พันทิป

เก้า สุภัสสรา ยอมรับ กดดันกับการเป็น บุปผาคนใหม่
ต้อม-ยุทธเลิศ /  บุปผาอาริกาโตะ / 

ได้รับบทในภาพยนตร์สยองขวัญแบบฮากระจาย สำหรับสาวเก้า สุภัสสรา ธนชาต ในบทของบุปผาคนใหม่ ที่กำกับโดย ยุทธเลิศ สิปปภาค ในชื่อเรื่อง บุปผาอาริกาโตะ ที่งานนี้ทีมงานได้ไปถ่ายทำไกลถึงประเทศญี่ปุ่น กับบรรยากาศหิมะขาวๆ สุดโรแมนติด แต่ปนไปด้วยวังเวง และน่ากลัว ไม่รู้ว่างานนี้ บุปผาคนใหม่ อย่างเก้า จะรู้สึกอย่างไรบ้างกับภาพยนตร์เรื่องนี้ “ในบุปผาจะต้องเล่นด้วยแววตาและความรู้สึกตลอดเวลา ตัวเก้าเองรู้สึกว่าบุปผานี่เป็นคาแรคเตอร์ที่มีหลายมิติ ซึ่งพี่ต้อมก็เก่งมากๆ ค่ะ แล้วก็รู้สึกดีใจมากที่ได้เล่นกับพี่ต้อม ดีใจที่พี่ต้อมให้โอกาสเรา ได้ลองเล่นเป็นคาแรคเตอร์ใหม่ๆ ได้ทำอะไรใหม่มากๆ เพราะหนูก็ถือว่าเป็นนักแสดงหน้าใหม่เหมือนกันนะ ใหม่มากที่จะได้รับบทอะไรที่มันท้าทายขนาดนี้" เก้า สุภัสสรา Q.จากความทรงจำที่มีต่อ “บุปผาราตรี” ภาพยนตร์ผีโรแมนติกสยองขำในระดับตำนาน ในฐานะแฟนบุปผา เป็นไงมาไงถึงได้กลายมาเป็นบุปผาคนใหม่ของผู้กำกับ ต้อม ยุทธเลิศ A. เก้าเคยดูบุปผามานะคะตั้งแต่ภาคแรก ซึ่งเป็นบทที่พี่พลอยเคยเล่นไว้ จำได้ว่าตอนดูนี่รู้สึกชอบพี่เขามาก แล้วพอพี่ๆ ทีมงานเขาติดต่อมา จริงๆ มันเป็นเรื่องบังเอิญมากค่ะ เพราะว่าไม่กี่วันก่อนที่พี่ต้อมกับทางสหมงคลฟิล์มทาบทามเรา แล้วให้โอกาสเรา หนูได้มีโอกาสไปอ่านกระทู้ในพันทิป ซึ่งเขาก็ได้ตั้งกระทู้ว่าอยากให้บุปผากลับมาทำรีเมคว่าถ้าเอามาทำในยุคนี้น่าจะต้องได้รายได้เยอะมากกว่ายุคนั้นแน่ๆ ซึ่งตอนนั้นรายได้ก็เยอะมากๆ แล้วนะ ถ้าเกิดลุกขึ้นมาทำในยุคนี้มันก็จะต้องมีกระแสอะไรที่มากขึ้นแน่ๆ ถ้าเขาทำจริงๆ เราก็คงอยากจะดูบุปผาในแบบเวอร์ชั่นใหม่ ปรากฎว่าไม่กี่วันต่อมา เฮ้ย! ดีใจมาก เพราะว่าทางพี่ต้อมแล้วก็ทางสหฯ ก็ได้ติดต่อมาอยากให้เราลองเล่นเป็นบุปผา ตอนแรกก็แบบแอบกังวลเพราะถ้าเราพูดถึงบุปผา เราก็ต้องนึกถึงพี่พลอย แล้วถ้าหนูรับเล่นจะแบบต้องถูกเปรียบเทียบแน่นอน ก็เลยกังวลมากๆ ถ้างั้นขอนัดคุยกับพี่ต้อมดีกว่าว่าสรุปแล้วตัวเรื่องมันจะเป็นอย่างไร ก็เลยได้คุยกับพี่ต้อมและทางสหฯ ซึ่งพี่ต้อมก็อธิบายให้ฟังละเอียดมากนะคะว่า เวอร์ชั่นนี้เป็นบุปผาเวอร์ชั่นใหม่หมดเลย แล้วก็ความสนุก แปลกใหม่มากกว่า ตัวพี่ต้อมเองก็ให้ความมั่นใจกับหนูว่า เก้าเราไปด้วยกัน เราสู้ไปด้วยกัน  เราก็เลยเชื่อใจในพี่ต้อมว่าการมาของภาพยนตร์เรื่องบุปผาครั้งใหม่มันน่าจะออกมาดีค่ะ   Q.เมื่อพูดถึงบุปผาราตรีก็ต้องนึกถึงต้อม-ยุทธเลิศ ซึ่งมาพร้อมกับเอกลักษณ์เฉพาะตัวในการทำภาพยนตร์ในแนวโรแมนติก สยอง และอารมณ์ขันรวมอยู่ในเรื่องเดียวกัน A. เราได้ยินชื่อพี่ต้อมมานานแล้วเป็นผู้กำกับที่เก่งมากๆ แล้วก็กำกับหนังมาหลายเรื่องมาก เราก็อยากที่จะมีครั้งหนึ่งในชีวิตที่อยากจะร่วมงานด้วย เขาจะให้เราใช้สัญชาตญาณในการเล่นอยู่ตลอดเวลา คือพี่ต้อมบรีฟคาแรคเตอร์เราเป็นอย่างไร โรส คาแรคเตอร์ของบุปผาเป็นอย่างไร แล้วก็ให้เราเล่นว่าถ้าเป็นอย่างนี้ๆๆ เราจะรู้สึกเป็นอย่างไร ซึ่งโอเคเราเข้าใจว่า เราเล่นซีรี่ส์มาก็ต้องมีการผสมกับความใหญ่มานิดหนึ่ง เพราะว่ามันเป็นทีวี แต่พอมันอยู่ในจอเงินเราต้องปรับระดับให้มันน้อยแล้วก็เล่นแค่แววตา เพราะฉะนั้นมันก็ตรงกับคอนเซ็ปท์พี่ต้อมอยู่แล้วว่า ในบุปผาจะต้องเล่นด้วยแววตา และความรู้สึกตลอดเวลา รู้สึกดีใจมากที่ต้อมให้โอกาสเรา เพราะหนูก็ถือว่าเป็นนักแสดงหน้าใหม่เหมือนกัน ที่จะได้รับบทอะไรที่มันท้าทายขนาดนี้ ให้เราได้ลองเล่นคาแรคเตอร์ใหม่ๆ ตัวเก้าเองรู้สึกว่าบุปผานี่เป็นคาแรคเตอร์ที่มีหลายมิติมาก  ซึ่งเขาก็เชื่อมั่นในตัวเราว่าเราทำได้ เราใหม่มากที่จะเล่นเป็นตัวละครอะไรที่มันมีหลายมิติอย่างนี้ ซึ่งพอทำงานกับพี่ต้อมไป ก็เริ่มจับทางได้ว่าพี่ต้อมเขาต้องการอะไร แล้วก็อยากจะให้มันออกมาในรูปแบบไหน ซึ่งก็ถือเป็นความโชคดีมั้งคะที่ผู้ใหญ่ให้โอกาส ที่สหฯให้โอกาส พี่ต้อมให้โอกาสที่ทำให้เราได้มาเล่นในบทนี้ Q.จริงมั้ยที่ถือว่าสำหรับบทบุปผาที่เก้าได้รับ เป็นการเปลี่ยนแปลงทางด้านการแสดงโดยสิ้นเชิง ได้ทำอะไรในรูปแบบใหม่อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน A. ทำงานกับพี่ต้อมเรามีความรู้สึกว่าเป็นการทำงานในรูปแบบใหม่ คืออย่างที่บอกพี่ต้อมอยากให้เราใช้สัญชาตญาณในการเล่นมากกว่า ซึ่งหนูไม่ชินเลยทีแรก ซึ่งมันจะมีฉากหนึ่งค่ะ เป็นฉากที่ประทับใจ แต่เป็นฉากที่ไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้เหมือนกัน เพราะว่าเป็นฉากที่ปกติเวลาเราถ่ายหนังใช่มั้ยคะ เราก็อาจจะไม่ได้ถ่ายไปตามลำดับเรื่องยาวไปตั้งแต่ต้นจนจบ ฉากที่บุปผานั่งอยู่ แล้วก็ต้องเกิดความรู้สึกกลัว พี่ต้อมก็เลยบอกว่าถ้าอยากร้องไห้ก็ร้องไห้ได้เลย พี่ต้อมแล้วหนูจะร้องไห้ได้ไง ให้หนูกลัวอะไร โอเคค่ะพี่ต้อมอยากให้หนูทำอะไรหนูทำเลยค่ะ ถ้าไม่ได้เดี๋ยวพี่มาบรีฟหนูอีกทีละกันนะคะ อันไหนที่พี่ไม่อยากได้ หรืออันไหนอยากให้เพิ่มอยากให้ลดพี่บอกหนูละกันนะคะ ซึ่งหนูเล่นออกมาแล้วก็ดีใจค่ะ พี่ต้อมบอกว่าเออดีแล้วนะ ขออย่างนี้อีกเทคหนึ่ง (หัวเราะ)   Q.พี่ต้อมบอกว่าเก้าเป็นนักแสดงที่น้ำตาสั่งได้ A. หนูคิดว่าหน้าที่ของเราคือนักแสดงค่ะ อยากได้แบบไหน ก็ต้องทำให้ได้ ต้องตีโจทย์สักโจทย์หนึ่งให้ได้   Q.จริงมั้ยที่ว่า “บุปผาอาริกาโตะ” เป็นผลงานที่ท้าทายทางด้านการแสดงที่สุดของ “เก้า สุภัสสรา” เลยทีเดียว A. ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เก้าก็ได้ทำงานอะไรที่ท้าทายมาตลอดเลย ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งนะคะ ที่ท้าทายมากๆ เพราะตัวละครบุปผาก็เป็นคาแรคเตอร์ที่พี่ต้อมเขาวางไว้อยู่แล้ว และขึ้นชื่อว่าเป็นบุปผาด้วยแล้วก็จะเป็นผู้หญิงที่เหมือนมีอะไรในใจอยู่ตลอดเวลา ที่ซึ่งไม่สามารถแสดงออกมาได้หมด เป็นผู้หญิงที่ไม่ค่อยพูด แต่ว่าแววตานี่ก็ต้องสื่อสารออกมาตลอด ซึ่งมันก็มีบุคลิกค่อนข้างที่จะซับซ้อนอยู่พอสมควรเลย ก็เป็นเหมือนตัวละครที่มีอยู่สองบุคลิก ซึ่งสำหรับเก้าก็ถือว่าท้าทายมากค่ะ ถึงแม้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาจะได้รับบทที่ท้าทายมาทุกเรื่องนะคะ แต่สำหรับเรื่องนี้มันดูซับซ้อนมากกว่าปกติค่ะ อย่างเช่นก็จะมีอยู่ฉากหนึ่งที่เป็นฉากอารมณ์มากๆ ซึ่งมันก็ยากสำหรับเก้ามากค่ะ เพราะว่าต้องเข้าไปอยู่ในฉากที่ภาวะอารมณ์นี่แปรปรวนมากๆ จะเศร้าก็ไม่เศร้า ร้องไห้ก็ไม่ร้องไห้ จะช็อคก็ไม่ช็อค แบบไม่รู้ว่าจะไปยังไงต่อ เป็นอีกหนึ่งฉากที่บอกได้เลยว่ายากมากๆ คือต้องเดินร้องไห้แล้วก็ยาวมากค่ะ ซึ่งก็ไม่คาดคิดว่าพี่ต้อมจะเอา แบบว่า ฉากเดินเรามาแล้วก็ร้องไห้ อยู่ๆ พี่ต้อมก็จะสั่งเลยว่าแบบ เก้าพี่ขอเดินมา น้ำตามาเลย เดินทำหน้านิ่งๆ น้ำตาไหลไม่หยุด เก้าทำได้ไหม ก็โอเคค่ะ ก็เลยลองทำดู ต้องเดินขึ้นบันได 4 ชั้นค่ะ ขึ้น ลงก่อนแล้วก็ค่อยขึ้น เหมือน repeat ซ้ำๆ อ่ะค่ะ ความยากก็คือเราต้อง HOLD อารมณ์ตอนนั้นตลอดเวลาค่ะ เราก็ไม่รู้เลยว่าพี่ต้อมจะมารับหน้าเราตอนไหน แล้วน้ำตามันจะไหลมาตอนไหน ซึ่งแบบบางทีมารับหน้าปุ๊บ น้ำตามันหล่นไปแล้วนะ เราก็ไม่รู้เลยว่าแบบพี่ต้อมเขาจะรับมุมไหน ที่สำคัญคือเป็นการถ่ายทำแบบ ONE LONG TAKE ก็อยากให้ทุกคนติดตามชมค่ะ   Q.ช่วยเล่าให้ฟังถึงคาแรคเตอร์ของบุปผาที่ได้รับในภาพยนตร์เรื่อง “บุปผาอาริกาโตะ” A. รับบทเป็นหญิงสาวที่ชื่อว่า บุปผา คือผู้หญิงยุคใหม่ที่มั่นใจในตัวเองสูง กล้าคิด กล้าทำอะไรที่ผู้หญิงธรรมดาทั่วๆ ไปไม่กล้าแม้แต่จะคิด ที่มีเสน่ห์ดึงดูดอยู่ในตัวสูง โดยเฉพาะต่อเพศตรงข้าม  ภายนอกอาจดูนิ่งๆ พูดน้อย แต่สื่อสารความรู้สึกผ่านดวงตา ลึกๆ แล้วเป็นผู้หญิงที่ sensitive และจริงจัง ซีเรียสกับเรื่องความรักมากๆ ประมาณว่า “อยู่ได้ด้วยความรัก และก็พร้อมที่จะตายเพราะความรักได้เหมือนกัน” เป็นตัวละครที่เล่นกับอารมณ์และความรู้สึกที่อยู่ภายใน แต่ถ้าดูจากภายนอก อาจคิดว่าบุปผาคือผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ดูบอบบาง แต่จริงๆ รักจัดแค้นจริง จะรักก็รักมาก แต่พอแค้นขึ้นมาบุปผาก็พร้อมที่จะหยิบมีดขึ้นมาปาดคอคนที่รักได้ทันทีที่รู้ว่าถูกนอกใจ บุปผาคือหญิงสาวที่มาพร้อมประโยคที่ว่า “ทิ้งกูมึงตาย” และไม่ได้เกิดมาเพื่อให้ใครมาล้อเล่นในเรื่อง “ความรัก”   Q.มุมมองความรักของผู้หญิงอย่างบุปผาในความรู้สึกของผู้หญิงอย่างเก้า สุภัสสรา A. มุมมองความรักของบุปผานะคะ ถ้าหนูเป็นคนนอกแล้วมองมา โอ๊ย ผู้หญิงคนนี้ รักจริงแค้นจริงเจ็บจริง มันน่ากลัวเหมือนกัน แต่ว่าถ้ารักเขาดีๆ หนูว่าคงทำให้ชีวิตดีมากๆ ค่ะ มันเป็นคาแรคเตอร์ที่เป็นผู้หญิงที่มีความจริงจังกับความรักมากๆ คนเราถ้ารักมากก็ต้องแค้นมากค่ะ   Q.เรื่องราวของบุปผาอาริกาโตะ A. บุปผาอาริกาโตะเป็นเรื่องราวของผู้หญิงไทยคนหนึ่งที่ชื่อบุปผา ได้มีโอกาสเดินทางไปยังต่างประเทศเพราะเหตุการณ์ที่ทำให้เขาเกิดผิดหวังจากความรัก โดยการเดินทางครั้งนี้ก็จะสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นผู้หญิงที่เด็ดเดี่ยว แล้วก็จริงจังในเรื่องความรักมาก ซึ่งพอเขารู้สึกเสียใจเรื่องความรัก เขาสามารถทำได้ทุก การได้ไปทำอะไร ได้ใช้ชีวิต ได้ไปคิดอะไรเยอะๆ ในเมืองนิเซโกะนี่ละค่ะ ก็จะมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันหลายอย่างเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการที่อยู่มาวันหนึ่งก็จะมีแก๊งนี้นะคะ ก็เรียกว่าเป็นพวกแก๊งๆ พี่แฟนฉันละกัน ได้มาทำงานมิวสิควิดีโอที่นี่ ก็ได้มาเจอเรา ก็เลยเกิดมีเรื่องราวของความรักเข้ามาเกี่ยวข้อง อยากรู้ว่ารักกับใครก็ต้องไปติดตามชมนะคะ ในขณะเดียวกันโรสก็ต้องไปพบเจอกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันโดยที่พวกเขาทั้งหมดต้องช่วยกันค้นหาความจริง ว่ามันเกิดอะไรขึ้นในออสการ์ลอดจ์ ใครทำอะไร เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไรก็ต้องไปติดตามชมกันนะคะ   Q.ทราบมาว่านอกจากความยาก ความท้าทายในการถ่ายทอดบทบุปผา ที่มีหลายอารมณ์บางครั้งต้องแสดงคนเดียว และไม่มีบทพูดต้องใช้สีหน้าแววตาแสดงความรู้สึก แล้วยังต้องทำงานท่ามกลางอุปสรรคสารพัดตั้งแต่อุณหภูมิติดลบ มีฉากที่ต้องเล่นสกี ถ่ายหนังท่ามกลางโลเกชั่นที่เต็มไปด้วยหิมะ ฯลฯ A. ในบุปผาอาริกาโตะ นอกจากเราจะได้เห็นแรงอาฆาตแค้นของตัวบุปผาในเรื่องความรักแล้ว เราก็จะได้เห็นการเผชิญหน้ากับเรื่องราวที่ทั้งหลอน และน่ากลัวยิ่งกว่าทุกสิ่งที่เคยที่ผ่านเข้ามาและทำให้ชีวิตของบุปผาเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เป็นตัวละครที่ซับซ้อนเหมือนมี 2 บุคลิก สำหรับเก้าถือว่าท้าทายมากกว่าทุกเรื่องและดูซับซ้อนกว่าปกติ ตัวคาแรคเตอร์มันมีหลายมิติ   Q.พูดถึงนิเซโกะ ซึ่งเป็นโลเคชั่นหลักของภาพยนตร์เรื่องบุปผา เป็นเมืองที่คนไทยที่นิยมไปท่องเที่ยวกันมาก A. ค่ะปกติหนูก็ไปประเทศญี่ปุ่นบ่อยมาก แต่นิเซโกะเป็นเมืองที่เราเพิ่งเคยไปครั้งแรก แล้วอย่างตอนช่วงที่หนูไปหิมะตกเยอะมาก แล้วก็เจอคนไทยเยอะมาก เป็นเมืองที่สวยมากๆ มองไปทางไหนก็เห็นเป็นหิมะสีขาวเราใส่ชุดกันหนาวตลอดเวลา ปรากฏว่ากลับมาแล้วตัวดำ (หัวเราะ) เพราะเหมือนว่าแสงมันสะท้อนหนูรับรองว่าเราจะได้เจอหิมะทุกรูปแบบอย่างแน่นอนค่ะ พายุหิมะ ได้ไปเจอครบทุกรสชาติจริงๆ ค่ะ และด้วยอุณหภูมิแสง อุณหภูมิสีมันก็จะต่างจากบ้านเรามาก ภาพที่ถ่ายออกมารับประกันว่าภาพที่ถ่ายออกมาในหนังก็จะสวยแน่นอนค่ะ   Q. การทำงานท่ามกลางสภาพอากาศติดลบ ที่แวดล้อมไปด้วยหนุ่มๆ โดยเป็นหญิงสาวเพียงคนเดียว ต้องอาศัยความอึดขนาดไหน A. สนุกค่ะ เพราะหนูก็เป็นคนห้าวๆ อยู่แล้ว พี่ๆ เขาก็น่ารักค่ะ ตลกเฮฮาทำให้เราไม่เครียดนะคะ หนูก็คิดว่าการทำงานก็ไม่ลำบากมากค่ะ เพราะว่าเราสนุก เรามีเพื่อนวัยใกล้ๆ กันค่ะ ก็ทำให้เราเอ็นจอย แล้วเหมือนเราได้ไปเที่ยวกับเพื่อนมากกว่า เห็นเก้าตัวเล็กบอบบางขนาดนี้ เอาจริงๆ ถึกมาก เพราะว่าต้องขึ้นเขาไปถ่ายกลางหิมะ แล้วก็ขึ้นไปนี่หลักๆ ก็จะขึ้นไปกับพี่แน็กค่ะ เพราะว่าเราก็ต้องเข้าซีนหิมะด้วยกัน ซึ่งเราก็ต้องไปถ่ายบนเขา แล้วก็แบบไถลลงมา ภาพออกมาดีมาก แต่ใครจะรู้ไหมคะว่าหน้าชาเหมือนโดนตบเลยค่ะ หิมะตอนที่ไปถ่ายที่นิเซโกะนะคะประมาณลบ 7 ลบ 8 อะไรประมาณนี้นะคะ ถ้าขึ้นไปเล่นสกีในฉากนั้นที่มันเป็นหิมะบนเขา เป็นพายุหิมะหนักๆ ที่พี่ต้อมไปถ่ายหนูเล่นสกี อุณหภูมิก็ประมาณลบ 18 เลย เพราะฉะนั้นหนาวมาก มันโหดมากค่ะ มีพายุหิมะด้วยในวันนั้น แล้วจะต้องกลับลงไปข้างล่างให้ทันนะคะ แสงก็หมดเร็วมากๆ ค่ะ ด้วยความเป็นอากาศหนาว ตอน 4 โมงก็คือแสงก็จะหมดแล้วค่ะ พี่ต้อมก็เลยต้องพยายามถ่ายให้แต่ละเทคผ่านให้ได้ ความโหดคือหนูเล่นสกีครั้งแรกค่ะ ดีใจค่ะที่ตัวเองเล่นได้ เพราะมีสกิลในการเล่นไอซ์สเกตมาก่อนอะไรอย่างนี้ อีกอย่างที่เราไม่หวั่นเพราะเราภูมิใจที่ได้เป็นบุปผา (หัวเราะ) ส่วนตอนที่ต้องเดินขึ้นเขาสำหรับหนูก็ไม่ลำบากนะคะ เพราะมีกระเช้าเวลาขึ้นไปให้สูงๆ แล้วค่อยให้เราไถลๆๆๆ ลงมา แต่หนูสงสารที่สุดคือพี่ต้อมค่ะเขาก็ต้องจับกล้องอะไรอย่างนี้อยู่ตลอดเวลา เขาก็ต้องถอดถุงมือถือกล้องใช่มั้ยค่ะ คิดดูละกันกับอุณหภูมิขนาดนั้น ซึ่งแบบมือแข็งแน่นอนนะคะ คือของหนูยังมีถุงมือหรืออุปกรณ์สกี เล่นแล้วแบบยังสนุกๆ ใช่ไหมคะ   Q.สปิริตของแก๊งแฟนฉันเมื่อต้องถ่ายหนังท่ามกลางหิมะและอุณหภูมิติดลบด้วยชุด อันเดอร์แวร์ตัวเดียว A.พี่เขาต้องใส่กางเกงในแบบตัวเดียวอยู่ในหิมะ ที่เรียกว่าติดลบเลยทีเดียวนะคะ คือพี่เขามีสปิริตมากออกไปกลางหิมะเล่นกัน คือมันหนาวมากจริงๆ ค่ะ คืออธิบายตอนนี้นะคะ อากาศร้อนๆ ที่เมืองไทย คนดูอาจจะแบบไม่รู้ แต่ถ้าไปสัมผัส ณ วันนั้นนะคะ โดยเฉพาะพี่แน็ก พี่แน็กบอกว่าไม่หนาวเลย เขาชอบอากาศหนาวมาก   Q.จริงมั้ยที่ว่าเราจะได้เห็นแน็ก ชาลี มาพร้อมกับลุคโรแมนติก เท่ห์ๆ อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนโดยเฉพาะอย่างยิ่งโชว์ความสามารถในการแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ด้วย A.ค่ะที่ผ่านมาเคยเห็นผลงานของพี่แน็กมาบ้างค่ะ ตั้งแต่แฟนฉันชอบมาก เพราะว่าเป็นหนังที่รู้สึกมันมีความทรงจำอะไรเกี่ยวกับเราเยอะมาก เหมือนเราได้ย้อนวันวานเหมือนกันนะคะ ไม่คิดว่าเราโตขึ้นมาแล้วจะได้ร่วมงานกันป็นครั้งแรก ซึ่งก็ไม่เคยเห็นบทบาทพี่แน็กในความโรแมนติกนะคะ แล้วก็รู้สึกจริงจังกับชีวิตขึ้นมา เพราะปกตินี่หนูอยู่กอง คุยกับพี่แน็กก็จะรู้สึกแบบเอาสาระไม่ค่อยได้ พอทำงานกับพี่แน็กแล้ว เขาเป็นคนเก่งค่ะ แล้วในเรื่องเราก็จะได้เห็นพี่แน็กโชว์พลังเสียงของเขา เขาแบบเตรียมตัวมาดีมากค่ะ ไม่ว่าจะว่างตอนไหนพี่แน็กก็จะยกกีตาร์ขึ้นมาค่ะ แล้วก็ร้องเพลงให้คนทั้งกองฟังอยู่ตลอดเวลา จนคนทั้งกองนี่ร้องเพลงพี่แน็กได้ ประโยคเดียวที่ร้องกันได้ทั้งกองคือ *จะรออยู่ตรงนี้ให้เธอกลับมา* ทุกคนก็แบบว่าร้องกันอยู่ตลอดเวลา ส่วนเพลงที่พี่แน็กแต่งนะคะ ก็คือเป็นความหมายแทนตัวพระเอกนะคะ ซึ่งในเรื่องเป็นเพลงที่บอกความรู้สึกที่มีต่อโรสว่าเขารู้สึกอะไรอย่างนี้ค่ะ   Q. ทำไมต้องอาริกาโตะ ครั้งแรกที่ได้ยินชื่อ “บุปผาอาริกาโตะ” A. ทำไมบุปผาต้องอาริกาโตะ ในความหมาย ในความคิดของหนูนะ หลังจากพอได้ยินชื่อเรื่องของบุปผาอาริกาโตะ ก็พยายามมองว่าหรือคงเป็นบุปผาที่อยากจะขอบคุณคนดูรึเปล่า (หัวเราะ) หรือเหมือนว่าเป็นบุปผาที่จะต้องไปต่างประเทศ แล้วมันจะน่ากลัวเหมือนบุปผาไหม พี่ต้อมจะถ่ายยังไงให้มันน่ากลัว ทุกทีเรามักจะเห็นว่าผีมาจากที่มืดๆ แล้วจะถ่ายยังไงมองไปก็เห็นแต่หิมะสีขาว แต่เขาถ่ายกันได้ แล้วมันก็ออกมาหลอนด้วย เพราะว่าพี่ต้อมเขาก็จัดทุกอย่าง อยากจะให้ชมจริงๆ ค่ะ เพราะว่าทุกอย่างมันหลอนแน่นอนค่ะ คือด้วยความที่เป็นพี่ต้อมรับรองว่าคุณภาพนี่ สุดยอดค่ะ   Q. เก้ากับ 3 ลุคส์ ของบุปผาที่ไม่เคยเห็นมาก่อน A.ลุคส์แรกก็จะเป็นชุดบอดี้สูท ซึ่งอยากรู้ว่าชุดบอดี้สูทมีความหมายอะไรในเรื่องก็ต้องไปติดตามชมเอานะคะ และถ้าจะเห็นในโปสเตอร์ก็คือชุดกิโมโนก็จะมีความหมายของมัน แล้วก็อีกชุดหนึ่งเป็นชุดที่ใส่เล่นสกีนะคะ ซึ่งเป็นชุดที่เหมือนคนไทยไปต่างประเทศก็ต้องใส่ชุดสกี เพื่อที่จะออกไปเล่นสกีนะคะ ก็อยากให้ทุกคนติดตามมากกว่าคะว่ามันจะออกมาเป็นอย่างไร   Q. จับตาดูฉากหลอนโรแมนติกแต่สวยมาก A. มีอยู่ฉากหนึ่ง ซึ่งเป็นฉากโรแมนติกมากๆ นะคะ ไม่รู้โรแมนติกหรือว่าหลอนกันแน่ เพราะว่าเป็นฉากที่ในเรื่อง โรส จะต้องไปถ่าย MV ให้กับทางพี่แจ๊คนะคะ ซึ่งในเรื่องหนูก็ต้องยืนท่ามกลางหิมะ กับพี่แน็กสองคน แล้วพี่แน็กก็ต้องถอดเสื้อ แล้วก็ดีดกีตาร์ แล้วก็ยืนอยู่กลางหิมะ ซึ่งภาพที่ออกมานี่ เรารับรองว่ามันสวยอยู่แล้วนะคะ มันมีความเป็นหิมะโปรยปราย แบบว่าภาพดูโรแมนติกมากนะคะ แต่มองไกลๆ ก็อาจจะหลอนได้เหมือนกันนะคะ ต้องไปติดตามชมในเรื่องค่ะ   Q. ฝากผลงานภาพยนตร์เรื่องใหม่ของเก้าสุภัสสรา “บุปผาอาริกาโตะ” A. อยากชวนเพื่อนๆ มาดูหนังกัน ก็จะได้เสียงหัวเราะแล้วก็ได้ความน่ากลัวไปด้วยนะคะ แต่ว่าอยากให้คนเข้ามาโดยไม่ติดภาพบุปผาเลยนะคะ อยากให้ทุกคนได้ดูหนังผีแนวใหม่ แล้วก็ได้มาดูคอมมิดี้ที่พี่ๆ เขาเล่นกันน่ารักนะคะ ซึ่งพี่ต้อมก็ตั้งใจทำงานมากๆ ค่ะ พี่ๆ ทีมงานทุกคน รวมไปถึงพี่ๆ แก๊งแฟนฉัน อยากจะมาเห็นพี่ๆ เขาแบบตอนโตก็เข้ามาดูความน่ารักของพี่เขาได้นะคะ ก็ฝากด้วยนะคะ บุปผาอาริกาโตะ 5 พฤษภาคมนี้ค่ะ

ภัยใกล้ตัว เตือน! ผู้ใช้บัตรเครดิต ในปั๊มน้ำมัน
ปั๊มน้ำมัน /  เตือนภัย / 

ชาวสังคมออนไลน์ส่งต่อ กระทู้เตือนภัย! สำหรับผู้ใช้บัตรเครดิต ในปั๊มน้ำมัน วันนี้ (16ก.ค.) สมาชิกพันทิป หมายเลข 2174751 ได้มีการตั้งกระทู้ในหัวข้อ “เตือนภัยผู้ใช้บัตรเครดิตในปั๊มน้ำมัน” เจ้าของกระทู้ได้เผยแพร่ ให้ชาวสังคมออนไลน์ได้รับรู้ถึงภัยใกล้ตัว เกี่ยวกับการใช้บัตรเครดิตในการจ่ายค่าน้ำมัน โดยระบุรายละเอียดเรื่องราวไว้ว่า เตือนภัยผู้ใช้บัตรเครดิตนะคะ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเอง คือเมื่อประมาณอาทิตย์ก่อน ไปเติมน้ำมันที่ปั๊มแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว เป็นช่วงเวลาค่อนข้างดึกค่ะ ปกติช่วงเวลาระหว่างเวลาเติมน้ำมัน ก็จะเล่นโทรศัพท์รอไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งจ่ายเงินก็ยื่นบัตรเครดิตและบัตรสะสมแต้มไปตามปกติ แต่ครั้งนี้เราออกใบกำกับภาษีด้วยค่ะ มันจะรอนานนิดนึง ปกติทางปั๊มจะนำบัตรเครดิตมาคืนเราก่อน และให้เรารอใบกำกับ แต่ครั้งนี้บัตรเครดิตกลับมาพร้อมใบกำกับ ซึ่งเราก็ไม่ได้เอะใจอะไร รับบัตรแล้วก็กลับบ้านมาปกติ หลังจากที่ใช้บัตรเครดิตใบนี้เติมน้ำมันก็ไม่ได้ใช้จ่ายผ่านบัตรนี้อีกเลย จนกระทั่งเมื่อวันที่ (13 ก.ค.58) เวลาประมาณ  4 โมง มีรหัส OTP Code เด้งเข้ามาที่โทรศัพท์มือถือ ทั้ง ๆ ที่บัตรอยู่กับเราไม่ได้ทำธุรกรรมใด ๆ จึงแจ้งไปทาง Call Center เพื่อสอบถามยอดการใช้จ่าย แต่ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่า ไม่มียอดใช้จ่ายใด ๆ แต่มีการพยายามทำรายการเข้ามา 3 ครั้ง ในช่วงเวลาใกล้ ๆ กัน (16.02,16.11,16.17) ซึ่งก็ตรงกับที่เราได้เมสเสจทางมือถือ ทางเจ้าหน้าที่จึงแจ้งให้ยกเลิกบัตรใบดังกล่าว และออกบัตรใหม่เพื่อความปลอดภัย ทางเราก็เห็นว่าสมควรจึงดำเนินการตามที่เจ้าหน้าที่แจ้ง หลังจากที่ดำเนินการยกเลิกบัตรไป ในช่วงเช้าของวันถัดมา (14 ก.ค.58)  ทางเจ้าหน้าที่โทรมาแจ้งว่า มีการพยายามทำรายการที่ปั๊มน้ำมันที่เรารูดบัตรใช้จ่ายครั้งสุดท้าย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจเช็คแล้วว่าตรงกัน เมื่อได้ทราบเรื่อง ทางเราก็รีบไปที่ปั๊มน้ำมันดังกล่าว (เนื่องจากอยู่บริเวณหอพัก) และขอติดต่อกับผู้จัดการ ซึ่งก็มีเจ้าพนักงานท่านหนึ่งแสดงตัวและมาพูดคุยกับเรา เราจึงอธิบายเรื่องดังกล่าวแก่เจ้าพนักงานท่านนั้น หลังจากที่พูดคุยกันเสร็จ เขาก็เรียกลูกน้องมาพูดคุยและสอบถาม ซึ่งต้องบอกตรงนี้เลยว่า เจ้าพนักงานท่านนี้เป็นคนที่มีความสามารถค่อนข้างดี เพราะสามารถนำตัวพนักงานที่กระทำผิดมาขอโทษได้ และยอมเล่าวิธีการให้กับเราฟัง ซึ่งก่อนที่พนักงานท่านนี้จะเล่าวิธีการ เราได้แจ้งแก่น้องพนักงานท่านนี้แล้วว่าจะไม่เอาความใด ๆ แต่อย่าไปทำกับลูกค้าท่านอื่น วิธีการก็ง่ายมากเลยค่ะ น้องพนักงานท่านนี้ ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพบัตรไว้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และนำไปทำรายการทางอินเตอร์เน็ต และได้ชี้แจงว่าครั้งล่าสุดที่ทำรายการที่ปั๊ม เพื่อจะนำเงินสดที่ลูกค้าจ่ายไปชำระค่าใช้จ่ายส่วนตัว จากเหตุการณ์นี้ทำให้เรารู้ได้ว่า เรื่องราวร้าย ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นกับเราได้ง่ายมาก อยากให้ทุกท่านที่ได้อ่าน คอยระวังภัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้ง่ายมากในสมัยนี้ หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์แก่เพื่อน ๆ พี่ๆ น้อง ๆ ชาวพันทิปนะคะ ล่าสุด วันนี้ (15 ก.ค) พนักงานที่ก่อเหตุได้พ้นสภาพ การเป็นพนักงานปั๊มน้ำมันแห่งนี้แล้วนะคะ ทางเจ้าพนักงานท่านเดิมที่ประสานแจ้งว่า ทางตัวพนักงานขอลาออกเองค่ะ หากพนักงานท่านนี้สำนึกผิดจริง ๆ  ก็หวังที่จะให้ทุกท่านให้โอกาสเขาค่ะ หากเขาจะกระทำความผิดอีกก็ขอให้เวรและกรรมตัดสินแล้วกันนะคะ MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก สมาชิกพันทิป หมายเลข 2174751

นักสืบพันทิป กดดันจนแฟนบอลสาวสุพรรณรับโกหกลูกป่วยตุ๋นเงิน
ชาริล ชัปปุยส์ /  ตูน บอดี้แสลม / 

ความลับไม่มีในโลก นักสืบพันทิป ตั้งข้อสงสัย พร้อมแฉแฟนบอลสาว สุพรรณบุรี เอฟซี โกหกว่าลูกสาวป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดแดง หลอกตุ๋นเงินบริจาค ชาริล ชัปปุยส์ และตูน บอดี้สแลม ก็ตกเป็นเหยื่อ กลายเป็นเรื่องให้พูดถึงในเว็บบอร์ดดัง pantip.com หลังแฟนเว็บบอร์ดได้ตั้งข้อสงสัยกรณีที่มีแฟนบอลสาว สุพรรณบุรี เอฟซี ท่านหนึ่ง อ้างว่าป่วยเป็นโรคเชื้อราที่ไขกระดูก แถมลูกสาว น้องกอหญ้า วัย 7 ขวบ ก็ป่วยเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดแดง ซึ่งต้องใช้เงินค่ารักษาพยาบาลจำนวนมาก ทำให้แฟนบอล สุพรรณบุรี เอฟซี รวมถึงแฟนบอลสโมสรอื่นๆ ร่วมบริจาคเงินให้จำนวนมาก รวมแล้วกว่า 3 แสนบาท ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มี ชาริล ชัปปุยส์ ดาวเตะล้านเมีย และตูน บอดี้สแลม นักร้องชื่อดัง ที่ก็ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือด้วย เมื่อประมาณปลายปีที่แล้ว โดยเมื่อวันที่ 22 ก.ค.58 ได้มีบุคคลท่านหนึ่ง ได้ไปตั้งกระทู้สงสัยในพฤติกรรมการของแฟนบอลสาวรายนี้ในพันทิป (http://pantip.com/topic/33955262) เพราะที่ผ่านมาปีกว่า ยังไม่เคยเห็นหลักฐานการรักษาพยาบาลสำหรับลูกสาว น้องกอหญ้า เลย โดยสงสัยว่าน่าจะเป็นการหลอกลวง เพื่อต้มตุ๋นเอาเงินบริจาคเสียมากกว่า ทำให้ล่าสุด หญิงสาวคนดังกล่าว ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ตะวันฉาย ในม่านเมฆ โดยยอมรับสารภาพว่า ลูกสาวไม่ได้ป่วยเป็นโรคร้าย โดยเป็นแค่ภาวะเสี่ยงเท่านั้น โดยข้อความมีดังนี้ นี้คือความจริงที่จะออกมาขอโทษพี่ๆ น้องๆ ทุกคนว่า กอหญ้า เปงแค่พาวะเสี่ยงเฉยๆ คะยังไม่แน่ชัดว่าเปงไหมเมื่อช่วง3-4ที่ผ่านมากอหญ้าป่วยบ่อยเข้าโรงบาลบ่อยถึงไม่เสียค่ายาแต่ค่ากินอยู่หลายบาทอยู่คะฉายเลยไปกู้รายวันบ้างเงินด่วนบ้างแชร์ทองเอาทุกอย่างเลยกลายเปงนี้หลักแสนจนฉายต้องหลบค่าหนี้ประกอบเริ่มไปดูบอลแร้วเล่นเฟสเลยทำให้รู้จักพี่ที่เชียร์บอลเข้าก้อเขามาถามว่าเปงอาไรเข้าโรงบาลบ่อยก้อเลยบอกไปว่าเปงมะเร็งเม็ดเลือด ก้อเริ่มเขามามีคนเอาเงินมาช่วยเหลือกอหญ้าเริ่มมีอาการประมูลขึ้นเริ่มได้เงินเยอะฉายก้อปล่อยตามเลยคะเงินที่ได้ประมาณทุกๆช่องทางการช่วยเหลือ300,000บาทคะภายในหนึ่งปีที่ได้150,000แรกฉายเอาไปส่งรายวันส่งเงินด่วนแชร์ทองประมาณ6-7เจ้าคนนี้10000 คนนั้น15000คะเอาชื่อตัวเองมั้งเอาชื่อน้ากู้มั้งคะแร้วอีก70,000ฉายเอาไปใช่หนี้ที่ฉายกู้มาตอนกอหญ้าเริ่มคลอดคะเพราะพ่อมันไม่ค่อยส่งเงินมาให้เพราะมันติดผู้หญิงฉายก้อเลี้ยงกอหญ้ามาตลอดแร้วที่เหลือฉายก้อใช้จ่ายทั่วไปคะฉายกราบขอโทษในความผิดพลาดที่เกินให้อภัยครั้งนี้......ที่เอากอหญ้ามาเกี่ยวข้องฉายขอรับผิดในครั้งนี้ขอให้สังคมให้โอกาสสักครั้งหนึ่งคะที่พูดทั้งหมดคือความจริงทุกอย่างคะฉายรู้สึกผิดคะในครั้งนี้คะมากๆคะ ตอนนี้ฉายได้รับผลกรรมที่ทำไว้แร้วคะ ฉายกราบขอโทษทุกๆท่านที่เคยเมตตาต่อน้องกอหญ้าแต่ฉายผิดเองคะที่เอาน้องมายุ่งด้วยคะแร้วที่กอหญ้าน้องโรงบาลครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องในครั้งนี้น้องมีอาการอาเจียนอยู่แร้วคะ ไม่ใช้เอาน้องมาบังหน้าคะเพราะพวกคุนๆโพสด่าตั้งแต่4-5ทุ่มเมื่อคืนแต่กอหญ้าเขาตอนนี่ตี5คืออาเจียนเลือดคะก้อเลยพามาคะ ทั้งนี้แฟนบอลที่เคยช่วยบริจาคเงิน เตรียมที่จะดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะรับไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้น ได้มีการโพสเฟซบุ๊คต่อว่าอย่างหนัก ขอบคุณกระทู้ : pantip.com/topic/33955262

เงิบเป็นแถว!! กระทู้มาแรง นักฟุตบอลไทยคนไหนเป็นคู่เกย์ ?
กระทู้ฮาพันทิป /  นักฟุตบอลไทยคนไหนเป็นคู่เกย์ / 

กระทู้นี้ยืนยันชัดเจนว่าคนไทย..เป็นคนตลก!! เมื่อมีชาวเน็ตตั้งกระทู้บนเว็บ พันทิป "นักฟุตบอลไทยคนไหนเป็นคู่เกย์ ?" ซึ่งคำตอบที่ได้ พากันหงายท้องไปเป็นแถว เพราะเขาคนนั้นก็คือ "ธนบูรณ์ เกย์สารัช" ทำเอาชาวเน็ตที่เข้าไปอ่านฮากระจาย :D พร้อมกับมีหลายความเห็นต่างเข้ามาปล่อยมุขเด็ดดวงอีกเพียบ(โดยเฉพาะเจ้าของกระทู้) อาทิ เช่น หลากหลายคอมเม้นท์แฟนบอลที่เข้ามาปล่อยมุข ต่อจาก นักฟุตบอลไทยคนไหนเป็นคู่เกย์ ? นักฟุตบอลคนไหนขี้เซา? ตอบ ชารีล หลับปุ๋ย นักฟุตบอลคนไหนเจ้ามือไม่ชอบ? ตอบ ป๊อกเก้า อนันต์ นักฟุตบอลคนไหนเป็นคุณพ่อที่ใจร้าย? ตอบ ธนา กระชากบุตร นักฟุตบอลคนไหนคิดเลขนาน? ตอบ มงคล ทดซะไกล นักฟุตบอลคนไหนชอบฆ่าสัตว์? ตอบ ธีรศิลป์ แทงปลา นักฟุตบอลคนไหนมีห้าสี? ตอบ อนาวิน จูเรนเจอร์ นักฟุตบอลคนไหนชอบเล่นของสูง? ตอบ ศิวรักษ์ เธอสูงเกิน นักบอลคนไหนนมใหญ๋สุด? ตอบ นฤบดีน วีรวัฒโนตม นักฟุตบอลคนไหนไม่มีความรับผิดชอบ? ตอบ เกียรติประวุฒิ สายแล้วววว นักบอลคนไหนชอบอวดรวย? ตอบ ประทุม ชูทอง นักบอลคนไหนอยู่เบื้องหลังการใกล้สูญพันธุ์ของสัตว์? ตอบ กวิน ทำสัตว์จะ none(ไม่มี) นักฟุตบอลคนไหนชอบ งง? ตอบ ชนาธิป สงกระสัย นักบอลคนไหนเป็นเกษตรกร? ตอบ ธีรศิลป์ ดำนา นักบอลคนไหนพึ่งสึกออกมา? ตอบ ทิด ตอง โด นักบอลคนไหนชอบพูดประจบประแจง? ตอบ สารัช อยู่เป็น และอื่นๆอีกมายมายนับไม่ถ้วน >> pantip.com/topic/34999094

เตือนอย่าเชื่อ! งานวิจัย
จุลชีพรักษามะเร็ง /  โรคมะเร็ง

อ.เจษฯ ผนวกสมาชิกเว็บบอร์ดดังพันทิป เตือนอย่าเชื่อ! งานวิจัย จุลชีพรักษามะเร็ง เหตุไม่มีหลักฐาน แถมคนคิดถูกจับผลิตยา-อาหารเสริมปลอม ชี้หากดีจริงต้องมีการเผยแพร่ทางวารสารอย่างน้อย 1 ฉบับ  วันนี้ (20 ม.ค. 59) รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพัทธ์ อาจารย์จากคณะวิทย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความเตือนภัยให้ระวังภายหลังมีสื่อดังได้เผยแพร่ข่าวว่า มีกลุ่มคนวิจัยใช้จุลชีพรักษามะเร็ง ทั้งๆ ที่ผู้เข้าร่วมโครงการดังกล่าวเคยถูกจับเมื่อหลายปีก่อน ฐานผลิตและขายยา รวมถึงอาหารเสริมเถื่อนโดยไม่มี อย. โดยสื่อดังลงข่าวดังกล่าวในทำนองว่า นายบรรยงได้ร่วมกับเพื่อนที่เป็นนักจุลชีวะ 3 คน ทำการค้นคว้าทั้งจากสมุนไพรไทย จากจุลชีพที่มีชีวิตมาเป็นเวลาร่วม 10 ปี จนค้นพบจุลชีพกำจัดเซลล์มะเร็งชนิดได้ผลเกินคาด ทั้งนี้ หลังการค้นพบ จึงได้ผลิตจุลชีพขึ้นมาเพื่อให้การรักษาชาวบ้านที่ป่วยเป็นมะเร็ง ที่มาขอรับการรักษาและช่วยเหลือเป็นเวลาประมาณ 5 ปี มาแล้ว จากสถิติที่รวบรวมไว้ มีผู้มาขอรับจุลชีพไปเพื่อรักษามากกว่า 1,500 คน ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งระยะสุดท้ายอาการดีขึ้น ผู้ป่วยระยะที่ 4 หรือระยะแพร่กระจายทั่วตัวรักษาแล้วหายขาด พร้อมกันนี้ นายบรรยง ยังกล่าวว่า จากการค้นคว้าของตนนี้ถือว่าเป็นนักวิจัยพื้นบ้าน เราใช้หลักการหลังการตรงหลักที่ว่าโลกใบนี้ สิ่งมีชีวิตควบคุมด้วยสิ่งมีชีวิตด้วยกัน เซลล์มะเร็ง ไม่ตอบสนองต่อการรักษาทางเคมีทุกชนิด ไม่ว่ายาเคมีหรือรังสีบำบัด จึงเหลือทางเลือกอยู่ทางเดียว คือขจัดเซลล์มะเร็งในทุกอวัยวะที่เซลล์มะเร็งเข้าไปฝังตัวและกัดกินเนื้อเยื่อ แนวทางในการรักษาคือขจัดเซลล์มะเร็งให้หมดจากร่างกายก่อน ใช้เวลาไม่เกิน 120 วัน หลังจากเซลล์มะเร็งตายหมด จึงมารักษาเนื้อเยื่อทีหลัง ขณะที่ รศ.ดร.เจษฎา เผยว่า เห็นข่าวนายบรรยงนี้แล้วกลุ้มใจกับ นสพ. ... เมื่อปีก่อนยังช่วยสังคมด้วยการลงขายจับกุมขายยาเถื่อนมาแล้ว ไม่ครบปีดี กลับมาช่วยลงข่าวเชียร์ขายเชื้อจุลินทรีย์รักษมะเร็งนี่อีก (หลายคนน่าจะเคยผ่านตา forward mail โฆษณาขายโปรไบโอติกของเค้า) ... อย่าตกเป็นเหยื่อกันนะครับ ด้านผู้ใช้งานเว็บบอร์ดชื่อดังอย่างพันทิป สมาชิกหมายเลข 924619 ก็ได้นำเรื่องราวดังกล่าวไปเผยแพร่ จนทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นพร้อมเตือนใจให้ระวังอย่าหลงเชื่อกับข่าวดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้สื่อดังออกมารับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นด้วย อาทิ "น่ากลัวชาวบ้านจะเชื่อ ไม่กรองข่าวบ้างหรอครับ จะมีชาวบ้านอีกกี่รายที่หลงเชื่อ และเสียโอกาศในการรักษา" "อ่านข่าวเต็มๆ เห็นว่าทำการวิจัยตามหลักวิทยาศาสตร์ มีการทำตรวจสอบเอกสารงานวิจัย ส่วนนี้ฟังดูน่าเชื่อถือ แต่ก็มีอีกส่วนที่ดูไม่น่าเชื่อถือ เช่น มีคนในวงการสาธารณสุขมาขัดขวาง มาข่มขู่ งานนี้ขอรอดูข้อมูลเพิ่มก่อนค่อยว่ากัน" ยังไม่เห็นรายงานการวิจัยเลย ถ้าจริงน่าจะได้ตีพิมพ์ในเอกสารวิชาการเล่มใดเล่มหนึ่งนะ แล้วทำไมคนในกระทรวงสาธารณสุขจะต้องขัดขวางล่ะ ถ้ามันดีจริงน่ะ มีแต่จะช่วยแถลงข่าว ช่วยกันนำมาใช้ เพราะเป็นชื่อเสียงของประเทศ บอกว่ารักษามะเร็งได้ ก็ต้องมีการวิจัยในผู้ป่วยมะเร็งอย่างถูกระเบียบการวิจัย ซึ่งต้องผ่านการอนุญาตจากคณะกรรมการจริยธรรม กระทรวงสาธารณสุข หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน เพราะเป็นการวิจัยในมนุษย์ เมื่อผ่านการอนุมัติ ก็แสดงว่าได้รับการสนับสนุนอยู่แล้วไม่เคยได้ยินเลยนะ" เป็นต้น ขอบคุณข้อมูลจาก Jessada Denduangboripant pantip.com ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ชวนปั่นจักรยานตามเส้นทางสายวัฒนธรรมไทย-ลาว-ยวน กับ  A Long Way Home Trip @หนองแซง จ.สระบุรี
ปั่นจักรยาน /  หนองแซง / 

ชวนปั่นจักรยานตามเส้นทางสายวัฒนธรรมไทย-ลาว-ยวน กับ  A Long Way Home Trip @หนองแซง จ.สระบุรี ขอยอมรับตามตรงว่าเป็นแฟนคลับของคู่รักนักเดินทางที่ใช้นามปากการ่วมกันว่า Pakaprich มานานพอควร เริ่มตั้งแต่ที่ทั้งคู่ตั้งกระทู้เล่าเรื่องการเดินทางสายทรานส์-ไซบีเรียโดยรถไฟ เริ่มต้นที่เมืองนอตทิงแฮม ประเทศอังกฤษ สู่ปลายทางกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย จนได้ขึ้นกระทู้ปักหมุดในพันทิป หลังจากนั้นก็มีแฟนเพจเป็นของตัวเอง และตอนนี้ทั้งคู่ก็ได้ออกพ็อกเก็ตบุ๊คบันทึกการเดินทางเป็นของตัวเองในชื่อ ‘A Long Way Home 71 วัน ปลายทางคือบ้าน ระหว่างทางคือเรา’ โดย สำนักพิมพ์ Her Publishing ในเครือโมโนกรุ๊ป ซึ่งผมมีโอกาสได้อ่านแล้วชอบมากครับ โดยส่วนตัวผมไม่คุ้นเคยว่าหนังสือกับการจัดกิจกรรมจะเป็นไปในรูปแบบไหนได้บ้าง แต่ล่าสุดสำนักพิมพ์ Her Publishing ในเครือโมโนกรุ๊ป ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานลพบุรี ชวนแฟนนักอ่านมาปั่นจักรยานกันโดยรถไฟตามรอยการเดินทางในหนังสือ กับคู่รักนักเดินทาง “โบ๊ท - ภควัติ ทองเจริญ” และ “ฝ้าย - ปริชญา สุทธิเวทย์” แห่ง Pakaprich ในกิจกรรม “ปั่นเลียบเลาะคันคลองท่องวัฒนธรรมไทย-ลาว-ยวน จังหวัดสระบุรี” เมื่อวันเสาร์ที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา เดิมผมป็นคนที่ชอบการท่องเที่ยวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และตอนนี้กำลังมีความสุขกับการปั่นจักรยานที่เป็นทริปแบบปั่นไปเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ ยิ่งไปกันเป็นทีม ยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่ ผมจึงไม่รอช้า รีบสมัครเข้าร่วมกิจกรรมทันที ทริปนี้เริ่มต้นที่สถานีรถไฟหัวลำโพง (กรุงเทพฯ) ตั้งแต่ 6.30 น. ทีมงานตั้งโต๊ะลงทะเบียนที่หน้าชานชาลา แจกเสื้อทีม พร้อมขนมและน้ำดื่มรองท้อง ก่อนจะถ่ายรูปร่วมกันและเตรียมตัวขนจักรยานขึ้นขบวนรถไฟพิเศษมุ่งหน้าสู่สถานีรถไฟหนองแซง อำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี ทริปนี้มีนักปั่นที่เป็นแฟนหนังสือเข้าร่วมกิจกรรมถึง 60 คน ทุกคนล้วนเตรียมตัวมาอย่างดี และมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ระหว่างเดินทางมีการจัดกิจกรรมสันทนาการสนุกๆ จากทีมงานเรียกเสียงหัวเราะได้เป็นอย่างดี ทำให้บรรยากาศไม่น่าเบื่อ พร้อมทั้งมี SIX-P เวย์เจลลี่ รสช็อคโกแล็ตของอร่อยจากผู้สนับสนุนใจดีมีให้ชิมตลอดทาง ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก็ถึงที่หมายตามกำหนดเวลาทันพอดี (ไม่น่าเชื่อ) เมื่อถึงสถานีหนองแซง ก็ได้เวลาเปิดกิจกรรมอย่างเป็นทางการโดยนายอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลพบุรีกล่าวเปิดงาน จากนั้นก็พร้อมปล่อยตัวทีมนักปั่นนำโดยนายอรรถพล และ โบ๊ท - ฝ้าย แห่ง Pakaprich โดยทริปนี้เราจะแวะชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอหนองแซงถึง 7 จุดสำคัญ จุดแรกเริ่มจากแวะดื่มกาแฟหอมๆ จากบ้านใร่กาแฟ ต้นตำรับกาแฟไทยโดยคนไทย พร้อมปาท่องโก๋ที่ทอดเสิร์ฟกันร้อนๆ ที่ ‘ร้านบ้านใร่ใบกะเพรา’ เพื่อเติมพลังก่อนปั่นต่อไปยัง ‘คลีนฟาร์ม’ ฟาร์มผักปลอดสารพิษ ที่นี่ได้รับเกียรติจาก ดร.วีระศักดิ์ วงสมบัติ และคุณธนิดา กุลนา กรรมการผู้จัดการ คลีนฟาร์ม ขึ้นบรรยายถึงการบุกเบิกวิธีปลูกผักปลอดสารพิษ พร้อมขี่จักรยานปั่นนำคณะชมโรงเรือนปลูกผัก และยังได้ชิมผัดสดๆ พร้อมน้ำสลัดอร่อยๆ ด้วย (แอบกระซิบว่าอร่อยจนผมต้องซื้อกลับบ้านมาถุงใหญ่เต็มๆ) จากนั้นไปไหว้พระขอพรกันต่อที่วัดหนองสีดา วัดดังประจำอำเภอหนองแซง ซึ่งให้การต้อนนรับโดยท่านนายกริน อบต.หนองหัวโพ พร้อมชมค้างคาวแม่ไก่นับพันๆ ตัว ที่ลงหลังปักฐานห้อยตัวอยู่บนต้นไม้เฉพาะในเขตวัดหนองสีดาเท่านั้น มาถึงจุดนี้คาดว่าทุกคนคงเริ่มเหนื่อยกันไม่น้อย (ผมด้วย) พอใกล้เที่ยง จึงเริ่มปั่นจักรยานต่อไปยัง ‘หอวัฒนธรรมพื้นบ้านไท-ยวน’ ด้วยบรรยากาศที่ร่มรื่นของต้นไม้ และความสวยงามของบ้านทรงไทยโบราณริมแม่น้ำป่าสัก ที่สร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 จึงทำให้เราลืมความเหนื่อยล้าก่อนหน้านั้นไปเป็นปลิดทิ้ง หอวัฒนธรรมพื้นบ้านแห่งนี้ยังเป็นศูนยรวมของ 3 วัฒนธรรมชาวไทย ลาว และยวนเราจึงรับประทานอาหารเที่ยงแบบขันโตกตามธรรมเนียม พร้อมชมการแสดงพื้นบ้านสี่ภาค โดยอาจารย์ทรงชัย วรรณกูล เจ้าของพื้นที่ให้การต้อนรับและดำเนินรายการ รวมถึงมีการพูดคุยกับ โบ๊ท - ฝ้าย และบรรณาธิการสำนักพิมพ์ Her Publishing ถึงความเป็นมาของหนังสือ ‘A Long Way Home 71 วัน ปลายทางคือบ้าน ระหว่างทางคือเรา’ ใบบรรยากาศที่เป็นกันเอง เมื่อท้องอิ่ม ใจอิ่ม ก็มาลุยกันต่อกับจักรยานคู่ใจ เราใช้เส้นทางเดิมปั่นกลับกัน โดยแวะเหนื่อยกันอีกนิดที่ ‘สวนมะม่วงลุงน้อย’ เพื่อชมมะม่วงพันธุ์หนองแซงที่หาทานยาก และเหลือไม่กี่ต้นแล้วในประเทศไทย จากนั้นจึงเริ่มปั่นจักรยานฝ่าสภาพอากาศที่ร้อนจัดต่อไปอีกเกือบ 20 กิโลเมตร ไปยัง ‘พิพิธภัณฑ์บ้านใร่กาแฟ’ สถานที่ท่องเที่ยวแห่งสุดท้ายในทริปนี้ เพื่อเรียนรู้ความเป็นมาของต้นกำเนิดกาแฟไทยและดื่มเครื่องดื่มให้ชื่นใจ พร้อมชื่นชมกับของเก่าหายากที่ทางเจ้าของได้เก็บสะสมไว้มากมายกว่า 10 ปี รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่เป็นจุดกำเนิดของบ้านใร่กาแฟในยุคแรกๆ (ปลายปี 2540) ด้วย กิจกรรมทั้งหมดจำต้องร่ำลากันอย่างเป็นทางการที่นี่โดยนายอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลพบุรี กล่าวจบกิจกรรม คุณสายชล เพยาว์น้อย ผู้ก่อตั้งธุกรกิจบ้านใร่กาแฟ กล่าวขอบคุณในฐาะตัวแทนของชาวหนองแซง และทุกคนก็ได้ถ่ายภาพร่วมกันอีกครั้ง เมื่อพักผ่อนหย่อนใจหลังจากเหน็ดเหนื่อยกันจนสดชื่นขึ้นมาแล้ว ก็ถึงเวลาที่ต้องกลับไปรวมพลกันอีกครั้งที่สถานีรถไฟหนองแซง เพื่อขึ้นรถไฟขบวนเดิมเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในเวลา 16.00 น. ตลอดเส้นทางปั่นจักรยานท่องเที่ยว ถึงแม้อากาศจะร้อนแสนสาหัสและระยะทางกว่า 44 กิโลเมตรจะทำให้เหนื่อยหอบ และอาจมีนักปั่นบางคนที่ไปต่อไม่ไหว แต่ก็เต็มไปด้วยความประทับใจ ความสนุกสนาน อีกทั้งยังได้รับการดูแลจากทีมงานทุกส่วนที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี เรียกได้ว่าเป็นทริปจักรยานในฝันที่คุ้มเหนื่อยจริงๆ

ยกนิ้วให้ลุคนี้ของ ปู ไปรยา สวย-เก่ง-ใจกุศล! ร่วมเสวนา UNHCR
ปู ไปรยา /  ข่าวบันเทิง / 

ถือเป็นต้นแบบผู้หญิงสมัยใหม่จริงๆ สำหรับนางเอกสาว ปู ไปรยา ทั้งสวย ฉลาด เล่นกีฬาเก่ง และใจบุญ เห็นได้จากงานบุญงานกุศลที่เธอมักเข้าร่วมช่วยเหลือสังคมอยู่บ่อยๆ ล่าสุด สาวปู ได้รับเกียรติเข้าร่วมงานเสวนาพิเศษหัวข้อ "การทำงานเพื่อมนุษยธรรม กับหลักพุทธศาสนา" ในฐานะสมาชิกกิตติมศักดิ์ของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ UNHCR ประเทศไทย พร้อมด้วย พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี และ วู้ดดี้ มิลินทจินดา งานนี้ สาวปู มาในมาดสาวเท่ทะมัดทะแมงในชุดสูทสีเทา มัดผมรวบตึง ดูเป็นทางการ ทำเอาแฟนๆ ชื่นชอบในลุคนี้ของเธอมากมาย ล้วนมีแต่คำชมทั้งทัศนคติ ภาพลักษณ์ การวางตัวที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับลุคสาวแรงในอดีตที่ผ่านมา จนบางคนถึงกับเปลี่ยนความรู้สึกที่มีต่อเธอจากด้านลบกลายเป็นบวกไปเลย... ปรบมือรัวๆ จ้าาาา!! ขอบคุณภาพจาก FB :: UNHCR Thailand และสมาชิกพันทิป หมายเลข 811307 ปู ไปรยา ร่วมงานเสวนา UNHCR ปู ไปรยา ร่วมงานเสวนา UNHCR ปู ไปรยา ร่วมงานเสวนา UNHCR ปู ไปรยา ร่วมงานเสวนา UNHCR ปู ไปรยา ร่วมงานเสวนา UNHCR ปู ไปรยา ร่วมงานเสวนา UNHCR ปู ไปรยา ร่วมงานเสวนา UNHCR ปู ไปรยา ร่วมงานเสวนา UNHCR ปู ไปรยา ร่วมงานเสวนา UNHCR ปู ไปรยา ร่วมงานเสวนา UNHCR ปู ไปรยา ร่วมงานเสวนา UNHCR ปู ไปรยา ร่วมงานเสวนา UNHCR

ละครสายลับจับแอ๊บ , เรื่องย่อสายลับจับแอ๊บ
เรื่องย่อละคร สายลับจับแอ๊บ

สายลับจับแอ๊บ บทประพันธ์โดย : หัสวีร์, เพฑูรย์, พิมาลินย์บทโทรทัศน์โดย : มานะ สติกำกับการแสดงโดย : คิง สมจริง ศรีสุภาพผลิตโดย : บริษัท กู๊ด ฟิลลิ่ง จำกัดออกอากาศทุกวัน พุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30น. ทางช่อง 3 เรื่องย่อละคร สายลับจับแอ๊บ แอ๊บได้แอ๊บไป ระวัง จี-สแกนเปิดโปง ! พวกแอ๊บจะไม่ได้กินชะนีอีกต่อไป จี-สแกน บริษัทสืบเกย์ความหวังสุดท้ายของสาว ๆ ในยุคผู้ชายกลายพันธุ์ ที่เกิดจากการรวมตัวกันแบบไม่ตั้งใจของสามสาวเพื่อนรัก นำทีมโดย พรนางฟ้า สาวสวยหุ่นเป๊ะแต่สมองโก๊ะผู้โดนเกย์หนุ่มหักอกเป็นอาจิณเลยทำให้เธอเชี่ยวชาญในการสแกนเกย์ ผลงานการสแกนเกย์ที่ดังกระฉ่อนไปทั่วประเทศ คือการที่เธอแอบตามแฟนหนุ่มที่นอกใจหนีไปเที่ยวกับเจ้านายเกย์ของเธอ เมื่อความลับถูกเปิดเผย พรนางฟ้าจัดการเจ้านายไม่ยั้ง ทำให้เจ้านายไล่เธอออก และขัดขวางการสมัครงานทุกที่จนเธอกลายเป็นคนว่างงาน ความแค้นนี้ทำให้พรนางฟ้าโพสต์เรื่องราวของตัวเองแฉลงในพันทิป และด้วยกระแสของกระทู้นี้เองทำให้ ชลลัมภีร์ เจ้าของนิตยสารกรี๊ดบันเทิงจ้างให้เธอสืบคดีคู่จิ้น วงบลูปรินซ์ บอยแบนด์ที่ดังสุดในประเทศไทย แต่ยังไม่ทันสืบคดีแรกคดีที่สองก็ตามมาติด ๆ เมื่อเธอได้รับว่าจ้างให้สืบเกย์ผู้กำกับหล่อเซอร์ชื่อดังพรนางฟ้าจึงไปชักชวนผู้ร่วมทีมคนที่สองคือ บัวบุหงา สาวเก่ง มาดแมนซึ่งกำลังมีปัญหารุมเร้าทั้งเรื่องหนี้สินที่บ้านเหตุเกิดจาก พ่อเต่า พ่อที่เป็นเกย์ของเธอกู้เงินมาทำร้านอาหารอิตาลีก่อนร้านจะเจ๊งไม่เป็นท่า แถมงานถ่ายแบบนิตยสารแนวผู้ชายเซ็กซี่ของเธอดันโดนเด็กรุ่นใหม่ไฟแรงเข้ามาแทนที่ บัวบุหงาจึงตัดสินใจร่วมทีมกับพรนางฟ้า เพื่อนำเงินมาใช้หนี้ ทั้งสองคนกำลังจะเริ่มสืบคดี แต่ก็ดันมีคดี ที่สามเข้ามาเพิ่ม ! ซึ่งคนที่มาว่าจ้างกลับไม่ใช่คนอื่นไกลแต่เป็น แพรพิณ เพื่อนรักสาวสวยฟอร์มจัดของพวกเธอ ที่สงสัยว่าคู่หมั้นของหลานสาวตัวเองจะเป็นเกย์ เมื่อ 3 คดีทับถมเข้ามาพรนางฟ้าจึงตัดสินใจให้แพรพิณเข้าร่วม เป็น 1 ในจีสแกนเพื่อสืบคดีหลานสาวซะเลย ! งานนี้สามสาวต้องช่วยกันสืบคดีทั้งสามคดีที่รับมาให้สำเร็จ! ละคร สายลับจับแอ๊บ พรนางฟ้า เริ่มสืบข้อมูลวงบลูปรินซ์จาก อันนา หลานสาวของแพรพิณ ซึ่งเป็นแฟนคลับตัวแม่ของวงนี้บลูปรินซ์ประกอบไปด้วยสมาชิก 4 คนคือ เควิน, คฑา, ไลออน และจุงเบ โดยมีโปรติวเซอร์สุดโหดอย่าง พาที คอยดูแลวงอย่างใกล้ชิด พรนางฟ้าพบว่าคู่จิ้นที่คนเชียร์มากที่สุดของวงคือ เควิน และไลออน และเร็ว ๆ นี้บลูปรินซ์จะจัดงาน fan meeting พรนางฟ้าจึงจะใช้โอกาสนี้ในการเข้าไปแสกนบลูปรินซ์ แต่โชคชะตากลับไม่เข้าข้าง เมื่องานนี้อนุญาตให้คนที่มีบัตรเข้าเท่านั้น ! พรนางฟ้า บัวบุหงา และแพราพิณ จึงหาใช้ทั้งเล่ห์กลมารยาหาบัตรเข้างานไปได้อย่างทุลักทุเล โดยมี ต้อย และติ่ง หัวหน้าแฟนคลับคอยสแกนคนตลอดเวลาด้วย และในงานนั้นเอง ทำให้พรนางฟ้าได้เจอกับพาที ผู้ชายที่พรนางฟ้าเคยเจอที่สนามบิน และคิดว่าเขาเป็นการ์ด ทั้งคู่ไม่ชอบหน้ากันทันที พรนางฟ้าพยายามโกหกพาทีว่าเธอเป็นญาติเครวิน พาทีซึ่งรู้เรื่องบลูปรินซ์ดีที่สุดโมโหมาก สั่งให้บอดี้การ์ดลากพรนางฟ้าออกไป พรนางฟ้ารู้ตัวว่าจะทำงานยากขึ้นจึงปลอมตัวเป็นแองจี้ หลานสาวชลลัมภีร์เพื่อเข้าไปสัมภาษณ์วงบลูปรินซ์โดยอ้างว่าจะตีพิมพ์เรื่องทั้งหมดลงนิตยสารที่ประเทศเกาหลี การเข้าไปของพรนางฟ้าทำให้วงบลูปรินซ์ประทับใจเพราะเธอเป็นหญิงสาวสวย ฉลาด มากความสามารถ และแก้ปัญหาให้บลูปรินซ์ได้ทันท่วงที ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคู่เต้นในโชว์ลีลาศของเควินที่ไม่มาซ้อม พรนางฟ้าก็มาช่วยซ้อมแทนเพราะเต้นลีลาศเป็น หรือเรื่องที่แฟนคลับบุกร้านอาหารในระหว่างการให้สัมภาษณ์ของบลูรินซ์พรนางฟ้าก็สามารถหาทางลัดพาทั้งสี่หนุ่มหนีรอดมาได้ ทั้งสี่คนจึงเริ่มให้ความไว้วางใจตัวเธอ แต่นั่นก็ไม่ช่วยให้เธอสแกนเกย์บลูปรินซ์ได้มากขึ้น ! เธอจึงหาหนทางเข้าไปอยู่ร่วมชายคาเดียวกับสี่หนุ่มบลูปรินซ์เพื่อสแกนแบบเข้มข้น และโชคก็เข้าข้างเมื่อ นาเดียร์ เลขาของพาที และผู้ช่วยผู้จัดการวงมีเรื่องกับคฑาจนโดนไล่ออก เควินกับไลออนเลยเสนอให้พรนางฟ้าเข้ามาทำหน้าที่แทน ทุกคนที่เหลือในวงเห็นด้วย พาทีจึงต้องยอมรับพรนางฟ้าเข้ามาทำงานอย่างไม่เต็มใจนัก ทางด้านบัวบุหงาถูกพรนางฟ้าทิ้งให้สืบคดีจับ พันธิตร ผู้กำกับหน้าใหม่ที่เพิ่งกลับมาจากเมืองนอกสด ๆ ร้อน ๆ บัวบุหงานัดเจอ อรนาฏ แม่ของพันธิตรเพื่อรับคดี อรนาฏยื่นซองเงิน 100,000 บาท เพื่อเป็นค่าดำเนินการ และบอกว่าทางที่ง่ายที่สุด ในการสืบเกย์ลูกชายตัวเองคือแฝงตัวเข้าไปในกองถ่ายภาพยนตร์ ทะเลลาเวนเดอร์ที่พันธิตรเป็นโปรดิวเซอร์ บัวบุหงาหาหนทางแฝงตัวเข้าไปในกองถ่ายอย่างง่ายดายเพราะรู้จักกับ โดม ประทาย ซึ่งเป็นช่างแต่งหน้าของภาพยนตร์เรื่องนี้ และเป็นเพื่อนสนิทของพ่อบัวบุหงา โดยมี ตรีชวา นางเอกของเรื่องใช้เส้นสายช่วยให้บัวบุหงาได้เข้าไปเป็นตากล้องภาพนิ่งในกองถ่าย ละคร สายลับจับแอ๊บ พันธิตรเพียงเห็นหน้าบัวบุหงาก็ไม่พอใจ เพราะไม่เชื่อมั่นในความสามารถของตากล้องผู้หญิง คอยเป็นไม้เบื่อไม้เมาลับฝีปากดูถูกความสามารถเธอเสมอ ทำให้บัวบุหงาแค้นและอยากหาหลักฐานมัดตัวพันธิตรให้ได้โดยเร็ว เธอตามสืบพันธิตรทุกฝีก้าว และเจอว่าพันธิตรชอบแตะเนื้อต้องตัวผู้ชายในกอง ชอบด่าดาราสาวสวยที่เล่นไม่ดี และเมื่อบัวบุหงาแอบเปิดไลน์ของพันธิตร ก็เจอว่าเขาคุยกับ วทันยู เพื่อนผู้ชายที่อยู่ต่างประเทศทุกวัน เธอจึง caption หน้าจอให้อรนาฏดู อรนาฏแทบเป็นลม เธอกลัวลูกชายคนเดียวจะเป็นเกย์เหมือนพ่อของเขาที่ทิ้งครอบครัวหนีไปแต่งงานกับผู้ชายที่อเมริกา อรนาฏจึงจ้างบัวบุหงาต่อให้ช่วยกีดกันพันธิตรออกจากผู้ชายทุกคน และถ้าสามารถทำให้เขาเปลี่ยนใจมาชอบผู้หญิงได้จะมีโบนัสพิเศษ ! บัวบุหงาเริ่มมีความหวังในชีวิตทันที บัวบุหงาพยายามหาสาว ๆ มายั่วยวนพันธิตร แต่ไม่สำเร็จ จึงลงทุนเปลี่ยนโฉมมาดแมน กลายเป็นสาวสวยเปรี้ยว เพื่อกระชากใจพันธิตรเพราะคิดว่าเขาคงชอบของแปลก และของแปลกตัวจริงต้องเป็นเธอเท่านั้น ! พันธิตรรู้สึกดีกับบัวบุหงามากขึ้น แต่ก็ยังวางฟอร์ม และปั่นหัวบัวบุหงาเล่นไม่เลิก ทางด้านแพรพิณหลังจากที่ตกลงกับเพื่อน ๆ ว่าจะสืบคดี คุณชายหมอไทย คุณชายหมอลูกแหง่แห่งวังมัจฉาด้วยตัวเอง จากที่ผ่านมาเธอจะมีช่องว่างไม่ค่อยก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของหมอไทย แพรพิณเริ่มเข้าไปแทรกตัวในทุก ๆ กิจกรรมของหมอไทยเพื่อสืบอย่างใกล้ชิด และเจอกับชยุต เพื่อสนิทของหมอไทยที่มาหาหมอไทยทุกเย็นเพื่อจะไปเล่นกีฬาด้วยกัน แพรพิณสังเกตว่าหมอไทยจะดีใจทุกครั้งที่ชยุตมาหา ทำให้เธอสงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งสองคน แพรพิณจึงลงทุนตามหมอไทย และชยุตไปฟิตเนสทุกวัน หมอไทยชอบเล่นกล้ามแต่ชยุตชอบเล่นโยคะ และแบดมินตันเหมือนแพรพิณ แพรพิณเล่นโยคะฟลายกับชยุต แต่ด้วยความโก๊ะก็พลาดท่าตกลงมา และชยุตรับไว้ได้ แต่สบตาชยุต แพรพิณก็หัวใจเต้นแรง หมอไทยมาเห็นเข้าก็รีบมาดูอาการของชยุต แพรพิณยิ่งสงสัยมากขึ้นจึงหาทางตามทั้งสองคนไปสนามฟุตบอลกับพรนางฟ้า และบัวบุหงา เธอเห็นชยุต และหมอไทยมักจะเตะเนื้อต้องตัวกัน จึงหาทางเข้าไปแทรกกลางระหว่างทั้งคู่เสมอ จนกระทั่งวันหนึ่งพรนางฟ้าไปซาวน์น่า และเจอชยุคกับหมอไทยเข้าไปด้วยกัน แพรพิณรีบตามมาจับผิด และเห็นทั้งสองคนออกมาด้วยกันอย่างเหนื่อยอ่อน แพรพิณเสียใจมาก และเริ่มปักใจเชื่อว่าหมอไทยเป็นเกย์ และรู้สึกเสียใจขึ้นไปอีกเมื่อรู้ว่าชยุตก็น่าจะเป็นเกย์เช่นกัน เธอเริ่มสับสนในตัวเองว่าเธอจะคิดถึงชยุคทำไม ละคร สายลับจับแอ๊บ วันหนึ่งในงานเลี้ยง 80 ปี ของ คุณย่านวล แห่งวังมัจฉา มีแขกคุณหญิงคุณท่านมากมาย แพรพิณชวนบัวบุหงา พรนางฟ้าไปร่วมงานเพื่อช่วยหาหลักฐานยืนยันว่าหมอไทยกับชยุครักกัน พรนางฟ้าแอบเอาไลออนซึ่งตกหลุมรักพรนางฟ้าไปร่วมงานด้วย โดยปลอมเป็นแขกในงานอย่างแนบเนียน และแล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อคุณย่านวลจันทร์ประกาศกลางงานเลี้ยงว่า อันนาหลานสาวของแพรพิณกับหมอไทยจะมีพิธีหมั้นภายในสัปดาห์หน้า ! หมอไทยตกใจ และโกรธาก แพรพิณเมื่อรู้ว่าหมอไทยโกรธก็ยิ่งเพิ่มความเชื่อมั่นว่าหมอไทยกับชยุตรักกัน ไลออนที่ไม่ได้แตะแอลกอฮอล์นาน เมาจนเผลอประกาศตัวว่าเขาคือ ไลออน แห่งบลูปรินซ์ และจับหมอไทยที่ยืนใกล้ ๆ มาจูบ สร้างความฮือฮาในงาน และมีนักข่าวถ่ายภาพนี้ได้ โชคดีที่พรนางฟ้าขอร้องให้ชลลัมภีร์ช่วยปิดข่าวนี้ไว้ โดยอ้างว่าถ้าไม่ช่วยปิดข่าวก็จะไม่สืบเกย์วงบลูปรินซ์ต่อ ชลลัมภีร์ตกลง งานนี้พรนางฟ้าเรียกคะแนนความมั่นใจจากลูบปรินซ์ได้อีกครั้งแต่พาทีจอมเฮี๊ยบก็ยังไม่ไว้วางใจเธอ วันรุ่งขึ้นเป็นงานเปิดกล้องภาพยนตร์ ทะเลลาเวนเดอร์ ของสี่หนุ่มบลูปรินซ์ พร้อมดาราคับคั่ง พรนางฟ้าที่ต้องตามมาด้วยในฐานะผู้ช่วยผู้จัดการวง พบกับตรีวานางเอกของเรื่อง เธอแทบช็อกเพราะตรีชวา คือรักแรกของเธอสมัยประถมที่ตอนนี้สวยแซงหน้าเธอไปแล้ว ! ทั้งสองคนทำตัวถูกเมื่อเจอหน้ากัน และเมื่อเปิดปากพูดก็เริ่มทะเลาะกันถึงเรื่องในอดีตร่ำไป ! ในงานเปิดตัว นักข่าวรุมล้อมขอสัมภาษณ์ไลออนแต่เขายังเมาค้าง และตอบอะไรผิด ๆ ถูก ๆ พันธิตรเซ็งกับความไม่รับผิดชอบของไลออนจึงเปลี่ยนตัวพระเอกกะทันหันเป็นคฑา เรด้าร์สแกนเกย์ของบัวบุหงาทำงานทันที เธอเห็นสายตาแปลก ๆ ของพันธิตรที่มีให้คฑามาโดยตลอด นั่นทำให้เธอยิ่งเชื่อว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องทำ เพื่อคฑาอย่างแน่นอน ! บัวบุหงากับพันธิตรยังคงเป็นไม้เบื่อไม้เมาไม่เลิกรา ทั้งสามกลับมารายงานความเคลื่อนไหวของแต่ละคน ทุกคนดูเริ่มจะได้ข้อมูลมากขึ้น มีแพรพิณที่ยิ่งรู้ข้อมูลมากเท่าไหร่ก็ยิ่งช้ำใจมากเท่านั้น เพราะเธอรู้สึกหึงชยุค ! แล้วก็มีเรื่องแซ่บมาตอกย้ำความเศร้าของแพรพิณ เมื่อบัวบุหงาเห็น หมอไทยกับชยุต ฟอลโล่อินสตาแกรมรูปผู้ชายโป๊ แพรพิณเสียใจจนไม่เป็นอันทำอะไร บัวบุหงาพรนางฟ้าทนไม่ไหวในนิสัยขี้แยของแพรพิณ จึงวางแผนสืบหาความจริงเรื่องหมอไทยกับชยุตเอง โดยวางแผนให้ทั้งสองคนมาถ่ายรูปเซ็กซี่เพื่อให้โฆษณาคลินิกเสริมความงามของหมอไทย แล้วเอาผู้ชายหล่อ 3-4 คนที่เธอจ้างไว้มาช่วยหลอกล่อให้หมอไทยกับชยุตแต๋วแตก ละคร สายลับจับแอ๊บ แต่แล้วกลับเป็นผู้ชายเหล่านั้นที่แต๋วแตกแพ้ความขี้เล่นเป็นกันเองของชยุต และหมอไทย ทุกอย่างกำลังไปได้สวยแต่เรื่องราวกลับใหญ่โต เมื่อแพรพิณที่เอาของมาคืนบัวบุหงาเห็นภาพที่กลุ่มผู้ชายมารุมล้อมกอดชยุตก็อาละวาดตบตีจนผู้ชายทุกคนหนีกลับบ้าน หมอไทย ชยุต พรนางฟ้า และบัวบหงามองแพรพิณอย่างไม่เข้าใจว่าเธอไล่ผู้ชายทุกคนทำไม แพรพิณที่กลัวทุกคนจับได้ว่าเธอเริ่มชอบชยุตวิ่งหนีกลับบ้าน และเรียก ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊ก จิ๋วจิ๋ว นักเรียนของแพรพิณที่เธอสนิทมากมาปรึกษาปัญหาหัวใจ เด็ก ๆ รู้ทันทีว่าครูแพรพิณชอบชยุต และสัญญาว่าจะช่วยสืบเรื่องนี้ให้ได้ จะได้รู้กันไปเลยว่าหมอไทยกับชยุตเป็นคู่เกย์ หรือเป็นแค่คู่จิ้นที่แพรพิณคิดไปเอง ! ด้านบวบุหงาที่พยายามกีดกันพันธิตรออกจากผู้ชายทุกคน ได้ใกล้ชิดพันธิตรก็เริ่มหวั่นไหวว่าตัวเองชอบเกย์รึเปล่า เธอพยายามห้ามใจแต่ยิ่งห้ามเท่าไหร่ก็ห้ามไม่อยู่ ด้านพรนางฟ้าที่ต้องอยู่ใกล้ชิดกับพาที และวงบลูปรินซ์มากขึ้นเริ่มรู้สึกถึงพลังเกย์อะไรบางอย่าง จากตอนแรกที่คิดว่า ไลออนกับเควินจะเป็นคู่จิ้นเกย์กัน แต่กลับเห็นโมเม้นพ่อแง่แม่งอนของเควินกับพาทีตลอดเวลาเธอเริ่มสืบพาทีมากขึ้นจนพาทีเริ่มสงสัย ด้านพาทีเองก็แอบจับตาพรนางฟ้าทุกฝึกก้าว แล้วใช้โอกาสที่จะมีงานปาร์ตี้ฉลองความสำเร็จบลูปรินซ์ เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของพรนางฟ้า โดยเขา และพรนางฟ้าจะเป็นผู้จัดงานแค่สองคน ในงานนี้มีผู้เกี่ยวข้องมาร่วมงานด้วยทั้งหมดไม่เว้นแม้กระทั่งพันธิตร บัวบุหงา และแพรพิณ รวมถึงปอนเซอร์ของวงอย่างคลินิกเสริมความงามของคุณชายหมอไทย แม้กระทั่งพ่อเต่าก็ขอแอบตามเข้ามาด้วย งานนี้ ตรีชวา รับหน้าที่พิธีกร และประกาศว่าจีโชว์เรียกเสียงกรี๊ดโดยจะจับทุกคนแต่งตัวเพื่อขึ้นเดินแฟชั่นโชว์สลับเพศ พาทีแต่งเป็นเซเลอร์มูน คู่กับพรนางฟ้าที่เป็นตราก้อนบอล พันธิตรกลายร่างเป็นซินเดอเรลล่าคู่กับบัวบุหงาที่แต่งเป็นเจ้าชาย คุณชายหมอไทยมาในลุคนางเงือก และแพรพิณอยู่ในชุดพระอภัยมณี ส่วนชยุตที่ตามมาด้วยแต่งเป็นนางพันธุรัตน์ ทางด้านบลูปรินซ์แต่งเป็นสาวสวยวงเกาหลี โชว์นี้เป็นที่เรียกเสียงกรี๊ดได้อย่างดี และช่วยให้พรนางฟ้าเห็นพิรุธเกย์บางอย่างจากจุงเบ และคฑา ! ในคืนนั้นเองพาทีมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับพรนางฟ้าตลอดการจัดงาน ทำให้ทั้งคู๋เริ่มหวั่นไหว และเริ่มมีความรู้สึกดี ๆ ให้กัน โดยทั้งหมดอยู่ในสายตาของไลออน ไลออนที่แอบชอบพรนางฟ้า จึงถือโอกาสดึงพรนางฟ้าสารภาพรัก และขอพรนางฟ้าเป็นแฟนเพื่อตัดหน้า พรนางฟ้าอึ้งทำตัวไม่ถูกไลออนจึงจับจูบทันที โดยไม่รู้ว่ามีปาปารัสซี่แอบถ่ายภาพไปแล้ว ! ซึ่งในภาพเห็นแต่ไลออนไม่เห็นพรนางฟ้า พรนางฟ้าสับสนแต่ก็ใช้ไหวพริบถ่วงเวลาโดยการยื่นข้อเสนอให้ไลออนช่วยสืบเกย์ในวงให้หน่อย ถ้าไลออนสืบได้พรนางฟ้าจะยอมตกลงเป็นแฟน ไลออนจึงตอบตกลง ละคร สายลับจับแอ๊บ ด้านแพรพิณที่ติดอยู่ในห้องน้ำด้วยความซุ่มซ่ามพยายามร้องให้คนช่วยจนหมดแรง ชยุคมาได้ยินก็รีบผลักประตูห้องน้ำไปช่วยเธอ แพรพิณเห็นชยุตก็ดีใจมาก ทั้งสองคนชวนกันหนีออกไปจากงาน เนื่องจากทั้งคู่ไม่ชอบงานปาร์ตี้เสียงดัง คืนนั้นทั้งคู่มาเดินเล่นชมแสงไฟยามค่ำคืน ชยุคที่รู้สึกดีกับแพรพิณมานานพยายามซ่อนความรู้สึกไว้ ส่วนแพรพิณก็พยายามตอกย้ำตัวเองว่าชยุตเป็นเกย์เพื่อไม่ให้ชอบเขาไปมากกว่านี้ ภายในงานพ่อเต่าเมามาก และไล่กอดผู้ชายไปทั่วงาน บัวบุหงาโมโหพ่อที่ทำให้อับอายขายหน้า รีบลากพ่อกลับบ้านโดยมีพันธิตรขับรถไปส่ง ระหว่างทางเธอด่าพ่อที่ทำตัวเละเทะด้วยความเสียใจ แต่พ่อก็เมาไม่รู้เรื่องเมื่อพันธิตรมาที่บ้านบัวบุหงา ก็รู้ว่าพ่อแม่พยายามช่วยหาเงินด้วยการเปิดร้านอาหารตามสั่งเล็ก ๆ และหาของมาขายเรื่อย ๆ แต่เนื่องจากพ่อไม่ค่อยแข็งแรงบัวบุหงาต้องทำงานในบ้านทุกอย่าง ตั้งแต่กวาดบ้านยันซ่อมไฟพันธิตรรู้สึกศรัทธาในตัวบัวบุหงามากขึ้น บัวบุหงาชวนพันธิตรดื่มเบียร์ หลังจากจัดการธุระเสร็จ และระบายความรู้สึกทั้งหมดให้ฟัง พันธิตรจึงเล่าเรื่องตัวเองที่พ่อของเขาทิ้งครอบครัวหนีไปแต่งงานกับผู้ชายที่อเมริกา เขาก็โดนเพื่อนล้อมมาตลอด แถมยังโดนแม่คอยจับผิดทุกฝีก้าวทำให้เขาอึดอัดไม่เชื่อฟังแม่ แต่พ่อเต่าแม้จะเป็นกะเทย แต่ก็ยังรักแม่และซื่อสัตย์ต่อแม่ของบัวบุหงา แถมดูแลครอบครัวเป็นอย่างดี ให้อิสระแก่ชีวิตบัวบุหงาทุกอย่าง บัวบุหงาได้ฟังก็ร้องไห้ และกอดพันธิตรแน่น ทั้งสองคนรู้สึกดีต่อกันอย่างมาก ทั้งสองมองตาและพร้อมใจกันจูบอย่างไม่มีใครให้สัญญาณ ทางด้านพรนางฟ้าหลังจากปาปารัซซี่แอบถ่ายภาพเธอกับไลออนจูบกัน ทำให้บลูปรินซ์โดนกระแสข่าวดังจนเธอทะเลาะกับพาทีอย่างหนัก แม้ในรูปข่าวจะดูไม่รู้ว่าสาวปริศนาเป็นใคร ทำให้พรนางฟ้าพอใช้ชีวิตในสังคมได้บ้าง ไลออนแม้จะเป็นข่าวดังแต่ก็รู้สึกดี เมื่อเห็นพาทีกับพรนางฟ้าทะเลาะกันหนัก เพราะมันทำให้เขามีโอกาสในตัวพรนางฟ้ามากยิ่งขึ้น ไลออนรีบทำคะแนนพิชิตหัวใจเธอด้วยการตามสืบเควินกับจุงเบ เพราะเขาสงสัยมานานว่าทั้งสองคนเป็นแฟนกัน จนวันหนึ่งที่คฑาขอกลับบ้าน ไลออนแสร้งออกไปข้างนอก และแอบกลัวเข้ามาเขาย่องไปที่ห้องนอนของจุงเบเจอเควินกับจุงเบจูบกัน ไลออนถ่ายรูปไว้ และรีบส่งให้พรนางฟ้า พรนางฟ้าช็อกมากรีบส่งรูปไปในกรุ๊ปไลน์จีสแกนทันที พรนางฟ้าทะเลาะกับพาทีอย่างหนักจนโดนพาทีลากขึ้นรถไปทะเลลางดึก พาทีพาพรนางฟ้ากลับมาที่หมู่บ้านชาวประมงซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา ที่นั่นพรนางฟ้าพบ ลุงจบ ลุงของพาที และรู้ความจริงว่าพาทีเป็นพี่ของเควิน ทั้งสองคนเคยเป็นเด็กชาวประมงที่ต้องดิ้นรนต่อสู้ เพื่อให้ได้เข้าสู่วงการเพลง ลุงจบเล่าให้ฟังว่าพาทีรักน้องมาก ทำเพื่อน้องได้ทุกอย่าง แถมเงินที่ทั้งสองคนได้มาก็มาช่วยเหลือญาติ ๆ ทุกคนในหมู่บ้านเพราะยากจน พรนางฟ้ารู้สึกรัก และศรัทธาในตัวพาทีมากขึ้น และตัดสินใจจะไม่แฉเรื่องเกย์ของเควินกับจุงเบเพราะอยากให้วงบลูปรินซ์ดังต่อไป ละคร สายลับจับแอ๊บ ในขณะที่กองถ่ายภาพยนตร์ทะเลลาเวนเตอร์ ก็เกิดปัญหาอีกเมื่อพันธิตรยกกองถ่ายไปถ่ายคาบาเรด์โชว์แล้วบัวบุหงาเจอพ่อเต่าเต้นโชว์อยู่บนเวที พร้อมเพื่อนเก่าที่นั่นเพื่อช่วยลูกหาเงินใช้หนี้ บัวบุหงาเสียใจในตัวพ่อมากที่เคยสัญญาว่าไม่แต่งหญิ และพังงานโชว์ทั้งหมดจนกองถ่ายมีปัญหา อรนาฏที่อยู่ในกองถ่ายด่าบัวบุหงา และเผลอเปิดเผยเรื่องที่จ้างบัวบุหงามาสืบเรื่องพันธิตรออกมา พันธิตรเสียใจมาก และไล่บัวบุหงายออกจากกองถ่าย พันธิตรทะเลาะกับอรนาฏจนอรนนาฏเลิกสัญญาว่าจ้างทั้งหมดกับบัวบุหงาเช่นกัน บัวบุหงาเสียใจมากร้องไห้กลับมาที่บ้าน เพราะไม่มีงาน และไม่มีเงิน เมื่อมาถึงก็เจอใบแจ้งหนี้จะยึดบ้านเพราะเธอค้างชำระมาหลายงวด บัวบุหงาทรุดนั่งร้องไห้ที่หน้าบ้าน พ่อเต่าที่ตามกลับมาเห็นบัวบุหงาก็รู้สึกน้อยใจที่ลูกต่อว่าตนเองต่อหน้าคนดู พ่อเต่าอธิบายให้บัวบุหงาฟังว่าการได้เป็นนักแสดงคาบาเรต์โชว์เป็นความฝันของพ่อเต่า และมันจะช่วยให้ที่บ้านหมดหนี้ได้ แต่ถ้าบัวบุหงาไม่พอใจมากขนาดนี้ เขาก็จะทิ้งความฝัน และอยู่อย่างไม่มีความสุขเพื่อลูก พ่อเต่าเดินร้องไห้ขึ้นไปบัวบุหงาเสียใจมาก บัวบุหงาร้องไห้เปิดมือถือจะโทรหาเพื่อน แต่เห็นพรนางฟ้าส่งอะไรบางอย่างมากรุ๊ปไลน์จึงเปิดดู เมื่อเห็นเป็นรูปเควินกับจุงเบจูบกัน ก็ดีใจที่ได้หลักฐานชิ้นสำคัญมา จึงรีบส่งให้ชลลัมภีร์โดยพลการเพราะบัวบุหงาอยากได้เงินมาใช้หนี้ให้เร็วที่สุด รุ่งขึ้นข่าวฉาวของเควิน และจุงเบแห่งวงบลูปรินซ์เป็นคู่รักกันดังไปทั่วประเทศ ทำให้วงบลูปรินซ์ถูกยกเลิกงานพรีเซ็นเตอร์โฆษณา ยกเลิกคอนเสิร์ต และภาพยนตร์ทะเลลาเวนเดอร์ของพันธิตรถูกเลื่อนฉายไปก่อน พันธิตรบุกไปชกหน้าเควิน และจุงเบถึงบ้านของลูปรินซ์ จนเป็นเรื่องราวใหญ่โต โหมข่าวบลูปรินซ์ให้ลุกเป็นไฟกว่าเดิม บัวบุหงารู้เรื่องทั้งหมดก็รู้สึกผิดในสิ่งที่ตัวเองทำ สิ่งที่เธอทำทำให้คนอื่นพังพินาศ แต่เธอก็ยังอยากได้เงิน เพื่อช่วยที่บ้าน เมื่อเธอไปทวงเงินจากชลลัมภีร์กลับโดนชลลัมภีร์หักหลัง ไม่ยอมจ่ายเงิน และปิดเครื่องหนี บัวบุหงาเครียดมากจนแทบอยากฆ่าตัวตาย พรนางฟ้ามาที่บ้านเพื่อจะต่อว่าแต่พอเห็นเพื่อนคิดสั้น ก็รีบเข้ามากอด และบอกว่าตอนนี้ทุกคนต่างมีปัญหา เรามาช่วยแก้ปัญหาไปทีละอย่างดีกว่า ก่อนจะยื่นเงินของเธอให้บัวบุหงาจ่ายเป็นค่าบ้าน บัวบุหงากอดเพื่อนร้องไห้จนหมดแรง ทั้งสองคนรวมหัวกันเล่นงานชลลัมภีร์ที่หลอกใช้ตัวเองเป็นอันดับแรก โดยเอาหลักฐานการว่าจ้างทำคดี ซึ่งพรนางฟ้าอัดคลิปเสียงไว้ และคลิปเสียงการพบกันทั้งหมด แฉไปตามนิตยสารบันเทิง และโซเชียลมีเดีย ทำให้นิตยสารในเครือชลลัมภีร์โดนแบนทั้งหมด เนื่องจากไม่มีจรรยาบรรณในการหาข่าว มีคนเริ่มเห็นใจบลูปรินซ์มากขึ้น แต่การแฉตัวเองลงนิตยสาร ทำให้พาทีรู้เช่นกันว่าพรนางฟ้าไม่จริงใจ จึงไล่พรนางฟ้าออกจากตำแหน่งผู้จัดการอย่างไม่ใยดี พรนางฟ้าไม่ตอบได้ยอมรับความผิดแต่โดยดี ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊ก จิ๋วจิ๋ว โทรให้แพรพิณรีบมาหาที่คอนโดของชยุตด่วน เด็กทั้งสามคนแอบสะกดรอยตามหมอไทยจากคลินิก และเห็นหมอไทยประคองชยุคที่ดูหมือนหมดสติขึ้นไปบนคอนโดของหมอไทย แพรพิณใจสั่นมาก เมื่อไปถึงคอนโดแพรพิณที่มีกุญแจอยู่แล้วค่อย ๆ ไขประตูเข้าไป พรนางฟ้าผู้หัวไวรีบถ่ายคลิปเอาไว้ตั้งแต่หน้าประตู แต่ทั้งหมดเป็นเรื่องโอละพ่อเข้าใจผิดไม่มีอะไรในก่อไผ่ทั้งคู่ไม่ได้เป็นเกย์ ละคร สายลับจับแอ๊บ ด้านบัวบุหงายินดีกับคดีของแพรพิณที่ลุล่วงไปได้ด้วยดี มีแต่คดีตนเองที่จะพังย่อยยับไม่เป็นท่า เธอรู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นงานเปิดตัวภาพยนตร์ทเลลาเวนเดอร์ แต่เธอก็ไปไม่ได้เพราะเชื่อว่าพันธิตรเกลียดเธอ ภายในงานเปิดตัวเงียบกริบ มีเพียงนักข่าวไม่กี่สำนัก แต่แล้วคนที่มาร่วมงานคือ อรนาฏ นักแสดงนำ เดินขึ้นเวทีประหนึ่งไม่มีอะไรเกิดขึ้น พันธิตรร้องไห้ว่าสุดท้ายคนที่รักเขามากที่สุดคือ แม่นั้นเอง ทั้งสองปรับความเข้าใจกัน พันธิตรแอบเห็นบัวบุหงาก็อยู่ในงานเดินหลบ ๆ ซ่อน ๆ พันธิตรเข้าไปขอโทษบัวบุหงา และสารภาพรักเธอ ก่อนจะยืนยันว่าตัวเองว่าเป็นผู้ชายทั้งแท่ง บัวบุหงาเผลอเขิน และดีใจออกมาโดยไม่รู้ตัว เป็นอันว่าภารกิจบัวบุหงาจบลงอย่างสวยหรู พรนางฟ้าที่ภารกิจแฉบลูปรินซ์เสร็จสิ้น แต่ภารกิจหัวใจพังทลายตั้งใจจะหนีหายไปอย่างเงียบ ๆ แม้จะรู้ว่าคอนเสิร์ตใหญ่ของวงบลูปรินซ์ที่เธออยากให้เกิดขึ้นโดนระงับ อันนาพาเพื่อน ๆ แฟนคลับหลายคนมาขอร้องให้พระนางฟ้าช่วยรวมบลูปรินซ์กลับมาอีกครั้ง ตอนแรกเธอยังลังเล แต่บัวบุหงากับแพรพิณจะช่วยอีกแรง และบอกว่าถือเป็นการขอโทษในความผิดที่ผ่านมา อยากให้พรนางฟ้าคิดซะว่าทำเพื่อบลูปรินซ์ และแฟนคลับทุกคน พรนางฟ้าตกปากรับคำ และหาวิธีรวมทุกคนอย่างเงียบ ๆ โดยมีญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊ก จิ๋วจิ๋ว พ่อเต่า และตรีชวาคอยช่วยเหลือเต็มที่จนกระทั่ง ไลออน คฑา จุงเบ กลับมา เหลือแต่พาทีกลับเควิน พรนางฟ้ารู้ว่าน่าจะหลบตัวอยู่ที่หมู่บ้านชาวประมงพรนางฟ้าบุกไปตามพาที และเควินกลับมาจนสำเร็จทั้งสี่มาเจอกัน และปรับความเข้าใจกันนี่สุด ในที่สุดคอนเสิร์ตบลูปรินซ์ก็ได้จัดขึ้น แฟนคลับยังต้อนรับอย่างดี แม้พวกเขาจะเป็นอะไรเพศไหนสุดท้ายทุกคนก็ยังรัก และศรัทธาในเพลงของพวกเขา ในงานคอนเสิร์ต แพรพิณ ชยุต บัวบุหงา พันธิตร และพรนางฟ้าไปร่วมงานด้วย บลูปรินซ์เซอร์ไพรส์แฟน ๆ ด้วยเพลงขอบคุณ และโชว์ประทับใจมากมาย และก่อนปิดคอนเสิร์ตเปิดตัวพาที ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จบลูปรินซ์มาตลอด พาทีขึ้นมาร้องเพลง และเล่นใหญ่ด้วยการร้องเพลงสารภาพรักพรนางฟ้าจนทุกคนในฮอลล์ฮือฮา พาทีขอโทษพานางฟ้าขอให้พรนางฟ้ายกโทษให้ พรนางฟ้ายิ้มเบา ๆ เหมือนจะเฉยชาไม่น้อมรับคำขอโทษ แล้วก็วิ่งพรวดจากแถวหลังสุดขอที่นั่ง จนถึงเวทีก่อนจะกระชากพาทีมาจูบต่อหน้าทุกคน แฟนคลับกรี๊ดปรบมือดีใจ และตะโกนคำว่า แต่งเลย ! ดังทั้งฮอล์ สุดท้ายทุกคู่ต่างสมหวังในความรัก พวกเธอได้เรียนรู้ว่าความเชื่อใจเป็นสิ่งสำคัญในความรัก และความรักก็ไม่เคยแบ่งเพศเช่นกัน...บ๊ายบาย บริษัทจี-สแกน ไม่มีสายลับจับแอ๊บอีกต่อไปแล้ว ติดตาม ละครสายลับจับแอ๊บ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร สายลับจับแอ๊บ ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ รับบท พาทีแพทริเซีย กู๊ด รับบท พรนางฟ้า (จี-สแกน)รังสิต ศิรนานนท์ รับบท ชยุตภัสธรากรณ์ บุษราคัมวดี รับบท แพรพิณ (จี-สแกน)ณวัสน์ ภู่พันฑัชสีห์ รับบท พันธิตรปัณณ์ญาณํช จิรโรจน์ธนเกษม รับบท บัวบุหงา (จี-สแกน)กฤตฎ์ อมรชัยฤกษ์ รับบท หมอไทยอารดา อารยวุฒิ รับบท อันนาจักริน ภูริพัฒน์ รับบท ไลออน (บลูปรินซ์)ภูวดล เวชวงศา รับบท เควิน (บลูปรินซ์)สุทธิรักษ์ ตั้งสุทธิชัย รับบท จุงเบ (บลูปรินซ์)ณัฐพล วงศาวณิชชากร รับบท คฑา (บลูปรินซ์) ละคร สายลับจับแอ๊บ ละคร สายลับจับแอ๊บ ละคร สายลับจับแอ๊บ ละคร สายลับจับแอ๊บ

หมดคำพูด! ขยะเกลื่อน น้ำตกเจ็ดสาวน้อย จ.สระบุรี
ขยะเกลื่อน /  น้ำตก / 

โลกออนไลน์วิจารณ์ ภาพขยะเกลื่อน น้ำตกเจ็ดสาวน้อย ที่จ.สระบุรี วันนี้ ( 14 ธ.ค.) กลายเป็นประเด็นที่ผู้คนบนโลกออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกพันทิปท่านหนึ่งได้ตั้งกระทู้ ในหัวข้อ "หมดคำพูด น้ำตกเจ็ดสาวน้อย" ภายในกระทู้เผยให้เห็นภาพขยะเกลื่อนกลาดเต็มพื้น ซึ่งผู้โพสต์ระบุว่าที่นั่นคือ น้ำตกเจ็ดสาวน้อย สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังแห่ง อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี หลังจากภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ ผู้คนบนโลกออนไลน์ต่างเข้าไปแสดงความเห็นในทำนองเดียวกันว่า อยากให้เจ้าหน้าที่หามาตรการจัดการเกี่ยวกับคนมือบอนเหล่านี้ เพราะถ้าไม่มีการจัดการขั้นเด็ดขาดน้ำตกก็จะสกปรก ความสวยงามของธรรมชาติก็จะถูกทำลายไปด้วย MThai News ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก สมาชิกพันทิป ต้องการอะไรจากสังคม

ชื่นชม! สาวหอบชุดครุยลุยทุ่ง ถ่ายรูปกับพ่อ-แม่
ชุดครุย /  ถ่ายรูปกับพ่อแม่ที่ทุ่งนา / 

สุดประทับใจ สาวน้อยหอบชุดครุยถ่ายรูปกับพ่อแม่ที่ 'ทุ่งนา' ผู้คนชื่นชมใช้เวลาเรียนแค่ 2 ปีครึ่ง วันนี้ (1ต.ค.) เป็นเรื่องราวที่ชาวสังคมออนไลน์ต่างพากันประทับใจ หลังจากสมาชิกพันทิป mawmaio ได้ตั้งกระทู้ในหัวข้อ "เมื่อเราไปถ่ายชุดครุยกับพ่อแม่ที่ ทุ่งนา" เจ้าของกระทู้ได้มีการเล่าถึงประสบการณ์ชีวิต ที่พ่อแม่ต้องต่อสู้กับความยากลำบากเพื่อส่งเลี้ยงดูเธอ หลังจากเรียนจบม.6 เจ้าของกระทู้ตัดสินใจเรียนต่อมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช คณะศิลปศาสตร์ เอกสารสนเทศศาสต์ และสามารถคว้าใบปริญญามาได้ในระยะเวลาเพียง 2ปีครึ่งเท่านั้น เจ้าของกระทู้ระบุว่า ตนตั้งใจทำงานและตั้งใจเรียน พร้อมกับส่งตัวเองเรียนโดยไม่รบกวนพ่อแม่ มันทำให้รู้สึกภูมิใจมาก เธอมีกำหนดเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรในปี พ.ศ.2559 แต่ไม่แน่ใจว่าจะสามารถเข้าร่วมพิธีพระราชทานปริญญาบัตรได้หรือไม่ จึงตัดสินใจนำชุดครุยกลับไปถ่ายรูปกับพ่อแม่ที่บ้าน ข้อความทั้งหมดระบุไว้ดังนี้ เราเป็นเด็กน้อยคนหนึ่ง ที่พ่อแม่มีอาชีพทำนา เรารู้ว่าท่านทั้งสองเหนื่อยยากลำบากแค่ไหน กว่าจะส่งเสียเลี้ยงดูเรามาจนเติบใหญ่ และเราไม่อยากให้ท่านทั้งสองเหนื่อยมากไปกว่านี้แล้ว เมื่อเรียนจบชั้น ม.6 เราจึงเลือกที่จะเข้ามหาวิทยาลัยเปิด ม.สุโขทัยธรรมาธิราช คณะศิลปศาสตร์ เอกสารสนเทศศาสต์ ทั้ง ๆ ที่คะแนนเราสามารถเข้ามหาลัยหลาย ๆ แห่งได้ หลักสูตร 4 ปี แต่เราเรียน 2 ปีครึ่ง ชีวิตที่ต้องตั้งใจทำงาน และตั้งใจเรียน อ่านหนังสือ ไปพร้อม ๆ กับส่งตัวเองเรียน โดยไม่รบกวนพ่อแม่เลยสักบาท มันก็ภาคภูมิใจอย่างบอกไม่ถูกนะคะ เราลงเต็มทุกเทอม ลงสัมฤทธิบัตรเพิ่ม บวกกับไม่เคยตก เลยย่นระยะเวลาเรียนได้พอสมควรค่ะ ปริญญานี้เราทำเพื่อพ่อเพื่อเเม่ ถ้าไม่มีท่านทั้งสองเราก็ไม่มีวันนี้ เราเลยให้พ่อแม่ใส่ชุดครุยและถ่ายรูปที่ท้องนา ด้วยความภาคภูมิใจค่ะ อยากบอกว่าพ่อแม่เป็นคนคิดหาอุปกรณ์ประกอบฉาก+ ไอเดีย กันเองเลยค่ะ พ่อแม่เราน่ารักไหมคะอิอิ และแล้วเราก็จบอย่างที่ตั้งใจ จริง ๆ เรารับ ปริญญาปี 59 แต่ช่วงนั้นไม่แน่ว่า เราอาจเข้าร่วมพิธีไม่ได้ แต่เราก็อยากให้พ่อแม่เห็นความสำเร็จของเรา และเห็นเราใส่ชุดครุย เราเลยเลือกวิธีนี้ค่ะ ^^ กลับไปถ่ายรูปกับพ่อแม่ที่บ้าน ปล.ตากล้องเราคือหลานน้อยป.5 ค่ะ ถ่ายกันแบบบ้าน ๆ มาก ^^ MThai News ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก กระทู้ เมื่อเราไปถ่ายชุดครุยกับพ่อแม่ที่ 'ทุ่งนา'

ย้อนรอย 50 ปีที่แล้ว สาวไทยคนแรก ผู้คว้ามงกุฏ มิสยูนิเวิร์ส...อาภัสรา หงสกุล
Miss-Universe /  นางงามจักรวาล / 

วันนี้ เมื่อ 50 ปีที่แล้ว หรือ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2508 สาวไทยคนแรกที่ครองมงกุฏมิสยูนิเวิร์ส หรือ นางงามจักรวาล คือ นางสาวอาภัสรา หงสกุล สาวไทยนักเรียนนอกจากปีนังในวัย 18 ปี Women.MThai ขอพาคุณกลับมาย้อนดู ภาพบรรยากาศการประกวด และ ภาพของคุณ ปุ๊ก อาภัสรา เมื่อ 50 ปีก่อนกันค่ะ คุณ ปุ๊ก อาภัสรา หงสกุล ครองตำแหน่ง นางสาวไทย คนที่ 14 นับการการประกวดนางสาวไทยในยุคที่ 2 หลังจากที่พักการประกวดไปหลายปี และในปีนี้เองที่ทางกองประกวดได้ตัดสินใจนางงามของไทย เข้าร่วมประกวดในเวทีความงามระดับโลก นั่นคือ เวทีมิสยูนิเวิร์ส ซึ่งในปี 1965 นั้น จัดขึ้นที่ รัฐฟลอริด้า สหรัฐอเมริกา โดยมีสาวงามจาก 57 ประเทศทั่วโลกมาร่วมประชันความงาม นี่คือ ภาพเมื่อเข้ารอบ 15 คนสุดท้าย ตลอดระยะเวลาการเก็บตัว ไปจนถึงบนเวทีการประกวด Miss Universe คราวนั้น ด้วยใบหน้าที่สวยคมแบบไทยๆ ของคุณ ปุ๊ก และกิริยามารยาท การแต่งกายแบบกุลสตรีไทยแท้ๆ ทำให้คุณปุ๊ก อาภัสรา ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก และเธอ คือผู้นำร่มบ่อสร้าง ผลิตภัณฑ์เลื่องชื่อของจังหวัดเชียงใหม่ ไปกางด้วยทุกครั้งเมื่อยามโชว์ตัว ยิ่งสร้างจุดเด่น มีเอกลักษณ์ให้เธอดูน่าจับตามากยิ่งขึ้น ทรงผมประจำตัวที่คุณปุ๊กใช้ตลอดระยะเวลาการประกวด คือ ทรงเกล้ามวยสูง เนื่องจากเป็นทรงผมที่รับกับรูปหน้าของเธอเป็นอย่างดี และการที่เธอได้มีโอกาสเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถก่อนจะเดินทางไปประกวด Miss Universe นั้น ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เธอเลือกทำทรงผมนี้ตลอดการประกวด เนื่องจากพระองค์ตรัสกับคุณปุ๊กว่า "ทรงนี้น้อยคนนักที่ทำแล้วสวย แต่ทรงนี้เหมาะกับหนูมาก" ในปีนั้น คุณ ปุ๊ก อาภัสรา คว้ามงกุฏนางงามจักรวาลคนที่ 14 มาครองได้สำเร็จ นับเป็นสาวไทยคนแรกที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ในฐานะมิสยูนิเวิร์ส และยังเป็นไอดอลผู้สร้างแรงบันดาลใจให้กับสาวไทย ที่จะก้าวขึ้นสู่เวทีการประกวดความงามในรุ่นต่อๆ มา นอกจากนี้ คุณปุ๊ก ยังนับเป็นสาวงามคนที่ 2 ของเอเชียที่ชิงมงกุฎมาครองได้สำเร็จบนเวทีนี้ ซึ่งสาวเอเชียคนแรกที่คว้าตำแหน่งนางงามจักรวาลไปครองคือ นางงามจากประเทศญี่ปุ่น อากิโกะ โคจิมะ ในปี ค.ศ. 1959 และหลังจากที่สัมภาษณ์ในรอบสุดท้ายก็มีการประกาศผลผู้ที่ได้รับตำแหน่ง ดังนี้ รองอันดับ 4 Miss HOLLAND - Anja Christina Maria Schuit รองอันดับ 3 Miss SWEDEN - Ingrid Norrman รองอันดับ 2 Miss U.S.A. - Sue Ann Downey รองอันดับ 1 Miss FINLAND - Virpi Liisa Miettinen และ Miss Universe 1965 Miss Thailand Apasara Hongsakula ในภาพคือวินาทีประกาศผล ลองตามมาดูคลิปเลอค่า เมื่อคราวเธอเข้าประกวดเวที มิสยูนิเวิร์สกันค่ะ ที่มาจาก คุณหนุ่ม ประเสริฐ กระทู้พันทิป และ Wikipedia เรียบเรียงโดย Women MThai Team ภาพประกอบจาก Thaimiss 

บัณฑิตสาวสงสัย ถูกช่างภาพเซเลป แอบถ่ายใต้กระโปรง
ช่างภาพเซเลป /  ถ่ายนอกรอบ / 

โลกออนไลน์แห่แชร์กระทูปพันทิป "สงสัยว่าโดนแอบถ่ายใต้กระโปรงตอนถ่ายรูปชุดครุย"  วันนี้ (22ก.ย.) เป็นประเด็นที่ผู้คนบนโลกออนไลน์กำลังให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกพันทิปหมายเลข 2662565 ได้มีการตั้งกระทู้หัวข้อ "สงสัยว่าโดนแอบถ่ายใต้กระโปรงตอนถ่ายรูปชุดครุย" เจ้าของกระทู้เปิดเผยว่า ตนตัดสินใจจ้างช่างภาพคนหนึ่งถ่ายรูปให้ในวันซ้อมรับปริญญา ครึ่งวันในราคา 4,000 บาท ซึ่งตัวช่างภาพได้แถมการถ่ายภาพนอกรอบให้ด้วย จึงตอบตกลงและจ่ายค่ามัดจำไป และได้ทำการถ่ายนอกรอบไปตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม 2558 ที่ผ่าน ช่าวภาพสั่งให้โพสท่าแปลก ๆ ชันเข่า ยกขาสูง อันไหนตนไม่ทำหรือทำไม่ได้ก็ว่าตนโพสไม่เก่ง ให้ไปฝึกมาใหม่ มีการแตะเนื้อต้องตัว จัดชุดครุยให้ มาช่วยยัดเสื้อให้ ตอนนั้นตนคิดว่าเขาไม่ได้ชอบผู้หญิง แต่ก็พยายามเลี่ยง ๆ แล้วจัดเอง เพราะไม่ค่อยชอบให้มาโดนตัว พอถ่ายเสร็จผ่านไปเป็นเดือนได้รูปมาแค่รูปเดียว ก็มีการทวงรูปเรื่อย ๆ ปลายเดือนสิงหาคม ได้มาอีก 6 รูปแล้วก็ไม่มีอีก แต่ตนยังคิดว่าเขาคงรวมรูปมาให้กับรูปวันซ้อม และเมื่อวันเสาร์ที่ 12 กันยายน 58 ที่ผ่านมาเป็นวันซ้อมรับปริญญาของตน วันนั้นไม่มีเรื่องอะไรเพราะตนอยู่กับครอบครัวตลอด แต่สังเกตดูเขาไม่ค่อยมีใจจะถ่าย กดชัตเตอร์แบบส่ง ๆ จนช่วงเที่ยงถ่ายเสร็จตนก็จ่ายเงินอีกครึ่งแล้วแยกย้ายไปกินข้าวกับครอบครัว กลับมาเข้าหอประชุมตอนบ่าย คืนวันซ้อมเพื่อนบัณฑิตตนอีกคณะก็ทักมาแล้วเล่าเรื่องช่างภาพที่ตนจ้างให้ฟัง เป็นเรื่องการแอบถ่ายใต้กระโปรงบัณฑิตให้ตนรู้ พอตนรู้เรื่องเราก็เครียดเพราะกลัวช่างภาพคนนี้จะเบี้ยวงาน ไม่ส่งรูปให้ (เขามีประวัติดองรูป) เลยปรึกษาครอบครัวและตัดสินใจขอไฟล์ดิบจากเขา แบบไม่ต้องแต่งแล้ว ทั้งนอกรอบและวันจริง เพราะไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเขาอีก อยากได้แค่รูปจริง ๆ ไฟล์ดิบที่ได้มาเพื่อนสนิทก็อาสาแต่งให้ ช่างภาพคนดังกล่าวส่ง DVD มาให้ 3 แผ่น ตนคิดว่าเรื่องจบแล้ว เอาแผ่นไปทิ้งไว้ให้เพื่อนแต่ง แต่เมื่อเพื่อนเช็คให้ ก็พบว่าในรูปนอกรอบ มันมีรูปที่เลขไฟล์ไม่ต่อกันอยู่ช่วงหนึ่ง ซึ่งพอดูจากรูปใกล้เคียงกันแล้ว ตรงกับช่วงที่ช่างภาพคนนั้นให้ตนโพสท่าชันเข่าพอดี ตอนเขาสั่งโพส ตนก็พยายามโพสตาม โดยคิดว่าเซฟตัวเองดีแล้ว แต่พอเห็นรูปก็คิดไม่ถึงว่ามุมที่เขาให้โพส คือมุมที่เห็นไปถึงข้างในกระโปรง ตนจึงให้แฟนทักไปขอไฟล์รูปที่หายไปจากเขา ซึ่งเขาก็ให้คำตอบมาว่า ได้ลบรูปเสียที่สว่างหรือมืดเกินไปหมดแล้ว แต่เจ้าของกระทู้ก็เกิดความสงสัยว่าบางรูปที่ได้รับยังคงมีภาพสว่างและมืดอยู่ แล้วทำไมไม่ตัดออก แถมยังมีรูปของนางแบบคนอื่นปนมาด้วย ถ้าคัดแล้วจริง ๆ ทำไมเลขไฟล์หายไปแค่ช่วงนั้น เจ้าของกระทู้เกิดความสงสัยว่า ถ้ามีการลบรูปหลังกล้องจริง ๆ เลขไฟล์จะไม่หายไปไม่ใช่หรือ มันน่าจะต่อกันไปเลย  และยืนยันว่ารูปไฟล์ดิบที่ได้มา ไม่มีการคัดใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นรูปวันนอกรอบหรือรูปวันซ้อม มีเพียงไฟล์ 779-792 เท่านั้นที่หายไป จากไฟล์ทั้งหมด ล่าสุดเจ้าของกระทู้ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป อีกฝ่ายเสนอว่าจะคืนเงินบางส่วนให้ ( xxx บาท ) แต่ก็ยังคุยกันไม่จบ ประเด็นที่ตนอยากเสนอไม่ใช่เรื่องเงิน ถึงแม้จะไม่มีหลักฐาน และกฎหมายไม่สามารถเอาผิดได้ แต่ตนก็สามารถออกมาบอกกล่าวเรื่องนี้กับสังคมได้รู้ว่าเรื่องแบบนี้มันมีอยู่จริง ๆ กระทู้นี้ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อเตือนภัยสังคม เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่บัณฑิตต่างก็กำลังเตรียมตัวเข้ารับปริญญา เตรียมตัวหาช่างภาพหาช่างแต่งหน้าทำผม คนที่จิตใจแย่ ๆ อาจจะใช้ช่องทางนี้เข้ามาทำไม่ดีกับตัวบัณฑิตก็เป็นได้ เลยอยากฝากไว้ว่าก่อนจะเลือกคนมาร่วมงานกัน เลือกดี ๆ ถามคนรอบข้างหรือเช็คประวัติก่อน สำหรับช่างภาพคนนี้ยังมีอีกหลายเรื่อง กระทู้นี้ยังไม่จบแน่นอน ตนจะไม่ยอมให้คนแบบนี้กลับเข้ามายืนในวงการนี้ได้อีก MThai News อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กระทู้พันทิป สงสัยว่าโดนแอบถ่ายใต้กระโปรงตอนถ่ายรูปชุดครุย

อลังการงานสร้าง ไอเดียส่งการบ้านวิชาเคมีด้วยฉากการ์ตูน StarWars
StarWars /  การบ้าน / 

ขอปรบมือและชื่นชมเลยค่ะ กับการทุ่มทุนสร้างสรรค์ผลงาน (พูดเหมือนสร้างหนัง) การบ้านวิชาเคมีที่อาจารย์สั่ง มาทำเป็น Short note ดึงอ่านในฉากต่างๆ ของการ์ตูนจาก เรื่อง StarWars ตอน อุบัติการณ์สรุปสูตรปริมาณสารสัมพันธ์ ที่ทำขึ้นมาเอง ของเด็กม. 4 และตั้งกระทู้ขึ้นในพันทิป สมาชิกหมายเลข 2855088 โดยบอกเล่าทั้งมวลโมเลกุล มวลอะตอม และอื่นๆ จนทำให้เนื้อหาเหล่านี้ดูน่าสนใจ สนุกและเข้าใจง่ายขึ้นตลอดทั้งเล่มเลยทีเดียว และด้วยความตั้งใจนี่เองจึงทำให้น้องคนนี้ได้คะแนนเต็ม 10 ไปครอง สุดยอด! งานเขาละเอียดจริง... อลังการงานสร้าง ไอเดียส่งการบ้านวิชาเคมีด้วยฉากการ์ตูน StarWars  ดูแล้วมีประโยชน์มากๆ เลย และสำหรับน้องๆ คนไหนที่กำลังคิดไอเดียส่งการบ้านวิชาอื่นๆ ให้คุณครูอยู่ละก็ ลองนำนำไอเดียนี้ไปใช้ดูนะคะ อาจต้องใช้ความตั้งใจและความพยายามมากหน่อย แต่ผลที่ได้ก็คุ้มเกินคุ้มเลยละคะ แถมน้องเขายังมีข้อคิดดีๆ ทิ้งท้ายไว้ว่า "ทุกสิ่งที่เราทำจะมีประสิทธิภาพและจะประสบความสำเร็จได้ ก็ต่อเมื่อเราได้ใช้สิ่งที่เรารักและเราชอบ มาใช้กับงานของเราครับ" เครดิตภาพและข้อมูลดีๆ จาก pantip

แฟนบอลชื่นชม อานนท์ แข้ง U19 เสื้อไม่หลุดตลอด 90 นาที
ทีมชาติไทย /  ฟุตบอลไทย / 

เป็นอีกเรื่องที่กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างมากกับภาพลักษณ์ดีๆ ของนักเตะทีมชาติไทย ชุด U19 ที่ชื่อ อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ แข้งตัวเก่งของ "ช้างศึกจูเนียร์" ที่แต่งกายเรียบร้อยเสื้อไม่หลุดออกนอกกางเกงตลอด 90 นาทีของการแข่งขัน :) อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ ยิงประตูเบิกร่องให้ "ช้างศึกจูเนียร์" ตั้งแต่นาทีที่ 21 ก่อนที่จะเปิดบ้านเอาชนะ ไตหวัน ไปขาดลอย 3-0 ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย 2016 U19 รอบคัดเลือกเมื่อวานที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากจบเกมเหล่าแฟนบอลต่างออกมาแสดงความเห็นถึงภาพลักษณ์และพฤติกรรมของนักเตะทีมชาติไทยชุด U19 ชุดนี้ว่าเป็นตัวอย่างที่ดีมาก โดยเฉพาะ อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ ที่แต่งกายสุภาพถูกต้องตามกฎเสื้อไม่หลุดจากกางเกงเห็นชายเสื้อเหมือนกับนักฟุตบอลทั่วไป ความคิดเห็นบางส่วนจากเว็บไซต์ พันทิป

ดราม่าร้อนฉ่า! หลังมีคนตั้งกระทู้วิจารณ์ ดาราท้องก่อนแต่ง
ดารา /  ดาราท้องก่อนแต่ง / 

โลกออนไลน์วิจารณ์ หลังมีคนตั้งกระทู้วิจารณ์ ดาราท้องก่อนแต่ง วันนี้ (9 ธ.ค.) กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกพันทิป หมายเลข 2125912 ได้ออกมาตั้งกระทู้ในหัวข้อ "เดี๋ยวนะ สังคมเรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง จุดที่เห็นเรื่องท้องก่อนแต่งเป็นเรื่องปกติ" ภายในกระทู้ผู้โพสต์ได้วิจารณ์เกี่ยวกับกรณีข่าวดาราท้องก่อนแต่ง โดยผู้โพสต์เกิดความรู้สึกแปลกใจที่คนในสังคมมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ แต่เขาไม่เห็นด้วย ข้อความทั้งหมดระบุไว้ดังนี้ "ช่วงหลัง ๆ นี่มีข่าวดาราท้องก่อนแต่งเยอะมาก มันกลายเป็นเรื่องปกติในสังคมไทยไปแล้วหรือ หรือเราหัวโบราณไป? จริงอยู่ที่พวกเขาไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน แต่มันเป็นการสร้างค่านิยมที่ผิดๆให้กับสังคม กลายเป็นว่าการท้องก่อนแต่งไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไร เอาจริง ๆ ถ้าพวกคุณพร้อมมีลูกจริงก็รอเวลาแค่ไม่กี่เดือนทำทุกอย่างให้ถูกต้องก็จบ ถ้าเกิดมีคนคิดว่าการท้องก่อนแต่งเป็นเรื่องปกติมากขึ้นเรื่อย ๆ อีกหน่อยสังคมไทยจะเป็นยังไง ทุกวันนี้มีการเรียกร้องให้ทำละครสร้างสรรค์สังคม ให้รับผิดชอบต่อสังคมมากมาย แต่ดูสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตจริง มันยิ่งกว่าในละครอีก ยังดีที่หลาย ๆ คู่ออกมายอมรับความจริง รับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ แต่มันจะดีกว่านี้ไหมถ้าทำให้มันถูกต้องตั้งแต่ต้น" หลังจากกระทู้ดังกล่าวถูกเผยแพร่ ผู้คนต่างเข้าไปแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวน บ้างก็เห็นด้วยกับความคิดเจ้าของกระทู้ที่ว่าควรทำทุกอย่างให้มันถูกต้องตั้งแต่ต้น นั่นคือการแต่งงานก่อนที่จะมีลูก ขณะที่สมาชิกพันทิปท่านหนึ่งได้แสดงความเห็นในมุมมองที่ต่างออกไปว่า "ใครเป็นคนกำหนดว่าอะไรถูกหรือไม่ถูกต้อง แค่สิ่งที่เราทำมันไม่เดือดร้อนใคร ก็น่าจะพอแล้ว เรามองว่าท้องก่อนแต่งไม่ใช่เรื่องผิด แต่ต้องไม่ทำให้ใครเดือดร้อน "   MThai News

คู่กรณีรุมแฉ!! ปุ๋ย เธียยะเกศ จ่ายเช็คเด้งซื้อรถหรู 5 ล้าน
ปุ๋ย เธียยะเกศ /  ปุ๋ย อังคณา / 

งานเข้า!! นักแสดงช่อง 3 ปุ๋ย เธียยะเกศ ไอยสุรางฆ์ หรือชื่อเดิม ปุ๋ย อังคณา สุระเรืองชัย นักแสดงสาวจากซีรี่ส์เลือดมังกร ตอนเสือ, ละครมาลีเริงระบำ และยังเป็นอดีตนักร้องโดโจ วงมิสเตอร์ซิสเตอร์ (Mr.Sister) หลังถูกเสี่ยเจ้าของเต็นท์รถดังย่านประเวศ งัดหลักฐานแฉกรณีสั่งจ่ายเช็คเด้งซื้อรถหรู Camaro ราคากว่า 5 ล้านบาท!! ด้วยความที่ สาวปุ๋ย เป็นดารา คู่กรณีจึงไว้ใจให้นำรถกลับไปก่อน โดยการจ่ายมัดจำ 938,832 บาท ส่วนอีก 4.1 ล้านบาท แบ่งชำระเป็นรายเดือนๆ ละ 84,671 บาท ซึ่งทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัทหนึ่ง จากวันตกลงทำสัญญาจนถึงวันนี้ 1 ปีครึ่งแล้วก็ยังไม่ได้ทำการเปลี่ยนชื่อผู้เช่าซื้อจาก เสี่ยเต็นท์รถ เป็น สาวปุ๋ย และเจ้าตัวก็จ่ายเงินตรงบ้าง ไม่ตรงบ้าง แถมช่วงหลังไม่จ่ายเลยจนครั้งสุดท้ายดาราสาวเซ็นเช็คให้ 24 ฉบับล่วงหน้า แต่เมื่อนำมาขึ้นเงินปรากฏว่า...เช็คเด้ง!! ล่าสุดมีบุคคลหนึ่งส่งข้อความร้องเรียนกับสื่ออ้างเป็นคู่กรณีกับ สาวปุ๋ย เช่นเดียวกัน รวมทั้งมีผู้ใช้รายหนึ่งตั้งกระทู้ในเว็บไซต์พันทิป ระบุว่า ตนได้รับมอบหมายจากคู่กรณีหลายๆ คนให้ติดตามทวงคืน นอกจากรถหรู camero ราคา 5 ล้านบาท ยังมีรถยนต์ เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ ซึ่งคันนี้ติดตามคืนได้แล้ว เหลือแต่รถ Camero และรถ BMW ที่ยังไม่สามารถติดตามคืนได้ ที่ผ่านมาได้รับการตอบกลับเพื่อยื้อเวลามาตลอด จนล่าสุดไม่สามารถติดต่อดาราสาวและครอบครัวได้เลย อย่างไรก็ตามเรื่องนี้อยู่ในกระบวนการทางกฏหมาย คงต้องรอให้ สาวปุ๋ย ออกมาชี้แจงเรื่องดังกล่าวด้วยตัวเองอีกครั้ง... ขอบคุณภาพจาก Fanpage DOJOCITY, siamdara, tvpool ผู้ร้องเรียนเป็น คู่กรณีอีกคน ของ สาวปุ๋ย กระทู้พันทิป ผู้ได้รับมอบหมาย จากคู่กรณีปุ๋ย ปุ๋ย เธียยะเกศ ปุ๋ย เธียยะเกศ ปุ๋ย เธียยะเกศ ปุ๋ย เธียยะเกศ

อ.เจษฎา แจง ภูเขาหิมะแร่ใยหิน เป็นแค่เหมืองหินธรรมดา
ชลบุรี /  ภูเขาหิมะ / 

หลังจากมีการลือเรื่อง 'ภูเขาหิมะ' เต็มไปด้วย  'แร่ใยหิน' ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายถึงชีวิต ล่าสุดอ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ได้ออกมาชี้แจงถึงเรื่องราวดังกล่าวแล้ว หลังจากโลกสังคมออนไลน์ มีการแชร์ภาพ ซึ่งระบุว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ ซึ่งเรียกกันว่า ภูเขาหิมะ พร้อมทั้งมีการระบุว่า ตั้งอยู่บริเวณแยกคีรี จังหวัดชลบุรี ซึ่งแท้จริงแล้วมันคือ ภูเขาหินฝุ่น และเมื่อเกิดถูกน้ำ จึงกลายเป็นรูปทรงแปลกตา สวยงาม ทำให้มีนักท่องเที่ยวหลายราย แห่แหนกับไปเก็บภาพความสวยงาม ล่าสุดได้มีเพจชื่อว่า Modgazine ออกมาพูดถึงหัวข้อการเชิญชวนให้ชาวออนไลน์ เดินทางไปยังสถานที่ ภูเขาหิมะ หรือภูเขาที่เต็มไปด้วย 'แร่ใยหิน' ( Asbestos ) ซึ่งมีเพียงการพูดถึงความสวยงาม โดยปราศจากคำเตือนในด้านความปลอดภัย ทั้งยังไม่คำนึงถึงสุขภาพที่อาจจะเกิดขึ้น โดยไม่มีการเตือนถึงอันตรายของแร่ชนิดนี้ ซึ่งเป็นส่วนประกอบของวัสดุก่อสร้าง และส่งผลต่อสุขภาพ และสารพิษแก่ร่างกาย อาทิ คนงานในเหมือนแร่ใยหิน เมื่อได้รับเป็นเวลานาน สะสมจนกลายเป็นปริมาณที่มากขึ้น ทำให้ป่วยเป็นโรคปอด รวมถึงเป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง ทั้งนี้อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ได้ออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า 'ที่แชร์เตือนอันตรายกัน เรื่องอย่าไปเที่ยวภูเขาหิมะแร่ใยหิน ที่ชลบุรีนี่ ... เท่าที่เช็คจากกระทู้ในพันทิป ซึ่งอ.เจษฏาระบุว่า ภูเขาแห่งนี้เป็นแค่เหมืองหินธรรมดา ซึ่งเกิดจากการขุดหินไปผสมกับคอนกรีต ไม่ใช่แร่ใยหินซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งอันตราย แต่ถึงกระนั้น การไปเที่ยวเหมืองหินเพื่อถ่ายรูปเล่นแบบนี้ ก็ต้องระวังมากๆๆ ครับ เพราะมันอันตรายจากการสูดดมฝุ่นหินเข้าปอดได้ ซึ่งถ้าดมเข้าไปมาก ก็สามารถทำให้ปอดอักเสบได้ หรือถ้าบ่อยครั้งก็กระตุ้นให้เกิดมะเร็งได้เช่นกัน แม้ว่าจะไม่ได้รุนแรงเท่ากรณีของแร่ใยหินก็ตาม เวลาไป ใส่หน้ากากอนามัยกันฝุ่นก็พอช่วยได้ แต่คงถ่ายเซลฟี่ไม่สวยแน่ๆ' ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก Jessada Denduangboripant

ปริศนาฟ้าหรั่ง 2 สารพัด เพลงสากล ซับนรก มันมาอีกแล้ว
ปริศนาฟ้าหรั่ง /  สีสันโซเชียล / 

ถ้า โนมอเบ็ด หรือ ต่าย ออ-หร่า-ท้าย จะทำให้ชาวเน็ตงงไม่น้อยว่า ถ้าถอดคำเหล่านั้นออกมาจะเป็นเพลงอะไร ซึ่ง มิวสิคเอ็มไทย เคยได้นำเสนอไปแล้ว ผ่านสกู๊ป ปริศนาฟ้าหรั่ง หายไปอยู่พักใหญ่ ล่าสุด กระทู้หาเพลง สุดพิสดาร ในพันทิป มันกลับมาให้ปวดกบาล เฮ้ย กลับมาให้ใช้ความคิด กระตุ้นต่อมอะดรีนาลีนให้หลั่งกันอีกครั้งแล้วครับท่านผู้ชม เออก็แปลกนะ แอปพลิเคชั่นหาเพลงก็มี ทำไมไม่ใช้กันล่ะจ๊ะ หืม?? งั้นมาดูกันดีกว่า ว่า สารพัดคำแปลกๆ ที่ชาวเน็ตใช้หาชื่อเพลงเนี่ย มันจะแปลกขนาดไหน ถ้าคุณทายได้ เราให้ร้องไห้เลย ที่มาคลิป Youtube SiaVEVO เพลงแรก : อายยยย มานัสวี เอามานะอีหี้ เอามานะอีหี้ฮี คำใบ้คือ เพลงนี้ ผู้หญิงร้อง น่าจะเดาถูกได้ไม่ยาก เพราะว่านี่คือเพลง Chandelier จาก Sia นั่นเองจ้า จะว่าไป พิสดารถึงขั้นติดเรทอยู่เหมือนกัน Party girls don't get hurt Can't feel anything, when will I learn I push it down, push it down I'm the one "for a good time call" Phone's blowin' up, ringin' my doorbell I feel the love, feel the love 1, 2, 3 1, 2, 3 drink 1, 2, 3 1, 2, 3 drink 1, 2, 3 1, 2, 3 drink Throw 'em back, till I lose count I'm gonna swing from the chandelier, from the chandelier I'm gonna live like tomorrow doesn't exist Like it doesn't exist I'm gonna fly like a bird through the night, feel my tears as they dry I'm gonna swing from the chandelier, from the chandelier But I'm holding on for dear life, won't look down won't open my eyes Keep my glass full until morning light, 'cause I'm just holding on for tonight Help me, I'm holding on for dear life, won't look down won't open my eyes Keep my glass full until morning light, 'cause I'm just holding on for tonight On for tonight Sun is up, I'm a mess Gotta get out now, gotta run from this Here comes the shame, here comes the shame 1, 2, 3 1, 2, 3 drink 1, 2, 3 1, 2, 3 drink 1, 2, 3 1, 2, 3 drink Throw 'em back till I lose count I'm gonna swing from the chandelier, from the chandelier I'm gonna live like tomorrow doesn't exist Like it doesn't exist I'm gonna fly like a bird through the night, feel my tears as they dry I'm gonna swing from the chandelier, from the chandelier But I'm holding on for dear life, won't look down, won't open my eyes Keep my glass full until morning light, 'cause I'm just holding on for tonight Help me, I'm holding on for dear life, won't look down, won't open my eyes Keep my glass full until morning light, 'cause I'm just holding on for tonight On for tonight On for tonight 'Cause I'm just holding on for tonight Oh, I'm just holding on for tonight On for tonight On for tonight 'Cause I'm just holding on for tonight 'Cause I'm just holding on for tonight Oh, I'm just holding on for tonight On for tonight On for tonight ที่มาคลิป Youtube Charlie Puth เพลงที่2 : มาวินเป็นเกย์ เป็นเกย์แน่นอน โว้ๆๆ Let's Marvin Gaye and get it on ท่อนแรกของเพลง Marvin Gaye โดย Charlie Puth ft. Meghan Trainor ที่เพี้ยนไปเป็น มาวินเป็นเกย์ เป็นเกย์แน่นอน ซะอย่างงั้น ใครมีเพื่อนชื่อ มาวิน และเป็นเกย์ด้วย อย่าไปร้องแบบนี้ให้เขาได้ยินเชียวนะ Let's Marvin Gaye and get it on You got the healing that I want Just like they say it in the song Until the dawn, let's Marvin Gaye and get it on We got this king size to ourselves Don't have to share with no one else Don't keep your secrets to yourself It's kama sutra show and tell (yeah) Woah There's loving in your eyes That pulls me closer (Ooh it pulls me closer) It's so subtle (It's so subtle) I'm in trouble (I'm in trouble) But I'd love to be in trouble with you Let's Marvin Gaye and get it on You got the healing that I want Just like they say it in the song Until the dawn, let's Marvin Gaye and get it on You got to give it up to me I'm screaming mercy, mercy please Just like they say it in the song Until the dawn, let's Marvin Gaye and get it on [Meghan Trainor:] And when you leave me all alone I'm like a stray without a home I'm like a dog without a bone I just want you for my own I got to have you babe Woah There's loving in your eyes That pulls me closer (Ooh it pulls me closer) It's so subtle (It's so subtle) I'm in trouble (I'm in trouble) But I'd rather be in trouble with you Let's Marvin Gaye and get it on Ooh babe, you got the healing that you want (yeah) Like they say it in the song Until the dawn, let's Marvin Gaye and get it on Let's Marvin Gaye and get it on You got the healing that I want Just like they say it in the song Until the dawn, let's Marvin Gaye and get it on, babe You got to give it up to me I'm screaming mercy, mercy please Just like they say it in the song Until the dawn, let's Marvin Gaye and get it on Just like they say it in a song Until the dawn, let's Marvin Gaye get it on ที่มาคลิป Youtube EMImusic เพลงที่3 : แลคตาซอย เย็นตาโฟ คำใบ้ เป็นเพลง Nu Metal Let the bodies hit the floor Let the bodies hit the floor มันคือท่อนแรก ของเพลง Bodies ของวง Drowning Pool มาตอนหิวนี่จะดีมาก อิ่มเลยทีนี้ มีทั้ง แลคตาซอย และ เย็นตาโฟ Let the bodies hit the floor Let the bodies hit the floor Let the bodies hit the floor Let the bodies hit the floooooor Beaten why for (why for) Can't take much more Here we go! Here we go! Here we go! One - Nothing wrong with me Two - Nothing wrong with me Three - Nothing wrong with me Four - Nothing wrong with me One - Something's got to give Two - Something's got to give Three - Something's got to give Now Let the bodies hit the floor Let the bodies hit the floor Let the bodies hit the flooooor Let the bodies hit the floor Let the bodies hit the floor Let the bodies hit the flooooor Now! Push me again This is the end Here we go! Here we go! Here we go! One - Nothing wrong with me Two - Nothing wrong with me Three - Nothing wrong with me Four - Nothing wrong with me One - Something's got to give Two - Something's got to give Three - Something's got to give Now Let the bodies hit the floor Let the bodies hit the floor Let the bodies hit the flooooor Let the bodies hit the floor Let the bodies hit the floor Let the bodies hit the floor Skin against skin blood and bone You're all by yourself but you're not alone You wanted in now you're here Driven by hate consumed by fear Let the bodies hit the floor Let the bodies hit the floor Let the bodies hit the floor Let the bodies hit the floooooooor One - Nothing wrong with me Two - Nothing wrong with me Three - Nothing wrong with me Four - Nothing wrong with me One - Something's got to give Two - Something's got to give Three - Something's got to give Now Let the bodies hit the floor Let the bodies hit the floor Let the bodies hit the flooooor Let the bodies hit the floor Let the bodies hit the floor Let the bodies hit the floor ที่มาคลิก Youtube Maroon5VEVO เพลงที่ 4 : อ่าห์หนาว อ่าห์ฟิตกับตูดเป็ด ฟิตกับตูดเป็ด แปะๆๆอู้ยู้ฮุ้ว นี่เอาฮาใช่มั้ย จากเพลง One More Night ของวง Maroon 5 จริงๆ เขาร้องว่าแบบนี้นะ Yeah, but baby there you go again, there you go again, making me love you You and I go hard at each other like we're going to war. You and I go rough, we keep throwing things and slamming the door. You and I get so damn dysfunctional, we stopped keeping score. You and I get sick, yeah, I know that we can't do this no more. Yeah, but baby there you go again, there you go again, making me love you. Yeah, I stopped using my head, using my head, let it all go. Got you stuck on my body, on my body, like a tattoo. And now I'm feeling stupid, feeling stupid, crawling back to you. So I cross my heart and I hope to die That I'll only stay with you one more night And I know I said it a million times But I'll only stay with you one more night Try to tell you "no" but my body keeps on telling you "yes". Try to tell you "stop", but your lipstick got me so out of breath. I'll be waking up in the morning, probably hating myself. And I'll be waking up, feeling satisfied but guilty as hell. Yeah, but baby there you go again, there you go again, making me love you. (Making me love you) Yeah, I stopped using my head, using my head, let it all go. (I let it all go) Got you stuck on my body, on my body, like a tattoo. (Like a tattoo, yeah) And now I'm feeling stupid, feeling stupid, crawling back to you. So I cross my heart and I hope to die (Yeah) That I'll only stay with you one more night (Oh) And I know I said it a million times (Yeah) But I'll only stay with you one more night (Yeah) Yeah, baby, give me one more night Yeah, baby, give me one more night (whoa, yeah) Yeah, baby, give me one more night (oh, yeah, yeah) Yeah, but baby there you go again, there you go again making me love you. Yeah, I stopped using my head, using my head, let it all go. Got you stuck on my body, on my body like a tattoo. Yeah, yeah, yeah, yeah So I cross my heart and I hope to die (Oh oh oh oh, oh oh oh oh) That I'll only stay with you one more night (Oh oh oh oh oh oh) And I know I said it a million times (Oh, I said it a million times) But I'll only stay with you one more night (Yeah, baby give me one more night) So I cross my heart and I hope to die (yeah, yeah) That I'll only stay with you one more night (yeah, yeah) And I know I said it a million times (yeah, yeah) But I'll only stay with you one more night (yeah, yeah) I don't know, whatever. ที่มาคลิป Youtube SilentoVEVO เพลงที่ 5 : ในวัดมีเวฟ มีเณรเน่ง ในวัดมีเวฟ มีเณรเน่ง อู้ วัดหมี วัดหมี กลายเป็นอีกกระทู้หาเพลงที่ฮา และ ถอดออกมาได้เป๊ะอยู่เหมือนกัน นั่นคือเพลง Watch Me (Whip/Nae Nae) ของ Silento ที่ถูกต้อง เขาร้องว่า Now watch me whip Now watch me nae nae นะครัชคุณ แต่จะว่าไป ไอ้ท่าคล้ายบิดมอเตอร์ไซค์ในมิวสิควีดิโอนี่ก็ทำให้คิดว่าเป็น ท่าบิดเวฟ ก็เป็นได้ Now watch me whip (Kill it!) Now watch me nae nae (Okay!) Now watch me whip whip Watch me nae nae (Want me do it?) Now watch me whip (Kill it!) Watch me nae nae (Okay!) Now watch me whip whip Watch me nae nae (Can you do it?) Now watch me Ooh watch me, watch me Ooh watch me, watch me Ooh watch me, watch me Ooh ooh ooh ooh Ooh watch me, watch me Ooh watch me, watch me Ooh watch me, watch me Ooh ooh ooh ooh [x2:] Do the stanky leg (stank) Do the stanky leg (stank stank) Do the stanky leg (stank) Do the stanky leg (stank stank) Now break your legs (break 'em, break 'em) Break your legs (break 'em dog) Tell 'em "break your legs" (break 'em, break 'em) Break your legs (break 'em dog) Tell 'em "break your legs" (break 'em, break 'em) Break your legs (break 'em dog) Tell 'em "break your legs" (break 'em, break 'em) Break your legs (break 'em dog) Now watch me Bop bop bop bop bop bop bop bop bop Now watch me Bop bop bop bop bop bop bop bop bop Now watch me whip (Kill it!) Now watch me nae nae (Okay!) Now watch me whip whip Watch me nae nae (Want me do it?) Now watch me whip (Kill it!) Watch me nae nae (Okay!) Now watch me whip whip Watch me nae nae (Can you do it?) Now watch me Ooh watch me, watch me Ooh watch me, watch me Ooh watch me, watch me Ooh ooh ooh ooh Ooh watch me, watch me Ooh watch me, watch me Ooh watch me, watch me Ooh ooh ooh ooh Now watch me yule Now watch me superman Now watch me yule Now watch me superman Now watch me yule Now watch me superman Now watch me yule Now watch me superman Now watch me duff, duff, duff, duff, duff, duff, duff, duff (Hold on) Now watch me duff, duff, duff, duff, duff, duff, duff, duff, duff Now watch me Bop bop bop bop bop bop bop bop bop Now watch me Bop bop bop bop bop bop bop bop bop Now watch me whip (Kill it!) Now watch me nae nae (Okay!) Now watch me whip whip Watch me nae nae (Want me do it?) Now watch me whip (Kill it!) Watch me nae nae (Okay!) Now watch me whip whip Watch me nae nae (Can you do it?) Now watch me Ooh watch me, watch me Ooh watch me, watch me Ooh watch me, watch me Ooh ooh ooh ooh Ooh watch me, watch me Ooh watch me, watch me Ooh watch me, watch me Ooh ooh ooh ooh Crank dat จะว่าไป แม้เราจะรู้สึกรำคาญเบาเบา เวลาเจอกระทู้แบบนี้ แต่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งสีสันในโลกออนไลน์ที่แม้จะดู ไร้สาระ สำหรับบางคน แต่ท้ายที่สุด มันก็ฮาและกระตุกต่อมความคิด ดีเหมือนกันนะ อ้อ คราวหน้าถ้าคิดจะหาเพลงที่เราไม่รู้จัก มิวสิคเอ็มไทยขอแนะนำ แอปพลิเคชั่น Shazam หรือไม่ก็ Siri ในตระกูล IOS ในกรณีที่ไม่รู้จักชื่อเพลง ชื่อนักร้อง แค่สั่งว่า "เพลงนี้เพลงอะไร" แล้วยื่นไปที่ลำโพงขณะที่เพลงยังเล่นอยู่ แป๊บเดียว หนูสิก็จะจัดการบอกชื่อเพลง ชื่อศิลปินให้เสร็จสรรพ ง่ายและสะดวกกว่าเยอะเลย ^__^ แต่ยังไงก็ต้องขอปรบมือให้คนที่ถอดรหัสเนื้อเพลงแปลกๆ เหล่านี้ได้ถูกก็แล้วกัน เมพมากๆ อ่ะ ปรบมือ เรื่องโดย : Ryu Ryan -- ที่มาจาก : กระทู้ของสมาชิกสมาชิก pantip.com หมายเลข 1973638 / 1768986 / 2351245 / 2056179 / 2011489

ของดี ของเด็ด จากฟูลมูนปาร์ตี้ เกาะพงัน
beach party /  Full Moon Party / 

ฟูลมูนปาร์ตี้ เกาะพงัน หาดในฝันของคนลั้นลา ต้องบอกเลยว่าเคยได้ยินมานานแล้วสำหรับปาร์ตี้ฟูลมูนที่เกาะพงัน  แต่ด้วยความที่ตัวเรามันเป็นคน No Party & No Drink ก็เลยทำให้ไม่เคยสนใจเกี่ยวกับฟูลมูนปาร์ตี้ใดๆ เรื่องราวใดๆที่เกี่ยวข้องกับปาร์ตี้เหล่านี้ในหัวสมองของตัวเรา เมื่อลองสำรวจดู เช็คแล้ว เช็คอีก และเช็คซ้ำ การประมวณผลที่ได้คือ กระปู๋แมลงวัน!!  โอวววว..พระเจ้า!!! ความรู้เกี่ยวกับ Full Moon Party ที่ตัวเรามีมันน้อยนิดเท่ากระปู๋แมลงวันเท่านั้น  นอกจากที่รู้ว่ามันคือปาร์ตี้ริมหาดในคืนพระจันทร์เต็มดวง แล้วก็ได้ออกจากกะลาซะที  เมื่อได้เห็นกระทู้ “เมื่อตุ๊ดส์ไปพะงันดูผู้ชาย” ในเว็บพันทิป ที่โพสต์โดย McSpancer แล้วถึงกับต้องตะลึงพรึงเพริศและโมโหตัวเองอยู่ไม่น้อย  ไม่คาดคิดมาก่อนว่ามันจะมีอะไรดีๆอย่างนี้  คนเยอะคนล้นเต็มหาดอะไรเยี่ยงนี้  สารภาพเลยว่าไม่เคยคิดเรื่องตอนกลางวันมาก่อนเลย คิดแต่ว่ามันคือปาร์ตี้ตอนกลางคืน เออเนอะ ตอนกลางวัน – ตอนเย็น คนเขาก็ต้องมาเล่นชายหาด เล่นน้ำทะเล กันบ้างสินะ ทำไมถึงคิดไม่ได้เนี่ยยยย โมโหตัวเองจัง หลังจากได้เห็นรูปแล้วกเลยว่า อะดรีนาลีน พลุ่งพล่านตั้งเส้นผมไปจนถึงปลายนิ้วเท้า  อยากไปฟูลมูนปาร์ตี้ เกาะพงัน ขึ้นมาทันทีเลยล่ะ  จะได้ไปสัมผัสบรรยากาศและเห็นประสบการณ์เด็ดๆแบบนี้สักครั้งบ้าง   ^ 0 ^ พวกเขามากันเป็นทีม มองแค่พวงกุญแจในมือพี่เขาแค่นั้น....จริงๆนะ พี่แกแน่นจริงๆ จุดโฟกัสรูปนี้คือที่เรือด้านหลัง โอวววว...คืออะไร ยังไง ชูมือขึ้นเดี๋ยวนี้นะ แสงแดดเริ่มหมด ปาร์ตี้ก็เริ่มต้น เอากับนางสิ  มั่นมากๆ ปาร์ตี้หนักมาก หมดสภาพก็ต้องมีให้เห็น Men.MThai ขอขอบคุณรูปภาพจาก : http://pantip.com/topic/34026007

กทม. ขึ้นป้ายห้ามทิ้งขยะ
ขยะทุ่งหญ้าหิมะ /  ทุ่งหญ้าขาวโพลน / 

กทม. ขึ้นป้ายห้ามทิ้งขยะ "ทุ่งหญ้าหิมะ" ฝ่าฝืนปรับ 2,000 ขณะที่ชาวเน็ตชื่นชมครอบครัวตัวอย่าง สอนให้ลูกรู้จักคิดจากเหตุการณ์ขยะทุ่งหญ้าหิมะ  หลังจากที่ช่วงที่ผ่านมาได้เกิดเป็นกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์ หลังปรากฏทุ่งหญ้าสีขาวสวยในพื้นที่ กทม. จนเกิดว่า "ทุ่งหญ้าหิมะ" ก่อนที่คนจะพากันไปถ่ายรูปเก็บภาพความประทับใจ จนเกิดมีขยะตกเกลื่อนกระจัดกระจายเต็มบริเวณตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุดทาง กทม. ในขึ้นป้ายประกาศเตือนห้ามทิ้งขยะในบริเวณดังกล่าวแล้ว ฝ่าฝืนถูกปรับ โดยป้ายดังกล่าวระบุข้อความ ว่า "ห้ามทิ้งขยะบริเวณนี้ ฝ่าฝืนปรับ 2,000 บาท ฝ่ายรักษาความสะอาด และสวนสาธารณะ สำนักงานเขตลาดพร้าว โทร 02-5398246 และ 02-5391787" ทั้งนี้แม้ว่าข่าวจะเกิดในมุมลบ แต่หลังจากได้มีการแพร่ออกไปก็ทำให้มีมุมดีๆ กลับมาบ้าง เมื่อมีคุณพ่อท่านหนึ่งโพสต์เรื่องราวผ่านเว็บบอร์ดพันทิป @สมาชิกหมายเลข 2134791 ว่า เขานำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาสอนให้ลูกๆ ได้เรียนรู้ สำนึกรับผิดชอบต่อสังคม โดยระบุว่า "ชวนลูกมาเก็บขยะที่ทุ่งหญ้าหิมะกัน" ผมถือโอกาสสอนลูก ด้วยการทำให้ดู ...... ในขณะที่เรากำลังเดินเก็บขยะ เห็นครอบครัวพ่อแม่ลูกครอบครัวนึง มาเยี่ยมชมทุ่งหญ้าแห้งเหี่ยว แล้ววางถ้วยโยเกิรต์ไว้ พอเขากำลังเดินไปโดยไม่เก็บ ลูกสาววัยใกล้เคียงลูกสาวเราคงเห็นว่าเรากำลังทำอะไร เลยไปสะกิดบอกคุณแม่ คุณแม่ก็เลยเก็บถ้วยโยเกิรต์แล้วรีบเผ่นไปโดยไม่หันมามองผมที่ตะโกนบอกเขาว่า "เอามาใส่ถุงก็ได้ครับ" ... ช่วงเวลาสั้นๆ สอนทั้งลูกเราให้มีความรับผิดชอบ ..สอนทั้งลูกชาวบ้านและพ่อแม่ท่านอื่นว่า อย่าทำแบบนี้กันอีกเลย เวลาเด็กทำอะไร อย่าไปว่าเด็กเลยนะครับ เพราะเด็กเขาทำตามผู้ใหญ่อยู่แล้ว   วิจารณ์ยับ ! ผู้คนแห่เซลฟี่ทุ่งหญ้าขาวโพลน ราวหิมะ ที่ลาดพร้าว ทำหญ้าตาย-ขยะเกลื่อน จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพทุ่งดอกหญ้าสีขาวโพลนราวหิมะ บริเวณข้างถนนเกษตร-นวมินทร์ ด้านหลัง นวมินทร์ ซิตี้ อเวนิว จนเกิดเป็นทิวทัศน์สวยงามตายิ่งหนัก ชวนให้เหล่านักท่องเที่ยวสะพายกล้องออกเดินทางไปเก็บภาพความประทับใจไว้ ล่าสุด (29 ก.พ. 59) หลังจากที่กระทู้ดังกล่าวได้รับความนิยิม ทำให้ผู้คนต่างแห่กันไปถ่ายภาพสวย ๆ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก ศศิดิศ ศศิสกุลพร ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความบอกเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นว่า จากทุ่งหญ้าว่างเปล่าธรรมดา กลายเป็นกระแสดังในโซเชียล จนสื่อหลักต้องนำไปเสนอ ทำให้วันนี้ (28 ก.พ.) ผู้คนพากันแห่แหนมายัง "สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่" ที่นี่ ทำเอารถติดไปไกลถึงนนทบุรี ผู้ที่มาเกือบทุกคน พกกล้องมาเพื่อถ่ายรูป มีตั้งแต่กล้องมือถือถ่ายเซลฟี่กันกรุบกริบ ไปจนถึงช่างภาพแบกเลนส์และชุดแฟลชมาถ่ายภาพกันอย่างจริงจัง โดยแต่ละคนก็หวังจะได้ภาพโลเคชั่นทุ่งหญ้าสีขาวสวยงาม ติดมือกลับไปทุกคน จากที่เห็นวันนี้ ทุ่งหญ้าโดนเหยียบล้มไปหลายหย่อมแล้ว แต่ไม่ต้องเสียใจ ถึงแม้พรุ่งนี้หญ้าตายหมด ปีหน้าทุ่งหญ้าก็จะกลับมาสวยใหม่ ให้พวกเราได้กลับไปเก็บภาพสวย ๆ ใหม่อีกครั้ง แต่ทุ่งหญ้าอาจจะกลับมาสวยไม่เท่าเดิม เพราะหลายคนเอาภาพสวยงามกลับไป แต่กลับทิ้งขยะไว้แทน ถึงแม้ขยะในตอนนี้จะถือว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับจำนวนคนที่ไปทุ่งหญ้าวันนี้ แต่คงเพราะแถวนั้นยังไม่มีร้านค้าให้จับจ่ายซื้อของ ซึ่งตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป น่าจะมีพ่อค้าแม่ขายมาจับกระแสขายของบริเวณนี้เพิ่มขึ้น ทำให้ปริมาณขยะเพิ่มขึ้นมากแน่ ๆ ผมเชื่อว่าไม่มีใครอยากมาที่ทุ่งแห่งนี้ เพื่อเซลฟี่กับเศษขยะแน่นอน มาช่วยกันรักษาทุ่งหญ้าให้อยู่กับเราไปนาน ๆ กันเถอะครับ ขอบคุณข้อมูล/ภาพ เฟซบุ๊ก ศศิดิศ ศศิสกุลพร MThai News