ภาพหวิว

มือมืดพ่นสี 'ไม่เอารัฐประหาร' ต้านคสช. แม่ฟ้าหลวง-ค่ายเม็งราย
คสช. /  ต้านคสช. / 

เชียงราย ป่วนรอบค่ายเม็งรายมหาราช - หน้า ม.แม่ฟ้าหลวง พ่นสีไม่เอารัฐประหาร ต้าน คสช. บนถนน รับ "พล.อ.อนุพงษ์" วันนี้(22 พ.ย.)ได้มีผู้ออกมาเคลื่อนไหวด้วยการเขียนข้อความและภาพสัญลักษณ์ที่มีเนื้อหาต่อ ต้านคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยเช้ามืดได้มีผู้นำสีสเปรย์ทั้งสีน้ำเงิน สีดำ ไปพ่นบนถนนรอบจังหวัดทหารบกเชียงราย หรือ ค่ายเม็งรายมหาราช ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดทหารบกเชียงราย (กกล.รส.จทบ.ชร.) และหน่วยทหารอื่น ๆ อีกหลายหน่วย โดยแต่ละข้อความส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นบริเวณถนนรอบค่ายเม็งรายมหาราชมีข้อความ ที่หลากหลายและบางครั้งก็มีภาพมือชู 3 นิ้วประกอบ เช่น ไม่เอารัฐทหาร  เชียงรายปลอดเผด็จการ ซึ่งการพ่นข้อความตามจุดต่าง ๆ ดังกล่าวกระจายไปตามถนนรอบค่ายห่างกัน รวมจำนวนประมาณ 7 จุด ซึ่งหลังจากเจ้าหน้าที่ทหารพบได้เร่งลบข้อความออกมาจนไม่เหลือร่องรอย เช่นเดียวกับบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ต.ท่าสุด อ.เมืองเชียงราย ก็มีข้อความต่อต้านและแสดงสัญญาลักษณ์ต่อต้านเช่นกัน แต่เมื่อเจ้าหน้าที่พบได้ลบและเก็บแผ่นป้ายข้อความ ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวในการต่อต้านนั้น คาดว่ามาจากกระแสการเดินทางมาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าจะมาร่วมการเปิดการสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศที่เชียงราย แต่ได้เปลี่ยนมาเป็น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จึงทำให้มีการเคลื่อนไหวต่อต้านดังกล่าว ถึงแม้ว่าตลอดคืนที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่จะเข้มงวดเรื่องนี้แล้วก็ตาม  แต่ก็มีการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนบางกลุ่ม ซึ่งเจ้าหน้าที่จะมีการสืบสวนขยายผลจับกุมต่อไป

วิจารณ์แซด! สวนกุหลาบ แปรอักษร ภาพ 'สมศักดิ์ เจียมฯ-วีระ'
จตุุรมิตรสามัคคี /  สวนกุหลาบวิทยาลัย / 

วิจารณ์แซด! สวนกุหลาบ แปรอักษร ภาพ 'สมศักดิ์ เจียมฯ'-'วีระ สมความคิด' ในงานพิธีจตุรมิตรสามัคคี การแข่งขันฟุตบอลของ4 โรงเรียนชายล้วนระดับตำนานของประเทศไทย ได้แก่ อัสสัมชัญ,กรุงเทพคริสเตียน,เทพศิรินทร์และสวนกุหลาบวิทยาลัย ซึ่งได้จบการแข่งขันไปเมื่อวานนี้แต่เหมือนว่ากระแสดราม่าบนโลกออนไลน์เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น ล่าสุดบนโลกออนไลน์ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์หลังจากที่มีการแชร์ภาพสแตนด์เชียร์ของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย แปรอักษรเป็นรูปนายวีระ สมความคิดและภาพนายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ผู้ต้องหาคดีหมิ่นเบื้องสูงและไม่มารายงานตัวตามคำสั่งของคสช. ซึ่งหลายคนมองว่าไม่เหมาะสมที่จะนำภาพของนายสมศักดิ์มาแปรอักษร และอยากจะถามกลับไปยังโรงเรียนว่ากำลังจะสื่อถึงอะไรกันแน่ ? ซึ่งหลายคนไม่อยากให้สถาบันการศึกษามาเกี่ยวข้องกับสัญลักษณ์ทางการเมือง ทั้งนี้หลังจากภาพดังกล่าวถูกแชร์ ทำให้มีผู้มาให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า นายสมศักดิ์และนายวีระ เคยเป็นอดีตประธานนักเรียนของสวนกุหลาบ ซึ่งการนำภาพไปแปรอักษรเพื่อระลึกความทรงจำถึงศิษย์เก่าทั้ง2คนที่ตอนนี้กลายเป็นคู่ต่างขั้วไปแล้ว รวมไปถึงมีการแปรอักษรภาพพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาด้วย พร้อมยกตัวอย่างแสตนด์เชียร์แปรอักษรของสวนกุหลาบในงานจตุรมิตรครั้งที่ผ่านมาก็มีการแปรอักษรเสียดสีการเมืองเกือบทุกปี เช่น ครั้งที่ผ่านมาที่มีการแปรอักษรเป็นภาพพตท.ทักษิณ สมเด็จฮุนเซน และนายเนวิน ชิดชอบ รวมถึงภาพของน.ส.ยิ่งลักษณ์กับ นายอภิสิทธิ์ด้วย ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีดราม่าเกิดขึ้น MThai News ขอบคุณภาพจากทวิตเตอร์ @ArmUpdate

ดุสิตโพลค้านชู3นิ้วต้าน-NIDAชี้6ด.คสช.คนสุขเพิ่ม
ข่าวล่าสุด /  ชู 3 นิ้ว / 

สวนดุสิตโพล เผย ปชช. ระบุ น.ศ. ชู 3 นิ้ว ไม่เหมาะสม เชื่อ คสช.,รบ. ควบคุมสถานการณ์ได้ ขอ เร่งทำความเข้าใจ ด้าน นิด้าโพล ปชช. ระบุ 6 เดือน คสช. ทำคนไทยสุขเพิ่มขึ้น ประเทศสงบ ขอ ลุยแก้โกง ช่วยเกษตรกร "สวนดุสิตโพล" มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สํารวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ 1,302 คน ระหว่างวันที่ 19 - 22 พ.ย. 2557 หลังนักศึกษา ม.ขอนแก่น บุกชู 3 นิ้ว ต่อหน้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. โดยประชาชน ร้อยละ 79.26  สถานการณ์บ้านเมืองยังไม่ปกติ ไม่ควรออกมาเคลื่อนไหวในช่วงนี้ ขณะที่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ร้อยละ 56.61 มองว่า ไม่เป็นอุปสรรคต่อการสร้างความปรองดองที่ คสช. และรัฐบาล พยายามสร้างอยู่ เพราะมั่นใจว่า คสช. และรัฐบาล สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และเป็นเรื่องปกติทางการเมืองที่ต้องมีบ้าง ทั้งนี้ จากเหตุการณ์ดังกล่าว ร้อยละ 50.69 ระบุว่า สถานการณ์การเมืองไทยยังเหมือนเดิม เพราะคนเบื่อปัญหาความวุ่นวายทางการเมือง สนใจเรื่องความเป็นอยู่ปากท้องมากกว่า นอกจากนี้ ประชาชน ร้อยละ 49.31 รู้สึกเฉย ๆ กับการกระทําข้างต้น เพราะเป็นเพียงกระแสช่วงหนึ่ง ยังไม่รู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของนักศึกษากลุ่มดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ประชาชน ร้อยละ 71.89 เห็นว่า การประท้วงชู 3 นิ้ว แสดงให้เห็นว่า การรัฐประหารมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ควรเร่งชี้แจงทําความเข้าใจ นิด้าโพล ปชช. ระบุ 6 เดือน คสช. ทำคนไทยสุขเพิ่มขึ้น นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสํารวจความคิดเห็นของประชาชน 1,252 คน ระหว่างวันที่ 19 - 20 พ.ย. 2557 ในหัวข้อ "6 เดือน คสช. กับการคืนความสุขให้คนในชาติ" พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 49.28 ระบุว่า มีความสุขเพิ่มขึ้น เพราะรู้สึกปลอดภัยที่มีเจ้าหน้าที่ออกมาดูแลความปลอดภัยในบางพื้นที่ ทําให้บ้านเมืองมีความสงบเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น และ คสช. มีมาตรการที่สามารถคลี่คลายปัญหาต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ขณะประเด็นที่ทําให้มีความสุขมากที่สุด ร้อยละ 55.11 ตอบว่า บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ไม่มีความวุ่นวายทางการเมือง รองลงมาคือ ร้อยละ 7.19 การจัดระเบียบสังคม ร้อยละ 5.51 การมุ่งแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น และ ร้อยละ 4.87 การแก้ไขปัญหาปากท้องเกษตรกร ทั้งนี้ เมื่อถามถึงเรื่องที่ยังไม่สามารถทําให้มีความสุข ประชาชนส่วนใหญ่ หรือ ร้อยละ 28.43 มองว่า ไม่มีประเด็นใดที่ไม่มีความสุข ส่วนรองลงมา ร้อยละ 17.17 เผยว่าเป็นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในภาพรวม และ ร้อยละ 15.34 เผยว่า เป็นการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพประชาชน

หน้าผาอัศจรรย์ ผาช่อ ดอยหล่อ อุทยานแห่งชาติแม่วาง เชียงใหม่
unseen /  ดอยหล่อ / 

อากาศเย็นๆ แบบนี้ หลายคนคงออกไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ โดยภาคเหนือน่าจะได้รับความนิยมสุดๆ ซึ่งหากใครที่แวะเวียนไปเที่ยวเชียงใหม่ อย่าลืมแวะเที่ยว อุทยานผาช่อ ดอยหล่อ แม่วาง เชียงใหม่ ด้วยนะคะ ภาพนี้อัพเดทเมื่อวันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2557 ค่ะ เที่ยวชม หน้าผาอัศจรรย์ ผาช่อ ดอยหล่อ อุทยานแห่งชาติแม่วาง เชียงใหม่ ผาช่อ เป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติที่เกิดจากการกัดเซาะของลมฝน จนทำให้แผ่นดินที่เชื่อกันว่าเมื่อหลายร้อยปี หรือพันปีก่อนบริเวณแห่งนี้ เคยเป็นทางเดินของแม่น้ำปิง ซึ่งสังเกตได้จากก้อนกรวดหินกลมมนกระจัดกระจายอยู่ในเนื้อดินจำนวนมาก จนกระทั่งแม่น้ำปิงได้เปลี่ยนสายย้ายทิศไหลผ่านไปที่อื่น บริเวณนี้ก็ได้ถูกยกตัวเป็นเนินเขาสูง ตะกอนแม่น้ำปิงก่อตัวทับถมกันเป็นชั้นๆ ผ่านกลายเวลาและถูกกัดเซาะจนกลายเป็นหน้าผาและเสาดินที่มีรูปร่างแปลกตา คล้ายกับที่แพะเมืองผีในจังหวัดแพร่ หรือฝั่งต้าในจังหวัดพะเยา มีลวดลายที่สวยงามและมีขนาดใหญ่มีความสูงราว 30 เมตร สูง เทียบเรือนยอดไม้ ครอบคลุมพื้นที่อาณาบริเวณกว้าง หากคุณจะมาชมผาช่อต้องขับรถมาที่ ตำบลยางคราม อำเภอดอยหล่อ ซึ่งเป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ จากนั้นติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานเป็นไกด์นำทางพาเดินเข้าไปชมผาช่อ ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมง ก็เที่ยวได้ครบ กิ่วเสือเต้น เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถมาเที่ยวควบกันได้กับผาช่อ เป็นประติมากรรมธรรมชาติที่คล้ายกับผาช่อ อยู่ห่างจากผาช่อประมาณ 1 กิโลเมตร ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลยางคราม , ตำบลเดียวกัน และมีความสวยงามไม่แพ้กัน ลวดลายแตกต่างออกไปแต่มีก้อนกรวดและหินที่มากกว่า มองเห็นได้ชัดเจนกว่าผาช่อและมีความสูงน้อยกว่าผาช่อ สำหรับคนที่มานอนค้างแรมที่อุทยานฯ วันแรกคุณอาจเลือกเที่ยวที่ดอยผาตั้ง โดยการเดินป่าค้างแรมบนเขา วันที่สองกลับลงจากดอยแล้วค่อยมาเที่ยวผาช่อแฃะกิ่วเสือเต้นก็ได้ ดอยผาตั้งเป็นยอดดอยที่มีความสูงประมาณ 1,909 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ตั้งอยู่ที่ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาดอยอินทนนท์จึงมีอากาศที่หนาวเย็นตลอดปี สามารถมาเดินป่าชมทัศนียภาพได้อย่างสวยงาม ตามแนวสันเขามีลมพัดแรงจึงไม่มีต้นไม้ใหญ่บดบังทิวทัศน์ ชมวิวได้สวยตลอดเส้นทาง ส่วนใครที่ไม่อยากเดินดอยให้เมื่อย มาเที่ยวชมผาช่อเดินกลับเหนื่อยๆ ในอุทยานฯ ก็ยังมีน้ำตกหลายสายให้ลงเล่นน้ำผ่อนคลายด้วย เช่น น้ำตกขุนป๊วย น้ำตกปลาดุกแดง น้ำตกโป่งน้อย น้ำตกโป่งสมิด ฯลฯ น้ำตกส่วนใหญ๋จะอยู๋ในเขตอำเภอแม่วาง แต่ที่นิยมมากคือ น้ำตกแม่วาง เพราะอยู่ใกล้กับผาช่อ เป็นน้ำตกชั้นเดียวสูงประมาณ 20 เมตร กว้างราว 10 เมตร น้ำไหลลาดลงแอ่งเบื้องล่าง บรรยากาศร่มรื่น มีน้ำไหลตลอดปี เหมาะเป็นที่มาคลายร้อนหลังจากเดินเที่ยวมาเหนื่อยๆ ได้ดีทีเดียว หากตัดโปรแกรมเดินป่าเที่ยวดอยผาตั้งออกไป คุณจะใช้เวลาเที่ยวชมฝาช่อและกิ่วเสือเต้นเกือบวัน จากนั้นช่วงบ่ายจึงขับรถไปเที่ยวที่ดอยอินทนน์ได้ เป็นโปรแกรมเที่ยวต่อเนื่องในเส้นทางหลวงหมายเลข 108 ที่น่าสนใจอีกเส้นทางหนึ่งของเชียงใหม่ การเดินทางไปผาช่อ ผาช่อ ตั้งอยู่ภายในบริเวณ อุทยานแห่งชาติแม่วาง อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ หากเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ ให้ไปตามทางหลวงหมายเลข 108 (เชียงใหม่ – ฮอด) ระยะทาง 21 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวขวาไปอำเภอแม่วางตามถนน รพช.12039 และถนน รพช. 10240 (แม่วิน – บ่อแก้ว) ระยะทางราว 36 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่วาง เป็นถนนลาดยางอย่างดีตลอดเส้นทาง) ช่วงเวลาการท่องเที่ยว : ตลอดปี สวยที่สุดในฤดูหนาว ข้อมูลจาก http://thai.tourismthailand.org/ ภาพจากคุณ Fayo Oo

ตร.รวบ แก๊งมิคาโดะ ซิ่งรถขนยาเลียนเเบบหนังดัง
The fast and the furious /  ขนยาเสพติด / 

ตำรวจจับกุมหัวหน้า แก๊งมิคาโดะ พร้อมสมาชิกกลุ่ม เลียนแบบหนังแต่งรถซิ่ง ลอบขนยาเสพติด นายอัมรินทร์ วัฒนสิริวิทย์ นายศุภมิตร ยิ่งอุบล และ นายณัฐวัฒน์ บัวชุมสุข ถูกตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 จับกุมได้ พร้อมของกลางยาบ้า 44,000 เม็ด ไอซ์ 200 กรัม ปืนขนาด 9 มม. พร้อมเครื่องกระสุน และรถยนต์ 2 คัน หลังตำรวจสืบทราบว่า นายอัมรินทร์ มีพฤติการณ์จำหน่ายยาเสพติด จึงได้วางแผนล่อซื้อยาเสพติด และจับกุมนายอัมรินทร์ พร้อมยึดยาบ้า 2,000 เม็ด ก่อนเข้าตรวจค้นห้องพักย่านรัชโยธิน และขยายผลจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด พร้อมยึดของกลางดังกล่าว จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดรับสารภาพว่า รับยาเสพติดมาจาก นายบอย ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง มากระจายต่อให้กับลูกค้า ด้าน พ.ต.อ.พันธนะ นุชนารถ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 ระบุว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้ใช้ชื่อ แก๊งมิคาโดะ (Mikado) มีพฤติกรรมชอบแต่งรถซิ่ง และรวมกลุ่มไปแข่งรถตามที่ต่าง ๆ โดยเลียนแบบภาพยนต์ เรื่อง The fast and the furious ในการแต่งรถแข่ง และนำมาใช้ขนยาเสพติด เพื่อหลบหนีการจับกุม

รู้จักยอดคุณพ่อในโลกลูกหนัง ตอนที่1 เดวิด เบ็คแฮม
บรูคลิน เบ็คแฮม /  ปารีส แซงต์ แชร์กแมง / 

ใกล้จะถึงเทศกาลวันพ่อแล้วในวันที่ 5 ธันวาคมเดือนหน้า แน่นอนว่าทุกคนไม่ได้เกิดมาจากกระบอกไม้ไผ่ก็ย่อมต้องมีพ่อและแม่กันทั้งนั้น วันนี้ทีมงาน Sport.MThai จะพาไปรู้จักกับสุดยอดคุณพ่อในโลกลูกหนังขอเริ่มต้นด้วยคุณพ่อที่ ทุกคนรู้จักดีอย่าง เดวิด เบ็คแฮม เทพบุตรลูกหนัง แห่งทีมชาติอังกฤษ และ ของสโมสรใหญ่ๆอีกหลายทีมทั้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เรอัล มาดริด, เอซี มิลาน, แอลเอ แก็คเลคซี่ และ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง สำหรับครอบครัวเบ็คแฮม มีลูกๆอยู่ทั้งหมด 4 คนด้วยกัน โดยเป็นผู้ชายสามคน บรูคลิน, โรมิโอ และครูซ ส่วนมีผู้หญิงเป็นไข่แดงคนเดียวของบ้านคือ ฮาร์เปอร์เซเว่น ซึ่ง เดวิด เบ็คแฮม ที่ทุกคนทราบกันดีว่า เป็นนักฟุตบอลที่คิวแน่นขนาดไหนจะยังมีคิวธุรกิจส่วนตัว และการเป็นพรีเซนเตอร์ของสินค้ามากมาย แต่ก็ยังทำตัวเป็นแฟมิลี่แมน มีเวลาให้ครอบครัวโดยเฉพาะลูกๆ ตลอดเวลา อย่างที่เรามักจะเห็นว่า เบ็คแฮม จะโผล่ไปดูลูกชายซ้อมบอล และแข่งเป็นประจำ ทั้งยังพาลูกชายทั้งสามไปซ้อมบอลด้วยถ้ามีโอกาส จนลูกชายคนโตอย่าง บรูคลิน ได้ดิบได้ดีขนาดเซ็นสัญญาเข้าสังกัดเป็นนักเตะเยาวชนของ อาร์เซน่อล เป็นที่เรียบร้อย เรียกว่าน่าจะเดินตามรอยพ่อได้ไม่ยาก และที่สำคัญ ก่อนหน้านี้ บรูคลิน ที่แม้จะมี พ่อแม่เป็นซุปเปอร์สตาร์ดังที่รวยล้นฟ้าแต่ก็ทำตัวติดดินได้อย่างน่าทึ่ง เพราะก่อนหน้านี้เคยไปหา ลำไพ่พิเศษด้วยการเป็นบาริสต้าในร้านกาแฟเพื่อหาเงินพิเศษมาแล้ว ส่วนเจ้าสองหนุ่มน้อยอย่าง โรมิโอ และ ครูซ ก็ดูแล้วน่าจะตามรอยพ่อและพี่ชายในอีกไม่ช้า ส่วนเจ้าตัวน้อยของบ้านอย่าง ฮาร์เปอร์เซเว่น ก็มักจะเห็นภาพเวลาออกงานคือมี พ่อเป็นคนอุ้มลูกสาวด้วยตัวเองเสมอๆ นั้นแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจต่อ ครอบครัว และลูกๆของ เดวิด เบ็คแฮม ที่ไม่ว่าจะยุ่งซักแค่ไหนก็ไม่เคยใช้เงินเลี้ยงลูกแบบที่บางบ้านเป็นเลยได้ผลผลิตที่ผลิดอกออกผลอย่างสวยงามอย่างที่ตัวเองตั้งใจ แบบนี้ตำแหน่งสุดยอดคุณพ่อของโลกลูกหนังจะไปไหนได้ สำหรับโอกาสต่อไปทีมงานจะพาสุดยอดคุณพ่อของโลกลูกหนังคนไหนมาให้รู้จักโปรดติดตามตอนต่อไป

นางสาวไทย2557 อี้ วิลาสินี จันทร์วุฒิวงศ์ คุณค่าที่เธอคู่ควร
นางสาวไทย /  นางสาวไทย2557 / 

อี้ วิลาสินี จันทร์วุฒิวงศ์ นางสาวไทย2557 และ รองนางสาวไทย ทั้ง 2 ภาพจาก t-pageant.com และแล้วแดนสยามก็ได้ สาวงามคนใหม่ นางสาวไทย2557 คนที่ 49 ของประเทศไทย อี้ นางสาว วิลาสินี จันทร์วุฒิวงศ์ สาวงามวัย 20 ปี นักศึกษาระดับปริญญาตรี จากรั้วธรรมศาสตร์  คณะวิทยาลัยนวัตกรรม สาขาการจัดการมรดกวัฒนธรรมและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ผู้ที่ได้มงกุฎ สายสะพาย เงินรางวัลและคฑา 8 ทศวรรษนางสาวไทย ไปครองจากการตอบคำถามที่เอาชนะใจคณะกรรมการด้วยคำถามที่ว่า "เวทีประกวดนางสาวไทยแตกต่างจากเวทีอื่นอย่างไร และ เพราะอะไรคุณจึงเลือกมาประกวดบนเวทีนี้ " และ สาว อี้ วิลาสินี เลือกตอบคำถามนี้ ว่า "ความกตัญญูทำให้เวทีนี้แตกต่างจากเวทีอื่นๆ "  จากคำตอบนี้ทำให้เธอผ่านเข้ารอบ 5 คนสุดท้ายมาได้ และเรียกเสียงปรบมือได้ก้องโรงละครอักษรา เธียร์เตอร์ อีกครั้งในคำถามรอบสุดท้าย กับคำถามที่ว่า "คุณในฐานะที่อาจจะได้ครองตำแหน่งนางสาวไทยคนล่าสุด  และ จะมีวิธีปฏิบัติตัวอย่างไรให้สอดคล้องกับหลัก 12 ประการของท่านนายกรัฐมนตรี "  อี้ วิลาสินีได้ตอบว่า " ขอเลือก ข้อ 1  รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และ ค่านิยม 12 ประการของนายกรัฐมนตรีเป็นสิ่งที่คนไทยทุกคนควรมี ไม่เฉพาะผู้ครองตำแหน่งนางสาวไทย โดยเฉพาะความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นค่านิยมที่สำคัญที่สุดที่พึงปฏิบัติตลอดไป" นอกจากนี้ ตำแหน่งอื่นๆ เป็นของ ... รองนางสาวไทยอันดับ 1  น.ส.พิมพ์ชนก จิตชู (กิ๊บ) อายุ23 ปี ม.อัสสัมชัญ ควบรางวัลขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชน รองนางสาวไทยอันดับ 2 น.ส.เสาวลักษม์ ไชยศิริธัญญา (ลี่) อายุ 23 ปี ม.หอการค้าไทย รองนางสาวไทยอันดับ 3 ได้แก่ หมายเลข 7 น.ส.พัชรวรรณ หุตะเศรณี อายุ 22 ปี นักศึกษาปริญญาตรี สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ รองนางสาวไทยอันดับ 4 น.ส.อาทิมา เนตรทิพย์ (พิม) อายุ 24 ปี ม.เกษตรศาสตร์ ทีมงาน Women MThai ขอแสดงความยินดีกับสาวงามทุกท่านที่ได้รับรางวัลมา ณ ที่นี้ ด้วยนะจ๊ะ อี้ วิลาสินี จันทร์วุฒิวงศ์ นางสาวไทย2557 อี้ วิลาสินี จันทร์วุฒิวงศ์ นางสาวไทย2557 อี้ วิลาสินี จันทร์วุฒิวงศ์ นางสาวไทย2557 ส่วนการประกาศรางวัลพิเศษถึง 7 รางวัลในรอบสื่อมวลชน  ได้แก่.... โดย พิมพ์ชนก จิตชู หมาย เลข 14 วัย 23 ปี บัณฑิตสาวจากคณะศิลปศาสตร์ สาขาบริหารธุรกิจภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ คว้าไปได้ 2 ตำแหน่ง คือ รางวัลขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชน และนางงามผิวสวย ส่วนรางวัลนางงามขวัญใจมหาชน ได้แก่ ซาเอะ-ฬิษา สุวรรณเกษการ ดีกรีนักศึกษาแพทย์ ชั้นปีที่ 4 คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้เคยคว้ารางวัลขวัญใจชาวหัวหินมาก่อนเมื่อครั้งเก็บตัว ณ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในขณะที่ แป้ง ร้อยตรีหญิงกัญญ์ณณัฐ พรนิพัทธ์ ซึ่งจบการศึกษา จากคณะแพทยศาสตร์ วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก คว้ารางวัลนางงามทัศนคติดี ด้าน นุ่ม-คเณพร อินต๊ะมูล บัณฑิตสาวจากคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สาขาอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นเจ้าของรางวัลนางงามมิตรภาพ ส่วนรางวัลนางงามที่มีความคิดไหวพริบเฉลียวฉลาด ได้แก่ น้ำฝน-รินทร์ลภัส วีระชัยวงศ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และรางวัลนางงามหุ่นดีผิวสวย ได้แก่ แซนดี้-ชลิดา กล่ำปาน นักศึกษาจากคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เช่นกัน ซึ่งทั้ง 7 สาวงามจะได้รับเงินสดรางวัลละ 1 แสนบาท เรียบเรียงเนื้อหาโดย Women Mthai Team ภาพโดย Covinus และ t-pageant.com