พี่แล้วทำไมถ้าใจอยากจะรัก

ออมสินจัดหนัก ออก 4 โครงการ เงินกู้ไม่ต้องค้ำ!
ชาติชาย พยุหนาวีชัย /  ธนาคารออมสิน / 

ออมสิน จัดหนัก ออก 4 โครงการ เงินกู้ไม่ต้องค้ำ วงเงิน ราว 3.5 หมื่นล้านบาท  นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารได้เตรียมเงินกู้วงเงิน ราว 3.5 หมื่นล้านบาท โดยเเบ่งเป็น 4 โครงการ อาทิ 1.โครงการสินเชื่อประชาชนสุขใจ ปล่อยกู้ให้กลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย พ่อค้าแม่ค้า รายละไม่เกิน 2 แสนบาท ดอกเบี้ย 1%ต่อเดือน ผ่อนนาน 10 ปี ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำ แต่ได้ร่วมกับบรรษัทประกัน สินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันวงเงิน 5,000 ล้านบาท 2.โครงการสินเชื่อออมสุขใจ เพื่อให้ประชาชนฝากเงินอย่างต่อเนื่อง และขอกู้ได้ไม่เกิน 5 เท่าของเงินออม รายละไม่เกิน 2 แสนบาท ดอกเบี้ย 1% ต่อเดือน ผ่อนไม่เกิน 8 ปี 3.โครงการ สินเชื่อมนุษย์เงินเดือนสุขใจ สำหรับผู้มีรายได้ประจำที่หน่วยงานหักเงินเดือนนำส่งให้ธนาคาร ไม่ต้องมีใบรับรองเงินเดือน ไม่ต้องใช้หลักประกัน กู้ได้รายละไม่เกิน 2 แสนบาท ดอกเบี้ย 0.75% ต่อเดือน ผ่อนไม่เกิน 8 ปี 4.โครงการจะปล่อยสินเชื่อให้ลูกค้าที่มีประวัติการชำระหนี้ดี วงเงินไม่เกิน 20%ของวงเงินกู้เดิม สูงสุดไม่เกิน 4 หมื่นบาท/ราย ดอกเบี้ย 0.75% ต่อเดือน ผ่อนชำระ 3-5 ปี ไม่ต้องใช้หลักประกัน โดยทั้ง 4 โครงการนี้ จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือประชาชนรายย่อย พ่อค้า เเม่ค้า ประชาชน ให้ตรงตามเป้าหมาย และช่วยผ่อนปรนปัญหาความยากจนและคนรากหญ้าอย่างแท้จริง 'การกู้ยืม ในทั้ง 4 โครงการ ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน โดยจะเริ่มวันที่ 1 เม.ย. 58 นี้' นอกจากนี้ ธนาคารออมสินยังอยู่ระหว่างการพิจารณาแนวทางช่วยเหลือด้วยการปล่อยเงินกู้กับผู้ค้าสลากรายย่อยที่มีโควต้า แต่ขาดสภาพคล่องนั้น  ซึ่งวงเงินจะเป็นเท่าไหร่นั้นคงต้องดูในส่วนของปริมาณผู้ค้าสลาก โดยวงเงินรวมเบื้องต้น 500-1,000 ล้านบาท  ปล่อยเงินกู้ต่อรายไม่เกินรายละ 200,000 บาท แต่คงต้องดูในส่วนของรายละเอียดและหลักเกณฑ์ต่างๆก่อน แต่เบื้องต้นต้องดูว่าโควต้าของผู้ค้าสลากนั้นได้มาปริมาณเท่าไหร่ ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการดูหลักเกณฑ์กับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ติดตามข่าวสาร การเงิน-การคลัง ทั้งหมด คลิกเลย >>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>> MThai News

อีเจี๊ยบ เลียบด่วน ฮอตไม่หยุด คนไลค์ทะลุล้าน แซง เพจดราม่า ลิบลับ
อีเจี๊ยบ เลียบด่วน

อีเจี๊ยบ เลียบด่วน ฮอตไม่หยุด คนไลค์ทะลุล้าน แซง เพจดราม่า ลิบลับ สีสันโซเชียลวันนี้ มีเรื่องคลายเครียดมาให้ขำกันเล่นๆ แต่ถ้าใครอยากอ่านข่าวซีเรียสเชิญคลิกหมวดข่าวการเมืองและเศรษฐกิจได้เลยจ้า  เรื่องราวฮอตบนโลกโซเชียลขณะนี้คงหนีไม่พ้นแฟนเพจ อีเจี๊ยบ เลียบด่วน ที่เปิดมาได้ยังไม่ครบปีล่าสุดก็มีคนกดไลค์เกินหนึ่งล้านคนแล้ว อาศัยคาแร็กเตอร์และการใช้ภาษาสุดกวน ส่งผลให้ตอนนี้อีเจี๊ยบ เลียบด่วนกลายเป็นขวัญใจคนบนโลกออนไลน์ แซงหน้าแฟนเพจดัง Drama Addict ที่โตคู่กันมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในช่วงแรกเพจอีเจี๊ยบยังอาศัยเพจ Drama ในการใช้เป็นช่องทางในการกระจายข่าว จากการเปิดเพจใหม่ๆเรียกง่ายๆว่าพึ่งบารมี แต่สุดท้ายเพจอีเจี๊ยบ เลียบด่วนก็ทิ้งห่างยอดไลค์จนได้ โดยในงานนี้ เพจอีเจี๊ยบ ถึงกับโพสต์ข้อความที่สร้างความหมั่นไส้ให้กับชาวเน็ต ว่า "โพสนี้จะเป็น โพสสุดท้าย ของเพจในฐานะเพจหลักแสนนะครับ จะเข้ามาด่า มาทัก มาจุดพลุร่วมกันก็เชิญได้เลย เพราะพอเป็นเพจหลักล้าน ในวันพรุ่งนี้ผมจะหยิ่งมาก อาจเข้าถึงผมยากขึ้น ใครที่จะรอแคป 999999 ก็เชิญนะ ไม่มีอะไรเป็นรางวัลให้หรอก ขอบคุณทุกคนจริงๆครับ ผมรักคุณ เชื่อเถอะว่าผมพูดจริง" MThai News

จอย งงข่าว! หย่าเพราะ อ่ำ เพี้ยนคลั่งลัทธิ!!
อ่ำ อัมรินทร์ /  จอย อัจฉรียา / 

เปิดใจเป็นครั้งแรกหลังจากหย่ากับอดีตสามี อ่ำ อัมรินทร์ สำหรับสาว จอย อัจฉรียา โดยเธอเผยสภาพจิตใจดีขึ้น ก่อนจะปฏิเสธกระแสข่าวลือสาเหตุแยกทางเพราะฝ่ายชายเพี้ยนคลั่งลัทธิหนัก พร้อมยืนยันไม่เกี่ยวเรื่องมือที่สามและปัญหาเรื่องเงิน ทั้งนี้ สาวจอย ไม่ขอฟันธงโอกาสจะกลับมาเป็นครอบครัวเหมือนเดิม ส่วนทางลูกสาว น้องแอลลี่ ตอนนี้ก็เข้าใจและรับทุกอย่างได้ดี!! "จริงๆ เรื่องราวของจอยและพี่อ่ำก็ผ่านมานานมากแล้ว สภาพจิตใจตอนนี้ก็ดีขึ้น ส่วนน้องแอลลี่ก็เข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้น เพราะเราค่อนข้างคุยกันเยอะพอสมควร สาเหตุที่เลิกจะให้จอยมาระบุคงจะยาก จอยว่าคนที่มีชีวิตคู่หรือไม่ก็แฟนถ้าด้วยกันมากๆ ย่อมจะมีปัญหากันอยู่แล้ว ไม่ได้ราบรื่นตลอดเวลา การที่เราแต่งงานมา 10 กว่าปี ถ้าก็รู้จักกับพี่อ่ำมาพอสมควร อาจจะมีความไม่เข้าใจกัน โดยที่เราอาจจะไม่ได้คิดว่าเป็นปัญหา แต่พอเก็บสะสมไปเรื่อยๆ โดยที่เราไม่รู้ตัว" "ซึ่งจอยอาจจะเป็นคนผิดเองที่มีอะไรก็ไม่ค่อยพูด จะเก็บไว้ เพราะคิดว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไป พอมาถึงวันนึงมันสะสมจนต่างคนต่างเริ่มไม่สบายใจ เลยตัดสินใจแยกทางกันไปก่อน เพื่อให้สภาพจิตใจแต่ละคนดีขึ้นแล้วค่อยมาว่ากันใหม่" "ที่จริงจอยไม่ได้เสียดายเวลาเพราะการแต่งงานก็มีเรื่องดีและไม่ดี แต่สิ่งที่ดีที่สุดก็คือเรามีแอลลี่ ถือเป็นประสบการณ์ที่ดี ส่วนข่าวที่บอกว่าพี่อ่ำเชื่อเรื่องลัทธิ อันนี้จอยไม่เคยได้ยิน ลัทธิอะไรไม่รู้เลย เพราะเรานับถือศาสนาพุทธ ที่บ้านก็มีห้องพระ แต่พี่อ่ำจะมีอารมณ์ศิลปินโดยที่เขาไม่ได้คิดเหมือนคนธรรมดา บางอย่างที่เขาพูดอาจจะพูดเล่นจนคนไปตีความอะไรกันไม่รู้" "เรื่องที่พี่อ่ำเขาชอบพูดคนเดียว เพราะเขามีโลกส่วนตัว เวลาทำงานเขาชอบอยู่คนเดียว เลยทำให้เวลาที่จะใช้ร่วมกันน้อยลงอาจจะเป็นหนึ่งสาเหตุเล็กๆ ก่อนหน้านี้เราก็เคยคุยกัน บอกว่ามาทานข้าวกับแอลลี่หน่อยไหม ซึ่งพอเขารู้ตัว เขาก็ออกจากออฟฟิตเพื่อมาหาลูก คือพี่อ่ำเขามีอารมณ์ศิลปิน และก็มีโปรเจคในหัวเยอะมากแต่เขาไม่ยอมเรียงลำดับให้ดี แต่การทำงานก็เป็นเรื่องดี เพราะพี่อ่ำเขาจะพูดตลอดเวลาว่าทำงานได้เงินมาให้ครอบครัว จอยเลยไม่อยากเจาะจงว่าเป็นเหตุผลว่าเราต้องแยกกัน กับแอลลี่ก็คุยกันตลอด น้องเขาอยู่ในเหตุการณ์ตลอด ดังนั้นแอลลี่จะเข้าใจสถานการณ์ดี" "ส่วนเรื่องมือที่สามไม่มีเลย เพราะระยะเวลาที่แต่งงานกับพี่อ่ำมา 10 กว่าปี ไม่เคยมีเรื่องผู้หญิงเลย แต่หลังจากแยกทางกันพี่อ่ำก็เคยมาบอกจอยมาประโยคหนึ่งว่า เขาขอโทษที่ดูแลจอยได้ไม่ดีพอ เขาก็อยากจะไปขอโทษคุณพ่อ คุณแม่จอย แล้วถ้าวันหนึ่งจอยไปเริ่มใหม่กับใคร ขอให้จอยเจอคนที่ดี แล้วก็สามารถดูแลจอยและแอลลี่ได้ดี พอหย่าไปแล้วเราก็ยังคุยกันอยู่ตลอดค่ะ" "ส่วนเรื่องค่าเลี้ยงดูลูก พี่เขาก็ช่วยอยู่ตลอด จริงๆ แล้วจอยไม่อยากเอาเรื่องมาเป็นประเด็น เพราะว่ามันไม่เคยเป็นประเด็นตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แล้วจอยรู้ว่าการทำงานของเขามันต้องใช้เงินค่อนข้างสูง เพราะฉะนั้นจอยก็จะคุยแล้วก็ทำความเข้าใจกับเขาไปเลยตั้งแต่แรก ว่าเอาที่เขาสบายน่ะพี่ เพราะแอลลี่เกิดมาจากความรัก เราจะเลี้ยงเขาด้วยความรัก แล้วเราจะไม่ปัดภาระ อะไรใดๆ ทั้งสินไปให้คนใดคนหนึ่งค่ะ ถามว่ามีโอกาสกลับมาไหม อันนี้ไม่รู้เลย คือจอยไม่อยากจะบอกว่ามันมีหรือไม่มี เพราะเราไม่รู้ในอนาคตว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้ต่างคนต่างสบายใจกับสถานะแบบนี้ ทำหน้าที่พ่อกับแม่ที่ดีให้แอลลี่ดีกว่า" จอย อัจฉรียา กล่าว จอย อัจฉรียา จอย อัจฉรียา จอย อัจฉรียา จอย - อ่ำ - แอลลี่ อ่ำ - แอลลี่

วู้ดดี้ ตื่นมาคุยกับ Corsetta อาหารเสริมที่มุกกี้ แซ่บ(เน็ตไอดอล)ยอมยกให้เป็นอันดับ1
corsetta /  คอร์เซ็ทต้า / 

มุกกี้ แซ่บ เผยเคล็ดลับที่ทำให้เธอมาไกลถึงวันนี้!!! สนใจรับโปรโมชั่นพิเศษ Facebook : https://www.facebook.com/corsettathailand Line ID : corsettathailand | Instagram : corsettathailand http://www.corsettathailand.com Corsetta คอร์เซ็ทต้า อาหารเสริมสำหรับผู้หญิง ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ 9 ชนิดใหม่ล่าสุดต่างจากในท้องตลาด ที่ออกฤทธิ์เสริมกันจึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ คอร์เซ็ทต้าช่วยปรับสมดุลภายในของผู้หญิง ลดอาการปวดประจำเดือน ทำให้ภายในสะอาดเพิ่มฟีโรโมน(สาปสาว) ฟิต กระชับตั้งแต่ภายในจนถึงภายนอกด้วยส่วนผสมของคอลลาเจนเป็บไทด์ อกเต็มตึงขึ้น ผิวพรรณเปล่งปลั่ง เพิ่มพลังงานในร่างกายให้กระปรี้กระเปร่าสดชื่นในทุกๆวัน ทั้งยังช่วยลดความเหนื่อยล้าของเซลล์สมองจากความเครียดต่างๆ จุดเด่นสินค้า • ช่วยลดอาการประจำเดือนมาไม่ปกติ บรรเทาอาการปวดประจำเดือน อาการตกขาว คัน กลิ่นไม่พีงประสงค์ช่องคลอดไม่กระชับ • ช่วยบำรุงให้ผิวและกล้ามเนื้อกระชับ ช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้น ช่วยลดเลือกริ้วรอย • ช่วยให้หน้าอกเต็มตึงขึ้น ผิวดูเปล่งปลั่ง • ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือดในร่างกาย • กระตุ้นการทำงานของระบบประสาทและสมองลดความเครียดและวิตกกังวล ตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้ดี • ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย • มีส่วนช่วยกระบวนการต่อต้านอนุมูลอิสระ • ช่วยให้นอนหลับสบาย คลายความกังวล คอร์เซ็ทต้ามั่นใจในคุณภาพ การันตีความปลอดภัย 100% • ผ่านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับสถาบันวิจัย CDIP ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยระดับโลกและผลิตยาให้กับประเทศเยอรมัน (Pfizer) • ผ่านมาตรฐานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เลขทะเบียน 11-1-11754-1-0221 • กระบวนการผลิตได้รับมาตรฐานสากล GMP • ได้รับการรับรองจาก ระบบการการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุมในการผลิตอาหาร (HACCP) • ได้รับการรับรองจากสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย (Halal) • ส่วนผสมสกัดจากธรรมชาติ 100% การันตีไม่มีสารตกค้าง • ใช้เวลาในการวิจัยมากกว่า 1 ปี และผ่านการทดสอบกับผู้หญิง 300 คน พึงพอใจ 99% จากหลากหลายวัยและอาชีพ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับผู้หญิงที่ดีที่สุด

ประวัติดาราวัยรุ่น เฌอเบลล์ ลัลณ์ลลิน หรือ ดาว ละครสื่อริษยา
ดาราวัยรุ่น /  ประวัติ / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยจะเพื่อนๆ ไปรู้จักกับสาวน่ารัก หุ่นดี ยิ้มหวาน เฌอเบลล์ ลัลณ์ลลิน หลังจากเป็นนางเอกมาหลายเรื่อง คราวนี้เธอขอพลิกบทบาทมารับบทนางร้าย ที่แรงแหกโค้งสุดๆ ในตอนนี้ กับบท ดารินกานต์ หรือ ดาว  ในละครสื่อริษยา ที่เธอต้องแกล้งทำเป็นสาวใสซื่อ แต่จริงๆ แล้วแฝงไปด้วยความร้าย ตรงกันข้ามกับตัวจริง ที่เธอเป็นคนเปิดเผย งั้นวันนี้เราไปติดตามประวัติดาราวัยรุ่น เฌอเบลล์ ลัลณ์ลลิน หรือ ดาว ละครสื่อริษยา กันค่ะ ประวัติดาราวัยรุ่น เฌอเบลล์ ลัลณ์ลลิน หรือ ดาว ละครสื่อริษยา ชื่อ : ลัลณ์ลลิน เตจะสา เวศซ์ ชื่อเล่น: เฌอเบลล์ เกิดวันที่ : 28 กุมภาพันธ์  2535 การศึกษา : ปัจจุบันศึกษาที่คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ผลงาน : - เฌอเบลล์เป็นนักแสดงสังกัดเอ็กแซ็กท์ มีผลงานละครเรื่องแรก ลิขิตฟ้าชะตาดิน ทางช่อง 5 รับบท เทเรซ่า นางเอกของเรื่อง ตามด้วยผลงานละครดอกโศก, แผนรัก แผนร้าย, ภาพอาถรรพณ์, อนิลทิตา‬, และเรื่องที่กำลังออนแอร์อล่าสุด ก็คือละคร สื่อริษยา‬ รับบท ดารินกานต์ หรือ ดาว ภาพจาก IG : @charebelle ที่มาของชื่อ : เฌอเบลล์ไม่ได้เป็นลูกครึ่ง แม้มีทั้งชื่อเล่นและนามสกุลคล้ายคนต่างชาติ ทั้งนี้ นามสกุล เวศซ์ นั้นเป็นของบิดาบุญธรรมซึ่งเป็นชาวเบลเยียม ส่วนชื่อ เฌอเบลล์ เป็นภาษาฝรั่งเศส มีความหมายว่า "ผู้หญิงที่เป็นที่รัก" เรียบเรียงโดย teen.mthai.com

เบื้องหลัง นิชคุณ ฮาสุดๆ ในบทหนุ่มสุพรรณ! จ่อออนแอร์ 3 เม.ย.นี้
2PM /  Khun / 

นิชคุณ เสริมทัพซิทคอม รับแซ่บ MY BOSS พลิกคาแร็กเตอร์ สวมบทบาทหนุ่มสุพรรณคนซื่อ 'เปี๊ยก' พร้อมเรียกเสียงฮา 3 เมษายนนี้! คลิปเบื้องหลังการทำงาน นิชคุณ ถ่ายทำซิทคอม รับแซ่บ MY BOSS ทรูโฟร์ยู(TRUE4U) ดิจิตอลฟรีทีวี ที่ให้คุณมากกว่าความบันเทิง ชวนผู้ชมเกาะติดขอบจอทีวี กับ ซิทคอมอารมณ์ดี รับแซ่บ MY BOSS... เมื่อ 'เปี๊ยก' เด็กหนุ่มสำเนียงเหน่อ เจ้าเสน่ห์ นิสัยซื่อ แอบหนีพ่อเข้ามาทำงานในเมืองกรุงเพื่อตามหาความฝัน เพราะอยากเป็นหนุ่มออฟฟิศมากกว่าทายาทเจ้าของโรงงานรองเท้า โดยได้แขกรับเชิญพิเศษแบบสุดๆ! นิชคุณ หรเวชกุล บินตรงจากเกาหลีสู่เมืองไทย เพื่อพลิกคาแร็กเตอร์จากสมาชิกบอยแบนด์ K-POP สุดฮอต 2PM (ทูพีเอ็ม) เพื่อมารับงานแสดงแบบที่คนดูคาดไม่ถึงและไม่เคยเห็นมาก่อนอย่างแน่นอน! แถมยังต้องประชันมุกตลกกับนักแสดงมืออาชีพ แอนนา ชวนชื่น และ โย่ง เชิญยิ้ม อีกด้วย งานนี้ music.mthai.com รวบรวมทั้งภาพและคลิปวิดีโอเบื้องหลังการถ่ายทำ รับแซ่บ MY BOSS ตอน เด็กฝึกงาน ของหนุ่มฮอต นิชคุณ มาฝากกันอย่างเต็มอิ่มจุใจสุดๆ! เตรียมสนุกสุดขำกับ นิชคุณ ในซิทคอมอารมณ์ดี รับแซ่บ MY BOSS ตอน เด็กฝึกงาน ออกอากาศวันศุกร์ที่ 3 เมษายนนี้ เวลา 19:00 น. ทางช่อง ทรูโฟร์ยู ดิจิตอลฟรีทีวี คลิปเบื้องหลังการทำงาน นิชคุณ ถ่ายทำซิทคอม รับแซ่บ MY BOSS คลิปเบื้องหลังการทำงาน นิชคุณ ถ่ายทำซิทคอม รับแซ่บ MY BOSS ซิทคอมอารมณ์ดี รับแซ่บ MY BOSS มอบกิจกรรมดีๆ! ครั้งแรกที่จะชวนคนดูร่วมเป็นผู้กำกับ!! ด้วยการเลือกว่าคุณอยากให้นิชคุณเต้นท่าไหนมากที่สุด 1) ท่าดึงดาว 2) ท่าดึงดาว+Go Crazy 3) ดึงดาว+Again & Again ส่งมาที่ *470*24*40# กดโทรออก... เพียงเท่านี้คุณก็มีสิทธิ์ลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษจาก นิชคุณ และ ทรูโฟร์ยู กันไปเลย ติดตามรายละเอียดได้ที่ facebook.com/true4u และ หลังจบซิทคอม รับแซ่บ MY BOSS ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 19.00 น. ทางช่องทรูโฟร์ยู ที่เดียวเท่านั้น ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เหยื่อแรงงานประมงบินกลับไทยอีก6คน เผยชีวิตลำบาก
อินโดนีเซีย /  เกาะอัมบน / 

กลุ่มแรงงานประมงไทยถูกหลอกใช้แรงงานทาสในน้ำน่านอินโดนีเซีย เดินทางกลับถึงไทยอีก 6 คน เผยชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก ขณะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ พร้อมช่วยเหลือเหยื่อที่ยังตกค้าง เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. วานนี้(1 เม.ย.) กลุ่มแรงงานประมงไทยที่ถูกหลอกไปใช้แรงงานทาส จับปลาในน้ำน่านอินโดนีเซียอีกจำนวน 6 คน ประกอบด้วย นายณัฐพงษ์ สิงห์ชาญ ชาวจ.อุดรธานี นายธนาวุฒิ พันธ์ที ชาว จ.เพชรบูรณ์ นายวีระศักดิ์ สิทธิกุล ชาวจ.ศรีสะเกษ นายอำนาจ จันทร์ม่วง ชาวจ.สุพรรณบุรี นายวิชาญชื่นคำ ชาวจ.ปทุมธานี และนายธรรมรัตน์ จันทร์ทอง ชาวจ.สุรินทร์ ได้เดินทางมาถึงท่าอากาศยานดอนเมือง ด้วยสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ คิวแซด 252 ท่ามกลางญาติที่เดินทางมารอรับอย่างอบอุ่น ด้านนายธนาวุฒิ 1ใน 6 ลูกเรือประมงกล่าวว่า ชีวิตในเรือประมงที่อินโดนีเซียลำบากมาก ต้องตากแดด ตากลม ตากฝน อดหลับอดนอน ตนกับพี่ชายถูกพาไปทำงานในเรือประมงที่เมืองอัมบนได้ 2 ปีกว่า กัดฟันอดทนทำงานมาจนถึงวันนี้ อยากจะกลับบ้าน แต่พ่อแม่ก็เสียชีวิตหมดแล้วเมื่อตอนปี 2556 ทุกวันนี้พี่ชายของตนยังไม่กล้าออกมาขอความช่วยเหลือกลับประเทศ เพราะกลัวเรื่องความปลอดภัย เขายังอยู่ที่อินโดนีเซีย ทั้งนี้ อยากให้รัฐบาลไทยช่วยเหลือพี่ตนด้วย ขณะที่นายอนุสันต์ เทียนทอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยว่า ทางกระทรวงได้รับการประสานจากกรมการกงสุล ในการรับตัวแรงงานทั้ง 6 กลับประเทศไทย จึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรอรับ ทั้งนี้กระทรวงได้วางแผนเตรียมการให้ความช่วยเหลือลูกเรือประมงทั้ง 6 คนแล้ว ทั้งนี้ทางทีมเฉพาะกิจช่วยเหลือแรงงานไทยในอินโดนีเซียที่ลงพื้นที่เกาะอัมบนตั้งแต่วันที่ 27-31 มี.ค. ที่ผ่านมา ได้แบ่งชุดปฏิบัติการช่วยเหลือแรงงานไทยที่อยู่บนเกาะ และช่วยเหลือแรงงานประมงที่ติดค้างบนเรือ โดยทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่บนเกาะอัมบน ตรวจสอบลูกเรือจากเรือประมงไทยที่อยู่ในน่านน้ำอินโดนีเซีย จำนวน 82 ลำ และเรือประมงไทยที่เกาะเบนจิน่าอีก 50 ลำ โดยขั้นตอนการส่งกลับแรงงานไทยที่ตกเรือ หรือกลุ่มที่ไม่มีเอกสารแสดงตัว จะเร่งรัดให้เร็วขึ้นภายใน 2-3 สัปดาห์ รวมถึงการเข้าตรวจสอบข้อมูลการฝังศพคนไทยในสุสาน 22 หลุมในเกาะอัมบนด้วย ล่าสุดมีแรงงานประมงทั้งไทยและต่างด้าวมารายงานตัวที่ศูนย์ช่วยเหลือเยียวยาและส่งกลับแรงงานที่ท่าเรือตันตุย บนเกาะอัมบน รวม 3 วัน จำนวน 119 คน แบ่งเป็นแรงงานไทย 69 คน เมียนมาร์ 45 คน กัมพูชา 3 คน และ ลาว 2 คน ซึ่งคาดว่าก่อนปิดศูนย์ในวันที่ 3 เม.ย. นี้ จะมีแรงงานมารายงานตัวเพื่อแจ้งความประสงค์กลับบ้านเพิ่มขึ้น ส่วนลูกเรือทั้งหมดจะดำเนินการคัดแยกผู้เสียหาย พร้อมส่งตัวเข้ารับการคุ้มครองชั่วคราวที่สถานคุ้มครองพัฒนาอาชีพ(ชาย) จ.ปทุมธานี เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลจากลูกเรือประมงไทยทั้งหมดที่ได้รับการช่วยเหลือ ในการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องรวมถึงสิทธิประโยชน์ให้กับผู้เสียหายก่อนส่งตัวกลับภูมิลำเนา ขอบคุณภาพจากทวิตเตอร์ @OHcrime_ThaiPBS MThai News

ยิปซี เซอร์ไพร้ส์!! วันเกิด เจษ ฟินไปอีกกกกก
ยิปซี คีรติ /  เจษ เจษฎ์พิพัฒน์ / 

ฟินกว่านี้ไม่มีอีกแล้วววววว เมื่อนางเอกสาวหมวย ยิปซี คีรติ จัดการเซอร์ไพร้ส์ เจษ เจษฎ์พิพัฒ แฟนหนุ่ม ซึ่งมีวันคล้ายวันเกิดในวันนี้(2 เม.ย.) ได้สำเร็จ โดยมีการจัดลูกโป่งสีฟ้า+ขาว และตัวอักษร "HBD J" ไว้บนดาดฟ้าของตึก พร้อมคัพเค้กวันเกิดสุดน่ารักที่สั่งทำมาเพื่อนหนุ่มเจษโดยเฉพาะ!! พอฝ่ายชายมาเห็นก็ถึงกับซาบซึ้ง หน้าจึงฟินเหมือนอย่างในรูป เรียกว่ากำลังอยู่ในโหมดหวานอย่างต่อเนื่องสินะ อิอิขอบคุณ ภาพจาก/ @gypsykeerati, @jesjpp ยิปซี เซอร์ไพร้ส์วันเกิด เจษ ยิปซี เซอร์ไพร้ส์วันเกิด เจษ ยิปซี เซอร์ไพร้ส์วันเกิด เจษ ยิปซี เซอร์ไพร้ส์วันเกิด เจษ ยิปซี เซอร์ไพร้ส์วันเกิด เจษ

รวม 10 ที่พักเกาะกูด จ.ตราด ที่พัก โรงแรม รีสอร์ท แนะนำ
ที่พักเกาะกูด /  เที่ยวเกาะกูด

หาที่พักเกาะกูดกันอยู่หรือเปล่าคะ ลองมาดูที่พัก โรงแรม รีสอร์ท ที่ Travel.mthai.com รวบรวมมาให้ อำนวยความสะดวกให้เพื่อนๆ สุดๆ เกาะกูดนี้อยู่ที่จังหวัดตราด ห่างจากฝั่งทะเล ใช้เวลาเดินทางบนเฟอร์รี่ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาทีค่ะ แล้วแต่สภาพอากาศ เกาะที่มีชื่อเสียงใกล้เคียงกันได้แก่ เกาะช้าง เกาะหมาก เกาะขาม และเกาะรังค่ะ รวม 10 ที่พักเกาะกูด จ.ตราด ที่พัก โรงแรม รีสอร์ท แนะนำ ไฮ ซีซั่น รีสอร์ท : High Season Resort 117 หมู่ 2, หาดคลองเจ้า, เกาะกูด (ตราด), ประเทศไทย เว็บไซต์ : http://www.highseasonresort.com/ จามส์เฮ้าส์ เกาะกูด รีสอร์ท (Cham's House Koh Kood Resort) 2 หมู่ 5 หาดคลองหิน ตำบล เกาะกูด อ.เกาะกูด จ.ตราด, ประเทศไทย 23000 เว็บไซต์ http://www.chamshouse.com/ เวนดี้ เดอะ พูล รีสอร์ท เกาะกูด, เกาะกูด, จังหวัดตราด Wendy The Pool Resort, Klong Chao, Koh Kood คลองเจ้า, เกาะกูด จังหวัดตราด เว็บไซต์ http://www.wendythepoolresort.com เดอะ บีช เนเชอรัล รีสอร์ท เกาะกูด : The Beach Natural Resort Koh Kood http://www.thebeachkohkood.com/ The Beach Natural Resort ตั้งอยู่ที่เวิ้งอ่าวบังเบ้าบนที่ตั้งเสี้ยวพระจันทร์โค้ง ทางด้านทิศตะวันตกของเกาะกูดซึ่งได้ฉายาว่า "ไข่มุกแห่งอันดามันตะวันออก" ที่รีสอร์ทแห่งนี้เป็นที่พักท่ามกลางธรรมชาติสไตล์บาหลี ผสมผสานอย่างลงตัวกับวัฒนธรรมแบบไทย งดงามไปด้วยต้นไม้และดอกไม้นานาพันธุ์ ซึ่งกลมกลืนกับบรรยากาศที่เงียบสงบ ที่พักเกาะกูด อเวย์ เกาะกูด รีสอร์ท : Away Koh Kood Resort 43/8 หมู่ 2 ต.บ้านคลองเจ้า , หาดคลองเจ้า, เกาะกูด จ.ตราด อเวย์ เกาะกูด เป็นรูปแบบของการพักผ่อนบนเกาะอย่างแท้จริง รีสอร์ทประกอบด้วยบังกะโลหรูขนาดกว้างขวาง พร้อมระเบียงส่วนตัว สามารถมองเห็นทิวทัศน์ทะเลได้จากห้องพักเกือบทุกห้อง ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : http://travel.mthai.com/hotel-review/73955.html เว็บไซต์ : http://awayresorts.com/away-resorts-koh-kood/ โซเนวาคีรี บาย ซิ้กเซ้นเซส : Soneva Kiri by Six Senses 110 หมู่ 4, เกาะกูด, แหลมโป่งหลักอวน, เกาะกูด (ตราด), ประเทศไทย เว็บไซต์ : http://www.soneva.com/soneva-kiri ให้ความรู้สึกหรูหรานับตั้งแต่การเดินทางมาด้วยเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว ไปจนถึงวิลล่าส่วนตัวที่กว้างขวาง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน กัปตันฮุก รีสอร์ท (Captain Hook Resort) 15-9 หมู่ 4, แหลมโป่งหลักอวน อ.เกาะกูด จ.ตราด เว็บไซต์ http://www.captainhookresort.com/th/ พบบรรยากาศท่ามกลางธรรมชาติ เห็นวิวปากอ่าว ที่ซึ่งคลองยายกี๋สายเล็กมาบรรจบกับทะเลผืนนกว้าง รายล้อมด้วยวิวป่าโกงกางอันอุดมสมบูรณ์ 2 ริมฝั่ง ทิงเกอร์เบลล์ ไพรเวซี่ รีสอร์ท : Tinkerbell Privacy Resort 116 หมู่ 2, อ่าวยายกี่, อ.เกาะกูด จ.ตราด เว็บไซต์ : http://www.tinkerbellresort.com/th/ ที่ซึ่งคุณจะได้พบความเป็นส่วนตัวท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติกของห้องพักสุดหรูที่เบื้องหน้าคือฟ้าใสจรดทะเลสวยกว้างไกลสุดสายตาตลอดมุมมอง 180 องศาให้คุณได้ดื่มด่ำไปกับทุกวินาทีที่เคลื่อนตัวอย่างช้าๆซึ่งไม่อาจสัมผัสได้จากชีวิตเมืองอันเร่งรีบ อาณาเลรีสอร์ท (A-Na-Lay Resort) 46/4-5 หมู่ 2, หาดคลองเจ้า, เกาะกูด (ตราด), ประเทศไทย เว็บไซต์ : http://www.analay.com/ อาณาเลรีสอร์ท ที่ซึ่งล้อมรอบด้วยทะเลกับเส้นขอบฟ้า เน้นความสะดวกสบาย แฝงไว้ด้วยความกลมกลืนของธรรมชาติเพื่อให้ผู้เข้าพักได้รับความสะดวกสบายสูงสุด และได้รับความรู้สึกที่เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติได้มากที่สุด เกาะกูด บีช รีสอร์ท : Koh Kood Beach Resort 121 หมู่ 1 บ้านคลองมาด, อ่าวยายกี่, เกาะกูด (ตราด), ประเทศไทย เว็บไซต์ : http://www.kohkoodbeachresort.com/ ---------- ที่พักเกาะกูด ชื่อโรงแรม ที่พัก ที่เกาะกูดค่อนข้างน่ารักค่ะ ตั้งชื่อตามหนังการ์ตูนต่างๆ อาทิ วินนี่เดอะพูห์, ปีเตอร์แพน, กัปตันฮุก ข้อมูลเพิ่มเติม : เกาะกูด เป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศไทย หรือมีความใหญ่เป็นอันดับ 3 รองจากเกาะช้าง ในจังหวัดตราด ด้วยพื้นที่ประมาณ 105 ตารางเมตร หรือ 65,625 ไร่ ด้วยความยาง 25 กิโลเมตร และความกว้าง 12 กิโลเมตร เกาะมีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยภูเขา, ป่าไม้, ลำคลอง และน้ำตก โดยน้ำตกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดบนเกาะ ได้แก่ น้ำตกคลองเจ้า ซึ่งมีน้ำใสไหลเย็นตลอดปี ประกอบไปด้วย 3 ชั้น สำหรับชั้นล่างสุดจะเป็นสระน้ำใหญ่ เหมาะแก่การลงเล่นน้ำ ในปี ค.ศ. 1911 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ได้เคยเสด็จประภาสและได้ตั้งชื่อน้ำตกแห่งนี้ว่าน้ำตกอนัมก๊ก เพื่อเป็นที่ระลึกถึงองค์เซียง สือ กษัตริย์ญวนที่เคยเข้ามาลี้ภัยจากการจราจลในสมัยรัชกาลที่ 1 ทางตะวันตกของเกาะ

รักแท้! ชาวเน็ตแชร์ ชายหนุ่ม สัญญาดูแล สาวตลอดชีวิต
ดูแลตลอดชีวิต /  รักแท้ / 

รักแท้! ชาวเน็ตแชร์ ชายหนุ่ม สัญญาดูแล สาวตลอดชีวิต แฟนเพจ กลุ่มคนอาสา กู้ชีพ กู้ภัย Thailand ได้โพสต์เรื่องราวที่ทำให้คนบนโลกออนไลน์ประทับใจ โดยเผยว่า ยังจำหญิงสาวอายุ 22 ปี ที่ตั้งครรภ์ 4 เดือน แล้วถูกรถพ่วง 18 ล้อ เฉี่ยว ขณะซ้อนรถเครื่องสามี ระหว่างทางกลับบ้าน หลังเสร็จจากการไปหาหมอ ตรวจครรภ์ คนนี้ได้ไหม? ที่เคยออกมาให้สื่อ ช่วยประกาศ หาพยานผู้เห็นรถพ่วงคันนั้น ให้ช่วยแจ้ง รายละเอียดเข้ามา เพื่อหวังได้รับ การช่วยเหลือ เรื่องค่ารักษา จากบริษัทของรถพ่วง ยังจำกันได้ไหม? จากเหตุรถชนทำให้เธอต้องตัดแขนและตัดขา ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เหมือนเดิม วันนี้ สามีเธอ ตอบตำถามของนักข่าว และ บอกว่า "จะดูแลไปตลอดชีวิต" นี่คือ คำสัญญาจากสามี หลังภรรยา ต้องกลายเป็น คนพิการ แขน-ขาขาด เพียงชั่วข้ามคืน นักข่าวถามต่อไปว่า เสียใจไหม? ผมไม่เสียใจ เพราะผมยังมีชีวิตอยู่ ลูกผมก็ยังอยู่ ภรรยาผม ก็ปลอดภัย ยังไงก็ต้อง สู้ต่อไป "ไม่อยากให้เขาคิดว่าเขาเป็นภาระ เพราะเขาคือ คนที่ผมรัก ผมสัญญาว่าจะ ดูแลเขาอย่างเต็มที่ ยังไง ผมก็รักเขา เหมือนเดิม" สามีกล่าว พร้อมกับอุ้มภรรยาของเค้าอย่างทะนุถนอมตลอดเวลาเมื่อไปไหนมาไหน...และจะอุ้มไปตลอดชีวิตความรักแบบนี้สิ ที่เรียกว่า "รักแท้" ทั้งนี้หลังจากภาพดังกล่าวถูกแชร์ ชาวสังคมออนไลน์ต่างชื่นชมและให้กำลังใจความรักของทั้งสองคน ขอให้ดูแลกันและกันต่อไปนานๆ ขอบคุณภาพจาก กลุ่มคนอาสา กู้ชีพ กู้ภัย Thailand MThai News

Five minutes Bighero : ครอบครัวอาสากู้ภัย ตอนที่ 1/5
ภินันท์อัครสิน /  ครอบครัวจิตอาสา / 

ครอบครัวอาสากู้ภัยที่นำโดย นายปฏิพัทธ์ ภินันท์อัครสิน หัวหน้าครอบครัวผู้รักในงานอาสาและได้ชักชวนคนในครอบครัวให้ออกหน่วยคอยช่วยเหลือผู้อื่น ทั้งยังยอมลงทุนกายและใจเพียงเพื่อให้ผู้ประสบเหตุนั้น รอดชีวิตโดยไม่หวังผลตอบแทน

เปิดใจ ผู้พันเบิร์ด กับบทกษัตริย์ชาตินักรบ ใน ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมาหาราช : อวสานหงสา
ดามพ์ ดัสกร /  ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช / 

หลังจากที่ผู้ชมได้ร่วมตำนานกษัตริย์ชาตินักรบผู้กอบกู้อิสรภาพ มาตั้งแต่ภาคแรก จนถึงกับเรื่องราวครั้งสุดท้าย กับภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา ที่ยังคงได้ ผู้พันเบิร์ด พันโท วันชนะ สวัสดี กลับมาปิดตำนานในบทพระนเรศวรมหาราช และวันนี้เราจะไปเปิดใจ และไขทุกคำถามที่คุณสงสัย จากใจผู้พันเบิร์ด กันแบบเจาะลึกหมดเปลือก ผู้พันเบิร์ด พันโท วันชนะ สวัสดี กำลังจะมีภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช: อวสานหงสา เข้าฉาย ภาคนี้ยืนยันว่าจบแน่นอนแล้วหรือเปล่า? "หลายคนบอกว่ามาหลอกกันนี่นา ไม่เห็นจะจบสักที ชนช้างแล้วยังไม่จบอีกเหรอ จริงๆเราก็คิดคล้ายกันว่า เออมันน่าจะจบที่ชนช้างไหม  เพียงแต่ผมเชื่ออย่างนี้ครับ เมื่อคนที่ชมภาค 6 ออกมาจากโรงภาพยนตร์แล้ว ทุกคนน่าจะคิดหมือนกัน ว่ามันควรจะมีภาค 6 ด้วยเหตุผลที่ว่าช่วงชีวิตของพระองค์ในการครองราชย์ของท่าน จนกระทั่งสิ้นพระชนม์  พระองค์ไม่ได้จบชีวิตลงตรงแค่การทำยุทธหัตถีแค่นั้น แต่มันมีเรื่องราวที่สืบทอดต่อเนื่อง มีการผันเปลี่ยนทางอำนาจ รวมถึงความสูญเสียในชีวิตของคน หลังจากนั้นอีกมาก และเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ที่เราปฏิเสธไม่ได้เพราะฉะนั้นเมื่อคนได้ไปดู เราถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ในปีนี้เป็นปีที่ 12 ปีและกำลังก้าวย่างเข้าไปสู่ปีที่ 13 มันมีเรื่องราวที่เราถ่ายทำไปเยอะมากแล้วในภาค6นะครับ" "ถ้าไม่จบด้วยข้อจำกัดของเวลา มันมีเรื่องราวที่เยอะกว่านี้อีก แต่เราก็ดึงเฉพาะในส่วนที่น่าสนใจและเรื่องราวที่สำคัญๆมาเพื่อให้ดำเนินเรื่องให้จบได้ในภาคที่ 6 เราได้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงอำนาจ ของอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่เราเรียกว่าหงสาวดี เปรียบได้กับจีนในปัจจุบัน ยิ่งใหญ่ในอุษาคเนย์ในสมัยนั้น ภาค 6 อาณาจักรเหล่านั้นมันหายไปครับ มันเปลี่ยนศูนย์กลางอำนาจใหม่ไปอยู่ที่อื่นละ ในขณะเดียวกันมันจะมีความสอดรับกับการก้าวขึ้นมา สู่ห้วงอำนาจที่สำคัญของอยุธยา มันเป็นที่มาของการเป็นเอกราชที่สืบทอดยาวนานอีก 170 กว่าปี ก่อนที่เราจะมาเสียกรุงครั้งที่2อีกครั้งหนึ่ง แล้วเราก็จะได้เห็นความสูญเสียของคน  โดยเฉพาะที่สำคัญที่สุดก็คือความสูญเสียของพระนเรศวร ก็เกิดขึ้นในภาคนี้" กว่าทศวรรษกับภาพยนตร์เรื่องยิ่งใหญ่ ที่ผู้พันเบิร์ดเข้าไปมีส่วนร่วมสำคัญ เรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเลยกำลังจะปิดฉากลงรู้สึกอย่างไรบ้าง?   "รู้สึก 2 อย่างครับ ความรู้สึกแรกเลยก็คือดีใจ สิ่งที่เราถ่ายทำมาทั้งหมดจนครบทั้ง 6 ภาค ดีใจที่หนังเรื่องนี้ได้ฉาย เพราะผมเชื่อว่ามันเป็นประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นจริง แต่เป็นความรู้สึกใหม่ของคนไทยที่จะได้ดู เพื่อให้คนได้ดูต่อไปในภายภาคหน้า แต่ความรู้สึกที่ตามมาคือความรู้สึกใจหายแวบว่า หลังจากนี้ไปการถ่ายทำที่เราจะได้เห็นนักแสดงครบๆแบบนี้ มันก็จะหายไป ตลอดระยะเวลา 12 ปีที่ผ่านมา โรงเรียนแห่งนี้เป็นเหมือนโรงเรียนประจำ ที่ทุกคนมาเจอกันตั้งแต่วันจันทร์-ศุกร์ หรือบางครั้งเสาร์อาทิตย์ก็ไม่ได้กลับบ้าน เลยผูกผันเป็นครอบครัวใหญ่ แล้วก็เรื่องราวที่มันเกิดขึ้นในกองถ่าย มันเหมือนรวมตั้งแต่ปฐมแล้วต่อมัธยมจนจบเลย แล้วก็เจอกันทุกวัน เหมือนเพื่อนคนหนึ่ง แล้วเรากำลังจะแยกย้ายจากกันไป มันก็คือใจหาย แต่ว่าเราก็ดีใจครับเพราะว่าความผูกผันตรงนั้นมันไม่ได้จางหายไปไหนหรอกครับ เพียงแต่มันเปลี่ยนสภาพไปเจอกันที่อื่นไปทำงานกันใหม่ในที่อื่นหรือว่านัดกันไปเที่ยว" จากภาคแรกจนถึงภาคนี้ พัฒนาการของตัวละครของสมเด็จพระนเรศวร เป็นอย่างไรบ้างในความคิดของผู้พันเบิร์ด? "ตั้งแต่ภาคแรกจนถึงภาคสุดท้าย จริงๆตัวละครของพระองค์ เราต้องการจะถ่ายทอดความเป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดา ที่มีความหลากหลายทางอารมณ์เหมือนคนทั่วไป พระองค์มีห่วง มีความรัก พระองค์มีความโกรธ เสียใจ ร้องไห้ มีความกลัว แต่ในช่วงพัฒนาของตัวละครที่ผมเล่นตั้งแต่ภาค 2 แต่ในภาค 6 ที่เป็นภาคสุดท้ายนี้ จะมีความหลากหลายทางอารมณ์มากกว่าในภาคที่ผ่านมา ภาคสุดท้ายเราจะเห็นความหลากหลายทางอารมณ์แล้วลึกมาก โดยเฉพาะความห่วงในแผ่นดินอโยธยา ที่เราจะได้เห็นของพระนเรศวรในฉากท้ายๆเรื่อง เราจะเห็นเลยว่าความเป็นมนุษย์จริงๆของพระองค์ ได้ถูกถ่ายทอดออกมาในฉากนี้ และจะบ่งบอกเป็นบทสรุปทุกอย่างเลยว่า ทำไมพระองค์จึงเพียรทำทุกสิ่งทุกอย่างมาตั้งแต่ภาคหนึ่งจนถึงภาคหกครับ" นอกจากศึกยุทธหัตถีแล้ว ในอวสานหงสาจะเกิดอะไรขึ้น มีเหตุการณ์เรื่องราวสำคัญอะไรในประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจในภาคนี้? "ในภาคนี้เราจะพูดถึงเรื่องของการปกครอง แล้วเราจะพูดถึงชีวิตของคน แล้วผมจะแบ่งเรื่องการปกครอง และชีวิตในฝั่งหงสาวดี การปกครองและชีวิตในฝั่งอยุธยา เราเริ่มที่ในเรื่องการปกครองก่อน  ในภาค 6 จะได้เห็นจุดพลิกผันของอาณาจักรหงสาวดีที่ครั้งหนึ่งเคยยิ่งใหญ่ในชมพูทวีป ส่งผลให้อาณาจักรที่เคยยิ่งใหญ่เหล่านั้นมันหายไปเลยครับ แล้วมันจะมีการเปลี่ยนแปลงศูนย์กลางอำนาจใหม่ มีเมืองต่างๆเกิดขึ้นในอาณาจักรหงสาที่เคยรุ่งโรจน์อยู่ เราจะเห็นกลุ่มคนใหม่ๆอย่างยะไข่ ซึ่งเป็นพวกโจรสลัด เราเรียกว่าเป็นชาวอาระกัน มาจากทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของพม่า ซึ่งอยู่ติดกับจีน พวกนี้เป็นโจรสลัดที่ลงมาปล้น มันจะมีนิสัยเหมือนกับพวกตีหัวเข้าบ้านอย่างเดียว เราจะเห็นพวกเมืองมอญ ที่เกิดขึ้นมาใหม่ เราจะเห็น เมาะตะมะ แล้วเราก็จะได้เห็น ตองอู ซึ่งจะกลายเป็นอาณาจักรศูนย์กลางแห่งใหม่ของพม่า" "ต่อมาคือเรื่องชีวิตของคน เราก็จะได้เห็นชีวิตในส่วนของพระเจ้านันทบุเรง ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ครองหงสาวดี คนที่ครองเมืองจะต้องมีความยิ่งใหญ่มาก  สืบต่ออำนาจมาจากพระเจ้าบุเรงนองผู้ชนะสิบทิศ เพราะฉะนั้นความเกรงขามของคนที่อยู่ใต้อาณัติ แม้กระทั่งอโยธยาในเมื่อก่อนนี้เองก็ถือว่าเป็นเมืองขึ้นของพระเจ้านันทบุเรงมาก่อน ต้องพลัดพรากจากบ้านเกิดเมืองนอนของตน ต้องไปเหมือนลี้ภัย แล้วก็เจ็บป่วยเหมือนกับเวรกรรมตามทัน การเจ็บป่วย การเลอะเลือนของสติ แล้วก็ถูกข่มเหง ถูกใช้ประโยชน์ เพื่อประโยชน์ของส่วนอื่น ถูกหลอกใช้นี่คือนันทบุเรง แต่ที่สำคัญของพระเจ้านันทบุเรงที่ช้ำชอกไปกว่านั้นนะครับ คือการสูญเสียลูกชายที่พระองค์รักมากตั้งแต่ศึกยุทธหัตถีแล้ว การสูญเสียในครั้งนั้นมันส่งผลอะไรต่อสภาพจิตใจของพระองค์บ้าง เกิดการกระทำอะไรขึ้นในหงสาวดี มีความเหี้ยมโหดอะไรเกิดขึ้นบ้าง นี่แหละคือสิ่งที่เราจะได้เห็นในภาคที่6" "ฝั่งอยุธยาในแง่ของการปกครอง เราจะได้เห็นความเข้มแข็งของอยุธยา ภายใต้การปกครองของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เราจะเห็นถึงความเด็ดเดี่ยวของพระองค์ อันเป็นศูนย์นำจิตใจของคนสมัยนั้นทำให้เมืองเข้มแข็ง เราจะเห็นการเดินทัพของพระองค์จากอยุธยาไปไกลถึงหงสา เป็นครั้งแรกที่เราไปเหยียบหงสา สืบเนื่องมาจากแนวความคิดของสมเด็จพระนเรศวร 2 ประการ ประการแรกคือเรื่องส่วนรวมของอยุธยา ที่ต้องการจะไปเอาเมืองหงสากลับมาเป็นเมืองขึ้นของเรา เหมือนเมื่อครั้งที่เราเคยเป็นเมืองขึ้นของเขา แต่ประการที่สองเป็นเรื่องเฉพาะพระองค์ นั่นหมายถึงพระองค์จะพยายามไปเอาพระสุพรรณกัลยากลับมา แต่ในขณะเดียวกันเราก็จะเห็นพระองค์ได้เดินทัพไปรบอีกหลายศึก รบกับตองอู รบกับเมาะตะมะ ทำไมพระองค์ถึงต้องทำแบบนั้น เพื่อความเป็นเอกราชและความคงอยู่อย่างมีความสุขของประชากรในอยุธยานั่นเองนะครับอันนี้เป็นเรื่องของการปกครอง" "ต่อมาเป็นเรื่องส่วนตัว เราจะได้เห็นความสูญเสียองค์ประกันที่จบความเป็นองค์ประกันอย่างแท้จริงในภาค6 นั่นคือ พระสุพรรณกัลยา และความสูญเสียนี่ก็จะเป็นเหตุผลอีกเหตุผลหนึ่ง ที่ทำไมพระนเรศวรถึงต้องยกทัพไปถึงหงสา ด้วยความสูญเสียในครั้งนั้นทำให้พระองค์เหมือนมีความเจ็บแค้นอยู่ในใจ ที่จะต้องเอาหงสากลับคืนมาให้ได้ และเมื่อยกทัพไปถึงหงสาแล้ว ยังต้องตามไปเอาชีวิตของนันนทบุเรงกลับมาให้ได้อีกนะครับ ความสูญเสียที่สำคัญที่เราจะได้เห็นในภาค6 นั่นคือการปิดฉากของช่วงชีวิตของสมเด็จพระนเรศวร ซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมชาติที่วันหนึ่งคนเราเกิดมานะครับจะต้องจากไป เราจะฝากอะไรไว้ให้กับแผ่นดินบ้าง เราจะได้เห็นแม้วินาทีสุดท้าย ที่พระองค์จะสิ้นพระชนม์แล้ว ความผูกผันและความห่วงในแผ่นดิน พระองค์ได้ฝากเรื่องราวต่างๆให้กับน้องชายพระเอกาทศรถ จนทำให้เราเข้าใจชีวิตทำให้เราจบภาค6 ถึงแม้ว่าพระองค์จะสูญสิ้นชีวิตไปแล้ว แต่เรากลับอิ่มเอิมใจ ก็แปลกที่ทำภาพยนตร์สร้างออกมาได้แบบนั้นนะครับ และนี่คือบริบททั้งฝั่งอยุธยาและฝั่งหงสาวดีครับ"  ในตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทุกภาคที่ผ่านมาเราอาจจะเห็นอาณาจักรอย่างหงสาวดีกับอโยธยา แต่ในภาคอวสานหงสานี้ เราจะได้เห็นอาณาจักรอื่นๆ ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญทางประวัติศาสตร์บ้างไหม? "ในภาค 6 นอกเหนือจากอาณาจักรที่มีอยู่อย่างหงสาวดี ก็จะมีเมืองต่างๆที่ขึ้นอยู่กับบุเรงนอง ไม่ว่าจะเป็นตองอู เมาะตะมะ ยะไข่ เหล่านี้ แต่ทีนี้เมื่อสิ้นบุเรงนองแล้ว การขึ้นมาของนันทบุเรงมาเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ ความระส่ำระสายที่เกิดขึ้นคือความเชื่อถือของเมืองต่างๆเหล่านี้ที่มีต่อนันทบุเรง เริ่มคลายความจงรักภักดีออกไป เริ่มตีตัวออกห่าง สัญญาณเหล่านี้จริงๆมันเกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยภาค 2 ตอนประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง ตอนนั้นพระนเรศวรเข้าไปเพื่อช่วยหงสาวดีรบกับกบฎอังวะ นี่เป็นสิ่งบอกเหตุว่า อังวะเริ่มตีตนออกห่างแล้ว เพราะฉะนั้นมันก็เลยเกิดความระส่ำระสายเมืองต่างๆเริ่มที่จะตีตัวออกห่างมากขึ้น ด้วยความที่อยากจะขึ้นมาเป็นใหญ่ เพราะด้วยความที่ไม่เชื่อมั่นต่อในตัวพระเจ้านันทบุเรง เมืองเดิมๆเหล่านี้แหละที่จะเข้ามามีบทบาทในการสู้รบสำคัญในภาค 6 การสู้รบระหว่างหงสาวดีกับอยุธยา" "เช่น เมืองยะไข่ ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งเป็นพวกโจรสลัด เมืองตองอู (เกตุมวดีตองอู) เมืองนี้เป็นเมืองที่อยู่ขึ้นไปทางเหนือจากหงสาวดีขึ้นไป ซึ่งการขึ้นไปก็ค่อนข้างทุรกันดารพอสมควร โดยมีเมงเยสีหตู เป็นเจ้าเมืองแสดงโดย อาหนิง นิรุตติ์ อีกคนหนึ่งคือ พี่ลูกแพร รัชนี ศิระเลิศ เมงเกงสอ ภรรยาของเจ้าเมือง ส่วนลูกชายของเมืองนี้ที่เป็นอุปราชอยู่ เราเห็น นัดจินหน่อง มาตั้งแต่ในภาค 2 ตอนขึ้นไปตีเมืองคัง 3 ทัพ ทัพหนึ่งจะเป็นพระนเรศวร อีกทัพหนึ่งเป็นพระมหาอุปราชา และอีกทัพหนึ่งละครับก็คือนัดจินหน่องซึ่งมาจากตองอู เริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญ ในเรื่องการเมืองการปกครองมากขึ้น เริ่มเข้ามามีอิทธิพลในเครือข่ายของพม่าในสมัยนั้นแต่อังวะก็ดี เกตุมวดีตองอูก็ดี จริงๆเป็นเครือญาติกันเกิดมาตั้งแต่สมัยบุเรงนอง เพราะฉะนั้นเขาเองก็คิดว่าเขามีศักดิ์และสิทธิ์ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นใหญ่  เขาก็มีสิทธิ์เท่าพระเจ้านันทบุเรงเช่นกัน เพราะฉะนั้นทุกคนก็เลยพยายามที่จะตีตัวออกห่างนะครับ" "สมเด็จพระนเรศวรเดินทัพไปที่หงสาวดี เพื่อที่พระองค์จะไปพาตัวเอาพระสุพรรณกัลยากลับมา พอรู้ว่านันทบุเรงได้สังหารพระสุพรรณกัลยาไปแล้ว ตัวนันทบุเรงไปอยู่ที่ตองอู พระนเรศวรก็เลยยกทัพขึ้นไปถึงตองอู  โดยที่พระองค์ไม่ได้เตรียมเสบียงอาหาร หรืออาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆเพื่อที่จะขึ้นไปถึงเหนือขึ้นไปถึงตองอู การขึ้นไปจึงทุลักทุเลด้วยความยากลำบากของเส้นทางที่ไป ความที่มันเป็นป่า และมีโรคไข้ป่ามากมาย ทำให้ทหารของพระองค์เกิดล้มป่วย เจ็บตายกันมาก ทั้งการรบที่ยากลำบากอยู่แล้ว แถมซ้ำยังต้องมาเผชิญกับพวกยะไข่ที่มาคอยตัดตีตัดเสบียงเราอีก อย่างพระจ้านันทบุเรง หลังจากที่ทรงสูญสียลูกชายไปกับศึกยุทธหัตถี พระองค์ก็เสียใจรวมทั้งความคับแค้นใจ จากการที่ทหารต่างๆที่ติดตามขบวนทัพของลูกชายไปแล้วปล่อยให้ลูกชายตาย พระองค์โหดถึงขนาดจับเผาหมดทหารเหล่านั้น แล้วความเป็นไปของพระเจ้านันทบุเรงในช่วงบั้นปลายของพระองค์เหมือนสติเลอะเลือน ทุกอย่างดาวน์ลงไปหมดเลย ผิดหวังในชีวิตรูปโฉม เหมือนกับเป็นคนพิการทุกอย่าง เมืองที่เคยครอบครองที่ยิ่งใหญ่ก็หายไป" "เหล่านี้มันเป็นบั้นปลายชีวิตของคนๆนี้ แล้วสุดท้ายพระนเรศวรทำอย่างไร ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อมาหลังจากการขึ้นครองความเป็นใหญ่ของตองอู นัดจินหน่องจะเป็นตัวละครสำคัญอีกตัวหนึ่งที่เกี่ยวข้อง แล้วมันยังมีเมืองอื่นอีกมั้ยที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับตองอู ที่จะกลายป็นคู่แข่งกัน แล้วบัดนั้นความพลันแปรเปลี่ยนไปของเมืองหลวงของพม่าก็จะเปลี่ยนอำนาจไปที่อื่น หรือไม่อย่างไร" ได้ข่าวว่าชาวมอญรามัญ ที่เข้ามาร่วมกับทางฝั่งอโยธยาในภาคนี้ และตัวละครใหม่ๆที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในภาคนี้ด้วย? "ในภาพยนตร์มีหลายเผ่าพันธุ์ พวกยะไข่ พวกยองม้วย ไทยใหญ่ เมืองคัง อยุธยา พิษณุโลก หรือทางฝั่งเขมร ฝั่งลานช้างร่มขาวเป็นลาว มีเชียงใหม่ แต่ในภาคนี้เราจะเห็นความสำคัญของ พวกมอญพวกรามัญโดยแท้ ซึ่งเดิมทีอาณาจักรหงสา คือจะเป็นพวกมอญมาอยู่ก่อน แต่บุเรงนองก็มายึด และก็ขับไล่พวกมอญออกไป เพราะฉะนั้นอาณาจักรของพวกมอญที่อยู่รายล้อมหงสาวดีก็ยังมีอยู่ จะมีพวกมอญแทรกซึมอยู่ในระหว่างการรบเสมอ แต่ในภาคนี้เราได้ดึงตัวละครใหม่เข้ามา เม้ยมะนิก คือน้องปันปัน-เต็มฟ้า คือสาวชาวลูกครึ่งมอญ-ไทยใหญ่ ที่มีความเก่งกาจ คล่องแคล่วในการต่อสู้ อยู่ภายใต้อาณาจักรเมาะตะมะ ที่เจ้าเมืองเมาะตะมะก็ข่มเหงพวกมอญเหล่านี้มาโดยตลอด แม้แต่ข่มเหงย่ำยีแม่ของเม้ยมะนิก น้องเขา คือเขาเป็นนักกีฬาทีมชาติ นักยิมนาสติกลีลา เต้นบัลเลต์ ความอ่อนตัว  ความแข็งแรง ความยืดหยุ่นเขามีอยู่แล้ว น้องเขาต้องทำทุกอย่างเหมือนที่ผมทำ แล้วทำได้ดีกว่าด้วย เพราะว่าพวกผมไม่ได้มีความอ่อนตัว  ความสามารถพิเศษในการใช้อาวุธที่ท่านก็ออกแบบมาคล้ายกับคทายิมนาสติก เขาคล่องเลยนะครับ" "แล้วก็จะมีบทรุมกันของพระเอกาทศรถแล้วก็พระราชมนูที่พระนเรศวรสั่งให้ไปตามจับตัวมา ก็ต้องมีการชิงไหวชิงพริบ ต้องไปจับตัวคนนี้ให้ได้ มีการสร้างเรื่องราวของเม้ยมะนิกขึ้นมา ยังมีอีกสองตัวละครที่เพิ่มเข้ามาในภาคนี้ก็คือ อารณ ฤทธิชัย ซึ่งเล่นเป็น เมงราชาญี เจ้าเมืองยะไข่ และ สีหรั่น ผู้ร้ายตลอดกาลคือ อาดามพ์ ดัสกร ท่านมุ้ยยังบอกเลยว่าเรื่องนี้เป็นกรุสมบัตินักแสดง ท่านให้อาดามพ์กับอารณ เหมือนวิ่งออกไปสู้รบนะ แล้วท่านก็มองแต่ในกล้องนะ อาก็วิ่งร้อง อ๊า คือวิ่งเหนื่อยมาก แล้วพวกผมก็มองกันอยู่นอกกล้อง โหอาแกวิ่งแทบไม่ไหวอยู่แล้ว ท่านมุ้ยก็บอกว่าเออ ขอโทษที ลืมไปฉันก็อายุขนาดนี้แล้ว โหแต่ยังไหวท่าน เอาเป็นว่าผมขอขี่ม้าได้มั้ย ผมไม่กลัวเลย คราวนี้ท่านก็ให้ขี่ม้า แล้วคอยสั่งการเอา แต่ก็ดูดีขึ้นนะครับ ยะไข่มันเป็นโจรสลัดมันอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของพม่าในปัจจุบัน เมืองๆนี้มีความเก่าแก่ถึงขนาดที่ว่าเราเชื่อว่าเสมา ธรรมจักรที่เก่าแก่ที่สุดที่เอามาจากอินเดีย เก่าแก่ที่สุดในภูมิภาคนี้เลยนะอยู่ที่เมืองนี้" "และแม้กระทั่ง พระสีหมุนี ที่เราไปไหว้ที่พม่าก็เอามาจากเมืองนี้ ด้วยความที่รุ่งเรืองขนาดที่ว่าเพราะว่ามันเป็นโจรสลัดครับ มันอยู่ในเทือกเขาอาระกันโยมา ซึ่งเปรียบเสมือนกับเป็นกำแพงของเมืองๆนี้เลย แล้วตรงเขาตรงไหนที่มันจะชนกันตรงนี้นะ เขาก็ก่อกำแพงกั้นด้วย เหมือนกำแพงเมืองจีนเลย แล้วมีทางเข้าทางเดียวคือแม่น้ำอาระกัน เพราะฉะนั้นคนกลุ่มนี้เวลาเข้าออกมาเขาก็ล่องเรือออกมาครับแล้วก็มาปล้นมาชิงทอง ปล้นสะดม ในท้ายที่สุดเวลาใครจะปล้นเมืองนี้ ต้องผ่านโดยการใช้เรือเข้าออกมา แต่ได้ทางเดียว จนในที่สุดเวลาใครจะเข้าไปตีเมืองๆนี้ก็ต้องล่องแม่น้ำเข้าไป เพราะฉะนั้นแล้วเวลาล่องแม่น้ำเข้าไป แน่นอนว่ามันมีจุดสกัดที่อยู่บนบกยิงลงมา กว่าจะไปถึงนะครับ ก็แทบจะไม่ต้องทำอะไรแล้วครับ เพราะครั้นจะไปปีนเขา มันก็ทำไม่ได้เพราะเขามันสูงมาก ผมก็เลยบอกว่าโอ้โหเมืองนี้พวกยะไข่มันน่าสนใจ น่าศึกษาว่าชนชาตินี้เป็นอย่างไรนะ" นอกเหนือจากความเข้มข้นของเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้น ในภาคอวสานหงสา เราจะได้เห็นภาพความเป็นมนุษย์ปุถุชนคนธรรมดาของสมเด็จพระนเรศวรชัดเจนขึ้นด้วยหรือเปล่า? "เราเคยเชื่อว่าพระมหากษัตริย์สมัยก่อนเป็นสมมติเทพ แต่จริงๆเราต้องการที่จะสื่อในความเป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดาตั้งแต่ภาค 1 ถึงภาค 5 อยู่แล้ว  พระนเรศวรจะมีแกนกลางของแนวความคิด ก็คือพระองค์จะต้องทำเพื่อแผ่นดิน เมื่อแผ่นดินอยู่ได้ ประชาชนของพระองค์เองก็จะอยู่ได้อย่างมีความสุขเช่นเดียวกัน แต่ในการพลิ้วไหวของอารมณ์ที่มันเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ มันเกิดอะไรขึ้นบ้าง เช่นความสูญเสียของพระองค์จากการที่พี่สาวถูกสังหาร บางทีคนเราก็จะโกรธขึ้นมา จะยอมทำทุกอย่างเพื่อความโกรธ แล้วก็ทำตามนั้น แต่พอวันหนึ่งเมื่อเวลามันผ่านไป จะแปรเปลี่ยนไปกลายเป็นทรงกระทำซึ่งเพื่อผลประโยชน์ของชาติ เป็นการกระทำเพื่อส่วนรวมเป็นการเสียสละ ยอมแลกแม้กระทั่งชีวิตของตัวเองเพื่อให้ความเป็นเอกราชกลับคืนมาสู่อยุธยา  อย่างเช่นในฉากท้ายๆเรื่องของการที่พระองค์จะสวรรคตแล้ว คือพระองค์ได้บอกว่า ณ เวลานี้เราจะสิ้นแล้ว เราไม่ได้ต้องการอะไรเลย ไอ้ความเป็นเอกราช หรืออะไรที่จะนำมาซึ่งแผ่นดิน ณ ถึงเวลานี้ เราต้องการเพียงแค่สองสิ่งคือเมียกับลูก อันนี้คือสิ่งที่เป็นคนธรรมดาจริงๆเลย แต่ก็จำเป็นต้องจากไปเพราะป่วย อันนี้คือความเป็นปุถุชนธรรมดาคนหนึ่ง แต่พอสักพักหนึ่งนะครับมันจะถูกหวนกลับมาซึ่งความคิดเดิม คือการกระทำเพื่อแผ่นดิน พระองค์ก็ยังเป็นห่วงอีก พระองค์ก็จึงเรียกพระเอกาทศรถมาสั่งเสียว่าอโยธยาเราต่อไปต้องเป็นอย่างไร จะต้องทำอะไรบ้างเพื่อให้ประชาชนอยู่ได้อย่างมีความสุข สิ่งหนึ่งก็คือบอกพระเอกาทศรถว่าต้องครองแผ่นดินโดยธรรม และเราต้องเป็นเอกราชให้ได้ การที่เป็นเมืองขึ้นไม่มีทางหรอกที่ประชาชนจะอยู่ได้อย่างมีความสุข" ฝั่งความรักความผูกพันของหลากหลายตัวละคร ที่อยู่รายล้อมของพระนเรศวรมหาราชที่ มีส่วนสำคัญกับชีวิตพระองค์จนถึงวินาทีสุดท้าย เราจะได้เห็นแง่มุมนี้แค่ไหน? "เราจะได้เห็นถึงความรักความผูกพันเอื้ออาทรของคนรอบข้างพระนเรศวรที่มีต่อพระองค์ การทัดทานว่าอย่าไปศึกนั้นเลย น่าจะแก้ไขปัญหาแบบนั้นแบบนี้ เริ่มตั้งแต่ บุญทิ้ง เป็นทั้งเพื่อน ทั้งทหารของพระมหากษัตริย์ บุญทิ้งเทิดทูนพระนเรศวรเป็นเจ้านาย ออกรับหน้าแทนพระองค์ไม่ต้องไปรบ ข้าขอไปแทน เปรียบได้กับคนไทยในปัจจุบันที่เรายอมที่จะเสียสละชีวิตให้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อให้พระองค์มีชีวิตที่ยืนยาว มีความสุขใจอยู่ได้เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับคนไทย มณีจันทร์ ก็มีความห่วงหาพระนเรศวร ในแง่มุมมองของคนเป็นเมีย และเคยเป็นเพื่อนมาก่อน ก็คอยให้ข้อคิดพระนเรศวรเสมอ อันนี้มันถ่ายทอดได้ว่าเป็นคู่คิดที่อยู่ในครอบครัว มหาเถร มีความผูกผัน มีความห่วงใยพระนเรศวร ในแง่มุมมองที่พระนเรศวรเป็นเสมือนลูกศิษย์ ข้อคิดที่มหาเถรให้กับพระนเรศวรมันยังเป็นข้อคิดตามหลักธรรม ทำให้พระนเรศวรเย็นลง มีความให้อภัย เรื่องของแอ็คชั่นการบู๊แล้ว ความเป็นบุ๋นมันจะเกิดขึ้นจาก 2 คน คือมณีจันทร์ กับมหาเถรทำให้พระนเรศวรมีบารมีได้ เราจะเห็นได้ว่าท้ายที่สุดไม่ว่าคนจะทัดทานพระนเรศวรยังไง" "แต่เมื่อตัดสินใจอย่างไรแล้ว ทุกคนก็จะเคารพในการตัดสินใจของพระองค์ และก็พร้อมที่จะทำให้การตัดสินใจของพระองค์ไปสู่ผลสำเร็จให้ได้ เพราะทุกคนรู้ครับว่าพระองค์ทำเพื่ออะไร นั่นก็คือความสุขของไพร่ฟ้าประชาชนของชาวอโยธยานั่นเอง  บทบาทความสำคัญของพระเอกาทศรถ ที่เราจะได้เห็นต่อเนื่องจากภาค 5 ที่ไปชนช้างอีกคู่หนึ่งกับ มังจาปะโร พระเอกาทศรถ มีความเป็นน้องไม่คิดอะไรซับซ้อน มีวัตถุประสงค์เดียวคือช่วยพี่ ทำทุกอย่างเพื่อพี่ ตอนภาค 3 ยุทธนาวีเราก็เห็น พระเอกาทศรถเอาเรือมาขวาง แต่ภาคนี้เราจะเห็นมากขึ้น ทั้งความเป็นพี่น้องคู่นี้ในหนัง เห็นพัฒนาการความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น คือมีความเหมาะสมที่จะขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์หนึ่งต่อไปของอยุธยาเราได้แน่นอน แล้วก็คอยทัดทานพระนเรศวร หรือการให้แง่คิดกำลังใจ กับเม้ยมะนิก" มีฉากหรือเหตุการณ์สำคัญอะไรบ้าง ที่จะเกิดขึ้นในภาค อวสานหงสา? "มีฉากสำคัญอยู่หลายฉากด้วยกัน เราจะได้เห็นภาพที่บอกว่าหงสาวดีแผ่นดินลุกเป็นไฟ ลุกเป็นไฟตามอารมณ์แต่เป็นเพราะนันทบุเรงสั่งเผา เผาคนที่ตามศึกลูกชายตัวเองไปเผาทั้งเป็นครับ เป็นหมื่นคนครับ จับเผาขึ้นตะแลงแกงแล้วเผา ซึ่งฉากนี้มันต้องใช้เทคนิคในการถ่ายทำพอสมควรเลย คือมันยากตรงที่ว่าไฟนี่จุดจริง แล้วคนก็ร้อนจริง แต่ว่าไฟไม่ถึงตัวนะการเตรียมการตะแลงแกรงจำนวนเยอะขนาดนั้น มันค่อนข้างจะวุ่นวายในระหว่างที่เผา วุ่นวายจริงในหนังต้องเอาด้วย ตอนเบื้องหลังการถ่ายทำก็วุ่นวาย แล้วก็ความจริงมันไมได้ลุกเป็นไฟอย่างเดียว ในพงศาวดารยังกล่าวไว้เลยว่าพระเจ้านันทบุเรงกวาดต้อนคนพม่ากลับเข้ามาในเมือง แล้วปิดประตูเมืองภายนอกเมืองทั้งหมด ตัดต้นไม้ที่ออกดอกออกผลที่กินได้ทั้งหมด เพื่อต้องการให้พวกมอญอดตายอยู่นอกเมืองครับ ใครขัดขืนแอบเอาไปให้กันฆ่าตายให้หมด" "คือโหดมากในสมัยก่อน เรามีการถ่ายทำอยู่หลายวัน เพราะบางครั้งเวลาที่เราถ่ายทำไปแล้วมันไม่ได้ครับ คือไฟจุดแล้วมันไม่ลุกมาก หรือบางทีจุดแล้วมันลุกมากเกินมัน ทำให้ตัวแสดงที่ถูกมัดอยู่ร้อนจริง แล้วก็ใช้คนประมาณ 500 คน คือนอกเหนือจากคนที่ถูกเผาแล้ว มันต้องมีทหารพม่าที่ทำหน้าที่เผา คือมันจะมีความวุ่นวายเกิดขึ้นในท้องพระโรง การขอชีวิตอะไรอย่างนี้ แล้วก็ความวุ่นวายของคน500คนในการมาถ่ายทำ บางทีเล่นแล้วก็มีการเหลือบมองคนเหลือบมองดูกล้อง ไม่เข้ามาร์ก ไปบังตัวเมน คือชุลมุนวุ่นวายไปหมดครับ แล้วพอบางครั้งเวลาจุดไฟ ตอนซ้อมมันยังไม่มีไฟ พอเอาจริงพอไฟมันขึ้นมาปั๊บ คนที่ต้องไปจุดอีกทีเข้าไปก็ไม่กล้าเข้า พอไม่กล้าเข้า ทางด้านภาพก็ไม่ได้อย่างนี้นะครับ" "จริงๆมันมีความยากอีกอย่างหนึ่งคือเราต้องมีคอมพิวเตอร์กราฟฟิกเข้ามาช่วย เพราะฉะนั้นท่านมุ้ยจะมองไปเลยว่าฉากตรงนี้รูตรงนี้ จะต้องเอากรีนสกรีนมาขึง เพราะว่าภายหลังจากตรงนี้ไปจะเห็นเป็นกำแพงนะ จะเห็นยอดเจดีย์ตรงนี้นะครับ ภาพทั้งหมดมันเป็นภาพที่เขียนมาแล้วครับว่าจะมีเจดีย์ขึ้นตรงไหน ทหารจะคุมจากตรงไหนบ้าง  เวลาถ่ายลมแรง ก็จะพัดผ้ากรีนเกิดเป็นเงา ต้องไปขึงผ้ากรีนขึ้นใหม่ บางทีพอถ่ายเสร็จปั๊บเงาก็ไปติดที่อยู่ตามผ้ากรีนอีก ก็ต้องจัดแสงใหม่ คือถึงแม้ว่าเราจะมีเทคโนโลยีมาแล้ว มันก็มาพร้อมกับความยากลำบากพอสมควร การถ่ายทำสำหรับฉากนี้ฉากเดียวก็ถ่ายทำเป็นอาทิตย์ละครับ" ทราบมาว่าผู้พันเบิร์ดถึงกับยกนิ้วให้กับความทุ่มเท และเต็มที่สุดๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสดงของ ต้น จักรกฤษณ์ ที่ต้องถ่ายทอดการแสดงผ่านดวงตา น้ำเสียง ท่าทางภายใต้หน้ากากชนิดที่ว่าทวีคูณความยากยิ่งขึ้นไปอีก? "บางคนอาจจะคิดว่าสบายเพราะใส่หน้ากาก กลับกันยิ่งยากไปกว่าเดิม มันยากตรงที่ว่าเห็นอย่างเดียว คือเห็นแค่ตาครับ แต่พี่ต้นสามารถแสดง ถ่ายทอดออกมาจากทางตา ว่ารู้สึกอย่างไรอยู่ ถ่ายทอดผ่านทางเสียง ถึงแม้ว่าจะใส่หน้ากาก แต่พี่ต้นก็ยังเล่นลึกเหมือนเดิม คือไม่ใช่ว่าโกรธอย่างเดียว คือโกรธอย่างสูญเสีย ช้ำอกช้ำใจด้วย ก็ถือว่ายากเป็นสองเท่า ลำพังเฉพาะเล่นทางหน้าธรรมดาก็ยากอยู่แล้ว แต่ที่นี้ต้องเล่นเฉพาะตากับเสียง ผมถือว่าพี่ต้น คือนักแสดงมืออาชีพโดยแท้ จัดเป็นอันดับแนวหน้าของเมืองไทยแน่นอน ผมบอกได้เลยว่าผมทำไม่ได้ บางทีแกนั่งเล่นคนเดียว เสียใจ พูดอยู่คนเดียว เรายังรู้สึกได้เลยว่ามันจุกอก แล้วพี่ต้นเก็บรายละเอียดเยอะมาก คือเวลาแกหยิบจับอะไรบนเตียง หรือพลับพลาที่ใช้อยู่ พี่ต้นใช้ทุกอย่างหมดเลยที่อยู่ใกล้ตัว เพราะฉะนั้นหน้ากากที่พี่ต้นใส่ไม่ถือว่าเป็นอุปสรรคของพี่ต้นเลย เพราะพี่ต้นสามารถเล่นได้" ฉากไคล์แม็กซ์สำคัญของภาพยนตร์ อยู่ที่การเผชิญหน้ากันระหว่าง สมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับพระเจ้านันทบุเรง? "คือต้นเหตุของการที่พระนเรศวรต้องบุกไปถึงหงสา ขึ้นไปถึงตองอู เพื่อต้องการที่จะขึ้นไปเอาชีวิตของนันทบุเรง ผมขอเล่าความรู้สึกในช่วงการถ่ายทำก่อน ผมอยากจะบอกว่าฉากนี้เป็นฉากสุดท้ายที่พี่ ต้น คมกริช ป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือด แต่แกมาถ่ายฉากนี้หลังจากที่ออกมาจากโรงพยาบาลต้องเติมเลือดเป็นประจำ พอถึงเวลาพอเติมเลือดแล้วแกจะสดใสขึ้นมา แต่ผมรู้เลยว่าพี่ต้นแกมีความสุขกับการที่ได้มาถ่ายหนัง แกสดใสร่าเริงถ่ายทำทั้งคืนเลยนะครับ แต่หลังจากนั้น2วันแกก็กลับเข้าไปเติมเลือดใหม่ แต่แกกลับเข้าไปคราวนั้นนอนยาวจนกระทั่งเสียชีวิตเลย นึกถึงฉากนี้ก็ต้องนึกถึงคนๆนี้ แล้วก็เมื่อได้ร่วมงานกับพี่ ต้น จักรกฤษณ์ ผมบอกเลยว่าในภาคนี้ทั้งภาคผมเจอพี่ ต้น จักรกฤษณ์ ในซีนนี้ซีนเดียว" "ถ้าเราพูดถึงในเนื้อหาของหนัง คือกษัตริย์รูปงามพระองค์หนึ่งที่เคยเป็นกษัตริย์ของหงสาวดี ที่เคยยิ่งใหญ่ที่สุดในอุษาคเนย์ คือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หมด ซึ่งความเปล่งรัศมีของการเป็นพระมหากษัตริย์ ด้วยการที่ใบหน้าเละ จากการถูกปืนใหญ่และไฟลวก แล้วก็สติเลอะเลือน แล้วก็คือเมาสุราจนไม่ได้สติ มีแต่ไฟของความโกรธแค้น ความพิโรธ แล้วก็อยู่ในความหวาดกลัวที่ตัวเองจะต้องถูกคนอื่นตามมาเอาชีวิต เพราะตัวเองได้สร้างก่อกรรมทำเข็ญกับคนอื่นไว้มาก อยู่กับความสูญเสียที่ตอกย้ำอยู่ในจิตใจคือลูกชายที่เป็นที่รักของตัวเองก็เสียไป แล้วความสูญเสียอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ เมื่อพระนเรศวรกลับเข้าไปแล้วเห็นคนๆนี้อีกครั้งหนึ่ง มันมีการปะทะคารมกันพอสมควร แม้แต่พี่ต้นเองก็รู้สึกบางอย่าง ผมเองตอนเล่นก็รู้สึกบางอย่างหมายถึงรู้สึกในหนังนะครับว่ามันมีการเชือดเฉือนอารมณ์กันต้องไปตามดู" ตลอดการทำงานกว่า 1 ทศวรรษ มีฉากไหนที่เรียกได้ว่าเป็นที่สุดของ ผู้พันเบิร์ด? "ฉากนี้คือที่สุดของผม คือผมไม่คิดว่าจะเล่นฉากซึ้งได้ คือซีนสวรรคตในฉากภาค 6 ที่เล่นมาทั้งหมดให้ผมแอ็คชั่นยังไงก็ได้นะ ตกจากกำแพงค่าย สู้บนหลังช้าง ปีนกำแพงเมืองขี่ม้าฟันดาบ  ฉากที่ผมชอบที่สุดในชีวิตการแสดงคือฉากนี้ มันดีขนาดที่ว่าพอถ่ายทำฉากนี้ไปแล้วครึ่งหนึ่ง อารมณ์เริ่มไม่ได้ พักกองเลยครับ ท่านเบรคเลยไม่เป็นไร เพราะหลังจากนี้มันจะสำคัญกว่านี้อีก รอ เดี๋ยวค่อยกลับมาถ่ายใหม่ ฉากจะเซ็ทใหม่ แล้วทุกคนก็จะกลับไปพัก หลายวัน ปล่อยให้อารมณ์มันคลาย แล้วค่อยๆบิ้วกลับเข้ามาใหม่ แล้ววันที่ถ่ายอีกครั้งหนึ่งคือ มันจบประมาณสักเที่ยงคืนอีกวันจบตี3 คราวนี้ไม่ละ ท่านต้องการให้ทุกคนมาแบบสดชื่นที่สุด เพื่อที่จะมาเล่นฉากนี้ยังไม่ติดอะไร รู้แค่บทก่อนวันมาถึงท่านก็เริ่มนำนักแสดงทุกคนผม พี่ต๊อด ปีตอร์ พี่ปราบ เข้าไปในพลับพลาที่เซ็ทไว้  อธิบายให้ฟังว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ชุดนี้เป็นชุดที่คุณใส่ตอนขึ้นครองราชย์ อาวุธเหล่านี้มันถูกส่งทอดมาตั้งแต่สมัยปู่ย่า" "เริ่มอธิบายถึงเหตุผลในสิ่งที่เป็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์ ที่เป็นเครื่องราชย์ของพระมหากษัตริย์ มันมีความสำคัญ แต่เมื่อสิ้นรัชกาลต่างๆมันจะถูกส่งทอด คืออธิบายให้ฟัง เวลาที่พระนเรศวรสิ้นแล้ว พระเอกาทศรถก็ต้องรับสิ่งเหล่านี้ต่อไป ก็นั่งคุยกันไป เรื่องตลกบ้าง อะไรบ้าง ท่านคงจะดูอารมณ์ว่ามันคลายแล้วรึยัง งั้นเดี๋ยวไปเวิร์คช็อพหน่อย เบิร์ดมานอน เริ่มบทผมก็ยังไม่ได้อ่านเลยนะ แต่จำได้ๆก็มีบทไว้ ค่อยๆบิ้วทีละนิดและเริ่มเล่าเหตุการณ์เกี่ยวกับหนังให้ฟังว่าพระเอกาทศรถ ต๊อดคุณขี่ม้ามาสามวัน ในขณะที่พระมหากษัตริย์กำลังจะสิ้นซึ่งเป็นพี่ทุกคุณรัก  คือทุกอย่างคุณตายแทนได้นะ ถ้าเปลี่ยนพระนเรศวรไม่ตายพระเอกาทศรถตายคุณจะตายแทนได้ คุณจะตายมั้ย พี่ต๊อด ตายครับ แล้วก็เริ่มเล่น ผมก็ไม่คิดว่าผมจะเล่นได้ คุยกันไป สั่งกันไป พี่ต๊อดคือน้ำหูน้ำตาไหล แล้วก็ร้องไห้ พี่ต้น คมกริช พี่ปราบฏ์ คือ ที่หลุดพูดถึงพี่ต้น ทุกๆครั้งที่ถ่ายฉากสำคัญผมจะนึกถึงพี่ต้นตลอดเวลา ทุกครั้งที่ผมไหว้พระ ก็จะนึกถึงบอกพี่ต้นว่าเรากำลังถ่ายฉากนี้อยู่นะ พี่ปราบฎ์เขาก็จะเป็นคู่ซี้พี่เขา เขาก็จะนึกถึง มันเป็นการแสดงทางอารมณ์ความรู้สึกจริงๆ  นึกจะร้องก็ร้องนึกจะกราบก็กราบ นึกจะจับเท้าก็จับเท้า ไหว้เหนือหัว อะไรอย่างนี่ มันก็เป็นไปตามอารมณ์ของมัน ก็ค่อยๆ ถ่ายๆไป ตี 5 เลิกครับ ซึ่งไม่เหนื่อยเลย  มีความรู้สึกว่าแหมมันยังมีฉากแบบนี้อีกมั้ย" (หัวเราะ) "อาจารย์สุเนตร เขียนได้ดีมากเลย ทำให้ทุกอย่างมันคลาย ผมก็เลยคิดว่าการจากไปของพระนเรศวรในหนังภาคนี้ ไม่ได้นำมาซึ่งความเศร้า แต่นำมาซึ่งความซาบซึ้ง และทำให้ทุกคนรู้สึกได้ถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนเรศวร ที่พระองค์ทรงเพียรสร้างมาทั้งหมดมันจะอยู่ในฉากนี้ ทำให้เราเป็นเอกราชต่อมาอีก 175 ปี หลังจากที่พระองค์ขึ้นครองราชย์ในปี2135  แล้วเรามาเสียกรุงอีกครั้งหนึ่งในปี 2310 ช่วงเวลาที่เราอยู่อย่างเป็นเอกราช เพราะสมเด็จพระนเรศวร เรามีเวลาที่จะทำนุบำรุงศาสนา บ้านเมืองเจริญเติบโตจากการค้าขาย  ไม่ว่าจะเป็นสมัยสมเด็จพระเอกาทศรถ ไล่มาจนถึงสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ไล่มาเรื่อยเลยครับ จนกระทั่งในที่สุดเรามาเสียกรุงอีกครั้งหนึ่ง ผมบอกได้เลยว่าการเสียกรุงครั้งที่ 2  มิได้เกิดขึ้นจากความอ่อนแอของเรานะครับ แต่มันเป็นเพราะเราแพ้ศึก เพราะกลยุทธ์ของทางพม่าที่เขาเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ ทำให้เราปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ไม่ทันกัน โดยในส่วนของเบื้องหลังในการถ่ายทำฉากนี้ เราเริ่มถ่ายซีนสุดท้าย ที่บอกว่าจบตี 5 ตั้งแต่ 6 โมงครึ่งตอนเย็น แล้วปราณีตถ่าย ต้องให้ทีมงานเลื่อนมุ้งใหม่ หรือตัดมุ้งเฉพาะรู แล้วพอตัดเสร็จสำหรับซีนนี้ แล้วซีนต่อไปก็ต้องเอาด้ายมาเย็บตะเข็บใหม่เพื่อสอยไม่ให้มันมีรอย อย่างนี้ครับ แสงจัดแล้วจัดอีก พอเปลี่ยนมุมปั๊บแสงก็จัดใหม่" ว่ากันว่าในซีนสุดท้ายนี้ ท่านมุ้ยตั้งใจถ่ายทอด และนำเสนอให้ได้เห็นตัวตนความเป็นมนุษย์ปุถุชนคนธรรมดาอย่างชัดเจนมากๆของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช? "ซีนนี้มันจะเกิดขึ้นเป็นซีนสุดท้ายของภาพยนตร์ในช่วงที่พระองค์ป่วยอยู่ เราจะเห็นมณีจันทร์เข้ามาในช่วงพะวงของความฝันที่พระองค์ทรงป่วยอยู่นี่แหละ ได้แสดงออกและถ่ายทอดถึงความเป็นมนุษย์ธรรมดา ที่มีความรู้สึกรัก โลภ ห่วงในความเป็นตัวของตัวเอง แต่พออีกพาร์ทหนึ่งต่อจากตรงนี้ พระองค์เมื่ออยู่กับเมียเป็นอย่างนี้ แต่เวลาเมื่ออยู่กับทหารก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง อยู่กับเพื่อนสนิทไอ้ทิ้งก็จะมีอีกอารมณ์หนึ่ง และสุดท้ายมาอยู่กับพระเอกาทศรถที่รู้ว่าต้องฝากแผ่นดินไว้ พระองค์ก็ต้องพูดอีกแบบหนึ่ง มันเหมือนกับคนเรามีบทบาทที่เปลี่ยนไปในสังคม" เห็นว่ายังมีอีกฉากสำคัญที่ท่านมุ้ยทรงตั้งอกตั้งใจ ให้แฟนๆจะต้องรู้สึกและอินกับฉากนี้เป็นพิเศษ คือเป็นฉากที่พระนเรศมาลามหาเถรเพื่อที่จะทรงออกศึกครั้งสุดท้าย? "ฉากนี้ถึงแม้ว่าตัวละครแต่ละคนไม่ได้เล่นเป็นเด็กมาก่อน นั่นคือการที่มาพบเจอกันในเฟรมเดียวกันอีกครั้ง อาเอก สรพงษ์ ชาตรี มหาเถรคันฉ่อง ปีเตอร์ นพชัย ชัยนาม ไอ้ทิ้ง ที่ไม่เรียกว่าพระราชมนูเพราะตอนเด็กๆคือไอ้ทิ้ง แอฟ ทักษอร มณีจันทร์ แล้วก็ตัวผมเล่นเป็นพระนเรศวร มันเป็นเฟรมที่ต้องการให้ทุกคนได้มองย้อนกลับ ความสัมพันธ์ตอนเด็ก แล้วโตขึ้นมาความสัมพันธ์เหล่านี้มีการพัฒนา ทั้งในตัวละคร ทั้งความสัมพันธ์ของบุคคลจริง แอฟมีลูกก็ไปเยี่ยมกัน ปีเตอร์กับผมทำงานอยู่ด้วยกัน พี่ เอก สรพงษ์ ที่กลายเป็นเหมือนพี่ใหญ่ที่มีพ่อเป็นท่านมุ้ย แล้วมีลูกเป็นผม ปีเตอร์ แอฟ ฉากนี้เป็นฉากสำคัญที่ถ้าทุกคนได้ดูแล้วจะรู้สึกอมยิ้มนิดๆ กลายเป็นรู้สึกเศร้า เพราะว่ามันเหมือนเป็นการพูดถึงการรบอีกครั้งหนึ่งของพระนเรศวรที่พระองค์จะเสด็จขอรบเป็นครั้งสุดท้าย แล้วจะกลับมาฝากบ้านเมืองกลับมาบวช คือเหมือนไปครั้งนี้คือจะขอสละทุกอย่างแล้วในทางโลกจะเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ทางธรรมเพื่อที่ ข้าจะกลับมาเป็นองค์ดำคนเดิมของเจ้ามณีจันทร์ คือกลับมามีความสุขเหมือนสมัยก่อน อยู่กับมหาเถร ไอ้ทิ้งล้างบาตร พระนเรศวรกวาดลานวัด มณีจันทร์ก็อยู่คอยแซว มหาเถรก็คอยดูเด็กสามคนนี้อยู่ในวัดเหมือนเมื่ออยู่ที่หงสาวดี" การทำงานที่เรียกได้ว่ามีความพิเศษมากๆของภาคนี้ คือการที่ท่านมุ้ยขอให้แอฟกลับมาถ่ายทำ ในขณะที่กำลังตั้งท้อง 8 เดือน? "ถ้าผมเป็นแอฟผมก็จะรู้สึกดีใจ ซึ่งผมก็เชื่อว่าแอฟรู้สึกแบบนั้น แอฟท้อง8เดือน ท่านต้องการให้เห็นท้องก่อน แล้วเอากลับมาถ่ายใหม่ แต่ผมเชื่อว่าพัฒนาการทางอารมณ์มันดีขึ้น คือแอฟเองเป็นแม่คนจริงๆ ผมเองก็มีลูกแล้ว ทำให้เวลาเราเล่นในหนัง เราใส่อารมณ์เต็มที่ทุ่มทั้งความรู้สึกทางด้านร่างกายและความรู้สึกทางจิตใจ เข้าไปอยู่เป็นพระนเรศวรกับมณีจันทร์จริงๆ กับการที่จะต้องร่ำลากัน  ซึ่งจากตรงนี้ทำให้ผมกล้าพูดได้ว่าตลอดระยะเวลา 13 ปีที่ผ่านมา ผมบอกเสมอว่าผมเชื่อมั่นในท่านมุ้ย ท่านคอยไม่ถ่ายท้ายที่สุดภาพที่มันออกมามันดีจริงๆ ผมเองเอ็นหัวเข่าขาดก็ยังไม่ถ่าย รอผมจนกระทั่งผมเดินขึ้นจากเรือได้ถึงยอมถ่าย ฉากบางฉากรอคอยมาเป็นปี เราเห็นในหนังอาจจะแค่นาทีเดียว หรือไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำ แต่มันคุ้มค่า" "อย่างเช่นฉากที่แอฟกลับเข้ามาถ่ายตอนท้อง 8 เดือน ท่านต้องการบันทึกความสมจริงของตัวมณีจันทร์ที่ท้องลงไปในหนัง ฉันต้องการให้เห็นพุงให้เห็นท้องว่าเขาท้อง ก็จะมีรอยของผ้า คอย คือไปเอาสีมาลองกลบดูซิ อย่าให้เห็นรอยผ้า ความปราณีตเหล่านี้ มันจะเกิดขึ้นในทุกๆฉากของหนัง วันหนึ่งผมเชื่อว่าเวลาลูกเขาโตที่ดูหนังได้แล้ว  เขาก็จะบอกว่านี่ฉากนี่ลูก..น้องปีใหม่อยู่ในท้องแม่นะ ซี่งถ้าเกิดแอฟไม่ท้องขึ้นมานะ คนดูก็คงจะไม่ได้เห็นงานคุณภาพอันนี้หรอก แต่คราวนี้แอฟท้องไงก็เลยได้เห็น สมจริงไปเลยครับ" เล่าถึง พระราชมนู สหายศึกนักรบคู่ใจของพระนเรศหน่อย ทำงานกับ ปีเตอร์ นพชัย เป็นอย่างไรบ้าง? "ที่ผ่านมาจะมีบุคคลๆหนึ่งที่ขึ้นมาทัดทานการตัดสินใจของพระนเรศวรอยู่ตลอด ว่า แล้วก็โดนด่าหนักด้วย เพราะว่าสนิทกันคือสนิทกันเป็นลักษณะเป็นเหมือนคู่คิดที่เป็นเพื่อน เป็นเพื่อนที่เติบโตมาตั้งแต่เด็กมาด้วยกัน เพราะฉะนั้นไอ้ทิ้งถึงกล้าที่จะทัดทานในความที่เกรงใจด้วยนะครับ แต่ก็ท้ายที่สุดไอ้ทิ้งก็อาสาไปรบนะ ผมว่าอันนี้ก็เป็นการแสดงออกของความผูกผันของสองคนนี้ที่พร้อมที่จะดุด่าว่า กล่าว ทัดทาน พูดคุย ยอม และก็มีหลายๆครั้งที่พระนเรศวรยอมไอ้ทิ้ง มันก็เลยมีความรู้สึกว่าคนเรามันก็ต้องยอมคนอื่นบ้าง" ผมชื่นชมการแสดงของ ปีเตอร์ นพชัย มากๆเลยครับ เพราะว่าปีเตอร์เป็นคนหนึ่งที่เขาเล่นได้อินคาแรคเตอร์ และรักษาความเป็นตัวตนของบุญทิ้งไว้อย่างดีมาก หลายครั้งที่เขาเล่นไม่ได้เป็นตัวเขา เพราะว่าเขาเล่นเลียนแบบบุญทิ้งตอนเด็กคือน้อง เก้า จิรายุ เขาเล่นเลียนแบบไว้ปั๊บ ทุกวันนี้เขาก็ยังเล่นเลียนแบบอยู่ในบางอารมณ์ที่ต้องการให้คนได้มองย้อน กลับไปถึงเด็กๆอย่างเช่นซีนที่เข้าฉากเจอกัน 4 คนอีกครั้งหนึ่งของมหาเถร, พระนเรศวร, มณีจันทร์ และพระราชมนู ปีเตอร์เขาเล่นไว้แบบทำให้เราเห็นแล้วมันน่าเอ็นดู ทั้งๆที่ท่านก็บอกว่าให้ทำแบบนี้เดี๋ยวเอ็งคลานเข้ามาดูนะมาหามหาเถร ท่านบอกแค่นี้ แต่ปีเตอร์เล่นทำให้ผมดูแล้วก็รู้สึกน่ารัก แล้วก็ทำให้นึกถึงเก้าตอนเด็กๆ คือแบบเขานะสุดยอดมากของการแสดง ดูแล้วก็รู้สึกซาบซึ้ง ดูแล้วผมรักไอ้คนๆนี้ แหมรู้สึกถูกชะตามากๆเลยกับปีเตอร์เขา"   เป็นเวลา 13 ปีแล้ว ที่ได้ร่วมงานกับท่านมุ้ย นับตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง? "ความคิดของผมไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เราเคารพท่านมุ้ย เหมือนกับเมื่อก่อนนี้เป็นครู เดี๋ยวนี้ความเป็นครูก็ยังคงเป็นเช่นเดิม ท่านเปรียบเป็นเหมือนกับพ่อของกองถ่าย และพ่อคนนี้ก็จะมอบสิ่งที่ดีให้กับทุกคนในกองถ่ายเสมอ อย่างตัวผมเองก็ได้รับการสืบทอดแนวความคิด หรือความรู้ต่างๆหรือวิธีคิดบางอย่างในอีกมุมมองหนึ่ง ที่ผมไม่เคยได้สัมผัสนั่นคือในแง่ของการแสดง ในแง่ของการเทียบเคียงทางประวัติศาสตร์ในสมัยก่อน กับทางประวัติศาสตร์ในสมัยนี้ รวมถึงการปกครอง รวมถึงเรื่องของพระบรมวงศานุวงศ์ที่มันมีความผันเปลี่ยนไปตามวาระโอกาส หรือตามอาณาจักรที่มันมีความเจริญมาเรื่อยๆมาจนกระทั่งถึงในปัจจุบัน" "เพราะฉะนั้นผมคิดว่าผมได้ทำงานกับท่านถือได้ว่าเป็นโอกาสที่ดีในชีวิตครั้งหนึ่ง จนมาถึงทุกวันนี้ก็เหมือนเป็นครอบครัวท่านก็ยังโทรศัพท์มา เบิร์ดว่างมั้ยไปดูหนังเรื่องนี้กันหน่อย หรือจนถึงคริสต์มาสต์ท่านก็จะชวนไปที่บ้านไปกินข้าวกัน ปีใหม่สงกรานต์ แล้วก็ 29 พ.ย.เป็นวันเกิดของท่านพวกผมนักแสดงก็จะพากันไปอวยพรวันเกิดท่าน ไปขอรับพรจากท่าน คือเรียกได้ว่าท่านได้มอบแต่สิ่งที่ดีให้กับผม และครอบครัว สิ่งที่ไม่ดีท่านมอบให้เป็นข้อคิด อย่างเช่นครอบครัวผม ท่านก็กรุณาคือขอสมรสพระราชทานให้ แต่งงานเป็นประธานในงาน พอมีลูกแล้วท่านก็ถามว่าเป็นไงตัวเล็กเป็นไงบ้าง ก็เรียกได้ว่าก็ผูกผันเหมือนเป็นครอบครัว ตัวหม่อมเองก็เปรียบได้เหมือน กับแม่คนหนึ่งที่คอยให้คำปรึกษา รวมถึงคุณแมงมุมคุณอดัม ลูกของท่านก็เป็นเหมือนพี่น้องกันนะครับ พอมีอะไรก็จะคอยช่วยเหลือกัน" อยากฝากบอกอะไรกับแฟนๆภาพยนตร์เรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช? "ผมอยากเชิญชวนให้คนไทยทุกคน รวมถึงชาวต่างชาติมาชมภาพยนตร์เรื่องนี้ในตอน อวสานหงสา สืบเนื่องมาจากที่ว่า ผมเชื่อว่ายังมีอีกหลายคน อยากให้ลองเปิดใจก่อน แล้วเข้ามาดูเถอะครับ ไม่ต้องคิดอะไรมากเลย เข้ามาแบบใจโล่งๆ สบายๆ แล้วเอามาเก็บเกี่ยวในสิ่งที่ท่านจะได้จากภาพยนตร์เรื่องนี้กลับไป ดู1รอบท่านจะได้ข้อคิดอย่างนึ่ง ดู 2 รอบท่านจะได้ข้อคิด 3 รอบ ดู 6 รอบ 7 รอบ ผมเชื่อว่าทุกรอบที่ดู มันจะได้ข้อคิดกลับไปเสมอ บางคนมาซึมซับหรือมาสัมผัสภาษาที่สวยงาม  บางคนก็มาดูเสื้อผ้าที่สวยงาม บางคนก็มาดูเอาเนื้อหาของมัน บางคนก็มาดูแสงที่สวย ภาพที่สวย เพราะผมเชื่อว่ามารับรองได้อะไรกลับไปอย่างแน่นอนครับภาพยนตร์เรื่องนี้จะเป็นกำลังใจให้คนดำเนินชีวิตต่อไปในอนาคตอย่างมีหลักของการดำเนินชีวิตแน่นอนครับ" ร่วมปิดตำนานกษัตริย์ชาตินักรบ ไปกับ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมาหาราช อวสานหงสา ในวันที่ 9 เม.ย. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมาหาราช อวสานหงสา ได้ที่นี่เลย ------------------------------------------

มุดเชือกกำปั้นไทย : เรือนจำไทย ปั้นโคลนตมสู่แชมป์มวยโลก
ABF /  IBF / 

มุดเชือกกำปั้นไทย By...แย็บขวา คุก หรือ เรือนจำ เมื่อเอ่ยขึ้นมาเชื่อเลยว่าคนส่วนมาก จะมองเป็นเรื่องที่น่ากลัว และเป็นสถานที่มืดดำ ที่มีแต่คนทำผิดกฎหมายอยู่รวมกันเต็มไปหมด บางคนถึงขนาดมองว่าในนั้นไม่มีอะไรเป็นสิ่งดีเลย สำหรับผู้เขียนแล้วบอกเลย คนที่คิดว่าในคุก หรือในเรือนจำ ไม่มีสิ่งดีอยู่ คนพวกนั้นคิดผิด และมีจิตใจที่ไม่เปิดกว้างพอที่จะให้โอกาสคนได้กลับเนื้อกลับตัว ซึ่งในเรือนจำทุกวันนี้ นักโทษ หรือผู้ต้องขังไม้ได้เพียงแค่นั่งๆ หรือนอนๆ เท่านั้น แต่ในนั้นมีการเรียนการสอน มีการฝึกฝนอาชีพงานฝีมือเกือบทุกแขนง แต่สิ่งที่กำลังสร้างชื่อให้ เรือนจำไทย เวลานี้ก็คงไม่หนีเรื่องของกีฬา ซึ่งกีฬาที่สร้างชื่อสุดๆนั้นก็คือ มวย ทั้งมวยไทย และมวยสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มวยสากลอาชีพ ซึ่งมีนักชกที่เคยถูกคุมขัง ได้ฝึกฝนเชิงมวยหลังกรงขังจนก้าวออกมาเป็นแชมป์โลกให้ได้เห็นอย่าง เจ้าเพชร อำนาจ เกษตรพัฒนา แชมป์โลกคนปัจจุบันรุ่นฟลายเวต สหพันธ์มวยนานาชาติ (IBF) ที่เวลานี้กลายเป็นแชมป์โลกขวัญใจชาวไทยไปเรียบร้อย ส่วนอีกคนที่ได้เป็นอดีตแชมป์โลกสถาบันหลักนั้นก็คือ แซมซั่น ส.ศิริพร (ศิริพร ทวีสุข) อดีตผู้ต้องขังหญิงเจ้าของแชมป์โลกมวยหญิง รุ่นไลต์ฟลายเวต สภามวยโลก (WBC) แต่จะมีใครรู้หรือไม่ว่าการฝึกหมัดมวยในเรือนจำไทย มีมาแล้วไม่ต่ำกว่า 15 ปี ด้วยเหตุผลที่ว่าต้องการให้นักโทษได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ร่างกายจะได้แข็งแรง และที่สำคัญนักโทษได้มีระเบียบวินัย ความเป็นนักกีฬา และมีน้ำใจนักกีฬา เมื่อพูดถึงนักมวยในเรือนจำใช่ว่าจะมีเพียงแค่ 2 คนที่กล่าวมาข้างต้น แต่มีนักมวยอีกหลายคนที่สร้างชื่อภายในเรือนจำ จากกีฬาแดนสามัคคีเกมส์ จนก้าวออกมาต่อยในโลกภายนอก ไม่ว่าจะเป็น เจ้าโอ๋ ศิริมงคล สิงห์มนัสศักดิ์ อดีตแชมป์โลกสถาบันหลักคนที่ 23 ของไทย ซึ่งมีดีกรีเป็นแชมป์สภามวยโลก (WBC) ถึง 2 รุ่น (แบนตัมเวต และซูเปอร์เฟเธอร์เวต) เป็นคนที่ 2 ของไทย เมื่อครั้งก่อนถูกจองจำ และเวลานี้ก็เป็นแชมป์โลก องค์กรมวยโลก (WBO) เอเชียแปซิฟิค รุ่นซูเปอร์เวลเตอร์เวต ครั้งที่ เจ้าโอ๋ ถูกจองจำนั้น เขาได้นำวิชาหมัดมวยเข้าไปช่วยฝึกสอนนักโทษ และช่วยติวเข้มนักโทษให้ออกมาเดินสายมวยอาชีพหลายต่อหลายคน หนึ่งในนั้นคือ เจ้าเอ็ม เฉลิมพล สิงห์วังชา เจ้าของแชมป์สหพันธ์มวยแห่งเอเชีย (ABF) และปฐมศึก เกษตรพัฒนา เพื่อนร่วมค่ายคนปัจจุบันของ เจ้าเพชร อำนาจ นอกจากกีฬาแดนสามัคคีแล้ว ในเรือนจำไทย ยังจัดให้มีการชกมวยชิงแชมป์ และป้องกันแชมป์อยู่ตลอดเวลาด้วย ซึ่งส่วนมาก จะเอานักชกไทย ขึ้นชกกับนักชกฝรั่ง เพื่อชิงเข็มขัดของกรมราชทัณฑ์ จากการพูดคุยกับ "คนตัวลาย" เฉลิมพล สิงห์วังชา หนึ่งในคนที่เคยหลงผิด ได้เปิดเผยว่า ที่เห็นนักชกที่ออกมาจากเรือนจำแกร่ง เพราะข้างในสอนให้ทุกคนแกร่ง ทุกคนสู้พวกเราถึงออกมาเป็นนักมวยที่ใจสู้ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ซึ่งมันก็เอามาใช้ในชีวิตประจำวันได้ "แต่ทางที่ดี ก็อย่างจะบอกว่าให้ดูเปนตัวอย่าง แต่อย่าเอาอย่าง เพราะชีวิตข้างในมันไม่มีอะไรดีเลยทรมานข้างนอกเป็นอิสระกว่าเยอะ ทำอะไรก็ให้คิดก่อนทำถ้าพลาดไปแล้วจะมานั่งเสียใจทีหลัง" ที่เอาเรื่องนี้ออกมาพูดถึงไม่ใช่เป็นการตอกย้ำหรือซ้ำเติมบุคคลที่เคยถูกจองจำ เพียงแต่อยากจะนำเสนอในสิ่งดีที่มีอยู่ในสิ่งที่เรียกว่า คุก ที่คนไทยหลายคนได้ยินชื่อแล้วร้องยี้ อีกประการหนึ่งก็อยากให้แฟนๆ กีฬาไทย และแฟนมวย ได้จับตาดูนักมวยที่กำลังจะก้าวออกมาจากเรือนจำ เพราะล้วนแล้วแต่มีความแข็งแกร่ง มีความอดทน และมีความเป็นนักกีฬาอยู่ในตัวสูง ดีไม่ดีแชมป์โลกคนต่อไปของคนไทย ก็อาจจะเป็นคนที่เคยถูกจองจำก็เป็นได้ ทว่าสิ่งที่สำคัญที่สุด ที่เขาเหล่านั้นต้องการคือ กำลังใจ และการให้โอกาสของแฟนมวย ซึ่งถ้ามี 2 สิ่งที่ว่ามาให้กับพวกเขา รับรองเลยว่าพวกเขาจะกล้าที่จะทำสิ่งดี และกล้าที่จะยืนอยู่ในสังคมแบบเปิดเผย ไม่กลับไปทำผิดอีก การสร้างนักมวย และแชมป์โลกให้กับวงการมวยสากลอาชีพไทย ให้มีมากขึ้นในทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งต้องยกความดีความชอบให้กับ เรือนจำไทย ที่กล้าจะให้โอกาสปลุกปั้นโคลนตม ให้ก่าวออกมาเป็นแชมป์โลก อย่างเต็มภาคภูมิ

Five minutes Bighero : ครอบครัวอาสากู้ภัย ตอนที่ 2/5
ภินันท์อัครสิน /  ครอบครัวจิตอาสา / 

ครอบครัวอาสากู้ภัยที่นำโดย นายปฏิพัทธ์ ภินันท์อัครสิน หัวหน้าครอบครัวผู้รักในงานอาสาและได้ชักชวนคนในครอบครัวให้ออกหน่วยคอยช่วยเหลือผู้อื่น ทั้งยังยอมลงทุนกายและใจเพียงเพื่อให้ผู้ประสบเหตุนั้น รอดชีวิตโดยไม่หวังผลตอบแทน

กาชาดไทย ชวนคนบริจาคโลหิตในงานกาชาดไทย 58
งานกาชาด /  บริจาคโลหิต

ศูนย์บริการโลหิต สภากาชาดไทย รับบริจาคโลหิตในงานกาชาดไทย 2558 ตั้งแต่ 30 มีนาคม - 7 เมย. นี้ พญ.สร้อยสอางค์ พิกุลสด ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ กำหนดจัดกิจกรรมรับบริจาคโลหิต ในงานกาชาดประจำปี 2558 ภายใต้แนวคิด ถวายพระพรองค์อุปนายิกา 60 พรรษา ปวงประชาสุขใจ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 มีนาคม - 7 เมษายนนี้ บริเวณด้านข้างอาคารใหม่ สวนอัมพร โดยเปิดรับบริจาคโลหิตทุกวัน ตั้งแต่เวลา 17.00 - 21.00 น. และเป็นกิจกรรมในโครงการใจอาสา บริจาคโลหิต เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เป็นโครงการหลักรณรงค์บริจาคโลหิตทั่วประเทศตลอดปี 2558 - 2559 พร้อมทั้งร่วมทำบุญเสื้อโครงการฯ ในงานกาชาดประจำปี 2558 ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ และจัดหาผู้บริจาคโลหิต โทร. 0-2256-4300, 0- 2263-9600-99 ต่อ 1101

ไม่ธรรมดา! กัสจัง อวดหุ่นแซ่บบิกินี่จิ๋ว!!
กัสจัง จีร่าร์ /  ชุดบิกินี่ / 

ขาว หมวย ตัวเล็ก ตรงสเปคหนุ่มไทยจริงๆ สำหรับนักแสดงสาวหน้าใส กัสจัง จีร่าร์ อดีตหวานใจของหนุ่มหล่อขั้นเทพ โดม ปกรณ์ ลัม ที่เห็นตัวเล็กๆ แบบนี้แต่ดีกรีความแซ่บไม่เป็นสองรองใครเลยทีเดียว เมื่อล่าสุด สาวกัสจัง โพสต์ภาพชิลล์ๆ ริมสระว่ายน้ำ อวดหุ่นขาวจั๊วะในบิกินี่ตัวจิ๋ว พร้อมหน้าอกหน้าใจที่ไม่ได้เล็กตามขนาดตัว... เซ็กซี่ไม่ธรรมดาแบบนี้ หนุ่มๆ ตามกดไลค์กันมือหงิกแล้วจ้าาาา!! ขอบคุณภาพจาก IG @ officialjiraa, jslingerie กัสจัง จีร่าร์ กัสจัง จีร่าร์ กัสจัง จีร่าร์ กัสจัง จีร่าร์ กัสจัง จีร่าร์ กัสจัง จีร่าร์ กัสจัง จีร่าร์ กัสจัง จีร่าร์

Five minutes Bighero ครอบครัวอาสากู้ภัย ตอนที่ 4/5
ภินันท์อัครสิน /  ครอบครัวจิตอาสา / 

ครอบครัวอาสากู้ภัยที่นำโดย นายปฏิพัทธ์ ภินันท์อัครสิน หัวหน้าครอบครัวผู้รักในงานอาสาและได้ชักชวนคนในครอบครัวให้ออกหน่วยคอยช่วยเหลือผู้อื่น ทั้งยังยอมลงทุนกายและใจเพียงเพื่อให้ผู้ประสบเหตุนั้น รอดชีวิตโดยไม่หวังผลตอบแทน