มด ณปภัช

เผย 10อันดับข่าวใหญ่แห่งปี 2557 By MThai
10 ข่าวใหญ่ /  10 ข่าวใหญ่แห่งปี / 

ใกล้สิ้นปี 2557 ทีมข่าวMthai News ขอประมวลกระแสข่าวในรอบปีที่เกิดขึ้นและถือได้ว่าเป็นกระแสสังคมที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุด ซึ่ง 10 ข่าวใหญ่แห่งปี มีดังต่อไปนี้ 1.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว งดเสด็จฯออกมหาสมาคม แถลงการณ์ สำนักพระราชวัง เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จ ฯ มา ประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ฉบับที่ 11 คณะแพทย์ขอในหลวงงดพระราชกรณียกิจไว้ก่อน (อ่านต่อ) 2.โปรดเกล้าฯ ให้พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ ลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมารได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ์ สยามมกุฎราชกุมาร เป็นลายลักษณ์อักษรว่า ขอพระราชทานกราบบังคมทูลลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ ความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว พระราชทานพระบรมราชานุญาต (อ่านต่อ)  อ่านข่าวท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ทั้งหมดที่นี่  3. คสช.รัฐประหาร วันที่22 พ.ค. ยึดอำนาจ รบ.ยิ่งลักษณ์ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ นำโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก นำผบ.เหล่าทัพและผบ.ตร. ได้แถลงฉบับที่ 1 ควบคุมอำนาจในการปกครองประเทศ เพื่อรักษาความสงบสุขของประเทศชาติ ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.เป็นต้นไป(อ่านต่อ) อ่านข่าวรัฐประหารปี2557ที่นี่ 4.แถลงคดีจับพงศ์พัฒน์ พร้อมพวก หมิ่นเบื้องสูง-ทุจริตต่อหน้าที่ พล.ต.อ.สมยศ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและคณะ ได้แถลงเกี่ยวกับรายละเอียดคดีของพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ พร้อมพวก คดีร้ายแรง โดยเผยว่า การจับกุมเป็นไปตามอำนาจตามกฎอัยการศึก ซึ่งคดีนี้ถือเป็นคดีสำคัญ ละเอียดอ่อนอาจไม่สามารถเปิดเผยเชิงลึกได้ (อ่านต่อ)  อ่านข่าวคดีของพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ทั้งหมดที่นี่  5.คดีฆาตกรรมสุดสะเทือนขวัญ ไอ้เกมฆ่าข่มขืนน้องแก้ม น้องแก้ม เด็กสาวหายตัวลึกลับไปบนรถไฟก่อนที่ลูกจ้างรถไฟสารภาพข่มขืนฆ่าน้องแก้ม  ก่อนโยนร่างทิ้งหน้าต่างรถไฟ ช่วงระหว่างสถานี วังก์พง อ.ปราณบุรี กับสถานีหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์(อ่านข่าวต่อ) อ่านข่าาน้องแก้มทั้งหมดที่นี่ 6.คดีฆาตกรรมเกาะเต่า เกิดเหตุคนร้ายฆ่า2นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ที่เกาะเต่า เบื้องต้นจับกุม2พม่า ที่ตกเป็นผู้ต้องหา ความคืบหน้าล่าสุดอยู่ในระหว่างขั้นตอนการพิจารณาส่งฟ้อง (อ่านต่อ) อ่านข่าวเกาะเต่าทั้งหมดที่นี่ 7. มาเลเซีย แอร์ไลน์ เที่ยวบิน MH370 หายจากจอเรดาห์ ข่าวสะเทือนโลก เครื่องบินสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ MH370 หายปริศนา โดยทางการมาเลเซียแถลงยืนยันว่าเครื่องประสบอุบัติเหตุกลางมหาสมุทรอินเดีย แต่ถึงขณะนี้ยังหาซากไม่พบและไร้ร่องรอย (อ่านข่าวต่อ) อ่านข่าว MH370ทั้งหมดที่นี่ 8.ปฏิวัติวงการทีวีไทย ออกอากาศทีวีในระบบดิจิตอล คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีมติอนุมัติการแจกคูปองเพิ่มอีกอย่างน้อย 2.8 ล้านครัวเรือน โดยใช้งบประมาณครั้งนี้ 2,000 ล้านบาท รวมถึงมีการออกอากาศทีวีในระบบดิจิตอลตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา (อ่านต่อ) อ่านข่าวทีวีดิจิตอลทั้งหมดที่นี่ 9.ศาลรธน.แถลง เลือกตั้ง 2ก.พ.เป็นโมฆะ ขัดรธน.ม.108 ศาลรัฐธรรมนูญแถลงมีมติ 6ต่อ3ชี้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. มิชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีสาเหตุจากการที่ 28 เขตเลือกตั้งไร้ผู้สมัครและเหตุที่การเลือกตั้งไม่ใช่วันเดียวทั่วประเทศ (อ่านต่อ) อ่านข่าวเลือกตั้งโมฆะทั้งหมดที่นี่ 10.ร้านขายของเก่า ลาดปลาเค้า 72 ดับแล้ว 5 ราย เจ็บอื้อ ระเบิดที่ร้านรับซื้อของเก่า ซ.ลาดปลาเค้า 72 แยก 14 หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดได้เข้าพื้นที่แล้ว พร้อมปิดพื้นที่ห้ามเข้า เนื่องจากสันนิษฐานว่าอาจมีระเบิดอีก 1 ลูก โดยสันนิษฐานว่าเป็นระเบิดอากาศ ที่ถูกปล่อยลงมาจากเครื่องบินรบ ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 (อ่านข่าวต่อ)

สกัดต่อมฉาว!!!ณเดชน์-ญาญ่า ทำบุญหน่อยไหม??!!?
ญาญ่า อุรัสยา /  ณเดชน์ คูกิมิยะ

ยังคงเป็นคู่จิ้นที่หลายๆ คนฟินแบบต่อเนื่อง สำหรับหนุ่มหล่อคางยาว ณเดชน์ คูกิมิยะ กับสาวสวยแบ๊วเว่อร์ ญาญ่า อุรัสยา เวลานี้แม้จะสนิทชิดเชื้อประดุจคบกันฉันแฟน แต่ก็ยังไม่มีใครกล้าเรียกอีกฝ่ายว่าคนรัก อ๊ะๆๆ จุดนี้อย่าได้แคร์ เพราะมองด้วยตาเปล่าก็รู้แล้วว่าไม่ใช่แค่คู่จิ้นในจอ ซึ่งก็คงสมใจบรรดาติ่งทั้งหลายที่ลุ้นและเชียร์ให้คู่นี้เลิฟๆ ไปชั่วนิรันดร์ งานนี้ไม่รู้จะรักกันชั่วนิรันดร์แบบที่แฟนคลับหวังไว้ได้หรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ ข่าวฉาวพุ่งเข้าชีวิตเป็นระลอกๆ เลยทีเดียว ล่าสุดควงคู่ถ่ายแฟชั่นไกลถึงมัลดีฟส์ แต่ดั๊น..มีประเด็นมือไม้พ่อหนุ่มสุดหล่อไปโดนหน่ม...น้ม...ของแม่สาวสุดสวยซะงั้น โธ่ๆๆ แม้หลายคนจะมองว่าเป็นเรื่องขี้ปะติ๋ว แต่ก็จัดว่าเป็นเรื่องเป็นราวในทางลบของซุป’ตาร์นะจ๊ะๆ ไหนจะกระแสเบื่อหน่ายข่าวโน่นนี่นั่นอีกมากมายที่โหมเข้ามาสะกิดต่อมเซ็งอีก จุดนี้เห็นทีต้องโร่ทำบุญแบบถี่ๆ ซะแล้วละมั้ง เพราะแม้จะเป็นซุป’ตาร์คู่จิ้นที่โดดเด่นเรื่องควงกันทำบุญ แต่หลังๆ ห่างหายจากการสร้างกุศลผลบุญหรือเปล่าไม่รู้ ข่าวฉาวๆ เลยมะรุมมะตุ้มออกจะบ่อย เอ้า!!! ประคับประคองสถานะกันให้ดี ทำบุญร่วมชาติตักบาตรร่วมขันให้ถี่เหมือนแต่ก่อนก็จะเริ่ดนะจ๊ะๆ บุญจะได้นำพาวาสนาจะได้ส่งให้เป็นคู่ชีวิตในภายภาคหน้า เกิดดวงไม่นำพา พลัดพรากจากกันขึ้นมา สาวก NY ช็อกแย่เลยยยย...หุหุ ญาญ่า-ณเดชน์ ญาญ่า-ณเดชน์ ญาญ่า-ณเดชน์

Plan-B พิสูจน์ 'ดนตรีไม่มีพรมแดน' - แฟนนานาชาติแห่กรี๊ดเพียบ!
Plan B /  Plan-B LIVE in Bangkok / 

Plan-B พิสูจน์ชัด! ภาษาดนตรีไม่มีพรมแดน แฟนเพลงแห่มาฟังและฟินกันเต็มพื้นที่ทั้งไทย-ญี่ปุ่น-ฝรั่ง! ยืนยันได้ดีว่าภาษาดนตรีไม่มีพรมแดนจริงๆ เมื่อสามหนุ่มวง แพลน-บี (Plan-B) ที่ประกอบด้วย นาคาเองาว่า ริกิยะ (Nakaegawa Rikiya) มือกีตาร์และร้องนำ, มากิโนะ โคจิ (Makino Koji) มือกลอง และ อุเอะซาโตะ เรียวตะ (Uesato Ryota) มือเบส หอบหิ้วเครื่องดนตรีพร้อมด้วยแขกรับเชิญสุดแซบ อะคุน (AKUN) หรือที่แฟนๆ เรียกติดปากกันว่า อั๊คคุง นักร้องและมือกีตาร์หนุ่มลูกครึ่งมาดเท่แห่งวง สไปซี่โซล (SPiCYSOL) บินลัดฟ้ามาเปิดการแสดงสดในงาน แพลน-บี ไลฟ์ อิน แบงคอก (Plan-B LIVE in Bangkok) ณ แฮพเพนนิ่ง ไลฟ์ เฮ้าส์ บาย ไวน์ แฮพเพนนิ่ง ย่านอาร์ซีเอ ซึ่งงานนี้ถือเป็นหนึ่งในเอเชียทัวร์ 2014-2015 ต่อเนื่องจากประเทศไต้หวัน มีคิวหลังจากไทยเป็น 4 เมืองในญี่ปุ่น และจะปิดท้ายตารางทัวร์ที่ประเทศเกาหลีใต้ โดย Plan-B ได้ขนเอาเพลงเด็ดกว่า 20 เพลงมาโชว์ให้แฟนๆ ได้ฟังแอนด์ฟินกันเต็มอิ่ม! เปิดฉากกันที่เพลงสนุก บีทหนักแน่นเข้มข้น กระตุ้นให้เลือดสูบฉีดอย่าง Kibou no kuuron, Undonkon, Seimeika จากนั้นถึงคิว Yukimahou และ Around the World สองเพลงจากวง SPiCYSOL ของ อั๊คคุง รุ่นน้องสุดซี้ของ Plan-B ที่มาร่วมแจมกีต้าร์ให้ดนตรีออกรสจัดจ้านยิ่งขึ้นนั่นเอง ต่อกันอีกยกกับ Namida, Aruka Aruka, Chiri mo tsumoreba โดยพวกเขาชวนทุกคนให้มีส่วนร่วมทั้งการปรบมือเป็นจังหวะ โบกผ้าเชียร์ กระโดดโลดเต้น และช่วยกันร้องเพลงอย่างสนุกสนาน ปิดท้ายช่วงแรกด้วยเพลง สบาย สบาย (Sabai Sabai) ของซูเปอร์สตาร์เมืองไทย เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ ที่ ริกิยะ โชว์ทักษะภาษาไทยในการร้องเพลงนี้ได้อย่างน่าประทับใจและเห็นถึงความพยายามของพวกเขาได้เป็นอย่างดี โดย Plan-B ให้เหตุผลว่าเมื่อนึกถึงเมืองไทยก็คิดถึงความรู้สึกสบายๆ จึงเลือกเพลงนี้มาโชว์ นอกจากนี้พวกเขาเผยว่าชอบเพลงไทยหลายเพลงเพราะมีเมโลดี้สูงต่ำผสานกันได้เป็นอย่างน่าสนใจ แถม ริกิยะ ซึ่งเคยกระซิบว่าเขาปลื้มสาวเสียงดี ปาล์มมี่-อีฟ ปานเจริญ เป็นพิเศษเพราะเธอน่ารักมากๆ และเพื่อเป็นการยืนยันเจ้าตัวเลยร้องเพลง พรุ่งนี้อาจไม่มีฉัน โชว์แฟนๆ ท่อนสั้นๆ พอหอมปากหอมคอ เข้าสู่พาร์ทอะคูสติกที่แสนอบอุ่นละมุนละไมโดยมีเสียงเครื่องสายอย่างเชลโล่และไวโอลินมาบรรเลงร่วมกับเสียงดนตรีของ Plan-B ไม่ว่าจะเป็น Wakare michi , Ai aru sekai ni, Yuuyake no Uta, Bokura no yakusoku และ Nakamatachi โดยไฮไลท์ช่วงนี้หนีไม่พ้นเพลง Yuuyake no Uta ซึ่งเป็นเพลงเอกของศิลปินรุ่นพี่ระดับตำนาน J-POP อย่าง คอนโด มาซาฮิโกะ (Kondo Masahiko) หรือ มัตจิ นั่นเอง กลับเข้าสู่ช่วงที่ทำให้หัวใจเต้นแรงอีกครั้ง!! เริ่มด้วยเพลง Douyouhadaka ตามด้วย Kusottare ซึ่งพวกเขาชักชวนแฟนๆ โดดขึ้นมาแจมบนเวทีและโบกผ้าเชียร์อย่างมันส์สุดติ่ง ต่อกันที่เพลง Asia, Isshukan, Jan ken pon แล้วจึงคูลดาวน์กันด้วยเพลงชื่อ Wa Ha Ha ก่อนจะกลับมา Encore ส่งท้ายในเพลง Maji ni Magic, Kibou no kuuron แล้วปิดท้ายช่วงเวลาแห่งความอิ่มเอมด้วยเพลง Taisetsu na mono โดยพวกเขาทั้งสามพูดคำว่า "ขอบคุณครับ" อย่างไม่ขาดปาก พร้อมบอกว่า "ในวันนี้พวกเราสนุกมากๆ เพราะมีทุกคนอยู่ด้วยกันตรงนี้ ถ้ามีโอกาสเราอยากกลับมาพบกับทุกคนอีก เราจะพยายามมาหาทุกคนให้ได้ครับ I LOVE THAILAND!!" ตลอดช่วงเวลาสองชั่วโมงแสนพิเศษกับการเล่นดนตรีที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์และทรงพลังใน แพลน-บี ไลฟ์ อิน แบงคอก (Plan-B LIVE in Bangkok) นั้นพิสูจน์ให้เห็นถึงความทุ่มเทอย่างเต็มที่ของ Plan-B ในการเอ็นเตอร์เทนผู้ชมทุกคนให้มีความสุขไปด้วยกัน ตามความเชื่อมั่นของพวกเขาที่ว่า.. 'แม้ภาษาของคนทั้งโลกจะต่างกัน แต่ดนตรีคือภาษาสากลที่ไร้พรมแดนและช่วยเชื่อมโยงทุกคนเข้าไว้ด้วยกัน' โดยบทเพลงของพวกเขานั้นเต็มไปด้วยเรื่องราวที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะเป็นความรัก, มิตรภาพ, ความมุ่งมั่นที่จะทำตามความฝัน ซึ่งมีความหมายที่ดีและเปี่ยมด้วยกำลังใจในการดำเนินชีวิต หลังจบไลฟ์โชว์ในครั้งนี้เชื่อว่าแฟนๆ จะได้รับการเติมเต็มและมีพลังที่จะก้าวต่อไปในวันข้างหน้าจากบทเพลงของพวกเขาอย่างแน่นอน. ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

สะใจกว่านี้มีอีกมั้ย! ช้างศึก ทวงบัลลังก์อาเซียนกลับไทย
กรุงกัวลาลัมเปอร์ /  กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ / 

ผลฟุตบอลสด เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014 รอบชิงชนะเลิศ เกมที่ 2 วันเสาร์ที่ 21 ธันวาคม 2557 ทีมชาติมาเลเซีย 3-2 ทีมชาติไทย (สกอร์รวม 2 นัด ไทย นำ มาเลเซีย 4-3) ประตู : 1-0 ซาฟิก รอฮิม น.5, 2-0 ปุตรา มหายุดดิน น.45+2, 3-0 ซาฟิก รอฮิม น.56, 3-1 ชาริล ชัปปุยส์ น.80, 3-2 ชนาธิป สรงกระสินธ์ น.88 สนาม : บูกิต จาริล เวลา : 20.00 น. (เวลาท้องถิ่นตรงกับ 19.00 น. เวลาไทย) การแข่งขันฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014 รอบชิงชนะเลิศ เกมที่ 2 ณ สนามบูกิต จาริล เสือเหลือง มาเลเซีย อดีตแชมป์ 1 สมัย รับการมาเยือนของ ช้างศึก ทีมชาติไทย อดีตแชมป์ 3 สมัย ซึ่งเกมแรก ช้างศึก เป็นฝ่ายเอาชนะมาได้ก่อน 2-0 เกมนี้หากแพ้ไม่เกิน 1 ประตู ก็จะคว้าแชมป์สมัยที่ 4 ไปครองทันที โดยเกมนี้ ทีมชาติไทย ยังคงจะยึดผู้เล่นชุดหลักจากเกมแรกเป็นส่วนใหญ่ จะเปลี่ยนก็แค่ ประกิต ดีพร้อม ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงแทนที่ของ มงคล ทศไกร ส่วนผู้เล่นหลักรายอื่นอยู่กันครบ ไม่ว่าจะเป็น ชาริล ชัปปุยส์, เมสซี่เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์, เจ้าก้อง เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, เจ้ากอล์ฟ อดิศักดิ์ ไกรษร สภาพอากาศที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ วันนี้ตั้งแต่ช่วงเที่ยงมีฝนตกลงมาโดยตลอด ซึ่งก่อนเกมการแข่งขันจะเริ่ม 4 ชั่วโมงฝนถึงจะเบาลง ทำให้วันนี้สนามคอนข้างที่ชุ่มน้ำพอสมควร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแฟนบอลมาเลเซียหลายหมื่นคน ก็ยังเดินทางมาสนามตั้งแต่เที่ยงวัน ทั้งที่เกมการแข่งขันจะมีขึ้นในเวลา 20.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นซึ่งเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง และก่อนเกมการแข่งขันจะเริ่ม 3 ชั่วโมง กองเชียร์ทีมชาติไทย ก็เดินทางมาถึงสนามเป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังคงน้อยกว่าเหล่าอุลตร้ามาเลย์ ที่ว่ากนว่าเชียร์ได้ทรงพลังและดุดัน ซึ่งก็ได้มีการจุดพลุแฟร์กันแต่หัววัน แต่เป็นการจุดภายนอกสนาม เวลา 19.09 น. กองทัพ ช้างศึก ทีมชาติไทย ก็เดินออกจากห้องพักนักกีฬา เพื่อลงสนามวอร์มก่อนการแข่งขัน ซึ่งก็ได้รับเสียงเชียร์จากแฟนบอลไทย ประมาณ 5000 คนลั่นสนาม นอกจากนี้แฟนบอลมาเลเซีย ต่างก็ลุกปรบมือใหกับ ช้างศึก ด้วยเช่นกัน เวลา 19.52 น. นักเตะทั้ง 2 ทีมเดินลงสนามโดย ช้างศึก ทีมชาติไทย ใส่ชุดสีแดงล้วน ส่วนเจ้าบ้าน เสือเหลือง มาเลเซย มาในชุดเสื้อนำเงิน กางเกงขาว ถุงเทาน้ำเงิน เริ่มเกมครึ่งเวลาแรก ช้างศึก เขี่ยลูกก่อนบุกจากขวาไปซ้าย และเป็นทาง เสือเหลือง ที่ทำเกมได้ดีกว่าเล็กน้อย นาทที่ 4 ก็มาได้จุดโทษ ซาฟิก รอฮิม ดาวเตะตัวเก่งของเจ้าบ้านสังหารไม่พลาด เรียกเสียงเฮได้ลั่นสนาม ทำให้สกอร์ 2 นัด มาเลเซีย ไล่มาเปน 1-2 นาทีที่ 10 ช้างศึก เกอบที่จะได้ประตูตีเสมอเมื่อ เจ้ากอล์ฟ อดิศักดิ์ ไกรษร ได้หลุดไปล่อเป้าแต่บอลดันผ่านหน้าปากประตูออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย นาทีที่ 12 โอกาสของทีมชาติไทย ก็มาอกรั้ง เจ้าบาส พีรพัฒน์ โน๊ตชัยยา ได้ลองสับไกด้วยเท้าขวาข้างไม่ถนัดแต่บอลพุ่งเป็นจรวดโค้งปลายเฉี่ยวเสาออกหลังไปนิดเดียว จากนั้น ช้างศึก ทีมชาติไทย ก็ขึงเกมบุกได้ฝ่ายเดียว มาเลเซีย ทำได้แค่รับและรอหาจังหวะโต้กลับเร็วเท่านั้น นาทีที่ 21 เจ้าก้อง เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ได้ส่องจากระยะไกลบอลพุ่งเรียดไปโดน ฟารีซาล มาร์เลียส ออกมาแต่ไม่มีนักเตะไทยเข้าชาร์จถึง มาเลเซีย ที่ออกนำ ช้างศึก 1-0 เกมดูเป็นรองไทย จนต้องงัดลูกเก่งคือเตะคนมาใช้ แต่นักเตะไทย ก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตาเล่นบอลแบบไม่สนใจ นาทีที่ 28 เมสซี่เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ก็งัดที่เด็ดมาหลอกจนเจ้าบ้านหัวปั่นไปหลายจังหวะ นาทีที่ 31 ช้างศึก ต่อบอลกันอย่างสวยก่อน เมสซี่เจ จะจ่ายบอลออกไปให้ เจ้าต้น นฤบดินทร์ วีรวัฒน์โนดม ได้หลุดไปในกรอบเขตโทษแต่ทว่าเจ้าตัวไม่ยิง เลือกที่จะจ่าย ทั้งที่ยิงได้ลุ้น แต่ก็บอลแรงเกินไปเพื่อนเข้าไม่ถึงพลาดโอกาสได้ประตูตีเสมอ นาทีที่ 44 ช้างศึก มีโอกาสได้ลุ้นอีกครั้งเมื่อ อดิศักดิ์ ไกรษร ได้บอลกระชากเข้าไปในฝั่งเสือเหลือง ก่อนจะจ่ายให้ เมสซี่เจ ก่อนที่เจ้าตัวจะตวัดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ เจ้าก้อง เกริกฤทธิ์ หลุดเข้าไปยิงติดเซฟ ฟารีซาล มาร์เลียส จากนั้นช่วงทดเวลานาทีที่ 2 แฟนบอลเสือเหลือง ก็ได้เฮกันทั้งสนามเมื่อ ช้างศึก เล่นกันผิดพลาดในแดนหลังทำให้ ปุตรา มหายุดดิน ทะยานขึ้นโขกบอลข้ามตัว กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ เข้าประตูไป จบครึ่งแรก มาเลเซีย ออกนำ ทีมชาติไทย 2-0 สกอร์รวมเท่ากันที่ 2-2หากมีประตูเกินขึ้นอีกเกมจะจบลงที่ 90 นาทีแน่นอน เริ่มครึ่งหลังมาได้ 2 นาที ช้างศึก ก็เกือบที่จะได้ประตูเมื่อ เจ้าก้อง เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ได้หลุดเดี่ยวแต่จับบอลแรกไม่ดีพอได้จังหวะยิงบอลแฉลบแผงหลัง เสือเหลือง มาเลเซีย ออกหลังไป จากนั้น ช้างศึก ก็โหมบุกเข้าใส่อย่างหนักทำให้กองหลังมาเลเซีย เริ่มที่จะออกลูกลนลานให้ได้เห็น นาทีที่ 52 เจ้าตังค์ สารัช อยู่เย็น ได้เติมขึ้นมายิงแต่บอลก็ลอยข้ามคานออกไปอีก นาทีที่ 56 เสือเหลือง มาได้ฟรีคิกระยะอันตราย ซาฟิก รอฮิม วิ่งเข้าไปปั่นบอลโค้งเสียบเสาเข้าประตูไปอย่างสวยงาม มาเลเซีย ขึ้นนำ ทีมชาติไทย 3-0 ทำให้สกอร์รวม มาเลเซีย ออกนำ 3-2 หลังจากโดนทิ้งห่าง ช้างศึก ที่ขอเพียงประตูเดียวก็จะโยนความกดดันไปให้เจ้าบ้าน ก็ยังคงเปิดเกมเข้าใส่อย่างหนักแบบไม่มีอะไรจะเสีย นาทีที่ 80 ช้างศึก มาได้ฟรีคิกระยะน่ารักน่าลุ้นหน้ากรอบเขตโทษ เจ้าก้อง เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ วิ่งข้ามบอล เจ้าตังค์ สารัช อยู่เย็น ปั่นไปโดน ฟารีซาล มาร์เลียส ปัดออกมาเข้าทาง ชาริล ชัปปุยส์ ซัดจังหวะเดียวเข้าเสาสองไป ช้างศึก ไล่มาเป็น 1-3 สกอร์รวมเท่ากันที่ 3-3 หากจบสกอร์นี้จะคว้าแชมป์ทันทีด้วยกฎอเวย์โกล หลังจากได้ประตูตีไข่แตก ช้างศึก ก็ยังคงเปิดเกมเข้าใส่นาทีที่ 88 เสียงเชียร์ มาเลเซีย ต้องเงียบทั้งสนามเมื่อ เมสซี่เจ แผลงฤทธิ์ได้ปั่นโค้งหน้ากรอบเขตโทษบอลพุ่งหายเข้าไปในประตู ช้างศึก ไล่มา 2-3 เข้าใกล้แชมป์สมัยที่ 4 เพราะมาเลเซีย ต้องยิงถึง 2 ลูกถึงจะได้แชมป์ เวลาที่เหลือไม่มีทีมใดพังประตูเพิ่มได้ทำให้จบเกม ช้างศึก ทีมชาติไทย ที่แพ้ 3-2 ก็ยังสามารถคว้าแชมป์สมัยที่ 4 ไปได้ พร้อมกับเป็นแชมป์แรกในรอบ 12 ปี รับรางวัลต่างๆไปกว่า 25 ล้านบาท พร้อมกันนี้ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ยังกลายเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ลูกหนังอาเซียน ที่สามารถคว้าแชมป์ได้ทั้งสมัยเป็นผู้เล่น และเป็นกุนซือ ส่วน ซาเลห์ กลายเป็นคนแรกที่ได้ ดับเบิ้ลรองแชมป์ ทั้งนักเตะ และกุนซือ สำหรับนักเตะยอดเยี่ยม (MVP) ตกเป็นของ เมสซี่เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ด้านดาวซัลโว ตกเป็นของ ซาฟิก รอฮิม รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนามของทั้ง 2 ทีม ทีมชาติมาเลเซีย : ฟารีซาล มาร์เลียส (ผู้รักษาประตู), คุนานลาน ซุบรามาเนียม, ชูกอร์ อาดาน (C), อาฟิฟ อมิรุดดิน, ซูบีร์ อัซมี่, อาซามมุดดิน อากิล, บาดรี่ ราดซี่, อัมรี่ ยาห์ยาห์, ซาฟิก รอฮิม, ปุตรา มหายุดดิน, นอร์ชาห์รุล ตาลาฮา ทีมชาติไทย : กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (GK) (C), นฤบดินทร์ วีรวัฒน์โนดม, สุทธินันท์ พุกหอม, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, พีรพัฒน์ โน๊ตชัยยา, สารัช อยู่เย็น, ชาริล ชัปปุยส์, ชนาธิป สรงกระสินธ์, ประกิต ดีพร้อม (ศราวุฒิ มาสุข น.62), เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ (อดุล หละโสะ น.88), อดิศักดิ์ ไกรษร

ขรัวโต งานชิ้นสุดท้ายของสมเด็จ(เกี่ยว) วัดสระเกศ ร่วมทำบุญกองทุนพระปริยัติธรรมและโรงพยาบาลสงฆ์
กวีวัฒน์ คานน์ /  กาญจณี ดอกไม้ขาว / 

ตามที่คณะกรรมการสร้างภาพยนตร์โครงการสนองคุณแผ่นดิน ขรัวโต อมตะเถระกรุงรัตนโกสินทร์ ได้อาราธนา พระเดช พระคุณ เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโน) อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช, อดีตประธานกรรมการมหาเถรสมาคม,อดีตเจ้าคณะหนใหญ่ตะวันออก เป็นประธานที่ปรึกษาโครงการสร้างภาพยนตร์ดังกล่าวและเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) มีหนังสือตอบรับเลขที่ 75/2556 ลงวันที่ 5 ส.ค. 2556 หลังมีหนังสือตอบรับเพียง 5 วันเจ้าประคุณสมเด็จฯ จึงมรณภาพลง เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2556 นำความโศกเศร้ามาสู่พวกเราชาวพุทธและบรรดาศิษยานุศิษย์ยิ่งนัก   ภาพยนตร์เรื่อง ขรัวโต เปิดกล้องไปเมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2556 ที่หน้าอุโบสถ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร โดยมีพระเดช พระคุณ ท่านเจ้าคุณ พระพรหมสุธี เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ องค์ปัจจุบัน เป็นประธานในการประกอบพิธี เพื่อความเป็นศิริมงคล และเป็นขวัญกำลังใจให้กับทีมงานสร้าง โดยมีดาราผู้แสดง นำทีมโดย เศรษฐา ศิระฉายา ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2554 ซึ่งจะเข้ารับบทสำคัญที่สุดในชีวิตเป็น สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี พร้อมดาราชื่อดังอีกมาก และทีมนักแสดงคลื่นลูกใหม่ของวงการ สมเกียรติ เรือนประภัสสร์ สมเกียรติ เรือนประภัสสร์ ผู้กำกับภาพยนตร์ และประธานกรรมการ บริษัท อกาลิโกเอ็นเตอร์เทนเม็นท์ จำกัด เผยว่า "ด้วยความสำนึกพระคุณที่เจ้าประคุณมีกับผม และคณะกรรมการโครงการภาพยนตร์สนองคุณแผ่นดิน ตลอดถึงทีมงานสร้าง จึงได้หารือกัน และมีมติว่า จะนำเงินรายได้ส่วนหนึ่ง สบทบเข้ากับเงินกองทุนของท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ (เกี่ยว) เพื่อไว้ใช้ในกิจการสงฆ์ และเพื่อจัดซื้อหาอุปกรณ์การเรียนการสอน พระปริยัติธรรมให้แก่พระภิกษุ,สามเณรนอกจากนี้เงินรายได้อีกส่วนหนึ่งจะมำไปมอบให้กับโรงพยาบาลสงฆ์ เพื่อใช้ซื้อหาเวชภัณฑ์ต่างๆ ให้กับพระสงฆ์,สามเณรที่อาพารรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล อีกด้วย" "เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ผมไปที่ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร(ภูเขาทอง) เพื่อ นมัสการกราบเรียน ท่านเจ้าคุณพระวิจิตรธรรมาภรณ์ ซึ่งเป็นพระเลขาของ ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโน) ที่สิ้นไปผมนมัสการเรียนท่านเจ้าคุณว่า ขณะนี้หนัง ขรัวโต ได้ปิดกล้องและตัดต่อเสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อไป จะเข้าสู่ขบวนการในห้องแลป ซึ่งต้องใช้เวลาอีกประมาณ 1เดือนจึงจะแล้วเสร็จ ผมได้อธิบายถึงความก้าวหน้าของงานให้ท่านรับทราบโดยละเอียด เหตุเพราะ เรื่องนี้เป็นหนังที่ท่านเจ้าประคุณสมเด็จ(เกี่ยว) ปรารถนาที่จะให้ประชาชนได้ชมกัน เป็นการเปิดหน้าบันทึกแห่งประวัติศาสตร์ของ พระอริยะสงฆ์ผู้มีความเอกอุและเป็นที่เคารพสักการะบูชา กราบไหว้ ของชาวพุทธทั้งแผ่นดิน" "นับเป็นเกียรติยศแก่ตัวกระผมและครอบครัวตลอดถึงวงศ์ตระกูลและทีมงานทุกคนอย่างหาที่สุดมิได้ที่เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์(เกี่ยว)อุปเสโน ได้ให้ความไว้วางใจ ให้กระผมทำหน้าที่เป็นผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ บัดนี้กระผมได้ดำเนินการเสร็จสิ้น ขอพระเดช พระคุณ ได้อย่ากังวลเลย กระผมและทีมงานทุกคน พร้อมที่จะรับใช้พระพุทธศาสนาจนชีวิตหาไม่"    ขรัวโต อมตะเถระกรุงรัตนโกสินทร์ ภาพยนตร์สนองคุณแผ่นดิน  ประธานที่ปรึกษาฝ่ายสงฆ์ สมเด็จพุฒาจารย์( เกี่ยว) อุปเสโณ ที่ปรึกษาผู้กำกับภาพยนตร์โดย ครูฉลวย ศรีรัตนา ผลงานสร้าง – บริษัท อกาลิโก เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด อำนวยการสร้าง– พันเอกศักดิ์สุธี, คุณจรัลรัตน์ คงพ่วงพันธ์, คุณสุพัทชฏา พ่วงพันธ์ กำกับภาพยนตร์– สมเกียรติ เรือนประภัสสร์ เรื่องโดย คุณพลาดิศัย สิทธิธัญกิจ บทภาพยนตร์โดย อาจารย์ ศัลยา สุขะนิวัตต์ รับบท สมเด็จพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี แต่ละช่วงวัย โดย เศรษฐา ศิระฉายา (ขรัวโต วัยชรา), น้ำแข็ง ปรัชญา ประทุมเดช (ขรัวโต วัยหนุ่ม), น้องเพลง เจษฏาพร ชมศรี (ขรัวโต วัยรุ่น) และ น้องเพชร ด.ช.ชัยธวัฒน์ เนื่องจำนงค์ (ขรัวโต วัยเด็ก) และ เอิร์ท AF9 บารมี ชำนาญกิจ (ต้น/เพชร) พร้อมด้วยนักแสดงชื่อดังคับคั่ง อาทิ ชุมพร เทพพิทักษ์, โกวิท วัฒนกุล,โสธร รุ่งเรือง, รุจิเรข พักตระเกษตริน,จีระศักดิ์ แสงโชติ,ธนายง ว่องตระกูล,รัญ เมืองลพ, สรนันท์ ร.เอกวัฒน์ และนักแสดงหน้าใหม่ทั้ง พลอย ไพลิน, วิภาวี เวชวงศ์วาน, รัฐธีร์ วรโรจน์โยธิน, ปกรณ์ เจตน์วิทยาชาญ, กวีวัฒน์ คานน์, กาญจณี ดอกไม้ขาว, คณาธิป เปียงใจ, การะเกด แสงไกร, ทรรศนันทน์ ปุณณวรรธน์ และ ธนากร พันกาแด ความรัก เมตตา บารมี จะแผ่พลังศรัทธาพร้อมกันทั่วแผ่นดินสยาม ใน ขรัวโต อมตะเถระกรุงรัตนโกสินทร์ ในวันที่ 26 ก.พ. 2558 ทุกโรงภาพยนตร์ ---------------------------------

ภาพประทับใจ!แฟนบอลนับหมื่นแห่รับฮีโร่ ช้างศึก แน่นดอนเมือง
กวิน ธรรมสัจจานนท์ /  กีรติ เขียวสมบัติ / 

ความเคลื่อนไหวของขุนพล ช้างศึก ทีมชาติไทย ชุดคว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014 ซึ่งเป็นการคว้าแชมป์สมัยที่ 4 ของทีมชาติไทย และเป็นการคว้าแชมป์ครั้งแรกในรอบ 12 ปี ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.57 เวลาประมาณ 15.00 น. ณ สนามบินดอนเมือง ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ ช้างศึก ที่กลายเป็นประวัติศาสตร์ของวงการลูกหนังอาเซียนไปแล้ว ได้นำนักเตะทั้ง 22 คน ประกอบด้วย กวิน ธรรมสัจจานนท์, ชนินทร์ แซ่เอี๊ยะ, ประวีณวัช บุญยงค์, สุทธินันท์ พุกหอม, ชยพัทธ์ กิจพงษ์ศรีธาดา, พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา, ธณบูรณ์ เกษารัตน์, อดิศร พรหมรักษ์, นฤบดินทร์ วีรวัฒน์โนดม, อาทิตย์ ดาวสว่าง, อดุล หละโสะ, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, ชาริล ชัปปุยส์, ชนาธิป สรงกระสินธ์, สารัช อยู่เย็น, ศราวุฒิ มาสุข, ประกิต ดีพร้อม, ชัยณรงค์ ทาทอง, มงคล ทศไกร, สมปอง สอแหลบ, กีรติ เขียวสมบัติ และอดิศักดิ์ ไกรษร หอบแชมป์กลับถึงเมืองไทยเรียบร้อย ทามกลางแฟนบอลมาตอนรับกว่า 1 หมื่นคน โดยคณะนักเตะ และทีมงานสต๊าฟฟ์โค้ช ได้ขึ้นรถแห่จากสนามบินดอนเมือง ก่อนที่จะมีการขึ้นรถแห่ไปตามถนนวิภาวดี-อนุสาวรี่ย์-สยาม และไปส้นสุดที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ภายในสนามศุภชลาศัย ก่อนจะมีการแถลงข่าวขอบคุณคนไทย

ไขปริศนาความหล่อ!! ทรงผมเรียบแปร้ของแข้ง ช้างศึก
sportMthai /  ชนาธิป สรงกระสินธ์ / 

เชื่อเหลือเกินว่าชั่วโมงนี้คงไม่มีใครฮอตไปกว่า บรรดาขุนพล ช้างศึก ทีมชาติไทย ที่กำลังไล่ล่าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014 ซึ่งจะเป็นแชมป์สมัยที่ 4 และเป็นแชมป์ครั้งแรกในรอบ 12 ปี ช่วงเวลาที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่ามีแฟนกีฬาทั้งชาย และหญิง โดยเฉพาะผู้หญิงที่เพิ่มขึ้นมาหลายเท่าตัวในการพูดถึงขุนพล ช้างศึก ทีมชาติไทย ชุดนี้ ซึ่งนอกจากฝีเท้าอันสุดยอดแล้ว แข้งวัยโจ๋ไทย ยังมีหน้าตาที่หล่อเหลา ไม่แพ้ดาราเลยทีเดียว แต่สิ่งที่หลายคนสงสัย และตั้งคำถามกันเชื่อเลยว่าคงเป็นเรื่องของ ทรงผม และการเซทผม ลงสนามแข่งขัน เพราะว่านักเตะ ช้างศึก วิ่งกันแบบสุดๆตลอด 90 นาที แต่ทรงผมก็ไม่มีเปลี่ยนเลย วันนี้ ซูเปอร์แบงค์ ทีมงานสปอร์ตเอ็มไทย จะไปมุดแคมป์ ช้างศึก เพื่อไขข้อข้องใจให้แฟนลูกหนังได้รับทราบกัน เริ่มกันที่ เจ้าตั้ม ธนบูณณ์ เกษารัตน์ หรือเจ้าของฉายาบุสเกตเมืองไทย กองหลังจำเป็นของ ช้างศึก ครานี้ โดย เจ้าตั้ง เปิดเผยว่าการเซทผมลงสนามแต่ละครั้ง ไม่มีทรงหรือแบบตายตัว จะทำตามทรงที่ตัวเองชอบ ซึ่งก็เปลี่ยนเรื่อยๆ ซึ่งจะใช้เวลาในการเซทผมแต่ละครั้งประมาณ 5-10 นาทีเท่านั้น จะมีแค่ แว๊ก และสเปรย์ เป็นตัวช่วยให้ผมอยู่ทรงและเงางาม คนต่อมาเป็นที่พูดถึงมากที่สุดคนหนึ่ง เจ้าต้น นฤบดินทร์ วีรวัฒน์โนดม แบ็กขวาที่วิ่งได้ไม่มีหมดตลอด 90 นาที แต่ผมไม่มีขยับแม้แต่เส้นเดียว ซึ่ง เจ้าต้น เผยว่ามี เดวิด เบ็คแฮม เป็นต้นแบบในการทำผม ซึ่งหากช่วงนั้น เบ็คแฮม ทำทรงไหนก็จะพยายามที่จะทำตาม ซึ่งแต่ละครั้งก็จะใช้เวลา 10 นาทีในการเซทผม ซึ่ง เจ้าต้น เผยว่า สร้างความมั่นใจได้มากเวลาลงสนามแล้วทรงผมดูดี แต่ประโยชน์หลักเลยคือคือเวลาวิ่งผมจะไม่มาทิ่งและแยงเข้าตา ซึ่งจะทำให้ไม่เสียสมาธิ มาถึงคนที่ 3 จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก เมสซี่เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ปีกร่างจิ๋วที่วิ่งหัวซุกหัวซุนตลอดทั้งเกมแต่ทรงผมก็ยังเหมือนเดิมตลอด ซึ่ง เจ้าเจ เปิดเผยว่า ทรงผมของตัวเองจะง่ายๆ ปัดไปข้างไหนหนึ่ง ตามแต่สะดวกในแต่ละวัน ซึ่งตัวเองจะไดร์เป่า และใส่แว๊กเท่านั้นเพื่อให้อยู่ทรง คนที่ 4 เป็นยอดแข้งอีกคนหนึ่งของ ช้างศึก ที่ถูกถามถึงทรงผมเงาสลวยอยู่ทรงตลอด 90 นาทีมากทึ่สุดอีกคนคือ เจ้าบาส พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา แบ็กซ้ายหน้าเข้ม ซึ่งเจ้าบาส เผยว่า การเซทผมก็ไม่ต่างจากคนอื่นเอาที่สะดวก จะใช้แว๊ก และฉีดสเปย์ เพื่อให้อยู่ทรงไม่มารบกวนตอนวิ่ง ซึ่งไม่มีใครเป็นต้นแบบ ก็เซทไปเรื่อย ก็ใช้เวลาเซทประมาณ 10 นาที  ผมก็เซทไปอย่างนั้นแหละไม่หล่อหลอกครับ 5555 นักเตะคนที่ 5 ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในเรื่องนี้คือใครไม่ได้นอกจาก เจ้าเอ็ม สุทธินันท์ พุกหอม เพราะเจ้าเอ็ม จะมีการเปลี่ยนการเซททรงผมตลอด แต่สำคัญคือผมจะเงาสวย และอยู่ทรงตลอดทั้งเกมเสมอ ซึ่งเรื่องนี้ เจ้าเอ็ม เปิดเผยว่า ตนเองจะเซทผมตามเทรน ซึ่งเรียกว่า เวสลุค มันจะมีทรงใหม่ๆมาให้ทดลองทำเสมอ ส่วน 2 คนสุดท้ายที่ยังมิยอมโชว์ของ และเปิดเผยสูตรลับการเสริมหล่อคือ ชาริล ชัปปุยส์ กองกลางหน้าหล่อใส่ขวัญใจสาวๆ และเจ้าก้อง เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ โดยในรายของ ชาริล นั้นซูเปอร์แบงค์ แว่วมาว่ามี โรนัลโด้ และฟาเบรกาส เป็นไอดอลในการทำทรงผม และเจ้าตัวจะเป็นอีกหนึ่งคนที่ใช้เวลากับทรงผมนานที่สุด ขณะที่ เจ้าก้อง ปีกซ้ายหน้าหล่อเข้ม ถูกยกตำแหน่งช่างตัดแต่งผม และสุดยอดการเซทผมประจำทีมให้เลย เพราะเจ้าตัวจะชอบเซทผม และหาทรงใหม่ๆ มาตลอดเวลา และที่สำคัญ เจ้าก้อง จะมีแบตเตอร์เลี่ยน ติดตัวไปทุกครั้ง และจะชอบแต่งผมให้กับพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ในทีมเสมอๆ ทั้งหมดทั้งมวลคือการไข้ข้อข้องใจเกี่ยวกับเรื่องทรงผมของขุนพล ช้างศึก ทีมชาติไทย ที่เรียบแปร้ตลอด 90 นาที เอาเป็นว่า เกมนัดที่ 2 รอบชิงชนะเลิศ สาวๆ หนุ่มๆ ก็อย่าลืมให้กำลังใจพวกเขากันต่อไป ในวันที่ 20 ธ.ค.นี้ เวลา 19.00 น. ปล.บทความนี้ไม่ได้ทำขึ้นเพื่อการโฆษณาผลิดภัณฑ์ใดๆทั้งสิ้น

น่าประทับใจ! ดาราใจบุญ รับอุปการะเด็ก
ดาราใจบุญ /  รับอุปการะเด็ก

สยามเมืองยิ้มในปัจจุบันอาจจะมีขัดแย้งความเห็นไม่ตรงกันบ้าง แต่ในมุมเล็กๆ อีกมุมหนึ่งของสังคมวงการบันเทิงไทยยังคงมีเรื่องราวดีๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่นการยื่นมือเข้าช่วยเหลืออุปการะเด็กด้อยโอกาสตามสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการออกข่าวหรือไม่ได้ออกข่าวก็ตาม เหล่าศิลปินดาราที่รับดูแลอุปการะเด็กๆ พวกนี้ก็ช่วยเหลืออย่างเต็มใจและเต็มที่ตามกำลังความสามารถจะช่วยได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าใช่จ่ายหรือทางด้านจิตใจ โดยบางคนอาจจะโดนกระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์ว่าสร้างภาพบ้าง แต่อย่างน้อยก็ถือว่าดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย ได้อะไรจากสังคมไปแล้วก็ยังกลับมาช่วยเหลือสังคมตามเดิม มาลองดูกันว่ามีดาราศิลปินคนไหนที่รับดูแลอุปการะเด็กด้อยโอกาสบ้าง เริ่มต้นกันที่นางงามใจบุญอย่าง บุ๋ม ปนัดดา ที่คอยหยิบยื่นน้ำใจกับเด็กด้อยโอกาสนับร้อย โดยก่อนหน้านี้เธอเคยรับอุปการะเด็กเชื้อสายกะเหรี่ยงมานานถึง 13 ปี ณ ตอนนี้เรียนจบปริญญาโทเป็นที่เรียบร้อย ล่าสุดเธอก็มอบโอกาสดีๆ ให้แก่ น้องแพรว เด็กหญิงเรียนดีแต่ฐานะยากจน โดยจะส่งให้เรียนจบหมอตามที่ฝันเอาไว้ สมกับเป็นนางงามรักเด็กจริงๆ !! ตามมาด้วยสาวประเภทสอง ปอย ตรีชฎา ที่สวยทั้งกายและใจ โดยเธอรับอุปการะเด็กน้อยที่มีความพิการตั้งแต่กำเนิด ด้วยโรคปากแหว่งเพดานโหว่ เพื่อมาเป็นลูกบุญธรรมมาได้ 1 ปีแล้ว หลังจากเธอจะไม่สามารถมีทายาทเป็นของตัวเองได้.. ด้านทางพระเอกหนุ่มมาดทะเล้น บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ และครอบครัว ดูเหมือนแฮปปี้มากขึ้นทุกวัน หลังรู้สึกถูกชะตาเด็กผู้หญิงน่ารักอย่างมาก เจ้าตัวเลยตัดสินใจทำเรื่องขออุปการะเป็นลูก โดยให้ คุณแม่งามทิพย์ จดทะเบียนรับรองบุตรแทน พร้อมตั้งชื่อว่า น้องวันใหม่ ซึ่งน้องสาวบุญธรรมสุดน่ารักนี้ ที่ทำให้พี่ชายทั้งสามหลงเลิฟกันไม่หยุด! ส่วนอดีตนางเอกสาว พลอย จินดาโชติ ก็ใจบุญไม่แพ้กัน ที่มอบสิ่งดีๆ ยื่นมือให้ความช่วยเหลือ โดยการขอรับอุปการะเลี้ยงดู น้องเจมส์ ธีรพัฒน์ เด็กชายยอดกตัญญูสู้ชีวิตที่ต้องแบกรับภาระเกินตัว ด้วยการดูแลพ่อแม่ที่ล้มป่วยเป็นโรคร้ายระยะสุดท้าย และยังต้องเลี้ยงดูน้องชายอีกคนหนึ่ง ท่ามกลางกระแสวิจารณ์บนโลกโซเชียลว่าเธอทำบุญเอาหน้า ต่อมาก็พระเอกหนุ่ม ณเดชน์ คูกิมิยะ ที่ไม่ได้หล่อแค่หน้าตา แต่ใจก็หล่อมากด้วย หลังรับอุปการะหลานสาวของยายคนนั้น โดยการมอบทุนการศึกษาให้ไปเรียนเสริมสวย เพื่อที่จะใช้เป็นความรู้ในการทำงาน รวมไปถึงคนบันเทิงอีกหลายคนมอบทุนการศึกษาให้เด็กๆ ที่ด้อยโอกาส อาทิ มาริโอ้ เมาเร่อ , พลอย เฌอมาลย์ , อรอนงค์ อาวะกุล(ปัญญาวงศ์) , เก๋ ชลดา, แตงโม ภัทรธิดา , น้ำชา ชีรณัฐ , แพนเค้ก เขมนิจ ฯลฯ

“The One Ticket ตัวพ่อเรียกพ่อ” รวมแก๊ง “ตัวฮาตัวพ่อ” หัวเราะกระจายรับปีใหม่
The One Ticket /  The One Ticket ตัวพ่อ...เรียกพ่อ / 

ขึ้นชื่อภาพยนตร์ตลกตัวพ่ออย่างนี้แล้ว “The One Ticket ตัวพ่อเรียกพ่อ” โดยการกำกับครั้งแรกของ “ปอย-ณภัทร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา” ก็เลยเซอร์วิสแฟนหนังด้วยการรวมแก๊ง “ตัวฮาตัวพ่อ” อย่าง “แอนนา ชวนชื่น, กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่, ใหม่ ไอน้ำ, โจอี้ เชิญยิ้ม, นาย เดอะคอมเมเดี้ยน, บ๊อบบี้ เน็ตไอดอลเสียงอีสาน” มาสร้างเสียงหัวเราะให้ฮากระจายส่งความสุขรับปีใหม่กันเลย งานนี้ผู้กำกับปอยพูดถึงการจับปูใส่กระด้ง เอ้ย...การร่วมงานกับแก๊งฮาแก๊งนี้ว่า “แก๊งเพื่อน 6 คนผู้มาช่วยพระเอกเราปฏิบัติภารกิจพิชิตตั๋วนี่เราดีไซน์คาแร็คเตอร์ให้โดดเด่นมีสีสันด้วยกันทุกคนอยู่แล้ว เริ่มจาก ‘พี่แอนนา’ ก็จะเป็นบรรณาธิการฯ ที่ชอบเต้นยับปล่อยมุกกระจายเลย ส่วน ‘กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่’ ก็จะเป็นเพื่อนสนิทของพระเอก ชีวิตขัดสน เป็นเหมือนมุมมองของเพื่อนจริงๆ ที่ผมอยากถ่ายทอดออกมา ‘พี่โจอี้’ จะเป็นนักมวยต่างชาติที่สื่อสารไม่รู้เรื่องแต่ดันมีแฟนสวยจนทุกคนในแก๊งต้องอิจฉา ‘ใหม่ ไอน้ำ’ จะเป็นคู่ซ้อมชกที่บ้ากินไข่เป็นชีวิตจิตใจ มโนไปเองว่าจะช่วยเพิ่มพลังให้ได้ ‘น้องบ๊อบบี้ เสียงอีสาน’ เป็นผู้หญิงคนเดียวในแก๊ง จะขี้เหวี่ยงวีนแล้วก็ด่าได้น่ารัก จะรักพื้นเพตัวเองมากเลยพูดอีสานทั้งเรื่องเลย ส่วนสุดท้าย ‘นาย เดอะคอมเมเดี้ยน’ ก็จะเป็นคนที่ไม่รู้ว่าเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงกันแน่ เขาจะเป็นครูสอนเต้นแอโรบิคใต้ตึกที่โป้งพักอยู่ ตัวละครนี้จะก่ำกึ่งไม่แน่ไม่นอนว่าเป็นเพศไหนกันแน่ มันจะงงๆ สับสนในตัวเอง แก๊งนี้รวมแดน (วรเวช) เป็น 7 คนเหมือนจับปูใส่กระด้งมาก แต่ก็สนุก ยิ่งอยู่กันนานๆ ก็ยิ่งเข้าขากัน มีมุกสด มีอินเนอร์ มีเล่นอิมโพรไวส์ ซึ่งมันโอเคมากๆ ครับ ความสนุกสนานเกิดขึ้นจากตรงนี้ เมื่อคาแร็คเตอร์ชัดเนี่ยตัวนักแสดงเองผมว่าเขาก็จะเล่นได้เต็มที่ เพราะเขารู้ว่าตัวนี้คิดอะไรอยู่ ซีนนี้ควรเล่นอะไร ผมว่าดี เพราะถ้าคาแร็คเตอร์มันยังลอยๆ ไม่ชัดเจน มันก็อาจจะเล่นไม่สุดได้ครับ” เตรียมฮากระจายระดับตัวพ่อกับแก๊งผองเพื่อนสุดรั่วนี้ได้ใน “The One Ticket ตัวพ่อเรียกพ่อ” 31 ธันวานี้แน่นอน ทุกโรงภาพยนตร์

นักข่าวอาชญากรรม ตั้งฉายา ตำรวจปี57 แสบๆคันๆทั้งนั้น
ฉายาตำรวจ /  ผบ.ขายฝัน / 

สมาคมผู้สื่อข่าวอาชญากรรม ตั้งฉายา ตำรวจ ปี 57 'สตช. เป็น ตร.ลายพราง' 'ผบ.ตร.เป็น ผบ.ขายฝัน' 'พงศ์พัฒน์ ได้ฉายา นายพลช็อกโลก' สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ลงมติตั้งฉายาตำรวจประจำปี 2557 โดยมีการให้ฉายา ดังนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับฉายาว่า “ตร.ลายพราง” ขณะที่ “แ อดีต ผบช.ก.” รับฉายา “นายพลช็อกโลก” เพราะถูกจับในข้อหาหนักทั้งสิ้น ส่วน “พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.” เป็น “เอก โลกลืม” หลังพลาดหวังตำแหน่ง ผบ.ตร. ส่วน “พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รอง ผบ.ตร.” ได้ฉายา “รองแตกฟอง” ด้าน “พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษก สตช.” ถูกตั้ง “โฆษกหน้าย่น” ขณะที่ “พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพาหรมณกุล ผบช. น.” ได้ฉายา “น.1เอาคืน” จากเรื่องการตรวจสอบป้ายโฆษณาบนป้อมตำรวจ ส่วนวลีเด็ดแห่งปี “ยุคสมัยของผม ใหญ่แค่ไหนก็จับ”คำพูด พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง” หลังจับเครือข่าย อดีต ผบช.ก. ได้