มังคุด

มังคุด ทุเรียนล้นตลาด เร่ขายตลาดนัดราคาถูก
ทุเรียนราคาถูก /  ทุเรียนล้นตลาด / 

มังคุด-ทุเรียนล้นตลาด พ่อค้าคนกลางต้องนำออกเร่ขายตามตลาดนัดในราคาถูก ชาวบ้านแห่เลือกซื้อจำนวนมาก ภาวะราคาผลไม้ในภาคใต้โดยเฉพาะมังคุดและทุเรียนที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากผลไม้ล้นตลาดทำให้พ่อค้าคนกลางที่เข้าไปตระเวนรับซื้อจากสวนของชาวบ้านต้องนำมาเร่ขายตามตลาดนัดในราคาถูก เช่น ที่ตลาดนัดวันอาทิตย์ เขตเทศบาลนครสงขลา เต็มไปด้วยพ่อค้าแม่ค้าที่นำมังคุดและทุเรียนใส่รถกระบะมาจอดวางขายกันริมถนน โดยมังคุดราคากิโลกรัมละ 10 บาท ขณะที่ในตลาดสดราคา 15 บาท ส่วนทุเรียนบ้านหรือทุเรียนพื้นเมืองกิโลกรัมละ 15 บาท ทุเรียนพันธุ์ทั้งก้านยาว กระดุมทอง ชะนี และหมอนทอง อยู่ที่กิโลกรัมละ 25-35 บาท ได้รับความสนใจจากประชาชนที่ไปเลือกซื้อเป็นจำนวนมาก นายสะฮารี ลาเตะ ชาวอำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี หนึ่งในพ่อค้าที่นำมังคุดและทุเรียนมาจำหน่าย เปิดเผยว่า ต้องเร่งระบายสินค้าให้หมดโดยเร็วที่สุดเน้นราคาถูกหากเหลือมากจะขาดทุน เพราะราคาลดลงอย่างต่อเนื่องและผลไม้จะเสียไม่สวย เนื่องจากผลไม้ทั้งมังคุดและทุเรียนสดใหม่จะออกสู่ตลาดทุกวัน

ก.เกษตรฯ หนุนสินค้าเกษตร บนเครื่องการบินไทย
กระทรวงคมนาคม /  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ / 

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมมือกับ กระทรวงคมนาคม ผลักดันผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ขึ้นเสิร์ฟบนเครื่องการบินไทย ขยายตลาดสู่ผู้บริโภคทั่วโลก นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยพลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามข้อตกลงความร่วมมือ เรื่อง การสนับสนุนสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ โดยเป็นการนำผลิตภัณฑ์ทางเกษตรของไทยให้บริการแก่ผู้โดยสารที่ใช้บริการการบินไทย โดยนายปีติพงศ์ เปิดเผยว่า ศักยภาพในการผลิตพืชผักและผลไม้หลากหลายชนิด สามารถนำส่งออกสร้างรายได้ให้ประเทศได้ปีละ 10,000 ล้านบาท เป็นผลไม้ทั้งแบบแห้งและแบบสดแช่แข็ง ประมาณ 8,000 ล้านบาท ส่วนผักสดและแช่แข็งมีมูลค่าส่งออกอยู่ที่ 1,000 ล้านบาท นอกจากนี้ การลงนามฯดังกล่าว บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จะช่วยเป็นสื่อกลางในการสนับสนุนผลิตภัณฑ์เกษตรของไทย ไปสู่ผู้บริโภคทั่วโลก โดยทางสถาบันเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน จะคัดมาตรฐานผลิตภัณฑ์เกษตรที่มีคุณภาพ ส่งไปยังการบินไทย ซึ่งที่ผ่านมา การบินไทยได้มีการสั่งสินค้าเกษตร นำไปเสิร์ฟบนเครื่องบ้างแล้ว เช่น สับปะรดภูแล หรือไอศกรีมมังคุด เป็นต้น MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก...Thanonline

ททท.ชวนเที่ยวงานวันผลไม้ ของดีอำเภอทองผาภูมิ
ของดีอำเภอทองผาภูมิ /  เทศกาลผลไม้ / 

ททท.สำนักงานกาญจนบุรี ขอชวนไปชิม อิ่ม อร่อย กับผลไม้หลากหลายชนิด พร้อมตื่นตากับการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน ในงาน “วันผลไม้ของดีอำเภอทองผาภูมิ และสืบสานประเพณีลานบ้าน ลานวัฒนธรรม ปี 2557″ ททท.ชวนเที่ยวงานวันผลไม้ ของดีอำเภอทองผาภูมิ อำเภอทองผาภูมิ ร่วมกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานราชการ ภาคเอกชน เกษตรกรชาวสวนผลไม้ และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เขื่อนวชิราลงกรณ  ขอเชิญนักท่องเที่ยวร่วมงาน “วันผลไม้ของดีอำเภอทองผาภูมิ และสืบสานประเพณีลานบ้าน ลานวัฒนธรรม ปี 2557″ ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 กรกฎาคม 2557 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 21.00 น. ณ บริเวณลานจอดเฮลิคอปเตอร์ ภายในเขื่อนวชิราลงกรณ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี โดยวัตถุประสงค์ของการจัดงาน เพื่อเป็นการเผยแพร่ผลผลิตทางด้านผลไม้ที่มีชื่อเสียงของอำเภอทองผาภูมิ เพื่อสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมของท้องถิ่น พร้อมสร้างความเชื่อมั่นว่า ทุกเขื่อนของ กฟผ. มีความมั่นคงปลอดภัย และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้นักท่องเที่ยวได้รู้จัก และสนใจมาเที่ยวอำเภอทองผาภูมิเพิ่มมากขึ้น ภายในงานมีการจำหน่ายผลไม้ชั้นดี รสชาติอร่อย ที่ขึ้นชื่อของอำเภอทองผาภูมิ อาทิ เงาะทองผาภูมิ ที่หวานล่อนกรอบอร่อย ทุเรียนเนื้อดีหวานหอม สับปะรด ส้มโอ มังคุด ลองกอง มะไฟ สะตอ ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดสามารถปลูกได้ผลผลิตดีในเขตพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ  ภายในงานยังมีการจำหน่ายพืชผักปลอดสารพิษ พันธุ์ไม้ท้องถิ่น สินค้าโอท็อปชื่อดังของอำเภอ ชิม “ขนมทองโยะ” ขนมพื้นเมืองของชาวกะเหรี่ยง ชมการสาธิตศิลปวัฒนธรรม และการแสดงประกอบแสงเสียงบอกเล่าเรื่องราวของชนเผ่าต่างๆ อาทิ มอญ กะเหรี่ยง ไทยอีสาน ม้ง เย้า ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ ทุกคืน นักท่องเที่ยวที่สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  ที่ทำการปกครองอำเภอทองผาภูมิ โทร.034 599745 สำนักงานเกษตรอำเภอทองผาภูมิ โทร.034 599482 และ ททท.สำนักงานกาญจนบุรี โทร.034 511200 หรือ 034 512500 ได้ทุกวันในเวลาราชการ ขอบคุณข่าวสารจาก การท่องเที่ยวแห่วแระเทศไทย สำนักงานภาคกลาง

เที่ยวจันทบุรี สีสันอัญมณี แห่งอ่าวไทย
ทะเล /  หาด / 

จันทบุรี หนึ่งในจังหวัดชายทะเลภาคตะวันออก เป็นจังหวัดที่รวมสุดยอดของสถานที่ท่องเที่ยว ที่น้อยคนนักจะได้มาเยือน แต่หากลองได้มาสัมผัสสักครั้งหนึ่งแล้ว คุณจะกลายเป็นแขกประจำของที่นี่ไปเลย เพราะจันทบุรี มีสมญานามว่า “อัญมณีแห่งทะเลอ่าวไทย” ชวนเพื่อน Travel.mthai มา เที่ยวจันทบุรี กันนะครับ หาดคุ้งวิมาน...เงียบสงบ จันทบุรี หรือเมืองจันท์ ขึ้นชื่อเรื่องพลอยอัญมณีนานาชนิด ว่ากันว่า.. ใต้แผ่นดินแห่งนี้สมัยก่อนเพียงแค่ขุดลงไปก็เจอของล้ำค่าแล้ว  ไม่เพียงเท่านั้น ที่นี่ยังขึ้นชื่อในเรื่องของสวนผลไม้ ที่เป็นพืชเศรษฐกิจประจำจังหวัด ทั้งมังคุด เงาะ ทุเรียน ระกำ สละ กล้วยไข่คุณภาพส่งออกต่างประเทศ เรียกได้ว่าถ้ามา เที่ยวจันทบุรี หรือเมืองจันทร์ มีผลไม้ให้กินกันตลอดปีแน่นอน ซึ่งเราได้มีโอกาสไปลองชิมผลไม้จากสวนของบ้านเขาบายศรี สวนผลไม้สำหรับส่งออกต่างประเทศ ที่นี่ไม่ได้ขายผลไม้อย่างเดียว แต่ยังเปิดให้เป็นที่พักแบบโฮมสเตย์เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบสัมผัสชีวิตแบบชาวสวน เที่ยวจันทบุรี หน้าฝนนี้อิ่มท้องด้วยผลไม้สดจากสวน ทุเรียนเมืองจันทร์ พลูโตๆ เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของ จันทบุรี คือหาดทรายและท้องทะเลที่ทอดยาวเงียบสงบ และเป็นส่วนตัวมาก หลายหาดในจังหวัดจันทบุรีมักจะใช้เป็นฉากถ่ายทำละครและโฆษณาอยู่เสมอ เช่น หาดคุ้งวิมาน หาดเจ้าหลาว หาดคุ้งกระเบน และหาดแหลมสิงห์ โดยมีตำนานที่มาของชื่อหาดแหลมสิงห์ว่า มีหินรูปร่างใหญ่ที่หากเราลองนั่งเรือออกไปกลางทะเลแล้วมองกลับเข้ามาที่ชายฝั่งจะพบกับก้อนหินขนาดใหญ่ มีรูปร่างคล้ายสิงห์ขนาดยักษ์นอนเฝ้าทะเล ตามตำนานจะมีหินสิงห์คู่ตัวผู้ตัวเมีย แต่ปัจจุบันเหลือเพียงหินสิงห์ตัวผู้ เนื่องจากตัวเมียถูกทหารชาวฝรั่งเศสทำลายไปแล้ว จุดชมวิวสะพานข้ามทะเล พระเจ้าตากสินมหาราช นอกจากจะเป็นเมืองที่มีความสวยงามทางธรรมชาติแล้ว ยังมีสถาปัตยกรรมที่เป็นร่องรอยจารึกแห่งประวัติศาสตร์และความทรงจำอันยากลบเลือน เนื่องจากในสมัยช่วงวิกฤตการณ์ปากน้ำ ร.ศ.112 ทหารฝรั่งเศสเคยยึดจันทบุรีไว้ นานถึง 11ปี ซึ่งสยามต้องยอมเสียดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงเพื่อขอแลกพื้นที่จังหวัดจันทบุรีกับตราดไว้ ตึกเรซิดองห์ โดยร่องรอยที่ทหารฝรั่งเศสทิ้งเหลือไว้ให้เป็นอนุสรณ์แห่งความเจ็บปวดคือ 1.ตึกเรซิดองห์ หรือตึกบัญชาการทหารฝรั่งเศส เป็นอาคาร 1 ชั้น และมีดาดฟ้าชั้นบนทาด้วยสีแดง มุงกระเบื้องแบบพิเศษที่ขนมาจากฝรั่งเศส ตึกนี้ตั้งอยู่ภายในค่ายพระเจ้าตากสินมหาราช 2.ตึกแดง เป็นอาคารชั้นเดียวทาสีแดงทั้งหลัง มุงกระเบื้องแบบพิเศษที่ขนมาจากฝรั่งเศสเช่นเดียวกัน ใจกลางของอาคารมีปืนใหญ่ฝรั่งเศสของแท้ตั้งอยู่ ด้านข้างของตึกมีต้นมะขาม 8 ต้นอายุหลายร้อยปี ชาวจันท์เชื่อว่าปลูกตามพระราชดำริของสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่3 เพื่อสร้างความเกรงขามให้กับกองทัพไทย 3.คุกขี้ไก่ อาคารสี่เหลี่ยมทรงสูงขนาดเล็ก ก่อด้วยอิฐ ข้างในแบ่งเป็น 3 ชั้น ชั้นล่างสุดไว้ขังนักโทษลหุโทษ ชั้นกลางไว้ขังนักโทษสถานหนัก ชั้นบนสุดเป็นเล้าไก่เลี้ยงไก่ไว้ประมาณ 200 ตัว ให้ขี้รดหัวนักโทษที่เป็นเชลยไทย แสดงถึงความขมขื่นที่ไทยต้องได้รับ ณ สถานที่แห่งนี้มีนักโทษหลายคนตรอมใจตายในคุกขี้ไก่ด้วย ทั้งตึกแดงและคุกขี้ไก่ ตั้งอยู่บริเวณ อำเภอแหลมสิงห์ ภายในตึกเรซิดองห์ กระเบื้องนำเข้าจากฝรั่งเศสอายุกว่า 100ปี ตึกแดง ปืนใหญ่ฝรั่งเศสอายุ 100กว่าปี โบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล หรือ อาสนวิหารพระนางมารีปฏิสนธินิรมล โบสถ์คาทอลิก ที่มีประวัติการก่อสร้างยาวนานถึง 275 ปี ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำจันทบุรี ซึ่งชาวญวนคาทอลิกและชาวบ้านได้ร่วมกันสร้างขึ้น โดยโบสถ์แห่งนี้มีความยิ่งใหญ่เหมือนกับต่างประเทศ ภายในตกแต่งอย่างสวยงามด้วยกระจกสี พื้นกระเบื้องโบราณ และพระแม่มารีอาประดับพลอย โดยที่นี่ยังเป็นสถานที่ยอดนิยมที่คู่บ่าวสาวมาจัดงานแต่งงานแบบพิธีคริสต์ สถานที่ยอดนิยมที่คู่บ่าวสาว มาจัดงานแต่งงานแบบพิธีคริสต์ โบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล โบสถ์คริสต์ที่สวยที่สุดในประเทศ โอเอซิส ซีเวิลด์ ศูนย์แสดงโชว์ปลาโลมาที่ใกล้ชิดคนดูมากที่สุดอีกด้วย โดยโอเอซิสจะจัดแสดงโชว์เป็นรอบ เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวลงไปว่ายน้ำกับปลาโลมา สัมผัสความใกล้ชิดให้ปลาโลมาหอมแก้มได้ด้วย นอกจากจะได้ชมปลาโลมาแล้วยังมีถ้ำปลาการ์ตูน บ่อปลาหมอทะเลยักษ์หลายพันตัวให้ได้เพลิดเพลินกันในแบบท่องเที่ยวครอบครัวได้ด้วย หลังจากท่องเที่ยวในช่วงกลางวันแล้ว ในยามค่ำคืนที่ ท่าเรือThe Pier มีบริการพานักท่องเที่ยวออกเรือไปตกหมึกกลางทะเลซึ่งช่วงฤดูที่ปลาหมึกจะเยอะจะเริ่มตั้งแต่ช่วงเดือน ตุลาคม – พฤษภาคม โดยจะมีเรือลำใหญ่พาคุณออกสู่กลางทะเลและตกปลาหมึกขึ้นมาทำอาหารกินกันแบบสดๆ เป็นรสชาติที่คุณไม่มีวันลืมแน่นอนเพราะความหวานของเนื้อปลาหมึกที่ตกได้จากท้องทะเลกับปลาหมึกตลาดนั้นแตกต่างกันอย่างชนิดเทียบกันราวฟ้ากับดิน ที่เล่ามาทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดจันทบุรีเท่านั้น หากอยากลองไปเที่ยวสนุก ผ่อนคลายและเป็นส่วนตัวผู้คนไม่พลุกพล่านลองไปเที่ยวที่จันทบุรี หรือลองดูรายละเอียดอื่นๆได้ที่ https://www.facebook.com/visitchanthaburi

สุขภาพดี โหงวเฮ้งดี กับอ.คฑา ชินบัญชร ! ตอนที่ 1 ธาตุดิน
ธาตุดิน /  สุขภาพดี / 

การรับประทานอาหารตามธาตุ จะทำให้มีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดี ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส และส่งผลให้โหงวเฮ้งเราดีขึ้นด้วย ซึ่งเมื่อโหงวเฮ้งเราดี ก็จะทำให้เราทำอะไรก็ราบรื่น ประสบผลสำเร็จ เราทุกคนมีธาตุทั้ง 4 อยู่ในร่างกาย แต่จะมีลักษณะเด่นเพียงหนึ่งธาตุ ถ้า รู้จักตัวเอง ก็สามารถปรับสมดุลเพื่อรับมือกับความผิดปกติที่จะเกิดขึ้นได้ นอกจากนั้นในแต่ละช่วง ฤดูกาลต่างๆ ก็ควรมีการปรับธาตุของร่างกายให้สมดุลกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพร่างกาย ด้วยอาหารการกิน   ฤดูร้อน มักเจ็บป่วยด้วยธาตุไฟ ควรรับประทานผัก ผลไม้ที่มีรสขม เย็น จืด เช่น สะเดา มะระ แตงโม หัวผักกาด แตงกวา ฝักเขียว คะน้า บวบ ฯลฯ ฤดูฝน มักเจ็บป่วยด้วยธาตุน้ำ ควรรับประทานผัก ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น มะเขือเทศ ส้ม มะนาว สับปะรด ยอดมะขามอ่อน ฯลฯ ฤดูหนาว มักเจ็บป่วยด้วยธาตุลม ควรรับประทานผัก ผลไม้ที่มีรสเผ็ดร้อน เช่น กะเพรา โหระพา ตะไคร้ ขิง ข่า กระเทียม ขึ้นฉ่าย ฯลฯ ผู้ที่เกิด ธาตุดิน คือ... ราศีพฤษภ 14 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน ราศีกันย์ 17 กันยายน - 16 ตุลาคม ราศีมังกร 14 มกราคม - 12 กุมภาพันธ์ คนที่มีธาตุดิน เป็นธาตุเจ้าเรือน จะมีรูปร่างสูงใหญ่ ผิวค่อนข้างคล้ำ ผมดกดำ เสียงดังฟังชัด เป็นคนหนักแน่น เยือกเย็น อดทน เคลื่อนไหวค่อนข้างช้า รักการประนีประนอม จึงเหมาะกับการทำงานประจำ คนธาตุนี้มักชอบกิจกรรมเกี่ยวกับการพักผ่อนหย่อนใจ เป็นคนผิวเย็น ควรออกกำลังกายอย่างหนัก เพื่อลดความเฉื่อยชา และควรดูแลสุขภาพด้วยการรับประทานผักและผสไม้ที่มีรสฝาด หวาน มัน เค็ม เช่น หัวปลี กะหล่ำปลี ผักกะเฉด ถั่วพู เผือก มัน แห้ว มะพร้าว ถั่วลิสง งาดำ ฝรั่ง กล้วยน้ำว้า ตัวอย่างอาหารคาว : ถั่วงอกผัดเต้าหู้ ข้าวซอยไก่ แกงจืดเต้าหู้ ยำถั่วพู ตัวอย่างอาหารหวาน : ถั่วเขียวต้มน้ำตาล ฟักทองนึ่ง มะพร้าวขูด กล้วยบวชชี ตัวอย่างเครื่องดื่ม : น้ำฝรั่ง น้ำฟักทอง น้ำแตงโมง น้ำเต้าหู้ ตัวอย่างผลไม้ : ฝรั่ง กล้วยน้ำว้า มะละกอสุก มะม่วงสุก มังคุด เงาะ ลำไย รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

มาแล้ว!! บุฟเฟ่ต์ผลไม้คนละ 99 บาท เทศกาลผลไม้ไทย ที่ตลาดไอยรา จ.ปทุมธานี
บุฟเฟ่ต์ /  ปทุมธานี / 

ตลาดไอยรา ผนึก จังหวัดปทุมธานีรับลูกโครงการ Amazing Thai Taste โปรโมตการทานผลไม้ตามฤดู กาลในงาน ‘เทศกาลผลไม้ไทย ตลาดไอยรา จ.ปทุมธานี’ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 9-20 มิถุนายน 2559 ณ อาคารผลไม้ต่างประเทศ  พรีเมี่ยม ฟรุ๊ต ตลาดไอยรา พบกิจกรรมภายในงานมากมาย อาทิ การจำหน่ายผลไม้คุณภาพ บุฟเฟต์ผลไม้เสิร์ฟแบบจัดเต็ม เพื่อเป็นช่องทางกระจายผลผลิ ตและจำหน่ายผลไม้ตามฤดูกาล ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยว ของประเทศไทย มาแล้วบุฟเฟ่ต์ผลไม้คนละ 99 บาท เทศกาลผลไม้ไทยที่ตลาดไอยรา จ.ปทุมธานี นายสุวัจ เดชเทวัญดำรง ประธานกรรมการ บริษัท พี เอส เมนแลนด์ จำกัด เจ้าของโครงการตลาดไอยรา เปิดเผยว่า เพื่อสนับสนุ นการทำงานของคณะทำงานสานพลั งประชารัฐ ในโครงการ Amazing Thai Taste ที่มุ่งหวังให้ภาคการท่องเที่ ยวมีส่วนในการส่งเสริมให้นักท่ องเที่ยวบริโภคอาหารไทย ข้าวไทย และผลไม้ไทยมากขึ้น โดยคาดว่าจะสร้างมูลค่าการบริ โภคอาหารไทย ข้าวไทย และผลไม้ไทยเพิ่มขึ้นประมาณร้ อยละ 10 หรือ 12,000 ล้านบาทในปี 2559 ตลาดไอยรา จึงร่วมกับจังหวัดปทุมธานี หอการค้าไทย หอการค้าจังหวัดปทุมธานี และหน่วยงานอื่นๆ จัดงาน ‘เทศกาลผลไม้ไทย ตลาดไอยรา จ.ปทุมธานี’ ณ อาคารผลไม้ต่างประเทศ   พรีเมี่ยม ฟรุ๊ต ตลาดไอยรา ในระหว่างวันที่ 9-20 มิถุนายน 2559 รวมทั้งสิ้น 12 วัน “การจัดงาน ‘เทศกาลผลไม้ไทย ตลาดไอยรา  จ.ปทุมธานี’ ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดั บและสร้างแบรนด์ผลไม้ไทยให้เป็น Premium Product ตลอดจนเพิ่มมูลค่าและสร้างชื่ อเสียงผลไม้ไทยให้เป็นรู้จั กแพร่หลายไปทั่วโลก อาทิ ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง เป็นต้น ผมหวังว่าประชาชนทั่วไป ตลอดจนนักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็ นคนไทยหรือชาวต่างชาติ จะหันมาบริโภคผลไม้ไทยกันมากขึ้ น เพราะผลไม้ไทยมีรสชาติที่เป็ นเอกลักษณ์ หวาน หอม อร่อย ทั้งยังมีคุณประโยชน์มากมาย นอกจากนี้ การจัดงานในช่วงระหว่างเดื อนพฤษภาคม-กรกฎาคม ซึ่งถือเป็นฤดูกาลที่ผลไม้มี ผลผลิตมาก จึงเท่ากับเป็นการช่วยเหลื อเกษตรกรในการระบายผลผลิ ตและกระจายรายได้ แก่ชุมชนอีกทางหนึ่ง” ภายในงาน ‘เทศกาลผลไม้ไทย ตลาดไอยรา  จ.ปทุมธานี’ มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ การออกบูธจำหน่ายผลไม้คุ ณภาพตามฤดูกาล จำนวน 30 บูธ โดยคู่ค้าและเกษตรกรต่างนำผลไม้ ไทยตามฤดูกาล มาให้ผู้มาเที่ยวชมงานได้ลิ้ มลองรสชาติและอุดหนุนผลไม้กลั บบ้านไปถ้วนหน้า เป็นทางเลือกในการบริโภค ส่วนไฮไลท์ของงานอยู่ที่บริ การบุฟเฟต์ผลไม้ ซึ่งจัดเต็มเพื่อคนรักผลไม้ โดยเฉพาะในราคาพิเศษเพียง 99 บาทต่อคน อาทิ ทุเรียน มังคุด เงาะ  ลองกอง ส้มโอ สละ ลิ้นจี่  มะละกอ  กล้วยหอม ฯลฯ ขณะเดียวกันก็มีผลไม้เกรดพรีเมี ยม นำเข้าจากต่างประเทศ ได้แก่ แอปเปิ้ล สาลี่ (แพร์) องุ่น เมล่อน ฯลฯ ประเทศไทยเราถือเป็นตลาดและศู นย์กลาง ผลไม้เขตร้อนที่ใหญ่ที่สุ ดในประชาคมอาเซียน รวมทั้งคุณภาพ ของผลไม้เราถือว่าดีที่สุดในภู มิภาคนี้ ตลาดไอยรามีความยินดีที่ได้รั บเกียรติและความไว้วางใจจากหน่ วยงานต่างๆ ให้เป็นสถานที่จั ดงานเทศกาลผลไม้ไทย ตลาดไอยรา  จ.ปทุมธานี ซึ่งเรามีความพร้อมในเรื่ องของสถานที่ที่กว้างขวาง สะอาด ทันสมัย และที่จอดรถที่รองรับรถผู้ที่ มาเที่ยวชมงานได้เป็นจำนวนมาก อีกทั้งเรายังเตรียมผลไม้ไทย ตามฤดูกาลที่มีคุณภาพ ความสด และผลไม้นำเข้าที่ผ่านการคัดสรร ทั้งคุณภาพและรสชาติที่ดีมาให้ บริโภคกัน ผมหวังว่าทุกท่านจะให้เกียรติ มาเที่ยวชมงานที่จัดอย่างยิ่ งใหญ่ ณ อาคารผลไม้ต่างประเทศ  พรีเมี่ยม ฟรุ๊ต ตลาดไอยรา” รูปภาพจาก ตลาดไอยรา

สลด! กระบะขายผลไม้ ติดข้อความวอนตามหาลูกสาว
กระบะ /  ตามหาเด็กหาย / 

โลกออนไลน์แชร์ภาพกระบะขายมังคุด ติดสติ๊กเกอร์เต็มรถ วอนช่วยตามหาลูกสาว หลังหายไปนานถึง 4 ปี โลกออนไลน์แชร์ภาพน่าสะเทือนใจ รถกระบะขายผลไม้ติดข้อความและน้องจีจี้ เด็กหญิงที่หายไป เมื่อ 4 ปีที่แล้ว โดยข้อความเหล่านั้นชวนให้ผู้อ่านน้ำตาซึม ด้วยเข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อแม่ตามหาลูก หลังจากถูกพลัดพรากไปนานหลายปี โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊คชื่อว่าขุนเขา สายน้ำ ลำธาร ได้โพสต์ภาพรถกระบะขายผลไม้ เต็มไปด้วยสติ๊กเกอร์ข้อความตามหาเด็กหาย ซึ่งเป็นลูกสาวเจ้าของรถ พร้อมข้อความระบุว่า ไปเที่ยวเขาใหญ่ แวะปั้ม ปตท. ก่อนถึงปากช่อง เจอรถขายผลไม้ เขียนข้อความตามหาลูกสาวไว้ทั่วรถ จึงขอร่วมประกาศตามหา ใครเห็นเบาะแสแจ้งไปตามข้อความที่เขียนบนตัวรถได้เลย ช่วยกันครับ หลังจากที่ภาพดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาชาวโซเชียลต่างแชร์ส่งต่อเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะภาพหนึ่งในนั้นมีข้อความว่า พอรู้ว่าลูกผมหายไป ไม่ถึง 30 นาที ผมรีบไปแจ้งความที่โรงพักแต่ตำรวจไม่รับแจ้ง บอกว่าหายไปไม่ถึง 24 ชม. ขอบคุณภาพ ขุนเขา สายน้ำ ลำธาร MThai News

เทศกาลผลไม้ และ ของดีจังหวัดระยอง ประจำปี 2559
ของดีเมืองระยอง /  ระยอง / 

จังหวัดระยอง เปิดเมือง โชว์ของดี สไตล์ระยอง ส่งเสริมการท่องเที่ยวท้องถิ่นให้คึกคักในช่วงฤดูกาลผลไม้ประจำจังหวัดระยอง ใน งาน “เทศกาลผลไม้และของดีจังหวัดระยอง ประจำปี 2559” วันที่ 9-15 มิ.ย.นี้ เทศกาลผลไม้ และ ของดีจังหวัดระยอง ประจำปี 2559 นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง พร้อมเปิดบ้านต้อนรับนักท่องเที่ยว โชว์ผลไม้ดีและผลิตภัณฑ์เด่นของจังหวัดระยอง พร้อมทั้งให้ทุกคนได้เลือกช็อปสินค้าดีทางการเกษตร, ผลไม้, สินค้า OTOP ของดีเมืองระยอง, การแข่งขันส้มตำลีลา, การแข่งขันจัดกระเช้าผลไม้, และกิจกรรมต่างๆ ภายใน “งานเทศกาลผลไม้และของดีจังหวัดระยอง ประจำปี 2559” เพื่อเป็นการส่งเสริมการผลิตและเป็นช่องทางกระจายจำหน่ายผลไม้  สนับสนุนผลผลิตจากชาวสวนผลไม้ในชุมชนตะพงให้มีแหล่งระบายผลผลิตและช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในท้องถิ่นให้คึกคักมีสีสันในช่วงฤดูกาลผลไม้ประจำจังหวัดระยอง ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของจังหวัด และเพื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวงานผลไม้ในพื้นที่  ถือเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวของจังหวัดระยองให้มีชื่อเสียง และช่วยส่งเสริมกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีการใช้จ่ายภายในประเทศมากขึ้น อีกทั้งยังมี “ถนนผลไม้ สไตล์ระยอง” อีกกิจกรรมหนึ่งที่ให้ชาวสวนผลไม้นำผลผลิตทางการเกษตรจากสวน เช่น ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง ฯลฯ มาวางจำหน่ายตามเส้นทางถนนยายดาตามจุดที่ให้บริการ สามารถเลือกซื้อผลไม้สดๆจากสวน ทั้ง ทุเรียน เงาะ มังคุด ในราคาพิเศษสุดๆจากชาวสวนได้อีกด้วย นอกจากนี้ภายในงานนี้ยังมี นิทรรศการต่างๆ และการแสดงคอนเสิร์ตจากขบวนศิลปินชื่อดัง บิว กัลยาณี, น่านฟ้า กาฬสิน, วงเส้นเล็ก, เอ็ม-ซาช่า อาร์สยาม ตลอดทั้งสัปดาห์ ซึ่งงาน “เทศกาลผลไม้และของดีจังหวัดระยอง ประจำปี 2559” จะมีพิธีเปิดงานวันแรกใน วันที่ 9 มิถุนายน 2559 และมีกำหนดการจัดงานจนถึง วันที่ 15 มิถุนายน 2559 นี้ ณ บริเวณตลาดผลไม้เพื่อการเกษตรตะพง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง

ราชันมังกรเปิดตัวทุ่ม80ล้านวางเป้าท็อปเทน
ธนวัชร์ นิติกาญจนา ผจก.ทีม /  นากาซาโตะ เก็นกิ / 

เมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา ณ สนามกีฬา จ.ราชบุรี "ราชันมังกร" ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ได้มีการจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวในการสู้ศึกไทยพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2014 โดยมี บุญยิ่ง นิติกาญจนา ประธานสโมสร พร้อมด้วย นิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี, วิวัฒน์ นิติกาญจนา ที่ปรึกษา, ธนวัชร์ นิติกาญจนา ผจก.ทีม และเหล่าสตาฟฟ์โค้ช, นักเตะ รวมไปถึงตัวแทนจากผู้สนับสนุนรายต่างๆเช่น น้ำตาลมิตรผล, บ.คูโบต้า, บ.ไทยเบฟฯ, บ.บ้านปู, บ.กรีนสปอร์ต, มิซูโน่, หนองโพราชบุรี เข้าร่วมงานแถลงข่าวกันอย่างพร้อมเพรียง โดย บุญยิ่ง นิติกาญจนา ประธานสโมสร กล่าวว่า ทางสโมสรราชบุรี มิตรผล เอฟซี ต้องขอขอบคุณสปอนเซอร์ทุกรายที่ให้การสนับสนุนสโมสร และต้องขอขอบคุณแฟนบอลชาวจังหวัดราชบุรีทุกคนที่ให้กำลังทีมตลอดมา ซึ่งดิชั้นหวังว่าในปีนี้จะยังได้รับการสนับสนุนที่ดีเหมือนเดิม ธนวัชร์ นิติกาญจนา ผจก.ทีม กล่าวว่า ปีนี้แฟนบอลราชบุรีจะได้รับความสนุก และความประทับใจมากขึ้นจากการเชียร์ฟุตบอล เพราะเราทุ่มงบกว่า 80 ล้านบาท และได้เสริมทัพนักเตะใหม่ที่มากความสามารถเข้ามามากมาย รวมถึงดึงตัวโค้ชที่มีฝีมือเข้ามาคุมทัพ ดังนั้นทีม ราชบุรี มิตรผล เอฟซี จะลงสนามด้วยประสิทธิภาพที่มากกว่าเดิมแน่นอน ส่วนเป้าหมายในปีนี้เราจะต้องจบซีซั่นด้วยอันดับเลขตัวเดียวให้ได้ สำหรับงานแถลงข่าวครั้งนี้ได้มีการเปิดตัวนักเตะใหม่อย่าง ศุภวัฒน์ สีโนทัย, วรุตม์ วงศ์ดี, อัษดิน มังคุด, ใหญ่ นิลวงษ์, ภูวดล สุวรรณชาติ, อภิวัฒน์ งั่วลำหิน และนักเตะต่างชาติอย่าง นากาซาโตะ เก็นกิ และอันดริจา เดลิเบซิค นอกจากนั้นยังได้มีการเปิดตัวชุดแข่งขันใหม่ที่จะใช้ในฤดูกาล 2014 โดยมี 3 แบบทั้งเหย้าและเยือน ซึ่งจะได้การสนับสนุนจากผลิตภัณฑ์มิซูโน่ โดยมีแฟนบอลราชบุรีฯจำนวนมากที่ให้ความสนใจจับจองเป็นเจ้าของ

อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน Fruits Festival 2557
เทศกาลผลไม้ /  เที่ยวจันทบุรี / 

ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวไปชิมผลไม้สดๆ จากต้น ณ สวนผลไม้ระยอง สวนผลไม้จันทบุรี สวนผลไม้ตราด มีทั้งทุเรียน เงาะ สละ ลองกอง มังคุด แก้วมังกร ฯลฯ พร้อมเรียนรู้วิถีชีวิตแบบชาวสวน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน Fruits Festival 2557 ใครรอคอยการไปลิ้มรสชิมความอร่อยของผลไม้สดๆ จากต้น ภายในบรรยากาศสบาย ๆ ของสวนผลไม้ ที่เป็นของดีขึ้นชื่อของภาคตะวันออกแล้วล่ะก็ ไม่ควรพลาดกับโครงการ “อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน Fruits Festival 2557″ เพราะในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคมของทุกปี ผลไม้ของภูมิภาคแห่งชายทะเลตะวันออกของไทย รอคอยให้นักท่องเที่ยวมาชิมผลไม้ไทยสดใหม่จากต้น โดยถือเป็นโครงการที่ดีในการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนผลไม้ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวของภาคตะวันออกในหัวข้อ สีสันตะวันออก โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคตะวันออก ขอนำเสนอรายชื่อสวนผลไม้ในพื้นที่ภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด จังหวัดนครนายก และจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งมีทั้งหมด 42 สวน โดยมีรายละเอียดดังนี้ ทั้งนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคตะวันออก โทรศัพท์ 02 250 5500 ต่อ 3915-7 หรือเว็บไซต์ www.traveleastthailand.org, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานระยอง โทรศัพท์ 03-865-5420-1, 03-866-4585 หรือเว็บไซต์ www.tat-rayong.com, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราด โทรศัพท์ 03-959-7255, 03-959-7259-60 และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครนายก โทรศัพท์ 03-731-2282, 03-731-2284 หรือเว็บไซต์ www.tat8.com นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมดีๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสนุกกัน นั่นก็คือ อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน Fruits Festival 2557 โดยสามารถร่วมสนุกกับกิจกรรมเช็กอิน “อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน” ที่ 20 สวนผลไม้ภาคตะวันออก เพื่อลุ้นรับของรางวัลมากมายจาก ททท. ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม-15 กรกฎาคม 2557 ประกาศผลรูปที่ชนะใจกรรมการ และได้รับการกด Like จากมหาชนมากที่สุด ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2557 และสามารถติดตามข่าวสารกิจกรรมได้ที่ www.facebook.com/FunnyTravelEastThailand และ www.TravelEastThailand.org ขอบคุณข่าวสารจาก  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคตะวันออก

รวมเด็ด 12 สถานที่ขอหวย! ใกล้ที่ไหนรีบไปที่นั่นเลยจ้าาาาา
ขอหวย /  สถานที่ขอหวย / 

“หวย” หนึ่งในกิจกรรมเสี่ยงโชคยอดฮิตของคนไทย จนในแต่ละเดือนจะเกิดเงินหมุนเวียนทางด้านหวยเป็นหลักหลายล้านบาท เหล่าผู้คนต่างใช้สารพัดวิธีในการหาตัวเลขนำโชคจากรอบกายเพื่อให้ได้เลขเด็ดๆ ทั้งเลขจากอาจารย์ชื่อดัง การตีเลขจากความฝันหรือจากเหตุการณ์ที่ได้พบเจอ หรือแม้แต่การไปขอเลขจากสถานที่ที่มีคนไทยจำนวนมากเลื่อมใสศรัทธา ซึ่งในวันนี้เราจะยกมาทั้งหมด 12 สถานที่ขอหวย แสนศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการกล่าวขานว่าให้เลขเด็ดแม่นสุดๆ 1. หลวงพ่อเหลือ – วัดสร้อยทอง สะพานพระราม 7 กรุงเทพฯ วัดสร้อยทองเป็นวัดที่ตั้งอยู่ริมฝั่งน้ำเจ้าพระยา สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2394 ปูชนียวัตถุชิ้นสำคัญคือ พระพุทธรูปหล่อด้วยโลหะทองเหลืองที่เหลือจากการสร้างพระประธานในปี พ.ศ.2445 มีนามว่า “หลวงพ่อเหลือ” มีผู้ศรัทธาเดินทางมากราบไหว้บูชาขอโชคลาภกันอย่างไม่ขาดสาย และหลังจากได้รับประทานพรแล้วสิ่งของที่นิยมนำมาแก้บนคือ ดอกไม้ธูปเทียนและอาหารคาวหวานต่างๆ คาถาบูชาหลวงพ่อเหลือ กล่าวนะโม 3 จบ แล้วว่าคาถาดังนี้ นะ โม พุท ธา ยะ นะ เหลือดี โม เหลือยิ่ง พุท เหลือใช้ ธา เหลือล้น ยะ เหลือรวย 2. ศาลตายาย – สนามบินเล็ก ถนนเดชะตุงคะ ดอนเมือง กรุงเทพฯ ศาลตายายเป็นศาลที่ประดิษฐานอยู่ใกล้กับสนามบินเล็ก แถบดอนเมือง ถึงศาลตายายจะไม่ได้ประดิษฐานอยู่ในวัดอันใหญ่โต แต่ผู้ที่ศรัทธาในปฏิหาริย์อันศักดิ์สิทธิ์และได้รับความสมหวังก็มีอยู่นับไม่ถ้วน การขอเลขเด็ดจากศาลเจ้าตายายครั้งในอดีตเคยใช้วิธีรอให้ตากับยายมาเข้าฝัน หรือสังเกตการคดงอของก้านธูปว่าเป็นเลขอะไร แต่ในปัจจุบันชาวบ้านนิยมการใช้การเขย่าเซียมซีแทน มีการเล่าขายกันมาว่าอาหารที่ตากับยายชื่นชอบมากคือ หัวหมู ไก่ต้ม ไข่ต้ม ของหวานเป็นทองหยิบ ทองหยอด ยาเส้นหรือหมากพลู   3. ศาลแม่นาคพระโขนง – วัดมหาบุศย์ เขตพระโขนง กรุงเทพฯ ประวัติความเป็นมาของแม่นาคพระโขนงคิดว่าคงเป็นที่คุ้นเคยของคนไทยดี เพราะได้มีการนำเรื่องราวมาสร้างเป็นภาพยนตร์และละครมากมาย แถมตัวศาลแม่นาคพระโขนงยังเป็นสถานที่ยอดนิยมติดอันดับต้นๆที่ผู้คนนิยมเดินทางไปขอเลขเด็ด วิธีขอเลขจากศาลเม่นาคพระโขนง ใช้วิธีเสี่ยงดวงเขย่าเซียมซีและขูดหาเลขจากซากต้นตะเคียนข้างศาล ผู้คนส่วนใหญ่นิยมนำของหวาน เสื้อผ้าผู้ใหญ่ และของเล่นเด็กมาแก้บนแม่นาคในศาล โดยตัววัดมหาบุศย์ ตั้งอยู่บนถนนอ่อนนุช7 เขตพระโขนง กรุงเทพ   4. พระแม่ธรณีบีบมวยผม – สนามหลวง ใกล้โรงแรมรัตนโกสินทร์ กรุงเทพฯ สร้างเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2541 โดยพระแม่ธรณีบีบมวยผมนั้น หมายถึงความอุดมสมบูรณ์ นอกจากเรื่องการขอหวยแล้ว ชาวบ้านยังนิยมมาบนบานศาลกล่าวให้ช่วยเหลือเรื่องต่างๆนับไม่ถ้วน หากสมหวังแล้วผู้คนนิยมใช้ดอกดาวเรืองและผลไม้สดสำหรับการแก้บน ศาลประดิษฐานอยู่ที่มุมท้องสนามหลวงด้านทิศตะวันออกฉียงเหนือ ใกล้โรงแรมรัตนโกสินทร์ กรุงเทพมหานคร คาถาพระแม่ธรณีบีบมวยผม ท่องนะโม 3 จบ ตัสสา เกสีสะโต ยะถาคงคา โสตัง ปะวันตันติ มาระเสนา ปะฎิฐาตุง อาสักโถนโต ปะลายิงสุปาริมานุภาเวนะมาระ เสนาปะราชิตาทิโส ทิสัง ปะลายันติ วิทังเวนติ อะเสสะโต   5. ศาลขุนด่านเจ้าพ่อเสือ – บางเขน กรุงเทพฯ ศาลเจ้าพ่อเสือ ไม่มีปรากฏประวัติความเป็นแม่อันแท้จริง มีแต่ตำนานที่ชาวบ้านเล่าขานกันมาปากต่อปากเท่านั้น ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำให้ความศรัทธาของชาวบ้านที่มีต่อเจ้าพ่อเสือเสื่อมคลายลง ในทุกๆวันมักจะมีผู้คนแวะเวียนมากราบไหว้เจ้าพ่อเสือกันอย่างไม่ขาดสาย ทั้งการขอพรเพื่อเป็นสิริมงคล มีเรื่องให้ช่วยเหลือ หรือแม้แต่การขอเลขเด็ดก็ตาม โดยจะนิยมกราบไหว้ด้วย เนื้อสด, ผลไม้สด, ไข่ไก่ต้ม, ดอกดาวเรือง, ชุดหมาก, น้ำเปล่า   6. ศาลหลวงปู่เหมือน นนทฺสร – วัดนาวง (วัดโรงหีบเดิม) อำเภอเมือง จ.ปทุมธานี หลวงปู่เหมือน ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์จอมขมังเวทย์อีกรูปหนึ่งในยุคสมัยนั้น มีลูกศิษย์ที่ให้ความเคารพมากมาย เป็นเหมือนที่พึ่งทางจิตใจของชาวบ้านในละแวกวัดนาวงและเมืองเอก จังหวัดปทุมธานี ตั้งแต่ระดับชาวบ้านไปจนถึงข้าราชการระดับสูง แม้ในปัจจุบันหลวงปู่จะมรณภาพไปนานแล้ว แต่ความขลังและความศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ได้เลือนหายไปไหน ทำให้ยังคงมีผู้คนแวะเวียนมาที่ศาลหลวงปู่เหมือนกันอย่างต่อเนื่อง โดยรูปปั้นหลวงปู่เหมือน นนทฺสร จะประดิษฐานอยู่ที่ วัดนาวง (วัดโรงหีบเดิม) อ.เมือง จ.ปทุมธานี   7. ศาลองค์เทพพระวิษณุ (พระนารายณ์) – ศาลข้างวัดสุทัศนฯ และใกล้ศาลว่าการกรุงเทพมหานคร องค์เทพพระวิษณุ (พระนารายณ์) สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2525 ซึ่งเป็นของลัทธิฮินดู ที่ได้รับการเผยแพร่มาจากประเทศอินเดีย ประดิษฐานอยู่ที่ศาลข้างวัดสุทัศนฯ ใกล้กับศาลาว่ากลางกรุงเทพมหานคร ถนนอุณากรรณ เสาชิงช้า กรุงเทพ เหล่าผู้นับถือนิยมใช้ดอกดาวเรือง, นมสด, ธูป, สับปะรด, กล้วยน้ำว้าสุก เป็นเครื่องสำหรับสักการะบูชา คำอธิษฐานขอพรพระวิษณุ (พระนารายณ์) โอม สะศางขะจักรัม สะกิริฏะกุณตะลัม สะปิตะวัสตรัม สะระสีรูเหกะษะณัม สะหาระวักษะสะถะละ เกาสะตุภะ ศะริยัม นะมานิวิษณุม ศิระสา จะคุระภุชัม (ท่อง1จบ หรือ 3 จบ หรือ 12จบ) 8. ศาลเจ้าแม่ต้นไทร – ถนนมุ่งหน้าไปอำเภอสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ตามถนนที่ทอดตัวยาว เรามักจะได้พบกับศาลเจ้าพ่อ เจ้าแม่ พระพุทธรูปองค์ใหญ่ หรือต้นไม้ใหญ่ อยู่ตามริมทางเสมอ ซึ่งคนส่วนใหญ่มักมีความเชื่อว่า สิ่งเหล่านี้จะมีองค์เทพารักษ์ หรือนางไม้ประทับอยู่ เช่นเดียวกับเจ้าแม่ต้นไทรที่มีอายุกว่าร้อยปี ยืนต้นสูงตระหง่านพร้อมผ้าแพรบาง 7 สีผูกอยู่โดยรอบ รอยแป้งสีขาวที่เกิดจากการขูดหาเลขกระจัดกระจายตามลำต้น เครื่องสักการะบูชาวางเรียงรายเป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าแม่ต้นไทรแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี โดยเจ้าแม่ต้นไทรแห่งนี้ตั้งอยู่ริมถนนที่มุ่งหน้าไปอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี   9. ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง (วัดหนองผักชี) – ตรงข้ามตลาดยิ่งเจริญ สะพานใหม่ เขตบางเขน กรุงเทพฯ มีความเชื่อกันว่า นางฟ้าจากสวรรค์จุติลงมาเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านให้พ้นจากความทุกข์ โดยนางฟ้าเหล่านั้นจะสถิตอยู่ที่ต้นตะเคียน จึงได้ตั้งชื่อว่าเจ้าแม่นางตะเคียนนับตั้งแต่ตอนนั้นเป้นต้นมา และที่วัดหนองฝักชีก็มีต้นตะเคียนทองที่มีอายุมากกว่า 100 ปี โดยใช้ชุดไทยโบราณ, เครื่องแป้ง, กระจกเงา, ดอกไม้สด ในการแก้บนเจ้าแม่ตะเคียนทอง คาถาขอพรเจ้าแม่ตะเคียนทอง ตั้งนะโม 3 จบ สัมปะจิตฉามิ นาสังสีฆ พรหมมา จะ มะหาเทวา สัพเพยักขา ปะรายันติ พรหมมา จะ มะหาเทวา อภิลาภา ภะวันตุเม มะหาปุญโญ มะหาลาโภ ภะวันตุเม มิเตพาหุหะติ พุทธะมะอะอุ นะโมพุทธายะ วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา วิระทาสี วิระทาวส วิระอิตถิโย พุทธัสสะ มานีมามะ พุทธัสสะ สวาโหม สัมปะติจฉามิ เพ็ง เพ็ง พา พา หา หา ฤาฤา 10. ศาลเจ้าพ่อเขาสามชั้น – เส้นทางไปอำเภอทองผาภูมิ-สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี หากเดินทางไปบนสายที่จะมุ่งหน้าเข้าอำเภอทองผาภูมิ สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี บางครั้งจะเห็นว่าเหล่ารถราที่ขับผ่านศาลเจ้าพ่อเขาสามชั้นมักจะบีบแตรเพื่อให้สัญญาณแสดงความเคารพต่อเจ้าพ่อ และขอคำอวยพรเพื่อให้เจ้าพ่อเขาสามชั้นคุ้มครองให้เดินทางรอดปลอดภัยตลอดทาง นอกจากเรื่องคุ้มครองภัยแล้ว ชาวบ้านยังว่ากันว่าเจ้าพ่อเขาสามชั้นให้หวยแม่นมาก มีชาวบ้านที่ได้รับโชคลาภไปนับไม่ถ้วน หากใครมีโอกาสเดินทางไปแถวนั้น อย่าลืมแวะจอดรถไปกราบไหว้ขอพรจากศาลเจ้าพ่อเขาสามชั้น ไม่แน่บางทีอาจจะได้รับลาภลอยเข้ามาโดยไม่รู้ตัว   11. ศาลอนุสาวรีย์เจ้าแม่หมูทองคำ – ตรงข้ามกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพฯ ศาลอนุสาวรีย์เจ้าแม่หมูทองคำ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า อนุสาวรีย์สหชาติ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2456 ในแต่ละวันมีผู้คนที่ศรัทธาเดินทางมาสักการะบูชากันอย่างต่อเนื่อง ทั้งขอเลขเด็ดเพื่อไปเสี่ยงโชคหรือเรื่องหน้าที่การงานก็ดี ต่างก็ได้รับความช่วยเหลือและสมหวังกันไปถ้วนหน้า ก่อนเดินทางไปไหว้เจ้าแม่หมูทองคำ อย่าลืมเตรียมเครื่องเซ่นไหว้เป็นผลไม้สดทุกชนิด ยกเว้นมังคุด ติดไม้ติดมือไปด้วย บทสวดบูชา สวดนะโม 3 จบ โอมพระปิยะมะหาราชินี สัพพะโสตถี ภะวันตุเม สัพพะลาภา สัพพะยศา สุขิตา โหติ สัพพะทุกขะ สัพพะภะยะ วินัสสันติ พระปิยะมะหาราชินี ปิยังมะมา 12. ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง (วังสราญรมย์) – สวนวังสราญรมย์ ใกล้วัดโพธิ์-วัดพระแก้วมรกต ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง (วังสราญรมย์ ประดิษฐานอยู่ในสวนวังสราญรมย์ ก็เป็นอีกแห่งที่ร่ำลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ในบรรดานักเสี่ยงโชคกันอย่างหนาหู ผู้คนนิยมเดินทางมาขอโชคลาภด้วยวิธี 3 แบบคือ จุดธูปอธิษฐานให้เจ้าแม่ตะเคียนทองมาเข้าฝันเพื่อบอกเลข การเสี่ยงเซียมซี หรือขูดซากตอตะเขียนเพื่อหาเลข หลายคนที่มีแรงศรัทธาแรงกล้าก็ได้รับการช่วยเหลือให้สมหวังไปตามๆกัน    ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ : เคล็ดลับขอหวย ๑๒ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

เห็นใจกันบ้าง? มังคุดพัทยา 6 ลูก300 อ้างนำเข้าจากอินโดนีเซีย
6ลูก300 /  พัทยา / 

เห็นใจกันบ้าง? มังคุดพัทยา 6 ลูก300 อ้างนำเข้าจากอินโดนีเซีย วันนี้(27 พ.ย.) แฟนเพจกลุ่มคนอาสา กู้ชีพ กู้ภัย Thailand  ได้เผยแพร่ภาพร้านขายผลไม้แห่งหนึ่งในเขตพัทยา ขายมังคุดติดป้าย6ลูก300บาท ซึ่งร้านดังกล่าวชื่อร้านเจ๊ทราย  เจ้าของร้านชื่อ คุณจำเรียง คงเจริญ อายุ 42 ปี โดยเจ้าของร้านเผยว่าตนขายผลไม้มานานกว่า5ปีแล้ว ส่วนใหญ่มีลูกค้าคนไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งราคาที่ขายเหมือนกับร้านอื่นทั่วไป แต่สำหรับราคามังคุดที่ขาย6ลูก300บาทนั้นเป็นเพราะมังคุดราคาแพงต้องนำเข้าจากประเทศอินโดนีเซีย ผ่านพ่อค้าคนกลาง จึงอยากให้เห็นใจด้วย เพราะว่าต้นทุนสูงจริงๆ นอกจากนี้มังคุดพันธุ์ดังกล่าวมีขนาดผลใหญ่กว่ามังคุดไทย อีกทั้งรสชาติอร่อยกว่า ในตอนแรกก็ไม่กล้าขายเพราะต้นทุนอยู่ที่กิโลละ300บาท ได้แค่ 9 ลูกเท่านั้น  ถ้าขายเป็นกิโล จะต้องคิดราคากิโลกรัมละ 380 บาท จึงขายแยกลูก ซึ่งตอนแรกก็ขายไม่ได้ แต่เมื่อชาวต่างชาติมาซื้อแล้วติดใจบอกว่ารสชาติดีกว่า แต่ลูกค้าบางรายไม่เข้าใจ ซึ่งตนก็อยากให้เข้าใจคนทำมาค้าขายด้วย ไม่ได้ต้องการเอาเปรียบแต่อย่างใด ขอบคุณภาพจากแฟนเพจ กลุ่มคนอาสา กู้ชีพ กู้ภัย Thailand  MThai News

10 โครงการหลวง น่าเที่ยว ต้อนรับฤดูหนาว
10 สถานที่ /  การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม / 

Travel.mthai.com ขอนำเสนอ 10 โครงการหลวง น่าเที่ยว ต้อนรับฤดูหนาว ที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาให้ทุกท่านได้ชมกัน เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงพัฒนาพื้นที่ชนบทให้มีทั้งคุณค่าทางธรรมชาติ และวิถีชีวิตของชาวบ้าน ซึ่ง โครงการหลวงของพระองค์นั้นมีอยู่เกือบ 40 แห่ง และนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น 10 โครงการหลวง น่าเที่ยว ต้อนรับฤดูหนาว ในช่วงเทศกาลปีใหม่และฤดูหนาว ใครที่มีโปรแกรมขึ้นเหนือ อย่าลืมแวะไปชมโครงการหลวงต่างๆ กันด้วยนะ หรือจะเอาไว้เที่ยวในเดือนอื่นในฤดูหนาว ก็ตามสะดวกเลยครับ รับรองว่าคุณจะต้องประทับใจกลับไปแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร วัฒนธรรม และธรรมชาติ  1. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง จ.เชียงใหม่ สภาพพื้นที่ของโครงการส่วนใหญ่ล้อมด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อน มีแอ่งที่ราบระหว่างภูเขาเพียงเล็กน้อย มีพื้นที่ในความรับผิดชอบ 29,178 ไร่  โดยแบ่งพื้นที่ในการดำเนินการของโครงการประมาณ 30 ไร่ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,300 – 1,400 เมตร มีแม่น้ำสายสำคัญที่ไหลผ่านคือ แม่น้ำขุนวาง  ประชากรในพื้นที่เป็นชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงและม้ง รวมทั้งสิ้น 7 หมู่บ้าน ขึ้นอยู่กับตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงสาธิตไม้ผลเมืองหนาวภายในศูนย์ฯ เช่น องุ่นไร้เมล็ด โรงเรือนวนิลา ฯลฯ - ชมแปลงปลูกผัก โรงเรือนเห็ดเมืองหนาว แปลงปลูกดอกเบญจมาศหลากสีสัน ฯลฯ - สาธิตการเลี้ยงสัตว์ เช่น ไก่ดำ กระต่ายพันธุ์เนื้อ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ชมวิถีชีวิตของชาวเผ่าม้ง และกะเหรี่ยง - ชมการปักผ้า และการตีมีด ฯลฯ - งานปีใหม่ของม้ง จัดช่วงเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคม มีการละเล่น ชาวเขาจะแต่งกายชุดประจำเผ่าสวยงามมาร่วมงานที่ลานกิจกรรมหมู่บ้าน การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - เส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ตามเส้นทางมีพรรณไม้ พืชสมุนไพร และนก ระยะทางเดินประมาณ 3 กิโลเมตร เดินประมาณ 2 ชั่วโมง จะถึงน้ำตกเต๊ะเละโพ (อวบน้อย) ที่มีอ่างเก็บน้ำเหมาะแก่การลงเล่นน้ำ - ชมทุ่งกุหลาบพันปีสีแดง ออกดอกช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ที่บริเวณผาแง่ม ซึ่งเป็นยอดเขาที่มีทิวทัศน์งดงาม - ชมดอกพญาเสือโคร่ง (ซากุระดอย) ซึ่งจะบานสะพรั่งช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคม การเดินทาง ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ 106 กิโลเมตร  ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข  108 (เชียงใหม่-ฮอด) ก่อนถึงอำเภอจอมทอง มีทางแยกขวามือขึ้นดอยอินทนนท์ ตามทางหลวงหมายเลข 1009 ราว หลัก กม. ที่30-31 มีทางแยกทางขวามือผ่านบ้านขุนกลาง จุดกางเต็นท์ป่าสน ตรงไปอีก 16 กิโลเมตร จนถึงบ้านขุนวางสังเกตป้ายโครงการทางขวามือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-939-102, 085-717-0399 2. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยเสี้ยว จ.เชียงใหม่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยเสี้ยว ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2524 เป็นศูนย์ขนาดเล็ก พื้นที่รับผิดชอบ 48.54 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุม 14 หมู่บ้าน 995 ครัวเรือน ประกอบด้วยคนพื้นเมืองและชาวเขาเผ่าม้ง ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบเชิงเขา สูงจากระดับน้ำทะเล 450 เมตร ประกอบด้วยป่าโปร่งผลัดใบ ดิน มีลักษณะเป็นดินร่วนปนทรายและดินลูกรัง ความอุดมสมบูรณ์ต่ำ อุณหภูมิสูงสุด 37 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 11 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝน 1,277 มิลลิเมตรต่อปี การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงสาธิตไม้ผลเขตร้อน เช่น มะละกอ มะม่วง มะปราง พุทรา ขนุน ฯลฯ ที่นี่เป็นแหล่งปลูกมะม่วงหลายชนิด มะม่วงพันธุ์ออร์วิน มะม่วงนวลคำ ที่มีผลขนาดใหญ่ น้ำหนักเกือบ 1 กิโลกรัม รับประทานได้ทั้งดิบและสุก - ชมแปลงสาธิตพืชผักหลายหลากชนิด เช่น มะระขาว มะระหยก ซาโยเต้ ฯลฯ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ชมวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวเขาเผ่าม้ง - ประเพณี ที่น่าสนใจ คือ ประเพณีปีใหม่ม้ง ประเพณีสืบชะตาหลวงประจำหมู่บ้าน จัดขึ้นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี และประเพณีตานข้าวใหม่ จัดขึ้นหลังเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จ ช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคมของทุกปี การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - น้ำตกตาดครก เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มีน้ำตลอดปี มีโขดหินสวยงาม เป็นแหล่งที่มีปลามุงอาศัยอยู่ ซึ่งนับว่าเป็นปลาหายากของประเทศไทย - น้ำตกตาดน้อย เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มีกล้วยไม้ป่า แมลง ผีเสื้อ และเส้นทางเดินชมธรรมชาติ การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทาง 108 เชียงใหม่-ฮอด ประมาณ กม. ที่ 10-11 ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวง 1269 หางดง-สะเมิง ระยะทาง 12 กม. จะพบป้ายโครงการห้วยเสี้ยวด้านซ้าย เข้าถนนลูกรังอีก 3.5 กม. รวมระยะทาง 29 กม. ฤดูฝนการคมนาคมลำบาก สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-248-425, 089-850-6586 3. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน ในปี พ.ศ. 2523 ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อยได้ก่อตั้งขึ้น โดยใช้พื้นที่บ้านดงเป็นที่ทำการ เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเคยทอดพระเนตรเห็นพื้นที่แล้ว ประกอบกับเป็นที่ตั้งของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งเป็นศูนย์กลางพัฒนาการศึกษาแก่เยาวชนในท้องถิ่น โดยมีพื้นที่รับผิดชอบ 91.75 ตารางกิโลเมตร หรือ 57,368 ไร่ ครอบคลุม 14 หมู่บ้าน ประกอบด้วยชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงและเผ่าลั๊ว การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงกาแฟอาราบิก้า พร้อมชิมกาแฟสดรสดีผลิตภัณฑ์คุณภาพจากบ้านห้วยห้อม สวนกาแฟที่ได้รับการรับรอง GAP จากกรมวิชาการเกษตร ส่งจำหน่ายให้กับโครงการหลวง และสตาร์บัคส์ - ชมวิวความสวยงามของนาข้าวแบบขั้นบันได - ชมการทอผ้าขนแกะของกลุ่มแม่บ้านห้วยห้อม มีทั้งผ้าทอขนแกะล้วน และผ้าทอขนแกะผสม การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - พิธีกรรมเซ่นไหว้เจ้าที่เพื่อการเกษตรให้ผลผลิตที่ดี จะเริ่มตั้งแต่การเพาะปลูกไปจนถึงเก็บเกี่ยว - การเรียกขวัญและผูกด้ายขวัญ พิธีนี้กระทำขึ้นในหลายโอกาส อาทิ ขึ้นปีใหม่ แต่งงาน รับขวัญเด็กแรกเกิด การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - น้ำตกทีราชันย์ น้ำตกขนาดกลาง สูง 3 ชั้น ระยะทางห่างจากศูนย์ฯ 6 กิโลเมตร - น้ำตกทีลอเล สูง 5 ชั้น ระยะทางจากศูนย์ฯ 15 กิโลเมตร เดินเท้าต่ออีก 3 กิโลเมตร เหมาะสำหรับการเดินชมธรรมชาติ พรรณไม้ป่า การเดินทาง จากตัวเมืองชียงใหม่ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 108 สายเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน ผ่านแม่สะเรียง มุ่งหน้าอำเภอแม่ลาน้อย ถึง กม.132 ให้เลี้ยวขวาไปตามเส้นทาง 1266 ขึ้นดอยอีก 30 กิโลเมตร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-619-533-4 , 083-324-3062 4. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก จ.เชียงใหม่  ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก ก่อตั้งในปี พ.ศ.2526 เป็นศูนย์ฯ พัฒนาขนาดกลาง ตั้งอยู่ในหุบเขาด้านหลังเทือกดอยอินทนนท์ มีสภาพอากาศเย็นในช่วงฤดูหนาว และเย็นสบายในช่วงฤดูร้อน มีความร่มรื่นทางธรรมชาติ การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงสาธิตแปลงส่งเสริมผลผลิตตามฤดูกาล เช่น เบบี้ฮ่องเต้ โอ๊คลีฟแดง โอ๊คลีฟเขียว คอสสลัด เรดโครอล ร็อคเก็ตสลัด บัตเตอร์เฮด ผักกาดหวาน ฯลฯ - ชมการปลูกผักและสมุนไพรระบบอินทรีย์ เช่น ซุกินี คะน้าเห็ดหอม มะระขาว ฯลฯ - ชมนาขั้นบันไดที่สวยงามของชาวกะเหรี่ยง การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ประเพณีปีใหม่ของชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง มีการละเล่นและเลี้ยงฉลองตามบ้าน ชาวเขาจะแต่งกายด้วยชุดประจำเผ่ามาร่วมงานกันทุกคน - ชมงานหัตถกรรมการทอผ้าของกะเหรี่ยงที่มีลวดลายสวยงาม การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - ปางช้างแม่สะป๊อก น้ำตกแม่สะป๊อก น้ำตกแม่วาง และน้ำตกผาหม่น - ล่องแพไม้ไผ่ชมธรรมชาติลำน้ำแม่วาง บริเวณบ้านสบวิน การเดินทาง ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ 68 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 (สายเชียงใหม่-ฮอด) เมื่อถึงอำเภอสันป่าตอง เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1013 ตรงไปประมาณ 38 กิโลเมตร จากนั้นจะมีทางแยกซ้ายเข้าบ้านแม่สะป๊อกเหนือ  ระยะทางประมาณ 500 เมตร  ถึงที่ทำการศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-318-322 , 085-716-3134 5. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย จ.เชียงใหม่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ตั้งอยู่บริเวณต้นน้ำแม่แรมและแม่สา มีพื้นที่ 21.17 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 13,231 ไร่ สูงจากระดับน้ำทะเล 780-1,430 เมตร ครอบคลุมพื้นที่จำนวน 6 หมู่บ้าน 371 ครัวเรือน ประกอบด้วยชาวเขาเผ่าม้ง เผ่าลีซอ คนพื้นเมืองและจีนยูนนาน นับถือศาสนาพุทธ ศาสนาพุทธลัทธิผี และศาสนาคริสต์ลัทธิผี ซึ่งเข้ามาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ก่อนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงสมุนไพรขนาดใหญ่ เช่น เลมอนทายม์ เลมอนบาล์ม มิ้นต์ คาโมมายล์ โรสแมรี่ หญ้าหวาน ฯลฯ - ชมแปลงงานวิจัยผักเมืองหนาว แปลงผักไฮโดรโพนิกส์ เทคโนโลยีการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน - แปลงผักอินทรีย์และแปลงผักขั้นบันไดของชาวบ้านเผ่าม้งที่มีผักมากมายหลากหลายชนิด เช่น ผักกาดขาวปลี แครอท ปวยเหล็ง ฯลฯ การท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม - ชมการละเล่นพื้นบ้านของชาวเขาเผ่าม้ง เช่น ตีกลอง เป่าแคน ขลุ่ย การละเล่นชู้จ่าง ฯลฯ - ชมหัตถกรรมพื้นบ้าน เช่น การปักผ้าของหญิงม้ง การต้มเหล้าข้าวโพด ฯลฯ - ประเพณีปีใหม่ม้ง จะจัดขึ้นในเดือนธันวาคม – มกราคมของทุกปี ชาวเขาทั้งหมู่บ้านจะรวมกันแต่งกายชุดประจำเผ่าสวยงาม มีการประกวดธิดาดอย การแข่งขัน ล้อเลื่อนไม้ พร้อมกิจกรรมบันเทิงต่างๆ มากมาย การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - จุดชมวิวดอยม่อนล่อง จุดชมวิวที่สูงที่สุดของอำเภอแม่ริม สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,400 เมตร สามารถ ชมทิวทัศน์ของพระอาทิตย์ตกและทะเลหมอกในฤดูหนาวเป็นมุมกว้าง - จุดชมวิวม่อนดอย น้ำตกตาดหมอก น้ำตกวังฮาง - ดอยม่อนแจ่ม จุดชมวิวและลานกางเต็นท์ที่สวยงาม ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก การเดินทาง ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ 39 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่-ฝาง) ผ่านที่ว่าการอำเภอแม่ริม ถึงหลักกิโลเมตรที่ 17  เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงสาย 1096 (แม่ริม-สะเมิง) ประมาณ กม.ที่ 15 บริเวณบ้านโป่งแยง ให้สังเกตป้ายศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ด้านขวามือให้เลี้ยวขวาตรงตามถนนหลักระยะทางขึ้นเขาอีก  6  กิโลเมตร จนถึงที่ทำการศูนย์  สภาพเส้นทางเป็นถนนลาดยางตลอด รถยนต์ทุกประเภทสามารถเดินทางได้  มีรถประจำทางผ่านบริเวณทางแยกก่อนขึ้นศูนย์ สายสะเมิงเหนือ-เชียงใหม่ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 081-950-9767 , 083-324-0610 6. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า จ.พะเยา  ปี พ.ศ. 2530 มูลนิธิโครงการหลวงได้จัดตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่าขึ้น เริ่มต้นโดยกรมพัฒนาที่ดินดำเนินการบุกเบิกพื้นที่ จัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ จัดสรรพื้นที่ทำมาหากินให้แก่ราษฎร จากนั้นส่งเสริมให้ปลูกไม้ผลเมืองหนาวศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า สูงจากระดับน้ำทะเล 640 เมตร พื้นที่รับผิดชอบ 22,505 ไร่ ประกอบด้วยชาวเขาเผ่าเย้าและม้ง ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะพื้นที่เป็นเนินเขาและภูเขาสูง มีลำน้ำสายสำคัญ คือ ลำน้ำแม่คะ และลำน้ำเงิน การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงผลผลิต เช่น ฟักทองยักษ์ ฟักทองสีขาว ฯลฯ - ชมแปลงไม้ดอกไม้ประดับ เช่น แว็กซ์ฟลาวเวอร์ มะเขือการ์ตูน ฯลฯ - ชมแปลงไม้ผล เช่น อะโวกาโด มะม่วง ส้มโนรีตะ ส้มคัมควอท ฯลฯ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ชมวิถีชีวิตของชนเผ่าม้งที่หมู่บ้านสิบสองพัฒนา และบ้านปางค่าเหนือ - ชมวิถีชีวิตของชนเผ่าเย้าที่บ้านปางค่าใต้ การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - ยอดดอยภูลังกา เป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำยม สูง 1,720 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นสันเขาแคบๆ สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกยามเช้า โดยจุดนี้สามารถมองเห็น สปป.ลาว และสามเหลี่ยมทองคำได้อย่างชัดเจน - ดอยภูนม เป็นสันเขาแคบๆ ทอดตัวต่อลดหลั่นมาจากดอยภูลังกา สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้ - ดอยหัวลิง ถ้ามองทางทิศเหนือหรือใต้จะเห็นยอดดอยคล้ายหัวลิงหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ด้านตะวันตกเป็นป่าดงดิบเขาด้านทิศตะวันออกเป็นหน้าผาสูงชันมีหญ้าปกคลุมและลมพัดแรง การเดินทาง จากจังหวัดพะเยา ผ่านอำเภอดอกคำใต้-จุน มุ่งหน้าไปอำเภอเชียงคำ ไปตามทางหลวงหมายเลข 1179 เลี้ยวขวาที่ กม.8 เข้าทางหลวงสาย 1148 สายเชียงคำ-น่าน จากนั้นเลี้ยวซ้ายที่ กม.90 ขับต่อไปตามถนนรพช. อีกประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นถนนลาดยางไปจนถึงวนอุทยานภูลังกา รถเก๋งสามารถขึ้นไปได้อย่างสบาย หากจะขึ้นไปเที่ยวที่ดอยภูลังกา ให้ติดต่อเหมารถ 4WD ที่วนอุทยานภูลังกา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 081-883-0307 7. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะ จ.เชียงใหม่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะ ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่แตง มีพื้นที่รับผิดชอบ 17 หมู่บ้าน 451 ครัวเรือน บนพื้นที่ 84.27 ตารางกิโลเมตร หรือ 52,670 ไร่ ประชากรประกอบด้วยคนพื้นเมืองและเผ่าม้ง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเนินเขาและภูเขาสลับซับซ้อน ที่ราบมีน้อยมาก สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 700-1,250 เมตร อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 24 องศาเซลเซียส การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมวิวทิวทัศน์สวยงามของแปลงปลูกชาลุงเดช - เรียนรู้วิธีการชงชาและชิมชา ตลอดจนขั้นตอนกรรมวิธีการแปรรูปชาและการบรรจุหีบห่อที่โรงงานชาบ้านปงตอง - ชมโรงเรือนเพาะเห็ดระบบปิด เช่น เห็ดนางรมภูฎาน เห็ดนางรมฮังการี เห็ดปุยฝ้าย ฯลฯ - ชมแปลงกล้วยไม้ซิมบิเดี้ยมขนาดใหญ่หลากหลายสีสัน การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ประเพณีม้ง (กินวอ) คืองานประเพณีขึ้นปีใหม่ของขาวไทยภูเขาเผ่าม้ง จัดขึ้นระหว่างวันขึ้น 1-3 ค่ำเดือน 1 ซึ่งตรงกับเดือนมกราคมของทุกปี - ชมวิถีชีวิตชาวเขาเผ่าม้ง บ้านม่อนเงาะ การละเล่นโยนลูกช่วง ลูกข่าง การปักผ้าชาวเขา การตำข้าวด้วยครกกระเดื่อง เรียนรู้ภูมิปัญญาชาวบ้านในการทำเมี่ยงแบบดั้งเดิม ที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน ชมการเก็บใบเมี่ยง ใบชา และชิมยำใบเมี่ยงอาหารขึ้นชื่อของชุมชน การท่องเที่ยวธรรมชาติ - จุดชมวิวดอยม่อนเงาะ สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,425 เมตร ด้วยความสวยงามของชั้นเขา จึงสามารถชมทะเลหมอก และชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก เป็นมุมกว้าง 360 องศาได้อย่างสุดลูกหูลูกตา - เงือกผา เป็นหินงอกที่มีลักษณะคล้ายนางเงือกหันหน้าเกาะผาอยู่ - บ่อน้ำทิพย์ เป็นแอ่งน้ำซึมอยู่ภายในถ้ำ และมีน้ำตลอดทั้งปี - ถ้ำลม จะมีลมพัดออกมาจากถ้ำตลอดเวลา รู้สึกได้อย่างชัดเจนเมื่อยืนอยู่บริเวณปากถ้ำ - ล่องแพผจญภัยที่บ้านสบก๋าย ชมธรรมชาติที่สวยงามและความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ ชมโขดหินที่มีลักษณะแตกแต่งกัน รวมถึงต้นไม้ใหญ่อายุกว่าพันปีที่โค่นล้มโดยธรรมชาติ โดยมีทั้งล่องแพไม้และแพยาง โดยแพไม้ไผ่จะงดล่องในช่วงฤดูฝน ส่วนแพยางสามารถล่องได้ตลอดทั้งปี การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่-ฝาง) ประมาณ 37 กิโลเมตร ก่อนถึงตลาดแม่มาลัย-อ.ปาย ประมาณ 2-3 กิโลเมตร จะมีเส้นทางเลี่ยงเมืองตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1095 ไปประมาณ 12 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวามือ (อยู่ตรงข้ามกับวัดสบเปิง) เข้าไปม่อนเงาะอีกประมาณ 17 กิโลเมตร (เส้นทางเดียวกับไปวัดผางาม) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-318-308 8. สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จ.เชียงใหม่ สถานีเกษตรหลวงอ่างขางเป็นสถานีวิจัยแห่งแรกของโครงการหลวง จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า “ให้ช่วยเขา ช่วยตัวเอง” มีพระราชประสงค์ให้ชาวไทยภูเขาที่พักอาศัยอยู่ตามดอยต่างๆ ทางภาคเหนือเลิกปลูกฝิ่น และทำไร่เลื่อนลอย อันเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ป่าไม้ และต้นน้ำลำธารของประเทศถูกทำลาย จากเดิมที่เป็นดอยหัวโล้นแปรสภาพเป็นขุนเขาแห่งความอุดมสมบูรณ์ ด้วยการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ไม้ผล กว่า 12 ชนิด ผักเมืองหนาวกว่า 60 ชนิด และดอกไม้เมืองหนาวกว่า 20 ชนิด เป็นถิ่นที่อยู่ของ ชาวไทยภูเขาเผ่าจีนยูนาน ไทใหญ่ มูเซอดำ และปะหล่อง การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - สวนกลางแจ้ง บริเวณสโมสรอ่างขางมีสวนกลางแจ้งหลายสวนที่ตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้แตกต่างกันตามความเหมาะสมของฤดูกาล ได้แก่ สวนแปดสิบ สวนดอยคำ สวนหอม สวนสมเด็จ และสวนกุหลาบอังกฤษ - โรงเรือนรวบรวมพันธุ์ผักเมืองหนาว จัดแสดงพันธุ์ผักเมืองหนาวชนิดต่างๆ ที่ปลูกในพื้นที่โครงการหลวง - โรงเรือนไม้ดอก เป็นการจัดแสดงไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวชนิดต่างๆ มากมาย เช่น บีโกเนีย รองเท้านารี พืชกินแมลง มุมน้ำตกในสวนสวย ซึ่งดอกดอกไม้ในสวนเหล่านี้จะหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันออกดอกตลอดทั้งปี - สวนบอนไซ ภายในสวนจัดแสดงต้นไม้ประเภทสาลี่ เมเปิ้ล สน ที่ปลูกแบบบอนไซ นอกจากนี้ยังมีโดมทรงหกเหลี่ยมจัดแสดงพันธุ์พืชภูเขาเขตร้อนและดอกกล้วยไม้จิ๋วที่สุด ซึ่งจะออกดอกเดือนมกราคมของทุกปี - พระตำหนักเรือนที่ประทับแรมและศาลาทรงงานเมื่อพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จยังสถานีฯ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - วิถีชีวิตของชาวเขาหมู่บ้านนอแล ตั้งอยู่บริเวณชายแดนไทย-พม่า เป็นชาวเขาเผ่าปะหล่องเชื้อสายพม่า มีภาษาและวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง นับถือศาสนาพุทธ หากใครที่ชื่นชอบการถ่ายภาพชาวเขาจะไม่ผิดหวังแน่นอน - วิถีชีวิตของชาวเขาหมู่บ้านขอบด้ง เป็นชาวเขามูเซอดำและมูเซอแดง นับถือผี มีวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย บริเวณหน้าหมู่บ้านจะมีการจำลองบ้านและวิถีชีวิตของชาวมูเซอ - วิถีชีวิตของชาวเขาหมู่บ้านหลวง เป็นชาวจีนยูนานที่อพยพมาจากประเทศจีนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ชมกุหลาบพันปี (Rhododendron) ในช่วงเดือน ธันวาคม-กุมภาพันธ์ จะออกดอกผลิบานตลอดทางเดิน - จุดชมวิวกิ่งลม สามารถชมทะเลหมอกและวิวพระอาทิตย์ทั้งขึ้นและตก มองเห็นทิวเขารอบด้านและหากท้องฟ้าเปิดจะมองเห็นสถานีเกษตรหลวงอ่างขางด้วย - จุดชมวิวหมู่บ้านนอแล นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นทิวทัศน์ความสวยงามของธรรมชาติบริเวณชายแดนไทย-พม่า โดยสัมผัสกับแสงแรกแห่งอรุณ และตะวันลับขอบฟ้าที่สวยงามได้ - กิจกรรมชมหิ่งห้อย ในยามค่ำคืนนักท่องเที่ยวจะเห็นแสงระยิบระยับของหิ่งห้อยเป็นจำนวนมาก - ขี่จักรยานชมธรรมชาติที่สวยงามของแปลงเกษตรภายในสถานีฯ ในช่วงฤดูหนาว ช่วยเพิ่มความสนุกสนานน่าตื่นเต้นในการเที่ยวชม - ขี่ล่อชมธรรมชาติ สถานีฯ มีการจัดกลุ่มชาวบ้านนำล่อมาให้บริหารแก่นักท่องเที่ยวได้ขี่ชมสถานที่บริเวณแปลงต่างๆ ล่อเป็นสัตว์ลูกผสมระหว่างม้าและลา ผู้สนใจสามารถติดต่อเช่าขี่ล่อได้ที่สถานีฯ - ดูนก ดอยอ่างขางเป็นสถานที่ดูนกที่มีนกหลากหลายสายพันธุ์โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่จะมีนกอพยพที่หาดูยาก การเดินทาง เส้นทางที่ 1 จากตัวเมืองเชียงใหม่ ไปตามทางหลวงหมายเลข 107 เชียงใหม่-ฝาง ผ่านอำเภอแม่ริม แม่แตง เชียงดาว ไชยปราการ ถึงกิโลเมตรที่ 137 เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1249 ขึ้นไปอีก 25 กิโลเมตร ถึงดอยอ่างขาง เส้นทางชันและคดเคี้ยว เส้นทางที่ 2 จากตัวเมืองเชียงใหม่ ไปตามทางหลวงหมายเลข 107 ถึงตำบลเมืองงาย เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1178 ผ่านบ้านอรุโณทัยไปยังดอยอ่างขาง ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง การเดินทางสามารถใช้รถยนต์ได้ทุกประเภท หรือใช้บริการรถยนต์รับจ้าง จุดจอด ณ ปากทางขึ้นดอยอ่างขาง ราคาเหมาประมาณ 1,000-1,500 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-450-107-9 9. สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์  มีลักษณะพื้นที่เป็นหุบเขาลาดชัน โดยแนวเขาที่ทอดไปในแนวเขาสันปันน้ำเป็นได้แบ่งพื้นที่ออกเป็นสองทิศทาง คือทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ซึ่งด้านตะวันออกได้ผันน้ำลงสู่แม่น้ำปิง และด้านตะวันตกได้ผันน้ำลงสู่แม่น้ำแจ่ม อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1, 300 เมตร มีอุณหภูมิเฉลี่ย 21 องศาเซลเซียส การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงพืชผักเมืองหนาว ไม้ดอก ผักไฮโดรโพนิกส์ และงานวิจัยพืชเมืองหนาว - สวนแปดสิบพรรษา สวนเฉลิมพระเกียรสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2550 เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา ภายในสวนตกแต่งด้วยกุหลาบพันปี และไม้ดอกไม้ประดับตามฤดูกาล - โรงเรือนรวบรวมและจัดแสดงเฟิร์น แหล่งเก็บรวบรวมพันธุ์เฟิร์นหายากและใกล้สูญพันธุ์ ที่มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจและพืชสวน รวบรวมพันธุ์เฟินไว้กว่า 50 สกุล 140 ชนิด - โรงเรือนรวบรวมและจัดแสดงพืชกินสัตว์ เช่น หม้อข้าวหม้อแกงลิง พิงกุย ซาราซีเนียชนิดต่างๆ ที่เหมาะสมกับสภาพอากาศบนพื้นที่สูง - สวนกุหลาบพันธุ์ปี รวบรวมพืชสกุล Rhododendron เช่น อาซาเลีย (Azalia) และกุหลาบพันปีชนิดต่างๆ หลายชนิด เป็นพืชการค้าในต่างประเทศและหลายชนิดได้ขยายพันธุ์มาจากต้นที่ขึ้นตามธรรมชาติ เช่น คำแดง หรือคำดอย (Rhododendron arboreum) ที่มีการกระจายพันธุ์อยู่ตามพื้นที่สูงของประเทศไทย เช่น ดอนอินทนนท์ ดอยอ่างขาง การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - หมู่บ้านม้งขุนกลาง ชมวิถีชีวิตชาวเขาเผ่าม้ง การแต่งกาย การละเล่น เลือกซื้อสินค้าและงานหัตถกรรมที่ตลาดม้ง การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จุดสูงสุดในประเทศ 2,565 เมตรจากระดับน้ำทะเล ชมพืชพรรณไม้ป่าดิบเขา มอส ไลเคน และแหล่งดูนกนานาชนิด - พระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ตั้งอยู่ กม.ที่ 41 เมื่อ พ.ศ.2530 กองทัพอากาศสร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญ พระชนมพรรษา 5 รอบ สามารถชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของชั้นเขา และสวนดอกไม้โดยรอบ - น้ำตกวชิรธาร น้ำตกสิริภูมิ / สวนหลวงสิริภูมิ ภายในสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ บริเวณหน้าน้ำตกสิริภูมิมีสวนธรรมชาติตกแต่งด้วยพรรณไม้ ตลอดเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ระยะประมาณ 500 เมตร เรียกว่า “ สวนหลวงสิริภูมิ ” สามารถเยี่ยมชมได้ตลอดทั้งปี การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทางสายเชียงใหม่-ฮอด ตามทางหลวงหมายเลข 108 ถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 57 ซึ่งอยู่ก่อนถึงตัวอำเภอจอมทอง ประมาณ 1 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวามือเข้าทางหลวงหมายเลข 1009 สายจอมทอง-อินทนนท์ ไปตามเส้นทางสายนี้จนถึงหลักกิโลเมตรที่ 31 มีทางแยกขวามือบ้านขุนกลาง เข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร จะถึงสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ รวมระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ถึงสถานีฯ 91 กิโลเมตร หรือใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที การเดินทางสามารถใช้รถยนต์ได้ทุกประเภท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-286-777-8 , 080-769-1944 10. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ จ.เชียงราย การดำเนินงานของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ เริ่มต้นในรูปแบบของงานอาสาพัฒนาชาวเขา โดยมูลนิธิโครงการหลวงและมหาวิทยาลัยแม่โจ้ แต่เนื่องจากการคมนาคมไม่สะดวก เจ้าหน้าที่ต้องเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์เพียงเดือนละ 1 ครั้งเท่านั้น เมื่อไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำ งานส่งเสริมของศูนย์จึงไม่เต็มประสิทธิภาพมากนัก จนปี พ.ศ. 2521 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ และทรงมีพระราชดำรัสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลช่วยเหลือชาวบ้านดอยสะโง๊ะให้มากขึ้น ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะจึงก่อตั้งขึ้น มีพื้นที่รับผิดชอบ 7 หมู่บ้าน 636 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่ 38 ตารางกิโลเมตร หรือ 23,750 ไร่ ประชากรประกอบด้วยชาวเขาเผ่าอาข่า ไทลื้อ และคนพื้นเมือง การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมงานพัฒนาและงานส่งเสริมการปลูกพืชผัก สมุนไพร ไม้ผล ไม้ดอก และพืชไร่ ผลผลิตที่โดดเด่น คือ ดอกคาโมมายล์ และดอกหน้าวัว - เกษตรธรรมชาติร่มโพธิ์ทอง (สวนตาคม) นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมและชิมผลไม้ตามฤดูกาล เช่น องุ่น ส้มโอ ลองกอง มังคุด เงาะ ฯลฯ พร้อมทั้งเรียนรู้ระบบการเกษตรแบบพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของในหลวง การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ชมวิถีชีวิตชาวเขาเผ่าอาข่า การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - จุดชมวิวบนดอยสะโง๊ะ สามารถมองเห็นวิวสามเหลี่ยมทองคำและแม่น้ำโขง (สันนิฐานว่าในอดีตเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางทหาร ที่สามารถมองเห็นได้ทุกทิศทาง มีร่องรอยคูเมือง มีแผ่นอิฐเก่าเป็นร่องน้ำ) - สามเหลี่ยมทองคำ ทะเลสาบเชียงแสน และเส้นทางศึกษาธรรมชาติบ่อล้างทอง การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงสาย 118 (เชียงใหม่-เชียงราย) ผ่านอำเภอดอยสะเก็ด-เวียงป่าเป้า-แม่สรวย เข้าทางหลวงสาย 1 ผ่านอำเภอเมืองเชียงราย เลี้ยวขวาเข้าอำเภอแม่จัน ตามทางหลวงสาย 1016 ถึงอำเภอเชียงแสน ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงสาย 1290  ผ่านสามเหลี่ยมทองคำ ถึง กม.18  เลี้ยวซ้ายเข้าไป 3 กิโลเมตร  สามารถเดินทางได้โดยรถยนต์ทุกประเภท สภาพเส้นทางเป็นถนนลาดยาง ก่อนถึงศูนย์เป็นถนนลูกลัง 1.5 กิโลเมตร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-163-346 , 081-951-9711 นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นนะครับ วันหยุดยาวในเดือนนี้ หากได้มีโอกาสไปเที่ยวภาคเหนือ อย่าลืมแวะเวียนไปชมโครงการหลวงต่างๆ ด้วยนะครับ แล้วคุณจะค้นพบความสุขอีกมุมหนึ่ง ที่ธรรมชาติและผู้คนท้องถิ่นจะมอบให้ :) ขอบคุณที่มาและรูปภาพ : www.thairoyalprojecttour.com , เรียบเรียงโดย : Travel MThai

'ประยุทธ์' เน้นย้ำแผนแม่บทป้องกันรุกป่า
คสช. /  ประยุทธ์ / 

หัวหน้า คสช. เน้นย้ำแผนแม่บทป้องกันปัญหาบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พลเอกอักษรา เกิดผล เสนาธิการทหารบก ในฐานะผู้อำนวยการส่วนรักษาความสงบ คสช. ได้รับมอบหมายเป็นประธานการประชุม คสช. เพื่อติดตามงานแต่ละส่วน โดยระบุว่า หัวหน้า คสช. เน้นย้ำเรื่องการจัดทำแผนแม่บท หรือ โรดแมป ป้องกันแก้ไขปัญหาการบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยให้หน่วยรับผิดชอบ ทั้งในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้สรุปแผนแม่บทดังกล่าวให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมเน้นรายละเอียด ว่าด้วยเรื่องของการป้องกันการบุกรุกเพิ่มเติม การลักลอบตัดไม้ทำลายป่า การลักลอบค้าซากสัตว์ การฟื้นฟูผืนป่า รวมถึงการคุ้มครองตามอนุสัญญาไซเตส ว่าด้วยเรื่องของสัตว์ป่าและพันธุ์พืช นอกจากนี้ ในส่วนของส่วนงานขึ้นตรงหัวหน้า คสช. โดยศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เร่งดำเนินการตามสั่งการหัวหน้า คสช. ในการช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในการระบายผลผลิตทางการเกษตรด้วย โดยเฉพาะมังคุด ลองกอง ซึ่งให้กระทรวงพาณิชย์เป็นแม่งานหลักดำเนินงาน

ทุเรียน-มังคุดมาแรง! พณ.หวั่น ยาง-ปาล์ม ถูกโค่น เหตุราคาตกต่ำ
กระทรวงพาณิชย์ /  ทุเรียน / 

กระทรวงพาณิชย์ หวั่น เกษตรกรชาวสวนยางและสวนปาล์ม แห่เปลี่ยนพื้นที่เกษตร โค่นยางและ ปลูกทุเรียน-มังคุด แทน เนื่องจากขายได้ราคาดีกว่า นางดวงกมล เจียมบุตร โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เกษตรกรในหลายพื้นที่โดยเฉพาะ ชาวสวนยางและสวนปาล์ม รวมถึงพื้นที่เกษตรอื่นๆ เริ่มปรับเปลี่ยนสวน หันมาปลูกทุเรียนและมังคุดแทน เนื่องจากความต้องการของผู้บริโภคในต่างประเทศสูงขึ้นทำให้ขายได้ราคาดี โดยมีพ่อค้าจากทั้งประเทศจีนและอาเซียน เข้ารับซื้อทุเรียนและมังคุดถึงหน้าสวน ทางกระพาณิชย์ จึงมีความกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงพื้นที่เกษตร เพราะการปลูกผลไม้ประเภทใหม่ต้องใช้เวลา 4-5 ปี กว่าจะออกผล ซึ่งราคาทุเรียนและมังคุดใน4-5ปี ข้างหน้าอาจจะขายไม่ได้ราคาดีเท่าตอนนี้ ทั้งนี้ เมื่อ 3-4 ปีก่อนหน้านั้น ได้เกิดเหตุการณ์คล้ายๆกันคือ เกษตรกรโค่นต้นทุเรียน-มังคุด เพื่อปลูกยางพาราและปาล์มน้ำมันแทน เนื่องจากมีราคาดีกว่า ทำให้สวนทุเรียน-มังคุดลดลง และส่งผลให้เมื่อปีที่ผ่านมายางพาราล้นตลาด จนชาวสวนยางขาดทุนไปหลายราย นอกจากนี้เหตุอุทกภัยเมื่อปี2554 ยิ่งทำให้สวนทุเรียน-มังคุดลดลงอย่างต่อเนื่อง จนผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด จึงสวนทางกับราคายางพาราและปาล์มน้ำมันในปัจจุบัน กระทรวงพาณิชย์ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำความเข้าใจกับเกษตรกร เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นซ้ำอีก ถึงแม้ว่าความต้องการผลไม้ในตลาดส่งออกมีมาก จนต้องมีการจัดหาพ่อค้าไปรับซื้อผลไม้ถึงหน้าสวน แต่การปรับเปลี่ยนพื้นที่เกษตรนั้นต้องใช้เวลา และการตลาดในอนาคตที่ไม่แน่ไม่นอนว่าผู้บริโภคจะมีความต้องการสิ่งไหนมากกว่ากัน ขอบคุณข้อมูลจาก...Dailynews ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy MThai News

รีวิว บุฟเฟ่ต์ทุเรียน  และผลไม้หลากชนิดที่ สวนละไม จ.ระยอง
ทุเรียน /  บุฟเฟ่ต์ทุเรียน / 

ช่วงนี้เป็นหน้าผลไม้ ที่ใครๆ ก็ต้องนึกถึง เงาะ ทุเรียน และจังหวัดที่คิดถึงแรกๆ คงไม่พ้นจังหวัด ระยองและจันทบุรี เมื่อปีก่อน เห็นมีในกรุงเทพฯ ที่เปิดบริการ บุฟเฟ่ต์ทุเรียน ซึ่งก็ประสบความสำเร็จมากๆ มีคนแชร์ และพูดถึงกันเยอะมากๆ แต่วันนี้ ผมมีโอกาสไป รีวิวบุพเฟ่ต์ผลไม้ ถึงสวนกันเลยทีเดียว ซึ่งก็ไม่ผิดหวัง เพอเฟ็คมากๆ เพราะเขาบริหารจัดการดี และเข้าใจถึงลูกค้าทุกขั้นตอนเลย นับว่าเป็นสวนผลไม้ที่น่าจับตามองเลยทีเดียว ซึ่งสวนที่ผมเพิ่งไปรีวิวมาก็คือ สวนละไม สวนผลไม้บนเขา พร้อมกับฟาร์มแกะ ที่มีไว้ต้อนรับลูกค้าที่ชอบแกะด้วยอีกทางหนึ่ง ป้ายหน้าทางเข้าสวนละไม บุฟเฟ่ต์ผลไม้ ที่สวนละไม มีบริการทั้งผลไม้ นานาชนิด เช่น เงาะ, ทุเรียน, ลองกอง, มังคุด, แก้วมังกร, มะม่วง, ขนุน, แตงโม  และส้มตำรสเด็ด โดยเฉพาะทุเรียนนั้น สามารถทานได้ไม่อั้น ถ้าไม่กลัวร้อนในซะก่อน ก็ทานได้เต็มที่เลย บางคนไม่ชอบทุเรียน ก็มีอย่างอื่นให้เลือก และส้มตำก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่หลายๆ คนชอบ วันที่ผมไปนั้นส้มตำ ตำแทบไม่ทันเลย เพราะอร่อยจริงๆ ทุกอย่างนี้คือฟรี ในราคา 300 บาทครับ สำหรับเด็กสูงไม่เกิน 120 ซม. คิดครึ่งราคา คุ้มจริงๆ เพราะเด็กๆ ชอบไปดูแกะด้วย โดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่มเลย เสียแค่ค่าหญ้า กำละ 10 บาทเท่านั้นเอง เริ่มต้นจากการเดินทาง เราไปแต่เช้าหน่อย คนจะไม่เยอะ ทางสวนบอกว่า ราวๆ 8-9 โมงเช้ากำลังดี ถ้าสายๆ คนจะเยอะมาก ทำให้ต้องรอคิวเยอะ และบางครั้งผลไม้อาจจะเติมไม่ทันบ้าง โดยเฉพาะเสาร์อาทิตย์ จะยิ่งเยอะมากๆ บางวันลูกค้ามากกว่า 1.5 พันคนเลยทีเดียว ซึ่งถึอว่าเยอะจริงๆ ครับ มาจากกรุงเทพฯ วิ่งราวๆ 2 ชั่วโมง จากมอเตอร์เวย์ วิ่งเส้น บ้านบึง-ระยอง แล้วไปกลับรถที่ กม.67 และเลี้ยวซ้ายก่อนถึงปั้ม ปตท. สังเกตป้ายบอกทาง ไปสวนละไม เป็นระยะๆ ไม่น่าหลง หลังจากจอดรถแล้ว ก็เดินไปที่เคาท์เตอร์ ซื้อตั๋วซะก่อน และก็ดูราคาต่างๆ ตามป้ายนี้เลยครับ หลังจากซื้อตั๋วแล้วก็รอให้เจ้าหน้าที่เรียกขึ้นรถครับ โดยจะนั่งแถวละ 4 คน/คันๆ หนึ่งก็ได้ราวๆ 10 - 20 คนนะ บัตรเข้าสวนละไม เพื่อชิมบุฟเฟ่ต์ผลไม้ เจ้าหน้าที่จะฉีกเก็บไว้ส่วนหนึ่ง เราเก็บไว้ด้วยเพื่อเอามาเข้าชมฟาร์มแกะอีกครั้ง อย่าเพิ่งทิ้งบัตรนะครับ เสร็จแล้วก็ขึั้นรถวิ่งขึ้นเขา เพื่อไปชิมผลไม้สดๆ จากต้นกันเลย ถึงแล้วจุดแรก จะจอดให้เรากินเงาะ ที่ทางสวนเก็บไว้ให้ครับ ซึ่งตอนที่เราไป เงาะยังไม่สุกเลย ทางสวนก็เลยไปเก็บจากต้นที่สุกแล้วมาไว้ให้เรา พร้อมมีเงาะลอยแก้ว และน้ำดื่มต่างๆ บริการฟรีจุดนี้ เงาะยังไม่สุกมันก็เขียวๆ แบบนี้ล่ะครับ ใจจริงอยากเก็บเงาะจากต้นเลยนะ ไปเร็วเกินยังไม่สุกก็ได้แต่ถ่ายรูปมาฝากนี่แหละ ไว้ราวๆ ปลายเดือนพฤษภาคม ถึงต้นๆ เดือนมิถุนายน น่าจะสุกแดงเต็มที่แล้วครับ จากนั้น นั่งรถต่อไปบนเขาอีกนิดหน่อย ก็จะเจอจุดทานทุเรียนและผลไม้อื่นๆ เป็นซุ้มใหญ่เลยนะครับ ราวๆ 3 ซุ้ม และมีเป็นโต๊ะๆ บริเวณที่โล่งๆ อีกหลายจุดไว้บริการ เลือกได้เลยว่าจะนั่งตรงไหน ขนาดผมไปถึงราวๆ 9 โมงกว่าๆ คนก็เยอะแล้วนะครับเนี่ย ไว้คราวหน้าไปวันธรรมดาดีกว่า คนน่าจะน้อยกว่านี้ จุดนี้จะมีต้นทุเรียนเยอะแยะ ซึ่งที่นี่จะมีเฉพาะ ทุเรียนหมอนทองนะ มีก้านยาวต้นเดียว ส่วนชะนีไม่มีเลย ส่วนใหญ่ไปถ่ายรูปนะครับ ส่วนทุเรียนที่เราไปกินเขาจะมีแกะไว้ให้อยู่แล้ว บุฟเฟ่ต์ทุเรียน ที่ จ.ระยอง จุดที่เราไปยืนต่อแถวรับทุเรียนไปทานครับ มีทั้งหมอนทอง และ ชะนี แต่ที่รอๆ กันนี่คือรอหมอนทองทั้งนั้นเลย ส่วนชะนี ก็ที่เห็นๆ นี่แหละครับ คนกินน้อยกว่าหมอนทอง ผลไม้อย่างอื่นก็มีนะครับ ที่ทางสวนเตรียมไว้ให้กลัวลูกค้าไม่อิ่ม นอกจากผลไม้ ก็มีส้มตำไว้บริการด้วย ส้มตำขายดีจริงๆ รอคิวกันยาวเหยียด ตำแทบไม่ทันเลย จุดบริการทุเรียนอีกจุดหนึ่ง แกะแล้วกินเลย สดๆ อร่อยมากๆ ใครอยากกินข้าวเหนียวทุเรียนก็มีบริการนะครับ ทุกอย่างฟรีหมด มีแรงกินกินเลยทั้งวัน ไหนก็มาแล้ว ทำตามกติกากันหน่อยครับ ป้ายชี้แจงเรื่อง รับทุเรียนครั้งละ 1 จาน เพราะบางคนหยิบไปเยอะแล้วกินไม่หมด จะเสียของนะครับ หลังกินเสร็จก็มีจุดให้ล้างมือ ดับกลิ่นทุเรียนด้วย ไม่ต้องห่วงเรื่องกลิ่นบนรถไม่มีแน่นอน สุดท้าย หลังจากกินทุเรียน ผลไม้อื่นๆ และส้มตำอิ่มหนำสำราญแล้ว ก็นั่งรถลงมา เพื่อชมฟาร์มแกะที่ด้านล่างกันต่อ ซึ่งใครพาเด็กๆ ไปก็รับรองไม่ผิดหวังครับ สนุกสนานเขาล่ะ โดยเฉพาะถ้าไปวันที่ไม่ค่อยมีแดด ไม่มีฝนด้วยละก็ เด็กๆ ไม่อยากกลับบ้านกันเลยทีเดียว สำหรับทริปนี้คงจะพอแค่นี้ก่อนนะครับ ไว้คราวหน้า ผมจะเสาะหาสวนเงาะ สวนทุเรียนแห่งใหม่ มาแนะนำเพื่อนๆ อีกเช่นเคย แล้วพบกันครับ (เป็นบทความของปี 2558 ที่เคยไปเมื่อที่แล้ว ส่วนรายละเอียดของปี 2559 ตามได้ที่แฟนเพจเลยค่ะ) ติดต่อสอบถามได้ที่ 098-737-4983, 098-737-4984, 098-737-4985 ข้อมูลอื่นๆ ในการชม สวนละไม คลิกที่นี่

เชิญเที่ยว เทศกาลบริโภคผลไม้ไทย
เทศกาลบริโภคผลไม้ไทย /  เทศกาลผลไม้ / 

เชิญเที่ยว เทศกาลบริโภคผลไม้ไทย ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้า เจ เจ มอล์ ในวันที่ 4-8 มิถุนายน นี้ เชิญเที่ยว เทศกาลบริโภคผลไม้ไทย ใกล้ถึงวันแล้วนะครับเตรียมพร้อมหรือยัง กับเทศกาลบริโภคผลไม้ไทย สำหรับคนที่หลงรักการทานผลไม้เชิญ ช้อบ เชิญ ชิม กับราชินีและราชา แห่งผลไม้มากมาย คนรักสุขภาพอย่าพลาดกัน ในงานจะมีผลไม้มาให้เลือกซื้อกันอย่างหลากหลาย ทั้งราชาผลไม้ (ทุเรียน) และราชินี(มังคุด) รวมกระทั้ง ลิ้นจี่,สับปะรด,เงาะ,ชมพู่ ผลไม้สดๆ ที่มีคุณภาพอีกทั้ง ผลไม้แปรรูปอื่นๆ อีกมากมาย อย่าพลาดแวะไปเที่ยวกันนะครับ ดูข้อมูลเพิ่มเติม >> www.facebook.com/pages/JJmall-Fanpage ขอบคุณข่าวสารจาก เที่ยวภาคกลาง.com

หนุ่มซิ่งเก๋งป้ายแดงตกแหลมพรหมเทพ รอดตายปาฏิหาริย์
จุดชมวิวกังหันลม /  ซิ่งเก๋ง / 

หนุ่มใหญ่ซิ่งเก๋งป้ายแดงตกทะเลบาดเจ็บ บริเวณจุดชมวิวกังหันลมแหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ต ร.ต.ท.วุฒิวัฒน์ เลี้ยงบุญจินดา พนักงานสอบสวน สภ.ฉลอง จ.ภูเก็ต เปิดเผยว่า เกิดเหตุรถเก๋งตกลงไปในทะเล บริเวณจุดชมวิวกังหันลมแหลมพรหมเทพ เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. (18 ธ.ค.) ชาวบ้านที่ตกปลาในบริเวณดังกล่าวได้ยินเสียงรถตกทะเล จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบรถที่ตกลงไปคือรถเก๋งฮอนด้า แจ๊ส สีเปลือกมังคุด ทะเบียน ก-3179 ภูเก็ต ป้ายแดง เจ้าหน้าที่สามารถช่วยคนขับได้ เป็นชายอายุประมาณ 35-40 ปี นำส่ง ร.พ.วชิระภูเก็ต ด้านสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าคนขับรถดังกล่าวไม่ชำนาญพื้นที่เนื่องจากจุดดังกล่าวแคบ ชัน และไม่มีที่กลับรถ หลังจากนี้จะทำการสอบปากคำคนขับรถถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นอีกครั้ง ขอบคุณภาพจาก FM. 91 Trafficpro

อร่อยไม่อั้น! กับ 20 สวนผลไม้บุฟเฟ่ต์ ในระยอง จันทบุรี ตราด
จันทบุรี /  ตราด / 

ช่วงนี้ถ้าใครอยากหาผลไม้อร่อยๆ ทานดับร้อน ต้องลองไปเที่ยวจังหวัดระยอง, จันทบุรี และตราด กันสิคะ เพราะในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกรกฎาคมของทุกปี ทางสวนผลไม้ชนิดต่างๆ จะเปิดสวนผลไม้ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปเยี่ยมชมสวน และให้เด็ดผลไม้กินกันสดๆ จากต้น เป็นเทศกาลสวนผลไม้บุฟเฟ่ต์ที่คึกคักมากๆ! เอาล่ะตามเรามาดูกันดีกว่า กับ  20 สวนผลไม้บุฟเฟ่ต์ ใครสะดวกที่ไหนไปที่นั่น รับรองดับกระหายได้แน่นอน ^^ อร่อยไม่อั้น! กับ 20 สวนผลไม้บุฟเฟ่ต์ ในระยอง จันทบุรี ตราด จังหวัดระยอง สวนสุภัทราแลนด์ สวนสุภัทราแลนด์เป็นแหล่งรวบรวมไม้ผลเมืองร้อนไว้มากถึง 25 ชนิดบนเนื้อที่ 800 ไร่ เพื่อให้มีผลไม้ออกตลอดทั้งปี จากเดิมที่มีเฉพาะทุเรียน มังคุด เงาะ เพิ่มเป็น องุ่น ขนุน ลำไย มะเฟือง มะพร้าว ลองกอง สละ แก้วมังกร ชมพู่ เป็นต้น ที่สวนสุภัทรามีบริการพาเราเข้าไปชมสวนด้วยรถรางค่ะ จะมีทั้งสวนเงาะ, ซุ้มกระท้อน, ศาลาองุ่น ฯ  นอกจากได้ชิมผลไม้สดๆ ถึงต้นแล้ว ยังได้ความรู้จากการดูงานวิชาการเชิงการเกษตรโดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ และชมสีสันหลากหลาย และความสวยงามของดอกกล้วยไม้ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนผลิบานตลอดทั้งปีอีกด้วย ราคา : บุฟเฟ่ต์ผลไม้ 300 บาท : 1.30 ชม. ที่ตั้ง : 70 หมู่ 10 ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง (บนทางหลวงหมายเลข 3143) โทร. : 0-3889-2048-9, 08-9936-5933, 08-3111-0984 เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-16.30 น. (สวนปิด 18.00 น.) รายละเอียดเพิ่มเติม : www.suphattraland.com สวนมังคุดไทย (สวนคุณปัญญา) ที่นี่มีต้นมังคุดกว่า 300 ต้นค่ะ อีกทั้งผลไม้หลากหลายชนิดประกอบ ไม่ว่าจะเป็น มะยงชิด มะม่วง มะพร้าว เงาะ แต่จุดเด่นอยู่ที่ผลของมังคุดมีคุณภาพ ไม่มีปัญหาเรื่องเนื้อแก้ว และยางนั่นเอง อีกทั้งการันตีด้วยรางวัลชนะเลิศการประกวดมังคุด ในงานเทศกาลผลไม้และของดีจังหวัดระยอง ค่ะ แถมเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ตามมาชิมบุฟเฟ่ต์ผลไม้ที่นี่ได้อีกด้วย ราคา : บุฟเฟ่ต์ผลไม้ 150 บาท (กรุณาโทรจองก่อนเดินทาง) เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-18.00 น ที่ตั้ง : 31 หมู่ 4 ตำบลหนองตะพาน อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง การเดินทาง : ห่างจากย่านตัวเมืองระยองราว 11 กม. เดินทางจากย่านตัวเมืองบนทางหลวงหมายเลข 3138 ก่อนถึง อ.บ้านค่าย ราว 5 ก.ม. สังเกตุสามแยกมีป้ายบอกทางไปสวนมังคุดไทย และรูปปั้นมังคุดลูกใหญ่ เลี้ยวซ้ายไปอีกราว 2 ก.ม. สวนมังคุดไทยอยู่หลัง อบต.หนองตะพ โทร. : 0-3862-8256, 08-1694-7527 สวนประสมทรัพย์ สวนประสมทรัพย เป็นสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตรจำนวน 9 ไร่ โดยมีพื้นที่ที่เป็นบ้านพักอาศัยรวมอยู่ด้วยค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าได้มีไปเที่ยวที่นี่ก็สามารถค้างคืนได้ด้วย สำหรับพื้นที่สวนได้ปลูกไม้ผลหลากหลายชนิด เช่น มังคุด ลองกอง ทุเรียน เงาะ กระท้อน และ มะยงชิด ซึ่งจะใช้สารที่สกัดจากธรรมชาติ และใช้ปุ๋ยชีวภาพในการกำจัดศัตรูพืช และการบำรุงรักษาไม้ผลค่ะ ทำให้มั่นใจได้ว่า ผลไม้จากสวนนี้ปลอดภัยจากสารพิษแน่นอน และมีรสชาติที่หอมหวานอร่อยอีกด้วย ราคา : บุฟเฟ่ต์ผลไม้ ราคา 200 บาท, บุฟเฟ่ต์ผลไม้พร้อมรับประทานอาหารกลางวัน 300 บาท เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 6.00-18.00 น. ที่ตั้ง : 108/7 หมู่ 5 ต.บางบุตร อ.บ้านค่าย จ. ระยอง การเดินทาง : สามารถเดินทางโดยใช้เส้นทางสายมอเตอร์เวย์ เข้าสู่ถนนสายสุขุมวิท (สาย 3) หลังจากนั้นตัดเข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 36 ผ่านบิ๊กซี แล้ว เลี้ยวซ้ายมาตามถนนสายบ้านบึง-บ้านค่าย (3138) จนถึงทางแยกโรงเรียนหวายกอง แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนสายบางบุตร-วังจันทร์ (3471) พอถึงวัดหนองพะวาเลี้ยวขวา วิ่งมาประมาณ 300 เมตร แล้วเลี้ยวซ้าย เข้าถนนสายห้วงหิน-คลองโป่ง ขับมาเรื่อยๆ แล้วจะถึงสวนประสมทรัพย์ โทร. : 08-1481-6598, 08-1377-3056 รายละเอียดเพิ่มเติม : www.facebook.com/pages/สวนประสมทรัพย์ สวนคุณไพบูลย์ สวนคุณไพบูลย์ ท่องเที่ยวเชิงเกษตร จ.ระยอง จะเปิดให้บริการให้นักท่องเที่ยวได้เข้าเยี่ยมชมและรับประทานผลไม้สดๆจากต้นในประมาณกลางเดือน เมษายน 2557 เป็นต้นไป ซึ่งกลางพฤษภาคมเปิดสวนทุเรียนนกกระจิบรุ่นแรก บุฟเฟ่ต์ทุเรียนนกกระจิบ และสำหรับเดือนมิถุนายน จะเป็นบุฟเฟต์ผลไม้ ทุเรียนหมอนทอง, มังคุด, เงาะ และลองกอง ค่ะ ราคา : บุฟเฟ่ต์ทุเรียนนกกระจิบ ราคา 390 บาท, บุฟเฟต์ผลไม้ 200 บาท เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-17.00 น. ที่ตั้ง : 21 หมู่ 4 ต.นาตาขวัญ อ.เมือง จ.ระยอง 21000 การเดินทาง : เมื่อถึงระยอง สังเกต สี่แยกทับมา ให้ขับตรงมา ขวามือจะพบ MAKRO เลยมาซ้ายมือจะพบ BIGC ให้ข้ามสะพานหน้า BIGC ขับตรงมา จะพบสี่แยกบ้านดอนให้ขับตรงมา และเตรียมชิดซ้ายเพื่อเลี้ยวซ้ายที่สี่แยกบ้านแลง (ไม่ขึ้นสะพาน) เข้าทางหลวงหมายเลข 3139 (ขวามือมีเซเว่นอีเลฟเว่น) เมื่อเลี้ยวซ้ายมาแล้วให้ขับตรงมาเรื่อยๆ จนพบสะพานข้ามบึงน้ำและมีร้านอาหารครัวสมใจอยู่ซ้ายมือ ขวามือเป็นวัดจุฬามุณี ให้ชิดซ้ายเพื่อเลี้ยวซ้ายมานาตาขวััญ เมื่อเลี้ยวซ้ายมาแล้ว ให้ขับตรงมาเรื่อยๆ จะผ่านวัดนาตาขวัญอยู่ซ้ายมือ ผ่านโรงเรียนวัดนาตาขวัญ ผ่านร้านบุญช่วยการเกษตรอยู่ซ้ายมือ ปั้มสมจิตรบริการอยู่ขวามือ ให้เตรียมชิดขวาเพื่อเลี้ยวขวาข้างๆ ที่ทำการ อบต.นาตาขวัญ เมื่อเลี้ยวขวาเข้ามาแล้ว ขับตรงมาจนพบสามแยก ให้เลี้ยวซ้าย วิ่งมาประมาณ 500 เมตร จะพบป้ายชื่อสวนและทางเข้าสวนอยู่ขวามือ โทร. : 08-2210-0188, 08-7136-4883, 08-9535-7008, 08-6149-1772 รายละเอียดเพิ่มเติม : www.paiboonrayong.com และ www.facebook.com/suanpaiboon สวนผู้ใหญ่สมควร (บ้านแลง) การมาชิมมังคุดที่นี่จะเป็นอะไรที่ฟินสุดๆ เพราะไฮไลท์ที่สำคัญของสวนผู้ใหญ่สมควรคือ “ต้นมังคุด 100 ปี” ซึ่งจะมีขนาดลำต้นใหญ่สูง และมีลักษณะเป็นพุ่มสวยงามค่ะ และลักษณะเด่นของมังคุด 100 ปี คือ จะมีเปลือกบาง หวานอร่อยกว่ามังคุดทั่วไป โดยลูกจะมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก และผิวพรรณจะไม่นวลเนียนเท่าที่ควร แต่รับรองว่าถ้าใครได้ลิ้มลองแล้วจะต้องติดใจ หาไม่ได้อีกแล้วนะเออ ราคา : บุฟเฟต์ผลไม้ 200 บาท เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-16.00 น. ที่ตั้ง : หมู่ที่ 3 บ้านหนองพญา ต.บ้านแลง อ.เมือง จ.ระยอง การเดินทาง : เมื่อถึงระยอง ใช้ถนนสายสุขุมวิท (สาย 3) หลังจากนั้นตัดเข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 36 ผ่านบิ๊กซี ผ่านสี่แยกบ้านค่ายหลังจากนั้นชิดซ้าย เลี้ยวซ้ายตรงสี่แยกบ้านแลง ผ่านวัดจุฬามณี วัดบ้านแลง แล้วเลี้ยวขวาข้างคลองชลประทาน โดยตลอดเส้นทางจะมีป้ายบอกมายังสวนเป็นระยะ โทร. : 08-1761-9497, 08-1991-3233 รายละเอียดเพิ่มเติม : www.facebook.com/SuanPuyaiSomkuan สวนยายดา-ป้าบุญชื่น สวนยายดาเป็นสวนผลไม้ผลแบบผสมผสานค่ะ จะมีทุเรียน และเงาะเป็นหลัก ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมสวนผลไม้ได้ ทั้งกินอิ่ม และนอนเล่นได้ทั้งวัน พร้อมส้มตำบุฟเฟต์อีกด้วย สำหรับในปี 2557 นี้สวนจะเปิด 1พ.ค. นี้จนถึงประมาณ ต้นเดือน ก.ค. หรือจนกว่าผลไม้จะหมดค่ะ ความสนุกของการมาเที่ยวที่นี่ก็คือ ทางสวนจะมีตะกร้าผลไม้ให้เราไปเด็ดผลไม้จากใส่กระจาดแล้วไปชิมกันได้เลย ราคา : บุฟเฟต์ผลไม้ 200 บาท เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-17.00 น. ที่ตั้ง : 30 ม.3 ตำบลตะพง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง การเดินทาง : เมื่อถึงระยอง ใช้ถนนสุขุมวิทเส้นทาง ระยอง-จันทบุรี (สาย 3) จนถึงตลาดผลไม้ตะพง แล้วจะเห็นทางเข้าสวนยายดาใช้ถนนสายตะพง-ยายดา ระยะทางเพียง 4 กม.ก็จะถึงสวนยายดา โทร. : 0-3866-4369, 08-9099-1297, 08-9043-1330 รายละเอียดเพิ่มเติม : www.suanyaida.net สวนปาหนัน ที่นี่เป็นสวนผลไม้เก่าแก่มากอีกแห่งหนึ่งของระยองค่ะ ทำสวนผลไม้ มามากกว่า 80 ปีแล้ว บนพื้นที่ 12 ไร่ ปลูกทั้งเงาะ มังคุด ลองกอง ทุเรียน แถมยังมีไฮไลท์ที่ป้าปาหนันภูมิใจนำเสนอ คือ ต้นมังคุดอายุเก่าแก่กว่า 99 ปี ปลูกกันมาตั้งแต่รุ่นแม่อยู่ยืนต้นมาจนปัจจุบัน นอกจากนี้ที่นี่ยังมีบริการที่พักแบบโฮมสเตย์ในสวนผลไม้ด้วย ราคา : บุฟเฟต์ผลไม้ 200 บาท เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-17.00 น. (กรุณาโทรสอบถามวันเวลาเปิดจากทางสวนก่อนเดินทาง) ที่ตั้ง : 60 ม.14 หมู่บ้านยายดา ตำบลตะพง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง การเดินทาง : เมื่อถึงระยอง ใช้ถนนสุขุมวิทเส้นทาง ระยอง-จันทบุรี (สาย 3) จนถึงตลาดผลไม้ตะพง แล้วจะเห็นทางเข้าสวนยายดาใช้ถนนสายตะพง-ยายดา ระยะทางเพียง 4 กม.ก็จะถึงสวนปาหนัน โทร. : 08-1300-9518, 08-1861-6927 สวนลุงทองใบ สวนลุงทองใบเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรอีกแห่งในระยอง บนพื้นที่ประมาณ 40 ไร่ ภายในสวนมีทั้งทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง มะม่วง มะปราง และผลไม้แปรรูปอย่างทุเรียนกวน ทุเรียนทอด นอกจากนี้ภายในสวนยังมีการปลูกสมุนไพรหลากชนิดไว้เพื่อศึกษาให้ลึกซึ้งถึงสรรพคุณ เช่น หนุมานประสานกาย, ฟ้าทะลายโจร, กระวาน, ทองพันชั่ง ฯ ราคา : บุฟเฟต์ผลไม้ 200 บาท เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 9.00-18.00 น. ที่ตั้ง : ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง การเดินทาง : มาจากเมืองระยอง ตรงมาตลาดตะพง จนมาถึงการท่องเที่ยว ระยอง  สังเกตป้ายทางเข้าวัดยายดา จะมีป้ายทางเข้าสวนลุงทองใบด้วย เลี้ยวซ้ายเข้าไป แล้วก็ตรงไปตามทางเรื่อยๆ จนเจอวัดยายดา ให้เลียวขวา แล้วตรงไปหน่อย จะมีแยกออกซ้ายหน่อยๆ (มีป้ายบอกตลอด) แล้วตรงไปเรื่อยๆ ก็จะถึงสวนลุงทองใบ โทร. : 08-3769-6172, 08-9810-6411 รายละเอียดเพิ่มเติม  : www.facebook.com/SwnLungThxngbi สวนผู้ใหญ่เสวต กิจกรรมของการมาเที่ยวสวนผู้ใหญ่เสวตรนี้นอกจากการชมสวน ชิมผลไม้ ตามปกติแล้ว เราจะยังได้ชิมขนมจีนข้าวกล้อง อาหารพื้นเมืองของระยองอีกด้วยค่ะ ซึ่ง "ขนมจีนข้าวกล้อง" นี้มีส่วนผสมของสมุนไพรจากป่าชุมชนของชาวบ้าน รับรองว่านอกจากถูกปาก ยังดีต่อสุขภาพอีกด้วยค่ะ ราคา : บุฟเฟต์ผลไม้ 200 บาท เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-18.00 น. (กรุณาโทรสอบถามวันเวลาเปิดจากทางสวนก่อนเดินทาง) ที่ตั้ง : เขายายดา ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง โทร. : 08-9179-6288 สวนละไม  สวนผลไม้กว่า 500 ไร่ โอบล้อมด้วยภูเขาและป่าไม้ธรรมชาติอากาศเย็นสบายด้วยพรรณไม้นานาชนิด วางแผนการปลูกผลไม้เชิงท่องเที่ยวมามากกว่า 10 ปี มีผลไม้หลากหลายชนิด เช่น ทุเรียน เงาะ มังคุด ส้มโอ ชมพู่ ลำไย สละแก้วมังกร ลองกอง มะเฟือง มะยงชิด องุ่น ฯลฯ เป็นต้น สนุกกับบรรยากาศ และความสุขจากการเก็บผลไม้สดๆจากต้น สะดวกสบายด้วยรถบริการเข้าชมสวน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ เช่นให้นมแพะ เป็นต้น สวนละไม จะแบ่งตามฤดูกาลต่างๆ เดือน เมษายน - สิงหาคม ของทุกๆปี จะเป็นช่วงฤดูร้อน หน้าผลไม้ เงาะ มังคุด ทุเรียน สละ ลองกอง ลำไย ฯลฯสวนละไมจะมีกิจกรรม "เที่ยวชมสวน และทานบุฟเฟ่ต์ผลไม้" และช่วงปลายปี เดือน ตุลาคม - มีนาคม ของทุกๆปี จะเป็นช่วงฤดูฝนและหนาว สวนละไมจะมีเปิดกิจกรรมเที่ยวไร่สตอเบอร์รี่ พร้อมด้วยสวนส้มเขียวหวาน สวนลำไย สวนดอกไม้ และสวนหิน ราคา : บุฟเฟต์ผลไม้ 300 บาท เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.00-17.00 น ที่ตั้ง : 19/9 ถ.บ้านบึง-แกลง (สาย 344) ต.ป่ายุบใบ อ.วังจันทร์ จ.ระยอง โทร. : 098-737-4983, 098-737-4984, 098-737-4985 รายละเอียดเพิ่มเติม  : http://www.suanlamai.com/, https://www.facebook.com/Suanlamai/ จังหวัดจันทบุรี สวนผู้ใหญ่คำนึง ที่นี่ถือว่าเป็นสวนแห่งปราชญ์ของจังหวัดจันทบุรี ที่ใช้ความรู้ความสามารถจากประสบการณ์ตรงลองผิดลองถูกมาด้วยตัวเองจนประสบความสำเร็จ และได้เปิดบ้านเป็นศูนย์ถ่ายทอดความรู้สู่ผู้สนใจที่เข้ามาเยี่ยมชมค่ะ ที่นี่ก็มีผลไม้มากมายให้เราได้ชิมจากต้นสดๆ ทั้งทุเรียน เงาะ มังคุด แก้วมังกร สละ ราคา : บุฟเฟต์ผลไม้ 99 บาท (กรุณาสำรองล่วงหน้าอย่างน้อย 5 วัน) เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-17.00 น. ที่ตั้ง : 6/1 หมู่ 12 ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี โทร. : 08-9092-9596, 08-9099-0644, 0-3943-3088 สวนป้าแกลบ มาถึงสวนป้าแกลบ สิ่งที่ต้องลองคือ “ทุเรียน สแน็ค” ที่นี่จะเน้นการนำทุเรียนสดมาแปรรูปเพิ่มมูลค่า เป็นเจ้าแรกที่นำออกมาในลักษณะนี้ค่ะ นอกจากนี้ยังมีการทำน้ำพริกกุ้ง และน้ำพริกต่างๆ การทำทองม้วนไส้หมูหยอง คุกกี้สิงคโปร์ ฟักทองทอด ขนมผิง ทอฟฟี่รสชาติต่างๆ การผลิตน้ำยาล้างจาน น้ำยาปรับผ้านุ่ม และน้ำยาซักผ้า เป็นต้น ราคา : ฟรี (ไม่มีบุฟเฟ่ต์ผลไม้แต่มีสินค้าผลไม้แปรรูปให้เลือกซื้อได้) เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-17.00 น. ที่ตั้ง : 43 ม.8 ต.เขาบายศรี อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี โทร. : 0-3935-6945, 0-3932-0532, 08-6366-8002 วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรชุมชนรักเขาบายศรี (บ้านแซงลึก) ราคา : บุฟเฟต์ผลไม้ 150 บาท ที่ตั้ง : หมู่ 4 ตำบลเขาบายสี อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี โทร. :  08-6834-9604, 08-3078-8002 เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 9.00-16.00 น. สวนโถทอง ราคา : บุฟเฟต์ผลไม้ 100 บาท ที่ตั้ง : 8 หมู่ 10 ตำบลคมบาง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี โทร. : 0-3945-9339 เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-17.00 น. (กรุณาโทรสอบถามวันเวลาเปิดจากทางสวนก่อนเดินทาง) สวนสาวสุดใจ ราคา : บุฟเฟต์ผลไม้ 199 บาท เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 9.00-18.00 น. ที่ตั้ง : หมู่ 1 ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จันทบุรี การเดินทาง : มาถึงจันทบรี ตรงไป อ.ขลุง เลยน้ำตกพลิ้วไปเป็นแยกให้เลี้ยวขวาเข้าไปเลยในแถบนั้นจะมีสวนผลไม้เต็มไปหมดตรงเข้าไปประมาณ 5 กิโลเมตร สวนจะเข้าไปจากถนนเล็กน้อยทางด้านขวามือ โทร. : 08-1377-3190, 08-2208-9596, 0-3943-4092 รายละเอียดเพิ่มเติม : www.sawsudjai.com และ www.facebook.com/sawsudji สวนเคพี การ์เด้น จันทบุรี (KP Garden Chanthaburi) ราคา :  ท่านละ 320 บาท ที่ตั้ง : ต.ท่าหลวง อ.มะขาม จ.จันทบุรี โทร. : 086 566 2419, 039-323291-10 เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 9.00-17.00 น. รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/KPgarden , Line : @kpgrand จังหวัดตราด สวนสละสมโภชน์ สวนสละสมโภชน์ เป็นสวนสละที่มีการดูแล การจัดการสวนอย่างดี คัดสรรคุณภาพตั้งแต่กระบวนการคัดเมล็ดพันธุ์ในการปลูก หรือแม้กระทั่งคัดเกสรไม้เพื่อใช้ในการผสมให้ติดลูก ทำให้เป็นสละที่มีรสชาติดี สวนสมโภชน์เป็นสวนสละคุณภาพ ที่เปิดขายสละพันธ์สุมาลี ให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินเข้าไปเลือกซื้อกันได้ถึงหน้าสวน นอกจากนี้ยังมีสละแปรรูปอย่าง สละลอยแก้ว ซึ่งมีรสชาติหวานชื่นใจไว้ให้ทานกันอีกด้วยค่ะ ราคา : ไม่เสียคาเข้า (กรุณาโทรแจ้งทางสวนก่อนเดินทาง) เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-17.00 น. ที่ตั้ง : บ้านท้ายวัง อ.เมือง จ.ตราด การเดินทาง : ใช้ถนนสุขุมวิทมุ่งหน้าสู่จังหวัดตราด สวนสละสมโภชน์ตั้งอยู่บ้านท้ายวัง ก่อนถึง อ.เมือง ตราด ประมาณ 7 กิโลเมตร ปากทางเข้าเป็นวัดวังกระแจะ ให้เลี้ยวเข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตรก็จะเจอสวนสละสมโภชน์ โทร. : 08-1438 -2015 สวนไพฑูรย์ สวนไพฑูรยมีพื้นที่กว่า 250 ไร่ เนรมิตเป็นสวนทุเรียนปลอดภัยหลากหลายสายพันธุ์ เน้นเฉพาะปลูกเพื่อส่งออกไปยังประเทศจีนเท่านั้น แม้สวนไพฑูรย์จะเป็นสวนผลไม้เพื่อส่งออก 100% แต่ก็เปิดสวนสำหรับคนไทยที่ไปเป็นหมู่คณะเพื่อเรียนรู้ด้านการสวนผลไม้ปลอดสารพิษ และสวนผลไม้เพื่อส่งออกค่ะ ราคา : 100 บาท (กรุณาโทรสำรองล่วงหน้า 1 วัน) เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 7.00-17.00 น. ที่ตั้ง : บ้านทุ่งนนทรี หมู่ 8 ต.ทุ่งนนทรี อ.เขาสมิง จ.ตราด โทร. : 08-6006-0132 การเดินทาง ได้ 2 เส้นทาง คือ ทางรถยนต์วิ่งลัดเลาะตามสวนผลไม้ขนานกับแม่น้ำเขาสมิง แต่เส้นทางยังเป็นลูกรังเหมาะสำหรับรถยนต์ 4 ล้อมากกว่า ส่วนอีกเส้นทางหนึ่งล่องแพหรือนั่งเรือ ไปตามลำน้ำของแม่น้ำเขาสมิงนั่นเอง ไปขึ้นท่าที่สวนไพฑูรย์พอดี ไปทางน้ำ ขึ้นแพที่ท่าแพ หรือท่าเรือเขาสมิง อยู่ด้านหลังของที่ว่าการอำเภอเขาสมิง จากนั้นเรือจะลากแพล่องไปตามลำน้ำที่ไหลเอื่อยตามความคดโค้งแห่งสายน้ำ ท่ามกลางความเขียวขจีของแมกไม้และสวนไม้ผลที่ขึ้นขนาบสองฟากแม่น้ำ สวนผลอำไพ ใครที่อยากมาชิมผลไม้สดๆ จากต้นก็สามารถเด็ดชิมได้เลย หรือถ้าไม่อยากไปเดินให้เมื่อย เขาก็มีโต๊ะบุฟเฟต์ผลไม้ที่ทางสวนเตรียมไว้ต้อนรับ มีครบ ทั้ง ทุเรียน เงาะ มังคุด สับประรด ลองกอง เลยทีเดียวค่ะ ที่ตั้ง : 205 หมู่ที่ 8  ต.ทุ่งนนทรี  อ.เขาสมิง  จ.ตราด โทร. : 0-3959-9110, 081-6563841 รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/pft.orchard/ สวนคุณปู่ ราคา : ฟรี (เลือกซื้อผลไม้ได้ตามชอบใจ) ที่ตั้ง : ต.เกาะช้าง อ.เกาะช้าง โทร. : 08-1865-8442 เวลาาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-17.00 น. ขอบคุณข้อมูลจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย