ภาพโป๊

แกนนำ กปปส. รวมตัวสวนโมกข์ ทำบุญครบ 1 ปี
กปปส. /  ข่าววันนี้ / 

แกนนำรวมตัววัดสวนโมกข์ ทำบุญครบ 1ปี กปปส. ด้านพิธีกรดัง กนก รัตน์วงศ์สกุล โพสต์ รักและคิดถึงวันเวลาที่ผ่านมา ขณะที่เพจ Suthep Thaugsuban รีรันข้อความเก่า "เราจะสู้จนกว่าชนะ" รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (31 ต.ค. 57) บรรดาแกนนำกปปส. อาทิ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย , นายอิสระ สมชัย , เรือตรีแซมดิน เลิศบุศย์ , นายชุมพล จุลใส , นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ , นายเอกนัฐ พร้อมพันธุ์ , น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร , น.ส.อัญชลี ไพรีรัก ,นายชัย ราชวัตร ขณะที่อดีตส.ส.จากพรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายกษิต ภิรมย์ , นายธีรภัทร -นางนิภา พริ้งศุลกะ , นายธานี - นายเชน เทือกสุบรรณ ได้รวมตัวที่วัดสวนโมกขพลาราม อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อร่วมทำบุญเนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปีการดำเนินงานทางการเมืองของกลุ่ม กปปส. หลังจากที่ก่อนหน้านี้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษกฯของกลุ่มได้ประกาศออกไป โดยกิจกรรมในงานส่วนใหญ่จะเน้นไปในทางศาสนา เช่นการอุปสมบทหมู่จำนวน 120 รูป ในชื่อโครงการ “บวชพระเพื่อปฏิบัติธรรมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระเจ้าอยู่หัว” และเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ที่เสียชีวิตจากการชุมนุมของ กปปส. รวมถึงการปาฏกฐาธรรมพิเศษ ของพระสุเทพ ปภากโร ให้กับผู้ที่เข้าร่วมโครงการได้รับฟัง ขณะเดียวกันในหน้าเพจเฟซบุ๊กของเหล่าแกนนำและผู้มีชื่อเสียงกลุ่ม กปปส. หลายคนได้โพสต์ภาพและข้อความครบรอบ 1 ปีการรวมตัวเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะนายกนก รัตน์วงศ์สกุล พิธีกร และผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ที่ระบุว่า "จากก้าวแรกวันที่ 1 สู่วันที่ 204 จากสามเสน ถึง สามแสน สู่ "มวลมหาประชาชน" นับล้านๆ! ได้ไปทำบุญให้ "วีรชน" ทุกท่านที่จากไปด้วยครับ เช้าวันนี้..มีแต่คิดถึง..พวกเราทุกๆคน..คิดถึงมากๆ" ด้านเพจ Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ) ได้มีการนำภาพและข้อความเก่าครั้งที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกลุ่ม กปปส. เคยประกาศบนเวทีชุมนุมสามเสน เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2556 ออกมาเผยแพร่ด้วย โดบระบุว่า "เราจะต่อสู้ร่วมกันไป ไม่ชนะไม่เลิก ผมจะสู้ถวายชีวิต เทหมดหน้าตัก จะต่อสู้ร่วมกับทุกคน ทุกวัน จนกว่าจะได้ชนะ ถ้ารัฐบาลจะมาหาผม เพื่อเพิ่มคดีกบฎอีกคดีก็ไม่กลัวแล้ว ผมรับผิดชอบการกระทำของประชาชนทุกอย่าง ไม่หนีไปไหน" สุเทพ เทือกสุบรรณ เวทีชุมนุมสามเสน 31 ตุลาคม 2556 MThai news

เมื่อคุณได้แบงค์ปลอม จะทำอย่างไร ย้อนดูผลงานหนังสั้นคู่กัน ของ พีค เต๋อ
คุณหมู ตัวเล็ก แบงค์ปลอม /  พีค / 

ภาพจาก IG peakpattarasaya พีค ภัทรศยา และ เต๋อ ฉันทวิทย์ แม้ทั้งสองคนจะมีผลงานหนังกันมาเยอะ แต่ก็ไม่บ่อยนักที่จะมีผลงานคู่กันแบบเต็มๆ และนี่ก็เป็นหนึ่งในผลงานที่ทั้งเต๋อและพีค ได้เล่นด้วยกัน และรับบทนำ เป็นผลงานภาพยนตร์สั้น "หลักสูตรโตไปไม่โกง" ตอน "คุณหมู ตัวเล็ก แบงค์ปลอม" กำกับโดย เมษ ธราธร ผู้กำกับหนัง ATM เออรัก เออเร่อ กับเรื่องที่หลายๆคนอาจเคยเจอมาว่า เมื่อคุณได้รับแบงค์ปลอมมาอยู่ในมือ คุณจะทำอย่างไรต่อไป นำไปใช้ต่อ หรือ ทิ้งมันไป หรือทำอะไรดี ออกแนวสนุกเฮฮา แต่ดูแล้วได้ข้อคิดดีๆ พีค เต๋อ ภาพยนตร์สั้น "หลักสูตรโตไปไม่โกง" เป็นผลงานของ กรุงเทพมหานคร ซึ่งร่วมกับบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด มหาชน ได้ร่วมมือกันผลิตหนังภาพยนตร์สั้น ตาม โครงการ กรุงเทพเมืองสีขาว "หลักสูตรโตไปไม่โกง" 15 เรื่อง 15 รส โดยฝีมือผู้กำกับ 15 คน และ ดารานักแสดงชื่อดัง จาก จีทีเอช อาทิ เต๋อ ฉันทวิช, พีค ภัทรศยา , พีช พชร, เต้ย จรินทร์พร และฝีมือการแสดงของพิธีกรจาก Play Channel ไม่ว่าจะเป็น มาร์ช จุฑาวุฒิ , ท๊อป ณภัทร และบทบาทสุดพิเศษ ของมาดามมด โดยที่ภาพยนตร์สั้น ทั้ง 15 เรื่อง ที่ครอบคลุมคุณธรรม 5 ประการ คือ ความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ จิตสาธารณะ อยู่อย่างพอเพียง และความเป็นธรรมในสังคม ดูกันได้เต็มๆ คลิปนี้เลยครับ

ใจงดงาม มาลาลา มอบเงินล้านสร้างโรงเรียนในปาเลสไตน์
ปากีสถาน /  มาลาลา / 

มาลาลา ยูซาฟไซ  สาวน้อยยอดนักสู้ชาวปากีสถาน มอบกว่าล้านเพื่อสร้างโรงเรียนใหม่ในปาเลสไตน์ หลังจากการถูกอิสราเอลยิงขีปนาวุธโจมตีเสียหาย วันนี้ (31ต.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว สำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานของสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์และตะวันออกใกล้แห่งสหประชาชาติ เผยว่า น.ส.มาลาลา ยูซาฟไซ วัย 17 ปี ชาวปากีสถาน ที่ได้ร่วมครองรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพในปีนี้ ได้บริจาคเงินจำนวน 50,000 ดอลาร์หรือราว 1.6 ล้านบาท ให้แก่องค์กรดังกล่าว โดยวัตถุประสงค์ เพื่อนำไปสร้างโรงเรียนแห่งหนึ่งของยูเอ็นในฉนวนกาซา ที่ถูกกองทัพอิสราเอลยิงขีปนาวุธมาโจมตีระหว่างเปิดฉากสู้รบกับกลุ่มติดอาวุธฮามาส ในปาเลสไตน์ เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา จนพังเสียหาย มาลาลา เผยว่า เด็กๆ ในปาเลสไตน์ควรได้รับการศึกษาที่ดี และหากที่ใดปราศจากการศึกษา หมายถึงที่นั่นจะไม่มีสันติภาพและความสงบสุขตามไปด้วย โดยเมื่อวันที่ 29 ต.ค. มาลาลา ยังได้คว้ารางวัล ‘เยาวชนโลก’ ด้านสิทธิของเด็ก และกลายเป็นบุคคลแรกที่ได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ และ The World’s Children Prize ในปีเดียวกัน ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง มาลาลา สาวนักสู้หัวใจเพชร รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ใจงดงาม มาลาลา มอบเงินสร้างโรงเรียนในปาเลสไตน์ 'ยิ่งลักษณ์' ชื่นชม 'มาลาลา-ไกรลาศ'ต่อสู้เพื่อเสรีภาพ 'มาลาลา' เด็กสาว17ปี คว้าโนเบลสันติภาพ MThai News

น้องมันแกวพรุ๊งพริ้ง...
มันแกว /  netidol / 

เป็นการปรับภาพให้สีสดขึ้นและสว่างมากขึ้นโดยใช้ AF CS6 ดูพรุ้งพริ๊งมากขึ้น นางแบบโดย น้องมันแกว

ประวัติมายด์ พัฒนิดา พุ่มชูแสง Miss Teen Thailand 2014
Miss Teen Thailand 2014 /  มายด์ พัฒนิดา พุ่มชูแสง

จบไปแล้วกับการประกวด Miss Teen Thailand 2014 ค้นหาสาวน้อยหน้าใส เมื่อคืนที่ผ่านมา (30 ตุลาคม 2557) โดยเวทีนีก็รู้จักกันดีว่าเป็นเวททีการประกวดอันดับหนึ่งของสาววัยทีนเมืองไทย ซึ่งก็ได้ผู้ชนะแล้ว นั่นก็คือ น้องมายด์ พัฒนิดา พุ่มชูแสง หมายเลข 41 จากจังหวัดนครปฐม คว้าตำแหน่ง มิสทีน ไทยแลนด์ 2014 ไปครอง ^^ .. ประวัติมายด์ พัฒนิดา พุ่มชูแสง Miss Teen Thailand 2014 ประวัติมายด์ พัฒนิดา พุ่มชูแสง Miss Teen Thailand 2014 “มิสทีน ไทยแลนด์ 2014”  ( Miss Teen Thailand 2014 ) จัดโดย บริษัท อินสไพร์ เอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ร่วมกับ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 และ บริษัท ยูลิฮัน กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด โดยในครั้งนี้จัดภายใต้คอนเซ็ปต์ GLAMOROUS REFLECTIION สะท้อนความงดงามอย่างเจิดจรัส ผลการประกาศนั้น มายด์ พัฒนิดา พุ่มชูแสง สาวน้อยวัย 18 ปี จาก จ.นครปฐม คว้าที่ 1 มาครอง โดยตอนนี้เธอกำลังศึกษาอยู่ที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล รัตนโกสินทร์ ศาลายา จ.นครปฐม ในการประกวดครั้งนี้ ผู้ชนะได้รับเงินรางวัลรวมกว่า 1,000,000บาท ได้แก่เงินรางวัล 300,000 บาท พร้อมได้รับจากการเป็นนางแบบนิตยสารชั้นนำจากต่างประเทศระยะเวลา 4 ปี เป็นเงิน 700,000 บาท มงกุฎเพชร,สายสะพาย,เข็มกลัดทองคำ พร้อมเงินรางวัลจากผู้สนับสนุนอีกมากมายและได้ก้าวสู่วงการบันเทิงเป็นนักแสดงต่อไป ส่วนรองอันดับ1 มิสทีน ไทยแลนด์ 2014 ได้แก่ หมายเลข 33 นางสาวชนนันท์ เลิศปัญญาพรชัย หรือน้ำหวาน อายุ 16 ปี โรงเรียนศึกษานารี เจ้าของรางวัลขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชนคะ

Playpark Fan Fest 2014 by Gigabyte จัดแน่นอน 1-2 พ.ย. 57 นี้
Playpark Fan Fest /  Playpark Fan Fest 2014

Playpark ร่วมมือ Gigabyte จัดงานแสดงเกมส์ "Playpark Fan Fest 2014 by Gigabyte" เริ่มวันที่ 1-2 พฤศจิกายน 2014 ณ MCC Hall เดอะมอลล์ บางกะปิ งาน Playpark Fan Fest เป็นมหกรรมแข่งขันเกมออนไลน์ระดับประเทศ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยปีนี้ถือเป็นปีที่ 6 ซึ่งจากปีที่ผ่านๆมามีเหล่าเกมเมอร์ให้ความสนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนกว่า 124,000 คน และมีผู้เข้าแข่งขันเกมต่างๆ กว่า 10,000 คน และในปีนี้งาน Playpark Fan Fest 2014 by Gigabyte ทาง Playpark ได้ร่วมมือกับ บริษัท กิกะไบต์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) จัดงานเกมแห่งปี ที่จะให้เหล่าเกมเมอร์ได้สนุกกันอีกครั้ง ภาพบรรยากาศงาน Playpark Fan Fest สำหรับการแข่งขันเกมส์จะจัดแข่งขันจาก 9 เกมส์ดังของ Playpark ทั้ง MMORPG Casual MOBA และ Mobile แล้ว ยังได้มีการนำเกมส์ใหม่มาให้เกมเมอร์ในงานได้เล่นก่อนใคร ส่วนไฮไลท์ที่การเฟ้นหาผู้ชนะจากการแข่งขันเกมส์ Dragon Nest เพื่อไปแข่งชิงแชมป์ระดับโลกในงาน World Championship 2014 หรือ DWC 2014 ที่จะจัดขึ้นที่ ประเทศอินโดนิเชีย อีกด้วย ด้าน GIGABYTE ได้ร่วมกับ Playpark ปีนี้ถือเป็นปีที่ 3 และจากความสำเร็จทั้ง 2 ครั้งนั้นที่ผ่านมาทำให้ GIGABYTE ขยายฐานลูกค้าในกลุ่มเกมเมอร์มากขึ้น สำหรับปีนี้กิจกรรมที่ทางบริษัทเตรียมไว้ก็มีความพิเศษมากขึ้น พร้อมนำเมนบอร์ดรุ่นใหม่ที่เหมาะสำหรับผู้เล่นโดยเฉพาะ ภาพบรรยากาศงาน Playpark Fan Fest

รวมภาพถ่ายสุดมหัศจรรย์ ในดินแดนออสเตรเลีย
ดินแดนมหัศจรรย์ /  ท่องเที่ยวรอบโลก / 

ประเทศออสเตรเลีย เป็นอีกแห่งที่มีภูมิประเทศหลากหลาย มีชายฝั่งที่สวยงาม ชายหาดที่น่าไปพักผ่อนหย่อนใจ พร้อมทั้งแนวปะการังที่ยาวที่สุดในโลกก็อยู่ที่นี่ ในตอนกลางของประเทศยังมีทะเลทรายอันกว้างใหญ่ เต็มไปด้วยหินผาสีแดงเต็มแผ่นดิน เรียกได้ว่าเที่ยวที่เดียวครบเครื่องแน่นอน วันนี้ทาง Travel.mthai.com จึงได้ รวมภาพถ่ายสุดมหัศจรรย์ ในดินแดนออสเตรเลีย มาให้ท่านสมาชิกได้เพลินเพลินกันครับ รวมภาพถ่ายสุดมหัศจรรย์ ในดินแดนออสเตรเลีย ภาพถ่ายชุดนี้เป็นผลงานของคุณ Johan Lolos นักสำรวจและช่างภาพชาวนิวซีแลนด์ ที่เขานั้นได้เดินทางไปทั่วแดนจิงโจ้ ซึ่งกว่าจะได้ภาพสุดมหัศจรรย์เหล่านี้มา เขาต้องเดินทางรวมทั้งหมดกว่า 40,000 กิโลเมตรเลยทีเดียว นับถือในความพยายามจริงๆ ครับ ที่มา : boredpanda.com , เรียบเรียงข้อมูลโดย Travel MThai ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : สุดยอดภาพถ่ายสไตล์มินิมอล กับทิวทัศน์ทั่วยุโรป , สถานที่ท่องเที่ยวออสเตรเลีย

โฟกัส จิระกุล เผยทุกสิ่ง กับบทสาวขี้หึง ไม่ว่าเป็นหรือตาย!! ใน The Eyes Diary
The Eyes Diary /  คนเห็นผี / 

หลังจากที่แอบปลื้มนาน ในที่สุดนักแสดงสาว โฟกัส จิระกุล ก็ได้ร่วมงานกับ มะเดี่ยว ชูเกียรติ ผู้กำกับในดวงใจ ในภาพยนตร์ The Eyes Diary คนเห็นผี งานนี้ โฟกัสขอท้าทายตัวเอง สวมบทบาทหญิงสาวขี้หึงและชอบให้แฟนแสดงออกว่ารักตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย และในวันนี้ โฟกัส จะมาเผยทุกข้อสงสัยและทุกสิ่งที่คุณอยากรู้ เกี่ยวกับผลงานเรื่องล่าสุดนี้กัน โฟกัส จิระกุล ก่อนอื่นเลย ขอให้โฟกัสอัพเดตตัวตน และผลงานที่ผ่านมาหน่อยครับ? "สวัสดีค่ะ โฟกัส จิระกุล นะคะ เริ่มต้นทำงานตั้งแต่อายุ 6 ขวบเริ่มจากพวกโฆษณา และมีโอกาสได้มาเล่นหนังเรื่องแรกเรื่องแฟนฉันตอนอายุ 9 ขวบ จากนั้นก็เล่นหนัง เล่นละคร แสดงเอ็มวี ทำหลายอย่างค่ะในระหว่างหลายปีที่ผ่านมา เป็นพิธีกรก็เป็นมาแล้ว ล่าสุดตอนนี้กำลังมีผลงานหนังเรื่อง The Eyes Diary ค่ะ" หลายๆคน คุ้นเคยกับโฟกัสในภาพยนตร์ โดยส่วนตัวแล้วผูกพันกับงานภาพยนตร์มากน้อยแค่ไหนครับ? "จริงๆก็โตมากับหนังค่ะ จุดเริ่มต้นของเราคือภาพยนตร์ ก็เหมือนสนใจภาพยนตร์เรื่อยๆมาโดยตลอด ก็คิดไว้ว่าอยากจะเรียนภาพยนตร์ ต่อมาได้มีโอกาสมาเล่นละคร แต่ก็รู้สึกได้เลยว่าเราชอบเล่นหนังมากกว่า คนที่เล่นหนังก็จะชอบเล่นหนัง แต่สำหรับคนเล่นละครมาก็จะบอกว่าเล่นละครง่ายกว่า จนกระทั่งพอเข้ามหาวิทยาลัยก็เลยเลือกเรียนภาพยนตร์ ตอนนี้ก็เรียนอยู่ชั้นปี4 วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒค่ะ จริงๆก็อยากลองเขียนบทค่ะ ก็ได้เรียนเขียนบทกับอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย รู้สึกว่าเราก็พอเขียนได้ พอเริ่มเรียนก็รู้สึกว่าอยากลองเขียนดู แต่ยอมรับว่าการจะเขียนบทสักเรื่องหนึ่งมันเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะต้องใช้เวลานานมาก ขนาดเรื่องที่เขียนส่งอาจารย์ ก็ยังรู้สึกว่ามันยาก จริงๆหนูเป็นคนชอบดูหนังค่ะ การเป็นคนชอบดูหนังมันก็จะทำให้เราเก็บเกี่ยวประสบการณ์เอาอันนั้นผสมกับอันนี้แล้วมันอาจจะออกมาเวิร์คมากกว่า แต่เราก็ไม่ได้เป็นคนจินตนาการสูงขนาดนั้น" ในผลงานล่าสุด The Eyes Diary คนเห็นผี เป็นไงมาไงถึงได้มาเป็นตัวละครสำคัญในเรื่องนี้ครับ? "พอดีมีพี่ที่รู้จักกันทำงานอยู่กับพี่มะเดี่ยวเป็นแคสติ้งค่ะ พอเขาเห็นบทแล้วนึกถึงเราว่าเราเล่นได้ เลยลองเสนอกับพี่มะเดี่ยวดู ซึ่งพี่มะเดี่ยวก็โอเคให้มาแคสติ้ง กัสอ่านบทแล้วก็โอเค เพราะแค่ขึ้นชื่อว่าพี่มะเดี่ยวกลับมาทำหนังสยองขวัญก็ตื่นเต้นแล้ว กัสติดตามพี่เขามาตั้งแต่ 13 เกมสยอง คือพี่เขาทำไว้สยองจริงๆ ค่ะ ชื่นชมผลงานพี่เขาด้วย เลยตัดสินใจรับเล่นเรื่องนี้" ตอนที่เห็นบท-อ่านบทครั้งแรกรู้สึกอย่างไรบ้างครับ? "ตอนเห็นบทหนังเรื่องนี้ครั้งแรกก็นึกถึงพี่มะเดี่ยวก่อนเลยค่ะ ว่าเขาจะทำออกมาได้สยองขนาดไหน เพราะจากเรื่อง 13 เกมสยองพี่เขาทำไว้ได้โอเคมากๆ และพอมาเรื่องนี้อ่านบทดูก็คิดว่าน่าจะมีจุดเด็ดๆอยู่หลายจุด เพราะในหนังเรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่หนังแนวสยองขวัญเพียงอย่างเดียว แต่มันมีในเรื่องของความรักในวัยรุ่นด้วย เป็นความรักหนุ่มสาว แต่มันจะเกี่ยวกับความสยองขวัญยังไงต้องไปดูค่ะ" แบบนี้ต้องให้โฟกัสเล่าให้ฟังแล้วว่า ความน่าสนใจของคาแรคเตอร์ที่ได้รับเป็นอย่างไรบ้าง? "คาแรคเตอร์ของปลาก็จะเป็นผู้หญิงวัยรุ่นคนหนึ่งที่จริงจังในเรื่องความรักมาก มีนิสัยเหมือนผู้หญิงทั่วไป คือขี้งอน ขี้หึง เรียกร้องความสนใจ อยากให้แฟนสนใจ อยากให้เขาแสดงความรักกับเรามากกว่านี้ ในขณะที่น็อต (แสดงโดย ปั้นจั่น)ที่เป็นแฟนเราเขาก็แบบไม่ค่อยแสดงออก แบบแค่นี้ก็พอรึเปล่า นอกจากนี้ตัวปลาเองก็จะเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับสิ่งของทุกอย่างที่แฟนให้มาไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตาที่เคยได้มาในวันครบรอบ หรือตัวเขาก็จะรักตุ๊กตาตัวนี้มาก พูดได้ว่าตัวละครปลาจะเน้นหนักไปในเรื่องของความรัก ทั้งเรื่องก็จะอยู่กับความรัก ส่วนในเรื่องของผีนี่ถ้านับจริงๆเรียกได้ว่าปลาเป็นคนที่เจอผีบ่อยที่สุด เยอะที่สุด โดยที่ตัวปลาเองไมได้อยากจะเห็นผีเลย แต่ก็ต้องมาเห็น" คาแรคเตอร์ของปลากับโฟกัส เหมือนหรือแตกต่างกันบ้างไหมครับ? "ปลาเป็นผู้หญิงร่าเริง โลกสวย ยิ้มง่าย เหมือนผู้หญิงทั่วไป แต่ในเรื่องความรักเขาจะเป็นคนที่ใส่ใจมากๆ รักแฟน หวงแฟน ขี้หึง ขี้งอน โกรธง่าย ซึ่งมันคนละแบบกับกัสนะ เรียกได้ว่าไม่ใกล้กันเลย คือตัวจริงกัสจะเป็นคนที่เฮฮากว่าเยอะ ส่วนในเรื่องของความรักก็ไม่ได้เป็นคนขี้งอนขนาดนั้น ไม่ได้แบบว่าเธอต้องจดวันสำคัญวันนี้ให้ได้นะ และกัสก็ไมได้ขี้หึงขนาดนั้นด้วย แต่ส่วนในเรื่องรักใครรักจริง รักแฟนมากๆ กัสว่าเป็นแบบนี้ทุกคนแหละเวลาที่เรารักใครนะ" ภาพยนตร์ The Eyes Diary มีเรื่องราวเป็นยังไงบ้างครับ? "ก็เป็นเรื่องราวของผู้ชายคนหนึ่งที่เขารักและผูกพันกับแฟนของเขามาก แต่คืนหนึ่งก็มีเหตุให้ทะเลาะกันแล้วก็ขับรถไปชน ทำให้แฟนตัวเองตาย ชีวิตก็เปลี่ยนไป ฝังตัวเองอยู่กับความเศร้า คิดแต่ว่าอยากจะเจอแฟนสักครั้ง เลยพยายามหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองเห็นผีแล้วหวังว่าหนึ่งในผีเหล่านั้นก็อาจจะเป็นแฟนตัวเอง ก็เริ่มจากไปเป็นอาสาเก็บศพแล้วก็แอบเก็บของคนตายโหงกลับมาบ้าน แต่จะเห็นผีมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ  เพื่อนๆมหาวิทยาลัยที่เรียนมาด้วยกันหรือแม้แต่เพื่อนที่มูลนิธิพยายามเตือนก็ไม่ฟัง เริ่มถลำตัวเองลงไปลึกอีกเรื่อยๆ  และกลายเป็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนอกจากมันไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดแล้ว แต่มันกลับส่งผลต่อทุกชีวิตที่อยู่รอบตัวเขาแทน" ลองเล่าถึงมิติความหลอนของ The Eyes Diary หน่อยครับ "อันแรกก็คือในส่วนของผีในภาพยนตร์เรื่อง The Eyes Diary คือมีผีเยอะมากๆ แล้วผีทุกตัวก็จะมีเรื่องราว จะไม่ใช่แค่โผล่ออกมาหลอกแฮ่แล้วจบ ซึ่งผีแต่ละตัวจะถูกออกแบบมาให้มีสภาพที่แตกต่างกัน ซึ่งอันนี้ต้องยกนิ้วให้พี่ทีมเอฟเฟกต์ค่ะ เก่งมากจริงๆ คือแต่งออกมาได้เหมือนมาก น่ากลัวมากๆ แล้วก็สถานที่และบรรยากาศในการถ่ายทำด้วยความที่เป็นหนังผี ความโหดร้ายจะอยู่ตรงสถานที่ และที่ฟังมาสถานที่ถ่ายทำทุกที่คือเป็นสถานที่ที่ร้างจริงๆ โรงพยาบาลร้างที่สร้างไม่เสร็จแล้วทุกอย่างมันก็คือยังไม่สมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นบันได รูลิฟท์ แล้วยังมีพวกท่อที่สามารถเดินตกลงไปได้เลย แล้วตอนที่ถ่ายเป็นกลางคืนด้วย ต้องมีคนคอยส่องไฟฉายให้ตลอดเวลา เพราะถ้าพลาดนิดหนึ่งนี่คือตกลงมาข้างล่างเลยนะ เพราะเราถ่ายกันอยู่ที่ชั้น 3-4 ตกลงมาก็มีขาหักได้ค่ะ ส่วนบ้านร้างก็คือร้างจริงๆ แอบน่ากลัว คือสถานที่โหด จริงๆ ไม่ได้กลัวนะคะ อาจเป็นเพราะว่าเราชอบอะไรแนวนี้อยู่แล้วด้วย แต่ถ้าให้ไปถ่ายคนเดียวคงไม่กล้า เพราะมันร้างจริงๆ แต่บ้านสวยนะ ถ้าไม่ร้างจะดีมาก" ทราบมาว่าในการถ่ายทำหนังผีเรื่องนี้ มีอุปสรรคพอสมควร จริงหรือเปล่าครับ? "อุปสรรคในเรื่องนี้ที่จริงมีเยอะมากค่ะ อย่างแรกเลยเราถ่ายช่วงที่มีฝนตก(พายุฤดูร้อน) แล้วยุงเยอะมาก เหมือนเป็นแหล่งชุกชุมของยุง คนที่แต่งเอฟเฟกต์ก็ร้อนเห็นแล้วสงสารเลย ที่เห็นว่าออกมาน่ากลัวขนาดนี้จริงๆ แล้วเขาทนร้อน ทนยุง ทนเหงื่อ แบบทุ่มทุนกันสุดๆ ฝุ่นเยอะด้วยค่ะทั้งกัสทั้งพี่มะเดี่ยวก็แพ้ฝุ่นคันตามตัว และด้วยอากาศแบบฝนๆ ร้อนๆ สถานที่ก็มีฝุ่นเยอะพี่มะเดี่ยวถึงขั้นป่วยเข้าโรงพยาบาล แต่ด้วย สปีริทของผู้กำกับเขาก็กำกับผ่านเฟสไทม์ค่ะ แต่นักแสดงเรื่องนี้ก็ทุ่มเทกันสุดๆนะ อย่างกัสนี่แพ้ฝุ่นและเป็นตากุ้งยิงด้วย พักผ่อนน้อย ส่วนแจ๊คก็คอเคล็ดเพราะต้องแสดงฉากแอคชั่น น่าสงสารนะ กัสเข้าใจเวลาคอเคล็ดมันก็จะหันลำบาก พอแจ๊คต้องมาเข้าฉากมันก็ลำบากเวลาหันมาคุยกันก็ต้องหันทั้งตัว และยังมีพี่ปั้นจั่นอีก คนนี้เหนื่อยหน่อยเพราะระหว่างที่เขาถ่ายหนัง ก็มีถ่ายละครด้วย เขาจะต้องบินไปบินกลับ เหนื่อยสุดๆ แล้วเขาก็ปวดไหล่ด้วย นี่แหละค่ะอายุก็ไม่ใช่น้อยๆ กระดูกไม่แข็งแรง (หัวเราะ)ที่จริงในเรื่องนี้เราเล่นจริงกันหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นโดนผีกระชากขาบ้าง ก็เล่นเองหมดเลย ก็เป็นคนชอบอะไรแบบนี้อยู่แล้วด้วย สนุกดีค่ะ ก็เป็นประสบการณ์แบบใหม่ดี เคยเล่นหนังผีมาก่อนนะ แต่มันคนละแนวกันเลย" มีการใช้เทคนิคใหม่ๆ และมุมกล้องทางด้านภาพ มาช่วยเพิ่มระดับดีกรีความหลอนอีกด้วย เล่าให้ฟังหน่อยครับ? "หนังเรื่องนี้มีเทคนิคการถ่ายทำเยอะมาก ไม่ใช่แค่วางกล้องแล้วจบนะคะ เพราะเรามีถ่ายบน Drone เหมือนเอากล้องไปติดไว้กับเครื่องบินบังคับ ก็ถ่ายกันทั้งมุมเบิร์ดอายวิว (มุมกล้องทางอากาศ) ไหนยังมี สเตดิแคมที่แทนสายตาคนดู (ผกก.ภาพแบกกล้องติดกับตัว เดินหรือวิ่งเข้าไปถ่ายใกล้ชิดกับตัวละคร) เวลาถ่ายออกมามันจะทำให้คนดูมีอารมณ์ร่วมไปกับหนังมากขึ้น และด้วยความที่เป็นหนังผี ถ้าภาพมันเหมือนกับการที่เราได้มีส่วนเข้าไปอยู่ในหนังด้วย เห็นเหตุการณ์ไปพร้อมๆ กับตัวละครนั้นด้วย มันก็จะเพิ่มดีกรีความหลอน ความสยองยิ่งขึ้นค่ะ" พูดถึงการทำงานร่วมกับผู้กำกับภาพยนตร์ที่ชื่อ มะเดี่ยว หน่อยครับ? "พี่มะเดี่ยวเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดของหนังมากๆ ทุกอย่างเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเฟรมภาพ แสงต้องได้แบบนี้นะ นักแสดงต้องเล่นได้ขนาดนี้ พี่เขาจะเป็นคนที่เป๊ะมากๆ เป๊ะจริงๆ แต่ละฉากนี้สังเกตได้เลยว่าทุกคนจะโดนเหมือนกันหมดคือพี่มะเดี่ยวจะบอกว่าดีๆ ขออีกทีเผื่อไว้ เขาจะบอกว่าแบบนี้ดีแล้ว แต่อยากให้ดีมากกว่านี้ ขออีกทีหนึ่ง เผื่อเก็บไว้ คือในเรื่องนี้เราต้องเล่นกันจริง ไม่ว่าจะโดนผีกระชากขา แต่งเอฟเฟกต์ที่ขา เจอผีก็ต้องกรี๊ด พี่มะเดี่ยวเขาจะมีสูตรว่าเวลาเจอผีต้องแบบนี้นะ ก่อนจะกรี๊ดต้องตกใจแบบนี้ พี่มะเดี่ยวก็จะเข้ามาสอนทุกๆ ฉากที่สำคัญ อย่างฉากเจอผีพี่เขาจะมาเล่นให้ดู มาคอยบอก คอยสอน กัสก็จะเก็บมาแล้วทำตาม เพราะบางครั้งเราคิดไม่ออกว่าจะต้องขนาดไหน ดีค่ะ เป็นประสบการณ์ที่ดีถือว่าได้ทำงานร่วมกับผู้กำกับมือทอง พี่มะเดี่ยวนอกจากจะเป็นผู้กำกับแล้ว ยังเหมือนเป็นแอคติ้งโค้ชให้ด้วยค่ะ ก็จะคอยมาบอกว่ามันเล่นแบบนี้นะ อยากให้มันเป็นแบบนี้ เขาก็จะมาคอยบอก คอยสอน   แล้วในแง่ความทุ่มเท อย่างตอนที่พี่มะเดี่ยวป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ มากองไม่ได้ แต่ก็หยุดกองไม่ได้ เพราะคิวจะรวน ก็ต้องกำกับผ่านเฟสไทม์กัน คือทุกคนในกองไม่เคยเจอเรื่องอย่างนี้เลย ขนาดกำกับทางไกล พี่มะเดี่ยวก็ยังละเอียด สรุปพี่เขาก็นอนเช้าพร้อมพวกเราที่กองนั่นแหละ แค่ว่า อยู่คนละที่  ไม่รวมว่า พี่เขาก็จะเล่นเป็นเล่น ทำงานเป็นทำงาน จริงจังมาก ตอนเล่น พี่เขาจะฮามาก แต่พอทำงานจะดุ เป็นคนละคน กัสกับพี่ปั้นจั่นก็จะติดเล่นนิดนึง ก็โดนดุบ้าง" (หัวเราะ) พูดถึงเพื่อนนักแสดงที่ร่วมงานบ้าง ทำงานกับปั้นจั่นเป็นอย่างไรบ้างครับ ต้องถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกการเป็นคู่ที่รักกัน? "ในตัวบทเองมีอะไรให้เล่นเยอะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นของพี่ปั้นจั่นหรือของโฟกัสเองก็จะมีหลายมุมค่ะในเรื่องนี้ แบ๊ว ดราม่า รักโรแมนติก มีครบหมดเลยค่ะในเรื่องนี้ ได้เล่นหมดเลย ได้เจอผีด้วย ก็ดีค่ะถือเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ดี อย่างในเรื่องพี่ปั้นจั่นจะรับบทเป็นน็อต ซึ่งเป็นแฟนกับปลา เราอยู่บ้านเช่าหลังเดียวกัน การเป็นแฟนกันก็จะมีมุมหวานแหวว กุ๊กกิ๊ก งุ๊งงิ๊งกัน และก็ต้องมีทะเลาะกันด้วย ก็จะได้เห็นหลายมุมหน่อย ทำงานกับพี่ปั้นจั่นเหมือนเราคุยกันค่ะ อย่างฉากหวานจะหวานยังไง หวานขนาดไหน คนดูจะเชื่อรึเปล่าว่าเราเป็นแฟนกัน เราก็จะปรึกษากันตลอด ในมุมทะเลาะพี่เขาก็จะเสนอไอเดียให้ตบจริง กัสก็เกรงใจเขา แต่เขาก็ยังยืนยัน ตอนแรกๆก็ไม่กล้าตบเพราะไม่เคยตบใคร เลยตบเบาๆ พี่ปั้นก็บอกแรงๆ เลย ไม่เจ็บหรอก ตัวเล็กๆแบบนี้จะแรงเยอะขนาดไหนเชียว กัสก็เลยตบจริงๆ คือฉากนั้นเงียบทั้งกอง เพราะกัสตบแรงมาก ขึ้นรอยแดงเลยแหละ พี่ปั้นบอกเจ็บยิ่งกว่าเข้าฉากเตะต่อยเวลาไปถ่ายละครแอ็คชั่นอีกง กัสก็ว่าฟาดไม่หนักนะ (หัวเราะ) ถ้าถามว่าหนักใจอะไรมั้ย ก็คงหนักใจตอนที่รู้อายุพี่ปั้นจั่นมากกว่าค่ะ(หัวเราะ) เพราะว่าพี่เขาอายุ27แล้ว ส่วนคนอื่นๆก็จะอยู่ในช่วงมหาวิทยาลัยกันอยู่เลย ตอนที่ยังไม่เจอกันก็คิดนะว่าพี่เขาจะเล่นกับเรารึเปล่า เขาจะเป็นคนยังไง เพราะไม่เคยเจอกันเลย แต่พอมาเจอจริงๆ พี่เขาน่าเฮฮา ขี้เล่นดีค่ะ ก็สบายใจ แต่ไอ้ความขี้เล่นทำให้เวลาอยู่ในกองส่วนใหญ่เราจะเล่นกัน ทำให้เวลาเข้าฉากที่ต้องทำอารมณ์มากๆ กัสจะมีปัญหาหลุดขำ ยิ่งเวลาที่เขามองหน้าเราเมื่อไหร่ ก็จะเริ่มขำ ส่วนพี่ปั้นจั่นเขาจะไม่ค่อยมีปัญหา เขาจะทำเข้มๆตามบทไป แต่ชีวิตจริงเขาไม่ได้เข้มเหมือนพระเอกในเรื่องนะคะ พี่ปั้นจั่นเป็นคนที่ตั้งใจทำงานมาก อย่างซีนอารมณ์เขาก็จะเต็มที่ไม่ว่าจะกี่เทคและเต็มที่กับทุกๆเทคด้วย" เม้าส์ถึงเพื่อนๆ ในกองถ่ายหน่อยครับ มีอะไรสนุกๆบ้าง? "เริ่มจากแจ๊ค (Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ ,เกรียนฟิคชั่น) ก่อนเลยค่ะ แจ๊คก็จะเป็นคนตั้งใจทำงาน เขาจะเป็นคนที่เตรียมตัวมาดีมากๆ อ่านบทท่องบทมาเป๊ะมากๆ แต่แจ๊คก็ชอบมาพูดบทข้างๆนะ อยู่ดีๆ เดินมานั่งแล้วพูดบทขึ้น กัสก็ห๊ะ..อะไรนะ..? แจ๊คก็จะอ่อ..เปล่า ท่องบทอยู่จะให้กัสต่อบทด้วย (หัวเราะ) ตอนแรกเลยแจ๊คเขาจะไม่ค่อยกล้าเข้ามาเล่นกับกัสนะ ไม่รู้ว่ากลัวหรืออะไร เหมือนยังเกร็งๆ ไม่กล้าทัก แต่พอมาหลังๆเริ่มสนิทกัน แต่ก็ยังไม่ค่อยกล้าแกล้งกัสอยู่ดี เพราะกัสเป็นมือแกล้งในกอง (หัวเราะ) ส่วนเมโกะ (ตั้งวง,Mary is Happy,Mary is Happy) ก็จริงๆ ไม่ค่อยได้เข้าฉากด้วยกันนะ ไม่มีบทสนทนากันเลยในเรื่อง แต่ด้วยความที่เราเป็นวัยใกล้ๆ กัน ร่วมงานกันครั้งแรกก็ดีนะ มีเล่นกันบ้าง เอาเป็นว่าเราจะไม่กัดผู้หญิงด้วยกันค่ะ (หัวเราะ) คนสุดท้ายพี่ปั้นจั่น คนนี้เขาจะพยายามแอ๊บเด็กตลอดเวลา ก็ชอบมาเล่นมาแกล้งน้องๆ ก็ทำให้บรรยากาศในกองสนุกสนานดีค่ะ ขอเม้าส์อีกหน่อยว่าพี่ปั้นจั่นเป็นคนที่กลัวผีมากๆ บางครั้งไม่มีคิวถ่ายแต่ถ้าต้องอยู่ห้องคนเดียวก็จะแบบเดี๋ยวไปให้กำลังใจเพื่อนดีกว่า แต่เอาลึกๆ แล้วคือกลัวมากกว่าอยากมาให้กำลังใจ ไม่กล้าอยู่คนเดียว" ถ่ายหนังผี เล่นหนังผี แบบนี้ มีการเจออะไรแปลกๆ หลอนๆ ในกองบ้างรึเปล่าครับ? "มันก็มีแหละคะ ด้วยความเป็นหนังผีนะ ส่วนใหญ่เราถ่ายทำกลางคืน และสถานที่ถ่ายทำมันก็คือสถานที่จริง อย่างแจ๊คก็เจอรอยนิ้วมือตรงท้อง รอยข่วนตรงคางซึ่งเราก็พิสูจน์ไม่ได้ น่ากลัวดีค่ะ เมโกะด้วยนะ เห็นน้องเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูดอะไรเลยนี้เท่าไหร่ แต่พอถามปุ๊บก็จะค่อยๆ หลุดออกมาทีละนิดๆ ว่าเห็นเหมือนกัน ส่วนพี่ปั้นจั่นขานี้เขาไม่ค่อยเจออะไรค่ะ เพราะแขวนพระตลอดเวลา ด้วยความเป็นคนที่กลัวผีสุดฤทธิ์ แค่พูดว่าพี่ปั้นระวังนะ บ่นใหญ่เลย" แล้วโฟกัสล่ะ ได้เจออะไรแปลกๆ หลอนๆ บ้างรึเปล่าครับ? "ก็รู้สึกเหมือนมีอะไร ทั้งที่โรงแรมด้วย และที่กองด้วย แค่รู้สึกแต่เป็นคนไม่มีเซนส์ ในกองมันจะมีฉากที่ทีมงานทั้งหมดต้องออกไปอยู่ข้างนอกบ้าน และกัสต้องวิ่งออกจากบ้านไปข้างนอก ซึ่งในบ้านก็ไม่มีทีมงานอยู่เลย มืดมาก ไฟก็ถูกขนออกไปหมดแล้ว กัสอยู่ในบ้านคนเดียว ตอนที่เดินมาหน้าประตูก็รู้สึกเหมือนมีคนมองมาจากด้านหลังตลอดเวลา ตอนแรกก็คิดว่าคิดไปเอง ไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง แต่พอเมโกะมาเล่าว่าเห็นคนแก่หัวล้านอยู่ในบ้าน แล้วพี่ทีมงานก็มาบอกอีกว่าเห็นเหมือนเมโกะเลย ก็เลยรู้สึกว่าน่าจะมีแหละ เพราะตัวเองก็รู้สึกเหมือนมีใครมองมาจากด้านหลังเหมือนกัน แต่ไม่คิดว่าจะเจอไง รู้สึกโฟกัสจะมีเจอที่ห้องที่โรงแรมด้วยนะ เห็นเป็นเงาดำๆ ตอนแรกนึกว่าแม่ แต่ก็ไม่ใช่ แต่เขาก็ไม่ได้มากวนอะไร" มีอะไรให้อึ้ง ทึ่งกับการทำงานในภาพยนตร์เรื่อง The Eyes Diary ไหมครับ? "นอกจากตัวหนังแล้ว โฟกัสรู้สึกอึ้งทึ่งพี่ทีมงานและนักแสดงทุกคนมากกว่า เพราะหนังที่เราถ่ายทำกันอยู่มันเป็นหนังผี เวลาถ่ายก็ต้องถ่ายถึงเช้าแทบทุกวันเลย ด้วยพี่ๆทีมงานเองที่อดหลับอดนอนกันเพื่อหนังเรื่องนี้ การทำงานเรื่องนี้ถือว่าโหด เพราะมันเป็นการทำงานที่อดหลับอดนอนติดต่อกันหลายวันสัก4วันได้แล้วที่นอนเช้ากัน นับถือทีมงานและนักแสดงทุกคนจริงๆว่าสุดยอด โดยไม่มีใครบ่นค่ะว่าต้องนอนเช้า ทุกคนก็จะเต็มที่กับงานหมด ถ้าถามว่าโฟกัสรักตัวละครตัวนี้มั๊ย ก็รักค่ะ เพราะในเรื่องปลาเองก็มีจุดมุ่งหมายของเขาเหมือนกันคล้ายกับน็อตที่เขาก็มีจุดมุ่งหมายของเขา การดำเนินเรื่องทุกคนมันมีจุดมุ่งหมายว่าทำไม เพราะอะไร ดูมีมิติดีค่ะ น่าสนใจ" สำหรับโฟกัสแล้ว มีซีนไหนที่ยากโหดหินมากๆในการทำงานภาพยนตร์เรื่องนี้ไหมครับ? "ซีนที่ยากที่สุดและรู้สึกว่าไม่ชอบที่สุด และซีนที่โหดที่สุด ก็คงเป็นซีนที่มีอุบัติเหตุบนถนน ก็จะต้องปิดถนนกันค่ะไกลมากเลย แล้วก็มีอุบัติเหตุกัน มันก็จะต้องมีเอฟเฟกต์ใช่มั๊ยค่ะ มันก็จะมีเลือด แล้วเลือดมันเหนียวมาก แล้วหนูเป็นคนที่ไม่ชอบอะไรเหนอะหนะ แล้วนี่ต้องเหนอะไปนอนกลางถนน ตอนนอนอยู่ก็คิด ว่าอยากผ่านซีนนี้ไปเร็วๆซึ่งจริงๆ ซีนนี้เป็นซีนที่ใช้เวลาถ่ายไม่ได้นานสักเท่าไร ใช้เวลาสักชั่วโมง แต่ว่ายากจริงเพราะว่ามันใช้ Drone ถ่าย(กล้องติดอุปกรณ์คล้ายๆวิทยุบังคับลอยบนท้องฟ้า) แล้วก็เป็นซีนอารมณ์นิดๆ ด้วย ยาก เหนียวด้วย แต่ก็ได้กลับไปอาบน้ำนะคะ แล้วก็กลับมาถ่ายใหม่ ตอนตี4ยังนอนอยู่กลางถนนแล้วก็กลับไปอาบน้ำ แล้วกลับมาถ่ายใหม่ตอนตี 5" ติดตามบทบาทของสาวโฟกัส ที่จะมาชวนคุณไปเห็นสิ่งที่ทุกคนกลัว! ไปกับ The Eyes Diary คนเห็นผี ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ The Eyes Diary ได้ที่นี่ --------------------------------

10 ข้อที่คนชอบอยู่คนเดียวไม่เคยกังวลเลยในชีวิต
คนโสด

หนุ่มๆ สาวๆ ในยุคปัจจุบันหลายคนมักเลือกการอยู่คนเดียว มากกว่า จะหาคนคู่ใจ นั้นเพราะหลายคนคิดว่าการอยู่คนเดียวสบายกว่าเป็นไหนๆ ไม่ต้องปวดหัวจะทำอะไรก็แล้วแต่เรา และเวลาที่เราอยู่คนเดียว มันคือเวลาที่เราจะรู้จักตัวเองมากที่สุด เราจะใช้เวลาหาคำตอบว่าอะไรคือสิ่งที่เราต้องการที่จะทำ วันนี้เราเลยขอเอา 10 ข้อที่คนชอบ อยู่คนเดียวไม่เคยกังวลเลยในชีวิต มาฝากกัน! 10 ข้อที่คนชอบอยู่คนเดียวไม่เคยกังวลเลยในชีวิต 1. ไม่เคยกังวลว่าจะเป็นอย่างไรในสายตาคนอื่น คนที่ชอบอยู่คนเดียว จะไม่ค่อยสนใจว่าคนจะมองพวกเขายังไง ทั้งการกระทำ และรูปลักษณ์ภายนอก ไม่สนว่าคนจะวิจารณ์อย่างไรด้วย เพราะตัวของเขาเองนั่นแหละ ที่คอยวิจารณ์ตัวเองเสมอ และไม่เคยหลอกตัวเองด้วย 2. ไม่เคยกังวลในสิ่งที่พวกเขาพึ่งพูดออกไป เวลาที่คนที่ชอบอยู่คนเดียวจะสังสรรค์นั้น จะเกิดขึ้นกับคนที่พวกเขาคิดว่า คุ้มค่าที่จะใช้เวลาด้วยเท่านั้น พวกเขาจะไม่ใช้เวลาร่วมกับคนที่อาจจะมองหรือตัดสินพวกเขา หรือคนที่อาจจะเข้าใจในสิ่งที่เขาพูดไปในทางอื่น นอกจากนี้ พวกเขาจะไม่เสียเวลานอนคิดว่า สิ่งที่พวกเขาพูดไปนั้น ผลกระทบจะเป็นอย่างไร พวกเขาจะมั่นใจมากเมื่อพูดคุยกับคนที่เขาคิดว่า เหมาะสมที่จะพูดคุยด้วยตั้งแต่แรก 3. ไม่เคยกังวลว่า จะต้องพิสูจน์อะไรกับใคร หรือต้องเป็นที่ยอมรับ พวกเขาจะเป็นตัวของตัวเองมาก ไม่ต้องพยายามทำตัวเพื่อให้เป็นที่ยอมรับของใครๆ ในสังคม ไม่ต้องพิสูจน์อะไรกับใคร ถ้าคุณไม่ชอบพวกเขา พวกเขาก็แค่ตัดคุณออกจากคนที่พวกเขาจะสังสรรค์เสวนาด้วย แค่นั้นเอง 4. ไม่เคยกังวลว่าจะต้องทำในสิ่งที่พวกเขาไม่ชอบ พวกเขาไม่เคยต้องมานั่งเซ็งว่า ต้องไปงานนู้น งานนี้ ทั้งๆ ที่พวกเขาไม่อยากไป และไม่ต้องเสียคืนวันเสาร์ที่เขาจะได้เอาไปใช้ทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์มากกว่านี้ เพราะเวลาที่เขาจะได้อยู่คนเดียว มันมีค่ามากกว่าเยอะ เพราะฉะนั้น จะไม่เสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่องเด็ดขาด 5. ไม่เคยกังวลว่าสุดท้ายแล้วต้อง “อยู่คนเดียว” พวกเขาไม่เคยกลัวเลยว่า วันข้างหน้า พวกเขาอาจจะต้องอยู่คนเดียว พวกเขาไม่เคยออกเดท ด้วยเหตุผลที่ว่า เขาจะได้ไม่ต้องอยู่คนเดียว หรือขาดคนอื่นไม่ได้ พวกเขาจะออกเดท ถ้าเจอคนที่ใช่จริงๆ เท่านั้น 6. ไม่เคยกังวลว่า จะมีอะไรพูดมั้ย ด้วยความที่นานๆ จะออกเจอผู้คนซักที จึงไม่เคยต้องคิดว่าจะต้องพูดอะไร หาเรื่องอะไรมาคุย จะคุยทันคนอื่นมั้ย พวกเขารู้ว่าเขาชอบอะไร ไม่ชอบอะไร และไม่เสแสร้งว่าสนใจเรื่องอะไร หากพูดคุยกันจริงๆ จึงไม่เคยกังวลเลยซักนิด 7. ไม่เคยกังวลว่าจะพลาดอะไรไปหรือเปล่า เพราะอะไรน่ะหรอ? เพราะว่าไม่มีที่ไหน หรือกิจกรรมอะไรที่ดีไปกว่าการได้อยู่คนเดียวอีกแล้ว เพราะฉะนั้น จึงไม่เคยเกิดเหตุการณ์ที่ว่า เมื่อคืนอยู่คนเดียว ไม่ได้ไปงานปาร์ตี้ แล้วรู้สึกว่าเสียดาย น่าจะไป! สิ่งนี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นเด็ดขาด 8. ไม่เคยกังวลว่าจะต้องเป็นโสด ความหมายของคำว่า ความรัก ในนิยามของพวกเขาคือ การรักตัวเอง ก่อนที่จะให้คนอื่นมารัก และไม่เคยคิดว่า ความรักจะเกิดขึ้นได้ เมื่อมีอีกคนหนึ่งเข้ามาในชีวิตพวกเขาเท่านั้น 9. ไม่เคยกังวลว่าพวกเขาต้องการเวลาที่จะคิดเรื่องต่างๆ เพราะในทุกๆ วัน ทุกๆ เวลา พวกเขาอยู่กับตัวเองเสมอ ได้มีเวลามากมายที่พวกเขาจะคิดเรื่องต่างๆ เพราะฉะนั้น มันจะไม่มีกรณีที่ว่า พวกเขาต้องการเวลาเพื่อคิดเรื่องใดเรื่องหนึ่ง อย่างแน่นอน 10. ไม่เคยกังวลว่าจะต้องโกหก หรือ พูดอะไรเกินจริง ชีวิตของพวกเขา คือตัวตนของพวกเขาจริงๆ พวกเขาไม่เคยต้องโกหก ปกปิด สร้างภาพ เพื่อทำให้คนอื่นๆ มาชอบ มาชื่นชม พวกเขาจะมีความคิดที่ว่า หากคนอื่น ไม่ชอบเขา ที่เขาเป็นตัวเขา ก็ช่างมัน ไม่สนใจ เพราะฉะนั้น การโกหกเพื่อปกปิดบางอย่าง สร้างภาพ หรือพูดอะไรที่ดีเกินจริง จะไม่เกิดขึ้นเลย cr. elitedaily, kiitdoo

ปิดตำนานรัก 7 ปี!! เต๋อ - พีค
พีค เต๋อ เลิก /  อาถรรพ์เลข 7 / 

ทำเอาแฟนคลับผิดหวังไปตามๆ กัน เมื่อ คู่รักมาราธอน 7 ปี เต๋อ ฉันทวิชช์ ปิดฉากรักลงพร้อมความเศร้ากับแฟนสาว พีค ภัทรศยา ด้วยเหตุผลหลักคือ ต่างมีความคิดเห็นไม่ตรงกันหลายเรื่อง!! หลังจากทราบข่าวว่าคู่รักสุดหวานประกาศยุติความสัมพันธ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยสาเหตุที่ทั้งคู่ต้องปิดตำนานรักมาราธอน 7 ปีลงนั้น มาจากความคิดบางอย่างไม่ลงรอยกัน ซึ่งสะสมมาเป็นระยะเวลานาน แม้ก่อนหน้านี่ทั้งคู่จะหันหน้าปรับจูนกันมาพักใหญ่แล้วก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถประคับประคองความรักให้ไปถึงฝั่งตามที่เคยให้สัมภาษณ์ไว้ได้ เป็นเหตุให้ เต๋อ-พีค ตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ลง และล้มเลิกแพลนงานแต่งที่จะเกิดขึ้นปีหน้าลงทันที ท่ามกลางความเสียใจของเพื่อนฝูง คนรอบข้าง และเหล่าแฟนคลับ งานนี้ไม่รู้ว่าเป็นฤทธิ์อาถรรพ์เลข 7 ที่แรงจริงอะไรแรงหรือเปล่า?!!! จุดนี้ทีมข่าว gossipstar.mthai.com ขอแสดงความเสียใจและขอย้อนวันวานอันแสนหวานของทั้งคู่ด้วยภาพน่ารักๆ เหล่านี้กันอีกรอบจ้า!!! พีค - เต๋อ พีค - เต๋อ พีค - เต๋อ พีค - เต๋อ พีค - เต๋อ พีค - เต๋อ

ข่าวหน้า 1 (2529) 2/2 จบ
หนังไทย

บริษัท เอ เค เค กรุ๊ป โดย จิรเดช หาญศิริการ อํานวยการสร้าง พระเอก "ตี๋ใหญ่" ฉัตรชัย หันมายึดอาชีพนักข่าวอาชญากรรม ปัญญา นิรันทร์กุล เมายาเสพติดในหนัง "ท่านมุ้ย" ทรงถ่ายฉากใต้นํ้า ในภาพยนต์"ข่าวหน้าหนึ่ง" ฉัตรชัย เปล่งพานิช-ปัญญา นิรัญดร์กุล-จริยา สรณะคม-กิ่งดาว ดารณี : นําแสดง โรม อิศรา-เอกพงษ์ วงศ์ชาตรี-ชุมพร เทพพิทักษ์ : ร่วมแสดง ไผ่สีทอง : กํากับการแสดง เรื่องย่อ : ครอบครัวของเรืองเกล้าทนายสาว นั่งรถไปทําธุระโดยมีพ่อแม่เละเธอ พี่ชายเป็นคนขับรถไปเถี่ยวชนรถไฟตายทั้งครอบครัว แต่เธอรอดเพียงคนเดียว อุบัติเหตุครั้งนี้เพราะพี่ชายติดยาเสพติด เธอจึงเกลียดยาเสพติด และเธอไปฝึกการต่อสู้ทุกรูปแบบ เรืองเกล้าได้ว่าความช่วยนักร้องสาวชาวฮ่องกงที่ถูกยัดเยียดข้อหายาเสพติด ทําให้คนร้ายลอบทําร้ายเธอแทบเอาชีวิตไม่รอด เรืองเกล้าได้รู้จักนักข่าวชื่อทรนงและวีระ และโสธิดาเลขาสาวของเธอที่ช่วยกันสืบหาคนร้ายแก๊งค์นี้ โสธิดาและวีระถูกทําร้ายบาดเจ็บ ทรนงและเธอได้สืบรู้ว่าไชยยันต์(เจ้าของบาร์)เป็นพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ และกําลังจะส่งยาเสพติดจํานวนมากออกทางทะเล ทรนงและเรืองเกล้าเข้าไปขัดขวาง ในที่สุดไชยยันต์และสมุนถูกฆ่าตาย ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2014/10/2529-1-vcd.html

อีกมุม ข่าวหมาน้ำทิพย์โดนทารุณ อาจเป็นข่าวลวง หลอกเงินบริจาค
ข่มขืนสุนัขม /  ข่มขืนหมา / 

อีกมุม ข่าวหมาน้องน้ำทิพย์ โดนทารุณ อาจเป็นข่าวลวง หลอกเงินบริจาค พบประเด็นน่าสงสัย วันนี้(31 ต.ค.) จากกรณีที่บนโลกออนไลน์มีการแชร์ข่าวสุนัขชื่อ น้องน้ำทิพย์ ถูกคนทารุณและกระทำชำเราจนป่วยติดเชื้อภายในและเสียชีวิตเมื่อวานที่ผ่านมา ล่าสุดมีสมาชิกเฟซบุ๊คท่านหนึ่งซึ่งทำงานในหน่วยNGOที่เกี่ยวข้องกับการพิทักษ์สัตว์ รวมไปถึงมีการแชร์ข้อความที่อ้างว่ามาจากบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดีและชัญญ่า ทามาดะ ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊คแฉข้อมูลที่น่าสงสัยเกี่ยวกับประเด็นข่าวน้องน้ำทิพย์โดนคนข่มขืนว่า เจาะประเด็น คนหากินกับหมา 1. ตัวเองไม่มีรถ (ไม่สามารถพาน้องปั๊คมาหาหมอได้เอง) แต่ไปรับหมาป่วยมาได้ยังไงเยอะแยะมากมาย 2.คุยว่าบ้านหลังละ 2 ล้าน สามีเงินเดือนเป็นแสน แต่สี่ร้อยบาทค่ารักษาหมา จ่ายไม่ไหว ต้องระดมทุน 3.ขอให้คนไปช่วยเยอะแยะมากมาย แต่พอดารามีตังค์ขอช่วยด้วย ดันโวยวาย หาว่าเกาะหมาดัง ขอโทษทีเถอะ ดาราเค้าดังมานานแล้ว! แล้วเคสที่ช่วยๆอยู่ทั้งคนทั้งหมาเป็นร้อยๆเคสที่ไม่ได้ออกข่าว กับน้องหมาอีกตัวที่โดนคนทำร้าย มันจะไปเกาะดังตรงไหน? 4.บุ๋มโดนพาลว่าทำไมไปบอกว่า บุ๋มกับเก๋ รับเคสนี้แล้ว! บุ๋มพูดตอนไหน? ในไอจีขึ้นแต่เนื้อข่าวตาม นสพ. ถามจริงๆเถอะ หมาอยู่กับคุณ มีคนใจโหดนำมาทิ้ง คุณรู้ได้ยังไงว่าโดนข่มขืน??? เพราะคุณหมอบอกว่า ปั๊คตัวเล็กมากนิ้วเข้าไปยังลำบาก หมอบอกว่า น้องน่าจะแค่มดลูกอักเสบ! จากการติดเชื้อ! 5. หมอบอกให้แอดมิด เธอยืนยันว่า จะเอากลับบ้าน? ติดเชื้อขนาดนั้น? เอาไปนอนข้างๆ ถ่ายรูป ดูดี 6.แต่พอเดอะว๊อยส์ ขอดูแลค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ขอแค่ให้พาไปหาหมอ เธอบอกว่า อย่าใช้ความเป็นดาราเข้ามายุ่ง?? 6. น้องหมาตายกลางทางวันนี้ เวลาประมาณ 12:30น เราถามว่า แล้วเงินที่คนบริจาคทำไง เธอบอกว่า บริจาคไปหมดแล้ว (ตอนไหนวะ?) 7. พอนักข่าวถามและขอดูศพน้องปั๊ค เธอเอากลับบ้านและรีบฝังทันที เธอบอกมันจบแล้ว! 8. ในเฟสเธอตอนเช้ามีการบอกว่า ให้หยุดการพูดข่าวว่า น้องโดนข่มขืน (ประหนึ่งไม่อยากฟัง) ใช่สิ ก็เพราะเธอรู้นี่ ว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง มันเป็นเรื่องที่เธอแต่ง ทำให้มันเป็นประเด็นน่าสงสาร พอเป็นข่าว ก็เริ่มโวยวาย! 9. องค์กรทำดี เราส่งเสริมคนทำดี แต่ถ้าใครมาทำมาหากินกับความขี้สงสารของประชาชน เราจำเป็นต้องเปิดโปง 10. อย่าตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ อย่ามาโบ้ยว่า ดารารังแก ชั้นอยู่ข้างความถูกต้องและประชาชนเสมอ! 11. คนนี้เอาหมามาจากคุณฟาริดา ซึ่งคุณฟ้าเอาน้องปั๊คมาจากนครนายก หมอตรวจแล้วเป็นแค่ท่อปัสสาวะติดเชื้อพอเธอเอามาวันเดียว ออกข่าวว่า หมาโดนข่มขืนและระดมทุนรักษา ทั้งนี้ประเด็นดังกล่าวกำลังถูกแชร์ออกไปและกลายเป็นข้อสงสัยที่ต้องการให้สาวผู้ที่นำหมาน้องน้ำทิพย์ไปดูแลก่อนตายออกมาชี้แจงกับสังคมออนไลน์ นอกจากนี้ยังมีการเรียกร้องให้มีการผลักดันพรบ.คุ้มครองสัตว์เพื่อลดการทารุณกรรมในสัตว์เลี้ยงด้วย Mthai News ข่าวที่เกี่ยวข้อง ภาพความซี้งของน้องหมา ที่จะทำให้คุณต้องน้ำตาซึม ร่วมไว้อาลัย น้องน้ำทิพย์ น้องหมาผู้โชคร้าย ที่ถูกคนชั่วเลี้ยงทำร้ายทารุณ!! รวมภาพ ล่ารายชื่อร่าง พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์

โฆษณา perfect body ของ วิคตอเรียซีเคร็ท โดนจวกยับ!
Victoria Secret /  วิคตอเรียซีเคร็ท / 

โฆษณาวิคตอเรียล่าสุด ดูเผินๆก็อาจจะไม่ต่างจากโฆษณาบิลบอร์ดทั่วไปใช่ไหมละคะ   เพราะก็มีสาวหุ่นดีสวมชุดชั้นในยืนโพสเซ็กซี่ตามสไตล์ โฆษณาวิคตอเรียซีเครทเขาล่ะ แต่แหม... จู่ๆก็อปปี้ไรเตอร์ ก็ดั๊น เลือกใช้คำได้กัดกินหัวใจผู้ที่ผ่านไปผ่านมาว่า " The perfect body " ทำให้บริษัทแทบจะลุกเป็นไฟ เนื่องจากชาวเนตในทวิตเตอร์ รุมประนามกันว่า ทำแบบนี้เหมือนการเหยียดรูปร่างกันเลยนะเนี่ย โดยเริ่มแรกในประเทศอังกฤษ คนก็ต่างวิพากย์วิจารณ์ว่า โฆษณาชุดชั้นในตัวนี้แสดงถึงผู้หญิงที่ ร่างกายไม่แข็งแรง อ้อนแอ้นเกินไป ต่างหาก แถมยิ่งไปกว่านั้น สามสาวจากรั้วมหาลัยทั้งสาม  Frances Black, Gabriella Kountourides และ Laura Ferris แห่งมหาวิทยาลัย Leeds ประเทศอังกฤษ ได้ทิ้งข้อความไว้ในเวป Change.org (เวปไซต์เพื่อการรณรงค์ทุกด้านของโลก)  ว่า "ทุกๆวัน ผู้หญิงจะถูกครอบงำด้วยสื่อต่างๆ โดยเฉพาะเรื่อง หุ่น เรื่องความสวยความงาม ที่ทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจ ยิ่งไปกว่านั้น ในข้อความนั้น ก็ไม่แสดงถึงความหลากหลายของความสวยของผู้หญิง แต่กลับระบุเฉพาะเจาะจงว่า นี่คือหุ่นที่ เรียกว่าเพอร์เฟค" " เราอยากให้ วิคตอเรีย ออกมาขอโทษและรับผิดชอบสำหรับ การโฆษณาที่แสดงถึง ผู้หญิงที่หุ่นเพรียวลมจนเหมือนคนไม่แข็งแรง และคำพูดว่าที่ว่า " Perfect body " ที่ทำให้ผู้บริโภคถูกตัดสินในด้านลบทันทีที่ได้เห็น และยิ่งไปกว่านั้นยังสร้างมาตรฐานที่แสนจะหลอกลวงให้กับคนปุถุชนทั่วไป  ว่าต้องผอมแบบนี้เท่านั้น จึงจะเพอร์เฟค และขอร้องให้เลิกทำ โฆษณาที่ใช้ข้อความสร้างความขุ่นเคืองแบบนี้อีก "      โดย ณ ตอนนี้ ก็ยังไม่มีการตอบรับจาก วิคตอเรีย ซีเครท อย่างเป็นทางการ มีเพียงการต่อต้านจากผู้คนผ่าน แฮชแท็ค #imperfect โพสรูปภาพทางโซเชียลต่างๆ ทั้งอินสตาแกรม เฟสบุ้ค เพื่อบอกว่า ฉันเป็นแบบนี้ฉันก็เพอเฟ็คนะยะเธ๊ออออ !! ซึ่งก็ได้รับเสียงตอบรับอย่างดีจากคนที่ต่อต้าน     นอกจากนั้นยังมีการร่วมลงชื่อผ่านเวปไซต์ Change.org เวปไซต์เพื่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ซึ่งถ้าใครไม่เห็นด้วย ก็สามารถลงชื่อถอดถอนโฆษณาตัวนี้ได้ด้วยนะจะบอกให้  ก็รอดูกันต่อไปค่ะ ว่า วิคตอเรีย ซีเครทจะออกมาทำอะไรกับ โฆษณา perfect body หรือเปล่าน้า  ที่มาจาก Yahoo.com , Change.org เรียบเรียงโดย Women Mthai Team