พันทิป

ภัยใกล้ตัว เตือน! ผู้ใช้บัตรเครดิต ในปั๊มน้ำมัน
ปั๊มน้ำมัน /  เตือนภัย / 

ชาวสังคมออนไลน์ส่งต่อ กระทู้เตือนภัย! สำหรับผู้ใช้บัตรเครดิต ในปั๊มน้ำมัน วันนี้ (16ก.ค.) สมาชิกพันทิป หมายเลข 2174751 ได้มีการตั้งกระทู้ในหัวข้อ “เตือนภัยผู้ใช้บัตรเครดิตในปั๊มน้ำมัน” เจ้าของกระทู้ได้เผยแพร่ ให้ชาวสังคมออนไลน์ได้รับรู้ถึงภัยใกล้ตัว เกี่ยวกับการใช้บัตรเครดิตในการจ่ายค่าน้ำมัน โดยระบุรายละเอียดเรื่องราวไว้ว่า เตือนภัยผู้ใช้บัตรเครดิตนะคะ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเอง คือเมื่อประมาณอาทิตย์ก่อน ไปเติมน้ำมันที่ปั๊มแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว เป็นช่วงเวลาค่อนข้างดึกค่ะ ปกติช่วงเวลาระหว่างเวลาเติมน้ำมัน ก็จะเล่นโทรศัพท์รอไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งจ่ายเงินก็ยื่นบัตรเครดิตและบัตรสะสมแต้มไปตามปกติ แต่ครั้งนี้เราออกใบกำกับภาษีด้วยค่ะ มันจะรอนานนิดนึง ปกติทางปั๊มจะนำบัตรเครดิตมาคืนเราก่อน และให้เรารอใบกำกับ แต่ครั้งนี้บัตรเครดิตกลับมาพร้อมใบกำกับ ซึ่งเราก็ไม่ได้เอะใจอะไร รับบัตรแล้วก็กลับบ้านมาปกติ หลังจากที่ใช้บัตรเครดิตใบนี้เติมน้ำมันก็ไม่ได้ใช้จ่ายผ่านบัตรนี้อีกเลย จนกระทั่งเมื่อวันที่ (13 ก.ค.58) เวลาประมาณ  4 โมง มีรหัส OTP Code เด้งเข้ามาที่โทรศัพท์มือถือ ทั้ง ๆ ที่บัตรอยู่กับเราไม่ได้ทำธุรกรรมใด ๆ จึงแจ้งไปทาง Call Center เพื่อสอบถามยอดการใช้จ่าย แต่ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่า ไม่มียอดใช้จ่ายใด ๆ แต่มีการพยายามทำรายการเข้ามา 3 ครั้ง ในช่วงเวลาใกล้ ๆ กัน (16.02,16.11,16.17) ซึ่งก็ตรงกับที่เราได้เมสเสจทางมือถือ ทางเจ้าหน้าที่จึงแจ้งให้ยกเลิกบัตรใบดังกล่าว และออกบัตรใหม่เพื่อความปลอดภัย ทางเราก็เห็นว่าสมควรจึงดำเนินการตามที่เจ้าหน้าที่แจ้ง หลังจากที่ดำเนินการยกเลิกบัตรไป ในช่วงเช้าของวันถัดมา (14 ก.ค.58)  ทางเจ้าหน้าที่โทรมาแจ้งว่า มีการพยายามทำรายการที่ปั๊มน้ำมันที่เรารูดบัตรใช้จ่ายครั้งสุดท้าย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจเช็คแล้วว่าตรงกัน เมื่อได้ทราบเรื่อง ทางเราก็รีบไปที่ปั๊มน้ำมันดังกล่าว (เนื่องจากอยู่บริเวณหอพัก) และขอติดต่อกับผู้จัดการ ซึ่งก็มีเจ้าพนักงานท่านหนึ่งแสดงตัวและมาพูดคุยกับเรา เราจึงอธิบายเรื่องดังกล่าวแก่เจ้าพนักงานท่านนั้น หลังจากที่พูดคุยกันเสร็จ เขาก็เรียกลูกน้องมาพูดคุยและสอบถาม ซึ่งต้องบอกตรงนี้เลยว่า เจ้าพนักงานท่านนี้เป็นคนที่มีความสามารถค่อนข้างดี เพราะสามารถนำตัวพนักงานที่กระทำผิดมาขอโทษได้ และยอมเล่าวิธีการให้กับเราฟัง ซึ่งก่อนที่พนักงานท่านนี้จะเล่าวิธีการ เราได้แจ้งแก่น้องพนักงานท่านนี้แล้วว่าจะไม่เอาความใด ๆ แต่อย่าไปทำกับลูกค้าท่านอื่น วิธีการก็ง่ายมากเลยค่ะ น้องพนักงานท่านนี้ ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพบัตรไว้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และนำไปทำรายการทางอินเตอร์เน็ต และได้ชี้แจงว่าครั้งล่าสุดที่ทำรายการที่ปั๊ม เพื่อจะนำเงินสดที่ลูกค้าจ่ายไปชำระค่าใช้จ่ายส่วนตัว จากเหตุการณ์นี้ทำให้เรารู้ได้ว่า เรื่องราวร้าย ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นกับเราได้ง่ายมาก อยากให้ทุกท่านที่ได้อ่าน คอยระวังภัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้ง่ายมากในสมัยนี้ หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์แก่เพื่อน ๆ พี่ๆ น้อง ๆ ชาวพันทิปนะคะ ล่าสุด วันนี้ (15 ก.ค) พนักงานที่ก่อเหตุได้พ้นสภาพ การเป็นพนักงานปั๊มน้ำมันแห่งนี้แล้วนะคะ ทางเจ้าพนักงานท่านเดิมที่ประสานแจ้งว่า ทางตัวพนักงานขอลาออกเองค่ะ หากพนักงานท่านนี้สำนึกผิดจริง ๆ  ก็หวังที่จะให้ทุกท่านให้โอกาสเขาค่ะ หากเขาจะกระทำความผิดอีกก็ขอให้เวรและกรรมตัดสินแล้วกันนะคะ MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก สมาชิกพันทิป หมายเลข 2174751

คู่กรณีรุมแฉ!! ปุ๋ย เธียยะเกศ จ่ายเช็คเด้งซื้อรถหรู 5 ล้าน
ปุ๋ย เธียยะเกศ /  ปุ๋ย อังคณา / 

งานเข้า!! นักแสดงช่อง 3 ปุ๋ย เธียยะเกศ ไอยสุรางฆ์ หรือชื่อเดิม ปุ๋ย อังคณา สุระเรืองชัย นักแสดงสาวจากซีรี่ส์เลือดมังกร ตอนเสือ, ละครมาลีเริงระบำ และยังเป็นอดีตนักร้องโดโจ วงมิสเตอร์ซิสเตอร์ (Mr.Sister) หลังถูกเสี่ยเจ้าของเต็นท์รถดังย่านประเวศ งัดหลักฐานแฉกรณีสั่งจ่ายเช็คเด้งซื้อรถหรู Camaro ราคากว่า 5 ล้านบาท!! ด้วยความที่ สาวปุ๋ย เป็นดารา คู่กรณีจึงไว้ใจให้นำรถกลับไปก่อน โดยการจ่ายมัดจำ 938,832 บาท ส่วนอีก 4.1 ล้านบาท แบ่งชำระเป็นรายเดือนๆ ละ 84,671 บาท ซึ่งทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัทหนึ่ง จากวันตกลงทำสัญญาจนถึงวันนี้ 1 ปีครึ่งแล้วก็ยังไม่ได้ทำการเปลี่ยนชื่อผู้เช่าซื้อจาก เสี่ยเต็นท์รถ เป็น สาวปุ๋ย และเจ้าตัวก็จ่ายเงินตรงบ้าง ไม่ตรงบ้าง แถมช่วงหลังไม่จ่ายเลยจนครั้งสุดท้ายดาราสาวเซ็นเช็คให้ 24 ฉบับล่วงหน้า แต่เมื่อนำมาขึ้นเงินปรากฏว่า...เช็คเด้ง!! ล่าสุดมีบุคคลหนึ่งส่งข้อความร้องเรียนกับสื่ออ้างเป็นคู่กรณีกับ สาวปุ๋ย เช่นเดียวกัน รวมทั้งมีผู้ใช้รายหนึ่งตั้งกระทู้ในเว็บไซต์พันทิป ระบุว่า ตนได้รับมอบหมายจากคู่กรณีหลายๆ คนให้ติดตามทวงคืน นอกจากรถหรู camero ราคา 5 ล้านบาท ยังมีรถยนต์ เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ ซึ่งคันนี้ติดตามคืนได้แล้ว เหลือแต่รถ Camero และรถ BMW ที่ยังไม่สามารถติดตามคืนได้ ที่ผ่านมาได้รับการตอบกลับเพื่อยื้อเวลามาตลอด จนล่าสุดไม่สามารถติดต่อดาราสาวและครอบครัวได้เลย อย่างไรก็ตามเรื่องนี้อยู่ในกระบวนการทางกฏหมาย คงต้องรอให้ สาวปุ๋ย ออกมาชี้แจงเรื่องดังกล่าวด้วยตัวเองอีกครั้ง... ขอบคุณภาพจาก Fanpage DOJOCITY, siamdara, tvpool ผู้ร้องเรียนเป็น คู่กรณีอีกคน ของ สาวปุ๋ย กระทู้พันทิป ผู้ได้รับมอบหมาย จากคู่กรณีปุ๋ย ปุ๋ย เธียยะเกศ ปุ๋ย เธียยะเกศ ปุ๋ย เธียยะเกศ ปุ๋ย เธียยะเกศ

ตามไปดู! ที่พักบิ๊กบอส “ซงจุงกิ” เมาน์เท็น ครีก กอล์ฟ รีสอร์ท (Mountain Creek Golf Resort)
ตีกอล์ฟ /  ที่พักเขาใหญ่ / 

หลังจากที่ซีรีส์ “descendants of the sun” โด่งดังมากในประเทศไทย งานนี้ กึ้ง เฉลิมชัย ก็เลยลงทุนจัดงานมิตติ้งบิ๊กบอส ซงจุงกิ ภายใต้ชื่อ “2016 SONG JOONG KI ASIA TOUR FAN MEETING IN BANGKOK” ขึ้น ให้แฟนๆได้ใกล้ชิดกับพระเอกสุดฮอตคนนี้ และเมื่อซงจุงกิมาถึงประเทศไทย ทาง กึ้ง เฉลิมชัย ก็จัดที่พักสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ปิดรีสอร์ตชื่อดังที่เขาใหญ่ ให้บิ๊กบอสได้พักผ่อนอย่างเต็มที่! ตามไปดู! ที่พักบิ๊กบอส “ซงจุงกิ” เมาน์เท็น ครีก กอล์ฟ รีสอร์ท (Mountain Creek Golf Resort) ผานพ้นไปแล้วกับงานมิตติ้ง “2016 SONG JOONG KI ASIA TOUR FAN MEETING IN BANGKOK” ที่ตัดขึ้นในวันเสาร์ 7 พ.ค. ในเวลาประมาณ 18.00 น. ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี งานนี้ กึ้ง เฉลิมชัย ลงทุนสุดๆ เพื่อให้แฟนคลับได้ใกล้ชิดแลละชมความน่ารักของบิ๊กบอส ซึ่งในวันแรกที่ ซงจุงกิ หรือ กัปตันยูชีจิน จากซีรีส์เรื่อง descendants of the sun มานั้นทาง กึ้ง เฉลิมชัย ก็จัดที่พักแบบสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ปิดรีสอร์ตชื่อดังที่เขาใหญ่ ชื่อว่า "เมาน์เท็น ครีก กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ เรสซิเดนซ์ (Mountain Creek Golf Resort and Residences) " ให้บิ๊กบอสได้พักผ่อนอย่างเต็มที่! ไปดูความสวยงามของโรงแรมนี้กัน น่าพักสุดๆ ^^ เมาน์เท็น ครีก กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ เรสซิเดนซ์ ให้บริการห้องพัก 34 ห้อง ทุกห้องตกแต่งอย่างมีรสนิยมเพื่อมอบความสะดวกสบายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์จอแบน, อินเทอร์เน็ตไร้สาย, สระว่ายน้ำส่วนตัว, อินเทอร์เน็ตไร้สาย (ไม่เสียค่าใช้จ่าย), ห้องปลอดบุหรี่ ทางโรงแรมมีสิ่งอำนวยความสะดวกทางนันทนาการไว้ให้บริการอย่างครบครัน รวมถึง ซาวน่า, สนามกอล์ฟ (สถานที่เดียวกัน) , สระว่ายน้ำกลางแจ้ง, สปา, บริการนวด ที่ตั้ง : 99/9 หมู่ 12 ถนนมิตรภาพ, กม.91, ลาดบัวขาว, สีคิ้ว, นครราชสีมา, ประเทศไทย 30340 ขอบคุณรูปภาพ @kueng_chalermchai, สมาชิกพันทิป myx

ชวนปั่นจักรยานตามเส้นทางสายวัฒนธรรมไทย-ลาว-ยวน กับ  A Long Way Home Trip @หนองแซง จ.สระบุรี
ปั่นจักรยาน /  หนองแซง / 

ชวนปั่นจักรยานตามเส้นทางสายวัฒนธรรมไทย-ลาว-ยวน กับ  A Long Way Home Trip @หนองแซง จ.สระบุรี ขอยอมรับตามตรงว่าเป็นแฟนคลับของคู่รักนักเดินทางที่ใช้นามปากการ่วมกันว่า Pakaprich มานานพอควร เริ่มตั้งแต่ที่ทั้งคู่ตั้งกระทู้เล่าเรื่องการเดินทางสายทรานส์-ไซบีเรียโดยรถไฟ เริ่มต้นที่เมืองนอตทิงแฮม ประเทศอังกฤษ สู่ปลายทางกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย จนได้ขึ้นกระทู้ปักหมุดในพันทิป หลังจากนั้นก็มีแฟนเพจเป็นของตัวเอง และตอนนี้ทั้งคู่ก็ได้ออกพ็อกเก็ตบุ๊คบันทึกการเดินทางเป็นของตัวเองในชื่อ ‘A Long Way Home 71 วัน ปลายทางคือบ้าน ระหว่างทางคือเรา’ โดย สำนักพิมพ์ Her Publishing ในเครือโมโนกรุ๊ป ซึ่งผมมีโอกาสได้อ่านแล้วชอบมากครับ โดยส่วนตัวผมไม่คุ้นเคยว่าหนังสือกับการจัดกิจกรรมจะเป็นไปในรูปแบบไหนได้บ้าง แต่ล่าสุดสำนักพิมพ์ Her Publishing ในเครือโมโนกรุ๊ป ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานลพบุรี ชวนแฟนนักอ่านมาปั่นจักรยานกันโดยรถไฟตามรอยการเดินทางในหนังสือ กับคู่รักนักเดินทาง “โบ๊ท - ภควัติ ทองเจริญ” และ “ฝ้าย - ปริชญา สุทธิเวทย์” แห่ง Pakaprich ในกิจกรรม “ปั่นเลียบเลาะคันคลองท่องวัฒนธรรมไทย-ลาว-ยวน จังหวัดสระบุรี” เมื่อวันเสาร์ที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา เดิมผมป็นคนที่ชอบการท่องเที่ยวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และตอนนี้กำลังมีความสุขกับการปั่นจักรยานที่เป็นทริปแบบปั่นไปเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ ยิ่งไปกันเป็นทีม ยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่ ผมจึงไม่รอช้า รีบสมัครเข้าร่วมกิจกรรมทันที ทริปนี้เริ่มต้นที่สถานีรถไฟหัวลำโพง (กรุงเทพฯ) ตั้งแต่ 6.30 น. ทีมงานตั้งโต๊ะลงทะเบียนที่หน้าชานชาลา แจกเสื้อทีม พร้อมขนมและน้ำดื่มรองท้อง ก่อนจะถ่ายรูปร่วมกันและเตรียมตัวขนจักรยานขึ้นขบวนรถไฟพิเศษมุ่งหน้าสู่สถานีรถไฟหนองแซง อำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี ทริปนี้มีนักปั่นที่เป็นแฟนหนังสือเข้าร่วมกิจกรรมถึง 60 คน ทุกคนล้วนเตรียมตัวมาอย่างดี และมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ระหว่างเดินทางมีการจัดกิจกรรมสันทนาการสนุกๆ จากทีมงานเรียกเสียงหัวเราะได้เป็นอย่างดี ทำให้บรรยากาศไม่น่าเบื่อ พร้อมทั้งมี SIX-P เวย์เจลลี่ รสช็อคโกแล็ตของอร่อยจากผู้สนับสนุนใจดีมีให้ชิมตลอดทาง ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก็ถึงที่หมายตามกำหนดเวลาทันพอดี (ไม่น่าเชื่อ) เมื่อถึงสถานีหนองแซง ก็ได้เวลาเปิดกิจกรรมอย่างเป็นทางการโดยนายอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลพบุรีกล่าวเปิดงาน จากนั้นก็พร้อมปล่อยตัวทีมนักปั่นนำโดยนายอรรถพล และ โบ๊ท - ฝ้าย แห่ง Pakaprich โดยทริปนี้เราจะแวะชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอหนองแซงถึง 7 จุดสำคัญ จุดแรกเริ่มจากแวะดื่มกาแฟหอมๆ จากบ้านใร่กาแฟ ต้นตำรับกาแฟไทยโดยคนไทย พร้อมปาท่องโก๋ที่ทอดเสิร์ฟกันร้อนๆ ที่ ‘ร้านบ้านใร่ใบกะเพรา’ เพื่อเติมพลังก่อนปั่นต่อไปยัง ‘คลีนฟาร์ม’ ฟาร์มผักปลอดสารพิษ ที่นี่ได้รับเกียรติจาก ดร.วีระศักดิ์ วงสมบัติ และคุณธนิดา กุลนา กรรมการผู้จัดการ คลีนฟาร์ม ขึ้นบรรยายถึงการบุกเบิกวิธีปลูกผักปลอดสารพิษ พร้อมขี่จักรยานปั่นนำคณะชมโรงเรือนปลูกผัก และยังได้ชิมผัดสดๆ พร้อมน้ำสลัดอร่อยๆ ด้วย (แอบกระซิบว่าอร่อยจนผมต้องซื้อกลับบ้านมาถุงใหญ่เต็มๆ) จากนั้นไปไหว้พระขอพรกันต่อที่วัดหนองสีดา วัดดังประจำอำเภอหนองแซง ซึ่งให้การต้อนนรับโดยท่านนายกริน อบต.หนองหัวโพ พร้อมชมค้างคาวแม่ไก่นับพันๆ ตัว ที่ลงหลังปักฐานห้อยตัวอยู่บนต้นไม้เฉพาะในเขตวัดหนองสีดาเท่านั้น มาถึงจุดนี้คาดว่าทุกคนคงเริ่มเหนื่อยกันไม่น้อย (ผมด้วย) พอใกล้เที่ยง จึงเริ่มปั่นจักรยานต่อไปยัง ‘หอวัฒนธรรมพื้นบ้านไท-ยวน’ ด้วยบรรยากาศที่ร่มรื่นของต้นไม้ และความสวยงามของบ้านทรงไทยโบราณริมแม่น้ำป่าสัก ที่สร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 จึงทำให้เราลืมความเหนื่อยล้าก่อนหน้านั้นไปเป็นปลิดทิ้ง หอวัฒนธรรมพื้นบ้านแห่งนี้ยังเป็นศูนยรวมของ 3 วัฒนธรรมชาวไทย ลาว และยวนเราจึงรับประทานอาหารเที่ยงแบบขันโตกตามธรรมเนียม พร้อมชมการแสดงพื้นบ้านสี่ภาค โดยอาจารย์ทรงชัย วรรณกูล เจ้าของพื้นที่ให้การต้อนรับและดำเนินรายการ รวมถึงมีการพูดคุยกับ โบ๊ท - ฝ้าย และบรรณาธิการสำนักพิมพ์ Her Publishing ถึงความเป็นมาของหนังสือ ‘A Long Way Home 71 วัน ปลายทางคือบ้าน ระหว่างทางคือเรา’ ใบบรรยากาศที่เป็นกันเอง เมื่อท้องอิ่ม ใจอิ่ม ก็มาลุยกันต่อกับจักรยานคู่ใจ เราใช้เส้นทางเดิมปั่นกลับกัน โดยแวะเหนื่อยกันอีกนิดที่ ‘สวนมะม่วงลุงน้อย’ เพื่อชมมะม่วงพันธุ์หนองแซงที่หาทานยาก และเหลือไม่กี่ต้นแล้วในประเทศไทย จากนั้นจึงเริ่มปั่นจักรยานฝ่าสภาพอากาศที่ร้อนจัดต่อไปอีกเกือบ 20 กิโลเมตร ไปยัง ‘พิพิธภัณฑ์บ้านใร่กาแฟ’ สถานที่ท่องเที่ยวแห่งสุดท้ายในทริปนี้ เพื่อเรียนรู้ความเป็นมาของต้นกำเนิดกาแฟไทยและดื่มเครื่องดื่มให้ชื่นใจ พร้อมชื่นชมกับของเก่าหายากที่ทางเจ้าของได้เก็บสะสมไว้มากมายกว่า 10 ปี รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่เป็นจุดกำเนิดของบ้านใร่กาแฟในยุคแรกๆ (ปลายปี 2540) ด้วย กิจกรรมทั้งหมดจำต้องร่ำลากันอย่างเป็นทางการที่นี่โดยนายอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลพบุรี กล่าวจบกิจกรรม คุณสายชล เพยาว์น้อย ผู้ก่อตั้งธุกรกิจบ้านใร่กาแฟ กล่าวขอบคุณในฐาะตัวแทนของชาวหนองแซง และทุกคนก็ได้ถ่ายภาพร่วมกันอีกครั้ง เมื่อพักผ่อนหย่อนใจหลังจากเหน็ดเหนื่อยกันจนสดชื่นขึ้นมาแล้ว ก็ถึงเวลาที่ต้องกลับไปรวมพลกันอีกครั้งที่สถานีรถไฟหนองแซง เพื่อขึ้นรถไฟขบวนเดิมเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในเวลา 16.00 น. ตลอดเส้นทางปั่นจักรยานท่องเที่ยว ถึงแม้อากาศจะร้อนแสนสาหัสและระยะทางกว่า 44 กิโลเมตรจะทำให้เหนื่อยหอบ และอาจมีนักปั่นบางคนที่ไปต่อไม่ไหว แต่ก็เต็มไปด้วยความประทับใจ ความสนุกสนาน อีกทั้งยังได้รับการดูแลจากทีมงานทุกส่วนที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี เรียกได้ว่าเป็นทริปจักรยานในฝันที่คุ้มเหนื่อยจริงๆ

ย้อนรอย 50 ปีที่แล้ว สาวไทยคนแรก ผู้คว้ามงกุฏ มิสยูนิเวิร์ส...อาภัสรา หงสกุล
Miss-Universe /  นางงามจักรวาล / 

วันนี้ เมื่อ 50 ปีที่แล้ว หรือ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2508 สาวไทยคนแรกที่ครองมงกุฏมิสยูนิเวิร์ส หรือ นางงามจักรวาล คือ นางสาวอาภัสรา หงสกุล สาวไทยนักเรียนนอกจากปีนังในวัย 18 ปี Women.MThai ขอพาคุณกลับมาย้อนดู ภาพบรรยากาศการประกวด และ ภาพของคุณ ปุ๊ก อาภัสรา เมื่อ 50 ปีก่อนกันค่ะ คุณ ปุ๊ก อาภัสรา หงสกุล ครองตำแหน่ง นางสาวไทย คนที่ 14 นับการการประกวดนางสาวไทยในยุคที่ 2 หลังจากที่พักการประกวดไปหลายปี และในปีนี้เองที่ทางกองประกวดได้ตัดสินใจนางงามของไทย เข้าร่วมประกวดในเวทีความงามระดับโลก นั่นคือ เวทีมิสยูนิเวิร์ส ซึ่งในปี 1965 นั้น จัดขึ้นที่ รัฐฟลอริด้า สหรัฐอเมริกา โดยมีสาวงามจาก 57 ประเทศทั่วโลกมาร่วมประชันความงาม นี่คือ ภาพเมื่อเข้ารอบ 15 คนสุดท้าย ตลอดระยะเวลาการเก็บตัว ไปจนถึงบนเวทีการประกวด Miss Universe คราวนั้น ด้วยใบหน้าที่สวยคมแบบไทยๆ ของคุณ ปุ๊ก และกิริยามารยาท การแต่งกายแบบกุลสตรีไทยแท้ๆ ทำให้คุณปุ๊ก อาภัสรา ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก และเธอ คือผู้นำร่มบ่อสร้าง ผลิตภัณฑ์เลื่องชื่อของจังหวัดเชียงใหม่ ไปกางด้วยทุกครั้งเมื่อยามโชว์ตัว ยิ่งสร้างจุดเด่น มีเอกลักษณ์ให้เธอดูน่าจับตามากยิ่งขึ้น ทรงผมประจำตัวที่คุณปุ๊กใช้ตลอดระยะเวลาการประกวด คือ ทรงเกล้ามวยสูง เนื่องจากเป็นทรงผมที่รับกับรูปหน้าของเธอเป็นอย่างดี และการที่เธอได้มีโอกาสเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถก่อนจะเดินทางไปประกวด Miss Universe นั้น ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เธอเลือกทำทรงผมนี้ตลอดการประกวด เนื่องจากพระองค์ตรัสกับคุณปุ๊กว่า "ทรงนี้น้อยคนนักที่ทำแล้วสวย แต่ทรงนี้เหมาะกับหนูมาก" ในปีนั้น คุณ ปุ๊ก อาภัสรา คว้ามงกุฏนางงามจักรวาลคนที่ 14 มาครองได้สำเร็จ นับเป็นสาวไทยคนแรกที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ในฐานะมิสยูนิเวิร์ส และยังเป็นไอดอลผู้สร้างแรงบันดาลใจให้กับสาวไทย ที่จะก้าวขึ้นสู่เวทีการประกวดความงามในรุ่นต่อๆ มา นอกจากนี้ คุณปุ๊ก ยังนับเป็นสาวงามคนที่ 2 ของเอเชียที่ชิงมงกุฎมาครองได้สำเร็จบนเวทีนี้ ซึ่งสาวเอเชียคนแรกที่คว้าตำแหน่งนางงามจักรวาลไปครองคือ นางงามจากประเทศญี่ปุ่น อากิโกะ โคจิมะ ในปี ค.ศ. 1959 และหลังจากที่สัมภาษณ์ในรอบสุดท้ายก็มีการประกาศผลผู้ที่ได้รับตำแหน่ง ดังนี้ รองอันดับ 4 Miss HOLLAND - Anja Christina Maria Schuit รองอันดับ 3 Miss SWEDEN - Ingrid Norrman รองอันดับ 2 Miss U.S.A. - Sue Ann Downey รองอันดับ 1 Miss FINLAND - Virpi Liisa Miettinen และ Miss Universe 1965 Miss Thailand Apasara Hongsakula ในภาพคือวินาทีประกาศผล ลองตามมาดูคลิปเลอค่า เมื่อคราวเธอเข้าประกวดเวที มิสยูนิเวิร์สกันค่ะ ที่มาจาก คุณหนุ่ม ประเสริฐ กระทู้พันทิป และ Wikipedia เรียบเรียงโดย Women MThai Team ภาพประกอบจาก Thaimiss 

แห่แชร์! กระทู้รณรงค์ให้ยืนหลังเส้น ระหว่างรอรับกระเป๋าที่สนามบิน
กระเป๋า /  ยืนหลังเส้น / 

โลกออนไลน์แห่แชร์กระทู้พันทิป รณรงค์ให้ยืนหลังเส้น ระหว่างรอรับกระเป๋าที่สนามบิน วันนี้ (25ธ.ค.) กลายเป็นประเด็นที่ผู้คนบนโลกออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกพันทิปท่านหนึ่งเข้าไปตั้งกระทู้รณรงค์ ให้คนไทยยืนหลังเส้น ระหว่างรอรับกระเป๋าที่สนามบิน เพราะตัวเจ้าของกระทู้เองมองว่า หากมีการยืนหลังเส้นตามที่กำหนดไว้ ก็จะเกิดความเป็นระเบียบ สะดวกต่อการไปหยิบสัมภาระ ผู้โพสต์ระบุข้อความไว้ดังนี้ เนื่องจากเดินทางไปต่างประเทศค่อนข้างบ่อย และสิ่งหนึ่งที่เห็นเป็นประจำ ระหว่างรอรับกระเป๋าที่โหลด ส่วนใหญ่มักจะเป็นกลุ่มคนไทย ที่ชอบจะเข้าไปยืนใกล้ ๆ คอยชะเง้อ เพื่อรอรับกระเป๋าของตัวเอง จากภาพจะเห็นว่ามีเส้นให้ยืนหลังเส้น เพื่อรอรับกระเป๋า ก็เข้าใจว่าคนข้างหน้ายืนล้ำเส้นก่อน คนข้างหลังและอีกต่อ ๆ มา ก็โดนบังไปเรื่อย ๆ ตนได้ลองนึกดูว่าถ้าเราทุกคนยืนหลังเส้น เราก็จะเห็นกระเป๋าเรามาแต่ไกล และทำให้เข้าไปหยิบได้ทัน แต่พอทุกคนยืนกันแบบนี้ บางครั้งกระเป๋าใหญ่ ๆ หนัก ๆ พอมาเห็นก็ใกล้ ๆ แล้ว ก็ลำบากมากในการหยิบของตัวเอง ช่วยกันเถอะผูกไว้ในจิตสำนึก ร่วมด้วยช่วยกัน สมมติว่าทุกคนยืนหลังเส้น และมีเพียงไม่กี่คนที่เขายืนในเส้น ตนคิดว่าเขาก็คงต้องกลับมายืนหลังเส้น เพราะเราช่วยกันนี่เป็นเพียงแค่เรื่องเล็ก ๆ ส่วนหนึ่ง แต่มันทำให้ตนหงุดหงิดทุกครั้งเวลารอรับกระเป๋า ตนหวังว่ากระทู้นี้ อาจจะเป็นกระบอกเสียงได้บ้าง เพื่อให้ทุกคนช่วยกันทำให้มันดีขึ้น MThai News ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก สมาชิกพันทิปหมายเลข 2883809 

จากใจเหมือนกัน! ถึงซี ศิวัฒน์  เรื่องบัตร 25 ใบ maroon5
maroon5 /  ซี ศิวัฒน์ / 

สมาชิกพันทิปท่านหนึ่ง ฝากข้อความถึงซี ศิวัฒน์ ปมบัตร 25 ใบ maroon5 วันนี้ (6ก.ค.) เป็นเรื่องราวที่ชาวสังคมออนไลน์ยังคงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก สำหรับประเด็นดราม่า บัตรคอนเสิร์ต 25ใบ ของสาว เอมมี่ มรกต ซึ่งเจ้าตัวก็ได้ออกมาชี้แจงผ่าน IG น้อมรับผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ดูเหมือนเรื่องดังกล่าวจะเป็นกระแสร้อนแรงขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อหนุ่ม ซี ศิวัฒน์ ได้มีการอัดคลิปชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้น ผ่านทาง Youtube โดยหนุ่มซี ได้มีการใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสม ระหว่างที่อัดคลิป ผู้คนจำนวนมากจึงเกิดความไม่พอใจมากขึ้นไปอีก ทำให้สมาชิกพันทิปท่านหนึ่งเข้าไปตั้งกระทู้ในหัวข้อ “ถึงซี ศิวัฒน์ จากใจเหมือนกัน เรื่องบัตร 25 maroon 5”  ในกระทู้มีการโพสต์คลิปของซี ศิวัฒน์และข้อความ ระบุว่า บอกเลยว่าทัศนคติคุณทุเรศมากค่ะ ทำไมคุณถึงคิดว่าสิ่งที่คุณพูดถูกต้องคะ คุณคิดว่าการโกงเป็นเรื่องถูกต้องหรอคะ การได้สิ่งที่ตนเองต้องการ โดยไม่สนกรรมวิธี นี่มันถูกหรอคะ ?  โกงยังไงก็คือโกงค่ะ ความรู้สึกคนอยากดูมารูนไฟว์ก็เหมือนตั้งใจอ่านหนังสือสอบแต่สอบไม่ได้ เพราะมีเด็กเส้น แล้วโดนเด็กเส้นเยาะเย้ย คุณอย่าคิดว่านี่เป็นเรื่องขำ ๆ แน่นอน คุณได้มันมา 25 ใบ มันไม่สะทกสะท้านอะไรหรอกค่ะ ทำไมต้องเอาตรรกะของคุณมาวัดคนอื่นคะ เชื่อมั้ยเราไม่ได้บัตรดู wgp 2015 เราเสียใจ แต่มีคนมาเสนอขายบัตรเรา 3 วัน 5000 เรายอมไม่ซื้อค่ะ มันมากเกินไป ทำไมเราต้องเอาเงิน 5,000 ไปสนับสนุนพวกนั้นด้วย คุณอาจจะซื้อเพราะคุณบอกคุณไม่สนว่าได้มันมายังไง เพราะคุณอยากได้ เราก็อยากซื้อค่ะ เงิน 5,000 เรามี แต่ถ้าเราซื้อมา แน่นอนคนรอบข้างต้องด่าว่าเราโง่ เสียเงินตั้ง 5,000 ให้พวกตั๋วผี เราจ่ายเงินได้เท่าที่เราควรจะซื้อ เพราะทำแบบนี้แหละค่ะ มีแต่จะทำให้ตั๋วผีเพิ่มมากขึ้น เอาจริง ๆ ตอนแรกนี่ไม่มีใครสนใจเลยนะคะ ว่าคุณจะซื้อตั๋วผี หรือตั๋ววิญญาณ หรือได้ตั๋วมายังไงก็ช่าง ประเด็นที่คนด่า เอมี่ มอ คือ ทำไมนางถึงได้นั่ง 25 ที่ติดกัน ซึ่งในความน่าจะเป็น มันทำไม่ได้ นอกจากใช้เส้น คนที่เดือดร้อนและไม่พอใจก็คือ คนที่ทำตามกรรมวิธีแบบปกติ แต่ไม่ได้นั่งติดกันไงคะ สุดท้ายเอมี่ มอ ก็ออกมาบอกว่า ไม่ได้นั่งติดกัน ล้อเล่น อำเพื่อนกลุ่มอื่นค่ะตั๋วก็เอามารวมกันช่วยกันซื้อ แล้วถ่ายรูปอวดลงแค่นั้นเอง ได้บัตรหลังขายหมดด้วย สุดท้ายนางบอกรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เชื่อก็ได้ ขอบคุณสามีซะขนาดนั้น แถมสามียังมา who wanna join me ? พร้อมถือตั๋วโชว์อีก แล้วจะบอกอะไรให้นะคะ ดิฉันเล่น ig แต่ไม่ได้มีไว้โอ้อวดค่ะ คนที่ทำแบบนั้นคงมีแต่พวกคุณแหละค่ะ ต่อให้คุณอยากอวดก็ไม่ผิดค่ะ แต่อวดของที่ได้มาไม่ถูกต้องไม่ดีหรอกค่ะ ดูเพื่อนคุณสิคะ อวดแล้วเป็นไง ? อันนี้พูดได้ทุเรศมาก แล้วดิฉันเองก็ยืนอยู่บนโลกความจริงเหมือนพวกคุณ แต่คุณอย่าคิดว่าทุกคนจะเป็นเหมือนคุณ เราถูกเลี้ยงมากันคนละแบบ ที่เอมี่ กลิ่น ออกมาพูดก็เหมือนกัน"เราก็ต้องพยายามหาบัตรทุกวิธีทาง หรือมีคนข้างในวิ่งเต้นให้" นี่ก็เข้าใจเลยว่านิสัยคุณเป็นยังไง สุดท้ายที่คุณบอกว่า ใครทนไม่ได้ที่ไม่ได้ดูมารูนไฟว์ มาเอาบัตรที่คุณ คุณให้จริงเหมือนปากพูดไหมคะ ? ล่าสุดซี ศิวัฒน์ เจ้าของคลิปได้ตั้งโต๊ะแถลงชี้แจงอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ซึ่งเจ้าตัวได้ "ขอโทษ" ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางเจ้าของกระทู้พันทิปที่กล่าวมาข้างต้น ก็ได้มีการโพสต์ข้อความเพิ่มเติมด้วยว่า “ดิฉันเอง ก็ต้องขอโทษคุณซีค่ะ ที่ออกมาตั้งกระทู้ และยังยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับทัศนคติของคุณ และคำพูดท้ายคลิป แม้คุณจะพูดด้วยอารมณ์ก็ตามแต่คุณเป็นดารา มีพื้นที่สื่อ จะพูดอะไรควรตรองให้ดีค่ะ และขอบคุณทุกท่านในกระทู้ค่ะ ทำให้ดิฉันเห็นว่า ยังมีคนไม่เห็นด้วยกับเรื่องแบบนี้ สุดท้ายคุณซีคงได้รับบทเรียนแล้วละค่ะ” MThai News ขอบคุณสมาชิกพันทิป สาวน้อยในบ้านเช่า   ข่าวที่เกี่ยวข้อง จากใจ!! ซี ศิวัฒน์ ปม เอมมี่ ตั๋ว 25ใบ ซี ศิวัฒน์ รับผิด! อัดคลิปจวกแฟนคอนเสิร์ต Maroon 5

เปิดตัวเจ้าของเพจดัง
นิมมาน /  ร้านอาหาร / 

เมนูอาหารที่ "โอชิน" คิดค้น มักเกิดขึ้นในบัดดลตามแต่จินตนาการและแรงบันดาลใจที่เกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมา บางช่วงเป็นข้าวซอยอุด้งไปต้มเส้นในน้ำอัญชันบ้าง บางฤดูกาลจัดธีมเป็นอาหารแนว isan soul บ้าง ทั้งเมนูขนมก็ถูกเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ผ่านไปไม่นานนัก ร้านอาหารในบ้านของโอชินก็กลายเป็นร้านอาหารสุดแหวกแนวที่ถูกบอกต่อผ่านกระแสโซเชียลเน็ตเวิร์ค โดยเฉพาะการจัดแต่งอาหารของเธอ ทำเอาสาวกไอจีทั้งหลายต้องคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปกันอยู่นั่นอัพกันทั้งวัน อัพกันจนลืมกิน! ขนาดที่ว่า มีแก๊งคุณป้าชาวจีนซิ่งรถสปอร์ตมาจากปักกิ่ง เพื่อมาแวะรับประทานอาหารของเธอเรียกว่าเที่ยวเชียงใหม่ห้าวันก็แวะกินร้านของโอชินมันห้าวันนั่นล่ะ ‘การทำอาหารและขนม’ ของโอชิน ถือเป็นมรดกชีวิตที่เธอได้รับส่งต่อมาจากแม่โดยไม่รู้ตัว คุณแม่ของโอชินเคยเป็นกุ๊กในร้านอาหาร ตัวเธอเองก็ชอบคิดสูตรทำอาหารและขนม โดยเขียนบอกสูตรลงในเฟซบุ๊ค จนกลายเป็นที่ติดตามของทั้งเว็บพันทิป เฟซบุ๊ค และไอจี กระทั่งจนพอมีคนตามมากๆเข้าโอชินจึงเริ่มทำอาหารแพ็คใส่กล่องวางขายที่ร้านเพื่อน ทำไปทำมา ขายดิบขายดีกันเป็นเทน้ำเทท่าจนต้องขยับที่ขยับทาง เธอหันไปมองพื้นที่ในซอกข้างบ้านตัวเอง ซึ่งมีอยู่น้อยนิดกับเงินออมหกพันบาท และนึกในใจว่า ….“เอาล่ะ เปิดร้านแล้วกัน”..... บรรยากาศร้านอาหารในซอกเล็กๆข้างบ้านของโอชิน เปิดให้บริการเพียง 7 ชั่วโมง ตั้งแต่ 11 โมงเช้าถึงหกโมงเย็น ลูกค้าที่เข้ามากิน จะต้องเดินผ่านห้องครัวของเธอ จนมาถึงโต๊ะอาหารซึ่งมีอยู่เพียงหกโต๊ะ นั่นหมายความว่า ถ้าโต๊ะไม่ว่าง ลูกค้าก็จะต้องอดทนยืนรอต่อแถวกันไป ลูกค้าของเธอมีทุกเพศทุกวัย เด็กคนแก่ คนท้อง คู่เลสเบี้ยน มีหมด วันนี้เราเลยหยิบบางเมนูมาที่ัรบรองว่าเด็ดมาให้ชมกัน "ข้าวซอยบลูอุด้ง" เส้นอุด้งย้อมสีด้วยน้ำอัญชัญเสิร์ฟในน้ำข้าวซอยรสดั้งเดิม เพิ่มเติมคือความงามของสีสัน "โซบะเย็น" เส้นโซบะ จากไร่หญ้าโซบะ(เส้นโฮลวีท)ที่ปลูกในเชียงรายและ "ปีกไก่ทอดนาโกย่า" ปีกไก่อวบๆ หมักน้ำปลาน้ำผึ้งงาดำ ทอดพอเกรียม เสิร์ฟพร้อมผักสด และน้ำซอสโซเมนเย็น เส้นโซบะคลุกไข่ไก่ดิบหรือไข่นกกระทา เพิ่มความมันนุ่มหอมหวาน "ชูใจ ไรซ์ไวน์ กีวี่ซอฟท์เค้ก" ข้าวกลั่นอ่อนๆตัดกับรสหวานอมเปรี้ยวของกีวี่ ผสานรสด้วยวิปปิ้งครีมตีสด "ทาร์ตเลเมิ่น 007"  เลเมิ่นเคิร์ดรสหวานหอมอมเปรี้ยว เคลือบด้วยดาร์กชอคโกแลตเข้มข้น ห่อด้วยแป้งทาร์ตหวานกรอบ แต่กว่าจะมาเป็นวันนี้ขอบอกว่าชีวิตเธอมีครบทุกรสชาติ เปรี้ยว หวาน เผ็ด มัน และขมปี๋ จนครั้งหนึ่งเธอเกือบคิดสั้น! ‘โอชิน’ ปากกัดตีนถีบมาตั้งแต่เด็ก สมัยอายุ 13 พ่อของเธอถูกรถชนจนโดนตัดขา ทำให้ชีวิตของโอชินมีเพียงบ้านกับโรงพยาบาลจนช่วงอายุ 18 ขณะที่พ่อของเธอติดเหล้ามายาวนาน ก็ต้องเสียชีวิตลงด้วยโรคแอลกอฮอลิซึ่ม โอชินผ่านช่วงของความคิดที่เคยอยากฆ่าตัวตายเพราะความเครียดจากหนี้สินที่ต้องแบกความรับผิดชอบไว้ในฐานะลูกคนโต ทั้งไหนจะต้องส่งน้องเรียนอีก แต่เธอก็ผ่านพ้นช่วงวิกฤตินั้นมาได้ภายในช่วงระยะเวลาเพียงสองปี นั่นทำให้เธอทำมาแล้วแทบทุกอย่าง ตั้งแต่ ถักสร้อยขาย รับเพ้นท์เล็บ ก๊อปปี้ซีดีขาย ทำงานศิลปะ ทำวงดนตรี เป็นล่าม เป็นศิลปิน ชีวิตของเธอไม่ธรรมดา เป็นศิลปินดังไกลถึงญี่ปุ่น !  เธอเป็นลูกคนโตในบ้านที่มีพี่น้องฝาแฝดซึ่งเป็นชายแท้ สมัยเรียนหนังสือในสาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เธอมักใช้เวลาในช่วงกลางวันไปกับการรับจ๊อบ ขี่มอเตอร์ไซค์บน ระยะทางสิบกิโลเมตรไปรับจ้างเป็นล่ามให้กับบริษัทของชาวญี่ปุ่นซึ่งคุณสมบัติพิเศษของโอชินในอาชีพล่าม ซึ่งหาไม่ได้ง่ายๆโดยทั่วไปคือ เธอมีความเข้าใจในศิลปะดีเป็นพื้นฐาน ต่อมา โอชินเปลี่ยนสาขาไปเรียนศิลปะในสาขาศิลปะไทยของคณะวิจิตรศิลป์ มช. และทำงานพิเศษอยู่ในห้องสมุดคณะวิจิตรศิลป์ จนสำเร็จการศึกษา เธอจึงได้ทำงานพิเศษเป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์ให้กับห้องสมุด TCDC สาขาเชียงใหม่ ทั้งยังเคยทำงานออฟฟิศเป็นอาร์ตไดเร็กเตอร์ให้กับบริษัทญี่ปุ่นในกรุงเทพฯ ชีวิตของโอชินเวียนวนคลุกคลีอยู่กับผู้คนในวงการศิลปินญี่ปุ่นค่อนข้างมาก กระทั่งเธอเก็บเงินได้ จึงกลับไปเรียนต่อปริญญาโท ในสาขาทัศนศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งจังหวะนี้เอง ผลงานศิลปะของเธออันว่าด้วยเรื่องของการทำศัลยกรรม ทำให้เธอได้รับโอกาสจากโครงการศิลปะแบรนด์นิวของหอศิลป์มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เธอได้รับเลือกเป็น 1 ใน 10 จากการคัดเลือกศิลปินรุ่นใหม่ทั่วประเทศ และได้รับการตีพิมพ์ผลงานลงในนิตยสารศิลปะไฟน์อาร์ตประเทศไทย และ ART4D หลังจากสำเร็จการศึกษาชั้นปริญญาโท ผลงานของเธอได้ถูกเชิญชวนจากภัณฑารักษ์ชาวญี่ปุ่นให้เดินทางไปแสดงผลงานในต่างแดนจนกลายเป็นที่โด่งดังในฐานะของ ‘ศิลปิน’ นับแต่นั้นเป็นต้นมา ทั้งโอชินยังมีโอกาสได้เดินทางไปกลับญี่ปุ่นอีกหลายต่อหลายครั้งไม่ว่าจะถูกเชิญไปบรรยาย แสดงงานศิลปะ จัดเวิร์คช็อปกระทั่งจนปัจจุบัน เธอจับผลัดจับผลูมาทำขนมนี่แหล่ะค่ะ ปัจจุบัน โอชินเปิดร้านขายเบเกอรี่ขนาดเล็ก อยู่ในซอยนิมมานฯ ใช้ชื่อว่า minimeal eatery studio อันเป็นร้านที่ชวนให้นึกถึงบรรยากาศนั่งกินกาแฟเอาท์ดอร์ในต่างประเทศ เธอจัดตกแต่งพื้นที่เองทั้งหมด ทั้งเธอยังมีแผนจะเดินทางไปใช้ชีวิตเพื่อทำงานศิลปะและเรียนต่อระดับปริญาเอกที่แคลิฟอร์เนีย เร็วๆนี้ แต่เพจอาหารและขนมของเธอ "สีนวล สวีทคุ้กกิ้ง" (C’nual Sweet Cooking) จะยังดำเนินต่อไป สำหรับใครที่ชื่นชอบการกินการดื่ม ลองแวะเข้าไปที่เพจของเธอกันดูนะคะ

ยกนิ้วให้ลุคนี้ของ ปู ไปรยา สวย-เก่ง-ใจกุศล! ร่วมเสวนา UNHCR
ปู ไปรยา /  ข่าวบันเทิง / 

ถือเป็นต้นแบบผู้หญิงสมัยใหม่จริงๆ สำหรับนางเอกสาว ปู ไปรยา ทั้งสวย ฉลาด เล่นกีฬาเก่ง และใจบุญ เห็นได้จากงานบุญงานกุศลที่เธอมักเข้าร่วมช่วยเหลือสังคมอยู่บ่อยๆ ล่าสุด สาวปู ได้รับเกียรติเข้าร่วมงานเสวนาพิเศษหัวข้อ "การทำงานเพื่อมนุษยธรรม กับหลักพุทธศาสนา" ในฐานะสมาชิกกิตติมศักดิ์ของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ UNHCR ประเทศไทย พร้อมด้วย พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี และ วู้ดดี้ มิลินทจินดา งานนี้ สาวปู มาในมาดสาวเท่ทะมัดทะแมงในชุดสูทสีเทา มัดผมรวบตึง ดูเป็นทางการ ทำเอาแฟนๆ ชื่นชอบในลุคนี้ของเธอมากมาย ล้วนมีแต่คำชมทั้งทัศนคติ ภาพลักษณ์ การวางตัวที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับลุคสาวแรงในอดีตที่ผ่านมา จนบางคนถึงกับเปลี่ยนความรู้สึกที่มีต่อเธอจากด้านลบกลายเป็นบวกไปเลย... ปรบมือรัวๆ จ้าาาา!! ขอบคุณภาพจาก FB :: UNHCR Thailand และสมาชิกพันทิป หมายเลข 811307 ปู ไปรยา ร่วมงานเสวนา UNHCR ปู ไปรยา ร่วมงานเสวนา UNHCR ปู ไปรยา ร่วมงานเสวนา UNHCR ปู ไปรยา ร่วมงานเสวนา UNHCR ปู ไปรยา ร่วมงานเสวนา UNHCR ปู ไปรยา ร่วมงานเสวนา UNHCR ปู ไปรยา ร่วมงานเสวนา UNHCR ปู ไปรยา ร่วมงานเสวนา UNHCR ปู ไปรยา ร่วมงานเสวนา UNHCR ปู ไปรยา ร่วมงานเสวนา UNHCR ปู ไปรยา ร่วมงานเสวนา UNHCR ปู ไปรยา ร่วมงานเสวนา UNHCR

นั่งเทียนเขียนข่าว! ภาพ'นิว วงศกร' ถูกจับค้ายาบ้า ที่แท้แค่เรื่องลวงโลก
ถูกจับ /  นิว วงศกร / 

เกิดข่าวฮือฮา "นิว วงศกร" พระเอกดังวิก 7 สี ถูกจับค้ายาบ้า แพร่กระจายว่อนเน็ต หลังที่วานนี้ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก เผยแพร่ข่าวที่แนบภาพพระเอกหนุ่ม "นิว" วงศกร ปรมัตถากร พระเอกดังช่อง 7 พร้อมทั้งอ้างว่าพระเอกหนุ่ม ถูกจับเป็นผู้ต้องหา พร้อมของกลางเป็นยาเสพติดจำนวนหนึ่ง ทำให้เกิดประเด็นพูดคุยกันอย่างดุเดือดถึงเรื่องดังกล่าวอย่างกว้างขวาง อย่างไรก็ตาม ล่าสุด มีการยืนยันว่าภาพดังกล่าวเป็นหนึ่งในฉากละครเรื่อง "ข้ามาคนเดียว" ซึ่งบริษัท ดาราวิดีโอ จำกัด ได้ยื่นหนังสือขออนุญาตใช้สถานที่สถานี ตร.นครราชสีมา ถ่ายทำเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้เรื่องลวงดังกล่าวจึงเป็นเพียงการ 'นั่งเทียนเขียนข่าว' ขึ้นมาเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน เกิดเว็บไซต์ click bait หรือเว็บไซต์บังคับให้คลิปเป็นจำนวนมาก มีเรื่องจริงบ้าง เรื่องลวงโลกก็ไม่น้อย ดังนั้นในการเสพสื่อโซเชียล ควรมีวิจารณญาณก่อนคลิป ก่อนแชร์ เพราะขณะนี้มี พ.ร.บ คอมพิวเตอร์ ออกมาบังคับใช้ สติ การกลั่นกรองเรื่องราวจึงเป็นเรื่องสำคัญในการใช้โลกออนไลน์ ขอบคุณที่มาจาก พันทิป

ยังหล่อฟินอยู่นะ!! อ้น รติพงษ์ คู่จิ้นวัยใสของ อั้ม พัชราภา
อ้น รติพงษ์ /  อั้ม พัชราภา / 

กระแสคู่จิ้นพระนางในละครกำลังมาแรง!! หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าซุปตาร์สาว อั้ม พัชราภา ก็เคยมีคู่จิ้นวัยใสในอดีตกับเค้าเหมือนกัน นั่นก็คือพระเอกหนุ่ม อ้น รติพงษ์ ภู่มาลี ที่โคจรมาประกบคู่กันในละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ในปี 2542 ซึ่งถือเป็นคู่จิ้น อ้น-อั้ม โกยเรตติ้งกระฉูดในยุคนั้นเลยทีเดียว!! หนุ่มอ้น รติพงษ์ พระเอกหน้ามนคนนี้แจ้งเกิดเข้าสู่วงการด้วยรางวัลชนะเลิศการประกวด ดัชชี่บอยแอนด์เกิร์ล ปี 2541 และเข้ามาเป็นนักแสดงในสังกัดช่อง 7 ฝากผลงานเอาไว้มากมาย อาทิ บ้านไร่เรือนตะวัน, ดุจฟ้าไร้ดาว, นารีลุยไฟ, นารีลุยไฟ ฯลฯ รวมทั้งละครจักรๆ วงศ์ๆ อย่างเรื่อง อุทัยเทวี, ยอพระกลิ่น, เกราะกายสิทธิ์ ฯลฯ ปัจจุบัน หนุ่มอ้น ก็ยังคงโลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิง มีผลงานการแสดงให้เห็นอยู่เรื่อยๆ กับบทบาทที่หลากหลายขึ้น ด้วยความหล่อ เท่ ไม่เปลี่ยนแปลงในวัย 36 ปี บอกเลยว่ายังฟินได้อยู่นะ!! ขอบคุณภาพจาก FB :: Ratiphong Phumalee, pyjclub.com, สมาชิกพันทิป Azarine&Pepo, ลูกกวาดมอมแมม, burinjung ภาพปัจจุบัน อ้น รติพงษ์ อ้น รติพงษ์ คู่จิ้นในอดีตของ อั้ม พัชราภา อ้น รติพงษ์ อ้น รติพงษ์ อ้น รติพงษ์

อลังการงานสร้าง ไอเดียส่งการบ้านวิชาเคมีด้วยฉากการ์ตูน StarWars
StarWars /  การบ้าน / 

ขอปรบมือและชื่นชมเลยค่ะ กับการทุ่มทุนสร้างสรรค์ผลงาน (พูดเหมือนสร้างหนัง) การบ้านวิชาเคมีที่อาจารย์สั่ง มาทำเป็น Short note ดึงอ่านในฉากต่างๆ ของการ์ตูนจาก เรื่อง StarWars ตอน อุบัติการณ์สรุปสูตรปริมาณสารสัมพันธ์ ที่ทำขึ้นมาเอง ของเด็กม. 4 และตั้งกระทู้ขึ้นในพันทิป สมาชิกหมายเลข 2855088 โดยบอกเล่าทั้งมวลโมเลกุล มวลอะตอม และอื่นๆ จนทำให้เนื้อหาเหล่านี้ดูน่าสนใจ สนุกและเข้าใจง่ายขึ้นตลอดทั้งเล่มเลยทีเดียว และด้วยความตั้งใจนี่เองจึงทำให้น้องคนนี้ได้คะแนนเต็ม 10 ไปครอง สุดยอด! งานเขาละเอียดจริง... อลังการงานสร้าง ไอเดียส่งการบ้านวิชาเคมีด้วยฉากการ์ตูน StarWars  ดูแล้วมีประโยชน์มากๆ เลย และสำหรับน้องๆ คนไหนที่กำลังคิดไอเดียส่งการบ้านวิชาอื่นๆ ให้คุณครูอยู่ละก็ ลองนำนำไอเดียนี้ไปใช้ดูนะคะ อาจต้องใช้ความตั้งใจและความพยายามมากหน่อย แต่ผลที่ได้ก็คุ้มเกินคุ้มเลยละคะ แถมน้องเขายังมีข้อคิดดีๆ ทิ้งท้ายไว้ว่า "ทุกสิ่งที่เราทำจะมีประสิทธิภาพและจะประสบความสำเร็จได้ ก็ต่อเมื่อเราได้ใช้สิ่งที่เรารักและเราชอบ มาใช้กับงานของเราครับ" เครดิตภาพและข้อมูลดีๆ จาก pantip

ยอดวิวเฉียดล้าน Sayonara เพลงใหม่จากวง Mild
MI4D /  Mild / 

กลายเป็นเพลงฮิตใหม่มาแรงในตอนนี้เลยทีเดียว สำหรับเพลง Sayonara (ซาโยนาระ) บทเพลงแทนคำ บอกลา ความรักที่เคยสวยงาม แต่วันนี้มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ไตเติ้ลแทร็คจากอัลบั้มที่ 4 ของวง Mild ซึ่งหลังจากปล่อยมิวสิควีดิโอลง Youtube ไปได้ไม่นาน ฟีดแบคเพลงนี้ก็มาแรงเรื่อยๆ จนเกือบจะแตะล้านวิว เอ๊ะ หรือเพราะที่กำลังฮอต นี่ อาจเป็นเพราะกระแสข่าวดราม่า ตอนนี้หรือเปล่านะ และสำหรับประเด็นฮอต ของหนุ่ม เป้ วง Mild กับแฟนสาว ที่ออกมาโพสในพันทิป กรณี นักร้องชื่อดังแอบมีสัมพันธ์คบซ้อน กับดาราสาวช่องมากสี จนกลายเป็นประเด็นดราม่าต้องสืบนี้ เจ้าตัวเตรียมแถลงในวันพรุ่งนี้ ดูมิวสิควีดิโอ เพลง Sayonara (ซาโยนาระ) คลิปจาก Youtube Spicydisc มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

วิจารณ์หนัก
เพลง ยับแม่ /  แจ๊ส ชวนชื่น

   เปิดตัวเพลงแรกด้วยยอดวิวแบบถล่มทลาย ฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมืองร้องตามได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ กับเพลง "แว๊นฟ้อ..หล่อเฟี้ยว" ของหนุ่มแจ๊ส สปุ๊กนิค ปาปิยอง กุ๊กกุ๊ก หรือ แจ๊ส ชวนชื่น พร้อมด้วยท่าเต้นกวนๆ สไตล์เด็กแว้น แต่พอเปิดตัวซิงเกิ้ลที่ 2 เพลง ยับแม่ กลับโดนชาวเน็ตติงว่าไม่เหมาะสม ทั้งเนื้อร้อง ท่าเต้น และมิวสิควิดิโอ    โดยสมาชิกในเว็บไซต์ พันทิป The White Man ได้โพสต์ กระทู้ที่ว่าด้วยเรื่อง "เพลงใหม่แจ๊ส ยับแม่ มัน จะดี เหรอครับ?" ซึ่งเจ้าของกระทู้ได้วิจารณ์ในหลายๆ เรื่องถึงความไม่เหมาะสม โดยเขียนเป็นไว้เป็นข้อๆ ตั้งแต่เรื่องชื่อเพลง คำแสลงที่พัฒนามาจากคำหยาบ หาเด็กๆพูดตาม ก็คงจะดูไม่ดี และเรื่องการไปแสดงโชว์ให้เด็กๆดู และชวนเต้นตามด้วยท่าเปิดกระโปรง ที่เจ้าของกระทู้คิดว่า ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง    นอกจากนี้เจ้าของกระทู้ยังได้ตั้งคำถามว่า มิวสิควิดิโอนี้ มันคือวัฒนธรรมอันดีงามที่อยากให้ลูกเอาเยี่ยงอย่าง?  เพราะตัวเจ้าของกระทู้เองเคยพูดให้เด็กๆ สายแว๊นสายช่างให้เอาอย่างแจ๊ส ที่กลับใจมาเป็นเสาหลักของครอบครัวได้ แต่ตอนนี้คิดว่าคงคิดผิด    ทั้งนี้ เรื่องดราม่าที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับเพลงของหนุ่มแจ๊ส ไม่ใช่เพลง ยับแม่ นี้เป็นเพลงแรก เพราะก่อนหน้านี้ก็มีเรื่อง ลิขสิทธิ์เนื้อร้องของเพลง "แว๊นฟ้อ..หล่อเฟี้ยว" เช่นกัน ขอบคุณข้อมูลจาก pantip.com ,IG : jazzpadung คลิปจาก youtube.com

ดราม่าบังเกิด! แม่ไม่พอใจหลังครูเอาปากกาจิ้มนิ้วลูก เพราะไม่มีสี
ครู /  ปากกา / 

แม่โวยลูก เรียนอยู่เพียงระดับชั้นอนุบาล 3 ถูกครูเอาปากกาจิ้มนิ้วเพราะไม่มีสี  วันนี้ (8 ธ.ค.) กลายเป็นเรื่องราวที่ผู้คนบนโลกออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกพันทิป nadnicha ได้มีการตั้งกระทู้พันทิปในหัวข้อ "ลูกชาย อนุบาล 3 โดนคุณครูที่โรงเรียนเอาปากกาจิ้มนิ้วเพราะไม่มีสีไม้" ซึ่งภายในกระทู้ผู้โพสต์ได้เล่าถึงเหตุการณ์ ที่ลูกเรียนอยู่เพียงระดับชั้นอนุบาล 3 แต่ถูกครูชาวต่างชาติทำโทษโดยการนำปากกาจิ้มนิ้วจนเป็นแผล เพราะลืมนำสีไม้ไปโรงเรียน รายละเอียดระบุไว้ดังนี้ "ปกติน้องจะเอาดินสอและสีไปทุกวัน แต่วันนี้เราลืมเอาไปใส่กระเป๋านักเรียนให้ลูก ทำให้ไม่มีดินสอกับสีใช้ที่โรงเรียน ตอนกลับมาจากโรงเรียนลูกชายเล่าให้ฟังว่า ครูสอนภาษาอังกฤษ เรียกชื่อเขาแล้วจ้องหน้าแบบดุ ๆ จากนั้นก็เอาปากกามาจิ้มนิ้ว เราเลยถามว่าทำไมไม่บอกครูประจำชั้น ลูกชายบอกว่ากลัวครูตี ลูกชายเพิ่งเล่าให้ฟังตอน 6 โมงเย็น  เราเลยส่งไลน์ไปหาครูประจำชั้น ว่าทำไม ครูต่างชาติที่สอนภาษาอังกฤษถึงทำกับลูกเราแบบนี้ ทางครูประจำชั้นแจ้งว่าไม่ทราบเรื่อง แต่เดี๋ยวจะสอบถามให้ เครียดมากคะ เราคิดว่าโรงเรียนคือที่ ที่ปลอดภัยสำหรับลูกเรา แต่ลูกเรากลับโดนกระทำแบบนี้" MThai News ขอบคุณข้อมูล สมาชิกพันทิป nadnicha

อีกมุมจากพันทิป...เศรษฐกิจไทย ปีนี้เผาหลอก ปีหน้าเผาจริง!
กระทู้ /  พันทิป / 

ชาวเน็ตต่างแลกเปลี่ยนมุมมองเศรษฐกิจ ภายใต้กระทู้ 'เศรษฐกิจ ค้าขาย ประเทศไทย ปีนี้เผาหลอก ปีหน้าเผาจริง ปีถัดไป ลงหลุม อีกมุมหนึ่ง..' สังคมออนไลน์ เว็บไซต์ พันทิป โดยผู้ที่ใช้ชื่อ Real_Do ได้ตั้งกระทู้ แสดงอีกมุมหนึ่งของเศรษฐกิจ การค้าขายในประเทศไทย ในหัวข้อ 'เศรษฐกิจ ค้าขาย ประเทศไทย ปีนี้เผาหลอก ปีหน้าเผาจริง ปีถัดไป ลงหลุม อีกมุมหนึ่ง..' ซึ่งเนื้อหาแสดงให้เห็นถึงสภาวะเศรษฐกิจ สะท้อนปัญหาสังคมไทยที่ส่งผลกระทบต่อกันเป็นลูกโซ่ โดยมีใจความในตอนหนึ่งว่า "เมื่อประเทศไทย ปีนี้เผาหลอก ปีหน้าเผาจริง คนเริ่มเก็บเงิน คนชั้นกลาง เริ่มหาเงินได้ยากขึ้น ระบบทั้งหมด ส่งผลต่อ เจ้าใหญ่ และเจ้ากลางๆ เมื่อเก็บเงินได้น้อยลงทั้งประเทศ รัฐบาล ก็ไม่มีเงินมาบริหาร และพัฒนา อ้าวววว แล้วมัน ก็วนลูปๆๆๆ แบบนี้ๆๆเรื่อยๆ จนประเทศไทยตกลงไปอีก อ้าววว งั้นเราไปกู้ต่างประเทศมาบริหารสิ ตรงนี้แหละเป็นโจทย์สำคัญ ที่รัฐบาลต้องทำให้ถูกจุด ขอกู้ครั้งเดียว บริหารให้ถูก แก้ปัญหาให้ถูกจุด ........." ทั้งนี้ ได้มีผู้เข้ามาร่วมแชร์ความคิดเห็นต่างๆเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทย ในช่วงปีที่ผ่านมา พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองเศรษฐกิจกันอย่างต่อเนื่อง "ทำให้มองเห็นว่า ต่อไปจะไปจับกระแสเงิน เงินกลุ่มไหนควรเลี่ยง ทำให้คนออกมาหารายได้เสริมๆมากขึ้น หากจับ กลุ่มระดับกลาง จะหางานมากขึ้น ก็เอา สินค้า dropship สำเร็จรูปง่ายกินค่าสมัคร หรือ คนต้องการสำเร็จรูปที่ไม่เสี่ยงมาให้ก็กลุ่มนี้ไปขายหารายได้ ไม่งั้นก็ออกหนังสือหุ้น หนังสือหารายได้ online ให้คนกลุ่มนี้นับวันยิ่งมากขึ้น ขายทาง ebook ยิ่งดียิ่งขึ้น จะไปดักคนทางไหน ก็จะมีกลุ่ม ที่มีผลพลอยกับกระแสได้เสมอ แต่การออกมาเตือน เพื่อให้คนระวังตัวกันมากขึ้นนิดหน่อย คนไหนรวยอยู่แล้วไม่มีทางผลกระทบเลย โดยเฉพาะห้องนี้ แต่การเตือนเพื่อกันไว้ก่อน นิดนึงก็ยังดี หากบริหารได้ดีกว่านี้ ภาพรวมก็จะดีขึ้นทั้งประเทศ มีแต่คนมีความสุขกัน" ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy MThai News ที่มา : pantip

เด็กนักศึกษาสมัยนี้ คุยงานเชิงธุรกิจไม่เป็น!?
Hr /  การเจรจา / 

ชาวเน็ตตั้งกระทู้บอกเล่าเรื่องราว หลังพบนักเรียน นักศึกษาคุยงานธุรกิจไม่เป็น และไม่ค่อยมีมารยาท กลายเป็นกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์ หลังจากที่มีผู้ใช้งานเว็บไซต์พันทิปรายหนึ่งได้ตั้งกระทู้ เกี่ยวกับนักเรียน นักศึกษาในปัจจุบันที่หากต้องพูดเจรจาคุยธุระ การงาน กลับทำได้ไม่ดี และไม่มีศักยภาพมากพอ โดยสมาชิกเว็บไซต์พันทิปชื่อสามารถเปลี่ยนนามแฝงได้ใหม่อีก ได้ตั้งกระทู้หัวข้อเด็กนักเรียน/นักศึกษาสมัยนี้คุยงานเชิงธุรกิจไม่เป็นกันเหรอคะ พร้อมทั้งข้อความบอกเล่าเรื่องราว ระบุว่า ทนมาสักระยะแล้วค่ะ ทนจนเริ่มรู้สึกว่าควรจะมีใครไปบอกหรือสอนพวกเขาบ้าง คืออย่างนี้ค่ะ เรามักได้รับโทรศัพท์จากนักศึกษา รวมถึงนักเรียนมัธยมฯ ที่โทรเข้ามาขอสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ เช่น กีฬาสี ออกค่าย รับน้อง ขอเป็นของบ้าง เงินบ้าง อันนี้เข้าใจได้ และทางบริษัทก็สนับสนุนเรื่อยมา ช่วงปีหลัง ๆ รู้สึกว่านักเรียนที่โทรเข้ามาเหมือนคุยงานไม่เป็น และขาดมารยาท เราจึงแก้ไขโดยให้นักเรียนส่งรายละเอียดกิจกรรม เข้ามาทาง e-mail แต่ปัญหาก็ยังมีให้โมโหทุกวัน ยกตัวอย่าง นร.: สวัสดีค่ะ มาติดต่อเรื่องสปอน (พูดเสียงอู้อี้ในลำคอแบบคนเพิ่งตื่น)  เรา: เรื่องอะไรนะคะ   นร.: เรื่องสปอนอะค่ะ (เสียงไม่ชัดเหมือนเดิม) เรา: โทษนะคะ ไม่เข้าใจค่ะ ติดต่อเรื่องอะไรคะ  นร.: หนูเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัย...จะจัดทำโครงการ... (ท่องมา) เรา: ขอสปอนเซอร์เหรอคะ  เพลียค่ะ คือเราไม่ได้ทำแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว เลยไม่สามารถเข้าใจคำว่าสปอนได้ อาจจะเป็นเรื่องสปอตโฆษณา หรืออย่างอื่นก็ได้  ซึ่งเจอแบบนี้อีกเยอะ บ้างก็โทรมาตอนเสียงแบคกราวด์ดังมาก ๆ เหมือนซ้อมเชียร์กันอยู่ เราก็พยายามพูดเสียงดัง ๆ น้องปลายสายก็ อะไรนะ ผมไม่ได้ยินเลยครับ เป็นอย่างนี้หลายรอบ จนเราโมโหจึงบอกไปว่า น้องจะได้ยินได้ไงล่ะคะ เสียงฝั่งน้องดังออกขนาดนั้น รบกวนหาที่เงียบ ๆ โทรมาใหม่ค่ะ อีกหนึ่งตัวอย่างที่สุดสำหรับเราเลย  เรา:รบกวนส่งรายละเอียดกิจกรรมเข้ามาทางอีเมล์ได้ไหมคะ อีเมล์นะคะ เอ อเมริกา บี  นร: (พูดแทรกขึ้นมา) พี่ส่งข้อความเข้ามาเบอร์นี้ได้ไหม หนูจดไม่ทันหรอก เราโกรธจนมือสั่นเลยค่ะ คือโทรมาขอความอนุเคราะห์ แล้วมาพูดแบบนี้คืออะไร แค่จดอีเมล์ยังไม่ทำ เรา: เดี๋ยวพี่บอกช้า ๆ น้องรบกวนจดค่ะ นร: หนูจดไม่ทันหรอก พี่ส่งข้อความมาแล้วกัน บอกตามตรงว่าใช้ความอดทนกับเรื่องนี้มาก เพราะกลัวว่าพูดแรงไปแล้วเด็กพวกนี้จะมาตั้งกระทู้พันทิป ทำให้บริษัทเสื่อมเสีย แต่ถึงจุดที่คิดว่าไม่น่าปล่อยให้เด็กรุ่นใหม่เป็นแบบนี้เลยมาตั้งกระทู้พันทิปเอง ขอรับรองว่าเรื่องที่เล่ามาไม่ได้บิดเบือน ทำให้ตัวเองดูดี หรือนร.ดูแย่ลงแต่อย่างใด ความจริงล้วน ๆ ยังไม่รวมถึง มารยาทการเขียนอีเมล์ และการติดต่องานตอนพักเที่ยง ที่น่าเหนื่อยใจอีกเช่นกัน หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาชาวโซเชียลต่างให้ความสนใจเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก มองว่ากระทู้นี้ควรให้นักเรียน และนักศึกษาได้อ่านก่อนที่จะติดต่อธุระ ไม่ว่าจะด้านใด ควรมีมารยาทมากกว่านี้ ขอบคุณข้อมูล สมาชิกเว็บไซต์พันทิป สามารถเปลี่ยนนามแฝงได้ใหม่อีก ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

'น้องทาม' ปลื้มปิติ ได้รับจักรยานพระราชทานแล้ว
น้องทาม /  ปั่นเพื่อแม่ / 

'น้องทาม' เด็กไร้แขนร่วมปั่น 'Bike for Mom' สุดปลื้ม ผู้แทนพระองค์ฯ นำรถจักรยานพระราชทานมามอบให้ วันนี้ (10 ก.ย.) พล.อ.ท.ภักดี แสงชูโต รองราชเลขานุการในพระองค์ฯ พร้อมคณะช่างได้นำรถจักรยานพระราชทานมามอบให้แก่ ด.ช.วรรธนะ คำอินทร์ หรือ 'น้องทาม' หนูน้อยพิการไร้แขนทั้งสองข้าง ที่เข้าร่วมกิจกรรม “Bike for Mom ปั่นเพื่อแม่” เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ที่ผ่านมาแล้ว โดยผู้แทนพระองค์ฯ ได้นำจักรยานพระราชทานไปวางไว้บริเวณด้านหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร โดยนายสินรอง – นางดอกรัก คำอินทร์ บิดา มารดา พร้อมด้วยน้องทาม ได้ถวายความเคารพพระฉายาลักษณ์เพื่อแสดงความจงรักภักดี ก่อนเปิดกรวยกระทงดอกไม้สดและรับจักรยานพระราชทาน จากนั้นน้องทาม ได้ทดลองปั่นจักรยานพระราชทาน มีคณะช่างให้คำแนะนำในการปั่นที่ถูกต้อง ทั้งในเรื่องของการบังคับแฮนด์เลี้ยวซ้าย-ขวา จังหวะการเปลี่ยนเกียร์ วิธีการเบรคที่ปลอดภัย MThai News ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก สมาชิกพันทิป เบื่อ บอกเท่าไรก็ไม่ฟัง ,กรุงเทพธุรกิจ

ฟังอีกมุม! ปมดราม่าเมียนายพลถีบท้องสาว 4 เดือน
ความจริงจากเมียนายพล /  ถีบสาวท้อง 4 เดือน / 

ฟังอีกมุม! ปมดราม่าเมียนายพลถีบท้องสาว 4 เดือน พร้อมเผยภาพรถเบนซ์เจ้าปัญหา จากกรณีข่าวภรรยานายพล.ร.ต ท่านหนึ่ง เกิดมีปากเสียงกับหญิงสาวที่กำลังตั้งครรภ์ ได้ 4 เดือน เนื่องจากไม่พอใจที่บุตรของหญิงตั้งครรภ์เปิดประตูรถมาชนเข้ากับรถเบนซ์ป้ายแดงของเธอ ซึ่งผู้โพสต์เผยว่ามีการลงไม้ลงมือกันด้วย หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ส่งผลให้ชาวเน็ตต่างวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมากนั้น กระทั่งเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 58 ที่ผ่านมา นางสาวมาลิณี หญิงสาวตั้งครรภ์ พร้อมกับสามี ได้เข้าเจรจาไกล่เกลี่ยกับ นางอริษา ผู้ขับรถเบนซ์ป้ายแดง และสามีนายทหาร โดยมี บุ๋ม ปนัดดา ช่วยไกล่เกลี่ย ซึ่งเรื่องก็ยุติลงด้วยดี ตามที่เสนอข่าวไปก่อนหน้านั้น ล่าสุด (21 ต.ค. 58) ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์กระทู้ "มาฟังความจากฝั่งภรรยานายพลที่ถูกกล่าวหาว่าไปถีบสาวท้องกันบ้าง" ที่ถูกตั้งโดยสมาชิกพันทิปชื่อว่า PuiiHaHa โดยเป็นการบอกเล่าเรื่องราวของทางฝั่งภรรยานายพล ซึ่งกำลังถูกกระแสโซเชียลโจมตีอยู่ในขณะนี้ โดยมีรายละเอียดดังนี้ วันเกิดเหตุคู่กรณีทั้งสองมาจอดรถข้างกัน ฝั่งหญิงตั้งครรภ์ มีน้องสาว และลูก 2 ขวบ ทั้งสองฝั่งมีการกระทบกระทั่งท้าทายกันเกิดขึ้นเนื่องจากฝั่งหญิงตั้งครรภ์ เปิดประตูรถไปชนรถของคุณป้า ซึ่งในช่วงรอประกันฝั่งหญิงตั้งครรภ์ ได้เอาเอกสารประกันไปฟาดที่ท้ายรถของคุณป้า จากนั้นก็เรียกให้น้องสาวพาลูกขึ้นรถและก็โต้เถียงกัน หลังจากนั้น หญิงตั้งครรภ์ก็เดินไปเปิดประตูรถบานเดิมชนซ้ำอีกครั้ง โดยมีการพูดท้าทายว่า หวงมันมากใช่ไหม รถคันนี้ ฝั่งคุณป้าทนไม่ไหว จึงเกิดการชุลมุนกันขึ้น โดยฝั่งสาวตั้งครรภ์มีน้องสาวมาช่วย ก่อนที่คุณป้าจะถูกน้องสาวของหญิงตั้งครรภ์ผลักล้มลง อย่างที่ปรากฏในคลิปที่มีการแชร์กันไปแล้วนั้น ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุทั้งสองฝ่ายได้เดินทางไปที่โรงพัก แต่จังหวะที่คุณป้ากำลังเลี้ยวรถเข้าโรงพัก ก็ถูกรถสามีของหญิงตั้งครรภ์ขับมาชนถึงสองครั้ง โดยสามีของหญิงตั้งครรภ์บอกว่า ไม่ได้ตั้งใจ เป็นห่วงลูกเมียเลยจะรีบเข้าโรงพัก ขณะที่ฝั่งคุณป้า ก็รู้สึกไม่ปลอดภัย จึงเรียกสามีซึ่งเป็นพลเรือตรีมาที่โรงพัก ซึ่งวันเกิดเหตุเป็นวันพุธ พลเรือตรีจึงมาในชุดทำงานสีกากี ไม่ใช่ชุดเต็มยศตามที่เป็นข่าว อ่านข่าว คลิก >> แม่ ๆ ลุกฮือ! นัดรวมตัวให้ต้นสังกัดลงโทษเมียนายพลถีบสาวท้อง 4 เดือน อ่านข่าว คลิก >> ศึกดราม่า! บุ๋ม ปนัดดา VS เพจดัง ปมเมียนายพลถีบสาวท้อง 4 เดือน อ่านข่าว คลิก >> ยังไม่จบ! ปมเมียนายพลถีบสาวท้อง 4 เดือน อ่านข่าว คลิก >> มาแล้ว! เมียนายพล โร่ขอโทษคุณแม่ท้อง 4 เดือน ขอบคุณข้อมูล/ภาพ สมาชิกพันทิป PuiiHaHa MThai News

คนนี้ไง! แบมแบม สาวหน้าใสที่คว้าใจ เจ้านาย ลูกเจ เจตริน
ดาวโรงเรียน /  เจ้านาย จินเจษฎ์ วรรธนะสิน / 

หลังจากที่ลูกชายครอบครัววรรธนะสิน ทั้ง เจ้านาย เจ้าขุน เจ้าสมุทร ได้กลายเป็นสมบัติของชาติไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งชะนีเล็ก ชะนีใหญ่ เก้ง กวาง ต่างก็กรี๊ดกร๊าดขอสมัครเป็นลูกสะใภ้กันยาวเหยียด แต่ดูเหมือนว่า หนึ่งใน 3 หล่อนี้มีสาวที่แอบปลื้มซะแล้ว! อยากรู้ใช่ไหมว่าเธอจะน่ารักขนาดไหนตามทีนเอ็มไทยไปดูกันเลย .. คนนี้ไง! แบมแบม สาวหน้าใสที่คว้าใจ เจ้านาย ลูกเจ เจตริน คนนี้ไง! แบมแบม สาวหน้าใสที่คว้าใจ เจ้านาย ลูกเจ เจตริน หลังงจากที่หลายคนต่อคิวสมัครเป็นลูกสะใภ้  คงต้องน้ำตาตกในกันเป็นแถวแน่ๆ เมื่อสมาชิกพันทิป หมายเลข 1978661 ได้เสาะหาข้อมูลว่าสาวคนไหนเป็นสาวในสเปคของ เจ้าขุน และเจ้านาย เพราะก่อนหน้านี้พ่อเจให้สัมภาษณ์ว่า ลูกๆ ก็เริ่มมีความรักกันแล้ว แถมพ่อของฝ่ายหญิงยังมาบอกพ่อเจอีกว่าลูกชายโทร. หาลูกสาวเขาบ่อยๆมากๆ อุต๊ะ! งานนี้จะพลาดชาวเผือกไปได้อย่างไร ก็เลยไปค้นๆ และพบว่า สาวคนที่พูดถึงนี้อาจจะเป็นน้องแบมแบม ฐิตารีย์ คนนี้ก็เป็นได้ เพราะพ่อของทั้งคู่รู้จักกัน โดยพ่อ(พี่บอย) ของแบมแบม เป็นคนคุมดนตรี Extra Band และเป็นทีมงานเบื้องหลังของคอนเสิร์ตค่ายเอไทม์ ส่วนตัวเจ้านายและน้องแบมแบมก็มีกดไลค์รูปและฟอลโล่กันในอินสตาแกรม ประวัติแบมแบม ฐิตารีย์ แบมแบม ฐิตารีย์ สาวน้อยเน็ตไอดอล ที่มีดีกรีเป็น Miss pretty doll 2015 มีน้องสาว 1 คนคือ น้องเบลล์ จากรั้วโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน ชื่อ : ฐิตารีย์ ภัคศิริชยานนท์ / Thitaree Paksirichayanon กำลังศึกษาอยู่ที่ : โรงเรียนพระหฤทัยนนทบุรี ความสามารถพิเศษ : ร้องเพลง, เต้น งานอดิเรก : ฟังเพลง, ดูหนัง แหล่งช้อปปิ้ง : สยาม เมนูโปรด : ซูชิ, พิซซ่า, ชีส สีโปรด : สีชมพู ผลงานที่ผ่านมา : MV รักแล้วไปไหน (after love) Min Kamikaze, Miss Pretty Doll 2015 (อันดับ 1), ถ่ายแบบของ Pretty Doll รุ่น BamBam IG : bambam_thitaree Facebook : Thitaree Paksirichayanon อ่นข้อมูลน้องแบมแบมเพิ่มเติมได้ที่ http://teen.mthai.com/campus_star/96245.html ประวัติข้อมูลโดย teen.mthai.com (หากนำไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยค่ะ) ขอบคุณข้อมูล สมาชิกพันทิป หมายเลข 1978661 ขอบคุณรูปภาพ @bambam_thitaree, @jaonaay ข่าวที่เกี่ยวข้อง  ชะนีไทยใจแป้ว!! สาวหน้าใส แบมแบม หนึ่งในใจน้องเจ้านาย http://gossipstar.mthai.com/gossip-content/54061