พี่แล้วทำไมถ้าใจอยากจะรัก

เป็นโรค Shopaholic หรือเปล่าจ๊ะเธอ ? มาเช็คกันดีกว่า
เสพติดช้อปปิ้ง /  โรค Shopaholic

ใกล้สิ้นปีนี้ เราอาจสังเกตเห็นหลายๆออกอาการ ช็อปกระหน่ำ เลือกของขวัญให้ครอบครัว เพื่อนๆ ผู้ใหญ่ที่เคารพ ฯลฯ พอเลือกไปเลือกมา ก็ได้ของตัวเองติดมาหลายถุง อาการเหล่านี้เสียงจะเป็นโรค Shopaholic มั้ยนะ และมีอะไรที่สามารถจะพอวัดได้บ้างล่ะ  วันนี้เรามีคำถาม 10 ข้อ ให้สาวๆเช็คว่า คุณเป็นโรค Shopaholic หรือเปล่า มาฝากกันค่ะ ..  เลือกตอบว่า ใช่ หรือ ไม่ นะจ๊ะ  (ห้ามโกงล่ะ ) 1. คุณช็อปปิ้งมากกว่า 1 ครั้งต่อสัปดาห์  2. รู้สึกแย่ ถ้าไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือกลับบ้าน เฟลหนักมาก และต้องหาเรื่องซื้อ 3. ต้องมีของติดมือกลับบ้านเสมอ  4. คุณจะหาเรื่องซื้อของใหม่เสมอ และก็คอยอ้างกับคนที่บ้านว่า มันเก่าแล้วนะ (ทั้งๆก็รู้อยู่แก่ใจว่า จริงๆมันใหม่อยู่แหละ) 5. ชอบแอบของที่ซื้อมาใหม่ไม่ให้ครอบครัว หรือ แฟน รู้ เพราะรู้ว่าต้องโดนดุชัวร์! 6. เคยโกหกคนอื่นว่า ซื้อมาถูกนะยะ ทั้งๆที่ซื้อราคาเต็ม  7. มีเสื้อผ้าอยู่ในตู้ ทั้งที่ยังไม่ได้เอาป้ายราคาออก มากกว่า 3 ตัว 8. คุณจะดีใจสุดฤทธิ์ถ้ามีงาน ปาร์ตี้ งานบวช งานแต่งงานเพื่อน งานรับปริญญา งานอีเว้นท์ต่างๆ เพื่อที่จะได้ใช้เป็นข้ออ้างในการซื้อเสื้อผ้าใหม่  9.คุณมักได้ของที่ไม่จำเป็นติดไม้ติดมือกลับบ้านเสมอ เช่น เอ้าตอนแรกไม่ได้จะซื้อเสื้อ แต่ได้เสื้อมา 4 ตัวเฉย? 10. เห็นป้ายเซลล์แล้วถลาเข้าไปทุกร้าน ไม่ว่าร้านนั้นคุณจะชอบหรือไม่ ผลคำตอบ ..  ถ้าสาวๆที่ตอบว่า" ใช่ " มากกว่า  6 ข้อ ล่ะก็ พึงสังวรณ์ไว้ได้เลยค่ะว่าคุณเริ่มจะเป็นโรค Shopaholic แล้ว โดยพฤติกรรม “เสพติดการช็อปปิ้ง” นิยามด้วยศัพท์เทคนิคว่า Shopaholic ถือเป็นโรคชนิดหนึ่งนะจ๊ะ  สาวๆจะ “รู้สึกฟิน” ปลื้มปีติเป็นสุขทุกครั้งที่ได้เสียเงินซื้อของ จิตใจอันกระวนกระวายจะสงบนิ่งลงได้เมื่อล้วงเงินในกระเป๋าออกมาแล้วยื่นออกไป ไม่ว่าของเหล่านั้นจะจำเป็นหรือไม่จำเป็นก็ตาม การศึกษาพบว่าในสังคมอเมริกันประชาชนกว่า 5% เป็นโรคเสพติดการช็อปปิ้ง และ 80% ของจำนวนนี้เป็นผู้หญิง โดยโรคดังกล่าวในระยะเริ่มต้นเรียกกันว่า Shopaholic เมื่อรุนแรงมากขึ้นเรียกว่า Compulsive buying disorder มีการศึกษาอาสาสมัครที่สหรัฐอเมริกาที่มีรายได้เฉลี่ยปีละ 2 ล้านบาท โดย 61% ของรายได้นั้นหมดไปกับการช็อปปิ้ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าประเภทเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย และใช้เวลาเฉลี่ยสัปดาห์ละ 38 ชั่วโมง ในการเข้าออกร้านจำหน่ายสินค้าต่างๆ สิ่งที่ดึงดูดใจกลุ่มนักช็อปมากที่สุดก็คือ ป้ายลดราคา หรือป้ายเซลส์ รวมถึงความรู้สึกที่ว่า "ฉันมีความจำเป็นที่ต้องมีของเหล่านี้" และป้ายโฆษณาสินค้าก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้กลุ่มนักช็อปไม่สามารถยั้งสติได้ และต้องยอมซื้อสินค้าเหล่านั้นในที่สุด สำหรับสาเหตุการเกิดโรค ผสมผสานกันระหว่างความ "อยาก" ที่ไม่สิ้นสุด และภาวะทางจิตใจซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจและการยับยั้งชั่งใจ โดยเมื่อภาวะจิตใจรู้สึกซึมเศร้า หดหู่ และเครียด ก็จะหาเวลาไปเดินช็อปปิ้งเพื่อสร้างความสุขชั่วครู่ชั่วคราว ร่างกายจะสร้างฮอร์โมนขึ้นมาให้มีความสุข ระยะต่อมาร่างกายก็จะเสพติดความสุขดังกล่าว และต้องการกลับเข้าสู่ห้วงแห่งความสุขนั้นเรื่อยๆ จิตแพทย์จากมหาวิทยาลัยมินนิโซตา สหรัฐอเมริกา ได้คิดค้นยาเพื่อรักษาโรค Shopaholic หรือโรคเสพติดการช็อปปิ้ง โดยตัวยาดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับยาที่ใช้รักษาโรคความจำเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ โดยต้องรับประทานตามที่แพทย์สั่งควบคู่ไปกับการบำบัดทางจิต ตัวยาดังกล่าวจะไปกระตุ้นการทำงานของสมองให้มีความคิดและพฤติกรรมที่ต่างไปจากเดิม และไม่มีผลค้างเคียงใดๆ วิธีรักษา สาวๆที่รู้ว่าตัวเองเสี่ยงหรือมีแนวโน้ม สามารถเข้ารับคำปรึกษาจากจิตแพทย์ได้ เพราะหากปล่อยให้มีอาการต่อไป จนถึงขั้นควบคุมตัวเองไม่ได้ หนี้สินเพิ่มพูน สุดท้ายล้มละลายทางการเงิน ความมั่นคงในชีวิตกระทบกระเทือน เดือดร้อนทั้งตัวเอง และคนรอบข้าง อาจนำมาสู่หายนะใหญ่หลวงเกินกว่าจะประเมินได้นะคะ    ขอบคุณที่มาจาก Eduzone และ  company.co.uk

เที่ยวนครศรีธรรมราช เยือนถิ่นลิกอร์ ชมนครหัตถศิลป์
ลิกอร์ /  เที่ยวนครศรีธรรมราช

บนถนนหัตถกรรมท่าช้างในเมืองนครศรีธรรมราช หรือ “เมืองลิกอร์” ชื่อที่พ่อค้าชาวโปรตุเกส ชาวยุโรปชาติแรกที่เข้ามาติดต่อค้าขายกับไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ซึ่งตรงกับสมัยรัชกาลของสมเด็จพระรามาธิบดีที่สองหรือเมื่อ พ.ศ.2061 ใช้เรียกเมืองตามพรลิงค์ ชื่อเดิมของนครศรีธรรมราช และถูกบันทึกไว้ในจดหมายเหตุบันทึกเรื่องราวในประวัติศาสตร์ วันนี้แม้ว่าจะไม่มีใครเรียกที่นี่ว่าเมืองลิกอร์หรือตามพรลิงค์ ทว่างานหัตถศิลป์ชั้นเยี่ยมมากมายที่บ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองของเมืองนครยังคงได้รับการสืบทอดและสืบสาน เที่ยวนครศรีธรรมราช เยือนถิ่นลิกอร์ ชมนครหัตถศิลป์ เส้นสายเล็กๆ สีน้ำตาลเข้มที่นำมาถักทอเป็นงานหัตถศิลป์ชั้นเยี่ยมนั้น ไม่เพียงบ่งบอกถึงฝีมืออันประณีตวิจิตรบรรจงและความอุตสาหะของช่างผู้ถักทอ หากแต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสานภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ ย่านลิเภา เป็นพืชตระกูลเฟิร์น หรือเถาวัลย์ตามภาษาภาคกลาง ที่มีคุณสมบัติเด่นของลำต้นที่เหนียว ชาวบ้านจึงนำมาทำเครื่องจักรสานเพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น กระเชอ เชี่ยนหมาก กล่องใส่ยาเส้น พาน ปั้นชา ขันดอกไม้ธูปเทียน กรงนก กระเป๋าถือ เป็นต้น โดยมีแหล่งผลิตสำคัญอยู่ที่บ้านหมน ตำบลท่าเรือ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ข้าวของเครื่องใช้พื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์เหล่านั้น อาจเป็นเพียงสินค้าพื้นเมืองทั่วไป หากไม่มีเจ้านายจากหัวเมืองใต้นำขึ้นมาถวายในราชสำนัก และเผยแพร่ในหมู่เจ้านายมาตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ จนกระทั่งในปี พ.ศ.2513 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชดำริ ให้สอนการสานย่านลิเภาในโครงการศิลปาชีพ มีการพัฒนารูปแบบได้อย่างสวยงามประณีต เป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางทั้งระดับท้องถิ่น ภูมิภาค และทั่วประเทศ ด้วยคุณสมบัติเฉพาะตัวของย่านลิเภา ที่เหนียวและทนทานมีอายุใช้งานมากเป็นร้อยๆ ปี นอกจากย่านลิเภาแล้ว ผ้ายกเมืองนคร ถือเป็นอีกภูมิปัญญาล้ำค่าของนครศรีธรรมราช ผ้าสำหรับเจ้าเมืองขุนนางชั้นสูงและพระบรมวงศานุวงศ์ โดยในสมัยก่อนเป็นของที่พระมหากษัตริย์พระราชทานให้กับบุคคลสำคัญเจ้านายและข้าราชบริพารชั้นสูงใช้สวมใส่เวลาเข้าเฝ้า เป็นการแสดงสถานะของบุคคล ต่อมามีการดัดแปลงเป็นผ้าสำหรับคหบดีเจ้านายลูกหลานเจ้าเมือง และสามัญชนทั่วไปใช้นุ่งสำหรับงานพิธีสำคัญต่างๆ ปัจจุบันผ้า ยกเมืองนคร เป็นงานหัตถศิลป์ที่ได้รับการอนุรักษ์และสนับสนุนจากหลายหน่วยงาน อาทิ “บ้านมะม่วงปลายแขน” โรงทอผ้าแห่งแรกของเมืองนครได้มีการทำสืบต่อกันมาจากบรรพบุรุษเป็นเวลากว่า 20 ปี ผ้าที่ทอเป็นลายสมัยโบราณได้มีการหยิบยืมผ้าสมัยโบราณจากวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารเพื่อศึกษาลายและดำเนินการทอตามลายสมัยโบราณ ส่วน “หมู่บ้านเนินธัมมัง” อำเภอเชียรใหญ่ ศูนย์ศิลปาชีพบ้านเนินธัมมังแห่งนี้เกิดจากน้ำพระทัยของ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถพระราชทานราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อก่อตั้งศูนย์ศิลปาชีพเมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินมาเยี่ยมราษฎร เมื่อปี 2536 ขณะที่ เครื่องถมนคร โอท็อปชั้นสูง เป็นที่ทราบกันดีว่าหากจะสรรหาเครื่องถมชั้นยอดที่ขึ้นชื่อมาช้านานจะต้องเป็นเครื่องถมจากฝีมือชาวนครศรีธรรมราช เพราะเป็นงานฝีมือชั้นสูงที่ได้รับการสืบทอดจากบรรพบุรุษ โดยในปัจจุบันชาวนครฯ ก็ยังทำกันอยู่แต่หากจะหาช่างที่สามารถทำเครื่องถมได้ครบทุกขั้นตอนคงจะมีไม่ถึง 10 รายในประเทศไทย หนึ่งในนั้นคือ คุณตาพยงค์ จันทรังษี วัย 80 ปี ที่ขณะนี้ได้ปลดระวางการทำเครื่องถมเมืองนครไปนานแล้ว แต่ก็ยังได้ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้กับลูกหลานมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากเครื่องใช้ไม้สอยที่มาจากภูมิปัญญาแล้ว หนังตะลุงที่เป็นอีกหนึ่งภูมิปัญญาของชาวใต้นั้น เมืองนครก็เป็นแห่งแรกที่มีการจัดตั้ง พิพิธภัณฑ์หนังตะลุงของเมืองไทยขึ้น ที่บ้านนายหนังสุชาติ ทรัพย์สิน นายหนังที่เป็นทั้งผู้แกะสลักลวดลายให้กับตัวหนัง และเป็นผู้ปลุกวิญญาณให้หนังตะลุงเหล่านั้นโลดแล่นอยู่บนผืนผ้าสร้างความสนุกสนานให้กับผู้ชม จึงไม่น่าแปลกใจที่พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งนี้ที่เพียบพร้อมไปด้วยองค์ประกอบต่าง ๆ ของหนังตะลุง จะได้รับรางวัลยอดเยี่ยมอุตสาหกรรมท่องเที่ยว (ไทยแลนด์ทัวริสซึ่มอวอร์ด) ประจำปี 2539 รางวัลดีเด่นประเภทวัฒนธรรมและโบราณสถาน ไม่เพียงแต่งานหัตถศิลป์ชั้นเลิศเท่านั้น ที่เป็นสิ่งบ่งบอกถึงความรุ่งเรืองของอดีตอาณาจักรตามพรลิงค์ แคว้นที่เก่าแก่ที่สุดแคว้นหนึ่งบนแหลมมาลายุ ด้วยประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 1,800 ปี และมีการติดต่อสัมพันธ์กับลังกาโดยรับเอาพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทลัทธิลังกาวงศ์เข้ามา จนทำให้ที่นี่กลายเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนา งานด้านพุทธศิลป์จึงเป็นอีกสิ่งสำคัญที่อยู่คู่เมืองนคร โดยมีพระบรมธาตุเจดีย์ แห่งวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารเป็นศาสนสถานที่ยิ่งใหญ่และเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นสำคัญ ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกเพิ่งให้การรับรองเข้าสู่บัญชีเบื้องต้นเพื่อพิจารณาประกาศขึ้นทะเบียนมรดกโลกเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2556 “เกิดมาหนึ่งชาติขอได้กราบพระบรมธาตุเมืองนคร” จึงกลายเป็นกิจกรรมสำคัญที่ขาดไม่ได้ ต่อด้วยการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ของสะสม ณ บ้านท่านขุนรัฐวุฒิวิจารณ์ บ้านเรือนไทยใต้ถุนสูงทรงปั้นหยาอายุมากกว่า 108 ปีที่ได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่นปี 2556จากสมาคมสถาปนิกสยาม ซึ่งอยู่ตรงข้ามวัดพระมหาธาตุ สักการะพระพุทธสิหิงค์บริเวณศาลากลางจังหวัด พระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมืองนครศรีธรรมราช ตามตำนานกล่าวว่าพระมหากษัตริย์ลังกาโปรดให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 700 และมาอยู่ประเทศไทยในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ก่อนปิดท้ายด้วยการเรียนรู้วิถีวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของพระพุทธศาสนาการค้าขายกับต่างชาติแสดงประวัติบุคคลสำคัญของเมืองนครศรีธรรมราชอาณาจักรตามพรลิงค์ และเมืองลิกอร์ ที่ พิพิธภัณฑ์เมือง ตั้งอยู่ที่สวนสาธารณะสมเด็จพระศรีนครินทร์ 84 (ทุ่งท่าลาด) พิพิธภัณฑ์แบบมัลติมีเดีย สื่อผสมผสานที่ทันสมัยที่ได้รับรางวัลกินรีเมื่อปี 2551 ที่ถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ อย่างทันสมัยน่าติดตาม ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก การท่องเที่ยวจังหวัดนครศรีธรรมราช View Larger Map

ฮาป่วนบ้า ฆ่าเจ้านายอีกครั้ง ในตัวอย่างใหม่สุดแสบ Horrible Bosses 2
Horrible Bosses 2 /  คริส ไพน์ / 

ปล่อยตัวอย่างใหม่ออกมาแล้วเช่นกัน สำหรับหนังตลก เบาสมอง ที่คนเป็นลูกจ้างชื่นชอบ สำหรับ Horrible Bosses 2 ที่หลังจากภาคแรกทำเงิน และ คำวิจารณ์ไปได้สวย เพราะฉะนั้นภาคต่อจึงต้องตามมาอย่างไม่น่าประหลาดใจ โดยตัวอย่างใหม่ก็เผยให้เห็นถึงมุกตลกห่ามๆอีกเพียบ หนังมี 3 พระเอกจากภาคแรกอย่าง เจสัน เบทแมน, เจสัน ซูเดคิส และ ชาร์ลี เดย์ กลับมารับบทเดิม ร่วมด้วย เจมี่ ฟ๊อกซ์, เจนนิเฟอร์ อนิสตั้น และเจ้านายรายใหม่อย่าง คริสตอฟ วอลท์ และ คริส ไพน์ นั่นเองครับ โดยในภาคนี้มันจะยกระดับจากภาคก่อนที่เพียง แค่แก้เผ็ดเจ้านายขำๆ เพราะมันจะนำไปสู่การเรียกค่าไถ่อันยิ่งใหญ่ เมื่อ คริส ไพน์ ได้มาจ้างวานพวกเขาทั้ง 3 ให้จับตัวพ่อของเขาเพื่อแก้เผ็ด และเรียกค่าไถ่ ทำให้การโจรกรรม และ ลักพาตัวครั้งนี้ ทั้งฮาและป่วนจัดเต็มแน่นอน หนังมีกำหนดฉายในไทยเดือนพฤศจิกายนนี้ พร้อมอเมริกาครับ

บริการแย่แต่ทิปหนัก

สองสามีภรรยา จัดทริปให้เด็กเสริฟอย่างงาม ทั้งที่รออาหารนานหลายชั่วโมง  เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยมาเคนซีและสตีเวน สองสามีภรรยาจากรัฐไอโอวา ในสหรัฐ ได้ตำหนิการบริการที่แย่และช้ามากๆของร้านคาซุกุซูชิ มาเคนซีถ่ายภาพใบเสร็จของเธอลงเฟซบุ๊ก พร้อมเหตุผลที่ทำไมเธอจึงทิปพนักงานเสิร์ฟมากมายขนาดนั้น โพสนี้ของเธอแพร่หลายมาก รวมถึงมีคนมากดไลค์มากกว่า 1 ล้านไลค์ และคนแชร์เรื่องนี้มากกว่า 150,000 ครั้งในเฟซบุ๊ก รวมถึงภาพบิลดังกล่าวในเฟสบุค ได้บรรยายความว่า "จงจำไว้ว่าเรามาจากไหน" พร้อมกับให้ทิปแก้พนักงานคนดังกล่าว จำนวน 100 ดอลล่าร์ หรือราว 3,200 บาท ทั้งที่ราคารวมของมื้ออาหารมื้อนี้ เพียงแค่ 66 ดอลล่าร์เท่านั้น เธอเล่าให้ฟังว่า เธอรู้ว่าพนักงานเสิร์ฟคนนี้ต้องเจอกับอะไรบ้างในแต่ละวัน เพราะเมื่อ 8 ปีก่อน เธอและสามีก็ต้องเจอเหมือนกัน เพราะเขาทั้งคู่เคยเป็นพนักงานเสิร์ฟมาก่อน ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง เธอจำได้ว่า เธอไม่มีเวลาที่จะบริการลูกค้าทุกคนดีเท่ากันหมด ทั้งๆ ที่เธอจะพยายามมากสุดๆ ในชีวิตแล้วก็ตาม เพราะฉะนั้น แทนที่จะให้ทิปพนักงานเสิร์ฟคนนั้นแค่ 10% ของราคาอาหาร เธอและสามีตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงคืนๆ นั้นของพนักงานคนนั้น ให้เขาได้รู้สึกว่า ถึงแม้ว่า สิ่งต่างๆ จะไม่เพอร์เฟ็กอย่างที่เขาตั้งใจ แต่แค่เขาได้พยายาม ก็ดีที่สุดแล้ว เพื่อตอบแทนความพยายามของเขา ทั้งนี้ผู้จักการร้านอาหารดังกล่าวเปิดเผยผ่านสื่อว่า พนักงานคนนี้มีความตั้งใจและขยันมาโดยตลอด โดยเขาแปลกใจมากถึงความใจดีของสองสามีภรรยาคู่นี้ ข่าวอื่นๆที่น่าสนใจ งามหน้า จนท.สายการบิน ด่าผู้โดยสาร "ดีออก"หลังถึงเกตช้า คู่มือการ ให้ทิป ในเอเชีย เคล็ด(ไม่)ลับในการ ให้ทิป จ่ายทิป คนไทยครองแชมป์! ให้ทิปมากที่สุด ในเอเชียแปซิฟิก Mthai News ของคุณ BuzzFeed News & kiitdoo

แม่ฉุนร.ร.อนุบาลดังย่านปากน้ำ ไม่แจ้งหลังรถรับส่งลืมลูกไว้กลางตลาด
ข่าวจังหวัดสมุทรปราการ /  ข่าววันนี้ / 

รถโรงเรียนลืมเด็กอนุบาล 6 ขวบ กลางตลาดปากน้ำ โชคดีที่พ่อค้า-แม่ค้า ช่วยนำส่งตำรวจให้แจ้งผู้ปกครองมารับตัว ด้านผู้เป็นแม่สงสัยเหตุไฉนโรงเรียนไม่แจ้งให้ทราบ รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (30 ก.ย. 57) พ่อค้าแม่ค้าในตลาดปากน้ำ จ.สมุทรปราการ ได้พาเด็กชายวัย 6 ขวบคนหนึ่งซึ่งอยู่ในชุดนักเรียนอนุบาล เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ เพื่อตามหาตัวผู้ปกครองหลังเจ้าตัวเกิดผลัดหลงกับรถโรงเรียนขณะโดยสารกลับบ้าน ซึ่งจากการสอบถามด.ช.คนดังกล่าวได้ความว่า ก่อนเกิดเหตุได้นั่งรถโรงเรียนเรียนเพื่อกลับบ้านเป็นปกติ แต่เมื่อมาถึงตลาดเกิดปวดปัสสาวะ ประจวบเหมาะกับรถโรงเรียนจอดรับ-ส่งนักเรียนคนอื่นอยู่พอดี จึงขอลงไปเข้าห้องน้ำ แต่พอออกมาก็ไม่พบเห็นรถแล้ว จึงเข้าไปสอบถามพ่อค้า แม่ค้าก่อนที่พวกเขาจะพาไปโรงพักเพื่อให้ตำรวจช่วยติดตามหาผู้ปกครองดังกล่าว ด้านผู้ปกครองของเด็กชายก็เล่าภายหลังเข้ามารับลูกที่โรงพักว่า ตนรู้สึกตกใจมากที่ตำรวจติดต่อให้ไปรับลูกชาย และกังวลใจอยู่แล้วเพราะลูกชายกลับบ้านผิดเวลา แต่ทั้งนี้ตนก็สงสัยว่าทำไมโรงเรียนไม่แจ้งให้กับผู้ปกครองทราบ อย่างไรก็ตาม ยังโชคดีที่ลูกของตนไม่เป็นอะไร MThai news

GOT7 ปล่อยพลังเสน่ห์ ในเอ็มวีเพลงญี่ปุ่น AROUND THE WORLD
Around The World /  BamBam / 

GOT7 (ก๊อตเซเว่น) ปล่อยมิวสิควิดีโอตัวเต็มของเพลง AROUND THE WORLD ผลงานเพลงภาษาญี่ปุ่นเพลงแรก แจ้งเกิดพวกเขาในวงการเพลงแดนปลาดิบ GOT7 บอยแบนด์น้องใหม่มาแรงจากค่าย JYP Entertainment ที่เพิ่งแวะมาสร้างความประทับใจให้แฟนๆ ชาวไทย ในงาน Tofu Music Festival 2014 และ GOT7 : Press Conference & Fan Event เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา พวกเขาเดินหน้ารุกตลาดญี่ปุ่นเต็มที่ด้วยการปล่อยซิงเกิ้ลแรกที่เป็นภาษาญี่ปุ่นชื่อว่า AROUND THE WORLD พร้อมตัวเอ็มวีที่มีท่าเต้นปล่อยพลังอัดแน่นไปด้วยเสน่ห์ของสมาชิกทั้งเจ็ดคน งานนี้นอกจากภาพลักษณ์ที่มีการปรับให้เข้ากับญี่ปุ่นมากขึ้น GOT7 ยังพกเสน่ห์และเอกลักษณ์ของตัวเอง พร้อมความสามารถทาง Martial Arts มาแสดงในมิวสิควิดีโอกันอย่างจัดเต็มอีกด้วย สำหรับซิงเกิ้ล AROUND THE WORLD ของ GOT7 จะมีวางจำหน่ายในประเทศไทย ซึ่งแฟนๆ สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ BEC-Tero Music / Sony Music Thailand Facebook เร็วๆนี้ ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

น้ำตาท่วมเวทีโชว์แรกของ Girls’ Generation (ในวันที่ไร้ เจสสิก้า)
Girls Generation /  Girls' Genaration / 

Girls’ Generation (SNSD) เริ่มต้นทำกิจกรรมแีรกด้วยสมาชิกที่เหลืออยู่เพียง 8 คน ท่ามกลางหยาดน้ำตา - ไร้คำอธิบายและคำพูดถึง เจสสิก้า สมาชิกที่เหลืออยู่เพียง 8 คน ของเกิร์ลกรุ๊ป K-POP สุดฮอต Girls’ Generation พบกับแฟนเพลงกว่า 8,000 คน ในงาน Girls’ Generation 1st Fans Party 'Mr. Mr.'  in Shenzhen ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา ณ Shenzhen Bao’an Gymnasium เซินเจิ้น ประเทศจีน กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ Girls’ Generation ได้พบกับแฟนคลับด้วยสมาชิกเพียง 8 คน หลังจาก เจสสิก้า ถูกต้นสังกัดปลดออกจากการเป็นสมาชิกของวง (อ่านข่าวเก่า) ซึ่งเมื่อแฟนๆ เห็นที่ว่างอันว่างเปล่าซึ่งเคยเป็นบล็อกกิ้งของอดีตสมาชิกก็ไม่สามารถปิดบังความเสียใจไว้ได้ จนแฟนคลับหลายคนถึงกับตะโกนชื่อของ 'เจสสิก้า' ออกมา แม้ในงานครั้งนี้จะไม่มีสมาชิกคนใดเอ่ยถึงเจสสิก้า รวมทั้งอธิบายถึงความขัดแย้งที่เกิดขึ้น แต่ในโชว์เพลงสุดท้าย Complete สมาชิกหลายคนของ Girls’ Generation ก็เริ่มหลั่งน้ำตา บ่งบอกถึงความเสียใจและสับสนที่เกิดขึ้นกับพวกเธอได้เป็นอย่างดี เจสสิก้า อดีตสมาชิกของ Girls' Ganeration [[ อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ]] ความจริงสุดช็อค! เจสสิก้า ถูกปลดออกจาก Girls' Generation! เจสสิก้า แถลง ถูกบังคับให้ออกจากวง – เพื่อนร่วมวง SNSD เปลี่ยนไป!! ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

10 เรื่องน่ารู้ เกาหลีเหนือ
เกร็ดข้อมูล /  เที่ยวเกาหลีเหนือ / 

เที่ยวเกาหลีเหนือ แม้ว่าหลายคนจะหวาดกลัว เมื่อพูดถึงการท่องเที่ยวเกาหลีเหนือ แต่ในระยะหลัง ประเทศคอมมิวนิสต์ประเทศนี้ ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการสัมผัสกับประสบการณ์แปลกใหม่ วันนี้เราจะพาคุณผู้ชมมาพบกับ 10 สิ่งน่ารู้ ก่อนตัดสินใจท่องเที่ยวเกาหลีเหนือ 10 เรื่องน่ารู้ เกาหลีเหนือ ยิ่งลึกลับ ยิ่งน่าค้นหา คำๆนี้ยังคงใช้กับเกาหลีเหนือได้เป็นอย่างดี ประเทศคอมมิวนิสต์ประเทศนี้ ยังคงมีอะไรหลายอย่าง ที่รอให้นักท่องเที่ยวเข้าไปค้นพบ แม้ว่าการท่องเที่ยวเกาหลีเหนือ จะไม่ได้ยากเย็นเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็ไม่ได้ง่ายขนาดที่ใครๆ ก็ไปได้ Travel.mthai.com เราจึงรวบรวม 10 สิ่งที่ควรรู้ก่อนที่จะเดินทางไปเที่ยวเกาหลีเหนือมาฝากกัน เพื่อเป็นข้อมูลให้กับคนที่สนใจจะไปท่องเที่ยวเกาหลีเหนือกัน เริ่มกันที่สิ่งแรก เกาหลีเหนือ มีเบียร์ชั้นเลิศที่คอเบียร์ทั้งหลายไม่ควรพลาดเมื่อเดินทางไปถึง เบียร์ดังกล่าวมีชื่อว่า แทดงกัง ซึ่งเป็นชื่อของแม่น้ำที่ไหลผ่านกรุงเปียงยาง โดยจุดกำเนิดของการผลิตเบียร์ในเกาหลีเหนือนั้น เริ่มขึ้นเมื่อปี 2543 เมื่อทางการเกาหลีเหนือตัดสินใจซื้อบริษัทผลิตเบียร์ของอังกฤษทั้งบริษัท แล้วให้ขนย้ายอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการผลิตเบียร์ มาตั้งไว้ชานกรุงเปียงยาง จากนั้นเบียร์ยี่ห้อแทดงกังก็ถูกผลิตวางจำหน่ายตามท้องตลาด และได้รับความนิมจากชาวเกาหลีเหนือเป็นอย่างมาก 2. ผู้หญิงเกาหลีเหนือชอบสวมรองเท้าส้นสูง เป็นที่น่าแปลกใจว่าในประเทศที่วัฒนธรรมจากตะวันตกยังไม่แพร่หลายมากนัก อย่างเกาหลีเหนือ ผู้หญิงที่นี่กลับนิยมรองเท้าส้นสูงเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะใส่ไปทำงาน หรือในชีวิตประจำวัน ไม่เว้นแม้กระทั่งทหารหญิง ที่ยังต้องใส่รองเท้ามีส้น คาดว่าสิ่งเหล่านี้ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศจีน 3. นักท่องเที่ยวสามารถนำโทรศัพท์มือถือติดตัวมาได้แล้ว ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่โทรศัพท์มือถือจะถูกยึดไว้บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถมาซื้อซิมการ์ดได้ที่นี่ โดยค่าซิมการ์ดสำหรับการใช้งาน 2 สัปดาห์นั้น อยู่ที่ 66 ดอลลาร์ หรือราว 2,000 บาท แต่ค่าโทรนั้นค่อนข้างแพงมาก ถ้าหากโทรกลับสหรัฐฯ จะอยู่ที่นาทีละ 6.60 ดอลลาร์หรือราว 200 บาทเลยทีเดียว 4. ผู้คนที่นี่รักเสียงดนตรี ชาวเกาหลีเหนือส่วนใหญ่รักการร้องเพลงเป็นชีวิตจิตใจ นักท่องเที่ยวสามารถขอให้พวกเขาร้องให้ฟังได้ ซึ่งนิสัยดังกล่าว นำมาซึ่งกิจการร้านคาราโอเกะ ที่มีอยู่ทั่วไปในเปียงยาง โดยวงดนตรีเกาหลีเหนือที่ดังที่สุดในตอนนี้ คือวง Moranbong ส่วนวงดนตรีจากต่างชาติที่ครองใจชาวเกาหลีเหนือนั้น ก็คือ Beatles นั่นเอง 5. กีฬายอดนิยมของเกาหลีเหนือ คือ วอลเลย์บอล ชาวเกาหลีเหนือไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย จะชื่นชอบการเล่นวอลเลย์บอลมากเป็นพิเศษ แม้จะมีอุปสรรคขาดแคลนสนาม หรือเน็ตกั้น ก็ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด 6. รถไฟใต้ดินในเปียงยาง อยู่ลึกกว่าที่คุณคิด การเดินทางด้วยบันไดเลื่อนลงไปยังรถไฟใต้ดินนั้น อาจใช้เวลา 2-3 นาทีเลยทีเดียว เพราะรถไฟใต้ดินของที่นี่ อยู่ลึกลงไปกว่า 100 เมตร สำหรับการให้บริการนั้น มี 2 สาย 17 สถานี โดยได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบและก่อสร้าง มาจากรถไฟใต้ดินของกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย 7. ชาวเกาหลีเหนือคลั่งไคล้กิมจิ กิมจิคืออาหารขึ้นชื่อ และเรียกได้ว่าเป็นอาหารประจำชาติของเกาหลีเหนือ ผู้หญิงเกาหลีเหนือทุกคนต้องทำกิมจิเป็น และรสชาติของกิมจิก็จะแตกต่างกันออกไป เรียกได้ว่าสูตรใครสูตรมัน ความคลั่งไคล้กิมจิของคนที่นี่ นำมาสู่ข้อคิดของบรรดาผู้ชายทั้งหลายว่า ก่อนที่จะเลือกแต่งงานกับผู้หญิงคนไหนนั้น ควรลองชิมกิมจิฝีมือพวกเธอดูเสียก่อน และค่อยตัดสินใจ 8. ความเป็นระเบียบของชาวเกาหลีเหนือ ชาวเกาหลีเหนือจะถูกฝึกให้เข้าแถวตรงตั้งแต่ยังเด็ก ดังนั้น เมื่อมีงานสำคัญๆอะไร เราจะเห็นพวกเขายืนเรียงแถวตรงอย่างเป็นระเบียบ สิ่งเหล่านี้สะท้อนผ่านการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการต่อแถวเพื่อวางดอกไม้หน้าอนุสาวรีย์ หรือแม้กระทั่งการวิ่งจ็อกกิ้งในตอนเช้าก็ตาม 9. ชาวต่าวชาติไม่มีสิทธิ์ใช้เงินวอน ค่าเงินของที่นี่คือค่าเงินวอนก็จริง แต่ชาวต่างชาติจะไม่ได้รับอนุญาตให้แลกเงินวอนแต่อย่างใด พวกเขาต้องใช้เงินสกุลต่างชาติ อย่างดอลลาร์ ยูโร หรือหยวน ในการซื้อสินค้าที่นี่แทน โดยก่อนหน้านี้ นักท่องเที่ยวต่างชาติ จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปซื้อสินค้าในห้างสรรพสินค้าของเกาหลีเหนือเสีย ด้วยซ้ำ แต่ในตอนนี้ กฎดังกล่าวเริ่มผ่อนปรนมากขึ้น 10. ชาวเกาหลีเหนือทุกคนต้องติดเข็มกลัดรูปคิม อิล ซุง หรือคิม จอง อิล หรือทั้งคู่ ไม่ว่าพวกเขาจะสวมชุดอะไรก็ตาม ซึ่งน่าสังเกตว่า เข็มกลัดดังกล่าวไม่มีจำหน่ายในท้องตลาด แต่จะการแจกให้กับประชาชนในโอกาสพิเศษๆ เท่านั้น ปัจจุบันชาวเกาหลีเหนือได้นำเข็มกลัดเหล่านี้มอบให้กับชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกับคนที่พวกเขาคิดว่าสนิทสนมด้วย เพื่อเป็นของที่ระลึก ขอบคุณข้อมูลจาก voicetv 10 เรื่องน่ารู้ ก่อนไป เกาหลีเหนือ เกาหลีเหนือเล่นแรง! ยิงจรวด 2ลูก ข่มขวัญเกาหลีใต้

SISTAR จ่อขึ้นโชว์ในพิธีปิด Incheon Asian Games
bora /  dasom / 

สี่สาว ฮโยริน,ดาซม, โซยู และ โบรา สมาชิกของเกิร์ลกรุ๊ป K-POP วง SISTAR (ซิสตาร์) จะขึ้นแสดงโชว์ในพิธีปิด Incheon Asian Games Starship Entertainment เปิดเผยในวันนี้ (1 ต.ค.) ว่า SISTAR จะร่วมโชว์ในการแสดงของพิธีปิดมหกรรมกีฬาเอเีชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 17 Incheon Asian Games ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 4 ตุลาคมนี้ เวลาหกโมงเย็นเป็นต้นไป(ตามเวลาของประเทศเกาหลีใต้) SISTAR เผยความรู้สึกว่า "พวกเรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งค่ะที่จะได้มีส่วนร่วมบนเวทีนี้ มันมีความหมายต่อพวกเธอเป็นอย่างมากค่ะ" อนึ่ง เกิร์ลกรุ๊ปวง SISTAR เพิ่งเปิดตัวผลงานเพลง Touch My Body และ I Swear จนกลายเป็นเพลง K-POP สุดฮิตเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา โดยผลงานเพลงของพวกเธอได้ครองแชมป์ในชาร์ตเพลงมาแล้วมากมาย การันตีว่า SISTAR เป็นหนึ่งในเกิร์ลกรุ๊ประดับแถวหน้าของวงการเพลงเกาหลีในเวลานี้. ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

12 เรื่องจริงเรือไททานิก ที่ไม่มีใครเคยรู้มาก่อน
ตำนานลี้ลับ /  ต่างประเทศ / 

เรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงของเรือสุดหรู ไททานิค เป็นข่าวใหญ่ครึกโครมจากการที่เรือสำราญนี้ล่องไปในทะเลจนชนเข้ากับภูเขาน้ำแข็ง อีกทั้งยังเป็นอีกตำนานความรักของคู่หนุ่ม-สาว ที่หลายคนยังพูดถึงกันเรื่อยมา ก่อนหน้านี้ทีนเอ็มไทยได้เคยพูดถึง เรื่องลี้ลับ ตำนานอาถรรพ์ไททานิคล่ม อาหารมื้อสุดท้ายบนเรือไททานิค (The Last Supper of Titanic ) ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันไป ซึ่งผลตอบรับดีมากๆ! หลายคนให้ความสนใจมากทีเดียวคะ ทีนเอ็มไทยเลยจัดมาให้อีก! กับ 12 เรื่องจริงเรือไททานิก ที่ไม่มีใครเคยรู้มาก่อน ลองไปดูกันซิว่าเรื่องอะไรบ้าง .. 12 เรื่องจริงเรือไททานิก ที่ไม่มีใครเคยรู้มาก่อน 1.) มีการจัดตารางฝึกเรือกู้ชีพให้กับลูกเรือทุกคนในวันก่อนเรือล่ม แต่สุดท้าย การฝึกเรือกู้ชีพก็ถูกยกเลิกไป ไม่ได้ถูกจัดขึ้นตามที่วางแผน 2.) จำฉากนั้นในหนังได้หรือไม่ ที่นักดนตรี ยังคงเล่นเพลงต่อไปขณะที่เรือกำลังจะจม อยากบอกว่า ในเหตุการณ์จริงนั้น ก็เป็นแบบนั้นจริงๆ นักดนตรีเล่นอยู่เป็นชั่วโมง ก่อนที่เรือจะจม! 3.) Milton Hershey เจ้าของช็อกโกแลตชื่อดัง มีตั๋วขึ้นเรือไททานิกในตอนนั้น แต่เขายกเลิกตั๋วเพราะติดประชุม 4.) ผู้รอดชีวิตชาวญี่ปุ่นรายหนึ่ง ถูกกล่าวหาว่าขี้ขลาดเมื่อเขากลับถึงญี่ปุ่น ผู้คนหาว่าเขาไม่ยอมตายร่วมกับผู้โดยสารที่เหลือและหนีรอดชีวิตออกมาอย่างเห็นแก่ตัว 5.) งบประมาณในการสร้างหนังเรื่อง “Titanic” คิดเป็นเงินสูงกว่างบประมาณในการสร้าง “เรือไททานิก”​จริงๆ เสียอีก 6.) ปล่องไฟทั้ง 4 แท่งของเรือไททานิก จริงๆ แล้วทำงานได้แค่ 3 อันเท่านั้น อีกอันหนึ่ง มีไว้เพื่อให้ดูสวยงามสมบูรณ์แบบ 7.) ภูเขาน้ำแข็งลูกนั้น ที่เรือไททานิกพุ่งชน มีอายุเก่าแก่มากราว 1000 ปีก่อนคริสตกาล 8.) เรือ The Californian อยู่ใกล้เรือไททานิกมากถึงขนาดที่ สามารถเข้าช่วยเหลือได้ทันเวลา แต่ด้วยปัญหาจากการขัดข้้องทางการสื่อสาร ที่ล่าช้าเกินไป ทำให้ไปช่วยไม่ทัน 9.) หัวหน้าพ่อครัวของเรือไททานิกรอดชีวิตจากน้ำที่เย็นเฉียบมาได้ เพราะเขาดื่มเหล้ามากจนทำให้แอลกอฮอลช่วยให้ความอบอุ่นกับอวัยวะภายในของเขาได้นานถึง 2 ชั่วโมง จนมีคนมาช่วยชีวิตเขาพอดี! 10.) เรือกู้ชีพของไททานิก ส่วนมากที่ออกไป บรรจุคนไม่เต็ม ทั้งๆ ที่ ถ้าทุกเรือบรรจุคนเต็มตามความสามารถของเรือ เรือกู้ชีพเหล่านั้น จะสามารถช่วยเหลือผู้โดยสารและลูกเรือได้ครบทุกคน! 11.) เรือไททานิก คือ เรือเดินสมุทรลำเดียวบนโลกที่ล่มเพราะ “ภูเขาน้ำแข็ง” 12.) เรือไททานิก จะไม่ชนภูเขาน้ำแข็ง ถ้าพวกเขารู้เรื่องก่อนหน้านั้นเพียง 30 วินาทีเท่านั้น!! มันช่างเป็น 30 วินาที ที่เปลี่ยนจากของการรอดตายอย่างเฉียดฉิวกับโศกนาฏกรรมที่น่าเศร้าที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติ! ขอบคุณข้อมูล www.kiitdoo.com  

รุดช่วยด.ช.วัย 10ขวบที่ อำนาจเจริญ ใช้ชีวิตลำพังนับปี
ข่าวจังหวัดอำนาจเจริญ /  ข่าวน้องหนึ่ง / 

อบจ. อำนาจเจริญ รุดช่วย น้องหนึ่ง ด.ช.วัย 10ขวบที่ อำนาจเจริญ หลังใช้ชีวิตลำพัง หาเลี้ยงชีพตัวเองนานนับปี เหตุแม่เข้ามาทำงานกรุงเทพฯ แต่ไม่ติดต่อกลับ รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (30 ก.ย. 57) เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อำนาจเจริญ พร้อมเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมฯ นำโดยนายไพศาล จันทวารา รองนายกฯ ได้เดินทางเข้าช่วยเหลือเด็กชายวัย 10 ขวบคนหนึ่งถูกครอบครัวทิ้งให้ใช้ชีวิตเพียงลำพัง และต้องหาทำงานพิเศษเพื่อประทังชีวิต ทราบชื่อต่อมาคือ ด.ช.วัชรพล วรรณกาล หรือ น้องหนึ่ง นักเรียนชั้น ป.4 โรงเรียนบ้านเป้า ต.เค็งใหญ่ อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ ทั้งนี้จากการสอบถามน้องหนึ่งถึงสาเหตุที่ต้องใช้ชีวิตอยู่คนเดียวว่า ก่อนหน้านี้มีชีวิตปกติเหมือนครอบครัวอื่นทั่วไป แต่จากนั้นไม่นานพ่อกลับทิ้งแม่ไปแต่งงานใหม่ ทำให้แม่และพี่สาวต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อมาหางานทำ โดยได้กำชับ ให้ตนรออยู่ที่บ้าน อย่าหนีไปไหน แต่ปรากฏว่า แม่และพี่สาวไม่เคยติดต่อกลับมาหาตนอีกเลย จนทุกวันนี้ตนจำหน้าของแม่แทบไม่ได้แล้ว นอกจากนี้น้องหนึ่งยังได้เผยต่ออีกว่า ระหว่างที่อยู่เพียงลำพังวันธรรมดาก็ไปโรงเรียน ส่วนวันหยุด ก็จะไปทำงานรับจ้างได้ค่าครั้งละ 10 บาทหรือแล้วแต่ผู้ว่าจ้างจะให้เพื่อนำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ขณะที่นายไพศาล จันทวารา รองนายก อบจ.อำนาจเจริญ ได้มอบของใช้ที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของน้องหนึ่ง เพื่อช่วยเหลือเบื้องต้น ก่อนจะหารือกับสำนักงานพัฒนาสังคมฯ จะหาแนวทางช่วยเหลือต่อไป MThai news

เที่ยวกาญจนบุรี ล่องลำไพรหลังฝนจากไป
ทองผาภูมิ /  เที่ยวกาญจนบุรี / 

แม้จะใกล้ผ่านหน้าฝนมาแล้ว แต่ความรู้สึกอยากล่องแก่งก็ยังแทรกเข้ามากลางอก จนทำให้ต้องออกไปผจญภัยครั้งใหม่ ซึ่งงวดนี้ขอไปกันที่จังหวัดกาญจนบุรี ดินแดนที่ขึ้นชื่อเรื่องสายน้ำและป่าใหญ่ เที่ยวกาญจนบุรี ล่องลำไพรหลังฝนจากไป แม้ช่วงหน้าหนาวในกาญฯ (แต่ไม่หนาวเลยสักนิด) ที่อากาศออกจะดูแห้งเหี่ยว แต่ก็ยังมีสีเขียวในทิวเขาซับซ้อน ซึ่งโอบล้อมลำธารและถ้ำที่ถูกปล่อยร้างกลางป่าใหญ่ให้ได้เห็นอยู่ ณ จังหวัดนี้ และเมื่อมองไปยัง ลำธารห้วยปากคอก แห่งอำเภอทองผาภูมิที่หลังหมดฝน สายน้ำที่ว่าดูเหมือนตื้นเขินไร้อรรถรสไปสักนิดกับการดำดิ่งสู่ความท้าทาย ที่ใจอยากจะไป ในจุดที่สายน้ำไหลเอื่อย ณ ที่เริ่มต้นของการล่องแพไม้ไผ่ มีนายหัวและนายท้ายยิ้มรับรอความตื่นเต้นเล็กๆ ของนักเดินทาง แต่ก่อนจะได้ลัดเลาะไปตามสายน้ำต้องมีการเตรียมความพร้อมของเครื่องแต่งกาย เสื้อชูชีพและหมวกกันน็อก ต้องติดตัวให้พร้อม จากนั้นก็เตรียมใจไปสัมผัสกับความท้าทายที่อยู่เบื้องหน้า อืม…นิ่งดีแท้ แม้สายธารจะไหลอย่างใจเย็น ไม่มีแม้ความแรงของนธีที่เชี่ยวกราดมาสร้างความตื่นกลัว แต่กลุ่มลูกทัวร์จากเมืองหลวงอย่างเราๆ ก็ขอส่งเสียงร้อง เพื่อสร้างบรรยากาศให้รู้สึกมันเกินความเป็นจริง จนดังกึกก้องทั้งผืนป่า วิวทิวทิศน์ระหว่างทางต่างเต็มไปด้วยความสวยงามจากฝีมือของธรรมชาติ แค่ได้เห็นเพียงเท่านี้ก็คุ้มค่ากับการมาแล้ว ในที่สุด การล่องแพก็จบลงอย่างรวดเร็วในเวลาไม่ถึง 40 นาที อาจเพราะความแรงนิดๆ ของน้ำจากฤดูฝนที่ยังคงหลงเหลือไว้ให้นักเดินทางที่ต้องการความท้าทายในชีวิต หลังเสร็จสิ้นภารกิจสนองนีด ลองกลับเข้าที่พัก แล้วสดับฟังเสียงจิ้งหรีดเรไร ท่ามกลางความเงียบของป่าเขา ที่ส่งเสียงขับขาน แทบดนตรีเร้าอารมณ์จากไอโฟน ก็เป็นอีกประสบการณ์ที่น่าจดจำ เช้าวันใหม่กับหมู่บ้านห้วยเขย่ง เพื่อการปิดท้ายทริป ให้มุ่งหน้าสู่ถ้ำ 28 ที่มีตรงความงาม แบบแปลกสมชื่อ เพราะปากทางเข้าถ้ำมีงานสถาปัตยกรรมชิ้นเอกจากธรรมชาติที่ว่ากันว่า คล้ายใบหน้ามนุษย์ แต่ทว่าสิ่งที่น่าสนใจกว่าชื่อหรือรูปร่างหน้าตาของการสำรวจถ้ำในครั้งนี้ ตกไปอยู่ที่ค้างคาวกิตติ ซึ่งเป็นค้างคาวขนาดจิ๋ว ไม่น่าเกินนิ้วหัวแม่มือ ที่หาดูได้ยากนัก สำหรับผู้ที่ต้องการให้สายน้ำและป่าใหญ่ใหญ่โอบล้อมให้เย็นใจ คุณสามารถเดินทางออกจากเมืองกาญจน์ไปตามทางหลวงหมายเลข 323 ขับผ่านทางแยก อำเภอสังขละบุรี ตรงตามทางเส้น 3272 ผ่านตลาดทองผาภูมิ เขื่อนวชิราลงกรณ์ ระหว่าง กม.14 และ กม.16 จะถึงศูนย์บริการท่องเที่ยวชุมชนห้วยเขย่ง จากนั้นก็ขอให้สนุกกับการท่องเที่ยวหลังฝนจากไป บทความน่าอ่านจาก http://www.emaginfo.com ร่วมกับ travel.mthai.com View Larger Map เที่ยวกาญจนบุรี ล่องลำไพรหลังฝนจากไป

ญี่ปุ่นครีเอทเคสไอโฟน 6 สำหรับคนมือเล็ก
Iphone 6 /  ช็อปปิ้ง / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยขอเกาะกระแสไอโฟน 6 กับเขาบ้างนะคะ เพราะแอบอิจฉาอยากได้อยากมีกับเขาบ้าง อิอิ แต่ก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ใครได้ไอโฟน 6 มาเชยชมแล้ว ก็อย่างที่บอกว่าอยากได้ แต่ทรัพย์ยังจางอยู่ หาข้อมูลไปมาเลยเจอเกี่ยวกับ ญี่ปุ่นครีเอทเคสไอโฟน 6 สำหรับคนมือเล็ก จึงไม่รอช้านำมาฝากเพื่อนๆ วัยทีนกันค่ะ ญี่ปุ่นครีเอทเคสไอโฟน 6 สำหรับคนมือเล็ก อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วใช่มั้ยล่ะว่า iPhone 6 และ 6 Plus น่ะขนาดจะกว้าง ยาว ใหญ่กว่าเดิม ยิ่งสำหรับคนมือเล็กๆ แล้ว การถือมือเดียวพิมด้วยนิ้วโป้งง่ายๆ แบบสมัยเครื่องรุ่นแรกๆ ย่อมทำได้ยาก และคงต้องเป็นปัญหาหนักรบกวนใจแน่นอน แต่ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป เมื่อได้พบกับดีไซน์เนอร์เจ้าของชื่อในทวิตเตอร์ว่า Gusho เขาได้ทำการออกแบบเคสไอโฟน 6 ที่ทำเองด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ที่ออกแบบมาสำหรับคนมือเล็กๆโดยเฉพาะเลย และเมื่อเขาได้ทำการเผยแพร่ภาพอุปกรณ์สุดล้ำอันนี้ ลงในทวิตเตอร์ของเขาเองกระแสตอบรับก็ดีเกินคาด จนมีการ รีทวีตภาพของเขากว่า 5,000 ครั้งภายในวันเดียวเลยล่ะ…แต่ทีนเอ็มไทยก็เชื่อว่า เดี๋ยวจะต้องมีเคสใหม่ๆ แปลกๆ มาอำนวยความสะดวกสบายให้กับคนยุคใหม่อย่างเราๆ อีกเพียบ!!! ข้อมูล  rocketnews24, catdumb