มังคุด

อยากสุขภาพดี แนะนำ อาหารปรับธาตุ ที่ควรกิน
กินอาหารตามธาตุ /  ธาตุประจำตัว / 

อาหารปรับธาตุ ที่ควรรับประทาน สุขภาพเป็นเรื่องที่เราควรให้ความสำคัญ นอกจากการออกกำลังกายแล้ว การเลือกรับประทานอาหาร ที่ถูกต้องโฉลก กับธาตุประจำตัวของเราแล้ว จะช่วยเพิ่มบำรุงร่ายกายให้ดีขึ้น Horoscope.mthai.com มี อาหารปรับธาตุ มาฝากจร้า สำหรับผู้ที่มี ธาตุดิน อาหารปรับธาตุ ที่ควรรับประทาน อาหารรสฝาด เชน กะหล่ำปลี ชะอม ถั่วพู ใบบัวบก ผักกวางตุ้ง ยอดกระถิน ยอดมะม่วงหิมพานต์ รากบัว สะตอ หัวปลี อาหารเหล่านี้รับประทานได้ทุกวัน อาหารรสมัน เช่น กะทิ ถั่วเขียว ถั่วเหลือง นม เนย เผือก ฟักทอง มัน แห้ว อาหารเหล่านี้ควรรับประทานพอประมาณ สัปดาห์ละ ๑-๒ ครั้ง อย่าให้มากกว่านั้น จะเป็นโทษ อาหารรสหวาน เช่น กล้วยน้ำว้า กล้วยหักมุก เงาะ แตงโม ฝรั่ง มังคุด มะม่วงสุก มะละกอ และน้ำผึ้ง นอกจากนี้รับประทานได้แต่นิดหน่อย อาหารที่บำรุงธาตุได้ดี คือ น้ำนมข้าวผสมน้ำผึ้ง ใส่เกลือนิดหน่อย หรือไม่ก็น้ำข้าวกล้องข้นๆ ผสมน้ำผึ้งพอหวาน ใส่เกลือลงไปพอปะแล่มๆ รับประทานทุกเช้าตอนท้องว่าง แล้วจึงออกกำลังกาย สุดแต่สังขารอำนวย สำหรับผู้ที่มี ธาตุน้ำ อาหารปรับธาตุที่ควรรับประทาน อาหารรสเปรี้ยว ได้แก่ กระท้อน กระเทียมดอง ขี้เหล็ก ดอกแค มะกอก มะเขือเทศ มะดัน มะนาว มะปราง มะม่วง ยอดมะขามอ่อน สับปะรด ส้มทุกชนิด และผักใบเขียวทุกชนิด อาหารรสเปรี้ยว แม้จะถูกกับผู้ที่มีธาตุน้ำมาก แต่ถ้ารับประทานมากไปก็จะทำให้ท้องอืด ถ้าเป็นแผลก็จะหายยาก อาจทำให้เกิดแผลในปาก และร้อนในได้ ลำดับของอาหารที่ควรรับประทาน เปรี้ยว เผ็ด หวาน เค็ม มัน พยายามหลีกเลี้ยงอาหารมันๆ อาหารที่บำรุงธาตุได้ดี เช้าๆ ควรดื่มน้ำผักผลไม้รวม หรือน้ำข้าวกล้องผสมน้ำผึ้งก่อนออกกำลังกาย จะทำให้สุขภาพดี อาหารที่กล่าวมาแล้ว ควรรับประทานทุกมื้อ รับประทานแต่พอดี สำหรับผู้ที่มี ธาตุลม อาหารปรับธาตุ ที่ควรรับประทาน อาหารที่รับประทานแล้วทำให้เกิดความร้อนในร่างกาย เช่น อาหารรสเผ็ด ได้แก่ กระชาย กระเทียม ขิง ขึ้นฉ่าย ขมิ้นขาว ตะไคร้ ถั่วต่างๆ ใบกะเพรา ใบชะพลู ใบแมงลัก ใบโหระพา ใบสะระแหน่ ผักชีฝรั่ง พริก ฟักทอง ยี่หร่า และพืชผักใบเขียวต่างๆ เช่นผักบุ้ง ผลไม้ ก็มี ชมพู่ แตงไทย แตงโม พุทรา เม็ดบัว เม็ดแมงลัก อาหารดังกล่าวมานี้ ควรเป็นส่วนประกอบของอาหารแต่ละมื้อ และรับประทานพอประมาณ ลำดับของอาหารที่ควรรับประทาน เผ็ดร้อน เค็ม หวาน เปรี้ยว ควรหลีกเลี่ยง อย่างปรุงให้รสใดรสหนึ่งจัดเกินไปจะเป็นโทษกับร่างกายได้ อาหารบำรุงธาตุได้ดี น้ำกระชายหมัก น้ำขิง น้ำตะไคร้ น้ำลูกเดือย หรือเม็ดแมงลักกับน้ำผึ้ง หรืองาดำคั่วแล้วบดนำมาผสมน้ำผึ้งและน้ำอุ่น ดื่มวันละแก้วตอนเช้าก่อนออกกำลังกาย จะช่วยรักษาสมดุลของธาตุภายในได้ดี สำหรับผู้ที่มี ธาตุไฟ อาหารปรับธาตุ ที่ควรรับประทาน อาหารที่เหมาะสำหรับธาตุไฟ มีรสขม รสจืด รสเย็น รสขม ได้แก่ ใบปอ ใบยอ ผักขมจีนและไทย มะระขี้นก มะระจีน รสจืด ได้แก่ กระเจี๊ยบขาว ดอกกะหล่ำปลี ดอกสลิด ดอกโสน ถั่วพู ถั่วฝักยาว บวบงู บวบอ่อน ใบทองหลาง ผักกาดขาว ผักกระเฉด ผักกูลป่า ผักชีฝรั่ง ผักบุ้งจีน มะเขือยาว ยอดผักปลัง สายบัว รสเย็น ได้แก่ เก๊กฮวย เฉาก๊วย แตงกวา แตงไทย แตงล้าน แตงโม น้ำใบเตย ใบตำลึง ใบบัวบก ฟักเขียว มะตูม มะละกอ รากบัวหลวง ลูกตำลึงอ่อน สายบัว หัวไชเท้า อาหารที่บำรุงธาตุไฟได้ดี คือ มะระจีนตุ๋น กับเห็ดหอม น้ำใบบัวบก ที่มาจาก : http://www.tumsrivichai.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538721993&Ntype=47

ทายนิสัยจากการกิน
ทายนิสัย /  ทายใจ

วันนี้ teen.mthai มี ทายนิสัยจากการกิน มาฝากเพื่อนๆกันคะ ไปดูกันซิว่า อาหารที่เพื่อนๆชบกินกันนั้น มันจะบางบอกนิสัย ว่าเพื่อนๆเป็นคนยังไง? นิสัยยังไง? ไปดูกันเลย ^^ ทายนิสัยจากการกิน : ไข่ ที่ชอบกิน ไข่ดิบ หากคุณจะเลือกทางเดินชีวิต คุณจะไม่สนใจคนอื่นๆว่าเขาเลือกกันอย่างไร คุณจะมีทางเดิน ของคุณ โดยไม่แคร์สายตาคนรอบข้าง และคุณก็ไม่ชอบที่จะไปยุ่งเกี่ยวกับคนอื่นด้วย ไข่ต้ม คุณเป็นคนที่มีความอดทน หากคุณทำงานอะไรสักชิ้นหนึ่ง คุณก็จะทำให้มันเสร็จไปเลย ไม่ชอบที่จะค้างมันไว้ เพราะคุณจะหงุดหงิดกับมันมากหากคุณทำไม่สำเร็จ คุณมักจะใช้เหตุผลในการตัดสินใจทำอะไรสักอย่างอยู่เสมอ ไข่ลวก แสดงว่าคุณเป็นคนที่ไม่ค่อยจะเรื่องมาก ใครๆที่อยู่ใกล้ก็มักสบายใจ เพราะคุณไม่มีเรื่องเล็กๆ น้อยๆ มายุ่งให้รำคาญใจ คุณเป็นคนรักความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยแต่จะว่าไปแล้วคุณเเอง เป็นคนที่ค่อนข้างจะใจร้อนอยู่สักหน่อย ไข่ดาว ถ้าคุณชอบทำไข่ดาวมาก แสดงว่าคุณเป็นคนที่ชอบความท้าทาย และเป็นคนที่มีความพยายาม เป็นอย่างยิ่ง คุณนั้นเป็นคนที่กระตือรือร้นและไขว่คว้าหาโอกาสให้กับตัวเอง คุณจะไม่รอให้โอกาสต่างๆ เข้ามาหาคุณ คุณจะพุ่งเข้าใส่มันเอง ไข่เจียว คุณเป็นคนที่มีความยุติธรรม เป็นนักวางแผน และนักคิด คุณมักคิดและทำอะไรอย่างเป็นระบบ คุณมีความเชื่อมั่นในการตัดสินใจของตัวเอง และคุณก็มักคิดว่า คนอื่นมักคิดเช่นเดียวกับคุณ ไข่ยัดไส้ คุณเป็นคนที่มีการเตรียมพร้อม ชอบท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ แต่ในขณะเดียวกันต้องไม่เป็นที่ที่ ไม่ทำให้ลำบากเพราะคุณมักจะไม่ค่อยมีความอดทนกับเรื่องพวกนี้ แม้กระทั่งการทำงาน ก็เช่นกัน หากต้องทุ่มเทกับมันมากๆ คุณก็จะรับมันไม่ค่อยได้ ทายนิสัยจากการกิน : เส้นก๋วยเตี๋ยว เส้นใหญ่ คุณเป็นคนหนักแน่น ทำอะไรทำจริงแบบ ไม่ดีไม่ได้ ไม่เลิก แต่เป็นคนอ่อนไหวอะไรที่มากระทบกับความรู้สึก จะครุ่นคิด วิเคราะห์หาที่มาบางครั้งทำให้เครียด ไม่ค่อยพูด ตรึกตรอง ทบทวนรักเพื่อน รักฝูง ขอบช่วยเหลือแก้ปัญหาให้คนอื่น เส็นเล็ก คุณเป็นคนรวยอารมณ์ขัน รวยเพื่อน รวยมุขฮาเป็นศูนย์รวมเพื่อน คุณไม่ชอบคิดเล็กคิดน้อยแม้ปัญหาหนัก ๆ คุณก็ยังยิ้มรับมันได้แต่ค่อนข้างขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง ในบางครั้งไม่กล้าชนปัญหา แต่ยิ้มกับปัญหาค่อยข้างเข้าชู้ เสน่ห์แรงพอตัว รักเพื่อนมาก บางครั้งอาจลืมคนใกล้ตัวไปบ้าง เส้นหมี่ คุณเป็นคนเก็บตัว แต่เรียนเก่งชะมัด ใฝ่รู้ ชอบอ่านชอบค้นคว้า ชนิดหนอนหนังสือยังอาย ร้านหนังสือตามห้างมันได้เงินจากคุณอย่างสม่ำเสมอ โรแมนติกอยู่คู่กับคุณ คุณเป็นคนปราณีตกับแฟน เอาใจใส่ทุกกระเบียด แต่แฟนของคุณอย่าลืมวันเกิดเชียว คุณจะงอนบึ้งตึงและไม่พูด กว่าแฟนคุณจะเดาอาการคุณออก คุณก็งอนเรื่องใหม่ซะแล้วสิ เส้นบะหมี่ คุณเป็นคนโลดโผนผจญภัย น้ำตก ภูเขา ทะเลที่ว่าไกลแสนไกล คุณไปเหยียบมาหมดแล้ว คุณไม่ค่อยโรแมนติก หากมีแฟน แฟนของคุณต้องเข้าใจคุณมากๆ คุณมักมุ่งไปข้างหบ้า ไม่มองข้างหลัง มีความฝัน ค้นหาท้าทาย แต่ไม่ชอบวางแผนชีวิต คุณเป็นคนรักของครอบครัวและเพื่อนฝูงใจดี แต่มักไม่ประสบผลสำเร็จในชีวิตคู่ เส้นยำยำ คุณเป็นคนถือตัวชะมัด ไม่ชอบง้อใครไม่ชอบขอใคร พึ่งพาตนเอง ไม่มีใครรู้สถานะที่แท้จริงของคุณหรอก รักเสียงเพลง ละเมียดละไมพอประมาณ เป็นคนฟุ่มเฟือย แต่ทำงานเก่ง การเรียนไม่เท่าไหร่ กิจกรรมเด่น แต่ออกจะเจ้าอารมณ์ บางครั้งพาลไม่มีเหตุผลเอาดื้อ ๆ เส้นขนมจีน เขาว่าคุณเป็นคนขี้เหนียว แต่คุณบอกเพื่อนว่าคุณถูกสอนให้รู้จักใช้เงินคุณ ไม่ชอบซื้อของพร่ำเพรื่อ แต่คุณชอบซื้อของดี แพงไม่ว่า ถ้าถูกใจคุณ คุณสามารถเททั้งกระเป๋าแบบไม่สนใจใคร คุณขึ้รำคาญคน ชอบช่วยเหลือสังคม อาชีพ ส.ส. น่าจะเหมาะกับคุณ คุณเป็นคนช่างเลือก แฟนต้องดูดีเสมอ ถ้าไฮโซยิ่งดี มีสีหน่อยคุณจะภูมิใจมาก คุยทั้งวันไม่หยุด เส้นสปาเก็ตตี้ คุณเป็นคนดุ น่าจะเป็นครูปกครอง หรือเป็นตำรวจสายปราบปราม ทำงานด้านกฎหมายยิ่งเพอร์เฟ็ค ใครอย่ามาเอาเปรียบคุณเชียว คุณเอาเรื่องไม่เลิกแต่คุณไม่ชอบก้ายก่ายใคร ไม่ชอบการเมือง ส่วนตัวคุณเป็นคนโอบอ้อมอารี ใจดี แต่ไม่แสดงออก เวลาน้ำท่วมไฟไหม้ที่ไหน ไปดูสิ มีของที่คุณนำไปบริจาคเพียบ แต่คุณไม่ติดชื่อคุณหรอก ทายนิสัยจากการกิน : ผลไม้ กระท้อน หนุ่มสาวคนไหน ที่ชอบกินกระท้อน จะมีลักษณะแข็งนอกอ่อนใน ดูภายนอกเหมือนคนก้าวร้าวแต่จริง ๆ จิตใจดี อ่อนไหวง่าย ไม่ชอบความรุนแรง รักสงบ ไม่ชอบความวุ่นวายนั่นเอง กล้วย คนที่ชอบทานกล้วย ภายนอกดูจะเป็นคนเงียบขรึม แต่นิสัยจริง ๆ คืออ่อนไหวง่าย ถ้าถูกใครพูดกระทบกระแทกหน่อยก็จะเก็บเอาไปคิดเสียใจ เป็นคนโอบอ้อมอารีย์ มีเหตุผล รอบคอบ มองการณ์ไกล ชอบวางแผน อนาคตให้ตัวเองและคนที่อยู่รอบข้างเสมอ เป็นคนนิสัยรักสันโดษ ชอบศึกษาแนวความคิดที่อิงปรัชญาเมธี เป็นคนที่มีจิตเป็นกุศล ชอบทำบุยแก่คนทุกข์ยาก เงาะ สำหรับคนที่ชอบกินเงาะจะเป็นคนค่อนข้างเล่น สามารถทำให้คนรอบข้างมีความสุขได้ ถึงคุณน่ะโม้ไปบ้างแต่เพื่อน ๆ ก็ชอบในความร่าเริง สนุกสนานของคุณ ชมพู่ สำหรับคนเกรงใจ จะชอบกินชมพู่มากเป็นพิเศษ มีความอดทนสูง ยิ้มได้ในทุกสถานการณ์ แต่เป็นคนมองโลกในแง่ร้ายและคิดมาก แต่ไม่ชอบที่จะทำร้ายจิตใจใครจริง ๆ ดังนั้นถ้าหนุ่มคนไหน ชอบกินชมพู่เป็นพิเศษหล่ะ ก็ควรจะเอาใจเค้าให้มาก เพราะเค้าจะคิดอะไร ๆ ไปในทางลบเสมอ แตงโม เป็นของว่างจานโปรดสำหรับสาวใจกว้าง อ่อนโยน มีน้ำใจกับมิตรสหาย ซื่อสัตย์ไม่คิดคดทรยศ เป็นคนง่าย ๆ มองโลกในแง่ดี จะไม่ค่อยโวยวายหรือคิดมาก ตั้งอกตั้งใจทำงานดี แต่มักแพ้ภัยแก่เพศตรงข้าม และคนที่ชอบกินแตงโมจะเป็นคนที่รักใคร่เอ็นดูของเพื่อนฝูงอีกด้วย ฝรั่ง สาว ๆ ที่ชอบฝรั่งมักเป็นคนรักอิสระ ชอบที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่าง ๆ ไม่ชอบทำอะรซ้ำซากจำเจ มะพร้าว เพื่อน ๆ ที่ชอบมะพร้าวมักเป็นคนใจบุญ มีจิตเป็นกุศล มองโลกในแง่ดี วาจาคมคาย พูดจาเหน็บคนให้เจ็บด้วยใบหน้าที่ใสซื่อเก่งนักแหละ มะละกอ ผลไม้โปรดของคนที่มีน้ำอดน้ำทนสูง มีความคิดลุ่มลึก คิดเป็นเหตุเป็นผล วางแผนแยบยล โอบอ้อมอารีย์ มังคุด เหมาะสำหรับคนที่เก็บเนื้อเก็บตัว ช่างฝันและมีอารมณ์โรแมนติก อ่อนไหวง่าย รักใครได้ง่าย ๆ และเก็บเอาไปนึกคิดคนเดียว แต่ไม่นานก็ลืมเอาดื้อ ๆ แล้วก็ไปหลงคนอื่นต่อไปเรื่อยเปื่อย พูดง่าย ๆ คือเป็นผลไม้สำหรับคนเจ้าชู้ไงจ๊ะ ลองกอง พวกที่ยึดเอาลองกองเป็นอาหารหลัก เป็นคนรักสันโดษ ชอบเดินทาง ชอบการผจญภัยในที่ที่ตนเองไม่เคยไป อนุรักษ์นิยม ลางสาด สำหรับเพื่อน ๆ ที่เลือกลางสาดเป็นผลไม้หลัก จะเป็นคนอนุรักษ์นิยม ยึดมั่นในแนวความคิดเก่า ๆ ชอบวิถีทางที่เคยทำมาแต่ก่อน แต่เป็นคนมีเหตุผล ลิ้นจี่ ผลไม้สำหรับคนชอบทำงานเบา ๆ ไม่ต้องใช้กำลังแรงงานมาก ๆ แต่เป็นคนที่มีความรับผิดชอบ ในหน้าที่การงานเป็นอย่างดี งานนี้ถ้าอาจารย์สั่งงานมามากนัก คนชอบทานลิ้นจี่ ก็กลัวเพื่อน ๆ จะลำบากน้อยกว่า เลยให้เพื่อน ๆ เอางานไปช่วยทำซะหมด ตัวเองคอยชักใยอยู่เบื้องหลังสบาย ๆ นี่เอง ลำไย ผลไม้เม็ดเล็กคนชอบทาน มักเป็นคนปากหวาน ชอบประจบประแจง ใช้คำพูดยกยอคนให้หลงปลื้ม แต่มักเป็นคนชอบนินทาว่าร้ายคนอื่นลับหลัง สตรอเบอรี่ ถ้าชอบทานสตรอว์เบอรี่ บอกได้เลยว่าคุณเป็นสาวคุยสนุกมีอารมณ์ขัน ทำให้คนอื่นหัวเราะได้ตลอดเวลา เป็นที่ต้องการของเพื่อน ๆ ในกลุ่มและเมื่อจะพูดคุยหรือทำอะไรก็ต้องมีคนดู คนฟัง และค่อนข้างมีรสนิยมทีเดียว สาลี่ ผลไม้คุณหนู ผู้ที่ชอบทานมักจะมีนิสัยอ่อนหวาน สุภาพ อ่อนโยน ไม่ชอบขัดใจใคร มองโลกในแง่ดี ไม่นินทาว่าร้ายใคร นอกจากนี้ยังเป็นนักเล่าเรื่องที่ดี ส้มเขียวหวาน เห็นชอบส้มอย่างนี้เป็นคนทันสมัย หัวก้าวหน้า แต่มักมีนิสัยหึงหวงเพศตรงข้ามอยู่เนือง ๆ มัธยัสถ์ รู้จักใช้จ่าย ทันสมัยไม่แพ้ใครเลยทีเดียว ส้มโอ น้อง ๆ ที่ชอบส้มโอจะเป็นคนที่รักความสบาย ความหรูหรา โอ่อ่าแบบมีการประมาณตนไม่ทำอะไรเกินตัว แต่มักเป็นคนใจอ่อนง่าย ถ้ามีใคร ๆ มาตื๊อก็คงยอมให้กันทุกอย่างแบบเทกระเป๋าไปเลย สัปปะรด ผู้ที่ชอบกินเป็นคนที่แคร์คนอื่นมากเกินไป จนมัวแต่ไปเอาใจคนอื่นเกินไป ทำให้เพื่อน ๆ มักจะรำคาญและเบื่อหน่ายอยู่เสมอ องุ่น ผลไม้ยอดฮิตของคนสวยมีเสน่ห์ เพื่อน ๆ ที่ชอบทาน มักเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดี เข้ากับคนง่าย นิสัยร่าเริง มีความคิดความอ่านสุขุมรอบคอบ ปากกับใจไม่ค่อยตรงกันนัก แต่ซื่อสัตย์ ไม่ค่อยชอบบอกเรื่องส่วนตัวของตน ให้ใครรู้ง่าย ๆ แอปเปิ้ล ผลไม้ของคนเหงา ขาดเพื่อนไม่ได้ เป็นคนไม่ค่อยแคร์เรื่องความรัก คือ นึกจะรักใครก็รัก นึกจะเลิกก็เลิกขึ้นมาง่าย ๆ แต่จะเป็นนที่มีความอดทนในเรื่องของการทำงาน ทายนิสัยจากการกิน : เค้ก เค้กบราวนี่เค้ก คุณเป็นนักผจญภัย ชอบไอเดียใหม่ๆ เป็นนักต่อสู้และชอบชัยชนะ คุณเป็นคนมีอารมณ์ขัน แต่หลายครั้งที่สร้างมุขแป้ก แม้จะมีแนวคิดแปลกๆ ไปบ้าง แต่ก็คุณก็เป็นคนจงรักภักดีไม่แพ้ใคร เค้กสตรอเบอรี่ คุณเป็นคนน่ารัก อบอุ่น และโรแมนติก คุณช่างเอาอกเอาใจและห่วงใยคนอื่น แต่ใจอ่อนง่ายๆ บางครั้งก็ใช้อารมณ์มากเกินไป คนส่วนใหญ่มักมองว่าคุณขี้หึงซะด้วยสิ เค้กช็อคโกแลต คุณเป็นคนเซ็กซี่ สร้างสรรค์ อารมณ์ร้อนแรง และ ทะเยอทะยาน หลายคนอาจมองดูคุณเป็นคนเย็นชา ทว่าจริงๆ แล้วคุณเป็นคนซ่อนความอบอุ่นไว้ภายใน คุณชอบผจญภัย คุณไม่ค่อยพอใจกับอะไรที่เรียบๆ ธรรมดา จึงชอบที่จะแสวงหาสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ เค้กที่ทำจากผัก หรือ ธัญพืช คุณเป็นคนร่าเริง ชอบความสนุกสนาน ใครๆ ที่อยู่รายล้อมคุณจึงมักมีความสุข สนุกสนานไปด้วย คุณไม่ค่อยมีพิธีรีตรอง ไม่ต้องมากความ แถมยังใจดี เลยมีเพื่อนมาก และส่วนใหญ่เค้าก็จะรักคุณมากๆ ด้วย เค้กไอศกรีม คุณเป็นนักกีฬาตัวยง ไม่ว่าจะลงแข่งจริงๆ จังๆ หรือแค่เป็นแฟนกีฬาที่ติดตามดูอย่างจริงจังก็ตาม จึงทำให้คุณค่อนข้างแอคทีฟ คุณเคารพตัวเองและยึดถือตัวเองเป็นหลัก จึงมักมีคนว่าคุณออกจากเรื่องมากเอาการอยู่นะ ต้องระวังด้วย ทายนิสัยจากการกิน : ไอศครีม ช็อกโกแล๊ต คนที่ชอบทานไอศครีมรสนี้ เป็นคนที่ขี้เหงา จิตใจไม่ค่อยเข้มแข็ง อ่อนไหวง่าย ชอบเก็บเรื่องอดีตมาคิดอยู่เสมอๆ เคร่งครัดและยึดมั่นในขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆ มาใช้ในชีวิตประจำวัน จนบางครั้งทำให้ตัวเองไม่มีความสุข ช็อกโกแล๊ตชิป คนที่ชอบทานไอศครีมรสนี้ เป็นคนที่แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี เอาตัวรอดยามคับขันเก่งมาก แก้ไขเรื่องร้ายกลายเป็นดีได้ ได้เก่ง มองโลกแง่ดี มักตั้งความหวังเป้าหมายในชีวิตไว้สูง กาแฟ คนที่ชอบทานไอศครีมรสนี้ มีลักษณะเด่นคือชอบเป็นผู้นำ ชอบการแข่งขัน ตั้งใจทำงานด้วยความจริงจัง เน้นผลงานต้องดีเลิศกว่าคนอื่น ยิ่งได้รับความรับผิดชอบมากเท่าไหร่ยิ่งพอใจ คนประเภทนี้บ้างานน่าดู เรื่องความรักคงไม่หวือหวาเท่าที่ควร วานิลลา คนที่ชอบทานไอศครีมรสนี้ เป็นคนมีนิสัยสนุกสนานร่าเริง รักศักดิ์ศรีในตนเองสูง เป็นที่รักใคร่ของทุกๆ คน ผูกมิตรกับคนอื่นได้ดี ชอบใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายไม่ต้องมีพิธีรีตองมาก สตรอเบอร์รี่ คนที่ชอบทานไอศครีมรสนี้ เป็นคนที่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่สูง ชอบช่วยเหลือผู้อื่น มอบความอบอุ่นและความรักกับคน ใกล้ตัวได้อย่างดี เป็นคนที่ทำตัวง่ายๆ ประเภทติดดิน คบกับคนอื่นได้ง่าย แม้จะเป็นคนแปลกหน้าก็ตาม มองโลกมองคนอื่นแง่ดีอยู่เสมอ รสผสม คนที่ชอบทานไอศครีมรสนี้ เป็นคนปรับตัวได้เก่ง ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนสามารถเข้ากับคนอื่นได้ดี มีความยืดหยุ่นในตัวสูง ชอบอะไรๆ ที่หลากหลายไม่จำเจ มักชอบการประนีประนอม ไม่ชอบการตัดสินด้วยกำลัง อ้างอิง oknation เรียบเรียง teen.mthai

หน้าใสไร้สิวstellalucciเซรั่มมังคุดรักษาสิวอุดตัน รักษาสิวอักเสบ รักษาสิว
รักษาสิวอุดตัน /  รักษาสิวหนอง / 

หน้าใสไร้สิวstellalucciเซรั่มมังคุดรักษาสิวอุดตัน รักษาสิวอักเสบ รักษาสิว เปลือกมังคุดราชินีแห่งผลไม้ไทย โดยเราอาจดูที่กลีบรอบบนเปลือกสีม่วงเรียงกันเหมือนกับมงกุฎ โดยวงการเครื่องสำอางค์ชั้นนำ มักนิยมหยิบนำสารสกัดเปลือกมังคุดมาใช้ผสมผสานผลิตภัณฑ์ สำหรับผู้ที่มีผิวหน้าอักเสบ บอบบางและแพ้ง่ายๆ เนื่องด้วยสารสกัดเปลือกมังคุดมีสารแทนนิน (Tanin) และสารแซนโทน ( Xanthone) และ สารแมงโกสติน (Mangostin) ซึ่งสารแทนนินมีฤทธิ์สมานแผลช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น ส่วนสารแมงโกสตีน มีฤทธิ์ช่วยลดอาการผิวอักเสบ และดูแลเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนอง สารแซนโทนในเปลือกมังคุดยังมีฤทธิ์ในการดูแลผิวหน้า และสิ่งแปลกปลอมที่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดสิว พร้อมทั้งผสานกับ Ascorbyl Glucoside หรือวิตามิน ซี สังเคราะห์พิเศษที่ช่วยฟื้นฟูผิวหรือจุดด่างดำที่เกิดจากสิวให้แลดูเรือนรางลงให้ผิวที่กระชับและเรียบคืนตัว หลังจากการใช้เพียง 2 อาทิตย์ คุณจะสัมผัสกับหน้าที่เรียบขึ้นทุกครั้งที่ได้มีการลูบไล้และสัมผัส ติดต่อได้ที่คุณหมอเต้ย084-703-0192 หรือ คุณต้า089-145-5299 www.stellalucci.com หรือstellalucciherb@hotmail.com ดูยูทูปได้ที่ http://www.youtube.com/watch?v=4cWe9gdbOFU

ชาวสวนผลไม้มีเฮ! รัฐจ่ายเงินช่วย50ล้าน
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ /  ชาวสวน / 

กรมบัญชีกลางอนุมัติจ่ายเงินช่วยชาวสวนผลไม้กว่า 50 ล้านบาท ลดขาดทุนจากปริมาณผลไม้ภาคตะวันออกเพิ่มสูงขึ้น นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลางเผยว่า การประชุมเมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนผลไม้ ซึ่งได้รับผลกระทบจากปริมาณผลไม้ภาคตะวันออก ปี 2557 เพิ่มขึ้นจากปี 2556 อย่างมาก ทำให้เกิดการจำหน่ายผลไม้ออกสู่ตลาดกระจุกตัวสูงมากในช่วงเดือนมิถุนายน 2557 โดยเฉพาะมังคุดและเงาะ ทั้งนี้ปริมาณผลไม้ที่มากขึ้นส่งผลให้เกิดปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำ ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการตามแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาผลไม้ภาคตะวันออก ปี 2557 โดยอนุมัติวงเงิน 50.93 ล้านบาท จากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร เพื่อช่วยเหลือในด้านการกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิต และการส่งเสริมการแปรรูป เริ่มต้นระยะเวลาโครงการ ตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน 2557 - 31 ธันวาคม 2558 MThai News

เฮเบอร์ตี้ กดแฮตทริกพา ราชันมังกร บุกดับ บีจี สรุปผลบอลไทย
กระต่ายแก้ว /  ธีรเทพ วิโนทัย / 

ผลฟุตบอลโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก วันอาทิตย์ที่1 มิถุนายน 2557 บางกอกกล๊าส เอฟซี 2-4 ราชบุรี มิตรผล ประตู : 0-1 เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ น.15, 0-2 เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ น.48, 0-3 เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ น.55, 1-3โกชิ โอคูโบะ น.66, 2-3ดาร์โก้ ทาเซฟสกี้ (จุดโทษ) น.81, 2-4 รัตนะ เพ็ชรอาภรณ์ น.89 สนาม : ลีโอ สเตเดี้ยม เวลา : 18.00 น. ศึกฟุตบอลโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก 2014 นัดที่ 15 ของฤดูกาล กระต่ายแก้ว บางกอกกล๊าส เอฟซี ทีมอันดับ 7 ของตาราง มีอยู่ 23 แต้ม จากการลงสนาม 14 นัด ต้อนรับการมาเยือนของทีมราชันมังกรราชบุรี มิตรผล เอฟซี ทีมอันดับ 13 ของตาราง ที่มีอยู่ 18 แต้ม โดยเกมในนัดนี้ “โค้ชแต๊ก” อรรถพล ปุษปาคม กุนซือบีจี ปรับเปลี่ยนผู้เล่นจากเกมที่บุกไปเอาชนะ สงขลา ยูไนเต็ด 2-1 เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาเพียงแค่ตำแหน่งเดียว โดย ศุภเสกข์ ไก่แก้ว ได้กลับมาเป็นผู้เล่น 11 ตัวจริงแทนที่ของ ภูริทัต จาริกานนท์ กองกลางที่ไม่ผ่านความฟิตเกมนี้ ด้านทีมเยือน ราชบุรี มิตรผล เกมนี้ ริคาร์โด้ โรดริเกวซ กุนซือเลือดกระทิง ยังคงนำทัพโดยนักเตะตัวกลั่นอาทิ อองรี โจเอล, อภิวัฒน์ งั่วลำหิน, เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ และดั๊กลาส กาโดโซ่ มือปืนจากแดนแซมบ้า ออกสตาร์ทเกมในครึ่งแรกไม่ถึงหนึ่งนาทีเดียว บีจี เกือบได้ประตูขึ้นนำ เมื่อแนวรับ ราชบุรีฯ จ่ายบอลพลาดโดน ลาซารัส คาอิมบี้ ฉกบอลเข้าไปยิงด้วยซ้าย แต่ อุกฤษณ์ วงศ์มีมา นายทวารราชบุรีฯ ยังล้มตัวรับไว้ได้ บีจี ยังค่อยๆ ต่อเกมรุกเข้าใส่ ราชบุรีฯ อย่างต่อเนื่อง นาทีที่ 10 เป็นโอกาสลุ้นประตูของ บีจี เมื่อ ศุภเสกข์ ไก่แก้ว เปิดลูกฟรีคิกเข้าไปหน้าประตูให้ อำนาจ แก้วเขียว พุ่งโหม่งหลุดกรอบนิดเดียว แต่ว่านาทีที่ 15 เป็นราชบุรีฯ ที่บุกน้อยกว่ามาได้ประตูออกนำก่อน เมื่อ เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ ลากบอลจากกราบขวาตัดเข้าใน ก่อนจะหลอกแนวรับ บีจี 2 คน แล้วซัดด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษส่งบอลตุงแรงตาข่าย ให้ทีม ราชันมังกร บุกมานำ บีจี ก่อน 1-0 หลังจากเสียประตู บีจี พยายามบุกมากขึ้นเพื่อทวงประตูตีเสมอ นาทีที่ 16 ลาซารัส คาอิมบี้ ได้บอลบริเวณกลางสนามก่อนจะตัดสินใจยิงไกลระยะ 25 หลา แต่อุกฤษณ์ วงศ์มีมา นายด่านราชบุรีฯ ยังไม่พลาดรับไว้ได้สบาย ถัดมา 3 นาที บีจี น่าจะได้ประตูตีเสมอ เมื่อ ลาซารัส คาอิมบี้ ลากบอลไปสุดเส้นหลัง ก่อนจะเปิดบอลเรียดมาหน้าประตู ศุภเสกข์ ไก่แก้ว ข้ามหลอกให้ ดาร์โก้ ทาเซฟสกี้ วิ่งเข้ามายิงด้วยขวา บอลไปตรงตัว อุกฤษณ์ รับกระฉอกจังหวะแรก ก่อนที่จอมทัพมาซิโดเนีย จะตามเก็บบอลยิงจังหวะสอง แต่บอลไปติดบล็อกแนวรับราชบุรีฯ อย่างน่าเสียดาย นาทีที่ 22 เป็นโอกาสลุ้นประตูของราชบุรีฯ บ้าง เมื่อ อัษดิน มังคุด ได้โอกาสส่องไกลระยะ 30 หลา แต่บอลถากเสาออกหลังไปเฉียดฉิว บีจี ยังเจาะทำประตูไม่ได้ นาทีที่ 28 ดารโก้ ทาเซฟสกี้ ตัดสินใจยิงไกลระยะ 20 หลา แต่ว่าบอลไปตรงตัว อุกฤษณ์ วงศ์มีมา นายทวารราชบุรีฯ รับไว้ได้ ช่วงท้ายนาทีที่ 42 ราชบุรีฯ ได้ลุ้นประตูบ้าง เมื่ออัษดิน มังคุด เปิดบอลจากกราบซ้ายมาหน้าประตูให้ ดักลาส กาโดโซ่ พักอกคืนให้ เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ ยิงด้วยซ้าย แต่บอลไปติดบล็อกแนวรับ บีจี ออกหลังไป จากนั้นไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มได้ หมดครึ่งเวลาแรก บางกอกกล๊าส เอฟซี ตามหลัง ราชบุรีฯ อยู่ 0-1 แก้เกมในครึ่งหลัง บีจี ถอดเอา ชาตรี ฉิมทะเล ออกแล้วให้ โกชิ โอคูโบะ ลงไปแทน ขณะที่ราชบุรีฯ ถอดเอาใหญ่ นิลวงศ์ ออกแล้วส่ง ชุติพนท์ ทองแท้ ลงไปแทน นาทีที่ 48 รัตนะ เพ็ชรอาภรณ์ กองกลางราชบุรีฯ วางบอลยาวไปหน้าประตู ธีรพงศ์ พุทธสุขา นายทวาร บีจี กะจังหวะออกมาตัดบอลพลาดทำให้ เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ ส้มหล่นได้บอลหลุดเข้าไปแปง่ายๆ เข้าประตูไปให้ ราชบุรีฯ หนี บีจี เป็น 2-0 นาทีที่ 55 ราชบุรีฯ โต้กลับเร็ว ดักลาส กาโดโซ่ ได้บอลทางกราบขวา ก่อนจะปาดบอลขวางสนามไปหน้าประตูให้ เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ ซัดด้วยซ้ายเข้าประตูให้ ราชบุรีฯ หนีห่าง บีจี เป็น 3-0 ซึ่งประตูนี้ถือเป็นแฮตทริกของกองกลางเลือดแซมบ้าด้วย อีกทั้งยังเป็นนักเตะของทีมคู่แข่งคนแรกที่ยิงแฮตทริกในสนามลีโอ สเตเดี้ยม อีกด้วย เกมของ บีจี ช็อตไปดื้อๆ นาทีที่ 61 ราชบุรีฯ ได้โอกาสลุ้นประตูอีกครั้ง เมื่อ เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ จ่ายบอลให้ อัษดิน มังคุด ยิงแต่ ธีรพงศ์ พุทธสุขา ยังเซฟไว้ได้อย่างสุดยอด นาทีที่ 63 บีจี เกือบได้ประตูตีไข่แตก เมื่อศุภชัย คมศิลป์ เปิดบอลไปหน้าประตู แนวรับราชบุรีฯ โหม่งสกัดออกมาไม่ได้ บอลมาเข้าทาง ฟลาเวียน มิเชลินี่ ที่ลงมาเป็นตัวสำรองยิงด้วยขวา แต่บอลไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย แต่ว่านาทีที่ 66 บีจีมาตามประตูไล่มาเป็น 1-3 เมื่อ ลาซารัส คาอิมบี้ เปิดบอลจากกราบซ้ายมาหน้าประตู ดาร์โก้ ทาเซฟสกี้ สะกิดบอลจังหวะแรกไม่ดี แต่บอลยังไปเข้าทาง โกชิ โอคูโบะ โหม่งสะบัดเหน่งๆ ระยะ 6 หลา เข้าประตูไปท่ามกลางความสะใจแฟนบอล บีจี ในสนามลีโอ สเตเดี้ยม นาทีที่ 74 บีจี ได้ลุ้นประตูอีกครั้ง เมื่อได้ฟรีคิกระยะ 25 หลา แล้วเป็น ศุภเสกข์ ไก่แก้ว ที่รับหน้าที่สังหาร แต่บอลหลุดกรอบออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 81 บีจี มาได้ลูกจุดโทษ เมื่อ ลาซารัส คาอิมบี้ โดน อุกฤษณ์ วงศ์มีมา นายทวารราชบุรีฯ รวบล้มลงในเขตโทษ และเป็นดาร์โก้ ทาเซฟสกี้ รับหน้าที่สังหารไม่พลาดเข้าประตูไปให้ บีจี ไล่ ราชบุรีฯ มาเป็น 2-3 บีจี เดินเครื่องบุกแหลกเพื่อตีเสมอให้ได้ นาทีที่ 86 ฟลาเวียน มิเชลินี่ เปิดบอลจากกราบขวาไปหน้าประตู แนวรับ ราชบุรีฯ สกัดบอลไม่ดีมาเข้าทาง “ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย ที่เพิ่งถูกส่งลงสนามยิงด้วยขวา แต่บอลหลุดกรอบนิดเดียว แต่ว่านาทีที่ 89 เป็นราชบุรีฯ มาได้ประตูหนีห่างเป็น 2-4 เมื่อ ภูวดล สุวรรณชาติ ตัวสำรองจ่ายบอลจากสุดเส้นหลังไปหน้าประตูให้ รัตนะ เพ็ชรอาภรณ์ ที่แตะหลบ ธีรพงศ์ พุทธสุขา นายทวาร บีจี ก่อนยิงด้วยขวาอย่างเลือดเย็นเข้าประตูไป จากนั้น บีจี จะพยามบุกหนักเพื่อทวงประตูคืน แต่ก็ทำไม่สำเร็จ จบเกม บางกอกกล๊าส เอฟซี เปิดบ้านพ่ายให้กับ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ไป 2-4 รายชื่อผู้เล่นของทั้ง 2 ทีม บางกอกกล๊าส เอฟซี : ธีรพงศ์ พุทธสุขา (GK), สุวรรณภัทร์ กิ่งแก้ว (ฟลาเวียน มิเชลินี่ น. 62), อำนาจ แก้วเขียว (C), ประวีณวัช บุญยงค์, ศุภชัย คมศิลป์, เจษฎากร เหมแดง, เอกพันธ์ อินทเสน, ดาร์โก้ ทาเซฟสกี้, ศุภเสกข์ ไก่แก้ว (ธีรเทพ วิโนทัย น. 83), ชาตรี ฉิมทะเล (โกชิ โอคูโบะ น. 46), ลาซารัส คาอิมบี้ ราชบุรี มิตรผล : อุกฤษณ์ วงศ์มีมา (GK), ชุมพล บัวงาม (เกนกิ นากาซาโตะ น. 68), อองรี่ โจเอล (C), อภิวัฒน์ งั่วลำหิน, เอกลักษณ์ ทองกริต, รัตนะ เพ็ชรอาภรณ์, ใหญ่ นิลวงศ์ (ชุติพนท์ ทองแท้ น.46), อัษดิน มังคุด, ศิลา ศรีกำปัง, เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ, ดักลาส กาโดโซ่ (ภูวดล สุวรรณชาติ น.78)

สีรถ ที่ถูกโฉลกตาม วันเกิด
ดูดวง /  ทำนาย / 

สีรถ ที่ถูกโฉลกตาม วันเกิด มีชาว horoscope.mthai หลายต่อหลายคนถามกันมามากเหลือเกิน เกี่ยวกับการเลือกสีรถ ยิ่งปีนี้รัฐบาลไทยใจดี ลดหย่อนภาษี ให้กับผู้ที่ออกรถใหม่คันแรก หลายๆ คนก็เฮกันไปออกรถจนบริษัทที่เป็นตัวแทนสั่งผลิตกันแทบไม่ทัน จะเลือกซื้อรถทั้งที ก็ควรจะคิดเยอะๆ อันดับต้นๆ กนอกจากเรื่องยี่ห้อและรุ่นของรถยนต์แล้ว ถัดมาก็ต้องเป็นเรื่อง สีรถ บทความนี้เป็นแนวทางสำหรับคนที่กำลังคิดไม่ออกว่าจะออกรถสีอะไรดี ลองอ่านดู อาจช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น คนเกิดวันอาทิตย์ - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันอาทิตย์ ห้ามใช้ ศ ษ ส ห ฬ ฮ เพราะเป็นอักษรกาลกิณี - เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 6 และเลข 3 - ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันศุกร์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันอังคาร เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด - ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันอาทิตย์ รถสีแดงก่ำหรือสีแดงเลือดหมู เสริมสง่าราศี มากด้วยบุญญาบารมี มีอำนาจวาสนา คนนบนอบยำเกรง รถสีดำ เสริมความน่าเคารพนับถือ เสริมดวงเรื่องทรัพย์สินเงินทอง การเงิน รถสีขาว สีครีม เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง รถสีม่วงเปลือกมังคุด เสริมดวงด้านศรัทธา ความน่าเชื่อถือ ความไว้วางใจ และดวงเรื่องการเงิน รถสีเขียว เสริมดวงให้คนรักเมตตา อุปถัมภ์ค้ำชู ช่วยเหลือทำให้สะดวกราบรื่นในเรื่องต่างๆ รถสีบรอนซ์ สีเทา สีทอง เสริมดวงเรื่องเมตตามหานิยม เสริมเสน่ห์ การสนับสนุนเกื้อกูล รถสีฟ้า สีน้ำเงิน ไม่ควรออกรถสีนี้ เพราะเป็นกาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต คนเกิดวันจันทร์ - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันจันทร์ ห้ามใช้ สระทั้งหมด (เว้นไม้หันอากาศและตัวการันต์) เพราะเป็นอักษรกาลกิณี - เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 1 และเลข 5 - ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันอาทิตย์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพฤหัสบดี เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด - ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันจันทร์ รถสีส้ม สีเหลืองแก่ เสริมดวงเรื่องการเงิน ความมั่นคง ทุนทรัพย์ ราคาและคุณค่าที่จะเพิ่มพูนให้แก่ตนเองในปัจจุบันและภายภาคหน้า รถสีดำ เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง รถสีน้ำเงิน สีทอง เสริมเสน่ห์ ผู้ใหญ่รักเมตตาและเอ็นดู มีแต่สิ่งที่เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา รถสีม่วงเปลือกมังคุด เสริมดวงด้านความสะดวกราบรื่นทุกอย่าง รถสีชมพู เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน รถสีฟ้า เสริมดวงให้ประสพความสำเร็จในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน รถสีเขียว อำนาจวาสนา บารมี เกียรติยศ และชื่อเสียงตำแหน่งหน้าที่การงาน อานุภาพอิทธิพลที่ทำให้คนเคารพยำเกรง มีความสามารถในการควบคุมบังคับบัญชาคน รถสีแดง สีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต คนเกิดวันอังคาร - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันอังคาร ห้ามใช้ ก ข ค ฆ ง เพราะเป็นอักษรกาลกิณี - เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 2 และเลข 1 และห้ามเลข เพราะทะเบียนที่มีเลข จะมีเรื่องและเกิดอุบัติบ่อยๆ ทำให้เสียเงินทองหรือทำให้เจ้าของได้รับบาดเจ็บ - ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันจันทร์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันอาทิตย์ เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด - ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันอังคาร รถสีม่วงแก่ เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี รถสีดำ เสริมดวงด้านพลังอำนาจ เกียรติยศ และชื่อเสียงตำแหน่งหน้าที่การงาน อานุภาพอิทธิพลที่ทำให้คนเคารพยำเกรง มีความสามารถในการควบคุมบังคับ รถสีบรอนซ์ สีเทา เสริมความน่าเชื่อถือ ความไว้วางใจ รถสีทอง สีแสด เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง รถสีน้ำตาล เสริมดวงด้านความมั่นคงในชีวิต เช่นมั่นคงเรื่อง หลักทรัพย์ ทรัพย์สิน หน้าที่การงาน รถสีเขียว เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง รถสีแดง สีชมพู เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน รถสีขาว สีเหลืองนวล เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต คนเกิดวันพุธ  (กลางวัน 06.01-18.00) - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันพุธ (กลางวัน) ห้ามใช้ จ ฉ ช ซ ฌ ญ เพราะเป็นอักษรกาลกิณี - เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 3 และเลข 8 - ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันอังคาร เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพุธ (กลางคืน) เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด - ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันพุธ (กลางวัน) รถสีน้ำเงิน สีฟ้า เสริมดวงด้านความเคารพนับถือ ยกย่องยอมรับ รถสีน้ำตาล สีทอง เสริมดวงด้านพลังอำนาจ เกียรติยศ และชื่อเสียงตำแหน่งหน้าที่การงาน อานุภาพอิทธิพลที่ทำให้คนเคารพยำเกรง มีความสามารถในการควบคุมบังคับ รถสีขาว สีเหลืองอ่อน เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน รถสีเทา สีบรอนซ์ เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง รถสีดำ เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น รถสีม่วงแก่ เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี รถสีเขียว เสริมดวงด้านเสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา รถสีชมพู สีแสด เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต คนเกิดวันพุธ  (กลางคืน 18.01-06.00) - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันพุธ (กลางคืน) ห้ามใช้ บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม เพราะเป็นอักษรกาลกิณี - เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 5 และเลข 4 - ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพฤหัสบดี เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพุธ (กลางวัน) เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด - ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันพุธ (กลางคืน) รถสีชมพู เสริมดวงให้คนเชื่อถือและไว้วางใจ รถสีดำ เสริมดวงด้านความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน รถสีเทา สีบรอนซ์ เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง รถสีม่วงแก่ เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน รถสีน้ำเงิน สีฟ้า เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น รถสีแดง สีน้ำตาล เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี รถสีส้ม สีทอง เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต คนเกิดวันพฤหัสบดี - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันพฤหัสบดี ห้ามใช้ ด ต ถ ท ธ น เพราะเป็นอักษรกาลกิณี - เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 7 - ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันเสาร์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิด - ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันพฤหัสบดี รถสีขาว เสริมดวงให้คนเชื่อถือและไว้วางใจ รถสีแดง เสริมดวงด้านความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง รถสีเทา สีบรอนซ์ เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น รถสีฟ้า เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี รถสีเขียว เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน รถสีส้ม สีทอง เสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา รถสีดำ สีม่วง สีน้ำเงิน เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต คนเกิดวันศุกร์ - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันศุกร์ ห้ามใช้ ย ร ล ว เพราะเป็นอักษรกาลกิณี - เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 8 และเลข 7 - ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพุธ (กลางคืน) เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันเสาร์ เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด - ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันศุกร์ รถสีเขียว เสริมดวงให้คนเชื่อถือและไว้วางใจ รถสีสีแดง สีทอง เสริมดวงด้านความก้าวหน้าเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน รถสีแดง สีชมพู เสริมดวงด้านความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง รถสีเหลือง เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน รถสีดำ เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น รถสีน้ำตาล เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี รถสีฟ้า สีน้ำเงิน เสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา รถสีเทา สีบรอนซ์ สีม่วง เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต คนเกิดวันเสาร์ - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันเสาร์ ห้ามใช้ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ เพราะเป็นอักษรกาลกิณี - เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 4 และเลข 6 - ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพุธ (กลางวัน) เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันศุกร์ เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด - ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันเสาร์ รถสีแดง เสริมดวงให้คนยอมรับเชื่อถือและไว้วางใจ รถสีชมพู เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน รถสีน้ำเงิน สีฟ้า เสริมดวงด้านความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง รถสีทา สีบรอนซ์ เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี รถสีทอง สีเหลือง เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น รถสีดำ สีม่วงแก่ เสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา รถสีเขียว สีแสด เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต สำหรับชาว  horoscope.mthai ที่มีรถยนต์เป็นของตัวเองอยู่แล้ว ไม่ต้องไปเสียสตางค์ทำสีรถใหม่ เพราะเรามีวิธีแก้เคล็ดมาบอก วิธีแก้เคล็ดสำหรับผู้ที่ใช้สีรถที่เป็นกาลกิณีวันเกิด เช่น คนเกิดวันอาทิตย์ ใช้รถสีฟ้า หรือสีน้ำเงิน เป็นต้น ให้หาสติกเกอร์ "สีที่เป็นศรี" ของวันเกิดของเจ้าของรถ เช่น คนเกิดวันอาทิตย์ มีสีเขียว เป็นศรี เป็นต้น เมื่อได้สีนั้นมาแล้ว ให้ตัดสติกเกอร์ให้ได้ขนาด 2x2 นิ้ว จำนวน 4 แผ่น แล้วเอาไปติดตำแหน่งของรถต่อไปนี้ แผ่นที่ 1. กระโปรงหน้ารถ (ตรงกลาง) 1 แผ่น  แผ่นที่ 2. ติดที่กระโปรงหลัง (หรือฝาท้าย)  แผ่นที่ 3. ติดที่ประตูหน้าซ้าย  แผ่นที่ 4. ติดที่ประตูหน้าขวา สีที่เป็นศรีสำหรับคนเกิดวันต่างๆ 1. เกิดวันอาทิตย์  สีเขียว เป็น ศรี 2. เกิดวันจันทร์  สีดำ เป็น ศรี 3. เกิดวันอังคาร  สีเหลือง เป็น ศรี 4. เกิดวันพุธ กลางวัน  สีเขียวอ่อน เป็น ศรี 5. เกิดวันพฤหัสบดี  สีส้ม เป็น ศรี 6. เกิดวันศุกร์  สีชมพู เป็น ศรี 7. เกิดวันเสาร์  สีน้ำเงิน เป็น ศรี 8. เกิดวันพุธ กลางคืน  สีขาว เป็น ศรี เรียบเรียงบทความโดย horoscope.mthai ขอบคุณข้อมูลจาก www.mahamodo.com

ธาตุเจ้าเรือน ตามหลักแพทย์แผนไทย
ธาตุดิน /  ธาตุน้ำ / 

ธาตุเจ้าเรือนคืออะไร ในทฤษฎีการแพทย์แผนไทย เชื่อว่า การเกิดชีวิตใหม่จะเกิดขึ้นได้ ต้องมีพ่อมีแม่ที่มีลักษณะของหญิง-ชาย ครบถ้วน หมายถึง พ่อมีลักษณะของชายครบ และแม่มีลักษณะของหญิงครบ โดยให้ความหมายของชีวิตไว้ว่า ชีวิตคือขันธ์ 5 อัน ได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ รูป หมายถึง รูปร่าง ร่างกาย หรือสิ่งที่เป็นรูปธรรม ซึ่งในพระไตรปิฎกได้อธิบายไว้ว่า รูปมีมหาภูตรูป 4 ได้แก่ ดิน น้ำ ลม ไฟ และรูปที่เกิดจากมหาภูตรูป เรียกว่าอุปทายรูป ได้แก่ อากาศ ประสาททั้ง 5 ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เกิดรูป รส กลิ่น เสียง เป็นอาภรณ์ 4 เวทนา ได้แก่ ความรู้สึกต่างๆ ซึ่งเกิดจากประสาททั้ง 5 เป็นต้น สัญญา ได้แก่ ความจำต่างๆ การกำหนดรู้อาการ จำได้หมายรู้ สังขาร หมายถึง การปรุงแต่งของจิต ความคิดที่ผูกเป็นเรื่องเป็นราว ส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าสังขารคือร่างกาย เช่น มักพูดว่า "คนแก่ไม่เจียมสังขาร" หมายถึง ทำอะไรเกินกว่าร่างกายซึ่งชราจะรับได้แท้จริงสังขารเป็นความนึกคิดก่อ หรือผูกเป็นเรื่องราวนั่นเอง วิญญาณ คือ ความรู้แจ้งของอารมณ์เช่น วิญญาณนักต่อสู้ หมายถึง เป็นผู้มีอารมณ์บากบั่นตั้งมั่น ต้องสู้สุดใจ ผู้มีวิญญาณเป็นนักประชาธิปไตย หมายถึง การมีอารมณ์ลึกซึ้ง ชัดแจ้ง จะทำอะไรก็อยู่ในอารมณ์ของนักประชาธิปไตย มีใจตั้งมั่นในสิทธิเสรีภาพ เป็นต้น คนทั่วไปคิดว่าวิญญาณคือผี เชื่อว่าเมื่อตายไปแล้ววิญญาณออกจากร่างไปเป็นผีแท้จริงแล้วเมื่อตายไปแล้วก็หมดความรู้สึก ไม่มีอารมณ์อีกแล้วนั่นเอง จะเห็นได้ว่าชีวิตคือขันธ์ 5 ซึ่งคือร่างกายและจิตใจนั่นเอง มนุษย์ที่เกิดมาต่างก็มีชีวิตแตกต่างกันไป มีรูปร่าง หน้าตาแตกต่างกัน มีความรู้สึกนึกคิดและจิตสำนึก ความรู้แจ้งทางอารมณ์หรือที่เรียกว่าวิญญาณที่แตกต่างกันไป ทาง การแพทย์แผนปัจจุบันเชื่อว่า การที่มีความแตกต่างและความเหมือนกัน ถูกกำหนดโดยสารพันธุกรรมที่เรียกว่า "ดีเอ็น เอ" เป็นรหัสของชีวิตที่มนุษย์ได้รับการถ่ายทอดจากมารดาและบิดา nederlandsegokken.nl เป็นลักษณะทั่วๆ ไปของมนุษย์ ทางการแพทย์แผนไทยมีความเชื่อในเรื่องธรรมชาติว่า การเกิดรูปครั้งแรกในครรภ์มารดามีขนาดเล็กมาก ขนาดเท่ากับหยดน้ำมันงาที่ติดอยู่ปลายขนจามรี หลังจากถูกสะบัด ถึง 7 ครั้ง และด้วยอิทธิพลของธาตุไฟก่อน จึงเกิดธาตุอื่น ตามมาจนครบธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม และไฟ แล้วจึงเกิดเวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณจนครบขันธ์ 5 เมื่อครรภ์ ครบ 5 เดือน นั่นคือชีวิตได้เกิดแล้ว และด้วยอิทธิพลธรรมชาติ ได้แก่ ความร้อน ความเย็นของภูมิอากาศตามฤดูกาล ได้ทำให้ธาตุทั้ง 4 ของแต่ละคนแตกต่างกันไปและเริ่มมีอิทธิพลแล้วในครรภ์มารดา ดังพระคัมภีร์ปฐมจินดากล่าวไว้ว่า เมื่อตั้งครรภ์ในฤดูอันใด ธาตุอันใด ให้เอาธาตุของฤดูนั้นเป็นที่ตั้งแห่งธาตุกำเนิดของกุมารกุมารีนั้นๆ เช่น ตั้งครรภ์ในเดือน 5, 6, 7 เป็นลักษณะแห่งไฟ ตั้งครรภ์ในเดือน 8, 9, 10 เป็นลักษณะแห่งลม ตั้งครรภ์ในเดือน 11, 12, 1 เป็นลักษณะแห่งน้ำ ตั้งครรภ์ในเดือน 2, 3, 4 เป็นลักษณะแห่งดิน นั่นคือ ธาตุเจ้าเรือน นั่นเอง แต่คนส่วนใหญ่มักจำได้เพียงแต่วันเกิด คำว่าตั้งครรภ์ในเดือนใดหมายถึง การเริ่มมีครรภ์ หรือมีการปฏิสนธิ ดังนั้นจากข้อสังเกตของคนโบราณดังกล่าว ถ้านำอายุการตั้งครรภ์มาพิจารณาแล้วสามารถประมาณการได้ว่า ผู้ที่เกิดเดือน 5, 6, 7 จะมีธาตุลมเป็นเจ้าเรือน ผู้ที่เกิดเดือน 8, 9, 10 จะมีธาตุน้ำเป็นเจ้าเรือน ผู้ที่เกิดเดือน 11, 12, 1 จะมีธาตุดินเป็นเจ้าเรือน ผู้ที่เกิดเดือน 2, 3, 4 จะมีธาตุไฟเป็นเจ้าเรือน การแบ่งแบบนี้เป็นการแบ่งอย่างหยาบ คือ แบ่งบุคลิกหรือลักษณะจำเพาะของคนออกเป็น 4 แบบ แต่ละแบบจะมี จุดอ่อน หรือลักษณะของธาตุเสียสมดุลแตกต่างกันตามธาตุเจ้าเรือนนั้นๆ ลักษณะของ ธาตุเจ้าเรือน เป็นอย่างไร องค์ประกอบของธาตุที่รวมกันอยู่อย่างปกตินั้น จะมีธาตุอย่างใดอย่างหนึ่งเด่น หรือมากกว่าอย่างหนึ่ง เรียกว่า เจ้า เรือน ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปในแต่ละคน โดยแต่ละธาตุหลักทั้ง 4 จะมีลักษณะที่แสดงออกเป็นเจ้าเรือน ดังนี้ ธาตุดินเจ้าเรือน จะมีรูปร่างสูงใหญ่ ผิวค่อนข้างคล้ำ ผมดกดำ เสียงดังฟังชัด ข้อกระดูกแข็งแรง กระดูกใหญ่ น้ำหนักตัวมาก ล่ำสัน อวัยวะสมบูรณ์ ธาตุน้ำเจ้าเรือน จะมีรูปร่างสมบูรณ์ อวัยวะสมบูรณ์ สมส่วน ผิวพรรณสดใสเต่งตึง ตาหวาน น้ำในตามาก ท่าทางเดินมั่นคง ผมดกดำงาม กินช้า ทำอะไรชักช้า ทนหิว ทนร้อน ทนเย็นได้ดีเสียงโปร่ง มีลูกดกหรือมีความรู้สึกทางเพศดีแต่มักเฉื่อยและค่อนข้างเกียจคร้าน ธาตุไฟเจ้าเรือน มักขี้ร้อน ทนร้อนไม่ค่อยได้ หิวบ่อย กินเก่ง ผมหงอกเร็ว มักหัวล้าน หนังย่น ผม ขนหนวด ค่อนข้างนิ่ม ไม่ค่อยอดทน ใจร้อน ข้อกระดูกหลวม มีกลิ่นปาก กลิ่นตัวแรง ความต้องการทางเพศปานกลาง ธาตุลมเจ้าเรือน จะมีผิวหนังหยาบแห้ง รูปร่างโปร่ง ผอม ผมบาง ข้อกระดูกลั่นเมื่อเคลื่อนไหว ขี้อิจฉา ขี้ขลาด รักง่ายหน่ายเร็ว ทนหนาวไม่ค่อยได้ นอนไม่คอยหลับ ช่างพูด เสียงต่ำ ออกเสียงไม่ชัด มีลูกไม่ดก คือความรู้สึกทางเพศไม่ค่อยดี สถานที่ถิ่นที่อยู่อาศัยแยกตาม ธาตุเจ้าเรือน ที่อยู่อาศัย หรือสิ่งแวดล้อม เรียกว่า "ประเทศสมุฏฐาน" ย่อมมีผลต่อชีวิตความเป็นอยู่และสุขภาพ ได้แก่ ประเทศร้อน สถานที่ที่เป็นภูเขาสูง เนินผา มักเจ็บป่วยด้วยธาตุไฟ เช่น คนภาคเหนือ จะเจ็บป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับไข้ต่างๆ ประเทศเย็น สถานที่ที่เป็นน้ำฝน โคลนตม มีฝนตกชุก มักเจ็บป่วยด้วยธาตุลม เช่น คนภาคกลาง จะเจ็บป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับลมต่างๆ ประเทศอุ่น สถานที่ที่เป็นน้ำฝนกรวดทราย เป็นที่เก็บน้ำไม่อยู่ มักเจ็บป่วยด้วยธาตุน้ำ เช่น คนภาคอีสาน จะเจ็บป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับนิ่ว ประเทศหนาว สถานที่ที่เป็นน้ำเค็ม มีโคลนตมชื้นแฉะ ได้แก่ ชายทะเล มักเจ็บป่วยด้วยธาตุดิน เช่น ภาคใต้ จะเจ็บป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับฝี การวินิจฉัย ธาตุเจ้าเรือน นำอาการที่ได้จากการบอกเล่า และตรวจพบมาประมวล จะสามารถบอกถึงสภาวะสุขภาพของผู้ป่วย โดยยึด หลักเกณฑ์เกี่ยวกับตัวสุขภาพ หรือตัวควบคุมธาตุทั้งสี่ ได้แก่ ธาตุดิน มีสิ่งสำคัญในการควบคุมสุขภาพอยู่ 3 อย่าง คือ - หทัยวัตถุมีที่ตั้งที่หัวใจ ควบคุมความสมบูรณ์ของหัวใจ เช่น ลักษณะ ขนาด การทำงาน การเต้น ความสมบูรณ์ของกล้ามเนื้อหัวใจ บางตำรากล่าวว่าหทัยวัตถุเป็นที่ตั้งของจิต - อุทริยะ หมายถึง อาหารใหม่ คืออาหารที่รับประทานเข้าไปใหม่ๆ นั่นเอง การซักประวัติการกินอาหารก่อนป่วย มีความจำเป็นมาก เพราะอาหาร คือธาตุภายนอกที่เรานำเข้าไปบำรุง หรือปรับธาตุภายใน เรื่องอาหารจึงสำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเป็นแพทย์แผนใด โรคทางแผนโบราณจึงมีเรื่องเกี่ยวกับการกินที่เรียกว่า "กินผิด" คือกินไม่ถูกกับธาตุจะเจ็บป่วย กินไม่ถูกกับโรคทำให้อาการแย่ลง ดังนั้น การแพทย์แผนไทยใช้วิธีการกินสมุนไพร อาหารสมุนไพร มาแก้ไขการเสียสมดุลนี้เป็นการลองผิดลองถูกมายาวนาน จนสรุปเป็นหลักการและเหตุผล - กรีสัง หมายถึง อาหารเก่า คือ กากอาหารในลำไส้ใหญ่ที่จะออกมาเป็นอุจจาระนั่นเอง ลักษณะของอุจจาระเป็นตัวบ่งบอกสุขภาพ อุจจาระหยาบ ละเอียด ก้อนแข็งหรือเหลว กลิ่นอุจจาระเป็นเช่นไร เช่น กลิ่นเหมือนปลาเน่าธาตุน้ำเป็นเหตุกลิ่นเหมือนหญ้าเน่าธาตุไฟเป็นเหตุ กลิ่นเหมือนข้าวบูดธาตุลมเป็นเหตุกลิ่นเหมือนศพเน่าธาตุดินเป็นเหตุ เป็นต้น โบราณว่าไว้สุขภาพจะดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับกรีสะ (อุจจาระหรืออาหารเก่า) เป็นตัวควบคุม ธาตุน้ำ มีสิ่งสำคัญในการควบคุมสุขภาพอยู่ 3 อย่าง คือ - ศอเสมหะ ควบคุมน้ำบริเวณคอขึ้นไปเกี่ยวกับเสมหะ น้ำมูกมีหรือไม่อย่างไร มีมากเวลาใด อาจหมายถึงการทำงานของต่อมต่างๆ ที่ผลิตน้ำเมือก น้ำมูกบริเวณดังกล่าว - อุระเสมหะ ควบคุมน้ำบริเวณอกเหนือกลาง ตัวจากคอมาถึงบริเวณลิ้นปี่ เหนือสะดือ การซักถามจะต้องถามถึงการไอ เสมหะเป็นอย่างไร การหอบ การอาเจียน น้ำที่ออกมาเป็นอย่างไร การปวดท้องเกี่ยวกับน้ำย่อยในกระเพาะ อาจจะหมายถึงการทำงานของต่อมน้ำมูก เมือกในปอด หลอดลม น้ำในกระเพาะอาหาร น้ำดี น้ำย่อยในลำไส้เล็ก - คูถเสมหะ ควบคุมน้ำช่วงล่างจากสะดือลงไป อาจเป็นน้ำมูกเมือก น้ำในลำไส้น้ำในอุจจาระ น้ำปัสสาวะ น้ำในมดลูก ช่องคลอด (ถ้าเป็นหญิง) และน้ำอสุจิ (ถ้าเป็นชาย) จึงต้องซักประวัติเกี่ยวกับอาการที่เกี่ยวข้อง เช่น การถ่ายปัสสาวะ อุจจาระ ลักษณะเหลว หรือแข็ง มีน้ำมากน้อยเพียงใด ผิดปกติอย่างไร ธาตุลม มีสิ่งสำคัญในการควบคุมสุขภาพอยู่ 3 อย่าง คือ - หทัยวาตะ ลมที่ควบคุมอารมณ์ จิตใจ การเต้นของหัวใจ ความหวั่นไหว ความกังวล - สัตถกะวาตะ ลมที่คมเหมือนอาวุธ หมายถึง เมื่อเกิดอาการจะมีอาการฉับพลัน เจ็บปวดลึกๆ เหมือนดังอาวุธเสียบแทง จากลักษณะดังกล่าวอาการคล้ายกับภาวะขาดเลือด เช่น กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรืออวัยวะใดๆ ขาดเลือดจะมีอาการเจ็บปวดรุนแรง - สุมนาวาตะ ลมที่ควบคุมพลังที่อยู่เส้นกลางลำตัวตามแนวดิ่ง ในตำราการนวดไทยเส้นสุมนาถูกจัดเป็นเส้นสำคัญในเส้นสิบ เส้นนี้จะวิ่งกลางลำตัวจรดปลายลิ้น จึงน่าจะเป็นตัวควบคุมระบบประสาท การไหลเวียนโลหิตสมอง ไขสันหลัง ระบบอัตโนมัติต่างๆ การซักถามอาการควรถามเกี่ยวกับการทำงานของแขนขา การปวดเจ็บหลัง การชัก การกระตุก ตำราโบราณกล่าวว่าอาการลิ้นกระด้างคางแข็งเกิดจากสุมนา แสดงว่าน่าจะเกี่ยวกับสมอง ประสาท ธาตุไฟ มีสิ่งสำคัญในการควบคุมสุขภาพอยู่ 3 อย่าง คือ - พัทธปิตตะ คือดีในฝัก บางท่านอาจสับสนว่าน้ำดีคือธาตุน้ำ เหตุใดจึงจัดเป็นไฟ ผู้เขียนเข้าใจว่าพัทธปิตตะในที่นี้ คือการควบคุมการทำงานของน้ำดีและการย่อยสลายจากการทำงานของน้ำดี ส่วนน้ำดีจัดเป็นธาตุน้ำ อาการบ่งบอกการทำงานที่ผิดปกติไป จึงน่าจะหมายถึงการปวดท้อง น้ำดีอุดตัน ภาวะการผลิตน้ำดีของตับผิดปกติ ตับอักเสบเกิดอาการตัวเหลือง ตาเหลือง เกิดน้ำดีอักเสบเป็นนิ่ว เป็นต้น เป็นเรื่องที่ควบคุมการทำงานของธาตุน้ำเป็นอาการบ่งบอกถึงการทำงานที่ผิดปกติไป จึงน่าจะหมายถึงการปวดท้อง น้ำดีอุดตัน เป็นเรื่องที่ควบคุมการทำงานของน้ำดีในตับ และถุงน้ำดีที่เรียกว่าในฝักนั่นเอง - อพัทธะปิตตะ ดีนอกฝัก หมายถึง การทำงานของน้ำดีในลำไส้ การย่อยอาหาร อาการคือจุกเสียด อืดเฟ้อ อาหารไม่ย่อย ดีนอกฝักพิการ จะทำให้เหลืองทั้งตัว ดีในฝักพิการจะมีอาการคุ้มคลั่งเหมือนผีเข้า ถ่ายเป็นสีเขียว - กำเดา องค์แห่งความร้อน เป็นตัวควบคุมความร้อนในร่างกาย น่าจะหมายถึงศูนย์ควบคุมอุณหภูมิของร่างกายนั่นเอง การตรวจสามารถดูที่อาการไข้ว่าตัวร้อนจัดหรือไม่เพียงใด อาหารประจำ ธาตุเจ้าเรือน ธาตุดิน ควรรับประทานอาหารรสฝาด หวาน มัน เค็ม ได้แก่ มังคุด ฝรั่งดิบ ฟักทอง เผือก ถั่วต่างๆ เงาะ น้ำนม น้ำอ้อย เกลือ ฯลฯ ธาตุน้ำ ควรรับประทานอาหารรสเปรี้ยว รสขม ได้แก่ มะกรูด มะนาว ส้ม สับปะรด มะเขือเทศ มะระ สะเดา ฯลฯ ธาตุลม ควรรับประทานอาหารรสเผ็ดร้อน ได้แก่ ขิง ข่า ตะไคร้ กระชาย พริกไทย โหระพา กะเพรา ฯลฯ ธาตุไฟ ควรรับประทานอาหารรสขม เย็น จืด ได้แก่ ผักบุ้ง ตำลึง แตงโม บัวบก ขี้เหล็ก ฯลฯ ขอบคุณที่มาจาก : กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ขอบคุณภาพจาก : looseweightwith100dietfoods.blogspot.com

ททท. เปิดตัวไกด์บุ๊ค I am Creative Tourist
ททท.

คู่มือสำหรับนักเดินทางสร้างสรรค์ที่ต้องการค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ให้ชีวิต .. พบกับ 20 ชุมชนท่องเที่ยวสร้างสรรค์ทั่วไทยที่ได้รับการโหวตจากนักท่องเที่ยว ให้เป็นที่สุดแห่งทริปสร้างแรงบันดาลใจในการเดินทาง ททท. เปิดตัวไกด์บุ๊ค I am Creative Tourist เมื่อเร็วๆ นี้ ณ ลานอีเดน เซ็นทรัลเวิล์ด นางวิไลวรรณ ทวิชศรี รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นประธาน จัดงานเปิดตัวเปิดตัวไกด์บุ๊ค “I am Creative Tourist” หนังสือคู่มือที่รวบรวบ 20 ชุมชนท่องเที่ยวสร้างสรรค์ทั่วไทยที่ได้รับการโหวตจากนักท่องเที่ยวให้เป็นที่สุดแห่งทริปสร้างแรงบันดาลใจจากเว็บไซต์ www.mycreativetourismthailand.com นางวิไลวรรณ ทวิชศรี กล่าวว่า “ ในการเดินทางออกไปท่องเที่ยวแต่ละครั้ง ทุกท่านอาจพบเจอและประทับใจกับเรื่องราวในการเดินทางครั้งนั้น แต่ไม่นานความรู้สึกนั้นจะค่อยๆ จางหายไปจากความทรงจำของคุณ แต่หากใครได้มีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์” Creative tourism ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของนักเดินทางทั่วยุโรปและอเมริกา หัวใจหลักของ“การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์” คือการท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสประสบการณ์เรียนรู้วิถีชีวิต ศิลปะ วัฒนธรรม และเรื่องราวอันเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนนั้นๆ ซึ่ง ททท ได้รวบรวมเรื่องราวของ 20 ชุมชนท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ของไทยมานำเสนอในไกด์บุคเล่มนี้ เพื่อให้นักเดินทางได้มีโอกาสไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ในรูปแบบการท่องเที่ยวสร้างสรรค์ จาก 20 ชุมชนท่องเที่ยวสร้างสรรค์ทั่วไทย ตัวอย่างเช่น เรียนรู้การทำแฟชั่นหมวกใบจาก จังหวัดตราด , เรียนรู้การทำผ้าฝ้ายนุ่มจากโคลน จังหวัดสุโขทัย, เรียนรู้การทำสบู่จากมังคุดสามน้ำ จังหวัดตราด, เรียนรู้การปักผ้าชาวม้ง จังหวัดเชียงราย, เรียนรู้หัตถกรรมสาดแหย่ง จังหวัดลำพูน นางวิไลวรรณ ทวิชศรี กล่าวเสริมอีกว่า “ การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ของไทยช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชนเพราะเป็นการต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้นจากกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องราวของท้องถิ่นระหว่างนักท่องเที่ยวกับชุมชนเจ้าของวัฒนธรรม การท่องเที่ยวรูปแบบนี้ช่วยสร้างความผูกพัน ความประทับใจอย่างลึกซึ้งกับนักท่องเที่ยวมากกว่าการท่องเที่ยวในรูปแบบเดิมๆ ททท ขอเชิญนักเดินทางทุกคนมาร่วม เปิดประสบการณ์ใหม่ในฐานะ นักเดินทางสร้างสรรค์ creative tourist สำหรับผู้สนใจหนังสือไกด์บุ๊ค “I am Creative Tourist” คู่มือท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการเดินทางท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ สามารถติดต่อขอรับได้ที่ กองส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยว-ททท. โทร 02-250 5500 ต่อ 4447 หรือ สามารถดาวน์โหลดได้ที่ www.mycreativetourismthailand.com    ข้อมูล Creative Tourism “ทางองค์การยูเนสโก ให้คำนิยามว่า การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ คือการท่องเที่ยวที่มุ่งเน้นให้คนที่ไปเที่ยวมีส่วนร่วมเรียนรู้ (Participation) จากประสบการณ์ที่แท้จริงจากสถานที่นั้นๆ เช่น เรียนรู้เกี่ยวกับศิลปะ ประเพณีท้องถิ่น และความมีอัตลักษณ์เฉพาะของชุมชนก่อให้เกิดความเชื่อมโยง (Connect) ระหว่างนักท่องเที่ยวกับเจ้าของชุมชนนั้น.. ตัวอย่าง Creative Tourism จากทั่วโลก เช่น ทริปทำน้ำหอมสูตรของตนเองที่ฝรั่งเศส หรือ ทริปเรียนทำเมอแรงค์ขนมหวานพื้นเมืองที่นิวซีแลนด์ นอกจากนี้ยังมีกว่า 40 ประเทศทั่วโลก โปรโมทโปรแกรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ อาทิ เม็กซิโก , อังกฤษ, ฝรั่งเศส ,ออสเตรีย ,นิวซีแลนด์,สเปน,ชิลี,คิวบา เป็นต้น นอกจากนี้ประชาคมเศรษฐกิจอาเชียนยังได้กำหนดให้การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เป็นยุทธศาสตร์สำคัญด้านการท่องเที่ยวสำหรับภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย 20 ชุมชนท่องเที่ยวสร้างสรรค์ทั่วไทยที่ได้รับการโหวตจากนักท่องเที่ยว ให้เป็นที่สุดแห่งทริปสร้างแรงบันดาลใจจากเว็ปไซต์ www.mycreativetourismthailand.com ได้แก่ 1. เรียนรู้ : ทำลูกประคบ ที่ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาไทยไร่คุณมน จังหวัดกาญจนบุรี 2. เรียนรู้ : การเป็นควาญช้าง ที่ไทยอิแลแฟนท์โฮม จังหวัดเชียงใหม่ 3. เรียนรู้ : การเป็นชาวประมง ที่แหลมสิงห์โบ๊ทเฮ้าส์โฮมสเตย์ จังหวัดจันทบุรี 4. เรียนรู้ : การทำปั้นหม้อเขียนสี ที่กลุ่มโฮมสเตย์เชิงอนุรักษ์วัฒนธรรมบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี 5. เรียนรู้ : การทำมาลัยข้าวตอก ที่ชุมชนคุ้มโฮงเหนือวัดฟ้าหยาด จังหวัดยโสธร 6. เรียนรู้ : แกะภาพหนังตะลุง ที่กลุ่มหัตถศิลป์แกะภาพหนังเมืองลุง จังหวัดพัทลุง 7. เรียนรู้ : การทำผ้าไหมครบวงจร ที่ชุมชนบ้านโพน จังหวัดกาฬสินธุ์ 8. เรียนรู้ : การเพ้นท์สีบนเครื่องเบญจรงค์ ที่กลุ่มหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี จังหวัดสมุทรสาคร 9. เรียนรู้ : การปักผ้าชาวม้ง ที่ศูนย์เรียนรู้ชุมชนบ้านสันกอง จังหวัดเชียงราย 10. เรียนรู้ : การทำน้ำตาลมะพร้าว ที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านริมคลองโฮมสเตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม 11. เรียนรู้ : การทำเรือหัวโทงจำลอง ที่กลุ่มผลิตเรือหัวโทงจำลองชุมชนบ้านเกาะกลาง จังหวัดกระบี่ 12. เรียนรู้ : การทำผ้าหมักโคลนที่กลุ่มอาชีพทอผ้าบ้านนาต้นจั่น จังหวัดสุโขทัย 13. เรียนรู้ : การปั้นตุ๊กตาชาววัง ที่ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ จังหวัดอ่างทอง 14. เรียนรู้ : การทำงอบใบจาก ที่กลุ่มท่องเที่ยวบ้านน้ำเชี่ยว จังหวัดตราด 15. เรียนรู้ : การเขียนลายผ้าภูมิปัญญาชาวม้ง ที่ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาพื้นบ้านชนเผ่าม้งบ้านแม่สาใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 16. เรียนรู้ : การสานกระจูด ที่กลุ่มสตรีสหกรณ์การเกษตรศุภนิมิตชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช 17. เรียนรู้ : การทำสมุนไพร ที่โรงเรียนบ้านหอมสมุนไพร จังหวัดเชียงใหม่ 18. เรียนรู้ : การสาดแหย่ง ที่อุโมงค์โฮมสเตย์ จังหวัดลำพูน 19. เรียนรู้ : การทำชาเจียวกู่หลาน ที่ชุมชนบ้านท่าขันทอง จังหวัดเชียงราย 20. เรียนรู้ : การทำสบู่มังคุด ที่กลุ่มการท่องเที่ยวเชิงนิเวศตำบลห้วยแร้ง โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน จังหวัดตราด

ผลไม้ ที่ชอบบอกอะไรในตัวคุณ
ดูดวง /  ทายนิสัย / 

หากคุณชอบกิน ผลไม้ ต้องดูข้อมูลที่ Horoscope.Mthai.com นำมาฝากกัน ผลไม้ ที่คุณชอบกินเป็นพิเศษหรือกินเพื่อสุขภาพ คุณหรือไม่ว่า สามารถนำมาทายนิสัยของคุณได้เป็นอย่างดีครับ ผลไม้ ที่คุณชอบ บอกอะไรในตัวคุณ แอปเปิ้ล คุณเป็นคนอดทน สู้งาน และมีความรับผิดชอบสูง เมื่อไรก็ตามคุณได้รับมอบหมายงานชิ้นหนึ่งชิ้นใด คุณมักจะทำอย่างสุดความสามารถ ไม่ว่าจะยากลำบากมากแค่ไหน แต่สำหรับเรื่องความรักแล้วกลับตรงกันข้าม คุณเป็นคนที่รักง่าย หน่ายเร็ว ไม่ค่อยอดทนในเรื่องรัก องุ่น ไม่บ่อยนักที่คุณจะเปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงของคุณ แก่คนที่คุณเพิ่งรู้จักครั้งแรก ดังนั้นคุณจะดูไม่น่าสนใจนัก สำหรับคนที่ไม่รู้จักคุณดี แต่ถ้าเป็นเพื่อน ๆ ในกลุ่มของคุณล่ะก็ คุณนับเป็นดาวเด่นเลยล่ะ กล้วย คุณเป็นคนขี้ใจน้อย ขี้งอน แต่ไม่ค่อยแสดงออก ภายนอกดูจะเป็นคนเงียบขรึม เข้มแข็ง แต่ภายในแล้วคุณอารมณ์คุณช่างอ่อนไวเหลือเกิน จะเรียกแข็งนอกอ่อนในก็ว่าได้ แตงโม คุณมีความตื่นตัวกระฉับกระเฉงตลอดเวลา ไม่ปล่อยเวลาให้เสียไปอย่างไร้ค่า คุณมักจะมองโลกในแง่ดี และไม่ค่อยกังวลเกี่ยวกับ ปัญหาต่าง ๆ ที่ถาโถมเข้ามา เนื่องจากคุณมั่นใจว่าปัญหาทุกปัญหาย่อมมีทางแก้ เมื่อถึงเวลาที่ควร ชมพู่ คุณเป็นคนที่มีน้ำอดน้ำทนสูง ไม่ชอบขัดใจคนอื่น รักเพื่อนมากกว่าตัวเอง และค่อนข้างที่จะมองโลกในแง่ร้าย ส้ม คุณเป็นคนที่เข้ากับคนได้ง่าย ร่าเริงสนุกสนาน ใครชวนไปไหนก็ไป เชื่อคนง่าย รู้เรื่องคนอื่นไปซะหมด แต่เรื่องตัวเองไม่ค่อยรู้ มังคุด คุณเป็นคนช่างฝัน อารมณ์อ่อนไหว โรแมนติก ตกหลุมรักได้บ่อย ๆ ไม่มีเบื่อ เห็นใครถูกใจก็เก็บเอาไปฝัน แต่ไม่นานก็ลืม พอเจอคนใหม่ก็เป็นอีก เพลงเป็นอย่างนี้ตั้งแต่เกิดเลย ของนูโว ดูจะเหมาะกับคุณนัก มะม่วง คุณเป็นคนชอบความท้าทาย มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ชอบทดลองสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ กับเรื่องความรักก็ไม่เว้น คุณชอบหารักใหม่ ๆ เสมอ หรือเรียกอีกอย่างว่าเจ้าชู้นั่นเอง สตรอเบอรี่ คุณรักความสบาย ชอบอยู่อย่างหรูหราฟู่ฟ่า ทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวต้องสวย เฉียบ เนียบ เสมอ จัดว่าคุณมีรสนิยมในการแต่งกายไม่ใช่เล่น คุณเป็นคนมองโลกในแง่ดี ชอบเข้าสังคม คุยสนุก และมีอารมณ์ขัน ทำให้เพื่อนในวงสนทนาหัวเราะได้ตลอดเวลา สับปะรด คุณเป็นคนที่ช่างเอาอกเอาใจคน คอยเป็นห่วงเป็นใยเพื่อนของคุณตลอดเวลา หากใครมีเรื่องทุกข์ร้อนขอให้บอก คุณยินดีช่วยเสมอ ลูกแพร คุณเป็นคนสุภาพ อ่อนโยน ใจดี และมักจะมองคนที่อยู่รอบข้างคุณในแง่ดีเสมอ ไม่เคยคิดร้ายกับใคร จึงทำให้เป็นที่เคารพ รักใคร่ของผู้คนที่ได้รู้จัก เงาะ คุณเป็นคนขี้เล่น อยู่ไม่ค่อยเป็นสุข ชอบแหย่คนโน้นคนนี้ที หากอยู่ในวงสนทนา คุณก็มักจะเป็นตัวโจ๊กประจำวง คอยปล่อยมุขเด็ด ๆ ให้ได้เฮกัน ทุเรียน คุณเป็นคนที่มี 2 บุคลิกในตัวเอง อยู่นอกบ้านใคร ๆ ก็มักจะกลัวคุณ แต่เมื่อกลับถึงบ้าน คุณจะกลายเป็นคุณหนูในทันที คุณเป็นคนใจกว้าง เอื้อเฟื้อ ใครมีปัญหามักจะมาขอให้คุณช่วยเสมอ และมักจะเป็นผู้นำในการทำกิจกรรมของกลุ่มเพื่อน มะพร้าว คุณออกจะเป็นคนเจ้าสำอาง ไม่ชอบการใช้กำลัง และการทำงานหนัก ไม่ชอบทำงานกลางแจ้ง คุณเหมาะกับงานในออฟฟิศมากกว่า ข้อดีของคุณคือ คุณเป็นคนใจเย็น ประณีต งานที่ใช้ฝีมือน่ะต้องยกให้คุณเลย ฝรั่ง คุณเป็นคนที่ค่อนข้างสมบุกสมบัน ลุยไหนลุยกัน ชอบท่องเที่ยวสูดกลิ่นไอธรรมชาติ เป็นคนรักเดียวใจเดียว มั่นคง แต่มักจะโดนหักอกอยู่บ่อย ๆ ขอบคุณข้อมูลจาก Forward Mail

อุทาหรณ์! กินเม็ดกระท้อนลำไส้ทะลุ
กลืนเม็ดกระท้อนทำไส้ทะลุ /  กลืนเม็ดกระท้อนลงท้อง / 

ลำไส้ทะลุหลังกลืนเม็ดกระท้อนลงท้อง ไปกว่า20 เม็ด แพทย์เตือนประชาชนให้ระมัดระวังอย่ากลืนเม็ดกระท้อนเข้าไปเป็นอันขาด วันนี้ (3 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีผู้ป่วยปวดท้องรุนแรงถูกส่งตัวมารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ หลังกลืนเม็ดกระท้อนเข้าไป นายแพทย์วิฑูรย์ ศรีศุกร์เจริญ แพทย์เชี่ยวชาญด้านเวชกรรม สาขาศัลยกรรม ได้เปิดเผยว่า ผู้ป่วยเข้ารักษาตัวอยู่จริง โดยปีนี้พบผู้ป่วยแล้ว 2 ราย ทั้งคู่เดินทางเข้ารักษาตัวด้วยอาการปวดท้องอย่างรุนแรง หลังรับประทานเม็ดกระท้อนเข้าไป จึงขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวังอย่ากลืนเม็ดกระท้อนเข้าไปเป็นอันขาด สำหรับสาเหตุดังกล่าว นายแพทย์วิฑูรย์ชี้แจงงว่า เกิดจากการรัปประทานกระท้อนแล้วกลืนลงท้องไปทั้งเม็ด ซึ่งเม็ดกระท้อนจะมีส่วนที่แหลมคมอยู่ตรงปลายเม็ดทั้ง 2 ข้าง ต่างจากเม็ดมังคุด หากใครที่มีประวัติเป็นโรคท้องผูกเรื้อรัง จะพบว่าเป็นคนไข้ที่รับประทานเม็ดกระท้อนเข้าไป จะถูกปลายที่แหลมคมทั้ง 2 ข้างทิ่มตำสำไส้ใหญ่ส่วนล่างออกมาที่ช่องท้องพร้อมกับอุจจาระ จะทำให้เกิดภาวะเยื่อบุช่องท้องอักเสบ และอาจจะทำให้เสียชีวิตได้จากภาวะโลหิตเป็นพิษ เพราะการติดเชื้อในช่องท้อง ผู้ป่วยบางรายมักจะคิดว่าเป็นการปวดท้องธรรมดาจึงรักษากันเอง กว่าที่จะมาพบแพทย์เชื้อโรคก็กระจายเข้าสู่กระแสเลือดแล้ว ด้านนายดวงดี ธรรมวัง อายุ 51 ปี ผู้ป่วยที่สำไส้ทะลุจากการกลืนเม็ดกระท้อนเข้าไป กล่าวว่า ได้กินกระท้อนโดยกลืนเม็ดกระท้อนเข้าไปด้วย 25-30 เม็ด ทั้งเม็ดใหญ่เม็ดเล็ก ตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา กระทั่งรู้สึกปวดท้องอย่างรุนแรงจนทนไม่ไหว หลังจากพบแพทย์ก็ถูกส่งตัวเข้าห้องผ่าตัดทันที โดยแพทย์ได้ผ่าตัดเป็นแผลยาวประมาณ 15 เซนติเมตร รักษาสำไส้ที่ทะลุ และนำสำไส้ส่วนดีมาไว้หน้าท้อง เพื่อให้ขับถ่ายทางหน้าท้อง ที่สำคัญพบเม็ดกระท้อนตกค้างอยู่ตรงจุดที่ทะลุ 10 เม็ด ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ปวดท้องอย่างรุนแรง แต่ก็พบว่า ระหว่างการถ่ายอุจจาระ ยังมีเม็ดกระท้อนตกค้างไหลออกมาบ้างวันละเม็ด Mthai News

ตลาดวังหลัง อิ่มจัง ช็อปเพลิน เดินสนุก
กรุงเทพ /  ตลาดวังหลัง / 

“ต้นแบบ” ของตลาดสำหรับคนรุ่นใหม่ แหล่งรวมความอิ่มอร่อย เสียงเซ็งแซ่และความขวักไขว่วุ่นวาย เป็นสิ่งที่อยู่คู่ตลาดทุกแห่งทั่วโลก แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ตลาดแต่ละแห่งนั้นล้วนมีที่มา และเอกลักษณ์ของตัวเองที่ต่างกันไป หลายคนคงเถียงอยู่ในใจ ตลาดที่ไหนๆ ก็เหมือนๆ กันหมด ของสด ของแห้ง อาหารหวานคาว หรือถ้าเป็นสมัยนี้จะเพิ่มเสื้อผ้าของใช้เข้าไปด้วยก็ได้ แต่ตลาดแห่งหนึ่งที่ถือว่าเป็น “ต้นแบบ” ของตลาดสำหรับคนรุ่นใหม่ ที่นิยมของดีราคาย่อมเยา และมีของแปลกใหม่ให้เลือกซื้อเลือกชมตลอดสองข้างทาง แถมยังเป็นแหล่งรวมความอิ่มอร่อยมาช้านาน ถ้าให้เลือกขึ้นมาชื่อหนึ่งแล้ว เชื่อว่า “ตลาดวังหลัง” ต้องติดผังตลาดยอดนิยมที่ครองใจคนกทม.อย่างไม่ต้องสงสัย ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาระหว่างท่าน้ำศิริราช และถ.อรุณอัมรินทร์ ยังมีตรอกเล็กๆ ที่คึกคักไปด้วยผู้คนมาจับจ่าย บ้างก็เล่นเดินทอดน่องหาของกินรองท้อง บ้างก็จับจองเป็นพื้นที่ค้าขาย อวดฝีมือของตัวเองที่ไม่เหมือนใคร รวมๆ กันไปเป็นลมหายใจของตลาดคนเดินแห่งนี้ สำหรับที่มาของชื่อเรียกติดปากว่า “วังหลัง” นั้น ดั้งเดิมแล้วบริเวณที่ตั้งส่วนหนึ่งของตลาดในปัจจุบัน คือ พระราชวังของสมเด็จ เจ้าฟ้ากรมพระอนุรักษ์เทเวศร์กรมพระราชวังบวรสถานภิมุข ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ถัดจากวังหลังลงไปทางวัดระฆังฯ เป็นตำบลสวนมังคุด ซึ่งมีวังที่ประทับเดิมของสมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากรมพระยาเทพสุดาวดี และยังมีร่องรอยแนวกำแพงอิฐเก่าแก่อายุกว่าร้อยปีให้เห็นอยู่ ในปัจจุบัน วังหลัง เป็นที่ตั้งของโรงพยาบาลศิริราช แต่ก่อนเคยเป็นโรงเรียนสตรีแห่งแรกของประเทศ ชื่อว่า “โรงเรียนกุลสตรีวังหลัง” ต่อมาย้ายไปอยู่ที่ซอยวัฒนา ถนนสุขุมวิท คือ โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัยในปัจจุบัน ต่อมาสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงสงขลานครินทร์ ทรงจัดตั้งเป็นโรงพยาบาลศิริราชขึ้นแทน ตลาดวังหลัง เป็นย่านเก่าลักษณะเป็นซอยยาวมีตรอกแยกออกไป ปัจจุบันตลาดนี้เป็นที่รู้จักดีของคนวัยทำงาน นักศึกษา นักเรียน เพราะมีทั้งของอร่อย และสินค้าทันสมัย กับสินค้ามือสองให้เลือกซื้อมากมาย เสน่ห์ของ ตลาดวังหลัง อยู่ที่สินค้าราคาน่าคบ หากเป็นวัยรุ่นจะคุ้นเคยกับการเดินเลือกซื้อเสื้อผ้ามือสองราคาถูกที่หลายๆ ร้านก็มักจะรับมาจากตลาดโรงเกลือ เพื่อนำมาขายในราคาที่แทบจะแจกฟรี สาวๆ วัยเรียนตลอดจนวัยทำงานที่นิยมแต่งตัวแนวๆ มีสไตล์ไม่ซ้ำใคร จึงสนุกสนานกับการจับกลุ่มขยุ้มกองเสื้อผ้าหาของดีไปแมทช์กับการแต่งตัว หรือใครอยากจะอัพเดทแฟชั่น คอลเลคชั่นใหม่ๆ เก๋ๆ เขาก็มีให้เลือกให้ลองแบบไม่ต้องเกรงใจ แต่เอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของ ตลาดวังหลัง ที่ดูจะเข้าถึงทุกระดับทุกเพศทุกวัย ก็คือ สารพันอาหารหวานคาวชวนให้อิ่มอร่อย ใครที่หวังจะฝากท้องไว้ที่ตลาดแห่งนี้ทุกคนจะรู้ดีว่าอาจได้เจอร้านโดนๆ ที่พร้อมจะฝากท้องกันต่อไปในอนาคตได้อีกอย่างน้อยๆ ก็คนละร้าน ร้านอร่อยต้นตำรับวังหลังหากจะให้นึกว่ามีอะไรบ้าง ร้านขนมอบเก่าแก่อย่าง “วังหลังเบเกอรี่” น่าจะเป็นลำดับแรกๆ ที่หลายคนนึกถึง เพราะเจ้านี้คือต้นตำรับของขนมปังอบสดใหม่ๆ และขนมปังปอนด์หลากหลาย โดยเฉพาะขนมปังไส้หมูหยองน้ำพริกเผา กับรสชาติกลมกล่อมหอมนุ่มขนมปังที่ยังไม่แปรเปลี่ยน ส่วนเมนูอิ่มอร่อยขึ้นชื่อ ขาประจำของตลาดแห่งนี้ต้องคุ้นเคยกันดีกับ “ร้านข้าวแกงป้าสินธุ์” ร้านอาหารสำเร็จรูปปรุงสดใหม่ ทว่าในบางเมนูที่เรียบง่ายก็ยังแฝงด้วยรสชาติแบบแกงไทยๆ แถมด้วยเมนูพิเศษประจำวันที่จะเป็นอาหารไทยที่หาทานได้ยาก อย่างเช่น ปลาทูต้มเค็ม ซึ่งเป็นเมนูพิเศษประจำวันอังคาร เหล่านี้คือเมนูอาหารที่หลายบ้านหอบหิ้วใส่ถุงอิ่มอร่อยไม่ต้องปรุงมา นานกลายสิบปี หรือจะขยับไปที่ร้านอร่อยดั้งเดิมที่เปิดมานานกว่า 40 ปี ก็ต้องเป็นร้านนี้ “หอยทอดตี๋ใหญ่” สูตรแป้งกรอบร่วนและน้ำซอสทำเองจึงมีรสชาติอร่อยเฉพาะตัวและยังคงเป็นขวัญใจ ของเดินตลาดมาจนถึงทุกวันนี้ เราสาธยายมาจนจะหมดพื้นที่ แต่ก็ยังบอกได้แค่เสี้ยวเดียวของสีสันแห่ง ตลาดวังหลัง ซึ่งยังคงมีคสามตื่นตาตื่นใจรอให้ไปเดินสำรวจกันทั้งอาหารปาก อาหารตา และอาหารใจ ใครมีเวลาว่างยามสายๆ หรือบ่ายคล้อยๆ ลองนั่งเรือด่วนไปเดินเล่นที่ตลาดวังหลัง ตรงจากท่าศิริราชหรือท่าวังหลังเพียงไม่กี่อึดใจก็จะพบกับความละลานตาไม่มี สิ้นสุดของตลาดแห่งนี้กันแล้ว ตลาดวังหลัง เปิดทุกวันไม่มีวันหยุด ตั้งแต่ 10.00 – 17.00 น. หากมาจากใจกลางเมือง สามารถใช้บริการรถไฟฟ้า BTS โดยลงที่สถานีสะพานตากสิน ออกทางออกที่ 2 ต่อเรือด่วนเจ้าพระยาที่ท่าสาทรเพื่อไปขึ้นที่ท่าวังหลัง (ท่าศิริราช) ลองเปลี่ยนบรรยากาศจากห้างหรูแอร์เย็นฉ่ำ หรือคอนเซปท์มอลล์ที่ล่อใจให้นั่งเล่นด้วยร้านเก๋ๆ แต่แบรนด์ฝรั่ง มาเดินดูวิถีไทยแท้แต่มีสีสันแบบไทยๆ เราบ้าง ก็จะสร้างความอิ่มเอมใจได้ไม่ต่างกัน และที่สำคัญ อิ่ม-คุ้ม-ถูก แบบนี้ คงไม่มีให้เลือกในห้างติดแอร์อย่างแน่นอน บทความน่าอ่านจาก http://www.emaginfo.com ร่วมกับ travel.mthai.com View Larger Map

สวนละไม อาณาจักรไม้ผล...ท่ามกลางขุนเขา
สวนละไม /  เที่ยวระยอง / 

ใครที่ชอบรับประทานผลไม้ ไม่ควรพลาดมาเยือน สวนละไม ที่ได้ชื่อว่าเป็นอาณาจักรไม้ผล ที่อยู่ท่ามกลางขุนเขา ด้วยพื้นที่สวนผลไม้กว่า 500 ไร่ โอบล้อมด้วยภูเขาและป่าไม้ธรรมชาติอากาศเย็นสบาย พร้อมด้วยพรรณไม้นานาชนิด ทางสวนละไมได้วางแผนการปลูกผลไม้มากกว่า 10 ปี โดยจัดวางผังปลูกผลไม้แต่ละชนิดอย่างเป็นระบบ มีผลไม้ไว้คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวหลากหลายชนิด อาทิ ทุเรียน เงาะ มังคุด ส้มโอ ชมพู่ ลำไย สละแก้วมังกร ลองกอง มะเฟือง มะยงชิด องุ่น ฯลฯ เป็นต้น สนุกกับบรรยากาศ และความสุขจากการเก็บผลไม้สดๆ จากต้นทันที ยังเพิ่มความสะดวกสบายด้วยรถบริการเข้าชมสวน และมีเจ้าหน้าที่ให้ความรู้และข้อมูลตลอดการชมสวน งานนี้ได้ลิ้มรสผลไม้แล้วยังได้ความรู้อีกด้วยนะ สวนละไม อาณาจักรไม้ผล...ท่ามกลางขุนเขา สวนละไมเปิดบริการให้ลูกค้าและนักท่องเที่ยว เข้ามาสัมผัสบรรยากาศความสุข สนุกสนาน และความสงบที่ลงตัว ทุกวันตั้งแต่เวลา 8:00-17.00 น. นอกจากจะมาอิ่มอร่อยกับผลไม้นานาชนิดแล้ว ที่นี่ยังเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสบรรยากาศฟาร์มแกะบนเนินเขา ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย ร่มรื่นกันที่ สวนละไม Sheep Farm พบกับความน่ารักของฝูงแกะ ขนฟู ขนหนานุ่ม ที่นักท่องเที่ยวทุกคนสามารถให้อาหาร และถ่ายรูปกับฝูงแกะได้อย่างใกล้ชิด การเดินทางสู่สวนละไม เพียงหนึ่งชั่วโมงครึ่ง จากกรุงเทพสู่สวนละไม อาณาจักรแห่งไม้ผล โดยใช้เส้นทาง กรุงเทพ-ชลบุรี (Motorway) หลังจากผ่านด่านชำระเงิน ด่านพานทองแล้วให้ออกซ้ายมุ่งสู่ถนนทางหลวงหมายเลข 344 (บ้านบึง-แกลง) ขับมาจนถึงหลัก กม. ที่ 67 แล้วกลับรถ หลังจากกลับรถแล้ว เลี้ยวซ้ายเข้าสู่เส้นทางไปตามทางน้ำตกธรรมรสสังเกตจะมีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมบริเวณทางเข้า ขับตามทางมาเพียง 5 กม. ก็จะถึง สวนละไม อาณาจักรไม้ผล...ท่ามกลางขุนเขา สวนละไม (ระยอง) "อาณาจักรไม้ผล...ท่ามกลางขุนเขา" 19/9 ถ.บ้านบึง-แกลง (สาย 344) ต.ป่ายุบใบ อ.วังจันทร์ จ.ระยอง 21210 ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ เบอร์ 087-082-6222 ข้อมูลและภาพ : suanlamai.com เรียบเรียงโดย Travel MThai

เที่ยวจันทบุรี สีสันอัญมณี แห่งอ่าวไทย
ทะเล /  หาด / 

จันทบุรี หนึ่งในจังหวัดชายทะเลภาคตะวันออก เป็นจังหวัดที่รวมสุดยอดของสถานที่ท่องเที่ยว ที่น้อยคนนักจะได้มาเยือน แต่หากลองได้มาสัมผัสสักครั้งหนึ่งแล้ว คุณจะกลายเป็นแขกประจำของที่นี่ไปเลย เพราะจันทบุรี มีสมญานามว่า “อัญมณีแห่งทะเลอ่าวไทย” ชวนเพื่อน Travel.mthai มา เที่ยวจันทบุรี กันนะครับ หาดคุ้งวิมาน...เงียบสงบ จันทบุรี หรือเมืองจันท์ ขึ้นชื่อเรื่องพลอยอัญมณีนานาชนิด ว่ากันว่า.. ใต้แผ่นดินแห่งนี้สมัยก่อนเพียงแค่ขุดลงไปก็เจอของล้ำค่าแล้ว  ไม่เพียงเท่านั้น ที่นี่ยังขึ้นชื่อในเรื่องของสวนผลไม้ ที่เป็นพืชเศรษฐกิจประจำจังหวัด ทั้งมังคุด เงาะ ทุเรียน ระกำ สละ กล้วยไข่คุณภาพส่งออกต่างประเทศ เรียกได้ว่าถ้ามา เที่ยวจันทบุรี หรือเมืองจันทร์ มีผลไม้ให้กินกันตลอดปีแน่นอน ซึ่งเราได้มีโอกาสไปลองชิมผลไม้จากสวนของบ้านเขาบายศรี สวนผลไม้สำหรับส่งออกต่างประเทศ ที่นี่ไม่ได้ขายผลไม้อย่างเดียว แต่ยังเปิดให้เป็นที่พักแบบโฮมสเตย์เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบสัมผัสชีวิตแบบชาวสวน เที่ยวจันทบุรี หน้าฝนนี้อิ่มท้องด้วยผลไม้สดจากสวน ทุเรียนเมืองจันทร์ พลูโตๆ เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของ จันทบุรี คือหาดทรายและท้องทะเลที่ทอดยาวเงียบสงบ และเป็นส่วนตัวมาก หลายหาดในจังหวัดจันทบุรีมักจะใช้เป็นฉากถ่ายทำละครและโฆษณาอยู่เสมอ เช่น หาดคุ้งวิมาน หาดเจ้าหลาว หาดคุ้งกระเบน และหาดแหลมสิงห์ โดยมีตำนานที่มาของชื่อหาดแหลมสิงห์ว่า มีหินรูปร่างใหญ่ที่หากเราลองนั่งเรือออกไปกลางทะเลแล้วมองกลับเข้ามาที่ชายฝั่งจะพบกับก้อนหินขนาดใหญ่ มีรูปร่างคล้ายสิงห์ขนาดยักษ์นอนเฝ้าทะเล ตามตำนานจะมีหินสิงห์คู่ตัวผู้ตัวเมีย แต่ปัจจุบันเหลือเพียงหินสิงห์ตัวผู้ เนื่องจากตัวเมียถูกทหารชาวฝรั่งเศสทำลายไปแล้ว จุดชมวิวสะพานข้ามทะเล พระเจ้าตากสินมหาราช นอกจากจะเป็นเมืองที่มีความสวยงามทางธรรมชาติแล้ว ยังมีสถาปัตยกรรมที่เป็นร่องรอยจารึกแห่งประวัติศาสตร์และความทรงจำอันยากลบเลือน เนื่องจากในสมัยช่วงวิกฤตการณ์ปากน้ำ ร.ศ.112 ทหารฝรั่งเศสเคยยึดจันทบุรีไว้ นานถึง 11ปี ซึ่งสยามต้องยอมเสียดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงเพื่อขอแลกพื้นที่จังหวัดจันทบุรีกับตราดไว้ ตึกเรซิดองห์ โดยร่องรอยที่ทหารฝรั่งเศสทิ้งเหลือไว้ให้เป็นอนุสรณ์แห่งความเจ็บปวดคือ 1.ตึกเรซิดองห์ หรือตึกบัญชาการทหารฝรั่งเศส เป็นอาคาร 1 ชั้น และมีดาดฟ้าชั้นบนทาด้วยสีแดง มุงกระเบื้องแบบพิเศษที่ขนมาจากฝรั่งเศส ตึกนี้ตั้งอยู่ภายในค่ายพระเจ้าตากสินมหาราช 2.ตึกแดง เป็นอาคารชั้นเดียวทาสีแดงทั้งหลัง มุงกระเบื้องแบบพิเศษที่ขนมาจากฝรั่งเศสเช่นเดียวกัน ใจกลางของอาคารมีปืนใหญ่ฝรั่งเศสของแท้ตั้งอยู่ ด้านข้างของตึกมีต้นมะขาม 8 ต้นอายุหลายร้อยปี ชาวจันท์เชื่อว่าปลูกตามพระราชดำริของสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่3 เพื่อสร้างความเกรงขามให้กับกองทัพไทย 3.คุกขี้ไก่ อาคารสี่เหลี่ยมทรงสูงขนาดเล็ก ก่อด้วยอิฐ ข้างในแบ่งเป็น 3 ชั้น ชั้นล่างสุดไว้ขังนักโทษลหุโทษ ชั้นกลางไว้ขังนักโทษสถานหนัก ชั้นบนสุดเป็นเล้าไก่เลี้ยงไก่ไว้ประมาณ 200 ตัว ให้ขี้รดหัวนักโทษที่เป็นเชลยไทย แสดงถึงความขมขื่นที่ไทยต้องได้รับ ณ สถานที่แห่งนี้มีนักโทษหลายคนตรอมใจตายในคุกขี้ไก่ด้วย ทั้งตึกแดงและคุกขี้ไก่ ตั้งอยู่บริเวณ อำเภอแหลมสิงห์ ภายในตึกเรซิดองห์ กระเบื้องนำเข้าจากฝรั่งเศสอายุกว่า 100ปี ตึกแดง ปืนใหญ่ฝรั่งเศสอายุ 100กว่าปี โบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล หรือ อาสนวิหารพระนางมารีปฏิสนธินิรมล โบสถ์คาทอลิก ที่มีประวัติการก่อสร้างยาวนานถึง 275 ปี ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำจันทบุรี ซึ่งชาวญวนคาทอลิกและชาวบ้านได้ร่วมกันสร้างขึ้น โดยโบสถ์แห่งนี้มีความยิ่งใหญ่เหมือนกับต่างประเทศ ภายในตกแต่งอย่างสวยงามด้วยกระจกสี พื้นกระเบื้องโบราณ และพระแม่มารีอาประดับพลอย โดยที่นี่ยังเป็นสถานที่ยอดนิยมที่คู่บ่าวสาวมาจัดงานแต่งงานแบบพิธีคริสต์ สถานที่ยอดนิยมที่คู่บ่าวสาว มาจัดงานแต่งงานแบบพิธีคริสต์ โบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล โบสถ์คริสต์ที่สวยที่สุดในประเทศ โอเอซิส ซีเวิลด์ ศูนย์แสดงโชว์ปลาโลมาที่ใกล้ชิดคนดูมากที่สุดอีกด้วย โดยโอเอซิสจะจัดแสดงโชว์เป็นรอบ เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวลงไปว่ายน้ำกับปลาโลมา สัมผัสความใกล้ชิดให้ปลาโลมาหอมแก้มได้ด้วย นอกจากจะได้ชมปลาโลมาแล้วยังมีถ้ำปลาการ์ตูน บ่อปลาหมอทะเลยักษ์หลายพันตัวให้ได้เพลิดเพลินกันในแบบท่องเที่ยวครอบครัวได้ด้วย หลังจากท่องเที่ยวในช่วงกลางวันแล้ว ในยามค่ำคืนที่ ท่าเรือThe Pier มีบริการพานักท่องเที่ยวออกเรือไปตกหมึกกลางทะเลซึ่งช่วงฤดูที่ปลาหมึกจะเยอะจะเริ่มตั้งแต่ช่วงเดือน ตุลาคม – พฤษภาคม โดยจะมีเรือลำใหญ่พาคุณออกสู่กลางทะเลและตกปลาหมึกขึ้นมาทำอาหารกินกันแบบสดๆ เป็นรสชาติที่คุณไม่มีวันลืมแน่นอนเพราะความหวานของเนื้อปลาหมึกที่ตกได้จากท้องทะเลกับปลาหมึกตลาดนั้นแตกต่างกันอย่างชนิดเทียบกันราวฟ้ากับดิน ที่เล่ามาทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดจันทบุรีเท่านั้น หากอยากลองไปเที่ยวสนุก ผ่อนคลายและเป็นส่วนตัวผู้คนไม่พลุกพล่านลองไปเที่ยวที่จันทบุรี หรือลองดูรายละเอียดอื่นๆได้ที่ https://www.facebook.com/visitchanthaburi

ผลไม้ ที่ไม่ควรนำมาสักการะ บูชา สิ่งศักดิ์สิทธิ์
บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ /  ผลไม้ / 

ผลไม้ ที่ไม่ควรนำมาสักการะ บูชา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ การ ทำบุญ สักการะ บูชา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่เรานับถือ เพื่อขอพรให้ตัวเองมีแต่สิ่งที่ดีๆ เข้ามานั้น ถือว่าดีครับ แต่คุณรู้หรือเปล่าว่า ของที่คุณนำมา สักการะ บูชา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ นั้น เป็นมงคลหรือไม่ Horoscope.Mthai.com จึงนำข้อมูล ผลไม้ที่ไม่ควรนำมาบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มาฝากกันครับ ผลไม้ที่ไม่ควรนำมาบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 1. ละมุด เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้ว มักไม่โดดเด่น ปิดๆ ซ่อนๆ 2. มังคุด เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้วไม่ได้ดีเท่าที่ควร ไปไม่ถึงที่สุด มันกุด ๆ ด้วน ๆ ไม่โดดเด่น 3. พุทรา เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้วดีในช่วงแรกๆ ช่วงหลังๆ ซาซา 4. มะเฟือง เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้ว มักผืดเคือง ไม่อะไรก็อะไร สักอย่าง 5. มะไฟ เชื่อกันว่าทำอะไรแล้วมักต้อง เร่งๆ รีบๆ เหมือนไฟลน ไม่ได้คุณภาพ 6. น้อยหน่า เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้ว มักมีปัญหา อุปสรรค เล็กน้อย จุกๆจิกๆ อยุ่เสมอๆ ทำแล้วได้ผลเพียงน้อยนิด 7. น้อยโหน่ง เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้ว ได้ผลสมบรูณ์เพียงน้อยนิด มีอุปสรรคปัญหา ไม่สมบรูณ์แบบ 8. มะตูม เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้วไม่เจริญก้าวหน้า เช่นเดียวกับชื่อที่ตูมอยู่ตลอด ไม่ก้าวหหน้า ไปไม่ได้ไกล 9. มะขวิด เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้วมักจะประสบปัญหา วัสดุอุปกรณ์ หรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดไม่ครบ ขาดโน่น ขาดนี่เสมอ 10. ลูกจาก เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้ว มักจะไม่ยั่งยืน 11. ลูกพลับ เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้ว ผลงานต้องโดนเก็บใส่ลิ้นชัก ไม่ได้แสดงผลงาน ไม่ก้าวหน้า 12. ลูกท้อ เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้ว ท้อแท้ เบื่อหน่าย ไม่มีกำลังใจ 13. ระกำ เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้ว มักจะไม่ประสบความสำเร็จ 14. กระท้อน เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้ว สิ่งที่ดีๆ ที่ต้องการเผยแพร่ออกไป กลับสะท้อนมายังจุดเดิม 15. ลางสาด เชื่อกันว่า เป็นผลไม้ที่มียาง ทำอะไรแล้วมักจะมีเรื่อง ยุ่งยากวุ่นวาย ขอบคุณข้อมูลจาก board.palungjit ขอบคุณภาพจาก gotoknow ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา ดูดวงปี 2556 ดูดวง 12 ราศี กับ อ.คฑา

ททท.ชวนเที่ยวงานวันผลไม้ ของดีอำเภอทองผาภูมิ
ของดีอำเภอทองผาภูมิ /  เทศกาลผลไม้ / 

ททท.สำนักงานกาญจนบุรี ขอชวนไปชิม อิ่ม อร่อย กับผลไม้หลากหลายชนิด พร้อมตื่นตากับการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน ในงาน “วันผลไม้ของดีอำเภอทองผาภูมิ และสืบสานประเพณีลานบ้าน ลานวัฒนธรรม ปี 2557″ ททท.ชวนเที่ยวงานวันผลไม้ ของดีอำเภอทองผาภูมิ อำเภอทองผาภูมิ ร่วมกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานราชการ ภาคเอกชน เกษตรกรชาวสวนผลไม้ และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เขื่อนวชิราลงกรณ  ขอเชิญนักท่องเที่ยวร่วมงาน “วันผลไม้ของดีอำเภอทองผาภูมิ และสืบสานประเพณีลานบ้าน ลานวัฒนธรรม ปี 2557″ ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 กรกฎาคม 2557 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 21.00 น. ณ บริเวณลานจอดเฮลิคอปเตอร์ ภายในเขื่อนวชิราลงกรณ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี โดยวัตถุประสงค์ของการจัดงาน เพื่อเป็นการเผยแพร่ผลผลิตทางด้านผลไม้ที่มีชื่อเสียงของอำเภอทองผาภูมิ เพื่อสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมของท้องถิ่น พร้อมสร้างความเชื่อมั่นว่า ทุกเขื่อนของ กฟผ. มีความมั่นคงปลอดภัย และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้นักท่องเที่ยวได้รู้จัก และสนใจมาเที่ยวอำเภอทองผาภูมิเพิ่มมากขึ้น ภายในงานมีการจำหน่ายผลไม้ชั้นดี รสชาติอร่อย ที่ขึ้นชื่อของอำเภอทองผาภูมิ อาทิ เงาะทองผาภูมิ ที่หวานล่อนกรอบอร่อย ทุเรียนเนื้อดีหวานหอม สับปะรด ส้มโอ มังคุด ลองกอง มะไฟ สะตอ ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดสามารถปลูกได้ผลผลิตดีในเขตพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ  ภายในงานยังมีการจำหน่ายพืชผักปลอดสารพิษ พันธุ์ไม้ท้องถิ่น สินค้าโอท็อปชื่อดังของอำเภอ ชิม “ขนมทองโยะ” ขนมพื้นเมืองของชาวกะเหรี่ยง ชมการสาธิตศิลปวัฒนธรรม และการแสดงประกอบแสงเสียงบอกเล่าเรื่องราวของชนเผ่าต่างๆ อาทิ มอญ กะเหรี่ยง ไทยอีสาน ม้ง เย้า ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ ทุกคืน นักท่องเที่ยวที่สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  ที่ทำการปกครองอำเภอทองผาภูมิ โทร.034 599745 สำนักงานเกษตรอำเภอทองผาภูมิ โทร.034 599482 และ ททท.สำนักงานกาญจนบุรี โทร.034 511200 หรือ 034 512500 ได้ทุกวันในเวลาราชการ ขอบคุณข่าวสารจาก การท่องเที่ยวแห่วแระเทศไทย สำนักงานภาคกลาง

เชิญเที่ยว เทศกาลบริโภคผลไม้ไทย
เทศกาลบริโภคผลไม้ไทย /  เทศกาลผลไม้ / 

เชิญเที่ยว เทศกาลบริโภคผลไม้ไทย ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้า เจ เจ มอล์ ในวันที่ 4-8 มิถุนายน นี้ เชิญเที่ยว เทศกาลบริโภคผลไม้ไทย ใกล้ถึงวันแล้วนะครับเตรียมพร้อมหรือยัง กับเทศกาลบริโภคผลไม้ไทย สำหรับคนที่หลงรักการทานผลไม้เชิญ ช้อบ เชิญ ชิม กับราชินีและราชา แห่งผลไม้มากมาย คนรักสุขภาพอย่าพลาดกัน ในงานจะมีผลไม้มาให้เลือกซื้อกันอย่างหลากหลาย ทั้งราชาผลไม้ (ทุเรียน) และราชินี(มังคุด) รวมกระทั้ง ลิ้นจี่,สับปะรด,เงาะ,ชมพู่ ผลไม้สดๆ ที่มีคุณภาพอีกทั้ง ผลไม้แปรรูปอื่นๆ อีกมากมาย อย่าพลาดแวะไปเที่ยวกันนะครับ ดูข้อมูลเพิ่มเติม >> www.facebook.com/pages/JJmall-Fanpage ขอบคุณข่าวสารจาก เที่ยวภาคกลาง.com

13-10-55สุนัขชอบลองกอง
13-10-55สุนัขชอบลองกอง

ที่บ้านของพี่รัศมี ชาวสวนผลไม้ ที่จังหวัดจันทบุรี เลี้ยงสุนัขไว้หลายตัว มันชอบกินลองกองโดยมันจะใช้วิธีกัดให้เปลือกลองกองแตกออก แล้วก็จะเลือกกินเฉพาะเนื้อ ส่วนเม็ดไม่ต้องห่วง มันจะคายเม็ดออกเอง แต่ถ้าเป็นเงาะหรือมังคุดเจ้าตูบมันไม่สน เพราะไม่ใช่ผลไม้โปรด --------------

อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน Fruits Festival 2557
เทศกาลผลไม้ /  เที่ยวจันทบุรี / 

ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวไปชิมผลไม้สดๆ จากต้น ณ สวนผลไม้ระยอง สวนผลไม้จันทบุรี สวนผลไม้ตราด มีทั้งทุเรียน เงาะ สละ ลองกอง มังคุด แก้วมังกร ฯลฯ พร้อมเรียนรู้วิถีชีวิตแบบชาวสวน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน Fruits Festival 2557 ใครรอคอยการไปลิ้มรสชิมความอร่อยของผลไม้สดๆ จากต้น ภายในบรรยากาศสบาย ๆ ของสวนผลไม้ ที่เป็นของดีขึ้นชื่อของภาคตะวันออกแล้วล่ะก็ ไม่ควรพลาดกับโครงการ “อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน Fruits Festival 2557″ เพราะในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคมของทุกปี ผลไม้ของภูมิภาคแห่งชายทะเลตะวันออกของไทย รอคอยให้นักท่องเที่ยวมาชิมผลไม้ไทยสดใหม่จากต้น โดยถือเป็นโครงการที่ดีในการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนผลไม้ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวของภาคตะวันออกในหัวข้อ สีสันตะวันออก โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคตะวันออก ขอนำเสนอรายชื่อสวนผลไม้ในพื้นที่ภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด จังหวัดนครนายก และจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งมีทั้งหมด 42 สวน โดยมีรายละเอียดดังนี้ ทั้งนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคตะวันออก โทรศัพท์ 02 250 5500 ต่อ 3915-7 หรือเว็บไซต์ www.traveleastthailand.org, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานระยอง โทรศัพท์ 03-865-5420-1, 03-866-4585 หรือเว็บไซต์ www.tat-rayong.com, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราด โทรศัพท์ 03-959-7255, 03-959-7259-60 และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครนายก โทรศัพท์ 03-731-2282, 03-731-2284 หรือเว็บไซต์ www.tat8.com นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมดีๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสนุกกัน นั่นก็คือ อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน Fruits Festival 2557 โดยสามารถร่วมสนุกกับกิจกรรมเช็กอิน “อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน” ที่ 20 สวนผลไม้ภาคตะวันออก เพื่อลุ้นรับของรางวัลมากมายจาก ททท. ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม-15 กรกฎาคม 2557 ประกาศผลรูปที่ชนะใจกรรมการ และได้รับการกด Like จากมหาชนมากที่สุด ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2557 และสามารถติดตามข่าวสารกิจกรรมได้ที่ www.facebook.com/FunnyTravelEastThailand และ www.TravelEastThailand.org ขอบคุณข่าวสารจาก  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคตะวันออก

2PM ส่ง live chat อ้อนแฟนคลับไทย
2 PM /  2PM / 

2PM (ทูพีเอ็ม) live chat ตรงจากเกาหลี ร่วมกิจกรรม MEET & GREET 2PM AGAIN & AGAIN by LG MOBILE อ้อน Hottest ไทย "ตารางงานยุ่งมาก แต่จะไปเมืองไทยให้เร็วที่สุดครับ" แม้ตัวจริงๆ จะไม่ได้บินมาเมืองไทย แต่แค่หกหนุ่มบอยแบนด์สุดฮอต 2PM (ทูพีเอ็ม) ส่งสัญญาณ VDO Conference มาพูดคุยสดๆ กับ Hottest ชาวไทย ในกิจกรรม MEET & GREET 2PM AGAIN & AGAIN by LG MOBILE ซึ่งจัดขึ้น ณ โรงแรม แกรนด์ เซ็นเตอร์พ้อยท์ โฮเทล แอนด์ เรสซิเดนซ์ สุขุมวิท เมื่อวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา ก็ทำเอาแฟนๆ ทั้งอินทั้งฟินไปตามๆ กัน เพราะหกหนุ่มขยันหยอดลูกอ้อนตลอดงาน แถมยังเป็นกันเองกับแฟนคลับไทยชนิดพิเศษสุดๆ บรรยากาศ MEET & GREET 2PM AGAIN & AGAIN by LG MOBILE คึกคักด้วยเหล่าลูกค้าที่ซื้อสมาร์ทโฟนรุ่น LG Optimus G และ LG Optimus L Series II ผู้มีใจรัก 2PM จำนวน 100 คนที่ได้ร่วมสัมผัสความสนุกสนานภายในงาน แต่มีเพียง 10 คนเท่านั้นที่โชคดีได้ live chat กับไอดอลสัตว์ป่าสดๆ บนเวที โดยเริ่มเรียกน้ำย่อยด้วยการเล่นเกมสนุกๆ ให้สาวก 2PM ได้ของรางวัลติดไม้ติดมือ พร้อมซ้อมเรียกเสียงกรี๊ดด้วยกิจกรรมแข่ง 'โคลนนิ่ง 2PM' และชมการแสดงโคฟเวอร์แดนซ์จากหนุ่มๆ Divinity Party ที่พูดได้ว่า 'เป๊ะ' ไม่แพ้ศิลปินตัวจริงเลยทีเดียว แล้วก็ถึงช่วงเวลาที่ Hottest ทุกคนรอคอย เมื่อหกหนุ่ม 2PM ส่งสัญญาณ VDO Conference ตรงมาจากเกาหลีเพื่อ live chat กับแฟนคลับไทย โดยเปิดโอกาสให้ 10 ผู้โชคดีได้ซักถามข้อข้องใจแบบสดๆ ไม่มีกั๊ก ไม่ว่าจะเป็นคำถามเรื่องคอนเสิร์ต JYP Nation ที่หนุ่มกล้ามโต แทคยอน อ้อนว่า "อยากไปเมืองไทยมากๆ แต่ตอนนี้ตารางงานของแต่ละคนยุ่งมากเลย" หรือคอนเสิร์ตของ 2PM ที่ทุกคนเฝ้ารอให้เกิดขึ้นในเมืองไทยอีกครั้ง จุนเค ก็สัญญาให้ได้ใจชื้นกันว่า "จะรีบเตรียมงานเพื่อไปเมืองไทยให้เร็วที่สุดแน่นอนครับ" และเพราะมาเมืองไทยหลายต่อหลายครั้ง เมื่อถูกถามว่าอยากเที่ยวทะเลที่ไหนในไทยมากที่สุด หกหนุ่ม 2PM ก็ตอบอย่างคล่องปร๋อว่า "ภูเก็ต เกาะสมุย พัทยา" รวมทั้งอวดทักษะภาษาไทยอย่างไม่มีใครยอมใคร เริ่มจาก อูยองฝากคำหวานว่า "น่ารักจุ๊บๆ" ฟากแทคยอนพูดปนหัวเราะว่า "มังคุดอร่อยครับ" หนุ่มจุนเคชวน Hottest ประสานเสียงกับประโยคติดปาก "พรุ่งนี้... ฝนจะไม่ตก!" ชานซองมาในคาแร็กเตอร์หนุ่มสุภาพ "ไม่เป็นไรครับ" และจุนโฮยิ้มตาหยีพร้อมพูดว่า "ยินดีที่ได้พบคุณครับ" ก่อนส่งให้หนุ่มสายเลือดไทยแลนด์ อย่าง นิชคุณ หรเวชกุล ได้กล่าวปิดท้าย และส่งความปรารถนาดีให้ Hottest ไทยทุกคนอย่างน่ารักว่า "อย่าลืมทานข้าวกันเยอะๆ นะครับ" ไม่เพียงแต่การพูดคุยอย่างเป็นกันเองเท่านั้น เพราะหกหนุ่มไอดอลสัตว์ป่ายังพยายามส่งภาษากายออดอ้อนแฟนคลับอยู่ตลอดๆ ไม่ว่าจะเป็น จุนโฮ ที่ขยันทำท่าซารางแฮ หรือ แทคยอน ที่ทันทีที่ได้ยินแฟนคลับส่งเสียงว่า "แทคยอน ซารางแฮโย" เขาก็ถลามาส่งจุ๊บที่หน้ากล้องเรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนคลับภายในงานซะดังสนั่น นอกจากนั้นหกหนุ่ม 2PM ยังอวดเสียงร้องสดๆ ในเพลงใหม่ล่าสุดจากอัลบั้ม Grown ของพวกเขา อย่าง A.D.T.O.Y และ Come Back If You Hear This Song พลางโยกเบาๆ ให้ Hottest ในงานนี้ได้เป็นแฟนคลับในไทยกลุ่มแรกที่ได้ฟังกัน สร้างความพิเศษให้ผู้มาร่วมงาน MEET & GREET 2PM AGAIN & AGAIN by LG MOBILE ในครั้งนี้ได้ประทับใจขั้นสุดทีเดียว จุนเค โพสภาพบรรยากาศการ live chat ผ่าน IG ส่วนตัว อย่าลืมติดตามความพิเศษครั้งต่อไปได้ทาง www.facebook.com/thailandlifesgood และเกาะติดข่าวสารเกี่ยวกับแอลจีได้ที่ www.LGnewsroom.com และ www.lg.com/th ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

สมุนไพรแก้ ท้องเดิน ท้องร่วง
กระชาย /  ท้องร่วง / 

 " มะเดื่อไทย " หมายเหตุ :  มะเดื่อไทย  Ficus spp. ในที่นี้ขอใช้มะเดื่ออุทุมพรเป็นข้อมูล ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ficus racemosa  L. วงศ์ :   Moraceae ชื่ออื่น :  เดื่อเกลี้ยง (ภาคเหนือ มะเดื่อเกลี้ยง มะเดื่อ มะเดื่อชุมพร กูแซ เดื่อน้ำ (ภาคใต้) มะเดื่อน้ำ เดื่อเลี้ยง มะเดื่อหอม หมากเดื่อ (ภาคอีสาน) มะเดื่อดง ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ต้นขนาดกลางสูงประมาณ 10–20 เมตร ลำต้นเกลี้ยงสีน้ำตาลหรือน้ำตาลปนเทา กิ่งอ่อนสีเขียว หรือสีเขียวในน้ำตาล กิ่งแก่มีสีน้ำตาลเกลี้ยง หรือมีขนปกคลุม ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกแบบสลับ ใบบาง รูปไข่หรือรูปหอก ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม ฐานใบมนหรือกลม ผิวใบเกลี้ยง หรือมีขน ไม่หลุดร่วงง่าย ดอก ออกเป็นช่อ ช่อดอก มีก้านเกิดเป็นกลุ่มบนกิ่งสั้นๆ ที่แตกออกจากลำต้น และกิ่งขนาดใหญ่ ผล รูปกลมแป้นหรือรูปไข่ มีขน ออกเป็นกระจุกตามกิ่งและลำต้น เมื่อฉีกออกจะพบเกสรเล็กๆ อยู่ภายในผล ผลสุกมีสีแดง ส่วนที่ใช้ :  ผลอ่อน เปลือกต้น ราก สรรพคุณ ผลอ่อน - รับประทานเป็นอาหาร เปลือกต้น  - มีรสฝาด - รับประทานแก้ ท้องเดิน ท้องร่วง - ชะล้างบาดแผล เป็นยาสมานดี ราก   - เป็นยาแก้ไข้ กระทุ้งพิษไข้ แก้ไข้หัว ไข้กาฬ ไข้พิษทุกชนิด - กล่อมเสมหะ และโลหิต  " กระชาย " ชื่อวิทยาศาสตร์ :    Boesenbergia rotunda (L.) Mansf. ชื่อสามัญ :   Kaempfer วงศ์ :    Zingiberaceae ชื่ออื่น :  กระชายดำ กะแอน ขิงทราย (มหาสารคาม) จี๊ปู ซีฟู เปาซอเร๊าะ เป๊าสี่ระแอน (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ละแอน (ภาคเหนือ)  ว่านพระอาทิตย์ (กรุงเทพฯ) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :  ไม้ล้มลุก มีเหง้าสั้น แตกหน่อได้ รากอวบ รูปทรงกระบอกหรือรูปไข่ค่อนข้างยาว ปลายเรียว กว้าง 1-2 ซม. ยาว 4-10 ซม. ออกเป็นกระจุก ผิวสีน้ำตาลอ่อน เนื้อในสีเหลือง มีกลิ่นเฉพาะตัว ส่วนที่อยู่เหนือดินเป็นใบ มี 2-7 ใบ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรี กว้าง 5-12 ซม. ยาว 12-50 ซม. ปลายเรียวแหลม โคนมนหรือแหลม ขอบเรียบ เส้นกลางใบ ก้านใบ และกาบใบด้านบนเป็นร่อง ด้านล่างนูนเป็นสัน ก้านใบเรียบ ยาว 7-25 ซม. กาบใบสีชมพู ยาว 7-25 ซม. ระหว่างก้านใบและกาบใบมีลิ้นใบ ช่อดอกแบบช่อเชิงลด ออกที่ยอดระหว่างกาบใบคู่ในสุด ยาวประมาณ 5 ซม. แต่ละดอกมีใบประดับ 2 ใบ สีขาวหรือขาวอมชมพูอ่อน รูปใบหอก กว้างประมาณ 8 มม. ยาว 3.5-4.5 ซม. กลีบเลี้ยงสีขาวหรือขาวอมชมพูอ่อน โคนติดกันเป็นหลอด ยาวประมาณ 1.7 ซม. ปลายแยกเป็น 3 แฉก กลีบดอกสีขาวหรือขาวอมชมพูอ่อน โคนติดกันเป็นหลอด ยาวประมาณ 6 ซม. ปลายแยกเป็น 3 กลีบ รูปใบหอก ขนาดไม่เท่ากัน กลีบใหญ่ 1 กลีบ กว้างประมาณ 7 มม. ยาวประมาณ 1.8 ซม. อีก 2 กลีบ ขนาดเท่ากัน กว้างประมาณ 5 มม. ยาวประมาณ 1.5 ซม. เกสรเพศผู้ 6 อัน แต่ 5 อัน เปลี่ยนไปมีลักษณะเหมือนกลีบดอก โดย 2 กลีบบนสีชมพู รูปไข่กลับ ขนาดเท่ากัน กว้างประมาณ 1.2 ซม. ยาวประมาณ 1.7 ซม. อีก 3 กลีบล่างสีชมพูติดกันเป็นกระพุ้ง กว้างประมาณ 2 ซม. ยาวประมาณ 2.7 ซม. ปลายแผ่กว้างประมาณ 2.5 ซม. มีสีชมพูหรือม่วงแดงเป็นเส้นๆ อยู่เกือบทั้งกลีบโดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงกระเปาะและปลายกลีบ มีเกสรเพศผู้ที่สมบูรณ์ 1 อัน ก้านชูอับเรณูหุ้มก้านเกสรเพศเมีย ผลแก่แตกเป็น 3 เสี่ยง เมล็ดค่อนข้างใหญ่ สรรพคุณ เหง้าใต้ดิน - มีรสเผ็ดร้อนขม แก้ปวดท้อง มวนในท้อง ท้องอืดท้องเฟ้อ บำรุงกำลัง บำรุงกำหนัด แก้กามตายด้าน เป็นยารักษาริดสีดวงทวาร เหง้าและราก - แก้บิดมูกเลือด เป็นยาขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการ ใช้เป็นยาภายนอกรักษาขี้กลาก ใบ - บำรุงธาตุ แก้โรคในปาก คอ แก้โลหิตเป็นพิษ ถอนพิษต่างๆ วิธีใช้และปริมาณที่ใช้ แก้ ท้องเดิน ท้องร่วง ใช้เหง้าสด 1-2 เหง้า ตำหรือฝนเหง้าที่ปิ้งไฟแล้วกับน้ำปูนใส หรือคั้นให้ข้นๆ รับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนแกง แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด ปวดมวนในท้อง ใช้เหง้าและราก ประมาณครึ่งกำมือ (สดหนัก 5-10 กรัม, แห้ง 3-5 กรัม) ต้มเอาน้ำดื่ม หรือใช้ปรุงเป็นอาหารรับประทาน แก้บิด ใช้เหง้าสด 2 เหง้า บดให้ละเอียด เติมน้ำปูนใส คั้นเอาแต่น้ำดื่ม เป็นยาบำรุงหัวใจ ใช้เหง้าและรากกระชายปอกเปลือก ล้างน้ำให้สะอาด หั่นตากแห้ง บดเป็นผง ใช้ผงแห้ง 1 ช้อนชา ชงน้ำร้อน ½ ถ้วยชา รับประทานครั้งเดียว ยารักษาริดสีดวงทวาร ใช้เหง้าสด 60 กรัม ประมาณ 6-8 เหง้า ผสมกับเนื้อมะขามเปียก 60 กรัม เกลือแกง 3 ช้อนแกง ตำแล้วต้มกับน้ำ 6 แก้ว เคี่ยวให้เหลือ 2 แก้ว รับประทานครั้งละ ½ แก้ว ก่อนนอน รับประทานติดต่อกัน 1 เดือน ริดสีดวงทวารควรจะหาย สารเคมี ทั้งส่วนรากและส่วนต้น ประกอบด้วยสาร alpinetin, pinocembrin, cardamonin,boesenbergin A, pinostrobin และน้ำมันหอมระเหย และในส่วนรากยังพบ chavicinic acid อีกด้วย  " ฝรั่ง " ชื่อวิทยาศาสตร์ :    Psidium guajava  L. ชื่อสามัญ :  Guava วงศ์ :    MYRTACEAE ชื่ออื่น :  สุราษฎร์ธานี จุ่มโป่, ปัตตานี ชมพู่, เชียงใหม่ มะก้วย, เหนือ มะก้วยกา มะมั่น, แม่ฮ่องสอน มะกา, ตาก มะจีน, ใต้ ยามู ย่าหมู, นครพนม สีดา, จีนแต้จิ๋ว ปั๊กเกี้ย ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ต้น ขนาดกลาง สูง 3-5 เมตร ผิวเปลือกต้นเรียบเกลี้ยง กิ่งอ่อนเป็นสี่เหลี่ยม ใบ หนา หยาบ ใต้ท้องใบเป็นริ้ว เห็นเส้นใบชัดเจน ขนขึ้นนวลบาง ใบยาวประมาณ 10 ซม. กว้างประมาณ 6 ซม. ดอกช่อ ช่อหนึ่งมีดอกย่อย 3 - 5 ดอก ดอกเล็ก สีขาวอมเขียวอ่อน กลีบเลี้ยงแข็ง ผล รูปทรงกลม รูปไข่ หรือรูปรี ผิว เกลี้ยง สีเขียว เนื้อในขาว รสหวาน กรอบ ผลสุกสีเหลือง- เขียว มีเมล็ดเล็กๆ แข็งอยู่ภายใน ส่วนที่ใช้ : ใบเพสลาด ผลอ่อนสด ผลสุก เปลือกต้นสดๆ ราก สรรพคุณ ฝรั่งมีสารแทนนินอยู่มาก สารนี้มีฤทธิ์ฝาดสมานน้ำมันหอมระเหยในใบฝรั่ง    สารแทนนินในฝรั่งยังยับยั้งการลุกลามของเชื้อโรค ช่วยสมานท้องและลำไส้ โดยช่วยลดอาการอักเสบของกระเพาะลำไส้ และช่วยลดอาการคลื่นไส้อาเจียน และยังช่วยอาการเกร็งตัวของลำไส้ ทำให้อาการปวดท้องบรรเทาลงได้ แก้ปวดเบ่ง ใบ  -   แก้ท้องเสีย ท้องร่วง ท้องเดิน (ที่ไม่ใช่บิด หรืออหิวาตกโรค)  เป็นยาห้ามเลือด ใส่แผลสด ใช้ใบ 2-3 ใบเคี้ยวๆ ระงับกลิ่นปาก แก้ฝี เป็นยาล้างแผล ดูดหนองและถอนพิษบาดแผล แก้เหงือกบวม แก้พิษเรื้อรัง แก้ปวดเนื่องจากเล็บขบ แก้แพ้ยุง ผลอ่อน - แก้ท้องเสีย ท้องร่วง ท้องเดิน ระงับกลิ่นปาก แก้บิดมูกเลือด มีไวตามินซีมาก เป็นกันหรือแก้โรคเลือดออกตามไรฟัน (ลักปิดลักเปิด) บำรุงเหงือกและฟัน บำรุงผิวพรรณ ผลสุก - มีสารเพ็กตินอยู่มาก ใช้รับประทานเป็นยาระบายได้ ราก - แก้น้ำเหลืองเสีย เป็นฝี แผลพุพอง แก้เลือดกำเดาไหล วิธีและปริมาณที่ใช้ ใช้ฝรั่งแก้ท้องเสีย ท้องร่วง ท้องเดิน วิธีที่ 1 รับประทานสด - ใช้ส่วนที่เป็นยอดอ่อนๆ 7 ยอด หรือใบเพสลาด 6-8 ใบ ค่อยๆ เคี้ยวให้ละเอียดทีละน้อย ค่อยๆ กลืน แล้วดื่มน้ำตาม ถ้าเคี้ยวทีละมากๆ จะรู้สึกฝาดขม ถ้าเคี้ยวกับเกลือเล็กน้อย จะช่วยให้รับประทานง่ายขึ้น วิธีนี้ได้ผลมาก เพราะรับประทานทั้งน้ำและเนื้อของใบฝรั่งจนหมด ได้ตัวยาครบถ้วน - อาจรับประทานผลดิบ ครั้งละ 1-2 ผล โดยเคี้ยวก่อนค่อยกลืนก็ได้ วิธีที่ 2 ต้มดื่ม - ใช้ใบเพสลาด 5-10 ใบ หรือเปลือกต้นสดๆ 1 ฝ่ามือ ใส่น้ำ 2 ถ้วยแก้ว ต้มเดือดนาน 5-30 นาที เคี่ยวให้เหลือ 1 ถ้วยแก้ว รับประทานครั้งละ รับประทานครั้งละ ½ - 1 แก้ว วันละ 2 ครั้งรับประทานตามอาการหนักเบา เวลาดื่มเติมเกลือเล็กน้อยทำให้ดื่มง่ายขึ้น วิธีที่ 3 ชงน้ำร้อนดื่ม - เอายอดฝรั่ง  7 ยอด หรือใบฝรั่ง 6-10 ใบ ชงกับน้ำเดือด 2 แก้ว ปิดฝาไว้ 15-20 นาที ดื่มครั้งละ 1 แก้ว ดื่มบ่อย ๆ วิธีที่ 4 ต้มคั้นเอาน้ำ - เอาใบฝรั่ง  6-10 ใบ ตำให้ละเอียด ผสมน้ำสุก 3-5 ช้อนแกง ต้มให้เข้ากัน กรองด้วยผ้าขาว เอาน้ำผสมเกลือเล็กน้อยดื่มจนหมด วิธีที่ 5 บดผงรับประทาน - ใช้ผลฝรั่งที่เกือบแก่ หั่นเป็นแว่นบาง ๆ ตากแห้งบดเป็นผง รับประทานครั้งละ ½-1ช้อนชา โดยผสมน้ำ วิธีนี้รสชาติดีเด็กดื่มได้ง่าย ใช้เป็นยาห้ามเลือด   -  ใช้ใบสดล้างน้ำให้สะอาด ตำให้ละเอียดพอกแผลที่มีเลือดออก เลือดจะหยุด ช่วยระงับกลิ่นปาก -  ใช้ใบสด 3-5 ใบ เคี้ยวและคายกากออกทิ้ง เป็นยากันหรือแก้โรคลักปิดลักเปิด ฝรั่งมีไวตามินซีมาก -  ใช้ผลโตเต็มที่แต่ไม่สุก รับประทานเป็นผลไม้ จะเป็นผลไม้ที่ช่วยบำรุงเหงือกและฟัน ช่วยลดน้ำตาลในเลือด รักษาท้องลำไส้ไม่ให้ผูก ช่วยบำรุงผิวพรรณ คนที่ชอบเป็นฝีเป็นแผลพุพอง ถ้ารับประทานฝรั่งบ่อย ๆ ก็ช่วยบรรเทาลงไปได้     หมายเหตุ        ฝรั่งที่ควรปลูก ควรเป็นฝรั่งขี้นก เพราะมีโรคน้อย มีเพลี้ยแป้งน้อย ดูแลรักษาง่าย ที่สำคัญมีสรรพคุณทางยาที่ดีที่สุด มีไวตามินซีสูงกว่าฝรั่งพันธุ์อื่น ๆ     สารเคมี ใบ  มีน้ำมันหอมระเหย  ซึ่งประกอบด้วย Caryophyllene cineol, นอกจากนี้ยังมี Tannin, sesquiter penoids และ triterpenoid compounds. ผล  มี fixed oil 6%  Volatile oil 0.365%  tannin 8-15%  beta-sitosterol, quercetin, Vitamin C (330 mg.%), Arabinose, " มังคุด " ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Garcinia mangostana  L. ชื่อสามัญ :   Mangosteen วงศ์ :   Guttiferae ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ต้น สูง 10 - 12 เมตร ทุกส่วนมียางสีเหลือง ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปไข่ หรือรูปวงรีแกมขอบขนาน กว้าง 6 - 11 ซม. ยาว 15 - 25 ซม. เนื้อใบหนา และค่อนข้างเหนียว คล้ายหนัง หลังใบสีเขียวเข้ม เป็นมัน ท้องใบสีอ่อน ดอกเดี่ยวหรือเป็นคู่ ออกที่ซอกใบ ใกล้ปลายกิ่ง สมบูรณ์เพศ หรือแยกเพศ กลีบเลี้ยงสีเขียวอมเหลือง กลีบดอกสีแดง ฉ่ำน้ำ ผลเป็นผลสด ค่อนข้างกลม ส่วนที่ใช้ :  เปลือกผลแห้ง สรรพคุณ รักษาโรคท้องเสียเรื้อรัง และโรคลำไส้ ยาแก้ท้องร่วง ท้องเดิน ยาแก้บิด (ปวดเบ่งและมีมูก และอาจมีเลือดด้วย) เป็นยาคุมธาตุ เป็นยารักษาน้ำกัดเท้า รักษาบาดแผล รสฝาด สมานแผล ใช้ชะล้างบาดแผล แก้แผลเปื่อย แผลเป็นหนอง ยาฟอกแผลกลาย ทาแผลพุพอง วิธีและปริมาณที่ใช้ รักษาโรคท้องเสียเรื้อรัง และโรคลำไส้ ใช้เปลือกมังคุดครึ่งผล (ประมาณ 4-5 กรัม) ต้มกับน้ำ ความแรง 1 ใน 10 รับประทานครั้งละ 1 ถ้วยแก้ว ถ้าเป็นยาดองเหล้า ความแรง 1 ใน 10 รับประทานครั้งละ 1 ช้อนชา ยาแก้อาการท้องเดิน ท้องร่วง ใช้เปลือกผลมังคุดตากแห้งต้มกับน้ำปูนใส หรือฝนกับน้ำรับประทาน ใช้เปลือกต้มน้ำให้เด็กรับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนชา ทุก 4 ชั่วโมง ผู้ใหญ่ครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ ทุก 4 ชั่วโมง ยาแก้บิด (ปวดเบ่งและมีมูกและอาจมีเลือดด้วย) ใช้เปลือกผลแห้งประมาณ ½ ผล (4 กรัม) ย่างไฟให้เกรียม ฝนกับน้ำปูนใสประมาณครึ่งแก้ว หรือบดเป็นผง ละลายน้ำสุก รับประทานทุก 2 ชั่วโมง เป็นยารักษาแผลน้ำกัดเท้า และแผลพุพอง แผลเน่าเปื่อย เปลือกผลสด หรือแห้ง ฝนกับน้ำปูนใสให้ข้น ๆ พอควร ทาแผลน้ำกัดเท้า วันละ 2-3 ครั้ง  จนกว่าจะหาย ทาแผลพุพอง แผลเปื่อยเน่า ข้อควรระวัง ก่อนที่จะใช้ยาทาที่บริเวณน้ำกัดเท้า ควรที่จะ ล้างเท้าฟอกสบู่ให้สะอาด เช็ดให้แห้ง ถ้ามีแอลกอฮอล์เช็ดแผล ควรเช็ดก่อนจึงทายา คุณค่าด้านอาหาร มังคุดประกอบด้วย แร่ธาตุ และวิตามินหลายชนิดที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกาย สารเคมี Chrysanthemin, Xanthone, Garcinone A, Garcinone B, Gartanin, Mangostin, Kolanone ขอบคุณที่มาจาก : โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขอบคุณภาพจาก : อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล / ไทยเกษตรศาสตร์