พันทิป

มันมาอีกแล้ว!! ร้องเรียนผู้ค้ากลับมาปักร่มเต็มหาดหัวหิน
ข่าววันนี้ /  ปักร่มเต็ม / 

สมาชิกพันทิปร้องเรียน ผู้ค้าทำไมกลับมาปักร่มเต็มหาดหัวหินอีกแล้ว  วันนี้(9.ต.ค.) กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกพันทิป antcafe  ตั้งกระทู้เรื่อง "ร่มที่ชายหาดหัวหินกลับมาแล้ว ร้องเรียนที่ไหนได้คะ" ซึ่งทางเจ้าของกระทู้ระบุรายละเอียดประกอบภาพว่า เมื่อวันที่ 5 ต.ค.57 ร้านค้าตั้งลงไปแทบจะติดน้ำทะเล ใกล้บริเวณโรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งเช้าวันถัดมาร่มก็ยังอยู่คงที่ไม่ไปไหน  ภายหลังจากรูปดังกล่าวถูกเผยแพร่ สมาชิกพันทิปคนอื่นๆต่างมาแสดงความคิดเห็นในทิศทางเดียวกันว่า ชายหาดเป็นของสาธารณะ ทุกคนมีสิทธิได้ใช้ อีกทั้งต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบและชี้แจงโดยเร็วว่าด้วยเหตุใดกลุ่มผู้ค้าถึงกลับเข้ามาปักร่มเต็มหาดหัวหินอีกครั้ง MThai News ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก สมาชิกพันทิป antcafe

นักท่องเที่ยวจีน คลั่งเชียงใหม่ ใครได้ ใครเสีย ???
คนจีน /  ชาวเชียงใหม่ / 

ไม่ว่าประเทศใดบนโลกใบนี้  อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวถือเป็นหนึ่งในการกระตุ้นทางเศรษฐกิจที่สำคัญทั้งสิ้น ประเทศไทยเองก็เป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถท่องเที่ยวได้ทุกฤดู ทั้งน้ำตก ทะเล ภูเขา ดอย หรือจะเป็นโบราณสถานสำคัญทั้งทางประวัติศาสตร์และศาสนา แน่นอนว่าไม่ว่าเทศกาลไหน ประเทศไทยก็อ้าแขนรับนักท่องเที่ยวได้เสมอไป ปัจจัยหนึ่งที่เป็นตัวสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวอยากเดินทางมาเที่ยวประเทศไทย นั่นก็คือ ภาพยนตร์ หรือละครโทรทัศน์ ซีรีส์เรื่องต่างๆ ที่ยกกองมาถ่ายทำในประเทศไทย เมื่อภาพยนตร์ ละคร หรือซีรีส์ เรื่องนั้นๆออกฉาย สถานที่ท่องเที่ยวที่ปรากฎในฉากก็จะกลายเป็น จุดเรียกแขก สร้างเม็ดเงินเข้าประเทศจากการเดินทางมาเยือนของนักท่องเที่ยวนานาประเทศ เช่นเดียวกับที่ชาวเชียงใหม่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ หลังการยกกองถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Lost in Thailand ที่ออกฉายเมื่อปลายปี 2555 ได้ยกกองมาปักหลักถ่ายทำในประเทศไทย ทั้งในกรุงเทพฯ ภูเก็ต และโลเกชั่นหลักคือ จังหวัดเชียงใหม่ ภาพยนตร์เรื่อง Lost in Thailand หรือ “แก๊งม่วนป่วนไทยแลนด์” ได้ใช้สถานที่สำคัญทั้ง วัดบุปผาราม วัดแสนฝาง หมู่บ้านแม่กำปอง ที่ปางช้างเชียงดาว และอีกหลากหลายสถานที่ จนกลายเป็นที่มาของจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้าประเทศไทยเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ปี พ.ศ. 2554 มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามาประเทศไทยราว 1.7 ล้านคน แต่ในปี พ.ศ. 2556 จำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 2.7 ล้าน ดูเหมือนจะเป็นแนวโน้มที่ดีที่จังหวัดเชียงใหม่ ของประเทศไทยจะกลายเป็นที่รู้จักของทั่วโลกมากขึ้น ไม่ใช่เพียงเฉพาะชาวจีนเท่านั้น แต่เวลา 1 ปีกว่าที่ผ่านมา จากการแห่มาประเทศไทยของทัวร์ชาวจีน กลับก่อให้เกิดปัญหาต่อชาวเชียงใหม่มากมาย ด้วยความแตกต่างด้านมารยาท วัฒธรรม และภาษา กลายเป็นเหตุให้เกิดกระแสต่อต้านชาวจีนที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ก่อนหน้านี้กับประเด็นความคลั่งไคล้ความสวยงามของสถานที่ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จนมีนักท่องเที่ยวชาวจีนกลุ่มหนึ่งแต่งกายเลียนแบบนักศึกษามช. ทั้งยังก่อความวุ่นวายภายในมช. จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ ซึ่งต่อมาก็ยังมีการเตรียมเปลี่ยนแผนจากมช.ไปเป็นมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งมีทัศนีภาพสวยงามไม่แพ้กัน แต่ทางม.แม่โจ้ก็เตรียมออกนโยบายควบคุมนักท่องเที่ยวเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง เมื่อย้อนกลับไปดูที่ประเทศจีนเอง นักท่องเที่ยวชาวจีนซึ่งเดินทางไปยังสถานที่สำคัญต่างๆของประเทศ ก็มพฤติกรรมไม่ต่างจากการเดินทางมาประเทศไทย ล่าสุดเจ้าหน้าที่ทางการจีนได้ออกคำสั่งให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปชม "กำแพงเมืองจีน" ช่วงบริเวณหอศึก หมายเลข 14 ของมู่เทียนหยู สามารถขีดเขียนข้อความต่างๆ ได้ตามอัธยาศัย เพราะทราบดีว่าไม่มีมาตรการใดๆหยุดยั่งเหล่านักท่องเที่ยวมือบอนได้ อีกประเด็นที่มีการกล่าวขานถึงมาก ก็คือ วงเงินที่ใช้ในการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวจีนนั้นไมได้มากมาย เนื่องจากนักท่องเที่ยวชาวจีนจะเน้นการเดินทางและที่พักแบบประหยัด โดยเริ่มจากการใช้บริการสายการบินราคาถูกมาลงที่กรุงเทพฯ ก่อนจะนั่งรถไฟต่อไปยังจ.เชียงใหม่ จากนั้นก็จะเช่ารถจักรยานยนต์ หรือจักรยานมาใช้เป็นยานพาหนะ ทั้งที่ไม่ทราบกฎจราจร หรือจะเป็นการใช้บริการรถสามล้อ รถตุ๊กตุ๊ก และรถสองแถว ซึ่งหมายความมว่านักท่องเที่ยวเหล่านี้ไมได้สูญเสียเงินมากมายให้ประเทศไทย ในส่วนของที่พัก นักท่องเที่ยวชาวจันไม่นิยมการพักโรงแรม โดยเฉพาะโรงแรมระดับ 5 ดาว ดังเช่นที่นักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นนิยมกัน แต่จะพักที่เกสท์เฮาส์ หรือบูติคโฮเทล หรือการเช่าห่อพักเป็นรายวันซึ่งมีราคาถูกกว่า หรือประเด็นล่าสุด ภาพบุคคลเปลือยท่อนล่างนั่งยองๆคล้ายกำลังถ่ายอุจาระ ในคูเมืองเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่ผ่านมา ในตอนแรกมีการระบุว่า บุคคลดังกล่าวเป็นนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ที่เกิดปวดท้องกะทันหันจึงลงไปถ่ายอุจจาระในคูเมืองเชียงใหม่ ต่อหน้าเพื่อนร่วมทัวร์และประชาชนที่อยู่แถวนั้น ต่อมาได้มีผู้ออกมาแสดงความเห็นว่า บุคคลในภาพนั้นเป็นผู้ชายสติไม่ดี ซึ่งวนเวียนอยู่แถวประตูท่าแพ เป็นประจำ (ภาพประกอบจาก paipaiphuart สมาชิกพันทิป ) แม้ประเด็นนี้จะยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัด แต่กระแสการต่อต้านนักท่องเที่ยวของชาวเชียงใหม่ก็หนักพอดู จนมีการตั้งเฟสบุ๊กกลุ่ม “ร่วมต่อต้านนักท่องเที่ยวชาวจีน” และ แฟนเพจเฟสบุ๊ก “ฮา จัง เจ๊ก” ในการแสดงความเห็นต่อพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวชาวจีน ในแฟนเพจดังกล่าวมีการกล่าวถึงเหตุผลที่ชาวเชียงใหม่ไม่พอใจนักท่องเที่ยวชาวจีน โดยมีการโพสต์เป็นข้อความคร่าวๆ ดังนี้ นักท่องเที่ยวชาวจีนกระตุ้นเศรษฐกิจน้อยมากเหมือนคนไทยธรรมดาทั่วไป ไม่ว่าจะด้านใด 1.เช่นที่พัก เราจะพบว่าไม่เคยเลยที่จะพักโรงแรมดีๆ แต่ชอบพักหอพัก อพาร์ตเม้นต์ ถูกๆ 2. อาหาร ที่ไหนถูกจะไปที่นั่น ไม่มีรสนิยมเหมือนนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่น นักท่องเที่ยวจีนชอบกินตามข้างถนนหรือร้านอาหารระดับต่ำถึงกลางเท่านั้นดังนั้นก็เหมือนคนไทยทั่วไป 3. ความไม่มีมารยาทสากลดังนักท่องเที่ยวชาติอื่นทำให้ผู้คนเอือมระอา เช่น การใช้เสียง การสูบบุหรี่ การขากเสมหะ และกิริยามารยาทแบบมึงมาพาโวย เสียงดังรบกวนผู้อื่นทำให้เสียบรรยากาศในการท่องเที่ยวและทำให้นักท่องเที่ยวชาติอื่นๆ เบื่อหน่ายและหนีไปหมด 4. ไม่เคารพสถานที่สำคัญทั้งทางโบราณสถาน โบราณวัตถุของประเทศไทย ทำอะไรตามใจตนเอง ไม่คำนึงว่าสถานที่จะเสียหายหรือมัวหมอง 5. ขี้เหนียว ไม่มีน้ำใจที่จะอุดหนุนสินค้าและบริการของคนไทย ต่อราคาเกินความเป็นไปได้ ต่อบ้อต่อเถียงจนบางครั้งเกิดการวิวาท 6. ไม่ศึกษากฎหมายของไทยก่อนจะเข้าประเทศ เช่น กฎจราจร ข้อห้ามต่างๆ และมักใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายมาเอาเปรียบคนไทย ที่กฎหมายบ้านเราจะตราไว้แบบหลวมๆ เช่น สั่งอาหารมากินแล้วไม่จ่ายเงินโดยอ้างว่าไม่ได้สั่ง หรือไม่อร่อย อยากจะหยุดรถตรงไหนก็หยุด จอดที่ไหนก็จอด (ขอบคุณข้อมูลจาก เฟสบุ๊กกลุ่ม “ร่วมต่อต้านนักท่องเที่ยวชาวจีน”) ไม่ว่านักท่องเที่ยวจะมีพฤติกรรมเช่นไร การต้อนรับขับสู้ ยังถือเป็นมารยาทของเจ้าบ้านที่ดี การจัดทำคู่มือท่องเที่ยว อบรบไกด์ท้องถิ่นให้สามารถสื่อสารภาษาจีนได้ หรือการจัดหาล่ามแปลภาษา เหล่านี้เป็นทางออกที่จะช่วยลดปัญหากวนใจชาวเชียงใหม่ ทั้งยังช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางเศรษฐกิจได้อีกด้วย MThai News

คืบหน้าหมอ-ตำรวจเคลียร์ กรณีหมาปอมฯถูกทารุณโหด!
กรอกน้ำยาล้างห้องน้ำ /  ข่าววันนี้ / 

คืบหน้าล่าสุดกรณีหมาปอมฯถูกทารุณโหด ตำรวจมั่นใจว่าไม่ใช่คนนอกหมู่บ้านด้านหมอตอนนี้การรักษาผ่านพ้นไปด้วยดี หมาเจคอปไม่ต้องโดนตัดขาทั้ง4ข้างที่โดนมีดกรีดพร้อมน้ำยาล้างห้องน้ำกัดแล้ว ทางด้านเจ้าของยืนยันบริสุทธิ์ใจไม่ได้ทำร้ายหมาตัวเองตามที่ถูกกล่าวหา ความคืบหน้า เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 28 ส.ค. ที่ รพ.สัตว์นวมินทร์ นสพ.เธียร ทองก้อนใหญ่ สัตวแพทย์ผู้ให้การรักษาเจคอบ กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา เจ้าของสุนัขได้นำเจคอบมารักษาพยาบาล โดยบอกว่าสุนัขกินน้ำยาล้างห้องน้ำเข้าไป จึงให้การรักษาอาการ โดยให้ยาล้างท้อง และน้ำเกลือ แต่ไม่พบเห็นบาดแผลที่ขาแต่อย่างใด กระทั่งวันที่ 21 ส.ค. เจ้าของได้นำสุนัขกลับมาอีกครั้ง และพบว่าที่ขาหน้าของสุนัขมีบาดแผลเป็นทางยาวขนาด 5-6 เซนติเมตรที่ขาทั้ง 2 ข้าง จึงได้โกนขน และทำแผล แต่ไม่พบเห็นบาดแผลที่อัณฑะ นสพ.เธียร กล่าวต่อว่า จนกระทั่งวันที่ 22 ส.ค. เจ้าของนำสุนัขมาทำแผล และพบว่ามีบาดแผลที่ขาหลังทั้ง 2 ข้างและถุงอัณฑะ มีบาดแผลถูกของมีคมที่บริเวณด้านข้าง จนเห็นถึงเนื้อด้านใน ส่วนขาหน้ามีบาดแผลแต่ไม่มีเนื้อตาย จากนั้นวันที่ 23 ส.ค. เจ้าของพาสุนัขมาอีกครั้ง และพบว่าบาดแผลมีสีดำคล้ำ เป็นเนื้อตาย 5 จุด และเริ่มส่งกลิ่นเน่าเหม็น โดยเฉพาะขาหน้าซ้ายมีอาการหนักที่สุด มีกล้ามเนื้อตายมัดใหญ่ 1 มัด และในวันที่ 25 ส.ค. เจ้าของนำสุนัขมารักษาก่อนหายไป จนกระทั่งมาเห็นบาดแผล และทีมแพทย์แจ้งว่าอาจจะต้องตัดขาซ้ายด้านหน้าของสุนัขทิ้งไป “ จากการสังเกตุลักษณะนิสัยส่วนตัวของสุนัขค่อยข้างดุ ไม่ยอมให้จับง่ายๆต้องวางยาในการรักษา แต่สุนัขไม่มีอาการกลัวเจ้าของ ยอมให้อุ้มตามปกติ ซึ่งหากเจ้าของเป็นผู้ทำร้ายสุนัขจริงก็น่าจะมีอาการหวาดกลัวหรือขู่กรรโชกบ้าง” นายสัตวแพทย์เทียร กล่าวไว้ ” ด้าน พ.ต.ท.ฐานุพงศ์ แสงซื่อ รองผกก.สส.สน.โคกคราม กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประชุมฝ่ายสืบสวน พร้อมสั่งการให้ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด 2 จุด ที่บริเวณปากทางเข้าหมู่บ้าน และฝั่งตรงข้ามบ้านที่เกิดเหตุ แต่เบื้องต้นไม่พบรถยนต์ หรือบุคคลต้องสงสัยในหมู่บ้านแต่อย่างใด ส่วนกระแสข่าวที่ว่าเพื่อนบ้านไม่ให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด เพียงแต่เจ้าของเป็นชาวต่างชาติ และกล้องวงจรปิดไม่สามารถจับภาพในที่เกิดเหตุ ส่วนประเด็นเพื่อนบ้านมีการทะเลาะเบาะแว้งกันหรือไม่ หรือสุนัขเคย กัดหรือทำร้ายใครหรือส่งเสียงก่อความรำคาญหรือไม่นั้น มีเพียงเพื่อนบ้านมาบอกพนักงานรักษาความปลอดภัยว่า สุนัขเห่าส่งเสียงดังเท่านั้น พ.ต.ท.ฐานุพงศ์ กล่าวด้วยว่า จากการตรวจสอบจากแพทย์ให้การรักษาสุนัขพบว่า ระยะเวลาที่เจ้าของพาสุนัขมารักษา จะมีบาดแผลเพิ่มขึ้นในแต่ละครั้ง และต้องพิสูจน์ต่อไปว่า สาเหตุเกิดจากเหตุใด นอกจากนี้ จากการลงความเห็นของแพทย์ พบว่าสุนัขมีนิสัยดุร้าย ก้าวร้าว ไม่มีใครจับต้องได้ นอกจากเจ้าของเท่านั้น ขณะเดียวกัน ได้โทรศัพท์ไปสอบถามเจ้าของสุนัข แต่ปรากฏว่าเจ้าของไม่ยอมรับโทรศัพท์ จึงต้องรอให้ติดต่อกลับมาเอง และทำได้เพียงลำดับเหตุการณ์ขั้นตอนว่าเกิดอะไรขึ้นอย่างไร อีกทั้งไม่ได้เป็นคดีอุกฉกรรจ์ร้ายแรง เป็นคดีลหุโทษปรับไม่เกิน 500 บาท โทษฐานทำร้ายทารุณสัตว์ เพียงแต่เป็นคดีที่ได้รับความสนใจจากประชาชน และคนกระทำความผิดย่อมรู้อยู่แก่ใจ ต่อมาในเว็ปไซต์กระทู้พันทิป สมาชิกหมายเลข 839020 ได้อ้างว่าตนเองอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันกับเจ้าของสุนัขและรู้สึกว่าเหตุการณ์นี่ต้องผิดปกติแน่ๆและยังยืนยันว่าหมู่บ้านที่เจ้าของอาศัยอยู่ปลอดภัยและไม่มีทางมีโจรแน่นนอน "เราอยู่หมู่บ้านเดียวกับเค้าค่ะ วันนี้ไปถามพี่รปภที่อยู่วันเกิดเหตุแล้ว เค้าบอกว่าไม่มีโจรขึ้นบ้านใดๆทั้งสิ้น และวันแรกที่เจคอปโดนวิกซอล ขากลับมาบ้าน พี่รปภยังไปทักทายอยู่เลย(ตอนขับรถผ่านป้อมยามเข้าหมู่บ้าน) สังเกตุว่าหมามีผ้าพันแผลที่สองขาหน้า แต่ยังยืนได้ปกติ ร่าเริงดี และมีเล็บเท้าปกติ ไม่ได้โดนเฉือนทั้งสี่ขาเหมือนในรูป เค้าก็งงค่ะว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนเราเอาร๔ปขาโดนเฉือนเค้ายังตกใจเลย และบอกว่าหมู่บ้านนี้ปลอดภัยนะ แต่ในตัวบ้านปลอดภัยรึป่าวนี่สิ เหอๆ  แล้วเจคอบเห่าก็เก่ง แต่ไม่น่ามีใครมาทำอะไ่ร เพราะข้างบ้าน(บ้านเลขที่15ก็ปกติ คุยกันดี) บ้านเกิดเหตุคือเลขที่ 16 ส่วน17-18 เป็นบ้านว่าง บ้าน19 มีกล้องวงจรปิดและตอนตำรวจไปถามคุณรัน เธอก็แจ้งว่าดูกล้องวงจรปิดแล้วแต่ไม่เห็นใคร และหมู่บ้านนี้รปภ ปั่นจักรยานตรวจตราทุกชั่วโมงค่ะ แถมบ้านหลังนี้ห่างจากป้อมยามแค่สองล็อค เป็นหมู่บ้านเล็กๆไม่มีซอย เป็นถนนๆเส้นตรงๆ มองไปก็เห็นทุกบ้าน" ส่วนกรณีที่มีดราม่าว่าเจ้าของสุนัขพาไปหาหมอแล้วยังมีอารมณ์กินหมูกะทะสบายใจ จนก่อให้เกิดเสียวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่มีวุฒิภาวะในการดูแลสัตว์ที่ดีนั้น ทางเพื่อนสนิทของคุณรันเจ้าของสุนัขปอมฯที่ถูกทำร้ายได้ออกมาโพสต์อธิบายที่หน้าเฟซบุ๊คคุณรันว่า “ตอนกินหมูกะทะ เราไปรับน้องมาตั้งแต่เย็น19 ค่ะ 20 เลย มาเยี่ยม ตกเย็นก็หิวเลยสั่งมากิน ตอนนั้นเจคอป ออกมาแล้วเพราะหมออนุญาติ ไม่งั้นจะเอามาทำไมถ้าหมอไม่อนุญาติ แต่ที่เป็นหนักอาจเป็นเพราะวิคซอลลกำลังทำปฎิกิริยา เจ้าของก็คนธรรมดา ไม่ได้เรียนหมอมา หมอบอกให้ออก เราก็รับมา แต่เราก็ไม่รูว่า ขาน้องเป็นแผล เพราะเวลาเป็นแผลก็ไม่ใช่ว่าจะมีเลือดออกเสมอไปค่ะ มาเยี่ยมหมา กินข้าวไม่ได้หรอคะ ไม่รู้อะไรอย่าพูดจะดีกว่า ขอบคุณในความห่วงใย ” โดยอาการล่าสุดของเจคอปหมาปอมฯที่โดนทารุณ เรียกได้ว่าปลอดภัยแล้วหลังจากคุณหมอที่เชี่ยวชาญดูอาการของเจคอป สรุปว่า น้องไม่ต้องโดนตัดขาทั้งหมดแล้ว มีเพียง1ขาหน้า1ขาที่น่าเป็นห่วง เพราะขาโดนกรีดและใช้น้ำยาขัดห้องน้ำราดทำให้เนื้อตาย แต่คุณหมอจะยืนยันรักษาต่อ โดยยังไม่ตัดขาข้างนี้ส่วนที่น่าเป็นห่วงเห็นจะเป็นผลจากการตัดไข่ ทำให้น้องปัสสาวะเองไม่ได้ คุณหมอรอผลเลือดแล้วจะดำเนินการผ่าตัดต่อไป “ในเรื่องของคดี วันนี้มีตำรวจและผู้ใหญ่ลงพื้นที่ดูเอง มีการสอบปากคำพยานแวดล้อมต่างๆแล้วยืนยันกับสื่อว่าจะเร่งทำคดีนี้ให้ดีที่สุดเหมือนกัน เจคอป เข้มแข็งและสู้มาก ยังพยามจะลุกเพื่อเดินให้เห็นตลอด คุณรันมีกำลังใจที่ดีขึ้น จากความช่วยเหลือที่เข้าไปถึง คุณรันขอขอบคุณทุกคนที่ช่วยกัน เมื่อวานมันเศร้ามากที่ต้องมานั่งเขียนเรื่องนี้ ผ่านมาแค่1วัน หลายพันshareและ social network ทำให้ทุกอย่างดีขึ้นในวันเดียว ดีใจที่สังคมนี้ยังมีเมตตาสมเป็นสังคมไทย ขอบคุณแทนเจคอปและคุณรัน และเป็นกำลังใจให้ทั้งคู่อีกทาง ”คนใกล้ชิดเจ้าของสุนัขได้กล่าวไว้ คลิปขณะกำลังรักษาเจคอป  คลิปสัมภาษณ์ คุณรัน เจ้าของเจคอป น้องหมาปอมฯน้อยผู้น่าสงสาร คลิปชัญญ่า ทามาดะ ไฮโซชื่อดัง ได้โพสต์คลิปตั้งข้อสงสัยจากเคสของ “เจคอป” ที่มา Facebook / Rundevil Mirun,bim.kanda,Naipaporn Narata เรียบเรียง MThai News ข่าวที่เกี่ยวข้อง โจรใจบาป กรีดขา/ตัดไข่/กรอกน้ำยาล้างห้องน้ำ น้องหมาปอม โจรใจบาปบุกบ้านทำร้ายสุนัขอย่างทารุณ กรีดเอ็นขา4ข้าง ตัดอัญฑะ พร้อมกรอกน้ำยาล้างห้องน้ำ อย่างโหดเหี้ยม เจ้าของใจสะลายพร้อมทำทุกอย่างเพื่อให้สุนัขไม่ให้โดนตัดขาทิ้ง ชัญญ่าสงสัย เจ้าของหมาถูกทำร้าย โกหกหรือเปล่า? ตั้งข้อ สงสัยเจ้าของหมาปอม ให้ข้อมูลไม่ตรงกับหมอ เรียกร้องบอกความจริง   เจ้าของหมาปอมถูกทารุณโหด! โวยไม่ได้ทำร้ายหมาตัวเอง วันพฤหัสที่ 28 สิงหาคม 2557 รวมรูป น้องหมาปอม สุดน่ารัก ที่ชื่อ Boo รวมรูป น้องหมาปอม สุดน่ารัก ที่ชื่อ Boo

วิจารณ์แซด ! ป้ายถ่ายรูปนางรำวัดอรุณฯลวงนักท่องเที่ยว
ข่าววันนี้ /  วัดอรุณฯ / 

ชาวเน็ตแห่แชร์ภาพนางรำวัดอรุณฯ ติดป้ายค่าถ่ายภาพขนาดเล็ก ส่อเป็นกลลวงนักท่องเที่ยวให้ถ่ายภาพ  เมื่อวันที่ 6 ก.ค. สมาชิกเว็บบอร์ดพันทิปท่านหนึ่งได้ตั้งกระทู้ "เหตุเกิด ณ วัดอรุณฯ แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ (คน...ทุเรศว่ะ)" ในกระทู้ประกอบไปด้วยรูปภาพหุ่นนางรำที่มีไว้สำหรับให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ซึ่งหุ่นดังกล่าวมี ป้ายราคาค่าถ่ายภาพติดอยู่บริเวณเท้าของหุ่น แต่ป้ายบอกราคาก็มีขนาดเล็กแทบมองเห็น เช่นเดียวกับกรณีตัวอย่างเหตุการณ์ที่ผู้ตั้งกระทู้ได้นำมาเผยแพร่ในเว็บบอร์ดพันทิป เมื่อมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติคู่หนึ่งได้เข้าไปถ่ายรูปกับหุ่นนางรำดังกล่าว หลังจากถ่ายรูปเสร็จก็มีป้าคนหนึ่งคาดว่าเป็นแม่ค้าเดินเข้ามาหานักท่องเที่ยว เพื่อเก็บค่าถ่ายรูป แต่นักเที่ยวไม่ยอมจ่ายเพราะพวกเขาอาจไม่ทันสังเกตว่ามีป้ายค่าถ่ายภาพอยู่ที่เท้าของหุ่น  แต่ป้าท่านนี้ก็พยายามอธิบายเพื่อเรียกเก็บค่าถ่ายภาพจนได้ เมื่อเรื่องดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปชาวสังคมออนไลน์ต่างพากันวิพาษ์วิจารณ์ ว่าการถ่ายรูปกับหุ่นนางรำที่วัดอรุณมีการเรียกเก็บค่าบริการมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่ควรหาป้ายราคาใหญ่มาติดไว้ให้สังเกตุได้ง่ายๆ อาจติดไว้ตรงบริเวณเสิ้อหุ่น เมื่อจะถ่ายรูปค่อยเอาออก เพื่อให้นักท่องเที่ยวรู้ว่าจะถ่ายภาพต้องเสียค่าบริการ Mthai News ขอบคุณข้อมูลจากเว็บบอร์ดพันทิป

แฉ ยารกปลา อ้างบำรุงผิว แท้จริงเป็นยาพารา-คลายกล้ามเนื้อ ย้อมแมวขาย
ยารกปลา

วันนี้(5 มี.ค.)แฟนเพจ สุขสาระ ได้เผยข้อมูลว่า แฉร้านFacebookขายยาบำรุงผิวรกปลา ที่แท้เป็นยาพาราผสมคลายกล้ามเนื้อ ร้านยาบำรุงผิวบำรุงความงามในอินเตอร์เนท หลอกเอายาแก้ปวดคลายกล้ามเนื้อมาย้อมแมวขายเป็นยาคลายกล้ามเนื้อ ขายราคาแพงค้ากำไรเกินควร ลูกค้าสั่งของกันฟันกำไรเป็นพันๆ สูบเงินแลกกับสุขภาพและชีวิตคนอื่น ด้านสมาชิกเว็บไซต์ พันทิป ชื่อ Sopithnapa Rx ได้ตั้งกระทู้เผยข้อมูลนำยาสองชนิด ซึ่งนำยาที่อ้างว่าเป็นยารกปลา มาเปรียบเทียบกับยาชื่อ MERA  ซึ่งเป็นยา Paracetamol 500 mg + Ophenadrine 35 mg สรรพคุณแก้ปวดผสมกับคลายกล้ามเนื้อ พบว่า ยาชนิดดังกล่าวมีลักษณะเม็ดยา สี ความหนา ตัวอักษรของยาเหมือนกับยารกปลาไม่มีผิดเพี้ยน  โดยข้อมูลจากในเว็บที่ขายยารกปลา ระบุ ให้รับประทาน 3-4 เม็ดต่อครั้ง ซึ่งเท่ากับว่าการทานยาดังกล่าวแต่ละครั้งจะได้รับ Paracetamol 1500-2000 mg ต่อครั้ง และ Orphenadrine 105-140 mg ต่อครั้ง การรับประทาน Paracetamol ในปริมาณมากๆและต่อเนื่องกันอาจส่งผลอันตรายต่อร่างกายโดยเฉพาะตับ ซึ่งอาจทำให้เกิดตับอักเสบและตับวายได้ โดยเฉพาะ Paracetamol นั้น หากได้รับปริมาณ 2000 mg ซึ่งก็ถือว่าเป็นขนาดที่สูงมากหากได้รับในครั้งเดียว (ขนาดสูงสุดคือ 4000 mg ต่อวัน) MThai News

งามหน้า จนท.สายการบิน ด่าผู้โดยสาร
เจ้าหน้าที่สายการบินด่าผู้โดยสารดีออก /  โหลดเดอร์ด่าผู้โดยสารดีออก

ผู้โดยสารโพสพันทิปตามหาเจ้าหน้าที่สายการบินชื่อดังหลังได้รับข้อความด่าหยาบคายบนแท็กบาร์โค้ด วันนี้(4ก.ย.)ชาวสังคมออนไลน์โพสกระทู้ผ่านเว็บไซต์พันทิปชื่อว่า "ตามหาเจ้าหน้าที่สนามบินสุวรรณภูมิคะ ลายมือสวยดี"พร้อมภาพ กระดาษแท็กบาร์โค้ด ข้องความว่า "ดีออก มาช้า off load เลย" เนื่องจากเจ้าของกระทู้ซึ่งอ้างว่ามาถึงประตูช้าเนื่องจากหาประตูไม่เจอ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องทำการค้นหากระเป๋าของผู้โดยสารกันจ้าละหวั่น ซึ่งข้อความดังกล่าวทำให้เจ้าของกระทู้ไม่พอใจอย่างมากและโพสตามหาเจ้าของลายมือดังกล่าว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา คาดการณ์ว่าเจ้าของลายมือน่าจะเป็นของ Loader สายการบินที่ทำหน้าที่ค้นหากระเป๋าของผู้โดยสารรายดังกล่าวแล้วเกิดความไม่พอใจ ต่อมาด้าน "นักสืบพันทิป"ชี้แจงการทำงานของ Loader ว่าปกติแล้ว การไปถึงเกทช้าจะส่งผลให้การทำงานของเจ้าหน้าที่ยุ่งยากขึ้น  Loader จะต้องค้นหากระเป๋าของผู้โดยสารที่มาถึงเกทช้าจากกระเป๋าของผู้โดยสารคนอื่นๆหลายร้อยใบ ทั้งนี้ชาวสังคมออนไลน์ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างดุเดือด ซึ่งทำให้เกิดกระแสในทางลบต่อเจ้าหน้าที่สายการบิน และเรียกร้องให้เจ้าของกระทู้ตามหาตัวโดยแจ้งต้นสังกัดสายการบิน ให้ออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามต้องติดตามต่อไปว่าทางสายการบินดังจะออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าวหรือไม่ Mthai News ที่มาเรื่องราวและรูปภาพจากกระทู้ http://pantip.com/topic/32536104

ชาวเน็ต แห่แชร์ช่วย สาวไทยถูกหลอกไปขายที่เกาหลี
เกาหลีใต้ /  แชทไลน์ / 

วันนี้(2 มิ.ย.)สมาชิกเว็บไซต์พันทิป ชื่อ St.Wells ได้ตั้งกระทู้ในเว็บบอร์ดพันทิป หัวข้อว่า "ช่วยน้องเค้าด้วยครับ โดนหลอกไป ขายที่เกาหลี ผมไม่ร็จะติดต่ออะไรยังงัย" ซึ่งเผยแพร่แชทในแอปพลิเคชั่นไลน์ของหญิงสาววัยรุ่นคนหนึ่ง มีเนื้อหาว่า สาวคนดังกล่าวถูกหลอกไปขายที่ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งตอนแรกให้ไปทำงานนวดเฉยๆ แต่ถูกบังคับให้ขายบริการด้วย ซึ่งสาวคนดังกล่าวจะหนีมาก็หนีไม่ได้ และไม่มีโทรศัพท์มีแต่สัญญาณไวไฟ ซึ่งสาวคนดังกล่าวได้เช็คอินสถานที่ซึ่งอยู่ในกรุงโซล พร้อมถ่ายภาพบริเวณรอบๆส่งมาให้ดู รวมถึงบอกว่าแก็งค์ดังกล่าวกำลังจะย้ายเธอไปสถานที่อื่นด้วย ซึ่งเจ้าของกระทู้วอนให้หน่วยงานและชาวสังคมออนไลน์ ช่วยเหลือ ทั้งนี้ชาวสังคมออนไลน์และแฟนเพจชื่อดังหลายแฟนเพจร่วมกันแชร์กระจายข่าวเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลช่วยเหลือ รวมถึงมีการแนะนำให้ส่งเรื่องไปที่สถานทูตฯเพื่อดำเนินการติดตามนำตัวหญิงสาวกลับประเทศไทย ซึ่งกรณีนี้คล้ายกับเหตุการณ์ที่หญิงสาวชาวไทยที่คุยแชทเฟซบุ๊คกับตำรวจให้เข้าไปช่วยเหลือหลังจากถูกหลอกไปขายบริการที่เกาหลีใต้เมื่อปีที่ผ่านมา ที่มา http://pantip.com/topic/32136389 Mthai News

นักข่าวชื่อดังเล่นไลน์นัดเล่นชู้
news

ทำท่าจะเป็นหนังชีวิต เรื่องฉาวของนักข่าวดังนัดแฟนคนอื่นเล่นชู้ยังคงไม่จบ หลังมีผู้นำคลิปวีดีโอโพสต์ลงเว็บไซต์ดังยูทูบ แฉหลักฐานซ้ำบทสนทนาอันสุดแสนล่อแหลม ระหว่าง "พี่..." กับหญิงสาวชื่อ "แยม"ตามที่ตกเป็นข่าวเกรียวกราวเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ กรณีที่มีหนุ่มปริศนาตั้งกระทู้ชื่อว่า “เมื่อแฟนผมนัดเล่นชู้กับนักข่าวใน Line” บนเว็บไซต์สังคมออนไลน์ชื่อดัง "พันทิป ดอทคอม" จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานา ขณะที่นักท่องอินเทอร์เน็ตพยายามสืบหาว่า นักข่าวฉาวคนดังกล่าวคือใคร ซึ่งต่อมานายกนก รัตน์วงศ์สกุล ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว "Kanok Ratwongsakul" ชี้แจงว่า นักข่าวคนดังกล่าวไม่ใช่ตนอย่างแน่นอน โดยระบุว่าในช่วงวัน และเวลาที่ปรากฏอยู่บนข้อความ "ไลน์" ที่มีผู้นำมาใช้เป็นหลักฐานกล่าวอ้างพาดพิงนั้น เป็นช่วงที่กำลังนั่งชมฟุตบอลโลก ระหว่างทีมชาติอิตาลีกับทีมชาติอุรุกวัย ไม่ใช่ช่วงคบชู้สู่ไลน์ ตามที่ได้เคยเสนอข่าวไปแล้วนั้น อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ยังไม่มีที่ท่าว่าจะจบลงง่าย ๆ ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีผู้ที่ใช้ชื่อว่า "nongzeencup" ได้อัพโหลดคลิปวีดีโอบนเว็บไซต์ดังยูทูบ ความยาว 2 นาที 15 วินาที โดยใช้ชื่อคลิปว่า "นักข่าวชื่อดังเล่นไลน์นัดเล่นชู้" โดยผู้โพสต์ได้เปิดหลักฐานจากโทรศัพท์มือถือไอโฟน โชว์เบอร์โทรศัพท์ชื่อว่า "พี่..." โดยมีการแสดงหมายเลขให้เห็นอย่างชัดเจน ก่อนจะเปิดแอพพลิเคชัน "ไลน์" เพื่อแสดงหน้าโปรไฟล์การสนทนา ระหว่างคนที่ใช้ชื่อว่า "พี่..." กับหญิงสาวที่ใช้ชื่อว่า "แยม" ซึ่งเป็นข้อความบทสนทนาที่มีเนื้อหาล่อแหลม ตามที่ตกเป็นข่าวไปก่อนหน้านี้ ทั้งนี้คาดว่าทางผู้อัพโหลดคลิปน่าจะมีเจตนาตอบโต้คนที่ออกมาชี้แจงว่า น่าจะเป็นเรื่องการจ้องดิสเครดิตกันมากกว่า. เดลินิวส์ออนไลน์

ปฏิกิริยาคนโซเชียล 'ไมค์รับเป็นพ่อเด็ก' กระแสบวกมากกว่าลบ
ข่าวไมค์ พิรัชต์ /  ข่าวไมค์ พิรัชต์ล่าสุด / 

ปฏิกิริยาคนโซเชียล หลังแถลงข่าว'ไมค์รับเป็นพ่อเด็ก' กระแสบวกมากกว่าลบ ชื่นชมกล้าทำกล้ารับ ข่าวไมค์ พิรัชต์ล่าสุด  - จากกรณีที่ไมค์ พิรัชต์ นักแสดงชื่อดังได้เปิดอกแถลงข่าวยอมรับว่าเป็นพ่อของลูกที่เกิดจากนางแบบสาวซาร่า ซึ่งจากการออกมาแถลงยอมรับทำให้เกิดปฏิกิริยาสองขั้วบนโลกออนไลน์ ทั้งฝ่ายที่ชื่นชมในความซื่อสัตย์ของไมค์และยินดีด้วยที่ไมค์มีลูก แต่อีกฝ่ายกลับมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง แต่ดูเหมือนว่ากระแสบวกจะเยอะกว่า ทางMThai News จึงขอรวมความคิดเห็นคนบนโลกออนไลน์มาสรุปให้อ่านกัน ฝ่ายที่มองว่าไมค์ทำไม่ถูกต้องและเพิ่งจะมาแสดงความรับผิดชอบเพราะถูกสื่อจับได้ แสดงความคิดเห็นว่า "...ไม่ได้รู้สึกว่าไมค์แม้นแมน แต่รู้สึกว่าฉลาดและเลือกทางลงถูกแล้ว ยุคนี้มันก็ต้องอย่างนี้อะ โกหกไปก็ไม่รอดหรอก ตราบใดที่มีประเทศพันทิป..." "...คนที่ควรชมน่าจะเป็นน้องผู้หญิงมากกว่าตอนเป็นข่าวทีแรกบอกว่าไม่เคยคบ คำๆนี้ฝ่ายหญิงน่าจะเจ็บและเสียใจ แต่ก็ยังทนอุ้มท้องจนคลอดทั้งๆที่ยังไม่รู้ว่าคนเป็นพ่อจะรับไม่รับ..." ส่วนอีกฝ่ายที่ยอมรับและเข้าใจไมค์ ได้แสดงความคิดเห็นว่า "...ถึงจะไม่แมนมาก แต่ก็แมนดี ทำแล้วยอมรับดีกว่าปล่อยให้อีกหนึ่งชีวตต้องทุกข์ทน ขอให้ใช้ชีวิตครอบครัวอยู่อย่างมีความสุข..." "...เขารับก็ดีแล้ว คนพวกนี้แปลกพอดารายอมรับว่าทำก็ด่า พ่อไม่รับก็ด่า ทั้งๆที่เขาจะรับหรือไม่รับไม่ได้ไปหนักอะไรพวกคุณ อย่างน้อยน้องไมค์กูก็ไม่ได้เป็นเกย์นะคะ..." "...ยอม รับดีเเล้วมีความรับผิดชอบเป็นตัวอย่างที่ดีเเก่วัยรุ่นเมื่อทำผิดควรมีความ รับผิดชอบในฐานะผู้ชายหรือสุภาพบุรุษเเต่เด็กวัยรุ่นควรดูให้เป็นเยี่ยง อย่างเเต่อย่าทำตามจะดีกว่าควรดูไว้เป็นบทเรียนเเม้ไมค์อาจจะเกินยี่สิบ บรรลุนิติภาวะเเต่ก็ยังเป็นตัวอย่างเเก่เด็กเเละเยาวชนที่ติดตามในผลงานมี เรื่องท้องก่อนเเต่งเเบบนี้ในสังคมไทยอาจจะยังไม่ยอมรับมากผิดเเต่มีความรับ ผิดชอบเเต่วัยรุ่นเด็กๆกก็ยังไม่ควรทำตามอยู่ดีควรดูกรณีนี้เป็นบทเรียนนะ วัยรุ่นวัยคึกคะนองทั้งหลาย..." "...สังคมสัยนี้ทำผิดแล้วยอมรับจัดว่า แมน กรณีนี้ ถ้าไม่รับสังคมประนามสารพัดอาจหมดอนาคต ยอมรับไปดีกว่าสังคมจะได้ชื่นชมว่า แมนลูกผู้ชายตัวจริง อย่างไมค์สาวๆคงให้อภัย..." MThai News ข่าวที่เกี่ยวข้อง ไมค์ พิรัชต์ แถลงรับเป็นพ่อเด็ก-อ่านต่อ- http://gossipstar.mthai.com/gossip-content/47016 ไมค์ ปล่อยโฮ สารภาพ เป็นพ่อของลูกจริง   ไมค์ – จิน – อู๋จุน ไอดอลปะป๊าสายฟ้าแล่บ!!

รวมเรื่องเด็ด วีรกรรมผู้โดยสารตัวป่วนบนเครื่องบิน
บนเครื่องบิน /  ผู้โดยสาร / 

หากจะกล่าวถึงเครื่องบิน หลายท่านคงคิดว่ามีแต่ความสะดวกสบาย เป็นการเดินทางที่ไม่น่าจะมีปัญหากวนใจอะไรมากนัก แต่แท้จริงแล้วผู้ที่เดินทางบ่อย และเหล่าบรรดาแอร์โฮสเตสหรือสจ๊วตอาจไม่คิดเช่นนั้น เพราะพวกเขามักจะพบเจอผู้โดยสารที่ทำตัวไม่ค่อยน่ารักอยู่เป็นประจำ บางรายเป็นตัวปัญหาถึงขั้นต้องเชิญลงจากเครื่องเลยทีเดียว ทาง Travel.mthai.com จึงขอรวบรวมประสบการณ์ของผู้ที่พบเจอเหตุการณ์ไล่ผู้โดยสารลงจากเครื่องมาให้ได้อ่านกันครับ รวมเรื่องเด็ด วีรกรรมผู้โดยสารตัวป่วนบนเครื่องบิน สมาชิกเว็บไซต์ พันทิป ที่ชื่อว่า เคี้ยวคำอ่านคำ ได้ตั้งกระทู้ "เคยอยู่ในเหตุการณ์ที่ผู้โดยสารโดนไล่ลงจากเครื่องบินไหมคะ เล่าสู่กันฟังค่ะ" โดยมีสมาชิกได้มาร่วมแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์แปลกๆ บนเครื่องบินดังนี้ - ความคิดเห็นที่ 4 คุณ flymom "ฝรั่งคนนึงขึ้นเครื่องมา ทีแรกก็สงบเสงี่ยมดี พอปิดประตูเครื่อง push back แล้ว ฝรั่งรายนี้กดเรียกพนักงาน เราก็ไปดูว่าจะเอาอะไร ปรากฏว่าจะเอาคอกเทลเดี๋ยวนั้น เราบอกว่าไม่ได้ ต้องรอจนเครื่องอยู่บนอากาศจน Level up แต่เขากลับหันมาบอกว่า Bitch เราก็แบบว่า ไหนพูดใหม่ซิ พูดผิดพูดใหม่ได้นะ เขาก็ยังด่าเราว่า -ucking bitch เราเดินไปโทรหากัปตันเดี๋ยวนั้น บอกว่าต้องกลับไปที่เกต เรียกตำรวจมาด้วยนะ มาเอาผู้โดยสารคนนี้ลงไป เขาเพิ่งด่าฉันว่า bitch เพราะไม่ยอมไปหยิบดริ้งค์มาให้ตอนนี้ พอถึงเกตประตูเครื่องเปิด ตำรวจสนามบินตัวเท่าตู้เย็นสามคนก็เดินไปอัญเชิญชายคนนั้นลงจากเครื่อง พอรู้ว่าโดนไล่ลงเขาก็ร้องไห้บอกแม่ชั้นตายชั้นต้องไปงานศพแม่ ให้ชั้นขึ้นเครื่องเถอะ ทั้งกัปตันทั้งตำรวจหันมามองหน้าเรา เราบอกไปเลยว่า อย่ามามองหน้าฉัน ถ้าเขาไป ฉันจะไม่ไป แค่นั้นจบ เอาตัวไปนอนสงบสติอารมณ์จนสร่างในห้องขังเรียบร้อย" - ความคิดเห็นที่ 8 คุณ Ms...plum "เคยเจอเมื่อหลายสิบปีก่อนสายการบินเตอกีสแอร์ไลน์ ไฟลท์จากอิสตันบูลกลับไทย ผู้โดยสารหนุ่มสาวเดินกอดคอกันขึ้นเกต ทำเสียงตะโกนตลอดทาง แล้วดวงซวยก็บังเกิด ไอ้คู่นั้นเผอิญมานั่งอยู่หลังเรา อาการคล้ายเมา ทำเสียงดัง แล้วเอาเท้าถีบเบาะเราตลอด จนเราต้องหันไปตบเบาะแล้วบอกว่ามันไป มันก็ยังถีบเบาะอีก คิดเลยว่าไฟลท์นี้คงไม่ได้นอนแน่ สักพักแอร์เดินมาใกล้ เราก็เลยถามแอร์ว่าเปลี่ยนที่นั่งได้ไหม แอร์ก็มองไปที่สองคนนี้น สักพักก็มีเจ้าหน้าที่พร้อมการ์ดตัวโตเชิญไปสร่างเมานอกเครื่องบิน เรานี่อยากปรบมือดัง ๆ ผู้โดยสารใกล้เคียงก็โล่งใจกันไปตาม ๆ กัน" - ความคิดเห็นที่ 10 คุณ Lilac Girl "ตุลาปีที่แล้วค่ะ บินจากอเมริกาไปเนเธอร์แลนด์ จู่ ๆ นักบินประกาศดีเลย์เที่ยวบิน ซักพักทั้งตำรวจ ทั้ง US Immigration ขึ้นมาเชิญผู้โดยสารออกไปจากเครื่อง ทราบทีหลังว่า ท่านขึ้นมาแล้ว เอาไม้เท้าทุบผนังเครื่องไม่ยอมหยุด เลยอดไปเลย" - ความคิดเห็นที่ 13 คุณ pka เคยเจอตอนบินจากกรุงเทพฯ ไปอัมสเตอร์ดัมค่ะ ระหว่างทางผู้ชายข้างหน้ามีท่าทางแปลกๆ กระวนกระวายตลอดเวลา แต่ไม่โวยวายอะไรนะ แต่เขาเดินไปห้องน้ำบ่อยๆ ก็ว่าผิดปกติอะไรสักอย่าง พอเครื่องลงจอด ก็รอนานมาก กว่าจะลงจากเครื่องได้ ปรากฎว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินขึ้นเครื่องมา จับตัวผู้ชายคนนั้นไป ... สรุปก็คือ เขาไปเสพยาในห้องน้ำน่ะแหล่ะค่ะ" - ความคิดเห็นที่ 37 คุณ Paradise Slice and double shot "เพิ่งเจอมาตอนที่บินกลับมาอังกฤษครั้งล่าสุดเมื่อไม่นานนี่เอง เจอแบบใกล้ชิดมากเรียกว่าจำได้ทุกชอต เนื่องจากนั่งอยู่แถวเดียวกัน เรานั่งอยู่ริมทางเดิน ถัดจากทางเดินไปมีคุณลุงฝรั่งนั่งหลับอยู่ (คือหลับแบบจริงจังมากกก) พอผู้โดยสารขึ้นเครื่องครบแล้ว อยู่ดีๆ ก็มีพ่อหนุ่มต่างชาติผิวสีผมทรงแอฟโฟร เดินมานั่งข้างๆคุณลุงคนนั้น ตอนแรกก็ไม่อะไร พี่แอฟโฟรนั่งๆไปซักพักก็จ้องหน้าคุณลุงค่ะ จ้องแบบเอาเป็นเอาตาย (โดยที่คุณลุงไม่รู้เรื่องอะไรเลย หลับลึกมาก) และจู่ๆ พี่แกก็ตะโกนว่า ... He's DEAD!!  อิชั้นเหวอ แอร์ฯเหวอ ผู้โดยสารคนอื่นเหวอกันหมด ... แต่คุณลุงยังหลับอยู่ เชื่อเค้าเลย เกิดความเงียบไปชั่วขณะก่อนที่แอร์ฯท่านนึงเข้ามาแก้สถานการณ์ "No no he's ok sir, he's just sleeping" แต่พี่แอฟโฟรเถียงว่า "No no no he's dead! I don't wanna sit next to dead person!!" พร้อมกับจิ้มไปที่แขนคุณลุง เราคิดเลยว่าเค้าเมาแน่ๆ เมามากด้วย มากขนาดที่ว่ามโนได้ว่าคุณลุงตายแล้ว 55555 พี่แอฟโฟรก็พูดไปจิ้มไป คุณลุงจึงตื่นจากภวังค์ พร้อมกับยิ้มให้ทุกๆ คนและพูดว่า "I'm fine" สรุปว่าเมาทั้งคู่ ถูกเชิญลงจากเครื่องไปตามระเบียบ" - ความคิดเห็นที่ 51 คุณ Puanholy "อันนี้เป็นเรื่องป่วนๆ แต่ไม่ถึงกับเชิญผู้โดยสารออก เราบินจากโตเกียวมาที่มินิอาโพลิส พอขึ้นเครื่องมาเราก็หลับแบบไม่สนใจใคร ปรากฎว่าตื่นมาอีกที เครื่องยังไม่ได้บินไปไหน ยังคงอยู่ที่เดิม ถามฝรั่งข้างๆว่า เกิดอะไรขึ้นคะ ฝรั่งบอกมีป้าชาวจีนอาละวาดไม่ยอมให้เครื่องขึ้น ไม่ยอมคาดเข็มขัด เราก็อ๋อๆ .. เสร็จแล้วก็ได้ยินแอร์ประกาศว่า "มีผู้โดยสารท่านใดสามารถพูดภาษาจีนได้บ้าง" เราเคยเรียนมานะ แต่มันพูดได้แค่ ชือ ฟ่าน เลอ มา (กินข้าวหรือยัง) แค่นั้น สักพักสจ๊วตเดินมา พอเค้าเจอหน้าเราเท่านั้นแหละ เค้ารีบเชิญเราไปเลยจ้า เราบอกว่าฉันพูดภาษาจีนไม่ได้นะเฮ้ยยย เค้าบอกช่างเถอะมาก่อน ... เราก็เดินตามไป ฝรั่งมองทั้งลำค่ะ พอไปถึงแถวที่ป้านั่ง (หน้าสุด เก้าอี้มี 3 ตัว) ป้านั่งติดหน้าต่าง โวยวายอาละวาดไม่ยอมคาดเข็มขัด ชี้ออกนอกหน้าต่างอย่างเดียว ชี้หิมะ แล้วก็กรีดร้อง แอร์นั่งกลางจะจับป้านั่งตลอด แอร์เพอเซอ สจ๊วตทุกคนมารุมเรา บอกว่าให้ช่วยบอกป้านี้ที ว่าให้ช่วยนั่งหน่อย ป้าเค้าเป็นอะไร เราก็เลย "หนีห่าว .. (ส่งยิ้ม)" ป้าเริ่มหยุด .. เราถามต่อ "ชือ ฟ่าน เลอ มา" .. คือ ณ จุดนั้นกรูพูดได้แค่นี้ค่า พี่แอร์ขา ... แต่ป้ากลับเงียบ มองเรา จับมือเรา แล้วก็นั่งลงชี้ไปข้างนอก พูดๆๆๆ พ่นภาษาจีนใส่เรา .. ณ อารมณ์นั้นอิฉันต้องทำตัวเหมือนนางงาม ตบมือป้าเบาๆ พร้อมนั่งลง คาดเข็มขัด ไม่ได้พูดอะไร โชคดีป้ายอมทำตาม แอร์ถามเราว่า เค้าว่ายังไง .. เราเลยบอกว่า เค้าคงกลัวหิมะ คงคิดว่าเป็นพายุ .. พอป้านั่งสงบได้สักพัก แอร์รีบส่งสัญญาณให้กัปตันเอาเครื่องขึ้น (บินในประเทศแค่ 1 ชั่วโมง) กัปตันคงเห็นว่าเอาอยู่มั้ง เครื่องก็ขึ้นไป สรุปอิฉันได้ไปนั่งกับป้าจ้ะ มีแอร์นั่งคั่นกลาง อาหาร Snack อะไรก็ไม่ได้กิน แอร์ถามว่าเราพูดอะไรกับป้า .. เราเลยบอกว่า เราถามว่าป้ากินข้าวหรือยัง สรุปป้าได้กินกล้วยจ้ะ 5555 แล้วป้าก็ชมแอร์ว่าสวย บลาๆๆ เราก็ถามแอร์ว่าป้ามาคนเดียวหรอ สรุปคือ ป้ามาคนเดียว บินเดี่ยวจ้า ... พอเครื่องแลนดิ้งเท่านั้นแหละ ฝรั่งตบมือให้อิฉัน เริ่ดป่ะล่ะ นางป้าคนนั้นได้ลงเครื่องคนแรก อิฉันรอเดินไปเอาของที่แครี่ออนตรงที่เก่า ฝรั่งเดินมาเช็คแฮนด์ พร้อมบอกว่า thank you very much แหม่ .. น้ำตาจะไหล ในใจนี่คือ ถ้าป้าไม่ยอมสงบ อิฉันแปลไม่รู้เรื่อง คงต้องเชิญออกล่ะจ้ะ เหตุการณ์นี้ตอบแทนมาด้วยการให้อัพเกรดเก้าอี้ที่นั่งขากลับไทยให้เป็น Business พร้อมส่วนลดเวลาซื้อตั๋วนิดๆ หน่อยๆ .. ปลื้มใจมากค่ะ 555" อ่านความคิดเห็นทั้งหมดเพิ่มเติม > http://pantip.com/topic/32714638 ที่มา : pantip.com  ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : มนุษย์ลุงฉุน โดนเชิญลงจากเครื่อง ผู้โดยสารช่วยปรบมือไล่

ภาพสุดสวย! ความงามบนฟากฟ้า ผ่านฝีมือนักบิน
นักบินถ่ายรูป /  ภาพท้องฟ้า / 

เกิดเป็นที่ฮือฮาในโลกออนไลน์ในขณะนี้ เมื่อชาวเน็ตต่างพากันเข้าไปชมภาพสุดสวยบนท้องฟ้าฝีมือนักบินของสายการบินการบินไทย ที่ได้โพสต์ลงในเว็บบอร์ดชื่อดังอย่างพันทิป ( pantip.com)  โดยผู้ใช้ชื่อ "มอมแมม 777" ได้เป็นผู้โพสต์ภาพ พร้อมระบุข้อความว่า "ผมเชื่อว่า...ห้องทำงานของผม น่าจะเป็นหนึ่งในห้องทำงานที่เล็กที่สุดก็ว่าได้ ห้องที่ผมต้องใช้ชีวิตในนั้นตลอดเวลาทำงาน...งานที่ซ่ำซากจำเจ ไม่ว่าจะเป็นกลางวัน กลางคืน...เช้า สาย บ่าย ค่ำ และดึกดื่นเที่ยงคืนก็ตาม เหตุการณ์ที่สารพัดจะเกิดขึ้น...สุข ทุกข์ ห่อเหี่ยว ดีใจ เสียใจ…รวมไปถึง "น่ากลัว" ต่างก็รวมอยู่ในห้องน้อยๆ ห้องนี้ทั้งสิ้น... แต่…เป็นเรื่องที่แปลกมาก...ว่า ถึงแม้นจะเป็นที่ที่ผมสิ่งสถิตย์อยู่เป็นประจำ...ผมกลับไม่มีรูปในห้องทำงานของผมเลย โอกาสที่จะหยิบกล้องขึ้นมา...เพียงแค่ขอสแน๊ปช๊อตยังแทบแย่ เรื่องที่จะถ่ายให้เป็นเรื่องเป็นราวนั้น...แทบจะลืมไปได้เลยครับ ภาพที่ได้มาในกระทู้นี้...เป็นภาพที่สะสมไว้เป็นเวลาหลายปีครับ นานๆ ถ่ายเก็บไว้ได้ซักภาพนึง...ต่างกรรม ต่างวาระ ต่างสถานที่ มีตั้งแต่กล้องตัวใหญ่ กล้องตัวเล็ก กล้องคอมแพ็ค รวมไปถึงกล้องจากมือถือซะด้วยซ้ำไป" ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นมากมาย พร้อมทั้งยังทึ่งกับปรากฎการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนฟากฟ้าด้วย ข้อมูลข่าวจาก pantip.com (http://pantip.com/topic/30931161) และ http://www.mommamgallery.com MThai News

เฉลยปริศนาบั้งไฟพญานาค
ปริศนาบั้งไฟพญานาค

Q – แนวคิดเรื่องการเกิดบั้งไฟพญานาคมีอะไรบ้า­ง A - มีคำอธิบาย 3 แนวทาง คือ เป็นปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ และเป็นการกระทำของมนุษย์ คำอธิบายว่าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาตินั้น เสนอโดย นายแพทย์มนัส กนกศิลป์ โดยบอกว่าเกิดจากก๊าซร้อนที่หลุดออกมาและพ­ุ่งขึ้นไปกระทบกับอนุภาคออกซิเจนพลังงานสู­ง เกิดการสันดาปกลายเป็นดวงไฟสีแดงอำพัน พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ส่วนแนวคิดว่าเป็นการกระทำของมนุษย์ เกิดจาก รศ.ดร.มนตรี บุญเสนอ ได้นำเสนอว่า สภาพดินใต้แม่น้ำโขงเป็นหินดินดาน หรือหินโคลน โอกาสที่จะเกิดก๊าซมีเทนมีน้อยมาก ประกอบกับกระแสการวิ่งของน้ำเป็นแบบไหลเวี­ยน โอกาสที่ซากพืชซากสัตว์จะมาหมักหมมจนกลายเ­ป็นก๊าซนั้นยาก หรือถ้าเกิดจากก๊าซจริง ก๊าซมีเทนที่เก็บมาจากใต้หนองบึง จะลุกไหม้ และกระจายตัวออก ไม่เกาะกันเป็นก้อนกลม แล้วลอยขึ้นบนอากาศแบบเดียวกับบั้งไฟพญานา­ค Q – การกระทำของมนุษย์แบบไหนจึงทำให้เกิดบั้งไ­ฟพญานาค A - คำอธิบายมาจากรายการถอดรหัส ของสถานีโทรทัศน์ ITV ที่เผยแพร่ในพ.ศ. 2545 โดยการสัมภาษณ์ผู้นำชุมชมของหมู่บ้านชาวลา­ว บริเวณริมฝั่งโขง ที่อ้างว่าบั้งไฟพญานาคคือ กระสุนส่องแสงที่พวกเขายิงขึ้นฟ้า เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลออกพรรษา กระสุนส่องวิถี หรือ tracer round นั้น มีสารเคมี เช่น ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม ทำให้เกิดประกายไฟ และให้ความสว่างมากพอ ถ้ามีการยิงขึ้นไปบนฟ้า จะดูคล้ายลูกไฟลอยขึ้นไป Q - มีหลักฐานที่แสดงว่าบั้งไฟเกิดขึ้นจากการย­ิงกระสุนจากฝั่งลาวหรือไม่ A – เมื่อปี พ.ศ. 2554 คุณสมภพ ขำสวัสดิ์ จากห้องหว้ากอ เว็บบอร์ดพันทิป ใช้ วิธีการตั้งกล้องถ่ายรูป แบบเปิดหน้ากล้องนานๆ เพื่อให้สามารถบันทึกเส้นทางการเคลื่อนที่­ของลูกไฟได้อย่างต่อเนื่อง พบว่าภาพบั้งไฟทุกภาพที่ถ่ายได้นั้น พุ่งขึ้นจากฝั่งประเทศลาว ไม่ได้ขึ้นจากลำน้ำ และยังถ่ายภาพลูกไฟพุ่งออกมาจากป่าละเมาะร­ิมน้ำ โดยที่บริเวณพุ่มไม้ใหญ่ด้านฝั่งประเทศลาว ที่เห็นว่ามีกระสุนส่องวิถียิงออกมา

iOS 7 เรื่องสยอง 12 ประการ!!
apple /  iOS 7 / 

"อุปทานหมู่? จากผู้ใช้ iOS 7 นี่หรือไอโอเอส ในวันที่ไร้จ๊อบส์!!"     ได้เปิดออกมาให้ดาวน์โหลดกันสักพักใหญ่ๆ ทีเดียว สำหรับ iOS 7 แม้กระแสการตอบรับอัพเกรดตัวระบบปฏิบัติการณ์จะเป็นไปอย่างท่วมท้น ทว่าฟีดแบ็คหลังการใช้งานนั้น   ดูเหมือนว่าจะสวนทางกับแบรนด์ที่เน้นขายประสบการณ์อันดี มาเนิ่นนานอย่างแอปเปิล และแม้สาวกจะอยากยอมรับหรือไม่ก็ตามนั้น ณ จุดนี้ ไอโอเอส 7 ไม่ได้เป็นโอเอสที่ stable สำหรับ iDevice ที่ต่ำกว่า iPhone 5s ลงมา   ทั้งยังถูกแนะนำในหมู่ผู้ใช้ด้วยกันว่า "ไม่ควรอัพเดท" หากยังแฮปปี้ดีกับ iOS 6 เช่นนั้นแล้วอาจจะพบเจอกับจุดจบอันน่าสยองเหล่านี้ ที่แทบไม่เคยได้จินตนาการถึง ว่าจะเกิดขึ้นภายใต้ลายน้ำของแบรนด์ผลไม้ !!   1. เวียนศีรษะ หน้ามืด ตาลาย คล้ายจะเป็นลม  >> parallax   รายงานทางการแพทย์ ได้ออกมาเตือนถึงประเด็นนี้ หลังจากพบผู้ใช้บางราย มีอาการคล้ายเมารถ เนื่องจากการที่สายตาโฟกัสไปยังจุดตกกระทบวัตถุบนหน้าจอไม่สมดุล.   2. flat สไตล์ ยังไงก็ไม่ใช่   flat สไตล์ by Ive แลดูไม่ถูกชะตาสาวกรุ่นอนุรักษ์นิยมมาตั้งแต่เปิดตัว เค้าเหล่านั้นถึงกับโหยหาศาสดาผู้ล่วงลับไปแล้ว.   3. ฟีเจอร์สุดดูดแบต   ได้รับการคอนเฟิร์มจากทุกๆ ผู้ใช้แล้วว่า ios7 นั้น ดูดแบตจริง คำแนะนำเบื้องต้น ดูเหมือนว่าคุณจำต้องปิดเกือบทุกฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามาใหม่ เพื่อประหยัดแบตไว้ในบางสถาณการณ์ที่จำเป็นต้องใช้โทรศัพท์จริงๆ ( วิธีประหยัดแบต )   4. อืด ช้า lag     5. ปรากฏการณ์จอฟ้า  เราอยากจะเชื่อว่านี่เป็นแผนการตลาดล้อเลียน BSOD บนวินโดวส์ยุคแรกๆ เสียเหลือเกิน จริงๆ ให้ดิ้นตายเถอะ!! ภาพจาก Vine ของ Bradley Miller   6. แอพเด้ง!!   ผู้พัฒนาหลายเจ้ากำลังปรับตัว เพื่อรองรับการใช้งานบน ios7 ปัญหาสามัญบางอย่างจึงปรากฏให้เห็น เช่นแอพเด้ง ค้าง หากแต่แอพสามัญบนไอโอเอสก็พบเหตุการณ์นี้เช่นกัน นำมาซึ่งความหดหู่ยิ่งยวดของสาวก . 7. ไม่ชี้แจงรุ่นที่เหมาะสมก่อนอัพเดท   แอปเปิลเพียงแต่บอกว่า iDevice รุ่นไหนที่สามารถอัพเดท ios7 ได้ แต่ไม่ได้บอกว่ามันจะ good for you   8. คีย์บอร์ดหน่วง   คีย์บอร์ดหน่วง นี่พูดเลย จากสมาชิกพันทิป   9. บางคนเห็น UI แล้วเข้าใจว่าคุณเล่น Android อยู่     10. Browser ช้าในทุกๆ แบรนด์   กับแอพอื่นๆ นั้นถือว่าผู้พัฒนาก็ต้องปรับตัวอัพเดท แต่กับ Safari ที่เป็นของแอปเปิลแท้ๆ กลับช้า หน่วง บางเว็บไม่โชว์คลิปจากยูทูปด้วยสิ .   11. บางฟีเจอร์ใช้งานยาก   "Control Center, AirDrop และ iTunes Radio น่าสนุก แต่ใช้งานยาก ไม่ชินกับการเข้าถึง" ผู้ใช้ไอโอเอสเจ็ด ว่าไว้   12. ปิดให้ Downgrade   แน่นอนว่าจำนวนผู้ดาวน์โหลดนั้น เป็นผลดีทางการตลาดในแง่ความนิยม และสร้างความน่าเชื่อถือให้เหล่านักพัฒนารีบๆ อัพเดทแอพพลิเคชั่นรองรับ แอปเปิลก็ได้ปิดดาวน์เกรดลงไปก่อนหน้านี้ ซึ่งน่าจะเป็นผลโดยตรงต่อตัวเลขดังกล่าว .   Source : imore, pantip , wired

สังคมออนไลน์แชร์ว่อน
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ /  ถนนลูกรัง / 

"อย่ายุ่งกะกรู กรูพอเพียง" แชร์ว่อนเส้นทางรถไฟฟ้าความเร็วสูงทั่วอาเซียน เล้นพื้นที่ประเทศไทย ข่าวจากเว็บไซต์ วอย์ซ ทีวี เสนอข้อมูลในสังคมออนไลน์กำลังแชร์ภาพที่ชื่อว่า"อย่ายุ่งกะกรู กรูพอเพียง"  แสดงภาพเชื่อมโยงเส้นทางเดินรถไฟความเร็วสูง ที่เชื่อมต่อกันในอาเซียน ยกเว้นประเทศไทย คลิ๊ปดังกล่าว แสดงให้เห็นภาพเชื่อมโยงเกี่ยวกับเส้นทางเดินรถไฟความเร็วสูง ที่จะมีการเชื่อมต่อกันในแต่ละประเทศรอบๆประเทศไทย แต่ไม่มีการเชื่อมต่อในไทย หลังนายสุพจน์ ไข่มุกด์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ให้ความเห็นมีความเห็นเกี่ยวกับเรื่อง"เอเชี่ยนไฮเวย์ เอสแคป"กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์อย่างมาก ทั้งนี้นายสุพจน์ ไข่มุกด์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ให้ความเห็นว่า "ประเทศไทยต้องการปฏิรูปทุกด้าน โดยเฉพาะด้านการศึกษา ไม่ใช่ระบบคมนาคมอย่างเดียวพร้อมระบุ  "เอเชี่ยนไฮเวย์ เอสแคปเขาศึกษามาเป็น 20-30 ปีก็ยังทำไม่ได้ เพราะมีปัญหาติดขัดภายใน ถนนลูกรังน่ะให้หมดไปจากประเทศไทยก่อน ทำแอสฟัลต์ หรืออะไรต่างๆ ให้เสร็จก่อน ก่อนที่จะไปคิดระบบความเร็วสูง ความคิดเห็นส่วนตัวนะ มันยังไม่จำเป็นสำหรับประเทศไทยเลย และเงินกู้ 2 ล้านล้าน  คุณชัชชาติตายไปเกิดใหม่ มายังรุ่นลูก รุ่นหลานยังใช้เงินไม่หมดเลย" ทั้งนี้สามารถดุได้จากเว็บไซต์วอย์ซ ทีวี ตามลิ้งค์ข้างล่าง รวมถึง การแสดงความเห็นในรายการ Wake up Thailand ผ่านเว็บไซต์ พันทิป ดอทคอม http://news.voicetv.co.th/viral/93585.html คลิ๊ปจาก Voice TV  http://pantip.com/topic/31494814 คลิ๊ปจาก พันทิป ดอทคอม http://www.youtube.com/watch?v=ZRF6I_Rtdws&feature=player_embedded คลิ๊ปจาก ยูทูป MThai News

โวย! รถเมล์ฟรีสาย 12 ขับรถคะนอง ไม่สน ทำคนแก่หกล้มบาดเจ็บ
ขสมก. /  รถเมล์ / 

วานนี้ (6 ต.ค.) ที่เว็บไซตพันทิป มีผู้ใช้ชื่อ "แฮมชีสอร่อยจัง !" ได้ตั้งกระทู้เตือนภัย ผู้โดยสารรถเมล์ฟรีสาย 12 เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่27 ก.ย. 56 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 21.30 น. ระบุว่า คุณแม่ของตนอายุ 60 ปี ได้ขึ้นรถเมล์สาย 12 จากป้ายตรงข้ามวัดสุทัศน์วรวรารม เมื่อคุณแม่ขึ้นไปบนรถก็พยายามหาที่นั่ง แต่รถเกิดเบรกกะทันหัน ทำให้คุณแม่ล้มลงสะโพกกระแทกกับพื้น และลื่นไถลไปเกือบถึงคนขับ จึงทำให้เอวด้านซ้ายกระแทกกับเหล็กอย่างแรง คุณแม่เจ็บจนลุกไม่ขึ้น แต่เมื่อคนขับรถเห็นกลับตะคอกใส่คุณแม่ว่าขึ้นมาไม่รู้จักระวัง สมน้ำหน้า คุณแม่เลยบอกกับคนขับรถเมล์กลับไปว่า ต้องมีคนรับผิดชอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่คนขับรถเมล์บอกว่ามันไม่ได้เป็นความผิดของผม พร้อมจะลุกขึ้นมาเอาเรื่องคุณแม่ของตน ต่อมาคุณแม่ได้ไปหาหมอและนำใบรับรองแพทย์ เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจสำราญราษฎร์ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่รับแจ้งความเพราะไม่ใช่วันที่เกิดเหตุ เมื่อชี้แจงว่าวันเกิดเหตุได้รับบาดเจ็บจนลุกไม่ขึ้น ต้องนอนพักรักษาตัว ตำรวจก็ไม่ฟัง แต่ไล่กลับบ้าน คุณแม่จึงไปร้องเรียนที่ ขสมก. แล้วแต่ก็ไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ทั้งนี้กระทู้เว็บไซต์พันทิปมีการลงชื่อ นามสกลุและหมายเลขรถโดยสารสายที่เกิดเหตุไว้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม มีผู้เข้ามาแสดงความเห็นแนะนำให้นำเรื่องดังกล่าวไปร้องเรียนที่แฟนเพจเฟซบุ๊คของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อให้ช่วยติดตามเรื่องดังกล่าว และนำตัวพนักงานขับรถมาสอบสวนเพื่อพิจารณาลงโทษต่อไป ขอบคุณข้อมูลจาก เว็บไซต์พัทิป MThai News

ความเชื่อ?กลัวลางร้ายแมวข้ามหัว จับฟาดกำแพง
ข่าววันนี้ /  ฆ่าแมว / 

โลกออนไลน์แชร์ วิจารณ์ยับหนุ่มกลัวลางร้ายเพราะแมวข้ามหัว จับขาฟาดกำแพง ตาย!! วันนี้(12ก.ย.)กลายเป็นเรื่องสะเทือนใจผู้คนบนโลกออนไลน์ สำหรับภาพชายหนุ่มเก๊กท่าคู่ซากแมวที่ตายแล้วในลักษณะบีบคอโชว์เพื่อนบนเฟซบุ๊ค พร้อมระบุคำบรรยายใต้ภาพว่า กลับมาถึงบ้านเข้าห้องน้ำแมวกระโดดข้ามหัวเลยจัดจับหางฟาดกับกำแพง เพื่อนในเฟซบุ๊คของชายคนดังกล่าวต่างพากันมาตำหนิและพูดว่าเขาใจร้าย แต่ชายในภาพกลับโต้เถียงว่าเขาไม่ได้ใจร้าย เพียงแต่กลัวลางไม่ดีเพราะแมวข้ามหัวเลยต้องทำแบบนี้ ยิ่งไปกว่านั้นยังพูดแบบไร้สำนึกอีกว่า ว่าจะทำเป็นอาหารกินแก้มเหล้าแต่ดูแล้วใจอ่อนเลยเอาไปทิ้งข้างถนน หลังจากภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ผู้คนต่างพากันตำหนิชายในภาพว่า หากจะเชื่อว่าแมวข้ามหัวกลัวจะเป็นรางร้าย ดูจะเป็นความเชื่อที่ไปทำร้ายจิตใจคนรักแมวเสียเหลือเกิน แม้จะเป็นความเชื่อส่วนบุคคลแต่ก็ไม่ควรที่จะไปฆ่าสัตว์เช่นนี้ ทั้งนี้มีผู้คนให้ความเห็นว่าหากติดตามข่าวจะเห็นได้ว่ามีเรื่องการทำร้ายทารุณสัตว์เกิดขึ้นค่อนข้างบ่อย อาจเป็นเพราะกฏหมายบ้านเรามีบทลงโทษที่ไม่รุนแรงทำให้กลุ่มคนเหล่านี้ชะล่าใจไม่เกรงกลัวต่อบทลงโทษที่มี คนรับกรรมเลยเป็นสัตว์ที่ไม่มีทางสู้เพราะเค้าไม่สามารถมาเรียกร้องอะไรได้เลย MThai News ขอบคุณที่มา กระทู้พันทิป http://pantip.com/topic/32570098

สะเทือนใจชาวเน็ต จนท.บ้านเด็กอ่อนทำร้ายทุบตีเด็ก
ข่าววันนี้ /  ตีเด็ก / 

สมาชิกเว็บพันทิปโพสต์ประจานเจ้าหน้าที่มูลนิธิบ้านเด็กอ่อนทำร้ายทุบตีเด็ก ชาวเน็ตแนะควรจัดอบรมจรรยาบรรณเจ้าหน้าที่ วานนี้ (6 ก.ค.) สมาชิกเว็บบอร์ดพันทิปท่านหนึ่งได้ตั้งกระทู้เรื่อง “ใครก็ได้ช่วยเด็กคนนี้ด้วยค่ะ น้องถูกจนท.มูลนิธิบ้านเด็กอ่อนทำร้ายในโรงพยาบาลค่ะ” ภายในหัวข้อกระทู้ได้มีการโพสต์ภาพของผู้หญิงคนหนึ่งกับเด็กชายอายุประมาณ 2 ขวบ และได้พูดบรรยายถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของหญิงคนนี้ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิเด็กอ่อนแห่งหนึ่ง ผู้โพสต์กระทู้เผยว่าหญิงที่อยู่ในภาพดังกล่าวมีการใช้ถ้อยคำที่รุนแรงและทำร้ายทุบตีหนูน้อย ทำให้ผู้เห็นเหตุการณ์รู้สึกไม่พอใจจึงถ่ายรูปและนำมาโพสต์ในเว็บบอร์พันทิป ผู้ตั้งกระทู้ได้เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เด็กชายที่อยู่ในภาพเป็นเด็กที่มาจากบ้านเด็กอ่อน มีอาการป่วยค่อนข้างหนัก ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์และพยาบาล ซึ่งเด็กได้นอนพักฟื้นอยู่ที่ห้องผู้ป่วยเด็ก ซึ่งเด็กชายนี้ต้องสวมท่อออกซิเจนไว้ตลอด แต่ขณะที่เด็กพักฟื้นได้พลิกตัวทำให้ท่อออกซิเจนหลุด แต่เจ้าหน้าที่มูลนิธิมัวแต่เล่นโทรศัพท์มือถืออยู่จึงไม่เห็น จนทำให้ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ตะโกนบอก ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าไปหาเด็กและใช้มือฟาดใส่ศีรษะเด็กพร้อมพูดว่า "จะดึงออกทำไม อยากตายหรือไง ตายๆ ไปเลยไป!" ก่อนจะจับท่อออกซิเจนใส่คืน ต่อมามีเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นอีกครั้งในโรงพยาบาลเดิมครั้งนี้เป็นความโชคร้ายของเด็กชายอายุประมาณ 2 ขวบอีกราย เด็กคนดังกล่าวมาพร้อมกับเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิอายุประมาณ 60 ปี คาดว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิเดียวกันกับกรณีแรก ซึ่งเจ้าหน้าที่ท่านนี้พยายามที่จะป้อนยาให้กับเด็ก แต่เด็กขัดขืนทำให้ป้อนยายาก เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวจึงตบตีและดุว่าเด็กอยู่หลายครั้ง เหตุการณ์ดังกล่าวมีการบันทึกวิดีโอเอาไว้ ความยาวกว่า 5 นาที หลังจากเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ลงในสื่อสังคมออนไลน์ ชาวเน็ตต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ว่ามูลนิธิหรือองค์กรช่วยเหลือต่างๆ น่าจะมีการอบรมอย่างเคร่งครัด และควรปลูกฝังเรื่องของจรรยาบรรณวิชาชีพให้แก่เจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ยังไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างแน่ชัด ว่าผู้ที่อยู่ในภาพเป็นเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิเด็กอ่อนจริงหรือไม่ Mthai News ขอบคุณข้อมูลจาก เว็บบอร์ดพันทิป

ชาวเน็ต แฉ จ่าพิชิตเพจดราม่า ป้ายความผิดให้ประภัสร์โดนด่าฟรี
Drama Addict /  ข่าวน้องแก้ม / 

สมาชิกพันทิป แฉ จ่าพิชิตแห่งแฟนเพจดราม่า ป้ายความผิดให้ประภัสร์โดนด่าฟรี จากกรณีข่าวสะเทือนขวัญของน้องแก้มถูกข่มขืนฆ่าบนรถไฟและคสช.ได้สั่งปลดนายประภัสร์ จงสงวนออกจากตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุดมีสมาชิกเว็บไซต์พันทิป ชื่อ Asceli ได้เผยข้อมูลเกี่ยวกับความเข้าใจผิดของชาวสังคมออนไลน์จากข่าวที่มีการระบุว่านายประภัสร์ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่ปฏิเสธว่านายเกม ผู้ต้องหา ไม่ใช่พนักงานการรถไฟ โดยมีเนื้อหาดังนี้ MThai News