พูนสวัสดิ์

ว่อนเน็ต! ปลัดสาวสวยชุดสุดฟิต วอนมองที่เรื่องงาน
ข้าราชการ /  ปลัด / 

ผู้บังคับบัญชาชี้ปลัดสาวสวยลูกน้องในสังกัด ทำงานไม่ขาดตกบกพร่อง วอนชาวเน็ตโฟกัสการทำงาน แยกเรื่องการแต่งกาย จากกรณีกระแสฮือฮาของเหล่าบรรดาชาวโซเชียล เมื่อมีการส่งต่อภาพของปลัดอำเภอสาวสวยท่านหนึ่ง จนกลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ หลังจากที่ภาพดังกล่าวได้ถูกแชร์ส่งต่อในวงกว้าง ส่งผลให้บรรดาชาวเน็ตต่างชื่นชม ขณะที่ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาด้วย เรื่องการแต่งกายที่ฟิตจนเกินไป ซึ่งบางส่วนมองว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคล จนกระทั่งทราบว่าสาวสวยในภาพคือ น.ส.เจนสุดา ยอดศิริ ปลัดอำเภอเจ้าพนักงานปกครองปฏิบัติการ พนักงานสอบสวนฝ่ายปกครอง ประจำการอยู่ที่ศูนย์ราชการจังหวัดบึงกาฬ ล่าสุดวันนี้ (14 ก.ค. 58) นายกรกต ธำรงวงศ์สวัสดิ์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของ น.ส.เจนสุดา เผยว่า หลังจากภาพดังกล่าวถูกพูดถึงวงกว้าง บางคนมองว่าแต่งเครื่องแบบฟิตเกินไป แต่อีกมุมก็คือกล้าแต่งชุดให้ดูทะมัดทะแมงขึ้น โดยตนได้กล่าวตักเตือนปลัดเจนสุดาแล้วว่า ถ้าไม่เหมาะสม อย่าไปสวมใส่ เพราะจะมีผลกระทบต่อองค์กรได้ ทั้งนี้ ปกติ น.ส.เจนสุดาเป็นคนขยันทำงาน ไม่เคยขาดตกบกพร่อง กล้าแสดงออก เป็นที่รักใคร่ของเพื่อนข้าราชการด้วยกัน ซึ่งต้องยอมรับว่ากระแสวิพากษ์วิจารณ์ ทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาอาจไม่สบายใจ จึงอยากให้ทุกคนมองในเรื่องการทำงานมากกว่าเรื่องรสนิยมการแต่งกาย ขอบคุณข้อมูล/ภาพ dailynews ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ด่วน!! คุก 1 ปี 6 เดือน
จำคุกเอ๋ ชนม์สวัสดิ์ /  ชนม์สวัสดิ์ / 

ศาลฎีกาอ่านคำพิพากษา คดี ชนม์สวัสดิ์ ละเว้นปฏิบัติหน้าที่การเลือกตั้ง ส.ท. ยืนตามศาลอุทธรณ์ จำคุก 1 ปี 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา คุมส่งเรือนจำ ศาลจังหวัดสมุทรปราการ อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีที่พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ จำเลยที่ 1 ในฐานความผิดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และเป็นผู้มีหน้าที่ในการเลือกตั้งหรือเป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่จัดการเลือกตั้ง จงใจไม่ปฏิบัติหน้าที่หรือกระทำการโดยเจตนาขัดขวางไม่เป็นไปตามกฎหมาย และ นายปิติชาติ ไตรสุรัตน์ รองนายก อบจ.สมุทรปราการ จำเลยที่ 2 ในฐานความผิดเดียวกัน และปลอมแปลงเอกสารของทางราชการ ผลการอ่านคำพิพากษาได้ตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์ให้ นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม จำคุก 1 ปี 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ส่วน นายปิติชาติ จำเลยที่ 2 ตกเป็นเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลสมุทรปราการ เนื่องจากเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ที่ผ่านมา นายปิติชาติ ไม่ได้มาศาล โดยอ้างว่ามีเหตุเรื่องความเจ็บป่วย แต่ไม่มีใบรับรองแพทย์มาแสดง และยังไม่สามารถติดตามจับตัวได้ จากนั้น นายชนม์สวัสดิ์ ได้ถูกควบคุมตัวลงมาที่ห้องควบคุมผู้ต้องหาของศาลสมุทรปราการ ในเวลาประมาณ 15.00 น. โดยใช้รถกระบะลูกกรงของศาลสมุทรปราการที่เตรียมไว้เป็นรถควบคุมตัว นายชนม์สวัสดิ์ ไปส่งเรือนจำสมุทรปราการ (คลองด่าน)

กระท้อน ไม้ผลทำเงิน 1 ล้านบาทต่อปี ปลูกง่ายไม่มีโรค
10 วิธีแจ้งความ /  กระท้อน / 

“กระท้อน” ไม้ผลทำเงิน ปลูกง่าย ไม่มีโรค แถมขายได้ราคาดี.... สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาทต่อปี ซึ่งชี้ให้เห็นว่า “กระท้อน” ก็เป็นไม้ผลเงินล้านได้ เฉกเช่นไม้ผลเศรษฐกิจชนิดอื่น ๆ ขึ้นอยู่ที่ว่าเราจะทำคุณภาพได้มากน้อยเพียงใดเท่านั้น ตลอดเดือนกรกฎาคมของทุกปีถือเป็นสวรรค์ของคนที่ชอบรับประทานกระท้อน เพราะ กระท้อน ให้ผลผลิตเพียงปีละครั้ง และจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมากในเดือนนี้ โดยแหล่งปลูกกระท้อนที่สำคัญในอดีตคือจังหวัดนนทบุรี มีสายพันธุ์ที่นิยมปลูกเป็นการค้า 6 สายพันธุ์ ได้แก่ - พันธุ์ทับทิม - ปุยฝ้าย - นิ่มนวล - ปุยไหม - เทพศิริ - อีล่า ทั้ง 6 สายพันธุ์ดังที่กล่าวมานี้ พันธุ์ปุยฝ้ายและพันธุ์นิ่มนวลเป็นพันธุ์ที่เกษตรกรนิยมปลูกมากที่สุด เพราะมีผลขนาดใหญ่และจำหน่ายได้ราคา โดยหากเป็น พันธุ์นิ่มนวลเมืองนนท์แท้ ๆ จะจำหน่ายได้ตั้งแต่กิโลกรัมละ 120 บาทขึ้นไป ปัจจุบันเกษตรกรที่ทำสวนกระท้อน ทั้งประเทศไทยมีไม่ถึง 100 ราย เนื่องจากกระท้อนไม่ใช่ผลไม้ในกระแสของการบริโภค จึงทำให้เกษตรกรหลายคนไม่สนใจปลูกเพราะเห็นว่าขายไม่ได้ราคา แต่จริง ๆ แล้ว กระท้อนไม่ใช้ผลไม้กะโหลกกะลาไร้ราคาอย่างที่คิด ยิ่งหากได้เติมคุณภาพลงไป ก็ยิ่งเป็นผลไม้เงินล้านที่ไม่ควรมองข้าม เพราะตลาดมีความต้องการสูงและคู่แข่งยังน้อย คุณสมชาย บุญก่อเกื้อ เกษตรกรคนเก่ง ลูกค้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เจ้าของสวนกระท้อน “อุบลสมบูรณ์” เผยถึงที่มาของการปลูกกระท้อนบนเนื้อที่กว่า 23 ไร่ ในจังหวัดระยอง ให้ฟังว่า เกษตรกรในจังหวัดระยองส่วนใหญ่ทำสวนผลไม้เศรษฐกิจหลัก ๆ 3 ชนิด คือ เงาะ มังคุด และทุเรียน พอถึงฤดูกาลผลไม้ของทุกปี ราคาผลผลิตของผลไม้ทั้งสามชนิดก็จะมีปัญหาทุกปี เพิ่งมาสองสามปีหลังนี้ ที่เริ่มทำมังคุดส่งนอกจึงได้ราคาขึ้นมา “ด้วยความผันผวนของราคาผลไม้นี่เอง ผมก็เลยมองว่า เราควรจะปลูกอะไรที่สวนกระแสจากชาวบ้านคนอื่น ๆ พอดีว่าที่หมูบ้านเรามีกระท้อนอยู่ต้นหนึ่ง ซึ่งคุณลุงพูนแกไปซื้อลูกมาจากจังหวัดนนทบุรีมารับประทาน พอทานเสร็จท่านเห็นว่ากระท้อนลูกนั้นรสชาติอร่อย จึงนำเมล็ดกระท้อนลูกนั้นไปปลูก ผ่านไปประมาณ 5 ปี กระท้อนต้นนั้นเติบโต ติดดอกออกผล ซึ่งผมได้กินแล้วก็เห็นว่า กระท้อนจากต้นนี้มีคุณลักษณะพิเศษคือ เนื้อนุ่ม หวาน เนื้อหุ้มเมล็ดเป็นปุย หวาน มีเนื้อมาก เมล็ดเล็ก เมื่อได้ชิมแล้วรู้สึกถูกใจจึงขอกิ่งพันธุ์มาปลูก และตั้งชื่อสายพันธุ์ใหม่เพื่อให้เป็นเกียรติแก่ลุงพูนว่า กระท้อนพันธุ์ทองพูน” คุณสมชาย ยังเล่าให้ฟังอีกว่า ตอนแรกผมปลูกเพียง 40 ต้น ตอนนั้นยอมรับว่าไม่ค่อยมีความรู้เรื่องกระท้อนมากสักเท่าไหร่ เพราะถือเป็นไม้ผลชนิดใหม่ของชาวสวนละแวกนี้ เมื่อกระท้อนอายุได้ 3 ปี ก็เริ่มออกผลผลิต ด้วยความที่ยังขาดประสบการณ์จึงไปจ้างคนมาห่อกระท้อน ผลปรากฏว่าเราได้กระท้อนที่จำหน่ายได้เพียง 40 เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นเสียหายทั้งหมด เพราะลูกจ้างไม่ได้ใส่ใจคุณภาพให้เรา สักแต่ว่าทำงานเพื่อให้ได้ค่าแรงเท่านั้น ในตอนหลังจึงตัดปัญหาดังกล่าวนี้ออกด้วยการใช้แรงงานคนในครอบครัวและลงมือทำเองทั้งหมด เพราะเราสามารถควบคุมคุณภาพได้ ผลผลิตในช่วงนั้นเราเอาไปขายในอำเภอแกลง ได้ราคาเพียงกิโลกรัมละ 10 บาท จากนั้นก็มานั่งคิดว่าจะทำอย่างไรนะจึงจะให้ผลผลิตของเราได้ราคา พอดีตอนนั้นมีเพื่อนทำงานอยู่ที่ TOT แจ้งวัฒนะ เพื่อนก็แนะนำให้เอาผลผลิตใส่รถกระบะไปขายที่นั่น เราก็เลยนำไปขายได้กิโลกรัมละ 60-70 บาท (ตอนนั้นราคากระท้อนเมืองนนท์กิโลกรัมละ 120 บาท) หลังจากนั้นเป็นต้นมาผลผลิตกระท้อนของที่สวนก็จะส่งไปขายที่นั้นทั้งหมด “ปัจจุบันเราแทบไม่ต้องเอาผลผลิตไปขายแล้ว เพราะเมื่อถึงฤดูกระท้อน คนที่เขาเคยรับประทานกระท้อนของเราก็จะออร์เดอร์กันมาเลย เมื่อเราเริ่มมองเห็นแนวทางการตลาด ก็เลยมาปลูกเพิ่ม จนกระทั่งปัจจุบันที่สวนมีกระท้อนที่ให้ผลผลิตแล้วทั้งหมด 178 ต้น และกำลังปลูกเพิ่มอีก 45 ต้นครับ” เทคนิคการปลูกกระท้อนของ คุณสมชาย อย่างแรกเลยให้คำแนะนำว่า ธรรมชาติของกระท้อนเป็นไม้ผลที่ปลูกง่าย โตเร็ว และไม่ต้องมีตารางฉีดยาให้ปุ๋ยเช่นไม้ผลชนิดอื่น หากเกษตรกรที่สนใจปลูกกระท้อนเพื่อการค้า ควรคำนึงถึงสิ่งต่าง ๆ ดังนี้ - สายพันธุ์ที่ปลูกจะต้องเลือกสายพันธุ์ที่รับประทานอร่อยและตลาดมีความต้องการ ระยะห่างระหว่างแปลงปลูกควรอยู่ระหว่าง 8 x 8 เมตร ซึ่งระยะดังกล่าวนี้กระท้อนจะไม่แย่งกันเจริญเติบโต จึงไม่ต้องตัดแต่งกิ่งบ่อย สามารถปล่อยให้เขาโตตามธรรมชาติได้เลย เนื่องจากกระท้อนเป็นไม้โตเร็ว การบำรุงรักษาจะไม่ยุ่งยากเท่าไหร่ สามารถปล่อยให้โตตามธรรมชาติได้เลย - เมื่อถึงอายุการให้ผลผลิต ในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม กระท้อนจะเริ่มทิ้งใบ และช่วงเดือนกุมภาพันธ์จะเริ่มผลิใบอ่อนและเริ่มให้ดอก จากนั้นก็จะเริ่มให้ผล ทันทีที่กระท้อนเริ่มติดผล เราจะต้องทำการฉีดยาสมุนไพรเพื่อป้องกันแมลงมาดูดกินน้ำเลี้ยงผลอ่อน หากเกษตรกรต้องการผลผลิตที่มีคุณภาพ เราจะต้องทำการห่อผล ซึ่งเทคนิคการห่อผลของสวนนั้นใช้วิธีการสร้างนั่งร้านเช่นเดียวกับงานก่อสร้างไว้รอบ ๆ ทรงต้น เพื่อที่จะห่อผลได้ทุกลูก (นั่งร้านทำจากไม้ไผ่รวก และมีอายุการใช้งาน 2 ปี) โดยใน 1 ต้น ควรจะไว้ลูกเพียง 250-300 ลูก ในอัตราจำนวนดังกล่าวนี้จะทำให้กระท้อนเติบโตเสมอกันทุกลูก โดยจะมีน้ำหนักมาตรฐานอยู่ที่ 4-5 ขีดต่อลูก ซึ่งเป็นขนาดที่ตลาดมีความต้องการ และมีราคาค่อนข้างน่าสนใจ แต่หากไว้จำนวนลูกดกกว่านี้ ก็จะได้ขนาดลูกที่เล็กลง และส่งผลให้ขายได้ราคาถูกลงด้วย แต่ถ้าไว้ลูกน้อยเกินไป กระท้อนก็จะมีขนาดผลที่ใหญ่เกินความต้องการของตลาดเช่นกัน วิธีห่อกระท้อนของ คุณสมชาย “การห่อผลควรจะเริ่มห่อตั้งแต่กระท้อนมีขนาดเท่าลูกหมาก โดยจะเลือกห่อเฉพาะผลที่มีผิวเนียนเกลี้ยง ส่วนผิวที่มีตำหนิหรือไม่ต้องการควรปลิดผลนั้นทิ้ง เพื่อป้องการลูกที่ไม่เหมาะสมแย่งอาหารและดึงดูดแมลงวันทองเข้าสวน (ลูกกระท้อนที่ปลิดทิ้งสามารถนำมาหมักเป็นฮอร์โมนลูกกระท้อนเพื่อเพิ่มความหวานได้) ทั้งนี้การห่อผลแต่ละรอบควรจะทำตำหนิโดยการป้ายสีที่ถุงกำกับไว้ เช่น ห่อรอบแรกใช้สีส้ม และห่อรอบสองใช้สีเขียว เป็นต้น (ตัวอย่างสมมติ) การป้ายสีกำกับในลักษณะดังกล่าว จะช่วยให้สะดวกตอนเวลาเก็บเกี่ยว เพราะสามารถเลือกเก็บตามรุ่น ตามสีที่ป้ายไว้ โดยไม่ต้องเสียเวลาเปิดดูทีละถุง” สำหรับราคาจำหน่ายของกระท้อนที่สวนอุบลสมบูรณ์นั้น แบ่งเป็น 3 เกรด ได้แก่ - เกรดจัมโบ้ ขนาดผลตั้งแต่ครึ่งกิโลกรัมขึ้นไป จำหน่ายอยู่ที่กิโลกรัมละ 80 บาท - เกรดกลาง ขนาดผลตั้งแต่ 4-5 ขีด จำหน่ายกิโลกรัมละ 60 บาท - เกรดมินิ ต่ำกว่า 4 ขีดลงมา จำหน่ายกิโลกรัมละ 40 บาท “เกษตรกรหลายคนมักสงสัยว่า กระท้อนจัมโบ้ได้ราคาดีสุด ทำไมทางสวนจึงไม่เน้นผลิตเฉพาะกระท้อนที่มีขนาดจัมโบ้ ในประเด็นนี้ต้องเรียนให้ทราบว่า ถึงแม้ขนาดจัมโบ้จะขายได้ราคาดี แต่มักจะขายยาก เนื่องจากตลาดไม่นิยมรับประทานกระท้อนที่มีลูกใหญ่มาก ส่วนใหญ่กระท้อนลูกใหญ่จะเป็นของฝากมากกว่าจะซื้อไปรับประทานเอง ดังนั้นในการผลิตกระท้อนเราจึงต้องผลิตตามความต้องการของตลาด คือ 2 ลูกต่อกิโลกรัมกำลังดีครับ” สำหรับการ ปลูกกระท้อน 178 ต้น บนเนื้อที่กว่า 23 ไร่ของคุณสมชาย จะมีต้นทุนการผลิตอยู่ที่ 200,000-300,000 บาท / ปี (ต้นทุนสูงสุดอยู่ที่ค่าไม้ไผ่รวกในการทำนั่งร้านเพื่อห่อผลและเก็บผลผลิต ส่วนค่าปุ๋ยและยานั้นต่ำมาก) จำนวนพื้นที่ปลูกดังกล่าวได้น้ำหนักผลผลิตรวมไม่ต่ำกว่า 13 ตัน สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาทต่อปี ซึ่งชี้ให้เห็นว่า “กระท้อน” ก็เป็นไม้ผลเงินล้านได้ เฉกเช่นไม้ผลเศรษฐกิจชนิดอื่น ๆ ขึ้นอยู่ที่ว่าเราจะทำคุณภาพได้มากน้อยเพียงใดเท่านั้น สำหรับเกษตรกรที่สนใจเรียนรู้การปลูกกระท้อนเพื่อการค้าเงินล้าน หรือสนใจกิ่งพันธุ์กระท้อนหวาน รับประทานอร่อย “พันธุ์ทองพูน” รวมถึงผลผลิตกระท้อน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณสมชาย บุญก่อเกื้อ เลขที่ 171 หมู่ 3 ต.กร่ำ อ.แกลง จ.ระยอง โทร. 08-1377-9536 - ขอบคุณข้อมูลจาก : เกษตรกรก้าวหน้า -

9ชีวิต 'เจ้าหมูดำ' แมวดำถูกฟาดกับกำแพง ยังไม่ตาย
ทำร้ายสัตว์ /  พรบ.คุ้มครองสัตว์ / 

9 ชีวิตจริง 'เจ้าหมูดำ' แมวดำถูกฟาดกับกำแพง ยังไม่ตาย จากกรณีที่ชาวสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปชายวัยรุ่นใจโหดทุบหัวลูกแมว "หมูดำ" แล้วขว้างใส่ข้างฝาจนกระอักเลือด ก่อนที่แม่แมวจะเข้ามาคาบลูก และร้องเรียกอย่างน่าเวทนา  จนทำให้คนในสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์ประณามการกระทำของชายในคลิป และส่งต่อไปยังแฟนเพจของกลุ่มคนรักสัตว์เพื่อให้ดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้ก่อเหตุ จนเจ้าของแมว และแฟนเพจ WATCHDOG THAILAND ได้เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาประกอบข้อหามาตรา 20 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมฯ และข้อหาทำให้เสียทรัพย์ โดยรับเป็นคดีอาญาที่ 876/2558 ลงวันที่ 3 ส.ค.2558 เรียบร้อยแล้วนั้น ล่าสุดแฟนเพจ  WATCHDOG THAILAND ได้แจ้งความคืบหน้าอาการของเจ้าหมูดำว่าปลอดภัยแล้ว ซึ่งหลังจากเกิดเหตุเจ้าหมูดำยังมีลมหายใจ และประสานให้ส่งหมูดำเข้ารักษาอาการเบื้องต้น และรอเข้ารับการรักษาอย่างละเอียดต่อไปนั้น โดยทางกองทุนร่วมด้วยช่วยแมวหมา ได้ขอเข้ารับหมูดำมารักษาต่อที่ โรงพยาบาลสัตว์สุขสวัสดิ์ ซึ่งอาการที่ตรวจพบในเบื้องต้นคือ ประสาทตาด้านขวา ตอบสนองต่อการมองเห็นได้ช้าลง จนเส้นเลือดข้างตาแตก ขาด้านหน้าหนึ่งข้างหักจนหมุนได้ แต่ยังมีการตอบสนองต่อความเจ็บปวดอยู่ ขาหลังสองข้างปกติ ขอบคุณภาพจากแฟนเพจ WATCHDOG THAILAND ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

หมู พลพัฒน์ ตัวแทน ผู้ทรงอิทธิพลแฟชั่นไทย ร่วมงาน Elle Exhibition
Elle Exhibition /  fashion influencers / 

งานนิทรรศการ ELLE Exhibition: The Passcode to the Fashion Journey นิทรรศการรูปแบบใหม่ โดยการใช้ประสาทสัมผัสทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการมอง การได้ยิน รวมถึงสมาร์ทดีไวซ์ โดยสแกน QR code เพื่อรับชมเรื่องราวของผู้ทรงอิทธิพลทางแฟชั่นทั้ง 30 ท่านในวงการแฟชั่น วงการบันเทิง และใกล้เคียง อาทิ ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง ยุคล, มีมี่-มิลิน ยุวจรัสกุล, ลูกเกด-เมทินี กิ่งโพยม, อภิชาติ นรเศรษฐาภรณ์ ฯลฯ โดยงานจัดขึ้น ณ ชั้นจี ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ หมู พลพัฒน์ อัศวะประภา 1 ใน 30 ผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการแฟชั่นไทย แพม สิตามนินท์ สุสมาวัตนะกุล พูนทรัพย์มณี ร่วมชมนิทรรศการ คุณปนุ สมบัติยานุชิต บรรณาธิการบริหาร นิตยสารแอล ประเทศไทย (ELLE Thailand) กล่าวถึงนิทรรศการในครั้งนี้ว่า “เราเชื่อว่า fashion influencers ทั้ง 30 ท่านที่เราเลือกมา ล้วนมีจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาค้นพบอะไรบางอย่างที่ตามหา ซึ่งแต่ละท่านใน 30 ท่านนี้มีไม่เหมือนกัน เราอยากให้ผู้มาชมนิทรรศการที่จะสร้างแรงบันดาลใจว่าคนธรรมดาทั่วไปก็สามารถค้นพบหรือเลือกทางเดินตามที่ฝันไว้ได้ เราเชื่อว่าการใช้เวลาสั้นๆกับเรื่องราวจุดเปลี่ยนสำคัญของแต่ละท่าน จะสามารถผลักดันให้ทุกคนที่เดินออกจากนิทรรศการนี้ไปได้ตั้งคำถามกับตัวเองว่าอะไรจะเป็น passcode ในชีวิตของตัวเองบ้าง” คุณปนุ สมบัติยานุชิต บรรณาธิการบริหาร นิตยสารแอล ประเทศไทย (ELLE Thailand) ภายในงานได้รับเกียรติจากเซเลบริตี้มากมายที่มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ หมู พลพัฒน์ อัศวะประภา, วรรณสิริ คงมั่น และเจสซี ดอร์ซีย์, คล้ายเดือน-พิมพ์ดาว-มทินา สุขะหุต, แพม สิตามนินท์ สุสมาวัตนะกุล พูนทรัพย์มณี, อินทิรา ธนวิสุทธิ์, คณชัย เบญจรงคกุล, ขวัญข้าว เศวตวิมล, ชวพร เลาหพงศ์ชนะ ฯลฯ บอย วรรณสิริ คงมั่น และเจสซี ดอร์ซีย์ เจน เจนสุดา แพง ขวัญข้าว  3 พี่น้องดีไซเนอร์จากแบรนด์ Sretsis คุณพาย ภัทรียา ณ นคร พบกับงาน ELLE Exhibition: The Passcode to the Fashion Journey ได้ ณ ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ และนิทรรศการ ELLE 70 Years of Style ณ โซน THAITHAI เซ็นทรัลชิดลม ตั้งแต่วันนี้จนถึง 2 สิงหาคม 2558

'สรรพากร' เรียกสอบ ผู้ค้าหวย 3 ราย
ตรวจสอบ /  ป.ป.ท. / 

กรมสรรพากร เรียกผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล 3 ราย ตรวจสอบชี้แจงรายได้ พร้อมจับมือ ป.ป.ท.เปิดค้นข้อมูลภาษีอากรผ่านระบบอินเทอร์เน็ต นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ออกหมายเรียกผู้ค้าสลาก 3 ราย เพื่อตรวจสอบรายได้ย้อนหลัง ตามนโยบายของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยให้เข้ามาชี้แจงภายใน 15 วัน เบื้องต้นพบว่าผู้ค้าสลากฯ ทั้ง 3 ราย มีทั้งผู้ที่เคยยื่นแบบแสดงการเสียภาษีและไม่ได้ยื่นแบบเสียภาษี และหากตรวจสอบพบว่าผู้ค้าสลากฯ มีรายได้เกินกว่าการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาก็ต้องเสียภาษีตามที่กำหนดไว้ หากพบการหนีภาษี จะถูกตรวจสอบย้อนหลัง 10 ปี และปรับ 2เท่าของเงินที่ต้องเสีย แต่ถ้ายื่นภาษีถูกต้อง จะตรวจสอบย้อนหลัง 5 ปี ปรับ 1 เท่า โดยในโอกาสนี้ กรมสรรพากร ยังได้ร่วมลงนามบันทึกความตกลงการให้บริการคัดค้นข้อมูลแบบแสดงรายการภาษีอากรผ่านระบบอินเทอร์เน็ตกับ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการรับ-ส่งข้อมูลแบบแสดงรายการภาษีอากร และตรวจสอบผู้เสียภาษีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตในภาครัฐจากกรมสรรพากร ซึ่งมีมาตรการรักษาความลับ ความปลอดภัยขั้นสูง เพื่อความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพต่อการตรวจสอบของ ป.ป.ท. ทั้งนี้ กรมสรรพากร จะเป็นผู้ประสานข้อมูลกับหน่วยงานที่มีกฎหมายพิเศษรองรับที่จะช่วยการป้องกันและต่อต้านการทุจริต และการกระทำผิดเรื่องของยาเสพติด โดยข้อมูลทั้งหมด กรมสรรพากรจะตรวจสอบถึงต้นทุน รายได้ ของผู้ประกอบการทั้งรัฐและเอกชน ในการเสียภาษีว่าสอดคล้องกับข้อมูลหรือไม่ มีที่มาของรายได้ผิดปกติอย่างไร ซึ่งปัจจุบันมีคดีที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างหลายคดี จึงทำให้การตรวจสอบเอกสารจากทางกรมสรรพากรสามารถเชื่อมโยงไปถึงที่มาได้ง่ายขึ้น MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก...Dailynews

บิ๊กสิน ไม่รั้ง ศักดา เกจิสอยคิวคนดัง เตรียมหาคนรุ่นใหม่ทดแทน
คิวสปอร์ต /  ซีเกมส์ ครั้งที่ 28 / 

"บิ๊กสิน" สินธุ พูนศิริวงศ์ ประมุขใหญ่กีฬาคิวสปอร์ต ไม่ขอรั้ง "คิวทอง" ศักดา รัตนสุบรรณ เกจิเซียนเอาไว้ เร่งหาคนรุ่นใหม่เข้ามาทำหน้าที่แทน เพราะการทำงานทุกอย่างต้องเดินหน้าต่อ เนื่องจากสมาคมมีภาระกิจต้องทำอีกมาก นายสินธุ พูนศิริวงศ์ นายกสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากกรณีที่ "คิวทอง" ศักดา รัตนสุบรรณ อุปนายกสมาคม และ"เฮียฮง" สุนทร จารุมนต์ ผู้จัดการทีมชาติ ได้แสดงสปิริตด้วยการประกาศลาออกจากการทำงาน และไม่ขอรับตำแหน่งใดๆ ทั้งสิ้นในสมาคมต่อจากนี้ไป หลังไม่ประสบความสำเร็จในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 28 ที่สิงคโปร์ ด้วยการคว้ามาได้แค่ 1 เหรียญทองเท่านั้น จากเดิมตั้งความหวังไว้ 2 เหรียญทอง ทั้งนี้ "คิวทอง" ศักดา และ"เฮียฮง" สุนทร ได้ยื่นหนังสือลาออกอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว ซึ่งตัวเองได้เรียกคณะกรรมการบริหารสมาคมมาปรึกษาหารือเรื่องดังกล่าวเป็นการด่วน แต่ไม่มีผู้ใดคัดค้าน เพราะเคารพในการตัดสินใจของบุคคลทั้งสอง เนื่องจากตัวเองรู้ดีว่า การทำหน้าที่ดังกล่าวมันมีความกดดันและความรับผิดชอบค่อนข้างสูง ยิ่งทำหน้าที่ตรงนี้เป็นเวลานานย่อมถึงจุดอิ่มตัวเป็นเรื่้องธรรมดา ส่วนตัวรู้สึกเสียดายอย่างยิ่ง สำหรับ นายสุนทร ประชาสัมพันธ์สมาคมฯ ในฐานะผู้จัดการทีมชาติ เพราะตลอดระยะเวลาที่ร่วมงานกันมา "เฮียฮง" ไม่เคยปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือกับตัวเองสักครั้งเลย ยิ่งน้ำใจไม่ตรีจิตที่มีให้กับคณะกรรมการบริหารและตัวนักสนุกเกอร์ด้วยแล้ว โดยเฉพาะเรื่องของเงินรางวัลอัดฉีดจากความสำเร็จหลายปีที่ผ่านมา นายสุนทร หมดเงินในการทำหน้าที่ดังกล่าวนี้ไปแล้วมหาศาล หากไม่มีใจรัก และความทุ่มเทตั้งใจจริงคงเป็นเรื่องยาก อย่างไรก็ตามเข้าใจดีว่า เวลานี้ นายสุนทร มีตำแหน่งเป็นถึง นายกสมาคมนกพิราบแข่งนานาชาติ และต้องทำงานร่วมกับ "เจ้าสัว" นายธนินทร์ เจียนวนนท์ ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคม คงมีภาระกิจรัดตัวมาก จึงทำให้ไม่ค่อยมีเวลาเหมือนแต่ก่อน ขณะที่ "คิวทอง" นายศักดา ตัวเองคงไม่รั้งการตัดสินใจของเขา เพราะรู้ดีว่า กว่า 30 ปีที่ทำงานมาหนักคงเหนื่อย และต้องการหยุดพักผ่อน เพราะพวกเราทุกคนก็อายุมากแล้ว มันถึงเวลาจะต้องหาคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ และความสามารถเข้ามาทำหน้าที่แทน เพราะสมาคมเราต้องเดินหน้าทำงานกันต่อไป จะให้ทุกอย่างมาสะดุด หรือ มีปัญหา เพราะใครคนใดคนหนึ่งไม่ได้ เนื่องจากการทำงานในหน้าที่ตรงจุดนี้ไม่มีเงินเดือนค่าจ้างอะไรให้ เป็นแบบสมัครใจเข้ามาช่วยกันมากกว่า โดยเฉพาะในปีนี้เรายังจะร่วมมือกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) หรือ "แสงโสม" เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันสนุกเกอร์ 6 แดงชิงแชมป์โลก และการส่งนักกีฬาเดินทางไปแข่งขันรายการต่างๆ อีกมากมาย ดังนั้นเมื่อคนเก่าไปก็ต้องหาคนใหม่มาทดแทน ช่วงแรกๆอาจจะต้องศึกษาสอนงานกันไปก่อน แต่พอทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้วมันก็เดินหน้าไปได้เอง

ฟังเพลงต่อเนื่อง รวมฮิต สิงโต นำโชค
Duck Playlist /  What The Duck / 

รายชื่อเพลง จากเพลย์ลิสต์ รวมฮิต Singto Numchok 1. ปลาการ์ตูน 2. อรุณสวัสดิ์ 3. เธอคือของขวัญ 4. อยากมีใครสักคน 5. รัก..ที่ไม่มีเธออยู่ 6. เธอบอก 7. Wake Up 8. ใช้หัวใจ 9. เดียวดาย และ แสงดาว 10. ฮู้ ฮู 11. อยู่อย่างเหงาๆ 12. ทิ้ง 13. อยู่ต่อเลยได้ไหม 14. รักหลับ 15. ฉันจะมีเธออยู่ 16. นอนทราย

ฝันเป็นจริงไหม? ร้องขอสะพานลอย ยุติตายบนถนน
ขอสะพานลอย /  ข้ามถนนรถชน / 

ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอเช่นเดียวกับเรื่องของอุบัติเหตุบนท้องถนน หากไม่นับรวมยอดการประสบเหตุจากการขับขี่ การ "ข้ามถนน" ถือเป็นความเสี่ยงสูงสุด ที่อาจถูกคร่าชีวิตโดยง่ายเช่นกัน MThai News ขอยกกรณีการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนขณะข้ามถนนบนทางม้าลายของนางลัญชกร จันทร์กลม  ชาวบ้านซอยสุขขี 2 ปทุมธานี เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้ระมัดระวังการขับขี่ และความใส่ใจของหน่วยงานภาครัฐในการจัดสร้าง "สะพานลอยคนข้าม" เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน ถนนรังสิต-ปทุมธานี ช่วงบริเวณซอยสุขขี 2 เป็นถนน 4 ช่องการจราจร และเป็นถนนสายหลักในการสัญจรเดินทางไปยังตัวเมืองปทุมธานี   จึงทำให้ผู้ใช้รถมักขับขี่ด้วยความเร็ว แม้จะมีจุดข้ามถนน-ทางม้าลาย แต่บริเวณนี้ยังคงเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยเฉพาะกรณีรถชนคนข้ามถนนจนเสียชีวิตมาแล้วหลายศพ และศพล่าสุด ได้จุดกระแสในเรื่องการขอสะพานลอยกลับมาอีกครั้ง หลังผู้เสียชีวิตได้ใช้ถนนเส้นนี้ในการข้ามทางม้าลายมาเพื่อร่วมลงรายชื่อกับคณะกรรมชุมชน เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการสร้างสะพานลอยในจุดดังกล่าว แต่...เหตุไม่คาดฝัน ขากลับขณะข้ามถนน ได้ถูกรถจักรยานยนต์นักศึกษาพุ่งชนจนเสียชีวิต!! เหตุการณ์นี้ จึงเกิดการจับตาจากสังคมว่า ภาครัฐควรเร่งหันมาใส่ใจกับปัญหานี้ เพื่อยับยั้งไม่ให้เกิดความสูญเสียอีกต่อไป โดยการเรียกร้องการก่อสร้างสะพานลอยบริเวณดังกล่าว ชาวชุมชนสุขขี 2 นำโดยนายสมจิตร แตะไธสง รองประธานสภาเทศบาลตำบลบางพูน 1 ในนามคณะกรรมการชุมชนสุขขี 2 ได้เรียกร้องให้แขวงการทางจังหวัดปทุมธานี ดำเนินการดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2555 แต่กลับถูกปฏิเสธ พร้อมได้รับเอกสารตอบกลับถึงเรื่องของงบประมาณ และได้มีการยื่นเรื่องไปอีกหลายครั้ง แต่เรื่องยังเงียบ ชาวบ้านจึงรวมใจกันล่ารายชื่ออีกครั้ง เพื่อหวังเป็นครั้งสุดท้ายของการเรียกร้อง แต่คาดไม่ถึงว่า จะมี 1 ในผู้ร่วมเรียกร้องต้องสังเวยชีวิตให้กับถนนเส้นนี้ ด้านนายอำนวย นาคบุรินทร์ นายกเทศมนตรีตำบลบางพูน ได้ชี้แจงถึงเรื่องการขอสะพานลอยว่า ได้มีการประสานเรื่องไปยังแขวงการทางจังหวัดปทุมธานีมาโดยตลอด แม้เรื่องอาจไม่ได้รับการตอบรับในหลายครั้ง แต่ล่าสุดแขวงการทางฯ ยืนยันว่า ได้จัดทำแผนเสนอความต้องการ เรื่องสะพานลอยในบริเวณดังกล่าวไว้ในปีงบประมาณ 2559 แล้ว ส่วนการแก้ปัญหาในเบื้องต้น แขวงการทางจังหวัดปทุมธานีได้นำ "สัญญาณไฟชะลอความเร็วรถ" มาติดตั้งไว้บริเวณดังกล่าวตรงทางข้ามทางม้าลาย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ต้องการข้ามถนน แม้อาจยังเสี่ยงต่อความปลอดภัย แต่ชาวบ้านต่างยินดีที่มีสัญญาณไฟ ถือเป็นนิมิตหมายใหม่ในการรอฝัน "สะพานลอย" ที่เป็นจะจริงในปีหน้า ขณะที่เสียงสะท้อนของชุมชน เห็นว่า การสังเวยชีวิตบนถนนรายล่าสุด เป็นการจุดไฟให้เกิดข่าวใหญ่ ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้ามาใส่ใจเรื่องความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนมากขึ้น พร้อมกับรับปากว่าจะดำเนินการก่อสร้างสะพานลอยให้ตามข้อเรียกร้อง แม้เสียงชาวบ้านบางส่วน ยังไม่มั่นใจว่า จะมีการจัดสร้างจริงหรือไม่ เพราะหากไร้กระแสข่าวแล้ว  จึงกังวลว่าเรื่องทั้งหมดอาจเงียบหายไปดังเดิม อย่างไรก็ตาม แขวงการทางจังหวัดปทุมธานี ยืนยัน ภายในปีหน้า ถนนรังสิต-ปทุมธานี จะมีการก่อสร้างสะพานลอยทีเดียว 3 แห่ง คือ หน้าซอยสุขขี 2 หน้าศูนย์วิศวกรรมบางพูน และหน้าทางเข้าโรงเรียนเทศบาลเมืองปทุมธานี   กระนั้น ปี 2559 จะเป็นช่วงตั้งตารอของชาวชุมชนสุขขี 2 วัดใจว่าสิ่งที่เรียกร้องภาครัฐนั้น จะถูกเนรมิตขึ้นหรือไม่ เพราะไม่เพียงแต่ชาวชุมชนนี้จะได้รับประโยชน์ คำยืนยันของภาครัฐ ยังทำให้ประชาชนอีก 2 พื้นที่ได้รับอานิงส์ในเรื่องความปลอดภัยเช่นกัน ชัยพัฒน์ แกล้วทนงค์  เขียน/ภาพ ติดตามสกู๊ปข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

กึ้งชวนชิม!
กึ้ง /  ราเมน / 

กึ้งชวนชิม! "คิวชู จังกะระ" ราเมนอร่อยปังเจ้าดังจากญี่ปุ่น เพื่อนดารา-เซเลบแห่ยินดีแน่นงานแกรนด์โอเพนนิ่งสาขาแรกในไทย หยิบจับอะไรก็ฮือฮาไปหมดสำหรับซีอีโอหนุ่มไฟแรงคนนี้ กึ้ง-เฉลิมชัย มหากิจศิริ แห่ง บริษัท พีเอ็ม กรุ๊ป จำกัด (PM Group Company Limited) ล่าสุดขยับธุรกิจใหม่ เป็นรายแรกและรายเดียวที่คว้าลิขสิทธิ์ราเมนชื่อดังอันดับ 1 ของญี่ปุ่น “คิวชู จังกะระ” (Kyushu Jangara) สุดยอดราเมนคิวยาวซึ่งอร่อยล้ำเลิศจนได้รับเกียรติให้นำขึ้นเสิร์ฟผู้โดยสารระดับ First Class และ Business Class บนเครื่องบินเจแปนแอร์ไลน์ (JAPAN AIRLINES) และยังเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทย ถึงขั้นมีเมนูภาษาไทยไว้รอต้อนรับที่สาขาฮาราจูกุกันเลยทีเดียว งานนี้ชาวไทยโชคดีไม่ต้องบินไปยืนต่อแถวชิมไกลถึงญี่ปุ่นกันแล้ว เพราะหนุ่มกึ้งเขายกครัวสุดยอดราเมนต้นตำรับน้ำซุปกระดูกหมูมาเปิดสาขา ณ ประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย พร้อมเสิร์ฟความอร่อยปังเป็นที่แรกและที่เดียว! จาก “โตเกียว” สู่ “กรุงเทพฯ” กับการขยายความอร่อยออกนอกประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก!! โดยเย็นวันนี้(17 กรกฎาคม 2558) ซีอีโอกึ้ง ได้จัดงานเปิดร้าน “คิวชู จังกะระ ราเมน” ณ บริเวณชั้น 2 เจ อเวนิว ทองหล่อ ซอย 15 อย่างเป็นทางการเรียบร้อยท่ามกลางแขกรับเชิญแน่นขนัด ไม่ว่าจะเป็นเหล่าเพื่อนดารานักแสดง เซเลบชื่อดัง ประกอบด้วย ราเมนเลิฟเวอร์อย่าง นานา ไรบีนา น้องบีน่า น้องบรู๊คลิน, เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์, แอน-อลิชา ไล่ศัตรูไกล, เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ, โทนี่ รากแก่น, หลิน-กมลพรรณ สุวรรณมาศ, อ่ำ-อัมรินทร์ นิติพน, จิ๊บ-ปกฉัตร เทียมชัย, มัดหมี่-พิมดาว พานิชสมัย, แพม-อรอาภา พูนทรัพย์มณี และ เจน-ธณัทร์ษริน สุสมาวัตนะกุล ฯลฯ ร่วมด้วยสื่อมวลชนทุกแขนง งานนี้ยังได้รับเกียรติจาก ทาคาชิ ชิโมกาว่า (Takashi Shimokawa) ผู้ก่อตั้งและเจ้าของร้านราเมนยอดนิยมอันดับ 1 ของญี่ปุ่น “คิวชู จังกะระ” (Kyushu Jangara) ซึ่งบินตรงจากแดนปลาดิบมาร่วมงานเปิดร้านด้วยตนเอง ทั้งยังจูงมือกึ้งเข้าครัวโชว์การปรุงราเมนร่วมกับเชฟมือฉมังชาวญี่ปุ่นผู้คิดค้นสูตรเด็ดชามร้อนให้ชมกันสดๆ อีกด้วย โอกาสดีของราเมนเลิฟเวอร์และเหล่านักชิม-นักกินทั้งหลาย ทราบข่าวนี้แล้วก็รีบไปลองลิ้มชิมรสราเมนยอดนิยมอันดับ 1 ของญี่ปุ่น “คิวชู จังกะระ” (Kyushu Jangara) กันได้เลยตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ร้าน “คิวชู จังกะระ ราเมน” สาขาแรกในประเทศไทย และสาขาเดียวนอกประเทศญี่ปุ่น ซึ่ง น้ำซุปเด่น เส้นมีเอกลักษณ์ พร้อมเครื่องเคียงที่คิดค้นขึ้นโดยเฉพาะ รวมเข้าเป็นสุดยอดแห่งรสชาติของ จังกะระ ราเมน สไตล์คิวชู พร้อมเสิร์ฟความอร่อยครบเครื่องเต็มชามทุกวัน เวลา 11:00-23:00 น. ณ บริเวณชั้น 2 เจ อเวนิว ทองหล่อ ซอย 15 ** สำรองโต๊ะล่วงหน้าหรือสอบถามเส้นทางได้ที่ www.facebook.com/kyushujangarathailand หรือ Instagram @kyushujangara_th โทร. 02-712-9678 บรรยากาศภายในงาน

ม็อบมุสลิมบุกกงสุลอิสราเอลในไทย ต้านความรุนแรงปาเลสไตน์
จราจรติดขัด /  ประท้วง / 

กลุ่มมวลชนในนามสมาพันธ์อัลกุดส์นานาชาติแห่งประเทศไทยกว่า 200 คน เดินขบวนถือป้ายและธงสี ปิดถนนอโศก-สุขุมวิท ล่าสุดเปิดการจราจรปกติแล้ว เมื่อเวลา 14.30 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีกลุ่มผู้ชุมนุมในนามสมาพันธ์อัลกุดส์นานาชาติแห่งประเทศไทยกว่า 200 คน เดินขบวนถือป้ายและธงสีไปตามถนนสุขุมวิท ผ่านหน้าอาคารคิวเฮ้าส์ แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม. ส่งผลทำให้การจราจรติดขัด แจ้งประชาชนที่สัญจรในถนนดังกล่าวหลีกเลี่ยงเส้นทาง ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการเจรจาเปิดถนน จากรายงานข่าวแจ้งว่า กลุ่มผู้ชุมนุมดังกล่าวขณะนี้รวมตัวประท้วงกันที่หน้าตึกโอเชียน ทาวเวอร์2 ซึ่งเป็นที่ทำการของสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ทั้งนี้เพื่อต่อต้านความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับพี่น้องชาวมุสลิมในประเทศปาเลสไตน์ ทั้งนี้ทางโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัยย่านอโศก ได้ประกาศให้นักเรียนเดินทางกลับบ้านแล้ว ต่อมานายเสถียรภาพ สุขสำราญ ประธานสมาพันธ์อัลกุดส์นานาชาติแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยนายสมชาย สายสวัสดิ์ ประธานฝ่ายความมั่นคง สมาพันธ์อัลกุดส์ฯ เดินทางเข้ารายงานตัวต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ที่สโมสรทหารบก วิภาวดีรังสิต ตามหนังสือเชิญให้เข้าชี้แจงกรณีที่มีการชุมนุมหน้าสถานทูตอิสราเอล โดยนายเสถียรภาพ เปิดเผยภายหลังเข้าชี้แจงกับคสช.ว่า การชุมนุมดังกล่าวเป็นการชุมนุมต่อต้านความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับพี่น้องชาวมุสลิมในประเทศปาเลสไตน์ ซึ่งในหลายประเทศทั่วโลกก็มีการชุมนุมในลักษณะเดียวกัน พร้อมระบุว่า การชุมนุมดังกล่าวไม่มีความเกี่ยวข้องกับการเมืองในประเทศไทยแต่อย่างใด หลังจากนี้จะยุติการชุมนุมในลักษณะดังกล่าว แต่หากมีกลุ่มอื่นที่เคลื่อนไหวในลักษณะการชุมนุม ขอยืนยันว่า ไม่มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มสมาพันธ์อัลกุดส์ฯ แน่นอน ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

โผล่อีก! คนหน้าเหมือน บิ๊กตู่
คนหน้าเหมือนประยุทธ์ /  ประยุทธ์ จันทร์โอชา

โผล่อีกบิ๊กตู่ 3 หลังพบข้าราชการหน่วยงานดังหน้าเมือนนายกฯ ประยุทธ์ อีก ก่อนถูกแซวหน้าคล้ายกันจนไม่กล้ายืนใกล้นายกฯ หลังนายกฯ มีคิวเปิดงานตลาดอาชีวะ เกิดเป็นที่ฮือฮาในโลกออนไลน์ เมื่อผู้สื่อข่าวสายทหารชื่อดัง น.ส.วาสนา นาน่วม ได้โพสต์ภาพผ่านทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊คส่วนตัวอ้างว่าพบอีกคนหน้าเหมือนละม้ายคล้ายนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก่อนจะทราบชื่อต่อมาคือ นายสินเธาว์ ชัยสวัสดิ์ ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษาธุรกิจและบริการ โดยผู้สื่อข่าวชื่อดังระบุว่า นายสินเธาว์ ชัยสวัสดิ์ ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษาธุรกิจและบริการ ซึ่งมีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จนเหมือนเป็นฝาแฝดกันทีเดียว แถมวันนี้ พล.อ. ประยุทธ์ ยังไปเดินดูงานตลาดอาชีวะ ทำเอานายสินเธาว์ ถึงขั้นไม่กล้าไปยืนใกล้ ๆ เพราะกลัวผู้เข้าร่วมงานจะสับสน ว่าใครกันนะ คือ พล.อ. ประยุทธ์ ตัวจริง ทั้งนี้การพบคนหน้าเหมือนนายกฯ ประยุทธ์ นับว่าเป็นคนที่ 2 แล้ว โดยก่อนหน้านี้มีอาจารย์สอนพละที่โรงเรียนปทุมเทพวิทยาคาร อ.เมือง จ.หนองคาย ที่มีหน้าคล้ายนายกฯ จนได้รับเสียงฮือฮามาแล้วเช่นกัน ภาพจาก ทวิตเตอร์ @WassanaNanuam ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

เพจคนดี? เหน็บนิ้วกลม สงสัยจะเลือกคบเพื่อน
กลุ่มดาวดิน /  กลุ่มต้านคสช. / 

เพจคนดีเหน็บนิ้วกลม สงสัยจะเลือกคบเพื่อน จากกรณีที่ นายสราวุธ เฮงสวัสดิ์ หรือนิ้วกลม นักเขียนชื่อดัง ได้เขียนบทความชื่อ เราคือเพื่อนกัน ซึ่งเนื้อหาเผยถึงการสนับสนุนนักศึกษากลุ่มดาวดิน โดยเรียกร้องให้ทางเจ้าหน้าที่ปล่อยนักศึกษาที่เคลื่อนไหวทางการเมือง พร้อมทั้งระบุว่า สำหรับตนแล้ว ดาวดินเป็นตัวอย่างนักศึกษาที่หาได้ยากในสังคมไทย ทั้งความทุ่มเทและความกล้าหาญของพวกเขา ล้วนแล้วแต่เป็นนักศึกษาที่ควรได้รับการคารวะ ตนนับถือพวกเขาที่มองเห็นชาวบ้านเป็น ‘เพื่อน’ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือชาวบ้านก็เห็นพวกเขาเป็น ‘เพื่อน’ เช่นกัน โดยล่าสุดแฟนเพจ ขบวนการเสรีไทยเฟซบุ๊ค ได้โพสต์ภาพเหน็บนิ้วกลม ระบุว่าทำไมเหตุการณ์นักศึกษาโดนล้อมยิงในมหาลัยรามคำแหงคงเป็นเรื่องที่รับกันได้ ไม่เห็นมีใครจะมาเป็นเพื่อนเราเลย ทั้งที่ตอนนั้นเป็นประชาธิปไตย สงสัยจะเลือกคบเพื่อน MThai News

แชร์ว่อน! ภาพอธิการฯ ตีเนียน นั่งเป็นนศ.ใหม่ งานปฐมนิเทศฯ
ปฐมนิเทศ /  สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง / 

ฮือฮา! ภาพรักษาการอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง สวมบทเป็นนักศึกษาใหม่วันปฐมนิเทศ ขณะที่ชาวเน็ตแซวคล้ายพระเอกเกาหลีจากหนังดัง "สั่งเจ้าพ่อไปเรียนหนังสือ" เกิดเป็นที่ฮือฮาในโลกออนไลน์ เมื่อมีคนแชร์ภาพสุดแปลกหาชมยากของอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ขณะแฝงตัวไปนั่งอยู่ท่ามกลางหมู่มวลนักศึกษาใหม่ในพิธีปฐมนิเทศของสถาบัน เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยภาพดังกล่าวได้เผยให้เห็น ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ รักษาการแทนอธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง สวมชุดนักศึกษานั่งอยู่ท่ามกลางนักศึกษาใหม่ ก่อนที่เจ้าตัวจะวิ่งออกมาหลังถูกเรียกชื่อให้ขึ้นไปกล่าวเปิดงานบนเวที ทำให้นักศึกษาใหม่ต่างพากันอึ้งไปชั่วขณะ ทั้งนี้หลังจากภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นต่าง ๆ นานา บ้างก็แซวแบบติดตลกว่าดูแล้วคล้ายกับตัวเอกจากภาพยนตร์เกาหลีชื่อดังเรื่อง "สั่งเจ้าพ่อไปเรียนหนังสือ" ขณะที่บางคนก็บอกว่า น่าจะปลอมตัวเป็นรุ่นพี่ว้ากน่าจะเหมาะสมกว่า ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

เปิดใจ! ปลัดสาวบึงกาฬ ปมดราม่าแต่งเครื่องแบบฟิต
ชุดข้าราชการ /  ปลัดบึงกาฬ / 

ปลัดสาวบึงกาฬ ยอมรับผิดขอโทษประชาชน กรณีโพสต์ท่าถ่ายภาพกลางสถานที่ราชการ ในเครื่องแบบ อส.รัดรูป ด้านปลัดอำเภอเผยเรียกตักเตือนแล้ว ระบุเครื่องแบบไม่ผิด ชี้ทะมัดทะแมง จากกรณีโลกออนไลน์แชร์ภาพสาวสวยแต่งเครื่องแบบชุดลายพรางรัดรูป โพสต์ท่าตามอิริยาบถต่าง ๆ โดยด้านหลังเสื้อปักเป็นตัวหนังสือว่าปลัดอำเภอ และเป็นภาพขณะอยู่ภายในห้องทำงานของศูนย์ราชการจังหวัดบึงกาฬ โดยชาวเน็ตมีการวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานา ทั้งแง่บวกและแง่ลบนั้น วันที่ 15 ก.ค. ความคืบหน้าล่าสุด น.ส.เจนสุดา ยอดศิริ อายุ 28 ปี ปลัดอำเภอ (เจ้าพนักงานปกครองปฏิบัติการ) พนักงานสอบสวนฝ่ายปกครอง ประจำการอยู่ที่ศูนย์ราชการจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งเป็นบุคคลในภาพดังกล่าว เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา เป็นวันเริ่มต้นทำงานใหม่ และชุดเครื่องแบบลายพราง ซึ่งเป็นชุดปฏิบัติการ อส. เพิ่งตัดเสร็จ ช่างนำมาส่งให้ จึงทดลองสวมใส่ พร้อมให้เพื่อนถ่ายภาพให้จากนั้นก็มีการอัพโหลดภาพเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊ก ทำให้บุคคลอื่นเห็นจึงดูไม่เหมาะสม ทั้งนี้ตนยอมรับว่าไม่มีเจตนาให้หน่วยงานหรือใครเสียหาย ไม่คิดว่าโลกออนไลน์จะวิพากษ์วิจารณ์กันมากเพียงนี้ บางคนชมว่าแต่งกายทะมัดทะแมงดี บางคนบอกว่าภาพไม่เหมาะสมกับการเป็นข้าราชการฝ่ายปกครอง ตนเองขอน้อมรับคำติชม และรู้สึกเสียใจมาก จึงต้องกราบขอโทษประชาชน ผู้บังคับบัญชาและหน่วยงานด้วย ด้านนายกรกต ธำรงวงศ์สวัสดิ์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ เปิดเผยว่า ในฐานะเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของน.ส.เจนสุดา ขอร้องให้ยุติเรื่องการนำเสนอข่าวสารดังกล่าว ทั้งนี้ตนถูกตำหนิจากผู้บังคับบัญชาระดับสูงมาแล้ว และก็ได้เรียกน.ส.เจนสุดามาตักเตือนว่าในสถานที่ราชการต้องเคารพและให้เกียรติสถานที่ รวมทั้งผู้บังคับบัญชาด้วย ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับผิด และตนได้กำชับอย่าให้เกิดเรื่องเช่นนี้อีก อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างที่เป็นข่าว และชุดเครื่องแบบดังกล่าวก็ใช้ได้ตามปกติ เนื่องจากดูทะมัดทะแมง ที่มา ข่าวสด ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

เปิดตัว หญิงลี ชุด 2 อยู่เย็นเป็นโสด หลากสีสันมากกว่าเดิม
หญิงลี ศรีจุมพล /  หมอลำ / 

หลังจากสร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการเพลงลูกทุ่ง ด้วยกระแสเพลงฮิต “ขอใจเธอแลกเบอร์โทร” จนโด่งดังไปทั่วบ้านทั่วเมือง และวันนี้มียอดวิวในยูทูปเกือบ 160 ล้านวิวแล้ว สำหรับ สาวลำซิ่ง “หญิงลี ศรีจุมพล” หลายคนรอคอยการเปิดตัวอัลบั้มที่ 2 ของเธอ นับเป็นการกดดันในการทำงานเป็นอย่างมาก วันนี้หญิงลี พร้อมแล้วกับอัลบั้มชุดที่ 2 ภายใต้ชื่อ “อยู่เย็นเป็นโสด” โดยการดูแลของโปรดิวเซอร์คู่บุญ “อ.สวัสดิ์ สารคาม” คนเดิมจากอัลบั้มชุดที่แล้ว โดยจะเปิดตัวด้วยเพลงโปรโมท “อยู่เย็นเป็นโสด” เพลงจังหวะสนุกๆ ที่มีท่าเต้นง่ายๆ แต่งเนื้อทำนองโดย “อ.บอย เขมราฐ” คนดิมที่แต่ง “ขอใจเธอแลกเบอร์โทร” และควบคุมออกแบบท่าเต้นโดย SVEN TAYLOR นักออกแบบท่าเต้นมืออาชีพจากอังกฤษ สำหรับลุคโดยรวมของหญิงลี อัลบั้มชุดที่ 2 ยังคงความเป็นเอกลักษ์เหมือนเดิมคือ ทรงผม ส่วนเสื้อผ้าก็มีความหลากหลายขึ้นตามเพลง แต่ยังคงความเป็นตัวหญิงลีคือมีกลิ่นอายหมอลำซิ่งอยู่ “ยอมรับค่ะว่ากดดันสำหรับชุดนี้ แต่ทุกฝ่ายก็ทำงานกันอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นทีมเพลงที่แต่งเพลงกันมาเกือบ 30 เพลง และคัดเลือกให้เหลือแค่ 8 เพลงแต่งใหม่ โดยเป็นเพลงเร็ว 7 เพลง เพลงช้า 1 เพลง และเพิ่มเพลง รอสายคนโสด และเพลงแจ๋ว เข้าไป ต้องขอบคุณอาจารย์เพลงทุกท่านที่แต่งเพลงให้หญิงลี โดยเฉพาะ อ.สวัสดิ์ สารคาม ที่ยังคงเป็นโปรดิวเซอร์ให้หญิงลีเหมือนเดิม ใครที่รอดูว่าอัลบั้มนี้จะมีท่าเต้นยังไงบ้าง รับรองจัดเต็มค่ะ โดยเฉพาะเพลง อยู่เย็นเป็นโสด ที่เป็นเพลงเปิดตัว ก็เอาใจทุกเพศทุกวัย เพลงสนุกๆเต้นตามกันได้ค่ะ” นักร้องสาวลำซิ่ง หญิงลี ศรีจุมพล กล่าว อยู่เย็นเป็นโสด..อย่างนี้..ไม่มี..แฟนก็ไม่ตาย อยู่กินคนเดียว..อย่างนี้..ก็ดี..แฮปปี้จะตาย ไม่ใช่ไม่มีใครเอา แต่เจอขี้เมาเจ้าชู้วุ่นวาย บ้างดูดีมีสไตล์ แต่พอคบกันไปหล่อนกลายเป็นชะนี โสดมานานนมเน โสดซ้ำจำเจก็โอเคดี กลับดึกได้เต็มที่ ค้างไหนไม่มีคำถามกวนหัวใจ ไม่มีแฟนเป็นลาภอันประเสริฐ สวย เริ่ด เชิด โสด เข้าไว้ อยู่เย็นเป็นโสด..อย่างนี้..ไม่มี..แฟนก็ไม่ตาย อยู่กินคนเดียว..อย่างนี้..ก็ดี..แฮปปี้จะตาย แฟนจะหาคงไม่ยาก ก็แค่ผิวปากไม่ยากเลยเชียว วี๊ดวิ้ว.. เดินห้างดูหนังคนเดียว เข้านอนคนเดียวแค่เปลี่ยวหัวใจ ไม่มีแฟนเป็นลาภอันประเสริฐ สวย เริ่ด เชิด โสด เข้าไว้ อยู่เย็นเป็นโสด..อย่างนี้..ไม่มี..แฟนก็ไม่ตาย อยู่กินคนเดียว..อย่างนี้..ก็ดี..แฮปปี้จะตาย ไม่มีแฟนเป็นลาภอันประเสริฐ สวย เริ่ด เชิด โสด เข้าไว้ อยู่เย็นเป็นโสด..อย่างนี้..ไม่มี..แฟนก็ไม่ตาย อยู่กินคนเดียว..อย่างนี้..ก็ดี..แฮปปี้จะตาย แฟนจะหาคงไม่ยาก ก็แค่ผิวปากไม่ยากเลยเชียว วี๊ดวิ้ว.. เดินห้างดูหนังคนเดียว เข้านอนคนเดียวแค่เปลี่ยวหัวใจ ไม่มีแฟนเป็นลาภอันประเสริฐ สวย เริ่ด เชิด โสด เข้าไว้ อยู่เย็นเป็นโสด..อย่างนี้..ไม่มี..แฟนก็ไม่ตาย อยู่กินคนเดียว..อย่างนี้..ก็ดี..แฮปปี้จะตาย อยู่เย็นเป็นโสด..อย่างนี้..ไม่มี..แฟนก็ไม่ตาย อยู่กินคนเดียว..อย่างนี้..ก็ดี..แฮปปี้จะตาย -------------------------------------- เพลง อยู่เย็นเป็นโสด ศิลปิน หญิงลี ศรีจุมพล คำร้อง บอย เขมราฐ ทำนอง สิทธิพิเศษ ต้นคำ เรียบเรียง สวัสดิ์ สารคาม มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ละครใต้เงาจันทร์ , เรื่องย่อใต้เงาจันทร์
เกรท วรินทร ศตายุ/โต ใต้เงาจันทร์ /  มาร์กี้ ราศี พบู/เฟลอร์ ใต้เงาจันทร์ / 

เรื่องย่อละคร ใต้เงาจันทร์ บทประพันธ์โดย : พินธุนาถบทโทรทัศน์โดย : ตฤณณากำกับการแสดงโดย : กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุลผลิตโดย : บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัดออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ใต้เงาจันทร์ นั้นมีมนตรา แสงนวลกระจ่าง โอบเอื้อ อบอุ่น ประโลมหัวใจดั่งเป็นเพื่อน แต่หากความรักมีเกินสองให้ต้องเลือก ก็ขอจันทร์ทอแสงส่อง ต้องหัวใจ ว่าใจของใครจะทอเงาทาบชิด สนิทแนบใจของเธอพบูเพิ่งกลับจากเมืองนอก ซึ่งเธอไปเรียนนับสิบปีแต่กลับเรียนอะไรไม่จบสักอย่าง พบูมีน้องสาวต่างมารดาคือบูรณา ซึ่งแตกต่างกับเธอทุกอย่าง บูรณาเรียบร้อย ตั้งใจเรียน และเชื่อฟังแม่มากการะเกดจึงรับไม่ได้ที่พบูเป็นคนไม่มีความรับผิดชอบ เพราะหล่อนเป็นคนชอบควบคุม ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน พบูจะว่าการะเกดอย่างไม่เกรงใจ เพราะลึก ๆ พบูคิดว่าการะเกดกับน้องมาแย่งพ่อและครอบครัวไปจากเธอ ตอนเด็กเธอยู่กับย่า จนย่าตาย พบูต้องมาอยู่กับพ่อและแม่เลี้ยง แต่ก็เรียนโรงเรียนประจำ ซึ่งยิ่งทำให้เธอคิดว่าพ่อและแม่เลี้ยงไม่ต้องการให้เธอเป็นส่วนเกินของครอบครัวใหม่ กลับมาเมืองไทยแล้ว พบูยังไม่ยอมทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน การะเกด ซึ่งเป็นคนแนะนำให้พ่อเรียกตัวเธอกลับมาจึงใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดด้วยการระงับบัตรเครดิตของเธอ และจะให้เธอมาทำงานที่โชว์รูมขายรถของพ่อและรับเงินเดือนเหมือนพนักงานทั่วไป ซึ่งเมื่อรู้ว่าเป็นความคิดของพ่อด้วย พบูทั้งโกรธและน้อยใจมาก จึงขนของออกจากบ้านทั้งที่ยังไม่รู้ว่าจะไปไหน เมื่อไม่มีที่ไป พบูตัดสินใจโทรหามธุรสผู้เป็นแม่ ทั้งที่ไม่เคยติดต่อกันมาเลยเป็นสิบปี ความรู้สึกผิดที่เคยทิ้งลูก ทำให้มธุรสตัดสินใจว่าจะต้องช่วยเหลือลูก โดยพบูต้องการแค่ที่พักชั่วคราวจนกว่าจะหางานทำได้ พบูคิดเอาง่าย ๆ ว่าจะหางานทำได้ แต่ในความเป็นจริง การที่เธอเรียนไม่จบอะไรมาสักอย่างทำให้หางานทำยากมาก มธุรสไปปรึกษาแผนกธุรการของเจริญรุ่งสามีใหม่ สร้อยทิพย์ลูกน้องของเจริญรุ่งสามารถหาห้องพักในอาคารศศิวงศ์ให้พบูได้ พบูจึงย้ายเข้าไปอยู่โดยไม่รู้ที่มาของการได้ห้องพักนั้น อาคารศศิวงศ์เป็นของศศิวงศ์กรุ๊ป ซึ่งกิจจาก่อร่างกายตัวจากผู้รับเหมาก่อสร้างรายเล็ก ๆ จนกลายเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ในเครือศศิวงศ์กรุ๊ป กิจจากำลังคิดจะเกษียณโดยจะยกตำแหน่งประธานบริษัทให้กับหลานชายคนโตคือศตายุ โดยไม่สนใจความรู้สึกของลูก ๆ ทั้งสามคน เพราะเชื่อมั่นในความสามารถของศตายุ กิจจาตอกย้ำอยู่ตลอดว่าลูก ๆ ไม่ได้เรื่อง เจริญรุ่งลูกชายคนโต เป็นคนไม่เอาถ่าน ขณะที่งามยิ่งท่าดีทีเหลว และเมฆพัดคนสุดท้องซึ่งเป็นลูกเมียน้อยยิ่งแย่ใหญ่ เพราะเกิดมาในช่วงที่กิจการของพ่อกำลังย่ำแย่จนเกือบหมดเนื้อหมดตัว ทั้งที่เป็นคนเอาการเอางานมากกว่าพี่ ๆ กิจจาก็ไม่ค่อยชอบลูกคนนั้นนัก ซึ่งลึก ๆ นอกจากอคติส่วนตัวแล้ว กิจจารู้ดีว่าเมฆพัดไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่ฉาบหน้าเอาไว้ แต่ในอดีตวันที่กิจจาแทบสิ้นเนื้อประดาตัว ก็มีความหวังเกิดขึ้น เมื่อมีหมอดูมาทักว่าจะมีผู้ชายคนหนึ่งมาทำให้ชีวิตของเขาดีขึ้น จังหวะนั้นเจริญรุ่งในวัย 21 ปี ทำแฟนสาวตั้งท้อง เมื่อศตายุเกิดมา กิจการของกิจจาก็ดีวันดีคืน จนเขาคิดว่าหลานชายคนโตเป็นตัวนำโชค ศตายุโชคร้ายที่แม่ตายในวันที่คลอดเขา แต่ปู่รักและเลี้ยงดูเขาอย่างดี โดยเจริญรุ่งแทบจะไม่มีส่วนในตัวลูกชายเลย การลำเอียงและให้ความสำคัญแต่ศตายุคนเดียวของกิจจา ทำให้ทุกคนในบ้านไม่พอใจโดยเฉพาะงามยิ่งจะแสดงออกชัดเจน แม้เจริญรุ่งเองก็ห่างเหินทำตัวเหมือนไม่ใช่พ่อลูกกับศตายุ เขารักและตามใจธราดลลูกชายคนเล็กที่เกิดจากธุรสจนเสียคน ตลอดมาศตายุน้อยใจพ่อว่ารักน้องชายมากกว่า จึงชอบหาเรื่องเคี่ยวเข็ญเอากับธราดลส่วนหนึ่งเพราะนิสัยที่เป็นคนจริงจัง จึงไม่ชอบที่พ่อและน้องชายทำตัวไว้แก่นสาร ธราดลไม่ยอมไปโรงเรียน โดยอ้างว่าอยากไปเรียนต่อเมืองนอก ศตายุไม่ยอม ยื่นคำขาดให้เรียนจบม.6 ก่อน เจริญรุ่งพยายามเข้าข้างธราดล แต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะสิทธิขาดในบ้าน กิจจาได้มอบหมายให้เขาเป็นคนตัดสินใจ เจริญรุ่งกับธราดลจึงยิ่งเกลียดและต่อด้านศตายุมากจนเห็นเป็นศัตรูขณะที่เมฆพัดเป็นคนเดียวในบ้านที่ไม่เคยแสดงปฏิกิริยาไม่ดีกับพ่อหรือศตายุ แต่ลึกลงไปในท่าทีที่ไม่เป็นปฏิปักษ์กับใคร มีงามยิ่งเพียงคนเดียวที่รู้จักด้านมืดของน้องชายดีว่าใคร วันหนึ่งศตายุขับรถผ่านร้านอาหารเก่าของบริษัท ซึ่งขาดทุนจนปิดร้างมาเป็นปี แต่เขาอนุมัติงบให้ตกแต่งเพื่อเปิดบริการใหม่ ยังไม่มีความคืบหน้า เขาโกรธมาจึงเล่นงานแผนกธุรการ ซึ่งเจริญรุ่งดูแลอยู่ พ่อไม่สนใจกลับด่าว่าเหมือนเขาไม่ใช่ลูก ทำให้ศตายุยิ่งน้อยใจ แต่เขาก็ไม่เลิกรา ศตายุเร่งจะเอาคำตอบความคืบหน้าของร้านอาหารให้ได้ เจริญรุ่งขี้เกียจจึงสั่งสร้อยทิพย์ให้หาสถาปนิกมารับหน้าแทน และสถาปนิกคนนั้นก็คือบุรี หนุ่มหน้าตี๋ ขี้เล่น อารมณ์ดี เป็นที่รักของคนรอบข้าง บุรีชอบแต่งตัวเซอร์ ๆ เพราะคิดว่าตัวเป็นศิลปิน แต่ในชีวิตอันรื่นรมย์ของบุรี มีความอึดอัดใจอยู่อย่างหนึ่ง คือแม่พยายามจะให้เขาแต่งงานกับเด็กสาวแถมบ้านที่อ่างทองชื่อลูกชุบ เนื่องจากในอดีตพ่อของลูกชุบเคยมีบุญคุณช่วยพ่อของบุรีไว้ แต่ลูกชุบเองก็ไม่ได้ชอบบุรีเหมือนกัน จึงหนีตามผู้ชายมาอยู่ที่กรุงเทพฯ บุรีรู้ก็คอยให้ความช่วยเหลือเจริญรุ่งส่งตัวบุรีมาคุยกับศตายุเรื่องร้านอาหารแบบไม่ทันตั้งตัว แต่บุรีคิดไอเดียในการแปลงโฉมร้านอหารได้คร่าว ๆ พอมาคุยกันศตายุพอใจไอเดียของบุรี แต่ไม่พอใจการทำงานของสร้อยทิพย์ และแผนกธุรการ เลยพยายามไล่บี้เอากับสร้อยทิพย์ เป็นความบังเอิญที่คืนนั้นขณะที่สร้อยทิพย์กำลังพยายามหาข้อมูลของร้านอาหารมาตอบ ศตายุให้ได้ พบุซึ่งพักอยู่ในอาคารศศิวงศ์เอาคีย์การ์ดไปรูดเข้าห้องฟิตเนส เด็กที่ดูแลจับได้ว่าเป็นคีย์การ์ดห้องพักของบริษัทลูกค้าที่เช่ารายปีไว้ แต่ตอนนี้ว่างอยู่ จึงโทรไปตามสร้อยทิพย์ที่ห้องศตายุ เพราะคิดว่าพบูแอบลักลอบเข้ามาพักในดึก ศตายุก็เลยพลอยรู้เรื่องไปด้วย พบูพอรู้เข้าก็โกรธแม่และสร้อยทิพย์มาก ที่หลอกให้ตัวเองเข้าไปแอบอยู่ในห้องของคนอื่น จึงเก็บของจะย้ายออกในคืนนั้น มธุรสกลัวสร้อยทิพย์จะเดือดร้อนจึงไปคุยกับศตายุ บอกว่าพบูกำลังหางานทำ ขอพักชั่วคราว ศตายุไม่ได้สนใจ คิดจะปล่อยให้พ่อของเขาเป็นคนจัดการ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ แต่ขณะจะกลับบ้าน เขาบังเอิญเจอพบูในเลิฟต์เข้าพอดี ก่อนหน้านี้เขาเคยเจอพบูมาก่อน เขาประทับใจเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น พบูเคยช่วยกันเขาจากชคันภา เด็กสาวร่างอ้วน แต่ชอบคิดว่าตัวเองเป็นคนสวยหุ่นดี ลูกสาวของชัชชัยลูกค้าวิไอพีที่เพิ่งเซ็นสัญญาโครงการใหญ่ไป และกำลังจะเซ็นสัญญาโครงการใหม่ในอีกไม่นาน ชคันภาชอบคอยตามดื้อและคิดไปเองว่าเป็นแฟนเขา ศตายุไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะเกรงใจพ่อเธอ เมื่อรู้ว่าพบูคือลูกสาวของมธุรส ศตายุให้เธอขนของกลับไปที่ห้อง และบอกให้เธออยู่ต่อได้ เขาจะจัดการเรื่องทั้งหมดเอง และให้พบูมาเป็นผู้จัดการร้านอาหารที่กำลังปรับปรุงอยู่ ซึ่งเขาจะดึงจากแผนกธุรการมาดูแลเอง เรื่องนี้ทำให้มธุรสประหลาดใจมาก และแอบคิดว่าศตายุคงจะมีใจให้พบูแน่จากความผิดชอบสร้อยทิพย์ ศตายุสั่งให้เจริยรุ่งทำรายงานชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นแต่เจริญรุ่งไม่สนใจเข้าไปบ่อนจนมาทำงานเอาตอนบ่ายของอีกวัน มาถึงจึงรู้ว่าศตายุไล่สร้อยทิพย์ออก และตั้งกนกวรรณลูกน้องของงามยิ่งซึ่งเป็นคนที่ศตายุวไว้ใจมาทำแทน และให้พบูเป็นคนดูแลร้านอาหารโดยประสานงานกับบุรี เจริญรุ่งโกรธถึงกับตบหน้าศตายุ แต่ศตายุไม่สนใจ ขณะเดียวกันบุรีเองก็เคยเจอกับพบูมาก่อน โดยที่พบูจำไมได้ ซึ่งครั้งนั้นพบูก็วีนใส่เขา และเมื่อมาเจอกัน บังเอิญว่ารถของพบูถูกคนแกล้งปล่อยลมยางออกหมด บุรีต้องช่วยเปลี่ยนยางให้ แต่พบูก็พูดจาไม่เข้าหูบุรีอีก แต่แม้ว่าเขากับเธอจะกลายเป็นไม้เบื่อไม้เมากันลอด แต่การได้ลับฝีปากปะทะคารมกับพบูเป็นความสุขอย่างหนึ่งที่บุรีไม่เคยพลาดเลยทีเดียว พบูเริ่มเจอแม่บ่อยขึ้น เธอไปช้อปปิ้งกินข้าวกับแม่ มีคนโทรมาบอกว่าธราดลถูกตำรวจจับมธุรสรีบโทรหาศตายุ ศตายุรีบไปช่วยประกันตัวให้ ใจจริงเขารักและห่วงน้องมาก แต่การแสดงออกของเขาทำให้ธราดลคิดเหมือนคนอื่นในครอบครัวว่าศตายุชอบวางอำนาจ และทำทุกอย่างเพียงเพื่อจะเอาใจคุณปู่ และธราดลหงุดหงิดที่แม่คอยแต่เกรงใจจนเหมือนกลัวทั้งปู่และศตายุ กิจจากลับจากทัวร์ต่างประเทศกับเด็กสาวรุ่นหลาน เขาสั่งให้ทนายความจัดการเรื่องแต่งตั้งศตายุเป็นประธานและให้จัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ในบริษัท งามยิ่งไม่พอใจ และยิ่งหงุดหงิดเรื่องที่เขาซื้อรถคันละเป็นล้านให้เซอรี่เด็กสาวที่พาไปเที่ยว และเอาหล่อนเข้าไปอยู่ในห้องเพ้นท์เฮ้าส์ที่เขาซื้อเอาไว้ ต่อมาเชอรี่ถูกปล้นชิงรถ เด็กสาวได้รับบาดเจ็บ รถก็หาย กิจจาสั่งให้ศตายุจัดการเรื่องเงินให้ตัวเองหันไปคบเด็กใหม่ที่ชื่อลูกตาล โดยไม่รู้ว่าทั้งหมดเป็นฝีมือของเมฆพัดซึ่งโกรธที่พ่อเอาเงินไปปรนแปรอผู้หญิงอื่น ชคันภาเริ่มหึงพบู ทั้งที่ศตายุแสดงออกชัดเจนว่าไม่ได้มีใจชอบเธอ แต่ชคันภาก็ยังพยายามจะเอาชนะใจศตายุ โดยไม่สนใจท่าทีของศตายุที่มีต่อตัวเอง ศตายุพยายามจะกันชคันภาออกไปอย่างนุ่มนวล จึงขอให้พบูช่วย โดยมีเงื่อนไขให้เธอย้ายไปพักที่ห้องเพ้นท์เฮ้าส์บนชั้น 31 ซึ่งเป็นห้องพักตามตำแหน่งของเขา เป็นแผนอย่างหนึ่งที่ศตายุอยากใกล้ชิดกับพูมากขึ้น ตอนแรกพบูไม่ทันได้คิดอะไร จึงยอมตกลงและอยากจะย้ายเข้าไปอยู่ในห้องเพ้นท์เฮ้าส์ที่หรูหราด้วย ร้านอาหารก้าวหน้าไปมาก พบูได้เซฟซึ่งเป็นเพื่อนสมัยเรียนเมืองนอกชื่อไมเคิล ภาพลักษณ์ภายนอกของไมเคิลไม่น่าประทับใจ เพราะเขาตัวใหญ่เทอะทะ แต่เป็นลูกเศรษฐีที่มาทำเพราะอยากทำอาหาร และมีฝีมือขั้นแทพจนศตาลุปฏิสเธเขาไม่ได้เมื่อร้านใกล้เสร็จพบูอยากหาของมาแต่งร้าน เลยชวนบุรีให้ไปช่วยเลือกที่ตลาดนัดจตุจักร โดยมีไมเคิลไปด้วย แต่บุรีชวนให้ไปที่อ่างทองแทน เพราะแม่เขารับตะกร้าหวายมาขายอยู่แล้ว พอถึงวันไปไมเคิลท้องเสียไปด้วยไม่ได้ พบูจึงไปกับบุรีแทน บุรีพาพบูไปเที่ยวอยุธยา ขากลับจากบ้านเขา รถเกิดเสีย พบูเลยต้องค้างที่บ้านบุรีหนึ่งคืน ซึ่งทำให้ทั้งสองสนิทสนมและประทับใจในตัวกันและกันมากขึ้น พอกลับมาลูกชุบมาหาบุรีที่คอนโดฯ ซึ่งเป็นคอนโดนฯ ของบริษัทที่สร้างให้พนักงานเช่าอยู่ด้านหลังของอาคารศศิวงศ์ ลูกชุบมีปัญหาเรื่องเงิน บุรีจึงให้เงินไป และเมื่อไปส่งบ้านจึงรู้ว่าลูกชุบอยู่อย่างยากลำบาก งามยิ่งรู้เรื่องที่พบูได้อยู่ห้องเพ้นท์เฮ้าส์ของศตายุ จึงเอาไปพูดในทางเสียหาย ทั้งที่ตั้งแต่ย้ายไปอยู่ ศตายุไม่เคยไปที่ห้องนั้นเลย พบูเริ่มนึกได้ว่าตัวเองตัดสินใจผิด จึงตัดสินใจจะย้ายออก แต่ไปหาดูห้องพักแถวนั้นราคาแพงมาก จึงคิดจะหาห้องที่คอนโดฯ ของพนักงานทางด้านหลังที่ราคาย่อมเยากว่า แต่ที่นั่นห้องไม่เคยว่างเลยพบูไปถามเรื่องห้องพักกับบุรี เพราะรู้ว่าบุรีพักอยู่ที่นั่น วันหนึ่งก็มีคนโทรมาบอกว่าเขาได้สิทธิเช่าห้องพัก แต่จะยกสิทธิให้พบู เธอเอาเงินมัดจำไปวาง และคิดว่าเป็นฝีมือของศตายุ แต่ตอนหลังถึงรู้ว่าไม่ใช่ ศตายุให้คนเอาเงินมัดจำมาคืนเพื่อให้พบูอยู่ห้องเพ้นท์เฮ้าส์ต่อไป แต่ตอนหลังพบูรู้ว่าคนที่หาห้องให้คือบุรี และเธอก็ตัดสินที่จะย้ายไปอยู่ห้องเช่าที่คอนโดฯ ซึ่งทำให้ศตายุไม่ค่อยพอใจ และเริ่มจะรู้ว่าตัวเองกำลังมีศัตรูหัวใจคือบุรี วันหนึ่งชคันภามาหาศตายุที่บริษัทและโวยวายเรื่องที่คนเลือกกันว่าพบูสนิทสนมกับศตายุต่อหน้าชัชชัยพ่อของหล่อนที่มาประชุม ศตายุจึงตัดสินใจพูดตรง ๆ และยังพูดในทำนองว่าเขามีใจให้พบูจริง ๆ ทำให้ชคันภาโกรธและเสียใจ เมฆพัดได้จังหวะจึงพยายามเข้าไปสนิทสนมกับชคันภา จนเด็กสาวใจอ่อน หันมาควงกับเขาแทน ชคันภาเห็นศตายุอยู่กับพบูอย่างมีความสุขก็แค้นใจ พูดว่าอยากเห็นพบูเสียโฉม ต่อมาก็มีคนเอาน้ำกรดจะมาสาดพบูจริง ๆ แต่บุรีช่วยกันไว้ได้ทันตัวเขาเองโดนน้ำกรดเล็กน้อย ทุกคนคิดว่าเป็นฝีมือของเจมี่แต่ไม่มีหลักฐาน เหตุการณ์นี้ทำให้ศตายุเป็นห่วงพบู คอยรับส่งเธออยู่พักใหญ่ ในขณะที่บุรีเองก็แอบคอยดูแลเธออยู่ห่าง ๆ ตอนนี้ทุกคนในบริษัทรู้แล้วว่าศตายุมีใจกับพบู เพียงแต่พบูไม่ยอมแสดงออก ตลอดมางามยิ่งกับเมฆพัดสงสัยเรื่องราวของศตายุกับเจริญรุ่ง ว่าทั้งสองอาจจะไม่ใช่พ่อลูกกัน เพราะเจริญรุ่งแสดงออกชัดเจนว่าไม่รักศตายุ และวันที่ศตายุเเกิดก็ดูมีอะไรปิดบัง จนวันหนึ่งงามยิ่งไปเจอเพื่อนเก่าซึ่งคนข้างบ้านเป็นนางพยาบาล เล่าเรื่องว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งมาคลอดลูกแล้วตายทั้งแม่ทั้งลูก แต่แม่สามีของผู้หญิงคนนั้นต้องการหลานชายเพื่อเอาใจสามี เลยไปขอเด็กผู้ชายอีกคนที่แม่ทิ้งไปมาเป็นหลานแทน ทั้งวันเวลา และโรงพยาบาลเป็นเรื่องเดียวกัน งามยิ่งมั่นใจว่าศตายุต้องไม่ใช่ลูกของเจริญรุ่งแน่ แต่เมื่อไปถามเจริญรุ่งกลับยืนยันว่าศตายุเป็นลูกเขาจริง ๆ และท้าให้เอาเส้นผมของเขากับศตายุไปตรวจดีเอ็นเอ ซึ่งเมื่อไปตรวจผลออกมาปรากฏว่าศตายุเป็นลูกเจริญรุ่งจริง ๆ ทำให้สองพี่น้องผิดหวังมาก ร้านอาหารครัวศศิวงศ์ใกล้เปิด พบูกับบุรีใกล้ชิดกันมากขึ้น ในขณะที่ศตายุเองก็พยายามทำคะแนนดีตื้นขึ้นมาตลอด พบูเริ่มลำบากใจเมื่อเริ่มรู้ใจของชายหนุ่มทั้งสองคน แต่เธอก็ทำไม่รู้ไม่ชี้ เพราะไม่รู้จะทำอย่างไร จนในที่สุดก็ถึงวันเปิดร้านอาหาร ด้วยฝีมือของไมเคิลและเก็ทผู้ช่วยเจ้าสำอางทำให้มีคนมาเต็มร้าน มธุรสได้ปะทะฝีปากนิดหน่อยกับการเกดเรื่องที่หล่อนทำให้พบูต้องระเห็จออกมาจากบ้านทั้งมธุรสและมนูพ่อของพบูต่างภูมิใจในตัวเธอที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นผู้ใหญ่มากขึ้นและมีงานที่มั่นคง หลังจากร้านอาหารเปิด ศตายุแวะเวียนมาช่วยที่ร้านทุกเย็น วันหนึ่งเขาแอบเห็นหน้าจอโน้ตบุ๊กของพบูเป็นภาพวาดฝีมือบุรี ศตายุหงุดหงิดมาก เขาพยายามจะแสดงให้พบูเห็นถึงความรู้สึกของเขาที่มีต่อเธอแต่พบูก็ยังแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เหมือนเดิม เก็ทซึ่งเป็นผู้ช่วยพ่อครัวรู้เข้าก็เอารูปที่ต๋อยแอบส่งมาให้ เป็นภาพวาดพบูที่บ้านของบุรีตอนที่เธอไปค้างบ้านเขา บุรีแอบวาดแล้วเก็บไว้ใต้เตียง ตอนนี้พบูรู้แล้วว่าทั้งสองคนมีใจกับเธอ แต่เธอไม่รู้จะทำอย่างไร ขณะอยู่ที่ร้านอาหาร มธุรสก็โทรมาบอกข่าวร้ายกับศตายุ ว่าธราดลตกดึกตาย ศตายุเสียใจมากที่น้องชายตาย และโทษว่าเป็นความผิดของตัวเอง พบูสงสารเขามาก ช่วงนี้ลูกชุบซึ่งเพิ่งคลอดลูกทะเลาะกับสามี และหนีกลับไปอยู่ที่บ้านของบุรีก็พยายามโทรหาบุรีตลอดเหมือนจะหาพ่อใหม่ให้ลูก จนบางครั้งบุรีก็อดคิดไม่ได้ว่าหรือตัวเองจะหลีกทางให้พบูกับศตายุ แต่ก็ไม่อาจตัดใจจากพบูได้ ที่งานศพธราดล การเกดางานพร้อมกับบูรณา พบูสังเกตเห็นว่าการเกดปลื้มศตายุมาก และพยายามดันบูรณาให้สนิทสนมกับศตายุ บูรณาก็ดูชื่นชมศตายุเหมือนกัน แต่ความที่เป็นคนเรียบร้อย จึงไม่ค่อยแสดงออก การเกดถึงขั้นฝากให้บูรณามาฝึกงานที่ศศิวงศ์ ศตายุอยากเอาใจพบูจึงรับปากทำให้พบูเริ่มรู้สึกหวง ๆ ศตายุขึ้นมานิดหน่อย วันเผาศพธราดล มธุรสเศร้ามาก รู้สึกผิดว่าตัวเองตามใจลูกจนเสียคนทำให้ลูกไปอยู่บ้านเพื่อน และเสพยาจนเมาแล้วขึ้นไปเดินบนระเบียงจนตกลงมา เจริญรุ่งก็เสียใจมากและโทษว่าเป็นความผิดของศตายุที่เข้มงวดกับน้องมากเกินไป เขาด่าว่าศตายุ จนศตายุเริ่มน้อยใจ ถามว่าถ้าเปลี่ยนกันได้เป็นเขาที่ตายแทนธราดลพ่อจะรู้สึกดีขึ้นไหม เจริญรุ่งตอบว่าไข่ จนศตายุอดไม่ได้ถามว่าเขาไม่ใช่ลูกหรือ ทำไมถึงได้เกลียดเขานัก เจริญรุ่งไม่ตอบแต่บอกว่าคำตอบทุกอย่างอยู่ที่สวนหลังบ้าน ศตายุได้ แต่สงสัยเพราะสังเกตมานานแล้วว่าพ่อชอบมานั่งเล่นได้ซุ้มกุหลาบที่สวนหลังบ้านเสมอ บูรณามาทำงานที่ศศิวงศ์ อยู่แผนกงามยิ่ง ถูกคนนินทาว่าเชย ไม่สมกับเป็นน้องของพบู พบูฟังแล้วโกรธเลยพาบูรณาไปให้เก็ททำผมใหม่ สอนแต่งตัวแต่งหน้าให้ใหม่ บูรณาดีใจมากที่ได้ใกล้ชิดกับพบู และยิ่งอยู่ใกล้ชิดกับศตายุก็ยิ่งรู้ว่าเขารักพบูมากแค่ไหน เธอเองแค่ขึ้นชมเขาเท่านั้น มธุรสเองก็สังเกตได้ว่าการะเกดพยายามจะดันลูกสาวตัวเอง เลยแกล้งพูดลองใจศตายุถึงบูรณา ก็เห็นว่าศตายุเห็นบูรณาเป็นแค่น้องสาวของคนที่เขารักเท่านั้น พบูใกล้ชิดกับศตายุมากขึ้นเนื่องจากสงสารที่เขากำลังเศร้า บุรีนึกอยากรู้ความรู้สึกจริง ๆ ของพบู เพราะเขามีความรู้สึกว่าพบูก็มีใจให้เขาเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นเธอคงยอมเป็นแฟนศตายุไปแล้ว จนคืนหนึ่งบุรีกินเหล้าเมา กลับมาห้องลูกชุบแอบเข้าห้องมาค้างด้วย โดยบุรีมรู้ ตอนเช้าพบูมาหาเขาเลยเจอเขาอยู่กับลูกชุบ แต่พบูก็ยังทำไม่รู้ไม่ชี้จนบุรีเริ่มจริงจังว่าพบูคิดอย่างไรกับเขากันแน่ วันหนึ่งมธุรสจะเอาข้าวของของธราดลไปบริจาค งามยิ่งผ่านมาพอดีเห็นแปรงแปรงผมของธราดลก็เอะใจเพราะเป็นอันเดียวกับที่เจริญรุ่งเคยเอามาให้แล้วบอกว่าเป็นแปรงของศตายุ เพื่อให้เธอเอาเส้นผมเขาไปตรวจ งามยิ่งนึกได้ทันทีว่าเจริญรุ่งโกหก เอาเส้นผมตัวเองกับผมของธราดลไปให้ตรวจ ผลถึงได้ออกเป็นพ่อลูกกัน งามยิ่งหงุดหงิดมากจึงคิดจะไปถามพ่อให้รู้เรื่อง แต่เมฆพัดเสนอว่าจะไปเองตอนแรกเมฆพัดพูดดี ๆ กับกิจจา แต่พ่อพูดจาถากถางดูถูกจนเขาเริ่มโกรธ และเมื่อพูดเรื่องศตายุกับเจริญรุ่งออกไปตรง ๆ กิจจาก็พูดแปลก ๆ จนเมฆพัดจับได้ว่าแท้จริงแล้วพ่อเขารู้มานานแล้วว่าศตายุไม่ใช่หลานแท้ ๆ เขาเองที่เป็นคนสั่งให้เจริญรุ่งเก็บความลับนี้เอาไว้ ทั้งที่ทุกข์ใจอึดอัดใจแสนสาหัส เจริญรุ่งก็จำต้องเก็บเอาไว้ ถึงขนาดทำเรื่องหลอกเขากับงามยิ่ง เมฆพัดโกรธมากจนทะเลาะกับกิจจา และเผลอผลักพ่อล้มลงหัวกระแทกโต๊ะ เมฆพัดคิดจะทิ้งพ่อไว้อย่างนั้นโดยไม่ทำอะไร แต่พอลงลิฟต์มาเจอกับลูกตาล เขาเลยต้องพาพ่อส่งโรงพยาบาล แต่ให้ลูกตาลช่วยปิดบังว่าพ่อล้มเอง และเขาพยายามช่วยแล้ว แต่เมื่อมาถึงโรงพยาบาลกิจจาต้องผ่าตัดด่วน และหมดสงสัยว่าเขาเสียเลือดมาก ทั้งที่ก็อยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลศตายุสงสัยว่าเมฆพัดต้องทำอะไรปู่แน่ แต่ก็ไม่สามารถรู้ความจริงได้ เพราะเมื่อกิจจาออกจากห้องผ่าตัดแล้วกลับไม่รู้สึกตัว และหมอก็ไม่สามารบอกได้ว่าเขาจะพื้นเมื่อไหร่ศตายุยิ่งเศร้าลงทุนวัน ทั้งเรื่องธราดลและเรื่องปู่ พบูจึงอยู่ใกล้ชิดเขามากขึ้น แต่เธอก็ยังคงทิ้งระยะห่างระหว่างเขากับเธอเหมือนเดิมงามยิ่งหงุดหงิดมาก เพราะตอนนี้รู้แล้วว่าศตายุไม่ใช่หลานแท้ ๆ หล่อนต้องการจะจัดการอะไรกับเขาสักอย่าง แต่พ่อก็ยังไม่พื้นและเมฆพัดคิดจะเก็บความลับนี้ไว้แบล็กเมล์พ่ออีกที เพราะรู้ว่ากิจจาพยายามจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ จนวันหนึ่งงามยิ่งทนไม่ไหวเลยส่งคลิปที่สัมภาษณ์นางพยาบาลชราที่รู้เรื่องวันที่เขาคลอดไปให้ศตายุ ศตายุดูคลิปแล้วก็มาหางามยิ่งอย่างโกรธจัด งามยิ่งจึงเล่าทุกอย่างให้ฟังอย่างสะใจ ศตายุไม่พูดอะไรแต่กลับไปบ้าน เขาเอาพลั่วเข้าไปขุดดินที่สวนหลังบ้าน เพราะเจริญรุ่งเคยบอกว่าคำตอบทุกอย่างอยู่ที่นี่ มธุรสเรียกพบูมา เจริญรุ่งมาทันตอนที่ศตายุโค่นต้นกุหลาบแสนรักของเขา เจริญรุ่งโกรธมาก แต่ศตายุไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เขาพังโค่นทุกอย่างอย่างบ้าคลั่ง เพราะอยากรู้ว่ามีอะไรอยู่ที่นี่ เจริญรุ่งเลยบอกเขาฝังกระดูกลูกสาวคนโตของเขาไว้ที่นี่ แล้วบอกความจริงว่าลูกของเขาตายพร้อมเมียเขาตั้งแต่วันที่คลอด แต่แม่เขากลัวพ่อจะเสียใจเพราะตั้งความหวังกับหลานคนนี้ไว้มาก เลยไปเอาเด็กผู้ชายที่แม่ทิ้งไปมาเป็นหลานแทน ศตายุอึ้งกับความจริง รู้สึกเหมือตัวเองเป็นคนไร้ค่าที่มาชูคออยู่ในครอบครัวของคนอื่น จากวันนั้นเขาพยายามหลบหน้าพบู จนพิมพ์พรรณเขาฯ เป็นห่วงโทรบอกพบู พบูจึงหาโอกาสพูดกับเขาศตายุถามตรง ๆ ว่าเธอรู้สึกอย่างไรกับเขา พบูยังคงตอบกำกวม บุรีผ่านมาพอดียืนแอบฟัง เขานึกอยู่แล้วว่าพบูต้องตอบแบบนั้น ศตายุทนใช้ชีวิตปกติได้ไม่นาน เขาก็รู้สึกว่าทนอีกต่อไปไหวแล้ว วันหนึ่งก่อนรถจะเลี้ยวเข้าดึกศศิวงศ์ เขาก็ลงจากรถแล้วนั่งแท็กซี่หายไป พิมพ์พรรณเห็นเจ้านายหายไปหลายวันก็โทรบอกพบู เพราะตามหาหลายที่แล้วแต่ไม่รู้ว่าศตายุไปไหน พบูโทรถามมธุรสเลยรู้ว่ามีบ้านเก่าของครอบครัวอีกหลังที่พิมพ์พรรณยังไม่ได้ไปหา พบูแวะไปหาศตายุคืนนั้น มีบุรีขับรถไปให้เพราะเธอไปไม่ถูก เมื่อเข้าไปในบ้านพบูต้องตกใจ เมื่อเห็นศตายุซึ่งเคยเจ้าระเบียบ สะอาดสะอ้าน นอนจมอยู่บนโซฟาเก่า ๆ เนื้อตัวสกปรกเพราะไม่ได้อาบน้ำ และมีกลิ่นเบียร์พึ่ง เธอพยายามจะพูดให้เขากลับไป แต่ศตายุถามเธอเรื่องเดิมว่าเธอรู้สึกอย่างไรกับเขา พบูไม่รู้จะตอบอย่างไร ศตายุกำลังเมาจึงคาดคั้นจะเอาทำคำตอบจากเธอให้ได้ บุรีได้ยินเสียงเลยเข้ามาดู ศตายุกำลังสติแตกก็เลยลุกขึ้นมาต่อยบุรี ตอนแรกพบูคิดว่าบุรีจะถอย แต่กลับเป็นว่าบุรีก็ทนมานานเหมือนกันเลยต่อยกันนัวกับศตายุ พบูไม่รู้จะห้ามยังไงเลยขับรถหนีทิ้งบุรีไว้ทีนั่น ศตายุเมามากเลยโดนบุรีต่อยเข้าปลายคางสลบไป พบูขับรถหนีไปหาเก็ท เก็ทให้คำปรึกษาว่าใจจริงพบูรักบุรี แต่สงสารศตายุเลยลังเล แต่พบูไม่คิดอย่างนั้นเธอรู้ว่าลึก ๆ แล้วระหว่างเธอกับศตายุไม่ได้มีแค่ความสงสารอย่างเดียว หากจะเปรียบแล้ว ศตายุเหมือนแสงแดดอันอบอุ่น เห็นได้ชัดเจนเมื่อทอแสงมา ให้ความสว่างไสว ขณะที่บุรีเหมือนสายลมเย็นที่พัดผ่านมาให้ชื่นใจ จับต้องไม่ได้ มองไม่เห็น แต่ก็รู้สึกสบายใจเมื่อได้สัมผัส ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็ให้ความรู้สึกที่ดีด้วยกันทั้งคู่ เมื่อกลับไปที่ห้องพัก บุรีแวะมาหา แล้วถามความรู้สึกของเธอที่มีต่อเขา บุรีมีความรู้สึกว่าระหว่างเธอกับเขาและศตายุควรจะมีคำตอบที่ชัดเจนสักที แต่พบูก็ยังไม่ยอมตอบอยู่ดี ในที่สุดบุรีก็หลุดปากถามมาว่าอยากให้เขาเป็นฝ่ายถอยออกไปไหม พบูไม่รู้จะตอบอย่างไรก็เลยบอกว่าตามใจเขาอยากทำอะไรก็เชิญ บุรีจึงได้แต่เดินออกจากห้องไปอย่างพ่ายแพ้วันรุ่งขึ้นศตายุตื่นขึ้น เป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดเรื่องกับธราดลที่เขาได้นอนเต็มอิ่ม ศตายุมีสติกลับมา จึงลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วโทรไปง้อพบู เขาขับรถพาเธอไปที่คอนโดฯ ที่เขาซื้อไว้ แล้วบอกความในใจของเขาที่มีต่อเธอว่าเขาคงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเธอ เมื่อพบูไม่พูดอะไร ศตายุก็บอกว่าถือว่าเธอตอบรับเขา วินาทีนั้นพบูรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนสำคัญที่สุดในโลกสำหรับเขา ขณะเดียวกันก็รู้สึกผิดด้วย เพราะใจเธอไม่ได้มีแค่เขาคนเดียว และเหมือนทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไปในทางที่ดี กิจจาพื้นขึ้นมาเป็นปกติเหมือนเดิม ตอนแรกศตายุกลัวว่าปู่อาจจะไม่ยอมรับเขาเมื่อรู้ว่าเขาไม่ใช่หลาน แต่กิจจากลับบอกว่าเขารู้เรื่องนี้มานานแล้ว เมฆพัดแอบได้ยินสิ่งที่พ่อพูดกับศตายุแล้วยิ่งโกรธ เพราะกิจจารู้ว่าตอนที่ล้มลงไปเมฆพัดเจตนาจะปล่อยให้เขาตาย จึงตัดพ่อตัดลูกกับเมฆพัดใส่เขาออกจากบริษัท เมฆพัดหวังพึ่งชคันภา เพราะพ่อเธอมีบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ แต่กลายเป็นว่าแม้แต่เด็กสาวน่าเกลียดอย่าชคันภาก็ยังรังเกียจเขาด้วย เมฆพัดทั้งสิ้นหวังและคลั่งแค้น เขาจึงคิดจะให้ศตายุตกนรกไปพร้อมกับเขาด้วย ศตายุขอให้พบูย้ายเข้าไปอยู่ที่คอนโดฯ ของเขาพร้อมกับมธุรส พบูตกลง ขณะที่ชีวิตของศตายุเริ่มเข้ารูปเข้ารอย ปู่เขาออกจากโรงพยาบาลได้ พบูก็ได้รับรู้ข่าวว่าบุรีย้ายออกจากห้องพักพนักงานและลาออกจากบริษัทไปแล้วโดยไม่ได้ลาเธอ พบูเสียใจมาก เย็นหนึ่ง ที่ร้านอาหารมีลูกค้าจองโต๊ะบนคาดฟ้า ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นประเภทมาขอแต่งงานหรือฉลองโอกาสพิเศษ ปรากฏว่าลูกเค้าคือศตายุ พบูใจหายเข้าใจผิดว่าศตายุจะมาขอแต่งงาน เธอเผลอตัวพูดปฏิเสธออกมา แต่เขาเพียงเอากุญแจห้องที่คอนโดฯ มาให้เธอเท่านั้น พบูรู้สึกแย่ที่ทำให้ศัตายุเสียใจ แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ศตายุออกจากร้านเพราะต้องรีบกลับไปเตรียมตัวสำหรับประชุมพรุ่งนี้เช้า แค่เมื่อเข้าไปในรถเขาก็ถูกใครบางคนที่แอบอยู่ในรถโปะยาสลบ เมื่อพื้นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องเล็ก ๆ แห่งหนึ่งขาถูกล่ามโซ่เอาไว้ คนที่เอาตัวเขามาคือเมฆพัดนั่นเอง เมฆพัดวางแผนจะปล่อยให้เขาตายอยู่ที่นี่แล้วถ่ายคลิปวิดีโอไปให้กิจจาดู เมฆพัดคลั่งแค้นมาก เขาไม่ต้องการอะไรนอกจากอยากให้ศตายุต้องทนทรมานเหมือนกับเขา และให้พ่อเขาต้องเสียใจไปตลอดชีวิตเมื่อศตายุหายไปไม่มีใครรู้ว่าเขาหายไปไหน เพราะเมฆพัดไม่ได้ติดต่อไป จนผ่านไปวันหนึ่งศตายุใกล้จะแย่เพราะขาดน้ำ และอากาศที่ร้อนมากเพราะห้องที่ขังเขาไว้ตั้งอยู่กลางแดด เมฆพัดจึงส่งคลิปวิดีโออันแรกไปให้กิจจา กิจจาถามว่าเขาต้องการอะไร เมฆพัดแค่ต้องการให้พ่อเขาเห็นศตายุตายอย่างทรมานเท่านั้น ศตายุพยายามจะต่อสู้แต่ก็ไม่เป็นผล ผ่านไปสองคืน ช่วงค่ำบุรีรู้ข่าว เขาโทรหาพบูบอกว่าพอจะเดาได้ว่าสถานที่ที่ถ่ายคลิปมาเป็นที่ไหนแต่ไม่แน่ใจ พบูขอร้องให้เขาพาเธอไปเดี๋ยวนี้เลย เพราะกว่าจะรอตำรวจคงช้า พอไปถึงดึกร้างที่บุรีสงสัยก็เห็นห้องเก็บของล็อกประตูอยู่ แต่พอเปิดเข้าไปดูก็พบแต่ความว่างเปล่า พบูกำลังจะกลับด้วยความผิดหวัง ก็บังเอิญเห็นกระดุมเสื้อสูทราคาแพงของศตายุหล่นอยู่ที่พื้นก็เลยแน่ใจว่าต้องเป็นที่นี่แน่เมื่อลองกลับเข้าไปดูอีกทีจึงเห็นว่าด้านในมีแสงไฟ มีห้องแถวเก่า ๆ อยู่ด้านในอีก พบูกับบุรีจึงรีบเข้ไปโดยไม่รู้ว่าเมฆพัดยืนมองอยู่อย่างกระหยิ่มใจ เมื่อเข้าไปที่ห้องแถวเก่า ๆ นั้น ทั้งสองก็เห็นศตายุนอนสลบอยู่ บุรีกลับไปเอาเครื่องมือที่รถเพื่อมาตัดโซ่ พบูเรียกชื่อศตายุจนเขาพื้นและดีใจมากที่เห็นเธอ เมฆพัดก็เดินถือมีดเข้ามาหลังจากเขาจัดการกับบุรีไปแล้ว เขาขู่ว่าจะกรีดหน้าพบู เพราะรู้ว่าศตายุรักพบูมาก พบูหลบไปอยู่หลังศตายุซึ่งพยายามจะลุกขึ้นบังเธอไว้ทั้งที่แทบจะไม่มีเรี่ยวแรง แต่แล้วเมฆพัดก็เปลี่ยนใจจะไปหยิบโซ่มาล่ามพบูไว้กับศตายุแล้ว ปล่อยให้ตายไปด้วยกัน พบูโมโหเลยเกิดแรงฮึด ถอดรองเท้าสันสูงซึ่งเป็นแห่งแก้วคริสตัลปาใส่หน้าเมฆพัดโดนจมูกพัง จังหวะนั้นศตายุตะโกนให้พบูวิ่งหนีออกไป พบูวิ่งออกจากห้อง แต่ยังไปไม่ไกลเมฆพัดก็หัวเราะอย่างไม่แยแสบอกว่าถ้าเธอหนีไปเขาจะแทงศตายุให้ตาย พร้อมกับใช้มีดแทงไปที่ชายหนุ่ม แต่ศตายุยกแขนขึ้นบัง มีดจึงปักเข้าไปที่แขน เมฆพัดดึงมีดออกมาจะแทงซ้ำ พบูก็รีบวิ่งเข้าไปเสียก่อนด้วยความตกใจ พร้อมกับถอดรองเท้าอีกข้างฟาดใส่เมฆพัด แต่เมฆพัดหันกลับมาเงื้อมีดจะแทงเธอวินาทีนั้นพบูคิดว่าตัวเองคงต้องตาย แต่ศตายุกลับใช้มือจับปลายแหลมของมีดไว้แน่นไม่ให้เมฆพัดแทงเธอได้ พร้อมกับกระชากมีดจากมือเมฆพัดมาแทงเข้าที่ท้องของเขา เมฆพัดล้มลงพร้อมกับที่บุรีซึ่งเพิ่งพื้นจากการถูกตีหัวก็วิ่งเข้ามา ภาพที่เขาเห็นศตายุปกป้องพบูเป็นภาพที่ทำให้บุรีบอกกับตัวเองว่าเขาตัดสินใจถูกแล้วที่เป็นฝ่ายถอยออกไป เพราะศตายุได้พิสูจน์แล้วว่า เขาไม่ได้มีดีแค่เป็นประธานบริษัทใหญ่โต ร่ำรวย หล่อเหลา มาคดี แต่เขาเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่รักผู้หญิงคนหนึ่งมากกว่าชีวิตของตัวเอง ไม่นานตำรวจก็มา เพราะตอนที่เจอศตายุ พบูกำลังโทรหาแม่ แต่เมฆพัดเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน แต่มธุรสก็ได้ยินถ้อยคำทั้งหมดจึงรีบไปแจ้งตำรวจ ศตายุถูกนำส่งโรงพยาบาลพร้อมกับเมฆพัด ซึ่งถูกจับกุมในหลายข้อหา รวมทั้งข้อหาที่จ้างคนมาสาดน้ำกรดใส่พบู และจ้างคนมาทำร้ายและชิงรถคู่ขาคนเก่าของกิจจาด้วย ขากลับพบูนั่งรถมากับบุรี ด้วยความรู้สึกผิดต่อบุรี ที่ทำให้เขาต้องผิดหวัง และถึงขนาดนี้บุรีก็ยังตามมาช่วยเธออีกเหมือนทุกครั้งที่เขาเคยช่วยเธอเสมอไม่ว่าจะเป็นเร่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ แต่บุรีบอกว่าเขาเข้าใจ พบูบอกว่าเขาไม่ใช่แค่เพื่อนแต่เขาเป็นคนพิเศษสำหรับเธอ หลังออกจากโรงพยาบาล พบูตัดสินใจย้ายไปอยู่คอนโดฯ ของศตายุกับแม่ วันที่ย้ายของ ศตายุทำเซอรไพรส์ด้วยการขอเธอแต่งงาน พบูตอบตกลง มีข้อความส่งเข้ามาจากบุรี ว่าเขากำลังจะเดินทางไปทำงานต่างประเทศกับเพื่อน พบูได้แต่อวยพรให้เขาโชคดี ก่อนจะออกจากห้อง พบูแอบหยิบรูปดอกทานตะวันที่บุรีวาดให้วันเกิดของเธอไปด้วย ตอนแรกเธอไม่คิดจะปิดบังศตายุ แต่คิดอีกที่รู้จะดีกว่า เธอจึงแอบเก็บรูปนั้นไว้ในซองใส่ไอแพด เมื่อลงไปข้างล่างศตายุยืนรออยู่แล้วบอกว่า ผมมีข่าวที่ไม่ค่อยจะดีบอกคุณ พบูขมวดคิ้ว คำพูดกับสีหน้าของเขาข่างไปกันคนละทาง เมื่อกี้ผมโทรบอกคุณปู่เรื่องเรา คุณปู่ดีใจมาก บอกว่าจะยกบ้านหลังใหญ่ให้เป็นเรือนหอของเราจะให้คนเข้าไปตกแต่งใหม่ คุณคงต้องย้ายเป็นครั้งที่หกแล้วล่ะ คุณคิดว่าฉันจะเซ็งหรือคะ พบูย้อนถามเขา พอเห็นอีกฝ่ายทำหน้างง เธอก็ยักไหล่ตอบอย่างไม่แยแส อย่างมากฉันก็ทิ้งของไว้ที่คอนโดฯ ของคุณ แล้วฉันก็จะเริ่มต้นซื้อของใหม่ตอนย้ายเข้าไปในบ้านคุณ พบูหรี่ตามองคนฟัง แล้วกระซิบเสียงเบา "ระวังบัตรเครดิตของคุณไว้ให้ดีแล้วกัน พ่อฉันเคยโดนมาแล้ว" ศตายุได้แต่ยืนยิ้มส่ายหน้าอยู่คนเดียว มองร่างบางที่เดินไปที่รถ ก่อนจะหันมาขยิบตาให้เขาชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ากว้าง รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบเป็นของตัวเองอย่างนั้น ติดตามชม ละครใต้เงาจันทร์ ได้ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครใต้เงาจันทร์ เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2558 รายชื่อนักแสดง ใต้เงาจันทร์ วรินทร ปัญหกาญจน์ รับบท ศตายุ/โต ราศี บาเล็นซิเอก้า รับบท พบู/เฟลอร์ คณิณ ชอบประดิถ รับบท บุรี/กั๋น กฤษณ์สิรี สุขสวัสดิ์ รับบท ชคันภา/เจมี่ นิรุตต์ ศิริจรรยา รับบท กิจจา ตระการ พันธุมเลิศรุจี รับบท เจริญรุ่ง ปุณกา โยคะกุล รับบท มธุรส สโรชา วาทิตตพันธ์ รับบท งามยิ่ง นิพัธ เจริญผล รับบท เมฆพัด ภาราดา ชัชวาลโชติกุล รับบท ธราดล ปรารถนา สัชณกร รับบท การเกด รอน บรรจงสร้าง รับบท มนู

รวมนักแสดง The School โรงเรียนป่วน ก๊วนนักเรียนแสบ
Lovesick Season2 /  The School โรงเรียนป่วน ก๊วนนักเรียนแสบ / 

หลังจาก lovesick season 2.1 จบลง ก็มาฟินกันต่อกับ ซีรีส์เรื่องใหม่ที่กำลังลงฉายวันที่ 18 กรกฎาคมนี้ เรื่อง "The School โรงเรียนป่วน ก๊วนนักเรียนแสบ" ขอบอกเลยว่าเพื่อนๆ จะได้ฟินกับหนุ่มหน้าหล่อ สาวหน้าใสกันเพียบ! เอาหล่ะ งั้นตามทีนเอ็มไทยมาดูโฉมหน้านักแสดงของซีรีส์เรื่องใหม่นี้กันเลยดีกว่า ^^ รวมนักแสดง The School โรงเรียนป่วน ก๊วนนักเรียนแสบ รวมนักแสดง The School โรงเรียนป่วน ก๊วนนักเรียนแสบ The School โรงเรียนป่วน ก๊วนนักเรียนแสบ เป็นซีรีส์แนวโรแมนติก-คอมเมดี้ เอาใจวัยทีน วัยเรียนใสๆ เป็นซีรี่ส์ฉายคั่นเวลาระหว่างรอ love sick the series season 2.2 >,< นักแสดงที่เล่นเรื่องนี้ก็เป็นน้องๆ ที่เคยผ่านการแคสติ้ง Lovesick freshy camp (ค้นหานักแสดง lovesick season 2) นั่นเอง ซึ่งในเรื่องนี้ก็เป็นซีรีส์เรื่องแรกที่พวกน้องๆ ได้เล่นเป็นนักแสดงหลักซะด้วย เราก็จะได้เห็นศักยภาพ ความสามารถในการแสดงของน้องๆ ได้อย่างเต็มที่ แค่ได้ชมตัวอย่างซีรีส์แฟนคลับก็กรี๊ดกร๊าดกันแบบไม่หยุด ทำเอานักแสดงยิ้มแก้มปริ ดีใจที่ทุกคนให้การติดตาม เรียกได้ว่าหายเหนื่อยจากการทำงานหนักๆ กันเลยทีเดียว เพื่อนๆ ได้ฟินกับ ไวท์กับกัปตัน lovesick season กันไป ทีนเอ็มไทยว่างานนี้คงจะได้เห็นคู่จิ้นเพิ่มมาอีกหลายคู่ทีเดียวหล่ะ! เพราะในซีรีส์  The School โรงเรียนป่วน ก๊วนนักเรียนแสบ นี้นอกจากจะได้ฟินกับคู่รักชาย-หญิงเช่น ฟีฟ่า-เจน, กานต์ KPN - เบ็นซ์ แล้ว คู่ชายรักชายก็มาแรงไม่เบานะจ๊ะ โดยเฉพาะ คู่จิ้น เกม-บอมบ์ .. แบบนี้ต้องรอติดตามๆ ออกอากาศ วันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 20.50 น. เริ่มออกอากาศ เสาร์ที่ 18 ก.ค.นี้ ทางช่อง 9 โมเดิร์นไนน์ทีวี เรื่องย่อ The school โรงเรียนป่วน ก๊วนนักเรียนแสบ The School เป็นเรื่องราวที่นักเรียนทุกคนในโรงเรียนที่ล้วนแต่มีความฝันและเป็นโรงเรียนตามล่าความฝันของใครหลายๆคนที่ต้องการจะเป็นคนสำคัญในวงการบันเทิงในอนาคตเป็นจุดเริ่มต้นของความรักความเศร้า ความสนุก ความป่วนของก๊วนนักเรียนวัยทีน โดยมีคุณครูที่มีความถนัดในแต่ละวิชาในการพัฒนาความสามารถของนักเรียนแห่งนี้ให้พบพรสวรรค์ที่มีในตัวเด็กวัยทีน และสร้างให้พวกเขาฉายแววความเป็นดาวออกมาให้มากที่สุด แต่เรื่องราวจะป่วน กวนแสบ สุข ทุกข์และฮาครบรสขนาดไหน ต้องรอติดตามๆ กานต์ กานต์ กษิดิ์เดช หรือกานต์ KPN   เบนซ์ natthida.treechaiya : @bsbenz ฟีฟ่า เปรมอนันต์ ศรีพานิช : @fifa_premanan เจน : @janeeyeh บอมบ์แบม Kirati Pattarachoukint  : @bomb_kirati เกมส์ ทศพล  เล่าลือเกียรติ : @rb.gameplay ท๊อปแท๊ป จิรกิตติ์ คูอาริยะกุล : @toptap_jirakit อ่านต่อ http://teen.mthai.com/the_boy/79725.html @pphapuenn แบงค์บอท THEEWARA PANYATARA : @bbnkkbank สนุ๊ก ธันย์ชนก สายสวัสดิ์ : @zanookk @aomkankamon คิม : @kimmon.dj @bestieliu อู๋ : @ou.tcw เบนซ์ : @benzsirikorn เชน : @in.cha กาย @kaii_prakasit เขต : @khet_maker @nonchinoros @ptichawanich รวมนักแสดง The School โรงเรียนป่วน ก๊วนนักเรียนแสบ @mikes_sis @raymini.s @mozziibill ขอบคุณภาพ อินสตาแกรมดารา The School โรงเรียนป่วน ก๊วนนักเรียนแสบ

โจรวางระเบิด ตลาดสายบุรี พระทหารดับ2
ทหาร /  พระ / 

ลอบวางระเบิด ตลาดเทศบาล อ.สายบุรี จ.ปัตตานี พระมรณภาพ 1 รูป ทหารเสียชีวิต 1 นาย เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบ ขณะที่ คนร้ายลอบยิง สมาชิก อบต.พร่อน อ.เมือง จ.ยะลา บาดเจ็บสาหัส ได้เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด เจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยพระ บริเวณตลาดเทศบาลอำเภอสายบุรี จ.ปัตตานี เบื้องต้นแรงระเบิด ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย พระภิกษุ ได้รับบาดเจ็บ 2 รูป และชาวบ้าน 1 ราย ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการนำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ความคืบหน้า เหตุระเบิดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพระ ขณะบิณฑบาต บริเวณตลาดเทศบาลอำเภอสายบุรี จ.ปัตตานี ล่าสุด ทราบชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บ คือ จ.ส.ท.ชนันท์ พุ่มพิพัฒน์ อายุ 40 ปี ส.ท.พูนศักดิ์ วรรณวีระ อายุ 25 ปี ส.ท.วรรรณใหม่ ราคะโน อายุ 28 ปี พระพยอม สุครี อายุ 59 ปี พระเอกพล ศรีโอสถ อายุ 39 ปี นายนิวัฒน์ นิมะ อายุ 45 ปี และ นางสมใจ วิเศษสุวรรณภูมิ อายุ 78 ปี หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ส่งตัว ส.ท.วรรณใหม่ ราคะโน และ พระเอกพล ศรีโอสถ ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเมืองปัตตานี แต่ทั้งสองทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนประเด็นและสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ _______________________ ลอบยิงอบต.พร่อนจ.ยะลาเจ็บสาหัส เกิดเหตุ คนร้ายใช้อาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดและชนิด บุกยิง นายอับดุลรอเซะ สาบา เป็นสมาชิกองค์การบริหารตำบลพร่อน อ.เมือง จ.ยะลา กระสุนปืนถูกบริเวณ คาง หัวไหล่ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ญาติได้ช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลยะลา เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 53 บ้านท่าวัง หมู่ที่ 4 ต.พร่อน อ.เมือง จ.ยะลา ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนว่า เป็นเรื่องส่วนตัว หรือ การสร้างสถานการณ์ในพื้นที่