พันทิป

อ.เจษฎา แจง ภูเขาหิมะแร่ใยหิน เป็นแค่เหมืองหินธรรมดา
ชลบุรี /  ภูเขาหิมะ / 

หลังจากมีการลือเรื่อง 'ภูเขาหิมะ' เต็มไปด้วย  'แร่ใยหิน' ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายถึงชีวิต ล่าสุดอ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ได้ออกมาชี้แจงถึงเรื่องราวดังกล่าวแล้ว หลังจากโลกสังคมออนไลน์ มีการแชร์ภาพ ซึ่งระบุว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ ซึ่งเรียกกันว่า ภูเขาหิมะ พร้อมทั้งมีการระบุว่า ตั้งอยู่บริเวณแยกคีรี จังหวัดชลบุรี ซึ่งแท้จริงแล้วมันคือ ภูเขาหินฝุ่น และเมื่อเกิดถูกน้ำ จึงกลายเป็นรูปทรงแปลกตา สวยงาม ทำให้มีนักท่องเที่ยวหลายราย แห่แหนกับไปเก็บภาพความสวยงาม ล่าสุดได้มีเพจชื่อว่า Modgazine ออกมาพูดถึงหัวข้อการเชิญชวนให้ชาวออนไลน์ เดินทางไปยังสถานที่ ภูเขาหิมะ หรือภูเขาที่เต็มไปด้วย 'แร่ใยหิน' ( Asbestos ) ซึ่งมีเพียงการพูดถึงความสวยงาม โดยปราศจากคำเตือนในด้านความปลอดภัย ทั้งยังไม่คำนึงถึงสุขภาพที่อาจจะเกิดขึ้น โดยไม่มีการเตือนถึงอันตรายของแร่ชนิดนี้ ซึ่งเป็นส่วนประกอบของวัสดุก่อสร้าง และส่งผลต่อสุขภาพ และสารพิษแก่ร่างกาย อาทิ คนงานในเหมือนแร่ใยหิน เมื่อได้รับเป็นเวลานาน สะสมจนกลายเป็นปริมาณที่มากขึ้น ทำให้ป่วยเป็นโรคปอด รวมถึงเป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง ทั้งนี้อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ได้ออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า 'ที่แชร์เตือนอันตรายกัน เรื่องอย่าไปเที่ยวภูเขาหิมะแร่ใยหิน ที่ชลบุรีนี่ ... เท่าที่เช็คจากกระทู้ในพันทิป ซึ่งอ.เจษฏาระบุว่า ภูเขาแห่งนี้เป็นแค่เหมืองหินธรรมดา ซึ่งเกิดจากการขุดหินไปผสมกับคอนกรีต ไม่ใช่แร่ใยหินซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งอันตราย แต่ถึงกระนั้น การไปเที่ยวเหมืองหินเพื่อถ่ายรูปเล่นแบบนี้ ก็ต้องระวังมากๆๆ ครับ เพราะมันอันตรายจากการสูดดมฝุ่นหินเข้าปอดได้ ซึ่งถ้าดมเข้าไปมาก ก็สามารถทำให้ปอดอักเสบได้ หรือถ้าบ่อยครั้งก็กระตุ้นให้เกิดมะเร็งได้เช่นกัน แม้ว่าจะไม่ได้รุนแรงเท่ากรณีของแร่ใยหินก็ตาม เวลาไป ใส่หน้ากากอนามัยกันฝุ่นก็พอช่วยได้ แต่คงถ่ายเซลฟี่ไม่สวยแน่ๆ' ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก Jessada Denduangboripant

สาเหตุถนนยุบ ย่านบางแค เป็นเพราะเจ้าพวกนี้นี่เอง!!
ถนนยุบ /  ภาพตัดต่อ / 

ข่าว ถนนยุบ บนถนนเพชรเกษม ย่านบางแค เมื่อคืนที่ผ่านมา (2 ก.ค.58) นอกจากจะสร้างปัญหาจราจรแล้ว ชาวเนตก็ยังอารมณ์ดีได้อยู่ ตัดต่อภาพฮาๆ เหมือนเมื่อครั้ง ท่อน้ำแตกบนถนนราชปรารภ หรือ น้ำผุดท่วม ในห้างชั้นใต้ดิน ภาพทั้งหมดจากกระทู้ "เมื่อหัวค่ำ กรุงเทพมหานคร ทดสอบให้อาหารแล้วครับ" http://pantip.com/topic/33868280 ขอนำมาลงเฉพาะภาพเกี่ยวกับหนังนะครับ ภาพจากสมาชิกเว็บพันทิป อ้าวว บ่อเลี้ยง โมซาซอรัส แห่ง จูราสสิคเวิลด์นี่เอง ดังนั้น พระเอกของเราต้องมาห้ามรถ ไม่ให้มีตกลงไป อันตราย ส่งเจ้าพวกมินเนี่ยนรีบมาซ่อมหน่อย วี้หว่อ วี้หว่อ ดูท่าจะเสร็จไหมเนี่ย ส่งพวกนี้มา นั่นไง มันทำเป็นสระน้ำเล่นซะเลย เอลซ่า ฟรีซรถไม่ให้ตกหลุม!! ภาพวงจรปิดเผยแล้ว หลุมยุบเพราะพวกนี้มาตีกันนี่เอง ชาวถนนเพชรเกษม อดใจอีกนิด รถไฟสายสีน้ำเงิน ใกล้ได้ใช้แล้ว ส่วนความคืบหน้าว่าซ่อมถนนเสร็จถึงไหนแล้ว เห็นเพจประชาสัมพันธ์รถไฟฟ้าสีน้ำเงิน แจ้งว่าซ่อมเสร็จแล้วนะ // กรณีถนนยุบตัวบน ถนนเพชรเกษมขาเข้า เยื้องตลาดบางแค เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการแก้ไขตลอดคืนที่ผ่านมาจนแล้วเสร็จ สามารถเปิดการจราจรได้ตามปกติ ***ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ *** Posted by ประชาสัมพันธ์ รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน on Thursday, July 2, 2015

ดราม่าบังเกิด! แม่ไม่พอใจหลังครูเอาปากกาจิ้มนิ้วลูก เพราะไม่มีสี
ครู /  ปากกา / 

แม่โวยลูก เรียนอยู่เพียงระดับชั้นอนุบาล 3 ถูกครูเอาปากกาจิ้มนิ้วเพราะไม่มีสี  วันนี้ (8 ธ.ค.) กลายเป็นเรื่องราวที่ผู้คนบนโลกออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกพันทิป nadnicha ได้มีการตั้งกระทู้พันทิปในหัวข้อ "ลูกชาย อนุบาล 3 โดนคุณครูที่โรงเรียนเอาปากกาจิ้มนิ้วเพราะไม่มีสีไม้" ซึ่งภายในกระทู้ผู้โพสต์ได้เล่าถึงเหตุการณ์ ที่ลูกเรียนอยู่เพียงระดับชั้นอนุบาล 3 แต่ถูกครูชาวต่างชาติทำโทษโดยการนำปากกาจิ้มนิ้วจนเป็นแผล เพราะลืมนำสีไม้ไปโรงเรียน รายละเอียดระบุไว้ดังนี้ "ปกติน้องจะเอาดินสอและสีไปทุกวัน แต่วันนี้เราลืมเอาไปใส่กระเป๋านักเรียนให้ลูก ทำให้ไม่มีดินสอกับสีใช้ที่โรงเรียน ตอนกลับมาจากโรงเรียนลูกชายเล่าให้ฟังว่า ครูสอนภาษาอังกฤษ เรียกชื่อเขาแล้วจ้องหน้าแบบดุ ๆ จากนั้นก็เอาปากกามาจิ้มนิ้ว เราเลยถามว่าทำไมไม่บอกครูประจำชั้น ลูกชายบอกว่ากลัวครูตี ลูกชายเพิ่งเล่าให้ฟังตอน 6 โมงเย็น  เราเลยส่งไลน์ไปหาครูประจำชั้น ว่าทำไม ครูต่างชาติที่สอนภาษาอังกฤษถึงทำกับลูกเราแบบนี้ ทางครูประจำชั้นแจ้งว่าไม่ทราบเรื่อง แต่เดี๋ยวจะสอบถามให้ เครียดมากคะ เราคิดว่าโรงเรียนคือที่ ที่ปลอดภัยสำหรับลูกเรา แต่ลูกเรากลับโดนกระทำแบบนี้" MThai News ขอบคุณข้อมูล สมาชิกพันทิป nadnicha

แฉเละ! หนังดังเข้าฉายจนออกโรง แต่ทีมงานยังไม่ได้เงิน
ฅนมวย /  ฅนมวยกับรักที่แตกต่าง / 

ทีมงานตั้งกระทู้แฉ! หนังดังเข้าฉายจนออกโรง  แต่ทีมงานเบื้องหลังหลายฝ่ายยังไม่ได้เงินค่าจ้าง วันนี้ (23ก.พ.) เป็นเรื่องราวที่ผู้คนบนโลกออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกพันทิป Bcha ได้มีการตั้งกระทู้ในหัวข้อ "หนังเรื่อง ฅนมวย ฉายจนหมดระยะเวลาฉายแล้ว แต่ทีมงานเบื้องหลังหลายฝ่ายยังไม่ได้เงินเลย"  เจ้าของกระทู้เปิดเผยว่า ตนเป็นหนึ่งในทีมงานของหนังเรื่อง ฅนมวย ที่ยังไม่ได้รับค่าจ้าง ซึ่งหนังเรื่องนี้ฉายจนหมดระยะเวลาฉายไปแล้ว เมื่อมีการทวงถามเรื่องเงินค่าจ้าง ทางเจ้าของหนังก็ให้คำตอบที่ไม่น่าพึงพอใจ ตนอึดอัดจึงตั้งกระทู้ระบาย แม้ทางเจ้าของหนังระบุว่า จะขายตึกเพื่อนำเงินมาจ่ายให้ทางทีมงาน แต่ตนก็ยังไม่มั่นใจว่าจะได้เงินค่าจ้างเมื่อไหร่ ข้อความที่ทางเจ้าของกระทู้ระบุมีดังนี้ หนังเรื่อง ฅนมวย ฉายจนหมดระยะเวลาฉายแล้ว แต่ทีมงานเบื้องหลังหลายฝ่ายยังไม่ได้เงินเลย ผมเป็นตัวแทนคนนึงที่รับ job ในหนังเรื่องนั้น แค่คนทำงานใครจ้างก็ไป ตอนนี้ทางเจ้าของหนังค้างเงินในหลายส่วนมาก ซึ่งทีมงานทั้งเก่าและใหม่ก็กำลังรอเงินอยู่ ไม่ทวงก็เงียบ พอทวงก็นะมาโวยว่าเราทำพลาดตรงโน้นตรงนี้ (แล้วทำไมตอน Present งานไม่บอกให้แก้หละครับ) ส่วนที่ทางเจ้าของหนังยังค้างคือ 1.ค่าตัวนักแสดง (หลังจากเปิดประชุมคุยกันบอก ขอเวลา 3 เดือน ก็ลุ้นว่าจะได้จริงไหม เพราะผ่านมาเป็นปียังไม่ได้) 2.ค่าไฟ ค่าทีมงานแสง และอุปกรณ์ไฟในการถ่ายทำ 3.ค่าตัว ผู้กำกับ ซึ่งจริง ๆ ผู้กำกับควบ 2 ตำแหน่ง 4.ค่าตัวคน Mix เสียง ตอน Post Production 5.ค่า Editor ตัดต่อลำดับภาพ 6.เกรดดิ้งสีและทำ DCP บริษัทจีโมทีฟ (ได้ข่าวว่ายื่นฟ้องไปแล้วด้วย จริงไหมไม่รู้) 7.โปสเตอร์หนัง ค่าคนทำยังไม่จ่าย แถมไปด่าว่าไม่ได้จ้าง แล้วใบเสนอราคาที่เคยส่งไปคืออะไร ? เนื่องจากมีการสอบถามไปแล้วก็ยังได้คำตอบที่ไม่น่าพึ่งพอใจ ก็ขอมาระบายในนี้แล้วกันนะครับ หนังคุณดีไม่ดีพวกผมไม่รู้ พวกผมแค่คนทำงาน มีค่าตัว เสียเหงื่อ เสียเงิน กันเท่าไหร่กว่าจะมาอยู่ในสายอาชีพที่ตัวเองรักและอยากทำ เมื่อมันคืออาชีพหมายถึงเราต้องได้เงินกินข้าวจากอาชีพที่เราทำ จากคำตอบที่ได้ มันทำให้พวกผมไม่มั่นใจว่า จะได้ค่าแรงจากตรงนี้เมื่อไหร่ เพราะเขาบอกว่า "จะขายตึกก่อน" ในเศรษฐกิจแบบนี้ ตึกมันจะขายได้ง่าย ๆ เลยหรอ ยกเว้นคนรวย ๆ ที่มีเงินเย็น ๆ โดยไม่เดือดร้อน จากการตรวจสอบพบว่า ภาพยนตร์ฅนมวยกับรักที่แตกต่าง เข้าฉายไปเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2559 ที่ผ่านมา MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก สมาชิกพันทิป Bcha

บัณฑิตสาวสงสัย ถูกช่างภาพเซเลป แอบถ่ายใต้กระโปรง
ช่างภาพเซเลป /  ถ่ายนอกรอบ / 

โลกออนไลน์แห่แชร์กระทูปพันทิป "สงสัยว่าโดนแอบถ่ายใต้กระโปรงตอนถ่ายรูปชุดครุย"  วันนี้ (22ก.ย.) เป็นประเด็นที่ผู้คนบนโลกออนไลน์กำลังให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกพันทิปหมายเลข 2662565 ได้มีการตั้งกระทู้หัวข้อ "สงสัยว่าโดนแอบถ่ายใต้กระโปรงตอนถ่ายรูปชุดครุย" เจ้าของกระทู้เปิดเผยว่า ตนตัดสินใจจ้างช่างภาพคนหนึ่งถ่ายรูปให้ในวันซ้อมรับปริญญา ครึ่งวันในราคา 4,000 บาท ซึ่งตัวช่างภาพได้แถมการถ่ายภาพนอกรอบให้ด้วย จึงตอบตกลงและจ่ายค่ามัดจำไป และได้ทำการถ่ายนอกรอบไปตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม 2558 ที่ผ่าน ช่าวภาพสั่งให้โพสท่าแปลก ๆ ชันเข่า ยกขาสูง อันไหนตนไม่ทำหรือทำไม่ได้ก็ว่าตนโพสไม่เก่ง ให้ไปฝึกมาใหม่ มีการแตะเนื้อต้องตัว จัดชุดครุยให้ มาช่วยยัดเสื้อให้ ตอนนั้นตนคิดว่าเขาไม่ได้ชอบผู้หญิง แต่ก็พยายามเลี่ยง ๆ แล้วจัดเอง เพราะไม่ค่อยชอบให้มาโดนตัว พอถ่ายเสร็จผ่านไปเป็นเดือนได้รูปมาแค่รูปเดียว ก็มีการทวงรูปเรื่อย ๆ ปลายเดือนสิงหาคม ได้มาอีก 6 รูปแล้วก็ไม่มีอีก แต่ตนยังคิดว่าเขาคงรวมรูปมาให้กับรูปวันซ้อม และเมื่อวันเสาร์ที่ 12 กันยายน 58 ที่ผ่านมาเป็นวันซ้อมรับปริญญาของตน วันนั้นไม่มีเรื่องอะไรเพราะตนอยู่กับครอบครัวตลอด แต่สังเกตดูเขาไม่ค่อยมีใจจะถ่าย กดชัตเตอร์แบบส่ง ๆ จนช่วงเที่ยงถ่ายเสร็จตนก็จ่ายเงินอีกครึ่งแล้วแยกย้ายไปกินข้าวกับครอบครัว กลับมาเข้าหอประชุมตอนบ่าย คืนวันซ้อมเพื่อนบัณฑิตตนอีกคณะก็ทักมาแล้วเล่าเรื่องช่างภาพที่ตนจ้างให้ฟัง เป็นเรื่องการแอบถ่ายใต้กระโปรงบัณฑิตให้ตนรู้ พอตนรู้เรื่องเราก็เครียดเพราะกลัวช่างภาพคนนี้จะเบี้ยวงาน ไม่ส่งรูปให้ (เขามีประวัติดองรูป) เลยปรึกษาครอบครัวและตัดสินใจขอไฟล์ดิบจากเขา แบบไม่ต้องแต่งแล้ว ทั้งนอกรอบและวันจริง เพราะไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเขาอีก อยากได้แค่รูปจริง ๆ ไฟล์ดิบที่ได้มาเพื่อนสนิทก็อาสาแต่งให้ ช่างภาพคนดังกล่าวส่ง DVD มาให้ 3 แผ่น ตนคิดว่าเรื่องจบแล้ว เอาแผ่นไปทิ้งไว้ให้เพื่อนแต่ง แต่เมื่อเพื่อนเช็คให้ ก็พบว่าในรูปนอกรอบ มันมีรูปที่เลขไฟล์ไม่ต่อกันอยู่ช่วงหนึ่ง ซึ่งพอดูจากรูปใกล้เคียงกันแล้ว ตรงกับช่วงที่ช่างภาพคนนั้นให้ตนโพสท่าชันเข่าพอดี ตอนเขาสั่งโพส ตนก็พยายามโพสตาม โดยคิดว่าเซฟตัวเองดีแล้ว แต่พอเห็นรูปก็คิดไม่ถึงว่ามุมที่เขาให้โพส คือมุมที่เห็นไปถึงข้างในกระโปรง ตนจึงให้แฟนทักไปขอไฟล์รูปที่หายไปจากเขา ซึ่งเขาก็ให้คำตอบมาว่า ได้ลบรูปเสียที่สว่างหรือมืดเกินไปหมดแล้ว แต่เจ้าของกระทู้ก็เกิดความสงสัยว่าบางรูปที่ได้รับยังคงมีภาพสว่างและมืดอยู่ แล้วทำไมไม่ตัดออก แถมยังมีรูปของนางแบบคนอื่นปนมาด้วย ถ้าคัดแล้วจริง ๆ ทำไมเลขไฟล์หายไปแค่ช่วงนั้น เจ้าของกระทู้เกิดความสงสัยว่า ถ้ามีการลบรูปหลังกล้องจริง ๆ เลขไฟล์จะไม่หายไปไม่ใช่หรือ มันน่าจะต่อกันไปเลย  และยืนยันว่ารูปไฟล์ดิบที่ได้มา ไม่มีการคัดใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นรูปวันนอกรอบหรือรูปวันซ้อม มีเพียงไฟล์ 779-792 เท่านั้นที่หายไป จากไฟล์ทั้งหมด ล่าสุดเจ้าของกระทู้ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป อีกฝ่ายเสนอว่าจะคืนเงินบางส่วนให้ ( xxx บาท ) แต่ก็ยังคุยกันไม่จบ ประเด็นที่ตนอยากเสนอไม่ใช่เรื่องเงิน ถึงแม้จะไม่มีหลักฐาน และกฎหมายไม่สามารถเอาผิดได้ แต่ตนก็สามารถออกมาบอกกล่าวเรื่องนี้กับสังคมได้รู้ว่าเรื่องแบบนี้มันมีอยู่จริง ๆ กระทู้นี้ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อเตือนภัยสังคม เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่บัณฑิตต่างก็กำลังเตรียมตัวเข้ารับปริญญา เตรียมตัวหาช่างภาพหาช่างแต่งหน้าทำผม คนที่จิตใจแย่ ๆ อาจจะใช้ช่องทางนี้เข้ามาทำไม่ดีกับตัวบัณฑิตก็เป็นได้ เลยอยากฝากไว้ว่าก่อนจะเลือกคนมาร่วมงานกัน เลือกดี ๆ ถามคนรอบข้างหรือเช็คประวัติก่อน สำหรับช่างภาพคนนี้ยังมีอีกหลายเรื่อง กระทู้นี้ยังไม่จบแน่นอน ตนจะไม่ยอมให้คนแบบนี้กลับเข้ามายืนในวงการนี้ได้อีก MThai News อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กระทู้พันทิป สงสัยว่าโดนแอบถ่ายใต้กระโปรงตอนถ่ายรูปชุดครุย

วิจารณ์หนัก
เพลง ยับแม่ /  แจ๊ส ชวนชื่น

   เปิดตัวเพลงแรกด้วยยอดวิวแบบถล่มทลาย ฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมืองร้องตามได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ กับเพลง "แว๊นฟ้อ..หล่อเฟี้ยว" ของหนุ่มแจ๊ส สปุ๊กนิค ปาปิยอง กุ๊กกุ๊ก หรือ แจ๊ส ชวนชื่น พร้อมด้วยท่าเต้นกวนๆ สไตล์เด็กแว้น แต่พอเปิดตัวซิงเกิ้ลที่ 2 เพลง ยับแม่ กลับโดนชาวเน็ตติงว่าไม่เหมาะสม ทั้งเนื้อร้อง ท่าเต้น และมิวสิควิดิโอ    โดยสมาชิกในเว็บไซต์ พันทิป The White Man ได้โพสต์ กระทู้ที่ว่าด้วยเรื่อง "เพลงใหม่แจ๊ส ยับแม่ มัน จะดี เหรอครับ?" ซึ่งเจ้าของกระทู้ได้วิจารณ์ในหลายๆ เรื่องถึงความไม่เหมาะสม โดยเขียนเป็นไว้เป็นข้อๆ ตั้งแต่เรื่องชื่อเพลง คำแสลงที่พัฒนามาจากคำหยาบ หาเด็กๆพูดตาม ก็คงจะดูไม่ดี และเรื่องการไปแสดงโชว์ให้เด็กๆดู และชวนเต้นตามด้วยท่าเปิดกระโปรง ที่เจ้าของกระทู้คิดว่า ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง    นอกจากนี้เจ้าของกระทู้ยังได้ตั้งคำถามว่า มิวสิควิดิโอนี้ มันคือวัฒนธรรมอันดีงามที่อยากให้ลูกเอาเยี่ยงอย่าง?  เพราะตัวเจ้าของกระทู้เองเคยพูดให้เด็กๆ สายแว๊นสายช่างให้เอาอย่างแจ๊ส ที่กลับใจมาเป็นเสาหลักของครอบครัวได้ แต่ตอนนี้คิดว่าคงคิดผิด    ทั้งนี้ เรื่องดราม่าที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับเพลงของหนุ่มแจ๊ส ไม่ใช่เพลง ยับแม่ นี้เป็นเพลงแรก เพราะก่อนหน้านี้ก็มีเรื่อง ลิขสิทธิ์เนื้อร้องของเพลง "แว๊นฟ้อ..หล่อเฟี้ยว" เช่นกัน ขอบคุณข้อมูลจาก pantip.com ,IG : jazzpadung คลิปจาก youtube.com

ของดี ของเด็ด จากฟูลมูนปาร์ตี้ เกาะพงัน
beach party /  Full Moon Party / 

ฟูลมูนปาร์ตี้ เกาะพงัน หาดในฝันของคนลั้นลา ต้องบอกเลยว่าเคยได้ยินมานานแล้วสำหรับปาร์ตี้ฟูลมูนที่เกาะพงัน  แต่ด้วยความที่ตัวเรามันเป็นคน No Party & No Drink ก็เลยทำให้ไม่เคยสนใจเกี่ยวกับฟูลมูนปาร์ตี้ใดๆ เรื่องราวใดๆที่เกี่ยวข้องกับปาร์ตี้เหล่านี้ในหัวสมองของตัวเรา เมื่อลองสำรวจดู เช็คแล้ว เช็คอีก และเช็คซ้ำ การประมวณผลที่ได้คือ กระปู๋แมลงวัน!!  โอวววว..พระเจ้า!!! ความรู้เกี่ยวกับ Full Moon Party ที่ตัวเรามีมันน้อยนิดเท่ากระปู๋แมลงวันเท่านั้น  นอกจากที่รู้ว่ามันคือปาร์ตี้ริมหาดในคืนพระจันทร์เต็มดวง แล้วก็ได้ออกจากกะลาซะที  เมื่อได้เห็นกระทู้ “เมื่อตุ๊ดส์ไปพะงันดูผู้ชาย” ในเว็บพันทิป ที่โพสต์โดย McSpancer แล้วถึงกับต้องตะลึงพรึงเพริศและโมโหตัวเองอยู่ไม่น้อย  ไม่คาดคิดมาก่อนว่ามันจะมีอะไรดีๆอย่างนี้  คนเยอะคนล้นเต็มหาดอะไรเยี่ยงนี้  สารภาพเลยว่าไม่เคยคิดเรื่องตอนกลางวันมาก่อนเลย คิดแต่ว่ามันคือปาร์ตี้ตอนกลางคืน เออเนอะ ตอนกลางวัน – ตอนเย็น คนเขาก็ต้องมาเล่นชายหาด เล่นน้ำทะเล กันบ้างสินะ ทำไมถึงคิดไม่ได้เนี่ยยยย โมโหตัวเองจัง หลังจากได้เห็นรูปแล้วกเลยว่า อะดรีนาลีน พลุ่งพล่านตั้งเส้นผมไปจนถึงปลายนิ้วเท้า  อยากไปฟูลมูนปาร์ตี้ เกาะพงัน ขึ้นมาทันทีเลยล่ะ  จะได้ไปสัมผัสบรรยากาศและเห็นประสบการณ์เด็ดๆแบบนี้สักครั้งบ้าง   ^ 0 ^ พวกเขามากันเป็นทีม มองแค่พวงกุญแจในมือพี่เขาแค่นั้น....จริงๆนะ พี่แกแน่นจริงๆ จุดโฟกัสรูปนี้คือที่เรือด้านหลัง โอวววว...คืออะไร ยังไง ชูมือขึ้นเดี๋ยวนี้นะ แสงแดดเริ่มหมด ปาร์ตี้ก็เริ่มต้น เอากับนางสิ  มั่นมากๆ ปาร์ตี้หนักมาก หมดสภาพก็ต้องมีให้เห็น Men.MThai ขอขอบคุณรูปภาพจาก : http://pantip.com/topic/34026007

เตือนอย่าเชื่อ! งานวิจัย
จุลชีพรักษามะเร็ง /  โรคมะเร็ง

อ.เจษฯ ผนวกสมาชิกเว็บบอร์ดดังพันทิป เตือนอย่าเชื่อ! งานวิจัย จุลชีพรักษามะเร็ง เหตุไม่มีหลักฐาน แถมคนคิดถูกจับผลิตยา-อาหารเสริมปลอม ชี้หากดีจริงต้องมีการเผยแพร่ทางวารสารอย่างน้อย 1 ฉบับ  วันนี้ (20 ม.ค. 59) รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพัทธ์ อาจารย์จากคณะวิทย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความเตือนภัยให้ระวังภายหลังมีสื่อดังได้เผยแพร่ข่าวว่า มีกลุ่มคนวิจัยใช้จุลชีพรักษามะเร็ง ทั้งๆ ที่ผู้เข้าร่วมโครงการดังกล่าวเคยถูกจับเมื่อหลายปีก่อน ฐานผลิตและขายยา รวมถึงอาหารเสริมเถื่อนโดยไม่มี อย. โดยสื่อดังลงข่าวดังกล่าวในทำนองว่า นายบรรยงได้ร่วมกับเพื่อนที่เป็นนักจุลชีวะ 3 คน ทำการค้นคว้าทั้งจากสมุนไพรไทย จากจุลชีพที่มีชีวิตมาเป็นเวลาร่วม 10 ปี จนค้นพบจุลชีพกำจัดเซลล์มะเร็งชนิดได้ผลเกินคาด ทั้งนี้ หลังการค้นพบ จึงได้ผลิตจุลชีพขึ้นมาเพื่อให้การรักษาชาวบ้านที่ป่วยเป็นมะเร็ง ที่มาขอรับการรักษาและช่วยเหลือเป็นเวลาประมาณ 5 ปี มาแล้ว จากสถิติที่รวบรวมไว้ มีผู้มาขอรับจุลชีพไปเพื่อรักษามากกว่า 1,500 คน ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งระยะสุดท้ายอาการดีขึ้น ผู้ป่วยระยะที่ 4 หรือระยะแพร่กระจายทั่วตัวรักษาแล้วหายขาด พร้อมกันนี้ นายบรรยง ยังกล่าวว่า จากการค้นคว้าของตนนี้ถือว่าเป็นนักวิจัยพื้นบ้าน เราใช้หลักการหลังการตรงหลักที่ว่าโลกใบนี้ สิ่งมีชีวิตควบคุมด้วยสิ่งมีชีวิตด้วยกัน เซลล์มะเร็ง ไม่ตอบสนองต่อการรักษาทางเคมีทุกชนิด ไม่ว่ายาเคมีหรือรังสีบำบัด จึงเหลือทางเลือกอยู่ทางเดียว คือขจัดเซลล์มะเร็งในทุกอวัยวะที่เซลล์มะเร็งเข้าไปฝังตัวและกัดกินเนื้อเยื่อ แนวทางในการรักษาคือขจัดเซลล์มะเร็งให้หมดจากร่างกายก่อน ใช้เวลาไม่เกิน 120 วัน หลังจากเซลล์มะเร็งตายหมด จึงมารักษาเนื้อเยื่อทีหลัง ขณะที่ รศ.ดร.เจษฎา เผยว่า เห็นข่าวนายบรรยงนี้แล้วกลุ้มใจกับ นสพ. ... เมื่อปีก่อนยังช่วยสังคมด้วยการลงขายจับกุมขายยาเถื่อนมาแล้ว ไม่ครบปีดี กลับมาช่วยลงข่าวเชียร์ขายเชื้อจุลินทรีย์รักษมะเร็งนี่อีก (หลายคนน่าจะเคยผ่านตา forward mail โฆษณาขายโปรไบโอติกของเค้า) ... อย่าตกเป็นเหยื่อกันนะครับ ด้านผู้ใช้งานเว็บบอร์ดชื่อดังอย่างพันทิป สมาชิกหมายเลข 924619 ก็ได้นำเรื่องราวดังกล่าวไปเผยแพร่ จนทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นพร้อมเตือนใจให้ระวังอย่าหลงเชื่อกับข่าวดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้สื่อดังออกมารับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นด้วย อาทิ "น่ากลัวชาวบ้านจะเชื่อ ไม่กรองข่าวบ้างหรอครับ จะมีชาวบ้านอีกกี่รายที่หลงเชื่อ และเสียโอกาศในการรักษา" "อ่านข่าวเต็มๆ เห็นว่าทำการวิจัยตามหลักวิทยาศาสตร์ มีการทำตรวจสอบเอกสารงานวิจัย ส่วนนี้ฟังดูน่าเชื่อถือ แต่ก็มีอีกส่วนที่ดูไม่น่าเชื่อถือ เช่น มีคนในวงการสาธารณสุขมาขัดขวาง มาข่มขู่ งานนี้ขอรอดูข้อมูลเพิ่มก่อนค่อยว่ากัน" ยังไม่เห็นรายงานการวิจัยเลย ถ้าจริงน่าจะได้ตีพิมพ์ในเอกสารวิชาการเล่มใดเล่มหนึ่งนะ แล้วทำไมคนในกระทรวงสาธารณสุขจะต้องขัดขวางล่ะ ถ้ามันดีจริงน่ะ มีแต่จะช่วยแถลงข่าว ช่วยกันนำมาใช้ เพราะเป็นชื่อเสียงของประเทศ บอกว่ารักษามะเร็งได้ ก็ต้องมีการวิจัยในผู้ป่วยมะเร็งอย่างถูกระเบียบการวิจัย ซึ่งต้องผ่านการอนุญาตจากคณะกรรมการจริยธรรม กระทรวงสาธารณสุข หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน เพราะเป็นการวิจัยในมนุษย์ เมื่อผ่านการอนุมัติ ก็แสดงว่าได้รับการสนับสนุนอยู่แล้วไม่เคยได้ยินเลยนะ" เป็นต้น ขอบคุณข้อมูลจาก Jessada Denduangboripant pantip.com ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ภัยใกล้ตัว เตือน! ผู้ใช้บัตรเครดิต ในปั๊มน้ำมัน
ปั๊มน้ำมัน /  เตือนภัย / 

ชาวสังคมออนไลน์ส่งต่อ กระทู้เตือนภัย! สำหรับผู้ใช้บัตรเครดิต ในปั๊มน้ำมัน วันนี้ (16ก.ค.) สมาชิกพันทิป หมายเลข 2174751 ได้มีการตั้งกระทู้ในหัวข้อ “เตือนภัยผู้ใช้บัตรเครดิตในปั๊มน้ำมัน” เจ้าของกระทู้ได้เผยแพร่ ให้ชาวสังคมออนไลน์ได้รับรู้ถึงภัยใกล้ตัว เกี่ยวกับการใช้บัตรเครดิตในการจ่ายค่าน้ำมัน โดยระบุรายละเอียดเรื่องราวไว้ว่า เตือนภัยผู้ใช้บัตรเครดิตนะคะ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเอง คือเมื่อประมาณอาทิตย์ก่อน ไปเติมน้ำมันที่ปั๊มแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว เป็นช่วงเวลาค่อนข้างดึกค่ะ ปกติช่วงเวลาระหว่างเวลาเติมน้ำมัน ก็จะเล่นโทรศัพท์รอไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งจ่ายเงินก็ยื่นบัตรเครดิตและบัตรสะสมแต้มไปตามปกติ แต่ครั้งนี้เราออกใบกำกับภาษีด้วยค่ะ มันจะรอนานนิดนึง ปกติทางปั๊มจะนำบัตรเครดิตมาคืนเราก่อน และให้เรารอใบกำกับ แต่ครั้งนี้บัตรเครดิตกลับมาพร้อมใบกำกับ ซึ่งเราก็ไม่ได้เอะใจอะไร รับบัตรแล้วก็กลับบ้านมาปกติ หลังจากที่ใช้บัตรเครดิตใบนี้เติมน้ำมันก็ไม่ได้ใช้จ่ายผ่านบัตรนี้อีกเลย จนกระทั่งเมื่อวันที่ (13 ก.ค.58) เวลาประมาณ  4 โมง มีรหัส OTP Code เด้งเข้ามาที่โทรศัพท์มือถือ ทั้ง ๆ ที่บัตรอยู่กับเราไม่ได้ทำธุรกรรมใด ๆ จึงแจ้งไปทาง Call Center เพื่อสอบถามยอดการใช้จ่าย แต่ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่า ไม่มียอดใช้จ่ายใด ๆ แต่มีการพยายามทำรายการเข้ามา 3 ครั้ง ในช่วงเวลาใกล้ ๆ กัน (16.02,16.11,16.17) ซึ่งก็ตรงกับที่เราได้เมสเสจทางมือถือ ทางเจ้าหน้าที่จึงแจ้งให้ยกเลิกบัตรใบดังกล่าว และออกบัตรใหม่เพื่อความปลอดภัย ทางเราก็เห็นว่าสมควรจึงดำเนินการตามที่เจ้าหน้าที่แจ้ง หลังจากที่ดำเนินการยกเลิกบัตรไป ในช่วงเช้าของวันถัดมา (14 ก.ค.58)  ทางเจ้าหน้าที่โทรมาแจ้งว่า มีการพยายามทำรายการที่ปั๊มน้ำมันที่เรารูดบัตรใช้จ่ายครั้งสุดท้าย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจเช็คแล้วว่าตรงกัน เมื่อได้ทราบเรื่อง ทางเราก็รีบไปที่ปั๊มน้ำมันดังกล่าว (เนื่องจากอยู่บริเวณหอพัก) และขอติดต่อกับผู้จัดการ ซึ่งก็มีเจ้าพนักงานท่านหนึ่งแสดงตัวและมาพูดคุยกับเรา เราจึงอธิบายเรื่องดังกล่าวแก่เจ้าพนักงานท่านนั้น หลังจากที่พูดคุยกันเสร็จ เขาก็เรียกลูกน้องมาพูดคุยและสอบถาม ซึ่งต้องบอกตรงนี้เลยว่า เจ้าพนักงานท่านนี้เป็นคนที่มีความสามารถค่อนข้างดี เพราะสามารถนำตัวพนักงานที่กระทำผิดมาขอโทษได้ และยอมเล่าวิธีการให้กับเราฟัง ซึ่งก่อนที่พนักงานท่านนี้จะเล่าวิธีการ เราได้แจ้งแก่น้องพนักงานท่านนี้แล้วว่าจะไม่เอาความใด ๆ แต่อย่าไปทำกับลูกค้าท่านอื่น วิธีการก็ง่ายมากเลยค่ะ น้องพนักงานท่านนี้ ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพบัตรไว้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และนำไปทำรายการทางอินเตอร์เน็ต และได้ชี้แจงว่าครั้งล่าสุดที่ทำรายการที่ปั๊ม เพื่อจะนำเงินสดที่ลูกค้าจ่ายไปชำระค่าใช้จ่ายส่วนตัว จากเหตุการณ์นี้ทำให้เรารู้ได้ว่า เรื่องราวร้าย ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นกับเราได้ง่ายมาก อยากให้ทุกท่านที่ได้อ่าน คอยระวังภัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้ง่ายมากในสมัยนี้ หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์แก่เพื่อน ๆ พี่ๆ น้อง ๆ ชาวพันทิปนะคะ ล่าสุด วันนี้ (15 ก.ค) พนักงานที่ก่อเหตุได้พ้นสภาพ การเป็นพนักงานปั๊มน้ำมันแห่งนี้แล้วนะคะ ทางเจ้าพนักงานท่านเดิมที่ประสานแจ้งว่า ทางตัวพนักงานขอลาออกเองค่ะ หากพนักงานท่านนี้สำนึกผิดจริง ๆ  ก็หวังที่จะให้ทุกท่านให้โอกาสเขาค่ะ หากเขาจะกระทำความผิดอีกก็ขอให้เวรและกรรมตัดสินแล้วกันนะคะ MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก สมาชิกพันทิป หมายเลข 2174751

อีกมุมมอง กรณีไบค์เกอร์หนุ่มรถล้ม คว้าแฟนมากอด!
ถนนมิตรภาพ /  บิ๊กไบค์ / 

อีกมุมมอง กรณีไบค์เกอร์หนุ่มรถล้มคว้าแฟนมากอด ชาวเน็ตสงสัยฝนตกหนักขนาดนั้น ทำไมไม่จอดรถ? แถมใช้ยางสลิค วันนี้ (19ก.ย.) จากกรณีที่โลกออนไลน์มีการส่งต่อคลิป หนุ่มคนหนึ่งขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ซึ่งมีแฟนสาวซ้อนท้ายมาด้วย พวกเขาได้ขี่รถฝ่าสายฝน บริเวณถนนมิตรภาพ ช่วงทางลงเขื่อนลำตะคอง ก่อนที่รถจะเสียหลักลื่นไถลไปตามถนน แต่สิ่งที่ทำให้ผู้คนต่างพากันประทับใจ เนื่องจากในคลิปฝ่ายชายได้พยายามเอื้อมจับแฟนสาวเอาไว้หลังรถล้ม ซึ่งทั้งคู่ก็ปลอดภัยจากอุบัติเหตุครั้งดังกล่าว ล่าสุดสมาชิกพันทิปชื่อ ก็แค่ผู้ชายที่เชื่อในความฝัน ได้ตั้งกระทู้แสดงความเห็นต่อเรื่องดังกล่าวในอีกหนึ่งมุมมองว่า จากคลิปฮีโร่ไบค์เกอร์กอดแฟนสาว ผมขออนุญาตมองแยกเป็น 2 ประเด็นนะครับ 1.ตอนล้ม อันนี้ยอมรับว่ามีสติดีมาก และโชคดีหลายชั้นที่จังหวะนั้นไม่มีรถสวนมา โชคดีที่แฟนสาวอยู่ใกล้ไม่กระเด็นห่างจากตัว อันนี้ชมในประเด็นนี้ 2.ก่อนล้ม อันนี้เป็นประเด็นที่ผมอยากพูดถึงและฝากเตือน เรื่องขับเร็วไหม อันนี้ผมบอกไม่ได้ เพราะมองไม่เห็นไมล์ แต่จากคลิปก็น่าจะเร็วอยู่ ฝนตกขนาดนั้นผมขี่ไม่เกิน 100 เลยครับเพื่อความปลอดภัย ที่สำคัญคือ ยางที่พี่เขาใช้ คือยางสลิคที่ใช้สำหรับสนาม สำหรับพื้นผิวที่แห้งและร้อน เพราะยางมันไม่มีดอกให้รีดน้ำ แต่พี่เขาใช้ยางนี้วิ่งตอนฝนตกหนัก ในการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ทางเรียบชิงแชมป์โลก (MotoGP) เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ถ้าใครได้ดูทางช่อง 3SD จะเห็นเลยครับว่า แค่ฝนตกพรำๆ ถนนแค่เริ่มชื้น เขาก็โบกธงสัญญาณให้เข้ามาเปลี่ยนรถที่ใช้ยางสำหรับถนนเปียกแล้ว นั่นแค่ฝนพรำ ๆ นะครับ แต่ในคลิปพี่เขา คือฝนตกหนัก (มาก) ไม่แปลกที่ขี่ทางตรงอยู่ดี ๆ แล้วรถจะสะบัดล้มไปเอง ประเด็นนี้สำคัญครับ การที่เราพาลูกสาวใครมาซ้อนเรา นั่นคือเรากำลังดูแลชีวิตลูกสาวคนอื่นแล้ว การขี่รถแบบเสี่ยงอันตรายหรือไม่คิดถึงความเสี่ยง ผมว่าน่าตำหนิมากกว่าชื่นชมครับ ผมไม่เข้าใจเหตุผลที่พี่เขาใช้ยางสลิคตอนหน้าฝน (ทั้งที่จริง ๆ ควรจอด ต่อให้ไม่มีที่หลบ ต้องจอดยืนตากฝนก็ต้องจอด เพราะมันอันตรายมาก ๆ ) แต่ยังไงอยากให้เป็นบทเรียนสำหรับไบค์เกอร์ทุกท่านนะครับ ใช้ยางให้เหมาะสม เพื่อคนที่เรารักและคนที่อยู่ข้างหลังเราครับ ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News ขอบคุณกระทู้พันทิป ขออนุญาตมองต่าง กรณีไบค์เกอร์กอดแฟนสาว ฝนตกหนักขนาดนั้น แถมใช้ยางสลิค

นักสืบพันทิป กดดันจนแฟนบอลสาวสุพรรณรับโกหกลูกป่วยตุ๋นเงิน
ชาริล ชัปปุยส์ /  ตูน บอดี้แสลม / 

ความลับไม่มีในโลก นักสืบพันทิป ตั้งข้อสงสัย พร้อมแฉแฟนบอลสาว สุพรรณบุรี เอฟซี โกหกว่าลูกสาวป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดแดง หลอกตุ๋นเงินบริจาค ชาริล ชัปปุยส์ และตูน บอดี้สแลม ก็ตกเป็นเหยื่อ กลายเป็นเรื่องให้พูดถึงในเว็บบอร์ดดัง pantip.com หลังแฟนเว็บบอร์ดได้ตั้งข้อสงสัยกรณีที่มีแฟนบอลสาว สุพรรณบุรี เอฟซี ท่านหนึ่ง อ้างว่าป่วยเป็นโรคเชื้อราที่ไขกระดูก แถมลูกสาว น้องกอหญ้า วัย 7 ขวบ ก็ป่วยเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดแดง ซึ่งต้องใช้เงินค่ารักษาพยาบาลจำนวนมาก ทำให้แฟนบอล สุพรรณบุรี เอฟซี รวมถึงแฟนบอลสโมสรอื่นๆ ร่วมบริจาคเงินให้จำนวนมาก รวมแล้วกว่า 3 แสนบาท ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มี ชาริล ชัปปุยส์ ดาวเตะล้านเมีย และตูน บอดี้สแลม นักร้องชื่อดัง ที่ก็ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือด้วย เมื่อประมาณปลายปีที่แล้ว โดยเมื่อวันที่ 22 ก.ค.58 ได้มีบุคคลท่านหนึ่ง ได้ไปตั้งกระทู้สงสัยในพฤติกรรมการของแฟนบอลสาวรายนี้ในพันทิป (http://pantip.com/topic/33955262) เพราะที่ผ่านมาปีกว่า ยังไม่เคยเห็นหลักฐานการรักษาพยาบาลสำหรับลูกสาว น้องกอหญ้า เลย โดยสงสัยว่าน่าจะเป็นการหลอกลวง เพื่อต้มตุ๋นเอาเงินบริจาคเสียมากกว่า ทำให้ล่าสุด หญิงสาวคนดังกล่าว ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ตะวันฉาย ในม่านเมฆ โดยยอมรับสารภาพว่า ลูกสาวไม่ได้ป่วยเป็นโรคร้าย โดยเป็นแค่ภาวะเสี่ยงเท่านั้น โดยข้อความมีดังนี้ นี้คือความจริงที่จะออกมาขอโทษพี่ๆ น้องๆ ทุกคนว่า กอหญ้า เปงแค่พาวะเสี่ยงเฉยๆ คะยังไม่แน่ชัดว่าเปงไหมเมื่อช่วง3-4ที่ผ่านมากอหญ้าป่วยบ่อยเข้าโรงบาลบ่อยถึงไม่เสียค่ายาแต่ค่ากินอยู่หลายบาทอยู่คะฉายเลยไปกู้รายวันบ้างเงินด่วนบ้างแชร์ทองเอาทุกอย่างเลยกลายเปงนี้หลักแสนจนฉายต้องหลบค่าหนี้ประกอบเริ่มไปดูบอลแร้วเล่นเฟสเลยทำให้รู้จักพี่ที่เชียร์บอลเข้าก้อเขามาถามว่าเปงอาไรเข้าโรงบาลบ่อยก้อเลยบอกไปว่าเปงมะเร็งเม็ดเลือด ก้อเริ่มเขามามีคนเอาเงินมาช่วยเหลือกอหญ้าเริ่มมีอาการประมูลขึ้นเริ่มได้เงินเยอะฉายก้อปล่อยตามเลยคะเงินที่ได้ประมาณทุกๆช่องทางการช่วยเหลือ300,000บาทคะภายในหนึ่งปีที่ได้150,000แรกฉายเอาไปส่งรายวันส่งเงินด่วนแชร์ทองประมาณ6-7เจ้าคนนี้10000 คนนั้น15000คะเอาชื่อตัวเองมั้งเอาชื่อน้ากู้มั้งคะแร้วอีก70,000ฉายเอาไปใช่หนี้ที่ฉายกู้มาตอนกอหญ้าเริ่มคลอดคะเพราะพ่อมันไม่ค่อยส่งเงินมาให้เพราะมันติดผู้หญิงฉายก้อเลี้ยงกอหญ้ามาตลอดแร้วที่เหลือฉายก้อใช้จ่ายทั่วไปคะฉายกราบขอโทษในความผิดพลาดที่เกินให้อภัยครั้งนี้......ที่เอากอหญ้ามาเกี่ยวข้องฉายขอรับผิดในครั้งนี้ขอให้สังคมให้โอกาสสักครั้งหนึ่งคะที่พูดทั้งหมดคือความจริงทุกอย่างคะฉายรู้สึกผิดคะในครั้งนี้คะมากๆคะ ตอนนี้ฉายได้รับผลกรรมที่ทำไว้แร้วคะ ฉายกราบขอโทษทุกๆท่านที่เคยเมตตาต่อน้องกอหญ้าแต่ฉายผิดเองคะที่เอาน้องมายุ่งด้วยคะแร้วที่กอหญ้าน้องโรงบาลครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องในครั้งนี้น้องมีอาการอาเจียนอยู่แร้วคะ ไม่ใช้เอาน้องมาบังหน้าคะเพราะพวกคุนๆโพสด่าตั้งแต่4-5ทุ่มเมื่อคืนแต่กอหญ้าเขาตอนนี่ตี5คืออาเจียนเลือดคะก้อเลยพามาคะ ทั้งนี้แฟนบอลที่เคยช่วยบริจาคเงิน เตรียมที่จะดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะรับไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้น ได้มีการโพสเฟซบุ๊คต่อว่าอย่างหนัก ขอบคุณกระทู้ : pantip.com/topic/33955262

'น้องทาม' ปลื้มปิติ ได้รับจักรยานพระราชทานแล้ว
น้องทาม /  ปั่นเพื่อแม่ / 

'น้องทาม' เด็กไร้แขนร่วมปั่น 'Bike for Mom' สุดปลื้ม ผู้แทนพระองค์ฯ นำรถจักรยานพระราชทานมามอบให้ วันนี้ (10 ก.ย.) พล.อ.ท.ภักดี แสงชูโต รองราชเลขานุการในพระองค์ฯ พร้อมคณะช่างได้นำรถจักรยานพระราชทานมามอบให้แก่ ด.ช.วรรธนะ คำอินทร์ หรือ 'น้องทาม' หนูน้อยพิการไร้แขนทั้งสองข้าง ที่เข้าร่วมกิจกรรม “Bike for Mom ปั่นเพื่อแม่” เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ที่ผ่านมาแล้ว โดยผู้แทนพระองค์ฯ ได้นำจักรยานพระราชทานไปวางไว้บริเวณด้านหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร โดยนายสินรอง – นางดอกรัก คำอินทร์ บิดา มารดา พร้อมด้วยน้องทาม ได้ถวายความเคารพพระฉายาลักษณ์เพื่อแสดงความจงรักภักดี ก่อนเปิดกรวยกระทงดอกไม้สดและรับจักรยานพระราชทาน จากนั้นน้องทาม ได้ทดลองปั่นจักรยานพระราชทาน มีคณะช่างให้คำแนะนำในการปั่นที่ถูกต้อง ทั้งในเรื่องของการบังคับแฮนด์เลี้ยวซ้าย-ขวา จังหวะการเปลี่ยนเกียร์ วิธีการเบรคที่ปลอดภัย MThai News ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก สมาชิกพันทิป เบื่อ บอกเท่าไรก็ไม่ฟัง ,กรุงเทพธุรกิจ

หนุ่ม ศรราม โพสต์ซึ้งถึง กบ สุวนันท์ คู่จิ้นในตำนาน 26 ปี !!
หนุ่ม ศรราม /  กบ สุวนันท์ / 

เป็นพระนางคู่ขวัญที่แฟนๆ ยังคงคิดถึงและอยากเห็นกลับมาร่วมงานกันอีก!! สำหรับ หนุ่ม ศรราม และ กบ สุวนันท์ หากใครยังจำได้กับละครเรื่องแรกคือ ผยอง และเรื่องอื่นๆ ที่โด่งดังเป็นพลุแตก อาทิ ดาวพระศุกร์, สายโลหิต, มะเมี๊ยะ, คุณพ่อรับจ้าง, ดวงใจปาฏิหาริย์ ฯลฯ จากวันนั้นถึงวันนี้ผ่านมา 26 ปี แต่ความรัก ความห่วงใยของความเป็นพี่เป็นน้องยังมีให้กันไม่เสื่อมคลาย ล่าสุด หนุ่ม ศรราม โพสต์ภาพอดีตสมัยวัยรุ่นกับ น้องกบ พร้อมข้อความซึ้งจากใจถึงน้องสาวคนนี้ว่า... "เมื่อไม่กี่วันมานี้..... น้องกบ สุวนันท์ @kob_nada_nadol โทรศัพท์หาผมเรื่องข่าวของผู้ใหญ่ที่เราสองคนเคารพเจ็บไข้ได้ป่วย จากนั้นก็คุยกันนาน ฝากความห่วงใยไปถึงครอบครัวซึ่งกันและกัน ....อยู่ๆ น้องกบก็ถามขึ้นมาว่า "พี่หนุ่ม กบเคยเป็นเหมือนพี่หนุ่มนะ ดูแลพ่อแม่ได้ ดูแลคนรอบข้างได้ ได้ทำอะไรที่ตัวเองอยากทำก็ทำได้ ....แต่ พี่หนุ่มต้องมีคนดูแลพี่หนุ่มนะในวันที่ในโลกของสัจธรรมมันเป็นไป" ผมเงียบไปพักนึง อมยิ้มในใจว่า น้องห่วงเราทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมา 26 ปีมีค่าสำหรับผมมากจริงๆ ผมบอกกบว่า ฝากกราบคุณแม่และพี่บรู๊คและหลานๆ ด้วยนะจ๊ะ .....นี่ละ "สุวนันท์ คงยิ่ง" นางเอกยอดนิยมตลอดกาลของคนไทย #เราสองคนเกิด #22 #มั่นคง #ตลอดไป" เห็นความสัมพันธ์ดีๆ ของคู่จิ้นในตำนานคู่นี้แล้ว แอบยิ้มตามใช่มั้ยล่ะ?? น่ารักเนอะพระเอก-นางเอกในดวงใจตลอดกาล... ขอบคุณภาพจาก IG @sornram_theappitak, สมาชิกพันทิป cawaii_rainny และ allaboutKOB.com หนุ่ม ศรราม-กบ สุวนันท์ หนุ่ม ศรราม-กบ สุวนันท์ หนุ่ม ศรราม-กบ สุวนันท์ หนุ่ม ศรราม-กบ สุวนันท์

นั่งเทียนเขียนข่าว! ภาพ'นิว วงศกร' ถูกจับค้ายาบ้า ที่แท้แค่เรื่องลวงโลก
ถูกจับ /  นิว วงศกร / 

เกิดข่าวฮือฮา "นิว วงศกร" พระเอกดังวิก 7 สี ถูกจับค้ายาบ้า แพร่กระจายว่อนเน็ต หลังที่วานนี้ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก เผยแพร่ข่าวที่แนบภาพพระเอกหนุ่ม "นิว" วงศกร ปรมัตถากร พระเอกดังช่อง 7 พร้อมทั้งอ้างว่าพระเอกหนุ่ม ถูกจับเป็นผู้ต้องหา พร้อมของกลางเป็นยาเสพติดจำนวนหนึ่ง ทำให้เกิดประเด็นพูดคุยกันอย่างดุเดือดถึงเรื่องดังกล่าวอย่างกว้างขวาง อย่างไรก็ตาม ล่าสุด มีการยืนยันว่าภาพดังกล่าวเป็นหนึ่งในฉากละครเรื่อง "ข้ามาคนเดียว" ซึ่งบริษัท ดาราวิดีโอ จำกัด ได้ยื่นหนังสือขออนุญาตใช้สถานที่สถานี ตร.นครราชสีมา ถ่ายทำเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้เรื่องลวงดังกล่าวจึงเป็นเพียงการ 'นั่งเทียนเขียนข่าว' ขึ้นมาเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน เกิดเว็บไซต์ click bait หรือเว็บไซต์บังคับให้คลิปเป็นจำนวนมาก มีเรื่องจริงบ้าง เรื่องลวงโลกก็ไม่น้อย ดังนั้นในการเสพสื่อโซเชียล ควรมีวิจารณญาณก่อนคลิป ก่อนแชร์ เพราะขณะนี้มี พ.ร.บ คอมพิวเตอร์ ออกมาบังคับใช้ สติ การกลั่นกรองเรื่องราวจึงเป็นเรื่องสำคัญในการใช้โลกออนไลน์ ขอบคุณที่มาจาก พันทิป

ปลื้มใจ! 6 บัณฑิตกตัญญู ไม่อายถึงแม้ครอบครัวยากจน
รับปริญญา /  ลูกกตัญญู

หลังจากที่ผ่านมาบนโลกโซเชียลได้แชร์ภาพของบัณฑิตสวมชุดครุยก้มกราบเท้าพ่อที่ทำอาชีพขับรถกวาดขยะ เป็นภาพที่ทุกคนรู้สึกประทับใจและชื่นชมกันเป็นจำนวนมาก วันนี้ทีนเอ็มไทยก็เลยขอรวบรวมโมเม้นท์สุดประทับใจจาก 6 บัณฑิตกตัญญู ไม่อายถึงแม้ครอบครัวยากจน มาให้เพื่อนๆได้ชมกันอีกสักครั้ง .. ถึงแม้ว่าพ่อแม่เราจะไม่รวยล้นฟ้า หรือจะประกอบอาชีพใดๆก็แล้วแต่ แต่เชื่อเถอะว่าที่ท่านทำงานหนักทุกวันนี้ก็เพื่อลูกที่ท่านรัก ส่งเราเล่าเรียนหนังสือ เติบโตเป็นคนดี และเมื่อวันที่เราประสบความสำเร็จก็จงอย่าลืมคนข้างหลังที่คอยเป็นทั้งแรงใจ แรงกาย ส่งคุณเดินไปยังจุดหมายนะ .. ^^ ปลื้มใจ! 6 บัณฑิตกตัญญู ไม่อายถึงแม้ครอบครัวยากจน ปลื้มใจ! 6 บัณฑิตกตัญญู ไม่อายถึงแม้ครอบครัวยากจน 1. ลูกชายพนักงานขับรถเก็บขยะ คว้าใบปริญญาจุฬาฯ พร้อมสวมชุดครุยกราบเท้าพ่อ นายกล้าณรงค์ ศรีสกุล หรือ แม็ก บัณฑิตจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในวันที่เขาเรียนจบ เขาได้สวมชุดครุยเข้าไปก้มกราบพ่อ เขาไม่อายใครที่พ่อทำอาชีพขับรถเก็บขยะ เขาได้เขียนบรรยายความรู้สึกของเขาที่มีต่อพ่อไว้ โดยคนบนโซเซียลแชร์ และทำให้หลายคนประทับใจและชื่นชมเป็นจำนวนมาก ลองไปอ่านเรื่องราวที่เขาเขียนไว้กันค่ะ .. ว่าด้วยเรื่องของพ่อ พ่อผมทำงานที่ไม่ได้เลิศหรูอะไรหลายคนคงนึกภาพไม่ออก แต่ภาพที่พ่อทำงานผมเห็นมาตั้งแต่เด็ก ก็เคยไปทำงานกับพ่อนั้นแหละพ่อเป็นพนักงานขับรถเก็บขยะ งานที่ทำพ่อบอกเสมอว่าต้องแย่งหนอนกิน คือแย่งหนอนที่อยู่ในขยะ เป็นการเปรียบเทียบ สมัยเด็กหลายครั้งที่อายในความเป็นตัวพ่อ ว่าทำไมพ่อเราไม่แต่งชุดเท่ๆแบบพ่อคนอื่น ที่เป็น ทหาร ตำรวจ ทำไมนะพ่อไม่เท่เลย พอโตขึ้นเรากับพ่อเหมือนมีความฝันร่วมกัน พ่อผมจบน้อยเรียนไม่สูงแค่ ป.4 ความฝันของพ่อคือการเห็นลูกเรียน พ่อบอกเสมอว่าไม่มีสมบัติอะไรจะให้ได้อย่างครอบครัวอื่นเค้า แต่ให้ได้คือโอกาสทางการศึกษา ผมมีความฝันอยากเป็นทหาร แต่พ่อไม่มีความรู้ เราก็งมไปด้วยกัน เหนือยไปด้วยกัน ผมสอบไม่ติดเตรียมทหาร ผมเข้าใจว่าพ่อไม่ร้องไห้แต่มารู้ที่หลังว่าพ่อแอบไปร้องไห้ ผมยังไม่เคยทำความสำเร็จได้ซักครั้ง ตอนประกาศผลสอบจุฬา พ่อไม่ทำงานลางานเพื่อมาดูผลสอบของเราว่าเราผ่านไหมพ่อบอกว่าพ่อมีความสูขลุ้นระทึกมาก จนเมื่อผลสอบว่าติดพ่อบอกนั่งน้ำตาซึม จุฬามันคือความภูมิใจของครอบครัวเล็กๆของผม ตอนเรียนมหาลัย มีครั้งหนึ่งตอนปี4 พ่อโทรมาถามว่าน้อยใจไหมที่มีพ่อเป็นพ่อ เรา: น้อยใจเรื่องอะไร พ่อ : ก็ที่พ่อให้ได้ไม่เท่าพ่อคนอื่นอยากไปไหนอยากกินอะไรก็ได้ไม่เต็มที ต้องประหยัด เรา : พ่อ พ่อจบมาเท่านี้ทำงานเท่านี้ แต่พ่อสามารถทำให้ลูกคนเก็บขยะคนนี้มายืนตรงนี้ได้ แม็กไม่เคยคิดว่าน้อยหน้าใคร และแม็กภูมิใจที่มีพ่อเป็นพ่อ พ่อ : เงียบ เหมือนได้ยินเสียงสะอึ้นผ่านทางโทรศัพท์ เรา : น้ำตาซึมไปด้วย อยากพูดอะไรหลายอย่างในหัวมันเต็มไปหมดแต่พูดไม่ออก วันนี้ถ้าให้พูดก็คงลำบากขอเรียบเรียงเป็นข้อความให้พ่อ่านสั้นๆ ขอบคุณที่มีพ่อเป็นพ่อ ขอบคูณที่สนับสนุนทุกอย่าง ขอบคุณที่เหนื่อยไปด้วยกัน ร้องไห้ด้วยกัน ซึมไปด้วยกัน วันนี้ก็อยากให้พ่อมีความสุขกับความสำเร็จที่เราเหนือยมาด้วยกัน ขอบคุณจริงๆ ลูกคนเก็บขยะคนนี้ทำให้พ่อของมันภูมิใจได้แล้ว พ่อไม่ต้องอายอะไรใครทั้งนั้น เพราะพ่อคือพ่อคนดีที่หนึ่ง ไม่แพ้ใคร แม็กภูมิใจ 2. เมื่อเราไปถ่ายชุดครุยกับพ่อแม่ที่ 'ทุ่งนา' บัณฑิตสาวคนนี้ได้ตั้งกระทู้ในพันทิป "เมื่อเราไปถ่ายชุดครุยกับพ่อแม่ที่ 'ทุ่งนา'" เธอไม่อายที่บอกว่าตัวเองเป็นลูกชาวนา หลังจากเรียนจบมัธยมปลาย ก็ตัดสินใจเรียนต่อที่คณะศิลปศาสตร์ เอกสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และสามารถคว้าใบปริญญามาครองในเวลาเพียง 2 ปีครึ่งเท่านั้น! ซึ่งเธอเล่าอีกว่าเงินทุกบาททุกสตางค์เธอหาใช้เองโดยไม่ขอพ่อแม่เลย "ชีวิตที่ต้องตั้งใจทำงาน และตั้งใจเรียน อ่านหนังสือ ไปพร้อมๆกับ ส่งตัวเองเรียน โดยไม่รบกวนพ่อแม่เลยสักบาท มันก็ภาคภูมิใจอย่างบอกไม่ถูกนะคะ ปริญญานี้เราทำเพื่อพ่อเพื่อเเม่ ถ้าไม่มีท่านทั้งสอง เราก็ไม่มีวันนี้ เราเลยให้พ่อแม่ใส่ชุดครุยและถ่ายรูปที่ท้องนา ด้วยความภาคภูมิใจค่ะ และแล้วเราก็จบอย่างที่ตั้งใจ จริงๆ เรารับ ปริญญาปี 59 แต่ช่วงนั้นไม่แน่ว่าเราอาจเข้าร่วมพิธีไม่ได้ แต่เราก็อยากให้พ่อแม่เห็นความสำเร็จของเรา และเห็นเราใส่ชุดครุย เราเลยเลือกวิธีนี้ค่ะ ^^  กลับไปถ่ายรูปกับพ่อแม่ที่บ้าน" 3. มิน ชาวเขาเผ่าม้งยอดกตัญญู “ท้อแค่ไหน ก็จะผ่านไปเอง ให้ตั้งใจเรียน อย่าให้พ่อแม่ผิดหวัง” นายพิศุทธิ์ คีรีธระกุล หรือ มิน หนุ่มชาวเขาเผ่าม้ง ในจังหวัดน่าน ที่บ้านประกอบอาชีพทำไร่ทำสวน แม่เสียไปตั้งแต่เขายังเล็กๆ เขามีพี่น้อง 5 คนก็ล้มหายตายจากไปทีละคน เหลือเพียงเขาที่เป็นคนสุดท้องและพี่ชายคนโต ส่วนพ่อเป็นใบ้ และเริ่มมีอาการซึมเศร้าหลังจากที่แม่เสีบ และหลงลืมจนจำไม่ได้แม้แต่ลูก มินเป็นสามเณรตั้งแต่ ป.1 ถึง ม.6 จากนั้นจึงสึกมาเรียนต่อ ปวส.และสามารถสอบเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย คณะบริหารธุรกิจ สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ปัจจุบันเปิดร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ ชื่อร้าน PS คอมพิวเตอร์ใน อ.เชียงกลาง จ.น่าน มิน พิศุทธิ์ ได้บอกว่าตอนเรียนในช่วงเรียน ปวส. เป็นช่วงที่หนักหน่วงมากๆ เขาจำเป็นต้องไกลพ่อไกลพี่หนีห่างมาเรียน และเมื่อมาถึงวันรับพระราชทานปริญญาบัตร พ่อและพี่ชายไม่สามารถมาได้ เขาจึงหอบชุดไปกลับบ้านเกิดไปถ่ายรูปกับพ่อเองซะเลย โดยเขาพูดข้างๆ หูพ่อว่า "ผมเป็นลูกพ่อนะ ผมเรียนจบแล้วครับพ่อ พ่อก็ยิ้มๆ ตอบกลับมาให้ผม" "เคยคิดโทษตัวเองบ่อย ๆ ว่าทำไมเราต้องอยากเรียน คนที่เขามีพ่อมีแม่ที่ดี หาเงินให้ใช้ทำไมเขาถึงไม่อยากเรียน แต่เราไม่มีอะไรเลย ทำไมต้องอยากเรียนด้วย ผมท้อหลายครั้ง เพราะผมก็ไม่ใช่เด็กเรียนเก่ง เคยได้เกรดมากสุดแค่ 2.9 แต่ก็มีความสุขที่ได้เรียน อยากเรียน และด้วยที่ผมอยากเรียนผมก็เลยต้องสู้ครับ ฐานะทางบ้านผมแค่มีข้าวให้พ่อให้พี่กินอิ่มท้องก็ลำบากแล้ว ตอนนั้นผมก็ต้องทำงาน และเอาเงินไปจ่ายค่าเทอมครับ แต่โชคดีที่คุณครูก็ยอมให้ค้างค่าเทอมได้  ผมแบ่งไว้ว่าเงินที่ทำงานได้มา จะจ่ายค่าเทอมก่อนเสมอ ที่เหลือค่อยมาใช้อยู่กิน แต่ช่วงปี 3 ก็โชคดีขึ้นมาหน่อย เพราะผมกู้ทุน กยศ.ของมหาวิทยาลัย ได้ครับ คุณสมบัติผมผ่าน ก็เลยมีเงินมาจ่ายค่าเทอมครับ” 4. บัณฑิตให้คุณพ่อซึ่งเป็น รปภ. ติดเข็มที่ชุดครุย เป็นอีกภาพความประทับใจที่ทำให้ยิ้มทั้งน้ำตากันเลยทีเดียว ระหว่างบัณฑิตหนุ่มให้คุณพ่อซึ่งเป็น รปภ. ติดเข็มที่ชุดครุยให้ และเขาได้บรรยายข้อความไว้ว่า  "เพราะพ่อลำบากมามากพอแล้ว ของขวัญที่ลูกทำให้พ่อ เพื่อแลกกับรอยยิ้มของพ่อ" ^^ 5. ยุทธ ยุทธพลต์ โสภณชื่นสุวรรณ บัณฑิตจากคณะศิลปศาสตร์ สาขาพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยพะเยา ถ่ายภาพคู่กับคุณแม่ในชุดชาวเขาเต็มยศ เป็นภาพความประทับใจในวันที่เขาเรียนจบ 6. บัณฑิตสาวอินโดฯ นั่งสามล้อปั่นของพ่อมางานรับปริญญา นางสาวราเอนี (Raeni) บัญฑิตจากคณะเศษฐศาสตร์ วิชาเอกการศึกษาการบัญชี ของมหาวิทยาลัย Universitas Negeri Semarang (Unnes) ในวันรับปริญญาได้เธอเดินทางมาพร้อมกับคุณพ่อโดยรถสามล้อถีบ ซึ่งคุณพ่อของเธอมีอาชีพปั่นสามล้อ แต่เนื่องจากรายได้ไม่แน่นอนคุณพ่อก็ต้องทำงานเสิรม โดยการเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในช่วงกลางคืนให้กับโรงเรียนแห่งหนึ่ง และถึงแม้ฐานะทางบ้านเธอจะไม่ได้ร่ำรวยแต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกว่าสิ่งนี้เป็นอุปสรรค หรือเธอด้อยค่าไปกว่าคนอื่น เธอเป็นเด็กตั้งใจเรียนมากๆ พ่อของเธอบอกว่าที่เธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้ก็เพราะผลการเรียนอันยอดเยี่ยมของเธอเอง และในวันที่เรียนจบก็ได้รับรางวัลนักศึกษาดีเด่นโดยมีผลการเรียน GPA 3.96 ขอบคุณข้อมูล  facebook Klanarong Srisakul, http://pantip.com/topic/34244505, blog.eduzones.com

ละครวิมานเมขลา  , เรื่องย่อวิมานเมขลา
ละครวิมานเมขลา /  เรื่องย่อละครวิมานเมขลา / 

บทประพันธ์ : กันยา กุมารีบทโทรทัศน์ : เอื้องอรุณ สมิตสุวรรณ /เทิดโชค เกียรติสุขเกษม / วิริยาภรณ์ จุนหะวิทยะกำกับการแสดง : แชมป์-อินทนนท์ รัตนากาญจน์ออกอากาศ : ศุกร์ เวลา 20.00 น. เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทาง ช่อง 3 และ 3HD เมขลา (เบลล่า-ราณี) นางเอกละครโทรทัศน์ชื่อดัง เล่นนอกคิวแบบแม่ไม้มวยไทยกับ จ๊ะเอ๋(ออย-มิรา) นางร้ายจอมเซ็กซี่ เพราะเมขลาจับได้ว่าจ๊ะเอ๋ทำตีสนิท คิดจับ แจ๊ค (เบิร์ด-กิตติธัช) แฟนหนุ่มของเธอ นิสัยวีนแตกของเมขลาคราวนี้เป็นข่าวใหญ่ เธอถูกสังคมประณามถึงความอารมณ์ร้าย เอาแต่ใจ แต่เมขลาก็ไม่แคร์ เชิดใส่ทุกคน เป็นสาวมั่นที่คิดว่าตัวเองสวย และผู้จัดละครทุกคนต้องเอาใจ แต่เรื่องคราวนี้กลับทำให้เธอกลายเป็นนางฟ้าตกกระป๋อง เพราะทั้งทางสถานีและผู้จัดต่างๆ พากันยกเลิกงานทั้งหมด เพื่อดัดนิสัยขี้วีนแตกของเมขลาสักที ละครเรื่องล่าสุด เมขลาต้องสวมบทบาทเป็น ลาล่า นักฆ่าสาว เมขลาทุ่มเทหัดคิวบู๊จนคล่องเคล่ว เพื่อให้ตัวเองอินกับบทบาท แต่เมื่อต้องถูกปลดกลางอากาศ ทำให้เธอทั้งเสียใจและนึกอายมาก แต่ก็ยังเชิดใส่สื่อ ทำเป็นไม่แคร์ เมขลาเกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวย ระดับมหาเศรษฐี แต่พ่อแม่เสียชีวิตตั้งแต่เธอยังเด็ก ทำให้เมขลาอยู่ในความดูแลของ ไข่มุก (แก้ว-อภิรดี) น้าสาว ไข่มุกช่วยผลาญเงินของหลานอย่างสนุกสนาน เธอเลี้ยงเมขลามาอย่างผิดๆ ตามใจจนเสียนิสัย ขณะเดียวกันไข่มุกก็หาทางถ่ายเงินของเมขลามาเป็นของเธอและ มาการีน (โจอี้-อรวิภา) ลูกสาว ด้วยนิสัยใช้เงินอย่างมือเติบของสามสาว ทำให้ฐานะการเงินของเมขลามีปัญหา จนเมื่อรู้ตัวอีกที เธอก็กลายเป็นลูกหนี้ของพวกกู้เงินนอกระบบไปร่วมๆ ห้าล้านบาท เมขลาถูกแก๊งทวงหนี้ตามรังควาน เธอใช้เล่ห์เหลี่ยมสารพัด เอาตัวรอดไปได้ เมขลาได้พบ เสี่ยส่ง(แจ๊ค-เกริก) ที่มาติดต่อด้วยตัวเอง เพื่อเสนอซื้อ ป่าสวนน้ำผึ้ง ป่าไม้สักที่สวยที่สุด ที่ ตระกล (สมภพ เบญจาธิกุล) ยกให้เธอเป็นมรดก ในราคาห้าล้านบาท ตระกลเป็นลุง ที่ไม่เคยติดต่อกับเมขลาเลย เธอแปลกใจมากที่ลุงยังคิดถึง เมขลาดูออกว่าเสี่ยส่งอยากได้ที่ดินผืนนี้มาก เลยทำเล่นตัว หวังโก่งราคา เมขลาแอบเดินทางไปป่าสวนน้ำผึ้ง โดยไม่บอกไข่มุกระหว่างทางเธอได้พบกับ ครูปริม (เตย-อรัชมน) ที่กำลังเดินทางจะไปสอนหนังสือที่ป่าสวนน้ำผึ้ง ครูปริมเป็นแฟนพันธ์แท้ของเมขลา ปลื้มและชื่นชม ในขณะที่เมขลาแสนจะเบื่อหน่ายในความเชย สุดเรียบร้อยของเธอ เมขลาเห็นครูปริมชอบแหวนเพชรที่แจ๊คซื้อให้ ก็เอ่ยปากยกให้ โดยแลกกับสร้อยจี้เพชรเก่าแก่ของครูปริม ครูปริมดีใจมากรีบแลกด้วย เมขลาได้แต่แอบยิ้มในความซื่อจนโง่ของปริม เพราะแหวนของแจ๊คเป็นของเก๊ แต่เพชรของครูปริม เป็นของแท้ พญา (แอนดริว เกร้กสัน) มารับครูปริมที่สถานีรถไฟ เมขลาที่แสนเย่อหยิ่ง คิดว่าพญาเป็นแค่ลูกจ้าง ก็วางมาดเป็นเจ้าของป่าคนใหม่ทันที พญาเกลียดความปากร้ายของเธอแทบจะทันทีที่ได้คุยกัน เมขลาวางท่าข่มพญาทุกทาง เผลอคุยว่าจะขายป่าให้เสี่ยส่ง พญาพยายามบอกถึงความสำคัญของป่าสวนน้ำผึ้ง ที่เป็นป่าต้นน้ำ เสี่ยส่งเคยเป็นเจ้าของที่มาก่อน แต่ตัดป่าจนหมด ปีนั้นน้ำท่วมใหญ่ทั้งจังหวัด ทำให้มีคนตายจำนวนมาก ถ้าขายให้เสี่ยส่งอีก ก็จะต้องเกิดเหตุการณ์ร้ายๆ แบบที่เคยเป็น เมขลาบอกไม่แคร์ สนใจแต่เงินที่จะได้ และยังยืนยันจะขายป่าให้เสี่ยส่ง ระหว่างการเดินทางสู่ป่าสายน้ำผึ้งนั้นเอง ฝนเกิดตกหนัก ฟ้าผ่าสะพานขาด รถจิ๊ปตกลงไปในเหวทุกคนในรถกลิ้งกระจายกระแทกหมุนตลับ พญารู้สึกตัวว่าลอยจากรถหล่นลงมาในน้ำ จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบไป เมื่อพญาฟื้นขึ้นมา อรัญ (ตุ้ย-เกียรติกมล) บอกว่าเมขลาตายเสียแล้ว กระดูกทุกส่วนแหลกเหลวและถูกเผาไปพร้อมกับรถจิ๊ป ส่วนครูปริมสิ้นสติถูกพัดไปติดที่โขดหินน้ำตกแสงอุษา พญานึกสงสัยแอบไปดูศพผู้ตาย เขารู้ทันทีว่าเกิดการเข้าใจผิดขึ้นแล้ว เนื่องมาจากเสื้อผ้าที่สลับกันของคนทั้งสอง ที่ยังไม่เคยมีใครเคยเห็นหน้าและรู้จักมาก่อน คนที่ตายคือครูปริมและคนที่รอดคือเมขลา เรื่องวุ่นๆ ยิ่งวุ่นหนักเมื่อเมขลาฟื้นคืนสติขึ้นมา ความจำของเธอเกิดเลอะเลือนไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใครอยู่ที่ไหน พญาจึงเกิดแผนร้ายวูบขึ้นมาในสมองทันที ถ้าเขาไม่บอกความจริงเรื่องนี้แก่ใคร เมขลาผู้ความจำเสื่อมก็จะกลายเป็นครูปริม ต้องใช้ชีวิตสอนหนังสือในป่า โดยไม่มีทางรู้เลยว่าตนคือทายาทมรดกร้อยล้าน ป่าสายน้ำผึ้งจะไม่ต้องถูกขาย ชาวบ้านจะได้รับความสงบสุขอย่างเดิม ที่พญาปกป้องป่าสายน้ำผึ้งยิ่งกว่าชีวิต เพราะน้ำท่วมคราวนั้น ทำให้พ่อของเขาต้องเสียชีวิต เมื่อโตขึ้นพญา จึงเลือกเรียนวิชาวนศาสตร์ และเมื่อจบแล้วก็มุ่งหน้าออกสู่ชนบท เพื่อเสนอโครงการฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรมให้กับนายทุนป่าไม้ทางภาคเหนือ แต่ก็ไม่มีใครฟังเขา ทุกคนหาว่าพญาบ้าทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ จนกระทั่งพญามาเจอ ลุงตระกล ชายชราผู้ซื้อที่ดินเสื่อมโทรมมาในราคาถูก ตั้งใจจะอยู่อย่างเงียบสงบในบั้นปลายชีวิตตระกลเกิดถูกชะตากับพญาและทุ่มเงินก้อนสุดท้ายให้พญาใช้ในการฟื้นชีวิตผืนป่าชื่อป่าสายน้ำผึ้ง โดยไม่ได้คิดจะหวังผลทางธุรกิจ ห้าปีต่อมาพญาทำได้สำเร็จ ที่ดินร้อยไร่กลายเป็นป่าสักทองที่เติบโตงดงาม และตัวพญาเอง เขามีที่ดินของครอบครัว อยู่ตรงเชิงเขา พญาจึงทำกิจการไร่ของตนเอง เพาะกล้าไม้ ทำสวนดอกไม้สวยงาม เพื่อให้คนท้องถิ่นได้มีงานทำ โดยเขาได้ช่วยเหลือ อุดหนุนผลผลิตของป่าสวนน้ำผึ้งมาตลอด ไข่มุกกับแจ๊ค ถูกตามมาให้ดูศพเมขลา แต่ทั้งคู่กลัวผีมาก ไม่กล้ามองศพ แจ๊คเห็นแค่แหวนในมือก็นึกว่าเป็นศพเมขลาจริง เลยรีบจัดการเผาอย่างรีบร้อนโดยไม่กล้าดูศพและไม่ใส่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างดูจะเป็นใจให้พญาอย่างยิ่ง เขาพาเมขลาเดินทางกลับป่าสายน้ำผึ้งทันที ในนามของครูปริม แม้จะจำอดีตของตัวเองไม่ได้ แต่เมขลาก็ยังมีนิสัยรักสวยงามติดหรูหราเหมือนเดิม จึงต้องทนทุกข์ทรมานกับสภาพบ้านป่าที่ปราศจากความสะดวกสบาย แถมยังถูกพญาแกล้งให้ได้รับความลำบากสารพัดเมขลาต้องเผชิญกับความขัดแย้งระหว่างเธอและพวกคนงานที่หมั่นไส้ความเว่อร์ของเธอ ต้องเผชิญกับการกลั่นแกล้งของลูกศิษย์ทโมนอย่างน้ำตาล (ด.ญ.วาสิตา) และเพื่อนๆ จนเธอทนไม่ไหวขอลาออก แต่พญาไม่ยอมให้ออก โดยกล่าวหาว่าเมขลาในนามครูปริม ได้รับเงินเดือนล่วงหน้าไปแล้วหนึ่งปี และเธอต้องทำงานชดใช้ให้จนกว่าจะครบกำหนด ถึงจะลาออกได้เมขลาเริ่มดิ้นรนที่จะมีชีวิตอยู่ให้ได้ เธอเริ่มเรียนรู้ที่จะปรับตัวเข้าหาคนอื่น เหมือนต้นไม้ที่เปลี่ยนสีในฤดูแล้งเพื่อความอยู่รอด การปรับตัวของเมขลาไม่เพียงทำให้เมขลาได้เรียนรู้ชีวิตแท้จริง ที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน แต่มันยังได้เริ่มบ่มเพราะความคิดดีงามใหม่ๆ ลงในจิตใจของเมขลาทีละน้อย ในที่สุดเมขลาเอาชนะหัวใจเด็กๆ ที่เกลียดชังเธอได้ด้วยวิธีการของเธอเอง และยังได้ช่วยพัฒนาหญิงสาวในหมู่บ้าน ด้วยการส่งเสริมให้ผู้หญิงหารายได้จากการทอผ้า เป็นหัวหอกปลุกปั่นหญิงสาวชาวบ้านให้ลุกขึ้นมามีบทบาทในครอบครัวทัดเทียมสามีพญาติดต่อขอซื้อป่าสายน้ำผึ้งจากไข่มุก แต่มาการีนเห็นพญาก็ปิ๊งมาก ไข่มุกคิดมีลูกเขยรวย เลยยังยักท่าไม่ยอมขายง่ายๆ พามาการีนมาที่ป่าสายน้ำผึ้ง เพื่อจะได้มีโอกาสใกล้ชิดกับพญา ไข่มุกกับมาการีนหาอุบายไปพักที่ไร่ของพญา ทำให้ได้พบกับเมขลาในนามของครูปริม ไข่มุกกับมาการีนนึกว่าผีหลอกไข่มุกนึกว่าเมขลาสร้างเรื่อง ทำเป็นความจำเสื่อม เพื่อจะหนีหนี้และจับพญา แต่หลังจากทดสอบหลายครั้ง จนแน่ใจว่าเมขลาความจำเสื่อมจริง ไข่มุกก็คิดแผนชั่ว ไม่ยอมบอกความจริง เพราะนึกว่าพญาไม่รู้เรื่องนี้ไข่มุกคิดให้เมขลาเป็นครูจนๆ แบบนี้ตลอดไป แล้วเธอจะกับลูกสาว จะได้ครอบครองป่าสายน้ำผึ้งและพญา แต่ไข่มุกต้องเจออุปสรรคสำคัญ แอนนี่ (เมจิ-รัศม์ประภา) ก็หวังในตัวพญา แถมเธอยังเหนือกว่าทุกคนตรงที่ พญาเองแอบหลงรักแอนนี่มาตลอด ไข่มุกกับมาการีนจึงต้องชิงไหวชิงพริบกับแอนนี่อย่างดุเดือด โดยมี แม่เพ็ญ(จิ๊ก-เนาวรัตน์) คอยจับตา เพราะเพ็ญเอง ก็ไม่ถูกชะตากับไข่มุกอย่างแรง มีเรื่องปะทะกันตลอด เสี่ยส่งทำมาตีสนิทจีบไข่มุก หวังได้ทั้งตัวเธอ และป่าสายน้ำผึ้งฟรีๆ แต่กลับเจอความร้ายกาจของไข่มุก ที่ไม่เสียทีใครง่ายๆ ไข่มุกกลับคิดว่า จะต้องได้ทั้งตัวเสี่ยส่งและทรัพย์สินของเขาทั้งหมด ความจำของเมขลาเริ่มกลับมาบางส่วน เธอเห็นตัวเองฝึกการต่อสู้ เป็นนักฆ่า เมขลาไม่รู้ว่านั่นคือบทในละครเรื่องใหม่ เธอกลับคิดว่าตัวเองเป็นนักฆ่าจริงๆ แจ๊คติดหนี้การพนัน จนเสี่ยส่งคิดเล่นงานแจ๊คได้เจอกับเมขลาโดยบังเอิญ เมขลาเข้าใจผิด คิดว่าแจ๊คเป็นคนที่สอนเธอต่อสู้ ส่งสวมรอยเป็นหัวหน้าลาล่า สั่งเมขลาว่าเธอมีงานสำคัญต้องทำ เล่นงานพญาเมขลารู้ตัวว่าเธอแอบหลงรักพญาเข้าให้แล้ว ในขณะที่พญานั้นกลับพยายามบอกตัวเองว่าเมขลาคือตัวมารของเขา มารของป่าสายน้ำผึ้ง เขารักเธอไม่ได้และจะไม่มีวันเผลอใจเป็น อันขาด เมขลาถึงหนักใจมาก ที่นักฆ่าสาวอย่างเธอ ต้องมาจัดการคนที่รัก เมขลาพยายามหาทางเล่นงานพญา แต่เธอไม่ได้มีฝีมือต่อสู้เก่งกาจจริง เคยแต่ฝึกตามคิวเท่านั้น ทำให้การกำจัดพญาผิดพลาดทุกครั้งไป พญาชักสงสัย จนได้รู้ว่าเมขลาเข้าใจผิด คิดว่าตัวเองเป็นนักฆ่า เขาได้แต่นึกขำ และแกล้งเธอกลับ จนเมขลากลับเป็นฝ่ายเสียท่าตลอด แจ๊คอยากบอกความจริงกับเมขลา แต่โดนแอนนี่ขู่ แจ๊คได้เห็นถึงความเหี้ยมโหดของแอนนี่ ศนิ (เกล-เวธกา) เดินทางมาป่าสายน้ำผึ้ง เพื่อมาตรวจคุณภาพของศูนย์เด็กเล็ก ศนิมาถึงก็ตกตะลึง เมื่อพบว่าคนที่ใครๆ เข้าใจว่าเป็นครูปริม ที่แท้คือเมขลาศนิทำแกล้งจำเมขลาไม่ได้ เพื่อไข่มุกกับมาการีนจะได้ไม่สงสัย ศนิพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวและสงสัยว่าพญาวางแผนทั้งหมดเพื่อผลประโยชน์ โดยมีไข่มุกกับมาการีนร่วมด้วย แต่เมื่อเธอบอกความจริงแก่เมขลา เมขลากลับไม่เชื่อศนิ เรื่องยิ่งขมวดเกลียวหนักขึ้น เมื่อเสี่ยส่งวิ่งเต้นให้ทางราชการออกนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในอำเภอสายน้ำผึ้ง พญาและเมขลาไม่เห็นด้วยกับการเอาป่าไปพัฒนาอย่างไม่คำนึกถึงทรัพยากรและชาวบ้านในท้องถิ่น จึงนำชาวบ้านลุกขึ้นประท้วง ปรากฏว่าการประท้วงมีผลทำให้นโยบายถูกยับยั้ง เสี่ยส่งโกรธพญาและเมขลามาก ถึงกับส่งคนมาทำร้าย เมขลาที่ถูกสั่งมาให้กำจัดพญา ก็มาร่วมด้วย แต่เมขลากลับทำร้ายพญาไม่ลง และหันไปเล่นงานลูกน้องเสี่ยส่งแทน แอนนี่ผลักเมขลาตกไปในน้ำ ทำให้หัวเธอกระแทกหินอย่างแรง ความจำของเมขลากลับคืนมาเมขลาจำเหตุการณ์ทั้งหมดได้ ก็เสียใจมากที่พญาหลอกลวงเธอและพลอยเข้าใจผิดว่าพญานั่นเองที่คิดจะกำจัดเธอ เมขลาจึงประกาศที่จะขายที่ดินให้เสี่ยส่ง และกลับกรุงเทพฯฯ ไปใช้ชีวิตอย่างเดิม สถานีป้อนงานละครให้เมขลาหลายเรื่อง แฟนคลับดีใจมากที่เธอกลับมา เธอกลายเป็นเจ้าหญิงแห่งวงการอีกครั้ง ชื่อเสียงและเงินทองไหลมาเทมา ไข่มุกกับมาการีนที่โดนเสี่ยส่งไล่มา เพราะไร้ประโยชน์แล้ว ทั้งคู่ของ้อให้เมขลายกโทษให้ เมขลาให้เงินไข่มุกไปจำนวนหนึ่ง ตอบแทนที่มีบุญคุณ แต่ต่อไปเธอกับมาการีนต้องหางานทำ ช่วยตัวเอง เพราะไข่มุกจะไม่ช่วยอะไรอีกแล้วไข่มุกออกทีวีรายการสด มีการเปิดให้แฟนๆ ที่เข้ามาดูรายการ ซักถามเมขลา พญาปรากฏตัว ถามว่าเธอจะยกโทษให้เขาได้มั้ย พร้อมเอ่ยปากขอโทษ ให้คนทั้งประเทศได้เห็น แต่เมขลาว่าสายเกินไปแล้วเสี่ยส่งประกาศขายที่ดินล่วงหน้าเก็บเงินมัดจำอย่างเอิกเกริก เมขลาเดินทางกลับมาป่าสายน้ำผึ้งอีกครั้งในมาดดาราสาวผู้เย่อหยิ่ง เพื่อจัดการเซ็นสัญญาขายป่าเมขลากำลังจะลงชื่อในสัญญาขายที่ดินตามที่ลั่นปากไว้ แต่แล้วความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ความรับผิดชอบที่มีผืนป่าที่ถูกปลูกฝังมาตลอดระยะเวลาหลายเดือน รวมทั้งหลักฐานสำคัญที่ทำให้เธอรู้ความจริงว่าพญาไม่ใช่คนที่ทำร้ายเธอ ก็เอาชนะความรู้สึกโกรธแค้นส่วนตัวของเธอลงได้ ในที่สุดเมขลาตัดสินใจที่จะไม่ขายที่ดินป่าสายน้ำผึ้ง เธอตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่ป่าสายน้ำผึ้งอย่างถาวรและร่วมกับพญาปกป้องดูแลป่ารวมทั้งเป็นปากเสียงแทนชาวอำเภอสายน้ำผึ้งต่อไป… รายชื่อนักแสดง แอนดริว เกร้กสัน รับบท พญา ชายหนุ่ม หน้าตาดี แข็งแรง บึกบึน เป็นคนมุ่งมั่น อดทน ทำงานหนัก ไม่สนใจแสงสี เป็นผู้บุกเบิกป่าสายน้ำผึ้งที่ถูกทำลายให้กลับสมบูรณ์ขึ้นมาด้วยสองมือแต่อารมณ์โกรธชั่ววูบทำให้สร้างเรื่องหลอกลวงวุ่นวายใหญ่โตขึ้นมา ราณี แคมเปน (เบลล่า) รับบท เมขลาสาวสวย สวยจัด รูปร่างนางแบบ เป็นดาราสาวสวยมีชื่อเสียงโด่งดัง รวยจัดเพราะใครๆ ก็ต้องการตัวไปเล่นหนัง มีสองบุคลิก ก่อนประสพอุบัติเหตุเป็นสาวเว่อร์สุดขีดหัวสูงไม่ติดดิน ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย ไม่สนใจสังคม กรีดกรายเอาแต่ใจ ขี้โวยวาย ทำอะไรไม่เป็นพอประสบอุบัติเหตุความจำเสื่อม กลายเป็นคุณครูสาวผู้สงบเสงี่ยมตามรูปแบบที่คิดเอาเองว่าตนควรจะเป็น เหมือนเกิดใหม่กลายเป็นคนง่ายๆ ติดดิน ได้สัมผัสและเรียนรู้ที่จะรักธรรมชาติ รักชาวบ้าน รักเด็ก เกียรติกมล ล่าทา (ตุ้ย) รับบท อรัญหนุ่มใหญ่ นายอำเภอ รูปหล่อ นิสัยอ่อนโยน ใจเย็น หลงรักเมขลา เวธกา ศิริวัฒนา (เกล) รับบท ศนิ เพื่อนเมขลา อาจารย์หญิง โสด แฟนพันธ์แท้ของวงการมายา รู้จักดาราทุก คนดีกว่าเมขลาอีก นิสัยสอดรู้สอดเห็น ชอบทำตัวเป็นนักสืบพันทิป รัศม์ประภา วิสุมา (เมจิ) รับบท แอนนี่สาวสวยมาดดี ทำอ่อนหวาน แต่ที่แท้ร้ายลึก ร้ายเงียบ แอนนี่ใช้ความรักความหวังดีของพญาที่มีต่อเธอ หาประโยชน์จากเขาทุกทาง กิตติธัช ประดับ (เบิร์ด)รับบท แจ๊คกี้ ชายหนุ่ม มาจากครอบครัวรวย ชอบทำตัวเป็นคุณหนู สำรวย หยิบโหย่ง งานไม่ทำ ดีแต่ทำเท่ห์คอยตามจีบดารา อภิรดี ภวภูตานนท์ (แก้ว)รับบท ไข่มุกน้าเมขลา งก เห็นแก่เงินและเห็นแก่ตัว นิสัยเจ้าเล่ห์เพทุบายสารพัด

จากใจเหมือนกัน! ถึงซี ศิวัฒน์  เรื่องบัตร 25 ใบ maroon5
maroon5 /  ซี ศิวัฒน์ / 

สมาชิกพันทิปท่านหนึ่ง ฝากข้อความถึงซี ศิวัฒน์ ปมบัตร 25 ใบ maroon5 วันนี้ (6ก.ค.) เป็นเรื่องราวที่ชาวสังคมออนไลน์ยังคงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก สำหรับประเด็นดราม่า บัตรคอนเสิร์ต 25ใบ ของสาว เอมมี่ มรกต ซึ่งเจ้าตัวก็ได้ออกมาชี้แจงผ่าน IG น้อมรับผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ดูเหมือนเรื่องดังกล่าวจะเป็นกระแสร้อนแรงขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อหนุ่ม ซี ศิวัฒน์ ได้มีการอัดคลิปชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้น ผ่านทาง Youtube โดยหนุ่มซี ได้มีการใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสม ระหว่างที่อัดคลิป ผู้คนจำนวนมากจึงเกิดความไม่พอใจมากขึ้นไปอีก ทำให้สมาชิกพันทิปท่านหนึ่งเข้าไปตั้งกระทู้ในหัวข้อ “ถึงซี ศิวัฒน์ จากใจเหมือนกัน เรื่องบัตร 25 maroon 5”  ในกระทู้มีการโพสต์คลิปของซี ศิวัฒน์และข้อความ ระบุว่า บอกเลยว่าทัศนคติคุณทุเรศมากค่ะ ทำไมคุณถึงคิดว่าสิ่งที่คุณพูดถูกต้องคะ คุณคิดว่าการโกงเป็นเรื่องถูกต้องหรอคะ การได้สิ่งที่ตนเองต้องการ โดยไม่สนกรรมวิธี นี่มันถูกหรอคะ ?  โกงยังไงก็คือโกงค่ะ ความรู้สึกคนอยากดูมารูนไฟว์ก็เหมือนตั้งใจอ่านหนังสือสอบแต่สอบไม่ได้ เพราะมีเด็กเส้น แล้วโดนเด็กเส้นเยาะเย้ย คุณอย่าคิดว่านี่เป็นเรื่องขำ ๆ แน่นอน คุณได้มันมา 25 ใบ มันไม่สะทกสะท้านอะไรหรอกค่ะ ทำไมต้องเอาตรรกะของคุณมาวัดคนอื่นคะ เชื่อมั้ยเราไม่ได้บัตรดู wgp 2015 เราเสียใจ แต่มีคนมาเสนอขายบัตรเรา 3 วัน 5000 เรายอมไม่ซื้อค่ะ มันมากเกินไป ทำไมเราต้องเอาเงิน 5,000 ไปสนับสนุนพวกนั้นด้วย คุณอาจจะซื้อเพราะคุณบอกคุณไม่สนว่าได้มันมายังไง เพราะคุณอยากได้ เราก็อยากซื้อค่ะ เงิน 5,000 เรามี แต่ถ้าเราซื้อมา แน่นอนคนรอบข้างต้องด่าว่าเราโง่ เสียเงินตั้ง 5,000 ให้พวกตั๋วผี เราจ่ายเงินได้เท่าที่เราควรจะซื้อ เพราะทำแบบนี้แหละค่ะ มีแต่จะทำให้ตั๋วผีเพิ่มมากขึ้น เอาจริง ๆ ตอนแรกนี่ไม่มีใครสนใจเลยนะคะ ว่าคุณจะซื้อตั๋วผี หรือตั๋ววิญญาณ หรือได้ตั๋วมายังไงก็ช่าง ประเด็นที่คนด่า เอมี่ มอ คือ ทำไมนางถึงได้นั่ง 25 ที่ติดกัน ซึ่งในความน่าจะเป็น มันทำไม่ได้ นอกจากใช้เส้น คนที่เดือดร้อนและไม่พอใจก็คือ คนที่ทำตามกรรมวิธีแบบปกติ แต่ไม่ได้นั่งติดกันไงคะ สุดท้ายเอมี่ มอ ก็ออกมาบอกว่า ไม่ได้นั่งติดกัน ล้อเล่น อำเพื่อนกลุ่มอื่นค่ะตั๋วก็เอามารวมกันช่วยกันซื้อ แล้วถ่ายรูปอวดลงแค่นั้นเอง ได้บัตรหลังขายหมดด้วย สุดท้ายนางบอกรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เชื่อก็ได้ ขอบคุณสามีซะขนาดนั้น แถมสามียังมา who wanna join me ? พร้อมถือตั๋วโชว์อีก แล้วจะบอกอะไรให้นะคะ ดิฉันเล่น ig แต่ไม่ได้มีไว้โอ้อวดค่ะ คนที่ทำแบบนั้นคงมีแต่พวกคุณแหละค่ะ ต่อให้คุณอยากอวดก็ไม่ผิดค่ะ แต่อวดของที่ได้มาไม่ถูกต้องไม่ดีหรอกค่ะ ดูเพื่อนคุณสิคะ อวดแล้วเป็นไง ? อันนี้พูดได้ทุเรศมาก แล้วดิฉันเองก็ยืนอยู่บนโลกความจริงเหมือนพวกคุณ แต่คุณอย่าคิดว่าทุกคนจะเป็นเหมือนคุณ เราถูกเลี้ยงมากันคนละแบบ ที่เอมี่ กลิ่น ออกมาพูดก็เหมือนกัน"เราก็ต้องพยายามหาบัตรทุกวิธีทาง หรือมีคนข้างในวิ่งเต้นให้" นี่ก็เข้าใจเลยว่านิสัยคุณเป็นยังไง สุดท้ายที่คุณบอกว่า ใครทนไม่ได้ที่ไม่ได้ดูมารูนไฟว์ มาเอาบัตรที่คุณ คุณให้จริงเหมือนปากพูดไหมคะ ? ล่าสุดซี ศิวัฒน์ เจ้าของคลิปได้ตั้งโต๊ะแถลงชี้แจงอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ซึ่งเจ้าตัวได้ "ขอโทษ" ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางเจ้าของกระทู้พันทิปที่กล่าวมาข้างต้น ก็ได้มีการโพสต์ข้อความเพิ่มเติมด้วยว่า “ดิฉันเอง ก็ต้องขอโทษคุณซีค่ะ ที่ออกมาตั้งกระทู้ และยังยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับทัศนคติของคุณ และคำพูดท้ายคลิป แม้คุณจะพูดด้วยอารมณ์ก็ตามแต่คุณเป็นดารา มีพื้นที่สื่อ จะพูดอะไรควรตรองให้ดีค่ะ และขอบคุณทุกท่านในกระทู้ค่ะ ทำให้ดิฉันเห็นว่า ยังมีคนไม่เห็นด้วยกับเรื่องแบบนี้ สุดท้ายคุณซีคงได้รับบทเรียนแล้วละค่ะ” MThai News ขอบคุณสมาชิกพันทิป สาวน้อยในบ้านเช่า   ข่าวที่เกี่ยวข้อง จากใจ!! ซี ศิวัฒน์ ปม เอมมี่ ตั๋ว 25ใบ ซี ศิวัฒน์ รับผิด! อัดคลิปจวกแฟนคอนเสิร์ต Maroon 5

คู่กรณีรุมแฉ!! ปุ๋ย เธียยะเกศ จ่ายเช็คเด้งซื้อรถหรู 5 ล้าน
ปุ๋ย เธียยะเกศ /  ปุ๋ย อังคณา / 

งานเข้า!! นักแสดงช่อง 3 ปุ๋ย เธียยะเกศ ไอยสุรางฆ์ หรือชื่อเดิม ปุ๋ย อังคณา สุระเรืองชัย นักแสดงสาวจากซีรี่ส์เลือดมังกร ตอนเสือ, ละครมาลีเริงระบำ และยังเป็นอดีตนักร้องโดโจ วงมิสเตอร์ซิสเตอร์ (Mr.Sister) หลังถูกเสี่ยเจ้าของเต็นท์รถดังย่านประเวศ งัดหลักฐานแฉกรณีสั่งจ่ายเช็คเด้งซื้อรถหรู Camaro ราคากว่า 5 ล้านบาท!! ด้วยความที่ สาวปุ๋ย เป็นดารา คู่กรณีจึงไว้ใจให้นำรถกลับไปก่อน โดยการจ่ายมัดจำ 938,832 บาท ส่วนอีก 4.1 ล้านบาท แบ่งชำระเป็นรายเดือนๆ ละ 84,671 บาท ซึ่งทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัทหนึ่ง จากวันตกลงทำสัญญาจนถึงวันนี้ 1 ปีครึ่งแล้วก็ยังไม่ได้ทำการเปลี่ยนชื่อผู้เช่าซื้อจาก เสี่ยเต็นท์รถ เป็น สาวปุ๋ย และเจ้าตัวก็จ่ายเงินตรงบ้าง ไม่ตรงบ้าง แถมช่วงหลังไม่จ่ายเลยจนครั้งสุดท้ายดาราสาวเซ็นเช็คให้ 24 ฉบับล่วงหน้า แต่เมื่อนำมาขึ้นเงินปรากฏว่า...เช็คเด้ง!! ล่าสุดมีบุคคลหนึ่งส่งข้อความร้องเรียนกับสื่ออ้างเป็นคู่กรณีกับ สาวปุ๋ย เช่นเดียวกัน รวมทั้งมีผู้ใช้รายหนึ่งตั้งกระทู้ในเว็บไซต์พันทิป ระบุว่า ตนได้รับมอบหมายจากคู่กรณีหลายๆ คนให้ติดตามทวงคืน นอกจากรถหรู camero ราคา 5 ล้านบาท ยังมีรถยนต์ เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ ซึ่งคันนี้ติดตามคืนได้แล้ว เหลือแต่รถ Camero และรถ BMW ที่ยังไม่สามารถติดตามคืนได้ ที่ผ่านมาได้รับการตอบกลับเพื่อยื้อเวลามาตลอด จนล่าสุดไม่สามารถติดต่อดาราสาวและครอบครัวได้เลย อย่างไรก็ตามเรื่องนี้อยู่ในกระบวนการทางกฏหมาย คงต้องรอให้ สาวปุ๋ย ออกมาชี้แจงเรื่องดังกล่าวด้วยตัวเองอีกครั้ง... ขอบคุณภาพจาก Fanpage DOJOCITY, siamdara, tvpool ผู้ร้องเรียนเป็น คู่กรณีอีกคน ของ สาวปุ๋ย กระทู้พันทิป ผู้ได้รับมอบหมาย จากคู่กรณีปุ๋ย ปุ๋ย เธียยะเกศ ปุ๋ย เธียยะเกศ ปุ๋ย เธียยะเกศ ปุ๋ย เธียยะเกศ

ทำดีไม่หวังผล! แอมป์ เล่านาทีระทึก แบกคนหนีไฟไหม้!!
แอมป์ พีรวัศ /  หยก ธัญยกันต์ / 

ทำความดีแต่ไม่ป่าวประกาศจนผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือออกมาแชร์เรื่องราวดีๆ ผ่านโซเชียล พร้อมขอบคุณอย่างสุดซึ้งในความมีน้ำใจของพระเอกหนุ่ม แอมป์ พีรวัศ หลังเข้าช่วยแบกคุณยายวิ่งลงบันไดคอนโด 16 ชั้นที่กำลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ ล่าสุดเจอ หนุ่มแอมป์ ในงานบวงสรวงละครเรื่อง "คุณนายสายลับ" เจ้าตัวออกอาการเขิน! หลังสอบถามถึงเหตุการณ์ดังกล่าว เข้าใจมีทั้งกระแสชื่นชมและกล่าวหาสร้างภาพ ยืนยันทำไปโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนและไม่คิดว่าจะเป็นข่าว พร้อมฝากถึงทุกคนก็สามารถเป็นฮีโร่ได้ แค่หยิบยื่นน้ำใจให้แก่กัน!! "จริงๆ ผมไม่ได้อยากเป็นฮีโร่นะครับ เราช่วยปกติอยู่แล้ว คือวันนั้นประมานเที่ยงคืนที่ชั้นของผมไฟไหม้ ไหม้ห้องฝั่งตรงข้าม เราวิ่งลงมาจากชั้น 29 มาถึงชั้น 16 มีอาม่ายืนอยู่ เราเห็นแล้วว่าท่าทางจะลงไม่ได้แน่นอน เราก็เลยบอก อาม่าครับ มาขึ้นหลังผมเลย เค้าก็งงๆ ทำตัวไม่ถูก ผมก็บอกให้ขึ้นหลังเลย" "พอขึ้นหลัง คำแรกที่พูดเลยคือ ขอให้เจริญๆ นะ อวยพรอย่างเดียวเลย อวยพรยับเลย เราก็บอกให้อาม่ากอดแน่นๆ เค้าก็ไม่ค่อยกล้ากอดเรา เราบอกให้กอดคอเลย เสร็จปุ๊ปลงมาถึงชั้น 1 เอาไปวางไว้หน้าร้านกาแฟ อาม่าก็บอกว่า ลื้อไปดูอากงให้หน่อยที่ชั้น 16 ผมก็เดินย้อนขึ้นไปได้ประมาณชั้น 3 ก็เห็นอากงเดินลงมากับลูกแล้ว" "เค้าไม่ทราบครับว่าผมเป็นนักแสดง ผมไปไหนก็ไม่เคยบอกใครอยู่แล้ว เรื่องมันผ่านมาเมื่อวานซืนที่มีข่าวในพันทิป เพื่อนส่งมาให้ดู เมื่อวานกลับไปคอนโด ร้านที่คอนโดบอกว่าเค้าอยากเจอผมมากเลย เค้าจะเอาของมาตอบแทน ผมบอกว่าไม่ต้อง ขอบคุณมากเลย ผมไม่ได้หวังว่าจะได้อะไร อะไรช่วยเหลือกันได้ก็ช่วยกัน เป็นเรื่องปกติครับ" "พอเรื่องถูกแชร์แล้วมันจะมีทั้งดีและไม่ดี คือคนดีเค้าจะชื่นชมเรา ก็ขอบคุณสำหรับคนที่ชื่นชมผม แล้วก็จะมีอีกกระแสนึงที่บอกว่าสร้างภาพนู่นนี่นั่น บอกคนอื่นเค้าก็ทำได้ ผมจะบอกให้นะครับ คนที่เป็นฮีโร่หรืออะไรก็แล้วแต่ ไม่จำเป็นว่าจะต้องมีชุดยอดมนุษย์หรือแปลงร่างได้ ทุกคนมีพลังพิเศษติดตัวนะครับ เพราะฉะนั้นหยิบน้ำใจของตัวเองออกมา ทุกคนก็จะเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นผม" "คนชมว่าใจหล่อมากก็ต้องขอบคุณครับ อายเหลือเกิน (หัวเราะ) ไม่คิดว่ามันจะเป็นข่าวหรือจะเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร แค่สังคมไทยมีคนช่วยเหลือกันแค่นี้ก็พอแล้ว และผมว่ามันจะน่าอยู่ขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ประเทศไทยก็น่าอยู่ขึ้นเรื่อยๆ แล้วครับ ตอนนี้คนมองเป็นไอดอลของการทำความดีก็ดีใจครับ อยากให้เด็กๆ ทำ แต่ไม่ต้องทำตามผมก็ได้ครับ ทำอะไรก็ได้ที่เป็นเด็กดี ช่วยเหลือพ่อแม่ ตั้งใจเรียน ผมว่าแค่นี้คุณก็เป็นฮีโร่ของครอบครัวแล้ว แต่ถ้าเกิดกรณีคับขันเจอคนลำบาก ให้ตั้งสติดีๆ ผมว่ามันจะผ่านไปได้ครับ" "กับอาม่ายังไม่ได้เจอเลยครับ ผมออกมาทำงานทุกวันเลย แต่จะเจอหรือไม่เจอก็ไม่เป็นไรครับ บอกแล้วว่าผมช่วยไม่ได้หวังอะไรอยู่แล้ว มันเป็นเรื่องเล็กๆ ถ้าเกิดคืนนั้นผมวิ่งผ่านไปก็จะต้องมีคนดีมาช่วยเค้าอยู่แล้ว แต่จังหวะที่เราก็แข็งแรง เราก็ยังไหว คิดกลับกันว่าถ้าเราเป็นคนแก่คนนึงที่กำลังหนีจะลงจากบันได เราอายุเยอะเดินไม่ไหว แต่มันมีเด็กหรือผู้ใหญ่ใครสักคนมาช่วยเรา เราก็จะดีใจ เผื่อวันหน้าผมอาจจะกระดูกผุก็ได้นะ ก็อาจจะต้องการความช่วยเหลือเหมือนกัน" "ขอบคุณแฟนๆ หลังจากช่วยอาม่าก็มีคนติดตามผลงานผมมากขึ้น มีคนมาพูดถึงว่า เค้าดูเรามานานแล้ว แต่ไม่เคยชื่นชอบเราเลย แต่พอเค้าดูเราครั้งนี้ เค้าบอกจะติดตามเรา ก็ขอบคุณครับ" "ส่วนเรื่องความรักกับหยกก็เรื่อยๆ ดีครับ มีเวลาเจอกันน้อยมากเลย เพราะต่างคนต่างทำงาน รูปหวานก็ลงเรื่อยๆ นะ ช่วงนี้อาจจะไม่ค่อยได้ไปเที่ยวไหนเลยไม่ได้ลง ความสัมพันธ์ก็ยังแฮปปี้ปกติ คบกันมาประมาณ 5-6 ปีแล้ว" "เรื่องข่าวดียังไม่มี ต้องทำงานก่อนครับ เรามาจากศูนย์เพราะฉะนั้นเราต้องใช้เวลาเก็บเงินเยอะๆ แต่ด้วยอายุของผมมันก็ควรจะแต่งงานมีลูกได้แล้ว เพียงแต่ว่าตอนนี้ถ้าเราแต่งงานด้วยความไม่พร้อม ผมว่าผมสงสารลูก แล้วก็สงสารตัวเองด้วย เหมือนเรายังดูแลตัวเองยังไม่ดีเลย เอาคนอื่นมาดูแลด้วยมันจะหนักกว่าเดิม เพราะฉะนั้นขอใช้เวลาดีกว่าครับ" "ตัวผมเองก็มีคิดๆ ไว้นะว่าอยากจะแต่งงานสักอายุ 33 ปีตอนนี้ผม 29 แล้ว ก็ยังเป็นเรื่องของอนาคตอยู่ ผมคิดว่าการแต่งงานไม่ใช่ที่สุด ซึ่งที่สุดของคู่รักผมว่าเราอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขอันนี้ดีที่สุดนะ แต่ถ้าแต่งงานแล้วประกาศว่าวันนี้เป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามกฏหมาย แต่พอมาอีกวันเลิกกันอย่างเงียบๆ เพราะฉะนั้นมันไม่มีประโยชน์เลย" "ดังนั้นผมว่าอยู่กันแบบรักกัน ดีกันผมว่าโอเคแล้ว และทางครอบครัวผมและหยกก็ไม่ได้เร่งเลย รอจังหวะสบายๆ และตัวผมอยากมีลูกเลยนะก็เคยบอกหยก แต่ว่าผมยังไม่พร้อม ไหนจะค่าเทอม ค่ากิน ค่าเที่ยว ตอนนี้ขอโฟกัสงานก่อน ขอบคุณสำหรับโอกาส ผมจะทำให้ดีที่สุดครับ" แอมป์ กล่าว ขอบคุณภาพจาก IG @ammdevilll แอมป์ พีรวัศ แอมป์ พีรวัศ แอมป์ พีรวัศ แอมป์ พีรวัศ แอมป์-หยก แอมป์-หยก