ฟังเพลง จีบได้แฟนตายแล้ว

คิมอูบิน เขียนจดหมายถึงแฟนคลับผู้จากไปจากโศกนาฏกรรมเซวอล
Kim Woo Bin /  คิมวูบิน / 

คิมอูบิน (Kim Woo Bin) ฮันรยูสตาร์ชื่อดังชาวเกาหลี ส่งจดหมายจากลายมือของเขาถึงแฟนคลับซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมเรือเซวอลอับปาง วานนี้(15 เม.ย.) จดหมายจากลายมือของดาราหนุ่มชื่อดังชาวเกาหลี คิมอูบิน ที่เขียนให้แก่แฟนคลับซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมเรือเซวอลอับปาง ถูกเปิดเผยออกมา เพื่อนนักเรียนของแฟนคลับของ คิมอูบิน ได้ติดต่อไปยังต้นสังกัดของดาราหนุ่ม เพื่อขอให้ คิมอูบิน ช่วยเขียนจดหมายให้แก่แฟนคลับของเขาซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมเรือเซวอลอับปางเมื่อปีที่แล้ว(16 เม.ย. 2014) ซึ่ง คิมอูบิน ก็ได้เขียนจดหมายด้วยลายมือของเขาเอง ด้วยเนื้อความสุดอบอุ่นและระลึกถึงแฟนคลับผู้จากไป "ถึง '...'(ชื่อของแฟนคลับ) คนสวย   พี่เพิ่งกลับมาจากงานแฟนมีตติ้งที่จีน และอยากจะบอกขอบคุณกับเธอด้วยนะ ที่ที่เธออยู่ตอนนี้ ต้องสวยกว่าโลกใบนี้แน่ๆ เลยใช่มั๊ย? หลังจากเวลาผ่านไปแสนนาน กลับมาเจอกันอีกนะครับ เราจะได้มาถ่ายรูปกันเยอะๆ และมาสร้างความทรงจำดีๆ ด้วยกัน จนกว่าจะถึงวันนั้น พี่หวังว่าเธอจะยังคงเป็นแฟนคลับของพี่นะ และพี่ก็จะยังคงทำงานดีๆ ออกมาเรื่อยๆ ให้เธอดูอย่างสนุกจากที่แห่งนั้นนะครับ ขอบคุณที่เป็นแฟนคลับของพี่นะครับ ขอบคุณ และเสียใจมากจริงๆ   แล้วกลับมาเจอกันอีกนะครับ รักนะครับ" แปลและเรียบเรียงจาก kpopfighting ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

Audition พาผู้เล่น Meet & Greet กับวงเกาหลี A.CIAN
Audition /  Audition World / 

เกมส์ออนไลน์ Audition และ Audition World (audition.th) จัดกิจกรรม Exclusive Meet & Greet with A.CIAN จัดคิว 5 หนุ่ม A.CIAN พาผู้เล่นเกมส์ใกล้ชิดศิลปินถึงออฟฟิศเอเชียซอฟท์ฯ โดยกว่าที่ขาแดนซ์จากทั้ง 2 เกมส์ จะได้มาใกล้ชิดหนิดหนมกับศิลปินเกาหลีหน้าใสกิ๊กจากวง A.CIAN จะต้องร่วมกิจกรรมแต่งตัวละครในเกมให้เหมือนหนึ่งในศิลปินวง A.CIAN มากที่สุด ซึ่งจะมีเพียง 30 คนที่แต่งโดนใจทีมงานเท่านั้น ภายในงานก็มีการสัมภาษณ์ศิลปินเกี่ยวกับผลงานเพลง Somebody to love ที่เรียกได้ว่าเอาใจแฟนคลับไทยสุดๆ เพราะมีเวอร์ชั่นที่ร้องเป็นภาษาไทยอีกด้วย และแน่นอนว่าเพลงนี้ก็ต้องลงในเกมส์ Audition และ Audition World ให้ขาแดนซ์ทั้ง 2 เกมส์ได้ฟังเพลิน & แดนซ์ฟินแน่นอน ซึ่งเหล่าศิลปินก็ได้ให้สัมภาษณ์ว่า "ดีใจและตื่นเต้นมากๆ ที่เพลงของพวกเราจะได้อยู่ในเกม Audition และ Audition World เพราะพวกเราก็ชอบเล่นเกมเหมือนกัน ต้องเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ ถ้าได้ฟังเพลงเพราะๆ และสนุกกับการเต้นไปด้วย ซึ่งแน่นอนว่า ขอให้เป็นเพลงของพวกเรานะครับ ฝากผลงานของพวกเรากับผู้เล่นออดิชั่นนับล้านทั่วประเทศด้วยนะครับ" ภาพบรรยากาศ Meet & Greet วง A.CIAN เมื่อศิลปิน A.CIAN กลายเป็นตัวละครเกมส์ Audition

บวชชีพราหมณ์  อยู่บ้านก็ทำได้ แบบฉบับคนไม่สะดวกไปวัด
ทำบุญ /  นุ่งขาวห่มขาว / 

บวชชีพราหมณ์ อยู่ที่ไหนก็ได้บุญ หากพูดถึงการ บวชชีพราหมณ์ แม่หมอเชื่อว่าหลายท่านคงนึกถึงวัดหรือสถานปฏิบัติธรรม แต่วันนี้แม่หมออยากมาแนะนำ การบวชชีพราหมณ์สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางไปที่วัด เพราะความจริงแล้ว การที่เรานุ่งขาวห่มขาวนั้น สามารถทำได้ที่บ้าน หากว่าเรามีความตั้งใจจริงและปฏิบัติศีล 8 ได้อย่างเคร่งครัด ก็ถือว่าได้บุญเหมือนกัน การ บวชชีพราหมณ์ที่วัด ส่วนใหญ่จะมีแม่ชีคอยแนะนำให้อยู่แล้ว ว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง และข้อได้เปรียบที่สำคัญคือ บรรยากาศสิ่งแวดล้อมรอบข้างสงบ ทำให้เราสามารถถือศีลได้อย่างสบายใจ แต่หากว่าท่านใดที่มีความต้องการจะ ถือศีล 8 อยู่บ้าน ด้วยเหตุผลต่างๆที่ละเว้นไม่ได้นั้น ก็ไม่ได้ถือว่าเป็นเรื่องผิด สิ่งสำคัญที่ควรจะต้องใช้มากกว่าการบวชชีพราหมณ์ที่วัด คือสิ่งแวดล้อมโดยรอบ เราต้องมีสติ สมาธิต้องนิ่ง การถือศีล 8 ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากถ้าตั้งใจจริง การเตรียมตัวสำหรับการ บวชชีพรามหมณ์ ที่บ้านนั้น ไม่ได้แตกต่างจากที่วัดมากนัก ชุดที่ใส่หากไม่มีสีขาวจริงๆก็ไม่เป็นไรนะคะ เพราะความขาวสะอาดที่แท้จริงอยู่ที่ใจเราค่ะ ข้อคิดที่ต้องสวมใส่ชุดสีขาวนั้น เพื่อเป็นการเตือนสติ ให้เราระมัดระวังจากสิ่งต่างๆ ที่จะมาเลอะชุดขาวของเราได้ เพราะสีขาวเปื้อนง่าย นอกจากนี้เป็นเรื่องของการเตรียมใจให้พร้อม เพราะการอยู่บ้านนั้น ไม่เหมือนกับอยู่วัด สิ่งยั่วยุมีมาก ควรงดให้เหมือนกับกำลังปฏิบัติธรรมจริงๆ ความเคร่งครัดในเรื่องนี้จะเป็นการแสดงถึงภาวะจิตใจของคุณได้เป็นอย่างดี ว่ามั่นคงแน่วแน่ หรือว้าวุ่นไม่สงบ ถึงแม้ว่าอยู่บ้าน แต่ก็ควระมีการวางแผนตั้งโปรแกรมการปฏิบัติธรรมให้พร้อม ด้วยการเตรียมพานดอกไม้เครื่องสักการะ ให้เรียบร้อย ซึ่งสิ่งของสำหรับเครื่องสักการะที่จำเป็น เช่น ดอกไม้สด ธูป 3 ดอก เทียนเหลือง 2 เล่ม สำหรับไว้บูชา ถ้าบ้านไหนมีห้องพระ ก็ถือปฏิบัติในห้องนั้นเลยยิ่งดี แล้วตามด้วยการอาราธนาศีล 8 อาราธนาศีล 8  (ถ้าคนเดียวเปลี่ยนจากคำว่า “มะยัง” เป็น “อะหัง” และ “ยาจามะ” เป็น “ยาจามิ”) มะยัง ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ อัฏฐะ สีลานิ ยาจามะ (ว่า 3 ครั้ง) ข้าแต่ ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอสมาทานศีล 8 พร้อมด้วยไตรสรณคมน์ เพื่อประโยชน์แห่งการรักษา เป็นข้อ ๆ ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ (ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการฆ่าสัตว์ด้วยตนเองและไม่ใช่ให้ผู้อื่นฆ่า) อะทินนาทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ (ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการลัก ,ฉ้อ ของผู้อื่นด้วยตนเอง และไม่ใช่ให้ผู้อื่นลัก ฉ้อ) อพรัหมะจะริยา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ (ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากอสัทธรรม กรรมอันเป็นข้าศึกแก่พรหมจรรย์) มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ (ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการพูดเท็จ คำไม่เป็นจริง และคำล่อลวง อำพรางผู้อื่น) สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ (ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการดื่มสุรา เมรัย เครื่องดองของทำใจให้คลั่งไคล้ต่าง ๆ ) วิกาลโภชนา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ (ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากบริโภคอาหารในเวลาวิกาล) นัจจะคีตะวาทิตะวิสูกะทัสสะนา มาลาคันธะวิเลปะนะธาระณะมัณฑะนะวิภูสะนัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ (ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากพูด ฟัง ฟ้อนรำ ขับรอ้งและประโคมเครื่องดนตรีต่าง ๆ และดูการเล่นที่เป็นข้าศึกแก่กุศล และทัดทรงตกแต่งร่างกายด้วยเครื่องประดับและดอกไม้ของหอม เครื่องย้อมเครื่องทา) อุจจาสะยะนะมะหาสะยะนา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ (ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากนั่ง นอน เหนือเตียง ตั่ง มีเท้าสูงเกินประมาณ และที่นั่ง ที่นอนอันสูงใหญ่ ภายในใส่นุ่นและสำลี ) อิมานิ อัฏฐะ สิกขาปะทานิ สะมาทิยามิ (ว่า 3 ครั้ง) ข้อปฏิบัติ สำหรับการถือศีล 8 1. เว้นจากทำลายชีวิต 2. เว้นจากถือเอาของที่เขามิได้ให้ 3. เว้นจากประพฤติผิดพรหมจรรย์ คือเว้นจากร่วมประเวณี 4. เว้นจากพูดเท็จ 5. เว้นจากของเมา คือ สุราเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท 6. เว้นจากบริโภคอาหารในเวลาวิกาล คือเที่ยงแล้วไป 7. เว้นจากฟ้อนรำ ขับร้อง บรรเลงดนตรี ดูการเล่นอันเป็นข้าศึกต่อพรหมจรรย์ การทัดทรงดอกไม้ ของหอม และเคลื่องลูบไล้ซึ่งใช้เป็นเครื่องประดับตกแต่ง 8. เว้นจากที่นอนอันสูงใหญ่ หรูหราฟุ่มเฟือย ระหว่างวันนอกจากการสวดมนต์แล้ว การฟังเทศฟังรรม ก็ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ควรใส่ไว้ในโปรแกรมการ บวชชีพรารมณ์ ที่บ้าน อาจจะไม่ต้องฟังมากทั้งวันทั้งคืนก็ได้ ขอเพียงแค่เข้าใจ และสามารถนำปรับใช้ได้จริงกับชีวิตจะดีที่สุด สำหรับจำนวนวัน ให้เป็นไปตามที่เราสะดวก อย่าให้ต้องเดือดร้อนตัวเองเป็นพอ เพราะนอกจากจะไม่ได้บุญแล้ว จะเป็นการรวกวนสมาธิระหว่างปฏิบัติธรรมอีกด้วยค่ะ  เรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

เพลง เฉิ่ม คลิปเต้น โดยเร้กเก้บ้านสวน และทีมงาน ฮาจัดให้
ตลก /  คลิปเต้น / 

คลิปเต้น ส่งท้ายวันสงกรานต์ ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ทาง facebook : Powchannel

ร้อนระอุ ย้อนหลัง สัปดาห์ที่ 2 ของ The Winner IS Season 2
The Winner Is /  The Winner IS Season 2 / 

The Winner IS Season 2 Presented by Listerine เกมโชว์แข่งขันร้องเพลง 6 เพลง เพื่อคว้ารางวัลสูงสุด 10 ล้านบาท เดินทางสู่สัปดาห์ที่ 2 ศึกนี้ ร้อนระอุไม่แพ้อากาศ กับผู้แข่งขันจากหลากอาชีพ อาทิ นักเขียนอิสระ-สจ๊วต ครูสอนร้องเพลง-สาวหล่อเสียงนุ่ม-พ่อค้านมสด ที่ต่างพกความสามารถเพื่อเอาชนะใจ กรรมการ 101 คนบน ดับเบิ้ล ยู และ The Winner Is คนที่สอง ที่จะได้ไปต่อในรอบสุดท้าย เพื่อคว้าเงิน 10 ล้านบาท คือ...... 8 ผู้ชนะเพื่อไปชิงเงินรางวัลสูงสุด 10 ล้านบาท ในรอบ Grand Finale จะเป็นใคร ติดตามชมการแข่งขันสุดระทึกได้ใน The Winner Is Season 2 Presented by Listerine ทุกวันอาทิตย์ เวลา 17.30 -19.00  น. ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 และสำหรับผู้ที่พลาดชม สามารถติดตามย้อนหลังได้ทางช่อง True4U ทุกวันพุธเวลา 21.15 น.

กรี๊ดกร๊าด! Dvicio วงดนตรีห้าหนุ่มสเปน หล่อจนใจสั่น!!
Dvicio /  Enamorate / 

Dvicio (ดีวีซิโอ้) ห้าหนุ่มจากสเปน หล่อจนใจสั่น! Dvicio (อ่านว่า ดีวีซิโอ้) คือชื่อของวงดนตรีสไตล์ป๊อปร็อก ศิลปินจากค่าย Sony Music Spain ซึ่งประกอบไปด้วย ห้าหนุ่มหล่อมากมาก Andrés Ceballos (แอนเดรส-ร้องนำ), Martín Ceballos(มาร์ติน-เบส), Nacho Gotor (นาโช่-กีตาร์), Alberto Gonzalez หรือ Missis (มิ๊สซิส-กีตาร์) และ Luis Gonzalvo(หลุยส์-กลอง) ข้อมูลจากวิกิพีเดียบอกว่า Dvicio แจ้งเกิดในวงการเพลงมาตั้งแต่ปี 2013 แล้ว แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าผลงานที่ทำเอาแฟนเพลงโดยเฉพาะสาวๆ ทั่วโลกกรี๊ดกร๊าดจนต้องเสิร์ชหาข้อมูลของพวกเขาต้องยกให้คลิป Enamorate en el coche หรือที่แปลจากภาษาสเปนเป็นภาษาไทยได้ว่า 'จงตกหลุมรักกับการร้องเพลงในรถ' ซึ่งเป็นคลิปที่ห้าหนุ่มเล่นดนตรีกันชิลๆ ในรถ ถามว่าร้องอะไรก็ฟังไม่ออกหรอก(ฮา) แต่ภาษากายคือดีงาม! และความหล่อเหลาของพวกเขาก็ทะลุจอ!! จนทั้งสาวแท้สาวเทียมซึ่งดูแล้วเป็นอันระทดระทวย ตกหลุมรัก Dvicio กันถ้วนหน้า แฟนเพลงคนไหนอยากติดตามผลงานของ Dvicio กันก่อนใคร กด subscribe รัวๆ ที่แชนแนล www.youtube.com/user/DVICIOVEVO หรือกด like กันได้ที่ www.facebook.com/DVICIOoficial (มีข้อความภาษาไทยด้วย! อะไร? ยังไง?) หรือแฟนเพจของแฟนคลับเมืองไทยก็มีแล้วนะจ๊ะ คลิกเลย www.facebook.com/pages/Dvicio-Thailand/831056926983305 อ่อ! อย่ามัวแต่เสพย์ความหล่อจนลืมฟังเพลงกันล่ะ!! แอนเดรส Dvicio ร้องนำ หลุยส์ Dvicio กลอง มาร์ติน Dvicio เบส นาโช่ Dvicio กีตาร์ มิ๊สซิส Dvicio กีตาร์ ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

แม่ปวดหัว! สิ่งที่คุณแม่เจอประจำ เมื่อ ลูกสาว เข้าช่วงวัยรุ่น
ครอบครัว /  คุณแม่ / 

เมื่อ ลูกสาว เข้าสู่วัยแรกรุ่น ก็มีเรื่องเข้ามาให้คุณแม่ปวดหัวเป็นประจำ จนบางทีก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เรื่องแบบนี้บ่นกันเป็นประจำ  แต่คุณลูกก็ไม่เค้ยจะฟังกันเลยสักที จะมีเรื่องอะไรบ้างที่ คุณแม่ต้องเจอกับ คุณลูกสาววัยรุ่นบ้าง มาดูเลย รอยสัก  "แม่ นะนะนะ เดี๋ยวนี้ใครๆเค้าก็สักกัน มีลายสวยๆเยอะแยะ ไม่น่าเกลียดหรอกแม่" เรียกว่าชักแม่น้ำมามากกว่าห้าสาย ยิ่งไปกว่านั้นยังบอกว่ามันเป็นศิลปะอีก โถ่ ลูกเอ๋ย นอกจากจะเจ็บตัวแล้ว หนูยังเสี่ยงกับเชื้อโรคต่างๆนะ! แต่งหน้าเข้ม (จัด) เดี๋ยวนี้ความสวยความงามนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับคุณผู้หญิงเป็นอย่างยิ่ง ยิ่งสำหรับบางคนแล้วสำคัญกว่าเรื่องกว่าปากท้องซะอีกนะ แต่บางทีคุณลูกคนสวยหน้าใส ดันแต่งจะแก่ราวกับสาว 30 คนเป็นแม่อย่างเราก็ได้แต่ห้าม แต่ลูกก็ไม่เค้ยจะฟังกันเลย หน้าใสแบบวัยรุ่นน่ะดีอยู่แล้ว กางเกงขาสั้น(เกินไป) เดินไปทางไหนก็เห็นแต่ใครใส่แต่กางเกงขาสั้น ก็เข้าใจว่าเมืองไทยเป็นเมืองร้อน จะให้ใส่ขายาวกระโปรงบ่อยๆก็ไม่ไหวหรอก แต่บางทีมันก็สั้นเกินไปจนจะยอมให้ลูกใส่ออกนอกบ้านจริงๆ อะไรๆก็เพื่อนตล๊อด ให้ความสำคัญกับเพื่อนกับปาร์ตี้มากเกินไปจนบางครั้ง ลืมไปหรือเปล่าว่าจริงๆแล้วครอบครัวนี่แหละสำคัญที่สุด ไม่มีแม่คนไหนไม่ห่วงลูก เวลาลูกอยู่นอกบ้านหร้อก ส้นสูง ใส่ส้นสูงทีไร กลับมาที่บ้าน ก็บ่นเจ็บขาเมื่อยขา เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจหรอกถ้าจะบ่นลูกสาวตัวแสบ เพราะเป็นห่วงทั้งนั้นแหละ ผอมสำคัญกว่าสุขภาพ ยึดติดกับคำว่าผอมจนเกินไป จนไม่กล้ากินอะไรเล้ย นู่นก็ว่าอ้วนนี่ก็ว่าอ้วน โถ่ วัยกำลังกินกำลังโต กินไปเถอะลูกเอ๋ยย ยังไงก็ต้องห่วงสุขภาพบ้าง เสียเงินกับของฟุ่มเฟือย ของที่บอกว่า จำเป็นนักหนา เอาเข้าจริงซื้อมาได้วันเดียวก็เลิกเห่อแล้ว โถ่ทำไมแม่จะไม่รู้ ตอนเด็กแม่ก็เป็น ทางที่ดีเก็บเงินไว้ทำอย่างอื่นเถอะ เชื่อแม่ แม่อาบน้ำร้อนมาก่อน!!  ที่ทำไปทั้งหมดก็เพราะเป็นห่วงล้วนๆ อาจจะดุมากไปบ้าง แต่ก็เพื่อความปลอดภัยของลูกทั้งนั้นแหละนะ ที่มา Femalefirst ขอบคุณภาพจาก sheknows เรียบเรียงโดย Women Mthai Team    

ช้างศึก กับโอกาสการฉลุยสู่รอบ3 คัดบอลโลกโซนเอเชีย
ช้างศึก /  ทีมชาติไทย / 

ชั่วโมงนี้เชื่อเหลือเกินว่า แฟนลูกหนังเมืองไทย ต่างก็พูดถึงผลการจับสลากแบ่งสายฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก รอบที่ 2 ซึ่ง ช้างศึก ทีมชาติไทย ถูกจับให้ไปร่วมสายกับ อิรัก, เวียดนาม, อินโดนีเซีย และไต้หวัน ว่าจะมีโอกาสผ่านเข้ารอบต่อไปแค่ไหน ? วันนี้เราจะมาวิเคราะห์ โอกาสของ ช้างศึก และเปิดปูม ช้างศึก กับเพื่อนร่วมสายว่าเคยฟัดกันมามากน้อยขนาดไหน ให้ได้รู้กัน เริ่มกันที่ อิรัก อันดับที่ 86 ของโลก และอันดับ 8 ของเอเชีย ทีมวางจากโถที่ 1 ซึ่งเคยก้าวสู่จุดสูงสุดด้วยการผ่านไปเล่นฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายมาแล้ว แถมยังเป็นอดีตแชมป์เอเชีย เมื่อปี 2007 และล่าสุดก็คว้าอันดับ 4 ศึกเอเชียนคัพ 2015 อีกด้วย ช้างศึก เคยปะทะกับ อิรัก อย่างเป็นทางการมาแล้ว 13 ครั้ง จากการรับรองของฟีฟ่า ซึ่ง ทีมชาติไทย สถิติเป็นรองบานโข ด้วยการ ชนะเพียง 2 ครั้ง เสมอ 3 ครั้ง และแพ้ 8 ครั้ง ช้างศึก ยิงไปได้ 13 ตุง เสีย 35 ตุง 2 ครั้ง ที่ทีมชาติไทย คือ เกมอุ่นเครื่องปี 2006 ชนะ 4-3 และปี 2008 ชน 2-1 ล่าสุดที่พบกันคือฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ปี 2001 ช้างศึก บุกไปแพ้ 4-0 และกลับมาเสมอในบ้าน 1-1 การพบกันของทั้ง 2 ทีมในช่วงเวลานี้ เชื่อว่าจะเป็นอะไรที่สนุกสนามมากพอสมควร อิรัก เป็นทีมที่มีความแข็งแกร่ง ความสารถเฉพาะตัวดี แต่พวกเขาอาจจะเป็นรองไทย ในเรื่องของทีมเวิร์ค เนื่องจากนานๆ ครั้งจะมีโอกาสรวมทีมกัน เพราะนักเตะทั้งหมดแทบจะค้าแข้งในต่างแดน เชื่อว่า 2 เกมที่จะเจอกัน ช้างศึก น่าจะมีแต้มแน่นอน ไม่ 1 แต้ม ก็อาจจะ 3 หรือ 4 แต้ม เลยทีเดียว มาต่อกันที่ เหงียน เวียดนาม ทีมจากโถ 2 ซึ่งรั้งอันดับที่ 125 ของโลก เป็นอันดับที่ 14 ของเอเชีย การเจอกันของ ช้างศึก กับ เหงียน นั้นตามที่ฟีฟ่าบันทึก พบกันทั้งหมด 19 ครั้ง เป็น ช้างศึก ที่โชว์เพลงแข้งได้บรรเจิดกว่า เอาชนะไปได้ 12 ครั้ง เสมอ 4 ครั้ง และแพ้เพียง 3 ครั้งเท่านั้น ทีมชาติไทย กดเหงียนได้ทั้งสิ้น 37 ตุง เสียเพียง 17 ตุงเท่านั้น ครั้งสุดท้ายที่ ไทย แพ้ เวียดนาม ต้องย้อนไปปี 2008 ศึกซูซูกิคัพ ไทย แพ้คาบ้าน 1-2 การพบกันของ ไทย กับ เวียดนาม ในเชิงลูกหนังบอกเลยว่าไม่มีใครยอมใคร มีศักดิ์ศรีการเป็นจ้าวอาเซียนค้ำคอไว้ เวียดนาม เวลานี้เริ่มที่จะตื่นตัว และรู้ว่าตัวเองต้องเร่งที่จะพัฒนาทีมชุดใหญ่มากขึ้น ซึ่งพวกเขาที่ยกตัวเองเป็น บาร์ซ่าอาเซียน อาจจะดันเด็กรุ่นใหม่ฝีเท้าดีขึ้นมาผสมกับผู้เล่นตัวเก๋า แต่บอกเลยว่า 2 เกมที่จะพบกับไทย ครั้งนี้ เวียดนาม จะต้องจดจำ ช้างศึก ไปอีกนาน เพราะสถิติชนะอาจจะมาอยู่ที่ ไทย ทั้ง 2 เกม อิเหนา อินโดนีเซีย อีกหนึ่งเพื่อนบ้านย่านอาเซียน ที่ต้องมาอยู่ร่วมสายเดียวกับ ช้างศึก ต้องบอกเลยว่าทีมอันดับที่ 159 ของโลก ทีมนี้เคยไปลุยฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายมาแล้วเมื่อปี 1938 ซึ่งเคยวัดแข้งกับ ช้างศึก มาอย่างโชกโชน ถึง 57 ครั้ง ไทย ชนะ 25 เสมอ 15 และแพ้ 17 ทัพ ช้างศึก เจาะตาข่ายเพื่อนบ้านทางตอนใต้ไปได้ 91 ตุง เสีย 73 ตุง ครั้งสุดท้ายที่พบกันอย่างเป็นทางการ ไทย พ่าย ไป 1-2 เมื่อปี 2010 ศึกซูซูกิคัพ ที่สำคัญกว่านั้นเกมส์ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก และเอเชียนคัพ ไทย ชนะ 3 นัด และแพ้ 4 นัด ในยุค 1980 การพบกันของ ช้างศึก กับ อิเหนา ต้องบอกเลยว่า เวลานี้อาจจะไม่ใช่งานยากเกินไปของ ช้างศึก เพราะเวลานี้อินโดนีเซียเองวงการฟุตบอลอยู่ในช่วงที่ซบเซา นักเตะชั้นยอดแบบเมื่อครั้งอดีตก็ลดน้อยลง ขนาดบอลลีกยังต้องแบ่งแยกลีกเล่น ดูแล้วงานนี้อาจจะไม่ใช่งานยากของ ช้างศึก ที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น คาดว่าหากไม่มีอะไรผิดพลาด น่าจะมีอีก 6 แต้มในกระเป๋า ทีมสุดท้าย จีน-ไทเป หรือ ไต้หวัน ตี๋น้อยแห่งวงการลูกหนังเอเชีย ทีมอันดับ 179 ของโลก ที่เคยรุ่งเรื่องเมื่อ 55 ปีก่อน ด้วยการทะลุไปคว้าอันดับที่ 3 ฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย แต่ 3 ปีหลัง ลงสนาม 13 นัด ชนะเพียงแค่ 2 นัดเท่านั้น การวัดแข้งกับ ช้างศึก เจอกัน 7 ครั้ง เป็นเรื่องที่น่าตกใจเมื่อ สถิติของ ทีมชาติไทย เป็นรองเล็กน้อย ชนะได้เพียง 2 เสมอ 1 และแพ้ไปถึง 4 ครั้ง ช้างศึก ยิงได้ 10 ตุง เสีย 14 ตุง 2 ครั้งที่ ไทย ชนะเกิดขึ้นในปี 2000 ทั้ง 2 นัด การพบกับ ตี๋น้อย มังกรหลับ ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ บอกเลยว่าไม่ใช่งานยากของไทย เพราะทีมของพวกเขากำลังจะเริ่มสร้างกันขึ้นมาใหม่ ครั้งนี้เราอาจจะมี 6 แต้มเต็มในการะพบกับ ไต้หวันแน่นอน จากการวิเคราะห์ด้วยสถิติเก่าๆ และด้วยผลงานของทีมชาติ และปัจจัยต่างๆ ในปัจจุบัน บอกเลยว่า ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก รอบ 2 โซนเอเชีย ไม่ใช่งานยากของ ช้างศึก และก็ไม่ใช่งานง่าย เชื่อเถอะว่า 2 ทีมที่มีลุ้นเข้ารอบต่อไปน่าจะเป็น อิรัก และทีมชาติไทย โดยมี เวียดนาม จอมโวเป็นเสือซุ่ม ที่อาจจะมีดีแค่คุย แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้น ก็อยาไปประมาททีมตัวแปรอย่าง อินโดนีเซีย และไต้หวัน หากทีมไหนไปพลาดไม่ชนะ 2 ทีมนี้ สุดท้ายอาจจะน้ำตานองเป็นแน่แท้

 แก้ว จริญญา เจออาถรรพ์ละครผี ในกองถ่าย
แก้ว จริญญา /  ผี / 

เรื่องราวอาถรรพ์ที่เกิดขึ้นในกองละครผี จะว่าเป็นเรื่องธรรมดาคงไม่ใช่เพราะไม่มีใครทำใจให้ชินกับสิ่งลี้ลับที่มองไม่เห็นนี้ได้ นักแสดงหลายคนที่เคยประสบพบเจอประสบการณ์ขนหัวลุกในกองถ่ายมากับตัวถึงจะกลัวแสนกลัวแค่ไหนแต่ก็ต้องกลั้นใจแสดงไปให้จบ อย่างในกองละครเรื่อง สาปสาง ทางช่อง 8 ก็มีเรื่องให้ชวนขนหัวลุก โดย แก้ว จริญญา เจอมากับตัว ทำเอานางถึงกับจิตตกถึงขั้นหวาดผวาอยู่พักหนึ่งเลยทีเดียว แก้วเล่าให้ฟังว่า แก้ว จริญญา “ถ้าเหตุการณ์ขนหัวลุกที่สุดที่แก้วเคยเจอมากับตัวก็คงจะเป็นตอนที่ถ่ายทำละครสาปสางอยู่ก็ไม่รู้ว่าจริงเท็จยังไงนะคะ คือเรื่องราวมันเกิดขึ้นที่บ้าน ซึ่งเป็นบ้านของแก้วในเรื่อง ลักษณะจะเป็นบ้านริมน้ำ บรรยากาศก็จะดูเก่าๆ น่ากลัวๆ หน่อย อยู่มาวันหนึ่ง เป็นวันที่ขนมจีนมาเข้าฉากที่บ้านนี้ครั้งแรก ตอนที่เราซ้อมบทกันอยู่ก็ปกติดี แต่พอเริ่มจะถ่ายจริง ผู้กำกับนับ 5 4 3 2 1 พี่ผู้กำกับก็พูดขึ้นมาเลยว่า เฮ้ย!! ใครพูดๆ เสียงดังเข้ามอนิเตอร์ ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วไม่มีใครพูดเลยสักคน แต่ที่มอนิเตอร์ยืนยันกันว่า ได้ยินชัดเจน พี่ๆ เค้าบอกว่าเป็นเสียงคนแก่พูดออกมา" "แต่ก็จับใจความไม่ได้ว่าพูดอะไร เสียงเบาๆ สั่นๆ อีกด้วย คราวนี้แหละทำให้ทุกคนในกองถึงกับเงียบกันหมด ไม่มีใครกล้าทักอะไร ได้แต่มองหน้ากัน แต่เพื่อความแน่ใจก็เลยช่วยกันกลับมาเช็กเทปดูอีกครั้ง ปรากฏว่าเสียงนั้นก็หายไปแล้ว ก็สบายใจกันขึ้นค่ะ แต่ก็ทำให้ทีมงานรวมถึงแก้วจิตตกอยู่ไม่น้อยเลยสำหรับเหตุการณ์นี้ (หัวเราะ)” ของแบบนี้ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่ แก้ว จริญญา

ปริญญาเจ็บ เพลงใหม่จากใจ ศิริพร อำไพพงษ์
ปริญญาเจ็บ /  ปริญญาใจ / 

เรียกว่าเป็นตัวแม่ของวงการเพลงลูกทุ่งอีสานเลยก็ว่าได้ สำหรับ ศิริพร อำไพพงษ์ ที่ออกอัลบั้มในสังกัด แกรมมี่ โกลด์ มาแล้ว 15 อัลบั้ม เจ้าของเพลงฮิต ปริญญาใจ,คิดฮอดกอดบ่ได้,โลโซโบว์รัก,ทำบาปบ่ลง,อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจแฟน,กอดคนนอกใจ ฯลฯ ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมากว่า 30 ปี ทำให้ทุกผลงานของ ศิริพร อำไพพงษ์ เป็นที่ยอมรับทั้ง กลอนรำ หรือลูกทุ่งอีสานผสมร๊อค หรือลูกทุ่งอีสานผสมอาร์แอนด์บี ก็ทำออกมาดี ล่าสุดกับอัลบั้มชุดที่ 16 ปริญญาเจ็บ ที่ได้ทีมงานเดิมตั้งแต่อัลบั้มแรก มาทำเบื้องหลังให้ นำโดย ครูสลา คุณวุฒิ โดยใช้ชื่ออัลบั้มว่า ปริญญาเจ็บ ที่อิงจากอัลบั้มชุดแรก ปริญญาใจ โดยเนื้อหาสาระของเพลงไม่ได้เป็นภาคต่อจากเพลงปริญญาใจ แต่จะเป็น การกล่าวถึงสามี ภรรยาคู่หนึ่งที่ใช้เพลงปริญญาใจในสมัยเมื่อ 15 ปี ที่แล้วจีบกันแล้วพากันฟันฝ่าอุปสรรคในทุกๆด้านมาได้ จนมาวันหนึ่งหลังจาก มีรถ มีบ้านแล้ว สุดท้ายฝ่ายชายกลับแอบมีกิ๊ก จนทำให้ฝ่ายหญิงซึ่งกำลังท้องอยู่เสียใจ ปริญญาใจก็เลยกลายเป็นปริญญาเจ็บ การถ่ายทำมิวสิควิดีโอ ใช้โลเคชั่นแถวๆ บ้านพักกรมชลประทาน ปากเกร็ด โดยมี นักแสดง ตุ๊ก พิเชฐ และ แนน รมิดา เป็นผู้ถ่ายทอดอารมณ์ของสามีภรรยา ซึ่งมีอาชีพ ขายกับข้าวไปตามซอยต่างๆ ซึ่งรถที่ใช้ขายกับข้าวนั้นก็เป็นน้ำพักน้ำแรงของทั้งคู่ที่เก็บหอมรอมริบมา วันนี้ทั้งคู่พอลืมตาอ้าปากได้แล้ว ฝ่ายหญิงจึงเริ่มปล่อยให้ตัวเองท้อง โดยที่ฝ่ายชายไม่รู้ การขับรถเร่ขายกับข้าวไปตามซอยต่างๆ ทำให้ฝ่ายชายเริ่มไปติดพันสาวคนใหม่ ลดแลกแจกแถมกับข้าวให้เป็นพิเศษ จนวันหนึ่งก็หายตัวไปเฉยๆ ไม่มาขับรถออกขายกับข้าว ทำให้ฝ่ายหญิงต้องขับรถขายกับข้าวตามหาแฟน สุดท้ายเรื่องราวจะเป็นอย่างไร ต้องติดตามชมในมิวสิควิดีโอเพลง “ปริญญาเจ็บ” “เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ได้ออกเพลงใหม่ๆ มาให้แฟนเพลงที่รอคอยกัน อัลบั้มนี้ใช้เวลาทำเกือบ 1 ปีเต็ม พิถีพิถันมากอาจารย์สลา ก็ยังดูแลเหมือนเดิม ตอนได้เพลง ปริญญาเจ็บ มาก็ชอบมากๆ ตอนร้องก็ทำอารมณ์ของลูกผู้หญิงคนนึงที่ลำบากมาด้วยกัน พอถึงวันสบายหน่อย ฝ่ายชายก็ดันมาเปลี่ยนไป จากที่เคยเปรียบผู้ชายเป็นเหมือนปริญญาใจ ก็เลยกลายเป็นปริญญาเจ็บไปซะนี่ คงถูกใจลูกผู้หญิงที่ตกอยู่ในสถานะนี้แน่นอน ตอนถ่ายทำมิวสิควิดีโอ ก็เห็นน้องๆ เขาแสดงกันอย่างเต็มที่ มันเจ็บใจตรงที่ต้องขับรถขายกับข้าว ตามหาแฟน ซึ่งไม่รู้ว่าไปมีกิ๊กอยู่ที่ไหน เจ็บปวดมาก อยากให้ลองชมกันค่ะ เพลง ปริญญาเจ็บ เป็นซิงเกิ้ลแรกที่ใช้เปิดตัวอัลบั้ม ชุดที่ 16 นี้ ฝากเป็นกำลังใจให้พี่นาง ศิริพร ด้วยนะคะ โดยมิวสิควีดีโอเพลง ปริญญาเจ็บ จะปล่อยให้ชมครั้งแรก ในวันอังคารที่ 28 เมษายนนี้ ทางช่องแฟนทีวี เวลา 16.30 น. และทาง แกรมมี่ โกลด์ ยูทูป เวลา 19.00 น. ค่ะ" ศิริพร อำไพพงษ์ กล่าว เพลง : ปริญญาเจ็บ ศิลปิน : ศิริพร อำไพพงษ์ คำร้อง/ทำนอง สลา คุณวุฒิ เรียบเรียง ธีระพงษ์ ศักดิ์แก้ว ---------------------------------------------------- ถึงบ่ฮู้จริงแต่ลูกผู้หญิงทุกคนรู้สึก ซ่อนลึกเพียงใดหัวใจก็รู้ ผู้หญิงในไลน์ เอิ้นอ้ายเดินออกไปนอกประตู จะเอิ้นว่ากิ๊กหรือชู้คนเป็นคู่ก็มีน้ำตา เคียงข้างกันมา กี่หมื่นปัญหาก็พาก้าวผ่าน วันนั้นมีอ้ายแทนปริญญา เดินฝ่าความจน ทนผ่านความท้อจนพอลืมตา บ้านรถสู้จนได้มา แต่ฮักเดินสวนทางไป ปริญญาใจกลายเป็นปริญญาเจ็บ คนเคยหาตังค์ให้เก็บ ทุกวันหาความช้ำให้ มีรถคันงาม ต้องใช้ขับตามดูแฟนนอกใจ บ่ฮู้จะให้ปริญญาเจ็บ กี่ใบถึงพอ ต้องกอดช้ำรอ ยืนต้านความท้อรอใจอ้ายกลับ ยอมรับว่าใจเหนื่อยเกินแล้วหนอ อีกนานเท่าใด จะกลับมาเป็นคนดีที่รอ วิจัยความเจ็บมาพอ วันนี้ใจรอเกรดฮักจากอ้าย ปริญญาใจกลายเป็นปริญญาเจ็บ คนเคยหาตังค์ให้เก็บ ทุกวันหาความช้ำให้ มีรถคันงาม ต้องใช้ขับตามดูแฟนนอกใจ บ่ฮู้จะให้ปริญญาเจ็บ กี่ใบถึงพอ ต้องกอดช้ำรอ ยืนต้านความท้อรอใจอ้ายกลับ ยอมรับว่าใจเหนื่อยเกินแล้วหนอ อีกนานเท่าใด จะกลับมาเป็นคนดีที่รอ วิจัยความเจ็บมาพอ วันนี้ใจรอเกรดฮักจากอ้าย อยากได้ปริญญาใจ อีกใบให้ได้บ่หนอ มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ตอกให้น้องแหน่ -  โบว์ดำ ลำซิ่ง อาร์ สยาม
ตอกให้น้องแหน่ /  หมอลำ / 

อาร์สยาม ภูมิใจเสนอ นักร้องหมอลำน้องใหม่ โบว์ดำ ลำซิ่ง อาร์สยาม โบว์ดำ ลำซิ่ง อาร์สยาม สาวอีสานจากเมืองร้อยเกิน ดีกรี แชมป์หมอลำซิ่งแห่งประเทศไทย กับเพลง ตอกให้น้องแหน่ เมื่อคืนน้องนอนบ่หลับ ลุกขึ้นขยับ พลิกขวาพลิกซ้าย คืนก่อนกะนอนฝันร้าย เกือบแม่นไหลตายว่าผีจับหัว ตื่นมางัว งัว เงีย เงีย ขาสั่นเทีย เทีย คั่นเนื้อคั่นตัว แนมเบิ่งเข็มนาฬิกา มันเลยเวลาตั้งแปดโมงกว่า ตอกบัตรบ่ทันแล้วตั๊ว สิเฮ็ดจังใด๋ จังสิทันเข้างาน เลยฟ้าวโทรมาหาอ้าย สิยากสิง่ายเฮาต้องซอยกัน ตอกแหน่ ตอกให้น้องแหน่ ตอกให้แหน่ ตอกบัตรเข้างาน หัวหน้าแผนกของน้อง เพิ่นคอยสอดส่องน้องย้านย่าน ขอย้ำอีกเทือแล้วกัน ฮอดหม่องเฮ็ดงาน ซอยตอกให้แหน่ อ๊ะตอกให้น้องแหน่ * ตอก ตอกให้น้องแหน่ กรุณาตอกให้น้องแหน่ เข้างานบ่ทันแท้ แท้ ฟ้าวตอกให้แหน่ เจ้านายสิว่า วอนอ้ายตอกให้เสียงดัง ตอกหน้า ตอกหลัง ตอกซ้าย ตอกขวา ฟ้าวเด้อสิเบิ๊ดเวลา เห็นใจเถิดหนา ซอยตอกให้แหน่ ** ตอกให้ซูมื้อแฮงดี เว้าอีหลี อีหลีเด้บ่ได้ตอแหล ถ้าอ้ายบ่ตอกให้น้อง คราวนี้รับรองตกงานแน่ แน่ ตอกให้เสียงดังปัก ปัก ตอกคัก คัก อ๊ะตอกให้น้องแหน่ ตอกให้เสียงดังปัก ปัก ให้คนฮู้จัก ว่าตอกให้กันแล้ว ว่าอ้ายตอกให้แล้ว อย่าลืมตอกให้น้องเด้ออ้ายเด้อ ( ซ้ำ * / ** ) ฟ้าวมาตอกให้น้องแหน่ เด้ออ้ายเด้อ ---------------------------------------------------------- เพลง : ตอกให้น้องแหน่ ศิลปิน : โบว์ดำ ลำซิ่ง อาร์ สยาม คำร้อง / ทำนอง : ทองพิณ สารคาม , จินนี่ ภูไท เรียบเรียง : จินนี่ ภูไท

หมอดู 10 โหราศาสตร์สุดแปลก Thailand Only
ดูดวง /  ศาสตร์แปลก / 

หมอดู ศาสตร์แปลกในประเทศไทย ขึ้นชื่อว่า Thailand Only ย่อมไม่มีใครเหมือนอย่างแน่นอน ไม่เว้นแม้แต่ศาสตร์ดูดวงในเมืองไทยมี หมอดู ชื่อดังที่ใช้ ศาสตร์อื่นๆในการทำนายดวง ที่ไม่เหมือนศาสตร์ทั่วไปที่เราคุ้นเคย แม่หมอ แห่ง Horoscope.mthai.com  เลยรวบรวม 10 หมอดู ศาสตร์แปลก มาฝากกันค่ะ เผื่อจะสนใจเป็นอีกตัวเลือกใหม่ในการดูดวง 1. ดูดวงจาก รูเล็ต โดย "หมอ เอื้อ อัครเทพ" หมอดู รูเล็ตผ่าดวง หนึ่งเดียวในโลก ใช้เวลาศึกษาคิดค้นศาสตร์ดูดวงด้วยรูเล็ตกว่า 10 ปี เป็นการนำเอา 4 ศาสตร์ แห่งการหยั่งรู้ ทั้งตะวันตก และ ตะวันออก มารวมกันและปรับใช้ เข้าหากันอย่างลงตัว 4 ศาสตร์ จำแนก ชะตา ชีวิต ทั้ง 4 แขนง ได้แก่ 1.)การพยากรณ์ที่อาศัยจักรวาลและดวงดาวในการทำนาย เช่น โหราศาสตร์ หัวใจของดวงดาว 2.)การพยากรณ์โดยอาศัย วิธีการอธิฐานศาสตร์ เช่น เซียมซี หัวใจของเทพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 3.)การอาศัย ร่างกายในการทำนาย เช่น โหงวเฮ้ง ลายมือ หัวใจของฟ้า 4.)การพยากรณ์ที่อาศัย พลังจิต เช่น การนั้งทางใน หัวใจของสวรรค์ เมื่อนำทั้ง 4 ศาสตร์มารวมกัน ได้เป็นเป็นศาสตร์ใหม่ ผสมผสานอย่างลงตัว โดยให้ผู้รับคำทำนาย อธิฐาน ในสิ่งที่อยากรู้ แล้วหมุนวงล้อรูเล็ตและปล่อยลูกบอลให้วิ่งไปบนวงล้อนั้น ลูกบอลจะตกลงไปอยู่ในช่องใดช่องหนึ่ง ซึ่งทุกช่อง ทุกเลขมีความหมาย เป็นรหัสลับจากสวรรค์ รหัสลับแห่งชีวิต เป็นสัญญลักษณ์ของดวงดาวทางโหราศาสตร์ และเลขศาสตร์ (Numerology)  สามารถบอกได้ ทั้งเคระห์กรรมดีและไม่ดี ทั้งบุญและบาปของบุคคลนั้น 2."ศาสตร์ไพ่มาจอง" หรือไพ่นกกระจอกของนักโหรา "ฮั่น มาจอง" ที่ผันตัวเองจากอินทีเรียมือดี มาเป็นนักทำนายดวงอาชีพเมื่อ 6-7 ปีที่ผ่านมา ฮั่น มาจอง อธิบายศาสตร์การดูดวงของตัวเองให้ฟังว่า การดูไพ่ของเขานั้นมีรากมาจากสังคมเกษตรกรรม อิงกับปรัชญาจีนโบราณ แล้วผนวกกับความรู้ด้านอื่นๆ ของจีน ผ่านตัวไพ่ 144 ตัว พร้อมด้วยกระดานนภา 13 ตำแหน่ง จึงต่อยอดการตอบโจทย์ของผู้มาทำนายได้หลากหลาย ประมาณว่าอยากรู้อะไรก็บอกได้ และให้รายละเอียดได้เป็นอย่างดีอีกด้วย การดูดวงทั่วไปแบบวันเดือนปีเกิดจะให้แต่พื้นดวงว่าใครวาสนาจะเป็นอย่างไร แต่ตัวไพ่มาจองจะให้รายละเอียดในเรื่องของคำตอบ แบ่งเป็น 4 ด้าน ได้แก่ ดวงชะตาตัวเอง สิ่งกำลังเกิดขึ้น การตอบโจทย์ปัญหา และบทสรุปของการแก้ปัญหา และมีความเชื่อของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของจีนเข้ามาด้วย อย่างไรก็ตาม ผมนิยมดูอนาคตมากกว่าอดีต ส่วนความแม่นยำของการทำนายก็อยู่ที่ราวๆ 70% ขึ้นไป 3.หมอดู สเก็ตซ์กรรม โด่งดังและเป็นที่พูดถึงมากที่สุดในช่วงนี้ หลังจากที่ได้มาออกรายการวูดดี้เกิดมาคุยถึงหลายครั้ง สำหรับ "หมอเก่ง สเก็ตซ์กรรม" กับเรื่องราวและความสามารถของเขา ที่ไม่เหมือนคนอื่น ด้วยการวาดภาพวิญญาณที่กำลังรังควาน และ รับรู้ได้ว่าวิญญาณเหล่านี้นั้นเป็นใคร และเกี่ยวข้องอะไรกับคนที่มีชีวิตอยู่ หมอเก่ง ได้เล่าว่าเคยเฉียดตายมาแล้วตอนอายุ 9 ขวบ และด้วยการจมน้ำและฟื้นขึ้นมาพร้อมกับมีเหรียญหลวงพ่อบ้านแหลมติดมาด้วยนั้นเอง ซึ่งพ่อของหมอเก่งเชื่อว่าเป็นเพราะบารมีของหลวงพ่อช่วยชีวิตหมอเก่งเอาไว้ และหลังจากนั้น หมอเก่งก็ได้ไปบวชและก็พบเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับดวงวิญญาณไม่ว่าจะเป็น ผี คนตาย และ เจ้ากรรมนายเวร จากที่เห็นเพียงเลือนลางมาเป็นภาพขาวดำ จนเห็นชัดเป็นสี จนสามารถสเก็ตซ์ออกมาเป็นภาพได้อย่างชัดเจน และก็ยังสามารถรับรู้ได้อีกด้วยว่า เป็นใครมาจากไหน แล้วเป็นอะไรตาย และต้องการอะไร รวมไปถึงคนที่มีปัญหาในชีวิต ชีวิตไม่ราบรื่น ทำไมไม่รวยสักที ซึ่งหมอเก่งก็สามารถสเก็ตซ์และบอกได้ว่าเพราะอะไร? 4.หมอดูหลังมือ เคยแต่หงายมือให้หมอดู มาครั้งนี้คว่ำมือให้ “อ.คงชลัฐ สว่างเรือง”ทาย ซึ่งบอกตรงๆ ว่า อึ้ง ทึ่ง เสียว เพราะ 80-90% ถูกต้อง หลักการทายหลังมือมีเส้นชีวิต เส้นการงาน เส้นกำเนิด เส้นการเงิน และเส้นอารมณ์ หลายเส้นที่คล้ายกับการดูฝ่ามือด้านใน เช่น ถ้าเส้นชีวิตขึ้นซ้อนกันจะเก็บเงินอยู่และร่ำรวย แต่ถ้าเส้นถ่างออกกว้างจะเก็บเงินไม่อยู่  บางคนมีเส้นนี้ชัดจะร่ำรวยมาก หลังมือดูได้ทั้งอดีต ปัจจุบัน อนาคต และดีกว่าหน้ามือตรงที่ให้คำทำนายชัดเจนได้เป็นพิเศษเกี่ยวกับเรื่องโรคภัย ไข้เจ็บ เรื่องโรค เรื่องเคราะห์จะแม่น สีของเล็บก็ใช้ดูประกอบด้วย สีเล็บของแต่ละนิ้วหมายถึงจุดต่างๆ ในร่างกาย จะบ่งบอกถึงอาการและชนิดของโรคที่เจ้าของมือเป็น  หลายครั้งที่เส้นมรณะขึ้น อาจารย์บอกว่าดูแล้วไม่เคยพลาด คนที่มีเส้นนี้ขึ้นมักต้องเสียชีวิตภายใน 2 สัปดาห์ เส้นหลังมือนี้ไม่เปลี่ยน ไม่ลด มีแต่จะเพิ่มขึ้น การต่อของเส้น หรือการประของเส้นมีความหมายในทางพยากรณ์ทั้งสิ้น  ที่สำคัญต้องขอบอกว่าแม่นยำเหนือความคาดหมายจริงๆ!! 5.โหรกีตาร์ "กฤษณะ วงศ์นาวัฒน์" เป็นที่รู้จักกันดีเมื่อเขาออกรายการโทรทัศน์และได้รับการสัมภาษณ์ลงหนังสือมากมายหลายฉบับ นักดนตรีที่มาพร้อมกับกีตาร์คู่ใจ โดยจะให้ลูกค้าเลือกคอร์ดเองว่าชอบคอร์ดไหนเป็นพิเศษ และถ้าระดับตัวโน้ตแตกต่างกันไป ก็จะทำให้พลังงานที่ออกมานั้นแตกต่างกันด้วย กล่าวคือกีตาร์นั้นสามารถแยกเสียงได้เป็น 21 เสียง เท่ากับ 21 ประเภทบุคคล มีคอร์ดพิเศษอีก 8 คอร์ด รวมทั้งหมดเป็น 29 คอร์ด เมื่อรวมทุกรายละเอียดของคอร์ดแล้วก็จะเสมือนว่าเท่ากับหนึ่งภพภูมิ คือจักรวาลของโลกเราพอดี และเมื่อเราเลือกคอร์ดแล้ว หมอกฤษณะจะเล่นกีตาร์ด้วยคอร์ดที่เลือกอย่างไพเราะเพราะพริ้งสมกับเป็นนัก ดนตรีเก่า พร้อมกับบอกคำทำนาย 6.สัมผัสจิตผ่านใบไม้ ได้ยินไม่ผิด! ใบไม้บอกชะตาชีวิตหรือพื้นฐานชีวิตของทุกคนได้ ต้นไม้เป็นเหมือนชีวิตเรามากที่สุด เพราะมีเกิด เติบโต เติบใหญ่ แตกกิ่งก้านสาขา ออกดอกออกผล แม้แต่การหายใจก็ยังต้องใช้ออกซิเจน "สุมาลี อาแวกะจิ" หรือชื่อที่เธอขอให้ทุกคนเรียกคือ พี่บิ๋ม ชาวปราจีนบุรีวัย 47 ปี สืบทอดศาสตร์การดูใบไม้มาจากคุณพ่อ เธอบอกว่าวิชานี้ไม่มีการเรียนการสอนที่ไหน แต่เมื่อถึงเวลาก็จะดูได้เอง และจะสืบทอดไปถึงรุ่นลูก ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะเป็นลูกคนไหน วิธีดูใบไม้ของพี่บิ๋มคือ ให้เลือกใบไม้ไปให้พี่บิ๋มดูคนละใบ นั่งเผชิญหน้ากัน แล้วสัมผัสจิตผ่านใบไม้ เธอจะบอกเรื่องราวและตอบข้อข้องใจแก่ผู้ดูได้ไม่มีที่สิ้นสุด จะคุยสั้นคุยยาวแค่ไหนขึ้นอยู่กับแต่ละคน ที่พิเศษคือมีการติดตามผล โดยจะซักถามภายหลังว่าประสบความสำเร็จหรือไม่ อย่างไร สุดยอดจริงๆค่ะ 7.ไพ่ไทย ไพ่ไทยชุดแรกของไทยและของโลก อันเกิดจากการศึกษาเรียนรู้และสั่งสมการทำนายของโหราศาสตร์ทุกแขนงเพื่อถ่าย ทอดเป็นรูปภาพลงในรูปไพ่ ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดย อ.พรหมญาณ รัตนญาณพิโมกขิ์ นำเอาประวัติเทพเทวดาและเรื่องราวของตัวละครในวรรณคดีและนิทานพื้น บ้านของไทยมาใช้ในการอธิบายบนหน้าไพ่ เช่น ขุนแผนกับนางพิมพิลาไลย นางเบญจกัลยาณี ไกรทองปราบชาละวัน พระรามกับนางสีดา พระอภัยมณีกับนางผีเสื้อสมุทร และพระพรหมฤๅษี ฯลฯ นอกจากนั้นแล้วยังมีไพ่อีกสองใบที่จะไม่นำมาสับรวมในสำรับเด็ดขาด นั่นก็คือพระพรหม และพญาพิเภก ซึ่งถือว่าเป็นไพ่ครู ใช้สำหรับการวางเป็นตัวแทนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้การดูไพ่แม่นยำและถูกต้องมากยิ่งขึ้น จุดเด่นของไพ่พรหมญาณอยู่ที่ความง่าย เพราะเมื่อดูภาพแล้วจะสามารถเข้าใจได้ในระดับหนึ่ง เพราะทุกอย่างที่อยู่บนหน้าไพ่นั้นผูกพันกับเราคนไทยมานานแสนนานแล้ว ไม่แปลกที่เมื่อพลิกไพ่ขึ้นมาคุณจะทั้งตื่นเต้น สนุกสนานและเพลิดเพลิน รวมทั้งเข้าใจอารมณ์ของไพ่เป็นอย่างดี เหมือนกับว่ากำลังอ่านวรรณคดีไทยฉบับรีมิกซ์อยู่เลยทีเดียว 8.หมอดูลายเท้า วิชาดูลายเท้าเป็นของศาสนาอิสลาม ในวัยเด็กครอบครัวของ  อ.พิศมัย ทรัพย์สุคนธ์ นับถือศาสนาอิสลาม และเรียนวิชาดูลายเท้าตั้งแต่อายุ 8 ปี เรียนจบตอนอายุ 16 และเริ่มดูหมอนับแต่นั้นมา 60 ปี ผ่านไป ศาสตร์การดูลายเท้าทำให้เธอโด่งดังมากขึ้น ทั้งออกรายการโทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ และชื่อเสียงก็แพร่หลายไปยังนานาประเทศ การดูลายเท้าไม่ใช่ว่าใครจะดูจะศึกษาก็ได้ แต่ศาสตร์จะเป็นผู้เลือกคนที่จะเป็นหมอดูเอง อ.พิศมัยพูดถึงตัวเองว่า เป็นลูกชาวนาชาวไร่ แต่ฝ่าเท้านิ่ม มีลายเท้าไม่เหมือนใคร อ.พิศมัย สามารถดูลายเท้าไม่ถึง 5 วินาที ก็สามารถเล่าเรื่องราวชีวิตของคนคนนั้นได้เป็นฉากๆ  การดูลายเท้าก็เหมือนการดูลายมือ เส้นไม่เปลี่ยนแต่อาจจะมีเพิ่มขึ้น อ.พิศมัยแอบเผยความลับลายเท้าให้เรารู้ว่า ถ้าใครมีเส้นกากบาทขึ้นที่บริเวณนิ้วโป้งเท้า นั่นหมายความว่าดวงถึงฆาต! แต่เธอสามารถบอกวิธีต่ออายุได้ จะจริงเท็จอย่างไรคงต้องพิสูจน์ด้วยตัวเอง 9.ศาสตร์แห่งครัสตัล "กามล แสงวงศ์" เอ่ยว่าศาสตร์การดูดวงแขนงนี้เขาเป็นเจ้าตำรับคิดขึ้นมาเอง โดยดัดแปลงตกผลึกจากศาสตร์พยากรณ์โหราศาสตร์สากล ดวงดาว ไพ่ยิปซี และเลขศาสตร์ และใช้คริสตัล 5 สี ได้แก่ สีแดง สีขาว สีน้ำตาล สีฟ้า และสีฟ้าอมเขียว เป็นตัวแทนธาตุไฟ, ดิน, น้ำ, ลม และไม้ จำนวน 100 เม็ด เป็นตัวกลางในการสื่อสาร โดยไม่ต้องใช้วันเดือนปีเกิดหรือเวลาตกฟากมาคำนวณ ส่วนวิธีการดูก็ไม่ยุ่งยาก นักพยากรณ์กามล บอกว่า แค่หยิบเม็ดคริสตัลขึ้นมาตามใจที่อยากจะหยิบ แล้วเอามาวางไว้บนผ้า จากนั้นเขาก็จะเริ่มทำนาย (ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าแค่วิธีการแค่นี้ แต่ความแม่นยำนั้นเข้าขั้น 85-90% ทีเดียวนะจ๊ะ) "สิ่งที่หยิบออกมาก็คือแบบจำลองในชีวิตหรือจุดกำเนิดในชีวิตของคุณ เมื่อได้สัมผัสพลังชีวิตที่คริสตัลดูดซับไว้ ผมก็จะสามารถแนะนำให้รู้ว่าชีวิตของคุณนั้นมีศักยภาพอะไรบ้าง และตัวคุณเองจะสามารถปรับตัวให้เข้ากับศักยภาพที่มีได้มากน้อยเพื่อต่อยอด ได้ขนาดไหน ทั้งนี้ เพราะศาสตร์แห่งคริสตัลไม่ใช่การทำนายในเชิงโหราแบบลิขิตชะตา ทว่า จะเน้นการให้คำแนะนำตามความเป็นตัวตน ดูจุดดี จุดเด่น  และสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวยค่ะ 10.ศาสตร์หมากรุกจีน ขณะที่ "ศาสตร์หมากรุกจีน" ที่เคยรุ่งเรืองเมื่อ 6,000 ปีก่อน และซบเซาในอีก 1,000 ปีให้หลัง จนเริ่มมาบูมอีกครั้งในปัจจุบัน ก็เป็นอีกหนึ่งการดูหมอที่ไม่ใคร่จะได้พบเจอได้ทั่วไป (ยกเว้นย่านเยาวราช) คงมีแต่ "นริศ สหชาติศิริ" นักพยากรณ์วัย 64 ปีที่ยังคงทำนายได้ และอายุงานกว่า 30 ปีก็เป็นเครื่องการันตีความเก๋าในด้านความแม่นยำได้เป็นอย่างดี โดยใช้พื้นฐานศาสตร์มาจากปฏิทินชาวนา และปราชญ์จีนมารวบรวมเป็นตำรา ความพิเศษของการดูดวงด้วยศาสตร์ดังกล่าวคือ จะแม่นเรื่องหาฤกษ์ยามมาก โดยเฉพาะฤกษ์ดีอย่างฤกษ์แต่งงาน ผ่านการใช้สัญลักษณ์ของดิน, น้ำ, ไฟ, ทอง และเทวดาประจำตัว ซึ่งทั้งหมดจะคำนวณจากวันเดือนปีเกิดและเวลาตกฟาก แล้วค่อยๆ วางหมากรุกจากตัวหมาก 22 ตัว แบ่งเป็นหมากนภา 10 ตัว และหมากปฐพี 12 ตัว ลงใน 8 ช่อง 4 แถว ที่จะระบุให้รู้ถึงระดับวาสนา อาชีพสังคม เนื้อคู่ ความร่ำรวย สังขาร อาการเจ็บป่วย ชื่อเสียง ความหวัง คุณธรรม และจะดียิ่งขึ้นหากทำนายพร้อมกันเป็นคู่สามี-ภรรยา เพราะจะได้รู้ว่าใครหนุนใคร ขาดตกบกพร่องตรงไหน เทวดาประจำตัวให้คุณให้โทษอย่างไร หลบเลี่ยงหรือแก้เคล็ดได้หรือไม่ เรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

โฟร์ ขอฉายเดี่ยวเซ็กซี่ ทิ้งน้องมด อยู่กองละคร
โฟร์ ศกลรัตน์ /  มด ณปภัช / 

เป็นเน็ตไอดอลรุ่นแรกสมัยที่ประเทศไทยเริ่มมีอินเทอร์เน็ตใช้ สำหรับอดีตสาวน้อยสายแบ๊วฟันเหล็ก โฟร์ ศกลรัตน์ ที่มา พ.ศ. นี้เธอโตเป็นสาวสะพรั่ง และขอสลัดภาพสาวแบ๊วๆ กลายเป็นสาวแรงๆ มั่นๆ ที่ทำเอาหนุ่มๆ ช็อคกับคำหยาบๆ ที่เธอเคยโพสต์ด่าใครก็ไม่รู้ลงในอินสตาแกรมมาแล้ว ล่าสุดเธอก็ขอลุกขึ้นมาฉายเดี่ยวถ่ายแฟชั่นเซ็กซี่ต้อนรับซัมเมอร์เรียกเรตติ้งอีกครั้ง หลังจากที่เคยถ่ายแฟชั่นเซ็กซี่คู่กับดูโอ้อย่าง มด ณปภัช มาแล้ว ซึ่งงานนี้กระแสตอบรับจากหนุ่มๆ หลายๆ คน ก็ยังฟินกับแฟชั่นเดี่ยวๆ ของสาวโฟร์ ส่วนสาวมดเธอก็หันมาเอาดีทางด้านงานละคร จนขึ้นแท่นเป็นนางเอกเบอร์ต้นๆ ของทางช่อง 8 ไปแล้ว ส่วนผลงานเพลงที่หลายๆ คนเฝ้ารอ อาจจะต้องรอกันอีกสักพักใหญ่ๆ กับโปรเจกต์พิเศษ 10 ปี โฟร์-มด ภาพจากนิตยสาร สุดสัปดาห์ โฟร์ ศกลรัตน์ โฟร์ ศกลรัตน์ โฟร์ ศกลรัตน์ โฟร์ ศกลรัตน์ โฟร์ ศกลรัตน์

ผวาคาร์บอมบ์! รถนักร้องเร้กเก้ชื่อดัง บึ้มสนั่นกลางท่าเรือสมุย
คาร์บอมบ์ /  คาร์บอมบ์สมุย / 

รถติดแก๊สของนักร้องนำวงดีฟโอซี เจ้าของเพลงฮิต "เกาะสมุย" เกิดระเบิดดังสนั่นกลางท่าเรือเฟอร์รี่เกาะสมุย ผวาโดดหนีออกจากรถ ประชาชนแตกตื่นหวั่นคาร์บอมบ์ซ้ำ วันนี้ (16 เม.ย.) เกิดเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ บริเวณถนนบริเวณท่าเทียบเรือเฟอร์รีเกาะสมุย หมู่ 3 ต.อ่างทอง อ.เกาะสมุย จึงประสานรถดับเพลิงรุดไปช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุพบกลุ่มควันจำนวนมากพวยพุ่งออกมาจากใต้ท้องรถจิ๊ป เชอโรกี สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน ทะเบียน7ษ-8302 กรุงเทพมหานคร ท่ามกลางความตกใจของประชาชน ที่เกรงว่าอาจเกิดระเบิดได้ โดยเจ้าหน้าที่ได้เร่งต่อสายระดมฉีดน้ำยับยั้งจนสามารถควบคุมเอาไว้ได้ ส่วนเจ้าของรถคือ นายชลขจร ทองพบ หรือ "เอก ดีฟโอซี" นักร้องนำวงดีฟโอซี เจ้าของเพลงฮิตแนวเร้กเก้ "เกาะสมุย" โดยเปิดเผยว่า ตนและเพื่อนรวม 4 คน กำลังเดินทางกลับจากเกาะสมุยเพื่อมุ่งหน้าไป จ.กาญจนบุรี หลังเพิ่งมาเล่นคอนเสิร์ตในช่วงวันสงกรานต์เสร็จสิ้น แต่ปรากฎว่าได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นภายในรถ แต่ยังไม่รู้ว่ามาจากจุดไหน ด้วยความตกใจประกอบกับเพิ่งเกิดเหตุรุนแรงขึ้นในพื้นที่ ทำให้พวกตนผวาและตื่นตระหนกมาก จึงรีบเปิดประตูโดดลงมาจากรถทันที พร้อมประสานคนมาช่วยเหลือ เบื้องต้นพบว่า บริเวณท่อน้ำมันที่เชื่อมต่อระหว่างน้ำมันกับแก๊สมีอาการขัดข้อง ส่งผลให้เกิดมีเสียงระเบิดขึ้นและมีกลุ่มควันพุ่งออกมา จนทำให้ตำรวจที่ประจำจุดคัดกรองรถยนต์ที่ขึ้นเกาะสมุย และชุประชาชนต่างตกใจกับเสียงที่ดังสนั่น เพราะยังอยู่ในอาการผวากับเหตุคาร์บอมบ์ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลฯสมุย เกรงว่าเป็นเหตุคาร์บอมบ์ครั้งที่สอง MThai News

แพ้แล้วพาล เกรียนเรือใบล้อเลียน แฟนบอล ผีเรื่องอุบัติเหตุที่มิวนิค
พรีเมียร์ลีก /  ฟุตบอล / 

แฟนบอล แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกแนวแพ้แล้วพาลหลังจากเกมดาร์บี้เมืองแมนฯ ที่บุกโดน แมนฯ ยูฯ ถลุงเละคา โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด 4-2 โดยแฟนบอลเรือใบไปขุดเอาเรื่องเก่าของคนที่เสียชีวิตไปแล้วในเหตุการณ์ปี 1958 จากกรณี “โศกนาฏกรรมที่มิวนิค” ขึ้นมาล้อเลียนเป็นเพลง เรื่องเพิ่งมาแดงสองสามวันนี้เพราะมีคลิปหลุดออกมาว่ามีแฟนบอลเรือใบกลุ่มหนึ่งตะโกนร้องเพลงล้อเลียนโศกนาฏกรรมครั้งนั้นอยู่ที่หน้าสนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เป็นการกระทำที่ไร้ซึ่งความเคารพต่อผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุในครั้งนั้น ต้องรอดูว่าเมื่อเรื่องถึงตำรวจแล้วจะสามารถจัดการกับแฟนบอลอีคิวต่ำพวกนี้ได้อย่างไร เรื่องนี้ก็ให้แง่คิดว่าที่ไหนมี “ฟุตบอล” ที่นั่นมี “เกรียน” ไม่เว้นแม้แต่ประเทศที่เจริญสุดๆ แล้วอย่างอังกฤษ

นิชคุณ จ่อคิวเสิร์ฟซีรี่ส์ฮิต ข้ามฟ้าตามหารัก ผ่านช่อง True4U
2PM /  Khun / 

นิชคุณ จ่อคิวเสิร์ฟซีรี่ส์ฮิต ข้ามฟ้าตามหารัก ผ่านช่อง True4U เริ่มตอนแรก 20 เมษายนนี้ หลังจากซีรี่ส์เรื่อง ข้ามฟ้าตามหารัก (One and a half summer) ซึ่งออนแอร์ผ่านเวบไซต์ของประเทศจีน สร้างปรากฎการณ์ด้วยยอดผู้ชมถึง 400 ล้านวิว จนกลายเป็นซีรี่ส์สุดฮิตและติดอันดับท็อปไปแล้ว ล่าสุดก็ถึงเวลาที่แฟนๆ ชาวไทย จะได้พบกับ นิชคุณ หรเวชกุล หนุ่มหน้าใสแห่งวง 2PM, ฉีลู่ นักแสดงสาวหน้าใหม่ที่มาแรงจากจีน รวมถึง เจีย สาวสวยจากสมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปวง Miss A และนักแสดงวัยรุ่นอีกมากมายที่จะมาสร้างสีสันสดใสบนหน้าจอ! ข้ามฟ้าตามหารัก เป็นซีรี่ส์จีนแนวโรแมนติก-คอมิดี้-ดราม่า กับเรื่องราวความรักของ จางห้าว(นิชคุณ) หนุ่มลูกครึ่งจีนอเมริกัน ที่กลับมาประเทศจีนเพื่อตามหารักครั้งแรกของเขา นั่นคือ หลัวม่าน(ฉีลู่) หญิงสาวที่จางห้าวบังเอิญเจอกันที่ซานโตรินี ประเทศกรีซ และตกหลุมรักทันที ก่อนที่เขาจะเก็บหนังสือที่เธอทำตกไว้ และนี่คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางข้ามฟ้าเพื่อตามหารักที่เมืองจีนของจางห้าว เตรียมรับชมซีรี่ส์ ข้ามฟ้าตามหารัก (One and a half summer) ซึ่งจะนำมาฉายเป็นครั้งแรกผ่านดิจิตอลฟรีทีวีให้กับแฟนๆ ชาวไทยได้อิน-ฟิน-จิ้นกันสุดๆ ทุกวันจันทร์-วันอังคาร เวลา 19.00 น. เริ่มตอนแรก 20 เมษายนนี้ ผ่านช่อง ทรูโฟร์ยู (True4U) ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ปาบึ้มบ้าน ผู้ใหญ่บ้าน เจ็บ1เชื่อปมการเมือง
ข่าวล่าสุด /  บึ้ม / 

คนร้าย ปาระเบิดใส่บ้านพักผู้ใหญ่บ้าน และเป็นที่ปรึกษา นายก อบต. เจ้าตัวฟันธง การเมืองท้องถิ่น เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรบ้านกุ่ม รับแจ้งมีคนร้ายลอบปาระเบิดใส่ บ้านเลขที่ 2/3 หมู่ 12 ซึ่งที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 อยู่ติดถนนสาย ลพบุรี-บ้านแพรก ต.งิ้วราย อ.เมือง จ.ลพบุรี ของ นายทวีป ควันทอง อายุ 54 ปี ผู้ใหญ่บ้านและที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนตำบลงิ้วราย จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วย ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 13 ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน จากการตรวจสอบพบว่า แรงระเบิดทำให้กระจกหน้าต่างแตกไปหลายบาน กระเบื้องหลังคาแตก โต๊ะไม้หินพังไป 1 ตัว และที่พื้นข้างโต๊ะม้าหิน พบหลุมระเบิดตรวจสอบความลึกประมาณ 50 เซนติเมตร กว้าง 5 เซนติเมตร พร้อมพบกระเดื่องระเบิด แบบสังหาร M26 ตกอยู่บนพื้นทางเข้าหน้าบ้าน ห่างจากหลุมระเบิดประมาณ 25 เมตร ซึ่งแรงระเบิดยังทำให้ นางสมควร ควันทอง อายุ 55 ปี ภรรยาผู้ใหญ่บ้าน ถูกกระจกกระเด็นใส่เป็นบาดแผลที่หน้าท้อง ขณะ นายทวีป เล่าให้ฟังว่า ช่วงเกิดเหตุไปงานนอกบ้าน ที่บ้านจะมี ภรรยาและหลานเฝ้าบ้าน หลังทราบว่า ที่บ้านถูกคนร้ายขว้างระเบิดใส่ จึงรีบกลับเข้ามาสอบถามภรรยา ซึ่งก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์มาจอดที่ริมถนนหน้าบ้าน จึงแง้มประตูดู แต่มองไม่เห็นใคร สักพักก็ได้ยินเสียงมีของหนักตกใส่หลังคาหน้าบ้านทะลุลงพื้น พร้อมกับมีเสียงระเบิดดังขึ้นและได้ยินเสียงคนร้ายขี่จักรยานยนต์หนีมุ่งหน้าไปทางตัวเมืองลพบุรี ทั้งนี้ นายทวีป คาดว่า สาเหตุน่าจะมาจากเรื่องการเมืองท้องถิ่นที่เคยมีปัญหาร้องเรียนกันมานานเป็นปีแล้ว ซึ่งตนก็ระวังตัวมาตลอดและเชื่อว่า คนร้ายน่าจะหมายปองเอาชีวิตตนอย่างแน่นอน

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

พี่น้องคนบันเทิง…โลดแล่นคับวงการ
พี่น้อง /  พี่น้องดารา / 

เข้าวงการมาแพคคู่เลยทีเดียว สำหรับบรรดาคู่พี่คู่น้องคนบันเทิง เรียกว่าสายเลือดเดียวกัน ความสามารถและออร่าซุปตาร์เลยเปล่งปลั่งเหมือนๆ กัน อ๊ะๆๆ แล้วพี่น้องคู่ไหนบ้างล่ะที่โลดแล่นเป็นดาวอยู่ในแวดวงบันเทิง เอาเป็นว่าตามไปดูด่วนๆ เลย ติ๊ก เจษฎาภรณ์ – ตั้น พิเชษฐ์ไชย หล่อทั้งคู่ สำหรับ ติ๊ก เจษฎาภรณ์ กับ ตั้น พิเชษฐ์ไชย ที่ตบเท้าเข้าวงการมาด้วยกันทั้งพี่ทั้งน้อง งานนี้แม้จะหล่อไม่แพ้กัน แต่ความแรงนั้น ดูจะห่างกันสักหน่อย เพราะพี่ชายนายติ๊กฮอตเวอร์แรงเวอร์นำหน้าหนุ่มตั้นไปหลายขุม ติ๊ก - ตั้น ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ตั้น พิเชษฐ์ไชย บีม กวี – บัว สโรชา ใครๆ ก็อิจฉาอยากเป็นสาว บัว สโรชา เพราะมีพี่ชายที่หล่อและเก่งอย่างหนุ่ม บีม กวี เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งคู่พี่น้องดาราที่น่ารักน่าหยิกและน่าเอ็นดูสุดๆ เวลานี้น้องสาวคนสวยแต่งงานออกเรือนไปนานแล้ว ก็ไม่รู้ว่าพี่ชายจะตามไปเมื่อไหร่เนอะ บีม - บัว บีม กวี บัว สโรชา พลอย เฌอมาลย์ – นุ่น ดารัณ เป็นอีกหนึ่งคู่ที่เข้าวงการมานาน สำหรับ พลอย เฌอมาลย์ และ นุ่น ดารัณ แม้พี่สาวอย่างนุ่นจะมีชื่อเสียงก่อน แต่ ณ ปัจจุบันนี้น้องสาวอย่างพลอยฮอตกว่าแรงกว่าเห็นๆ พลอย - นุ่น พลอย เฌอมาลย์ นุ่น ดารัณ เชอร์รี่ เข็มอัปสร – ปูเป้ รามาวดี 2 สาวหน้าหวานอย่าง เชอร์รี่ เข็มอัปสร กับ ปูเป้ รามาวดี ก็เป็นคู่พี่น้องที่ฝีมือการแสดงยอดเยี่ยม แม้ช่วงหลังสาวปูเป้จะออกเรือนใช้ชีวิตกับครอบครัวจนไม่ค่อยมีผลงานให้เห็นมากนัก แต่หลายคนก็จดจำได้ดีว่าพี่น้องคู่นี้ฝีมือแอคติ้งยอดเริ่ดขนาดไหน เชอรร์รี่ - ปูเป้ เชอรร์รี่ เข็มอัปสร ปูเป้ รามาวดี ยิปซี คีรติ – ยิปโซ รมิตา สวยเซี้ยวเปรี้ยวจี๊ดกันทั้งคู่ สำหรับ ยิปซี คีรติ กับ ยิปโซ รมิตา เรียกว่าเป็นขวัญใจหนุ่มๆ ทั่ววงการ เพราะความน่ารักและเป็นตัวของตัวเอง อีกคนสวยเป๊ะพักหลังๆ เซ็กซี่ขึ้นเยอะ ส่วนอีกคนแนวๆ ติสท์ๆ โดนใจ งานนี้ดูดีทั้งคู่จ้า ยิปซี - ยิปโซ ยิปซี คีรติ ยิปโซ รมิตา เกรซ กาญจน์เกล้า - แกรนด์ พรรณวรท สวยทั้งคู่และมีดีคนละแบบ สำหรับ เกรซ กาญจน์เกล้า กับ แกรนด์ พรรณวรท พี่น้องมากความสามารถที่ตบเท้าเข้าวงการมาจากเวทีประกวดด้วยกันทั้งคู่ แม้จะคนละเวที แต่ 2 คนนี้ประสบความสำเร็จในแวดวงบันเทิงมากๆ นะเออ เกรซ - แกรนด์ เกรซ กาญจน์เกล้า แกรนด์ พรรณวรท ชาย ชาตโยดม – มิค บรมวุฒิ จูงมือแฟนสาวแต่งงานไปแล้วทั้งคู่ สำหรับพี่น้องอารมณ์ดี ชาย ชาตโยดม กับ มิค บรมวุฒิ พี่น้องที่มีผลงานมากมายในแวดวงบันเทิง จุดนี้ลุ้นกันอย่างเดียวว่าจะมีเบบี๋มาวิ่งเล่นเมื่อไหร่ คริคริ ชาย - มิค ชาย ชาตโยดม มิค บรมวุฒิ วิกกี้ สุนิสา – ไรอัน สวยหล่อด้วยกันทั้งคู่ สำหรับ วิกกี้ สุนิสา เจทท์ กับ ไรอัน เจทท์ คู่นี้ผลงานละครมากมาย แต่มีใครรู้บ้างไหมน้า…ว่าหนุ่มหล่อสาวสวย 2 คนนี้เป็นพี่น้องกัน วิกกี้ สุนิสา ไรอัน เจทท์ บอย – หน่อง – ภัทร ยกกันมาเป็นแพคสำหรับครอบครัว ฉัตรบริรักษ์ งานนี้หนุ่ม บอย ปกรณ์ นำทีมฮอตกระฉูด ส่วน 2 หนุ่ม หน่อง ธนา กับ ภัทร แรงตามมาแบบเนิบๆ จ้า บอย - หน่อง - ภัทร บอย ปกรณ์ หน่อง ธนา ภัทร คริส หอวัง – พลอย หอวัง อีกคนหมวยสวยเซ็กซี่ ส่วนอีกคนสวยจี๊ดและแนวสุดโต่ง สำหรับ 2 พี่น้อง คริส หอวัง และ พลอย หอวัง แม้จะสวยกันคนละแบบ แต่คู่นี้เจิดเฉิดในวงการไม่แพ้ใครนะเออ คริส - พลอย คริส หอวัง พลอย หอวัง ฟาง ธนันต์ธรญ์ – เฟย์ พรปวีณ์ เป็นคู่พี่น้องนักร้องที่น่ารักน่าหยิก สำหรับ ฟาง ธนันต์ธรญ์ และ เฟย์ พรปวีณ์ แห่งวง เฟย์ฟางแก้ว เรียกว่าความใสความแบ๊วโดนใจหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่สุดๆ เป็นคู่พี่น้องที่สร้างสีสันให้กับวงการเพลงอีกหนึ่งคู่ ฟาง - เฟย์ เฟย์ พรปวีณ์ ฟาง ธนันต์ธรญ์ กอล์ฟ พิชญะ – ไมค์ พิรัชต์ หล่อไม่ไหวจะเคลียร์ด้วยกันทั้งคู่ สำหรับ กอล์ฟ พิชญะ และ ไมค์ พิรัชต์ ดูโอ้พี่น้องที่ครั้งหนึ่งกระชากใจสาวๆ ทั่วประเทศในฐานะนักร้องสุดฮอต ล่าสุดก็ยังคงครองใจสาวๆ อยู่ แต่หันมามีบทบาททางด้านการแสดงมากขึ้น กอล์ฟ - ไมค์ กอล์ฟ พิชญะ ไมค์ พิรัชต์ โย ยศวดี – เอ อัญชลี เป็นพี่น้องแห่งวงการนางแบบ สำหรับ โย ยศวดี กับ เอ อัญชลี ไม่ค่อยได้เห็นหน้าค่าตาผ่านจอแก้ว เพราะส่วนใหญ่โลดแล่นอยู่บนแคทวอล์ค แต่จัดว่าเป็นพี่น้องที่มีชื่อเสียงคับวงการคู่หนึ่งเลยก็ว่าได้ โย - เอ โย ยศวดี เอ อัญชลี นุช โคทส์ – มะลิ โคทส์ อีกหนึ่งคู่แห่งวงการแคทวอร์คไทยคงเป็น 2 สาวสวย นุช นีรนาท โคทส์ กับ มะลิ โคทส์ พี่น้องที่สวยเด่นเป็นแพคคู่ ไม่ใช่แค่วงการนางแบบที่ทั้งคู่ได้อวดร่างสวยๆ แต่ด้านงานแสดง สองศรีพี่น้องคู่นี้ก็ชิมลางมแล้วเช่นกัน นุช - มะลิ นุช นีรนาท มะลิ โคทส์ เจ เจตริน – โจ จิรายุส ปิดท้ายกันด้วยพี่น้องคู่เก๋าประสบการณ์อย่าง เจ เจตริน กับ โจ จิรายุส เรียกว่าถ้าใครไม่รู้จักแสดงว่าไม่เคยติดตามข่าวบันเทิงไทย เพราะทั้งคู่จัดว่าเป็นพี่น้องคนบันเทิง ที่มีผลงานเพลงโดดเด่นและประทับใจประชาชีเอามากๆ โจ - เจ โจ จิรายุส เจ เจตริน