พี่แล้วทำไมถ้าใจอยากจะรัก

SIA: ประมูลคึกคัก กับพริตตี้Maidสุดน่ารักที่สยามอินเตอร์ 21-6-57
sia /  สยามอินเตอร์ / 

สยามอินเตอร์ การประมูล " ง่ายๆ ใครๆ ก็ประมูลได้ " การประมูลรถยนต์กว่า 800 คัน และ มอไซค์กว่า 2,000 คัน ทุกวันเสาร์! รถยนต์ 10.10 น. และ มอไซค์ 15.15 น. พบกับพริตตี้สาวสวยและกิจกรรมพิเศษอีกมากม­าย ติดตามข่าวสารของ SIA ได้ที่ Tel: (02)-735-4446 Facebook: www.facebook.com/Siaminter.auction Line : siaauction Twitter: @siaminter_auc Website: www.sia.co.th

อาร์ต อินเลิฟสาวนอกวงการ อยากแต่ง!!
อาร์ต พศุตม์ /  คุยสาวนอกวงการ / 

พระเอกหนุ่ม อาร์ต พศุตม์ โวรักครั้งใหม่กับสาวนอกวงการแฮปปี้ แจงยังไม่ขอใช้คำว่าแฟนเพราะอยากมั่นใจมากกว่านี้ กลัวจะล่มเหมือนที่ผ่านมา ลั่นพร้อมแต่งงานมีครอบครัว พาเจอผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายแล้ว ส่วนกรณีโพสต์ IG ดราม่าบอกเป็นเรื่องราวของเพื่อน ส่วนตนหัวใจกำลังเป็นสีชมพูจ้าาา "ก็ดีครับ ก็คุยกันเรื่อยๆ มากกว่าแต่ถามว่าเรียกแฟนได้หรือยังผมยังไม่เรียกดีกว่านะครับ แล้วคนที่คุยอยู่ด้วยก็อยากให้มั่นใจมากกว่านี้มากกว่า เรียกว่ายังเป็นคนที่คุยกันอยู่ดีกว่าครับ คือไม่ได้กั๊กว่าเรียกกรือแบบกั๊กอะไรแต่ว่าเราอยากให้มั่นใจมากกว่านี้ก่อน" "โพสต์ดราม่าเรื่องรัก หนึ่งส่วนก็ใช่ สองก็คือตอนนี้ผมมีเพื่อน คือบางทีใน IG ของผมน่ะมันอาจจะไม่ใช่เรื่องราวในชีวิตของผม มันอาจจะเป็นเรื่องราวคนรอบข้างของผม ซึ่งตอนนี้ผมมีเพื่อนคนนึงซึ่งแบบค่อนข้างจะไขว่คว้าหาความรัก ก็โทรมาปรึกษาผมๆ ก็บอกว่าตัวกูเองยังเอาไม่รอดเลยนะ แล้วก็แบบไปเซิร์สๆ เล่นๆ ก็เออดูไว้อย่างนี้ แค่นั้นเอง ความรักผมมันมีปัญหามานานแล้ว แต่มันจบไปแล้วไง อันนี้มันกำลังเริ่มใหม่แต่ว่าเริ่มใหม่มันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร" "ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย เจอแว้บๆ ทั้งคู่ครับ เขารู้ว่าคุยกันเฉยๆ ทางฝ่ายเขาๆ ก็รู้แต่ว่ามันยังไม่มั่นใจเราก็ยังไม่อยากไปให้แบบ เฮ้ยเราไปทำอะไรหรือยังอย่างนี้ครับ คือผมน่ะเอาจริงๆ แล้วผมไม่ได้เป็นคนเจ้าชู้อะไรเลยนะ เป็นคนชอบมองชอบอะไรอย่างนี้ะน่ะโอเค แล้วก็ถ้าพี่ๆ สังเกตุข่าวอะไรต่างๆ ที่มันออกมา ถามว่าหลักฐานอะไรก็แล้วแต่ให้มันออกมาจริงๆ เขาก็ไม่เห็นมีใครเอาออกมาสักคนจริงจิงอะไรอย่างนี้ครับ" "จริงๆ ผมน่ะอยากมีครอบครัวตั้งนานแล้ว แต่มันคือไม่ประสบความสำเร็จไง มันพัง มันอะไรอย่างนี้ มันก็เป็นวิถีชีวิตของเรา เนี่ยตอนเนี้ยะอยากมีครอบครัวแล้วอายุ 32 ที่เคยบอกไว้ แต่มันพัง มันจบ มันก็ต้องเริ่มใหม่ในชีวิตเรา กับคนนี้ขอสักพักแล้วกันนะ บางทีตัดสินตั้งหลายปียัง.. นะครับ ยังไม่คาดหวังครับ ดูไปเรื่อยๆ ดีกว่า" อาร์ต กล่าว อาร์ต พศุตม์ อาร์ต พศุตม์ อาร์ต พศุตม์ อาร์ต พศุตม์

มหากาพย์กิลกาเมช ตำนานน้ำท่วมโลกเก่าแก่ที่สุดในโลก
ตำนาน /  ต่างประเทศ / 

ไม่นานมานี้เพื่อนๆ หลายคนอาจจะได้ดูภาพยนตร์เรื่อง NOAH ที่เกี่ยวกับตำนานน้ำท่วมโลกที่ทำให้เกิดโดยพระเจ้าหรือเทพเจ้าเพื่อทำลายอารยธรรม โดยเป็นการตอบสนองผลกรรม ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นประเด็นที่แพร่หลายในตำนานกรีก และตำนานในวัฒนธรรมอื่นๆ อีกมากมาย เรื่องราวของโนอาห์และเรือของโนอาห์ในเจเนซิส, มัสยาวตาร ในคัมภีร์ปุราณะ ของฮินดู, ดูเคเลียน ในตำนานเทพเจ้ากรีก และ อุตนาปิชติม ในมหากาพย์กิลกาเมช เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของตำนานต่างๆที่เราคุ้นเคยกันดี และนี่คือ มหากาพย์กิลกาเมช ตำนานน้ำท่วมโลกเก่าแก่ที่สุดในโลก ที่นักโบราณคดีหลายๆ คนบอกว่า มหากาพย์เรื่องนี้มีความเป็นไปได้ในทางประวัติศาสตร์ ว่าบุคคลที่ถูกพูดถึงในนิยายเล่มนี้อาจจะเคยมีชีวิตอยู่จริงๆก็ได้!  มหากาพย์กิลกาเมช ตำนานน้ำท่วมโลกเก่าแก่ที่สุดในโลก มหากาพย์กิลกาเมช (Gilgamesh) เป็นตำนานน้ำท่วมโลกที่เก่าแก่ที่สุดในยุคของเมโสโปเตเมียโบราณ และเป็นหนึ่งในงานวรรณกรรมประเภทนิยายที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอีกด้วย นักวิชาการเชื่อว่ามหากาพย์เรื่องนี้มีกำเนิดมาจากตำนานกษัตริย์สุเมเรียนและบทกวีเกี่ยวกับวีรบุรุษในตำนานที่ชื่อว่า กิลกาเมช ซึ่งถูกรวบรวมเอาไว้กับบรรดาบทกวีอัคคาเดียนในยุคต่อมา มหากาพย์กิลกาเมช ตำนานน้ำท่วมโลกเก่าแก่ที่สุดในโลก เป็นเรื่องราวการผจญภัยของวีรบุรุษนามว่า กิลกาเมช (Gilgamesh) กษัตริย์ในตำนานแห่งนครอุรุค ซึ่งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำไทกริส-ยูเฟติส อารยธรรมเมโสโปเตเมีย (ประเทศอิรักปัจจุบัน) เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างกิลกาเมช กับเพื่อนของเขาชื่อ เอนกิดู เนื้อหาส่วนใหญ่ในมหากาพย์เน้นย้ำถึงความรู้สึกสูญเสียของกิลกาเมช หลังจากเอนกิดูเสียชีวิต และกล่าวถึงการกลับเป็นมนุษย์อีกครั้งพร้อมกับเน้นย้ำเรื่องความเป็นอมตะ มหากาพย์กิลกาเมช มหากาพย์ในต้นฉบับสุเมเรียนที่เก่าแก่ที่สุดมีอายุอยู่ในช่วงราชวงศ์ที่ 3 ของอูร์ (Ur) คือระหว่าง 2150-2000 ปีก่อนคริสตกาล ส่วนฉบับอัคคาเดียนที่เก่าแก่ที่สุดอยู่ในช่วงต้นๆ ของสหัสวรรษที่ 2 มหากาพย์อัคคาเดียนฉบับ "มาตรฐาน" ประกอบด้วยแผ่นดินเหนียว 12 แผ่น ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งระหว่าง 1300-1000 ปีก่อนคริสตกาล ค้นพบอยู่ในหอจารึกของ Ashurbanipal ที่เมืองนีนะเวห์ (Nineveh) หอสมุดแห่งนี้ถูกพวกเปอร์เซียทำลายเมื่อ 612 ปีก่อนคริสตกาล และจารึกทั้งหมดก็พินาศไปด้วย มหากาพย์ชุดที่สมบูรณ์ที่สุดในปัจจุบันปรากฏในแผ่นดินเหนียว 12 แท่งซึ่งเก็บรักษาไว้ที่หอเก็บจารึกของกษัตริย์แห่งอัสซีเรีย เมื่อราวศตวรรษที่ 7 ก่อนคริสตกาล มหากาพย์อัคคาเดียนนี้ ถูกจารึกระบุชื่อผู้แต่งไว้ด้วย ซึ่งนับเป็นเรื่องที่แปลกมาก เนื่องจากในสมัยโบราณ แทบจะไม่มีการจารึกชื่อผู้แต่งเรื่องใด ๆ (จารึกไทยในสมัยสุโขทัยหรืออยุธยาก็ไม่มีการจารึกชื่อผู้แต่งเช่นกัน) ผู้แต่งจารึกนี้คือ ชิเนฆิอุนนินนิ (Shin-eqi-unninni) อาจกล่าวได้ว่า บุคคลผู้นี้เป็นนักเขียนที่เก่าแก่ที่สุดในโลกวรรณกรรม ที่เราสามารถระบุชื่อได้ มหากาพย์ มีชื่อดั้งเดิมว่า ผู้มองเห็นเบื้องลึก (He who Saw the Deep) หรือผู้ยิ่งใหญ่กว่าราชันทั้งปวง (Surpassing All Other Kings) มีการคาดเดาว่า  กิลกาเมชอาจจะเป็นผู้ปกครองที่มีตัวตนจริงในอดีตระหว่างราชวงศ์ที่ 2 ของยุคต้นของสุเมเรีย (ประมาณ 2,700 ปีก่อนคริสตกาล) การค้นพบวัตถุโบราณอายุประมาณ 2600 ปีก่อนคริสตกาลที่มีความเกี่ยวข้องกับ Enmebaragesi แห่ง Kish ผู้ปรากฏชื่ออยู่ในตำนานว่าเป็นบิดาของศัตรูคนหนึ่งของกิลกาเมช ทำให้มหากาพย์เรื่องนี้มีความเป็นไปได้ในทางประวัติศาสตร์มากขึ้น และช่วยยืนยันว่ากิลกาเมชน่าจะมีตัวตนจริง มหากาพย์กิลกาเมช หลงเหลืออยู่เป็นวรรณกรรมในหลายภาษา เช่น ของชาวอัคคาเดีย (ภาษาตระกูลเซมิติค ซึ่งมีความสัมพันธ์กับภาษาฮีบรู, เป็นภาษาที่พูดกันในอาณาจักรบาบิโลน) นอกจากนี้ยังมีปรากฏบนแผ่นจารึกดินเหนียว เป็นภาษาฮูร์เรียน และภาษาฮิตไตต์ (ภาษาหนึ่งในตระกูลอินโด-ยูโรเปียน ซึ่งพูดกันในเขตรอยต่อยุโรปและเอเชีย นับเป็นหนึ่งในบรรดาภาษาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก) ภาษาทั้งหมดที่พูดมานี้ จารด้วยอักษรลิ่ม หรือที่เราคุ้นเคยกันด้วยชื่อ คูเนฟอร์ม มหากาพย์กิลกาเมช ตามตำนานได้เล่าไว้ว่า ... กิลกาเมช เป็นษัตริย์แห่งนครอูรุก ซึ่งเป็นนครรัฐใหญ่ของชาวสุเมอร์เรียน พระองค์ทรงมีพระมารดาเป็นเทพและมีพระบิดาเป็นมนุษย์ ทำให้ทรงมีเลือดเทพอยู่ในวรกายครึ่งหนึ่ง กิลกาเมชเป็นกษัตริย์ที่มัวเมาในเรื่องของกามารมณ์เป็นอย่างมาก พระองค์ใช้เวลาในแต่ละวันไปกับการหาสาวงามมาสนองตัณหาของตัวเอง โดยไม่ละเว้นว่า หญิงสาวผู้นั้นจะเป็นสาวโสดหรือมีคู่ครองแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระองค์มักจะไปปรากฏตัวในงานแต่งงานและเรียกร้องสิทธิในการนอนกับเจ้าสาวในคืนแรกของการสมรส ซึ่งการกระทำเหล่านี้ทำให้พลเมืองชาวอูรุกพากันคับแค้นใจอย่างมาก แต่ก็มิอาจทำอะไรได้ เนื่องจากเกรงกลัวในอำนาจของกษัตริย์และสายเลือดแห่งเทพของกิลกาเมช ด้วยเหตุนี้เอง บรรดาปวงชนผู้ทุกข์ร้อนจึงพากันไปสวดอ้อนวอนต่อเทพเจ้าให้ทรงจัดการกับกิลกาเมช และเมื่อเสียงสวดอ้อนวอนของประชาชนไปถึงสวรรค์ เหล่าเทพเจ้าจึงลงมติที่จะต้องจัดการกับมนุษย์ครึ่งเทพผู้นี้ โดยเหล่าเทพได้ให้เทพีอารารูปั้นดินเหนียวเป็นรูปบุรุษผู้หนึ่งและให้นามว่า เอ็นคิดู โดยเทพเจ้าได้นำความป่าเถื่อนของสัตว์ป่า 12 ชนิดใส่ลงไปในตัวของเขา เพื่อให้เขาทรงพลังพอที่จะจัดการกับกิลกาเมชได้ เอ็นคิดูมีร่างกายท่อนบนเป็นชายหนุ่มรูปร่างกำยำสูงใหญ่ขณะที่ขาทั้งสองข้างนั้นเป็นขาของวัวกระทิง ส่วนบนศีรษะยังมีเขากระทิงงอกออกมาอีกด้วย เหล่าเทพได้ส่งเอ็นคิดูลงมาอยู่กับบรรดาสัตว์ป่าในป่านอกเมืองอูรุก ซึ่งเอ็นคิดูได้ใช้พลังของตนปกป้องสัตว์เหล่านั้นจากสัตว์นักล่าและนายพราน บรรดานายพรานต่างไม่พอใจที่มีผู้มาขัดขวางการล่าสัตว์ ทว่าเมื่อพวกเขาได้พบกับเอ็นคิดูแล้ว ก็เกิดความพรั่นพรึงในตัวของมนุษย์ครึ่งกระทิงผู้นี้ พวกนายพรานจึงคิดหาวิธีจัดการกับเอ็นคิดู โดยพากันไปว่าจ้าง แซมฮัต ยอดหญิงนครโสเภณีประจำเทวาลัยแห่งอูรุก ให้ไปล่อลวงเอ็นคิดูออกมาจากป่าและทำให้พลังกับความป่าเถื่อนของมนุษย์ผู้นี้ลดน้อยลง แซมฮัตใช้มารยาหญิงยั่วยวนจนเอ็นคิดูหลงในบ่วงสวาทของเธอ ทั้งคู่อยู่ร่วมกันถึงเจ็ดราตรีและการที่เอ็นคิดูมาใช้ชีวิตอยู่กับนางได้ทำให้เหล่าสัตว์ป่าที่เคยแวดล้อมเขา พากันหนีหายไป อีกทั้งพลังของเอ็นคิดูเองก็ลดน้อยลงด้วย จากนั้นแซมฮัตก็ชักชวนเอ็นคิดูเข้าเมืองและนำเขาไปรู้จักการใช้ชีวิตแบบชาวเมืองจนในที่สุด เอ็นคิดูก็หมดสภาพความป่าเถื่อนและกลายเป็นชาวเมืองโดยสมบูรณ์ วันหนึ่งขณะที่เอ็นคิดูกับแซมฮัตพำนักอยู่ด้วยกันกับเหล่าคนเลี้ยงแกะ พวกเขาก็ได้ข่าวว่า ราชากิลกาเมชกำลังจะเสด็จไปที่งานแต่งงาน งานหนึ่งเพื่อเรียกร้องสิทธิ์ในการนอนกับเจ้าสาวในคืนแรก ซึ่งเมื่อเอ็นคิดูทราบเรื่องก็ไม่พอใจเป็นอย่างมาก เขารีบตรงดิ่งไปที่งานและเข้าขัดขวางกิลกาเมชไม่ให้กระทำการอันน่าบัดสีนั้น กษัตริย์หนุ่มทรงกริ้วที่มีผู้มาขัดขวาง พระองค์จึงเข้าต่อสู้กับเอ็นคิดูอย่างดุเดือดจนบ้านเรือนรอบข้างพังพินาศ ทว่าหลังจากทั้งสองขับเคี่ยวกันเป็นเวลานานต่างก็ไม่มีใครปราบใครลงได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้กิลกาเมชทรงประทับใจในพละกำลังของอีกฝ่าย พระองค์จึงได้ยุติการต่อสู้และขอให้เอ็นคิดูมาอยู่กับพระองค์ในฐานะพระสหาย มิตรภาพทำให้กิลกาเมชเปลี่ยนไป กษัตริย์หนุ่มทรงเลิกพฤติกรรมร้ายกาจที่เคยทำจนหมดสิ้นและด้วยคำแนะนำของเอ็นคิดู พระองค์ได้หันมาใส่พระทัยกับการดูแลบ้านเมือง จนนครอูรุกเจริญรุ่งเรืองและประชาชนต่างพากันแซ่ซ้องสรรเสริญในคุณงามความดีของราชากิลกาเมช ทว่าในขณะที่ประชาชนทั่วทั้งนครพากันมีความสุขภายใต้การปกครองของราชาหนุ่ม กิลกาเมชกลับเริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายชีวิตที่สงบสุขนี้ พระองค์ปรารถนาที่จะแสวงหาความตื่นเต้นในชีวิต จึงได้ตรัสชวนเอ็นคิดูเดินทางไปยังป่าซีดาร์แห่งทิศตะวันตกเพื่อเผชิญหน้ากับอสูรฮูวาวา เมื่อได้ยินดังนั้น เอ็นคิดูก็ส่ายศีรษะอย่างไม่เห็นด้วยกับความคิดของสหาย เขากล่าวเตือนกิลกาเมชว่า ”อสูรตนนี้สูงใหญ่เทียมฟ้า ลมหายใจของมันเป็นเปลวไฟที่นำมาซึ่งความตายอย่างน่าสยดสยอง อีกทั้งเทพเอนลิลยังประทานพละกำลังให้มันเพื่อเป็นผู้ปกป้องป่าซีดาร์แห่งทิศตะวันตก การเผชิญหน้ากับมันไม่ผิดอะไรกับการเดินเข้าหาความตาย” “หากข้าชนะ ข้าจะได้รับเกียรติอย่างยิ่งใหญ่หรือหากข้าตายในการต่อสู้ครั้งนี้ ข้าก็ยังได้รับชื่อเสียงว่า เป็นผู้กล้าที่จะเผชิญหน้ากับจอมอสูรฮูวาวา ซึ่งนั่นคือการตายที่มีศักดิ์ศรี” กิลกาเมชตรัส ก่อนจะตำหนิ เอ็นคิดูว่า ไม่มีความกล้าหาญที่จะตายอย่างมีศักดิ์ศรี ซึ่งเมื่อถูกผู้เป็นสหายตำหนิดังนั้นแล้ว เอ็นคิดูจึงตัดสินใจที่จะร่วมเดินทางไปกับกิลกาเมชเพื่อเผชิญหน้ากับอสูรฮูวาวา ทั้งสองออกเดินจากนครอูรุกโยปราศจากผู้ติดตามและหลังจากเดินทางเป็นเวลานับเดือนก็มาถึงเขตป่าซีดาร์ยักษ์ของอสูรฮูวาวา หลังจากนั้นพวกเขาก็ช่วยกันโค่นต้นซีดาร์ลงเพื่อท้าทายจอมอสูรให้ปรากฏตัว เมื่อฮูวาวารู้ว่ามีมนุษย์บุกเข้ามาโค้นต้นไม้ของมัน เจ้าอสูรก็ปรากฏกายขึ้นด้วยรูปร่างอันสูงใหญ่เทียมฟ้า เสียงคำรามของมันดังไปไกลทั่วผืนป่า ขณะที่ดวงตาแดงก่ำจ้องมองสองมนุษย์ผูอหังการ์ กิลกาเมชและเอ็นคิดูต่างรวมกำลังกันเข้าต่อสูกับฮูวาวาอย่างกล้าหาญ การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดและรุนแรง จนในที่สุด กิลกาเมชก็สามารถสังหารฮูวาวาลงได้ ด้วยการทิ่มดาบลงบนเท้าอันมหึมาของจอมอสูรจนมันถึงกับทรุดลง จากนั้นเขาก็กระโดดขึ้นไปเหยียบบ่าและใช้ดาบตัดหัวของอสูรร้ายขาดกระเด็น ร่างมหึมาที่ไร้ศีรษะของฮูวาวาล้มครืนราวภูเขาถล่มทลาย เมื่อสังหารจอมอสูรลงได้แล้ว กิลกาเมชกับเอ็นคิดูก็ช่วยกันโค่นป่าซีดาร์จนราบเรียบ ชัยชนะในครั้งนี้ส่งผลให้ชื่อเสียงของทั้งคู่เลื่องลือระบือไกล จนแม้ทวยเทพบนสรวงสวรรค์ก็ยังรับรู้ ในยามนั้น เทพีอิชตาร์ เทพีแห่งความงาม ความรัก สงคราม และตัณหา ทรงได้ยินเรื่องราวของกิลกาเมช พระนางจึงเสด็จลงมาเพื่อทอดพระเนตรราชาหนุ่มและเมื่อได้เห็นแล้ว องค์เทพีก็บังเกิดความเสน่หาในตัวกิลกาเมช พระนางจึงมาปรากฏองค์ต่อหน้าเขาและขอให้เขาเสกสมรสกับพระนางโดยทรงยื่นข้อเสนอว่าจะมอบอำนาจอันยิ่งใหญ่ให้กับเขาเป็นการตอบแทน ทว่ากิลกาเมชกลับปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใย ทั้งยังตรัสกับเทพีด้วยว่า เขารู้ดีว่า เกิดอะไรขึ้นบ้างกับอดีตคู่รักของพระนาง ยามเมื่อพระนางสิ้นรักแล้ว และเขาไม่ปรารถนาจะเป็นเช่นนั้น เทพีทรงโกรธและอับอายที่ถูกปฏิเสธซึ่งหน้า จึงเสด็จไปเข้าเฝ้าเทพอนู พระบิดาของพระนางเพื่อขอให้ลงโทษมนุษย์โอหังผู้นี้ “กิลกาเมชทำให้ข้าได้รับความอับอายยิ่งนัก ขอพระบิดาได้โปรดส่งกระทิงสวรรค์ไปสังหารมันและทำลายนครของมันให้พินาศสิ้นด้วยเถิด และหากพระบิดามิทรงยอมตามที่ลูกร้องขอ ลูกจะไปทลายประตูนรกเพื่อปลดปล่อยเหล่าผีร้ายให้ขึ้นมาย่ำยีมวลมนุษย์” เมื่อทรงได้ฟังคำขอของพระธิดาแล้ว เทพอนูจึงส่งกระทิงสวรรค์ลงมาเพื่อสังหารกิลกาเมชและทำลายนครอูรุก โดยในทันทีที่กระทิงสวรรค์เหยียบลงบนแผ่นดินอูรุก เพียงครั้งแรกที่มันพ่นลมหายใจออกมา ก็เกิดแผ่นดินแยกและสูบเอาทหารของกิลกาเมชลงไปถึง 100 คน และเมื่อมันพ่นลมหายใจครั้งที่สองก็ทำให้ทหารถูกสูบลงไปอีก 500 คน และในการพ่นลมหายใจครั้งที่สาม เอ็นคิดูก็พลัดตกลงไปในรอยแยกของแผ่นดิน ทว่าชายหนุ่มสามารถปีนกลับขึ้นมาได้และพุ่งเข้าจับเขาของกระทิงสวรรค์เอาไว้ พร้อมกับร้องบอกให้กิลกาเมชใช้ดาบแทงเข้าไปยังจุดตายที่อยู่ระหว่างเขาและคอของมัน กษัตริย์หนุ่มใช้ดาบแทงเข้าไปตามที่สหายร้องบอกและกระทิงสวรรค์ก็สิ้นชีพลงในทันที ความอหังการ์ของสองสหาย ทำให้เหล่าเทพตัดสินใจให้บทเรียนที่สำคัญแก่กิลกาเมช โดยบันดาลให้เอ็นคิดูล้มป่วยและเสียชีวิตลง ความตายของสหายทำให้กิลกาเมชเศร้าเสียใจเป็นอย่างยิ่ง เขาจมอยู่กับความทุกข์เป็นเวลานาน ทั้งยังเกิดความหวาดหวั่นสิ่งหนึ่งขึ้นภายในใจ นั่นคือ ความหวาดหวั่นว่า วันหนึ่ง พระองค์จะต้องสิ้นชีวิตลงเช่นเดียวกับสหาย ในที่สุด กิลกาเมชจึงตัดสินพระทัยหาวิธีที่จะทำให้พระองค์ไม่ต้องตาย โดยออกเดินทางไปยังต้นน้ำแห่งแม่น้ำทั้งมวลของโลก เพื่อค้นหา อุชนาปิชติม มนุษย์ผู้รอดตายจากเหตุการณ์น้ำท่วมโลกและได้รับพรจากเทพเจ้าให้เป็นอมตะ กิลกาเมชออกเดินทางเพียงลำพังและเผชิญหน้ากับสิ่งแปลกประหลาดมากมาย เช่น มนุษย์แมงป่องยักษ์ที่น่ากลัวสองตนที่ทำหน้าที่เฝ้าหนทางสู่โลกใต้พิภพ มนุษย์แมงป่องทั้งสองรู้ว่า กิลกาเมชมีสายเลือดของเทพเจ้าอยู่ในตัวโดยกล่าวว่า “ท่านมีความเป็นเทพอยู่สองในสามส่วน มีความเป็นมนุษย์อยู่หนึ่งในสามส่วน” และเมื่อพวกมนุษย์แมงป่องรู้ถึงความตั้งใจของกิลกาเมช พวกนั้นก็เอ่ยเตือนเขาถึงอันตรายที่รออยู่ข้างหน้า แต่สุดท้ายก็ยอมปล่อยให้เขาเดินทางต่อไป หลังเดินทางผ่านดินแดนแห่งความมืดแล้ว กิลกาเมชก็มาถึงหุบเขาแห่งแสงสว่างและสวนพฤกษาแห่งอัญมณีซึ่งต้นไม้ทุกต้นมีผลเป็นอัญมณีเลอค่า จากนั้นกิลกาเมชก็ไปถึงยังฝั่งทะเลแห่งมรณะและเมื่อข้ามพ้นทะเลแห่งนั้น เขาก็ได้พบกับอุชนาปิชติม ซึ่งอุชนาปิชติมบอกกับกิลกาเมชว่า “ความตายเป็นสิ่งที่มนุษย์หลีกเลี่ยงไม่พ้น เพราะเหล่าเทพเจ้ามีประสงค์ให้ชีวิตมนุษย์เป็นเพียงสิ่งชั่วคราว” แต่กิลกาเมชก็ยังคงดึงดันที่จะเป็นอมตะ อุชาปิชติมจึงเล่าถึงเหตุการณ์น้ำท่วมโลกและกล่าวถึงการที่เทพเจ้าสั่งให้ตนต่อเรือช่วยสิ่งมีชีวิตบนโลกให้รอดตาย จากนั้นจึงได้รับพรจากเทพเจ้าให้เป็นอมตะ อย่างไรก็ตาม ในที่สุด อุชนาปิชติมก็ทนการอ้อนวอนของกิลกาเมชไม่ไหว เขาจึงบอกให้กิลกาเมชดำน้ำลงไปต้นมหาสมุทร ณ จุดสิ้นสุดของโลก เพื่อนำเอาต้นไม้แห่งการกลับคืนสู่ความหนุ่มสาวขึ้นมา กิลกาเมชทำได้สำเร็จและดีใจมาก เขาตั้งใจจะนำต้นไม้นี้กลับไปทดลองกับคนชราที่เมืองอูรุก ทว่าระหว่างเดินทางกลับ งูตัวหนึ่งได้มาขโมยต้นไม้ต้นนั้นไป ทำให้เหล่างูทั้งหลายสามารถลอกคราบเพื่อกลับคืนสู่ความเป็นหนุ่มเป็นสาวได้อีกครั้ง แม้กิลกาเมชจะผิดหวังกับความพยายามที่สุดท้ายก็สูญเปล่าของตน แต่ในที่สุด เขาก็ได้เข้าใจถึงสัจจะธรรมของชีวิตและยอมรับชะตากรรมของชีวิตโดยไม่คิดดิ้นรนเป็นอมตะอีกต่อไป จากนั้นกิลกาเมชก็สั่งให้ขุนนางจารึกเรื่องราวการเดินทางของพระองค์ไว้ที่ฐานของประตูเมืองและกลายเป็นตำนานที่เล่าขานมานานนับพันปี กล่าวขานสืบมาและเป็นอมตะในความทรงจำของคนรุ่นต่อมา สืบมาจนกระทั่งถึงวันนี้ ขอบคุณข้อมูล wikipedia, komkid, earthunseen.blogspot, myfirstbrain เรียบเรียงโดย teen.mthai.com

4 ข้อห้าม เมื่อไป ฮันนีมูน
ฮันนีมูน /  เพิ่งแต่งงาน / 

ฮันนีมูน คือ ช่วงเวลารักหวานฮันนีมูนของคู่แต่งงานข้าวใหม่ปลามัน อาจถูกทำลายได้เพียงเสี้ยววินาทีด้วยเรื่องอันตรายเหล่านี้   เงินทองต้อง (รีบ) เคลียร์ อย่าง แรกที่ต้องทำคือเคลียร์บิลงานแต่งงานให้เร็วที่สุด ไม่งั้นได้พอกหางหมูสมทบหนี้บานในอนาคตแน่ๆ แล้วถ้าคุณมีแผนจะซื้อบ้านด้วยกันแล้ว ควรคุยกันตั้งแต่ก่อนแต่งงานซะด้วยซ้ำ ใครมีหนี้สินอะไร แต่ละฝ่ายก็ต้องรับรู้และพูดคุยกันอย่างเปิดอก   เพื่อนรัก หักไม่ได้ จริงๆ แล้วเพื่อนมีความสำคัญมากต่อชีวิตคู่ เพราะฉะนั้น อย่าเผลอทิ้งเพื่อนโดยไม่รู้ตัวช่วงหลังแต่งงานหมาดๆ เทคนิคกันเพื่อนงอนก็คือขอให้คุณคุยกับเพื่อนๆ ให้ชัดเจนว่า พวกคุณยังเป็นเพื่อนกันอยู่เหมือนเดิม คุณอาจจะชวนเพื่อนให้มาที่บ้านหรือออกไปเที่ยวกับเพื่อนก็ได้   เซ็กซ์น้อย ถอยรัก น่าตกใจที่จริงๆ แล้ว 60% ของคู่แต่งงานใหม่มีชีวิตเซ็กซ์แห้งผากกันเสียแล้ว นี่อาจเป็นเพราะคุณยุ่งจนไม่มีเวลาเพราะต้องจัดการอะไรต่อมิอะไรหลังแต่งงาน หมาดๆ หรือคุณอาจแค่รู้สึกหดหู่ก็ชีวิตคู่คงความเซ็กซี่ตื่นเต้นได้ด้วยการหมั่น เฟลิร์ตใส่กันบ่อยๆ เช่น อาจทำตัวซุกซนหน่อยด้วยการส่งอีเมล์เซ็กซี่ยั่วยวนเขา หรือกระซิบข้างหูเขาก่อนเขาไปทำงานว่า ?คืนนี้ฉันเปลือยเปล่าทำกับข้าวไว้รอคุณกลับนะคะ?   ทะเลาะถี่ มีสิทธิ์เลิก ไม่ มีคู่รักไหนที่ไม่ทะเลาะกันเลย แต่เพื่ออนาคตชีวิตคู่ที่ราบรื่น คุณต้องควบคุมอารมณ์ให้ดี ควรรู้ว่าเมื่อไรควรแย้งและเมื่อไรควรหยุด และเมื่อไรที่รู้ว่าตัวเองกำลังโกรธจนตัวสั่น ขอให้เดินออกมาสงบสติก่อนสักแป๊บนึงก็ยังดี ไม่อย่างนั้นคุณอาจจะพูดหรือทำอะไรแบบขาดสติซึ่งคุณเองนั่นแหละจะเสียใจที หลัง หลังทะเลาะกันแล้วขอให้คุณทั้งสองลบความขุ่นเคือง ห้ามแค้นฝังหุ่นกัน จะคืนดีด้วยการกุ๊กกิ๊กกันก็ได้

ทะเบียนรถ....บอกบางอย่างในคุณ
ทะเบียน /  ทะเบียนรถ / 

คุณรู้หรือเปล่าครับ สำหรับใครที่มีรถขับนั้น ทะเบียนรถ ของคุณสามารถบ่งบอกอะไรบ้างอย่างในตัวคุณได้ ลองมาดูข้อมูลที่ Horoscope.Mthai.com นำมาฝากกันครับ วิธีการดูเลข ทะเบียนรถ ให้ดูตัวเลข 2 ตัวท้ายครับ ถ้าคนขับเป็นผู้ชายให้ดูเลขตัวสุดท้าย คนขับเป็นผู้หญิงให้ดูตัวเลขนับจากตัวสุดท้ายขึ้นมาครับ เลขทะเบียนรถหมายเลข 1 หมายถึง ผู้ขับขี่จะมีความมั่นใจในตัวเองสูง มีตำแหน่งหน้าที่การงานใหญ่โตระดับผู้บริหารหรือทำงานอยู่ในองค์กรใหญ่ที่มีชื่อเสียง เกี่ยวข้องกับวงการราชการ ขับรถเร็ว มีเรื่องให้เร่งรีบเพื่อไปให้ถึงที่หมายเสมอหากคุณเป็นคนแบบนี้ใช้แล้วดีครับ เลขทะเบียนรถหมายเลข 2 หมายถึง ผู้ขับขี่ที่เต็มเปลี่ยมไปด้วยน้ำอกน้ำใจ เจอเต่าเดินผ่านหน้ารถทีไรก็อดที่จะลงไปช่วยเหลือไม่ได้ เหมาะกับบุคคลที่ทำงานด้านบริการทุกชนิด งานศิลปะที่ต้องใช้ความปราณีต ละเมียดละไม หรือคุณแม่บ้านที่ขับรถไปส่งลูกส่งหลาน ส่งญาติพี่น้อง เลขนี้ละครับเหมาะสุด หากคุณเป็นคนแบบนี้ใช้แล้วดีครับ เลขทะเบียนรถหมายเลข 3 หมายถึง ผู้ขับขี่ที่เต็มไปตัวหัวใจนักสู้ สิงห์นักแข่ง ถ้าเป็นมอเตอร์ไซด์ก็สิงห์นักบิดล่ะครับ ขับเร็ว แรง ผู้ขับขี่มั่นใจมาก และรู้สึกมันส์ในการขับขี่ แต่ใครปาดหน้าไม่ได้นะครับ มีเรื่องต้องคุยกันแน่น เลขนี้เหมาะสำหรับ นักแข่งรถ นักกีฬา ตำรวจ ทหาร หรือช่างฝีมือที่มีความสามารถเฉพาะตัวทุกชนิดครับ หากคุณเป็นคนแบบนี้ใช้แล้วดีครับ เลขทะเบียนรถหมายเลข 4 หมายถึง ผู้ขับขี่ที่คิดแต่เรื่องการค้า การเข้าสังคมตลอดเวลา มือถือที่ใช้ต้องทันสมัยสุดๆ ประมาณว่าขับไปคุยไปล่ะครับเครื่องเสียง โทรศัพท์ ขาดไม่ได้จริงๆ เก่งในเรื่องการค้าการขาย เหมาะสำหรับท่านที่ทำงานด้าน การตลาด งานขายทุกชนิดหากคุณเป็นคนแบบนี้ใช้แล้วดีครับ เลขทะเบียนรถหมายเลข 5 หมายถึง ผู้ขับขี่ที่อาวุโส สุขุม เป็นผู้ใหญ่ที่หน้าเคารพ มิเหตุมีผล มีความคิดที่หน้าเชื่อถือ เคารพกฏจราจรและจะรู้สึกโกรธมากๆ หากเห็นรถคันไหนฝ่าไฟแดง หรือทำผิดกฏหมายอย่างจงใจ เหมาะสำหรับรถ ผู้บริหารระดับอาวุโส ครู บาอาจารย์ หมอดู  หากคุณเป็นคนแบบนี้ใช้แล้วดีครับ เลขทะเบียนรถหมายเลข 6 หมายถึง ผู้ขับขี่ระดับไฮโซ รักรถมาก ล้างเช้าล้างเย็น เครื่องเสียงหรืออุปกรณ์แต่งรถต่างๆ ต้องดูดีมีระดับรถต้องสะอาด ของเป็นระเบียบเรียบร้อย เหมาะสำหรับ เพลย์บอย นักรัก ผู้มีฐานะดีทุกสายอาชีพ หากคุณเป็นคนแบบนี้ใช้แล้วดีครับ เลขทะเบียนรถหมายเลข 7 หมายถึง ผู้ขับขี่ที่ค่อยข้างจริงจังกับชีวิต ไม่ชอบใช้ชีวิตแบบไร้สาระ กังวลไปซะทุกเรื่องมีเรื่องให้คิดให้เครียดอยู่เรื่อย มีความอดทนต่อสู้กับอุปสรรคได้ดี ถ้าปล่อยวางบางเรื่องได้บ้าง ก็จะทำให้พบความสุขบ้างเหมาะสำหรับผู้ทำงานในองค์กรใหญ่ที่มีหน้าที่รับผิดชอบสูง โรงงานใหญ่ งานที่ต้องใช้เวลาทำงานนาน กว่าจะเห็นผลงานหากคุณเป็นคนแบบนี้ใช้แล้วดีครับ เลขทะเบียนรถหมายเลข 8 หมายถึง ผู้ขับขี่ที่ชอบท่องเที่ยวยามราตรี หรือมีเรื่องต้องเดินทางกลางค่ำกลางคืนอยู่เรื่อยเป็นผู้ที่มีไวพริบดี และเงินคือเป้าหมายในชีวิต เหมาะกับผู้ทำธุระกิจ ส่งออก ทำงานเกี่ยวกับต่างประเทศ หรือ อบายมุขอาชีพอิสระไม่ชอบอยู่ในกฏระเบียบมากนัก หากคุณเป็นคนแบบนี้ใช้แล้วดีครับ เลขทะเบียนรถหมายเลข 9 หมายถึง ผู้ขับขี่เป็นผู้ที่ใจบุญสุนทานมาก งานบุญงานกุศลที่ไหนขอให้บอก เครื่องลางของขลังหรือพระติดรถเสมอ การเดินทางเหมือนมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง เป็นเพื่อนร่วมทางเสมอ ก่อนออกรถต้องไหว้พระไหว้แม่ย่านางก่อนรับรองเฮง เหมาะสำหรับผู้ที่ ทำงานด้านการกุศล หรือ ธุระกิจใดก็ได้ที่มีการเดินทางตลอดเวลา หากคุณเป็นคนแบบนี้ใช้แล้วดีครับ เลขทะเบียนรถหมายเลข 0 หมายถึง ผู้ขับขี่มักจะมีอาการปวดหัว อยู่เป็นประจำ บางครั้งขับรถเพลินๆ มักจะเลยที่หมายอยู่เรื่อยบางครั้งเวลาขับรถมักจะรู้สึกสัมผัสได้ถึง วิญญาณหรือ สิ่งเร้นลับต่างๆ มีซิกเซนท์ ในเรื่องต่างๆ เหมาะสำหรับ ผู้ทำงานด้านทรงเจ้า นักวิทยาศาสตร์ นักข้นคว้าวิจัยทุกแขนง อาชีพอิสระ งานต่างประเทศ ขอบคุณข้อมูลจาก www.horocam.com

Kristy : ไม่ยอมให้จับนะ อย่าคิดนะว่าจะยอมมอบตัว!
Kristy /  คริสตี้ / 

จากตัวอย่างหนังของ Kristy ที่ปะหัวไว้ทำนองที่ว่า "ระวัง! ถ้าฆ่าไม่ได้ เธอจะเอาคืน" ก็พอจะจับทิศทางของหนังได้ตั้งแต่ก่อนเข้าโรงแล้วว่า งานนี้คงต้องมีฉากนางเอกสาว ลุกขึ้นมาแพ่นกบาลผู้บุกรุกแหงๆ ซึ่งนั่นคงเป็นสิ่งที่ทุกคนต่างรอชม แบบเอากึ๋นมาวัดกัน แล้วเดิมพันด้วยชีวิต แต่สิ่งที่คริสตี้ทำ มันออกมาทำนองเกมซ่อนหา รวมๆกับวิ่งไล่จับซะมากกว่า (อ้าว..!!) แต่ใจเย็นก่อนครับคุณผู้ชม อย่าพึ่งเมินหนังเรื่องนี้ไป เพราะเกมไล่จับยามราตรีนี้ ก็มีให้จุดให้ได้ลุ้นอยู่ไม่น้อย Kristy ว่าด้วยเรื่องราวของ จัสติน นักศึกษาสาวที่ค้างเติ่งอยู่ในหอพักมหาวิทยาลัย ในค่ำคืนวันขอบคุณพระเจ้า ทั้งที่ชาวบ้านชาวช่อง เขากลับบ้านกันไปหมดแล้ว จนได้กลิ่นไม่ค่อยจะดี จากคนลึกลับในชุดฮู้ทที่บังเอิญออกไปเจอ และเรียกขานเธอด้วยเสียงกระเซ่าว่า คริสตี้...เธอจึงรีบเผ่นแน่บกลับมา แต่กลับพบว่าพวกมันบุกมาถึงมหาลัย แถมไม่ได้มีคนเดียว!! ก่อนที่ต่อมาจะรู้เจตจำนงถึงความต้องการล่า และถ่ายวีดีโอเอาไปเผยแพร่ งานนี้ จัสติน เลยต้องใส่เกียร์หมาสุดชีวิตไปรอบมหาลัย แต่เมื่อจนมุมสุดท้าย ก็ต้องหันกลับมาไฝว้กันสักตั้ง!!! เท่าที่หนังปล่อยข้อมูลเบื้องต้นออกมานั้น ทำให้เราก็อยากจะรู้เหมือนกัน ว่าพี่แก๊งโหดนั่นจะมาไล่ฆ่าผู้หญิงทำไม แล้วมีเหตุผลอะไรรึเปล่า ที่ต้องเรียกเหยื่อว่าคริสตี้ แต่พอเข้าโรงไปจริงๆ หนังกลับซัดเฉลยซะเกลี้ยงตั้งแต่ฉากแรกๆ ทำเอาเหวอรับประทานไปพอควร ว่าต่อจากนี้จะมีอะไรให้ดูล่ะนี่??!! เรื่องต่อจากนั้นของ จัสติน ก่อนคืนโหดเลยดูเรื่อยๆ ง่วงๆ ไปบ้าง แล้วก็มากระชากโครมครามเอาตั้งแต่เจอพี่สวมฮู้ดคนแรก ไปจนจบการไล่ล่า จนโทนออกมายังกะหนังคนละเรื่องซะงั้น แต่ทั้งนี้ หากไม่นับการเกริ่นนำที่ออกจะยืดเยื้อแล้ว ช่วงการวิ่งไล่จับระหว่าง จัสติน กับแก๊งโหดมือมีด ก็นับว่ามีจุดให้หายใจหายคอไม่ทันอยู่เรื่อยๆ แต่หาใช่เสียงดังปึงปัง! ตามขนบ เพราะมันทำงานได้ผิดที่ผิดทางไปสักหน่อย แต่เป็นความเงียบ และเสียงที่เกิดขึ้นจริงๆ มากกว่า (เช่น เสียงกรีดมีดคมกริบไล่ไปตามกำแพง) ที่ชวนลุ้นได้อยู่หลายจังหวะ และเกิดอารมณ์เสียวสันหลังตามจัสตินที่แอบอยู่ได้เป็นอย่างดี แต่ถึงกระนั้น Kristy ก็ไม่ได้ออกเชิงแผนซ้อนแผน หรือปูมหลังนางเอกเป็นหน่วยคอมมานโด อะไรทำนองนั้น แต่บทบาทของ จัสติน คือนักศึกษาธรรมด๊าธรรมดา ว่ายน้ำบ้างนิดหน่อย และออกจะเอนเอียงไปทางเด็กเรียนเสียด้วยซ้ำ ซึ่งมันทำให้เกิดการย้อนแยงที่หาคำตอบไม่ได้ว่าทำไม อยู่ดีๆ คุณเธอถึงฉลาดปราดเปรื่อง และหาวิธีเชือดไอ้พวกแก๊งโหดนี้ขึ้นมาได้และการไล่ล่าครั้งนี้ ยังมีเป้าหมายเพียงผู้หญิงที่ดููแล้วสู้ใครไม่ได้เพียงคนเดียว แต่วิ่งไล่จับกันเสียรอบมหาลัยกว้างใหญ่ แถมทุกครั้งที่เธอหนีไปไหน แก๊งนักล่าก็ตามมาจนเจอได้ทุกทีสิน่า ซึ่งมันทำให้เกิดการขาดเหตุผลอยู่ไม่เบา แถมมิหนำซ้ำยังไม่ได้ให้ความสำคัญ กับเรื่องเหตุจูงใจในการฆาตกรรมในคืนโหดนี้ ที่สมเหตุสมผลสักเท่าไหร่ ถึงหนังจะบอกข้อมูลว่ามีการเล่นประเด็นของเรียลริตี้โชว์ แต่เรากลับไม่ได้รู้สึกอิน เอาใจช่วยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรืออยากกดโหวต *1234 ตามด้วย Kristy อะไรแบบนั้นสักเท่าไหร่ ซึ่งก็นับว่าน่าเสียดาย โดยรวมแล้ว การไล่ล่าฆาตกรรมครั้งนี้ คงไม่ถึงขั้นซ้อนแผนซ้อนกล แต่มันออกมาแนว ลูกฮึด! เสียมากกว่า จึงทำให้หนังไม่ได้อุดมไปด้วยความกดดัน ชวนลุ้นอะไรนัก ทำให้คนดูรู้สึกไม่ซีเรียสมากมายกับความตายตรงหน้า พอตกอกตกใจได้เบาๆ และทำให้ จัสติน ที่วิ่งไปวิ่งมานั้น เหมือนกำลังเล่นซ่อนหาเพลินๆ แล้วพูดในใจกับพวกแก๊งโหดว่า ฉันไม่ยอมให้จับหรอกนะ อย่าคิดนะว่าจะยอมมอบตัว! เรื่องนี้ให้ 6.5/10 ครับ โดย Lecter -------------------------------------

ติด กาแฟ ควรเลิกอย่างไรดี?
กาแฟ /  คาเฟอีน / 

นอกเหนือจากความหอมของ กาแฟ บรรยากาศในการดื่ม กาแฟ ที่แสนจะมีเสน่ห์ นักดื่ม กาแฟ รู้กันดีว่าในกาแฟมีสารที่เรียกว่า “คาเฟอีน”อยู่ ซึ่งสารคาเฟอีนนี้จะทำช่วยให้คนวัยทำงานอย่างเราๆผ่านช่วงบ่ายอันแสนง่วงไปได้ แต่คนส่วนใหญ่ ไม่ทราบว่า “คาเฟอีนเป็นสารเสพติด” หมอไม่ได้พิมพ์ผิด และท่านผู้อ่านก็ไม่ได้อ่านผิด คาเฟอีนเป็นสารเสพติดจริงๆ ในทางการแพทย์ได้กำหนดให้มีอาการที่เรียกว่า ภาวะติดคาเฟอีน(caffeine dependence) เช่นเดียวกับสารเสพติดอย่างสุรา ซึ่งภาวะดังกล่าวถูกกำหนดอยู่ในคู่มือการวินิจฉัยโรคทางจิตเวช ที่เรียกว่า dsm-iv เหตุผลเนื่องจากคาเฟอีนเป็นสารที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง โดยมีสูตรโครงสร้างคล้ายสารสื่อประสาทที่ชื่อว่าอะดีโนซีน(adenosine) ผลก็คือทำให้ในสมองมีสารโดปามีน (dopamine) และ ซีโรโตนิน(serotonin)เพิ่มสูงขึ้น สารทั้งสองตัวนี้มีฤทธิ์ทำให้สมองตื่นตัว และทำงานหนักขึ้น รวมถึงความรู้สึกพึงพอใจจากการดื่ม กาแฟ  หลังจากดื่ม กาแฟ แล้วคาเฟอีนจะเข้าสู่กระแสเลือดและเข้าสู่สมองภายใน 45 นาที และมีฤทธิ์อยู่ประมาณ 3-5 ชั่วโมง ใครบ้างต้องเลิกดื่ม กาแฟ คาเฟอีนจะผ่านกระบวนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างที่เรียกว่าการเมตาบอลิสม์ที่ตับ ดังนั้น ผู้ที่ควรจะต้องเลิกดื่ม กาแฟ ก็คือ ผู้ที่มีปัญหาเรื่องตับ เพราะจะทำให้ตับทำงานหนักเกินไป เด็กและสตรีมีครรภ์ก็ควรงดดื่ม กาแฟ เพราะการที่สมองถูกกระตุ้นด้วยคาเฟอีน จะทำให้เด็กมีปัญหาในเรื่องพัฒนาการของสมอง นอกจากนี้ยังอาจทำให้เกิดการแท้งบุตรได้ คาเฟอีนยังกระตุ้นให้เกิดการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร ผู้ที่เป็นโรคกระเพาะจึงควรงดการได้รับคาเฟอีนทั้งจากชา กาแฟ โกโก้ ช็อคโกแล็ต ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง หรือมีปัญหาเรื่องโรคหัวใจ คาเฟอีนจะทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น และหัวใจเต้นเร็วขึ้น นั่นแปลว่าหัวใจทำงานหนักขึ้น นอกจากนี้ กาแฟ ยังมีฤทธิ์ขับปัสสาวะทำให้ไตทำงานหนักขึ้น  เร่งการสูญเสียแคลเซียมจากกระดูก  และยังมีผลต่อสภาพจิตใจในผู้ที่มีความวิตกกังวลอีกด้วย อ่านถึงตรงนี้แล้ว ท่านผู้อ่านอยากเลิกดื่ม กาแฟ หรือยังครับ สำหรับผู้ที่ดื่ม กาแฟ เพียงวันละไม่เกิน 1 แก้ว การเลิก กาแฟ นั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่สำหรับผู้ที่ติดคาเฟอีน (caffeine dependence) การเลิก กาแฟ อาจจะเป็นเรื่องยากสักนิด แต่ก็ไม่ยากเกินไปนัก เกณฑ์ในการวินิจฉัยว่าท่านติดคาเฟอีนหรือไม่นั้น พิจารณาจากหลักเกณฑ์ 3 ใน 4 ข้อต่อไปนี้ คือ มีการใช้คาเฟอีน หรือดื่ม กาแฟ อยู่ แม้จะมีความรู้ว่า กาแฟ มีผลทำให้เกิดอาการทางร่างกายหรือจิตใจที่มีอยู่เรื้อรังหรือกำเริบ มีความต้องการได้รับคาเฟอีน หรือดื่ม กาแฟ อยู่ตลอด โดยไม่สามารถลดปริมาณลงได้ มีภาวะถอนคาเฟอีน ( caffeine withdrawal) หรืออาการลงแดง กาแฟ นั่นเอง ซึ่งอาการสำคัญก็คือ วันไหนไม่ได้ดื่ม กาแฟ จะเกิดอาการอ่อนเพลีย ง่วงนอนมาก  ปวดศรีษะ  และอาจจะมีอาการคลื่นไส้อาเจียน อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากได้รับคาเฟอีนหรือดื่ม กาแฟ ครั้งสุดท้าย และจะมีอาการมากที่สุด ใน 2-4 วันแรก โดยมากภาวะถอนคาเฟอีน มักจะพบได้ในคนที่ดื่มกาแฟเกิน 2 แก้วต่อวัน หรือได้รับคาเฟอีนอย่างน้อย 100 มิลลิกรัมต่อวัน มีภาวะดื้อคาเฟอีน (caffeine tolerance) กล่าวคือ ปริมาณการดื่มกาแฟในแต่ละวันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงจะทำให้รู้สึกสดชื่นหรือกระปรี้กระเปล่าเท่าเดิม สำหรับเทคนิคการเลิกดื่มกาแฟ โดยเฉพาะในคนที่มีอาการติดคาเฟอีน หมอขอแนะนำวิธีการเบื้องต้นดังต่อไปนี้ ให้ลดปริมาณการดื่มกาแฟในแต่ละวันลง เช่น จากที่เคยดื่มวันละ 4 แก้วให้ลดลงเหลือ 3 แก้ว แต่หากจำเป็นต้องดื่มแก้วที่ 4 ให้ชงด้วยกาแฟสกัดคาเฟอีน(decaffeinated) จนกระทั่งร่างกายเริ่มชินก็ให้ลดปริมาณลงอีก สำรวจว่า นอกจากกาแฟแล้ว ท่านยังได้รับคาเฟอีนจากอาหารชนิดใดอีกบ้าง เช่น ชา โกโก้ ช็อคโกแลต ซีเรียลรสโกโก้ เครื่องดื่มชูกำลัง เป็นต้น จากนั้นให้ลดการบริโภคทุกอย่างร่วมกับการลดปริมาณกาแฟที่ดื่มในแต่ละวัน  หรือเลิกบริโภคอาหารและเครื่องดื่มเหล่านี้ นอนพักผ่อนอย่างเพียงพอในตอนกลางคืน อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง ดื่มน้ำสะอาดวันละประมาณ 1-2 ลิตร และการรับประทานวิตามินบีรวม ซึ่งจะช่วยทุเลาอาการอ่อนเพลีย การออกกำลังกาย จะช่วยให้สมองเพิ่ม ซีโรโตนิน(serotonin) และโดปามีน(dopamine) ได้เช่นเดียวกันกับการได้รับคาเฟอีน งดดื่มแอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่ รับประทานอาหารเช้า เพราะระดับน้ำตาลในกระแสเลือดที่เพียงพอจะช่วยให้สมองและร่างกายทำงานได้โดยไม่อ่อนเพลีย หากิจกรรมหรืองานอดิเรกทำ เพื่อหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟ และควรหลีกเลี่ยงการไปร้านกาแฟ หากมีอาการปวดศรีษะระหว่างงดกาแฟ สามารถรับประทานยาพาราเซตามอล หรือแอสไพรินได้ ไม่ควรรับประทานยาแก้ปวดไมเกรนซึ่งมีส่วนผสมของคาเฟอีนอยู่ หากมีอาการหงุดหงิด ใจสั่น อาจจะใช้วิธีอาบน้ำเย็นช่วย เทคนิคทั้ง 10 ข้อนี้ประยุกต์จากความรู้ทางวิชาการและจากประสบการณ์การแนะนำผู้มาตรวจสุขภาพ รวมถึงประสบการณ์ของหมอเองในการลดปริมาณการดื่มกาแฟ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะช่วยให้ผู้อ่านลดปริมาณการดื่มกาแฟได้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้ประสบความสำเร็จในการเลิกดื่มกาแฟก็คือ ความตั้งใจและความมุ่งมั่นของท่านผู้อ่านเอง ขอบคุณที่มาจาก : โรงพยาบาลสมิติเวช

ร่วมเจาะลึกนวัตกรรมลูกหนังอันก้าวล้ำกับ ไนกี้ ฟุตบอล
nike hypervenom /  บราซิล / 

ร่วมเจาะลึกนวัตกรรมลูกหนังอันก้าวล้ำกับ ไนกี้ ฟุตบอล หลังจากมาริโอ เกิทเซ่ ได้ใช้รองเท้าไนกี้ มาจิสต้า ยิงประตูชัยให้กับทีมชาติเยอรมันในช่วงมหกรรมกีฬาฟุตบอลโลกที่ประเทศบราซิลในช่วงกลางปีผ่านมา ซึ่งการแข่งขันดังกล่าวเต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นและเร้าใจเปรียบเสมือนเป็นแรงกระตุ้นชั้นดีที่ผลักดันให้นักฟุตบอลจากทั่วโลกได้โชว์ฝีเท้าออกมาอย่างเต็มที่ และก่อนการแข่งขันฟุตบอลลีกฤดูกาล 2014/2015 จะกลับมาเปิดฉากการแข่งขันอีกครั้ง ไนกี้ฟุตบอลขอเป็นส่วนหนึ่งในการจุดประกายการเล่นฟุตบอลให้แก่แฟนลูกหนังทั่วโลก ด้วยการมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมผ่านผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆจากไนกี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เล่นทุกคนสามารถแสดงศักยภาพทางลูกหนังออกมาได้อย่างเต็มที่ รองเท้าฟุตบอลที่ก้าวล้ำที่สุดสำหรับเกมฟุตบอลยุคใหม่ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ไนกี้ ได้นำเสนอรองเท้าฟุตบอลรุ่นใหม่เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นรองเท้ารุ่นไฮเปอร์เวน่อม เทียมโป้ 5 มาจิสต้าและเมอร์คิวเรียล ชุเปอร์ฟลาย โดยรองเท้าทั้งหมดนี้ได้รับการชื่นชมและสวมใส่จากนักเตะฟุตบอลฝีเท้าระดับโลกจำนวนมาก ในช่วงการแข่งขันมหกรรมกีฬาฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ณ ประเทศบราซิล  “ปีนี้เป็นปีที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับไนกี้ในด้านการนำเสนอนวัตกรรมกีฬาฟุตบอล และเราเชื่อว่าในปี 2014 นี้ เป็นอีกปีหนึ่งที่ไนกี้ฟุตบอลจะได้รับการจารึกว่า เป็นผู้สร้างมาตรฐานรองเท้าฟุตบอลใหม่อีกครั้งเฉกเช่นเดียวกับปี 1998 ที่เราเคยนำเสนอรองเท้ารุ่นเมอร์คิวเรียลอาร์ 9 ที่สวมใส่โดยโรนัลโด้” เดนิส เดอโควิช ผู้อำนวยการด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ของไนกี้ฟุตบอลกล่าว ในช่วงหนึ่งปีแห่งการพัฒนานวัตกรรมที่น่าตื่นตาตื่นใจของไนกี้ ได้ถูกเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ฤดูร้อนที่ผ่านมา เมื่อเนย์มาร์ได้เป็นนักฟุตบอลคนแรกของโลกสวมใส่รองเท้าฟุตบอลรุ่นไฮเปอร์เวน่อม อันเป็นรองเท้าที่ออกแบบสำหรับผู้เล่นศูนย์หน้าที่เน้นการโจมตีแบบว่องไวโดยเฉพาะ โดยรองเท้ารุ่นนี้ยังได้เป็นอาวุธคู่ใจนักเตะชั้นนำคนอื่นๆอีกมากมาย เช่น เวย์น รูนี่ย์ และเดเนียล สเตอรริดจ์ ในช่วงสิ้นปี 2013 ที่ผ่านมา ไนกี้ยังได้นำเสนอรองเท้าฟุตบอลรุ่นเทียมโป้ 5  รองเท้ารุ่นใหม่จากตระกูลเทียมโป้ ที่ได้รับการปรับปรุงจากนวัตกรรมขั้นสูง โดยรองเท้ารุ่นคลาสสิกนี้ได้รับการสวมใส่โดยนักฟุตบอลชื่อดังอย่างเซร์คิโอ้ รามอสและคาร์ลอส เตเวซ และในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ไนกี้ยังได้นำเสนอรองเท้าฟุตบอลรุ่นมาจิสต้า ซึ่งสรรสร้างขึ้นจากนวัตกรรมที่ล้ำหน้าอย่างที่สุดของไนกี้ โดย มาจิสต้าเป็นรองเท้าที่ปฏิวัติวงการลูกหนังทั้งทางด้านรูปลักษณ์และประสิทธิภาพของรองเท้าฟุตบอลทั้งหมดที่เคยผ่านมา โดยรองเท้ารุ่นนี้ยังเป็นรองเท้ารุ่นที่มาริโอ เกิทเซ่ สวมใส่ในขณะยิงประตูชัยในนัดชิงชนะเลิศในช่วงมหกรรมกีฬาฟุตบอลที่ผ่านมาอีกด้วย ปรัชญาด้านการออกแบบของไนกี้ที่มุ่งมั่นในการปรับปรุงความกระชับของรองเท้า การสัมผัสลูกบอลและการยึดเกาะช่วยให้ไนกี้สามารถพัฒนารูปแบบรองเท้าให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ซึ่งต่อมายังมีรองเท้าอีกหนึ่งรุ่น คือรองเท้าฟุตบอลไนกี้ เมอร์คิวเรียล ซุเปอร์ฟลาย ที่คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นผู้เปิดตัวอย่างเป็นทางการที่กรุงมาดริดเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา นอกจากนี้รองเท้ารุ่นนี้ยังได้รับการสวมใส่โดยนักฟุตบอลชั้นนำอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น ราฮีม สเตอร์ลิ่งและอเล็กซิส ซานเชซ เป็นต้น สุดยอดแอพลิเคชั่นจากไนกี้ฟุตบอลที่กำลังเข้าไปอยู่ในกระเป๋ากางเกงของคุณ เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ไนกี้ฟุตบอลยังได้นำเสนอแอพลิเคชั่นสำหรับอุปกรณ์มือถือที่รวมรวบทุกเรื่องราวและกิจกรรมจาก ไนกี้ฟุตบอล ไว้ในที่เดียว แอพลิเคชั่นไนกี้ฟุตบอลสามารถช่วยให้นักฟุตบอลได้รับโอกาสลงแข่งขันได้มากยิ่งขึ้น เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการแข่งขันฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะเปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ แอพลิเคชั่นไนกี้ฟุตบอลนี้จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการแข่งขัน พูดคุยกับเพื่อนร่วมทีมหรือเพื่อนคนอื่นๆ ที่ใช้งานด้วยกันและยังช่วยให้ผู้ใช้งานได้รับข่าวสารจากไนกี้ฟุตบอลก่อนใคร ซึ่งผู้ใช้งานแอพลิเคชั่นนี้ยังได้รับโอกาสให้ก้าวสู่ฟุตบอลอาชีพและเข้ารับการฝึกที่ไนกี้ อะคาเดมี่ (Nike Academy) ผ่านโครงการ Most Wanted ที่ช่วยให้นักฟุตบอลสมัครเล่นทั่วโลกก้าวเข้าสู่การเป็นนักเตะมืออาชีพกับสโมสรฟุตบอลชั้นนำ โดยผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดแอพลิเคชั่นไนกี้ ฟุตบอลได้ที่Itune Store และ Google Play ฟุตบอลลีกชั้นนำของโลกต่างเชื่อมั่นและเลือกใช้ไนกี้ ออร์เดมบอล ไนกี้เป็นผู้สนับสนุนลุกฟุตบอลให้กับฟุตบอลลีกชั้นนำของยุโรปถึง 3 ลีก คือบาร์เคลย์พรีเมียร์ลีกของอังกฤษ ซีรี่ย์ เอ ทิม อิตาลี และ ลา ลีก้า บีบีวีเอของสเปน  ซึ่งลูกฟุตบอลรุ่นนี้เป็นลูกฟุตบอลที่ล้ำหน้าทั้งทางด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และด้านอากาศพลศาสตร์มากที่สุดของไนกี้ โดยในการแข่งขันที่ต้องใช้ทั้งแรงกายและเทคนิคการเล่น ไนกี้ออร์เดมสามารถช่วยให้ผู้เล่นควบคุมการเล่นได้ดั่งใจโดยไม่ต้องคำนึงถึงลูกบอลเลย ไนกี้ออร์เดม ลูกฟุตบอลสำหรับนักฟุตบอลยุคใหม่นี้มอบสัมผัสที่ดีขณะจับบอล ด้วยเทคนิคการตัดเย็บชิ้นส่วนต่างๆเข้าด้วยกันอย่างแนบเนียน ลอยตัวในอากาศได้ดีขึ้นด้วยเทคโนโลยีไนกี้แอร์โร่แทร็ก และสามารถช่วยให้ผู้เล่นมองเห็นได้ไวกว่าเดิมด้วยเทคโนโลยีไนกี้เรดาห์ ฝึกซ้อมอย่างสบายได้ดั่งใจด้วยคอลเลกชั่นชุดฝึกซ้อมฟุตบอลอันก้าวล้ำ หลังจากฤดูร้อนที่เต็มไปด้วยเกมฟุตบอลระดับชาติอันน่าตื่นตาตื่นใจ นักฟุตบอลหลายๆคนกำลังฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วงเพื่อให้พร้อมกับการแข่งขันฟุตบอลลีกฤดูกาลใหม่  คอลเลกชั่นชุดฝึกซ้อมฟุตบอลประจำฤดูใบไม้ร่วงปี 2014 จากไนกี้ได้รับการออกแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพขณะลงซ้อม ความกระชับที่มากขึ้นที่มาพร้อมกับเนื้อผ้าไดร-ฟิตอันมีชื่อเสียง เสื้อแขนสั้นไนกี้ แฟรช ท็อป ไดร-ฟิต อีลีท (Nike Flash Top Dri-Fit Elite) ได้รับการออกแบบให้กระชับกับตัวผู้สวมใส่เพื่อให้เคลื่อนไหวได้อย่างไร้กังวล รูปทรงเสื้อที่ไร้รอยตะเข็บยังช่วยให้เคลื่อนไหวในสนามได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ด้วยเนื้อผ้าไดร-ฟิตที่มีน้ำหนักเบาช่วยให้ผู้เล่นรู้สึกตัวแห้ง ไม่ดูดซึมเหงื่อและระบายอากาศได้ดี กางเกงขาสั้นไนกี้สไตรค์ช๊อตอีลีท (Nike Strike Short Elite) มีรอยฝีเข็มมากถึง 4 ทางเพื่อช่วยให้เคลื่อนไหวได้สะดวกและสวมใส่ได้สบายขณะอยู่ในสนาม รูระบายอากาศที่เจาะด้วยแสงเลเซอร์และเนื้อผ้าไดร-ฟิตช่วยให้ผู้เล่นรู้สึกตัวแห้งและไม่ซึมซับเหงื่อ และเพื่อให้นักฟุตบอลทุกท่านลงซ้อมฟุตบอลได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไนกี้ยังมีถุงเท้ารุ่นแมตช์ฟิต อีลีท (Matchfit Elite Sock) ที่มีความกระชับไม่ย้วยเข้าไปรองเท้าเช่นเดียวกับถุงเท้าของนักฟุตบอลอาชีพ ถุงเท้านี้มีลวดลายพิเศษที่ป้องกันการขยับตัวของถุงเท้าขณะสวมใส่ อีกทั้งยังมีลวดลายพิเศษบริเวณช่วงนิ้วเท้าเพื่อลดแรงกดและแรงกระแทก ในขณะที่เนื้อผ้าไดร-ฟิตยังช่วยให้เท้าของผู้สวมใส่เย็นสบายและแห้งตลอดเวลา

เปิดตัว GunZ 2 เกมส์แอคชั่นซูตติ้ง มันส์เร้าใจ ได้เล่นในไทยเร็วๆนี้
GunZ 2 /  เกมส์ออนไลน์ / 

Ini3 Digital ประกาศเปิดตัวเกมส์ออนไลน์ใหม่ GunZ 2 (gunz2.in.th) เกมส์แอคชั่สซูตติ้ง ยิง มันส์ ฟัน แทง จากเกาหลี ชูความมันส์ในการผาดโผนและยิงกระหน่ำแบบตัวต่อตัว เตรียมเปิดให้บริการในไทยเร็วๆนี้ เกมส์ GunZ 2 เป็นเกมส์แนว Action shooting โดยผู้พัฒนา MAIET Entertainment จากประเทศเกาหลีใต้ ผสมผสานความมันส์ระหว่างแนว Action บุกตะลุยด่าน ไต่กำแพง กับแนว shooting ที่มีครบทั้งสไนเปอร์ซุ่มยิง หรือยิงกันตัวต่อตัว สาดกระสุนความมันส์กันได้อย่างเต็มที่ ภายในเกมส์มีอาชีพให้เลือกเล่นขั้นต้น 3 อาชีพ ได้แก่ นักซุ่มสังหาร (Silent Avenger), นักแม่นปืน (Gunslinger) และพลโล่ (Shield Trooper) ซึ่งมีความสามารถพิเศษการด้านใช้อาวุธที่แตกต่างกัน และจุดเด่นของเกมส์นี้อยู่ที่อาวุธของตัวละครเกมส์ที่เลือกใช้งานทั้ง ปืนเดี่ยว ปืนคู่ ดาบ มีดสั้น กระบอง และงัดออกมาใช้ถึง 3 ประเภท ด้านรูปแบบการต่อสู้มีหลายรูปแบบ อาทิเช่น Team Deathmatch ต่อสู้กันจนกว่าจะถึงคะแนนที่กำหนด, Team Elimination ต่อสู้กันจนกว่าสมาชิกในทีมฝ่ายตรงข้ามจะตายทั้งหมดตามจำนวนรอบที่กำหนด หรือ Gladiator โหมดที่ใช้ได้เพียงอาวุธระยะประชิดเท่านั้นห้ามใช้ปืน วัดกันที่ฝีมือและสกิล นี่เป็นเพียงแค่ตัวอย่างเท่านั้น การต่อสู้สุดมันส์ยังรออยู่อีกเพียบ เกมส์ GunZ 2 เปิดให้บริการเร็วๆนี้ ดูเพิ่มเติมที่ gunz2.in.th หรือ facebook.com/GunZ2Thai

ทำนายดวงผู้เกิดวันศุกร์ …โดยละเอียด
ดูดวง /  ดูดวงคนเกิดวันศุกร์ / 

ทำนายดวงผู้เกิดวันศุกร์ จะเป็นอย่างไร พร้อมพระประจำวันศุกร์ และบทสวดบูชาทั้งหมด Horoscope.Mthai.com ได้รวบรวมคำทำนายและข้อมูลต่างๆ มาฝากคนที่เกิดวันศุกร์ ให้ได้รับทราบกันแล้วครับ คนเกิดวันศุกร์ พระประจำวันปางรำพึง ผู้ใดเกิดวันศุกร์ บ่มีภัยทุกข์ ซื่อสัตย์ทุกประการ เพื่อนฝูงญาติกา มักมาเบียดผลาญ แต่ว่าวงศ์วาน ไม่สู้มีมาก เมื่อน้อยนั้นหนา ทายว่าลำบาก ตกไร้ได้ยาก แทบสิ้นชีวี ต่อแก่ชรา จะเทียมเศรษฐี สมบัติเปรมปรีดิ์ เป็นที่สถาพร จะเป็นกำพร้า บิดาตายก่อน ได้ทุกข์ได้ร้อน สองครั้งมั่นคง ถ้าพ้นแต่นั้น สมบัติยืนยง ครอบครองมั่นคง เป็นสงฆ์จึงดี มักบ่นมักด่า มักว่าจู้จี้ โกรธร้ายเต็มที ได้คิดเราเขา พระศุกร์ ทรงอุสุภราชเป็นพาหนะ ผู้ใดเกิดวันศุกร์ ๖ เป็นอัตตะ ผู้นั้นเมื่อคลอดออกมามีรกพันคอ หรือมิฉะนั้นก็จะตาย หรือตกน้ำอย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้าได้หญิงที่เป็นเจ้านายเอาไปเลี้ยงจะได้ดี เป็นคนซื่อตรง และใจบุญเป็นที่พึ่งแก่คนทั้งหลาย มักจะมีตำหนิในที่ต่าง ๆ เป็นหินะ เป็นคนฉลาด รู้หลักนักปราชญ์ ๑ เป็นธะนัง เก็บทรัพย์ไว้กับตัวไม่ค่อยดี มักจะจับจ่ายใช้สอย และมักถูกเพื่อนเบียดเบียน ๒ เป็นปิตา บิดาผู้นั้นมีรูปร่างสูง เมื่อหนุ่มมีทรัพย์มีพี่น้องมาก แม่ตายก่อนพ่อ ๓ เป็นมาตา มารดาเป็นคนผิวเนื้อดำแดง ถันใหญ่ เมื่อสาวมีบุญ เมื่อแก่ตกยากไร้ญาติ ๕ เป็นโภคา ผู้นั้นรู้จักรักษาทรัพย์ เป็นคนตระหนี่ ๕ เป็นมัชฌิมา ผู้นั้นเจรจาเป็นที่ชอบใจแก่ขุนนางท้าวพระยา และสมณชีพราหมณ์ทั้งหลาย คนเกิดวันศุกร์  ผู้ใดเกิดวัน ๖ คือวันศุกร์ ศุกร์เป็นบริวาร ผู้นั้นมีความสุขมาก มียศมาก ๑ อาทิตย์เป็นอายุ มีอายุยืน ๒ จันทร์เป็นเดชมีเดชมหึมา ๓ อังคารเป็นศรี มีทรัพย์สินเงินทองมาก ๔ พุธเป็นมูลละ มีรูปงาม ๗ เสาร์เป็นอุตสาหะ ทำการใด ๆ ไม่ใคร่จะแล้วมักค้างอยู่ ๕ พฤหัสบดีเป็นมนตรีดีนัก ๘ ราหูเป็นกาลกิณี ร้ายนัก ผิว์เกิดวันศุกร์ตกต่ำ เมื่อน้อยฟกช้ำ รู้ซื้อรู้ขาย รู้เก็บรู้จ่ายครบครัน มักง่ายมักตายทุกอัน มักทุกข์เนืองอนันต์ พ่อตายก่อนโดยยล ว่าจะต้องยากสองหน จึงจะได้ดี ธาตุลม อัชชะนามชาโต ทำนายโชคชะตาผู้ที่เกิดในวันศุกร์ให้ทราบดังนี้. สิทธิการิยะ  หญิง ชาย ผู้ใดที่เกิดในวันศุกร์  นั้นหนามีนามว่า มุสิกนามขานธาตุลมเป็นหลักฐานโดยนิยม ใจของคนนั้นบ่มด้วยความทะยานอยาก ปากก็พลอยไม่น้อยกว่าเขาอื่น สร้างความข่มขื่น ให้คนอื่นที่รับฟัง เพราะความพลั้งปากไม่หยุดยั้ง แม้กระทั้งทรัพย์ของตนนั้นน้อยนัก มักจะเกิดการยับย่อยพล่อยเสียใจ เมื่ออายุย่างเข้า  ๑๑ นั้นใซร้ครบหนหนึ่ง อีกตอน ๒๐ ปี สุขชี้ สมควรแท้  แล้ว ๒๕ ปีจะมีมิตรสนิทขวัญ คือคู่ครองปองไว้ที่สมควร คอยรัญจวนปองดองภิรมณ์ไคร่ ตอนอายุ ๖๐ ปีได้ก็จะสุขเปรมปรีดา อันมงคลคุณค่าประจำตัว ท่านว่าไว้อยู่ทางทิศปัจจิม แสนเปรมปรีดาหากแต่ว่าพระปฎิมาคือทิศทักษิณ  อันสระสรงใช้วารินนั้นตั้งสถิตย์ไว้ทิศอิสาน ส่วนอุทยานสวนศรีแสนจะเปรมปรีนั้นอยู่ทางทิศพายัพ  ยุ้งสางเตรียมไว้พร้อมอยู่ทางทิศบูรพา ส่วนอันศัตราวุธยุธนาให้เอาไว้ทิศอุดร ครัวไฟผันผ่อนให้เอาไว้ทิศหรดี อันข้าทาสบริวารมากมี อีกทั้งม้าและวันควาย ถ้าอยากพ้นอันตรายให้ระบายไว้ทางทิศอาคะเนย์  แล้วจะเป็นเสน่ห์แบบเบื้องโบราณท่านขานไว้ ประดุจเป็นกำแพงแก้วปกป้องอันตรายให้หายขาด จะสุขเสริมเติมวาดม์ให้บันเทิงเริงรมณ์ สุขสมด้วยทรัพย์สินไปจนสิ้นชีวีท่านเอย. ทำนายผู้เกิดวันศุกร์อีกแบบหนึ่ง ผู้เกิดวันศุกร์ ภัยทุกข์ไม่มี แสนเกษมเปรมปรี ใจดีสัจจา วงศ์วานมีน้อย มาคอยบีฑา ทรัพย์สินนานา มุ่งมาผลาญล้วน เมื่อน้อยลำบาก ได้ยากเหลือที่ เกือบสิ้นชีวี ยากหนีภัยปรวน แถมมีทุกข์ร้อน ซับซ้อนสอบสวน สองครั้งในขบวน คลุำกคละซื่นใจ มักเป็นกำพร้า บิดาตายก่อน เป็นคนปากอ่อน จู้้จี้เกินใคร ชอบบ่นด่าว่า ท่าทีจู้จี้ โกรธร้ายเหลือที ไม่คิดเรื่องใด เป็นพระสงฆ์มี ศิลศรีเสริมใน คนต่างเลื่อมใส ใจบุญสุนทาน เมื่อแก่ชรา เชิดหน้าตาดี เพราะเป็นเศรษฐี มั่งมีทุกสถาน พระปางรำพึงคิดคะนึงควรการณ์ จงเร่งคิดอ่าน หามาบูชา ท่านเอย. บทสวดบูชาประจำวันศุกร์ อัปปะสันเนหิ นาถัสสะ สาสะเน สาธุสัมมะเต อะมะนุสเสหิ จัณเฑหิ สะทา กิพพิสะการิภิ ปะริสานัญจะ ตัสสันนะมะหิงสายะ จะคุติยา ยัญเทเสสิ มะหาวีโร ปะริตตันตัมภะณามะเห. ให้สวดวันละ  ๒๑  จบ จะมีความสุขสวัสดีตลอดกาลนาน.  ผู้เกิดวันศุกร์ พึงใช้เครื่องประดับ ตัวหรือบ้านเรือนเป็นสีฟ้า หรือ สีน้ำเงินแก่ ส่วนสีรองลงมา คือ สีขาว นวน สีม่วง สีเหลือง สีเมฆหมอก สีดอกรัก พึงเว้นสีเทา ท่านเอย.

สูงสุดสู่สามัญ สโคลส์เตือนผีระวังจะเป็นแบบเดียวกับ ลิเวอร์พูล
กีฬา /  ข่าวกีฬา / 

พอล สโคลส์ อดีตกองกลางของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชี้ว่ามีโอกาสที่สโมสรรักของเขาจะเดินมาถึงช่วงขาลงเหมือนกับทีมคู่อริอย่าง ลิเวอร์พูล ทีมหงส์แดงเคยครองความยิ่งใหญ่ในฟุตบอลลีกอังกฤษมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน แต่หลังจากการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดในปี 1990 พวกเขาไม่เคยกลับมาชูถ้วยได้อีกเลย ตลอด 24 ปีที่ผ่านมาพวกเขาทำได้ดีที่สุดคือการคว้าตำแหน่งรองแชมป์สี่สมัยและยังถูก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โกยถ้วยแซงหน้ากลายเป็นทีมที่คว้าแชมป์ลีกสูงสุดมากที่สุดในอังกฤษ สโคลส์ เตือนว่าหากไม่รีบทำอะไรซักอย่างทีมผีแดงจะมีชะตากรรมแบบเดียวกับคู่รักคู่แค้น ลิเวอร์พูล “ผมหวั่นใจแทนยูไนเต็ด กลัวจริงๆ ว่าพวกเขาจะร้างแชมป์ในแบบเดียวกับ ลิเวอร์พูล หลังปี 1990” อดีตมิดฟิลด์จอมถล่มประตูยังแนะว่าสโมสรควรเร่งซื้อนักเตะเข้ามาเสริมทีมเพิ่มเติมหลังจากได้ ลุค ชอว์, อันแดร์ เอร์เรร่า และมาร์กอส โรโฮ มาร่วมทัพ “พวกเขาต้องการอะไรรึ? นักเตะใหม่ห้าคน ซึ่งสามารถพลิกสถานการณ์ที่เลวร้ายในตอนนี้ได้ ผมไม่อยากจะตำหนิสโมสรที่ผมทุ่มเทชีวิตให้ตอนเป็นนักเตะ แต่ยูไนเต็ดต้องหยุดความตกต่ำนี้ให้ได้”

หัวตารางหนาวมาก! ฉลามชลทำ #icebucketchallenge ท้ากัปตันทีมลุ้นแชมป์
icebucketchallenge /  ชลบุรี เอฟซี / 

กิจกรรม #icebucketchallenge คือการเอาถังน้ำแข็งราดตัวเพื่อ ระบบทุนสนับสนุนช่วยเหลือกองทุนวิจัยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงจากสมาคมผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ (เอแอลเอส) กำลังเป็นที่นิยมทุกวงการ ล่าสุดทีม “ฉลามชล”ชลบุรี เอฟซี ก็ได้ร่วมกิจกรรมนี้ นำโดยสามแข้งตัวเก๋าของทีมอย่าง เทิดศักดิ์ ใจมั่น กองกลางจอมเก๋า, พิภพ อ่อนโม้ หอกกัปตันทีม และ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล นายทวารมือหนึ่งดีกรีทีมชาติไทย โดยได้ทำหลังจบเกมส์โตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก นัดที่บุกไปเอาชนะ  แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี ซึ่งทางสามแข้งฉลามชลได้ ส่งคำท้าทายต่อไปยัง 3ิ กัปตันของ 3 ทีมหัวตารางไทยลีกที่กำลังขับเคี่ยวแย่งแชมป์ โดยมีเวลา 24 ชั่วโมงให้  รังสรรค์ วิวัฒชัยโชค กัปตันบีอีซี เทโรศาสน, ดัสกร ทองเหลา กัปตันทีมเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด และ สุเชาว์ นุชนุ่ม  กัปตันทีมของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดโดยจะนำรายไปมอบให้กับ ศูนย์การศึกษา พิเศษ เขตการศึกษาที่ 12 อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี

คลังฯ เล็งถือหุ้น 25% บ.ท่อก๊าซปตท. ระบุปตท.คืนท่อก๊าซหลวงครบแล้ว
กระทรวงการคลัง /  กองทุนรวมวายุภักษ์ / 

คลังฯจ่อดันกองทุนวายุภักษ์ถือหุ้นใน บ.ท่อก๊าซ ปตท. 25 % แจง ปตท. คืนท่อก๊าซให้หลวงครบแล้วตั้งแต่ปี 51 นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังมีแผนเข้าไปถือหุ้น 25% ในบริษัทท่อก๊าซของปตท. ก่อนที่จะทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ โดยในปัจจุบันกระทรวงการคลังถือหุ้น ปตท. ราว 51% และกองทุนรวมวายุภักษ์ถืออีกราว 14% แต่เมื่อมีนโยบายให้สามารถือหุ้นเพิ่มเติมได้ ก็พร้อมที่จะเข้าถือหุ้น แต่จะเป็นการถือโดยตรงของกระทรวงการคลัง หรือให้กองทุนรวมวายุภักษ์ถือนั้น จะต้องดูความเหมาะสม และแหล่งที่มาของกองทุนอีกครั้ง พร้อมกันนี้นายรังสรรค์ ได้ชี้แจงว่า กระทรวงการคลังได้รับการโอนท่อก๊าซที่เป็นของหลวงคืนจาก ปตท. ครบถ้วน ตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ตั้งแต่ปี 2550 และคืนครบถ้วนทั้งหมดตั้งแต่ปี 2551 คิดเป็นที่ราชพัสดุจำนวน 32 ไร่ ตามที่ได้ตรวจสอบกับกรมธนารักษ์เรียบร้อยแล้ว ข่าวที่เกี่ยวข้อง คลังยันศึกษาแนวทางการบินไทยกู้เสริมสภาพคล่อง กระทรวงการคลัง ยัน ศึกษาแนวทางให้ การบินไทย กู้เสริมสภาพคล่องแล้ว หลัง ธนาคารออมสิน ไม่ปล่อยกู้ ‘รักคุณเท่าฟ้า’ การบินไทย ต้องกู้เท่านั้น คลังฯเผยเตรียมแนวทางสนับสนุน ‘การบินไทย‘ กู้เงินแบงค์เอกชน 5-7 พันล้านบาท หลังธ.ออมสินปฏิเสธปล่อยกู้ คลังเผยเก็บรายได้ 10 เดือนหลุดเป้า 7.3% คลังเผยเก็บรายได้ 10 เดือนหลุดเป้า 7.3% MThai News

เผยโฉมชุดใหม่พี่ซุปแบบเต็มตา ในภาพจากกองถ่าย Batman v Superman
batman /  Batman v Superman: Dawn of Justice / 

หลังจากปล่อยภาพชุดแบบมืดๆมัวๆกันออกมาให้ชมกันแล้ว คราวนี้ก็มาถึงชุดแบบตัวเต็มตาเสียที สำหรับ พี่ซุปเปอร์แมน ในหนัง 2 ฮีโร่ซัดกันเรื่องยักษ์ของปี 2016 อย่าง Batman v Superman: Dawn of Justice ที่วันนี้ได้มีช่างภาพฝีมือดีได้ถ่ายรูปชุดใหม่ของ ซุปเปอร์แมน ในหนังเรื่องนี้ได้ ก่อนที่ เฮนรี่ คาร์วิลล์ จะเอาผ้าคลุมปิดอย่างเช่นทุกวันครับ โดยตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดทำไม ซุเปอร์แมน ต้องเปลี่ยนชุด แต่จากลักษณะชุดใหม่ที่เราเห็นได้ชัดเจนเลยคือในส่วนของ โลโก้ และสีน้ำเงินของตัวผ้า ที่จะชัดเจนขึ้นกว่าในภาคแรกนั่นเอง แต่อย่างไรก็ตาม พอถึงหนังจริงออกฉายสีอาจจะไม่สดอย่างที่เห็นก็ได้ เพราะยังต้องผ่านอีกหลากขั้นตอน แต่แค่นี้ก็ทำให้เราพอนึกภาพของพี่ซุปออกแล้วว่า จะต้องมาซัดกับ พี่แบท เกราะเหล็ก ได้สักแค่ไหนเชียว Batman v Superman: Dawn of Justice มีกำหนดฉาย 25 มีนาคม 2016 ครับ โดยมี เฮนรี่ คาร์วิลล์ กลับมารับบท ซุปเปอร์แมน และ เบน แอฟเฟล็ก รับบท แบทแมน

ต่อ ธนภพ รับคำท้า Ice Bucket Challenge
Ice Bucket Challenge /  ต่อ ธนภพ ลีรัตนขจร / 

ต่อ ธนภพ หนึ่งในนักแสดงสุดฮอต! ซีรีส์ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ได้รับคำท้าในการทำภาระกิจ  Ice Bucket Challenge  กิจกรรมการกุศลของโครงการ ALS หาทุนสนับสนุนการวิจัยโรคลูการิกหรือโรคกล­้ามเนื้ออ่อนแรง ALS  โดยต่อ ธนภพ ลีรัตนขจร รับคำท้าจาก อากู๋ ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม .. ขนาดเปียกยังหล่ออ่ะ ^^ ต่อ ธนภพ รับคำท้า Ice Bucket Challenge  ต่อ ธนภพ รับคำท้า Ice Bucket Challenge หลังจากที่ ต่อ ธนภพ รับคำท้าจาก  อากู๋ ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม แล้วก็ได้ส่งต่อคำท้าไยังอีก 3 คน ด้วยกัน คือ พี่ย้ง ทรงยศ สุขมากอนันต์, พี่ตูน บอดี้สแลม และอาของต่อ วิบูลย์ ลีรัตนขจร นั่นเอง

ส่องความน่ารัก! ปู่นก-ย่านก เลี้ยงหลาน น้องเรย์
นก ฉัตรชัย /  นก สินจัย / 

น่ารักน่าชังเป็นที่สุด!! สำหรับ น้องเรย์ เปล่งพานิช หนูน้อยวัย 2 เดือนลูกชายของ ดอม พีรดนย์ กับ ลินดา ภรรยานางแบบลูกครึ่ง และเป็นหลานคนแรกของ นก ฉัตรชัย และ นก สินจัย ซึ่งทั้งคุณปู่-คุณย่าดูจะเห่อหลานชายแบบสุดๆ โดยเฉพาะ ย่านก ที่ขยันอวดภาพความน่ารักของเจ้าหนูน้อยผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวตล๊อดตลอด แถมได้ช่วยเลี้ยงหลานเองแบบนี้ บ่องตง... ทั้งรัก ทั้งหลง มากกกกกก!! ย่านก-น้องเรย์ ย่านก-น้องเรย์ ปู่นก-น้องเรย์ ปู่นก-น้องเรย์ ครอบครัวเปล่งพานิช น้องเรย์ เปล่าพานิช น้องเรย์ เปล่าพานิช น้องเรย์ เปล่าพานิช