ฟิลิปินส์

ไปดูหนังกลางแปลง ที่โรงแรมแม่น้ำ รามาดาพลาซา
Ramada Plaza Menam Riverside Hotel /  thaicene / 

เพิ่งกลับจากดูหนังในเทศกาล "หนังกลางแปลง" ที่ริมน้ำ ในโรงแรมแม่น้ำ (เจริญกรุง 72/4) หรือ โรงแรมรามาดา พลาซ่า แม่น้ำ ริเวอร์ไซด์ (Ramada Plaza Menam Riverside Hotel) จัดโดยโรงแรมแม่น้ำ รามาดาพลาซา, ไทยซีนดอทคอม, เอ็มไทย และ บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด ร่วมกัน โดยมีการจัดฉายหนังไทยย้อนยุค เริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 17 – วันอาทิตย์ที่ 26 ธันวาคม 2553 ในเวลา 19.30 น. เป็นต้นไป เพื่อให้ผู้ที่มีความชื่นชอบในหนังไทยคลาสสิค ได้มีโอกาสมาย้อนระลึกถึงความหลัง และเพื่อเปิดให้คนรุ่นใหม่ได้มีโอกาสศึกษาวิวัฒนาการทางด้านอุตสาหกรรมหนังไทย และศึกษาวัฒนธรรมในอดีต  บัตรจำหน่ายในราคาใบละ 350 บาทสำหรับผู้ใหญ่ และ 290 บาทสำหรับเด็ก รวมอาหารว่าง และเครื่องดื่ม  ยกเว้นวันศุกร์ และวันเสาร์ที่มีการฉายหนังควบ 2 เรื่อง บัตรราคาใบละ  450 บาทสำหรับผู้ใหญ่ และ 390 บาทสำหรับเด็ก รวมอาหารว่าง และเครื่องดื่ม รายได้ส่วนหนึ่งจะสมทบทุนมูลนิธิหนังไทย ในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอนุสรณ์มงคลการ  โดย ในทุกวันศุกร์ และวันเสาร์จะมีการฉายหนัง 2 เรื่องควบ พร้อมกับทีมนักพากย์สดในวันเสารที่ 18 ธ.ค.เรื่อง ศึกบางระจัน (2509) และ วันอาทิตย์ที่ 19 ธ.ค.เรื่อง อัศวินดาบกายสิทธิ์ (2513) ซึ่งงานนี้ผู้จัดใช้ชื่อว่า  เทศกาล "ชมภาพยนตร์ไทยย้อนยุค ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา" หรือ Movie on the Beach  ด้วยการเนรมิตรพื้นที่ และบรรยากาศบริเวณเทอเรสริมแม่น้ำเจ้าพระยา ให้เป็นประหนึ่งชายหาดริมทะเล โดยการเททราย วางเก้าอี้ชายหาดคู่กัน และ มีโต็ะกลางไว้วางอาหารเครื่องดื่ม เพื่อให้นอนดูหนัง ชมดาว รับลมริมแม่น้ำ ได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศ และอารมณ์.. นอนดู..และ ดื่มกินอยู่ริมน้ำ ไปดูมาแล้ว ชอบมาก เป็นหนังดี..ที่หาดูได้ยาก กับการนอนดูบนเตียงชายหาด... สบาย ๆ บรรยากาศดีมาก..เป็นส่วนตัว ไม่วุ่นวาย... ริมแม่น้ำเจ้าพระยา อากาศดีมากๆ..ท่ามกลางลมเย็นแห่งสายลมหนาว... เท้าเกลี่ยพื้นทราย เมื่อเห็นตารางการฉายหนัง ...จึงเลือกที่จะดูในวันที่สองของการฉาย โดยชวนเพื่อนชาวไทย 1 คน และ ชาวต่างชาติ 2 คน (หญิงสาวชาวฟิลิปินส์ 1 คน และ หนุ่มจากจีนแผ่นดินใหญ่ 1 คน + หนุ่มจากดินแดนศรีสัชชนาลัยอีก 1 คน) ไปดูหนังไทยย้อนยุคพร้อมกับการพากษ์สดในวันเสาร์ที่ 18 ธ.ค. ที่จัดฉายหนัง 2 เรื่อง คือ ศึกบางระจัน (2509) และ ศึกบางระจัน (2543) โดยเฉพาะเรื่อง ศึกบางระจัน (2509)นั้น เป็นการพากย์สด โดยทีมนักพากษ์ 4 คน อันประกอบด้วย นักพากษ์หญิง 2 คน และ ชาย 2 คน ซึ่งเป็นที่สนใจของเพื่อนทั้งชาวไทย และ ชาวต่างชาติอย่างมาก เนื่องจากทั้งหมดยังไม่เคยสัมผัสกับบรรยากาศ "หนังกลางแปลง" แบบไทยๆ ที่พากษ์กันสดๆมาก่อนเลย .... เรานัดรวมพลกันที่หน้าโรบินสันบางรักในเวลา 19.00น. ก่อนที่จะเดินทางไปยังจุดหมาย ซึ่งเป็นที่ตั้งของงานในบริเวณเทอเรสริมแม่น้ำเจ้าพระยา... ที่หน้างานจะมีโต๊ะจำหน่ายดีวีดี ภาพยนตร์เก่า ๆ มาจัดจำหน่ายในราคาพิเศษ ก่อนถึงโต๊ะจำหน่ายบัตร ที่ตั้งอยู่หน้างานเหมือนผ่านประตูทางเข้าไปดูหนังในอดีต(ที่มีโต๊ะขายตั๋ว) เมื่อเข้าไปในงาน จะได้พบกับพื้นที่ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแรกเป็น ลานอาหาร และถัดไปเป็น ลานทราย ซึ่งเป็นส่วนของหนังกลางแปลง ...ส่วนที่เป็นลานอาหาร บรรยากาศคล้ายลานเบียร์ มีซุ้มอาหาร 4 ซุ้มคือ ส้มตำ ข้าวเหนียว และ ยำต่างๆ , ข้าวโพดคั่ว มันฝรั่งทอด ไส้กรอกลูกวัว แหนมปลาทอด , ข้าวหมกไก่ แกงแพะ ไก่ย่าง + ข้าวเหนียว ไก่ทันโดริ + โรตี กุ้งพันอ้อย และ เครื่องดื่ม น้ำสมุนไพร น้ำอัดลม น้ำเปล่า และเบียร์  และ พื้นที่จัดวางโต๊ะเก้าอี้สีเหลืองอร่ามให้เลือกนั่งดื่มกินตามอัธยาศัย หรือ จะสั่งอาหารไปนั่ง-นอนกินบนเก้าอี้ชายหาดไปพลาง ดูหนังไปพลางก้อไม่ว่ากัน ... ถัดจากลานอาหารก่อนถึงลานทราย มีซุ้มของนักพากษ์ทั้ง 4 ให้ได้นั่งพากษ์สดหน้าจอใกล้กับซุ้มที่จัดตั้งเครื่องฉายหนัง 35 ม.ม. ก่อนที่จะเป็นพื้นลานทรายที่จัดวางเตียงชายหาดเป็นคู่ หน้าจอหนังกลางแปลงขนาดใหญ่ ด้วยความหิว ชาวคณะเลือกที่จะสั่งอาหารก่อนที่จะไปนอนดูหนัง ตามเมนูที่กำหนด (เลือกได้ 2 อย่างต่อคน เป็นอาหารว่าง 1 อย่าง + น้ำดื่ม) คือ ไก่ทันโดริ กับ โรตี , ข้าวหมกไก่ , ยำรวมมิตรทะเล และ แกงแพะ ที่ได้รับการทักทวงด้วยความเป็นห่วงจากพนักงานของโรงแรมว่า รสจัด อาจจะกินไม่ได้ ลองพิจารณาเลือกอาหารจานอื่นดีมั้ย ?..แต่สายไปเสียแล้ว เพราะเพื่อนสาวชาวฟิลิบปินส์ของเรา เธอยืนยันเสียงแข็งว่า อยากลิ้มลอง เล่นเอาเราไม่กล้าขัดใจต้องรีบชี้แจงกลับไปว่า สาวเจ้าเป็นชาวต่างชาติที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศแบบสุดๆจ้า.... เหอ เหอ  เป็นไงเป็นกัน! แล้วตามด้วยเครื่องดื่ม คือ น้ำสมุนไพร - น้ำมะตูม น้ำเปล่า และ เบียร์สำหรับชายหนุ่มทั้งสองที่ต้องจ่ายเอง เพราะอยู่นอกเหนือจากเมนูที่ผู้จัดงานกำหนดไว้    ในระหว่างที่รออาหารมาเสริฟ์ ทุกคนเลือกที่จะมานอน(รอ)ดูหนังบน เก้าอี้ชายหาดที่ติดกับรั้วริมน้ำเจ้าพระยา ที่มีการตามไฟด้วยการจุดตะเกียงน้ำมันไว้บนโต๊ะกลางเล็กๆ ซึ่งเป็นการเพิ่มสีสันให้กับบรรยากาศมากขึ้น และในขณะที่กำลังเอร็ดอร่อยกับอาหารรสเด็ด โดยเฉพาะยำรวมมิตรทะเล ที่มีปลา-กุ้งสด และ หอยแมลงภู่ตัวโตๆรสแซ่บ ที่ต้องแอบซู้ดปากในความเผ็ดร้อนเมื่อตกลงถึงท้อง ก็ให้มีคำถามจากหนุ่มไทยว่า คนไหนคือ สมบัติ เมทะนี ? ... คนที่ผูกผ้าพันคอแดงนั่นไง เพื่อนสาวชาวฟิลิปินส์ตอบทันควัน พร้อมคำอธิบายว่า เธอรู้ว่าสมบัติ เมทะนี คือ ซุปเปอร์สตาร์อันดับสองของไทย รองจากมิตร ชัยบัญชาผู้ล่วงลับในขณะกำลังแสดงหนัง อินทรีทอง ในปี 2513....  หุ หุ เล่นเอาเราอึ้งไปเลยทีเดียว เพราะคาดไม่ถึงว่า คนที่สามารถแยกแยะได้ว่า ใครคือ สมบัติ เมทะนี (ตอนวัยหนุ่ม) ท่ามกลางชายหนุ่มหลายสิบคนในฉากการสู้รบในหนังศึกบางระจัน เมื่อปี 2509 นั้น หาใช่คนไทยไม่ ! ! ! หนังมีการขาดตอนเป็นช่วงๆ ด้วยคุณภาพของฟิล์ม ซึ่งผู้ดูเข้าใจได้ และ เต็มใจที่จะนอนรอด้วยการหันมานอนนับดาว พูดคุย หรือ ลุกขึ้นมายืนยืดเส้นยืดสายแทน หลังจากหนังเรื่องแรกจบ มีเสียงปรบมือดังขึ้นแทนคำขอบคุณทีมพากษ์สดทั้ง 4 พร้อมกับการแยกย้ายกลับของผู้ชมบางส่วนที่ไม่ประสงค์จะอยู่ดูเรื่องที่ 2 ต่อ รวมถึงเพื่อนทั้ง 3 ที่ขอลากลับพร้อมกับคำบอกเล่า และขอตารางฉายหนังจากเพื่อนชาวต่างชาติทั้งสองว่า เคยดูหนังกลางแปลงที่อเมริกาโดยการขับรถเข้าไปจอดกลางลานแล้วนั่งดูในรถ ที่เรียกว่า Drive in ซึ่งไม่ได้บรรยากาศของงานแบบนี้ ดังนั้น.. จะกลับมาดูอีกครั้ง ! ! เมื่อหนังเรื่องที่สองฉายต่อจากเรื่องแรกได้ประมาณ 30 นาที ก็ปรากฎว่า หนังขาด (ซึ่งก็คือ ฟิล์มขาดนั่นเอง) เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ต้องยุติการฉายกลางคัน แล้วรีบถอดฟิล์มออกมากรอใหม่ ด้วยเครื่องกรอฟิล์มด้วยมือ พร้อมกับมีเสียงร้องของผู้ชมคนหนึ่งว่า นี่แหละ.. บรรยากาศของหนังกลางแปลงแท้ๆ ที่ดูไป ขาดไป ....อย่างนี้ มันน่าเอาอ้อยควั่น ปลาหมึกย่าง หรือ สายไหมมาขาย เนอะ ! ! ....ซึ่งทำให้เราอดอมยิ้ม และ เห็นด้วยกับคำกล่าวนั้นไม่ได้ เพราะนี่คือเสน่ห์ของหนังกลางแปลง.. เป็นกลิ่นอายของบรรยากาศของหนัง (กลางแปลง) ในอดีตที่ให้ผู้ชมดูไป บ่นไป และอาจจะรวมถึงเสียงเฮ หรือเสียงโห่...เมื่อต้องรอการซ่อมฟิล์มหนังที่อาจจะขาดเช่นในวันนี้กับศึกบางระจัน (2543) หรือ ฟิล์มหนังไหม้ เช่นเมื่อวานที่ฉายคู่กรรม หลายคน(หรือทุกคน) ถูกอกถูกใจ และ พอใจกับบรรยากาศการนอนดูหนังกลางแปลงเท้าเกลี่ยทราย ท่ามกลางสายลมหนาวริมน้ำเจ้าพระยา  แต่ก็อดสะท้อนใจกับจำนวนของผู้ดูที่เบาบางไม่ได้ว่า เป็นเพราะข้ออ่อนของการประชาสัมพันธ์ หรือเป้าหมายของงานที่ไม่สามารถลงลึกถึงกลุ่มเป้าหมายได้ ในขณะที่หนัง และ บรรยากาศของงานกลับเป็นที่สนใจของชาวต่างชาติ แม้จะมีข้อจำกัดเรื่องภาษา ทำอย่างไร ที่เราจะสามารถให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษาวิวัฒนาการของอุตสาหกรรมหนังไทย และ อนุรักษ์วัฒนธรรมในอดีตเอาไว้ให้ได้ศึกษา หรือ สามารถเผยแพร่แก่ชาวต่างชาติได้ชื่นชมเช่นกัน คำตอบคือ การจัดงานที่เปิดกว้าง + การประชาสัมพันธ์ที่ดี...จะทำให้ได้รับการตอบสนองจากผู้ชม หรือ กลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ทั้งด้วยตัวของหนังเอง และ ราคาบัตรก็มีส่วนสำคัญด้วยเช่นกัน  ด้วยสนนราคาของบัตรเข้าร่วมงานอาจจะไม่แพงสำหรับลูกค้าของโรงแรม หรือ ชาวต่างชาติ แต่สำหรับผู้ที่สนใจทั่วไป หรืออนุชนคนรุ่นใหม่นั้น มันเป็นเม็ดเงินจำนวนไม่น้อยเลยที่เดียว อีกทั้งความน่าสนใจของหนัง ก็จะเป็นแรงดึงดูดที่ช่วยเพิ่มจำนวนผู้ชมให้มีมากขึ้นอีกด้วย และ ในวันนี้เราได้สัมผัสกับบรรยากาศที่มีสายลมหนาวมาเยือน... แต่หากในทางกลับกัน ถ้าไม่มีลมหนาวเช่นในวันนี้ บรรยากาศของงานจะเป็นเช่นไร ? เมื่อลมสงบนิ่ง ริมแม่น้ำเจ้าพระยาก็ไม่แตกต่างจากพื้นที่ริมน้ำอื่นๆในประเทศไทย ที่มักจะมียุงมาเยี่ยมเยือนให้ขุ่นเคืองใจ เนื่องจากยุงหน้าหนาวกัดเจ็บ และ ตัวโต และถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เราคงได้เห็นบทบาทของสมุนไพรในการใช้ไล่ยุง ซึ่งเป็นวิธีการแก้ปัญหาในวิถีชีวิตแบบไทยๆ ยังอยากเห็นเทศกาล ดูหนังกลางแปลง หรือ Movie on the Beach จัดขึ้นอีกในปีต่อไป จึงขอเป็นกำลังใจให้แก่ผู้จัดงาน และ เชื่อว่าข้ออ่อนของการจัดงานในปีนี้ซึ่งเป็นปีแรก จะได้รับการแก้ไข และ ปรับปรุงให้ดีขึ้นในปีต่อไป หลายคนอาจเคยดูหนังที่นำมาฉายมาบ้างแล้ว แต่บรรยากาศน่ะ หาไม่ได้อีกแล้ว ..ต่างหาก ! ! แนะนำ.. สำหรับผู้ที่รักหนัง ผู้ที่รักธรรมชาติและสายลม(ในหน้า)หนาว หรือ ผู้ที่ต้องการพักผ่อนหย่อนใจในบรรยากาศสบายๆแบบกันเอง.. โดยไม่ต้องหยุดงาน หรือ เดินทางไกลไปต่างจังหวัด ป.ล. ขอย้ำ..ในบรรยากาศนอนดูหนังไทยย้อนยุค ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเท้าเกลี่ยทราย ท่ามกลางสายลมหนาวนั้น คงจะต้องดูระดับอุณหภูมิในแต่ละวันประกอบไปด้วย ดังนั้น สำหรับผู้ที่จะไปร่วมงาน ในวันที่มีอากาศหนาวขอให้เตรียมอุปกรณ์กันหนาวให้พร้อม โดยเฉพาะหมวก และ ขอให้เตรียมตั้งรับกับยุง ในวันที่มีอากาศปกติ  หุย.. ฮา ! ลอมฟาง

Iwa  Moto สาวญี่ปุ่นขึ้นปก FHM ของฟิลิปินส์
waver99a

Iwa Moto สาวญี่ปุ่นขึ้นปก FHM ของฟิลิปินส์

Miss Earth 2012 น้อง มายด์ วรัทยา ตัวแทนสาวไทย ร่วมชิงมงกุฎ
miss earth /  Miss Earth 2012 / 

Miss Earth 2012 น้อง มายด์ วรัทยา ตัวแทนสาวไทย ร่วมชิงมงกุฎ      น้องมายด์ วรัทยา ว่องชยาภรณ์ นศ.ม.ศรีปทุม รองอันดับ 1 Miss Universe Thailand 2012 คือตัวแทนสาวไทย ที่จะเข้าร่วมประกวด ชิงมงกุฎ Miss Earth 2012 ซึ่งจะตัดสินในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2555 ที่ ประเทศฟิลิปินส์ โดย น้องมายด์ ได้เดินทางไปร่วมเก็บตัวในการประกวดแล้วเมื่อค่ำวันที่ 4 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา      และไฮไลท์อีกอย่างในการประกวด Miss Earth 2012 นั่นคือ ชุดประจำชาติ ซึ่งประเทศไทยได้จัดชุดในธีมชุด "มโนราห์'' เป็นชุดประจำชาติสำหรับ น้องมายด์ วรัทยา ตัวแทนสาวไทย ที่จะใส่ในการประกวดครั้งนี้ น้องมายด์ วรัทยา ใน ชุดประจำชาติ มโนราห์ มาดูเหล่า นางงาม จากแต่ประเทศ กันว่าสาวงามของประเทศไหนจะสวยเหมาะสมกับ มงกุฎ มากที่สุด เรื่องโดย Women Mthai Team ภาพโดย missearth.tv

ATM /  ขายต่างประเทศ / 

ภาพยนตร์รักเออเร่อ ฮาโอเวอร์ “เอทีเอ็ม เออรัก เออเร่อ” ของผู้กำกับ เมษ ธราธร ค่าย จีทีเอช นำแสดงโดย เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี, ไอซ์-ปรีชญา พงษ์ธนานิกร , โจ๊ก โชคูล, ป๊อบ แคลอรี่ บลาห์ บลาห์ ฯลฯ  ดังไกลถึงประเทศฟิลิปปินส์ ได้รับการต้อนรับจากผู้ชมเป็นอย่างดี ในงานวันเปิดตัวรอบสื่อมวลชน ที่โรงภาพยนตร์ สตาร์ ซีเนม่า ประเทศฟิลิปปินส์ โดยมีผู้ชมหนังเรื่องนี้กว่า 700 คน ซึ่งทุกคนชื่นชอบ และสนุกไปกับหนัง ซึ่งมีกำหนดฉายจริงในวันที่ 6 มิถุนายนนี้ เมษ ธราธร เผยว่า “ผมรู้สึกดีใจ และเซอร์ไพร์สมากครับ ที่หนัง เอทีเอ็ม เออรัก เออเร่อ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากที่ประเทศฟิลิปปินส์ ถือว่าเป็นการเปิดตลาดใหม่ที่กระแสตอบรับดีมาก วันแรกที่เราไปถึง มีสื่อมวลชนมารอสัมภาษณ์ที่สนามบิน วันแถลงข่าว มีพรมแดงให้เราเดิน เต๋อกับไอซ์ มีคนรุมขอถ่ายรูปเยอะมาก เต๋อเหมือนซูเปอร์สตาร์เลยครับ และบรรยากาศในโรงหนัง คนดูหัวเราะ บางฉากปรบมือ เฮกันลั่นมาก โดยเฉพาะฉากที่เต๋อจะดื่มน้ำที่มีฟันปลอม ฉากนี้ผู้ชมมีเสียงฮือลุ้นกันตลอดเวลา ผมลืมบรรยากาศแบบนี้ไปนานแล้ว พอมาเจออีกครั้งที่ฟิลิปปินส์ ผมรู้สึกหายเหนื่อย และมีพลังที่จะทำหนังให้ผู้ชมได้สนุก มีความรู้สึกดีๆ กับหนังอีกครั้งเลยครับ ผมดีใจมากที่คนดูฟิลิปปินส์ชื่นชอบ และเข้าใจมุขต่างๆ ในหนังเรา ตอนแรกกลัวว่า การที่หนังต่างวัฒนธรรม ต่างภาษา เขาจะสนุกมั้ย แต่บรรยากาศในวันนั้น กระแสตอบรับที่ดีมาก ผมประทับใจมาก มันทำให้ผมมีพลังที่จะทำงานใหม่ๆ ออกมาครับ วันนั้น ผม พี่สิน ยงยุทธ ทองกองทุน เต๋อ และ ไอซ์ รวมถึงทีมงานที่เดินทางไปฟิลิปปินส์ในวันนั้น ประทับใจและขอบคุณผู้ชมทุกคนที่ชอบหนังเรื่องนี้ครับ” --------------------------------------------- สมัครสมาชิก login แล้วดูบอลยูโร 2012 สดๆ ได้ที่นี่ คลิก

อุตุฯ เตือนไทยระวัง หลังเผชิญลมมรสุมฝนหนัก 17-19 ก.ค.นี้
ข่าววันนี้ /  อุตุนิยมวิทยา / 

อุตุฯ เตือนไทยระวัง หลังเผชิญลมมรสุมฝนหนัก 17-19 ก.ค.นี้ ขณะที่ไต้ฝุ่นรามสูร มุ่งหน้าไปเกาะไหหลำของจีนแล้ว หลังถล่มฟิลิปปินส์ยับในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ความคืบหน้าเหตุพายุไต้ฝุ่นรามสูรได้พัดขึ้นฝั่งประเทศฟิลิปินส์ ล่าสุดพายุลูกนี้ได้อ่อนกำลังและเคลื่อนตัวไปยังทะเลจีนใต้แล้ว ซึ่งก่อนหน้า ที่พายุไต้ฝุ่นรามสูรจะอ่อนกำลังลง ได้พัดถล่มกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ พังยับเบิน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 11 คน ชาวบ้าน 350,000 คนต้องอพยพไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว หลายพื้นที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยา เชื่อว่า พายุไต้ฝุ่นรามสูร จะเคลื่อนที่ไปทางเกาะไหหลำของประเทศจีน ในช่วงวันที่ 18-19 กรกฎาคม 2557 นอกจากนี้กรมอุตุนิยมวิทยา ยังได้ประกาศเตือนประชาชนในหลายพื้นที่ อาทิจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี หนองบัวลำภู สกลนคร นครพนม มุกดาหาร จันทบุรี ตราด ระนอง และพังงา ให้พร้อมเตรียมการป้องกันจากฝนตกหนักและมีลมแรงในวันที่ 17-18 ก.ค. ส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ จันทบุรี ตราด ระนอง และพังงา ให้ระวังเตรียมพร้อมรับมือกับฝนตกหนักในวันที่ 18-20 ก.ค.นี้ เนื่องจากพบว่าในช่วงเวลาดังกล่าวมีลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และอ่าวไทย จึงทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนและภาคใต้ฝั่งตะวันตกจะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้นและมีลมแรงบางพื้นที่ MThai news

Mthai ข่าวภาคซ่าส์ (25-06-11)
mthai /  ZaaNetwork / 

กลับมาประจำการคุยข่าวแบบมีสาระ ที่จะพาคุณๆ เพลิดเพลินไปตลอด 1ชั่วโมงเต็ม กับรายการ Mthai ข่าวภาคซ่าส์ ที่วันนี้มีเรื่องราวจากทุกมุมโลกมานำเสนอเหมือนเช่นเคย กับช่วงต่างๆ ของรายการ ไปเริ่มกันที่ช่วงข่าวซ่าส์ๆ ใน ช่วงข่าวซ่าส์ 5อันดับ อันดับ 5 ตื่นจระเข้ยักษ์โผล่กินคนอีก ที่ฟิลิปินส์ http://news.mthai.com/world-news/119855.html เหตุการณ์น่าสะพรึงกลัวครั้งนี้เกิดขึ้นที่บริเวณชายฝั่งแห่งหนึ่งบนเกาะปาลาวัน ทางตะวันตกของประเทศฟิลิปินส์ ซึ่งเหตุการณ์นี้ก็มีลักษณะคล้ายๆ กับที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อปี 2008 อีกทั้งเป็นบริเวณใกล้ๆ กันด้วย อย่างไรก็ตามยังไม่มีรายงานว่าจระเข้ตัวดังกล่าวถูกจัดการไปแล้วหรือไม่อย่างไร อันดับ 4 ชาวบ้านสุดทน ทำแพลงกลิ้งประท้วงถนนพัง http://news.mthai.com/general-news/119839.html รายละเอียดของข่าวได้ระบุว่า ถนนบริเวณดังกล่าวพังมาแล้วกว่า3ปี 3ปี!! แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนเหลียวแลและให้ความสนใจเลย แม้ว่าชาวบ้านได้ไปแจ้งเรื่องไว้แล้วก็ตาม ทำให้ชาวบ้านกลุ่มดังกล่าวจึงนัดรวมตัวกันทำท่าฮิตอย่างแพลงกิ้งประท้วงมันซะเลย เพื่อว่ากระแสท่าดัง จะไปสะกิดต่อมสำนึกของผู้เกี่ยวข้องได้ ว่าแต่ผู้หลักผู้ใหญ่ ส.ส.ที่อาสารับใช้ประชานในเขตนั้นเขาหายไปไหนกันหมดซะละ รีบๆ ไปทำคะแนนกันหน่อยซิเร็ว อันดับ 3ประชาชนเฮ! ครม.ยืดอายุรถเมล์-รถไฟฟรีไปถึงสิ้นปี http://news.mthai.com/general-news/119830.html และแล้วก็ต้องขอปรบมือให้กับครม.อีกครั้ง หลังจากยกมือมีมติเป็นเอกฉันท์ที่จะให้มาตราการนี้คงอยู่ต่อไป โดยทางครม.ได้ให้เหตุผลว่า เพื่อลดภาระและแบ่งเบาค่าใช้จ่ายของประชาชนนั่นเอง "อย่างน้อยก็ทำให้ยิ้มได้บ้างละเวลานี้ อย่างไรก็แล้วแต่ทำรถฟรีให้มันสะอาดหน่อยก้ดีนะ วันก่อนนั่งฝุ่นเต็มเลยเหือนจะไม่ได้ล้าง" อันดับ 2 ยกสาวจีนฮีโร่ สละจูบช่วยชีวิตหนุ่มฆ่าตัวตาย http://news.mthai.com/world-news/119817.html เหตุการณ์น่าประทับใจนี้เกิดขึ้นที่ห้างแห่งหนึ่งในเมืองเสิ่นเจ้น มณฑลกวางตุ้ง ของจีน โดยหญิงสาวใจเด็ดผู้เป็นฮีโร่เล่าว่า เหตุที่เธอตัดสินใจคว้าคอหนุ่มคิดสั้นมาจูบนั้นก็เพื่อเป็นการปลอบใจ เพราะเห็นว่าเป็นคนหัวอกเดียวกัน บ้านแตก อีกทั้งความยากไร้ได้พรากให้มาดิ้นรนใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่นั่นเอง อันดับ 1 สลด! พ่อชาวอินเดียข่มขืนลูกสาว สั่งอดข้าว-ค้าประเวณี http://news.mthai.com/world-news/119804.html เหตุการณ์สุดสลดนี้ถูกเปิดเผยโดยเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายนั่นเอง โดยเธอได้เล่าถึงความขมขื่นว่า เธอถูกพ่อข่มขืนขณะที่แม่ไม่อยู่บ้าน จากนั้นนานวันเข้าพ่อก็จะพาตนไปเร่ขายโดยอ้างว่าจะพาไปเป็นดาราหนัง ซึ่งเธอถูกพ่อบังคับให้ไปนอนกับชายแปลกหน้าแล้วกว่า 200คน คนแบบนี้ไม่น่าจะเป็นพ่อเลยเนอะ หวังว่ากฎหมายที่บ้านเขาคงจะเด็ดกว่าประเทศสารขันธ์เป็นไหนๆ นะ ............................................................................. ช่วงอย่าดีแต่ปาก "คุณคิดว่าบอกรักหรือบอกเลิก อย่างไหนง่ายกว่ากัน " กลับเข้าสู่ช่วงที่ 2ของรายการแล้วละ ซึ่งช่วงนี้จะนำพาคุณๆไปพูดคุยมันส์ๆ กับกระทู้เด่นๆ ดังๆ ประจำวัน ในช่วงอย่าดีแต่ปาก วันนี้ได้หยิบยกเอาหัวข้อที่ว่า "คุณคิดว่าบอกรักหรือบอกเลิก อย่างไหนง่ายกว่ากัน" เอาละซิเรื่องรักใครๆ อย่างนี้เห็นทีจะคุยกันยาวแล้วละ ไปดูกันซิว่า แป้ง และเต้ เขาจะมีความเห็นอะไรมาเสนอกัน แล้วคุณละจะเห็นด้วยกับใครมากกว่ากัน ............................................................................. ช่วงเด็กเทคโน"Imerj สมาร์ทโฟน ที่แปลงเป็นแท็บแล็ตได้" ผลิตภัณฑ์ และข่าวสารเทคโนโลยี ชั้นเยี่ยม มีมาอัพเดตให้รับรู้แบบไม่มีเอาท์ก็ช่วงนี้ อย่าดีแต่ปาก ถ้าหากใครไม่อยากหลุดเทรนด์เทคโนเจ๋งๆ ช่วงนี้แหละห้ามพลาด วันนี้ก็อีกเช่นเคยทางรายการขอเสนอ Imerj สมาร์ทโฟน ที่แปลงเป็นแท็บแล็ตได้ แค่ได้ยินชื่อก็ชวนให้อยากจับจองมาเป็นเจ้าของแล้วละซิ รายละเอียดเป็นเช่นไร ไปฟังเสียง 2พิธีกรซ่าส์กันดีกว่า เขาจะมาอธิบายคุณสมบัติของเจ้าตัวนี้ให้ฟัง ............................................................................. ช่วงปล่อยคลิป"ดริฟท์วัยละอ่อน" ช่วงที่ทุกคนตั้งตารออีกช่วง ที่มีชื่อช่วงว่า ปล่อยคลิป คลิปไหนเจ๋ง คลิปไหนโดน ทางรายการจะไม่ให้พลาดแน่นอน โดยวันนี้ขอนำเสนอคลิปที่มีชื่อว่าขา ดริฟท์วัยละอ่อน ส่วนจะเมพขนาดไหนก็ไปชมได้เลย ............................................................................. สำหรับแฟนๆ ของรายการ Mthai ข่าวภาคซ่าส์ วันนี้ทางทีมงานได้จัด เสื้อยืดสุดซิคๆ จาก Video.Mthai.com ไปใส่เท่ๆ ก่อนใคร และ เมาท์ สูดซี๊ดจาก Mthai โดนใจทุกคลิ๊ก มาแจกเป็นของรางวัล เพียงแค่ส่ง SMS มาที่เบอร์ 4825555 เพื่อแสดงความคิดเห็นในรายการกับประเด็นที่ว่า “เห็นด้วยหรือไม่ ถ้าเด็กนักเรียนไม่ต้องเอาหนังสือกลับบ้าน” ข้อความไหนโดนใจที่สุด ก็รับกันไปเลยทันที เพราะเราอยากแจกมากกกก… ส่วนรายชื่อผู้ได้รับของรางวัล กับประเด็นที่ ว่า “คุณคิดว่าบอกรักกับบอกเลิกอย่างไหนง่ายกว่ากัน” ได้แก่คุณเซโต๊ะ By Turbo (084-493-84xx) กับข้อความที่ว่า “บอกรักครับต้องใช้เวลาบอกนาน แต่บอกเลิกไม่ต้องใช้เวลา” รับ สมุด Note Book เอ็มไทย เล่มโตๆ ไปขีดเขียนเล่นๆ ให้มันมือไปเลย และ คุณแป๊ะ ชลบุรี (082-861-44xx) กับข้อความที่ว่า “การบอกรักยากแล้ว แต่การบอกเลิกมันยากยิ่งกว่า” รับทันทีเสื้อสวยๆ จาก Mthai ไปใส่หล่อๆ ก่อนใครเช่นกัน ดูผ่านอินเตอร์เนตได้ที่ http://zaa.mthai.com/ เวลา 20.30 – 21.30 น. ชมรายการ "MThai ข่าวภาคซ่าส์" รายการข่าวสุดแสบ แบบฉีกกฎ คุยกันสดๆ ได้ทุกวันจันทร์ ถึงวันเสาร์ เวลา 20.30 - 21.30 น. ทางช่อง 39 จานเหลืองดีทีวี /จานดำ PSI / IPTV-HD 3BB และเคเบิ้ลท้องถิ่นทั่วประเทศ ติดตามรายการได้ทางช่องทางต่อไปนี้ ช่อง 39 DTV ช่อง 39 IPTV-HD 3BB ช่อง 39 PSI Mthai News เกาะติดข่าว เลือกตั้ง 2554 คลิ๊ก!! เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย

หมอร้องแบนกีฬา มวย หลังมีนักชกสังเวยชีวิตอีก
กีฬา /  ข่าวกีฬา / 

เบรดอน กับไฟต์สุดท้ายในชีวิต เป็นข่าวใหญ่ในวงการกีฬาออสเตรเลียกับเหตุการณ์ที่ เบรดอน สมิธ นักมวยชาวออสเตรเลียวัยแค่ 23 ปีเสียชีวิตหลังขึ้นชกกับ จอห์น โมรัลด์ นักมวยชาวฟิลิปินส์ หลังการชกในคืนวันเสาร์เขายังดูปกติดีจนกระทั่งกลับเข้าไปในห้องล็อคเกอร์รูมได้ไม่นานและหมดสติไป เขาอยู่ในภาวะโคม่าไม่ได้สติและถูกถอดเครื่องช่วยชีวิตออกเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เรื่องนี้สร้างผลกระทบใหญ่ขึ้นมาทันทีเมื่อคณะแพทย์ในออสเตรเลียเรียกร้องให้แบนกีฬามวยออกจากประเทศ ขณะที่มีข้อกังขาเกิดขึ้นอีกว่า “มวย” เป็นกีฬาที่ป่าเถื่อนรุนแรงและอันตรายถึงชีวิตจริงหรือไม่ แม้ว่าในอดีตเรื่องนี้จะเป็นประเด็นมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ชอน รัดด์ ประธานสมาคมแพทย์ในรัฐควีนส์แลนด์ ออกมาให้ความเห็นว่ากีฬามวยน่าจะถูกแบนในออสเตรเลียเพราะมันเป็นกีฬาที่อันตรายเกินไปโดยเฉพาะการชกเข้าที่หัว “พวกเราเชื่อว่ากีฬาที่ให้คนสองคนพยายามชกเข้าที่หัวอีกฝ่ายให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อชัยชนะเป็นอะไรที่ดูเหมือนจะป่าเถื่อนนิดๆ คุณไม่ได้รับอนุญาตให้ชกต่ำกว่าเข็มขัดแต่ขณะเดียวกันคุณสามารถชกอวัยวะที่อยู่เหนือไหล่ขึ้นไปได้ ซึ่งอวัยวะเหล่านี้สำคัญมากที่สุดในร่างกาย” ด้าน แอน ทิลดัลล์ ประธานการชกมวยในควีนส์แลนด์บอกว่า “มันเป็นอุบัติเหตุที่น่าเศร้าใจ มันสามารถเกิดขึ้นได้กับการแข่งรถหรือกีฬาชนิดไหนๆ ก็ได้ มีตั้งหลายชนิดกีฬาที่เกิดความสูญเสียขึ้นได้ เราไม่คิดว่าเราได้รับการยกเว้นแต่ในเวลาเดียวกันกีฬามวยก็ไม่ได้ทำร้ายเยาวชนของเราเสมอไป” อย่างไรก็ตามเรื่องแบบนี้คงไม่มีใครอยากให้เกิด ครอบครัวของผู้ตายเองก็ออกมาบอกว่าพวกเขาไม่คิดโทษใครทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นกรรมการห้ามบนเวทีหรือคู่ชกของเบรดอน ทาง sport mthai ขอแสดงความเสียใจมา ณ ที่นี้ด้วย

จัดอันดับ 10 สาวที่สวยที่สุด ใน ฟิลิปปินส์
จัดอันดับ /  ฟิลิปปินส์ / 

จัดอันดับ 10 สาวที่สวยที่สุด ใน ฟิลิปปินส์ เว็บไซต์ therichest.org ได้ทำการจัดอันดับสาวที่สวยที่สุดในฟิลิปปินส์ 10 อันดับมีดังนี้ 1. Angel Locsin ดารานักแสดงวัย 26 นอกจากจะเป็นดาราระดับแถวหน้าของฟิลิปปินส์แล้ว เธอยังเป็นเซ็กซิมโบลอันดับ 1 มีงานเดินแบบ และเป็นผู้อำนวยการสร้างหนังด้วย 2. Jackie Rice ลูกครึ่งอเมริกัน-ฟิลิปปินส์ วัย 21 ปี เธอสร้างชื่อจากรายการเรียลริตี้ดัง StarStuck  ที่ถ่ายทอดทาง GMA เน็ตเวิร์ค 3. Marian Rivera นักแสดง นักร้อง นักเต้น เกิดที่มาดริด ประเทศสเปน อายุ 27 ปี เธอเข้าวงการครั้งแรกในปี 2005 และเคยออกอัลบั้ม Marian Rivera Dance Hits และ Retro Crazy 4. Sarah Geronimo อายุ 23 ปี เธอเริ่มเข้าวงการครั้งแรกในรายการวาไรตี้เกี่ยวกับเด็ก และโด่งดังจากการประกวดร้องเพลงในรายการ Star for a Night จากนั้นเธอก็ออกอัลบั้มเรื่อยมา 5. Christin Reyes  อายุ 22 ปี เกิดที่กรุงมะนิลา เธอเข้าวงการด้วยการเข้าร่วมรายการเรียลริตี้  StarStuck และปัจจุบันเธอเป็นดาราสังกัด ABS-CBN 6. Kristine Hermosa อายุ 28 ปี สร้างชื่อจากละครเรื่อง  Pangako sa Yo เป็นอีกหนึ่งดารา-นักแสดงในสังกัด ABS-CBN 7.  Anne Curtis อายุ 25 ปี เป็นลูกครึ่งฟิลิปินส์-ออสเตรเลีย เป็นนักแสดง นางแบบ และวีเจ 8. Jewel Mische อายุ 21 ปี พ่อมีเชื่อสาย เยอรมัน-สเปน-อเมริกัน-แม่เป็นคนฟิลิปปินส์ อีกหนึ่งสาวจากเวที StarStuck และเธอเป็นนางแบบสังกัด Dutch Mill 9. Maja Salvador อายุ 23 ปี นักแสดง นางแบบ นักเต้น เป็นนดาราสังกัด ABS-CBN อีกคน และเป็นสมาชิกของ Star Magic 10. KC Concepcion อายุ 26 ปี นักแสดง นางแบบ และนักร้อง และยังเป็นทูต ต่อต้านการอดอยากในโครงการ World Food ของสหประชาชาติ เรื่องจาก Whisper daily / นิตยสาร อิมเมจ ขอบคุณภาพจาก http://www.therichest.org http://angellocsin.com http://www.pinoygigs.com www.push.com.

ฟิตเปรี้ยะ!อำนาจพร้อมเต็มที่เตรียมตะบั้นคาซิเมโร่
IBF /  Mono29 / 

ความเคลื่อนไหวการชกป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกสหพันธ์มวยนานาชาติ IBF รุ่นฟลายเวต 122 ปอนด์ ไฟต์บังคับของแชมป์โลกขวัญใจชาวไทย อำนาจ เกษตรพัฒนา กับผู้ท้าชิงจากฟิลิปินส์ จอห์น เรียล คาซิเมโร่ อดีตแชมป์ 2 สถาบันในศึกโมโน 29 บิ๊กไฟต์ วันเสาร์ที่ 27 มิ.ย. นี้ ณ. อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก  ถ่ายทอดสดทางทีวิดิจิตอล ช่องโมโน 29 เวลา 18.00-20.00 น ล่าสุดนั้นสหพันธ์มวยนานาชาติได้คลอดโผรายชื่อกรรมการชุดที่จะทำหน้าที่สิน มวยคู่ที่แฟนมวยชาวไทยให้ความสนใจมากที่สุดแล้ว โดยรายชื่อที่ออกมาทั้งหมดล้วนเป็นชาว อเมริกันทั้งสิ้น ทางด้าน จิมมี่ ดร.เอกรัฐ ไชยโชติช่วง โปรโมเตอร์เกียรติกรีรินทร์ กล่าวว่า ส่วนใหญ่สถาบัน IBF จะให้เกียรติกรรมการชาติเดียวกับนักชกฝ่ายละคนมาทำหน้าที่เป็นกรรมการให้ คะแนนร่วมกับกรรมการชาติเป็นกลาง แต่การชกของมวยคู่นี้ได้รับการจับตามองเป็นพิเศษ เพราะเป็นภาคบังคับและจัดขึ้นที่เมืองไทย หากนำเอากรรมการชาวไทยและฟิลิปปินส์ที่ผ่านการรับรองมาตัดสินก็เกรงว่าจะ เกิดข้อครหา ด้วยเหตุนี้ผู้บริหารสถาบันจึงแต่งตั้งกรรมการจากสหรัฐฯ ทั้งชุด เพื่อความสบายใจทั้งสองฝ่าย สำหรับการฟิตซ้อมของอำนาจ นั้นอยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายแล้วโดยอำนาจจะทำการวิ่งวอร์มร่างกายในช่วงเช้าเป็นเวลา 1 ชั่วโมง ที่ศูนย์กีฬาองครักษ์ จ.นครนายก ก่อนจะชกลมวอร์มร่างกายเบาๆ ส่วนช่วงบ่ายเน้นไปที่การต่อยเป้า ต่อยกระสอบทวนเชิง เน้นเทคนิคต่างๆ และแก้เกมปรับเชิง โดยมี ฟรานซิสโก้ จาโร่ ยอดเทรนเนอร์ชาวฟิลิปปินส์คอยดูแลอย่างเข้มงวด

แผ่นดินไหว 7.6 ริคเตอร์ ที่ฟิลิปินส์
สึนามิ /  แผ่นดินไหว

มีเตือนสึนามิในหลายประเทศ แต่ได้ยกเลิกหลังเกิดเหตุ 3ชั่วโมง สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า เมื่อช่วงดึกของคืนที่ผ่านมาได้เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.6 ริคเตอร์ โดยมีศูนย์กลางอยู่นอกชายฝั่งเกาะซามาร์ ของฟิลิปปินส์ไปทางตะวันออก 106 กิโลเมตร ซึ่งจากเหตุดังกล่าวส่งผลให้บ้านเรือนพังทลายหลายพื้นที่ ไฟฟ้าดับหลายเมือง และพบผู้เสียชีวิต 1คน เป็นหญิงวัย 54ปี ขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ต่างพากันไปอยู่ศูนย์อพยพ และที่สูง เนื่องจากยังคงเกิดแรงสั่นสะเทือนตามมา หรือ อาฟเตอร์ช็อคราว 140 ครั้ง ทั้งนี้จากเหตุดังกล่าว ศูนย์เตือนภัยสึนามิแปซิฟิค ได้ประกาศเตือนภัยสึนามิในหลายประเทศตั้งแต่ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น ไต้หวัน ปาปัว นิวกินีและอีกหลายเกาะในแปซิฟิค รวมทั้งเกาะในฮาวายของสหรัฐฯ แต่หลังจากนั้น 3 ชั่วโมงก็ประกาศยกเลิก Mthai News ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

ประมวลภาพความเสียหายจากพายุโบพา ถล่มฟิลิปินส์
ไต้ฝุ่นโบพา

รวมภาพความสูญเสียภายหลังพายุไต้ฝุ่นโบพาได้พัดถล่มทางภาคใต้ของฟิลิปปินส์ตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งจากเหตุดังกล่าวส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 300คน โดยจำนวนนี้มีเด็กเสียชีวิตจากดินถล่มมากที่สุด ขณะเดียวกันพื้นที่เกษตรกรรมหลายแห่งก็เสียหายเนื่องจากถูกน้ำท่วมฉับพลัน MThai News

ไม่ต้องนับคะแนน! มาร์เกวซลั่นชกปาเกียวภาคสามไม่ครบยกแน่นอน
มวย /  ฮวน มานูเอล มาร์เกวซ / 

ฮวน มานูเอล มาร์เกวซ ยอดมวยชาวเม็กซิโก ประกาศว่าไฟต์ที่เขาจะขึ้นชกกับมวยที่ดีที่สุดปอนด์ต่อปอนด์ชาวฟิลิปินส์ แมนนี่ ปาเกียว จะไม่มีการตัดสินด้วยการนับคะแนนแน่นอน โดยทั้งคู่จะขึ้นฟาดปากกันในวันที่ 12 พฤศจิกายน ที่ลาสเวกัส มาร์เกวซเคยขึ้นตะบันหน้ากับปาเกียวมาแล้วสองครั้ง โดยไฟต์แรกผลออกมาเสมอกัน ส่วนไฟต์ที่สองปาเกียวชนะคะแนนแบบไม่เป็นเอกฉันท์ ท่ามกลางข้อถกเถียงที่ว่าปาเกียวสมควรเป็นผู้ชนะในไฟต์ที่สองหรือไม่ ขณะเดียวกันมาร์เกวซเองก็อ้างว่าเขาถูกปล้นชัยชนะไปทั้งสองไฟต์ มาร์เกวซที่มีสถิติการชก ชนะ 53 แพ้ 5 เสมอ 1 กล่าวว่า “ผมไปฆ่าหรือไม่ก็ถูกฆ่า ผมเตรียมตัวมาเพื่อขึ้นแลกหมัดกับเขาแน่นอน ครั้งนี้จะไม่มีข้อถกเถียงอีกต่อไป ผมจะชนะด้วยการน็อคเอ้าท์หรือไม่เขาก็น็อคเอ้าท์ผม และแน่นอนว่าผมเองก็จะสู้ด้วยสมอง”

Teddy’s Bigger Burgers จากฮาวาย ณ สาขาแรกในไทย ศูนย์การค้าเกตเวย์เอกมัย
เบอร์เกอร์

“Teddy’s Bigger Burgers” เสิร์ฟตรง ‘เบอร์เกอร์อร่อยที่สุด’ จากฮาวาย ณ สาขาแรกในไทย ชั้น G ศูนย์การค้าเกตเวย์เอกมัย “เทดดี้ส์ บิ๊กเกอร์ เบอร์เกอร์” (Teddy’s Bigger Burgers) ทุ่มงบกว่า 8 หลัก นำเข้าแฟรนไชส์เบอร์เกอร์ชั้นดีจากสหรัฐอเมริกา เปิดสาขาแรกในไทยให้ได้ลิ้มลองรสชาติอาหารคุณภาพที่เป็นที่ยอมรับทั่วโลกมากว่า 17 ปี และได้รับการโหวตให้เป็นเบอร์เกอร์ที่ดีที่สุดในฮาวายตั้งแต่ปี 2001 ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน พร้อมจัดงานแถลงข่าวและเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ภายใต้ธีมงาน “Broke da mouth Burger by Teddy’s Bigger Burgers” ในวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ชั้น G ศูนย์การค้าเกตเวย์เอกมัย นางสาววงศ์รัตน์ ออรัตนชัย  กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกโก เรสเตอร์รอง จำกัด หนึ่งในหุ้นส่วน “เทดดี้ส์ บิ๊กเกอร์ เบอร์เกอร์”  เปิดเผยว่า ปัจจุบันแม้มีจำนวนร้านเบอร์เกอร์ที่เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารที่มีเบอร์เกอร์เป็นเมนูชูโรง หรือ food truck  ที่ออกกิจกรรมอีเว้นท์อย่างสม่ำเสมอ แต่มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามามีความแตกต่างในทุกองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นขนมปังทำจากมันฝรั่งและซอสพิเศษที่เป็นสูตรดั้งเดิมของที่เทดดี้ส์ บิ๊กเกอร์ เบอร์เกอร์ ทำสดใหม่ทุกวัน หรือแม้กระทั่งการคัดสรรชิ้นเนื้อคุณภาพ 100% Ground Chuck  ปลอดสารแปลกปลอมและฟิลเลอร์ มั่นใจลูกค้าที่ได้ลองชิมจะรู้สึกถึงความต่าง สามารถรับรู้ได้ถึงรสชาติและคุณภาพอย่างแท้จริง Teddy’s Bigger Burgers  ก่อตั้งเมื่อปี 1998 (17 ปีที่ผ่านมา) ณ เมือง โฮโนลูลู รัฐฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยชาวอเมริกันสองคนที่เป็นเพื่อนสนิทกันคือ Ted Tsakiris และ Richard Stula (ผู้ก่อตั้ง) ทั้งคู่มีความชื่นชอบเบอร์เกอร์เป็นอย่างมาก แต่สงสัยว่าทำไมไม่มีร้านเบอร์เกอร์ดีๆ คุณภาพดีเหมือนทำทานเองที่บ้าน จึงพยายามปรับปรุงสูตรอาหารขึ้นมาอยู่หลายเดือนจนสำเร็จและพอเปิดร้านแล้วก็ประสบความสำเร็จในฮาวายเป็นอย่างมาก ด้วยคุณภาพและรสชาติที่แตกต่างจนทำให้ได้รับความนิยมทานอย่างแพร่หลายจนถึงทุกวันนี้ และประสบความสำเร็จในต่างประเทศ เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา, ประเทศฟิลิปินส์ และประเทศญี่ปุ่น ‘เทดดี้ส์ บิ๊กเกอร์ เบอร์เกอร์ ประเทศไทย‘ พร้อมนำเสิร์ฟเบอร์เกอร์สไตล์อเมริกัน ซึ่งมีไซส์ที่ใหญ่และรสชาตินุ่มนวล ทานง่าย ไม่จัดจ้านจนเกินไป ได้รับการโหวตให้เป็น เบอร์เกอร์ที่ดีที่สุดในฮาวาย (HAWAII's BEST BURGER) และ การันตี 4.5 ดาว จาก 5.0 ดาวบนเว็บไซด์ TripAdvisor.com หนึ่งในเว็บไซด์ที่โด่งดังทั่วโลกเรื่องการท่องเที่ยว ร้านอาหาร และที่พัก อีกหนึ่งความพิเศษคือลูกค้าสามารถเลือกสั่งเบอร์เกอร์ตามสไตล์ความต้องการของแต่ละคน ซอสมีให้เลือกมากถึง 6 ชนิดคือ ซอสสูตรพิเศษ (special sauce) สูตรลับเฉพาะของ Teddy’s เข้าเนื้ออย่างกลมกล่อม, ซอสเทริยากิ, ซอสเผ็ด, ซอสวาซาบิ, ซอสบาร์บีคิว และซอสพริกไทยดำ นอกจากนี้ยังสามารถเลือกเนื้อ หมู เบคอน ไก่ ปลา และแจ้งความสุกของเนื้อที่ต้องการราวกับการสั่งสเต็กในภัตตาคาร นอกจากนี้ ผู้บริหารมีเป้าหมายขยายสาขาในกรุงเทพเพิ่มเป็น 2 สาขาภายในปี 2558  โดยสาขาแรกที่ชั้น G ศูนย์การค้าเกตเวย์เอกมัย  และสาขาที่ 2 ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ทั้งนี้มองว่าภายในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า เมื่อระบบมีความพร้อมและลงตัว คาดว่าจะเปิดเฟรนไชส์ เพื่อส่งต่อความอร่อยซึ่งไม่ว่าจะทานสาขาไหน รสชาติและคุณภาพเบอร์เกอร์ก็ยังดีเหมือนเดิมไม่แพ้ต้นตำรับ เพื่อเข้าถึงคนรุ่นใหม่และสาวกนักชิมเบอร์เกอร์ต่อไป สนใจรับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ เทดดี้ส์ บิ๊กเกอร์ เบอร์เกอร์ ได้ที่ www.facebook.com/teddysburgersth  หรือ Line Official Account: @TeddysBurgersTH

ตื่น จระเข้ยักษ์ โผล่กินคนอีก ที่ฟิลิปปินส์
จระเข้กินคน /  จระเข้ยักษ์ / 

เผยเหตุการณ์ลักษณะนี้ เคยเกิดขึ้นในบริเวณดังกล่าว มาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี2008 25 มิ.ย. 54 สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า เหตุการณ์จระเข้น้ำเค็มทำร้ายมนุษย์จนเสียชีวิตครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา บริเวณป่าชายฝั่งแห่งหนึ่งบนเกาะปาลาวัน ทางตะวันตกของประเทศฟิลิปินส์ โดยรายงานระบุว่า เจ้าจระเข้ตัวดังกล่าวได้จู่โจมชายคนหนึ่งขณะที่เขาไปหาฟืนตามแนวชายฝั่งเขตน้ำกร่อย ซึ่งผู้พบเห็นเผยว่าร่างของชายผู้เคาระห์อยู่ในปากของจระเข้น้ำเค็มขนาดใหญ่ในช่วงเช้าตรู่ของวันพุธ (22 มิ.ย.) ทำให้ทีมค้นหาต้องใช้ความพยายามอยู่หลายชั่วโมงกว่าจะนำร่างของเหยื่อยออกมาจากปากจระเข้ได้ ส่วนสภาพศพของชายคนดังกล่าวเต็มไปด้วยความสยดสยองของรอยแผลที่เกิดจากการกัด ซึ่งขาข้างหนึ่งของเขาได้หายไป ส่วนอีกข้างหนึ่งที่ยังเหลือก็อยู่ในสภาพรุ่งริ่งใกล้ขาด เบื้องต้นยังไม่มีรายงานว่าเจ้าจระเข้ตัวดังกล่าวถูกทางการจัดการไปด้วยหรือไม่ สำหรับเหตุการณ์จระเข้อาละวาดกินคนในแถบดังกล่าวนี้ เคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อเดือน มี.ค. ปี 2008 ซึ่งจากเหตุนั้นผู้ที่ต้องสังเวยชีวิตเป็นเพียงเด็กน้อยวัย 7ขวบเท่านั้น Mthai news เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย

Bailey May หนุ่มน้อยที่ฮอตที่สุดในฟิลิปินส์!
Bailey May /  ต่างประเทศ / 

เพียงไม่นาน หนุ่มน้อยวัย 12 ปี "Bailey May" (ไบลีย์ เมย์) คนนี้ก็กลายเป็นหนุ่มฮอตไปซะแล้ว หลังจากที่เขาได้อัดคลิปร้องเพลงลงในโซเชียล Vine และ Youtube ไม่ใช่แค่เสียงที่จะทำให้สาวๆและคนในโซเชียลชอบเท่านั้น แต่ด้วยหน้าตาที่หล่อเหลาเอาการ และรอยยิ้มของหนุ่มไบลีย์นี่สิ ทำให้สาวๆ สนใจยิ่งกว่า จนตอนนี้กลายเป็น หนุ่มน้อยที่ฮอตที่สุดในฟิลิปินส์! ในโลกโซเชียลก็พูดถึงเขาเป็นจำนวนมาก แฮชแท็ก #askBailey ติดอันดับที่ 5 การค้นคว้าของฟิลิปินส์ รวมถึงหน้าเพจเฟสบุ๊คที่มีคนกดไลค์กว่าแสนคน ภายในเวลาแค่อาทิตย์เดียว และแชร์ภาพและวิดีโอกันนับไม่ถ้วน >,< Bailey May หนุ่มน้อยที่ฮอตที่สุดในฟิลิปินส์! Bailey May หนุ่มน้อยที่ฮอตที่สุดในฟิลิปินส์! ขอบคุณรูปภาพ  www.facebook.com-Bailey May

TEREZA FAJKSOVA นางงาม Czech Republic คว้ามงกุฎ MISS EARTH 2012
miss earth /  Miss Earth 2012 / 

TEREZA FAJKSOVA นางงาม Czech Republic คว้ามงกุฎ MISS EARTH 2012      ตัดสินกันไปแล้ว เมื่อค่ำวันที่ 24 พฤศจิกายน ที่ ประเทศฟิลิปินส์ รับหน้าที่เจ้าภาพ สำหรับเวทีประกวดนางงาม MISS EARTH 2012 โดยปีนี้ นางงามจาก Czech Republic - TEREZA FAJKSOVA มาแรงแซงทางโค้งคว้ามงกุฎไปครอง ส่วนน้องมายด์ วรัทยา ตัวแทนสาวไทย ไม่ผ่านเข้ารอบ 16 คนสุดท้าย แต่คว้ารางวัลพิเศษมากมาย ทั้งหมด 9 รางวัลด้วยกัน รวมถึง รางวัลชนะเลิศ ชุดประจำชาติ ที่ น้องมายด์ คว้ามาครองได้สำเร็จ ส่วนรางวัล อื่นๆของ MISS EARTH 2012 มีดังนี้ Miss Air Stephany Stefanowitz นางงาม จาก ประเทศ Philippines Miss Water Osmariel Villalobos นางงาม จาก ประเทศ Venezuela Miss Fire Camila Brant นางงาม จาก ประเทศ Brazil มาดูรางวัล ที่น้องมายด์ วรัทยา ได้รับจากการประกวด MISS EARTH 2012 กันค่ะ 1. เหรียญเงิน Press Presentation @ Taguig เป็นการประกวดรอบชุดว่ายน้ำ โชว์ชุดว่ายน้ำต่อสื่อมวลชล และให้สื่อโหวต ซึ่งน้องมายด์ได้ ที่ 2 2. เหรียญเงิน Evening Gown Competition Group3 เป็นการประกวดรอบชุดราตรีของกลุ่มที่ 3 คว้าที่ 2 มาได้ 3. เหรียญทองแดง Resorts Wear Competition Group3 เป็นการประกวดเดินแบบของกลุ่ม 3 เดินแบบสามชุด และน้องมายด์ ได้ที่ 3 4. เหรียญเงิน M.E Miss Photogenic ได้ ที่ 2 ขวัญใจช่างภาพจากการโหวตผ่านเว็บ 5. เหรียญทอง M.E National Costume Competition เมื่อวันที่ 19 ที่ผ่านมา น้องมายด์ สามารถคว้าเหรียญทองชุดแต่งกายประจำชาติยอดเยี่ยม และรางวัลพิเศษจากสปอนเซอร์การประกวด Miss MyPhone Miss Ever Bilena Miss Earth Pacific Mall Miss Psalmstre Placenta รายงานโดย Women Mthai Team ขอบคุณข้อมูลจาก facebook/waratthaya

สุดเจ๋ง! ลีลาโบกรถ ของตำรวจจราจรฟิลิปปินส์
ตำรวจจราจร /  ตำรวจจราจรฟิลิปปินส์ / 

ขณะที่เจ้าตัวเผยมีความสุขมากที่เห็นคนยิ้มเมื่อมองดูเขา 8 มิ.ย.54 กลายเป็นกระแสฮือฮา และเป็นขวัญใจของชาวฟิลิปินส์ขึ้นมาทันที  สำหรับนายรามีโร่ อาสาสมัครตำรวจจราจรที่ประจำอยู่บนถนนอีเดสซ่า ตัดกับถนน มากาปากัล กลางกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปินส์ เนื่องจากเจ้าหน้าที่นายนี้ มีท่วงท่าลีลาการโบกจราจร สร้างความบันเทิงครื้นเครงให้กับผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก โดยนายรามีโร่ วัย 54ปี เผยว่า เขาได้มาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่อำนวยการจราจรนี้มา 6ปี แล้ว ซึ่งเขาก็รักมัน เพราะได้สร้างความสุขให้กับทั้งผู้ขับขี่ยวดยาน รวมถึงคนเดินถนนด้วย สำหรับนายรามีโร่ จะเข้าประจำการทำงานยักย้ายส่ายสะโพกโบกรถอำนวยความจราจร ตั้งแต่เวลา 07.00 น. จนไปถึงเวลา 14.00 น. ของทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย

Ariana Grande จัด Session พิเศษ แชทสดๆกับแฟนๆ ทั่วเอเชีย 13 ก.ย. บ่ายสองโมง
Ariana Grande /  Ariana Grande Asia Google+Hangouts / 

Ariana Grande (อารีอาน่า แกรนเด) บินลัดฟ้าสู่ญี่ปุ่น เพื่อโปรโมทอัลบั้มใหม่ My Everything พร้อม แชทสดๆกับแฟนๆ ทั่วเอเชีย กับกิจกรรม Ariana Grande Asia Google+Hangouts แฟนชาวไทยชม On Air พร้อมกัน เสาร์นี้ บ่ายสองโมง นับว่าเป็นโอกาสสุดเอ็กซ์คลูซีพครั้งแรกที่แฟนๆทั่วเอเชียและแฟนๆชาวไทย ของศิลปินสาวสุดฮอต Ariana Grande (อารีอาน่า แกรนเด) จะได้แฮงค์เอ้าท์กับสาวน้อยคนนี้แบบสดๆ เนื่องในโอกาสที่เธอบินมาโปรโมทอัลบั้ม My Everything ที่ญี่ปุ่น โดยครั้งนี้ ยูนิเวอร์ซัลมิวสิคกรุ๊ป ได้ร่วมกันจัดกิจรรม Ariana Grande Asia Google+Hangouts ที่จะพาแฟนๆ จาก 8 ประเทศ ได้แก่ ฮ่องกง อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปินส์ สิงค์โปร์ ไต้หวัน อินเดีย และประเทศไทย มาร่วมพูดคุยกับเธอ ในวันเสาร์ที่ 13 กันยายนนี้ ตามเวลาในบ้านเรา 14.00 น. สำหรับประเทศไทยนั้น ยูนิเวอร์ซัลมิวสิค ประเทศไทย ร่วมกับ Met 107 คลื่นเพลงสากลอันดับ 1 และได้รับความสนับสนุนจาก Google Thailand ที่ทำให้เกิดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟครั้งนี้ ซึ่งเราได้เฟ้นหาแฟน Arinators (ชื่อเรียกแฟนคลับ) มาร่วมพูดคุยกับ Ariana Grande ผ่านทาง Google+ Page เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากแฟนๆของเธอเป็นจำนวนมากที่มาร่วมแชร์ความเห็นกันว่า ถ้าได้เจอ Ariana Grande อยากทำอะไรมากที่สุด อ่านคอมเม้นท์สนุกๆจากแฟน ได้ที่นี่ แฟนๆของสาว Ariana ร่วมชมการแฮงค์เอ้าท์ในวันเสาร์ที่ 13 กันยายนนี้ เวลา 14.00 น. ได้ที่นี่ หรือชมการถ่ายทอดสดได้ คลิกที่นี่ มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com