ภาพหวิว

สรุป 6 ทีม ร่วมตบลูกยางศึก เวิลด์ กรังปรีซ์ 2016 รอบสุดท้าย ที่กรุงเทพฯ
วอลเลย์บอล /  เวิลด์ กรังปรีซ์ / 

วอลเลย์บอล เวิลด์ กรังปรีซ์ 2016 รอบสุดท้าย ซึ่งจะทำการแข่งขันกันที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 6-10 ก.ค. นี้ ได้บทสรุปทั้ง 6 ทีมออกมาแล้วว่าจะมีทีมใดบ้าง นอกจาก ไทย ซึ่งเป็นเจ้าภาพ เรามาติดตามกันเลย... 1. สหรัฐอเมริกา แชมป์เก่ารายการนี้ผ่านเข้ารอบมาในฐานะอันดับ 1 ของการแข่งขันกรุ๊ป 1 อย่างสุดแกร่ง ด้วยสถิติชนะ 8 แพ้ 1 เก็บได้ 24 คะแนน โดยครั้งเดียวที่พวกเธอแพ้ตลอดการแข่งขัน 3 สัปดาห์แรกที่ผ่านมานั้น เป็นการพ่ายให้กับ สาวจีน เจ้าถิ่นที่เมืองหนิงปัว 2. จีน มหาอำนาจวงการลูกยางแห่งเอเชีย จีน ทำสถิติชนะ 8 แพ้ 1 ได้เช่นเดียวกับ สหรัฐอเมริกา เพียงแต่ว่าพวกเธอเก็บเซตได้น้อยกว่า ทำให้เป็นรองสาวมะกัน 1 คะแนน ซึ่งนั่นมีส่วนสำคัญมาจากเกมสุดท้ายในสนามที่ฮ่องกง เพราะว่า สหรัฐอเมริกา อัดพวกเธอไปแบบขาดลอย 3 เซตรวดเลยทีเดียว 3. รัสเซีย สาวๆ รัสเซีย ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นกัน ด้วยสถิติชนะ 8 แพ้ 1 เก็บได้ 23 คะแนนเท่ากับ จีน แต่ค่าเรโชของเซตที่พวกเธอทำได้นั้นเป็นรองจีนอยู่มาก ทำให้เข้าป้ายมาเป็นอันดับ 3 โดยความพ่ายแพ้ครั้งเดียวของ รัสเซีย นั้นเกิดขึ้นในสนามที่เกียวโต ซึ่งถูก เซอร์เบีย เบียดคว้าชัยไปในเซตตัดสิน 4. บราซิล เจ้าของสถิติแชมป์ เวิลด์ กรังปรีซ์ มากที่สุด 10 สมัย บราซิล ผ่านเข้ารอบมาที่อันดับ 4 ด้วยการชนะ 7 แพ้ 2 พวกเธอค่อนข้างเสียฟอร์มเล็กน้อยที่สนามมาเก๊า ซึ่งแพ้ถึง 2 เกมให้กับ เซอร์เบีย และ จีน แถมยังถูกสาวแดนมังกรอัดเละ 3 เซตรวดซะด้วย ต้องมาดูกันว่าในรอบสุดท้ายนี้สาวๆ แซมบ้าจะทำได้ดีแค่ไหน 5. ฮอลแลนด์ เบียด เซอร์เบีย เข้าป้ายเป็นอันดับ 5 ด้วยคะแนนที่มากกว่า แม้จะมีสถิติเท่ากันคือชนะ 5 แพ้ 4 โดยในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่พวกเธอเข้ารอบสุดท้าย เวิลด์ กรังปรีซ์ นับตั้งแต่ปี 2009 ซึ่งสาวดัตช์ผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศที่ประเทศ ญี่ปุ่น 6. ไทย แม้จะจบอันดับ 10 ของการแข่งขันกรุ๊ป 1 แต่ สาวไทย ก็ได้สิทธิ์เล่นรอบสุดท้ายในฐานะเจ้าภาพ และด้วยผลงานการเอาชนะทีมอย่าง เยอรมัน และ อิตาลี มาได้ ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเธอพร้อมต่อกรกับทีมชั้นนำระดับโลก น่าจับตามองว่าทัวร์นาเม้นท์นี้ ทีมชาติไทย ที่มีดาวรุ่งสายเลือดใหม่ก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักกันหลายคนจะไปได้ไกลแค่ไหน การแข่งขัน วอลเลย์บอล เวิลด์ กรังปรีซ์ 2016 รอบสุดท้าย จะดวลกันที่ อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก, กรุงเทพฯ, ประเทศไทย โดยจะแข่งกันตั้งแต่วันที่ 6-10 ก.ค. นี้ ขอบคุณภาพจาก FIVB World Grand Prix

จุดพลุปังๆ!! เอ้ก-กัปตัน ได้ฤกษ์แต่งแล้ว 16ก.ค.นี้!!
เอ้ก บุษกร /  กัปตัน เอ้ก / 

  ปลูกต้นรักมายาวนาน 5 ปีด้วยกัน สำหรับคู่พระเอกหนุ่ม กัปตัน ภูธเนศ กับแฟนสาวรุ่นน้อง เอ้ก บุษกร ซึ่งอายุห่างกันถึง 12 ปี แต่ความห่างของอายุไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด เพราะล่าสุด กัปตัน-เอ้ก เตรียมลั่นระฆังวิวาห์แล้วค่า ซึ่งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา(26มิ.ย.59) ด้าน สาวเอ้ก บุษกร ได้มีการจัดปาร์ตี้สละโสดโดยมีก๊วนเพื่อนคนสนิทมาร่วมงาน ภายในงานมีลูกโป่งสุดอลังการติดข้อความไว้ว่า EGG BRIDE TO BE ซึ่งหมายถึง เอ้กกำลังจะเป็นเจ้าสาว แน่นอนแล้วจ้า!!   ซึ่งงานวิวาห์ระหว่าง กัปตัน ภูธเนศ นักแสดงหนุ่มวัย 40 กะรัต กับว่าที่เจ้าสาว เอ้ก บุษกร วัย 28 ปี กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 16ก.ค.59 ที่จะถึงนี้ แบบเงียบๆ เรียบง่ายภายในครอบครัว และมีเฉพาะเพื่อนสนิทที่มาร่วมงานเท่านั้น ทีมข่าว gossipstar.mthai.com ขอแสดงความยินดีกับว่าที่เจ้าบ่าว-เจ้าสาวล่วงหน้าด้วยจ้า!! ขอบคุณภาพจาก IG eggbusakorn, captainpu, kiknw, januaryyjan กัปตัน-เอ้ก ปาร์ตี้สละโสด เอ้ก บุษกร ปาร์ตี้สละโสด เอ้ก บุษกร ปาร์ตี้สละโสด เอ้ก บุษกร กัปตัน-เอ้ก กัปตัน-เอ้ก กัปตัน ภูธเนศ กัปตัน-เอ้ก กัปตัน-เอ้ก กัปตัน-เอ้ก

'กงยู' ควง 'โซฮี' เปิดตัวภาพยนตร์ซอมบี้สัญชาติเกาหลีใน Train to Busan
Train to Busan /  กงยู / 

'กงยู' ควง 'โซฮี' เปิดตัวภาพยนตร์ซอมบี้สัญชาติเกาหลีใน Train to Busan กงยู พระเอกหนุ่มควง อัน โซฮี นักร้องสาวจากวง Wonder Girls พร้อมนักแสดงนำคนอื่น อาทิ จอง ยูมิ, ชเว วูซิค, มา ดงซอก, อาน คิมซู ร่วมงานแถลงข่าวในภาพยนตร์ซอมบี้สัญชาติเกาหลีเรื่อง Train to Busan ผลงานภาพยนตร์แอคชั่นระทึกขวัญแบบนอนสตอปของผู้กำกับ ยอน ซังโฮ ที่ Nine Tree Convention ในกรุงโซล เกาหลีใค้ พร้อมกับปล่อยภาพโปสเตอร์และตัวอย่างใหม่ล่าสุดให้ได้ชมกัน Train to Busan ว่าด้วยเรื่องราวของ ซอกวู รับบทโดย กงยู และลูกสาว ซูอา รับบทโดย อาน คิมซู กำลังขึ้นขบวนรถไฟเคทีเอ็กซ์ที่จะพาทั้งสองเดินจากจากกรุงโซลไปยังเมืองปูซานเพื่อเยี่ยมภรรยาเก่าที่ไม่ได้พบกันมานาน แต่ทันทีที่รถไฟกำลังจะเคลื่อนออกจากชานชาลา กลับเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ผู้โดยสารทั้งขบวนต้องช็อค เมื่อสถานีรถไฟกลับถูกฝูงซอมบี้โจมตี คร่าชีวิตคนขับรถไฟและผู้โดยสาร รถไฟเคทีเอ็กซ์มุ่งตรงไปยังปูซานโดยไร้คนขับ ผู้โดยสารทั้งหมดต้องหาทางเอาชีวิตรอดจากฝูงซอมบี้ที่กำลังไล่ล่าพวกเขาจากโบกี้สู่โบกี้อย่างไม่ลดละตลอด 90 นาทีของเส้นทางมุ่งหน้าสู่ปูซาน

เลิกเถียงกัน! “เปาอั๋น” ชี้ลูกยิง เทโรฯ ไม่ล้ำหน้า
บีอีซี เทโรศาสน /  ภิรมย์ อั๋นประเสริฐ / 

อดีตเชิ้ตดำชื่อดังของเมืองไทย ฟันธงยืนยันลูกยิงของทัพมังกรไฟไม่ล้ำหน้า พร้อมวอนทุกทีมให้ความสำคัญกับกฎกติกาเพิ่มมากขึ้น ภิรมย์ อั๋นประเสริฐ ประธานฝ่ายประเมินผู้ตัดสินสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯยืนยันจังหวะปัญหาที่เกิดขึ้นในเกมที่ อาร์มี่ ยูไนเต็ด พบกับ บีอีซี เทโรศาสน ว่าผู้ตัดสินทำหน้าที่ได้ถูกต้องเเล้ว พร้อมวอนขอทุกสโมสรในเมืองไทยควรเรียนรู้กติกาการเเข่งขันให้มากขึ้น “ผู้ตัดสินทำหน้าที่ถูกต้องแล้ว กติกาคือหากผู้เล่นฝ่ายรุกอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า ถ้าบอลไปสัมผัสกองหลังที่ไม่เจตนาเล่นบอล นั่นจึงจะถือว่าเป็นลูกล้ำหน้า แต่ถ้าบอลไปสัมผัสกองหลังที่ตั้งใจจะสกัดหรือมีเจตนาเล่นบอล แม้ผู้เล่นฝ่ายรุกจะยืนอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าก็จะถือว่าไม่ล้ำ” “ผู้ช่วยเขาอยู่ไกลเลยไม่เห็นว่าโดนฝ่ายรับหรือไม่ แต่ผู้ตัดสินในสนามนั้นเห็นเหตุการณ์ชัดเจน เขาจึงสามารถจะกลับคำตัดสินของผู้ช่วยได้ และบอกให้ผู้ช่วยเอาธงลงในจังหวะที่ยกขึ้นมา อันที่จริงกฎล้ำหน้ารูปแบบนี้มันมีมานานแล้ว แต่ส่วนใหญ่เราไม่ทราบกัน ผมจึงอยากให้สโมสรต่างๆให้ความสำคัญกับรายละเอียดของกฎกติกาให้มากกว่านี้” เปาอั๋น กล่าวปิดท้าย เครดิตภาพ : Goal.com

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

แห่ชื่นชม ต๊อด ปิติ บริจาครถป้ายแดง! ให้แท็กซี่หัวใจหล่อ
ข่าว ต๊อด ปิติ /  นุ่น ต๊อด / 

ชาวเน็ตแห่ชื่นชม และแชร์เรื่องราวดีๆ หลังหนุ่ม ต๊อต ปิติ สามีของนางเอกสาว นุ่น วรนุช ได้บริจาครถแท็กซี่คันใหม่ให้กับ สุวรรณฉัตร พรมชาติ หรือแท็กซี่หัวใจหล่อ ที่ให้บริการ พระสงฆ์ สามเณร แม่ชี คนพิการ และคนตาบอดนั่งฟรี โดยทางด้านคนขับแท็กซี่ได้โพสต์โซเชียลขอบคุณหนุ่มต๊อดมาดังนี้ “กราบ ขอบพระคุญ คุณ ต๊อด ปิติ ภิรมย์ภักดี ที่เมตตาบริจาครถป้ายแดง โดยสั่งจองไว้แล้ว กำลังตกแต่งเป็นรถแท็กซี่ เพื่อมาช่วยเหลือผู้ป่วย ผู้พิการ อัมพฤกษ์ อัมพาต นอนติดเตียง นั่งรถเข็น หรือพิการตลอดชีวิต เพื่อทดแทนรถคันเดิมที่ใช้มา7ปีกว่าแล้ว ทุกๆบุญ ในทุกๆวันที่ข้าพเจ้าได้ทำมา21ปี ขอให้คุณต๊อดและครอบครัว ทุกคนทุกท่าน สุขภาพแข็งแรง ชีวิตมีแต่ความสุขความเจริญครับ กราบขอบพระคุณอย่างสูงที่สนับสนุนในการทำความดีเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมครับ ซาบซึ้งใจตื้นตันใจเป็นที่สุดครับ” คนดีต้องสนับสนุน ขอปรบมือให้รัวๆ กับทั้งคู่เลยจ้าาาาาาาาาขอขอบคุณ ภาพและข้อมูลจาก FB สุวรรณฉัตร พรมชาติ และ Todd Piti ต๊อด ปิติ บริจาครถป้ายแดงให้ สุวรรณฉัตร พรหมชาติ ต๊อด ปิติ บริจาครถป้ายแดงให้ สุวรรณฉัตร พรหมชาติ ต๊อด ปิติ ต๊อด ปิติ ต๊อด - นุ่น

หนูเล็ก ขอโทษดราม่า! ลงรูปไม่ปรึกษา เบนซ์ เห็นท้องย้วยหลังคลอด!!
หนูเล็ก ก่อนบ่าย /  เบนซ์ พรชิตา / 

กลายเป็นดราม่าขึ้นมาซะอย่างนั้น!! สำหรับนักแสดงตลกสาว หนูเล็ก ก่อนบ่าย ที่ล่าสุดโพสต์ภาพและข้อความแสดงความยินดีกับคุณแม่มือใหม่อย่าง เบนซ์ พรชิตา ที่เพิ่งคลอด น้องปริม ลูกสาวคนแรก ณ โรงพยาบาล BNH ซึ่งดราม่าบังเกิดตรงที่ภาพเผยให้เห็นท้องย้วยของคุณแม่หลังคลอด ซึ่งแฟนคลับของ สาวเบนซ์ มองว่าดูไม่ดี ไม่ช่วยเซนเซอร์ให้ และเหมือนตั้งใจเลือกรูปที่ตัวเองดูดีคนเดียว งานนี้ หนูเล็ก รีบโพสต์ขอโทษดราม่าผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวก่อนจะลบภาพดังกล่าวออกไปว่า "ขอโทษด้วยนะก่าก๊า หนูลบออกแล้ว ที่ลงรูปโดยไม่ได้แปะตุ๊กตา แต่ไม่ได้เจตนาคิดว่าตัวเองสวยเลยลงนะคะ ใต้ภาพหนูก็ยังพูดว่า ให้คุณแม่พุงยุบยุบเร็วเร็ว หนูไปหาพี่เบนซ์ หนูรักเขาเขาเป็นคนดีและจริงใจกับหนู รักพี่มิครักพี่เบนซ์รักพ่อรักแม่ รักครอบครัวนี้เลยไปหา ไม่ได้ตอแหล ไม่สร้างภาพ แต่หนูผิดตรงไม่รอบคอบ ดีใจเลยลงลืมคิด หนูเป็นคนใต้จริงใจ ต้องขอโทษแฟนคลับพี่เบนซ์จริงๆ นะคะไม่มีเจตนาจริงๆ ค่ะ ให้อภัยหนูด้วย" ด้าน สาวเบนซ์ เองก็ไม่ได้ถือโทษโกรธอะไร แถมยังโพสต์ขอบคุณ หนูเล็ก ที่มาเยี่ยมซะด้วยซ้ำ เอาเป็นว่าจบดราม่าแล้วกันนะจ๊ะทุกคน!!! ขอบคุณภาพจาก IG @nulek_kaka, pornchita หนูเล็ก มาเยี่ยม เบนซ์-มิค-น้องปริม เบนซ์ พรชิตา มิค-เบนซ์-น้องปริม หนูเล็ก ก่อนบ่ายฯ หนูเล็ก ก่อนบ่ายฯ

หนีกรุงไปชาร์จแบต บ้านลีซูโฮมสเตย์ ดอยหลวงเชียงดาว
ดอยหลวงเชียงดาว /  ที่เที่ยวหน้าฝน / 

ฝนตก นํ้าท่วม รถติด ลองหาเวลาพักผ่อนกันบ้างมั้ย เป็นห่วง ผมคิดว่าหลายๆ คนคงคุ้นเคย เห็นภาพ โฮมสเตย์ที่ดอยหลวงเชียงดาว มากันบ้างแล้ว บรรยากาศที่นั่นสุดยอดมาก ผมได้ข่าวจากกลุ่มในเฟสบุคว่ามีโฮมสเตย์เปิดใหม่ วิวแจ่มมาก ผมเห็นรูปแล้วไม่รอช้า ออกเดินทางไปสัมผัส แล้วนำมารีวิวให้ได้ชมกันครับ หนีกรุงไปชาร์จแบต บ้านลีซูโฮมสเตย์ ดอยหลวงเชียงดาว เริ่มต้นกันก่อนที่การเดินทางครับ อันดับแรกเลย พาตัวเองไปที่เชียงใหม่ครับ จะรถทัวร์ รถไฟ เครื่องบิน รถส่วนตัว ก็แล้วแต่กำลังทรัพย์และความสะดวกเลยครับ ส่วนใครที่อยู่เชียงใหม่อยู่แล้ว ก็นะ (อิจฉา) ผมเลือกไปรถทัวร์ครับ ป.2 379 บาท (งก) 555 ออกจากหมอชิต 19.50 ครับ ถึงเชียงใหม่ ประมาณ 7 โมงเช้ากว่าๆ จากนั้นก็พาตัวเองไปสถานีขนส่งช้างเผือกครับ จะโบกรถแดง ก็ประมาณ 40 บาท หรือจะไปรถคิว 20 บาท ครับ ขนส่งช้างเผือกอยู่ไม่ไกลครับ ถ้ารถแดงไม่พาอ้อม ฮาาาาา ถึงแล้ว จากนั้นเดินเข้าไปเลยครับ มองหารถสีส้มที่เขียนว่า เชียงใหม่-ท่าตอน เขียนง่ายมาก รถออกทุกครึ่งขั่วโมงครับ เจอรถแล้ว ยังขึ้นไม่ได้ ไปซื้อตั๋วก่อนนะครับ ใกล้ๆกันเลย บอกไปเชียงดาวโลด 40 บาท ได้ตั๋วแล้วขึ้นรถโลดดดด อย่าลืมบอกเด็กรถด้วยนะครับ ว่าจอดโลตัสเชียงดาวให้ด้วยโว้ยยยยยยย (อย่าโว้ยตามผมนะ เดี๋ยวโดนถีบลงรถ) จากนั้นก็ตามสะดวกครับ จะนอน ฟังเพลง ชมวิว ก็ตามใจ รถวิ่งประมาณ 1.30 ชม. ก็ถึงแล้วครับ ลงตรงโลตัส ได้เลย แนะนำให้หาข้าวกินก่อนครับ หรือจะหาซื้อขนมไปกินก็ได้ แต่รีบๆ หน่อยนะครับ เดี๋ยวจะไม่มีรถขึ้น ไม่งั้นได้เหมารถล่ะ ค่าใช้จ่ายบาน ถ้าพร้อมแล้วก็ให้เดินตรงมาอีกนิดนึงครับ จะเจอสี่แยก ให้มองหาร้านแสงจันทร์ครับ แล้วเลี้ยวขวาไปอีกนิด จะเจอคิวรถที่ไปเมืองคองครับ ลองถามชาวบ้านเค้าจะแนะนำและช่วยหารถชาวบ้านที่ขึ้นไปครับ พูดง่ายๆ ติดรถชาวบ้านไปนั่นล่ะ บอกว่า จะไปบ้านระเบียงดาวก็ได้ครับ แถวนั้นเค้ารู้กัน ช่วยค่ารถให้สัก 50 บาทครับ ทางขึ้นค่อนข้างชัน แต่ถนนดีครับ ตัดภาพมาอยู่บนรถเลยละกัน ทริปนี้ผมไปคนเดียวครับ ได้เพื่อนใหม่มาด้วย นั่งกินลมชมวิวอยู่หลังกระบะกันเพลินเลย จุดนี้ผมเห็นตอนขากลับ ทะเลหมอกตรงนี้สวยมากครับ แต่แวะไม่ได้ ติดรถเค้ามา T_T เกรงใจ ประมาณ ครึ่งชั่วโมงนิดๆ ก็ถึงแล้วครับ ทางลงบ้านระเบียงดาว เดินไปจะเจอบ้านระเบียงดาวเลยครับ แต่ที่ผมจองไว้ต้องเดินลงเนินไปอีกนิด ไม่ไกลครับผม เดินลงเนินมานิดนึงสังเกตทางซ้ายตามรูปเลยครับ จะเป็นทางลงไปบ้านลีซู หรือเดินเลยไปถามที่บ้านสายหมอกก็ได้ครับ เค้าซี้กัน หรือก่อนขึ้นก็โทรหาน้องต้าก็ได้ครับ เค้าดูแลอยู่ที่นั่น บริการและดูแลดีมากครับ จากนั้นก็ไปที่บ้านพักกันเลย ที่นี่เพิ่งเปิดได้ 3 อาทิตย์ครับ เลยยังใหม่มาก ^^ มีที่นอนนุ่มๆ กับผ้าห่มหนาๆ อย่าคิดว่ามันหนาเกินนะครับ ถ้าฝนตกนี่ หนาวเลยทีเดียว มีห้องนํ้าในตัวครับ เตรียมผ้าเช็ดตัว สบู่ ยาสระผม ยาสีฟัน แปรงสีฟันมาเองนะครับ วันที่ผมไปนี่ เหมือนเป็นเจ้าของโฮมสเตย์เลยครับ พักอยู่คนเดียว 555 เงียบ สงบมาก พระอาทิตย์จะตกด้านหลังโฮมสเตย์ครับ ทำให้ระเบียงข้างหน้านี่ร่มรื่นครับ มีเสื่อ มาปูนอนได้เลยครับ ลมเย็น มีโต๊ะไว้ทานข้าว หรือวางของได้ครับ ลมเย็นเกินจนผมเผลอหลับครับ T_T ตื่นมาอีกทีช่วงเย็นๆ เลยลองออกไปเดินชมวิวครับ ที่นี่เค้าเป็นเครือญาติกัน ลองเดินเข้าไปชมวิวได้ทุกที่ครับ ลองขึ้นไปที่บ้านสายหมอกครับ ช่วงนี้กำลังปรับปรุง น้องต้าแอบกระซิบ จะเปิดให้บริการเดือนหน้าครับผม แสงเปลี่ยนตลอดเวลาครับ เกิดจากแสงที่ลอดผ่านเมฆ ทำให้เพลินเลยครับกับการถ่ายรูป เพลินจนน้องต้าต้องมาบอกว่า ทานข้าวได้แล้ว เตรียมข้าวไว้ที่บ้านพักแล้วครับ ช่วงนั้นฝนตั้งเค้ามาพอดี แจ่มเลย ทานข้าวเคล้าสายฝน มื้อเย็นครับ อิ่มแปล้ กินคนเดียว สักพักนึงฝนหยุดครับ พอมีแสงเย็นโผล่ออกมาอีกนิด นิดเดียวจริงๆครับ แล้วฝนก็เทลงมาต่อ ผมอยู่ถ่ายรูปต่อถึงประมาณ 1 ทุ่มครับ ฟ้าก็เริ่มมืดลงเรื่อยๆ ตอนผมไปยังไม่มีไฟฟ้าครับ แต่ตอนนี้ทางน้องต้ากำลังติดตั้งระบบไฟให้ครับ เพิ่มความสะดวกสะบาย แต่คงไม่ปล่อยไฟทั้งวันครับ คงปล่อยแค่ช่วงกลางคืน เพราะอยากให้พักผ่อนกันจริงๆครับ ลาคืนแรกด้วยภาพนี้ละกันครับ 2 ทุ่ม นอนได้ ชาร์จแบตจริงๆ หรือจะมานั่งที่ระเบียงก็ได้ครับ มีตะเกียงไฟฟ้าให้ เอาเสื่อมาปูนอน ดูหิ่งห้อยก็เพลินดีครับ แต่ของผมฝนตก นอนนนนนนน หลังจากผ่านคืนแรก ด้วยการหลับสนิท มาสะดุ้งตื่นตอนเที่ยงคืน ที่ฝนหนักขึ้น แล้วก็หลับต่อ มาตื่นอีกทีตอน 05.30 ตามเสียงนาฬิกาที่ปลุก แต่ด้วยอากาศเย็นๆ เสียงฝนเบา เลยนอนต่อไปถึง 6 โมง ถึงได้มีสติลุกจากเตียง พอเลื่อนประตูห้องออกเท่านั้นแหละ อื้อหืออออ ฝนตก 5555 หมอกเพียบเลยย เป็นไงล่ะ ฟินมั้ยย หลังจากจิบกาแฟ ที่น้องต้าได้เอามาวางไว้ให้ ก็ออกไปดื่มดํ่ากับสายฝน สายหมอกกัน เปียกช่างมัน บรรยากาศเป็นใจ 555 หมอกมหาศาลเลยล่ะ ข้อดีของฝนตกเค้าล่ะ หลังจากถ่ายรูปจนหนำใจ กลับไปที่ห้องพัก ข้าวต้มร้อนๆ ก็รออยู่แล้วว หิวพอดีเลย บอกตรงๆ เป็นมื้อเช้าที่สุดจริงๆ แล้วก็ออกไปถ่ายรูปต่อ ภาพนี้เวลา 09.30 ฝนหยุดแล้ว แต่หมอกก็มาเรื่อยๆ หลังจากเสพบรรยากาศจนอิ่มแล้ว ก็ให้น้องที่โฮมสเตย์พามาส่งที่ปากทาง รอโบกรถกลับเชียงดาวครับ ก็ตรงที่เราลงรถขามานั่นแหละ หลังจากไปคุยตีซี้กับชาวบ้าน ได้นิดนึง เค้าก็ช่วยไปคุยกับชาวบ้านที่จะลงไปเชียงดาวให้ครับ รอดละ ได้รถกลับ ชาวบ้านที่นั่นใจดีครับ ขอแค่เรากล้าที่จะไปคุย สอบถาม ^^ แล้วก็ได้น้องใจดีพาไปส่งถึงจุดพักรถเลยครับ ขอบคุณมากคร้าบบบบ รอดละๆ ถึงตรงนี้ก็สบายแล้ววว รอรถกลับเชียงดาวได้เลยครับ ไปรอตรงรถบัสขาล่องนะครับ ถามก่อนขึ้นนิดนึง ว่าไปเชียงใหม่ใช่มั้ย ถ้าใช่ก็ขึ้นโลดดดด 40 บาท ยาวไปครับ ถึงตอนนี้ ยังจำบรรยากาศตอนนั้นได้เลยครับ ยังไงถ้าจะไป ลองโทรไปคุยกับน้องต้าได้เลยครับ 091-724-7536 สอบถามการเดินทาง ได้ทุกอย่างครับ อ้อ ลืมบอกไป ค่าที่พัก 500 บาท/ 1คน + อาหาร 2 มื้อ (มื้อเย็น-มื้อเช้า) ครับ ขอบคุณที่ติดตามกันครับ ผิดพลาดอย่างไรขออภัยด้วยครับ ถูกใจแชร์ได้น้าาา สวัสดีครับ ขอบคุณข้อมูล-รูปภาพ https://www.facebook.com/thaibackpack ติดตามการเดินทางเพิ่มเติมได้ที่ : facebook ไป เที่ยว ทำ ไม

ไอเดียแปลงโฉมรองเท้า ให้กลายเป็น ของแต่งบ้าน สุดคลู
diyของเหลือใช้ /  ของแต่งบ้าน

เพื่อนๆ รู้มั้ยคะว่า รองเท้าคู่เก่าของเราสามารถนำมาประดิษฐ์ดัดแปลงทำเป็นของแต่งบ้านที่สวยเก๋ได้นะคะ วันนี้ Decor.MThai มีรวบรวมไอเดียตัวอย่างการแปลงโฉมรองเท้า ให้กลายเป็นอของแต่งบ้าน สุดคลูมาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ ว่าแล้วเราไปดูกันดีกว่าค่ะ ไอเดียแปลงโฉมรองเท้า ให้กลายเป็น ของแต่งบ้าน สุดคลู 1.Flip flop welcome sign เปลี่ยนร้องเท้าให้เป็นป้าย ยินดีต้อนรับหน้าบ้าน 2. Baby shoe pin cushion 3.High heeled ring rack 4.Platformed cactus pot 5.Shoe iPad stand 6.Succulent pump planter ถ้าบ้านเพื่อนมีรองเท้าที่ไม่ได้ใส่ สภาพใช้งานไม่ได้แล้ว ก็ลองนำสีมาทา และดัดแปลงให้กลายเป็นของแต่งบ้านสวยๆ ไว้ประดับให้บ้านดูเก๋ขึ้นกันดูนะคะ ขอบคุณภาพ : http://www.diys.com

ตูน ว่าไง?? ก้อย เปรยแรง! อยากมีโมเม้นท์แบบ เป๊ก-นิว
ก้อย ตูน ข่าวดี /  ก้อน ตูน แต่งงาน / 

งานเข้ามั้ย? ดาราสาว ก้อย รัชวิน โพสต์แสดงความยินดีหลังหนุ่ม เป๊ก เปรมณัช ทำเซอร์ไพร้ส์นักร้องสาว นิว นภัสสร(นิว-จิ๋ว) คุกเข่าขอแต่งงานกันบนเวทีคอนเสิร์ตเมื่อวันก่อน(26 มิ.ย.) แถมแอบแย่บช่วงท้ายๆ ไว้ว่า อยากมีโมเม้นท์นี้บ้าง อะไรบ้าง!! ดังนี้ “โอยยยยย ยินดีกับน้องชาย @peckprem เพื่อนคนแรกในวงการบันเทิงของข้าพเจ้า #เห็นกันมาตั้งแต่นางใส่ชุดนักเรียนสวนกุหลาบมาถ่ายรายการ และ @brandnew_nj ด้วยน้าาาา ดีใจหนักมากกก ดูคลิปขอแต่งงานแล้วน้ำตาจิไหลลล #ไม่ใช่อะไร #อยากมีโมเม้นต์แบบนี้บ้าง5555 #อ่ะเล้อเล่ง #เห็นคู่นี้รักกันมาตั้งแต่ก้อยไปเล่นmv #อย่าเอาความเหงามาลงที่ฉัน #ต่อจากนี้ไปไม่มีคำว่าเหงาแต่จะมีคำว่าเราตลอดไป #ฮิ๊ววววว #รักกันตลอดไปน้าาา Cr. ขอบคุณเจ้าของภาพนี้ด้วยนะก้ะ ปล. ไม่คิดว่า @peckprem จะโรแมนติกขนาดนี้! ดีใจกับนิวที่สุดเลยฮะ :)” เอาไงล่ะจ๊ะพ่อหนุ่ม ตูน บอดี้สแลม คอนเสิร์ตครั้งหน้าจัดเลยมั้ย?? อิอิ ขอขอบคุณ ภาพจากอินสตาแกรม @rachwinwong ก้อย รัชวิน โพสต์ ก้อย - ตูน ก้อย - ตูน ก้อย - ตูน ก้อย - ตูน ก้อย - ตูน