ภาพพระพุทธรูป

รีวิว เที่ยวเกาะช้าง จนต้องเอยปากว่า ชีวิตนี้ต้องไปสักครั้ง!!
จันทบุรี /  ทะเล / 

เที่ยวเกาะช้าง (Shutter&Travel) เกาะช้าง เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 1 ในทะเลอ่าวไทย และเป็นเกาะที่ใหญ่อันดับ 2 ในรองเพียงเกาะภูเก็ต อยู่ในเขตจังหวัดตราด มีเกาะบริวารกว่า 52 เกาะ มองจากด้านบนเหมือนรูปโขลงช้าง จึงได้ชื่อว่า เกาะช้าง โอ้ทะเลแสนงาม ฟ้าสีครามสดใส มองเห็นเรือใบ แล่นอยู่ในทะเล… เสียง เพลงที่คุ้นหูดังขึ้นทุกครั้งที่ได้มีโอกาสมาใกล้ชิดทะเล และหวนนึกถึงทริปทะเลมากมายที่มีเคยไปเที่ยวมา ทั้งที่เมื่อนานมาแล้วและเมื่อไม่นานมานี้ เที่ยวเกาะช้าง เพื่อนๆ คงเคยไปเที่ยวทะเลแล้วออกไปดำน้ำกันใช่ไหมครับ? คือนั่งเรือออกไปดำน้ำดูปะการังน้ำตื้นหรือที่เรียกว่าการดำแบบผิวน้ำ (Snorkeling) เรือจะไปจอดทอดสมอตามจุดดำน้ำ ตามเกาะ ตามอ่าวต่างๆ หรือโคดหินรอบๆ เกาะในทะเล เรียกว่าพอเรือจอดสนิท ก็รีบคว้าหน้ากาก (Mask) ท่อหายใจ (Snorkel) เสื้อชูชีพ แล้วกระโดดลงทะเลกันไป ดำน้ำดูปะการังกันทั้งวันจนตัวดำ ผมก็ไปแบบนี้ ต้องลงเรือร่วมไปกับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร มันก็เป็นรูปแบบกิจกรรมหนึ่งสำหรับการท่องเที่ยวทางทะเล แต่สำหรับเด็กคนหนึ่ง ที่ไม่เคยสัมผัสกับการดำน้ำ มันถือเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดเลยก็ว่าได้ ผมลองนึกย้อนกลับไปวัยเด็ก ผมมีโอกาสได้ไปดำน้ำที่หมู่เกาะสุรินทร์ ซึ่งเป็นการดำน้ำครั้งแรกในชีวิตที่ได้ไปกับครอบครัว ถือเป็นการเปิดประสบการณ์ที่ตื่นเต้นและก็แฝงไปด้วยความกลัวเจือปนเข้ามาด้วย กลัวทุกอย่าง กลัวคลื่น กลัวการเดินทาง แล้วก็กลัวปลาฉลาม 555 นึกขึ้นแล้วก็ขำ มันน่าจะมาจากการได้ดูหนังเรื่อง JAW มากไปหน่อย แล้วการลงไปดำน้ำครั้งแรกของผมในวัยเด็กก็ไม่พลาดที่จะนึกถึงปลาฉลามจริงๆ พอดำลงไปแล้วจะหดขาขึ้นมาไม่กล้ายืดขาลงไป กลัวฉลามครับ ต้องคอยก้มดำน้ำไปดูว่ามีตัวอะไรใต้น้ำ แต่เพียงชั่วแว๊บเดียว พอลงน้ำได้ไม่นานก็เริ่มคุ้นเคย ความกลัวก็จะค่อยๆ หายไป อาจเป็นเพราะความสวยงามของโลกใต้ทะเลก็ว่าได้ และมันก็ทำให้เกิดความประทับใจสำหรับการได้เปิดประสบการณ์ดำน้ำครั้งแรกของผม ทั้งตื่นเต้น สวยงาม และน่ากลัว (ปลาฉลาม) 555 ... มาถึงตอนนี้ลูกชายผม 8 ขวบแล้ว สามารถดูแลตัวเองในน้ำได้ระดับหนึ่งจากการเรียนว่ายน้ำมาสักพัก และผมก็คิดว่ามันถึงเวลาที่จะเปิดประสบการณ์แปลกใหม่จากการดำน้ำให้เป็นของขวัญรับปิดเทมอใหญ่แล้วล่ะครับ ทริปนี้เราเลือก “เกาะช้าง” ครับ สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่อาจจะมีวันลายาวๆ ที่ไม่ตรงกันซะทีเดียว และการเดินทางที่ไม่ยากลำบากเหมือนลงไปทางภาคใต้ จากการได้หาข้อมูลก็พบว่าช่วง มี.ค.-เม.ย. น้ำทะเลที่เกาะช้างก็ยังใสอยู่ ว่าแล้วก็ล้อหมุนกันเลยดีกว่าคร๊าบบบบบ ชูวี๊ดูหว่า จะพาเธอไปดำน้ำดูปลาการ์ตูน           ชูวี๊ดูหว่า จะพาเธอไปโต้คลื่น เอาให้หมดแรง .... เราออกเดินทางจากรุงเทพฯ แต่เช้า แต่ก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร เป้าหมายคือท่าเรือข้ามฝากที่อ่าวธรรมชาติ จังหวัดตราด แต่ก่อนจะข้ามฝากไป เราก็แวะเที่ยวโบสถ์คาทอลิกวัดแม่พระปฏิสนธินิรมล ที่จันทบุรีกันก่อน “โบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล” หรือที่เรียกว่า “โบสถ์คริสต์เมืองจันทร์” เป็นโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกแห่งเดียวในจันทบุรี อยู่ที่เดียวกับโรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์ มีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมตะวันตกแบบโกธิค ยอดหลังคาเเหลมสูง ภายในตกแต่งด้วยกระจกสีที่เรียกว่า สเตนกลาส ด้านหน้าโบสถ์เป็นรูปปั้นพระแม่มารีสีหน้าสงบเปี่ยมประกายเมตตา ด้านในอาคารที่เป็นโถงโล่ง ตกแต่งด้วยโทนสีชมพู มีทางเดินเป็นชั้นลอยอยู่ทั้งสองข้าง มีช่องแสงจากหน้าต่างกระจกสี ที่นี่ถือเป็นวัดขนาดใหญ่ที่มีความเก่าแก่และมีความงดงามที่สุดแห่งหนึ่งครับ เราได้ภาพจากด้านนอกโบสถ์เป็นหลักครับ เพราะจังหวะที่เราไปเป็นจังหวะที่มีงานแต่งงานภายในโบสถ์พอดี เราจึงไม่สะดวกนักที่จะเก็บภาพจากด้านในมาได้ แต่เราก็เพลิดเพลินกับความสวยงามของโบสถ์จากด้านนอกกันไม่น้อย และหลังจากที่โบสถ์เราก็มุ่งหน้าสู่ท่าเรือเฟอร์รี่ อ่าวธรรมชาติกันเลย การเดินทางมาเกาะช้างสะดวกสบาย เป็นเรือขนาดใหญ่สามารถนำรถข้ามฝากไปได้ ใช้เวลาเพียง 30 นาที ปัจจุบันถนนหนทางบนเกาะช้างก็ราดยางหมดแล้ว มีบ้างที่บางช่วงก็ยังค่อนข้างเล็กอยู่ เราเลือกพักกันที่ “หาดบางเบ้า” อยู่ทางขวาสุดของเกาะครับ เพราะทริปนี้เราจะเน้นดำน้ำอยู่แล้ว ซึ่งก็ต้องขึ้นเรือที่บางเบ้า ไม่อยากเดินทางไปมาให้วุ่นวาย หาดบางเบ้าอยู่ห่างจากท่าเรือมาทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะช้าง ประมาณ 25 กิโลเมตร มีถนนลัดเลาะไปตามไหล่เขา ค่อนข้างคดเคี้ยวและลาดชันในบางช่วง อยู่ถัดไปจากหาดใบลาน หาดบางเบ้า เรียกกันคุ้นหูอีกชื่อหนึ่ง คือ "ชุมชนประมงบางเบ้า" นักท่องเที่ยวจะได้เห็นวิถีชีวิตเรียบง่ายของชาวประมงขนาดเล็ก จะเห็นการสร้างบ้านแบบปักเสาลงไปในทะเล แล้วมีสะพานเชื่อมต่อกันตลอดแนว ชาวประมงที่นี่นิยมจับปลาหมึกหอม แต่เมื่อความเจริญมีมากขึ้นการท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ก็มีมากขึ้นตามไปด้วย และที่นี่ก็จัดว่าเป็นจุดชมอาทิตย์ตกได้สวยงามอีกแห่งบนเกาะช้าง มีลักษณะเป็นหาดหินสลับกับหาดทรายในบางช่วง ด้วยลักษณะที่เป็นเหมือนหมู่เกาะโอบล้อมสองด้าน จึงเหมาะสำหรับการจอดเรือ วันแรกเราถึงที่พักประมาณ 4 โมงเย็น ก็ไม่ได้คิดอะไรมากมาย เอาตัวลงไปใกล้ชิดทะเล ใครจะเล่นน้ำก็เล่นไป ส่วนผมขอเก็บภาพบรรยากาศชายหาดบางเบ้ามาฝากกันก่อนที่จะนอนเอาแรง เพราะพรุ่งนี้จะต้องดำน้ำกันทั้งวัน ปัจจุบันสภาพแวดล้อมที่เกาะช้างแตกต่างจากสมัยก่อนมาก สมัยนี้รายการสารคดีเกี่ยวกับโลกใต้ทะเลมีมากมาย รายการท่องเที่ยวที่พาไปดำน้ำก็มีให้เห็นเยอะแยะ มันเปรียบเสมือนการกระตุ้นความอยากไปดำน้ำให้กับคนที่ได้ชมมากขึ้นเป็นทวีคูณ ภาพที่เราเห็นในทีวีมันช่างสวยงามเรียกว่าสวรรค์ใต้น้ำเลยก็ว่าได้ นั่นก็เพราะคุณภาพของอุปกรณ์เก็บภาพใต้น้ำและอุปกรณ์กันน้ำที่ดีขึ้นมาก แต่ก็ราคาแสนสาหัสครับ รุ่งเช้าเรามาแวะรอถ่ายภาพกับแสงยามเช้ากันเล็กน้อยก่อนที่จะออกไปน้ำดำ ทริปนี้เราซื้อ package ดำน้ำมาจากกรุงเทพฯ ด้วยการโทรมาจองไว้ราคาท่านละ 550 บาท พอมาถึงก็มีการโทรยืนยันกันเล็กน้อย ก่อนที่เราจะมาถึงท่าเรือเวลา 9 โมงเช้า เพื่อลงเรือพร้อมๆ กัน เรือที่จะพาเราไปดำน้ำทริปนี้เป็นเรือไม้ 2 ชั้นขนาดใหญ่ สามารถรับนักท่องเที่ยวได้ 200 คน สบายๆ แต่วันนี้เป็นวันอาทิตย์ นักท่องเที่ยวจึงมีเพียง 80 คน ได้ไปดำน้ำ 4 เกาะ เกาะยักษ์เล็ก เกาะรัง เกาะยักษ์ใหญ่ และเกาะหวาย พอเรือออกได้สักพักเจ้าหน้าที่ก็จะแจกสน็อคเกิล พร้อมทั้งอธิบายการใช้งานคร่าวๆ แต่หลักๆ จะเน้นว่าถ้าหล่นน้ำ ให้รีบเรียกเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยดำลงไปเก็บ และจะต้องดูแลและคืนตอนจบ หากสูญหายจะต้องชำระ 1,200 บาท นี่ล่ะสาระสำคัญ ^^ การมาดำน้ำในทริปนี้ค่อนข้างโชคดีที่ฟ้ายังเปิดและไม่มีเมฆฝนมาบังแสงเลย มีคนเคยบอกว่าการดำน้ำจะสวยหรือไม่สวยนั้น ขึ้นอยู่กับโชคด้วย หากลมแรง เมฆเยอะ ฟ้าไม่ใส โอกาสที่เราจะได้เจอความสวยงามใต้ทะเลก็ยาก ถึงแม้จะเดินทางมาถึงสิมิลันก็ตาม แต่หากฟ้าเปิด ลมไม่แรง ไม่มีขี้เมฆ มันจะทำให้การดำน้ำไม่ว่าที่ใดสวยขึ้นเป็นกองเลยครับ จึงพอสรุปได้ว่า นอกจากเราควรไปให้ถูกที่แล้ว เราควรจะไปให้ถูกเวลาด้วย นอกนั้นก็เป็นเรื่องของโชคแล้วว่าสภาพอากาศวันนั้นจะเป็นเช่นไร ทริปนี้เราได้เก็บภาพใต้น้ำมาไว้เป็นที่ระลึกด้วย เกาะยักษ์เล็ก เกาะรัง เกาะยักษ์ใหญ่ และเกาะหวาย แต่เป็นภาพที่ถ่ายจากกล้องมือถือที่เราใส่เคสกันน้ำลงไปถ่ายครับ Shutter Tips การถ่ายภาพแสงอาทิตย์ให้เป็นแฉก การถ่ายภาพพระอาทิตย์หรือภาพแสงไฟให้มีลักษณะเป็นประกายแฉกไฟ เปรียบเสมือนการเพิ่มเสน่ห์หรือลูกเล่นให้กับภาพถ่าย มีเทคนิคมากมายหลายวิธี ผู้เขียนมีเทคนิคส่วนตัวที่จะมาแบ่งปันกับเพื่อนๆ ลองไปใช้กันดู ดังนี้ 1. เลือกใช้โหมด M ในการถ่ายภาพ เราจะใช้ค่ารูรับแสงที่แคบ (f16-22 ขึ้นไป) โดยเราจะกำหนดค่าความเร็วม่านซัตเตอร์ (Speed Shutter) ด้วยตนเอง เพื่อจะได้ไล่แสงที่ถูกใจตามต้องการได้สะดวกยิ่งขึ้น ส่วนตัวจึงคิดว่าโหมด M จะสะดวกที่สุดในการที่จะเพิ่มหรือลดค่า Speed Shutter 2. เลือกระบบวัดแสงเฉพาะจุด เนื่องด้วยการถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกจะมีสภาพแสงเปรียบต่างที่ค่อยข้างมาก ภาพที่ได้มีโอกาสที่จะสว่างหรือมืดจนเกินไป ส่วนตัวจึงเลือกใช้ระบบวัดแสดงเฉพาะจุดไปเลย โดยอาจจะเลือกวัดแสงบริเวณรอบๆ ดวงอาทิตย์ ซึ่งหากมืดหรือสว่างเกินไป เราก็ใช้วิธีปรับตั้งค่า Speed Shutter 3. การตั้ง ISO ให้ตั้งน้อยที่สุด โดยไล่ตั้งแต่ ISO100 หลักง่ายๆ คือ พยายามให้ Speed Shutter เร็วพอที่เราสามารถยืนถ่ายด้วยมือเปล่าได้ คือไม่ต่ำกว่า 1/50 หากช้ามากจะทำให้ภาพสั่น เราก็สามารถดัน ISO เพิ่มขึ้นไปได้ 4. เมื่อได้มุมที่จะถ่ายและตั้งค่าของกล้องเรียบร้อยแล้ว ผู้ถ่ายภาพควรสังเกตุจากในกล้องระหว่างถ่ายภาพว่า แสงแฉกที่ได้สวยงามเป็นที่พอใจรึยัง แนะนำให้ลองขยับมุมกล้องทีละนิด (ขอย้ำว่าขยับทีละนิด) เพื่อลองหามุมภาพที่จะรีดแสงแฉกออกมาสวยงามตามที่เราต้องการ *ห้ามนำภาพหรือบทความนี้ไปเผยแพร่ก่อนได้รับการอนุญาตจากเว็บไซต์ travel.mthai.com

103 Like FM พาเหินฟ้าสู่ภูเก็ต! เสิร์ฟทริปสุดหรูกับ แน๊ท-เวียร์
103 Like FM /  103 ไลค์ เอฟ เอ็ม / 

ไลค์ ทริป #7 พาผู้โชคดีเหินฟ้าสู่ภูเก็ต เสิร์ฟทริปสุดหรู! จัดเต็มเคล็ดลับความสวยจากตัวแม่ความงาม แน๊ท อนิพรณ์ พร้อมฟินกับพระเอกสุดหล่อ เวียร์ ศุกลวัฒน์ ฟินสุดสำหรับกิจกรรม ไลค์ ทริป #7 ตอน สโนว์ไวท์ กับสิ่งมหัศจรรย์ทั้ง 7 ที่จัดโดยคลื่น 103 ไลค์ เอฟ เอ็ม ร่วมกับ การบินไทย, เอฟ บี แบตเตอรี่, เครื่องปรับอากาศ แอร์ เทรน, ราชเทวี คลินิก, เอสโซ่ และ โรงแรม สันติ์สุริย์ ภูเก็ต นำทีมโดย ดีเจ.กิ่ง เหมือนแพร และ ดีเจ.บอส ชัชวลิต ที่พาสาวสวยทั้ง 20 คนไปเริงร่าท้าแดดกันถึงจังหวัดภูเก็ต โดยมีพี่เลี้ยงระดับนางงาม แน๊ท อนิพรณ์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2015 มาเป็นพี่เลี้ยงคอยดูแลสาวๆ กันแบบใกล้ชิด ความใกล้ชิดเริ่มต้นตั้งแต่ขึ้นเครื่อง เมื่อ แน๊ท อนิพรณ์ ร่วมเดินทางไปด้วย พร้อมมอบความเป็นกันเองตั้งแต่เริ่มเดินทาง เมื่อถึงที่พักพักผ่อนกันซักนิด แล้วมาเพิ่มเติมความสวยด้วยกิจกรรมแรก 'Everyday Look' กับสาว แน๊ท และ แจ๊ค เมคอัพ บล็อกเกอร์ชื่อดัง ที่มาช่วยสอนเทคนิคการทำสวยในชีวิตประจำวันแบบง่ายๆ ทั้งสอนแต่งหน้าให้เข้ากับตัวเอง บุคลิกภาพ การแต่งกาย งานนี้สาวๆ ทั้งได้ความรู้นำกลับไปใช้ แถมยังได้ภาพสวย-ท่าเป๊ะ ที่ แน๊ท มาสอนโพสกันแบบตัวต่อตัว ก่อนที่ในช่วงอาหารเย็นจะมีการสอนเทคนิคการทำอาหารคลีนสำหรับสาวๆ ผู้รักสุขภาพ พร้อมการประกาศผล Miss LIKE Trip #7 และปาร์ตี้เล็กๆ ที่ แน๊ท มาโชว์เสียงเพราะๆ คู่กับ ดีเจ.กิ่ง อีกด้วย เข้าสู่วันที่ 2 เริ่มต้นแต่เช้าตรู่ด้วยกิจกรรม Dance on the Beach ที่เหล่าสาวๆ มาออกกำลังกายสูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้ากันริมทะเล แล้วในช่วงพักผ่อนตามอัธยาศัย 20 สาวงามก็ได้ประชันหุ่นเป๊ะเล่นน้ำทะเลกันอย่างสนุกสนาน ไหนๆ ก็ใส่ชุดว่ายน้ำกันแล้วเลยต่อด้วยกิจกรรมชุ่มฉ่ำ อย่าง เกมเจ้าหญิงท้าแดดตามล่ามหาสมบัติ ที่ให้สาวๆ หาแหวนทองที่ฝังไว้, เกมจับเสือใส่ถัง ซึ่งเหล่าสาวงามต้องช่วยกันตักน้ำทะเลใส่ขวดด้วยมือเปล่า และ เกมเจ้าหญิงพลังล้น ที่สาวๆ ต้องสวมชูชีพ-ห่วงยาง ลงสระว่ายน้ำ เพื่อว่ายไปทำมิชชั่นหยิบแผ่นป้าย เรียกได้ว่า โหด-มัน-ฮา! กันอย่างสุดๆ และแล้วก็ถึงช่วงดินเนอร์ที่หลายคนรอคอย ที่เหล่าสาวสวยได้แปลงโฉมเพื่อต้อนรับพระเอกหนุ่มสุดหล่อ เวียร์ ศุกลวัฒน์ ซึ่งมาในมาดเจ้าชายท่ามกลางสโนว์ไวท์สาวสวยทั้ง 20 คน พร้อมกับเซอร์ไพรซ์สุดพิเศษสำหรับ Miss LIKE Trip #7 ที่นอกจากจะได้แต่งหน้าให้สวยสุดดุจสโนว์ไวท์จาก แจ๊ค เมคอัพ แล้ว ยังจะได้รับดอกไม้ช่องามจากหนุ่ม เวียร์ ซึ่งขั้นคุกเข่ามอบให้แบบสุดเซอร์ไพร้ส์ งานนี้ ทำเอา น้องเบญ Miss LIKE Trip #7 ถึงกับเขินจนหน้าแดง ความฟินยังไม่จบ เพราะพระเอกหนุ่ม เวียร์ จับไมค์โชว์ร้องเพลงเพราะ แถมยังเซอร์วิสให้สาวๆ ได้ถ่ายรูปอย่างใกล้ชิดจุใจ ต่อด้วยเสียงเพราะๆ จากดีเจ.กิ่ง ที่มาร้องเพลงส่งทุกคนเข้านอน... เต็มอิ่มแบบนี้ แฟนคลับคลื่น 103 ไลค์ เอฟ เอ็ม แฮปปี้จริงๆ! มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

ธงธงลั้นลา! บ่มรัก ดีเจ.เทปเป้ 3 ปี ไม่ขอเรียกแฟน
ธงธง ม๊กจ๊ก /  ข่าวบันเทิงวันนี้ / 

ยันไม่เข็ดกับความรัก ธงธง ม๊กจ๊ก ที่ล่าสุดกลับมาอินเลิฟอีกครั้งกับ ดีเจ.เทปเป้ แต่ขอใช้คำแทนสถานะ กัลยาณแฟนเป็นมากกว่าเพื่อน แต่ไม่ขอแรกแฟนเพราะกลัวการคาดหวัง "เป็นคนในวงการค่ะ กัลยาณแฟนกัน ก็เหมือนกัลยาณมิตร ก็ไปตามดูในไอจีพี่ก็จะรู้ว่าใคร เราเจอกันเนื่องจากไปเข้ากรรมฐาน สายบุญ เขาเป็นคนที่เวลาคุยเรื่องธรรมะแล้วอุ้ยตอบเก่งจังเลย เขาเป็นสายทฤษฎีเขาอ่านเยอะ ถามว่าขั้นไหนไปสัมภาษณ์เขาเถอะ(หัวเราะ) คุยๆ กันรู้สึกเป็นห่วงกัน ถ้าคุณเหงาคุณทีมา ถ้าคุณมีปัญหาคุณโทรมา ถามว่าเหมือนกันคนที่คบก่อนหน้านี้ไหม ไม่เหมือนเลย คนก่อนหน้านี้เหนื่อย ครั้งก่อนคือความผิดพลาดค่ะ ไม่ใช่ความรัก(หัวเราะ) ดูตอบเป็นนางเอกเนาะ(ยิ้ม) คนนี้ชิว มีความสุขดี จะบอกว่าเวลคุยกันจีบกันใหม่ๆ เมื่อไหร่ที่ตกลงกันเป็นแฟนจะมีการคาดหวังแล้วก็จะเป็นทุกข์ เราก็บอกว่าไม่ต้องเป็นแฟนกันนะขอให้มันพาไป แล้วแต่มันจะพัฒนา กลัวกับคำว่าแฟน เดี๋ยวจะไปคาดหวังกับเขา เดี่ยวเขาทำอะไรไม่ถูกใจจะไปโกรธเขาอยู่อย่างนี้ดีแล้ว เป้นเพื่อนที่มากกว้าพื่อน พี่ไม่ใช่แฟนแต่มากกว่าเพื่อน(ยิ้ม) ถามว่าเปิดตัวไหมก็ไม่เห็นต้องปิดต้องเปิด เพราะมันเป็นปกติของชีวิตวันนั้นในไอจีเขาก็ลง เราก็โอเคเป็นกัลยาณแฟน คุยกันก็รู้สึกดี(ยิ้ม) ถามว่านานแค่ไหนแล้ว 3 ปีค่ะ มาพร้อมกันกับครั้งก่อนแต่เราไปเลือกผิด(หัวเราะ) เอาเป็นว่าตอนนี้ก็คุยอยู่กับ ดีเจ.เทปเป้เป็นกัลยาณแฟนที่ดีต่อกัน" ขอบคุณภาพจากIG:thong_thong ธงธง ม๊กจ๊ก-ดีเจ.เทปเป้ ธงธง ม๊กจ๊ก ดีเจ.เทปเป้

นาธาน แต่งแน่! ตัดชุดเจ้าสาว 12 ชุดราคาร่วมกว่าสิบล้าน
นาธาน โอมาน /  ป๋อง ซีเบท / 

ถูกจับตามองมาตลอดหลังประกาศคบกับ หนุ่มเรือยอร์ช เศรษฐีปักษ์ใต้ สำหรับ นาธาน โอมาน จนโดนตราหน้าว่า ลวงโลก แต่ทำฮือฮาก็เมื่อเจ้าตัวบอกเตรียม แต่งงาน ล่าสุดมีภาพไปลองชุดเจ้าสาวหลุดออกมาโดยมี ป๋อง ซีเบท ดีไซน์เนอร์ชื่อดังเป็นคนดูแลเรื่องชุดให้ งานนี้ พี่ป๋อง ได้เผยถึงเรื่องนี้ว่านาธานมาดูชุดจริง คุยคอนเซ็ปต์เรื่องชุดเจ้าสาวแล้ว ลงตัวที่ 8-12 ชุด เน้นอลังการและกรุยกราย "อย่างที่รู้กันว่าเขาก็เคยพูดแล้วเนาะว่าเขาจะแต่งงาน พอดีจังหวะน้องเขามากรุงเทพก็เลยได้มาคุยกันมาแชร์ไอเดีย ชุดลักษณะเนื้องานของเราแต่เป็นคอนเซ็ปต์ของนาธาน วันนั้นที่มาก็ได้คุยกัน 3-4 ชั่วโมงเลยแหละ ชุดที่ลองในรูปยังไม่ใช่ของเขา ของเขาเปรี้ยวกว่านี้ แซ่บกว่านี้แน่นอน ตัวที่เขาลองเนี่ยปกติชุดแต่งงานต้องเป็นสีขาวมีสุ่ม แต่คราวนี้นาธานเขาไม่อยากเหมือนคนทั่วๆ ไป ด้วยความเป็นเอ็กซ์สไตล์ของเขา แล้วก็การทำงานของพี่ก็แตกต่างจากคนอื่นอยู่แล้วก็เลยมาลองดูว่าสีขาวได้มั้ย คือมีสีขาวด้วยแต่ไม่ใช่แบบนี้ ไม่ได้มีชุดเดียวนะ วันนั้นที่คุยกันเนี่ยก็น่าจะมีประมาณ 8 ชุด แต่ก็จะพยายามทำให้ได้ถึง 12 ชุด อันนี้ก็ขอคุยกันก่อน จะพยายามเขาจะแบ่งเวลาใส่ทันรึป่าวเท่านั้นเอง ถามว่าอลังการแค่ไหน เดี๋ยวเปรยๆ คอนเซ็ปต์ชุดของเขาก่อนดีกว่าเนาะ เขาจัดงานที่ภาคใต้อารมณ์เขาก็แบบอยากจะเหมือนลงมาจากเรือยอร์ชเป็นชุดนกยูง ลงมาโดนน้ำก็จะลู่เข้าไปในตัว ชุดมันก็ต้องถอดได้ทีละชิ้นๆ ลงน้ำไปปุ๊บขึ้นมาก็จะเป็นชุดที่ฟูฟ่องได้เลยทันที ชุดที่ใช้ตั้งแต่ลงจากเรือ จนถึงเดินพรมแดงเข้างานก็อาจจะเปลี่ยน 3-4 ชุด งบประมาณแต่ละชุดเหรอ ตอนนี้กำลังคุยกันอยู่ว่าอยากได้ประมาณที่เท่าไหร่ แต่ว่าโดยรวมๆ แล้วก็น่าจะอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 8 หลัก เพราะเราอยากให้ทำในงบที่มันจับต้องได้ วันที่เขามาดูชุดไม่ได้มากับแฟนนะมากับผู้จัดการส่วนตัว ยังไม่เจอแฟนเขาเลย ส่วนเรื่องชุดแฟนเขา เขาไม่ได้บอกนะว่าต้องตัดไหม เขาบอกแค่ว่าทำให้หนูแซ่บๆ พอ แต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องแฟนเลย ดีเดย์ที่ชุดต้องเสร็จจริงๆ เขายังไม่ได้กำหนดวันแต่งของเขาด้วยซ้ำ เหมือนกับว่าค่อยๆ ทำไปแล้วเราเช็กกันเดือนต่อเดือนว่าตอนนี้ถึงไหนแล้วมากกว่า เห็นเขาบอกนะแต่มันก็จวนแล้วล่ะเขาบอกว่าที่บ้านฝ่ายชายเขาเร่งอยากได้สะใภ้ เราก็โอเคจะรีบทำให้เร็วที่สุด คาดว่าจะแต่งในปีนี้ไหมเหรอก็คิดว่านะ เขาพูดว่าถ้าพัชราภา(อั้ม-พัชราภา) แต่งเขาก็แต่งเลย(หัวเราะ) เขาบอกในวงการเขาให้เกียรติพี่อั้มมากเป็นอันดับหนึ่ง ถ้าพี่อั้มแต่งปุ๊บเผลอๆ อาทิตย์ สองอาทิตย์แต่งเลย(หัวเราะ) เอาจริงๆ นะถ้าเรื่องชุดพี่เป็นคนทำงานมานาน 12 ชุดเดือนหนึ่งก็เสร็จแต่ด้วยความที่เขาก็ไม่ได้เร่งรัดเรา ให้พี่ป๋องทำแบบสบายๆ ไป ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้อันนี้ก็ต้องบอกกัน” ขอบคุณภาพจากIG:nathanoman ป๋อง ซีเบท-นาธาน โอมาน นาธาน โอมาน นาธาน โอมาน นาธาน โอมาน

ชวนกูรูเกาหลีชิงรางวัลกว่า 3 แสน ใน Quiz on Korea 2016
K.T.C.C /  Quiz on Korea 2016 / 

กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ ร่วมกับ สถานีโทรทัศน์ KBS ขอเชิญชวนร่วมการแข่งขันรายการตอบคำถามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเกาหลี Quiz on Korea 2016 ชิงเงินรางวัลมูลค่ากว่า 3 แสนบาท และรางวัลอีกมากมาย รายการ Quiz on Korea 2016 เป็นรายการแข่งขันตอบคำถามเกี่ยวกับประเทศเกาหลีใต้ ไม่ว่าจะเป็น ด้านขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ รวมไปถึงข้อมูลและความรู้ในด้านต่างๆ ของประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งมีคำถามทั้งภาษาเกาหลีและภาษาอังกฤษ ในรูปแบบคำถามเป็นแบบตัวเลือก (Multiple choices) และแบบตอบคำถามสั้นๆ โดยมีวัตถุประสงค์การแข่งขันเพื่อโปรโมทและประชาสัมพันธ์วัฒนธรรมประเทศเกาหลี ซึ่งรายการจะมีการคัดเลือกตัวแทนผู้เข้าร่วมแข่งขันจากในแต่ละประเทศรวมทั้งสิ้น 22 ประเทศ มาแข่งขันรอบสุดท้ายที่ประเทศเกาหลี เพื่อหาแชมป์เพียงหนึ่งเดียว! สำหรับประเทศไทยจะมีการจัดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ ในวันที่ 27 พฤษภาคม 2559 ณ ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี ตั้งแต่เวลา 15.00 น.เป็นต้นไป ผู้ชนะการแข่งขันที่ประเทศไทยจะได้มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขัน Quiz on Korea 2016 ที่ประเทศเกาหลีใต้ โดยรวมตั๋วเครื่องบิน พร้อมค่าใช้จ่ายด้านที่พักและการเดินทางในประเทศเกาหลีใต้ นอกจากนี้ผู้ที่เข้าร่วมการแข่งขันนี้ยังจะได้รับของกำนัลพิเศษอีกด้วย ทั้งนี้ในปีที่ผ่านมา รายการ Quiz on Korea 2015 ผู้ชนะเลิศได้รับเงินรางวัลจำนวนทั้งสิ้น 10,000,000 วอน(มูลค่า 300,000 บาทไทย) และคอร์สเรียนภาษาเกาหลี 6 เดือน ส่วนรองชนะเลิศได้รับเงินรางวัล จำนวนทั้งสิ้น 5,000,000 วอน(มูลค่า 150,000 บาทไทย) และคอร์สเรียนภาษาเกาหลี 6 เดือน Quiz on Korea 2016 เปิดรับสมัคร : วันนี้- 20 พฤษภาคม 2559 โดยสามารถส่งใบสมัครได้ที่ quizkor@k-tcc.co.th หรือสมัครออนไลน์ที่ www.thebridgesmagazine.com/quiz_korea ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง http://www.thebridgesmagazine.com/content.php?id=1624 มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เจสสิก้า ฉายเดี่ยวเต็มรูปแบบ! โชว์ความสามารถแต่งเพลงของตัวเอง
jessica /  Jessica Jung / 

เจสสิก้า จอง เผยรายชื่อเพลงจากอัลบั้มเดี่ยว โชว์ความสามารถแต่งไตเติ้ลแทร็ค Fly ด้วยตัวเอง วันนี้(29 เม.ย.) Coridel Entertainment ได้เผยข้อมูลผ่านออฟฟิเชี่ยลโฮมเพจและโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ก ถึงรายละเอียดส่วนหนึ่งของเพลงจากอัลบั้มเดี่ยวของ เจสสิกา จอง ซึ่งประกอบไปด้วยไตเติ้ลแทร็ค Fly, Big Mini World, Falling Crazy In Love และอีก 3 เพลงที่ยังไม่เปิดเผยข้อมูล เจสสิก้า สร้างความสนใจให้แก่แฟนเพลง ผ่านการเขียนเนื้อร้องและทำนองของเพลง Fly ไตเติ้ลแทร็คของอัลบั้ม รวมทั้งยังเขียนเพลง Falling Crazy In Love ด้วยตัวเองเช่นกัน นอกจากนั้นยังมีชื่อของนักแต่งเพลง-โปรดิวเซอร์ชื่อดัง อย่าง Fabolous และ Kmack ผู้เป็นเบื้องหลังความสำเร็จของศิลปินรางวัลแกรมมี่ อย่าง Beyonce และ Diddy เข้ามามีส่วนร่วมในอัลบั้มนี้อีกด้วย ก่อนหน้านี้ เจสสิก้า ก็เพิ่งปล่อยภาพเบื้องหลังการถ่ายทำมิวสิควิดีโอรวมทั้งทีมแดนเซอร์ของเธอผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว ชวนให้แฟนๆ ต้องติดตามผลงานเพลงเดี่ยวของเธออย่างใกล้ชิดทีเดียว. It's a great feeling! Finished up shooting an MV last month in lovely LA, Malibu and even the desert! Just completed the final edits today, took over a month because I wanted to make sure every detail was perfect! Can't wait to show it to u guys! For now, here's a pic ❤️ Who's excited?!! A photo posted by Jessica Jung (@jessica.syj) on Apr 27, 2016 at 12:45pm PDT Introducing my awesome dancers! A photo posted by Jessica Jung (@jessica.syj) on Apr 27, 2016 at 10:43pm PDT ข้อมูลจาก eNEWSWORLD และ mydaily มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เอาใจแฟนคลับ!ฉลามชลเปิดรับสมาชิกตั๋วปีสิทธิพิเศษเพียบ
กรรชัย สุขสมกร /  ฉลามโต๊ะเล็ก / 

“ฉลามชลโต๊ะเล็ก" เปิดตัว ตั๋วปี (Season Ticket) ฤดูกาล 2016 เอาใจสาวกพันธุ์แท้ พร้อมรับสิทธิ์ประโยชน์ต่างๆเพียบ ในราคาเพียง 849 บาท ส่วนสมาชิก เมมเบอร์การ์ด (Member Card) ราคาเพียง 199 บาท โดยจะเปิดรับสมัครวันแรก ที่สนาม บลูเวฟ อารีน่า จ.ชลบุรี ในวันเสาร์ที่ 30 เม.ย. นี้ เดินหน้าต่อยอดฐานแฟนคลับ ของ สโมสร อย่างต่อเนื่อง สำหรับทีม “ฉลามชลโต๊ะเล็ก” ชลบุรี บลูเวฟ ทีมดับเบิ้ลแชมป์แห่งวงการฟุตซอลไทย ปี 2015 ล่าสุดได้เตรียมทำการเปิดรับสมัคร สมาชิกตั๋วปี ฤดูกาล 2016 และ สมาชิก เมมเบอร์การ์ด ซึ่งถือเป็นปีแรก ของ สโมสร ออกมาให้แฟนคลับได้เตรียมตัวเป็นเจ้าของกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากการเปิดเผย ของ “บิ๊กแป๋ม” ธัชพัทธ์ เบ็ญจศิริวรรณ ประธานสโมสร ที่ออกมาให้สัมภาษณ์ ว่า “เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปี ของ สโมสร ชลบุรี บลูเวฟ ในปีนี้ เราเองอยากที่จะจัดแคมเปญ พิเศษๆขึ้นมา เพื่อตอบแทนและมอบให้กับแฟนคลับทุกคนที่ให้การสนับสนุนเรา รวมไปถึงการต่อยอดขยายฐานแฟนคลับรุ่นใหม่ให้มีเพิ่มมากขึ้นด้วย อีกทั้งก็จะเป็นการสร้างครอบครัว “บลูเวฟ แฟมิลี่” พื้นที่ของคนที่รัก และ ชื่นชอบกีฬาฟุตซอล ชื่นชอบสโมสร ชลบุรี บลูเวฟ ได้มีโอกาสใกล้ชิดกันมากขึ้นด้วย เราจึงได้ทำการเปิดรับสมัครสมาชิกตั๋วปี และ สมาชิกเมมเบอร์การ์ดขึ้น ซึ่งในส่วนของราคา และ สิทธิประโยชน์ ที่จะได้รับนั้นรอบรองได้เลยครับ ว่าคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไปอย่างแน่นอน ครับ” สำหรับ ตั๋วปี (Season Ticket) ฤดูกาล2016 นั้น จะอยู่ที่ราคา 849 บาท สำหรับสิทธิประโยน์ที่จะได้รับ คือ สิทธิพิเศษในการเข้าชมเกมการแข่งขันนัดเหย้าตลอดฤดูกาล 2016 ในที่นั่งโซนตั๋วปี ฟรีครบทุกแมตช์, ส่วนลด 10% ในการซื้อสินค้าที่ระลึกออนไลน์กับสโมสร, รับหนังสือรวมรวมรูปประจำปีของสโมสร, รับบัตรเข้าชมการเเข่ง AFC CLUB FUTSAL 2016 ที่ประเทศไทย จะเป็นเจ้าภาพ, ร่วมลุ้นรางวัลพิเศษกับกิจกรรมพิเศษต่างๆกับสโมสร, ร่วมลุ้นรับสิทธิประโยชน์ต่างๆจากผู้ร่วมสนับสนุนสโมสร และ เสื้อยืดที่ระลึก ที่จะมีเฉพาะสมาชิกตั๋วปีเท่านั้น มูลค่า 199 บาท ส่วน สมาชิกเมมเบอร์การ์ด นั้น จะอยู่ที่ ราคา 199 บาท สำหรับสิทธิประโยน์ที่จะได้รับ คือ ได้สิทธิในการซื้อบัตรเข้าการแข่งขัน ในที่นั่งโซนสมาชิกเมมเบอร์การ์ด, ส่วนลด 10% ในการซื้อสินค้าที่ระลึกออนไลน์กับสโมสร, ส่วนลด 10%, ส่วนลด 10 % บัตรเข้าชมการเเข่งขัน, ร่วมลุ้นรางวัลพิเศษกับกิจกรรมพิเศษต่างๆกับสโมสร สำหรับแฟนบอลที่สนใจเป็นครอบครัว “บลูเวฟ แฟมิลี่” กับเราก็สามารถเดินทางเข้ามาสมัครได้ในวันที่ 30 เม.ย.นี้ ที่จุดลงทะเบียน ของ สโมสร ชลบุรี บลูเวฟ ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป หรือจะดาวโหลดใบสมัครทางออนไลน์กรอกข้อมูลแล้วส่งกลับมาที่ Bluewavechonburi@gmail.com จากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่ของสโมสรติดต่อกลับเพื่อดำเนินการอีกครั้ง ดาวโหลดใบสมัคร คลิก

หวานเจี๊ยบ! อัน แจฮยอน อวดภาพเดท คู ฮเยซอน
Ahn Jae Hyun /  Blood / 

อัน แจฮยอน อวดภาพเดทสุดน่ารักของเขาและว่าที่เจ้าสาว คู ฮเยซอน ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว หลังจากเปิดตัวถึงการคบหากันและแผนการวิวาห์ที่กำลังจะเกิดขึ้น นักแสดง-นายแบบหนุ่ม อัน แจฮยอน และนักแสดง-นักร้องสาว คู ฮเยซอน ก็หมั่นแสดงออกถึงความรักของทั้งคู่อย่างน่ารักและเปิดเผย โดยล่าสุดหนุ่ม แจฮยอน ก็เพิ่งจะสวมบท 'คนอวดแฟน' ผ่านภาพถ่ายเซลฟี่ เปิดเผยถึงการเดทอันเปี่ยมสุขของเขาและแฟนสาว ที่โพสไว้ในอินสตาแกรมส่วนตัว 🐁🐇 A photo posted by @aagbanjh on Apr 27, 2016 at 2:41am PDT เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา คู่รักพระนางจากซีรี่ส์ Blood อัน แจฮยอน และ คู ฮเยซอน เพิ่งเปิดเผยถึงแผนการแต่งงานสายฟ้าแล่บ ว่าทั้งคู่จะใช้ช่วงเวลาในวันวิวาห์ 21 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ในการเลี้ยงแสดงความยินดีแบบเล็กๆ กับสมาชิกในครอบครัว และจะนำเงินที่เตรียมไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการจัดพิธีฉลองแต่งงานนั้นไปบริจาคให้แก่ Sinchon Severance Hospital. อัน แจฮยอน คู ฮเยซอน ข้อมูลจาก tvreport มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

รู้แล้ว! วิธีที่ทำให้
ฝึกภาษา /  ภาษาอังกฤษ / 

ซีรีส์จบ คนไม่จบ เต๋อ รัฐนันท์ จรรยาจิรวงศ์ หรือ  “คิม” ตุ๊ดกล้ามปูรสแซ่บ ใน Diary Tootsies The Series หลายคนประทับใจในการแสดง และความสามารถ โดยเฉพาะด้านภาษาที่ดูจะมีเสน่ห์ทุกครั้งที่หนุ่มเต๋อได้พูด ไม่ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษ หรือภาษาอิตาเลี่ยน และรู้หรือไหมว่าหนุ่มคนนี้นั้น เขาไม่ได้เก่งภาษาเพราะไปเรียนพิเศษ หรือเรียนต่อต่างประเทศ แต่ทำไมเขาถึงสามารถพูดภาษาได้เก่งและคล่องขนาดนี้ อย่ารอช้าไปฟังคำตอบของเขากันเลย รู้แล้ว! วิธีที่ทำให้ "เต๋อ รัฐนันท์" พูดภาษาอังกฤษ-อิตาเลี่ยนได้คล่องขนาดนี้ เต๋อ รัฐนันท์ จรรยาจิรวงศ์ นอกจากการเป็นนักแสดงมากฝีมือจนทำให้คนดูเชื่อสนิทว่าเขาเป็นสาวประเภทสองใน Diary Tootsies The Series รับบทเป็น “คิม” แล้ว อีกบทบาทหนึ่งนั่นก็คือการเป็นพิธีกรหนุ่มตี๋มาดมั่นในรายการ ENTERTAINMENT NOW ทางช่อง MONO29 นั่นเอง ล่าสุดหนุ่มเต๋อได้มีโอกาสไปออกรายการ Loukgolf’s English Room และได้เล่าถึงการที่เขาสามารถพูดภาษาอังกฤษและอิตาเลี่ยนได้ดีนั้น เกิดจากการเรียนรู้และฝึกฝนด้วยตัวเขาเอง เขาไม่เคยไปเมืองนอกเพื่อเรียนภาษาอังกฤษ หรือเรียนต่ออะไรเลย เวลาเรียนในห้องก็เรียนปกติเหมือนคนอื่นๆ จนเขาได้มีโอกาสได้เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนโครงการ AFS และเดินทางไปอิตาลีเมื่อ 13 ปีที่แล้วนั้นเอง ทำให้เขาต้องเรียนรู้ภาษาเพื่อใช้สื่อสารมากขึ้น และเขายังได้โชว์ประโยคภาษาอิตาเลี่ยนง่ายๆ ว่า "Se molto bella" (เซ โมลโต เบลล่า) แปลว่า "คุณสวยมาก"  นอกจากนี้หนุ่มเต๋อ ยังเล่าถึงงานพิธีกรล่าสุดของเขาว่า เขายังได้มีโอกาสใช้ภาษาอังกฤษ เดินทางไปทำหน้าที่ที่ประเทศสิงคโปร์ เพื่อสัมภาษณ์นักแสดงจากภาพยนตร์ เรื่อง The Huntsman : Winter's War นั้นคือ คริส เฮมส์เวิร์ธ, เจสสิก้า แซสเทน และ ชาลีส เธอรอน อีกด้วย เห็นแบบนี้แล้วน้องๆ หลายคนที่อยากจะพูดภาษาอังกฤษได้คล่องๆ ละก็ ควรต้องเริ่มหมั่นฝึกฝนตั้งแต่วันนี้แล้วนะคะ จะได้ประสบความสำเร็จแบบหนุ่มเต๋อ และหากเพื่อนๆ คนไหนที่อยากฟังสำเนียงของหนุ่มเต๋อละก็ สามารถกดดูคลิปกันได้เลย ที่นี่ Loukgolf’s English Room ที่มาของข้อมูลและภาพจาก Loukgolf’s English Room, @sunterry

แม่ก็คือแม่!! ชมพู่ จัดเต็ม ไม่หวั่นแม้วันร้อนมว๊ากกก!!!
ชมพู่ อารยา /  งานบวงสรวง / 

ขึ้นชื่อว่าเป็นซุปตาร์แถวหน้าอย่าง ชมพู่ อารยา ไม่เคยทำให้แฟนๆ ผิดหวังเลยสักครั้ง แม้ว่าอากาศจะร้อน แดดจะเปรี้ยงแค่ไหน แต่ก็ยังคงความเป็นแฟชั่นนิสต้าของเมืองไทยแต่งจัดเต็มเดรสลายดอกสุดหวาน กระโปรงยาวจีบระบายฟูฟ่อง พร้อมต่างหูไซส์บิ๊ก ร่วมงานบวงสรวงเปิดกล้องซีรี่ส์ The Cupids บริษัทรักอุตลุด 8 เรื่อง 8 รส เมื่อเช้าวานนี้ (28 เม.ย.) โชว์สปิริตยิ้มหวานสู้กล้อง ทักทายแฟนๆ ที่มาให้กำลังใจกันล้นช่อง 3 หนองแขมกันเลยทีเดียว เพราะแม่ก็คือแม่... ไปชมภาพเก็บตกความน่ารักของขุ่นแม่กันเลยดีกว่าจ้าาา จัดเต็มทุกงาน บวงสรวงท่ามกลางอากาศร้อน มีความห่วงใย ดูแลความสวย นางเอกรุ่นน้อง กับพระเอกคู่ขวัญ ในความร้อนก็ยังแอบมีลม ลมพัดแรงจนร่มจะพัง ไม่หวั่นแม้วันร้อนมาก ยิ้มสู้แดด เพราะแม่ก็คือแม่ อย่าลืมติดตามละครแม่นะคะ

น่ารักน่ากอด หมอนคริสตัลสตาร์ เซเลอร์มูน
sailor moon /  การ์ตูน / 

น่ารักอะไรขนาดนี้ หมอนอเนกประสงค์ ไม่ว่าจะใช้นอน รองนั่ง พิงหลัง หรือเอามากอด ก็ยังได้ เห็นแบบนี้แพ้ทางเหล่าสาวกที่ชื่นชอบการ์ตูนเซเลอร์มูนกันเลยทีเดียว มีทั้งหมด 2 ลายให้สะสม ได้แก่ ลายคริสตัลสตาร์ และลายคอสมิคฮาร์ท ผลิตโดย Bandai สนนราคาใบละ 4,800 เยน (ไม่รวมภาษี) น่ารักน่ากอด หมอนคริสตัลสตาร์ เซเลอร์มูน ที่มาข้อมูลและภาพจาก Sailor Moon Thailand Fanclub

บียอนเซ่ มอบเพลงในอัลบั้ม Lemonade ให้ เจย์ ซี
Beyonce /  Beyonce Knowles / 

หลังจาก บียอนเซ่ (Beyonce) ปล่อยเพลงในอัลบั้ม Lemonade ออกมาจนแฟนๆ ตั้งเป้าพุ่งไปที่เนื้อหาของเพลงในอัลบั้มที่เขียนขึ้นมาเพื่อแฉพฤติกรรมแย่ๆ ของสามีแร็พเปอร์ เจย์ ซี (Jay Z) ซึ่งบียอนเซ่เองก็ไม่ได้ออกมาให้ข้อมูลใดๆ ต่อกระแสที่เกิดขึ้น กระทั่งในคอนเสิร์ตเวิล์ดทัวร์ Formation World Tour รอบแรกที่รัฐไมอามี่ เมื่อวันพุธที่ 27 เมษายน ที่ผ่านมา นักร้องซุปเปอร์สตาร์ก็เพิ่งพูดถึงสามีและลูกสาวเป็นครั้งแรก บียอนเซ่ (Beyonce) Formation World Tour บียอนเซ่ ได้พูดถึงเพลงต่างๆ ในอัลบั้ม เช่น Sorry , Formation  และ Countdown แต่เมื่อพูดถึงเพลงโปรดของหลายๆ คน  อย่าง Halo เธอก็ได้กล่าวถึง เจย์ ซี และ บลู ไอวี่ (Blue Ivy) ลูกสาวตัวน้อยว่า "ฉันอยากมอบเพลงนี้ให้ครอบครัว ขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนกัน ฉันอยากมอบเพลงนี้ให้สามีผู้น่ารัก ฉันรักคุณค่ะ น้องบลู(บลูไอวี่) แม่รักหนูมากนะจ๊ะ" บียอนเซ่ (Beyonce) Formation World Tour บียอนเซ่ (Beyonce) Formation World Tour บียอนเซ่ (Beyonce) Formation World Tour ขอบคุณภาพจาก http://www.mirror.co.uk/ มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ต้องรู้! 7 ทักษะที่นักศึกษาจบใหม่ยังขาดในการทำงาน
นักศึกษาจบใหม่ /  เรื่องน่ารู้

วันนี้ทีนเอ็มไทย มีเรื่องราวที่น่าสนใจของนักศึกษาจบใหม่ควรรู้มาฝาก และเตรียมตัวรับมือให้พร้อม เมื่อมีผลวิจัยจาก จ๊อบไทย เกี่ยวกับ 7 ทักษะที่นักศึกษาจบใหม่ยังขาดในการทำงาน  เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาตนเอง เตรียมความพร้อม และเพิ่มโอกาสในการได้รับเลือกเข้าทำงาน            ต้องรู้! 7 ทักษะที่นักศึกษาจบใหม่ยังขาดในการทำงาน ผลวิจัย “ช่องว่างทักษะที่สำคัญในโลกการทำงาน” (Career Readiness-Skill Gap Research) เพื่อค้นหาคุณลักษณะที่นิสิต นักศึกษาจบใหม่ยังขาด และเป็นสิ่งที่บริษัทหรือองค์กรต่างๆ ต้องการ ได้แก่ มองทุกอย่างคือการเรียนรู้ ทำได้ทุกบทบาท คิดเองได้ทำเองเป็น แสดงออกถึงความอยากสำเร็จ ประยุกต์ได้ มืออาชีพ และสื่อสารโดนใจ นอกจากนี้ยังพบว่านิสิต นักศึกษาส่วนใหญ่กว่า 86 เปอร์เซ็นต์ ยังไม่เชื่อมั่นในศักยภาพและต้องการที่จะพัฒนาตนเองเพื่อให้มีคุณสมบัติตรงตามที่องค์กรต่างๆ ต้องการ นางสาวแสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการ เว็บไซต์จ๊อบไทยดอทคอม (JobThai.com) กล่าวว่า สภาวะการแข่งขันสูงของตลาดแรงงานในปัจจุบันมีอัตราผู้ว่างงานกว่า 350,000 คน (ที่มา: สำนักงานสถิติแห่งชาติ ประจำเดือนมกราคม ปี 2559) และแต่ละปีจะมีบัณฑิตจบใหม่อีกกว่า 4 แสนคนจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ทำให้บัณฑิตที่เพิ่งจบจากรั้วมหาวิทยาลัยต้องพัฒนาตัวเองให้สามารถเป็นที่ยอมรับจากบริษัทต่างๆ ทั้งนี้เพื่อค้นหาคุณลักษณะที่นิสิต นักศึกษาพึงมีให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรได้นั้น จ๊อบไทยดอทคอมจึงร่วมกับสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ และแคเรียร์วีซ่า ทำการศึกษาวิจัยจากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นนิสิต นักศึกษาระดับปริญญาตรีจากทั่วประเทศ ในหัวข้อ “ช่องว่างทักษะที่สำคัญในโลกการทำงาน”(Career Readiness Skill Gap Research) เพื่อใช้เป็นแนวทางการพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ โดยผลสำรวจสามารถสรุปออกมาเป็น 7 ทักษะที่ทางภาครัฐและสถานศึกษาควรหันมาให้ความสนใจ แนะนำให้กับนิสิต นักศึกษา ดังต่อไปนี้ 1. มองทุกอย่างคือการเรียนรู้ – มีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ และนำความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้ในงานด้วยความทะเยอทะยานที่จะเติบโตและสร้างสรรค์ผลงาน 2. ทำได้ทุกบทบาท – สามารถเป็นได้ทั้งผู้นำ ผู้ตาม และผู้ช่วย ในทุกสถานการณ์ และสามารถเรียนรู้งานอย่างรอบด้านได้รวดเร็ว พร้อมที่จะทำงานที่ท้าทายโดยมองประโยชน์ของทีมและองค์กรมากกว่าประโยชน์ของตนเอง 3. คิดเองได้ ทำเองเป็น – ความเชื่อมั่นเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในทักษะของพนักงาน ต้องสามารถคิดและทำได้เองโดยไม่ต้องรอคำสั่ง และเมื่อพบอุปสรรคก็ต้องสามารถเรียนรู้ที่จะแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นโดยการค้นคว้าด้วยตัวเองได้ 4. แสดงออกถึงความอยากสำเร็จ – มีความมุ่งมั่นและทะเยอทะยานที่จะทำงานให้สำเร็จ และได้ผลลัพธ์ตามที่ตั้งไว้สามารถจูงใจตนเองเพื่อขับเคลื่อนให้เกิดผลงานที่ดีออกมาได้ และค้นหาปัจจัยแห่งความสำเร็จผ่านการเรียนรู้จากความล้มเหลว 5. ประยุกต์ได้ – มีทักษะในการประยุกต์ใช้ความรู้ที่ได้จากการศึกษาเข้าสู่การทำงาน เข้าใจถึงลักษณะงาน สามารถตีโจทย์ความต้องการขององค์กรได้ โดยสามารถเข้าใจได้ว่าปัจจัยหนึ่งจะส่งผลต่ออีกปัจจัยหนึ่งได้อย่างไร นำไปสู่ความสามารถในการแก้ปัญหาจากภาพรวมได้ 6. มืออาชีพ – มีคุณสมบัติของการทำงานแบบมืออาชีพ คือ มีความสัมพันธ์ทางสังคมที่ดี มีความตรงต่อเวลา รักษามารยาทในการทำงานอยู่เสมอ และมีความอดทนอดกลั้น สามารถแยกแยะเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับงานออกได้ มุ่งเน้นผลลัพธ์ของการทำงาน 7. สื่อสารโดนใจ – มีความสามารถในการสื่อสารที่เป็นระบบ รู้จักการลำดับความสำคัญในการสื่อสารให้ผู้รับสารสามารถเข้าใจได้ในทันที สามารถโน้มน้าวผู้รับสารให้คล้อยตามได้ และมีความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษหรือภาษาที่สาม ทั้งนี้จากผลสำรวจดังกล่าวพบว่า นิสิต นักศึกษากว่า 86 เปอร์เซ็นต์ ยังไม่เชื่อมั่นในศักยภาพของตนเองและพร้อมที่จะพัฒนาภายใต้การชี้แนะจากผู้มีประสบการณ์ ฉะนั้นทางภาครัฐและสถานศึกษาไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัย ควรมีนโยบายในการพัฒนา 7 ทักษะดังกล่าวให้กับนิสิต นักศึกษาโดยอาจสอดแทรกลงในบทเรียน หรือเป็นการแนะแนวนอกเวลาเรียนเพื่อให้เป็นทักษะติดตัวที่นอกเหนือจากวิชาเรียนปกติ และเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันในตลาดแรงงานต่อไป ที่มาข้อมูลจาก www.jobthai.com