พันทิป

ตามไปดู! ที่พักบิ๊กบอส “ซงจุงกิ” เมาน์เท็น ครีก กอล์ฟ รีสอร์ท (Mountain Creek Golf Resort)
ตีกอล์ฟ /  ที่พักเขาใหญ่ / 

หลังจากที่ซีรีส์ “descendants of the sun” โด่งดังมากในประเทศไทย งานนี้ กึ้ง เฉลิมชัย ก็เลยลงทุนจัดงานมิตติ้งบิ๊กบอส ซงจุงกิ ภายใต้ชื่อ “2016 SONG JOONG KI ASIA TOUR FAN MEETING IN BANGKOK” ขึ้น ให้แฟนๆได้ใกล้ชิดกับพระเอกสุดฮอตคนนี้ และเมื่อซงจุงกิมาถึงประเทศไทย ทาง กึ้ง เฉลิมชัย ก็จัดที่พักสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ปิดรีสอร์ตชื่อดังที่เขาใหญ่ ให้บิ๊กบอสได้พักผ่อนอย่างเต็มที่! ตามไปดู! ที่พักบิ๊กบอส “ซงจุงกิ” เมาน์เท็น ครีก กอล์ฟ รีสอร์ท (Mountain Creek Golf Resort) ผานพ้นไปแล้วกับงานมิตติ้ง “2016 SONG JOONG KI ASIA TOUR FAN MEETING IN BANGKOK” ที่ตัดขึ้นในวันเสาร์ 7 พ.ค. ในเวลาประมาณ 18.00 น. ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี งานนี้ กึ้ง เฉลิมชัย ลงทุนสุดๆ เพื่อให้แฟนคลับได้ใกล้ชิดแลละชมความน่ารักของบิ๊กบอส ซึ่งในวันแรกที่ ซงจุงกิ หรือ กัปตันยูชีจิน จากซีรีส์เรื่อง descendants of the sun มานั้นทาง กึ้ง เฉลิมชัย ก็จัดที่พักแบบสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ปิดรีสอร์ตชื่อดังที่เขาใหญ่ ชื่อว่า "เมาน์เท็น ครีก กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ เรสซิเดนซ์ (Mountain Creek Golf Resort and Residences) " ให้บิ๊กบอสได้พักผ่อนอย่างเต็มที่! ไปดูความสวยงามของโรงแรมนี้กัน น่าพักสุดๆ ^^ เมาน์เท็น ครีก กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ เรสซิเดนซ์ ให้บริการห้องพัก 34 ห้อง ทุกห้องตกแต่งอย่างมีรสนิยมเพื่อมอบความสะดวกสบายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์จอแบน, อินเทอร์เน็ตไร้สาย, สระว่ายน้ำส่วนตัว, อินเทอร์เน็ตไร้สาย (ไม่เสียค่าใช้จ่าย), ห้องปลอดบุหรี่ ทางโรงแรมมีสิ่งอำนวยความสะดวกทางนันทนาการไว้ให้บริการอย่างครบครัน รวมถึง ซาวน่า, สนามกอล์ฟ (สถานที่เดียวกัน) , สระว่ายน้ำกลางแจ้ง, สปา, บริการนวด ที่ตั้ง : 99/9 หมู่ 12 ถนนมิตรภาพ, กม.91, ลาดบัวขาว, สีคิ้ว, นครราชสีมา, ประเทศไทย 30340 ขอบคุณรูปภาพ @kueng_chalermchai, สมาชิกพันทิป myx

อ้วกแทบพุ่ง! ซื้อไข่ไก่มาต้ม แต่กลับเจอพยาธิ
พยาธิ /  พยาธิตัวตืด / 

ชาวโซเชียลอ้วกแทบพุ่ง หลังพบกระทู้ซื้อไข่ไก่มาต้ม แต่กลับเจอตัวปริศนา นักวิทย์ชี้คือพยาธิตัวตืด  กลายเป็นกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์ เมื่อมีผู้ใช้งานพันทิปรายหนึ่งได้ตั้งกระทู้ โพสต์ภาพไข่ไก่ ที่ด้านในมีตัวปริศนาแปลก ๆ รูปร่างเส้นยาว ๆ คล้ายพยาธิ เป็นภาพที่ชวนให้รับประทานอาหารไม่ลงเลยทีเดียว โดยสมาชิกเว็บไซต์พันทิปชื่อtimemachine64 ได้ตั้งกระทู้หัวข้อ'เจอพยาธิในไข่ต้ม' โพสต์ภาพไข่ไก่ ที่ด้านในมีวัตถุปริศนา รูปร่างเป็นเส้นยาว ๆ สีเทา คล้ายพยาธิ พร้อมข้อความระบุว่า 'เจอพยาธิในไข่ต้ม หลังจากซื้อไข่ไก่สดมาจากร้านแห่งหนึ่ง มาต้ม' หลังจากที่กระทู้ดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาชาวโซเชียลต่างให้ความสนใจ และส่งต่อกันอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ พร้อมทั้งร่วมแสดงความคิดเห็น ส่วนใหญ่มองว่าน่าสยอง ขณะที่บางส่วนยังไม่ปักใจเชื่อว่าตัวปริศนาคือพยาธิในไข่ ทั้งนี้ นพ.พิรัตน์ โลกาพัฒนา หรือหมอแมว คุณหมอเจ้าของเพจดังในโลกโซเชียล ก็ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นเช่นกัน โดยระบุว่า 'ไข่ไก่ในท้องไก่ เวลาเกิดขึ้นมาจะเกิดจากส่วนไข่แดงก่อน จากนั้นจะค่อย ๆ สร้างของที่เหลือออกมา ถ้าหากไก่ตัวนั้นมีพยาธิที่ไปถึงOviduct แล้วพยาธิดันเกาะติดไป ก็อาจจะเกิดพยาธิไปอยู่ในไข่ไก่ได้ ซึ่งเป็นปัญหาที่มีมาแต่สมัยก่อน พยาธิเจอได้หลายชนิด แต่ที่เจอบ่อยสุดจะเป็น Ascaris กลุ่มพยาธิไส้เดือน เพราะพยาธิชนิดนี้คลานย้อนเข้าไปได้ ในคน คลานไปได้ถึงถุงน้ำดี กระเพาะ หรือบางทีอ้วกออกมาทางปากได้ ส่วนในภาพเหมือนตัวตืด เคยมีรายงานว่าเจอเหมือนกัน แต่น้อยมากครับ' นอกจากนี้ อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์จากภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความไขข้อสงสัยกรณีดังกล่าวเช่นกัน โดยระบุว่า 'มันคือ พยาธิตัวตืดในไก่ ตามกระทู้พันทิป ที่คนเจอตัวประหลาดยาว ๆ ในไข่ นั่นคือตัวอะไรกันแน่ ชัดเจนว่ามันเป็น tapeworm หรือพยาธิตัวตืดครับ พยาธิตัวตืดมาอยู่ในไก่ได้ยังไง? มันเป็นสิ่งที่พบได้ยาก แต่ก็พบได้ แต่ปรกติเราจะพบพยาธิตัวกลมในไก่ได้ง่ายกว่าพยาธิตัวตืดมาก พยาธิพวกนี้จะอยู่ในสัตว์เจ้าบ้านตัวอื่น ๆ เช่น หอยทาก ทาก ตั๊กแตน แมลงปีกแข็ง ฯลฯ เมื่อไก่จิกกินสัตว์พวกนี้เข้าไป พยาธิก็จะเข้าไปในทางเดินอาหาร และเติบโตในลำไส้ของไก่ จนตัวโตเป็นหลายนิ้วได้ ระหว่างที่ไข่ไก่เริ่มพัฒนาขึ้นในท่อนำไข่ (oviduct) มันก็เป็นไปได้ที่พยาธิจะหลุดจากลำไส้ และเข้ามาอยู่ในท่อนำไข่ เนื่องจากลำไส้ของไก่ กับท่อนำไข่ของไก่นั้นเชื่อมต่อกัน (ทำให้ไข่ไก่ที่เติบโตเต็มที่ มีเปลือกหุ้มแล้ว ออกมาทางรูตูดไก่ของไก่) จึงเป็นไปได้ที่พยาธิจะถูกรวมเข้าไปอยู่ในไข่ไก่ด้วย ปรกติแล้ว ผู้บริโภคอย่างเราแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเห็นไข่ติดพยาธิเช่นนี้ เพราะผู้เลี้ยงไก่ตามฟาร์มจะมีการให้ยาถ่ายพยาธิตามเวลาที่กำหนด เคสนี้จึงน่าจะเป็นไข่ไก่เลี้ยงตามบ้าน และก็โชคดีสุด ๆ จริง ๆ ครับ (ขำ)' ขอบคุณข้อมูล/ภาพ สมาชิกพันทิปtimemachine64 , หมอแมว , Jessada Denduangboripant ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

แฉเละ! หนังดังเข้าฉายจนออกโรง แต่ทีมงานยังไม่ได้เงิน
ฅนมวย /  ฅนมวยกับรักที่แตกต่าง / 

ทีมงานตั้งกระทู้แฉ! หนังดังเข้าฉายจนออกโรง  แต่ทีมงานเบื้องหลังหลายฝ่ายยังไม่ได้เงินค่าจ้าง วันนี้ (23ก.พ.) เป็นเรื่องราวที่ผู้คนบนโลกออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกพันทิป Bcha ได้มีการตั้งกระทู้ในหัวข้อ "หนังเรื่อง ฅนมวย ฉายจนหมดระยะเวลาฉายแล้ว แต่ทีมงานเบื้องหลังหลายฝ่ายยังไม่ได้เงินเลย"  เจ้าของกระทู้เปิดเผยว่า ตนเป็นหนึ่งในทีมงานของหนังเรื่อง ฅนมวย ที่ยังไม่ได้รับค่าจ้าง ซึ่งหนังเรื่องนี้ฉายจนหมดระยะเวลาฉายไปแล้ว เมื่อมีการทวงถามเรื่องเงินค่าจ้าง ทางเจ้าของหนังก็ให้คำตอบที่ไม่น่าพึงพอใจ ตนอึดอัดจึงตั้งกระทู้ระบาย แม้ทางเจ้าของหนังระบุว่า จะขายตึกเพื่อนำเงินมาจ่ายให้ทางทีมงาน แต่ตนก็ยังไม่มั่นใจว่าจะได้เงินค่าจ้างเมื่อไหร่ ข้อความที่ทางเจ้าของกระทู้ระบุมีดังนี้ หนังเรื่อง ฅนมวย ฉายจนหมดระยะเวลาฉายแล้ว แต่ทีมงานเบื้องหลังหลายฝ่ายยังไม่ได้เงินเลย ผมเป็นตัวแทนคนนึงที่รับ job ในหนังเรื่องนั้น แค่คนทำงานใครจ้างก็ไป ตอนนี้ทางเจ้าของหนังค้างเงินในหลายส่วนมาก ซึ่งทีมงานทั้งเก่าและใหม่ก็กำลังรอเงินอยู่ ไม่ทวงก็เงียบ พอทวงก็นะมาโวยว่าเราทำพลาดตรงโน้นตรงนี้ (แล้วทำไมตอน Present งานไม่บอกให้แก้หละครับ) ส่วนที่ทางเจ้าของหนังยังค้างคือ 1.ค่าตัวนักแสดง (หลังจากเปิดประชุมคุยกันบอก ขอเวลา 3 เดือน ก็ลุ้นว่าจะได้จริงไหม เพราะผ่านมาเป็นปียังไม่ได้) 2.ค่าไฟ ค่าทีมงานแสง และอุปกรณ์ไฟในการถ่ายทำ 3.ค่าตัว ผู้กำกับ ซึ่งจริง ๆ ผู้กำกับควบ 2 ตำแหน่ง 4.ค่าตัวคน Mix เสียง ตอน Post Production 5.ค่า Editor ตัดต่อลำดับภาพ 6.เกรดดิ้งสีและทำ DCP บริษัทจีโมทีฟ (ได้ข่าวว่ายื่นฟ้องไปแล้วด้วย จริงไหมไม่รู้) 7.โปสเตอร์หนัง ค่าคนทำยังไม่จ่าย แถมไปด่าว่าไม่ได้จ้าง แล้วใบเสนอราคาที่เคยส่งไปคืออะไร ? เนื่องจากมีการสอบถามไปแล้วก็ยังได้คำตอบที่ไม่น่าพึ่งพอใจ ก็ขอมาระบายในนี้แล้วกันนะครับ หนังคุณดีไม่ดีพวกผมไม่รู้ พวกผมแค่คนทำงาน มีค่าตัว เสียเหงื่อ เสียเงิน กันเท่าไหร่กว่าจะมาอยู่ในสายอาชีพที่ตัวเองรักและอยากทำ เมื่อมันคืออาชีพหมายถึงเราต้องได้เงินกินข้าวจากอาชีพที่เราทำ จากคำตอบที่ได้ มันทำให้พวกผมไม่มั่นใจว่า จะได้ค่าแรงจากตรงนี้เมื่อไหร่ เพราะเขาบอกว่า "จะขายตึกก่อน" ในเศรษฐกิจแบบนี้ ตึกมันจะขายได้ง่าย ๆ เลยหรอ ยกเว้นคนรวย ๆ ที่มีเงินเย็น ๆ โดยไม่เดือดร้อน จากการตรวจสอบพบว่า ภาพยนตร์ฅนมวยกับรักที่แตกต่าง เข้าฉายไปเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2559 ที่ผ่านมา MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก สมาชิกพันทิป Bcha

คู่กรณีรุมแฉ!! ปุ๋ย เธียยะเกศ จ่ายเช็คเด้งซื้อรถหรู 5 ล้าน
ปุ๋ย เธียยะเกศ /  ปุ๋ย อังคณา / 

งานเข้า!! นักแสดงช่อง 3 ปุ๋ย เธียยะเกศ ไอยสุรางฆ์ หรือชื่อเดิม ปุ๋ย อังคณา สุระเรืองชัย นักแสดงสาวจากซีรี่ส์เลือดมังกร ตอนเสือ, ละครมาลีเริงระบำ และยังเป็นอดีตนักร้องโดโจ วงมิสเตอร์ซิสเตอร์ (Mr.Sister) หลังถูกเสี่ยเจ้าของเต็นท์รถดังย่านประเวศ งัดหลักฐานแฉกรณีสั่งจ่ายเช็คเด้งซื้อรถหรู Camaro ราคากว่า 5 ล้านบาท!! ด้วยความที่ สาวปุ๋ย เป็นดารา คู่กรณีจึงไว้ใจให้นำรถกลับไปก่อน โดยการจ่ายมัดจำ 938,832 บาท ส่วนอีก 4.1 ล้านบาท แบ่งชำระเป็นรายเดือนๆ ละ 84,671 บาท ซึ่งทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัทหนึ่ง จากวันตกลงทำสัญญาจนถึงวันนี้ 1 ปีครึ่งแล้วก็ยังไม่ได้ทำการเปลี่ยนชื่อผู้เช่าซื้อจาก เสี่ยเต็นท์รถ เป็น สาวปุ๋ย และเจ้าตัวก็จ่ายเงินตรงบ้าง ไม่ตรงบ้าง แถมช่วงหลังไม่จ่ายเลยจนครั้งสุดท้ายดาราสาวเซ็นเช็คให้ 24 ฉบับล่วงหน้า แต่เมื่อนำมาขึ้นเงินปรากฏว่า...เช็คเด้ง!! ล่าสุดมีบุคคลหนึ่งส่งข้อความร้องเรียนกับสื่ออ้างเป็นคู่กรณีกับ สาวปุ๋ย เช่นเดียวกัน รวมทั้งมีผู้ใช้รายหนึ่งตั้งกระทู้ในเว็บไซต์พันทิป ระบุว่า ตนได้รับมอบหมายจากคู่กรณีหลายๆ คนให้ติดตามทวงคืน นอกจากรถหรู camero ราคา 5 ล้านบาท ยังมีรถยนต์ เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ ซึ่งคันนี้ติดตามคืนได้แล้ว เหลือแต่รถ Camero และรถ BMW ที่ยังไม่สามารถติดตามคืนได้ ที่ผ่านมาได้รับการตอบกลับเพื่อยื้อเวลามาตลอด จนล่าสุดไม่สามารถติดต่อดาราสาวและครอบครัวได้เลย อย่างไรก็ตามเรื่องนี้อยู่ในกระบวนการทางกฏหมาย คงต้องรอให้ สาวปุ๋ย ออกมาชี้แจงเรื่องดังกล่าวด้วยตัวเองอีกครั้ง... ขอบคุณภาพจาก Fanpage DOJOCITY, siamdara, tvpool ผู้ร้องเรียนเป็น คู่กรณีอีกคน ของ สาวปุ๋ย กระทู้พันทิป ผู้ได้รับมอบหมาย จากคู่กรณีปุ๋ย ปุ๋ย เธียยะเกศ ปุ๋ย เธียยะเกศ ปุ๋ย เธียยะเกศ ปุ๋ย เธียยะเกศ

นักสืบพันทิป กดดันจนแฟนบอลสาวสุพรรณรับโกหกลูกป่วยตุ๋นเงิน
ชาริล ชัปปุยส์ /  ตูน บอดี้แสลม / 

ความลับไม่มีในโลก นักสืบพันทิป ตั้งข้อสงสัย พร้อมแฉแฟนบอลสาว สุพรรณบุรี เอฟซี โกหกว่าลูกสาวป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดแดง หลอกตุ๋นเงินบริจาค ชาริล ชัปปุยส์ และตูน บอดี้สแลม ก็ตกเป็นเหยื่อ กลายเป็นเรื่องให้พูดถึงในเว็บบอร์ดดัง pantip.com หลังแฟนเว็บบอร์ดได้ตั้งข้อสงสัยกรณีที่มีแฟนบอลสาว สุพรรณบุรี เอฟซี ท่านหนึ่ง อ้างว่าป่วยเป็นโรคเชื้อราที่ไขกระดูก แถมลูกสาว น้องกอหญ้า วัย 7 ขวบ ก็ป่วยเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดแดง ซึ่งต้องใช้เงินค่ารักษาพยาบาลจำนวนมาก ทำให้แฟนบอล สุพรรณบุรี เอฟซี รวมถึงแฟนบอลสโมสรอื่นๆ ร่วมบริจาคเงินให้จำนวนมาก รวมแล้วกว่า 3 แสนบาท ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มี ชาริล ชัปปุยส์ ดาวเตะล้านเมีย และตูน บอดี้สแลม นักร้องชื่อดัง ที่ก็ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือด้วย เมื่อประมาณปลายปีที่แล้ว โดยเมื่อวันที่ 22 ก.ค.58 ได้มีบุคคลท่านหนึ่ง ได้ไปตั้งกระทู้สงสัยในพฤติกรรมการของแฟนบอลสาวรายนี้ในพันทิป (http://pantip.com/topic/33955262) เพราะที่ผ่านมาปีกว่า ยังไม่เคยเห็นหลักฐานการรักษาพยาบาลสำหรับลูกสาว น้องกอหญ้า เลย โดยสงสัยว่าน่าจะเป็นการหลอกลวง เพื่อต้มตุ๋นเอาเงินบริจาคเสียมากกว่า ทำให้ล่าสุด หญิงสาวคนดังกล่าว ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ตะวันฉาย ในม่านเมฆ โดยยอมรับสารภาพว่า ลูกสาวไม่ได้ป่วยเป็นโรคร้าย โดยเป็นแค่ภาวะเสี่ยงเท่านั้น โดยข้อความมีดังนี้ นี้คือความจริงที่จะออกมาขอโทษพี่ๆ น้องๆ ทุกคนว่า กอหญ้า เปงแค่พาวะเสี่ยงเฉยๆ คะยังไม่แน่ชัดว่าเปงไหมเมื่อช่วง3-4ที่ผ่านมากอหญ้าป่วยบ่อยเข้าโรงบาลบ่อยถึงไม่เสียค่ายาแต่ค่ากินอยู่หลายบาทอยู่คะฉายเลยไปกู้รายวันบ้างเงินด่วนบ้างแชร์ทองเอาทุกอย่างเลยกลายเปงนี้หลักแสนจนฉายต้องหลบค่าหนี้ประกอบเริ่มไปดูบอลแร้วเล่นเฟสเลยทำให้รู้จักพี่ที่เชียร์บอลเข้าก้อเขามาถามว่าเปงอาไรเข้าโรงบาลบ่อยก้อเลยบอกไปว่าเปงมะเร็งเม็ดเลือด ก้อเริ่มเขามามีคนเอาเงินมาช่วยเหลือกอหญ้าเริ่มมีอาการประมูลขึ้นเริ่มได้เงินเยอะฉายก้อปล่อยตามเลยคะเงินที่ได้ประมาณทุกๆช่องทางการช่วยเหลือ300,000บาทคะภายในหนึ่งปีที่ได้150,000แรกฉายเอาไปส่งรายวันส่งเงินด่วนแชร์ทองประมาณ6-7เจ้าคนนี้10000 คนนั้น15000คะเอาชื่อตัวเองมั้งเอาชื่อน้ากู้มั้งคะแร้วอีก70,000ฉายเอาไปใช่หนี้ที่ฉายกู้มาตอนกอหญ้าเริ่มคลอดคะเพราะพ่อมันไม่ค่อยส่งเงินมาให้เพราะมันติดผู้หญิงฉายก้อเลี้ยงกอหญ้ามาตลอดแร้วที่เหลือฉายก้อใช้จ่ายทั่วไปคะฉายกราบขอโทษในความผิดพลาดที่เกินให้อภัยครั้งนี้......ที่เอากอหญ้ามาเกี่ยวข้องฉายขอรับผิดในครั้งนี้ขอให้สังคมให้โอกาสสักครั้งหนึ่งคะที่พูดทั้งหมดคือความจริงทุกอย่างคะฉายรู้สึกผิดคะในครั้งนี้คะมากๆคะ ตอนนี้ฉายได้รับผลกรรมที่ทำไว้แร้วคะ ฉายกราบขอโทษทุกๆท่านที่เคยเมตตาต่อน้องกอหญ้าแต่ฉายผิดเองคะที่เอาน้องมายุ่งด้วยคะแร้วที่กอหญ้าน้องโรงบาลครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องในครั้งนี้น้องมีอาการอาเจียนอยู่แร้วคะ ไม่ใช้เอาน้องมาบังหน้าคะเพราะพวกคุนๆโพสด่าตั้งแต่4-5ทุ่มเมื่อคืนแต่กอหญ้าเขาตอนนี่ตี5คืออาเจียนเลือดคะก้อเลยพามาคะ ทั้งนี้แฟนบอลที่เคยช่วยบริจาคเงิน เตรียมที่จะดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะรับไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้น ได้มีการโพสเฟซบุ๊คต่อว่าอย่างหนัก ขอบคุณกระทู้ : pantip.com/topic/33955262

ยังหล่อฟินอยู่นะ!! อ้น รติพงษ์ คู่จิ้นวัยใสของ อั้ม พัชราภา
อ้น รติพงษ์ /  อั้ม พัชราภา / 

กระแสคู่จิ้นพระนางในละครกำลังมาแรง!! หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าซุปตาร์สาว อั้ม พัชราภา ก็เคยมีคู่จิ้นวัยใสในอดีตกับเค้าเหมือนกัน นั่นก็คือพระเอกหนุ่ม อ้น รติพงษ์ ภู่มาลี ที่โคจรมาประกบคู่กันในละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ในปี 2542 ซึ่งถือเป็นคู่จิ้น อ้น-อั้ม โกยเรตติ้งกระฉูดในยุคนั้นเลยทีเดียว!! หนุ่มอ้น รติพงษ์ พระเอกหน้ามนคนนี้แจ้งเกิดเข้าสู่วงการด้วยรางวัลชนะเลิศการประกวด ดัชชี่บอยแอนด์เกิร์ล ปี 2541 และเข้ามาเป็นนักแสดงในสังกัดช่อง 7 ฝากผลงานเอาไว้มากมาย อาทิ บ้านไร่เรือนตะวัน, ดุจฟ้าไร้ดาว, นารีลุยไฟ, นารีลุยไฟ ฯลฯ รวมทั้งละครจักรๆ วงศ์ๆ อย่างเรื่อง อุทัยเทวี, ยอพระกลิ่น, เกราะกายสิทธิ์ ฯลฯ ปัจจุบัน หนุ่มอ้น ก็ยังคงโลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิง มีผลงานการแสดงให้เห็นอยู่เรื่อยๆ กับบทบาทที่หลากหลายขึ้น ด้วยความหล่อ เท่ ไม่เปลี่ยนแปลงในวัย 36 ปี บอกเลยว่ายังฟินได้อยู่นะ!! ขอบคุณภาพจาก FB :: Ratiphong Phumalee, pyjclub.com, สมาชิกพันทิป Azarine&Pepo, ลูกกวาดมอมแมม, burinjung ภาพปัจจุบัน อ้น รติพงษ์ อ้น รติพงษ์ คู่จิ้นในอดีตของ อั้ม พัชราภา อ้น รติพงษ์ อ้น รติพงษ์ อ้น รติพงษ์

เก้า สุภัสสรา ยอมรับ กดดันกับการเป็น บุปผาคนใหม่
ต้อม-ยุทธเลิศ /  บุปผาอาริกาโตะ / 

ได้รับบทในภาพยนตร์สยองขวัญแบบฮากระจาย สำหรับสาวเก้า สุภัสสรา ธนชาต ในบทของบุปผาคนใหม่ ที่กำกับโดย ยุทธเลิศ สิปปภาค ในชื่อเรื่อง บุปผาอาริกาโตะ ที่งานนี้ทีมงานได้ไปถ่ายทำไกลถึงประเทศญี่ปุ่น กับบรรยากาศหิมะขาวๆ สุดโรแมนติด แต่ปนไปด้วยวังเวง และน่ากลัว ไม่รู้ว่างานนี้ บุปผาคนใหม่ อย่างเก้า จะรู้สึกอย่างไรบ้างกับภาพยนตร์เรื่องนี้ “ในบุปผาจะต้องเล่นด้วยแววตาและความรู้สึกตลอดเวลา ตัวเก้าเองรู้สึกว่าบุปผานี่เป็นคาแรคเตอร์ที่มีหลายมิติ ซึ่งพี่ต้อมก็เก่งมากๆ ค่ะ แล้วก็รู้สึกดีใจมากที่ได้เล่นกับพี่ต้อม ดีใจที่พี่ต้อมให้โอกาสเรา ได้ลองเล่นเป็นคาแรคเตอร์ใหม่ๆ ได้ทำอะไรใหม่มากๆ เพราะหนูก็ถือว่าเป็นนักแสดงหน้าใหม่เหมือนกันนะ ใหม่มากที่จะได้รับบทอะไรที่มันท้าทายขนาดนี้" เก้า สุภัสสรา Q.จากความทรงจำที่มีต่อ “บุปผาราตรี” ภาพยนตร์ผีโรแมนติกสยองขำในระดับตำนาน ในฐานะแฟนบุปผา เป็นไงมาไงถึงได้กลายมาเป็นบุปผาคนใหม่ของผู้กำกับ ต้อม ยุทธเลิศ A. เก้าเคยดูบุปผามานะคะตั้งแต่ภาคแรก ซึ่งเป็นบทที่พี่พลอยเคยเล่นไว้ จำได้ว่าตอนดูนี่รู้สึกชอบพี่เขามาก แล้วพอพี่ๆ ทีมงานเขาติดต่อมา จริงๆ มันเป็นเรื่องบังเอิญมากค่ะ เพราะว่าไม่กี่วันก่อนที่พี่ต้อมกับทางสหมงคลฟิล์มทาบทามเรา แล้วให้โอกาสเรา หนูได้มีโอกาสไปอ่านกระทู้ในพันทิป ซึ่งเขาก็ได้ตั้งกระทู้ว่าอยากให้บุปผากลับมาทำรีเมคว่าถ้าเอามาทำในยุคนี้น่าจะต้องได้รายได้เยอะมากกว่ายุคนั้นแน่ๆ ซึ่งตอนนั้นรายได้ก็เยอะมากๆ แล้วนะ ถ้าเกิดลุกขึ้นมาทำในยุคนี้มันก็จะต้องมีกระแสอะไรที่มากขึ้นแน่ๆ ถ้าเขาทำจริงๆ เราก็คงอยากจะดูบุปผาในแบบเวอร์ชั่นใหม่ ปรากฎว่าไม่กี่วันต่อมา เฮ้ย! ดีใจมาก เพราะว่าทางพี่ต้อมแล้วก็ทางสหฯ ก็ได้ติดต่อมาอยากให้เราลองเล่นเป็นบุปผา ตอนแรกก็แบบแอบกังวลเพราะถ้าเราพูดถึงบุปผา เราก็ต้องนึกถึงพี่พลอย แล้วถ้าหนูรับเล่นจะแบบต้องถูกเปรียบเทียบแน่นอน ก็เลยกังวลมากๆ ถ้างั้นขอนัดคุยกับพี่ต้อมดีกว่าว่าสรุปแล้วตัวเรื่องมันจะเป็นอย่างไร ก็เลยได้คุยกับพี่ต้อมและทางสหฯ ซึ่งพี่ต้อมก็อธิบายให้ฟังละเอียดมากนะคะว่า เวอร์ชั่นนี้เป็นบุปผาเวอร์ชั่นใหม่หมดเลย แล้วก็ความสนุก แปลกใหม่มากกว่า ตัวพี่ต้อมเองก็ให้ความมั่นใจกับหนูว่า เก้าเราไปด้วยกัน เราสู้ไปด้วยกัน  เราก็เลยเชื่อใจในพี่ต้อมว่าการมาของภาพยนตร์เรื่องบุปผาครั้งใหม่มันน่าจะออกมาดีค่ะ   Q.เมื่อพูดถึงบุปผาราตรีก็ต้องนึกถึงต้อม-ยุทธเลิศ ซึ่งมาพร้อมกับเอกลักษณ์เฉพาะตัวในการทำภาพยนตร์ในแนวโรแมนติก สยอง และอารมณ์ขันรวมอยู่ในเรื่องเดียวกัน A. เราได้ยินชื่อพี่ต้อมมานานแล้วเป็นผู้กำกับที่เก่งมากๆ แล้วก็กำกับหนังมาหลายเรื่องมาก เราก็อยากที่จะมีครั้งหนึ่งในชีวิตที่อยากจะร่วมงานด้วย เขาจะให้เราใช้สัญชาตญาณในการเล่นอยู่ตลอดเวลา คือพี่ต้อมบรีฟคาแรคเตอร์เราเป็นอย่างไร โรส คาแรคเตอร์ของบุปผาเป็นอย่างไร แล้วก็ให้เราเล่นว่าถ้าเป็นอย่างนี้ๆๆ เราจะรู้สึกเป็นอย่างไร ซึ่งโอเคเราเข้าใจว่า เราเล่นซีรี่ส์มาก็ต้องมีการผสมกับความใหญ่มานิดหนึ่ง เพราะว่ามันเป็นทีวี แต่พอมันอยู่ในจอเงินเราต้องปรับระดับให้มันน้อยแล้วก็เล่นแค่แววตา เพราะฉะนั้นมันก็ตรงกับคอนเซ็ปท์พี่ต้อมอยู่แล้วว่า ในบุปผาจะต้องเล่นด้วยแววตา และความรู้สึกตลอดเวลา รู้สึกดีใจมากที่ต้อมให้โอกาสเรา เพราะหนูก็ถือว่าเป็นนักแสดงหน้าใหม่เหมือนกัน ที่จะได้รับบทอะไรที่มันท้าทายขนาดนี้ ให้เราได้ลองเล่นคาแรคเตอร์ใหม่ๆ ตัวเก้าเองรู้สึกว่าบุปผานี่เป็นคาแรคเตอร์ที่มีหลายมิติมาก  ซึ่งเขาก็เชื่อมั่นในตัวเราว่าเราทำได้ เราใหม่มากที่จะเล่นเป็นตัวละครอะไรที่มันมีหลายมิติอย่างนี้ ซึ่งพอทำงานกับพี่ต้อมไป ก็เริ่มจับทางได้ว่าพี่ต้อมเขาต้องการอะไร แล้วก็อยากจะให้มันออกมาในรูปแบบไหน ซึ่งก็ถือเป็นความโชคดีมั้งคะที่ผู้ใหญ่ให้โอกาส ที่สหฯให้โอกาส พี่ต้อมให้โอกาสที่ทำให้เราได้มาเล่นในบทนี้ Q.จริงมั้ยที่ถือว่าสำหรับบทบุปผาที่เก้าได้รับ เป็นการเปลี่ยนแปลงทางด้านการแสดงโดยสิ้นเชิง ได้ทำอะไรในรูปแบบใหม่อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน A. ทำงานกับพี่ต้อมเรามีความรู้สึกว่าเป็นการทำงานในรูปแบบใหม่ คืออย่างที่บอกพี่ต้อมอยากให้เราใช้สัญชาตญาณในการเล่นมากกว่า ซึ่งหนูไม่ชินเลยทีแรก ซึ่งมันจะมีฉากหนึ่งค่ะ เป็นฉากที่ประทับใจ แต่เป็นฉากที่ไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้เหมือนกัน เพราะว่าเป็นฉากที่ปกติเวลาเราถ่ายหนังใช่มั้ยคะ เราก็อาจจะไม่ได้ถ่ายไปตามลำดับเรื่องยาวไปตั้งแต่ต้นจนจบ ฉากที่บุปผานั่งอยู่ แล้วก็ต้องเกิดความรู้สึกกลัว พี่ต้อมก็เลยบอกว่าถ้าอยากร้องไห้ก็ร้องไห้ได้เลย พี่ต้อมแล้วหนูจะร้องไห้ได้ไง ให้หนูกลัวอะไร โอเคค่ะพี่ต้อมอยากให้หนูทำอะไรหนูทำเลยค่ะ ถ้าไม่ได้เดี๋ยวพี่มาบรีฟหนูอีกทีละกันนะคะ อันไหนที่พี่ไม่อยากได้ หรืออันไหนอยากให้เพิ่มอยากให้ลดพี่บอกหนูละกันนะคะ ซึ่งหนูเล่นออกมาแล้วก็ดีใจค่ะ พี่ต้อมบอกว่าเออดีแล้วนะ ขออย่างนี้อีกเทคหนึ่ง (หัวเราะ)   Q.พี่ต้อมบอกว่าเก้าเป็นนักแสดงที่น้ำตาสั่งได้ A. หนูคิดว่าหน้าที่ของเราคือนักแสดงค่ะ อยากได้แบบไหน ก็ต้องทำให้ได้ ต้องตีโจทย์สักโจทย์หนึ่งให้ได้   Q.จริงมั้ยที่ว่า “บุปผาอาริกาโตะ” เป็นผลงานที่ท้าทายทางด้านการแสดงที่สุดของ “เก้า สุภัสสรา” เลยทีเดียว A. ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เก้าก็ได้ทำงานอะไรที่ท้าทายมาตลอดเลย ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งนะคะ ที่ท้าทายมากๆ เพราะตัวละครบุปผาก็เป็นคาแรคเตอร์ที่พี่ต้อมเขาวางไว้อยู่แล้ว และขึ้นชื่อว่าเป็นบุปผาด้วยแล้วก็จะเป็นผู้หญิงที่เหมือนมีอะไรในใจอยู่ตลอดเวลา ที่ซึ่งไม่สามารถแสดงออกมาได้หมด เป็นผู้หญิงที่ไม่ค่อยพูด แต่ว่าแววตานี่ก็ต้องสื่อสารออกมาตลอด ซึ่งมันก็มีบุคลิกค่อนข้างที่จะซับซ้อนอยู่พอสมควรเลย ก็เป็นเหมือนตัวละครที่มีอยู่สองบุคลิก ซึ่งสำหรับเก้าก็ถือว่าท้าทายมากค่ะ ถึงแม้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาจะได้รับบทที่ท้าทายมาทุกเรื่องนะคะ แต่สำหรับเรื่องนี้มันดูซับซ้อนมากกว่าปกติค่ะ อย่างเช่นก็จะมีอยู่ฉากหนึ่งที่เป็นฉากอารมณ์มากๆ ซึ่งมันก็ยากสำหรับเก้ามากค่ะ เพราะว่าต้องเข้าไปอยู่ในฉากที่ภาวะอารมณ์นี่แปรปรวนมากๆ จะเศร้าก็ไม่เศร้า ร้องไห้ก็ไม่ร้องไห้ จะช็อคก็ไม่ช็อค แบบไม่รู้ว่าจะไปยังไงต่อ เป็นอีกหนึ่งฉากที่บอกได้เลยว่ายากมากๆ คือต้องเดินร้องไห้แล้วก็ยาวมากค่ะ ซึ่งก็ไม่คาดคิดว่าพี่ต้อมจะเอา แบบว่า ฉากเดินเรามาแล้วก็ร้องไห้ อยู่ๆ พี่ต้อมก็จะสั่งเลยว่าแบบ เก้าพี่ขอเดินมา น้ำตามาเลย เดินทำหน้านิ่งๆ น้ำตาไหลไม่หยุด เก้าทำได้ไหม ก็โอเคค่ะ ก็เลยลองทำดู ต้องเดินขึ้นบันได 4 ชั้นค่ะ ขึ้น ลงก่อนแล้วก็ค่อยขึ้น เหมือน repeat ซ้ำๆ อ่ะค่ะ ความยากก็คือเราต้อง HOLD อารมณ์ตอนนั้นตลอดเวลาค่ะ เราก็ไม่รู้เลยว่าพี่ต้อมจะมารับหน้าเราตอนไหน แล้วน้ำตามันจะไหลมาตอนไหน ซึ่งแบบบางทีมารับหน้าปุ๊บ น้ำตามันหล่นไปแล้วนะ เราก็ไม่รู้เลยว่าแบบพี่ต้อมเขาจะรับมุมไหน ที่สำคัญคือเป็นการถ่ายทำแบบ ONE LONG TAKE ก็อยากให้ทุกคนติดตามชมค่ะ   Q.ช่วยเล่าให้ฟังถึงคาแรคเตอร์ของบุปผาที่ได้รับในภาพยนตร์เรื่อง “บุปผาอาริกาโตะ” A. รับบทเป็นหญิงสาวที่ชื่อว่า บุปผา คือผู้หญิงยุคใหม่ที่มั่นใจในตัวเองสูง กล้าคิด กล้าทำอะไรที่ผู้หญิงธรรมดาทั่วๆ ไปไม่กล้าแม้แต่จะคิด ที่มีเสน่ห์ดึงดูดอยู่ในตัวสูง โดยเฉพาะต่อเพศตรงข้าม  ภายนอกอาจดูนิ่งๆ พูดน้อย แต่สื่อสารความรู้สึกผ่านดวงตา ลึกๆ แล้วเป็นผู้หญิงที่ sensitive และจริงจัง ซีเรียสกับเรื่องความรักมากๆ ประมาณว่า “อยู่ได้ด้วยความรัก และก็พร้อมที่จะตายเพราะความรักได้เหมือนกัน” เป็นตัวละครที่เล่นกับอารมณ์และความรู้สึกที่อยู่ภายใน แต่ถ้าดูจากภายนอก อาจคิดว่าบุปผาคือผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ดูบอบบาง แต่จริงๆ รักจัดแค้นจริง จะรักก็รักมาก แต่พอแค้นขึ้นมาบุปผาก็พร้อมที่จะหยิบมีดขึ้นมาปาดคอคนที่รักได้ทันทีที่รู้ว่าถูกนอกใจ บุปผาคือหญิงสาวที่มาพร้อมประโยคที่ว่า “ทิ้งกูมึงตาย” และไม่ได้เกิดมาเพื่อให้ใครมาล้อเล่นในเรื่อง “ความรัก”   Q.มุมมองความรักของผู้หญิงอย่างบุปผาในความรู้สึกของผู้หญิงอย่างเก้า สุภัสสรา A. มุมมองความรักของบุปผานะคะ ถ้าหนูเป็นคนนอกแล้วมองมา โอ๊ย ผู้หญิงคนนี้ รักจริงแค้นจริงเจ็บจริง มันน่ากลัวเหมือนกัน แต่ว่าถ้ารักเขาดีๆ หนูว่าคงทำให้ชีวิตดีมากๆ ค่ะ มันเป็นคาแรคเตอร์ที่เป็นผู้หญิงที่มีความจริงจังกับความรักมากๆ คนเราถ้ารักมากก็ต้องแค้นมากค่ะ   Q.เรื่องราวของบุปผาอาริกาโตะ A. บุปผาอาริกาโตะเป็นเรื่องราวของผู้หญิงไทยคนหนึ่งที่ชื่อบุปผา ได้มีโอกาสเดินทางไปยังต่างประเทศเพราะเหตุการณ์ที่ทำให้เขาเกิดผิดหวังจากความรัก โดยการเดินทางครั้งนี้ก็จะสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นผู้หญิงที่เด็ดเดี่ยว แล้วก็จริงจังในเรื่องความรักมาก ซึ่งพอเขารู้สึกเสียใจเรื่องความรัก เขาสามารถทำได้ทุก การได้ไปทำอะไร ได้ใช้ชีวิต ได้ไปคิดอะไรเยอะๆ ในเมืองนิเซโกะนี่ละค่ะ ก็จะมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันหลายอย่างเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการที่อยู่มาวันหนึ่งก็จะมีแก๊งนี้นะคะ ก็เรียกว่าเป็นพวกแก๊งๆ พี่แฟนฉันละกัน ได้มาทำงานมิวสิควิดีโอที่นี่ ก็ได้มาเจอเรา ก็เลยเกิดมีเรื่องราวของความรักเข้ามาเกี่ยวข้อง อยากรู้ว่ารักกับใครก็ต้องไปติดตามชมนะคะ ในขณะเดียวกันโรสก็ต้องไปพบเจอกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันโดยที่พวกเขาทั้งหมดต้องช่วยกันค้นหาความจริง ว่ามันเกิดอะไรขึ้นในออสการ์ลอดจ์ ใครทำอะไร เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไรก็ต้องไปติดตามชมกันนะคะ   Q.ทราบมาว่านอกจากความยาก ความท้าทายในการถ่ายทอดบทบุปผา ที่มีหลายอารมณ์บางครั้งต้องแสดงคนเดียว และไม่มีบทพูดต้องใช้สีหน้าแววตาแสดงความรู้สึก แล้วยังต้องทำงานท่ามกลางอุปสรรคสารพัดตั้งแต่อุณหภูมิติดลบ มีฉากที่ต้องเล่นสกี ถ่ายหนังท่ามกลางโลเกชั่นที่เต็มไปด้วยหิมะ ฯลฯ A. ในบุปผาอาริกาโตะ นอกจากเราจะได้เห็นแรงอาฆาตแค้นของตัวบุปผาในเรื่องความรักแล้ว เราก็จะได้เห็นการเผชิญหน้ากับเรื่องราวที่ทั้งหลอน และน่ากลัวยิ่งกว่าทุกสิ่งที่เคยที่ผ่านเข้ามาและทำให้ชีวิตของบุปผาเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เป็นตัวละครที่ซับซ้อนเหมือนมี 2 บุคลิก สำหรับเก้าถือว่าท้าทายมากกว่าทุกเรื่องและดูซับซ้อนกว่าปกติ ตัวคาแรคเตอร์มันมีหลายมิติ   Q.พูดถึงนิเซโกะ ซึ่งเป็นโลเคชั่นหลักของภาพยนตร์เรื่องบุปผา เป็นเมืองที่คนไทยที่นิยมไปท่องเที่ยวกันมาก A. ค่ะปกติหนูก็ไปประเทศญี่ปุ่นบ่อยมาก แต่นิเซโกะเป็นเมืองที่เราเพิ่งเคยไปครั้งแรก แล้วอย่างตอนช่วงที่หนูไปหิมะตกเยอะมาก แล้วก็เจอคนไทยเยอะมาก เป็นเมืองที่สวยมากๆ มองไปทางไหนก็เห็นเป็นหิมะสีขาวเราใส่ชุดกันหนาวตลอดเวลา ปรากฏว่ากลับมาแล้วตัวดำ (หัวเราะ) เพราะเหมือนว่าแสงมันสะท้อนหนูรับรองว่าเราจะได้เจอหิมะทุกรูปแบบอย่างแน่นอนค่ะ พายุหิมะ ได้ไปเจอครบทุกรสชาติจริงๆ ค่ะ และด้วยอุณหภูมิแสง อุณหภูมิสีมันก็จะต่างจากบ้านเรามาก ภาพที่ถ่ายออกมารับประกันว่าภาพที่ถ่ายออกมาในหนังก็จะสวยแน่นอนค่ะ   Q. การทำงานท่ามกลางสภาพอากาศติดลบ ที่แวดล้อมไปด้วยหนุ่มๆ โดยเป็นหญิงสาวเพียงคนเดียว ต้องอาศัยความอึดขนาดไหน A. สนุกค่ะ เพราะหนูก็เป็นคนห้าวๆ อยู่แล้ว พี่ๆ เขาก็น่ารักค่ะ ตลกเฮฮาทำให้เราไม่เครียดนะคะ หนูก็คิดว่าการทำงานก็ไม่ลำบากมากค่ะ เพราะว่าเราสนุก เรามีเพื่อนวัยใกล้ๆ กันค่ะ ก็ทำให้เราเอ็นจอย แล้วเหมือนเราได้ไปเที่ยวกับเพื่อนมากกว่า เห็นเก้าตัวเล็กบอบบางขนาดนี้ เอาจริงๆ ถึกมาก เพราะว่าต้องขึ้นเขาไปถ่ายกลางหิมะ แล้วก็ขึ้นไปนี่หลักๆ ก็จะขึ้นไปกับพี่แน็กค่ะ เพราะว่าเราก็ต้องเข้าซีนหิมะด้วยกัน ซึ่งเราก็ต้องไปถ่ายบนเขา แล้วก็แบบไถลลงมา ภาพออกมาดีมาก แต่ใครจะรู้ไหมคะว่าหน้าชาเหมือนโดนตบเลยค่ะ หิมะตอนที่ไปถ่ายที่นิเซโกะนะคะประมาณลบ 7 ลบ 8 อะไรประมาณนี้นะคะ ถ้าขึ้นไปเล่นสกีในฉากนั้นที่มันเป็นหิมะบนเขา เป็นพายุหิมะหนักๆ ที่พี่ต้อมไปถ่ายหนูเล่นสกี อุณหภูมิก็ประมาณลบ 18 เลย เพราะฉะนั้นหนาวมาก มันโหดมากค่ะ มีพายุหิมะด้วยในวันนั้น แล้วจะต้องกลับลงไปข้างล่างให้ทันนะคะ แสงก็หมดเร็วมากๆ ค่ะ ด้วยความเป็นอากาศหนาว ตอน 4 โมงก็คือแสงก็จะหมดแล้วค่ะ พี่ต้อมก็เลยต้องพยายามถ่ายให้แต่ละเทคผ่านให้ได้ ความโหดคือหนูเล่นสกีครั้งแรกค่ะ ดีใจค่ะที่ตัวเองเล่นได้ เพราะมีสกิลในการเล่นไอซ์สเกตมาก่อนอะไรอย่างนี้ อีกอย่างที่เราไม่หวั่นเพราะเราภูมิใจที่ได้เป็นบุปผา (หัวเราะ) ส่วนตอนที่ต้องเดินขึ้นเขาสำหรับหนูก็ไม่ลำบากนะคะ เพราะมีกระเช้าเวลาขึ้นไปให้สูงๆ แล้วค่อยให้เราไถลๆๆๆ ลงมา แต่หนูสงสารที่สุดคือพี่ต้อมค่ะเขาก็ต้องจับกล้องอะไรอย่างนี้อยู่ตลอดเวลา เขาก็ต้องถอดถุงมือถือกล้องใช่มั้ยค่ะ คิดดูละกันกับอุณหภูมิขนาดนั้น ซึ่งแบบมือแข็งแน่นอนนะคะ คือของหนูยังมีถุงมือหรืออุปกรณ์สกี เล่นแล้วแบบยังสนุกๆ ใช่ไหมคะ   Q.สปิริตของแก๊งแฟนฉันเมื่อต้องถ่ายหนังท่ามกลางหิมะและอุณหภูมิติดลบด้วยชุด อันเดอร์แวร์ตัวเดียว A.พี่เขาต้องใส่กางเกงในแบบตัวเดียวอยู่ในหิมะ ที่เรียกว่าติดลบเลยทีเดียวนะคะ คือพี่เขามีสปิริตมากออกไปกลางหิมะเล่นกัน คือมันหนาวมากจริงๆ ค่ะ คืออธิบายตอนนี้นะคะ อากาศร้อนๆ ที่เมืองไทย คนดูอาจจะแบบไม่รู้ แต่ถ้าไปสัมผัส ณ วันนั้นนะคะ โดยเฉพาะพี่แน็ก พี่แน็กบอกว่าไม่หนาวเลย เขาชอบอากาศหนาวมาก   Q.จริงมั้ยที่ว่าเราจะได้เห็นแน็ก ชาลี มาพร้อมกับลุคโรแมนติก เท่ห์ๆ อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนโดยเฉพาะอย่างยิ่งโชว์ความสามารถในการแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ด้วย A.ค่ะที่ผ่านมาเคยเห็นผลงานของพี่แน็กมาบ้างค่ะ ตั้งแต่แฟนฉันชอบมาก เพราะว่าเป็นหนังที่รู้สึกมันมีความทรงจำอะไรเกี่ยวกับเราเยอะมาก เหมือนเราได้ย้อนวันวานเหมือนกันนะคะ ไม่คิดว่าเราโตขึ้นมาแล้วจะได้ร่วมงานกันป็นครั้งแรก ซึ่งก็ไม่เคยเห็นบทบาทพี่แน็กในความโรแมนติกนะคะ แล้วก็รู้สึกจริงจังกับชีวิตขึ้นมา เพราะปกตินี่หนูอยู่กอง คุยกับพี่แน็กก็จะรู้สึกแบบเอาสาระไม่ค่อยได้ พอทำงานกับพี่แน็กแล้ว เขาเป็นคนเก่งค่ะ แล้วในเรื่องเราก็จะได้เห็นพี่แน็กโชว์พลังเสียงของเขา เขาแบบเตรียมตัวมาดีมากค่ะ ไม่ว่าจะว่างตอนไหนพี่แน็กก็จะยกกีตาร์ขึ้นมาค่ะ แล้วก็ร้องเพลงให้คนทั้งกองฟังอยู่ตลอดเวลา จนคนทั้งกองนี่ร้องเพลงพี่แน็กได้ ประโยคเดียวที่ร้องกันได้ทั้งกองคือ *จะรออยู่ตรงนี้ให้เธอกลับมา* ทุกคนก็แบบว่าร้องกันอยู่ตลอดเวลา ส่วนเพลงที่พี่แน็กแต่งนะคะ ก็คือเป็นความหมายแทนตัวพระเอกนะคะ ซึ่งในเรื่องเป็นเพลงที่บอกความรู้สึกที่มีต่อโรสว่าเขารู้สึกอะไรอย่างนี้ค่ะ   Q. ทำไมต้องอาริกาโตะ ครั้งแรกที่ได้ยินชื่อ “บุปผาอาริกาโตะ” A. ทำไมบุปผาต้องอาริกาโตะ ในความหมาย ในความคิดของหนูนะ หลังจากพอได้ยินชื่อเรื่องของบุปผาอาริกาโตะ ก็พยายามมองว่าหรือคงเป็นบุปผาที่อยากจะขอบคุณคนดูรึเปล่า (หัวเราะ) หรือเหมือนว่าเป็นบุปผาที่จะต้องไปต่างประเทศ แล้วมันจะน่ากลัวเหมือนบุปผาไหม พี่ต้อมจะถ่ายยังไงให้มันน่ากลัว ทุกทีเรามักจะเห็นว่าผีมาจากที่มืดๆ แล้วจะถ่ายยังไงมองไปก็เห็นแต่หิมะสีขาว แต่เขาถ่ายกันได้ แล้วมันก็ออกมาหลอนด้วย เพราะว่าพี่ต้อมเขาก็จัดทุกอย่าง อยากจะให้ชมจริงๆ ค่ะ เพราะว่าทุกอย่างมันหลอนแน่นอนค่ะ คือด้วยความที่เป็นพี่ต้อมรับรองว่าคุณภาพนี่ สุดยอดค่ะ   Q. เก้ากับ 3 ลุคส์ ของบุปผาที่ไม่เคยเห็นมาก่อน A.ลุคส์แรกก็จะเป็นชุดบอดี้สูท ซึ่งอยากรู้ว่าชุดบอดี้สูทมีความหมายอะไรในเรื่องก็ต้องไปติดตามชมเอานะคะ และถ้าจะเห็นในโปสเตอร์ก็คือชุดกิโมโนก็จะมีความหมายของมัน แล้วก็อีกชุดหนึ่งเป็นชุดที่ใส่เล่นสกีนะคะ ซึ่งเป็นชุดที่เหมือนคนไทยไปต่างประเทศก็ต้องใส่ชุดสกี เพื่อที่จะออกไปเล่นสกีนะคะ ก็อยากให้ทุกคนติดตามมากกว่าคะว่ามันจะออกมาเป็นอย่างไร   Q. จับตาดูฉากหลอนโรแมนติกแต่สวยมาก A. มีอยู่ฉากหนึ่ง ซึ่งเป็นฉากโรแมนติกมากๆ นะคะ ไม่รู้โรแมนติกหรือว่าหลอนกันแน่ เพราะว่าเป็นฉากที่ในเรื่อง โรส จะต้องไปถ่าย MV ให้กับทางพี่แจ๊คนะคะ ซึ่งในเรื่องหนูก็ต้องยืนท่ามกลางหิมะ กับพี่แน็กสองคน แล้วพี่แน็กก็ต้องถอดเสื้อ แล้วก็ดีดกีตาร์ แล้วก็ยืนอยู่กลางหิมะ ซึ่งภาพที่ออกมานี่ เรารับรองว่ามันสวยอยู่แล้วนะคะ มันมีความเป็นหิมะโปรยปราย แบบว่าภาพดูโรแมนติกมากนะคะ แต่มองไกลๆ ก็อาจจะหลอนได้เหมือนกันนะคะ ต้องไปติดตามชมในเรื่องค่ะ   Q. ฝากผลงานภาพยนตร์เรื่องใหม่ของเก้าสุภัสสรา “บุปผาอาริกาโตะ” A. อยากชวนเพื่อนๆ มาดูหนังกัน ก็จะได้เสียงหัวเราะแล้วก็ได้ความน่ากลัวไปด้วยนะคะ แต่ว่าอยากให้คนเข้ามาโดยไม่ติดภาพบุปผาเลยนะคะ อยากให้ทุกคนได้ดูหนังผีแนวใหม่ แล้วก็ได้มาดูคอมมิดี้ที่พี่ๆ เขาเล่นกันน่ารักนะคะ ซึ่งพี่ต้อมก็ตั้งใจทำงานมากๆ ค่ะ พี่ๆ ทีมงานทุกคน รวมไปถึงพี่ๆ แก๊งแฟนฉัน อยากจะมาเห็นพี่ๆ เขาแบบตอนโตก็เข้ามาดูความน่ารักของพี่เขาได้นะคะ ก็ฝากด้วยนะคะ บุปผาอาริกาโตะ 5 พฤษภาคมนี้ค่ะ

ทำดีต้องชื่นชม! แอมป์ ช่วยคนหนีไฟไหม้ แบกลงบันได 16 ชั้น!!
แอมป์ พีรวัศ /  แอมป์ ช่วยคน / 

เป็นเรื่องราวดีๆ ที่ควรบอกต่อ!! เมื่อ aLien.hOney สมาชิกพันทิปดอทคอมแชร์ความประทับใจและชื่นชมความดีมีน้ำใจของพระเอกเรื่องสาวน้อยอ้อยควั่นอย่าง แอมป์ พีรวัศ โดยเล่าย้อนเหตุการณ์วินาทีระทึกในคืนวันที่ 10 ต.ค. ที่ผ่านมาว่า... "มีพี่คนนึงฝากมาโพสต์ขอบคุณค่ะ เมื่อวันเสาร์ตอนเที่ยงคืน ไฟไหม้ที่คอนโดชั้น 29 พี่เค้าอพยพแม่มารออยู่ตรงบันไดหนีไฟชั้น 16 แล้วเข้าห้องไปพาพ่อออกมา ปรากฏว่าพอออกมาอีกทีแม่หาย มีคนบอกว่า มีน้องผู้ชายพาแม่ลงไปแล้ว คือน้องให้แม่ขี่หลังเดินลงบันไดมา 16 ชั้น พอใกล้ถึงชั้นล่าง น้องวิ่งสวนขึ้นมาเจอพี่เค้า น้องบอกว่าได้พาแม่ไปนั่งพักอยู่หน้าร้านกาแฟ แล้วก็ไปพาแม่มาเจอพี่เค้า" "แม่เล่าให้ฟังว่าน้องกำลังจะวิ่งไปช่วยพ่ออีก แต่พี่เค้าพาพ่อลงมาถึงก่อน แถมน้องยังไปช่วยตามหาถุงที่แม่ถือลงมา มีน้องผู้หญิงอีกคนช่วยถือลงมาด้วย เป็นคนดีน่ารักมากๆ ตามหาอยู่ 2 วันว่าน้องคนนั้นเป็นใคร จนวันนี้เลยทราบแล้วค่ะว่าน้องคนนั้นคือ คุณแอมป์ พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ นักแสดงช่อง 7 นั่นเอง ขอบคุณมากเลยค่ะ ซึ้งในน้ำใจคุณมากจริงๆ" "ที่ออกมาตั้งกระทู้เพราะอยากชื่นชมในความดีค่ะ อยากให้รู้ว่าคนดีๆ ยังมีอยู่จริงๆ ค่ะ ไม่ได้มาอวยหรืออะไรทั้งสิ้นนะคะ คนทำผิดมีคนมาตั้งกระทู้ คนทำดีจึงอยากตั้งกระทู้เช่นกันค่ะ หวังว่าคงเข้าใจและไม่ดราม่านะคะ" ไม่กี่เดือนก่อนก็เพิ่งมีผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งโพสต์ภาพเหตุการณ์แสดงความชื่นชม หนุ่มแอมป์ ที่เข้าช่วยเหลือรถน้ำมันหมดกลางทางมาแล้วครั้งนึง หล่อทั้งกายและใจแบบนี้ ยกให้เป็นพระเอกนอกจอตัวจริงไปเลยจ้าาา ปรบมือรัวๆๆ ขอบคุณภาพจาก IG @ammdevilll และ pantip.com กระทู้พันทิป แอมป์ พีรวัศ แอมป์ พีรวัศ แอมป์ พีรวัศ แอมป์-หยก

บัณฑิตสาวสงสัย ถูกช่างภาพเซเลป แอบถ่ายใต้กระโปรง
ช่างภาพเซเลป /  ถ่ายนอกรอบ / 

โลกออนไลน์แห่แชร์กระทูปพันทิป "สงสัยว่าโดนแอบถ่ายใต้กระโปรงตอนถ่ายรูปชุดครุย"  วันนี้ (22ก.ย.) เป็นประเด็นที่ผู้คนบนโลกออนไลน์กำลังให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกพันทิปหมายเลข 2662565 ได้มีการตั้งกระทู้หัวข้อ "สงสัยว่าโดนแอบถ่ายใต้กระโปรงตอนถ่ายรูปชุดครุย" เจ้าของกระทู้เปิดเผยว่า ตนตัดสินใจจ้างช่างภาพคนหนึ่งถ่ายรูปให้ในวันซ้อมรับปริญญา ครึ่งวันในราคา 4,000 บาท ซึ่งตัวช่างภาพได้แถมการถ่ายภาพนอกรอบให้ด้วย จึงตอบตกลงและจ่ายค่ามัดจำไป และได้ทำการถ่ายนอกรอบไปตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม 2558 ที่ผ่าน ช่าวภาพสั่งให้โพสท่าแปลก ๆ ชันเข่า ยกขาสูง อันไหนตนไม่ทำหรือทำไม่ได้ก็ว่าตนโพสไม่เก่ง ให้ไปฝึกมาใหม่ มีการแตะเนื้อต้องตัว จัดชุดครุยให้ มาช่วยยัดเสื้อให้ ตอนนั้นตนคิดว่าเขาไม่ได้ชอบผู้หญิง แต่ก็พยายามเลี่ยง ๆ แล้วจัดเอง เพราะไม่ค่อยชอบให้มาโดนตัว พอถ่ายเสร็จผ่านไปเป็นเดือนได้รูปมาแค่รูปเดียว ก็มีการทวงรูปเรื่อย ๆ ปลายเดือนสิงหาคม ได้มาอีก 6 รูปแล้วก็ไม่มีอีก แต่ตนยังคิดว่าเขาคงรวมรูปมาให้กับรูปวันซ้อม และเมื่อวันเสาร์ที่ 12 กันยายน 58 ที่ผ่านมาเป็นวันซ้อมรับปริญญาของตน วันนั้นไม่มีเรื่องอะไรเพราะตนอยู่กับครอบครัวตลอด แต่สังเกตดูเขาไม่ค่อยมีใจจะถ่าย กดชัตเตอร์แบบส่ง ๆ จนช่วงเที่ยงถ่ายเสร็จตนก็จ่ายเงินอีกครึ่งแล้วแยกย้ายไปกินข้าวกับครอบครัว กลับมาเข้าหอประชุมตอนบ่าย คืนวันซ้อมเพื่อนบัณฑิตตนอีกคณะก็ทักมาแล้วเล่าเรื่องช่างภาพที่ตนจ้างให้ฟัง เป็นเรื่องการแอบถ่ายใต้กระโปรงบัณฑิตให้ตนรู้ พอตนรู้เรื่องเราก็เครียดเพราะกลัวช่างภาพคนนี้จะเบี้ยวงาน ไม่ส่งรูปให้ (เขามีประวัติดองรูป) เลยปรึกษาครอบครัวและตัดสินใจขอไฟล์ดิบจากเขา แบบไม่ต้องแต่งแล้ว ทั้งนอกรอบและวันจริง เพราะไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเขาอีก อยากได้แค่รูปจริง ๆ ไฟล์ดิบที่ได้มาเพื่อนสนิทก็อาสาแต่งให้ ช่างภาพคนดังกล่าวส่ง DVD มาให้ 3 แผ่น ตนคิดว่าเรื่องจบแล้ว เอาแผ่นไปทิ้งไว้ให้เพื่อนแต่ง แต่เมื่อเพื่อนเช็คให้ ก็พบว่าในรูปนอกรอบ มันมีรูปที่เลขไฟล์ไม่ต่อกันอยู่ช่วงหนึ่ง ซึ่งพอดูจากรูปใกล้เคียงกันแล้ว ตรงกับช่วงที่ช่างภาพคนนั้นให้ตนโพสท่าชันเข่าพอดี ตอนเขาสั่งโพส ตนก็พยายามโพสตาม โดยคิดว่าเซฟตัวเองดีแล้ว แต่พอเห็นรูปก็คิดไม่ถึงว่ามุมที่เขาให้โพส คือมุมที่เห็นไปถึงข้างในกระโปรง ตนจึงให้แฟนทักไปขอไฟล์รูปที่หายไปจากเขา ซึ่งเขาก็ให้คำตอบมาว่า ได้ลบรูปเสียที่สว่างหรือมืดเกินไปหมดแล้ว แต่เจ้าของกระทู้ก็เกิดความสงสัยว่าบางรูปที่ได้รับยังคงมีภาพสว่างและมืดอยู่ แล้วทำไมไม่ตัดออก แถมยังมีรูปของนางแบบคนอื่นปนมาด้วย ถ้าคัดแล้วจริง ๆ ทำไมเลขไฟล์หายไปแค่ช่วงนั้น เจ้าของกระทู้เกิดความสงสัยว่า ถ้ามีการลบรูปหลังกล้องจริง ๆ เลขไฟล์จะไม่หายไปไม่ใช่หรือ มันน่าจะต่อกันไปเลย  และยืนยันว่ารูปไฟล์ดิบที่ได้มา ไม่มีการคัดใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นรูปวันนอกรอบหรือรูปวันซ้อม มีเพียงไฟล์ 779-792 เท่านั้นที่หายไป จากไฟล์ทั้งหมด ล่าสุดเจ้าของกระทู้ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป อีกฝ่ายเสนอว่าจะคืนเงินบางส่วนให้ ( xxx บาท ) แต่ก็ยังคุยกันไม่จบ ประเด็นที่ตนอยากเสนอไม่ใช่เรื่องเงิน ถึงแม้จะไม่มีหลักฐาน และกฎหมายไม่สามารถเอาผิดได้ แต่ตนก็สามารถออกมาบอกกล่าวเรื่องนี้กับสังคมได้รู้ว่าเรื่องแบบนี้มันมีอยู่จริง ๆ กระทู้นี้ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อเตือนภัยสังคม เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่บัณฑิตต่างก็กำลังเตรียมตัวเข้ารับปริญญา เตรียมตัวหาช่างภาพหาช่างแต่งหน้าทำผม คนที่จิตใจแย่ ๆ อาจจะใช้ช่องทางนี้เข้ามาทำไม่ดีกับตัวบัณฑิตก็เป็นได้ เลยอยากฝากไว้ว่าก่อนจะเลือกคนมาร่วมงานกัน เลือกดี ๆ ถามคนรอบข้างหรือเช็คประวัติก่อน สำหรับช่างภาพคนนี้ยังมีอีกหลายเรื่อง กระทู้นี้ยังไม่จบแน่นอน ตนจะไม่ยอมให้คนแบบนี้กลับเข้ามายืนในวงการนี้ได้อีก MThai News อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กระทู้พันทิป สงสัยว่าโดนแอบถ่ายใต้กระโปรงตอนถ่ายรูปชุดครุย

อีกมุมมอง กรณีไบค์เกอร์หนุ่มรถล้ม คว้าแฟนมากอด!
ถนนมิตรภาพ /  บิ๊กไบค์ / 

อีกมุมมอง กรณีไบค์เกอร์หนุ่มรถล้มคว้าแฟนมากอด ชาวเน็ตสงสัยฝนตกหนักขนาดนั้น ทำไมไม่จอดรถ? แถมใช้ยางสลิค วันนี้ (19ก.ย.) จากกรณีที่โลกออนไลน์มีการส่งต่อคลิป หนุ่มคนหนึ่งขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ซึ่งมีแฟนสาวซ้อนท้ายมาด้วย พวกเขาได้ขี่รถฝ่าสายฝน บริเวณถนนมิตรภาพ ช่วงทางลงเขื่อนลำตะคอง ก่อนที่รถจะเสียหลักลื่นไถลไปตามถนน แต่สิ่งที่ทำให้ผู้คนต่างพากันประทับใจ เนื่องจากในคลิปฝ่ายชายได้พยายามเอื้อมจับแฟนสาวเอาไว้หลังรถล้ม ซึ่งทั้งคู่ก็ปลอดภัยจากอุบัติเหตุครั้งดังกล่าว ล่าสุดสมาชิกพันทิปชื่อ ก็แค่ผู้ชายที่เชื่อในความฝัน ได้ตั้งกระทู้แสดงความเห็นต่อเรื่องดังกล่าวในอีกหนึ่งมุมมองว่า จากคลิปฮีโร่ไบค์เกอร์กอดแฟนสาว ผมขออนุญาตมองแยกเป็น 2 ประเด็นนะครับ 1.ตอนล้ม อันนี้ยอมรับว่ามีสติดีมาก และโชคดีหลายชั้นที่จังหวะนั้นไม่มีรถสวนมา โชคดีที่แฟนสาวอยู่ใกล้ไม่กระเด็นห่างจากตัว อันนี้ชมในประเด็นนี้ 2.ก่อนล้ม อันนี้เป็นประเด็นที่ผมอยากพูดถึงและฝากเตือน เรื่องขับเร็วไหม อันนี้ผมบอกไม่ได้ เพราะมองไม่เห็นไมล์ แต่จากคลิปก็น่าจะเร็วอยู่ ฝนตกขนาดนั้นผมขี่ไม่เกิน 100 เลยครับเพื่อความปลอดภัย ที่สำคัญคือ ยางที่พี่เขาใช้ คือยางสลิคที่ใช้สำหรับสนาม สำหรับพื้นผิวที่แห้งและร้อน เพราะยางมันไม่มีดอกให้รีดน้ำ แต่พี่เขาใช้ยางนี้วิ่งตอนฝนตกหนัก ในการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ทางเรียบชิงแชมป์โลก (MotoGP) เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ถ้าใครได้ดูทางช่อง 3SD จะเห็นเลยครับว่า แค่ฝนตกพรำๆ ถนนแค่เริ่มชื้น เขาก็โบกธงสัญญาณให้เข้ามาเปลี่ยนรถที่ใช้ยางสำหรับถนนเปียกแล้ว นั่นแค่ฝนพรำ ๆ นะครับ แต่ในคลิปพี่เขา คือฝนตกหนัก (มาก) ไม่แปลกที่ขี่ทางตรงอยู่ดี ๆ แล้วรถจะสะบัดล้มไปเอง ประเด็นนี้สำคัญครับ การที่เราพาลูกสาวใครมาซ้อนเรา นั่นคือเรากำลังดูแลชีวิตลูกสาวคนอื่นแล้ว การขี่รถแบบเสี่ยงอันตรายหรือไม่คิดถึงความเสี่ยง ผมว่าน่าตำหนิมากกว่าชื่นชมครับ ผมไม่เข้าใจเหตุผลที่พี่เขาใช้ยางสลิคตอนหน้าฝน (ทั้งที่จริง ๆ ควรจอด ต่อให้ไม่มีที่หลบ ต้องจอดยืนตากฝนก็ต้องจอด เพราะมันอันตรายมาก ๆ ) แต่ยังไงอยากให้เป็นบทเรียนสำหรับไบค์เกอร์ทุกท่านนะครับ ใช้ยางให้เหมาะสม เพื่อคนที่เรารักและคนที่อยู่ข้างหลังเราครับ ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News ขอบคุณกระทู้พันทิป ขออนุญาตมองต่าง กรณีไบค์เกอร์กอดแฟนสาว ฝนตกหนักขนาดนั้น แถมใช้ยางสลิค

สาเหตุถนนยุบ ย่านบางแค เป็นเพราะเจ้าพวกนี้นี่เอง!!
ถนนยุบ /  ภาพตัดต่อ / 

ข่าว ถนนยุบ บนถนนเพชรเกษม ย่านบางแค เมื่อคืนที่ผ่านมา (2 ก.ค.58) นอกจากจะสร้างปัญหาจราจรแล้ว ชาวเนตก็ยังอารมณ์ดีได้อยู่ ตัดต่อภาพฮาๆ เหมือนเมื่อครั้ง ท่อน้ำแตกบนถนนราชปรารภ หรือ น้ำผุดท่วม ในห้างชั้นใต้ดิน ภาพทั้งหมดจากกระทู้ "เมื่อหัวค่ำ กรุงเทพมหานคร ทดสอบให้อาหารแล้วครับ" http://pantip.com/topic/33868280 ขอนำมาลงเฉพาะภาพเกี่ยวกับหนังนะครับ ภาพจากสมาชิกเว็บพันทิป อ้าวว บ่อเลี้ยง โมซาซอรัส แห่ง จูราสสิคเวิลด์นี่เอง ดังนั้น พระเอกของเราต้องมาห้ามรถ ไม่ให้มีตกลงไป อันตราย ส่งเจ้าพวกมินเนี่ยนรีบมาซ่อมหน่อย วี้หว่อ วี้หว่อ ดูท่าจะเสร็จไหมเนี่ย ส่งพวกนี้มา นั่นไง มันทำเป็นสระน้ำเล่นซะเลย เอลซ่า ฟรีซรถไม่ให้ตกหลุม!! ภาพวงจรปิดเผยแล้ว หลุมยุบเพราะพวกนี้มาตีกันนี่เอง ชาวถนนเพชรเกษม อดใจอีกนิด รถไฟสายสีน้ำเงิน ใกล้ได้ใช้แล้ว ส่วนความคืบหน้าว่าซ่อมถนนเสร็จถึงไหนแล้ว เห็นเพจประชาสัมพันธ์รถไฟฟ้าสีน้ำเงิน แจ้งว่าซ่อมเสร็จแล้วนะ // กรณีถนนยุบตัวบน ถนนเพชรเกษมขาเข้า เยื้องตลาดบางแค เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการแก้ไขตลอดคืนที่ผ่านมาจนแล้วเสร็จ สามารถเปิดการจราจรได้ตามปกติ ***ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ *** Posted by ประชาสัมพันธ์ รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน on Thursday, July 2, 2015

แห่แชร์! กระทู้รณรงค์ให้ยืนหลังเส้น ระหว่างรอรับกระเป๋าที่สนามบิน
กระเป๋า /  ยืนหลังเส้น / 

โลกออนไลน์แห่แชร์กระทู้พันทิป รณรงค์ให้ยืนหลังเส้น ระหว่างรอรับกระเป๋าที่สนามบิน วันนี้ (25ธ.ค.) กลายเป็นประเด็นที่ผู้คนบนโลกออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกพันทิปท่านหนึ่งเข้าไปตั้งกระทู้รณรงค์ ให้คนไทยยืนหลังเส้น ระหว่างรอรับกระเป๋าที่สนามบิน เพราะตัวเจ้าของกระทู้เองมองว่า หากมีการยืนหลังเส้นตามที่กำหนดไว้ ก็จะเกิดความเป็นระเบียบ สะดวกต่อการไปหยิบสัมภาระ ผู้โพสต์ระบุข้อความไว้ดังนี้ เนื่องจากเดินทางไปต่างประเทศค่อนข้างบ่อย และสิ่งหนึ่งที่เห็นเป็นประจำ ระหว่างรอรับกระเป๋าที่โหลด ส่วนใหญ่มักจะเป็นกลุ่มคนไทย ที่ชอบจะเข้าไปยืนใกล้ ๆ คอยชะเง้อ เพื่อรอรับกระเป๋าของตัวเอง จากภาพจะเห็นว่ามีเส้นให้ยืนหลังเส้น เพื่อรอรับกระเป๋า ก็เข้าใจว่าคนข้างหน้ายืนล้ำเส้นก่อน คนข้างหลังและอีกต่อ ๆ มา ก็โดนบังไปเรื่อย ๆ ตนได้ลองนึกดูว่าถ้าเราทุกคนยืนหลังเส้น เราก็จะเห็นกระเป๋าเรามาแต่ไกล และทำให้เข้าไปหยิบได้ทัน แต่พอทุกคนยืนกันแบบนี้ บางครั้งกระเป๋าใหญ่ ๆ หนัก ๆ พอมาเห็นก็ใกล้ ๆ แล้ว ก็ลำบากมากในการหยิบของตัวเอง ช่วยกันเถอะผูกไว้ในจิตสำนึก ร่วมด้วยช่วยกัน สมมติว่าทุกคนยืนหลังเส้น และมีเพียงไม่กี่คนที่เขายืนในเส้น ตนคิดว่าเขาก็คงต้องกลับมายืนหลังเส้น เพราะเราช่วยกันนี่เป็นเพียงแค่เรื่องเล็ก ๆ ส่วนหนึ่ง แต่มันทำให้ตนหงุดหงิดทุกครั้งเวลารอรับกระเป๋า ตนหวังว่ากระทู้นี้ อาจจะเป็นกระบอกเสียงได้บ้าง เพื่อให้ทุกคนช่วยกันทำให้มันดีขึ้น MThai News ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก สมาชิกพันทิปหมายเลข 2883809 

ฝากเตือนสตินักท่องเที่ยว หยุดทำร้ายภูกระดึง
ภูกระดึง /  เตือนนักท่องเที่ยว / 

แชร์ว่อนกระทู้พันทิป ฝากเตือนสตินักท่องเที่ยว หยุดทำร้ายภูกระดึง วันนี้ (16ต.ค.) เป็นประเด็นที่ชาวสังคมออนไลน์พากันวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกพันทิป Mhoo-Paoom ได้ตั้งกระทู้ในหัวข้อ "ฝากเตือนสตินักท่องเที่ยวทุกคน" โดยเจ้าของกระทู้ได้เปิดเผยถึงเรื่องราว หลังจากไปเที่ยวภูกระดึงแล้วได้พบกับร่องรอยการขีดเขียนตามบริเวณต่าง ๆ ซึ่งการกระนั้นเกิดจากการกระทำของนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าว ผู้โพสต์ระบุรายละเอียดไว้ดังนี้ เจ้าของกระทู้เพิ่งไปเที่ยวภูกระดึงมาค่ะ บอกตรง ๆ ว่าข้างบนนั้นสวยมาก สวยจนไม่น่าจะมีสิ่งเหล่านี้อยู่ มันคือลายลักษณ์อักษรจากน้ำมือมนุษย์ บางทีก็ไม่เข้าใจว่าพวกคุณต้องการจะสื่ออะไร ต้องการบอกให้โลกรู้ว่า_ขึ้นมาถึงแล้วอย่างนั้นหรือ?? นี่ยังไม่นับรวมกับขยะที่เห็นได้ทั่วไป ตามทางเดินไปยังจุดต่าง ๆ หยุดเถอะค่ะ พวกคุณไปเที่ยวเพื่อต้องการชมความงามของธรรมชาติ อย่าเอาสิ่งเหล่านี้ไปทิ้งไว้เลย อนุรักษ์ความสวยงามนี้ไว้ ให้คงอยู่ไปจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลานเราเถอะค่ะ ขอแท็ก "ความรักวัยรุ่น" เพราะบางคู่ก็ชอบประกาศให้โลกรู้แบบในรูป เผื่อเห็นแล้วจะมีสติกันขึ้นมาบ้างนะคะ ผู้คนที่ได้เข้าอ่านกระทู้ดังกล่าวได้แสดงความเห็นว่า มีอีกหลายสถานที่ท่องเที่ยวที่ถูกมนุษย์นิสัยเสียเข้าไปขีดเขียน ซึ่งการกระทำดังกล่าวเปรียบเสมือนการทำลายความงดงามของธรรมชาติทางอ้อม จึงอยากอยากฝากไปถึงผู้ที่นิยมไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบใครกระทำเรื่องที่ไม่เหมาะสม ก็ควรเตือนสติหรือแจ้งเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบให้เข้ามาดูแล MThai News ขอบคุณข้อมูล สมาชิกพันทิป Mhoo-Paoom

ปลื้มใจ! 6 บัณฑิตกตัญญู ไม่อายถึงแม้ครอบครัวยากจน
รับปริญญา /  ลูกกตัญญู

หลังจากที่ผ่านมาบนโลกโซเชียลได้แชร์ภาพของบัณฑิตสวมชุดครุยก้มกราบเท้าพ่อที่ทำอาชีพขับรถกวาดขยะ เป็นภาพที่ทุกคนรู้สึกประทับใจและชื่นชมกันเป็นจำนวนมาก วันนี้ทีนเอ็มไทยก็เลยขอรวบรวมโมเม้นท์สุดประทับใจจาก 6 บัณฑิตกตัญญู ไม่อายถึงแม้ครอบครัวยากจน มาให้เพื่อนๆได้ชมกันอีกสักครั้ง .. ถึงแม้ว่าพ่อแม่เราจะไม่รวยล้นฟ้า หรือจะประกอบอาชีพใดๆก็แล้วแต่ แต่เชื่อเถอะว่าที่ท่านทำงานหนักทุกวันนี้ก็เพื่อลูกที่ท่านรัก ส่งเราเล่าเรียนหนังสือ เติบโตเป็นคนดี และเมื่อวันที่เราประสบความสำเร็จก็จงอย่าลืมคนข้างหลังที่คอยเป็นทั้งแรงใจ แรงกาย ส่งคุณเดินไปยังจุดหมายนะ .. ^^ ปลื้มใจ! 6 บัณฑิตกตัญญู ไม่อายถึงแม้ครอบครัวยากจน ปลื้มใจ! 6 บัณฑิตกตัญญู ไม่อายถึงแม้ครอบครัวยากจน 1. ลูกชายพนักงานขับรถเก็บขยะ คว้าใบปริญญาจุฬาฯ พร้อมสวมชุดครุยกราบเท้าพ่อ นายกล้าณรงค์ ศรีสกุล หรือ แม็ก บัณฑิตจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในวันที่เขาเรียนจบ เขาได้สวมชุดครุยเข้าไปก้มกราบพ่อ เขาไม่อายใครที่พ่อทำอาชีพขับรถเก็บขยะ เขาได้เขียนบรรยายความรู้สึกของเขาที่มีต่อพ่อไว้ โดยคนบนโซเซียลแชร์ และทำให้หลายคนประทับใจและชื่นชมเป็นจำนวนมาก ลองไปอ่านเรื่องราวที่เขาเขียนไว้กันค่ะ .. ว่าด้วยเรื่องของพ่อ พ่อผมทำงานที่ไม่ได้เลิศหรูอะไรหลายคนคงนึกภาพไม่ออก แต่ภาพที่พ่อทำงานผมเห็นมาตั้งแต่เด็ก ก็เคยไปทำงานกับพ่อนั้นแหละพ่อเป็นพนักงานขับรถเก็บขยะ งานที่ทำพ่อบอกเสมอว่าต้องแย่งหนอนกิน คือแย่งหนอนที่อยู่ในขยะ เป็นการเปรียบเทียบ สมัยเด็กหลายครั้งที่อายในความเป็นตัวพ่อ ว่าทำไมพ่อเราไม่แต่งชุดเท่ๆแบบพ่อคนอื่น ที่เป็น ทหาร ตำรวจ ทำไมนะพ่อไม่เท่เลย พอโตขึ้นเรากับพ่อเหมือนมีความฝันร่วมกัน พ่อผมจบน้อยเรียนไม่สูงแค่ ป.4 ความฝันของพ่อคือการเห็นลูกเรียน พ่อบอกเสมอว่าไม่มีสมบัติอะไรจะให้ได้อย่างครอบครัวอื่นเค้า แต่ให้ได้คือโอกาสทางการศึกษา ผมมีความฝันอยากเป็นทหาร แต่พ่อไม่มีความรู้ เราก็งมไปด้วยกัน เหนือยไปด้วยกัน ผมสอบไม่ติดเตรียมทหาร ผมเข้าใจว่าพ่อไม่ร้องไห้แต่มารู้ที่หลังว่าพ่อแอบไปร้องไห้ ผมยังไม่เคยทำความสำเร็จได้ซักครั้ง ตอนประกาศผลสอบจุฬา พ่อไม่ทำงานลางานเพื่อมาดูผลสอบของเราว่าเราผ่านไหมพ่อบอกว่าพ่อมีความสูขลุ้นระทึกมาก จนเมื่อผลสอบว่าติดพ่อบอกนั่งน้ำตาซึม จุฬามันคือความภูมิใจของครอบครัวเล็กๆของผม ตอนเรียนมหาลัย มีครั้งหนึ่งตอนปี4 พ่อโทรมาถามว่าน้อยใจไหมที่มีพ่อเป็นพ่อ เรา: น้อยใจเรื่องอะไร พ่อ : ก็ที่พ่อให้ได้ไม่เท่าพ่อคนอื่นอยากไปไหนอยากกินอะไรก็ได้ไม่เต็มที ต้องประหยัด เรา : พ่อ พ่อจบมาเท่านี้ทำงานเท่านี้ แต่พ่อสามารถทำให้ลูกคนเก็บขยะคนนี้มายืนตรงนี้ได้ แม็กไม่เคยคิดว่าน้อยหน้าใคร และแม็กภูมิใจที่มีพ่อเป็นพ่อ พ่อ : เงียบ เหมือนได้ยินเสียงสะอึ้นผ่านทางโทรศัพท์ เรา : น้ำตาซึมไปด้วย อยากพูดอะไรหลายอย่างในหัวมันเต็มไปหมดแต่พูดไม่ออก วันนี้ถ้าให้พูดก็คงลำบากขอเรียบเรียงเป็นข้อความให้พ่อ่านสั้นๆ ขอบคุณที่มีพ่อเป็นพ่อ ขอบคูณที่สนับสนุนทุกอย่าง ขอบคุณที่เหนื่อยไปด้วยกัน ร้องไห้ด้วยกัน ซึมไปด้วยกัน วันนี้ก็อยากให้พ่อมีความสุขกับความสำเร็จที่เราเหนือยมาด้วยกัน ขอบคุณจริงๆ ลูกคนเก็บขยะคนนี้ทำให้พ่อของมันภูมิใจได้แล้ว พ่อไม่ต้องอายอะไรใครทั้งนั้น เพราะพ่อคือพ่อคนดีที่หนึ่ง ไม่แพ้ใคร แม็กภูมิใจ 2. เมื่อเราไปถ่ายชุดครุยกับพ่อแม่ที่ 'ทุ่งนา' บัณฑิตสาวคนนี้ได้ตั้งกระทู้ในพันทิป "เมื่อเราไปถ่ายชุดครุยกับพ่อแม่ที่ 'ทุ่งนา'" เธอไม่อายที่บอกว่าตัวเองเป็นลูกชาวนา หลังจากเรียนจบมัธยมปลาย ก็ตัดสินใจเรียนต่อที่คณะศิลปศาสตร์ เอกสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และสามารถคว้าใบปริญญามาครองในเวลาเพียง 2 ปีครึ่งเท่านั้น! ซึ่งเธอเล่าอีกว่าเงินทุกบาททุกสตางค์เธอหาใช้เองโดยไม่ขอพ่อแม่เลย "ชีวิตที่ต้องตั้งใจทำงาน และตั้งใจเรียน อ่านหนังสือ ไปพร้อมๆกับ ส่งตัวเองเรียน โดยไม่รบกวนพ่อแม่เลยสักบาท มันก็ภาคภูมิใจอย่างบอกไม่ถูกนะคะ ปริญญานี้เราทำเพื่อพ่อเพื่อเเม่ ถ้าไม่มีท่านทั้งสอง เราก็ไม่มีวันนี้ เราเลยให้พ่อแม่ใส่ชุดครุยและถ่ายรูปที่ท้องนา ด้วยความภาคภูมิใจค่ะ และแล้วเราก็จบอย่างที่ตั้งใจ จริงๆ เรารับ ปริญญาปี 59 แต่ช่วงนั้นไม่แน่ว่าเราอาจเข้าร่วมพิธีไม่ได้ แต่เราก็อยากให้พ่อแม่เห็นความสำเร็จของเรา และเห็นเราใส่ชุดครุย เราเลยเลือกวิธีนี้ค่ะ ^^  กลับไปถ่ายรูปกับพ่อแม่ที่บ้าน" 3. มิน ชาวเขาเผ่าม้งยอดกตัญญู “ท้อแค่ไหน ก็จะผ่านไปเอง ให้ตั้งใจเรียน อย่าให้พ่อแม่ผิดหวัง” นายพิศุทธิ์ คีรีธระกุล หรือ มิน หนุ่มชาวเขาเผ่าม้ง ในจังหวัดน่าน ที่บ้านประกอบอาชีพทำไร่ทำสวน แม่เสียไปตั้งแต่เขายังเล็กๆ เขามีพี่น้อง 5 คนก็ล้มหายตายจากไปทีละคน เหลือเพียงเขาที่เป็นคนสุดท้องและพี่ชายคนโต ส่วนพ่อเป็นใบ้ และเริ่มมีอาการซึมเศร้าหลังจากที่แม่เสีบ และหลงลืมจนจำไม่ได้แม้แต่ลูก มินเป็นสามเณรตั้งแต่ ป.1 ถึง ม.6 จากนั้นจึงสึกมาเรียนต่อ ปวส.และสามารถสอบเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย คณะบริหารธุรกิจ สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ปัจจุบันเปิดร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ ชื่อร้าน PS คอมพิวเตอร์ใน อ.เชียงกลาง จ.น่าน มิน พิศุทธิ์ ได้บอกว่าตอนเรียนในช่วงเรียน ปวส. เป็นช่วงที่หนักหน่วงมากๆ เขาจำเป็นต้องไกลพ่อไกลพี่หนีห่างมาเรียน และเมื่อมาถึงวันรับพระราชทานปริญญาบัตร พ่อและพี่ชายไม่สามารถมาได้ เขาจึงหอบชุดไปกลับบ้านเกิดไปถ่ายรูปกับพ่อเองซะเลย โดยเขาพูดข้างๆ หูพ่อว่า "ผมเป็นลูกพ่อนะ ผมเรียนจบแล้วครับพ่อ พ่อก็ยิ้มๆ ตอบกลับมาให้ผม" "เคยคิดโทษตัวเองบ่อย ๆ ว่าทำไมเราต้องอยากเรียน คนที่เขามีพ่อมีแม่ที่ดี หาเงินให้ใช้ทำไมเขาถึงไม่อยากเรียน แต่เราไม่มีอะไรเลย ทำไมต้องอยากเรียนด้วย ผมท้อหลายครั้ง เพราะผมก็ไม่ใช่เด็กเรียนเก่ง เคยได้เกรดมากสุดแค่ 2.9 แต่ก็มีความสุขที่ได้เรียน อยากเรียน และด้วยที่ผมอยากเรียนผมก็เลยต้องสู้ครับ ฐานะทางบ้านผมแค่มีข้าวให้พ่อให้พี่กินอิ่มท้องก็ลำบากแล้ว ตอนนั้นผมก็ต้องทำงาน และเอาเงินไปจ่ายค่าเทอมครับ แต่โชคดีที่คุณครูก็ยอมให้ค้างค่าเทอมได้  ผมแบ่งไว้ว่าเงินที่ทำงานได้มา จะจ่ายค่าเทอมก่อนเสมอ ที่เหลือค่อยมาใช้อยู่กิน แต่ช่วงปี 3 ก็โชคดีขึ้นมาหน่อย เพราะผมกู้ทุน กยศ.ของมหาวิทยาลัย ได้ครับ คุณสมบัติผมผ่าน ก็เลยมีเงินมาจ่ายค่าเทอมครับ” 4. บัณฑิตให้คุณพ่อซึ่งเป็น รปภ. ติดเข็มที่ชุดครุย เป็นอีกภาพความประทับใจที่ทำให้ยิ้มทั้งน้ำตากันเลยทีเดียว ระหว่างบัณฑิตหนุ่มให้คุณพ่อซึ่งเป็น รปภ. ติดเข็มที่ชุดครุยให้ และเขาได้บรรยายข้อความไว้ว่า  "เพราะพ่อลำบากมามากพอแล้ว ของขวัญที่ลูกทำให้พ่อ เพื่อแลกกับรอยยิ้มของพ่อ" ^^ 5. ยุทธ ยุทธพลต์ โสภณชื่นสุวรรณ บัณฑิตจากคณะศิลปศาสตร์ สาขาพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยพะเยา ถ่ายภาพคู่กับคุณแม่ในชุดชาวเขาเต็มยศ เป็นภาพความประทับใจในวันที่เขาเรียนจบ 6. บัณฑิตสาวอินโดฯ นั่งสามล้อปั่นของพ่อมางานรับปริญญา นางสาวราเอนี (Raeni) บัญฑิตจากคณะเศษฐศาสตร์ วิชาเอกการศึกษาการบัญชี ของมหาวิทยาลัย Universitas Negeri Semarang (Unnes) ในวันรับปริญญาได้เธอเดินทางมาพร้อมกับคุณพ่อโดยรถสามล้อถีบ ซึ่งคุณพ่อของเธอมีอาชีพปั่นสามล้อ แต่เนื่องจากรายได้ไม่แน่นอนคุณพ่อก็ต้องทำงานเสิรม โดยการเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในช่วงกลางคืนให้กับโรงเรียนแห่งหนึ่ง และถึงแม้ฐานะทางบ้านเธอจะไม่ได้ร่ำรวยแต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกว่าสิ่งนี้เป็นอุปสรรค หรือเธอด้อยค่าไปกว่าคนอื่น เธอเป็นเด็กตั้งใจเรียนมากๆ พ่อของเธอบอกว่าที่เธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้ก็เพราะผลการเรียนอันยอดเยี่ยมของเธอเอง และในวันที่เรียนจบก็ได้รับรางวัลนักศึกษาดีเด่นโดยมีผลการเรียน GPA 3.96 ขอบคุณข้อมูล  facebook Klanarong Srisakul, http://pantip.com/topic/34244505, blog.eduzones.com

หมดคำพูด! ขยะเกลื่อน น้ำตกเจ็ดสาวน้อย จ.สระบุรี
ขยะเกลื่อน /  น้ำตก / 

โลกออนไลน์วิจารณ์ ภาพขยะเกลื่อน น้ำตกเจ็ดสาวน้อย ที่จ.สระบุรี วันนี้ ( 14 ธ.ค.) กลายเป็นประเด็นที่ผู้คนบนโลกออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกพันทิปท่านหนึ่งได้ตั้งกระทู้ ในหัวข้อ "หมดคำพูด น้ำตกเจ็ดสาวน้อย" ภายในกระทู้เผยให้เห็นภาพขยะเกลื่อนกลาดเต็มพื้น ซึ่งผู้โพสต์ระบุว่าที่นั่นคือ น้ำตกเจ็ดสาวน้อย สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังแห่ง อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี หลังจากภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ ผู้คนบนโลกออนไลน์ต่างเข้าไปแสดงความเห็นในทำนองเดียวกันว่า อยากให้เจ้าหน้าที่หามาตรการจัดการเกี่ยวกับคนมือบอนเหล่านี้ เพราะถ้าไม่มีการจัดการขั้นเด็ดขาดน้ำตกก็จะสกปรก ความสวยงามของธรรมชาติก็จะถูกทำลายไปด้วย MThai News ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก สมาชิกพันทิป ต้องการอะไรจากสังคม

ภัยใกล้ตัว เตือน! ผู้ใช้บัตรเครดิต ในปั๊มน้ำมัน
ปั๊มน้ำมัน /  เตือนภัย / 

ชาวสังคมออนไลน์ส่งต่อ กระทู้เตือนภัย! สำหรับผู้ใช้บัตรเครดิต ในปั๊มน้ำมัน วันนี้ (16ก.ค.) สมาชิกพันทิป หมายเลข 2174751 ได้มีการตั้งกระทู้ในหัวข้อ “เตือนภัยผู้ใช้บัตรเครดิตในปั๊มน้ำมัน” เจ้าของกระทู้ได้เผยแพร่ ให้ชาวสังคมออนไลน์ได้รับรู้ถึงภัยใกล้ตัว เกี่ยวกับการใช้บัตรเครดิตในการจ่ายค่าน้ำมัน โดยระบุรายละเอียดเรื่องราวไว้ว่า เตือนภัยผู้ใช้บัตรเครดิตนะคะ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเอง คือเมื่อประมาณอาทิตย์ก่อน ไปเติมน้ำมันที่ปั๊มแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว เป็นช่วงเวลาค่อนข้างดึกค่ะ ปกติช่วงเวลาระหว่างเวลาเติมน้ำมัน ก็จะเล่นโทรศัพท์รอไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งจ่ายเงินก็ยื่นบัตรเครดิตและบัตรสะสมแต้มไปตามปกติ แต่ครั้งนี้เราออกใบกำกับภาษีด้วยค่ะ มันจะรอนานนิดนึง ปกติทางปั๊มจะนำบัตรเครดิตมาคืนเราก่อน และให้เรารอใบกำกับ แต่ครั้งนี้บัตรเครดิตกลับมาพร้อมใบกำกับ ซึ่งเราก็ไม่ได้เอะใจอะไร รับบัตรแล้วก็กลับบ้านมาปกติ หลังจากที่ใช้บัตรเครดิตใบนี้เติมน้ำมันก็ไม่ได้ใช้จ่ายผ่านบัตรนี้อีกเลย จนกระทั่งเมื่อวันที่ (13 ก.ค.58) เวลาประมาณ  4 โมง มีรหัส OTP Code เด้งเข้ามาที่โทรศัพท์มือถือ ทั้ง ๆ ที่บัตรอยู่กับเราไม่ได้ทำธุรกรรมใด ๆ จึงแจ้งไปทาง Call Center เพื่อสอบถามยอดการใช้จ่าย แต่ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่า ไม่มียอดใช้จ่ายใด ๆ แต่มีการพยายามทำรายการเข้ามา 3 ครั้ง ในช่วงเวลาใกล้ ๆ กัน (16.02,16.11,16.17) ซึ่งก็ตรงกับที่เราได้เมสเสจทางมือถือ ทางเจ้าหน้าที่จึงแจ้งให้ยกเลิกบัตรใบดังกล่าว และออกบัตรใหม่เพื่อความปลอดภัย ทางเราก็เห็นว่าสมควรจึงดำเนินการตามที่เจ้าหน้าที่แจ้ง หลังจากที่ดำเนินการยกเลิกบัตรไป ในช่วงเช้าของวันถัดมา (14 ก.ค.58)  ทางเจ้าหน้าที่โทรมาแจ้งว่า มีการพยายามทำรายการที่ปั๊มน้ำมันที่เรารูดบัตรใช้จ่ายครั้งสุดท้าย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจเช็คแล้วว่าตรงกัน เมื่อได้ทราบเรื่อง ทางเราก็รีบไปที่ปั๊มน้ำมันดังกล่าว (เนื่องจากอยู่บริเวณหอพัก) และขอติดต่อกับผู้จัดการ ซึ่งก็มีเจ้าพนักงานท่านหนึ่งแสดงตัวและมาพูดคุยกับเรา เราจึงอธิบายเรื่องดังกล่าวแก่เจ้าพนักงานท่านนั้น หลังจากที่พูดคุยกันเสร็จ เขาก็เรียกลูกน้องมาพูดคุยและสอบถาม ซึ่งต้องบอกตรงนี้เลยว่า เจ้าพนักงานท่านนี้เป็นคนที่มีความสามารถค่อนข้างดี เพราะสามารถนำตัวพนักงานที่กระทำผิดมาขอโทษได้ และยอมเล่าวิธีการให้กับเราฟัง ซึ่งก่อนที่พนักงานท่านนี้จะเล่าวิธีการ เราได้แจ้งแก่น้องพนักงานท่านนี้แล้วว่าจะไม่เอาความใด ๆ แต่อย่าไปทำกับลูกค้าท่านอื่น วิธีการก็ง่ายมากเลยค่ะ น้องพนักงานท่านนี้ ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพบัตรไว้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และนำไปทำรายการทางอินเตอร์เน็ต และได้ชี้แจงว่าครั้งล่าสุดที่ทำรายการที่ปั๊ม เพื่อจะนำเงินสดที่ลูกค้าจ่ายไปชำระค่าใช้จ่ายส่วนตัว จากเหตุการณ์นี้ทำให้เรารู้ได้ว่า เรื่องราวร้าย ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นกับเราได้ง่ายมาก อยากให้ทุกท่านที่ได้อ่าน คอยระวังภัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้ง่ายมากในสมัยนี้ หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์แก่เพื่อน ๆ พี่ๆ น้อง ๆ ชาวพันทิปนะคะ ล่าสุด วันนี้ (15 ก.ค) พนักงานที่ก่อเหตุได้พ้นสภาพ การเป็นพนักงานปั๊มน้ำมันแห่งนี้แล้วนะคะ ทางเจ้าพนักงานท่านเดิมที่ประสานแจ้งว่า ทางตัวพนักงานขอลาออกเองค่ะ หากพนักงานท่านนี้สำนึกผิดจริง ๆ  ก็หวังที่จะให้ทุกท่านให้โอกาสเขาค่ะ หากเขาจะกระทำความผิดอีกก็ขอให้เวรและกรรมตัดสินแล้วกันนะคะ MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก สมาชิกพันทิป หมายเลข 2174751

ยอดวิวเฉียดล้าน Sayonara เพลงใหม่จากวง Mild
MI4D /  Mild / 

กลายเป็นเพลงฮิตใหม่มาแรงในตอนนี้เลยทีเดียว สำหรับเพลง Sayonara (ซาโยนาระ) บทเพลงแทนคำ บอกลา ความรักที่เคยสวยงาม แต่วันนี้มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ไตเติ้ลแทร็คจากอัลบั้มที่ 4 ของวง Mild ซึ่งหลังจากปล่อยมิวสิควีดิโอลง Youtube ไปได้ไม่นาน ฟีดแบคเพลงนี้ก็มาแรงเรื่อยๆ จนเกือบจะแตะล้านวิว เอ๊ะ หรือเพราะที่กำลังฮอต นี่ อาจเป็นเพราะกระแสข่าวดราม่า ตอนนี้หรือเปล่านะ และสำหรับประเด็นฮอต ของหนุ่ม เป้ วง Mild กับแฟนสาว ที่ออกมาโพสในพันทิป กรณี นักร้องชื่อดังแอบมีสัมพันธ์คบซ้อน กับดาราสาวช่องมากสี จนกลายเป็นประเด็นดราม่าต้องสืบนี้ เจ้าตัวเตรียมแถลงในวันพรุ่งนี้ ดูมิวสิควีดิโอ เพลง Sayonara (ซาโยนาระ) คลิปจาก Youtube Spicydisc มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เทคนิคดี ๆ หากสัมภาษณ์งาน แล้วถูกถามว่า ข้อเสียของคุณคือ..?
ข้อเสีย /  ข้อเสียของคุณคืออะไร / 

เผยเทคนิคดี ๆ หากสัมภาษณ์งาน แล้วถูกถามว่า ข้อเสียของคุณคืออะไร...? วันนี้ (25ก.ย.) มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่กำลังตกงาน และมองหางานทำ บางท่านถูกเรียกตัวเข้าสัมภาษณ์ แต่ก็ต้องพลาดโอกาสในการทำงานไป บ้างก็อาจเป็นเพราะคุณสมบัติไม่ตรงตามที่เขาต้องการ แต่อีกสาเหตุหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ อาจเกิดจากการตอบคำถามตอนถูกสัมภาษณ์ไม่ดีพอ ล่าสุดสมาชิกพันทิป เอ้ปิเย่ ได้มีการตั้งกระทู้ในหัวข้อ "ถ้าตอนสัมภาษณ์งาน HR ถามว่า ข้อเสียของคุณคืออะไร? คุณตอบว่าอะไรกันบ้างคะ?"  ผู้โพสต์ระบุว่า ตนอยากได้ทั้งคำตอบของคนทั่วไป และถ้าได้คำตอบจาก HR ด้วยยิ่งดี ตนอยากรู้ว่า HR คาดหวังอะไรจากคำถามแบบนี้ เพราะบางทีก็สงสัยว่า ควรจะตอบว่าอย่างไร ถึงจะรับเข้าทำงาน ตนเชื่อว่าทุกคนก็ต่างมีข้อดี-ข้อเสียที่แตกต่างกัน แต่เรื่องข้อเสียควรจะตอบอย่างไรถึงจะเหมาะสม ซึ่งตนเพิ่งโดนถามแบบนี้มา และได้ตอบไปว่าเมื่อก่อนตนเป็นคนพูดตรง ๆ บางทีมันตรงเกินไป จนทำให้คนที่ได้ยินอาจจะรู้สึกไม่ดี แต่ตอนนี้ตนรู้แล้วว่ามันไม่ดี และกำลังพยายามปรับปรุงอยู่ การตอบคำถามเช่นนี้ ตนไม่รู้นะว่าตอบแบบนี้ดีไหม จากนั้นได้มีสมาชิกพันทิป ฉันต้องการแสงแดด ซึ่งระบุว่าทำงานเป็นHR โพสต์ข้อความที่น่าสนใจ และสามารถนำไปปรับใช้ได้ว่า ไม่มีสิ่งใดที่ไม่มีข้อเสีย ทุกสิ่งล้วนแล้วแต่มีข้อดี และข้อเสียในตัวเองทั้งสิ้น สิ่งที่ HR คาดหวังกับคำตอบของคำถามข้อนี้ คือ 1. ผู้สมัครรู้จักข้อเสียของตนเองหรือไม่ 2. ผู้สมัครมีวิธีรับมือ หรือปรับปรุงข้อเสียของตนเองอย่างไร ซึ่งคำตอบที่จะเข้าตัวผู้สมัครน้อยที่สุด คือข้อเสียที่เป็นรูปธรรม และสามารถปรับปรุง และแก้ไขได้ ส่วนใหญ่มักเป็นข้อเสียเกี่ยวกับทักษะ ซึ่งสามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้ มีหลากหลายคำตอบ ตัวอย่าง - ถ้าเป็นงานที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษ ก็สามารถตอบได้ว่า ผู้สมัครมีข้อเสียคือ สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้เพียงเล็กน้อย หรือไม่ได้เลย แต่ได้ไปลงเรียนไว้แล้วเพื่อปรับปรุงทักษะทางภาษาของตนเอง และคาดว่าจะนำมาใช้ประโยชน์ในการทำงานได้ในอนาคต - ถ้าเป็นงานที่ไม่ได้ใช้ทักษะการขับรถ ก็สามารถตอบได้ว่า ผู้สมัครมีข้อเสียคือ ขับรถยนต์ไม่เป็น ทั้งที่ในปัจจุบันการเดินทางด้วยรถยนต์มีความจำเป็นอย่างมาก ผู้สมัครมีแผนว่าจะลงเรียนขับรถ และสอบใบขับขี่ให้ได้ภายในปีนี้ การตอบข้อเสียเกี่ยวกับนิสัยของตนเองนั้น ถ้าเจอ HR โหด ๆ อาจจะเจอคำถามต่อว่า นิสัยนี้คุณเป็นมานานเท่าไหร่ และมั่นใจได้อย่างไรว่าจะสามารถแก้ไขนิสัยของตนเองได้ ซึ่งถ้าไม่ได้เตรียมคำตอบไว้รับมืออาจจะทำให้การสัมภาษณ์สะดุดได้ MThai News ขอบคุณ กระทู้พันทิป HR ถามว่า "ข้อเสียของคุณคืออะไร?" ,เอ้ปิเย่,ฉันต้องการแสงแดด

สุดจะทน! ตั้งกระทู้แฉ ร้านค้าเห็นแก่ตัวใน จ.ลพบุรี
ร้านค้า /  ร้านค้าเห็นแก่ตัว / 

ผู้คนบนโลกออนไลน์ วิพากษ์วิจารณ์ ร้านค้าเห็นแก่ตัวใน จ.ลพบุรี ตั้งสิ่งของกีดขวางถนน ยึดเป็นอาณาเขตของตนเอง วันนี้ (18 พ.ย.) กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้ หลังสมาชิกพันทิป ได้ตั้งกระทู้แฉร้านค้าแห่งหนึ่งในจังหวัดลพบุรี ที่มีการตั้งสิ่งของกีดขวางถนนที่อยู่บริเวณหน้าร้านของเขา เพื่อยึดเป็นอาณาเขตของตนเอง เจ้าของกระทู้ระบุรายละเอียดไว้ดังนี้ "... ปกติจะมีร้านเอาของมาวางขายบนทางเท้า มากบ้างน้อยบ้าง แต่ร้านนี้อยู่ใน อ.เมือง แถวตลาดท่าโพธิ์ ใกล้สี่แยกไฟแดงสามารถยึดผิวจราจรเกือบครึ่งถนน เพื่อสร้างอาณาเขตบริเวณร้าน ไม่ให้ใครมาจอดรถได้ทั้งสิ้น ใครจอดรถมีโดนด่ามาหลายคนแล้ว พวกลูกหลานเจ้าของร้านนี้มันคิดอะไรอยู่ ไม่รู้จักตักเตือนพ่อแม่ ..." ชาวสังคมออนไลน์ที่ได้เข้าไปอ่านเรื่องดังกล่าว ต่างแสดงความเห็นไปในทำนองเดียวกันว่า การลุกล้ำถนนหรือทางเท้ามีแทบทุกจังหวัด จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตามหลังจากกระทู้ดังกล่าวเผยแพร่ไปเพียงไม่นาน เจ้าของกระทู้ได้เข้ามารายงานความคืบหน้าล่าสุดว่า ขณะนี้ได้มีการเข้าไปจัดระเบียบร้านค้าเรียบร้อยแล้ว MThai News ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก สมาชิกพันทิป ตี๋โย่ง อ่านเนื้อหาทั้งหมดได้ที่ >>> ความเห็นแก่ตัวที่มากที่สุดเท่าที่เคยเจอมา ใน จ.ลพบุรี

ฟังอีกมุม! ปมดราม่าเมียนายพลถีบท้องสาว 4 เดือน
ความจริงจากเมียนายพล /  ถีบสาวท้อง 4 เดือน / 

ฟังอีกมุม! ปมดราม่าเมียนายพลถีบท้องสาว 4 เดือน พร้อมเผยภาพรถเบนซ์เจ้าปัญหา จากกรณีข่าวภรรยานายพล.ร.ต ท่านหนึ่ง เกิดมีปากเสียงกับหญิงสาวที่กำลังตั้งครรภ์ ได้ 4 เดือน เนื่องจากไม่พอใจที่บุตรของหญิงตั้งครรภ์เปิดประตูรถมาชนเข้ากับรถเบนซ์ป้ายแดงของเธอ ซึ่งผู้โพสต์เผยว่ามีการลงไม้ลงมือกันด้วย หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ส่งผลให้ชาวเน็ตต่างวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมากนั้น กระทั่งเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 58 ที่ผ่านมา นางสาวมาลิณี หญิงสาวตั้งครรภ์ พร้อมกับสามี ได้เข้าเจรจาไกล่เกลี่ยกับ นางอริษา ผู้ขับรถเบนซ์ป้ายแดง และสามีนายทหาร โดยมี บุ๋ม ปนัดดา ช่วยไกล่เกลี่ย ซึ่งเรื่องก็ยุติลงด้วยดี ตามที่เสนอข่าวไปก่อนหน้านั้น ล่าสุด (21 ต.ค. 58) ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์กระทู้ "มาฟังความจากฝั่งภรรยานายพลที่ถูกกล่าวหาว่าไปถีบสาวท้องกันบ้าง" ที่ถูกตั้งโดยสมาชิกพันทิปชื่อว่า PuiiHaHa โดยเป็นการบอกเล่าเรื่องราวของทางฝั่งภรรยานายพล ซึ่งกำลังถูกกระแสโซเชียลโจมตีอยู่ในขณะนี้ โดยมีรายละเอียดดังนี้ วันเกิดเหตุคู่กรณีทั้งสองมาจอดรถข้างกัน ฝั่งหญิงตั้งครรภ์ มีน้องสาว และลูก 2 ขวบ ทั้งสองฝั่งมีการกระทบกระทั่งท้าทายกันเกิดขึ้นเนื่องจากฝั่งหญิงตั้งครรภ์ เปิดประตูรถไปชนรถของคุณป้า ซึ่งในช่วงรอประกันฝั่งหญิงตั้งครรภ์ ได้เอาเอกสารประกันไปฟาดที่ท้ายรถของคุณป้า จากนั้นก็เรียกให้น้องสาวพาลูกขึ้นรถและก็โต้เถียงกัน หลังจากนั้น หญิงตั้งครรภ์ก็เดินไปเปิดประตูรถบานเดิมชนซ้ำอีกครั้ง โดยมีการพูดท้าทายว่า หวงมันมากใช่ไหม รถคันนี้ ฝั่งคุณป้าทนไม่ไหว จึงเกิดการชุลมุนกันขึ้น โดยฝั่งสาวตั้งครรภ์มีน้องสาวมาช่วย ก่อนที่คุณป้าจะถูกน้องสาวของหญิงตั้งครรภ์ผลักล้มลง อย่างที่ปรากฏในคลิปที่มีการแชร์กันไปแล้วนั้น ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุทั้งสองฝ่ายได้เดินทางไปที่โรงพัก แต่จังหวะที่คุณป้ากำลังเลี้ยวรถเข้าโรงพัก ก็ถูกรถสามีของหญิงตั้งครรภ์ขับมาชนถึงสองครั้ง โดยสามีของหญิงตั้งครรภ์บอกว่า ไม่ได้ตั้งใจ เป็นห่วงลูกเมียเลยจะรีบเข้าโรงพัก ขณะที่ฝั่งคุณป้า ก็รู้สึกไม่ปลอดภัย จึงเรียกสามีซึ่งเป็นพลเรือตรีมาที่โรงพัก ซึ่งวันเกิดเหตุเป็นวันพุธ พลเรือตรีจึงมาในชุดทำงานสีกากี ไม่ใช่ชุดเต็มยศตามที่เป็นข่าว อ่านข่าว คลิก >> แม่ ๆ ลุกฮือ! นัดรวมตัวให้ต้นสังกัดลงโทษเมียนายพลถีบสาวท้อง 4 เดือน อ่านข่าว คลิก >> ศึกดราม่า! บุ๋ม ปนัดดา VS เพจดัง ปมเมียนายพลถีบสาวท้อง 4 เดือน อ่านข่าว คลิก >> ยังไม่จบ! ปมเมียนายพลถีบสาวท้อง 4 เดือน อ่านข่าว คลิก >> มาแล้ว! เมียนายพล โร่ขอโทษคุณแม่ท้อง 4 เดือน ขอบคุณข้อมูล/ภาพ สมาชิกพันทิป PuiiHaHa MThai News