ฟิลิปินส์

พาณิภัค ประเดิมทีมแรกให้จอมเตะไทย เทควันโด ชิงจ้าวเอเชีย
จอมเตะไทย /  ชนาธิป ซ้อนขำ / 

“น้องนิด” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ จอมเตะดาวรุ่งไทย ประเดิมคว้าทองแรก ขณะที่ “น้องเล็ก” ชนาธิป ซ้อนขำ พลาดท่าให้ ดา ฮุย คิม 0-1 คะแนน ได้แค่เหรียญทองแดง เทควันโด ชิงแชมป์เอเชีย 2014 นายปรีชา ต่อตระกูล อุปนายกสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย รายงานผลการแข่งขัน เทควันโด ชิงแชมป์เอเชีย ประจำปี 2014 รายการ “เอเชียน เทควันโด แชมเปี้ยนชิพ” ครั้งที่ 21 ประเภทประชาชนทั่วไป เมื่อวันที่ 27 พ.ค.57 ณ ประเทศอุซเบกิสถาน เป็นการแข่งขันวันแรก ประเภทเคียวรูกิ หรือ ต่อสู้ หลังเทควันโดพุมเซ่ หรือ ท่ารำ คว้ามาได้แล้ว 1 เหรียญเงิน จากทีมหญิง กับ 1 เหรียญทองแดง จากทีมชาย ผลปรากฏว่า รุ่น 46 กก.หญิง “น้องนิด” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม รอบชิงชนะเลิศ “น้องนิด” อาศัยจังหวะการเข้าทำที่ชัดเจนเตะ เอาชนะ ฮาไนนี ฮาเก จากอินโดนิเซีย ไปได้ 4-0 คะแนน คว้าเหรียญทองแรกให้ นักเทควันโด ทีมชาติไทย ต่อมาที่รุ่น 49 กก.หญิง “น้องเล็ก” ชนาธิป ซ้อนขำ เจ้าของเหรียญทองแดงกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2012 “ลอนดอนเกมส์” ทำดีที่สุดได้เพียงแค่เหรียญทองแดงเท่านั้น หลังรอบรองชนะเลิศ “น้องเล็ก” พลาดท่าแพ้ให้กับ ดา ฮุย คิม สาวจากดินแดนต้นกำเนิด ไป 0-1 คะแนน ด้านรุ่น 54 กก.ชาย “เจ้าบอส” เจียรนัฐ นาคะวิโรจน์ เจ้าของเหรียญทองแดง เทควันโด ชิงแชมป์โลก เตะคู่แข้งทะยานไปได้ถึงรอบชิงชนะเลิศ ก่อนจะไปพลาดท่าพ่าย เท ฮุน คิม จากกาหลีใต้ 2-14 คะแนน ได้เพียงแค่เหรียญเงินมาครองเท่านั้น ปิดท้ายที่รุ่น 58 กก.ชาย “เจ้าไอ” เป็นเอก การะเกตุ จอมเตะความหวังเหรียญทอง รอบแรกชนะ เคโน อันโตเน แมนโดซา จากฟิลิปินส์ 1-0 คะแนน, รอบสองชนะ อับดุลลา อาวฟาฮุด จากคูเวต 6-4 คะแนน จากนั้นในรอบ 8 คนสุดท้าย “เจ้าไอ” พลากท่าแพ้ แวง ธิ เหวียน จากเวียดนาม ไปหวุดหวิด 0-1 คะแนน ทำให้พลาดเหรียญไปอย่างน่าเสียดาย สรุปผลงาน เทควันโด ประเภทต่อสู้ คว้ามาอีก 1 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ1 เหรียญทองแดง หลังเกม โค้ชเช ยอง ซอก หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ชาวเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า นักกีฬาทั้ง 4 คนที่ลงแข่งขันในวันนี้เป็นตัวหลักสำคัญของเราทั้งสิ้น การได้มา 1 เหรียญทอง ถือว่า คลายความกดดันได้มากพอสมควร เพราะก่อนเดินทางมาก็คาดหวังเอาไว้ว่า จะต้องมีเหรียญทองกลับบ้าน แต่ไม่คิดว่า จะได้เร็วขนาดนี้ เนื่องจากคู่ต่อกรสำคัญแต่ละชาติล้วนไม่ธรรมดา ทั้งที่จริงคาดหวังเหรียญทองจาก “น้องเล็ก” ชนาธิป, “เจ้าไอ” เป็นเอก และ“เจ้าบอส” เจียรนัฐ แต่ด้วยความสามารถอันยอดเยี่ยมของ “น้องนิด” พาณิภัค ที่มาลงแข่งขันในประเภทประชาชนเป็นครั้งแรก จึงประสบผลสำเร็จดีเกินคาด จากนี้ไปยังมีลุ้นเหรียญรางวัลได้อีก ประกอบด้วย ชาย รุ่น 63 กก. อัครินทร์ กิจวิจารณ์, รุ่น 68 กก. เชษฐรพี ต่างใจ, รุ่น 74 กก. พีระเทพ ศิลาอ่อน และหญิง รุ่น 53 กก. “น้องหยิน” สริตา ผ่องศรี รุ่น 57 กก., “น้องจูน” รังสิญา นิสัยสม และรุ่น 62 กก. รุ่งระวี ขุระสะ

โซนี่รุกตลาดปี 2013 ชูกลยุทธ์ One-Touch Entertainment สร้างมิติบันเทิงใหม่ไร้ขีดจำกัดในสัมผัสเดียว
sony /  โซนี่

โซนี่รุกตลาดปี 2013 ชูกลยุทธ์ One-Touch Entertainment สร้างมิติบันเทิงใหม่ไร้ขีดจำกัดในสัมผัสเดียว ชูแท็กไลน์ใหม่ Be Moved สรรค์สร้างประสบการณ์จับใจผู้บริโภค กรุงเทพฯ 3 พฤษภาคม 2556 – บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด เดินหน้าสร้างมิติใหม่ของโลกแห่งความบันเทิงและการสื่อสารแบบไร้ขีดจำกัด จัดงานแถลงวิสัยทัศน์ ทิศทางธุรกิจ และกลยุทธ์การตลาด ประจำปี 2556 ผ่านแท็กไลน์ใหม่ Be Moved สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ และเทคโนโลยี เน้นสร้างสรรค์ประสบการณ์ เพื่อผู้บริโภคได้สัมผัสถึงความประทับใจในทุกอารมณ์พร้อมชูกลยุทธ์เชื่อมต่อการใช้งานผลิตภัณฑ์อย่างสะดวกสบายกว่าที่เคยผ่านโซลูชั่นส์ One-Touch Entertainment อีกระดับแห่งความบันเทิงที่ไร้ขอบเขต พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่มากมาย อาทิ ทีวีบราเวีย เอ็กซ์พีเรีย แท็บเล็ต ซี (XPERIA Tablet Z) กล้องไซเบอร์ช็อต กล้องแฮนดีแคม ชุดโฮมเธียเตอร์ และอื่น ๆ อีกมากมาย ชูจุดแข็งทางด้านเทคโนโลยีในการยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงใหม่แก่ผู้บริโภค ผ่านอุปกรณ์เชื่อมต่อหลากหลายแพลตฟอร์ม ให้ความเพลิดเพลินได้ทุกที่ทุกเวลา รวมทั้งการเปิดตัว พรีเซ็นเตอร์คนใหม่ล่าสุดสำหรับกล้อง NEX เต้ย จรินทร์พร จุนเกียรติ พร้อมเดินหน้าตอบโจทย์ พันธกิจ ปี 2556 ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ได้สำเร็จ  มร. โทรุ ชิมิซึ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด กล่าวว่า “ในปีที่ผ่านมา สภาพตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า และตลาดอุปกรณ์พกพาโดยรวมได้รับผลกระทบจากทั้งปัจจัยเชิงบวก และเชิงลบ อย่างไร ก็ตาม โซนี่ไทยสามารถสร้างความเติบโตในหลาย ๆ กลุ่มผลิตภัณฑ์ได้อย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะตลาดสมาร์ทโฟน และกล้องดิจิตอลเปลี่ยนเลนส์ได้ ที่มีอัตราการเติบโตสูงต่อเนื่อง โดยธุรกิจสมาร์ทโฟน เอ็กซ์พีเรียของโซนี่มีการเติบโตขึ้นกว่า 150 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ธุรกิจกล้องดิจิตอลแบบเปลี่ยนเลนส์ได้ ซึ่งประกอบด้วยกล้องอัลฟ่า และ NEX เติบโตขึ้นกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ชี้ให้เห็นแนวโน้มความต้องการตลาดว่าผู้บริโภคยังคงให้ความสำคัญ และต้องการใช้กล้องที่มีคุณภาพสูง และในปี 2556 นี้ คาดว่าตลาดทีวีจะเติบโตขึ้นจากในปีที่แล้วประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ ตามกระแสของการถ่ายทอดสัญญาณทีวีในระบบดิจิตอล ที่จะเริ่มออกอากาศจริงในปีนี้ โดยโซนี่มีความมั่นใจว่าพร้อมนำเสนอทีวีบราเวียที่ให้คุณภาพของภาพ และเสียงสุดคมชัดให้แก่ผู้บริโภคในปี 2556 นี้อย่างแน่นอน” ขณะเดียวกัน ในปีนี้โซนี่พร้อมเดินหน้ารุกตลาดด้วยกลยุทธ์ที่เข้มข้น ผ่านเทคโนโลยีใหม่ ๆ และผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง เน้นสื่อสารกับผู้บริโภคด้วยแท็กไลน์ใหม่ Be Moved อันสื่อถึงการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่พร้อมมอบประสบการณ์ความบันเทิงในทุกมิติเพื่อเข้าถึงในทุกอารมณ์ของผู้บริโภค พร้อมชูรูปแบบการใช้งานผลิตภัณฑ์ที่สามารถเชื่อมต่อการใช้งานแบบไร้สายระหว่างอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งสู่อีกชิ้นเป็นเรื่องง่ายอย่างเหลือเชื่อ โดยไม่ต้องมีการตั้งค่าที่ซับซ้อนผ่านเทคโนโลยี One-Touch Entertainment โดยเชื่อมต่อผลิตภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยี NFC (Near Field Communication) ยกระดับประสบการณ์บันเทิงให้ผู้ใช้งานสามารถรับชม และแบ่งปันความบันเทิงได้อย่างเต็มอรรถรส ซึ่งเทคโนโลยี NFC นั้น โซนี่เป็นหนึ่งในผู้พัฒนาหลัก ในปัจจุบัน NFC เป็นระบบมาตรฐานที่ใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์แบรนด์ต่าง ๆ มากมาย สำหรับโซนี่นั้นได้นำเทคโนโลยี NFC มาใช้กับผลิตภัณฑ์หลัก ๆ ที่หลากหลาย อาทิ สมาร์ทโฟน เอ็กซ์พีเรีย ทีวีบราเวีย ชุดโฮมเอนเตอร์เทนเมนท์ ชุดลำโพงขนาดเล็ก หูฟัง กล้องดิจิตอล รวมทั้ง เพลย์สเตชั่น เป็นต้น “ในปีนี้ โซนี่พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อน 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจกลุ่มผลิตภัณฑ์ คอนซูเมอร์ กลุ่มผลิตภัณฑ์โปรเฟสชันนั่ล และล่าสุดคือกลุ่มโซนี่ โมบายล์ คอมมูนิเคชั่นส์ ซึ่งรับผิดชอบผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสมาร์ทโฟน เอ็กซ์พีเรีย และเอ็กซ์พีเรีย แท็บเล็ต ให้เติบโต และแข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสมาร์ทโฟน เอ็กซ์พีเรีย ที่เป็นกุญแจสำคัญสำหรับเทคโนโลยี One-Touch Entertainment และจะเป็นกลไกในการผลักดัน และขับเคลื่อนธุรกิจในกลุ่มผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่มีเทคโนโลยี One-Touch ร่วมอยู่ด้วย รวมทั้งยังเป็นการสร้างสรรค์ไลฟ์สไตล์บันเทิงใหม่ให้แก่ผู้บริโภค โซนี่มั่นใจว่าด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยี รวมถึงกลยุทธ์ และกิจกรรมการตลาดที่ครอบคลุมเข้าถึงในทุกกลุ่มลูกค้า จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจของโซนี่ให้เดิบโตขึ้นอีกกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ในปี 2556 นี้” มร. ชิมิซึ กล่าวสรุป พร้อมกันนี้ โซนี่ ยังได้เปิดตัวพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ล่าสุดสำหรับกล้อง NEX เต้ย จรินทร์พร จุนเกียรติ พร้อมเผยโฉมผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด สำหรับปี 2556 ที่มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่มากมายทั้งในกลุ่มทีวี ดิจิตอลอิมเมจจิ้ง และไอที โดยนายภิญโญ สงวนเศรษฐกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายขายและการตลาดผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด ได้เปิดเผยว่า “ด้วยบุคลิกที่โดดเด่น มีความสดใส สนุกสนาน รวมถึงไลฟ์สไตล์ที่ไม่หยุดนิ่ง สะท้อนถึงกลุ่มลูกค้าของกล้อง NEX ได้อย่างชัดเจน ทำให้ทางโซนี่ตัดสินใจเลือก เต้ย มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ของกล้องรุ่นใหม่ล่าสุดนี้ ซึ่งนอกจากในประเทศไทย คุณเต้ยจะปรากฏในสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ในอีกกว่า 10 ประเทศ อาทิ มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปินส์ เป็นต้น” “สำหรับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่นั้น ในปีที่ผ่านมานวัตกรรมของโซนี่หลายผลิตภัณฑ์ได้รับการ ตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภคชาวไทย และในหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ยังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาทิ กล้องดิจิตอลเปลี่ยนเลนส์ได้ทั้งกล้องอัลฟ่า และ NEX กลุ่มโน้ตบุ๊คพีซีแบบไฮบริด (VAIO Duo 11) ที่โซนี่ครองตำแหน่งยอดขายอันดับหนึ่งในตลาด และสมาร์ทโฟน เอ็กซ์พีเรีย เป็นต้น ดังนั้น ในปีนี้เรามีความมั่นใจว่าสถานการณ์โดยรวมจะดีขึ้นมาก ด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงพร้อมดีไซน์สวยสะดุดตา ที่จะทยอยวางตลาดอย่างต่อเนื่อง อาทิ ทีวีบราเวียรุ่นใหม่กว่า 18 รุ่น ที่มีให้เลือกหลากหลายตั้งแต่คุณภาพความคมชัดสูงระดับ 4K ในขนาด 65 และ 55 นิ้วในราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น รวมทั้งดีไซน์ใหม่ Sense of Quartz ที่ให้มุมมองสวยแปลกตาดุจประติมากรรมตกแต่งบ้านชิ้นเอก ที่มาพร้อมเทคโนโลยีของภาพที่ดีเยี่ยมอย่าง Triluminos ที่ให้รายละเอียดของเฉดสีที่คมชัดสูง ในกลุ่มสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต ก็พร้อมเปิดตัวรุ่นใหม่มากมายรวมทั้ง เอ็กซ์พีเรีย แท็บเล็ต ซี ที่เปิดตัววันนี้เป็นครั้งแรกเช่นกัน ในขณะที่ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มดิจิตอล อิมเมจจิ้ง ก็พร้อมแนะนำกล้องไซเบอร์ช็อต และกล้องแฮนดีแคมรุ่นใหม่อีกกว่า 15 รุ่น และยังมีผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจอื่น ๆ อีกมากมาย” ผลิตภัณฑ์ใหม่  เพื่อเป็นการตอกย้ำกลยุทธ์ One-Touch Entertainment ที่ช่วยให้การเชื่อมต่อนวัตกรรมของโซนี่ผ่านผลิตภัณฑ์ในหลากหลายหมวดหมู่เป็นไปได้อย่างสะดวก และง่ายขึ้นในสัมผัสเดียว เพื่อสร้างสรรค์และเชื่อมโยงประสบการณ์ความบันเทิงแบบไร้รอยต่อ บริษัทฯ ได้เดินหน้าจัดเตรียมผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายทั้งในด้านดีไซน์ และเทคโนโลยีที่แตกต่าง เพื่อสร้างสีสันให้แก่ตลาด เอวีไอทีของไทย และยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจให้แก่ผู้บริโภค ทีวีบราเวีย – โซนี่เปิดตัวทีวีบราเวียรุ่นใหม่กว่า 18 รุ่น อาทิ โดดเด่นด้วยดีไซน์ใหม่สวยจับตาแบบ Sense of Quartz พร้อมเทคโนโลยีเพื่อภาพคมชัด สวยสดทุกเฉดสีTRILUMINOS Display และระบประมวลผลภาพ X-Reality Pro โดยรุ่นเด่น ๆ อาทิ X9004A Series ที่ให้ความคมชัดระดับ 4K และ W954A Series ที่ให้ความคมชัดระดับ Full HD พร้อมจอภาพแบบ TRILUMINOS Display และสุดยอดเทคโนโลยีอื่น ๆ มากมายพร้อมรองรับสัญญาณทีวีระบบดิจิตอลในตัว พร้อมรองรับการใช้งานแบบ One-Touch Mirroring (ในรุ่น W954A, W804A และ W704A) ผ่านรีโมทคอนโทรลแบบ One-touch ของโซนี่ เอ็กซ์พีเรีย แท็บเล็ต ซี (Xperia™ Tablet Z) – มาพร้อมหน้าจอขนาด 10.1 นิ้ว พร้อม Mobile BRAVIA® Engine2 กล้องความคมชัด 8.1 MP พร้อมเซ็นเซอร์ Sony Exmore R™ for mobile และ HDR ป้องกันน้ำ และฝุ่นละอองได้ ระบบประมวลผล CPU 1.5GHz Qualcomm® APQ8064+MDM9215M Quad Core ผลิตภัณฑ์กลุ่มโฮมเอนเตอร์เทนเมนท์ – อาทิ BDV-N9100W ชุดบลูเรย์โฮมเอนเตอร์เทนเมนท์ มาพร้อมกำลังขับ 1000 วัตต์ รองรับเทคโนโลยี One-Touch ผ่าน NFC กับสมาร์ทโฟน พร้อมลำโพงเต็มพลังเสียง Magnetic Fluid Speaker เทคโนโลยีหนึ่งเดียวจากโซนี่ พร้อมระบบ Built-In WiFi เพื่อชมความบันเทิงหลากหลายผ่านอินเตอร์เน็ต RDH-GTK17iP ชุดลำโพงไร้สาย รองรับเทคโนโลยี One-Touch กับสมาร์ทโฟน รองรับ iPad / iPhone ไฟ LED เปลี่ยนสีตามจังหวะเพลง SRS-BTV5 ลำโพงไร้สายแบบพกพา โดดเด่นด้วยดีไซน์ทรงกลม รองรับเทคโนโลยี One-Touch กับสมาร์ทโฟน และบลูทูธ ให้เสียงแผ่รอบแบบ 360 องศา เป็นต้น กล้องไซเบอร์ช็อต – พร้อมแนะนำรุ่นใหม่ 7 รุ่น อาทิ DSC-HX300 ความละเอียด 20.4 ล้านพิกเซล เลนส์ Carl Zeiss Vario-Sonnar T* Optical Zoom 50 เท่า ความยาวโฟกัส 4.3 – 215ม.ม. DSC-TX30 ความละเอียด 18.2 ล้านพิกเซล เลนส์ Carl Zeiss Vario-Tessar เซ็นเซอร์ Exmor R CMOS sensor กันน้ำ กันกระแทก กันฝุ่น และใช้งานในอุณหภูมิต่ำได้ เป็นต้น กล้องแฮนดีแคมใหม่ – จำนวน 8 รุ่น มาพร้อมเทคโนโลยีล่าสุด หลากหลายตามความต้องการใช้งาน อาทิ NEX-VG30 กล้องระดับกึ่งมืออาชีพ ที่สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ กล้องแอ็คชั่นแคม HDR-AS15 เพื่อความคล่องตัวในการถ่ายกิจกรรมโลดโผน หรือกีฬาแนว Extreme ความคมชัดสูง และมี Wi-Fi ในตัวกล้อง นอกจากนี้ยังมีกล้องแฮนดีแคม โปรเจคเตอร์รุ่นใหม่อีกหลากหลายรุ่นด้วยกัน ไวโอ้ – พบกับไวโอ้ 2 ซีรี่ส์ล่าสุด VAIO Fit 14E / 15E และ VAIO Fit 14 และ 15 โดยทั้ง 2 ซีรี่ส์ รองรับการเชื่อมต่อกับระบบ NFC ด้วย โดยจะวางจำหน่ายในเดือนมิถุนายน ศกนี้ สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งหมดนี้ จะพร้อมทยอยออกวางตลาดตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลโซนี่ โทร. 0-2715-6100 หรือเยี่ยมชม www.sony.co.th

อุตุฯ เตือนไทยระวัง หลังเผชิญลมมรสุมฝนหนัก 17-19 ก.ค.นี้
ข่าววันนี้ /  อุตุนิยมวิทยา / 

อุตุฯ เตือนไทยระวัง หลังเผชิญลมมรสุมฝนหนัก 17-19 ก.ค.นี้ ขณะที่ไต้ฝุ่นรามสูร มุ่งหน้าไปเกาะไหหลำของจีนแล้ว หลังถล่มฟิลิปปินส์ยับในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ความคืบหน้าเหตุพายุไต้ฝุ่นรามสูรได้พัดขึ้นฝั่งประเทศฟิลิปินส์ ล่าสุดพายุลูกนี้ได้อ่อนกำลังและเคลื่อนตัวไปยังทะเลจีนใต้แล้ว ซึ่งก่อนหน้า ที่พายุไต้ฝุ่นรามสูรจะอ่อนกำลังลง ได้พัดถล่มกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ พังยับเบิน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 11 คน ชาวบ้าน 350,000 คนต้องอพยพไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว หลายพื้นที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยา เชื่อว่า พายุไต้ฝุ่นรามสูร จะเคลื่อนที่ไปทางเกาะไหหลำของประเทศจีน ในช่วงวันที่ 18-19 กรกฎาคม 2557 นอกจากนี้กรมอุตุนิยมวิทยา ยังได้ประกาศเตือนประชาชนในหลายพื้นที่ อาทิจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี หนองบัวลำภู สกลนคร นครพนม มุกดาหาร จันทบุรี ตราด ระนอง และพังงา ให้พร้อมเตรียมการป้องกันจากฝนตกหนักและมีลมแรงในวันที่ 17-18 ก.ค. ส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ จันทบุรี ตราด ระนอง และพังงา ให้ระวังเตรียมพร้อมรับมือกับฝนตกหนักในวันที่ 18-20 ก.ค.นี้ เนื่องจากพบว่าในช่วงเวลาดังกล่าวมีลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และอ่าวไทย จึงทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนและภาคใต้ฝั่งตะวันตกจะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้นและมีลมแรงบางพื้นที่ MThai news

แฟนมวยชม โมโน 29 ยกระดับมวยประเทศไทยจัดสังเวียนระดับโลก
Mono29 /  จอห์น เรียล คาซิเมโร่ / 

กลายเป็นประเด็นที่ถูกแฟนมัดมวยทั่วประเทศไทยออกมากล่าวชื่นชมถึงช่อง Mono 29 ที่รับหน้าเสื่อจัดงาน MONO29 BIG FIGHT ศึกดวลกำปั้นสะท้านโลก ณ อินดอร์สเตเดี้ยม (หัวหมาก) วันที่ 27 มิ.ย.58 โดยกระแสดังกล่าวถูกพูดถึงและมีการแชร์ภาพออกไปเปรียบเทียบกันระหว่าง สังเวียนมวย MONO 29 ที่จัดเต็มแสงสีเสียง ณ อินดอร์สเตเดี้ยม (หัวหมาก) กับภาพสังเวียนมวยชิงแชมป์ที่เคยจัดขึ้นทั่วไปในประเทศไทย ขอให้การจัดมวยแบบภาพล่างหายไปจากเมืองไทยเสียที ด้วยศักยภาพแล้วประเทศไทยสามารถทำอะไรได้ยิ่งใหญ่ระดับโลกได้สบาย แต่ที่ผ่านมาไม่มีใครจัดแบบนี้เพราะ "แบบเดิมที่เคยทำนั้นได้กำไรมากพอแล้ว" และหากินแบบเดิมต่อไป ไม่สนใจคนดู ไม่สนใจนักมวย สนใจแค่ตัวเองได้กำลัง ได้หน้าได้ตา ออกทีวีโดยใช้เงินลงทุนให้น้อยที่สุด ไม่แปลกใจที่ทำไมโปรโมเตอร์ถึงรวยเอารวยเอา เป็นเสี่ยร้อยล้านพันล้านบ้าง แต่นักมวยยิ่งชกยิ่งจน คนดูจึงน้อยลง ศรัทธาหายไป กลายเป็นว่าการจัดมวยกลางแจ้งเอาเปรียบคู่ชกเอาเปรียบคนดู เป็นเรื่องปกติที่ต้องยอมรับกัน ใครวิจารณ์มากก็หาว่าไม่รักชาติ ไม่เข้าใจการทำมวยแบบไทย ซ้ำร้ายบางโปรบอกถ้าไม่ชอบก็ให้มาจัดเองหรือไม่ก็อย่าดู คอมเม้นต์จากแฟนมวยถึงภาพดังกล่าว(บางส่วน) - งานนี้ถือเป็นการปฏิวัติวงการมวยสากลไทย ให้เข้าสู่สากลจริงๆเสียที - แฟนมวยชาวไทยคงตายตาหลับแล้วละครับ ที่มีโอกาสเห็นเวทีมวยแบบนี้เกิดขึ้นในเมืองไทย "อำนาจ-คาชิเมโร่" บอกได้เลยว่ายิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์วงการมวยสากลไทย - ในฐานะผมก็เป็นคนไทยคนนึง ผมอายต่างประเทศมากๆ เวลาที่โปรโมเตอร์จัดมวยสากลอาชีพชกแบบตากแดด เวทีกลางแจ้ง พิธีการร่ายเสียยาวเหยียด และบางทีมีผลการชกที่ออกมาค้านสายตาผู้ชมเอามากๆ แล้วมวยสากลอาชีพของไทยเราจะก้าวไกลไปข้างหน้าได้อย่างไรเล่า ในเมื่อพวกท่านทั้งหลายทำอะไรๆที่มันล้าหลังกันอยู่ จะบอกอะไรให้นะครับ...เวลาเขาด่า เขาต่อว่า เขาเหมาประเทศเลยนะครับ เขาไม่ได้จำเพาะเจาะจงเฉพาะกลุ่มพวกท่าน(ผู้จัดมวย)นะครับ เฮ้อ...ไทยแลนด์ - นี่คือเวทีเมืองไทยหรือนี่ เจ๋งไปเลยครับ งานนี้ผมอดซื้อลูกชิ้นปิ้งชัวล์แน่ๆครับ - ดีครับ การจัดมวยโลกไทย ต้องได้อรรถรสแบบ ญี่ปุ่น อเมริกา - นี้แหละครับที่ผมอยากเห็นวงการมวยโลกจะได้ก้าวหน้า - การจัดแบบนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีและอาจเป็นต้นแบบให้กับโปรโมเตอร์ ที่จะจัดมวยป้องกันหรือชิงแชมป์โลกในครั้งต่อไปครับ เยี่ยม ทั้งนี้สังเวียนมวยระดับโลกที่จัดขึ้นมานั้นคือศึกมวย MONO29 BIG FIGHT ศึกดวลกำปั้นสะท้านโลก เป็นการชกป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกสหพันธ์มวยนานาชาติ IBF รุ่นฟลายเวต 122 ปอนด์ ไฟต์บังคับของแชมป์โลกขวัญใจชาวไทย อำนาจ เกษตรพัฒนา กับผู้ท้าชิงจากฟิลิปินส์ จอห์น เรียล คาซิเมโร่ อดีตแชมป์ 2 สถาบันในวันเสาร์ที่ 27 มิ.ย. นี้ ณ. อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก  ถ่ายทอดสดทางทีวิดิจิตอล ช่องโมโน 29 เวลา 18.00-20.00 น ส่วนแฟนมัดมวยท่านใดสนใจเข้าชมสามารถรับบัตรฟรีหน้างานที่บูทไทยทิคเก็ตเมเจอร์ บริเวณหน้าสนาม อินดอร์สเตเดี้ยม (หัวหมาก) ในวันเสาร์ที่ 27 มิ.ย. ตั้งเวลา 15.00 น. เป็นต้นไป

ไปดูหนังกลางแปลง ที่โรงแรมแม่น้ำ รามาดาพลาซา
Ramada Plaza Menam Riverside Hotel /  thaicene / 

เพิ่งกลับจากดูหนังในเทศกาล "หนังกลางแปลง" ที่ริมน้ำ ในโรงแรมแม่น้ำ (เจริญกรุง 72/4) หรือ โรงแรมรามาดา พลาซ่า แม่น้ำ ริเวอร์ไซด์ (Ramada Plaza Menam Riverside Hotel) จัดโดยโรงแรมแม่น้ำ รามาดาพลาซา, ไทยซีนดอทคอม, เอ็มไทย และ บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด ร่วมกัน โดยมีการจัดฉายหนังไทยย้อนยุค เริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 17 – วันอาทิตย์ที่ 26 ธันวาคม 2553 ในเวลา 19.30 น. เป็นต้นไป เพื่อให้ผู้ที่มีความชื่นชอบในหนังไทยคลาสสิค ได้มีโอกาสมาย้อนระลึกถึงความหลัง และเพื่อเปิดให้คนรุ่นใหม่ได้มีโอกาสศึกษาวิวัฒนาการทางด้านอุตสาหกรรมหนังไทย และศึกษาวัฒนธรรมในอดีต  บัตรจำหน่ายในราคาใบละ 350 บาทสำหรับผู้ใหญ่ และ 290 บาทสำหรับเด็ก รวมอาหารว่าง และเครื่องดื่ม  ยกเว้นวันศุกร์ และวันเสาร์ที่มีการฉายหนังควบ 2 เรื่อง บัตรราคาใบละ  450 บาทสำหรับผู้ใหญ่ และ 390 บาทสำหรับเด็ก รวมอาหารว่าง และเครื่องดื่ม รายได้ส่วนหนึ่งจะสมทบทุนมูลนิธิหนังไทย ในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอนุสรณ์มงคลการ  โดย ในทุกวันศุกร์ และวันเสาร์จะมีการฉายหนัง 2 เรื่องควบ พร้อมกับทีมนักพากย์สดในวันเสารที่ 18 ธ.ค.เรื่อง ศึกบางระจัน (2509) และ วันอาทิตย์ที่ 19 ธ.ค.เรื่อง อัศวินดาบกายสิทธิ์ (2513) ซึ่งงานนี้ผู้จัดใช้ชื่อว่า  เทศกาล "ชมภาพยนตร์ไทยย้อนยุค ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา" หรือ Movie on the Beach  ด้วยการเนรมิตรพื้นที่ และบรรยากาศบริเวณเทอเรสริมแม่น้ำเจ้าพระยา ให้เป็นประหนึ่งชายหาดริมทะเล โดยการเททราย วางเก้าอี้ชายหาดคู่กัน และ มีโต็ะกลางไว้วางอาหารเครื่องดื่ม เพื่อให้นอนดูหนัง ชมดาว รับลมริมแม่น้ำ ได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศ และอารมณ์.. นอนดู..และ ดื่มกินอยู่ริมน้ำ ไปดูมาแล้ว ชอบมาก เป็นหนังดี..ที่หาดูได้ยาก กับการนอนดูบนเตียงชายหาด... สบาย ๆ บรรยากาศดีมาก..เป็นส่วนตัว ไม่วุ่นวาย... ริมแม่น้ำเจ้าพระยา อากาศดีมากๆ..ท่ามกลางลมเย็นแห่งสายลมหนาว... เท้าเกลี่ยพื้นทราย เมื่อเห็นตารางการฉายหนัง ...จึงเลือกที่จะดูในวันที่สองของการฉาย โดยชวนเพื่อนชาวไทย 1 คน และ ชาวต่างชาติ 2 คน (หญิงสาวชาวฟิลิปินส์ 1 คน และ หนุ่มจากจีนแผ่นดินใหญ่ 1 คน + หนุ่มจากดินแดนศรีสัชชนาลัยอีก 1 คน) ไปดูหนังไทยย้อนยุคพร้อมกับการพากษ์สดในวันเสาร์ที่ 18 ธ.ค. ที่จัดฉายหนัง 2 เรื่อง คือ ศึกบางระจัน (2509) และ ศึกบางระจัน (2543) โดยเฉพาะเรื่อง ศึกบางระจัน (2509)นั้น เป็นการพากย์สด โดยทีมนักพากษ์ 4 คน อันประกอบด้วย นักพากษ์หญิง 2 คน และ ชาย 2 คน ซึ่งเป็นที่สนใจของเพื่อนทั้งชาวไทย และ ชาวต่างชาติอย่างมาก เนื่องจากทั้งหมดยังไม่เคยสัมผัสกับบรรยากาศ "หนังกลางแปลง" แบบไทยๆ ที่พากษ์กันสดๆมาก่อนเลย .... เรานัดรวมพลกันที่หน้าโรบินสันบางรักในเวลา 19.00น. ก่อนที่จะเดินทางไปยังจุดหมาย ซึ่งเป็นที่ตั้งของงานในบริเวณเทอเรสริมแม่น้ำเจ้าพระยา... ที่หน้างานจะมีโต๊ะจำหน่ายดีวีดี ภาพยนตร์เก่า ๆ มาจัดจำหน่ายในราคาพิเศษ ก่อนถึงโต๊ะจำหน่ายบัตร ที่ตั้งอยู่หน้างานเหมือนผ่านประตูทางเข้าไปดูหนังในอดีต(ที่มีโต๊ะขายตั๋ว) เมื่อเข้าไปในงาน จะได้พบกับพื้นที่ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแรกเป็น ลานอาหาร และถัดไปเป็น ลานทราย ซึ่งเป็นส่วนของหนังกลางแปลง ...ส่วนที่เป็นลานอาหาร บรรยากาศคล้ายลานเบียร์ มีซุ้มอาหาร 4 ซุ้มคือ ส้มตำ ข้าวเหนียว และ ยำต่างๆ , ข้าวโพดคั่ว มันฝรั่งทอด ไส้กรอกลูกวัว แหนมปลาทอด , ข้าวหมกไก่ แกงแพะ ไก่ย่าง + ข้าวเหนียว ไก่ทันโดริ + โรตี กุ้งพันอ้อย และ เครื่องดื่ม น้ำสมุนไพร น้ำอัดลม น้ำเปล่า และเบียร์  และ พื้นที่จัดวางโต๊ะเก้าอี้สีเหลืองอร่ามให้เลือกนั่งดื่มกินตามอัธยาศัย หรือ จะสั่งอาหารไปนั่ง-นอนกินบนเก้าอี้ชายหาดไปพลาง ดูหนังไปพลางก้อไม่ว่ากัน ... ถัดจากลานอาหารก่อนถึงลานทราย มีซุ้มของนักพากษ์ทั้ง 4 ให้ได้นั่งพากษ์สดหน้าจอใกล้กับซุ้มที่จัดตั้งเครื่องฉายหนัง 35 ม.ม. ก่อนที่จะเป็นพื้นลานทรายที่จัดวางเตียงชายหาดเป็นคู่ หน้าจอหนังกลางแปลงขนาดใหญ่ ด้วยความหิว ชาวคณะเลือกที่จะสั่งอาหารก่อนที่จะไปนอนดูหนัง ตามเมนูที่กำหนด (เลือกได้ 2 อย่างต่อคน เป็นอาหารว่าง 1 อย่าง + น้ำดื่ม) คือ ไก่ทันโดริ กับ โรตี , ข้าวหมกไก่ , ยำรวมมิตรทะเล และ แกงแพะ ที่ได้รับการทักทวงด้วยความเป็นห่วงจากพนักงานของโรงแรมว่า รสจัด อาจจะกินไม่ได้ ลองพิจารณาเลือกอาหารจานอื่นดีมั้ย ?..แต่สายไปเสียแล้ว เพราะเพื่อนสาวชาวฟิลิบปินส์ของเรา เธอยืนยันเสียงแข็งว่า อยากลิ้มลอง เล่นเอาเราไม่กล้าขัดใจต้องรีบชี้แจงกลับไปว่า สาวเจ้าเป็นชาวต่างชาติที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศแบบสุดๆจ้า.... เหอ เหอ  เป็นไงเป็นกัน! แล้วตามด้วยเครื่องดื่ม คือ น้ำสมุนไพร - น้ำมะตูม น้ำเปล่า และ เบียร์สำหรับชายหนุ่มทั้งสองที่ต้องจ่ายเอง เพราะอยู่นอกเหนือจากเมนูที่ผู้จัดงานกำหนดไว้    ในระหว่างที่รออาหารมาเสริฟ์ ทุกคนเลือกที่จะมานอน(รอ)ดูหนังบน เก้าอี้ชายหาดที่ติดกับรั้วริมน้ำเจ้าพระยา ที่มีการตามไฟด้วยการจุดตะเกียงน้ำมันไว้บนโต๊ะกลางเล็กๆ ซึ่งเป็นการเพิ่มสีสันให้กับบรรยากาศมากขึ้น และในขณะที่กำลังเอร็ดอร่อยกับอาหารรสเด็ด โดยเฉพาะยำรวมมิตรทะเล ที่มีปลา-กุ้งสด และ หอยแมลงภู่ตัวโตๆรสแซ่บ ที่ต้องแอบซู้ดปากในความเผ็ดร้อนเมื่อตกลงถึงท้อง ก็ให้มีคำถามจากหนุ่มไทยว่า คนไหนคือ สมบัติ เมทะนี ? ... คนที่ผูกผ้าพันคอแดงนั่นไง เพื่อนสาวชาวฟิลิปินส์ตอบทันควัน พร้อมคำอธิบายว่า เธอรู้ว่าสมบัติ เมทะนี คือ ซุปเปอร์สตาร์อันดับสองของไทย รองจากมิตร ชัยบัญชาผู้ล่วงลับในขณะกำลังแสดงหนัง อินทรีทอง ในปี 2513....  หุ หุ เล่นเอาเราอึ้งไปเลยทีเดียว เพราะคาดไม่ถึงว่า คนที่สามารถแยกแยะได้ว่า ใครคือ สมบัติ เมทะนี (ตอนวัยหนุ่ม) ท่ามกลางชายหนุ่มหลายสิบคนในฉากการสู้รบในหนังศึกบางระจัน เมื่อปี 2509 นั้น หาใช่คนไทยไม่ ! ! ! หนังมีการขาดตอนเป็นช่วงๆ ด้วยคุณภาพของฟิล์ม ซึ่งผู้ดูเข้าใจได้ และ เต็มใจที่จะนอนรอด้วยการหันมานอนนับดาว พูดคุย หรือ ลุกขึ้นมายืนยืดเส้นยืดสายแทน หลังจากหนังเรื่องแรกจบ มีเสียงปรบมือดังขึ้นแทนคำขอบคุณทีมพากษ์สดทั้ง 4 พร้อมกับการแยกย้ายกลับของผู้ชมบางส่วนที่ไม่ประสงค์จะอยู่ดูเรื่องที่ 2 ต่อ รวมถึงเพื่อนทั้ง 3 ที่ขอลากลับพร้อมกับคำบอกเล่า และขอตารางฉายหนังจากเพื่อนชาวต่างชาติทั้งสองว่า เคยดูหนังกลางแปลงที่อเมริกาโดยการขับรถเข้าไปจอดกลางลานแล้วนั่งดูในรถ ที่เรียกว่า Drive in ซึ่งไม่ได้บรรยากาศของงานแบบนี้ ดังนั้น.. จะกลับมาดูอีกครั้ง ! ! เมื่อหนังเรื่องที่สองฉายต่อจากเรื่องแรกได้ประมาณ 30 นาที ก็ปรากฎว่า หนังขาด (ซึ่งก็คือ ฟิล์มขาดนั่นเอง) เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ต้องยุติการฉายกลางคัน แล้วรีบถอดฟิล์มออกมากรอใหม่ ด้วยเครื่องกรอฟิล์มด้วยมือ พร้อมกับมีเสียงร้องของผู้ชมคนหนึ่งว่า นี่แหละ.. บรรยากาศของหนังกลางแปลงแท้ๆ ที่ดูไป ขาดไป ....อย่างนี้ มันน่าเอาอ้อยควั่น ปลาหมึกย่าง หรือ สายไหมมาขาย เนอะ ! ! ....ซึ่งทำให้เราอดอมยิ้ม และ เห็นด้วยกับคำกล่าวนั้นไม่ได้ เพราะนี่คือเสน่ห์ของหนังกลางแปลง.. เป็นกลิ่นอายของบรรยากาศของหนัง (กลางแปลง) ในอดีตที่ให้ผู้ชมดูไป บ่นไป และอาจจะรวมถึงเสียงเฮ หรือเสียงโห่...เมื่อต้องรอการซ่อมฟิล์มหนังที่อาจจะขาดเช่นในวันนี้กับศึกบางระจัน (2543) หรือ ฟิล์มหนังไหม้ เช่นเมื่อวานที่ฉายคู่กรรม หลายคน(หรือทุกคน) ถูกอกถูกใจ และ พอใจกับบรรยากาศการนอนดูหนังกลางแปลงเท้าเกลี่ยทราย ท่ามกลางสายลมหนาวริมน้ำเจ้าพระยา  แต่ก็อดสะท้อนใจกับจำนวนของผู้ดูที่เบาบางไม่ได้ว่า เป็นเพราะข้ออ่อนของการประชาสัมพันธ์ หรือเป้าหมายของงานที่ไม่สามารถลงลึกถึงกลุ่มเป้าหมายได้ ในขณะที่หนัง และ บรรยากาศของงานกลับเป็นที่สนใจของชาวต่างชาติ แม้จะมีข้อจำกัดเรื่องภาษา ทำอย่างไร ที่เราจะสามารถให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษาวิวัฒนาการของอุตสาหกรรมหนังไทย และ อนุรักษ์วัฒนธรรมในอดีตเอาไว้ให้ได้ศึกษา หรือ สามารถเผยแพร่แก่ชาวต่างชาติได้ชื่นชมเช่นกัน คำตอบคือ การจัดงานที่เปิดกว้าง + การประชาสัมพันธ์ที่ดี...จะทำให้ได้รับการตอบสนองจากผู้ชม หรือ กลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ทั้งด้วยตัวของหนังเอง และ ราคาบัตรก็มีส่วนสำคัญด้วยเช่นกัน  ด้วยสนนราคาของบัตรเข้าร่วมงานอาจจะไม่แพงสำหรับลูกค้าของโรงแรม หรือ ชาวต่างชาติ แต่สำหรับผู้ที่สนใจทั่วไป หรืออนุชนคนรุ่นใหม่นั้น มันเป็นเม็ดเงินจำนวนไม่น้อยเลยที่เดียว อีกทั้งความน่าสนใจของหนัง ก็จะเป็นแรงดึงดูดที่ช่วยเพิ่มจำนวนผู้ชมให้มีมากขึ้นอีกด้วย และ ในวันนี้เราได้สัมผัสกับบรรยากาศที่มีสายลมหนาวมาเยือน... แต่หากในทางกลับกัน ถ้าไม่มีลมหนาวเช่นในวันนี้ บรรยากาศของงานจะเป็นเช่นไร ? เมื่อลมสงบนิ่ง ริมแม่น้ำเจ้าพระยาก็ไม่แตกต่างจากพื้นที่ริมน้ำอื่นๆในประเทศไทย ที่มักจะมียุงมาเยี่ยมเยือนให้ขุ่นเคืองใจ เนื่องจากยุงหน้าหนาวกัดเจ็บ และ ตัวโต และถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เราคงได้เห็นบทบาทของสมุนไพรในการใช้ไล่ยุง ซึ่งเป็นวิธีการแก้ปัญหาในวิถีชีวิตแบบไทยๆ ยังอยากเห็นเทศกาล ดูหนังกลางแปลง หรือ Movie on the Beach จัดขึ้นอีกในปีต่อไป จึงขอเป็นกำลังใจให้แก่ผู้จัดงาน และ เชื่อว่าข้ออ่อนของการจัดงานในปีนี้ซึ่งเป็นปีแรก จะได้รับการแก้ไข และ ปรับปรุงให้ดีขึ้นในปีต่อไป หลายคนอาจเคยดูหนังที่นำมาฉายมาบ้างแล้ว แต่บรรยากาศน่ะ หาไม่ได้อีกแล้ว ..ต่างหาก ! ! แนะนำ.. สำหรับผู้ที่รักหนัง ผู้ที่รักธรรมชาติและสายลม(ในหน้า)หนาว หรือ ผู้ที่ต้องการพักผ่อนหย่อนใจในบรรยากาศสบายๆแบบกันเอง.. โดยไม่ต้องหยุดงาน หรือ เดินทางไกลไปต่างจังหวัด ป.ล. ขอย้ำ..ในบรรยากาศนอนดูหนังไทยย้อนยุค ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเท้าเกลี่ยทราย ท่ามกลางสายลมหนาวนั้น คงจะต้องดูระดับอุณหภูมิในแต่ละวันประกอบไปด้วย ดังนั้น สำหรับผู้ที่จะไปร่วมงาน ในวันที่มีอากาศหนาวขอให้เตรียมอุปกรณ์กันหนาวให้พร้อม โดยเฉพาะหมวก และ ขอให้เตรียมตั้งรับกับยุง ในวันที่มีอากาศปกติ  หุย.. ฮา ! ลอมฟาง

Greyson Chance กลับมาพร้อมซิงเกิ้ลใหม่ Sunshine & City Lights
Greyson Chance /  Sunshine & City Lights / 

Greyson Chance กลับมาพร้อมซิงเกิ้ลใหม่ Sunshine & City Lights ใน E.P “TRUTH BE TOLD PART 1 “Greyson Chance” นักร้องนักแต่งเพลงยอดขายระดับแพลทตินั่ม ถึงแม้เขาจะมีอายุเพียงแค่ 15 ปีแต่เขาก็ได้ไปเยือนหลายที่ ที่เป็นดินแดนในฝันของหลายๆคนมาแล้ว กับการออกเดินทางไปโปรโมทอัลบั้ม “Hold On ‘Til The Night” จากอเมริกา ไปยังลอนดอน ปารีส แวนคูเวอร์ โตรอนโต ฮ่องกง ไทเป สิงค์โปร์ กัวลาลัมเปอร์ จาการ์ตา ปักกิ่ง มะนิลา กรุงเทพ และล่าสุดกับ “Hold On ‘Til The Night – Live in Asia” ในเดือนเมษายนปี 2012 ทำให้ยอดขายอัลบั้ม “Hold On ‘Til The Night’ นี้ขายได้มากถึงสถิติแพลทตินั่มในอินโดนีเซียและฟิลิปินส์ ระดับโกลด์ในมาเลเซีย สิงค์โปร์ ไต้หวันและฮ่องกง และในการเดินทางครั้งนี้ เกรย์ซัน ได้พบกับแฟนเพลงตัวยงหลายพันคน ซึ่งพวกเขาได้สร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆให้กับเขาในการทำเพลงใหม่ “Sunshine & City Lights” เพลงนี้ถูกแต่งขึ้นระหว่างที่เขาทำเพลงในสตูดิโอ ณ กรุงลอนดอน กับคู่หูนักแต่งเพลงของเขา The Nexus, เพลงนี้คือสิ่งที่สะท้อนความเป็นศิลปินและความสามารถในการร้องเพลงของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ "Sunshine & City Lights" คือความแปลกใหม่ทางดนตรีที่เกรย์ซัน ได้ทุ่มเทเวลาในการสร้างสรรค์มาร่วมปี ในระหว่างที่เขายังคงทำงานเพลงอย่างต่อเนื่องสำหรับอัลบั้มใหม่ที่กำลังจะปล่อยออกมาในปี 2013 เกรย์ซันได้ตัด E.P เป็นน้ำจิ้มให้แฟนๆได้ลองฟังกันก่อน กับ E.P ที่มีชื่อว่า “Truth To Be Told part 1” ซึ่งมีกำหนดวางแผงทั่วโลกในปีนี้ ซึ่ง E.P ชุดนี้เป็นส่วนหนึ่งของคอลเลคชั่นของเพลงใหม่ๆที่เกรย์ซันได้แต่งร่วมกับ Toby Gad (Fergie,Beyonce), Lindy Robbins (Demi Lovato, One Direction), The Nexus (Lana Del Rey), and Michael Warren (Jennifer Lopez, Far East Movement) & STIX (Nicole Scherzinger) เกรย์ซันได้โชว์เปิดตัวเพลงใหม่ “Sunshine & City Lights” ไปแล้วในหลายคอนเสิร์ตในอเมริกา และแคนาดา รวมไปถึงการเป็นแขกรับเชิญพิเศษใน CCTV-MTV Mandarin Music Honors เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เกรย์ซันมีแพลนที่จะกลับมาในเอเชียในงานวันเกิดของคลื่น Hitz fm ที่เมืองกูซิงและโคตาคินาบาลู ณ มาเลเซีย ในวันที่ 2-3 พ.ย. ที่จะถึงนี้ และเขาเป็นศิลปินอินเตอร์คนแรกที่ได้รับเชิญให้มาร่วมงานนี้ ชมเบื้องหลังการทำงานในเพลง Sunshine & City Lights ชมเบื้องหลังถ่ายเอ็มวี Sunshine & City Lights จาก Awesomenss TV แฟนๆ Greyson Chance ติดตามชมเอ็มวีเพลง Sunshine & City Lights ได้เร็วๆนี้ มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

BTS เปิดคอนเสิร์ตเอเชียทัวร์ครั้งแรก - จ่อคิวมาไทย 20 ธันวาคม
2014 BTS LIVE TRILOGY ‘EPISODE II. THE RED BULLET’ /  Bangtan Boys / 

BTS (Bangtan Boys) เจ็ดหนุ่มบอยแบนด์ฮิพฮอพจากประเทศเกาหลี เตรียมเดินสายเปิดคอนเสิร์ตเอเชียทัวร์ครั้งแรก - จ่อคิวมาไทย 20 ธันวาคมนี้ Bighit Entertainment ต้นสังกัดของบอยแบนด์ฮิพฮอพ วง BTS (Bangtan Boys) เปิดเผยตารางคอนเสิร์ตเอเชียทัวร์ครั้งแรกของเจ็ดหนุ่มในชื่อ 2014 BTS LIVE TRILOGY ‘EPISODE II. THE RED BULLET’ เริ่มต้นที่ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ก่อนเดินสายในอีกหลายเมืองใหญ่ทั่วเอเชีย ทั้งที่ในประเทศญี่ปุ่น, ฟิลิปินส์, สิงคโปร์ แล้วรูดม่านปิดฉากตารางทัวร์ปีนี้ที่ประเทศไทย ตารางคอนเสิร์ต 2014 BTS LIVE TRILOGY ‘EPISODE II. THE RED BULLET’ 17-19 ต.ค. 2014 : AX-KOREA โซล ประเทศเกาหลีใต้ 13-14 พ.ย. 2014 : KOBE KOKUSAI HALL โกเบ ประเทศญี่ปุ่น 16 พ.ย. 2014 : TOKYO KOKUSAI FORUM HALL A โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น 7 ธ.ค. 2014 : MOA ARENA มะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ 13 ธ.ค. 2014 : STAR THEATRE ประเทศสิงคโปร์ 20 ธ.ค. 2014 : แจ้งวัฒนะฮอลล์(เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ) กรุงเทพฯ ประเทศไทย Bangtan Boys หรือ BTS ประกอบด้วยสมาชิกเจ็ดหนุ่ม แรปมอนสเตอร์ (คิมนัมจุน), จีมิน (ปาร์คจีมิน), เจโฮป (จองโฮซอก), จิน (คิมซอกจิน), ซูกา (มินยุนกี), วี (คิมแทฮยอง) และ จองกุก (จอนจองกุก) พวกเขาเดบิวต์อย่างเป็นทางการด้วยผลงานเพลงฮิพฮอพสุดโดดเด่น อย่าง No More Dream ในมินิอัลบั้ม 2Cool 2Skool เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2556 และสร้างผลงานเพลงฮิตมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ N.O, Boy In Luv, Just One Day และ Danger ทำให้วง BTS ถูกจับตามองว่าเป็นบอยแบนด์ที่มาแรงและน่าจับตามองทีเดียว ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

แผ่นดินไหว 7.6 ริคเตอร์ ที่ฟิลิปินส์
สึนามิ /  แผ่นดินไหว

มีเตือนสึนามิในหลายประเทศ แต่ได้ยกเลิกหลังเกิดเหตุ 3ชั่วโมง สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า เมื่อช่วงดึกของคืนที่ผ่านมาได้เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.6 ริคเตอร์ โดยมีศูนย์กลางอยู่นอกชายฝั่งเกาะซามาร์ ของฟิลิปปินส์ไปทางตะวันออก 106 กิโลเมตร ซึ่งจากเหตุดังกล่าวส่งผลให้บ้านเรือนพังทลายหลายพื้นที่ ไฟฟ้าดับหลายเมือง และพบผู้เสียชีวิต 1คน เป็นหญิงวัย 54ปี ขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ต่างพากันไปอยู่ศูนย์อพยพ และที่สูง เนื่องจากยังคงเกิดแรงสั่นสะเทือนตามมา หรือ อาฟเตอร์ช็อคราว 140 ครั้ง ทั้งนี้จากเหตุดังกล่าว ศูนย์เตือนภัยสึนามิแปซิฟิค ได้ประกาศเตือนภัยสึนามิในหลายประเทศตั้งแต่ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น ไต้หวัน ปาปัว นิวกินีและอีกหลายเกาะในแปซิฟิค รวมทั้งเกาะในฮาวายของสหรัฐฯ แต่หลังจากนั้น 3 ชั่วโมงก็ประกาศยกเลิก Mthai News ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

สื่อฟิลิปปินส์ออกโรงแนะปาเกียวแขวนมวม
ฟิลิปินส์ /  มวย / 

สื่อมวลชนของประเทศฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะผู้บรรยายการแข่งขันชกมวยได้ออกมาแนะ แมนนี ปาเกียว ว่าให้ประกาศแขวนนวมตอนนี้ ก่อนจะกลายเป็น มูฮัมหมัด อาลี ที่ต้องเป็นโรคพาร์กินสัน หลังจากพ่ายน็อกแบบหมดสภาพให้กับ ฮวน มานูเอล มาร์เกวซ โดย เรกาห์ ตรินิแดด คอลัมนิสต์กีฬาของหนังสือพิมพ์ฟิลิปปินส์ เดลี กล่าวถึง ปาเกียว ว่า ถึงเวลาที่ ปาเกียว ต้องยุติอาชีพชกมวยได้แล้วเพราะเขาเจอมาหนักมากแล้ว ขณะที่ รอนนี เนธาเนียลส์ นักวิเคราะห์กีฬาทางโทรทัศน์ กล่าวอีกว่าหาก ปาเกียว ยังดื้อดึงที่จะชกมวยต่อไปเขาจะเป็นโรคพาร์กินสันเหมือนกับที่ มูฮัมหมัด อาลี ยอดมวยชาวอเมริกันเป็นอยู่ในขณะนี้ ด้าน โจอี้ โรมาซานตา รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิกฟิลิปปินส์ กล่าวว่า ปาเกียว ควรจะเลิกชกตั้งแต่จบการป้องกันแชมป์เมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว ซึ่งมันจะเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมาก ถ้าเขาตัดสินใจแขวนนวมตั้งแต่ตอนนั้น แต่พอแพ้ในครั้งนี้ ปาเกียว ต้องพิจารณาถึงสิ่งต่างๆ มากขึ้น

ภาคปชช.บุก ดีเอสไอ ทวงคืบหน้าบ.บุหรี่ยักษ์ใหญ่เลี่ยงภาษี
ดีเอสไอ /  บุหรี่ / 

เครือข่ายชุมชนลดปัจจัยเสี่ยงและภาคประชาชนร้อง ดีเอสไอ ทวงถามคดีความบริษัท ฟิลิปมอริส (ประเทศไทย) จำกัด เลี่ยงภาษี ทำให้รัฐบาลไทยเสียรายได้มากกว่า 6 หมื่นล้านบาท วันนี้ 19 พ.ค. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายคำรณ ชูเดชา ที่ปรึกษาเครือข่ายชุมชนลดปัจจัยเสี่ยง กรุงเทพฯ พร้อมด้วยภาคประชาชนและเยาวชนประมาณ 30 คน เข้ายื่นหนังสือถึงนางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีดีเอสไอ เพื่อติดตามความคืบหน้า กรณีบริษัท ฟิลิปมอริส (ประเทศไทย) จำกัด แจ้งราคา C.I.F. ของบุหรี่นำเข้าต่ำกว่ามูลค่าจริง ทำให้รัฐบาลไทยสูญเสียรายได้มากกว่า 68,000 ล้านบาท โดยดีเอสไอได้รับคดีนี้เป็นคดีพิเศษตั้งแต่ปี 2549 โดยนายคำรณ กล่าวว่าได้ติดตามกรณีดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผ่านมาเกือบ 10 ปี ดีเอสไอได้รับคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ  แต่ไม่มีความคืบหน้าของคดี อีกทั้งบริษัทดังกล่าว พยายามแทรกแซงการออก พรบ.ควบคุมยาสูบฉบับใหม่ของไทยอีกด้วย เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจของตัวเอง ด้าน พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า การดำเนินคดีกับบริษัทดังกล่าว ดีเอสไอได้รับไว้เป็นคดีพิเศษ 2 คดี คือ คดีที่ 1 มีแหล่งที่มาประเทศฟิลิปินส์ ซึ่งมีการสอบสวนเสร็จแล้วในปี 2552 อัยการสูงสุดมีคำสั่งให้ฟ้อง โดยอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลแล้ว และคดีที่ 2 เป็นคดีที่มีแหล่งที่มาประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการสืบสวนสอบสวน  ทั้งนี้ผลกระทบมีอยู่ 2 ด้าน คือ ด้านเศรษฐกิจที่เป็นการกล่าวหาในการเลี่ยงภาษี และผลกระทบด้านสุขภาพของประชาชน เพราะรัฐเองไม่ได้ส่งเสริมการสูบบุหรี่ ภายหลังการยื่นหนังสือต่อดีเอสไอ ทางกลุ่มเครือข่ายฯ ได้ทำกิจกรรมประณาม “ลงดาบทุนยาสูบข้ามชาติฉ้อ” และแถลงเรียกร้องให้บริษัท ยุติการแทรกแซง พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบของไทย รวมทั้งขอให้ยุติการจัดตั้งกลุ่ม องค์กรหน้าฉากเคลื่อนไหวคัดค้านกฎหมายที่จะเป็นประโยชน์ต่อเด็ก เยาวชน และคุ้มครองสุขภาพประชาชนจากพิษภัยบุหรี่ เพียงเพื่อปกป้องผลประโยชน์ธุรกิจ MThai News ขอบคุณภาพและข้อมูล ข่าวสด

หนุ่มปินส์ร้องตำรวจมั่ว จู่ๆบุกจับคาห้องพัก
ตำรวจ /  ฟิลิปปินส์ / 

ชาวฟิลิปปินส์โร่แจ้งความ เผย ขณะเล่นเนตกับเพื่อนหญิงชาติเดียวกันในอพาร์ตเม้นท์ ถูกตร.ท่องเที่ยวนอกเครื่องแบบ 7 คนค้นห้องพัก-ยึดกล้องถ่ายรูปโน้ตบุ้ค ก่อนพาไปพิมพ์ลายนิ้วมือทำประวัติ เจ้าตัว ระบุไม่มีใครแจ้งสาเหตุ-ไม่ได้ทำผิด ตร.ท่องเที่ยว โทรชี้แจงตร.ท้องที่ คาดจับผิดตัว คิดว่าร่วมแก๊งเขย่าขา (4มิ.ย.) เวลา 01.00 น. นายทริบิแดด เอนริโก อายุ 37 ปี นักธุรกิจซื้อขายกล้วยไม้ไทย ชาวฟิลิปินส์ พักห้องเลขที่ 41 ชั้น 4 บางกอกเฮ้าส์ อพาร์ตเมนต์ ซ.สุทธิพร ถ.ประชาสงเคราะห์ แขวงและเขตดินแดง กทม.เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.บัญชา บุญเชิด ร้อยเวรสอบสวน สน.ดินแดง ว่าติดใจการทำหน้าที่ของตำรวจท่องเที่ยวนอกเครื่องแบบ 7 นาย ที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่ถูกต้อง นายทริบิแดด??? กล่าวว่าช่วงบ่ายวันที่ 3 มิ.ย.. ที่ผ่านมาขณะที่ตนอยู่ในห้องพัก กับเพื่อนหญิงอีก 3 คนชาวฟิลิปินส์ โดยเพื่อนหญิงทั้งหมดเป็นเพื่อนหญิงข้างห้องที่มาขอใช้อินเตอร์เน็ต ช่วงเวลานั้นได้มีชายฉกรรจ์ 7 คน มาเคาะห้องแสดงตัวเป็นตำรวจท่องเที่ยว ขอเข้าตรวจค้นห้อง และได้ยึดกล้องถ่ายรูป และคอมพิวเตอร์แบบพกพา(โน้ตบุ๊)ค ไป และนำตนพร้อมกับเพื่อนหญิงทั้งหมดลงมาด้านล่างและให้อยู่ในรถยนต์ จาก นั้นชายฉกรรจ์ทั้งหมดได้ทำการได้รื้อกระเป๋าตนและนำกุญแจห้องตนไป และเข้าไปตรวจค้นห้องพักของตนอีกครั้งหนึ่ง โดยตนไม่รู้ว่าอะไรหายไปบ้าง หลังจากนั้นชายฉกรรจ์ทั้งหมดได้พาตนและเพื่อนหญิง รวมทั้งชาวฟิลิปปินส์ อีก 5 คน ที่ได้จากการตรวจค้นตามห้องต่างๆ จากตึกบางกอกเฮ้าส์ทั้งสองตึก รวมเป็น 9 คน พามาที่กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว ย่านถนนเพชรบุรี " ตำรวจได้จับทั้งหมดพิมพ์ลายนิ้วมือ ถ่ายรูปทำประวัติ และให้ผมเซ็นเอกสารหลายแผ่น โดยที่ผมไม่ทราบว่าเซ็นอะไรไปบ้าง ไม่มีใครอธิบายให้ฟัง จากนั้นก็ปล่อยตัวทั้งหมดกลับมา? โดยไม่ยอมคืนทรัพย์สินให้ และผมไม่เข้าใจทำไม่ถึงจับผมพิมพ์ลายนิ้วมือ และถ่ายรูป เพราะที่ประเทศฟิลิปินส์ ถ้าถูกทำลักษณะนี้ถือว่าเป็นคนร้าย ผมไม่ได้ทำผิดอะไร และหลังจากเกิดเหตุผมได้โทรคุยกับพี่ชายที่เป็นตำรวจใหญ่อยู่ฟิลิปินส์ ว่าตำรวจไทยทำไม่ถูกต้อง " นายทริบิแดด กล่าว ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ระหว่างนั้นได้มี ร.ต.อ.สัญชัย ตำรวจท่องเที่ยว ได้โทรศัพท์มาพูดคุยกับ ร.ต.ท.บัญชา มีการพูดคุยถึงเรื่องการตรวจค้นห้องและเชิญนายทริบิแดด เอนริโก ไปที่ทำการตำรวจท่องเที่ยวอยู่พักใหญ่ จากนั้น ร.ต.ท.บัญชา ได้เปิดเผยว่าตำรวจท่องเที่ยวได้ไปตรวจหาแหล่งกบดานของแก๊งเขย่าขา ชาวฟิลิปินส์ ที่ออกอาละวาด อยู่ในขณะนี้ ที่บางกอกเฮ้าส์ อพาร์ทเมนต์ และเชิญชาวฟิลิปปินส์ทั้งหมด 9 คน มาตรวจสอบและทำประวัติ หลังจากทำประวัติเสร็จได้ปล่อยตัวไป 7 คน รวมนายทริบิแดด เอนริโก ด้วย ส่วนอีก 2 คนส่ง ตม.ผลักดันออกนอกประเทศ ส่วนกล้องถ่ายรูปของนายทริบิแดด เอนริโก บันทึกตรวจยึดไว้ตรวจสอบ และจะคืนให้ภายหลัง สำหรับโน้ตบุ๊คได้ คืนให้ผัวเมียแก่ชาวฟิลิปินส์ไป ซึ่งอาจจะเป็นการคืนของให้ผิดคน ร. ต.ท.บัญชา กล่าวต่ออีกว่าเรื่องนี้จะต้องลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานก่อน โดยในวันนี้( 4 มิ.ย.) จะประสานพูดคุยกับตำรวจท่องเที่ยวอีกครั้ง อาจเป็นการเข้าใจผิดกัน ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก คมชัดลึก

งานแข่งเรือยาวนานาชาติและเรือยาวประเพณีประเทศไทย ครั้งที่ 21
แข่งเรือ

สุดยอดเรือสยาม งานแข่งเรือยาวนานาชาติและเรือยาวประเพณีประเทศไทย ครั้งที่ 21 วันที่ 19 - 20 กันยายน 2552 ณ ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา การแข่งเรือนานาชาติและเรือยาวประเพณีประเทศไทยครั้งที่ 21 นี้ ททท. ร่วมกับจังหวัดพระนครศรีอยุธา ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) สมาคมเรือพายแห่งประเทศไทย จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมกิจกรรมและกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวควบคู่ไปกับการ อนุรักษ์การแข่งเรือยาวประเพณีของไทยซึ่งเป็นเอกลักษณ์และมรดกมายาวนาน ซึ่งในทุกๆปีจะได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ในการแข่งขันครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 ประเภทได้แก่ - เรือนานาชาติ (22ฝีพาย) โดยในปีนี้มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันรวม 14 ทีม จาก 9 ประเทศ ได้แก่จีน พม่า มาเลย์เซีย สิงคโปร์ ฟิลิปินส์ ออสเตรเลีย เวียดนาม อินโดนีเซีย และไทยร่วมส่ง 3 ทีม - เรือยาวประเพณี เรือยาวใหญ่ 55 ฝีพาย คัดเลือกทีมเรือจากทั่วประเทศ 12 ทีม แข่งชิงถ้วพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เรือยาวเล็ก 30 ฝีพาย คัดเลือทีมดีกรีแชมป์จากสนามต่างๆทั้งหมด 16 ทีม แข่งชิงถ้วพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยวันที่ 18 - 19 กันยายน 2552 จะมีการถ่ายทอดสดบรรยากาศการแข่งขัน ตั้งแต่เวลา 09.00 - 17.00 น. ทางเว็บไซต์ www.tourismthailand.org ส่วนรอบชิงชนะเลิศในวันที่ 20 กันยายน 2552 จะถ่ายทอดสด ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป กิจกรรม - ชมฟรี...สนุกกับการเชียร์ในสนามทุกวัน และ ถ่ายทอดสดทางอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมตลอดรายการที่ www.tourismthailand.org - แข่งขันเรือยาวนานาชาติ (เรือหงส์ 22 ฝีพาย) จากทีมเรือประเทศต่างๆ 9 ประเทศ - แข่งขันเรือยาวประเพณีไทย (ประเภท 30 และ 55 ฝีพาย) พบกับสุดยอดฝีพายทีมเรือทั่วประเทศ ภาคเหนือ กลาง อีสาน ใต้ - ท่องเที่ยวศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ และเลือกซื้อสินค้าของที่ระลึกมากมาย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โทร. 1672 กองสร้างสรรค์กิจกรรม ฝ่ายกิจกรรม ททท. โทร. 02 250 5500 ต่อ 3475 - 77 จัดโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, การกีฬาแห่งประเทศไทย, จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ และสมาคมเรือพายแห่งประเทศไทย

หมอร้องแบนกีฬา มวย หลังมีนักชกสังเวยชีวิตอีก
กีฬา /  ข่าวกีฬา / 

เบรดอน กับไฟต์สุดท้ายในชีวิต เป็นข่าวใหญ่ในวงการกีฬาออสเตรเลียกับเหตุการณ์ที่ เบรดอน สมิธ นักมวยชาวออสเตรเลียวัยแค่ 23 ปีเสียชีวิตหลังขึ้นชกกับ จอห์น โมรัลด์ นักมวยชาวฟิลิปินส์ หลังการชกในคืนวันเสาร์เขายังดูปกติดีจนกระทั่งกลับเข้าไปในห้องล็อคเกอร์รูมได้ไม่นานและหมดสติไป เขาอยู่ในภาวะโคม่าไม่ได้สติและถูกถอดเครื่องช่วยชีวิตออกเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เรื่องนี้สร้างผลกระทบใหญ่ขึ้นมาทันทีเมื่อคณะแพทย์ในออสเตรเลียเรียกร้องให้แบนกีฬามวยออกจากประเทศ ขณะที่มีข้อกังขาเกิดขึ้นอีกว่า “มวย” เป็นกีฬาที่ป่าเถื่อนรุนแรงและอันตรายถึงชีวิตจริงหรือไม่ แม้ว่าในอดีตเรื่องนี้จะเป็นประเด็นมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ชอน รัดด์ ประธานสมาคมแพทย์ในรัฐควีนส์แลนด์ ออกมาให้ความเห็นว่ากีฬามวยน่าจะถูกแบนในออสเตรเลียเพราะมันเป็นกีฬาที่อันตรายเกินไปโดยเฉพาะการชกเข้าที่หัว “พวกเราเชื่อว่ากีฬาที่ให้คนสองคนพยายามชกเข้าที่หัวอีกฝ่ายให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อชัยชนะเป็นอะไรที่ดูเหมือนจะป่าเถื่อนนิดๆ คุณไม่ได้รับอนุญาตให้ชกต่ำกว่าเข็มขัดแต่ขณะเดียวกันคุณสามารถชกอวัยวะที่อยู่เหนือไหล่ขึ้นไปได้ ซึ่งอวัยวะเหล่านี้สำคัญมากที่สุดในร่างกาย” ด้าน แอน ทิลดัลล์ ประธานการชกมวยในควีนส์แลนด์บอกว่า “มันเป็นอุบัติเหตุที่น่าเศร้าใจ มันสามารถเกิดขึ้นได้กับการแข่งรถหรือกีฬาชนิดไหนๆ ก็ได้ มีตั้งหลายชนิดกีฬาที่เกิดความสูญเสียขึ้นได้ เราไม่คิดว่าเราได้รับการยกเว้นแต่ในเวลาเดียวกันกีฬามวยก็ไม่ได้ทำร้ายเยาวชนของเราเสมอไป” อย่างไรก็ตามเรื่องแบบนี้คงไม่มีใครอยากให้เกิด ครอบครัวของผู้ตายเองก็ออกมาบอกว่าพวกเขาไม่คิดโทษใครทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นกรรมการห้ามบนเวทีหรือคู่ชกของเบรดอน ทาง sport mthai ขอแสดงความเสียใจมา ณ ที่นี้ด้วย

8 รุ่น!?!
wbc /  จูเนียร์ มิดเดิลเวต / 

ศึกชิงแชมป์โลกรุ่นซูเปอร์เวลเตอร์เวตของสภามวยโลกที่ว่าง ระหว่าง แมนนี่ ปาเกียว ยอดมวยชาวฟิลิปปินส์ กับ อันโตนิโอ มาร์การิโต้ อดีตแชมป์โลกชาวเม็กซิกัน  ที่สนามคาวบอยส์ สเตเดี้ยม เมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา เริ่มการชกยกแรก ทั้งคู่ยืนปักหลักกันกลางเวที มาร์การิโต้ใช้แย็ปซ้ายนำ ปาเกียวอาศัยการออกหมัดที่รวดเร็ว เน้นซ้ายเข้าหน้าได้หลายหมัดแต่มาร์การิโต้ก็ยังไม่สะเทือนเท่าไหร่ ยกที่2 เปิดมาทั้งค่แลกกันกลางเวที ปาเกียวยังออกหมัดแม่นยำ แต่มาร์การิโต้ก็มีสวนอยู่ตลอด กลางยก ปาเกียวโดนอัปเปอร์คัตเข้า2หมัดหน้าสะบัดเมือนกัน ยกนี้ทั้งคู่เริ่มแลกกันมากขึ้น ยกที่3 ปาเกียว ยังอาศัยความเร็วออกหมัดต่อเนื่อง กลางยกปาเกียวออกชุดใหญ่7หมัด มาร์การิโต้พยายามเดินเบียดแต่ก็ไล่ไม่จนมุม ยกที่4 ปาเกียวยำใหญ่ ต่อยเป็นชุด มาร์การิโต้ มีรอยช้ำ ปลายยก ปาเกียว ไล่ถลุงลำตัว มาร์การิโต้ออกอาการอ่อนลงไปทันที แต่ระฆังหมดยกก่อน มาร์การิโต้ เอาตัวรอดไปได้ ยกที่5 มาร์การิโต้ เดินเข้าหา ออกหมัดชุดใส่ปาเกียว แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ปาเกียว ยังไล่ต่อยเป็นชุด เข้าเป้าตลอดโดยเฉพาะซ้ายเข้าใต้ตาขวาสร้างรอยบอบช้ำมากขึ้นไปอีก ยกที่6 มาร์การิโต้ ยังเดินไล่ ปาเกียวถอยคอยดักซ้ายเข้าหน้า ปาเกียวออกหมัดได้แม่ยำ หนึ่งสองเข้าเต็มหน้ามาร์การิโต้ ปลายยกมาร์การิโต้มีโอกาสไล่ชกเป็นชุดแต่ก็ยังทำอะไรปาเกียวไม่ได้ ยกที่7 ปาเกียวดูจะผ่อนเกม แต่ก็ตอยดักต่อยแย่างแม่นยำ และยังออกหมัดเป็นชุด มาร์การิโต้ยิ่งเดินยิ่งโดน ตาขวาแทบจะปิดสนิท ยกที่8 มาร์การิโต้ ยังไม่ละความพยายาม ยังเดินหน้าไล่ปาเกียว กลางยกทั้งคู่แลกกัน มาร์การิโต้โดนมีอาการหยุด มาร์การิโต้มีโอกาสยิงหมัดชุดเข้าหน้าปาเกียว แต่ดูเหมือนน้ำหนักหมัดของมาร์การิโต้ดูเบาลงไป ปลายยกทั้งคู่แลกกันอีกครั้ง ปาเกียวโดนเข้าเต็มๆแต่ก็ยังไม่มีอาการ ยกที่9 ปาเกียวยังถอยวนตอยดักออกหมัดใส่มาร์การิโต้ที่เดินเข้ามา ยกนี้ปาเกียวอาศัยฟุตเวิร์กไม่ยอมปะทะ ยกที่10 การชกยังเป็นแบบเดิม แต่กลางยกปาเกียวออกหมัดชุดใส่มาร์การิโต้ออกอาการแต่ก็ยังทนไหว ปลายยกมาร์การิโต้โดนหมัดบวกของปาเกียวเข้าเต็มๆต้องถอย ปาเกียวลุกไล่ทันที แต่ระฆังดังช่วยชีวิตมาร์การิโต้ไปซะก่อน ยกที่11 ปาเกียวไล่ถลุงอยู่ข้างเดียวมาร์การิโต้โดนตลอด ตาสองข้างแทบปิดสนิท กรรมการต้องเบรกเกมตรวจดูตาของมาร์การิโต้ ก่อนให้ชกกันต่อ ยกสุดท้าย ปาเกียวไม่เร่งแล้ว คอยดักต่อยไปเรื่อยๆ มาร์การิโต้ตาทั้งสองแทบปิดสนิท ก็ทำอะไรไม่ได้ ผลการตัดสิน แมนนี่ ปาเกียว เอาชนะคะแนน อันโตนิโอ มาร์การิโต้ ไปอย่างเอกฉันท์ (120-108,118-110,119-109) คว้าแชมป์โลกนซูเปอร์เวลเตอร์เวตของสภามวยโลกที่ว่างไปครองนับเป็นแชมป์โลกรุ่นที่8ของปาเกียวอีกด้วย credit: siamsport

Songs for the Philippines อัลบั้มพิเศษ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน
Songs for the Philippines /  ไหเยี่ยน

38 ศิลปินร่วมใจช่วยเหลือผู้ประสบภัยไต้ฝุ่นในประเทศฟิลิปินส์ ด้วยอัลบั้ม SONGS FOR THE PHILIPPINES โดยรายได้ทั้งหมดมอบให้แก่สภากาชาดฟิลินปินส์ เพื่อมอบรายได้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน Katy Perry, Lady Gaga, Adele, Bruno Mars, Kelly Clarkson, Pink และ Sara Bareilles ได้ร่วมมอบเพลงของพวกเขาให้เป็นส่วนหนึ่งในอัลบั้มรวมเพลง Songs for the Philippines ที่มีการจำหน่ายแบบดิจิตอลดาวน์โหลดผ่านทาง iTunes เพื่อมอบรายได้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน ที่คร่าชีวิตผู้เคราะห์ร้ายนับหมื่นคน อีกทั้งยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บและไร้บ้านอีกนับไม่ถ้วนในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา อัลบั้ม Songs for the Philippines, ประกอบไปด้วย 39 เพลงฮิตจาก 38 ศิลปินชื่อดัง เช่นเพลง “Make You Feel My Love” จาก Adele , “Unconditionally” เวอร์ชั่นรีมิกซ์ จาก Katy Perry, “Born This Way” (The Country Road version) จาก Lady Gaga, “Stronger” จาก Kelly Clarkson "Carry On" จาก Fun."Like a Prayer" จาก Madonna, "Sober” จาก Pink, "Mirrors" จาก Justin Timberlake, "Brave" จาก Sara Bareilles "Count on Me" จาก Bruno Mars' และ "Sirens" จาก Cher รวมทั้งเพลงของ U2, The Beatles, The Fray, Alicia Keys, Beyonce และ Josh Groban อีกด้วย โดยรายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายอัลบั้ม Songs for the Philippines จะมอบให้กับสภากาชาดเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยไต้ฝุ่นในประเทศฟิลิปินส์ โดยเราสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเพื่อนบ้านของเราได้โดยการดาวน์โหลดอัลบั้มผ่านทาง iTunes http://smarturl.it/SongsForThePH เพลงในอัลบั้ม “Songs For The Philippines” มีดังนี้ 1. The Beatles – “Across The Universe” 2. Bob Dylan – “Shelter From The Storm” 3. Michael Bublé – “Have I Told You Lately That I Love You” 4. U2 – “In A Little While” 5. Bruno Mars – “Count On Me” 6. Beyoncé – “I Was Here” 7. Eminem – “Stan” (Live from BBC Radio 1) 8. Cher – “Sirens” 9. Adele – “Make You Feel My Love” 10. Katy Perry – “Unconditionally” (Johnson Somerset Remix) 11. One Direction – “Best Song Ever” 12. Fun. – “Carry On” 13. Lady Gaga – “Born This Way” (The Country Road version) 14. Justin Timberlake – “Mirrors” 15. Justin Bieber – “I Would” 16. Alicia Keys – “New Day” 17. Imagine Dragons – “30 Lives” 18. Madonna – “Like A Prayer” 19. P!nk – “Sober” 20. Kylie Minogue – “I Believe In You” 21. Enrique Iglesias – “Hero” 22. Red Hot Chili Peppers – “Factory Of Faith” 23. Linkin Park – “Roads Untraveled” 24. Kings Of Leon – “Use Somebody” 25. Muse – “Explorers” 26. Lorde – “The Love Club” 27. Josh Groban – “Brave” 28. Kelly Clarkson – “Stronger” 29. Paolo Nutini – “Simple Things” 30. Ellie Goulding – “I Know You Care” 31. James Blunt – “Carry You Home” 32. Pitbull feat. Christina Aguilera – “Feel This Moment” 33. Earth, Wind & Fire – “Sign On” 34. Apl.De.App – “Going Out” feat Damian Leroy 35. Sara Bareilles – “Brave” 36. Jessica Sanchez – “Lead Me Home” 37. Lily Allen – “Smile” 38. The Fray – “Love Don’t Die” 39. The Beatles – “Let It Be” รายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายอัลบั้ม Songs for the Philippines มอบให้กับสภากาชาดเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยไต้ฝุ่นในประเทศฟิลิปินส์ http://www.redcross.org.ph/ ติดตาม “Songs For The Philippines” ได้ที่ Twitter #SongsForPH Facebook.com/SongsForPH Twitter and Facebook #GiftsongsforPH. www.songsforphilippines.com ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

Ariana Grande จัด Session พิเศษ แชทสดๆกับแฟนๆ ทั่วเอเชีย 13 ก.ย. บ่ายสองโมง
Ariana Grande /  Ariana Grande Asia Google+Hangouts / 

Ariana Grande (อารีอาน่า แกรนเด) บินลัดฟ้าสู่ญี่ปุ่น เพื่อโปรโมทอัลบั้มใหม่ My Everything พร้อม แชทสดๆกับแฟนๆ ทั่วเอเชีย กับกิจกรรม Ariana Grande Asia Google+Hangouts แฟนชาวไทยชม On Air พร้อมกัน เสาร์นี้ บ่ายสองโมง นับว่าเป็นโอกาสสุดเอ็กซ์คลูซีพครั้งแรกที่แฟนๆทั่วเอเชียและแฟนๆชาวไทย ของศิลปินสาวสุดฮอต Ariana Grande (อารีอาน่า แกรนเด) จะได้แฮงค์เอ้าท์กับสาวน้อยคนนี้แบบสดๆ เนื่องในโอกาสที่เธอบินมาโปรโมทอัลบั้ม My Everything ที่ญี่ปุ่น โดยครั้งนี้ ยูนิเวอร์ซัลมิวสิคกรุ๊ป ได้ร่วมกันจัดกิจรรม Ariana Grande Asia Google+Hangouts ที่จะพาแฟนๆ จาก 8 ประเทศ ได้แก่ ฮ่องกง อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปินส์ สิงค์โปร์ ไต้หวัน อินเดีย และประเทศไทย มาร่วมพูดคุยกับเธอ ในวันเสาร์ที่ 13 กันยายนนี้ ตามเวลาในบ้านเรา 14.00 น. สำหรับประเทศไทยนั้น ยูนิเวอร์ซัลมิวสิค ประเทศไทย ร่วมกับ Met 107 คลื่นเพลงสากลอันดับ 1 และได้รับความสนับสนุนจาก Google Thailand ที่ทำให้เกิดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟครั้งนี้ ซึ่งเราได้เฟ้นหาแฟน Arinators (ชื่อเรียกแฟนคลับ) มาร่วมพูดคุยกับ Ariana Grande ผ่านทาง Google+ Page เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากแฟนๆของเธอเป็นจำนวนมากที่มาร่วมแชร์ความเห็นกันว่า ถ้าได้เจอ Ariana Grande อยากทำอะไรมากที่สุด อ่านคอมเม้นท์สนุกๆจากแฟน ได้ที่นี่ แฟนๆของสาว Ariana ร่วมชมการแฮงค์เอ้าท์ในวันเสาร์ที่ 13 กันยายนนี้ เวลา 14.00 น. ได้ที่นี่ หรือชมการถ่ายทอดสดได้ คลิกที่นี่ มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

Mthai ข่าวภาคซ่าส์ (25-06-11)
mthai /  ZaaNetwork / 

กลับมาประจำการคุยข่าวแบบมีสาระ ที่จะพาคุณๆ เพลิดเพลินไปตลอด 1ชั่วโมงเต็ม กับรายการ Mthai ข่าวภาคซ่าส์ ที่วันนี้มีเรื่องราวจากทุกมุมโลกมานำเสนอเหมือนเช่นเคย กับช่วงต่างๆ ของรายการ ไปเริ่มกันที่ช่วงข่าวซ่าส์ๆ ใน ช่วงข่าวซ่าส์ 5อันดับ อันดับ 5 ตื่นจระเข้ยักษ์โผล่กินคนอีก ที่ฟิลิปินส์ http://news.mthai.com/world-news/119855.html เหตุการณ์น่าสะพรึงกลัวครั้งนี้เกิดขึ้นที่บริเวณชายฝั่งแห่งหนึ่งบนเกาะปาลาวัน ทางตะวันตกของประเทศฟิลิปินส์ ซึ่งเหตุการณ์นี้ก็มีลักษณะคล้ายๆ กับที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อปี 2008 อีกทั้งเป็นบริเวณใกล้ๆ กันด้วย อย่างไรก็ตามยังไม่มีรายงานว่าจระเข้ตัวดังกล่าวถูกจัดการไปแล้วหรือไม่อย่างไร อันดับ 4 ชาวบ้านสุดทน ทำแพลงกลิ้งประท้วงถนนพัง http://news.mthai.com/general-news/119839.html รายละเอียดของข่าวได้ระบุว่า ถนนบริเวณดังกล่าวพังมาแล้วกว่า3ปี 3ปี!! แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนเหลียวแลและให้ความสนใจเลย แม้ว่าชาวบ้านได้ไปแจ้งเรื่องไว้แล้วก็ตาม ทำให้ชาวบ้านกลุ่มดังกล่าวจึงนัดรวมตัวกันทำท่าฮิตอย่างแพลงกิ้งประท้วงมันซะเลย เพื่อว่ากระแสท่าดัง จะไปสะกิดต่อมสำนึกของผู้เกี่ยวข้องได้ ว่าแต่ผู้หลักผู้ใหญ่ ส.ส.ที่อาสารับใช้ประชานในเขตนั้นเขาหายไปไหนกันหมดซะละ รีบๆ ไปทำคะแนนกันหน่อยซิเร็ว อันดับ 3ประชาชนเฮ! ครม.ยืดอายุรถเมล์-รถไฟฟรีไปถึงสิ้นปี http://news.mthai.com/general-news/119830.html และแล้วก็ต้องขอปรบมือให้กับครม.อีกครั้ง หลังจากยกมือมีมติเป็นเอกฉันท์ที่จะให้มาตราการนี้คงอยู่ต่อไป โดยทางครม.ได้ให้เหตุผลว่า เพื่อลดภาระและแบ่งเบาค่าใช้จ่ายของประชาชนนั่นเอง "อย่างน้อยก็ทำให้ยิ้มได้บ้างละเวลานี้ อย่างไรก็แล้วแต่ทำรถฟรีให้มันสะอาดหน่อยก้ดีนะ วันก่อนนั่งฝุ่นเต็มเลยเหือนจะไม่ได้ล้าง" อันดับ 2 ยกสาวจีนฮีโร่ สละจูบช่วยชีวิตหนุ่มฆ่าตัวตาย http://news.mthai.com/world-news/119817.html เหตุการณ์น่าประทับใจนี้เกิดขึ้นที่ห้างแห่งหนึ่งในเมืองเสิ่นเจ้น มณฑลกวางตุ้ง ของจีน โดยหญิงสาวใจเด็ดผู้เป็นฮีโร่เล่าว่า เหตุที่เธอตัดสินใจคว้าคอหนุ่มคิดสั้นมาจูบนั้นก็เพื่อเป็นการปลอบใจ เพราะเห็นว่าเป็นคนหัวอกเดียวกัน บ้านแตก อีกทั้งความยากไร้ได้พรากให้มาดิ้นรนใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่นั่นเอง อันดับ 1 สลด! พ่อชาวอินเดียข่มขืนลูกสาว สั่งอดข้าว-ค้าประเวณี http://news.mthai.com/world-news/119804.html เหตุการณ์สุดสลดนี้ถูกเปิดเผยโดยเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายนั่นเอง โดยเธอได้เล่าถึงความขมขื่นว่า เธอถูกพ่อข่มขืนขณะที่แม่ไม่อยู่บ้าน จากนั้นนานวันเข้าพ่อก็จะพาตนไปเร่ขายโดยอ้างว่าจะพาไปเป็นดาราหนัง ซึ่งเธอถูกพ่อบังคับให้ไปนอนกับชายแปลกหน้าแล้วกว่า 200คน คนแบบนี้ไม่น่าจะเป็นพ่อเลยเนอะ หวังว่ากฎหมายที่บ้านเขาคงจะเด็ดกว่าประเทศสารขันธ์เป็นไหนๆ นะ ............................................................................. ช่วงอย่าดีแต่ปาก "คุณคิดว่าบอกรักหรือบอกเลิก อย่างไหนง่ายกว่ากัน " กลับเข้าสู่ช่วงที่ 2ของรายการแล้วละ ซึ่งช่วงนี้จะนำพาคุณๆไปพูดคุยมันส์ๆ กับกระทู้เด่นๆ ดังๆ ประจำวัน ในช่วงอย่าดีแต่ปาก วันนี้ได้หยิบยกเอาหัวข้อที่ว่า "คุณคิดว่าบอกรักหรือบอกเลิก อย่างไหนง่ายกว่ากัน" เอาละซิเรื่องรักใครๆ อย่างนี้เห็นทีจะคุยกันยาวแล้วละ ไปดูกันซิว่า แป้ง และเต้ เขาจะมีความเห็นอะไรมาเสนอกัน แล้วคุณละจะเห็นด้วยกับใครมากกว่ากัน ............................................................................. ช่วงเด็กเทคโน"Imerj สมาร์ทโฟน ที่แปลงเป็นแท็บแล็ตได้" ผลิตภัณฑ์ และข่าวสารเทคโนโลยี ชั้นเยี่ยม มีมาอัพเดตให้รับรู้แบบไม่มีเอาท์ก็ช่วงนี้ อย่าดีแต่ปาก ถ้าหากใครไม่อยากหลุดเทรนด์เทคโนเจ๋งๆ ช่วงนี้แหละห้ามพลาด วันนี้ก็อีกเช่นเคยทางรายการขอเสนอ Imerj สมาร์ทโฟน ที่แปลงเป็นแท็บแล็ตได้ แค่ได้ยินชื่อก็ชวนให้อยากจับจองมาเป็นเจ้าของแล้วละซิ รายละเอียดเป็นเช่นไร ไปฟังเสียง 2พิธีกรซ่าส์กันดีกว่า เขาจะมาอธิบายคุณสมบัติของเจ้าตัวนี้ให้ฟัง ............................................................................. ช่วงปล่อยคลิป"ดริฟท์วัยละอ่อน" ช่วงที่ทุกคนตั้งตารออีกช่วง ที่มีชื่อช่วงว่า ปล่อยคลิป คลิปไหนเจ๋ง คลิปไหนโดน ทางรายการจะไม่ให้พลาดแน่นอน โดยวันนี้ขอนำเสนอคลิปที่มีชื่อว่าขา ดริฟท์วัยละอ่อน ส่วนจะเมพขนาดไหนก็ไปชมได้เลย ............................................................................. สำหรับแฟนๆ ของรายการ Mthai ข่าวภาคซ่าส์ วันนี้ทางทีมงานได้จัด เสื้อยืดสุดซิคๆ จาก Video.Mthai.com ไปใส่เท่ๆ ก่อนใคร และ เมาท์ สูดซี๊ดจาก Mthai โดนใจทุกคลิ๊ก มาแจกเป็นของรางวัล เพียงแค่ส่ง SMS มาที่เบอร์ 4825555 เพื่อแสดงความคิดเห็นในรายการกับประเด็นที่ว่า “เห็นด้วยหรือไม่ ถ้าเด็กนักเรียนไม่ต้องเอาหนังสือกลับบ้าน” ข้อความไหนโดนใจที่สุด ก็รับกันไปเลยทันที เพราะเราอยากแจกมากกกก… ส่วนรายชื่อผู้ได้รับของรางวัล กับประเด็นที่ ว่า “คุณคิดว่าบอกรักกับบอกเลิกอย่างไหนง่ายกว่ากัน” ได้แก่คุณเซโต๊ะ By Turbo (084-493-84xx) กับข้อความที่ว่า “บอกรักครับต้องใช้เวลาบอกนาน แต่บอกเลิกไม่ต้องใช้เวลา” รับ สมุด Note Book เอ็มไทย เล่มโตๆ ไปขีดเขียนเล่นๆ ให้มันมือไปเลย และ คุณแป๊ะ ชลบุรี (082-861-44xx) กับข้อความที่ว่า “การบอกรักยากแล้ว แต่การบอกเลิกมันยากยิ่งกว่า” รับทันทีเสื้อสวยๆ จาก Mthai ไปใส่หล่อๆ ก่อนใครเช่นกัน ดูผ่านอินเตอร์เนตได้ที่ http://zaa.mthai.com/ เวลา 20.30 – 21.30 น. ชมรายการ "MThai ข่าวภาคซ่าส์" รายการข่าวสุดแสบ แบบฉีกกฎ คุยกันสดๆ ได้ทุกวันจันทร์ ถึงวันเสาร์ เวลา 20.30 - 21.30 น. ทางช่อง 39 จานเหลืองดีทีวี /จานดำ PSI / IPTV-HD 3BB และเคเบิ้ลท้องถิ่นทั่วประเทศ ติดตามรายการได้ทางช่องทางต่อไปนี้ ช่อง 39 DTV ช่อง 39 IPTV-HD 3BB ช่อง 39 PSI Mthai News เกาะติดข่าว เลือกตั้ง 2554 คลิ๊ก!! เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย

Miss Earth 2012 น้อง มายด์ วรัทยา ตัวแทนสาวไทย ร่วมชิงมงกุฎ
miss earth /  Miss Earth 2012 / 

Miss Earth 2012 น้อง มายด์ วรัทยา ตัวแทนสาวไทย ร่วมชิงมงกุฎ      น้องมายด์ วรัทยา ว่องชยาภรณ์ นศ.ม.ศรีปทุม รองอันดับ 1 Miss Universe Thailand 2012 คือตัวแทนสาวไทย ที่จะเข้าร่วมประกวด ชิงมงกุฎ Miss Earth 2012 ซึ่งจะตัดสินในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2555 ที่ ประเทศฟิลิปินส์ โดย น้องมายด์ ได้เดินทางไปร่วมเก็บตัวในการประกวดแล้วเมื่อค่ำวันที่ 4 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา      และไฮไลท์อีกอย่างในการประกวด Miss Earth 2012 นั่นคือ ชุดประจำชาติ ซึ่งประเทศไทยได้จัดชุดในธีมชุด "มโนราห์'' เป็นชุดประจำชาติสำหรับ น้องมายด์ วรัทยา ตัวแทนสาวไทย ที่จะใส่ในการประกวดครั้งนี้ น้องมายด์ วรัทยา ใน ชุดประจำชาติ มโนราห์ มาดูเหล่า นางงาม จากแต่ประเทศ กันว่าสาวงามของประเทศไหนจะสวยเหมาะสมกับ มงกุฎ มากที่สุด เรื่องโดย Women Mthai Team ภาพโดย missearth.tv