พูนสวัสดิ์

ไม่ใช่แค่แตะขอบฟ้า แต่ bodyslam จะพาท่องจักรวาล!
Bodyslam /  dharmajāti / 

แม้อัลบั้มล่าสุด dharmajāti (ดัม-มะ-ชา-ติ) ของวงร็อก bodyslam (บอดี้สแลม) จะวางจำหน่ายมาเกือบ 2 ปีแล้ว แต่พวกเขาก็ยังเสิร์ฟมิวสิควิดีโอชิ้นใหม่ออกมา... โดยครั้งนี้ bodyslam ไม่ใช่แค่จะพาแฟนเพลงออกไป 'แตะขอบฟ้า' แต่พวกเขาจะพาทุกคนท่องจักรวาล ด้วยเพลง ความฝันกับจักรวาล เพลง ความฝันกับจักรวาล แต่งเนื้อร้องและทำนองโดย ตูน bodyslam บอกเล่าเนื้อหาเชิงปรัชญาที่สื่อถึงวัฎจักรการเวียนว่ายตายเกิด มาพร้อมสไตล์ดนตรีแปลกใหม่ ที่ผสมผสานเพลงร็อกในแบบของ bodyslam เข้ากับเสียงบรรเลงออเคสตร้าแบบเต็มวง ด้านมิวสิควิดีโอก็ใช้คอมพิวเตอร์กราฟฟิคมาสร้างสรรค์ภาพเหนือจินตนาการมากมาย ความฝันกับจักรวาล ≠ bodyslam「Official MV」 youtube channel : Genierock เนื้อเพลง ความฝันกับจักรวาล - bodyslam คำร้อง/ทำนอง : อาทิวราห์ คงมาลัย เรียบเรียง : Bodyslam , พูนศักดิ์ จตุระบุล Orchestra Arranged & Conducted by ทฤษฎี ณ พัทลุง Orchestra Performed by Siam Sinfonietta เหมือนเป็นดั่งคุกสีคราม กลางท้องฟ้าที่มืดมิด คล้ายโดนตัดสินว่าผิด จักต้องมีโทษทัณฑ์ ไกลกี่ล้านแสงปี สุดเขตแดนกักขัง แล้วใครเล่าที่สร้างมัน เพียงแค่คิดก็หวาดกลัว เหมือนมีชีวิตเล่นตาม บทจากฟ้ากำหนดไว้ ร่างกายเหี่ยวเฉาร่วงโรย เจ็บจนมีน้ำตา วนเวียนไร้สิ้นสุด เวียนวนความปวดร้าว แล้วใครเล่าเขียนเรื่องราว เพียงแค่คิดก็นึกกลัว ** แต่อย่างน้อย ใครคนนั้นก็ยังคงเหลือไว้ซึ่งความฝัน อาจยังเมตตาหัวใจอ่อนล้า ภาพความฝันเหมือนดั่งหยาดฝนชะโลมดวงใจ ให้ก้าวต่อไป หากโลกใบนี้มืดมนแค่ไหน ค่ำคืนยังมีแสงดาว ล้านความสับสนวุ่นวาย เหตุและผลให้เรียนรู้ ชั่วดีแค่ไหนเฝ้าดู กฏแห่งกรรมสอนใจ มีสวรรค์เฝ้ารอ ไฟนรกแผดเผา แล้วใครจะเลือกให้เรา ใจเรานั้นต้องเลือกเอง ** บอกกับฟ้า หนึ่งคนนี้จะใช้ชีวิตให้มีความหมาย โปรดยังเมตตาให้ดาวพร่างพราย ส่องนำทางชีวิต เมื่อยามทุกข์ทนเดียวดาย ให้มีความหมาย หากหนึ่งชีวิตมืดมนแค่ไหน ค่ำคืนยังมีความฝัน ชีวิตมืดหม่น ให้ทุกค่ำคืนมีความฝัน... ยังมีฝัน... ** บอกกับฟ้า หนึ่งคนนี้จะใช้ชีวิตให้มีความหมาย โปรดยังเมตตาให้ดาวพร่างพราย ส่องนำทางชีวิต เมื่อยามสิ้นลมหายใจ หนทางต่อไปในจักรวาลมืดมน เพียงขอแค่ฝัน ถ้าฉันไม่อาจหลุดพ้น ทุกคืนในคุกสีคราม เพียงความฝันก็สุขใจ มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม 2559
ราชดำเนิน /  ศึกจารุเมือง / 

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม 2559 ศึกจารุเมือง เวทีมวย ราชดำเนิน เวลา 18:30 น. 1. หาญศึก อั๋นสุขุมวิท  Vs  เพชรบูรพา ศิษย์หลวงปู่ผาด 2. เพชรสมหวัง อ.ประเสริฐ  Vs  ทะเลเงิน ป.อ่าวทะเลบางเสร่ 3. แสงพิชิต เอส.ที.ดี.ทรานสปอร์ต  Vs  รักสมหมาย สิทธิ์ปากพนัง 4. น้องเบนซ์ ศ.ศรีทอง  Vs  ขุนพล ศิษย์แก้วประพล 5. เมืองฟ้าเล็ก ป.เพชรศิริ  Vs  เลิศทวี เพชร ป.ต.อ. 6. เพชรสำโรง ศิษย์ผู้ใหญ่นิรันดร์  Vs  เรือหลวง นาวีอันดามัน 7. สุรชัย นายกสัญญา  Vs  รักกิตติ ต.เป้าเปี่ยมทรัพย์ 8. สุขสวัสดิ์ เกียรติเพชรน้อย  Vs  เพชรอีสาน ดาบโต้งบ้านไผ่ 9. แสนเชิงน้อย นายกสัญญา  Vs  แสนเชิงเล็ก เพชรมณีวิเศษ ** หมายเหตุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงคู่ชก

ไปมาเลย์! ช้างศึกU21ลัดฟ้าลุยศึกเนชั่นส์ คัพ, วางเป้าเข้าชิง
ช้างศึก /  ทีมชาติไทยชุดยู 21 ปี / 

ทัพช้างศึกชุด U21 ปีเดินทางสู่ประเทศมาเลเซียเพื่อลุยศึกฟุตบอลเนชั่นส์ คัพ ด้าน “โค้ชโย่ง” วางเป้าผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศให้ได้ ความเคลื่อนไหวของทัพช้างศึก ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (1 มิ.ย.) ทัพนักเตะชุดยู 21 ได้เตรียมออกเดินทางไปยังประเทศมาเลเซีย เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอล 4 เส้ารายการ "เนชั่น คัพ 2016" ระหว่างวันที่ 3-5 มิ.ย.นี้ ที่รัฐมะละกา ประเทศมาเลเซีย โดยทีมชาติไทยจะเดินทางด้วยสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบิน AK891 ออกจากสนามบินดอนเมือง เวลา 8.35 น. ไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย การเดินทางครั้งนี้มี คุณวทันยา วงษ์โอภาสี ผจก.ทีมสาวคนสวย และ "โค้ชโย่ง" กุนซือใหญ่ นำทัพนักเตะ 23 คน เดินทางไปครั้งนี้ โดยขาด "เจ้ายิม" วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ กองกลางจากชลบุรี เอฟซี ที่อยู่ประเทศมาเลเซียอยู่แล้วจะมาสมทบภายหลัง โดยรายชื่อนักเตะทั้ง 24 คน มีดังนี้ ผู้รักษาประตู : จิรัญพงศ์ ธรรมสีหา (สโมสรพานทอง เอฟซี),อภิรักษ์ วรวงษ์ (สโมสรเชียงราย ยูไนเต็ด),อนุศิษฎ์ เติมมี (สโมสรแบงค็อก ยูไนเต็ด) กองหลัง : วรวุฒิ นามเวช (สโมสรเชียงราย ยูไนเต็ด),เหมันต์ กิติอำไพพฤกษ์ (สโมสรบางกอก เอฟซี),ชินภัทร ลีเอาะ (สโมสรพัทยา ยูไนเต็ด),ปวีณ์ ตัณฑะเตมีย์ (สโมสรราชบุรี มิตรผล เอฟซี),วิริทธิ์พล ชนกกวินกุล (สโมสรพัทยา ยูไนเต็ด),สุริยา สิงห์มุ้ย (สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด),สุประวีณ์ มีประทัง (สโมสรพัทยา ยูไนเต็ด),เจนภพ โพธิ์ขี (สโมสรสุพรรณบุรี เอฟซี),สันติภาพ จันทร์หง่อม (สโมสรแอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี) กองกลาง : เชาว์วัฒน์ วีระชาติ (สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด),สุระเดช กลั่นขำ (สโมสรอัสสัมชัญ ยูไนเต็ด),บารมี ลิ้มวัฒนะ (สโมสรสงขลา ยูไนเต็ด),อรรถวิทย์ สุขช่วย (สโมสรราชบุรี มิตรผล เอฟซี),มนตรี พรหมสวัสดิ์ (สโมสรบางกอก เอฟซี),วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ (ชลบุรี เอฟซี),วงศกร ชัยกุลเทวินทร์ (พัทยา ยูไนเต็ด) กองหน้า : ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา (สโมสราชบุรี มิตรผล เอฟซี),ธนาสิทธิ์ ศิริผลา (สโมสรบางกอกกล๊าส เอฟซี),ปฏิภาณ ปิ่นเสริมสูตรศรี (สโมสรพัทยา ยูไนเต็ด),ชัยวัฒน์ บุราณ (สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด),เจนรบ สำเภาดี (สโมสรบีอีซี เทโรศาสน) ด้าน "มาดามเดียร์" วทันยา วงษ์โอภาสี ผจก.ทีมเผยว่า "ตอนนี้ก็พร้อมร้อยเปอร์เซ็นหลังเก็บตัวซ้อมมา 6 ครั้ง ตน สตาฟฟ์โค้ช นักตะทุกคนมีความมั่นใจอย่างเต็มที่ หวังว่าทีมชาติไทยชุดนี้จะประสบควาวมสำเร็จในการแข่งขันครั้งนี้ ก็ฝากขอกำลังใจจากแฟนบอลชาวๆไทย ส่งแรงใจ แรงเชียร์ ให้กับน้องๆด้วยนะค่ะ" ส่วน "โค้ชโย่ง" วรวุธ ศรีมะฆะ กุนซือใหญ่ กล่าวว่า "ความพร้อมตอนนี้ก็ 80-90 เปอร์เซ็น เหลือรายละเอียดอีกนิดหน่อยที่ต้องไปปรับ อย่างเรื่องสภาพอากาศ สภาพแววล้อม ส่วนเป้าหมายอย่างน้อยต้องผ่านไปชิงชนะเลิศให้ได้ ส่วนจะแชมป์หรือไม่ต้องดูคู่แข่งด้วย รายการนี้เป็นรายการแรกของผมจะพยายามทำอย่างเต็มที่ก่อนไปลุยซีเกมส์ปลายปี" ขณะที่เจนรบ สำเภาดี กัปตันทีม ก็กล่าวว่า "ยอมรับว่าสภาพร่างกายยังไม่ฟิตสมบูรณ์เพราะมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย แต่ก่อนจะถึงวันแข่งขันคิดว่าน่าจะพร้อม ส่วนตัวมีความมั่นใจในเพื่อนๆร่วมทีมทุกคน ยังเชื่อว่าเราจะสามารถคว้าแชมป์รายการนี้มาครองได้" สำหรับการแข่งขันฟุตบอลเนชั่น คัพ 2016 มี 4 ชาติเข้าร่วมแข่งขัน ประกอบไปด้วย มาเลเซีย เจ้าภาพ,ไทย,สิงคโปร์ และ เวียดนาม เกมแรกวันที่ 3 มิ.ย. คู่แรก เวลา 15.45 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ไทย พบ เวียดนาม คู่ 2 เวลา 19.45 น. มาเลเซีย พบ สิงคโปร์ โดยผู้แพ้จะไปชิงอันดับ 3 ส่วนผู้ชนะจะไปชิงชนะเลิศในวันที่ 5 มิ.ย.นี้

ต้องเลือกทีมละ ! ดูซิว่างานนี้ใครจะได้มรดก
กัญญาณัท แสงสุข /  กิ๊ฟ โคกคูน / 

ต้องเลือกทีมละ ! ดูซิว่างานนี้ใครจะได้มรดก "อาม่า" ไปครอง !?!! “ทีมนักแสดงและตัวละครในหนังเรื่องนี้ล้วนมีสีสันและคาแรคเตอร์เฉพาะตัวแตกต่างกันไปครับ แต่ละคนก็จะมีนิสัยและธาตุแท้ที่ค่อย ๆ เปิดเผยออกมาเมื่อถึงสถานการณ์คับขัน และพอมารวมตัวกันเพื่อมรดกของอาม่าแล้ว รับรองได้ทั้งความฮาความสยองและความเฮี้ยนแน่ ๆ เพราะทีมนักแสดงเล่นเข้าขากันดีมาก เรื่องนี้เป็นหนังผีตลกเบาสมองครบรสที่จะได้หัวเราะและอมยิ้มตลอดเรื่อง การที่ครอบครัวต้องผจญภัยทำภารกิจเพื่อพินัยกรรมนี้มันช่างฮาสาหัสยังไง ต้องไปดูกัน เราเน้นความบันเทิงแต่ก็จะได้ข้อคิดในเรื่องครอบครัวกลับไปด้วยครับ”  ผู้กำกับกล่าว ใกล้ได้ฤกษ์เปิดพินัยกรรมเข้ามาทุกทีกับภาพยนตร์ผีตลกเรื่อง อาม่า ของค่ายสหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล โดยผู้กำกับรุ่นใหม่มากฝีมือ บดีกร โลหะชาละ ที่รวมตัวนักแสดงหลากรุ่นมาเรียกเสียงฮาสยองลั่นโรงอย่างแน่นอน แต่ก่อนที่จะไปฮาฮวงซุ้ยแตก...เรามาเปิดผัง อาม่าแฟมิลี่ กันสักนิด เพื่อทำความรู้จักกับ ลูก ๆ หลาน ๆ ว่าที่เจ้าของมรดกพันล้าน อาม่า #นางพญาจอมบงการ (รับบทโดย รัดเกล้า อามระดิษ) - โหด เฮี้ยน เฮี้ยบทุกกระเบียดนิ้ว สตรองจริงทั้งยามเป็นและยามตาย อาเหมา #พ่อบ้านประจำตระกูล ( รับบทโดย หม่ำ จ๊กม๊ก) - ความแสบพอ ๆ กับความแก่ จงรักภักดี มือขวาของอาม่าผู้รู้ทุกอย่าง รวมถึงความลับของบ้านหลังนี้ หยก #หลานพ่อบ้าน (รับบทโดย จันจิ จันจิรา จันทร์พิทักษ์ชัย) - สวย เซอร์ กล้า ขาลุยตัวจริง รู้จักความเป็นอาม่าทุกกระเบียดนิ้ว เกษม #ลูกชายคนโต (รับบโดย อเล็กซ์ สุรพล พูนพิริยะ) - หัวรั้น ขี้โวยวาย เอาแต่ใจ ใช้ความเป็นพี่อยู่เหนือทุกคน พระกานต์ #ลูกชายคนรอง (รับบทโดย กิ๊ฟ โคกคูน) - นิ่ง สงบไม่ไหวติง ตัดทางโลกเข้าทางธรรม แต่ยังแอบหวังสมบัติ กมล #ลูกสาวคนเดียว (รับบทโดย นก กัญญาณัท แสงสุข) - หัวอ่อน ขี้กังวล หนีการคลุมถุงชน โดยคว้าผู้ชายที่ห่วยกว่ามาเป็นสามี บดินทร์ #ลูกเขย (รับบทโดย พัน พลุแตก) - ไม่เคยห่วงใครนอกจากตัวเอง ก้าวร้าว หวังสมบัติอาม่ามากู้หน้าจากการถูกฟ้องล้มละลาย ตี๋น้อย #ลูกชายคนเล็ก (รับบทโดย ฮัท จิรวิชญ์ พงษ์ไพจิตร) - ลูกหลงคนสุดท้อง ไม่เอาไหน ติดเที่ยว เพลย์บอยตัวจริง ซ่าจนหยดสุดท้าย ต้า #หลานนัมเบอร์วัน (รับบทโดย อิคคิว ปองสิชฌ์ พิศิษฐการ) - ลูกชายตัวดีของเกษม หยิ่ง เห็นแก่ตัว อวดเก่งแต่เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ต้อง #หลานคนรอง (รับบทโดย พลอย มงกุฎเพชร พงษ์สุวรรณ) - ลูกสาวคนเล็กของเกษม วัยใส โลกสวย โซเชียลและ Wi-Fi เท่านั้นคือนิพพาน อั่งเปา #หลานคนเล็ก (รับบทโดย สโตน นพสิต ฉั่วเจริญ) - ลูกชายของกมล ยียวน กวนบาทา อ้วนแน่น ตัวแสบประจำบ้าน ผีซือซือ #ผีปริศนา (รับบทโดย แม็กกี้ อาภา ภาวิไล) - ผีเฮี้ยนเลเวล 10 ที่จู่ ๆ ก็โผล่มาอาละวาดลูกหลานอาม่าให้วิ่งหนีอีโต้กันตับแทบแลบ รู้จักสมาชิกครอบครัวนี้กันครบทุกคนแล้ว เอ๊ะ ! หรือยังไม่ครบนะ แล้วผีมาเกี่ยวอะไรด้วย ได้เวลาเลือกทีมและเอาใจช่วยกันได้แล้ว...ใครจะรวย ใครจะเละ รู้กัน ในภาพยนตร์ อาม่า 25 สิงหาคมนี้ในโรงภาพยนตร์

“สิน ยงยุทธ” และ “กอล์ฟ ปวีณ” ภูมิใจ “ทิม เบอร์ตัน” ชื่นชมงาน Scream Shanghai
Alice in Wonderland /  charlie and the chocolate factory / 

“สิน ยงยุทธ” และ “กอล์ฟ ปวีณ” ภูมิใจ “ทิม เบอร์ตัน” ชื่นชมงาน Scream Shanghai บริษัท สนุกดีทวีสุข จับมือกับ Popper Asia และ Pulu Pulu Game Arcade ค่ายเกมยักใหญ่ในประเทศจีน จัดงาน Scream Shanghai สร้างบ้านผี 3 ธีม จากหนังสยองขวัญไทย พี่มาก..พระโขนง ของผู้กำกับพันล้าน "โต้ง บรรจง ปิสัญธนะกูล" ชัตเตอร์..กดติดวิญญาณ ของ 2 ผู้กำกับ "โต้ง บรรจง ปิสัญธนะกูล" และ "โอ๋ ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ" รวมถึง เคาท์ดาวน์ ของผู้กำกับ "บาส นัฐวุฒิ พูนพิริยะ" ให้คนจีนได้มาร่วมสนุกที่เซียงไฮ้ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 4 กันยายน 2559 โดยมี 2 ผู้กำกับไทย สิน ยงยุทธ ทองกองทุน และกอล์ฟ ปวีณ ภูริจิตปัญญา และทีมโปรดักชั่นไทยเป็นผู้ออกแบบและควบคุมงานสร้าง และเมื่อวันที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมา ทิม เบอร์ตัน ผู้กำกับหนังชื่อดังระดับโลก อาทิ Charlie and the Chocolate Factory และ Alice in Wonderland ได้ไปเปิดงาน The World Of Tim Burton ที่เซียงไฮ้พอดี เลยถือโอกาสแวะมาเที่ยวงาน Scream Shanghai พร้อมเอ่ยปากชื่นชมว่า “It’s CRAZY !!” (มันสนุกบ้าคลั่งมาก!!) “ทิม เบอร์ตัน เป็นผู้กำกับชื่อดังที่เราชื่นชอบผลงานเขามาก ๆ มื่อเขาได้มีโอกาสมาดูงานของเรา เขาชื่นชอบและสนุกไปกับมันจริง ๆ แม้ว่าจะไม่ใช่หนังโดยตรง แต่เราก็พัฒนามาจากหนังไทย รู้สึกภูมิใจ ดีใจ และตื่นเต้นที่เขาเข้าไปเล่นทั้ง 3 บ้าน คือบ้านพี่มาก..พระโขนง, บ้านชัตเตอร์..กดติดวิญญาณ และบ้านเคาท์ดาวน์ ดูจากรูปเขาสนุกมากๆ และทีมงานที่โน้นบอกว่า เขาสนุกกับมันจริง เป็นความรู้สึกที่ดีมาก ๆ ครับ”  ยงยุทธ ทองกองทุน กล่าว “ผมดีใจมากครับ ไม่คิดว่า ทิม เบอร์ตัน ผู้กำกับในดวงใจที่ผมติดตามผลงานมาโดยตลอด เขาจะมาเยี่ยมชมงานที่เราทำ มาเที่ยวเล่นสวนสนุกที่พวกเราออกแบบงานสร้างมาจากคอนเทนท์หนังไทย 3 เรื่อง มันเป็นเรื่องอะเมซิ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้นได้ เขาอาจจะไม่เคยรู้จักผู้กำกับหนังไทย ไม่เคยดูหนัง แต่อย่างน้อยวันนี้เขาได้ชื่นชอบงานของเรา ผมไลน์ไปบอกโต้ง บรรจง, โอ๋ ภาคภูมิ และบาส ทั้ง 3 ผู้กำกับถึงกับกรี๊ดและดีใจมาก ๆ ครับ”  ปวีณ ภูริจิตปัญญา กล่าว

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม 2559
ศึกมวยดีวิถีไทย /  ศึกมวยราชดำเนิน PPTV / 

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม 2559 ศึกมวยไทย 7 สี เวทีมวย ช่อง 7 สี เวลา 12:45 น. 1. ไท พรัญชัย  Vs  สะแกงาม จิตรเมืองนนท์ 2. กุหลาบดำ ส.จ.เปี๊ยกอุทัย  Vs  ก้องไกล ส.สมพงษ์ 3. เผด็จศึก ช.พัชรพล  Vs  มังกรทอง ต.หมอศรี 4. ศรทอง ส.ยิ่งเจริญการช่าง  Vs  ฟ้าใหม่ ป.เรืองรัมย์ ศึกมวยดีวิถีไทย เวทีมวย รังสิต เวลา 15:00 น. 1. ตีธง พ.รุ่งสวัสดิ์  Vs  พงษ์ศักดิ์เล็ก ศิษย์หมอลำบัติ 2. รักสมบัติ หมอเบสกมลา  Vs  พัฒนา นิธิพัฒน์ทนายความ 3. สิงห์ราชสารน์ ภ.เจริญแพทย์  Vs  ยอดอัศวิน ภ.บุญสิทธิ์ 4. ยอดสยาม ส.จ.วิชิตแปดริ้ว  Vs  พรชัยน้อย ทีเด็ด99 ศึกมวยราชดำเนิน PPTV เวทีมวย ราชดำเนิน เวลา 18:30 น. 1. สลาตัน โตโยต้าระยอง  Vs  ระฆังทอง ศิษย์อิติสุคโต 2. ปืนใหญ่ เพชรสี่หมื่น  Vs  อัปบาส ลูกสวน 3. เพชรลำสินธุ์ ช.ห้าพยัคฆ์  Vs  เอ็กซ์ตร้า ส.ศิริลักษณ์ 4. เพชรลูกยอด ลูกหัวสำโรง  Vs  ชนะเพชร 91รุ่งโรจน์ ศึกมวยไทย คมชัดลึก เวทีมวย จิตรเมืองนนท์ เวลา 19:30 น. 1. เพชร สิงห์นวอาวุธ  Vs  แจ๊คสยาม ศิษย์ป๋าโอ 2. สินสมุทร ป.เตละกุล  Vs  แก่นสวน ศศิประภายิมส์ 3. เอกวายุ ม.กรุงเทพธนบุรี  Vs  ชนะมาร พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิมส์ 4. เก้ากะรัต จิตรเมืองนนท์  Vs  โชคดี พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิมส์ ** หมายเหตุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงคู่ชก

ม่วนหลาย! จินตหรา พูนลาภ โชว์สเต็ปแดนซ์ 'ฟ้าฮ้องบึ้ม'
จินตหรา พูนลาภ /  จินตหรา พูนลาภ อาร์สยาม / 

ลูกทุ่งสาวเสียงพิณ จินตหรา พูนลาภ อาร์สยาม คัมแบ็ค! เปลี่ยนลุคโชว์สเต็ปเต้น ให้แฟนเพลงได้ตื่นตาตื่นใจในเพลงกลอนลำม่วนๆ 'ฟ้าฮ้องบึ้ม' หลังจากปล่อยผลงานเพลงที่แล้ว แผลใหม่ แบบประสบความสำเร็จถล่มทลาย ด้วยเนื้อหาช้ำรักซึ้งๆ โดนใจสาวๆ ทั้งประเทศไปแล้ว กลับมาครั้งนี้ ลูกทุ่งสาวเสียงพิณ จินตหรา พูนลาภ อาร์สยาม ลุกขึ้นมาออกสเต็ปแดนซ์ด้วยเพลงใหม่ ฟ้าฮ้องบึ้ม ที่มิวสิควิดีโอได้พระเอกแถวหน้า ศรราม เทพพิทักษ์ มากำกับให้เหมือนเดิม แถมยังได้ น้าค่อม ชวนชื่น และ ปิ๋ม ซีโฟร์ มาร่วมสร้างสีสันให้เอ็มวีอีกต่างหาก! สาวจิน เผยว่า "สำหรับเพลง ฟ้าฮ้องบึ้ม ถือเป็นการเปลี่ยนแนวของจินอีกรูปแบบหนึ่งเลยค่ะ มีโชว์สเต็ปการเต้น ซึ่งใช้เวลาซ้อมกันหนักพอสมควร ประมาณ 3 เดือนเลย แถมยังได้ น้องหนุ่ม ศรราม มาดูแลการทำงานให้พี่สาวคนนี้อีกครั้ง ซึ่งเราก็ปรึกษากันว่าจะหาใครมาร่วมเล่นมิวสิควิดีโอเพื่อให้ดูมีสีสันน่าสนใจและแปลกใหม่ เลยได้ น้าค่อม ชวนชื่น ตลกแถวหน้าของเมืองไทย และ ครูปิ๋ม ซีโฟร์ ผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการเพลงมานานมาก แต่ยังไม่มีใครดึงมาเล่นเอ็มวี จินเลยคิดว่าทั้งคู่น่าจะทำให้เพลงนี้ดูมีอะไรน่าสนใจมากขึ้นค่ะ" [Official MV] ฟ้าฮ้องบึ้ม : จินตหรา พูนลาภ อาร์สยาม | Jintara Rsiam youtube channel : RsiamMusic : อาร์สยาม "เมื่อตอนวันถ่ายทำมิวสิควิดีโอเราก็ยกกองกันไปที่สตูดิโอจีโมทีฟ ซ.ลาดพร้าว 18 ค่ะ ทุกคนน่ารักมากๆ คอยดูแลจินเป็นอย่างดี ยิ่งช่วงที่จินต้องเต้นกับทีมแดนเซอร์ น้องหนุ่มก็คอยเชียร์ให้กำลังใจตลอดค่ะ เนื้อหาในเพลงจะพูดถึงคนรักที่สัญญากันไว้ว่าอีกไม่นานจะกลับมาขอ เราก็นั่งรอเวลาที่จะได้เป็นเจ้าสาวซักครั้งนึง จินเองก็หวังว่าแฟนเพลงจะชื่นชอบ ฟ้าฮ้องบึ้ม นะคะ ถ้าใครอยากรู้ว่าจะม่วนขนาดไหน ลองติดตามชมได้ที่ช่อง สบายดี ทีวี / YouTube Rsiammusic และ LINE Music เด้อค่ะเด้อ" มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ลาดา อาร์สยาม ลูกสาว บุญโทน ยอมทิ้งชีวิตวัยรุ่น เพื่อครอบครัว
บุญโทน คนหนุ่ม /  ลาดา อาร์สยาม / 

   เจริญรอยตามพ่อได้ดีจริงๆ สำหรับนักร้องลูกทุ่ง ลาดา อาร์สยาม หรือ อาภาภัทร สุขสวัสดิ์ชล สังกัดค่ายอาร์สยาม ที่ล่าสุดได้รับรางวัลลูกกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่ประจำปี 2559 ลูกสาวคนเดียวของเจ้าพ่อเพลงแหล่ บุญโทน คนหนุ่ม เด็กสาวรุ่นใหม่ที่รักการร้องเพลงลูกทุ่งด้วยการหัดร้องเพลงแหล่ รักการร้องเพลงลูกทุ่ง โดยมีคุณพ่อเป็นไอดอล แต่ใครหล่ยคนอาจจะไม่รู้กว่าที่จะมีวันนี้ต้อง ยอมทิ้งชีวิตวัยรุ่น เพื่อครอบครัว!!    ลาดา อาร์สยาม เปิดเผยว่า “หนูขึ้นเวทีร้องเพลงประกบคู่กับพ่อมาตั้งแต่อายุ 6 ขวบเลยค่ะ เริ่มมาจากพ่อเป็นนักร้อง ส่วนคุณแม่เป็นผู้จัดการ แล้วไม่มีเวลาอยู่กับลูกที่บ้าน ก็เลยจับลูกร้องเพลงตั้งแต่เด็กซะเลย เราได้เห็นพ่อร้องเพลงบนเวทีมาตั้งแต่เรายังเด็กๆ ตอนนั้นจริงๆ ก็ยังไม่มีความฝันอะไร แต่พอได้เริ่มทำงาน เริ่มโต เริ่มมีความคิด ก็เลยเริ่มรู้สึกว่าสิ่งที่มันเป็นตัวเราที่สุดคือสิ่งที่เราได้สื่อออกไปให้คนข้างล่างเวทีได้รับ ได้มีความสุข สิ่งนั้นมันเลยทำให้ลาดาเริ่มชอบการร้องเพลงมาตลอด พ่อจะสอนหนูอยู่เสมอเกี่ยวกับการทำงานในฐานะศิลปิน การวางตัว เข้มงวดกับเรื่องงาน เรื่องซ้อมมากๆ เลยนะคะ เราก็ทำงานเยอะ มีโปรโมตเพลง เรื่องงานเราจะพลาดไม่ได้เลย เพราะเราเป็นลูกพ่อบุญโทนเป็นศิลปินในนามอาร์สยามด้วย ถ้าเกิดมีผลเสียอะไรออกมามันก็จะเสียที่ตัวเรา พ่อก็เลยค่อนข้างเข้มงวดเรื่องงานมากๆ ค่ะ (ยิ้ม) ไม่รู้สึกเสียใจ และเสียดายที่ทิ้งชีวิตวัยรุ่นไปไม่ได้ไปเที่ยวเล่นเดินสยามเหมือนเพื่อนๆ คนอื่น มาถึงวันนี้หนูกลับดีใจที่ได้เดินตามรอยคุณพ่อในเส้นทางสายนี้ ก็รู้สึกภูมิใจและจะทำให้ดีที่สุด”

แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ โฮจิมินห์ ดาลัด มุยเน่ 4 คืน 5 วัน มันส์โคตร! (ตอนที่ 2)
ที่พักเวียดนาม /  ที่เที่ยวเวียดนาม

เพจเก็บกระเป๋า ได้แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ 4 คืน 5 วัน โดยวันที่ 1-2 นั้น แบกเป้เร่ร่อน โฮจิมินห์ , ดาลัด ส่วนวันที่ 3 นี้ เก็บกระเป๋าจะพาไป มุยเน่ - เมืองทะเลทรายชายทะเล กันค่ะ แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ โฮจิมินห์ ดาลัด มุยเน่ 4 คืน 5 วัน มันส์โคตร! (ตอนที่ 2) มา มา มา มาต่อเช้าวันที่ 3 กันค่ะ ที่มุยเน่ (ออกเสียงว่า หมุยแน้) ใช้เวลาเดินทางจากดาลัด - มุยเน่ ประมาณ 5 ชั่วโมง คือระหว่างทาง เราจะได้ยินเสียง ขาก ตุ๋ย ขาก ตุ๋ย ตลอด  ประสานเสียงให้ฟังกันทั้งคัน พี่เวียดเขาอ้วกพุ่งกันค่ะ คือเส้นทางค่อนข้างเป็นเขา โค้งไปโค้งมา ขนาดเรายังต้องดมยาดม ไม่งั้นอาจมีสิทธิ์ ขาก ตุ๋ย ขาก ตุ๋ย ได้ ^^ รถจะจอดรับคนตามทาง จนมีช่วงนึงรถจอดพักค่ะ เราก็ไม่รู้เรื่องว่าเขาจอดให้กินข้าว จนคนขับรถมาเรียกเราบอกว่า "เบรคฟัทๆ" อ่อดีเลย สวรรค์สิคะ รีบลงรถเพราะหิวมาก เขาพาเราไปในร้าน THIEN TRANG ขายพวกเฝอ พวกบุ๋น คือเขาพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ ไอเราก็สั่งไม่เป็นเลยใช้กูเกิ้ลทรานเสลดเลยค่ะ ห้าาา ได้ผล และที่สำคัญเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม เราชี้ๆ ไปที่ชามที่เขาเอามาเสริฟ เขาบอกว่า "นัมเบอร์วันๆ" เรานี่ตาลุกเป็นประกาย เป็นเนื้อด้วย สั่งเลยจ้ะ 1 ชามโตๆ มันคือ Bun Bo Hue  (ภาพกลาง-บน) ขนมจีนใส่น้ำซุปใสของเนื้อวัวและขาหมู ใส่มะเขือเทศ น้ำซุปจะใส่ตระใคร้ สีแดงได้จากเม็ด Hột Điều Màu เป็นเครื่องเทศผัดน้ำมัน ส่วนเพื่อนเราสั่งเหมือนกันแต่เป็นหมู ได้มาเป็นขาหมูโตๆเลย (ภาพล่าง-กลาง) เค้าจะเอาผัก และน้ำชาทั้งร้อนทั้งเย็นมาเสริฟด้วยค่ะ อยากบอกว่านัมเบอร์วัน นี่นัมเบอร์โคตรๆ เด็ดอ่ะ ต้องมาลองนะคะ ตั้งแต่กินอาหารเวียดนามมาแต่ละอย่างแทบจะไม่ปรุงเลย ประทับใจมาก แต่ถ้าปรุงเรากินเค็มอ่ะ ต้องเพิ่มน้ำปลา และน้ำปลาเวียดนามนี่ตัวเด็ดเลยค่ะ เป็นน้ำปลาที่อร่อยที่สุดในโลกค่ะ เค็มๆ หวานๆ มาลองนะ 3 ชาม หมดไป 150.000 ดอง ถือว่าสมราคาค่ะ เราเดินทางต่อจนถึงใจกลางมุยเน่ รถพาเรามาปล่อยไว้กลางทางจ้าาา บอกว่าให้นั่งแท็กซี่เข้าไป ตายๆๆ นึกว่าจะส่งตรงหน้าร้าน Lam Tong เหมือนที่เขารีวิวกัน อื้ม...มองหาแท็กซี่ เจอของ MaiLinh คันเขียว เราเลยถามราคาเข้าบอกว่า 150.000 ดอง ตามมิเตอร์ ก็ตกลงไป เสี่ยงอีกละแท็กซี่ แต่พอเอาเข้าจริง 150.000 ดองเป๊ะค่ะ ปรบมือรัวๆ เลย สงสัยมาส่งนักท่องเที่ยวบ่อย และแน่นอนอิชั้นไม่โดนโกงนะค้าาาา ^^ ลงรถเสร็จอยู่ดีๆ ก็มีคนอาสาพาไปที่พักบอกว่าที่พักนี้ราคาถูก ของเพื่อนเขา ใจง่ายอีกละไปสิคะ ห้าาาา  คือไปนั่งค้นนามบัตรจนเจอเมื่อกี้เองโชคดีมาก อยากแชร์ มาพักที่นี่เหอะ ถูก ดี พนง.น่ารัก ห้องกว้าง มีมอไซค์ให้เช่าด้วย ที่ "MINH HUNG" ด้านหน้าจะเป็นร้านแว่นตา แต่ด้านในซ่อนที่พักไว้ ราคาห้องละ 250.000 ดอง/คืน (แค่ 375 บาทเอง หาร 3 อีกต่างหาก รู้สึกภาคภูมิใจมากค่ะ ห้าา) เราให้ พนง.จองทัวร์นั่งจิ๊บไปทะเลทรายแบบมีหลังคานะไม่งั้นไหม้ ราคา 6 USD/คน เฮ้ยยยถูกอ่า ส่วนใหญ่เหรดอยู่ที่ 7 USD/คน นะ และเราก็ให้เขาจองรถกลับโฮจิมินห์พรุ่งนี้ด้วย 8 USD/คน ค่ะ ป๊ะ !! เก็บข้าวของไปกินข้าวกัน  จิ๊บจะมารับตอน 13.00 น. เราออกหากินอีกแล้วค่ะ ผู้หญิงอัลไร กิน กิน และกิน ^O^ รอบนี้หาอาหารพื้นมืองกินยากนะคะ ที่นี่มีแต่ฝรั่ง อาหารก็จะออกกลางๆ นี่สั่งข้าวผัด ข้าวหน้าหมูมากิน รสมันๆ เลี่ยนๆ ไม่ค่อยถูกปาก มื้อนี้ค่าเสียหายอยู่ที่ 110.000 ดอง ค่ะ กินข้าวเสร็จก็เดินกลับมาขึ้นรถ แวะซื้อน้ำซื้อขนมที่ร้านโชห่วยแบบเวียดนามสไตล์ค่ะ มาไกลถึงนี่ แต่ก็หนีไม่พ้นไทยแลนด์จริงๆ พบแผงขายแชมพู   ทั้งซัลซิล โดฟ รีจอยส์ เคลียร์ แพนทีน โหยยยกะขายทุกยี่ห้อเลยอ่า ห้าา รถมาแล้ว เงิบ..ทำไมเจอแต่เรื่องเงิบๆ จิ๊บเปิดประทุนจ๊ะ ตายๆ ไหนบอกมีหลังคาไง ดีนะทากันแดดกับใส่เสื้อแขนยาวมา ถึงว่าราคา 6  USD เองโปรแกรมวันนี้เราจอยกรุ๊ปกะฝรั่งอีก 4 คนค่ะ มีคู่หนุ่มสาว และคู่รุ่นตายาย(น่าร้ากกก) วันนี้เราจะไปที่... ซุยเตียน(Fairy Stream) หมู่บ้านชาวประมง(Fisherman Village) ทะเลทรายขาว(White Sand Dune) ทะเลทรายแดง(Red Sand dune) เดินทางไม่ไกล ก็ถึงซุยเตียน(Fairy Stream) หรือแกรนด์แคนยอนเวียดนาม เกิดจากการกัดเซาะของน้ำและลม คล้ายๆกับแพะเมืองผีบ้านเราค่ะ จะมีลำธารเล็กๆ ระดับน้ำประมาณตาตุ่มด้วยค่ะ ซึ่งจะพัดพาตะกอนทรายสีแดงไหลออกไปสู่ทะเล คนขับรถให้เวลา 30 นาที (ถ้าจำไม่ผิดนะคะ) เกือบทุกที่เลย เริ่มจากด้านหน้ารถจิ๊บจอดเต็มเลยค่ะ จิ๊บเขียวมะนาวคันนี้สีเจ็บมาก ชอบ เดินเข้ามาด้านในจะได้กลิ่นตุตุ เดาว่าน่าจะเป็นกลิ่นกะปิที่ชาวบ้านหมักไว้ในโอ่งมังกร ฝาปิดโอ่งเหมือนหมวกเวียดนามเลยอ่า ^^ ก่อนเดินลงไปตามพื้นทรายสีแดง จะมีกลุ่มเด็กเกรียนมาเรียกเก็บค่าเข้า 5.000 ดอง กรุ๊ปเราไม่จ่าย นำทีมโดยคู่คุณตาคุณยายชาวฝรั่ง ห้าา พอไม่จ่ายเท่านั้นแหนะ ฮีก็ด่าเรา  วดฟ. เราหาแคร์ไม่ ถอดรองเท้าหิ้วเดินชิวๆ ไปตามทางค่ะ ทรายนุ้มนุ่มอ่ะ ย่างไปเรื่อยๆ จะเริ่มเห็นภาพนี้นะคะ นักท่องเที่ยวเดินเข้าออกสวนกันเยอะดี ซักพักจะเห็นเนินทรายอยู่ซ้ายมือ เราเคยอ่านเจอว่ามันเป็นทางขึ้นไปด้านบนแล้วจะเห็นเป็นท็อปวิวสวยๆ  พูดมาซะขนาดนี้ถามว่าได้ขึ้นไปมั้ย "ม่ายยยยย" เรายอมแพ้ค่ะ ทรายร้อนมาก ขืนไปเท้าคงสุกพอดี  ขึ้นไปนิดเดียวให้พอได้ภาพละกันน้อ ^^ เราเจอกรุ๊ปทัวร์คนไทยด้วย บางคนเพิ่งเดินเข้ามาครึ่งทางแล้วไกด์เรียกให้กลับ  ทำให้พลาด ไม่ได้เห็นมุมสวยๆ อีกมุมหนึ่งของซุยเตียน เสียดาย เสียดาย เสียดายแทน ยังไงถ้าใครมาที่นี่แล้วรีบเดินจ่ำอ้าวไปให้สุดทางเท่าที่จะทำได้นะคะ ซุยเตียนก็จะประมาณนี้ค่ะ สถานีต่อไป >> หมู่บ้านชาวประมง (Fisherman Village) เอาภาพระหว่างทางมาฝาก น้ำทะเลสีครามนวลๆ ^^ หมู่บ้านชาวประมงค่ะ(Fisherman Village) ที่นี่จะมีเรือหาปลานับร้อยลำที่พากันกลับเข้าฝั่งมาในตอนเย็นและยังมีเรือกระด้งลำกลมๆ  ซึ่งเป็นเรือประมงพื้นบ้านของชาวดาลัดอีกด้วยค่ะ แสงอาทิตย์ระยับระยิบส่องต้องผิวน้ำ ระรอกคลื่นที่ซัดโถมเข้าฝั่ง สวยจนต้องยอมถอดแว่นกันแดดมองเลยทีเดียว โว๊ะ โหะ โหะ ^O^ สถานีต่อไป >> ทะเลทรายขาว (White Sand Dune) เห็นทางเข้าทะเลทรายแล้วใจเต้น ได้ยินเสียงอะไรมั้ย... ได้ยินเสียงเพลงนั้นมั้ย... ทำนอง... จังหวะ... เริ่มดังอยู่ในโซนประสาทหูแล้วสิ ^^ ขบวนรถจิ๊บพานักท่องเที่ยวมุ่งสู่ทะเลทรายขาว แนะนำให้หา Mask มาใส่ด้วยนะคะ ฝุ่นเยอะมาก มองไปด้านซ้ายจะเห็นทะเลทรายอยู่ไกลๆ ตื่นเต้นๆ ก่อนเข้าไปด้านในจะต้องเสียค่าธรรมเนียมคนละ 10.000 ดอง เราซื้อน้ำเปล่าติดตัวไปด้วย กันลงแดงเพราะขาดน้ำ ที่นี่จะมีรถ ATV ให้เช่า ราคา 200.000 - 300.00 ดอง จำกัดเวลาด้วย แพงนะ เดินดีกว่าประหยัดและได้ออกกำลังกาย จะบอกว่าเราใส่หูคีบเพื่อนยากมาแหละ เวลาเดินก็ถอดออกให้เท้าได้สัมผัสกับทรายนุ่มๆ อุ่นๆ แต่แดดอ่าร้อนมาก !! แต่ก็คุ้มนะ ทะเลทรายที่ใกล้ประเทศไทยแบบนี้ควรมาค่ะ และที่นี่ก็เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนต์เรื่องเราสองสามคน ที่เราเป็นนางเอก (แอร๊ยย ><) แต่เรื่องจริงเราทั้งหูไม่ดี ทั้งสายตาไม่ดีเลยนี่สิ ห้าา ฝรั่งคู่คุณตาคุณยายเดินเร็วมาก นำเราไปเรียบร้อย สงสัยเราขาสั้น เอิ๊กๆ หันหลังกลับไปจะได้วิวนี้ค่ะ สวยงาม เพื่อนเราโคตรเท่เลยรูปนี้ ผมยุ่งๆ ชอบอ่า >< ะเลทรายที่เวียดนามมีทะเลทรายขาวและทะเลทรายแดงอยู่ใกล้ๆ กันค่ะ ซึ่งที่สุดท้ายเราจะไปดูพระอาทิตย์ตกยามเย็นที่ทะเลทรายแดงกัน ใครไม่ได้เล่นสไลเดอร์เมื่อกี้ ที่นี่จะมีเด็กๆ คอยเดินตามตื้อให้ซื้อไปเล่นนะคะ รถจะจอดฝั่งที่ติดทะเล เราก็ข้ามมาอีกด้าน คราวนี้เดินไปไม่ไกลค่ะ ชิวๆ เราเดินทางกลับที่พักประมาณ 1 ทุ่มค่ะ โหยยเหนียวตัวมาก แดด ฝุ่น ทราย อาบน้ำด่วน แล้วเดินออกไปหาอะไรกินข้างนอกกัน สองข้างทางจะมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านขายของที่ระลึก และโรมแรม เกสเฮ้าส์ เยอะค่ะ แต่ช่วงนั้น 3 ทุ่ม รู้สึกจะเริ่มเงียบ มาถึงมุยเน่ หลายรีวิวบอกว่าต้องมากินอาหารทะเลที่ร้าน Lam Tong ค่ะ  โดยเฉพาะล็อบสะเต้ออออ หาร้านอยู่นานในที่สุดก็เจอ เข้าไปด้านในเลือกที่นั่งติดระเบียงริมทะเล แต่รู้สึกเสียงคลื่นซัดเข้าฝั่งจะดังไป ราคาอาหารที่นี่ค่อนข้างแพง อย่างว่าย่านแหล่งท่องเที่ยว วิธีการสั่งถ้าเป็นอาหารทะเล เขาจะคิดเป็นกิโล ตักเอาสดๆ จากตู้เลย เห่อจะกินก็สงสาร ถ้ามัวแต่สงสารก็จะอดกิน สุดท้ายสั่งมา 3 อย่าง ล็อบสเตอร์ย่างได้มา 2 ตัว หอยนางรมอบชีส 4 ตัว และข้าวผัดซีฟู้ด 1 จานกลางๆ ค่าเสียหายมื้อนี้อยู่ที่ 1.305.000 ดอง หรือ 3 อย่าง 1,957 บาท แพงงงงงงงงงงอ่ะ แพงสุดเท่าที่กินมาละ กระเป๋านี่แห้งเลยค่ะ ที่อยากกินเพราะล็อบสเตอร์เลยย TT เราและเพื่อนสรุปกันว่าแพงไป และรสชาติก็งั้นๆ นะ ไปหาร้านอื่นเหอะ ใครมีร้านอร่อย ราคาโอเคกว่านี้ แนะนำมานะคะ วันที่ 3 ที่หมุยแน้ สนุก เหนื่อย แดด ลม ทราย แผดเผาร่าง คืนนี้ต้องพักฟื้นค่ะ เพื่อพรุ่งนี้ที่โฮจิมินห์ถิ่นลุงโฮ ราตรีสวัสดิ์ สรุปค่าใช้จ่ายวันที่ 3 "มุยเน่" ค่าใช้จ่ายรวม 2.157.000 VND + 42 USD = (2157 x 1.5) +  (42 x 32) = ประมาณ 4,579 บาท เฉลี่ยคนละ  4,579/3 = 1,526 บาทค่ะ ปล.ถ้าไม่เน้นกิน แนะนำกินอาหารข้างทาง บั๋นหมี่ก็มีค่ะ 20.000 ดองเอง ราคาแตนดาร์ด ประหยัดได้อีกเยอะ ^^ เช้าวันที่ 4 ก่อนไปโฮตอน 08.00 น. วันนี้เราตื่นกันเช้าค่ะ อยากไปเห็นแสงแรกที่ริมทะเล เกือบ 7 โมงได้ แต่ไม่ทันแสงแรกหรอก โน่น...แสงที่สอง สาม สี่ ห้า.... สว่างจ้าเลย แต่ก็ถือว่าได้ออกมารับอากาศตอนเช้าๆ ได้เห็นคนเอาเรือออกหาปลาด้วย น้องหมาก็ออกมาเดินเล่นนะคะ พอคลื่นซัดมาใกล้ๆ ก็วิ่งหนี มองดูแล้วอารมณ์ดีเลย ระหว่างไปหาของกิน ร้านไม่ค่อยเปิดเลย เงียบไปนะ เราเจอ "ฺBackpacker Village" คูลอ๊าาาา เจอรถเต่าด้วย หาเจอยากนะ >< ร้านอาหารที่นี่จะเปิด 07.00 น. แต่จะตั้งร้านไว้ก่อนหลอกล่อเรามาก เราตัดสินใจเดินไปร้านนึง หาพนง.นานอยู่ กว่าจะออกมา คือมื้อเช้านี่ต้องกินนะ ไม่งั้นหิวตาย กว่าจะถึงโฮจิมินห์ ก็ประมาณ 6 ชั่วโมง เราสั่งเบอร์เกอร์เวียดนาม ก๋วยเตี๋ยว(ได้เส้นมาม่าอีกละ U_U) และข้าว รสชาติก็งั้นๆ คือมุยเน่นี่ไม่มีอะไรอร่อยเลยหรอ ?! ค่าอาหารมื้อนี้ 215.000 ดองค่ะ อิ่มท้องแล้วจัดกระเป๋า โก ทู โฮจิมินห์ ค่ะ เราออกเดินทางจากมุยเน่ตอน 08.00 น. รถออกไปได้ซักพัก เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อเพื่อนเราลืมมือถือ !!! ขณะรถจอดรับผู้โดยสาร เพื่อนเรารีบออกไปบอกคนขับว่าลืมของ นังรีบโดดออกจากรถซ้อนท้ายพี่วินกลับไปเอาของที่ที่พัก งานนี้เป็นใครก็ใจเต้นรัวๆ ดีนะที่เพิ่งออกมาได้ไม่ไกล ฝากถึงทุกท่านโปรดเช็คสิ่งของมีค่าก่อนออกจากที่พักทุกครั้งค่ะ รถจะแวะพักให้ทานมื้อเที่ยงด้วยนะคะ ไม่อดตายแล้วเรา ^^ เวลา 13.30 น. เราถึงโฮจิมินห์ ใช้เวลา 5.30 ชม. และเป็นวันสุดท้ายที่จะได้เที่ยวเวียดนาม  ตอนนี้เงินดองไม่พอต้องเดินหาที่แลกตังค่ะ จำได้ว่าจะมีธนาคาร Dong A Bank อยู่ตรงถนนฟามงูเหลา ก็เดินไปหาดูปรากฏว่าปิด ผ่านเวียตซีก็ปิด คือวันเสาร์ที่โฮจิมินห์ บริษัท ร้านค้าจะปิดให้บริการ เงียบเหงาเลย จริงๆ ควรจะเปิดนะ นักท่องเที่ยวก็เยอะ ดังนั้นใครมาเที่ยวแล้วเจอแบบนี้โคตร ซอ อัว ยอ ซวยยยย เราเลยเดินไปที่ตลาดเบนถันเพราะข้อมูลที่หามาบอกว่ามีร้านรับแลกอยู่ และก็มีจริงๆ ข้ามทางม้าลายไปจะเจออยู่ด้านซ้ายมือ มีอยู่สองร้านอยู่ข้างๆกัน เราเลือกร้านขวาเหรดแลกเงินไทยเป็นดองดีกว่า (แต่ทำไมบางบทความบอกว่าถ้าแลกเงินกับร้านเพชรร้านทองเวียดนามผิดกฏหมายนะ) แลกเงินแล้ว เข้าไปที่ตลาดเบนถันกันค่ะ คล้ายจัตุจักรบ้านเราเลย ที่นี่มีพื้นที่ประมาณ 1 ตารางกิโลเมตร มีหอนาฬิกาอยู่ด้านหน้าเป็นสัญลักษณ์ค่ะ สินค้าก็จะเป็น เสื้อผ้า กระเป๋าเดินทาง เป้ นาฬิกา ของที่ระลึก อาหาร เครื่องเทศ อาหารสด ดอกไม้ บลาๆ ของทีนี่ถูกนะ ต่อราคาดีๆ แต่ผลไม้แช่อิ่มแพงกว่าที่เราซื้อที่ดาลัด จะให้ดีกลับไปซื้อกินที่ไทยเหอะค่ะ ห้าา (ตลาดเบนถันจะเปิดตอนเช้าจนถึงบ่ายๆ นะคะ มาตอนเย็นกินแห้วแน่ ) จากนั้นเราก็เดินเที่ยวรอบเมืองค่ะ แน่นอนว่าตามสไตล์นักท่องเที่ยวก็ต้องหยิบแผนที่ออกมากาง แล้วคลำๆ ทางไปด้านหลังตลาดเบนถัน พร้อมถามทางคนไปเรื่อยๆ เจอร้านตัดผมอยู่ในซอกในช่องเล็กๆ ด้วย ชอบอ่า ช่างกำลังตัดผมให้เด็กน้อยอยู่ และแล้วเราก็มาถึงที่แรกค่ะ พิพิธภัณฑ์สงคราม (War Remnants Museum) คนต่อแถวซื้อบัตรเยอะเลย ค่าเข้า 15.000 ดอง ข้างในอาคารจะจัดแสดงเครื่องมือการรบ และอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ในสมัยสงครามเวียดนามมีทั้งของจีน เมกา พร้อมภาพถ่ายแนว Photo Essay ขอย้ำว่าฝีมือช่างภาพในสมัยนั้นเทพมาก โดยเฉพาะผลงานช่างภาพชาวญี่ปุ่นที่ใช้กล้อง Nikon ตัวสีดำ ภาพส่วนใหญ่เห็นแล้วสะเทือนใจค่ะ เราเห็นฝรั่งหลายคนยืนมองแล้วน้ำตาคลอ คงอินมาก เพราะแต่ละภาพถ่ายทอดความรู้สึกได้ดี สถานีต่อไป โบสถ์นอร์ทเธอดามค่ะ เก็บภาพระหว่างทางมาฝาก โบสถ์นอร์ทเธอดามสร้างขึ้นในสมัยเวียดนามอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส พ.ศ.2420 เป็นการจำลองมหาวิหาร Notre Dame กรุงปารีสมา มีหอคอยคู่ สูงๆ เป็นสัญลักษณ์ที่มองเห็นได้แต่ไกล และยังเป็นโบสถ์ที่มีความสวยงามที่สุดในเวียดนามใต้อีกด้วยค่ะ เดินมานิดเดียวก็เจออาคารสีเหลืองเข้มๆ ตั้งเด่นเป็นสง่า ภาพนี้เราถ่ายจากมือถือ ซัมซุงแกรนด์ 2 ไม่คิดว่าจะชัดขนาดนี้ ห้าาาา ไปรษณีย์กลางโฮจิมินห์ (Central Post Office) เป็นไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนามด้วยศิลปะโกธิคค่ะ สร้างขึ้นเมื่อครั้งที่เวียดนามยังอยู่ในการปกครองของฝรั่งเศสช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ผู้ออกแบบไปรษณีย์แห่งนี้คือ **Gustave Eiffel สถาปนิกระดับโลก ผู้ออกแบบหอไอเฟล ในตัวอาคาร    จะตกแต่งด้วยภาพแผนที่ทางทะเลโบราณ และมีภาพของอดีตผู้นำประเทศ "ลุงโฮ" นั่นเอง ใครจะส่งโปสการ์ดเชิญได้ที่นี่นะคะ เราจะใช้เวลาอยู่ในแต่ละที่ไม่นานมากค่ะ แล้วเดินต่อไปอีกที่ เมื่อยมาก จนมาถึง Opera House หรือโรงละครยาฮดแถงห์โฝ (Nha hat Thanh Pho) สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2402 เพื่อใช้ในการแสดงต่างๆ เมื่อก่อนเคยใช้เป็นสำนักงานใหญ่ของสภาเเห่งชาติเวียดนามใต้ แต่ ณ บัดนาว เปิดใช้เป็นที่เเสดงเหมือนเดิมค่ะ สถานที่ต่อมา สภาประชาชน ตรงข้ามจะเป็นสวนที่เรียกว่า จัตุรัสโฮจิมินห์ (Tran Nguyen Hai Statue) มีอนุสาวรีย์ลุงโฮอยู่ด้วยนะคะ จุดนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของโฮจิมินห์ ที่ใช้เป็นจุดตั้งหลักและจุดนัดพบเลยก็ว่าได้ ประเด็นฝั่งจัตุรัสโฮจิมินห์กำลังทำการปรับปรุงค่ะ โดนล้อมไว้หมดเลย มองไม่เห็นอะไรซักอย่าง TT ขณะนี้เวลา 18.30 น. รถเมล์สาย 152 ไปสนามบินหมดแล้ว เราอยากใช้เวลาให้คุ้มค่าเพราะ เครื่องออก 21.35 น. ซึ่งเช็คอินในเว็บเรียบร้อยแล้ว  เลยว่าจะนั่งแท็กซี่ไปสนามบินเอา ประมาณ 30 นาที ระหว่างนี้เพื่อรักษาเวลาเราไม่เดินละค่ะ นั่งแท็กซี่อย่างเดียว ไป ร้าน Quan an ngon ที่อยู่ 138 Nam KyKhoiNghia Street | District 1, Ho Chi Minh City, Vietnam ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นร้านต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ยิ่งเวลามีจำกัด อยากกินอาหารเวียดนามให้ครบต้องมาที่นี่เลย ทำกันให้ดูสดๆ ด้วยนะคะ เราสั่งอาหารมา 5 อย่าง จำชื่อไม่ได้ซักอย่าง ถามพนังงานให้แนะนำเมนูแบบเวียดนามสไตล์เอาค่ะ และก็ไม่ผิดหวังจริงๆ อาหารอร่อยทุกอย่าง โหวตๆๆ ^^ หมายเลข 1 ข้าวผัดเวียดนามใส่หม้อดิน หมายเลข 2 เส้นขนมจีนเส้นแห้งกินกับปอเปี๊ยะทอดและหมูย่าง เด็ดมาก พูดเลย หมายเลข 3 คล้ายๆ สาคูไส้หมู แต่แป้งจะเหนียวๆ ใสๆ ข้างในใส่ไส้กุ้งหวานๆ จิ้มกับน้ำจิ้มหวานๆ เปรี้ยวๆ ที่อยู่ในจาน ฟินมากก หมายเลข 4 ขนมเบื้องเวียดนามค่ะ อันใหญ่กว่าที่ไทยมาก แป้งจะกรอบ ข้างในเป็นถั่งงอก ผักต่างๆ และกุ้ง หมายเลข 5 ขนมหวานอันนี้คล้ายกล้วยบวชชีค่ะ ส่วนผสมมีกล้วยนึ่งฝานบางๆ สาคูเม็ดเล็ก เนื้อมะพร้าวอ่อน ราดด้วยกะทิแบบเจ้มจ้น และถั่วลิสง คือจานใหญ่มาก ดีนะสั่งมาแค่จานเดียว อิ่มอร่อยมากค่ะ ชอบ กลับบ้านต้องลองทำกินให้ได้ มื้อเย็นที่แสนอร่อยนี้ ราคาอยู่ที่ 1.907.000 ดอง หรือประมาณ 2,860 ค่ะ (แพงงงงงงงงอ่า แต่ไม่เป็นไรแลกกับเวลาที่ไม่ต้องไปเดินหาของกินแบบเวียดๆ แล้วยอมจ่าย) อิ่มกันแล้ว แต่เวลานี่ 2 ทุ่ม จวนจ้ำมาก เรานั่งแท็กซี่ให้ไปส่งที่ Night Market เพื่อเลือกซื้อของฝาก แบบเร่งๆ รีบๆ คราวนี้เวลาโคตรกระชั้น เราเลยเรียกแท็กซี่ไปสนามบิน พอถึงสนามบินเราวิ่งไปที่ เคาเตอร์แอร์เอเชียแบบไม่คิดชีวิต แล้วยื่นเอกสารให้พนง. สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นจนได้ จากที่ฟังภาษาอังกฤษไม่ค่อยออก แต่วันนั้นฟังออกเต็มสองรูหู "ซอรี่" มาคำแรกและ "เลท" มาคำที่สอง "ทูม้อโร่ อะ เกน" คำที่สาม เราสองสามคมองหน้ากันทำตาปริบๆ โหยย ชีวิต ตกเครื่องข่าาาาา เราเสริจหาเที่ยวบินของวันนี้และวันพรุ่งนี้ในราคาที่ถูกที่สุด ได้ Vietjet Air ราคาดีสุดคือ 3,000 บาท รอบ 11.00 น. แต่เคาเตอร์ปิดแล้ว จองในเน็ตก็ไม่ได้ ตอนนั้นประมาณ 5 ทุ่มได้ เลยตัดสินใจเดินออกจากสนามบินไปหาที่พักใกล้ๆ แล้วค่อยมาจองตั๋ววันพรุ่งนี้ รุ่งขึ้นการซื้อตั๋วสำร็จไปด้วยดี แต่ของฝากเราไม่อยู่แล้ว เศร้า... แต่จะเศร้าทำไม ทำวิกฤตให้เป็นโอกาสสิ ไหน ๆ ก็มีเวลาอยู่ต่อแล้ว เลยนั่งรถเมล์สาย 152 กลับเข้าเมืองโฮจิมินห์อีกครั้ง และใช้เวลา 3 ชม. สุดท้ายให้คุ้มค่าที่สุด เราแวะตลาดเบนถันเพื่อซื้อของฝากใหม่ และหาของกินที่นี่เลย โชคดีก่อนกลับได้ลิ้มรสกาแฟและราเมงสูตรเวียดนามแสนอร่อย กาแฟรสเข้มมากและหวาน แต่มันกลมกล่อม อร่อยสุดๆ ราเมงเวียดนามนี่เด็ดมาก เส้นเด้ง น้ำซุปต้มยำ เเซ่บเวอร์  ต้องลองนะคะ !! ขากลับไปสนามบินให้ขึ้นรถเมล์ที่จุดเดิม แต่ให้ยืนรอที่ช่องรอรถด้านในนะคะ จะมีป้าย 152 บอกประจำจุดอยู่ค่ะ สาบานว่า จะไม่ให้ประวัติศาสตร์ตกเครื่องซ้ำรอยอีก ต่อจากนี้เตรียมตัวกลับสู่ประเทศไทยและโลกแห่งความจริงของมนุษย์เงินเดือนต่อไป สรุปค่าใช้จ่ายวันที่ 3 และ 4 รวม 3.539.000 VND = 3539 x 1.5 ประมาณ 5,300 บาท/3คน เฉลี่ยคนละ 5,300/3 = 1,766 บาท ***สรุปค่าใช้จ่ายต่อคน 4 - 8 มีนาคม 2558 ระยะเวลา 4 คืน 5 วัน*** ตั๋วเครืองบินไปกลับ 3,000 บาท วันที่ 1     : 1,056 บาท วันที่ 2     : 1,420 บาท วันที่ 3     : 1,526 บาท วันที่ 4-5   : 1,766 บาท รวม 8,768 บาทค่ะ ตีเป็นเลขกลมๆ สวยๆ ก็ 8,700 บาท (ขอไม่รวมค่าตั๋วที่ซื้อใหม่นะคะ) ถ้าไม่เน้นกิน เลือกแบบโลคอลตามข้างทาง และไม่ตกเครื่องเสียเงินนอนโรงแรมและค่าอื่นๆ เพิ่ม งบจะอยู่ที่ 7,500*** บาทค่ะ หากคุณต้องการเที่ยวแบบประหยัดในราคาสบายกระเป๋า การศึกษาข้อมูลก่อนออกเดินทางเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นมากค่ะ แล้วคุณจะไม่ถูกโกงงง !!!!  ^^ ปล.ใครอยากได้ข้อมูล หลังไมค์นะคะ มีแบบละเอียดค่ะ แต่ขอรวบรวมดีๆ แปรบบ สุดท้ายและท้ายสุดขอบคุณเพื่อนร่วมทริปเราสองสามคนที่ทำให้ทริปนี้มีสีสันและสนุกสุดเหวี่ยง ขอบคุณภาพสวยๆ จากกล้องอิดรูเพื่อนสาว ที่ทำให้ได้ภาพเพิ่มในหลายๆ มุม กระทู้มีสีสันขึ้นเยอะ สำคัญสุด ขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาจนถึงบันทัดนี้ คือยาวมาก ทำเองยังเบื่อเลย คิดตลอดว่าเมื่อไหร่จะจบวะเนี้ย ห้าาาาา จบละนะ จบ. แต่ "เวียดนาม" พี่ไม่จบแน่ ต้องมีซ้ำ !!!! บอกไม่ถูกเลยว่ารู้สึกดีใจสักเท่าไหร่ มากแค่ไหนก็ไม่รู้.... ^^ อ่านเพิ่มเติม : แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ โฮจิมินห์ ดาลัด มุยเน่ 4 คืน 5 วัน มันส์โคตร! (ตอนที่ 1) ขอบคุณข้อมูลการเดินทางและภาพสวยๆ เพจเฟสบุ๊ค เก็บกระเป๋า ติดตามภาพสวยๆ ได้ที่ Page : http://www.facebook.com/kepkrapao Facebook : https://www.facebook.com/supaporn.jainoon IG : http://www.instagram.com/kepkrapao

แบกเป้ตะลุย “ม่อนปุยหมอก”
ดอย /  ตาก / 

รู้จัก “ม่อนปุยหมอก”ไหม? ที่ถามอย่างนี้กับทุกคนก็เพราะว่า แทบไม่มีใครรู้จักที่นี่เลย อาจเป็นเพราะยังไม่มีใครกล่าวถึงมากเท่าที่ควร ม่อนปุยหมอกจึงกลายมาเป็นจุดหมายปลายทางที่เเซงหน้าสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่เราอยากจะพาคุณไปสัมผัสขึ้นมาอย่างทันที “ม่อนปุยหมอก”เป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามและอลังการของทะเลหมอก ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติแม่เมย อ.ท่าสองยาง จ.ตาก มีพื้นที่ติดกับชายแดนพม่าโดยมีแม่น้ำเมยเป็นเส้นกั้นเขตแดน นอกจากม่อนปุยหมอกแล้วอุทยานฯ แห่งนี้ยังมีม่อนครูบาใส ม่อนกระทิง ม่อนกิ่วลม และม่อนพูนสุดา ที่สามารถชื่นชมทะเลหมอกได้สวยงามไม่แพ้กันม่อนปุย หมอกที่ว่าใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 3-4ชั่วโมง ระยะทางประมาณ 3.8 กิโลเมตร ทั้งขาไปและกลับ ที่พิเศษคือต้องเดินทางจากอุทยานฯ ด้วยเท้าเท่านั้น จุดเด่นที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของที่นี่คือ หมู่บ้านชาวกะเหรี่ยงตั้งอยู่ละแวกเดียวกับ อุทยานแห่งชาติแม่เมย คนในชุมชนแทบทุกคนจะคุ้นชินกับทางขึ้นม่อนปุยหมอกชนิดหลับตาเดินยังได้ทางอุทยานฯจึงให้คนในชุมชนผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมารับหน้าที่ไกด์และลูกหาบ ถือเป็นรายได้เสริม ส่วนจุดเด่นอีกอย่างคือ เนินทุ่งหญ้าขนลิง มีลักษณะเป็นทุ่งหญ้าสีทองกระจายอยู่ทั่วเนิน เป็นอีกจุดถ่ายรูปที่สามารถใช้เวลาได้สักพักใหญ่เลย เดินทางมาไกลขนาดนี้ แน่นอนว่าสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ การได้สัมผัสกับความสงบท่ามกลางทะเลหมอกและแสงอาทิตย์ยามเช้าที่แสนจะเรียบง่าย ถือเป็นไฮไลท์เด็ดที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงบรรยากาศดีขนาดนี้ก็คงต้องถามทุกคนใหม่แล้วว่า... “ไปเที่ยวม่อนปุยหมอกกันไหม?” วิธีการเดินทาง เดินทางจากบขส. หมอชิต-แม่สอด ใช้เวลารวม 7 ชั่วโมงต่อรถแดงแม่สอด-แม่เสรียง (ที่ บขส.แม่สอด) ใช้เวลาเดินทางต่ออีก 3 ชั่วโมง อย่าลืมกำชับบอกน้าคนขับลงปากทางเข้าอุทยานแห่งชาติแม่เมยด้วยนะ หลังจากนั้นสามารถโบกรถขึ้นไปอุทยานแห่งชาติแม่เมยต่อได้เลย (ไม่มีรถโดยสารสาธารณะ) ใครไม่คิดจะไปเช็คอินที่“ม่อนปุยหมอก” ก็คงถือว่าพลาดมากๆ เลยล่ะ... เครดิตจาก นิตยสาร Weekend ฉบับเดือนมิถุนายน 2016 อ่านเพิ่มเติม ได้ที่ www.mbookstore.com

เเกนหลักมาครบ! ช้างศึก U19 เเบโผ 25 เเข้งเตรียมสองรายการใหญ่
ช้างศึก /  ทีมชาติไทย ยู19ปี / 

ทัพช้างศึก U19 ประกาศรายชื่อ 25 ขุนพลชุดแรก เพื่อเตรียมตัวสำหรับแข่งขัน 2 รายการสำคัญในช่วงปลายปี เฉลิมวุฒิ สง่าพล หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี เตรียมเรียกนักกีฬาฟุตบอล 25 คน เข้ามาเก็บตัวฝึกซ้อมในช่วงฟีฟ่า เดย์ ณ ศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติหนองจอก ระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม - 4 มิถุนายน พ.ศ. 2559 เพื่อเตรียมตัวสำหรับแข่งขัน 2 รายการสำคัญในช่วงปลายปี ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี มีโปรแกรมแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2016 รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ที่ประเทศเวียดนาม ระหว่างวันที่ 11-24 กันยายน 2559 โดยทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ในฐานะแชมป์เก่าอยู่ร่วมสาย B กับ ลาว U-19,เมียนมา U-19, ออสเตรเลีย U-19 และ กัมพูชา U-19 จากนั้นมีโปรแกรมลงแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย 2016 รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี รอบสุดท้ายที่ ประเทศบาห์เรน ระหว่างวันที่ 13-30 ตุลาคม พ.ศ.2559 โดยทีมชาติไทย อยู่ในสาย A ร่วมกับ บาห์เรน U-19 (เจ้าภาพ) , เกาหลีใต้ U-19 และ ซาอุดิอาระเบีย U-19 ซึ่งรายการนี้จะคัดหาตัวแทนทวีปเอเชีย 4 ทีมไปแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์โลก รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี 2017 ณ ประเทศเกาหลีใต้ สำหรับรายชื่อนักฟุตบอลทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี เพื่อเก็บตัวฝึกซ้อมช่วงฟีฟ่า เดย์ รายงานตัว วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 เวลา 13:00 น. ณ ศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติหนองจอก มีดังนี้ ผู้รักษาประตู ชาคร พิลาคลัง – สโมสรชลบุรี เอฟซี ทาโร่ ประสานการ – สโมสรพัทยา ยูไนเต็ด ทักดนัย กลมเกลี้ยง – สโมสรแบงค็อก ยูไนเต็ด กองหลัง ชินภัทร ลีเอาะ – สโมสรพัทยา ยูไนเต็ด ศฤงคาร พรหมสุภะ – สโมสรระยอง เอฟซี มีโชค มหาศรานุกุศล – สโมสรการท่าเรือ เอฟซี อาทิตย์ การสังเวชน์ – สโมสรพานทอง เอฟซี ศรายุทธ สมพิมพ์ – สโมสรแบงค็อก ยูไนเต็ด โชติภัทร พุ่มแก้ว – สโมสรเชียงราย ยูไนเต็ด อดิศักดิ์ นารัตน์โท – สโมสรโอสถสภาฯ กองกลาง ศิวกร แสงวงศ์ – สโมสรบางกอกกล๊าส เอฟซี วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ – สโมสรชลบุรี เอฟซี อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ – สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สุภโชค สารชาติ – สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กานต์นรินทร์ ถาวรศักดิ์ – สโมสรราชบุรี มิตรผล เอฟซี จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์ – สโมสรแบงค็อก ยูไนเต็ด ศุภชัย ใจเด็ด – สโมสรโอสถสภาฯ สรรเสริญ ลิ้มวัฒนะ – สโมสรแบงค็อก ยูไนเต็ด กองหน้า สิทธิโชค ภาโส – สโมสรชลบุรี เอฟซี สุขสันต์ มุ่งเป้า – สโมสรพัทยา ยูไนเต็ด สรวิทย์ พานทอง – สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด วิศรุต อิ่มอุระ – สโมสรแบงค็อก ยูไนเต็ด ศิริมงคล จิตบรรจง – สโมสรสุพรรณบุรี เอฟซี สีหนาท สุทธิศักดิ์ – สโมสรพัทยา ยูไนเต็ด ฤทธิเดช เพ็ญสวัสดิ์ – สโมสรพานทอง เอฟซี

Asia Pacific Dance Competition /  dance / 

สาวเก๋มากความสามารถ "นวินดา วรรธนะโกวินท์ ปัจฉิมสวัสดิ์" หรือที่มีชื่อเล่นสุดเก๋ว่า “หลอดไฟ” เธอเป็นทายาทคนโตของ วัลลภา ปัจฉิมสวัสดิ์ ผู้บริหารและเจ้าของสถาบันบางกอกแดนซ์ ที่เรียกได้ว่าเป็นลูกไม้ใกล้ต้นของจริง เพราะหลังจากเริ่มเรียนบัลเล่ต์และยิมนาสติกลีลาตั้งแต่อายุ 5 ปี เธอก็รู้ทันทีว่านี่คือเส้นทางชีวิตที่เธอเลือกแล้ว ชีวิตการศึกษาของเธอ นอกจากจะเรียนในโรงเรียนเหมือนเด็กทั่วไปแล้ว เธอยังเรียนเต้นควบคู่มาโดยตลอดด้วยเป้าหมายในการเป็นนักเต้นมืออาชีพ โดยภายหลังจบไฮสกูลที่โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี หลอดไฟได้เดินทางไปเรียนต่อปริญาญาตรี ด้านศิลปะการเต้น และเรียนจบในปี พ.ศ.2555 จาก The Victorian College of the Arts, the University of Melbourne ประเทศออสเตรเลีย ตลอดเวลา 2 ปี เธอได้เดินทางไปร่วมเวทีการแข่งขันหลายเวทีในหลายประเทศทั่วโลก และสิ่งที่เป็นความภาคภูมิใจสูงสุด คือ การได้เป็นคนไทยคนแรกและคนเดียวที่คว้ารางวัล Aggregate Cup (คะแนนรวมบุคคลสูงสุด) จากการแข่งขัน Asia Pacific Dance Competition ครั้งที่ 11 ก่อนโชว์ฝีมือเป็นผู้ออกแบบท่าเต้นที่ได้รับการยกย่องบนเวทีว่าเป็น “Dance for Tomorrow” ในการแข่งขัน ณ ประเทศฟิลิปปินส์ และล่าสุดเธอได้รับเลือกเป็นคนไทยคนเดียวที่ได้รับทุน DANCE WEB 1 ใน 3 คนของเอเชีย เพื่อไปเข้าร่วมเทศกาล Impulstanz หรือ Vienna International Dance Festival เทศกาลศิลปะการเต้นที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่จัดขึ้น ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย นอกจากนี้ หลอดไฟยังมีผลงานการแสดงที่สร้างชื่อในเวทีนานาชาติอีกหลายครั้ง อาทิ ‘Supertype’ ออกแบบท่าเต้นโดย Rebbeca Hllton ‘Sounds Bites Body’ ออกแบบท่าเต้นโดย Flona Comeron ‘Meanwhlle Some Place Other ออกแบบท่าเต้นโดย Jodie Furugia ‘Timeshift’ ออกแบบท่าเต้นโดย Prue Long และ ‘A Caremonies of Senses’ ออกแบบท่าเต้นโดย Larissa McGowan นอกจากนี้ยังมีโอกาสเข้าร่วมแสดงกับคณะ Aspect Motion Doncev ในการแสดงชุด ‘Derive from Water’ และยังมีโอกาสเข้าโครงการแลกเปลี่ยนของ Dance Narth Company อีกด้วย สำหรับเป้าหมายในชีวิตล่าสุด สาวเก่งคนนี้ตั้งเป้าหมายว่า จะร่วมงานกับคณะเทมพอรารี่ในทวีปยุโรป เพื่อพัฒนาตนเองให้เป็นศิลปิน นักเต้น และผู้ออกแบบท่าเต้นที่ดียิ่งๆขึ้น รวมทั้งศึกษาเพิ่มเติมที่เกี่ยวเนื่องกันในศิลปะแขนงอื่นๆ คือ สาขาการถ่ายภาพและสาขาภาพยนตร์เกี่ยวกับการเต้น เพื่อช่วยในด้านการคิดสร้างสรรค์งานศิลปะ หลอดไฟตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนาวงการศิลปะการเต้นในประเทศไทยให้เท่าเทียมกับที่ตัวเองได้ประสบมาจากต่างประเทศ ปัจจุบัน หลอดไฟเป็นครูสอนเต้นและนักออกแบบท่าเต้นให้กับสถาบันบางกอกแดนซ์ และยังคงหลงใหลในงานศิลปะการเต้นและศิลปะอื่นๆทุกแขนง เรียกได้ว่า สวย แซ่บ ดีกรีไม่ธรรมจริงๆ สำหรับสาวคนนี้ ไม่แปลกใจเลยที่เธอจะกลายเป็นไอดอลรุ่นใหม่ของผู้ที่รักการเต้นในไม่ช้า 

ประกาศผล : ดูหนังใหม่ รอบพิเศษ Precious Cargo ฉกแผนโจรกรรมล่าคนอึด
Bruce Willis /  Claire Forlani / 

เอ็มไทยมูฟวี่พรีวิว ครั้งที่ 869 Precious Cargo ฉกแผนโจรกรรมล่าคนอึด Precious Cargo ฉกแผนโจรกรรมล่าคนอึด ว่าด้วยเรื่องราวของ เอ็ดดี้ รับบทโดย บรูซ วิลลิส (Bruce Willis) เจ้าพ่อมาเฟียวางแผนปล้นครั้งใหญ่ด้วยจับ คาเรน รับบทโดย แคลร์ ฟอร์ลานี (Claire Forlani) หัวขโมยสาวเพื่อดึงตัว แจ็ค รับบทโดย มาร์ค พอล กอสส์ลาร์ (Mark-Paul Gosselaar) แฟนหนุ่มของคาเรนมาปล้นรถขนเพชรล้ำค่าแล้วนำมาไถ่ตัวเธอ แต่ทุกอย่างกลับผิดแผนเมื่อคาเรนและแจ็ครวมหัวหักหลังเอ็ดดี้ การไล่ล่าสุดเดือดโดยมีเพชรเป็นเดิมพันจึงอุบัติขึ้น ของรางวัล บัตรชมภาพยนตร์รอบพิเศษจำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง ในวันอังคารที่ 28 มิถุนายน 2559 โรงภาพยนตร์ เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ รัชดา รอบเวลา 20.00 น. (ลงทะเบียนรับบัตรเวลา 19.00-20.00 น.) ประกาศรายชื่อผู้โชคดี  รายชื่อผู้โชคดีที่ได้รับบัตรชมภาพยนตร์รอบพิเศษเรื่อง Precious Cargo ฉกแผนโจรกรรมล่าคนอึด ทั้งหมด 10 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง มีรายชื่อดังต่อไปนี้ นริศรา สิทธิโสด (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ทัศนีย์ เมธีผาติกุล (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) เอกสิน กิจนิเทศ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) เมธาวี สวัสดิ์เรืองศรี (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ศรัญญา กระจกรูป (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) เอกภพ สุนทรสมาน (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ธัญญาภา สุโลวรรณ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) นรี คงนิสบัน (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ณัฐปวีณ์ กิตติสท้านไตรภพ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) อดิสรณ์ สุขสำราญ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ผู้โชคดีต้องเช็คอีเมลและตอบกลับเพื่อยืนยันสิทธิ์ ภายในวันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน 2559 ก่อนเวลา 18.00 น. มิเช่นนั้นจะถือว่า “สละสิทธิ์” กรณีที่มีผู้สละสิทธิ์จะนำบัตรไปสุ่มแจกให้กับผู้ที่เข้ามาสำรองรายชื่อในหน้าเพจ facebook.com/movie.mthai การรับของรางวัล แสดงบัตรประชาชนตัวจริง (ที่ยังไม่หมดอายุ) ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ที่โต๊ะลงทะเบียนเพื่อรับบัตร (ไม่รับสำเนาทุกกรณี) เจ้าหน้าที่จากบริษัทจะเป็นผู้แจกบัตรให้ โดยผู้โชคดีต้องมารับบัตรชมภาพยนตร์ด้วยตัวเอง ไม่สามารถฝากมารับได้ เริ่มแจกบัตรตั้งแต่เวลา 19.00 – 20.00 น. หากมาช้ากว่าเวลาดังกล่าวจะถือว่าสละสิทธิ์ทันที ผู้ที่ได้รับรางวัลในกิจกรรมรอบนี้ หากมีรายชื่อได้รับรางวัลซ้ำกับสื่ออื่น ๆ เกิน 1 รายชื่อ ทางเจ้าหน้าที่ขอสงวนสิทธิ์ให้เหลือชื่อเพียง 1 ชื่อเท่านั้น โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า กรุณาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ กรณีที่ต้องฝากโทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป หรืออุปกรณ์อื่น ๆ รางวัลนี้ไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้ รวมทั้งซื้อ-ขาย สงวนสิทธิ์ 1 ท่าน / 1 รางวัล ขอสงวนสิทธิ์ตัดสิทธิ์ผู้โชคดีที่ไม่ทำตามกติกาข้างต้นทุกกรณี การตัดสินของเจ้าหน้าที่ถือเป็นที่สิ้นสุด

เครื่องไม่ร้อน! ช้างศึกU21อุ่นเครื่องพ่ายอาร์มี่ ยูไนเต็ด
ช้างศึก /  ซีเกมส์ / 

ทัพช้างศึกU21ปี อุ่นเครื่องพ่ายให้กับ อาร์มี่ ยูไนเต็ด เพื่อเตรียมความพร้อมเอเอฟซี ยู-23 แชมเปี้ยนส์ชิพ 2016 และ ซีเกมส์ 2017 วันที่ 26 กรกฎาคม 2559 เวลา 17.00 น. ทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี ชุดเตรียมความพร้อมก่อนทัวร์นาเมนต์ เอเอฟซี ยู-23 แชมเปี้ยนส์ชิพ 2016 รอบคัดเลือก และ ซีเกมส์ 2017 ลงอุ่นเครื่องพบกับ อาร์มี่ ยูไนเต็ด ทีมแห่งศึกโตโยต้า ไทยลีก ที่ สนามกองทัพบก เกมนี้แม้ว่าอาร์มี่จะพักแกนหลักของทีมไว้หลายรายแต่ยังนำมาโดยกองหลังอย่าง ชเดนโก้ คาปราลิค ส่วนช้างศึก U-21 ภายใต้การคุมทีมของ วรวุธ ศรีมะฆะ ส่ง ศศลักษณ์ ไหประโคน แนวรุกจากแบงค็อก ยูไนเต็ด , สหรัฐ สนธิสวัสดิ์ กองกลางจาก ชลบุรี เอฟซี และ บิล สีดา กองหน้าลูกครึ่งไทย-เดนมาร์ก จาก ขอนแก่น ยูไนเต็ด เป็นตัวจริง เริ่มเกมนาทีที่ 15 ช้างศึก U-21 เกือบได้ประตูขึ้นนำก่อน ประสิทธิ์ จันทุม วางบอลด้วยซ้ายเข้าเขตโทษ ปฏิภาณ อุ่นอบ ทะยานโขกข้ามคานไปอย่างหวุดหวิด นาทีที่ 18 ช้างศึก U-21 พลาดได้ประตูออกนำอีกครั้ง ศศลักษณ์ ไหประโคน ได้บอลในเขตโทษฝั่งขวาก่อนจ่ายยัดให้ บิล สีดา หาจังหวะยิงด้วยซ้ายหลุดกรอบไปนิดเดียว จากนั้นยังเป็นช้างศึก U-21 ที่มีโอกาสได้ประตูแบบจะแจ้งมากกว่า นาทีที่ 33 พลาดได้ประตูออกนำอีกครั้งจากจังหวะที่แดนกลางโยนยาวขึ้นหน้า บิล สีดา หลุดไปชิพข้ามหัวผู้รักษาประตูอาร์มี่ไปแล้ว ทว่าบอลหลุดเสาแรกออกหลังอย่างน่าเสียดาย ก่อนที่นาทีที่ 40 กลับเป็น อาร์มี่ ที่ได้ประตูขึ้นนำก่อน 1-0  วัชรพล โพธิ์ถนอม หลุดเข้าไปยิงสวนตัว อนุศิษย์ เติมมี และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้ กลับสู่ครึ่งหลังแม้ช้างศึก U-21 จะพยายามเปิดเกมบุกเพื่อทวงประตูตีเสมอแต่ยังไร้ความเฉียบขาด ทำให้นาทีที่ 75 เป็น อาร์มี่ ที่ได้ประตูหนีห่างเป็น 2-0 จากการหลุดไปยิงของ รุ่งศักดิ์ คชรักษ์ จากนั้นแม้ว่านาทีที่ 87 ช้างศึก U-21 จะได้ประตูไล่ขึ้นมาเป็น 1-2 จาก ศศลักษณ์ ไหประโคน แต่ก็ไม่ทันจบ 90 นาที อาร์มี่ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายกำชัยไปได้อย่างสนุก รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงทั้งสองทีม อาร์มี่ ยูไนเต็ด : อภิชาติยานนท์ (GK) เกรียงไกร ชาสังข์, ซเดนโก้ คาปราลิค , รุ่งศักดิ์ คชรักษ์,รัฐกิจ ชนะนา – ตระกูลฉัตร ทองใบ – ธรรมชาติ นาคะพันธ์ – วัชรพล โพธิ์ถนอม,พงษ์สุริยันต์ แอบแฝง,นิพนธ์ คำทอง – อรรถพล กันหนู ทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี : อนุศิษย์ เติมมี (GK) – พงษ์ศักดิ์ บุญทศ , ปวีณ์ ตัณฑะเตมีย์ , ปฏิภาณ อุ่นอบ , กุลชาติ จีนถนอม – สหรัฐ สนธิสวัสดิ์ , พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล – พิชา อุทรา , ประสิทธิ์ จันทุม , ศศลักษณ์ ไหประโคน – บิล สีดา

จันจิรา จันทร์พิทักษ์ชัย /  จิรวิชญ์ พงษ์ไพจิตร / 

"อาม่า" พา สตรอง ! ชวนลูกหลานรำไทเก๊กก่อนไปชมความฮาฮวงซุ้ยแตก สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จัดงาน "อาม่านำลูกหลานรำไท้เก๊กเพื่อความสตรอง" เปิดตัวภาพยนตร์ฮาปนสยองเรื่อง อาม่า ต่อหน้าสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 22 ก.ค. ที่ผ่านมา ณ สวนลุมพินี โดยงานนี้ได้นักแสดงหญิงเจ้าบทบาท ต๊งเหน่ง รัดเกล้า อามระดิษ นำลูกหลานและสมาชิกในครอบครัวครบทีมทั้ง หม่ำ จ๊กม๊ก, ฮัท จิรวิชญ์ พงษ์ไพจิตร, จันจิ จันจิรา จันทร์พิทักษ์ชัย, แม็กกี้ อาภา ภาวิไล, สุรพล พูนพิริยะ, กิ๊ฟ (โคกคูน) สิริพงศ์ สุขสมนาค, พัน (พลุแตก) ภานุพันธ์ ครุฑโต, อิคคิว ปองสิชฌ์ พิศิษฐการ, พลอย มงกุฎเพชร พงษ์สุวรรณ และสโตน นพสิต ฉั่วเจริญ พร้อมด้วยผู้กำกับใหม่น่าจับตา จืด บดีกร โลหะชาละ มาออกกำลังกายรำไทเก๊กเพื่อเพิ่มสกิลในการป้องกันตัวและความแข็งแรงให้กับร่างกาย และเตรียมความพร้อมในการรับมือกับภารกิจสุดป่วนในพินัยกรรมพิศวงของอาม่า รวมถึงเพิ่มความแข็งแกร่งในการสู้ผีอย่างหาตัวจับยากด้วย และตามไปชมความเรื่องราวลุ้น ๆ เสียว ๆ ในภาพยนตร์ อาม่า ได้พร้อมกันทุกโรงภาพยนตร์ 11 สิงหาคมนี้

อ.คฑา ชินบัญชร ชวนทำบุญ พระประจำวันเกิด ชีวิตล้ำเลิศตลอดปี
ทำบุญ /  พระประจำวันเกิด / 

จากกิจกรรมท่องเที่ยววิถีไทย วิถีพุทธ ตามรอยศรัทธามหากุศล  พิธีสมโภชพระประจำวันเกิดในเดือนที่ผ่านมา  ที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม  โดยมี ท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพระวันรัต (จุนท์พรหมคุตโต) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์  นายสมชาย วิทย์ดำรง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม  นายวิษณุ เจริญศิลป์ รองผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  เป็นประธานฝ่ายฆราวาส  และมีพระเทพวรมุณี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม  อ.คฑา ชินบัญชร  อ.บุญมี เครือพันธ์  รวมถึงข้าราชการและประชาชนจำนวนมากร่วมพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ บรรจุในเศียรพระพุทธรูปประจำวันเกิด  และบวงสรวงพญานาคทั้งเจ็ดที่คอยปกปักรักษาองค์พระธาตุพนม พร้อมขบวนแห่ผ้าห่มพระธาตุที่มีความยาวกว่า 60 เมตร น้ำหนักหลายร้อยกิโลกรัม ทำขึ้นจากผ้าฝ้ายอิตาลี่ ประดับด้วยเพชรสวารอฟสกี้ เป็นตราธรรมจักรบนผืนผ้าอย่างงดงามก่อนจะนำไปห่มองค์พระธาตุพนม หลังจากนั้นจึงมีพิธีรำบูชาพระธาตุที่มีนางรำกว่า 200ชีวิต ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ทางประเพณีที่สืบต่อกันมาอย่างงดงาม  สำหรับพระพุทธรูปประจำวันเกิดองค์ต่างๆ ปัจจุบันนำไปประดิษฐานที่วัดพระธาตุประจำวันเกิดต่างๆ เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย จึงขอเชิญชวนทุกท่านแวะเวียนไปร่วมทำบุญที่พระธาตุประจำวันเกิดต่างๆ ที่จังหวัดนครพนม พระประจำวันเกิดวันอาทิตย์                   ประดิษฐานที่วัดพระธาตุพนม  อ.ธาตุพนม   คาถาบูชาพระประจำวันเกิด  "อะ วิช สุ นุต สา นุส ติ" โดยมีความเชื่อกันว่า ผู้ใดได้ไปนมัสการพระธาตุแห่งนี้แล้ว ชีวิตจะพบแต่ความเจริญรุ่งเรือง พระประจำวันเกิดวันจันทร์                     ประดิษฐานที่วัดธาตุเรณู  อ.เรณูนคร  คาถาบูชาพระประจำวันเกิด  "อิ ระ ชา คะ ตะ ระ สา" โดยมีความเชื่อกันว่า ผู้ใดได้ไปนมัสการพระธาตุแห่งนี้แล้ว จะได้อานิสงค์ให้มีวรรณะงดงามผุดผ่อง พระประจำวันเกิดวันอังคาร                    ประดิษฐานที่วัดพระธาตุศรีคูณ  อ.นาแก  คาถาบูชาพระประจำวันเกิด  "ติ หัง จะ โต โร ถิ นัง" โดยมีความเชื่อกันว่า ผู้ใดได้ไปนมัสการพระธาตุแห่งนี้แล้ว จะได้รับอานิสงส์ให้มีศักดิ์ศรีทวีคูณ พระประจำวันเกิดวันพุธ (กลางวัน)                    ประดิษฐานที่วัดพระธาตุมหาชัย  อ.ปลาปาก  คาถาบูชาพระประจำวันเกิด  "ปิ สัม ระโล ปุ สัต พุท" โดยมีความเชื่อกันว่า ผู้ใดได้ไปนมัสการพระธาตุแห่งนี้แล้ว จะประสบแต่ชัยชนะในชีวิต ค้าขายคล่อง พูดจามีคนเชื่อถือ พระประจำวันเกิดวันพุธ (กลางคืน)                    ประดิษฐานที่ วัดมรุกขนคร อ.ธาตุพนม  คาถาบูชาพระประจำวันเกิด  "คะ พุท ปัน ทู ทัม วะ คะ" โดยมีความเชื่อกันว่า ผู้ใดได้ไปนมัสการพระธาตุแห่งนี้แล้ว จะดลบันดาลให้เกิดแต่สิ่งดีๆ  มีความเป็นสิริมงคล พระประจำวันเกิดวันพฤหัสบดี      ประดิษฐานที่วัดธาตุประสิทธิ์  อ.นาหว้า  คาถาบูชาพระประจำวันเกิด  "ภะ สัม สัม วิ สะ เท ภะ" โดยมีความเชื่อกันว่า ผู้ใดได้ไปนมัสการพระธาตุแห่งนี้แล้ว จะได้รับอานิสงส์ผลสำเร็จในหน้าที่การงาน พระประจำวันเกิดวันศุกร์             ประดิษฐานที่วัดพระธาตุท่าอุเทน  อ.ท่าอุเทน   คาถาบูชาพระประจำวันเกิด  "วา โธ โน อะ มะ มะ วา" โดยมีความเชื่อกันว่า  ผู้ใดได้ไปนมัสการพระธาตุแห่งนี้แล้ว จะได้รับอานิสงส์ให้ชีวิตรุ่งโรจน์เสมือนพระอาทิตย์ พระประจำวันเกิดวันเสาร์            ประดิษฐานที่วัดพระธาตุนคร  อ.เมืองนครพนม  คาถาบูชาพระประจำวันเกิด  "โส มา ระ กะ ริ กา โธ" โดยมีความเชื่อกันว่า  ผู้ใดได้ไปนมัสการพระธาตุแห่งนี้แล้ว จะได้รับความสุขสวัสดิ์ มีอำนาจ วาสนา บารมีที่ดี รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com