พันทิป

ปลื้มใจ! 6 บัณฑิตกตัญญู ไม่อายถึงแม้ครอบครัวยากจน
รับปริญญา /  ลูกกตัญญู

หลังจากที่ผ่านมาบนโลกโซเชียลได้แชร์ภาพของบัณฑิตสวมชุดครุยก้มกราบเท้าพ่อที่ทำอาชีพขับรถกวาดขยะ เป็นภาพที่ทุกคนรู้สึกประทับใจและชื่นชมกันเป็นจำนวนมาก วันนี้ทีนเอ็มไทยก็เลยขอรวบรวมโมเม้นท์สุดประทับใจจาก 6 บัณฑิตกตัญญู ไม่อายถึงแม้ครอบครัวยากจน มาให้เพื่อนๆได้ชมกันอีกสักครั้ง .. ถึงแม้ว่าพ่อแม่เราจะไม่รวยล้นฟ้า หรือจะประกอบอาชีพใดๆก็แล้วแต่ แต่เชื่อเถอะว่าที่ท่านทำงานหนักทุกวันนี้ก็เพื่อลูกที่ท่านรัก ส่งเราเล่าเรียนหนังสือ เติบโตเป็นคนดี และเมื่อวันที่เราประสบความสำเร็จก็จงอย่าลืมคนข้างหลังที่คอยเป็นทั้งแรงใจ แรงกาย ส่งคุณเดินไปยังจุดหมายนะ .. ^^ ปลื้มใจ! 6 บัณฑิตกตัญญู ไม่อายถึงแม้ครอบครัวยากจน ปลื้มใจ! 6 บัณฑิตกตัญญู ไม่อายถึงแม้ครอบครัวยากจน 1. ลูกชายพนักงานขับรถเก็บขยะ คว้าใบปริญญาจุฬาฯ พร้อมสวมชุดครุยกราบเท้าพ่อ นายกล้าณรงค์ ศรีสกุล หรือ แม็ก บัณฑิตจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในวันที่เขาเรียนจบ เขาได้สวมชุดครุยเข้าไปก้มกราบพ่อ เขาไม่อายใครที่พ่อทำอาชีพขับรถเก็บขยะ เขาได้เขียนบรรยายความรู้สึกของเขาที่มีต่อพ่อไว้ โดยคนบนโซเซียลแชร์ และทำให้หลายคนประทับใจและชื่นชมเป็นจำนวนมาก ลองไปอ่านเรื่องราวที่เขาเขียนไว้กันค่ะ .. ว่าด้วยเรื่องของพ่อ พ่อผมทำงานที่ไม่ได้เลิศหรูอะไรหลายคนคงนึกภาพไม่ออก แต่ภาพที่พ่อทำงานผมเห็นมาตั้งแต่เด็ก ก็เคยไปทำงานกับพ่อนั้นแหละพ่อเป็นพนักงานขับรถเก็บขยะ งานที่ทำพ่อบอกเสมอว่าต้องแย่งหนอนกิน คือแย่งหนอนที่อยู่ในขยะ เป็นการเปรียบเทียบ สมัยเด็กหลายครั้งที่อายในความเป็นตัวพ่อ ว่าทำไมพ่อเราไม่แต่งชุดเท่ๆแบบพ่อคนอื่น ที่เป็น ทหาร ตำรวจ ทำไมนะพ่อไม่เท่เลย พอโตขึ้นเรากับพ่อเหมือนมีความฝันร่วมกัน พ่อผมจบน้อยเรียนไม่สูงแค่ ป.4 ความฝันของพ่อคือการเห็นลูกเรียน พ่อบอกเสมอว่าไม่มีสมบัติอะไรจะให้ได้อย่างครอบครัวอื่นเค้า แต่ให้ได้คือโอกาสทางการศึกษา ผมมีความฝันอยากเป็นทหาร แต่พ่อไม่มีความรู้ เราก็งมไปด้วยกัน เหนือยไปด้วยกัน ผมสอบไม่ติดเตรียมทหาร ผมเข้าใจว่าพ่อไม่ร้องไห้แต่มารู้ที่หลังว่าพ่อแอบไปร้องไห้ ผมยังไม่เคยทำความสำเร็จได้ซักครั้ง ตอนประกาศผลสอบจุฬา พ่อไม่ทำงานลางานเพื่อมาดูผลสอบของเราว่าเราผ่านไหมพ่อบอกว่าพ่อมีความสูขลุ้นระทึกมาก จนเมื่อผลสอบว่าติดพ่อบอกนั่งน้ำตาซึม จุฬามันคือความภูมิใจของครอบครัวเล็กๆของผม ตอนเรียนมหาลัย มีครั้งหนึ่งตอนปี4 พ่อโทรมาถามว่าน้อยใจไหมที่มีพ่อเป็นพ่อ เรา: น้อยใจเรื่องอะไร พ่อ : ก็ที่พ่อให้ได้ไม่เท่าพ่อคนอื่นอยากไปไหนอยากกินอะไรก็ได้ไม่เต็มที ต้องประหยัด เรา : พ่อ พ่อจบมาเท่านี้ทำงานเท่านี้ แต่พ่อสามารถทำให้ลูกคนเก็บขยะคนนี้มายืนตรงนี้ได้ แม็กไม่เคยคิดว่าน้อยหน้าใคร และแม็กภูมิใจที่มีพ่อเป็นพ่อ พ่อ : เงียบ เหมือนได้ยินเสียงสะอึ้นผ่านทางโทรศัพท์ เรา : น้ำตาซึมไปด้วย อยากพูดอะไรหลายอย่างในหัวมันเต็มไปหมดแต่พูดไม่ออก วันนี้ถ้าให้พูดก็คงลำบากขอเรียบเรียงเป็นข้อความให้พ่อ่านสั้นๆ ขอบคุณที่มีพ่อเป็นพ่อ ขอบคูณที่สนับสนุนทุกอย่าง ขอบคุณที่เหนื่อยไปด้วยกัน ร้องไห้ด้วยกัน ซึมไปด้วยกัน วันนี้ก็อยากให้พ่อมีความสุขกับความสำเร็จที่เราเหนือยมาด้วยกัน ขอบคุณจริงๆ ลูกคนเก็บขยะคนนี้ทำให้พ่อของมันภูมิใจได้แล้ว พ่อไม่ต้องอายอะไรใครทั้งนั้น เพราะพ่อคือพ่อคนดีที่หนึ่ง ไม่แพ้ใคร แม็กภูมิใจ 2. เมื่อเราไปถ่ายชุดครุยกับพ่อแม่ที่ 'ทุ่งนา' บัณฑิตสาวคนนี้ได้ตั้งกระทู้ในพันทิป "เมื่อเราไปถ่ายชุดครุยกับพ่อแม่ที่ 'ทุ่งนา'" เธอไม่อายที่บอกว่าตัวเองเป็นลูกชาวนา หลังจากเรียนจบมัธยมปลาย ก็ตัดสินใจเรียนต่อที่คณะศิลปศาสตร์ เอกสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และสามารถคว้าใบปริญญามาครองในเวลาเพียง 2 ปีครึ่งเท่านั้น! ซึ่งเธอเล่าอีกว่าเงินทุกบาททุกสตางค์เธอหาใช้เองโดยไม่ขอพ่อแม่เลย "ชีวิตที่ต้องตั้งใจทำงาน และตั้งใจเรียน อ่านหนังสือ ไปพร้อมๆกับ ส่งตัวเองเรียน โดยไม่รบกวนพ่อแม่เลยสักบาท มันก็ภาคภูมิใจอย่างบอกไม่ถูกนะคะ ปริญญานี้เราทำเพื่อพ่อเพื่อเเม่ ถ้าไม่มีท่านทั้งสอง เราก็ไม่มีวันนี้ เราเลยให้พ่อแม่ใส่ชุดครุยและถ่ายรูปที่ท้องนา ด้วยความภาคภูมิใจค่ะ และแล้วเราก็จบอย่างที่ตั้งใจ จริงๆ เรารับ ปริญญาปี 59 แต่ช่วงนั้นไม่แน่ว่าเราอาจเข้าร่วมพิธีไม่ได้ แต่เราก็อยากให้พ่อแม่เห็นความสำเร็จของเรา และเห็นเราใส่ชุดครุย เราเลยเลือกวิธีนี้ค่ะ ^^  กลับไปถ่ายรูปกับพ่อแม่ที่บ้าน" 3. มิน ชาวเขาเผ่าม้งยอดกตัญญู “ท้อแค่ไหน ก็จะผ่านไปเอง ให้ตั้งใจเรียน อย่าให้พ่อแม่ผิดหวัง” นายพิศุทธิ์ คีรีธระกุล หรือ มิน หนุ่มชาวเขาเผ่าม้ง ในจังหวัดน่าน ที่บ้านประกอบอาชีพทำไร่ทำสวน แม่เสียไปตั้งแต่เขายังเล็กๆ เขามีพี่น้อง 5 คนก็ล้มหายตายจากไปทีละคน เหลือเพียงเขาที่เป็นคนสุดท้องและพี่ชายคนโต ส่วนพ่อเป็นใบ้ และเริ่มมีอาการซึมเศร้าหลังจากที่แม่เสีบ และหลงลืมจนจำไม่ได้แม้แต่ลูก มินเป็นสามเณรตั้งแต่ ป.1 ถึง ม.6 จากนั้นจึงสึกมาเรียนต่อ ปวส.และสามารถสอบเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย คณะบริหารธุรกิจ สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ปัจจุบันเปิดร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ ชื่อร้าน PS คอมพิวเตอร์ใน อ.เชียงกลาง จ.น่าน มิน พิศุทธิ์ ได้บอกว่าตอนเรียนในช่วงเรียน ปวส. เป็นช่วงที่หนักหน่วงมากๆ เขาจำเป็นต้องไกลพ่อไกลพี่หนีห่างมาเรียน และเมื่อมาถึงวันรับพระราชทานปริญญาบัตร พ่อและพี่ชายไม่สามารถมาได้ เขาจึงหอบชุดไปกลับบ้านเกิดไปถ่ายรูปกับพ่อเองซะเลย โดยเขาพูดข้างๆ หูพ่อว่า "ผมเป็นลูกพ่อนะ ผมเรียนจบแล้วครับพ่อ พ่อก็ยิ้มๆ ตอบกลับมาให้ผม" "เคยคิดโทษตัวเองบ่อย ๆ ว่าทำไมเราต้องอยากเรียน คนที่เขามีพ่อมีแม่ที่ดี หาเงินให้ใช้ทำไมเขาถึงไม่อยากเรียน แต่เราไม่มีอะไรเลย ทำไมต้องอยากเรียนด้วย ผมท้อหลายครั้ง เพราะผมก็ไม่ใช่เด็กเรียนเก่ง เคยได้เกรดมากสุดแค่ 2.9 แต่ก็มีความสุขที่ได้เรียน อยากเรียน และด้วยที่ผมอยากเรียนผมก็เลยต้องสู้ครับ ฐานะทางบ้านผมแค่มีข้าวให้พ่อให้พี่กินอิ่มท้องก็ลำบากแล้ว ตอนนั้นผมก็ต้องทำงาน และเอาเงินไปจ่ายค่าเทอมครับ แต่โชคดีที่คุณครูก็ยอมให้ค้างค่าเทอมได้  ผมแบ่งไว้ว่าเงินที่ทำงานได้มา จะจ่ายค่าเทอมก่อนเสมอ ที่เหลือค่อยมาใช้อยู่กิน แต่ช่วงปี 3 ก็โชคดีขึ้นมาหน่อย เพราะผมกู้ทุน กยศ.ของมหาวิทยาลัย ได้ครับ คุณสมบัติผมผ่าน ก็เลยมีเงินมาจ่ายค่าเทอมครับ” 4. บัณฑิตให้คุณพ่อซึ่งเป็น รปภ. ติดเข็มที่ชุดครุย เป็นอีกภาพความประทับใจที่ทำให้ยิ้มทั้งน้ำตากันเลยทีเดียว ระหว่างบัณฑิตหนุ่มให้คุณพ่อซึ่งเป็น รปภ. ติดเข็มที่ชุดครุยให้ และเขาได้บรรยายข้อความไว้ว่า  "เพราะพ่อลำบากมามากพอแล้ว ของขวัญที่ลูกทำให้พ่อ เพื่อแลกกับรอยยิ้มของพ่อ" ^^ 5. ยุทธ ยุทธพลต์ โสภณชื่นสุวรรณ บัณฑิตจากคณะศิลปศาสตร์ สาขาพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยพะเยา ถ่ายภาพคู่กับคุณแม่ในชุดชาวเขาเต็มยศ เป็นภาพความประทับใจในวันที่เขาเรียนจบ 6. บัณฑิตสาวอินโดฯ นั่งสามล้อปั่นของพ่อมางานรับปริญญา นางสาวราเอนี (Raeni) บัญฑิตจากคณะเศษฐศาสตร์ วิชาเอกการศึกษาการบัญชี ของมหาวิทยาลัย Universitas Negeri Semarang (Unnes) ในวันรับปริญญาได้เธอเดินทางมาพร้อมกับคุณพ่อโดยรถสามล้อถีบ ซึ่งคุณพ่อของเธอมีอาชีพปั่นสามล้อ แต่เนื่องจากรายได้ไม่แน่นอนคุณพ่อก็ต้องทำงานเสิรม โดยการเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในช่วงกลางคืนให้กับโรงเรียนแห่งหนึ่ง และถึงแม้ฐานะทางบ้านเธอจะไม่ได้ร่ำรวยแต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกว่าสิ่งนี้เป็นอุปสรรค หรือเธอด้อยค่าไปกว่าคนอื่น เธอเป็นเด็กตั้งใจเรียนมากๆ พ่อของเธอบอกว่าที่เธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้ก็เพราะผลการเรียนอันยอดเยี่ยมของเธอเอง และในวันที่เรียนจบก็ได้รับรางวัลนักศึกษาดีเด่นโดยมีผลการเรียน GPA 3.96 ขอบคุณข้อมูล  facebook Klanarong Srisakul, http://pantip.com/topic/34244505, blog.eduzones.com

อ.เจษฎา แจง ภูเขาหิมะแร่ใยหิน เป็นแค่เหมืองหินธรรมดา
ชลบุรี /  ภูเขาหิมะ / 

หลังจากมีการลือเรื่อง 'ภูเขาหิมะ' เต็มไปด้วย  'แร่ใยหิน' ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายถึงชีวิต ล่าสุดอ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ได้ออกมาชี้แจงถึงเรื่องราวดังกล่าวแล้ว หลังจากโลกสังคมออนไลน์ มีการแชร์ภาพ ซึ่งระบุว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ ซึ่งเรียกกันว่า ภูเขาหิมะ พร้อมทั้งมีการระบุว่า ตั้งอยู่บริเวณแยกคีรี จังหวัดชลบุรี ซึ่งแท้จริงแล้วมันคือ ภูเขาหินฝุ่น และเมื่อเกิดถูกน้ำ จึงกลายเป็นรูปทรงแปลกตา สวยงาม ทำให้มีนักท่องเที่ยวหลายราย แห่แหนกับไปเก็บภาพความสวยงาม ล่าสุดได้มีเพจชื่อว่า Modgazine ออกมาพูดถึงหัวข้อการเชิญชวนให้ชาวออนไลน์ เดินทางไปยังสถานที่ ภูเขาหิมะ หรือภูเขาที่เต็มไปด้วย 'แร่ใยหิน' ( Asbestos ) ซึ่งมีเพียงการพูดถึงความสวยงาม โดยปราศจากคำเตือนในด้านความปลอดภัย ทั้งยังไม่คำนึงถึงสุขภาพที่อาจจะเกิดขึ้น โดยไม่มีการเตือนถึงอันตรายของแร่ชนิดนี้ ซึ่งเป็นส่วนประกอบของวัสดุก่อสร้าง และส่งผลต่อสุขภาพ และสารพิษแก่ร่างกาย อาทิ คนงานในเหมือนแร่ใยหิน เมื่อได้รับเป็นเวลานาน สะสมจนกลายเป็นปริมาณที่มากขึ้น ทำให้ป่วยเป็นโรคปอด รวมถึงเป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง ทั้งนี้อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ได้ออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า 'ที่แชร์เตือนอันตรายกัน เรื่องอย่าไปเที่ยวภูเขาหิมะแร่ใยหิน ที่ชลบุรีนี่ ... เท่าที่เช็คจากกระทู้ในพันทิป ซึ่งอ.เจษฏาระบุว่า ภูเขาแห่งนี้เป็นแค่เหมืองหินธรรมดา ซึ่งเกิดจากการขุดหินไปผสมกับคอนกรีต ไม่ใช่แร่ใยหินซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งอันตราย แต่ถึงกระนั้น การไปเที่ยวเหมืองหินเพื่อถ่ายรูปเล่นแบบนี้ ก็ต้องระวังมากๆๆ ครับ เพราะมันอันตรายจากการสูดดมฝุ่นหินเข้าปอดได้ ซึ่งถ้าดมเข้าไปมาก ก็สามารถทำให้ปอดอักเสบได้ หรือถ้าบ่อยครั้งก็กระตุ้นให้เกิดมะเร็งได้เช่นกัน แม้ว่าจะไม่ได้รุนแรงเท่ากรณีของแร่ใยหินก็ตาม เวลาไป ใส่หน้ากากอนามัยกันฝุ่นก็พอช่วยได้ แต่คงถ่ายเซลฟี่ไม่สวยแน่ๆ' ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก Jessada Denduangboripant

ยังหล่อฟินอยู่นะ!! อ้น รติพงษ์ คู่จิ้นวัยใสของ อั้ม พัชราภา
อ้น รติพงษ์ /  อั้ม พัชราภา / 

กระแสคู่จิ้นพระนางในละครกำลังมาแรง!! หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าซุปตาร์สาว อั้ม พัชราภา ก็เคยมีคู่จิ้นวัยใสในอดีตกับเค้าเหมือนกัน นั่นก็คือพระเอกหนุ่ม อ้น รติพงษ์ ภู่มาลี ที่โคจรมาประกบคู่กันในละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ในปี 2542 ซึ่งถือเป็นคู่จิ้น อ้น-อั้ม โกยเรตติ้งกระฉูดในยุคนั้นเลยทีเดียว!! หนุ่มอ้น รติพงษ์ พระเอกหน้ามนคนนี้แจ้งเกิดเข้าสู่วงการด้วยรางวัลชนะเลิศการประกวด ดัชชี่บอยแอนด์เกิร์ล ปี 2541 และเข้ามาเป็นนักแสดงในสังกัดช่อง 7 ฝากผลงานเอาไว้มากมาย อาทิ บ้านไร่เรือนตะวัน, ดุจฟ้าไร้ดาว, นารีลุยไฟ, นารีลุยไฟ ฯลฯ รวมทั้งละครจักรๆ วงศ์ๆ อย่างเรื่อง อุทัยเทวี, ยอพระกลิ่น, เกราะกายสิทธิ์ ฯลฯ ปัจจุบัน หนุ่มอ้น ก็ยังคงโลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิง มีผลงานการแสดงให้เห็นอยู่เรื่อยๆ กับบทบาทที่หลากหลายขึ้น ด้วยความหล่อ เท่ ไม่เปลี่ยนแปลงในวัย 36 ปี บอกเลยว่ายังฟินได้อยู่นะ!! ขอบคุณภาพจาก FB :: Ratiphong Phumalee, pyjclub.com, สมาชิกพันทิป Azarine&Pepo, ลูกกวาดมอมแมม, burinjung ภาพปัจจุบัน อ้น รติพงษ์ อ้น รติพงษ์ คู่จิ้นในอดีตของ อั้ม พัชราภา อ้น รติพงษ์ อ้น รติพงษ์ อ้น รติพงษ์

ทำดีต้องชื่นชม! แอมป์ ช่วยคนหนีไฟไหม้ แบกลงบันได 16 ชั้น!!
แอมป์ พีรวัศ /  แอมป์ ช่วยคน / 

เป็นเรื่องราวดีๆ ที่ควรบอกต่อ!! เมื่อ aLien.hOney สมาชิกพันทิปดอทคอมแชร์ความประทับใจและชื่นชมความดีมีน้ำใจของพระเอกเรื่องสาวน้อยอ้อยควั่นอย่าง แอมป์ พีรวัศ โดยเล่าย้อนเหตุการณ์วินาทีระทึกในคืนวันที่ 10 ต.ค. ที่ผ่านมาว่า... "มีพี่คนนึงฝากมาโพสต์ขอบคุณค่ะ เมื่อวันเสาร์ตอนเที่ยงคืน ไฟไหม้ที่คอนโดชั้น 29 พี่เค้าอพยพแม่มารออยู่ตรงบันไดหนีไฟชั้น 16 แล้วเข้าห้องไปพาพ่อออกมา ปรากฏว่าพอออกมาอีกทีแม่หาย มีคนบอกว่า มีน้องผู้ชายพาแม่ลงไปแล้ว คือน้องให้แม่ขี่หลังเดินลงบันไดมา 16 ชั้น พอใกล้ถึงชั้นล่าง น้องวิ่งสวนขึ้นมาเจอพี่เค้า น้องบอกว่าได้พาแม่ไปนั่งพักอยู่หน้าร้านกาแฟ แล้วก็ไปพาแม่มาเจอพี่เค้า" "แม่เล่าให้ฟังว่าน้องกำลังจะวิ่งไปช่วยพ่ออีก แต่พี่เค้าพาพ่อลงมาถึงก่อน แถมน้องยังไปช่วยตามหาถุงที่แม่ถือลงมา มีน้องผู้หญิงอีกคนช่วยถือลงมาด้วย เป็นคนดีน่ารักมากๆ ตามหาอยู่ 2 วันว่าน้องคนนั้นเป็นใคร จนวันนี้เลยทราบแล้วค่ะว่าน้องคนนั้นคือ คุณแอมป์ พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ นักแสดงช่อง 7 นั่นเอง ขอบคุณมากเลยค่ะ ซึ้งในน้ำใจคุณมากจริงๆ" "ที่ออกมาตั้งกระทู้เพราะอยากชื่นชมในความดีค่ะ อยากให้รู้ว่าคนดีๆ ยังมีอยู่จริงๆ ค่ะ ไม่ได้มาอวยหรืออะไรทั้งสิ้นนะคะ คนทำผิดมีคนมาตั้งกระทู้ คนทำดีจึงอยากตั้งกระทู้เช่นกันค่ะ หวังว่าคงเข้าใจและไม่ดราม่านะคะ" ไม่กี่เดือนก่อนก็เพิ่งมีผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งโพสต์ภาพเหตุการณ์แสดงความชื่นชม หนุ่มแอมป์ ที่เข้าช่วยเหลือรถน้ำมันหมดกลางทางมาแล้วครั้งนึง หล่อทั้งกายและใจแบบนี้ ยกให้เป็นพระเอกนอกจอตัวจริงไปเลยจ้าาา ปรบมือรัวๆๆ ขอบคุณภาพจาก IG @ammdevilll และ pantip.com กระทู้พันทิป แอมป์ พีรวัศ แอมป์ พีรวัศ แอมป์ พีรวัศ แอมป์-หยก

'น้องทาม' ปลื้มปิติ ได้รับจักรยานพระราชทานแล้ว
น้องทาม /  ปั่นเพื่อแม่ / 

'น้องทาม' เด็กไร้แขนร่วมปั่น 'Bike for Mom' สุดปลื้ม ผู้แทนพระองค์ฯ นำรถจักรยานพระราชทานมามอบให้ วันนี้ (10 ก.ย.) พล.อ.ท.ภักดี แสงชูโต รองราชเลขานุการในพระองค์ฯ พร้อมคณะช่างได้นำรถจักรยานพระราชทานมามอบให้แก่ ด.ช.วรรธนะ คำอินทร์ หรือ 'น้องทาม' หนูน้อยพิการไร้แขนทั้งสองข้าง ที่เข้าร่วมกิจกรรม “Bike for Mom ปั่นเพื่อแม่” เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ที่ผ่านมาแล้ว โดยผู้แทนพระองค์ฯ ได้นำจักรยานพระราชทานไปวางไว้บริเวณด้านหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร โดยนายสินรอง – นางดอกรัก คำอินทร์ บิดา มารดา พร้อมด้วยน้องทาม ได้ถวายความเคารพพระฉายาลักษณ์เพื่อแสดงความจงรักภักดี ก่อนเปิดกรวยกระทงดอกไม้สดและรับจักรยานพระราชทาน จากนั้นน้องทาม ได้ทดลองปั่นจักรยานพระราชทาน มีคณะช่างให้คำแนะนำในการปั่นที่ถูกต้อง ทั้งในเรื่องของการบังคับแฮนด์เลี้ยวซ้าย-ขวา จังหวะการเปลี่ยนเกียร์ วิธีการเบรคที่ปลอดภัย MThai News ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก สมาชิกพันทิป เบื่อ บอกเท่าไรก็ไม่ฟัง ,กรุงเทพธุรกิจ

แฟนบอลชื่นชม อานนท์ แข้ง U19 เสื้อไม่หลุดตลอด 90 นาที
ทีมชาติไทย /  ฟุตบอลไทย / 

เป็นอีกเรื่องที่กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างมากกับภาพลักษณ์ดีๆ ของนักเตะทีมชาติไทย ชุด U19 ที่ชื่อ อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ แข้งตัวเก่งของ "ช้างศึกจูเนียร์" ที่แต่งกายเรียบร้อยเสื้อไม่หลุดออกนอกกางเกงตลอด 90 นาทีของการแข่งขัน :) อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ ยิงประตูเบิกร่องให้ "ช้างศึกจูเนียร์" ตั้งแต่นาทีที่ 21 ก่อนที่จะเปิดบ้านเอาชนะ ไตหวัน ไปขาดลอย 3-0 ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย 2016 U19 รอบคัดเลือกเมื่อวานที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากจบเกมเหล่าแฟนบอลต่างออกมาแสดงความเห็นถึงภาพลักษณ์และพฤติกรรมของนักเตะทีมชาติไทยชุด U19 ชุดนี้ว่าเป็นตัวอย่างที่ดีมาก โดยเฉพาะ อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ ที่แต่งกายสุภาพถูกต้องตามกฎเสื้อไม่หลุดจากกางเกงเห็นชายเสื้อเหมือนกับนักฟุตบอลทั่วไป ความคิดเห็นบางส่วนจากเว็บไซต์ พันทิป

เงิบเป็นแถว!! กระทู้มาแรง นักฟุตบอลไทยคนไหนเป็นคู่เกย์ ?
กระทู้ฮาพันทิป /  นักฟุตบอลไทยคนไหนเป็นคู่เกย์ / 

กระทู้นี้ยืนยันชัดเจนว่าคนไทย..เป็นคนตลก!! เมื่อมีชาวเน็ตตั้งกระทู้บนเว็บ พันทิป "นักฟุตบอลไทยคนไหนเป็นคู่เกย์ ?" ซึ่งคำตอบที่ได้ พากันหงายท้องไปเป็นแถว เพราะเขาคนนั้นก็คือ "ธนบูรณ์ เกย์สารัช" ทำเอาชาวเน็ตที่เข้าไปอ่านฮากระจาย :D พร้อมกับมีหลายความเห็นต่างเข้ามาปล่อยมุขเด็ดดวงอีกเพียบ(โดยเฉพาะเจ้าของกระทู้) อาทิ เช่น หลากหลายคอมเม้นท์แฟนบอลที่เข้ามาปล่อยมุข ต่อจาก นักฟุตบอลไทยคนไหนเป็นคู่เกย์ ? นักฟุตบอลคนไหนขี้เซา? ตอบ ชารีล หลับปุ๋ย นักฟุตบอลคนไหนเจ้ามือไม่ชอบ? ตอบ ป๊อกเก้า อนันต์ นักฟุตบอลคนไหนเป็นคุณพ่อที่ใจร้าย? ตอบ ธนา กระชากบุตร นักฟุตบอลคนไหนคิดเลขนาน? ตอบ มงคล ทดซะไกล นักฟุตบอลคนไหนชอบฆ่าสัตว์? ตอบ ธีรศิลป์ แทงปลา นักฟุตบอลคนไหนมีห้าสี? ตอบ อนาวิน จูเรนเจอร์ นักฟุตบอลคนไหนชอบเล่นของสูง? ตอบ ศิวรักษ์ เธอสูงเกิน นักบอลคนไหนนมใหญ๋สุด? ตอบ นฤบดีน วีรวัฒโนตม นักฟุตบอลคนไหนไม่มีความรับผิดชอบ? ตอบ เกียรติประวุฒิ สายแล้วววว นักบอลคนไหนชอบอวดรวย? ตอบ ประทุม ชูทอง นักบอลคนไหนอยู่เบื้องหลังการใกล้สูญพันธุ์ของสัตว์? ตอบ กวิน ทำสัตว์จะ none(ไม่มี) นักฟุตบอลคนไหนชอบ งง? ตอบ ชนาธิป สงกระสัย นักบอลคนไหนเป็นเกษตรกร? ตอบ ธีรศิลป์ ดำนา นักบอลคนไหนพึ่งสึกออกมา? ตอบ ทิด ตอง โด นักบอลคนไหนชอบพูดประจบประแจง? ตอบ สารัช อยู่เป็น และอื่นๆอีกมายมายนับไม่ถ้วน >> pantip.com/topic/34999094

เก้า สุภัสสรา ยอมรับ กดดันกับการเป็น บุปผาคนใหม่
ต้อม-ยุทธเลิศ /  บุปผาอาริกาโตะ / 

ได้รับบทในภาพยนตร์สยองขวัญแบบฮากระจาย สำหรับสาวเก้า สุภัสสรา ธนชาต ในบทของบุปผาคนใหม่ ที่กำกับโดย ยุทธเลิศ สิปปภาค ในชื่อเรื่อง บุปผาอาริกาโตะ ที่งานนี้ทีมงานได้ไปถ่ายทำไกลถึงประเทศญี่ปุ่น กับบรรยากาศหิมะขาวๆ สุดโรแมนติด แต่ปนไปด้วยวังเวง และน่ากลัว ไม่รู้ว่างานนี้ บุปผาคนใหม่ อย่างเก้า จะรู้สึกอย่างไรบ้างกับภาพยนตร์เรื่องนี้ “ในบุปผาจะต้องเล่นด้วยแววตาและความรู้สึกตลอดเวลา ตัวเก้าเองรู้สึกว่าบุปผานี่เป็นคาแรคเตอร์ที่มีหลายมิติ ซึ่งพี่ต้อมก็เก่งมากๆ ค่ะ แล้วก็รู้สึกดีใจมากที่ได้เล่นกับพี่ต้อม ดีใจที่พี่ต้อมให้โอกาสเรา ได้ลองเล่นเป็นคาแรคเตอร์ใหม่ๆ ได้ทำอะไรใหม่มากๆ เพราะหนูก็ถือว่าเป็นนักแสดงหน้าใหม่เหมือนกันนะ ใหม่มากที่จะได้รับบทอะไรที่มันท้าทายขนาดนี้" เก้า สุภัสสรา Q.จากความทรงจำที่มีต่อ “บุปผาราตรี” ภาพยนตร์ผีโรแมนติกสยองขำในระดับตำนาน ในฐานะแฟนบุปผา เป็นไงมาไงถึงได้กลายมาเป็นบุปผาคนใหม่ของผู้กำกับ ต้อม ยุทธเลิศ A. เก้าเคยดูบุปผามานะคะตั้งแต่ภาคแรก ซึ่งเป็นบทที่พี่พลอยเคยเล่นไว้ จำได้ว่าตอนดูนี่รู้สึกชอบพี่เขามาก แล้วพอพี่ๆ ทีมงานเขาติดต่อมา จริงๆ มันเป็นเรื่องบังเอิญมากค่ะ เพราะว่าไม่กี่วันก่อนที่พี่ต้อมกับทางสหมงคลฟิล์มทาบทามเรา แล้วให้โอกาสเรา หนูได้มีโอกาสไปอ่านกระทู้ในพันทิป ซึ่งเขาก็ได้ตั้งกระทู้ว่าอยากให้บุปผากลับมาทำรีเมคว่าถ้าเอามาทำในยุคนี้น่าจะต้องได้รายได้เยอะมากกว่ายุคนั้นแน่ๆ ซึ่งตอนนั้นรายได้ก็เยอะมากๆ แล้วนะ ถ้าเกิดลุกขึ้นมาทำในยุคนี้มันก็จะต้องมีกระแสอะไรที่มากขึ้นแน่ๆ ถ้าเขาทำจริงๆ เราก็คงอยากจะดูบุปผาในแบบเวอร์ชั่นใหม่ ปรากฎว่าไม่กี่วันต่อมา เฮ้ย! ดีใจมาก เพราะว่าทางพี่ต้อมแล้วก็ทางสหฯ ก็ได้ติดต่อมาอยากให้เราลองเล่นเป็นบุปผา ตอนแรกก็แบบแอบกังวลเพราะถ้าเราพูดถึงบุปผา เราก็ต้องนึกถึงพี่พลอย แล้วถ้าหนูรับเล่นจะแบบต้องถูกเปรียบเทียบแน่นอน ก็เลยกังวลมากๆ ถ้างั้นขอนัดคุยกับพี่ต้อมดีกว่าว่าสรุปแล้วตัวเรื่องมันจะเป็นอย่างไร ก็เลยได้คุยกับพี่ต้อมและทางสหฯ ซึ่งพี่ต้อมก็อธิบายให้ฟังละเอียดมากนะคะว่า เวอร์ชั่นนี้เป็นบุปผาเวอร์ชั่นใหม่หมดเลย แล้วก็ความสนุก แปลกใหม่มากกว่า ตัวพี่ต้อมเองก็ให้ความมั่นใจกับหนูว่า เก้าเราไปด้วยกัน เราสู้ไปด้วยกัน  เราก็เลยเชื่อใจในพี่ต้อมว่าการมาของภาพยนตร์เรื่องบุปผาครั้งใหม่มันน่าจะออกมาดีค่ะ   Q.เมื่อพูดถึงบุปผาราตรีก็ต้องนึกถึงต้อม-ยุทธเลิศ ซึ่งมาพร้อมกับเอกลักษณ์เฉพาะตัวในการทำภาพยนตร์ในแนวโรแมนติก สยอง และอารมณ์ขันรวมอยู่ในเรื่องเดียวกัน A. เราได้ยินชื่อพี่ต้อมมานานแล้วเป็นผู้กำกับที่เก่งมากๆ แล้วก็กำกับหนังมาหลายเรื่องมาก เราก็อยากที่จะมีครั้งหนึ่งในชีวิตที่อยากจะร่วมงานด้วย เขาจะให้เราใช้สัญชาตญาณในการเล่นอยู่ตลอดเวลา คือพี่ต้อมบรีฟคาแรคเตอร์เราเป็นอย่างไร โรส คาแรคเตอร์ของบุปผาเป็นอย่างไร แล้วก็ให้เราเล่นว่าถ้าเป็นอย่างนี้ๆๆ เราจะรู้สึกเป็นอย่างไร ซึ่งโอเคเราเข้าใจว่า เราเล่นซีรี่ส์มาก็ต้องมีการผสมกับความใหญ่มานิดหนึ่ง เพราะว่ามันเป็นทีวี แต่พอมันอยู่ในจอเงินเราต้องปรับระดับให้มันน้อยแล้วก็เล่นแค่แววตา เพราะฉะนั้นมันก็ตรงกับคอนเซ็ปท์พี่ต้อมอยู่แล้วว่า ในบุปผาจะต้องเล่นด้วยแววตา และความรู้สึกตลอดเวลา รู้สึกดีใจมากที่ต้อมให้โอกาสเรา เพราะหนูก็ถือว่าเป็นนักแสดงหน้าใหม่เหมือนกัน ที่จะได้รับบทอะไรที่มันท้าทายขนาดนี้ ให้เราได้ลองเล่นคาแรคเตอร์ใหม่ๆ ตัวเก้าเองรู้สึกว่าบุปผานี่เป็นคาแรคเตอร์ที่มีหลายมิติมาก  ซึ่งเขาก็เชื่อมั่นในตัวเราว่าเราทำได้ เราใหม่มากที่จะเล่นเป็นตัวละครอะไรที่มันมีหลายมิติอย่างนี้ ซึ่งพอทำงานกับพี่ต้อมไป ก็เริ่มจับทางได้ว่าพี่ต้อมเขาต้องการอะไร แล้วก็อยากจะให้มันออกมาในรูปแบบไหน ซึ่งก็ถือเป็นความโชคดีมั้งคะที่ผู้ใหญ่ให้โอกาส ที่สหฯให้โอกาส พี่ต้อมให้โอกาสที่ทำให้เราได้มาเล่นในบทนี้ Q.จริงมั้ยที่ถือว่าสำหรับบทบุปผาที่เก้าได้รับ เป็นการเปลี่ยนแปลงทางด้านการแสดงโดยสิ้นเชิง ได้ทำอะไรในรูปแบบใหม่อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน A. ทำงานกับพี่ต้อมเรามีความรู้สึกว่าเป็นการทำงานในรูปแบบใหม่ คืออย่างที่บอกพี่ต้อมอยากให้เราใช้สัญชาตญาณในการเล่นมากกว่า ซึ่งหนูไม่ชินเลยทีแรก ซึ่งมันจะมีฉากหนึ่งค่ะ เป็นฉากที่ประทับใจ แต่เป็นฉากที่ไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้เหมือนกัน เพราะว่าเป็นฉากที่ปกติเวลาเราถ่ายหนังใช่มั้ยคะ เราก็อาจจะไม่ได้ถ่ายไปตามลำดับเรื่องยาวไปตั้งแต่ต้นจนจบ ฉากที่บุปผานั่งอยู่ แล้วก็ต้องเกิดความรู้สึกกลัว พี่ต้อมก็เลยบอกว่าถ้าอยากร้องไห้ก็ร้องไห้ได้เลย พี่ต้อมแล้วหนูจะร้องไห้ได้ไง ให้หนูกลัวอะไร โอเคค่ะพี่ต้อมอยากให้หนูทำอะไรหนูทำเลยค่ะ ถ้าไม่ได้เดี๋ยวพี่มาบรีฟหนูอีกทีละกันนะคะ อันไหนที่พี่ไม่อยากได้ หรืออันไหนอยากให้เพิ่มอยากให้ลดพี่บอกหนูละกันนะคะ ซึ่งหนูเล่นออกมาแล้วก็ดีใจค่ะ พี่ต้อมบอกว่าเออดีแล้วนะ ขออย่างนี้อีกเทคหนึ่ง (หัวเราะ)   Q.พี่ต้อมบอกว่าเก้าเป็นนักแสดงที่น้ำตาสั่งได้ A. หนูคิดว่าหน้าที่ของเราคือนักแสดงค่ะ อยากได้แบบไหน ก็ต้องทำให้ได้ ต้องตีโจทย์สักโจทย์หนึ่งให้ได้   Q.จริงมั้ยที่ว่า “บุปผาอาริกาโตะ” เป็นผลงานที่ท้าทายทางด้านการแสดงที่สุดของ “เก้า สุภัสสรา” เลยทีเดียว A. ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เก้าก็ได้ทำงานอะไรที่ท้าทายมาตลอดเลย ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งนะคะ ที่ท้าทายมากๆ เพราะตัวละครบุปผาก็เป็นคาแรคเตอร์ที่พี่ต้อมเขาวางไว้อยู่แล้ว และขึ้นชื่อว่าเป็นบุปผาด้วยแล้วก็จะเป็นผู้หญิงที่เหมือนมีอะไรในใจอยู่ตลอดเวลา ที่ซึ่งไม่สามารถแสดงออกมาได้หมด เป็นผู้หญิงที่ไม่ค่อยพูด แต่ว่าแววตานี่ก็ต้องสื่อสารออกมาตลอด ซึ่งมันก็มีบุคลิกค่อนข้างที่จะซับซ้อนอยู่พอสมควรเลย ก็เป็นเหมือนตัวละครที่มีอยู่สองบุคลิก ซึ่งสำหรับเก้าก็ถือว่าท้าทายมากค่ะ ถึงแม้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาจะได้รับบทที่ท้าทายมาทุกเรื่องนะคะ แต่สำหรับเรื่องนี้มันดูซับซ้อนมากกว่าปกติค่ะ อย่างเช่นก็จะมีอยู่ฉากหนึ่งที่เป็นฉากอารมณ์มากๆ ซึ่งมันก็ยากสำหรับเก้ามากค่ะ เพราะว่าต้องเข้าไปอยู่ในฉากที่ภาวะอารมณ์นี่แปรปรวนมากๆ จะเศร้าก็ไม่เศร้า ร้องไห้ก็ไม่ร้องไห้ จะช็อคก็ไม่ช็อค แบบไม่รู้ว่าจะไปยังไงต่อ เป็นอีกหนึ่งฉากที่บอกได้เลยว่ายากมากๆ คือต้องเดินร้องไห้แล้วก็ยาวมากค่ะ ซึ่งก็ไม่คาดคิดว่าพี่ต้อมจะเอา แบบว่า ฉากเดินเรามาแล้วก็ร้องไห้ อยู่ๆ พี่ต้อมก็จะสั่งเลยว่าแบบ เก้าพี่ขอเดินมา น้ำตามาเลย เดินทำหน้านิ่งๆ น้ำตาไหลไม่หยุด เก้าทำได้ไหม ก็โอเคค่ะ ก็เลยลองทำดู ต้องเดินขึ้นบันได 4 ชั้นค่ะ ขึ้น ลงก่อนแล้วก็ค่อยขึ้น เหมือน repeat ซ้ำๆ อ่ะค่ะ ความยากก็คือเราต้อง HOLD อารมณ์ตอนนั้นตลอดเวลาค่ะ เราก็ไม่รู้เลยว่าพี่ต้อมจะมารับหน้าเราตอนไหน แล้วน้ำตามันจะไหลมาตอนไหน ซึ่งแบบบางทีมารับหน้าปุ๊บ น้ำตามันหล่นไปแล้วนะ เราก็ไม่รู้เลยว่าแบบพี่ต้อมเขาจะรับมุมไหน ที่สำคัญคือเป็นการถ่ายทำแบบ ONE LONG TAKE ก็อยากให้ทุกคนติดตามชมค่ะ   Q.ช่วยเล่าให้ฟังถึงคาแรคเตอร์ของบุปผาที่ได้รับในภาพยนตร์เรื่อง “บุปผาอาริกาโตะ” A. รับบทเป็นหญิงสาวที่ชื่อว่า บุปผา คือผู้หญิงยุคใหม่ที่มั่นใจในตัวเองสูง กล้าคิด กล้าทำอะไรที่ผู้หญิงธรรมดาทั่วๆ ไปไม่กล้าแม้แต่จะคิด ที่มีเสน่ห์ดึงดูดอยู่ในตัวสูง โดยเฉพาะต่อเพศตรงข้าม  ภายนอกอาจดูนิ่งๆ พูดน้อย แต่สื่อสารความรู้สึกผ่านดวงตา ลึกๆ แล้วเป็นผู้หญิงที่ sensitive และจริงจัง ซีเรียสกับเรื่องความรักมากๆ ประมาณว่า “อยู่ได้ด้วยความรัก และก็พร้อมที่จะตายเพราะความรักได้เหมือนกัน” เป็นตัวละครที่เล่นกับอารมณ์และความรู้สึกที่อยู่ภายใน แต่ถ้าดูจากภายนอก อาจคิดว่าบุปผาคือผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ดูบอบบาง แต่จริงๆ รักจัดแค้นจริง จะรักก็รักมาก แต่พอแค้นขึ้นมาบุปผาก็พร้อมที่จะหยิบมีดขึ้นมาปาดคอคนที่รักได้ทันทีที่รู้ว่าถูกนอกใจ บุปผาคือหญิงสาวที่มาพร้อมประโยคที่ว่า “ทิ้งกูมึงตาย” และไม่ได้เกิดมาเพื่อให้ใครมาล้อเล่นในเรื่อง “ความรัก”   Q.มุมมองความรักของผู้หญิงอย่างบุปผาในความรู้สึกของผู้หญิงอย่างเก้า สุภัสสรา A. มุมมองความรักของบุปผานะคะ ถ้าหนูเป็นคนนอกแล้วมองมา โอ๊ย ผู้หญิงคนนี้ รักจริงแค้นจริงเจ็บจริง มันน่ากลัวเหมือนกัน แต่ว่าถ้ารักเขาดีๆ หนูว่าคงทำให้ชีวิตดีมากๆ ค่ะ มันเป็นคาแรคเตอร์ที่เป็นผู้หญิงที่มีความจริงจังกับความรักมากๆ คนเราถ้ารักมากก็ต้องแค้นมากค่ะ   Q.เรื่องราวของบุปผาอาริกาโตะ A. บุปผาอาริกาโตะเป็นเรื่องราวของผู้หญิงไทยคนหนึ่งที่ชื่อบุปผา ได้มีโอกาสเดินทางไปยังต่างประเทศเพราะเหตุการณ์ที่ทำให้เขาเกิดผิดหวังจากความรัก โดยการเดินทางครั้งนี้ก็จะสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นผู้หญิงที่เด็ดเดี่ยว แล้วก็จริงจังในเรื่องความรักมาก ซึ่งพอเขารู้สึกเสียใจเรื่องความรัก เขาสามารถทำได้ทุก การได้ไปทำอะไร ได้ใช้ชีวิต ได้ไปคิดอะไรเยอะๆ ในเมืองนิเซโกะนี่ละค่ะ ก็จะมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันหลายอย่างเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการที่อยู่มาวันหนึ่งก็จะมีแก๊งนี้นะคะ ก็เรียกว่าเป็นพวกแก๊งๆ พี่แฟนฉันละกัน ได้มาทำงานมิวสิควิดีโอที่นี่ ก็ได้มาเจอเรา ก็เลยเกิดมีเรื่องราวของความรักเข้ามาเกี่ยวข้อง อยากรู้ว่ารักกับใครก็ต้องไปติดตามชมนะคะ ในขณะเดียวกันโรสก็ต้องไปพบเจอกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันโดยที่พวกเขาทั้งหมดต้องช่วยกันค้นหาความจริง ว่ามันเกิดอะไรขึ้นในออสการ์ลอดจ์ ใครทำอะไร เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไรก็ต้องไปติดตามชมกันนะคะ   Q.ทราบมาว่านอกจากความยาก ความท้าทายในการถ่ายทอดบทบุปผา ที่มีหลายอารมณ์บางครั้งต้องแสดงคนเดียว และไม่มีบทพูดต้องใช้สีหน้าแววตาแสดงความรู้สึก แล้วยังต้องทำงานท่ามกลางอุปสรรคสารพัดตั้งแต่อุณหภูมิติดลบ มีฉากที่ต้องเล่นสกี ถ่ายหนังท่ามกลางโลเกชั่นที่เต็มไปด้วยหิมะ ฯลฯ A. ในบุปผาอาริกาโตะ นอกจากเราจะได้เห็นแรงอาฆาตแค้นของตัวบุปผาในเรื่องความรักแล้ว เราก็จะได้เห็นการเผชิญหน้ากับเรื่องราวที่ทั้งหลอน และน่ากลัวยิ่งกว่าทุกสิ่งที่เคยที่ผ่านเข้ามาและทำให้ชีวิตของบุปผาเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เป็นตัวละครที่ซับซ้อนเหมือนมี 2 บุคลิก สำหรับเก้าถือว่าท้าทายมากกว่าทุกเรื่องและดูซับซ้อนกว่าปกติ ตัวคาแรคเตอร์มันมีหลายมิติ   Q.พูดถึงนิเซโกะ ซึ่งเป็นโลเคชั่นหลักของภาพยนตร์เรื่องบุปผา เป็นเมืองที่คนไทยที่นิยมไปท่องเที่ยวกันมาก A. ค่ะปกติหนูก็ไปประเทศญี่ปุ่นบ่อยมาก แต่นิเซโกะเป็นเมืองที่เราเพิ่งเคยไปครั้งแรก แล้วอย่างตอนช่วงที่หนูไปหิมะตกเยอะมาก แล้วก็เจอคนไทยเยอะมาก เป็นเมืองที่สวยมากๆ มองไปทางไหนก็เห็นเป็นหิมะสีขาวเราใส่ชุดกันหนาวตลอดเวลา ปรากฏว่ากลับมาแล้วตัวดำ (หัวเราะ) เพราะเหมือนว่าแสงมันสะท้อนหนูรับรองว่าเราจะได้เจอหิมะทุกรูปแบบอย่างแน่นอนค่ะ พายุหิมะ ได้ไปเจอครบทุกรสชาติจริงๆ ค่ะ และด้วยอุณหภูมิแสง อุณหภูมิสีมันก็จะต่างจากบ้านเรามาก ภาพที่ถ่ายออกมารับประกันว่าภาพที่ถ่ายออกมาในหนังก็จะสวยแน่นอนค่ะ   Q. การทำงานท่ามกลางสภาพอากาศติดลบ ที่แวดล้อมไปด้วยหนุ่มๆ โดยเป็นหญิงสาวเพียงคนเดียว ต้องอาศัยความอึดขนาดไหน A. สนุกค่ะ เพราะหนูก็เป็นคนห้าวๆ อยู่แล้ว พี่ๆ เขาก็น่ารักค่ะ ตลกเฮฮาทำให้เราไม่เครียดนะคะ หนูก็คิดว่าการทำงานก็ไม่ลำบากมากค่ะ เพราะว่าเราสนุก เรามีเพื่อนวัยใกล้ๆ กันค่ะ ก็ทำให้เราเอ็นจอย แล้วเหมือนเราได้ไปเที่ยวกับเพื่อนมากกว่า เห็นเก้าตัวเล็กบอบบางขนาดนี้ เอาจริงๆ ถึกมาก เพราะว่าต้องขึ้นเขาไปถ่ายกลางหิมะ แล้วก็ขึ้นไปนี่หลักๆ ก็จะขึ้นไปกับพี่แน็กค่ะ เพราะว่าเราก็ต้องเข้าซีนหิมะด้วยกัน ซึ่งเราก็ต้องไปถ่ายบนเขา แล้วก็แบบไถลลงมา ภาพออกมาดีมาก แต่ใครจะรู้ไหมคะว่าหน้าชาเหมือนโดนตบเลยค่ะ หิมะตอนที่ไปถ่ายที่นิเซโกะนะคะประมาณลบ 7 ลบ 8 อะไรประมาณนี้นะคะ ถ้าขึ้นไปเล่นสกีในฉากนั้นที่มันเป็นหิมะบนเขา เป็นพายุหิมะหนักๆ ที่พี่ต้อมไปถ่ายหนูเล่นสกี อุณหภูมิก็ประมาณลบ 18 เลย เพราะฉะนั้นหนาวมาก มันโหดมากค่ะ มีพายุหิมะด้วยในวันนั้น แล้วจะต้องกลับลงไปข้างล่างให้ทันนะคะ แสงก็หมดเร็วมากๆ ค่ะ ด้วยความเป็นอากาศหนาว ตอน 4 โมงก็คือแสงก็จะหมดแล้วค่ะ พี่ต้อมก็เลยต้องพยายามถ่ายให้แต่ละเทคผ่านให้ได้ ความโหดคือหนูเล่นสกีครั้งแรกค่ะ ดีใจค่ะที่ตัวเองเล่นได้ เพราะมีสกิลในการเล่นไอซ์สเกตมาก่อนอะไรอย่างนี้ อีกอย่างที่เราไม่หวั่นเพราะเราภูมิใจที่ได้เป็นบุปผา (หัวเราะ) ส่วนตอนที่ต้องเดินขึ้นเขาสำหรับหนูก็ไม่ลำบากนะคะ เพราะมีกระเช้าเวลาขึ้นไปให้สูงๆ แล้วค่อยให้เราไถลๆๆๆ ลงมา แต่หนูสงสารที่สุดคือพี่ต้อมค่ะเขาก็ต้องจับกล้องอะไรอย่างนี้อยู่ตลอดเวลา เขาก็ต้องถอดถุงมือถือกล้องใช่มั้ยค่ะ คิดดูละกันกับอุณหภูมิขนาดนั้น ซึ่งแบบมือแข็งแน่นอนนะคะ คือของหนูยังมีถุงมือหรืออุปกรณ์สกี เล่นแล้วแบบยังสนุกๆ ใช่ไหมคะ   Q.สปิริตของแก๊งแฟนฉันเมื่อต้องถ่ายหนังท่ามกลางหิมะและอุณหภูมิติดลบด้วยชุด อันเดอร์แวร์ตัวเดียว A.พี่เขาต้องใส่กางเกงในแบบตัวเดียวอยู่ในหิมะ ที่เรียกว่าติดลบเลยทีเดียวนะคะ คือพี่เขามีสปิริตมากออกไปกลางหิมะเล่นกัน คือมันหนาวมากจริงๆ ค่ะ คืออธิบายตอนนี้นะคะ อากาศร้อนๆ ที่เมืองไทย คนดูอาจจะแบบไม่รู้ แต่ถ้าไปสัมผัส ณ วันนั้นนะคะ โดยเฉพาะพี่แน็ก พี่แน็กบอกว่าไม่หนาวเลย เขาชอบอากาศหนาวมาก   Q.จริงมั้ยที่ว่าเราจะได้เห็นแน็ก ชาลี มาพร้อมกับลุคโรแมนติก เท่ห์ๆ อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนโดยเฉพาะอย่างยิ่งโชว์ความสามารถในการแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ด้วย A.ค่ะที่ผ่านมาเคยเห็นผลงานของพี่แน็กมาบ้างค่ะ ตั้งแต่แฟนฉันชอบมาก เพราะว่าเป็นหนังที่รู้สึกมันมีความทรงจำอะไรเกี่ยวกับเราเยอะมาก เหมือนเราได้ย้อนวันวานเหมือนกันนะคะ ไม่คิดว่าเราโตขึ้นมาแล้วจะได้ร่วมงานกันป็นครั้งแรก ซึ่งก็ไม่เคยเห็นบทบาทพี่แน็กในความโรแมนติกนะคะ แล้วก็รู้สึกจริงจังกับชีวิตขึ้นมา เพราะปกตินี่หนูอยู่กอง คุยกับพี่แน็กก็จะรู้สึกแบบเอาสาระไม่ค่อยได้ พอทำงานกับพี่แน็กแล้ว เขาเป็นคนเก่งค่ะ แล้วในเรื่องเราก็จะได้เห็นพี่แน็กโชว์พลังเสียงของเขา เขาแบบเตรียมตัวมาดีมากค่ะ ไม่ว่าจะว่างตอนไหนพี่แน็กก็จะยกกีตาร์ขึ้นมาค่ะ แล้วก็ร้องเพลงให้คนทั้งกองฟังอยู่ตลอดเวลา จนคนทั้งกองนี่ร้องเพลงพี่แน็กได้ ประโยคเดียวที่ร้องกันได้ทั้งกองคือ *จะรออยู่ตรงนี้ให้เธอกลับมา* ทุกคนก็แบบว่าร้องกันอยู่ตลอดเวลา ส่วนเพลงที่พี่แน็กแต่งนะคะ ก็คือเป็นความหมายแทนตัวพระเอกนะคะ ซึ่งในเรื่องเป็นเพลงที่บอกความรู้สึกที่มีต่อโรสว่าเขารู้สึกอะไรอย่างนี้ค่ะ   Q. ทำไมต้องอาริกาโตะ ครั้งแรกที่ได้ยินชื่อ “บุปผาอาริกาโตะ” A. ทำไมบุปผาต้องอาริกาโตะ ในความหมาย ในความคิดของหนูนะ หลังจากพอได้ยินชื่อเรื่องของบุปผาอาริกาโตะ ก็พยายามมองว่าหรือคงเป็นบุปผาที่อยากจะขอบคุณคนดูรึเปล่า (หัวเราะ) หรือเหมือนว่าเป็นบุปผาที่จะต้องไปต่างประเทศ แล้วมันจะน่ากลัวเหมือนบุปผาไหม พี่ต้อมจะถ่ายยังไงให้มันน่ากลัว ทุกทีเรามักจะเห็นว่าผีมาจากที่มืดๆ แล้วจะถ่ายยังไงมองไปก็เห็นแต่หิมะสีขาว แต่เขาถ่ายกันได้ แล้วมันก็ออกมาหลอนด้วย เพราะว่าพี่ต้อมเขาก็จัดทุกอย่าง อยากจะให้ชมจริงๆ ค่ะ เพราะว่าทุกอย่างมันหลอนแน่นอนค่ะ คือด้วยความที่เป็นพี่ต้อมรับรองว่าคุณภาพนี่ สุดยอดค่ะ   Q. เก้ากับ 3 ลุคส์ ของบุปผาที่ไม่เคยเห็นมาก่อน A.ลุคส์แรกก็จะเป็นชุดบอดี้สูท ซึ่งอยากรู้ว่าชุดบอดี้สูทมีความหมายอะไรในเรื่องก็ต้องไปติดตามชมเอานะคะ และถ้าจะเห็นในโปสเตอร์ก็คือชุดกิโมโนก็จะมีความหมายของมัน แล้วก็อีกชุดหนึ่งเป็นชุดที่ใส่เล่นสกีนะคะ ซึ่งเป็นชุดที่เหมือนคนไทยไปต่างประเทศก็ต้องใส่ชุดสกี เพื่อที่จะออกไปเล่นสกีนะคะ ก็อยากให้ทุกคนติดตามมากกว่าคะว่ามันจะออกมาเป็นอย่างไร   Q. จับตาดูฉากหลอนโรแมนติกแต่สวยมาก A. มีอยู่ฉากหนึ่ง ซึ่งเป็นฉากโรแมนติกมากๆ นะคะ ไม่รู้โรแมนติกหรือว่าหลอนกันแน่ เพราะว่าเป็นฉากที่ในเรื่อง โรส จะต้องไปถ่าย MV ให้กับทางพี่แจ๊คนะคะ ซึ่งในเรื่องหนูก็ต้องยืนท่ามกลางหิมะ กับพี่แน็กสองคน แล้วพี่แน็กก็ต้องถอดเสื้อ แล้วก็ดีดกีตาร์ แล้วก็ยืนอยู่กลางหิมะ ซึ่งภาพที่ออกมานี่ เรารับรองว่ามันสวยอยู่แล้วนะคะ มันมีความเป็นหิมะโปรยปราย แบบว่าภาพดูโรแมนติกมากนะคะ แต่มองไกลๆ ก็อาจจะหลอนได้เหมือนกันนะคะ ต้องไปติดตามชมในเรื่องค่ะ   Q. ฝากผลงานภาพยนตร์เรื่องใหม่ของเก้าสุภัสสรา “บุปผาอาริกาโตะ” A. อยากชวนเพื่อนๆ มาดูหนังกัน ก็จะได้เสียงหัวเราะแล้วก็ได้ความน่ากลัวไปด้วยนะคะ แต่ว่าอยากให้คนเข้ามาโดยไม่ติดภาพบุปผาเลยนะคะ อยากให้ทุกคนได้ดูหนังผีแนวใหม่ แล้วก็ได้มาดูคอมมิดี้ที่พี่ๆ เขาเล่นกันน่ารักนะคะ ซึ่งพี่ต้อมก็ตั้งใจทำงานมากๆ ค่ะ พี่ๆ ทีมงานทุกคน รวมไปถึงพี่ๆ แก๊งแฟนฉัน อยากจะมาเห็นพี่ๆ เขาแบบตอนโตก็เข้ามาดูความน่ารักของพี่เขาได้นะคะ ก็ฝากด้วยนะคะ บุปผาอาริกาโตะ 5 พฤษภาคมนี้ค่ะ

แฉเละ! หนังดังเข้าฉายจนออกโรง แต่ทีมงานยังไม่ได้เงิน
ฅนมวย /  ฅนมวยกับรักที่แตกต่าง / 

ทีมงานตั้งกระทู้แฉ! หนังดังเข้าฉายจนออกโรง  แต่ทีมงานเบื้องหลังหลายฝ่ายยังไม่ได้เงินค่าจ้าง วันนี้ (23ก.พ.) เป็นเรื่องราวที่ผู้คนบนโลกออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกพันทิป Bcha ได้มีการตั้งกระทู้ในหัวข้อ "หนังเรื่อง ฅนมวย ฉายจนหมดระยะเวลาฉายแล้ว แต่ทีมงานเบื้องหลังหลายฝ่ายยังไม่ได้เงินเลย"  เจ้าของกระทู้เปิดเผยว่า ตนเป็นหนึ่งในทีมงานของหนังเรื่อง ฅนมวย ที่ยังไม่ได้รับค่าจ้าง ซึ่งหนังเรื่องนี้ฉายจนหมดระยะเวลาฉายไปแล้ว เมื่อมีการทวงถามเรื่องเงินค่าจ้าง ทางเจ้าของหนังก็ให้คำตอบที่ไม่น่าพึงพอใจ ตนอึดอัดจึงตั้งกระทู้ระบาย แม้ทางเจ้าของหนังระบุว่า จะขายตึกเพื่อนำเงินมาจ่ายให้ทางทีมงาน แต่ตนก็ยังไม่มั่นใจว่าจะได้เงินค่าจ้างเมื่อไหร่ ข้อความที่ทางเจ้าของกระทู้ระบุมีดังนี้ หนังเรื่อง ฅนมวย ฉายจนหมดระยะเวลาฉายแล้ว แต่ทีมงานเบื้องหลังหลายฝ่ายยังไม่ได้เงินเลย ผมเป็นตัวแทนคนนึงที่รับ job ในหนังเรื่องนั้น แค่คนทำงานใครจ้างก็ไป ตอนนี้ทางเจ้าของหนังค้างเงินในหลายส่วนมาก ซึ่งทีมงานทั้งเก่าและใหม่ก็กำลังรอเงินอยู่ ไม่ทวงก็เงียบ พอทวงก็นะมาโวยว่าเราทำพลาดตรงโน้นตรงนี้ (แล้วทำไมตอน Present งานไม่บอกให้แก้หละครับ) ส่วนที่ทางเจ้าของหนังยังค้างคือ 1.ค่าตัวนักแสดง (หลังจากเปิดประชุมคุยกันบอก ขอเวลา 3 เดือน ก็ลุ้นว่าจะได้จริงไหม เพราะผ่านมาเป็นปียังไม่ได้) 2.ค่าไฟ ค่าทีมงานแสง และอุปกรณ์ไฟในการถ่ายทำ 3.ค่าตัว ผู้กำกับ ซึ่งจริง ๆ ผู้กำกับควบ 2 ตำแหน่ง 4.ค่าตัวคน Mix เสียง ตอน Post Production 5.ค่า Editor ตัดต่อลำดับภาพ 6.เกรดดิ้งสีและทำ DCP บริษัทจีโมทีฟ (ได้ข่าวว่ายื่นฟ้องไปแล้วด้วย จริงไหมไม่รู้) 7.โปสเตอร์หนัง ค่าคนทำยังไม่จ่าย แถมไปด่าว่าไม่ได้จ้าง แล้วใบเสนอราคาที่เคยส่งไปคืออะไร ? เนื่องจากมีการสอบถามไปแล้วก็ยังได้คำตอบที่ไม่น่าพึ่งพอใจ ก็ขอมาระบายในนี้แล้วกันนะครับ หนังคุณดีไม่ดีพวกผมไม่รู้ พวกผมแค่คนทำงาน มีค่าตัว เสียเหงื่อ เสียเงิน กันเท่าไหร่กว่าจะมาอยู่ในสายอาชีพที่ตัวเองรักและอยากทำ เมื่อมันคืออาชีพหมายถึงเราต้องได้เงินกินข้าวจากอาชีพที่เราทำ จากคำตอบที่ได้ มันทำให้พวกผมไม่มั่นใจว่า จะได้ค่าแรงจากตรงนี้เมื่อไหร่ เพราะเขาบอกว่า "จะขายตึกก่อน" ในเศรษฐกิจแบบนี้ ตึกมันจะขายได้ง่าย ๆ เลยหรอ ยกเว้นคนรวย ๆ ที่มีเงินเย็น ๆ โดยไม่เดือดร้อน จากการตรวจสอบพบว่า ภาพยนตร์ฅนมวยกับรักที่แตกต่าง เข้าฉายไปเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2559 ที่ผ่านมา MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก สมาชิกพันทิป Bcha

ดราม่าบังเกิด! แม่ไม่พอใจหลังครูเอาปากกาจิ้มนิ้วลูก เพราะไม่มีสี
ครู /  ปากกา / 

แม่โวยลูก เรียนอยู่เพียงระดับชั้นอนุบาล 3 ถูกครูเอาปากกาจิ้มนิ้วเพราะไม่มีสี  วันนี้ (8 ธ.ค.) กลายเป็นเรื่องราวที่ผู้คนบนโลกออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกพันทิป nadnicha ได้มีการตั้งกระทู้พันทิปในหัวข้อ "ลูกชาย อนุบาล 3 โดนคุณครูที่โรงเรียนเอาปากกาจิ้มนิ้วเพราะไม่มีสีไม้" ซึ่งภายในกระทู้ผู้โพสต์ได้เล่าถึงเหตุการณ์ ที่ลูกเรียนอยู่เพียงระดับชั้นอนุบาล 3 แต่ถูกครูชาวต่างชาติทำโทษโดยการนำปากกาจิ้มนิ้วจนเป็นแผล เพราะลืมนำสีไม้ไปโรงเรียน รายละเอียดระบุไว้ดังนี้ "ปกติน้องจะเอาดินสอและสีไปทุกวัน แต่วันนี้เราลืมเอาไปใส่กระเป๋านักเรียนให้ลูก ทำให้ไม่มีดินสอกับสีใช้ที่โรงเรียน ตอนกลับมาจากโรงเรียนลูกชายเล่าให้ฟังว่า ครูสอนภาษาอังกฤษ เรียกชื่อเขาแล้วจ้องหน้าแบบดุ ๆ จากนั้นก็เอาปากกามาจิ้มนิ้ว เราเลยถามว่าทำไมไม่บอกครูประจำชั้น ลูกชายบอกว่ากลัวครูตี ลูกชายเพิ่งเล่าให้ฟังตอน 6 โมงเย็น  เราเลยส่งไลน์ไปหาครูประจำชั้น ว่าทำไม ครูต่างชาติที่สอนภาษาอังกฤษถึงทำกับลูกเราแบบนี้ ทางครูประจำชั้นแจ้งว่าไม่ทราบเรื่อง แต่เดี๋ยวจะสอบถามให้ เครียดมากคะ เราคิดว่าโรงเรียนคือที่ ที่ปลอดภัยสำหรับลูกเรา แต่ลูกเรากลับโดนกระทำแบบนี้" MThai News ขอบคุณข้อมูล สมาชิกพันทิป nadnicha

นั่งเทียนเขียนข่าว! ภาพ'นิว วงศกร' ถูกจับค้ายาบ้า ที่แท้แค่เรื่องลวงโลก
ถูกจับ /  นิว วงศกร / 

เกิดข่าวฮือฮา "นิว วงศกร" พระเอกดังวิก 7 สี ถูกจับค้ายาบ้า แพร่กระจายว่อนเน็ต หลังที่วานนี้ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก เผยแพร่ข่าวที่แนบภาพพระเอกหนุ่ม "นิว" วงศกร ปรมัตถากร พระเอกดังช่อง 7 พร้อมทั้งอ้างว่าพระเอกหนุ่ม ถูกจับเป็นผู้ต้องหา พร้อมของกลางเป็นยาเสพติดจำนวนหนึ่ง ทำให้เกิดประเด็นพูดคุยกันอย่างดุเดือดถึงเรื่องดังกล่าวอย่างกว้างขวาง อย่างไรก็ตาม ล่าสุด มีการยืนยันว่าภาพดังกล่าวเป็นหนึ่งในฉากละครเรื่อง "ข้ามาคนเดียว" ซึ่งบริษัท ดาราวิดีโอ จำกัด ได้ยื่นหนังสือขออนุญาตใช้สถานที่สถานี ตร.นครราชสีมา ถ่ายทำเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้เรื่องลวงดังกล่าวจึงเป็นเพียงการ 'นั่งเทียนเขียนข่าว' ขึ้นมาเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน เกิดเว็บไซต์ click bait หรือเว็บไซต์บังคับให้คลิปเป็นจำนวนมาก มีเรื่องจริงบ้าง เรื่องลวงโลกก็ไม่น้อย ดังนั้นในการเสพสื่อโซเชียล ควรมีวิจารณญาณก่อนคลิป ก่อนแชร์ เพราะขณะนี้มี พ.ร.บ คอมพิวเตอร์ ออกมาบังคับใช้ สติ การกลั่นกรองเรื่องราวจึงเป็นเรื่องสำคัญในการใช้โลกออนไลน์ ขอบคุณที่มาจาก พันทิป

หนุ่มใจหล่อ! รณรงค์ขอสาว ๆ สละที่นั่งรถเมล์ให้คนท้อง
คนชรา /  คนท้อง / 

หนุ่มตั้งกระทู้ รณรงค์ขอสาว ๆ สละที่นั่งรถเมล์ให้คนท้องและคนชรา วันนี้ (21ก.ค.) เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ชาวสังคมออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกพันทิป หมายเลข 1928581 ได้มีการตั้งกระทู้ในหัวข้อ “ขอรณรงค์ให้สาว ๆ  สละที่นั่งบนรถเมล์ให้คนท้องและคนแก่ โดยเฉพาะช่วงที่นั่งสำรองครับ” ซึ่งทางเจ้าเรื่องได้จัดทำกระทู้ดังกล่าวขึ้น เพื่อรณรงค์ให้ผู้หญิงที่ใช้บริการรถเมล์ เสียสละที่นั่งให้หญิงมีครรภ์และคนชรา เนื่องจากเขาได้ไปประสบกับตัวเองว่า ผู้โดยสารที่เป็นผู้หญิงหลายคน ได้ไปนั่งที่นั่งสำรองที่ทางรถจัดไว้ให้หญิงมีครรภ์ ซึ่งเขามองว่าหากคนท้องต้องโหนรถเมล์นาน ๆ อาจจะเกิดอันตรายได้ รายละเอียดเรื่องราวระบุไว้ว่า "ผมใช้บริการรถเมล์ไปทำงานทุกวัน และจะนั่งต้นสาย ไปจนสุดสาย จึงได้ที่นั่งด้านใน ในเดือนนี้ ผมลุกให้คนท้องและคนแก่นั่งไม่ต่ำกว่าสามครั้ง โดยทุกครั้งเขาจะต้องเดินข้ามคนข้าง ๆ ผมเข้ามา กระเป๋ารถเมล์ก็คอยบอกว่า บริเวณไหนเป็นที่นั่งสำรอง แต่ไม่มีใครลุกให้คนแก่หรือคนท้องเลย มีครั้งหนึ่ง คนท้องยืนโหนอยู่นานมาก ผมอยู่ไกลคอยดูอยู่ว่า สาว ๆ ที่อยู่ติดกับคนท้องจะลุกไหม แต่ก็ไม่ลุก วันนี้ก็เช่นกัน กระเป๋ารถเมล์แจ้งบริเวณที่นั่งสำรองคนแก่ แต่ก็ไม่มีใครลุก แม้จะมีการประกาศแล้วก็ตาม ผมเลยต้องเรียกมานั่งที่ผม ซึ่งก็ต้องข้ามอีกคนเข้ามา ผมขอรณรงค์ให้สาว ๆ เอื้อเฟื้อที่นั่งให้คนแก่และคนท้องด้วย โดยเฉพาะคนท้อง การโหนรถเมล์อันตรายมากครับ" หลังจากเรื่องดังกล่าวถูกเผยแพร่ ผู้คนต่างเข้าไปแสดงความเห็นในทำนองเดียวกันว่า จะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ก็สามารถเสียสละที่นั่งได้ แต่ก็ฝากถึงผู้ที่มักจะไปนั่งที่นั่งสำรองว่า หากพบว่ามีคนท้องหรือผู้สูงอายุขึ้นรถมา ก็ควรที่จะลุกให้พวกเขาได้นั่ง ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News ขอบคุณเรื่องราวจาก สมาชิกพันทิป หมายเลข 1928581

เป้ วง Mild เปิดใจ!! ปมปัญหาคบซ้อน
Mild /  บดินทร์ เจริญราษฎร์ / 

18 กันยายน 2558 -- จากกรณีที่เกิดขึ้นระหว่าง เป้ (บดินทร์ เจริญราษฎร์) นักร้องนำวง Mild กับแฟนสาว ที่ออกมาโพสใน พันทิป ว่าแอบมีสัมพันธ์คบซ้อน กับดาราสาวช่องมากสี จนกลายเป็น ประเด็นดราม่าในขณะนี้ ล่าสุด เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา เป้ วง Mild ก็ได้ออกมาชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าว ต่อพี่ๆ สื่อมวลชน "ผมเป็นคนทำให้เรื่องทุกอย่างมันเกิดขึ้นเอง ผมขอรับชอบเพียงผู้เดียว และขอเคลียร์กับน้องเขาเอง เป็นการส่วนตัวนะครับ ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นในกระทู้ ช่วงวันสองวันมานี้ ขอยืนยันว่า ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับมือที่สาม ผมเลิกกับพิง ด้วยเหตุผลส่วนตัวครับ ไม่ได้เกี่ยวกับ หมิว สิริลภัส และผมต้องขอโทษทุกคนที่เกี่ยวข้อง ขอโทษ พิง และ แม่ของพิงด้วยครับ" ในกระแสสังคมออนไลน์ ตีความไปต่างๆ นานาแล้ว "ขอให้ทุกคนเข้าใจตรงกันก่อนนะครับ ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของผม กับ พิง ซึ่งเกิดขึ้นมาได้สักพักแล้วครับ คือหลายๆคนอาจจะมองผ่านโซเชียล หรืออะไรก็ตาม แน่นอน คือไม่มีใครหรอก ที่จะเอาสิ่งที่ไม่ดีในบ้านของเราเอง ออกมาให้คนอื่นได้เห็นหรอก และยิ่งการที่เราอยู่ใน สปอตไลท์ ภาพที่ดีมันเป็นสิ่งสำคัญ เราทั้งคู่ อยากเห็นทุกคนมีความสุข นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราเลือกที่จะเอาสิ่งดีๆ ออกมามากกว่า เราไม่เคยเอาเรื่องทะเลาะกันออกมาพูด ผมว่ามันไม่จำเป็นด้วยซ้ำครับ" แล้วสาเหตุที่ฝ่ายหญิงออกมาโพสล่ะ "ผมไม่ขอพูดถึงนะครับ อาจจะเป็นไปได้ว่า เขาอาจจะโกรธ หรือด้วยอารมณ์ หรืออะไรก็ตาม ตอนนี้มันเกิดขึ้นมาแล้ว ผมขอรับผิดชอบล่ะกันครับ ผมเป็นคนบอกเลิกกับเขาเอง" กับข่าวที่เกิดขึ้น มีผลกระทบมากขนาดไหน กลัวแฟนเพลงจะรับได้หรือไม่ "มียอด Followers เพิ่มขึ้นครับ (หัวเราะ) เรื่องแฟนเพลงผมเชื่อว่าแฟนคลับวงมายด์เข้าใจ และแยกแยะได้ครับ" เพลง Sayonara นี่ ตรงกับช่วงที่มีข่าวพอดี นี่เป็นการโปรโมทงานเพลงหรือเปล่า "(หัวเราะ) ไม่เกี่ยวครับ งานก็ส่วนงานครับ แต่จังหวะมาโดนพอดี วง Mild ไม่เคยมีกระแสอะไรพวกนี้อยู่แล้วครับ นี่เป็นครั้งแรก ผมเองก็ไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้น ยอมรับว่า โลกโซเชียลมันแคบลง สุดท้าย มันก็เลยออกมาเป็นแบบที่เห็นครับ" และสุดท้าย เป้ ก็ขอฝากให้แฟนๆ ที่รักวง Mild ติดตามผลงานต่อไป และเหตุการณ์ดังกล่าว หนุ่มเป้บอกว่า ไม่เกี่ยวกับเพื่อนๆ สมาชิกในวง เขาขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

อีกมุมมอง กรณีไบค์เกอร์หนุ่มรถล้ม คว้าแฟนมากอด!
ถนนมิตรภาพ /  บิ๊กไบค์ / 

อีกมุมมอง กรณีไบค์เกอร์หนุ่มรถล้มคว้าแฟนมากอด ชาวเน็ตสงสัยฝนตกหนักขนาดนั้น ทำไมไม่จอดรถ? แถมใช้ยางสลิค วันนี้ (19ก.ย.) จากกรณีที่โลกออนไลน์มีการส่งต่อคลิป หนุ่มคนหนึ่งขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ซึ่งมีแฟนสาวซ้อนท้ายมาด้วย พวกเขาได้ขี่รถฝ่าสายฝน บริเวณถนนมิตรภาพ ช่วงทางลงเขื่อนลำตะคอง ก่อนที่รถจะเสียหลักลื่นไถลไปตามถนน แต่สิ่งที่ทำให้ผู้คนต่างพากันประทับใจ เนื่องจากในคลิปฝ่ายชายได้พยายามเอื้อมจับแฟนสาวเอาไว้หลังรถล้ม ซึ่งทั้งคู่ก็ปลอดภัยจากอุบัติเหตุครั้งดังกล่าว ล่าสุดสมาชิกพันทิปชื่อ ก็แค่ผู้ชายที่เชื่อในความฝัน ได้ตั้งกระทู้แสดงความเห็นต่อเรื่องดังกล่าวในอีกหนึ่งมุมมองว่า จากคลิปฮีโร่ไบค์เกอร์กอดแฟนสาว ผมขออนุญาตมองแยกเป็น 2 ประเด็นนะครับ 1.ตอนล้ม อันนี้ยอมรับว่ามีสติดีมาก และโชคดีหลายชั้นที่จังหวะนั้นไม่มีรถสวนมา โชคดีที่แฟนสาวอยู่ใกล้ไม่กระเด็นห่างจากตัว อันนี้ชมในประเด็นนี้ 2.ก่อนล้ม อันนี้เป็นประเด็นที่ผมอยากพูดถึงและฝากเตือน เรื่องขับเร็วไหม อันนี้ผมบอกไม่ได้ เพราะมองไม่เห็นไมล์ แต่จากคลิปก็น่าจะเร็วอยู่ ฝนตกขนาดนั้นผมขี่ไม่เกิน 100 เลยครับเพื่อความปลอดภัย ที่สำคัญคือ ยางที่พี่เขาใช้ คือยางสลิคที่ใช้สำหรับสนาม สำหรับพื้นผิวที่แห้งและร้อน เพราะยางมันไม่มีดอกให้รีดน้ำ แต่พี่เขาใช้ยางนี้วิ่งตอนฝนตกหนัก ในการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ทางเรียบชิงแชมป์โลก (MotoGP) เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ถ้าใครได้ดูทางช่อง 3SD จะเห็นเลยครับว่า แค่ฝนตกพรำๆ ถนนแค่เริ่มชื้น เขาก็โบกธงสัญญาณให้เข้ามาเปลี่ยนรถที่ใช้ยางสำหรับถนนเปียกแล้ว นั่นแค่ฝนพรำ ๆ นะครับ แต่ในคลิปพี่เขา คือฝนตกหนัก (มาก) ไม่แปลกที่ขี่ทางตรงอยู่ดี ๆ แล้วรถจะสะบัดล้มไปเอง ประเด็นนี้สำคัญครับ การที่เราพาลูกสาวใครมาซ้อนเรา นั่นคือเรากำลังดูแลชีวิตลูกสาวคนอื่นแล้ว การขี่รถแบบเสี่ยงอันตรายหรือไม่คิดถึงความเสี่ยง ผมว่าน่าตำหนิมากกว่าชื่นชมครับ ผมไม่เข้าใจเหตุผลที่พี่เขาใช้ยางสลิคตอนหน้าฝน (ทั้งที่จริง ๆ ควรจอด ต่อให้ไม่มีที่หลบ ต้องจอดยืนตากฝนก็ต้องจอด เพราะมันอันตรายมาก ๆ ) แต่ยังไงอยากให้เป็นบทเรียนสำหรับไบค์เกอร์ทุกท่านนะครับ ใช้ยางให้เหมาะสม เพื่อคนที่เรารักและคนที่อยู่ข้างหลังเราครับ ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News ขอบคุณกระทู้พันทิป ขออนุญาตมองต่าง กรณีไบค์เกอร์กอดแฟนสาว ฝนตกหนักขนาดนั้น แถมใช้ยางสลิค

ละครวิมานเมขลา  , เรื่องย่อวิมานเมขลา
ละครวิมานเมขลา /  เรื่องย่อละครวิมานเมขลา / 

บทประพันธ์ : กันยา กุมารีบทโทรทัศน์ : เอื้องอรุณ สมิตสุวรรณ /เทิดโชค เกียรติสุขเกษม / วิริยาภรณ์ จุนหะวิทยะกำกับการแสดง : แชมป์-อินทนนท์ รัตนากาญจน์ออกอากาศ : ศุกร์ เวลา 20.00 น. เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทาง ช่อง 3 และ 3HD เมขลา (เบลล่า-ราณี) นางเอกละครโทรทัศน์ชื่อดัง เล่นนอกคิวแบบแม่ไม้มวยไทยกับ จ๊ะเอ๋(ออย-มิรา) นางร้ายจอมเซ็กซี่ เพราะเมขลาจับได้ว่าจ๊ะเอ๋ทำตีสนิท คิดจับ แจ๊ค (เบิร์ด-กิตติธัช) แฟนหนุ่มของเธอ นิสัยวีนแตกของเมขลาคราวนี้เป็นข่าวใหญ่ เธอถูกสังคมประณามถึงความอารมณ์ร้าย เอาแต่ใจ แต่เมขลาก็ไม่แคร์ เชิดใส่ทุกคน เป็นสาวมั่นที่คิดว่าตัวเองสวย และผู้จัดละครทุกคนต้องเอาใจ แต่เรื่องคราวนี้กลับทำให้เธอกลายเป็นนางฟ้าตกกระป๋อง เพราะทั้งทางสถานีและผู้จัดต่างๆ พากันยกเลิกงานทั้งหมด เพื่อดัดนิสัยขี้วีนแตกของเมขลาสักที ละครเรื่องล่าสุด เมขลาต้องสวมบทบาทเป็น ลาล่า นักฆ่าสาว เมขลาทุ่มเทหัดคิวบู๊จนคล่องเคล่ว เพื่อให้ตัวเองอินกับบทบาท แต่เมื่อต้องถูกปลดกลางอากาศ ทำให้เธอทั้งเสียใจและนึกอายมาก แต่ก็ยังเชิดใส่สื่อ ทำเป็นไม่แคร์ เมขลาเกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวย ระดับมหาเศรษฐี แต่พ่อแม่เสียชีวิตตั้งแต่เธอยังเด็ก ทำให้เมขลาอยู่ในความดูแลของ ไข่มุก (แก้ว-อภิรดี) น้าสาว ไข่มุกช่วยผลาญเงินของหลานอย่างสนุกสนาน เธอเลี้ยงเมขลามาอย่างผิดๆ ตามใจจนเสียนิสัย ขณะเดียวกันไข่มุกก็หาทางถ่ายเงินของเมขลามาเป็นของเธอและ มาการีน (โจอี้-อรวิภา) ลูกสาว ด้วยนิสัยใช้เงินอย่างมือเติบของสามสาว ทำให้ฐานะการเงินของเมขลามีปัญหา จนเมื่อรู้ตัวอีกที เธอก็กลายเป็นลูกหนี้ของพวกกู้เงินนอกระบบไปร่วมๆ ห้าล้านบาท เมขลาถูกแก๊งทวงหนี้ตามรังควาน เธอใช้เล่ห์เหลี่ยมสารพัด เอาตัวรอดไปได้ เมขลาได้พบ เสี่ยส่ง(แจ๊ค-เกริก) ที่มาติดต่อด้วยตัวเอง เพื่อเสนอซื้อ ป่าสวนน้ำผึ้ง ป่าไม้สักที่สวยที่สุด ที่ ตระกล (สมภพ เบญจาธิกุล) ยกให้เธอเป็นมรดก ในราคาห้าล้านบาท ตระกลเป็นลุง ที่ไม่เคยติดต่อกับเมขลาเลย เธอแปลกใจมากที่ลุงยังคิดถึง เมขลาดูออกว่าเสี่ยส่งอยากได้ที่ดินผืนนี้มาก เลยทำเล่นตัว หวังโก่งราคา เมขลาแอบเดินทางไปป่าสวนน้ำผึ้ง โดยไม่บอกไข่มุกระหว่างทางเธอได้พบกับ ครูปริม (เตย-อรัชมน) ที่กำลังเดินทางจะไปสอนหนังสือที่ป่าสวนน้ำผึ้ง ครูปริมเป็นแฟนพันธ์แท้ของเมขลา ปลื้มและชื่นชม ในขณะที่เมขลาแสนจะเบื่อหน่ายในความเชย สุดเรียบร้อยของเธอ เมขลาเห็นครูปริมชอบแหวนเพชรที่แจ๊คซื้อให้ ก็เอ่ยปากยกให้ โดยแลกกับสร้อยจี้เพชรเก่าแก่ของครูปริม ครูปริมดีใจมากรีบแลกด้วย เมขลาได้แต่แอบยิ้มในความซื่อจนโง่ของปริม เพราะแหวนของแจ๊คเป็นของเก๊ แต่เพชรของครูปริม เป็นของแท้ พญา (แอนดริว เกร้กสัน) มารับครูปริมที่สถานีรถไฟ เมขลาที่แสนเย่อหยิ่ง คิดว่าพญาเป็นแค่ลูกจ้าง ก็วางมาดเป็นเจ้าของป่าคนใหม่ทันที พญาเกลียดความปากร้ายของเธอแทบจะทันทีที่ได้คุยกัน เมขลาวางท่าข่มพญาทุกทาง เผลอคุยว่าจะขายป่าให้เสี่ยส่ง พญาพยายามบอกถึงความสำคัญของป่าสวนน้ำผึ้ง ที่เป็นป่าต้นน้ำ เสี่ยส่งเคยเป็นเจ้าของที่มาก่อน แต่ตัดป่าจนหมด ปีนั้นน้ำท่วมใหญ่ทั้งจังหวัด ทำให้มีคนตายจำนวนมาก ถ้าขายให้เสี่ยส่งอีก ก็จะต้องเกิดเหตุการณ์ร้ายๆ แบบที่เคยเป็น เมขลาบอกไม่แคร์ สนใจแต่เงินที่จะได้ และยังยืนยันจะขายป่าให้เสี่ยส่ง ระหว่างการเดินทางสู่ป่าสายน้ำผึ้งนั้นเอง ฝนเกิดตกหนัก ฟ้าผ่าสะพานขาด รถจิ๊ปตกลงไปในเหวทุกคนในรถกลิ้งกระจายกระแทกหมุนตลับ พญารู้สึกตัวว่าลอยจากรถหล่นลงมาในน้ำ จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบไป เมื่อพญาฟื้นขึ้นมา อรัญ (ตุ้ย-เกียรติกมล) บอกว่าเมขลาตายเสียแล้ว กระดูกทุกส่วนแหลกเหลวและถูกเผาไปพร้อมกับรถจิ๊ป ส่วนครูปริมสิ้นสติถูกพัดไปติดที่โขดหินน้ำตกแสงอุษา พญานึกสงสัยแอบไปดูศพผู้ตาย เขารู้ทันทีว่าเกิดการเข้าใจผิดขึ้นแล้ว เนื่องมาจากเสื้อผ้าที่สลับกันของคนทั้งสอง ที่ยังไม่เคยมีใครเคยเห็นหน้าและรู้จักมาก่อน คนที่ตายคือครูปริมและคนที่รอดคือเมขลา เรื่องวุ่นๆ ยิ่งวุ่นหนักเมื่อเมขลาฟื้นคืนสติขึ้นมา ความจำของเธอเกิดเลอะเลือนไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใครอยู่ที่ไหน พญาจึงเกิดแผนร้ายวูบขึ้นมาในสมองทันที ถ้าเขาไม่บอกความจริงเรื่องนี้แก่ใคร เมขลาผู้ความจำเสื่อมก็จะกลายเป็นครูปริม ต้องใช้ชีวิตสอนหนังสือในป่า โดยไม่มีทางรู้เลยว่าตนคือทายาทมรดกร้อยล้าน ป่าสายน้ำผึ้งจะไม่ต้องถูกขาย ชาวบ้านจะได้รับความสงบสุขอย่างเดิม ที่พญาปกป้องป่าสายน้ำผึ้งยิ่งกว่าชีวิต เพราะน้ำท่วมคราวนั้น ทำให้พ่อของเขาต้องเสียชีวิต เมื่อโตขึ้นพญา จึงเลือกเรียนวิชาวนศาสตร์ และเมื่อจบแล้วก็มุ่งหน้าออกสู่ชนบท เพื่อเสนอโครงการฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรมให้กับนายทุนป่าไม้ทางภาคเหนือ แต่ก็ไม่มีใครฟังเขา ทุกคนหาว่าพญาบ้าทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ จนกระทั่งพญามาเจอ ลุงตระกล ชายชราผู้ซื้อที่ดินเสื่อมโทรมมาในราคาถูก ตั้งใจจะอยู่อย่างเงียบสงบในบั้นปลายชีวิตตระกลเกิดถูกชะตากับพญาและทุ่มเงินก้อนสุดท้ายให้พญาใช้ในการฟื้นชีวิตผืนป่าชื่อป่าสายน้ำผึ้ง โดยไม่ได้คิดจะหวังผลทางธุรกิจ ห้าปีต่อมาพญาทำได้สำเร็จ ที่ดินร้อยไร่กลายเป็นป่าสักทองที่เติบโตงดงาม และตัวพญาเอง เขามีที่ดินของครอบครัว อยู่ตรงเชิงเขา พญาจึงทำกิจการไร่ของตนเอง เพาะกล้าไม้ ทำสวนดอกไม้สวยงาม เพื่อให้คนท้องถิ่นได้มีงานทำ โดยเขาได้ช่วยเหลือ อุดหนุนผลผลิตของป่าสวนน้ำผึ้งมาตลอด ไข่มุกกับแจ๊ค ถูกตามมาให้ดูศพเมขลา แต่ทั้งคู่กลัวผีมาก ไม่กล้ามองศพ แจ๊คเห็นแค่แหวนในมือก็นึกว่าเป็นศพเมขลาจริง เลยรีบจัดการเผาอย่างรีบร้อนโดยไม่กล้าดูศพและไม่ใส่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างดูจะเป็นใจให้พญาอย่างยิ่ง เขาพาเมขลาเดินทางกลับป่าสายน้ำผึ้งทันที ในนามของครูปริม แม้จะจำอดีตของตัวเองไม่ได้ แต่เมขลาก็ยังมีนิสัยรักสวยงามติดหรูหราเหมือนเดิม จึงต้องทนทุกข์ทรมานกับสภาพบ้านป่าที่ปราศจากความสะดวกสบาย แถมยังถูกพญาแกล้งให้ได้รับความลำบากสารพัดเมขลาต้องเผชิญกับความขัดแย้งระหว่างเธอและพวกคนงานที่หมั่นไส้ความเว่อร์ของเธอ ต้องเผชิญกับการกลั่นแกล้งของลูกศิษย์ทโมนอย่างน้ำตาล (ด.ญ.วาสิตา) และเพื่อนๆ จนเธอทนไม่ไหวขอลาออก แต่พญาไม่ยอมให้ออก โดยกล่าวหาว่าเมขลาในนามครูปริม ได้รับเงินเดือนล่วงหน้าไปแล้วหนึ่งปี และเธอต้องทำงานชดใช้ให้จนกว่าจะครบกำหนด ถึงจะลาออกได้เมขลาเริ่มดิ้นรนที่จะมีชีวิตอยู่ให้ได้ เธอเริ่มเรียนรู้ที่จะปรับตัวเข้าหาคนอื่น เหมือนต้นไม้ที่เปลี่ยนสีในฤดูแล้งเพื่อความอยู่รอด การปรับตัวของเมขลาไม่เพียงทำให้เมขลาได้เรียนรู้ชีวิตแท้จริง ที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน แต่มันยังได้เริ่มบ่มเพราะความคิดดีงามใหม่ๆ ลงในจิตใจของเมขลาทีละน้อย ในที่สุดเมขลาเอาชนะหัวใจเด็กๆ ที่เกลียดชังเธอได้ด้วยวิธีการของเธอเอง และยังได้ช่วยพัฒนาหญิงสาวในหมู่บ้าน ด้วยการส่งเสริมให้ผู้หญิงหารายได้จากการทอผ้า เป็นหัวหอกปลุกปั่นหญิงสาวชาวบ้านให้ลุกขึ้นมามีบทบาทในครอบครัวทัดเทียมสามีพญาติดต่อขอซื้อป่าสายน้ำผึ้งจากไข่มุก แต่มาการีนเห็นพญาก็ปิ๊งมาก ไข่มุกคิดมีลูกเขยรวย เลยยังยักท่าไม่ยอมขายง่ายๆ พามาการีนมาที่ป่าสายน้ำผึ้ง เพื่อจะได้มีโอกาสใกล้ชิดกับพญา ไข่มุกกับมาการีนหาอุบายไปพักที่ไร่ของพญา ทำให้ได้พบกับเมขลาในนามของครูปริม ไข่มุกกับมาการีนนึกว่าผีหลอกไข่มุกนึกว่าเมขลาสร้างเรื่อง ทำเป็นความจำเสื่อม เพื่อจะหนีหนี้และจับพญา แต่หลังจากทดสอบหลายครั้ง จนแน่ใจว่าเมขลาความจำเสื่อมจริง ไข่มุกก็คิดแผนชั่ว ไม่ยอมบอกความจริง เพราะนึกว่าพญาไม่รู้เรื่องนี้ไข่มุกคิดให้เมขลาเป็นครูจนๆ แบบนี้ตลอดไป แล้วเธอจะกับลูกสาว จะได้ครอบครองป่าสายน้ำผึ้งและพญา แต่ไข่มุกต้องเจออุปสรรคสำคัญ แอนนี่ (เมจิ-รัศม์ประภา) ก็หวังในตัวพญา แถมเธอยังเหนือกว่าทุกคนตรงที่ พญาเองแอบหลงรักแอนนี่มาตลอด ไข่มุกกับมาการีนจึงต้องชิงไหวชิงพริบกับแอนนี่อย่างดุเดือด โดยมี แม่เพ็ญ(จิ๊ก-เนาวรัตน์) คอยจับตา เพราะเพ็ญเอง ก็ไม่ถูกชะตากับไข่มุกอย่างแรง มีเรื่องปะทะกันตลอด เสี่ยส่งทำมาตีสนิทจีบไข่มุก หวังได้ทั้งตัวเธอ และป่าสายน้ำผึ้งฟรีๆ แต่กลับเจอความร้ายกาจของไข่มุก ที่ไม่เสียทีใครง่ายๆ ไข่มุกกลับคิดว่า จะต้องได้ทั้งตัวเสี่ยส่งและทรัพย์สินของเขาทั้งหมด ความจำของเมขลาเริ่มกลับมาบางส่วน เธอเห็นตัวเองฝึกการต่อสู้ เป็นนักฆ่า เมขลาไม่รู้ว่านั่นคือบทในละครเรื่องใหม่ เธอกลับคิดว่าตัวเองเป็นนักฆ่าจริงๆ แจ๊คติดหนี้การพนัน จนเสี่ยส่งคิดเล่นงานแจ๊คได้เจอกับเมขลาโดยบังเอิญ เมขลาเข้าใจผิด คิดว่าแจ๊คเป็นคนที่สอนเธอต่อสู้ ส่งสวมรอยเป็นหัวหน้าลาล่า สั่งเมขลาว่าเธอมีงานสำคัญต้องทำ เล่นงานพญาเมขลารู้ตัวว่าเธอแอบหลงรักพญาเข้าให้แล้ว ในขณะที่พญานั้นกลับพยายามบอกตัวเองว่าเมขลาคือตัวมารของเขา มารของป่าสายน้ำผึ้ง เขารักเธอไม่ได้และจะไม่มีวันเผลอใจเป็น อันขาด เมขลาถึงหนักใจมาก ที่นักฆ่าสาวอย่างเธอ ต้องมาจัดการคนที่รัก เมขลาพยายามหาทางเล่นงานพญา แต่เธอไม่ได้มีฝีมือต่อสู้เก่งกาจจริง เคยแต่ฝึกตามคิวเท่านั้น ทำให้การกำจัดพญาผิดพลาดทุกครั้งไป พญาชักสงสัย จนได้รู้ว่าเมขลาเข้าใจผิด คิดว่าตัวเองเป็นนักฆ่า เขาได้แต่นึกขำ และแกล้งเธอกลับ จนเมขลากลับเป็นฝ่ายเสียท่าตลอด แจ๊คอยากบอกความจริงกับเมขลา แต่โดนแอนนี่ขู่ แจ๊คได้เห็นถึงความเหี้ยมโหดของแอนนี่ ศนิ (เกล-เวธกา) เดินทางมาป่าสายน้ำผึ้ง เพื่อมาตรวจคุณภาพของศูนย์เด็กเล็ก ศนิมาถึงก็ตกตะลึง เมื่อพบว่าคนที่ใครๆ เข้าใจว่าเป็นครูปริม ที่แท้คือเมขลาศนิทำแกล้งจำเมขลาไม่ได้ เพื่อไข่มุกกับมาการีนจะได้ไม่สงสัย ศนิพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวและสงสัยว่าพญาวางแผนทั้งหมดเพื่อผลประโยชน์ โดยมีไข่มุกกับมาการีนร่วมด้วย แต่เมื่อเธอบอกความจริงแก่เมขลา เมขลากลับไม่เชื่อศนิ เรื่องยิ่งขมวดเกลียวหนักขึ้น เมื่อเสี่ยส่งวิ่งเต้นให้ทางราชการออกนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในอำเภอสายน้ำผึ้ง พญาและเมขลาไม่เห็นด้วยกับการเอาป่าไปพัฒนาอย่างไม่คำนึกถึงทรัพยากรและชาวบ้านในท้องถิ่น จึงนำชาวบ้านลุกขึ้นประท้วง ปรากฏว่าการประท้วงมีผลทำให้นโยบายถูกยับยั้ง เสี่ยส่งโกรธพญาและเมขลามาก ถึงกับส่งคนมาทำร้าย เมขลาที่ถูกสั่งมาให้กำจัดพญา ก็มาร่วมด้วย แต่เมขลากลับทำร้ายพญาไม่ลง และหันไปเล่นงานลูกน้องเสี่ยส่งแทน แอนนี่ผลักเมขลาตกไปในน้ำ ทำให้หัวเธอกระแทกหินอย่างแรง ความจำของเมขลากลับคืนมาเมขลาจำเหตุการณ์ทั้งหมดได้ ก็เสียใจมากที่พญาหลอกลวงเธอและพลอยเข้าใจผิดว่าพญานั่นเองที่คิดจะกำจัดเธอ เมขลาจึงประกาศที่จะขายที่ดินให้เสี่ยส่ง และกลับกรุงเทพฯฯ ไปใช้ชีวิตอย่างเดิม สถานีป้อนงานละครให้เมขลาหลายเรื่อง แฟนคลับดีใจมากที่เธอกลับมา เธอกลายเป็นเจ้าหญิงแห่งวงการอีกครั้ง ชื่อเสียงและเงินทองไหลมาเทมา ไข่มุกกับมาการีนที่โดนเสี่ยส่งไล่มา เพราะไร้ประโยชน์แล้ว ทั้งคู่ของ้อให้เมขลายกโทษให้ เมขลาให้เงินไข่มุกไปจำนวนหนึ่ง ตอบแทนที่มีบุญคุณ แต่ต่อไปเธอกับมาการีนต้องหางานทำ ช่วยตัวเอง เพราะไข่มุกจะไม่ช่วยอะไรอีกแล้วไข่มุกออกทีวีรายการสด มีการเปิดให้แฟนๆ ที่เข้ามาดูรายการ ซักถามเมขลา พญาปรากฏตัว ถามว่าเธอจะยกโทษให้เขาได้มั้ย พร้อมเอ่ยปากขอโทษ ให้คนทั้งประเทศได้เห็น แต่เมขลาว่าสายเกินไปแล้วเสี่ยส่งประกาศขายที่ดินล่วงหน้าเก็บเงินมัดจำอย่างเอิกเกริก เมขลาเดินทางกลับมาป่าสายน้ำผึ้งอีกครั้งในมาดดาราสาวผู้เย่อหยิ่ง เพื่อจัดการเซ็นสัญญาขายป่าเมขลากำลังจะลงชื่อในสัญญาขายที่ดินตามที่ลั่นปากไว้ แต่แล้วความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ความรับผิดชอบที่มีผืนป่าที่ถูกปลูกฝังมาตลอดระยะเวลาหลายเดือน รวมทั้งหลักฐานสำคัญที่ทำให้เธอรู้ความจริงว่าพญาไม่ใช่คนที่ทำร้ายเธอ ก็เอาชนะความรู้สึกโกรธแค้นส่วนตัวของเธอลงได้ ในที่สุดเมขลาตัดสินใจที่จะไม่ขายที่ดินป่าสายน้ำผึ้ง เธอตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่ป่าสายน้ำผึ้งอย่างถาวรและร่วมกับพญาปกป้องดูแลป่ารวมทั้งเป็นปากเสียงแทนชาวอำเภอสายน้ำผึ้งต่อไป… รายชื่อนักแสดง แอนดริว เกร้กสัน รับบท พญา ชายหนุ่ม หน้าตาดี แข็งแรง บึกบึน เป็นคนมุ่งมั่น อดทน ทำงานหนัก ไม่สนใจแสงสี เป็นผู้บุกเบิกป่าสายน้ำผึ้งที่ถูกทำลายให้กลับสมบูรณ์ขึ้นมาด้วยสองมือแต่อารมณ์โกรธชั่ววูบทำให้สร้างเรื่องหลอกลวงวุ่นวายใหญ่โตขึ้นมา ราณี แคมเปน (เบลล่า) รับบท เมขลาสาวสวย สวยจัด รูปร่างนางแบบ เป็นดาราสาวสวยมีชื่อเสียงโด่งดัง รวยจัดเพราะใครๆ ก็ต้องการตัวไปเล่นหนัง มีสองบุคลิก ก่อนประสพอุบัติเหตุเป็นสาวเว่อร์สุดขีดหัวสูงไม่ติดดิน ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย ไม่สนใจสังคม กรีดกรายเอาแต่ใจ ขี้โวยวาย ทำอะไรไม่เป็นพอประสบอุบัติเหตุความจำเสื่อม กลายเป็นคุณครูสาวผู้สงบเสงี่ยมตามรูปแบบที่คิดเอาเองว่าตนควรจะเป็น เหมือนเกิดใหม่กลายเป็นคนง่ายๆ ติดดิน ได้สัมผัสและเรียนรู้ที่จะรักธรรมชาติ รักชาวบ้าน รักเด็ก เกียรติกมล ล่าทา (ตุ้ย) รับบท อรัญหนุ่มใหญ่ นายอำเภอ รูปหล่อ นิสัยอ่อนโยน ใจเย็น หลงรักเมขลา เวธกา ศิริวัฒนา (เกล) รับบท ศนิ เพื่อนเมขลา อาจารย์หญิง โสด แฟนพันธ์แท้ของวงการมายา รู้จักดาราทุก คนดีกว่าเมขลาอีก นิสัยสอดรู้สอดเห็น ชอบทำตัวเป็นนักสืบพันทิป รัศม์ประภา วิสุมา (เมจิ) รับบท แอนนี่สาวสวยมาดดี ทำอ่อนหวาน แต่ที่แท้ร้ายลึก ร้ายเงียบ แอนนี่ใช้ความรักความหวังดีของพญาที่มีต่อเธอ หาประโยชน์จากเขาทุกทาง กิตติธัช ประดับ (เบิร์ด)รับบท แจ๊คกี้ ชายหนุ่ม มาจากครอบครัวรวย ชอบทำตัวเป็นคุณหนู สำรวย หยิบโหย่ง งานไม่ทำ ดีแต่ทำเท่ห์คอยตามจีบดารา อภิรดี ภวภูตานนท์ (แก้ว)รับบท ไข่มุกน้าเมขลา งก เห็นแก่เงินและเห็นแก่ตัว นิสัยเจ้าเล่ห์เพทุบายสารพัด

ดราม่าร้อนฉ่า! หลังมีคนตั้งกระทู้วิจารณ์ ดาราท้องก่อนแต่ง
ดารา /  ดาราท้องก่อนแต่ง / 

โลกออนไลน์วิจารณ์ หลังมีคนตั้งกระทู้วิจารณ์ ดาราท้องก่อนแต่ง วันนี้ (9 ธ.ค.) กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกพันทิป หมายเลข 2125912 ได้ออกมาตั้งกระทู้ในหัวข้อ "เดี๋ยวนะ สังคมเรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง จุดที่เห็นเรื่องท้องก่อนแต่งเป็นเรื่องปกติ" ภายในกระทู้ผู้โพสต์ได้วิจารณ์เกี่ยวกับกรณีข่าวดาราท้องก่อนแต่ง โดยผู้โพสต์เกิดความรู้สึกแปลกใจที่คนในสังคมมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ แต่เขาไม่เห็นด้วย ข้อความทั้งหมดระบุไว้ดังนี้ "ช่วงหลัง ๆ นี่มีข่าวดาราท้องก่อนแต่งเยอะมาก มันกลายเป็นเรื่องปกติในสังคมไทยไปแล้วหรือ หรือเราหัวโบราณไป? จริงอยู่ที่พวกเขาไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน แต่มันเป็นการสร้างค่านิยมที่ผิดๆให้กับสังคม กลายเป็นว่าการท้องก่อนแต่งไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไร เอาจริง ๆ ถ้าพวกคุณพร้อมมีลูกจริงก็รอเวลาแค่ไม่กี่เดือนทำทุกอย่างให้ถูกต้องก็จบ ถ้าเกิดมีคนคิดว่าการท้องก่อนแต่งเป็นเรื่องปกติมากขึ้นเรื่อย ๆ อีกหน่อยสังคมไทยจะเป็นยังไง ทุกวันนี้มีการเรียกร้องให้ทำละครสร้างสรรค์สังคม ให้รับผิดชอบต่อสังคมมากมาย แต่ดูสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตจริง มันยิ่งกว่าในละครอีก ยังดีที่หลาย ๆ คู่ออกมายอมรับความจริง รับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ แต่มันจะดีกว่านี้ไหมถ้าทำให้มันถูกต้องตั้งแต่ต้น" หลังจากกระทู้ดังกล่าวถูกเผยแพร่ ผู้คนต่างเข้าไปแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวน บ้างก็เห็นด้วยกับความคิดเจ้าของกระทู้ที่ว่าควรทำทุกอย่างให้มันถูกต้องตั้งแต่ต้น นั่นคือการแต่งงานก่อนที่จะมีลูก ขณะที่สมาชิกพันทิปท่านหนึ่งได้แสดงความเห็นในมุมมองที่ต่างออกไปว่า "ใครเป็นคนกำหนดว่าอะไรถูกหรือไม่ถูกต้อง แค่สิ่งที่เราทำมันไม่เดือดร้อนใคร ก็น่าจะพอแล้ว เรามองว่าท้องก่อนแต่งไม่ใช่เรื่องผิด แต่ต้องไม่ทำให้ใครเดือดร้อน "   MThai News

สุดจะทน! ตั้งกระทู้แฉ ร้านค้าเห็นแก่ตัวใน จ.ลพบุรี
ร้านค้า /  ร้านค้าเห็นแก่ตัว / 

ผู้คนบนโลกออนไลน์ วิพากษ์วิจารณ์ ร้านค้าเห็นแก่ตัวใน จ.ลพบุรี ตั้งสิ่งของกีดขวางถนน ยึดเป็นอาณาเขตของตนเอง วันนี้ (18 พ.ย.) กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้ หลังสมาชิกพันทิป ได้ตั้งกระทู้แฉร้านค้าแห่งหนึ่งในจังหวัดลพบุรี ที่มีการตั้งสิ่งของกีดขวางถนนที่อยู่บริเวณหน้าร้านของเขา เพื่อยึดเป็นอาณาเขตของตนเอง เจ้าของกระทู้ระบุรายละเอียดไว้ดังนี้ "... ปกติจะมีร้านเอาของมาวางขายบนทางเท้า มากบ้างน้อยบ้าง แต่ร้านนี้อยู่ใน อ.เมือง แถวตลาดท่าโพธิ์ ใกล้สี่แยกไฟแดงสามารถยึดผิวจราจรเกือบครึ่งถนน เพื่อสร้างอาณาเขตบริเวณร้าน ไม่ให้ใครมาจอดรถได้ทั้งสิ้น ใครจอดรถมีโดนด่ามาหลายคนแล้ว พวกลูกหลานเจ้าของร้านนี้มันคิดอะไรอยู่ ไม่รู้จักตักเตือนพ่อแม่ ..." ชาวสังคมออนไลน์ที่ได้เข้าไปอ่านเรื่องดังกล่าว ต่างแสดงความเห็นไปในทำนองเดียวกันว่า การลุกล้ำถนนหรือทางเท้ามีแทบทุกจังหวัด จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตามหลังจากกระทู้ดังกล่าวเผยแพร่ไปเพียงไม่นาน เจ้าของกระทู้ได้เข้ามารายงานความคืบหน้าล่าสุดว่า ขณะนี้ได้มีการเข้าไปจัดระเบียบร้านค้าเรียบร้อยแล้ว MThai News ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก สมาชิกพันทิป ตี๋โย่ง อ่านเนื้อหาทั้งหมดได้ที่ >>> ความเห็นแก่ตัวที่มากที่สุดเท่าที่เคยเจอมา ใน จ.ลพบุรี

ฝากเตือนสตินักท่องเที่ยว หยุดทำร้ายภูกระดึง
ภูกระดึง /  เตือนนักท่องเที่ยว / 

แชร์ว่อนกระทู้พันทิป ฝากเตือนสตินักท่องเที่ยว หยุดทำร้ายภูกระดึง วันนี้ (16ต.ค.) เป็นประเด็นที่ชาวสังคมออนไลน์พากันวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกพันทิป Mhoo-Paoom ได้ตั้งกระทู้ในหัวข้อ "ฝากเตือนสตินักท่องเที่ยวทุกคน" โดยเจ้าของกระทู้ได้เปิดเผยถึงเรื่องราว หลังจากไปเที่ยวภูกระดึงแล้วได้พบกับร่องรอยการขีดเขียนตามบริเวณต่าง ๆ ซึ่งการกระนั้นเกิดจากการกระทำของนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าว ผู้โพสต์ระบุรายละเอียดไว้ดังนี้ เจ้าของกระทู้เพิ่งไปเที่ยวภูกระดึงมาค่ะ บอกตรง ๆ ว่าข้างบนนั้นสวยมาก สวยจนไม่น่าจะมีสิ่งเหล่านี้อยู่ มันคือลายลักษณ์อักษรจากน้ำมือมนุษย์ บางทีก็ไม่เข้าใจว่าพวกคุณต้องการจะสื่ออะไร ต้องการบอกให้โลกรู้ว่า_ขึ้นมาถึงแล้วอย่างนั้นหรือ?? นี่ยังไม่นับรวมกับขยะที่เห็นได้ทั่วไป ตามทางเดินไปยังจุดต่าง ๆ หยุดเถอะค่ะ พวกคุณไปเที่ยวเพื่อต้องการชมความงามของธรรมชาติ อย่าเอาสิ่งเหล่านี้ไปทิ้งไว้เลย อนุรักษ์ความสวยงามนี้ไว้ ให้คงอยู่ไปจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลานเราเถอะค่ะ ขอแท็ก "ความรักวัยรุ่น" เพราะบางคู่ก็ชอบประกาศให้โลกรู้แบบในรูป เผื่อเห็นแล้วจะมีสติกันขึ้นมาบ้างนะคะ ผู้คนที่ได้เข้าอ่านกระทู้ดังกล่าวได้แสดงความเห็นว่า มีอีกหลายสถานที่ท่องเที่ยวที่ถูกมนุษย์นิสัยเสียเข้าไปขีดเขียน ซึ่งการกระทำดังกล่าวเปรียบเสมือนการทำลายความงดงามของธรรมชาติทางอ้อม จึงอยากอยากฝากไปถึงผู้ที่นิยมไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบใครกระทำเรื่องที่ไม่เหมาะสม ก็ควรเตือนสติหรือแจ้งเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบให้เข้ามาดูแล MThai News ขอบคุณข้อมูล สมาชิกพันทิป Mhoo-Paoom

จากใจเหมือนกัน! ถึงซี ศิวัฒน์  เรื่องบัตร 25 ใบ maroon5
maroon5 /  ซี ศิวัฒน์ / 

สมาชิกพันทิปท่านหนึ่ง ฝากข้อความถึงซี ศิวัฒน์ ปมบัตร 25 ใบ maroon5 วันนี้ (6ก.ค.) เป็นเรื่องราวที่ชาวสังคมออนไลน์ยังคงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก สำหรับประเด็นดราม่า บัตรคอนเสิร์ต 25ใบ ของสาว เอมมี่ มรกต ซึ่งเจ้าตัวก็ได้ออกมาชี้แจงผ่าน IG น้อมรับผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ดูเหมือนเรื่องดังกล่าวจะเป็นกระแสร้อนแรงขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อหนุ่ม ซี ศิวัฒน์ ได้มีการอัดคลิปชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้น ผ่านทาง Youtube โดยหนุ่มซี ได้มีการใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสม ระหว่างที่อัดคลิป ผู้คนจำนวนมากจึงเกิดความไม่พอใจมากขึ้นไปอีก ทำให้สมาชิกพันทิปท่านหนึ่งเข้าไปตั้งกระทู้ในหัวข้อ “ถึงซี ศิวัฒน์ จากใจเหมือนกัน เรื่องบัตร 25 maroon 5”  ในกระทู้มีการโพสต์คลิปของซี ศิวัฒน์และข้อความ ระบุว่า บอกเลยว่าทัศนคติคุณทุเรศมากค่ะ ทำไมคุณถึงคิดว่าสิ่งที่คุณพูดถูกต้องคะ คุณคิดว่าการโกงเป็นเรื่องถูกต้องหรอคะ การได้สิ่งที่ตนเองต้องการ โดยไม่สนกรรมวิธี นี่มันถูกหรอคะ ?  โกงยังไงก็คือโกงค่ะ ความรู้สึกคนอยากดูมารูนไฟว์ก็เหมือนตั้งใจอ่านหนังสือสอบแต่สอบไม่ได้ เพราะมีเด็กเส้น แล้วโดนเด็กเส้นเยาะเย้ย คุณอย่าคิดว่านี่เป็นเรื่องขำ ๆ แน่นอน คุณได้มันมา 25 ใบ มันไม่สะทกสะท้านอะไรหรอกค่ะ ทำไมต้องเอาตรรกะของคุณมาวัดคนอื่นคะ เชื่อมั้ยเราไม่ได้บัตรดู wgp 2015 เราเสียใจ แต่มีคนมาเสนอขายบัตรเรา 3 วัน 5000 เรายอมไม่ซื้อค่ะ มันมากเกินไป ทำไมเราต้องเอาเงิน 5,000 ไปสนับสนุนพวกนั้นด้วย คุณอาจจะซื้อเพราะคุณบอกคุณไม่สนว่าได้มันมายังไง เพราะคุณอยากได้ เราก็อยากซื้อค่ะ เงิน 5,000 เรามี แต่ถ้าเราซื้อมา แน่นอนคนรอบข้างต้องด่าว่าเราโง่ เสียเงินตั้ง 5,000 ให้พวกตั๋วผี เราจ่ายเงินได้เท่าที่เราควรจะซื้อ เพราะทำแบบนี้แหละค่ะ มีแต่จะทำให้ตั๋วผีเพิ่มมากขึ้น เอาจริง ๆ ตอนแรกนี่ไม่มีใครสนใจเลยนะคะ ว่าคุณจะซื้อตั๋วผี หรือตั๋ววิญญาณ หรือได้ตั๋วมายังไงก็ช่าง ประเด็นที่คนด่า เอมี่ มอ คือ ทำไมนางถึงได้นั่ง 25 ที่ติดกัน ซึ่งในความน่าจะเป็น มันทำไม่ได้ นอกจากใช้เส้น คนที่เดือดร้อนและไม่พอใจก็คือ คนที่ทำตามกรรมวิธีแบบปกติ แต่ไม่ได้นั่งติดกันไงคะ สุดท้ายเอมี่ มอ ก็ออกมาบอกว่า ไม่ได้นั่งติดกัน ล้อเล่น อำเพื่อนกลุ่มอื่นค่ะตั๋วก็เอามารวมกันช่วยกันซื้อ แล้วถ่ายรูปอวดลงแค่นั้นเอง ได้บัตรหลังขายหมดด้วย สุดท้ายนางบอกรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เชื่อก็ได้ ขอบคุณสามีซะขนาดนั้น แถมสามียังมา who wanna join me ? พร้อมถือตั๋วโชว์อีก แล้วจะบอกอะไรให้นะคะ ดิฉันเล่น ig แต่ไม่ได้มีไว้โอ้อวดค่ะ คนที่ทำแบบนั้นคงมีแต่พวกคุณแหละค่ะ ต่อให้คุณอยากอวดก็ไม่ผิดค่ะ แต่อวดของที่ได้มาไม่ถูกต้องไม่ดีหรอกค่ะ ดูเพื่อนคุณสิคะ อวดแล้วเป็นไง ? อันนี้พูดได้ทุเรศมาก แล้วดิฉันเองก็ยืนอยู่บนโลกความจริงเหมือนพวกคุณ แต่คุณอย่าคิดว่าทุกคนจะเป็นเหมือนคุณ เราถูกเลี้ยงมากันคนละแบบ ที่เอมี่ กลิ่น ออกมาพูดก็เหมือนกัน"เราก็ต้องพยายามหาบัตรทุกวิธีทาง หรือมีคนข้างในวิ่งเต้นให้" นี่ก็เข้าใจเลยว่านิสัยคุณเป็นยังไง สุดท้ายที่คุณบอกว่า ใครทนไม่ได้ที่ไม่ได้ดูมารูนไฟว์ มาเอาบัตรที่คุณ คุณให้จริงเหมือนปากพูดไหมคะ ? ล่าสุดซี ศิวัฒน์ เจ้าของคลิปได้ตั้งโต๊ะแถลงชี้แจงอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ซึ่งเจ้าตัวได้ "ขอโทษ" ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางเจ้าของกระทู้พันทิปที่กล่าวมาข้างต้น ก็ได้มีการโพสต์ข้อความเพิ่มเติมด้วยว่า “ดิฉันเอง ก็ต้องขอโทษคุณซีค่ะ ที่ออกมาตั้งกระทู้ และยังยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับทัศนคติของคุณ และคำพูดท้ายคลิป แม้คุณจะพูดด้วยอารมณ์ก็ตามแต่คุณเป็นดารา มีพื้นที่สื่อ จะพูดอะไรควรตรองให้ดีค่ะ และขอบคุณทุกท่านในกระทู้ค่ะ ทำให้ดิฉันเห็นว่า ยังมีคนไม่เห็นด้วยกับเรื่องแบบนี้ สุดท้ายคุณซีคงได้รับบทเรียนแล้วละค่ะ” MThai News ขอบคุณสมาชิกพันทิป สาวน้อยในบ้านเช่า   ข่าวที่เกี่ยวข้อง จากใจ!! ซี ศิวัฒน์ ปม เอมมี่ ตั๋ว 25ใบ ซี ศิวัฒน์ รับผิด! อัดคลิปจวกแฟนคอนเสิร์ต Maroon 5

เทคนิคดี ๆ หากสัมภาษณ์งาน แล้วถูกถามว่า ข้อเสียของคุณคือ..?
ข้อเสีย /  ข้อเสียของคุณคืออะไร / 

เผยเทคนิคดี ๆ หากสัมภาษณ์งาน แล้วถูกถามว่า ข้อเสียของคุณคืออะไร...? วันนี้ (25ก.ย.) มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่กำลังตกงาน และมองหางานทำ บางท่านถูกเรียกตัวเข้าสัมภาษณ์ แต่ก็ต้องพลาดโอกาสในการทำงานไป บ้างก็อาจเป็นเพราะคุณสมบัติไม่ตรงตามที่เขาต้องการ แต่อีกสาเหตุหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ อาจเกิดจากการตอบคำถามตอนถูกสัมภาษณ์ไม่ดีพอ ล่าสุดสมาชิกพันทิป เอ้ปิเย่ ได้มีการตั้งกระทู้ในหัวข้อ "ถ้าตอนสัมภาษณ์งาน HR ถามว่า ข้อเสียของคุณคืออะไร? คุณตอบว่าอะไรกันบ้างคะ?"  ผู้โพสต์ระบุว่า ตนอยากได้ทั้งคำตอบของคนทั่วไป และถ้าได้คำตอบจาก HR ด้วยยิ่งดี ตนอยากรู้ว่า HR คาดหวังอะไรจากคำถามแบบนี้ เพราะบางทีก็สงสัยว่า ควรจะตอบว่าอย่างไร ถึงจะรับเข้าทำงาน ตนเชื่อว่าทุกคนก็ต่างมีข้อดี-ข้อเสียที่แตกต่างกัน แต่เรื่องข้อเสียควรจะตอบอย่างไรถึงจะเหมาะสม ซึ่งตนเพิ่งโดนถามแบบนี้มา และได้ตอบไปว่าเมื่อก่อนตนเป็นคนพูดตรง ๆ บางทีมันตรงเกินไป จนทำให้คนที่ได้ยินอาจจะรู้สึกไม่ดี แต่ตอนนี้ตนรู้แล้วว่ามันไม่ดี และกำลังพยายามปรับปรุงอยู่ การตอบคำถามเช่นนี้ ตนไม่รู้นะว่าตอบแบบนี้ดีไหม จากนั้นได้มีสมาชิกพันทิป ฉันต้องการแสงแดด ซึ่งระบุว่าทำงานเป็นHR โพสต์ข้อความที่น่าสนใจ และสามารถนำไปปรับใช้ได้ว่า ไม่มีสิ่งใดที่ไม่มีข้อเสีย ทุกสิ่งล้วนแล้วแต่มีข้อดี และข้อเสียในตัวเองทั้งสิ้น สิ่งที่ HR คาดหวังกับคำตอบของคำถามข้อนี้ คือ 1. ผู้สมัครรู้จักข้อเสียของตนเองหรือไม่ 2. ผู้สมัครมีวิธีรับมือ หรือปรับปรุงข้อเสียของตนเองอย่างไร ซึ่งคำตอบที่จะเข้าตัวผู้สมัครน้อยที่สุด คือข้อเสียที่เป็นรูปธรรม และสามารถปรับปรุง และแก้ไขได้ ส่วนใหญ่มักเป็นข้อเสียเกี่ยวกับทักษะ ซึ่งสามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้ มีหลากหลายคำตอบ ตัวอย่าง - ถ้าเป็นงานที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษ ก็สามารถตอบได้ว่า ผู้สมัครมีข้อเสียคือ สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้เพียงเล็กน้อย หรือไม่ได้เลย แต่ได้ไปลงเรียนไว้แล้วเพื่อปรับปรุงทักษะทางภาษาของตนเอง และคาดว่าจะนำมาใช้ประโยชน์ในการทำงานได้ในอนาคต - ถ้าเป็นงานที่ไม่ได้ใช้ทักษะการขับรถ ก็สามารถตอบได้ว่า ผู้สมัครมีข้อเสียคือ ขับรถยนต์ไม่เป็น ทั้งที่ในปัจจุบันการเดินทางด้วยรถยนต์มีความจำเป็นอย่างมาก ผู้สมัครมีแผนว่าจะลงเรียนขับรถ และสอบใบขับขี่ให้ได้ภายในปีนี้ การตอบข้อเสียเกี่ยวกับนิสัยของตนเองนั้น ถ้าเจอ HR โหด ๆ อาจจะเจอคำถามต่อว่า นิสัยนี้คุณเป็นมานานเท่าไหร่ และมั่นใจได้อย่างไรว่าจะสามารถแก้ไขนิสัยของตนเองได้ ซึ่งถ้าไม่ได้เตรียมคำตอบไว้รับมืออาจจะทำให้การสัมภาษณ์สะดุดได้ MThai News ขอบคุณ กระทู้พันทิป HR ถามว่า "ข้อเสียของคุณคืออะไร?" ,เอ้ปิเย่,ฉันต้องการแสงแดด