พันทิป

ภัยใกล้ตัว เตือน! ผู้ใช้บัตรเครดิต ในปั๊มน้ำมัน
ปั๊มน้ำมัน /  เตือนภัย / 

ชาวสังคมออนไลน์ส่งต่อ กระทู้เตือนภัย! สำหรับผู้ใช้บัตรเครดิต ในปั๊มน้ำมัน วันนี้ (16ก.ค.) สมาชิกพันทิป หมายเลข 2174751 ได้มีการตั้งกระทู้ในหัวข้อ “เตือนภัยผู้ใช้บัตรเครดิตในปั๊มน้ำมัน” เจ้าของกระทู้ได้เผยแพร่ ให้ชาวสังคมออนไลน์ได้รับรู้ถึงภัยใกล้ตัว เกี่ยวกับการใช้บัตรเครดิตในการจ่ายค่าน้ำมัน โดยระบุรายละเอียดเรื่องราวไว้ว่า เตือนภัยผู้ใช้บัตรเครดิตนะคะ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเอง คือเมื่อประมาณอาทิตย์ก่อน ไปเติมน้ำมันที่ปั๊มแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว เป็นช่วงเวลาค่อนข้างดึกค่ะ ปกติช่วงเวลาระหว่างเวลาเติมน้ำมัน ก็จะเล่นโทรศัพท์รอไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งจ่ายเงินก็ยื่นบัตรเครดิตและบัตรสะสมแต้มไปตามปกติ แต่ครั้งนี้เราออกใบกำกับภาษีด้วยค่ะ มันจะรอนานนิดนึง ปกติทางปั๊มจะนำบัตรเครดิตมาคืนเราก่อน และให้เรารอใบกำกับ แต่ครั้งนี้บัตรเครดิตกลับมาพร้อมใบกำกับ ซึ่งเราก็ไม่ได้เอะใจอะไร รับบัตรแล้วก็กลับบ้านมาปกติ หลังจากที่ใช้บัตรเครดิตใบนี้เติมน้ำมันก็ไม่ได้ใช้จ่ายผ่านบัตรนี้อีกเลย จนกระทั่งเมื่อวันที่ (13 ก.ค.58) เวลาประมาณ  4 โมง มีรหัส OTP Code เด้งเข้ามาที่โทรศัพท์มือถือ ทั้ง ๆ ที่บัตรอยู่กับเราไม่ได้ทำธุรกรรมใด ๆ จึงแจ้งไปทาง Call Center เพื่อสอบถามยอดการใช้จ่าย แต่ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่า ไม่มียอดใช้จ่ายใด ๆ แต่มีการพยายามทำรายการเข้ามา 3 ครั้ง ในช่วงเวลาใกล้ ๆ กัน (16.02,16.11,16.17) ซึ่งก็ตรงกับที่เราได้เมสเสจทางมือถือ ทางเจ้าหน้าที่จึงแจ้งให้ยกเลิกบัตรใบดังกล่าว และออกบัตรใหม่เพื่อความปลอดภัย ทางเราก็เห็นว่าสมควรจึงดำเนินการตามที่เจ้าหน้าที่แจ้ง หลังจากที่ดำเนินการยกเลิกบัตรไป ในช่วงเช้าของวันถัดมา (14 ก.ค.58)  ทางเจ้าหน้าที่โทรมาแจ้งว่า มีการพยายามทำรายการที่ปั๊มน้ำมันที่เรารูดบัตรใช้จ่ายครั้งสุดท้าย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจเช็คแล้วว่าตรงกัน เมื่อได้ทราบเรื่อง ทางเราก็รีบไปที่ปั๊มน้ำมันดังกล่าว (เนื่องจากอยู่บริเวณหอพัก) และขอติดต่อกับผู้จัดการ ซึ่งก็มีเจ้าพนักงานท่านหนึ่งแสดงตัวและมาพูดคุยกับเรา เราจึงอธิบายเรื่องดังกล่าวแก่เจ้าพนักงานท่านนั้น หลังจากที่พูดคุยกันเสร็จ เขาก็เรียกลูกน้องมาพูดคุยและสอบถาม ซึ่งต้องบอกตรงนี้เลยว่า เจ้าพนักงานท่านนี้เป็นคนที่มีความสามารถค่อนข้างดี เพราะสามารถนำตัวพนักงานที่กระทำผิดมาขอโทษได้ และยอมเล่าวิธีการให้กับเราฟัง ซึ่งก่อนที่พนักงานท่านนี้จะเล่าวิธีการ เราได้แจ้งแก่น้องพนักงานท่านนี้แล้วว่าจะไม่เอาความใด ๆ แต่อย่าไปทำกับลูกค้าท่านอื่น วิธีการก็ง่ายมากเลยค่ะ น้องพนักงานท่านนี้ ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพบัตรไว้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และนำไปทำรายการทางอินเตอร์เน็ต และได้ชี้แจงว่าครั้งล่าสุดที่ทำรายการที่ปั๊ม เพื่อจะนำเงินสดที่ลูกค้าจ่ายไปชำระค่าใช้จ่ายส่วนตัว จากเหตุการณ์นี้ทำให้เรารู้ได้ว่า เรื่องราวร้าย ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นกับเราได้ง่ายมาก อยากให้ทุกท่านที่ได้อ่าน คอยระวังภัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้ง่ายมากในสมัยนี้ หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์แก่เพื่อน ๆ พี่ๆ น้อง ๆ ชาวพันทิปนะคะ ล่าสุด วันนี้ (15 ก.ค) พนักงานที่ก่อเหตุได้พ้นสภาพ การเป็นพนักงานปั๊มน้ำมันแห่งนี้แล้วนะคะ ทางเจ้าพนักงานท่านเดิมที่ประสานแจ้งว่า ทางตัวพนักงานขอลาออกเองค่ะ หากพนักงานท่านนี้สำนึกผิดจริง ๆ  ก็หวังที่จะให้ทุกท่านให้โอกาสเขาค่ะ หากเขาจะกระทำความผิดอีกก็ขอให้เวรและกรรมตัดสินแล้วกันนะคะ MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก สมาชิกพันทิป หมายเลข 2174751

ฝากเตือนสตินักท่องเที่ยว หยุดทำร้ายภูกระดึง
ภูกระดึง /  เตือนนักท่องเที่ยว / 

แชร์ว่อนกระทู้พันทิป ฝากเตือนสตินักท่องเที่ยว หยุดทำร้ายภูกระดึง วันนี้ (16ต.ค.) เป็นประเด็นที่ชาวสังคมออนไลน์พากันวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกพันทิป Mhoo-Paoom ได้ตั้งกระทู้ในหัวข้อ "ฝากเตือนสตินักท่องเที่ยวทุกคน" โดยเจ้าของกระทู้ได้เปิดเผยถึงเรื่องราว หลังจากไปเที่ยวภูกระดึงแล้วได้พบกับร่องรอยการขีดเขียนตามบริเวณต่าง ๆ ซึ่งการกระนั้นเกิดจากการกระทำของนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าว ผู้โพสต์ระบุรายละเอียดไว้ดังนี้ เจ้าของกระทู้เพิ่งไปเที่ยวภูกระดึงมาค่ะ บอกตรง ๆ ว่าข้างบนนั้นสวยมาก สวยจนไม่น่าจะมีสิ่งเหล่านี้อยู่ มันคือลายลักษณ์อักษรจากน้ำมือมนุษย์ บางทีก็ไม่เข้าใจว่าพวกคุณต้องการจะสื่ออะไร ต้องการบอกให้โลกรู้ว่า_ขึ้นมาถึงแล้วอย่างนั้นหรือ?? นี่ยังไม่นับรวมกับขยะที่เห็นได้ทั่วไป ตามทางเดินไปยังจุดต่าง ๆ หยุดเถอะค่ะ พวกคุณไปเที่ยวเพื่อต้องการชมความงามของธรรมชาติ อย่าเอาสิ่งเหล่านี้ไปทิ้งไว้เลย อนุรักษ์ความสวยงามนี้ไว้ ให้คงอยู่ไปจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลานเราเถอะค่ะ ขอแท็ก "ความรักวัยรุ่น" เพราะบางคู่ก็ชอบประกาศให้โลกรู้แบบในรูป เผื่อเห็นแล้วจะมีสติกันขึ้นมาบ้างนะคะ ผู้คนที่ได้เข้าอ่านกระทู้ดังกล่าวได้แสดงความเห็นว่า มีอีกหลายสถานที่ท่องเที่ยวที่ถูกมนุษย์นิสัยเสียเข้าไปขีดเขียน ซึ่งการกระทำดังกล่าวเปรียบเสมือนการทำลายความงดงามของธรรมชาติทางอ้อม จึงอยากอยากฝากไปถึงผู้ที่นิยมไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบใครกระทำเรื่องที่ไม่เหมาะสม ก็ควรเตือนสติหรือแจ้งเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบให้เข้ามาดูแล MThai News ขอบคุณข้อมูล สมาชิกพันทิป Mhoo-Paoom

สิงห์นักปั่นลั่น ขอร้องเถอะ! เลิกย้อนศรกันได้ไหม?
จราจร /  ผิดกฎจราจร / 

โลกออนไลน์ส่งต่อกระทู้ ของสิงห์นักปั่นท่านหนึ่ง ที่ได้ขอร้อง ให้เลิกขับ-ขี่ย้อนศรกันได้แล้ว วันนี้ (16ก.ค.) เรื่องของอุบัติเหตุไม่ว่าใครก็คงไม่อยากให้เกิดขึ้น แม้ทุกคนจะรู้กันดีอยู่แล้วว่า อุบัติเหตุเป็นเรื่องที่คาดเดาไม่ได้ ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่หลายต่อหลายครั้งเหตุการณ์ไม่คาดคิดนั้น บ้างก็เกิดขึ้นจากความประมาทของตัวเราเอง ล่าสุดสิงห์นักปั่นท่านหนึ่ง ได้เข้าไปตั้งกระทู้เรียกร้องให้ ผู้ที่มักจะขับขี่รถย้อนศรหยุดพฤติกรรมเช่นนั้น เนื่องจากตัวเขาต้องประสบกับอุบัติเหตุ ขณะปั่นจักรยานกับเพื่อน ๆ เพราะรถจักรยานยนต์คันหนึ่งขี่ย้อนศรมา ผู้โพสต์ระบุรายละเอียดเรื่องราวไว้ว่า... เนื่องจากเมื่อวันเสาร์ที่ 11 ก.ค. ที่ผ่านมา ผมได้ปั่นจักรยานไปที่เขื่อนขุนด่าน ปรากฏว่า เจอรถมอเตอร์ไซค์ย้อนศรมาบนไหล่ทาง และมีเหตุการณ์ชนกันเกิดขึ้น สาเหตุที่ชนเนื่องจาก มีรถยนต์จอดอยู่ 1 คัน บนไหล่ทาง ซึ่งผมก็ขี่จักรยานไปทางด้านขวาของรถยนต์ที่จอดอยู่ ส่วนมอเตอร์ไซค์ก็ย้อนศรมา ผมคิดว่าทางผมน่าจะต้องผ่านตัวรถยนต์ไปก่อน แต่ทางฝั่งรถมอเตอร์ไซค์ไม่ได้หยุดรถให้ผมผ่านไป พอมาปะทะกันตรงหน้า ทางผมไม่กล้าออกขวาไปมากกว่านี้ เพราะไม่แน่ใจรถจากทางด้านหลังจึงได้แต่เบรค ในที่สุดก็ชน ผลปรากฏว่า ผมล้ม จักรยานล้ม (แต่ไม่ได้บาดเจ็บเท่าไหร่) เนื่องจากเบรคเข้ามาพอสมควร และพยายามใช้ส่วนยาง (ด้านหน้าชน) จุดสำคัญอยู่ตรงนี้คือว่า คนซ้อนผู้หญิง (อายุน่าจะประมาณ30) ลงมาขอโทษ ขอโพย ช่วยเก็บ Garmin และอะไรที่ตกหล่น ขอโทษ ยกมือไหว้ สำนึก รู้ว่าผิด และหันไปบอกให้ น้องชาย อายุไม่น่าจะเกิน 20 ซึ่งเป็นผู้ขับขี่ จอดรถแล้วเอาขาตั้งลง เพื่อมาไหว้ขอโทษผม น้องผู้ชายก็ดูไม่รู้ร้อน รู้หนาว ทำหน้าแบบ "ตกใจ" ไม่รู้ต้องทำอะไร ลงมาไหว้ แบบผ่าน ๆ "พี่ผมขอโทษ" เสียงในลำคอ พี่สาวคนดังกล่าว จึงบอกให้กล่าวขอโทษผมใหม่ ซึ่งน้องก็ทำได้หนักแน่นขึ้น ทางผมก็ไม่ได้ติดใจเอาความอะไร สำรวจความเสียหาย แล้วก็ตักเตือนบอกว่า ไม่ควรขี่รถย้อนศรมานะ ที่กลับรถก็มี พอเกิดอุบัตเหตุขึ้นมา รับผิดชอบอะไรได้ไหม ก็ทำไม่ได้ หมวกกันน็อคก็ไม่ใส่ ถ้ารู้ตัวว่าผิดวันหลัง ก็อย่าทำอีก เน้นย้ำไปว่า น้องจะรับผิดชอบอะไรได้เวลาที่เกิดอุบัติเหตุ ถ้ารู้ว่าผิด วันหลังอย่าทำอีกนะ แล้วผมก็ชี้ทิศทางให้น้องเขาขี่ออกไป เพื่อที่จะได้ไม่ย้อนศร เสร็จแล้วก็แยกย้าย ผมก็พร้อมที่จะขี่จักรยานไปพร้อมกับเพื่อน ๆ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ พอผมกำลังจะออกปั่น กลับพบว่าน้องเขายังคงขี่รถย้อนศรต่อไป ท่าทางเหมือนไม่ทุกข์ร้อนใด ๆ ไม่มีท่าทีสำนึกในสิ่งที่ตัวเองทำลงไปเลย แต่ครั้งนี้เป็นคนพี่ที่ขับขี่มอเตอร์ไซค์ย้อนศร ขอแสดงความเคารพกับผู้ใหญ่ที่เป็นแบบอย่างให้น้องเขาเห็น ที่ทำให้เกิดสังคมแห่งความไม่รับผิดชอบ ปล. ผมขออนุญาตแจ้ง เผื่อน้องหรือญาติของน้องเขา เข้ามาพบคือ จักรยานที่คุณทั้งสองมีส่วนร่วมทำให้ล้มในวันนั้น มันมีมูลค่าประมาณ 100k. ถ้าเจอกันอีก ผมคงต้องเรียกร้องค่าเสียหาย ให้พวกท่านได้รู้สึกสำนึก และรับผิดชอบในสิ่งที่กระทำไปมากกว่านี้นะครับ เพราะโอกาสที่ผู้ใหญ่ (ใจดี) หยิบยื่นให้ท่าน แต่สิ่งที่ท่านตอบแทนมันช่างมีคุณค่าที่ควรแก่การจดจำ เสียยิ่งกระไร หมายเหตุ ภาพเหตุการณ์จะเห็นว่า ไม่มีรถยนต์จอดด้านซ้ายนะครับ เพราะหลังจากเกิดเหตุ รถยนต์คันดังกล่าว ก็ได้เลื่อนออกไปครับ MThai News ขอบคุณ สมาชิกพันทิป sanchai_ch

ปลื้มใจ! 6 บัณฑิตกตัญญู ไม่อายถึงแม้ครอบครัวยากจน
รับปริญญา /  ลูกกตัญญู

หลังจากที่ผ่านมาบนโลกโซเชียลได้แชร์ภาพของบัณฑิตสวมชุดครุยก้มกราบเท้าพ่อที่ทำอาชีพขับรถกวาดขยะ เป็นภาพที่ทุกคนรู้สึกประทับใจและชื่นชมกันเป็นจำนวนมาก วันนี้ทีนเอ็มไทยก็เลยขอรวบรวมโมเม้นท์สุดประทับใจจาก 6 บัณฑิตกตัญญู ไม่อายถึงแม้ครอบครัวยากจน มาให้เพื่อนๆได้ชมกันอีกสักครั้ง .. ถึงแม้ว่าพ่อแม่เราจะไม่รวยล้นฟ้า หรือจะประกอบอาชีพใดๆก็แล้วแต่ แต่เชื่อเถอะว่าที่ท่านทำงานหนักทุกวันนี้ก็เพื่อลูกที่ท่านรัก ส่งเราเล่าเรียนหนังสือ เติบโตเป็นคนดี และเมื่อวันที่เราประสบความสำเร็จก็จงอย่าลืมคนข้างหลังที่คอยเป็นทั้งแรงใจ แรงกาย ส่งคุณเดินไปยังจุดหมายนะ .. ^^ ปลื้มใจ! 6 บัณฑิตกตัญญู ไม่อายถึงแม้ครอบครัวยากจน ปลื้มใจ! 6 บัณฑิตกตัญญู ไม่อายถึงแม้ครอบครัวยากจน 1. ลูกชายพนักงานขับรถเก็บขยะ คว้าใบปริญญาจุฬาฯ พร้อมสวมชุดครุยกราบเท้าพ่อ นายกล้าณรงค์ ศรีสกุล หรือ แม็ก บัณฑิตจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในวันที่เขาเรียนจบ เขาได้สวมชุดครุยเข้าไปก้มกราบพ่อ เขาไม่อายใครที่พ่อทำอาชีพขับรถเก็บขยะ เขาได้เขียนบรรยายความรู้สึกของเขาที่มีต่อพ่อไว้ โดยคนบนโซเซียลแชร์ และทำให้หลายคนประทับใจและชื่นชมเป็นจำนวนมาก ลองไปอ่านเรื่องราวที่เขาเขียนไว้กันค่ะ .. ว่าด้วยเรื่องของพ่อ พ่อผมทำงานที่ไม่ได้เลิศหรูอะไรหลายคนคงนึกภาพไม่ออก แต่ภาพที่พ่อทำงานผมเห็นมาตั้งแต่เด็ก ก็เคยไปทำงานกับพ่อนั้นแหละพ่อเป็นพนักงานขับรถเก็บขยะ งานที่ทำพ่อบอกเสมอว่าต้องแย่งหนอนกิน คือแย่งหนอนที่อยู่ในขยะ เป็นการเปรียบเทียบ สมัยเด็กหลายครั้งที่อายในความเป็นตัวพ่อ ว่าทำไมพ่อเราไม่แต่งชุดเท่ๆแบบพ่อคนอื่น ที่เป็น ทหาร ตำรวจ ทำไมนะพ่อไม่เท่เลย พอโตขึ้นเรากับพ่อเหมือนมีความฝันร่วมกัน พ่อผมจบน้อยเรียนไม่สูงแค่ ป.4 ความฝันของพ่อคือการเห็นลูกเรียน พ่อบอกเสมอว่าไม่มีสมบัติอะไรจะให้ได้อย่างครอบครัวอื่นเค้า แต่ให้ได้คือโอกาสทางการศึกษา ผมมีความฝันอยากเป็นทหาร แต่พ่อไม่มีความรู้ เราก็งมไปด้วยกัน เหนือยไปด้วยกัน ผมสอบไม่ติดเตรียมทหาร ผมเข้าใจว่าพ่อไม่ร้องไห้แต่มารู้ที่หลังว่าพ่อแอบไปร้องไห้ ผมยังไม่เคยทำความสำเร็จได้ซักครั้ง ตอนประกาศผลสอบจุฬา พ่อไม่ทำงานลางานเพื่อมาดูผลสอบของเราว่าเราผ่านไหมพ่อบอกว่าพ่อมีความสูขลุ้นระทึกมาก จนเมื่อผลสอบว่าติดพ่อบอกนั่งน้ำตาซึม จุฬามันคือความภูมิใจของครอบครัวเล็กๆของผม ตอนเรียนมหาลัย มีครั้งหนึ่งตอนปี4 พ่อโทรมาถามว่าน้อยใจไหมที่มีพ่อเป็นพ่อ เรา: น้อยใจเรื่องอะไร พ่อ : ก็ที่พ่อให้ได้ไม่เท่าพ่อคนอื่นอยากไปไหนอยากกินอะไรก็ได้ไม่เต็มที ต้องประหยัด เรา : พ่อ พ่อจบมาเท่านี้ทำงานเท่านี้ แต่พ่อสามารถทำให้ลูกคนเก็บขยะคนนี้มายืนตรงนี้ได้ แม็กไม่เคยคิดว่าน้อยหน้าใคร และแม็กภูมิใจที่มีพ่อเป็นพ่อ พ่อ : เงียบ เหมือนได้ยินเสียงสะอึ้นผ่านทางโทรศัพท์ เรา : น้ำตาซึมไปด้วย อยากพูดอะไรหลายอย่างในหัวมันเต็มไปหมดแต่พูดไม่ออก วันนี้ถ้าให้พูดก็คงลำบากขอเรียบเรียงเป็นข้อความให้พ่อ่านสั้นๆ ขอบคุณที่มีพ่อเป็นพ่อ ขอบคูณที่สนับสนุนทุกอย่าง ขอบคุณที่เหนื่อยไปด้วยกัน ร้องไห้ด้วยกัน ซึมไปด้วยกัน วันนี้ก็อยากให้พ่อมีความสุขกับความสำเร็จที่เราเหนือยมาด้วยกัน ขอบคุณจริงๆ ลูกคนเก็บขยะคนนี้ทำให้พ่อของมันภูมิใจได้แล้ว พ่อไม่ต้องอายอะไรใครทั้งนั้น เพราะพ่อคือพ่อคนดีที่หนึ่ง ไม่แพ้ใคร แม็กภูมิใจ 2. เมื่อเราไปถ่ายชุดครุยกับพ่อแม่ที่ 'ทุ่งนา' บัณฑิตสาวคนนี้ได้ตั้งกระทู้ในพันทิป "เมื่อเราไปถ่ายชุดครุยกับพ่อแม่ที่ 'ทุ่งนา'" เธอไม่อายที่บอกว่าตัวเองเป็นลูกชาวนา หลังจากเรียนจบมัธยมปลาย ก็ตัดสินใจเรียนต่อที่คณะศิลปศาสตร์ เอกสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และสามารถคว้าใบปริญญามาครองในเวลาเพียง 2 ปีครึ่งเท่านั้น! ซึ่งเธอเล่าอีกว่าเงินทุกบาททุกสตางค์เธอหาใช้เองโดยไม่ขอพ่อแม่เลย "ชีวิตที่ต้องตั้งใจทำงาน และตั้งใจเรียน อ่านหนังสือ ไปพร้อมๆกับ ส่งตัวเองเรียน โดยไม่รบกวนพ่อแม่เลยสักบาท มันก็ภาคภูมิใจอย่างบอกไม่ถูกนะคะ ปริญญานี้เราทำเพื่อพ่อเพื่อเเม่ ถ้าไม่มีท่านทั้งสอง เราก็ไม่มีวันนี้ เราเลยให้พ่อแม่ใส่ชุดครุยและถ่ายรูปที่ท้องนา ด้วยความภาคภูมิใจค่ะ และแล้วเราก็จบอย่างที่ตั้งใจ จริงๆ เรารับ ปริญญาปี 59 แต่ช่วงนั้นไม่แน่ว่าเราอาจเข้าร่วมพิธีไม่ได้ แต่เราก็อยากให้พ่อแม่เห็นความสำเร็จของเรา และเห็นเราใส่ชุดครุย เราเลยเลือกวิธีนี้ค่ะ ^^  กลับไปถ่ายรูปกับพ่อแม่ที่บ้าน" 3. มิน ชาวเขาเผ่าม้งยอดกตัญญู “ท้อแค่ไหน ก็จะผ่านไปเอง ให้ตั้งใจเรียน อย่าให้พ่อแม่ผิดหวัง” นายพิศุทธิ์ คีรีธระกุล หรือ มิน หนุ่มชาวเขาเผ่าม้ง ในจังหวัดน่าน ที่บ้านประกอบอาชีพทำไร่ทำสวน แม่เสียไปตั้งแต่เขายังเล็กๆ เขามีพี่น้อง 5 คนก็ล้มหายตายจากไปทีละคน เหลือเพียงเขาที่เป็นคนสุดท้องและพี่ชายคนโต ส่วนพ่อเป็นใบ้ และเริ่มมีอาการซึมเศร้าหลังจากที่แม่เสีบ และหลงลืมจนจำไม่ได้แม้แต่ลูก มินเป็นสามเณรตั้งแต่ ป.1 ถึง ม.6 จากนั้นจึงสึกมาเรียนต่อ ปวส.และสามารถสอบเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย คณะบริหารธุรกิจ สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ปัจจุบันเปิดร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ ชื่อร้าน PS คอมพิวเตอร์ใน อ.เชียงกลาง จ.น่าน มิน พิศุทธิ์ ได้บอกว่าตอนเรียนในช่วงเรียน ปวส. เป็นช่วงที่หนักหน่วงมากๆ เขาจำเป็นต้องไกลพ่อไกลพี่หนีห่างมาเรียน และเมื่อมาถึงวันรับพระราชทานปริญญาบัตร พ่อและพี่ชายไม่สามารถมาได้ เขาจึงหอบชุดไปกลับบ้านเกิดไปถ่ายรูปกับพ่อเองซะเลย โดยเขาพูดข้างๆ หูพ่อว่า "ผมเป็นลูกพ่อนะ ผมเรียนจบแล้วครับพ่อ พ่อก็ยิ้มๆ ตอบกลับมาให้ผม" "เคยคิดโทษตัวเองบ่อย ๆ ว่าทำไมเราต้องอยากเรียน คนที่เขามีพ่อมีแม่ที่ดี หาเงินให้ใช้ทำไมเขาถึงไม่อยากเรียน แต่เราไม่มีอะไรเลย ทำไมต้องอยากเรียนด้วย ผมท้อหลายครั้ง เพราะผมก็ไม่ใช่เด็กเรียนเก่ง เคยได้เกรดมากสุดแค่ 2.9 แต่ก็มีความสุขที่ได้เรียน อยากเรียน และด้วยที่ผมอยากเรียนผมก็เลยต้องสู้ครับ ฐานะทางบ้านผมแค่มีข้าวให้พ่อให้พี่กินอิ่มท้องก็ลำบากแล้ว ตอนนั้นผมก็ต้องทำงาน และเอาเงินไปจ่ายค่าเทอมครับ แต่โชคดีที่คุณครูก็ยอมให้ค้างค่าเทอมได้  ผมแบ่งไว้ว่าเงินที่ทำงานได้มา จะจ่ายค่าเทอมก่อนเสมอ ที่เหลือค่อยมาใช้อยู่กิน แต่ช่วงปี 3 ก็โชคดีขึ้นมาหน่อย เพราะผมกู้ทุน กยศ.ของมหาวิทยาลัย ได้ครับ คุณสมบัติผมผ่าน ก็เลยมีเงินมาจ่ายค่าเทอมครับ” 4. บัณฑิตให้คุณพ่อซึ่งเป็น รปภ. ติดเข็มที่ชุดครุย เป็นอีกภาพความประทับใจที่ทำให้ยิ้มทั้งน้ำตากันเลยทีเดียว ระหว่างบัณฑิตหนุ่มให้คุณพ่อซึ่งเป็น รปภ. ติดเข็มที่ชุดครุยให้ และเขาได้บรรยายข้อความไว้ว่า  "เพราะพ่อลำบากมามากพอแล้ว ของขวัญที่ลูกทำให้พ่อ เพื่อแลกกับรอยยิ้มของพ่อ" ^^ 5. ยุทธ ยุทธพลต์ โสภณชื่นสุวรรณ บัณฑิตจากคณะศิลปศาสตร์ สาขาพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยพะเยา ถ่ายภาพคู่กับคุณแม่ในชุดชาวเขาเต็มยศ เป็นภาพความประทับใจในวันที่เขาเรียนจบ 6. บัณฑิตสาวอินโดฯ นั่งสามล้อปั่นของพ่อมางานรับปริญญา นางสาวราเอนี (Raeni) บัญฑิตจากคณะเศษฐศาสตร์ วิชาเอกการศึกษาการบัญชี ของมหาวิทยาลัย Universitas Negeri Semarang (Unnes) ในวันรับปริญญาได้เธอเดินทางมาพร้อมกับคุณพ่อโดยรถสามล้อถีบ ซึ่งคุณพ่อของเธอมีอาชีพปั่นสามล้อ แต่เนื่องจากรายได้ไม่แน่นอนคุณพ่อก็ต้องทำงานเสิรม โดยการเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในช่วงกลางคืนให้กับโรงเรียนแห่งหนึ่ง และถึงแม้ฐานะทางบ้านเธอจะไม่ได้ร่ำรวยแต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกว่าสิ่งนี้เป็นอุปสรรค หรือเธอด้อยค่าไปกว่าคนอื่น เธอเป็นเด็กตั้งใจเรียนมากๆ พ่อของเธอบอกว่าที่เธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้ก็เพราะผลการเรียนอันยอดเยี่ยมของเธอเอง และในวันที่เรียนจบก็ได้รับรางวัลนักศึกษาดีเด่นโดยมีผลการเรียน GPA 3.96 ขอบคุณข้อมูล  facebook Klanarong Srisakul, http://pantip.com/topic/34244505, blog.eduzones.com

เปิดตัวเจ้าของเพจดัง
นิมมาน /  ร้านอาหาร / 

เมนูอาหารที่ "โอชิน" คิดค้น มักเกิดขึ้นในบัดดลตามแต่จินตนาการและแรงบันดาลใจที่เกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมา บางช่วงเป็นข้าวซอยอุด้งไปต้มเส้นในน้ำอัญชันบ้าง บางฤดูกาลจัดธีมเป็นอาหารแนว isan soul บ้าง ทั้งเมนูขนมก็ถูกเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ผ่านไปไม่นานนัก ร้านอาหารในบ้านของโอชินก็กลายเป็นร้านอาหารสุดแหวกแนวที่ถูกบอกต่อผ่านกระแสโซเชียลเน็ตเวิร์ค โดยเฉพาะการจัดแต่งอาหารของเธอ ทำเอาสาวกไอจีทั้งหลายต้องคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปกันอยู่นั่นอัพกันทั้งวัน อัพกันจนลืมกิน! ขนาดที่ว่า มีแก๊งคุณป้าชาวจีนซิ่งรถสปอร์ตมาจากปักกิ่ง เพื่อมาแวะรับประทานอาหารของเธอเรียกว่าเที่ยวเชียงใหม่ห้าวันก็แวะกินร้านของโอชินมันห้าวันนั่นล่ะ ‘การทำอาหารและขนม’ ของโอชิน ถือเป็นมรดกชีวิตที่เธอได้รับส่งต่อมาจากแม่โดยไม่รู้ตัว คุณแม่ของโอชินเคยเป็นกุ๊กในร้านอาหาร ตัวเธอเองก็ชอบคิดสูตรทำอาหารและขนม โดยเขียนบอกสูตรลงในเฟซบุ๊ค จนกลายเป็นที่ติดตามของทั้งเว็บพันทิป เฟซบุ๊ค และไอจี กระทั่งจนพอมีคนตามมากๆเข้าโอชินจึงเริ่มทำอาหารแพ็คใส่กล่องวางขายที่ร้านเพื่อน ทำไปทำมา ขายดิบขายดีกันเป็นเทน้ำเทท่าจนต้องขยับที่ขยับทาง เธอหันไปมองพื้นที่ในซอกข้างบ้านตัวเอง ซึ่งมีอยู่น้อยนิดกับเงินออมหกพันบาท และนึกในใจว่า ….“เอาล่ะ เปิดร้านแล้วกัน”..... บรรยากาศร้านอาหารในซอกเล็กๆข้างบ้านของโอชิน เปิดให้บริการเพียง 7 ชั่วโมง ตั้งแต่ 11 โมงเช้าถึงหกโมงเย็น ลูกค้าที่เข้ามากิน จะต้องเดินผ่านห้องครัวของเธอ จนมาถึงโต๊ะอาหารซึ่งมีอยู่เพียงหกโต๊ะ นั่นหมายความว่า ถ้าโต๊ะไม่ว่าง ลูกค้าก็จะต้องอดทนยืนรอต่อแถวกันไป ลูกค้าของเธอมีทุกเพศทุกวัย เด็กคนแก่ คนท้อง คู่เลสเบี้ยน มีหมด วันนี้เราเลยหยิบบางเมนูมาที่ัรบรองว่าเด็ดมาให้ชมกัน "ข้าวซอยบลูอุด้ง" เส้นอุด้งย้อมสีด้วยน้ำอัญชัญเสิร์ฟในน้ำข้าวซอยรสดั้งเดิม เพิ่มเติมคือความงามของสีสัน "โซบะเย็น" เส้นโซบะ จากไร่หญ้าโซบะ(เส้นโฮลวีท)ที่ปลูกในเชียงรายและ "ปีกไก่ทอดนาโกย่า" ปีกไก่อวบๆ หมักน้ำปลาน้ำผึ้งงาดำ ทอดพอเกรียม เสิร์ฟพร้อมผักสด และน้ำซอสโซเมนเย็น เส้นโซบะคลุกไข่ไก่ดิบหรือไข่นกกระทา เพิ่มความมันนุ่มหอมหวาน "ชูใจ ไรซ์ไวน์ กีวี่ซอฟท์เค้ก" ข้าวกลั่นอ่อนๆตัดกับรสหวานอมเปรี้ยวของกีวี่ ผสานรสด้วยวิปปิ้งครีมตีสด "ทาร์ตเลเมิ่น 007"  เลเมิ่นเคิร์ดรสหวานหอมอมเปรี้ยว เคลือบด้วยดาร์กชอคโกแลตเข้มข้น ห่อด้วยแป้งทาร์ตหวานกรอบ แต่กว่าจะมาเป็นวันนี้ขอบอกว่าชีวิตเธอมีครบทุกรสชาติ เปรี้ยว หวาน เผ็ด มัน และขมปี๋ จนครั้งหนึ่งเธอเกือบคิดสั้น! ‘โอชิน’ ปากกัดตีนถีบมาตั้งแต่เด็ก สมัยอายุ 13 พ่อของเธอถูกรถชนจนโดนตัดขา ทำให้ชีวิตของโอชินมีเพียงบ้านกับโรงพยาบาลจนช่วงอายุ 18 ขณะที่พ่อของเธอติดเหล้ามายาวนาน ก็ต้องเสียชีวิตลงด้วยโรคแอลกอฮอลิซึ่ม โอชินผ่านช่วงของความคิดที่เคยอยากฆ่าตัวตายเพราะความเครียดจากหนี้สินที่ต้องแบกความรับผิดชอบไว้ในฐานะลูกคนโต ทั้งไหนจะต้องส่งน้องเรียนอีก แต่เธอก็ผ่านพ้นช่วงวิกฤตินั้นมาได้ภายในช่วงระยะเวลาเพียงสองปี นั่นทำให้เธอทำมาแล้วแทบทุกอย่าง ตั้งแต่ ถักสร้อยขาย รับเพ้นท์เล็บ ก๊อปปี้ซีดีขาย ทำงานศิลปะ ทำวงดนตรี เป็นล่าม เป็นศิลปิน ชีวิตของเธอไม่ธรรมดา เป็นศิลปินดังไกลถึงญี่ปุ่น !  เธอเป็นลูกคนโตในบ้านที่มีพี่น้องฝาแฝดซึ่งเป็นชายแท้ สมัยเรียนหนังสือในสาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เธอมักใช้เวลาในช่วงกลางวันไปกับการรับจ๊อบ ขี่มอเตอร์ไซค์บน ระยะทางสิบกิโลเมตรไปรับจ้างเป็นล่ามให้กับบริษัทของชาวญี่ปุ่นซึ่งคุณสมบัติพิเศษของโอชินในอาชีพล่าม ซึ่งหาไม่ได้ง่ายๆโดยทั่วไปคือ เธอมีความเข้าใจในศิลปะดีเป็นพื้นฐาน ต่อมา โอชินเปลี่ยนสาขาไปเรียนศิลปะในสาขาศิลปะไทยของคณะวิจิตรศิลป์ มช. และทำงานพิเศษอยู่ในห้องสมุดคณะวิจิตรศิลป์ จนสำเร็จการศึกษา เธอจึงได้ทำงานพิเศษเป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์ให้กับห้องสมุด TCDC สาขาเชียงใหม่ ทั้งยังเคยทำงานออฟฟิศเป็นอาร์ตไดเร็กเตอร์ให้กับบริษัทญี่ปุ่นในกรุงเทพฯ ชีวิตของโอชินเวียนวนคลุกคลีอยู่กับผู้คนในวงการศิลปินญี่ปุ่นค่อนข้างมาก กระทั่งเธอเก็บเงินได้ จึงกลับไปเรียนต่อปริญญาโท ในสาขาทัศนศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งจังหวะนี้เอง ผลงานศิลปะของเธออันว่าด้วยเรื่องของการทำศัลยกรรม ทำให้เธอได้รับโอกาสจากโครงการศิลปะแบรนด์นิวของหอศิลป์มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เธอได้รับเลือกเป็น 1 ใน 10 จากการคัดเลือกศิลปินรุ่นใหม่ทั่วประเทศ และได้รับการตีพิมพ์ผลงานลงในนิตยสารศิลปะไฟน์อาร์ตประเทศไทย และ ART4D หลังจากสำเร็จการศึกษาชั้นปริญญาโท ผลงานของเธอได้ถูกเชิญชวนจากภัณฑารักษ์ชาวญี่ปุ่นให้เดินทางไปแสดงผลงานในต่างแดนจนกลายเป็นที่โด่งดังในฐานะของ ‘ศิลปิน’ นับแต่นั้นเป็นต้นมา ทั้งโอชินยังมีโอกาสได้เดินทางไปกลับญี่ปุ่นอีกหลายต่อหลายครั้งไม่ว่าจะถูกเชิญไปบรรยาย แสดงงานศิลปะ จัดเวิร์คช็อปกระทั่งจนปัจจุบัน เธอจับผลัดจับผลูมาทำขนมนี่แหล่ะค่ะ ปัจจุบัน โอชินเปิดร้านขายเบเกอรี่ขนาดเล็ก อยู่ในซอยนิมมานฯ ใช้ชื่อว่า minimeal eatery studio อันเป็นร้านที่ชวนให้นึกถึงบรรยากาศนั่งกินกาแฟเอาท์ดอร์ในต่างประเทศ เธอจัดตกแต่งพื้นที่เองทั้งหมด ทั้งเธอยังมีแผนจะเดินทางไปใช้ชีวิตเพื่อทำงานศิลปะและเรียนต่อระดับปริญาเอกที่แคลิฟอร์เนีย เร็วๆนี้ แต่เพจอาหารและขนมของเธอ "สีนวล สวีทคุ้กกิ้ง" (C’nual Sweet Cooking) จะยังดำเนินต่อไป สำหรับใครที่ชื่นชอบการกินการดื่ม ลองแวะเข้าไปที่เพจของเธอกันดูนะคะ

กทม. ขึ้นป้ายห้ามทิ้งขยะ
ขยะทุ่งหญ้าหิมะ /  ทุ่งหญ้าขาวโพลน / 

กทม. ขึ้นป้ายห้ามทิ้งขยะ "ทุ่งหญ้าหิมะ" ฝ่าฝืนปรับ 2,000 ขณะที่ชาวเน็ตชื่นชมครอบครัวตัวอย่าง สอนให้ลูกรู้จักคิดจากเหตุการณ์ขยะทุ่งหญ้าหิมะ  หลังจากที่ช่วงที่ผ่านมาได้เกิดเป็นกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์ หลังปรากฏทุ่งหญ้าสีขาวสวยในพื้นที่ กทม. จนเกิดว่า "ทุ่งหญ้าหิมะ" ก่อนที่คนจะพากันไปถ่ายรูปเก็บภาพความประทับใจ จนเกิดมีขยะตกเกลื่อนกระจัดกระจายเต็มบริเวณตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุดทาง กทม. ในขึ้นป้ายประกาศเตือนห้ามทิ้งขยะในบริเวณดังกล่าวแล้ว ฝ่าฝืนถูกปรับ โดยป้ายดังกล่าวระบุข้อความ ว่า "ห้ามทิ้งขยะบริเวณนี้ ฝ่าฝืนปรับ 2,000 บาท ฝ่ายรักษาความสะอาด และสวนสาธารณะ สำนักงานเขตลาดพร้าว โทร 02-5398246 และ 02-5391787" ทั้งนี้แม้ว่าข่าวจะเกิดในมุมลบ แต่หลังจากได้มีการแพร่ออกไปก็ทำให้มีมุมดีๆ กลับมาบ้าง เมื่อมีคุณพ่อท่านหนึ่งโพสต์เรื่องราวผ่านเว็บบอร์ดพันทิป @สมาชิกหมายเลข 2134791 ว่า เขานำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาสอนให้ลูกๆ ได้เรียนรู้ สำนึกรับผิดชอบต่อสังคม โดยระบุว่า "ชวนลูกมาเก็บขยะที่ทุ่งหญ้าหิมะกัน" ผมถือโอกาสสอนลูก ด้วยการทำให้ดู ...... ในขณะที่เรากำลังเดินเก็บขยะ เห็นครอบครัวพ่อแม่ลูกครอบครัวนึง มาเยี่ยมชมทุ่งหญ้าแห้งเหี่ยว แล้ววางถ้วยโยเกิรต์ไว้ พอเขากำลังเดินไปโดยไม่เก็บ ลูกสาววัยใกล้เคียงลูกสาวเราคงเห็นว่าเรากำลังทำอะไร เลยไปสะกิดบอกคุณแม่ คุณแม่ก็เลยเก็บถ้วยโยเกิรต์แล้วรีบเผ่นไปโดยไม่หันมามองผมที่ตะโกนบอกเขาว่า "เอามาใส่ถุงก็ได้ครับ" ... ช่วงเวลาสั้นๆ สอนทั้งลูกเราให้มีความรับผิดชอบ ..สอนทั้งลูกชาวบ้านและพ่อแม่ท่านอื่นว่า อย่าทำแบบนี้กันอีกเลย เวลาเด็กทำอะไร อย่าไปว่าเด็กเลยนะครับ เพราะเด็กเขาทำตามผู้ใหญ่อยู่แล้ว   วิจารณ์ยับ ! ผู้คนแห่เซลฟี่ทุ่งหญ้าขาวโพลน ราวหิมะ ที่ลาดพร้าว ทำหญ้าตาย-ขยะเกลื่อน จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพทุ่งดอกหญ้าสีขาวโพลนราวหิมะ บริเวณข้างถนนเกษตร-นวมินทร์ ด้านหลัง นวมินทร์ ซิตี้ อเวนิว จนเกิดเป็นทิวทัศน์สวยงามตายิ่งหนัก ชวนให้เหล่านักท่องเที่ยวสะพายกล้องออกเดินทางไปเก็บภาพความประทับใจไว้ ล่าสุด (29 ก.พ. 59) หลังจากที่กระทู้ดังกล่าวได้รับความนิยิม ทำให้ผู้คนต่างแห่กันไปถ่ายภาพสวย ๆ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก ศศิดิศ ศศิสกุลพร ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความบอกเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นว่า จากทุ่งหญ้าว่างเปล่าธรรมดา กลายเป็นกระแสดังในโซเชียล จนสื่อหลักต้องนำไปเสนอ ทำให้วันนี้ (28 ก.พ.) ผู้คนพากันแห่แหนมายัง "สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่" ที่นี่ ทำเอารถติดไปไกลถึงนนทบุรี ผู้ที่มาเกือบทุกคน พกกล้องมาเพื่อถ่ายรูป มีตั้งแต่กล้องมือถือถ่ายเซลฟี่กันกรุบกริบ ไปจนถึงช่างภาพแบกเลนส์และชุดแฟลชมาถ่ายภาพกันอย่างจริงจัง โดยแต่ละคนก็หวังจะได้ภาพโลเคชั่นทุ่งหญ้าสีขาวสวยงาม ติดมือกลับไปทุกคน จากที่เห็นวันนี้ ทุ่งหญ้าโดนเหยียบล้มไปหลายหย่อมแล้ว แต่ไม่ต้องเสียใจ ถึงแม้พรุ่งนี้หญ้าตายหมด ปีหน้าทุ่งหญ้าก็จะกลับมาสวยใหม่ ให้พวกเราได้กลับไปเก็บภาพสวย ๆ ใหม่อีกครั้ง แต่ทุ่งหญ้าอาจจะกลับมาสวยไม่เท่าเดิม เพราะหลายคนเอาภาพสวยงามกลับไป แต่กลับทิ้งขยะไว้แทน ถึงแม้ขยะในตอนนี้จะถือว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับจำนวนคนที่ไปทุ่งหญ้าวันนี้ แต่คงเพราะแถวนั้นยังไม่มีร้านค้าให้จับจ่ายซื้อของ ซึ่งตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป น่าจะมีพ่อค้าแม่ขายมาจับกระแสขายของบริเวณนี้เพิ่มขึ้น ทำให้ปริมาณขยะเพิ่มขึ้นมากแน่ ๆ ผมเชื่อว่าไม่มีใครอยากมาที่ทุ่งแห่งนี้ เพื่อเซลฟี่กับเศษขยะแน่นอน มาช่วยกันรักษาทุ่งหญ้าให้อยู่กับเราไปนาน ๆ กันเถอะครับ ขอบคุณข้อมูล/ภาพ เฟซบุ๊ก ศศิดิศ ศศิสกุลพร MThai News

เงิบเป็นแถว!! กระทู้มาแรง นักฟุตบอลไทยคนไหนเป็นคู่เกย์ ?
กระทู้ฮาพันทิป /  นักฟุตบอลไทยคนไหนเป็นคู่เกย์ / 

กระทู้นี้ยืนยันชัดเจนว่าคนไทย..เป็นคนตลก!! เมื่อมีชาวเน็ตตั้งกระทู้บนเว็บ พันทิป "นักฟุตบอลไทยคนไหนเป็นคู่เกย์ ?" ซึ่งคำตอบที่ได้ พากันหงายท้องไปเป็นแถว เพราะเขาคนนั้นก็คือ "ธนบูรณ์ เกย์สารัช" ทำเอาชาวเน็ตที่เข้าไปอ่านฮากระจาย :D พร้อมกับมีหลายความเห็นต่างเข้ามาปล่อยมุขเด็ดดวงอีกเพียบ(โดยเฉพาะเจ้าของกระทู้) อาทิ เช่น หลากหลายคอมเม้นท์แฟนบอลที่เข้ามาปล่อยมุข ต่อจาก นักฟุตบอลไทยคนไหนเป็นคู่เกย์ ? นักฟุตบอลคนไหนขี้เซา? ตอบ ชารีล หลับปุ๋ย นักฟุตบอลคนไหนเจ้ามือไม่ชอบ? ตอบ ป๊อกเก้า อนันต์ นักฟุตบอลคนไหนเป็นคุณพ่อที่ใจร้าย? ตอบ ธนา กระชากบุตร นักฟุตบอลคนไหนคิดเลขนาน? ตอบ มงคล ทดซะไกล นักฟุตบอลคนไหนชอบฆ่าสัตว์? ตอบ ธีรศิลป์ แทงปลา นักฟุตบอลคนไหนมีห้าสี? ตอบ อนาวิน จูเรนเจอร์ นักฟุตบอลคนไหนชอบเล่นของสูง? ตอบ ศิวรักษ์ เธอสูงเกิน นักบอลคนไหนนมใหญ๋สุด? ตอบ นฤบดีน วีรวัฒโนตม นักฟุตบอลคนไหนไม่มีความรับผิดชอบ? ตอบ เกียรติประวุฒิ สายแล้วววว นักบอลคนไหนชอบอวดรวย? ตอบ ประทุม ชูทอง นักบอลคนไหนอยู่เบื้องหลังการใกล้สูญพันธุ์ของสัตว์? ตอบ กวิน ทำสัตว์จะ none(ไม่มี) นักฟุตบอลคนไหนชอบ งง? ตอบ ชนาธิป สงกระสัย นักบอลคนไหนเป็นเกษตรกร? ตอบ ธีรศิลป์ ดำนา นักบอลคนไหนพึ่งสึกออกมา? ตอบ ทิด ตอง โด นักบอลคนไหนชอบพูดประจบประแจง? ตอบ สารัช อยู่เป็น และอื่นๆอีกมายมายนับไม่ถ้วน >> pantip.com/topic/34999094

ชวนปั่นจักรยานตามเส้นทางสายวัฒนธรรมไทย-ลาว-ยวน กับ  A Long Way Home Trip @หนองแซง จ.สระบุรี
ปั่นจักรยาน /  หนองแซง / 

ชวนปั่นจักรยานตามเส้นทางสายวัฒนธรรมไทย-ลาว-ยวน กับ  A Long Way Home Trip @หนองแซง จ.สระบุรี ขอยอมรับตามตรงว่าเป็นแฟนคลับของคู่รักนักเดินทางที่ใช้นามปากการ่วมกันว่า Pakaprich มานานพอควร เริ่มตั้งแต่ที่ทั้งคู่ตั้งกระทู้เล่าเรื่องการเดินทางสายทรานส์-ไซบีเรียโดยรถไฟ เริ่มต้นที่เมืองนอตทิงแฮม ประเทศอังกฤษ สู่ปลายทางกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย จนได้ขึ้นกระทู้ปักหมุดในพันทิป หลังจากนั้นก็มีแฟนเพจเป็นของตัวเอง และตอนนี้ทั้งคู่ก็ได้ออกพ็อกเก็ตบุ๊คบันทึกการเดินทางเป็นของตัวเองในชื่อ ‘A Long Way Home 71 วัน ปลายทางคือบ้าน ระหว่างทางคือเรา’ โดย สำนักพิมพ์ Her Publishing ในเครือโมโนกรุ๊ป ซึ่งผมมีโอกาสได้อ่านแล้วชอบมากครับ โดยส่วนตัวผมไม่คุ้นเคยว่าหนังสือกับการจัดกิจกรรมจะเป็นไปในรูปแบบไหนได้บ้าง แต่ล่าสุดสำนักพิมพ์ Her Publishing ในเครือโมโนกรุ๊ป ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานลพบุรี ชวนแฟนนักอ่านมาปั่นจักรยานกันโดยรถไฟตามรอยการเดินทางในหนังสือ กับคู่รักนักเดินทาง “โบ๊ท - ภควัติ ทองเจริญ” และ “ฝ้าย - ปริชญา สุทธิเวทย์” แห่ง Pakaprich ในกิจกรรม “ปั่นเลียบเลาะคันคลองท่องวัฒนธรรมไทย-ลาว-ยวน จังหวัดสระบุรี” เมื่อวันเสาร์ที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา เดิมผมป็นคนที่ชอบการท่องเที่ยวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และตอนนี้กำลังมีความสุขกับการปั่นจักรยานที่เป็นทริปแบบปั่นไปเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ ยิ่งไปกันเป็นทีม ยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่ ผมจึงไม่รอช้า รีบสมัครเข้าร่วมกิจกรรมทันที ทริปนี้เริ่มต้นที่สถานีรถไฟหัวลำโพง (กรุงเทพฯ) ตั้งแต่ 6.30 น. ทีมงานตั้งโต๊ะลงทะเบียนที่หน้าชานชาลา แจกเสื้อทีม พร้อมขนมและน้ำดื่มรองท้อง ก่อนจะถ่ายรูปร่วมกันและเตรียมตัวขนจักรยานขึ้นขบวนรถไฟพิเศษมุ่งหน้าสู่สถานีรถไฟหนองแซง อำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี ทริปนี้มีนักปั่นที่เป็นแฟนหนังสือเข้าร่วมกิจกรรมถึง 60 คน ทุกคนล้วนเตรียมตัวมาอย่างดี และมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ระหว่างเดินทางมีการจัดกิจกรรมสันทนาการสนุกๆ จากทีมงานเรียกเสียงหัวเราะได้เป็นอย่างดี ทำให้บรรยากาศไม่น่าเบื่อ พร้อมทั้งมี SIX-P เวย์เจลลี่ รสช็อคโกแล็ตของอร่อยจากผู้สนับสนุนใจดีมีให้ชิมตลอดทาง ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก็ถึงที่หมายตามกำหนดเวลาทันพอดี (ไม่น่าเชื่อ) เมื่อถึงสถานีหนองแซง ก็ได้เวลาเปิดกิจกรรมอย่างเป็นทางการโดยนายอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลพบุรีกล่าวเปิดงาน จากนั้นก็พร้อมปล่อยตัวทีมนักปั่นนำโดยนายอรรถพล และ โบ๊ท - ฝ้าย แห่ง Pakaprich โดยทริปนี้เราจะแวะชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอหนองแซงถึง 7 จุดสำคัญ จุดแรกเริ่มจากแวะดื่มกาแฟหอมๆ จากบ้านใร่กาแฟ ต้นตำรับกาแฟไทยโดยคนไทย พร้อมปาท่องโก๋ที่ทอดเสิร์ฟกันร้อนๆ ที่ ‘ร้านบ้านใร่ใบกะเพรา’ เพื่อเติมพลังก่อนปั่นต่อไปยัง ‘คลีนฟาร์ม’ ฟาร์มผักปลอดสารพิษ ที่นี่ได้รับเกียรติจาก ดร.วีระศักดิ์ วงสมบัติ และคุณธนิดา กุลนา กรรมการผู้จัดการ คลีนฟาร์ม ขึ้นบรรยายถึงการบุกเบิกวิธีปลูกผักปลอดสารพิษ พร้อมขี่จักรยานปั่นนำคณะชมโรงเรือนปลูกผัก และยังได้ชิมผัดสดๆ พร้อมน้ำสลัดอร่อยๆ ด้วย (แอบกระซิบว่าอร่อยจนผมต้องซื้อกลับบ้านมาถุงใหญ่เต็มๆ) จากนั้นไปไหว้พระขอพรกันต่อที่วัดหนองสีดา วัดดังประจำอำเภอหนองแซง ซึ่งให้การต้อนนรับโดยท่านนายกริน อบต.หนองหัวโพ พร้อมชมค้างคาวแม่ไก่นับพันๆ ตัว ที่ลงหลังปักฐานห้อยตัวอยู่บนต้นไม้เฉพาะในเขตวัดหนองสีดาเท่านั้น มาถึงจุดนี้คาดว่าทุกคนคงเริ่มเหนื่อยกันไม่น้อย (ผมด้วย) พอใกล้เที่ยง จึงเริ่มปั่นจักรยานต่อไปยัง ‘หอวัฒนธรรมพื้นบ้านไท-ยวน’ ด้วยบรรยากาศที่ร่มรื่นของต้นไม้ และความสวยงามของบ้านทรงไทยโบราณริมแม่น้ำป่าสัก ที่สร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 จึงทำให้เราลืมความเหนื่อยล้าก่อนหน้านั้นไปเป็นปลิดทิ้ง หอวัฒนธรรมพื้นบ้านแห่งนี้ยังเป็นศูนยรวมของ 3 วัฒนธรรมชาวไทย ลาว และยวนเราจึงรับประทานอาหารเที่ยงแบบขันโตกตามธรรมเนียม พร้อมชมการแสดงพื้นบ้านสี่ภาค โดยอาจารย์ทรงชัย วรรณกูล เจ้าของพื้นที่ให้การต้อนรับและดำเนินรายการ รวมถึงมีการพูดคุยกับ โบ๊ท - ฝ้าย และบรรณาธิการสำนักพิมพ์ Her Publishing ถึงความเป็นมาของหนังสือ ‘A Long Way Home 71 วัน ปลายทางคือบ้าน ระหว่างทางคือเรา’ ใบบรรยากาศที่เป็นกันเอง เมื่อท้องอิ่ม ใจอิ่ม ก็มาลุยกันต่อกับจักรยานคู่ใจ เราใช้เส้นทางเดิมปั่นกลับกัน โดยแวะเหนื่อยกันอีกนิดที่ ‘สวนมะม่วงลุงน้อย’ เพื่อชมมะม่วงพันธุ์หนองแซงที่หาทานยาก และเหลือไม่กี่ต้นแล้วในประเทศไทย จากนั้นจึงเริ่มปั่นจักรยานฝ่าสภาพอากาศที่ร้อนจัดต่อไปอีกเกือบ 20 กิโลเมตร ไปยัง ‘พิพิธภัณฑ์บ้านใร่กาแฟ’ สถานที่ท่องเที่ยวแห่งสุดท้ายในทริปนี้ เพื่อเรียนรู้ความเป็นมาของต้นกำเนิดกาแฟไทยและดื่มเครื่องดื่มให้ชื่นใจ พร้อมชื่นชมกับของเก่าหายากที่ทางเจ้าของได้เก็บสะสมไว้มากมายกว่า 10 ปี รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่เป็นจุดกำเนิดของบ้านใร่กาแฟในยุคแรกๆ (ปลายปี 2540) ด้วย กิจกรรมทั้งหมดจำต้องร่ำลากันอย่างเป็นทางการที่นี่โดยนายอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลพบุรี กล่าวจบกิจกรรม คุณสายชล เพยาว์น้อย ผู้ก่อตั้งธุกรกิจบ้านใร่กาแฟ กล่าวขอบคุณในฐาะตัวแทนของชาวหนองแซง และทุกคนก็ได้ถ่ายภาพร่วมกันอีกครั้ง เมื่อพักผ่อนหย่อนใจหลังจากเหน็ดเหนื่อยกันจนสดชื่นขึ้นมาแล้ว ก็ถึงเวลาที่ต้องกลับไปรวมพลกันอีกครั้งที่สถานีรถไฟหนองแซง เพื่อขึ้นรถไฟขบวนเดิมเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในเวลา 16.00 น. ตลอดเส้นทางปั่นจักรยานท่องเที่ยว ถึงแม้อากาศจะร้อนแสนสาหัสและระยะทางกว่า 44 กิโลเมตรจะทำให้เหนื่อยหอบ และอาจมีนักปั่นบางคนที่ไปต่อไม่ไหว แต่ก็เต็มไปด้วยความประทับใจ ความสนุกสนาน อีกทั้งยังได้รับการดูแลจากทีมงานทุกส่วนที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี เรียกได้ว่าเป็นทริปจักรยานในฝันที่คุ้มเหนื่อยจริงๆ

อ้วกแทบพุ่ง! ซื้อไข่ไก่มาต้ม แต่กลับเจอพยาธิ
พยาธิ /  พยาธิตัวตืด / 

ชาวโซเชียลอ้วกแทบพุ่ง หลังพบกระทู้ซื้อไข่ไก่มาต้ม แต่กลับเจอตัวปริศนา นักวิทย์ชี้คือพยาธิตัวตืด  กลายเป็นกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์ เมื่อมีผู้ใช้งานพันทิปรายหนึ่งได้ตั้งกระทู้ โพสต์ภาพไข่ไก่ ที่ด้านในมีตัวปริศนาแปลก ๆ รูปร่างเส้นยาว ๆ คล้ายพยาธิ เป็นภาพที่ชวนให้รับประทานอาหารไม่ลงเลยทีเดียว โดยสมาชิกเว็บไซต์พันทิปชื่อtimemachine64 ได้ตั้งกระทู้หัวข้อ'เจอพยาธิในไข่ต้ม' โพสต์ภาพไข่ไก่ ที่ด้านในมีวัตถุปริศนา รูปร่างเป็นเส้นยาว ๆ สีเทา คล้ายพยาธิ พร้อมข้อความระบุว่า 'เจอพยาธิในไข่ต้ม หลังจากซื้อไข่ไก่สดมาจากร้านแห่งหนึ่ง มาต้ม' หลังจากที่กระทู้ดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาชาวโซเชียลต่างให้ความสนใจ และส่งต่อกันอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ พร้อมทั้งร่วมแสดงความคิดเห็น ส่วนใหญ่มองว่าน่าสยอง ขณะที่บางส่วนยังไม่ปักใจเชื่อว่าตัวปริศนาคือพยาธิในไข่ ทั้งนี้ นพ.พิรัตน์ โลกาพัฒนา หรือหมอแมว คุณหมอเจ้าของเพจดังในโลกโซเชียล ก็ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นเช่นกัน โดยระบุว่า 'ไข่ไก่ในท้องไก่ เวลาเกิดขึ้นมาจะเกิดจากส่วนไข่แดงก่อน จากนั้นจะค่อย ๆ สร้างของที่เหลือออกมา ถ้าหากไก่ตัวนั้นมีพยาธิที่ไปถึงOviduct แล้วพยาธิดันเกาะติดไป ก็อาจจะเกิดพยาธิไปอยู่ในไข่ไก่ได้ ซึ่งเป็นปัญหาที่มีมาแต่สมัยก่อน พยาธิเจอได้หลายชนิด แต่ที่เจอบ่อยสุดจะเป็น Ascaris กลุ่มพยาธิไส้เดือน เพราะพยาธิชนิดนี้คลานย้อนเข้าไปได้ ในคน คลานไปได้ถึงถุงน้ำดี กระเพาะ หรือบางทีอ้วกออกมาทางปากได้ ส่วนในภาพเหมือนตัวตืด เคยมีรายงานว่าเจอเหมือนกัน แต่น้อยมากครับ' นอกจากนี้ อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์จากภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความไขข้อสงสัยกรณีดังกล่าวเช่นกัน โดยระบุว่า 'มันคือ พยาธิตัวตืดในไก่ ตามกระทู้พันทิป ที่คนเจอตัวประหลาดยาว ๆ ในไข่ นั่นคือตัวอะไรกันแน่ ชัดเจนว่ามันเป็น tapeworm หรือพยาธิตัวตืดครับ พยาธิตัวตืดมาอยู่ในไก่ได้ยังไง? มันเป็นสิ่งที่พบได้ยาก แต่ก็พบได้ แต่ปรกติเราจะพบพยาธิตัวกลมในไก่ได้ง่ายกว่าพยาธิตัวตืดมาก พยาธิพวกนี้จะอยู่ในสัตว์เจ้าบ้านตัวอื่น ๆ เช่น หอยทาก ทาก ตั๊กแตน แมลงปีกแข็ง ฯลฯ เมื่อไก่จิกกินสัตว์พวกนี้เข้าไป พยาธิก็จะเข้าไปในทางเดินอาหาร และเติบโตในลำไส้ของไก่ จนตัวโตเป็นหลายนิ้วได้ ระหว่างที่ไข่ไก่เริ่มพัฒนาขึ้นในท่อนำไข่ (oviduct) มันก็เป็นไปได้ที่พยาธิจะหลุดจากลำไส้ และเข้ามาอยู่ในท่อนำไข่ เนื่องจากลำไส้ของไก่ กับท่อนำไข่ของไก่นั้นเชื่อมต่อกัน (ทำให้ไข่ไก่ที่เติบโตเต็มที่ มีเปลือกหุ้มแล้ว ออกมาทางรูตูดไก่ของไก่) จึงเป็นไปได้ที่พยาธิจะถูกรวมเข้าไปอยู่ในไข่ไก่ด้วย ปรกติแล้ว ผู้บริโภคอย่างเราแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเห็นไข่ติดพยาธิเช่นนี้ เพราะผู้เลี้ยงไก่ตามฟาร์มจะมีการให้ยาถ่ายพยาธิตามเวลาที่กำหนด เคสนี้จึงน่าจะเป็นไข่ไก่เลี้ยงตามบ้าน และก็โชคดีสุด ๆ จริง ๆ ครับ (ขำ)' ขอบคุณข้อมูล/ภาพ สมาชิกพันทิปtimemachine64 , หมอแมว , Jessada Denduangboripant ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ดราม่าบังเกิด! แม่ไม่พอใจหลังครูเอาปากกาจิ้มนิ้วลูก เพราะไม่มีสี
ครู /  ปากกา / 

แม่โวยลูก เรียนอยู่เพียงระดับชั้นอนุบาล 3 ถูกครูเอาปากกาจิ้มนิ้วเพราะไม่มีสี  วันนี้ (8 ธ.ค.) กลายเป็นเรื่องราวที่ผู้คนบนโลกออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกพันทิป nadnicha ได้มีการตั้งกระทู้พันทิปในหัวข้อ "ลูกชาย อนุบาล 3 โดนคุณครูที่โรงเรียนเอาปากกาจิ้มนิ้วเพราะไม่มีสีไม้" ซึ่งภายในกระทู้ผู้โพสต์ได้เล่าถึงเหตุการณ์ ที่ลูกเรียนอยู่เพียงระดับชั้นอนุบาล 3 แต่ถูกครูชาวต่างชาติทำโทษโดยการนำปากกาจิ้มนิ้วจนเป็นแผล เพราะลืมนำสีไม้ไปโรงเรียน รายละเอียดระบุไว้ดังนี้ "ปกติน้องจะเอาดินสอและสีไปทุกวัน แต่วันนี้เราลืมเอาไปใส่กระเป๋านักเรียนให้ลูก ทำให้ไม่มีดินสอกับสีใช้ที่โรงเรียน ตอนกลับมาจากโรงเรียนลูกชายเล่าให้ฟังว่า ครูสอนภาษาอังกฤษ เรียกชื่อเขาแล้วจ้องหน้าแบบดุ ๆ จากนั้นก็เอาปากกามาจิ้มนิ้ว เราเลยถามว่าทำไมไม่บอกครูประจำชั้น ลูกชายบอกว่ากลัวครูตี ลูกชายเพิ่งเล่าให้ฟังตอน 6 โมงเย็น  เราเลยส่งไลน์ไปหาครูประจำชั้น ว่าทำไม ครูต่างชาติที่สอนภาษาอังกฤษถึงทำกับลูกเราแบบนี้ ทางครูประจำชั้นแจ้งว่าไม่ทราบเรื่อง แต่เดี๋ยวจะสอบถามให้ เครียดมากคะ เราคิดว่าโรงเรียนคือที่ ที่ปลอดภัยสำหรับลูกเรา แต่ลูกเรากลับโดนกระทำแบบนี้" MThai News ขอบคุณข้อมูล สมาชิกพันทิป nadnicha

หนุ่มใจหล่อ! รณรงค์ขอสาว ๆ สละที่นั่งรถเมล์ให้คนท้อง
คนชรา /  คนท้อง / 

หนุ่มตั้งกระทู้ รณรงค์ขอสาว ๆ สละที่นั่งรถเมล์ให้คนท้องและคนชรา วันนี้ (21ก.ค.) เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ชาวสังคมออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกพันทิป หมายเลข 1928581 ได้มีการตั้งกระทู้ในหัวข้อ “ขอรณรงค์ให้สาว ๆ  สละที่นั่งบนรถเมล์ให้คนท้องและคนแก่ โดยเฉพาะช่วงที่นั่งสำรองครับ” ซึ่งทางเจ้าเรื่องได้จัดทำกระทู้ดังกล่าวขึ้น เพื่อรณรงค์ให้ผู้หญิงที่ใช้บริการรถเมล์ เสียสละที่นั่งให้หญิงมีครรภ์และคนชรา เนื่องจากเขาได้ไปประสบกับตัวเองว่า ผู้โดยสารที่เป็นผู้หญิงหลายคน ได้ไปนั่งที่นั่งสำรองที่ทางรถจัดไว้ให้หญิงมีครรภ์ ซึ่งเขามองว่าหากคนท้องต้องโหนรถเมล์นาน ๆ อาจจะเกิดอันตรายได้ รายละเอียดเรื่องราวระบุไว้ว่า "ผมใช้บริการรถเมล์ไปทำงานทุกวัน และจะนั่งต้นสาย ไปจนสุดสาย จึงได้ที่นั่งด้านใน ในเดือนนี้ ผมลุกให้คนท้องและคนแก่นั่งไม่ต่ำกว่าสามครั้ง โดยทุกครั้งเขาจะต้องเดินข้ามคนข้าง ๆ ผมเข้ามา กระเป๋ารถเมล์ก็คอยบอกว่า บริเวณไหนเป็นที่นั่งสำรอง แต่ไม่มีใครลุกให้คนแก่หรือคนท้องเลย มีครั้งหนึ่ง คนท้องยืนโหนอยู่นานมาก ผมอยู่ไกลคอยดูอยู่ว่า สาว ๆ ที่อยู่ติดกับคนท้องจะลุกไหม แต่ก็ไม่ลุก วันนี้ก็เช่นกัน กระเป๋ารถเมล์แจ้งบริเวณที่นั่งสำรองคนแก่ แต่ก็ไม่มีใครลุก แม้จะมีการประกาศแล้วก็ตาม ผมเลยต้องเรียกมานั่งที่ผม ซึ่งก็ต้องข้ามอีกคนเข้ามา ผมขอรณรงค์ให้สาว ๆ เอื้อเฟื้อที่นั่งให้คนแก่และคนท้องด้วย โดยเฉพาะคนท้อง การโหนรถเมล์อันตรายมากครับ" หลังจากเรื่องดังกล่าวถูกเผยแพร่ ผู้คนต่างเข้าไปแสดงความเห็นในทำนองเดียวกันว่า จะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ก็สามารถเสียสละที่นั่งได้ แต่ก็ฝากถึงผู้ที่มักจะไปนั่งที่นั่งสำรองว่า หากพบว่ามีคนท้องหรือผู้สูงอายุขึ้นรถมา ก็ควรที่จะลุกให้พวกเขาได้นั่ง ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News ขอบคุณเรื่องราวจาก สมาชิกพันทิป หมายเลข 1928581

สาเหตุถนนยุบ ย่านบางแค เป็นเพราะเจ้าพวกนี้นี่เอง!!
ถนนยุบ /  ภาพตัดต่อ / 

ข่าว ถนนยุบ บนถนนเพชรเกษม ย่านบางแค เมื่อคืนที่ผ่านมา (2 ก.ค.58) นอกจากจะสร้างปัญหาจราจรแล้ว ชาวเนตก็ยังอารมณ์ดีได้อยู่ ตัดต่อภาพฮาๆ เหมือนเมื่อครั้ง ท่อน้ำแตกบนถนนราชปรารภ หรือ น้ำผุดท่วม ในห้างชั้นใต้ดิน ภาพทั้งหมดจากกระทู้ "เมื่อหัวค่ำ กรุงเทพมหานคร ทดสอบให้อาหารแล้วครับ" http://pantip.com/topic/33868280 ขอนำมาลงเฉพาะภาพเกี่ยวกับหนังนะครับ ภาพจากสมาชิกเว็บพันทิป อ้าวว บ่อเลี้ยง โมซาซอรัส แห่ง จูราสสิคเวิลด์นี่เอง ดังนั้น พระเอกของเราต้องมาห้ามรถ ไม่ให้มีตกลงไป อันตราย ส่งเจ้าพวกมินเนี่ยนรีบมาซ่อมหน่อย วี้หว่อ วี้หว่อ ดูท่าจะเสร็จไหมเนี่ย ส่งพวกนี้มา นั่นไง มันทำเป็นสระน้ำเล่นซะเลย เอลซ่า ฟรีซรถไม่ให้ตกหลุม!! ภาพวงจรปิดเผยแล้ว หลุมยุบเพราะพวกนี้มาตีกันนี่เอง ชาวถนนเพชรเกษม อดใจอีกนิด รถไฟสายสีน้ำเงิน ใกล้ได้ใช้แล้ว ส่วนความคืบหน้าว่าซ่อมถนนเสร็จถึงไหนแล้ว เห็นเพจประชาสัมพันธ์รถไฟฟ้าสีน้ำเงิน แจ้งว่าซ่อมเสร็จแล้วนะ // กรณีถนนยุบตัวบน ถนนเพชรเกษมขาเข้า เยื้องตลาดบางแค เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการแก้ไขตลอดคืนที่ผ่านมาจนแล้วเสร็จ สามารถเปิดการจราจรได้ตามปกติ ***ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ *** Posted by ประชาสัมพันธ์ รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน on Thursday, July 2, 2015

ย้อนรอย 50 ปีที่แล้ว สาวไทยคนแรก ผู้คว้ามงกุฏ มิสยูนิเวิร์ส...อาภัสรา หงสกุล
Miss-Universe /  นางงามจักรวาล / 

วันนี้ เมื่อ 50 ปีที่แล้ว หรือ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2508 สาวไทยคนแรกที่ครองมงกุฏมิสยูนิเวิร์ส หรือ นางงามจักรวาล คือ นางสาวอาภัสรา หงสกุล สาวไทยนักเรียนนอกจากปีนังในวัย 18 ปี Women.MThai ขอพาคุณกลับมาย้อนดู ภาพบรรยากาศการประกวด และ ภาพของคุณ ปุ๊ก อาภัสรา เมื่อ 50 ปีก่อนกันค่ะ คุณ ปุ๊ก อาภัสรา หงสกุล ครองตำแหน่ง นางสาวไทย คนที่ 14 นับการการประกวดนางสาวไทยในยุคที่ 2 หลังจากที่พักการประกวดไปหลายปี และในปีนี้เองที่ทางกองประกวดได้ตัดสินใจนางงามของไทย เข้าร่วมประกวดในเวทีความงามระดับโลก นั่นคือ เวทีมิสยูนิเวิร์ส ซึ่งในปี 1965 นั้น จัดขึ้นที่ รัฐฟลอริด้า สหรัฐอเมริกา โดยมีสาวงามจาก 57 ประเทศทั่วโลกมาร่วมประชันความงาม นี่คือ ภาพเมื่อเข้ารอบ 15 คนสุดท้าย ตลอดระยะเวลาการเก็บตัว ไปจนถึงบนเวทีการประกวด Miss Universe คราวนั้น ด้วยใบหน้าที่สวยคมแบบไทยๆ ของคุณ ปุ๊ก และกิริยามารยาท การแต่งกายแบบกุลสตรีไทยแท้ๆ ทำให้คุณปุ๊ก อาภัสรา ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก และเธอ คือผู้นำร่มบ่อสร้าง ผลิตภัณฑ์เลื่องชื่อของจังหวัดเชียงใหม่ ไปกางด้วยทุกครั้งเมื่อยามโชว์ตัว ยิ่งสร้างจุดเด่น มีเอกลักษณ์ให้เธอดูน่าจับตามากยิ่งขึ้น ทรงผมประจำตัวที่คุณปุ๊กใช้ตลอดระยะเวลาการประกวด คือ ทรงเกล้ามวยสูง เนื่องจากเป็นทรงผมที่รับกับรูปหน้าของเธอเป็นอย่างดี และการที่เธอได้มีโอกาสเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถก่อนจะเดินทางไปประกวด Miss Universe นั้น ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เธอเลือกทำทรงผมนี้ตลอดการประกวด เนื่องจากพระองค์ตรัสกับคุณปุ๊กว่า "ทรงนี้น้อยคนนักที่ทำแล้วสวย แต่ทรงนี้เหมาะกับหนูมาก" ในปีนั้น คุณ ปุ๊ก อาภัสรา คว้ามงกุฏนางงามจักรวาลคนที่ 14 มาครองได้สำเร็จ นับเป็นสาวไทยคนแรกที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ในฐานะมิสยูนิเวิร์ส และยังเป็นไอดอลผู้สร้างแรงบันดาลใจให้กับสาวไทย ที่จะก้าวขึ้นสู่เวทีการประกวดความงามในรุ่นต่อๆ มา นอกจากนี้ คุณปุ๊ก ยังนับเป็นสาวงามคนที่ 2 ของเอเชียที่ชิงมงกุฎมาครองได้สำเร็จบนเวทีนี้ ซึ่งสาวเอเชียคนแรกที่คว้าตำแหน่งนางงามจักรวาลไปครองคือ นางงามจากประเทศญี่ปุ่น อากิโกะ โคจิมะ ในปี ค.ศ. 1959 และหลังจากที่สัมภาษณ์ในรอบสุดท้ายก็มีการประกาศผลผู้ที่ได้รับตำแหน่ง ดังนี้ รองอันดับ 4 Miss HOLLAND - Anja Christina Maria Schuit รองอันดับ 3 Miss SWEDEN - Ingrid Norrman รองอันดับ 2 Miss U.S.A. - Sue Ann Downey รองอันดับ 1 Miss FINLAND - Virpi Liisa Miettinen และ Miss Universe 1965 Miss Thailand Apasara Hongsakula ในภาพคือวินาทีประกาศผล ลองตามมาดูคลิปเลอค่า เมื่อคราวเธอเข้าประกวดเวที มิสยูนิเวิร์สกันค่ะ ที่มาจาก คุณหนุ่ม ประเสริฐ กระทู้พันทิป และ Wikipedia เรียบเรียงโดย Women MThai Team ภาพประกอบจาก Thaimiss 

ละครวิมานเมขลา  , เรื่องย่อวิมานเมขลา
ละครวิมานเมขลา /  เรื่องย่อละครวิมานเมขลา / 

บทประพันธ์ : กันยา กุมารีบทโทรทัศน์ : เอื้องอรุณ สมิตสุวรรณ /เทิดโชค เกียรติสุขเกษม / วิริยาภรณ์ จุนหะวิทยะกำกับการแสดง : แชมป์-อินทนนท์ รัตนากาญจน์ออกอากาศ : ศุกร์ เวลา 20.00 น. เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทาง ช่อง 3 และ 3HD เมขลา (เบลล่า-ราณี) นางเอกละครโทรทัศน์ชื่อดัง เล่นนอกคิวแบบแม่ไม้มวยไทยกับ จ๊ะเอ๋(ออย-มิรา) นางร้ายจอมเซ็กซี่ เพราะเมขลาจับได้ว่าจ๊ะเอ๋ทำตีสนิท คิดจับ แจ๊ค (เบิร์ด-กิตติธัช) แฟนหนุ่มของเธอ นิสัยวีนแตกของเมขลาคราวนี้เป็นข่าวใหญ่ เธอถูกสังคมประณามถึงความอารมณ์ร้าย เอาแต่ใจ แต่เมขลาก็ไม่แคร์ เชิดใส่ทุกคน เป็นสาวมั่นที่คิดว่าตัวเองสวย และผู้จัดละครทุกคนต้องเอาใจ แต่เรื่องคราวนี้กลับทำให้เธอกลายเป็นนางฟ้าตกกระป๋อง เพราะทั้งทางสถานีและผู้จัดต่างๆ พากันยกเลิกงานทั้งหมด เพื่อดัดนิสัยขี้วีนแตกของเมขลาสักที ละครเรื่องล่าสุด เมขลาต้องสวมบทบาทเป็น ลาล่า นักฆ่าสาว เมขลาทุ่มเทหัดคิวบู๊จนคล่องเคล่ว เพื่อให้ตัวเองอินกับบทบาท แต่เมื่อต้องถูกปลดกลางอากาศ ทำให้เธอทั้งเสียใจและนึกอายมาก แต่ก็ยังเชิดใส่สื่อ ทำเป็นไม่แคร์ เมขลาเกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวย ระดับมหาเศรษฐี แต่พ่อแม่เสียชีวิตตั้งแต่เธอยังเด็ก ทำให้เมขลาอยู่ในความดูแลของ ไข่มุก (แก้ว-อภิรดี) น้าสาว ไข่มุกช่วยผลาญเงินของหลานอย่างสนุกสนาน เธอเลี้ยงเมขลามาอย่างผิดๆ ตามใจจนเสียนิสัย ขณะเดียวกันไข่มุกก็หาทางถ่ายเงินของเมขลามาเป็นของเธอและ มาการีน (โจอี้-อรวิภา) ลูกสาว ด้วยนิสัยใช้เงินอย่างมือเติบของสามสาว ทำให้ฐานะการเงินของเมขลามีปัญหา จนเมื่อรู้ตัวอีกที เธอก็กลายเป็นลูกหนี้ของพวกกู้เงินนอกระบบไปร่วมๆ ห้าล้านบาท เมขลาถูกแก๊งทวงหนี้ตามรังควาน เธอใช้เล่ห์เหลี่ยมสารพัด เอาตัวรอดไปได้ เมขลาได้พบ เสี่ยส่ง(แจ๊ค-เกริก) ที่มาติดต่อด้วยตัวเอง เพื่อเสนอซื้อ ป่าสวนน้ำผึ้ง ป่าไม้สักที่สวยที่สุด ที่ ตระกล (สมภพ เบญจาธิกุล) ยกให้เธอเป็นมรดก ในราคาห้าล้านบาท ตระกลเป็นลุง ที่ไม่เคยติดต่อกับเมขลาเลย เธอแปลกใจมากที่ลุงยังคิดถึง เมขลาดูออกว่าเสี่ยส่งอยากได้ที่ดินผืนนี้มาก เลยทำเล่นตัว หวังโก่งราคา เมขลาแอบเดินทางไปป่าสวนน้ำผึ้ง โดยไม่บอกไข่มุกระหว่างทางเธอได้พบกับ ครูปริม (เตย-อรัชมน) ที่กำลังเดินทางจะไปสอนหนังสือที่ป่าสวนน้ำผึ้ง ครูปริมเป็นแฟนพันธ์แท้ของเมขลา ปลื้มและชื่นชม ในขณะที่เมขลาแสนจะเบื่อหน่ายในความเชย สุดเรียบร้อยของเธอ เมขลาเห็นครูปริมชอบแหวนเพชรที่แจ๊คซื้อให้ ก็เอ่ยปากยกให้ โดยแลกกับสร้อยจี้เพชรเก่าแก่ของครูปริม ครูปริมดีใจมากรีบแลกด้วย เมขลาได้แต่แอบยิ้มในความซื่อจนโง่ของปริม เพราะแหวนของแจ๊คเป็นของเก๊ แต่เพชรของครูปริม เป็นของแท้ พญา (แอนดริว เกร้กสัน) มารับครูปริมที่สถานีรถไฟ เมขลาที่แสนเย่อหยิ่ง คิดว่าพญาเป็นแค่ลูกจ้าง ก็วางมาดเป็นเจ้าของป่าคนใหม่ทันที พญาเกลียดความปากร้ายของเธอแทบจะทันทีที่ได้คุยกัน เมขลาวางท่าข่มพญาทุกทาง เผลอคุยว่าจะขายป่าให้เสี่ยส่ง พญาพยายามบอกถึงความสำคัญของป่าสวนน้ำผึ้ง ที่เป็นป่าต้นน้ำ เสี่ยส่งเคยเป็นเจ้าของที่มาก่อน แต่ตัดป่าจนหมด ปีนั้นน้ำท่วมใหญ่ทั้งจังหวัด ทำให้มีคนตายจำนวนมาก ถ้าขายให้เสี่ยส่งอีก ก็จะต้องเกิดเหตุการณ์ร้ายๆ แบบที่เคยเป็น เมขลาบอกไม่แคร์ สนใจแต่เงินที่จะได้ และยังยืนยันจะขายป่าให้เสี่ยส่ง ระหว่างการเดินทางสู่ป่าสายน้ำผึ้งนั้นเอง ฝนเกิดตกหนัก ฟ้าผ่าสะพานขาด รถจิ๊ปตกลงไปในเหวทุกคนในรถกลิ้งกระจายกระแทกหมุนตลับ พญารู้สึกตัวว่าลอยจากรถหล่นลงมาในน้ำ จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบไป เมื่อพญาฟื้นขึ้นมา อรัญ (ตุ้ย-เกียรติกมล) บอกว่าเมขลาตายเสียแล้ว กระดูกทุกส่วนแหลกเหลวและถูกเผาไปพร้อมกับรถจิ๊ป ส่วนครูปริมสิ้นสติถูกพัดไปติดที่โขดหินน้ำตกแสงอุษา พญานึกสงสัยแอบไปดูศพผู้ตาย เขารู้ทันทีว่าเกิดการเข้าใจผิดขึ้นแล้ว เนื่องมาจากเสื้อผ้าที่สลับกันของคนทั้งสอง ที่ยังไม่เคยมีใครเคยเห็นหน้าและรู้จักมาก่อน คนที่ตายคือครูปริมและคนที่รอดคือเมขลา เรื่องวุ่นๆ ยิ่งวุ่นหนักเมื่อเมขลาฟื้นคืนสติขึ้นมา ความจำของเธอเกิดเลอะเลือนไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใครอยู่ที่ไหน พญาจึงเกิดแผนร้ายวูบขึ้นมาในสมองทันที ถ้าเขาไม่บอกความจริงเรื่องนี้แก่ใคร เมขลาผู้ความจำเสื่อมก็จะกลายเป็นครูปริม ต้องใช้ชีวิตสอนหนังสือในป่า โดยไม่มีทางรู้เลยว่าตนคือทายาทมรดกร้อยล้าน ป่าสายน้ำผึ้งจะไม่ต้องถูกขาย ชาวบ้านจะได้รับความสงบสุขอย่างเดิม ที่พญาปกป้องป่าสายน้ำผึ้งยิ่งกว่าชีวิต เพราะน้ำท่วมคราวนั้น ทำให้พ่อของเขาต้องเสียชีวิต เมื่อโตขึ้นพญา จึงเลือกเรียนวิชาวนศาสตร์ และเมื่อจบแล้วก็มุ่งหน้าออกสู่ชนบท เพื่อเสนอโครงการฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรมให้กับนายทุนป่าไม้ทางภาคเหนือ แต่ก็ไม่มีใครฟังเขา ทุกคนหาว่าพญาบ้าทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ จนกระทั่งพญามาเจอ ลุงตระกล ชายชราผู้ซื้อที่ดินเสื่อมโทรมมาในราคาถูก ตั้งใจจะอยู่อย่างเงียบสงบในบั้นปลายชีวิตตระกลเกิดถูกชะตากับพญาและทุ่มเงินก้อนสุดท้ายให้พญาใช้ในการฟื้นชีวิตผืนป่าชื่อป่าสายน้ำผึ้ง โดยไม่ได้คิดจะหวังผลทางธุรกิจ ห้าปีต่อมาพญาทำได้สำเร็จ ที่ดินร้อยไร่กลายเป็นป่าสักทองที่เติบโตงดงาม และตัวพญาเอง เขามีที่ดินของครอบครัว อยู่ตรงเชิงเขา พญาจึงทำกิจการไร่ของตนเอง เพาะกล้าไม้ ทำสวนดอกไม้สวยงาม เพื่อให้คนท้องถิ่นได้มีงานทำ โดยเขาได้ช่วยเหลือ อุดหนุนผลผลิตของป่าสวนน้ำผึ้งมาตลอด ไข่มุกกับแจ๊ค ถูกตามมาให้ดูศพเมขลา แต่ทั้งคู่กลัวผีมาก ไม่กล้ามองศพ แจ๊คเห็นแค่แหวนในมือก็นึกว่าเป็นศพเมขลาจริง เลยรีบจัดการเผาอย่างรีบร้อนโดยไม่กล้าดูศพและไม่ใส่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างดูจะเป็นใจให้พญาอย่างยิ่ง เขาพาเมขลาเดินทางกลับป่าสายน้ำผึ้งทันที ในนามของครูปริม แม้จะจำอดีตของตัวเองไม่ได้ แต่เมขลาก็ยังมีนิสัยรักสวยงามติดหรูหราเหมือนเดิม จึงต้องทนทุกข์ทรมานกับสภาพบ้านป่าที่ปราศจากความสะดวกสบาย แถมยังถูกพญาแกล้งให้ได้รับความลำบากสารพัดเมขลาต้องเผชิญกับความขัดแย้งระหว่างเธอและพวกคนงานที่หมั่นไส้ความเว่อร์ของเธอ ต้องเผชิญกับการกลั่นแกล้งของลูกศิษย์ทโมนอย่างน้ำตาล (ด.ญ.วาสิตา) และเพื่อนๆ จนเธอทนไม่ไหวขอลาออก แต่พญาไม่ยอมให้ออก โดยกล่าวหาว่าเมขลาในนามครูปริม ได้รับเงินเดือนล่วงหน้าไปแล้วหนึ่งปี และเธอต้องทำงานชดใช้ให้จนกว่าจะครบกำหนด ถึงจะลาออกได้เมขลาเริ่มดิ้นรนที่จะมีชีวิตอยู่ให้ได้ เธอเริ่มเรียนรู้ที่จะปรับตัวเข้าหาคนอื่น เหมือนต้นไม้ที่เปลี่ยนสีในฤดูแล้งเพื่อความอยู่รอด การปรับตัวของเมขลาไม่เพียงทำให้เมขลาได้เรียนรู้ชีวิตแท้จริง ที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน แต่มันยังได้เริ่มบ่มเพราะความคิดดีงามใหม่ๆ ลงในจิตใจของเมขลาทีละน้อย ในที่สุดเมขลาเอาชนะหัวใจเด็กๆ ที่เกลียดชังเธอได้ด้วยวิธีการของเธอเอง และยังได้ช่วยพัฒนาหญิงสาวในหมู่บ้าน ด้วยการส่งเสริมให้ผู้หญิงหารายได้จากการทอผ้า เป็นหัวหอกปลุกปั่นหญิงสาวชาวบ้านให้ลุกขึ้นมามีบทบาทในครอบครัวทัดเทียมสามีพญาติดต่อขอซื้อป่าสายน้ำผึ้งจากไข่มุก แต่มาการีนเห็นพญาก็ปิ๊งมาก ไข่มุกคิดมีลูกเขยรวย เลยยังยักท่าไม่ยอมขายง่ายๆ พามาการีนมาที่ป่าสายน้ำผึ้ง เพื่อจะได้มีโอกาสใกล้ชิดกับพญา ไข่มุกกับมาการีนหาอุบายไปพักที่ไร่ของพญา ทำให้ได้พบกับเมขลาในนามของครูปริม ไข่มุกกับมาการีนนึกว่าผีหลอกไข่มุกนึกว่าเมขลาสร้างเรื่อง ทำเป็นความจำเสื่อม เพื่อจะหนีหนี้และจับพญา แต่หลังจากทดสอบหลายครั้ง จนแน่ใจว่าเมขลาความจำเสื่อมจริง ไข่มุกก็คิดแผนชั่ว ไม่ยอมบอกความจริง เพราะนึกว่าพญาไม่รู้เรื่องนี้ไข่มุกคิดให้เมขลาเป็นครูจนๆ แบบนี้ตลอดไป แล้วเธอจะกับลูกสาว จะได้ครอบครองป่าสายน้ำผึ้งและพญา แต่ไข่มุกต้องเจออุปสรรคสำคัญ แอนนี่ (เมจิ-รัศม์ประภา) ก็หวังในตัวพญา แถมเธอยังเหนือกว่าทุกคนตรงที่ พญาเองแอบหลงรักแอนนี่มาตลอด ไข่มุกกับมาการีนจึงต้องชิงไหวชิงพริบกับแอนนี่อย่างดุเดือด โดยมี แม่เพ็ญ(จิ๊ก-เนาวรัตน์) คอยจับตา เพราะเพ็ญเอง ก็ไม่ถูกชะตากับไข่มุกอย่างแรง มีเรื่องปะทะกันตลอด เสี่ยส่งทำมาตีสนิทจีบไข่มุก หวังได้ทั้งตัวเธอ และป่าสายน้ำผึ้งฟรีๆ แต่กลับเจอความร้ายกาจของไข่มุก ที่ไม่เสียทีใครง่ายๆ ไข่มุกกลับคิดว่า จะต้องได้ทั้งตัวเสี่ยส่งและทรัพย์สินของเขาทั้งหมด ความจำของเมขลาเริ่มกลับมาบางส่วน เธอเห็นตัวเองฝึกการต่อสู้ เป็นนักฆ่า เมขลาไม่รู้ว่านั่นคือบทในละครเรื่องใหม่ เธอกลับคิดว่าตัวเองเป็นนักฆ่าจริงๆ แจ๊คติดหนี้การพนัน จนเสี่ยส่งคิดเล่นงานแจ๊คได้เจอกับเมขลาโดยบังเอิญ เมขลาเข้าใจผิด คิดว่าแจ๊คเป็นคนที่สอนเธอต่อสู้ ส่งสวมรอยเป็นหัวหน้าลาล่า สั่งเมขลาว่าเธอมีงานสำคัญต้องทำ เล่นงานพญาเมขลารู้ตัวว่าเธอแอบหลงรักพญาเข้าให้แล้ว ในขณะที่พญานั้นกลับพยายามบอกตัวเองว่าเมขลาคือตัวมารของเขา มารของป่าสายน้ำผึ้ง เขารักเธอไม่ได้และจะไม่มีวันเผลอใจเป็น อันขาด เมขลาถึงหนักใจมาก ที่นักฆ่าสาวอย่างเธอ ต้องมาจัดการคนที่รัก เมขลาพยายามหาทางเล่นงานพญา แต่เธอไม่ได้มีฝีมือต่อสู้เก่งกาจจริง เคยแต่ฝึกตามคิวเท่านั้น ทำให้การกำจัดพญาผิดพลาดทุกครั้งไป พญาชักสงสัย จนได้รู้ว่าเมขลาเข้าใจผิด คิดว่าตัวเองเป็นนักฆ่า เขาได้แต่นึกขำ และแกล้งเธอกลับ จนเมขลากลับเป็นฝ่ายเสียท่าตลอด แจ๊คอยากบอกความจริงกับเมขลา แต่โดนแอนนี่ขู่ แจ๊คได้เห็นถึงความเหี้ยมโหดของแอนนี่ ศนิ (เกล-เวธกา) เดินทางมาป่าสายน้ำผึ้ง เพื่อมาตรวจคุณภาพของศูนย์เด็กเล็ก ศนิมาถึงก็ตกตะลึง เมื่อพบว่าคนที่ใครๆ เข้าใจว่าเป็นครูปริม ที่แท้คือเมขลาศนิทำแกล้งจำเมขลาไม่ได้ เพื่อไข่มุกกับมาการีนจะได้ไม่สงสัย ศนิพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวและสงสัยว่าพญาวางแผนทั้งหมดเพื่อผลประโยชน์ โดยมีไข่มุกกับมาการีนร่วมด้วย แต่เมื่อเธอบอกความจริงแก่เมขลา เมขลากลับไม่เชื่อศนิ เรื่องยิ่งขมวดเกลียวหนักขึ้น เมื่อเสี่ยส่งวิ่งเต้นให้ทางราชการออกนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในอำเภอสายน้ำผึ้ง พญาและเมขลาไม่เห็นด้วยกับการเอาป่าไปพัฒนาอย่างไม่คำนึกถึงทรัพยากรและชาวบ้านในท้องถิ่น จึงนำชาวบ้านลุกขึ้นประท้วง ปรากฏว่าการประท้วงมีผลทำให้นโยบายถูกยับยั้ง เสี่ยส่งโกรธพญาและเมขลามาก ถึงกับส่งคนมาทำร้าย เมขลาที่ถูกสั่งมาให้กำจัดพญา ก็มาร่วมด้วย แต่เมขลากลับทำร้ายพญาไม่ลง และหันไปเล่นงานลูกน้องเสี่ยส่งแทน แอนนี่ผลักเมขลาตกไปในน้ำ ทำให้หัวเธอกระแทกหินอย่างแรง ความจำของเมขลากลับคืนมาเมขลาจำเหตุการณ์ทั้งหมดได้ ก็เสียใจมากที่พญาหลอกลวงเธอและพลอยเข้าใจผิดว่าพญานั่นเองที่คิดจะกำจัดเธอ เมขลาจึงประกาศที่จะขายที่ดินให้เสี่ยส่ง และกลับกรุงเทพฯฯ ไปใช้ชีวิตอย่างเดิม สถานีป้อนงานละครให้เมขลาหลายเรื่อง แฟนคลับดีใจมากที่เธอกลับมา เธอกลายเป็นเจ้าหญิงแห่งวงการอีกครั้ง ชื่อเสียงและเงินทองไหลมาเทมา ไข่มุกกับมาการีนที่โดนเสี่ยส่งไล่มา เพราะไร้ประโยชน์แล้ว ทั้งคู่ของ้อให้เมขลายกโทษให้ เมขลาให้เงินไข่มุกไปจำนวนหนึ่ง ตอบแทนที่มีบุญคุณ แต่ต่อไปเธอกับมาการีนต้องหางานทำ ช่วยตัวเอง เพราะไข่มุกจะไม่ช่วยอะไรอีกแล้วไข่มุกออกทีวีรายการสด มีการเปิดให้แฟนๆ ที่เข้ามาดูรายการ ซักถามเมขลา พญาปรากฏตัว ถามว่าเธอจะยกโทษให้เขาได้มั้ย พร้อมเอ่ยปากขอโทษ ให้คนทั้งประเทศได้เห็น แต่เมขลาว่าสายเกินไปแล้วเสี่ยส่งประกาศขายที่ดินล่วงหน้าเก็บเงินมัดจำอย่างเอิกเกริก เมขลาเดินทางกลับมาป่าสายน้ำผึ้งอีกครั้งในมาดดาราสาวผู้เย่อหยิ่ง เพื่อจัดการเซ็นสัญญาขายป่าเมขลากำลังจะลงชื่อในสัญญาขายที่ดินตามที่ลั่นปากไว้ แต่แล้วความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ความรับผิดชอบที่มีผืนป่าที่ถูกปลูกฝังมาตลอดระยะเวลาหลายเดือน รวมทั้งหลักฐานสำคัญที่ทำให้เธอรู้ความจริงว่าพญาไม่ใช่คนที่ทำร้ายเธอ ก็เอาชนะความรู้สึกโกรธแค้นส่วนตัวของเธอลงได้ ในที่สุดเมขลาตัดสินใจที่จะไม่ขายที่ดินป่าสายน้ำผึ้ง เธอตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่ป่าสายน้ำผึ้งอย่างถาวรและร่วมกับพญาปกป้องดูแลป่ารวมทั้งเป็นปากเสียงแทนชาวอำเภอสายน้ำผึ้งต่อไป… รายชื่อนักแสดง แอนดริว เกร้กสัน รับบท พญา ชายหนุ่ม หน้าตาดี แข็งแรง บึกบึน เป็นคนมุ่งมั่น อดทน ทำงานหนัก ไม่สนใจแสงสี เป็นผู้บุกเบิกป่าสายน้ำผึ้งที่ถูกทำลายให้กลับสมบูรณ์ขึ้นมาด้วยสองมือแต่อารมณ์โกรธชั่ววูบทำให้สร้างเรื่องหลอกลวงวุ่นวายใหญ่โตขึ้นมา ราณี แคมเปน (เบลล่า) รับบท เมขลาสาวสวย สวยจัด รูปร่างนางแบบ เป็นดาราสาวสวยมีชื่อเสียงโด่งดัง รวยจัดเพราะใครๆ ก็ต้องการตัวไปเล่นหนัง มีสองบุคลิก ก่อนประสพอุบัติเหตุเป็นสาวเว่อร์สุดขีดหัวสูงไม่ติดดิน ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย ไม่สนใจสังคม กรีดกรายเอาแต่ใจ ขี้โวยวาย ทำอะไรไม่เป็นพอประสบอุบัติเหตุความจำเสื่อม กลายเป็นคุณครูสาวผู้สงบเสงี่ยมตามรูปแบบที่คิดเอาเองว่าตนควรจะเป็น เหมือนเกิดใหม่กลายเป็นคนง่ายๆ ติดดิน ได้สัมผัสและเรียนรู้ที่จะรักธรรมชาติ รักชาวบ้าน รักเด็ก เกียรติกมล ล่าทา (ตุ้ย) รับบท อรัญหนุ่มใหญ่ นายอำเภอ รูปหล่อ นิสัยอ่อนโยน ใจเย็น หลงรักเมขลา เวธกา ศิริวัฒนา (เกล) รับบท ศนิ เพื่อนเมขลา อาจารย์หญิง โสด แฟนพันธ์แท้ของวงการมายา รู้จักดาราทุก คนดีกว่าเมขลาอีก นิสัยสอดรู้สอดเห็น ชอบทำตัวเป็นนักสืบพันทิป รัศม์ประภา วิสุมา (เมจิ) รับบท แอนนี่สาวสวยมาดดี ทำอ่อนหวาน แต่ที่แท้ร้ายลึก ร้ายเงียบ แอนนี่ใช้ความรักความหวังดีของพญาที่มีต่อเธอ หาประโยชน์จากเขาทุกทาง กิตติธัช ประดับ (เบิร์ด)รับบท แจ๊คกี้ ชายหนุ่ม มาจากครอบครัวรวย ชอบทำตัวเป็นคุณหนู สำรวย หยิบโหย่ง งานไม่ทำ ดีแต่ทำเท่ห์คอยตามจีบดารา อภิรดี ภวภูตานนท์ (แก้ว)รับบท ไข่มุกน้าเมขลา งก เห็นแก่เงินและเห็นแก่ตัว นิสัยเจ้าเล่ห์เพทุบายสารพัด

นักสืบพันทิป กดดันจนแฟนบอลสาวสุพรรณรับโกหกลูกป่วยตุ๋นเงิน
ชาริล ชัปปุยส์ /  ตูน บอดี้แสลม / 

ความลับไม่มีในโลก นักสืบพันทิป ตั้งข้อสงสัย พร้อมแฉแฟนบอลสาว สุพรรณบุรี เอฟซี โกหกว่าลูกสาวป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดแดง หลอกตุ๋นเงินบริจาค ชาริล ชัปปุยส์ และตูน บอดี้สแลม ก็ตกเป็นเหยื่อ กลายเป็นเรื่องให้พูดถึงในเว็บบอร์ดดัง pantip.com หลังแฟนเว็บบอร์ดได้ตั้งข้อสงสัยกรณีที่มีแฟนบอลสาว สุพรรณบุรี เอฟซี ท่านหนึ่ง อ้างว่าป่วยเป็นโรคเชื้อราที่ไขกระดูก แถมลูกสาว น้องกอหญ้า วัย 7 ขวบ ก็ป่วยเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดแดง ซึ่งต้องใช้เงินค่ารักษาพยาบาลจำนวนมาก ทำให้แฟนบอล สุพรรณบุรี เอฟซี รวมถึงแฟนบอลสโมสรอื่นๆ ร่วมบริจาคเงินให้จำนวนมาก รวมแล้วกว่า 3 แสนบาท ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มี ชาริล ชัปปุยส์ ดาวเตะล้านเมีย และตูน บอดี้สแลม นักร้องชื่อดัง ที่ก็ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือด้วย เมื่อประมาณปลายปีที่แล้ว โดยเมื่อวันที่ 22 ก.ค.58 ได้มีบุคคลท่านหนึ่ง ได้ไปตั้งกระทู้สงสัยในพฤติกรรมการของแฟนบอลสาวรายนี้ในพันทิป (http://pantip.com/topic/33955262) เพราะที่ผ่านมาปีกว่า ยังไม่เคยเห็นหลักฐานการรักษาพยาบาลสำหรับลูกสาว น้องกอหญ้า เลย โดยสงสัยว่าน่าจะเป็นการหลอกลวง เพื่อต้มตุ๋นเอาเงินบริจาคเสียมากกว่า ทำให้ล่าสุด หญิงสาวคนดังกล่าว ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ตะวันฉาย ในม่านเมฆ โดยยอมรับสารภาพว่า ลูกสาวไม่ได้ป่วยเป็นโรคร้าย โดยเป็นแค่ภาวะเสี่ยงเท่านั้น โดยข้อความมีดังนี้ นี้คือความจริงที่จะออกมาขอโทษพี่ๆ น้องๆ ทุกคนว่า กอหญ้า เปงแค่พาวะเสี่ยงเฉยๆ คะยังไม่แน่ชัดว่าเปงไหมเมื่อช่วง3-4ที่ผ่านมากอหญ้าป่วยบ่อยเข้าโรงบาลบ่อยถึงไม่เสียค่ายาแต่ค่ากินอยู่หลายบาทอยู่คะฉายเลยไปกู้รายวันบ้างเงินด่วนบ้างแชร์ทองเอาทุกอย่างเลยกลายเปงนี้หลักแสนจนฉายต้องหลบค่าหนี้ประกอบเริ่มไปดูบอลแร้วเล่นเฟสเลยทำให้รู้จักพี่ที่เชียร์บอลเข้าก้อเขามาถามว่าเปงอาไรเข้าโรงบาลบ่อยก้อเลยบอกไปว่าเปงมะเร็งเม็ดเลือด ก้อเริ่มเขามามีคนเอาเงินมาช่วยเหลือกอหญ้าเริ่มมีอาการประมูลขึ้นเริ่มได้เงินเยอะฉายก้อปล่อยตามเลยคะเงินที่ได้ประมาณทุกๆช่องทางการช่วยเหลือ300,000บาทคะภายในหนึ่งปีที่ได้150,000แรกฉายเอาไปส่งรายวันส่งเงินด่วนแชร์ทองประมาณ6-7เจ้าคนนี้10000 คนนั้น15000คะเอาชื่อตัวเองมั้งเอาชื่อน้ากู้มั้งคะแร้วอีก70,000ฉายเอาไปใช่หนี้ที่ฉายกู้มาตอนกอหญ้าเริ่มคลอดคะเพราะพ่อมันไม่ค่อยส่งเงินมาให้เพราะมันติดผู้หญิงฉายก้อเลี้ยงกอหญ้ามาตลอดแร้วที่เหลือฉายก้อใช้จ่ายทั่วไปคะฉายกราบขอโทษในความผิดพลาดที่เกินให้อภัยครั้งนี้......ที่เอากอหญ้ามาเกี่ยวข้องฉายขอรับผิดในครั้งนี้ขอให้สังคมให้โอกาสสักครั้งหนึ่งคะที่พูดทั้งหมดคือความจริงทุกอย่างคะฉายรู้สึกผิดคะในครั้งนี้คะมากๆคะ ตอนนี้ฉายได้รับผลกรรมที่ทำไว้แร้วคะ ฉายกราบขอโทษทุกๆท่านที่เคยเมตตาต่อน้องกอหญ้าแต่ฉายผิดเองคะที่เอาน้องมายุ่งด้วยคะแร้วที่กอหญ้าน้องโรงบาลครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องในครั้งนี้น้องมีอาการอาเจียนอยู่แร้วคะ ไม่ใช้เอาน้องมาบังหน้าคะเพราะพวกคุนๆโพสด่าตั้งแต่4-5ทุ่มเมื่อคืนแต่กอหญ้าเขาตอนนี่ตี5คืออาเจียนเลือดคะก้อเลยพามาคะ ทั้งนี้แฟนบอลที่เคยช่วยบริจาคเงิน เตรียมที่จะดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะรับไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้น ได้มีการโพสเฟซบุ๊คต่อว่าอย่างหนัก ขอบคุณกระทู้ : pantip.com/topic/33955262

ปริศนาฟ้าหรั่ง 2 สารพัด เพลงสากล ซับนรก มันมาอีกแล้ว
ปริศนาฟ้าหรั่ง /  สีสันโซเชียล / 

ถ้า โนมอเบ็ด หรือ ต่าย ออ-หร่า-ท้าย จะทำให้ชาวเน็ตงงไม่น้อยว่า ถ้าถอดคำเหล่านั้นออกมาจะเป็นเพลงอะไร ซึ่ง มิวสิคเอ็มไทย เคยได้นำเสนอไปแล้ว ผ่านสกู๊ป ปริศนาฟ้าหรั่ง หายไปอยู่พักใหญ่ ล่าสุด กระทู้หาเพลง สุดพิสดาร ในพันทิป มันกลับมาให้ปวดกบาล เฮ้ย กลับมาให้ใช้ความคิด กระตุ้นต่อมอะดรีนาลีนให้หลั่งกันอีกครั้งแล้วครับท่านผู้ชม เออก็แปลกนะ แอปพลิเคชั่นหาเพลงก็มี ทำไมไม่ใช้กันล่ะจ๊ะ หืม?? งั้นมาดูกันดีกว่า ว่า สารพัดคำแปลกๆ ที่ชาวเน็ตใช้หาชื่อเพลงเนี่ย มันจะแปลกขนาดไหน ถ้าคุณทายได้ เราให้ร้องไห้เลย ที่มาคลิป Youtube SiaVEVO เพลงแรก : อายยยย มานัสวี เอามานะอีหี้ เอามานะอีหี้ฮี คำใบ้คือ เพลงนี้ ผู้หญิงร้อง น่าจะเดาถูกได้ไม่ยาก เพราะว่านี่คือเพลง Chandelier จาก Sia นั่นเองจ้า จะว่าไป พิสดารถึงขั้นติดเรทอยู่เหมือนกัน Party girls don't get hurt Can't feel anything, when will I learn I push it down, push it down I'm the one "for a good time call" Phone's blowin' up, ringin' my doorbell I feel the love, feel the love 1, 2, 3 1, 2, 3 drink 1, 2, 3 1, 2, 3 drink 1, 2, 3 1, 2, 3 drink Throw 'em back, till I lose count I'm gonna swing from the chandelier, from the chandelier I'm gonna live like tomorrow doesn't exist Like it doesn't exist I'm gonna fly like a bird through the night, feel my tears as they dry I'm gonna swing from the chandelier, from the chandelier But I'm holding on for dear life, won't look down won't open my eyes Keep my glass full until morning light, 'cause I'm just holding on for tonight Help me, I'm holding on for dear life, won't look down won't open my eyes Keep my glass full until morning light, 'cause I'm just holding on for tonight On for tonight Sun is up, I'm a mess Gotta get out now, gotta run from this Here comes the shame, here comes the shame 1, 2, 3 1, 2, 3 drink 1, 2, 3 1, 2, 3 drink 1, 2, 3 1, 2, 3 drink Throw 'em back till I lose count I'm gonna swing from the chandelier, from the chandelier I'm gonna live like tomorrow doesn't exist Like it doesn't exist I'm gonna fly like a bird through the night, feel my tears as they dry I'm gonna swing from the chandelier, from the chandelier But I'm holding on for dear life, won't look down, won't open my eyes Keep my glass full until morning light, 'cause I'm just holding on for tonight Help me, I'm holding on for dear life, won't look down, won't open my eyes Keep my glass full until morning light, 'cause I'm just holding on for tonight On for tonight On for tonight 'Cause I'm just holding on for tonight Oh, I'm just holding on for tonight On for tonight On for tonight 'Cause I'm just holding on for tonight 'Cause I'm just holding on for tonight Oh, I'm just holding on for tonight On for tonight On for tonight ที่มาคลิป Youtube Charlie Puth เพลงที่2 : มาวินเป็นเกย์ เป็นเกย์แน่นอน โว้ๆๆ Let's Marvin Gaye and get it on ท่อนแรกของเพลง Marvin Gaye โดย Charlie Puth ft. Meghan Trainor ที่เพี้ยนไปเป็น มาวินเป็นเกย์ เป็นเกย์แน่นอน ซะอย่างงั้น ใครมีเพื่อนชื่อ มาวิน และเป็นเกย์ด้วย อย่าไปร้องแบบนี้ให้เขาได้ยินเชียวนะ Let's Marvin Gaye and get it on You got the healing that I want Just like they say it in the song Until the dawn, let's Marvin Gaye and get it on We got this king size to ourselves Don't have to share with no one else Don't keep your secrets to yourself It's kama sutra show and tell (yeah) Woah There's loving in your eyes That pulls me closer (Ooh it pulls me closer) It's so subtle (It's so subtle) I'm in trouble (I'm in trouble) But I'd love to be in trouble with you Let's Marvin Gaye and get it on You got the healing that I want Just like they say it in the song Until the dawn, let's Marvin Gaye and get it on You got to give it up to me I'm screaming mercy, mercy please Just like they say it in the song Until the dawn, let's Marvin Gaye and get it on [Meghan Trainor:] And when you leave me all alone I'm like a stray without a home I'm like a dog without a bone I just want you for my own I got to have you babe Woah There's loving in your eyes That pulls me closer (Ooh it pulls me closer) It's so subtle (It's so subtle) I'm in trouble (I'm in trouble) But I'd rather be in trouble with you Let's Marvin Gaye and get it on Ooh babe, you got the healing that you want (yeah) Like they say it in the song Until the dawn, let's Marvin Gaye and get it on Let's Marvin Gaye and get it on You got the healing that I want Just like they say it in the song Until the dawn, let's Marvin Gaye and get it on, babe You got to give it up to me I'm screaming mercy, mercy please Just like they say it in the song Until the dawn, let's Marvin Gaye and get it on Just like they say it in a song Until the dawn, let's Marvin Gaye get it on ที่มาคลิป Youtube EMImusic เพลงที่3 : แลคตาซอย เย็นตาโฟ คำใบ้ เป็นเพลง Nu Metal Let the bodies hit the floor Let the bodies hit the floor มันคือท่อนแรก ของเพลง Bodies ของวง Drowning Pool มาตอนหิวนี่จะดีมาก อิ่มเลยทีนี้ มีทั้ง แลคตาซอย และ เย็นตาโฟ Let the bodies hit the floor Let the bodies hit the floor Let the bodies hit the floor Let the bodies hit the floooooor Beaten why for (why for) Can't take much more Here we go! Here we go! Here we go! One - Nothing wrong with me Two - Nothing wrong with me Three - Nothing wrong with me Four - Nothing wrong with me One - Something's got to give Two - Something's got to give Three - Something's got to give Now Let the bodies hit the floor Let the bodies hit the floor Let the bodies hit the flooooor Let the bodies hit the floor Let the bodies hit the floor Let the bodies hit the flooooor Now! Push me again This is the end Here we go! Here we go! Here we go! One - Nothing wrong with me Two - Nothing wrong with me Three - Nothing wrong with me Four - Nothing wrong with me One - Something's got to give Two - Something's got to give Three - Something's got to give Now Let the bodies hit the floor Let the bodies hit the floor Let the bodies hit the flooooor Let the bodies hit the floor Let the bodies hit the floor Let the bodies hit the floor Skin against skin blood and bone You're all by yourself but you're not alone You wanted in now you're here Driven by hate consumed by fear Let the bodies hit the floor Let the bodies hit the floor Let the bodies hit the floor Let the bodies hit the floooooooor One - Nothing wrong with me Two - Nothing wrong with me Three - Nothing wrong with me Four - Nothing wrong with me One - Something's got to give Two - Something's got to give Three - Something's got to give Now Let the bodies hit the floor Let the bodies hit the floor Let the bodies hit the flooooor Let the bodies hit the floor Let the bodies hit the floor Let the bodies hit the floor ที่มาคลิก Youtube Maroon5VEVO เพลงที่ 4 : อ่าห์หนาว อ่าห์ฟิตกับตูดเป็ด ฟิตกับตูดเป็ด แปะๆๆอู้ยู้ฮุ้ว นี่เอาฮาใช่มั้ย จากเพลง One More Night ของวง Maroon 5 จริงๆ เขาร้องว่าแบบนี้นะ Yeah, but baby there you go again, there you go again, making me love you You and I go hard at each other like we're going to war. You and I go rough, we keep throwing things and slamming the door. You and I get so damn dysfunctional, we stopped keeping score. You and I get sick, yeah, I know that we can't do this no more. Yeah, but baby there you go again, there you go again, making me love you. Yeah, I stopped using my head, using my head, let it all go. Got you stuck on my body, on my body, like a tattoo. And now I'm feeling stupid, feeling stupid, crawling back to you. So I cross my heart and I hope to die That I'll only stay with you one more night And I know I said it a million times But I'll only stay with you one more night Try to tell you "no" but my body keeps on telling you "yes". Try to tell you "stop", but your lipstick got me so out of breath. I'll be waking up in the morning, probably hating myself. And I'll be waking up, feeling satisfied but guilty as hell. Yeah, but baby there you go again, there you go again, making me love you. (Making me love you) Yeah, I stopped using my head, using my head, let it all go. (I let it all go) Got you stuck on my body, on my body, like a tattoo. (Like a tattoo, yeah) And now I'm feeling stupid, feeling stupid, crawling back to you. So I cross my heart and I hope to die (Yeah) That I'll only stay with you one more night (Oh) And I know I said it a million times (Yeah) But I'll only stay with you one more night (Yeah) Yeah, baby, give me one more night Yeah, baby, give me one more night (whoa, yeah) Yeah, baby, give me one more night (oh, yeah, yeah) Yeah, but baby there you go again, there you go again making me love you. Yeah, I stopped using my head, using my head, let it all go. Got you stuck on my body, on my body like a tattoo. Yeah, yeah, yeah, yeah So I cross my heart and I hope to die (Oh oh oh oh, oh oh oh oh) That I'll only stay with you one more night (Oh oh oh oh oh oh) And I know I said it a million times (Oh, I said it a million times) But I'll only stay with you one more night (Yeah, baby give me one more night) So I cross my heart and I hope to die (yeah, yeah) That I'll only stay with you one more night (yeah, yeah) And I know I said it a million times (yeah, yeah) But I'll only stay with you one more night (yeah, yeah) I don't know, whatever. ที่มาคลิป Youtube SilentoVEVO เพลงที่ 5 : ในวัดมีเวฟ มีเณรเน่ง ในวัดมีเวฟ มีเณรเน่ง อู้ วัดหมี วัดหมี กลายเป็นอีกกระทู้หาเพลงที่ฮา และ ถอดออกมาได้เป๊ะอยู่เหมือนกัน นั่นคือเพลง Watch Me (Whip/Nae Nae) ของ Silento ที่ถูกต้อง เขาร้องว่า Now watch me whip Now watch me nae nae นะครัชคุณ แต่จะว่าไป ไอ้ท่าคล้ายบิดมอเตอร์ไซค์ในมิวสิควีดิโอนี่ก็ทำให้คิดว่าเป็น ท่าบิดเวฟ ก็เป็นได้ Now watch me whip (Kill it!) Now watch me nae nae (Okay!) Now watch me whip whip Watch me nae nae (Want me do it?) Now watch me whip (Kill it!) Watch me nae nae (Okay!) Now watch me whip whip Watch me nae nae (Can you do it?) Now watch me Ooh watch me, watch me Ooh watch me, watch me Ooh watch me, watch me Ooh ooh ooh ooh Ooh watch me, watch me Ooh watch me, watch me Ooh watch me, watch me Ooh ooh ooh ooh [x2:] Do the stanky leg (stank) Do the stanky leg (stank stank) Do the stanky leg (stank) Do the stanky leg (stank stank) Now break your legs (break 'em, break 'em) Break your legs (break 'em dog) Tell 'em "break your legs" (break 'em, break 'em) Break your legs (break 'em dog) Tell 'em "break your legs" (break 'em, break 'em) Break your legs (break 'em dog) Tell 'em "break your legs" (break 'em, break 'em) Break your legs (break 'em dog) Now watch me Bop bop bop bop bop bop bop bop bop Now watch me Bop bop bop bop bop bop bop bop bop Now watch me whip (Kill it!) Now watch me nae nae (Okay!) Now watch me whip whip Watch me nae nae (Want me do it?) Now watch me whip (Kill it!) Watch me nae nae (Okay!) Now watch me whip whip Watch me nae nae (Can you do it?) Now watch me Ooh watch me, watch me Ooh watch me, watch me Ooh watch me, watch me Ooh ooh ooh ooh Ooh watch me, watch me Ooh watch me, watch me Ooh watch me, watch me Ooh ooh ooh ooh Now watch me yule Now watch me superman Now watch me yule Now watch me superman Now watch me yule Now watch me superman Now watch me yule Now watch me superman Now watch me duff, duff, duff, duff, duff, duff, duff, duff (Hold on) Now watch me duff, duff, duff, duff, duff, duff, duff, duff, duff Now watch me Bop bop bop bop bop bop bop bop bop Now watch me Bop bop bop bop bop bop bop bop bop Now watch me whip (Kill it!) Now watch me nae nae (Okay!) Now watch me whip whip Watch me nae nae (Want me do it?) Now watch me whip (Kill it!) Watch me nae nae (Okay!) Now watch me whip whip Watch me nae nae (Can you do it?) Now watch me Ooh watch me, watch me Ooh watch me, watch me Ooh watch me, watch me Ooh ooh ooh ooh Ooh watch me, watch me Ooh watch me, watch me Ooh watch me, watch me Ooh ooh ooh ooh Crank dat จะว่าไป แม้เราจะรู้สึกรำคาญเบาเบา เวลาเจอกระทู้แบบนี้ แต่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งสีสันในโลกออนไลน์ที่แม้จะดู ไร้สาระ สำหรับบางคน แต่ท้ายที่สุด มันก็ฮาและกระตุกต่อมความคิด ดีเหมือนกันนะ อ้อ คราวหน้าถ้าคิดจะหาเพลงที่เราไม่รู้จัก มิวสิคเอ็มไทยขอแนะนำ แอปพลิเคชั่น Shazam หรือไม่ก็ Siri ในตระกูล IOS ในกรณีที่ไม่รู้จักชื่อเพลง ชื่อนักร้อง แค่สั่งว่า "เพลงนี้เพลงอะไร" แล้วยื่นไปที่ลำโพงขณะที่เพลงยังเล่นอยู่ แป๊บเดียว หนูสิก็จะจัดการบอกชื่อเพลง ชื่อศิลปินให้เสร็จสรรพ ง่ายและสะดวกกว่าเยอะเลย ^__^ แต่ยังไงก็ต้องขอปรบมือให้คนที่ถอดรหัสเนื้อเพลงแปลกๆ เหล่านี้ได้ถูกก็แล้วกัน เมพมากๆ อ่ะ ปรบมือ เรื่องโดย : Ryu Ryan -- ที่มาจาก : กระทู้ของสมาชิกสมาชิก pantip.com หมายเลข 1973638 / 1768986 / 2351245 / 2056179 / 2011489

เก้า สุภัสสรา ยอมรับ กดดันกับการเป็น บุปผาคนใหม่
ต้อม-ยุทธเลิศ /  บุปผาอาริกาโตะ / 

ได้รับบทในภาพยนตร์สยองขวัญแบบฮากระจาย สำหรับสาวเก้า สุภัสสรา ธนชาต ในบทของบุปผาคนใหม่ ที่กำกับโดย ยุทธเลิศ สิปปภาค ในชื่อเรื่อง บุปผาอาริกาโตะ ที่งานนี้ทีมงานได้ไปถ่ายทำไกลถึงประเทศญี่ปุ่น กับบรรยากาศหิมะขาวๆ สุดโรแมนติด แต่ปนไปด้วยวังเวง และน่ากลัว ไม่รู้ว่างานนี้ บุปผาคนใหม่ อย่างเก้า จะรู้สึกอย่างไรบ้างกับภาพยนตร์เรื่องนี้ “ในบุปผาจะต้องเล่นด้วยแววตาและความรู้สึกตลอดเวลา ตัวเก้าเองรู้สึกว่าบุปผานี่เป็นคาแรคเตอร์ที่มีหลายมิติ ซึ่งพี่ต้อมก็เก่งมากๆ ค่ะ แล้วก็รู้สึกดีใจมากที่ได้เล่นกับพี่ต้อม ดีใจที่พี่ต้อมให้โอกาสเรา ได้ลองเล่นเป็นคาแรคเตอร์ใหม่ๆ ได้ทำอะไรใหม่มากๆ เพราะหนูก็ถือว่าเป็นนักแสดงหน้าใหม่เหมือนกันนะ ใหม่มากที่จะได้รับบทอะไรที่มันท้าทายขนาดนี้" เก้า สุภัสสรา Q.จากความทรงจำที่มีต่อ “บุปผาราตรี” ภาพยนตร์ผีโรแมนติกสยองขำในระดับตำนาน ในฐานะแฟนบุปผา เป็นไงมาไงถึงได้กลายมาเป็นบุปผาคนใหม่ของผู้กำกับ ต้อม ยุทธเลิศ A. เก้าเคยดูบุปผามานะคะตั้งแต่ภาคแรก ซึ่งเป็นบทที่พี่พลอยเคยเล่นไว้ จำได้ว่าตอนดูนี่รู้สึกชอบพี่เขามาก แล้วพอพี่ๆ ทีมงานเขาติดต่อมา จริงๆ มันเป็นเรื่องบังเอิญมากค่ะ เพราะว่าไม่กี่วันก่อนที่พี่ต้อมกับทางสหมงคลฟิล์มทาบทามเรา แล้วให้โอกาสเรา หนูได้มีโอกาสไปอ่านกระทู้ในพันทิป ซึ่งเขาก็ได้ตั้งกระทู้ว่าอยากให้บุปผากลับมาทำรีเมคว่าถ้าเอามาทำในยุคนี้น่าจะต้องได้รายได้เยอะมากกว่ายุคนั้นแน่ๆ ซึ่งตอนนั้นรายได้ก็เยอะมากๆ แล้วนะ ถ้าเกิดลุกขึ้นมาทำในยุคนี้มันก็จะต้องมีกระแสอะไรที่มากขึ้นแน่ๆ ถ้าเขาทำจริงๆ เราก็คงอยากจะดูบุปผาในแบบเวอร์ชั่นใหม่ ปรากฎว่าไม่กี่วันต่อมา เฮ้ย! ดีใจมาก เพราะว่าทางพี่ต้อมแล้วก็ทางสหฯ ก็ได้ติดต่อมาอยากให้เราลองเล่นเป็นบุปผา ตอนแรกก็แบบแอบกังวลเพราะถ้าเราพูดถึงบุปผา เราก็ต้องนึกถึงพี่พลอย แล้วถ้าหนูรับเล่นจะแบบต้องถูกเปรียบเทียบแน่นอน ก็เลยกังวลมากๆ ถ้างั้นขอนัดคุยกับพี่ต้อมดีกว่าว่าสรุปแล้วตัวเรื่องมันจะเป็นอย่างไร ก็เลยได้คุยกับพี่ต้อมและทางสหฯ ซึ่งพี่ต้อมก็อธิบายให้ฟังละเอียดมากนะคะว่า เวอร์ชั่นนี้เป็นบุปผาเวอร์ชั่นใหม่หมดเลย แล้วก็ความสนุก แปลกใหม่มากกว่า ตัวพี่ต้อมเองก็ให้ความมั่นใจกับหนูว่า เก้าเราไปด้วยกัน เราสู้ไปด้วยกัน  เราก็เลยเชื่อใจในพี่ต้อมว่าการมาของภาพยนตร์เรื่องบุปผาครั้งใหม่มันน่าจะออกมาดีค่ะ   Q.เมื่อพูดถึงบุปผาราตรีก็ต้องนึกถึงต้อม-ยุทธเลิศ ซึ่งมาพร้อมกับเอกลักษณ์เฉพาะตัวในการทำภาพยนตร์ในแนวโรแมนติก สยอง และอารมณ์ขันรวมอยู่ในเรื่องเดียวกัน A. เราได้ยินชื่อพี่ต้อมมานานแล้วเป็นผู้กำกับที่เก่งมากๆ แล้วก็กำกับหนังมาหลายเรื่องมาก เราก็อยากที่จะมีครั้งหนึ่งในชีวิตที่อยากจะร่วมงานด้วย เขาจะให้เราใช้สัญชาตญาณในการเล่นอยู่ตลอดเวลา คือพี่ต้อมบรีฟคาแรคเตอร์เราเป็นอย่างไร โรส คาแรคเตอร์ของบุปผาเป็นอย่างไร แล้วก็ให้เราเล่นว่าถ้าเป็นอย่างนี้ๆๆ เราจะรู้สึกเป็นอย่างไร ซึ่งโอเคเราเข้าใจว่า เราเล่นซีรี่ส์มาก็ต้องมีการผสมกับความใหญ่มานิดหนึ่ง เพราะว่ามันเป็นทีวี แต่พอมันอยู่ในจอเงินเราต้องปรับระดับให้มันน้อยแล้วก็เล่นแค่แววตา เพราะฉะนั้นมันก็ตรงกับคอนเซ็ปท์พี่ต้อมอยู่แล้วว่า ในบุปผาจะต้องเล่นด้วยแววตา และความรู้สึกตลอดเวลา รู้สึกดีใจมากที่ต้อมให้โอกาสเรา เพราะหนูก็ถือว่าเป็นนักแสดงหน้าใหม่เหมือนกัน ที่จะได้รับบทอะไรที่มันท้าทายขนาดนี้ ให้เราได้ลองเล่นคาแรคเตอร์ใหม่ๆ ตัวเก้าเองรู้สึกว่าบุปผานี่เป็นคาแรคเตอร์ที่มีหลายมิติมาก  ซึ่งเขาก็เชื่อมั่นในตัวเราว่าเราทำได้ เราใหม่มากที่จะเล่นเป็นตัวละครอะไรที่มันมีหลายมิติอย่างนี้ ซึ่งพอทำงานกับพี่ต้อมไป ก็เริ่มจับทางได้ว่าพี่ต้อมเขาต้องการอะไร แล้วก็อยากจะให้มันออกมาในรูปแบบไหน ซึ่งก็ถือเป็นความโชคดีมั้งคะที่ผู้ใหญ่ให้โอกาส ที่สหฯให้โอกาส พี่ต้อมให้โอกาสที่ทำให้เราได้มาเล่นในบทนี้ Q.จริงมั้ยที่ถือว่าสำหรับบทบุปผาที่เก้าได้รับ เป็นการเปลี่ยนแปลงทางด้านการแสดงโดยสิ้นเชิง ได้ทำอะไรในรูปแบบใหม่อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน A. ทำงานกับพี่ต้อมเรามีความรู้สึกว่าเป็นการทำงานในรูปแบบใหม่ คืออย่างที่บอกพี่ต้อมอยากให้เราใช้สัญชาตญาณในการเล่นมากกว่า ซึ่งหนูไม่ชินเลยทีแรก ซึ่งมันจะมีฉากหนึ่งค่ะ เป็นฉากที่ประทับใจ แต่เป็นฉากที่ไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้เหมือนกัน เพราะว่าเป็นฉากที่ปกติเวลาเราถ่ายหนังใช่มั้ยคะ เราก็อาจจะไม่ได้ถ่ายไปตามลำดับเรื่องยาวไปตั้งแต่ต้นจนจบ ฉากที่บุปผานั่งอยู่ แล้วก็ต้องเกิดความรู้สึกกลัว พี่ต้อมก็เลยบอกว่าถ้าอยากร้องไห้ก็ร้องไห้ได้เลย พี่ต้อมแล้วหนูจะร้องไห้ได้ไง ให้หนูกลัวอะไร โอเคค่ะพี่ต้อมอยากให้หนูทำอะไรหนูทำเลยค่ะ ถ้าไม่ได้เดี๋ยวพี่มาบรีฟหนูอีกทีละกันนะคะ อันไหนที่พี่ไม่อยากได้ หรืออันไหนอยากให้เพิ่มอยากให้ลดพี่บอกหนูละกันนะคะ ซึ่งหนูเล่นออกมาแล้วก็ดีใจค่ะ พี่ต้อมบอกว่าเออดีแล้วนะ ขออย่างนี้อีกเทคหนึ่ง (หัวเราะ)   Q.พี่ต้อมบอกว่าเก้าเป็นนักแสดงที่น้ำตาสั่งได้ A. หนูคิดว่าหน้าที่ของเราคือนักแสดงค่ะ อยากได้แบบไหน ก็ต้องทำให้ได้ ต้องตีโจทย์สักโจทย์หนึ่งให้ได้   Q.จริงมั้ยที่ว่า “บุปผาอาริกาโตะ” เป็นผลงานที่ท้าทายทางด้านการแสดงที่สุดของ “เก้า สุภัสสรา” เลยทีเดียว A. ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เก้าก็ได้ทำงานอะไรที่ท้าทายมาตลอดเลย ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งนะคะ ที่ท้าทายมากๆ เพราะตัวละครบุปผาก็เป็นคาแรคเตอร์ที่พี่ต้อมเขาวางไว้อยู่แล้ว และขึ้นชื่อว่าเป็นบุปผาด้วยแล้วก็จะเป็นผู้หญิงที่เหมือนมีอะไรในใจอยู่ตลอดเวลา ที่ซึ่งไม่สามารถแสดงออกมาได้หมด เป็นผู้หญิงที่ไม่ค่อยพูด แต่ว่าแววตานี่ก็ต้องสื่อสารออกมาตลอด ซึ่งมันก็มีบุคลิกค่อนข้างที่จะซับซ้อนอยู่พอสมควรเลย ก็เป็นเหมือนตัวละครที่มีอยู่สองบุคลิก ซึ่งสำหรับเก้าก็ถือว่าท้าทายมากค่ะ ถึงแม้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาจะได้รับบทที่ท้าทายมาทุกเรื่องนะคะ แต่สำหรับเรื่องนี้มันดูซับซ้อนมากกว่าปกติค่ะ อย่างเช่นก็จะมีอยู่ฉากหนึ่งที่เป็นฉากอารมณ์มากๆ ซึ่งมันก็ยากสำหรับเก้ามากค่ะ เพราะว่าต้องเข้าไปอยู่ในฉากที่ภาวะอารมณ์นี่แปรปรวนมากๆ จะเศร้าก็ไม่เศร้า ร้องไห้ก็ไม่ร้องไห้ จะช็อคก็ไม่ช็อค แบบไม่รู้ว่าจะไปยังไงต่อ เป็นอีกหนึ่งฉากที่บอกได้เลยว่ายากมากๆ คือต้องเดินร้องไห้แล้วก็ยาวมากค่ะ ซึ่งก็ไม่คาดคิดว่าพี่ต้อมจะเอา แบบว่า ฉากเดินเรามาแล้วก็ร้องไห้ อยู่ๆ พี่ต้อมก็จะสั่งเลยว่าแบบ เก้าพี่ขอเดินมา น้ำตามาเลย เดินทำหน้านิ่งๆ น้ำตาไหลไม่หยุด เก้าทำได้ไหม ก็โอเคค่ะ ก็เลยลองทำดู ต้องเดินขึ้นบันได 4 ชั้นค่ะ ขึ้น ลงก่อนแล้วก็ค่อยขึ้น เหมือน repeat ซ้ำๆ อ่ะค่ะ ความยากก็คือเราต้อง HOLD อารมณ์ตอนนั้นตลอดเวลาค่ะ เราก็ไม่รู้เลยว่าพี่ต้อมจะมารับหน้าเราตอนไหน แล้วน้ำตามันจะไหลมาตอนไหน ซึ่งแบบบางทีมารับหน้าปุ๊บ น้ำตามันหล่นไปแล้วนะ เราก็ไม่รู้เลยว่าแบบพี่ต้อมเขาจะรับมุมไหน ที่สำคัญคือเป็นการถ่ายทำแบบ ONE LONG TAKE ก็อยากให้ทุกคนติดตามชมค่ะ   Q.ช่วยเล่าให้ฟังถึงคาแรคเตอร์ของบุปผาที่ได้รับในภาพยนตร์เรื่อง “บุปผาอาริกาโตะ” A. รับบทเป็นหญิงสาวที่ชื่อว่า บุปผา คือผู้หญิงยุคใหม่ที่มั่นใจในตัวเองสูง กล้าคิด กล้าทำอะไรที่ผู้หญิงธรรมดาทั่วๆ ไปไม่กล้าแม้แต่จะคิด ที่มีเสน่ห์ดึงดูดอยู่ในตัวสูง โดยเฉพาะต่อเพศตรงข้าม  ภายนอกอาจดูนิ่งๆ พูดน้อย แต่สื่อสารความรู้สึกผ่านดวงตา ลึกๆ แล้วเป็นผู้หญิงที่ sensitive และจริงจัง ซีเรียสกับเรื่องความรักมากๆ ประมาณว่า “อยู่ได้ด้วยความรัก และก็พร้อมที่จะตายเพราะความรักได้เหมือนกัน” เป็นตัวละครที่เล่นกับอารมณ์และความรู้สึกที่อยู่ภายใน แต่ถ้าดูจากภายนอก อาจคิดว่าบุปผาคือผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ดูบอบบาง แต่จริงๆ รักจัดแค้นจริง จะรักก็รักมาก แต่พอแค้นขึ้นมาบุปผาก็พร้อมที่จะหยิบมีดขึ้นมาปาดคอคนที่รักได้ทันทีที่รู้ว่าถูกนอกใจ บุปผาคือหญิงสาวที่มาพร้อมประโยคที่ว่า “ทิ้งกูมึงตาย” และไม่ได้เกิดมาเพื่อให้ใครมาล้อเล่นในเรื่อง “ความรัก”   Q.มุมมองความรักของผู้หญิงอย่างบุปผาในความรู้สึกของผู้หญิงอย่างเก้า สุภัสสรา A. มุมมองความรักของบุปผานะคะ ถ้าหนูเป็นคนนอกแล้วมองมา โอ๊ย ผู้หญิงคนนี้ รักจริงแค้นจริงเจ็บจริง มันน่ากลัวเหมือนกัน แต่ว่าถ้ารักเขาดีๆ หนูว่าคงทำให้ชีวิตดีมากๆ ค่ะ มันเป็นคาแรคเตอร์ที่เป็นผู้หญิงที่มีความจริงจังกับความรักมากๆ คนเราถ้ารักมากก็ต้องแค้นมากค่ะ   Q.เรื่องราวของบุปผาอาริกาโตะ A. บุปผาอาริกาโตะเป็นเรื่องราวของผู้หญิงไทยคนหนึ่งที่ชื่อบุปผา ได้มีโอกาสเดินทางไปยังต่างประเทศเพราะเหตุการณ์ที่ทำให้เขาเกิดผิดหวังจากความรัก โดยการเดินทางครั้งนี้ก็จะสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นผู้หญิงที่เด็ดเดี่ยว แล้วก็จริงจังในเรื่องความรักมาก ซึ่งพอเขารู้สึกเสียใจเรื่องความรัก เขาสามารถทำได้ทุก การได้ไปทำอะไร ได้ใช้ชีวิต ได้ไปคิดอะไรเยอะๆ ในเมืองนิเซโกะนี่ละค่ะ ก็จะมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันหลายอย่างเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการที่อยู่มาวันหนึ่งก็จะมีแก๊งนี้นะคะ ก็เรียกว่าเป็นพวกแก๊งๆ พี่แฟนฉันละกัน ได้มาทำงานมิวสิควิดีโอที่นี่ ก็ได้มาเจอเรา ก็เลยเกิดมีเรื่องราวของความรักเข้ามาเกี่ยวข้อง อยากรู้ว่ารักกับใครก็ต้องไปติดตามชมนะคะ ในขณะเดียวกันโรสก็ต้องไปพบเจอกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันโดยที่พวกเขาทั้งหมดต้องช่วยกันค้นหาความจริง ว่ามันเกิดอะไรขึ้นในออสการ์ลอดจ์ ใครทำอะไร เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไรก็ต้องไปติดตามชมกันนะคะ   Q.ทราบมาว่านอกจากความยาก ความท้าทายในการถ่ายทอดบทบุปผา ที่มีหลายอารมณ์บางครั้งต้องแสดงคนเดียว และไม่มีบทพูดต้องใช้สีหน้าแววตาแสดงความรู้สึก แล้วยังต้องทำงานท่ามกลางอุปสรรคสารพัดตั้งแต่อุณหภูมิติดลบ มีฉากที่ต้องเล่นสกี ถ่ายหนังท่ามกลางโลเกชั่นที่เต็มไปด้วยหิมะ ฯลฯ A. ในบุปผาอาริกาโตะ นอกจากเราจะได้เห็นแรงอาฆาตแค้นของตัวบุปผาในเรื่องความรักแล้ว เราก็จะได้เห็นการเผชิญหน้ากับเรื่องราวที่ทั้งหลอน และน่ากลัวยิ่งกว่าทุกสิ่งที่เคยที่ผ่านเข้ามาและทำให้ชีวิตของบุปผาเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เป็นตัวละครที่ซับซ้อนเหมือนมี 2 บุคลิก สำหรับเก้าถือว่าท้าทายมากกว่าทุกเรื่องและดูซับซ้อนกว่าปกติ ตัวคาแรคเตอร์มันมีหลายมิติ   Q.พูดถึงนิเซโกะ ซึ่งเป็นโลเคชั่นหลักของภาพยนตร์เรื่องบุปผา เป็นเมืองที่คนไทยที่นิยมไปท่องเที่ยวกันมาก A. ค่ะปกติหนูก็ไปประเทศญี่ปุ่นบ่อยมาก แต่นิเซโกะเป็นเมืองที่เราเพิ่งเคยไปครั้งแรก แล้วอย่างตอนช่วงที่หนูไปหิมะตกเยอะมาก แล้วก็เจอคนไทยเยอะมาก เป็นเมืองที่สวยมากๆ มองไปทางไหนก็เห็นเป็นหิมะสีขาวเราใส่ชุดกันหนาวตลอดเวลา ปรากฏว่ากลับมาแล้วตัวดำ (หัวเราะ) เพราะเหมือนว่าแสงมันสะท้อนหนูรับรองว่าเราจะได้เจอหิมะทุกรูปแบบอย่างแน่นอนค่ะ พายุหิมะ ได้ไปเจอครบทุกรสชาติจริงๆ ค่ะ และด้วยอุณหภูมิแสง อุณหภูมิสีมันก็จะต่างจากบ้านเรามาก ภาพที่ถ่ายออกมารับประกันว่าภาพที่ถ่ายออกมาในหนังก็จะสวยแน่นอนค่ะ   Q. การทำงานท่ามกลางสภาพอากาศติดลบ ที่แวดล้อมไปด้วยหนุ่มๆ โดยเป็นหญิงสาวเพียงคนเดียว ต้องอาศัยความอึดขนาดไหน A. สนุกค่ะ เพราะหนูก็เป็นคนห้าวๆ อยู่แล้ว พี่ๆ เขาก็น่ารักค่ะ ตลกเฮฮาทำให้เราไม่เครียดนะคะ หนูก็คิดว่าการทำงานก็ไม่ลำบากมากค่ะ เพราะว่าเราสนุก เรามีเพื่อนวัยใกล้ๆ กันค่ะ ก็ทำให้เราเอ็นจอย แล้วเหมือนเราได้ไปเที่ยวกับเพื่อนมากกว่า เห็นเก้าตัวเล็กบอบบางขนาดนี้ เอาจริงๆ ถึกมาก เพราะว่าต้องขึ้นเขาไปถ่ายกลางหิมะ แล้วก็ขึ้นไปนี่หลักๆ ก็จะขึ้นไปกับพี่แน็กค่ะ เพราะว่าเราก็ต้องเข้าซีนหิมะด้วยกัน ซึ่งเราก็ต้องไปถ่ายบนเขา แล้วก็แบบไถลลงมา ภาพออกมาดีมาก แต่ใครจะรู้ไหมคะว่าหน้าชาเหมือนโดนตบเลยค่ะ หิมะตอนที่ไปถ่ายที่นิเซโกะนะคะประมาณลบ 7 ลบ 8 อะไรประมาณนี้นะคะ ถ้าขึ้นไปเล่นสกีในฉากนั้นที่มันเป็นหิมะบนเขา เป็นพายุหิมะหนักๆ ที่พี่ต้อมไปถ่ายหนูเล่นสกี อุณหภูมิก็ประมาณลบ 18 เลย เพราะฉะนั้นหนาวมาก มันโหดมากค่ะ มีพายุหิมะด้วยในวันนั้น แล้วจะต้องกลับลงไปข้างล่างให้ทันนะคะ แสงก็หมดเร็วมากๆ ค่ะ ด้วยความเป็นอากาศหนาว ตอน 4 โมงก็คือแสงก็จะหมดแล้วค่ะ พี่ต้อมก็เลยต้องพยายามถ่ายให้แต่ละเทคผ่านให้ได้ ความโหดคือหนูเล่นสกีครั้งแรกค่ะ ดีใจค่ะที่ตัวเองเล่นได้ เพราะมีสกิลในการเล่นไอซ์สเกตมาก่อนอะไรอย่างนี้ อีกอย่างที่เราไม่หวั่นเพราะเราภูมิใจที่ได้เป็นบุปผา (หัวเราะ) ส่วนตอนที่ต้องเดินขึ้นเขาสำหรับหนูก็ไม่ลำบากนะคะ เพราะมีกระเช้าเวลาขึ้นไปให้สูงๆ แล้วค่อยให้เราไถลๆๆๆ ลงมา แต่หนูสงสารที่สุดคือพี่ต้อมค่ะเขาก็ต้องจับกล้องอะไรอย่างนี้อยู่ตลอดเวลา เขาก็ต้องถอดถุงมือถือกล้องใช่มั้ยค่ะ คิดดูละกันกับอุณหภูมิขนาดนั้น ซึ่งแบบมือแข็งแน่นอนนะคะ คือของหนูยังมีถุงมือหรืออุปกรณ์สกี เล่นแล้วแบบยังสนุกๆ ใช่ไหมคะ   Q.สปิริตของแก๊งแฟนฉันเมื่อต้องถ่ายหนังท่ามกลางหิมะและอุณหภูมิติดลบด้วยชุด อันเดอร์แวร์ตัวเดียว A.พี่เขาต้องใส่กางเกงในแบบตัวเดียวอยู่ในหิมะ ที่เรียกว่าติดลบเลยทีเดียวนะคะ คือพี่เขามีสปิริตมากออกไปกลางหิมะเล่นกัน คือมันหนาวมากจริงๆ ค่ะ คืออธิบายตอนนี้นะคะ อากาศร้อนๆ ที่เมืองไทย คนดูอาจจะแบบไม่รู้ แต่ถ้าไปสัมผัส ณ วันนั้นนะคะ โดยเฉพาะพี่แน็ก พี่แน็กบอกว่าไม่หนาวเลย เขาชอบอากาศหนาวมาก   Q.จริงมั้ยที่ว่าเราจะได้เห็นแน็ก ชาลี มาพร้อมกับลุคโรแมนติก เท่ห์ๆ อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนโดยเฉพาะอย่างยิ่งโชว์ความสามารถในการแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ด้วย A.ค่ะที่ผ่านมาเคยเห็นผลงานของพี่แน็กมาบ้างค่ะ ตั้งแต่แฟนฉันชอบมาก เพราะว่าเป็นหนังที่รู้สึกมันมีความทรงจำอะไรเกี่ยวกับเราเยอะมาก เหมือนเราได้ย้อนวันวานเหมือนกันนะคะ ไม่คิดว่าเราโตขึ้นมาแล้วจะได้ร่วมงานกันป็นครั้งแรก ซึ่งก็ไม่เคยเห็นบทบาทพี่แน็กในความโรแมนติกนะคะ แล้วก็รู้สึกจริงจังกับชีวิตขึ้นมา เพราะปกตินี่หนูอยู่กอง คุยกับพี่แน็กก็จะรู้สึกแบบเอาสาระไม่ค่อยได้ พอทำงานกับพี่แน็กแล้ว เขาเป็นคนเก่งค่ะ แล้วในเรื่องเราก็จะได้เห็นพี่แน็กโชว์พลังเสียงของเขา เขาแบบเตรียมตัวมาดีมากค่ะ ไม่ว่าจะว่างตอนไหนพี่แน็กก็จะยกกีตาร์ขึ้นมาค่ะ แล้วก็ร้องเพลงให้คนทั้งกองฟังอยู่ตลอดเวลา จนคนทั้งกองนี่ร้องเพลงพี่แน็กได้ ประโยคเดียวที่ร้องกันได้ทั้งกองคือ *จะรออยู่ตรงนี้ให้เธอกลับมา* ทุกคนก็แบบว่าร้องกันอยู่ตลอดเวลา ส่วนเพลงที่พี่แน็กแต่งนะคะ ก็คือเป็นความหมายแทนตัวพระเอกนะคะ ซึ่งในเรื่องเป็นเพลงที่บอกความรู้สึกที่มีต่อโรสว่าเขารู้สึกอะไรอย่างนี้ค่ะ   Q. ทำไมต้องอาริกาโตะ ครั้งแรกที่ได้ยินชื่อ “บุปผาอาริกาโตะ” A. ทำไมบุปผาต้องอาริกาโตะ ในความหมาย ในความคิดของหนูนะ หลังจากพอได้ยินชื่อเรื่องของบุปผาอาริกาโตะ ก็พยายามมองว่าหรือคงเป็นบุปผาที่อยากจะขอบคุณคนดูรึเปล่า (หัวเราะ) หรือเหมือนว่าเป็นบุปผาที่จะต้องไปต่างประเทศ แล้วมันจะน่ากลัวเหมือนบุปผาไหม พี่ต้อมจะถ่ายยังไงให้มันน่ากลัว ทุกทีเรามักจะเห็นว่าผีมาจากที่มืดๆ แล้วจะถ่ายยังไงมองไปก็เห็นแต่หิมะสีขาว แต่เขาถ่ายกันได้ แล้วมันก็ออกมาหลอนด้วย เพราะว่าพี่ต้อมเขาก็จัดทุกอย่าง อยากจะให้ชมจริงๆ ค่ะ เพราะว่าทุกอย่างมันหลอนแน่นอนค่ะ คือด้วยความที่เป็นพี่ต้อมรับรองว่าคุณภาพนี่ สุดยอดค่ะ   Q. เก้ากับ 3 ลุคส์ ของบุปผาที่ไม่เคยเห็นมาก่อน A.ลุคส์แรกก็จะเป็นชุดบอดี้สูท ซึ่งอยากรู้ว่าชุดบอดี้สูทมีความหมายอะไรในเรื่องก็ต้องไปติดตามชมเอานะคะ และถ้าจะเห็นในโปสเตอร์ก็คือชุดกิโมโนก็จะมีความหมายของมัน แล้วก็อีกชุดหนึ่งเป็นชุดที่ใส่เล่นสกีนะคะ ซึ่งเป็นชุดที่เหมือนคนไทยไปต่างประเทศก็ต้องใส่ชุดสกี เพื่อที่จะออกไปเล่นสกีนะคะ ก็อยากให้ทุกคนติดตามมากกว่าคะว่ามันจะออกมาเป็นอย่างไร   Q. จับตาดูฉากหลอนโรแมนติกแต่สวยมาก A. มีอยู่ฉากหนึ่ง ซึ่งเป็นฉากโรแมนติกมากๆ นะคะ ไม่รู้โรแมนติกหรือว่าหลอนกันแน่ เพราะว่าเป็นฉากที่ในเรื่อง โรส จะต้องไปถ่าย MV ให้กับทางพี่แจ๊คนะคะ ซึ่งในเรื่องหนูก็ต้องยืนท่ามกลางหิมะ กับพี่แน็กสองคน แล้วพี่แน็กก็ต้องถอดเสื้อ แล้วก็ดีดกีตาร์ แล้วก็ยืนอยู่กลางหิมะ ซึ่งภาพที่ออกมานี่ เรารับรองว่ามันสวยอยู่แล้วนะคะ มันมีความเป็นหิมะโปรยปราย แบบว่าภาพดูโรแมนติกมากนะคะ แต่มองไกลๆ ก็อาจจะหลอนได้เหมือนกันนะคะ ต้องไปติดตามชมในเรื่องค่ะ   Q. ฝากผลงานภาพยนตร์เรื่องใหม่ของเก้าสุภัสสรา “บุปผาอาริกาโตะ” A. อยากชวนเพื่อนๆ มาดูหนังกัน ก็จะได้เสียงหัวเราะแล้วก็ได้ความน่ากลัวไปด้วยนะคะ แต่ว่าอยากให้คนเข้ามาโดยไม่ติดภาพบุปผาเลยนะคะ อยากให้ทุกคนได้ดูหนังผีแนวใหม่ แล้วก็ได้มาดูคอมมิดี้ที่พี่ๆ เขาเล่นกันน่ารักนะคะ ซึ่งพี่ต้อมก็ตั้งใจทำงานมากๆ ค่ะ พี่ๆ ทีมงานทุกคน รวมไปถึงพี่ๆ แก๊งแฟนฉัน อยากจะมาเห็นพี่ๆ เขาแบบตอนโตก็เข้ามาดูความน่ารักของพี่เขาได้นะคะ ก็ฝากด้วยนะคะ บุปผาอาริกาโตะ 5 พฤษภาคมนี้ค่ะ

แห่แชร์! กระทู้รณรงค์ให้ยืนหลังเส้น ระหว่างรอรับกระเป๋าที่สนามบิน
กระเป๋า /  ยืนหลังเส้น / 

โลกออนไลน์แห่แชร์กระทู้พันทิป รณรงค์ให้ยืนหลังเส้น ระหว่างรอรับกระเป๋าที่สนามบิน วันนี้ (25ธ.ค.) กลายเป็นประเด็นที่ผู้คนบนโลกออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกพันทิปท่านหนึ่งเข้าไปตั้งกระทู้รณรงค์ ให้คนไทยยืนหลังเส้น ระหว่างรอรับกระเป๋าที่สนามบิน เพราะตัวเจ้าของกระทู้เองมองว่า หากมีการยืนหลังเส้นตามที่กำหนดไว้ ก็จะเกิดความเป็นระเบียบ สะดวกต่อการไปหยิบสัมภาระ ผู้โพสต์ระบุข้อความไว้ดังนี้ เนื่องจากเดินทางไปต่างประเทศค่อนข้างบ่อย และสิ่งหนึ่งที่เห็นเป็นประจำ ระหว่างรอรับกระเป๋าที่โหลด ส่วนใหญ่มักจะเป็นกลุ่มคนไทย ที่ชอบจะเข้าไปยืนใกล้ ๆ คอยชะเง้อ เพื่อรอรับกระเป๋าของตัวเอง จากภาพจะเห็นว่ามีเส้นให้ยืนหลังเส้น เพื่อรอรับกระเป๋า ก็เข้าใจว่าคนข้างหน้ายืนล้ำเส้นก่อน คนข้างหลังและอีกต่อ ๆ มา ก็โดนบังไปเรื่อย ๆ ตนได้ลองนึกดูว่าถ้าเราทุกคนยืนหลังเส้น เราก็จะเห็นกระเป๋าเรามาแต่ไกล และทำให้เข้าไปหยิบได้ทัน แต่พอทุกคนยืนกันแบบนี้ บางครั้งกระเป๋าใหญ่ ๆ หนัก ๆ พอมาเห็นก็ใกล้ ๆ แล้ว ก็ลำบากมากในการหยิบของตัวเอง ช่วยกันเถอะผูกไว้ในจิตสำนึก ร่วมด้วยช่วยกัน สมมติว่าทุกคนยืนหลังเส้น และมีเพียงไม่กี่คนที่เขายืนในเส้น ตนคิดว่าเขาก็คงต้องกลับมายืนหลังเส้น เพราะเราช่วยกันนี่เป็นเพียงแค่เรื่องเล็ก ๆ ส่วนหนึ่ง แต่มันทำให้ตนหงุดหงิดทุกครั้งเวลารอรับกระเป๋า ตนหวังว่ากระทู้นี้ อาจจะเป็นกระบอกเสียงได้บ้าง เพื่อให้ทุกคนช่วยกันทำให้มันดีขึ้น MThai News ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก สมาชิกพันทิปหมายเลข 2883809 

คู่กรณีรุมแฉ!! ปุ๋ย เธียยะเกศ จ่ายเช็คเด้งซื้อรถหรู 5 ล้าน
ปุ๋ย เธียยะเกศ /  ปุ๋ย อังคณา / 

งานเข้า!! นักแสดงช่อง 3 ปุ๋ย เธียยะเกศ ไอยสุรางฆ์ หรือชื่อเดิม ปุ๋ย อังคณา สุระเรืองชัย นักแสดงสาวจากซีรี่ส์เลือดมังกร ตอนเสือ, ละครมาลีเริงระบำ และยังเป็นอดีตนักร้องโดโจ วงมิสเตอร์ซิสเตอร์ (Mr.Sister) หลังถูกเสี่ยเจ้าของเต็นท์รถดังย่านประเวศ งัดหลักฐานแฉกรณีสั่งจ่ายเช็คเด้งซื้อรถหรู Camaro ราคากว่า 5 ล้านบาท!! ด้วยความที่ สาวปุ๋ย เป็นดารา คู่กรณีจึงไว้ใจให้นำรถกลับไปก่อน โดยการจ่ายมัดจำ 938,832 บาท ส่วนอีก 4.1 ล้านบาท แบ่งชำระเป็นรายเดือนๆ ละ 84,671 บาท ซึ่งทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัทหนึ่ง จากวันตกลงทำสัญญาจนถึงวันนี้ 1 ปีครึ่งแล้วก็ยังไม่ได้ทำการเปลี่ยนชื่อผู้เช่าซื้อจาก เสี่ยเต็นท์รถ เป็น สาวปุ๋ย และเจ้าตัวก็จ่ายเงินตรงบ้าง ไม่ตรงบ้าง แถมช่วงหลังไม่จ่ายเลยจนครั้งสุดท้ายดาราสาวเซ็นเช็คให้ 24 ฉบับล่วงหน้า แต่เมื่อนำมาขึ้นเงินปรากฏว่า...เช็คเด้ง!! ล่าสุดมีบุคคลหนึ่งส่งข้อความร้องเรียนกับสื่ออ้างเป็นคู่กรณีกับ สาวปุ๋ย เช่นเดียวกัน รวมทั้งมีผู้ใช้รายหนึ่งตั้งกระทู้ในเว็บไซต์พันทิป ระบุว่า ตนได้รับมอบหมายจากคู่กรณีหลายๆ คนให้ติดตามทวงคืน นอกจากรถหรู camero ราคา 5 ล้านบาท ยังมีรถยนต์ เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ ซึ่งคันนี้ติดตามคืนได้แล้ว เหลือแต่รถ Camero และรถ BMW ที่ยังไม่สามารถติดตามคืนได้ ที่ผ่านมาได้รับการตอบกลับเพื่อยื้อเวลามาตลอด จนล่าสุดไม่สามารถติดต่อดาราสาวและครอบครัวได้เลย อย่างไรก็ตามเรื่องนี้อยู่ในกระบวนการทางกฏหมาย คงต้องรอให้ สาวปุ๋ย ออกมาชี้แจงเรื่องดังกล่าวด้วยตัวเองอีกครั้ง... ขอบคุณภาพจาก Fanpage DOJOCITY, siamdara, tvpool ผู้ร้องเรียนเป็น คู่กรณีอีกคน ของ สาวปุ๋ย กระทู้พันทิป ผู้ได้รับมอบหมาย จากคู่กรณีปุ๋ย ปุ๋ย เธียยะเกศ ปุ๋ย เธียยะเกศ ปุ๋ย เธียยะเกศ ปุ๋ย เธียยะเกศ

หนุ่ม ศรราม โพสต์ซึ้งถึง กบ สุวนันท์ คู่จิ้นในตำนาน 26 ปี !!
หนุ่ม ศรราม /  กบ สุวนันท์ / 

เป็นพระนางคู่ขวัญที่แฟนๆ ยังคงคิดถึงและอยากเห็นกลับมาร่วมงานกันอีก!! สำหรับ หนุ่ม ศรราม และ กบ สุวนันท์ หากใครยังจำได้กับละครเรื่องแรกคือ ผยอง และเรื่องอื่นๆ ที่โด่งดังเป็นพลุแตก อาทิ ดาวพระศุกร์, สายโลหิต, มะเมี๊ยะ, คุณพ่อรับจ้าง, ดวงใจปาฏิหาริย์ ฯลฯ จากวันนั้นถึงวันนี้ผ่านมา 26 ปี แต่ความรัก ความห่วงใยของความเป็นพี่เป็นน้องยังมีให้กันไม่เสื่อมคลาย ล่าสุด หนุ่ม ศรราม โพสต์ภาพอดีตสมัยวัยรุ่นกับ น้องกบ พร้อมข้อความซึ้งจากใจถึงน้องสาวคนนี้ว่า... "เมื่อไม่กี่วันมานี้..... น้องกบ สุวนันท์ @kob_nada_nadol โทรศัพท์หาผมเรื่องข่าวของผู้ใหญ่ที่เราสองคนเคารพเจ็บไข้ได้ป่วย จากนั้นก็คุยกันนาน ฝากความห่วงใยไปถึงครอบครัวซึ่งกันและกัน ....อยู่ๆ น้องกบก็ถามขึ้นมาว่า "พี่หนุ่ม กบเคยเป็นเหมือนพี่หนุ่มนะ ดูแลพ่อแม่ได้ ดูแลคนรอบข้างได้ ได้ทำอะไรที่ตัวเองอยากทำก็ทำได้ ....แต่ พี่หนุ่มต้องมีคนดูแลพี่หนุ่มนะในวันที่ในโลกของสัจธรรมมันเป็นไป" ผมเงียบไปพักนึง อมยิ้มในใจว่า น้องห่วงเราทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมา 26 ปีมีค่าสำหรับผมมากจริงๆ ผมบอกกบว่า ฝากกราบคุณแม่และพี่บรู๊คและหลานๆ ด้วยนะจ๊ะ .....นี่ละ "สุวนันท์ คงยิ่ง" นางเอกยอดนิยมตลอดกาลของคนไทย #เราสองคนเกิด #22 #มั่นคง #ตลอดไป" เห็นความสัมพันธ์ดีๆ ของคู่จิ้นในตำนานคู่นี้แล้ว แอบยิ้มตามใช่มั้ยล่ะ?? น่ารักเนอะพระเอก-นางเอกในดวงใจตลอดกาล... ขอบคุณภาพจาก IG @sornram_theappitak, สมาชิกพันทิป cawaii_rainny และ allaboutKOB.com หนุ่ม ศรราม-กบ สุวนันท์ หนุ่ม ศรราม-กบ สุวนันท์ หนุ่ม ศรราม-กบ สุวนันท์ หนุ่ม ศรราม-กบ สุวนันท์