มหาศึกกำเนิดอาณาจักร

ทำความรู้จัก ยักษ์ 12 ตน ในวัดพระแก้ว ยักษ์เยอะที่สุดในประเทศไทย!
ที่สุดในประเทศไทย /  ยักษ์วัดแจ้ง / 

รู้หรือไม่? วัดพระแก้ว หรือ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม วัดคู่บ้านคู่เมืองของเรานั้น เป็นวัดที่มียักษ์เยอะที่สุดในประเทศไทย! มากถึง 12 ตน ที่คอยเฝ้าประตู หรือทวารต่างๆ เราไปหาคำตอบนี้พร้อมๆ กันดีกว่า! ทำความรู้จัก ยักษ์ 12 ตน ในวัดพระแก้ว ยักษ์เยอะที่สุดในประเทศไทย! วัดพระแก้ว หรือ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เป็นวัดที่ รัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2325 เป็นวัดในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งในปัจจุบันเป็นวัดและเป็นเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมืองไทย เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต ยักษ์ทั้ง 12 ตน ที่ยืนเฝ้าประตูหรือทวารต่างๆ ในวัดพระแก้วนั้น ล้วนแต่เป็นยักษ์ชั้นกษัตริย์ และเป็นคู่ต่อสู้ของพระรามทั้งสิ้น ซึ่งยักษ์เหล่านี้สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 พร้อมกับยักษ์วัดแจ้ง (วัดอรุณราชวราราม) ยักษ์ตนที่ 1 : ทศกัณฐ์ (กายสีเขียว)  มีหน้า ๑๐ หน้า ครองกรุงลงกา ยักษ์ตนที่ 2 : สหัสเดชะ (กายสีเขียว) ครองเมืองปางตาล ยักษ์ตนที่ 3 : ไมยราพณ์ (กายสีม่วงอ่อน)  ครองเมืองบาดาล ยักษ์ตนที่ 4 : วิรุฬจำบัง (กายสีเขียวเจือดำ) เป็นบุตรพญาทูษณ์ ครองเมืองจารึก ยักษ์ตนที่ 5 : สุริยาภพ (มีกายสีแดง) เป็นโอรสของสหายทศกัณฐ์ เฝ้าด้านหน้าปราสาทพระเทพบิดร ยักษ์ตนที่ 6 : อินทรชิต (มีกายสีเขียว) เป็นบุตรทศกัณฐ์กับนางมณโฑ เฝ้าด้านหน้าปราสาทพระเทพบิดร ยักษ์ตนที่ 7 : มังกรกัณฐ์ (กายสีเขียวอ่อน)  เป็นบุตรพญาขร ครองเมืองโรมคัล อยู่ทางด้านหน้าพระอุโบสถ ยักษ์ตนที่ 8 : วิรุฬหก (กายสีขาบ หรือน้ำเงินเข้ม) ครองเมือง มหาอันธการนคร อยู่ทางด้านหน้าพระอุโบสถ ยักษ์ตนที่ 9 :  ทศคีรีธร  (กายสีน้ำตาล) เป็นยักษ์ฝาแฝด ลูกของทศกัณฐ์ กับนางช้าง ยักษ์2ตนนี้จึงมีปลายจมูกเป็นงวงช้างเล็กๆ ยักษ์ตนที่ 10 : ทศคีรีวัน (กายสีเขียวแก่) เป็นยักษ์ฝาแฝด ลูกของทศกัณฐ์ กับนางช้าง ยักษ์2ตนนี้จึงมีปลายจมูกเป็นงวงช้างเล็กๆ ยักษ์ตนที่ 11 : จักรวรรดิ (กายสีขาว) เป็นเพื่อนสนิทกับทศกัณฐ์ ครองกรุงมลิวันอยู่ด้านหน้าทางเข้า ยักษ์ตนที่ 12 : อัศกรรณมารา (กายสีม่วงเข้ม)  ครองเมืองดุรัม ขอบคุณข้อมูล MORRAGET

ชวนเที่ยว 10 สิ่งมหัศจรรย์ แห่งประจวบคีรีขันธ์
เที่ยว ธรรมชาติ /  เที่ยวทะเลอ่าวไทย / 

ประจวบคีรีขันธ์ เป็นอีกจังหวัดที่มีสถานทีท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย ทั้งวัดวาอาราม น้ำตก อุทยานแห่งชาติ ล้วนแล้วแต่เป็นสถานที่ที่ควรค่าแก่การไปเยือนทั้งนั้น วันนี้ travel.mthai.com ขอพาคุณไปพบกับ 10 สิ่งมหัศจรรย์ แห่งประจวบคีรีขันธ์ รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยว 10 แห่ง ที่คุณห้ามพลาด แต่จะมีที่ไหนบ้าง ต้องมาดูกัน ชวนเที่ยว 10 สิ่งมหัศจรรย์ แห่งประจวบคีรีขันธ์ 1. สถานีรถไฟหัวหิน - พลับพลามหามงกุฎ "Landmark ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปมากที่สุด" สถานีรถไฟหัวหิน แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ที่นักท่องเที่ยวชอบแวะไปเยี่ยมชมและถ่ายภาพ ก่อนจะเดินทางไปในที่อื่นๆ ต่อ มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น คือ พลับพลามหามงกุฎฯ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 เป็นที่ประทับขึ้นลงรถไฟของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ คราวเสด็จประพาสหัวหินโดยรถไฟ ที่ตั้ง :  ถ.ดำเนินเกษม-เลียบทางรถไฟ ต.หัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ / สอบถาม โทร. 0 3251 1073 2. ศูนย์ทอผ้าบ้านเขาเต่า อ.หัวหิน "ต้นแบบโรงทอผ้าแห่งแรกในประเทศไทย ตามพระราชดำริ" ศูนย์ทอผ้าบ้านเขาเต่า อ.หัวหิน เป็นต้นแบบโรงทอผ้าแห่งแรกในประเทศไทย ตามพระราชดำริ โดยการใช้กี่กระตุก เอกลักษณ์ผ้าฝ้ายของที่นี่ คือ ผ้าขาวม้า 9 เส้น, ผ้าฝ้ายลายดอกเกตุ, ผ้าฝ้ายลายเต่า และอีกหลายแบบหลายลายให้ท่านได้เลือกซื้อ ทำจากผ้าฝ้าย 100 % ไม่เจือสารเคมี มีความเงางามดุจผ้าไหมด้วยกรรมวิธีพิเศษเฉพาะของที่นี่ ส่วนผ้าขาวม้า 9 เส้น หมายถึงรัชกาลที่ 9 อันเนื่องมาจากโรงทอผ้าแห่งนี้ตั้งอยู่บนที่ดินของพระองค์ท่านนั่นเอง ที่ตั้ง : หมู่บ้านเขาเต่า ซอยหัวหิน 101 อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ / สอบถาม โทร. 0 3257 2351 3. ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี อ.ปราณบุรี "มหัศจรรย์ป่าคนสร้าง พลิกฟื้นนากุ้งร้างเป็นป่าชายเลน ตามรอยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ" ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ ฟื้นฟูป่าชายเลนจากนากุ้งร้างแห่งแรกในประเทศไทย  บนพื้นที่กว่า 786 ไร่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มีพระราชดำรัสเมื่อครั้งเสด็จฯ ปราณบุรีว่า "ปลูกป่าแล้วต้องให้ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์ด้วย" นอกจากการเดินชมธรรมชาติแล้ว ยังมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวตามรอย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ด้วยการร่วมกันปล่อยปู เพื่อเป็นการอนุรักษ์สัตว์น้ำ ที่ตั้ง : ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ / สอบถาม โทร. 0 3263 2255 4. เขาช่องกระจก อ.เมือง "จุดรับส่งดวงตะวัน ของเมืองสามอ่าว" เขาช่องกระจก มีที่มาจากช่องโหว่ ที่ดูคล้ายกับกรอบของกระจก บริเวณยอดเขาประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง และพระบรมสารีริกธาตุ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเสด็จฯ ขึ้นไปบนยอดเขาเพื่อทรงประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและปลุกต้นศรีมหาโพธิ์ เพื่อเป็นที่สักการะของชาวเมืองประจวบฯ นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งด้วย 5. พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ ถ้ำพระยานคร อ.สามร้อยยอด "พระที่นั่งบนพื้นดิน ... งามดั่งเทวดาเนรมิต" พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ ตั้งอยู่ในถ้ำพระยานคร เขตอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) โปรดเกล้าฯ ให้สร้างในปี พ.ศ. 2433 เพื่อเป็นที่ประทับในคราวเสด็จประพาสต้น สถานที่แห่งนี้มีพระมหากษัตริย์เคยเสด็จมาถึง 3 พระองค์ โดยจะเห็นพระปรมาภิไธยย่อของพระองค์ท่าน ณ ถ้ำแห่งนี้ ในยามที่พระอาทิตย์สาดแสงส่อง จะเป็นภาพที่งดงามจับตาอย่างมาก เป็นความมหัศจรรย์ที่หาชมได้ยากยิ่ง ที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด อ.สามร้อยยอด  / สอบถาม โทร. 0 3260 3571 , 0 3282 1568 6. อุทยานแห่งชาติกุยบุรี อ.กุยบุรี "กุยบุรี ... ซาฟารีเมืองไทย" อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าตะวันตก ตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ว่า "ช้างป่าควรอยู่ในป่า เพียงแต่ต้องทำให้ป่านั้นมีอาหารเพียงพอ" เต็มไปด้วยสัตว์ป่านานาชนิด ทั้งช้างป่า กระทิง วัวแดง และหมาใน มีการสร้างโป่งเทียมให้สัตว์ป่า สร้างฝายชะลอน้ำหรือแปลงหญ้า เพื่อเป้นแหล่งน้ำและแหล่งอาหารให้กับสัตว์ป่า ที่ตั้ง : หมู่บ้านรวมไทย ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ / สอบถาม โทร. 0 3264 6292 7. อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง อ.ทับสะแก "ธรรมชาติแห่งสายธาร ริมเขาตะนาวศรี" น้ำตกห้วยยาง หรือน้ำตกอ่างแก้ว เป็นน้ำตกที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเสด็จฯ มายังน้ำตกแห่งนี้และทรงดนตรี (คารีเนต) เมื่อปี พ.ศ. 2512 เป็นสถานที่ที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ มี "ผาชมทะเล" จุดชมวิวที่ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสความงามของทัศนียภาพ มียอดเขาหลวงเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด และยังเป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำจากสันเขาที่กั้นระหว่างประเทศไทยกับเมียนมาร์ อีกด้วย ที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติห้วยยาง ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก / สอบถาม โทร. 0 3264 6291 8. พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ อ.บางสะพาน "ค้นหาความหมายของเลข 5 และเลข 9 บนยอดเขาธงชัย" วัดทางสาย หรือวัดเขาธงชัย เป็นที่ตั้งของ พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ เจดีย์ที่มีความสวยงามอลังการ ด้วยการไล่ระดับ 5 ชั้น เจดีย์สีทองอร่ามอีก 9 ยอด อีกทั้งยังสามารถชมทิวทัศน์ชายฝั่งทะเลอ่าวไทยสุดงามได้อีกด้วย วัดนี้สร้างขึ้นในพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 เป็นอีกความหมายว่าทำไมเจดีย์ถึงมี 9 ยอด ส่วน 5 ชั้น นั้นหมายถึง ขันธ์ 5 ตามหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ที่ตั้ง : ม.9 ต.ธงชัย อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ / สอบถาม โทร. 0 3268 5019 9. เกาะทะลุ อ.บางสะพานน้อย "เกาะในฝัน ที่มีมากกว่าการเที่ยวทะเล" เกาทะลุแห่งนี้ เป็นพื้นที่ที่เต่ากระ ไว้วางใจมาวางไข่ หวังให้ลูกน้อยได้เติบโตไปใช้ชีวิตในทะเลอันกว้างใหญ่ เพราะเป็นบริเวณที่เงียบสงบ ปลอดภัย หาดทรายขาวสะอาด และความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ เกาะทะลุ จึงได้ทำการจัดตั้งศูนย์อนุบาลเต่ากระขึ้น เพื่อดูแลเต่าน้อยให้แข็งแรงก่อนปล่อยสู่ธรรมชาติ และในทุกวันที่ 12 สิงหา และ 5 ธันวา ของทุกปี จัมีกิจกรรมปล่อยเต่ากระ เพื่อเฉลิมพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ตั้ง : เส้นทางบางสะพานน้อย-ชายทะเล อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ / สอบถาม โทร. 0 3244 2636 10. หาดฝั่งแดง อ.บางสะพานน้อย "ตะลึงไปกับ ศิลาแลง อายุกว่า 100,000 ปี" หาดฝั่งแดง หรือหาดผาแดง เป็นหาดที่มีคุณค่าทางธรณีวิทยาสูงมาก เป็นเป็นศิลาแลงอายุกว่า 100,000 ปี และตอนใต้ลงไปของหาดมีอายุกว่า 240 ล้านปี ที่เกิดจากการสะสมของตะกอนจากร่องน้ำโบราณเป็นเวลานาน และมีส่วนผสมของแร่เหล็ก เมื่อสัมผัสกับน้ำจะทำให้สีเป้นเหมือนสนิม ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าศึกษาอย่างมาก ควรค่าแก่การเที่ยวชม ที่มา : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานประจวบคีรีขันธ์  /  เรียบเรียงโดย : Travel MThai

แอบส่องเมืองน่าเที่ยว 10 ประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน
10 จุดหมายท่องเที่ยว /  เที่ยวอาเซียน / 

อีกไม่นานเกินรอ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ก็จะเกิดขึ้นแล้ว ซึ่งถือเป็นผลดีต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะการท่องเที่ยว ทั้งทางธรรมชาติ และศิลปวัฒนธรรม เพราะแต่ละแห่งก็จะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแตกต่างกันไป travel.mthai.com ขอพาทุกท่านไปแอบส่องเมืองน่าเที่ยว ใน 10 ประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน ว่าแต่ละแห่งมีสถานที่ใดโดดเด่น และน่าสนใจกันบ้าง แอบส่องเมืองน่าเที่ยว 10 ประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน แม้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) มีทั้งหมด 10 ประเทศ ได้แก่ ไทย เมียนมาร์ ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และบรูไน ไม่นับติมอร์ เลสเต (แต่ทางเราก็จะขอนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศเกิดใหม่แห่งนี้ด้วย) 1. เมียนมาร์ มหาเจดีย์ชเวดากอง เจดีย์ชเวดากอง แลนด์มาร์กสำคัญของเมียนมาร์ ตั้งอยู่ที่เมืองย่างกุ้ง เมืองหลวงเก่า โดดเด่นด้วยเจดีย์ใหญ่สีทองอร่าม เป็นสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเมียนมาร์เลยก็ว่าได้ พุกาม พุกาม เมืองแห่งทะเลเจดีย์ เต็มไปด้วยเจดีย์ และวัดเก่าแก่ ตั้งเรียงรายละลานตา เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันเก่าแก่ อีกทั้งยังมีเทศกาลบอลลูนให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปชมวิวของเมืองแบบ 360 องศา อีกด้วย 2. สปป. ลาว วังเวียง วังเวียง เมืองแห่งมนต์เสน่ห์ ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นกุ้ยหลินเมืองลาว เพราะเต็มไปด้วยหุบเขา ถ้ำ สายน้ำ และผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสธรรมชาติในรูปแบบการผจญภัยต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด น้ำตกตาดกวางสี หลวงพระบาง น้ำตกตาดกวางสี น้ำตกที่สวยงามที่สุดของเมืองหลวงพระบาง เป็นน้ำตกหินปูน สูงราว 70 เมตรมีสองชั้น สภาพป่าร่มรื่น มีสะพานและเส้นทางเดินชมรอบๆน้ำตกและสามารถเลาะข้างน้ำตกไปชมน้ำตกชั้นบนสามมารถเล่นน้ำบริเวณลำธารได้ 3. กัมพูชา  อังกอร์วัด อังกอร์วัด คือสิ่งปลูกสร้างทางศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างในปี พ.ศ.1650 ในสมัยของพระเจ้าสุริยวรมัน ที่ 2 ตัวเทวสถานถือเป็นที่สุดของสถาปัตยกรรมเขมรคลาสสิก และได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของประเทศกัมพูชา โดยปรากฏในธงชาติ และเป็นจุดท่องเที่ยวหลักของประเทศ ตลอดจนได้รับลงทะเบียนเป็นมรดกโลกภายใต้ชื่อ นครวัด-นครธม ปราสาทบายน ปราสาทบายน ปราสาทที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในอาณาจักรขอม สร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ในปี พ.ศ. 1730 ปราสาทบายน เป็นศาสนสถานของพระพุทธศาสนา นิกายวัชรยาน มีรูปสลักของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 รอบปราสาท มี ทั้งหมด 54 ยอด 216 หน้า 4. เวียดนาม ฮาลอง เบย์ สถานที่ท่องเที่ยวอันเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก นอกจากจะได้ล่องเรือชมวิวทิวทัศน์อันสุดยอดแล้ว คุณจะได้พบกับกิจกรรมผจญภัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นปีนหน้าผา หรือพายเรือคายัค ซาปา เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความสวยงาม อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเวียดนาม เต็มไปด้วยนาขั้นบันไดสุดลูกหูลูกตา คนชอบถ่ายภาพจะต้องถูกใจแน่นอน อีกทั้งยังได้สัมผัสวิถีวิตของคนท้องถิ่นอีกด้วย 5. มาเลเซีย  ปีนัง เกาะปีนัง เป็น 1 ใน 13 รัฐของมาเลเซีย ซึ่งตั้งอยู่ทางชายฝั่งตะวันตก และมีจอร์จทาวน์เป็นเมืองหลวงของรัฐ ส่วนในเรื่องของการท่องเที่ยว ที่ปีนังคุณสามารถหาสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ ได้มากมาย เนื่องจากที่ปีนังนั้นถือว่ามีความหลากหลายทางด้านสถานที่ท่องเที่ยวทั้งจากแหล่งประวัติศาสตร์และธรรมชาติที่สวยงาม ซาบาห์ ซาบาห์เป็นหนึ่งในสองรัฐของมาเลเซียบนเกาะบอร์เนียว ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะ มีภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูง และมีทรัพยากรทางทะเลที่สวยงามและสมบูรณ์มาก โดยมีโกตาคินาบาลู เป็นเมืองหลวงของรัฐ 6. สิงคโปร์ มารีนา เบย์ แซนด์ มารีน่า เบย์ แซนด์ โรงแรมระดับ 5 ดาว ได้ชื่อว่าอลังการที่สุดในสิงคโปร์ จำนวนห้องพักกว่า 2500 ห้อง ในความสูง 57 ชั้น โดยมีจุดเด่นอยู่บนชั้นดาดฟ้า Skypark ที่มีสระว่ายน้ำไร้ขอบ ยาวถึง 150 เมตร และใกล้ๆ กันมี ไนท์คลับ สุดฮิป ไว้ให้บริการด้วย ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้สนุกพร้อมกับชมวิวทั้งเมืองในยามค่ำคืน ชางงี บีช ปาร์ค ชางงี บีช ปาร์ค คือสวนสาธารณะริมชายฝั่งทะเลที่เก่าแก่ที่สุดในสิงคโปร์ นอกจากนั้นที่นี่ยังเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับการพักผ่อนของครอบครัวในวันหยุดสุดสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นปิกนิกและสนุกกับการตกปลา ว่ายน้ำ ชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกดิน เป็นต้น เนื่องจากที่นี่ค่อนข้างเงียบสงบหากเทียบกับแหล่งอื่น ๆ ของสิงคโปร์ 7. บรูไน มัสยิดโอมาร์ อาลี ไซฟัดดิน มัสยิดโอมาร์ อาลี ไซฟัดดิน มัสยิดอันเก่าแก่ ตั้งอยู่ใจกลางกรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน มัสยิดหลังนี้ออกแบบและดำเนินการสร้างโดยสุลต่านโอมาร์ อาลี ไซฟัดดินที่ 3 พระราชบิดาของสุลต่านองค์ปัจจุบัน โดยสร้างเสร็จในปี ค.ศ.1958 พระองค์ทรงได้รับการยกย่องว่าเป็นสถาปนิกสมัยใหม่ของบรูไน มัสยิดนี้มีความวิจิตรงดงามจนได้ชื่อว่า "มินิ ทัชมาฮาล" 8. ฟิลิปปินส์  ช็อคโกแลตฮิลส์ ช็อคโกแลตฮิลส์ ตั้งอยู่บนเกาะโบฮอล ทางตอนใต้ของกรุงมะนิลา คือเนินเขาลูกย่อม ๆ ทรงกรวยคว่ำ ที่มีลักษณะค่อนข้างสมมาตร เรียงกันเป็นบริเวณกว้าง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 50 ตารางกิโลเมตร คาดว่ามีจำนวน 1,260 ถึง 1,776 ลูก ความสูงโดยเฉลี่ยของเนินเหล่านี้อยู่ที่ 30-50 เมตร เป็นภาพที่แสนมหัศจรรย์ เกาะโบราไกย์ โบราไกย์ คือเกาะหนึ่งในประเทศฟิลิปปินส์ อยู่ห่างจากกรุงมะนิลาไปทางทิศใต้ประมาณ 315 กิโลเมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่ออย่างมาก โดยเฉพาะในปี ค.ศ. 2012 เกาะแห่งนี้ได้รับการโหวตจากนิตยสารทราเวล + เลเชอร์ ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของโลกมาแล้ว  นอกจากนี้ยังได้รับเลือกให้เป็นจุดมุ่งหมายปลายทางที่สงบเงียบและเป็นแหล่งบันเทิงยามราตรีที่ยอดเยี่ยม อีกด้วย 9. อินโดนีเซีย วิหารอูลันดานูบราตัน บาหลี วิหารอูลันดานูบราตัน ตั้งอยู่บริเวณกลางน้ำริมทะเลสาบบราตัน มีฉากหลังเป็นภูเขาไฟสูงทะมึน บางช่วงถูกคั่นด้วยปุยเมฆสีขาว วัดนี้สร้างตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 17 เพื่อใช้ทำพิธีทางศาสนาพุทธและฮินดู รวมทั้งอุทิศแด่เทวี ดานู เทพยแห่งสายน้ำ ไม่สามารถเดินข้ามไปยังวัดได้ มีลักษณะเด่นตรงศาลาซึ่งมีหลังคาทรงสูงที่รียกว่าเมรุ มุงด้วยฟางซ้อนกันถึง 11 ชั้น สวยงามมากมักปรากฏอยู่ในภาพถ่ายโฆษณาการท่องเที่ยวของบาหลีเสมอ ภูเขาไฟโบรโม่ ภูเขาไฟโบรโม่ ได้ชื่อว่าเป็นอัญมณีบนมงกุฎของชวาตะวันออก อีกทั้งที่นี่ยังถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย โดยภูเขาไฟโบรโม่คือหนึ่งในภูเขาไฟที่ยังดับไม่สนิทจาภูเขาไฟทั้งหมดประมาณ 400 ลูกของอินโดนีเซีย ที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง 2,392 เมตร ซึ่งเคยเกิดระเบิดมาแล้วถึง 3 ครั้ง ภายในระยะเวลาเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้มันยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยว 1 ใน 10 แห่งอินโดนีเซียที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดอีกด้วย 10. ติมอร์ เลสเต กรุงดีลี ติมอร์ เลสเต เป็นประเทศที่เพิ่งประกาศเอการาชได้ประมาณสิบปีที่ผ่านมา เคยตกเป็นอาณานิคมของโปรตุเกส และเคยเป็นส่วนหนึ่งของประเทศอินโดนีเซีย มีเมืองหลวงชื่อว่ากรุงดีลี เป็นเมืองติดทะเล อารมณ์เหมือนหาดชะอำ หรือหัวหินบ้านเรา นอกจากมีชายหาดที่ยาวแล้ว ยังมีท่าเรือที่เป็นช่องทางการส่งสินค้าเข้ามาในประเทศนี้ด้วย ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก : wikipedia  ,  www.oceansmile.com ภาพส่วนของเมียนมาร์ โดยคุณ : Soravee Radwongwate เรื่องและเรียบเรียงโดย : muzTong - Travel MThai

เปิดประตูสู่อีกมุมมองของ การท่องเที่ยวศรีลังกา
มัชรูมทราเวล /  เที่ยวศรีลังกา

ประเทศศรีลังกา คือประเทศที่เป็นเกาะซึ่งตั้งอยู่เหนือเส้นศูนย์สูตร ในมหาสมุทรอินเดียทางตอนเหนือ โดยมีพรมแดนทางทะเลติดต่อกับประเทศอินเดียทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และมัลดีฟส์ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ทั้งยังมีฐานะที่เป็นประเทศอันมีความสำคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนา เป็นอีกหนึ่งประเทศที่น่าเดินทางมาค้นหา ทางธรรมชาติและวัฒนธรรม เปิดประตูสู่อีกมุมมองของ การท่องเที่ยวศรีลังกา อน่างที่เกริ่นว่า ศรีลังกาเป็นประเทศอันมีความสำคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนาอย่าง ไม่ว่าจะ สังเวชนียสถานทั้ง 4 แห่งซึ่งเป็นสถานที่ที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา และเสด็จปรินิพพาน นั่นก็คือสวนลุมพินีวัน พุทธคยา สารนาถ และกุสินารา นอกจากนั้นยังเป็นที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้ว (พระทนต์) ที่มีอยู่เพียง 2 แห่งในโลก นั่นจึงทำให้ผู้คนมากมายโดยเฉพาะชาวพุทธต่างเดินทางมาแสวงบุญ ณ ประเทศแห่งนี้อยู่เนืองๆ และสำหรับการเดินทางของเราในครั้งนี้ เราจะพาท่านเดินทางสู่ประเทศแห่งจุดกำเนิดของศาสนาพุทธแห่งนี้กัน แต่จุดมุ่งหมายของเรามิได้จะพาทุกท่านไปแสวงบุญแต่อย่างใด เพราะศรีลังกายังมีความน่าสนใจอื่นๆ อีกที่รอให้นักเดินทางจากทั่วโลกได้เปิดประตูเข้าไปค้นหา ซึ่งจุดแข็งของการท่องเที่ยวศรีลังกาที่ไม่ควรพลาดอีกอย่างหนึ่งก็คือ การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและระบบนิเวศที่ยังคงบริสุทธิ์จนอาจเรียกได้ว่าเป็นธรรมชาติในแบบดิบๆ แต่สวยงามที่หาไม่ได้ง่ายๆ จากที่ใดในโลก อย่างเขตป่าสงวนที่เต็มไปด้วยสารพัดสัตว์ป่าหายาก โดยเฉพาะช้างป่าที่อยู่มากมาย รวมทั้งชายฝั่งทะเลซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแนวปะการังและฝูงปลาหลากสีสัน นอกจากนั้นสถาปัตยกรรมสิ่งก่อสร้างของศรีลังกายังเก่าแก่และโดดเด่นไม่แพ้ชาติไหน อันเป็นสิ่งที่ตกทอดมาจากอารยธรรมสิงหลในอดีตกว่าหลายพันปีมาแล้ว โดยสถานที่แรกที่ควรไปเยือนหากใครมีโอกาสได้เดินทางไปประเทศศรีลังกา ก็คือ เมืองโคลัมโบ ซึ่งมีฐานะเป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ทำให้เมืองแห่งนี้คือแหล่งรวบรวมประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของศรีลังกาที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด จากนั้นจึงค่อยมุ่งหน้าสู่ชายฝั่งทางภาคตะวันตกเพื่อพักผ่อนริมชายหาดอันเงียบสงบและสวยงาม ทั้งนี้ศรีลังกายังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจอยู่อีกมากมาย อย่างเช่นเมืองเก่า อุทยานแห่งชาติอันเต็มไปด้วยสัตว์ป่า เมืองน่ารักแห่งชายฝั่งทางทิศใต้ ไร่ชาบนภูเขาสูงชัน หมู่บ้านวัฒนธรรมของชาวสิงหล เป็นต้น โดยศรีลังกาได้แบ่งหมวดหมู่ของกิจกรรมการท่องเที่ยวที่น่าสนใจตามความชอบของนักท่องเที่ยวแต่ละคนเอาไว้ ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวที่คงความงามบริสุทธิ์แบบธรรมชาติแท้ๆ แหล่งมรดกโลก กิจกรรมโลดโผนผจญภัย เขตป่าไม้ ความสุขและการผ่อนคลาย จุดชมวิว แหล่งพืชผลทางการเกษตร และงานเทศกาลสำคัญต่างๆ เมื่อไหร่ที่ควรไปศรีลังกา ..?  เนื่องจากสภาพภูมิอากาศของศรีลังกานั้น ค่อนข้างมีความสลับซับซ้อนมากกว่าประเทศอื่นๆ แม้ว่าจะเป็นเพียงประเทศซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ ก็ตาม แต่ก็ตั้งอยู่ไม่ห่างจากเส้นศูนย์สูตรมากนัก คืออยู่เหนือเส้นศูนย์สูตรประมาณ 500 ไมล์ จึงทำให้ที่นี่มีสภาพอากาศอุ่นชื้นและค่อนข้างร้อนเกือบตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ส่วนบริเวณที่ราบสูงตอนกลางนั้นอากาศจะค่อนข้างเย็นกว่า และมีฝนตกชุกในช่วงฤดูมรสุม อย่างไรก็ตาม จากผลของสภาวะโลกร้อนที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี ส่งผลให้สภาพอากาศของที่นี่แปรปรวนและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น สำหรับสภาพอากาศในบริเวณพื้นที่ทางทิศตะวันตก ตะวันตกเฉียงใต้ รวมถึงบริเวณชายฝั่ง และบริเวณพื้นที่ที่เป็นเทือกเขาสูง ตั้งแต่เดือนเมษายน ถึงเดือนกันยายนของทุกปีคือช่วงฤดูมรสุม และมีฝนตกชุกที่สุดในเดือนเมษายน – มิถุนายน ในขณะเดียวกัน ทางด้านชายฝั่งทะเลทางทิศตะวันออกนั้น ฤดูมรสุมของที่นี่จะค่อนข้างมีความรุนแรงน้อยกว่าอีกฝั่ง โดยจะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนไปจนถึงเดือนมีนาคมของทุกปี และมีฝนตกชุกมากที่สุดในเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการไปเยือนศรีลังกาคือ ในเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคมทางภาคตะวันตกและภาคใต้ รวมถึงบริเวณชายฝั่งและภูเขา ส่วนชายฝั่งทางด้านตะวันออกนั้นสภาพอากาศจะดีที่สุดในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนกันยายนนั่นเอง ข้อมูลจาก มัชรูมทราเวล   เปิดประตูสู่อีกมุมมองของ การท่องเที่ยวศรีลังกา เปิดประตูสู่อีกมุมมองของ การท่องเที่ยวศรีลังกา

ประกาศผล : แจกของรางวัล! เสื้อพรีเมียมก็อดซิลลาสุดเท่จากภาพยนตร์เรื่อง Shin Godzilla
mthai movie /  Shin-Godzilla / 

แจกของรางวัล! เสื้อพรีเมียม "ก็อดซิลลา" จากภาพยนตร์ Shin Godzilla สหมงคลฟิล์มฯ ร่วมกับ MThai Movie จัดกิจกรรมแจกเสื้อพรีเมียมสุดสวยจากภาพยนตร์เรื่อง Shin Godzilla จากสตูดิโอโตโฮผู้ให้กำเนิดก็อดซิลลา สู่การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของสัตว์ประหลาดร่างยักษ์ที่สุดเท่าที่โลกเคยรู้จักก็อดซิลลา ของรางวัล เสื้อยืดพรีเมียมจากภาพยนตร์เรื่อง Shin Godzilla ทั้งหมด 10 รางวัล ประกาศรายชื่อผู้โชคดี  ศุภพิชญ์ เลนุกูล  เจิมใจ แย้มผกา  จารุวัฒน์ ชัยประกายวรรณ์  วีณา จิวังกูร  ธนาภา จิตติมงคล  ชาญชัย จิรวณิชย์สกุล  จินตนา สิงแก้ว  ณิชนันท์ ท้าวแพทย์  สมิทธิ์ จินดากุล  โอกาศกฤกษ์ มณีรัตน์  การรับของรางวัล เจ้าหน้าที่จะจัดส่งของรางวัลทางไปรษณีย์ให้กับผู้โชคดีตามที่อยู่ที่ได้ระบุไว้ในการตอบคำถาม

ชวนปั่นจักรยานตามเส้นทางสายวัฒนธรรมไทย-ลาว-ยวน กับ  A Long Way Home Trip @หนองแซง จ.สระบุรี
ปั่นจักรยาน /  หนองแซง / 

ชวนปั่นจักรยานตามเส้นทางสายวัฒนธรรมไทย-ลาว-ยวน กับ  A Long Way Home Trip @หนองแซง จ.สระบุรี ขอยอมรับตามตรงว่าเป็นแฟนคลับของคู่รักนักเดินทางที่ใช้นามปากการ่วมกันว่า Pakaprich มานานพอควร เริ่มตั้งแต่ที่ทั้งคู่ตั้งกระทู้เล่าเรื่องการเดินทางสายทรานส์-ไซบีเรียโดยรถไฟ เริ่มต้นที่เมืองนอตทิงแฮม ประเทศอังกฤษ สู่ปลายทางกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย จนได้ขึ้นกระทู้ปักหมุดในพันทิป หลังจากนั้นก็มีแฟนเพจเป็นของตัวเอง และตอนนี้ทั้งคู่ก็ได้ออกพ็อกเก็ตบุ๊คบันทึกการเดินทางเป็นของตัวเองในชื่อ ‘A Long Way Home 71 วัน ปลายทางคือบ้าน ระหว่างทางคือเรา’ โดย สำนักพิมพ์ Her Publishing ในเครือโมโนกรุ๊ป ซึ่งผมมีโอกาสได้อ่านแล้วชอบมากครับ โดยส่วนตัวผมไม่คุ้นเคยว่าหนังสือกับการจัดกิจกรรมจะเป็นไปในรูปแบบไหนได้บ้าง แต่ล่าสุดสำนักพิมพ์ Her Publishing ในเครือโมโนกรุ๊ป ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานลพบุรี ชวนแฟนนักอ่านมาปั่นจักรยานกันโดยรถไฟตามรอยการเดินทางในหนังสือ กับคู่รักนักเดินทาง “โบ๊ท - ภควัติ ทองเจริญ” และ “ฝ้าย - ปริชญา สุทธิเวทย์” แห่ง Pakaprich ในกิจกรรม “ปั่นเลียบเลาะคันคลองท่องวัฒนธรรมไทย-ลาว-ยวน จังหวัดสระบุรี” เมื่อวันเสาร์ที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา เดิมผมป็นคนที่ชอบการท่องเที่ยวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และตอนนี้กำลังมีความสุขกับการปั่นจักรยานที่เป็นทริปแบบปั่นไปเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ ยิ่งไปกันเป็นทีม ยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่ ผมจึงไม่รอช้า รีบสมัครเข้าร่วมกิจกรรมทันที ทริปนี้เริ่มต้นที่สถานีรถไฟหัวลำโพง (กรุงเทพฯ) ตั้งแต่ 6.30 น. ทีมงานตั้งโต๊ะลงทะเบียนที่หน้าชานชาลา แจกเสื้อทีม พร้อมขนมและน้ำดื่มรองท้อง ก่อนจะถ่ายรูปร่วมกันและเตรียมตัวขนจักรยานขึ้นขบวนรถไฟพิเศษมุ่งหน้าสู่สถานีรถไฟหนองแซง อำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี ทริปนี้มีนักปั่นที่เป็นแฟนหนังสือเข้าร่วมกิจกรรมถึง 60 คน ทุกคนล้วนเตรียมตัวมาอย่างดี และมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ระหว่างเดินทางมีการจัดกิจกรรมสันทนาการสนุกๆ จากทีมงานเรียกเสียงหัวเราะได้เป็นอย่างดี ทำให้บรรยากาศไม่น่าเบื่อ พร้อมทั้งมี SIX-P เวย์เจลลี่ รสช็อคโกแล็ตของอร่อยจากผู้สนับสนุนใจดีมีให้ชิมตลอดทาง ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก็ถึงที่หมายตามกำหนดเวลาทันพอดี (ไม่น่าเชื่อ) เมื่อถึงสถานีหนองแซง ก็ได้เวลาเปิดกิจกรรมอย่างเป็นทางการโดยนายอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลพบุรีกล่าวเปิดงาน จากนั้นก็พร้อมปล่อยตัวทีมนักปั่นนำโดยนายอรรถพล และ โบ๊ท - ฝ้าย แห่ง Pakaprich โดยทริปนี้เราจะแวะชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอหนองแซงถึง 7 จุดสำคัญ จุดแรกเริ่มจากแวะดื่มกาแฟหอมๆ จากบ้านใร่กาแฟ ต้นตำรับกาแฟไทยโดยคนไทย พร้อมปาท่องโก๋ที่ทอดเสิร์ฟกันร้อนๆ ที่ ‘ร้านบ้านใร่ใบกะเพรา’ เพื่อเติมพลังก่อนปั่นต่อไปยัง ‘คลีนฟาร์ม’ ฟาร์มผักปลอดสารพิษ ที่นี่ได้รับเกียรติจาก ดร.วีระศักดิ์ วงสมบัติ และคุณธนิดา กุลนา กรรมการผู้จัดการ คลีนฟาร์ม ขึ้นบรรยายถึงการบุกเบิกวิธีปลูกผักปลอดสารพิษ พร้อมขี่จักรยานปั่นนำคณะชมโรงเรือนปลูกผัก และยังได้ชิมผัดสดๆ พร้อมน้ำสลัดอร่อยๆ ด้วย (แอบกระซิบว่าอร่อยจนผมต้องซื้อกลับบ้านมาถุงใหญ่เต็มๆ) จากนั้นไปไหว้พระขอพรกันต่อที่วัดหนองสีดา วัดดังประจำอำเภอหนองแซง ซึ่งให้การต้อนนรับโดยท่านนายกริน อบต.หนองหัวโพ พร้อมชมค้างคาวแม่ไก่นับพันๆ ตัว ที่ลงหลังปักฐานห้อยตัวอยู่บนต้นไม้เฉพาะในเขตวัดหนองสีดาเท่านั้น มาถึงจุดนี้คาดว่าทุกคนคงเริ่มเหนื่อยกันไม่น้อย (ผมด้วย) พอใกล้เที่ยง จึงเริ่มปั่นจักรยานต่อไปยัง ‘หอวัฒนธรรมพื้นบ้านไท-ยวน’ ด้วยบรรยากาศที่ร่มรื่นของต้นไม้ และความสวยงามของบ้านทรงไทยโบราณริมแม่น้ำป่าสัก ที่สร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 จึงทำให้เราลืมความเหนื่อยล้าก่อนหน้านั้นไปเป็นปลิดทิ้ง หอวัฒนธรรมพื้นบ้านแห่งนี้ยังเป็นศูนยรวมของ 3 วัฒนธรรมชาวไทย ลาว และยวนเราจึงรับประทานอาหารเที่ยงแบบขันโตกตามธรรมเนียม พร้อมชมการแสดงพื้นบ้านสี่ภาค โดยอาจารย์ทรงชัย วรรณกูล เจ้าของพื้นที่ให้การต้อนรับและดำเนินรายการ รวมถึงมีการพูดคุยกับ โบ๊ท - ฝ้าย และบรรณาธิการสำนักพิมพ์ Her Publishing ถึงความเป็นมาของหนังสือ ‘A Long Way Home 71 วัน ปลายทางคือบ้าน ระหว่างทางคือเรา’ ใบบรรยากาศที่เป็นกันเอง เมื่อท้องอิ่ม ใจอิ่ม ก็มาลุยกันต่อกับจักรยานคู่ใจ เราใช้เส้นทางเดิมปั่นกลับกัน โดยแวะเหนื่อยกันอีกนิดที่ ‘สวนมะม่วงลุงน้อย’ เพื่อชมมะม่วงพันธุ์หนองแซงที่หาทานยาก และเหลือไม่กี่ต้นแล้วในประเทศไทย จากนั้นจึงเริ่มปั่นจักรยานฝ่าสภาพอากาศที่ร้อนจัดต่อไปอีกเกือบ 20 กิโลเมตร ไปยัง ‘พิพิธภัณฑ์บ้านใร่กาแฟ’ สถานที่ท่องเที่ยวแห่งสุดท้ายในทริปนี้ เพื่อเรียนรู้ความเป็นมาของต้นกำเนิดกาแฟไทยและดื่มเครื่องดื่มให้ชื่นใจ พร้อมชื่นชมกับของเก่าหายากที่ทางเจ้าของได้เก็บสะสมไว้มากมายกว่า 10 ปี รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่เป็นจุดกำเนิดของบ้านใร่กาแฟในยุคแรกๆ (ปลายปี 2540) ด้วย กิจกรรมทั้งหมดจำต้องร่ำลากันอย่างเป็นทางการที่นี่โดยนายอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลพบุรี กล่าวจบกิจกรรม คุณสายชล เพยาว์น้อย ผู้ก่อตั้งธุกรกิจบ้านใร่กาแฟ กล่าวขอบคุณในฐาะตัวแทนของชาวหนองแซง และทุกคนก็ได้ถ่ายภาพร่วมกันอีกครั้ง เมื่อพักผ่อนหย่อนใจหลังจากเหน็ดเหนื่อยกันจนสดชื่นขึ้นมาแล้ว ก็ถึงเวลาที่ต้องกลับไปรวมพลกันอีกครั้งที่สถานีรถไฟหนองแซง เพื่อขึ้นรถไฟขบวนเดิมเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในเวลา 16.00 น. ตลอดเส้นทางปั่นจักรยานท่องเที่ยว ถึงแม้อากาศจะร้อนแสนสาหัสและระยะทางกว่า 44 กิโลเมตรจะทำให้เหนื่อยหอบ และอาจมีนักปั่นบางคนที่ไปต่อไม่ไหว แต่ก็เต็มไปด้วยความประทับใจ ความสนุกสนาน อีกทั้งยังได้รับการดูแลจากทีมงานทุกส่วนที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี เรียกได้ว่าเป็นทริปจักรยานในฝันที่คุ้มเหนื่อยจริงๆ

ชวนไปฟิน! 25 ที่เที่ยวทั่วเมืองไทย เหมือนไปเมืองนอก
จัดอันดับ /  ที่เที่ยวประเทศไทย / 

วันนี้ Travel.mthai ขอชวนเพื่อนๆ ไปเที่ยวทั่วไทยกันแบบฟินๆ กับ 25 สถานที่เที่ยวในประเทศไทย ที่สวยและบรรยากาศดี เหมือนได้ไปเที่ยวเมืองนอก กัน! งามไม่งามต้องไปสัมผัสกันดูสักครั้ง แล้วจะรู้ว่าที่เที่ยวเมืองไทยงดงามไม่แพ้ชาติใดในโลก ^^ ชวนไปฟิน! 25 ที่เที่ยวทั่วเมืองไทย เหมือนไปเมืองนอก 1. ชม ดอกนางพญาเสือโคร่ง - ซากุระเมืองไทย เหมือนไปญี่ปุ่น  ดอกนางพญาเสือโคร่ง มีสีชมพูสด เมื่อบานสะพรั่งเต็มต้น จะเป็นภาพที่สวยงามอย่างมาก และในประเทศไทยก็มีอยู่หลายที่ ความงดงามก็จะแตกต่างกันไป Travel.mthai.com จึงขอรวบรวม 10 สถานที่ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง รับลมหนาว มาให้ทุกท่านได้ชม เผื่อถูกใจที่ไหน จะได้เป็นหนึ่งในตัวเลือกการไปท่องเที่ยวหน้าหนาวกัน อ่านข้อมูลเพิ่มเติม 10 สถานที่ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง รับลมหนาว , ภูลมโล 2559 ดินแดนสีชมพูของซากุระเมืองไทย -------------------------------------------------------------------------------------------- สวนสนบ่อแก้ว จังหวัดเชียงใหม่ - นามิเมืองไทย เหมือนไปเกาหลี “สวนสนบ่อแก้ว” ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอฮอด จ.เชียงใหม่ บนเส้นทางสายฮอด-แม่สะเรียง กม.ที่ 36 อยู่เลยอุทยานแห่งชาติออบหลวงไปประมาณ 22 กม. เป็นพื้นที่ทดลองปลูกสนภูเขาชนิดต่าง ๆ ที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ นำพันธุ์มาจากต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย แอฟริกาใต้ และไต้หวัน เพื่อทดลองหาพันธุ์ที่เหมาะสมมาเป็นไม้เบิกนำ เพื่อปลูกบนป่าเสื่อมโทรมบนดอยทางภาคเหนือ ต้นสนที่นำมาปลูกมีอายุกว่า 40 ปี เพราะปลูกในช่วงปี พ.ศ.2509-2510 จำนวนหลายพันต้น เรียงรายเป็นระเบียบบนลานโล่งเตียนด้านหน้า ทั้งนี้ สวนสน ยังเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสำรวจวัตถุดิบเพื่อทำเยื่อกระดาษและเป็นแปลงทดลองปลูกพืชจำนวนสนสามใบ และยูคาลิปตัส ในเนื้อที่ทั้งหมด 2,072 ไร่ อากาศของที่นี่ชื้นและเย็นตลอดปี ช่วงที่น่าไปเที่ยวมากที่สุดคือ ฤดูหนาว เพราะในยามเช้าเราจะเห็นม่านหมอกลอยปกคลุมอยู่บริเวณครึ่งบนของลานสน ประจวบกับแสงอาทิตย์ที่ส่องแสงบาง ๆ ลงมา รับรองว่าคุณจะต้องกดชัตเตอร์กล้องแบบไม่ยั้งเลยทีเดียว -------------------------------------------------------------------------------------------- 3. โครงการหลวงวัดจันทร์ จังหวัดเชียงใหม่ - ใบไม้เปลี่ยนสี เหมือนไปเกาหลี เมื่อลมหนาวเดินทางมาถึง ป่าสนของ อ.กัลยาณิวัฒนา อำเภอลำดับ 878 ของประเทศไทย จะเริ่มผลัดใบรับฤดูหนาวเปลี่ยนสีเขียวของป่าที่ได้รับน้ำตลอดฤดูฝนให้เป็นสีสันตระการตา ไล่สีตั้งแต่เหลืองและน้ำตาลของต้นสนแดงและส้มของต้นเมเปิล ภาพที่เห็นคล้ายผืนผ้าใบไร้ขอบเขต ที่ถูกละเลงสีด้วยพู่กันธรรมชาติ และความที่แต่ละต้นมีการไล่ลำดับสีแตกต่างกัน ยิ่งทำให้ความสวยงามของเฉดสียิ่งมากขึ้นเป็นทวีคูณ สนสองใบและสนสามใบของที่นี่เป็น ป่าสนธรรมชาติผืนใหญ่ที่สุดของประเทศไทย อ่านข้อมูลเพิ่มเติม เที่ยวป่าสนสลับสี โครงการหลวงวัดจันทร์ จังหวัดเชียงใหม่ -------------------------------------------------------------------------------------------- 4. วัดพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ จังหวัดลำปาง - เหมือนไปธิเบต แหล่งท่องเที่ยวสุดลับฉบับลำปาง กับจุดชมทิวทัศน์แบบพาโนรามา 360 องศา ณ วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ (เฉลิมพระเกียรติครบ 200ปี) ที่จะทำให้คุณได้ยลโฉมวิวสวยอลังการของอำเภอแจ้ห่ม เห็นลำน้ำแม่สอย แม่มอญและแม่วัง ขนานไปกับบท้องนาเขียวขจีสุดขอบฟ้า โดยมีภูเขาดอยปู่ยักษ์ทอดแนวยาว ประหนึ่งทศกัณฐ์พญายักษ์นอนปกปักรักษาเมือง ซึ่งจากบริเวณวัดต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อแล่นขึ้นไปที่จอดรถที่เรียกว่าดอยภูผาหมอก จากนั้นเดินต่อขึ้นไปบนจุดทิวทัศน์สูงสุดคือยอดดอยภูผาโชค รวมระยะทางประมาณ 1 กม. แม้หนทางอาจจะลำบากสักนิด แต่สิ่งที่ได้รับกลับคุ้มค่าเกินคำบรรยาย อ่านข้อมูลเพิ่มเติม เที่ยวอันซีน! วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ จังหวัดลำปาง -------------------------------------------------------------------------------------------- 5. ปางอุ๋ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน - สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย ปางอุ๋ง มีชื่อเต็ม ว่า โครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง) ตั้งอยู่ที่ หมู่บ้านรวมไทย ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งในโครงการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อยู่ห่างจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนประมาณ 44 กิโลเมตร ปางอุ๋ง มีลักษณะเป็น อ่างเก็บน้ำ ขนาดใหญ่ซึ่งอยู่บนยอดเขาสูง เป็นที่เที่ยวสุดโรแมนติกอันดับต้นๆ ของแม่ฮ่องสอน ภาพแสงอาทิตย์สาดสะท้อนน่านน้ำ ผสานไอหมอกจางๆ สร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือนทุกครั้ง อ่านข้อมูลเพิ่มเติม ปางอุ๋ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย -------------------------------------------------------------------------------------------- 6. สวนหินผางาม จังหวัดเลย - คุนหมิงเมืองไทย เหมือนไปจีน ตั้งอยู่ที่ ตำบลปวนพุ อำเภอหนองหิน จังหวัดเลย สวนหินผางามหรือ คุนหมิงเมืองเลย แนวผาหินปูนสูงใหญ่แลดูเป็นสง่า ทอดตัวเป็นแนวยาว โดดเด่นท่ามกลางทุ่งหญ้าเขียวขจี ภายในมีเส้นทางเดินสลับซับซ้อน บางช่วงดูลึกลับตื่นเต้นคล้ายกับผจญภัยอยู่ในเขาวงกต บางช่วงต้องปีนป่ายเพิงหิน หรืออาจต้องมุดลอดโพรงถ้ำ นอกจากนี้ตลอดเส้นทางยังมีโอกาสพบเห็นต้นไม้หายาก และต้นไม้ยักษ์ อย่างปรงเขาที่มีอายุหลายร้อยปี -------------------------------------------------------------------------------------------- 7. ภูป่าเปาะ จังหวัดเลย - ภูเขาไฟฟูจิเมืองไทย เหมือนไปญี่ปุ่น ภูป่าเปาะ ซึ่งเป็นจุดที่สามารถมองเห็นภูหอ หรือฟูจิเมืองเลย ได้อย่างชัดเจน และยิ่งเมื่อมีเมฆบางๆ ปกคลุมก็จะยิ่งคล้ายภูเขาไฟฟูจิที่ญี่ปุ่นเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนั้นบนภูป่าเปาะในวันที่ฟ้าเปิด ยังสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของภูหินร่องกล้าภูหอ ภูหลวง ภูกระดึง ภูผาจิต ภูผาม่าน สวนหินผางาม และเขาค้อ ได้ในมุมมอง 360 องศา อีกด้วย “ภูหอ” มีลักษณะเป็นภูเขาสูงปลายยอดตัดราบบนภู ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกับภูเขาไฟฟูจิยามา ที่ประเทศญี่ปุ่น จึงเรียกกันว่า “ฟูจิเมืองเลย” ภูหอ เป็นภูเขาที่มีลักษณะเด่นอย่างที่กล่าวมาแล้วนั้น และยังเป็นสัญลักษณ์ของ ตำบลภูหอ อำเภอภูหลวงอีกด้วย -------------------------------------------------------------------------------------------- 8. หาดหงส์ จังหวัดอุบลราชธานี - ซาฮาร่าเมืองไทย หาดหงส์ เป็นทะเลทรายกว้างใหญ่ซึ่งเกิดจากการพัดพาของน้ำและตะกอนทรายมาทับถมกัน เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งที่น่าไป หากจะไปเยือนสามพันโบก ไปหาดหินสี ไปหาดสลึง อีกหนึ่งที่ที่ต้องไปให้ได้ คือ หาดหงส์ โดยช่วงเวลาที่หลายคนบอกว่าเด็ดมาก คงจะเป็นช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกยามเย็น จะเห็นความสวยงามจากแสงทอง ที่ส่องลงกระทบทรายสีขาวระยิบระยับงามจับตา ว่ากันว่าถ้ามาหาดหงส์ ต้องมากระโดดเนินทราย พุ่งทะยานปลดปล่อยร่างกายให้เต็มที่ ถึงจะเรียกว่ามาถึงที่โดยสมบูรณ์ พอได้บันทึกภาพเก็บไว้ เป็นโมเมนต์ที่เท่มาก ๆ เลยฮะ -------------------------------------------------------------------------------------------- 9. สามพันโบก จังหวัดอุบลราชธานี - แกรนด์แคนยอนเมืองไทย เหมือนไปอเมริกา สามพันโบก เป็นแก่งหินใต้ลำน้ำโขง เขตบริเวณบ้านโป่งเป้า ตำบลเหล่างาม อำเภอโพธิ์ไทร สามพันโบกคือความงดงามใต้น้ำ จะปรากฏให้เห็นแค่เพียงในยามน้ำแล้งเท่านั้น เนื่องจากในช่วงฤดูน้ำหลากแก่งหินดังกล่าวจะจมอยู่ใต้บาดาล ความสวยงามวิจิตรของหินที่ถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนเว้าแหว่ง “โบก” เป็นภาษาลาว เป็นชื่อเรียกอีกอย่างของ แอ่ง หมายถึง บ่อน้ำลึกในแก่งหินใต้ลำน้ำโขง นั่นเองมีรูปร่างแตกต่างกันออกไป ใหญ่บ้างเล็กบ้าง บ้างเป็นรูปวงรี รูปดาว รูปวงกลม และรูปอื่น ๆ อีกมากมาย ตามแต่ที่เราจะจินตนาการจำนวนมากกว่า 3,000 แอ่ง หรือ 3 พันโบก อ่านข้อมูลเพิ่มเติม เที่ยว 7 สิ่งมหัศจรรย์ อุบลราชธานี ที่ไม่ควรพลาด! -------------------------------------------------------------------------------------------- 10. น้ำตกแก่งโสภา จังหวัดพิษณุโลก - ไนแองการ่าเมืองไทย เหมือนไปทวีปอเมริกาเหนือ (พรมแดนระหว่างประเทศแคนาดากับสหรัฐอเมริกา) น้ำตกไนแอการา เป็นน้ำตกขนาดใหญ่และโด่งดังมากๆ ตั้งอยู่ระหว่างประเทศแคนาดากับสหรัฐอเมริกา แต่ถ้าไม่อยากไปไกล ในเมืองไทยก็มีที่ น้ำตกแก่งโสภา อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก เดิมทีชื่อ น้ำตกแก่งชั้นไดยาน หรือ บันไดยาน จะเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวและปีใหม่ น้ำตกหลั่งไหลตามชั้นหิน อย่างสวยงาม ให้เราได้สัมผัสความสดชื่นจากน้ำตก -------------------------------------------------------------------------------------------- 11. สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี - ทะเลสาบอินเลเมืองไทย เหมือนไปพม่า ทะเลสาบอินเล เป็นทะเลสาบน้ำจืดตั้งอยู่ในรัฐฉาน เป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับสองของพม่า ซึ่งมีความสวยงามทางธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม แต่เราไม่ต้องไปไกลถึงพม่าก็ซึมซับบรรยากาศดีๆ ได้เช่นกัน ที่ สังขละบุรี สังขละบุรี มีแม่น้ำซองกาเรีย เป็นศูนย์รวมความมีชีวิตชีวา เพราะชีวิตต้องหล่อเลี้ยงด้วยสายน้ำ ชาวบ้านที่นี่มีความรักในถิ่นเกิดและธรรมชาติของพวกเขามาก เมื่อคุณไปคุณจะเห็นแววตาแห่งความสุขของพวกเขา เมื่อได้เล่าเรื่องราวถิ่นเกิดอันน่าประทับใจ อีกทั้งมี สะพานมอญ เป็นสะพานไม้ข้ามแม่น้ำซองกาเรียไปยังหมู่บ้านมอญ ถือเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และเป็นอันดับสองของโลกรองจากสะพานไม้อูเบ็งในพม่า และเป็นสัญลักษณ์ของอำเภอสังขละบุรี อ่านข้อมูลเพิ่มเติม 7 มนต์เสน่ห์แห่งสังขละบุรี รับรองว่าคุณต้องหลงรัก -------------------------------------------------------------------------------------------- 12. บ้านป่าบงเปียง จังหวัดเชียงใหม่ - นาขั้นบันไดซาปา เหมือนไปเวียดนาม บ้านป่าบงเปียง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ที่ตั้งของนาขั้นบันไดที่สวยงามสุด ๆ อีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย ด้วยวิวท้องทุ่งนาบนเนินเขาสูงบวกกับวิวเทือกเขาสลับซับซ้อน เกิดเป็นจุดชมวิวที่สวยงามน่าชมอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงฤดูฝน และปลายฝนต้นหนาว เป็นช่วงที่เหมาสมมากกับการมาสัมผัสบรรยากาศดี ๆ และความสวยงามของท้องทุ่งนาเขียวและเหลือง อ่านข้อมูลเพิ่มเติม นาขั้นบันได บ้านป่าบงเปียง ไฮไลท์ที่คุณห้ามพลาด -------------------------------------------------------------------------------------------- 13. ซุ้มป่าไผ่ วัดจุฬาภรณ์วนาราม จังหวัดนครนายก ป่าไผ่อาราชิยาม่าเมืองไทย เหมือนไปญี่ปุ่น วัดที่เงียบสงบ ทางเข้าวัดเป็นอุโมงค์ต้นไผ่ บรรยากาศเหมือนอยู่ประเทศญี่ปุ่น เป็นซุ้มป่าไผ่ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ โน้มเข้าหากันตามธรรมชาติ ทอดตัวเป็นแนวยาวหลายเมตร ให้ความร่มรื่น -------------------------------------------------------------------------------------------- 14. วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ จังหวัดนครสวรรค์ พุทธคยาในเมืองไทย เหมือนไปอินเดีย เป็นพุทธสถานที่มีความสำคัญที่สุด 1 ใน 4 แห่ง ของชาวพุทธ ตั้งอยู่ที่รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย เนื่องจากเป็นที่ตั้งของสถานที่ตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พุทธคยามีสัญลักษณ์ที่สำคัญคือองค์เจดีย์สี่เหลี่ยมที่สูงใหญ่ โดยสูงถึง 51 เมตร ฐานวัดโดยรอบได้ 121.29 เมตร ล้อมรอบด้วยโบราณวัตถุ โบราณสถานสำคัญ พุทธคยา นับเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่สำคัญที่สุดของนักแสวงบุญชาวพุทธทั่วโลกที่ต้องการมาสักการะ ซึ่งในประเทศไทย ก็ได้มีการสร้าง วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ขึ้นเป็นวัดที่ประดิษฐาน เจดีย์ศรีพุทธคยา ก่อสร้างเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2547 เจดีย์มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมทรงกรวย ในส่วนยอดเจดีย์เป็นทรงระฆังคว่ำ ประดับด้วยลวดลายปูนปั้น รอบๆ เจดีย์จะมีพระพุทธรูปปางประทับยืนและประนั่ง เป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุซึ่งตั้งอยู่ชั้นบนสุดของวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ -------------------------------------------------------------------------------------------- 15. ทุ่งแสลงหลวง - ผืนป่าสะวันนาเมืองไทย เหมือนไปออสเตรเลีย ทุ่งแสลงหลวง อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ หนองแม่นาประมาณ 25 กิโลเมตร เป็นทุ่งหญ้าแบบสะวันนา มีพื้นที่เป็นที่โล่งกว้างใหญ่ เนื้อที่ประมาณ 16 ตารางกิโลเมตร ตามเส้นทางจะตัดผ่านป่าเบญจพรรณจะพบสัตว์ป่าออกมาหากินตามข้างทาง และมีพันธุ์ไม้ดอกมากมาย นอกจากนี้ยังมีทุ่งหญ้าแบบสะวันนาสลับกับป่าสนสองใบ คือทุ่งหญ้าเมืองเลนและทุ่งโนนสน อ่านข้อมูลเพิ่มเติม ทุ่งแสลงหลวง ผืนป่าสะวันนาเมืองไทย -------------------------------------------------------------------------------------------- 16. เกาะพยาม จังหวัดระนอง - มัลดีฟท์เมืองไทย “เกาะพยาม” ตั้งอยู่ที่ ต.เกาะพยาม อ.เมือง จ.ระนอง อยู่ฝั่งทะเลอันดามัน เป็นเกาะขนาดใหญ่ ประกอบด้วยภูเขาขนาดย่อมๆ ป่าไม้เบญจพรรณ เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าจำพวกลิงค่าง หมูป่า นกนานาชนิด โดยเฉพาะนกเงือกที่พบมากบนเกาะนี้ อ่าวที่สำคัญๆ ได้แก่ อ่าวแม่หม้าย ที่ตั้งของท่าเรือเกาะพยามและที่ทำการหมู่บ้าน อ่าวเขาควาย จุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน และอ่าวใหญ่ นักท่องเที่ยวต่างชาติมักจะไปอาบแดดและชมพระอาทิตย์ที่นี่เช่นกัน -------------------------------------------------------------------------------------------- 17. เขาสก เขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี - กุ้ยหลินเมืองไทย อุทยานแห่งชาติเขาสก ดินแดนศูนย์กลางของ “ขุนเขาแห่งป่าฝน” เป็นผืนป่าดิบชื้นผืนใหญ่ที่สุดและมีความสำคัญของภาคใต้ โดยทั่วไปเป็นภูเขาดินและภูเขาหินปูนสูงสลับซับซ้อน โดยเฉพาะช่องแคบเขากาเลาะมีลักษณะเป็นภูเขาหินปูนที่มียอดแหลมระเกะระกะ มีแนวหน้าผาสูงชันบางแห่งเป็นแท่งสูงขึ้นไปในอากาศคล้ายหอคอยสูง เขื่อนรัชชประภา เป็นภูเขาหินปูนทียอดเขาตั้งฉากกับผืนน้ำสีเขียวมรกต พื้นที่แห่งนี้ได้รับสมญานามว่า “กุ้ยหลินเมืองไทย” ตั้งอยู่ ต.เขาพัง อ.บ้านตาขุน ซึ่งห่างจากตัวเมืองจังหวัดสุราษฏร์ธานี ประมาณ 84 กิโลเมตร นอกจากความงานที่ลือเลื่องของ เขื่อนรัชชประภา แล้ว การมาเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับมันคงให้ความรู้สึกถึงธรรมชาติที่ไม่สมบูรณ์ เหมือนกินลอดช่องไม่ใส่กะทิ ดังนั่นการได้พักค้างคืนที่นี่ ดูจะเป็นอะไรที่สมเหตุสมผลของการมาพักผ่อนแบบเต็มที่อย่างที่สุด -------------------------------------------------------------------------------------------- 18. สระมรกต คลองท่อม จังหวัดกระบี่ - จิ่วจ้ายโกวเมืองไทย สระมรกต ที่อยู่ในอำเภอคลองท่อม โดย ณ เวลานี้ สถานที่ดังกล่าวก็ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว Unseen ที่หลายๆ คนให้ความสนใจกันมาก เพราะเอกลักษณ์ที่มีน้ำสวยใสสีเขียวอมฟ้ากลางใจป่า ซึ่งกำเนิดมาจากธารน้ำอุ่นในผืนป่าที่ราบต่ำของภาคใต้ สำหรับการเดินทาง ไปยัง สระมรกต นับว่าเป็นเรื่องง่ายยิ่งกว่าการปลอกเปลือกกล้วย เพราะถ้าคุณเดินทางจากตัวเมืองกระบี่ ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ไปทางอำเภอเหนือคลอง จนถึงอำเภอคลองท่อม ถึงแยกไฟแดงให้เลี้ยวซ้ายไปทางอำเภอลำทับ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4038 ประมาณ 100 เมตร แล้วเลี้ยวขวาไปทางอำเภอคลองท่อม ใต้-ทับไทร อีกประมาณ 17 กิโลเมตร ก็จะเห็นทางเข้าของสระมรกตแล้ว -------------------------------------------------------------------------------------------- 19. ปราสาทสัจธรรม พัทยา - นครวัดเมืองไทย เหมือนไปกัมพูชา ปราสาทสัจธรรม (Sanctuary of Truth) ตั้งอยู่บริเวณอ่าววงพระจันทร์ ตำบลนาเกลือ ในเนื้อที่ 80 ไร่ งดงามด้วย “สถาปัตยกรรมไม้ขนาดใหญ่ที่สุดของโลก” ชาวบ้านโดยทั่วไปเรียกว่า “วังโบราณ” บ้างก็เรียกตามวัสดุของตัวอาคารว่า “ปราสาทไม้” ก่อตั้งและสร้างสรรค์โดย คุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ตัวปราสาทสร้างด้วยไม้ทั้งหลัง ไม่มีโลหะหรือปูนเข้ามาปะปน ยกเว้นส่วนฐานที่เป็นคอนกรีต  มีการใช้ระบบเข้าเดือยไม้แบบไทย  หรือใส่สลักไม้ตามภูมิปัญญาโบราณ  ตัวปราสาทเป็นทรงจัตุรมุข  สูง 100 เมตร กว้าง 100 เมตร  แกะสลักลวดลายอย่างวิจิตรพิสดาร   ทั้งภายนอกและภายใน  กล่าวกันว่างามดั่งเทพนฤมิต  สะท้อนแนวคิดนามธรรมออกมาตีแผ่เป็นรูปธรรมให้สัมผัสได้ สื่อถึงความสำคัญของศาสนาและปรัชญาตะวันออก อ่านข้อมูลเพิ่มเติม ปราสาทสัจธรรม สถาปัตยกรรมไม้ที่ยิ่งใหญ่แห่งศตวรรษ -------------------------------------------------------------------------------------------- 20. มอหินขาว จังหวัดชัยภูมิ - สโตนเฮนจ์เมืองไทย เหมือนไปอังกฤษ สโตนเฮนจ์เมืองไทย เป็นที่เที่ยวแนวอันซีนที่เพิ่งฮิตกันมาไม่นาน ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูแลนคา เป็นมหัศจรรย์ธรรมชาติของกลุ่มหินโบราณที่กระจัดกระจายในเขตทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ หินเหล่านี้มีรูปร่างต่างๆ ที่เกิดจากการกัดเซาะของลมฝนมาเป็นเวลานาน บางคนก็เห็นว่าเป็นรูปหอเอนปิซา บางคนก็ว่าเหมือนเจดีย์ ทั้งนี้ก็แล้วแต่จะจินตนาการกันไป แต่ที่โดดเด่นที่สุด คือ กลุ่มเสาหินโบราณ 5 ต้นที่คาดว่ามีมาแต่สมัยยุคดึกดำบรรพ์ราว 175-195 ล้านปีก่อน แต่ละต้นมีความสูงราว 12 เมตร นอกจากนั้นแล้วบริเวณรอบๆ ก็ยังมีธรรมชาติสวยงาม มีทุ่งดอกไม้ป่าและจุดชมวิวงามๆ อีกหลายแห่ง -------------------------------------------------------------------------------------------- 23. บ้านสวนน้อย จังหวัดนครราชสีมา บ้านฮอบบิทเมืองไทย เหมือนไปนิวซีแลนด์ บ้านสวนน้อย รีสอร์ต (Baansuannoi Resort) ตั้งอยู่ที่  อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งการสร้างที่พักของที่นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์เรื่อง The Hobbit และ The Lord of The Rings นั่นเอง มีความน่ารัก อบอุ่น เหมาะกับการพักผ่อนในวันหยุด ^^ -------------------------------------------------------------------------------------------- 24. สตรอเบอรี่ ทาวน์ จังหวัดระยอง เที่ยวเมืองไทย เหมือนไปเนเธอร์แลนด์ ชื่อของ “Strawberry Town” นั้นถูกตั้งขึ้นมาเพื่อสื่อถึงความหวานและสดใสของเมืองแห่งนี้ สถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับการออกแบบและก่อสร้างให้มีสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นสวยสดงดงามสไตล์ตะวันตก มีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ตั้งอยู่ตามตึกสีสันสวยงามต่างๆ รวมทั้งอีกหลากหลายพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ ได้แก่ Holland Village, Town Center, Amazon Trail, Uncle Sam’s Farm, Adventure Land, น้ำพุแห่งฤดูกาล, ลานอเนกประสงค์สำหรับจัดการแสดง หรือดนตรี และอื่นๆ อีกมากมาย ในแต่ละสถานที่จะได้รับการออกแบบให้มีสไตล์และเอกลักษณ์ของตัวเอง กลมกลืน ไม่แปลกแยกกับภูมิทัศน์โดยรอบที่ดำรงความเป็นธรรมชาติอย่างลงตัว อ่านเพิ่มเติม http://www.brookside.co.th/activity/strawberry-town/ -------------------------------------------------------------------------------------------- 25. มัสยิดกลาง จังหวัดปัจตานี - ทัชมาฮาลเมืองไทย เหมือนไปอินเดีย มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี ตั้งอยู่ถนนยะรัง ตำบลอาเนาะรู อำเภอเมืองปัตตานี ใช้เวลาในการก่อสร้างและตกแต่งอย่างวิจิตรพิสดารเป็นเวลา 9 ปีกว่าจะแล้วเสร็จ สร้างเป็นตึกคอนกรีตเสริมเหล็กสองชั้น รูปทรงคล้ายกับ “ทัชมาฮาล” ประเทศอินเดีย ตรงกลางเป็นอาคารมียอดโดมขนาดใหญ่และมีโดมบริวาร 4 ทิศ มีหอคอยอยู่สองข้างสูงเด่นเป็นสง่า  บริเวณด้านหน้ามัสยิดมีสระน้ำสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ภายในมัสยิดมีลักษณะเป็นห้องโถง มีระเบียงสองข้าง ภายในห้องโถงมีบัลลังก์ทรงสูงและแคบเป็นที่สำหรับ “คอฏีบ” ยืนอ่านคุฏบะฮ์ในการละหมาดวันศุกร์ หอคอยสองข้างนี้เดิมใช้เป็นหอกลางสำหรับตีกลอง เป็นสัญญาณเรียกให้มุสลิมมาร่วมปฏิบัติศาสนกิจ ภายในมัสยิดประดับด้วยหินอ่อนอย่างสวยงาม

Crusaders Quest อัปเดท EP.7 บทสรุปตำนานศิลาวิญญาณวันนี้
Crusaders Quest /  NHN TH

Crusaders Quest อัปเดท EP.7 พบกับบทสรุปตำนานศิลาวิญญาณกันได้แล้ว วันนี้! Crusaders Quest  มหาสงครามระหว่างเหล่าฮีโร่ และเทพธิดาแห่งแสงสว่าง กับเหล่าปีศาจร้ายแห่งตำนานศิลาวิญญาณเกมมือถือสไตล์ 16 บิทสุดน่ารักที่ฮอตสุดๆ กว่า 15 ล้านดาวน์โหลดทั่วโลก ก็ใกล้ถึงบทสรุปแล้ว พร้อมกับ Update Event และ UI พิเศษ แบบจัดเต็ม เล่นสะดวกและลื่นไหลยิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยในศึกบทสรุปของสงครามศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้ เหล่าฮีโร่และเทพธิดาทั้งหลายของเราจะได้เผชิญกับเหล่าร้ายที่ถูกกองทัพแห่งความมืด “Apostle” ปลุกขึ้นท่ามกลางเมืองศักดิ์สิทธิ์ที่บัดนี้ได้แปดเปื้อนไปด้วยความคลุ้มคลั่งของเหล่าสาวก และเป็นครั้งแรกที่เนื้อเรื่องในครั้งนี้ เราจะได้ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับฮีโร่ “Leon” ในฐานะอดีตวีรบุรุษในตำนานเมื่อ 100 ปีก่อนที่เคยหยุดหายนะนี้ได้ และคราวนี้ ชะตากรรมแห่งศิลาวิญญาณ เมืองศักดิ์สิทธิ์ และมวลมนุษยชาติของโลกแห่ง Hasla อยู่ในมือของเพื่อนๆ แล้ว! เราจะได้พบกับเหล่าศัตรูที่ไม่คาดคิด และเทพธิดาองค์ใหม่ที่คาดไม่ถึง มาร่วมทางไปกับเราด้วย จงใช้พลังของเธอเพื่อปกป้องความสงบสุขนี้ให้ได้! อัพเดทใหม่กับเหล่าฮีโร่ Promote สุดเท่ทั้ง 6 คน พร้อมความสามารถสุดเจ๋ง และฮีโร่ธรรมดา 18 คนจากเมืองศักดิ์สิทธิ์ให้สะสม ตามหาพวกเขาและให้พวกเขาได้เข้าร่วมทีมกับเรากัน! พร้อมกันนี้ เพื่อเป็นการฉลองฤดูใบไม้ร่วงและเทศกาลเก็บเกี่ยวของเกาหลี จัดเต็มกับเทศกาลเก็บองุ่นด้วยการเล่น Ancient Dungeon และเนื้อเรื่อง สะสมองุ่นเพื่อแลกรับไอเทมสุดกิ๊บเก๋เฉพาะเทศกาลได้มากมาย ทั้ง Costume ของพี่บอด Rochefort และ D’argtanan ตั๋ว VIP ขนมไหว้พระจันทร์ และอื่นๆ อีกมากมาย แถมอัพเดทกับ Costume สุดเท่ของฮีโร่อีก 4 ชุดด้วย น่ารักขนาดนี้ ใครมีเพชรอยู่ก็จัดกันเลย ></ Download Game Apple : bit.ly/CQapple Android : bit.ly/CQandroid ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/CrusadersQuest.TH

ปั่นจักรยานเที่ยวปาย ชมวิวทุ่งนาป่าเขาในหน้าฝน
ปั่นจักรยาน ท่องเที่ยว /  เที่ยวปาย / 

ใครว่าปายหมดเสน่ห์ ใครว่าปายไม่น่าเที่ยวเหมือนแต่ก่อน ? แอดมินขอเถียงคนนึง ขอยืนยันว่าปายยังคงความสวยงามตามเดิม หากมาเยือนแบบถูกช่วงเวลา จากปากคนในพื้นที่เขาบอกว่า ปายหน้าฝน คือช่วงเวลาที่ปาย มีความสวยงามมากที่สุด คนน้อย อากาศชื้นกำลังดี ฝนตกเป็นบางช่วงทำให้สามารถเห็นทะเลหมอกได้มากขึ้น วันนี้ Travel MThai จะขอพาทุกท่านไปเที่ยวปายแบบชิล ๆ ด้วยการปั่นจักรยานเที่ยว อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ลัดเลาะตามถนนไปจนถึงทุ่งนา หยุดพักถ่ายรูป ชมทิวทัศน์เขียวขจี สูดธรรมชาติให้ชุ่มปอด แถมยังได้สุขภาพที่ดีอีกด้วย ชมวิวทุ่งนาป่าเขาในหน้าฝน และปั่นจักรยานเที่ยว อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน  โดยเส้นทางปั่นจักรยานเที่ยวปายที่ว่านี้ เรียกว่าเส้นทาง 4020 แม่ฮี้-วัดทรายขาว มีระยะทางไปกลับรวม 8 กิโลเมตร โดยเริ่มต้นจากโรงแรมเมดิโอ ปั่นไปตามถนนจนถึงทางขึ้นวัดพระธาตุแม่เย็น เลี้ยวขวาผ่านบ้านกะทิสด ลัดเลาะไปตามทุ่งนา ชมวิวธรรมชาติอันเขียวขจีตลอดสองข้างทาง แล้วไปสิ้นสุดที่วัดทรายขาว จากนั้นจะปั่นไปบรรจบกับถนนใหญ่ หรือจะวกกลับเลี้ยวซ้ายทะลุบึงปายฟาร์ม เพื่อชมบรรยากาศอันร่มรื่นผ่าน ดิ เอีย รีสอร์ท แล้วมาจบที่จุดจอดจักรยานที่โรงแรมเมดิโอ ก็ทำให้เราเพลิดเพลินได้ทั้งนั้น แนะนำเลยฮะ ถ้ามาเที่ยว อ.ปายแห่งนี้ ต้องมาปั่นกันนะ บรรยากาศในการปั่น เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ผสานมิตรภาพของเพื่อนร่วมทริป และทิวทัศน์อันสวยงามตลอดเส้นทาง ทำให้การท่องเที่ยวของเรามีความพิเศษมากยิ่งขึ้น ไม่เชื่อ ขอเชิญชวนให้มาปั่นจักรยานเที่ยวที่ อ.ปายนี้ดูกันเลยครับ ถ้าติดใจไม่รู้ด้วยนะ ได้เห็นทุ่งหญ้าสีเขียวๆแบบนี้ ตัดกับสีของภูเขาและท้องฟ้า บอกได้คำเดียวว่าฟินจริงๆ ปั่นจักรยานไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก ต้องขอบอกเลยว่า อากาศที่ปายแห่งนี้บริสุทธิ์มากๆ สูดลมหายใจเข้าไปได้แบบเต็มปอด รู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก ปั่นจักรยานกันไป เป็นหมู่คณะ ตลอดเส้นทางไม่เหงาเลย มีทั้งเพื่่อนร่วมเดินทาง และได้ยินเสียงนกร้องตามทางเป็นระยะๆ ผมติดใจจริงๆ น้อยครั้งที่จะมีโอกาศได้มาปั่นจักรยานลัดเลาะตามทุ่งนา ทุ่งหญ้า และภูเขา แบบนี้ แม้ระยะทางในการปั่นจักรยานเที่ยวจะไม่มากนัก แต่เราก็ใช้เวลาไปพอสมควรเลย เนื่องจากต้องหยุดจอดถ่ายรูปอยู่หลายจุดตลอดเส้นทาง เพราะมันสวยมากจริง ๆ ฮะ ทุ่งนาเขียว ๆ วิถีชีวิตของผู้คน ทิวเขาเรียงราย มีทะเลหมอกน้อยๆ ไหลผ่านไปอย่างช้า ๆ เรียกว่าปั่นไปถ่ายไป ฟินกันทุกคนเลยฮะ ปั่นมาเรื่อยๆ เจอทุ่งนาสีเขียวตรงจุดนี้ กระทบกับแสงแดดสวยงามจับตาจริงๆ เป็นต้องหยิบกล้องขึ้นมาแชะอีกแล้วหล่ะครับ ก็ธรรมชาติสวยขนาดนี้ ใครจะอดใจไหว ในรูปคือ วัดทรายขาว ต.แม่ฮี้  อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน เป็นวัดเก่าแก่ของชาวปาย ซึ่งมี พระสมเด็จพระมหาสมณโคดม องค์สีขาว งดงามมากๆ อย่าลืมกันนะว่า ปายหน้าฝน น่าเที่ยวเป็นไหน ๆ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน นี้ ยังมีอีกหลายสิ่งที่คุณยังไม่ได้เห็น และการปั่นจักรยานเที่ยวปายกับเส้นทางนี้ คุณต้องมาลองสักครั้ง แล้วจะหลงรัก อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน มากขึ้นแบบที่ผมกำลังเป็นอยู่ ...      การเดินทางมา อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอนในทริปนี้ต้องขอขอบคุณ กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวปาย ที่ดูแลพวกเราพี่น้องสื่อมวลชนเป็นอย่างดี และสายการบินไทย แอร์เอเชีย ผู้สนับสนุนการเดินทาง อย่าลืมนะครับว่า … ปาย หน้าฝน ก็งดงามควรค่าแก่การมาเที่ยว ลองได้มาปั่นจักรยานเที่ยวแบบนี้ติดใจแน่นอน คนก็น้อยกว่า อากาศกำลังดี ยิ่งปลายฝนต้นหนาวยิ่งต้องมา เมืองน่ารักแห่งนี้รอต้อนรับทุกท่านเสมอครับ ถ่ายภาพและเรียบเรียงโดย : Travel MThai

อีสานแท้ๆ! ก้อง ห้วยไร่ ร้องเอง-แต่งเอง เพลงประกอบละคร นาคี
ก้อง ห้วยไร่ /  คู่คอง / 

ก้อง ห้วยไร่ นักร้องลูกทุ่งที่โด่งดังแบบมาแรงแซงโค้ง เจ้าของเพลงฮิต ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน กับการร้องเพลงประกอบละครเป็นครั้งแรก ในเพลง คู่คอง เพลงประกอบละครเรื่อง นาคี 'คู่คอง' หมายถึง คู่ที่รอคอยกันตลอดไป... เพลง คู่คอง จึงเป็นเพลงรักภาษาอีสาน ซึ่งพูดถึงความรักที่เกิดขึ้นแล้วจะไม่มีวันจางหายไปจากหัวใจดวงนี้ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนหรืออุปสรรคข้างหน้าจะใหญ่หลวงเพียงใด ต่อให้ต้องฝืนชะตาฟ้าลิขิตก็พร้อมยอมสละทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้ครองคู่กัน แม้ชาติกำเนิดก็ไม่อาจขวางกั้นความรักครั้งนี้ได้ โดย ก้อง ห้วยไร่ ทุ่มเทอย่างที่สุดในการลงมือแต่งเนื้อร้องและทำนองเพลง คู่คอง ด้วยตัวเอง โดยได้นำภาษาอีสานหลากหลายสำเนียงมาผสมผสานกันเป็นเพลงได้อย่างลงตัว และคงเอกลักษณ์ความเรียบง่ายตามแบบฉบับหนุ่มบ้านนา คู่คอง Ost.นาคี | ก้อง ห้วยไร่ | Official MV youtube channel : Ch3 Soundtrack Official เพลงละครช่อง 3 เนื้อเพลง คู่คอง เพลงประกอบละครเรื่อง นาคี ศิลปิน ก้อง ห้วยไร่ คำว่าฮักเกิดขึ้นที่ใด เกิดกับไผมันบ่สำคัญ มันจะอยู่ตรงนั้น บ่หายตามกาล..เวลา ว่าสิผ่านมาดนปานใด๋ ในหัวใจบ่เคยร้างลา ยังจดจำทุกถ้อยวาจาที่เฮาเว้าต่อกัน เมื่อสวรรค์แยกกายเฮาสอง จากคู่ครองเป็นคนอื่นไกล เหลือแต่คำสัญญาใช่ไหมที่ยัง..คงอยู่ แม้นว่าเจ้าสิเกิดเป็นหยัง บ่เคยคิดซัง ย้อนฮักคนฮู้ สิเคียงข้าง ให้ได้ฮู้ หัวใจยังคงเดิม * บ่มีอีหยังมาพังทลาย..ความฮักเฮาสองลงได้ แม้ดินสลายยังมั่นคงคือจั่งตอนเริ่ม ฮักที่แลกด้วยแหกกฏฟ้า ถึงมีน้ำตาเข้ามาแต่งเติม ความปวดร้าวสิเข้ามาเสริม บ่เคยคิดย่าน ** ในวันนี้เฮาเจอกันแล้ว ยังบ่แคล้วจำต้องจากลา คนที่เฮาตามหา เป็นหยังคือบ่..สมใจ ให้คองถ่าอีกกี่พันปี ให้อยู่ตรงนี้อีกนานเท่าไหร่ ขอเพียงแค่..เธอจำฉันได้ ชาติไหนก็รอเธอ * , ** มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ตามรอยที่เที่ยวทั้ง 5 ภาคของ ยักษ์ชวนเที่ยวไทย ใน
ยักษ์ชวนเที่ยวไทย /  เที่ยวไทย 5 ภาค / 

เมืองไทยเราไม่ไปไม่รู้ ตามกระแส "ยักษ์ชวนเที่ยวไทย" กันซักหน่อย ในชุด "เที่ยวไทยมีเฮ" ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าไปทั้ง 5 ภาคของเมืองไทย เราจึงขอสรุปที่ท่องเที่ยวแต่ละภาคอีกครั้ง เผื่อท่านใดสนใจอยากไปตามรอย ก็เตรียมเก็บกระเป๋า แล้วออกเดินทางไปพร้อมกันเลยจ้า ยักษ์ชวนเที่ยวไทย ภาคกลาง กรุงเทพมหานครฯ แน่นอนอยู่แล้ว เป็นเมืองหลวง ที่ท่องเที่ยวมากมาย บริเวณที่ถ่ายทำหลักคือ เสาชิงช้า ซึ่งถือเป็น สะดือเมือง” หรือจุดศูนย์กลางของพระนคร ตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์มาจนถึงปัจจุบัน วัดม่วง จ.อ่างทอง ได้รับการขนานนามว่าเป็น "พระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในโลก" หลวงพ่อใหญ่ หรือ พระพุทธมหานวมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ  ตลาดน้ำอัมพวา จ. สมุทรสงคราม รีวิวที่เที่ยว ตลาดน้ำอัมพวา หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ รีวิว ที่เที่ยวหัวหิน เขาพะเนินทุ่ง อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี รีวิว เขาพะเนินทุ่ง  สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี รีวิว สังขละบุรี *************************************** ยักษ์ชวนเที่ยวไทย ภาคเหนือ วัดร่องขุน จ. เชียงราย รีวิว วัดร่องขุน สิงค์ปาร์ค  จ. เชียงราย รีวิว สิงค์ปาร์ค  ภูชี้ฟ้า รีวิว ภูชี้ฟ้า พระตำหนักดอยตุง และ สวนแม่ฟ้าหลวง จ. เชียงราย รีวิว พระตำหนักดอยตุง *************************************** ยักษ์ชวนเที่ยวไทย ภาคอีสาน พระธาตุพนม จ. นครพนม รีวิว พระธาตุพนม พระมหาธาตุแก่นนคร จ. ขอนแก่น รีวิว พระมหาธาตุแก่นนคร วัดหนองแวง  มอหินขาว จ. ชัยภูมิ รีวิว มอหินขาว  สามพันโบก จ. อุบลราชธานี รีวิว สามพันโบก  *************************************** ยักษ์ชวนเที่ยวไทย ภาคตะวันออก เกาะล้าน พัทยา จ. ชลบุรี รีวิว เกาะล้าน พัทยา เกาะกูด จ. ตราด รีวิว เกาะกูด *************************************** ยักษ์ชวนเที่ยวไทย ภาคใต้ สระมรกต อ.คลองท่อม จ.กระบี่ รีวิว สระมรกต  เมืองไทยยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ อีกมากมาย เรียกได้ว่าเที่ยวทั้งปีก็ไม่หมด แล้วออกไปเที่ยวเมืองไทยด้วยกันนะคะ

Pokémon GO ป่วนญี่ปุ่น เมื่อ Lapras ดันเกิดกลางถนน คนไล่จับเป็นแสน!
Pokemon /  Pokemon GO

Pokémon GO ป่วนญี่ปุ่น เมื่อ Lapras ดันเกิดกลางถนน สี่แยกเมืองโอไดบะ คนไล่จับเป็นแสน! ▲ ภาพจาก pokemonfans Pokémon GO ทำป่วนอีกแล้ว เหตุการณ์ในเกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น ต้นกำเนิดโปเกมอนเองซะด้วย เมื่อโปเกมอนพันธุ์หายากที่ชื่อว่า Lapras (ชื่อญี่ปุ่น ラプラス Laplace) ดันมาเกิดเอากลางสี่แยกเมืองโอไดบะ กรุงโตเกียว เกมเมอร์ชาวญี่ปุ่นร่วมจับกันกว่าแสนคน ทำให้เกิดเหตุการณ์คล้ายกับจราจลย่อมๆ เลยทีเดียว เนื่องจากผู้คนวิ่งไล่จับกันโดยไม่สนใจไฟเขียวไฟแดง จนทำให้ทางตำรวจญี่ปุ่นต้องร้องขอให้ Niantic ค่ายเกมผู้ผลิตควบคุมการเกิดของโปเกมอนไม่ให้เกิดกลางถนนแบบนี้อีก เพราะเป็นสาเหตุของการเกิดอันตรายบนท้องถนน ชาวเน็ทเรียกเหตุการณ์นี้ว่า Lapras Panic เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักในญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศที่ผู้คนค่อนข้างมีระเบียบมากๆ https://twitter.com/345__charinko/status/778994590388854784 https://twitter.com/Csabesz33/status/778909638276313089 ▼ Lapras ลองมาดูความสามารถของ Lapras กันครับ ว่าทำไมถึงอยากมีไว้ในครอบครองกันขนาดนี้ อ้างอิง Stat จากเกม Pokémon GO ใครเล่นเกมนี้อยู่แล้วจับ Lapras กันได้แล้วเอามาโชว์กันบ้างนะครับผม ข้อมูลจาก rankedboost ธาตุ Ice Water Max CP 2980.73 Pokemon Go Lapras CP Per Level 43 Tier List Ranking S Base Attack 186 Base Defense 190 Base Stamina 260 Capture Rate 16% Flee Rate 9% Evolution Requirements Buddy Candy Distance 3 KM Buddy Size Big

สัมผัสกาแล็คซี 10 ที่เที่ยวนอนชมดาว ส่องทางช้างเผือก 
10 จุดหมายท่องเที่ยว /  ทางช้างเผือก / 

การเดินทางท่องเที่ยวในแต่ละครั้ง ก็ย่อมสร้างความประทับใจแตกต่างกันไป แต่ไม่ว่าคุณจะพบเจอธรรมชาติแบบไหน พวกเขาก็พร้อมจะมอบความสุขให้คุณเสมอ ไม่ว่าจะรูปแบบใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นแสงยามเช้า ความงามของพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า คลื่นทะเลหมอก ความโรแมนติกของดวงจันทรา ผืนป่า ต้นหญ้า และหมู่ดอกไม้ แต่สิ่งหนึ่งที่ travel.mthai.com อยากจะนำเสนอ นั่นก็คือความอลังการของดวงดาราและทางช้างเผือกยามค่ำคืน ไปพบกับ 10 ที่เที่ยวนอนชมดาว ส่องทางช้างเผือกกันครับ ถ้าชอบ ก็ตามรอยไปเที่ยวกันได้เลย แนะนำ 10 ที่เที่ยวนอนชมดาว ส่องทางช้างเผือก สำหรับการจะชมดาวหรือทางช้างเผือกด้วยตาเปล่า จะมีให้เห็นในคืนเดือนมืดเท่านั้น แล้วแต่สภาพท้องฟ้า และต้องไม่มีแสงรบกวน และเดี๋ยวนี้ก็สะดวกมากขึ้นเพราะมีแอพลิเคชั่นแนะนำช่วงวันเวลาในการมองเห็นด้วยนะ โดยเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่ของช่างภาพสายท่องเที่ยว 1. ดอยหลวงเชียงดาว จ.เชียงใหม่ เดินป่าฝ่าความสูงกับยอดเขาที่สูงเป็นอันดับ 3 ในเมืองไทย 2. วัดป่าสว่างบุญ จ.สระบุรี พระมหาเจดีย์ 500 ยอด กลางวันงดงามอร่ามตา กลางคืนพร่างพราวกับดวงดารา 3. สามพันโบก จ.อุบลราชธานี มหัศจรรย์แก่งหิน ราวกับเดินสำรวจในโลกดึกดำบรรพ์ 4. หาดขนอม จ.นครศรีธรรมราช ชายหาดแดนใต้อันเงียบสงบ ฟังเสียงเกลียวคลื่น ยืนมองดวงดาว สุกสกาวเต็มฟ้า 5. ภูสอยดาว จ.อุตรดิตถ์ ลานสนสามใบที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย พร้อมดอกหงอนนาคสีขาวโพลน เบ่งบานเต็มท้องทุ่ง 6. ภูกระดึง จ.เลย เส้นทางเดินป่าสุดคลาสสิก กินลม ชมวิว ชิลน้ำตก ค่ำคืนก็มายืนชมดาว 7. บึงบัว เขาสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ สะพานไม้ทอดยาว พื้นล่างเป็นบึง เบื้องบนคือดวงดาว เคียงข้างด้วยขุนเขาอันยิ่งใหญ่ 8. เขาช้างเผือก จ.กาญจนบุรี มาดูช้างเผือก จะพลาดเขาช้างเผือกได้อย่างไร เหมือนเกิดมาเป็นของคู่กัน 9. วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว จ.อุบลราชธานี ยามค่ำคืน ชมต้นไม้เรืองแสง พร้อมหมู่ดาวมาเป็นพยาน กับวัดที่ฮอตที่สุดในเมืองอุบลฯ 10. เขาพะเนินทุ่ง แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี อลังการกับโคตรทะเลหมอกยามเช้า แถมยามค่ำคืนยังจะได้ฟินกับหมู่ดาวนับล้านดวง ขอบคุณภาพถ่ายสุดงาม จาก ... 1. คุณพชร เกรียงเกร็ด     :  Little Potchara 2. คุณสุรเชษฐ์ เจียมตน   :  สุรเชษฐ์ เจียมตน เรื่องโดย : Travel MThai