ - ชมแปลงงานวิจัยผักเมืองหนาว แปลงผักไฮโดรโพนิกส์ เทคโนโลยีการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน - แปลงผักอินทรีย์และแปลงผักขั้นบันไดของชาวบ้านเผ่าม้งที่มีผักมากมายหลากหลายชนิด เช่น ผักกาดขาวปลี แครอท ปวยเหล็ง ฯลฯ การท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม - ชมการละเล่นพื้นบ้านของชาวเขาเผ่าม้ง เช่น ตีกลอง เป่าแคน ขลุ่ย การละเล่นชู้จ่าง ฯลฯ - ชมหัตถกรรมพื้นบ้าน เช่น การปักผ้าของหญิงม้ง การต้มเหล้าข้าวโพด ฯลฯ - ประเพณีปีใหม่ม้ง จะจัดขึ้นในเดือนธันวาคม – มกราคมของทุกปี ชาวเขาทั้งหมู่บ้านจะรวมกันแต่งกายชุดประจำเผ่าสวยงาม มีการประกวดธิดาดอย การแข่งขัน ล้อเลื่อนไม้ พร้อมกิจกรรมบันเทิงต่างๆ มากมาย การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - จุดชมวิวดอยม่อนล่อง จุดชมวิวที่สูงที่สุดของอำเภอแม่ริม สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,400 เมตร สามารถ ชมทิวทัศน์ของพระอาทิตย์ตกและทะเลหมอกในฤดูหนาวเป็นมุมกว้าง - จุดชมวิวม่อนดอย น้ำตกตาดหมอก น้ำตกวังฮาง - ดอยม่อนแจ่ม จุดชมวิวและลานกางเต็นท์ที่สวยงาม ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก การเดินทาง ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ 39 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่-ฝาง) ผ่านที่ว่าการอำเภอแม่ริม ถึงหลักกิโลเมตรที่ 17  เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงสาย 1096 (แม่ริม-สะเมิง) ประมาณ กม.ที่ 15 บริเวณบ้านโป่งแยง ให้สังเกตป้ายศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ด้านขวามือให้เลี้ยวขวาตรงตามถนนหลักระยะทางขึ้นเขาอีก  6  กิโลเมตร จนถึงที่ทำการศูนย์  สภาพเส้นทางเป็นถนนลาดยางตลอด รถยนต์ทุกประเภทสามารถเดินทางได้  มีรถประจำทางผ่านบริเวณทางแยกก่อนขึ้นศูนย์ สายสะเมิงเหนือ-เชียงใหม่ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 081-950-9767 , 083-324-0610 6. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า จ.พะเยา  ปี พ.ศ. 2530 มูลนิธิโครงการหลวงได้จัดตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่าขึ้น เริ่มต้นโดยกรมพัฒนาที่ดินดำเนินการบุกเบิกพื้นที่ จัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ จัดสรรพื้นที่ทำมาหากินให้แก่ราษฎร จากนั้นส่งเสริมให้ปลูกไม้ผลเมืองหนาวศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า สูงจากระดับน้ำทะเล 640 เมตร พื้นที่รับผิดชอบ 22,505 ไร่ ประกอบด้วยชาวเขาเผ่าเย้าและม้ง ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะพื้นที่เป็นเนินเขาและภูเขาสูง มีลำน้ำสายสำคัญ คือ ลำน้ำแม่คะ และลำน้ำเงิน การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงผลผลิต เช่น ฟักทองยักษ์ ฟักทองสีขาว ฯลฯ - ชมแปลงไม้ดอกไม้ประดับ เช่น แว็กซ์ฟลาวเวอร์ มะเขือการ์ตูน ฯลฯ - ชมแปลงไม้ผล เช่น อะโวกาโด มะม่วง ส้มโนรีตะ ส้มคัมควอท ฯลฯ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ชมวิถีชีวิตของชนเผ่าม้งที่หมู่บ้านสิบสองพัฒนา และบ้านปางค่าเหนือ - ชมวิถีชีวิตของชนเผ่าเย้าที่บ้านปางค่าใต้ การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - ยอดดอยภูลังกา เป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำยม สูง 1,720 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นสันเขาแคบๆ สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกยามเช้า โดยจุดนี้สามารถมองเห็น สปป.ลาว และสามเหลี่ยมทองคำได้อย่างชัดเจน - ดอยภูนม เป็นสันเขาแคบๆ ทอดตัวต่อลดหลั่นมาจากดอยภูลังกา สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้ - ดอยหัวลิง ถ้ามองทางทิศเหนือหรือใต้จะเห็นยอดดอยคล้ายหัวลิงหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ด้านตะวันตกเป็นป่าดงดิบเขาด้านทิศตะวันออกเป็นหน้าผาสูงชันมีหญ้าปกคลุมและลมพัดแรง การเดินทาง จากจังหวัดพะเยา ผ่านอำเภอดอกคำใต้-จุน มุ่งหน้าไปอำเภอเชียงคำ ไปตามทางหลวงหมายเลข 1179 เลี้ยวขวาที่ กม.8 เข้าทางหลวงสาย 1148 สายเชียงคำ-น่าน จากนั้นเลี้ยวซ้ายที่ กม.90 ขับต่อไปตามถนนรพช. อีกประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นถนนลาดยางไปจนถึงวนอุทยานภูลังกา รถเก๋งสามารถขึ้นไปได้อย่างสบาย หากจะขึ้นไปเที่ยวที่ดอยภูลังกา ให้ติดต่อเหมารถ 4WD ที่วนอุทยานภูลังกา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 081-883-0307 7. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะ จ.เชียงใหม่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะ ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่แตง มีพื้นที่รับผิดชอบ 17 หมู่บ้าน 451 ครัวเรือน บนพื้นที่ 84.27 ตารางกิโลเมตร หรือ 52,670 ไร่ ประชากรประกอบด้วยคนพื้นเมืองและเผ่าม้ง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเนินเขาและภูเขาสลับซับซ้อน ที่ราบมีน้อยมาก สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 700-1,250 เมตร อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 24 องศาเซลเซียส การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมวิวทิวทัศน์สวยงามของแปลงปลูกชาลุงเดช - เรียนรู้วิธีการชงชาและชิมชา ตลอดจนขั้นตอนกรรมวิธีการแปรรูปชาและการบรรจุหีบห่อที่โรงงานชาบ้านปงตอง - ชมโรงเรือนเพาะเห็ดระบบปิด เช่น เห็ดนางรมภูฎาน เห็ดนางรมฮังการี เห็ดปุยฝ้าย ฯลฯ - ชมแปลงกล้วยไม้ซิมบิเดี้ยมขนาดใหญ่หลากหลายสีสัน การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ประเพณีม้ง (กินวอ) คืองานประเพณีขึ้นปีใหม่ของขาวไทยภูเขาเผ่าม้ง จัดขึ้นระหว่างวันขึ้น 1-3 ค่ำเดือน 1 ซึ่งตรงกับเดือนมกราคมของทุกปี - ชมวิถีชีวิตชาวเขาเผ่าม้ง บ้านม่อนเงาะ การละเล่นโยนลูกช่วง ลูกข่าง การปักผ้าชาวเขา การตำข้าวด้วยครกกระเดื่อง เรียนรู้ภูมิปัญญาชาวบ้านในการทำเมี่ยงแบบดั้งเดิม ที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน ชมการเก็บใบเมี่ยง ใบชา และชิมยำใบเมี่ยงอาหารขึ้นชื่อของชุมชน การท่องเที่ยวธรรมชาติ - จุดชมวิวดอยม่อนเงาะ สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,425 เมตร ด้วยความสวยงามของชั้นเขา จึงสามารถชมทะเลหมอก และชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก เป็นมุมกว้าง 360 องศาได้อย่างสุดลูกหูลูกตา - เงือกผา เป็นหินงอกที่มีลักษณะคล้ายนางเงือกหันหน้าเกาะผาอยู่ - บ่อน้ำทิพย์ เป็นแอ่งน้ำซึมอยู่ภายในถ้ำ และมีน้ำตลอดทั้งปี - ถ้ำลม จะมีลมพัดออกมาจากถ้ำตลอดเวลา รู้สึกได้อย่างชัดเจนเมื่อยืนอยู่บริเวณปากถ้ำ - ล่องแพผจญภัยที่บ้านสบก๋าย ชมธรรมชาติที่สวยงามและความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ ชมโขดหินที่มีลักษณะแตกแต่งกัน รวมถึงต้นไม้ใหญ่อายุกว่าพันปีที่โค่นล้มโดยธรรมชาติ โดยมีทั้งล่องแพไม้และแพยาง โดยแพไม้ไผ่จะงดล่องในช่วงฤดูฝน ส่วนแพยางสามารถล่องได้ตลอดทั้งปี การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่-ฝาง) ประมาณ 37 กิโลเมตร ก่อนถึงตลาดแม่มาลัย-อ.ปาย ประมาณ 2-3 กิโลเมตร จะมีเส้นทางเลี่ยงเมืองตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1095 ไปประมาณ 12 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวามือ (อยู่ตรงข้ามกับวัดสบเปิง) เข้าไปม่อนเงาะอีกประมาณ 17 กิโลเมตร (เส้นทางเดียวกับไปวัดผางาม) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-318-308 8. สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จ.เชียงใหม่ สถานีเกษตรหลวงอ่างขางเป็นสถานีวิจัยแห่งแรกของโครงการหลวง จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า “ให้ช่วยเขา ช่วยตัวเอง” มีพระราชประสงค์ให้ชาวไทยภูเขาที่พักอาศัยอยู่ตามดอยต่างๆ ทางภาคเหนือเลิกปลูกฝิ่น และทำไร่เลื่อนลอย อันเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ป่าไม้ และต้นน้ำลำธารของประเทศถูกทำลาย จากเดิมที่เป็นดอยหัวโล้นแปรสภาพเป็นขุนเขาแห่งความอุดมสมบูรณ์ ด้วยการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ไม้ผล กว่า 12 ชนิด ผักเมืองหนาวกว่า 60 ชนิด และดอกไม้เมืองหนาวกว่า 20 ชนิด เป็นถิ่นที่อยู่ของ ชาวไทยภูเขาเผ่าจีนยูนาน ไทใหญ่ มูเซอดำ และปะหล่อง การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - สวนกลางแจ้ง บริเวณสโมสรอ่างขางมีสวนกลางแจ้งหลายสวนที่ตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้แตกต่างกันตามความเหมาะสมของฤดูกาล ได้แก่ สวนแปดสิบ สวนดอยคำ สวนหอม สวนสมเด็จ และสวนกุหลาบอังกฤษ - โรงเรือนรวบรวมพันธุ์ผักเมืองหนาว จัดแสดงพันธุ์ผักเมืองหนาวชนิดต่างๆ ที่ปลูกในพื้นที่โครงการหลวง - โรงเรือนไม้ดอก เป็นการจัดแสดงไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวชนิดต่างๆ มากมาย เช่น บีโกเนีย รองเท้านารี พืชกินแมลง มุมน้ำตกในสวนสวย ซึ่งดอกดอกไม้ในสวนเหล่านี้จะหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันออกดอกตลอดทั้งปี - สวนบอนไซ ภายในสวนจัดแสดงต้นไม้ประเภทสาลี่ เมเปิ้ล สน ที่ปลูกแบบบอนไซ นอกจากนี้ยังมีโดมทรงหกเหลี่ยมจัดแสดงพันธุ์พืชภูเขาเขตร้อนและดอกกล้วยไม้จิ๋วที่สุด ซึ่งจะออกดอกเดือนมกราคมของทุกปี - พระตำหนักเรือนที่ประทับแรมและศาลาทรงงานเมื่อพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จยังสถานีฯ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - วิถีชีวิตของชาวเขาหมู่บ้านนอแล ตั้งอยู่บริเวณชายแดนไทย-พม่า เป็นชาวเขาเผ่าปะหล่องเชื้อสายพม่า มีภาษาและวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง นับถือศาสนาพุทธ หากใครที่ชื่นชอบการถ่ายภาพชาวเขาจะไม่ผิดหวังแน่นอน - วิถีชีวิตของชาวเขาหมู่บ้านขอบด้ง เป็นชาวเขามูเซอดำและมูเซอแดง นับถือผี มีวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย บริเวณหน้าหมู่บ้านจะมีการจำลองบ้านและวิถีชีวิตของชาวมูเซอ - วิถีชีวิตของชาวเขาหมู่บ้านหลวง เป็นชาวจีนยูนานที่อพยพมาจากประเทศจีนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ชมกุหลาบพันปี (Rhododendron) ในช่วงเดือน ธันวาคม-กุมภาพันธ์ จะออกดอกผลิบานตลอดทางเดิน - จุดชมวิวกิ่งลม สามารถชมทะเลหมอกและวิวพระอาทิตย์ทั้งขึ้นและตก มองเห็นทิวเขารอบด้านและหากท้องฟ้าเปิดจะมองเห็นสถานีเกษตรหลวงอ่างขางด้วย - จุดชมวิวหมู่บ้านนอแล นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นทิวทัศน์ความสวยงามของธรรมชาติบริเวณชายแดนไทย-พม่า โดยสัมผัสกับแสงแรกแห่งอรุณ และตะวันลับขอบฟ้าที่สวยงามได้ - กิจกรรมชมหิ่งห้อย ในยามค่ำคืนนักท่องเที่ยวจะเห็นแสงระยิบระยับของหิ่งห้อยเป็นจำนวนมาก - ขี่จักรยานชมธรรมชาติที่สวยงามของแปลงเกษตรภายในสถานีฯ ในช่วงฤดูหนาว ช่วยเพิ่มความสนุกสนานน่าตื่นเต้นในการเที่ยวชม - ขี่ล่อชมธรรมชาติ สถานีฯ มีการจัดกลุ่มชาวบ้านนำล่อมาให้บริหารแก่นักท่องเที่ยวได้ขี่ชมสถานที่บริเวณแปลงต่างๆ ล่อเป็นสัตว์ลูกผสมระหว่างม้าและลา ผู้สนใจสามารถติดต่อเช่าขี่ล่อได้ที่สถานีฯ - ดูนก ดอยอ่างขางเป็นสถานที่ดูนกที่มีนกหลากหลายสายพันธุ์โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่จะมีนกอพยพที่หาดูยาก การเดินทาง เส้นทางที่ 1 จากตัวเมืองเชียงใหม่ ไปตามทางหลวงหมายเลข 107 เชียงใหม่-ฝาง ผ่านอำเภอแม่ริม แม่แตง เชียงดาว ไชยปราการ ถึงกิโลเมตรที่ 137 เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1249 ขึ้นไปอีก 25 กิโลเมตร ถึงดอยอ่างขาง เส้นทางชันและคดเคี้ยว เส้นทางที่ 2 จากตัวเมืองเชียงใหม่ ไปตามทางหลวงหมายเลข 107 ถึงตำบลเมืองงาย เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1178 ผ่านบ้านอรุโณทัยไปยังดอยอ่างขาง ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง การเดินทางสามารถใช้รถยนต์ได้ทุกประเภท หรือใช้บริการรถยนต์รับจ้าง จุดจอด ณ ปากทางขึ้นดอยอ่างขาง ราคาเหมาประมาณ 1,000-1,500 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-450-107-9 9. สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์  มีลักษณะพื้นที่เป็นหุบเขาลาดชัน โดยแนวเขาที่ทอดไปในแนวเขาสันปันน้ำเป็นได้แบ่งพื้นที่ออกเป็นสองทิศทาง คือทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ซึ่งด้านตะวันออกได้ผันน้ำลงสู่แม่น้ำปิง และด้านตะวันตกได้ผันน้ำลงสู่แม่น้ำแจ่ม อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1, 300 เมตร มีอุณหภูมิเฉลี่ย 21 องศาเซลเซียส การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงพืชผักเมืองหนาว ไม้ดอก ผักไฮโดรโพนิกส์ และงานวิจัยพืชเมืองหนาว - สวนแปดสิบพรรษา สวนเฉลิมพระเกียรสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2550 เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา ภายในสวนตกแต่งด้วยกุหลาบพันปี และไม้ดอกไม้ประดับตามฤดูกาล - โรงเรือนรวบรวมและจัดแสดงเฟิร์น แหล่งเก็บรวบรวมพันธุ์เฟิร์นหายากและใกล้สูญพันธุ์ ที่มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจและพืชสวน รวบรวมพันธุ์เฟินไว้กว่า 50 สกุล 140 ชนิด - โรงเรือนรวบรวมและจัดแสดงพืชกินสัตว์ เช่น หม้อข้าวหม้อแกงลิง พิงกุย ซาราซีเนียชนิดต่างๆ ที่เหมาะสมกับสภาพอากาศบนพื้นที่สูง - สวนกุหลาบพันธุ์ปี รวบรวมพืชสกุล Rhododendron เช่น อาซาเลีย (Azalia) และกุหลาบพันปีชนิดต่างๆ หลายชนิด เป็นพืชการค้าในต่างประเทศและหลายชนิดได้ขยายพันธุ์มาจากต้นที่ขึ้นตามธรรมชาติ เช่น คำแดง หรือคำดอย (Rhododendron arboreum) ที่มีการกระจายพันธุ์อยู่ตามพื้นที่สูงของประเทศไทย เช่น ดอนอินทนนท์ ดอยอ่างขาง การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - หมู่บ้านม้งขุนกลาง ชมวิถีชีวิตชาวเขาเผ่าม้ง การแต่งกาย การละเล่น เลือกซื้อสินค้าและงานหัตถกรรมที่ตลาดม้ง การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จุดสูงสุดในประเทศ 2,565 เมตรจากระดับน้ำทะเล ชมพืชพรรณไม้ป่าดิบเขา มอส ไลเคน และแหล่งดูนกนานาชนิด - พระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ตั้งอยู่ กม.ที่ 41 เมื่อ พ.ศ.2530 กองทัพอากาศสร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญ พระชนมพรรษา 5 รอบ สามารถชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของชั้นเขา และสวนดอกไม้โดยรอบ - น้ำตกวชิรธาร น้ำตกสิริภูมิ / สวนหลวงสิริภูมิ ภายในสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ บริเวณหน้าน้ำตกสิริภูมิมีสวนธรรมชาติตกแต่งด้วยพรรณไม้ ตลอดเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ระยะประมาณ 500 เมตร เรียกว่า “ สวนหลวงสิริภูมิ ” สามารถเยี่ยมชมได้ตลอดทั้งปี การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทางสายเชียงใหม่-ฮอด ตามทางหลวงหมายเลข 108 ถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 57 ซึ่งอยู่ก่อนถึงตัวอำเภอจอมทอง ประมาณ 1 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวามือเข้าทางหลวงหมายเลข 1009 สายจอมทอง-อินทนนท์ ไปตามเส้นทางสายนี้จนถึงหลักกิโลเมตรที่ 31 มีทางแยกขวามือบ้านขุนกลาง เข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร จะถึงสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ รวมระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ถึงสถานีฯ 91 กิโลเมตร หรือใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที การเดินทางสามารถใช้รถยนต์ได้ทุกประเภท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-286-777-8 , 080-769-1944 10. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ จ.เชียงราย การดำเนินงานของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ เริ่มต้นในรูปแบบของงานอาสาพัฒนาชาวเขา โดยมูลนิธิโครงการหลวงและมหาวิทยาลัยแม่โจ้ แต่เนื่องจากการคมนาคมไม่สะดวก เจ้าหน้าที่ต้องเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์เพียงเดือนละ 1 ครั้งเท่านั้น เมื่อไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำ งานส่งเสริมของศูนย์จึงไม่เต็มประสิทธิภาพมากนัก จนปี พ.ศ. 2521 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ และทรงมีพระราชดำรัสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลช่วยเหลือชาวบ้านดอยสะโง๊ะให้มากขึ้น ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะจึงก่อตั้งขึ้น มีพื้นที่รับผิดชอบ 7 หมู่บ้าน 636 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่ 38 ตารางกิโลเมตร หรือ 23,750 ไร่ ประชากรประกอบด้วยชาวเขาเผ่าอาข่า ไทลื้อ และคนพื้นเมือง การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมงานพัฒนาและงานส่งเสริมการปลูกพืชผัก สมุนไพร ไม้ผล ไม้ดอก และพืชไร่ ผลผลิตที่โดดเด่น คือ ดอกคาโมมายล์ และดอกหน้าวัว - เกษตรธรรมชาติร่มโพธิ์ทอง (สวนตาคม) นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมและชิมผลไม้ตามฤดูกาล เช่น องุ่น ส้มโอ ลองกอง มังคุด เงาะ ฯลฯ พร้อมทั้งเรียนรู้ระบบการเกษตรแบบพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของในหลวง การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ชมวิถีชีวิตชาวเขาเผ่าอาข่า การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - จุดชมวิวบนดอยสะโง๊ะ สามารถมองเห็นวิวสามเหลี่ยมทองคำและแม่น้ำโขง (สันนิฐานว่าในอดีตเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางทหาร ที่สามารถมองเห็นได้ทุกทิศทาง มีร่องรอยคูเมือง มีแผ่นอิฐเก่าเป็นร่องน้ำ) - สามเหลี่ยมทองคำ ทะเลสาบเชียงแสน และเส้นทางศึกษาธรรมชาติบ่อล้างทอง การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงสาย 118 (เชียงใหม่-เชียงราย) ผ่านอำเภอดอยสะเก็ด-เวียงป่าเป้า-แม่สรวย เข้าทางหลวงสาย 1 ผ่านอำเภอเมืองเชียงราย เลี้ยวขวาเข้าอำเภอแม่จัน ตามทางหลวงสาย 1016 ถึงอำเภอเชียงแสน ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงสาย 1290  ผ่านสามเหลี่ยมทองคำ ถึง กม.18  เลี้ยวซ้ายเข้าไป 3 กิโลเมตร  สามารถเดินทางได้โดยรถยนต์ทุกประเภท สภาพเส้นทางเป็นถนนลาดยาง ก่อนถึงศูนย์เป็นถนนลูกลัง 1.5 กิโลเมตร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-163-346 , 081-951-9711 นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นนะครับ วันหยุดยาวในเดือนนี้ หากได้มีโอกาสไปเที่ยวภาคเหนือ อย่าลืมแวะเวียนไปชมโครงการหลวงต่างๆ ด้วยนะครับ แล้วคุณจะค้นพบความสุขอีกมุมหนึ่ง ที่ธรรมชาติและผู้คนท้องถิ่นจะมอบให้ :) ขอบคุณที่มาและรูปภาพ : www.thairoyalprojecttour.com , เรียบเรียงโดย : Travel MThai

ชาวสวนผลไม้มีเฮ! รัฐจ่ายเงินช่วย50ล้าน
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ /  ชาวสวน / 

กรมบัญชีกลางอนุมัติจ่ายเงินช่วยชาวสวนผลไม้กว่า 50 ล้านบาท ลดขาดทุนจากปริมาณผลไม้ภาคตะวันออกเพิ่มสูงขึ้น นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลางเผยว่า การประชุมเมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนผลไม้ ซึ่งได้รับผลกระทบจากปริมาณผลไม้ภาคตะวันออก ปี 2557 เพิ่มขึ้นจากปี 2556 อย่างมาก ทำให้เกิดการจำหน่ายผลไม้ออกสู่ตลาดกระจุกตัวสูงมากในช่วงเดือนมิถุนายน 2557 โดยเฉพาะมังคุดและเงาะ ทั้งนี้ปริมาณผลไม้ที่มากขึ้นส่งผลให้เกิดปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำ ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการตามแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาผลไม้ภาคตะวันออก ปี 2557 โดยอนุมัติวงเงิน 50.93 ล้านบาท จากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร เพื่อช่วยเหลือในด้านการกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิต และการส่งเสริมการแปรรูป เริ่มต้นระยะเวลาโครงการ ตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน 2557 - 31 ธันวาคม 2558 MThai News

ราชันมังกรเปิดตัวทุ่ม80ล้านวางเป้าท็อปเทน
ธนวัชร์ นิติกาญจนา ผจก.ทีม /  นากาซาโตะ เก็นกิ / 

เมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา ณ สนามกีฬา จ.ราชบุรี "ราชันมังกร" ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ได้มีการจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวในการสู้ศึกไทยพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2014 โดยมี บุญยิ่ง นิติกาญจนา ประธานสโมสร พร้อมด้วย นิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี, วิวัฒน์ นิติกาญจนา ที่ปรึกษา, ธนวัชร์ นิติกาญจนา ผจก.ทีม และเหล่าสตาฟฟ์โค้ช, นักเตะ รวมไปถึงตัวแทนจากผู้สนับสนุนรายต่างๆเช่น น้ำตาลมิตรผล, บ.คูโบต้า, บ.ไทยเบฟฯ, บ.บ้านปู, บ.กรีนสปอร์ต, มิซูโน่, หนองโพราชบุรี เข้าร่วมงานแถลงข่าวกันอย่างพร้อมเพรียง โดย บุญยิ่ง นิติกาญจนา ประธานสโมสร กล่าวว่า ทางสโมสรราชบุรี มิตรผล เอฟซี ต้องขอขอบคุณสปอนเซอร์ทุกรายที่ให้การสนับสนุนสโมสร และต้องขอขอบคุณแฟนบอลชาวจังหวัดราชบุรีทุกคนที่ให้กำลังทีมตลอดมา ซึ่งดิชั้นหวังว่าในปีนี้จะยังได้รับการสนับสนุนที่ดีเหมือนเดิม ธนวัชร์ นิติกาญจนา ผจก.ทีม กล่าวว่า ปีนี้แฟนบอลราชบุรีจะได้รับความสนุก และความประทับใจมากขึ้นจากการเชียร์ฟุตบอล เพราะเราทุ่มงบกว่า 80 ล้านบาท และได้เสริมทัพนักเตะใหม่ที่มากความสามารถเข้ามามากมาย รวมถึงดึงตัวโค้ชที่มีฝีมือเข้ามาคุมทัพ ดังนั้นทีม ราชบุรี มิตรผล เอฟซี จะลงสนามด้วยประสิทธิภาพที่มากกว่าเดิมแน่นอน ส่วนเป้าหมายในปีนี้เราจะต้องจบซีซั่นด้วยอันดับเลขตัวเดียวให้ได้ สำหรับงานแถลงข่าวครั้งนี้ได้มีการเปิดตัวนักเตะใหม่อย่าง ศุภวัฒน์ สีโนทัย, วรุตม์ วงศ์ดี, อัษดิน มังคุด, ใหญ่ นิลวงษ์, ภูวดล สุวรรณชาติ, อภิวัฒน์ งั่วลำหิน และนักเตะต่างชาติอย่าง นากาซาโตะ เก็นกิ และอันดริจา เดลิเบซิค นอกจากนั้นยังได้มีการเปิดตัวชุดแข่งขันใหม่ที่จะใช้ในฤดูกาล 2014 โดยมี 3 แบบทั้งเหย้าและเยือน ซึ่งจะได้การสนับสนุนจากผลิตภัณฑ์มิซูโน่ โดยมีแฟนบอลราชบุรีฯจำนวนมากที่ให้ความสนใจจับจองเป็นเจ้าของ

ททท.ชวนเที่ยวงานวันผลไม้ ของดีอำเภอทองผาภูมิ
ของดีอำเภอทองผาภูมิ /  เทศกาลผลไม้ / 

ททท.สำนักงานกาญจนบุรี ขอชวนไปชิม อิ่ม อร่อย กับผลไม้หลากหลายชนิด พร้อมตื่นตากับการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน ในงาน “วันผลไม้ของดีอำเภอทองผาภูมิ และสืบสานประเพณีลานบ้าน ลานวัฒนธรรม ปี 2557″ ททท.ชวนเที่ยวงานวันผลไม้ ของดีอำเภอทองผาภูมิ อำเภอทองผาภูมิ ร่วมกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานราชการ ภาคเอกชน เกษตรกรชาวสวนผลไม้ และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เขื่อนวชิราลงกรณ  ขอเชิญนักท่องเที่ยวร่วมงาน “วันผลไม้ของดีอำเภอทองผาภูมิ และสืบสานประเพณีลานบ้าน ลานวัฒนธรรม ปี 2557″ ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 กรกฎาคม 2557 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 21.00 น. ณ บริเวณลานจอดเฮลิคอปเตอร์ ภายในเขื่อนวชิราลงกรณ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี โดยวัตถุประสงค์ของการจัดงาน เพื่อเป็นการเผยแพร่ผลผลิตทางด้านผลไม้ที่มีชื่อเสียงของอำเภอทองผาภูมิ เพื่อสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมของท้องถิ่น พร้อมสร้างความเชื่อมั่นว่า ทุกเขื่อนของ กฟผ. มีความมั่นคงปลอดภัย และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้นักท่องเที่ยวได้รู้จัก และสนใจมาเที่ยวอำเภอทองผาภูมิเพิ่มมากขึ้น ภายในงานมีการจำหน่ายผลไม้ชั้นดี รสชาติอร่อย ที่ขึ้นชื่อของอำเภอทองผาภูมิ อาทิ เงาะทองผาภูมิ ที่หวานล่อนกรอบอร่อย ทุเรียนเนื้อดีหวานหอม สับปะรด ส้มโอ มังคุด ลองกอง มะไฟ สะตอ ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดสามารถปลูกได้ผลผลิตดีในเขตพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ  ภายในงานยังมีการจำหน่ายพืชผักปลอดสารพิษ พันธุ์ไม้ท้องถิ่น สินค้าโอท็อปชื่อดังของอำเภอ ชิม “ขนมทองโยะ” ขนมพื้นเมืองของชาวกะเหรี่ยง ชมการสาธิตศิลปวัฒนธรรม และการแสดงประกอบแสงเสียงบอกเล่าเรื่องราวของชนเผ่าต่างๆ อาทิ มอญ กะเหรี่ยง ไทยอีสาน ม้ง เย้า ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ ทุกคืน นักท่องเที่ยวที่สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  ที่ทำการปกครองอำเภอทองผาภูมิ โทร.034 599745 สำนักงานเกษตรอำเภอทองผาภูมิ โทร.034 599482 และ ททท.สำนักงานกาญจนบุรี โทร.034 511200 หรือ 034 512500 ได้ทุกวันในเวลาราชการ ขอบคุณข่าวสารจาก การท่องเที่ยวแห่วแระเทศไทย สำนักงานภาคกลาง

คมกริบ! กิเลนฟอร์มเเกร่งเปิดรังถล่ม ราชบุรี ขึ้นจ่าฝูง
ราชบุรี มิตรผล เอฟซี /  อดิศักดิ์ ไกรษร / 

“กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ฟอร์มยังเเกร่งเปิดบ้านเชือด “ราชันมังกร”  ราชบุรี มิตรผล เอฟซี 3-0 โดยได้ประตูจาก อดิศักดิ์ ไกรษร, ธีรศิลป์ เเดงดา เเละพีรดนย์ ฉ่ำรัศมี กระโดดขึ้นจ่าฝูงหลังเเข่ง 3 นัดเก็บได้ 9 คะเเนนเต็ม ผลฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก วันเสาร์ 12 มีนาคม 2559 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 3 - 0 ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ผู้ทำประตู : อดิศักดิ์ ไกรษร น.10, ธีรศิลป์ เเดงดา น.65, พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี 90+3 สนาม : เอสซีจี สเตเดียม เวลา 19.00 น. การเเข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2016 วันเสาร์ที่ 12 มีนาคม 2559 เป็นการพบกันระหว่างเจ้าบ้าน “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ทีมอันดับที่ 3 มีอยู่ 6 คะเเนน เปิดบ้านรับการมาเยือน “ราชันมังกร” ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ทีมจ่าฝูงของตาราง เริ่มเกมในครึ่งเเรกได้เพียง 5 นาทีเจ้าถิ่นได้ทักทายก่อนเมื่อ พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา เปิดลูกฟรีคิกทางฝั่งขวาให้ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ได้โขกเสาสองเเต่บอลยังไม่ตรงกรอบ นาทีที่ 9 ทีมเยือนตั้งเกมได้เเละมาได้ลุ้นจากจังหวะซัดไกลระยะ 30 หลาของ ปฐมชัย เสือสกุล บอลจะมุดเสียบใต้คานเเต่ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ยังไม่พลาดลอยตัวปัดบอลออกไปได้ จากนั้นนาทีที่ 10 เเฟนบอลเจ้าถิ่น “กิเลนผยอง” ได้เฮกันสนั่นเมื่อเเนวรับ ราชบุรี เสียสมาธิถูก อดิศักดิ์ ไกรษร ฉกบอลจากเท้าลากบอลเข้าไปซัดบอลเสาเเรกสวนตัวประตู ราชบุรี เข้าไปตุงตาข่ายให้ เมืองทอง ออกนำเร็ว 1-0 นาทีที่ 28 เกมเปิดเเลกกันสนุก เมืองทอง ได้สวนกลับ เคลตัน ซิลวา อาศัยความขยันวิ่งเเย่งบอล ศิลา ศรีกำปัง จากนั้นพยายามยิงชิพข้ามตัว อุกฤษณ์ วงศ์มีมา เเต่บอลไม่ตรงกรอบหลุดเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย จากนั้นยังทำอะไรกันไม่ได้จบครึ่งเเรก เมืองทอง นำอยู่ 1-0 เกมครึ่งหลังนาทีที่ 58 เจ้าถิ่นได้โอกาส ทริสตอง โด ลากบอลไปสุดเส้นฝั่งขวา เปิดบอลไปให้ เคลตัน ซิลวา เข้าชาร์จเสาเเรกเเต่บอลหลุดเสาออกไป จากนั้นเข้าสู่นาทีที่ 65 เเฟนบอล เมืองทอง มาได้เฮกันอีกครั้งจากจังหวะที่ต่อบอลกันสวยงามทางฝั่งซ้าย พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา เปิดบอลมาหน้าประตูเเละเป็น ธีรศิลป์ เเดงดา ที่เพิ่งเปลี่ยนตัวลงสนามมาได้ไม่นานเติมมาทิ้งตัววอลเลย์ด้วยขวาเป็นประตูอย่างสวยงามให้ เมืองทอง นำห่างเป็น 2-0 หลังจากนั้นเข้าสู่ช่วงท้ายเกมนาทีที่  90+3 "กิเลนผยอง" มาได้ประตูปิดฝาโรงจากการซัดเเถวนอกกรอบเข้าประตูไปอย่างสุดสวยของ พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี ก่อนสุดท้ายจบเกมเป็น เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เปิดบ้านถล่มเอาชนะ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี 3-0 กระโดดขึ้นจ่าฝูงเรียบร้อย รายชื่อ 11 ตัวเเรกทั้งสองทีม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด: กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (GK) - ทริสตอง โด , ธนบูรณ์ เกษารัตน์ , อาทิตย์ ดาวสว่าง , พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา - ดัสกร ทองเหลา (ธีรศิลป์ แดงดา น.58) , สารัช อยู่เย็น, ชนาธิป สรงกระสินธ์ - ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, เคลตัน ซิลวา (ไมเคิล เอ็นดรี้ น.89) , อดิศักดิ์ ไกรษร (พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี น.80) ราชบุรี มิตรผล เอฟซี : อุกฤษณ์ วงศ์มีมา (GK) - ศิลา ศรีกำปัง (สิงขร มังคุด น.78) , อภิวัฒน์ งั่วลำหิน , คาร์ลอส ซานโต้ส , เอกลักษณ์ ทองกริต - ชุติพนธ์ ทองแท้ (วิศรุต ผลหิรัญ น.69) , ปฐมชัย เสือสกุล , ทาคุยะ มุรายาม่า - ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา , ยานนิค ยาโล่ , เฮแบร์ตี้ แฟร์นานเดซ

เจาะร้านเด็ดเมืองสุดอาร์ต George Town !
George Town /  ท่องเที่ยว / 

หากใครมีแพลนจะตะลุยปีนังในช่วงนี้ หรือปีหน้า ต้องขอบอกเลยว่าอย่าพลาด ! กับเมืองสตรีทอาร์ตที่สร้างสรรค์งานศิลปะไว้ทุกตรอกซอกซอย รวมถึงความสนุกจากการสื่อสารที่จะทำให้คุณได้เพลิดเพลินไปเกือบทุกภาษาอีกซะด้วย ว้าว ว้าว ว้าว ! เริ่มอยากรู้แล้วสิ ที่เมืองนี้มันมีอะไร แต่จะให้ร่ายทั้งหมดเลยเห็นท่าทีว่าคนจะไปคงต้องเหนื่อยขาลากแน่ ๆ เราขอเริ่มต้นสำรวจสุดยอดร้านกินที่จะทำให้ทุกคนอเมซิ่งแบบพลาดไม่ได้ของ George Town มาเป็นลายแทงให้ทุกคนได้เช็คอินเก๋ ๆ แล้ว 1. Kar be Café ร้านนี้เป็นที่มาของคำว่า ‘มาสิบชาม หมดสิบชาม’ ร้านก๋วยเตี๋ยวทะเลที่มีรสชาติน้ำซุปเด็ดดวงถึงใจมากมาก แถมกุ้งหอยปูปลาที่นำมาเป็นเครื่องวัตถุดิบ ก็ทั้งสดและชิ้นใหญ่ชิ้นโตซะด้วย มาคนเดียวแนะนำสั่งก๋วยเตี๋ยวน้ำคู่กับปลาทอดที่เสิร์ฟพร้อมกระเทียมเจียว แต่หากมาเป็นกลุ่มต้อง ก๋วยเตี๋ยวหม้อไฟ ได้กุ้งที่ใหญ่มาก ! ชอบเผ็ด ๆ ก็ต้มยำไปเลยจ้า รับรองแซ่บจนปากพองกันแน่ ๆ 2. Red Garden ตรงนี้เป็นแหล่งอาหารนานาชาติที่ถึงแม้จะไปคนเดียวก็ไม่ต้องกลัวเหงา เพราะกลางลานจะมีการแสดงจากศิลปินเจ้าถิ่นมาร้องเพลงให้เหมือนว่าเรากำลังย้อนยุคกลับไปหาคาเฟ่โบราณ ที่มีบริกรใส่เครื่องแบบหูกระต่าย และให้เราเขียนเพลงส่งให้ร้อง ถือว่าเป็นสถานที่นั่งกินแบบเพลิดเพลินสำราญใจได้ดีเลยล่ะ 3. Sele Café ถึงแม้ร้านนี้จะขึ้นชื่อในเรื่องของรสชาติกาแฟมากแค่ไหน แต่คงไม่ฮอตเท่าเรื่องการเซลฟี่ในร้านแน่ ๆ มันแปลกตรงไหน มันฮอตได้อย่างไรหรอ ร้านไหนก็ให้ถ่ายรูปได้ทั้งนั้น ? อะ ๆ แต่ที่ไหนเล่าจะให้เราเอารูปหน้าเราไปอยู่บนแก้วกาแฟถ้าไม่ใช่ที่นี่  ชอบก็ตรงนี้แหละแม่คุณณณ ! ที่นี่จะมีมุมให้ถ่ายรูปเสร็จสรรพ และมีโน๊ตบุ๊คหนึ่งเครื่องและไอโฟน หลังจากนั้นก็ให้นักท่องเที่ยวเลือกถ่ายให้สวยหล่อจนพอใจ จากนั้นภาพที่เราแชะนั้น ก็จะมาแปะบนกาแฟของเรา ช่างคิดให้เหมาะกับกระแสพฤติกรรมมนุษย์จริง ๆ เลยนะคะ เดี๊ยนชอบจังเลยค่ะ 5555 4. The China House ที่สุดของความลงตัว Contemporary George Town อาคารเฮอริเทจสามหลังที่ถูกโมใหม่และแบ่งออกเป็น 2 ชั้น มีส่วนของร้านอาหาร เบเกอรี่ คาเฟ่แกเลอรี่ และพื้นที่จัดแสดง Performance ส่วนมุมที่น่านั่งที่สุด ชิลจนคิดว่ากำลังนั่งเล่นสวนหลังบ้านเพื่อนที่ไหนสักแห่งแล้วก็ Courtyard ทางด้านหลังเลย 5. Ecco Café แจ๊สในห้องแถวและพิซซ่าหน้ามะกอก ค้นพบร้านนี้ได้เพราะหลงประตูเหล็กซี่สีเปลือกมังคุด แล้วทฤษฎีของความไม่บังเอิญก็เกิดขึ้น มันใช่เลย เป็นร้านที่น่านั่งมาก สวย เท่ ละมุน ไม่ป้า ไม่ฮิพ แถมเปิดแผ่นเพลงแจ๊สตลอดทั้งวันด้วย ส่วนรสชาติอาหารไม่ต้องห่วงเลยเพราะเจ้าของร้านเรียนรู้การทำอาหารด้วยตัวเองมาร่วม 4 ปี จนมั่นใจในฝีมือจนเปิดร้าน ไม่ต้องกลัวว่าจะหาร้านไม่เจอนะคะ เพราะที่นี่มีรถบัสนั่งฟรี ! ที่จะแวะตามแหล่งท่องเที่ยวทุกจุดเลยนะจ๊ะ

อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน Fruits Festival 2557
เทศกาลผลไม้ /  เที่ยวจันทบุรี / 

ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวไปชิมผลไม้สดๆ จากต้น ณ สวนผลไม้ระยอง สวนผลไม้จันทบุรี สวนผลไม้ตราด มีทั้งทุเรียน เงาะ สละ ลองกอง มังคุด แก้วมังกร ฯลฯ พร้อมเรียนรู้วิถีชีวิตแบบชาวสวน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน Fruits Festival 2557 ใครรอคอยการไปลิ้มรสชิมความอร่อยของผลไม้สดๆ จากต้น ภายในบรรยากาศสบาย ๆ ของสวนผลไม้ ที่เป็นของดีขึ้นชื่อของภาคตะวันออกแล้วล่ะก็ ไม่ควรพลาดกับโครงการ “อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน Fruits Festival 2557″ เพราะในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคมของทุกปี ผลไม้ของภูมิภาคแห่งชายทะเลตะวันออกของไทย รอคอยให้นักท่องเที่ยวมาชิมผลไม้ไทยสดใหม่จากต้น โดยถือเป็นโครงการที่ดีในการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนผลไม้ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวของภาคตะวันออกในหัวข้อ สีสันตะวันออก โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคตะวันออก ขอนำเสนอรายชื่อสวนผลไม้ในพื้นที่ภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด จังหวัดนครนายก และจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งมีทั้งหมด 42 สวน โดยมีรายละเอียดดังนี้ ทั้งนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคตะวันออก โทรศัพท์ 02 250 5500 ต่อ 3915-7 หรือเว็บไซต์ www.traveleastthailand.org, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานระยอง โทรศัพท์ 03-865-5420-1, 03-866-4585 หรือเว็บไซต์ www.tat-rayong.com, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราด โทรศัพท์ 03-959-7255, 03-959-7259-60 และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครนายก โทรศัพท์ 03-731-2282, 03-731-2284 หรือเว็บไซต์ www.tat8.com นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมดีๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสนุกกัน นั่นก็คือ อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน Fruits Festival 2557 โดยสามารถร่วมสนุกกับกิจกรรมเช็กอิน “อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน” ที่ 20 สวนผลไม้ภาคตะวันออก เพื่อลุ้นรับของรางวัลมากมายจาก ททท. ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม-15 กรกฎาคม 2557 ประกาศผลรูปที่ชนะใจกรรมการ และได้รับการกด Like จากมหาชนมากที่สุด ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2557 และสามารถติดตามข่าวสารกิจกรรมได้ที่ www.facebook.com/FunnyTravelEastThailand และ www.TravelEastThailand.org ขอบคุณข่าวสารจาก  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคตะวันออก

เทศกาลผลไม้ ของดีเมืองแกลง จ.ระยอง เริ่มขึ้นแล้ว
ของดีเมืองแกลง /  เทศกาลผลไม้ / 

เริ่มขึ้นแล้วงานเทศกาลผลไม้และของดีเมืองแกลง ประจำปี 2557 โดยชาวสวนนำผลผลิต คุณภาพดีมาจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก เทศกาลผลไม้ ของดีเมืองแกลง จ.ระยอง เริ่มขึ้นแล้ว งานนี้จัดขึ้นที่บริเวณตลาดกลางผลไม้เขาดิน ตำบลทุ่งควายกิน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง โดยนายอำเภอแกลงเป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการในวันนี้ ภายในงานมีการประกวดขบวนแห่รถ ผลไม้ สาวงามผลไม้แล้ว ยังมีการจำหน่ายผลไม้คุณภาพดีจากสวนของเกษตรกรโดยตรงทั้งทุเรียน เงาะ มังคุด และผลไม้อื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งรับประกันคุณภาพจากชาวสวนและทางอำเภอ สำหรับราคาผลไม้ปีนี้ นับว่ายังดีอยู่ เนื่องจากผลผลิตทยอยออกสู่ตลาด โดยราคาทุเรียนหมอนทองอยู่ที่กิโลกรัมละ 60-65 บาท, ชะนี กิโลกรัมละ 50 บาท ส่วนเงาะโรงเรียนกิโลกรัมละ 40 บาท ซึ่งงานจะมีไปถึงวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ ขอบคุณข่าวสารจาก krobkruakao

อุทาหรณ์! กินเม็ดกระท้อนลำไส้ทะลุ
กลืนเม็ดกระท้อนทำไส้ทะลุ /  กลืนเม็ดกระท้อนลงท้อง / 

ลำไส้ทะลุหลังกลืนเม็ดกระท้อนลงท้อง ไปกว่า20 เม็ด แพทย์เตือนประชาชนให้ระมัดระวังอย่ากลืนเม็ดกระท้อนเข้าไปเป็นอันขาด วันนี้ (3 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีผู้ป่วยปวดท้องรุนแรงถูกส่งตัวมารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ หลังกลืนเม็ดกระท้อนเข้าไป นายแพทย์วิฑูรย์ ศรีศุกร์เจริญ แพทย์เชี่ยวชาญด้านเวชกรรม สาขาศัลยกรรม ได้เปิดเผยว่า ผู้ป่วยเข้ารักษาตัวอยู่จริง โดยปีนี้พบผู้ป่วยแล้ว 2 ราย ทั้งคู่เดินทางเข้ารักษาตัวด้วยอาการปวดท้องอย่างรุนแรง หลังรับประทานเม็ดกระท้อนเข้าไป จึงขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวังอย่ากลืนเม็ดกระท้อนเข้าไปเป็นอันขาด สำหรับสาเหตุดังกล่าว นายแพทย์วิฑูรย์ชี้แจงงว่า เกิดจากการรัปประทานกระท้อนแล้วกลืนลงท้องไปทั้งเม็ด ซึ่งเม็ดกระท้อนจะมีส่วนที่แหลมคมอยู่ตรงปลายเม็ดทั้ง 2 ข้าง ต่างจากเม็ดมังคุด หากใครที่มีประวัติเป็นโรคท้องผูกเรื้อรัง จะพบว่าเป็นคนไข้ที่รับประทานเม็ดกระท้อนเข้าไป จะถูกปลายที่แหลมคมทั้ง 2 ข้างทิ่มตำสำไส้ใหญ่ส่วนล่างออกมาที่ช่องท้องพร้อมกับอุจจาระ จะทำให้เกิดภาวะเยื่อบุช่องท้องอักเสบ และอาจจะทำให้เสียชีวิตได้จากภาวะโลหิตเป็นพิษ เพราะการติดเชื้อในช่องท้อง ผู้ป่วยบางรายมักจะคิดว่าเป็นการปวดท้องธรรมดาจึงรักษากันเอง กว่าที่จะมาพบแพทย์เชื้อโรคก็กระจายเข้าสู่กระแสเลือดแล้ว ด้านนายดวงดี ธรรมวัง อายุ 51 ปี ผู้ป่วยที่สำไส้ทะลุจากการกลืนเม็ดกระท้อนเข้าไป กล่าวว่า ได้กินกระท้อนโดยกลืนเม็ดกระท้อนเข้าไปด้วย 25-30 เม็ด ทั้งเม็ดใหญ่เม็ดเล็ก ตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา กระทั่งรู้สึกปวดท้องอย่างรุนแรงจนทนไม่ไหว หลังจากพบแพทย์ก็ถูกส่งตัวเข้าห้องผ่าตัดทันที โดยแพทย์ได้ผ่าตัดเป็นแผลยาวประมาณ 15 เซนติเมตร รักษาสำไส้ที่ทะลุ และนำสำไส้ส่วนดีมาไว้หน้าท้อง เพื่อให้ขับถ่ายทางหน้าท้อง ที่สำคัญพบเม็ดกระท้อนตกค้างอยู่ตรงจุดที่ทะลุ 10 เม็ด ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ปวดท้องอย่างรุนแรง แต่ก็พบว่า ระหว่างการถ่ายอุจจาระ ยังมีเม็ดกระท้อนตกค้างไหลออกมาบ้างวันละเม็ด Mthai News

รวมเด็ด 12 สถานที่ขอหวย! ใกล้ที่ไหนรีบไปที่นั่นเลยจ้าาาาา
ขอหวย /  สถานที่ขอหวย / 

“หวย” หนึ่งในกิจกรรมเสี่ยงโชคยอดฮิตของคนไทย จนในแต่ละเดือนจะเกิดเงินหมุนเวียนทางด้านหวยเป็นหลักหลายล้านบาท เหล่าผู้คนต่างใช้สารพัดวิธีในการหาตัวเลขนำโชคจากรอบกายเพื่อให้ได้เลขเด็ดๆ ทั้งเลขจากอาจารย์ชื่อดัง การตีเลขจากความฝันหรือจากเหตุการณ์ที่ได้พบเจอ หรือแม้แต่การไปขอเลขจากสถานที่ที่มีคนไทยจำนวนมากเลื่อมใสศรัทธา ซึ่งในวันนี้เราจะยกมาทั้งหมด 12 สถานที่ขอหวย แสนศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการกล่าวขานว่าให้เลขเด็ดแม่นสุดๆ 1. หลวงพ่อเหลือ – วัดสร้อยทอง สะพานพระราม 7 กรุงเทพฯ วัดสร้อยทองเป็นวัดที่ตั้งอยู่ริมฝั่งน้ำเจ้าพระยา สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2394 ปูชนียวัตถุชิ้นสำคัญคือ พระพุทธรูปหล่อด้วยโลหะทองเหลืองที่เหลือจากการสร้างพระประธานในปี พ.ศ.2445 มีนามว่า “หลวงพ่อเหลือ” มีผู้ศรัทธาเดินทางมากราบไหว้บูชาขอโชคลาภกันอย่างไม่ขาดสาย และหลังจากได้รับประทานพรแล้วสิ่งของที่นิยมนำมาแก้บนคือ ดอกไม้ธูปเทียนและอาหารคาวหวานต่างๆ คาถาบูชาหลวงพ่อเหลือ กล่าวนะโม 3 จบ แล้วว่าคาถาดังนี้ นะ โม พุท ธา ยะ นะ เหลือดี โม เหลือยิ่ง พุท เหลือใช้ ธา เหลือล้น ยะ เหลือรวย 2. ศาลตายาย – สนามบินเล็ก ถนนเดชะตุงคะ ดอนเมือง กรุงเทพฯ ศาลตายายเป็นศาลที่ประดิษฐานอยู่ใกล้กับสนามบินเล็ก แถบดอนเมือง ถึงศาลตายายจะไม่ได้ประดิษฐานอยู่ในวัดอันใหญ่โต แต่ผู้ที่ศรัทธาในปฏิหาริย์อันศักดิ์สิทธิ์และได้รับความสมหวังก็มีอยู่นับไม่ถ้วน การขอเลขเด็ดจากศาลเจ้าตายายครั้งในอดีตเคยใช้วิธีรอให้ตากับยายมาเข้าฝัน หรือสังเกตการคดงอของก้านธูปว่าเป็นเลขอะไร แต่ในปัจจุบันชาวบ้านนิยมการใช้การเขย่าเซียมซีแทน มีการเล่าขายกันมาว่าอาหารที่ตากับยายชื่นชอบมากคือ หัวหมู ไก่ต้ม ไข่ต้ม ของหวานเป็นทองหยิบ ทองหยอด ยาเส้นหรือหมากพลู   3. ศาลแม่นาคพระโขนง – วัดมหาบุศย์ เขตพระโขนง กรุงเทพฯ ประวัติความเป็นมาของแม่นาคพระโขนงคิดว่าคงเป็นที่คุ้นเคยของคนไทยดี เพราะได้มีการนำเรื่องราวมาสร้างเป็นภาพยนตร์และละครมากมาย แถมตัวศาลแม่นาคพระโขนงยังเป็นสถานที่ยอดนิยมติดอันดับต้นๆที่ผู้คนนิยมเดินทางไปขอเลขเด็ด วิธีขอเลขจากศาลเม่นาคพระโขนง ใช้วิธีเสี่ยงดวงเขย่าเซียมซีและขูดหาเลขจากซากต้นตะเคียนข้างศาล ผู้คนส่วนใหญ่นิยมนำของหวาน เสื้อผ้าผู้ใหญ่ และของเล่นเด็กมาแก้บนแม่นาคในศาล โดยตัววัดมหาบุศย์ ตั้งอยู่บนถนนอ่อนนุช7 เขตพระโขนง กรุงเทพ   4. พระแม่ธรณีบีบมวยผม – สนามหลวง ใกล้โรงแรมรัตนโกสินทร์ กรุงเทพฯ สร้างเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2541 โดยพระแม่ธรณีบีบมวยผมนั้น หมายถึงความอุดมสมบูรณ์ นอกจากเรื่องการขอหวยแล้ว ชาวบ้านยังนิยมมาบนบานศาลกล่าวให้ช่วยเหลือเรื่องต่างๆนับไม่ถ้วน หากสมหวังแล้วผู้คนนิยมใช้ดอกดาวเรืองและผลไม้สดสำหรับการแก้บน ศาลประดิษฐานอยู่ที่มุมท้องสนามหลวงด้านทิศตะวันออกฉียงเหนือ ใกล้โรงแรมรัตนโกสินทร์ กรุงเทพมหานคร คาถาพระแม่ธรณีบีบมวยผม ท่องนะโม 3 จบ ตัสสา เกสีสะโต ยะถาคงคา โสตัง ปะวันตันติ มาระเสนา ปะฎิฐาตุง อาสักโถนโต ปะลายิงสุปาริมานุภาเวนะมาระ เสนาปะราชิตาทิโส ทิสัง ปะลายันติ วิทังเวนติ อะเสสะโต   5. ศาลขุนด่านเจ้าพ่อเสือ – บางเขน กรุงเทพฯ ศาลเจ้าพ่อเสือ ไม่มีปรากฏประวัติความเป็นแม่อันแท้จริง มีแต่ตำนานที่ชาวบ้านเล่าขานกันมาปากต่อปากเท่านั้น ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำให้ความศรัทธาของชาวบ้านที่มีต่อเจ้าพ่อเสือเสื่อมคลายลง ในทุกๆวันมักจะมีผู้คนแวะเวียนมากราบไหว้เจ้าพ่อเสือกันอย่างไม่ขาดสาย ทั้งการขอพรเพื่อเป็นสิริมงคล มีเรื่องให้ช่วยเหลือ หรือแม้แต่การขอเลขเด็ดก็ตาม โดยจะนิยมกราบไหว้ด้วย เนื้อสด, ผลไม้สด, ไข่ไก่ต้ม, ดอกดาวเรือง, ชุดหมาก, น้ำเปล่า   6. ศาลหลวงปู่เหมือน นนทฺสร – วัดนาวง (วัดโรงหีบเดิม) อำเภอเมือง จ.ปทุมธานี หลวงปู่เหมือน ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์จอมขมังเวทย์อีกรูปหนึ่งในยุคสมัยนั้น มีลูกศิษย์ที่ให้ความเคารพมากมาย เป็นเหมือนที่พึ่งทางจิตใจของชาวบ้านในละแวกวัดนาวงและเมืองเอก จังหวัดปทุมธานี ตั้งแต่ระดับชาวบ้านไปจนถึงข้าราชการระดับสูง แม้ในปัจจุบันหลวงปู่จะมรณภาพไปนานแล้ว แต่ความขลังและความศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ได้เลือนหายไปไหน ทำให้ยังคงมีผู้คนแวะเวียนมาที่ศาลหลวงปู่เหมือนกันอย่างต่อเนื่อง โดยรูปปั้นหลวงปู่เหมือน นนทฺสร จะประดิษฐานอยู่ที่ วัดนาวง (วัดโรงหีบเดิม) อ.เมือง จ.ปทุมธานี   7. ศาลองค์เทพพระวิษณุ (พระนารายณ์) – ศาลข้างวัดสุทัศนฯ และใกล้ศาลว่าการกรุงเทพมหานคร องค์เทพพระวิษณุ (พระนารายณ์) สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2525 ซึ่งเป็นของลัทธิฮินดู ที่ได้รับการเผยแพร่มาจากประเทศอินเดีย ประดิษฐานอยู่ที่ศาลข้างวัดสุทัศนฯ ใกล้กับศาลาว่ากลางกรุงเทพมหานคร ถนนอุณากรรณ เสาชิงช้า กรุงเทพ เหล่าผู้นับถือนิยมใช้ดอกดาวเรือง, นมสด, ธูป, สับปะรด, กล้วยน้ำว้าสุก เป็นเครื่องสำหรับสักการะบูชา คำอธิษฐานขอพรพระวิษณุ (พระนารายณ์) โอม สะศางขะจักรัม สะกิริฏะกุณตะลัม สะปิตะวัสตรัม สะระสีรูเหกะษะณัม สะหาระวักษะสะถะละ เกาสะตุภะ ศะริยัม นะมานิวิษณุม ศิระสา จะคุระภุชัม (ท่อง1จบ หรือ 3 จบ หรือ 12จบ) 8. ศาลเจ้าแม่ต้นไทร – ถนนมุ่งหน้าไปอำเภอสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ตามถนนที่ทอดตัวยาว เรามักจะได้พบกับศาลเจ้าพ่อ เจ้าแม่ พระพุทธรูปองค์ใหญ่ หรือต้นไม้ใหญ่ อยู่ตามริมทางเสมอ ซึ่งคนส่วนใหญ่มักมีความเชื่อว่า สิ่งเหล่านี้จะมีองค์เทพารักษ์ หรือนางไม้ประทับอยู่ เช่นเดียวกับเจ้าแม่ต้นไทรที่มีอายุกว่าร้อยปี ยืนต้นสูงตระหง่านพร้อมผ้าแพรบาง 7 สีผูกอยู่โดยรอบ รอยแป้งสีขาวที่เกิดจากการขูดหาเลขกระจัดกระจายตามลำต้น เครื่องสักการะบูชาวางเรียงรายเป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าแม่ต้นไทรแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี โดยเจ้าแม่ต้นไทรแห่งนี้ตั้งอยู่ริมถนนที่มุ่งหน้าไปอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี   9. ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง (วัดหนองผักชี) – ตรงข้ามตลาดยิ่งเจริญ สะพานใหม่ เขตบางเขน กรุงเทพฯ มีความเชื่อกันว่า นางฟ้าจากสวรรค์จุติลงมาเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านให้พ้นจากความทุกข์ โดยนางฟ้าเหล่านั้นจะสถิตอยู่ที่ต้นตะเคียน จึงได้ตั้งชื่อว่าเจ้าแม่นางตะเคียนนับตั้งแต่ตอนนั้นเป้นต้นมา และที่วัดหนองฝักชีก็มีต้นตะเคียนทองที่มีอายุมากกว่า 100 ปี โดยใช้ชุดไทยโบราณ, เครื่องแป้ง, กระจกเงา, ดอกไม้สด ในการแก้บนเจ้าแม่ตะเคียนทอง คาถาขอพรเจ้าแม่ตะเคียนทอง ตั้งนะโม 3 จบ สัมปะจิตฉามิ นาสังสีฆ พรหมมา จะ มะหาเทวา สัพเพยักขา ปะรายันติ พรหมมา จะ มะหาเทวา อภิลาภา ภะวันตุเม มะหาปุญโญ มะหาลาโภ ภะวันตุเม มิเตพาหุหะติ พุทธะมะอะอุ นะโมพุทธายะ วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา วิระทาสี วิระทาวส วิระอิตถิโย พุทธัสสะ มานีมามะ พุทธัสสะ สวาโหม สัมปะติจฉามิ เพ็ง เพ็ง พา พา หา หา ฤาฤา 10. ศาลเจ้าพ่อเขาสามชั้น – เส้นทางไปอำเภอทองผาภูมิ-สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี หากเดินทางไปบนสายที่จะมุ่งหน้าเข้าอำเภอทองผาภูมิ สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี บางครั้งจะเห็นว่าเหล่ารถราที่ขับผ่านศาลเจ้าพ่อเขาสามชั้นมักจะบีบแตรเพื่อให้สัญญาณแสดงความเคารพต่อเจ้าพ่อ และขอคำอวยพรเพื่อให้เจ้าพ่อเขาสามชั้นคุ้มครองให้เดินทางรอดปลอดภัยตลอดทาง นอกจากเรื่องคุ้มครองภัยแล้ว ชาวบ้านยังว่ากันว่าเจ้าพ่อเขาสามชั้นให้หวยแม่นมาก มีชาวบ้านที่ได้รับโชคลาภไปนับไม่ถ้วน หากใครมีโอกาสเดินทางไปแถวนั้น อย่าลืมแวะจอดรถไปกราบไหว้ขอพรจากศาลเจ้าพ่อเขาสามชั้น ไม่แน่บางทีอาจจะได้รับลาภลอยเข้ามาโดยไม่รู้ตัว   11. ศาลอนุสาวรีย์เจ้าแม่หมูทองคำ – ตรงข้ามกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพฯ ศาลอนุสาวรีย์เจ้าแม่หมูทองคำ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า อนุสาวรีย์สหชาติ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2456 ในแต่ละวันมีผู้คนที่ศรัทธาเดินทางมาสักการะบูชากันอย่างต่อเนื่อง ทั้งขอเลขเด็ดเพื่อไปเสี่ยงโชคหรือเรื่องหน้าที่การงานก็ดี ต่างก็ได้รับความช่วยเหลือและสมหวังกันไปถ้วนหน้า ก่อนเดินทางไปไหว้เจ้าแม่หมูทองคำ อย่าลืมเตรียมเครื่องเซ่นไหว้เป็นผลไม้สดทุกชนิด ยกเว้นมังคุด ติดไม้ติดมือไปด้วย บทสวดบูชา สวดนะโม 3 จบ โอมพระปิยะมะหาราชินี สัพพะโสตถี ภะวันตุเม สัพพะลาภา สัพพะยศา สุขิตา โหติ สัพพะทุกขะ สัพพะภะยะ วินัสสันติ พระปิยะมะหาราชินี ปิยังมะมา 12. ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง (วังสราญรมย์) – สวนวังสราญรมย์ ใกล้วัดโพธิ์-วัดพระแก้วมรกต ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง (วังสราญรมย์ ประดิษฐานอยู่ในสวนวังสราญรมย์ ก็เป็นอีกแห่งที่ร่ำลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ในบรรดานักเสี่ยงโชคกันอย่างหนาหู ผู้คนนิยมเดินทางมาขอโชคลาภด้วยวิธี 3 แบบคือ จุดธูปอธิษฐานให้เจ้าแม่ตะเคียนทองมาเข้าฝันเพื่อบอกเลข การเสี่ยงเซียมซี หรือขูดซากตอตะเขียนเพื่อหาเลข หลายคนที่มีแรงศรัทธาแรงกล้าก็ได้รับการช่วยเหลือให้สมหวังไปตามๆกัน    ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ : เคล็ดลับขอหวย ๑๒ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

สุขภาพดี โหงวเฮ้งดี กับอ.คฑา ชินบัญชร ! ตอนที่ 1 ธาตุดิน
ธาตุดิน /  สุขภาพดี / 

การรับประทานอาหารตามธาตุ จะทำให้มีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดี ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส และส่งผลให้โหงวเฮ้งเราดีขึ้นด้วย ซึ่งเมื่อโหงวเฮ้งเราดี ก็จะทำให้เราทำอะไรก็ราบรื่น ประสบผลสำเร็จ เราทุกคนมีธาตุทั้ง 4 อยู่ในร่างกาย แต่จะมีลักษณะเด่นเพียงหนึ่งธาตุ ถ้า รู้จักตัวเอง ก็สามารถปรับสมดุลเพื่อรับมือกับความผิดปกติที่จะเกิดขึ้นได้ นอกจากนั้นในแต่ละช่วง ฤดูกาลต่างๆ ก็ควรมีการปรับธาตุของร่างกายให้สมดุลกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพร่างกาย ด้วยอาหารการกิน   ฤดูร้อน มักเจ็บป่วยด้วยธาตุไฟ ควรรับประทานผัก ผลไม้ที่มีรสขม เย็น จืด เช่น สะเดา มะระ แตงโม หัวผักกาด แตงกวา ฝักเขียว คะน้า บวบ ฯลฯ ฤดูฝน มักเจ็บป่วยด้วยธาตุน้ำ ควรรับประทานผัก ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น มะเขือเทศ ส้ม มะนาว สับปะรด ยอดมะขามอ่อน ฯลฯ ฤดูหนาว มักเจ็บป่วยด้วยธาตุลม ควรรับประทานผัก ผลไม้ที่มีรสเผ็ดร้อน เช่น กะเพรา โหระพา ตะไคร้ ขิง ข่า กระเทียม ขึ้นฉ่าย ฯลฯ ผู้ที่เกิด ธาตุดิน คือ... ราศีพฤษภ 14 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน ราศีกันย์ 17 กันยายน - 16 ตุลาคม ราศีมังกร 14 มกราคม - 12 กุมภาพันธ์ คนที่มีธาตุดิน เป็นธาตุเจ้าเรือน จะมีรูปร่างสูงใหญ่ ผิวค่อนข้างคล้ำ ผมดกดำ เสียงดังฟังชัด เป็นคนหนักแน่น เยือกเย็น อดทน เคลื่อนไหวค่อนข้างช้า รักการประนีประนอม จึงเหมาะกับการทำงานประจำ คนธาตุนี้มักชอบกิจกรรมเกี่ยวกับการพักผ่อนหย่อนใจ เป็นคนผิวเย็น ควรออกกำลังกายอย่างหนัก เพื่อลดความเฉื่อยชา และควรดูแลสุขภาพด้วยการรับประทานผักและผสไม้ที่มีรสฝาด หวาน มัน เค็ม เช่น หัวปลี กะหล่ำปลี ผักกะเฉด ถั่วพู เผือก มัน แห้ว มะพร้าว ถั่วลิสง งาดำ ฝรั่ง กล้วยน้ำว้า ตัวอย่างอาหารคาว : ถั่วงอกผัดเต้าหู้ ข้าวซอยไก่ แกงจืดเต้าหู้ ยำถั่วพู ตัวอย่างอาหารหวาน : ถั่วเขียวต้มน้ำตาล ฟักทองนึ่ง มะพร้าวขูด กล้วยบวชชี ตัวอย่างเครื่องดื่ม : น้ำฝรั่ง น้ำฟักทอง น้ำแตงโมง น้ำเต้าหู้ ตัวอย่างผลไม้ : ฝรั่ง กล้วยน้ำว้า มะละกอสุก มะม่วงสุก มังคุด เงาะ ลำไย รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

มาแล้ว!! บุฟเฟ่ต์ผลไม้คนละ 99 บาท เทศกาลผลไม้ไทย ที่ตลาดไอยรา จ.ปทุมธานี
บุฟเฟ่ต์ /  ปทุมธานี / 

ตลาดไอยรา ผนึก จังหวัดปทุมธานีรับลูกโครงการ Amazing Thai Taste โปรโมตการทานผลไม้ตามฤดู กาลในงาน ‘เทศกาลผลไม้ไทย ตลาดไอยรา จ.ปทุมธานี’ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 9-20 มิถุนายน 2559 ณ อาคารผลไม้ต่างประเทศ  พรีเมี่ยม ฟรุ๊ต ตลาดไอยรา พบกิจกรรมภายในงานมากมาย อาทิ การจำหน่ายผลไม้คุณภาพ บุฟเฟต์ผลไม้เสิร์ฟแบบจัดเต็ม เพื่อเป็นช่องทางกระจายผลผลิ ตและจำหน่ายผลไม้ตามฤดูกาล ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยว ของประเทศไทย มาแล้วบุฟเฟ่ต์ผลไม้คนละ 99 บาท เทศกาลผลไม้ไทยที่ตลาดไอยรา จ.ปทุมธานี นายสุวัจ เดชเทวัญดำรง ประธานกรรมการ บริษัท พี เอส เมนแลนด์ จำกัด เจ้าของโครงการตลาดไอยรา เปิดเผยว่า เพื่อสนับสนุ นการทำงานของคณะทำงานสานพลั งประชารัฐ ในโครงการ Amazing Thai Taste ที่มุ่งหวังให้ภาคการท่องเที่ ยวมีส่วนในการส่งเสริมให้นักท่ องเที่ยวบริโภคอาหารไทย ข้าวไทย และผลไม้ไทยมากขึ้น โดยคาดว่าจะสร้างมูลค่าการบริ โภคอาหารไทย ข้าวไทย และผลไม้ไทยเพิ่มขึ้นประมาณร้ อยละ 10 หรือ 12,000 ล้านบาทในปี 2559 ตลาดไอยรา จึงร่วมกับจังหวัดปทุมธานี หอการค้าไทย หอการค้าจังหวัดปทุมธานี และหน่วยงานอื่นๆ จัดงาน ‘เทศกาลผลไม้ไทย ตลาดไอยรา จ.ปทุมธานี’ ณ อาคารผลไม้ต่างประเทศ   พรีเมี่ยม ฟรุ๊ต ตลาดไอยรา ในระหว่างวันที่ 9-20 มิถุนายน 2559 รวมทั้งสิ้น 12 วัน “การจัดงาน ‘เทศกาลผลไม้ไทย ตลาดไอยรา  จ.ปทุมธานี’ ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดั บและสร้างแบรนด์ผลไม้ไทยให้เป็น Premium Product ตลอดจนเพิ่มมูลค่าและสร้างชื่ อเสียงผลไม้ไทยให้เป็นรู้จั กแพร่หลายไปทั่วโลก อาทิ ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง เป็นต้น ผมหวังว่าประชาชนทั่วไป ตลอดจนนักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็ นคนไทยหรือชาวต่างชาติ จะหันมาบริโภคผลไม้ไทยกันมากขึ้ น เพราะผลไม้ไทยมีรสชาติที่เป็ นเอกลักษณ์ หวาน หอม อร่อย ทั้งยังมีคุณประโยชน์มากมาย นอกจากนี้ การจัดงานในช่วงระหว่างเดื อนพฤษภาคม-กรกฎาคม ซึ่งถือเป็นฤดูกาลที่ผลไม้มี ผลผลิตมาก จึงเท่ากับเป็นการช่วยเหลื อเกษตรกรในการระบายผลผลิ ตและกระจายรายได้ แก่ชุมชนอีกทางหนึ่ง” ภายในงาน ‘เทศกาลผลไม้ไทย ตลาดไอยรา  จ.ปทุมธานี’ มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ การออกบูธจำหน่ายผลไม้คุ ณภาพตามฤดูกาล จำนวน 30 บูธ โดยคู่ค้าและเกษตรกรต่างนำผลไม้ ไทยตามฤดูกาล มาให้ผู้มาเที่ยวชมงานได้ลิ้ มลองรสชาติและอุดหนุนผลไม้กลั บบ้านไปถ้วนหน้า เป็นทางเลือกในการบริโภค ส่วนไฮไลท์ของงานอยู่ที่บริ การบุฟเฟต์ผลไม้ ซึ่งจัดเต็มเพื่อคนรักผลไม้ โดยเฉพาะในราคาพิเศษเพียง 99 บาทต่อคน อาทิ ทุเรียน มังคุด เงาะ  ลองกอง ส้มโอ สละ ลิ้นจี่  มะละกอ  กล้วยหอม ฯลฯ ขณะเดียวกันก็มีผลไม้เกรดพรีเมี ยม นำเข้าจากต่างประเทศ ได้แก่ แอปเปิ้ล สาลี่ (แพร์) องุ่น เมล่อน ฯลฯ ประเทศไทยเราถือเป็นตลาดและศู นย์กลาง ผลไม้เขตร้อนที่ใหญ่ที่สุ ดในประชาคมอาเซียน รวมทั้งคุณภาพ ของผลไม้เราถือว่าดีที่สุดในภู มิภาคนี้ ตลาดไอยรามีความยินดีที่ได้รั บเกียรติและความไว้วางใจจากหน่ วยงานต่างๆ ให้เป็นสถานที่จั ดงานเทศกาลผลไม้ไทย ตลาดไอยรา  จ.ปทุมธานี ซึ่งเรามีความพร้อมในเรื่ องของสถานที่ที่กว้างขวาง สะอาด ทันสมัย และที่จอดรถที่รองรับรถผู้ที่ มาเที่ยวชมงานได้เป็นจำนวนมาก อีกทั้งเรายังเตรียมผลไม้ไทย ตามฤดูกาลที่มีคุณภาพ ความสด และผลไม้นำเข้าที่ผ่านการคัดสรร ทั้งคุณภาพและรสชาติที่ดีมาให้ บริโภคกัน ผมหวังว่าทุกท่านจะให้เกียรติ มาเที่ยวชมงานที่จัดอย่างยิ่ งใหญ่ ณ อาคารผลไม้ต่างประเทศ  พรีเมี่ยม ฟรุ๊ต ตลาดไอยรา” รูปภาพจาก ตลาดไอยรา

เฮเบอร์ตี้ กดแฮตทริกพา ราชันมังกร บุกดับ บีจี สรุปผลบอลไทย
กระต่ายแก้ว /  ธีรเทพ วิโนทัย / 

ผลฟุตบอลโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก วันอาทิตย์ที่1 มิถุนายน 2557 บางกอกกล๊าส เอฟซี 2-4 ราชบุรี มิตรผล ประตู : 0-1 เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ น.15, 0-2 เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ น.48, 0-3 เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ น.55, 1-3โกชิ โอคูโบะ น.66, 2-3ดาร์โก้ ทาเซฟสกี้ (จุดโทษ) น.81, 2-4 รัตนะ เพ็ชรอาภรณ์ น.89 สนาม : ลีโอ สเตเดี้ยม เวลา : 18.00 น. ศึกฟุตบอลโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก 2014 นัดที่ 15 ของฤดูกาล กระต่ายแก้ว บางกอกกล๊าส เอฟซี ทีมอันดับ 7 ของตาราง มีอยู่ 23 แต้ม จากการลงสนาม 14 นัด ต้อนรับการมาเยือนของทีมราชันมังกรราชบุรี มิตรผล เอฟซี ทีมอันดับ 13 ของตาราง ที่มีอยู่ 18 แต้ม โดยเกมในนัดนี้ “โค้ชแต๊ก” อรรถพล ปุษปาคม กุนซือบีจี ปรับเปลี่ยนผู้เล่นจากเกมที่บุกไปเอาชนะ สงขลา ยูไนเต็ด 2-1 เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาเพียงแค่ตำแหน่งเดียว โดย ศุภเสกข์ ไก่แก้ว ได้กลับมาเป็นผู้เล่น 11 ตัวจริงแทนที่ของ ภูริทัต จาริกานนท์ กองกลางที่ไม่ผ่านความฟิตเกมนี้ ด้านทีมเยือน ราชบุรี มิตรผล เกมนี้ ริคาร์โด้ โรดริเกวซ กุนซือเลือดกระทิง ยังคงนำทัพโดยนักเตะตัวกลั่นอาทิ อองรี โจเอล, อภิวัฒน์ งั่วลำหิน, เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ และดั๊กลาส กาโดโซ่ มือปืนจากแดนแซมบ้า ออกสตาร์ทเกมในครึ่งแรกไม่ถึงหนึ่งนาทีเดียว บีจี เกือบได้ประตูขึ้นนำ เมื่อแนวรับ ราชบุรีฯ จ่ายบอลพลาดโดน ลาซารัส คาอิมบี้ ฉกบอลเข้าไปยิงด้วยซ้าย แต่ อุกฤษณ์ วงศ์มีมา นายทวารราชบุรีฯ ยังล้มตัวรับไว้ได้ บีจี ยังค่อยๆ ต่อเกมรุกเข้าใส่ ราชบุรีฯ อย่างต่อเนื่อง นาทีที่ 10 เป็นโอกาสลุ้นประตูของ บีจี เมื่อ ศุภเสกข์ ไก่แก้ว เปิดลูกฟรีคิกเข้าไปหน้าประตูให้ อำนาจ แก้วเขียว พุ่งโหม่งหลุดกรอบนิดเดียว แต่ว่านาทีที่ 15 เป็นราชบุรีฯ ที่บุกน้อยกว่ามาได้ประตูออกนำก่อน เมื่อ เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ ลากบอลจากกราบขวาตัดเข้าใน ก่อนจะหลอกแนวรับ บีจี 2 คน แล้วซัดด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษส่งบอลตุงแรงตาข่าย ให้ทีม ราชันมังกร บุกมานำ บีจี ก่อน 1-0 หลังจากเสียประตู บีจี พยายามบุกมากขึ้นเพื่อทวงประตูตีเสมอ นาทีที่ 16 ลาซารัส คาอิมบี้ ได้บอลบริเวณกลางสนามก่อนจะตัดสินใจยิงไกลระยะ 25 หลา แต่อุกฤษณ์ วงศ์มีมา นายด่านราชบุรีฯ ยังไม่พลาดรับไว้ได้สบาย ถัดมา 3 นาที บีจี น่าจะได้ประตูตีเสมอ เมื่อ ลาซารัส คาอิมบี้ ลากบอลไปสุดเส้นหลัง ก่อนจะเปิดบอลเรียดมาหน้าประตู ศุภเสกข์ ไก่แก้ว ข้ามหลอกให้ ดาร์โก้ ทาเซฟสกี้ วิ่งเข้ามายิงด้วยขวา บอลไปตรงตัว อุกฤษณ์ รับกระฉอกจังหวะแรก ก่อนที่จอมทัพมาซิโดเนีย จะตามเก็บบอลยิงจังหวะสอง แต่บอลไปติดบล็อกแนวรับราชบุรีฯ อย่างน่าเสียดาย นาทีที่ 22 เป็นโอกาสลุ้นประตูของราชบุรีฯ บ้าง เมื่อ อัษดิน มังคุด ได้โอกาสส่องไกลระยะ 30 หลา แต่บอลถากเสาออกหลังไปเฉียดฉิว บีจี ยังเจาะทำประตูไม่ได้ นาทีที่ 28 ดารโก้ ทาเซฟสกี้ ตัดสินใจยิงไกลระยะ 20 หลา แต่ว่าบอลไปตรงตัว อุกฤษณ์ วงศ์มีมา นายทวารราชบุรีฯ รับไว้ได้ ช่วงท้ายนาทีที่ 42 ราชบุรีฯ ได้ลุ้นประตูบ้าง เมื่ออัษดิน มังคุด เปิดบอลจากกราบซ้ายมาหน้าประตูให้ ดักลาส กาโดโซ่ พักอกคืนให้ เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ ยิงด้วยซ้าย แต่บอลไปติดบล็อกแนวรับ บีจี ออกหลังไป จากนั้นไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มได้ หมดครึ่งเวลาแรก บางกอกกล๊าส เอฟซี ตามหลัง ราชบุรีฯ อยู่ 0-1 แก้เกมในครึ่งหลัง บีจี ถอดเอา ชาตรี ฉิมทะเล ออกแล้วให้ โกชิ โอคูโบะ ลงไปแทน ขณะที่ราชบุรีฯ ถอดเอาใหญ่ นิลวงศ์ ออกแล้วส่ง ชุติพนท์ ทองแท้ ลงไปแทน นาทีที่ 48 รัตนะ เพ็ชรอาภรณ์ กองกลางราชบุรีฯ วางบอลยาวไปหน้าประตู ธีรพงศ์ พุทธสุขา นายทวาร บีจี กะจังหวะออกมาตัดบอลพลาดทำให้ เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ ส้มหล่นได้บอลหลุดเข้าไปแปง่ายๆ เข้าประตูไปให้ ราชบุรีฯ หนี บีจี เป็น 2-0 นาทีที่ 55 ราชบุรีฯ โต้กลับเร็ว ดักลาส กาโดโซ่ ได้บอลทางกราบขวา ก่อนจะปาดบอลขวางสนามไปหน้าประตูให้ เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ ซัดด้วยซ้ายเข้าประตูให้ ราชบุรีฯ หนีห่าง บีจี เป็น 3-0 ซึ่งประตูนี้ถือเป็นแฮตทริกของกองกลางเลือดแซมบ้าด้วย อีกทั้งยังเป็นนักเตะของทีมคู่แข่งคนแรกที่ยิงแฮตทริกในสนามลีโอ สเตเดี้ยม อีกด้วย เกมของ บีจี ช็อตไปดื้อๆ นาทีที่ 61 ราชบุรีฯ ได้โอกาสลุ้นประตูอีกครั้ง เมื่อ เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ จ่ายบอลให้ อัษดิน มังคุด ยิงแต่ ธีรพงศ์ พุทธสุขา ยังเซฟไว้ได้อย่างสุดยอด นาทีที่ 63 บีจี เกือบได้ประตูตีไข่แตก เมื่อศุภชัย คมศิลป์ เปิดบอลไปหน้าประตู แนวรับราชบุรีฯ โหม่งสกัดออกมาไม่ได้ บอลมาเข้าทาง ฟลาเวียน มิเชลินี่ ที่ลงมาเป็นตัวสำรองยิงด้วยขวา แต่บอลไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย แต่ว่านาทีที่ 66 บีจีมาตามประตูไล่มาเป็น 1-3 เมื่อ ลาซารัส คาอิมบี้ เปิดบอลจากกราบซ้ายมาหน้าประตู ดาร์โก้ ทาเซฟสกี้ สะกิดบอลจังหวะแรกไม่ดี แต่บอลยังไปเข้าทาง โกชิ โอคูโบะ โหม่งสะบัดเหน่งๆ ระยะ 6 หลา เข้าประตูไปท่ามกลางความสะใจแฟนบอล บีจี ในสนามลีโอ สเตเดี้ยม นาทีที่ 74 บีจี ได้ลุ้นประตูอีกครั้ง เมื่อได้ฟรีคิกระยะ 25 หลา แล้วเป็น ศุภเสกข์ ไก่แก้ว ที่รับหน้าที่สังหาร แต่บอลหลุดกรอบออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 81 บีจี มาได้ลูกจุดโทษ เมื่อ ลาซารัส คาอิมบี้ โดน อุกฤษณ์ วงศ์มีมา นายทวารราชบุรีฯ รวบล้มลงในเขตโทษ และเป็นดาร์โก้ ทาเซฟสกี้ รับหน้าที่สังหารไม่พลาดเข้าประตูไปให้ บีจี ไล่ ราชบุรีฯ มาเป็น 2-3 บีจี เดินเครื่องบุกแหลกเพื่อตีเสมอให้ได้ นาทีที่ 86 ฟลาเวียน มิเชลินี่ เปิดบอลจากกราบขวาไปหน้าประตู แนวรับ ราชบุรีฯ สกัดบอลไม่ดีมาเข้าทาง “ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย ที่เพิ่งถูกส่งลงสนามยิงด้วยขวา แต่บอลหลุดกรอบนิดเดียว แต่ว่านาทีที่ 89 เป็นราชบุรีฯ มาได้ประตูหนีห่างเป็น 2-4 เมื่อ ภูวดล สุวรรณชาติ ตัวสำรองจ่ายบอลจากสุดเส้นหลังไปหน้าประตูให้ รัตนะ เพ็ชรอาภรณ์ ที่แตะหลบ ธีรพงศ์ พุทธสุขา นายทวาร บีจี ก่อนยิงด้วยขวาอย่างเลือดเย็นเข้าประตูไป จากนั้น บีจี จะพยามบุกหนักเพื่อทวงประตูคืน แต่ก็ทำไม่สำเร็จ จบเกม บางกอกกล๊าส เอฟซี เปิดบ้านพ่ายให้กับ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ไป 2-4 รายชื่อผู้เล่นของทั้ง 2 ทีม บางกอกกล๊าส เอฟซี : ธีรพงศ์ พุทธสุขา (GK), สุวรรณภัทร์ กิ่งแก้ว (ฟลาเวียน มิเชลินี่ น. 62), อำนาจ แก้วเขียว (C), ประวีณวัช บุญยงค์, ศุภชัย คมศิลป์, เจษฎากร เหมแดง, เอกพันธ์ อินทเสน, ดาร์โก้ ทาเซฟสกี้, ศุภเสกข์ ไก่แก้ว (ธีรเทพ วิโนทัย น. 83), ชาตรี ฉิมทะเล (โกชิ โอคูโบะ น. 46), ลาซารัส คาอิมบี้ ราชบุรี มิตรผล : อุกฤษณ์ วงศ์มีมา (GK), ชุมพล บัวงาม (เกนกิ นากาซาโตะ น. 68), อองรี่ โจเอล (C), อภิวัฒน์ งั่วลำหิน, เอกลักษณ์ ทองกริต, รัตนะ เพ็ชรอาภรณ์, ใหญ่ นิลวงศ์ (ชุติพนท์ ทองแท้ น.46), อัษดิน มังคุด, ศิลา ศรีกำปัง, เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ, ดักลาส กาโดโซ่ (ภูวดล สุวรรณชาติ น.78)

มังคุด ทุเรียนล้นตลาด เร่ขายตลาดนัดราคาถูก
ทุเรียนราคาถูก /  ทุเรียนล้นตลาด / 

มังคุด-ทุเรียนล้นตลาด พ่อค้าคนกลางต้องนำออกเร่ขายตามตลาดนัดในราคาถูก ชาวบ้านแห่เลือกซื้อจำนวนมาก ภาวะราคาผลไม้ในภาคใต้โดยเฉพาะมังคุดและทุเรียนที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากผลไม้ล้นตลาดทำให้พ่อค้าคนกลางที่เข้าไปตระเวนรับซื้อจากสวนของชาวบ้านต้องนำมาเร่ขายตามตลาดนัดในราคาถูก เช่น ที่ตลาดนัดวันอาทิตย์ เขตเทศบาลนครสงขลา เต็มไปด้วยพ่อค้าแม่ค้าที่นำมังคุดและทุเรียนใส่รถกระบะมาจอดวางขายกันริมถนน โดยมังคุดราคากิโลกรัมละ 10 บาท ขณะที่ในตลาดสดราคา 15 บาท ส่วนทุเรียนบ้านหรือทุเรียนพื้นเมืองกิโลกรัมละ 15 บาท ทุเรียนพันธุ์ทั้งก้านยาว กระดุมทอง ชะนี และหมอนทอง อยู่ที่กิโลกรัมละ 25-35 บาท ได้รับความสนใจจากประชาชนที่ไปเลือกซื้อเป็นจำนวนมาก นายสะฮารี ลาเตะ ชาวอำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี หนึ่งในพ่อค้าที่นำมังคุดและทุเรียนมาจำหน่าย เปิดเผยว่า ต้องเร่งระบายสินค้าให้หมดโดยเร็วที่สุดเน้นราคาถูกหากเหลือมากจะขาดทุน เพราะราคาลดลงอย่างต่อเนื่องและผลไม้จะเสียไม่สวย เนื่องจากผลไม้ทั้งมังคุดและทุเรียนสดใหม่จะออกสู่ตลาดทุกวัน