ฟังเพลง จีบได้แฟนตายแล้ว

มาแน่นอน! เวทเทล ดอดดูม้าลำพอง ต้นสังกัดใหม่เทสต์รถเอฟ1
คิมี ไรค์โคเนน /  ฟอร์มูลา วัน / 

เขามาแล้วนะแฟนม้าลำพอง เซบาสเตียน เวทเทล อดีตแชมป์โลก ฟอร์มูลา วัน 4 สมัย ชาวเยอรมัน เข้าไปดูต้นสังกัดใหม่ ม้าลำพอง เฟอร์รารี เทสต์รถครั้งสุดท้ายที่อาบู ดาบี เมื่อวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา โดย เวทเทล ที่กลายเป็นอดีตนักขับเรด บูลล์ ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ได้เข้าไปในแพ็ดด็อก ของต้นสังกัดใหม่ หลังจบสนามสุดท้ายของฤดูกาล 2014 ซึ่ง เวทเทล มีสีหน้าที่ยิ้มแย้มสวมหูฟังสีแดงของ ม้าลำพอง เพื่อดู คิมี ไรค์โคเนน นักขับเพื่อนร่วมทีมลงเทสต์รถ การเข้าไปดูการทาสต์รถเฟอร์รารีของ เวทเทล เป็นการยืนยันอย่างแน่นอนว่า อดีตแชมป์โลก 4 สมัย จะย้ายมาร่วมทีมเป็นที่แน่นอน

8 สัญญาณ สาวที่คบอยู่คือคนที่ใช่หรือเปล่า
ความรัก /  ความรักวัยรุ่น

สังเกต 8 สัญญาณ สาวที่คบอยู่คือคนที่ใช่หรือเปล่า กันค่ะ ขอเอาใจด้านหนุ่มๆ กันบ้าง กับวิธีดูผู้หญิงที่คบอยู่ว่าคือคนที่เข้ากับคุณได้ดี มีโอกาสสานสัมพันธ์ได้ยาวนานหรือไหม แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนะคะ ของแบบนี้มันต้องใช้เวลาในการศึกษา งั้นอย่ารอช้าเราไปดูพร้อมๆ กันเลยค่ะ ว่าจะมีอะไรบ้าง   8 สัญญาณ สาวที่คบอยู่คือคนที่ใช่หรือเปล่า 1. ปล่อยให้คุณมีเวลาของตัวเอง ผู้หญิงส่วนใหญ่อยากใช้เวลาอยู่กับชายคนรักให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่กระนั้นคุณก็อยากมีเวลาส่วนตัวเป็นของตัวเองบ้าง เช่น อยากไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ ของคุณ พักผ่อนอยู่บ้านตามลำพัง หรือออกไปเดินเล่นคนเดียว ถ้าสาวที่กำลังคบหาดูใจแทบไม่เคยงอแงว่าต้องอยู่กับคุณตลอดเวลา แต่จะเคารพความต้องการของคุณเสมอ นี่แหละคือคุณสมบัติผู้หญิงที่ผู้ชายมองหา 2.คอยสนับสนุนและช่วยให้คุณมีความรับผิดชอบมากขึ้น ผู้หญิงประเภทนี้จะไม่บังคับให้คุณต้องหางานที่ได้เงินมาก ๆ ทั้งที่คุณไม่ชอบ ไม่เคี่ยวเข็ญให้คุณตั้งหน้าตั้งทำงานอย่างหนักเพื่อหวังให้ได้เลื่อนตำแหน่ง หรือสั่งให้คุณทำในสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดสำหรับคุณสองคน ทว่าเธอจะคอยสร้างแรงจูงใจ ให้คำแนะนำแต่ไม่ก้าวก่าย คอยสนับสนุนในสิ่งที่คุณทำอย่างเต็มที่ เพื่อให้คุณมีความรับผิดชอบมากขึ้น ไม่เฉพาะแค่เรื่องงาน แต่ยังรวมถึงชีวิตส่วนตัวอีกด้วย 3.คุณสามารถคุยกับเธอได้ทุกเรื่อง นอกจากจะเป็นผู้ฟังที่ดีแล้ว เชื่อเถอะว่าหนุ่ม ๆ หลายคนอยากให้สาวคนรักเป็นที่ปรึกษาที่ดีด้วย ไม่ว่าจะมีปัญหากวนใจใด ๆ ก็ตาม คุณสามารถคุยกับเธอได้เสมอ ถึงแม้ประเด็นที่พูดถึงเธออาจไม่ค่อยเข้าใจนัก ทว่าเธอจะพยายามให้คำแนะนำหรือทำให้คุณรู้สึกสบายใจได้ 4. เป็นคนมั่นใจในตัวเอง ผู้หญิงประเภทนี้ไม่ต้องการให้คุณคอยชมว่าสวยหรือเก่ง เพราะเธอมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่แล้ว รวมถึงดูแลตัวเองได้ ไม่ขี้หึงแบบไร้สาระหากพบว่าคุณคุยกับเพื่อนผู้หญิง เพราะเธอมั่นใจว่าความรักของคุณสองคนมั่นคงมากพอ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือสิ่งที่ผู้ชายหวังอยากให้ผู้หญิงเป็น 5.ทำให้คุณหัวเราะได้เสมอ อย่าว่าแต่ผู้หญิงที่ชอบให้ผู้ชายสร้างเสียงหัวเราะให้เลย ผู้ชายอย่างเราก็ชอบคนแบบนี้เหมือนกัน แม้ฝ่ายหญิงจะไม่ใช่คนตลกโดยธรรมชาติ แต่เธอก็ทำให้คุณมีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะได้เสมอ ถึงบางครั้งมุกอาจจะแป้กบ้าง มุกไม่ฮาพาเครียดบ้าง ทว่าไอ้ความพยายามที่จะทำให้คุณมีหัวเราะได้นี่ต่างหากคือสิ่งสำคัญ 6. ใส่ใจดูแลคุณ แน่นอนว่าผู้ชายอย่างเราย่อมอยากจะได้คนรักที่คอยใส่ใจดูแลอยู่เสมอ ทั้งในเรื่องของความรู้สึกและเรื่องทั่ว ๆ ไป เช่น เวลาที่คุณป่วยต้องการคนดูแล สาวเจ้าก็จะรีบมาดูแลทันทีเท่าที่หาโอกาสได้หรืออย่างน้อย ๆ ก็คอยโทรถามอาการเป็นระยะ นอกจากนี้ เธอยังคิดถึงความรู้สึกของคุณเสมอ ไม่ทำอะไรก็ตามที่ทำให้คุณรู้สึกแย่ ถ้าสาวที่คุณคบอยู่มีคุณสมบัตินี้อยู่ อย่าลืมรักเธอให้มากๆ ล่ะ 7. เข้ากับเพื่อนและคนในครอบครัวคุณได้ ต่อให้คุณสองคนรักกันมากแค่ไหน แต่ถ้าสาวเจ้าเข้ากับเพื่อนหรือคนในครอบครัวคุณไม่ได้นี่ก็ลำบากนะ อย่างไรก็ดี หากฝ่ายหญิงปรับตัวให้เข้ากับคนรักที่อยู่รายล้อมตัวคุณได้ แม้ในบางคราวคุณไม่ได้อยู่กับเธอ นี่เป็นสัญญาณที่ดีเลยล่ะว่าเธอคือคนที่จะมาเป็นครอบครัวเดียวกันกับคุณ 8. ทำให้คุณหลงใหลได้ตลอด ความหลงใหลที่ว่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องของรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น แต่ยังหมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นเธอ ไม่ว่าจะเป็นนิสัยใจคอหรือพฤติกรรม ต่อให้วันเวลาผ่านไปแค่ไหน คุณก็ยังรักในสิ่งที่เธอเป็นอยู่เสมอ และอยากจะมีผู้หญิงแบบนี้เคียงข้างไปด้วยกันนานๆ ข้อมูล pantip

มด เถียง! ซุ่มคบ อาร์ต ยันแค่พี่!!
มด ณปภัช /  มด จมูก / 

ออกมายอมรับว่าโกรธจนควันออกหูทันที สำหรับนักร้องและนักแสดงสาว มด ณปภัช หลังไม่พอใจนักเลงคีย์บอร์ดที่เข้ามาคอมเม้นท์วิจารณ์เรื่องศัลยกรรมจมูกและพาดพิงถึงพ่อ-แม่ของเธอ จนโพสต์ข้อความตอบโต้ถ้อยคำรุนแรง ล่าสุดเจ้าตัวก็ได้กล่าวขอโทษและขอบคุณแฟนคลับที่เข้าใจ! ก่อนจะเผยยังไม่ชินกับใบหน้าตัวเอง แต่เชื่อหลังจาก 6 เดือนขึ้นไปจมูกจะเข้าที่สวยกว่าเดิมแน่นอน พร้อมปฏิเสธอินเลิฟกับหนุ่ม อาร์ต พศุตม์ ยืนยันสถานะแค่พี่น้อง ไม่มีอะไรในกอไผ่จริงๆ !! "ก่อนอื่นเลยมดต้องขอโทษ สำหรับข้อความที่มดโพสต์ลงไปแล้วทำให้ใครผิดหวัง ยอมรับว่าเขียนแรงเหมือนกัน คือเราก็มีสาเหตุที่เราต้องโพสต์ไปอย่างนั้น เพราะอยู่ๆ ดีจะมาขึ้นโพสต์อะไรแบบนั้น และด้วยความที่มดคิดว่าเฟซบุ๊คของเราตั้งเป็นไพรเวทไว้ แต่มีคนแคปข้อความส่วนนั้นไปค่ะ" "มดยอมรับว่าโกรธมากค่ะ ที่จริงมดก็เข้าใจเรื่องการติชมวิพากษ์วิจารณ์ แต่เราอยู่ในวงการมา 10 ปีแล้ว ก็พอทราบว่าเรื่องนี้มันเป็นอย่างไร แต่ทำให้เขาต้องมาว่าพ่อแม่ของเราด้วย ท่านเป็นบุพการีของมด ถ้าจะว่ามาว่ามดดีกว่าค่ะ" "แต่ตอนนี้มดรู้สึกดีขึ้นแล้ว คนรอบข้างและแฟนคลับก็ให้กำลังใจ ขอบคุณทุกคนที่คอยอยู่ข้างๆ ส่วนเรื่องจมูกก็ดีขึ้น แต่รู้สึกยังไม่ชินใบหน้าตัวเอง ยังแปลกตาอยู่ หรืออาจจะเป็นเพราะมันยังไม่เข้าที่ก็ได้ คือทำมาแค่เดือนกว่าเองค่ะ เข้าที่จริงๆ ตามที่คุณหมอบอกก็ประมาณ 6 เดือนขึ้นไป ตอนนี้คงต้องรอให้เข้าที่เข้าทางมากกว่านี้ก่อนค่ะ" "ส่วนมีข่าวคบกับพี่อาร์ต พศุตม์ ไม่ใช่ค่ะ จริงๆ มดรู้จักับพี่อาร์ตมานานแล้ว ทางพี่เขาก็ไม่ได้จีบเลย เป็นพี่น้องปกติธรรมดา ที่มีข่าวเป็นเพราะตอนนั้นมดไปญี่ปุ่น พอพี่อาร์ตทราบก็เลยฝากซื้อของก็เท่านั้นเอง ไม่มีอะไรเลย ส่วนโอกาสพัฒนาก็ไม่มีค่ะ มดเองก็มีหนุ่มๆ เข้ามา แต่ยังไม่เปิดใจให้ใครสักเท่าไหร่ ตัวมดเองยังไม่พร้อมจะมีใครเป็นแฟน" มด ณปภัช กล่าว ขอบคุณภาพจาก IG : art_phasut55 มด ณปภัช มด ณปภัช มด ณปภัช อาร์ต พศุตม์ อาร์ต พศุตม์

ศาลฎีกาสั่งปรับพระเกษม หมิ่นศาสนา
ข่าววันนี้ /  พระพูดหยาบ / 

ศาลฎีกาตัดสินคดี พระเกษม หมิ่นศาสนา ยืนตามศาลอุทธรณ์ แต่ยกโทษจำคุกเหลือแค่โทษปรับกระทงละ 2,000 บาท ที่ศาลจังหวัดหล่มสัก นายรังสรรค์ พิบูลย์กิจสกุล ผู้พิพากษารองหัวหน้าศาลจังหวัดหล่มสัก ได้ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาของศาลฎีกาในคดี พระเกษม อาจิณฺณสีโล เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์ป่าสามแยก ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ ในคดีความผิดเกี่ยวกับศาสนา ซึ่งมีอัยการจังหวัดหล่มสักเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ในคดีเลขดำที่ อ.943/51 โดยกล่าวหา พระเกษมกระทำการหมิ่นและเหยียดหยามศาสนา โดยกระทำการใช้ฝ่ามือตบพระพักตร์และเหยียบที่ฐานของพระพุทธรูป โดยศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นอุทธรณ์ที่ให้พระเกษมมีความผิดทั้งโทษจำและโทษปรับ โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญา แต่ศาลฎีกามีความเห็นว่าสมควรให้มีการลดหย่อนโทษจำคุกให้เปลี่ยนเป็นไม่ต้องจำคุก และมีโทษปรับ 2 กระทง ๆ ละ 2,000 บาท แต่เนื่องจากจำเลยให้การเป็นประโยชน์ต่อการนำสืบและพิจารณาคดีจึงให้ลดโทษปรับให้เหลือเพียงกระทงละ 1,000 บาท อย่างไรก็ตาม ในการเดินทางมารับฟังคำพิพากษาของศาลฎีกาในครั้งนี้ พระเกษม นั่งเฮลิคอปเตอร์ บินมาลงที่บริเวณสนามหลังอนุสาวรีย์พ่อขุนผาเมือง โดยมีบรรดาลูกศิษย์ใกล้ชิดไปรอต้อนรับและให้กำลังใจจำนวน กว่า 100 คน ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "หลวงพ่อเกษม" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>>

ปลื้มใจจัง! แฟนบอลต่างชาติร้อง
แฟนบอลสิงคโปร์ /  ร้องเพลงชาติไทย

ในคลิปนี้แสดงให้เห็นถึงมิตรภาพดีๆ ของแฟนบอลสิงคโปร์ เมื่อแฟนบอลชายท่านหนึ่งตะโกน ร้องเพลงชาติไทย ดังลั่นในฝั่งกองเชียร์เจ้าถิ่น

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

เป็นเรื่อง พืช The Voice 3 แฉ เลือกเพลงที่ร้องแต่ไม่ได้ร้อง
The Voice 3 /  พืช / 

กลายเป็นเรื่องอีกจนได้ สำหรับเวทีการแข่งขัน The Voice ซีซั่น 3 ที่เพิ่งจบการแข่งขันในรอบ Knock Out ไปหมาดๆ ที่ดูเหมือนกระแสโซเชียล ต่างพูดถึง คีย์เสียงของ พี่พืช - ภาคิน อิศรกุล ในเพลง น้ำตาแสงใต้ จากรอบ Knock Out ที่เพิ่งทำการแข่งขันไป ดูมันไม่เข้ากับเสียงของพี่พืช ร้อนถึงโค้ชแสตมป์ ที่ต้องออกมาชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว จากกระแสที่ถูกพูดถึงเรื่องคีย์เสียงของพี่พืช เจ้าตัวเลยขอโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก พี่พืช ภาคิน เรื่องเพลงที่เลือกมาร้อง "อ่านคอมเม้นท์จาก ในเพจของเดอะวอยซ์แล้ว ก็ต้องขอโทษทุก ๆ คนที่คอยติดตาม คอยเชียร์ ให้กำลังใจ พี่พืชทำได้ดีที่สุดเท่านี้จริง ๆ พี่พืชเสียใจที่ตัวเองเลือกเพลงที่อยากร้องแต่ไม่ได้ร้อง คนที่รู้จักพี่พืชคงจะรู้ดีที่สุดว่า พี่พืชเป็นคนเสียงต่ำ แต่เพลงที่ร้องวันนี้ปรับคีย์ให้พี่พืชร้องสูงถึง 3 คีย์ ขอโทษทุก ๆ คนจากใจจริงครับ" พืช ภาคิน The Voice 3 เพลง น้ำตาแสงใต้ จากรอบ Knock Out ฟากโค้ชแสตมป์ ได้ออกมาชี้แจง ผ่านเฟซบุ๊ก Stamp Official Club พร้อมอธิบายถึงเบื้องหลังในการทำงานของรอบ Knock Out ผมขออธิบายเบื้องหลังการทำงานในรายการ The Voice รอบ knock out ในสองกรณีที่คนถามกันเข้ามานะครับ 1. การเลือกเพลง สำหรับทีมแสตมป์นั้น เราจะให้ผู้เข้าแข่งขันเลือกเพลงที่อยากร้องมา 4-5 เพลง หลังจากนั้น ตัวผม ผู้เข้าแข่งขัน และทีม Music Director จะมานั่งประชุมร่วมกัน เพื่อนำเพลงใน List แต่ละเพลงมาคัดเลือก โดยคำนึงถึง ภาพรวมของโชว์,ลิขสิทธิ์,ความเหมาะสมต่อท่านผู้ชมทางบ้าน ซึ่งลูกทีมบางคนอาจจะไม่ได้ร้องเพลงที่เลือกมาเป็นอันดับหนึ่ง แต่ไม่ว่าจะเป็นเพลงไหน เราต้องได้รับคำยืนยันและยินยอมจากลูกทีมว่าตัวเขามั่นใจที่จะร้องเพลงนั้นจริงๆ โดยเฉพาะเพลงที่เขาร้องเป็นประจำและเคยโชว์มาก่อนแล้ว จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ เพราะเวลาในการซ้อมของเรามีน้อยมาก 2. การเทียบคีย์ เรื่องคีย์นั้นสำคัญมาก เราไม่สามารถเลือกคีย์ได้ถ้าไม่มีลูกทีมอยู่ด้วย วิธีการคือ ทีมงานดนตรีและลูกทีมจะนั่งหาคีย์และคอร์ดต่างๆที่ลูกทีมอยากได้ในเพลงนั้นๆร่วมกัน จนกว่าจะได้คีย์ที่ลูกทีมพอใจ ซึ่งก็ยังสามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลาหากลูกทีมแจ้งว่ามีความไม่มั่นใจเกิดขึ้นระหว่างการซ้อม ขอบคุณมากครับ ------------------------------------------------------- ย้อนหลัง The Voice 3 รอบ Knock Out The Voice ซีซั่น 3 รอบ Knock out สุดหิน กับวินาทีชี้ขาด ไม่ได้ร่ายเวทย์มนต์ ไม่ได้ลงคุณไสย!! แต่เบื้องหลังวินาทีชี้ขาดของ 4 โค้ช ที่จะต้องเลือก ลูกทีม เดอะวอยซ์ ซีซั่น 3 ในรอบ น็อคเอ้าท์ (Knock out) The Voice ซีซั่น 3 เปิดฉากรอบ Knock out สุดหิน เสียงจริง ตัวจริง จะเป็นใคร อีกไม่กี่อึดใจก็จะได้เห็นกันใน The Voice ซีซั่น 3

นาธาน โอมาน แซ่บ! คิ้วจรดปลายเท้า!!
นาธาน โอมาน /  รองเท้า / 

เพิ่งตกตะลึงกับคิ้ว 4 มิติ ของอดีตนักร้องหนุ่มหล่อ! นาธาน โอมาน ไปหยกๆ มาวันนี้ (24พ.ย.) นางจัดเต็มอีกรอบขณะมาอัดรายการที่เวิร์กพ้อยท์ สตูดิโอ ด้วยชุดระยิบระยับวับวาว แต่ที่เด็ดสะระตี่และดูจะเป็นไฮไลท์ให้ประชาชีเม้าท์มอยไม่หยุดปากนั้น ก็คือ...รองเท้าแก้ว เอ้ย รองเท้าส้นสูง ที่หนุ่ม นาธาน กระซิบว่าที่เห็นเนี๊ยะยังไม่สูงเท่าไหร่นะยะ! แค่ได้สวมปุ๊บรู้สึกสวยสะพรั่งขึ้นทันที อย่างที่เห็นนี้แหล่ะค่าาาา นาธาน โอมาน นาธาน โอมาน นาธาน โอมาน นาธาน โอมาน ติดตามผลงานเพลง นาธาน โอมาน

AKB0048 (PIONEER)
-*-

เพลง

ฟังเพลง ฝีมือชน คนสร้างชาติ โดย Rock Rider
Rock Rider /  ณรงค์วิทย์ เตชะธนะวัฒน์ / 

เพราะฟันเฟืองเล็กๆ เหล่านี้ มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศชาติ เพลง ‘ฝีมือชน คนสร้างชาติ’ จึงเกิดขึ้นจากความตั้งใจของมูลนิธิเอสซีจีที่จะส่งมอบบทเพลงนี้ให้เป็นเสมือนเพลงที่พูดแทนกลุ่มฝีมือชนทั่วประเทศ ไม่เพียงเท่านั้นยังปรารถนาให้สังคมไทยได้­รับรู้ถึงภาพลักษณ์ที่ดีของพวกเขาด้วย บทเพลงนี้ได้รับความร่วมมือที่ดียิ่งจากพี่หนึ่ง ณรงค์วิทย์ เตชะธนะวัฒน์ นักแต่งเพลงชื่อดังมาเป็นผู้ประพันธ์เนื้อร้อง และศิลปินวง Rock Rider เป็นผู้ถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึกของฝีมือชน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและความภาคภูมิใจให้กับเยาวชนที่เรียนสายอาชีวะ เพราะพวกเขาคือกำลัง และอนาคตของการพัฒนาประเทศ เนื้อหาของเพลงได้บอกเล่าเกี่ยวกับความมุ่­งมั่นของเด็กอาชีวะที่เลือกเดินตามความฝันของตัวเอง เลือกทำให้สิ่งที่ตัวเองรัก และประสบความสำเร็จได้ด้วยฝีมือของเขา พร้อมทั้งเป็นกำลังใจให้กลุ่มคนอาชีวะฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ไปให้ได้

จวกเละ!! อีกแล้ว ใบเตย นุ่งสั้นเห็นแก้มก้น!!
ใบเตย อาร์สยาม /  ใบเตย สุธีวัน / 

โดนอีก!!! แล้วจ้าาาา นักร้องสาวสั้นเสมอหู ใบเตย อาร์สยาม โดนเพจแอนตี้หยิบภาพจากเวทีคอนเสิร์ตของเธอที่ จ.นครสวรรค์ มาโพสต์ใน IG anti_baitoeyrsiam จากนั้นไม่วายกระจายไปว่อนเน็ตและโซเชียลตามสเต็ป พร้อมโดนคอมเม้นท์จวกยับ!! ไม่เหมาะสม เนื่องจากชุดที่เธอใส่ขึ้นเวทีนั้นสั้นจนเห็นแก้มก้น!! งานนี้ไม่รู้ว่าสาวใบเตยมาเห็นแล้วจะว่ายังไงบ้าง เรียกว่ามีเรื่องต้องเคลียร์กันทั้งปีอ่ะนะ หนูใบเตย!! ใบเตย อาร์สยาม ใบเตย อาร์สยาม ใบเตย อาร์สยาม ใบเตย อาร์สยาม ใบเตย อาร์สยาม ภาพจาก @anti_baitoeyrsiam ผลงานเพลงล่าสุด ใบเตย

ละครสามใบไม่เถา , เรื่องย่อสามใบไม่เถา
สมาร์ท กฤษฏา /  พรีม รณิดา / 

เรื่องย่อละคร “สามใบไม่เถา” บทประพันธ์ : อาริตาบทโทรทัศน์ : ชลนภัสส์/ตุณย์กำกับการแสดง : ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติวันเวลาออกอากาศ : ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องรักของสามสาวในครอบครัวคุณพ่อจอมหวง.. หนึ่ง.. คือรักมั่นคงของลูกสาวคนโต ที่พร้อมจะท้าทายกฏเหล็ก อีกหนึ่ง.. คือรักสุดห้าวลูกสาวคนกลาง ที่รู้แจ้งเรื่องผู้ชายจนยากจะหาใครดีพร้อมสำหรับตัวเอง และอีกหนึ่ง.. คือรักซ่อนรูปของน้องสาวคนสุดท้องอันยากจะหักห้าม กว่าจะได้มาซึ่งความรักที่มีอุปสรรคคือคุณพ่อขี้หวง พวกเธอยังต้องเอาชนะทั้งหัวใจตัวเองและคนที่เธอรัก ที่นำมาซึ่งรสชาติหลากหลายของสิ่งที่เรียกว่า “ความรัก” อัษฎา มีลูกสาว 3 คน.. สวยล้ำทุกคน ผู้เป็นพ่อหวงลูกสาวเรียกว่าจงอางหวงไข่ยังน้อยไป อัษฎาเป็นเหมือนพญานาค 8 เศียรที่แผ่ทุกเศียรปกป้องลูกสาวจากบรรดาหนุ่มๆ ความสัมพันธ์ในครอบครัวอัษฎานับว่าแปลกทีเดียว อัษฎา กับ บราลี ภรรยา ต่างมีลูกติดและทั้งสองมีลูกของเรา อุรวสา คนโตเป็นลูกติดอัษฎาที่สนิทสนมกับแม่เลี้ยงตั้งแต่เล็ก ไม่ค่อยกินเส้นกับพ่อแท้ๆ ตัวเอง อันตรา คนรองเป็นลูกติดบราลี แต่กลับเป็นคู่ซี้อัษฎาพ่อเลี้ยง ลุยไหนลุยกัน คุยกันได้ทุกเรื่อง อินทุอร คนเล็กสนิทกับทั้งพ่อทั้งแม่ มีดีที่ลีลาออดอ้อนให้พ่อยอมทำตามทุกอย่างได้โดยดุษฏี สามศรีพี่น้องรักใคร่สามัคคีกันดี ต่างไม่คิดว่าเป็นลูกคนละพ่อคนละแม่ เนื่องด้วยพ่อกับแม่รักลูกทุกคนเท่ากัน เมื่อต้นปี อุรวสา กลับจากอเมริกาหลังไปใช้ชีวิตที่นั่นหลายปี หอบใบปริญญามหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก และดีกรีนักออกแบบมือรางวัลกลับมาให้พ่อแม่ภูมิใจ ทว่าสิ่งที่พ่อแม่ไม่รู้ก็คือ อุรวสาหอบสามีกลับมาด้วย... แสงฉาน แฟนหนุ่มจูงมืออุรวสาเข้าโบสถ์แต่งงานเรียบร้อยโรงเรียนอเมริกัน ทั้งสองอยู่กินกันฉันสามีภรรยามา 2 ปีแล้ว อุรวสาเป็นคนต้องการปิดเรื่องแต่งงาน เพราะพ่อคาดหวังกับลูกเขยคนโตไว้สูงลิบ ต้องเป็นคนดี เจ้าของกิจการใหญ่โต ฐานะมั่นคง แต่แสงฉานเป็นแค่เชฟจบใหม่ ไฟแรง จิตใจดี ดีกรีเกียรตินิยมเหรียญทองอันดับหนึ่งอุรวสาตั้งเงื่อนไขจะพาแสงฉานไปกราบพ่อในฐานะสามี ก็ต่อเมื่อแสงฉานสร้างเนื้อสร้างตัวทำตามฝันตัวเอง เป็นเจ้าของร้านอาหารไทยฟิวชั่นประยุกต์จนติดอันดับโลกได้ก่อน ฝ่ายแสงฉานได้แต่ยิ้มฟังตามประสาชายหนุ่มอารมณ์ดีอยู่เป็นนิจ รู้ดีว่าเมื่อแฟนสาวคนเก่งแสดงเจตจำนงใด อีกฝ่ายห้ามต่อรอง อันตรา สาวห้าวคนรองเปิดธุรกิจฟิตเนส แต่ด้านหน้าแบ่งเป็นสำนักงานนักสืบ เธอเจริญรอยตามพ่อแท้ ๆ ที่เป็นตำรวจสายสืบซึ่งเสียชีวิตตอนสืบคดีๆ หนึ่ง อันตราได้รับการว่าจ้างให้สะกดรอยตาม เวสน์ ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ผู้ว่าจ้างสาวคนหนึ่งสงสัยว่าชายหนุ่มแอบซุกหญิงอื่นไว้ เวสม์รู้ตัวว่าถูกตาม พยายามคาดคั้นอันตราว่าใครจ้าง แต่เธอไม่ยอมบอกเพราะผิดจรรยาบรรณนักสืบ อันตราสมเพชเวสน์ที่หน้าตาก็ดีไม่น่า... ขายตัว เวสม์อึ้งที่อันตราหาว่าเป็นแมงดา เขาขำแกมประทับใจในจินตนาการของสาวเจ้า เพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยโดนใครด่าว่าเป็นแมงดาแบบนี้...วสม์ไปสมัครเป็นสมาชิกฟิตเนสอันตรา อันตราประกาศไม่รับแมงดาเป็นสมาชิก แต่ลูกน้องดันรับเงินให้ใบเสร็จเวสน์ไปแล้ว จึงบังเกิดเรื่องโกลาหลอยู่เนืองๆ เมื่อเวสม์มาออกกำลังกาย ชายหนุ่มชอบยั่วให้อันตรายัวะแล้วเถียงกัน เวสม์สนุกเวลาต่อปากต่อคำกับอันตราสาวห้าวเป็นอย่างยิ่ง เขาพยายามเซ้าซี้ถามว่าใครจ้างตามสืบ.. แต่อันตรารูดซิปปากสนิท ซิปไม่มีแตกงานวันเกิดอัษฎาจัดขึ้นทุกปี ปีนี้พิเศษกว่าปีก่อนเพราะมีแขกพิเศษ ภิสิต เพิ่งเดินทางกลับจากฝรั่งเศสหลังไปทำงานเป็นผู้ช่วยทูตอยู่ 10 กว่าปี อินทุอรใจเต้นระส่ำเมื่อเห็น...คุณอาสิต ย้อนไปเมื่ออินทุอร 7 ขวบ เด็กหญิงตัวน้อยไปงานเลี้ยงกับพ่อ พวกผู้ใหญ่ออกไปเต้นรำ เด็กหญิงอินทุอรเฝ้ามองผู้ใหญ่เต้นรำกอดกัน ประหนึ่งเป็นเจ้าชายเจ้าหญิงในนิทาน เด็กหญิงอินทุอรฝัน จะมีเจ้าชายขี่ม้าขาวมาขอเต้นรำ อาสิตเดินมาหา โค้งให้เด็กหญิงตัวน้อย จูงมืออินทุอรออกไปเต้นรำโดยคุณอาสิตอุ้มอินทุอรตลอดเพลง ตั้งแต่นั้นมาเด็กหญิงอินทุอรก็ติดคุณอาสิตแจ จนกระทั่งภิสิตถูกส่งไปประจำที่ฝรั่งเศสจึงห่างเหินกัน ผ่านมา 10 กว่าปีใครต่อใครคิดว่าอินทุอรลืมภิสิตแล้ว หากแต่ความจริง...ภิสิตเป็น...รักฝังใจอินทุอร รักฝังใจที่เป็นไปไม่ได้... เพราะภิสิตแต่งงานแล้วภิสิตสนิทสนมกับครอบครัวอัษฎามากพอจะเล่าเรื่องส่วนตัว เขามีชีวิตการแต่งงานล้มเหลวไม่เป็นท่า เมื่อภิสิตพูดถึง บุษบาบัณ อินทุอรสังเกตเห็นนัยน์ตาเศร้า ๆ แล้วสงสารจับใจ โดยไม่รู้ตัวเลยว่านั่นคือ..จุดเริ่มต้นของ “ความรัก” ความที่เป็นคนมีหน้ามีตาในสังคม ภิสิตกับบุษบาบัณตกลงอยู่กันฉันท์สามีภรรยาแต่เพียงในนามมานานหลายปีแล้ว อัปสร ป้าของภิสิตรับรู้ความไม่ลงรอยในชีวิตคู่ของหลานชายคนเดียว เธอสงสารหลานมาตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตคู่แล้ว ภิสิตถูกพ่อจับแต่งงานกับบุษบาบัณเพราะความเหมาะสมทางสังคม เขาเป็นคนหนุ่มบ้างานมุ่งมั่นจะประสบความสำเร็จในกระทรวงฯ ตรงข้ามกับบุษบาบัณที่เป็นสาวเปรี้ยวเฉี่ยว ชอบสังคม รักการเที่ยวเตร่ ใช้เงินซื้อความสุขทุกอย่าง แม้แต่ตอนที่แต่งงานแล้ว.. ขณะอยู่ที่ฝรั่งเศสบุษบาบัณก็ยังไม่หยุดเที่ยว เธอควงชายหนุ่มไม่เลือกหน้าโดยไม่เกรงใจภิสิตผู้เป็นสามีเลยแม้แต่น้อย จนในที่สุดภิสิตทนไม่ได้ ตกลงต่างคนต่างอยู่ มีชีวิตส่วนตัวเป็นของตัวเอง ซึ่งบุษบาบัณก็ไม่รู้สึกอะไร... ดีเสียอีกที่เธอจะได้สนุกกับชีวิตสาวโสดได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องเกรงใจใคร ! เมื่อภิสิตกลับมาเมืองไทยแล้ว ป้าอัปสรอยากให้ภิสิตหย่าขาดให้เป็นเรื่องเป็นราวเสียที เขาจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่...แผ่นดินไม่ไร้เท่าใบพุทรา ผู้หญิงดีๆ มีออกถมเถ แต่ภิสิตไม่กล้าพอที่จะทำแบบนั้น ด้วยเพราะภาระทางสังคมและเกียรติยศชื่อเสียงวงศ์ตระกูลระหว่างบุษบาบัณกับเขายังค้ำคออยู่ ในวันหยุดวันหนึ่ง.. ภิสิตเจออินทุอรที่บ้านป้าอัปสร จึงได้รู้ว่าอินทุอรเป็นเพื่อนต่างวัยของอัปสรเพราะชอบฟังเพลงลูกกรุงเหมือนๆ กัน อินทุอรมักจะจูงมืออัปสรไปดูคอนเสิร์ตชรินทร์ นันทนาคร อยู่บ่อยๆ เหตุที่อินทุอรชอบเพลงของชรินทร์ก็เพราะนั่นเป็นเพลงแรกที่ภิสิตเต้นรำกับอินทุอรตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ภิสิตกับอินทุอรจึงมีโอกาสพบกันอยู่บ่อยครั้ง อัปสรทำตนเป็นแม่สื่อชั้นดี ให้อินทุอรแสดงฝีมือทำกับข้าวให้ภิสิตกิน ให้อินทุอรถักเสื้อหนาวให้ภิสิตเผื่อภิสิตถูกส่งไปประจำเมืองหนาว หนำซ้ำอัปสรยังให้ภิสิตไปรับไปส่งอินทุอรที่บ้านอยู่บ่อยๆ ภิสิตรู้ทัน... อัปสรต้องการจับคู่เขากับอินทุอร ไม่ใช่อินทุอรคนเดียวที่จำงานเต้นรำคืนนั้นได้ ภิสิตเองก็จำภาพเด็กหญิงตัวน้อยน่ารักแก้มแดงสุกปลั่งเป็นที่น่าเอ็นดู โตเป็นสาวอินทุอรยิ่งสวย สวยจนทำให้ภิสิตหวั่นไหวตั้งแต่วันที่เจอกันงานวันเกิดอัษฎา ภิสิตไม่กล้าแสดงออกด้วยเกรงใจอัษฎา ภาระทางสังคมอันยิ่งใหญ่...ทำให้ความรักระหว่างเขากับอินทุทรเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้... หากแต่ขณะนี้ความรักระหว่างอินทุอรกับภิสิตเกิดขึ้นแล้ว .. เขาและเธอต่างพึงใจซึ่งกันและกัน ก่อเกิดความผูกพันโดยทั้งคู่ไม่ได้ตั้งใจเลยแม้แต่น้อย... อันตราขี่มอเตอร์ไซค์สะกดรอยตามเวสม์ตามภารกิจนักสืบ แต่เวสม์จับได้จึงแกล้งสะกดรอยอันตรากลับ อันตรารู้ตัวตกใจจึงขี่รถหนีแต่ก็ไม่พ้น เธอชนรถของเวสม์อย่างจังจนสลบ ระหว่างนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลอันตราบอกทุกคนว่าเวสม์จงใจขับรถชน เพราะเกลียดที่เธอตามสะกดรอยเขาที่กำลังติดพันกับผู้หญิงอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาของตัวเอง อัษฎาจะเอาผิดเวสม์ แต่อุรวสาห้ามไว้เพราะเธอทำธุรกิจกับเวสม์มานานและรู้นิสัยเวสม์ดี แต่ทั้งสองคุยกันไม่รู้เรื่องตามประสาพ่อลูกที่ไม่มีใครยอมใครจากการแอบตามอันตราครั้งนั้นทำให้เวสม์รู้ว่าคนว่าจ้างคือ ศศิพิมล ศศิพิมลกลัวเวสม์มีผู้หญิงอื่นจึงจ้างนักสืบสะกดรอย เวสม์โกรธมากเพราะศศิพิมลไม่มีสิทธิ์ในตัวเขา ทั้งสองไม่ได้เป็นอะไรกัน นอกจากอดีตรักครั้งแรกที่ผ่านมานานแสนนาน เวสม์ขอให้ศศิพิมลออกไปจากชีวิตเพราะไม่อยากยุ่งกับผู้หญิงที่มีสามีแล้ว แต่ศศิพิมลตื๊อไม่เลิก ร้องห่มร้องไห้ว่าโดน พงษ์ชัย สามีเจ้าพ่อทำร้ายจิตใจสารพัด ครั้งหลังสุดเธอโดนทุบตีบาดเจ็บเจียนตาย เวสน์ถึงกับอึ้งเมื่อเห็นอาการร้องไห้แบบไม่สมประดีของสาวที่เขาเคยพึงใจ.. เวสม์สงสารศศิพิมลในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน จึงช่วยเหลือให้ที่เธอพักที่คอนโดฯ เก่าซึ่งเขาไม่ได้อยู่แล้วเพื่อหนีจากพงษ์ชัย โดยไม่เฉลียวใจเลยว่านั่นยิ่งสร้างความหวังให้กับศศิพิมลมากขึ้นไปอีก เธอตั้งใจจะใช้จิตใจที่ดีงามของเวสม์...เป็นหนทางกลับเข้ามาสู่ชีวิตของชายหนุ่มอีกครั้ง เวสม์มาเยี่ยมอันตราทุกวัน เวลามาต้องคอยหลบอัษฎาที่มีสายตาไม่เป็นมิตร เพราะคิดว่าเขาเป็นผู้ชายไม่ดี อำพล เพื่อนหมอของเวสม์เป็นเจ้าของไข้อันตราช่วยดูต้นทางให้ อำพลดีใจที่เห็นเวสม์เริ่มหันมาสนใจรู้จักรักผู้หญิง เพราะหลังจากเวสม์อกหักช้ำรักจากศศิพิมลตอนวัยรุ่น เวสม์ก็เตลิดไปเมืองนอก มุหาเงินเพื่อชดเชยปมที่โดนศศิพิมลทิ้งเพราะจน เขาประสบความสำเร็จในตลาดหุ้นข้ามชาติ ปัจจุบันเป็นนักการเงินชื่อดังหาตัวจับยาก แต่เวสม์เอาแต่หาเงินจนลืมหาแฟน อำพลเชียร์เวสม์กับอันตรา แต่ก่อนอื่นเวสม์ต้องทำให้อันตราเลิกเข้าใจผิดว่าเป็นไอ้ตัวซะก่อน เมื่อออกมาจากโรงพยาบาล อันตราเห็นเวสม์ดูแลศศิพิมลในวันที่โดนสามีเจ้าพ่อทำร้าย บางวันศศิพิมลก็นอนค้างคอนโดเก่าของเวศม์ ยิ่งทำให้อันตราเข้าใจผิด ขยะแขยงคิดว่าเวสม์เกาะผู้หญิงมีสามี เวสม์แกล้งไม่อธิบายปล่อยให้อันตราเข้าใจผิด เพราะสนุกดีเวลายั่วให้สาวห้าวด่าเล่น อันตราถึงขนาดท้าเวสม์ลงนวมต่อยมวยที่ฟิตเนส เวสม์ออมมือปล่อยให้อันตราชนะไป สาวห้าวยิ่งเหลิงน่าดู ทำซ่า ท้าตีท้าต่อยเวสม์ประจำ แสงฉานซื้อร้านอาหารเก่าเล็กๆ มาปรับปรุงใหม่ เปิดเป็นร้านขายอาหารฝรั่งและไทยประยุกต์ โดยลงทุนจากเงินเก็บของตัวเอง ไม่ยอมใช้เงินของอุรวสาผู้เป็นภรรยา แม้ว่าอุรวสาจะไม่เห็นด้วยและพยายามผลักดันให้แสงฉานเปิดร้านใหญ่มากกว่านี้ก็ตาม แสงฉานต้องการตั้งตัวให้ได้ด้วยตัวเองเพื่อพิสูจน์ให้อัษฎาเห็นว่าเขาเหมาะสมกับอุรวสา แสงฉานตั้งชื่อร้านว่า US Restaurant ตัว U มาจากชื่อ อุรวสา ส่วน S ก็คือชื่อ แสงฉาน ในวันเปิดร้าน อุรวสาพาอัษฎามา US Restaurant ด้วยหวังจะให้พ่อมองแสงฉานดีขึ้น เพราะก่อนหน้านี้แสงฉานเคยเจออัษฎาว่าที่พ่อตา แต่อัษฎาไม่ชอบแสงฉาน เพราะคุณสมบัติแสงฉานไม่ผ่านมาตรฐานสุดเนี๊ยบ และเพื่อให้บรรยากาศราบรื่น อุรวสาพาอินทุอรน้องสาวคนเล็กขวัญใจพ่อมาอีกคนทว่างานนี้ 10 อินทุอรก็ช่วยไม่ได้ อัษฎาตำหนิแสงฉานไม่รู้จักคิดการใหญ่ ร้านเข้ามาในซอยลึกทำเลไม่ดี ไม่น่าจะเจริญไปได้ แต่แสงฉานมั่นใจรสชาติอาหารของตนจะสามารถดึงลูกค้าได้ วันเปิดร้านจึงเกิดบรรยากาศโกลาหลของความไม่ลงรอยกันระหว่างว่าที่พ่อตากับลูกสาวและลูกเขยจนร้านแทบแตก แสงฉานทำงานหนักเป็นสองเท่า คิดเมนูอาหารไทยประยุกต์แบบใหม่ ๆ เพื่อดึงดูดลูกค้า ติดป้ายทางเข้าร้าน ซึ่งก็ได้ผลลูกค้าเริ่มมา แต่ก็ยังไม่เป็นที่พอใจอุรวสา อุรวสาต้องการให้ร้านเต็มทุกที่นั่ง แสงฉานอ่อนใจ บางครั้งมาตรฐานสูงลิบของอุรสาก็กดดันเขาอยู่ไม่น้อย คู่หนุ่มสาวทะเลาะกันบ่อยครั้ง การไม่ให้เกียรติสามีของอุรวสา ทำให้ความอดทนของแสงฉานหมดลงเรื่อย ๆ แสงฉานอาจไม่ใช่ผู้ชายที่เก่งที่สุด... แต่ก็ไม่ได้โง่ ขนาดต้องให้เมียเข้ามาจัดการชีวิตทุกอย่าง อัษฎาชวนภิสิตมากินข้าวที่บ้าน อินทุอรดูแลปรนนิบัติภิสิตอย่างดีจนบราลีและอุรวสาอดที่จะร้อนใจไม่ได้ว่าอินทุอรข้ามเส้นคิดเกินเลยกับภิสิต ภิสิตเห็นสายตาของอินทุอรที่ชื่นชมก็ยิ่งทรมานใจและรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำอยู่ ขอตัวกลับ แต่อินทุอรเข้าใจผิดคิดว่าภิสิตโกรธ เมื่อเธอขอคำอธิบาย ภิสิตตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่าเขาไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่อินทุอรคิด ทำให้อินทุอรช้ำใจกับความหมางเมินเหินห่าง บราลีกับอุรวสาแน่ใจว่าอินทุอรปักใจกับภิสิตแน่ๆ จึงตกลงกันว่าจะไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ให้อัษฎารู้และรอดูท่าทีของภิสิต หากเขาแสดงออกว่าชอบอินทุอร อุรวสาและอันตราจะเป็นคนไปพูดกับภิสิตเอง อุรวสาต้องการเปิดสาขาร้าน แต่แสงฉานไม่เห็นด้วยอยากให้ร้านแรกอยู่ตัวก่อนแล้วค่อยขยับขยาย อุรวสาไม่ฟัง ซื้อร้านเก่ามาตกแต่งใหม่ แสงฉานโมโหไม่ยอมไปเป็นเชฟให้ ด้วยความเจ้าอารมณ์อุรวสาเผลอต่อว่าแสงฉานว่าไม่มีหัวธุรกิจ ไม่มีความทะเยอทะยาน เธอไม่ต้องการผู้ชายแบบนี้มาเป็นผู้นำครอบครัว แสงฉานเหมือนโดนตบหน้า... เมียปรามาสดูถูก แสงฉานขอเลิก ! อุรวสาโมโห เลิกก็เลิก ! แต่หลังเลิกรากันต่างฝ่ายต่างเสียใจ แสงฉานไม่มีจิตใจบริหารร้าน อุรวสาแทบไม่มีรอยยิ้มเพราะคนเดียวที่ทำให้อุรวสายิ้มได้... คือแสงฉาน บุษบาบัณมีโอกาสพบกับแสงฉานในงานปาร์ตี้ครั้งหนึ่งที่ก๊วนแก๊งจัดที่ US Restaurant ทันทีที่เห็นหน้า ด้วยความเป็นสาวเปรี้ยวเจ้าชู้.. บุษบาบัณถึงกับถูกใจในความหล่อเหลาของแสงฉานบุษบาบัณหาโอกาสเข้ามาใกล้ชิดแสงฉานอยู่ตลอดเวลา ใช้เล่ห์มารยาหญิงยั่วยวนแสงฉานแต่เขาไม่เล่นด้วย ผู้หญิงคนเดียวที่แสงฉานรักคือ...อุรวสาบุษบาบัณไม่ยอมแพ้วางแผนให้อุรวสาเข้าใจผิดว่าแสงฉานมีอะไรกับเธอ แต่อุรวสาไม่หลงกล...ตบหน้าบุษบาบัณฉาดใหญ่ ให้สาสมกับความหน้าไม่อายอยากจะแย่งผู้ชายที่เธอรัก เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้อุรวสาตระหนักว่ารักแสงฉานมากแค่ไหน .. ทั้งคู่กลับมาคืนดีกันอีกครั้ง ในงานเลี้ยงเปิดงานโครงการก่อสร้างแห่งใหม่ของอัษฎา เวสม์ไปด้วยในฐานะนักการเงิน อัษฎาจึงชวนภิสิตไปร่วมงานเพื่อกันเวสม์จากอินทุอร เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเวสม์ทำดีกับอันตราเพื่อจีบอินทุอร ยังไงเสียเขาก็ไม่ยอมเสียลูกสาวให้กับผู้ชายที่ไม่น่าไว้ใจเป็นอันขาด!! บุษบาบัณตามภิสิตมาด้วย เพราะเริ่มระแคะระคายคิดว่าภิสิตต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้หญิงคนใดคนหนึ่งแน่นอน แม้เธอไม่ได้รักภิสิต... แต่บุษบาบัณต้องการความเป็นเจ้าของผู้ชายคนนี้ บุษบาบัณยอมไม่ได้ที่ภิสิตจะทิ้งเธอ.. เพื่อไปหาผู้หญิงคนใหม่ !! อินทุอรสลดไปเมื่อเห็นภิสิตมากับบุษบาบัณ เธอต้องเลี่ยงไปคุยกับเวสม์แทน เมื่อบุษบาบัณเห็นแววตาของอินทุอร เธอมั่นใจขึ้นทันทีว่าผู้หญิงคนนี้คือคนที่ภิสิตแอบชอบอยู่ เธอยิ่งชิงชังอินทุอรมากขึ้นไปอีกอันตรากับอุรสาเห็นสายตาไม่เป็นมิตรของบุษบาบัณ รีบดึงอินทุอรออกมาเตือนด้วยความเป็นห่วงกลัวเธอปล่อยใจให้ภิสิต อินทุอรจำต้องยอมรับกับพี่สาวทั้งสองคนว่าเธอชอบภิสิตเกินกว่าจะห้ามใจ อันตราและอุรสาเข้าใจน้องสาว.. และสัญญาว่าจะไม่บอกเรื่องนี้ให้อัษฎารู้ อินทุอรถูกโทรศัพท์ลึกลับตามรังควานและยังถูกบุษบาบัณใส่ร้ายว่าแย่งภิสิตผ่านหน้านิตยสาร ภิสิตทะเลาะกับบุษบาบัณอย่างรุนแรง ที่ปล่อยข่าวทำลายชื่อเสียงของอินทุอรแบบนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้คนในสังคมรับรู้ว่าบุษบาบัณไม่เคยแยแสภิสิตแม้แต่นิดเดียว เมื่ออัปสรรู้เรื่องราวทั้งหมดจึงนัดอัษฎามาคุยเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง แนะนำให้อัษฎายอมรับความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสอง เพราะความรักระหว่างภิสิตกับอินทุอรมีแต่ความสวยงามและอยู่ในสายตาของเธอโดยตลอด อัษฎาถึงกับอึ้งเมื่อรับรู้เรื่องราวทั้งหมด...ยากจะทำใจจริงๆ ที่ลูกสาวคนเล็กจะรักกับเพื่อนรุ่นน้องอย่างภิสิต อุรสาช่วยย้ำให้อัษฎาเห็นว่าอินทุอรไม่ใช่ต้นเหตุที่ทำให้ครอบครัวของภิสิตแตกแยก เธอเล่าเรื่องราวระหว่างเธอ บุษบาบัณ และ แสงฉาน ให้พ่อฟัง เพื่อตอกย้ำว่าบุษบาบัณทำตัวแย่เพียงใด ผู้หญิงอย่างบุษบาบัณไม่เคยซื่อสัตย์กับภิสิตเลยสักครั้ง..สถานการณ์เรื่องราวระหว่างอินทุอรกับภิสิตเบาบางลง .. แต่เรื่องราวการแอบแต่งงานกันระหว่างอุรสากับแสงฉานกลับถูกรับรู้โดยอัษฎา.. ระเบิดระหว่างพ่อกับลูกสาวคนโตในบ้านประทุอีกครั้ง !! ศศิพิมลขอหย่าพงษ์ชัยเพื่อเดินหน้าแย่งชิงเวสม์ แต่พงษ์ชัยไม่ยอมหย่า ตบตีและทำร้ายศศิพิมลจนเข้าโรงพยาบาล เวสม์ขู่จะแจ้งความหากพงษ์ชัยยังทำร้ายศศิพิมลอีก ในที่สุดศศิพิมลพ่ายแพ้ต่อความดีของเวสน์ในครั้งนี้ ศศิพิมลเรียกอันตราเข้ามาบอกความจริงและความดีของเวสน์ในอดีตทั้งหมด เล่าให้อันตราฟังว่าเวสน์รักอันตรามากแค่ไหน เหตุการณ์ครั้งนี้.. ทำให้อินตรารับรู้ความจริงว่าเวสม์เป็นผู้ชายแสนดีและเป็นสุภาพบุรุษเพียงใด เป็นครั้งแรกที่สาวห้าว ยินดีเปิดใจรับชายหนุ่มอย่างเวสม์เข้ามาในหัวใจ คนในครอบครัวแปลกใจเมื่อเห็นอันตราใส่กระโปรง ตั้งแต่ใช้นางสาวนำหน้า สาวห้าวไม่เคยนุ่งกระโปรงอื่น.. นอกจากกระโปรงนักเรียน !! แม่พี่สาวน้องสาวถามไถ่ยกใหญ่ อะไรดลใจให้เปลี่ยนไป อันตราปิดปากเงียบแต่อัษฎารู้...ก็ไอ้แมงกะจั๊วหน้าหล่อนั่นไง ทำลูกสาวคนสนิทของเขากลายเป็นหญิงจ๋า อัษฎาบอกอันตรา...หัวเด็ดตีนขาด พ่อก็ไม่รับไอ้เจ้าเวสม์เป็นลูกเขย แม้ว่าอันตรากับบราลีผู้เป็นแม่.. จะอรรถาธิบายถึงเหตุผลความดีของเวสน์ยังไง คนหัวดื้ออย่างอัษฎาก็ไม่ยอมฟัง พงษ์ชัยสั่งให้ลูกน้องจับตัวเวสม์ไปซ้อมทำร้าย แล้วกลายเป็นอัษฎาที่เข้าไปช่วยเวสม์ออกมาจากเหล่าร้ายจนตัวเองเกือบโดนยิงตาย อัษฎายอมเสี่ยงตายเพื่อเวสม์เพราะรู้ว่าเวสม์เป็นผู้ชายที่อันตรารัก อัษฎารู้ว่าเวสม์ไม่ใช่แมงดา แต่ที่ไม่ยอมรับเพราะกลัวเวสม์แย่งลูกสาวไป เวสม์ตัดสินใจเข้าไปสู่ขออันตรา พร้อมๆ กับที่ภิสิตกับแสงฉานเอาธูปเทียนแพไปกราบขอขมาอัษฎา ที่ปิดปังความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากับลูกสาวอีกสองคนของอัษฎามาโดยตลอด บราลีพยายามชี้ให้อัษฎาตระหนักรับรู้ถึงความรักของหนุ่มสาวทั้งสามคู่... อุรวสา อันตรา และ อินทุอร โตเป็นผู้ใหญ่... ไม่ใช่เด็กหญิงตัวน้อยที่อัษฎาเคยดูแลและปกป้อง อาจถึงเวลาที่สาวน้อยของพ่อต้องออกไปเผชิญโลกกว้างกับผู้ชายที่รักแล้ว ในที่สุดอัษฎาจึงเปลี่ยนความคิด ยอมรับความจริงข้อนี้ทั้งหมด.. อัษฎาปลื้มใจที่ลูกทั้งสามคน แม้ไม่ใช่พี่น้องกันแท้ ๆ แต่รักกันมาก เสียสละดูแลกันและกันตลอดเวลาในทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนงานแต่งงานอย่างเป็นทางการระหว่างอุรวสากับแสงฉาน อัษฎาสอนอุรวสา...เป็นภรรยาไม่ควรข่มสามี ต้องให้เกียรติสามี เคารพสามี เพราะทั้งคู่เปรียบเหมือนส่วนเติมเต็มซึ่งกันและกัน อุรวสาพยักหน้ารับคำ...ก้มกราบพ่อ อันตราจะแต่งงานกับเวสม์เดือนหน้า...ส่วนอินทุอรมีแพลนจะแต่งกับภิสิตสิ้นปี ต้นปีหน้าภิสิตต้องจะต้องไปเป็นผู้ช่วยทูตที่ออสเตรียและจะพาอินทุอรไปอยู่ด้วยในฐานะภรรยา อีกไม่นานบ้านหลังใหญ่ของอัษฎา ลูกๆ ก็จะแยกย้ายไปมีครอบครัว แต่ไม่ว่าลูกของพ่อไปอยู่แห่งหนไหน สายใยรักของพ่อก็เชื่อมโยงถึงลูกเสมอ... รายชื่อนักแสดง กฤษฎา พรเวโรจน์ รับบทเป็น ภิสิตรณิดา เตชสิทธิ์ รับบทเป็น อินทิราหลุยส์ สก๊อตต์ รับบทเป็น เวศม์อามีนา กูล รับบทเป็น อันตราอเล็กซ์ เรนเดลล์ รับบทเป็น แสงฉานณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ (ณิชา) รับบทเป็น อุรวสาทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี รับบทเป็น อัษฎาอาภาศิริ นิติพน รับบทเป็น บราลีพิตต้า ณ พัทลุง รับบทเป็น บุษบาบัณอภิษฎา เครือคงคา รับบทเป็น ศศิพิมลอนันต์ บุนนาค รับบทเป็น สมศักดิ์ดนัย จารุจินดา รับบทเป็น พงษ์ชัยณัฐฐา ลอยด์ รับบทเป็น ป้าอัปสรปรารถนา สัชฌุกร รับบทเป็น ป้าแต๋วปาริฉัตร ไพรหิรัญ รับบทเป็น ป้าต้อย

สายป่าน ควง บัว อิสซาเบล่า ถอดรหัสรักสาววาย รอบปฐมทัศน์ 1448 รักเรา..ของใคร
1448 รักเรา..ของใคร /  ดาว สุกฤตตา / 

บริษัท สตาร์ลิง จํากัด, สหกรณ์ภาพยนตร์ฯ และ บริษัท ฟิล์มเวิร์ค บีจี จํากัด ร่วมกับ ภาพยนตร์ 1448 รักเรา..ของใคร จัดงานรอบปฐมทัศน์ นำทีมโดย วรวิสุทธิ์ ชลาชีพ ผู้อำนวยการสร้าง, อรุณศักดิ์ อ่องลออ ผู้กำกับ ร่วมด้วยทีมนักแสดง สายป่าน อภิญญา สกุลเจริญสุข, บัว อิสซาเบล่า เลเต้, บุค ภูดิท ขุนชนะสงคราม และ เฟียต พัทธดนย์ จันทร์เงิน ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นด้วยมินิคอนเสิร์ตเพลงรัก สื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติ ณ โรงภาพยนตร์ SF World Cinema ชั้น8 เซ็นทรัลเวิล์ด เมื่อวันจันทร์ที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา เปิดงานด้วยมินิคอนเสิร์ตเพลงรักซึ้งๆ โดยนักร้องสาวเสียงดี ดาว สุกฤตตา จากนั้น วิฑูรย์ แนวพานิช ประธานสันนิบาตสหกรณ์ฯ เป็นผู้กล่าวเปิดงาน ก่อนเรียนเชิญ นายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช, อัญชนา สุวรรณานนท์ และ อรุณศักดิ์ ผู้กำกับ ร่วมพูดคุยเสวนาพิเศษ "ถอดรหัสรัก 1448" รวมถึงความรักของ หญิง กับ หญิง สายป่าน อภิญญา สกุลเจริญสุข ปิดท้ายด้วยแก๊งนักแสดงวัยรุ่น นำโดย สายป่าน อภิญญา, บัว อิสซาเบล่า,บุค ภูดิท และ เฟียต พัทธดนย์ ขึ้นเวทีร่วมพูดคุยเกี่ยวกับเบื้องหลังความสนุกสนานในการถ่ายทำภาพยนตร์ พร้อมเซอร์ไพรส์ด้วยเสียงเพลงเพราะๆของหนุ่ม บุค ภูดิท ที่ขอโชว์น้ำเสียงร้องเพลง รักเราของใคร เพลงประกอบภาพยนตร์ให้สาวๆในงานได้กรี๊ดกันลั่น บัว อิสซาเบล่า เลเต้ ทั้งนี้ยังได้รับเกียรติจากเหล่าผู้บริหารพันธมิตรภาพยนตร์ อาทิ จิรัญ รัตนวิริยะชัย รองกรรมการผู้จัดการ บ.โมโน บรอดคาซท์ จก., สุพัฒน์ งามวงศ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น, กรกฎ นรานิรัติศัย กรรมการผู้จัดการ บ.บูมเมอแรง ออนไลน์ จก. เป็นต้น ร่วมถ่ายภาพหมู่กับเหล่านักแสดง และทีมสร้างภาพยนตร์ เป็นที่ระลึก ก่อนเข้าชมภาพยนตร์ในครั้งนี้ พาหัวใจของคุณชัดเจนในรักแท้ ด้วยความรักของ เธอ กับ เธอ ไปกับ 1448 รักเรา..ของใคร ในวันที่ 27 พ.ย. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ 1448 รักเรา..ของใคร ได้ที่นี่เลย -----------------------------

โมโนมิวสิค แตกหน่อ โมโนมิวสิคโคเรีย ปั้นบอยแบนด์เบอร์แรก  A.cian
A.CIAN /  HYEOK JIN / 

โมโนมิวสิค แตกหน่อ โมโนมิวสิคโคเรีย ปั้นบอยแบนด์สัญชาติเกาหลี A.cian (เอเชี่ยน) หลังจากแจ้งเกิดบอยแบนด์สัญชาติไทยให้โด่งดังมาแล้ว อย่าง อีโวไนน์ ล่าสุดค่ายเพลง โมโนมิวสิค ผุดไลน์ธุรกิจไปเปิดค่ายเพลงสัญชาติเกาหลีในนาม โมโนมิวสิคโคเรีย ที่ประเทศเกาหลีเรียบร้อยแล้ว โดยปล่อยบอยแบนด์นามว่า A.cian (เอเชี่ยน) ศิลปินบอยแบนด์สัญชาติเกาหลีแท้ในฐานะศิลปินไอดอล K-POP เบอร์แรกของค่าย ซึ่งมี 5 หนุ่มเป็นสมาชิก ซังฮยอน (Sang Hyeon), จองซัง (Jung Sang), จินโอ (Jin.O), ฮยอกจิน (Hyeok Jin) และ โลเจ (LO-J.) สำหรับวง A.cian (เอเชี่ยน) เคยเดบิวต์ครั้งแรกเมื่อปี 2012 และล่าสุดคัมแบ็คสู่วงการเพลงอีกครั้งกับบ้านหลังใหม่ภายใต้การดูแลของ โมโนมิวสิคโคเรีย ซึ่งวันนี้พร้อมแล้วที่จะเปิดตัวด้วยอัลบั้มและซิงเกิ้ลแรก เอาช์ (Ouch) ซึ่งโดดเด่นด้วยการนำกีฬาการต่อยมวยมาใส่ไว้ในท่าเต้นเพลงนี้ด้วย โดยหนุ่มๆ A.cian (เอเชี่ยน) เผยให้ฟังว่า... "ก่อนหน้านี้พวกเราทำงานต่างๆ มาโดยตลอดครับ ทั้งงานผลงานร้องเพลงประกอบซีรี่ส์ ถ่ายแบบ เดินแบบ การเป็นฑูตและพรีเซ็นเตอร์ต่างๆ รวมถึงการเตรียมงานอัลบั้มล่าสุดนี้ที่มีเพลง เอาช์ (Ouch) เป็นเพลงเปิดตัวภายใต้การดูแลของ โมโนมิวสิคโคเรีย ที่ผ่านมาพวกเราฝึกซ้อมในทุกๆ ด้านอย่างหนักมากครับ เหมือนเป็นศิลปินหน้าใหม่เลย สำหรับเพลง เอาช์ (Ouch) จะเป็นเพลงสไตล์ K-POP สนุกๆ เร้าใจครับ ซึ่งเนื้อหาเพลงพูดถึงความต้องการที่จะหลุดออกจากอารมณ์อึดอัดใจของวัยรุ่นที่ต้องพบเจอในชีวิตประจำวันผ่านท่วงทำนองที่หนักแน่น โดยมีท่าเต้นซึ่งประยุกต์มาจากการต่อยมวยมาทำให้เพลงนี้สนุกขึ้นเมื่อมีการโชว์เต้นไปด้วย โดยได้ พาร์คจินวู (Park Jin-Woo) ที่ออกแบบท่าเต้นให้ศิลปินรุ่นพี่ ไซ(PSY) มาช่วยออกแบบให้ท่าเต้นเพลงนี้ให้พวกเราด้วยครับ ซึ่งไม่ง่ายเลยกับการเต้นแบบต่อยมวย พวกเราต้องเข้าฝึกซ้อมที่ยิมของค่ายมวยในเกาหลีแทบทุกสัปดาห์เพื่อให้ท่าเต้นออกมาเหมือนนักมวยจริงๆ มากที่สุดครับ" "สำหรับการกลับมาครั้งนี้พวกเรารู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะเป็นการรอคอยของพวกเราในรอบหลายปีที่จะได้กลับมาเจอแฟนๆ เพลงของพวกเราอีกครั้ง ขอฝากเพลง เอาช์ (Ouch) และผลงานของพวกเราด้วยนะครับ" [[ อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ]] A.CIAN บอยแบนด์จาก Mono Music Korea เปิดตัวมินิอัลบั้ม OUCH A.CIAN อวดลุคนักมวยสุดเท่! ในมิวสิควิดีโอเพลง Ouch ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

มาฟังเสียงใสๆ อิมเมจ เดอะว๊อยซ์ โคฟเวอร์เพลง Blank space
อิมเมจ เดอะว๊อยซ์ /  teenmthai

มาฟังเสียงใสๆ อิมเมจ เดอะว๊อยซ์ โคฟเวอร์เพลง Blank space

ล้ำเหลือเกิน ไม่สบายอยู่บ้าน ก็ส่งหุ่นยนต์ไปเรียนแทนได้
Jeffrey Kaji /  ข่าวการศึกษา / 

ล้ำเหลือเกิน ไม่สบายอยู่บ้าน ก็ส่งหุ่นยนต์ไปเรียนแทนได้ มีจริงแล้วด้วยนะคะ หลังจากที่มีเด็กอเมริกาคนหนึ่งป่วยหนักไม่สบาย จนทำให้เขาไม่สามารถไปเรียน 1 สัปดาห์ และนั้นจึงเป็นปัญหาในการเรียนที่เขาอาจตามเพื่อนไม่ทัน แต่ปัญหากวนใจก็ต้องหมดไป เพราะเค้าสามารถส่งหุ่นยนต์ไปนั่งเรียนหนังสือแทนได้แล้วซะอย่างนั้นอ่ะ เจ๋งป่ะละ ล้ำเหลือเกิน ไม่สบายอยู่บ้าน ก็ส่งหุ่นยนต์ไปเรียนแทนได้ โดยเด็กหนุ่มที่ว่านี้ก็คือ Jeffrey Kaji หรือเจ้าหนูที่เพิ่งเข้ารับการผ่าตัดไส้ติ่งและป่วยจนไปโรงเรียนไม่ไหว จึงเป็นปรากฎการณ์ใหม่ในห้องเรียนครั้งแรกของ Long Island  รัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา นั่นคือ ถึงแม้เขาจะไม่สามารถมาโรงเรียนเรียนด้วยตัวเองได้ แต่เขาสามารถส่งเจ้าหุ่นยนต์ล้อเลื่อนมาเรียนได้แทน ทั้งสามารถเห็นหน้าตา โต้ตอบสื่อสาร เคลื่อนที่เปลี่ยนห้องเรียน  หรือนั่งจับกลุ่มคุยกับเพื่อนช่วงพักทานอาหารกลางวันได้หมด  ทำให้เขาไม่พลาดการเรียนแน่นอน ซึ่งหุ่นยนต์ตัวนี้ มาจากที่แม่ของ Jeffrey Kaji ทำงานอยู่ในบริษัทเทคโนโลยีชื่อว่า  A+ Technology จึงได้นำหุ่นยนต์มหัศจรรย์มาให้กับลูกชาย โดยวิธีการควบคุมของเจ้าหุ่นยนต์ก็คือ การเชื่อมโยงเข้ากับคอมพิวเตอร์ในบ้าน และลูกชายของเธอสามารถบังคับทิศทางด้วยล้อเลื่อนโดยการขยับเม้าส์ได้ตามใจชอบ อีกทั้งหุ่นยนต์ตัวนี้ก็จะทำหน้าที่เหมือน Skype ที่ทำให้ Jeffrey Kaji สามารถคุยกับครูหรือ เพื่อนๆได้นั่นเอง นอกจากนี้คุณแม่  Jeffrey Kaji  ยังบอกอีกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในโรงเรียนตอนนี้ก็เหมือนกับว่า  Jeffrey Kaji อยู่ในโรงเรียนนี้ด้วย และตอนนี้กำลังเป็นหนุ่มฮอต โดนรุมล้อมด้วยเหล่าเด็กๆ และเพื่อนนักเรียน ในขณะที่เขาเคลื่อนที่หุ่นยนต์ไปตามที่ต่างๆ แม้มันจะฟังดูประหลาดไปบ้าง แต่นักเรียนและครูหลายคนก็ชอบความพิสดารนี้ไม่น้อย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ จึงทำให้บริษัท A+ Technology อย่าง Steve Cina ออกมาพูดว่า อุปกรณ์หุ่นยนต์นี้ยังเหมาะสำหรับคนที่มีร่างกายพิการหรือเจ็บป่วย ให้กลับมามีโอกาสใช้ชีวิตและทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ "ผมคิดว่าตอนนี้เราสามารถนำเสนอบริการให้เช่าหุ่นยนต์สำหรับสถานการณ์ที่เฉพาะเจาะจงเช่นนี้ให้กับโรงเรียนได้" ลองมาดูคลิป เมื่อหุ่นยนต์ไปเรียนแทนจะเป็นยังไง? นับว่าเป็นความล้ำทางเทคโนโลยีจริงๆ นะคะ ที่สามารถช่วยเหลือเด็กที่ไม่สามารถเดินทางมาเรียนได้ อาจด้วยเหตุจำเป็นหรือความผิดปกติของร่างกายต่างๆ นั้นทำให้พลาดช่วงเวลาสำคัญไป เชื่อว่าอีกไม่นานเจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้อาจจะเข้ามาช่วยเหลือเด็กๆ ที่มีปัญหาเหล่านี้ให้หมดไปได้ค่ะ แต่สำหรับน้องๆ คนไหนที่ร่างกายปกติ พี่คิดว่าช่วงชีวิตที่เราได้เดินทางไปเรียน พูดคุยกับเพื่อนๆ มีช่วงเวลาดีๆ ในวัยเรียนด้วยตัวเองนั้น ยังไงก็เป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุดนะคะ  ติดตามดูเรื่องอื่นๆ ได้ที่ tech  เรียบเรียง teen.mthai.com ข้อมูล: Dailymail, catdumb รูปภาพ: Youtube, people.com