พี่แล้วทำไมถ้าใจอยากจะรัก

ไขปัญหา ขนลับสาวยุ่น มาดูกันพวกเธอตัดเล็บโกนกันบ่อยไหม
ขนลับ /  ขนเพชร / 

สไตล์ และ ความถี่ ของการโกน ขนลับสาวยุ่น จะเป็นไง มาดูกัน เชื่อว่าหนัง AV ในใจของชายเกือบทุกคนในไทยเรา ต้องยกให้หนังโป๊จากแดนปลาดิบอยู่เป็นอันดับต้นๆ ในใจเราอย่างแน่นอน ซึ่งถ้าเราสังเกตุดีๆ ถึงสิ่งที่แตกต่างระหว่าง หนังโป๊ av พี่ยุ่น กับ หนังโป๊ยุโรบ มันมักจะแตกต่างกันตรงที่ขน นั้นเอง ฝั่งยุโรปนี่เขาถางป่าโล่งเตียน แต่ฝั่งยุ่นนี้ดูเป็นธรรมชาติ จัดแต่งเป็นทรง ไม่ดูรก วันนี้ Men.MThai เราเลยจะมานำเสนอความลับของ ขนลับสาวยุ่น มาดูกันดีกว่าว่า สาวๆ เขานิยม สระเซ็ตซอย (หรอ?????) ขนเบื้องล่างกันบ่อยไหม จากการสำรวจ ขนลับสาวยุ่น ได้ผลออกมาว่า จากผู้หญิงญี่ปุ่น 100 คน จากอายุ 16-29 ปี ที่มาทำแบบทดสอบ ได้ให้คำตอบว่า 36% ของสาวๆ นั้นมักจะตัดและเล็มออก 2-3 ครั้งภายใน 1 เดือน 20% นั้นจัดการกับขนตัวเอง อาทิตย์ละครั้ง 10% ของสาวๆ บางคนจัดการ 2-3 ครั้งใน 1 อาทิตย์เลยก็มี และสาวๆ อีก 23% ที่ขี้เกียจหน่อย มักที่จะจัดการขนลับ 1 ครั้งใน 1-2 เดือน โดยผลการสำรวจนั้นเป็นเอกฉันท์เลยว่าอุปกรณ์ที่สาวๆ นิยมใช้มากที่สุดนั่นคือ มีดโกน (73%) นั่้นเอง และเมื่อเราจะเจาะลึกกันให้สุดๆ หน่อยว่าพวกเธอนิยมทรงไหน อะไรยังไง ที่จะจัดการกับหญ้าผืนน้อยนั้นยังไงกันแน่ โดยทรง V หรือทรงสามเหลี่ยมตามรอยบิกินี่ นั้นเป็นที่นิยมมากถึง 56% ส่วนทรง I (เป็นลักษณะเส้นตรง) และ ทรง O (ขนรอบๆ ทวารหนัก) นั้นร้องลงมาเป็นอันดับที่สองอยู่ที่ 23% เลยทีเดียว Men.MThai เรียบเรียงเนื้อหาต้นฉบับจาก http://www.tokyokinky.com/japanese-porn-star-pubic-hair-shaving/

ไอเดียเจ๋ง ร้านหนังสือวัดความซื่อสัตย์ของคน
ความคิดสร้างสรรค์ /  ประเทศจีน / 

ไอเดียเจ๋ง ร้านหนังสือวัดความซื่อสัตย์ของคน โดยร้านนี้มีชื่อว่า Honesty bookshop ตั้งอยู่จัตุรัสใจกลางเมืองหนานจิง ประเทศจีน มีชื่อร้านที่ตรงตัวมาก เพราะร้านหนังสือนี้ไม่มีพนักงาน ไม่มีคนเฝ้า ดังนั้นลูกค้าที่ต้องการหนังสือจะต้องจ่ายค่าบริการโดยการหย่อนเงินใส่กล่อง เรียกได้ว่าวัดใจกันสุดๆ ว่าจะซื่อสัตย์ในการจ่ายหรือจะชิ่ง ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากเด็กและผู้ใหญ่ที่ผ่านไปผ่านมา เมื่อเห็นร้านหนังสือก็ไม่พลาดที่จะเลือกหยิบดู และจ่ายเงิน แหม! เห็นแบบนี้แล้ว เมืองไทยบ้านเราน่าจะนำไอเดียนี้มาลองใช้บ้างนะคะ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผลตอบรับจะเป็นอย่างไรนะ...^^ ไอเดียเจ๋ง ร้านหนังสือวัดความซื่อสัตย์ของคน ข้อมูลและภาพ wegointer, xinhuanet

เก๋ ยินดียอมสะใภ้เล็ก สิริสันต์ เจนสุดา ตัดหน้าแต่งก่อน
เก๋ ชลลดา /  เจนสุดา ปานโต / 

ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้สาวเก่งอย่าง เก๋ ชลลดา ออกมายอมรับว่าเคยคุยและแพลนเรื่องงานแต่งไว้เรียบร้อยกับแฟนหนุ่มไฮโซอย่าง พร้อม สิริสันต์ แต่ดูเหมือนตอนนี้สาวเก๋จะเริ่มปลงตกกับชีวิต เลยขอพับโครงการแต่งงานไว้ก่อน ซึ่งพอมีข่าวว่าสะใภ้เล็กของบ้านสิริสันต์อย่าง เจนสุดา จะขอลั่นระฆั่งวิวาห์ก่อน สาวเก๋ก็ยินดีพร้อมบอกว่า "ก็ยินดีกับน้องเจนด้วยค่ะ คิดว่าเขาคงพร้อมที่จะมีครอบครัวแล้ว เพราะเขาก็คบกับน้องพอลมานานพอสมควร ส่วนเก๋เองความรักตอนนี้ก็มีความสุขดีเหมือนเดิม ส่วนเรื่องแพลนการแต่งงานอย่างที่บอกว่าเคยคุยๆ แพลนๆ กันไว้ แต่มาวันนี้เก๋คิดว่าตัวเองยังไม่พร้อมอะไรหลายๆ อย่าง บางคนที่เขาคิดที่จะแต่งงานคือเขาอยากที่จะมีลูก แต่เก๋เองกลัวและยังไม่พร้อมที่จะมีลูก เก๋เป็นคนที่ผูกพันกับอะไรง่ายๆ อย่างตอนที่สุนัขของเก๋ตาย เก๋เสียใจหนักมากๆ ถ้ามีลูกของตัวเองเวลาลูกเจ็บป่วยเป็นอะไรไป เก๋คงทำใจลำบาก เก๋เลยกลับมามองว่า ไม่จำเป็นว่าเราจะต้องจำกัดว่าต้องแต่งงานตอนอายุเท่าไหร่ เพราะคิดว่าพร้อมเมื่อไหร่ก็แต่ง ซึ่งคุณพร้อมเองก็เข้าใจ เขาไม่เคยที่จะมาเร่งรัดกับทางเก๋เลย" เก๋ ชลลดา-พร้อม สิริสันต์ เก๋ ชลลดา-พร้อม สิริสันต์

แรง!! เพจดัง จี้ เลิกจัด TGT เหตุไม่ได้คัดพรสวรรค์ แต่เน้นรักชาติ
TGT /  ดี้ นิติพงษ์TGT / 

แรง!! เพจดัง ซัดเละ TGT ไม่ได้คัดพรสวรรค์ แต่เน้นรักชาติ จี้ เลิกจัด จากกระแสดราม่ารายการไทยแลนด์ก็อตทาเลนท์ เกี่ยวกับผู้เข้ารอบ ซึ่งไม่เหมาะสมในสายตาชาวสังคมออนไลน์ รวมถึงมีประเด็นลอกเลียนแบบโชว์ของต่างชาติมาด้วยนั้น ล่าสุดแฟนเพจอวยไส้แตกแหกไส้ฉีก ซึ่งเป็นเพจวิจารณ์บันเทิงได้โพสต์แสดงความคิดเห็นกรณีนี้ว่า ตนรู้สึกว่ารายการนี้อยากได้แต่กระแส โดยไม่ค่อยคำนึงถึงกติกาสักเท่าไหร่ กรรมการใช้อารมณ์ ดราม่า ความรู้สึกมาใส่มากกว่าการตัดสินที่ตรงไปตรงมา การแสดงที่ดราม่าล่าสุดของ จึ๋ง อนุรักษ์ กับ ไฮไลท์ ตนไม่ได้ติดใจอะไรหรอกที่กรรมการจะเลือกไฮไลท์ แต่ติดใจทัศนคติของคุณดี้ ที่มาบอกว่า "สิ่งที่ "จี๋ง" มี...ไม่ใช่ทาเลนต์ สำหรับตน จึ๋งมีความสามารถพิเศษ เพราะพระเจ้าให้มาทำแบบนั้นได้...ไม่ใช่การฝึกฝน" ตนเริ่มสงสัยว่า TGT บ้านเรามันมีคนที่มีความสามารถจริง ๆ ไหม เราบอกว่าเราเลือกทีมที่ขยันซ้อม แต่มันก็ยังทำได้มาตฐานดีกว่าเลือกคนที่มีพรสวรรค์ที่พระเจ้าประทานมาให้แต่กำเนิด ไฮไลท์ฝึกหนักแต่ยังไม่เห็นว่าจะเก่งเลย และที่ทำให้แทบอาเจียนหลังจากชมจบคงจะเป็นเพลงสามัคคีชุมนุมที่มาพร้อมกับสัญลักษณ์ธงชาติ ทีมไหนอยากชนะก็ไปเอาเพลงที่เปิดตอนหกโมงเย็นมาใส่แล้วยัดเยียดให้คนรักคนสามัคคีเพื่อทำให้คนร้องไห้น้ำตาไหลมาก ผมอยากเรียกของพวกนี้ว่าเป็นตัวช่วย แต่มันไม่ได้ส่งเสริมให้รู้สึกว่ามีความสามารถอะไรเลยสุดท้ายงานโชว์งานศิลปะบ้านเรา ก็ยังถูกล้อมด้วยโจทย์ด้วยกรอบ ด้วยท่าบังคับ และความเชื่อที่ว่า ถ้ามีแบบนี้กรรมการจะชอบ " กรรมการเป็นคนแต่งเพลงยังแยกพรสวรรค์กับพรแสวงไม่ออก โชว์ต่ำกว่ามาตฐานเน้นใส่ "พร็อพพาแกนดา" ลงไปเพื่อเรียกคะแนนจากกรรมการ ถ้ายังคิดอะไรไม่ออก เลิกทำรายการสักสองสามปี รอคนไทยคิดอะไรให้ตกตะกอนก่อน รอกรรมการไปหาอะไรดูก่อนเยอะ ๆ ค่อยมาจัดใหม่ตัดสินใหม่เถอะ" ที่มา แฟนเพจ อวยไส้แตกแหกไส้ฉีก ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

แหวน ฐิติมา - เต็มฟ้า กฤษณายุธ คู่แม่ลูกที่ใกล้คำว่าสมบูรณ์แบบ
นักแสดง /  แหวน ฐิติมา

แหวน ฐิติมา - เต็มฟ้า กฤษณายุธ คู่แม่ลูกที่ใกล้คำว่าสมบูรณ์แบบ เราได้ยินคำกล่าวที่ว่า “ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ” กันมาตลอด แต่หลังจากได้ลองทำความรู้จักกับสาวน้อย “ปันปัน เต็มฟ้า กฤษณายุธ” ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของร๊อคเกอร์สาวอย่างคุณ แหวน ฐิติมา แล้ว ต้องขอบอกเลยว่านี่แหละ ผู้หญิงที่ใกล้เคียงกับคำว่าสมบูรณ์แบบมากที่สุดคนหนึ่ง ปันปันเคยเป็นอดีตนักกีฬายิมนาสติกทีมชาติไทย ปัจจุบันเป็นทั้งนักแสดง นักร้อง และนิสิตจากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (หลักสูตรนานาชาติ) นับเป็นแบบอย่างที่ดีคนหนึ่งสำหรับคนรุ่นใหม่ และด้วยวัยเพียง 19 ปี ดูเหมือนว่าปันปัน ซึ่งมีครบทั้งพรสวรรค์และพรแสวงจะประสบความสำเร็จในทุกสิ่งที่เธอได้ลองทำ ไม่ว่าจะเป็นกีฬา การแสดง ดนตรี หรือแม้แต่การเรียน เมื่อถามถึงเคล็ดลับเบื้องหลังความสำเร็จของสาวน้อยคนนี้ เธอบอกอย่างภูมิอกภูมิใจว่าสิ่งที่ผลักดันให้เธอทำสิ่งต่างๆอย่างเต็มกำลังความสามารถก็คือความรักและการสนับสนุนของคุณแม่นั่นเอง และวันนี้ คู่แม่ลูกที่น่ารัก คุณแหวน ฐิติมา และน้องปันปัน เต็มฟ้า จะมาแชร์เรื่องราวแสนอบอุ่นให้เราได้ฟังกัน เมื่อเราพูดถึงความสมบูรณ์แบบ ปันปันส่ายหัวปฏิเสธพลางตอบอย่างรวดเร็ว “ปันปันยังห่างไกลคำว่าเพอร์เฟกต์อีกมากค่ะ” สาวน้อยยิ้มหวานก่อนพูดต่อว่า “หนูไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นคนที่สมบูรณ์แบบอะไร แต่หนูเป็นคนที่ค่อนข้างมุ่งมั่นมาก ถ้าจะทำอะไรสักอย่าง ก็จะทำให้ดีที่สุดอย่างเต็มกำลังความสามารถ แต่ก็ดีใจนะคะที่มองหนูในแง่บวกขนาดนี้ ต้องยกเครดิตทั้งหมดนี้ให้คุณแม่เลยค่ะ” “อันนี้ก็ชมกันเกินไปนิดนึง” คุณแหวนตอบพลางหัวเราะ “น้องปันปันเป็นลูกสาวที่น่ารักค่ะเขารู้ว่าอะไรถูกไม่ถูก ควรไม่ควร ดังนั้นพี่แหวนจึงไม่ต้องกังวลอะไรกับเขามาก ยกเว้นเรื่องขับรถนี่แหละ ช่วงนี้ตารางของพี่กับปันปันเริ่มต่างกันมาก น้องเขาก็เลยอยากจะขับรถเอง เขาไม่อยากให้คุณแม่เหนื่อยขับไปรับไปส่งทุกวัน นี่พี่ก็พาน้องเขาไปเรียนที่โรงเรียนสอนขับรถเลยนะ ด้วยความที่อยากให้เขาได้เรียนจากมืออาชีพจริงๆ ช่วงนี้ก็เพิ่งเริ่มเรียน ก็ไม่ได้รีบอะไร อยากจะให้เขามีความมั่นใจที่สุดก่อน พอถึงวันที่เขาขับรถเองแล้ว พี่ก็อยากจะมั่นใจว่าน้องถึงที่หมายอย่างปลอดภัยดี เพราะเรื่องนี้พี่จะห่วงมากคือน้องเขาเป็นคนที่ระมัดระวังในทุกเรื่องอยู่แล้วแหละ แต่ความปลอดภัยบนท้องถนนก็ไม่ได้มาจากการระวังของคนขับเท่านั้น มันอยู่ที่สภาพของรถและเครื่องยนต์ด้วย ปันปันเนี่ยไม่มีความรู้เรื่องเครื่องยนต์เลย ส่วนพี่แหวนเองก็ไม่ได้เชี่ยวชาญ พี่ไม่รู้หรอกว่าอะไรในเครื่องยนต์มันทำงานยังไง แต่พี่รู้ว่าน้ำมันที่เติมเข้าไปสำคัญมาก เพราะมีผลกระทบต่อเครื่องยนต์โดยตรง แล้วด้วยความที่เราคุ้นเคยกับแบรนด์เชลล์มานาน ว่าเป็นแบรนด์ชั้นนำในตลาดน้ำมัน พี่แหวนจะย้ำอยู่เรื่อยๆ ว่าเวลาขับเอง ถ้าจะเติมน้ำมัน ให้เติมน้ำมันที่เชลล์เท่านั้น เพราะพี่รู้ถ้าเข้าปั๊มเชลล์เมื่อไหร่ รถของน้องจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี” “เห็นไม๊คะ แม่เป็นห่วงแม้กระทั่งเรื่องเล็กๆในชีวิตหนูเลย” ปันปันเสริมทันทีที่คุณแม่พูดจบ “คือตอนนี้พอหาเงินได้เองแล้วหนูก็พยายามไม่ขอเงินคุณแม่ แล้วหนูก็ไม่ได้กะว่าจะใช้รถแพงอะไรเล็งไว้แล้วว่าจะเติม E20 เพราะจะได้ประหยัดเงินด้วย เพราะฉะนั้น ตัวเลือกตัวเดียวของหนูก็คือ เชลล์ E20 แก๊สโซฮอล์ นี่แหละค่ะ เพราะยังไงก็ยังอยากเติมน้ำมันจากแบรนด์ที่ทั้งหนูและคุณแม่คุ้นเคยและไว้ใจ เพราะนี่จะเป็นคันแรกที่หนูต้องดูแลเองด้วย” เมื่อพูดถึงเรื่องนี้แล้ว คุณแหวนจึงพูดต่อว่า “น้องปันปันเขาเป็นคนรอบคอบค่ะ และเขาก็มีความตั้งใจสูงในทุกเรื่อง อย่างถ้าเขาตัดสินใจจะทำอะไรสักอย่าง เขาจะไม่ยอมแพ้จนกว่าจะไปถึงจุดสูงสุด อย่างตอนเด็กๆ ที่เขาเรียนบัลเล่ต์ เขาก็ได้รู้ว่าความยืดหยุ่นคือหัวใจสำคัญของการเต้นบัลเล่ต์ ทีนี้เลยมาขอพี่ให้พาไปเรียนยิมนาสติกเลย บอกว่าจะได้เต้นบัลเลต์ได้สวยๆ แต่พอพี่พาเขาไปเริ่มเรียนยิมนาสติก น้องก็ตั้งใจมาก ฝึกซ้อมอย่างหนักจนได้มีโอกาสเป็นถึงนักกีฬาทีมชาติ เขาเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว พี่แหวนเลยรู้ว่าแทนที่จะไปกำหนดทางเดินชีวิตให้เขาเป็นในแบบที่เราอยากให้เป็น ปันปันเขาเลือกทางเดินเองได้ เราแค่คอยสนับสนุนอยู่ข้างๆเขาก็พอ ปกติแล้วเด็กจะดีได้ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูใช่ไหม แต่ที่บ้านนี่คือตรงข้ามเลยนะ คือลูกมามีอิทธิพลกับวิธีการเลี้ยงดูของพี่มาก” “และการสนับสนุนของคุณแม่นี่แหละค่ะที่กลายมาเป็นพลังหนูเป็นพวกมีความฝันเยอะ ไม่ใช่เพ้อเจ้อนะคะ ก็แบบที่มันพอจะเป็นไปได้ จะได้ตั้งเป็นเป้าหมายในชีวิต ปันปันตั้งเป้าหมายในอนาคตว่าอยากเป็นนักการทูต แต่ก็ยังมีงานที่อยากลองทำในวงการบันเทิงอีกมาก หนูรู้ว่าหนูโชคดีที่มีโอกาสได้ลองทั้งการแสดงและร้องเพลงไปพร้อมๆกัน และก็อยากจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด แต่หนูก็ยังต้องเรียนให้ดี เพื่อความฝันสูงสุดที่ตั้งเป้าไว้ ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าต้องทั้งทำงานหนักและเรียนหนักในเวลาเดียวกัน ก็จะไม่ค่อยมีเวลาเที่ยวเล่นมากนักเท่าไหร่ ไม่ได้ใช้ชีวิตวัยรุ่นเต็มที่อย่างเพื่อนๆ บางทีก็เกิดเหนื่อยเกิดท้อๆ บ้างแต่ทุกครั้งที่ท้อ คุณแม่ก็จะคอยเป็นกำลังใจให้ค่ะ ซึ่งก็ช่วยได้เยอะจริงๆ” คุณแหวนฟังลูกสาวพูดจนจบ จึงพูดว่า “พี่แหวนเองก็พยายามให้กำลังใจเขาอย่างเต็มที่นะ อยากให้เขามั่นใจว่าพี่จะอยู่ข้างๆ ไม่ใช่คอยเดินนำหน้า แล้วบอกนู่นนี่ให้เขาทำตาม จากหัวใจของคนเป็นแม่เลยนะ พี่อยากให้น้องได้แต่สิ่งดีๆ อยากให้น้องเขาได้ทำตามความฝันอย่างที่เขาต้องการได้เต็มที่” เราถามปันปันว่าหากขอพรได้หนึ่งข้อ อยากขออะไร และคำตอบของสาวน้อยคนนี้ก็สะท้อนถึงความเป็นลูกสาวที่น่ารักของคุณแม่จริงๆ “ก็คงเป็นเรื่องที่อยากให้คุณแม่ดูแลตัวเองบ้างล่ะค่ะคือคุณแม่จะแบบ... ดูแลแต่หนู ห่วงหนูตลอด” “แหม ก็ลูกคนเดียวนี่คะนั่นแหละเป็นสิ่งที่คนเป็นแม่ต้องทำ” พี่แหวนรีบตอบ ปันปันยิ้มกว้างก่อนตอบ “รู้ค่า!รักแม่จัง”

ละครนางร้ายที่รัก  , เรื่องย่อนางร้ายที่รัก
บอย ปกรณ์ นางร้ายที่รัก /  คิมเบอร์ลี่ นางร้ายที่รัก / 

นางร้ายที่รัก บทประพันธ์โดย : ดวงมาลย์บทโทรทัศน์โดย : ชลนภัสส์ จันทรังษี, จีรนุช ณ น่าน, วรรณพร รัฐพิทักษ์สันติกำกับการแสดงโดย : สำรวย รักชาติ ออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 พิมพ์ชนก (คิมเบอร์ลี แอน เทียมศิริ) ดารานางร้ายสุดฮอตในวงการบันเทิง ได้รับมรดก มหาศาลในฐานะทายาทเพียงคนเดียวของตระกูล ทรัพย์ไพศาลอนันต์ หลังจากสูญเสีย พรรณราย (อรสา พรหมประทาน) แม่ที่เลี้ยงเธอมาอย่างเอาอกเอาใจราวกับเธอเป็นราชินีองค์น้อย ๆ ทำให้เธอ เติบโตมาอย่างหรูหรา หยิ่งทะนง เหวี่ยงวีนไม่ไว้หน้าใคร และเอาแต่ใจตัวเองเป็นที่สุด พิมพ์ชนกก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงจากการทาบทามของ ชาร์ลี แมวมองหน้าใหม่หัวใจสีม่วง ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบปริญญาตรี ชาร์ลีหวังปั้นให้พิมพ์ชนกเป็นนางเอกดาวรุ่งดวงใหม่ แต่ด้วยความ ปราดเปรียว สวยเฉี่ยว มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร ทำให้พิมพ์ชนกโด่งดังและมีชื่อเสียงจากการพลิกบทบาทเป็นนางร้ายในละครโทรทัศน์มากกว่า แท้จริงแล้ว พิมพ์ชนกไม่ได้ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงเพื่อชื่อเสียง แต่เพราะเธอต้องการแสดง ตัวตนให้ใครคนหนึ่งได้รับรู้ ใครคนที่เธอรอคอยจะได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง พิมพ์ชนกใช้ชีวิตอยู่ในคฤหาสน์หรูตามลำพังคนเดียว โดยให้ ป้าศัลย์ (ดีใจ ดีดีดี) แม่บ้าน เก่าแก่ และสาวใช้คนอื่นแยกออกไปอยู่เรือนเล็กหลังคฤหาสน์ เพราะไม่ต้องการเห็นใครเข้ามาเดิน วุ่นวายให้รำคาญตาเวลาเธออยู่บ้าน แม่บ้านและสาวใช้จึงต้องเตรียมทำอาหารเช้าไว้ให้พิมพ์ชนก ก่อนตื่นนอน จัดการงานบ้านและเตรียมอาหารเย็นก่อนพิมพ์ชนกกลับจากเลิกงาน หลายคืนติดต่อกัน พิมพ์ชนกฝันกึงผู้หญิงคนหนึ่งในบึงใหญ่ เวิ้งว้าง เสียงเรียกของเธอเต็มไป ด้วยความเจ็บปวด ทุกข์ทรมาน พิมพ์ชนกพยายามเพ่งมองใบหน้าหญิงสาวคนนั้น แต่ก็ถูกม่าน หมอกบดบังให้มองไม่เห็นทุกที... ชาร์ลีบอกว่าพิมพ์ชนกเครียดกับละครผีเรื่องใหม่ที่กำลังจะเปิด กล้อง จึงทำให้เก็บมาฝันเป็นตุเป็นตะ แต่พิมพ์ชนกกลับรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่ทำให้เสียงเรียกของผู้หญิงคนนั้น ยังดังแว่วในความคิดตลอดเวลา นางร้ายที่รัก นที สิงห์หฤทธิ์ (ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์) ผู้กองหนุ่มฝีมือดีจากกองปราบ กับ ศาตรา (จิตรกาณุ กลมแก้ว) ตำรวจลูกพี่ลูกน้องของเขา ได้รับคำลังให้นำกำลังตำรวจนอกเครื่องแบบ มาดูแลความเรียบร้อยในงานประกาศรางวัล มาลาทองคำ ที่จัดขึ้นสำหรับดารานักแสดง โดยมีภรรยาท่านนายกรัฐมนตรีมาเป็นประธานในงาน และแขกผู้มีชื่อเสียงทางธุรกิจและวงการบันเทิงมา ร่วมงานอย่างดับคั่ง นทีเบื่อหน่ายงานโชว์หรู ที่ต้องปั้นหน้าแสแสร้งเข้าหากันอย่างนี้มาก ผิดกับศาตราที่ดูจะมี ความสุขกับการมองดาราสาวสวยแต่งชุดหวือหวาประชันความสวย เดินกรดกรายมาบนพรมแดง พิมพ์ชนกเข้างานมาดุจนางพญาหงส์ในชุดเดรสเกาะอกสีแดงเพลิงยาวกรอมพื้น กลบรัศมี ดาราคนอื่นจนหมดสิน แสงแฟลชวูบวาบจากนักข่าวทุกคนพุ่งความสนใจไปเธอเพียงคนเดียว แล้ว สายตาคมกริบของนที ก็ชะงักค้าง ในความงดงามและมีเสน่ห์ของพิมพ์ชนก จนศาตราออกปากแซวว่าอินทรีหนุ่มต้องมนต์สะกดนางพญาหงส์เข้าแล้ว พิมพ์ชนกได้รับรางวัลนักแสดงนำฝ่ายหญิงยอดเยี่ยมแห่งปี ตามที่สื่อบันเทิงหลายสำนัก คาดการณ์ไว้ เนตรกมล (หยาดทิพย์ ราชปาล) นางเอกแสนหวานผู้ร่วมวงการฯ แสดงความยินดีกับ พิมพ์ชนกอย่างชื่นชม ต่างจาก ดวงแข (ธนิดี กาญจนวัฒน์) และ พิไล (เวธกา ศิริวัฒนา) สองเพื่อนซี้ นางร้ายในวงการรุ่นเก่า ที่ถูกรัศมีของพิมพ์ชนกเขี่ยจนเกือบตกกระป๋อง ได้แต่เฝ้ามองพิมพ์ชนกด้วย ความอิจฉาตาร้อน คิดหาทางเขี่ยพิมพ์ชนกกระเด็นออกจากวงการไปให้ได้ นางร้ายที่รัก ผู้หญิงในบึงใหญ่ยังคงร้องเรียกพิมพ์ชนกในฝัน คราวนี้พิมพ์ชนกกำลังจะได้เห็นใบหน้าที่ ชัดเจนของเธอ ถ้าไม่ถูกชาร์ลีปลุกขึ้นมาดูพาดหัวข่าวบันเทิงทุกฉบับ ที่มีรูปพิมพ์ชนกสวยเด่นเป็นสง่าขึ้นไปรับรางวัลอันทรงเกียรติ พิมพ์ชนกภูมิใจกับรางวัลที่ได้รับ แต่ต้องสะดุดตากับข่าวกรอบเล็กมีรูปพบศพผู้หญิงในบึงร้างแห่งหนึ่งแถวรังสิต ระบุชื่อ นางสาวสายธาร ประเสริฐวรกาญจน์ จมน้ำเสียชีวิตไม่ต่ำกว่าหนึ่งสัปดาห์ พิมพ์ชนกมองรูปและชื่อในข่าวนั้นด้วยความตกใจสุดขีด พิมพ์ชนกหยิบกล่องลายลูกไม้เก่าที่เก็บซ่อนในตู้เสื้อผ้าชั้นบนสุดลงมา เปิดกล่องดูรูปถ่ายสี ซีดจางขึ้นมาดูอย่างใจหาย เห็นเด็กหญิงตัวเล็กวัย 7 ขวบที่มีแววตาเศร้า ถ่ายรูปคู่กับเด็กหญิงวัย 9 ขวบ ที่ยิ้มร่าเริงสดใส ด้านหลังรูปถ่ายเขียนชื่อด้วยลายมือเด็ก พี่พิมกับน้องน้ำ ภาพในวันเด็กของพิมพ์ชนกย้อนกลับมาในความคิด พิมพ์ชนกกับ สายธาร (นันทิกานต์ สิงหา) คือพี่น้องต่างสายเลือดร่วมสถานสงเคราะห์เด็กหญิง บ้านแสงประทีป ทั้งสองผูกพันกันมาก พิมพ์ชนกรักและปกป้องสายธารดุจพี่น้องแท้ ๆ แต่ทั้งคู่ก็ต้องแยกจากกันเพราะมีพ่อแม่ใหม่มารับ อุปการะสายธารไปก่อน จากนั้นไม่นาน พรรณราย หญิงหม้ายเศรษฐีนีผู้ไม่มีทายาทสืบสกล ก็มาขอรับพิมพ์ชนกไปเป็นบุตรบุญธรรม ความลับในวัยเด็กของพิมพ์ชนก มีเพียงชาร์ลีกับปาศัลย์เท่านั้นที่รู้ ใครคนนั้นที่พิมพ์ชนกหวังจะได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง คงไม่มีวันเป็นจริง... เมื่อสายธาร น้องสาวที่เธอให้ชาร์ลีจ้างนักสืบเอกชน ตามหามานาน ได้เสียชีวิตแล้ว!! สายธารกับชาร์ลีไปงานศพสายธารในคืนสุดท้าย แอบเฝ้ามองบรรยากาศงานศพอยู่ในรถเพราะไม่อยากให้เป็นจุดสนใจ จนแขกเหรอทยอยกลับจนหมด พิมพ์ชนกจึงเข้าไปเคารพสายธาร ด้วยหัวใจแหลกสลาย ซึ่งไม่คาดคิดว่าจะเจอกมลเนตรกับ พิพัฒน์ (โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์) น้องชายเนตรกมล ซึ่งเป็นแฟนหนุ่มของสายธาร หลังกลับจากงานศพสายธาร พิมพ์ชนกร้องไห้จนหลับไป สะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกทีเพราะมีมือเย็นเฉียบแตะขาเธอ พิมพ์ชนกเห็นร่างสายธารร้องไห้อยู่ปลายเตียงของเธอ เธอไม่ได้ฝัน เธอเห็นสายธารอยู่ตรงหน้าจริง ๆ เสียงโทรศัพท์ของพิพัฒน์ปลุกพิมพ์ชนกให้ตื่นจากภวังค์สายธารหายไปแล้ว พิพัฒน์นัดเจอพิมพ์ชนกบอกความจริงเรื่องสายธารเป็นผู้หญิงไซด์ไลน์ ตอนแรกพิพัฒน์เจ็บปวดและรับไม่ได้ แต่สุดท้ายก็ให้อภัยเพราะความรักที่เขามีต่อสายธาร และวางแผนที่จะแต่งงาน กันแต่ ดนัย (กรุณพล เทียนสุวรรณ) กับ สมภพ (วริษฐ์ ทิพโกมุท) สองพี่น้องนายทุนและเจ้าพ่อแห่งวงการบันเทิง ที่เคยใช้บริการสายธารบ่อย ๆ ไม่ยอมเลิกกับสายธาร ทั้งสองขู่เอาชีวิตสายธาร ทำให้สายธารหวาดกลัวและอัดคลิปเสียงขู่ฆ่า และคลิปเสียงของดนัยที่โทรนัดให้สายธารไปพบที่บึงร้าง ไม่งั้นจะแฉรูปโป๊ของสายธารที่แอบถ่ายเอาไว้ สายธารจึงขู่กลับว่าจะเปิดเผยเรื่องทั้งหมดกับสื่อฯ หลังจากสายธารตาย มือถือของเธอก็หายไป พิพัฒน์มั่นใจว่าดนัยกับสมภพร่วมมือกันฆ่าปิดปาก สายธาร พิมพ์ชนกหดหู่กับเรื่องของสายธารที่เธอได้รับรู้ ความรู้สึกผิดเกิดขึ้นในใจของพี่สาวต่างสายเลือด ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ...สายธารก็คงไม่มีชะตากรรมแบบนี้ เพราะเธอไปอ้อนวอนขอร้องให้สามีภรรยาคู่นั้นรับสายธารไปอยู่ด้วย สามีภรรยาครอบครัวประเสริฐวรกาญจน์ถูกใจและเลือกรับอุปการะพิมพ์ชนก แต่พิมพ์ชนกอยากให้สายธารได้อยู่สุขสบายมีครอบครัวที่อบอุ่น จึงเสียสละโอกาสนั้นให้น้อง โดยหารู้ไม่ว่า เธอได้ส่งสายธารไปสู่เงื้อมือพญามัจจุราช ครอบครัววรกาญจน์ย้ายที่อยู่ทันทีที่ได้ตัวสายธารไป ทำให้บ้านแสงประทีปติดต่อไม่ได้ พิมพ์ชนกขาดการติดต่อกับสายธารทั้งที่ทั้งสองสัญญาจะไม่ทิ้งกัน นางรายที่รัก สายธารถูกเลียงให้เติบโตมาอย่างดี และถูกพ่อแม่ใจยักษ์บังคับให้สายธารขายตัวกับเสี่ยกระเป๋าหนักมากหน้าหลายตา โดยที่เธอไม่อาจขัดขืนได้ หลังจากพ่อแม่สายธารติดหนีพนัน จึงพากันหลบหนีไปชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้สายธารหลุดพ้นจากวังวนอุบาทว์ คิดเริ่มต้นชีวิตใหม่กับพิพัฒน์ แต่ต้องมาเจอเวรกรรมเก่าจากดนัยและสมภพตามหลอกหลอนไม่หยุด พิมพ์ชนกคิดแก้แค้นแทนสายธาร เพื่อกระชากหน้ากากนายทุนชั่วในวงการบันเทิงของดนัยกับสมภพให้สาสมกับที่สายธารถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ เสียงลมหวีดหวิวและเสียงกระซิบแผ่วเบาของสายธารเตือนพิมพ์ชนกว่า อันตราย แต่พี่สาวผู้รักน้องสุดหัวใจ มุ่งมั่นจะทวงความยุติธรรมให้สายธาร โดยไม่เกรงกลัวอะไรทั้งนั้น พิมพ์ชนกก็ได้รับจดหมายลึกลับขู่เอาชีวิต ให้พิมพ์ชนกเลิกตามสืบเรื่องสายธาร มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับพิมพ์ชนกในกองถ่ายและระหว่างทางกลับบ้านหลายครั้ง พิมพ์ชนกคิดว่าเป็นการกลั่นแกล้งจากดวงแขกับพิไล ศัตรูคู่แค้นในวงการ แต่ชาร์ลีมั่นใจว่าเหตุรุนแรงหลายครั้งเป็นฝีมือฆาตกรที่อยู่เบื้องหลังการตายของสายธาร ชาลีติดต่อกองปราบขอตำรวจมือดีมาช่วยคุ้มกันพิมพ์ชนก สารวัตรชินกริช (ตระการ พันธุมเลิศรุจี) จึงมอบหมายให้ นทีผู้กองหนุ่มนักบู๊ไปเป็นเป็นบอดีการ์ดดูแลความบัลอดภัย และสืบเรื่องคนที่ส่งจดหมายขู่ทำร้ายพิมพ์ชนก นทีเดือดดาลไม่พอใจ เพราะฝีมือระดับอินทรีเหล็กอย่างเขาควรได้รับมอบหมายงานที่เสี่ยง อันตรายและได้ออกแรง มากกว่าการเฝ้าติดตามดาราไฮโชอารมณ์ร้ายอย่างพิมพ์ชนก แต่เขาก็ จำเป็นต้องทำตามคำลังเจ้านายอย่างเลี่ยงไม่ได้ นางร้ายที่รัก มธุรส (กัลยา เลิศเกษมทรัพย์) บุกมาอาละวาดพิมพ์ชนกถึงกองถ่ายละคร เพราะรู้ข่าวว่า พิมพ์ชนกนัดพบดนัยสามีของเธอบ่อย ๆ เพื่อพูดคุยเรื่องงานที่ดนัยเป็นนายทุนใหญ่ผลิตละครและรายการโทรทัศน์ เนตรกมลเข้ามาช่วยอธิบาย ก็ถูกมธุรสตบจนเสียหลัก เคราะห์ดีที่นทีเข้ามารับตัวเนตรกมลไว้ทัน นทีประกาศตัวเป็นบอดีการ์ดดูแลพิมพ์ชนก และขัดขวางมธุรสไม่ให้ทำร้ายพิมพ์ชนกกับเนตรกมลจนมธุรสต้องล่าถอยไป พิมพ์ชนกโวยวายชาร์ลี ไม่ยอมรับนทีเป็นบอดี้การ์ด เพราะต้องการเข้าถึงตัวดนัยกับสมภพโดยไม่มีใครล่วงรู้แผนของเธอ แต่ชฺาร์ลียื่นคำขาดให้พิมพ์ชนกมีบอดีการ์ดเพื่อความปลอดภัย ถ้าคิดจะหาหลักฐานเล่นงานตัวฆาตกร โดยจะมีเพียงพิมพ์ชนกชาร์ลี และพิพัฒน์เท่านั้นที่รู้เรื่องนี้ พิมพ์ชนกแกล้งรับปากชาร์ลี แต่ในใจคิดหาวิธีที่จะให้นทีทนเธอไม่ได้จนลาออกไปเอง ชาร์ลีให้นทีย้ายเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ของพิมพ์ชนก และพักห้องนอนติดกันพับพิมพ์ชนกสร้างความเหวี่ยงวีนให้กับพิมพ์ชนกที่ไม่ชอบให้ใครเข้ามาวุ่นวายในบ้านของตน ชาร์ลีเกลียกล่อมและย้ำเรื่องข้อตกลงของเขากับพิมพ์ชนก จนพิมพ์ชนกค้านไม่ได้ นทีแอบสงสัยว่าชาร์ลีกับพิมพ์ชนกมีข้อตกลงอะไรที่เขาไม่รู้ ซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับคดีที่เค้ารับหน้าที่ตามสืบด้วย พิมพ์ชนกฝันเห็นสายธารถูกใครคนหนึ่งซึงมองไม่ขัด จับเธอกดน้ำในบึง สายธารตะเกียกตะกายเพื่อเอาชีวิตรอด พิมพ์ชนกรู้สึกเหมือนกำลังถูกจับกดน้ำไปด้วย เธอเริ่มสำลัก และหายใจไม่ออก ก่อนจะกรีดร้องสุดเสียง... จนสะดุ้งตื่น พิมพ์ชนกทบทวนความฝันร้องไห้รู้สึกผิดที่เป็นคนทำให้ชะตากรรมของสายธารเป็นแบบนี้ เธอคร่ำครวญโทษตัวเอง นทีได้ยินเสียงพิมพ์ชนกร้องไห้คิดว่าพิมพ์ชนกตกอยู่ในอันตราย จึงรีบเข้าไปช่วย เป็นครั้งแรกที่นทีได้เห็นน้ำตาของนางพญาหงส์ พิมพ์ชนกอ้างว่าร้องไห้คิดถึงแม่ ไล่ให้นทีออกไปจากพื้นที่หวงห้ามในห้องนอน และไม่ยอมเล่าอะไรให้ฟัง นทีตามมาเฝ้าพิมพ์ชนกที่ห้องถ่ายรายการสดตอนเช้า มีมอเตอร์ไซค์ลึกลับตั้งใจพุ่งมาชนมาชนพิมพ์ชนกขณะเดินเข้าห้องถ่ายรายการ นทีเล่นงานคนร้าย และช่วยพิมพ์ชนกไว้ได้ แต่จับตัวคนร้ายไว้ไม่ทัน พิมพ์ชนกตื่นตระหนกและพยายามกลบความรู้สึกกลัวเอาไว้ ก่อนเริ่มถ่ายรายการ อาจารย์พิมาน (ฝันเด่น จรรยาธนากร) ญาณสัมผัส ถูกเชิญเข้ามาทำพิธีบรวงสรวงให้ทีมงานในกองถ่าย ได้ทักพิมพ์ชนกให้ระวังอันตรายบางอย่างที่คิดจะทำ พิมพ์ชนกปฏิเสธไม่เข้าใจเพราะไม่อยากให้นทีหรือคนอื่นรู้เรื่องขณะให้สัมภาษณ์รายการสดกับพิธีกรหน้าใหม่สองคน พิมพ์ชนกเห็นใบหน้าพิธีกรคนหนึ่งเหมือนสายธาร ถึงกับอึงไป พิมพ์ชนกจึงหันความสนใจมาคุยกับพิธีกรคนแรกคนเดียว ไม่ว่าพิธีกรสาวอีกคนจะถามอะไรเธอก็ไม่ตอบ ไม่มองหน้า จนจบรายการก็หนีเข้าห้องแต่งตัวไป พิธีกรหน้าคล้ายสายธารถึงกับร้องไห้ ไม่เข้าใจว่าพิมพ์ชนกเกลียดอะไรตน ทีมงานพากันซุบซิบนินทาถึงความร้ายกาจของพิมพ์ชนกให้นทีได้ยิน นทีตามพิมพ์ชนกเข้าไปในห้องแต่งตัว ทันเห็นเห็นพิมพ์ชนกปาดนาตาแวบหนึ่ง แต่กลับหันหน้าสวยเชิดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาสั่งนทีว่าจะเดินทางไปทำสปาต่อ เพื่อเตรียมตัวถ่ายโฆษณาตัวใหม่ในวันรุ่งขึ้น ช่างแต่งหน้าคนหนึ่งแอบส่งข่าวไปบอกดวงแขกับพิไลทันที ดวงแขสบโอกาส คิดหาทางแก้แค้นพิมพ์ชนกที่แย่งโฆษณาชิ้นนี้ไปจากตน ดวงแขกับพิไลทำทีมาทำสปาก่อนพิมพ์ชนกจะมาถึง และแอบใส่ครีมกำจัดขนลงในครีมบำรุงคิว พิมพ์ชนกเดินทางมาถึงปะทะคารมกับดวงแขคู่อริ นทีคอยสังเกตพิรุธของดวงแขกับพิไล ว่าอยู่ในข่ายผู้ต้องสงสัยขู่ทำร้ายพิมพ์ชนกรึเปล่า มยุรี (สุวรัฎฐิภา โยคะกุล) เจ้าของสปาชื่อดัง ขอร้องให้ทั้งสามอย่ามีเรื่องกัน เพราะมีนักข่าวเป็นลูกค้าในร้าน ไม่อยากให้เป็นข่าวดังตามหน้าสื่อบันเทิงก่อนกลับดวงแขชื่นชมครีมบำรุงคิ้วตัวใหม่ของมยุรี ทำให้พิมพ์ชนกสนใจอยากลองบ้าง ศาตราโทรบอกนทีเรื่องทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์คนร้ายเป็นทะเบียนปลอม ทำให้ติดตามตัวคนร้ายยาก และจดหมายขู่เอาชีวิตพิมพ์ชนกกิตรวจไม่พบรอยนิ้วมือ ตัวหนังสือก็ใช้พิมพ์จากคอมพิวเตอร์ นางร้ายที่รัก อิงอร (ปารีณา บุศยศิริ) ลูกสาวสารวัตรชินกริช ส่งข้อความและโทรจิกนที จนนทีจำต้องรับสายและหลอกว่ากำลังปฏิบัติภารกิจในซ่องโสเภณี ทำให้อิงอรโวยวายไม่พอใจมาก นทีรู้จักอีกแง่มุมดี ๆ ของพิมพ์ชนกจากป้าศัลย์ หรือป้าศรี แม่บ้านวัย 40 ที่ถูกสามีทำร้ายจนเสียโฉม พิมพ์ชนกจึงออกเงินให้ป้าศัลย์ไปทำศัลยกรรมจนหน้าสวย และช่วยป้าศัลย์ให้รอดพ้นจากสามีใจร้าย นทีสงสัยความสัมพันธ์ระหว่างพิมพ์ชนกกับดนัย ที่ทำให้มธุรสหึงหวงจนต้องตามมาอาละวาดบ่อย ๆ พิมพ์ชนกโกรธนทีเพราะคิดว่าเขากำลังดูถูกเธอว่าใช้ร่างกายเป็นสะพานให้ได้งานจากดนัย แต่เธอไม่ยอมอธิบายว่าทำไมต้องหาโอกาสเข้าใกล้ดนัยบ่อยครั้ง กลางดึก...พิมพ์ชนกกรีดร้องลั่นคฤหาสน์ เมื่อพบว่าขนคิ้วของเธอร่วงจนหมด สร้างความขำระคนปวดหัวให้นที ที่ต้องหาทางแก้ปัญหาให้พิมพ์ชนกโดยด่วน นทีตัดผมหน้าม้าปิดบังคิ้วให้พิมพ์ชนก เป็นทรงที่แปลกตาแตกน่ารักดีสำหรับเธอ แนะนำให้พิมพ์ชนกสั่งชาร์ลีแทรกคิวแอนนาช่างแต่งหน้าเทพจอมวีนด่วน แม้จะยากลำบากแค่ไหน ชาร์ลีก็ต้องได้คิวแต่งหน้าของแอนนามาให้ได้ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าผ่านไปด้วยดี งานถ่ายโฆษณาราบรื่น พิมพ์ชนกอารมณ์ดีและรู้สึก ดีกับนทีจนชาร์ลีผิดสังเกต ที่ผู้กองขี้เก๊กกับคุณนายเอาแต่ใจญาติดีกันได้ ศาตราตามชาร์ลีไปหาหลักฐานและตรวจสิ่งผิดปกติที่สปาของมยุรี เพื่อหาว่าใครกลั่นแกล้งพิมพ์ชนก จึงรู้ว่ามยุรีกำลังถูกลูกค้าหลายคนรุมเอาเรื่องเพราะขนคิ้วร่วงเหมือนพิมพ์ชนก แต่ดวงแขและพิไลกลับไม่เป็นอะไร ทิ้งที่เริ่มใช้ครีมยี่ห้อนี้เป็นสองคนแรก พิมพ์ชนกมั่นใจว่าดวงแขกลั่นแกล้งเธอ จึงคิดเอาคืนด้วยการติดต่อขอพบดนัย เพื่อใช้เสน่ห์อ้อนขอเสียบงานพิธีกรแทนดวงแข นทีไม่เห็นด้วยกับวิธีนี้เพราะไม่อยากให้พิมพ์ชนกสร้างศัตรูและไม่อยากให้พิมพ์ชนกเปลืองตัวแต่พิมพ์ชนกมั่นใจว่ามีนทีคอยปกป้องแล้วจึงไม่กลัวอะไรทั้งนั้น ทำให้นทีรู้สึกหวั่นไหวกับความไว้วางใจของพิมพ์ชนก ดนัยยอมให้พิมพ์ชนกมาทำงานพิธีกรแทนดวงแข นทีไม่พอใจที่พิมพ์ชนกแต่งตัวยั่วยวนดนัยจนเกินงาม จึงมีปากเสียงกันหลังจากกลับถึงคฤหาสน์ ทั้งสองพ่อแง่แม่งอนกัน และต่างคนต่างหนีเข้าห้องของตัวเอง มธุรสอาละวาดดนัยทันทีที่กลับถึงบ้าน เพราะรู้ว่าดนัยแอบนัดเจอกับพิมพ์ชนก ดนัยจึงออกไปดื่มเหล้าและปรับทุกข์กับสมภพน้องชาย ดนัยพูดเป็นนัยว่ารักพิมพ์ชนกจริง และสั่งห้ามสมภพยุ่งวุ่นวายกับพิมพ์ชนกเด็ดขาด แม้สองพี่น้องจะผลัดเปลี่ยนกันเชยชมผู้หญิงคนเดียวกันมาตลอด แต่สำหรับพิมพ์ชนกคือข้อยกเว้น ดวงแขถูกสื่อบ้านเทิงเล่นงานอย่างหนักจนถูกถอดจากงานละครและงานพิธีกร ดวงแขวางแผนกับพิไล หาทางแก้แค้นพิมพ์ชนก พิมพ์ชนกแนะนำเนตรกมลให้รู้จักนทีบอดี้การ์ดส่วนตัวอย่างเป็นทางการ ที่กองถ่ายละครเรื่องใหม่ เนตรกมลถูกใจนทีตั้งแต่ที่เคยช่วยเธอคราวก่อน จึงชวนนทีพูดคุยด้วย แต่นทีกลับพูดถึงแต่พิมพ์ชนกในแง่มุมที่คนอื่นไม่เคยรู้ เพราะเขาอยู่ใกล้ชิดกับพิมพ์ชนกมาหลายอาทิตย์ ดวงแขกับพิไลเป็นแค่ นักแสดงรับเชิญ เห็นบอดีการ์ดอย่างนทีคุยอยู่กับกมลเนตร จึงยิ้มร้ายสบโอกาส พิมพ์ชนกอยู่ในห้องเก็บของที่ใช้เป็นห้องแต่งตัวชั่วคราว ในห้องทึบและอับแทบไม่มีอากาศหายใจเสียงสายธารแว่วเตือนพิมพ์ชนกพร้อมเสียงลมหวีดหวิวให้ระวังตัวจู่ ๆ ก็มีมือลึกลับล็อกประตูห้องแต่งตัวจากด้านนอก พิมพ์ชนกตกใจทุบประตูเรียกก็ไม่มีใครได้ยิน เพราะทีมงานคนอื่นวุ่นวายกับการเซ็ตฉาก เซ็ตไฟ แต่งหน้าแต่งตัวนักแสดงคนอื่น นทีตามหาพิมพ์ชนก ก่อนจะพังประดูห้องแต่งตัวเข้าไปพบว่าพิมพ์ชนกเป็นลมอยู่ในนั้น ชาร์ลีกับเนตรกมลเอายาดมและพัดให้พิมพ์ชนกจนฟื้นคืนสติ ทีมงานต่างโจษจันกันว่าพิมพ์ชนกโดนอาถรรพ์จากละครผีเรื่องนี้ จากการปล่อยข่าวของดวงแขกับพิไล พิมพ์ชนกมั่นใจว่าเป็นฝีมือดวงแขกับพิไล แต่ทั้งสองปฏิเสธแกล้งบีบน้ำตาดราม่าว่าชีวิตกำลังย่ำแย่ ยังจะถูกพิมพ์ชนกกล่าวหาอีก นทีเห็นมธุรสแอบชุ่มดูพิมพ์ชนกมุมหนึ่งด้วยแววตาร้าย มธุรสรบหนีไปทันทีที่ตกเป็นเป้าสายตานที ทำให้นทีสงสัยว่า ดวงแข หรือ มธุรส ที่เป็นคนขู่เอาชีวิตพิมพ์ชนกกันแน่ นางร้ายที่รัก ชาร์ลีพาพิมพ์ชนกมาหาอาจารย์พิมาน เพื่อสอบถามเกี่ยวกับวิญญาณของสายธารมีจริงหรือเปล่า อาจารย์พิมานพูดแต่เรื่องเวรกรรมที่ต้องชดใช้ ทำให้พิมพ์ชนกปักใจว่าเธอต้องชดใช้หนี้ชีวิตของสายธารให้ได้ นทีเฝ้ารออยู่นอกบ้านอาจารย์พิมานอย่างเอือมระอา เพราะไม่เชื่อเรื่องงมงายแบบนี้ พิพัฒน์หลบเนตรกมลมาหาพิมพ์ชนกที่กองถ่าย บอกว่าแอบเข้าไปค้นมือถือสายธารในบ้านดนัยกับสมภพไม่สำเร็จ อยากให้พิมพ์ชนกหาทางเข้าไปหาหลักฐานที่ห้องทำงานดนัยกับสมภพในบริษัท ลมกรรโชกแรง...พิมพ์ชนกไดยินเสียงสายธารชัดเจนว่า อันตราย พิมพ์ชนกเข้าใจว่าสายธารต้องการมาเตือนเรื่องที่เธอกำลังสืบ ยิ่งเป็นแรงผลักดันให้เธอมุ่งมั่นจะจับตัวดนัยเข้าคุกให้ได้ นทีสงสัยว่าพิพัฒน์กับพิมพ์ชนกมีลับลมคมในอะไรกัน ทำไมน้องชายถึงไม่ไปหาเนตรกมลพี่สาว แต่กลับมาคุยกับพิมพ์ชนกแทน พิมพ์ชนกแก้ตัวว่าพิพัฒน์เป็นแฟนคลับละคร แต่นทีไม่เชื่อ เนตรกมลรักน้องชายมาก จึงเตือนพิพัฒน์เรื่องชอบพิมพ์ชนก เพราะไม่อยากให้พิพัฒน์เสียใจ เพราะคนอย่างพิมพ์ชนกอยู่สูงเกินกว่าที่จะมองพิพัฒน์ พิพัฒน์ปฏิเสธหาว่าเนตรกมลเล่นละครมากเกินไปจนผูกเรื่องเองคิดไปเอง ทั้งที่ความจริงไม่มีอะไร ดนัยกับสมภพแจงรายละเอียดงานพิธีกรเทปแรก พิมพ์ชนกตกใจมากเมื่อรู้ว่าจะต้องไปเป็นพิธีกรถ่ายทำรายการที่ บ้านแสงประทีป อดีตที่พิมพ์ชนกพยายามลืมมาสิบกว่าปี สมภพแอบลอบมองความสวยสง่าของพิมพ์ชนกอย่างน่าชื่นชม อย่างนี้นี่เอง...พี่ชายของเขาถึงกับหวงแหนและอยากจะครอบครองพิมพ์ชนกไว้คนเดียว ดนัยเห็นสายตากรุ้มกรมของสมภพ เริ่มไม่ไว้ใจ พิมพ์ชนกยังโดนลอบทำร้ายอยู่ตลอด แม้นทีจะช่วยเธอรอดพ้นอันตราย แต่ก็ไม่สามารถสืบหาได้ว่าใครเป็นจอมบงการและฆาตกรที่แท้จริง แต่พิมพ์ชนกก็ยังดือที่จะเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงตลอด สุดท้ายใครคือฆาตรกรที่ฆ่าสายธาร และบงการฆ่าพิมพ์ชนก ก็ต้องติดตามชมใน ละครนางร้ายที่รัก ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 รายชื่อนัแสดง นางร้ายที่รัก คิมเบอร์ลี แอน เทียมคิริ รับบท พิมพ์ชนก ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ รับบท นที หยาดทิพย์ ราชปาล รับบท เนตรกมล จิตรภาณุ กลมแก้ว รับบท ศาสตรา วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ รับบท ชาร์ลี ปารีณา บุศยศิริ รับบท อิงอร โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์ รับบท พิพัฒน์ กรุณพล เทียนสุวรรณ รับบท ดนัย วริษฐ์ ทิพโกมุท รับบท สมภพ ธนิดี กาญจนวัฒน์ รับบท ดวงแข เวธกา คิริวัฒนา รับบท พิไล กัลยา เลิศเกษมทรัพย์ รับบท มธุรส

จูบจริงหรือมุมกล้อง?
นิก คุณาธิป ปิ่นประดับ /  นิ้ง ศรัณยา จำปาทิพย์ / 

มากความสามารถจริงๆ สำหรับพระเอกหนุ่มสุดเฮี้ยวขวัญใจวัยรุ่นอย่าง “นิก-คุณาธิป ปิ่นประดับ” กับผลงานล่าสุด เลิฟเฮี้ยว เฟี้ยวต๊อด ที่ครั้งนี้ ผู้กำกับสุดแนว “พจน์ อานนท์” ขอดันนักแสดงหนุ่มขึ้นแท่นเป็นพระเอกเต็มตัวครั้งแรก นอกจากจะต้องรับบทเป็นพระเอกแล้วก็ยังต้องมีฉากเข้าพระเข้านางกับนางเอกน้องใหม่  “นิ้ง-ศรัณยา จำปาทิพย์” กับฉากเลิฟซีนสุดฟินท่ามกลางบรรยากาศสวยๆสุดแสนจะโรแมนติกท่ามกลางป่าเขาของ อำเภอ แม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ อีกด้วย โดยพระเอกหนุ่มสุดเฮี้ยวเผยว่า “ผมก็รู้สึกตื่นเต้นและก็ดีใจที่พี่พจน์ให้ความไว้วางใจให้เรามาเล่นหนังเรื่องนี้ ซึ่งความยากมันก็เพิ่มขึ้นตามประสบการณ์ที่ผมสั่งสมมาคือ ได้เล่นเป็นพระเอกเต็มตัวครั้งแรก จากเมื่อก่อนเราจะมีกันเป็นกลุ่มใหญ่ๆ บทก็จะเฉลี่ยกันไป  แต่ผมคิดว่ามันเป็นประสบการณ์ที่ดีในการทำงาน  สำหรับเรื่องนี้เล่นเป็นพระเอกไม่เท่าไหร่แต่ที่ยากคือมันจะมีฉากเลิฟซีนกับ นิ้ง(ศรัณยา) ซึ่งเขาเองก็ใหม่เพิ่งจะเป็นนางเอกเรื่องแรก มันก็จะมีเขินๆกันบ้างเพราะน้องยังใหม่ ก็ต้องมีการปรับ จูนกันบ้างนิดๆหน่อยๆ  เพราะเป็นหนังเรื่องแรกอาจจะยังไมค่อยเข้าใจเรื่องระบบการทำงานมากนัก ผมก็จะช่วยบ้างเท่าที่จะแนะนำได้ ก็อาศัยว่าตัวเองมีประสบการณ์มากกว่าในเรื่องการทำงาน” “สำหรับความยากเรื่องการเข้าฉากของเรา 2 คนคือฉากนี้มันจะต้องดูเป็นเลิฟซีนหวานๆ น่ารักน่ารัก ฉากในเรื่องมันก็อาจจะไม่ได้มากมายอะไรนักสำหรับคนอื่น แต่สำหรับผมกับ นิ้ง มันยากอยู่ครับ แล้วตรงที่ต้องเล่นฉากเลิฟซีนกันเราสองคนจะต้องยืนอยู่บนสะพานแขวนสูงๆซึ่งมันก็โคลงเคลงไปมา  แต่บรรยากาศรอบข้างสวยงามมาก บรรยากาศดี ทำให้เราคลายความกังวลลงไปได้บ้างครับ  ส่วนในฉากก็ต้องเล่นให้ได้ตามที่ผู้กำกับฯ(พี่พชร์)สั่ง ซึ่งเขาก็อยากให้เราจูบจริงๆ แต่ผมมีความรู้สึกว่าเราแค่ใช้มุมกล้องมันก็น่าจะโอเค ก็บอก “นิ้ง”ว่าเล่นเต็มที่จะได้ไม่ต้องเทคเยอะ ส่วนจะจูบกับนิ้ง จริงหรือใช้มุมกล้อง เอาไว้แฟนๆลองไปดูกันในโรงภาพยนตร์นะครับ” “เลิฟเฮี้ยว เฟี้ยวต๊อด” ภาพยนตร์รักสุดฮาน้ำตาเล็ด ยกทีมนักแสดงหน้าใหม่และรุ่นใหญ่สุดแนวมาร่วมสร้างสีสันให้กับเรื่องนี้ 30 กรกฎาคม 2558 นี้ ในโรงภาพยนตร์  รับรองความฮา...แน่นอน ------------------------

Slot Machine เปิดตัวเพลงสากลเพลงแรก Give It All To You
Give It All To You /  Give It All To You The First International Single Launch / 

เปิดตัวไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับซิงเกิ้ลเพลงสากล เพลงแรกของ 4 หนุ่มวง Slot Machine ที่ทาง บีอีซี-เทโร มิวสิค เตรียมดันเข้าสู่ตลาดเพลงอินเตอร์ โดยเมื่อไม่นานมานี้ก็ได้มีการจัดงาน Give It All To You (exclusive showcase) The First International Single Launch ที่ร้าน Muse ทองหล่อ ซึ่งถือได้ว่า นี่คือการเดินทางครั้งใหม่ของพวกเขา กับอัลบั้มภาษาอังกฤษชุดแรก Slot Machine และโปรดิวเซอร์ Steve Lillywhite โดยในการทำงานครั้งนี้ Slot Machine ได้ร่วมงานกับโปรดิวเซอร์ เจ้าของ 6 รางวัลแกรมมี่อวอร์ดสที่เคยร่วมงานกับศิลปินระดับโลกอาทิ U2, The Rolling Stones, The Killers และ Thirty Seconds to Mars มาแล้วอย่าง Steve Lillywhite (สตีฟ ลิลลี่ไวท์) สำหรับอัลบั้มเพลงสากลชุดแรกของ Slot Machine จะมีการเปิดตัวและจัดจำหน่ายผ่านเครือข่ายของ Sony Music ใน 15 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย,จีน,อียิปต์,ฮ่องกง,อินเดีย,เกาหลี,มาเลเซีย,นิวซีแลนด์,ฟิลิปปินส์,ซาอุดิอารเบีย,สิงคโปร์,สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์,ไต้หวัน และประเทศไทย หลังจากที่ปล่อยเพลงสากลเพลงแรกออกมาให้แฟนๆได้ฟังกัน ก็สร้างเสียงฮือฮาให้กับแขกที่มาร่วมงาน และแฟนเพลงเป็นอย่างมาก ในงานเปิดตัว กับโชว์สดๆครั้งแรกของเพลง Give It All To You พร้อมทั้งยังมีมินิคอนเสิร์ตสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ให้ได้มันส์กันอีกด้วย แฟนๆของวง Slot Mahine สามารถติดตามฟังเพลง Give It All To You ได้แล้ววันนี้ หรือดาวน์โหลดเพลงของ Slot Machine ได้ที่ iTunes Store มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์ คลื่นลูกใหม่ของ ช.การช่าง ที่พร้อมจะก้าวไกล
ช.การช่าง /  ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์ / 

ชีวิตที่เรียนรู้และพัฒนาไม่เคยหยุด ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์ คนที่เคยผ่านพื้นที่ก่อสร้างคงจะเคยเห็นโลโก้ของ ช.การช่าง โดยเฉพาะคนกรุงที่ต้องเคยเห็นในพื้นที่ของการก่อสร้างรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดินอย่างแน่นอน หลายคนอาจจะรู้จัก ช.การช่าง ในฐานะบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ของไทย  แต่มีคนอีกไม่น้อยที่รู้จัก ช.การช่าง ผ่านบทสัมภาษณ์ในสื่อต่างๆของผู้บริหารหนุ่มที่กำลังเป็นที่จับตามองในวงการธุรกิจในฐานะคลื่นลูกใหม่ของ ช.การช่าง ‘ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์’ นับเป็นเวลา 4 ปีแล้วที่เขาได้กลับมาสานต่องานธุรกิจของครอบครัว หลังจากไปศึกษาที่อเมริกาตั้งแต่อายุ 15 ปี จนจบปริญญาโทและทำงานด้านการเงินที่ Wall Street ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์  ขณะนี้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการสำนักกรรมการผู้จัดการใหญ่และเลขานุการบริษัท มีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบในหลายส่วน ทั้งส่วนงานของเลขานุการบริษัท นอกจากนี้ยังมีงานด้านนักลงทุนสัมพันธ์ Investor Relations อีกทั้งงานด้านการประชาสัมพันธ์ ที่เขาจะเน้นให้บริษัทเป็นที่รู้จักให้มากขึ้น และสุดท้ายคือส่วนงานด้าน CSR (Corporate Social Responsibility) หรือความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กร ซึ่ง Men.MThai ต้องขอยกนิ้วให้กับความสามารถในการทำงานของผู้ชายคนนี้ และครั้งนี้เราได้ขอบุก ช.การช่าง เพื่อสัมภาษณ์ผู้ชายเก่งคนนี้ แผนงานในอนาคตของ ช.การช่าง นโยบายในปัจจุบันคือเราจะเป็นผู้นำในธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและเป็นผู้นำในการพัฒนาการลงทุนระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน โดยส่วนตัวคิดว่าเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน มันสามารถต่อยอดไปได้อีกหลายสิบปี รัฐบาลเองก็มีนโยบายผลักดันโครงสร้างพื้นฐาน เช่น รถไฟฟ้าอีก 10 สายที่จะมีในอนาคต รถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ มอร์เตอร์เวย์ ซึ่งก็ใช้เวลาอีกเป็นสิบปีกว่าจะทำเสร็จสิ้น ยังมีเรื่องอื่นๆที่เราเข้าไปดู อย่างเรื่องไฟฟ้าและน้ำประปา เราก็เข้าไปลงทุนด้วย ซึ่งเรื่องปัจจัยพื้นฐานเหล่านี้ยังจะต้องโตขึ้นไปอีกเยอะ เวลาที่ ช.การช่าง เข้าไปรับเหมาก่อสร้างแล้วมีงานสัมปทาน เราก็จะเข้าประมูลงานบริหารสัมปทานมาด้วย หลังจากนั้นเราก็จะจัดตั้งบริษัทลูกขึ้นมาเพื่อไปบริหารจัดการงานสัมปทานนั้นๆ ปัจจุบันนี้ก็มี บมจ.ทางด่วนกรุงเทพ บริหารงานทางด่วนขั้นที่ 2  บมจ.รถไฟฟ้ากรุงเทพ บริหารงานรถไฟใต้ดิน(MRT)  บมจ.น้ำประปาไทย (TTW) เป็นผู้ผลิตน้ำประปาเอกชนรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย  บมจ.ซีเค พาวเวอร์ เป็นธุรกิจไฟฟ้าที่เราไปลงทุนในโรงไฟฟ้าต่างๆ ก็เป็นธุรกิจต่างๆในกลุ่มบริษัท ช.การช่าง คนทั่วไปจะรู้จักว่า ช.การช่าง ว่าเป็นธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ตอนนี้เราเลยจะทำการประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้นว่า ช.การช่าง เป็นผู้ก่อสร้างและพัฒนาด้วย งานในส่วน CSR : Corporate Social Responsibility ก็จะเป็นการช่วยเหลือในด้านวิศวกรรมที่เป็นสิ่งที่เราสร้างได้ ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการที่อยู่ใกล้ไซต์ก่อสร้าง เพราะถ้าเราเข้าไปทำการก่อสร้างแล้วมีผลกระทบกับพื้นที่นั้น เราก็อยากจะเข้าไปช่วยเหลือสร้างประโยชน์ให้กับพื้นที่นั้นเพื่อที่ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่มีความรู้สึกที่ดีขึ้น  ก็จะเป็นการสร้างโรงเรียน ซ่อมแซมวัด สร้างถนนในหมู่บ้านให้เดินทางสะดวก  ตอนปีที่เกิดน้ำท่วมเราก็ไปช่วยแจกอาหารข้าวของเครื่องใช้ อย่างปีที่แล้วเกิดแผ่นดินไหวที่เชียงราย เราก็ไปสร้างโรงเรียนที่นั่น 2 หลัง การกลับมาทำงานที่ ช.การช่าง มีความกดดันจากคนรอบข้างบ้างหรือเปล่า ก็เป็นเรื่องปกติครับ เพราะคนก็คาดหวังไว้ที่เราเหมือนกัน ด้วยความที่เป็นลูกคุณพ่อ (คุณปลิว ตรีวิศวเวทย์) ได้ไปเรียนอเมริกาตั้งแต่เด็ก เคยได้ทุนเรียนต่อและเคยทำงานที่นิวยอร์ก พอกลับมาทำงานที่นี่เขาก็คงจะคาดหวังไว้กับเราสูง เราก็ต้องพยายามทำให้ได้ แต่ผมก็มองว่าเป็นสิ่งที่ดีนะครับ พอเรามีแรงกดดันก็จะทำให้เรากดดันตัวเองเพื่อที่จะทำงานให้ดีขึ้น ผมว่าทุกอย่างในชีวิตเราสามารถทำให้ดีขึ้นได้อีกอยู่แล้ว ความแตกต่างระหว่างการทำงานที่ต่างประเทศกับการกลับมาทำงานของครอบครัว แตกต่างกันอยู่แล้วครับด้วยเนื้องานที่ต่างกัน เมื่อก่อนผมทำงานด้านไฟแนนซ์มาก่อน ตอนนี้มาทำด้านโยธา ตอนที่ทำงานไฟแนนซ์มันเป็นงานเฉพาะด้าน ดูแลงานเรื่องอนุพันธ์ เป็นพนักงานประจำต้องนั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน พอกลับมาทำงานที่ ช.การช่าง สโคปงานจะกว้างมาก มีโครงการใหม่ๆที่ต้องศึกษาตลอด มีโครงการลงทุนใหม่ๆที่เราต้องเข้าไปมีส่วนร่วม หน้าที่การงานก็ต้องเปลี่ยนไป การทำงานที่เป็นกิจการของครอบครัวก็จะให้ความรู้สึกเป็นเจ้าของมากกว่าและมีส่วนได้ส่วนเสียในงานมากกว่างานที่เป็นลูกจ้าง ก็จะทุ่มลงไปกับงานมากขึ้น เป็นลูกจ้างกับเป็นเจ้าของกิจการ แบบไหนที่เครียดกว่ากัน เครียดคนละแบบ ตอนที่ทำงานไฟแนนซ์ก็เครียดเพราะเราก็อยากจะมีผลงานที่ดี เป็นการทำงานครั้งแรก เรามีความใฝ่ฝันที่อยากจะทำงานที่ Wall Street พอเรียนจบปุ๊บก็ไปหางานทำที่นั่นเลย พอได้งานทำแล้วก็อยากจะพิสูจน์ตัวเองว่าเราก็ทำได้ดีต้องตั้งใจทำที่สุด ก็มีความเครียดว่าเราจะแซงคนอื่นได้ยังไง เพราะงานไฟแนนซ์ก็มีการแข่งขันสูงอยู่เหมือนกัน ก้าวเข้ามาทำงานบันเทิงได้อย่างไร ตอนที่กลับมาจากอเมริกา มีเพื่อนที่ทำงานเป็นแคสติ้งเขาก็บอกว่ามีงานที่เหมาะกับเรา เขาก็ชวนให้เราไปลองดู เราก็ไม่เคยคิดว่าเราจะทำงานด้านนี้ได้ ก็เลยลองไปแคสดู แล้วก็ไม่ได้งาน จากนั้นก็ไม่ได้งานอยู่หลายงาน มันก็เหมือนเป็นการทดสอบตัวเองนะว่าเรามีความอดทนมีความพยายามแค่ไหน จนทำให้เราเกิดความรู้สึกว่าสักวันเราต้องทำให้ได้ พอได้งานก็รู้สึกดีใจมาก โฆษณาชิ้นแรกเป็นโฆษณากาแฟของอินโดนีเซีย ชิ้นแรกที่ออนแอร์ในไทยจะเป็นโฆษณา SB Furniture หลังจากนั้นก็มีสัมภาษณ์ตามนิตยสารต่างๆ เริ่มไปงานสังคมบ้าง จนมาปีที่แล้วมีรายการ Family Secret ของกันตนา เป็นรายการแนวเรียลลิตี้ที่นำเอาทายาทธุรกิจ 7 คนมาแชร์ประสบการณ์ชีวิตการทำงานของแต่ละคน ทางกันตนาเขาคงเห็นแววในตัวเราว่าน่าจะเล่นละครได้ ก็เรียกมาแคสละครเรื่อง ยัยเป็ดขี้เหร่ Ugly Betty Thailand มีกฎเกณฑ์ในการรับงานบันเทิงยังไง งานบันเทิงที่ทำอยู่สำหรับผมเป็นงานอดิเรกมากกว่า ที่เราทำเพราะว่าเราสนุกเป็นสีสันของชีวิต แต่ถ้ารับทำงานไหนแล้วก็จะตั้งใจทำเต็มที่ เพราะถ้างานออกมาไม่ดีเราก็จะรู้สึกแย่ อย่างแรกที่รับงานคือรู้สึกดีรู้สึกสนุกที่จะทำ อย่างที่สองคือเรื่องภาพลักษณ์ว่าขัดกับภาพลักษณ์ของการเป็นผู้บริหารหรือเปล่า ถามเรื่องครอบครัวบ้าง มีพี่น้องกี่คน มีพี่สาว 1 คน กับ พี่ชาย 1 คน  พี่สาวคนโต ‘พี่หนิง ดร.สุภามาส ตรีวิศวเวทย์’ ตอนนี้เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ของ ช.การช่าง พี่ชายคนกลาง ‘พี่ปอง คุณธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์’ ตอนนี้เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ของ ซีเค พาวเวอร์ ส่วนผมเป็นคนเล็ก ก็จะสนิทกันทั้งหมด พี่ชายกับพี่สาวแม้ว่าจะแต่งงานแยกครอบครัวไปแล้วแต่บ้านก็จะอยู่ติดกัน บ้านพี่ชายก็สร้างอยู่ในรั้วเดียวกัน ส่วนบ้านพี่สาวก็จะอยู่ใกล้ๆเดินไปหากันได้ เหตุการณ์ที่ประทับใจกับครอบครัว เพิ่งผ่านมาเร็วๆนี้เลยครับเป็นงานบวชพี่ชาย ด้วยความที่ผมไปเรียนที่อเมริกาตั้งแต่อายุ 15 ทำให้เป็นคนที่ค่อนข้างจะอิสระอยู่ตัวคนเดียวได้ ช่วงที่อยู่อเมริกาก็จะบ้าเรียนมาก พี่ชายพี่สาวแต่งงานก็ติดสอบไม่มีโอกาสได้มาร่วมงาน จนตลอด 4 ปีที่ได้กลับมาอยู่บ้านก็เลยเพิ่งมีโอกาสได้เสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว พอมองย้อนกลับไปก็รู้สึกว่าในช่วงเวลาสำคัญในชีวิตของพี่ชายพี่สาวเราน่าจะได้อยู่ร่วมในเหตุการณ์นั้นด้วย จนได้อยู่ร่วมในงานบวชพี่ชายก็รู้สึกดีและเห็นเลยว่าสีหน้าและแววตาคุณพ่อคุณแม่เขาปลื้มมากๆที่พี่ชายบวชให้คุณแม่ เรารู้สึกได้เลยว่าคุณพ่อคุณแม่และคนในครอบครัวมีความสุข คุณพ่อคุณแม่เป็นคนเข้มงวดแค่ไหน ไม่เข้มงวดครับ ที่บ้านค่อนข้างปล่อยให้ลูกเป็นคนเลือกทำในสิ่งที่อยากจะทำ ก็มีเตือนบ้างว่าการตัดสินใจทำอะไรก็จะมีผลที่ตามมา ให้เลือกเดินชีวิตอย่างสมเหตุสมผล อย่างที่ผมไปทำงานด้านบันเทิงต้องคิดตริตรองให้ดีว่าไม่มีผลกระทบในอนาคตข้างหน้าที่เราจะไปทำหน้าที่ผู้บริหารใน ช.การช่าง คำสอนของคุณพ่อคุณแม่ หลักๆจะเป็นเรื่องการเป็นคนนอบน้อมและให้เกียรติผู้ใหญ่ เพราะงานที่เราทำอยู่ก็จะเจอกับบุคคลหลายประเภท ถ้าเรามีความนอบน้อมก็จะทำให้คนอื่นอยากจะร่วมงานกับเรา รักเรา แล้วเรื่องอื่นๆก็จะดำเนินไปได้ด้วยดี งานอดิเรกยามว่าง เป็นคนที่ชอบออกกำลังกายถ้าว่างก็จะไปออกกำลังกาย อีกอย่างที่ชอบซึ่งอาจจะดูเนิร์ดๆหน่อยคือชอบเล่นเกมส์ PlayStation เล่นมาตั้งแต่เด็กเลย ซึ่งผมมองว่ามันไม่ใช่แค่ของเล่นแต่เป็นสิ่งเอ็นเตอร์เทนประเภทหนึ่งมันเหมือนดูหนัง ปัจจุบันถ้าเล่น Play 4 จะสามารถใส่ข้อมูลการตัดสินเข้าไปได้ ถ้ามีวันหยุดหลายๆวันจะทำอะไร สิ่งที่ชอบมากคือนอนพัก ถ้ามีเวลาว่างชอบนอนตื่นสายๆ ถ้ามีเวลาว่างมากๆก็จะไปทะเลไปนอนพักไปรีแลกซ์ไม่ต้องคิดถึงเรื่องงาน ทะเลที่ชอบไปก็ใกล้ๆอย่างหัวหินปราณบุรี อีกสถานที่ที่ชอบไปก็ที่ญี่ปุ่น ชอบอาหารญี่ปุ่น เป็นประเทศที่สะอาด มีระบบระเบียบ ทันสมัย สิ่งที่เราภาคภูมิใจในตัวเอง ภูมิใจว่าตัวเองสามารถทำอะไรหลายๆอย่างที่ไม่คิดว่าจะทำได้ อย่างเช่นเรื่องเรียนก็เพิ่งจะมาเรียนเก่งตอน ป.6 – ม.1 ก็เลยมาคิดว่าเรามาลองตั้งใจเรียนดูดีกว่า ลองอดทนลองพยายาม อ่านหนังสือ ทำการบ้าน ไม่หนีเรียน แล้วก็ทำได้ 4.00 ไปเรียนอเมริกาตอนแรกๆก็มีปัญหา เพราะเราเป็นคนเอเชีย เพื่อนเป็นฝรั่งคุยกันเราฟังไม่ทันพูดกันไม่รู้เรื่อง เราก็เป็นเหมือนตัวตลก เลยคิดว่าเราต้องเรียนให้ดีแล้วไม่งั้นจะไม่มีจุดเด่นในชีวิต ก็เลยพยายามเรียน แล้วเราก็ทำได้จนได้ทุนไปเรียนปริญญาโทที่สแตนฟอร์ด ถ้ามีความตั้งใจพยายามก็จะประสบความสำเร็จในทุกอย่างที่ทำ บางอย่างเป็นสิ่งที่เราไม่ได้คิดไม่ฝันว่าจะทำได้ด้วย อย่างเรื่องการแสดงนี่ก็เหมือนกัน พูดได้เลยว่าเมื่อก่อนไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีความสามารถไปอยู่หน้ากล้องได้เพราะขี้อายสุดๆถ้าอยู่หน้ากล้องคืออาย ตัวสั่น พูดอะไรไม่ได้เลย อะไรคือสิ่งที่ไม่เพอร์เฟคในตัวเอง คิดว่าปัจจุบันยังมีประสบการณ์การทำงานที่ ช.การช่าง ยังไม่มากพอ ตอนนี้ก็เริ่มที่จะมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้นแล้ว แต่ก็ยังอยู่ในช่วงที่เรียนรู้งานก่อนที่เราจะสามารถที่จะทำโครงการอะไรขึ้นมาเป็นของตัวเองได้ ซึ่งนั่นคือจุดมุ่งหมายของผมเลยล่ะ ตอนนี้เรายังอยู่ในช่วงที่ต้องผลักดันตัวเองเสริมสร้างประสบการณ์การทำงานให้แข็งแรงขึ้น ชีวิตใน 5 ปีที่ผ่านมา กับในอีก 5 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เป็นเรื่องที่เดายากมากนะ เพราะ 5 ปีที่แล้วมาถึงปัจจุบันชีวิตเปลี่ยนไปเยอะมาก ตอนนั้นเรายังทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือน ต้องตั้งใจทำงานเพื่อที่จะให้เจ้านายประทับใจจะได้มีโอกาสที่จะเลื่อนตำแหน่ง ตอนนั้นอยู่ในช่วงอายุยี่สิบปลายๆที่ยังเที่ยวเล่นใช้ชีวิตของความเป็นหนุ่มโสดในมหานครนิวยอร์ก พอ 5 ปีผ่านมา เรากลับมาที่นี่ เรามีกิจการครอบครัวมีภาระหน้าที่ มีโครงการอีกหลายโครงการที่เราอยากให้ ช.การช่าง เติบโตขึ้นไป และเรายังต้องพิสูจน์ตัวเองในฐานะรุ่นที่ 2 ที่ต้องต่อยอดธุรกิจ อีก 5 ปีข้างหน้าก็ยังเดาไม่ออกครับว่าจะเป็นยังไง หลังจบการสัมภาษณ์กับ คุณโจ้ ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์  เขาทำให้ Men.MThai รู้ว่านอกจากเขาจะเป็นคนที่มี IQ สูงแล้ว (ซึ่งเราคาดเดาจากผลการเรียนของเขา) แต่เขายังเป็นคนที่มี EQ สูงอีกด้วย แม้เจ้าตัวจะบอกว่าเป็นคนเงียบๆ นิ่งๆ แต่ตลอดการสัมภาษณ์นั้นบนใบหน้าของเขาแฝงไปด้วยยิ้มและมีเสียงหัวเราะอยู่บ่อยๆ แต่สิ่งสำคัญที่เรารับรู้ได้คือความพยายามและความมุ่งมั่นและตั้งใจในทุกสิ่งที่ได้ทำ ความต้องการพัฒนาสิ่งที่อยู่ในมือให้ดียิ่งๆขึ้นไปอีก และ Men.MThai มั่นใจอย่างยิ่งว่าผู้ชายคนนี้จะไม่มีวันหยุดนิ่งอยู่กับที่เขาจะต้องก้าวไปข้างหน้าอยู่ตลอดอย่างแน่นอน เพราะคำว่า “พยายาม” ที่หลุดออกมาจากปากผู้ชายคนนี้ให้ได้ยินอยู่หลายครั้ง

DJ.LP ดีเจลูกปลา โชว์ลีลาล้างรถ เมื่อคราวงาน Auto Salon
Auto Salon /  DJ.LP / 

แม้ว่างานนี้จะจบลงไปได้สักระยะแล้ว แต่เกิดเสียดายรูปที่เก็บภาพบรรยากาศน้องลูกปลา หรือ DJ.LP ที่ได้มาโชว์ลีลาล้างรถสุดเซ็กซี่ให้ได้ชมกัน งานนี้เซ็กซี่สุดๆไปเลย ลองไปชมกันดูครับ เซ็กซี่สะเด็ด เปียกๆ ชุ่มๆ สาวอีกคน อันนี้ไม่รู้จักชื่ออ่ะ ใครรู้บอกด้วย น่ารักๆ

ผอ. ยังแซบ!!! ปิ๊บ-กวาง ธุรกิจ(รัก)ลื่นไหล
ปิ๊บ รวิชญ์ /  กวาง ฐิติรัตน์ / 

ฉายา ผอ. ยังเป็นโลโก้ประจำตัวได้อยู่ค้าาา สำหรับนักแสดงหนุ่มรูปหล่อ ปิ๊บ รวิชญ์ ที่ตั้งแต่ได้รับบทบาท ผอ. ในละครสุดฮอตเรื่อง แรงเงา เมื่อหลายปีก่อน ก็ทำเอาประชาชีทั่วบ้านทั่วเมืองติดปากกับคำว่า ผอ. มาจนถึงทุกวันนี้ ยิ่งต่อมามีข่าวว่าเลิกรากับภรรยาสาว แพรว ดร.ดาริกา ด้วยแล้ว ยิ่งลบภาพ ผอ. ได้ยากเข้าไปใหญ่ ล่าสุดธุรกิจกับพาร์ทเนอร์คนเก่ง กวาง ฐิติรัตน์ หรือ กวาง 5 เจดีย์ ยังไปได้สวย ร่วมถึงความสัมพันธ์ก็ดูท่าจะแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นด้วย แม้ช่วงที่มีข่าวด้วยกันใหม่ๆ หลังเลิกรากับภรรยา พ่อคุณจะปฏิเสธเสียงแข็งไปว่าสาวกวางคนนี้ไม่ใช่สาวคนใหม่ เป็นแค่เพื่อนที่ร่วมงานกันเฉยๆ ก็เถอะ แต่เวลาผ่านไปก็ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะยังคงเป็นพาร์ทเนอร์ที่ทำงานร่วมกันอยู่ไหม หรือบางทีอาจจะเลื่อนสถานะไปแล้วก็ได้นะเออ ก็ แหม...บอกว่ามีพาร์ทเนอร์เป็นสิบๆ คน แต่เวลาไปไหนมาไหนกลับไปด้วยกัน 2 คนตลอดๆ เอ้า!!! จุดนี้เลื่อนขั้นไปทำธุรกิจรักด้วยกันแล้วหรือเปล่า มาส่งข่าวหน่อยเร้ววว... ปิ๊บ รวิชญ์- กวาง ฐิติรัตน์ ปิ๊บ รวิชญ์- กวาง ฐิติรัตน์ ปิ๊บ รวิชญ์- กวาง ฐิติรัตน์

อั้ม - นัท ฟิตปึ๋งปั๋ง คลั่ง...อยากมีลูก!!!
อั้ม อธิชาติ /  นัท มีเรีย / 

ยังคงหวานชื่นกันอยู่ตลอดๆ สำหรับคู่รักคนบันเทิง อั้ม อธิชาติ กับ นัท มีเรีย ก่อนแต่งงานหวานเยิ้มยังไง ปัจจุบันก็ยังหวานเยิ้มอยู่เยี่ยงนั้น เรียกว่าความรักไม่มีหมดโปรโมชั่น รักกั๊น...รักกัน บรรลือโลกไปเลยทีเดียว ซึ่งคู่นี้จัดว่าเป็นสามี-ภรรยาอีกหนึ่งคู่ที่ยังไม่มีเบบี๋มาให้เพื่อนพ้องพี่น้องร่วมวงการได้อุ้มเล่น แต่ก็อยากมีใจจะขาดนะ ไม่ใช่ว่าไม่อยากมี ติดอยู่นิดเดียวตรงเรื่องปัญหาสุขภาพนี่แหละ เพราะสาวนัทคนงามเธอมีปัญหาเรื่องซีสต์ที่รังไข่ แต่จุดนี้ใช่ว่าจะหมดความหวังซะทีเดียวนะฮ้า เพราะช่วงหลังๆ กระแสรักสุขภาพมาแรง ทั้งคู่เลยออกกำลังกายเป็นว่าเล่น ฟิตปึ๋งปั๋งเพิ่มพลังให้ร่างกายน่าดู คงจะหวังว่าหากร่างกายแข็งแรงขึ้นมาอีกสักหน่อย คงมีโอกาสได้เฮลั่นปั๊มน้องท้องป่องทันคนอื่นเขาสักทีละมั้ง ล่าสุดยังคงหวานชื่นเป็นคู่รักที่หลายๆ คนอิจฉา ไปไหนไปกัน ท่องเที่ยวเมามันส์ ทำงานสนุกสนาน แหมๆๆ เอาจริงๆ ถ้ามีลูกไม่ได้ดั่งใจหวัง รักกันเพียงลำพัง 2 คน ก็มีความสุขดีนะเออ เอ้า!!! ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ สู้ต่อไปนะยูวววว อั้ม-นัท อั้ม-นัท อั้ม-นัท

คิดจะพัก อย่าคิดถึงการเป็น ฟรีแลนซ์ ในใบปิดแรกจาก 'ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ'
Heart Attack /  จีทีเอช / 

เตรียมจะเข้าฉายในเดือนหน้ากันแล้ว สำหรับผลงานเรื่องใหม่ของผกก.สายอินดี้ ที่กระโดดมาสู่ค่ายหนังใหญ่อย่าง GTH อย่างเต็มตัว กับผกก. เต๋อ นวพล จาก Mary is Happy, Mary is Happy ที่ตอนนี้หนังใหม่ชื่อย้าวยาวของเขาอย่าง 'ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ' ที่ดึงเอาพระเอกสุดฮ็อตในช่วงนี้อย่าง ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ และนางเอกพันล้านอย่าง ใหม่ ดาวิกา มาประกบคู่กันในหนังของชีวิต ฟรีแลนซ์ และ คุณหมอ ที่เรื่องราวสุดอลหม่าน และวุ่นวายเกิดขึ้นได้แบบไม่มีพัก โดยตอนนี้ตัวหนังก็ได้ปล่อยใบปิดแบนเนอร์แรกออกมาให้เราชมกันแล้ว ก่อนที่ตัวอย่างน่าจะตามมาเร็วๆนี้ ซึ่ง โปสเตอร์ แรก ยังไม่เปิดเผยอะไรมาก นอกจากหน้าตาเหนื่อยๆของ 2 นักแสดงอย่าง ซันนี่ และ ใหม่ ที่ดูแล้วน่าจะได้ฟีลอารมณ์ของเหล่า ฟรีแลนซ์ และ คุณหมอ ไปเต็มๆ ซึ่งเรื่องราวความรัก และ งานที่ไม่เสร็จของพวกเขาจะเป็นอย่างไร รอติดตามได้ในโรงภาพยนตร์ 3 กันยายนนี้ครับ

แพท เดือด ตัดขาด แมน การิน ลั่น! ไม่เสียดายคำว่า มิตรภาพ
แมน การิน /  แพท ณปภา / 

มีเรื่องมีราวให้เห็นกันตลอด กรณีที่ดาราคนไหนทำธุรกิจลงทุนร่วมหุ้นกับใคร ก็มักจะไปไม่รอด และจบลงแบบไม่สวยเกือบซะทุกราย ล่าสุดเป็นคิวของ แพท ณปภา และ แมน การิน ที่ทั้งคู่มีปัญหากันในเรื่องของธุรกิจคลินิกเสริมความงาม จนทำให้คลินิกต้องปิดตัว และกลายมาเป็นประเด็นเกาเหลา เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด ถึงขั้นที่สาวแพทไม่เสียดายคำว่ามิตรภาพเลยทีเดียว “จริงๆ มันเป็นเรื่องภายในด้วยซ้ำ ไม่ควรจะพูดอะไรกันเยอะแยะ เรื่องนี้ไม่ได้มาจากตัวแพท แพทไม่ได้เป็นคนพูดก่อน แพทยังงงๆ ตอนที่มีนักข่าวมาถาม ว่าทำไมเขาถึงรู้ ก็พอจะเดาได้ไม่ยากว่ามันมากจากไหน คือตอนนี้แพทต้องมานั่งตอบคำถาม ในสิ่งที่แพทไม่ควรจะตอบแล้ว ถ้าเรื่องมันยังไม่จบ แพทยินดีเลยนะคะ ตัวแพทก็เป็นคนที่ตรงมาก ไม่เคยคิดจะโกงใครอยู่แล้ว ตอนทำคลินิกเขาก็เป็นคนชวนแพททำ ตอนนี้ทุกคนเข้าใจว่าแพทไปชวนเขาทำ แล้วมามีปัญหากัน ส่วนความสัมพันธ์ในตอนนี้ไม่เสียดายอะไรแล้วค่ะ” แพท ณปภา แพท ณปภา แมน การิน

ดราม่า! 40 ปียังไม่จบ อเมริกาเคยส่งคนไปดวงจันทร์
Mthai ข่าวภาคซ่าส์ /  นีลอาร์มสตรอง / 

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่งจะครบรอบ 46 ปีของเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติที่ยานอะพอลโล11 ของสหรัฐอเมริกา และนีลอาร์มสตรอง มนุษย์คนแรกขึ้นไปเหยียบบนดวงจันทร์ ซึ่งต่อมาบนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อมูลทฤษฎีสมคบคิดว่าแท้จริงแล้วอเมริกาจัดฉากตบตาคนทั้งโลก จนกลายเป็นข้อสงสัยว่าเรื่องนี้ไปดวงจันทร์กันจริง ๆ หรือแค่แหกตา MThai ข่าวภาคซ่าส์ จะขอรวบรวมข้อมูลมาลองให้วิเคราะห์กัน ที่มาของทฤษฎีสมคบคิด อเมริกาไม่เคยส่งคนไปดวงจันทร์ อันที่จริงกรณีนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด แต่มีการถกเถียงกันตั้งแต่ปี1970 โดยอ้างว่าภารกิจที่คนทั้งโลกเห็นนั้น มาจากการจัดฉากถ่ายทำ รวมถึงเป็นกระแสที่มาจากหนังเรื่องแคปปิคอร์นวัน ที่ว่าด้วยโครงการลวงของนาซ่าที่ส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร ก่อให้เกิดประเด็นนี้ขึ้นมา ถึงแม้ต่อมาจะมีการพิสูจน์ได้จริง ๆ ว่า ยานอะพอลโล11 ไปดวงจันทร์มาแล้วจริง ๆ แต่ก็ยังมีข้อกล่าวหาที่ว่า ภาพที่เผยแพร่ขณะนีล ปักธงอเมริกานั้นถูกถ่ายทำขึ้นในสตูดิโอ เพื่อความสมบูรณ์แบบในการเป็นโฆษณาชวนเชื่อ ทำไมต้องไปดวงจันทร์? ในช่วงนั้นเป็นยุคสงครามเย็นระหว่างสหรัฐฯ กับรัสเซีย ซึ่งก่อนหน้านี้ได้แสดงแสนยานุภาพทางด้านความล้ำหน้าของเทคโนโลยีด้วยการส่งยูริ  กาการิน มนุษย์คนแรกไปอวกาศ อเมริกาเลยโชว์เหนือกว่าด้วยการส่งคนไปดวงจันทร์ ซึ่งเป็นการประกาศให้โลกรู้ว่า อเมริกาเป็นเบอร์หนึ่งของเทคโนโลยีขั้นสูงสุด รวมถึงเป็นจุดเบี่ยงเบนความสนใจจากสายตาชาวโลกที่เพ่งเล็งการบุกโจมตีในสงครามเวียดนามของสหรัฐด้วย โดยโครงการนี้ได้ทำการรวบรวมเงินได้กว่า 6 หมื่นล้านบาท จากประชาชนอเมริกา และองค์กรต่าง ๆ ร่วมใจบริจาคแต่หลายคนมองว่าส่วนหนึ่งเงินถูกนำไปใช้ในสงครามเวียดนามด้วย จุดจับผิด และข้อโต้แย้ง  1.ข้อสังเกตที่ว่าภาพที่ถูกนำมาเผยแพร่มีคุณภาพดีอย่างเหลือเชื่อ แม้ว่าจะถ่ายในอวกาศ ข้อโต้แย้ง : ทางนาซ่าเผยว่าได้มีการเลือกภาพถ่ายที่ดีที่สุด นำไปคัดเลือกอีกทีก่อนนำมาเสนอต่อสื่อมวลชน โดยภาพส่วนใหญ่ถูกตัดกรอบ จัดวางองค์ประกอบภาพให้ดีขึ้น โดยภารกิจนี้ถ่ายด้วย กล้องฮัสเซลแบลดคุณภาพสูงด้วยเลนซ์ไซสส์ที่มีคุณภาพสูงเช่นเดียวกัน  เลยได้ภาพที่ออกมาสมบูรณ์แบบ 2.ข้อสังเกตสี และแสงเงาผิดปกติซึ่งเงาจากดวงจันทร์ ไม่ควรจะมีมุมเดียวกับเงาของวัตถุบนพื้นโลก ข้อโต้แย้ง : ทางนาซ่าเผยว่าต้นแสงมาจากดวงอาทิตย์ และดาวอื่น ๆ ที่ส่องเข้ามาบนดวงจันทร์ ประกอบกับเกิดความกระเจิงเนื่องจากฝุ่นหินบนดวงจันทร์ ทำให้ได้สี และแสงเงาแบบดังกล่าว 3.ข้อสังเกตที่ว่าทำไมมีภาพถ่ายมากเกินไป แทบจะทุก ๆ 15 วินาทีของภารกิจ ซึ่งเกินกว่าคุณภาพของกล้องในยุคนั้นจะทำได้ ข้อโต้แย้ง : ทางนาซ่าเผยว่านักบินอวกาศได้รับการฝึกฝนให้ใช้เครื่องมือการถ่ายภาพเป็นอย่างดี นอกจากนี้อุปกรณ์การถ่ายภาพ ยังทำให้สามารถถ่ายภาพได้สะดวก ถึงขนาดที่ถ่ายได้สองภาพต่อหนึ่งวินาที ถ้าดูภาพที่ถ่ายมาจะพบว่า ภาพจำนวนมากถูกถ่ายต่อเนื่องกัน ความเห็นนักวิชาการไทย ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ได้แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ว่า ด้าน  ‘ยานอะพอลโล 11 ไปลงดวงจันทร์มาแล้ว’ แต่มีหลายคนเชื่อตามที่ตั้งข้อสงสัยกันแบบทฤษฎีสมรู้ร่วมคิด ว่าไม่จริง ยานอะพอลโลไม่ได้บินไปถึงดวงจันทร์ มันแค่หนังที่ฮอลลีวู้ดทำขึ้น หลักการแย้งของผมก็คือ ถ้ามันไม่จริง ป่านนี้ทั้งโซเวียต-รัสเซีย ทั้งประเทศ อื่น ๆ ที่มีความสามารถด้านอวกาศ เช่น ยุโรป ญี่ปุ่น จีน อินเดีย ฯลฯ ได้ออกมาแฉ มาถล่มกันเละไปแล้ว สำหรับหลักฐานในการแย้งสำคัญ ก็คือ ภาพจากยาน LRO Lunar Reconnaissance Orbiter ที่โคจรรอบดวงจันทร์ พร้อมกล้องถ่ายภาพความละเอียดสูงมาก ได้ถ่ายภาพยานอะพอลโล 11 ลงดวงจันทร์ Lunar Module ได้ในปี 2012  ซึ่งหากสงสัยสามารถเข้าไปหาดูภาพได้ รวมถึงภาพของอะพอลโลลำอื่น ๆ สำหรับข้อโต้แย้งอื่น ๆ พวกที่ว่าทำไมถ่ายภาพออกมา เงาคนดูผิดปรกติ หรือธงตั้งตรง ไม่ห้อยตก หรือรอยเท้านีล อาร์มสตรอง ชัดเกิน … พวกนี้ทางสมาคมดาราศาสตร์ประเทศไทย ได้อธิบายไว้หมดแล้ว สามารถติดตามอ่านได้ในรายงานพิเศษชื่อ ” เราไปมาแล้วจริงๆ : จับผิดคนจับโกหก” ซึ่งเขียนโดย วิษณุ เอื้อชูเกียรติ MThai News

Mission: Impossible - Rogue Nation : ปฎิบัติการมันส์รวมมิตร
Drive /  Jack Reacher / 

หลังจากปล่อยให้รอหลังจากภาค 4 มาเป็นระยะเวลาหลายปี ตอนนี้พี่ ทอม ครูซ ก็กลับมาแล้วพร้อมกับภาคต่อภาค 5 ที่ยังคงคอนเซปต์เดิมจากภาคที่แล้ว กับการเล่นเอง สตันท์เอง ใน Mission: Impossible - Rogue Nation ที่ตอนนี้ตัวหนังก็เข้าฉายในไทย และ ทั่วโลกพร้อมให้สัมผัสความมันส์กันเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ โดยในภาคนี้ตัวหนังกำกับโดย คริสโตเฟอร์ แม็คคัวรี่ย์ ผู้กำกับที่ตัว ทอม ครูซ เลือกมาเองกับมือ เพราะว่าติดใจในฝีมือของเขาจาก Jack Reacher และรวมถึงงานเขียนบทใน Edge of Tomorrow อีกด้วย ซึ่งงานนี้แน่นอนว่าเลือกมากับมือ ก็ต้องไม่ทำให้ผิดหวังกันอย่างแน่นอน ซึ่งต้องขอยอมรับเลยว่าตอนแรกที่ผมเห็นหน้าหนังในภาคที่ 5 นี่ ก็แอบหวั่นๆเหมือนกันเพราะจากตัวอย่างแล้ว ค่อนข้างเผยฉากเด็ดออกมาเยอะมากทีเดียว แต่หลังจากที่ได้ชมแล้วก็ต้องกลับคำเสียใหม่ เพราะภายในมันยังมีอะไรมากกว่านั้นเยอะ ซึ่งถ้าจะให้พูดแล้วมันก็น่าแปลกเหมือนกันนะ เพราะในขณะที่ Mission Impossible นี่ดูจะเป็นหนังสายลับเพียงเรื่องเดียว ที่ไม่ว่าจะทำออกมากี่ภาคๆ ก็ยังคงแพทเทิร์นเดิมๆของตนเองไม่มีเปลี่ยน ในขณะที่เหล่าสายลับ เจมส์ บอนด์ หรือ เจสัน บอนด์ ยังมีเปลี่ยนโทนให้ดราม่าและอะไรอีกมากมาย แต่ในขณะเดียวกัน แพทเทิร์นเดิมๆ ที่มันใช้มาตั้งแต่ภาค 1 กลับยังสามารถทำได้ผลทุกภาค โดยภาคที่ผมชื่นชอบมากที่สุดแต่ก่อน คงต้องบอกว่าเป็นภาค 2 เนื่องด้วยเป็นคนที่ค่อนข้างชอบงานของ จอห์น วู เป็นทุนเดิม เพราะฉะนั้นเมื่อมาทำหนังแอ็คชั่นฮอลลีวู้ดจ๋าๆแล้วใส่ลายเส้นตัวเองไปอย่างเช่น ฉาก มอไซต์ ต้องขอคารวะเลยจริงแท้ แต่ก็นั่นแหละ นั่นคือเมื่อก่อน ก่อนการมาถึงของภาคนี้ ที่หลังจากดูจบต้องขอยกให้เป็นภาคที่ดีที่สุดในหนังชุดนี้เลยก็ว่าได้ โดยสิ่งที่มันโดดเด่นกว่าภาคอื่นๆ โดยเฉพาะในภาคแอ็คชั่น คือการที่มันเหมือนเป็นภาคที่รวมเอาความโดดเด่นจากทุกๆภาค มาเขย่ารวมกัน และก็ทำได้ดีเสียด้วย ไม่ว่าจะเป็นอย่างแรกก็คือฉากมอไซต์ในภาค 2, ฉากงานเลี้ยงเต้นรำ ในหลายๆภาค, อารมณ์ขันจากตัวละคร ไซม่อน เพ็คค์, การกลับมารวมทีมอีกครั้งของเฮีย วิง แรมม์ และรวมถึงเหล่าฉากแอ็คชั่นหวาดเสียว ที่ภาคนี้คือฉากเครื่องบิน ทุกอย่างล้วนดูแล้วเหมือนถูกยกระดับ อัพเกรดให้มีความงดงามทั้งในด้านของอารมณ์ความสนุกสนาน และ ด้านภาพยนตร์ให้มากขึ้นไปอย่างไม่ออมมือ โดยเฉพาะทางด้านนักแสดงอย่าง ทอม ครูซ ที่ในภาคนี้แน่นอนว่ายังคงหว่านเสน่ห์ในบทสายลับ อีธาน ฮันท์ ได้เกินหน้าเกินตาผู้ชายทุกคนในทีม แต่หาไม่กับนางเอกสาวคนใหม่อย่าง รีเบ็คก้า เฟอร์กูสัน ที่นำได้ว่าเป็นสายลับหญิงที่โปรยเสน่ห์ได้ดีกว่าสายลับคนอื่นๆในภาคที่ผ่านๆมา ซึ่งเธอนั้นสามารถยกระดับให้ฉากการต่อสู้ในงานโอเปร่าที่งดงามอยู่แล้ว กลับกลายเป็นฉากที่เต็มไปด้วยความรื่นรมณ์ และตื่นเต้นมากขึ้นไปอีก ไม่ว่าจะด้วยเสน่ห์ ออร่า ที่มาจากตัวเธอ หรือชุดเดรสสีเหลือที่ใส่มาเพื่อฆ่าชายหนุ่มทั้งโลกนั้นก็ตาม ซึ่งนอกเหนือจากนั้นแล้ว การปฎิบัติการ หรือการวางแผน ทุกอย่างก็ล้วนเดินเรื่องไปเป็นแนวทางหนังสายลับที่ตัวเองเป็นอย่างภาคก่อนๆ แต่ก็อย่างที่บอกว่าไม่ว่าคุณอาจจะคิดว่าเดาเรื่อง หรือคาดการณ์ฉากต่อไปได้มากแค่ไหน แต่สิ่งที่คุณปฏิเสธไม่ได้เลยก็คือความมันส์ ที่ผมกล้าพูดได้เลยว่า หลังจากขาดแคลนหนังแอ็คชั่นดีๆมาหลายเดือน นี้คือหนังที่มันส์ที่สุด ณ เวลานี้ครับ เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ