พี่แล้วทำไมถ้าใจอยากจะรัก

ไม่เสี่ยง ! มะกันงดฉายหนังลอบฆ่า คิม จองอิล หลังถูกขู่บึ้ม
9/11 /  สหรัฐ / 

โซนี่สั่งระงับหนังลอบฆ่าผู้นำเกาหลีเหนือในสหรัฐฯ หลังถูกขู่ก่อวินาศกรรมคล้าย 9/11 โรงภาพยนตร์ วันนี้ (18 ธ.ค.) สำนักข่าวบีบีซีรายงานข่าว โซนี่ พิคเจอร์ส์ ผู้ผลิตภาพยนตร์ ดิ อินเทอร์วิว ซึ่งมีเรื่องราวล้อเลียนผู้นำเกาหลีเหนือ ได้สั่งระงับแผนลงโรงฉายในสหรัฐ จากเดิมที่มีกำหนดจะเริ่มฉายในวันที่ 25 ธันวาคมนี้ หลังจากที่เครือโรงภาพยนตร์หลายแห่งในสหรัฐตัดสินใจระงับการฉาย เนื่องจากคำขู่ก่อการร้ายคล้ายเหตุวินาศกรรม 9/11 ก่อนหน้านี้มีมือดีเจาะข้อมูลเข้าไปล้วงข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต ระบบคอมพิวเตอร์ของโซนี่ และยังออกคำขู่ให้ผู้คนอยู่ห่างๆจากโรงฉายภาพยนตร์เรื่องนี้ ทั้งนี้ ทางการสหรัฐแถลงว่า  หน่วยงานด้านความมั่นคงกำลังเร่งสืบสวนหาที่มาการแสดงเจตนาข่มขู่ให้เกดความหวาดกลัว อันมีสาเหตุมาจากเนื้อหาของภาพยนตร์เรื่องดิ อินเทอร์วิวแล้ว อย่างไรก็ตาม  และอยู่ในระหว่างการพิจารณามาตรการหลายๆอย่าง เพื่อรับมือและตอบโต้การโจมตีดังกล่าว ก่อนหน้านี้ โซนี่ได้ให้สิทธิการตัดสินใจแก่เครือโรงภาพยนตร์ในสหรัฐและแคนาดา ว่าจะฉายภาพยนตร์เรื่องนี้หรือไม่ เนื่องจากคำขู่ของกลุ่มนักล้วงข้อมูลที่เรียกตัวเองว่า 'ผู้พิทักษ์สันติภาพ ' โดยมาการยกเหตุการณ์การก่อการร้าย 9/11 ในสหรัฐมาเป็นตัวอย่าง MThai News ที่มา BBCNews

10 ดาราสาว ที่หน้าแก่เกินอายุ แต่ชั้นยังเลข 2 อยู่นะยะจะบอกให้!
ดารา /  ดาราหน้าแก่ / 

เห็นสาวแก่ หน้าเด็กมาก็บ่อยแล้ว มาดูสาวที่หน้าแก่เกินวัยกันบ้างดีกว่า แน่นอนว่าดาราต่างประเทศเนี่ย หน้าตาเขามักจะเกินวัยไปก่อนชาวเอเชียตลอด รวมไปถึงดาราสาวเซเลปที่ เราเห็นหน้าค่าตากันมาตลอด เธอก็มีปัญหาเรื่องคนเข้าใจวัยผิดเหมือนกันนะ ก็แหม หน้าตาใครจะไปห้ามได้ เกิดมาหน้าก็เป็นแบบนี้อ่ะ จะให้ทำไงละคะ !!!  มาดูดีกว่า ว่ามีสาวไหนเข้าตากรรมการ และ ปวงชน ที่ลือกันให้ลั่นว่า หน้าเธอน่ะ มันเลยอายุมาแล้วนะยะ ! 1. Lorde  18 ปี  สาวน้อยเสียงทรงพลัง และ ลีลาการร้องเพลงที่สุดมะลึกกึกกือ แต่มีสไตล์ของตัวเองที่เด่นอะไรอย่างนั้น (แน่นอนว่าไม่มีใครกล้าเหมือนเธอ) อีกทั้งความสามารถล้นเหลือ ทำให้เราประมาณค่าอายุเธอล้ำไปหน่อย แต่รู้มั้ยว่า สาวน้อยคนนี้มีอายุแค่ 18 ปี เท่านั้นเอง! 2. Adele  26 ปี  เนเวอร์มาย ไอฟายซัมวันไลค์ยูวววว เฮ่ลโหล อะเดลผู้นี้ถึงแม้เธอจะมีพลังเสียงสุดดีงาม เป็นตัวแม่ของดีว่าคนใหม่ แต่เธอรู้มั้ยเอ่ย ว่าอะเดลเนี้ย อายุ 26 เองนะเฮ้ย อย่าเหมารวมว่าเธอแก่ เพียงเพราะไซส์และพลังเสียงของเธอเลยนะคะ นางยังไม่ 30 เล้ย 3.Jordin Sparks  24 ปี  สาวจากเวที อเมริกันไอดอล ด้วยเสียงใส เพราะพริ้งที่ใครฟังก็ต้องสะกด อย่างเพลงที่ฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมือง อย่าง Tattoo ตอนที่เธออยู่บนเวทีน่ะ เธออายุแค่ 17 ปีเท่านั้นเองนะ และตอนนี้เธอก็แค่ 24 ปี เท่านั้น จะหาว่าเธอแก่ก็ไม่ใช่เรื่องนะยะ แค่ร้องเพลงเก่งเท่านั้นเอง 4. Miley Cyrus  22 ปี บ้าบิ่น แรงเกิ้น อะไรของเธอ อาจเป็นการให้ความหมายกับคนอย่างสาว ไมลี่ย์ ไซรัส ซึ่งก็ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้สาวน้อยแห่ง ฮันนาห์ มอนท่าน่า ที่ใสปิื๊งในวัยเด็ก กลายเป็นสาวกล้า บ้าบิ่น หลุดโลกอะไรได้ขนาดนี้ แต่สาวน้อยนางนี้ก็สร้างความประหลาดใจให้กับเวทีหลายๆ เวทีได้ คนรู้จักกันทั่วโลก  ก็ถือว่า ประสบความสำเร็จแล้วล่ะ สำหรับสาวน้อยในวัยเพียง 22 ปีเท่านั้น 5.Shailene Woodley 23 ปี   สาวคนไหนที่รักนางจากภาพยนตร์เรื่อง divergent ก็ต้องตามมารักนางต่อที่ The fault in our stars เพราะแววตาน่ารักขี้เล่นของเธอ ก็ไม่น่าเชื่อว่า อายุ 23 เองนะคะ บทบาทการแสดงสุดเริ่ดของเธอ ทำให้หลงวัยเธอไปได้เหมือนกันนะ 6.Margot Robbie 24 ปี   นักแสดงสาวจากเรื่อง  The Wolf of Wall Street โถ เอาจริง เห็นหน้าแบบนี้ใครจะนึกว่าเธออายุ 24 บ้าไปแล้วจ้าาาาาาาาาาา แต่ก็นะ ช่วยไม่ได้อะค่าา ก็หนูเกิดมาเป็นงี้ให้ทำไงละค้าาา 7.Jennifer Lawrence  24 ปี  แน่นอนว่าปีที่ผ่านมา เป็นปีทองของนางเลยก็ว่าได้ อะไรก็ไม่รู้ มองไปทางไหนก็เห็นแต่ภาพยนตร์ที่เธอเล่น เห็นปกนิตยสารก็เป็นเธอ ความสามารถล้นเหลืออะไรขนาดนั้น แถมยังมีข่าวภาพหลุดให้เราได้ อื้ออ้า กันด้วยอีกแหนะ แถมด้วยความโก๊ะกัง และรางวัลที่การันตีความสามารถของเธอ แถมในเรื่อง American Hustle เธอก็เปลี่ยนลุคสาวที่เคยเป็นแคตนิส เอเวอร์ดีน จากฮังเกอร์เกม ได้อย่างราบคาบ  ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่า เจนลอว์ที่เราเห็นเนี้ย อายุ 24 ปีเท่านั้นเองนะเธ้ออออ 8. Lady Gaga  28 ปี   ลาลา อูลาล่า กากาอูล่าล้า ขุ่นแม่ของปวงชนผู้มาโปรดวงการเพลงของโลกมนุษย์ เลดี้กาก้า หรือ มาเทอร์มอนสเตอร์ ของเหล่าแฟนๆเธอทั้งหลาย ขุ่นแม่คนนี้อาจจะดูล้ำยุค เกินวัย ไปหน่อย แต่ขุ่นแม่เนี่ย ประสบการณ์นางมาเต็มก็จริง แต่วัยเธอเนี้ยะ 28 เองเท๊ออออ นี่ๆเวลาเธอไปเรียกกาก้าว่าขุ่นแม่อะ เชคอายุตัวเองก่อนด้วยนะ กาก้าอาจจะเด็กกว่าเธอก็ได้นะยะ! 9.Rihanna 26 ปี โหยยย เอาจริง สาวนางนี้ นี่ถ้าไม่เห็นอายุก็คิดว่าแก่..ไปไหนต่อไหนและ พอรู้อายุแทบจะกรี๊ดร้องด้วยความตกใจ ก็สาวรีฮันน่า เนี่ย อายุแค่ 26 ปี เท่านั้นเอง ถึงแม้ว่า เอ่อ การกระทำ และ พฤติกรรมของเธอออกจะดูเกินไปไกลสาว 26 ก็ตาม 10.Rita Ora  24 ปี  สาวล่ามาแรง นักร้องเสียงใส ที่มีเพลงฮิตติดลมบน  อย่าง ริต้า โอร่า หารู้ไม่ว่า เธอน่ะอายุ 24 ปีเท่านั้นเองงงง แต่บทบาทในวงการเพลง หรือ ชุดที่เธอสวมใส่อาจจะดู ไปไกลเท่านั้นเอ้งง ที่มา Womanhealth เรียบเรียงโดย Women Mthai Team  

จ๋า ขอเวลาทำใจพักเรื่องรักเดินหน้าลุยงาน เพื่อนๆ แห่ให้กำลังใจ
จ๋า วรัลชญาน์ /  กึ้ง เฉลิมชัย / 

ปิดตายประตูเพื่อก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสะใภ้เนสท์เล่ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วค้า สำหรับสาวเก่งอย่าง จ๋า วรัลชญาน์ ซึ่งงานนี้กว่าที่สาวจ๋าจะตัดสินใจเดินออกมาก็ทำใจยากพอสมควร โถ...ก็ก่อนหน้านี้นางก็สู้อุตส่าห์ปรับเปลี่ยนทั้งชื่อจริง จาก ณัฐฐาวีรนุช เป็น วรัลชญาน์ ก็แล้ว ร่วมกันปรับทัศนคติต่างๆ เพื่อที่จะได้เข้ากับหนุ่ม กึ้ง เฉลิมชัย ให้ได้อยู่หลายรอบ พยายามเข้ากับที่บ้านของฝ่ายชายก็แล้ว แต่สุดท้ายก็แป้กไม่เป็นท่า รักล้มครืนลง ทำเอาเจ้าตัวเสียศูนย์ไปพักหนึ่งเลยทีเดียว งานนี้นางเลยต้องกลับมาเดินหน้าลุยงานในวงการบันเทิงต่อ ซึ่งงานนี้ก็ได้บรรดามิตรสหายเก่าๆ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสาวคนสวยอย่างสาววุ้นเส้น และสาวพิตต้า ที่ก่อนหน้านี้บรรดากลุ่มเพื่อนวีเจทั้งหลายดูจะมึนตึงกันไปพักใหญ่ๆ กลับมาช่วยกันปลอบโยนเพื่อนซี้คนสนิท ทำเอาสาวจ๋าซึ้งน้ำตาแตกกันยกใหญ่ แหม...อย่างนี้สิถึงจะเรียกว่าเพื่อนแท้จริงมั้ยค้า... จ๋า วรัลชญาน์ จ๋า วรัลชญาน์ จ๋า วรัลชญาน์ จ๋า วรัลชญาน์

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

กลับมาอีกครั้ง Siam Street Fest การแสดงนานาชาติตามท้องถนน ณ สยามสแควร์
Siam Street Fest /  Siam Street Fest 2014 / 

กลับมาสร้างความสุขให้กับพี่น้องชาวไทยอีกครั้ง กับงาน Siam Street Fest 2014 มหกรรมการแสดงนานาชาติ ตามท้องถนนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี โดย สยามสแควร์ และ เวิร์คพอยท์ ร่วมมือกันจัดงานเทศกาลแห่งความสุขกับหลากหลายการแสดงนานาชาติ ที่ให้คุณได้ชมแบบใกล้ชิด ตั้งแต่ เที่ยงวัน ยัน สี่ทุ่ม ที่สยามแควร์ สำหรับ Siam Street Fest ในครั้งนี้พบกับ 8 เวทีที่ทุกคนจะต้องตื่นตาตื่นใจ และตะลึงไปกับการแสดงผาดโผนเต้นรำ Vertical Dance บนอาคารสยามสแควร์วัน และพบกับโชว์อีกมากมายที่จะให้ได้สัมผัสกันแบบใกล้ชิดจากทั่วทุกมุมโลก อีกทั้งยังมีคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังมากมาย พร้อมช็อปกระจายสบายกระเป๋ากับร้านค้าย่านสยามสแควร์ ที่พาเหรด ลดราคากันอย่างคับคั่ง พบกัน วันที่ 20-21 ธันวาคม 2557 นี้ ณ สยามสแควร์ เวลา 12.00 - 22.00 น. ชม ฟรี ตลอดงาน อัพเดทตารางโชว์ได้ทาง Facebook Siamstreetfest Mikhail Stepanov Siam Street Fest เก็บตกจากงานแถลงข่าว Siam Street Fest 2014 เมื่อวันก่อน ไปดูโชว์พิเศษจาก Mikhail Stepanov นักแสดงหนุ่มที่ ทรงพลัง กับการแสดง ผาดโผนบนอากาศ เอาแบบซอฟท์ซอฟท์ ไปก่อน วันจริง จัดเต็ม แน่นอน Siam Street Fest 2014 มหกรรมการแสดงนานาชาติ ตามท้องถนนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี 20-21 ธันวาคม 2557 นี้ มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ปู่สมบูรณ์ : ความรักที่ไม่มีวันหมดอายุ
Documentary Film /  Somboon / 

ความรักของคนสมัยนี้มักไม่จีรังยั่งยืน ด้วยความพัฒนาของเทคโนโลยี และ ปัจจัยอีกหลายๆสิ่งที่มักเป็นเรื่องให้คู่รักนอกใจกันอย่างง่ายดาย แต่ตอนนี้ได้มีหนังเรื่องนึงที่ติดตามความรักของคน 2 คนที่รักกันมาตั้งแต่สมัยหนุ่มสาว จนกระทั่งแก่เฒ่า และหนังเรื่องนั้นก็ชื่อว่า ปู่สมบูรณ์ ปู่สมบูรณ์ บอกเล่าถึงเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันของ ปู่สมบูรณ์ ฤกษ์กำยี และย่าละเมียด ภรรยาที่ป่วยเป็นโรคไต อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นพลังความรักที่ยิ่งใหญ่ของสามีต่อภรรยาที่เป็นมากกว่า คู่รัก ที่ไม่ว่าจะวันเวลา ความแร้นแค้นยากจน หรือความแก่เฒ่าโรยรา ก็หาใช่อุปสรรค และความรักที่ไม่มีวันหมดอายุครั้งนี้ จะได้รับการถ่ายทอดจนคุณไม่อาจจินตนาการได้ หนังกำกับโดยผู้กำกับหน้าใหม่อย่าง กฤษฎา ทิพย์ชัยเมธา ที่เคยมีหนังสารคดีเบื้องหลังสตันท์แมนอย่าง The Stunt ออกฉายมาให้กัน ซึ่งในเรื่องนี้เขาใช้เวลาถ่ายทำกันถึง 4 ปี โดยติดตามตั้งแต่วิถีชีวิตความเป็นอยู่ ความรัก และรวมถึงความทุ่มเทของ ปู่สมบูรณ์ และ ย่าละเมียด ซึ่งหลายครั้งที่ตัวเขาเองนั่นไม่สามารถเข้าไปถ่ายทำได้ ก็ได้ให้ลูกสาวของ ปู่สมบูรณ์ เป็นคนช่วยถ่ายทอดให้ด้วย ซึ่งเอาจริงๆถ้าหากเรื่องราวแบบนี้ถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบของภาพยนตร์ ก็คงถูกหาว่าเป็นหนังน้ำเน่าตามสูตร และจะถูกหลายคนยี้หน้าใส่แน่นอน แต่เนื่องด้วยนี่มันคือเรื่องจริง จึงไม่แปลกถ้าหาก ปู่สมบูรณ์ อาจจะสามารถเข้าไปในหัวใจใครหลายคนได้ไม่ยาก ด้วยทั้งเรื่องราวของ ความรัก และ ความห่วงใย ที่เกิดขึ้นจากการโดนคลุมถุงชนในทีแรก จนก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ ในขณะที่ตัวเรื่องของ ปู่สมบูรณ์ และ ย่าละเมียด กำลังดำเนินเรื่องและเข้าไปในใจคนดูอย่างช้าๆได้ไม่ยาก น่าเสียดายเหมือนที่ในขณะเดียวกัน ภาษาหนัง ของเรื่องนี้ยังอาจจะไม่เป๊ะสักเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะในแง่ของการเลือกที่จะถ่ายทอดเรื่องราวของ ปู่สมบูรณ์ ในช่วงเวลา 4 ปี ที่หนังใช้เวลาการดำเนินเรื่องในแต่ละปี และ การคัดเลือกฟุตเทจออกมาได้ค่อนข้างสั้น โดยเฉพาะการคัดเลือกฟุตเทจในการถ่ายทอดที่ล้วนแล้วแต่มีเหตุการณ์ใหญ่ๆ โดยไม่มีเรื่องราวและเหตุการณ์มารับรอง จึงทำให้หลายช่วงรู้สึกว่าหนังบิ้วเรื่องความรักของทั้งคู่มากเกินไปจนไม่เป็นธรรมชาติไปสักนิด แต่อย่างไรก็ตาม ก็ใช่ว่าจะบ่อยที่หนังไทยจะหันมาทำหนังแนวสารคดีถ่ายทอดเรื่องราวความจริง ที่ถ่ายทำยากขนาดนี้ ซึ่ง ปู่สมบูรณ์ ก็ถือว่าซื่อตรง และ ถ่ายทอดออกมาได้ดีในแง่ของความรัก ถึงแม้ว่าจังหวะหนัง และหลายองค์ประกอบอาจจะยังต้องปรับปรุงกันพอสมควรครับ เรื่องนี้ผมให้ 6.5/10 ครับ

แอมป์ โพสต์ IG ประกาศคืนดี อั้ม !!
อั้ม พัชราภา /  แอมป์ พิธาน / 

ชมรมคนรัก อั้ม-แอมป์ ได้เฮอีกครั้ง!! เมื่อไฮโซหนุ่ม แอมป์ พิธาน หวานใจของซุปตาร์สาว อั้ม พัชราภา ที่กำลังอยู่ในสถานะคลุมเครือ ล่าสุดโพสต์อินสตาแกรมส่วนตัวประกาศคืนดี สาวอั้ม หลังห่างกันมา 2 เดือนกว่า ทำเอาแฟนๆ แห่เข้ามาคอมเม้นท์แสดงความยินดีกับการรีเทิร์นรักครั้งนี้อย่างท่วมท้น "ขอบคุณที่คอยติดตามให้กำลังใจเราสองคนนะครับ เราได้มีโอกาสมานั่งคุยกัน ปรับความเข้าใจกัน และเราก็รู้ว่าความรู้สึกของเราที่มีให้กันยังเหมือนเดิม ตลอด 2 เดือนกว่าๆ ที่ผ่านมา ต้องขอโทษอีกครั้งนะครับที่ไม่ได้ออกมาพูดอะไร เป็นเพราะเราอยากให้เวลาตัวเองได้คิดทบทวน แต่วันนี้เราสองคนรู้ล่ะครับ ผมไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะเป็นยังไง แต่เราจะพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดครับ" ขอบคุณภาพจาก IG @ amp_ongkosit IG แอมป์ พิธาน อั้ม-แอมป์

อู๋อี้ฟาน (คริส EXO) หล่อเลอค่า! ร่วมเปิดตัวช้อป Givenchy
EXO /  EXO-M / 

อู๋อี้ฟาน (คริส EXO) ร่วมงานเปิดตัวช้อปแบรนด์แฟชั่นชั้นนำ Givenchy สาขาเฉิงตู ประเทศจีน ท่ามกลางแฟนคลับที่มาให้การต้อนรับจำนวนมหาศาล! อู๋อี้ฟาน นักร้องและนักแสดงหนุ่มชื่อดัง กลายเป็นเซเลบริตี้ที่มีอายุน้อยที่สุดซึ่งได้รับเชิญให้ไปร่วมงานเปิดตัวช้อปของแบรนด์แฟชั่นชั้นนำ Givenchy สาขาเฉิงตู ในประเทศจีน ซึ่งถือว่าที่นี่เป็นช้อป Givenchy แห่งที่สองของโลก ถัดจากมหานครปารีส โดยเมื่อช่วงบ่ายของวันนี้(18 ธ.ค.) อู๋อี้ฟาน ปรากฏตัวในเครื่องแต่งกายจากแบรนด์ Givenchy อย่างครบเซ็ต ด้วยชุดทักซิโดสีดำสุดเท่ รวมทั้งแอกเซสซอรี่ อย่าง รองเท้าหนังและนาฬิกาข้อมือลิมิเต็ตอิดิชั่นซึ่งมีเพียง 500 เรือนในโลก จาก เขาแวะโบกมือทักทายแฟนคลับจำนวนมหาศาลที่มาให้การต้อนรับ รวมทั้งยังร่วมถ่ายภาพ เยี่ยมชมภายในร้าน และให้สัมภาษณ์กับเหล่าสื่อมวลชนด้วย. [ อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ] อู๋อี้ฟาน (คริส EXO) วัดตัว! เตรียมมีหุ่นขี้ผึ้ง Madame Tussauds อู๋อี้ฟาน (คริส EXO) เปิดตัวเพลง There Is a Place ฉลองวันเกิด อู๋อี้ฟาน เปิดใจผ่าน Sina ถึงหนังเรื่องแรกและเพลงที่แต่งด้วยตัวเอง ช็อคแฟนคลับ! คริส EXO ยื่นยกเลิกสัญญาการเป็นศิลปิน ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

5 ที่สุดแห่งการ บำรุงผิว และ ปรนนิบัติผิวแบบครบวงจร
Dermanour /  บำรุงผิว / 

    Dermanour  5 ที่สุดแห่งการ บำรุงผิว และ ปรนนิบัติผิว           ส่วนประกอบที่รังสรรค์ขึ้นโดยธรรมชาติ ผสมผสานกับนวัตกรรมทางด้านวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางค์แห่งยุค สู่ 5 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ที่พิสูจน์ผลลัพธ์ได้ด้วยตัวคุณเอง 1. Acne Detoxification ปราบ ทุกปัญหาสิว กำจัดทิ้งไม่เหลือซาก สิว ปัญหาโลกแตก ที่ไม่ว่าจะเชื้อชาติไหน ประเทศไหน อายุเท่าไร เพศอะไร ล้วนแล้วแต่ต้องเคยเจออย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต หรืออาจเป็นตลอดช่วงชีวิตเลยก็ว่าได้ ยาแต้มสิว ยาฆ่าเชื้อสิว หรือยาที่ไม่ได้ประสิทธิภาพล้วนทำให้ผิวเสียสมดุล ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของการเกิดสิวได้ในอนาคต รวมถึงหลายๆคนขาดความรู้ความเข้าใจในการใช้ยาเหล่านี้ จึงทำให้ยิ่งใช้ สิวยิ่งขึ้น เป็นๆหายๆ หรือร้ายแรงกว่านั้นการใช้ยาบางประเภททำให้กลายเป็นสิวเรื้อรังไปเลยก็ว่าได้ Acne Detoxification Series ด้วย 5 เวชสำอางค์ ปราบทุกปัญหาสิว กำจัดทิ้งไม่เหลือซาก จาก Dermanour ด้วยการวิเคราะห์ วิจัย และพัฒนา ฟื้นฟูโครงสร้างและองค์ประกอบของผิวที่เป็นสิว ให้สมดุลมากยิ่งขึ้น และยับยั้งการก่อเกิดแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว รวมถึงลดการแพร่กระจายของสิวไปยังบริเวณอื่นๆ โดยไม่ทำลายโครงสร้างพื้นฐานของผิว อีกทั้งยังช่วยเรื่องการกระชับรูขุมขน และลดการอักเสบของผิวอีกด้วย 2. Miracle White Perfect ปล่งประกาย เจิดจรัส กระจ่างใสระดับโมเลกุล สมดุลผิวขาวกระจ่างใส ไร้ฝ้า กระ จุดด่างดำ และผิวแข็งแรงคือสิ่งที่ทุกคนใฝ่หา Dermanour จึงคิดค้น Miracle White Perfect ชุดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่สามารถช่วยพลิกฟื้นสภาพผิวหมองคล้ำให้กระจ่างใสได้ดังใจ ปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ ลดเลือนไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะช่วยปรับสมดุลการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวให้เป็นไปอย่างธรรมชาติ ไม่ทำให้ผิวหน้าแพ้ง่าย และบางลงเมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง Dermanour Miracle White Perfect Series นวัตกรรมเพื่อผิวละเอียด ขาวกระจ่างใสอย่างสมดุล ด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำที่รังสรรค์ และพัฒนามาเป็น HentoWhite ที่เป็นการรวมตัวกันระหว่าง Hexylresorcinal กับกลุ่ม Fatty Acid สารบำรุงชนิดแรกที่ให้ผลในการยับยั้งเอนไซม์ที่สร้างเม็ดสีเมลานินทั้ง 2 ชนิดที่มีประสิทธิภาพที่เหนือล้ำกว่า Kojic Acid ถึง 5 เท่า และ Hydroquinone ถึง 100 เท่า และที่สำคัญยังช่วยเรื่องการลดเลือนจุดด่างดำ ซึ่งมากกว่า Alpha Arbutin ถึง 380 เท่าเลยทีเดียว 3. Advance Youth Recovery เมื่อ เวลา ไม่สามารถทำร้ายผิวคุณ ร่องรอยแห่งประสบการณ์ที่ปรากฎอยู่บนใบหน้า ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่อยากให้มี ดังนั้นหลายๆคนจึงได้สรรหาผลิตภันณ์ บำรุงผิว จากทั่วทุกมุมโลกมากำจัด และ แก้ไขปัญหาให้สิ่งเหล่านี้หมดไปจากผิวหน้า และหลายๆคนนั้นเองที่เจอปัญหาที่ว่า ยิ่งใช้ ยิ่งทา ยิ่งแย่ ยิ่งเปลือง ไม่แม้แต่กระทั่งทำให้ริ้วรอยแห่งวัย เลือนหาย หรือทุเลาลงได้เลย บอกลาปัญหา ความอ่อนล้าของผิว ริ้วรอย ร่องรอยแห่งประสบการณ์บนผิวหน้า ด้วย Advance Youth Recovery Series ชุดบำรุง ฟื้นฟู และแก้ปัญหาสภาพผิว ที่มีริ้วรอย ร่องลึก หยาบกร้าน ขาดการบำรุง ด้วยส่วนผสมสกัดเข้มข้นจาก Snail Secretion Filtrate และ Beta Glucan และ Oligopeptide ที่จะทำให้โครงสร้างผิวชั้นลึกมีการปรับสภาพผิวและช่วยการเรียงตัวของโครงสร้างชั้นคอลลาเจนใหม่ รวมถึงกระตุ้นการสร้างไฟโบรบลาส และอิลาสตินให้กับผิว เพื่อผิวที่เต่งตึง เนียนใส ไร้ริ้วรอย อย่างยั่งยืน 4. Super Skin Supplement คืนความสมดุล บำรุงผิว ลึกถึงผิวชั้นใน ความอ่อนเพลีย เหนื่อยล้าจากการเรียน การทำงานหนัก ไม่ได้ผักผ่อน หรือไม่ได้ออกกำลังกาย ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้สภาพผิวเหนื่อยล้า หมองคล้ำ ไม่สดใส ไม่สดชื่นเปล่งปลั่ง และยังเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวไม่สมดุล จึงเป็นเหตุให้ไม่ว่าจะทำอะไร บำรุงอะไรลงไปก็ไม่สามารถได้ประสิทธิภาพเต็มที่ Fomes Officinalis Extract และ 3-Ceramind และ Hyarulonic Acid ที่มีคุณสมบัติหลักในการฟื้นฟูผิว และปรนิบัติผิวเสียให้กลับมาสมดุล แข็งแรง ชุ่มชื้นมีน้ำมีนวล อีกทั้งยังเป็นปราการด่านแรกในการปกป้อง และทะนุถนอมผิวไม่ให้เกิดริ้วรอยขึ้นในอนาคตอีกด้วย 5. FitFixFun ฟิกซ์ ฟิต ฟัน มหัศจรรย์จุดสัมผัสที่บอบบาง โดยทั่วไปคนส่วนใหญ่มักไม่ใส่ใจกับการดูแลทรวงอก และ อวัยวะสัมผัสที่ไวต่อสิ่งเร้า เนื่องจากขาดความรู้ ความเข้าใจ หรือมีความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง รวมถึงอาจจะคิดว่า บริเวณจุดซ่อนเร้น หรือทรวงอก เป็นบริเวณที่ไม่จำเป็นต้องดูแลรักษา จึงเป็นที่มาของปัญหาต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น อกคล้อย อกหย่อน อกไม่เท่ากัน ผิวไม่เนียนเรียบ สีผิวไม่สม่ำเสมอ มีกลิ่นอับ เนื่องจากขาดการ บำรุงผิว อย่างถูกวิธีซึ่งจริงๆแล้วผิวบริเวณทรวงอก และบริเวณจุดซ่อนเร้น มีความบอบบางมากกว่าผิวบริเวณอื่นๆ และต้องการผลิตภัณฑ์ บำรุงผิว ที่มีความเฉพาะเจาะจงมากกว่า

เจ้าหญิงไดอาน่า..เมื่อสื่อละเมิดสิทธิ เหตุนำไปสู่โศกนาฏกรรม
ราชวงศ์อังกฤษ /  สื่อมวลชน / 

เจ้าหญิงไดอาน่า..เมื่อสื่อละเมิดสิทธิ เหตุนำไปสู่โศกนาฏกรรม ย้อนกลับไปวันที่ 31 สิงหาคม 2540 เหตุการณ์สะเทือนขวัญทั้งโลกได้เกิดขึ้นเที่ยงคืน เมื่อสำนักข่าวในกรุงปารีสได้รายงานข่าวอุบัติเหตุรถยนต์ของเจ้าหญิงไดอาน่า อดีตพระชายาของเจ้าฟ้าชายชาลส์ ซึ่งคงปฏิเสธไม่ได้ว่ามรณกรรมของเจ้าหญิงไดอาน่าในครั้งนั้นสิ่งหนึ่งที่เป็นสาเหตุของการประสบอุบัติเหตุคือสื่อมวลชน [เน้นย้ำว่าเป็นสาเหตุหนึ่ง] ก่อนหน้านั้นในปี 2533 สื่อมวลชนเริ่มกระพือข่าวความสั่นคลอนในชีวิตสมรสของเจ้าหญิงไดอาน่ากับเจ้าฟ้าชายชาลส์แห่งอังกฤษ โดยมีการนำเสนอข่าวเรื่อยมาอย่างต่อเนื่อง ยาวนานกว่า5ปี ท่ามกลางกระแสข่าวลือต่างๆ จนกระทั่งเจ้าหญิงไดอาน่าได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับชีวิตรัก ในรายการพาโนราม่าออกอากาศทางช่อง BBCของวันที่ 20 พฤศจิกายน 2538 ซึ่งไม่กี่วันต่อมาในเดือนธันวาคม เจ้าฟ้าชายชาลส์และเจ้าหญิงไดอาน่า ก็ได้ทรงประกาศหย่ากันอย่างสมบูรณ์ ปิดฉากตำนานรักของโลกที่ขนานนามว่าเป็นรักดุจเทพนิยาย แต่สื่อมวลชนกลับไม่หยุดแต่เพียงเท่านั้นและยังคงติดตามเรื่องชีวิตของเจ้าหญิงไดอาน่าต่อไป ค่าภาพของเจ้าหญิงไดอาน่ากับชายคู่รักคนใหม่ราคาสูงขึ้นจนทำให้สื่อมวลชนติดตามอย่างไม่ลดละ ถึงขนาดจัดขบวนรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ตามติดไปทุกที่ รวมถึงการจ้างปาปารัสซี่ในการตามล่าภาพของเจ้าหญิงไดอาน่ากับโดดี อัลฟาเยด เพื่อนชายคนสนิท เพื่อต้องการหลีกหนีความวุ่นวายของสื่อมวลชนที่เฝ้าจับตามองเธอจากอังกฤษ เจ้าหญิงไดอาน่าได้เดินทางไปล่องเรือยอชท์ที่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเทียบฝั่งที่ฝรั่งเศส ไดอานาและเพื่อนชายคนสนิท ได้เดินทางต่อไปที่กรุงปารีส เพื่อหยุดพักค้างคืนและเตรียมเดินทางกลับลอนดอน แต่ปรากฎว่าในคือนั้นเองก็ยังมีช่างภาพปาปารัสซี่ตามมาก่อกวนถึงฝรั่งเศส โดยดักรอที่บริเวณหน้าโรงแรมริทซ์ ขับรถมอเตอร์ไซค์ไล่ตาม รถเบนซ์ W140 พาหนะของเจ้าหญิงไดอาน่า จนกระทั่งไปถึงถนนลอดอุโมงค์ปองต์ เดอ ลัลมา ที่มีความลาดชันสูง รถเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่ขับมาด้วยความเร็วสูง คนขับรถไม่สามารถควบคุมได้จนกระทั่งรถลุกไหม้ เจ้าหญิงไดอาน่าได้รับบาดเจ็บสาหัสและสิ้นพระชนม์ในเวลาต่อมา เหตุการณ์คดีมรณกรรมของเจ้าหญิงไดอาน่า แม้จะมีข้อสันนิษฐานว่าเป็นแผนการลอบสังหาร แต่สุดท้ายแล้วคดีนี้ถูกสรุปว่าเป็นผลจากความประมาทของคนขับรถที่เร่งความเร็วของรถยนต์เพื่อหลบหนีการไล่ตามของเหล่าช่างภาพ ด้านครอบครัวของนายฟาเยดประกาศยุติการต่อสู้คดีมรณกรรมที่ยาวนานกว่า 10 ปี เพื่อเห็นแก่พระโอรสทั้งสองของเจ้าหญิงไดอาน่า แม้มรณกรรมของเจ้าหญิงไดอาน่าจะไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แท้จริงได้ แต่เรื่องที่เด่นชัดมากก็คือการก้าวล่วงสิทธิส่วนบุคคลของสื่อที่ต้องการเพียงแต่จะขายภาพและขายข่าวของตนเอง โดยไม่คำนึงถึงการละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนอื่น ซึ่งเป็นการทำงานที่ไร้ความรับผิดชอบต่อสังคม จากกรณีดังกล่าวพึงจะเป็นบทเรียนให้สื่อมวลชนไทยได้ตระหนักถึงการพยายามก้าวล่วงสิทธิเกินขอบเขตเหมือนที่กำลังทำอยู่ทุกวันนี้ โดยการไปเฝ้าติดตามหน้าบ้าน ขุดคุ้ยเอกสาร นำมาเสนอข่าว เหมือนเป็นการไม่ให้เกียรติและไม่นึกถึงความรู้สึกของบุคคลผู้ตกเป็นเหยื่อก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์บานปลายไปกว่านี้ สื่อไทยควรพิจารณาการทำหน้าที่ของตนเองได้แล้ว By @Nookill :P

ชาวบ้าน โหวตไล่เด็กติดเชื้อ HIV ออกจากหมู่บ้านในจีน
ข่าวจีน /  จีน / 

สลดใจ เด็กชายวัย 8 ขวบ ถูกชาวบ้านกว่า 200 รายในจีน ลงนามขับไล่ออกจากหมู่บ้าน หลังจากติดเชื้อเอชไอวี วานนี้ (17 ธ.ค.) สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานข่าว ชาวบ้านในมณฑลเสฉวน ของประเทศจีน กว่า 200 ราย พิมพ์ลายนิ้วมือ เพื่อลงความเห็นให้เนรเทศ คุน คุน เด็กชายวัย 8 ขวบ ที่ติดเชื้อ เอชไอวี ออกจากหมู่บ้าน ในปี 2554 คุน คุน ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่าเขาเป็นผู้ที่ได้รับเชื้อ เอชไอวี หลังจากนั้นได้เกิดเรื่องราวเลวร้ายในชีวิตเขาอย่างหนัก เริ่มต้นด้วยการถูกไล่ออกจากโรงเรียน รวมถึงถูกกีกกันออกจากสังคม จนกระทั่งในช่วงเดือนธันวาในปีนี้เอง ชาวบ้านรวมถึงผู้ปกครองของคุน คุน ได้ลงนามในคำร้อง เพื่อให้นำเด็กออกจากหมู่บ้านในที่สุด เนื่องจากพวกเขากังวลว่าเด็กจะนำเชื้อไปแพร่กระจายสู่คนอื่นๆ ปัญหาการเลือกปฏิบัติ ระหว่างผู้ติดเชื้อเอชไอวี กำลังเป็นประเด็นพูดคุยถกเถียง และเป็นเรื่องที่ควรจะได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนในจีน เนื่องจากผู้ป่วยต้องเผชิญกับความยากลำบากในการใช้ชีวิตอย่างหนัก โดยจากรายงานระบุว่า แม้แต่บุคลากรทางการแพทย์ยังปฏิเสธที่จะสัมผัสกับผู้ป่วยเหล่านี้โดยตรง ในปี 2555 สำนักข่าวซินหัวรายงานข่าว นาย สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีน เดินทางไปยังหมู่บ้าน ที่ประชาชนบางส่วน ต้องอยู่ร่วมกับผู้ป่วยเหล่านี้ เพื่อกระตุ้นให้สังคม ยุติการเลือกปฏิบัติกับพวกเขา อย่างไรก็ตามข้อมูลจากโครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติ (UNAIDS) เผยตัวเลขผู้ติดเชื้อเอชไอวี ที่รวบรวมในปี 2555 ซึ่งระบุว่ามีจำนวนสูงถึง  780,000 ราย MThai News ที่มา Reuters

คลิป ขอแต่งงาน สุดซึ้ง เมื่อความสูญเสีย คือบทพิสูจน์แห่งรักแท้
ขอแต่งงาน /  คลิปขอแต่งงาน / 

หมู่ป๊อก นายทหารที่เสียขาขวาจากการรับใช้ชาติ ได้รับอุบัติเหตุจากการปฎิบัติหน้าที่ที่เขาพระวิหาร จนทำให้เสียขาขวาไปข้างหนึ่ง จึงทำให้งานแต่งงานที่เคยวางแผนไว้ถูกเลื่อนออกไปจากอุบัติเหตุในครั้งนี้ จนกระทั่งเขาวางแผน ขอแต่งงาน กับ คุณหญิง หญิงสาวที่เขารักอีกครั้ง อย่างที่เขาไม่เคยได้ทำให้เธอ จะซึ้งขนาดไหน มาชมกันเลยค่ะ ...คำเตือน เตรียมทิชชู่ให้พร้อม แล้วไปชมกันเลยค่ะ นี่คือคำพูดบางส่วนจากคุณป๊อกที่พูดกับคุณหญิง ในการ ขอแต่งงาน ครั้งนี้ (ใครดูแล้วไม่เสียน้ำตา แสดงว่าคุณใจหินสุดๆ) ถึงแม้ว่าบางส่วนในร่างกายป๊อกจะขาดหายไป แต่มีสิ่งหนึ่งที่ป๊อกจะไม่ยอมให้มันสูญเสียไปอีก นั่นก็คือหญิง และความรักจากหญิง ... "เราแต่งงานกันนะ" และในขณะที่คุณป๊อกกำลังจะคุกเข่าสวมแหวนให้คุณหญิงนั้น ก็ได้ล้มลงเพราะสภาพร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ คุณหญิงได้พูดกับคุณป๊อกว่า ไม่เป็นไร ไม่ต้องนั่งลุกขึ้นเถอะ แต่คุณป๊อกก็พยายามนั่งคุกเข่าใหม่ และพูดว่า "ขอให้ป๊อกได้ทำสักครั้งเถอะ" "สำหรับผมแล้ว ถ้าเลือกได้ผมเลือกเสียขาดีกว่าเสียเธอไป เสียขาอย่างน้อย ๆ ผมก็ใส่ขาเทียมได้ แต่ถ้าเกิดเสียเขาไป ผมไม่รู้จะหาใครมาทดแทนเขาได้อีกแล้วในชีวิต" นายทหารผู้นี้!! ทั้งชีวิตขอมอบให้กับแผ่นดินด้วยความเสียสละ แต่บัดนี้ เค้าขอทำอะไรเพื่อ "คุณหญิง" หญิงอันเป็นที่รักบ้าง แม้จะกลับมาด้วยสภาพร่างกายที่ไม่ครบ 32 เหมือนเดิม... แต่ "คุณหญิง" ไม่เคยมีความรู้สึกเสียใจสักนิด ที่ "หมู่ป๊อก" กลับมาด้วยสภาพร่างกายแบบนี้ กลับคิดในแง่บวกที่เหตุการณ์นี้จะทำให้ทั้งคู่ได้อยู่ดูแลซึ่งกันและกันทุกวัน จะอยู่ด้วยกันตลอดไป!! เพราะ "กาลเวลาไม่เคยย้อนกลับ เราต้องดูแลคนที่เรารักให้ดีที่สุด เพราะเราไม่อาจคาดเดาอนาคตได้" นี่แหละหนาชีวิตของทหาร "ทหารคืออาชีพที่เสียสละ แต่รู้ไม่ว่าคนที่เสียสละที่สุดคือครอบครัวของทหาร" ขอบคุณที่มาจาก รายการศึกน้ำผึ้งพระจันทร์

โดม ปฏิเสธ! เมทัล เหวี่ยงแอร์โฮสเตส!
โดม ปกรณ์ ลัม /  เมทัล สุขขาว / 

เม้าท์แรงว่าแฟนสาว เมทัล สุขขาว เหวี่ยงแอร์โฮสเตสบนเครื่องบินในทริปสวีทฝรั่งเศส งานนี้หนุ่มหล่อขั้นเทพ โดม ปกรณ์ เลยออกโรงป้องอีกรอบว่าไม่ใช่เรื่องจริง บอกไม่ได้มีนิสัยชอบเหวี่ยงใจเย็นกันทั้งคู่ เผยหวานใจตัวจริงแอบงงหลังเจอข่าวลือ พร้อมปฏิเสธเป็นการโปรโมทสายการบินแน่นอน! "กับข่าวว่าเมทัลเหวี่ยงแอร์บนเครื่องบิน ไม่มีเลยครับ ไม่รู้ว่าเราจะเหวี่ยงไปทำไม ต้องบอกเลยว่าพี่แอร์โฮสเตส ทุกคนน่ารัก เอาอาหารมาเสิร์ฟเกินกว่าคนอื่น พอดีผมไปขอมาม่า พี่ๆ เขาก็มานั่งคุยด้วย ตอนลงจากเครื่องก็มาขอถ่ายรูปให้ทุกคนเลย ไม่มีหรอกครับเรื่องเหวี่ยง" "สงสัยกลัวว่าผมไม่มีข่าว เลยสร้างข่าวให้มีเรื่องถามมั้งครับ(หัวเราะ) แต่ถ้าเป็นเรื่องของการโปรโมทสายการบินผมว่าไม่น่าจะดี ทางน้องเมทัลก็งงๆ เพราะพี่ๆ แอร์ฯ เขาน่ารักกันทุกคนเลย และด้วยนิสัยของเราทั้งคู่ใจเย็นทั้งคู่ ไม่ได้เป็นพวกสายเหวี่ยง เวลาเราไม่พอใจใคร ส่วนมากเราจะเงียบมากกว่าครับ ยืนยันเลยว่าไม่มีการเหวี่ยงอะไรกับแอร์ฯ เลยครับ ทุกคนน่ารักหมดเลย" โดม ปกรณ์ กล่าว โดม ปกรณ์ โดม ปกรณ์ โดม ปกรณ์ โดม ปกรณ์ โดม - เมทัล โดม - เมทัล

เอเจนซี่ แนะICTคิดให้ดี ทุ่ม 7ล้านทำสติกเกอร์ไลน์
กระทรวงไอซีที /  ข่าววันนี้ / 

เอเจนซี่ เตือน ไอซีที หลังทุ่มงบกว่า 7ล้าน ทำสติกเกอร์ไลน์ ค่านิยม 12 ประการ ด้านชาวเน็ตต่างรุมสับได้ไม่คุ้มเสีย หลังจากเกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ถึงกรณีที่กระทรวงไอซีที หรือชื่อใหม่กระทรวงดิจิตอลฯ ได้มีการอนุมัติงบประมาณกว่า 7ล้านบาทเพื่อจัดทำสติกเกอร์ไลน์ค่านิยม 12 ประการหวังจะปลุกจิตสำนึกให้คนไทยรักและสามัคคี จนทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเป็นการใช้งบสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุใช่หรือไม่นั้น ล่าสุดวานนี้ (17 ธ.ค. 57) เอเจนซี่รายหนึ่งที่เคยติดต่อธุรกิจกับบริษัท ไลน์ คอเปอร์เรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ได้ออกมาเปิดเผยถึงรายะลเอียดราคาจ้างทำสติกเกอร์ไลน์ผ่านผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ ว่า สติกเกอร์ 1 เชต จะมี 16 แอคชั่น สามารถอยู่บนสติกเกอร์ช็อปได้นาน 1 เดือน มีอายุการใช้งาน 90 วัน ซึ่งราคาออกแบบสติกเกอร์แบบธรรมดาจะอยู่ที่ระหว่าง 80,000-120,000 บาท ส่วนสติกเกอร์ที่สามารถขยับหรือดิ้นได้จะอยู่ระหว่าง 150,000-300,00 บาท อีกทั้งยังต้องเสียค่าธรรมเนียมให้กับไลน์อีกด้วย จึงอยากให้กระทรวงไอซีทีพิจารณาและตรวจสอบรายละเอียดที่กล่าวมาทั้งหมดอย่างละเอียด ขณะที่บริษัท ไลน์ คอเปอร์เรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ได้เปิดเผยว่าทั้งนี้ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกด้านตัวเลขได้ เพราะเป็นเรื่องผลกระทบทางธุรกิจ แต่การกำหนดราคากลางตามที่เอกสารระบุกว่า 7 ล้านบาทนั้น เป็นการจ่ายต่อหนึ่งโปรเจกต์ ซึ่งหากกระทรวงไอซีทีต้องการจัดทำสติกเกอร์ไลน์ก็ต้องมีการจ่ายเงินในจำนวนนี้ ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "สติ๊กเกอร์ไลน์" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> MThai news

เล็งเจรจาเจ้าของที่ดิน ขยายถนนรอบต้นโพธิ์อาถรรพ์
ข่าวจังหวัดกาญจนบุรี /  ข่าววันนี้ / 

เล็งเจรจาเจ้าของที่ดิน ขยายถนนรอบต้นโพธิ์อาถรรพ์ หลังชาวบ้านไม่ยอมตัด จากกรณีที่ พบต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ ตั้งสูงตระหง่านอยู่กลางถนนซอยต้นโพธิ์ ในตำบลท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี สร้างความแปลกใจให้กับผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก โดยเทศบาลตําบลท่ามะกา เปิดเผยว่า ถนนเส้นนี้มีความยาว 445 เมตร และไม่ใช่ถนนสายหลัก แต่เป็นเส้นทางที่ชาวบ้านนิยมใช้ เนื่องจากสามารถเชื่อมต่อกับหมู่บ้านด้านในได้สะดวก ซึ่งต้นโพธิ์ต้นนี้มีอายุกว่า 100 ปี ที่ผ่านมาชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงมักพบเห็นชายรูปร่างสูงใหญ่นุ่งโจงกระเบนสีแดง บางครั้งก็โจงกระเบนขาวมายืนอยู่ใต้ต้นโพธิ์เป็นประจำ เกิดเป็นคำถามว่าเหตุใดจึงไม่สร้างถนนเบี่ยงไปด้านข้าง นางสาวอภิสมา โพธารากุล นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลท่ามะกา ระบุว่า ถนนดังกล่าวไม่ใช่ถนนสายหลัก แต่เป็นเส้นทางที่ชาวบ้านนิยมใช้ และเหตุที่ไม่มีใครกล้าตัด เพราะมีความเชื่อในเรื่องของสิ่งศักดิ์สิทธิ์และความอาถรรพ์ โดยก่อนหน้านี้ เทศบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ และเคยส่งคนเข้าไปตัด แต่ไม่เคยประสบผลสำเร็จสักครั้ง เนื่องจากคนที่ไปตัดต้องมีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับตัวเองมีอันเป็นไปทุกครั้ง ทำให้ทุกคนหวาดผวา อีกทั้งไม่มีผู้รับเหมาคนใดกล้ายุ่งเกี่ยว ส่วนเหตุผลที่ไม่ขยายถนนออกไปด้านข้างอีกนั้น เพราะเป็นที่ดินของชาวบ้าน เทศบาลจึงได้แค่ขอความอนุเคราะห์จากเจ้าของที่ใกล้เคียงทั้ง 2 ข้างทางให้ชาวบ้านได้ใช้ที่ดินเป็นทางสัญจรชั่วคราว และหากเจ้าของที่ยิมยอมยกพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นที่ดินสาธารณะ ก็จะเป็นผลดีแก่ส่วนรวม ซึ่งทางเทศบาลฯ ได้พยายามเจรจาต่อรองภาคเอกชนเจ้าของที่ดิน ยกพื้นที่ด้านละประมาณ 4 เมตร ทำการขยายถนน แต่ยังคงอยู่ระหว่างการเจรจา และหากการเจรจาไม่เป็นผล ทางเทศบาลจะทำเรื่องขอซื้อที่ดินเพิ่มเติมต่อไป MThai news