ฟิลิปินส์

Cheerleading Championships 2013 สวย แจ่ม มันส์
มหาวิทยาลัยรังสิต /  เชียร์ลีดดิ้งชิงแชมป์โลก 2556

เต้นกระจาย พื้นสะเทือน เมื่อเหล่า เชียร์ลีดดิ้งจากประเทศต่างๆทั้ง 17 ประเทศมารวมตัวกันเข่งขัน เชียร์ลีดดิ้งชิงแชมป์โลก 2556 Cheerleading Championships 2013 ... ซึ่งไทยเราได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน เชียร์ลีดดิ้งชิงแชมป์โลก 2556 แน่นอนว่า teen.mthai.com ไม่พลาดเกาะติดสนามแบบซูมๆ จะมันส์ขนาดไหนไปชมกันคะ การแข่งขัน เชียร์ลีดดิ้งชิงแชมป์โลก 2556 ( Cheerleading Championships 2013 ) มีทั้งหมด 6 ประเภท คือ Cheer Mix Cheer Female Cheer Dance Partner Stunts Group Stunts Female Group Stunts Men  ประเภท Cheer Mix 2013 ถือว่าเป็นไฮไลท์ของการแข่งขัน Cheerleading Championships 2013 เลยก็ว่าได้เพราะต้องใช่ผู้เข้าแข่งขันชาย-หญิง ทั้งหมด 16 คน  รางวัลชนะเลิศ Cheer Mix 2013 ตกเป็นของประเทศญี่ปุ่น ที่มีเชียร์หลีดดิ้งน่ารักๆ และ ท้วงท่าที่ไม่ธรรมดา บวกกับท่ายากเยอะ ทำให้ เด็กญี่ปุ่นคว้ารางวัล Cheer Mix 2013  ไปครองแบบใสใส รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 Cheer Mix 2013 ได้แก่ ประเทศไทย จาก มหาวิทยาลัยรังสิต ด้วยคะแนนสูสีมากับประเทศญี่ปุ่นแบบเนื้อเบียดเนื้อ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 Cheer Mix 2013 ได้แก่ ประเทศฟิลิปปินส์ ที่เรียกคะแนนจากกรรมการด้วยความเป๊ะอ่ะ ! ไปครอง ประเภท Cheer Female 2013 ที่จะใช้ผู้เข้าแข่งขันเป็นผู้หญิงทั้งหมด ( รายการนี้คนดูเยอะมากเป็นพิเศษ ^^ ) รางวัลชนะเลิศ Cheer Female 2013 ก็ตกเป็นของ ประเทศญี่ปุ่น อีกเช่นเคย สมคำลำลือจริงๆจ้ะ รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 Cheer Female 2013 ได้แก่ ประเทศเยอรมัน ที่ได้ความแข็งแกร่งไปครอง รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 Cheer Female 2013 ได้แก่ ประเทศรัสเชีย ขอบอกว่าสาวๆรัสเซียสวยคมบาดใจจริงๆจ้ะ แถมเต้นก็ยังแข็งแกร่ง สวย คม ดุ ประเภท Cheer Dance 2013 ที่นักเชียร์ลีดดิ้งทุกคนจะต้องเต้นให้พร้อมเพรียงกัน โดยไม่มีการต่อตัวหรือโยนตัวแข่งขันบนพื้นไม้ปาร์เก้ รางวัลชนะเลิศ Cheer Dance  2013  ได้แก่ ประเทศรัสเซีย ได้คะแนนจากการเต้นสวยไม่พอ ยังได้ใจจากผู้ชมจากลีลาหน้าตาครบเครื่องเทศจริงๆ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 Cheer Dance 2013 ได้แก่ ประเทศเยอรมันนี ที่ความแข็งแกร่งนำมาเป็นอันดับต้นๆ  รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 Cheer Dance 2013 ได้แก่ ประเทศโปร์เลนด์ Cheerleading Championships 2013 ประเภท Partner Stunts รางวัลชนะเลิศ Partner Stunts  2013 ได้แก่ ประเทศไทย รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 Partner Stunts  2013 ได้แก่ ประเทศรัสเซีย ทีม A รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 Partner Stunts  2013 ได้แก่ ประเทศไต้หวั่น Cheerleading Championships 2013 ประเภท Group Stunts Female รางวัลชนะเลิศ Group Stunts Female  2013 ได้แก่ ประเทศญี่ปุ่น รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 Group Stunts Female 2013 ได้แก่ ประเทศเยอรมัน รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 Group Stunts Female 2013 ได้แก่ ประเทศฮ่องกง ทีม B เชียร์ลีดดิ้งชิงแชมป์โลก 2556 ประเภท Group Stunts Men รางวัลชนะเลิศ Group Stunts Men 2013 ได้แก่ ประเทศรัสเซีย ทีม A รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 Group Stunts Men 2013 ได้แก่ ประเทศไทย ทีม A รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 Group Stunts Men 2013 ได้แก่ ประเทศฟิลิปินส์ ทีม B น่ารักสุดๆเก่งมมากๆเลยสำหรับทีม เชียร์ลีดดิ้ง ที่มา ชิงแชมป์โลก 2556 ณประเทศไทย ใครอยากชมแบบเต็มๆตาก็รอตามไปชมได้ที่ ประเทศเยอรมันนี ปี 2558 นะจ้ะ เป็นกำลังใจให้ทุกๆคนเลยน่า ประวัติศาสตร์ของเชียร์ลีดเดอร์ กีฬาเชียร์ลีดเดอร์เริ่มแรกเมื่อ พ.ศ. 2441 ที่ มหาวิทยาลัยมินนิโซตา เริ่มจากการนั่งดูเกมส์การแข่งขันอเมริกันฟุตบอล และจากนั้นก็เริ่มมีผู้คนออกมาตะโกนร้องเชียร์ไปเรื่อย ๆ แล้วแต่ละโรงเรียนก็เริ่มออกมาเชียร์กันมากมาย จากนั้นก็มีผู้ชายคนหนึ่งออกไปที่ข้างหน้าสนาม ยืนต่อหน้าฝูงชนแล้วก็เริ่มตะโกนร้องว่า "Rah, Rah, Rah! Sku-u-mar, Hoo-Rah! Hoo-Rah! Varsity! Varsity! Varsity, Minn-e-So-Tah!" การกระทำของเป็นที่สนใจของคนดูเป็นอย่างมาก และทุกคนก็ตะโกนร้องเชียร์อย่างเต็มที่ไปกับเขาด้วย ผู้ชายคนนี้คือ จอห์นนี แคมป์เบล (Johnny Campbell) และเขาก็กลายเป็นหนึ่งในเชียร์ลีดเดอร์คนแรกของโลก ชมรม Pep Club ถือกำเนิดขึ้นมาครั้งแรกประมาณปี พ.ศ. 2423 ที่ มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน เมื่อ Thomas Peebler ได้นำชายหกคนไปนำเชียร์ข้างสนาม การเชียร์ของเขาคือ "Ray, Ray, Ray! TIGER, TIGER, TIGER, SIS, SIS, SIS! BOOM, BOOM, BOOM! Aaaaah! PRINCETON, PRINCETON, PRINCETON!" และก็ได้ยินเรื่อยมาตลอดการแข่งขันฟุตบอล การตะโกนของ Peebler ได้ย้ายมาที่มหาวิทยาลัยแห่งมินเนโซตา ตามเจ้าตัวในปี พ.ศ. 2441 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่ Johny Campbell ได้กระโดดออกไปยืนหน้าผู้คนและเริ่มการเชียร์ของเขาเอง ซึ่งมันก็คือที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้เองที่เป็นที่เริ่มต้นกีฬาเชียร์ลีดดิ้ง (Cheerleading) ให้เป็นรูปเป็นร่าง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเชียร์ลีดเดอร์ก็ทำการเชียร์สนับสนุนทีมกีฬาอื่น ๆ เรื่อยมา ในญี่ปุ่นมีกลุ่มที่ทำหน้าที่นำกองเชียร์อยู่สองกลุ่ม คือ โอเอ็นดัน หรือ กลุ่มนำเชียร์ กับกลุ่มเชียร์ลีดเดอร์แบบในอเมริกา แรกเริ่มเป็นการรับอิทธิพลเข้ามาพร้อมกับกีฬาจากประเทศทางตะวันตก ในช่วงสมัยเมจิ (ค.ศ. 1868-1921) และหลังจากนั้นจากช่วงปี ค.ศ. 1890 เริ่มเกิดมีกลุ่มนำเชียร์ แต่งตัวเครื่องแบบนักเรียน นำเชียร์ด้วยการร้องตะโกนเพลง เชียร์ประกอบกับการตีกลอง โบกธงประจำสถาบัน ทำหน้าที่กระตุ้นให้กำลังใจในการแข่งขันกีฬา อีกด้านหนึ่ง กล่าวกันว่าเริ่มจากสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ได้มีการจัดตั้งกลุ่มคนขึ้นเพื่อร้องเพลงปลุกขวัญให้กำลังใจสำหรับนักบินกามิกาเซ ซึ่งจะต้องนำเครื่องบินบรรทุกระเบิดบินพุ่งชนศัตรูแล้วเสียชีวิต จากนั้นได้กลายมาเป็นลักษณะการนำเชียร์ปลุกใจนักกีฬา โดยจะนำให้กองเชียร์เคาะจังหวะ สัญญาณ ตะโกนเชียร์พร้อม ๆ กัน โดยลักษณะท่าทางการนำเชียร์จะนำมาจากการแสดงคาบุกิอันเป็นศิลปะการแสดงดั้งเดิมของญี่ปุ่น ประกอบกับท่าทางของกีฬาซูโม่. กีฬาที่นิยมใช้ทีมโอเอ็นดัน ได้แก่ เบสบอล และแข่งพายเรือ ส่วนเชียร์ลีดเดอร์เป็นการรับเข้ามาจากอเมริกาประมาณ ค.ศ. 1987 โดยยึดรูปแบบตามอเมริกา และมีการจัดการแข่งขันขึ้นมาเป็นประจำทุกปี ปัจจุบันการเชียร์ในญี่ปุ่นจะเป็นการร่วมกัน ระหว่างสองชมรม คือ โอเอ็นดัน และ เชียร์ลีดเดอร์แบบอเมริกา เชียร์ลีดเดอร์ในประเทศไทย เชียร์ลีดเดอร์ไทย สันนิษฐานว่าแรกเริ่มมาจากการ นำร้องเพลงเชียร์และแปรอักษรหน้ากองเชียร์ ต่อมาได้ประยุกต์ท่าทางการคุม จังหวะเพลงของคอนดักเตอร์ผู้คุมวงดนตรีเข้ามาใช้ โดยในสมัยก่อน ผู้ทำการนำเชียร์ก็มักเป็นผู้ทำหน้าที่ต่าง ๆ หน้าแสตนด์เชียร์ไปด้วย จนภายหลังได้จัด ให้มีทีมเชียร์ลีดเดอร์แยกเฉพาะต่างหากเพื่อใช้ควบคุม จังหวะการร้องเพลง เชียร์โดยเฉพาะ ส่วนประวัติโดยละเอียดนั้นไม่มีการบันทึกไว้แน่นอน ได้แต่ สันนิษฐานว่าการเชียร์และแปรอักษรนั้นเริ่มจากการเชียร์ระหว่าง สี่โรงเรียน ในการแข่งขันฟุตบอลประเพณีจตุรมิตร ส่วนเชียร์ลีดเดอร์นั้น น่าจะเริ่มจาก การแข่งขันฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ ปัจจุบันได้มีการนำท่าทางการเชียร์แบบสากลเข้ามาใช้ในบ้านเรามากขึ้น แต่ก็เป็นเพียงการ ประยุกต์ใช้เนื่องจากระบบการเชียร์ เพลงเชียร์ ของบ้านเราไม่เหมือนกับที่ต่างประเทศ ในอนาคตคงจะเป็นลักษณะ ผสมผสานกันกันมากกว่าที่จะเปลี่ยน ไปเป็นรูปแบบอย่างในต่างประเทศ เชียร์แบบสากลเกิดขึ้นในประเทศไทยเมื่อประมาณ 18 ปีที่ผ่านมา (2536) ในครั้งแรกมีการจัดการแข่งขันเชียร์ลีดเดอร์ในระดับมัธยมศึกษา โดยมีผู้สนับสนุนคือไมโล ซึ่งจะเป็นการแข่งขันกีฬา มีกองเชียร์ เชียร์ลีดเดอร์แต่ละโรงเรียนมาประชันกัน มีทั้งการแข่งเชียร์ลีดเดอร์ไทย เชียร์ลีดเดอร์สากล (ซึ่งสมัยนั้นก็จะดูเหมือนเต้นประกอบเพลง) มีการนำกีฬายืดหยุ่นเข้ามาผสมผสานดูน่าตื่นตาเป็นอย่างมาก ต่อมาก็ได้มีการจัดการแข่งขันที่ซีคอนสแควร์ซึ่งได้พยายามพัฒนารูปแบบการแข่งขันให้เข้าไปสู่สากลมากที่สุด หลังจากนั้นก็มีการแข่งขันเชียร์ลีดเดอร์ Red Bull Extra Boom ซึ่งทางบริษัทมีความสนใจในกลุ่มกีฬา เอกซ์ เกม อยู่แล้ว และตามมาด้วยการแข่งขันเชียร์ลีดเดอร์ในโครงการ To Be Number 1 เป็นหนึ่งในโครงการที่สร้างให้เยาวชนใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และไกลห่างยาเสพติด รวมภาพ Cheerleading Championships 2013

ประมวลภาพความเสียหายจากพายุโบพา ถล่มฟิลิปินส์
ไต้ฝุ่นโบพา

รวมภาพความสูญเสียภายหลังพายุไต้ฝุ่นโบพาได้พัดถล่มทางภาคใต้ของฟิลิปปินส์ตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งจากเหตุดังกล่าวส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 300คน โดยจำนวนนี้มีเด็กเสียชีวิตจากดินถล่มมากที่สุด ขณะเดียวกันพื้นที่เกษตรกรรมหลายแห่งก็เสียหายเนื่องจากถูกน้ำท่วมฉับพลัน MThai News

8 รุ่น!?!
wbc /  จูเนียร์ มิดเดิลเวต / 

ศึกชิงแชมป์โลกรุ่นซูเปอร์เวลเตอร์เวตของสภามวยโลกที่ว่าง ระหว่าง แมนนี่ ปาเกียว ยอดมวยชาวฟิลิปปินส์ กับ อันโตนิโอ มาร์การิโต้ อดีตแชมป์โลกชาวเม็กซิกัน  ที่สนามคาวบอยส์ สเตเดี้ยม เมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา เริ่มการชกยกแรก ทั้งคู่ยืนปักหลักกันกลางเวที มาร์การิโต้ใช้แย็ปซ้ายนำ ปาเกียวอาศัยการออกหมัดที่รวดเร็ว เน้นซ้ายเข้าหน้าได้หลายหมัดแต่มาร์การิโต้ก็ยังไม่สะเทือนเท่าไหร่ ยกที่2 เปิดมาทั้งค่แลกกันกลางเวที ปาเกียวยังออกหมัดแม่นยำ แต่มาร์การิโต้ก็มีสวนอยู่ตลอด กลางยก ปาเกียวโดนอัปเปอร์คัตเข้า2หมัดหน้าสะบัดเมือนกัน ยกนี้ทั้งคู่เริ่มแลกกันมากขึ้น ยกที่3 ปาเกียว ยังอาศัยความเร็วออกหมัดต่อเนื่อง กลางยกปาเกียวออกชุดใหญ่7หมัด มาร์การิโต้พยายามเดินเบียดแต่ก็ไล่ไม่จนมุม ยกที่4 ปาเกียวยำใหญ่ ต่อยเป็นชุด มาร์การิโต้ มีรอยช้ำ ปลายยก ปาเกียว ไล่ถลุงลำตัว มาร์การิโต้ออกอาการอ่อนลงไปทันที แต่ระฆังหมดยกก่อน มาร์การิโต้ เอาตัวรอดไปได้ ยกที่5 มาร์การิโต้ เดินเข้าหา ออกหมัดชุดใส่ปาเกียว แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ปาเกียว ยังไล่ต่อยเป็นชุด เข้าเป้าตลอดโดยเฉพาะซ้ายเข้าใต้ตาขวาสร้างรอยบอบช้ำมากขึ้นไปอีก ยกที่6 มาร์การิโต้ ยังเดินไล่ ปาเกียวถอยคอยดักซ้ายเข้าหน้า ปาเกียวออกหมัดได้แม่ยำ หนึ่งสองเข้าเต็มหน้ามาร์การิโต้ ปลายยกมาร์การิโต้มีโอกาสไล่ชกเป็นชุดแต่ก็ยังทำอะไรปาเกียวไม่ได้ ยกที่7 ปาเกียวดูจะผ่อนเกม แต่ก็ตอยดักต่อยแย่างแม่นยำ และยังออกหมัดเป็นชุด มาร์การิโต้ยิ่งเดินยิ่งโดน ตาขวาแทบจะปิดสนิท ยกที่8 มาร์การิโต้ ยังไม่ละความพยายาม ยังเดินหน้าไล่ปาเกียว กลางยกทั้งคู่แลกกัน มาร์การิโต้โดนมีอาการหยุด มาร์การิโต้มีโอกาสยิงหมัดชุดเข้าหน้าปาเกียว แต่ดูเหมือนน้ำหนักหมัดของมาร์การิโต้ดูเบาลงไป ปลายยกทั้งคู่แลกกันอีกครั้ง ปาเกียวโดนเข้าเต็มๆแต่ก็ยังไม่มีอาการ ยกที่9 ปาเกียวยังถอยวนตอยดักออกหมัดใส่มาร์การิโต้ที่เดินเข้ามา ยกนี้ปาเกียวอาศัยฟุตเวิร์กไม่ยอมปะทะ ยกที่10 การชกยังเป็นแบบเดิม แต่กลางยกปาเกียวออกหมัดชุดใส่มาร์การิโต้ออกอาการแต่ก็ยังทนไหว ปลายยกมาร์การิโต้โดนหมัดบวกของปาเกียวเข้าเต็มๆต้องถอย ปาเกียวลุกไล่ทันที แต่ระฆังดังช่วยชีวิตมาร์การิโต้ไปซะก่อน ยกที่11 ปาเกียวไล่ถลุงอยู่ข้างเดียวมาร์การิโต้โดนตลอด ตาสองข้างแทบปิดสนิท กรรมการต้องเบรกเกมตรวจดูตาของมาร์การิโต้ ก่อนให้ชกกันต่อ ยกสุดท้าย ปาเกียวไม่เร่งแล้ว คอยดักต่อยไปเรื่อยๆ มาร์การิโต้ตาทั้งสองแทบปิดสนิท ก็ทำอะไรไม่ได้ ผลการตัดสิน แมนนี่ ปาเกียว เอาชนะคะแนน อันโตนิโอ มาร์การิโต้ ไปอย่างเอกฉันท์ (120-108,118-110,119-109) คว้าแชมป์โลกนซูเปอร์เวลเตอร์เวตของสภามวยโลกที่ว่างไปครองนับเป็นแชมป์โลกรุ่นที่8ของปาเกียวอีกด้วย credit: siamsport

ATM /  ขายต่างประเทศ / 

ภาพยนตร์รักเออเร่อ ฮาโอเวอร์ “เอทีเอ็ม เออรัก เออเร่อ” ของผู้กำกับ เมษ ธราธร ค่าย จีทีเอช นำแสดงโดย เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี, ไอซ์-ปรีชญา พงษ์ธนานิกร , โจ๊ก โชคูล, ป๊อบ แคลอรี่ บลาห์ บลาห์ ฯลฯ  ดังไกลถึงประเทศฟิลิปปินส์ ได้รับการต้อนรับจากผู้ชมเป็นอย่างดี ในงานวันเปิดตัวรอบสื่อมวลชน ที่โรงภาพยนตร์ สตาร์ ซีเนม่า ประเทศฟิลิปปินส์ โดยมีผู้ชมหนังเรื่องนี้กว่า 700 คน ซึ่งทุกคนชื่นชอบ และสนุกไปกับหนัง ซึ่งมีกำหนดฉายจริงในวันที่ 6 มิถุนายนนี้ เมษ ธราธร เผยว่า “ผมรู้สึกดีใจ และเซอร์ไพร์สมากครับ ที่หนัง เอทีเอ็ม เออรัก เออเร่อ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากที่ประเทศฟิลิปปินส์ ถือว่าเป็นการเปิดตลาดใหม่ที่กระแสตอบรับดีมาก วันแรกที่เราไปถึง มีสื่อมวลชนมารอสัมภาษณ์ที่สนามบิน วันแถลงข่าว มีพรมแดงให้เราเดิน เต๋อกับไอซ์ มีคนรุมขอถ่ายรูปเยอะมาก เต๋อเหมือนซูเปอร์สตาร์เลยครับ และบรรยากาศในโรงหนัง คนดูหัวเราะ บางฉากปรบมือ เฮกันลั่นมาก โดยเฉพาะฉากที่เต๋อจะดื่มน้ำที่มีฟันปลอม ฉากนี้ผู้ชมมีเสียงฮือลุ้นกันตลอดเวลา ผมลืมบรรยากาศแบบนี้ไปนานแล้ว พอมาเจออีกครั้งที่ฟิลิปปินส์ ผมรู้สึกหายเหนื่อย และมีพลังที่จะทำหนังให้ผู้ชมได้สนุก มีความรู้สึกดีๆ กับหนังอีกครั้งเลยครับ ผมดีใจมากที่คนดูฟิลิปปินส์ชื่นชอบ และเข้าใจมุขต่างๆ ในหนังเรา ตอนแรกกลัวว่า การที่หนังต่างวัฒนธรรม ต่างภาษา เขาจะสนุกมั้ย แต่บรรยากาศในวันนั้น กระแสตอบรับที่ดีมาก ผมประทับใจมาก มันทำให้ผมมีพลังที่จะทำงานใหม่ๆ ออกมาครับ วันนั้น ผม พี่สิน ยงยุทธ ทองกองทุน เต๋อ และ ไอซ์ รวมถึงทีมงานที่เดินทางไปฟิลิปปินส์ในวันนั้น ประทับใจและขอบคุณผู้ชมทุกคนที่ชอบหนังเรื่องนี้ครับ” --------------------------------------------- สมัครสมาชิก login แล้วดูบอลยูโร 2012 สดๆ ได้ที่นี่ คลิก

พาณิภัค ประเดิมทีมแรกให้จอมเตะไทย เทควันโด ชิงจ้าวเอเชีย
จอมเตะไทย /  ชนาธิป ซ้อนขำ / 

“น้องนิด” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ จอมเตะดาวรุ่งไทย ประเดิมคว้าทองแรก ขณะที่ “น้องเล็ก” ชนาธิป ซ้อนขำ พลาดท่าให้ ดา ฮุย คิม 0-1 คะแนน ได้แค่เหรียญทองแดง เทควันโด ชิงแชมป์เอเชีย 2014 นายปรีชา ต่อตระกูล อุปนายกสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย รายงานผลการแข่งขัน เทควันโด ชิงแชมป์เอเชีย ประจำปี 2014 รายการ “เอเชียน เทควันโด แชมเปี้ยนชิพ” ครั้งที่ 21 ประเภทประชาชนทั่วไป เมื่อวันที่ 27 พ.ค.57 ณ ประเทศอุซเบกิสถาน เป็นการแข่งขันวันแรก ประเภทเคียวรูกิ หรือ ต่อสู้ หลังเทควันโดพุมเซ่ หรือ ท่ารำ คว้ามาได้แล้ว 1 เหรียญเงิน จากทีมหญิง กับ 1 เหรียญทองแดง จากทีมชาย ผลปรากฏว่า รุ่น 46 กก.หญิง “น้องนิด” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม รอบชิงชนะเลิศ “น้องนิด” อาศัยจังหวะการเข้าทำที่ชัดเจนเตะ เอาชนะ ฮาไนนี ฮาเก จากอินโดนิเซีย ไปได้ 4-0 คะแนน คว้าเหรียญทองแรกให้ นักเทควันโด ทีมชาติไทย ต่อมาที่รุ่น 49 กก.หญิง “น้องเล็ก” ชนาธิป ซ้อนขำ เจ้าของเหรียญทองแดงกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2012 “ลอนดอนเกมส์” ทำดีที่สุดได้เพียงแค่เหรียญทองแดงเท่านั้น หลังรอบรองชนะเลิศ “น้องเล็ก” พลาดท่าแพ้ให้กับ ดา ฮุย คิม สาวจากดินแดนต้นกำเนิด ไป 0-1 คะแนน ด้านรุ่น 54 กก.ชาย “เจ้าบอส” เจียรนัฐ นาคะวิโรจน์ เจ้าของเหรียญทองแดง เทควันโด ชิงแชมป์โลก เตะคู่แข้งทะยานไปได้ถึงรอบชิงชนะเลิศ ก่อนจะไปพลาดท่าพ่าย เท ฮุน คิม จากกาหลีใต้ 2-14 คะแนน ได้เพียงแค่เหรียญเงินมาครองเท่านั้น ปิดท้ายที่รุ่น 58 กก.ชาย “เจ้าไอ” เป็นเอก การะเกตุ จอมเตะความหวังเหรียญทอง รอบแรกชนะ เคโน อันโตเน แมนโดซา จากฟิลิปินส์ 1-0 คะแนน, รอบสองชนะ อับดุลลา อาวฟาฮุด จากคูเวต 6-4 คะแนน จากนั้นในรอบ 8 คนสุดท้าย “เจ้าไอ” พลากท่าแพ้ แวง ธิ เหวียน จากเวียดนาม ไปหวุดหวิด 0-1 คะแนน ทำให้พลาดเหรียญไปอย่างน่าเสียดาย สรุปผลงาน เทควันโด ประเภทต่อสู้ คว้ามาอีก 1 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ1 เหรียญทองแดง หลังเกม โค้ชเช ยอง ซอก หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ชาวเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า นักกีฬาทั้ง 4 คนที่ลงแข่งขันในวันนี้เป็นตัวหลักสำคัญของเราทั้งสิ้น การได้มา 1 เหรียญทอง ถือว่า คลายความกดดันได้มากพอสมควร เพราะก่อนเดินทางมาก็คาดหวังเอาไว้ว่า จะต้องมีเหรียญทองกลับบ้าน แต่ไม่คิดว่า จะได้เร็วขนาดนี้ เนื่องจากคู่ต่อกรสำคัญแต่ละชาติล้วนไม่ธรรมดา ทั้งที่จริงคาดหวังเหรียญทองจาก “น้องเล็ก” ชนาธิป, “เจ้าไอ” เป็นเอก และ“เจ้าบอส” เจียรนัฐ แต่ด้วยความสามารถอันยอดเยี่ยมของ “น้องนิด” พาณิภัค ที่มาลงแข่งขันในประเภทประชาชนเป็นครั้งแรก จึงประสบผลสำเร็จดีเกินคาด จากนี้ไปยังมีลุ้นเหรียญรางวัลได้อีก ประกอบด้วย ชาย รุ่น 63 กก. อัครินทร์ กิจวิจารณ์, รุ่น 68 กก. เชษฐรพี ต่างใจ, รุ่น 74 กก. พีระเทพ ศิลาอ่อน และหญิง รุ่น 53 กก. “น้องหยิน” สริตา ผ่องศรี รุ่น 57 กก., “น้องจูน” รังสิญา นิสัยสม และรุ่น 62 กก. รุ่งระวี ขุระสะ

งานแข่งเรือยาวนานาชาติและเรือยาวประเพณีประเทศไทย ครั้งที่ 21
แข่งเรือ

สุดยอดเรือสยาม งานแข่งเรือยาวนานาชาติและเรือยาวประเพณีประเทศไทย ครั้งที่ 21 วันที่ 19 - 20 กันยายน 2552 ณ ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา การแข่งเรือนานาชาติและเรือยาวประเพณีประเทศไทยครั้งที่ 21 นี้ ททท. ร่วมกับจังหวัดพระนครศรีอยุธา ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) สมาคมเรือพายแห่งประเทศไทย จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมกิจกรรมและกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวควบคู่ไปกับการ อนุรักษ์การแข่งเรือยาวประเพณีของไทยซึ่งเป็นเอกลักษณ์และมรดกมายาวนาน ซึ่งในทุกๆปีจะได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ในการแข่งขันครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 ประเภทได้แก่ - เรือนานาชาติ (22ฝีพาย) โดยในปีนี้มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันรวม 14 ทีม จาก 9 ประเทศ ได้แก่จีน พม่า มาเลย์เซีย สิงคโปร์ ฟิลิปินส์ ออสเตรเลีย เวียดนาม อินโดนีเซีย และไทยร่วมส่ง 3 ทีม - เรือยาวประเพณี เรือยาวใหญ่ 55 ฝีพาย คัดเลือกทีมเรือจากทั่วประเทศ 12 ทีม แข่งชิงถ้วพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เรือยาวเล็ก 30 ฝีพาย คัดเลือทีมดีกรีแชมป์จากสนามต่างๆทั้งหมด 16 ทีม แข่งชิงถ้วพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยวันที่ 18 - 19 กันยายน 2552 จะมีการถ่ายทอดสดบรรยากาศการแข่งขัน ตั้งแต่เวลา 09.00 - 17.00 น. ทางเว็บไซต์ www.tourismthailand.org ส่วนรอบชิงชนะเลิศในวันที่ 20 กันยายน 2552 จะถ่ายทอดสด ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป กิจกรรม - ชมฟรี...สนุกกับการเชียร์ในสนามทุกวัน และ ถ่ายทอดสดทางอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมตลอดรายการที่ www.tourismthailand.org - แข่งขันเรือยาวนานาชาติ (เรือหงส์ 22 ฝีพาย) จากทีมเรือประเทศต่างๆ 9 ประเทศ - แข่งขันเรือยาวประเพณีไทย (ประเภท 30 และ 55 ฝีพาย) พบกับสุดยอดฝีพายทีมเรือทั่วประเทศ ภาคเหนือ กลาง อีสาน ใต้ - ท่องเที่ยวศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ และเลือกซื้อสินค้าของที่ระลึกมากมาย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โทร. 1672 กองสร้างสรรค์กิจกรรม ฝ่ายกิจกรรม ททท. โทร. 02 250 5500 ต่อ 3475 - 77 จัดโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, การกีฬาแห่งประเทศไทย, จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ และสมาคมเรือพายแห่งประเทศไทย

แสตมป์แปลก แสตมป์ภาษาแปลก 15ประเทศ
10 อันดับ /  ที่สุดในโลก / 

นักสะสมแสตมป์?แสตมป์แปลก?แสตมป์ต่างประเทศ นอกจากจะได้รับความรู้ในเรื่องของภาษาแล้ว นักสะสม ยังจะได้พบว่ามีหลายประเทศที่ไม่ได้พิมพ์ชื่อประเทศของตนเองเป็น ภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาฝรั่งเศส แต่ พิมพ์ ชื่อประเทศเป็นภาษาของตนเองลงบนแสตมป์ (อ่าวแล้วจะอ่านออกไหมละพี่)?มาดูกันซิว่า แสตมป์แปลก แสตมป์ภาษาแปลก 15ประเทศ เหล่านี้มีอยู่ในคลังสะสมของเราหรือเปล่า? เรียบเรียงและรวบรวม teen.mthai.com ข้อมูล สยามแสตมป์ Nederland = แสตมป์?ประเทศเนเธอร์แลนด์ Helvetia = แสตมป์?ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ Polska = แสตมป์?ประเทศโปแลนด์ Belgie - แสตมป์?ประเทศเบลเยียม แสตมป์?ประเทศกรีก Deutschland = แสตมป์?ประเทศเยอรมัน Magyar = แสตมป์?ประเทศฮังการี Nippon = แสตมป์?ประเทศญี่ปุ่น Pilipinas = แสตมป์?ประเทศฟิลิปินส์ Norge = แสตมป์?ประเทศนอร์เวย์ Hellas = แสตมป์?ประเทศกรีก Espana = แสตมป์?ประเจทศสเปน Republic of China = แสตมป์?ประเทศใต้หวัน Sverige = แสตมป์?ประเทศสวีเดน Rossija = แสตมป์?ประเทศรัสเซีย Osterreich = แสตมป์?ประเทศออสเตรีย แสตมป์แปลก?แสตมป์ภาษาแปลก?15ประเทศ

ไปดูหนังกลางแปลง ที่โรงแรมแม่น้ำ รามาดาพลาซา
Ramada Plaza Menam Riverside Hotel /  thaicene / 

เพิ่งกลับจากดูหนังในเทศกาล "หนังกลางแปลง" ที่ริมน้ำ ในโรงแรมแม่น้ำ (เจริญกรุง 72/4) หรือ โรงแรมรามาดา พลาซ่า แม่น้ำ ริเวอร์ไซด์ (Ramada Plaza Menam Riverside Hotel) จัดโดยโรงแรมแม่น้ำ รามาดาพลาซา, ไทยซีนดอทคอม, เอ็มไทย และ บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด ร่วมกัน โดยมีการจัดฉายหนังไทยย้อนยุค เริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 17 – วันอาทิตย์ที่ 26 ธันวาคม 2553 ในเวลา 19.30 น. เป็นต้นไป เพื่อให้ผู้ที่มีความชื่นชอบในหนังไทยคลาสสิค ได้มีโอกาสมาย้อนระลึกถึงความหลัง และเพื่อเปิดให้คนรุ่นใหม่ได้มีโอกาสศึกษาวิวัฒนาการทางด้านอุตสาหกรรมหนังไทย และศึกษาวัฒนธรรมในอดีต  บัตรจำหน่ายในราคาใบละ 350 บาทสำหรับผู้ใหญ่ และ 290 บาทสำหรับเด็ก รวมอาหารว่าง และเครื่องดื่ม  ยกเว้นวันศุกร์ และวันเสาร์ที่มีการฉายหนังควบ 2 เรื่อง บัตรราคาใบละ  450 บาทสำหรับผู้ใหญ่ และ 390 บาทสำหรับเด็ก รวมอาหารว่าง และเครื่องดื่ม รายได้ส่วนหนึ่งจะสมทบทุนมูลนิธิหนังไทย ในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอนุสรณ์มงคลการ  โดย ในทุกวันศุกร์ และวันเสาร์จะมีการฉายหนัง 2 เรื่องควบ พร้อมกับทีมนักพากย์สดในวันเสารที่ 18 ธ.ค.เรื่อง ศึกบางระจัน (2509) และ วันอาทิตย์ที่ 19 ธ.ค.เรื่อง อัศวินดาบกายสิทธิ์ (2513) ซึ่งงานนี้ผู้จัดใช้ชื่อว่า  เทศกาล "ชมภาพยนตร์ไทยย้อนยุค ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา" หรือ Movie on the Beach  ด้วยการเนรมิตรพื้นที่ และบรรยากาศบริเวณเทอเรสริมแม่น้ำเจ้าพระยา ให้เป็นประหนึ่งชายหาดริมทะเล โดยการเททราย วางเก้าอี้ชายหาดคู่กัน และ มีโต็ะกลางไว้วางอาหารเครื่องดื่ม เพื่อให้นอนดูหนัง ชมดาว รับลมริมแม่น้ำ ได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศ และอารมณ์.. นอนดู..และ ดื่มกินอยู่ริมน้ำ ไปดูมาแล้ว ชอบมาก เป็นหนังดี..ที่หาดูได้ยาก กับการนอนดูบนเตียงชายหาด... สบาย ๆ บรรยากาศดีมาก..เป็นส่วนตัว ไม่วุ่นวาย... ริมแม่น้ำเจ้าพระยา อากาศดีมากๆ..ท่ามกลางลมเย็นแห่งสายลมหนาว... เท้าเกลี่ยพื้นทราย เมื่อเห็นตารางการฉายหนัง ...จึงเลือกที่จะดูในวันที่สองของการฉาย โดยชวนเพื่อนชาวไทย 1 คน และ ชาวต่างชาติ 2 คน (หญิงสาวชาวฟิลิปินส์ 1 คน และ หนุ่มจากจีนแผ่นดินใหญ่ 1 คน + หนุ่มจากดินแดนศรีสัชชนาลัยอีก 1 คน) ไปดูหนังไทยย้อนยุคพร้อมกับการพากษ์สดในวันเสาร์ที่ 18 ธ.ค. ที่จัดฉายหนัง 2 เรื่อง คือ ศึกบางระจัน (2509) และ ศึกบางระจัน (2543) โดยเฉพาะเรื่อง ศึกบางระจัน (2509)นั้น เป็นการพากย์สด โดยทีมนักพากษ์ 4 คน อันประกอบด้วย นักพากษ์หญิง 2 คน และ ชาย 2 คน ซึ่งเป็นที่สนใจของเพื่อนทั้งชาวไทย และ ชาวต่างชาติอย่างมาก เนื่องจากทั้งหมดยังไม่เคยสัมผัสกับบรรยากาศ "หนังกลางแปลง" แบบไทยๆ ที่พากษ์กันสดๆมาก่อนเลย .... เรานัดรวมพลกันที่หน้าโรบินสันบางรักในเวลา 19.00น. ก่อนที่จะเดินทางไปยังจุดหมาย ซึ่งเป็นที่ตั้งของงานในบริเวณเทอเรสริมแม่น้ำเจ้าพระยา... ที่หน้างานจะมีโต๊ะจำหน่ายดีวีดี ภาพยนตร์เก่า ๆ มาจัดจำหน่ายในราคาพิเศษ ก่อนถึงโต๊ะจำหน่ายบัตร ที่ตั้งอยู่หน้างานเหมือนผ่านประตูทางเข้าไปดูหนังในอดีต(ที่มีโต๊ะขายตั๋ว) เมื่อเข้าไปในงาน จะได้พบกับพื้นที่ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแรกเป็น ลานอาหาร และถัดไปเป็น ลานทราย ซึ่งเป็นส่วนของหนังกลางแปลง ...ส่วนที่เป็นลานอาหาร บรรยากาศคล้ายลานเบียร์ มีซุ้มอาหาร 4 ซุ้มคือ ส้มตำ ข้าวเหนียว และ ยำต่างๆ , ข้าวโพดคั่ว มันฝรั่งทอด ไส้กรอกลูกวัว แหนมปลาทอด , ข้าวหมกไก่ แกงแพะ ไก่ย่าง + ข้าวเหนียว ไก่ทันโดริ + โรตี กุ้งพันอ้อย และ เครื่องดื่ม น้ำสมุนไพร น้ำอัดลม น้ำเปล่า และเบียร์  และ พื้นที่จัดวางโต๊ะเก้าอี้สีเหลืองอร่ามให้เลือกนั่งดื่มกินตามอัธยาศัย หรือ จะสั่งอาหารไปนั่ง-นอนกินบนเก้าอี้ชายหาดไปพลาง ดูหนังไปพลางก้อไม่ว่ากัน ... ถัดจากลานอาหารก่อนถึงลานทราย มีซุ้มของนักพากษ์ทั้ง 4 ให้ได้นั่งพากษ์สดหน้าจอใกล้กับซุ้มที่จัดตั้งเครื่องฉายหนัง 35 ม.ม. ก่อนที่จะเป็นพื้นลานทรายที่จัดวางเตียงชายหาดเป็นคู่ หน้าจอหนังกลางแปลงขนาดใหญ่ ด้วยความหิว ชาวคณะเลือกที่จะสั่งอาหารก่อนที่จะไปนอนดูหนัง ตามเมนูที่กำหนด (เลือกได้ 2 อย่างต่อคน เป็นอาหารว่าง 1 อย่าง + น้ำดื่ม) คือ ไก่ทันโดริ กับ โรตี , ข้าวหมกไก่ , ยำรวมมิตรทะเล และ แกงแพะ ที่ได้รับการทักทวงด้วยความเป็นห่วงจากพนักงานของโรงแรมว่า รสจัด อาจจะกินไม่ได้ ลองพิจารณาเลือกอาหารจานอื่นดีมั้ย ?..แต่สายไปเสียแล้ว เพราะเพื่อนสาวชาวฟิลิบปินส์ของเรา เธอยืนยันเสียงแข็งว่า อยากลิ้มลอง เล่นเอาเราไม่กล้าขัดใจต้องรีบชี้แจงกลับไปว่า สาวเจ้าเป็นชาวต่างชาติที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศแบบสุดๆจ้า.... เหอ เหอ  เป็นไงเป็นกัน! แล้วตามด้วยเครื่องดื่ม คือ น้ำสมุนไพร - น้ำมะตูม น้ำเปล่า และ เบียร์สำหรับชายหนุ่มทั้งสองที่ต้องจ่ายเอง เพราะอยู่นอกเหนือจากเมนูที่ผู้จัดงานกำหนดไว้    ในระหว่างที่รออาหารมาเสริฟ์ ทุกคนเลือกที่จะมานอน(รอ)ดูหนังบน เก้าอี้ชายหาดที่ติดกับรั้วริมน้ำเจ้าพระยา ที่มีการตามไฟด้วยการจุดตะเกียงน้ำมันไว้บนโต๊ะกลางเล็กๆ ซึ่งเป็นการเพิ่มสีสันให้กับบรรยากาศมากขึ้น และในขณะที่กำลังเอร็ดอร่อยกับอาหารรสเด็ด โดยเฉพาะยำรวมมิตรทะเล ที่มีปลา-กุ้งสด และ หอยแมลงภู่ตัวโตๆรสแซ่บ ที่ต้องแอบซู้ดปากในความเผ็ดร้อนเมื่อตกลงถึงท้อง ก็ให้มีคำถามจากหนุ่มไทยว่า คนไหนคือ สมบัติ เมทะนี ? ... คนที่ผูกผ้าพันคอแดงนั่นไง เพื่อนสาวชาวฟิลิปินส์ตอบทันควัน พร้อมคำอธิบายว่า เธอรู้ว่าสมบัติ เมทะนี คือ ซุปเปอร์สตาร์อันดับสองของไทย รองจากมิตร ชัยบัญชาผู้ล่วงลับในขณะกำลังแสดงหนัง อินทรีทอง ในปี 2513....  หุ หุ เล่นเอาเราอึ้งไปเลยทีเดียว เพราะคาดไม่ถึงว่า คนที่สามารถแยกแยะได้ว่า ใครคือ สมบัติ เมทะนี (ตอนวัยหนุ่ม) ท่ามกลางชายหนุ่มหลายสิบคนในฉากการสู้รบในหนังศึกบางระจัน เมื่อปี 2509 นั้น หาใช่คนไทยไม่ ! ! ! หนังมีการขาดตอนเป็นช่วงๆ ด้วยคุณภาพของฟิล์ม ซึ่งผู้ดูเข้าใจได้ และ เต็มใจที่จะนอนรอด้วยการหันมานอนนับดาว พูดคุย หรือ ลุกขึ้นมายืนยืดเส้นยืดสายแทน หลังจากหนังเรื่องแรกจบ มีเสียงปรบมือดังขึ้นแทนคำขอบคุณทีมพากษ์สดทั้ง 4 พร้อมกับการแยกย้ายกลับของผู้ชมบางส่วนที่ไม่ประสงค์จะอยู่ดูเรื่องที่ 2 ต่อ รวมถึงเพื่อนทั้ง 3 ที่ขอลากลับพร้อมกับคำบอกเล่า และขอตารางฉายหนังจากเพื่อนชาวต่างชาติทั้งสองว่า เคยดูหนังกลางแปลงที่อเมริกาโดยการขับรถเข้าไปจอดกลางลานแล้วนั่งดูในรถ ที่เรียกว่า Drive in ซึ่งไม่ได้บรรยากาศของงานแบบนี้ ดังนั้น.. จะกลับมาดูอีกครั้ง ! ! เมื่อหนังเรื่องที่สองฉายต่อจากเรื่องแรกได้ประมาณ 30 นาที ก็ปรากฎว่า หนังขาด (ซึ่งก็คือ ฟิล์มขาดนั่นเอง) เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ต้องยุติการฉายกลางคัน แล้วรีบถอดฟิล์มออกมากรอใหม่ ด้วยเครื่องกรอฟิล์มด้วยมือ พร้อมกับมีเสียงร้องของผู้ชมคนหนึ่งว่า นี่แหละ.. บรรยากาศของหนังกลางแปลงแท้ๆ ที่ดูไป ขาดไป ....อย่างนี้ มันน่าเอาอ้อยควั่น ปลาหมึกย่าง หรือ สายไหมมาขาย เนอะ ! ! ....ซึ่งทำให้เราอดอมยิ้ม และ เห็นด้วยกับคำกล่าวนั้นไม่ได้ เพราะนี่คือเสน่ห์ของหนังกลางแปลง.. เป็นกลิ่นอายของบรรยากาศของหนัง (กลางแปลง) ในอดีตที่ให้ผู้ชมดูไป บ่นไป และอาจจะรวมถึงเสียงเฮ หรือเสียงโห่...เมื่อต้องรอการซ่อมฟิล์มหนังที่อาจจะขาดเช่นในวันนี้กับศึกบางระจัน (2543) หรือ ฟิล์มหนังไหม้ เช่นเมื่อวานที่ฉายคู่กรรม หลายคน(หรือทุกคน) ถูกอกถูกใจ และ พอใจกับบรรยากาศการนอนดูหนังกลางแปลงเท้าเกลี่ยทราย ท่ามกลางสายลมหนาวริมน้ำเจ้าพระยา  แต่ก็อดสะท้อนใจกับจำนวนของผู้ดูที่เบาบางไม่ได้ว่า เป็นเพราะข้ออ่อนของการประชาสัมพันธ์ หรือเป้าหมายของงานที่ไม่สามารถลงลึกถึงกลุ่มเป้าหมายได้ ในขณะที่หนัง และ บรรยากาศของงานกลับเป็นที่สนใจของชาวต่างชาติ แม้จะมีข้อจำกัดเรื่องภาษา ทำอย่างไร ที่เราจะสามารถให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษาวิวัฒนาการของอุตสาหกรรมหนังไทย และ อนุรักษ์วัฒนธรรมในอดีตเอาไว้ให้ได้ศึกษา หรือ สามารถเผยแพร่แก่ชาวต่างชาติได้ชื่นชมเช่นกัน คำตอบคือ การจัดงานที่เปิดกว้าง + การประชาสัมพันธ์ที่ดี...จะทำให้ได้รับการตอบสนองจากผู้ชม หรือ กลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ทั้งด้วยตัวของหนังเอง และ ราคาบัตรก็มีส่วนสำคัญด้วยเช่นกัน  ด้วยสนนราคาของบัตรเข้าร่วมงานอาจจะไม่แพงสำหรับลูกค้าของโรงแรม หรือ ชาวต่างชาติ แต่สำหรับผู้ที่สนใจทั่วไป หรืออนุชนคนรุ่นใหม่นั้น มันเป็นเม็ดเงินจำนวนไม่น้อยเลยที่เดียว อีกทั้งความน่าสนใจของหนัง ก็จะเป็นแรงดึงดูดที่ช่วยเพิ่มจำนวนผู้ชมให้มีมากขึ้นอีกด้วย และ ในวันนี้เราได้สัมผัสกับบรรยากาศที่มีสายลมหนาวมาเยือน... แต่หากในทางกลับกัน ถ้าไม่มีลมหนาวเช่นในวันนี้ บรรยากาศของงานจะเป็นเช่นไร ? เมื่อลมสงบนิ่ง ริมแม่น้ำเจ้าพระยาก็ไม่แตกต่างจากพื้นที่ริมน้ำอื่นๆในประเทศไทย ที่มักจะมียุงมาเยี่ยมเยือนให้ขุ่นเคืองใจ เนื่องจากยุงหน้าหนาวกัดเจ็บ และ ตัวโต และถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เราคงได้เห็นบทบาทของสมุนไพรในการใช้ไล่ยุง ซึ่งเป็นวิธีการแก้ปัญหาในวิถีชีวิตแบบไทยๆ ยังอยากเห็นเทศกาล ดูหนังกลางแปลง หรือ Movie on the Beach จัดขึ้นอีกในปีต่อไป จึงขอเป็นกำลังใจให้แก่ผู้จัดงาน และ เชื่อว่าข้ออ่อนของการจัดงานในปีนี้ซึ่งเป็นปีแรก จะได้รับการแก้ไข และ ปรับปรุงให้ดีขึ้นในปีต่อไป หลายคนอาจเคยดูหนังที่นำมาฉายมาบ้างแล้ว แต่บรรยากาศน่ะ หาไม่ได้อีกแล้ว ..ต่างหาก ! ! แนะนำ.. สำหรับผู้ที่รักหนัง ผู้ที่รักธรรมชาติและสายลม(ในหน้า)หนาว หรือ ผู้ที่ต้องการพักผ่อนหย่อนใจในบรรยากาศสบายๆแบบกันเอง.. โดยไม่ต้องหยุดงาน หรือ เดินทางไกลไปต่างจังหวัด ป.ล. ขอย้ำ..ในบรรยากาศนอนดูหนังไทยย้อนยุค ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเท้าเกลี่ยทราย ท่ามกลางสายลมหนาวนั้น คงจะต้องดูระดับอุณหภูมิในแต่ละวันประกอบไปด้วย ดังนั้น สำหรับผู้ที่จะไปร่วมงาน ในวันที่มีอากาศหนาวขอให้เตรียมอุปกรณ์กันหนาวให้พร้อม โดยเฉพาะหมวก และ ขอให้เตรียมตั้งรับกับยุง ในวันที่มีอากาศปกติ  หุย.. ฮา ! ลอมฟาง

หมอร้องแบนกีฬา มวย หลังมีนักชกสังเวยชีวิตอีก
กีฬา /  ข่าวกีฬา / 

เบรดอน กับไฟต์สุดท้ายในชีวิต เป็นข่าวใหญ่ในวงการกีฬาออสเตรเลียกับเหตุการณ์ที่ เบรดอน สมิธ นักมวยชาวออสเตรเลียวัยแค่ 23 ปีเสียชีวิตหลังขึ้นชกกับ จอห์น โมรัลด์ นักมวยชาวฟิลิปินส์ หลังการชกในคืนวันเสาร์เขายังดูปกติดีจนกระทั่งกลับเข้าไปในห้องล็อคเกอร์รูมได้ไม่นานและหมดสติไป เขาอยู่ในภาวะโคม่าไม่ได้สติและถูกถอดเครื่องช่วยชีวิตออกเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เรื่องนี้สร้างผลกระทบใหญ่ขึ้นมาทันทีเมื่อคณะแพทย์ในออสเตรเลียเรียกร้องให้แบนกีฬามวยออกจากประเทศ ขณะที่มีข้อกังขาเกิดขึ้นอีกว่า “มวย” เป็นกีฬาที่ป่าเถื่อนรุนแรงและอันตรายถึงชีวิตจริงหรือไม่ แม้ว่าในอดีตเรื่องนี้จะเป็นประเด็นมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ชอน รัดด์ ประธานสมาคมแพทย์ในรัฐควีนส์แลนด์ ออกมาให้ความเห็นว่ากีฬามวยน่าจะถูกแบนในออสเตรเลียเพราะมันเป็นกีฬาที่อันตรายเกินไปโดยเฉพาะการชกเข้าที่หัว “พวกเราเชื่อว่ากีฬาที่ให้คนสองคนพยายามชกเข้าที่หัวอีกฝ่ายให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อชัยชนะเป็นอะไรที่ดูเหมือนจะป่าเถื่อนนิดๆ คุณไม่ได้รับอนุญาตให้ชกต่ำกว่าเข็มขัดแต่ขณะเดียวกันคุณสามารถชกอวัยวะที่อยู่เหนือไหล่ขึ้นไปได้ ซึ่งอวัยวะเหล่านี้สำคัญมากที่สุดในร่างกาย” ด้าน แอน ทิลดัลล์ ประธานการชกมวยในควีนส์แลนด์บอกว่า “มันเป็นอุบัติเหตุที่น่าเศร้าใจ มันสามารถเกิดขึ้นได้กับการแข่งรถหรือกีฬาชนิดไหนๆ ก็ได้ มีตั้งหลายชนิดกีฬาที่เกิดความสูญเสียขึ้นได้ เราไม่คิดว่าเราได้รับการยกเว้นแต่ในเวลาเดียวกันกีฬามวยก็ไม่ได้ทำร้ายเยาวชนของเราเสมอไป” อย่างไรก็ตามเรื่องแบบนี้คงไม่มีใครอยากให้เกิด ครอบครัวของผู้ตายเองก็ออกมาบอกว่าพวกเขาไม่คิดโทษใครทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นกรรมการห้ามบนเวทีหรือคู่ชกของเบรดอน ทาง sport mthai ขอแสดงความเสียใจมา ณ ที่นี้ด้วย

 เชิญชมคอนเสิร์ตการกุศล ช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยชุมชนคลองเตยและภัยพิบัติพายุไต้ฝุ่น Yolanda
โรงแรมอิมพีเรียลควีนส์ปาร์ค

 เชิญชมคอนเสิร์ตการกุศล  Rebuilding Hope Concert รายได้สมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยชุมชนคลองเตยและภัยพิบัติพายุไต้ฝุ่น Yolanda ประเทศฟิลิปปินส์วันเสาร์ที่ 29 มีนาคมนี้ เวลา 19.30 น. ที่ห้องซันดาวน์เนอร์บาร์  โรงแรมอิมพีเรียลควีนส์ปาร์ค               โรงแรมอิมพีเรียลควีนส์ปาร์ค สุขุมวิท 22  มีความยินดีขอเชิญชมคอนเสิร์ตการกุศล  “Rebuilding  Hope  Concert”     พบกับวงดนตรีวงดังจากประเทศฟิลิปปินส์   รายได้สมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยเขตคลองเตยและภัยพิบัติพายุไต้ฝุ่น  Yolandaประเทศฟิลิปินส์  ในวันเสาร์ที่ 29 มีนาคมนี้ เวลา 19.30 น.  ณ ห้องซันดาวน์เนอร์บาร์ของโรงแรมฯ สำหรับการแสดงฯในครั้งนี้   นำเสนอแนวเพลงสนุกสนานของบอร์ดเวย์และเพลงร่วมสมัย  ซึ่งรับประกันความมันส์ในทุกช่วงจังหวะทำนอง ผู้สนใจที่จะร่วมแบ่งปันความสุขด้วยเสียงเพลง ติดต่อซื้อบัตรร่วมงานคอนเสิร์ตการกุศลได้ในราคาใบละ 500 บาท (ก่อน 25 มีนาคม) และ 600 บาท (หน้างาน)  พร้อมอาหารว่าง และเครื่องดื่ม  ฯลฯ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่โทร. 080-269-1177  หรือ  https://www.facebook.com/rebuildinghope

Greyson Chance กลับมาพร้อมซิงเกิ้ลใหม่ Sunshine & City Lights
Greyson Chance /  Sunshine & City Lights / 

Greyson Chance กลับมาพร้อมซิงเกิ้ลใหม่ Sunshine & City Lights ใน E.P “TRUTH BE TOLD PART 1 “Greyson Chance” นักร้องนักแต่งเพลงยอดขายระดับแพลทตินั่ม ถึงแม้เขาจะมีอายุเพียงแค่ 15 ปีแต่เขาก็ได้ไปเยือนหลายที่ ที่เป็นดินแดนในฝันของหลายๆคนมาแล้ว กับการออกเดินทางไปโปรโมทอัลบั้ม “Hold On ‘Til The Night” จากอเมริกา ไปยังลอนดอน ปารีส แวนคูเวอร์ โตรอนโต ฮ่องกง ไทเป สิงค์โปร์ กัวลาลัมเปอร์ จาการ์ตา ปักกิ่ง มะนิลา กรุงเทพ และล่าสุดกับ “Hold On ‘Til The Night – Live in Asia” ในเดือนเมษายนปี 2012 ทำให้ยอดขายอัลบั้ม “Hold On ‘Til The Night’ นี้ขายได้มากถึงสถิติแพลทตินั่มในอินโดนีเซียและฟิลิปินส์ ระดับโกลด์ในมาเลเซีย สิงค์โปร์ ไต้หวันและฮ่องกง และในการเดินทางครั้งนี้ เกรย์ซัน ได้พบกับแฟนเพลงตัวยงหลายพันคน ซึ่งพวกเขาได้สร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆให้กับเขาในการทำเพลงใหม่ “Sunshine & City Lights” เพลงนี้ถูกแต่งขึ้นระหว่างที่เขาทำเพลงในสตูดิโอ ณ กรุงลอนดอน กับคู่หูนักแต่งเพลงของเขา The Nexus, เพลงนี้คือสิ่งที่สะท้อนความเป็นศิลปินและความสามารถในการร้องเพลงของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ "Sunshine & City Lights" คือความแปลกใหม่ทางดนตรีที่เกรย์ซัน ได้ทุ่มเทเวลาในการสร้างสรรค์มาร่วมปี ในระหว่างที่เขายังคงทำงานเพลงอย่างต่อเนื่องสำหรับอัลบั้มใหม่ที่กำลังจะปล่อยออกมาในปี 2013 เกรย์ซันได้ตัด E.P เป็นน้ำจิ้มให้แฟนๆได้ลองฟังกันก่อน กับ E.P ที่มีชื่อว่า “Truth To Be Told part 1” ซึ่งมีกำหนดวางแผงทั่วโลกในปีนี้ ซึ่ง E.P ชุดนี้เป็นส่วนหนึ่งของคอลเลคชั่นของเพลงใหม่ๆที่เกรย์ซันได้แต่งร่วมกับ Toby Gad (Fergie,Beyonce), Lindy Robbins (Demi Lovato, One Direction), The Nexus (Lana Del Rey), and Michael Warren (Jennifer Lopez, Far East Movement) & STIX (Nicole Scherzinger) เกรย์ซันได้โชว์เปิดตัวเพลงใหม่ “Sunshine & City Lights” ไปแล้วในหลายคอนเสิร์ตในอเมริกา และแคนาดา รวมไปถึงการเป็นแขกรับเชิญพิเศษใน CCTV-MTV Mandarin Music Honors เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เกรย์ซันมีแพลนที่จะกลับมาในเอเชียในงานวันเกิดของคลื่น Hitz fm ที่เมืองกูซิงและโคตาคินาบาลู ณ มาเลเซีย ในวันที่ 2-3 พ.ย. ที่จะถึงนี้ และเขาเป็นศิลปินอินเตอร์คนแรกที่ได้รับเชิญให้มาร่วมงานนี้ ชมเบื้องหลังการทำงานในเพลง Sunshine & City Lights ชมเบื้องหลังถ่ายเอ็มวี Sunshine & City Lights จาก Awesomenss TV แฟนๆ Greyson Chance ติดตามชมเอ็มวีเพลง Sunshine & City Lights ได้เร็วๆนี้ มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

Bailey May หนุ่มน้อยที่ฮอตที่สุดในฟิลิปินส์!
Bailey May /  ต่างประเทศ / 

เพียงไม่นาน หนุ่มน้อยวัย 12 ปี "Bailey May" (ไบลีย์ เมย์) คนนี้ก็กลายเป็นหนุ่มฮอตไปซะแล้ว หลังจากที่เขาได้อัดคลิปร้องเพลงลงในโซเชียล Vine และ Youtube ไม่ใช่แค่เสียงที่จะทำให้สาวๆและคนในโซเชียลชอบเท่านั้น แต่ด้วยหน้าตาที่หล่อเหลาเอาการ และรอยยิ้มของหนุ่มไบลีย์นี่สิ ทำให้สาวๆ สนใจยิ่งกว่า จนตอนนี้กลายเป็น หนุ่มน้อยที่ฮอตที่สุดในฟิลิปินส์! ในโลกโซเชียลก็พูดถึงเขาเป็นจำนวนมาก แฮชแท็ก #askBailey ติดอันดับที่ 5 การค้นคว้าของฟิลิปินส์ รวมถึงหน้าเพจเฟสบุ๊คที่มีคนกดไลค์กว่าแสนคน ภายในเวลาแค่อาทิตย์เดียว และแชร์ภาพและวิดีโอกันนับไม่ถ้วน >,< Bailey May หนุ่มน้อยที่ฮอตที่สุดในฟิลิปินส์! Bailey May หนุ่มน้อยที่ฮอตที่สุดในฟิลิปินส์! ขอบคุณรูปภาพ  www.facebook.com-Bailey May

Facebookล่ม14ประเทศ ทั่วโลก ล่าสุดใช้ได้แล้ว  #facebookdown
#facebookdown /  Facebookล่ม

วันนี้(19 มิ.ย.) เวลาประมาณ 15.30น. เกิดปัญหาระบบเฟซบุ๊คล่มพร้อมกันใน 14 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย อิสราเอล ฟิลิปินส์ สวิสเซอแลนด์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มองโกเลีย นอร์เวย์ เยอรมัน ไทย ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ฮอลแลนด์ อเมริกา ฮ่องกง ซึ่งส่งผลให้เฟซบุ๊คในประเทศดังกล่าวใช้การไม่ได้ชั่วคราว ล่าสุดสามารถใช้งานได้แล้ว ทั้งนี้ยังไม่มีการแถลงอย่างเป็นทางการจากทางเฟซบุ๊ค ซึ่งหากมีความคืบหน้าทางทีม MThai News จะรายงานให้ทราบอีกครั้ง MThai News