พูนสวัสดิ์

เปิดเรื่องราวน่ารู้! “กวินทร์ บินได้” นายด่าน 300 นัดทัพกิเลนผยอง
กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ /  กวินทร์ บินได้ / 

เทียบชั้นระดับตำนานของทัพกิเลนผยองไปอีกรายสำหรับ “กวินทร์ บินได้” นายด่านจอมหนึบของทีม เเละนี้คือเบื้องหลังที่น่าสนใจของผู้รักษาประตูรายนี้   10 เรื่องราวที่น่าสนใจเบื้องหลังการลงเล่นครบ 300 นัดของ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ผู้รักษาประตูมือหนึ่งกิเลนผยองและทีมชาติไทย 1. จาก 300 นัด เป็นการลงเล่นในรายการไทยลีก 216 นัด และฟุตบอลถ้วยรายการต่างๆ 84 นัด 2. เฉพาะในไทยลีก 216 นัด กวินทร์ทำสถิติเก็บ Clean Sheets (ไม่เสียประตูในนัดที่ลงเล่น) ได้ทั้งหมด 93 นัด ซึ่งหากทำได้อีก 7 นัด กวินทร์จะสร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้รักษาประตูที่ไม่เสียประตูในไทยลีกได้ 100 นัด 3. แน่นอนว่า นับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด จนถึงปัจจุบัน กวินทร์คือผู้เล่นที่ลงเล่นมากที่สุดให้กับสโมสรแห่งนี้ 4.เกมนัดแรกที่เจ้าตัวลงเล่นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2551 ในรายการดิวิชั่น 1 โดยเกมนั้น เอสซีจี เมืองทองฯ ออกไปแพ้ให้กับเจ้าถิ่นราชนาวี 0-1 5. สำหรับรายการไทยลีก กวินทร์ลงเล่นนัดแรก เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2552 ซึ่งเป็นนัดแรกของสโมสรที่เลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุด และนัดนั้น เอสซีจี เมืองทองฯเปิดบ้านชนะการท่าเรือฯ ไป 3-0 นอกจากเป็นการเริ่มนัดแรกของกวินในไทยพรีเมียร์ลีกแล้ว ยังเป็นการเก็บสถิติการไม่เสียประตูนัดแรกในไทยพรีเมียร์ลีกของกวินอีกด้วย 6. ไทยลีกฤดูกาล 2552 ซึ่งเมืองทองฯคว้าแชมป์ได้สมัยแรกนั้น ลงเล่นไปทั้งหมด 30 นัด และกวินเป็นหนึ่งในสองนักเตะของเมืองทองฯในปีนั้นร่วมกับ “กัปตันเจษ” เจษฎา จิตสวัสดิ์ ที่ลงเล่นครบทุกนัดโดยไม่เคยถูกเปลี่ยนตัวออกแม้แต่นัดเดียว ซึ่งในฤดูกาล 2559 กวินทร์ยังลงเล่นในไทยลีกให้กับเอสซีจี เมืองทองฯ มาครบทุกนัด 7. กวินทร์ ยังสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักเตะเมืองทองฯคนแรกที่ลงเล่นไทยพรีเมียร์ลีกครบ 100 นัด โดยเกิดขึ้นในเกมที่เอสซีจี เมืองทองฯ บุกไปชนะพัทยา ยูไนเต็ด 1-0 เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2555 และเป็นการเก็บ Clean Sheet ฉลองการลงเล่นครบ 100 นัดในลีก 8. มี 7 เกมจากบอลถ้วยที่กวินทร์ลงเล่นและต้องตัดสินด้วยการยิงลูกโทษ ปรากฏว่า กวินทร์ช่วยเซฟจุดโทษให้เอสซีจี เมืองทองฯ ชนะได้ถึง 5 ครั้งจาก 7 เกม เฉพาะในฤดูกาลนี้ กวินทร์ช่วยเซฟจุดโทษให้ทีมชนะมาแล้ว 2 เกม ทั้งเกมแรกที่เซฟคนเดียว 3 ประตู ช่วยให้ทีมชนะยะโฮร์ของมาเลเซียในรายการเอเอฟซี แชมป์เปี้ยนส์ลีก รอบคัดเลือก และในเกมโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 64 ทีม กับปัตตานี เอฟซี 9. สถิติ Clean Sheets ต่อเนื่องของกวินทร์ที่มากที่สุดคือ 8 นัด เกิดขึ้นในฤดูกาล 2011 เริ่มจากนัดที่เปิดบ้านชนะทีโอทีฯ 2-0 ในไทยพรีเมียร์ลีก เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2554 ถึงนัดที่บุกไปเสมอทีแอนด์ที ฮานอย ของเวียดนามในรายการเอเอฟซีคัพ 0-0 เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2554 ก่อนจะมาเสียประตูในนัดที่เมืองทองฯ บุกไปแพ้เชียงราย ยูไนเต็ด 0-1 เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2554 หากเทียบเวลาจากนัดสุดท้ายที่เสียประตูในเกมส์ที่พบกับโอสถสภา 5-1 เท่ากับไม่เสียประตูเป็นเวลา 748 นาที 10. กวินทร์ลงเล่นนัดที่ 300 จากทุกรายการให้เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในเกมที่บุกชนะสุโขทัย เอฟซี 1-0 เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2559 ซึ่งนอกจากการเก็บ Clean Sheet ฉลองการลงเล่นนัดที่ 300 แล้ว เจ้าตัวยังเซฟจุดโทษในเกมนี้ได้อีกด้วย เครดิต : Muangthong United FC.

อ่านเเล้วฮึกเหิม! ไทยเย้ยซึบาสะ(ญี่ปุ่น)เราไม่ได้หวังแค่รอบคัดเลือกโซนเอเชีย
กัปตันซึบาสะ /  ทีมชาติญี่ปุ่น / 

อ่านเเล้วฮึกเหิม หลังบทละครในการ์ตูนชื่อดังของประเทศญี่ปุ่น โดยไทยเร้าใส่ทัพซามูไรพวกเราไม่ได้หวังแค่รอบคัดเลือกโซนกระจอกๆแค่นี้ "กัปตันซึบาสะ" หนังสือการ์ตูนชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่น ที่เสนอเนื้อเรื่องเกี่ยวกับฟุตบอลจนได้รับความนิยมไปทั่วโลก เเละถือเป็นแรงบันดาลใจของนักเตะทีมชาติญี่ปุ่นจนฟุตบอลในประเทศประสบความสำเร็จ เเละได้การยอมรับเป็นอย่างมาก จากหนึ่งในเนื้อเรื่องของการ์ตูน “กัปตันซึบาสะ” ภาคเยาวชนโลก เป็นการคัดเลือกโซนเอเชีย ซึ่งได้มีโอกาสพบกับ ทีมชาติไทย ในเนื้อเรื่องไทยมีความแข็งแกร่ง เล่นงานทีมชาติญี่ปุ่นจน “กัปตันซึบาสะ” เกือบเอาตัวไม่รอด หลัง บุนนาค สิงห์ประเสริฐ ผู้เล่นหมายเลข 4 กัปตันทีมชาติไทยผู้ประยุกต์ใช้วิชามวยไทยของตนเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลในตำแหน่งกองหลัง ได้เข้าปะทะกับตัวเอกของเรื่องอย่างรุนแรงจนได้รับบาดเจ็บทั้งคู่ (ซึบาสะ เป็นฝ่ายถูกหามส่งรักษาตัว ในขณะที่ บุญนาค ยังคงอยู่ในสนามต่อไป) แต่ที่ถูกใจสาวกช้างศึกคือวาทะเด็ดที่ “บุนนาค” เเละสามพี่น้องกรสวัสดิ์ (ชนะ, สกุล, ฟ้าลั่น) ผู้ประยุกต์ใช้กีฬาเซปักตะกร้อมาใช้ในกีฬาฟุตบอลได้กล่าวกับ “กัปตันซึบาสะ” หลังยิงประตูญี่ปุ่นได้ว่า “เราจะเป็นแชมป์บอลโลก” จากนั้นกัปตัน “บุญนาค” กล่าวต่อว่า “เห็นหรือยังเจ้ายุ่นนี้เเหละความสามารถของพวกเราล่ะ สำหรับพวกเราเเล้วไม่ได้หวังแค่รอบคัดเลือกโซนเอเชียกระจอกๆแค่นี้หรอกนะ” ซึ่งบทความนี้ถูกเเฟนบอลชาวไทยนำมาเเชร์กันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเหมือนกับสถานการร์จริงที่ ทีมชาติไทย เตรียมเปิดบ้านพบ ทีมชาติญี่ปุ่น ในศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก 12 ทีมสุดท้าย โซนเอเชีย นัดที่สอง ในวันที่ 6 กันยายนนี้ เครดิตคลิป : ensterH

รวมฮิต ! 13 เพลงประกอบภาพยนตร์ที่ Cover กี่ครั้งก็ยังอิน !
Top Secret วัยรุ่นพันล้าน /  บอดี้ ศพ#19 / 

รวมฮิต ! 13 เพลงประกอบภาพยนตร์ที่ Cover กี่ครั้งก็ยังอิน !   แฟนฉัน Ost. แฟนฉัน (2546) ต้นฉบับ โดย วงชาตรี Cover โดย วง AB Normal ช่างไม่รู้เลย Ost. เพื่อนสนิท (2548) ต้นฉบับ โดย ตั้ม สมประสงค์ สิงหวนวัฒน์ Cover โดย บอย Peacemaker ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ Ost. สายลับจับบ้านเล็ก (2550) ต้นฉบับ โดย อพาร์ตเมนต์คุณป้า Cover โดย ป๊อบ ปองกูล & ดา Endorphine คิดถึงเธอทุกที (ที่อยู่คนเดียว) Ost. บอดี้ ศพ#19 (2550) ต้นฉบับ โดย เจนนิเฟอร์ คิ้ม Cover โดย แพท สุธาสินี พุทธินันท์   กลัว Ost. สี่แพร่ง (2551) ต้นฉบับ โดย ปาล์มมี่ อีฟ ปานเจริญ Cover โดย โดม ปกรณ์ ลัม (Nologo)   ตังเก Ost. หนีตามกาลิเลโอ (2552) ต้นฉบับ โดย หมู พงษ์เทพ ประโดนชำนาญ Cover โดย สิงโต สหรัฐต์ หิรัญญ์ธนภูวดล   คนที่ฆ่าฉัน Ost. ห้าแพร่ง (2552) ต้นฉบับ โดย วง Silly Fool Cover โดย โดม ปกรณ์ ลัม   อารมณ์ดี Ost. บ้านฉันตลกไว้ก่อน (พ่อสอนไว้) (2553) ต้นฉบับ โดย สามารถ พยัคฆ์อรุณ Cover โดย ว่าน ธนกฤต พานิชวิทย์   แสงสุดท้าย Ost. Top Secret วัยรุ่นพันล้าน (2554) ต้นฉบับ โดย วง Body Slam Cover โดย ลูกหว้า พิจิกา จิตตะปุตตะ   ขอมือเธอหน่อย Ost. พี่มาก..พระโขนง (2556) ต้นฉบับ โดย ตู่ นันทิดา แก้วบัวสาย Cover โดย มาริโอ้, ฟรอยด์, เผือก, เชน, บอมบ์   อยากหยุดเวลา Ost. พี่มาก..พระโขนง (2556) ต้นฉบับ โดย ก้อย ศรัณย่า ส่งเสริมสวัสดิ์ Cover โดย ปาล์มมี่ อีฟ ปานเจริญ   ฝากไว้ Ost. ฝากไว้ในกายเธอ (2557) ต้นฉบับ โดย เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ Cover โดย วี วิโอเลต วอเทียร์   วันหนึ่ง Ost. แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว (2559) ต้นฉบับ โดย ยู่ยี่ อลิสา อินทุสมิต Cover โดย ชาติ สุชาติ แซ่เห้ง แฟนเดย์...แฟนกันแค่วันเดียว เข้าฉายแล้ววันนี้ทุกโรงภาพยนตร์ !!!

แต่งแล้ว!!! หญิงแม้น - ซัน ต่อสวัสดิ์ เข้ารับพิธีมงคลสมรสประทานแบบเรียบง่าย
หญิงแม้น ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล /  หญิงแม้น / 

              เข้าสู่ประตูวิวาห์ สละโสดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ หญิงแม้น ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล กับหวานใจหนุ่ม ซัน ต่อสวัสดิ์ สวัสดิ์-ชูโต ที่ทั้งคู่ได้เข้าพิธีมงคลสมรสอย่างเรียบง่ายไปเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมา โดยในการสมรสครั้งนี้ได้รับพระกรุณาธิคุณจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ในพิธีมงคลสมรสประทาน                               ซึ่งภายในพิธีได้จัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ในบรรยากาศแสนอบอุ่น พร้อมหน้าพร้อมตาคนในราชสกุลยุคล ที่ต่างมาร่วมแสดงความยินดีกับบ่าว-สาว โดยหลังจากเสร็จสิ้นพิธีมงคลสมรส ก็ได้มีการเลี้ยงฉลองภายในครอบครัวที่โรงแรม  เดอะ สุโกศล กรุงเทพ ทีมข่าว gossipstar.mthai ต้องขอแสดงความยินดีกับคู่บ่าว-สาวมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ ขอบคุณรูปภาพจากอินสตาแกรม yingmangmoomofficial, finaleweddingmagazine , yingmann  หญิงแม้น เข้าพิธีสมรส   หญิงแม้น เข้าพิธีสมรส   หญิงแม้น เข้าพิธีสมรส   หญิงแม้น เข้าพิธีสมรส   หญิงแม้น เข้าพิธีสมรส   หญิงแม้น เข้าพิธีสมรส   หญิงแม้น เข้าพิธีสมรส   หญิงแม้น เข้าพิธีสมรส   หญิงแม้น เข้าพิธีสมรส  

ละครเพชรกลางไฟ , เรื่องย่อเพชรกลางไฟ
ละครเพชรกลางไฟ ช่อง3 /  เรื่องย่อละครเพชรกลางไฟ / 

เพชรกลางไฟบทประพันธ์โดย : ว.วินิจฉัยกุลบทโทรทัศน์โดย : เอกลิขิตกำกับการแสดงโดย : อดุลย์ บุญบุตรออกอากาศทุกวัน พุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อละครเพชรกลางไฟ มิอาจประสบพบพักตร์ ใช่ว่าจักคิดหักใจ คิดถึงทุกวันไป แม้มีได้อยู่ใกล้กัน ไม่ใกล้ก็เหมือนใกล้ เพราะดวงใจอันผูกพัน เหมือนเห็นกันทุกวัน เราพบกันนั้นด้วยใจ ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว หลังจากการสิ้นพระชนม์ของ เสด็จในกรมฯ ผู้เป็นพระบิดา หม่อมเจ้าหญิงอุรวศี ก็ถูกกีดกันไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับตำหนักใหญ่ ซึ่งเป็นที่อยู่ของ หม่อมต่วน หม่อมใหญ่ของเสด็จพ่อ เพราะหม่อมต่วนเกลียดชัง หม่อมสลวย หม่อมแม่ของอุรวศี ที่มาแย่งชิงความรักของเสด็จฯไปจากเธอ แม้ว่าเสด็จฯ จะมี หม่อมเรี่ยม เป็นหม่อมอีกคน ก็ไม่ถูกชิงชังเท่าหม่อมสลวย อุรวศีเป็นห่วงว่าห้องทรงพระอักษรของเสด็จพ่อจะไม่มีคนดูแลความสะอาด จึงขัดคำสั่งของหม่อมต่วน แอบเข้าไปทำความสะอาดห้อง แต่กลับพบว่าหม่อมต่วนให้คนมาเก็บหนังสือในห้องทั้งหมด ถวายแด่เสด็จเสนาบดี โดยมี อนล เป็นคนที่มาขนย้ายหนังสือตามคำสั่ง อนลเข้าใจว่าอุรวศีเป็นนางข้าหลวงในวัง จึงไม่ได้คำราชาศัพท์ด้วย อุรวศีไม่ได้แก้ไขความเข้าใจผิดนั้น และขอหนังสือของเสด็จฯ เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึกไม่กี่เล่ม อนลพยายามจะสานสัมพันธ์ต่อด้วยการชวนให้อุรวศีมาดูเครื่องเรือนที่ต้องการเก็บไว้ อุรวศีตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ไปที่ตำหนักใหญ่อีก เมื่ออนลรู้ความจริงว่าอุรวศีเป็นถึงหม่อมเจ้าหญิง จึงฝากจดหมายขอประทานอภัยมากับ จัน คนสนิทของอุรวศี อุรวศีรับจดหมายไว้ แต่ไม่คิดจะตอบเพราะจะไม่เหมาะสมหากถูกจับได้ว่าส่งจดหมายติดต่อกับชายหนุ่ม ละครเพชรกลางไฟ หม่อมสลวยพาอุรวศีไปฝากไว้ที่ตำหนักของเสด็จพระองค์หญิงฯ ซึ่งเป็นเสด็จป้าของอุรวศี โดยให้เหตุผลว่าจะมีคนงานมาก่อสร้างกำแพงวัง กั้นระหว่างตำหนักใหญ่ของหม่อมต่วนกับเรือนที่เสด็จพ่อประทานให้หม่อมสลวยกับอุรวศี อีกทั้งหม่อมสลวยเองก็จะไม่อยู่สักพัก จึงเกรงว่าจะเกิดเรื่องไม่งามขึ้น ในตำหนักของเสด็จป้า อุรวศีต้องเผชิญหน้ากับพระธิดาของเสด็จพ่อกับหม่อมต่วนอีกสามองค์ คือ หม่อมเจ้าหญิงติโลตตมา หม่อมเจ้าหญิงอทริกา และ หม่อมเจ้าหญิงอรุณวาสี ในบรรดาเจ้าพี่หญิงทั้งสามท่านหญิงอรุณวาสีเป็นคนที่อุปนิสัยดีที่สุด ส่วนท่านหญิงติโลตตมาและท่านหญิงอทริกานั้น คอยจ้องแต่จะหาเรื่องอุรวศีอยู่เป็นประจำ แต่อุรวศีก็เอาตัวรอดมาได้ด้วยพระเมตตาของเสด็จป้า อุรวศีคอยให้หม่อมสลวยมารับออกไปจากตำหนัก แต่หม่อมสลวยก็หายไป อุรวศีจึงขอประทานอนุญาตจากเสด็จป้ากลับไปเยี่ยมบ้าน และได้รู้ความจริงจาก จางวางสม และ แสง ตากับยาย ว่าหม่อมแม่ของเธอแอบหนีแต่งงานใหม่กับเถ้าแก่ บุญทัน คนรักเก่าตั้งแต่ก่อนจะถวายตัว และอพยพไปอยู่ที่เมืองนครสวรรค์แล้ว ส่วนอุรวศีก็จะให้อยู่กับเสด็จป้าฯ เป็นการชั่วคราวเพื่อให้พ้นเงื้อมือของหม่อมต่วนจนกว่าหม่อมเจ้าวิสสุกรรม พระเชษฐาของอุรวศีจะเสด็จกลับจากต่างประเทศมาอยู่ด้วยกัน หม่อมต่วนเรียกให้อุรวศีไปพบที่ตำหนักใหญ่และดูถูกเหยียดหยามหม่อมสลวยที่ใฝ่ต่ำ เป็นถึงหม่อม แต่กลับลงไปเกลือกลั้วกับสามัญชน อุรวศีเสียใจมาก อนลมาพบอุรวศีกำลังร้องไห้ จึงพูดให้กำลังใจอุรวศี ทำให้อุรวศีรู้สึกดีขึ้นมา กอุรวศีได้ยินว่าอนลกำลังจะไปราชการที่หัวเมือง จึงแอบฝากจดหมายไปถึงหม่อมสลวย ก่อนจะกลับไปอาศัยกับเสด็จป้าระหว่างรอจดหมายตอบกลับมา ละครเพชรกลางไฟ หม่อมต่วนเอาเรื่องที่หม่อมสลวยแต่งงานใหม่ไปฟ้องเสด็จป้า แต่เสด็จป้าไม่สนพระทัย ทำให้หม่อมต่วนโกรธแค้นมาก คิดจะพาหม่อมเจ้าหญิงทั้งสามกลับวัง แต่ท่านหญิงติโลตตมาเตือนว่าถ้าไม่มีใครอยู่คอยขวาง อุรวศีจะประจบเอาสมบัติของเสด็จป้าไปหมด หม่อมต่วนจึงอนุญาตให้ท่านหญิงติโลตตมากับท่านหญิงอทริกาอยู่ต่อไปได้ แต่ท่านหญิงอรุณวาสีต้องกลับวังเพราะเข้าข้างอุรวงศีมากเกินไป หม่อมต่วนกำชับท่านหญิงทั้งสองให้หาทางกลั่นแกล้งอุรวศีจนอยู่ที่นั่นต่อไปไม่ได้ ท่านหญิงติโลตตมาและท่านหญิงอทริกาจึงสั่งห้ามนางช้าหลวงในตำหนักพูดจากับอุรวศี ทำให้ทุกคอยหลบหน้าหลบตาอุรวศี อุรวศีรู้เข้า ก็ตัดปัญหาด้วยการเข้าเฝ้าคอยถวายงานเสด็จป้าบ่อย ๆ จะได้ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับใคร ด้านอนล เมื่อไปถึงเมืองนครสวรรค์ ก็ได้พบกับ ดวงแข บุตรีของ พระยาไกรเพชรรัตน์ และคุณหญิงไกรเพชรรัตน์ ซึ่งมีท่าทางสนใจเขาอย่างเห็นได้ชัด แต่อนลไม่ได้สนใจดวงแขเลย เพราะชายหนุ่มมีใจให้อุรวศี แม้จะรู้ดีว่าไม่มีหวัง เพราะอุรวศีเป็นถึงหม่อมเจ้าหญิง อนลสืบหาตัวบุญทันจากทนายหน้าหอของพระยาไกรเพชรรัตน์ และนำจดหมายจากอุรวศีไปมอบให้หม่อมสลวยด้วยตัวเองได้สำเร็จ ขณะที่อุรวศีก็ถูกท่านหญิงทั้งสองแอบเข้ามาค้นห้อง และพบจดหมายที่อนลเขียนเพลงยาวส่งมาให้ อุรวศีไทวงจดหมายคืน ท่านหญิงทั้งสองกลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แต่กลับเอามาคืนให้ต่อหน้าเสด็จป้า เพราะหวังจะให้เสด็จป้ากริ้วอุรวศี ทว่าเคราะห์ดีที่อุรวศีไปปรึกษา สร้อย ช้าหลวงคนสนิทของเสด็จป้าก่อน เสด็จป้าทรงรู้ทัน จึงไม่ทรงเอาพระทัยใส่ข้อหาที่ท่านหญิงทั้งสองใส่ร้าย ทำให้ท่านหญิงติโลตตมาไม่พอพระทัยมาก คิดว่าเสด็จป้าเข้าข้างอุรวศีมากกว่า ขณะที่เสด็จป้าก็ทรงเป็นห่วงอนาคตข้างหน้าของอุรวศี จึงทรงฝากฝังให้สร้อยคอยดูแลอุรวศีหลังจากที่พระองค์มีอันเป็นไป และให้สร้อยมองหาคู่ครองที่เหมาะสมกับชาติกำเนิดของอุรวศีให้ด้วย ในงานฉลองเสกสมรสระหว่าง หม่อมเจ้าหญิงเมรา พระธิดาของหม่อมเรี่ยม กับ หม่อมเจ้าอธิปพระโอรสของเสด็จในเกรมฯ อีกวังหนึ่ง อุรวศีและเพื่อน ๆ นางข้าหลวงต่างก็ไปร่วมงานนี้กัน โดยมีสร้อยไปคอยควบคุมดูแล อีกทั้งคอยสอดส่องหาชายหนุ่มเชื้อพระวงศ์ที่เหมาะสมคู่ควรกับอุรวศี ในที่สุดสร้อยก็ตัดสินใจว่า หม่อมเจ้าสุรคม พระอนุชาต่างมารดาของหม่อมเจ้าอธิป เป็นผู้ที่เหมาะสมกับอุรวศีที่สุด หม่อมเจ้าสุรคมเองก็ดูเหมือนจะพอพระทัยในตัวอุรวศีเช่นกัน ในงานเดียวกัน อนลถือจดหมายของหม่อมสลวยมาหาโอกาสมอบให้กับอุรวศี อุรวศีขอร้องอนลไม่ให้มาพบเธออีก เพราะเรื่องที่เกิดคราวก่อน เสด็จป้าเว้นโทษให้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น อนลผิดหวังที่ความรักระหว่างเธอกับเขา ช่างมีอุปสรรคมากเหลือเกิน ละครเพชรกลางไฟ ที่บ้านของ พระยารัชปาลี บิดาของอนล มีผู้อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน คือ เกื้อ ผู้มีศักดิ์เป็นอาของอนล เกื้อขาพิการมาตั้งแต่เด็ก ทำให้เขาอับอายที่ไม่เหมือนคนอื่น จึงมุมานะเรียนหนังสือจนเก่ง เกื้อเป็นคนหัวก้าวหน้า สนใจระบอบการปกครองที่เอาอย่างมาจากฝรั่ง และมองว่าระบอบการปกครองที่เป็นอยู่ จะทำให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้าได้ยาก ระหว่างที่อนลไปเยี่ยมเกื้อที่บ้าน ก็แอบได้ยินเกื้อ กับอนึก พี่ชายของอนลที่เป็นทหาร กำลังสมคบคิดกันวางแผนบางอย่างซึ่งอนลยังจับใจความไม่ได้ชัดเจน จึงได้แต่เก็บความสงสัยไว้ ขณะเดียวกัน ดวงแขกับคุณหญิงไกรเพชรรัตน์มาพักที่บ้านองพระยารัชปาลีโดยอ้างว่าเพื่อรักษาตัว คุณหญิงรัชปาลีเองก็เห็นดีเห็นงามด้วย เพราะต้องการจับคู่ดวงแขกับอนล ดวงแขพยายามเอาตัวมาใกล้ชิดอนล แต่อนลก็ไม่ได้มีท่าทีชอบพอตอบกลับหม่อมเอื้อน หม่อมแม่ของท่านชายสุรคม คิดจะทาบทามอุรวศีให้กับท่านชายสุรคม เมื่อหม่อมต่วนรู้เข้าก็เกิดความริษยา ไม่อยากให้อุรวศีได้ดีไปกว่าลูก ๆ ของตน จึงเล่าเรื่องที่หม่อมสลวยหนีไปแต่งงานใหม่ให้หม่อมเอื้อนฟัง และเสนอว่าหากท่านชายสุรคมเสกสมรสกับท่านหญิงอรุณวาสี จะแถมทรัพย์สินเงินทองให้ท่านชายสุรคมไปด้วย หม่อมเอื้อนลังเลเพราะเห็นแก่ทรัพย์สมบัติที่จะได้จากหม่อมต่วน เมื่อเรื่องนี้รู้ถึงหูเสด็จป้า ก็ทรงกริ้วมาก เพราะทรงหมายมั่นปั้นมือว่าจะให้ท่านชายสุรคมเสกสมรสกับอุรวศี ด้านคุณหญิงรัชปาลีเห็นว่าอนลไม่กระตือรือร้นเรื่องดวงแข จึงแอบไปตกลงกับคุณหญิงไกรเพชรรัตน์และรวบรัดหมั้นหมายอนลไว้กับดวงแขโดยที่อนลปฏิเสธไม่ได้ ขณะเดียวกัน อนลก็สังเกตเห็นความผิดปกติของอนึกกับเกื้อที่มักจะออกไปด้วยกันตอนกลางคืนบ่อย ๆ ชายหนุ่มพยายามเลียบ ๆ เคียง ๆ ถามเกื้อ ทว่าก็ได้แต่อารมณ์เสียหงุดหงิดใส่ ทำให้อนลคิดจะหาคำตอบให้ได้ว่าอนึกกับเกื้อกำลังทำอะไรกันอยู่ เสด็จป้าประชวรหนักและทรงรู้พระองค์ดีว่าจะอยู่ได้อีกไม่นาน เสด็จป้ารับสั่งกับคุณสร้อยให้ตามท่านหญิงทั้งหมดเข้าเฝ้า หม่อมต่วนจึงรีบนำท่านหญิงทั้งสามมาเข้าเฝ้าเพราะไม่อยากให้อุรวศีได้สมบัติจากเสด็จป้าไปคนเดียว เสด็จป้าจึงทรงแบ่งทรัพย์สินที่มีให้แก่หลาน ๆ ทุกคน อุรวศีได้ส่วนแบ่งจากเสด็จป้ามากที่สุด ทำให้หม่อมต่วนไม่พอใจเป็นอย่างมาก หม่อมต่วนวางอุบายจะฮุบสร้อยพระศอที่เสด็จป้าประทานให้อุรวศี แต่อุรวศีรู้ทัน เอาสร้อยพระศอคืนมาได้อย่างชาญฉลาด ด้านเกื้อก็ทนเก็บความลับคับอกไว้ไม่ไหว จึงมาสารภาพกับอนลว่าเขากับอนึกและนายทหารอีกหลายคน กำลังวางแผนที่จะเปลี่ยนแปลงการปกครอง อนลตกใจมาก เพราะนั่นเท่ากับว่าเกื้อกับอนึกมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย อนลรีบไปเตือนเกื้อให้ถอนตัวออกมาจากขบวนการ เกื้อขอร้องให้อนลไปตามตัวอนึกกลับบ้าน แต่ระหว่างนั้น ข่าวเรื่องขบวนการดังกล่าวได้เล็ดรอดออกไป และมีนายทหารบุกมาจับกุมตัวผู้ร่วมขบวนการดังกล่าว อนลโชคร้ายที่อยู่ในที่เกิดเหตุ จึงพลอยติดร่างแหไปด้วย ขณะที่อนึกหนีเอาตัวรอดไปได้อย่างหวุดหวิด ละครเพชรกลางไฟ ระหว่างการสอบปากคำ อนลไม่ยอมพูดอะไรเลยเพราะไม่อยากให้เกื้อกับอนึกได้รับโทษ แต่นั่นกลับทำให้พระยารัชปาลีโกรธจัด เพราะคิดว่าอนลมีส่วนเกี่ยวข้องจริง ๆ พระยารัชปาลีจึงประกาศตัดพ่อตัดลูกกับอนล เกื้อร้อนใจมากที่อนลถูกจับตัว จึงไปปรึกษากับอนึก อนึกได้แต่บ่ายเบี่ยงเพราะกลัวความผิดและคิดจะหาทางหลบหนีออกจากพระนครสักพักดวงแขมาโวยวายกับพระรัชปาลีและคุณหญิงรัชปาลีเรื่องที่อนลถูกจับกุมตัวไป ทั้ง ๆ ที่อีกไม่กี่วันจะถึงงานหมั้น อนึกสบโอกาส จึงขันอาสาเป็นเจ้าบ่าวให้ดวงแขเสียเอง จะได้มีข้ออ้างที่จะหลบหนีไปที่หัวเมืองสักพัก ดวงแขยินยอมเปลี่ยนตัวเจ้าบ่าวเพราะไม่อยากถูกตราหน้าว่าเป็นหม้ายขันหมาก เกื้อเริ่มรู้สึกไม่ยุติธรรมที่อนลจะต้องรับผิดแทนเขากับอนึก จนกระทั่งถึงวันงานแต่งงานของอนึกกับดวงแข เกื้อจึงบุกเข้าไปประกาศความจริงกลางงานว่าเขากับอนึกเป็นผู้ร่วมขบวนการ ไม่ใช่อนล อนึกโกรธจัด ลงมือทำร้ายร่างกายเกื้อ พระยารัชปาลีจึงมั่นใจว่าอนึกทำผิดจริง อนึกสำนึกผิดในสิ่งที่ทำลงไป จึงเขียนจดหมายสารภาพความจริงและยิงตัวตายเพื่อชดใช้ความผิดที่ก่อขึ้น อนลได้รับการปล่อยตัวเนื่องจากไม่มีส่วนรู้เห็นกับแผนการ แต่อนลก็สลดใจมากที่อนึกต้องมาเสียชีวิต และเกื้อก็ต้องถูกลงโทษด้วยการคุมชัง หลังการสิ้นพระชนม์ของเสด็จป้า ตำหนักของเสด็จป้าก็ถูกปิดลง นางช้าหลวงในตำหนักต่างก็แยกย้ายกันไปตามทาง อุรวศีจึงต้องกลับมาอยู่ที่เรือนปั้นหยาที่เสด็จพ่อประทานให้ระหว่างรอให้ท่านชายวิสสุกรรมเสด็จกลับจากต่างประเทศ โดยมีสร้อยตามมาดูแลตามที่ได้รับปากกับเสด็จป้าไว้ ด้านอนลก็ผ่านมาที่เรือนของอุรวศีด้วยความบังเอิญและได้พบกับอุรวศีอีก ทั้งคู่ต่างแบ่งปันความทุกข์ที่มีให้กัน ทำให้ยิ่งรู้สึกใกล้ชิดกันมากขึ้นเจ้าพี่หญิงทั้งสามเสด็จมาที่เรือนของอุรวศีเพื่อต่อว่าเรื่องที่ท่านชายสุรคมจะถอนหมั้นกับท่านหญิงอรุณวาสี เพื่อไปเสกสมรสกับอุรวศี อุรวศีจึงต้องไปพูดกับท่านชายสุรคมด้วยตัวเอง แต่ท่านชายสุรคมไม่ทรงฟัง และทรงยืนยันว่าจะรอจนกว่าอุรวศีจะเปลี่ยนพระทัย ขณะเดียวกัน อุรวศีก็ได้รับจดหมายจากท่านชายวิสสุกรรมว่ากำลังจะกลับมาถึงประเทศไทย ทว่าเมื่อถึงวันกลับ กลับมีแต่ หม่อมเจ้าอรชุน พระโอรสองค์โตของหม่อมต่วน เสด็จกลับมาเพียงผู้เดียว เมื่อสอบถามก็ได้ความว่า ท่านชายวิสสุกรรม สิ้นชีพิตักชัยด้วยโรคท้องร่วงระหว่างทาง อุรวศีสะเทือนพระทัยมากเพราะเท่ากับไม่เหลือใครเป็นที่พึ่งแล้ว ละครเพชรกลางไฟ ถึงอย่างนั้นหม่อมต่วนก็ยังกลั่นแกล้งอุรวศีไม่ยอมเลิกราด้วยการไม่ยอมมอบพระอิฐิของท่านชายวิสสุกรรมให้อุรวศีไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี อนลช่วยอุรวศีด้วยการปล่อยข่าวลือว่ามีคนพบยมบาลมารับคนตายที่ยังไม่ได้ทำบุญตามประเพณี หม่อมต่วนหวาดกลัวมาก จึงรีบคืนพระอัฐิของท่านชายวิสสุกรรมให้กับอุรวศีทันที นางแสง ยายของอุรวศี ล้มป่วยหนัก อุรวศีอาสามานอนเฝ้านางแสงโดยไม่บอกให้ใครรู้ นางแสงก็เสียชีวิตหลังจากที่เรือนปั้นหยาถูกไฟไหม้และรู้ว่าท่านชายวิสสุกรรมสิ้นชีพิตักชัย ที่เรือนของอุรวศีก็เกิดเพลิงไหม้ สาเหตุของไฟเกิดจากการเผากิ่งไม้ใบไม้ที่หม่อมต่วนเป็นคนสั่งให้เผา เอาไฟยังไม่ดับดี ก็เกิดลุกลามไปติดกับตัวเรียน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตสามคน คือ คุณสร้อย ผิน (แม่ของจัน) และบ่าวของคุณสร้อย แต่คนภายนอกเข้าใจว่าหม่อมสลวยกับอุรวศีอยู่ในบ้านหลังนั้นและเสียชีวิตไปแล้ว ทุกคนจึงปล่อยให้เข้าใจผิดไปแบบนั้น เพราะหวาดกลัวว่าหากหม่อมต่วนรู้ว่าหม่อมสลวยและอุรวศียังไม่ตาย ก็จะหาโอกาสทำร้ายกันอีกไม่มีที่สิ้นสุด จางวางสมเสนอให้หม่อมสลวยกับอุรวศีหนีไปอยู่ที่นครสวรรค์กับบุญทันจะได้พ้นเงื้อมมือของหม่อมต่วน ขณะที่หม่อมต่วนก็ล้มเจ็บหนักเนื่องจากความรู้สึกผิดชอบชั่วดีกัดกินจิตใจ ที่บ้านของอนล คุณหญิงรัชปาลีที่ป่วยกระเสาะกระแสะหลังจากที่อนึกฆ่าตัวตาย ไม่นานคุณหญิงรัชปาลีก็เสียชีวิตลงเช่นกัน อนลได้ข่าวจากเกื้อว่าอุรวศีสิ้นเพราะชมม์ในกองไฟพร้อมหม่อมสลวย ก็ยิ่งสะเทือนใจมาก ดวงแขกับบิดมารดามาร่วมงานศพของคุณหญิงรัชปาลีเพราะหวังจะกลับมาสานสัมพันธ์กับอนลอีกครั้ง อนลตัดสินใจออกจากพระนคร ไปรับตำแหน่งอักษรเลขที่เมืองนครสวรรค์ตามคำชักชวนของพระยาไกรเพชรรัตน์ ดวงแขพยายามเข้ามาใกล้ชิดกับอนลมากขึ้น เพราะคิดว่าอนลอาจจะมีเยื่อใยอยู่บ้างจากตอนที่เคยเป็นคู่หมั้นกัน แต่อนลก็ไม่เคยเปิดใจให้ดวงแขเลยสักครั้งด้านอุรวศีหลบหนีหม่อมต่วนไปอาศัยอยู่ในเรือนแพที่เมืองนครสวรรค์ และเปลี่ยนชื่อเป็นอุษา โดยมีจัน กับ ผ่อง พี่สาวของสลวยติดตามไปด้วย ผ่องมีฝีมือด้านการทำอาหาร จึงทำขนมจีนน้ำยาขายที่หน้าแพ ทำให้อุรวศีต้องออกมาช่วยงานบ่อย ๆ ถึก กับ คล้อง บ่าวชายของอนลแวะมาซื้อขนมจีนน้ำยาไปให้จึง จึงหว่านล้อมให้อนลกินขนมจีน ระหว่างที่อุรวศีกับจันพากันไปเก็บผักเพื่อจะมาขาย ก็เกิดอุบัติเหตุเรือชนเข้ากับเรือของอนลเข้า อนลเห็นหน้าอุรวศีก็จำได้ทันที อุรวศีกับจันรีบกลับเรือนแพเพราะกลัวความแตกผ่อง ละครเพชรกลางไฟ หม่อมสลวยและบุญทันช่วยกันโกหกเอาตัวรอด แต่อนลก็ไม่เชื่อ จึงสั่งให้ถึกกับคล้องคอยจับตาดูเวลาที่ผ่องกับจันออกจากบ้านไป เมื่อสบโอกาส ก็เข้าไปในเรือนแพเพื่อจับผิดให้อุรวศีปฏิเสธไม่ได้ อนลยินดีมากที่รู้ว่าอุรวศียังไม่ตาย และตั้งปณิธานว่าขอติดตามอุรวศีไปตลอดชีวิตดวงแขวางแผนรวบรัดอนลให้แต่งงานด้วย ด้วยการเข้าไปในเรือนที่อนลพักอยู่ยามวิกาล อนลเห็นทำไม่ดี จึงหลบไปอีกห้องก่อน เมื่อคุณหญิงไกรเพชรรัตน์เข้ามาตามที่ตกลงกันไว้กับดวงแข จึงเอาผิดอนลไม่ได้ แต่คุณหญิงก็ยังยืนยันให้อนลรับผิดชอบ อนลจึงขอลาออกจากตำแหน่งอักษรเลข เมื่อพระยาไกรเพชรรัตนรู้เข้าก็ไม่พอใจคุณหญิงกับดวงแขมากที่สิ้นคิด ใช้วิธีต่ำช้าเพื่อมัดมือชกอนลให้เป็นลูกเขย พระยาไกรเพชรรัตน์ไปขอร้องอนลไม่ให้ลาออก แต่จะฝากฝังให้ไปทำงานกับเจ้าเมืองอุทัยธานีแทน จางวางสมส่งข่าวว่าหม่อมต่วนตายแล้ว ที่ตำหนักใหญ่ก็กำลังวุ่นวายเรื่องแบ่งสมบัติกัน อนลถามอุรวศีว่าอุรวศีคิดจะกลับพระนครหรือไม่ อุรวศีไม่เห็นประโยชน์ที่จะกลับไป ในเมื่อตอนนี้ก็มีความสุขดี อนลบอกข่าวเรื่องที่เขากำลังจะย้ายไปเป็นอักษรเลขที่เมืองอุทัยธานี จึงจะขอแต่งงานกับอุรวศีก่อน หม่อมสลวยยกให้เป็นการตัดสินใจของอุรวศี อุรวศีตอบตกลง ทั้งคู่จึงพากันย้ายไปอยู่ที่อุทัยธานี ช่วยกันทำมาหากิน ครองรักกันอย่างมีความสุขโดยไม่มีช่องว่างระหว่างชนชั้นมาเป็นอุปสรรคอีกต่อไป ติดตามชมละคร เพชรกลางไฟ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 นักแสดงนำละคร เพชรกลางไฟ นิษฐา จิรยั่งยืน รับบท หม่อมเจ้าหญิงอุรวศี (หญิงหลง) / อุษาวฤษฎิ์ ศิริสันธนะ รับบท อนลพัชรินทร์ ศรีสุภิรมย์ รับบท หม่อมเจ้าหญิงติโลตตมา ศุกล ศศิจุลกะ รับบท เสด็จในกรม กชกร นิมากรณ์ รับบท หม่อมสลวยชุติมา นัยนา รับบท หม่อมต่วนอดิศร อรรถกฤษณ์ รับบท หม่อมเจ้าอรชุน ภิชาภัทร มหาทิตยากุล รับบท หม่อมเจ้าหญิงอลัมพุษา ณิชชาพัณณ์ ชุณหะวงศ์วสุ รับบท หม่อมเจ้าหญิงอทริกา บุศย์สิริ รัตนาไพศาลสุข รับบท หม่อมเจ้าหญิงอรุณวาสี สกาวใจ พูนสวัสดิ์ รับบท หม่อมเรี่ยม มรกต หทัยวสีวงศ์ รับบท หม่อมเจ้าหญิงเมรา ดวงใจ หทัยกาญจน์ รับบท เสด็จพระองค์หญิง ชินมิษ บุนนาค รับบท หม่อมเจ้าอธิป วาสนา พูนผล รับบท หม่อมเอื้อนยงวรี งามเกษม รับบท ดวงแขสุประวัติ ปัทมสูต รับบท จางวางสม ละครเพชรกลางไฟ ละครเพชรกลางไฟ ละครเพชรกลางไฟ ละครเพชรกลางไฟ ละครเพชรกลางไฟ ละครเพชรกลางไฟ ละครเพชรกลางไฟ ละครเพชรกลางไฟ

ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น (ละครเย็น) , เรื่องย่อนางฟ้าเปื้อนฝุ่น (ละครเย็น)
ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น /  เรื่องย่อละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น / 

นางฟ้าเปื้อนฝุ่น บทประพันธ์โดย : ปีย์วราบทโทรทัศน์โดย : พิง ลำพระเพลิง และ ดรีมทีมกำกับการแสดงโดย : อัษฎาวุธ เหลืองสุนทรผลิตโดยโดย : บริษัท ดูมันดี จำกัดออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.35 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 18.20 น. ทางช่อง 7 เรื่องย่อ ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น พาขวัญ (โซฟี่ อัปสรสิริ อินทรคูสิน) เข้ามานำเสนอผลงานสารนิพนธ์เกี่ยวกับการเต้นหางเครื่องที่มหาวิทยาลัยเกือบไม่ทัน โชคดีที่เพื่อนสนิทคือ นัชชา (ณัฎฐกันย์ อัมพรพงษ) กับ ธีรวิทย์ (ไดสุเกะ สุกี้คาวา) ช่วยถ่วงเวลา อาจารย์เอก (มาฬิศร์ เชยโสภณ) ไว้โดยมี ธนัญญา(ช้องมาศ บางชะวง) กับลูกคู่อย่าง ปานจิต (ณัฐชยกานต์ ปากหวาน) และ ลักษมี (แพร อริศรา) ขอให้พาขวัญหมดสิทธิ์ส่งงานและไปจบปีหน้าแทนเนื่องจากมาสาย ด้วยต้องการกำจัดคู่แข่งในการแย่งเกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง สุดท้ายอาจารย์เอกบอกว่างานที่พาขวัญทำมาเสนอในเบื้องต้น ยังขาดวิญญาณ ของหางเครื่องไป และแนะนำว่าให้ส่งเป็นงานเต้นประเภทอื่นที่เธอถนัดกว่าอย่าง บัลเล่ต์ คอนเทมฯ หรือฮิปฮอป แต่พาขวัญไม่อยากเปลี่ยน เมื่อออกมาจากห้องนำเสนอผลงาน พาขวัญพบ ศรุต (ณรงค์ฤทธิ์ รัตนภักดี) ชายหนุ่มเจ้าของกิจการร้านอาหารและไร่ผักออร์แกนิคส์ คนที่ ดวงกมล (ภัสสร บุณยเกียรติ) แม่ของเธอต้องการจะให้ลงเอยด้วย เพราะเหมาะสมกันทั้งฐานะและชาติตระกูล มารอรับเธออยู่ เธอจึงปลอมตัวโดยอาศัยชุดขอทานจาก ละครดาวพระศุกร์เดอะมิวสิคัลของนัชชา จนเกือบรอดสายตาศรุตไปได้ ถ้าไม่ใช่เพราะกลุ่มธนัญญาเห็นเสียก่อน ขณะวิ่งหนีศรุตออกมาถึงหน้ามหาวิทยาลัย พาขวัญเกือบถูกรถแท็กซี่ของ นันทพงศ์ (กฤษฎี พวงประยงค์) ที่เพิ่งไปรับ ชลธี (ปรัชญ์ ปรมิณ) หนุ่มนักเรียนนอก ทายาทเจ้าของวงดนตรีลูกทุ่งชาญชลธีชน เธอฉวยโอกาสรีบขึ้นรถแท็กซี่หนีศรุตไป ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น ในรถแท็กซี่ พาขวัญไม่พอใจทีท่าของชลธีที่เหมือนดูถูกเธอ ทั้งคู่ต่อปากต่อคำกัน พาขวัญทำโทรศัพท์มือถือหล่นในรถแท็กซี่โดยไม่รู้ตัว ขณะที่รอน้องชายที่จบการบริหารด้านดนตรีกลับมาช่วยกอบกู้วง ชาญชัย (โน้ต-วัชรบูล ลี้สุวรรณ) ก็ถูก เจ๊หอม (ดีใจ ดีดีดี) และ นกเขา (ชาญณรงค์ ขันทีท้าว) โทรมาทวงหนี้ก้อนใหญ่ ส่วนทางลูกวงที่เตรียมงานต้อนรับชลธีก็ถูกร้านค้าต่างๆ ยื่นคำขาดว่าไม่ให้เชื่อของอีกต่อไป สถานการณ์ด้านการเงินของวงกำลังย่ำแย่ ชลธีคาดคั้นเอาความจริงจากนันทพงศ์ขณะนั่งรถกลับบ้าน แต่นันทพงศ์ก็ตอบเลี่ยงไปว่าเป็นเพราะหน้าฝน งานจ้างเลยน้อย เนื่องจากศรุตมาเล่าให้ดวงกมลฟัง พาขวัญจึงถูกแม่สั่งไม่ให้ทำธีสิสเรื่องหางเครื่อง เพราะมองว่าไม่เหมาะสมกับฐานะลูกสาวของรัฐมนตรี อรรถพล (นงค์ เชิญยิ้ม) และอนาคตผู้บริหารกิจการของเธอ พาขวัญเสียใจ แต่ก็ได้กำลังใจจาก วิไล (หลิว-อาราดา พรหมพฤกษ์) เลขานุการส่วนตัวของแม่เธอช่วยปลอบเมื่อชลธีมาถึงบ้าน ก็มีสาวๆ ในวงมาต้อนรับ ทั้ง ภารวี (แพร เอมเมอรี่) นักร้องนำ มณีรัตน์ (เอี๊ยม-วรรษพร วัฒนากุล) หัวหน้าหางเครื่อง และ รสริน (หทัยชนก สวนศรี) หางเครื่องสาวสุดเซ็กซี่ ชลธีต้องการจะคุยเรื่องสถานการณ์ของวงกับชาญชัย ชาญชัยบอกให้คุยทีหลังเพราะทุกคนในวงรอเจอชลธีอยู่ สุดท้ายเมื่อชลธีเข้าไปเห็นตารางงานของวงในห้องทำงานชาญชัย เขาก็บอกให้ชาญชัยยุบวงชาญชลธี ชาญชัยโกรธมาก ทุกอย่างที่พี่น้องสองคนโต้เถียงกันอยู่ภายใต้การรับรู้ของ เพทาย (นวพล ภูวดล) ผู้จัดการวงชาญชลธีที่แอบฟังอยู่ ในงานเลี้ยงต้อนรับชลธี ขณะที่ทุกคนสนุกสนานอยู่ ชาญชัยเข้าไปถามชลธีว่าแน่ใจนะที่จะทำให้ทุกคนที่กำลังมีความสุขนี้ตกงาน ชลธีลังเล หลังงานเลี้ยงเลิกรา นกเขารอจังหวะจะมาขโมยแท็กซี่ของนันทพงศ์ไป เพื่อเป็นการประกันเงินกู้ให้กับทางเจ๊หอม เพื่อเอาใจเจ้านาย แต่กลับพบว่ามีแสงวาบๆ ออกมาจากในรถ นกเขาเข้าใจว่าเป็น ผีดอกคูน (โย่ง เชิญยิ้ม) พ่อของชาญชัยและชลธีที่ตายไปแล้ว แต่ที่จริงแล้วคือแสงจากโทรศัพท์มือถือของพาขวัญวันรุ่งขึ้น ก่อนออกจากบ้านชลธีได้เจอชาญชัย ชลธีบอกจะช่วยปรับปรุงวงให้ดีขึ้น ชาญชัยดีใจและขอเวลาชลธี 4 เดือนเพื่อจะฟื้นฟูวงให้กลับมาเหมือนเดิม ถ้าไม่สำเร็จจะยอมให้ชลธีขายวง ชลธีตอบตกลง แต่จริงๆ แล้วชาญชัยต้องการจะส่งวงชาญชลธีเข้าประกวดเพื่อชิงเงินรางวัลก้อนใหญ่และสัญญาว่าจ้างหลายปี ในอีก 4 เดือนข้างหน้า พาขวัญยืมโทรศัพท์ของวิไลโทรเข้ามือถือตัวเอง จังหวะเดียวกับที่ชลธียืมรถแท็กซี่ของนันทพงศ์เพื่อออกไปทำธุระพอดีเลยเป็นคนรับสาย พาขวัญเข้าใจผิดคิดว่าชลธีเป็นคนขโมยมือถือของเธอ เธอจึงขู่ให้ชลธีเอาโทรศัพท์มาคืนให้ที่มหาวิทยาลัย เมื่อชลธีมาถึงก็เจอกับธนัญญาที่ขึ้นมาบนแท็กซี่เพราะจะไปพบ วงศกร (นิกกี้-สิรภพ สมผล) นักลีลาศหนุ่มเพลย์บอย เพื่อจะเชิญมาเป็นคู่เต้นในงานธีสิสของเธอ ด้วยหวังว่าจะทำให้ชนะพาขวัญได้ ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น ชาญชัยบอกพาขวัญว่าวิไลเคยเป็นหางเครื่องในวงของเขา พาขวัญดีใจมากจึงขอชาญชัยไปเป็นหางเครื่องที่วงด้วย ท่ามกลางความตกใจของวิไล ชาญชัยบอกให้พาขวัญไปขอแม่มาก่อน เมื่อกลับบ้านไป พาขวัญโทรไปวางแผนกับอรรถพลเพื่อหลอกดวงกมลให้อนุญาตให้เธอไปฝึกบัลเล่ต์เพิ่มเติมกับมาดามเลอคาบูซิเยร์ เพื่อทำธีสิสบัลเล่ต์ให้ดีที่สุด เป็นเวลา 4 เดือน แต่ที่จริงเธอจะไปอยู่ในวงชาญชลธี ดวงกมลตกหลุมพรางเลยอนุญาต แต่ก็ไม่วายเป็นห่วง อรรถพลจึงบอกว่าให้วิไลตามไปดูแลด้วยเพื่อความสบายใจของดวงกมลวิไลอึดอัดใจที่ต้องกลับมาเจอกับชาญชัยอีกครั้งเพราะเคยมีความหลังครั้งอดีตกันอยู่ แต่ก็ยอมปลอมมาเป็น น้าวิไล กับหลานขวัญใจ เข้ามาในวง เพราะรักและเห็นใจพาขวัญ ชลธีดีใจที่ได้เจอวิไลแล้วก็ต้องตกใจเมื่อวิไลพาพาขวัญมาด้วยชลธีผิดหวังจากการออกไปสมัครงานที่โรงเรียนสอนดนตรีเพราะคุณวุฒิสูงเกินไป ประกอบกับการเห็นวงดนตรีมีแต่งานจ้างห่วยๆ เลยตัดสินใจโทรหา เอกภพ (จิณณะ จอมขันเงิน) เจ้าของค่ายเพลงที่เพทายแอบให้นามบัตรมา เพราะต้องการขายวงชาญชลธีเพื่อความอยู่รอด เช้าวันรุ่งขึ้น รสรินปล่อยข่าวเรื่องชลธีถูกทำร้ายเพราะพาขวัญ และเห็นวิไลอยู่กับชาญชัยสองต่อสองในยามวิกาล ทำให้คนในวงส่วนใหญ่ไม่พอใจ นอกจาก ชดช้อย (ค่อม ชวนชื่น) อดีตหางเครื่องวัยดึก หวด (อู๊ด เป็นต่อ) และ ป้าน้อย (วันทนา บุญบันเทิง) แม่ครัว ทุกคนสุมหัวกันเม้าท์สองน้าหลานคู่นี้ว่าจะเข้ามาทำให้วงชาญชลธีเปลี่ยนไป รสรินเป่าหูมณีรัตน์ว่าวิไลจะมาเขี่ยเธอออก และเสี้ยมภารวีต่อว่าขวัญใจน่าจะมาเสียบแทนตำแหน่งนักร้องนำเพราะสาวกว่า ภารวีเหม็นหน้าพาขวัญขึ้นมาทันทีที่มหาวิทยาลัย เป็นวันสุดท้ายที่จะเปลี่ยนหัวข้อธีสิสได้ ธนัญญาเห็นธีรวิทย์กับนัชชาเข้ามาคุยกับครูเอก จึงเข้าใจว่าพาขวัญส่งมาให้แจ้งเปลี่ยนหัวข้อแทน เธอจึงพยายามถามครูเอกว่าพาขวัญเปลี่ยนหัวข้อธีสิสเป็นอะไร แต่ครูเอกไม่ยอมบอก แต่ก็กำชับนัชชากับธีรวิทย์ว่าคราวหน้าต้องให้พาขวัญมาด้วยตัวเองพาขวัญถูกมณีรัตน์และหางเครื่องในวงใช้ให้ซักเสื้อผ้าเพราะเป็นหางเครื่องน้องใหม่ ระหว่างนั้นวิไลก็ถือโอกาสซักไซ้เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืน พาขวัญไม่ยอมบอก จนกระทั่งวิไลขู่จะบอกดวงกมล พาขวัญจึงเล่าความจริงทั้งหมด ที่บ้านพาขวัญ ดวงกมลเชิญศรุตมาคุยและขอให้ตามหาที่อยู่ของมาดามเลอคาบูซิเยร์ให้ เพราะเธออยากจะไปเยี่ยมลูกมาก ศรุตรับปากว่าจะหาให้ เพทายพยายามลวนลามพาขวัญและเสนอว่าจะช่วยผลักดันให้เป็นนักร้อง ถ้ายอมเป็นของตน แต่ ผ่องศรี (ณัฐรินทภรณ์ ยืนยง) โผล่มาขัดจังหวะพอดี พาขวัญเลยรอดไปได้ ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น เจ๊หอมส่งนกเขาปลอมตัวเป็นแม่ค้าขายขนมมาสืบเรื่องงานของวง ได้ความว่าจะมีงานที่วัดหลวงตาเผือกวันเสาร์นี้ เจ๊หอมโกรธที่ชาญชัยไม่แจ้ง คิดว่าจะเม้มเงินที่จะมาใช้หนี้ ชลธีเห็นชาญชัยเอารถแท็กซี่ไปขับหารายได้ เลยคาดคั้นว่าเป็นเพราะต้องส่งตัวเองไปเรียนเมืองนอกใช่หรือไม่ สถานการณ์ทางการเงินของวงถึงได้ย่ำแย่ ชาญชัยบอกว่าเป็นสิ่งที่ตนรับปากพ่อไว้และต้องทำให้ได้งานทำบุญวัดหลวงตาเปลี่ยนเป็นงานโชว์แรกของวงตั้งแต่พาขวัญปลอมตัวเข้ามา ถึงจะไม่ได้ขึ้นเต้นแต่พาขวัญก็ตื่นเต้น แต่แล้วที่หน้าเวทีกลับมีคนดูไม่ถึง 3 คน พาขวัญช็อคมาก ในขณะที่ลูกวงทุกคนโชว์กันอย่างเต็มที่เหมือนเล่นคอนเสิร์ตใหญ่ก็ไม่ปานพาขวัญงงกับการที่ทุกคนไม่รู้สึกอะไรที่แสดงไปโดยแทบไม่มีคนดู แต่ ผ่องศรี อดีตหางเครื่องที่ผันตัวมาทำเสื้อผ้าบอกว่าเป็นเรื่องปกติที่การแสดงจะต้องเต็มที่ไม่ว่าจะมีคนดูมากน้อยแค่ไหน ด้วยความสนิทสนมกันเพราะพาขวัญต้องมาช่วยซ่อมแซมชุดหางเครื่อง พาขวัญจึงค่อยๆ ใส่ความคิดเรื่องเปลี่ยนสไตล์ชุดหางเครื่องให้ทันสมัยกับผ่องศรี ผ่องศรีเห็นดีด้วย เข้าทางชลธีพอดีที่อยากให้งานโชว์วันเปิดบ่อปลาคาร์ฟออกมาดูดีขึ้น เพราะเอกภพเจ้าของค่ายเพลงพี่ไอจีจะมาดูตามที่นัดไว้ ถึงกับเอาเงินเก็บสมัยเสิร์ฟอยู่ที่เมืองนอกมาช่วยค่าชุดหางเครื่อง ท่ามกลางความดีใจปนแปลกใจของชาญชัยที่เห็นน้องลงทุนพัฒนาวง วันคอนเสิร์ตเปิดบ่อปลาคาร์ฟ ทุกคนที่พาขวัญปกปิดความลับ มาร่วมประชุมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ทั้งธนัญญา ศรุต อรรถพล ดวงกมล วงศกร พาขวัญได้แต่แอบอยู่หลังเวทีที่คิดว่าปลอดภัย แต่เเล้วก็เกิดเรื่องเมื่อธนัญญาแกล้งขัดขามณีรัตน์ เพราะหมั่นไส้ที่มาอ่อยวงศกร จนมณีรัตน์ไม่สามารถเต้นเพลงต่อไปได้ ผ่องศรีบอกให้พาขวัญออกไปเต้นแทน เพราะรู้ว่าเธอแอบดูการซ้อมอยู่ตลอดวันงานเทศกาลดนตรีมันแผล็บมากจึงนับเป็นหายนะของพาขวัญโดยแท้ เธอต้องขึ้นเต้นด้วย แล้วยังต้องเปลี่ยนชุดไปกินข้าวกับครอบครัวที่มีศรุตมาด้วย สลับกับกินกาแฟกับครูเอกที่เธอนัดอยู่ร้านติดๆ กัน พาขวัญเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาวิ่งรอกจนเกือบแผนแตก แต่ก็รอดมาได้ด้วยความช่วยเหลือของวิไล ที่เกือบจะทำพังไปเหมือนกันเพราะดันมีเซอร์ไพร์ส แต่ก็กลายเป็นเซอร์ไพร์สนั้นเองที่ช่วยให้พาขวัญรอดมาได้เอกภพถูกใจการแสดงของวงชาญชลธีแต่ก็ยังแบ่งรับแบ่งสู้อยู่ ไม่ยอมรับปากว่าจะเทคโอเวอร์วงชาญชลธีต่อหรือไม่ พาขวัญมารู้ทีหลังว่าตนแอบถูกชลธีหลอกใช้เพราะต้องการให้คนของพีไอจีมาดูการแสดง เธอเคืองชลธีเป็นอย่างมาก และประกาศว่าจะต่อต้านการขายชาญชลธีทั้งต่อหน้าและลับหลัง ชลธีได้รับการเชิญจากครูเอกผ่านทางเจ้าของโรงเรียนดนตรีที่เคยไปสมัครงาน แต่คุณวุฒิสูงเกินไป ให้มาช่วยวิจารณ์งานธีสิสเด็กที่ส่งงานด้านดนตรี เป็นโอกาสให้ชลธีได้ยินซาวด์เพลงของธีรวิทย์แล้วรู้สึกชอบ นัชชารู้ว่าชลธีมาจากวงชาญชลธีจึงรีบส่งข้อความไปบอกพาขวัญ พาขวัญจึงวางแผนจะดึงเพื่อนๆ เข้ามาช่วยเธอปรับปรุงวงอีกแรงพาขวัญวางแผนให้ธีรวิทย์เข้ามาทำทีเป็นขอชลธีฝึกงานที่วงชาญชลธี และให้นัชชาปลอมเป็นแฟนขี้หึงของธีรวิทย์ติดตามมาด้วย ชลธีที่ชอบงานของธีรวิทย์อยู่แล้วก็ช่วยพูดกับชาญชัยให้เห็นดีเห็นงามและรับธีรวิทย์เข้ามา เพทายไม่พอใจที่มีคนเข้ามาวุ่นวายในวงมากขึ้น ทำให้แผนการที่เขาวางไว้ในใจจะยุ่งยากขึ้นไปอีก ถ้าวงพัฒนาอย่างนี้ต่อไป ชลธีอาจล้มเลิกความตั้งใจจะขายก็ได้วงชาญชลธีเริ่มดีขึ้น พาขวัญแอบปลื้มใจอยู่ลึกๆ ที่เธอทำให้ชาญชลธี สดชื่น มีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง เธอเองก็ตื่นเต้นที่จะได้เป็นหางเครื่องอย่างเต็มตัวบนเวทีบนเวทีคอนเสิร์ตเกิดมาไม่เคยเจอ อันเป็นงานเลี้ยงพนักงานของค่ายเพลงพีไอจี ที่เอกภพอยากให้ผู้ถือหุ้นใหญ่ได้ดูการเเสดงของวงชาญชลธีก่อนตัดสินใจซื้อ ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น เช้าวันเกิดเหตุรสรินแอบใส่สลอดลงไปในอาหารของพาขวัญ แต่บังเอิญมณีรัตน์กลายมาเป็นผู้รับเคราะห์แทน ในขณะที่พาขวัญก็เกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรงเช่นกัน เพทายจึงรีบนำทั้งสองส่งโรงพยาบาล รสรินแอบสะใจ คิดว่าแผนการของเธอนั้นสัมฤทธิ์ผลธนัญญาซึ่งสืบรู้มาแล้วว่าวันนี้พาขวัญจะต้องรีบกลับไปเพื่อทำภารกิจสำคัญมากบางอย่าง แต่ไม่รู้ว่าอะไร เธอจึงคิดแกล้งเพื่อนด้วยการถ่วงเวลาในการบรรยายงาน เพราะพาขวัญได้บรรยายเป็นอันดับสุดท้ายต่อจากเธอ ด้วยเลขประจำตัวของพาขวัญนั้นอยู่หลังธนัญญาแม้พาขวัญจะกลับมาที่เวทีอย่างฉิวเฉียด และทำให้รสรินตกใจอยู่ไม่น้อยที่เธอมีเรี่ยวแรงลุกขึ้นมาเต้นได้ แต่คอนเสิร์ตก็ยังไม่สามารถเริ่มทำการแสดงได้ เพราะภารวีหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ขณะที่เหตุการณ์กำลังอยู่ในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวาน ก็ปรากฏว่ามีนักร้องลูกทุ่งชื่อดังแนวหน้าของวงการปรากฏตัวขึ้นกลางเวทีคอนเสิร์ต สร้างความพอใจให้กับพนักงานของพีไอจีเป็นอย่างยิ่ง แถมยังดึงพาขวัญออกมาร้องเพลงคู่อีกด้วย ซึ่งพาขวัญก็ทำได้ดีมากจนทุกคนในวงตกภารวีกลับมายังวงชาญชลธีแล้วบอกว่าเธอถูกวางยาลักพาไปขังไว้โดยใครก็ไม่รู้ รสรินกับมณีรัตน์ใส่ร้ายพาขวัญว่าเป็นคนทำ เพื่อที่จะได้ขึ้นโชว์ร้องเพลงแทนภารวีในงานเมื่อคืน ภารวีเริ่มลังเล ฐานะอันแท้จริงของพาขวัญเกือบถูกเปิดเผย เมื่อวันหนึ่งขณะที่เธอต้องลอบออกไปมหาวิทยาลัย เพื่อรายงาน ความคืบหน้าของงานในช่วงเช้า ทานอาหารกับศรุตในมื้อค่ำ ชลธีแอบสะกดรอยตามพาขวัญไปติดๆ แต่พาขวัญ ก็คลาดสายตาเขาไปอย่างหวุดหวิดทุกครั้ง พาขวัญช่วย จีน่า (บั๊บเบิ้ล-กรกฎ พวงสวัสดิ์) หางเครื่องชายใจหญิงของวง แก้ไขสถานการณ์บางอย่างที่บีบคั้นได้ขณะเข้าตาจน เธอทำโดยไม่ให้จีน่ารู้ แต่ชลธีเห็น เขามั่นใจว่าพาขวัญเป็นคนดีที่ไม่เอาเปรียบใคร พาขวัญกลายเป็นทั้งศิราณีและแม่พระที่คอยให้ความช่วยเหลือและชี้แนะกับทุกคนในวงยามประสบปัญหาจึงยิ่งทำให้ความสัมพันธ์และมิตรภาพของเธอกับเพื่อนๆ ในวงแน่นแฟ้นจนยากที่จะแยกขาดออกจากกัน ส่งผลให้การเก็บข้อมูลเพื่อทำโปรเจ็กต์ของเธอเป็นไปอย่างราบรื่น ชาญชัยพอเก็บเงินก้อนเล็กๆ จากการที่วงมีงานเพิ่มขึ้นได้บ้าง เขาจึงนำไปไถ่แหวนที่ครั้งหนึ่งตั้งใจจะใช้หมั้นหมายกับวิไล แต่ก็มีอันต้องเข้าใจผิดไปเสียก่อน เมื่อออกมาจากร้านทองด้วยความดีใจจะรีบเอาแหวนไปมอบให้หญิงที่ตนรัก โดยไม่ทันระวังชาญชัยถูกรถชนที่หน้าร้านทองนั่นเอง ชาญชัยเสียเลือดไปเป็นจำนวนมากจึงต้องการเลือดโดยด่วน ลูกวงในคณะทุกคนต่างแย่งกัน บริจาคเลือดเพื่อช่วยเหลือเจ้าของวง สร้างความประทับใจให้กับพาขวัญและชลธีเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะชลธีที่นึกไม่ถึง ว่าทุกคนจะรักและเสียสละให้กับพี่ชายของเขาได้ถึงเพียงนี้การที่ชาญชัยประสบอุบัติเหตุขั้นโคม่าทำให้ต้องใช้เงินมาก ประกอบกับข่าวที่วงโดนจับเรื่องเล่นการพนัน ทำให้ฉาวโฉ่จนถูกแคนเซิลงานจ้างจนเกือบหมด เพทายจึงหลอกให้ชลธีเซ็นเอกสารกู้เงินนอกระบบเพื่อเอาเงินมารักษาพี่ชาย ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น ลูกวงชาญชลธีก็ได้ชุ่มชื่นหัวใจอีกครั้ง เมื่อได้รับภาพถ่ายเก่าแก่ ตอนที่หัวหน้าดอกคูณเคยเป็นนักเลงถ่ายคู่กับสมบัติที่ซ่อนเอาไว้ ปัญหาคือมันถูกส่งมาโดยใคร แต่อย่างน้อยข่าวลือที่บอกว่าหัวหน้าดอกคูณเคยเป็นนักเลงมาก่อนก็เป็นความจริง เมื่อถึงตอนลำบากอย่างนี้พอดี ใครบางคนก็พูดถึงขุมทรัพย์ของดอกคูนขึ้นมา เพทายถึงกับหงุดหงิด เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาเป็นคนเดียวที่พยายามแอบหาที่ซ่อนสมบัติของดอกคูน แต่ตอนนี้ทั้งวงจะลุกขึ้นมาหาสมบัตินี้กันหมด เขาจึงแกล้งบอกว่าเรื่องสมบัติไม่น่าจะมีจริง เป็นเพียงกุศโลบายของดอกคูนที่ต้องการให้ทุกคนอยู่กับวงชาญชลธีไม่หนีหายไปไหน แต่แทบทุกคนก็ไม่เชื่อเพทาย ชดช้อยจำได้เลาๆ ว่าเป็นตัวเลขที่ต้องถอดรหัส ป้าน้อยบอกว่าเป็นรหัสของตู้เซฟที่ยังหาตัวตู้ไม่เจอ ส่วน เบลเบล (เพ็ญนภางค์ ชายด่าน) หางเครื่องรุ่นเดอะที่ยังเต้นอยู่บอกคับคล้ายคับคลาว่าเป็นเบอร์บัญชีธนาคาร แต่ไม่มีใครจำตัวเลขเหล่านั้นได้สักคน เหมือนจะมีการจดไว้ แต่พอไม่รู้ความหมายก็เลิกสนใจกันไป ปฏิบัติการตามล่าพลิกหาตัวเลขจึงเกิดขึ้น คืนนั้นพาขวัญฝันถึงดอกคูนจนตกใจตื่น จึงมายืนมองรูปดอกคูนในห้องของตัวเอง พาขวัญเห็นสายตาของดอกคูนในรูปมองไปที่มุมห้องด้านหนึ่งจึงเดินไปดู เห็นเลขลางๆ บนเสามุมห้อง จนเมื่อปัดฝุ่นแถวนั้นออกจึงเห็นเป็นชุดตัวเลข 8188216832 พาขวัญตื่นเต้นมากจนอยากจะโทรปลุกวิไลที่นอนเฝ้าชาญชัยอยู่ที่โรงพยาบาลแต่ก็ไม่กล้าชลธียอมรับว่าพีไอจีสนใจอยากให้พาขวัญเซ็นสัญญาเป็นนักร้องจริง แล้วย้อนถามพาขวัญกลับไปว่าเธอจะยอมทำหรือไม่เพื่อช่วยวง พาขวัญปฏิเสธเพราะไม่คิดว่าวิธีนี้จะเป็นทางออก วงชาญชลธีจะต้องกลับมาได้ด้วยตัวเองไม่ใช่เพราะแลกกับตัวของเธอ แล้วถ้าพีไอจีเห็นความสามารถของเธอ ทำไมวงถึงไม่ใช้ประโยชน์จากตรงนี้มาช่วยวง แทนที่จะหาทางออกง่ายๆ ด้วยการขายเธอออกไป เมื่อภารวีออกจากวงไป คนในวงก็เริ่มระส่ำระสาย แต่ก็ยังคงพยายามหาปริศนาตัวเลขต่อไป เมื่อยังคิดไม่ออก หลายคนเริ่มท้อแท้ และคิดจะไปจากวงชาญชลธี แม้ชลธีจะยืนยันว่าถ้าพบสมบัติและนำไปใช้หนี้แล้วก็จะแบ่งให้ลูกวงทุกคนเท่าๆ กัน แต่ก็มีหลายคนตัดสินใจไม่รอ เริ่มจากรสรินที่มีเสี่ยมาติดพันที่ผับที่ไปเป็นโคโยตี้ หลังจากถูกตามตื๊อมานานและเอาเงินมาล่อ รสรินจึงตอบตกลงทิ้งนันทพงศ์ไปอยู่ด้วย ตามด้วยมณีรัตน์ที่พาหางเครื่องกลุ่มหนึ่งออกไปเต้นให้กับวงอื่น โดยทิ้งเพทายไว้ที่นี่ เผื่อเจอสมบัติก็ยังจะมีเอี่ยว แต่แท้จริงแล้วเป้าหมายของมณีรัตน์คือการเข้าไปเป็นนักร้องของค่ายพีไอจี โดยผ่านการช่วยเหลือของเพทายนันทพงศ์เสียใจเรื่องรสรินมาก พาขวัญเข้าไปปลอบจนชลธีมาเห็นเลยเข้าใจผิด คิดว่าพาขวัญโกรธเรื่องที่จะขอให้เธอเซ็นสัญญาเป็นนักร้อง เลยเปลี่ยนใจไปหานันทพงศ์คนซื่อที่แสนดี ระหว่างที่ลูกวงทยอยกันออกไป พาขวัญได้ยินเด็กท่องสูตรคูณเดินผ่านไปเลยนึกออกว่าที่แท้เลขรหัสนั้นคือ สูตรคูณแม่ 8 นั่นเอง เพราะฉะนั้นลายแทงสมบัติจึงน่าจะอยู่ใน สูท(ของดอก)คูน ผ่องศรีจึงไปเอาสูททุกตัวของดอกคูนที่เก็บไว้มาหา แต่ก็ยังไม่พบ และยังคงตีไม่ออกว่า แม่ 8 เกี่ยวข้องอะไรด้วย ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น ป้าน้อยนึกขึ้นได้ถึงสูทตัวเก่งของดอกคูนในอดีตที่อยู่ในบ้านชาญชัย ผ่องศรีจึงไปขอชลธีให้เอาออกมาให้ เมื่อตรวจดูก็พบว่าที่ด้านซับในตะเข็บสูทตัวนั้นมีกระดาษแผ่นเล็กซ่อนอยู่ในซองพลาสติกมีคำใบ้เขียนว่า ถนนปลอดทุกข์ ทุกคนแยกย้ายไปตามหาตามความเข้าใจของตน พาขวัญไปหาในห้องพระ ชดช้อยไปหาที่หน้าห้องสุขา หวดไปหาที่ถนนหน้าบ้าน มีเพียงชลธีที่พุ่งไปที่ห้องทำงานเก่าของพ่อที่พาขวัญอาศัยเป็นห้องนอน เพราะเชื่อมโยงได้ว่า จากสูตรคูณแม่ 8 เมื่อรวมกับคำใบ้ถนนปลอดทุกข์ซึ่งคือทางดับทุกข์ หรือ มรรค 8 นั่นเอง และหนทางปฏิบัติมรรค 8 ก็คือ การเดินสายกลาง และที่ดอกคูนชอบเดินก็คือในห้องทำงานเพื่อแต่งเพลง ดังนั้นใต้พื้นไม้กระดานชิ้นที่อยู่ตรงกลางห้องพอดี เขาจึงพบกล่องใส่ซิมการ์ดซ่อนอยู่ที่นั่นด้วยความที่เป็นซิมการ์ดรุ่นเก่า ทุกคนอยากรู้ว่ามันเป็นซิมของใคร อะไร ยังไง แต่ไม่มีใครมีโทรศัพท์รุ่นที่ใส่ซิมแบบนั้นได้เลยมาหาตู้ขายเครื่องโทรศัพท์มือสองที่ตลาดนัดจนได้ไป แล้วพยายามโทรออกไปเบอร์ที่เมมไว้เพียงเบอร์เดียวในซิมนั้น เสียงมือถือของพาขวัญดังขึ้น ทุกคนตกใจคิดว่าเป็นซิมนั้นโทรหาพาขวัญ ปรากฏว่าเป็นวิไลที่โทรมาบอกเรื่องชาญชัยพ้นจากอาการโคม่าแล้ว หลังจากนั้นพอใช้ซิมโทรไปอีกรอบ สัญญาณเลขหมายปลายทางก็บอกเป็นว่า ไม่มีสัญญาณตอบรับจากเลขหมายที่ท่านเรียก ระหว่างที่ทุกคนง่วนกับการหาขุมทรัพย์ ก็มีคุณหญิงคนหนึ่งโทรมาหาเพทายเรื่องจะจ้างวงไปโชว์ในงานการกุศลหาทุนช่วยเด็กกำพร้าที่โรงแรมละแวกชานเมือง เพทายขอเงินมัดจำล่วงหน้า คุณหญิงบ่ายเบี่ยง อ้างว่าเป็นสมาคมด้านการกุศลใหญ่โต ขอจ่ายที่งานทีเดียว ด้วยความร้อนเงิน ชลธีบอกเพทายว่าอนุญาตตามที่คุณหญิงขอมา พาขวัญไปตามวิไลและรุ่นน้องนักเต้นที่มหาวิทยาลัยมาเสริมในส่วนหางเครื่องที่หายไป ชลธียังคงพยายามโทรตามเบอร์ในซิมของดอกคูนวันละเป็นสิบรอบ แต่ก็ยังไม่มีคนรับสายเมื่อถึงวันงาน วงชาญชลธีไปถึงไม่เจอเจ้าภาพ แถมยังถูกโรงแรมกักตัวไว้ให้จ่ายเงินค่าเช่าห้องจัดเลี้ยง เพราะมีการแจ้งมาว่าวงจะมาเช่าสถานที่เปิดอัลบั้มใหม่ ไม่ใช่เป็นงานการกุศลอย่างที่ว่า ทั้งหมดเป็นแผนการของ 2 แม่ลูก ทิพา (นันทนา บุญหลง) ธนัญญา ทำให้คราวนี้วงชาญชลธีหมดตัวจริงๆ ต้องขายเครื่องดนตรี ไปทั้งวง และเมื่อกลับมาก็พบว่าโทรศัพท์พร้อมซิมที่เสียบชาร์จไว้ในห้องทำงานชาญชัยก็หายไปเจ้าหนี้นอกระบบส่งสมุนมาเตือนชลธีว่าใกล้กำหนดจ่ายเงินแล้ว พาขวัญช็อคเมื่อรู้ว่าชลธีไปกู้หนี้มาเพื่อรักษาชาญชัย ชลธีบอกว่าเขาเป็นหนี้บุญคุณพี่ชายที่เสียสละหาเงินส่งเขาเรียนเมืองนอก เมื่อพี่ชายประสบอุบัติเหตุแบบนี้ เขาจะนิ่งดูดายไม่ได้ พาขวัญเริ่มคิดเรื่องเซ็นสัญญากับค่ายพีไอจีเพื่อช่วยชลธี ชลธีเสียใจจนหมดแรงที่จะทำอะไรได้ เขาบอกพาขวัญให้กลับไปอยู่บ้าน แต่พาขวัญอาสาจะอยู่เป็นเพื่อนชลธี ชายหนุ่มซึ้งในน้ำใจพาขวัญ ตกดึกพาขวัญนั่งรวบรวมข้อมูลธีสิสที่ได้จากการเข้ามาร่วมเป็นสมาชิกในวงชาญชลธีมาร่วมสามเดือน เธอเห็นไฟในห้องนอนชลธีเปิดอยู่จึงไปอุ่นนมร้อนมาให้ แต่คลาดกับชลธีที่เดินไปหาพาขวัญที่ห้องทำงานดอกคูน พาขวัญเดินกลับมาที่ห้องก็พบว่าชลธีกำลังอ่านข้อมูลที่ในแล็ปท็อปของเธออยู่ชลธีเสียใจและผิดหวังมากที่มองพาขวัญผิดไป ที่แท้เธอก็เข้ามาในวงชาญชลธีเพียงเพื่อต้องการข้อมูลในการทำธีสิสแค่นั้นเอง พาขวัญพยายามอธิบาย แต่ชลธีก็ไม่ฟัง ไล่ให้พาขวัญกลับบ้านไป เจ้าหนี้นอกระบบมาทวงหนี้แต่ชลธีไม่มีให้ เลยถูกขนของไปจนหมดบ้าน นกเขามาเห็นพอดีจึงรีบโทรบอกเจ๊หอมให้รีบมาเอาของไปบ้าง เดี๋ยวจะไม่เหลืออะไร ด้วยพอจะรู้ลู่ทาง นกเขาจึงเข้าไปขนเครื่องดนตรีและของที่จะพอมีเหลือในห้องดอกคูน นกเขาถึงจะกลัวแต่ก็เข้าไปขนของในห้องนั้นจนเกลี้ยง โดยขนขึ้นรถนันทพงศ์ที่จอดอยู่นอกรั้วบ้านไป ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น พาขวัญโทรบอกวิไลเรื่องทั้งหมด และฝากวิไลกลับไปดูชลธีบ้างแต่อย่าเพิ่งบอกชาญชัยว่าวงแตกแล้ว ส่วนเรื่องค่ารักษาพยาบาลเธอจะขอให้อรรถพลช่วยออกให้ วิไลรับปากด้วยความเป็นห่วงทั้งพาขวัญและชลธีชลธีนั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่ในบ้านที่ไม่เหลืออะไร มีเพียงกองใบแจ้งหนี้สุมเต็มไปหมด แก๊งทวงหนี้นอกระบบบุกเข้ามาแล้วอุ้มชลธีไป ชลธีถูกพาไปรุมซ้อมในเซฟเฮ้าส์และบังคับให้เลือกระหว่างส่งยาเสพติดใช้หนี้ หรือจะยอมขายตัวให้กะเทย ชลธีไม่ยอมทั้งสองอย่างเลยถูกซ้อมจนสลบไป นันทพงศ์ตัดสินใจจะบวช แต่หลวงตาเผือกเห็นว่าจิตใจยังไม่สงบ จึงบอกให้อาศัยเป็นเด็กวัดไปก่อน จนกว่าจะตัดทางโลกได้จริง ชลธีฟื้นขึ้นมาในห้องนอนของแจ๊คเกอลีน เศรษฐีกะเทยไทยวัยดึก เขาขอให้แจ๊คเกอลีนปล่อยเขาไป แต่แจ๊คเกอลีนปฏิเสธ หลังจากที่แจ๊คเกอลีนได้รับรู้ราวเรื่องชีวิตของชลธี จึงวางแผนให้ชลธีอาศัยอยู่ในบ้านเธอไปก่อน โดยอ้างกับทางเจ้าหนี้ว่าติดใจในตัวชลธี ทั้งที่ความจริงไม่ได้มีอะไรกัน แต่เพื่อให้เขาหลบจากการตามของทีมทวงหนี้ ในระหว่างที่เธอจะจัดการเคลียร์หนี้ทั้งหมดกับทางเจ้าหนี้นอกระบบให้ โดยมีสัญญาใจกันบางอย่างกับชลธี วิไลถ่วงเวลาให้ชาญชัยอยู่โรงพยาบาลให้นานที่สุด เพราะไม่อยากให้ออกมารับรู้เรื่องชาญชลธีวงแตก จึงขอให้พาขวัญมาเยี่ยมชาญชัยแล้วเล่าเรื่องความเป็นไปในวงเพื่อให้ชาญชัยสบายใจขึ้นรสรินถูกเสี่ยโรคจิตจับขังล่ามโซ่ไว้ในบ้านเหมือนสัตว์เลี้ยง ไม่ยอมให้ออกไปไหน และไม่ให้ติดต่อใครเด็ดขาด คืนหนึ่งรสรินเห็นพาขวัญไปรับโทรศัพท์ในงานการกุศลออกทีวี เลยออกอุบายเอามือถือจากคนรับใช้ของเสี่ยที่คอยเฝ้าเธออยู่มาโทรไปขอให้พาขวัญช่วย พาขวัญโทรบอกนันทพงศ์ให้ไปด้วยกัน ในที่สุดก็ช่วยรสรินออกมาได้ พาขวัญพารสรินมาพักอยู่ที่บ้านของเธอ ในฐานะญาติของวิไล ชาญชัยตื่นขึ้นมาเห็นข่าวไฟไหม้สำนักงานของตัวเองจึงหนีออกจากโรงพยาบาล เพื่อกลับไปดู ขณะที่วิไลกำลังออกมารับสายดวงกมล ที่โทรมาต่อว่าเรื่องที่สมรู้ร่วมคิดกับพาขวัญไปอยู่ในวงดนตรีลูกทุ่ง วิไลตกใจมากว่าดวงกมลรู้ได้ยังไง ดวงกมลบอกให้วิไลดูข่าวทีวี เธอจึงได้เห็นคลิปหลุดลูกสาวรัฐมนตรีเต้นหางเครื่อง ซึ่งถูกปล่อยออกมาโดยธนัญญา ดวงกมลโกรธมากจนสั่งวิไลไม่ต้องกลับมาทำงานกับเธออีก เมื่อกลับเข้ามาที่ในห้องคนป่วย ชาญชัยก็หายไปแล้ว วิไลทำอะไรไม่ถูกดวงกมลไล่รสรินออกจากบ้านไปเพราะรู้ว่าเป็นหางเครื่องที่อยู่ในคลิปกับพาขวัญ พาขวัญแอบหนีตามรสรินไปด้วยโดยความร่วมมือของ จิ๋วหลิว (จุ๊กกะดุ๋ย-ดนยา รัตนธาดา) คนรับใช้ร่างอวบ ทั้งคู่มาหานันทพงศ์ที่วัดหลวงตาเผือก นันทพงศ์บอกว่ากำลังจะไปที่สำนักงานเพราะเพิ่งรู้ข่าวจากหลวงตาว่าเกิดไฟไหม้ที่สำนักงานชาญชลธี เหล่าบรรดาผู้แพ้ทั้งหลายได้มารวมตัวกันโดยมิได้นัดหมาย ทั้งชาญชัย พาขวัญ นันทพงศ์ รสริน ภารวี จีน่าและวิไลที่ตามมาทีหลัง ภารวีขอโทษวิไลที่หลงเชื่อและทำตามแผนการณ์ของมณีรัตน์ ทำให้ชาญชัยและวิไลเข้าใจผิดกัน ชลธีขอแจ๊คเกอลีนกลับมาดูบ้าน และได้พบกับชาญชัย สองพี่น้องโผเข้ากอดกัน ชลธีขอโทษที่รักษาวงของพ่อไม่ได้ ชาญชัยบอกไม่เป็นไรยังพอมีอีกทางคือเขาได้สมัครส่งวงเข้าประกวดชิงเงินรางวัล 5 ล้านบาทไว้ ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น ชลธีแนะนำให้ชาญชัยรู้จักกับแจ๊คเกอลีน แฟนคลับของดอกคูนตั้งแต่เริ่มตั้งวงใหม่ๆ พอรู้ว่าชลธีเป็นลูกของดอกคูนก็เลยช่วยเหลือและเคลียร์กับเจ้าหนี้นอกระบบให้ แจ๊คเกอลีนบอกว่าจะช่วยชุบชีวิตของวงชาญชลธีขึ้นใหม่ ให้ไปตามทุกคนกลับมาให้ทันประกวดชลธีอาสาแต่งเพลงสุดท้ายที่ยังแต่งไม่จบของพ่อให้สำเร็จ โดยมีธีรวิทย์ช่วยเข้ามาทำซาวน์ดนตรีให้ทันสมัยแต่ก็ยังมีความเป็นลูกทุ่งชัดเจนอยู่ในเพลง และที่เซอร์ไพรซ์สุดๆ ก็คือ เจ๊หอมเข้ามาประกาศยกหนี้ให้และยกโกดังเก่าของเธอให้เป็นที่ซ้อมพร้อมคืนเครื่องดนตรีที่ยึดมาให้กับวงอีกด้วย โดยมีข้อแม้ว่าชาญชัยจะต้องยอมหอมแก้มเธอแล้วถ่ายเซลฟี่ ชาญชัยทำตามด้วยความยินดี และบอกว่าถ้าชนะแล้วได้เงินรางวัลมาจะเอาไปใช้หนี้เจ๊หอมทุกบาททุกสตางค์...แสงสว่างเริ่มปรากฏที่ปลายอุโมงค์ในวันประกวดซึ่งเป็นวันเดียวกับที่พาขวัญต้องส่งงานธีสิสจบการศึกษาของเธอ วงชาญชลธีจับสลากได้เป็นวงสุดท้ายในการขึ้นประกวด ด้วยเพลงที่แต่งใหม่ของชลธี โดยมีพาขวัญเป็นคนร้อง นัชชาออกแบบชุดให้ เจ๊หอมเป็นแม่ยกร่วมกับแจ๊คเกอลีน ส่วนค่ายพีไอจีโดยเอกภพก็ส่งมณีรัตน์ขึ้นโชว์ในงานเพื่อเป็นการเปิดตัวศิลปินใหม่ในงานนี้ด้วย โดยมณีรัตน์ลิปซิงค์เสียงของภารวี แจ๊คเกอลีนเป็นคนซื้อเพลงของดอกคูนทั้งหมดจากเพทายตอนเพทายร้อนเงินเพราะเสียพนันในบ่อน แล้วให้ชลธีเอามาคืนชาญชัย พาขวัญรีบกลับมาเพื่อให้ทันส่งงานที่คณะ แต่ก็ถูกสื่อมวลชนรุมขอสัมภาษณ์ ทำให้กลับมาที่มหาวิทยาลัยไม่ทัน ครูเอกบอกให้เธอรอส่งงานใหม่ปีหน้า ธนัญญาถูกเมียที่ถูกต้องตามกฎหมายมาทวงวงศกรคืนในงานส่งธีสิส โดยที่ลักษมีเป็นคนหักหลังให้ข้อมูลของธนัญญากับเมียหลวง ศรุตตามไปช่วยปลอบใจธนัญญาพาขวัญตัดสินใจแสดงงานของตัวเองที่ในโรงอาหาร ไม่ว่าครูเอกจะตัดสินให้คะแนนผลงานของเธอหรือไม่ คนในวงชาญชลธีตามมาทันและช่วยประกอบร่างโชว์ของพาขวัญให้ออกมาจนได้ นักการภารโรง รปภ. แม่ค้า ตลอดจนนักศึกษาต่างสนุกสนานไปกับโชว์ของพาขวัญ อรรถพลขึ้นไปร่วมแสดงกับลูกสาวแบบที่ไม่ได้เตรียมตัวกันมาก่อน สร้างความตื่นเต้นให้คนดูมาก นักแสดง ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น อัปสรสิริ อินทรคูสิน รับบท พาขวัญปรัชญ์ ปรมิณ รับบท ชลธีอาราดา พรหมพฤกษ์ รับบท วิไลวัชรบูล ลี้สุวรรณ รับบท ชาญชัยนวพล ภูวดล รับบท เพทายแพร เอมเมอรี่ รับบท ภารวี นทีกาลวรรษพร วัฒนากุล รับบท มณีรัตน์ณัฐรินทภรณ์ ยืนยง (อิน บูโดกัน) รับบท ผ่องศรีหทัยชนก สวนศรี (ทราย KPN) รับบท รสรินกฤษฎี พวงประยงค์ รับบท นันทพงศ์

แซ่บ! เมื่อคู่ขวัญต่างวัย ศรราม - บี มาติกา กลับมาประชันบทบาทกันในเอ็มวี
บี มาติกา /  มาติกา อรรถกรศิริโพธิ์ / 

สร้างกระแส 'สายโลหิต ฟีเวอร์' ทันที หลังจาก ช่อง 7 สี นำละครย้อนยุคเรื่อง สายโลหิต ซึ่งเคยออกอากาศเมื่อปี 2538 กลับมารีรันอีกครั้ง นอกจากคู่พระนาง หนุ่ม ศรราม - กบ สุวนันท์ ซึ่งมาแสดงนำในบทบาท ขุนไกร - ดาวเรือง แล้วนั้น ความละมุนตั้งแต่ต้นเรื่องคงต้องยกให้ฉากการพบกันของ ขุนไกร กับ ดาวเรือง ในวัยเด็ก ที่รับโดย บี มาติกา กว่า 21 ปี ของละคร สายโลหิต ที่ผ่านไป แฟนเพลงรู้หรือไม่ว่าเมื่อปีที่แล้ว หนุ่ม ศรราม - บี มาติกา เคยได้โคจรกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในมิวสิควีดิโอเพลง เมียหลวงทวงสิทธิ์ ของนักร้องลูกทุ่งสาวเสียงพิณ จินตหรา พูนลาภ อาร์สยาม... แค่ชื่อเพลงก็รู้แล้วว่าเอ็มวีเพลงนี้ประชันบทบาทกันอย่างถึงพริกถึงขิงมาก! เมียหลวงทวงสิทธิ์ : จินตหรา พูนลาภ อาร์ สยาม [Official MV] youtube channel : RsiamMusic : อาร์สยาม ภาพจาก www.instagram.com/bb_matika และ youtube channel RsiamMusic

รวบแล้ว!! สาวแอบอ้างชื่อ หญิงแม้น เข้าร่วมพระราชพิธีสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ
หญิงแม้น /  แอบอ้างชื่อ หญิงแม้น

    หลังมีคนแอบอ้างใช้ชื่อของ ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล สวัสดิ์-ชูโต ในการเข้าร่วมพระราชพิธี สวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในสถานที่ที่กำหนดไว้ให้ราชนิกุล โดย ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ได้เข้าลงบันทึกประจำวันกับพนักงานสอบสวน สน.พระราชวัง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน ได้นำตัว น.ส. อโนทยาพัฒน์ สิทธีรผล อายุ 27 ปี มาสอบปากคำ โดยเจ้าตัวได้สารภาพว่าแอบอ้างเป็น ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล สวัสดิ์-ชูโต เข้าไปในพระราชพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และนำบุคคลอื่นเข้าไปอีก 12 คน จริง ขณะนี้อยู่ระหว่างขอศาลออกหมายจับ น.ส.อโนทยาพัฒน์ ในข้อหาฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นขอขอบคุณ ภาพจากอินสตาแกรม @yingmann หญิงแม้น ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล สวัสดิ์-ชูโต   หญิงแม้น ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล สวัสดิ์-ชูโต   หญิงแม้น ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล สวัสดิ์-ชูโต   หญิงแม้น ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล สวัสดิ์-ชูโต  

จินตหรา พูนลาภ รำบวงสรวงพญานาค ก่อนถ่ายMV ใจช้ำที่คำชะโนด ในสถานที่จริง
จินตหรา พูนลาภ /  จินตหรา พูนลาภ อาร์สยาม / 

    แม้จะเป็นเพียงตำนาน แต่ ป่าคำชะโนด ก็มีเรื่องราวเล่าขานตามความเชื่อเกี่ยวกับพญานาค และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธ์ที่ชาวจังหวัดอุดรธานี และชาวอีสานต่างให้ความเคารพนับถือ ไม่เว้นแม้แต่ หมอลำสาวเสียงพิณ จินตหรา พูนลาภ อาร์สยาม ซึ่งมีความศรัทธาอยู่ไม่น้อย และเมื่อถึงเวลาที่ต้องถ่ายทำมิวสิควิดีโอเพลงใหม่สไตล์หมอลำ ใจช้ำที่คำชะโนด ในสถานที่จริง งานนี้ จึงต้องมีการบวงสรวง และรำถวายเพื่อบอกกล่าว และขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย โดยสาวจินเปิดใจถึงเบื้องหลังการทำงานครั้งนี้ว่า     “เพื่อความสมจริง เราเลยตั้งใจไปถ่ายทำมิวสิควิดีโอกันที่ คำชะโนด จ.อุดรธานี เลยค่ะ โดยจะก่อนเริ่มงานก็จะรำบวงสรวงศาลเจ้าปู่ศรีสุทโธ ซึ่งทีมงานขอให้ จิน รำถวายด้วย ทั้งๆ ที่ จิน ไม่ได้ซ้อมมาก่อนเลย แต่ปรากฏว่า จิน กลับรำไปพร้อมขบวนได้แบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว มือไม้ฟ้อนกวัดไกวในท่าเดียวกันกับน้องๆ นางรำได้จนจบ จิน มีความรู้สึกว่าเนื้อตัวเบาแปลกๆ ในใจคิดแค่ว่าอยากจะรำถวาย นาคาศรีสุทโธ-นาคีศรีปทุมมา เท่านั้น ส่วนเรื่องราวในมิวสิควิดีโอจะเล่าเกี่ยวกับพระเอกที่เคยให้คำมั่นสัญญากับนางเอกก่อนที่จะเดินทางไปทำงานที่กรุงเทพฯ แต่พอเขากลับมาในช่วงวันออกพรรษาเขากลับผิดคำมั่นสัญญาพาหญิงคนอื่นมาเย้ย ทำให้เกิดเหตุการณ์ลมพัดอย่างรุนแรง เหมือนเป็นการบ่งบอกให้รู้ว่าคนที่ผิดคำสัญญานั้น จะต้องได้รับการลงโทษ แต่สุดท้ายเรื่องราวจะคลี่คลายลงอย่างไร ฝากแฟนเพลงติดตามชมมิวสิควิดีโอ ใจช้ำที่คำชะโนด ได้ที่ช่อง สบายดี ทีวี และ YouTube Rsiammusic เด้อค่ะ ”