มด ณปภัช

ไทยพาณิชย์ ยอมใช้ สจล 1.5 พันลบ ย้ำไม่กระทบธุรกิจ
SCB /  ข่าว / 

ไทยพาณิชย์ ยอมชดใช้ค่าเสียหาย สจล. 1.5 พันลบ. ย้ำไม่กระทบธุรกิจมีสินทรัพย์  2,700 ล้านล้านบาท    นายวิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)หรือ SCB  เปิดเผยว่า ธนาคารได้อนุมัติวงเงิน 1,500 ล้านบาท เพื่อจ่ายชดเชยให้กับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หรือ สจล. ในกรณีที่พบว่ามีพนักงานของธนาคารมีส่วนเกี่ยวข้องในการทุจริต ธนาคารจึงแสดงความรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้น เนื่องจากธนาคารเห็นว่าหากปล่อยให้เรื่องยืดเยื้อต่อไป จะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและความเชื่อมั่นของประชาชน เพราะธนาคารเป็นหนึ่งในสถาบันหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เช่นเดียวกับ สจล.ที่เป็นหนึ่งในสถาบันหลักด้านการศึกษา ส่วนเรื่องการเอาผิดด้านกฎหมายก็เป็นเรื่องเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยทั้ง 2 สถาบัน พร้อมที่จะสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่เต็มที่ เพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม และ การชดเชยนวงเงินดังกล่าวนั้น เป็นไปตามมูลค่าเสียหายที่ทาง สจล.มีการประเมินไว้ แต่หากพบว่ามีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า สจล.มีความเสียหายที่แท้จริงน้อยกว่าวงเงินข้างต้น สจล.จะยินยอมจ่ายคืนส่วนต่างให้กับธนาคาร ทั้งนี้การทำความตกลงกันดังกล่าวข้างต้นจะไม่กระทบต่อการดำเนินคดีอาญากับกลุ่มผู้ทุจริต ด้าน นายโมไนย ไกรฤกษ์ รักษาการแทนอธิการบดี สจล. กล่าวว่า สจล.มองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นบทเรียนสำคัญ ที่จะต้องรีบดำเนินการป้องกันและแก้ไขอย่งเร่งด่วน ในส่วนของการบริหารจัดการทางด้านการเงิน จะมีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดีแม้ ไทยพาณิชย์  จะต้องจ่ายเงินเพื่อดูแลความเสียหายให้แก่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หรือสจล. ในวงเงินไม่เกิน 1,500 ล้านบาท จะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและกิจการของธนาคารอย่างแน่นอน เนื่องจากปัจจุบันธนาคารมีสินทรัพย์รวม 2,700 ล้านล้านบาท ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหว ราคาหุ้นธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB พบว่า ปรับตัวลดลงเช้าวันนี้ หลังนักลงทุนทราบข่าวดังกล่าว ณ เวลา 11.38 น. ราคาหุ้น SCB อยู่ที่ 171 บาท ลดลง 2.00 บาท หรือ 1.16% มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 420,711 ล้านบาท  MThai News

เปิดตำนาน
พระฉาว /  พระธัมมชโย / 

เมืองไทยเป็นเมืองแห่งพุทธศาสนา แต่ในอดีต กรณีอื้อฉาวเกี่ยวกับพระเกิดขึ้นมากมาย หลายกรณีก็เป็น เรื่องราวใหญ่โตตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคมไทยอย่างครึกโครม วันนี้จึงขอนำทุกท่านย้อนสู่ความทรงจำ เปิดตำนาน “พระฉาว” เมืองไทย เพื่อให้ทุกท่านได้ ฟื้นความทรงจำ อีกครั้ง…  พระนิกรอดีตพระนักเทศน์เสียงทอง  แอบทำสาวท้อง พระนิกร ซึ่งเป็นอดีตพระนักเทศน์เสียงทองแห่งยุคนั้น หลายคนคงจำชื่อ "พระครูใบฎีกานิกร ธัมมวาที" แห่งวัดสันปง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ได้เป็นอย่างดี ปัจจุบัน นายนิกร เปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนามใหม่เป็น นายธรรมรัตน์ ยศคำจู เคยเป็นอดีตพระนักเทศน์เสียงทองแห่งยุค มีผู้คนแห่ไปฟังการเทศน์ไม่ขาดสาย แม้หนทางไปสู่วัดสันปง จะยากลำบากเพียงใด ไม่เคยเป็นปัญหาด้วยพลังศรัทธา จนถึงขั้นต้องเปิดสำนักปฏิบัติธรรมหลายสิบแห่งทั่วประเทศขึ้นเป็นสาขา เรื่องราวใหญ่โตได้เริ่มเมื่อ พ.ศ.2533 พระนิกรกำลังรุ่งโรจน์สุดขีด ได้สร้างความปวดร้าวให้แก่ชาวพุทธ กลับมีข่าวฉาวกับนางอรปวีณา ที่ออกมายืนยันความสัมพันธ์กับพระนิกรพร้อมด้วยทายาทในท้อง แต่พระนิกรพยายามตอบโต้ข่าว ว่ามีผู้อิจฉาในชื่อเสียงของตนเอง อีกทั้งบรรดาลูกศิษย์ ได้พยายามหาหนทางตอบโต้ข้อกล่าวหา ว่าเป็นการกลั่นแกล้ง โดยไม่เชื่อว่า พระที่ยึดมั่นในศีลธรรมและเทศน์ได้ไพเราะจับจิต จะมีพฤติกรรมเช่นนั้น มีหลักฐานมากมายที่แสดงจนถึงขั้นปาราชิก แต่พระนิกร ยังไม่ยอมถอดผ้าเหลืองและยังมีคนอีกมากมายหลงศรัทธาอย่างไม่ลืมหูลืมตา แม้จะเต็มไปด้วยหลักฐาน ตั้งแต่จดหมายรัก ภาพถ่าย จนถูกดำเนินคดีทั้งศาลยุติธรรมและศาลสงฆ์ ซึ่งในที่สุดศาลสงฆ์ มีมติระบุความผิดพระนิกรว่า เป็น "ปฐมปาราชิก" คือการเสพเมถุนกับอิสตรี ขาดจากความเป็นพระ แม้จะกลับมาบวชใหม่ก็ไม่สามารถดำรงความเป็นสมณเพศได้ อดีตพระนิกร ที่เสียชีวิตด้วยอาการเส้นเลือดในสมองแตก เมื่อคืนวันที่ 11 ก.ย. ที2557 โดยไร้เงาของ นางอรปวีณา บุตรขุนทอง ภรรยา และลูกชาย แต่ก็ยังมีลูกศิษย์จำนวนมากร่วมไว้อาลัย พระนิกร ถือเป็นตำนานพระฉาว ชื่อดังของไทย   พระยันตระ ช็อกครั้งใหญ่วงการผ้าเหลือง ช็อกครั้งใหญ่ อีกครั้ง สำหรับศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาวไทยมากที่สุด เห็นจะเป็น ข่าวฉาวโฉ่ของ พระยันตระ อมโร หรือ นายวินัย ละอองสุวรรณ ที่ขณะนั้น ไม่ว่าพระยันตระ จะเดินทางไปแห่งหนไหน ผู้คนและฝูงชนแห่งศรัทธาจากทั่วสารทิศ จะไปรอฟังธรรม และร่วมทำบุญด้วยอย่างยิ่งใหญ่ แม้แต่บรรดาผู้มีชื่อเสียง นักการเมือง บิ๊กนายทหาร ยังเคยมีภาพกราบเท้ามาแล้ว พระยันตระ เป็นที่รู้จักดีเนื่องจากเคยเป็นพระสงฆ์นักปฏิบัติธรรมชื่อดังที่มีผู้เคารพศรัทธามากของเมืองไทยและต่างประเทศในช่วงหนึ่ง ด้วยวัตรปฏิบัติรวมถึงคำสอนของเขา ทำให้เป็นพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดในยุคนั้น จนในปี พ.ศ. 2537 มีสีกากลุ่มหนึ่งร้องเรียนไปยังกรมการศาสนาว่า "ยันตระ" หรือ "นายวินัย ละอองสุวรรณ" ประพฤติตนไม่เหมาะสมแก่สมณเพศ เพราะได้ไปล่อลวงสีกาชื่อ "จันทิมา มายะรังษี" ไปเสพเมถุนจนตั้งครรภ์ และคลอดบุตรสาวออกมาตั้งชื่อว่า "เด็กหญิงกระต่าย" โดยสีกากลุ่มนี้ได้งัดเอาเทปสนทนาระหว่างพระยันตระกับนางจันทิมาออกมาใช้เป็นหลักฐานด้วย พระยันตระ เจอข้อกล่าวหาที่รุนแรงผิดพระวินัยจนถึงขั้นปาราชิกเช่นนี้ แน่นอนว่า "พระยันตระ" ต้องปฏิเสธ ทำให้สื่อมวลชนพยายามขุดคุ้ยหลักฐานเพื่อเปิดโปง กระทั่งเห็นความไม่ชอบมาพากล ขณะที่ "จันทิมา" ก็ได้ฟ้องร้องพระยันตระ พร้อมกับขอท้าพิสูจน์ความจริงด้วยการตรวจดีเอ็นเอกับ "เด็กหญิงกระต่าย" ซึ่งในสมัยนั้นการตรวจดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์ความเป็นพ่อ-ลูก ถือเป็นเรื่องใหม่ในบ้านเราอย่างมาก แต่ทว่า...พระยันตระกลับปฏิเสธที่จะเจาะเลือดตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ ก่อนจะแอบเดินทางหลบหนีออกนอกประเทศไปโดยทันที โดยที่คดีดังกล่าวยังไม่เข้าสู่การพิจารณาของศาล มติมหาเถรสมาคมพิจารณาอธิกรณ์ปรับให้เขาพ้นจากความเป็นพระภิกษุ เพราะพิจารณาได้ความว่าเขาต้องอาบัติหนักดังที่ถูกฟ้องร้อง แต่นายวินัยไม่ยอมรับมติสงฆ์ดังกล่าว ด้วยการปฏิญาณตนว่ายังเป็นพระภิกษุและเปลี่ยนสีจีวรเป็นสีเขียว ทำให้ถูกสื่อต่าง ๆ ขนานนามว่า จิ้งเขียว, สมียันดะ, ยันดะ เป็นต้น ต้องปาราชิกาธิกรณ์และถูกมติมหาเถรสมาคมลงให้พ้นจากภาวะพระภิกษุ และหลบหนีออกนอกประเทศเมื่อ พ.ศ.2537 ไปอาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาในสถานะผู้ลี้ภัยทางการเมืองจนถึงปัจจุบัน แต่ชีวิตของอดีตพระยันตระมิได้ตกระกำลำบากเลย ตรงกันข้าม เขากลับมีชีวิตที่สุขสบายภายในสำนักสุญญตาราม เมืองเอสคอนดิโด รัฐแคลิฟอร์เนีย และมีคนสนิทคอยดูแลรับใช้ จนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายปี เวลาจะผ่านมาเกือบ 20 ปีแล้ว แต่เรื่องของพระยันตระที่สั่นสะเทือนวงการสงฆ์ครั้งใหญ่ก็ยังถูกพูดถึงกันอยู่เนือง ๆ จนล่าสุดเมื่อมีข่าวว่า "ยันตระ" กลับมาประเทศไทยแบบสบาย ๆ แถมยังมีลูกศิษย์ลูกหาคอยต้อนรับมากมาย อีกทั้งยังไม่ถูกดำเนินคดีใด ๆ โดยเจ้าตัวอ้างว่า คดีความทุกอย่างหมดอายุไปแล้ว. พระอิสระมุนี จบเกมส์เพราะ จดหมายเขียนถึง สีกา พระอิสระมุนีเป็นพระนักเทศน์ที่มีความสามารถ สั่งสอนธรรมะให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม  พระอิสระมุนี หรือ พระพีระพล เตชะปัญโญ เดิมชื่อ นายบรรหาร อดีตเจ้าอาวาสวัดธรรมวิหารี (วัดร่วมใจพัฒนา-วัดป่าละอู) อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เป็นพระสงฆ์สายวิปัสสนา ซึ่งเป็นที่นับถือเลื่อมใสจากอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร และ ภริยา พจมาน ชินวัตรเป็นอย่างมาก พระอิสระมุนี เป็นอดีตพระเลขาของหลวงปู่ชา สุภัทโทแห่งวัดหนองป่าพง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ต่อมาเกิดขัดแย้งกับลูกศิษย์ของหลวงปู่ชา ถูกกล่าวหาว่าโกงเงินของวัดจนถูกจับสึก จึงเดินทางมาที่จังหวัดเพชรบุรี ปักกลดและตั้งสำนักสงฆ์ บริเวณป่าละอู ตำบลป่าแดง อำเภอแก่งกระจาน พัฒนาจนกลายเป็นวัดธรรมวิหารี มีเนื้อที่กว่า 200 ไร่ในปัจจุบัน กระทั่ง พระอิสระมุนีตกเป็นข่าวว่าต้องปาราชิก หลังจากมีเพศสัมพันธ์กับสีกาคนสนิท ถูกเปิดเผยเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2544 จากการสืบสวนของทีมงานรายการถอดรหัส ทางสถานีโทรทัศน์ไอทีวีในขณะนั้น ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม มีหลักฐานเป็นจดหมายเขียนถึงสีกาสาว 10 หน้ากระดาษและเทปสนทนาทางโทรศัพท์ ซึ่งพระอิสระมุนีก็ได้สึกจากสมณเพศในทันที  ทำให้เจ้าตัวต้องเผ่นออกจากวัดป่าละอู แอบไปหนีสึกอยู่ในพื้นที่จ.สระแก้ว ปิดฉากความเป็นอาจารย์ของตระกูล"ชินวัตร"ลงอย่างสิ้นเชิง คาวผ้าเหลือง “ภาวนาพุทโธ ขยี้กามเด็กสาวชาวเขา “พระภาวนาพุทโธ” หรือนายจำลอง คนซื่อ พระธุดงค์นักพัฒนาที่โด่งดังในการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน อดีตเจ้าอาวาสวัดชื่อดัง ใน จ.นครปฐม จะกลับกลายมาถูกดำเนินคดีข่มขืนบรรดาเด็กสาวชาวเขา ที่มาพักอาศัยภายในวัด ต้องย้อนกลับไปเมื่อ ต้นเดือน ส.ค.2538 เมื่อมีบรรดาญาติของเด็กหญิงชาวเขา เหยื่อที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ มายื่นเรื่องร้องเรียนต่อกรมการศาสนา และตำรวจกองบังคับ การปราบปราม (บก.ป.) และกรมคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก กรมประชาสงเคราะห์ ให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังจากพบว่ากรณีมีเด็กหญิงชาวเขารวม 6 คน  (จาก จ.เชียงใหม่ 4 คน และ จ.แม่ฮ่องสอน 2 คนทั้งหมดอายุต่ำกว่า 15 ปี) ที่มาพักอาศัยอยู่วัดในพื้นที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม เพื่อหวังให้มีโอกาสได้ศึกษาต่อสูง ๆ ตามคำชักชวนของภาวนาพุทโธ เมื่อครั้งออกธุดงค์ ในพื้นที่ภาคเหนือ แต่สุดท้ายเด็กสาวกลับกลายต้องมาตกเป็นเหยื่อถูกล่วงละเมิดทางเพศ โดยพฤติการณ์ จะมีบรรดาลูกศิษย์ใกล้ชิดร่วมวางแผนออกอุบายให้เหยื่อเข้าไปทำความสะอาดภายในกุฏิ ครั้งละ 1 คน ผ่านเส้นทางลับด้านหลัง ที่มีบันไดลิงพาดรอไว้ เหยื่อหลายคนให้ข้อมูลตรงกันว่า ตอนแรกจะถูกสั่งให้นวดตามร่างกาย โดยอ้างว่าถูกเนื้อต้องตัวได้ไม่บาป แต่หากคนไหนกระด้างกระเดื่องก็จะยกเอาบุญคุณเรื่องการให้ที่พัก การส่งเสียเรียนหนังสือมาทวงบุญคุณ เมื่อเด็กยอมนวดให้ก็จะถูกล่วงละเมิดทางเพศในที่สุด ทั้งนี้ถ้ารายใดไม่ยินยอม จะถูกลงโทษด้วยการเดินจงกรมกลางแดด พฤติกรรมของอดีตพระภาวนาพุทโธนั้น ถูกระบุในคำพิพากษาว่า เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2531-2538 ต่อเนื่องกัน แต่เรื่องมาปรากฏเป็นข่าวในพ.ศ.2538 เมื่อมีพระลูกวัดโพธิ์เรียง ซึ่งเป็นญาติของเด็กหญิงชาวเขา เหยื่อของพระภาวนาพุทโธคนหนึ่ง ทราบพฤติกรรมดังกล่าว จึงได้ทำเรื่องร้องเรียนต่อกรมการศาสนา และตำรวจกองปราบปราม ซึ่งเมื่อสื่อได้ข้อมูล-ข้อเท็จจริง ข่าวจึงถูกกระพือ ถัดจากนั้นมาอีก 9 ปีเต็ม ทั้งการดำเนินการในชั้นของพนักงานสอบสวน ชั้นอัยการ และชั้นศาล จนกระทั่งเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2547 ศาลชั้นต้น จึงพิพากษา นายจำลอง คนซื่อ หรืออดีตพระภาวนาพุทโธ ในความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราหญิงอายุไม่เกิน 13 ปีและไม่เกิน 14 ปี ซึ่งมิใช่ภรรยาตน และฐานได้กระทำต่อศิษย์ที่อยู่ในความดูแล และพวกแม่ชีถูกฟ้องฐานเป็นผู้สนับสนุน เป็นธุระจัดหา และชักพาหญิงไปเพื่อสำเร็จความใคร่เพื่อการอนาจารเด็กหญิงชาวเขาถึง 6 คน โดยพิพากษาจำคุกเป็นเวลาถึง 160 ปี แต่ตามกฎหมายสามารถจำคุกจำเลยได้เพียง 50 ปีเท่านั้น โทษจึงคงเหลือจำคุก 50 ปี มีการสู้คดีกันต่อแต่ทั้งศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาก็ยังคงพิพากษายืน แม้ปัจจุบันนายจำลอง จะหมดสิ้นอิสรภาพ! แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา คงมีบรรดาลูกศิษย์ลูกหาที่ยังยึดมั่นในศรัทธา แวะเวียนเดินทางไปเยี่ยม หนำซ้ำบรรดาลูกศิษย์ยังฝากเงินเยี่ยมไว้ให้นายจำลอง ผู้ต้องขังแดน 4 ที่เรือนจำบางขวาง ว่ากันว่ายอดเงินบริจาคไม่ธรรมดา สูงกว่า 10 ล้านบาทไปแล้ว!.  เณรแอ จอมขมังเวทย์ หรือ จอมลวงโลก เณรแอ จอมขมังเวทย์ เป็นเจ้าของต้นตำรับ กุมารทอง ของขลัง รวมทั้งมนต์ดำเสน่ห์ยาแฝดที่ชื่อดัง บรรพชาเป็นสามเณรอยู่ที่วัดหนองระกำ อ.หนองโดน จ.สระบุรี อยู่หลายปี แม้ว่าอายุจะถึงวัยที่ต้องอุปสมบทเป็นพระภิกษุ แต่เณรแอก็ไม่ยอมอุปสมบท แต่เลือกที่จะร่ำเรียนไสยศาสตร์มนต์ดำจากอาจารย์เขมร จนว่ากันว่ามีอาคมแก่กล้า ช่ำชองการทำเสน่ห์ยาแฝด การสะเดาะเคราะห์ และปลุกเสกของขลัง จนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่ว แต่ละวันมีลูกศิษย์ลูกหาเดินทางไปให้ เณรแอ ทำพิธีทางไสยศาสตร์ให้จำนวนมาก กระทั่งพ.ศ.2537 เณรแอ ใช้ใต้ถุนเมรุวัดหนองระกำทำพิธีปลุกเสกกุมารทอง ของขลังตามท้องเรื่องในวรรณคดีดัง ขุนช้างขุนแผน ที่เณรแอและผู้คลั่งไคล้ไสยศาสตร์ เชื่อกันว่า เป็นผีเด็ก ที่ใครมีไว้ในครอบครองแล้วจะทำให้เจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน การค้าการขายได้กำไรดี แต่พิธีกรรมปลุกเสก กุมารทอง ในครั้งนั้น ทำให้เณรแอต้องติดคุกอยู่ 1 ปีเต็ม เนื่องจากในพิธีปลุกเสก มีการบันทึกภาพวิดีโอขั้นตอนการปลุกเสกไว้อย่างละเอียดยิบ โดยเฉพาะขั้นตอนการย่างศพเด็ก และมีการนำวิดีโอเทปไปเผยแพร่ในสื่อมวลชนต่างๆ จนเป็นข่าวครึกโครม หลังจากนั้นไม่นาน กรมการศาสนาได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.หนองโดน ให้ดำเนินคดี เณรแอ ในข้อหาอุตริมนุษยธรรมที่ไม่มีตัวตน ซึ่งศาลจังหวัดสระบุรีได้พิพากษาให้จำคุกเป็นเวลา 1 ปี พฤติกรรมของเณรแอถึงกับมีผู้สร้างภาพยนตร์นำเรื่องราวไปถ่ายทำภาพยนตร์ให้ชื่อว่า "เณรแอจอมขมังเวทย์" ทำให้ชื่อเสียงของเณรแอเป็นที่จดจำของคนไทยทั้งประเทศจนถึงบัดนี้ หลังจากพ้นโทษ แม้ว่า เณรแอ จะไม่ได้ถือครองผ้าเหลือง แต่ก็ไม่ได้ห่างหายไปจากแวดวงไสยศาสตร์ เณรแอได้ใช้บ้านพักทรงไทย ปลูกสร้างอยู่ในเนื้อที่ 5 ไร่ ที่สระบุรี เป็นสถานที่ทำเสน่ห์ยาแฝดให้แก่ผู้ที่ศรัทธา จนกลายเป็นคนมีฐานะ มีทรัพย์สินอยู่ในความครอบครองหลายสิบล้านบาท พ.ศ.2538 เณรแอ ได้แต่งงานกับ นางชไมพร รักษาจิตร์ โดยยังคงยึดอาชีพหมอเสน่ห์ ทำมาหาเลี้ยงครอบครัว แต่ก็ต้องเลิกรากันไป โดยนางชไมพรอ้างว่าทนพฤติการณ์ของเณรแอไม่ไหว กรณีบังคับให้หลอกลวงหญิงสาวที่มีปัญหาครอบครัวให้มาทำพิธีไสยศาสตร์ และได้ฟ้องหย่าต่อศาล ต่อมาพ.ศ.2548 นางชไมพรเข้าร้องเรียนต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี กล่าวหาเณรแอ ว่าเป็นจอมลวงโลก มีพฤติการณ์ต้มตุ๋นหลอกลวงประชาชน อ้างพิธีทางไสยศาสตร์หลอกข่มขืนหญิงสาวที่หลงเชื่อ แถมยังแอบถ่ายวิดีโอไว้แบล็กเมล์เหยื่อ โดยนางปวีณาได้ประสานไปยัง พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบก.ปดส.ในขณะนั้น ให้สืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีเณรแอในข้อหาฉ้อโกงประชาชน จนทำให้เณรแอต้องระเห็จเข้าคุกอีกครั้ง ทั้งนี้ระหว่างการเข้าตรวจค้นบ้านพักของเณรแอ เมื่อเช้ามืดวันที่ 10 กรกฎาคม 2548 ตำรวจพบ เณรแอนอนอยู่ในห้องพักกับหญิงสาววัย 19 ปี รายหนึ่ง โดยหญิงสาวรายนี้ยอมรับกับตำรวจว่า เดินทางมาพบเณรแอเพื่อให้ทำเสน่ห์ยาแฝดให้ แต่ไม่มีเงินจ่ายค่าพิธี จึงต้องยอมร่วมหลับนอนกับเณรแอแทน นอกจากนั้นยังพบเครื่องรางของขลังและอุปกรณ์การทำพิธีไสยศาสตร์อยู่เต็มบ้าน ทั้งพระพุทธรูป รูปปั้นกุมารทอง หัวกะโหลกลงอักขระหลายขนาด ตะกรุด ปลัดขิก ขวดน้ำมันพราย หุ่นขี้ผึ้งปั้นหญิง-ชายกอดกันและมัดติดกัน อย่างไรก็ตาม ของกลางที่พบไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะพบได้ในบ้านพักของจอมขมังเวทรายนี้ แต่ที่ทำให้ตำรวจแปลกใจคือ มี ยาทน ยาไวอากร้า และยากล่อมประสาท ซุกซ่อนอยู่ใต้ฐานพระภายในห้องทำพิธีอีกด้วย ปัจจุบัน เณรแอ ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จากคำพิพากษาศาลอาญารัชดาฯคดีฉ้อโกง เป็นเวลา 100 ปี แต่คำให้การของจำเลยมีประโยชน์ต่อการพิจารณาอยู่บ้าง จึงลดโทษให้เหลือจำคุก 75 ปี จากการสืบสวนของตำรวจ ปดส.ในครั้งนั้น พบว่ามีหญิงสาวที่ตกเป็นเหยื่อของ "เณรแอ" ทั้งสิ้น 33 คน ในจำนวนนั้นมีดารา นักแสดง และผู้ที่มีชื่อเสียงในสังคม หลายรายรวมอยู่ด้วย ซึ่งนั้นเป็นเพราะ "จอมขมังเวท" รายนี้มีการโฆษณาชวนเชื่อในสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ในทำนองว่า เป็นจอมขมังเวท เป็นหมอผี มีเวทมนตร์คาถาไสยศาสตร์ ทำเสน่ห์ ลงนะหน้าทอง ให้เกิดพลังเมตตามหานิยม ทำให้คนรักคนหลง ค้าขายดี  หลวงปู่เณรคำ พระไฮโซ คนดังโลกโซเชียล หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก มีนามเดิมว่า "วิรพล สุขผล" เกิดที่บ้านทรายมูล ต.ทรายมูล อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2522 ทั้งนี้  หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก เป็นบุตรคนที่ 4 จากพี่น้องทั้ง 5 คน ของนายรัตน์ สุขผล และนางสุดใจ สุขผล เมื่อ หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก บวชเป็นพระภิกษุแล้ว ได้รับฉายาทางพระพุทธศาสนาว่า "ฉัตติโก" หรือ "พระอาจารย์ วิรพล ฉัตติโก เณรคำ เคยเป็นประธานสงฆ์สำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม และมีชื่อเสียงจากความสามารถในการสั่งสอน แต่ภายหลังถูกถอดจากสมณเพศเพราะมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายประการ โดยพฤติกรรมที่ปรากฎ บวชตั้งแต่อายุ 12 แล้วปฏิบัติทางสมาธิภาวนาแบบอุกฤษฏ์คือยอมตายถ้าไม่บรรลุธรรม จนมีสมาธิจิตสูงถึงระดับฌาณ 8 มีฤทธิ์อภิญญา ขณะนี้ท่านอายุเพียง 30 ปีเศษเท่านั้น แต่ที่ท่านเรียกตัวเองว่า หลวงปู่ เพราะรวมกับอายุในชาติที่แล้ว ท่านระลึกชาติได้หลายแสนชาติ เห็นนรก เห็นเทวดาและองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระอรหันต์ต่างๆ ช่วงที่ธุดงค์อยู่ตามป่าตามถ้ำ อ้างว่าได้สัมผัสกับผี เปรต พญานาค เทวดามากมาย แต่ที่โด่งดังกลับเป็นปรากฏการณ์ที่สร้างความฮือฮาในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก กับภาพถ่ายในอิริยาบถต่าง ๆ เช่น ชูสองนิ้วในศูนย์การค้า โดยภายในคลิปเป็นภาพคณะสงฆ์จำนวน 3 รูปนั่งอยู่บนเครื่องบินส่วนตัว (ว่ากันว่า ลูกศิษย์ถวายให้ใช้เดินทางไกล หรือกรณีเร่งด่วน) หูเสียบหูฟังไอโฟน สวมแว่นตาดำและกระเป๋าหลุยส์วิตตอง โดยเครื่องบินเครื่องดังกล่าวบินลงจอดที่สนามบินอุบลราชธานี ซึ่งทราบข้อมูลเบื้องต้นว่าพระบนเครื่องบิน มีชื่อว่า หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก "หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก" ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ผู้ที่มีภาพถ่ายนั่งเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวกับลูกศิษย์มาดเท่ อันเป็นปฐมบทของการถูกขุดคุ้ยตีแผ่ จนต้องเผ่นหนีออกนอกประเทศไปในที่สุด... ทั้งนี้ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 26 ปี ได้ออกมาเปิดเผยถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับ "เณรคำ" จนมีลูกชายวัย 11 ขวบ โดยได้รู้จักกับพระรูปนี้เมื่อปี 2542 ขณะเรียนอยู่ชั้น ม.2 ตอนนั้น "เณรคำ" ธุดงค์มาปักกลดที่ป่าช้าบ้านโพนจาน ต.โพธิ์ จ.ศรีสะเกษ ความสัมพันธ์ฉันชู้สาวดำเนินไป โดยเณรคำขับรถยี่ห้อหรูทั้งเบนซ์ จากัวร์ไปรับที่หน้าโรงเรียน พาไปมีสัมพันธ์กันในรีสอร์ต บางครั้งก็พาไปที่กุฏิสำนักสงฆ์ รวมถึงบนรถ เฉลี่ยเดือนละ 10 ครั้ง จนกระทั่งฝ่ายหญิงตั้งท้อง และคลอดลูก เงินที่เคยส่งเสียให้ใช้จ่ายครั้งละ 5,000-10,000 บาทเริ่มขาดหายไป รวมถึงตัว "เณรคำ" ที่ไม่สามารถติดต่อได้ แต่จุดแตกหักจริงๆ ที่ทำให้หญิงสาวผู้นี้ออกมาแฉพฤติกรรมของพระฉาวกับสาธารณชน คือ คำกล่าวหาของลูกศิษย์ ที่ว่า ลูกในท้องของเธอเป็นลูกที่เกิดจาก "น้องชาย" ของ "เณรคำ" กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีร้องเรียนพระวิรพล สุขผล หรือหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำงานสำคัญ "การที่หลวงปู่เณรคำมีความสัมพันธ์ทางเพศกับเด็กอายุ 14 ปี เข้าข่ายผิด มาตรา 277 ประมวลกฎหมายอาญา กรณีกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไม่ว่าเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และเป็นเหตุให้ต้องปาราชิกพ้นจากการเป็นพระ" กระทั่งวันที่ 13 ก.ค.2556 พระครูสิริวินัยวัฒน์ เจ้าคณะอำเภอเมืองศรีสะเกษ ประธานคณะกรรมการสอบสวนอธิกรณ์พระวิรพล สุขผล หรือหลวงปู่เณรคำ พร้อมคณะกรรมการ ได้ประชุมร่วมกันที่วัดป่าศรีสำราญ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ใช้เวลาพิจารณา 40 นาที เห็นพ้องกันว่าพยานหลักฐานในเหตุเสพเมถุนชัดเจน จึงมีมติให้พระวิรพล อาบัติปาราชิก ขาดจากความเป็นพระภิกษุ นี้ยังไม่นับรวมถึงความผิดในเรื่องอื่นๆ ทั้งฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงินโดยเบียดบังเงินบริจาคไปซื้อทรัพย์สินและการนำเงินไปฝากในต่างประเทศ แสดงและใช้วุฒิการศึกษาเท็จว่าจบด็อกเตอร์จากมหาวิทยาลัยสันติภาพโลก ฆ่าคนตายโดยประมาทจากการขับรถชนคน มีพฤติกรรมหลบเลี่ยงภาษีรถหรูซึ่งมีทั้งที่ซื้อใช้เอง และซื้อแจกพระผู้ใหญ่หลายรูป ฯลฯ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ความสำคัญในคดีมุ่งไปที่การตามหาตัวอดีต "พระเณรคำ" และวิธีที่จะนำตัวกลับมาดำเนินคดี แต่ก็มีคำถามของคนที่อยากรู้ตามมาว่า จริงๆ แล้วตอนนี้สมีคำอยู่ที่ไหนกันแน่ อยู่ต่างประเทศแบบสบายๆ รอเวลาจนคดีหมดอายุความแล้วค่อยกลับเมืองไทย...เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป คดีจะจบลงแบบไหน  พระธัมมชโย  ประมุขแห่ง ธรรมกาย พระธัมมชโย หรือ พระเทพญาณมหามุนี มีนามเดิมว่าไชยบูลย์ สุทธิผล เกิดเมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2487 ณ คุ้งน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา ตำบลบ้านแป้ง อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี บิดาชื่อจรรยงค์ สุทธิผล มารดาชื่อจุรี สุทธิผล[1] ในวัยเด็กมักค้นคว้าหาความรู้ด้านธรรมะ และคำถามที่ติดอยู่ในใจเสมอคือ "เราเกิดมาทำไม และอะไรคือเป้าหมายชีวิต" จึงได้แสวงหาคำตอบเรื่อยมา ขณะที่เรียนอยู่ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยหลังจากได้ฟังการบรรยายธรรมจากวิทยากรท่านต่าง ๆ ร่วมกับเพื่อนตั้งชุมนุมยุวพุทธ พ.ศ. 2506 เมื่อขณะศึกษาอยู่ชั้น ม. 8 (เทียบเท่า ม. 6 ปัจจุบัน) กำลังเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย ได้อ่านพบหนังสือชื่อ "วิปัสสนาบันเทิงสาร" ลงเรื่องแม่ชีจันทร์ ขนนกยูง ซึ่งได้ศึกษาวิชชาธรรมกายมาจากพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ จึงได้ไปขอเรียนการปฏิบัติธรรมจากนาง[ต้องการอ้างอิง] เมื่อเรียนจบปริญญาตรีสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์เกษตร จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แล้ว ได้บรรพชาอุปสมบท เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2512 ณ พัทธสีมาวัดปากน้ำภาษีเจริญ โดยมีพระเทพวรเวที (ปัจจุบันคือสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ) เป็นพระอุปัชฌาย์[2] พระครูพิพัฒน์ธรรมคณี เป็น พระกรรมวาจาจารย์ พระวิเชียรกวี เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า "ธมฺมชโย" แปลว่า "ผู้ชนะโดยธรรม" ย้อนกลับไปเมื่อปี 2540 พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย) หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายและประธานมูลนิธิธรรมกายถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในประเด็นยักยอกทรัพย์ จากการบริหารเงินบริจาค ต่อมากรมที่ดินได้สำรวจพบว่า พระธัมมชโยมีชื่อเป็นเจ้าของโฉนดที่ดินและบริษัทที่เกี่ยวกับวัดพระธรรมกายกว่า 400 แปลง รวมเนื้อที่กว่า 2 พันไร่ ในจังหวัดพิจิตรและเชียงใหม่ การกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดทางพระธรรมวินัยขั้นปาราชิก รวมถึงถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่น ใกล้ชิดสีกา และอวดอุตริมนุสธรรม พศ. มหาเถรสมาคมจึงมีมติให้ปรับปรุงคำสอนของวัดพระธรรมกาย และยุติการเรี่ยไร เงินนอกวัด ส่วนที่ดินและทรัพย์สินให้คืนให้กับทางวัด แต่พระธัมมชโยไม่ยอม กรมการศาสนาจึงได้เข้าแจ้งความดำเนินคดี ระหว่างคดียังคงอยู่ในกระบวนพิจารณาในชั้นศาล พระธัมมชโยและคณะวัดพระธรรมกายได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ขณะที่สื่อมวลชนมีการนำเสนอข่าวของวัดพระธรรมกายอย่างต่อเนื่อง สื่อมวลชนหลายสำนักได้นำเสนอข่าวแพร่สะพัดออกไปในทางเสื่อมเสีย วัดพระธรรมกายจึงได้เกิดการฟ้องร้องกันขึ้น พ.ศ.2542 เกือบ 7 ปี ของการดำเนินคดี ตั้งแต่ปี 2542-2549 ในที่สุดวันที่ 21 สิงหาคม 2549 พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 ซึ่งเป็นโจทก์ ขอถอนฟ้อง จำเลยคือพระธัมมชโย และนายถาวร พรหมถาวร ลูกศิษย์ ทุกข้อกล่าวหา โดยสรุปว่า ปัจจุบันจำเลยกับพวก ได้เผยแผ่พระพุทธศาสนาตรงตามพระไตรปิฎกและนโยบายของคณะสงฆ์ ด้วยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้เป็นที่ยอมรับทั่วไป ทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งยังได้ส่งมอบทรัพย์สินทั้งหมดคืนให้แก่วัดพระธรรมกายแล้ว เมื่อพระธัมมชโยได้คืนทรัพย์สินและที่ดินให้กับวัดพระธรรมกายแล้ว ดังนั้น มติ มส.ในขณะนั้นจึงไม่ได้ให้ปาราชิก และยังสามารถดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายได้ ต่อมาได้มีการคืนตำแหน่งเจ้าอาวาสให้กับพระธัมมชโย และพระราชทานสัญญาบัตรเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ "พระเทพญาณมหามุนี" เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2554 ดูเหมือนคดีความของวัดพระธรรมกายจะจบลงด้วยดี แต่แล้วชื่อของวัดพระธรรมกายกลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง เมื่อผุดโครงการ "ธุดงค์ธรรมชัย" ขึ้นใจกลางเมืองหลวง เมื่อปี 2555 ต่อด้วยกรณีเงินบริจาคของ นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เมื่อปี 2556 ภายหลังการตรวจสอบเส้นทางเดินเงิน กรณีนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ซึ่งได้กระทำความผิดฐานฉ้อโกงเงินประชาชนรวมกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท โดยมีการลงนามสั่งจ่ายเช็คของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น และมีการนำเช็คไปเข้าบัญชีเงินฝาก 3 ส่วน 1.สั่งจ่ายเช็คสหกรณ์ฯ 8 ฉบับ แบ่งเป็นจ่ายให้กับพระธัมมชโย เป็นเงิน 348,780,000 บาท 2.สั่งจ่ายเช็คสหกรณ์ 6 ฉบับ เข้าบัญชีเงินฝากของวัดพระธรรมกาย 436 ล้านบาท 3.สั่งจ่ายเช็คสหกรณ์เข้าบัญชีเงินฝากของพระปลัดวิจารณ์ 119 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 900 ล้านบาท ทั้งนี้ ยังไม่นับรวมกรณีที่นายศุภชัยสั่งจ่ายเช็คเข้าบัญชีกลุ่มบุคคลอื่น หรือนำเงินไปซื้อที่ดินมาบริจาคให้วัดพระธรรมกาย เพื่อก่อสร้างพระมหาเจดีย์ทัตตชีโว การนำเงินไปใช้ก่อสร้างอาคารที่ตั้งอยู่บนที่ธรณีสงฆ์ ปปง.ไม่สามารถบังคับคดีได้ ส่วนเช็คของสหกรณ์ฯ ที่เข้าบัญชีเงินฝากของพระธัมมชโย กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินคดีทางแพ่ง (ฟ้องเรียกทรัพย์สินคืน) ส่วนเช็คที่เข้าบัญชีพระปลัดวิจารณ์ 119 ล้านบาท ได้ทำการถอนปิดบัญชีไปแล้ว ปปง.ไม่สามารถติดตามเส้นทางเงินต่อไปได้ เพราะถอนเป็นเงินสด สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยได้รับการยืนยันว่า ที่ประชุมมหาเถรสมาคม เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์นั้น ยังไม่ได้มีมติเกี่ยวกับพระธัมมชโย และยังไม่ได้มีการพิจารณาด้วยว่าจะปาราชิกหรือไม่ปาราชิก มีแต่เพียงการเข้าไปรับทราบและชี้แจงเท่านั้น ซึ่งในวันนั้นที่ประชุมมีการตั้งคณะทำงาน มส. ขึ้นมา 1 ชุด มีพระผู้ใหญ่ 6 รูป และฆราวาส 2 คน เพื่อเข้าติดตามและดำเนินการในเรื่องดังกล่าว โดยในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ ทางมหาเถรสมาคม จะมีการประชุมพร้อมนำเรื่องการตั้งคณะทำงานชุดนี้เข้าหารือ เพื่อรับรองอย่างเป็นทางการอีกครั้ง และนี่คือ เปิดตำนาน “พระฉาว” เมืองไทย ที่ข่าวดังไกลไปทั่วโลก  @คุณแร้ง

EMPRIVÉ CINECLUB /  The Riot Club / 

คุณปฐมพงศ์ สิรชัยรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท โมโน  เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ตัวแทนค่ายหนัง “โมโนฟิล์ม” ร่วมกับ โรงภาพยนตร์ Emprivé Cineclub จัดงาน “The Riot Club Gala Premier at Emprivé Cineclub” (เดอะ ไรออท คลับ กาล่า พรีเมียร์ แอท เอ็มพรีเว่ ซีเนคลับ) เพื่อเปิดตัวรอบปฐมทัศน์ภาพยนตร์เรื่อง “The Riot Club” (เดอะ ไรออท คลับ) โดยภายในงาน ได้จำลองบรรยากาศคลับสุดหรูจากภาพยนตร์เรื่อง เดอะ ไรออท คลับ  คลอเสียงเพลงสไตล์บริท ป๊อป โดย ดีเจเคนนี่ พร้อมกระทบไหล่นักแสดงหนุ่มสุดฮอต เต้ย-พงศกร เมตตาริกานนท์, ฟีม อีโวไนน์ (ชิติพัทธ์ สรรพยานนท์), บอส-ชนกันต์ พูนศิริวงศ์  เมื่อวันวันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 ที่ผ่านมา ณ  โรงภาพยนตร์ เอ็มพริเว่ ซีเนคลับ (Emprivé Cineclub) โรงภาพยนตร์สุดหรูสไตล์คลับ แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศ ชั้น 5 ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม ภาพยนตร์เรื่อง The Riot Club เป็นฝีมือการกำกับของ โลน เชอร์ฟิก ผู้กำกับสาวซึ่งมีผลงานหนังอย่าง An Education และ One Day ที่คอหนังได้พิสูจน์ความสามารถกันไปแล้ว และการกลับมาครั้งนี้ เธอขอนำเรื่องราวเกี่ยวกับคลับของบรรดาหนุ่มสุดหล่อ สุดรวย ที่เป็นที่หมายปองของสาว ๆ มาถ่ายทอดให้คอหนังได้ลิ้มลองกันบ้าง และ The Riot Club เป็นหนังแนวดราม่า ทริลเลอร์ ที่ได้กลุ่มนักแสดงสุดหล่อมาประชันฝีมือกันอย่างเข้มข้น อาทิ แซม แคลฟลิน, ดักลาส บูธ และ แม็กซ์ ไอรอน เข้าฉาย 26 กุมภาพันธ์นี้ ในโรงภาพยนตร์ -------------------------

18 ดาราหญิงเรียนดี จบเกียรตินิยม
ข่าวการศึกษา /  ดารารับปริญญา / 

ช่วงนี้อยู่ในช่วงรับปริญญาของมหาวิทยาลัยต่างๆ ทีนเอ็มไทยจึงได้ลองรวบรวม 18 ดาราหญิงเรียนดี จบเกียรตินิยม หรือดาราหัวกะทิเมืองไทยที่ผ่านมา เพื่อให้เข้ากับกระแสซะหน่อย ซึ่งก็ต้องขอปรบมือให้กับความสามารถของเหล่าดารา ที่ใช้เวลาเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย ถึงแม้จะงานหนักขนาดไหน พวกเธอก็ยังสามารถแบ่งเวลาให้กับการเรียน และประสบความสำเร็จจนจบการศึกษาและได้รับเกียรตินิยมมาครอบครองได้อีกต่างหากๆ และจะมีดาราหญิงเมืองไทยคนไหนกันบ้าง ที่ทีนเอ็มไทยยกตัวอย่างมาให้ดู ไปชมพร้อมๆ กันเลยค่ะ 18 ดาราหญิงเรียนดี จบเกียรตินิยม เริ่มต้นด้วย ดาราหญิง ที่ได้รับเกียรตินิยมอันดับ 1 กันก่อน จ๊ะ จิตตาภา แจ่มปฐม สามารถเรียน และทำงานไปด้วยจนคว้าเกียรตินิยมอันดับ 1 จากคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เบเบ้ ธันย์ชนก ฤทธินาคา คว้าเกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทองด้วยเกรด 3.91 จากคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ พ่วงตำแหน่งอาจารย์พิเศษ สอนด้านการตลาด ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ญารินดา บุนนาค คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ ประเทศสหรัฐอเมริกาและจบการศึกษาด้วยดีกรีเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง รับเหรียญรางวัลเฮนรีอดัมส์จากสถาบันสถาปนิกอเมริกันและญารินดาได้กลับมาเป็นอาจารย์พิเศษที่จุฬา   รถเมล์ คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์ ดีกรีเกียรตินิยมอันดับ 1 ด้วยเกรดเฉลี่ยสะสม 3.61 จากคณะศิลปกรรมศาสตร์ เอกออกแบบเครื่องประดับ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โดยเธอบอกว่า การทำงานในวงการบันเทิงควบคู่ไปกับการเรียนไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่ก็ต้องใช้ความพยายาม เพื่อให้ทำงานทั้ง 2 อย่างออกมาได้ดีโดยไม่ทิ้งทั้งหน้าที่การงานและการเรียน ยิปซี คีรติ มหาพฤกษ์พงศ์ คว้าปริญญาตรีเกียรตินิยม จากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บุศ บุศย์สิริ รัตนาไพศาลสุข ดาราดาวรุ่งจากบทของ “ดารากา” ในละครเวียงร้อยดาว และ “คุณแดง” ในละครเรื่องลูกทาส เกียรตินิยมอันดับ 1 คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อลิส ทอย เกียรตินิยมอันดับ 1 คณะอักษรศาสตร์ เอกภาษาและวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ภาคอินเตอร์) ปราง กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล หรือ เฟื่อง จากละครบางระจัน เกียรตินิยมอันดับ 1 สาขาการจัดการการท่องเที่ยวและการบริการ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ด้วยเกรดเฉลี่ย 3.78 ต่อด้วย เกียรตินิยมอันดับที่ 2  แอฟ ทักษอร เตชะณรงค์ สมัยเรียนปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เธอร่วมทำกิจกรรม เล่นละครเวที และเป็นผู้อัญเชิญพระเกี้ยวในงานฟุตบอลประเพณีด้วย แม้จะเป็นเด็กกิจกรรม แต่เธอก็สามารถจบออกมาด้วยเกียรตินิยมอันดับ 2 จากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต แม้จะต้องทำงานควบคู่ไปกับการเรียน แต่เธอก็สามารถคว้าเกียรตินิยมอันดับ 2 จากคณะศิลปศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยรังสิตมาครองได้สำเร็จ แต้ว ณฐพร เตมีรักษ์ นางเอกตัวเล็กจากช่อง 3 เธอจบปริญญาตรีออกมาด้วยเกียรตินิยมอันดับ 2 จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มิว นิษฐา จิรยั่งยืน นางเอกหน้าสวยที่ละม้ายคล้ายนางเอกรุ่นพี่ แอฟ-ทักษอร เตชะณรงค์ จบมาด้วยเกรดเฉลี่ย 3.46 ได้เกียรตินิยมอันดับ 2 สาขาแฟชั่นดีไซน์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร ออม สุชารัตน์ มานะยิ่ง คว้าเกียรตินิยมอันดับ 2 ด้วยเกรดเฉลี่ย 3.50 คณะศิลปกรรมศาสตร์ เอกการแสดง และกำกับการแสดง จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ตรี นันทรัตน์ ชาวราษฎร์ สำเร็จการศึกษาจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาวิชานาฏยศิลป์ไทย เกียรตินิยมอันดับ 2 เอ้ก บุษกร ตันติภนา เกียรตินิยมอันดับ 2 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ภาควิชาการตลาด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พลอย ภัทรากร ตั้งศุภกุล หรือ จันทา ในละครสุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอน คุณชายรัชชานนท์ และบท ดาหลา ในละคร เวียงร้อยดาว จบการศึกษาปริญญาตรีจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เกียรตินิยมอันดับ 2 ฟาง ธนันต์ธรญ์ นีระสิงห์ เกียรตินิยมอันดับ 2 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปิดท้ายด้วยสาว แพทริเซีย กู๊ด แม้เธอยังไม่จบการศึกษา แต่ที่เรานำมาเสนอนั้นก็เพราะความสามารถของเธอ แพทริเซีย กู๊ด นางเอกสาวคนเก่ง ของช่อง 3 สามารถเรียนได้เกรดเฉลี่ยปี 1 เทอมที่ 1 ด้วยเกรด 4.00 จากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และถึงแม้ว่าสาว แพทริเซีย ธัญชนก กู๊ด จะมีงานยุ่ง แต่เธอก็ยังคงตั้งใจเรียนหนังสือที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะนิเทศศาสตร์ สาขาวิชาการจัดการการสื่อสาร (หลักสูตรภาษาอังกฤษ) นี่แหละจึงทำให้ผลลัพธ์ทางการศึกษาออกมาสวยงาม และเชื่อว่าในอีกสามปีข้างหน้า เธอก็จะได้รับเกียรตินิยมทางการศึกษาตามรุ่นพี่คนอื่นๆ มาเช่นกัน เอาใจช่วยนะจ้ะ เรียบเรียงโดย teen.mthai.com  ข้อมูลและภาพ pantip, ไอจีดารา

ซานโตรินี วอเตอร์ แฟนตาซี แรงบันดาลใจใหม่แห่งความสนุก
ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ /  ซานโตรินี วอเตอร์ แฟนตาซี / 

สวัสดี ท่านสมาชิก travel.mthai.com ทุกท่าน เผลอแว้บเดียว หน้าหนาวก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว พร้อมก้าวสู่หน้าร้อนแบบเต็มตัว ทางเราก็ไม่รอช้าที่จะเฟ้นหาสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับการพักผ่อนคลายร้อน และหนึ่งในสถานที่ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง นั่นก็คือ ซานโตรินี วอเตอร์ แฟนตาซี สวนน้ำแสนสนุกสุดอลังการ สถานที่ท่องเที่ยวของคนทุกเพศทุกวัย ในเมืองชะอำ จ.เพชรบุรี โดยทางทีมงาน travel.mthai.com ได้ไปเจาะลึกทุกซอกมุม เพื่อให้ทุกท่านได้ชมกัน ว่ามีความสนุกอะไรรออยู่บ้าง ไปดูกันเลย ... ซานโตรินี วอเตอร์ แฟนตาซี แรงบันดาลใจใหม่แห่งความสนุก ซานโตรินี วอเตอร์ แฟนตาซี (Santorini Water Fantasy) สวนน้ำระบบดิจิตอลแห่งแรกและแห่งเดียวในเอเชีย เรียกได้ว่าทันสมัยที่สุดในประเทศ ได้รวบรวมแรงบันดาลใจใหม่ๆ ของความสนุกไว้เต็มรูปแบบ ผสานความสุขสำหรับทุกคนในครอบครัว ภายใต้แนวคิด "New Inspiration for Fun" หรือ "แรงบันดาลใจใหม่ของความสนุก" ด้วยเครื่องเล่นมาตรฐานสากล จากผู้ผลิตเครื่องเล่นสวนน้ำที่ติดอันดับ 3 ของโลก เชื่อมั่นได้เลยว่า สวนน้ำ ซานโตรินี วอเตอร์ แฟนตาซี จะมีความปลอดภัยในระดับสูงสุด โดยมีการอบรมหลักสูตร Life Guard ให้กับเจ้าหน้าที่คุมเครื่องเล่นอย่างเคร่งครัด เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยในการให้บริการ ก่อนจะเข้าไปสนุกกันข้างใน เราขอพาคุณไปรู้จักขั้นตอนการซื้อบัตรและราคากันก่อน ดังนี้ General Admission Rates ผู้ใหญ่ ราคา 900 บาท เด็ก (สูง 90-130 ซม.) ผู้พิการและผู้สูงอายุ (อายุ 55 ปีขึ้นไป) ราคา 500 บาท Thai Residents Rates สำหรับคนไทย ผู้ใหญ่ ราคา 700 บาท เด็ก (สูง 90-130 ซม.) ผู้พิการและผู้สูงอายุ (อายุ 55 ปีขึ้นไป) ราคา 400 บาท นักเรียน นักศึกศึกษา โปรดแสดงบัตร สามารถซื้อได้ในราคาพิเศษ 585 บาท เด็กที่มีความสูงไม่ถึง 90 ซม. เข้าฟรี เด็กที่มีความสูง 90-119 ซม. จะต้องใส่ริสแบนด์สีส้มสะท้อนแสง และเด็กที่มีส่วนสูง 120-130 ซม. จะต้องใส่ริสแบนด์สีฟ้า ในกรณีที่เด็กตัวเล็กมาก น้ำหนักไม่ถึง 20 กก. ทางสวนน้ำไม่แนะนำให้เล่นสไลเดอร์ เพราะมีความเสี่ยง อาจจะติดในรางสไลเดอร์ และเป็นอันตรายได้ครับ มาต่อกันที่ริสแบนด์ระบบดิจิตอล สำหรับผู้ที่ไม่อยากขาดการติดต่อกับโลกออนไลน์ เป็นสายรัดข้อมือที่ใช้สแกนซื้ออาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าที่ระลึก สามารถเติมเงิน ตรวจสอบและรับยอดคงเหลือ ณ จุดเติมเงินในสวนน้ำ แต่ต้องมัดจำค่าสายรัดข้อมือในราคา 100 บาท       นอกจากนี้ มันยังสามารถใช้สแกนเครื่องเล่น เพื่อทำการจับภาพเราขณะเล่น จากนั้นก็ไปที่ตู้ชมภาพ ใช้สายรัดข้อมือสแกน เพื่อเลือกดูรูปถ่ายสุดประทับใจของเรา เมื่อทราบข้อมูล และกฎกติกาเรียบร้อย เรามาเริ่มกันที่เครื่องเล่นสำหรับเด็ก ที่มีความสูง 90-119 ซม. กันก่อน ซึ่งสามารถเล่นได้เพียง 3 ตัวเท่านั้น นี่จึงเป็นสาเหตุที่สวนน้ำต้องแยกสีริสแบนด์ เพื่อความปลอดภัยของเจ้าตัวเล็ก 1. Poseidon's Lagoon ตื่นตาตื่นใจ สนุกสุดชุ่มฉ่ำไปกับสระน้ำขนาดยักษ์ พร้อมโต้คลื่นจำลอง รับรองว่าเพลิน    *ข้อควรปฏิบัติ - เด็กที่มีความสูงต่ำกว่า 130 ซม. ต้องสวมชูชีพ โดยมีอุปกรณ์การเล่นเป็น บอร์ดโฟม 2. The Lazy Hera แม่น้ำจำลอง ที่ทอดยาวรอบบริเวณสวนน้ำ ให้คุณได้ผ่อนคลายด้วยการลอยตัวอยู่บนห่วงยาง พร้อมเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศอันแสนสดชื่นรอบด้าน    *ข้อควรปฏิบัติ เด็กที่มีความสูงต่ำกว่า 130 ซม. ต้องสวมชูชีพ โดยมีอุปกรณ์การเล่นเป็น ห่วงยาง เดี่ยว/คู่ 3. Kids Paradise of Demeter วิมานความสนุก ที่รวบรวมเครื่องเล่นหลากหลายมาไว้ในสระเด็กแห่งนี้ รับรองว่าคุณหนูๆ จะต้องสนุกเพลิดเพลิน และเป็นการรังสรรค์บรรยากาศวันพักผ่อนของครอบครัวอย่างเต็มอิ่ม   *ข้อควรปฏิบัติ เด็กที่มีความสูงต่ำกว่า 100 ซม. ต้องมีผู้ปกครองคอยดูแลอย่างใกล้ชิดขณะเล่น มาต่อกันที่เครื่องเล่น ที่เด็กสูงระหว่าง 120-130 ซม. สามารถเล่นได้กันบ้าง ซึ่งนอกจาก 3 เครื่องเล่นข้างต้นแล้ว ยังเพิ่มมาอีกถึง 8 เครื่องเล่น อัพเกรดขึ้นมาแบบสุดคุ้ม โดยไม่มีการเพิ่มค่าบัตรแต่อย่างใด และทางสวนน้ำได้ทดสอบจนมั่นใจในความปลอดภัยเรียบร้อย ไม่ต้องห่วงครับ เริ่มต้นที่... 1. Apollo's Drop Screamer เครื่องเล่นที่จะทำให้หัวใจคุณเต้นแรง อะดรีนาลีนพุ่งพล่าน ด้วยความตื่นเต้นสุดหวาดเสียว ที่เจ้าเครื่องนี้จะพาคุณทิ้งดิ่งลงจากสไลเดอร์ ผ่านอุโมงค์อย่างรวดเร็ว และลงสู่พื้นน้ำในเวลาเพียงไม่กี่วินาที 2. Bacchus's Magic Hole เครื่องเล่นที่ออกแบบมาพิเศษ ให้คุณได้สัมผัสความรู้สึกตื่นเต้นของการไหลผ่านท่อน้ำแคบๆ มุ่งสู่แอ่งกระทะ เข้ากระแสน้ำวนก่องลงสู่เบื้องล่างอย่างสนุกสุดเหวี่ยง *ข้อควรปฏิบัติ - ต้องใส่หมวกกันน็อค 3. Hermes Falls เครื่องเล่นที่ออกแบบมาให้คุณสนุกกับการผจญภัยในท่อที่ยาวกว่า 150 เมตร และสูงถึง 12.40 เมตร พาคุณพุ่งลงสู่พื้นน้ำได้อย่างสนุกสุดตื่นเต้น 4. Vulcan's Kamikaze สัมผัสความโลดโผนแบบไร้ขีดจำกัด ปลดปล่อยความกังกัล แล้วทิ้งตัวไปกับกามิกาเซ่ สไลเดอร์สูง 18 เมตร ที่ชันจนเกือบเป็นแนวดิ่ง ด้วยความเร็ว 50 กม./ชม. รับรองว่ามันส์ เปียกโชก 5. The Artemis's Rapids สนุกสุดเหวี่ยงไปกับการนั่งบนห่วงยาง แล้วเลื่อนไถลไปบนสไลเดอร์ หมุนวนด้วยความเร็วจนคุณต้องตะโกนลั่น *ข้อควรปฏิบัติ - เด็กที่สูงระหว่าง 120-130 ซม. ต้องสวมชูชีพขณะเล่น , อุปกรณ์ - ห่วงยางเดี่ยว/คู่ 6. Thunder of Zeus เครื่องเล่นที่เป็นท่อปิดทึบ ยาวคดเคี้ยวกว่า 128 เมตร จะทำให้คุณสนุกตื่นเต้นระทึกใจโดยไม่ต้องใช้ตามอง รับรองว่าสนุกเสียวถึงใจแน่นอน *ข้อควรปฏิบัติ - เด็กที่สูงระหว่าง 120-130 ซม. ต้องสวมชูชีพขณะเล่น , อุปกรณ์ - ห่วงยางเดี่ยว/คู่ บรรยากาศโดยรวมสวยๆ ของเครื่องเล่นโซนนี้ 7. Venus Free Fly เครื่องเล่นที่ออกแบบมาให้ให้สำหรับคนที่ชอบความท้าทาย และชอบการแข่งขัน วางตัวลงบนแผ่นรองสไลด์ แล้วไถลลงสู่ผืนน้ำให้สะใจ ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามระดับ    *ข้อควรปฏิบัติ - ใช้อุปกรณ์แผ่นรองสไลด์ 8. Ring of the Titan วงล้อแห่งการผจญภัย ที่จะทำให้คุณสนุก ท้าทาย ลอยลิ่วราวกับอยู่ในท้องน้ำแห่งทะเลลึก ถึงตอนนี้ ก็เหลือเพียงอีก 2 เครื่องเล่นสุดท้าย ซึ่งถือเป็นไฮไลท์สำคัญของสวนน้ำแห่งนี้ และเป็นเครื่องเล่นที่ไว้หรับบัตรผู้ใหญ่เท่านั้น มาดูกันซิว่า จะหวาดเสียวขนาดไหน (ผู้ใหญ่ สามารถเล่นได้ทุกเครื่องเล่น ยกเว้น สระเด็ก Kid's Paradise of Demeter) 1. Athena's Space Shaker สัมผัสความตื่นเต้นกับการนั่งบนห่วงยาง จะนั่งเดี่ยวนั่งคู่ ก็ตามแต่สะดวก พร้อมลื่นไหลสไลด์ลงมาด้วยความเร็วลงสู่ถังน้ำยักษ์ พร้อมเขย่าคุณลงสู่ผืนน้ำ *ข้อควรปฏิบัติ - ใช้อุปกรณ์ ห่วงยางเดี่ยว พร้อมหมวกกันน็อค 2. Ares's King Cobra เครื่องเล่นหนึ่งเดียวในเอเชีย สไลเดอร์รูปงูจงอางยักษ์สูงกว่า 15 เมตร ที่สุดแห่งประสบการณ์สุดเร้าใจ กับการลื่นไถลผ่านทางสุดหวาดเสียว ทะยานสู่แอ่งด้านล่างอย่างระทึกใจ บอกเลย ต้องมาลอง    *ข้อควรปฏิบัติ - ใช้อุปกรณ์ห่วงคู่ *กฎการใช้ห่วงยาง จับที่จับให้มั่น หากเป็นห่วงคู่ ให้คนที่น้ำหนักเบากว่านั่งด้านหน้า และคนที่นั่งหลังให้เอาขาสอดใต้แขนคนหน้า จับที่ยึดให้มั่น เพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้แล้ว ทางสวนน้ำยังมีห้องพักระหว่างวัน ไว้เป็นที่พักผ่อน เก็บสัมภาระ ที่เรียกว่า Cabana เพื่อความเป็นส่วนตัวของกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัว โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ทั้งโทรทัศน์ โซฟา เครื่องปรับอากาศ ตู้เซฟ และห้องอาบน้ำ โดยอัตราค่าบริการปกติ ราคา 2,000 บาท/วัน [ทุกวัน] - หลังจาก 15.00 น. ราคา 1,200 บาท/วัน ยิ่งถ้ามากันหลายๆ คน ก็ยิ่งคุ้มค่า    เป็นยังไงกันบ้างเอ่ย อยากมามันส์กันที่นี่แล้วล่ะสิ สำหรับการเดินทางมาที่สวนน้ำ ซานโตรินี วอเตอร์ แฟนตาซี นั้นง่ายมากๆ ขับรถจากตัวเมืองเพชรบุรี สังเกตป้ายซานโตรินีอยู่ทางขวามือ จากนั้นยูเทิร์นแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไป หรือขับจากชะอำไม่เกิน 10 นาที และจากอำเภอหัวหินไม่เกินครึ่งชั่วโมง ถ้าท่านจองที่พักหัวหินเอาไว้ จะแวะมาเล่นน้ำที่สวนน้ำ ก่อนเดินทางเข้าที่พักก็ยังได้ สำหรับเวลา เปิด/ปิด ทำการ คุณสามารถอัพเดทข้อมูลได้ที่ www.santoriniwaterfantasy.com หรือ www.facebook.com/santoriniwaterfantasy.th

เฟอร์รินโญ่! 7 เหตุผลที่ มูรินโญ่ จะกลายเป็น เฟอร์กี้
มูรินโญ่ /  เชลซี / 

หากจะกล่าวถึงผู้จัดการทีมที่เก่งที่สุดในโลกตอนนี้คงปฏิเสธไม่ได้ที่จะต้องมีชื่อ โฆเซ่ มูรินโญ่ ผุดออกมาจากหัวเป็นอันดับต้นๆแน่นอน แต่นอกเหนือจากฝีไม้ลายมือที่ถูกยอมรับกันในวงการแล้ว ด้านจิตวิทยา ลีลาการพูด ทัศนะคติ ความคิด การตอบโต้สื่อ และบุคลิกความเป็นผู้นำ มูรินโญ่ นั้นถูกสื่อเมืองผู้ดีหยิบยกไปเทียบกับ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ว่ามีความใกล้เคียงกับกุนซือชาวสก็อตต์ เท่าที่ลิสต์และจับใจความมาได้มีอยู่ 7 เหตุผลหลักๆที่จะส่งให้ มูรินโญ่ ก้าวไปเทียบความเกรียงไกรเหมือนกับ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ภายใต้การคุมทีม เชลซี ซึ่งในซีซั่นนี้น่าจะเป็นการเริ่มต้นสู่ยุค มูรินโญ่ แบบเต็มตัวไล่กวาดแชมป์แบบต่อเนื่อง 1. แทคติกด้านมืด : เป็นภาพที่เราเห็นบ่อยครั้งเมื่อ แมนฯ ยูไนเต็ด ตกอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่เป็นรองหรือกำลังถูกคู่แข่งกดดัน แฟนบอลจะเห็นเหล่าบรรดาแข่ง แมนฯ ยูไนเต็ด จะเข้าไปต่อว่าและตำหนิการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินบ่อยครั้ง และแน่นอน มูรินโญ่ ก็ใช้วิธีนี้กับลูกทีมอยู่ 2. เจ้าพ่อสื่อตัวจริง : คุณมักจะเห็นคำถามแรงแบบกระแทกใจจากสื่ออังกฤษต่อ เฟอร์กี้ แต่เรื่องพวกนั้นไม่สามารถทำอะไร เฟอร์กี้ ได้และคุณก็จะเห็นการตอบคำถามที่พวกสื่อต้องอึ้ง และแน่นอนเรื่องการตอกกลับสื่อ มูรินโญ่ ทำได้อย่างยอดเยี่ยมไม่ว่าจะเป็นคำพูด มาดกวนๆ ที่เค้าตั้งใจตอกกลับพวกนักข่าวปากมาก 3. สูตรสำเร็จการจิกกัด : เฟอร์กูสัน เป็นกุนซือที่ปากจัดใช่ย่อยเค้ามักด่ากุนซือคู่แข่งแบบแสบๆคันๆ จิกกัดให้เจ็บถึงทรวงมาแล้วหลายต่อหลายคน เหมือนกับว่าโลกนี้ ข้านี่เก่งที่สุด และในปัจจุบันจะมีใครบ้างที่มีความทะนงตนแบบนั้นนอกจาก มูรินโญ่ 4. สุดยอดกุนซือแห่งการกระตุ้น : ลองนึกภาพ เฟอร์กูสัน ยืนข้างสนามเมื่อถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เฟอร์กี้ จะเต็มไปด้วยพลัง เสียงตะคอก พร้อมกับมือไม้ที่จะชี้หน้าด่าลูกทีมตลอดช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ซึ่งบุคลิกแบบนั้น จะเห็นได้ในตัว มูรินโญ่ แบบไม่มีผิดเพี้ยน 5. คู่รักคู่แค้นกับผู้ตัดสินที่ 4 : ถึงแม้จะอยู่ที่ข้างสนามแต่ เฟอร์กี้ ก็สามารถด่าและกดดันผู้ช่วยผู้ตัดสินในสะเทือนไปถึงผู้ตัดสินในสนามได้ อาจจะเพราะด้วยที่ เฟอร์กูสัน อยู่ในวงการมานานเป็นที่เกรงใจของ เอฟเอ ซึ่งแน่นอนเรื่องเหล่านี้นักข่าวในอังกฤษทราบดีแต่หาหลังฐานไม่ได้ ซึ่งวิธีการดังกล่าว มูรินโญ่ กำลังเริ่มเรียนรู้และดูมีทิศทางที่ดีเลยทีเดียว 6. มีคำด่าเด็ดๆเจ็บๆอยู่เสมอ : เฟอร์กูสัน ทราบถึงทฤษฎีเกมฟุตบอลหรือเรียกได้ว่าเป็นปราชญ์ด้านฟุตบอล โดยเฉาะการต่อว่าเรื่องแทคติกของกุนซือคู่แข่งที่กำลังลุ้นแชมป์อยู่กับเขา และหากย้อนไปเมื่อหลายซีซั่นก่อน มูรินโญ่ เคยด่า อาร์แซน เวนเกอร์ ว่าเป็น "พวกเชี่ยวชาญด้านความล้มเหลว" มาแล้วเรียกได้ว่าเจ็บจี๊ดแบบไม่มีวันลืมแน่อน 7. กระหายในชัยชนะ : เรื่องง่ายๆที่ใครกูรู้ว่าทั้งสองกุนซือกวาดแชมป์มากมาย มีรางวัลความสำเร็จการันตีมานับไม่ถ้วน ทั้งคู่มีความกระหายในชัยชนะตลอดเวลา เชื่อเลยว่าหาก เฟอร์กูสัน ยังไม่วางมือส่งไม้ต่อให้ เดวิด มอยส์ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังคงมีแชมป์ติดมือแน่ๆ แต่ ณ ช่วงเวลานี้ยุคสมัยแห่งของ เฟอร์กูสัน จบลงแล้ว และผู้เทียบชั้นที่ใกล้เคียงที่สุดคงนี้ไม่พ้น โฆเซ่ มูรินโญ่ อย่างแน่นอน

'พุทธิพงษ์'ขออโหสิกรรม ลาบวช28 ก.พ.นี้
กปปส. /  พระสุเทพ / 

"บี พุทธิพงษ์" โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค ขออโหสิกรรมเพื่อลาบวช ในวันที่ 28 ก.พ.นี้ ที่วัดพระราม 9 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ แกนนำกปปส.โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊คชื่อ "พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ (บี)" ระบุถึงกำหนดการอุปสมบทในวันที่ 28 ก.พ.นี้ พร้อมกับกล่าวขออโหสิกรรม โดยข้อความระบุว่า "กรรมใดที่ข้าพเจ้าได้เคยล่วงเกินต่อท่าน ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ทั้งรู้และไม่รู้ ขอท่านโปรดอโหสิกรรมนั้นแก่ข้าพเจ้าด้วย การอุปสมบทครั้งนี้ หากมีกุศลผลบุญเกิดขึ้น ขอให้จงมีแด่ทุกท่านและครอบครัวด้วยเทอญ อุปสมบทวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 ณ.วัดพระราม 9 เวลา 09.00 โมง ปลงผม 12.59 อุปสมบท ท่านใดสะดวกเชิญมาร่วมบุญกันนะครับ" ซึ่งก่อนหน้านี้นายพุทธิพงษ์ ยังได้เดินทางไปที่สวนโมกข์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อไปกราบลาบวชกับพระสุเทพ ปภากโร อีกด้วย ภาพจากเฟซบุ๊ค พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ (บี) MThai News

เบื้องหลังวงการหนังโป๊ โหดมาก ราชาหนังโป๊เผยเคยเกือบติดโรค!
AV /  ken shimizu / 

เบื้องหลังวงการหนังโป๊ โหดมาก ราชาหนังโป๊เผยเคยเกือบติดโรค! ทาง Men.MThai เชื่อว่าหนุ่มไทยหลายๆ คนอยากที่จะไปลองประสบการณ์ใหม่ๆ โลดแล่นในวงการ AV หนังโป๊ญี่ปุ่นกันไม่มากก็น้อยแหละนะ เพราะว่ามันก็แน่หล่ะ ว่างานง่าย สบายตัว แถมยังได้เงินอีกด้วยนะ แต่รู้รึเปล่าว่า เบื้องหลังวงการหนังโป๊ มันเป็นอะไรที่ไม่ได้ง่ายเลย ไม่หนำซ้ำยังเสี่ยงต่อการติดโรคต่างๆ อีกด้วย วันนี้ทางเราอยากจะเอากรณีตัวอย่างของ ราชาแห่งหนังโป๊ของญี่ปุ่นที่เคยเกือบพลาดท่าติดโรคจากการถ่ายทำมาแล้ว!!! Shimiken เขาได้มาเปิดใจในรายการ お化けの出てこない เล่าถึงเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดที่เราคาดไม่ถึงในการทำงานในวงการ AV เพราะจากที่เราเห็นนั้นเรามักจะคิดว่างานสำหรับผู้ชายในวงการนี้เป็นอะไรที่ง่าย แต่ความจริงแล้วมันเป็นอะไรที่ตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง โดยเขาได้เล่าให้ฟังว่า สิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับคนอาชีพนี้คือโรคติดต่าทางเพศสัมพันธ์นั่นเอง ซึ่งปกตินั้นก่อนที่จะเริ่มการถ่ายทำ นักแสดงจะต้องนำใบตรวจโรค มาแสดงเพื่อยืนยันความปลอดภัยของตัวเอง แต่มีอยู่เหตุการณ์หนึ่งที่นางเอกฝ่ายหญิง ไม่ได้นำใบนี้มาแสดงตัว แต่ทั้งคู่ก็ต้องเข้าฉากด้วยกัน แต่ในขณะที่ถ่ายทำอยู่นั้น Shimiken ได้สังเกตุถึงความผิดปกติของนางเอกสาว เพราะว่าอวัยวะเพศของเธอนั้นมีกลิ่นยิ่งกว่าอาหารทะเลที่เน่าเสีย และยังมีของเหลวสีเขียวไหลมาจากน้องสาวของหล่อแต่ว่าทางผู้กำกับก็ไม่ได้สนใจ โดยให้เขาถ่ายต่อไป ไม่หยุด จนสุดท้าย เธอได้ออกมายอมรับว่าได้ติดเชื้อกามโรคจากการเข้าฉากกับดาราชายอีกคนนึงมา แต่โชคดีทีสุดท้าย Shimiken ไปตรวจสอบโรค แต่ก็พบว่าตัวเองไม่ได้ติดเขื้อแต่อย่างใด อีกทั้ง Shimiken ราชาแห่งหนังโป๊ญี่ปุ่น ผู้เล่นหนัง XXX มามากกว่า 7000 เรื่อง (ณ ขนะนี้) ยังได้เผยอีกว่า เบื้องหลังวงการหนังโป๊ สำหรับผู้ชายในญี่ปุ่นเนี่ย ผู้ชายเป็นอะไรที่หายากยิ่งกว่าสัตว์ใกล้สูญพันธุ์อีกนะ โดยเขาได้เล่าว่า ดาราฝ่ายหญิงนั้นมีเป็นหมื่นๆ คน และหนังโป๊เป็น 4000 เรื่อง ที่ถูกผลิตออกมาวางจำหน่ายในแต่ละเดือน ซึ่งจำนวนผู้ชายที่มาเล่นนั้นมันยังไม่เพียงพอ ไม่หนำซ้ำค่าตอบแทนของเหล่าฝ่ายชายก็น้อยนิด เขาได้เล่าว่าช่วงแรกที่เข้าวงการใหม่ๆ เขาได้รับเงินค่าตัวเพียงแค่ ประมาณ 5000 บาท เท่านั้น Men.MThai เรียบเรียงเนื้อหาจากแหล่งที่มา Youtube / Andrea และ http://www.independent.co.uk/news/weird-news/male-japanese-porn-stars-rarer-than-bengal-tigers-according-to-japans-porn-king-shimiken-9727097.html

ประมวลภาพ นายกฯ นำตักบาตร ตลาดน้ำคลองผดุงฯ
ตลาดน้ำผดุงกรุงเกษม /  ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ภาพ พล.อ.ประยุทธ์ นำตักบาตร ที่ตลาดน้ำคลองผดุงฯ เพื่ ถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระเทพ ภาพบรรยากาศ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ นำครม.-ผบ.สส.ผบ.เหล่าทัพ ร่วมตักบาตรทางเรือพระสงฆ์ 61รูป ถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ณ คลองผดุงฯ ข้างทำเนียบฯ โดยก่อนพิธีได้มีการพูดคุยกับม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ถึงการพัฒนาตลาดน้ำในคลองดังกล่าว พร้อมทั้งมอบรางวัลให้กับผู้ชนะวาดภาพคลองผดุงกรุงเกษม ในความคิดของเด็กๆ ด้วย MThai News ขอคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก @Wassana Nanuam

ประกาศกฎกระทรวง-นายกฯ เพิ่มอำนาจสันติบาล
ประกาศกฎกระทรวง; เพิ่มอำนาจสันติบาล; ตำรวจ; สันติบาล; ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ประกาศใช้! ราชกิจจาเผยแพร่กฎกระทรวง "นายกฯ" เพิ่มอำนาจสันติบาล ออกหมายค้น -จับตามป.วิอาญาได้ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ (26 ก.พ.) กฎกระทรวง แบ่งส่วนราชการเป็นกองบังคับการหรือส่วนราชการอย่างอื่น ในสํานักงานตํารวจแห่งชาติ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2558 อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 5 วรรคหนึ่ง และมาตรา 10 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติตํารวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 นายกรัฐมนตรีออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ให้ยกเลิกความใน 8) ของ (ก) ของ (14) ของ 2. กองบัญชาการ ในข้อ 3 แห่งกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการเป็นกองบังคับการหรือส่วนราชการอย่างอื่นในสํานักงานตํารวจแห่งชาติ พ.ศ.2552 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “8) ปฏิบัติงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายว่าด้วยสัญชาติ และกฎหมายอื่นที่ให้มีอํานาจหน้าที่หรือดําเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ” ข้อ 2 ให้ยกเลิกความใน (ข) และ (ค) ของ (14) ของ 2. กองบัญชาการ ในข้อ 3 แห่งกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการเป็นกองบังคับการหรือส่วนราชการอย่างอื่นในสํานักงานตํารวจแห่งชาติ พ.ศ. 2552 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “(ข) กองบังคับการตํารวจสันติบาล 1 มีอํานาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ 1) ดําเนินการเกี่ยวกับงานด้านการข่าวของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์เป็นภัย ต่อความมั่นคงของประเทศในเขตอํานาจการรับผิดชอบ 2) ดําเนินการเกี่ยวกับงานดําเนินกรรมวิธีข่าวกรอง 3) ปฏิบัติงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 4) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย (ค) กองบังคับการตํารวจสันติบาล 2 มีอํานาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ 1) ดําเนินการเกี่ยวกับงานด้านการข่าวเฉพาะด้าน งานการข่าวอาชญากรรมข้ามชาติ การก่อการร้ายสากล งานการข่าวระหว่างประเทศ ตลอดจนการประสานงานการข่าวระหว่างประเทศ 2) ปฏิบัติงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 3) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย” ข้อ 3 ให้ยกเลิกความใน (จ) ของ (14) ของ 2. กองบัญชาการ ในข้อ 3 แห่งกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการเป็นกองบังคับการหรือส่วนราชการอย่างอื่นในสํานักงานตํารวจแห่งชาติ พ.ศ. 2552 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “(จ) กองบังคับการตํารวจสันติบาล 4 มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ 1) ดําเนินการเกี่ยวกับงานวางแผน กําหนดหัวข้อข่าว รวบรวม จัดเก็บ วิเคราะห์ ประมวลผลและประเมินสถานการณ์ข่าวกรอง รวมถึงงานการผลิต และกระจายข่าวกรองของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ 2) ปฏิบัติงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 3) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย” ให้ไว้ ณ วันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี หมายเหตุ : เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากในปัจจุบันส่วนราชการระดับ กองบังคับการในสังกัดกองบัญชาการตํารวจสันติบาลไม่มีอํานาจหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เป็นเหตุให้เมื่อมีเหตุจําเป็นที่จะต้องทําการค้นโดยเร่งด่วน เจ้าหน้าที่ของส่วนราชการดังกล่าวไม่สามารถขอออกหมายค้นได้ ทําให้การปฏิบัติงานสืบสวนหาข่าวเป็นไปอย่างล่าช้าและขาดความคล่องตัว ดังนั้น เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจตามอํานาจหน้าที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น สมควรแก้ไขเพิ่มเติมอํานาจหน้าที่ของส่วนราชการระดับกองบังคับการในสังกัดกองบัญชาการตํารวจสันติบาลที่มีหน้าที่สืบสวนให้สามารถปฏิบัติงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาได้ จึงจําเป็นต้องออกกฎกระทรวง Mhai News

มาเป่าอีกได้นะ! โค้ชชาย กุนซือTOTปัดวิจารณ์เรื่องโทษแบนอนุวัตร
ทีโอที เอสซี /  พลเอก ชินเสณ ทองโกมล / 

โค้ชชาย สมชาย ทรัพย์เพิ่ม กุนซือฮัลโหล ทีโอที เอสซี ไม่ขอวิจารณ์การลงโทษแบน อนุวัตร ฝีมือช่าง 4 นัด บอกยินดีหากผู้ตัดสินรายนี้จะมาเป่า ทีโอที อีก หลังจากที่คณะกรรมการผู้ตัดสิน ซึ่งนำโดย เสธ.ตุ้ม พลเอก ชินเสณ ทองโกมล ได้สั่งลงโทษผู้ตัดสิน อนุวัตร ฝีมือช่าง ห้ามลงทำหน้าที่ 4 นัด เนื่องจากตัดสินผิดพลาดในจังหวะที่ทีม ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ยิงประตูขึ้นนำ ทีโอที เอสซี 1-0 ในนัดเปิดสนามไทยพรีเมียร์ลีก เมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา ล่าสุด มาราโดน่าเมืองไทย สมชาย ทรัพย์เพิ่ม ได้ออกมากล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า ผมไม่ขอวิจารณ์การลงโทษผู้ตัดสินรายนี้ เพราะทุกคนคงเห็นกันหมดว่าเขาทำหน้าที่ผิดพลาด ดังนั้นจึงขอปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการผู้ตัดสินในการไปจัดการลงโทษกันเอง “ทีโอที เอสซี เราไม่มีปัญหาหากครั้งต่อไปจับสลากได้ผู้ตัดคนนี้ (อนุวัตร ฝีมือช่าง) มาทำหน้าที่อีก เพราะคิดว่าเขาคงจะได้รับบทเรียนจากการถูกลงโทษครั้งนี้ไปแล้ว” กุนซือมาดเซอร์ กล่าวปิดท้าย

7 อันดับ สวย แซ่บ สะพรึง แฟชั่น งาน พรมแดง BRIT Awards 2015
BRIT Awards /  BRIT Awards 2015 / 

ช่วงนี้งาน พรมแดง มาติดๆ นอกจาก สาวๆ เซเลบริตี้ เขาจะวิ่งแต่งตัวกันขาขวิด Women MThai ก็มือเป็นระวิง ไม่แพ้กัน ก็เพื่อนำเสนอ แฟชั่น พรมแดง สวยๆ ของเหล่า เซเลบ ที่บรรจงจัดมาเป็นอย่างดี ให้คุณๆ ได้รับชมกันทันสถานการณ์ วันนี้ถึงคิวงาน BRIT Awards 2015  งานประกาศรางวัลทางด้านดนตรีประจำปี 2015 ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ กันบ้าง  แฟชั่น พรมแดง Rita Ora แซ่บอันดับ 1 ปีนี้ต้องยกให้เธอจริงๆ เด่นทุกงาน! Taylor Swift แซ่บอันดับ 2 ด้วยนางมังกรแดงผงาดด้านหลัง สวยหรู ดูดี เลอค่า แฟชั่น สุดแซ่บ  อันดับ 3 Charli XCX ซีทรู  แหวกเต้า แซ่บป่ะล๊า แฟชั่น แซ่บ สะพรึง อันดับ 4 FKA Twigs แฟนสาวของหนุ่มแพททินสัน เราชอบแนวการแต่งตัวของชีจริงๆ ไม่มีใครเหมือน และ ไม่เหมือนใคร แนวอ่ะเธอ! แซ่บ สะพรึง อันดับ 5 Cara Delevingne นางแบบสาวแนวอีกคน ที่จะสวยเลอค่า หรือจะมาแนว Masculine ก็ เท่ระเบิด สวย สะพรึง อันดับ 6 Karlie Kloss ระหง เลอค่า คลาสสิค สะดุดตา ...โอ๊ย ใคร ช่วยจำกัดความให้ที เริ่ด จนบรรยายไม่ถูก แซ่บ สะพรึง อันดับ 7  Ellie Goulding สาวเสียงดี เจ้าแม่เพลงประกอบภาพยนตร์ เธอมาแนวสวยคลีนๆ บริสุทธิ์ สะอาดตา และเด่น ต่างจากสาวอื่นๆ ดีเราชอบ ภาพจาก uk.celebrity.yahoo,perezhilton และ Celebrity Style by toujours ensemble เรียบเรียงโดย Women MThai Team

น้องอลิส สาธิต มศว. ประสานมิตร เน็ตไอดอลคนนี้ยิ้มทีโลกสดใส
ดาวโรงเรียน /  อลิส สมณ / 

น้องอลิส สมณ โชติวิสิทธิ์ จากรั้วโรงเรียนสาธิต มศว. ประสานมิตร สาวน้อยวัยใส ที่ได้รับความสนใจอย่างมากในโลกโซเชี่ยล ก็เพราะหน้าตา ที่น่ารักของเธอ ไลฟ์สไตล์ที่เข้าถึงได้ง่าย และรอยยิ้มอันสดใส ที่หลายๆคน เห็นเธอยิ้มทีไหร่ก็ต้องตกหลุมรัก ถึงขนาดที่บางเพจยอมรับให้เธอเป็นนางฟ้าวัยมัธยมกันทีเดียวนะ ก็แหมขนาดไม่ยิ้มยังน่ารักขนาดนี้ แล้วถ้าเธอยิ้มด้วยจะยิ่งน่ารักขนาดไหน^O^ งั้นอย่าช้าอยู่ไยติดตามโปรไฟล์และแฟชั่นน่ารักๆ ของสาวคนนี้กันเลยดีกว่า น้องอลิส สาธิต มศว. ประสานมิตร เน็ตไอดอลคนนี้ยิ้มทีโลกสดใส น้องอลิส สาธิต มศว. ประสานมิตร เน็ตไอดอลคนนี้ยิ้มทีโลกสดใส น้องอลิส / elyse ชื่อจริง : สมณ โชติวิสิทธิ์ กำลังจะจบการศึกษาจาก โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร  ชั้น ม.6 ส่วนสูง 165 ซม. / น้ำหนัก 44 กก. ความสามารถพิเศษ : เต้น, เล่นเปียโน, ขับ Go Kart และ เล่นอูคูเลเล่ ประสบการณ์ที่ผ่านมา : ถ่ายแบบ IG : elyselyses Facebook : Elyses Supersmile น้องอลิส กับแฟชั่นชุดนักเรียน มุ้งมิ้งที่สุดเลย ^^   พบแฟชั่นวันสบายๆ ของน้องอลิส จากนิตยสาร candy   ติดตามความน่ารักสดใสและรอยยิ้มพริมใจของน้องอลิส หรือจะเป็นสาวน่ารักๆ จากรั้วโรงเรียนอื่นๆได้ใน นิตยสาร candy นะจ๊ะ ^^

มนุษย์มดตัวเล็ก โชว์ภาพโปรโมตชุดใหญ่ จาก Ant-Man
Ant Man /  marvel / 

ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว สำหรับช่วงเวลาที่แฟนหนังซูเปอร์ฮีโร่จะได้เฮ กับภาพยนตร์ Ant-Man มนุษย์มดมหากาฬ จาก มาร์เวล สตูดิโอ เรื่องราวของซูเปอร์ฮีโร่สุดปราดเปรื่อง ที่สามารถยืดหดร่างกายได้ตามใจนึก ผลงานของผู้กำกับ เพย์ตั้น รี๊ด ที่ได้ พอล รัดด์  มารับบท มนุษย์มด ที่ก่อนหน้านี้ ปล่อยของออกมาเอาใจนิด กวนประสาทหน่อยอยู่ตลอด ล่าสุดขอเชิญพบกับภาพโปรโมตสุดงามชุดใหญ่ ที่ยิ่งอุ่นเครื่องเท่าไหร่ แฟนๆก็อยากให้เข้าฉายเร็วๆ เสียจริง! เมื่อหัวขโมยร่วมมือกับอัจฉริยะ เตรียมมันส์ไปกับซูเปอร์ฮีโร่ยืดหดผู้ชาญฉลาด ใน Ant-Man มนุษย์มดมหากาฬ ในวันที่ 30 ก.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ Ant-Man ได้ที่นี่เลย ---------------------------------