ฟังเพลง จีบได้แฟนตายแล้ว

นุ่น วรนุช ยังเชื่อในสิ่งที่เห็น!! วัตถุประหลาดคล้าย UFO ไม่เกี่ยวจะมีลูกหรือไม่!!
นุ่น วรนุช /  ข่าว นุ่น วรนุช / 

  ทำเอาฮือฮาไปตามๆ กัน หลังจากที่นางเอกซุปตาร์ นุ่น วรนุช เดินทางไปทำงานที่ประเทศฝรั่งเศส และได้พบเห็นวัตถุประหลาดเคลื่อนที่บนท้องฟ้า ซึ่งเจ้าตัวได้โพสต์คลิปที่บันทึกไว้ได้ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Woranuch Wongsawan พร้อมกับเล่าถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นด้วยความตื่นเต้น ทำให้มีการแชร์เรื่องราวน่าตื่นเต้นของนางเอกซุปตาร์บนโลกโซเชียลไปอย่างมากมาย   ล่าสุดวันนี้ (20ก.ค.60) นุ่น วรนุช ได้เดินทางมาร่วมงานประกาศรางวัลนาฏราช ครั้งที่ 8 ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย พร้อมกับเปิดใจกับสื่อมวลชนอีกครั้งว่าตนเชื่อในสิ่งที่เห็น แต่ไม่ได้โฟกัสว่าสิ่งที่เห็นคืออะไร ยันเห็นด้วยตาเปล่าพร้อมกันถึง 4 คนไม่เหมือนตอนแสดงละครพิษสวาท ที่ตนได้เคยฝันถึง และคงไม่เกี่ยวกับเรื่องท้องหรือมีลูกแน่นอน!!   "ตอนแรกคือเรากลับจากที่ไปถ่ายรูปสำหรับครีมกันแดดตัวใหม่ของนุ่นนะคะ (ยิ้ม) อยู่ตรงช่วงมอเตอร์เวย์ค่ะ พี่จุกเขาเห็นเป็นกลุ่มไฟ เขาก็ถามไกด์ว่ามีหมู่บ้านอะไรเหรอตรงนั้น เขาก็บอกไม่มี เพราะเป็นเส้นถนนยาวค่ะ แล้วกลุ่มไฟก็ค่อยๆ ขยับออกไปแล้วก็หายไปเลย เราก็บอกฝรั่งว่าเคยเห็นในอินเตอร์เน็ตแบบนี้คือยูเอฟโอ (หัวเราะ) แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะใช่หรือไม่ใช่นะ ก็คุยกันว่าถ้าใช่จริงๆ เดี๋ยวก็มาให้เห็นอีก อีกแป๊บนึงมาให้เห็นข้างพี่จุกเลย คือเป็นกลุ่มไฟที่ใหญ่มาก นุ่นก็พยายามหยิบมือถือมาถ่าย แต่ถ่ายไม่ได้ มันสว่างมาก ใกล้มาก ครั้งที่3 ก็หยิบกล้องขึ้นมา เพราะมือถือคงไม่รอด และพอดีครั้งที่3 เขาอยู่ยาว ได้เห็นทั้งหมด 4ครั้ง แล้วมีน้องที่อยู่แถวๆ นั้น เลยโทรไปหาเขา เราก็ตื่นเต้นเล่าให้เขาฟัง ในระหว่างที่เขาโทรมาก็ยังเห็นครั้งที่4 อยู่ ก็ไม่รู้หรอกว่าใช่หรือไม่ใช่"   "พี่จุกเห็นเป็นรูปข้าวหลามตัด แต่เราเห็นเป็นไฟดวงๆ เป็นกลุ่มไฟค่ะ ไม่ใช่ดาวตกแน่นอนค่ะ"   "อินเตอร์เน็ตเลย ตื่นเต้นมาก วันรุ่งขึ้นก็อัดคลิปลงเลย เพราะถ้าอัดหลังจากนี้นานๆ ก็คงไม่ได้ความรู้สึกนี้ เราก็รู้สึกว่าครั้งหนึ่งเราได้เห็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ก็ไม่ได้โฟกัสหรอกว่าสรุปแล้วเป็นอะไรยังไง ต้องบอกว่าเหมือนเป็นนิทานค่ะ เพราะคงไม่มีใครเห็นเหมือนเรา คือในรถเราเห็นกัน 4 คน คนรถก็ตื่นเต้น จอดรถแล้วก็วิ่งขึ้นไปบนหลังคารถกัน มันก็เป็นความตื่นเต้นอันนึงที่ไม่คิดว่าจะได้เจอ และแถบๆ นั้นเขาเพิ่งจัดงานครบ 50 ปีไป ที่เจ้าของไร่ลาเวนเดอร์เขาเห็น และเขาบอกว่า 3 ปีหลังจากที่เขาเห็น เขาก็ปลูกอะไรไม่ได้เลย เพิ่งมีจัดงานระลึกไป เขาก็เพิ่งเล่าให้ฟังนี่แหละค่ะ"   “(ได้ถามไกด์มั้ยว่าเกิดขึ้นบ่อยมั้ย) เขาไม่เคยเห็นเลย นี่เห็นครั้งแรก และสามีเขาที่มาช่วยดูแลก็ศึกษาเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว ต่างชาติเขาไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องลี้ลับนะคะ มันเป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์ ซึ่งหลายๆ คนที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์เขาก็บอกว่ามีจริง เราเองยังเคยส่งยานไปที่ดาวดวงอื่นๆ เลยเป็นเรื่องปกติค่ะ"   "นุ่นเชื่อในสิ่งที่นุ่นเห็น นุ่นก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร อย่างที่นุ่นเล่าให้ฟังว่าละครพิษสวาท นี่นุ่นฝันถึงนะ แต่นี่คือตาเปล่าและเห็นพร้อมกัน 4 คน แต่ก็ตอบไม่ได้ว่าคืออะไร"   “รถคันอื่นแถวนั้นก็มีนะคะ แต่เขาก็ไม่ได้หยุดรถเหมือนรถเรา (ยิ้ม) ก็ไม่รู้นะว่าใช่หรือไม่ใช่ ก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน ก็ไม่ได้มีความรู้ตรงนี้จริงๆ ก็ไม่กล้าพูดค่ะ ก็ตื่นเต้นดีค่ะ"   “(ต๊อดก็มาแซว) ใช่ เราก็ไปได้หมวกที่นู่น ก็ยังคิดในใจว่าหมวกเราเหมือนยูเอฟโอเลย ยังคุยเล่นกันอยู่เลย ก็ไม่คิดว่าจะมีคล้ายๆ เพราะเมื่อต้นปีก็มีคนแถวฝรั่งเศสเห็นเยอะเหมือนกัน (คนแซวว่าเห็นแบบนี้จะมีลูกหรือเปล่า) ไม่หรอก เพราะเห็นกันหลายคน อย่างพี่จุกก็คงไม่มีลูกเนอะ (หัวเราะ)" นุ่นกล่าว ขอบคุณภาพจาก FB Woranuch Wongsawan นุ่น วรนุช นุ่น วรนุช นุ่น วรนุช นุ่น วรนุช

ละครฝันรักฝันสลาย , เรื่องย่อฝันรักฝันสลาย
ละคร ฝันรักฝันสลาย /  เรื่องย่อละคร ฝันรักฝันสลาย / 

ฝันรักฝันสลาย บทประพันธ์โดย : วิลักษณาบทโทรทัศน์โดย : วิลักษณากำกับการแสดงโดย : ชูชัย องอาจชัยออกอากาศทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 19.05-20.05 น. และวันศุกร์ เวลา 18.45-19.45 น. ช่อง 3 HD ช่อง 33 เรื่องย่อละคร ฝันรักฝันสลาย ณ หมู่บ้านแร้นแค้น นอกแผ่นดินไทย เหมยลี่ (ลัลล์ลลิน เตจะสาเวศซ์) และหญิงสาวในหมู่บ้านเกือบ 10 คน วางแผนเตรียมตัวที่จะหลบหนีออกนอกประเทศเพื่อไปอเมริกา เพราะต้องการมีชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเก่า โดยมี เจียง (ศรัณยู ประชากริช) หนุ่มบ้านเดียวกันที่ไปปักหลักอยู่ในเมืองไทยอาสาเป็นนายหน้าพาทุกคนหลบหนีออกนอกประเทศ เจียง พาสาว ๆ ทั้ง 10 คน ลัดเลาะแนวตะเข็บชายแดน แต่ ผู้กองอู๋ (อภินันท์ ประเสริฐวัฒนกุล) ก็ตามมาพร้อมกับประกาศให้ทุกคนถอยกลับ แต่เหมยลี่และทุกคนไม่ยอมถอย หนีสุดชีวิต รอดเพียงเจียงกับเหมยลี่ ทั้งคู่หลบหนีไปพร้อมกลุ่มชาวบ้าน ถูกซ่อนตัวเบียดกันไปในรถบรรทุกผัก เพื่อหลบหนีการตรวจของตำรวจ เมื่อผ่านด่านตรวจ ทั้งหมดก็เดินเท้าลัดเลาะอย่างยากลำบากไปตามเส้นทางแนวป่าของชายแดน จนกระทั่งข้ามมาถึงฝั่งไทย ละคร ฝันรักฝันสลาย ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ผู้กองปกรณ์ (นาวิน เยาวพลกุล) หัวหน้าทีมตามจับแก๊งลูกหมู หรือขบวนการลักลอบค้ามนุษย์ข้ามชาติ ได้รับมอบหมายให้เป็นพี่เลี้ยงฝึกตำรวจใหม่ให้กับ หมวดออม (วันสิริ อ่องอำไพ) หมวดสาวที่เพิ่งเรียนจบ ปกรณ์ได้ชื่อว่าเป็นผู้กองขาโหดดุดันและทำงานจริงจัง เขาจึงไม่ชอบใจนักที่ต้องมาเป็นพี่เลี้ยงให้กับตำรวจหญิง ปกรณ์จึงมอบหมายให้ จ่าอู๊ด (ศุภณัฐ เฉลิมชัยเจริญกิจ) คอยดูแลและให้คำแนะนำต่าง ๆ กับหมวดออมแทน ทำให้เธอไม่พอใจและหมั่นไส้ผู้กองปกรณ์ตั้งแต่แรกเจอ ปกรณ์มีนัดกับสายสืบเพื่อล่อจับ หมงรัชดา (วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์) หัวหน้าแก๊งลูกหมู มาเฟียใหญ่ที่ลักลอบค้ามนุษย์ ออมขอติดตามไปด้วย แต่ปกรณ์สั่งให้ทำงานเอกสารอยู่ที่โรงพัก แต่เธอไม่เชื่อแอบตามไปและทำให้คนร้ายรู้ตัวหนีรอดไปได้ ปกรณ์โกรธมาก จึงเข้าพบหัวหน้าเพื่อขอให้คนอื่นมารับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับออม แต่หัวหน้าไม่อนุญาตเพราะต้องการให้มีตำรวจหญิงอยู่ในทีม เพื่อช่วยในการจับกุม เพราะปกรณ์มักจะถูกร้องเรียนว่าใช้ความรุนแรงกับผู้ต้องหาหญิงบ่อย ๆ ออมขอโทษปกรณ์ที่เป็นต้นเหตุทำให้งานผิดพลาดและขอโอกาสเพื่อเรียนรู้งาน เพราะตัวเองอยากเป็นตำรวจที่เก่งและสานต่ออุดมการณ์ของพ่อซึ่งเป็นตำรวจและตายในหน้าที่ตอนเธออายุ 15 ปกรณ์ได้ฟังเรื่องของออม จึงเริ่มอ่อนข้อให้กับเธอลงบ้าง ละคร ฝันรักฝันสลาย เจียงแยกตัวเหมยลี่และหญิงสาวทั้งหมดออกจากกลุ่มและพาเข้ากรุงเทพฯ ทันที ไม่มีใครรู้ชะตากรรมว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตพวกเธอ ทั้งหมดถูกพามาขังยังตึกแถวกลางเมืองที่ชั้นล่างเป็นสถานบันเทิง แต่ชั้นบนเป็นที่ขายบริการทางเพศ เจียงบอกให้ทุกคนรู้ว่าต้องขายตัวเพื่อหาเงินสำหรับเป็นค่าเดินทางไปอเมริกา เหมยลี่และหญิงสาวคนอื่นต่างตื่นกลัวไม่คิดว่าจะต้องมาเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ ทุกคนขอร้องเจียงให้ทำงานวิธีอื่น แต่เจียงปฏิเสธและยื่นคำขาดให้รู้ว่าถ้าใครขัดขืนต้องตายสถานเดียว เหมยลี่ ถูกบังคับให้รับแขกคนแรกในวันรุ่งขึ้น แต่ก่อนที่เหมยลี่จะถูกขืนใจ ปกรณ์ก็นำกำลังตำรวจรวมทั้งหมวดออมเข้ามาบุกค้น มีการปะทะยิงกันระหว่างเจียงกับตำรวจ แต่เจียงหนีไปได้ เหมยลี่และคนอื่น ๆ ต่างวิ่งหนีกันอลหม่านไปตามช่องทางเดินในตึกโดยไม่รู้ว่าจะออกไปทางไหน ปกรณ์เห็นเหมยลี่วิ่งเลี้ยวไปตามทางจึงไล่ตามเธอไป เหมยลี่เห็นจวนตัวจึงปีนหลบออกไปนอกหน้าต่างเกาะอยู่บนระเบียง เมื่อมองลงไปยังด้านล่างพบว่าเธออยู่บนตึกสูงนับสิบชั้น เหมยลี่ได้แต่ภาวนาขอให้ปกรณ์หาเธอไม่เจอ แต่แล้วปกรณ์ก็เห็นจนได้และบอกให้เธอมอบตัว แต่เหมยลี่ตัดสินใจเสี่ยงตายโดดลงจากตึก โชคเป็นของเหมยลี่ที่โดดลงมาบนรถบรรทุกจึงรอดชีวิตไปอย่างหวุดหวิด เหมยลี่ได้พบกับ ชาง (เอกพงศ์ จงเกษกรณ์) หนุ่มบ้านเดียวกันและมีความฝันที่จะไปอเมริกาเช่นเดียวกับเธอ แต่ชางมาตกค้างอยู่ในเมืองไทยเกือบ 2 ปีเพราะไม่มีเงินจ่ายให้กับนายหน้า เขาจึงต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ เพื่อทำงานเก็บเงินสำหรับค่าเดินทาง ละคร ฝันรักฝันสลาย ตำรวจส่งตัวหญิงสาวและคนต่างด้าวที่ถูกจับได้ทั้งหมดกลับไปยังประเทศของพวกเขา ปกรณ์รายงาน ผู้การยงยุทธ (ศานติ สันติเวชชกุล) ว่ายังมีหญิงสาวอีกคนที่หนีรอดไปได้คือเหมยลี่ หัวหน้าจึงสั่งให้ติดตามเอาตัวเธอกลับมาให้ได้ ขณะเดียวกันผู้การอู๋ ก็เดินทางมาประสานกับตำรวจไทย เพื่อต้องการจัดตัวเหมยลี่และชางกลับไปประเทศของตน ซึ่งปกรณ์ไม่ชอบใจนัก เพราะรู้สึกว่าผู้กองอู๋ชอบใช้วิธีการรุนแรง จับตายมากกว่าจับเป็น ไม่สนใจใคร ทำให้ชางกับเหมยลี่ มีคนที่ตามล่าตัวหลายฝ่ายชางพาเหมยลี่ไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่ศาลเจ้ากับ เหว่ย (ภัคศรุจน์ นาคาฮาร่า) และ เปา (กิตติพงศ์ โพชสาลี) สองหนุ่มต่างด้าวท่าทางไม่น่าไว้ใจที่หนีเข้าเมืองมาพร้อมกับชาง เหมยลี่ได้เจอกับ กิมลั้ง (ภัณฑิลา ฟูกลิ่น) ซึ่งเป็นลูกสาวของ แปะชิง (เฮียหมู บางรัก) ชายชราผู้ดูแลศาล กิมลั้งหลงรักชาง เธอจึงไม่พอใจที่เห็นชางพาผู้หญิงอื่นมาอยู่ด้วย ชางพาเหมยลี่ไปฝากงานเป็นคนล้างจานในร้านอาหารที่ตัวเองเป็นผู้ช่วยพ่อครัว ทุก ๆ วัน ชางจะนำอาหารมาแบ่งให้เหมยลี่กิน และคอยดูแลเป็นห่วงเป็นใย ทำให้กิมลั้งยิ่งเกลียดเหมยลี่ ในขณะที่เหว่ยกับเปามักจะเข้ามาแทะโลมลวนลามเหมยลี่ บ่อย ๆ แต่ชางคอยช่วยเหลือและขัดขวางไม่ให้ทั้งสองทำอะไรเธอ ชางบอกให้เหมยลี่รู้ว่าจะต้องใช้เงินถึงห้าแสนบาทเพื่อจ่ายสำหรับค่าทำหนังสือเดินทางปลอมและค่าตั๋วเครื่องบิน เหมยฟังจำนวนเงินแล้วถึงกับท้อ แต่ชางให้กำลังใจว่าเขาจะช่วยเธอเก็บเงินและสัญญาว่าจะเดินทางไปอเมริกาด้วยกัน ละคร ฝันรักฝันสลาย วันหนึ่งหลังเลิกงาน เหมยลี่ต้องกลับศาลเจ้าเพียงลำพังเพราะชางไม่อยู่ ระหว่างเดินกลับ เหมยลี่เจอกับปกรณ์และหมวดออมอย่างจัง ตอนแรกปกรณ์จำเธอไม่ได้แต่แล้วก็เอะใจว่าเคยเห็นเธอมาก่อน ปกรณ์จึงแยกจากหมวดออมแล้วตามเหมยลี่ไป เหมยลี่ลัดเลาะหนีไปตามตรอกหลังตลาดจนปกรณ์คลาดสายตากับเธอ แต่ยังไม่ทันที่เหมยลี่จะหนีพ้น เธอก็พบกับเจียง เจียงบอกให้เหมยลี่ตามกลับไปแต่เหมยลี่ไม่ยอม เจียงจึงเข้ามาทำร้าย แต่ปกรณ์ย้อนกลับมาดูจึงเกิดการปะทะกับเจียง เจียงจึงจำใจต้องปล่อยเหมยลี่และหนีไป เหมยลี่ขอร้องปกรณ์ให้ปล่อยตัวเธอ แต่ปกรณ์ไม่ยอมจะเอาตัวไปโรงพัก โชคดีที่ชางเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดและเป็นจังหวะเดียวกับที่หมวดออมตามหาปกรณ์ ชางจึงเข้าล็อกตัวหมวดออมเพื่อขอแลกเปลี่ยนกับเหมยลี่ ปกรณ์จึงจำเป็นต้องยอมปล่อยตัวเธอชางพาเหมยลี่กลับมาที่ศาลเจ้าและคิดจะหาที่อยู่ใหม่ เพราะกลัวปกรณ์และเจียงจะตามมาเจอ แต่ปรากฏว่าเงินเก็บที่ชางซ่อนไว้เกือบห้าหมื่นบาทหายไป เหว่ยและเปากลับเข้ามาชางจึงถามทั้งสองว่าเอาเงินไปหรือไม่ ทั้งสองปฏิเสธแต่กิมลั้งบอกว่าเห็นเปาเข้ามาค้นหาของของชางเมื่อวันก่อน ชางโกรธเข้าค้นตัวเปาและพบว่ามีเงินอยู่หลายหมื่น จึงชกต่อยกัน กิมลั้งด่าว่าเป็นเพราะเหมยลี่ทุกคนจึงทะเลาะกัน ออมขอโทษปกรณ์อีกครั้งที่เป็นต้นเหตุทำให้เขาจับเหมยลี่ไม่ได้ ครั้งนี้ปกรณ์ไม่ได้ตำหนิเธอ แต่เตือนให้ระวังตัวมากกว่านี้ ออมปลื้มใจที่อย่างน้อยปกรณ์ยังเป็นห่วงเธอ จ่าอู๊ดเห็นออมอารมณ์ดีเลยแซว ออมจึงเล่าให้ฟังว่าหลังจากที่พ่อเธอตาย ปกรณ์คือคนที่ตามล่าจับคนร้ายมาลงโทษให้พ่อ นับแต่นั้นมาเขาคือฮีโร่ในใจเธอ และนี่เป็นสาเหตุที่ทำให้เธออยากใกล้ชิดทำงานร่วมทีมกับเขา ละคร ฝันรักฝันสลาย ปกรณ์ให้ออมและจ่าอู๊ดสืบตามหาตัวเหมยลี่กับชาง จนรู้ว่าทั้งสองอาศัยอยู่ที่ศาลเจ้า แต่เมื่อปกรณ์นำกำลังมาจับกลับไม่พบใครนอกจากแปะชิงกับกิมลั้ง แปะชิงปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็น แต่กิมลั้งแอบบอกปกรณ์ว่าเหมยลี่มาพักอยู่ที่นี่แต่หนีไปแล้ว ปกรณ์จึงฝากเบอร์โทรศัพท์ให้กิมลั้งไว้ บอกว่าหากเหมยลี่หรือมีใครกลับมาให้กิมลั้งโทรกลับจะให้รางวัลชางพาเหมยลี่ไปขออาศัยอยู่กับเจ้าของร้านอาหารที่ทั้งสองทำงานอยู่ เจ้าของร้านจึงให้ทั้งสองนอนห้องเดียวกันเพราะคิดว่าเป็นผัวเมีย ระหว่างที่ทั้งสองนอนร่วมห้อง ชางเปิดเผยความในใจให้เหมยลี่ได้รู้ว่าเขารักเธอ แต่เหมลี่ยขอเวลาชางเพราะเพิ่งรู้จักกันไม่นาน เหว่ยและเปาไปสมัครทำงานเป็นแรงงานเถื่อนให้กับเจียง ลูกน้องของเจียงชวนทั้งสองคุยเรื่องผู้หญิง ทั้งสองจึงหลุดปากพูดถึงเหมยลี่ขึ้นมา เจียงสนใจและซักถามจนรู้ว่าเป็นเหมยลี่เดียวกับที่เขากำลังตามหา เหว่ยและเปาจึงบอกให้เจียงรู้ว่าเหมยลี่ทำงานอยู่ที่ไหน เจียงตามไปลากตัวเหมยลี่มาจากร้านอาหารที่เหมยลี่ทำงาน และทำร้ายชางกับคนในร้านเกือบตาย และเอาตัวเหมยลี่ไปขายให้กับหมง หมงเห็นเหมยลี่แล้วชอบใจในความกล้าบ้าบิ่นที่หนีตำรวจมาได้ หมงบอกเจียงว่าขอทดสอบนอนกับเธอก่อนแล้วค่อยปล่อยให้นอนกับแขก ละคร ฝันรักฝันสลาย แต่ยังไม่ทันที่หมงจะขืนใจเหมยลี่ ปกรณ์ก็ได้รับรายงานว่าหมงอยู่ที่บาร์เถื่อน จึงนำกำลังตำรวจเข้าปิดล้อมและบุกจับแต่หมงและเจียงหนีไปได้ ปกรณ์เจอเหมยอีกครั้งเขาจึงไล่ตามจับเธอ เหมยหนีขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้าและจนมุม ปกรณ์บอกให้เธอมอบตัว แต่เหมยร้องไห้คุกเข่าอ้อนวอนขอร้องปกรณ์ให้ปล่อยเธอ และเล่าความจริงว่าเธอถูกแก๊งลูกหมูหลอกลวงว่าจะพาไปอเมริกา แต่พวกมันกลับบังคับให้เธอขายตัว แม้ปกรณ์จะเห็นใจในชะตากรรมของเธอ แต่เขายืนยันที่จะต้องจับเธอส่งกลับบ้านเกิด เหมยลี่ใช้ไม้ตายขู่ว่าหากเขาไม่ปล่อยเธอไป เธอจะโดดตึกยอมตาย ในขณะที่ออมกับจ่าอู๊ดนำกำลังตำรวจตามปกรณ์ขึ้นมาบนดาดฟ้า เหมยลี่ทำท่าจะโดดจริง ๆ ปกรณ์จึงตัดสินใจให้เหมยลี่หลบตำรวจในถังขยะ และพาเธอไปซ่อนตัวที่บ้านพักของเขา เหมยลี่ขอบคุณที่ปกรณ์ไม่ส่งเธอให้ตำรวจ ปกรณ์บอกจะควบคุมตัวเธอไว้ที่บ้านของเขาก่อน เหมยลี่ไม่มีเงินทองหรือของมีค่าใด ๆ ที่จะให้ปกรณ์เพื่อตอบแทน เธอจึงเสนอตัวให้ปกรณ์นอนกับเธอเป็นการแลกเปลี่ยนที่เขาช่วยเหลือเธอ ตลอดชีวิตการทำงาน ปกรณ์ไม่เคยอ่อนข้อหรือลดหย่อนกฎเกณฑ์ให้ใคร แต่สำหรับเหมยลี่ คงเป็นเพราะความใสซื่อและจริงใจของเธอ จึงทำให้เขาหวั่นไหว ปกรณ์ปฏิเสธไม่นอนกับเหมยลี่ และให้เธอซ่อนตัวอยู่ในห้อง สั่งห้ามไม่ให้ออกไปไหน เพราะเขาจะลองหาทางช่วยเหลือให้เธอได้ไปอเมริกา เหมยลี่ร้องไห้ด้วยความดีใจ คุกเข่าต่อหน้าปกรณ์อีกครั้ง และสัญญาว่าหากเธอได้ไปอเมริกา เธอจะไม่ลืมบุญคุณที่เขามีต่อเธอ ละคร ฝันรักฝันสลาย ปกรณ์ต้องขอร้อง แม่ (ปวีณา ชารีฟสกุล) ให้เหมยลี่อยู่ในบ้านด้วย แม้แม่ปกรณ์จะไม่ชอบใจ แต่ก็จำยอม แต่พยายามกดดันให้เหมยลี่หาที่อยู่ใหม่ เพื่อที่ปกรณ์จะได้ไม่เดือดร้อน รวมทั้งบอกว่าปกรณ์มีคู่หมั้นคู่หมายคือ เก๋ (อรุณณภา พาณิชจรูญ) ไม่อยากให้เข้าใจผิด หัวหน้าถามถึงความคืบหน้าเรื่องเหมยลี่ ออมและจ่าอู๊ดรายงานว่ายังไม่เจอตัว แต่ปกรณ์กลับนิ่งเฉยไม่พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ จนออมแปลกใจ จ่าอู๊ดชวนปกรณ์ไปกินข้าววันเกิดออม ปกรณ์ปฏิเสธบอกว่ามีธุระสำคัญทำให้ออมน้อยใจจึงตามไปที่ห้องพักเพื่อตัดพ้อต่อว่า แต่ออมต้องตกตะลึงเมื่อพบเหมยลี่ ออมผิดหวังในตัวปกรณ์มากที่รู้ว่าเขาแอบลักลอบซ่อนเหมยลี่ไว้ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าผิดกฎหมาย ออมตรงดิ่งไปหาหัวหน้าเพื่อรายงานให้หัวหน้าเล่นงานปกรณ์ แต่เธอก็ต้องเปลี่ยนใจ เพราะความรักที่มีต่อปกรณ์ ออมรู้ดีว่าหากเธอรายงานไป ปกรณ์จะต้องถูกพักงานและอาจจะต้องติดคุก เธอจึงได้แต่โกรธและเก็บเรื่องนี้ไว้คนเดียวโดยไม่กล้าบอกใคร แม้แต่จ่าอู๊ด ละคร ฝันรักฝันสลาย เหมยลี่กลัวว่าปกรณ์จะต้องเดือดร้อนเพราะเธอ จึงหนีไปโดยไม่บอกลา เหมยลี่กลับมาหาชางที่ร้านอาหารแต่ไม่เจอใคร เหมยลี่จึงลองกลับไปที่ศาลเจ้าและได้เจอกับกิมลั้ง เหมยลี่ถามข่าวชางแต่กิมลั้งบอกว่าไม่ได้กลับมาที่นี่ เหมยจึงขออาศัยอยู่ด้วย แต่กิมลั้งปฏิเสธ ท่ามกลางฝนที่ตกหนัก เหมยลี่เดินไปอย่างสะเปะสะปะโดยไม่รู้จุดหมายว่าจะไปที่ใด จนได้เจอกับชาง ทั้งสองโผกอดกันด้วยความดีใจ ชางบอกว่าเขากลับมาอาศัยอยู่ที่ศาลเจ้าและกำลังไปหางานใหม่ทำ แต่กิมลั้งโกหกไม่บอกความจริงเหมยลี่ เพราะไม่ต้องการให้เหมยลี่ได้เจอกับชางอีก เหมยลี่เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ชางฟัง ชางแปลกใจที่ปกรณ์ช่วยเหลือและให้ที่หลบซ่อนแก่เหมยลี่ ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นตำรวจ เหมยลี่กล่าวชื่นชมในความดีของปกรณ์จนชางรู้สึกได้ว่าเธอชอบปกรณ์ แต่เหมยลี่ปฏิเสธเพราะไม่อยากให้ชางเสียใจ กิมลั้งแอบมองทั้งสองอย่างไม่พอใจและโทรหาปกรณ์บอกให้รู้ว่าเหมยลี่กลับมาที่ศาลเจ้า ปกรณ์รีบตามมาแต่ชางพาเหมยลี่หนีไปก่อนหน้าแล้ว ละคร ฝันรักฝันสลาย ชางเจอคนรู้จักและแนะนำให้ทำงานก่อสร้างในตึกแถวแห่งหนึ่ง ชางจึงพาเหมยลี่มาอยู่ด้วย โดยไม่รู้ว่าตึกแถวแห่งนี้เป็นของหมง จนกระทั่งเจียงมาตรวจดูงานแทนหมงและเจอกับเหมยลี่ ที่สุดชางพาเหมยลี่หนีการตามล่าของเจียงจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่ปกรณ์ตามมาช่วยทั้งสองไว้ได้และฆ่าเจียงตาย ปกรณ์หาที่ซ่อนตัวให้เหมยลี่กับชาง เหมยขอร้องปกรณ์ไม่ให้จับชางส่งตำรวจเพราะเขาเป็นคนที่ดีต่อเธอ ชางลอบมองความสัมพันธ์ของทั้งสองและรับรู้ว่า เหมยลี่มีใจให้ปกรณ์ ชางถามเหมยลี่อีกครั้งถึงความรู้สึกที่เธอมีต่อเขาเหมยลี่อ้ำอึ้ง ชางจึงตัดใจทิ้งเธอไว้กับปกรณ์ ปกรณ์จัดการทำเรื่องให้เหมยลี่ได้เดินทางไปอเมริกาด้วยความช่วยเหลือของหมวดออม แม้ว่าออมจะไม่เต็มใจช่วย แต่เพื่อยุติไม่ให้ปกรณ์ถลำตัวไปกับเหมยลี่มากกว่านี้ ออมจึงรีบจัดการทุกอย่างให้จบโดยเร็ว ในที่สุดวันที่เหมยลี่ฝันไว้ก็มาถึง ปกรณ์พาเหมยลี่มาส่งที่สนามบินเพื่อขึ้นเครื่องเดินทางไปอเมริกา ทั้งสองร่ำลากันด้วยหัวใจที่เปี่ยมสุข และปกรณ์สัญญาว่าจะบินไปหาเธอที่นั่น ในขณะที่ออมมองทั้งสองด้วยหัวใจที่ปวดร้าว ละคร ฝันรักฝันสลาย หลังจากส่งเหมยลี่ที่สนามบินปกรณ์กับออมก็แยกกลับ แต่ทั้งสองหารู้ไม่ว่าหมงส่งคนมาจับตัวเหมยลี่ก่อนที่จะขึ้นเครื่อง ชางได้พบกับเหมยลี่อีกครั้งในวันที่หมงให้ขับรถมารับตัวเหมยลี่ออกไปข้างนอก เหมยลี่ขอให้ชางช่วยพาเธอหนี แม้ชางจะรู้ดีว่าหมงเหี้ยมโหดแค่ไหน แต่ด้วยความรักที่มีต่อเหมยลี่ทำให้เขายอมเสี่ยงตายเพื่อเธอ ส่วนปกรณ์ก็บุกจะจับหมง เพื่อช่วยเหมยลี่เหมือนกัน เรื่องราวความรัก หน้าที่ และความฝันของปกรณ์ เหมยลี่ ชาง และ ออม จะลงเอยอย่างไร ติดตามชมในละครดราม่าแอ็คชั่น ฝันรักฝันสลาย ที่ออกอากาศทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 19.05-20.05 น. และวันศุกร์ เวลา 18.45-19.45 น. ช่อง 3 HD ช่อง 33 ละคร ฝันรักฝันสลาย เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 13 กรกฎาคม 2560 นักแสดงละคร ฝันรักฝันสลาย นาวิน เยาวพลกุล รับบท ปกรณ์ลัลณ์ลลิน เตจะสา เวศซ์ รับบท เหมยลี่เอกพงศ์ จงเกษกรณ์ รับบท ชางวันสิริ อ่องอำไพ รับบท ออมอรุณณภา พาณิชจรูญ รับบท เก๋ภัณฑิลา ฟูกลิ่น รับบท กิมลั้งศานติ สันติเวชชกุล รับบท ผู้การยงยุทธศุภณัฐ เฉลิมชัยเจริญกิจ รับบท จ่าอู๊ดอภินันท์ ประเสริฐวัฒนกุล รับบท ผู้กองอู๋ศรัณยู ประชากริช รับบท เจียงวรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ รับบท หมง รัชดาเสือ ทอรัส รับบท กวงกิตติพงศ์ โพชสาลี รับบท เปาภัคศรุจน์ นาคาฮาร่า รับบท เหว่ยปวีณา ชารีฟสกุล รับบท แม่ปกรณ์

เก่งทุกคน! น้องวันใหม่-น้องณิริน-น้องแม็ค ประสานเสียงร้องเพลง พระราชาในนิทาน
น้องวันใหม่ /  น้องณิริน ลูกสาว หนิง ปณิตา / 

มีความเก่ง น่ารัก ไร้เดียงสาสุดๆ เมื่อ น้องวันใหม่-น้องณิริน-น้องแม็ค ประสานเสียงร้องเพลง พระราชาในนิทาน ในประกาศผลรางวัลนาฏราช ครั้งที่ 8 ประจำปี 2559 ในค่ำวันที่ 20 กรกฏาคม 2560 ที่ผ่านมา ส่วนจะไพเราะแค่ไหนไปฟังกันเลย แต่ขอบอกเลยว่าฟังแล้วเก่งกันทุกคนเลยจ้า....

หม่ำ น้ำตาเอ่อ! เผยลางสังหรณ์ก่อนพบศพ แวว จ๊กมก
แวว จ๊กมก

เผยลางสังหรณ์ก่อนน้องสาวเสียชีวิต!! ตลกชื่อดัง หม่ำ จ๊กมก น้ำตาคลอเบ้า บอกวันที่ แวว จ๊กมก เสียชีวิตไม่รู้เป็นอะไรอยากจะเข้าครัวเร็วๆ จนเกือบเย็นไม่เจอน้องสาว จึงตัดสินใจงัดห้องกระทั่งพบศพ บอกมีเวลาอยู่กับน้องก่อนเจ้าหน้าที่มาชันสูตรศพ ก็นึกถึงตอนที่เคยดุด่า เปรยขอให้น้องไปอยู่ในที่สุขสบาย ไม่ต้องห่วง... รายละเอียดดังนี้ ถั่วแระ "ก่อนที่เสียก็นัดจะไปคุยงานกัน" หม่ำ "วันนั้นเป็นลางสังหรณ์ว่าอยากลงมาที่ครัวเร็วๆ ผมจะลงมาก่อน พอผมลงมาก็ไม่เห็นเขา ปกติเขาจะมาปัดกวาด เลยผิดสังเกต บ่ายสามให้คนไปเคาะก็ไม่ตอบ สี่โมงไปเคาะก็ไม่ตอบ เลยให้คนไปงัดห้อง เพราะล็อกจากข้างใน (ก่อนหน้านี้มีอาการอะไรไหม) เขาไม่เคยเข้าโรงพยาบาล ไม่ได้ป่วยอะไร ไม่ชอบหาหมอด้วย เมียผมชวนไปก็ไม่ไป เขาบอกว่าถ้าไปก็จะไปเอง ตายก็ตายเอง คืนที่เขาจะเสียรู้สึกจะพูดมากกว่าทุกครั้ง หมอบอกตายประมาณ 8 โมง แล้วไปเจอศพตอน 4 โมงกว่าๆ เกือบ 5 โมงเย็น ผมว่าเขารีบคลานไปหาโทรศัพท์ เพราะเขามีเบอร์เมียผม พอเมียผมเข้าไปดูแล้วร้องเสียงหลง ผมรู้เลยว่าใช่แน่ ผมว่าเขาคงไม่ห่วงอะไรแล้ว คงห่วงลูกชายคนเล็ก กับลูกชายคนโตเพิ่งกลับมาจากฮ่องกง พอทราบข่าวก็มาเลย เขาเป็นห่วงคนเล็กมากกว่า" ถั่วแระ "แวว เป็นผู้หญิงที่ดีดดิ้นพอสมควร ถ้าฉายแววก็ไม่ต่างกับพี่ชายเลย เป็นคนสนุกสนานร่าเริง ตลกรู้จักกันหมด เป็นคนดีครับ" หม่ำ "จริงๆ เป็นคนสนุกสนาน ร่าเริง แต่เล่นกับผมไม่กล้าเล่นเท่าไหร่ จะชอบเล่นกับเมียผม เล่นกับน้อง ชอบทะเลาะกันกับน้อง เขาชอบร้องชอบเต้น ร้องเต้นทั้งวัน" ถั่วแระ "เขาเป็นแม่บ้านตัวน้อย หม่ำต้องการอะไร เพื่อนต้องการอะไร เขาจะหา จะทำอาหารคาวหวานให้พวกเรากินตลอด" หม่ำ "ผมนั่งเฝ้าศพเขาคนเดียวเป็นชั่วโมงก่อนที่เขาจะมาชันสูตร(เสียงเครือ) ลูบหลังคิดถึงตอนที่เคยดุด่าเขา เขาฟังแต่ไม่เคยทำตาม เมียกับญาติก็นั่งร้องไห้อยู่หน้าบ้าน ผมนั่งเฝ้าน้องคนเดียว ก็ขอให้น้องไปดี ไปอยู่ในที่ๆ สุขสบาย ขอให้น้องไปอยู่ในที่เบิกบานใจ ไม่ต้องเป็นห่วงข้างหลัง ลูกเต้าก็เป็นฝั่งเป็นฝาหมดแล้ว คุ้มแล้วแหละที่ใช้ชีวิตมา ขอให้แววไปดี" โดยเหล่าศิลปินตลกทั่วฟ้าเมืองไทย ต่างเดินทางมาร่วมพิธีรดน้ำศพ และแสดงความอาลัยกับอดีตนักแสดงตลกหญิงชื่อดัง แวว จ๊กมก หรือ แวววาว วงษ์คำเหลา ที่ศาลา 4 วัดคงคา อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี นำโดย หม่ำ จ๊กมก และครอบครัว, โน้ต เชิญยิ้ม, เจี๊ยบ เชิญยิ้ม, ค่อม ชวนชื่น ฯลฯ ทางทีมข่าว gossipstar.mthai.com ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว "วงษ์คำเหลา" มา ณ โอกาสนี้อีกครั้ง สำหรับกำหนดการมีดังต่อไปนี้ สวดพระอภิธรรมศพวันที่ 10-14 ก.ค. 60 และฌาปนกิจศพในวันเสาร์ที่ 15 ก.ค. 60 เวลา 17.00 น. พิธีรดน้ำศพ แวว จ๊กมก พิธีรดน้ำศพ แวว จ๊กมก พิธีรดน้ำศพ แวว จ๊กมก พิธีรดน้ำศพ แวว จ๊กมก พิธีรดน้ำศพ แวว จ๊กมก พิธีรดน้ำศพ แวว จ๊กมก พิธีรดน้ำศพ แวว จ๊กมก พิธีรดน้ำศพ แวว จ๊กมก พิธีรดน้ำศพ แวว จ๊กมก

พักเถอะน้องแหวน! เบิร์ด ธงไชย กอดให้กำลังใจ ปันปัน
เบิร์ด ธงไชย /  แหวน ฐิติมา / 

     นักร้องซุปตาร์ ธงไชย แมคอินไตย์ เดินทางมาร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ แหวน ฐิติมา คืนที่ 3 พร้อมสวมกอดให้กำลังใจ ปันปัน เต็มฟ้า โดย เบิร์ด ธงไชย เผยรับรู้ถึงอาการป่วยของแหวนมาโดยตลอด บอกสงสารเมื่อรู้ว่าน้องต้องสู้กับอาการเจ็บปวดมาตลอด แต่วันนี้น้องไม่ต้องเจ็บ ไม่ต้องปวดแล้ว ชมเป็นแม่ที่ดี เลี้ยงลูกสาวเติบโตมาเป็นคนดี บอกพักเถอะน้อง... รายละเอียดดังนี้      "รู้สึกใจหายทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าวันนึงน้องต้องจากไป แต่พอน้องต้องไปจริงๆ มันทำใจไม่ค่อยได้ ผ่านการสูญเสียมาเยอะ ครั้งนี้เป็นน้องที่คลุกคลีตีโมงมาด้วยกัน น้องเป็นคนดีมาก ตั้งใจทำงาน ไม่เคยบ่นหรือท้อเลย อยู่ด้วยแล้วมีความสุข วันนี้น้องไม่ต้องเจ็บและต้องทรมานอีกแล้วเพราะว่าโรคนี้เมื่อเข้าไปถึงกระดูกคงจะมีการเจ็บปวดอย่างมาก วันที่ได้มาทำดอกไม้จันทน์ถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 วันนั้นเป็นวันสุดท้ายที่ได้เจอกับน้อง ซึ่งน้องเงยหน้าขึ้นมาแล้วถามว่า "น้องเป็นใคร" ตอนแรกก็คิดว่าน้องเล่นมุขหรือเปล่า แต่มองตาแล้วก็รู้ว่าน้องไม่ได้เล่นมุข อาจจะเป็นอาการของยาที่น้องกำลังทนอะไรอยู่ ยอมรับว่ารู้สึกเป็นห่วงแหวนมากเพราะผิวพรรณก็เปลี่ยนไป วันนั้นจึงพยายามมองและประกบติดตลอด ไม่คิดว่าน้องจะไปเร็วขนาดนี้"      "พอรู้ว่าน้องป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล ยังพูดกับพี่นกน้อยเลยว่าถ้าเว้นจากการอัดเสียงวันไหนจะรีบไปหาน้องเลย แต่ก็ไม่ทันแล้ว แต่ก็ต้องพูดว่าดีใจเพราะว่าน้องไม่ต้องเจ็บไม่ต้องปวดอีก เนื่องจากทุกครั้งที่เจอน้องจะแสดงให้เห็นตลอดเวลาว่าตัวเองไม่เป็นอะไร ใส่วิกอันนี้สวยมั้ย ทุกอย่างน้องจะมองไปในแง่บวกหมดเลย ทำให้ไม่ต้องห่วงเขา ซึ่งมารู้ตอนหลังว่าน้องต้องสู้กับอาการเจ็บปวดมากแค่ไหนก็เลยรู้สึกสงสาร ถือว่าดีแล้วที่วันนี้น้องจะได้พัก"      "ทราบอาการเจ็บป่วยของน้องมาตลอด ใช่ครับ ถามว่าให้กำลังใจยังไงบ้าง ส่วนมากเขาจะเป็นคนบอกมากกว่าตัวเองไม่เป็นอะไร กำลังอยู่ในขั้นไหนแล้ว และเขาจะพูดให้เรารับรู้ในแง่ของการเอ็นเตอร์เทนมากกว่า แหวนเป็นน้องที่อารมณ์ดี พี่ปุ๊สามีของแหวนก็อารมณ์ดี แต่อย่างหนึ่งที่ต้องคิดว่าเป็นของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับแหวนก็คือเขามีลูกที่ดีเหลือเกิน เรียนดี ความประพฤติดี ทุกอย่างถูกทุกข้อหมดเลย สำหรับน้องปันปัน แล้วงานที่แหวนทำมาทุกอย่างจะอยู่ในใจของพวกเราทุกคน วันที่มีโอกาสได้เจอแหวนในคอนเสิร์ตแบบเบิร์ดเบิร์ด น้ำตาซึมและชื่นใจแทนตัวเขาเพราะว่าแหวนไม่ได้มางานของพี่นานมาก ยังได้บอกกับเขาด้วยว่า "ได้ยินไหมว่ามีคนต้องการแหวน อย่าหายไปอีกนะ" แหวนไปไหนมา ยังคุยกันบนเวที บอกว่าแหวนไปเรียนเรื่องการเลี้ยงลูกมา แหวนจะเป็นคนที่ทำให้เราไม่เครีย?ดกับสิ่งที่เขาเผชิญ?อยู่"      "วันที่ 8 ที่ผ่านมาถือเป็นการเจอแหวนครั้งสุดท้าย วันนั้นสองข้างของพี่คือติ๊นากับแหวน แต่วันนั้นพี่เป็นห่วงแหวนมากกว่า เพราะผิวพรรณเขาเปลี่ยนไป พยายามมองน้องแล้วบอกให้เขาบีบให้แรงกว่านี้ เกสรมันจะได้สวย เขาก็หันมามองแล้วบอกกับเราว่า พี่เบิร์ดทำได้ทุกอย่างเลยเนอะ เบิร์ดเลยตอบเขาไปว่า ตั้งใจทำนะ ให้กำลังใจเขา เขาก็นั่งทำของเขาไป วันนั้นเป็นวันที่เขามีความสุขอีกวันหนึ่ง"      "เมื่อสักครู่กอดน้องปันปัน ก็บอกไปว่าแม่ไม่เหนื่อยแล้ว แม่ไม่เจ็บแล้ว หนูเป็นคนดี เป็นเด็กดีนี่แหละคือรางวัลของแม่เขา สำหรับพี่เบิร์ดมองบทบาทความเป็นแม่ของแหวนเท่าที่เคยสัมผัสมา เขาจะพลีชีพเพื่อชาติมาก จะดูแลลูกอย่างดี ถึงขนาดยอมวางไมค์ไปดูลูก ให้ความสำคัญกับการเลี้ยงดูลูก ลูกถึงเป็นเด็กดีแบบนี้"      "ความประทับที่นึกถึงแหวน เบิร์ดนึกถึงวันเวลาที่เราไปหัวหกก้นขวิดกันตามต่างจังหวัด ปีนรั้ว เพราะบางทีการจัดงานตามต่างจังหวัดเขาก็ไม่ได้พรั่งพร้อม เขาอาจจะไปจัดกลางหมู่บ้านที่ไม่มีทางเข้า เมื่อรถเข้าไม่ได้เราก็หาทางเข้าของเราเอง เบิร์ด แหวน พี่น้อย ("นกน้อย" ผจก. เบิร์ด) พี่ปุ๊ (สามีของ"แหวน"ฐิติมา) เบิร์ดกับแหวนรู้ทาง ก็ปีนกำแพงข้ามบ้านใครก็ไม่รู้ วิ่งลัดสนามใหญ่ๆ ไป แล้วก็ปีนกำแพงอีก แล้วถึงไปลงตรงกลางเวทีและเป็นบันไดลิงต่อ เบิร์ดลงไปร้องก่อน พอคิวแหวนปั๊ปก็ถึงจะผายมือกัน แล้วลงบันไดลิงมา แหวนตกบันไดลิงมา ตอนนั้นเราก็พยายามเบนความสนใจชาวบ้านให้มาอยู่ที่เรา แต่เขาก็มาบอกบนเวทีว่าเขาตกบันได เพราะเขาเป็นคนซื่อ เขาเป็นเด็กแบบนี้ไม่เคยบ่นไม่เคยอะไรเลย แล้วเขาก็เป็นคนยังไงก็ได้ สมมุติว่าใครเล่นก่อน บางทีพี่เบิร์ดก็เล่นข้างหลังแล้วแหวนเล่นก่อน เขาก็ขอให้พี่เบิร์ดเล่นเป็นวงเปิดให้เขาได้ไหม เราก็เล่นให้ แต่พอเราเล่นเสร็จชาวบ้านกลับ เขาก็จะมาบอกเราว่า งั้นให้พี่เบิร์ดเล่นปิดดีกว่า เราทำงานกันแบบที่เป็นพี่น้องกัน เบิร์ด ตู่ แหวน พูดถึงแล้วก็คิดถึงเขา อยากจะกอด"      "เท่าที่รู้จักแหวน แหวนเป็นคนถ่อมตัว เขาไม่เคยคิดว่าเขาเป็นใคร ไม่เคยคิดว่าตัวเองเก่ง ไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นร็อคเกอร์สาว เขาไม่เคยพรีเซนต์ตัวเอง หรือทำให้เกิดปัญหาอะไรเลย ทำให้มีคนรักเขามากมาย เขาสามารถทำทุกอย่างได้ ทั้งที่ถนัดหรือไม่ถนัด เขาก็ทำทั้งหมดเลย เราอยู่ด้วยกันแล้วมีความสุข อะไรมีปัญหาก็ช่วยกันแก้ไข ชื่อเสียงต่างๆ ที่แหวนมี แหวนไม่ต้องไขว่คว้าเลย จริงๆ แล้วเรามีอาจารย์คนเดียวกัน คือพี่เต๋อ เรวัต พุทธินันทน์ เป็นคอกเดียวกันหมด พี่เต๋อดูแลมาทั้งคอก พูดแล้วคิดถึงน้อง"      "แหวนเป็นแขกรับเชิญแบบเบิร์ดเบิร์ดครั้งแรกด้วย ใช่ มีแหวน มีตู่ พอเสียงร้องเขาขึ้นมา คนดูตอบรับ ด้วยเสียงกรี๊ด เขาทำให้คนดูมีความสุข ฝากปันปันหรือเปล่า เขาฝากตลอดเวลา ปันปันมาเล่นคอนเสิร์ตกับพี่เบิร์ดตั้งแต่แรกๆ มาตีลังกา ทำทุกอย่างที่ให้ทำ เป็นเด็กค่อยๆ พูด ค่อยๆ จา ซึ่งแหวนเขาเป็นคนถ่อมตัว และเขาสอนให้ลูกถ่อมตัว ทำให้ทำงานด้วยกันไม่เคยเกิดปัญหาแม้แต่น้อย เขาจะบอกตลอดว่าพี่เบิร์ดสั่งได้เต็มที่ ซึ่งพอเวลาสั่งให้เขาทำอะไร เขาก็ทำ แหวนจะโฆษณาให้โลกรู้ ว่าลูกเขาทำได้ ฝึกฝนได้ น้องเอ้ย(เสียงอ่อยๆ)"      "อยากจะบอกอะไร แหวนไม่ต้องทุกข์แล้ว ไม่ต้องทุกข์ทั้งเรื่องใดๆ ไม่ต้องทุกข์ทั้งเรื่องของร่างกาย พักเถอะน้อง" เบิร์ด ธงไชย กล่าว   เบิร์ด ธงไชย ร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ แหวน ฐิติมา คืนที่ 3   เบิร์ด ธงไชย ร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ แหวน ฐิติมา คืนที่ 3   เบิร์ด ธงไชย ร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ แหวน ฐิติมา คืนที่ 3   เบิร์ด ธงไชย ร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ แหวน ฐิติมา คืนที่ 3   เบิร์ด ธงไชย ร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ แหวน ฐิติมา คืนที่ 3   เบิร์ด ธงไชย ร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ แหวน ฐิติมา คืนที่ 3   เบิร์ด ธงไชย ร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ แหวน ฐิติมา คืนที่ 3   เบิร์ด ธงไชย ร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ แหวน ฐิติมา คืนที่ 3   เบิร์ด ธงไชย ร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ แหวน ฐิติมา คืนที่ 3   เบิร์ด ธงไชย ร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ แหวน ฐิติมา คืนที่ 3  

ละครมัสยา , เรื่องย่อมัสยา
มัสยา /  มัสยา ตอนแรก / 

ผลิตโดยบริษัท พอดีคำ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัดบทประพันธ์โดย พนมเทียนบทโทรทัศน์โดย ปณธี ศุภศักดิ์สุทัศน์กำกับการแสดงโดย วลีทิพย์ นันทเอกพงศ์นำแสดงโดย มิกค์ ทองระย้า, มุกดา นรินทร์รักษ์ออกอากาศทาง สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 มัสยา เป็นละครโทรทัศน์แนว ดราม่า โรแมนติก นำกลับมาสร้างใหม่อีกครั้งในปี พ.ศ. 2560 โดยค่าย พอดีคำ เขียนบทโทรทัศน์โดย ปณธี ศุภศักดิ์สุทัศน์ กำกับการแสดงโดย วลีทิพย์ นันทเอกพงศ์ นำแสดงโดย มิกค์ ทองระย้า, มุกดา นรินทร์รักษ์, พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์, สุภาพร มะลิซ้อน ลักษณ์&มัสยา เรื่องย่อมัสยา ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาล หญิงชราวัย 70 ปี ท่านประมุขใหญ่ของบ้านรัตนมหาศาล ได้ทราบข่าวจากพระนิกรราชการุญ ว่าศัลย์ลูกคนสุดท้องผู้เป็นที่รักได้จากไปด้วยโรคร้ายก่อนวัยอันควร 17 ปีที่ไม่ได้พบกัน แต่ใครเลยจะรู้ว่ามันเป็นการจากลาชั่วนิรันดร์ ท่านผู้หญิงเรียก ร้อยโทลักษณ์ รัตนมหาศาล นายทหารม้าหนุ่มอนาคตไกล ลูกชายเจ้าคุณอัครราชเสวี (ลูกชายคนโต) และคุณหญิงอัครราชเสวี ที่บัดนี้กำพร้าพ่อเหลือแต่แม่ เข้ามาพบ เพื่อสั่งให้ไปนำตัวมัสยา ลูกสาวของศัลย์กลับมาดูแลที่กรุงเทพ ทันทีที่ข่าวเรื่องมัสยาแพร่ออกไป ทำให้ ศจี ลูกสาวคนที่สองไม่พอใจอย่างมาก เพราะเธอเกลียดน้องชายคนนี้เข้ากระดูกดำ จึงพาลเกลียดเลือดเนื้อเชื้อไขไปด้วย ถึงแม้หลวงราชบริรักษ์ผู้เป็นสามี จะบอกให้เธออโหสิกรรมให้กับคนที่ตายไปแล้ว แต่เธอก็ยังเกลียด!!! นั่นเพราะศัลย์ไม่ใช่ลูกแท้ๆของท่านผู้หญิง ศัลย์เป็นลูกของเพื่อนสนิทท่านผู้หญิงที่เสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุ ท่านผู้หญิงกับท่านเจ้าคุณรัตนมหาศาลจึงเอาศัลย์มาเลี้ยงดูเหมือนลูกแท้ๆ ซ้ำท่านผู้หญิงยังรักศัลย์มากกว่าศจี ศจีมีลูกทั้งหมด 6 คน คือ ร้อยตรี พงศ์เทพ ลูกชายคนโต พิณทิพย์ ลูกสาวคนที่สอง เพิ่งเรียนจบปริญญาตรี พัณทิพา ลูกสาวคนที่สาม นักศึกษาปี 1 อ๊อด ลูกชายคนที่สี่ อู๊ด และ อ๋อย ลูกชายคนที่ห้า ลูกสาวคนที่หก ที่ยังเป็นนักเรียนมัธยมและประถม ศจีสั่งให้พงศ์เทพไปช่วยลักษณ์เพื่อเอาหน้ากับคุณย่า และส่งพิณทิพย์กับพัณทิพาให้ไปจับตาดูลูกไพร่อย่างมัสยาว่ามันจะมีฤทธิ์เดชมากแค่ไหน กลัวมันจะทำเยี่ยงอย่างพ่อของมัน ที่ทำให้คุณแม่เสียใจจนล้มเจ็บ ลักษณ์เตรียมตัวเดินทางไปรับมัสยาที่ใต้ เริงใจ น้องสาวขอตามไปด้วย ท่านผู้หญิงรู้สึกดีใจที่หลานๆอยากไปกับลักษณ์ ท่านคิดว่ามีคนรุ่นราวคราวเดียวกับมัสยาไปด้วยก็ดี มัสยาจะได้รู้สึกอุ่นใจ งานนี้พิณทิพย์ชวนนพพร ลูกชาย เจ้าคุณมหศักดิ์ไพศาล เพื่อนข้างบ้านให้ไปเที่ยวด้วยกัน (พิณทิพย์แอบชอบนพพร) ลักษณ์ไปบอกเพ็ญโฉมหญิงสาวที่สนิทที่สุดในตอนนี้ แต่ลักษณ์ยังไม่อยากใช้คำว่าคนรัก ลักษณ์ต้องลงใต้หลายวัน จึงขอของต่างหน้าของเพ็ญโฉมเอาไว้แก้คิดถึง เพ็ญโฉมไม่ให้ แต่กลับบอกว่าเธอจะไปกับเค้าด้วย ลักษณ์ไม่รู้ว่าสถานที่ที่ไปจะลำบากแค่ไหน เธอกลัวเพ็ญโฉมทนไม่ไหว แต่เพ็ญโฉมก็ยังยืนยันว่าอยากไปกับลักษณ์ ลักษณ์จึงเลี่ยงไม่ได้ พงศ์เทพรู้ว่าเพ็ญโฉมไปด้วย ก็ดีใจมาก เพราะเค้าชอบเพ็ญโฉมมากนาน แต่หญิงสาวมีใจให้ลักษณ์ ทำให้พงศ์เทพไม่ค่อยชอบลักษณ์ซักเท่าไหร่ และไม่เคยเคารพลักษณ์ว่าเป็นพี่ชายทั้งๆที่ลักษณ์เกิดก่อนหกเดือน ร้อยโท ลักษณ์ ละครมัสยา ทั้งหมดเดินทางด้วยรถไฟมาถึงยังจุดหมาย ชนัฎ ลูกบุญธรรมของพระนิกรราชการุญ ข้าหลวงประจำจังหวัด และคุณนายแม้น มารอต้อนรับ พ่อของพระนิกรสนิทกับเจ้าเมืองยะหริ่งตาของมัสยา ทั้งสองครอบครัวจึงช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาตลอด พระนิกรเป็นที่พึ่งพิงสุดท้ายให้กับศัลย์ก่อนที่ศัลย์จะสิ้นใจ ชนัฎพาทุกคนเข้ามาในบ้าน แต่ไม่พบมัสยา ชนัฎคิดว่ามัสยาคงไปเล่นอยู่ในสวนแถวนี้ ระหว่างที่ทุกคนรอมัสยากลับมา เริงใจชวนพิณทิพย์ พัณทิพา นพพร ไปเดินเล่น ขณะที่ทั้งสี่คนเดินเข้าไปในดงต้นมะพร้าว เริงใจถูกลิงแย่งหมวก เริงใจรีบวิ่งตามลิงโดยที่ทุกคนไม่คาดคิด นพพรจะตามไปแต่เจอสองสาวรั้งเอาไว้บอกให้นพพรรีบพาพวกเธอกลับบ้านเดี๋ยวนี้! นพพรพาพิณทิพย์กับพัณทิพากลับมา ก็รีบบอกลักษณ์ว่าเกิดเรื่องกับเริงใจ ลักษณ์ พงศ์เทพ เพ็ญโฉมรีบตามนพพรออกไป พิณทิพย์กับพัณทิพาไม่อยากอยู่บ้านกันสองคนจึงรีบตามไปด้วย เริงใจหาลิงจนเจอ มันอยู่บนต้นมะพร้าว เริงใจพยายามพูดให้มันคืนหมวก แต่มันไม่สนใจ ซ้ำยังปาลูกมะพร้าวใส่เริงใจจนเกือบโดน ทุกคนตามมาทัน ลักษณ์บอกให้เริงใจทิ้งหมวกและกลับบ้าน แต่เริงใจไม่ยอม เพราะมันเป็นของชิ้นสุดท้ายที่พ่อซื้อให้ เริงใจบอกให้ลักษณ์ปีนต้นมะพร้าวไปเอาหมวก แต่ลักษณ์ไม่ทำ จะลากเริงใจกลับให้ได้ ทันใดนั้นเพ็ญโฉมเห็นบางอย่างวิ่งมา ทุกคนหันไปมอง ตอนแรกนึกว่าเป็นลิงเพราะปีนต้นมะพร้าวเก่งมาก แต่มองไปมองมา สิ่งนั้นคือคน และคนๆนั้นคือ “มัสยา” แต่ทุกคนยังเห็นหน้าไม่ชัด มัสยาเอาหมวกมาคืนเริงใจ สาวๆพากันไปหลบหลังพงศ์เทพ ลักษณ์ และนพพร ยกเว้นเริงใจที่ไม่กลัว มัสยาเอาหมวกมาคืน ลักษณ์มองผ่านผมที่ปิดหน้ามัสยาลงมา เห็นแววตากลมโต กำลังจะยื่นมือไปจับแขน แต่มัสยากัดแขนลักษณ์จนห้อเลือด แล้วก็รีบวิ่งหนีไป เพ็ญโฉมรีบมาดูแผลให้ลักษณ์ ทุกคนกลับมาบ้านพระนิกรก็ตกใจที่เห็นมัสยาอยู่กับพระนิกร คุณนายแม้น และชนัฎ พิณทิพย์รีบบอกให้ระวังเด็กบ้านี่กัด พระนิกรเห็นท่าไม่ดี จึงรีบแนะนำว่านี่คือลูกสาวของศัลย์ ที่ชื่อมัสยา!! ทุกคนช็อคมาก มัสยาแหวกผมเปิดหน้า เผยให้เห็นดวงหน้าคมเข้ม ดวงตากลมโต ทุกคนมีทีท่ากับมัสยาแตกต่างกันไป เริงใจรู้สึกชอบมัสยา พิณทิพย์เกลียดทันที พัณทิพาเฉยๆ แต่ก็หวาดระแวง นพพรมองสนใจ พงศ์เทพไม่สนใจ ส่วนลักษณ์รู้สึกว่าเด็กคนนี้ไม่ธรรมดาเอาซะเลย!!! พระนิกรแนะนำให้มัสยารู้จักกับผู้ปกครองคนใหม่ของเธอ นั่นคือ ลักษณ์ รัตนมหาศาล มัสยาไม่ไหว้ลักษณ์ ไม่พูดอะไรออกมา ซ้ำยังแลบลิ้นและวิ่งหนีไป ทำเอาทุกคนอึ้ง!!! มัสยาเข้ามาในห้อง สีหน้าเปลี่ยนไปจากเมื่อกี๊ กลายเป็นคนจริงจัง มัสยานึกย้อนกลับไป ตอนที่เจ้าเมืองยะหริ่งตาของเธอ เรียกให้เข้าไปพบ และบอกว่าท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลฝากจดหมายผ่านทางลักษณ์ส่งมาให้เค้า ใจความสำคัญในจดหมาย คือ “กล่าวขอโทษ และขอรับมัสยาไปดูแล เพื่อชดใช้ในความผิดที่เธอทำลงไปกับพ่อและแม่ของมัสยา” เจ้าเมืองยะหริ่งให้อภัย จึงอยากให้มัสยาไปอยู่กับย่า แต่มัสยาไม่ยอม เธอไม่มีวันจะไปเหยียบบ้านนั้นเด็ดขาด!!! เพราะเธอรู้อดีตของพ่อและแม่ รู้ว่าท่านผู้หญิงดูถูกแม่เอาไว้มาก และไล่พ่อกับแม่เธอออกจากบ้าน แต่ว่าคนจากรัตนมหาศาลกำลังเดินทางมา มัสยาคิดในใจว่าจะเล่นงานพวกนั้นให้เผ่นกลับไปแทบไม่ทันเลยคอยดู!!! ลักษณ์ถึงกับเครียดที่ต้องพามัสยากลับบ้านรัตนมหาศาล เพราะมัสยาไม่มีทีท่าเป็นมิตรกับเค้า ซ้ำยังทำตัวขวางโลก และทำวีรกรรมที่แสบที่สุดจนทุกคนทนไม่ได้ ยกเว้นเริงใจกับนพพรที่รู้สึกชอบมัสยามาก และไม่อยากกลับ แต่จำต้องไป ตามคำสั่งของลักษณ์ มัสยาสะใจที่ทำให้ทุกคนกลับไปได้ เธอคิดว่ารอด แต่ปรากฏว่าลักษณ์กลับมา เค้าแค่ไปส่งทุกคนขึ้นรถไฟเท่านั้น มัสยาเจ็บใจมาก ลักษณ์ประกาศลั่น เค้าจะไม่มีวันกลับจนกว่ามัสยาจะกลับไปกับเค้า!! (ตึง!) คืนนั้นมัสยาหายตัวไป ลักษณ์นึกว่ามัสยาหนีเค้าไปแล้ว จนได้รู้จากชนัฎว่ามัสยาไปไหน ลักษณ์ตามไปจนถึงหมู่บ้านชาวประมง ที่นั่นมีงานสังสรรค์ ลักษณ์เห็นหญิงสาวแสนสวยเต้นรำท่ามกลางชาวพื้นเมือง ลักษณ์จ้องมองไม่วางตาด้วยความถูกใจ จนกระทั่งเพลงจบ ลักษณ์เดินเข้ามาหาสาวสวย มัสยาแปลกใจที่ลักษณ์จำเธอไม่ได้ จึงเฉลย ทำเอาลักษณ์หน้าแตก!! มัสยาหัวเราะดังลั่น ลักษณ์รู้สึกอายมาก มัสยา ช่อง7 มัสยาวางแผนกับจุก (ลูกไล่มัสยา เด็กใต้ตัวจริงเสียงจริง) เพื่อขับไล่ลักษณ์ให้กลับไป เธอทำเป็นชวนลักษณ์ไปเที่ยวป่า แต่พอได้จังหวะ มัสยาทิ้งลักษณ์เอาไว้ ก่อนจะรีบกลับออกมากับจุก มัสยาคิดว่าลักษณ์ต้องกลัวแน่ๆ ทำให้กลัวซักพัก แล้วเธอค่อยกลับไปช่วย (มัสยาคิดอะไรแบบเด็กๆ) พอได้เวลา มัสยากลับไปตรงที่เดิม แต่ไม่เจอลักษณ์ กลับเจอเสื้อลักษณ์เปื้อนเลือด เห็นรอยเท้าเสือ มัสยาตกใจมากและแปลกใจเพราะบริเวณนั้นไม่เคยมีเสือมาก่อน มัสยารีบมาบอกพระนิกร เธอใจเสียจนร้องไห้นึกว่าลักษณ์ตาย พระนิกรสั่งสอนมัสยาที่ทำอะไรไม่รู้จักคิด มัสยาต้องไปขอโทษท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลด้วยตัวเอง มัสยาเครียดมาก เธอจึงไปกรุงเทพพร้อมกับพระนิกร มัสยาเดินทางมาถึงบ้านรัตนมหาศาล ถึงบ้านจะใหญ่ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความทุกข์และความมืดมน มัสยาเตรียมคำพูดที่จะบอกท่านผู้หญิง แต่พอเข้าไปในบ้าน กลับเจอลักษณ์ยืนรออยู่ มัสยาจึงได้รู้ความจริงว่าลักษณ์กับพระนิกรร่วมมือกัน ซ้อนแผนของมัสยา ที่รู้เพราะจุกทรยศมาบอกเรื่องนี้ให้ลักษณ์รู้ และก่อนหน้าที่ลักษณ์จะกลับมา ลักษณ์ได้เดินทางไปพบกับเจ้าเมืองยะหริ่งตาของมัสยาอีกครั้ง ลักษณ์สัญญากับท่านจะดูแลและปกป้องมัสยาให้ดีที่สุด แต่หากว่ามัสยาเป็นอะไรไปแม้แต่ปลายนิ้ว ท่านจะขอหลานสาวท่านคืน มัสยาโกรธมาก จะกลับบ้าน แต่ลักษณ์ไม่ยอมให้กลับ พระนิกรบอกให้มัสยาทำใจยอมรับความจริงให้ได้ ก่อนจะเดินทางกลับไป มัสยาโมโห ลักษณ์ท้าทายว่าที่มัสยาไม่กล้ามาอยู่บ้านรัตนมหาศาลเพราะกลัว มัสยาไม่ชอบให้ใครมาดูถูก จึงโพล่งไปว่าเธอจะอยู่ที่นี่ ลักษณ์เบาใจ ลักษณ์พามัสยาไปแนะนำกับทุกคนในบ้าน บอกให้มัสยาไหว้คุณหญิงอัครราชเสวี ศจี หลวงราชบริรักษ์ นมผัน และหม่อมช้อย มัสยาไหว้ลวกๆ ทำให้ศจีไม่พอใจมาก จึงสั่งสอน แต่มัสยาทำหูทวนลม ลักษณ์เห็นท่าไม่ดี…รีบพามัสยาไปหาคุณย่า ทันทีที่มัสยาเจอท่านผู้หญิงก็รับรู้ได้ถึงบุญญาบารมี มัสยาสงบเสงี่ยมลงจนลักษณ์แปลกใจ ท่านผู้หญิงเห็นหน้ามัสยาก็แทบจะร้องไห้ออกมา เพราะมัสยามีดวงตาที่เหมือนศัลย์มาก ท่านผู้หญิงสั่งให้นมผันกับหม่อมช้อยแม่บ้านประจำบ้าน…ดูแลมัสยาและพาไปที่ห้อง อีกสองสามวันท่านจะจัดงานเลี้ยงรับขวัญ เปิดตัวหลานสาวอีกคนของรัตนมหาศาล ท่านผู้หญิงตั้งใจอย่างแน่วแน่ ว่าจะเลี้ยงดูมัสยาอย่างดี แต่ท่านผู้หญิงไม่ได้รู้เลยว่าในภายภาคหน้า ความหวังดีของท่านจะเป็นอาวุธที่ทำร้ายมัสยาได้อย่างเจ็บปวดที่สุด มัสยาถูกจับมาขัดสีฉวีวรรณ ขัดขมิ้น หมักผมด้วยดอกอัญชัน อบตัวในกระโจมสมุนไพร มีช่างตัดเสื้อมาวัดตัวตัดชุดสำหรับวันงาน มัสยาแทบไม่ต้องทำอะไรเอง กลายเป็นนกน้อยในกรงทอง เธออึดอัด ทนไม่ไหว ออกฤทธิ์ออกเดชกับนมผันและหม่อมช้อยจนสองคนปวดหัว มัสยาวิ่งหนี สองสาวแก่ไล่ตาม แต่ไม่ทัน มัสยาแอบปีนกำแพงหนีเข้าไปบ้านของนพพร นพพรดีใจที่ได้เจอมัสยาอีกครั้งจึงช่วยเอาไว้ ที่นี่มัสยาได้เจอกับเจ้าคุณมหศักดิ์ไพศาลพ่อของนพพร เจ้าคุณมหศักดิ์ดูจะถูกอกถูกใจในความเฉลียวฉลาดของมัสยาอย่างมาก นมผันกับหม่อมช้อยถูกท่านผู้หญิงเรียกไปเอ็ดที่ทำให้หลานสาวท่านหายตัวไป ศจีสะใจมากขอให้ไปแล้วไปลับไม่ต้องกลับมา ลักษณ์รู้เรื่องที่เกิดขึ้น เค้าพอเดาออกว่ามัสยาน่าจะไปไหน แล้วก็เป็นไปตามคาด มัสยาไปหานพพรจริงๆ ลักษณ์ลากมัสยากลับมาที่บ้าน ทำให้นพพรไม่พอใจที่ลักษณ์ทำรุนแรง แต่ลักษณ์สั่งไม่ให้นพพรมายุ่งเรื่องครอบครัว มัสยาโมโหเผลอพูดไม่ดีออกไป ลักษณ์จึงจับพาดบ่าตีก้นเป็นการสั่งสอน มัสยาถึงกับตะโกนลั่นว่าเกลียดลักษณ์!!! (มัสยาไม่ยอมเรียกพี่ลักษณ์) เริงใจเป็นเพียงคนเดียวในบ้านที่มัสยาคุยด้วยแล้วสบายใจที่สุด พัณทิพาเหมือนจะอยากคุยกับมัสยา แต่โดนคำสั่งจากศจีไม่ให้เข้าใกล้ลูกไพร่คนนี้ อ๊อด อู๊ด อ๋อย ก็ชอบมาแอบดูมัสยา พอมัสยาหันมามอง เด็กสามคนก็จะวิ่งหนีไปด้วยความกลัว มัสยารู้สึกว่าเธอเหมือนตัวประหลาดในบ้าน วันงานมาถึง ศจีคิดว่ามัสยาต้องทำขายหน้าแน่นอน จึงรอดูความหายนะพร้อมกับลูกสาวทั้งสองของเธอ เพ็ญโฉมควงลักษณ์เข้ามาในงาน พงศ์เทพไม่พอใจ จึงซดเหล้าไม่หยุด ท่านผู้หญิงออกมาพร้อมกับมัสยาที่ตอนนี้ดูดีขึ้นมาก จนทำให้ลักษณ์แปลกใจ มีแต่แขกผู้ใหญ่เฉพาะแค่คนสนิทเท่านั้นที่ถูกเชิญมางานนี้ เจ้าคุณมหศักดิ์ฯ นพพร มรว.ชลทิชา (เพื่อนเพ็ญโฉม) หลวงเวชฯ แพทย์ประจำตัวท่านผู้หญิง และนพมาศลูกสาว ทุกคนนั่งประจำที่โต๊ะซึ่งจัดเป็นเซ็ตดินเนอร์ ศจีจับตาดูมัสยาทุกฝีก้าว คิดว่าเธอต้องทำพังแน่นอน!!! แต่ผิดคาด มัสยาทำได้ดีมาก รู้จักมารยาทบนโต๊ะอาหาร ไม่แสดงกิริยาต่ำๆออกมาให้เห็น ดูเป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว ท่านผู้หญิงมองอย่างพึงพอใจ ลักษณ์แอบอมยิ้ม ส่วนคนที่ทำผิด และทำเสียงดัง คือพัณทิพา ศจีโกรธและเสียหน้าอย่างมาก จึงแอบหยิกพัณทิพาที่ใต้โต๊ะ พัณทิพาร้องลั่น เจ้าคุณมหศักดิ์ชื่นชมมัสยา มัสยาบอกว่าเธอเรียนรู้สิ่งเหล่านี้มาจากคอนเลจ ทุกคนถึงกับทึ่งและอึ้ง การรับประทานอาหารเสร็จสิ้น ท่านผู้หญิงบอกให้ลักษณ์พามัสยาไปเปิดฟลอร์ ลักษณ์ไม่แน่ใจว่ามัสยาจะเต้นรำได้หรือไม่ แต่ก็พาออกมาตามคำสั่งคุณย่า ลักษณ์กำชับให้มัสยาเต้นไปตามเค้า เค้าจะประคองเธอเอง แต่ปรากฏว่ามัสยาเต้นรำได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ จนดูราวกับเป็นคนละคนกับเด็กสาวกะโปโลที่เค้าเคยเจอ มัสยาสง่างามชนิดที่ไม่มีใครละสายตาไปจากเธอได้ซักคน โดยเฉพาะนพพรที่ดูหลงใหล พิณทิพย์เห็นสายตาของนพพรก็ชักสงสัย พงศ์เทพที่เริ่มเมาบอกกับเพ็ญโฉมให้ระวังมัสยาจะแย่งลักษณ์ แต่เพ็ญโฉมไม่เชื่อ เพลงแรกจบ ลักษณ์ชวนเพ็ญโฉมออกไปเต้นรำ พงศ์เทพไม่พอใจ ยื่นเท้าทำให้ลักษณ์สะดุดล้ม วงแตก!!! มัสยาเห็นเหตุการณ์จึงฟ้องท่านผู้หญิงว่าพงศ์เทพแกล้งลักษณ์ ศจีรู้สึกอายมาก พงศ์เทพพูดไม่ออก หันไปมองมัสยาไม่พอใจ ศจีสั่งให้ลูกๆทุกคนกลับบ้าน รวมถึงสามีของเธอด้วย!!! งานเลี้ยงจบลง ลักษณ์เจอมัสยาแอบมาหลบอยู่ตรงมุมหนึ่ง เธอถอดรองเท้าส้นสูงออกเพราะเมื่อย ลักษณ์เตือนว่ามัสยากำลังจะแย่เพราะเธอดันไปฟ้องคุณย่าเรื่องพงศ์เทพ แต่มัสยาไม่สน เธอไม่กลัวใครหรืออะไรทั้งนั้น ลักษณ์หัวเราะที่เด็กน้อยอย่างมัสยาทำเก่ง มัสยาโกรธที่ลักษณ์หาว่าเธอเป็นเด็ก ท่านผู้หญิงจ้างอาจารย์กนก มาสอนหนังสือมัสยาที่บ้านระหว่างรอเปิดภาคเรียน (มัสยาต้องเรียนต่อม.6ที่โรงเรียนคอนเวนต์ โรงเรียนเดียวกับเริงใจ) อิสรภาพของมัสยาได้หมดไปแล้ว ต่อไปนี้เธอต้องเดินตามเส้นทางที่ท่านผู้หญิงวางไว้ให้เท่านั้น แต่หนทางไม่ได้สวยงามราวกับโรยกลีบกุหลาบ เมื่อนพพรแสดงออกว่าสนใจมัสยามากกว่าพิณทิพย์ เวลาที่ให้พิณทิพย์มีน้อยลง และเอาแต่ถามหามัสยา พิณทิพย์แน่ใจว่านพพรชอบมัสยา ทำให้เธอไม่พอใจ พงศ์เทพเห็นอาการของน้องสาวก็รู้ว่าเป็นอะไร จึงบอกให้ร่วมมือกันทำให้มัสยาออกไปจากที่นี่ สองพี่น้องวางแผนรังแกมัสยาด้วยวิธีการต่างๆ โดยมีศจีเป็นแรงสนับสนุน พัณทิพาไม่สบายใจที่ต้องร่วมด้วยแต่จำต้องทำเพราะกลัวแม่กับพี่มากกว่า ถึงอย่างนั้นมัสยาก็สามารถเอาตัวรอดมาได้ เธอตอกกลับศจีอย่างไม่กลัว บางครั้งนพพรก็คอยช่วย และเพราะเหตุนี้ นพพรจึงได้เห็นธาตุแท้ของพิณทิพย์ พิณทิพย์โกรธมัสยามากกว่าเดิม คิดว่าเป็นต้นเหตุให้นพพรเกลียดเธอ!! แต่มัสยาไม่ได้โชคดีตลอดเวลา เธอเพลี้ยพล้ำในที่สุด ถูกหาว่าเป็นขโมย ศจีใส่ไฟให้ท่านผู้หญิงฟัง พิณทิพย์กับพัณทิพาก็เป็นพยาน จะแจ้งความตำรวจให้ได้ พงศ์เทพทำเป็นไกล่เกลี่ยไม่อยากให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ แต่ท่านผู้หญิงยังไม่ปักใจเชื่อ จึงเรียกลักษณ์ให้มาสอบสวน แต่มัสยากลับเข้าใจผิดคิดว่าลักษณ์ก็เหมือนคนอื่นคือคิดว่าเธอเป็นขโมย มัสยาหนีหายออกไปจากบ้าน ศจี พิณทิพย์ พงศ์เทพสะใจมากที่แผนสำเร็จ ส่วนพัณทิพารู้สึกผิด จึงแอบไปบอกลักษณ์ว่ามัสยาถูกใส่ร้าย ลักษณ์จะให้พิณทิพย์ไปบอกคุณย่า แต่พิณทิพย์ไม่กล้า และขอร้องไม่ให้ลักษณ์บอกใครว่าเธอมาบอกความจริง ลักษณ์ไปบอกคุณย่าเรื่องที่มัสยาโดนใส่ร้าย เค้ารู้ว่ามัสยาเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ไม่สามารถบอกย่าได้ว่าเป็นฝีมือใคร หากว่าท่านผู้หญิงก็พอจะรู้…. มัสยาเดินไปตามถนนเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย มัสยาร้องไห้อย่างหนัก จนแทบหมดแรง เธอคิดถึงบ้าน ทันใดนั้นมีรถคันหนึ่งพุ่งมา เพราะความมืดของถนน ทำให้เจ้าของรถเพิ่งเห็นมัสยาตอนใกล้จะถึงตัว มัสยาตกใจ เจ้าของรถหักหลบจนเกือบชนต้นไม้ มัสยารีบเข้ามาดูอาการ เห็นเค้าบาดเจ็บก็รู้สึกผิดมาก จึงอาสาขับรถพาเค้าไปส่งที่บ้าน มัสยามาถึงที่วังมยุรฤทธิ์ ผู้ชายที่เธอมาส่งคือท่านชายสดายุ แต่มัสยาไม่รู้จัก ท่านชายสดายุชวน มัสยาเข้ามาในบ้าน และดูแลอย่างดี มัสยาละอายใจเพราะเธอทำให้เค้าบาดเจ็บ แต่เค้าก็ไม่โกรธ ด้านลักษณ์ยังคงตามหามัสยามาตามทางอย่างไม่ลดละ เค้าเป็นห่วงมัสยาอย่างมาก ท่านชายสดายุเลี้ยงอาหารมัสยาจนทำให้เธอรู้สึกสบายใจขึ้นก่อนพูดคุยถามไถ่ว่ามัสยามาจากไหนและเป็นใคร มัสยาจึงบอกว่าเธอมาหาบ้านรัตนมหาศาล ลักษณ์กลับมาบ้านด้วยความสิ้นหวัง ท่านผู้หญิงลมแทบจับนึกว่าต้องเสียหลานสาวไปแล้วจริงๆ ลักษณ์เป็นห่วงคุณย่าอย่างมาก จนกระทั่งมีโทรศัพท์มาหาลักษณ์ ลักษณ์รีบมาที่วังมยุรฤทธิ์ ทำให้รู้ว่าลักษณ์กับท่านชายสดายุมีความสนิทสนมกันมาก ลักษณ์เห็นท่านชายสดายุบาดเจ็บ ก็โกรธมัสยามากที่เป็นต้นเหตุ ลักษณ์ต่อว่ามัสยาอย่างรุนแรง มัสยาเสียใจมาก ท่านชายสดายุรีบเข้ามาไกล่เกลี่ย และเรียกลักษณ์ไปคุยเป็นการส่วนตัว ท่านชายสดายุจึงรู้เรื่องราวของมัสยาทุกอย่าง พร้อมทั้งแนะนำว่าเด็กอย่างมัสยา จะใช้ไม้แข็งสั่งสอนไม่ได้ ตอนนี้คงจะเสียใจมากแล้ว ลักษณ์ออกมาหามัสยาเห็นว่าหลับคาโซฟาไปแล้ว จึงอุ้มมัสยาพากลับบ้าน และเข้ามาส่งถึงในห้อง มัสยาเพ้อหาพ่อกับแม่แล้วน้ำตาก็ไหล ลักษณ์มองด้วยความสงสาร ท่านผู้หญิงไม่สบาย เพราะเครียดที่มัสยาหนีออกไป มัสยาเข้ามาขอโทษคุณย่า เธอรู้สึกผิดอย่างมาก ท่านผู้หญิงขอให้มัสยาสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก มัสยาสัญญา หลังจากเหตุการณ์วันนั้น มัสยาก็เปลี่ยนไป กลายเป็นเคร่งขรึมมากขึ้น ไม่ทำตัวนอกกรอบ อยู่ในโอวาทของท่านผู้หญิงจนทำให้ท่านพึงพอใจ ศจีแค้นใจที่ทำอะไรมัสยาไม่ได้ ลักษณ์เป็นห่วงที่มัสยาไม่มีชีวิตชีวา เค้าไม่อยากให้มัสยาเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อคนอื่น ลักษณ์ไปเที่ยวกับเพ็ญโฉมก็จริง แต่ในใจกลับคิดถึงแต่มัสยา เพ็ญโฉมทนไม่ไหว ถามไปตรงๆว่าลักษณ์ชอบมัสยารึเปล่า ลักษณ์ถึงกับหัวเราะออกมา และย้ำว่าเค้าชอบมัสยาไม่ได้ เพราะมีศักดิ์เป็นพี่น้องกัน เพ็ญโฉมจึงย้อนถาม แล้วถ้าไม่ใช่พี่น้อง ทำเอาลักษณ์อึ้งไปนิดนึงก่อนจะยืนยันว่าไม่มีวัน เพราะเค้ารักเพ็ญโฉม เพ็ญโฉมอดน้อยใจไม่ได้ ปากบอกรัก แต่ไม่เคยทำเหมือนเธอเป็นคนรักซักนิด การแข่งเทนนิสประจำปีของตระกูลซึ่งจัดขึ้นทุกปีมาถึง แต่ปีนี้มีสมาชิกเพิ่มขึ้นคือมัสยา มัสยาอยากลงแข่งด้วย นพพรจึงอาสาเป็นครูช่วยสอน โดยใช้สนามเทนนิสหน้าบ้านรัตนมหาศาล ลักษณ์เห็นนพพรใกล้ชิดกับมัสยาก็รู้สึกไม่พอใจ เพราะนพพรกับมัสยาไม่ได้เป็นอะไรกัน ลักษณ์จึงไปขออนุญาตคุณย่าว่าเค้าจะสอนเทนนิสมัสยาเอง มัสยารอนพพรมาสอนเหมือนทุกวัน แต่นพพรถูกลักษณ์สั่งห้ามไว้แล้ว ทำให้ไม่พอใจ แต่ทำอะไรไม่ได้ ลักษณ์เป็นครูสอนเทนนิสให้มัสยา ทั้งสองคนใกล้ชิดกันจนดูเหมือนคู่รัก ทุกอย่างอยู่ในสายตาของพงศ์เทพที่คิดแผนการบางอย่างขึ้นมาได้ วันแข่งขันมาถึง มัสยาคู่กับลักษณ์ลงแข่งกับพงศ์เทพและพิณทิพย์ พี่น้องเล่นแรงมาก อัดมัสยาคนเดียว จนลักษณ์รู้สึกได้ ลักษณ์พยายามปกป้อง เพ็ญโฉมเห็นทุกอย่าง พงศ์เทพจงใจตีลูกให้มัสยารับไม่ได้ มัสยาหกล้ม ลักษณ์ตกใจมาก เค้าระเบิดอารมณ์ต่อว่าพงศ์เทพที่แกล้งมัสยา แต่พงศ์เทพเล่นบทดราม่าว่าไม่ได้ตั้งใจ ทุกคนตกใจกับความเกรี้ยวกราดของลักษณ์ ลักษณ์อุ้มมัสยาพาออกไปทำแผล เพ็ญโฉมอึ้งกับท่าทางของลักษณ์ที่ห่วงมัสยามากเกินไป ลักษณ์ทำแผลให้มัสยา แสดงความเป็นห่วงมากจนมัสยาเริ่มหวั่นไหวมากขึ้น พงศ์เทพบอกเพ็ญโฉมเรื่องลักษณ์กับมัสยาคิดว่าคู่นี้มีบางอย่างต่อกัน เพ็ญโฉมทำเป็นไม่เชื่อ ทั้งๆที่ลึกๆก็แอบกลัว เพ็ญโฉมนัดมัสยาให้ออกมาพบกันข้างนอกบ้าน ทำเป็นว่าอยากเลี้ยงอาหารต้อนรับมัสยาเพราะยังไม่เคยทำ แต่ความจริงเพ็ญโฉมนัดลักษณ์ออกมาด้วย ลักษณ์อึ้งที่เห็นมัสยา เพ็ญโฉมแสดงออกว่าเป็นคนรักของลักษณ์ ลักษณ์พยายามเลี่ยงไม่ให้เพ็ญโฉมดูแล ยิ่งทำให้เพ็ญโฉมมั่นใจว่าสิ่งที่พงศ์เทพบอกจะเป็นความจริง มัสยาขอตัวกลับทันทีหลังจากกินข้าวเสร็จ ลักษณ์ขอตัวจากเพ็ญโฉมไปส่งมัสยา ทำให้เพ็ญโฉมรู้สึกน้อยใจ ลักษณ์ไม่ได้พามัสยากลับบ้าน แต่พาเธอไปชอปปิ้งที่ห้างฯ ลักษณ์จำได้ว่าเคยบอกจะซื้อของขวัญให้ มัสยา ตอนที่มัสยาย้ายเข้าบ้านรัตนมหาศาลใหม่ๆ เค้าไม่มีเวลาไปซื้อ จึงให้มัสยามาเลือกด้วยตัวเอง มัสยาสนุกสนานกับการเลือกชุด และขอใส่ชุดใหม่ทันที มัสยาออกมาในเสื้อผ้าตัวใหม่ ลักษณ์ถึงกับตะลึง เค้าเพิ่งเห็นวันนี้ว่ามัสยาโตเป็นสาวแล้วจริงๆ มัสยาเดินเคียงคู่กับลักษณ์ ความสวยและหล่อของชายหนุ่มหญิงสาวทำให้ทุกคนหันมามองเป็นตาเดียวด้วยความชื่นชม หนึ่งในนั้นมีทักษิณ เทพอำนวย ช่างภาพนิตยสาร Modern Fashion และ นิเทศ บุญมาก นักข่าวสังคมนิตยสารเพลินภาพ ทั้งสองคนจำลักษณ์ได้ว่าเป็นใคร และคิดว่ามัสยาเป็นผู้หญิงคนใหม่ของร้อยเอกลักษณ์ ทักษิณจึงแอบถ่ายรูปทั้งคู่เอาไว้โดยที่เธอกับลักษณ์ไม่รู้ตัว ลักษณ์พามัสยาไปส่งที่บ้าน ส่วนตัวเค้าจะไปสังสรรค์กับเพื่อนต่อ แต่มัสยาไม่ยอมกลับ เธออยากไปกับลักษณ์ อยากรู้ว่าที่นั่นมีอะไรดี ถึงทำให้ลักษณ์ไปเที่ยวได้ทุกคืน ในเมื่อมัสยากล้าขอ เค้าก็กล้าที่จะพาไป ทันทีที่พามัสยาเข้าไปในผับ มัสยาตื่นตาตื่นใจอย่างมาก ลักษณ์พามัสยามาแนะนำให้เพื่อนรู้จัก เริ่มจาก นพ.พจน์ พ.ต.เสถียร และ ประจวบ เจ้าของกิจการ สามหนุ่มมีทีท่าสนใจมัสยาจนลักษณ์ต้องร้องห้ามว่านี่เป็นน้องสาวของเค้า ห้ามยุ่ง!! คำว่าน้องสาวทิ่มแทงใจมัสยาอย่างมาก เธออยากเป็นคนที่ยืนเคียงข้างลักษณ์ มัสยาเห็นสาวๆล้อมหน้าล้อมหลังลักษณ์มากมาย บางคนถึงขั้นเสนอตัวให้ บางคนดึงลักษณ์ออกไปเต้นรำ มัสยาทนดูไม่ไหว จึงออกไปรอที่หน้าผับ ลักษณ์ตามออกมาเห็นมัสยานั่งอยู่ลำพัง ไม่ยอมพูดกับเค้า ลักษณ์จับอาการได้ว่ามัสยางอน จึงเดินไปซื้อมาลัยพวงน้อยที่ขายด้านหน้าส่งให้มัสยา ลักษณ์ไม่รู้เลยว่ามาลัยพวงนี้เปลี่ยนความรู้สึกของมัสยาไปตลอดกาล เธอเก็บมันไว้ใต้หมอน เก็บไว้ด้วยหัวใจบูชา วันเกิดท่านชายสดายุ….ท่านชายเชิญทุกคนในตระกูลรัตนมหาศาลให้มาฉลองด้วยกันที่วังมยุรฤทธิ์ งานที่จัดขึ้นเป็นงานภายใน ไม่ได้ใหญ่โต พิณทิพย์ พัณทิพา ฝึกขี่ม้ามาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ศจีรีบอวดลูกสาวให้โชว์ท่านชาย พิณทิพย์กับพัณทิพาทำได้ดี ลักษณ์รู้ว่ามัสยาขี่ม้าเป็นจึงยุให้ออกไป แต่มัสยาไม่ทำ พิณทิพย์ ศจีดูถูก มัสยาด้วยถ้อยคำที่ไม่น่าให้อภัย ลักษณ์โมโหแทน สั่งให้มัสยาขี่ม้าเดี๋ยวนี้ เพ็ญโฉมแปลกใจกับท่าทางของลักษณ์ ลักษณ์มั่นใจว่ามัสยาทำได้จึงประกาศต่อหน้าทุกคน มัสยาขึ้นม้า แต่กลับพลาดตกลงมา ทุกคนตกใจ นพพรรีบเข้ามาดูมัสยา ลักษณ์อึ้งมาก ท่านชายสดายุจับสังเกตลักษณ์กับมัสยาก็รู้สึกสงสัยบางอย่าง นพพรเป็นห่วงมัสยา และไม่พอใจที่ลักษณ์บังคับให้มัสยาขึ้นม้าทั้งๆที่มัสยาขี่ไม่เป็น แล้วทั้งมัสยากับ นพพรก็ได้ยินที่พิณทิพย์ ศจี พงศ์เทพเม้าท์มัสยาลับหลัง มัสยาโกรธมาก เพ็ญโฉมไม่เข้าใจว่าลักษณ์แกล้งมัสยาทำไม ลักษณ์บอกว่าเค้าไม่ได้แกล้ง แต่เค้าอยากให้มัสยาสู้คนเหมือนเมื่อก่อน ไม่นานมัสยาออกมาพร้อมนพพร ได้ยินท่านชายสดายุคุยว่ามีม้าตัวนึงพยศมาก ไม่มีใครปราบอยู่ มัสยาอาสาจะปราบพยศม้าให้ท่านชาย ทำให้ทุกคนประหลาดใจ ศจี พิณทิพย์หัวเราะร่วนมั่นใจว่ามัสยาทำไม่ได้ มีแต่ลักษณ์คนเดียวที่รู้ว่ามัสยาทำได้แน่นอน แล้วมัสยาก็ทำได้จริงๆ เธอจัดการปราบม้าพยศจนมันยอมอยู่ในโอวาท ท่านชายสดายุพอใจมาก และมีความสุขที่สุดจึงยกม้าตัวนี้ให้มัสยา ศจี พิณทิพย์ พงศ์เทพได้แต่อ้าปากค้าง ศจีรีบไปฟ้องท่านผู้หญิงว่ามัสยาทำตัวห้าวหาญเกินงาม ไปอาสาปราบม้าพยศ ถ้าหากบาดเจ็บขึ้นมาจะทำให้ท่านผู้หญิงเดือดร้อน ท่านผู้หญิงเรียกมัสยามาตักเตือน และสั่งไม่ให้ออกไปเที่ยวเล่นที่ไหนสามวัน ลักษณ์รู้ข่าว มาดักรอเจอมัสยา มัสยาโมโหมาก เธอโทษว่าเป็นเพราะลักษณ์ทำให้เธอโดนคุณย่าดุ ถ้าลักษณ์ไม่คะยั้นคะยอให้เธอขี่ม้าตั้งแต่แรก ลักษณ์บอกมัสยาว่า “เค้าชอบมัสยาคนนั้นในวันแรกที่เจอมากกว่ามัสยาคนนี้” ทำเอามัสยาพูดไม่ออก หลังจากเหตุกาณ์นั้น มัสยาสนิทกับท่านชายสดายุมากขึ้น ท่านชายไปมาหาสู่ที่บ้านรัตนมหาศาลบ่อยๆ และชวนมัสยาไปออกงานบ้าง ซึ่งคุณย่าก็อนุญาต มีแต่ลักษณ์ที่สงสัยว่าท่านชายสดายุกับมัสยาชอบพอกัน ลักษณ์ทนเก็บความสงสัยเอาไว้คนเดียวไม่ไหว จึงถามท่านชายสดายุออกไป ท่านชายสดายุหัวเราะร่วน เค้าเอ็นดูมัสยาเหมือนน้องสาวเท่านั้น ทำให้ลักษณ์โล่งใจ ท่านผู้หญิงหลงหลานสาวมาก ศจีหวั่นใจกลัวสมบัติถูกแบ่ง หลวงราชบริรักษ์ ระอาใจกับศจีอย่างมาก ที่วันๆเอาแต่อิจฉามัสยา พัณทิพาเห็นพ่อกับแม่ทะเลาะกันก็รู้สึกเสียใจ ไปนั่งร้องไห้เงียบๆ มัสยาผ่านมาเห็น และเข้ามาปลอบใจ ทำให้พัณทิพารู้สึกดีขึ้น มัสยากับพัณทิพายิ้มให้กันเป็นครั้งแรก ละคร มัสยา ช่อง7 พิณทิพย์เห็นรูปมัสยากับลักษณ์ในนิตยสาร พร้อมข้อความว่าลักษณ์มีหญิงสาวคนใหม่แทนเพ็ญโฉม ศจีเอามาให้ท่านผู้หญิงดู ท่านผู้หญิงใจไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะรู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้ แต่มาวันนึงท่านผู้หญิงได้เห็นลักษณ์กับมัสยาใกล้ชิดกัน ทำให้ท่านเริ่มกลัวว่าสองคนจะทำผิดจารีตประเพณี จึงเฝ้าดูพฤติกรรมจนแน่ใจว่าลักษณ์กับมัสยาน่าจะมีใจให้กัน แต่ยังไม่รู้ตัว ท่านผู้หญิงจึงตัดสินใจไปคุยกับเจ้าคุณมหศักดิ์ฯ อยากให้นารถระพีพี่สาวนพพรที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศหมั้นหมายกับลักษณ์ ทันทีที่ลักษณ์รู้ ลักษณ์ค้านหัวชนฝา เค้าจะไม่มีวันแต่งงานกับคนที่เค้าไม่ได้รัก คุณย่าสวนกลับทันควันว่าจะไม่มีวันนั้น ลักษณ์ต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่ย่าเลือกให้เท่านั้น ลักษณ์กับท่านผู้หญิงมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ลักษณ์ขับรถออกจากบ้าน ท่านผู้หญิงโกรธมาก คนทั้งบ้านรู้เรื่องลักษณ์กับท่านผู้หญิง พงศ์เทพโทรบอกเพ็ญโฉมว่าลักษณ์ต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่ย่าเลือก ทำให้เพ็ญโฉมอึ้ง ด้านมัสยารู้ข่าว เป็นห่วงลักษณ์ จึงตามหาลักษณ์ว่าไปไหน จนนึกได้ว่าลักษณ์น่าจะไปที่ผับประจำ ทันทีที่ไปถึง มัสยาเห็นเพ็ญโฉมอยู่กับลักษณ์ เพ็ญโฉมกำลังปลอบโยนลักษณ์อย่างใกล้ชิด และบอกว่าเธอจะแต่งงานกับลักษณ์เอง มัสยายังไม่ทันฟังที่ลักษณ์ตอบ ก็ทนดูไม่ได้ จึงกลับออกไป ลักษณ์ปฏิเสธเพ็ญโฉม เพ็ญโฉมอึ้ง ทำให้รู้ว่าลักษณ์ไม่ได้รักเธอซักนิด ตอนนี้เค้าไม่อยากเจอใคร จึงไปหาท่านชายสดายุที่วัง และเล่าทุกอย่างให้ฟัง ลักษณ์ถามว่าความรักคืออะไร แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเรารักใคร คำถามนี้ทำให้ท่านชายสดายุแน่ใจว่าสิ่งที่ลักษณ์มีให้เพ็ญโฉมไม่ใช่ความรักแต่เป็นความหลง การที่เรารักใครซักคน ในหัวใจจะมีแค่เค้าเท่านั้น ไม่ว่าจะไปไหน จะทำอะไร ก็จะคิดถึงแต่เค้า ลักษณ์คิดตามที่ท่านชายสดายุพูด จนรู้ใจตัวเองว่าเค้ารักใคร ท่านชายสดายุเดาใจลักษณ์ออกว่า “ลักษณ์รักมัสยา” ลักษณ์อึ้งไปกับคำตอบที่ได้รับ เค้าขอไม่กลับบ้าน ท่านชายเตือนว่าลักษณ์กำลังหนีปัญหา เพ็ญโฉมดื่มตามลำพังในผับ ก่อนหน้านั้นเธอเรียกพงศ์เทพออกมา พงศ์เทพมาหา เพ็ญโฉมระบายว่าลักษณ์ไม่ได้รักเธอเลย พงศ์เทพกอดเพ็ญโฉมปลอบใจ และขอโอกาสให้เค้าได้ดูแลเพ็ญโฉม ลักษณ์กลับมาบ้าน เค้าไม่กล้าสู้หน้ามัสยาจึงหลบหน้าหลบตา ลักษณ์เข้าไปหาคุณย่าเพื่อขอโทษที่เค้าทำตัวไม่ดี ท่านผู้หญิงเตือนสติลักษณ์ ให้หักห้ามใจจากมัสยา อย่าให้ความหวัง เพราะมัสยายังเป็นเด็กที่อารมณ์อ่อนไหวง่าย ถ้าลักษณ์หวังดีกับมัสยาจริง ลักษณ์ต้องทำเพื่อมัสยา นั่นคือแต่งงานกับนารถระพี และระหว่างนี้ลักษณ์ห้ามเจอมัสยาเด็ดขาด หมายความว่าตราบใดที่มัสยาอยู่บ้านรัตนมหาศาล ลักษณ์ก็ต้องเป็นฝ่ายไปอยู่ที่อื่น ลักษณ์ทำตามที่ท่านผู้หญิงบอก แต่มัสยามาดักเจอเค้าที่รถ ลักษณ์ต้องทำตัวไม่ดีเพื่อให้มัสยาเกลียดเค้า แล้วมันก็ได้ผล มัสยาทั้งโมโหทั้งน้อยใจจนวิ่งหนีไป ลักษณ์เจ็บปวดมาก ท่านผู้หญิงเครียดเรื่องมัสยากับลักษณ์มากจนล้มป่วยอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นหนักกว่าเดิม หลวงเวชฯตรวจอาการแล้วบอกว่าท่านผู้หญิงควรจะได้ไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัด เพื่อรับอากาศบริสุทธิ์ ท่านผู้หญิงจึงชวนมัสยาไปเป็นเพื่อน โดยมีนมผัน หม่อมช้อยไปด้วย นารถระพีรู้เรื่องที่ตนถูกหมั้นหมายให้ร้อยเอกลักษณ์จากเจ้าคุณมหศักดิ์ก็ไม่พอใจมาก เพราะเธอเป็นผู้หญิงสมัยใหม่ ที่ไม่ชอบเรื่องคลุมถุงชน แต่ที่สำคัญ ตอนนี้นารถระพีกำลังคบหาอยู่กับ สมาน วราฤทธิ์ เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศ มัสยาอยู่บางแสนด้วยความเหงาจนได้มาเจอกับฉันท์ วิเชียรชัย นักวาดภาพ ฉันท์จำมัสยาได้จากรูปในนิตยสาร เค้าสนใจอยากได้มัสยาเป็นแบบวาดรูป มัสยาตกลงรับปากจึงต้องแวะมาให้ฉันท์วาดรูปทุกวัน ความน่ารักสดใสของมัสยาทำให้ฉันท์หลงรัก ด้านนพพรคิดถึงมัสยามาก แต่เจ้าคุณมหศักดิ์ไม่ให้ไปไหน เพราะนพพรต้องเตรียมตัวไปศึกษาต่อต่างประเทศ นพพรจึงขอให้พ่อไปสู่ขอมัสยาให้เค้าก่อน เจ้าคุณมหศักดิ์รับปาก ทันทีที่ท่านผู้หญิงกลับมา ท่านจะไปเจรจาให้ นารถระพีรู้เรื่องนี้จึงถามนพพรว่ามัสยาเคยบอกรักนพพรเหรอยัง แต่นพพรไม่สน ขอแค่เค้ารักมัสยามันก็เพียงพอแล้ว นารถระพีเตือนน้อง ว่ากำลังจะทำให้มัสยาไม่มีความสุขเหมือนกับเธอ นพพรถึงกับอึ้ง พิณทิพย์รู้เรื่องที่นพพรจะขอหมั้นมัสยาก็ไม่พอใจมาก พิณทิพย์มาอาละวาดใส่นพพร หาว่านพพรนอกใจเธอไปหามัสยา แต่นพพรว่าเค้าไม่เคยรักพิณทิพย์ พิณทิพย์คิดไปเอง พิณทิพย์เสียใจมาก จึงทำตัวเป็นผู้หญิงไม่ดี ออกเที่ยวทุกคืน ถึงแม้มัสยาจะมีเพื่อนใหม่อย่างฉันท์ แต่เธอไม่เคยลืมลักษณ์ได้เลยซักวัน ท่านผู้หญิงเห็นมัสยาร่าเริงปกติก็เข้าใจว่าคงลืมลักษณ์ไปแล้ว มัสยากลับมา เจอนมผันบอกว่าท่านชายสดายุมาเยี่ยมท่านผู้หญิงและเพิ่งกลับออกไป มัสยาดีใจมากรีบตามไปจนเจอท่านชายสดายุ เธอขอตามท่านชายสดายุไปที่บ้านพัก ที่นั่นมัสยาได้พบลักษณ์ที่กำลังหลับโดยบังเอิญ ท่านชายสดายุเล่าว่าลักษณ์เหมือนคนไม่มีวิญญาณ ใช้ชีวิตไปวันๆ ข้าวปลาไม่กิน ท่านชายจึงชวนลักษณ์มาพักผ่อนที่บางแสน แต่ที่ไหนได้ลักษณ์กลับล้มป่วย มัสยาเป็นห่วงลักษณ์จับใจ ไม่นานลักษณ์ตื่นขึ้นมาเพราะฤทธิ์ยาที่หมด ลักษณ์นึกว่าฝันไปที่เห็นมัสยา แต่มัสยาบอกว่านี่เป็นความจริง ลักษณ์พยายามจะหนีมัสยาอีกครั้ง แต่ลักษณ์อ่อนแรงเกินกว่าจะไปไหว มัสยากอดลักษณ์เอาไว้ เธอจะไม่ยอมให้ลักษณ์จากไปอีกแล้ว เธอพร้อมเผชิญหน้าทุกอย่างถึงแม้จะร้ายแรงที่สุด ขอแค่ให้ได้เห็นหน้าลักษณ์ก็พอ หัวใจของลักษณ์อ่อนลง เค้าแพ้ใจให้มัสยา มัสยา ช่อง7 มัสยาโกหกท่านผู้หญิงว่ามาหาท่านสดายุที่บ้านทุกวัน แต่จริงๆเธอมาดูแลลักษณ์ จนลักษณ์มีอาการดีวันดีคืน ท่านชายสดายุเห็นสองหนุ่มสาวเข้ากันได้ ก็สบายใจ ท่านจึงกลับกรุงเทพ ทิ้งหนุ่มสาวไว้ที่นี่ ลักษณ์กับมัสยาได้มีช่วงเวลาดีดีร่วมกัน จนหัวใจของทั้งสองเคลื่อนเข้าหากันมากขึ้น เพ็ญโฉมอกหักจากลักษณ์จึงหนีมาเที่ยวบางแสน พงศ์เทพรู้ข่าวจึงตามมาปลอบโยน แล้วทั้งคู่ก็บังเอิญได้เจอลักษณ์กับมัสยา ภาพที่เห็นทำให้เพ็ญโฉมรู้ทันทีว่าลักษณ์กับมัสยารักกัน จากความเสียใจเปลี่ยนเป็นความโกรธ เพ็ญโฉมอิจฉามัสยาที่ได้หัวใจลักษณ์ไปครอง พงศ์เทพอยากที่จะทำลายลักษณ์อยู่แล้ว จึงยุเพ็ญโฉมให้ไปฟ้องคุณย่า ซึ่งมาที่นี่พอดี ลักษณ์ยังคงเห็นมัสยาเป็นเด็ก จนมัสยาต้องบอกว่าเธอเป็นสาวแล้ว และความจริงเธอก็ไม่ใช่น้องสาวแท้ๆของลักษณ์ด้วย เพราะศัลย์เป็นแค่ลูกบุญธรรมคุณย่า ลักษณ์เข้าใจว่ามัสยาต้องการจะบอกว่าอะไร ถ้าเค้ากับเธอจะรักกัน มันก็ไม่ใช่เรื่องผิด ลักษณ์มองมัสยาแววตาเต็มไปด้วยความรัก เค้ารักผู้หญิงมากเหลือเกิน ลักษณ์ตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ นั่นคือ..จูบมัสยา คนที่เห็นภาพบาดตานั้นคือ ท่านผู้หญิง รัตนมหาศาลกับหม่อมช้อยที่มาตามคำบอกของเพ็ญโฉมกับพงศ์เทพ ลักษณ์กับมัสยาตกใจมาก ท่านผู้หญิงเจ็บปวดและโกรธ เข้ามากระชากมัสยาให้ออกจากลักษณ์ และตบหน้าลักษณ์เต็มแรง!!! ก่อนจะไล่ลักษณ์ให้ออกไปจากรัตนมหาศาล ไม่ต้องมานับย่าหลานกันอีก!!! มัสยาช็อคมาก คุกเข่าอ้อนวอนย่า อย่าทำร้ายลักษณ์ และโพล่งไปว่าเธอรักผู้ชายคนนี้ ท่านผู้หญิงเสียใจอย่างที่สุด จะตบหน้ามัสยาแต่ลักษณ์เข้ามาปกป้อง และขอร้องย่าให้เค้ากับเธอรักกัน ท่านผู้หญิงไม่ยอม!!! และมันจะไม่มีวันนั้น!! มัสยาไม่ยอมกลับไปกับท่านผู้หญิง ลักษณ์ต้องเกลี้ยกล่อม พร้อมทั้งบอกว่าเค้าจะหาทางมาพบเธอ ขอให้เธอรอ มัสยาจึงยอมกลับไป ข่าวเรื่องมัสยากับลักษณ์รู้ไปถึงบ้านรัตนมหาศาล ศจีสาแก่ใจมาก มัสยาไม่ต่างจากพ่อ ทำแต่เรื่องอื้อฉาวให้คาวตระกูล คุณหญิงอัครราชเสวีเป็นห่วงลูกชายอย่างมาก ท่านผู้หญิง หม่อมช้อย มัสยากลับมาที่บ้าน ท่านผู้หญิงสั่งไม่ให้มัสยาออกไปไหน ประจวบเหมาะกับที่เจ้าคุณมหศักดิ์มาทาบทามมัสยาให้นพพร ท่านผู้หญิงตกลงรับปากทันที และขอให้จัดงานแต่งงานโดยเร็วที่สุด เพ็ญโฉมรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุทำให้ลักษณ์ได้รับความเดือดร้อน แต่พงศ์เทพบอกว่าลักษณ์ทำผิด สมควรแล้วที่โดนลงโทษจากคุณย่า พงศ์เทพบอกให้เพ็ญโฉมตัดใจจากลักษณ์!! ละคร มัสยา ตั้งแต่เกิดเรื่อง ลักษณ์หายสาบสูญ ท่านชายสดายุทราบข่าว ก็รีบสั่งให้คนออกตามหาลักษณ์โดยด่วน ด้านมัสยาเตรียมตัวแต่งงานกับนพพร นพพรมีความสุขมาก แต่พอเห็นสีหน้าของมัสยา เค้าก็นึกถึงคำพูดของ นารถระพี ด้านพิณทิพย์โกรธแค้นที่มัสยาได้แต่งงานกับนพพร จึงหาทางวางแผนชั่ว ประจวบเหมาะกับที่พิณทิพย์เห็นฉันท์แอบมาหามัสยา เค้าสืบจนรู้ว่ามัสยาอยู่ที่ไหน ฉันท์รู้เรื่องทั้งหมด เค้าสงสารมัสยามาก ฉันท์จึงเล่าให้มัสยาฟังว่ารูปที่เค้าวาดมัสยาที่ริมหาด เป็นที่ชื่นชอบของเจ้าของห้องศิลป์ในต่างประเทศ ซึ่งตอนนี้ฉันท์เป็นตัวแทนให้ห้องศิลป์นี้ ฉันชวนให้มัสยาเซนต์สัญญาเป็นนางแบบปฏิทินที่จะออกโดยห้องศิลป์นี้ แต่มัสยาต้องไปที่มาเลเซีย พิณทิพย์สืบจนรู้ว่าฉันท์เป็นใคร ก็รีบไปฟ้องคุณย่าว่ามัสยาไปคบกับศิลปินไส้แห้ง ทั้งๆที่กำลังจะแต่งงานกับนพพร คุณย่าเรียกมัสยามาต่อว่าที่ทำตัวใฝ่ต่ำ!!! มัสยาเสียใจมาก จนอยากจะกลับไปหาตา แต่เธอรู้สึกว่าถ้าทำแบบนั้น เธอจะเป็นผู้แพ้ เธอจะสู้เพื่อให้ได้อยู่กับลักษณ์ มัสยาขังตัวเองในห้อง เพราะต้องการเอาชนะท่านผู้หญิง และรอลักษณ์มาหาด้วยความหวังทั้งหมดที่มี ท่านชายสดายุตามหาลักษณ์จนเจอว่าลักษณ์ขอย้ายตัวเองมาประจำที่ชายแดน ท่านชายสดายุตกใจมากที่เห็นสภาพของลักษณ์ ลักษณ์ป่วยเป็นไข้ป่า อาการไม่ดี ท่านชายสดายุรีบย้ายลักษณ์มารักษาตัวในกรุงเทพทันที และรีบให้คนแจ้งเรื่องนี้ให้ทางบ้านรัตนมหาศาลรู้ เริงใจรีบมาบอกมัสยาเรื่องลักษณ์ มัสยาเป็นห่วงมาก แต่เธอไม่กล้าไปเยี่ยมเค้า เพราะกลัวลักษณ์จะเดือดร้อนอีก ท่านผู้หญิงห่วงหลานชายจับใจ รีบไปที่โรงพยาบาลกับคุณหญิงอัครราชเสวี ไม่นานลักษณ์ก็ฟื้นขึ้นมา ท่านผู้หญิงขอให้ลักษณ์กลับมาบ้าน เริงใจสงสารมัสยามาก จึงแอบพามัสยาไปหาลักษณ์ โดยโกหกแม่กับคุณย่าว่าพามัสยาไปซื้อหนังสือ เริงใจกับมัสยามาถึงโรงพยาบาล เธอให้มัสยาเข้าไปหาลักษณ์ มัสยาดีใจมากที่ได้เจอลักษณ์อีกครั้ง ผิดกับลักษณ์ที่นิ่งมาก ลักษณ์รู้ว่ามัสยาจะหมั้นกับนพพร เค้าแสดงความยินดีกับมัสยา มัสยาเสียใจที่ลักษณ์ผลักไสเธอให้คนอื่น ไหนบอกให้เธอรอ เธอก็รอออยู่ทุกวินาที แต่ลักษณ์กลับมาพังความหวังของเธอ ลักษณ์เองเจ็บปวดยิ่งกว่า เพราะก่อนหน้านั้น คุณย่ามาขอร้องให้ลักษณ์พูดกับมัสยาให้ยอมหมั้นกับนพพร มัสยาร้องไห้กับเริงใจบอกว่าลักษณ์ไม่ได้รักเธอ เธอจะยอมแต่งงานกับนพพรตามที่คุณย่าบอก!! ลักษณ์กลับมาบ้าน ในวันที่ท่านผู้หญิงเรียกนักข่าวจากทุกหนังสือพิมพ์มาเพื่อรับฟังการประกาศหมั้นระหว่างร้อยเอกลักษณ์ กับนางสาวนารถระพี (ที่ถูกพ่อบังคับให้แต่งงาน) และ นพพร กับ มัสยา ทั้งสองคู่ถูกจัดให้นั่งตรงหน้านักข่าว โดยมีท่านผู้หญิงเป็นคนจัดการทุกอย่าง ลักษณ์กับมัสยากระอักกระอ่วนอย่างมาก พิณทิพย์เสียใจที่ทำลายงานหมั้นนพพรกับมัสยาไม่ได้ จึงเตลิดเปิดเปิง จนศจีกลุ้มใจ มัสยาสิ้นหวังทุกอย่าง เธอทนอยู่ในขนบธรรมเนียม และสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเธอต่อไปอีกไม่ได้แล้ว มัสยาต้องกลับบ้าน กลับไปหาตาของเธอ ก่อนกลับมัสยาไปหาลักษณ์ที่ห้อง ลักษณ์แปลกใจที่มัสยามาหาเค้าดึกดื่น มัสยาถือวิสาสะเข้ามา เธอถามลักษณ์ว่าเคยรักเธอบ้างมั๊ย ลักษณ์ตอบไปว่ารักในฐานะน้องสาว มัสยาเสียใจอย่างมาก แต่มันทำให้เธอตัดใจที่จะไปจากที่นี่ได้เร็วมากขึ้น มัสยาออกไปจากห้อง เจอท่านผู้หญิงยืนอยู่กับศจี ศจีเห็นลักษณ์กับมัสยาจากหน้าต่างห้อง จึงรีบมาฟ้องท่านผู้หญิง ท่านผู้หญิงสุดทนคิดว่ามัสยาดื้อด้านไม่ฟัง แถมยังมาหาผู้ชายถึงในห้อง จึงด่าด้วยถ้อยคำที่รุนแรง ดูถูก เสียดแทง พาลด่าไปถึงแม่และครอบครัวของเธอทางใต้ ทำให้มัสยาโกรธและเสียใจ จึงวิ่งหนีออกไปขึ้นรถ ลักษณ์รีบตามขึ้นไป ส่วนท่านผู้หญิงหมดสติ ศจีต้องรีบช่วย มัสยาขับรถโดยไม่สนใจคำทัดทานของลักษณ์ เธอคิดจะกลับบ้าน ทันใดนั้นก็เกิดเหตุไม่คาดฝัน รถมัสยาเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำกลางถนน มัสยากับลักษณ์ถูกพาส่งโรงพยาบาล ลักษณ์บาดเจ็บสาหัส แต่มัสยาบาดเจ็บไม่มาก มัสยาร้องไห้ โทษตัวเองไม่หยุด ลักษณ์ต้องเข้าห้องผ่าตัด ท่านผู้หญิง คุณหญิงอัครราชเสวี เริงใจมาถึงไม่เจอมัสยาเพราะเธอแอบหลบอยู่ ไม่นานหมอออกมาบอกอาการลักษณ์ปลอดภัย มัสยาโล่งอก และนับจากวันนั้นก็ไม่มีใครเคยเจอมัสยาอีก เมื่อสอบถามไปทางเจ้าเมืองยะหริ่ง ท่านก็ไม่มีคำตอบให้ ท่านผู้หญิงรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็นที่ประวัติศาสตร์กลับมาซ้ำรอยอีกครั้ง หลังจากลักษณ์ออกจากโรงพยาบาล ลักษณ์ตัดสินใจบวช งานหมั้นระหว่างเค้ากับนารถระพียกเลิก เพราะนารถระพีขู่พ่อว่าถ้ายังให้เธอหมั้น เธอจะไม่กลับบ้านตลอดชีวิต!! มัสยา ช่อง7 ส่วนท่านผู้หญิงมีแต่ทรุดกับทรุดลง จนเวลาผ่านไปหลายเดือน ลักษณ์สึกออกมา และใช้ชีวิตตามปกติ เวลา 1 ปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว ท่านชายสดายุนัดลักษณ์ออกมากินข้าว ที่นั่นเค้าเจอนักร้องชาวมาเลเซียที่ชื่อลิลลี่ ลีลาท่าทางของเธอทำให้เค้าคิดถึงมัสยา แล้วมิสลิลลี่ก็คือมัสยาจริงๆ ลักษณ์ดีใจมากที่ได้พบกับมัสยาอีกครั้ง จึงได้รู้ว่ามัสยาไปมาเลเซียกับฉันท์ (ความจริงเป็นแผนของท่านชายสดายุที่ทำให้ลักษณ์กับมัสยาได้พบกัน) ลักษณ์บอกมัสยาว่าอาการของคุณย่าไม่ดีนัก มัสยาตกใจ มัสยากลับมา พบว่าบ้านเงียบเหงามากกว่าเดิม เริงใจ พัณทิพาไปเรียนเมืองนอกกับนพพร พิณทิพย์กลายเป็นคาสโนวี่ออกเที่ยวทุกคืน พงศ์เทพกับเพ็ญโฉมแต่งงานกัน มัสยาเข้ามากราบคุณย่า ท่านผู้หญิงดีใจจนร้องไห้ ท่านรู้ว่าใกล้ถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ถึงกล่าวขอโทษและขออโหสิกับมัสยาในเรื่องที่ผ่านมา เธอไม่ห้ามมัสยากับลักษณ์อีกแล้ว ถ้าหากจะรักกัน แล้วท่านผู้หญิงก็จากไปอย่างสงบ วันเปิดพินัยกรรม ท่านแบ่งสมบัติให้ทุกคนเท่าเทียม แต่มีข้อพิเศษนั่นคือ สมบัติของศัลย์ให้โอนไปให้มัสยาทั้งหมด แต่ทรัพย์สมบัติจะตกเป็นของมัสยาโดยสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อมัสยาแต่งงานกับลักษณ์แล้วเท่านั้น ท่านชายสดายุเขียนจดหมายมาแสดงความยินดีที่ลักษณ์กับมัสยาได้แต่งงานกันในที่สุด ไม่เท่านั้นท่านชายยังเร่งให้ลักษณ์กับมัสยามีหลานมาให้ท่านเล่นโดยเร็วอีกด้วย ตราบใดที่พี่ยังมีลมหายใจ พี่จะติดตามมัสยาไปจนสุดหล้า ชีวิตนี้พี่คงไม่อาจอยู่ได้โดยปราศจากมัสยา ผู้เป็นหัวใจของพี่ — จบบริบูรณ์ — คุณลักษณ์ - มัสยา ช่อง7 รายชื่อนักแสดงมัสยา มิกค์ ทองระย้า รับบท ร้อยโทลักษณ์ รัตนมหาศาล (ลักษณ์)มุกดา นรินทร์รักษ์ รับบท มัสยาอานัส ฬาพานิช รับบท ท่านชายสดายุ มยุรฤทธิ์พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท ร้อยตรีพงศ์เทพ (พงศ์)สุภาพร มะลิซ้อน รับบท เพ็ญโฉม (เพ็ญ)ชนกันต์ พูลศิริวงศ์ รับบท นพพรริญญารัตน์ วัชรโรจน์สิริ รับบท พิณทิพย์บุศรินทร์ วงศ์ลีลนนท์ รับบท หม่อมราชวงศ์หญิงชลธิชา มยุรฤทธิ์ดวงตา ตุงคะมณี รับบท ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาล

แพท ณปภา เข้ารายงานตัวศาลอาญา ครั้งที่ 6 ลุ้นคำพิจารณาจากอัยการ คาดคดีจบต้นปีหน้า!!
แพท ณปภา /  ข่าว แพท ณปภา / 

  เรียกได้ว่าทำตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัดไม่มีข้อยกเว้นหรือสิทธิพิเศษใดๆ สำหรับนักแสดงสาวสุดสตรอง แพท ณปภา ล่าสุดเช้าวันนี้ (14ก.ค.60) เวลาประมาณ 09.00น. แพท ณปภา พร้อมด้วยทนาย นายอาคม คงสวัสดิ์ และ นายพงษ์นรินทร์ อินทวงศ์ ได้เดินทางเข้ารายงานตัวต่อศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ตามนัดหมายระหว่างฝากครั้งเป็นผลัดที่ 6 ในคดีสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงินในคดียาเสพติดร่วมกับ นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง ผู้เป็นสามี ซึ่งขณะนี้ยังถูกควบคุมตัวอยู่ในสถานบำบัดพิเศษกลาง มาเป็นเวลา 1 เดือนครึ่งแล้ว และยังรอจนกว่าจะมีการดำเนินการยื่นขอประกันตัวครั้งใหม่และศาลให้อนุญาต หรือจนกว่าคดีจะมีคำพิพากษาสั่งให้ยกฟ้องต่อไป   โดยรูปคดีของ แพท ณปภา อยู่ในขั้นตอน รอฟังจากทางอัยการว่าจะมีความคิดเห็นในลักษณะไหน หลังชี้แจงและมอบหลักฐานทั้งหมดในชั้นพนักงานสอบสวนเป็นที่เรียบร้อยแล้วมาก่อนหน้านี้ โดยมีกำหนดการรายงานตัวครั้งต่อไปในวันที่ 26ก.ค.60 คาดดคีเรียบร้อยภายในต้นปีหน้า พร้อมกับเผยให้กำลังใจสามีตลอด แต่ เบนซ์ เรซซิ่ง ยังไม่พร้อมเจอหน้าลูก ทนาย "วันนี้เราก็มารายงานตัวในครบฝาก 5 เริ่มฝาก 6 วันนี้ แล้วก็คงต้องมาอีกวันนึ่งในวันที่ 26 กรกฎา ซึ่งสำนวนคดีคุณแพทน่าจะเรียบร้อยภายในต้นปีหน้า ความเห็นของพนักงานอัยการก็จะออกมาแล้วว่าจะสำเร็จในตอนไหน ช่วงนี้ก็รอและลุ้นกัน" ทนาย "(เอกสารเพิ่มเติม) ไม่มีแล้วครับ ต้องเรียนว่าอันที่หนึ่งต้องขอบคุณศาลอาญาก่อน ที่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวได้ เอกสารหลักฐานต่างๆ นำเสนอต่อพนักงานอัยการไปแล้ว แล้วเราก็ส่งเอกสารหมดแล้ว เท่าที่มีความสามารถจะหาได้ เรียบร้อยหมดแล้ว รอแต่คำสั่งอย่างเดียวว่า ท่านพนักงานอัยการจะสั่งคดีไปทางไหน" แพท "ตราบใดที่ยังไม่สิ้นสุดมันก็ยังคงมีความกังวลอยู่เรื่อยๆ ค่ะ ตอนนี้ก็ทำหน้าที่รายงานตัวตามที่ศาลสั่ง แล้วก็อย่างที่พี่โจ้บอกว่ารอจนกว่าทุกอย่างจะเสร็จสิ้น วันนั้นก็คงจะหายความกังวลไปได้" ทนาย "ตอนนี้เราก็มีแต่รอยยิ้ม รอยยิ้มที่เห็นมันไม่ใช่รอยยิ้มยินดีนะ แต่มันเป็นรอยยิ้มของการทำหน้าที่ การทำหน้าที่แม่ของน้องก็ดี หน้าที่ลูกก็ดี เรายิ้มได้อยู่บนพื้นฐานความเชื่อ หนึ่งเราเชื่อในกระบวนการยุติธรรม สองเราเชื่อในความสุจริตของตัวน้อง" แพท "(ได้ให้กำลังใจเบนซ์) ทุกวันค่ะ จริงๆ แพทให้กำลังใจไม่ดีเท่าลูก คนเป็นแม่ หรือว่าคนเป็นภรรยาคงไม่มีอะไรสำคัญเท่ารอซักวันหนึ่งให้เราสามคนได้มาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง ตอนนี้เรซซิ่ง 5 เดือนแล้ว เพิ่งจะ 5 เดือนไปเมื่อวาน ตอนนี้พี่เบนซ์ยังไม่พร้อมที่จะให้แพทอุ้มลูกไปหา แต่เขาก็อยากเห็นเป็นรูป ให้พกไปให้เขาดูหน่อย แต่ยังไม่ต้องเอาตัวเป็นๆ เข้ามา เขายังไม่สามารถที่จะเห็นได้ แกก็ถามน้ำหนัก ดื้อไหม เลี้ยงยากไหม ก็ปกติของคนเป็นพ่อค่ะ" แพท ณปภา แพท ณปภา แพท ณปภา แพท ณปภา แพท ณปภา แพท ณปภา แพท ณปภา