พูนสวัสดิ์

มงคลเมเจอร์ นำทัพคนแฟชั่น ชม Saint Laurent รอบปฐมทัศน์ ฮือฮาฉากฉาวแรงจัดเต็ม
Saint Laurent /  กัสปาร์ อุลลิแอล / 

สมเป็นภาพยนตร์สุดฉาวของวงการแฟชั่น เมื่อทัพคนบันเทิงและคอแฟชั่น บุกพารากอนซีนีเพล็กซ์ ร่วมงานเปิดตัวและร่วมชมภาพยนตร์ Saint Laurent รอบปฐมทัศน์ประเทศไทยกันอย่างคับคั่ง เพื่อพิสูจน์ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ยอดเยี่ยมจริง สมกับที่เป็นตัวแทนประเทศฝรั่งเศส ส่งเข้าชิงรางวัลออสการ์ของปีนี้หรือไม่ โดยคุณเตือนใจ เตชะรัตนประเสิรฐ  รองประธานกรรมการบริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, คุณพรศีล บุทกัสกา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บ. เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป จำกัด  คุณสรัลธร อัศเวศน์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายส่งเสริมการตลาด ศูนย์การค้าสยามพารากอน และคุณเซเรน่า วูน ฮาฟรี่ลัค ผู้จัดการทั่วไปกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางชั้นสูง บริษัท ลอรีอัล พร้อมเซเลบริตี้ด้านแฟชั่น ได้ผนึกกำลังร่วมจัดงานเปิดตัวภาพยนตร์รอบปฐมทัศน์ ขึ้นที่โรงภาพยนตร์พารากอนซีนี้พล็กซ์ เมื่อวันที่ 24 พ.ย. ที่ผ่านมา ร่วมด้วย เหล่าเซเลบริตี้ชั้นนำ โดยเหล่าเซเลบริตี้ ต่างก็ชื่นชมภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างเป็นเอกฉันท์ ไม่ว่าจะเป็น คุณกุณทีรา ปัจฉิมสวัสดิ์ - "ชอบที่หนังพูดถึงชีวิต 2 ด้าน ชอบความฉูดฉาด จัดจ้าน มีอะไร ให้กลับไปคิดเยอะ", พลอย หอวัง - "ชอบ อีฟ แซงต์ โลรองต์ อยู่แล้ว ยิ่งดูหนังก็ยิ่งรักในตัวตนของเขา", ป๊อบ คำเกษม - "กัสปาร์  แสดงดีมาก ตกใจฉากเปลือย แต่พอดูจบแล้วรู้สึกจุก" และ โอบอุ้ม รัสรินทร์ ชุมสาย ณ อยุธยา - "Saint Laurent เป็นหนังที่มีความเป็นศิลปะสูง ดูจบแล้วมีอะไรให้กลับไปคิดต่อ" Saint Laurent เล่าเรื่องราวของ แซงต์ โลรองต์ แฟชั่นดีไซเนอร์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งปีจากประเทศฝรั่งเศส ที่คนรักแฟชั่นและคอภาพยนตร์ต่างรอคอย โดยได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนจากประเทศฝรั่งเศสเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนต์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมปี 2015 และได้รับการยกย่องว่าเป็นภาพยนตร์ที่โดดเด่นทั้งด้านฝีมือการกำกับของ เบอร์ตรอง โบเนลโล ซึ่งเขาใช้เวลาในการเตรียมงานและเขียนบทภาพยนตร์นานถึง 5 ปี และฝีมือการแสดงของ กัสปาร์ อุลลิแอล และ หลุยส์ คาร์เรล ที่สำคัญภาพยนตร์Saint Laurent ยังได้เข้าฉายในสายประกวดหลักชิงรางวัลปาล์มทองคำของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ปี 2014 โดยได้รับเสียงปรบมืออย่างกึกก้องจากผู้เข้าชมอีกด้วย ติดตามเรื่องราวล้วงลึกชีวิตอัจฉริยะแห่งแฟชั่น ไปกับ Saint Laurent แซงต์ โลรองต์ ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ Saint Laurent ได้ที่นี่เลย --------------------------------

ก้อย ศรัณย่า จัดคอนเสิร์ตพิเศษ เพื่อ กฤต พรรณนา
Saranya Mini Concert Special for Kritt /  กฤต พรรณนา / 

เป็นศิลปินสาวเสียงสวยที่มีแฟนเพลงหลายๆ คนคิดถึงเธออยู่เสมอมา ล่าสุดกับคอนเสิร์ตสุดพิเศษที่ “ก้อย ศรัณย่า ส่งเสริมสวัสดิ์” ขอเชิญชวนคนรักเสียงเพลงของเธอ ร่วมร้อยหัวใจดวงเล็กๆ ด้วยรักที่ยิ่งใหญ่ มอบให้กับเพื่อนศิลปินร่วมอาชีพ “กฤต พรรณนา” ที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งตับอ่อนระยะสุดท้าย ในมินิคอนเสิร์ต ”ศรัณย่า มินิคอนเสิร์ต สเปเชี่ยล ฟอร์ กฤต” (Saranya Mini Concert Special for Kritt) “ก้อยเองก็รู้จักคุณกฤต พรรณนา มาก่อน คุณกฤตเคยทำงานให้ในเรื่องของทำนอง-เรียบเรียงเพลง ตั้งแต่ช่วงที่ก้อยอยู่ที่แกรมมี่ ประมาณ7-8 ปีมาแล้ว ซึ่งพอได้ทราบข่าวคุณกฤตป่วยเป็นมะเร็งตับอ่อนระยะสุดท้าย ก็ใจหายและก็ให้กำลังใจกฤตและครอบครัวมาตลอด ซึ่งล่าสุดนี้ก้อยก็ลองถามตัวเองดูว่าเราพอจะช่วยอะไรคุณกฤตได้มากกว่านี้มั๊ย??? ช่วยในสิ่งที่เราพอมีกำลังพอทำได้ ก็เลยคิดถึงการทำคอนเสิร์ตนำเสียงเพลงมาแลกเป็นเงิน เพื่อนำไปมอบเป็นของขวัญให้กับคุณกฤต ก้อยเลยอยากจะชวนแฟนๆ เพลงของก้อยมามีความสุขและให้ความรักแก่กัน รวมถึงให้กำลังใจคุณกฤตด้วยค่ะ ในมินิคอนเสิร์ต ศรัณย่า มินิคอนเสิร์ต สเปเชี่ยล ฟอร์ กฤต (Saranya Mini Concert Special for Kritt) ที่จะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายนนี้ พร้อมด้วยศิลปินรับเชิญพิเศษ คุณสุเมธ องอาจ (สุเมธ แอนด์ เดอะปั๋ง) ที่อยากมาร่วมให้กำลังใจคุณกฤตด้วยกัน ก้อยก็อยากให้ทุกคนมาร่วมในคอนเสิร์ตเล็กๆ แต่อบอุ่นนี้ด้วยกันเยอะๆ นะคะ ซึ่งติดต่อซื้อบัตรได้แล้วตั้งแต่วันนี้ค่ะ” พี่ก้อย ศรัณย่า กล่าว สำหรับมินิคอนเสิร์ต ”ศรัณย่า มินิคอนเสิร์ต สเปเชี่ยล ฟอร์ กฤต” (Saranya Mini Concert Special for Kritt) จะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2557 เวลา 18.30 น. ณ หอประชุมเมืองไทยประกันชีวิต บัตรราคา 1,000 บาททุกที่นั่ง สนใจติดต่อจองบัตรได้ที่ โทร. 081-915-0085, 081-651-3464 พร้อมโอนเงินค่าบัตรและร่วมสมทบทุนได้ที่ บัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ ศรัณย่า ส่งเสริมสวัสดิ์ เพื่อ กฤตวิทย์ กันจงกิตติพร เลขที่บัญชี 136-253597-5 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.saranyasongs.com หรือ เฟสบุ๊คแฟนเพจ “ศรัณย่า ส่งเสริมสวัสดิ์” ย้อนกลับไปฟัง เพลงเพราะๆ จาก พี่ กฤต พรรณนา กันสักหน่อย เพลงนี้เลย ห่างไกลใกล้กัน

บอดี้สแลม แนวย้อนยุค ภาพโปรโมท ซิงเกิ้ลที่ 4 รักอยู่ข้างเธอ
Bodyslam /  Bodyslam ปรากฏการณ์ ดัม-มะ-ชา-ติ / 

ย้อนวัยฟรุ้งฟริ้ง บอดี้สแลม ปล่อยภาพโปรโมท ซิงเกิ้ลที่ 4 รักอยู่ข้างเธอ (Feat. อัญชลี จงคดีกิจ) จากอัลบั้ม dharmajāti (ดัม-มะ-ชา-ติ) ≠ Bodyslam แม้ช่วงนี้ วง บอดี้สแลม ยังคงเดินหน้าทัวร์คอนเสิร์ต bodyslam ปรากฏการณ์ ดัม-มะ-ชา-ติ ต่อเนื่อง ทั่วประเทศ ล่าสุดในแฟนเพจของวง ก็ได้ปล่อยภาพโปรโมท ย้อนวัยฟรุ้งฟริ้ง สำหรับซิงเกิ้ลที่ 4 จากอัลบั้ม dharmajāti (ดัม-มะ-ชา-ติ) กับเพลง รักอยู่ข้างเธอ ที่ได้ พี่ปุ๊ อัญชลี จงคดีกิจ มาร่วมเป็นแขกรับเชิญ ในเพลงนี้ เอาเป็นว่า ใครเป็นใคร ลองไปชมกันเอาเองในภาพล่ะกันนะฮะ เนื้อเพลง รักอยู่ข้างเธอ (Feat. อัญชลี จงคดีกิจ) ศิลปิน บอดี้สแลม คำร้อง ขจรเดช พรมรักษา ทำนอง อาทิวราห์ คงมาลัย เรียบเรียง bodyslam, พูนศักดิ์ จตุระบุล ------------------------------------------------------------ แผ่นฟ้ากว้าง หนทางยังคงกีดขวางให้เราไม่เจอกัน ฉันเข้าใจในความเดียวดาย เพราะฟ้ากั้น หัวใจจึงมีจุดหมายให้เราข้ามไปหา แม้มันไกลจนสุดขอบฟ้า ในคืนอ้างว้าง ยังมีความหมาย... จะอยู่กับเธอเสมอ ไม่ว่าไกลเท่าไร ห่างกันสุดฟ้าเพียงใด ทั้งหัวใจจะอยู่ใกล้ใกล้เธอ จะอยู่กับเธอตรงนี้ คืนที่ไร้แสงไฟ แต่ใจเรายังพบเจอ ให้ความรักฉันเคียงข้างเธอ เมื่อทุกก้าว แสนไกล ยังมีขวากหนามให้เราต้องเผชิญ ยังต้องเดินต่อไป ต่อไป... ยังต้องเชื่อ ยังต้องฝัน มีกันและกันเราจะไม่เดียวดาย ให้ความรักนําทางเราไป ในความอ้างว้างยังมีความหมาย จะอยู่กับเธอเสมอ ไม่ว่าไกลเท่าไร ห่างกันสุดฟ้าเพียงใด ทั้งหัวใจจะอยู่ใกล้ใกล้เธอ จะอยู่กับเธอตรงนี้ คืนที่ไร้แสงไฟ แต่ใจเรายังพบเจอ ให้ความรักฉันเคียงข้างเธอ อาจเป็นเพียงสายลมที่คอยพัดพา เมื่อเธอเหนื่อยล้า ฉันอยู่ไม่ไกล อาจไม่เห็นด้วยตาแต่มีความหมาย... จะอยู่กับเธอเสมอ ไม่ว่าไกลเท่าไร ห่างกันสุดฟ้าเพียงใด ทั้งหัวใจจะอยู่ใกล้ใกล้เธอ จะอยู่กับเธอตรงนี้ คืนที่ไร้แสงไฟ แต่ใจเรายังพบเจอ ให้ความรักฉันเคียงข้างเธอ รักยังก้าวเดินไป ยังเดินก้าวไปพร้อมเธอ ยังเป็นอยู่เสมอ ความรักยังเคียงข้างเธอ... ข้างเธอ... สำหรับทัวร์คอนเสิร์ต “bodyslam ปรากฏการณ์ ดัม-มะ-ชา-ติ” ยังคงเดินหน้าสร้างความสุขให้กับแฟนเพลงทั่วประเทศอยู่ ณ ตอนนี้ ใครไม่อยากพลาดความมันส์ แบบส่งตรงถึงที่ ก็สามารถคลิกเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.bodyslamtour.com เพราะยังมีอีกหลายจังหวัดให้ไปโดดกัน มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

กันกัน สั่นสู้ เลิฟซีนรุ่นพี่ดีกรีนางงาม
RoomAlone 401-410 /  กันกัน / 

ซีรี่ส์ รูม อะโลน 401-410 ที่เจาะลึกตีแผ่ชีวิตเหงาๆ ของคนยุคโซเชียล 2014 เสาร์ที่ 22 พ.ย.นี้ กระโดดข้ามมาเป็นเรื่องราวของห้อง 406 “แคมป์” (กันกัน-ณัฐวัฒน์ ชัยณรงค์โสภณ) นักเรียน ม.ปลาย ที่พ่อแม่บังคับให้มาเรียนพิเศษ ทุกเสาร์-อาทิตย์ที่กรุงเทพฯ โดยมาพักอยู่กับ “เต็นท์” (เต๋า AF8) พี่ชายนักศึกษาแพทย์เจ้าของห้อง ด้วยความต่างของทั้งคู่ ทำให้ไม่ค่อยลงรอยกันนัก โดยเฉพาะน้องชายที่อยากเอาชนะพี่ชาย ไม่เว้นแม้แต่เรื่องความรัก กับแฟนสาวของพี่ชายตัวเอง “เค้ก” (ฝ้าย-เวฬุรีย์ ดิษยบุตร) เบื้องหลังที่เก็บมาฝากวันนี้ เป็นฉากที่ “กันกัน” นั่งเล่นเกมอยู่ในห้องแล้ว “ฝ้าย” แฟนของพี่ชายมาหาที่ห้องเล่นเกมด้วย ก่อนถ่ายทำจริงผู้กำกับฯ “เอ็กซ์” (ณัฐพงษ์ มงคลสวัสดิ์) ก็อธิบายพร้อมแสดงท่าทางให้ดู จากนั้นซักซ้อมคิว ซึ่งกว่า “กันกัน-ฝ้าย” จะเล่นได้ถูกใจผู้กำกับฯ ก็เล่นเอาเหงื่อตก โดนไปหลายเทค โดยเฉพาะ “กันกัน” ที่ประหม่าสุดๆ ถึงขั้นสั่น กับความสวยของสาว “ฝ้าย” ดีกรีนางงาม อดีตมิสยูนิเวิร์สฯ 2014 นั่นเอง “เป็นตอนที่ผมนั่งเล่นเกมอยู่ แล้วพี่ฝ้ายมาที่ห้องมานั่งเล่นเกมด้วยกัน ทำให้เราสองคนใกล้ชิดกันมาก ในบทคือต้องจูบกันเลย แล้วผมถ่ายรูปเก็บไว้ แต่ตอนถ่ายทำจริงๆ ใช้มุมกล้องช่วยเหมือนจูบกัน ตอนแรกเลยไม่ค่อยกังวลเท่าไร่ครับ แต่พอพี่เอ็กซ์ ผู้กำกับฯ บอกให้เอาหน้าไปใกล้ๆ ก็เริ่มประหม่า มีแอบหลุดขำกันเองด้วยนิดหนึ่งครับ เพราะต้องอยู่ใกล้มาก แบบลมหายใจถึงกันเลย ทำเอาเขินเหมือนกัน เพราะพี่ฝ้ายเค้าสวย ยิ่งมองใกล้ๆ ด้วย (ยิ้มๆ) ซึ่งถ้าต้องจูบจริงๆ ผมคงเขินกว่านี้แน่ๆ (หัวเราะ) ส่วนที่มีแตะเนื้อแตะตัวกัน ก่อนถ่ายผมขอโทษก่อน เพราะพี่เค้าเป็นผู้หญิงเกรงใจครับ สุดท้ายก็ผ่านไปได้ด้วยดี แม้จะโดนไปหลายเทค (ยิ้มๆ) ยังไงฝากติดตามชมด้วยนะครับ” กันกัน เล่า เรื่องราวของห้อง 406 จะจบลงอย่างไร ติดตามใน “รูม อะโลน 401-410” ทุกวันเสาร์ เวลา 13.00-14.00 น. ทางช่อง ONE ช่องดิจิตอลหมายเลข 31 และเคเบิ้ลดาวเทียมหมายเลข 41 และติดตามรายละเอียด พร้อมอัพเดททุกความเคลื่อนไหวได้ที่ www.facebook.com/roomalonetheseries หรือ IG:roomalonetheseries มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ตู่ ส่ายหน้า! ไม่รู้ เจนี่ โผล่เบิร์ธเดย์ เอ๋
ตู่ นันทิดา /  ตู่ อวยพรวันเกิด เอ๋ / 

นักร้องเสียงทรงพลัง ตู่ นันทิดา แก้วบัวสาย รับไปร่วมอวยพรวันเกิดอดีตสามี เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ พร้อมแชะภาพร่วมเฟรม และมอบรูมสเปรย์ให้เป็นของขวัญ เผยลูกสาวสุดเลิฟ น้องเพลง ชนม์ทิดา ร้องเพลงทำเซอร์ไพร้ส์เบิร์ธเดย์คุณพ่อ ก่อนจะส่ายหน้าบอกไม่รู้มีภาพคล้ายนางเอกสาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ โผล่มางานวันเกิดฝ่ายชายครั้งนี้ด้วย!! "เรื่องภาพคู่กับคุณเอ๋ในวันเกิดของเขา ก็เป็นปกติวันเกิดของคุณพ่อน้องเพลง เราก็ส่งของขวัญให้กันเป็นประจำทุกปี ปีที่แล้วก็ส่งดอกไม้ แต่ปีนี้น้องเพลงเขาไปร้องเพลงเซอร์ไพร้ส์คุณพ่อ ส่วนตัวพี่เองติดถ่ายละครอยู่ ที่จริงจะไปด้วยกันกับน้องเพลง แต่สุดท้ายกองถ่ายเลิกดึกก็เลยไปอวยพรตอนงานเกือบเลิกแล้ว" "ถามเจอกันครั้งนี้มีการพูดคุยอะไรกันไหม ไม่มีค่ะ ก็ปกติอยู่แล้ว และก็อวยพรให้เขาสุขภาพแข็งแรง ก็ดีใจด้วยที่มีคนมาอวยพรเยอะแยะมากมาย ส่วนน้องเพลงก็รู้สึกจะร้องเพลงที่เขาแต่งให้ เพราะเขาร้องบนเวทีและตัวพี่เองก็ไม่ได้เห็นเหมือนกัน จริงๆ แล้วน้องเพลงเห็นคุณพ่อคุณแม่อยู่ด้วยกัน เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร ก็อย่างที่บอกที่เป็นเรื่องปกติที่พี่อวยพรวันเกิดกันทุกปี ก็จะส่งดอกไม้ไป" "ปีนี้ให้ของขวัญเป็นรูมสเปรย์เพราะรู้ว่าเขาชอบความสะอาด บรรยากาศก็ไม่ได้ชื่นมื่นอะไร เป็นปกติค่ะ ไม่ได้มีอะไรที่เป็นพิเศษไปกว่าทุกปี แขกที่มาร่วมก็รู้สึกว่าประมาณ 3,600 ดูยิ่งใหญ่กว่าทุกปี เพื่อนฝูงมาเยอะ แต่พี่ไปตอนที่งานเลิกแล้ว ส่วนที่มีภาพเจนี่ไปร่วมงานด้วย อันนี้ไม่ทราบค่ะ เพราะพี่ไปหลังงานเลิกแล้ว" "หลังจากนี้คงไม่มีแพลนไปไหนพร้อมกันแล้วมั้งคะ พี่เองก็มีงานทุกปี เราไม่ได้มีเวลาแบบนั้น แต่ส่วนมากวันเกิดน้องเพลงคุณพ่อจะมาหาเป็นปกติอยู่แล้ว เพราะต่างคนต่างทำงานเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว ปกติคุณพ่อเขาก็จะโทรหาลูกอยู่แล้ว ถ้าว่าก็มาเจอลูก ส่วนวันเกิดพี่เอง เป็นคนไม่จัดงาน ไม่เคยจัดงานมาหลายปีแล้วคะ ชอบอยู่เงียบๆมากกว่า ไม่ได้อะไรค่ะ" ตู่ นันทิดา กล่าว ขอบคุณภาพจาก IG : pegliyah , plengasavahame , janienineeleven ตู่ นันทิดา ตู่ นันทิดา ตู่ นันทิดา ตู่ นันทิดา ตู่ นันทิดา มาเบิร์ธเดย์ เอ๋ ชนสวัสดิ์ เอ๋ ชนสวัสดิ์ - น้องเพลง ชนม์ทิดา อัศวเหม เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ

รองนายกอบต.ป่าสักแขวนคอดับ ชาวบ้านลืออาถรรพ์
รองนายกฯอบต.ป่าสัก /  รองนายกฯอบต.ป่าสักแขวนคอดับ / 

รองนายก อบต.ป่าสัก จ.ลำพูน แขวนคอดับ ญาติคาด ปัญหาส่วนตัว - งาน ขณะชาวบ้านลืออาถรรพ์ ผู้บริหารอยู่ไม่ครบวาระ พ.ต.ท.นริศ สายมณี พงส.สภ.เหมืองจี้ อ.เมือง จ.ลำพูน รับแจ้งมีชายแขวคอตายไม่ทราบสาเหตุ ที่ฟารม์หมู ในสวนลำใย เลขที่ 252 หมู่ที่ 1 บ้านสันคะยอม ต.ป่าสัก อ.เมือง จ.ลำพูน จึงพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่พูนชัยลำพูน กู้ชีพป่าสัก กู้ชีพศรีวิชัย อปพร.ป่าสัก ไปยังที่เกิดเหตุ พบชายใช้เชือกในล่อนสีเขียวแขวคอกับราวไม้ที่สร้างที่พักให้กับหมู จึงได้ประสานไปยังนิติเวชโรงพยาบาลลำพูน พร้อมแพทย์เวรออกตรวจสอบ พบสภาพห้อยโตงเตง สวมเสื้อแขนยาวลายน้ำเงินเทา สวมกางเกงขาสามส่วนสีชมพู รองเท้าบูทสีดำ เสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง ทราบชื่อ คือ นายอุทิตย์ พิงคะสัน อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 72/3 หมู่ที่ 1 บ้านสันคะยอม ต.ป่าสัก อ.เมือง จ.ลำพูน เป็นรองนายก อบต.ป่าสัก จึงช่วยกันนำศพลงมา และพบว่าบริเวณกระสอบป่านสีขาวมีข้อความเขียนด้วยปากกาเมจิกสีแดงถึงญาติสนิทว่าให้ช่วยจัดการงานศพให้ด้วย จากการสอบสวนเบื้องต้น ญาติคนหนึ่งให้การว่า นายอุทิตย์ มีปัญหาทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องการทำงาน ส่วนสาเหตุการตายที่แท้จริง ต้องรอพนักงานสอบส่วนเวร สภ.เหมืองจี้ และแพทย์เวร ร.พ.ลำพูน หาสาเหตุต่อไป ทั้งนี้ ผู้ตายเป็นที่รักของพี่น้องประชาชนใน ต.ป่าสัก อนึ่ง ชาวบ้านใน ต.ป่าสัก เล่าว่า อบต.ป่าสัก ผู้บริหารแต่ละสมัยจะมีปัญหาและมีอันจบชีวิตลงอย่างไม่คาดคิดมาหลายคน เช่น เกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต เส้นเลือดในสมองแตกเสียชีวิต ลาออกก่อนครบวาระบ้าง ซึ่งชาวบ้านลือว่าเป็นเรื่องอาถรรพ์ต่าง ๆ

ป้าหมอเตือน เด็กทารก กิน น้ำคลอโรฟิลล์ อาจตายได้
น้ำคลอโรฟิลล์ /  ป้าหมอ / 

จากกรณีที่มีการโพสต์ภาพ คุณแม่ท่านหนึ่ง นำ น้ำคลอโรฟิลล์ใส่ขวดนมให้ เด็กทารก ที่มีอายุเพียง 7 วันกินเข้าไปแล้วมีการโฆษณาชวนเชื่อว่า ดีต่อเด็กทารก ทำให้เด็กแข็งแรงมาก นั้น ล่าสุด ป้าหมอ หรือ พญ. สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ กุมารแพทย์ทารกแรกเกิด ได้โพสต์ข้อความเตือนคุณแม่ทั่วประเทศว่า นี่ เป็นการกระทำที่ เสี่ยงอันตราย อาจะทำให้เด็กเสียชีวิตได้ ป้าหมอขอขอบคุณ คุณหมอจ่าพิชิต ขจัดพาลชน ที่กรุณาส่งรูปผู้หญิงคนหนึ่งในโซเชียลมีเดียกำลังเอาน้ำที่เจ้าตัวบอกว่าชื่อน้ำคลอโรฟิลล์ ให้เด็กทารกกิน ด้วยความเป็นห่วงว่า ในปัจจุบัน มีการโพสต์ขายของมากมาย โดยไม่มีการกลั่นกรอง หากผู้ไม่ทราบ หลงใช้ตามโฆษณา ก็จะเป็นอันตรายจนถึงแก่ชีวิตได้ โดยเฉพาะเด็กๆค่ะ ทารกแรกเกิดหนัก 5 กก. ไม่ใช่เด็กปกตินะคะ ไม่ใช่สิ่งที่น่าชื่นชมหรือเลียนแบบ อาจเกิดจากการที่คุณแม่เป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ หรือ เด็กอาจเป็นโรคผิดปกติบางอย่างที่ทำให้มีปัญหาน้ำตาลในเลือดต่ำ มีผลกับสมองตามมา หากไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้อง และ การให้ทารกกินน้ำอื่นๆที่ไม่ใช่นมแม่ หรือ นมผงสำหรับทารกที่ได้รับการเตรียมอย่างถูกสัดส่วน และ สะอาด จะเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ เช่น เกิดภาวะน้ำเกินหรือน้ำเป็นพิษจนสมองบวม ท้องร่วงจากติดเชื้อ เกิดอาการแพ้รุนแรง ต่อไปนี้คืะ วิธีให้อาหารตามวัยที่ถูกต้อง ใช้ได้ทั้งกรณีนมแม่และนมผง คำถามจากคุณแม่แฟนเพจเกี่ยวกับวิธีให้อาหารตามวัย >>>>>ลูกของคุณแม่สามเดือนกว่าแล้วค่ะ คุณแม่ให้นมแม่อยู่ และกำลังคิดว่าอาจเริ่มให้อาหารอ่อนๆ ประเภทกล้วยบดหรือว่าข้าวบด แต่เคยได้ยินมาว่าควรให้เมื่อลูกสี่เดือนขึ้นไป ไม่อย่างนั้นอาจไม่ดีต่อกระเพาะอาหารเล็กๆ จึงอยากสอบถามคุณแม่ว่าสามารถเริ่มให้ได้เลยหรือยังคะ และถ้าเริ่มได้ควรเริ่มจากอะไรก่อนดีคะ" ป้าหมอ >>>> ทำไมจึงไม่ควรให้ทารกกินอาหารอื่นที่ไม่ใช่นม ก่อนอายุ 6 เดือน เมื่อ 10 ปีก่อน แนะนำให้เริ่มอาหารตามวัยหลัง 4 เดือน แต่ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น 6 เดือนแล้วค่ะ โดยมีงานวิจัยมากมายสนับสนุนคำแนะนำดังกล่าว แต่บุคลากรทางการแพทย์จำนวนหนึ่ง และหนังสือคู่มือเลี้ยงลูกหลายๆเล่ม ยังไม่ทราบข้อมูลใหม่เหล่านี้ ต่อไปนี้ คือ หน่วยงานที่แนะนำว่า ทารกควรกินนมแม่อย่างเดียว หรือ กินนมผงบวกน้ำเปล่าเพียงอย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรก *องค์การอนามัยโลก *ยูนิเซฟ *สมาคมกุมารแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา *คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติออสเตรเลีย *คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติแคนาดา เพราะว่า ทารกส่วนใหญ่จะมีความพร้อมทั้งด้านพัฒนาการและร่างกายในการกินอาหารอื่นที่ไม่ใช่นมแม่ หรือ นมผง เมื่ออายุประมาณ 6-9 เดือน บางงานวิจัยกล่าวว่าเด็กบางคนควรเริ่มกินอาหารตามวัยช้ากว่าคนอื่นด้วยซ้ำไป เช่น คนที่มีประวัติโรคภูมิแพ้ในครอบครัว อาจเริ่มที่อายุ 12 เดือน หรือ เป็นเด็กคลอดก่อนกำหนด #ข้อดีของการเริ่มอาหารหลังอายุ 6 เดือน - ช่วยลดอัตราการเจ็บป่วย เพราะได้รับภูมิต้านทานจากนมแม่เต็มที่ มากกว่า 50 ชนิด และยังมีอีกมากมายที่ยังไม่รูัจัก การศึกษาหนึ่งพบว่าเด็กที่ได้รับนมแม่อย่างเดียวใน 4 เดือนแรก พบปัญหาโรคหูชั้นกลางอักเสบน้อยกว่ากลุ่มที่เริ่มอาหารตามวัยเร็ว โดยลดลงถึง 40% และมีปัญหาโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจลดลงอย่างชัดเจน - ไม่ทำให้ระบบทางเดินอาหารทำงานหนักเกินไป ถ้าเริ่มเร็วเกินไป อาจมีปัญหา ท้องอืด ท้องผูก น้ำย่อยโปรตีนยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้ย่อยโปรตีนได้ไม่เต็มที่ น้ำย่อยคาร์โบไฮเดรตยังไม่สมบูรณ์จนกว่าจะอายุ 6-7 เดือน น้ำย่อยไขมันยังไม่สมบูรณ์จนกว่าจะอายุ 6-9 เดือน - ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคแพ้อาหาร งานวิจัยพบว่า ยิ่งให้นมแม่นาน ยิ่งลดความเสี่ยงของโรคแพ้อาหาร เพราะว่าก่อน 6 เดือน เซลเยื่อบุลำไส้ยังอยู่กันแบบหลวมๆ (open) เพื่อให้ ภูมิคุ้มกันจากนมแม่ผ่านเข้าไปตามช่องว่างดังกล่าวเข้าไปอยู่ในเลือดของลูก ช่วยป้องกันการติดเชื้อโรค แต่หากมีการให้อาหารแปลกปลอมอื่นเข้าไป สารแปลกปลอมก็จะเล็ดลอดเข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายทารกสร้างสารต่อต้าน จนเกิดปัญหาแพ้อาหารตามมาได้ หลัง 6 เดือนเซลเยื่อบุลำไส้จะอยู่กันชิดๆแล้ว (close) ความเสี่ยงจึงลดลง - ลดความเสี่ยงปัญหาขาดธาตุเหล็ก การให้อาหารอื่นก่อนอายุ 6 เดือน จะทำให้ลำไส้ดูดซึมธาตุเหล็กจากนมได้น้อยลง งานวิจัยพบว่า เด็กที่ได้รับอาหารอื่นก่อน 6 เดือน จะมีปัญหาซีดจากขาดธาตุเหล็กที่อายุ 1 ขวบมากกว่า และเมื่อเริ่มอาหารเสริมแล้ว อย่าลืมให้กินอาหารที่มีธาตุเหล็กเป็นประจำ จะได้ไม่ซีด อีกปัจจัยหนึ่งที่จะลดความเสี่ยงของโรคซีดหลัง 6 เดือน คือ ตอนคลอดควรรีดเลือดจากสายสะดือเข้ามาทางลูก ถึงแม้จะเพิ่มปัญหาตัวเหลืองขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่มีความสำคัญอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ - ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคอ้วนเมื่อโตขึ้น - ช่วยให้แม่ผลิตน้ำนมได้เต็มที่ เพราะหากกินอาหารตามวัย จะทำให้เด็กกินนมแม่ลดลง แม่จะสร้างน้ำนมลดลง พบว่าเด็กที่เริ่มอาหารตามวัยเร็วก่อน 6 เดือน มีแนวโน้มหย่านมแม่เร็วขึ้น - ลูกมีปัญหาการกินน้อยกว่ากลุ่มที่เริ่มอาหารตามวัยก่อน 6 เดือน เพราะลูกมีความพร้อมมากกว่า อย่าเชื่อคำขู่ว่า ถ้าไม่เริ่มเร็วๆ ลูกจะกินข้าวยาก เพราะเริ่มเร็วเริ่มช้ากว่า 6 เดือน ก็มีปัญหากินข้าวยากได้ทั้ง 2 กลุ่ม ทั้งเด็กที่กินนมแม่หรือนมผง ก็เจอปัญหากินข้าวยากทั้ง 2 กลุ่ม และข้อเท็จจริง คือ กลุ่มที่เริ่มเร็วกว่า 6 เดือน (เพราะน้ำย่อยและการเคลื่อนไหวของลำไส้ยังไม่พร้อม) และ กลุ่มนมผง (เพราะเด็กนมแม่ รสชาตินมแม่จะแปรเปลี่ยนไปตามอาหารที่แม่กิน จึงทำให้เด็กคุ้นเคยกับรสชาติอาหารมากกว่า แต่นมผง รสชาติจะคงเดิมตลอด) จะมีปัญหากินข้าวยากมากกว่าค่ะ ลูกใครที่กินก่อน 6 เดือน แล้วไม่มีปัญหาอะไร ก็ถือว่าโชคดีไปค่ะ เช่น ให้กินกล้วยตั้งแต่ 1 เดือน ลูกก็ไม่เห็นเป็นไร กระเพาะอาหารก็ไม่เห็นแตกเหมือนกับที่เป็นข่าว ก็เหมือนกับการรัดเข็มขัดนิรภัยที่บางคนไม่รัด ก็ยังอยู่รอดปลอดภัยดีอยู่ แต่ผลกระทบต่อสุขภาพระยะยาวนั้นมีแน่ๆค่ะ เช่น แทนที่ลูกจะได้กินนมแม่มากๆ ซึ่งมีสารบำรุงสมอง สารต้านเชื้อโรค สารต้านมะเร็ง ก็ต้องเสียพื้นที่ไปในการกินกล้วยซึ่งไม่มีสารเหล่านี้ และ งานวิจัยพบว่า การเริ่มกินสิ่งอื่นก่อน 6 เดือน จะเป็นสาเหตุทำให้หย่านมแม่ก่อนเวลาอันควรด้วยค่ะ ถ้าเราอยากให้ลูกกินนมแม่ไปได้นานๆ ก็ไม่ควรเริ่มอาหารอื่นก่อน 6 เดือนนะคะ #วิธีการให้อาหารตามวัย ให้เริ่มด้วยข้าวกล้อง (บางคนแพ้ข้าวกล้อง กินแล้วมีผื่นขึ้น หรือ ท้องผูก ก็ให้เปลี่ยนเป็นข้าวขัดขาว) หุงรวมกับถั่ว แล้ว ค่อยๆใส่ผักทีละอย่าง ใช้ซ้ำหนึ่งเมนู นาน 4-5 วัน เพื่อการตรวจสอบว่าไม่มีปัญหาแพ้ อาการแพ้ คือ ผื่น ตาบวม ปากบวม คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ปวดท้อง ถ่ายเป็นมูกเลือด งอแง ส่วนผลไม้และน้ำผลไม้ ค่อยเริ่มเดือนถัดไป เพื่อให้รู้จักรสชาติของผักซึ่งจืดก่อน เพื่อไม่ให้ติดหวาน ผักที่ใช้มีดังนี้ แครอท ไชเท้า มันเทศ มันฝรั่ง มันม่วง มันญี่ปุ่น ถั่วลันเตา ถั่วแขก ถั่วฟักยาว ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วแดง ถั่วขาว ถั่วชิกพี ถั่วสปลิท ลูกเดือย ลูกบัว ผักกาดขาว ผักกาดเขียว ผักกาดหอม ผักกาดแก้ว กะหล่ำปลี ตำลึง ผักบุ้ง กวางตุ้ง คะน้า ผักโขม ปวยเล้ง บ็อคชอย มะรุม ยอดมะระ ผักหวาน ข้าวโพดอ่อน เห็ด หัวหอมใหญ่ บล็อกโครี่ กะหล่ำดอก ฟักขาว แตงกวา แตงร้าน ฟักทอง ฟักเขียว อโวคาโด เมล็ดพืช ควรเลือกผักออร์แกนิกจะได้สารพิษน้อยหน่อย ควรแช่น้ำยาล้างสารพิษ เช่น เบคกิ้งโซดา หรือ น้ำเกลือ หรือ น้ำยาแช่ผัก อโวคาโด เมล็ดพืช เช่น เมล็ดฟักทอง เมล็ดดอกทานตะวัน เมล็ดงา เมล็ดแฟล็กซ์ มีโอเมก้า 3 ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของดีเอชเอ ช่วยบำรุงสมองและสายตา ส่วนของข้าวกล้องและถั่วจะสุกช้า จึงควรแช่น้ำทิ้งไว้ 24 ชม. จึงค่อยต้มให้สุกด้วยน้ำเปล่า หรือ น้ำซุปผัก ไม่แนะนำน้ำต้มกระดูกหมู เพราะจะได้ไขมันจากสัตว์เข้าไปด้วย ห้ามปรุงรสด้วยซี่อิ๊ว น้ำปลา น้ำตาล น้ำผึ้ง เพราะจะทำให้ลูกติดรสชาติ ไม่ดีกับสุขภาพ แต่ให้ใส่เกลือไอโอดีนเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ขาดสารไอโอดีน ไม่ใช่ใส่เพื่อให้มีรสชาติ เมื่อข้าวและถั่วสุกดีแล้วจึงค่อยใส่ผัก รอจนสุก ปล่อยให้เย็นแล้วตักใส่ช่องทำน้ำแข็ง เมื่อแข็งแล้วแกะใส่ถุงเก็บนม แยกเป็นแต่ละเมนู เก็บได้นาน 4 สัปดาห์ในตู้เย็นนช่องฟรีส เวลาจะใช้ แกะออกจากถุงใส่ภาชนะที่ปลอดภัยในการอุ่นด้วยไมโครเวฟ หรือ อุ่นบนเตา คนให้เข้ากันดี เพราะบางจุดร้อนจัด เดี๋ยวลวกปากลูก ไม่ควรทำอาหารจากดิบเป็นสุกด้วยไมโครเวฟ สำหรับอาหารของลูก เพราะกลัวจะสุกไม่ทั่วถึง แต่ใช้เป็นการอุ่นอาหารที่สุกมาแล้วได้ค่ะ ส่วนภาชนะ จาน ถ้วย ช้อน ถาดน้ำแข็ง ล้างให้สะอาดด้วยน้ำยาทำความสะอาดขวดนมและน้ำเปล่า ไม่ต้องนึ่ง อายุ 6-7 เดือน ให้บดอาหารให้ละเอียด โดยปั่นละเอียด หรือครูดผ่านกระชอน วันละมื้อเดียว หัดให้ลูกกินน้ำจากถ้วยหรือหลอดดูด หรือ ช้อนตักน้ำป้อนเวลากินข้าวแล้วฝืดคอ ในวันแรก เริ่มป้อนเพียง 1 ชต. แล้วตามด้วยนมแม่จนอิ่ม ค่อยๆเพิ่มวันละ 1 ชต. อย่าเพิ่มเร็ว เดี๋ยวท้องอืด แล้วร้องกวนตอนกลางคืน แต่ถ้าลูกไม่อยากกิน อย่าบังคับ ให้หยุดป้อน แล้วค่อยให้ใหม่วันต่อมา จนกินได้ครบมื้อ ปริมาณ 5-8 ชต. นมมื้อนั้น จะเลื่อนการกินออกไปอีก 3-4 ชม. ในกรณีที่ยังไม่ทราบว่าแพ้อาหารหรือไม่ ควรให้กินมื้อเช้า หรือ กลางวัน เพราะหากป้อนมื้อเย็น แล้วมีปัญหาแพ้อาหาร ลูกอาจมีอาการผิดปกติตอนกลางคืน ซึ่งสังเกตอาการได้ยากและต้องไปโรงพยาบาลเวลาฉุกเฉิน แต่ถ้าหากทราบว่า ไม่มีอาการแพ้ อาจเปลี่ยนมาให้อาหารเป็นเวลาเย็น อาจมีประโยชน์ในแง่ อาหารทำให้อิ่มนานขึ้น ลูกอาจหลับได้ยาวขึ้น เริ่มใส่เนื้อสัตว์เดือนที่ 7 คือ ไก่ หมู ปลาน้ำจืด เช่น ปลาช่อน ปลาดุก ปลานิล ปลาทับทิม ปลากราย ปลาเนื้ออ่อน ปลาสวาย ปลาคัง ปลาตะเพียน (ระวังก้าง) ตับไก่ ตับหมู ไข่แดง (ต้องต้มให้สุกเต็มที่ หากเป็นยางมะตูม หรือ ไข่ลวกหรือไข่ที่ตอกลงไปในโจ๊ก ซึ่งสุกไม่เต็มที่ เชื้อโรคไม่ถูกทำลาย จะทำให้ถ่ายเป็นมูกเลือดได้) ปริมาณที่ใส่ต่ออาหาร 1 มื้อ คือ 1 ช้อนโต๊ะพูน ไม่ควรมากกว่านี้ เพราะไตจะทำงานหนัก บดให้ละเอียด ของใหม่ใช้ทีละอย่าง ใช้ซ้ำ 4-5 วัน เพื่อตรวจสอบอาการแพ้ ส่วนไข่ขาว และ อาหารทะเลให้เริ่มหลังจากอายุ 1 ขวบ เนื่องจากแพ้ง่าย หากเริ่มเร็วเกินไป อาจไปกระตุ้นทำให้เกิดปัญหาแพ้ภายหลังได้ เดือนที่ 7 เริ่มผลไม้ปั่นละเอียดและเติมน้ำลงไปด้วย จะได้ไม่ฝืดคอและไม่หวานเกินไป เป็นอาหารว่างอีก 1 มื้อ ปริมาณ 3-4 ชต. เช่น แอปเปิ้ล สาลี่ แคนตาลูป ชมพู่ แตงไทย แตงญี่ปุ่น ลูกพลับ ลูกพีช ลูกแพร์ พุทรา กล้วย มะม่วงสุก มะละกอสุก (หากกินผัก ผลไม้ สีเหลือง สีส้ม มากๆ อาจทำให้ผิวสีเหลือง ไม่อันตราย กินต่อไปได้ ถ้าหยุดกินแล้ว กว่าจะหายเหลือง จะใช้เวลานานประมาณ 6 เดือน) ส่วนผลไม้รสเปรี้ยว เช่น ส้ม มะนาว กีวี สัปปะรด มะเขือเทศ บลูเบอรี่ สตรอเบอรี่ ให้เริ่มหลัง 1 ขวบ เนื่องจากแพ้ง่าย ไม่แนะนำให้ขนมทุกชนิดใน 2 ขวบแรก แม้แต่ขนมปัง หรือ ที่เขาว่าเป็นขนมสำหรับเด็กฝึกถือกินเองก็ตาม เพราะจะทำให้ลูกติดใจรสชาติ ไม่ชอบกินข้าว ฟันผุ เป็นโรคอ้วน และขนมปังก็มีสารอาหารน้อยกว่าข้าว จึงไม่ควรให้รู้จัก ถ้าลูกเป็นเด็กมีปัญหากินข้าวยาก นอกจากนี้ขนมปังเป็นอาหารแปรรูป มีการปรุงแต่งใส่รสชาติ สารกันบูด นมเนยชีส และตัวแป้งสาลีก็ถือเป็นอาหารก่อภูมิแพ้ เดือนที่ 8 – 9 ให้เพิ่มข้าวเป็น สองมื้อ เริ่มป้อนอาหารเนื้อหยาบขึ้น คือ ไม่บดละเอียด แต่ตุ๋นให้นุ่ม เวลาป้อนให้ใช้หลังช้อนบด แต่ต้องดูด้วยว่า ลูกสามารถกินได้หรือไม่ ถ้าเคี้ยวแล้วกลืนได้ ไม่ติดคอ ไม่คายออกมา ไม่อมเอาไว้ในปากโดยไม่กลืน แสดงว่ากินได้ แต่ถ้ายังไม่ได้ ให้กลับไปบดละเอียดเหมือนเดิม แต่ทำให้ข้นมากขึ้นเล็กน้อย แล้วเดือนหน้าค่อยลองป้อนใหม่ มื้อที่สาม ให้เริ่มเมื่ออายุ 11-12 เดือน และเริ่มทำอาหารแบบไม่ต้องตุ๋น เพียงแค่ต้ม แล้วดูว่าลูกกินได้หรือไม่ เด็กหลายคนเริ่มกินข้าวสวย และข้าวเหนียวได้ตั้งแต่อายุ 1 ขวบ เริ่มปรุงรสอ่อนๆได้ แต่ต้องดูด้วยว่า ไม่มีปัญหาท้องผูก หรือ ถ่ายออกมาเป็นอาหารไม่ย่อย เนื่องจากการกินอาหารที่หยาบมากขึ้น เวลาเดินทาง แนะนำให้ใช้อาหารสำเร็จรูปบรรจุในกระปุกแก้ว ที่เปิดฝาแล้วตักกินได้เลย เลือกชนิดที่ไม่เติมน้ำตาล สารกันบูด และนมผง แต่ถ้าอยู่บ้าน แนะนำให้กินอาหารทำเองแช่แข็ง จะมีคุณค่ามากกว่าอาหารสำเร็จรูป ไม่แนะนำอาหารที่เป็นผงชนิดก่อนใช้ให้ผสมน้ำบางยี่ห้อ เนื่องจากมีน้ำตาลและนมวัวผงผสมอยู่ และอาหารที่เป็นผง จัดว่าเป็นอาหารที่มีการดัดแปลงมากเกินไป เนื่องจากผ่านกระบวนการความร้อนที่ทำให้เป็นผง จึงเหลือคุณประโยชน์น้อยลง ควรฝึกให้ลูกได้ตักอาหารกินเอง ตั้งแต่อายุ 9 เดือน ไม่ต้องกลัวเลอะเทอะ โดยให้นั่งเก้าอี้ (high chair) และมานั่งกินพร้อมผู้ใหญ่ จะได้เลียนแบบท่าทางของผู้ใหญ่ ไม่ควรกินข้าวพร้อมกับเล่นของเล่น หรือ ดูทีวี หรือ เดินตามป้อนหน้าบ้าน เพราะจะทำให้ติดเป็นนิสัย ไม่มีสมาธิกับการกินข้าว อมข้าว และใช้เวลานานเกินไป ตำราทำอาหารบางสูตร แนะนำให้ใส่เนย มาการีน ชีส หรือ นมวัว หรือ นมผง ลงไปในอาหาร แต่ป้าหมอไม่แนะนำ เนื่องจากทำมาจากนมวัว ซึ่งเป็นสารก่อภูมิแพ้ ส่วนกรณีที่ต้องการเอานมแม่ที่สะสมไว้มาประกอบอาหาร อาจมีที่ใช้ใน 2 กรณี คือ หนึ่ง ลูกไม่ยอมกินนมที่สะสมไว้ หรือ สอง ลูกไม่ยอมกินอาหาร ดังนั้นการเอานมแม่มาผสมกับอาหาร อาจทำให้ยอมรับสิ่งที่ไม่ยอมกินได้ง่ายขึ้น แต่หากลูกยอมกินนมที่สะสมอยู่แล้ว และยอมกินข้าวดีอยู่แล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องละลายนมเพื่อนำมาใช้ประกอบอาหาร ให้ยุ่งยากหลายขั้นตอน แต่หากลูกมีปัญหาดังกล่าว วิธีเอานมแม่แช่แข็งมาใช้ประกอบอาหารคาว ให้ทำอาหารให้ข้นกว่าปกติ หลังจากที่อุ่นอาหารพร้อมจะกินแล้ว ให้ละลายนมแม่มาราดบนอาหาร เพื่อให้ได้อาหารที่มีความเข้มข้นเหมาะสม จะไม่เอานมแม่ไปต้มกับอาหารตั้งแต่ต้น เพราะจะเสียคุณค่าและมีกลิ่นเหม็น หากต้องการนำนมแม่แช่แข็งมาทำเป็นอาหารหวาน คือ เอาก้อนนมแม่แข็งมาปั่นกับผลไม้ที่ต้องการ แล้วตักป้อนให้กินเป็นไอศกรีมผลไม้ เครดิตรูป : คุณหมอจ่าพิชิต ขจัดพาลชน คำเตือน : อย่าเลียนแบบหญิงสาวในภาพนี้เด็ดขาด นำมาให้ดูเป็นอุทาหรณ์ อย่าคิดแต่จะขายของโดยขาดสามัญสำนึกของมนุษย์ค่ะ ที่มาจาก :  https://www.facebook.com/SuthiRaXeuxPhirocnKic

37 ผู้ค้าข้าว แห่ประมูล สต๊อกข้าวรัฐบาล
กระทรวงพาณิชย์ /  ข่าว / 

ผู้ส่งออก โรงสี ผู้ประกอบการค้าข้าว แห่ยื่นประมูลข้าวสต๊อกรัฐครั้งที่ 3 ของปีนี้ ปริมาณกว่า 2 แสนตัน ล้นหลามถึง 37 ราย กระทรวงพาณิชย์ได้เปิดให้ภาคเอกชนที่สนใจยื่นซองเสนอราคาประมูลข้าวสารในสต๊อกของรัฐบาล ครั้งที่ 3 ปริมาณกว่า 207,000 ตัน เป็นข้าวขาว 5% ปริมาณ 76,000 ตัน และปลายข้าวขาวเอวันเลิศ ปริมาณ 131,000 ตัน เป็นข้าวจากโครงการรับจำนำข้าวฤดูการผลิต 2554/55 นาปรัง 2555 และ 2555/56 และ 2556/57 แบบรายคลัง หรือรายกอง โดยเปิดให้ผู้ที่สนใจยื่นซองประมูลข้าวสาร ตั้งแต่เวลา 8.30 ถึง 11.00 น. มีเอกชนสนใจเข้ายื่นซองประมูลทั้งหมด 37 ราย โดยที่ในเวลา 13.30 น. วันเดียวกันนี้ จะมีการเปิดซองประมูล เพื่อประกาศผู้ที่ผ่านเกณฑ์ และให้ราคาสูงสุดในการการประมูลข้าวในครั้งนี้ สำหรับการประมูลครั้งนี้ ได้นำข้าวที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพมาเปิดประมูล และมั่นใจว่าจะไม่กระทบกับราคาตลาด เพราะการเสนอราคายังคงใช้เกณฑ์ราคาขั้นต่ำ ที่คณะกรรมการได้คำนวณไว้ ซึ่งใช้ราคาตลาด ณ ปัจจุบันอ้างอิง หากผู้ใดเสนอราคาต่ำกว่าราคาขั้นต่ำก็จะไม่ขายให้ จึงเชื่อว่าน่าจะขายได้ราคาดี อย่างไรก็ตาม การเปิดประมูลข้าวในสต๊อกรัฐบาลครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 3/2557 โดยใน 2 ครั้งที่ผ่านมา รัฐบาลสามารถระบายข้าวไปแล้วรวมกว่า 145,285 ตัน คิดเป็นมูลค่า 1,649 ล้านบาท โดยทั้ง 37 รายที่เข้าร่วมยื่นซองประมูล ได้แก่ 1.บริษัท วัฒนพรอินเตอร์ โกลเด้นไรซ์ จำกัด 2.บริษัท เอเชีย โกลเด้น ไรซ์ จำกัด 3.บริษัท ร่วมกำชัย จำกัด 4.บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด 5.บริษัท อิสเทิร์นไรซ์ จำกัด 6.บริษัท โรงสีข้าวทวีพัฒนา จำกัด 7.บริษัท ประกรวรรณรอมการ จำกัด 8.บริษัท เกศกนก เทรดดิ้ง จำกัด 9.บริษัท โรงสี กู้เกียรติ จำกัด 10.บริษัท รวมชัย มัลติเทรด จำกัด 11.บริษัท นครหลวงค้าข้าว จำกัด 12.บริษัท อรุณ ไรซ์ เทรดดิ้ง จำกัด 13.บริษัท เอเชียโกลเด้นเกรน จำกัด 14.บริษัท โรงสีทรัพย์แสงทอง 2550 จำกัด 15.บริษัท โรงสีข้าวรวมชัยสังขละ จำกัด 16.บริษัท นำแสงค้าข้าว จำกัด 17.บริษัท ไทยสถาวร เทรดดิ้ง จำกัด 18.บริษัท วิรัตน์ชนก จำกัด 19.บริษัท มหาทรัพย์ ฟีด จำกัด 20.บริษัท เจียเม้ง จำกัด21.บริษัท โรงสีไฟศรีกรุงลาดกระบัง จำกัด 22.บริษัท เอ็นบีที เทคโนโลยี จำกัด 23.บริษัท โกลเด้นเกรน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด 24.บริษัท โรงสีเจริญทรัพย์ จำกัด 25.บริษัท กรุงไทยพืชผล จำกัด 26.บริษัท โรงสีสวัสดิ์ไพบูลย์ จำกัด 27.บริษัท สุวิทย์ ไรซ์มิลล์ จำกัด 28.บริษัท พงษ์ลาภ จำกัด 29.บริษัท ไทยฟ้า (2511) จำกัด 30.บริษัท เฟรนด์ ไรซ์ จำกัด 31.บริษัท โรงสีข้าวเจริญผล จำกัด 32.บริษัท โรงสีไฟสมบูรณ์ การค้า จำกัด 33.บริษัท ข้าว ซี.พี. จำกัด 34.บริษัท โรงสีเอกไรซ์ จำกัด 35.บริษัท โสธรอินเตอร์เทรด จำกัด 36.ริษัท เอ แอนด์ ซีไรซ์ เพชรบุรี จำกัด และ 37.บริษัท ดำรงพืชผล จำกัด MThai News

ทายาทปอบ (2536) 2/2 จบ
หนังไทย

บทภาพยนตร์ : วิทวัส กำกับบท : บัญชา ติปยานนท์ กำกับภาพยนตร์ : เล็ก ดวงทองดี นักแสดง : เอกพันธ์ บันลือฤทธิ์, รักษ์สุดา สินวัฒนา, มณีรัตน์ วัยวุฒิ, น้ำฝน วงศ์เทพศิริ, สุชาดา อีแอม, หม่ำ จ๊กมก, ทองแถม เขียวสีใส, ไวท์ ผดุงการ, แป้น ปลื้มสระไชย, วีระ วงศ์สวัสดิ์, นิก โอโรโน่, ธเนตร ธนาคม, หมู คินโช, ต้อย ลาดพร้าว, อ๋า ชัยนาท เสียงพากย์ภาษาไทย : อินทรี ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2014/09/2536-master-vcd_86.html

เลม่อน ทาถู ช่วยให้ผมลอนสวย...อ่านไม่ผิดหรอกจ้า
ทำผม /  ผมลอน / 

Women Mthai มีเคล็ดลับมาฝากสาวๆกันอีกแล้วจ้า วันนี้ชวนสาวๆ มาทำผมแบบประหยัด สไตล์สาวรอบรู้ เพราะผู้ช่วยของเราในวันนี้ มีอยู่ในตู้เย็น ใช้ทำกับข้าวได้ ทำขนมก็ได้ ทำน้ำผลไม้ก็ดี อ่ะเฉลยๆ เจ้าของที่ว่านั้นคือ เลม่อน นั่นเอง ว่าแต่ว่า เลม่อน ลูกเหลืองๆนี้จะเอามาทำอะไรกับผมเราได้จริงหรือ?? อย่างรอช้า มาดูกันเลยจ้า เทคนิค ก็คือ การนำ เลม่อน มาทาผม แล้วก็จะการม้วนลอนซะก่อนเข้านอน  คอยดูเถอะ ตื่นมาสวยเฉยเลย   อุปกรณ์ที่คุณสาวๆต้องเตรียม คือ -หวีแปรง -กิ๊บสำหรับแบ่งผม -โรลม้วนผม -เลม่อน หั่นครึ่งลูก -ขวดสเปร์ย สำหรับนำ เลม่อนมาผสมกับน้ำเปล่า มาเริ่มลงมือกันเลย ก่อนนอน หลังจากสระผมและเป่าจนแห้งสนิทเรียบร้อย แล้วก็จัดการแบ่งผมซะ พร้อมแล้ว ก็นำผลเลม่อนที่เราผ่าครึ่งมาแล้ว นำมาถูที่ผม ค่อยๆแบ่งผมเป็นช่อๆ แล้วดูว่า ผมโดนน้ำเลม่อนจนเปียกนิดหน่อยแล้วเป็นใช้ได้ หรืออาจใช้วิธี นำน้ำเปล่าผสมกับเลม่อนใส่ในขวดสเปร์ยมาใช้ฉีดเพิ่มก็ได้ หลังจากนั้นก็นำโรลม้วนผมมาม้วน ทำแบบนี้ ให้ทั่วทั้งหัว เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็ ก็ ราตรีสวัสดิ์ เข้านอนโลด ตื่นเช้ามา ก็จัดการเอาโรลที่ม้วนไว้ออก ก็จะได้ลอนสลวยสวยเก๋ แบบที่ไม่ต้องฉีดสเปย์ หรือ ใช้ลอนไฟฟ้า ทำร้ายเส้นผมอีกต่อไป ลืมบอกไปว่า อีกคุณสมบัติของเลม่อน นั้นเวิร์คมาก สำหรับสาวๆ ที่มีปัญหาเรื่องผมมัน เพราะมันจะช่วย ลดความมัน ให้ผมคุณสาวๆ ได้อีกด้วย คืนนี้แวะซื้อ เลม่อน ก่อนกลับบ้าน แล้วลองเลยจ้า เรื่องโดย Women Mthai Team ที่มาภาพจาก www.ehow.com

โรงเรียนถูกปลวกกิน ไร้งบซ่อม อาศัยวัด
จันทบุรี /  อาศัยศาลาวัด / 

โรงเรียนวัดเกาะขวาง จันทบุรี ประสบปัญหาอาคารเรียนไม้ 2 ชั้น ถูกปลวกกินจนพุพัง ไม่มีงบประมาณซ่อม นักเรียนไม่สามารถเรียนในอาคารได้ ต้องอาศัยศาลาวัด นางสาวนงลักษณ์ บุญสวัสดิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดเกาะขวาง เปิดเผยว่า ในปัจจุบันโรงเรียนประสบปัญหาไม่มีอาคารเรียนให้กับนักเรียนได้เรียนหนังสือ เนื่องจากอาคารเรียนหลังเก่า ปัจจุบันที่เป็นอาคารเรียนไม้ 2 ชั้นถูกปลวกกัดกินจนพุพัง และทรุดโทรมเป็นอย่างมาก ประกอบกับอาคารเรียนไม่มีความปลอดภัยต่อตัวเด็กนักเรียนที่เข้าไปเรียนใน อาคาร จึงได้มีการนำนักเรียนในระดับชั้นอนุบาล ถึง ประถมการศึกษาปีที่ 3 จำนวน 170 คน ไปเรียนภายในในศาลาการเปรียญวัดเกาะขวางแทน เบื้องต้น ทางโรงเรียนได้มีการทำเรื่องเสนอของบประมาณไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาจังหวัดจันทบุรี เขต 1 แต่งบประมาณที่ทางสำนักงานเขตฯ ให้มาจำนวน 70,000 บาท ไม่เพียงพอต่อการซ่อมแซมอาคารเรียนแต่อย่างไร ทำให้ใช่วงเปิดภาคเรียนใหม่นี้ นักเรียนก็ยังไม่สามารถที่จะเข้าไปเรียนในอาคารเรียนได้ ขณะที่อาคารเรียนหลังนี้ต้องใช้งบประมาณในการซ่อมแซมกว่า 1 ล้านบาท นอกจากนี้ แม้ทางวัดเกาะขวางจะยื่นมือเข้าช่วยในการร่วมบริจาค และให้ทางโรงเรียนยืมเงิน จำนวน 2 แสนบาท แต่ก็ยังไม่เพียงพอ ทำให้ชาวบ้าน นักเรียน และครูต้องจัดทอดกฐินเพื่อหารายได้ นำเงินมาทำการซ่อมแซมอาคารเรียนกันเอง ล่าสุดอาคารเรียนยังขาดงบประมาณอีก จำนวน 5 แสนบาท

เด็ก9ขวบเล่นประทัดยักษ์ระเบิดใส่มือนิ้วขาด
ข่าวล่าสุด /  ประทัดยักษ์ / 

เกิดเหตุเด็กชายวัย 9 ขวบซน ซื้อประทัดยักษ์มาจุดเล่น เกิดระเบิดใส่มือถึงกับนิ้วขาด พ.ต.ท.ธนเดช ดวงตาปิยะชัย หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งว่ามีเด็กจุดประทัดยักษ์เล่นแล้วเกิดระเบิดใส่มือได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดบริเวณหน้าห้องพักคนงานก่อสร้างไม่มีเลขที่ ภายในซอยชัยพรวิถี 25 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงประสานหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา จ.ชลบุรี เดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบ ด.ช.แหลมทอง วงษ์สวัสดิ์ หรือ “น้องปอนด์” วัย 9 ปี นั่งร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด ตรวจสอบมือขวาพบมีบาดแผลเหวอะหวะ นิ้วกลางขาด นิ้วชี้ห้อยร่องแร่งเป็นที่น่าสยดสยอง เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลบางละมุง เพื่อให้แพทย์ทำการเย็บบาดแผลอย่างเร่งด่วน สอบถาม น.ส.จันทัย วงษ์สวัสดิ์ อายุ 47 ปี อาชีพคนงานก่อสร้าง ซึ่งเป็นแม่ของเด็ก เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุขณะตนนั่งกินข้าวอยู่ในห้องพัก จู่ ๆ ได้ยินเสียงประทัดระเบิดดังสนั่นเลยรีบวิ่งออกไปดู พบว่าลูกชายถูกประทัดระเบิดใส่มือขวาจนได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยมาช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาล ซึ่งจากการสอบถามเพื่อนคนงานก่อสร้างทราบว่า ก่อนหน้านี้น้องปอนด์ไปช่วยขนของและได้รับเงินค่าจ้างมาจำนวน 20 บาท เลยไปซื้อประทัดยักษ์มาจุดเล่นจนพลาดระเบิดใส่มือตัวเองได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ตร.เชียงคานจับพระเสพยาบ้าก่อนจับสึก
ข่าวพระ /  พระเชียงคาน / 

ตำรวจเชียงคานร่วมกับทหาร บุกจับพระสงฆ์เสพยาบ้าคาผ้าเหลือง ก่อนทำการสึก และดำเนินคดีตามกฎหมาย พ.ต.ท. มนต์ชัย บางยี่ขัน รอง ผกก.สส.สภ.เชียงคาน จ.เลย พ.ต.ท.ปิติ จันทร์สวัสดิ์ สว.สส.สภ.เชียงคาน และ ร.อ.กริชเพชร โภคา ผบ.ร้อย ทพ.2110 นำกำลังเข้าตรวจค้นกุฏิ พระสนธยา มหาปุญโญ หรือ นายสนธยา ขะพินิจ อายุ 44 ปี พระลูกวัดแห่งหนึ่งใน อ.เชียงคาน ภายหลังมีพฤติกรรมเสพและมั่วสุมยาบ้ากับกลุ่มวัยรุ่นใน อ.เชียงคาน เมื่อไปถึง พบพระสนธยา อยู่ภายในกุฏิ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงบัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. และใช้กฎอัยการศึกทำการตรวจค้น ขณะทำการตรวจค้นร่างกายและกระเป๋าผ้าอังสะ พบว่าพระสนธยา มีอาการออกพิรุธ จึงได้ทำการตรวจค้นทั่วกุฏิจนพบยาบ้า จำนวน 8 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในแอมป์เครื่องขยายเสียง โดยพระสนธยา รับสารภาพว่าเป็นของตนเอง มีไว้เพื่อเสพกับกลุ่มวัยรุ่นใน อ.เชียงคาน เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวไปให้เจ้าอาวาสทำการสึก พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาและนำตัวพร้อมของกลางยาบ้า ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เชียงคาน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หนังตัวอย่าง The Return ผีทวงคืน หนังผีตะลุย4ประเทศ
aec /  The Return / 

The Return ผีทวงคืน หนังสยองขวัญที่ถ่ายทำใน 4 ประเทศ ไทย - ลาว - พม่า - กัมพูชา และรวมนักแสดงหลายชาติเข้าไว้ด้วยกัน ปล่อยหนังตัวอย่างออกมาเขย่าขวัญแล้ว และมีเซตเรื่องย่อ-ภาพนิ่ง หน้าหนังรยวมไปถึงเบื้องหลัง มาให้ได้เห็นกันครับ นำแสดงโดย อ๋อม อรรคพันธ์ นะมาตร์, ไมเคิล ศิรชัช เจียรถาวร , คำลี่ พิลาวง (นักแสดงลาว) , ทอน ลักขณา (นักแสดงกัมพูชา) , อิ่งดาว อินทร์ปัญญา (นักแสดงลูกครึ่งไทย-ลาว) และ นุชนัท  ศรีทอง (นักแสดงเมียนม่าร์) และมีนักแสดงรับเชิญเป็น แบงค์-ปวริศร์ มงคลพิสิฐ และ แอน-วาสนา พูนผล กำกับโดย ศักดิ์ชาย ดีนาน พร้อมเข้าฉายในวันที่ 27 พ.ย. นี้ -------------------------------------- เรื่องย่อ... กรุงเทพ- ไทย คอนโดแห่งนี้มีข่าวลือว่า แม่บ้านชาวลาวกับยามหายตัวไปอย่างลึกลับ แต่กับหนุ่มวัยรุ่นติดหนี้พนัน (ศิรชัช เจียรถาวร) จำต้องแฝงตัวเข้ามาทำงานเพื่อหวังขโมยทรัพย์ แต่ทว่าเสียงเล่าลือนั้นท่าทางเป็นจริง เมื่อเขาเจอวิญญาณที่ตามหลอกหลอน... เสียมราฐ - กัมพูชา ตำรวจไทย (อรรคพันธ์ นะมาตร์) พลั้งมือฆ่าแรงงานพม่าอย่างไม่ตั้งใจ จึงหนีไปซ่อนตัวในโรงแรมเล็กๆ เขาเจอเรื่องหลอนๆ เหมือนมีใครคอยจับจ้อง อาจจะมีอะไรผิดปกติในที่แห่งนี้ หรืออาจมาจากความรู้สึกผิดที่ตามมากดดันจนเขาเริ่มจะคุ้มคลั่ง และในช่วงเวลาเดียวกัน.....  เวียงจันทน์ - ลาว พี่สาวของแรงงานชาวลาว (คำลี่ พิลาวง) มารับศพน้องที่เสียชีวิตในเมืองไทย เมื่อกลับถึงบ้านก็พบว่าแม่ช็อคหมดสติและเริ่มมีอาการเหมือนโดนผีสิง และ... ท่าขี้เหล็ก - พม่า เมียสาวที่อยู่บ้านแต่ติดต่อสามีที่มาทำงานในไทยไม่ได้ แล้วกลับพบว่า มีสิ่งลึกลับบางอย่างกำลังพยายามสื่อสารกับเธอ... ต่างคน ต่างเมือง  จุดเริ่มต้นจากคดีฆาตกรรมอำพราง ไปสู่จุดจบ......ด้วยวิญญาณอาฆาตแค้น...... ---------------------

สนั่นทางด่วน! ตร. ยิงสกัดจับคนร้ายขโมยรถ แหกด่าน
ข่าวยิงกันบนทางด่วน /  ข่าววันนี้ / 

ตำรวจทางด่วน ใช้ปืนยิงสกัดแก๊งคนร้ายลักรถจากชลบุรี หลังขับแหกด่านไม่ยอมให้จับ ก่อนรวบได้ 1 หนีไป 2 รายงานข่าวแจ้งว่าเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อาวุธปืนยิงสะกัดรถคนร้าย หลังขับแหกด่านไม่ยอมให้ตรวจ หลังสืบทราบว่าได้ก่อเหตุอุกอาจพกอาวุธปืนเข้าไปในบ้านของประชาชนในพื้นที่ชลบุรี ก่อนฉกรถหนีออกมาดังกล่าว โดยพ.ต.ท.ธนูเพ็ชร ฉมาฤกษ์ สว.จร.ทางด่วนกาญจนาภิเษก บางพลี-สุขสวัสดิ์ จนท.ชุดจับกุมได้เผยว่า หลังจากได้รับแจ้งจากพ.ต.ท.ธีรวัฒน์ จันทร์ศรีเพชร พงส.ผนพ.สภ.แสนสุข จ.ชลบุรี ให้ช่วยตั้งด่านสกัดจับกลุ่มคนร้ายที่ได้โมยรถยี่ห้อมาสด้า 2 ของชาวบ้านในพื้นที่ชลบุรีไป ก็นำกำลังมาตั้งด่านตรวจที่บริเวณด่านเก็บเงินบางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ แต่เมื่อรถต้องสงสัยขับมาถึง คนร้ายไม่ยอมหยุดรถและขับแหกด่านเพื่อหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงใช้อาวุธปืนยิงสกัดแต่พลาด ทำให้คนร้ายขับหนีมุ่งหน้าไปทางถนนพระราม 2 ทาง จนท.จึงวิทยุสั่งการให้ปิดทางลงทางด่วนทุกจุด จนทำให้การจราจรบนทางด่วนติดขัดหนัก  ก่อนที่คนร้ายเห็นท่าไม่ดียอมทิ้งรถและหลบหนีไป ทั้งนี้จากการตรวจค้นพบโทรศัพท์มือถือไอโฟน 5 เอส, โทรศัพท์มือถือโนเกีย 1 เครื่อง และนำดื่ม 3 ขวด ตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำรถตู้กลับไปตรวจสอบที่ สภ.สำโรงใต้ เพื่อเก็บลายนิ้วมือต่อไป เบื้องต้นหลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจฉะเชิงเทรา สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 1 ราย โดยคาดว่าเป็นร่วมขบวนการดังกล่าว หลังเขาได้ขับรถมาสด้า 2 คันที่ขโมยจากชลบุรีหนีออกไปทาง จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งจากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกับพรรคพวกอีก 2 คนเข้าไปเอารถคันนี้มาจริง แต่ไม่ทราบว่าเรื่องอะไร เพราะถูกจ้างให้มาขับรถคันดังกล่าวเท่านั้น แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อจึงควบคุมตัวไปสอบสวน เพื่อขยายผลตามจับกุมเพื่อนร่วมแก๊งต่อไป MThai news

ที่สุดอ่ะ! ชลบุรี บลูเวฟ ผงาดแชมป์โต๊ะเล็กเอฟเอคัพ/อาร์ม คว้าMVP
กฤษดา วงษ์แก้ว /  ฉลามโต๊ะเล็ก / 

ฉลามโต๊ะเล็ก ชลบุรี บลูเวฟ เบิ้ลแชมป์ฟุตซอลในประเทศในปีเดียว หลังเอาชนะ แบงค็อก เอฟซี 3-2 คว้าแชมป์สตาร์ท พลัส ซิงค์ ฟุตซอล เอฟเอ คัพ 2014 ขณะที่ เจ้าอาร์ม ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยม การแข่งขันสตาร์ท พลัส ซิงค์ ฟุตซอล เอฟเอ คัพ 2014 รอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง แบงค็อก เอฟซี พบกับ ชลบุรี บลูเวฟ ที่ห้างสรรพสินค้าแฟชั่น ไอส์แลนด์ เมื่อวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา ผลปรากฏว่า ฉลามโต๊ะเล็ก ชลบุรี บลูเวฟ เจ้าของแชมป์ฟุตซอลลีก ยังคงร้อนแรงไล่ต้อนเอาชนะ แบงค็อก เอฟซี ไปได้ 3-2 โดย ชลบุรี บลูเวฟ ได้จากประตูจาก ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง น.21, กฤษดา วงษ์แก้ว น.30, เกียรติยศ แฉล้มเขตร์ น.35 ด้าน แบงค็อก เอฟซี ได้ 2 ประตูจาก พงศกร จันทรสาขา น.24, นาวิน รัตนวงศ์สวัสดิ์ น.37 ส่งผลให้ ชลบุรี บลูเวฟ คว้าแชมป์เอฟเอคัพไปครอง ต่อจากฟุตซอล ไทยแลนด์ พรีเมียร์ลีก 2014 รับเงินรางวัลสะสมจากการแข่งขันรอบ 32 ทีมมาถึงรอบชิงชนะเลิศ จำนวน 610,000 บาท ขณะที่รองแชมป์ แบงค็อก เอฟซี ได้เงินรางวัล 310,000 บาท ส่วนรางวัลอันดับ 3 รับร่วมระหว่าง พัทยา อารีน่า กับ ม.ภาคฯ-ขอนแก่น ทีมละ 60,000 บาท สำหรับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมตกเป็นของ ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง (ชลบุรี บลูเวฟ) ขณะที่รางวัลดาวซัลโวสูงสุดเป็นของ กฤษดา วงษ์แก้ว (ชลบุรี บลูเวฟ) ทำไป 4 ประตูนับตั้งแต่รอบ 32 ทีมจนถึงนัดชิงชนะเลิศ