พันทิป

มันมาอีกแล้ว!! ร้องเรียนผู้ค้ากลับมาปักร่มเต็มหาดหัวหิน
ข่าววันนี้ /  ปักร่มเต็ม / 

สมาชิกพันทิปร้องเรียน ผู้ค้าทำไมกลับมาปักร่มเต็มหาดหัวหินอีกแล้ว  วันนี้(9.ต.ค.) กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกพันทิป antcafe  ตั้งกระทู้เรื่อง "ร่มที่ชายหาดหัวหินกลับมาแล้ว ร้องเรียนที่ไหนได้คะ" ซึ่งทางเจ้าของกระทู้ระบุรายละเอียดประกอบภาพว่า เมื่อวันที่ 5 ต.ค.57 ร้านค้าตั้งลงไปแทบจะติดน้ำทะเล ใกล้บริเวณโรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งเช้าวันถัดมาร่มก็ยังอยู่คงที่ไม่ไปไหน  ภายหลังจากรูปดังกล่าวถูกเผยแพร่ สมาชิกพันทิปคนอื่นๆต่างมาแสดงความคิดเห็นในทิศทางเดียวกันว่า ชายหาดเป็นของสาธารณะ ทุกคนมีสิทธิได้ใช้ อีกทั้งต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบและชี้แจงโดยเร็วว่าด้วยเหตุใดกลุ่มผู้ค้าถึงกลับเข้ามาปักร่มเต็มหาดหัวหินอีกครั้ง MThai News ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก สมาชิกพันทิป antcafe

รวมภาพตั้งกล้องพิสูจน์ บั้งไฟพญานาค
15ค่ำเดือน 11 /  บั้งไฟ / 

วันนี้(21 ต.ค.) ผศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เชื่อว่าบั้งไฟพญานาคเกิดจากการยิงปืนขึ้นฟ้าจากฝั่งลาว โดยได้มีการท้าถ่ายรูปเพื่อชิงเงิน 10,000 บาท หากใครสามารถจับภาพได้ว่าบั้งไฟพญานาคเกิดจากกลางน้ำโขง ซึ่งล่าสุด ดร.เจษฎา ได้ตั้งกระทู้ความคืบหน้าของการตั้งกล้องพิสูจน์บั้งไฟพญานาค ผ่านทางเว็บบอร์ดของพันทิป(ห้องหว้ากอ ) โดยในวันออกพรรษาที่เกิดปรากฎการณ์ ดร.เจษฎา ได้เดินทางไปที่ บ้านท่าสีไค หมุ่ที่ 1 ตำบลดงบัง อ.บึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ สถานที่เกิดบั้งไฟพญานาค โดยได้ใช้กล้อง DSLR เปิดหน้ากล้องนานประมาณ 30วินาที เพื่อให้เห็นวิถีของลำแสง ซึ่งภาพที่ถ่ายได้ออกมาปรากฎดังต่อไปนี้ นอกจากนี้ยังมีภาพของคุณ Bankk Apiwat ถ่ายที่บริเวณ หนองกุ้งเหนือ ระบุพิกัด : น18.1408449 อ103.1040543เวลาประมาณ  19.32น.หน้ากล้องหันไปทาง ตะวันออกเฉียงเหนือ รวมไปถึงภาพจากคุณสมภพ เจ้าเก่า ถ่ายจากสถานที่และวันเวลาเดียวกับ ดร.เจษฎา และปรากฎภาพในลักษณะเดียวกัน ขอบคุณภาพจาก ห้องหว้ากอ เว็บไซต์พันทิป ผศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ที่มาและดูภาพเพิ่มเติมที่ http://pantip.com/topic/31134593 MthaiNews

งามหน้า จนท.สายการบิน ด่าผู้โดยสาร
เจ้าหน้าที่สายการบินด่าผู้โดยสารดีออก /  โหลดเดอร์ด่าผู้โดยสารดีออก

ผู้โดยสารโพสพันทิปตามหาเจ้าหน้าที่สายการบินชื่อดังหลังได้รับข้อความด่าหยาบคายบนแท็กบาร์โค้ด วันนี้(4ก.ย.)ชาวสังคมออนไลน์โพสกระทู้ผ่านเว็บไซต์พันทิปชื่อว่า "ตามหาเจ้าหน้าที่สนามบินสุวรรณภูมิคะ ลายมือสวยดี"พร้อมภาพ กระดาษแท็กบาร์โค้ด ข้องความว่า "ดีออก มาช้า off load เลย" เนื่องจากเจ้าของกระทู้ซึ่งอ้างว่ามาถึงประตูช้าเนื่องจากหาประตูไม่เจอ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องทำการค้นหากระเป๋าของผู้โดยสารกันจ้าละหวั่น ซึ่งข้อความดังกล่าวทำให้เจ้าของกระทู้ไม่พอใจอย่างมากและโพสตามหาเจ้าของลายมือดังกล่าว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา คาดการณ์ว่าเจ้าของลายมือน่าจะเป็นของ Loader สายการบินที่ทำหน้าที่ค้นหากระเป๋าของผู้โดยสารรายดังกล่าวแล้วเกิดความไม่พอใจ ต่อมาด้าน "นักสืบพันทิป"ชี้แจงการทำงานของ Loader ว่าปกติแล้ว การไปถึงเกทช้าจะส่งผลให้การทำงานของเจ้าหน้าที่ยุ่งยากขึ้น  Loader จะต้องค้นหากระเป๋าของผู้โดยสารที่มาถึงเกทช้าจากกระเป๋าของผู้โดยสารคนอื่นๆหลายร้อยใบ ทั้งนี้ชาวสังคมออนไลน์ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างดุเดือด ซึ่งทำให้เกิดกระแสในทางลบต่อเจ้าหน้าที่สายการบิน และเรียกร้องให้เจ้าของกระทู้ตามหาตัวโดยแจ้งต้นสังกัดสายการบิน ให้ออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามต้องติดตามต่อไปว่าทางสายการบินดังจะออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าวหรือไม่ Mthai News ที่มาเรื่องราวและรูปภาพจากกระทู้ http://pantip.com/topic/32536104

คนแห่ต่อคิวเข้า โออิชิ บุฟเฟ่ต์ ล้นร้าน หลังลด50%
คนล้นร้านโออิชิ /  ชาบูชิ นิกุยะ / 

 คนแห่ต่อคิวเข้า โออิชิ บุฟเฟ่ต์  จนล้นร้าน หลังประกาศลด50% 28 ก.ค. - 3 ส.ค. 57 จากกกรณีที่ โออิชิกรุ๊ปประกาศลดราคา อาหารในเครือกว่า 200 สาขาทั่วประเทศพร้อมมอบส่วนลดพิเศษสูงถึง 50%  ทั้งโออิชิ แกรนด์ โออิชิ บุฟเฟต์ ชาบูชิ นิกุยะ โออิชิ ราเมน และ คาคาชิ ระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม เรื่อยไปจนวันที่ 3 สิงหาคม 2557 เพียง 7 วัน ซึ่งวันนี้ถือว่าเป็นวันแรก ของการเริ่มแคมเปญดังกล่าว โดยชาวสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพผู้คนที่ต่อคิวรอเข้ารับประทาน โออิชิ บุฟเฟ่ต์ เป็นจำนวนมากจนล้นออกมานอกร้าน MThai News ขอบคุณภาพจาก เว็บพันทิป  และเจ้าของกระทู้ "ขอบริจาครูปร้าน Oishi วันนี้ที่ไหนก็ได้ทั่วไทยครับ" ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เริ่มแล้ววันนี้ โออิชิกรุ๊ป ลดราคา 50% ทุกสาขา 28 ก.ค.- 3 ส.ค. 57

คลิ๊ปช่วยชีวิต ด.ต.ณรงค์พร้อมเสียงปืนและการปะทะทั้ง 2 ฝ่าย
ด.ต.ณรงค์ /  ประดิษฐ สินธวณรงค์ / 

คลิ๊ปว่อนโซเชียลเน็ตเวิร์ค การช่วยชีวิตด.ต.ณรงค์ ปิติสิทธิ์ พร้อมเหตุการณ์การปะทะ ณ สนามกีฬา ไทยญี่ปุ่นดินแดงทั้งในยูทูป และพันทิป เผยคลิ๊ปผ่านยูทูป ขณะช่วยชีวิตด.ต.ณรงค์ ปิติสิทธิ์ ผู้บังคับหมู่งานจราจร สถานีตำรวจตลาดพลู ซึ่งพยายามปั๊มหัวใจและขนย้ายร่างของ ดาบตำรวจ ณรงค์ ฯ ไปยังเฮลิคอปเตอร์เพื่อที่จะทำการช่วยชีวิตต่อที่โรงพยาบาลตำรวจ ขณะที่มีการระดมยิงกันอย่างต่อเนื่องเข้ามาในบริเวณดังกล่าว จนกระทั่งจะมีการร้องขอจากนักข่าวและจากเจ้าหน้าที่ที่ให้การดูแลดาบตำรวจ ณรงค์ ฯ http://www.youtube.com/watch?v=FTPZJEdBrV0 คลิปขณะเร่งปั๊มหัวใจ ด.ต.ณรงค์และยิงเฮลิคอปเตอร์ ทั้งนี้นายแพทย์ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้แถลงการ์ก่อนหน้านี้ว่า ขณะที่เฮลิคอปเตอร์กำลังบินขึ้นไปนั้น ก็ถูกยิงที่กระจก ซึ่งเดชะบุญกระสุนไม่ได้ถูกห้องเครื่องที่สำคัญที่อาจจะทำให้เสียชีวิตทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ที่บาดเจ็บ แต่อย่างไรก็ตาม การขัดขวางการช่วยเหลือดังกล่าว ก็ทำให้การดูแลรักษาล่าช้าไป การออกมาแถลงการณ์ในวันนี้ว่า ต้องขอความร่วมมือจากทุกๆ ท่านว่า ในการชุมนุมต่าง ๆ นั้น ต้องขอวิงวอนว่า อย่าได้มีการใช้กำลังประทุษร้ายหรือการบาดเจ็บในการช่วยเหลือผู้ป่วยนั้น อย่าได้มีการเข้าไปขัดขวางหรือทำร้ายเจ้าหน้าที่ทุกท่าน อันนี้เป็นหลักมนุษยธรรมและเป็นหลักที่สำคัญของคนไทยทุกคนที่จะพึงมีอยู่ ผมจึงใคร่ขอวิงวอนพี่น้องทุกท่านในวันนี้ อีกทั้งพล.ต.สุรชาติ จิตต์แจ้ง หัวหน้าส่วนประชาสัมพันธ์ และสารสนเทศ สำนักรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า เรียนพี่น้องประชาชนชาวไทยที่เคารพทุกท่าน ผมต้องการเรียนชี้แจงเพื่อสนับสนุนคำกล่าวของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขนะครับว่า  "ในส่วนของทหารนั้น การทำการรบหรือสงคราม เรามีหลักสากลที่ยึดถือปฏิบัติ ซึ่งเป็นไปตามอนุสัญญาเจนีวา 1949 ว่าด้วยการดำเนินรักษาทหารผู้บาดเจ็บและเจ็บป่วยในสนามรบกล่าวคือ ให้ความคุ้มครองทหารที่ต้องออกทำการรบ เนื่องจากความเจ็บป่วยหรือได้รับบาดเจ็บเช่นเดียวกับบุคคลทางการแพทย์ หรือบุคคลทางศาสนา ซึ่งรวมถึงประชาชนในพื้นที่การรบด้วย แม้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวที่ได้เกิดขึ้นไปแล้ว จะไม่ใช่สถานการณ์การสู้รบที่แท้จริง แต่ตามหลักมนุษยธรรมสามารถนำมาเทียบเคียงกันได้ ดังนั้น การขัดขวางการช่วยชีวิต การขัดขวางการลำเลียงผู้บาดเจ็บขึ้นเฮลิคอปเตอร์ การขัดขวางการขนส่งผู้บาดเจ็บโดยยิงเฮลิคอปเตอร์ จึงเป็นการปฏิบัติที่ไร้มนุษยธรรมโดยสิ้นเชิง นอกจากนี้ยังมีคลิ๊ปการปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.ณ สนามกีฬา ไทยญี่ปุ่นดินแดง ผ่านเว็บไซต์พันทิป http://pantip.com/topic/31442960  คลิ๊ปจากเว็บไซต์พันทิปและ http://www.youtube.com/watch?v=Svl9vUNQ038&desktop_uri=%2Fwatch%3Fv%3DSvl9vUNQ038&app=desktop คลิ๊ปยูทูปและลิงค์จากเว็บไซต์พันทิป MThai News

บอย ไม่ซี! ถูกวิจารณ์แรง กรณีดราม่าช่อง3จอดำ!!
บอย ปกรณ์ /  บอย ปกรณ์ ช่อง3 จอดำ / 

ยังคงเป็นประเด็นดราม่าสำหรับนักแสดงหลายคนที่ออกมาแสดงความคิดเห็นกรณีช่อง 3 จอดำ หนึ่งในนั้นคือพระเอกหนุ่ม บอย ปกรณ์ หลังโพสต์ความคิดเห็นผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว จนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในเว็บดังพันทิป หลายคนถึงขั้นผิดหวังในตัวพระเอกหนุ่มและจะเลิกติดตามเลยทีเดียว งานนี้ หนุ่มบอย ไม่ซี! บอกนานาจิตตัง ทุกคนมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็น ปัดผู้ใหญ่สั่งลบข้อความดังกล่าว แจงแค่ไม่อยากเปิดพื้นที่ให้คนทะเลาะกัน!! "ที่แสดงความคิดเห็นเรื่องช่อง 3 จอดำแล้วโดนโจมตีค่อนข้างเยอะ ผมว่าทุกๆ เรื่องแหละ ทุกคนก็มีสิทธิ์ที่จะออกความคิดเห็น แชร์ความคิดเห็น ผมก็มองว่ามันเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าเกิดข้อมูลของผมมันผิดพลาดก็ต้องขอโทษด้วย ส่วนที่มีคนบอกผิดหวังกับเราก็นานาจิตตังครับ ก็แล้วแต่คนครับ ที่เลือกลบภาพนั้นเพราะพอลงไปก็มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย กลายเป็นว่าเราไปเปิดพื้นที่ให้คนมาทะเลาะกันหรือเปล่าก็เลยลบดีกว่า ไม่อยากให้คนมาทะเลาะกันในไอจีเรา ผู้ใหญ่ไม่ได้สั่งห้ามครับ มันก็ไม่ถึงขั้นนอยด์อะไรนะ แต่แค่เวลามีคนมาทะเลาะกันในไอจีเรา เราก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เลยลบไปดีกว่าแค่นั้นเอง บางคนแรงถึงขั้นว่าจะเลิกติดตามเราเลย ก็อย่างที่บอกไปทุกคนมีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็น ก็แล้วแต่คนครับ ไม่ได้โกรธ ไม่ได้ว่าอะไรครับ ที่เราถูกโพสต์เป็นกระทู้ฮอตในพันทิปก็เคยขึ้นบ้างนะ ก็เบาๆ ครับ ไม่ได้ซีเรียสมาก" "ส่วนตัวแฟนคลับเราก็เข้าใจครับ เรื่องพวกนี้เราไปห้ามความคิด หรือบังคับให้ใครคิดอะไรไม่ได้ ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะคิดที่จะออกความคิดเห็น เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมได้ออกความคิดเห็นไป ผมก็ทำออกมาด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้มีอะไรแอบแฝง ยอดฟอลโล่ก็ยังปกตินะครับ ก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรครับ ทางผู้ใหญ่ก็ไม่ได้เรียกไปคุยอะไรครับ ต่อไปถ้าเราโพสต์อะไรแล้วมีคนมาทะเลาะกันในไอจีเราก็คงต้องระวังครับ เราก็ไม่อยากให้ไอจีเราเป็นสนามให้คนมาทะเลาะกัน อยากให้เข้ามาดูรูปกันและยิ้มๆมากกว่าครับ ผมก็ระวังมากขึ้นครับ" บอย กล่าว บอย ปกรณ์ บอย ปกรณ์ บอย ปกรณ์ บอย ปกรณ์ IG บอย ปกรณ์ IG บอย ปกรณ์ IG บอย ปกรณ์

ปฏิกิริยาคนโซเชียล 'ไมค์รับเป็นพ่อเด็ก' กระแสบวกมากกว่าลบ
ข่าวไมค์ พิรัชต์ /  ข่าวไมค์ พิรัชต์ล่าสุด / 

ปฏิกิริยาคนโซเชียล หลังแถลงข่าว'ไมค์รับเป็นพ่อเด็ก' กระแสบวกมากกว่าลบ ชื่นชมกล้าทำกล้ารับ ข่าวไมค์ พิรัชต์ล่าสุด  - จากกรณีที่ไมค์ พิรัชต์ นักแสดงชื่อดังได้เปิดอกแถลงข่าวยอมรับว่าเป็นพ่อของลูกที่เกิดจากนางแบบสาวซาร่า ซึ่งจากการออกมาแถลงยอมรับทำให้เกิดปฏิกิริยาสองขั้วบนโลกออนไลน์ ทั้งฝ่ายที่ชื่นชมในความซื่อสัตย์ของไมค์และยินดีด้วยที่ไมค์มีลูก แต่อีกฝ่ายกลับมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง แต่ดูเหมือนว่ากระแสบวกจะเยอะกว่า ทางMThai News จึงขอรวมความคิดเห็นคนบนโลกออนไลน์มาสรุปให้อ่านกัน ฝ่ายที่มองว่าไมค์ทำไม่ถูกต้องและเพิ่งจะมาแสดงความรับผิดชอบเพราะถูกสื่อจับได้ แสดงความคิดเห็นว่า "...ไม่ได้รู้สึกว่าไมค์แม้นแมน แต่รู้สึกว่าฉลาดและเลือกทางลงถูกแล้ว ยุคนี้มันก็ต้องอย่างนี้อะ โกหกไปก็ไม่รอดหรอก ตราบใดที่มีประเทศพันทิป..." "...คนที่ควรชมน่าจะเป็นน้องผู้หญิงมากกว่าตอนเป็นข่าวทีแรกบอกว่าไม่เคยคบ คำๆนี้ฝ่ายหญิงน่าจะเจ็บและเสียใจ แต่ก็ยังทนอุ้มท้องจนคลอดทั้งๆที่ยังไม่รู้ว่าคนเป็นพ่อจะรับไม่รับ..." ส่วนอีกฝ่ายที่ยอมรับและเข้าใจไมค์ ได้แสดงความคิดเห็นว่า "...ถึงจะไม่แมนมาก แต่ก็แมนดี ทำแล้วยอมรับดีกว่าปล่อยให้อีกหนึ่งชีวตต้องทุกข์ทน ขอให้ใช้ชีวิตครอบครัวอยู่อย่างมีความสุข..." "...เขารับก็ดีแล้ว คนพวกนี้แปลกพอดารายอมรับว่าทำก็ด่า พ่อไม่รับก็ด่า ทั้งๆที่เขาจะรับหรือไม่รับไม่ได้ไปหนักอะไรพวกคุณ อย่างน้อยน้องไมค์กูก็ไม่ได้เป็นเกย์นะคะ..." "...ยอม รับดีเเล้วมีความรับผิดชอบเป็นตัวอย่างที่ดีเเก่วัยรุ่นเมื่อทำผิดควรมีความ รับผิดชอบในฐานะผู้ชายหรือสุภาพบุรุษเเต่เด็กวัยรุ่นควรดูให้เป็นเยี่ยง อย่างเเต่อย่าทำตามจะดีกว่าควรดูไว้เป็นบทเรียนเเม้ไมค์อาจจะเกินยี่สิบ บรรลุนิติภาวะเเต่ก็ยังเป็นตัวอย่างเเก่เด็กเเละเยาวชนที่ติดตามในผลงานมี เรื่องท้องก่อนเเต่งเเบบนี้ในสังคมไทยอาจจะยังไม่ยอมรับมากผิดเเต่มีความรับ ผิดชอบเเต่วัยรุ่นเด็กๆกก็ยังไม่ควรทำตามอยู่ดีควรดูกรณีนี้เป็นบทเรียนนะ วัยรุ่นวัยคึกคะนองทั้งหลาย..." "...สังคมสัยนี้ทำผิดแล้วยอมรับจัดว่า แมน กรณีนี้ ถ้าไม่รับสังคมประนามสารพัดอาจหมดอนาคต ยอมรับไปดีกว่าสังคมจะได้ชื่นชมว่า แมนลูกผู้ชายตัวจริง อย่างไมค์สาวๆคงให้อภัย..." MThai News ข่าวที่เกี่ยวข้อง ไมค์ พิรัชต์ แถลงรับเป็นพ่อเด็ก-อ่านต่อ- http://gossipstar.mthai.com/gossip-content/47016 ไมค์ ปล่อยโฮ สารภาพ เป็นพ่อของลูกจริง   ไมค์ – จิน – อู๋จุน ไอดอลปะป๊าสายฟ้าแล่บ!!

แห่! วิจารณ์ภาพโปสเตอร์นศ.ธรรมศาสตร์ ต่อต้านใส่เครื่องแบบ
ยกเลิกใส่ชุดนักศึกษา /  อั้ม เนโก๊ะ / 

แห่! วิจารณ์ภาพโปสเตอร์นศ.ธรรมศาสตร์ ต่อต้านใส่เครื่องแบบ ชี้ไม่เหมาะสม เกินงาม หลังจากเกิดกระแสเป็นที่ฮือฮาในโลกอินเทอร์เน็ต เมื่อปรากฎภาพโปสเตอร์สุดสยิว 4 แบบที่เผยให้เห็นถึงท่าทางเหมือน ”ชาย-หญิง” และ “ชาย-ชาย” กำลังร่วมเพศในเครื่องแบบนักศึกษา แปะตามบอร์ดต่างๆ ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เพื่อเป็นการต่อต้านการบังคับให้ใส่ชุดนักศึกษา ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดย แต่ละภาพ มีคำถาม หรือ วลีสั้นๆ ประกอบด้วย “midterm ที่ผ่านมา คุณยังต้องใส่ชุดนักศึกษาอยู่หรือเปล่า?” “ชุดนักศึกษามีเซ็กซ์มันส์กว่าป่ะ?” “เมื่อชุดนักศึกษากำลังถูกท้าทาย” “ปลดแอกความเป็นมนุษย์ของคุณออกมา” ซึ่งเมื่อภาพดังกล่าวได้ปรากฎออกไป ก็ทำมีคนเข้าไปกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม และมองว่าภาพแรงเกินไปนั้น ก่อนที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (9 ก.ย.) ในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 ได้เผยถึงบทสัมภาษณ์ อั้ม เนโก๊ะ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เป็นเจ้าของผลงานสุดอื้อฉาว ที่ให้ไว้กับหนังสือพิมพ์ประชาไท เกี่ยวกับคำถามที่ว่า "ทำไมเราต้องเป็นมหาวิทยาลัยที่บอกว่าตัวเองมีเสรีภาพ แต่กลับมีการบังคับให้ใส่ชุดนักศึกษา ทั้งที่ไม่ได้เป็นเครื่องชี้วัดว่าเรื่องการศึกษา" โดย อั้ม เนโกะ ได้อธิบายว่า อัตลักษณ์ของธรรมศาสตร์ก็คือการเคารพในสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น ยืนหยัดกับประชาธิปไตย ไม่สนับสนุนอำนาจเผด็จการทุกรูปแบบโดยเฉพาะการรัฐประหาร หรือจมปลักอยู่กับชุดนักศึกษาและกีดกันแนวคิดอื่นๆ ทั้งที่ชุดนักศึกษาไม่ใช่สิ่งดั้งเดิม การติดเข็ม ติดตรา เห็นได้ชัดว่าเลียนแบบเครื่องแบบทหาร ซึ่งเราเป็นไม่กี่ประเทศในโลกที่บังคับให้ใส่ชุดนักศึกษา แม้ตัวเองไม่ได้บังคับ แต่แนวปฏิบัติการยังบังคับอยู่ดี ทั้งนี้หลังจากข้อความ และบทสัมภาษณ์ของเธอได้ปรากฎออกไป ตามสื่อต่างๆ และสื่อส่วนตัวของเธออย่างเฟซบุ๊ก ก็ทำให้มีคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว โดยเฉพาะ นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นักเรียนชั้นมัธยมปลายโรงเรียนดังแห่งหนึ่ง ผู้มีแนวคิดต้องการปรับเปลี่ยนการศึกษาไทย ด้วยการยกเลิกทรงผม และยกเลิกการเข้าแถวหน้าเสาธง ก็ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก @Netiwit Ntw สนับสนุนแนวคิดเกี่ยวกับการยกเลิกเครื่องแบบของนักศึกษา โดยระบุว่า เครื่องแบบนักเรียนนิสิตนักศึกษาในทัศนะของผม ใครจะแต่งชุดอะไรมาก็ได้ มาตรฐานความเหมาะสมของคนนั้นต่างกัน สถาบันศึกษาควรมุ่งไปที่พัฒนามนุษย์ให้มีความคิดสร้างสรรค์ และมีทัศนะเชิงวิพากษ์ มากกว่ามากำหนดกฎเกณฑ์ว่าเหมาะไม่เหมาะแลสถาบันศึกษายุคสมัยใหม่ ความศักดิ์สิทธิ์ก็แทบจะปลาสนาการไปหมดแล้ว ความรู้ก็ไม่ได้จำกัดวงจะต้องกราบกรานกันขอความรู้ อุตสาหกรรมแห่งพิธีกรรมการใส่เครื่องแบบจึงเป็นเรื่องตลกมากกว่า และเป็นซากทัศนะเก่าอันตกค้างมา กระนั้นก็ตามการจะยกเลิกการใส่เครื่องแบบนักเรียนนิสิตนักศึกษานั้น ยังต้องมุ่งไปที่เศษสวะตกค้างทั้งหมดในสถาบันศึกษาที่แปรรูปให้พิธีกรรมเหล่านี้กลายเป็นสิ่งที่วิเศษมหัศจรรย์ แลเป็นความเหมาะสมอย่างจำเป็น อาทิการหมอบคลาน การบังคับสวดมนต์ เคารพธงชาติฯลฯ จำเป็นที่จะต้องต่อสู้ให้สู่การยกเลิกและเป็นไท นี่ยังต้องโยงไปถึงปัญหาใหญ่คือกฎหมายเพื่อพิทักษ์การซาบซึ้งมิให้ตั้งคำถาม และความเป็นรัฐภายในรัฐของทหารที่มีอำนาจควบคุม และแตะต้องไม่ได้สิ่งเหล่านี้จะต้องปรับเปลี่ยนแก้ไขหรือจนถึงยกเลิก การศึกษาของเราจึงจะเป็นไท ไปเพื่อความเป็นมนุษย์ อย่างน้อยก็มิต้องอยู่กับเศษซากเดนที่ปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์และดำรงคงอยู่บังคับกันอย่างไม่สมเหตุสมผล อย่างไรก็ดีแม้เรื่องดังกล่าวจะถูกถกอย่างหนักในสังคมว่าควรหรือไม่ควรกับการยกเลิกเครื่องแบบสำหรับนักเรียนนักศึกษา แต่ในเว็บบอร์ดชื่อดังอย่างพันทิป ก็ได้มีคนที่ใช้ชื่อว่า "นักเป่าขลุ่ย" เข้าไปตั้งกระทู้ไว้อย่างน่าสนใจ หลังเขาบังเอิญได้ยินการสนทนาของพ่อลูกคู่หนึ่ง โดยระบุว่า นั่งดื่มกาแฟในร้านกาแฟเเห่งหนึ่งเเถวสยาม จู่ๆก็ได้ยินเสียงคนข้างหลังพูดคุยกัน ไม่ได้สนใจอะไร เเต่มันได้ยินชัดเเล้วฮาดีก็เลยฟังไปเรื่อยๆ... ลูก : คนไทยล้าหลังนะพ่อที่เราใส่ชุดยูนิฟอร์ม พ่อ : ล้าหลังยังไงลูก? ลูก : ก็ต่างชาติเค้าไม่ใส่กัน พ่อ : ต่างชาติเค้าไม่ใส่ เเล้วมันเกี่ยวอะไรกับเราที่ต้องไม่ใส่ยูนิฟอร์ม? ไม่คิดว่าเรา indy บ้างหรอ? (เออวะ นั้นดิ 55) ลูก : โถ่! พ่อมันทำให้ยึดติดกับกฏระเบียบ พ่อ : เเล้วเอ็งจะอยากเเหกกฏไปทำไม? ลูก : ไม่ใช่อยากเเหกกฏ เเต่มันทำให้ไม่พัฒนา (เริ่มใช้อารมณ์) พ่อ : เเล้วชุดยูนิฟอร์ มันไปถ่วงการพัฒนายังไงหละ? ลูก : ก็มันทำให้เรายึดติด ไม่คิดอะไรใหม่ๆ ไม่สร้างสรรค์ไงพ่อ มันเลยทำให้เราไม่ฉลาด พ่อ : เเล้วถ้าเอ็งถอดชุดยูนิฟอร์ออก มันจะทำให้เอ็งเป็นไอส์ไตส์รึไง!! (ฮาเลย ตรงนี้) ลูก : เอ้า! (ทำเสียงสูง) คือถ้าเราไม่ยึดติดกับกรอบความคิด เราก็จะคิดสิ่งใหม่ๆได้ พัฒนาให้มันดีขึ้น พ่อ : เอ้า! (เลียนเเบบลูกซะงั้น) เอ็งจะคิดก็คิดไปดิ ความคิดมันเป็นนามธรรม ไปเกี่ยวอะไรกับชุดยูนิฟอร์ม ไอนี้มันรูปธรรม ที่เราติดอยู่ในกรอบก็เพราะความคิดของเราเอง ไม่ได้เกี่ยวกับสิ่งของภายนอกเลย (อืมฟังตรงนี้เเล้วชอบ ออกเเนวธรรมะ 55) ลูก : %!$&#* (บ่นอะไรไม่รู้ฟังไม่ชัด) พ่อ : เสื้อผ้าก็คือเสื้อผ้า ถ้าเอ็งคิดว่าชุดยูนิฟอร์มมันไปปิดกันความคิดได้ เอ็งก็ถอดเสื้อผ้าไปเรียนเลย เเนวดี ถ้าเค้าให้นะ (นั้งขำเลยตรงนี้ รักคุณพ่อเลยเนี้ย) ลูก : สรุปคือพ่อชอบชุดยูนิฟอร์มว่างั้น!! (เสียงเริ่มปลง คืออารมณ์ว่าสู้ไม่ได้ 55) พ่อ : ก็ไม่ได้บอกว่าชอบ เเค่สาวใส่ยูนิฟอร์มมันก็น่ารักดี ((*O*) นั้นไง หรือนี้คือเหตุผล) พ่อ : ญี่ปุ่นเค้าพัฒนาไปไกล เค้ายังเเต่งยูนิฟอร์มกันอยู่เลย ดูเเล้วมันก็เรียบร้อย ที่มันไม่พัฒนามันไม่เกี่ยวกับชุดหรอก มันเกี่ยวกับคน ถ้าเค้าให้เด็กเเต่งชุดไปรเวทได้ เดียวคนในรัฐสภามันเอามั้งเเล้วทำไง ความผิดพวกเอ็งเลยนะเนี้ย (เห้ย 555 เออ จริง!) หลังจากนั้นบทสนทนาก็เปลี่ยนไป สงสัยเด็กจะรู้ตัวว่าสู้ฝีปากไม่ไหวเลยเปลี่ยนเรื่อง แต่ยอมรับว่าชอบเเนวคิดคุณพ่อ indy ดี ฟังเเล้วอยากหันหลังไปขอเบอร์เลย 5555 *เอามาเเชร์เล่นๆ ไม่ได้มีเจตนาอะไร* ข้อมมูลจาปประชาไท, พันทิป (http://pantip.com/topic/30950577), MThai News

ซื้อ iPhone 5S ต้องซื้ออุปกรณ์เสริม 2 ชิ้นด้วย ถ้าไม่ซื้อ ก็ไม่ขาย!
iPhone 5s /  Jaymart / 

เมื่อพูดถึงสมาร์ทโฟนที่หลายคนอยากได้ที่สุดในปัจจุบัน หนึ่งในนั้นที่หลายท่านคงจะนึกถึงจะต้องเป็น iPhone 5S สมาร์ทโฟนตัวล่าสุดจาก Apple ที่ล้ำสุดๆ ด้วยระบบสแกนลายนิ้วมือ และด้วยความฮ็อตของมันนี่เอง ทำให้ร้านค้าบางร้านแอบยัดเยียดขายอุปกรณ์เสริมพ่วงไปกับตัวเครื่องด้วย ถ้าหากไม่ซื้ออุปกรณ์เสริม ทางร้านก็จะไม่ขาย iPhone 5S ให้! เรื่องนี้เกิดขึ้นกับยูสเซอร์ "koshinae" ในเว็บบอร์ดพันทิป ซึ่งได้ไปซื้อ iPhone 5S จากร้าน Jaymart ในห้างดังย่านศรีนครินทร์ และที่ร้านนี้มีตัวเครื่องความจุ และสีที่เขาต้องการ จึงตกลงซื้อเครื่องที่นี่ แต่เมื่อพนักงานขายทำเรื่องบัตรเครดิตเสร็จเรียบร้อย จึงเดินกลับมาบอกผู้ซื้อว่า "พี่คะ พี่จะต้องซื้ออุปกรณ์เสริมอะไรก็ได้ภายในร้านด้วยนะคะ 2 ชิ้น" ทางด้านผู้ซื้อก็งงสิครับ เลยถามกลับไปว่าทำไมจะต้องซื้อด้วย พนักงานตอบกลับมาว่า "มันเป็นนโยบายของทาง Jaymart ค่ะ" ซึ่งจริงๆ แล้วถ้าเป็นนโยบายบริษัทจริงๆ ก็ควรจะมีการประกาศเป็นลายลักษณ์อักษรให้ชัดเจนที่หน้าร้าน หรือทางช่องทางอื่นๆ เพราะอาจเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันได้ จากนั้นก็มีคนนำเรื่องนี้ไปโพสใน Facebook Fanpage ของ Jaymart เองว่าเรื่องราวมันเป็นยังไงกันแน่ ทางแอดมินของเพจก็ตอบกลับมาดังภาพด้านล่างนี้เลยครับ อย่างไรก็ตาม ในที่สุดแล้วผู้ซื้อท่านนั้นก็ต้องยอมซื้ออุปกรณ์เสริม 2 ชิ้นตามที่พนักงานแจ้งมา เพราะว่าเป็นของที่ต้องซื้ออยู่แล้ว โดยทิ้งท้ายไว้ว่า "ของพวกนี้ใจจริงผมตั้งใจจะซื้ออยู่แล้วครับของพวกนี้ มันก็เป็นเรื่องเบสิคของคนที่ซื้อมือถือสมาร์ทโฟนแทบทุกคน ที่จะต้องติดกันรอยหรือหาเคสที่ถูกใจซักอันซื้อไปด้วยเลย แต่ถ้าไม่บังคับซื้อ ผมอาจจะซื้อฟิล์มกันรอยที่ดีกว่านี้ในร้าน หรือเคสที่มันดีกว่านี้กลับไปด้วย" ใครสนใจอ่านเรื่องเต็ม สามารถคลิ๊กได้ที่ source ด้านล่างเลยนะครับ ถ้าเป็นเพื่อนๆ จะยอมซื้อกันหรือเปล่าครับ ^^ source: pantip

สังคมออนไลน์แชร์ว่อน
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ /  ถนนลูกรัง / 

"อย่ายุ่งกะกรู กรูพอเพียง" แชร์ว่อนเส้นทางรถไฟฟ้าความเร็วสูงทั่วอาเซียน เล้นพื้นที่ประเทศไทย ข่าวจากเว็บไซต์ วอย์ซ ทีวี เสนอข้อมูลในสังคมออนไลน์กำลังแชร์ภาพที่ชื่อว่า"อย่ายุ่งกะกรู กรูพอเพียง"  แสดงภาพเชื่อมโยงเส้นทางเดินรถไฟความเร็วสูง ที่เชื่อมต่อกันในอาเซียน ยกเว้นประเทศไทย คลิ๊ปดังกล่าว แสดงให้เห็นภาพเชื่อมโยงเกี่ยวกับเส้นทางเดินรถไฟความเร็วสูง ที่จะมีการเชื่อมต่อกันในแต่ละประเทศรอบๆประเทศไทย แต่ไม่มีการเชื่อมต่อในไทย หลังนายสุพจน์ ไข่มุกด์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ให้ความเห็นมีความเห็นเกี่ยวกับเรื่อง"เอเชี่ยนไฮเวย์ เอสแคป"กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์อย่างมาก ทั้งนี้นายสุพจน์ ไข่มุกด์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ให้ความเห็นว่า "ประเทศไทยต้องการปฏิรูปทุกด้าน โดยเฉพาะด้านการศึกษา ไม่ใช่ระบบคมนาคมอย่างเดียวพร้อมระบุ  "เอเชี่ยนไฮเวย์ เอสแคปเขาศึกษามาเป็น 20-30 ปีก็ยังทำไม่ได้ เพราะมีปัญหาติดขัดภายใน ถนนลูกรังน่ะให้หมดไปจากประเทศไทยก่อน ทำแอสฟัลต์ หรืออะไรต่างๆ ให้เสร็จก่อน ก่อนที่จะไปคิดระบบความเร็วสูง ความคิดเห็นส่วนตัวนะ มันยังไม่จำเป็นสำหรับประเทศไทยเลย และเงินกู้ 2 ล้านล้าน  คุณชัชชาติตายไปเกิดใหม่ มายังรุ่นลูก รุ่นหลานยังใช้เงินไม่หมดเลย" ทั้งนี้สามารถดุได้จากเว็บไซต์วอย์ซ ทีวี ตามลิ้งค์ข้างล่าง รวมถึง การแสดงความเห็นในรายการ Wake up Thailand ผ่านเว็บไซต์ พันทิป ดอทคอม http://news.voicetv.co.th/viral/93585.html คลิ๊ปจาก Voice TV  http://pantip.com/topic/31494814 คลิ๊ปจาก พันทิป ดอทคอม http://www.youtube.com/watch?v=ZRF6I_Rtdws&feature=player_embedded คลิ๊ปจาก ยูทูป MThai News

เกินไปมั้ย ? ข้าวมันไก่ 50 บาท ได้เเค่ 1 ชิ้น
Pantip /  กระเด็ดพันทิป / 

กระทู้ดังพันทิป ข้าวมันไก่ 50 บาทได้ไก่1ชิ้นลูกค้าสุดจะทนเเต่ทำอะไรไม่ได้ ล่าสุดเจออีกหลายเมนูเอาเปรียบลูกค้าพร้อมใจอยากให้เจ้าของร้านเจอคนจริงใจกล้างจัดการซักที วันนี้(18ส.ค.) เว็บไซต์กระทู้ดังในพันทิปได้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนักถึงร้านอาหารร้านหนึ่งในตลาดนัดสวนจตุจักรโดยที่ภาพในกระทู้ได้อธิบายถึงการเปรียบเทียบของภาพโฆษณาภาพของทางร้านกับอาหารจริงๆที่บริการให้กับลูกค้าที่เเต่ต่างกันเเบบไม่น่าเป็นไปได้ " เดินจตุจักรวันนี้ฝนตกหนัก หิวมาก เลยหาร้านข้าวกินก็พบกับร้านหนึ่งจึงสั่งข้าวมันไก่ไม่เอาหนังหนึ่งจานตามภาพ "  ทำไมในรูปกับของจริงมันไม่เหมือนกันเลย..." ทั้งนี้ในกระทู้ดังกล่าวได้มีการพูดต่อยอดถึงร้านนี้ว่านี่ไม่ใช่ครั้งเเรกที่มีพฤติกรรมแบบนี้ เพราะยังเคยมีกรณีการไล่ลูกค้าที่สั่งอาหารเพียง1อย่าง เเละบังคับลูกค้าจ่ายค่าเสียหายกรณีลูกค้าไม่ได้สั่งเเละประชดด้วยการวางลงพื้นอย่างเเรงจนเเตกเเล้วเรียกค้าเสียหายอย่างงงๆ เเม้ว่าในกระทู้พันทิปจะมีการนำเสนอเรื่องราวของร้านอาหารร้านนี้มากมายไปอย่างไรก็ตามแต่ก็ดูเหมือนว่าทางร้านจะไม่ได้รู้สึกหรือคิดที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมเลย โดยบางความคิดเห็นในกระทู้นี้ได้ให้ความเห็นสั้นๆที่น่าสนใจว่า "ได้ยินบ่อยร้านนี้ พ่อค้านักเลง ทะเลาะกับลูกค้ามาหลายราย หลายความคิดเห็นในนี้ที่บอก (อยากให้มันเจอคนจริง) ส่วนตัวไม่เข้าร้านอาหารที่สวนจตุจักร แพง ไม่สะอาด อึดอัด คนขายงี่เง่า " MThai News ที่มา http://pantip.com/topic/32462496 บทความที่เกี่ยวข้อง เที่ยววันหยุดสุดชิลล์ ที่ ตลาดนัดสวนจตุจักร กรุงเทพฯ 10 ตลาดนัด ยอดนิยมของคนกรุง

แฉ ยารกปลา อ้างบำรุงผิว แท้จริงเป็นยาพารา-คลายกล้ามเนื้อ ย้อมแมวขาย
ยารกปลา

วันนี้(5 มี.ค.)แฟนเพจ สุขสาระ ได้เผยข้อมูลว่า แฉร้านFacebookขายยาบำรุงผิวรกปลา ที่แท้เป็นยาพาราผสมคลายกล้ามเนื้อ ร้านยาบำรุงผิวบำรุงความงามในอินเตอร์เนท หลอกเอายาแก้ปวดคลายกล้ามเนื้อมาย้อมแมวขายเป็นยาคลายกล้ามเนื้อ ขายราคาแพงค้ากำไรเกินควร ลูกค้าสั่งของกันฟันกำไรเป็นพันๆ สูบเงินแลกกับสุขภาพและชีวิตคนอื่น ด้านสมาชิกเว็บไซต์ พันทิป ชื่อ Sopithnapa Rx ได้ตั้งกระทู้เผยข้อมูลนำยาสองชนิด ซึ่งนำยาที่อ้างว่าเป็นยารกปลา มาเปรียบเทียบกับยาชื่อ MERA  ซึ่งเป็นยา Paracetamol 500 mg + Ophenadrine 35 mg สรรพคุณแก้ปวดผสมกับคลายกล้ามเนื้อ พบว่า ยาชนิดดังกล่าวมีลักษณะเม็ดยา สี ความหนา ตัวอักษรของยาเหมือนกับยารกปลาไม่มีผิดเพี้ยน  โดยข้อมูลจากในเว็บที่ขายยารกปลา ระบุ ให้รับประทาน 3-4 เม็ดต่อครั้ง ซึ่งเท่ากับว่าการทานยาดังกล่าวแต่ละครั้งจะได้รับ Paracetamol 1500-2000 mg ต่อครั้ง และ Orphenadrine 105-140 mg ต่อครั้ง การรับประทาน Paracetamol ในปริมาณมากๆและต่อเนื่องกันอาจส่งผลอันตรายต่อร่างกายโดยเฉพาะตับ ซึ่งอาจทำให้เกิดตับอักเสบและตับวายได้ โดยเฉพาะ Paracetamol นั้น หากได้รับปริมาณ 2000 mg ซึ่งก็ถือว่าเป็นขนาดที่สูงมากหากได้รับในครั้งเดียว (ขนาดสูงสุดคือ 4000 mg ต่อวัน) MThai News

คืบหน้าหมอ-ตำรวจเคลียร์ กรณีหมาปอมฯถูกทารุณโหด!
กรอกน้ำยาล้างห้องน้ำ /  ข่าววันนี้ / 

คืบหน้าล่าสุดกรณีหมาปอมฯถูกทารุณโหด ตำรวจมั่นใจว่าไม่ใช่คนนอกหมู่บ้านด้านหมอตอนนี้การรักษาผ่านพ้นไปด้วยดี หมาเจคอปไม่ต้องโดนตัดขาทั้ง4ข้างที่โดนมีดกรีดพร้อมน้ำยาล้างห้องน้ำกัดแล้ว ทางด้านเจ้าของยืนยันบริสุทธิ์ใจไม่ได้ทำร้ายหมาตัวเองตามที่ถูกกล่าวหา ความคืบหน้า เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 28 ส.ค. ที่ รพ.สัตว์นวมินทร์ นสพ.เธียร ทองก้อนใหญ่ สัตวแพทย์ผู้ให้การรักษาเจคอบ กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา เจ้าของสุนัขได้นำเจคอบมารักษาพยาบาล โดยบอกว่าสุนัขกินน้ำยาล้างห้องน้ำเข้าไป จึงให้การรักษาอาการ โดยให้ยาล้างท้อง และน้ำเกลือ แต่ไม่พบเห็นบาดแผลที่ขาแต่อย่างใด กระทั่งวันที่ 21 ส.ค. เจ้าของได้นำสุนัขกลับมาอีกครั้ง และพบว่าที่ขาหน้าของสุนัขมีบาดแผลเป็นทางยาวขนาด 5-6 เซนติเมตรที่ขาทั้ง 2 ข้าง จึงได้โกนขน และทำแผล แต่ไม่พบเห็นบาดแผลที่อัณฑะ นสพ.เธียร กล่าวต่อว่า จนกระทั่งวันที่ 22 ส.ค. เจ้าของนำสุนัขมาทำแผล และพบว่ามีบาดแผลที่ขาหลังทั้ง 2 ข้างและถุงอัณฑะ มีบาดแผลถูกของมีคมที่บริเวณด้านข้าง จนเห็นถึงเนื้อด้านใน ส่วนขาหน้ามีบาดแผลแต่ไม่มีเนื้อตาย จากนั้นวันที่ 23 ส.ค. เจ้าของพาสุนัขมาอีกครั้ง และพบว่าบาดแผลมีสีดำคล้ำ เป็นเนื้อตาย 5 จุด และเริ่มส่งกลิ่นเน่าเหม็น โดยเฉพาะขาหน้าซ้ายมีอาการหนักที่สุด มีกล้ามเนื้อตายมัดใหญ่ 1 มัด และในวันที่ 25 ส.ค. เจ้าของนำสุนัขมารักษาก่อนหายไป จนกระทั่งมาเห็นบาดแผล และทีมแพทย์แจ้งว่าอาจจะต้องตัดขาซ้ายด้านหน้าของสุนัขทิ้งไป “ จากการสังเกตุลักษณะนิสัยส่วนตัวของสุนัขค่อยข้างดุ ไม่ยอมให้จับง่ายๆต้องวางยาในการรักษา แต่สุนัขไม่มีอาการกลัวเจ้าของ ยอมให้อุ้มตามปกติ ซึ่งหากเจ้าของเป็นผู้ทำร้ายสุนัขจริงก็น่าจะมีอาการหวาดกลัวหรือขู่กรรโชกบ้าง” นายสัตวแพทย์เทียร กล่าวไว้ ” ด้าน พ.ต.ท.ฐานุพงศ์ แสงซื่อ รองผกก.สส.สน.โคกคราม กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประชุมฝ่ายสืบสวน พร้อมสั่งการให้ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด 2 จุด ที่บริเวณปากทางเข้าหมู่บ้าน และฝั่งตรงข้ามบ้านที่เกิดเหตุ แต่เบื้องต้นไม่พบรถยนต์ หรือบุคคลต้องสงสัยในหมู่บ้านแต่อย่างใด ส่วนกระแสข่าวที่ว่าเพื่อนบ้านไม่ให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด เพียงแต่เจ้าของเป็นชาวต่างชาติ และกล้องวงจรปิดไม่สามารถจับภาพในที่เกิดเหตุ ส่วนประเด็นเพื่อนบ้านมีการทะเลาะเบาะแว้งกันหรือไม่ หรือสุนัขเคย กัดหรือทำร้ายใครหรือส่งเสียงก่อความรำคาญหรือไม่นั้น มีเพียงเพื่อนบ้านมาบอกพนักงานรักษาความปลอดภัยว่า สุนัขเห่าส่งเสียงดังเท่านั้น พ.ต.ท.ฐานุพงศ์ กล่าวด้วยว่า จากการตรวจสอบจากแพทย์ให้การรักษาสุนัขพบว่า ระยะเวลาที่เจ้าของพาสุนัขมารักษา จะมีบาดแผลเพิ่มขึ้นในแต่ละครั้ง และต้องพิสูจน์ต่อไปว่า สาเหตุเกิดจากเหตุใด นอกจากนี้ จากการลงความเห็นของแพทย์ พบว่าสุนัขมีนิสัยดุร้าย ก้าวร้าว ไม่มีใครจับต้องได้ นอกจากเจ้าของเท่านั้น ขณะเดียวกัน ได้โทรศัพท์ไปสอบถามเจ้าของสุนัข แต่ปรากฏว่าเจ้าของไม่ยอมรับโทรศัพท์ จึงต้องรอให้ติดต่อกลับมาเอง และทำได้เพียงลำดับเหตุการณ์ขั้นตอนว่าเกิดอะไรขึ้นอย่างไร อีกทั้งไม่ได้เป็นคดีอุกฉกรรจ์ร้ายแรง เป็นคดีลหุโทษปรับไม่เกิน 500 บาท โทษฐานทำร้ายทารุณสัตว์ เพียงแต่เป็นคดีที่ได้รับความสนใจจากประชาชน และคนกระทำความผิดย่อมรู้อยู่แก่ใจ ต่อมาในเว็ปไซต์กระทู้พันทิป สมาชิกหมายเลข 839020 ได้อ้างว่าตนเองอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันกับเจ้าของสุนัขและรู้สึกว่าเหตุการณ์นี่ต้องผิดปกติแน่ๆและยังยืนยันว่าหมู่บ้านที่เจ้าของอาศัยอยู่ปลอดภัยและไม่มีทางมีโจรแน่นนอน "เราอยู่หมู่บ้านเดียวกับเค้าค่ะ วันนี้ไปถามพี่รปภที่อยู่วันเกิดเหตุแล้ว เค้าบอกว่าไม่มีโจรขึ้นบ้านใดๆทั้งสิ้น และวันแรกที่เจคอปโดนวิกซอล ขากลับมาบ้าน พี่รปภยังไปทักทายอยู่เลย(ตอนขับรถผ่านป้อมยามเข้าหมู่บ้าน) สังเกตุว่าหมามีผ้าพันแผลที่สองขาหน้า แต่ยังยืนได้ปกติ ร่าเริงดี และมีเล็บเท้าปกติ ไม่ได้โดนเฉือนทั้งสี่ขาเหมือนในรูป เค้าก็งงค่ะว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนเราเอาร๔ปขาโดนเฉือนเค้ายังตกใจเลย และบอกว่าหมู่บ้านนี้ปลอดภัยนะ แต่ในตัวบ้านปลอดภัยรึป่าวนี่สิ เหอๆ  แล้วเจคอบเห่าก็เก่ง แต่ไม่น่ามีใครมาทำอะไ่ร เพราะข้างบ้าน(บ้านเลขที่15ก็ปกติ คุยกันดี) บ้านเกิดเหตุคือเลขที่ 16 ส่วน17-18 เป็นบ้านว่าง บ้าน19 มีกล้องวงจรปิดและตอนตำรวจไปถามคุณรัน เธอก็แจ้งว่าดูกล้องวงจรปิดแล้วแต่ไม่เห็นใคร และหมู่บ้านนี้รปภ ปั่นจักรยานตรวจตราทุกชั่วโมงค่ะ แถมบ้านหลังนี้ห่างจากป้อมยามแค่สองล็อค เป็นหมู่บ้านเล็กๆไม่มีซอย เป็นถนนๆเส้นตรงๆ มองไปก็เห็นทุกบ้าน" ส่วนกรณีที่มีดราม่าว่าเจ้าของสุนัขพาไปหาหมอแล้วยังมีอารมณ์กินหมูกะทะสบายใจ จนก่อให้เกิดเสียวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่มีวุฒิภาวะในการดูแลสัตว์ที่ดีนั้น ทางเพื่อนสนิทของคุณรันเจ้าของสุนัขปอมฯที่ถูกทำร้ายได้ออกมาโพสต์อธิบายที่หน้าเฟซบุ๊คคุณรันว่า “ตอนกินหมูกะทะ เราไปรับน้องมาตั้งแต่เย็น19 ค่ะ 20 เลย มาเยี่ยม ตกเย็นก็หิวเลยสั่งมากิน ตอนนั้นเจคอป ออกมาแล้วเพราะหมออนุญาติ ไม่งั้นจะเอามาทำไมถ้าหมอไม่อนุญาติ แต่ที่เป็นหนักอาจเป็นเพราะวิคซอลลกำลังทำปฎิกิริยา เจ้าของก็คนธรรมดา ไม่ได้เรียนหมอมา หมอบอกให้ออก เราก็รับมา แต่เราก็ไม่รูว่า ขาน้องเป็นแผล เพราะเวลาเป็นแผลก็ไม่ใช่ว่าจะมีเลือดออกเสมอไปค่ะ มาเยี่ยมหมา กินข้าวไม่ได้หรอคะ ไม่รู้อะไรอย่าพูดจะดีกว่า ขอบคุณในความห่วงใย ” โดยอาการล่าสุดของเจคอปหมาปอมฯที่โดนทารุณ เรียกได้ว่าปลอดภัยแล้วหลังจากคุณหมอที่เชี่ยวชาญดูอาการของเจคอป สรุปว่า น้องไม่ต้องโดนตัดขาทั้งหมดแล้ว มีเพียง1ขาหน้า1ขาที่น่าเป็นห่วง เพราะขาโดนกรีดและใช้น้ำยาขัดห้องน้ำราดทำให้เนื้อตาย แต่คุณหมอจะยืนยันรักษาต่อ โดยยังไม่ตัดขาข้างนี้ส่วนที่น่าเป็นห่วงเห็นจะเป็นผลจากการตัดไข่ ทำให้น้องปัสสาวะเองไม่ได้ คุณหมอรอผลเลือดแล้วจะดำเนินการผ่าตัดต่อไป “ในเรื่องของคดี วันนี้มีตำรวจและผู้ใหญ่ลงพื้นที่ดูเอง มีการสอบปากคำพยานแวดล้อมต่างๆแล้วยืนยันกับสื่อว่าจะเร่งทำคดีนี้ให้ดีที่สุดเหมือนกัน เจคอป เข้มแข็งและสู้มาก ยังพยามจะลุกเพื่อเดินให้เห็นตลอด คุณรันมีกำลังใจที่ดีขึ้น จากความช่วยเหลือที่เข้าไปถึง คุณรันขอขอบคุณทุกคนที่ช่วยกัน เมื่อวานมันเศร้ามากที่ต้องมานั่งเขียนเรื่องนี้ ผ่านมาแค่1วัน หลายพันshareและ social network ทำให้ทุกอย่างดีขึ้นในวันเดียว ดีใจที่สังคมนี้ยังมีเมตตาสมเป็นสังคมไทย ขอบคุณแทนเจคอปและคุณรัน และเป็นกำลังใจให้ทั้งคู่อีกทาง ”คนใกล้ชิดเจ้าของสุนัขได้กล่าวไว้ คลิปขณะกำลังรักษาเจคอป  คลิปสัมภาษณ์ คุณรัน เจ้าของเจคอป น้องหมาปอมฯน้อยผู้น่าสงสาร คลิปชัญญ่า ทามาดะ ไฮโซชื่อดัง ได้โพสต์คลิปตั้งข้อสงสัยจากเคสของ “เจคอป” ที่มา Facebook / Rundevil Mirun,bim.kanda,Naipaporn Narata เรียบเรียง MThai News ข่าวที่เกี่ยวข้อง โจรใจบาป กรีดขา/ตัดไข่/กรอกน้ำยาล้างห้องน้ำ น้องหมาปอม โจรใจบาปบุกบ้านทำร้ายสุนัขอย่างทารุณ กรีดเอ็นขา4ข้าง ตัดอัญฑะ พร้อมกรอกน้ำยาล้างห้องน้ำ อย่างโหดเหี้ยม เจ้าของใจสะลายพร้อมทำทุกอย่างเพื่อให้สุนัขไม่ให้โดนตัดขาทิ้ง ชัญญ่าสงสัย เจ้าของหมาถูกทำร้าย โกหกหรือเปล่า? ตั้งข้อ สงสัยเจ้าของหมาปอม ให้ข้อมูลไม่ตรงกับหมอ เรียกร้องบอกความจริง   เจ้าของหมาปอมถูกทารุณโหด! โวยไม่ได้ทำร้ายหมาตัวเอง วันพฤหัสที่ 28 สิงหาคม 2557 รวมรูป น้องหมาปอม สุดน่ารัก ที่ชื่อ Boo รวมรูป น้องหมาปอม สุดน่ารัก ที่ชื่อ Boo

ดราม่าหมีแพนด้า ชาวจีนสงสัย ฟันหลินฮุ่ยทำไมสึกหรอ?
ข่าววันนี้ /  คนรักหมีแพนด้า / 

แฟนคลับคนรักหมีแพนด้าชาวจีนสงสัย ฟันหลินฮุ่ยทำไมสึกหรอ? ด้านเจ้าหน้าที่แจงเหตุเกิดจากพันธุ์กรรม วันนี้(3ก.ย.)สืบเนื่องมาจาก มีแฟนคลับคนรักหมีแพนด้าชาวจีนท่านหนึ่ง ไปเจอคลิปหลินฮุ่ยกินแอปเปิ้ลด้วยความยากลำบาก อีกทั้งยังสังเกตเห็น ฟันของหลินฮุ่ย สึกหรอมาก จนเป็นที่ตกใจ ดังนั้น เธอจึงได้เริ่มเข้ามาสอบถามสาเหตุจนพบว่า อาหารหลักของหลินฮุ่ยคือ ไผ่ตง ซึ่งแข็งมากๆจนเป็นประเด็นที่กำลังดังในโลกออนไลน์ที่เมืองจีน คนจีนสืบไปสืบมาจนพบว่า หลินฮุ่ย กินท่อนไผ่ตงแก่ๆ ราคาถูกๆ และเนื้อแข็งมากๆ แบบนี้ และพวกเขารับไม่ได้ นี่ไม่ใช่อาหารของหมีแพนด้า ขณะที่ ดร.บริพัตร ศิริอรุณรัตน์ เจ้าหน้าที่สูงสุดในโครงการหมีแพนด้าของไทย ได้เข้าไปชี้แจงว่า เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ปี ว่า ขอบคุณสำหรับความเป็นห่วงเกี่ยวกับฟันของหลินฮุ่ยพวกเราได้ทำการตรวจเช็คร่างกายของหมีแพนด้าทั้งสองเป็นประจำทุกปี พวกเราสังเกตเห็นฟันที่สึกอย่างผิดปกติของมันก่อนหน้านี้นานแล้วและได้ปรึกษากับทั้งเพื่อนร่วมงานชาวจีนและทันตแพทย์จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่พร้อมกับให้ทำ X-ray พิมพ์แบบฟันและอื่นๆ พวกเราสรุปได้ว่า สาเหตุฟันสึกมาจากเหตุของพันธุ์กรรม ไม่ใช่อาหารที่กินหรือไผ่(ไม่เช่นงั้น) ช่วงช่วงคงได้รับผลกระทบจากการกินก้านไผ่นี้ด้วยเช่นกันพวกเราได้รับรายงานว่า ฟันของหลินหยาง(ฝาแฝดหลินฮุ่ย)มีสภาพที่คล้ายคลึงกัน อย่างไรก็ตาม คนจีนยังคงเจาะข้อมูลเกี่ยวกับไผ่ตงของเมืองไทย พร้อมแสดงความเป็นห่วง ถึงขึ้นไม่อยากให้ต่อสัญญาแพนด้ากับไทย และยังมีการลงรูป ไผ่ตงยักษ์ อาหารของหมีแพนด้าที่อยู่ในไทย ทั้งนี้ยังมีการแสดงความเห็นว่า ฟันหนูฮุ่ยแย่มาก มีปัญหาแน่นอน ถ้าไม่ลงทุนรักษา ก็อย่าต่อสัญญาเช่าอีกเลย MThai News ขอบคุณ source: tieba.baidu/披萨妖饼 จากกระทู้คุณ jiayou เว็บพันทิป http://pantip.com/topic/32525948

ฮือฮา!! ฉีดกลูต้าจนเลือดขาว คาดอาจเป็นซีรัมขุ่น
กลูต้า /  กลูต้าทำไตวาย / 

ชาวเน็ตวิจารณ์ หลังมีผู้โพสต์ภาพ ฉีดกลูต้าจนเลือดเปลี่ยนเป็นสีขาว คาดอาจเป็นซีรัมขุ่นเนื่องจากไขมันในเลือดสูง วันนี้(16 ก.ค.) กำลังเป็นประเด็นที่กำลังถูกพูดถึงในหมู่ชาวสังคมออนไลน์ หลังจากมีสมาชิก พันทิป ท่านหนึ่งได้ตั้งกระทู้ เรื่อง ‘ฉีดกลูต้าจนเลือดเปลี่ยนสี’ ได้โพสต์ภาพพร้อมบรรยายว่า สาระวันนี้ปกติเลือดคนเป็นสีแดง แต่กับคนไข้รายนี้ จากการซักประวัติ คนไข้ไปฉีดกลูต้าไธโอนมาหลายครั้งแล้ว จนอาการหนักมาโรงพยาบาล ขอให้ดูตัวอย่างสำหรับคนที่อยากขาว ก็ได้ขาวจริงนะ ขนาดเลือดยังขาวเลย จากการโพสต์กระทู้ดังกล่าวทำให้สมาชิกพันทิปท่านหนึ่งได้อออกมาแสดงความคิดเห็นว่า ภาพที่เห็นคือ  Lipemic serum สามารถเกิดได้กับทุกคน ซึ่งปกติแล้วเวลาหมอนัดเจาะเลือดเพื่อตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ ผู้ป่วยจะต้องงดอาหารอย่างน้อย 8-10 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการเกิดซีรัมขุ่นเนื่องจากภาวะไขมันในเลือดสูง Lipemic serum ซึ่งเป็นภาพที่เห็นกันอยู่ในโพสต์  หากมีการ รับประทานข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ มาประมาณ 2 ชั่วโมง แล้วมาเจาะเลือด เลือดก็จะมีขุ่นๆ ทำให้ตรวจวิเคราะห์ยาก ค่าที่ได้ก็จะผิดพลาด หรืออาจตรวจไม่ได้เลย  สมาชิกคนดังกล่าวได้ฝากถึงเจ้าของภาพด้วยว่าการให้ข้อมูลที่ไม่ชัดเจนเช่นนี้ คนทั่วไปที่ไม่ได้มีความรู้ด้านนี้โดยตรง อาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ ล่าสุดเพื่อนของเจ้าของภาพได้ออกมาชี้แจงว่า ผู้โพสต์ภาพเพียงแต่ต้องการสื่อว่าการได้รับสารแปลกปลอมเข้าร่างกายมากๆ อาจมีผลให้ร่างกายผิดปกติและได้รับอันตราย ส่วนสาเหตุการป่วยของคนไข้รายนี้ยังต้องรอคำวินิจฉัยจากแพทย์ MThai News

ทูนหัวของบ่าวรีเทิร์น แจงชาวเน็ต เคลียร์ทุกปัญหา 'หากินกับแมว'
ทูนหัวของบ่าว /  เพจทูนหัวของบ่าว

วันนี้(11 มิ.ย.) จากกรณีที่ชาวสังคมออนไลน์เสียดายที่แฟนเพจทูนหัวของบ่าว ซึ่งเป็นเพจแมวเซเลปที่ได้รับความนิยมทางเฟซบุ๊ค มียอดกดถูกใจสูงถีง 5 แสนไลค์ ซึ่งวานนี้มีข่าวว่าเพจดังกล่าวปิดตัวไปแล้วจากเหตุที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในเว็บบอร์ดดัง ซึ่งล่าสุดเจ้าของเพจได้ออกมาชี้แจงเคลียร์ทุกปัญหาแล้ว โดยเผยว่า สาเหตุที่ปิดแฟนเพจ ณ ตอนนั้นตัวเองไม่มีความสุขในการเล่น Social media ต่างเลย เพจทูนหัวของบ่าวเปิดมาเพื่ออยากให้มันเป็น community ของคนรักแมวที่มาพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องของแมวกัน แต่เมื่อวันหนึ่งมันกลายเป็นเรื่องมือของการดิสเครดิตกัน มีคนกลายจ้องจับผิดและเอาไปใส่สีตีไข่ในทุกภาพ แม้กระทั่งเรื่องแมวนอน หรือแมวกิน ก็เลยคิดว่า อยากปิดเพจเพื่อเลิกสนองตัญหาของคนกลุ่มนี้ชั่วขณะ สำหรับเจ้าของกระทู้ต้นเรื่องในพันทิป เท่าที่ทราบคุณก็คือกลุ่มคนเดิมๆ ที่เคยก่อดราม่าในเวปของคนชอบติดดราม่าเรื่องแมวหลายครั้งหลายหน คุณไปงาน Event ต่างๆ ที่เราไป เราก็อยู่ตรงนั้น หากคุณไม่ชอบใจเรามากๆ คุณก็แค่เดินเข้ามาคุยกับเราซึ่งหน้า ตักเตือนเราและพูดคุยกับเราในข้อที่คุณกังวลได้ แต่คุณกลับไม่มีความกล้าหาญเพียงพอที่จะเข้ามาพูดคุยกับเราด้วยตัวเอง แต่คุณเลือกที่จะอยู่หลังแป้นคีย์บอร์ดและใช้ Social media หาเพื่อนบำบัดความต้องการของคุณ การเลี้ยงแมว เราเลี้ยงแมวในแบบของเรา แบบของเราคือมีคุณหมอให้คำปรึกษา ซึ่งมันอาจจะไม่ถูกใจใคร แต่ผลตรวจเลือด หรือ ตรวจสุขภาพ แมวเราแข็งแรงสมบูรณ์มาก ๆ จนบริจาคเลือดได้ หรือ แม้แต่มะลิที่เคยป่วยก็กลับมาสมบูรณ์แล้ว ฉะนั้นแมวใคร ก็มีวิธีเลี้ยงในแบบของเขา ไม่ใช่ว่าใครเตือนไม่ฟังนะคะ แต่เราแค่นำมาประยุกต์ใช้ หากินกับแมว ก่อนงาน Pet Expo เรากล้าพูดเลยว่าอาหารแมวแทบทุกยี่ห้อติดต่อเข้ามายื่นข้อเสนอในการเป็นพรีเซนเตอร์ ตั้งแต่หลักแสน ถึง หลักล้าน จนหลายล้าน เรากล้าพูดว่าเราปฏิเสธไปทุกเจ้า เราสละเงินที่มากมายมหาศาล เราเป็นคนหากินกับแมวประเภทไหนคะ ยังจะขอย้ำอีกทีว่าการเอาแมวไปในทุกรายการหรือ event ที่จัด เราไม่เคยได้รับเงิน (ขีดเส้นใต้ Highlight สีแดง Bold 72) นอกจากค่าน้ำมันในบางครั้ง การขายสินค้า ทุกอย่างมีต้นทุนในการผลิต สินค้าทุกชิ้นมีค่าสมองในการออกแบบของดีไซเนอร์ หรือ คุณค่าในตัวมันเอง ถ้าคุณเจ้าของกระทู้บอกว่าขายสินค้าแพง มันเป็นเรื่องของความพึงพอใจของผู้ซื้อและผู้ชาย เป็นเรื่องของรสนิยมคนซื้อที่เข้าใจในสินค้า และ พึงพอใจที่จะจ่าย เราไม่เคยบังคับคุณเลยว่า ซื้อ-เดี๋ยว-นี้ คุณอาจไม่ชอบในการออกแบบ หรือ ไม่ชอบใจในราคา นั่น! เป็นเรื่อง รส-นิ-ยม-ส่วน-ตัว-ของ-คุณ เรื่องแมวออกงาน ไม่ใช่เราไม่กังวลใจเรื่องนี้ ยอมรับผิดและขอปรับปรุงตัว แต่ถ้าจะไม่เอาออกเลยก็ไม่ใช่แต่มันคงน้อยลงมากกกกกกกกกกกกกก หลายงานก็แคนเซิลไปเกือบหมด ยกเว้นพวกงานเพื่อการกุศลบางงานที่ยังจะต้องไป ถ้าไม่ถูกใจใครก็ขอโทษด้วยค่ะ แต่เราก็มีความคิดในแบบของเรา การกลับมาเปิดเพจครั้งนี้อีกครั้ง ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะมีระยะเวลายาวนานแค่ไหน ส่วนหนึ่งมาจากกำลังใจของแฟนเพจทุกท่านที่บอกว่า นี่คือความสุขของเขา เพื่อนเราสูญเสียครอบครัว ภรรยาที่สูญเสียสามี พี่สาวที่สูญเสียน้องชาย ที่เคยมาพบแมวเราบอกว่าที่คือกำลังใจของเขาในทุกวัน เราอยากบอกว่าคุณคือกำลังใจของการกลับมาในครั้งนี้ ................................................................................................................................ เจ้าของเพจทูนหัวของบ่าว ในรายการ Talk of The Town ช่อง MONO 29 ให้สัมภาษณ์กรณีเปิดแฟนเพจและชีวิตแมว วันที่ 5 พ.ค.57 MThai News ข่าวที่เกี่ยวข้อง เพจทูนหัวของบ่าว แมวเหมียวเซเลป ปิดตัวแล้ว หลังเจอกระแสวิจารณ์ เสือโคร่ง แมวอ้วนขนแตก แมวไอดอลจากเพจ ทูนหัวของบ่าว เสือชีตาร์ น้องแมวสุดน่ารักจากเพจ ทูนหัวของบ่าว

6 ภาพแปลก กรุงเทพฯ ในสายตาชาวต่างชาติ
6 อันดับ /  Bangkok / 

กรุงเทพมหานคร เมืองที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม และมีสถานที่สวยงามอีกหลายแห่ง ไว้สำหรับดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้เข้ามาเที่ยวกัน ทำเงินปีละหลายล้านบาทเข้ากระเป๋าพี่ไทยสบายเฮ ไม่แปลกที่เราคนไทย จะเดินเที่ยว (ทำงาน) ในกรุงเทพฯ เห็นฝรั่ง จีน แขก เดินแบกเป้ สะพายกล้อง ส่องภาพในที่ต่างๆ ของกรุงเทพ เห็นแล้ว ช่างภูมิใจเสียเหลือเกิน ที่แขกบ้านแขกเมืองให้ความสนใจ ความเป็นไทยของเราจริงๆ เดี๋ยวก่อน! ที่ฝรั่ง จีน แขก ญี่ปุ่น เค้ามาถ่ายภาพรูป วัดวา แม่น้ำคูคลอง ตึกรามบ้านช่องนั้น อาจไม่ใช่ภาพอย่างที่เราคิด แน่นอนทุกๆ ที่ในโลก ย่อมมีมุมดีมุมแย่เหมือนกัน ต่อไปนี้ Travel MThai จะพาสมาชิกมิตรรัก ไปพบกับ 6 ภาพแปลก ในกรุงเทพ ที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมอัพลงเน็ต โดยภาพ 6 แบบนี้ ที่เขานิยมถ่ายไว้ แล้วเอาไปลงเฟสบุ๊ค อินสตาแกรม ฯลฯ เพื่อบ่งบอกให้เพื่อนๆ รู้ว่า “ฉันอยู่กรุงเทพแล้วนะ!” มีอะไรบ้าง ลองติดตามกันครับ 1.ร้านแมลงทอด ในกรุงเทพฯ เพียบพร้อมไปด้วยร้านอาหารหรู ไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกชนชาติ แต่อย่างว่านักท่องเที่ยวคงเบื่อ ถ้ากินอาหารอยู่ในตึกทุกๆวัน และได้ยินมาว่าร้านอาหารข้างทาง หรือสตรีทฟู้ด ของเมืองไทยอร่อยไม่ใช่ย่อยๆ ว่าแล้วก็จัดซะหน่อย เดินออกจากโรงแรม ห้างสรรพสินค้า มาเรื่อยๆ ก็ถึงกับตกใจ เมื่อเจอร้านรถเข็นแมลงทอดพันธุ์ต่างๆ เข้าให้ โอ้วมายก็อด! คนไทยนี่กินแมลงกันด้วยเหรอนี่!? แต่สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่มาเที่ยวกรุงเทพครั้งแรกอาจจะตกใจกลัว และรังเกียจแมลงทอดอย่างที่เห็น แต่สำหรับฝรั่งพิเรนทร์บางคน มักจะแสดงความกล้าด้วยการโฟสท่าถ่ายรูป ทำท่าหยิบแมลงทอดเอาเข้าปากตัวเอง แล้วแชะภาพอัพลงเฟสบุ๊ค อินสตาแกรม อวดให้เพื่อนๆ ดูกันว่า “ไอ อยู่ที่กรุงเทพแล้วนะ และได้กินแมลงทอดด้วยล่ะพวก” 2.พระสงฆ์ในแหล่งช้อปปิ้ง เมื่อก่อนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เดินทางมาเที่ยวกรุงเทพฯ มักจะไปเที่ยวเดินชมสถานที่สำคัญทางศาสนา และวัฒนธรรมของบ้านเรา อย่างเช่น วัดพระแก้ว วัดโพธิ์ เป็นต้น ได้เห็นพระสงฆ์ห่มจีวรสีเหลือง เดินอยู่ในบริเวณวัด ที่สงบ เห็นแล้วประทับใจ มักจะถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกอยู่เสมอ แล้วเอากลับไปเผยแพร่ บอกต่อ ที่บ้านเกิดเมืองนอนของตน จึงเป็นกระแสเชิญชวนให้พวกเขาเหล่านั้น ชวนเพื่อนๆ กลับมาเที่ยวเมืองไทยอีกครั้ง.. แต่ทว่า มาเที่ยวไทยในครั้งนี้ กลับเปลี่ยนแปลงโดยสิ้นเชิง ในเมื่อมาเห็นพระสงฆ์อยู่ในห้าง! ฝรั่งมังค่าเกิดความสงสัยว่า เดี๋ยวนี้พระสงฆ์เดินธุดงค์ในพันทิป มาบุญครอง กันแล้วเหรอ? ในหนังสือท่องเที่ยวไม่เห็นบอกไว้นี่หว่า!? เห็นแล้วอะเมสซิ่งไทยแลนด์ เลยจัดการแชะภาพ อัพลงเฟซบุ๊ค อดเพื่อนๆ กันซะเลย “ยู เคยเห็นพระซื้อมือถือใช้เองหรือเปล่า! ไอ เห็นมากับตาเลย..” 3.รถตุ๊กตุ๊กระทึกกรุงเทพ! นักท่องเที่ยวต่างชาติหลายๆ คน ที่เข้ามาเที่ยวกรุงเทพนั้น นอกจากดูวัดวา พระราชวัง เที่ยวห้างสรรพสินค้า ตามตรอกซอยชื่อดังย่านต่างๆ กันแล้ว อีกสิ่งหนึ่งสิ่งในสายตาพวกเขาที่ต้องมาพบมาเจอให้ได้ นั้นถือว่ามาไม่ถึงกรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมรกันเลยทีเดียว คือ การได้เอาก้นของตนสัมผัสกับที่นั่งบนรถตุ๊กตุ๊ก!? แล้วให้เพื่อนถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก นั่นเอง การนั่งรถตุ๊กตุ๊ก อาจไม่ใช่เรื่องแปลกในความคิดของคนไทย (พี่ไทยบางคนยังเห่อได้นั่งรถบัสสีแดง ที่ลอนดอนกันได้เลย) ในสายตาฝรั่ง จีน แขก ญี่ปุ่น พวกเขาถือว่าต้องลองใช้บริการรถตุ๊กตุ๊กให้ได้! ก่อนขึ้นตุ๊กตุ๊ก ก็จินตนาการตามโฆษณาของการท่องเที่ยวบ้านเราที่ไปฉายให้เค้าดูที่นู้นว่า ได้นั่งรถตุ๊กตุ๊ก ขับไปเรื่อยๆ สบายบนท้องถนนโล่ง ได้อยู่ท่ามกลางตึกอาคารอันยิ่งของกรุงเทพฯ แต่ที่ไหนได้! ถนนในกรุงเทพรถติดยังกะตังเม อากาศก็น่าสูดเสียเหลือเกิน แถมตุ๊กตุ๊กของแท้มันโคตรซิ่งเลย! ยิ่งกว่าหนังรถแข่งของพี่วิน ดีเซล มาขับเองเสียอีก งานนี้พวกเขาไม่ได้มีโอกาสชมวิวสภาพบ้านเมืองเราสักเท่าไร เพราะมั่วแต่กังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้นข้างหน้ามากกว่า! 4.คืนมหัศจรรย์กับน้องตุ้ม!? ผู้หญิงไทย น่ารักไม่เป็นสองรองใครในโลก นั้นคือเรื่องจริง ในขณะเดียวกัน ชายไทยนะฮะ ก็หน้าตาเนียนระดับโลกเช่นกัน แทบแยกไม่ออกจากหญิงแท้กันเลยทีเดียว ไม่แปลกที่ฝรั่ง จีน แขก ที่มีรสนิยมทางเพศแบบไม่ปกติ จะเดินทางมาเที่ยวกรุงเทพ เพื่อมาสัมผัสน้องตุ้มชาวไทย แล้วก็ถ่ายภาพอวดโชว์เพื่อนทั้งหลายในเน็ตว่า “ยู เชื่อไหม? ว่าพวกเขาเป็นผู้ชาย? สวยล่ะซิ..” แต่ทว่านักท่องเที่ยวต่างชาติประเภทอินโนเซ้นท์ ก็โดนน้องแต๋วไทยบางคน หลอกลวงว่าเป็นหญิง แต่พอไปอยู่ในที่ลับกลับกลายเป็นประเทืองไปเสียอย่างงั้น หรือไม่ก็ถูกล้วงเสียทรัพย์ไปมากก็มี ทำให้คืนมหัศจรรย์ในกรุงเทพฯ ของพวกเขา กลายเป็นประสบการณ์ชีวิตที่ยากจะลืมเลือนเลยทีเดียว 5.ใส่เสื้อเบียร์ไทย เดินอวดที่ถนนข้าวสาร บางที ภาพนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ปรากฏตามเว็บ เฟสบุ๊ค ใส่เสื้อเบียร์ยี่ห้อไทย แล้วเดินตามสถานที่ต่างๆ ในกรุงเทพ นั้นอาจจะเป็นประเภทภาพถ่ายยอดฮิต ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็เป็นได้ ก็อย่างว่าคนไทยเรา ยังเคยใส่เสื้อรักบ้านเมืองเค้า โชว์หรากันให้เห็นเลย แน่นอน กรุงเทพฯ คือ อีกหนึ่งมหานครในโลก ที่ไม่เคยหลับไหล ดึกดื่นแค่ไหน ก็ยังมีร้านอาหารเปิดให้บริการกันอยู่ โดยเฉพาะแหล่งเที่ยวกลางคืนยอดฮิตของชาวต่างชาติ นั้นคือ ถนนข้าวสาร มีร้านเครื่องดื่มแฮงค์เอ้าท์รอต้อนรับลูกค้าให้เมาหัวทิ่มกันไปอีกข้าง และแน่นอนพวกเขามาถึงที่ถนนข้าวสาร จัดการใส่เสื้อเบียร์ไทย แล้วถ่ายภาพอัพลงในเน็ต โชว์ให้เห็นว่า “ไอ มาถึงถนนข้าวสารแล้วนะ ยู เห็นร้านเหล้าข้างหลังมั้ย” 5.ถ่ายรูปโรนัลด์ไหว้ต้อนรับ ร้านอาหารประเภทฟาสต์ฟู้ด มีสาขามากมายทั่วโลก และเป็นอาหารมื้อด่วนที่สะดวกสุดสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ยังไม่คุ้นเคยกับอาหารท้องถิ่น หรือไม่รู้จะหาอะไรกินดี (ก็เหมือนคิดอะไรไม่ออก ก็สั่งข้าวผัดกระเพราไข่ดาวดีๆ นี่เอง) ร้านอาหารมื้อด่วน บางสาขาในต่างประเทศ ก็จะมีหุ่นมาสคอตตั้งอยู่หน้าร้าน แสดงกิริยาในท่าต่างๆ ที่สื่อถึงวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆ อย่างเช่น มาสคอตตัวตลก ที่ทำท่าไหว้ต้อนรับลูกค้าอยู่หน้าร้านแมคฯ ในไทย และแน่นอนนักท่องเที่ยวทั่วโลกรู้ว่า การไหว้ แสดงถึงความเคารพ ต้อนรับด้วยมิตรไมตรีที่ดีของคนไทย ดังนั้นมาเห็นเจ้าหุ่นตัวตลกทำท่าไหว้อยู่ ก็เลยถ่ายรูปคู่กับหุ่นมันเสียเลย แล้วอัพโชว์ลงในเฟสบุ๊ค อินสตาแกรม แสดงถึงวัฒนธรรมของโลกตะวันตก พบตะวันออก ได้อย่างลงตัว!? ข้อมูลและภาพ : travel.cnn.com เรียบเรียงโดย Travel MThai 50 เหตุผล ความเป็นกรุงเทพฯ ในสายตาชาวต่างชาติ สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ ที่น่าสนใจ แชมป์สุดยอด เมืองท่องเที่ยว ปี 2013

วิจารณ์แซด!! ซากปริศนาในกล่องน้ำผลไม้ดัง
ซากปริศนาในกล่องน้ำผลไม้ดัง /  น้ำผลไม่กล่อง / 

ชาวเน็ตวิจารณ์แซด!! หลังมีผู้โพสต์ภาพ ซากปริศนาในกล่องน้ำผลไม้ชื่อดัง  ล่าสุดเจ้าของผลิตภัณฑ์ออกมาชี้แจงแล้ว เมื่อวันที่ 27  ก.ค. สมาชิกเว็บไซต์พันทิปท่านหนึงได้โพสต์ภาพและข้อมูลในกระทู้ชื่อ "เตือนภัยน้ำผลไม้ยี่ห้อดัง" เกี่ยวกับสิ่งแปลกปลอมที่อยู่ภายในกล่องน้ำผลไม้ที่ซื้อมาบริโภค ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกให้แก่ผู้บริโภคเป็นอย่างมาก "เมื่อเช้านี้ หยิบน้ำมะเขือเทศ ยี่ห้อ...... มาเท คือกินมาจะหมดกล่องแล้ว ก็เทออกมา แล้วมันก็เทไม่ออก เลยตัดสินใจบีบกล่อง ผลที่ออกมากับน้ำในกล่อง คือช๊อคข่า กินจะหมดกล่องแล้ว เค้าโดนทำร้าย ตอนแรกคิดแง่บวก นึกว่าเป็นเปลือกผลไม้ เลยหยิบออกจากแก้วขึ้นมาดู สรุปคือมันไม่ใช่ค่ะ มันเหมือนกระดาษลื่นๆ เลยเอากล่องมาตัดออกดู ช็อคเลย ในกล่องก็มีติดอยู่" ล่าสุดกระทู้ดังกล่าวได้ลบภาพออกไป แต่มีการโพสต์ข้อความระบุว่า ทางตัวแทนได้ออกมาชี้แจงให้ฟังว่าสิ่งที่เกิดขึ้น อาจเป็นปัญหาจากการขนส่ง หรือการเก็บสต็อกของร้านค้าทำให้เกิดการบุบหรือมีช่องว่างทำให้อากาศเข้าไป อาจเกิดเป็นเชื้อราได้ ส่วนที่เป็นแผ่นอาจเป็นเพราะการเจริญเติบโตของเชื้อราที่จะมีรูปร่างแตกต่างกันไป ตามชนิดของเชื้อราทางเครื่องดื่มบอกว่ามั่นใจในกระบวนการผลิตว่าจะไม่มีสิ่งแปลกปลอมปนเปื้อน และยินดีให้เข้าชมกระบวนการผลิตที่โรงงาน และเพื่อความสบายใจของลูกค้า หากกลัวจะเป็นอันตรายต่อร่างกาย ทางบริษัทยินดี จะพาไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล MThai News ขอบคุณ เว็บบอร์ดพันทิป