พันทิป

ทูนหัวของบ่าวรีเทิร์น แจงชาวเน็ต เคลียร์ทุกปัญหา 'หากินกับแมว'
ทูนหัวของบ่าว /  เพจทูนหัวของบ่าว

วันนี้(11 มิ.ย.) จากกรณีที่ชาวสังคมออนไลน์เสียดายที่แฟนเพจทูนหัวของบ่าว ซึ่งเป็นเพจแมวเซเลปที่ได้รับความนิยมทางเฟซบุ๊ค มียอดกดถูกใจสูงถีง 5 แสนไลค์ ซึ่งวานนี้มีข่าวว่าเพจดังกล่าวปิดตัวไปแล้วจากเหตุที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในเว็บบอร์ดดัง ซึ่งล่าสุดเจ้าของเพจได้ออกมาชี้แจงเคลียร์ทุกปัญหาแล้ว โดยเผยว่า สาเหตุที่ปิดแฟนเพจ ณ ตอนนั้นตัวเองไม่มีความสุขในการเล่น Social media ต่างเลย เพจทูนหัวของบ่าวเปิดมาเพื่ออยากให้มันเป็น community ของคนรักแมวที่มาพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องของแมวกัน แต่เมื่อวันหนึ่งมันกลายเป็นเรื่องมือของการดิสเครดิตกัน มีคนกลายจ้องจับผิดและเอาไปใส่สีตีไข่ในทุกภาพ แม้กระทั่งเรื่องแมวนอน หรือแมวกิน ก็เลยคิดว่า อยากปิดเพจเพื่อเลิกสนองตัญหาของคนกลุ่มนี้ชั่วขณะ สำหรับเจ้าของกระทู้ต้นเรื่องในพันทิป เท่าที่ทราบคุณก็คือกลุ่มคนเดิมๆ ที่เคยก่อดราม่าในเวปของคนชอบติดดราม่าเรื่องแมวหลายครั้งหลายหน คุณไปงาน Event ต่างๆ ที่เราไป เราก็อยู่ตรงนั้น หากคุณไม่ชอบใจเรามากๆ คุณก็แค่เดินเข้ามาคุยกับเราซึ่งหน้า ตักเตือนเราและพูดคุยกับเราในข้อที่คุณกังวลได้ แต่คุณกลับไม่มีความกล้าหาญเพียงพอที่จะเข้ามาพูดคุยกับเราด้วยตัวเอง แต่คุณเลือกที่จะอยู่หลังแป้นคีย์บอร์ดและใช้ Social media หาเพื่อนบำบัดความต้องการของคุณ การเลี้ยงแมว เราเลี้ยงแมวในแบบของเรา แบบของเราคือมีคุณหมอให้คำปรึกษา ซึ่งมันอาจจะไม่ถูกใจใคร แต่ผลตรวจเลือด หรือ ตรวจสุขภาพ แมวเราแข็งแรงสมบูรณ์มาก ๆ จนบริจาคเลือดได้ หรือ แม้แต่มะลิที่เคยป่วยก็กลับมาสมบูรณ์แล้ว ฉะนั้นแมวใคร ก็มีวิธีเลี้ยงในแบบของเขา ไม่ใช่ว่าใครเตือนไม่ฟังนะคะ แต่เราแค่นำมาประยุกต์ใช้ หากินกับแมว ก่อนงาน Pet Expo เรากล้าพูดเลยว่าอาหารแมวแทบทุกยี่ห้อติดต่อเข้ามายื่นข้อเสนอในการเป็นพรีเซนเตอร์ ตั้งแต่หลักแสน ถึง หลักล้าน จนหลายล้าน เรากล้าพูดว่าเราปฏิเสธไปทุกเจ้า เราสละเงินที่มากมายมหาศาล เราเป็นคนหากินกับแมวประเภทไหนคะ ยังจะขอย้ำอีกทีว่าการเอาแมวไปในทุกรายการหรือ event ที่จัด เราไม่เคยได้รับเงิน (ขีดเส้นใต้ Highlight สีแดง Bold 72) นอกจากค่าน้ำมันในบางครั้ง การขายสินค้า ทุกอย่างมีต้นทุนในการผลิต สินค้าทุกชิ้นมีค่าสมองในการออกแบบของดีไซเนอร์ หรือ คุณค่าในตัวมันเอง ถ้าคุณเจ้าของกระทู้บอกว่าขายสินค้าแพง มันเป็นเรื่องของความพึงพอใจของผู้ซื้อและผู้ชาย เป็นเรื่องของรสนิยมคนซื้อที่เข้าใจในสินค้า และ พึงพอใจที่จะจ่าย เราไม่เคยบังคับคุณเลยว่า ซื้อ-เดี๋ยว-นี้ คุณอาจไม่ชอบในการออกแบบ หรือ ไม่ชอบใจในราคา นั่น! เป็นเรื่อง รส-นิ-ยม-ส่วน-ตัว-ของ-คุณ เรื่องแมวออกงาน ไม่ใช่เราไม่กังวลใจเรื่องนี้ ยอมรับผิดและขอปรับปรุงตัว แต่ถ้าจะไม่เอาออกเลยก็ไม่ใช่แต่มันคงน้อยลงมากกกกกกกกกกกกกก หลายงานก็แคนเซิลไปเกือบหมด ยกเว้นพวกงานเพื่อการกุศลบางงานที่ยังจะต้องไป ถ้าไม่ถูกใจใครก็ขอโทษด้วยค่ะ แต่เราก็มีความคิดในแบบของเรา การกลับมาเปิดเพจครั้งนี้อีกครั้ง ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะมีระยะเวลายาวนานแค่ไหน ส่วนหนึ่งมาจากกำลังใจของแฟนเพจทุกท่านที่บอกว่า นี่คือความสุขของเขา เพื่อนเราสูญเสียครอบครัว ภรรยาที่สูญเสียสามี พี่สาวที่สูญเสียน้องชาย ที่เคยมาพบแมวเราบอกว่าที่คือกำลังใจของเขาในทุกวัน เราอยากบอกว่าคุณคือกำลังใจของการกลับมาในครั้งนี้ ................................................................................................................................ เจ้าของเพจทูนหัวของบ่าว ในรายการ Talk of The Town ช่อง MONO 29 ให้สัมภาษณ์กรณีเปิดแฟนเพจและชีวิตแมว วันที่ 5 พ.ค.57 MThai News ข่าวที่เกี่ยวข้อง เพจทูนหัวของบ่าว แมวเหมียวเซเลป ปิดตัวแล้ว หลังเจอกระแสวิจารณ์ เสือโคร่ง แมวอ้วนขนแตก แมวไอดอลจากเพจ ทูนหัวของบ่าว เสือชีตาร์ น้องแมวสุดน่ารักจากเพจ ทูนหัวของบ่าว

กลไกลการทำงานของอาหารเสริมลดน้ำหนัก Bene First Slim - Bene1st
ลดน้ำหนัก /  ลดความอ้วน / 

กลไกลการทำงานของอาหารเสริมลดน้ำหนัก Bene First Slim (Bene1st) - เป็นตัวช่วยสำหรับคนที่อยากผอม หรือ ต้องการลดน้ำหนัก รับชมวีดีโอนี้ค่ะ สอบถามติดต่อ Line : Bene1st หรือ เว็บไซด์ http://www.bene1st.com และFanpage : https://www.facebook.com/bene1stslim kw, ลดน้ำหนัก, ลดความอ้วน, วิธีลดน้ำหนัก, bene1st, ลดน้ำหนักpantip, วิธีลดความอ้วน, ดื้อยา ลดน้ำหนัก, อาหารเสริม ลดน้ำหนัก, ออกกําลังกายลดหน้าท้องเร่งด่วน, ลดอ้วน pantip, การลดน้ําหนักอย่างถูกวิธี, ลดน้ําหนักเร่งด่วน pantip, ลดความอ้วน พันทิป, อาหารลดอ้วน, วิธีลดความอ้วนด้วยตนเอง, อาหารเสริมลดความอ้วน pantip, ลดหน้าท้องด่วน, ลดน้ําหนัก ไม่โยโย่, อาหารควบคุมน้ำหนัก, อาหารลดความอ้วน pantip, วิธี ลด พุง แบบ ด่วน, ลดความอ้วนแบบง่ายๆ, ออกกำลังกาย ลดน้ำหนัก ความอ้วน, กินลดความอ้วน, ลดน้ำหนักด่วน, ครีมลดต้นขา pantip, ลดความอ้วนด้วยตัวเองแบบเร่งด่วน, ยาลดความอ้วนอันตราย, ลดความอ้วนอย่างถูกวิธี, วิธี ลด ความ อ้วน ของ พระ เทพ, วิธีลดพุง เร็วที่สุด, น้ำหนักลด, เมนูลดน้ําหนัก 3 วัน, อาหารสําหรับคนลดน้ําหนัก, ยาลดความอ้วนที่ดีที่สุด pantip, รายการอาหารลดน้ําหนัก, อาหารเสริม ลดพุง, สูตร อาหาร ลด น้ำหนัก 3 วัน, ลดนน, ยาลดความอ้วน ไม่โยโย่, เสริมอาหาร, คนอ้วนลดน้ําหนัก, การควบคุมน้ำหนัก, ลดหน้าท้องด้วยตัวเอง, ลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน, ลดอ้วน ลดพุง, ยาลดความอ้วนยี่ห้อไหนดี, วิธีลดนำ้หนัก, การลดน้ําหนักที่ถูกต้อง, ออกกําลังกาย น้ําหนักไม่ลด, สูตรลดน้ําหนักแบบเร่งด่วน, การออกกําลังกายลดต้นขา, เครื่องดื่มลดความอ้วน, ลดความอ้วนเร็วที่สุด, ลดความอ้วนที่ไหนดี, อาหารเสริมลดพุง, เต้นลดหน้าท้อง, อยากลดต้นขา, วิธีลดความอ้วน pantip, เมนูอาหารลดน้ําหนักเร่งด่วน, วิธีลดความอ้วนแบบง่าย, ชาเขียวลดความอ้วน, อาหาร เสริม ลด ความ อ้วน เร่ง ด่วน, โปรแกรมลดความอ้วน, แก้วมังกร ลด ความ อ้วน, ยาลด, ลดความอ้วนภายใน3วัน, อาหารลดนำ้หนัก, อาหารเย็นลดความอ้วน, วิธีลดพุงอย่างรวดเร็ว

แม่โจ้ อ้าแขนต้อนรับนักท่องเที่ยวจีน ชวนเที่ยวฟาร์ม-ธรรมชาติ
คนจีน /  นักท่องเที่ยวจีน / 

จากประเด็นกระแสข่าวทางโซเชี่ยลมีเดียส์ที่มีการพูดถึงนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เคยมาเที่ยวที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ว่าได้สร้างความเดือดร้อนและก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมามากมายนั้น โดยล่าสุดกำลังมีกระแสว่า นักท่องเที่ยวชาวจีนได้เริ่มค้นพบสถานที่ท่องเที่ยวใหม่มาเป็นที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้แทนนั้น (ที่มา: http://pantip.com/topic/31727570) รองศาสตราจารย์ดร.วีระพล ทองมา คณบดีคณะพัฒนาการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า “ท่านอธิการบดีได้มอบหมายให้คณะพัฒนาการท่องเที่ยววางมาตรการและแผนการดำเนินการรองรับ เนื่องจากเรามีนักศึกษาทั้งชาวไทยและชาวจีนมาเรียนด้านการท่องเที่ยวอยู่เป็นจำนวนมาก และเรามีทีมงานด้านการท่องเที่ยวอยู่แล้ว สำหรับสถานที่ต่าง ๆ ทั้งภายในมหาวิทยาลัยและโดยรอบแม่โจ้มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติสวยงามมากมาย ซึ่งบางส่วนเรียกได้ว่า เป็น Unseen Thailand เลยทีเดียว โดยเฉพาะฟาร์มมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักถ่ายภาพ เส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติชุมชนบ้านโปง ซึ่งมีชมรมจักรยานและนักปั่นมาเที่ยวอยู่ตลอดถือเป็นป่าใกล้เมืองเชียงใหม่ที่มีความสมบูรณ์ที่สุดที่ทางมหาวิทยาลัยแม่โจ้ดูแลร่วมกับชุมชนมาโดยตลอด หากนักท่องเที่ยวชาวจีนสนใจมาเที่ยวเราก็ยินดีให้การต้อนรับ แต่ต้องอยู่ภายใต้มาตรการที่เรากำหนด คือไม่ทำลายวัฒนธรรมสิ่งแวดล้อมที่ดีงาม เน้นการท่องเที่ยวแบบสร้างสรรค์ ในส่วนของนักศึกษาและบุคลากร เรามุ่งสร้างการรับรู้และสร้างความเข้าใจให้ทุกคนเปิดใจรับ เราไม่ได้มองเรื่องนี้เป็นปัญหา แต่อยากให้มองเป็นประสบการณ์ที่ดีที่เราจะได้เรียนรู้จักเพื่อนชาวต่างชาติ และถือเป็นความภูมิใจที่ทำให้ คนได้รู้จัก แม่โจ้ที่สวยงาม” สำหรับนโยบายและมาตรการต่าง ๆ จะชัดเจนขึ้นหลังจากการประชุมคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยในวันที่ 12 มีนาคมนี้ จะรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป MThai News ขอบคุณ ภาพประกอบจาก paipaiphuart สมาชิกพันทิป

รวมเรื่องเด็ด วีรกรรมผู้โดยสารตัวป่วนบนเครื่องบิน
บนเครื่องบิน /  ผู้โดยสาร / 

หากจะกล่าวถึงเครื่องบิน หลายท่านคงคิดว่ามีแต่ความสะดวกสบาย เป็นการเดินทางที่ไม่น่าจะมีปัญหากวนใจอะไรมากนัก แต่แท้จริงแล้วผู้ที่เดินทางบ่อย และเหล่าบรรดาแอร์โฮสเตสหรือสจ๊วตอาจไม่คิดเช่นนั้น เพราะพวกเขามักจะพบเจอผู้โดยสารที่ทำตัวไม่ค่อยน่ารักอยู่เป็นประจำ บางรายเป็นตัวปัญหาถึงขั้นต้องเชิญลงจากเครื่องเลยทีเดียว ทาง Travel.mthai.com จึงขอรวบรวมประสบการณ์ของผู้ที่พบเจอเหตุการณ์ไล่ผู้โดยสารลงจากเครื่องมาให้ได้อ่านกันครับ รวมเรื่องเด็ด วีรกรรมผู้โดยสารตัวป่วนบนเครื่องบิน สมาชิกเว็บไซต์ พันทิป ที่ชื่อว่า เคี้ยวคำอ่านคำ ได้ตั้งกระทู้ "เคยอยู่ในเหตุการณ์ที่ผู้โดยสารโดนไล่ลงจากเครื่องบินไหมคะ เล่าสู่กันฟังค่ะ" โดยมีสมาชิกได้มาร่วมแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์แปลกๆ บนเครื่องบินดังนี้ - ความคิดเห็นที่ 4 คุณ flymom "ฝรั่งคนนึงขึ้นเครื่องมา ทีแรกก็สงบเสงี่ยมดี พอปิดประตูเครื่อง push back แล้ว ฝรั่งรายนี้กดเรียกพนักงาน เราก็ไปดูว่าจะเอาอะไร ปรากฏว่าจะเอาคอกเทลเดี๋ยวนั้น เราบอกว่าไม่ได้ ต้องรอจนเครื่องอยู่บนอากาศจน Level up แต่เขากลับหันมาบอกว่า Bitch เราก็แบบว่า ไหนพูดใหม่ซิ พูดผิดพูดใหม่ได้นะ เขาก็ยังด่าเราว่า -ucking bitch เราเดินไปโทรหากัปตันเดี๋ยวนั้น บอกว่าต้องกลับไปที่เกต เรียกตำรวจมาด้วยนะ มาเอาผู้โดยสารคนนี้ลงไป เขาเพิ่งด่าฉันว่า bitch เพราะไม่ยอมไปหยิบดริ้งค์มาให้ตอนนี้ พอถึงเกตประตูเครื่องเปิด ตำรวจสนามบินตัวเท่าตู้เย็นสามคนก็เดินไปอัญเชิญชายคนนั้นลงจากเครื่อง พอรู้ว่าโดนไล่ลงเขาก็ร้องไห้บอกแม่ชั้นตายชั้นต้องไปงานศพแม่ ให้ชั้นขึ้นเครื่องเถอะ ทั้งกัปตันทั้งตำรวจหันมามองหน้าเรา เราบอกไปเลยว่า อย่ามามองหน้าฉัน ถ้าเขาไป ฉันจะไม่ไป แค่นั้นจบ เอาตัวไปนอนสงบสติอารมณ์จนสร่างในห้องขังเรียบร้อย" - ความคิดเห็นที่ 8 คุณ Ms...plum "เคยเจอเมื่อหลายสิบปีก่อนสายการบินเตอกีสแอร์ไลน์ ไฟลท์จากอิสตันบูลกลับไทย ผู้โดยสารหนุ่มสาวเดินกอดคอกันขึ้นเกต ทำเสียงตะโกนตลอดทาง แล้วดวงซวยก็บังเกิด ไอ้คู่นั้นเผอิญมานั่งอยู่หลังเรา อาการคล้ายเมา ทำเสียงดัง แล้วเอาเท้าถีบเบาะเราตลอด จนเราต้องหันไปตบเบาะแล้วบอกว่ามันไป มันก็ยังถีบเบาะอีก คิดเลยว่าไฟลท์นี้คงไม่ได้นอนแน่ สักพักแอร์เดินมาใกล้ เราก็เลยถามแอร์ว่าเปลี่ยนที่นั่งได้ไหม แอร์ก็มองไปที่สองคนนี้น สักพักก็มีเจ้าหน้าที่พร้อมการ์ดตัวโตเชิญไปสร่างเมานอกเครื่องบิน เรานี่อยากปรบมือดัง ๆ ผู้โดยสารใกล้เคียงก็โล่งใจกันไปตาม ๆ กัน" - ความคิดเห็นที่ 10 คุณ Lilac Girl "ตุลาปีที่แล้วค่ะ บินจากอเมริกาไปเนเธอร์แลนด์ จู่ ๆ นักบินประกาศดีเลย์เที่ยวบิน ซักพักทั้งตำรวจ ทั้ง US Immigration ขึ้นมาเชิญผู้โดยสารออกไปจากเครื่อง ทราบทีหลังว่า ท่านขึ้นมาแล้ว เอาไม้เท้าทุบผนังเครื่องไม่ยอมหยุด เลยอดไปเลย" - ความคิดเห็นที่ 13 คุณ pka เคยเจอตอนบินจากกรุงเทพฯ ไปอัมสเตอร์ดัมค่ะ ระหว่างทางผู้ชายข้างหน้ามีท่าทางแปลกๆ กระวนกระวายตลอดเวลา แต่ไม่โวยวายอะไรนะ แต่เขาเดินไปห้องน้ำบ่อยๆ ก็ว่าผิดปกติอะไรสักอย่าง พอเครื่องลงจอด ก็รอนานมาก กว่าจะลงจากเครื่องได้ ปรากฎว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินขึ้นเครื่องมา จับตัวผู้ชายคนนั้นไป ... สรุปก็คือ เขาไปเสพยาในห้องน้ำน่ะแหล่ะค่ะ" - ความคิดเห็นที่ 37 คุณ Paradise Slice and double shot "เพิ่งเจอมาตอนที่บินกลับมาอังกฤษครั้งล่าสุดเมื่อไม่นานนี่เอง เจอแบบใกล้ชิดมากเรียกว่าจำได้ทุกชอต เนื่องจากนั่งอยู่แถวเดียวกัน เรานั่งอยู่ริมทางเดิน ถัดจากทางเดินไปมีคุณลุงฝรั่งนั่งหลับอยู่ (คือหลับแบบจริงจังมากกก) พอผู้โดยสารขึ้นเครื่องครบแล้ว อยู่ดีๆ ก็มีพ่อหนุ่มต่างชาติผิวสีผมทรงแอฟโฟร เดินมานั่งข้างๆคุณลุงคนนั้น ตอนแรกก็ไม่อะไร พี่แอฟโฟรนั่งๆไปซักพักก็จ้องหน้าคุณลุงค่ะ จ้องแบบเอาเป็นเอาตาย (โดยที่คุณลุงไม่รู้เรื่องอะไรเลย หลับลึกมาก) และจู่ๆ พี่แกก็ตะโกนว่า ... He's DEAD!!  อิชั้นเหวอ แอร์ฯเหวอ ผู้โดยสารคนอื่นเหวอกันหมด ... แต่คุณลุงยังหลับอยู่ เชื่อเค้าเลย เกิดความเงียบไปชั่วขณะก่อนที่แอร์ฯท่านนึงเข้ามาแก้สถานการณ์ "No no he's ok sir, he's just sleeping" แต่พี่แอฟโฟรเถียงว่า "No no no he's dead! I don't wanna sit next to dead person!!" พร้อมกับจิ้มไปที่แขนคุณลุง เราคิดเลยว่าเค้าเมาแน่ๆ เมามากด้วย มากขนาดที่ว่ามโนได้ว่าคุณลุงตายแล้ว 55555 พี่แอฟโฟรก็พูดไปจิ้มไป คุณลุงจึงตื่นจากภวังค์ พร้อมกับยิ้มให้ทุกๆ คนและพูดว่า "I'm fine" สรุปว่าเมาทั้งคู่ ถูกเชิญลงจากเครื่องไปตามระเบียบ" - ความคิดเห็นที่ 51 คุณ Puanholy "อันนี้เป็นเรื่องป่วนๆ แต่ไม่ถึงกับเชิญผู้โดยสารออก เราบินจากโตเกียวมาที่มินิอาโพลิส พอขึ้นเครื่องมาเราก็หลับแบบไม่สนใจใคร ปรากฎว่าตื่นมาอีกที เครื่องยังไม่ได้บินไปไหน ยังคงอยู่ที่เดิม ถามฝรั่งข้างๆว่า เกิดอะไรขึ้นคะ ฝรั่งบอกมีป้าชาวจีนอาละวาดไม่ยอมให้เครื่องขึ้น ไม่ยอมคาดเข็มขัด เราก็อ๋อๆ .. เสร็จแล้วก็ได้ยินแอร์ประกาศว่า "มีผู้โดยสารท่านใดสามารถพูดภาษาจีนได้บ้าง" เราเคยเรียนมานะ แต่มันพูดได้แค่ ชือ ฟ่าน เลอ มา (กินข้าวหรือยัง) แค่นั้น สักพักสจ๊วตเดินมา พอเค้าเจอหน้าเราเท่านั้นแหละ เค้ารีบเชิญเราไปเลยจ้า เราบอกว่าฉันพูดภาษาจีนไม่ได้นะเฮ้ยยย เค้าบอกช่างเถอะมาก่อน ... เราก็เดินตามไป ฝรั่งมองทั้งลำค่ะ พอไปถึงแถวที่ป้านั่ง (หน้าสุด เก้าอี้มี 3 ตัว) ป้านั่งติดหน้าต่าง โวยวายอาละวาดไม่ยอมคาดเข็มขัด ชี้ออกนอกหน้าต่างอย่างเดียว ชี้หิมะ แล้วก็กรีดร้อง แอร์นั่งกลางจะจับป้านั่งตลอด แอร์เพอเซอ สจ๊วตทุกคนมารุมเรา บอกว่าให้ช่วยบอกป้านี้ที ว่าให้ช่วยนั่งหน่อย ป้าเค้าเป็นอะไร เราก็เลย "หนีห่าว .. (ส่งยิ้ม)" ป้าเริ่มหยุด .. เราถามต่อ "ชือ ฟ่าน เลอ มา" .. คือ ณ จุดนั้นกรูพูดได้แค่นี้ค่า พี่แอร์ขา ... แต่ป้ากลับเงียบ มองเรา จับมือเรา แล้วก็นั่งลงชี้ไปข้างนอก พูดๆๆๆ พ่นภาษาจีนใส่เรา .. ณ อารมณ์นั้นอิฉันต้องทำตัวเหมือนนางงาม ตบมือป้าเบาๆ พร้อมนั่งลง คาดเข็มขัด ไม่ได้พูดอะไร โชคดีป้ายอมทำตาม แอร์ถามเราว่า เค้าว่ายังไง .. เราเลยบอกว่า เค้าคงกลัวหิมะ คงคิดว่าเป็นพายุ .. พอป้านั่งสงบได้สักพัก แอร์รีบส่งสัญญาณให้กัปตันเอาเครื่องขึ้น (บินในประเทศแค่ 1 ชั่วโมง) กัปตันคงเห็นว่าเอาอยู่มั้ง เครื่องก็ขึ้นไป สรุปอิฉันได้ไปนั่งกับป้าจ้ะ มีแอร์นั่งคั่นกลาง อาหาร Snack อะไรก็ไม่ได้กิน แอร์ถามว่าเราพูดอะไรกับป้า .. เราเลยบอกว่า เราถามว่าป้ากินข้าวหรือยัง สรุปป้าได้กินกล้วยจ้ะ 5555 แล้วป้าก็ชมแอร์ว่าสวย บลาๆๆ เราก็ถามแอร์ว่าป้ามาคนเดียวหรอ สรุปคือ ป้ามาคนเดียว บินเดี่ยวจ้า ... พอเครื่องแลนดิ้งเท่านั้นแหละ ฝรั่งตบมือให้อิฉัน เริ่ดป่ะล่ะ นางป้าคนนั้นได้ลงเครื่องคนแรก อิฉันรอเดินไปเอาของที่แครี่ออนตรงที่เก่า ฝรั่งเดินมาเช็คแฮนด์ พร้อมบอกว่า thank you very much แหม่ .. น้ำตาจะไหล ในใจนี่คือ ถ้าป้าไม่ยอมสงบ อิฉันแปลไม่รู้เรื่อง คงต้องเชิญออกล่ะจ้ะ เหตุการณ์นี้ตอบแทนมาด้วยการให้อัพเกรดเก้าอี้ที่นั่งขากลับไทยให้เป็น Business พร้อมส่วนลดเวลาซื้อตั๋วนิดๆ หน่อยๆ .. ปลื้มใจมากค่ะ 555" อ่านความคิดเห็นทั้งหมดเพิ่มเติม > http://pantip.com/topic/32714638 ที่มา : pantip.com  ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : มนุษย์ลุงฉุน โดนเชิญลงจากเครื่อง ผู้โดยสารช่วยปรบมือไล่

คนแห่ต่อคิวเข้า โออิชิ บุฟเฟ่ต์ ล้นร้าน หลังลด50%
คนล้นร้านโออิชิ /  ชาบูชิ นิกุยะ / 

 คนแห่ต่อคิวเข้า โออิชิ บุฟเฟ่ต์  จนล้นร้าน หลังประกาศลด50% 28 ก.ค. - 3 ส.ค. 57 จากกกรณีที่ โออิชิกรุ๊ปประกาศลดราคา อาหารในเครือกว่า 200 สาขาทั่วประเทศพร้อมมอบส่วนลดพิเศษสูงถึง 50%  ทั้งโออิชิ แกรนด์ โออิชิ บุฟเฟต์ ชาบูชิ นิกุยะ โออิชิ ราเมน และ คาคาชิ ระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม เรื่อยไปจนวันที่ 3 สิงหาคม 2557 เพียง 7 วัน ซึ่งวันนี้ถือว่าเป็นวันแรก ของการเริ่มแคมเปญดังกล่าว โดยชาวสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพผู้คนที่ต่อคิวรอเข้ารับประทาน โออิชิ บุฟเฟ่ต์ เป็นจำนวนมากจนล้นออกมานอกร้าน MThai News ขอบคุณภาพจาก เว็บพันทิป  และเจ้าของกระทู้ "ขอบริจาครูปร้าน Oishi วันนี้ที่ไหนก็ได้ทั่วไทยครับ" ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เริ่มแล้ววันนี้ โออิชิกรุ๊ป ลดราคา 50% ทุกสาขา 28 ก.ค.- 3 ส.ค. 57

ชาวเน็ตสุดปลื้มภูเก็ต เปลี่ยนไป กลายเป็นหาดสวรรค์
ข่าววันนี้ /  คสช. / 

นักท่องเที่ยวชื่นชม หาดทรายจังหวัดภูเก็ตสะอาดเรียบร้อย หลังคสช.สั่งผู้ประกอบการรื้อร้านค้าที่รุกล้ำชายหาดออก  หลังจากที่ทหารและตำรวจ ลุยจัดระเบียบชายหาดกะตะ และชายหาดกะรน จ.ภูเก็ต ตามคำสั่ง คสช. พร้อมเร่งเทศบาลกะรน สั่งผู้ประกอบการรื้อร้านค้า เตียงนวด ที่รุกล้ำชายหาดออกไป ซึ่งทางผู้ประกอบการก็ได้ทำการรื้อถอนตามคำสั่ง คสช. ล่าสุดสมาชิกเว็บบอร์ดพันทิปท่านหนึ่งได้ตั้งกระทู้เรื่อง “ภูเก็ต เปลี่ยนไป!! กลายเป็นหาดสวรรค์ ที่จำกันแทบไม่ได้!!” ผู้ตั้งกระทู้ได้โพสต์รูปหาดทรายพร้อมระบุว่าเป็นหาดที่อยู่ในจังหวัดภูเก็ต และได้บรรยายถึงรูปดังกล่าวว่า หาดเปลี่ยนไปมาก ดูเป็นระเบียบขนาดนี้เห็นแล้วก็เกิดความประทับใจ อยากให้ช่วยกันดูแลช่วยกันรักษา หากชายหาดเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นแบบนี้ก็น่าจะดี ชาวต่างชาติก็คงจะชอบและชื่นชมที่คนไทยช่วยกันดูแลหาดให้สะอาดและสวยงาม ซึ่งหลังจากรูปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป สมาชิกพันทิปคนอื่นๆต่างมาแสดงความคิดเห็นในทิศทางเดียวกันว่า ภาพบรรยากาศแตกต่างจากอดีตที่จะมีร่มและพวกเตียงผ้าใบให้เช่าอยู่เต็มชายหาด ซึ่งหลังจากคสช.มาจัดระเบียบ กลุ่มมาเฟียและแท็กซี่ป้ายดำในสถานที่ท่องเที่ยวก็ลดลง ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะชายหาดเป็นของสาธารณะ ทุกคนมีสิทธิได้ใช้ หากร้านไหนสร้างรุกล้ำก็ให้รื้อออกไปเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว MThai News ขอบคุณเว็บบอร์ดพันทิป

รอดปาฏิหาริย์! iPhone 4 ตกตึก 3 ชั้น ผลปรากฏว่า... !?
iPhone 4 /  pantip / 

ถ้าพูดถึงสมาร์ทโฟนที่ทนทาน เชื่อว่าหลายๆ คนคงจะไม่นึกถึง iPhone เป็นแน่แท้ โดยเฉพาะ iPhone 4 ที่มีด้านหน้า และด้านหลังเป็นกระจก แต่มีเจ้าของ iPhone 4 ท่านหนึ่ง ทำมือถือตกลงจากห้าง 3 ชั้น ผลปรากฏว่าเครื่องไม่พัง ยังใช้งานได้ปกติ! เรื่องนี้มาจากกระทู้หนึ่งในเว็บบอร์ดพันทิป จากยูสเซอร์ Savage_DevilZ ที่นำเรื่องน่าตื่นเต้นจนเกือบเป็นโศกนาฏกรรม เมื่อ iPhone 4 ตัวน้อย (ที่ใส่เคสพลาสติกแบบธรรมดาอยู่ และลื่นนิดๆ) ไม่ทราบว่ามีปัญหาชีวิตหรืออย่างไร ตัดสินใจกระโดดจากมือเจ้าของที่นั่งกินขนมอยู่จากชั้น 2 ลงมายังชั้น G ในห้างดังห้างหนึ่ง จนเกิดเสียงดัง ตุ้บ!! วินาทีนั้นเจ้าของเครื่องนึกในใจว่า ไม่น่ารอดแน่ๆ แล้ว และด้วยเหตุผลกลใดไม่ทราบได้ เจ้า iPhone 4 ตกลงมาอยู่หน้าบูธ Samsung ที่จัดแสดงอยู่ชั้น G พอดี ทันใดนั้นพนักงาน Samsung ที่ยืนอยู่ที่บูธนั้นก็เดินมาหยิบ iPhone ขึ้นดู เจ้าของก็ตะโกนถามว่า "พังยัง!!" แต่พนักงานสาวท่านนั้นตอบกลับมาว่า "ยังค่ะ" เมื่อได้่ยินเช่นนั้นคุณ Savage_DevilZ ก็รีบลงไปดูใจเจ้า iPhone เครื่องนี้ทันที โดยในใจคิดว่ายังไงก็ต้องมีรอยบุบสลายอย่างแน่นอนตกลงมาสูงขนาดนี้ แต่ที่ไหนได้ตัวเครื่องกลับยังเป็นปกติดีทุกอย่าง ไม่บุบไม่แตก มีแต่รอยถลอกเล็กน้อยเท่านั้น โดยตัวเครื่องมีสภาพดังภาพด้านล่างนี้เลยครับ มีรอยแตกแค่บนเคสเท่านั้น จุดเกิดเหตุ บริเวณที่ iPhone หล่นลงหน้าบูธ Samsung พอดี ไม่รู้ว่าเห็นเครื่องตกไปต่อหน้าแบบนี้ คนที่กำลังจะซื้อ Samsung จะเปลี่ยนใจไปหา iPhone หรือเปล่า เชื่อว่าหลังจากอ่านข่าวนี้แล้ว หลายคนคงอยากทราบนะครับว่าเจ้าของกระทู้ไปซื้อเคสนี้ที่ไหน ยี่ห้ออะไร แต่ท่านเจ้าของกระทู้ไม่ได้บอกนะครับว่าเคสซื้อจากที่ไหน แต่ที่ฮาคือ มีอีกท่านมาแสดงความคิดเห็น พร้อมโชว์ภาพ iPhone 5 ของเขาที่ใส่เคสกรอบโลหะ หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า Bumper นั่นแหละครับ อันละเป็นพันนะครับ ตกจากชั้น 2 เหมือนกัน แต่ผลปรากฏว่าพังครับ! ลองติดตามกระทู้ต้นเรื่องได้ที่ลิงค์ด้านล่างนี้เลยครับ source: Pantip

คลิ๊ปช่วยชีวิต ด.ต.ณรงค์พร้อมเสียงปืนและการปะทะทั้ง 2 ฝ่าย
ด.ต.ณรงค์ /  ประดิษฐ สินธวณรงค์ / 

คลิ๊ปว่อนโซเชียลเน็ตเวิร์ค การช่วยชีวิตด.ต.ณรงค์ ปิติสิทธิ์ พร้อมเหตุการณ์การปะทะ ณ สนามกีฬา ไทยญี่ปุ่นดินแดงทั้งในยูทูป และพันทิป เผยคลิ๊ปผ่านยูทูป ขณะช่วยชีวิตด.ต.ณรงค์ ปิติสิทธิ์ ผู้บังคับหมู่งานจราจร สถานีตำรวจตลาดพลู ซึ่งพยายามปั๊มหัวใจและขนย้ายร่างของ ดาบตำรวจ ณรงค์ ฯ ไปยังเฮลิคอปเตอร์เพื่อที่จะทำการช่วยชีวิตต่อที่โรงพยาบาลตำรวจ ขณะที่มีการระดมยิงกันอย่างต่อเนื่องเข้ามาในบริเวณดังกล่าว จนกระทั่งจะมีการร้องขอจากนักข่าวและจากเจ้าหน้าที่ที่ให้การดูแลดาบตำรวจ ณรงค์ ฯ http://www.youtube.com/watch?v=FTPZJEdBrV0 คลิปขณะเร่งปั๊มหัวใจ ด.ต.ณรงค์และยิงเฮลิคอปเตอร์ ทั้งนี้นายแพทย์ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้แถลงการ์ก่อนหน้านี้ว่า ขณะที่เฮลิคอปเตอร์กำลังบินขึ้นไปนั้น ก็ถูกยิงที่กระจก ซึ่งเดชะบุญกระสุนไม่ได้ถูกห้องเครื่องที่สำคัญที่อาจจะทำให้เสียชีวิตทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ที่บาดเจ็บ แต่อย่างไรก็ตาม การขัดขวางการช่วยเหลือดังกล่าว ก็ทำให้การดูแลรักษาล่าช้าไป การออกมาแถลงการณ์ในวันนี้ว่า ต้องขอความร่วมมือจากทุกๆ ท่านว่า ในการชุมนุมต่าง ๆ นั้น ต้องขอวิงวอนว่า อย่าได้มีการใช้กำลังประทุษร้ายหรือการบาดเจ็บในการช่วยเหลือผู้ป่วยนั้น อย่าได้มีการเข้าไปขัดขวางหรือทำร้ายเจ้าหน้าที่ทุกท่าน อันนี้เป็นหลักมนุษยธรรมและเป็นหลักที่สำคัญของคนไทยทุกคนที่จะพึงมีอยู่ ผมจึงใคร่ขอวิงวอนพี่น้องทุกท่านในวันนี้ อีกทั้งพล.ต.สุรชาติ จิตต์แจ้ง หัวหน้าส่วนประชาสัมพันธ์ และสารสนเทศ สำนักรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า เรียนพี่น้องประชาชนชาวไทยที่เคารพทุกท่าน ผมต้องการเรียนชี้แจงเพื่อสนับสนุนคำกล่าวของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขนะครับว่า  "ในส่วนของทหารนั้น การทำการรบหรือสงคราม เรามีหลักสากลที่ยึดถือปฏิบัติ ซึ่งเป็นไปตามอนุสัญญาเจนีวา 1949 ว่าด้วยการดำเนินรักษาทหารผู้บาดเจ็บและเจ็บป่วยในสนามรบกล่าวคือ ให้ความคุ้มครองทหารที่ต้องออกทำการรบ เนื่องจากความเจ็บป่วยหรือได้รับบาดเจ็บเช่นเดียวกับบุคคลทางการแพทย์ หรือบุคคลทางศาสนา ซึ่งรวมถึงประชาชนในพื้นที่การรบด้วย แม้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวที่ได้เกิดขึ้นไปแล้ว จะไม่ใช่สถานการณ์การสู้รบที่แท้จริง แต่ตามหลักมนุษยธรรมสามารถนำมาเทียบเคียงกันได้ ดังนั้น การขัดขวางการช่วยชีวิต การขัดขวางการลำเลียงผู้บาดเจ็บขึ้นเฮลิคอปเตอร์ การขัดขวางการขนส่งผู้บาดเจ็บโดยยิงเฮลิคอปเตอร์ จึงเป็นการปฏิบัติที่ไร้มนุษยธรรมโดยสิ้นเชิง นอกจากนี้ยังมีคลิ๊ปการปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.ณ สนามกีฬา ไทยญี่ปุ่นดินแดง ผ่านเว็บไซต์พันทิป http://pantip.com/topic/31442960  คลิ๊ปจากเว็บไซต์พันทิปและ http://www.youtube.com/watch?v=Svl9vUNQ038&desktop_uri=%2Fwatch%3Fv%3DSvl9vUNQ038&app=desktop คลิ๊ปยูทูปและลิงค์จากเว็บไซต์พันทิป MThai News

แฉอีก!!ไม่ใช่แค่ไมค์แพง ทีวีครม.ยังแพงระยับ กว่า5แสน
ทีวี60นิ้ว /  ทีวีครม.แพง / 

แชร์สนั่น!! ไม่ใช่แค่ไมค์ที่แพง แต่จอพลาสม่า 60 นิ้วราคา 5 แสน ขายึดติดผนังขาละหมื่นเก้า  หม่อมโจ้ แฉต่อ โคมไฟยังแพงดวงละเกือบ 4 แสน วันนี้(10 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า หลังจากที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ประเด็นราคาไมโครโฟน ครม.แพงถึงตัวละ 145,000 บาท ล่าสุด สมาชิกเว็บบอร์ดพันทิป ที่ใช้ชื่อว่า โฟโต้แมน007 ยังได้ระบุว่า ไม่ใช่แค่ไมค์นะครับที่แพง แต่จอพลาสม่า 60 นิ้วราคา 5 แสน ขายึดติดผนัง ขาละหมื่นเก้า!!! ข้อมูลดีมากๆ เราสนใจแต่ไมค์ตัวละ 145,000 กัน แต่ดูอย่างอื่นบ้างครับ แพงทุกอย่าง ที่น่าสนใจคือของที่เราๆท่านๆสามารถพบเห็นได้ตามท้องตลอดหรือห้างทั่วๆไป เช่นทีวีพลาสม่า 60 นิ้ว ราคาเครื่องละ 529,870 บาท ขายึดแบบติดผนัง ราคาตัวละ 19,270 บาท ทั้งหมด 16 ชุดครับ พลาสม่าเป็นอะไรที่ตกยุคไปแล้ว แอลอีดีรุ่นใหม่ๆยังถูกกว่าหลายเท่า แถมขายึดติดผนังราคาแพงกว่าทีวี 42 นิ้วอีกต่างหาก นอกจากนั้น เฟซบุ๊ค ม.ล.รุ่งคุณ กิติยากร หรือ หม่อมโจ้ บุตรชาย อาภัสรา หงสกุลอดีตนางงามจักรวาล กับ ม.ร.ว.เกียรติคุณ กิติยากร ยังได้โพสต์รูปภาพและเขียนข้อความสั้นๆว่า สุจริต พอเพียง ทีวี 5 แสนกว่า , หลอดไฟ 4 แสน , ไมค์แสน5 , ขาไมค์ 2 หมื่น ฯลฯ MThai News ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง โยธา ‘แจง’ ไมค์ครม.แค่ 94,250 บาท หม่อมโจ้ จวก ซื้อ ไมค์ ครม.ไม่ทุจริต ก็ไร้ความสามารถ

บอย ไม่ซี! ถูกวิจารณ์แรง กรณีดราม่าช่อง3จอดำ!!
บอย ปกรณ์ /  บอย ปกรณ์ ช่อง3 จอดำ / 

ยังคงเป็นประเด็นดราม่าสำหรับนักแสดงหลายคนที่ออกมาแสดงความคิดเห็นกรณีช่อง 3 จอดำ หนึ่งในนั้นคือพระเอกหนุ่ม บอย ปกรณ์ หลังโพสต์ความคิดเห็นผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว จนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในเว็บดังพันทิป หลายคนถึงขั้นผิดหวังในตัวพระเอกหนุ่มและจะเลิกติดตามเลยทีเดียว งานนี้ หนุ่มบอย ไม่ซี! บอกนานาจิตตัง ทุกคนมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็น ปัดผู้ใหญ่สั่งลบข้อความดังกล่าว แจงแค่ไม่อยากเปิดพื้นที่ให้คนทะเลาะกัน!! "ที่แสดงความคิดเห็นเรื่องช่อง 3 จอดำแล้วโดนโจมตีค่อนข้างเยอะ ผมว่าทุกๆ เรื่องแหละ ทุกคนก็มีสิทธิ์ที่จะออกความคิดเห็น แชร์ความคิดเห็น ผมก็มองว่ามันเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าเกิดข้อมูลของผมมันผิดพลาดก็ต้องขอโทษด้วย ส่วนที่มีคนบอกผิดหวังกับเราก็นานาจิตตังครับ ก็แล้วแต่คนครับ ที่เลือกลบภาพนั้นเพราะพอลงไปก็มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย กลายเป็นว่าเราไปเปิดพื้นที่ให้คนมาทะเลาะกันหรือเปล่าก็เลยลบดีกว่า ไม่อยากให้คนมาทะเลาะกันในไอจีเรา ผู้ใหญ่ไม่ได้สั่งห้ามครับ มันก็ไม่ถึงขั้นนอยด์อะไรนะ แต่แค่เวลามีคนมาทะเลาะกันในไอจีเรา เราก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เลยลบไปดีกว่าแค่นั้นเอง บางคนแรงถึงขั้นว่าจะเลิกติดตามเราเลย ก็อย่างที่บอกไปทุกคนมีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็น ก็แล้วแต่คนครับ ไม่ได้โกรธ ไม่ได้ว่าอะไรครับ ที่เราถูกโพสต์เป็นกระทู้ฮอตในพันทิปก็เคยขึ้นบ้างนะ ก็เบาๆ ครับ ไม่ได้ซีเรียสมาก" "ส่วนตัวแฟนคลับเราก็เข้าใจครับ เรื่องพวกนี้เราไปห้ามความคิด หรือบังคับให้ใครคิดอะไรไม่ได้ ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะคิดที่จะออกความคิดเห็น เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมได้ออกความคิดเห็นไป ผมก็ทำออกมาด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้มีอะไรแอบแฝง ยอดฟอลโล่ก็ยังปกตินะครับ ก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรครับ ทางผู้ใหญ่ก็ไม่ได้เรียกไปคุยอะไรครับ ต่อไปถ้าเราโพสต์อะไรแล้วมีคนมาทะเลาะกันในไอจีเราก็คงต้องระวังครับ เราก็ไม่อยากให้ไอจีเราเป็นสนามให้คนมาทะเลาะกัน อยากให้เข้ามาดูรูปกันและยิ้มๆมากกว่าครับ ผมก็ระวังมากขึ้นครับ" บอย กล่าว บอย ปกรณ์ บอย ปกรณ์ บอย ปกรณ์ บอย ปกรณ์ IG บอย ปกรณ์ IG บอย ปกรณ์ IG บอย ปกรณ์

6 ภาพแปลก กรุงเทพฯ ในสายตาชาวต่างชาติ
6 อันดับ /  Bangkok / 

กรุงเทพมหานคร เมืองที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม และมีสถานที่สวยงามอีกหลายแห่ง ไว้สำหรับดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้เข้ามาเที่ยวกัน ทำเงินปีละหลายล้านบาทเข้ากระเป๋าพี่ไทยสบายเฮ ไม่แปลกที่เราคนไทย จะเดินเที่ยว (ทำงาน) ในกรุงเทพฯ เห็นฝรั่ง จีน แขก เดินแบกเป้ สะพายกล้อง ส่องภาพในที่ต่างๆ ของกรุงเทพ เห็นแล้ว ช่างภูมิใจเสียเหลือเกิน ที่แขกบ้านแขกเมืองให้ความสนใจ ความเป็นไทยของเราจริงๆ เดี๋ยวก่อน! ที่ฝรั่ง จีน แขก ญี่ปุ่น เค้ามาถ่ายภาพรูป วัดวา แม่น้ำคูคลอง ตึกรามบ้านช่องนั้น อาจไม่ใช่ภาพอย่างที่เราคิด แน่นอนทุกๆ ที่ในโลก ย่อมมีมุมดีมุมแย่เหมือนกัน ต่อไปนี้ Travel MThai จะพาสมาชิกมิตรรัก ไปพบกับ 6 ภาพแปลก ในกรุงเทพ ที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมอัพลงเน็ต โดยภาพ 6 แบบนี้ ที่เขานิยมถ่ายไว้ แล้วเอาไปลงเฟสบุ๊ค อินสตาแกรม ฯลฯ เพื่อบ่งบอกให้เพื่อนๆ รู้ว่า “ฉันอยู่กรุงเทพแล้วนะ!” มีอะไรบ้าง ลองติดตามกันครับ 1.ร้านแมลงทอด ในกรุงเทพฯ เพียบพร้อมไปด้วยร้านอาหารหรู ไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกชนชาติ แต่อย่างว่านักท่องเที่ยวคงเบื่อ ถ้ากินอาหารอยู่ในตึกทุกๆวัน และได้ยินมาว่าร้านอาหารข้างทาง หรือสตรีทฟู้ด ของเมืองไทยอร่อยไม่ใช่ย่อยๆ ว่าแล้วก็จัดซะหน่อย เดินออกจากโรงแรม ห้างสรรพสินค้า มาเรื่อยๆ ก็ถึงกับตกใจ เมื่อเจอร้านรถเข็นแมลงทอดพันธุ์ต่างๆ เข้าให้ โอ้วมายก็อด! คนไทยนี่กินแมลงกันด้วยเหรอนี่!? แต่สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่มาเที่ยวกรุงเทพครั้งแรกอาจจะตกใจกลัว และรังเกียจแมลงทอดอย่างที่เห็น แต่สำหรับฝรั่งพิเรนทร์บางคน มักจะแสดงความกล้าด้วยการโฟสท่าถ่ายรูป ทำท่าหยิบแมลงทอดเอาเข้าปากตัวเอง แล้วแชะภาพอัพลงเฟสบุ๊ค อินสตาแกรม อวดให้เพื่อนๆ ดูกันว่า “ไอ อยู่ที่กรุงเทพแล้วนะ และได้กินแมลงทอดด้วยล่ะพวก” 2.พระสงฆ์ในแหล่งช้อปปิ้ง เมื่อก่อนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เดินทางมาเที่ยวกรุงเทพฯ มักจะไปเที่ยวเดินชมสถานที่สำคัญทางศาสนา และวัฒนธรรมของบ้านเรา อย่างเช่น วัดพระแก้ว วัดโพธิ์ เป็นต้น ได้เห็นพระสงฆ์ห่มจีวรสีเหลือง เดินอยู่ในบริเวณวัด ที่สงบ เห็นแล้วประทับใจ มักจะถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกอยู่เสมอ แล้วเอากลับไปเผยแพร่ บอกต่อ ที่บ้านเกิดเมืองนอนของตน จึงเป็นกระแสเชิญชวนให้พวกเขาเหล่านั้น ชวนเพื่อนๆ กลับมาเที่ยวเมืองไทยอีกครั้ง.. แต่ทว่า มาเที่ยวไทยในครั้งนี้ กลับเปลี่ยนแปลงโดยสิ้นเชิง ในเมื่อมาเห็นพระสงฆ์อยู่ในห้าง! ฝรั่งมังค่าเกิดความสงสัยว่า เดี๋ยวนี้พระสงฆ์เดินธุดงค์ในพันทิป มาบุญครอง กันแล้วเหรอ? ในหนังสือท่องเที่ยวไม่เห็นบอกไว้นี่หว่า!? เห็นแล้วอะเมสซิ่งไทยแลนด์ เลยจัดการแชะภาพ อัพลงเฟซบุ๊ค อดเพื่อนๆ กันซะเลย “ยู เคยเห็นพระซื้อมือถือใช้เองหรือเปล่า! ไอ เห็นมากับตาเลย..” 3.รถตุ๊กตุ๊กระทึกกรุงเทพ! นักท่องเที่ยวต่างชาติหลายๆ คน ที่เข้ามาเที่ยวกรุงเทพนั้น นอกจากดูวัดวา พระราชวัง เที่ยวห้างสรรพสินค้า ตามตรอกซอยชื่อดังย่านต่างๆ กันแล้ว อีกสิ่งหนึ่งสิ่งในสายตาพวกเขาที่ต้องมาพบมาเจอให้ได้ นั้นถือว่ามาไม่ถึงกรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมรกันเลยทีเดียว คือ การได้เอาก้นของตนสัมผัสกับที่นั่งบนรถตุ๊กตุ๊ก!? แล้วให้เพื่อนถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก นั่นเอง การนั่งรถตุ๊กตุ๊ก อาจไม่ใช่เรื่องแปลกในความคิดของคนไทย (พี่ไทยบางคนยังเห่อได้นั่งรถบัสสีแดง ที่ลอนดอนกันได้เลย) ในสายตาฝรั่ง จีน แขก ญี่ปุ่น พวกเขาถือว่าต้องลองใช้บริการรถตุ๊กตุ๊กให้ได้! ก่อนขึ้นตุ๊กตุ๊ก ก็จินตนาการตามโฆษณาของการท่องเที่ยวบ้านเราที่ไปฉายให้เค้าดูที่นู้นว่า ได้นั่งรถตุ๊กตุ๊ก ขับไปเรื่อยๆ สบายบนท้องถนนโล่ง ได้อยู่ท่ามกลางตึกอาคารอันยิ่งของกรุงเทพฯ แต่ที่ไหนได้! ถนนในกรุงเทพรถติดยังกะตังเม อากาศก็น่าสูดเสียเหลือเกิน แถมตุ๊กตุ๊กของแท้มันโคตรซิ่งเลย! ยิ่งกว่าหนังรถแข่งของพี่วิน ดีเซล มาขับเองเสียอีก งานนี้พวกเขาไม่ได้มีโอกาสชมวิวสภาพบ้านเมืองเราสักเท่าไร เพราะมั่วแต่กังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้นข้างหน้ามากกว่า! 4.คืนมหัศจรรย์กับน้องตุ้ม!? ผู้หญิงไทย น่ารักไม่เป็นสองรองใครในโลก นั้นคือเรื่องจริง ในขณะเดียวกัน ชายไทยนะฮะ ก็หน้าตาเนียนระดับโลกเช่นกัน แทบแยกไม่ออกจากหญิงแท้กันเลยทีเดียว ไม่แปลกที่ฝรั่ง จีน แขก ที่มีรสนิยมทางเพศแบบไม่ปกติ จะเดินทางมาเที่ยวกรุงเทพ เพื่อมาสัมผัสน้องตุ้มชาวไทย แล้วก็ถ่ายภาพอวดโชว์เพื่อนทั้งหลายในเน็ตว่า “ยู เชื่อไหม? ว่าพวกเขาเป็นผู้ชาย? สวยล่ะซิ..” แต่ทว่านักท่องเที่ยวต่างชาติประเภทอินโนเซ้นท์ ก็โดนน้องแต๋วไทยบางคน หลอกลวงว่าเป็นหญิง แต่พอไปอยู่ในที่ลับกลับกลายเป็นประเทืองไปเสียอย่างงั้น หรือไม่ก็ถูกล้วงเสียทรัพย์ไปมากก็มี ทำให้คืนมหัศจรรย์ในกรุงเทพฯ ของพวกเขา กลายเป็นประสบการณ์ชีวิตที่ยากจะลืมเลือนเลยทีเดียว 5.ใส่เสื้อเบียร์ไทย เดินอวดที่ถนนข้าวสาร บางที ภาพนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ปรากฏตามเว็บ เฟสบุ๊ค ใส่เสื้อเบียร์ยี่ห้อไทย แล้วเดินตามสถานที่ต่างๆ ในกรุงเทพ นั้นอาจจะเป็นประเภทภาพถ่ายยอดฮิต ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็เป็นได้ ก็อย่างว่าคนไทยเรา ยังเคยใส่เสื้อรักบ้านเมืองเค้า โชว์หรากันให้เห็นเลย แน่นอน กรุงเทพฯ คือ อีกหนึ่งมหานครในโลก ที่ไม่เคยหลับไหล ดึกดื่นแค่ไหน ก็ยังมีร้านอาหารเปิดให้บริการกันอยู่ โดยเฉพาะแหล่งเที่ยวกลางคืนยอดฮิตของชาวต่างชาติ นั้นคือ ถนนข้าวสาร มีร้านเครื่องดื่มแฮงค์เอ้าท์รอต้อนรับลูกค้าให้เมาหัวทิ่มกันไปอีกข้าง และแน่นอนพวกเขามาถึงที่ถนนข้าวสาร จัดการใส่เสื้อเบียร์ไทย แล้วถ่ายภาพอัพลงในเน็ต โชว์ให้เห็นว่า “ไอ มาถึงถนนข้าวสารแล้วนะ ยู เห็นร้านเหล้าข้างหลังมั้ย” 5.ถ่ายรูปโรนัลด์ไหว้ต้อนรับ ร้านอาหารประเภทฟาสต์ฟู้ด มีสาขามากมายทั่วโลก และเป็นอาหารมื้อด่วนที่สะดวกสุดสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ยังไม่คุ้นเคยกับอาหารท้องถิ่น หรือไม่รู้จะหาอะไรกินดี (ก็เหมือนคิดอะไรไม่ออก ก็สั่งข้าวผัดกระเพราไข่ดาวดีๆ นี่เอง) ร้านอาหารมื้อด่วน บางสาขาในต่างประเทศ ก็จะมีหุ่นมาสคอตตั้งอยู่หน้าร้าน แสดงกิริยาในท่าต่างๆ ที่สื่อถึงวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆ อย่างเช่น มาสคอตตัวตลก ที่ทำท่าไหว้ต้อนรับลูกค้าอยู่หน้าร้านแมคฯ ในไทย และแน่นอนนักท่องเที่ยวทั่วโลกรู้ว่า การไหว้ แสดงถึงความเคารพ ต้อนรับด้วยมิตรไมตรีที่ดีของคนไทย ดังนั้นมาเห็นเจ้าหุ่นตัวตลกทำท่าไหว้อยู่ ก็เลยถ่ายรูปคู่กับหุ่นมันเสียเลย แล้วอัพโชว์ลงในเฟสบุ๊ค อินสตาแกรม แสดงถึงวัฒนธรรมของโลกตะวันตก พบตะวันออก ได้อย่างลงตัว!? ข้อมูลและภาพ : travel.cnn.com เรียบเรียงโดย Travel MThai 50 เหตุผล ความเป็นกรุงเทพฯ ในสายตาชาวต่างชาติ สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ ที่น่าสนใจ แชมป์สุดยอด เมืองท่องเที่ยว ปี 2013

iOS 7 เรื่องสยอง 12 ประการ!!
apple /  iOS 7 / 

"อุปทานหมู่? จากผู้ใช้ iOS 7 นี่หรือไอโอเอส ในวันที่ไร้จ๊อบส์!!"     ได้เปิดออกมาให้ดาวน์โหลดกันสักพักใหญ่ๆ ทีเดียว สำหรับ iOS 7 แม้กระแสการตอบรับอัพเกรดตัวระบบปฏิบัติการณ์จะเป็นไปอย่างท่วมท้น ทว่าฟีดแบ็คหลังการใช้งานนั้น   ดูเหมือนว่าจะสวนทางกับแบรนด์ที่เน้นขายประสบการณ์อันดี มาเนิ่นนานอย่างแอปเปิล และแม้สาวกจะอยากยอมรับหรือไม่ก็ตามนั้น ณ จุดนี้ ไอโอเอส 7 ไม่ได้เป็นโอเอสที่ stable สำหรับ iDevice ที่ต่ำกว่า iPhone 5s ลงมา   ทั้งยังถูกแนะนำในหมู่ผู้ใช้ด้วยกันว่า "ไม่ควรอัพเดท" หากยังแฮปปี้ดีกับ iOS 6 เช่นนั้นแล้วอาจจะพบเจอกับจุดจบอันน่าสยองเหล่านี้ ที่แทบไม่เคยได้จินตนาการถึง ว่าจะเกิดขึ้นภายใต้ลายน้ำของแบรนด์ผลไม้ !!   1. เวียนศีรษะ หน้ามืด ตาลาย คล้ายจะเป็นลม  >> parallax   รายงานทางการแพทย์ ได้ออกมาเตือนถึงประเด็นนี้ หลังจากพบผู้ใช้บางราย มีอาการคล้ายเมารถ เนื่องจากการที่สายตาโฟกัสไปยังจุดตกกระทบวัตถุบนหน้าจอไม่สมดุล.   2. flat สไตล์ ยังไงก็ไม่ใช่   flat สไตล์ by Ive แลดูไม่ถูกชะตาสาวกรุ่นอนุรักษ์นิยมมาตั้งแต่เปิดตัว เค้าเหล่านั้นถึงกับโหยหาศาสดาผู้ล่วงลับไปแล้ว.   3. ฟีเจอร์สุดดูดแบต   ได้รับการคอนเฟิร์มจากทุกๆ ผู้ใช้แล้วว่า ios7 นั้น ดูดแบตจริง คำแนะนำเบื้องต้น ดูเหมือนว่าคุณจำต้องปิดเกือบทุกฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามาใหม่ เพื่อประหยัดแบตไว้ในบางสถาณการณ์ที่จำเป็นต้องใช้โทรศัพท์จริงๆ ( วิธีประหยัดแบต )   4. อืด ช้า lag     5. ปรากฏการณ์จอฟ้า  เราอยากจะเชื่อว่านี่เป็นแผนการตลาดล้อเลียน BSOD บนวินโดวส์ยุคแรกๆ เสียเหลือเกิน จริงๆ ให้ดิ้นตายเถอะ!! ภาพจาก Vine ของ Bradley Miller   6. แอพเด้ง!!   ผู้พัฒนาหลายเจ้ากำลังปรับตัว เพื่อรองรับการใช้งานบน ios7 ปัญหาสามัญบางอย่างจึงปรากฏให้เห็น เช่นแอพเด้ง ค้าง หากแต่แอพสามัญบนไอโอเอสก็พบเหตุการณ์นี้เช่นกัน นำมาซึ่งความหดหู่ยิ่งยวดของสาวก . 7. ไม่ชี้แจงรุ่นที่เหมาะสมก่อนอัพเดท   แอปเปิลเพียงแต่บอกว่า iDevice รุ่นไหนที่สามารถอัพเดท ios7 ได้ แต่ไม่ได้บอกว่ามันจะ good for you   8. คีย์บอร์ดหน่วง   คีย์บอร์ดหน่วง นี่พูดเลย จากสมาชิกพันทิป   9. บางคนเห็น UI แล้วเข้าใจว่าคุณเล่น Android อยู่     10. Browser ช้าในทุกๆ แบรนด์   กับแอพอื่นๆ นั้นถือว่าผู้พัฒนาก็ต้องปรับตัวอัพเดท แต่กับ Safari ที่เป็นของแอปเปิลแท้ๆ กลับช้า หน่วง บางเว็บไม่โชว์คลิปจากยูทูปด้วยสิ .   11. บางฟีเจอร์ใช้งานยาก   "Control Center, AirDrop และ iTunes Radio น่าสนุก แต่ใช้งานยาก ไม่ชินกับการเข้าถึง" ผู้ใช้ไอโอเอสเจ็ด ว่าไว้   12. ปิดให้ Downgrade   แน่นอนว่าจำนวนผู้ดาวน์โหลดนั้น เป็นผลดีทางการตลาดในแง่ความนิยม และสร้างความน่าเชื่อถือให้เหล่านักพัฒนารีบๆ อัพเดทแอพพลิเคชั่นรองรับ แอปเปิลก็ได้ปิดดาวน์เกรดลงไปก่อนหน้านี้ ซึ่งน่าจะเป็นผลโดยตรงต่อตัวเลขดังกล่าว .   Source : imore, pantip , wired

คืบหน้าหมอ-ตำรวจเคลียร์ กรณีหมาปอมฯถูกทารุณโหด!
กรอกน้ำยาล้างห้องน้ำ /  ข่าววันนี้ / 

คืบหน้าล่าสุดกรณีหมาปอมฯถูกทารุณโหด ตำรวจมั่นใจว่าไม่ใช่คนนอกหมู่บ้านด้านหมอตอนนี้การรักษาผ่านพ้นไปด้วยดี หมาเจคอปไม่ต้องโดนตัดขาทั้ง4ข้างที่โดนมีดกรีดพร้อมน้ำยาล้างห้องน้ำกัดแล้ว ทางด้านเจ้าของยืนยันบริสุทธิ์ใจไม่ได้ทำร้ายหมาตัวเองตามที่ถูกกล่าวหา ความคืบหน้า เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 28 ส.ค. ที่ รพ.สัตว์นวมินทร์ นสพ.เธียร ทองก้อนใหญ่ สัตวแพทย์ผู้ให้การรักษาเจคอบ กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา เจ้าของสุนัขได้นำเจคอบมารักษาพยาบาล โดยบอกว่าสุนัขกินน้ำยาล้างห้องน้ำเข้าไป จึงให้การรักษาอาการ โดยให้ยาล้างท้อง และน้ำเกลือ แต่ไม่พบเห็นบาดแผลที่ขาแต่อย่างใด กระทั่งวันที่ 21 ส.ค. เจ้าของได้นำสุนัขกลับมาอีกครั้ง และพบว่าที่ขาหน้าของสุนัขมีบาดแผลเป็นทางยาวขนาด 5-6 เซนติเมตรที่ขาทั้ง 2 ข้าง จึงได้โกนขน และทำแผล แต่ไม่พบเห็นบาดแผลที่อัณฑะ นสพ.เธียร กล่าวต่อว่า จนกระทั่งวันที่ 22 ส.ค. เจ้าของนำสุนัขมาทำแผล และพบว่ามีบาดแผลที่ขาหลังทั้ง 2 ข้างและถุงอัณฑะ มีบาดแผลถูกของมีคมที่บริเวณด้านข้าง จนเห็นถึงเนื้อด้านใน ส่วนขาหน้ามีบาดแผลแต่ไม่มีเนื้อตาย จากนั้นวันที่ 23 ส.ค. เจ้าของพาสุนัขมาอีกครั้ง และพบว่าบาดแผลมีสีดำคล้ำ เป็นเนื้อตาย 5 จุด และเริ่มส่งกลิ่นเน่าเหม็น โดยเฉพาะขาหน้าซ้ายมีอาการหนักที่สุด มีกล้ามเนื้อตายมัดใหญ่ 1 มัด และในวันที่ 25 ส.ค. เจ้าของนำสุนัขมารักษาก่อนหายไป จนกระทั่งมาเห็นบาดแผล และทีมแพทย์แจ้งว่าอาจจะต้องตัดขาซ้ายด้านหน้าของสุนัขทิ้งไป “ จากการสังเกตุลักษณะนิสัยส่วนตัวของสุนัขค่อยข้างดุ ไม่ยอมให้จับง่ายๆต้องวางยาในการรักษา แต่สุนัขไม่มีอาการกลัวเจ้าของ ยอมให้อุ้มตามปกติ ซึ่งหากเจ้าของเป็นผู้ทำร้ายสุนัขจริงก็น่าจะมีอาการหวาดกลัวหรือขู่กรรโชกบ้าง” นายสัตวแพทย์เทียร กล่าวไว้ ” ด้าน พ.ต.ท.ฐานุพงศ์ แสงซื่อ รองผกก.สส.สน.โคกคราม กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประชุมฝ่ายสืบสวน พร้อมสั่งการให้ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด 2 จุด ที่บริเวณปากทางเข้าหมู่บ้าน และฝั่งตรงข้ามบ้านที่เกิดเหตุ แต่เบื้องต้นไม่พบรถยนต์ หรือบุคคลต้องสงสัยในหมู่บ้านแต่อย่างใด ส่วนกระแสข่าวที่ว่าเพื่อนบ้านไม่ให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด เพียงแต่เจ้าของเป็นชาวต่างชาติ และกล้องวงจรปิดไม่สามารถจับภาพในที่เกิดเหตุ ส่วนประเด็นเพื่อนบ้านมีการทะเลาะเบาะแว้งกันหรือไม่ หรือสุนัขเคย กัดหรือทำร้ายใครหรือส่งเสียงก่อความรำคาญหรือไม่นั้น มีเพียงเพื่อนบ้านมาบอกพนักงานรักษาความปลอดภัยว่า สุนัขเห่าส่งเสียงดังเท่านั้น พ.ต.ท.ฐานุพงศ์ กล่าวด้วยว่า จากการตรวจสอบจากแพทย์ให้การรักษาสุนัขพบว่า ระยะเวลาที่เจ้าของพาสุนัขมารักษา จะมีบาดแผลเพิ่มขึ้นในแต่ละครั้ง และต้องพิสูจน์ต่อไปว่า สาเหตุเกิดจากเหตุใด นอกจากนี้ จากการลงความเห็นของแพทย์ พบว่าสุนัขมีนิสัยดุร้าย ก้าวร้าว ไม่มีใครจับต้องได้ นอกจากเจ้าของเท่านั้น ขณะเดียวกัน ได้โทรศัพท์ไปสอบถามเจ้าของสุนัข แต่ปรากฏว่าเจ้าของไม่ยอมรับโทรศัพท์ จึงต้องรอให้ติดต่อกลับมาเอง และทำได้เพียงลำดับเหตุการณ์ขั้นตอนว่าเกิดอะไรขึ้นอย่างไร อีกทั้งไม่ได้เป็นคดีอุกฉกรรจ์ร้ายแรง เป็นคดีลหุโทษปรับไม่เกิน 500 บาท โทษฐานทำร้ายทารุณสัตว์ เพียงแต่เป็นคดีที่ได้รับความสนใจจากประชาชน และคนกระทำความผิดย่อมรู้อยู่แก่ใจ ต่อมาในเว็ปไซต์กระทู้พันทิป สมาชิกหมายเลข 839020 ได้อ้างว่าตนเองอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันกับเจ้าของสุนัขและรู้สึกว่าเหตุการณ์นี่ต้องผิดปกติแน่ๆและยังยืนยันว่าหมู่บ้านที่เจ้าของอาศัยอยู่ปลอดภัยและไม่มีทางมีโจรแน่นนอน "เราอยู่หมู่บ้านเดียวกับเค้าค่ะ วันนี้ไปถามพี่รปภที่อยู่วันเกิดเหตุแล้ว เค้าบอกว่าไม่มีโจรขึ้นบ้านใดๆทั้งสิ้น และวันแรกที่เจคอปโดนวิกซอล ขากลับมาบ้าน พี่รปภยังไปทักทายอยู่เลย(ตอนขับรถผ่านป้อมยามเข้าหมู่บ้าน) สังเกตุว่าหมามีผ้าพันแผลที่สองขาหน้า แต่ยังยืนได้ปกติ ร่าเริงดี และมีเล็บเท้าปกติ ไม่ได้โดนเฉือนทั้งสี่ขาเหมือนในรูป เค้าก็งงค่ะว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนเราเอาร๔ปขาโดนเฉือนเค้ายังตกใจเลย และบอกว่าหมู่บ้านนี้ปลอดภัยนะ แต่ในตัวบ้านปลอดภัยรึป่าวนี่สิ เหอๆ  แล้วเจคอบเห่าก็เก่ง แต่ไม่น่ามีใครมาทำอะไ่ร เพราะข้างบ้าน(บ้านเลขที่15ก็ปกติ คุยกันดี) บ้านเกิดเหตุคือเลขที่ 16 ส่วน17-18 เป็นบ้านว่าง บ้าน19 มีกล้องวงจรปิดและตอนตำรวจไปถามคุณรัน เธอก็แจ้งว่าดูกล้องวงจรปิดแล้วแต่ไม่เห็นใคร และหมู่บ้านนี้รปภ ปั่นจักรยานตรวจตราทุกชั่วโมงค่ะ แถมบ้านหลังนี้ห่างจากป้อมยามแค่สองล็อค เป็นหมู่บ้านเล็กๆไม่มีซอย เป็นถนนๆเส้นตรงๆ มองไปก็เห็นทุกบ้าน" ส่วนกรณีที่มีดราม่าว่าเจ้าของสุนัขพาไปหาหมอแล้วยังมีอารมณ์กินหมูกะทะสบายใจ จนก่อให้เกิดเสียวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่มีวุฒิภาวะในการดูแลสัตว์ที่ดีนั้น ทางเพื่อนสนิทของคุณรันเจ้าของสุนัขปอมฯที่ถูกทำร้ายได้ออกมาโพสต์อธิบายที่หน้าเฟซบุ๊คคุณรันว่า “ตอนกินหมูกะทะ เราไปรับน้องมาตั้งแต่เย็น19 ค่ะ 20 เลย มาเยี่ยม ตกเย็นก็หิวเลยสั่งมากิน ตอนนั้นเจคอป ออกมาแล้วเพราะหมออนุญาติ ไม่งั้นจะเอามาทำไมถ้าหมอไม่อนุญาติ แต่ที่เป็นหนักอาจเป็นเพราะวิคซอลลกำลังทำปฎิกิริยา เจ้าของก็คนธรรมดา ไม่ได้เรียนหมอมา หมอบอกให้ออก เราก็รับมา แต่เราก็ไม่รูว่า ขาน้องเป็นแผล เพราะเวลาเป็นแผลก็ไม่ใช่ว่าจะมีเลือดออกเสมอไปค่ะ มาเยี่ยมหมา กินข้าวไม่ได้หรอคะ ไม่รู้อะไรอย่าพูดจะดีกว่า ขอบคุณในความห่วงใย ” โดยอาการล่าสุดของเจคอปหมาปอมฯที่โดนทารุณ เรียกได้ว่าปลอดภัยแล้วหลังจากคุณหมอที่เชี่ยวชาญดูอาการของเจคอป สรุปว่า น้องไม่ต้องโดนตัดขาทั้งหมดแล้ว มีเพียง1ขาหน้า1ขาที่น่าเป็นห่วง เพราะขาโดนกรีดและใช้น้ำยาขัดห้องน้ำราดทำให้เนื้อตาย แต่คุณหมอจะยืนยันรักษาต่อ โดยยังไม่ตัดขาข้างนี้ส่วนที่น่าเป็นห่วงเห็นจะเป็นผลจากการตัดไข่ ทำให้น้องปัสสาวะเองไม่ได้ คุณหมอรอผลเลือดแล้วจะดำเนินการผ่าตัดต่อไป “ในเรื่องของคดี วันนี้มีตำรวจและผู้ใหญ่ลงพื้นที่ดูเอง มีการสอบปากคำพยานแวดล้อมต่างๆแล้วยืนยันกับสื่อว่าจะเร่งทำคดีนี้ให้ดีที่สุดเหมือนกัน เจคอป เข้มแข็งและสู้มาก ยังพยามจะลุกเพื่อเดินให้เห็นตลอด คุณรันมีกำลังใจที่ดีขึ้น จากความช่วยเหลือที่เข้าไปถึง คุณรันขอขอบคุณทุกคนที่ช่วยกัน เมื่อวานมันเศร้ามากที่ต้องมานั่งเขียนเรื่องนี้ ผ่านมาแค่1วัน หลายพันshareและ social network ทำให้ทุกอย่างดีขึ้นในวันเดียว ดีใจที่สังคมนี้ยังมีเมตตาสมเป็นสังคมไทย ขอบคุณแทนเจคอปและคุณรัน และเป็นกำลังใจให้ทั้งคู่อีกทาง ”คนใกล้ชิดเจ้าของสุนัขได้กล่าวไว้ คลิปขณะกำลังรักษาเจคอป  คลิปสัมภาษณ์ คุณรัน เจ้าของเจคอป น้องหมาปอมฯน้อยผู้น่าสงสาร คลิปชัญญ่า ทามาดะ ไฮโซชื่อดัง ได้โพสต์คลิปตั้งข้อสงสัยจากเคสของ “เจคอป” ที่มา Facebook / Rundevil Mirun,bim.kanda,Naipaporn Narata เรียบเรียง MThai News ข่าวที่เกี่ยวข้อง โจรใจบาป กรีดขา/ตัดไข่/กรอกน้ำยาล้างห้องน้ำ น้องหมาปอม โจรใจบาปบุกบ้านทำร้ายสุนัขอย่างทารุณ กรีดเอ็นขา4ข้าง ตัดอัญฑะ พร้อมกรอกน้ำยาล้างห้องน้ำ อย่างโหดเหี้ยม เจ้าของใจสะลายพร้อมทำทุกอย่างเพื่อให้สุนัขไม่ให้โดนตัดขาทิ้ง ชัญญ่าสงสัย เจ้าของหมาถูกทำร้าย โกหกหรือเปล่า? ตั้งข้อ สงสัยเจ้าของหมาปอม ให้ข้อมูลไม่ตรงกับหมอ เรียกร้องบอกความจริง   เจ้าของหมาปอมถูกทารุณโหด! โวยไม่ได้ทำร้ายหมาตัวเอง วันพฤหัสที่ 28 สิงหาคม 2557 รวมรูป น้องหมาปอม สุดน่ารัก ที่ชื่อ Boo รวมรูป น้องหมาปอม สุดน่ารัก ที่ชื่อ Boo

เฉลยปริศนาบั้งไฟพญานาค
ปริศนาบั้งไฟพญานาค

Q – แนวคิดเรื่องการเกิดบั้งไฟพญานาคมีอะไรบ้า­ง A - มีคำอธิบาย 3 แนวทาง คือ เป็นปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ และเป็นการกระทำของมนุษย์ คำอธิบายว่าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาตินั้น เสนอโดย นายแพทย์มนัส กนกศิลป์ โดยบอกว่าเกิดจากก๊าซร้อนที่หลุดออกมาและพ­ุ่งขึ้นไปกระทบกับอนุภาคออกซิเจนพลังงานสู­ง เกิดการสันดาปกลายเป็นดวงไฟสีแดงอำพัน พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ส่วนแนวคิดว่าเป็นการกระทำของมนุษย์ เกิดจาก รศ.ดร.มนตรี บุญเสนอ ได้นำเสนอว่า สภาพดินใต้แม่น้ำโขงเป็นหินดินดาน หรือหินโคลน โอกาสที่จะเกิดก๊าซมีเทนมีน้อยมาก ประกอบกับกระแสการวิ่งของน้ำเป็นแบบไหลเวี­ยน โอกาสที่ซากพืชซากสัตว์จะมาหมักหมมจนกลายเ­ป็นก๊าซนั้นยาก หรือถ้าเกิดจากก๊าซจริง ก๊าซมีเทนที่เก็บมาจากใต้หนองบึง จะลุกไหม้ และกระจายตัวออก ไม่เกาะกันเป็นก้อนกลม แล้วลอยขึ้นบนอากาศแบบเดียวกับบั้งไฟพญานา­ค Q – การกระทำของมนุษย์แบบไหนจึงทำให้เกิดบั้งไ­ฟพญานาค A - คำอธิบายมาจากรายการถอดรหัส ของสถานีโทรทัศน์ ITV ที่เผยแพร่ในพ.ศ. 2545 โดยการสัมภาษณ์ผู้นำชุมชมของหมู่บ้านชาวลา­ว บริเวณริมฝั่งโขง ที่อ้างว่าบั้งไฟพญานาคคือ กระสุนส่องแสงที่พวกเขายิงขึ้นฟ้า เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลออกพรรษา กระสุนส่องวิถี หรือ tracer round นั้น มีสารเคมี เช่น ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม ทำให้เกิดประกายไฟ และให้ความสว่างมากพอ ถ้ามีการยิงขึ้นไปบนฟ้า จะดูคล้ายลูกไฟลอยขึ้นไป Q - มีหลักฐานที่แสดงว่าบั้งไฟเกิดขึ้นจากการย­ิงกระสุนจากฝั่งลาวหรือไม่ A – เมื่อปี พ.ศ. 2554 คุณสมภพ ขำสวัสดิ์ จากห้องหว้ากอ เว็บบอร์ดพันทิป ใช้ วิธีการตั้งกล้องถ่ายรูป แบบเปิดหน้ากล้องนานๆ เพื่อให้สามารถบันทึกเส้นทางการเคลื่อนที่­ของลูกไฟได้อย่างต่อเนื่อง พบว่าภาพบั้งไฟทุกภาพที่ถ่ายได้นั้น พุ่งขึ้นจากฝั่งประเทศลาว ไม่ได้ขึ้นจากลำน้ำ และยังถ่ายภาพลูกไฟพุ่งออกมาจากป่าละเมาะร­ิมน้ำ โดยที่บริเวณพุ่มไม้ใหญ่ด้านฝั่งประเทศลาว ที่เห็นว่ามีกระสุนส่องวิถียิงออกมา

แย่งที่จอดรถคนพิการ
การจอดรถ /  ข่าววันนี้ / 

ชาวสังคมออนไลน์ชื่นชมหนุ่มพลเมืองดี ใจกล้าทวงคืนที่จอดรถคนพิการ หลังเข้าไปเตือนเจ้าของรถเกิดปะทะคารมเล็กน้อย

นักสืบพันทิป ขุดเบาะแสสาวปริศนา กิ๊กใหม่ไฮโซดังเมืองปากน้ำ
ไฮโซเมืองปากน้ำ

นักสืบพันทิป ขุดเบาะแส น้องปุยนุ่น ลือหึ่งเป็น สาวปริศนา กิ๊กใหม่ไฮโซดังเมืองปากน้ำ ปมทำเตียงหักดาราสาวดัง วันนี้(10 ก.ค.) ชาวสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์และจับตากระทู้จากเว็บไซต์พันทิปกระทู้ชื่อ คนนี้ ...ผู้หญิงอีกคนของ......ที่กำลังมีข่าวเตียงหักซึ่งคาดกันว่าเป็นกระทู้เตรียมแฉกิ๊กใหม่ของไฮโซดังแห่งเมืองปากน้ำ โดยในกระทู้ได้มีการแฉภาพจากอินสตาแกรมของหญิงสาวคนหนึ่งชื่อว่าปุยนุ่น โดยก่อนหน้านี้มีการจับผิดว่าภาพสถานที่ รถแข่งหรูและเจ็ทสกีของชายไฮโซดังไปปรากฎบนอินสตาแกรมของหญิงสาวปุยนุ่น ประกอบกับมีกระแสข่าวเตียงหักของไฮโซเมืองปากน้ำกับดาราสาวชื่อดังด้วย สร้างกระแสดังบนโลกออนไลน์ในการจับตาดูว่าเรื่องนี้จะเป็นความจริงหรือไม่ ? MThai News  ข่าวที่เกี่ยวข้อง  เม้าท์แซ่ด โฉมหน้า พริตตี้ ม ดัง กิ๊กใหม่ เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ 

ความเชื่อ?กลัวลางร้ายแมวข้ามหัว จับฟาดกำแพง
ข่าววันนี้ /  ฆ่าแมว / 

โลกออนไลน์แชร์ วิจารณ์ยับหนุ่มกลัวลางร้ายเพราะแมวข้ามหัว จับขาฟาดกำแพง ตาย!! วันนี้(12ก.ย.)กลายเป็นเรื่องสะเทือนใจผู้คนบนโลกออนไลน์ สำหรับภาพชายหนุ่มเก๊กท่าคู่ซากแมวที่ตายแล้วในลักษณะบีบคอโชว์เพื่อนบนเฟซบุ๊ค พร้อมระบุคำบรรยายใต้ภาพว่า กลับมาถึงบ้านเข้าห้องน้ำแมวกระโดดข้ามหัวเลยจัดจับหางฟาดกับกำแพง เพื่อนในเฟซบุ๊คของชายคนดังกล่าวต่างพากันมาตำหนิและพูดว่าเขาใจร้าย แต่ชายในภาพกลับโต้เถียงว่าเขาไม่ได้ใจร้าย เพียงแต่กลัวลางไม่ดีเพราะแมวข้ามหัวเลยต้องทำแบบนี้ ยิ่งไปกว่านั้นยังพูดแบบไร้สำนึกอีกว่า ว่าจะทำเป็นอาหารกินแก้มเหล้าแต่ดูแล้วใจอ่อนเลยเอาไปทิ้งข้างถนน หลังจากภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ผู้คนต่างพากันตำหนิชายในภาพว่า หากจะเชื่อว่าแมวข้ามหัวกลัวจะเป็นรางร้าย ดูจะเป็นความเชื่อที่ไปทำร้ายจิตใจคนรักแมวเสียเหลือเกิน แม้จะเป็นความเชื่อส่วนบุคคลแต่ก็ไม่ควรที่จะไปฆ่าสัตว์เช่นนี้ ทั้งนี้มีผู้คนให้ความเห็นว่าหากติดตามข่าวจะเห็นได้ว่ามีเรื่องการทำร้ายทารุณสัตว์เกิดขึ้นค่อนข้างบ่อย อาจเป็นเพราะกฏหมายบ้านเรามีบทลงโทษที่ไม่รุนแรงทำให้กลุ่มคนเหล่านี้ชะล่าใจไม่เกรงกลัวต่อบทลงโทษที่มี คนรับกรรมเลยเป็นสัตว์ที่ไม่มีทางสู้เพราะเค้าไม่สามารถมาเรียกร้องอะไรได้เลย MThai News ขอบคุณที่มา กระทู้พันทิป http://pantip.com/topic/32570098

นักท่องเที่ยวจีน คลั่งเชียงใหม่ ใครได้ ใครเสีย ???
คนจีน /  ชาวเชียงใหม่ / 

ไม่ว่าประเทศใดบนโลกใบนี้  อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวถือเป็นหนึ่งในการกระตุ้นทางเศรษฐกิจที่สำคัญทั้งสิ้น ประเทศไทยเองก็เป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถท่องเที่ยวได้ทุกฤดู ทั้งน้ำตก ทะเล ภูเขา ดอย หรือจะเป็นโบราณสถานสำคัญทั้งทางประวัติศาสตร์และศาสนา แน่นอนว่าไม่ว่าเทศกาลไหน ประเทศไทยก็อ้าแขนรับนักท่องเที่ยวได้เสมอไป ปัจจัยหนึ่งที่เป็นตัวสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวอยากเดินทางมาเที่ยวประเทศไทย นั่นก็คือ ภาพยนตร์ หรือละครโทรทัศน์ ซีรีส์เรื่องต่างๆ ที่ยกกองมาถ่ายทำในประเทศไทย เมื่อภาพยนตร์ ละคร หรือซีรีส์ เรื่องนั้นๆออกฉาย สถานที่ท่องเที่ยวที่ปรากฎในฉากก็จะกลายเป็น จุดเรียกแขก สร้างเม็ดเงินเข้าประเทศจากการเดินทางมาเยือนของนักท่องเที่ยวนานาประเทศ เช่นเดียวกับที่ชาวเชียงใหม่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ หลังการยกกองถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Lost in Thailand ที่ออกฉายเมื่อปลายปี 2555 ได้ยกกองมาปักหลักถ่ายทำในประเทศไทย ทั้งในกรุงเทพฯ ภูเก็ต และโลเกชั่นหลักคือ จังหวัดเชียงใหม่ ภาพยนตร์เรื่อง Lost in Thailand หรือ “แก๊งม่วนป่วนไทยแลนด์” ได้ใช้สถานที่สำคัญทั้ง วัดบุปผาราม วัดแสนฝาง หมู่บ้านแม่กำปอง ที่ปางช้างเชียงดาว และอีกหลากหลายสถานที่ จนกลายเป็นที่มาของจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้าประเทศไทยเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ปี พ.ศ. 2554 มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามาประเทศไทยราว 1.7 ล้านคน แต่ในปี พ.ศ. 2556 จำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 2.7 ล้าน ดูเหมือนจะเป็นแนวโน้มที่ดีที่จังหวัดเชียงใหม่ ของประเทศไทยจะกลายเป็นที่รู้จักของทั่วโลกมากขึ้น ไม่ใช่เพียงเฉพาะชาวจีนเท่านั้น แต่เวลา 1 ปีกว่าที่ผ่านมา จากการแห่มาประเทศไทยของทัวร์ชาวจีน กลับก่อให้เกิดปัญหาต่อชาวเชียงใหม่มากมาย ด้วยความแตกต่างด้านมารยาท วัฒธรรม และภาษา กลายเป็นเหตุให้เกิดกระแสต่อต้านชาวจีนที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ก่อนหน้านี้กับประเด็นความคลั่งไคล้ความสวยงามของสถานที่ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จนมีนักท่องเที่ยวชาวจีนกลุ่มหนึ่งแต่งกายเลียนแบบนักศึกษามช. ทั้งยังก่อความวุ่นวายภายในมช. จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ ซึ่งต่อมาก็ยังมีการเตรียมเปลี่ยนแผนจากมช.ไปเป็นมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งมีทัศนีภาพสวยงามไม่แพ้กัน แต่ทางม.แม่โจ้ก็เตรียมออกนโยบายควบคุมนักท่องเที่ยวเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง เมื่อย้อนกลับไปดูที่ประเทศจีนเอง นักท่องเที่ยวชาวจีนซึ่งเดินทางไปยังสถานที่สำคัญต่างๆของประเทศ ก็มพฤติกรรมไม่ต่างจากการเดินทางมาประเทศไทย ล่าสุดเจ้าหน้าที่ทางการจีนได้ออกคำสั่งให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปชม "กำแพงเมืองจีน" ช่วงบริเวณหอศึก หมายเลข 14 ของมู่เทียนหยู สามารถขีดเขียนข้อความต่างๆ ได้ตามอัธยาศัย เพราะทราบดีว่าไม่มีมาตรการใดๆหยุดยั่งเหล่านักท่องเที่ยวมือบอนได้ อีกประเด็นที่มีการกล่าวขานถึงมาก ก็คือ วงเงินที่ใช้ในการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวจีนนั้นไมได้มากมาย เนื่องจากนักท่องเที่ยวชาวจีนจะเน้นการเดินทางและที่พักแบบประหยัด โดยเริ่มจากการใช้บริการสายการบินราคาถูกมาลงที่กรุงเทพฯ ก่อนจะนั่งรถไฟต่อไปยังจ.เชียงใหม่ จากนั้นก็จะเช่ารถจักรยานยนต์ หรือจักรยานมาใช้เป็นยานพาหนะ ทั้งที่ไม่ทราบกฎจราจร หรือจะเป็นการใช้บริการรถสามล้อ รถตุ๊กตุ๊ก และรถสองแถว ซึ่งหมายความมว่านักท่องเที่ยวเหล่านี้ไมได้สูญเสียเงินมากมายให้ประเทศไทย ในส่วนของที่พัก นักท่องเที่ยวชาวจันไม่นิยมการพักโรงแรม โดยเฉพาะโรงแรมระดับ 5 ดาว ดังเช่นที่นักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นนิยมกัน แต่จะพักที่เกสท์เฮาส์ หรือบูติคโฮเทล หรือการเช่าห่อพักเป็นรายวันซึ่งมีราคาถูกกว่า หรือประเด็นล่าสุด ภาพบุคคลเปลือยท่อนล่างนั่งยองๆคล้ายกำลังถ่ายอุจาระ ในคูเมืองเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่ผ่านมา ในตอนแรกมีการระบุว่า บุคคลดังกล่าวเป็นนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ที่เกิดปวดท้องกะทันหันจึงลงไปถ่ายอุจจาระในคูเมืองเชียงใหม่ ต่อหน้าเพื่อนร่วมทัวร์และประชาชนที่อยู่แถวนั้น ต่อมาได้มีผู้ออกมาแสดงความเห็นว่า บุคคลในภาพนั้นเป็นผู้ชายสติไม่ดี ซึ่งวนเวียนอยู่แถวประตูท่าแพ เป็นประจำ (ภาพประกอบจาก paipaiphuart สมาชิกพันทิป ) แม้ประเด็นนี้จะยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัด แต่กระแสการต่อต้านนักท่องเที่ยวของชาวเชียงใหม่ก็หนักพอดู จนมีการตั้งเฟสบุ๊กกลุ่ม “ร่วมต่อต้านนักท่องเที่ยวชาวจีน” และ แฟนเพจเฟสบุ๊ก “ฮา จัง เจ๊ก” ในการแสดงความเห็นต่อพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวชาวจีน ในแฟนเพจดังกล่าวมีการกล่าวถึงเหตุผลที่ชาวเชียงใหม่ไม่พอใจนักท่องเที่ยวชาวจีน โดยมีการโพสต์เป็นข้อความคร่าวๆ ดังนี้ นักท่องเที่ยวชาวจีนกระตุ้นเศรษฐกิจน้อยมากเหมือนคนไทยธรรมดาทั่วไป ไม่ว่าจะด้านใด 1.เช่นที่พัก เราจะพบว่าไม่เคยเลยที่จะพักโรงแรมดีๆ แต่ชอบพักหอพัก อพาร์ตเม้นต์ ถูกๆ 2. อาหาร ที่ไหนถูกจะไปที่นั่น ไม่มีรสนิยมเหมือนนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่น นักท่องเที่ยวจีนชอบกินตามข้างถนนหรือร้านอาหารระดับต่ำถึงกลางเท่านั้นดังนั้นก็เหมือนคนไทยทั่วไป 3. ความไม่มีมารยาทสากลดังนักท่องเที่ยวชาติอื่นทำให้ผู้คนเอือมระอา เช่น การใช้เสียง การสูบบุหรี่ การขากเสมหะ และกิริยามารยาทแบบมึงมาพาโวย เสียงดังรบกวนผู้อื่นทำให้เสียบรรยากาศในการท่องเที่ยวและทำให้นักท่องเที่ยวชาติอื่นๆ เบื่อหน่ายและหนีไปหมด 4. ไม่เคารพสถานที่สำคัญทั้งทางโบราณสถาน โบราณวัตถุของประเทศไทย ทำอะไรตามใจตนเอง ไม่คำนึงว่าสถานที่จะเสียหายหรือมัวหมอง 5. ขี้เหนียว ไม่มีน้ำใจที่จะอุดหนุนสินค้าและบริการของคนไทย ต่อราคาเกินความเป็นไปได้ ต่อบ้อต่อเถียงจนบางครั้งเกิดการวิวาท 6. ไม่ศึกษากฎหมายของไทยก่อนจะเข้าประเทศ เช่น กฎจราจร ข้อห้ามต่างๆ และมักใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายมาเอาเปรียบคนไทย ที่กฎหมายบ้านเราจะตราไว้แบบหลวมๆ เช่น สั่งอาหารมากินแล้วไม่จ่ายเงินโดยอ้างว่าไม่ได้สั่ง หรือไม่อร่อย อยากจะหยุดรถตรงไหนก็หยุด จอดที่ไหนก็จอด (ขอบคุณข้อมูลจาก เฟสบุ๊กกลุ่ม “ร่วมต่อต้านนักท่องเที่ยวชาวจีน”) ไม่ว่านักท่องเที่ยวจะมีพฤติกรรมเช่นไร การต้อนรับขับสู้ ยังถือเป็นมารยาทของเจ้าบ้านที่ดี การจัดทำคู่มือท่องเที่ยว อบรบไกด์ท้องถิ่นให้สามารถสื่อสารภาษาจีนได้ หรือการจัดหาล่ามแปลภาษา เหล่านี้เป็นทางออกที่จะช่วยลดปัญหากวนใจชาวเชียงใหม่ ทั้งยังช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางเศรษฐกิจได้อีกด้วย MThai News

นักข่าวชื่อดังเล่นไลน์นัดเล่นชู้
news

ทำท่าจะเป็นหนังชีวิต เรื่องฉาวของนักข่าวดังนัดแฟนคนอื่นเล่นชู้ยังคงไม่จบ หลังมีผู้นำคลิปวีดีโอโพสต์ลงเว็บไซต์ดังยูทูบ แฉหลักฐานซ้ำบทสนทนาอันสุดแสนล่อแหลม ระหว่าง "พี่..." กับหญิงสาวชื่อ "แยม"ตามที่ตกเป็นข่าวเกรียวกราวเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ กรณีที่มีหนุ่มปริศนาตั้งกระทู้ชื่อว่า “เมื่อแฟนผมนัดเล่นชู้กับนักข่าวใน Line” บนเว็บไซต์สังคมออนไลน์ชื่อดัง "พันทิป ดอทคอม" จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานา ขณะที่นักท่องอินเทอร์เน็ตพยายามสืบหาว่า นักข่าวฉาวคนดังกล่าวคือใคร ซึ่งต่อมานายกนก รัตน์วงศ์สกุล ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว "Kanok Ratwongsakul" ชี้แจงว่า นักข่าวคนดังกล่าวไม่ใช่ตนอย่างแน่นอน โดยระบุว่าในช่วงวัน และเวลาที่ปรากฏอยู่บนข้อความ "ไลน์" ที่มีผู้นำมาใช้เป็นหลักฐานกล่าวอ้างพาดพิงนั้น เป็นช่วงที่กำลังนั่งชมฟุตบอลโลก ระหว่างทีมชาติอิตาลีกับทีมชาติอุรุกวัย ไม่ใช่ช่วงคบชู้สู่ไลน์ ตามที่ได้เคยเสนอข่าวไปแล้วนั้น อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ยังไม่มีที่ท่าว่าจะจบลงง่าย ๆ ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีผู้ที่ใช้ชื่อว่า "nongzeencup" ได้อัพโหลดคลิปวีดีโอบนเว็บไซต์ดังยูทูบ ความยาว 2 นาที 15 วินาที โดยใช้ชื่อคลิปว่า "นักข่าวชื่อดังเล่นไลน์นัดเล่นชู้" โดยผู้โพสต์ได้เปิดหลักฐานจากโทรศัพท์มือถือไอโฟน โชว์เบอร์โทรศัพท์ชื่อว่า "พี่..." โดยมีการแสดงหมายเลขให้เห็นอย่างชัดเจน ก่อนจะเปิดแอพพลิเคชัน "ไลน์" เพื่อแสดงหน้าโปรไฟล์การสนทนา ระหว่างคนที่ใช้ชื่อว่า "พี่..." กับหญิงสาวที่ใช้ชื่อว่า "แยม" ซึ่งเป็นข้อความบทสนทนาที่มีเนื้อหาล่อแหลม ตามที่ตกเป็นข่าวไปก่อนหน้านี้ ทั้งนี้คาดว่าทางผู้อัพโหลดคลิปน่าจะมีเจตนาตอบโต้คนที่ออกมาชี้แจงว่า น่าจะเป็นเรื่องการจ้องดิสเครดิตกันมากกว่า. เดลินิวส์ออนไลน์