ภาพโป๊

GDH เปิดตัวหนัง
ฉันทวิชช์ ธนะเสวี /  ธนากร ชินกูล / 

GDH เปิดตัวหนัง "แฟนเดย์ฯ" รอบกาล่า แฟน ๆ ให้การต้อนรับอุ่นหนาฝาคั่ง ! ค่ายหนังน้องใหม่ GDH จัดงานรอบกาล่าภาพยนตร์รักเรื่องเยี่ยม มิวแฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว ของผู้กำกับ โต้ง บรรจง ปิสัญธนะกูล ที่ชั้น 5 ลานอินฟินิซิตี้ฮอล์ล โรงภาพยนตร์พารากอนซีนีเพล็กซ์ โดยมีดีเจสุดฮอต โบ ธนากร ชินกูล รับหน้าที่พิธีกร งานนี้นักร้องเสียงเสน่ห์ สุชาติ The Voice คว้ากีต้าร์มาโชว์เพลงอันไพเราะ 3 เพลง คือ ขีดเส้นใต้, การเดินทาง และปิดท้ายด้วยเพลง วันหนึ่ง เพลงประกอบภาพยนตร์รัก แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว ได้อย่างประทับใจ ก่อนที่จะมาพูดคุยกับผู้กำกับพันล้าน โต้ง บรรจง ปิสัญธนะกูล และ สองนักแสดงพระ-นางสุดฮอต เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี และมิว นิษฐา จิรยั่งยืน ถึงกระแสหนังตัวอย่าง และฟีตแบ็คจากคนรอบข้างที่อยากดูหนังเรื่องนี้ ทั้งเรื่องที่พระเอกเปลี่ยนลุค ซึ่งเต๋อบอกว่าอาจจะทรมาณสายตาหน่อยที่เห็นผมลุคนี้ แต่ถ้าดูไปอาจจะทำให้เอาใจช่วยตัวละครเด่นชัยก็ได้ เพราะมีครบทุกรส สุข ซึ้ง ตลก และยังได้ชมสถานที่สวยๆ ของฮอกไกโด ไม่ว่าจะเป็นคิโรโระ สกีรีสอร์ท, คลองโอตารุ, หอนาฬิกาไอน้ำ, ฮาโกดาเตะ ฯลฯ และสาวมิวยังได้ฝากทิ้งท้ายว่า "อยากให้ไปดูกันเยอะ ๆ นะคะ เพราะเป็นความตั้งใจของผู้กำกับ รวมถึงนักแสดงและทีมงานทุกคน หนังเรื่องนี้อาจจะทำให้ในหนึ่งวันของคุณมีความหมายมากขึ้น" ปิดท้ายความประทับใจเมื่อผู้บริหาร จินา โอสถศิลป์, จิระ มะลิกุล, เช่นชนนี สุนทรศารทูล, ยงยุทธ ทองกองทุน พร้อมด้วยผู้กำกับและนักแสดง โต้งบรรจง ปิสัญธนะกูล, เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี, มิว นิษฐา จิรยั่งยืน และปริม ปรียานุช บูลกุล พร้อมด้วยทีมงาน ขึ้นถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน ก่อนขึ้นไปชมภาพยนตร์รักเรื่องเยี่ยม แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว ซึ่งมีกำหนดฉาย 1 กันยายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์

เต็มอัตราศึก! แบโผ11ตัวแรกช้างศึกดวลซาอุฯ, ช่อง7ยิงสดเที่ยงคืนครึ่ง
ช้างศึก /  ทีมชาติซาอุฯ / 

ช้างศึกแบโผ 11 ตัวแรกที่คาดจะลงสนามเกมพบ ทีมชาติซาอุฯ วันที่ 1 กันยายนนี้ นำโดยตัวหลักอย่าง ธีราทร บุญมาทัน, สารัช อยู่เย็น, ชนาธิป สรงกระสินธ์ เเละธีรศิลป์ แดงดา ความพร้อมของ ทีมชาติไทย สำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 3 นัดแรก ที่จะพบกับ ทีมชาติซาอุดิอาระเบีย ในวันที่ 1 กันยายนนี้ โดยจากการฝึกซ้อมตลอด 9 วันทั้งที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เเละในประเทศซาอุอาระเบีย สภาพทีมถือว่าสมบูรณ์เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ เเละยืนยันว่าในสภาพอากาศที่ร้อน 40-45 องศาเซลเซียสไม่น่าเป็นปัญหา ทั้งนี้ 11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนามจากการฝึกซ้อม คาดว่าจะประกอบไปด้วย ผู้รักษาประตูเป็น กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ กองหลังจากขวาไปซ้าย ทริสตอง โด, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, กรวิทย์ นามวิเศษ และ ธีราทร บุญมาทัน ส่วนกองกลาง 3 ราย ประกอบไปด้วย สารัช อยู่เย็น, ชาริล ชัปปุยส์ และ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ขณะที่แดนหน้าปีกสองข้างเป็น นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม และ เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ส่วนกองหน้าตัวเป้าเป็น ธีรศิลป์ แดงดา ส่วนทางด้านซาอุดิอาระเบีย ของเบิร์ต ฟาน มาร์ไวค์ กุนซือชาวฮอนแลนด์ นำโดยบรรดาผู้เล่นตัวเก๋า อาทิ มุฮัมหมัด อัล ชาห์ลาวี ดาวซัลโวในฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 โดยมีกองหลังกัปตันทีมอย่าง อุซามา เฮาซาวี คอยคุมแนวรับ สำหรับศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 3 นัดแรก ระหว่าง ทีมชาติซาอุดิอาระเบีย กับ ทีมชาติไทย จะแข่งขันกันที่คิง ฟาฮัด สเตเดี้ยม ในวันที่ 1 กันยายน เวลา 00.30 น. ตามเวลาประเทศไทย ถ่ายทอดสดช่อง 7 เวลาเที่ยงคืนครั้งเป็นต้นไป เครดิตภาพ : FA THAILAND

มาแล้ว!!! พรีเวดดิ้ง เนย โชติกา สวยหวาน อลังการสุดๆ
เนย โชติกา /  เนย โชติกา แต่งงาน / 

ใกล้วันสำคัญที่สุดในชีวิตเข้าไปทุกที สำหรับนางร้ายหน้าสวย เนย โชติกา กับแฟนหนุ่ม ไฮโซอาร์ม ที่ทั้งคู่กำลังจะมีพิธีหมั้นแบบไทยในวันที่ 3 กันยายน ที่จะถึงนี้ ณ โรงแรมพลาซ่าแอทธินี และจะมีพิธีฉลองมงคลสมรสในวันที่ 10 ก.ย. ณ โรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอราวัณ ซึ่งหลังจากมีเซอร์ไพร้ส์ปาร์ตี้สละโสดกันแบบสนุกสุดเหวี่ยง กับเพื่อนพ้องทั้งในและนอกวงการ ที่มาร่วมแสดงความยินดีกับสาวเนย จนทำเอาสาวเนยหมดคราบนางร้าย เพราะบ่อน้ำตาแตกด้วยความปลื้มปริ่มกันไปแล้ว ล่าสุด กับภาพเซ็ตต่อไปที่หลายคนรอคอย ก็ได้เผยออกมาให้ได้ชมกันแล้ว สำหรับพรีเวดดิ้งของ เนย-อาร์ม เจ้าสาวสวยหวาน และเจ้าบ่าวแสนอบอุ่น ในบรรยากาศสุดหรู คลาสสิก มีความอลังการ ซึ่งทั้งคู่โพสต์ออกมาได้ลงตัว ราวกับเจ้าหญิงเจ้าชาย แหม...เหมาะสมกันสุดๆ ไปเลยนะจ๊ะ ภาพพรีเวดดิ้ง เนย โชติกา ภาพพรีเวดดิ้ง เนย โชติกา ภาพพรีเวดดิ้ง เนย โชติกา ภาพพรีเวดดิ้ง เนย โชติกา ภาพพรีเวดดิ้ง เนย โชติกา ภาพพรีเวดดิ้ง เนย โชติกา ภาพพรีเวดดิ้ง เนย โชติกา

ข่าวล่าสุดทาง HTC เตรียมเปิดตัว Sailfish Nexus ในเดือนกันยายนนี้
Android /  htc / 

มีภาพหลุดของ HTC Sailfish Nexus ออกมายั่วกันอีกแล้ว โดยทางสื่อหลายสำนักคาดว่าจะเปิดตัวภายในเดือนกันยายนนี้ สเป็คคร่าวๆ ของ HTC Sailfish Nexus จอแสดงผล 5 นิ้ว 1080p ระบบปฎิบัติการ Android 7.0 Nougat แบตเตอร์รี่ 2270mAh พร้อม RAM 4GB ความจุในเครื่อง 32GB พร้อมกับระบบสแกนลายนิ้วมื้ออีกด้วย ที่มา : androidpure

ซ้อมมื้อสุดท้าย! ซิโก้นำทัพลงซ้อมสนามจริง,ย้ำไม่เกรงกลัวซาอุฯ
ช้างศึก /  ซิโก้ / 

ทัพช้างศึกลงซ้อมมื้อสุดท้ายที่สนามแข่งขันจริง ด้านเฮดโค้ชยันลูกทีมฟิตสมบูรณ์เต็มร้อยและไม่เกรงกลัวซาอุฯ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2559 เวลา 20.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ช้ากว่าไทย 4 ชั่วโมง) ฟุตบอลชายทีมชาติไทย ภายใต้การคุมทีมของ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เดินทางมาฝึกซ้อมที่สนามแข่งขันจริง คิง ฟาฮัด สเตเดียม ซึ่งถือเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะลงทำการแข่งขัน การฝึกซ้อมครั้งนี้มีเวลาทั้งสิ้น 1 ชั่วโมง โดยเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนเก็บภาพบรรยากาศการฝึกซ้อมได้ 15 นาทีเท่านั้น ซึ่งการฝึกซ้อมถือว่าไม่หนักเพื่อต้องการให้นักเตะได้รู้สึกผ่อนคลาย หลังเสร็จสิ้น “โค้ชซิโก้” ออกมากล่าวว่า “ก็เป็นการซ้อมแบบออฟฟิเชียล เทรนนิ่ง ก่อนเกมครับ ประมาณ 1 ชั่วโมงวันนี้ก็เหมือนการปรับสภาพร่างกายและทบทวนนิดหน่อย ก็ให้มีเหนื่อยซึมๆเท่านั้นเองครับ พรุ่งนี้ก็น่าจะเป็นเกมที่สนุดนะครับ เเละทุกคนก็มีความพร้อมก็อยากให้แฟนบอลชาวไทยเชียร์และติดตามกันเยอะๆ” “ส่วนความมั่นใจคือตอนนี้ทุกคนไม่มีความเกรงกรัวซาอุฯ ทุกคนก็หวังเล่นเต็มที่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็เป็นในเรื่องของเกมกีฬาเเละสร้างความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับซาอุฯด้วยครับ” สำหรับ 11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนามเกมนี้ผู้รักษาประตู เป็นกวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ กองหลังจากขวาไปซ้าย ทริสตอง โด, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, กรวิทย์ นามวิเศษ และ ธีราทร บุญมาทัน สามกองกลางประกอบไปด้วย สารัช อยู่เย็น, ชาริล ชัปปุยส์ และ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ส่วนแดนหน้า ปีกสองข้างขวาอาจเป็น มงคล ทศไกร หรือ นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม และซ้าย เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ส่วนกองหน้าตัวเป้านำโดยธีรศิลป์ แดงดา ทั้งนี้ ฟุตบอลชายทีมชาติไทย จะลงทำการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 3 นัดแรก พบกับ ทีมชาติซาอุดิอาระเบีย ที่สนาม คิง ฟาฮัด สเตเดียม ในคืนวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2559 เวลา 00.30 น. ตามเวลาประเทศไทย

รีวิว แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว : รักหนึ่งวัน..จดจำตลอดไป
review /  กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ / 

รีวิว แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว : รักหนึ่งวัน..จดจำตลอดไป เขาว่ากันว่า “ความรักไม่เข้าใครออกใคร ต่อให้เราทำดีแทบตาย...แต่ถ้าสุดท้าย มันไม่ใช่ก็คือไม่ใช่” ทว่าคำกล่าวนี้อาจใช้ไม่ได้กับภาวะที่เขาหรือเธอจดจำเรื่องราวในอดีตไม่ได้ เพราะขึ้นชื่อว่า “รัก” แล้ว เวลาสั้น ๆ เพียง 1 วัน 1 ชั่วโมง หรือแม้แต่ 1 นาทีที่เขาเหลียวตามามอง “คนที่ไม่ใช่” อย่างเรา มันก็เป็นความประทับใจที่ซาบซึ้งไปถึงชาติหน้าตอนบ่าย ๆ ได้อย่างสมบูรณ์ เปิดศักราชต้อนรับภาพยนตร์จากค่ายน้องใหม่ที่เปี่ยมด้วยบุคลากรฝีมือเก๋า สำหรับ GDH ที่ได้ประเดิมหนังเรื่องแรกของค่ายด้วยผลงานการกำกับของสุดยอดผู้กำกับพันล้านของประเทศไทย โต้ง บรรจง ปิสัญธนะกูล ที่ครั้งนี้เขากลับมาทำหนังรักในต่างแดนอีกครั้ง กับภาพยนตร์เรื่อง แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว เรื่องราวความรักวุ่นวายเกิดขึ้นเมื่อ เด่นชัย (รับบทโดย เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี) พนักงานฝ่าย IT ที่สุดแสนจะปากหมาและไม่เป็นมิตรกลับใคร ดันไปตกหลุมรักมาร์เก็ตติ้งสาวสวย นุ้ย (รับบทโดย มิว นิษฐา จิรยั่งยืน) หากแต่ความรักระหว่างดอกฟ้ากับหมาวัดคงไม่มีทางเกิดขึ้นได้ ถ้านุ้ยไม่บังเอิญประสบอุบัติเหตุระหว่างเล่นสกีที่ฮอกไกโดจนความจำเสื่อมเป็นระยะเวลา 1 วัน ซึ่งนั่นก็เพียงพอที่เด่นชัยจะสวมรอยเป็นแฟนเธอ และพาไปเที่ยวด้วยกันแบบสองต่อสองตลอดทั้งวัน ก่อนที่รุ่งสางจะเข้ามาพลัดพรากความทรงจำดี ๆ ระหว่างเขาและเธอไปตลอดกาล เรียกได้ว่ากลับมาคราวนี้ พี่โต้งผู้กำกับคนเก่งจัดหนักจัดเต็มด้วยการตามพระเอก (และมือเขียนบท) คู่บุญอย่างเต๋อ ฉันทฯ ให้มาร่วมงานด้วยกันอีกครั้ง แถมพระเอกหนุ่มยังลงทุนเปลี่ยนลุคเป็นหนุ่มเนิร์ด หัวฟู ฟันเหยิน (อันหลังนี่รู้สึกเอง) ที่เข้ากับคาแรกเตอร์ฝ่าย IT ประจำออฟฟิศมาก ๆ ชนิดที่ว่าแค่ภาพเปิดตัวก็เรียกเสียงฮือฮาจากแฟนหนังไปได้แบบถล่มทลายแล้ว ทราบมาคร่าว ๆ ว่าบทหนังเรื่องนี้ใช้เวลาบ่มเพาะมานานเป็นปี ดังนั้นสิ่งที่ปรากฏในภาพยนตร์จึงถือเป็นชุดเหตุการณ์ที่ถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดี ตัวหนังเลือกเปิดเรื่องด้วยวิธีการที่พบไม่บ่อยนัก คือจะเริ่มที่เนื้อเรื่องช่วงกลางก่อนแล้วจึงค่อยย้อนไปที่จุดเริ่มต้นเพื่อดำเนินเหตุการณ์ไปตามลำดับเวลา เด่นชัย คือตัวละครที่สะท้อนถึงชนชั้นทางสังคมที่แม้จะมีคุณานุประโยชน์ต่อองค์กรเพียงใด แต่ก็ไม่เคยได้รับการยกย่องหรือเป็นที่จดจำ ในขณะที่ นุ้ย คือดาวจรัสแสงที่หลาย ๆ คนหมายปอง ทว่าขณะเดียวกันเมื่อมีคนรักก็ย่อมมีคนชัง ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เราจะเห็นเพื่อน ๆ ร่วมออฟฟิศที่ปกติยิ้มตาหวานให้กัน จะแอบนำเรื่องของเธอมาเม้าท์ลับหลังอย่างเสียไม่ได้ ด้วยความที่เป็นหนังรัก การดำเนินเรื่องจึงเป็นไปตามขนบของความโรแมนติก อาจจะมีแก๊กตลกแทรกเข้ามาบ้างก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร เพราะมันคือ ‘บรรจงสไตล์’ อย่างที่แฟน ๆ พี่โต้งรู้จักเป็นอย่างดี แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ดีงามก็คือเคมีที่ไปด้วยกันอย่างได้อรรถรสของคู่พระนาง โดยเฉพาะฉากซึ้ง ๆ ในช่วงเวลาสุดท้ายของค่ำคืน แถมเพลงฝันลำเอียง ของพี่แจ้ ดนุพล ก็ถูกนำเข้ามาอยู่ในสถานการณ์ได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ ทำให้รู้สึกว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะโชคดีในความรักที่ตนเองหมายปอง (ถ้าไม่ใช้เพลงนี้ ก็คงต้องเลือกเพลงอยากหยุดเวลา ที่เป็น Ost. พี่มาก..พระโขนง มาใช้แหละ น่าจะได้ฟีลอีกแบบหนึ่ง) เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งที่มักจะพบในหนังค่ายนี้ก็เห็นจะเป็นแขกรับเชิญที่ชอบโผล่มาแบบที่คนดูไม่คาดคิด อย่างในเรื่องนี้ก็มี ตุ้ย ธีรภัทร์ สัจจกุล ที่มารับบท ท็อป หัวหน้าที่พ่วงตำแหน่งแฟนลับ ๆ ของนุ้ย และกฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ ที่ปรากฏตัวเข้ามาในเรื่องแบบเหนือความคาดหมายและกระชากอารมณ์ได้พีคสุดจริง ๆ ในส่วนบรรยากาศของหนังที่ใช้ประเทศญี่ปุ่นเป็นโลเกชั่นกว่าครึ่งเรื่อง คนดูจะได้เห็นหิมะและก็หิมะเป็นส่วนใหญ่ วิวสวย ๆ มีให้เห็นอยู่ประปรายแต่ไม่ถึงกับจุใจนัก แต่พอบวกเข้ากับปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวละครที่มีความเข้มข้นสูง เราจึงอาจมองข้ามประเด็นนี้ รวมถึงรายละเอียดที่ไม่สมเหตุสมผลบางจุดไปได้อย่างไร้ข้อกังขา โดยรวมแล้ว แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว เป็นหนังที่ละมุนด้วยความโรแมนติก ชวนให้ผู้ชมรู้สึกกลืนกลายเข้าไปรวมกับเหตุการณ์ในเรื่องได้โดยไม่รู้ตัว โทนหวานของเรื่องคือหวานแบบอบอุ่นไม่เลี่ยน บทขมคือขมแบบไม่ดาร์ก แต่สามารถตรึงให้ผู้ชมน้ำตาไหลได้ แถมยังเป็นการตอกย้ำให้รู้ซึ้งถึงแก่นของความรัก ที่คนทั่วไปน่าจะเคยมีประสบการณ์ หรือเข้าถึงได้ง่ายอีกด้วย สรุปให้คะแนนความประทับใจไป 4.5/5 เลย บทความโดย NuTTi3 แลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้ที่คอมเมนต์ด้านล่างครับ

ตั้ม เดอะสตาร์ พร้อมคนดูแล เดินช้อปฯก่อนแถลงทั้งน้ำตา
ตั้ม เดอะสตาร์ 10 /  ตั้ม เดอะสตาร์ กิ๊กพริตตี้

เป็นอีกโมเม้นหนึ่งของนักร้องหนุ่ม ตั้ม สุธน หรือ ตั้ม เดอะสตาร์ 10 ขณะกำลังเดินช้อปปิ้งกับคนดูแลศิลปิน ก่อนจะออกมายอมรับทั้งน้ำตาว่านอกใจภรรยา ตุ๊กตุ่น รจเลข ที่มีลูกด้วยกันถึง 2 คนแล้ว ไปกิ๊กกับพริตตี้!! โดยไม่ขอพาดพิงถึงบุคคลที่สาม ซึ่งก่อนหน้านั้น.....ปาปามือดีของเราบังเอิญแชะภาพหนุ่มหน้าตาละม้ายคล้ายหนุ่มตั้มไปเดินช้อปปิ้ง กับคนดูแลศิลปิน ในห้างดัง ซึ่งได้รับการยืนยันมาแล้วว่า สาวผมทองในภาพ ไม่ใช่ พริตตี้หรือมือที่3 ที่เป็นข่าวกับฝ่ายชายแต่อย่างใด เป็นเพียงคนดูแลศิลปินของทางเดอะสตาร์เท่านั้น ส่วนทางด้าน ตุ๊กตุ่น ภรรยาสาวของหนุ่มตั้มเองจะออกมาเปิดใจแบบหมดเปลือกอีกครั้ง ในวันพรุ่งนี้( 1 ก.ย.) หลังให้สัมภาษณ์กับบางสื่อทั้งน้ำตา และยืนยันจะเลี้ยงลูกเอง สำหรับความคืบหน้าสามารถติดตามกันได้ที่นี่เลยจ้า... ตั้ม เดอะสตาร์ 10 ตั้ม เดอะสตาร์ 10 ตั้ม เดอะสตาร์ 10 ตั้ม เดอะสตาร์ 10 ตั้ม เดอะสตาร์ 10 ตั้ม เดอะสตาร์ 10 ตั้ม เดอะสตาร์ 10

ใบเตย หลุดโป๊ะ!!! ที่บอกว่าบ้าแบรนด์เนม ที่แท้ก็มาคุ้ยในกระบะมือ 2
ใบเตย อาร์สยาม

    ออกรายการไหนก็เป็นต้องนำเสนอว่าตัวเองนั้นบ้ากระเป๋าแบรนด์เนมขั้นสุดๆ เรียกว่ามีหลายรุ่นหลายแบรนด์เก็บสะสมไว้เป็นของรักของหวง สำหรับนักร้องสาวลูกทุ่งสั้นเสมอหู ใบเตย อาร์สยาม ซึ่งหลายคนคงจินตนาการได้ว่า สาวใบเตยคือนักช็อปกระเป๋าแบรนด์ดัง ที่ต้องขนเงินไปซื้อถึงต่างประเทศแน่นอน แต่ล่าสุด กับภาพหลุดแบบโป๊ะๆ เมื่อสาวใบเตย ไปคุ้ยกระบะหาแบรนด์เนมที่ตลาดไฮโซ กับกระเป๋ายี่ห้อหลุยส์ วิตตอง ที่เป็นกระเป๋ามือ 2 นำเข้ามาจากญี่ปุ่น ที่มีตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักหมื่น งานนี้สาวใบเตยเลยไม่รอช้า รีบไปแย่งชิ่งกระเป๋าใบสวยจากขาช็อปทั้งหลาย เลยได้ของดีแบบไม่ต้องจ่ายแพงไปเชยชม แค่นี้ก็ฟินแล้วใช่ไม๊จ๊ะสาวใบเตย...

ประมวลภาพ ทัพพาราลิมปิก ทีมชาติไทย เหินฟ้าสู่บราซิล!
จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี /  ทีมชาติไทย / 

ทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย ทั้ง  45 ชีวิต ฟิตเต็มถัง ออกเดินทางบินลัดฟ้าสู่แดนแซมบ้า เพื่อลุยศึกใหญ่ "พาราลิมปิก เกมส์ 2016" ระหว่างวันที่ 7-18 ก.ย. เรียบร้อยแล้ว ด้าน "บิ๊กนิดหน่อย" จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย ตั้งเป้าคว้า 4 ทองเท่าครั้งที่แล้ว ขณะที่ "เบิ้ม" เรวัตร์ ต๋านะ นักซิ่งวีลแชร์ความหวังทีมชาติไทย ตั้งเป้าซิ่งผงาดคว้าทอง ระยะ 1,500ม.,5,000 ม. มาครองให้ได้ ความเคลื่อนไหวทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยชุดลุยศึกกีฬา “พาราลิมปิก เกมส์ 2016” ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 7-18 กันยายน ที่กรุงริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล  ซึ่งนักกีฬาไทยคว้าสิทธ์เข้าร่วมการแข่งขันฯ ทั้งสิน 45 คน ใน 10 ชนิดกีฬา คือ กรีฑา, ยิงธนู, วีลแชร์เทนนิส, วีลแชร์ฟันดาบ, ยกน้ำหนัก, ยูโด, ว่ายน้ำ, ยิงปืน, ปิงปอง และ บอคเซีย ซึ่งทัพนักกีฬาไทย ได้แบ่งการเดินทางเป็น  2 ชุด โดยชุดแรก 22 คน ประกอบด้วยนักกีฬา ประกอบด้วยนักกรีฑาทั้งประเภทลู่-ลาน, ยิงธนู, วีลแชร์เทนนิส, วีลแชร์ฟันดาบ, ยกน้ำหนัก, ยูโด เดินทางด้วยสายการบินแอร์ฟรานซ์ เที่ยวบิน AF165 ออกเดินช่วงเช้า เวลา 9.50 น. และชุดที่สอง มีนักกีฬาว่ายน้ำ, ยิงปืน, ปิงปอง และ บอคเซีย รวม 23 คน เดินทางด้วยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบิน EK373 ในเวลา 21.25 น. นายจุตินันท์  ภิรมย์ภักดี ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย กล่าวถึงความพร้อมของทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย ว่า ในครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งที่นักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยมีความพร้อมมากที่สุดเลยก็ว่าได้ เนื่องจากเราได้รับการสนับสนุนที่ดีจากการกีฬาแห่งประเทศไทย และ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด ในเรื่องงบประมาณ ทำให้นักกีฬาของเราได้เข้าแคมป์เก็บตัวฝึกซ้อมยาวนานถึง 6เดือนเต็ม มากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา อีกทั้งตลอด 2 ปีมานี้ นักกีฬาเรายังได้ออกไปแข่งขันเพื่อเก็บแรงค์กิ้งมาอย่างต่อเนื่องจนต้องบอกเวลานี้นักกีฬาเราพร้อมแล้ว 100 เปอร์เซ็นที่ไปแข่งขันในครั้งนี้ "ส่วนของความคาดหวังในครั้งนี้ เรายังหวังไม่น้อยกว่าผลงานเมื่อ 4 ปีที่แล้วคือ 4 เหรียญทอง และจากการเฝ้าติดตามการฝึกซ้อมอย่างหนักของนักกีฬาตลอดทั้งปี ทำให้เชื่อมั่นได้ว่านักกีฬาไทย มีความสามารถไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าชาติอื่น และในปีนี้ต้องบอกว่าเราได้รับกำลังใจจากคนไทยที่ให้ความสนใจในกิจกรรมต่างๆ ที่เราจัดขึ้นอย่างมาก ทำให้ต้องบอกนี่จะเป็นกำลังใจให้กับนักกีฬาของเราออกไปทำหน้าที่อย่างเต็มเพื่อนำความสำเร็จมาสู่ประเทศชาติให้ได้เช่นกัน" สำหรับรายชื่อของนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยทั้ง 45 คน ที่จะเข้าร่วม “พาราลิมปิก เกมส์ 2016” ใน 10 ชนิดกีฬา ประกอบด้วย กรีฑา 13 คน อังคาร ชนะบุญ, น.ส.เกวลิน วรรณฤมล, น.ส.สุรางค์ คำสุข, ศุภชัย สงพินิจ, ศักดิ์ชัย ยิ้มบ้านช้าง, พิชญา คูรัตนศิริ, พิเชษฐ์ กรุงเกตุ, พงศกร แปยอ, เรวัตร์ ต๋านะ, ประวัติ วะโฮรัมย์, สายชล คนเจน, ขจรศักดิ์ ธรรมโสภณ, เอกชัย จันทร, ว่ายน้ำ 4 คน สมชาย ดวงแก้ว, พนม ลักษณะพริ้ม, น.ส.อัญชญา เกตุแก้ว, ชาคร แก้วศรี, ยิงธนู 3 คน น.ส.วาสนา คูทวีทรัพย์, หาญฤทัย เนตรศิริ, เมธาสิน ชัยสินฟ้า, ยิงปืน 5 คน บดินทร์ ศรศรีวิชัย, น.ส.สมพร ม่วงศิริ, อดิเดช อินทนนท์, น.ส.ชุติมา แสนหล้า, ฉัตรชัย เสนาจันทร์, ปิงปอง 7 คน รุ่งโรจน์ ไทยนิยม, อนุรักษ์ ลาววงษ์, วันชัย ชัยวุฒิ, ยุทธจักร กลิ่นบานชื่น, น.ส.ชลชิตพยัค บุตรวรรณสิริณา, น.ส.ดารารัตน์ อาสายุทธ, น.ส.วิจิตรา ใจอ่อน, วีลแชร์เทนนิส 2 คน สุธี คลองรั้ว, น.ส.สาคร ขันธสิทธิ์, วีลแชร์ฟันดาบ 1 คน น.ส.สายสุนีย์ จ๊ะนะ, บอคเซีย 8 คน พัทธยา เทศทอง,วัชรพล วงษา,วรวุฒิ แสงอำภา, พรโชค ลาภเย็น, เฉลิมพล ตันบุตร, น.ส.สุบิน ทิพย์มะณี, น.ส.นวลจันทร์ พลศิล, ยกน้ำหนัก 2 คน ณรงค์ แคสนั่น, น.ส.อรวรรณ บุตรโพธิ์ และยูโด 1 คน น.ส.เมธาวดี นันทลักษณ์

เฟี้ยวป่ะ แม่โบว์ แอบแชะท่านอน น้องมะลิ มาฝากพี่จ๋า
น้องมะลิ /  แม่โบว์ น้องมะลิ / 

     น่ารักไม่มีใครเกินจริงๆ สำหรับ น้องมะลิ ลูกสาวคนสวยของแม่โบว์ แวนด้า กับพ่อปอ เมื่อคุณแม่แอบถ่ายรูปน้องมะลิตอนกำลังหลับปุ๋ยมาให้พี่จ๋าดูในไอจี เรียกว่าท่านอนของซุปตาร์ตัวน้อยของเรานี่เฟี้ยวได้ใจพี่จ๋าสุดๆ ไปเลยล่ะจ้าาาาา น่าเอ็นดูเกิ๊น บอกแล้วว่าลูกพี่ลิมาสายห้าวนะจ๊ะพี่จ๋า ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @vanda29 น้องมะลิ   น้องมะลิ   น้องมะลิ   น้องมะลิ   น้องมะลิ   น้องมะลิ  

สปิริตแรงเวอร์!!! คริสติน่า เข้าเฝือกแขน แต่ยังขึ้นเวทีโชว์เต้นได้
คริสติน่า อากีล่าร์

    กำลังจะมีคอนเสิร์ตใหญ่อีกไม่กี่เดือนแล้ว สำหรับนักร้องสาวตัวแม่ คริสติน่า อากีล่าร์ 1 ใน 6 นักร้องที่การันตรีด้วยผลงานล้านตลับในอดีต ซึ่งล่าสุด กับอาการที่ทำให้แฟนๆ ตกอกตกใจกันเป็นแถว เมื่อคริสติน่า ได้เผยภาพขณะใส่เฝือกที่แขนซ้าย พร้อมฟิล์มเอ็กซเรย์กระดูก เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันก่อนขึ้นโชว์มินิคอนเสิร์ตที่คลับชื่อดังอย่าง Celebrity Club เพียงแค่หนึ่งวัน แต่เรื่องแค่นี้ก็มิอาจเป็นอุปสรรคให้กับสาวติ๊นา เพราะเธอได้แสดงสปิริตอันแรงกล้า ขึ้นเวทีทั้งร้องทั้นเต้น โดยที่ยังมีเฝือกอยู่ที่แขนซ้าย งานนี้ทำเอาแฟนคลับคอยลุ้นเป็นห่วงแทบแย่ พร้อมกันคอยตะโกนบอกให้เบาค่ะพี่ๆ เบาๆ อยู่ข้างเวที งานนี้ต้องขอยอมใจนางจริงๆ ขอบคุณข้อมูลจาก christinaaguilarfanpage, c_aguilar, tikaratist, tataamitayoung จังหวะเปิดตัวพี่ติ๊นา @c_aguilar พร้อมเฝือกบนเวที 😁 กำลังใจล้นหลามมาก เสียงกรี๊ดดังสุดๆ 😘 ว่าแต่ขุ่นแม่เต้นแรง จนลูกๆ ต้องร้องกันตลอดโชว์ เบาค่ะพี่ เบาๆ 😅 #ChristinaAguilar #TEAMTINA #ChristinaAguilarFanPage A video posted by Christina Aguilar Fan Page (@christinaaguilarfanpage) on Aug 28, 2016 at 7:37am PDT @c_aguilar ไปด้วยกันนะ.... แบบเฝือกๆ 💪🏼 A video posted by TIK 📱 (@tikaratist) on Aug 27, 2016 at 11:14pm PDT

นักวิจารณ์เห็นตรงกัน! Kubo and the Two Strings แอนิเมชั่นดีซัมเมอร์นี้
Kubo and the Two Strings /  Rotten Tamotoes / 

นักวิจารณ์เห็นตรงกัน! Kubo and the Two Strings แอนิเมชั่นดีซัมเมอร์นี้ เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่น่าจับตามองในซัมเมอร์นี้ สำหรับ Kubo and the Two Strings ที่หลังจากเข้าฉายในสหรัฐฯ เข้าสู่สัปดาห์ที่สองแล้ว ก็ยังสามารถรักษาอันดับในบ็อกซ์ออฟฟิศด้วยการไต่ขึ้นมาจากอันดับที่สี่ขึ้นมาอันดับที่สาม และทำรายได้ไปแล้วกว่า 24 ล้านดอลลาร์ ขณะเดียวกันเว็บไซต์ Rotten Tamotoes ก็เผยให้เห็นถึงคะแนนจากฝั่งนักวิจารณ์ที่ให้ถึง 96% และคะแนนความชอบจากฝั่งผู้ชมอยู่ที่ 89% โดยนักวิจารณ์บางส่วนได้แสดงความคิดเห็นต่อแอนิเมชั่นเรื่องนี้ไว้ได้อย่างน่าสนใจ แซม อดัมส์ จาก เดอะ แร็ป ให้ความเห็นว่า “เช่นเดียวกับตำนานที่เก่าแก่เรื่องอื่น ๆ สิ่งที่สำคัญไม่ได้อยู่ที่เรื่องราว แต่อยู่ที่การเล่าเรื่อง และตรงจุดนั้นเองที่ Kubo โดดเด่นเหนือหนังเรื่องอื่น ๆ ที่สตูดิโอใหญ่ ๆ ผลักดันเข้าฉายในโรงหนังปีนี้ ทุกเฟรมของงานแอนิเมชั่นจากไลกาถูกถ่ายทอดออกมาด้วยความใส่ใจอย่างที่สุด และผสมผสานสต็อปโมชั่นและดิจิตอลเข้าด้วยกันอย่างแนบเนียน” สก็อต เมนเดลสัน จาก ฟอร์บส์ ให้ความเห็นว่า “นี่คือ Kubo and the Two Strings ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเพชรเม็ดงามสำหรับแวดวงหนังแอนิเมชั่น ใช่เลย มันดีพอ ๆ กับที่คุณหวังเอาไว้เลยล่ะ...เช่นเดียวกับหนังไลกาทุกเรื่องก่อนหน้านี้ มันเต็มไปด้วยภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจและความงดงามที่คู่ควรกับการทำให้เป็นสามมิติ อีกครั้งหนึ่งที่ผมทึ่งกับงานและความอุตสาหะมหาศาลอย่างไม่น่าเชื่อที่ถูกใส่เข้าไปในหนังแอนิเมชั่นสต็อปโมชั่น โดยไม่นึกถึงเทคนิคการถ่ายทำแบบอื่น ๆ น่ะครับ หนังเรื่องนี้รวมความงามที่น่าอัศจรรย์ใจของภาพวิชวลและเวทมนตร์จอเงินอย่างแท้จริง อ้อ...แล้วมันก็เล่าเรื่องราวที่ไม่เลวทีเดียวเชียวล่ะ” โรเจอร์ มัวร์ จาก มูฟวี เนชั่น ให้ความเห็นว่า “และแล้วไลกาก็มีผลงานมาสเตอร์พีซเรื่องที่สองมาเทียบกับ Caroline มันเป็นหนังแอนิเมชันที่ยอดเยี่ยมที่สุดประจำซัมเมอร์นี้ และอาจจะเป็นประจำปีนี้ด้วยซ้ำ” เลอาห์ กรีนแบลทท์ จาก เอนเตอร์เทนเมนท์ วีคลีย์ ให้ความเห็นว่า “เทรวิส ไนท์ ผู้กำกับมือใหม่ ผู้เคยทำหน้าที่ลีดแอนิเมเตอร์ในภาพยนตร์สามเรื่องก่อนหน้านี้ของไลกา ได้สร้างลุคที่งดงามและเต็มเปี่ยมไปด้วยมิติและรายละเอียดให้กับ Kubo และได้นำเสนอตัวละครที่น่าติดตามทั้งหลาย ซึ่งรวมถึงด้วงซามูไร ที่พากย์เสียงโดยแมทธิว แม็คคอนาเฮย์ และมูนคิง ผู้น่าสะพรึงกลัว ตัวละครของเรล์ฟ ไฟน์ส... Kubo เป็นหนังน่าอัศจรรย์ มันเป็นโอเอซิสที่มีภาพวิชวลน่าทึ่ง เต็มไปด้วยรายละเอียด ท่ามกลางท้องทะเลสีลูกกวาด และมันก็เป็นหนึ่งในหนังที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใครเรื่องแรก ๆ ของปีนี้อย่างแท้จริงด้วย”

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

ใหม่ ดาวิกา สุดปลื้ม! ใส่ชุดผ้าไหมไทยสืบสานพระราชปณิธานองค์ราชินี เดินพรมแดง มายา อวอร์ดส์
มายา อวอร์ดส์ 2016 /  84 พรรษา / 

  นับเป็นเกียรติและปลื้มปิติสุดๆ สำหรับนางเอกสาวสุดฮอต ใหม่ ดาวิกา ที่จะได้สวมใส่ชุดผ้าไหมไทย เพื่อร่วมสืบสานพระราชปณิธานในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทยและในวโรกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ 84 พรรษา 12 สิงหาคม สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ซึ่งดีไซน์ขึ้นโดยไทยดีไซน์เนอร์ชื่อดัง ปู ชำนัญ ร่วมเดินพรมแดงในงานมอบรางวัลเกียรติยศวงการบันเทิง มายา อวอร์ดส์ 2016 ที่จัดขึ้นในวันที่ 30 ส.ค.59 ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย   โดย ใหม่ ดาวิกา ได้โพสต์รูปภาพสเก็ตชุดผ้าไหมไทยที่เธอจะสวมใส่อย่างสง่างามในค่ำคืนนี้ พร้อมกับโพสต์ข้อความในอินสตาแกรมส่วนตัวว่า   “ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาที่คุณ อันหาที่สุดมิได้ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถที่มีต่อ พสกนิกรชาวไทย ใหม่ขอร่วมสืบสานพระราชปณิธานในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทยและในวโรกาสพระราช พิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 การไปงานของ @mayachannel เย็นวันนี้ใหม่ได้รับการสนับสนุนจาก #OPPOF1s #SelfieExpert ให้มีโอกาสได้สวมใส่ผ้าไหมไทยที่ออกแบบและตัดเย็บโดยไทยดีไซน์เนอร์ พี่ปูชำนัญ @hoxtonian แห่ง @flynowbangkok โดยแรงบันดาลจากคุณปูชำนัญ ดีไซเนอร์ FLYNOW ได้กล่าวว่า "ชุดนี้ได้ออกแบบให้คุณใหม่โดยเฉพาะ จากการที่ได้คุยกับคุณใหม่ครั้งที่ได้ทำงานครั้งก่อน ได้สัมผัสถึงความเก่งของหญิงสาวคนนี้ ซึ่งถือได้ว่า เป็นตัวอย่างของผู้หญิงยุคใหม่ในสมัยนี้ แต่ในขณะเดียวกัน ก็ได้สัมผัสถึงความน่ารักที่มีอยู่ภายในจิตใจ จึงเกิดแรงบันดาลใจที่อยากทำชุดนี้ขึ้นมา ภายใต้ คอนเซปต์ "Strong shape and very faminine " โดยชุดนี้ทางคุณปูตั้งใจที่เลือกผ้าไทย Silk 100% ( ผ้าไหมทอสองเส้น ) สีฟ้า ( Power Blue ) ที่มีการทอผสมกันระหว่างสีฟ้าอ่อนผสมสีน้ำเงินเข้ม จึงเกิดเฉดสีที่มีการผสมผสานที่สวยงามและแปลกตา วิธีการตัดเย็บเป็นรูป แบบ Customized ที่จะมีการวัดตัวไซส์คุณใหม่ และมีการขึ้นชุดผ้าดิบ ( Prototype ) ก่อนที่จะเริ่มทำชุดจริง ซึงถึงได้ว่าเป็นกระบวนการ Hight sawing ถือว่าเป็นการขั้นตอนการทำงานที่มีความละเอียดและพิถีพิถัน”   ทีมข่าว gossipstar.mthai.com จะนำภาพความสง่างามของ ใหม่ ดาวิกา ในการเดินพรมแดงในชุดผ้าไหมไทยที่ดีไซน์ขึ้นมาเป็นพิเศษมาให้คุณผู้ชมได้ยลกันแน่นอนค่า รอชม!! ขอบคุณภาพจาก IG ภาพจาก davikah IG ใหม่ ดาวิกา   ใหม่ ดาวิกา   ใหม่ ดาวิกา   ใหม่ ดาวิกา   ใหม่ ดาวิกา   ใหม่ ดาวิกา   ใหม่ ดาวิกา  

แค่เบื้องหลังยังแซ่บ! BIG ASS เตรียมเสิร์ฟเอ็มวีสุดจัดจ้าน 'guไม่ru'
Big Ass /  Bigass / 

ได้เวลามันส์กันซะที! เพราะ เจ๋ง, อ๊อฟ, กบ, หมู, โอ๊ค วง BIG ASS จากค่าย genie records จะชวนทุกคนมาโยกกับซิงเกิ้ลที่ 4 จากอัลบั้ม The Lion ที่มีชื่อกวนๆ ว่า 'guไม่ru'           เจ๋ง BIG ASS เล่าให้ฟังว่า "ทุกคนจะเข้าใจว่า guru คือผู้ที่รู้ ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ใช่ไหมครับ แต่เพลง guไม่ru เป็นการเล่นคำ ล้อเลียนคำว่ากูรู เนื้อเพลงพูดถึงผู้ชายที่มีใจให้ผู้หญิงที่มีเสน่ห์ดึงดูดมากๆ คนนึง แต่ผู้หญิงเค้าคิดยังไงกับตัวเองก็ไม่รู้ คือผู้หญิงก็ทีเล่นทีจริงกับเราแล้วก็กับคนอื่นด้วย เป็นเพลงสนุกๆ นะครับ ตอนร้องผมก็โยกไปด้วย ซึ่งตั้งแต่ปล่อยเพลงในอัลบั้ม The Lion มา เพลงนี้เป็นเพลงเร็วเพลงแรกเลย อยากให้มีเพลงที่เต้นตามได้ครับ" นอกจากนั้นมิวสิกวิดีโอเพลง 'guไม่ru' นักร้องนำวง BIG ASS อย่าง เจ๋ง ยังรับเบิ้ล 2 จ๊อบ เป็นทั้งนักร้องและนักแสดงด้วย! "มิวสิกวิดีโอก็จะต่างจากที่เคยทำมา จะมีสีสันจัดจ้านมาขึ้นคล้ายๆ วิดีโอแฟชั่น เพราะได้พี่ เชน คเชนทร์ วงศ์แหลมทอง ช่างภาพของนิตยสาร อะเดย์, แฮมเบอร์เกอร์ มากำกับให้ ผมมีส่วนร่วมมากขึ้นนอกจากร้องซิงค์แบนด์ครับ เพราะเพลงนี้มีเส้นเรื่องที่ต้องเล่นเองด้วย แต่ก็ไม่เยอะที่สำคัญคือไม่ต้องพูดก็เลยไม่ยากมาก แล้วได้น้อง ปริมมี่ วิภาวีร์ พัทธ์ณศิริ นางเอกมิวสิกวิดีโอเพลงนี้เค้าช่วยส่งอารมณ์ด้วยครับ" "อย่างฉากห้องคาราโอเกะ ผมต้องแย่งไมค์กับน้องนางเอกแล้วจ้องตากัน หน้าห่างกันนิดเดียวเองครับ คือเหมือนผมจะถามเค้าว่าคิดยังไงแต่ผมก็ต้องร้องเพลงด้วย เลยต้องใช้สายตาสื่อสารแทน หลายเทคเหมือนกันครับแต่พอผ่านแล้วก็โล่ง แล้วก็มีฉากที่ผมต้องขับรถพานางเอกเที่ยว ซีนนี้หนักใจเพราะเป็นรถเปิดประทุนพวงมาลัยซ้ายที่ผมไม่ถนัด เพราะบ้านเราขับพวงมาลัยขวาเลยกลัวจะไปทำรถเค้าพัง ตอนร้องไปขับรถไปต้องระวังสุดๆ ครับ ตอนนี้ถ่ายเสร็จแล้วพร้อมออนแอร์ในวันพุธที่ 31 สิงหาคมนี้ มาดูมาฟังพร้อมกันนะครับ เพลงสนุก โยกตามได้ ไม่เครียดครับ และติดตามพวกเราได้ที่ www.facebook.com/bigassrockband ถ้าจะดาวน์โหลดก็ *1230005 ขอบคุณครับ" มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com