พันทิป

อีกมุมมอง กรณีไบค์เกอร์หนุ่มรถล้ม คว้าแฟนมากอด!
ถนนมิตรภาพ /  บิ๊กไบค์ / 

อีกมุมมอง กรณีไบค์เกอร์หนุ่มรถล้มคว้าแฟนมากอด ชาวเน็ตสงสัยฝนตกหนักขนาดนั้น ทำไมไม่จอดรถ? แถมใช้ยางสลิค วันนี้ (19ก.ย.) จากกรณีที่โลกออนไลน์มีการส่งต่อคลิป หนุ่มคนหนึ่งขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ซึ่งมีแฟนสาวซ้อนท้ายมาด้วย พวกเขาได้ขี่รถฝ่าสายฝน บริเวณถนนมิตรภาพ ช่วงทางลงเขื่อนลำตะคอง ก่อนที่รถจะเสียหลักลื่นไถลไปตามถนน แต่สิ่งที่ทำให้ผู้คนต่างพากันประทับใจ เนื่องจากในคลิปฝ่ายชายได้พยายามเอื้อมจับแฟนสาวเอาไว้หลังรถล้ม ซึ่งทั้งคู่ก็ปลอดภัยจากอุบัติเหตุครั้งดังกล่าว ล่าสุดสมาชิกพันทิปชื่อ ก็แค่ผู้ชายที่เชื่อในความฝัน ได้ตั้งกระทู้แสดงความเห็นต่อเรื่องดังกล่าวในอีกหนึ่งมุมมองว่า จากคลิปฮีโร่ไบค์เกอร์กอดแฟนสาว ผมขออนุญาตมองแยกเป็น 2 ประเด็นนะครับ 1.ตอนล้ม อันนี้ยอมรับว่ามีสติดีมาก และโชคดีหลายชั้นที่จังหวะนั้นไม่มีรถสวนมา โชคดีที่แฟนสาวอยู่ใกล้ไม่กระเด็นห่างจากตัว อันนี้ชมในประเด็นนี้ 2.ก่อนล้ม อันนี้เป็นประเด็นที่ผมอยากพูดถึงและฝากเตือน เรื่องขับเร็วไหม อันนี้ผมบอกไม่ได้ เพราะมองไม่เห็นไมล์ แต่จากคลิปก็น่าจะเร็วอยู่ ฝนตกขนาดนั้นผมขี่ไม่เกิน 100 เลยครับเพื่อความปลอดภัย ที่สำคัญคือ ยางที่พี่เขาใช้ คือยางสลิคที่ใช้สำหรับสนาม สำหรับพื้นผิวที่แห้งและร้อน เพราะยางมันไม่มีดอกให้รีดน้ำ แต่พี่เขาใช้ยางนี้วิ่งตอนฝนตกหนัก ในการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ทางเรียบชิงแชมป์โลก (MotoGP) เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ถ้าใครได้ดูทางช่อง 3SD จะเห็นเลยครับว่า แค่ฝนตกพรำๆ ถนนแค่เริ่มชื้น เขาก็โบกธงสัญญาณให้เข้ามาเปลี่ยนรถที่ใช้ยางสำหรับถนนเปียกแล้ว นั่นแค่ฝนพรำ ๆ นะครับ แต่ในคลิปพี่เขา คือฝนตกหนัก (มาก) ไม่แปลกที่ขี่ทางตรงอยู่ดี ๆ แล้วรถจะสะบัดล้มไปเอง ประเด็นนี้สำคัญครับ การที่เราพาลูกสาวใครมาซ้อนเรา นั่นคือเรากำลังดูแลชีวิตลูกสาวคนอื่นแล้ว การขี่รถแบบเสี่ยงอันตรายหรือไม่คิดถึงความเสี่ยง ผมว่าน่าตำหนิมากกว่าชื่นชมครับ ผมไม่เข้าใจเหตุผลที่พี่เขาใช้ยางสลิคตอนหน้าฝน (ทั้งที่จริง ๆ ควรจอด ต่อให้ไม่มีที่หลบ ต้องจอดยืนตากฝนก็ต้องจอด เพราะมันอันตรายมาก ๆ ) แต่ยังไงอยากให้เป็นบทเรียนสำหรับไบค์เกอร์ทุกท่านนะครับ ใช้ยางให้เหมาะสม เพื่อคนที่เรารักและคนที่อยู่ข้างหลังเราครับ ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News ขอบคุณกระทู้พันทิป ขออนุญาตมองต่าง กรณีไบค์เกอร์กอดแฟนสาว ฝนตกหนักขนาดนั้น แถมใช้ยางสลิค

ฟังอีกมุม! ปมดราม่าเมียนายพลถีบท้องสาว 4 เดือน
ความจริงจากเมียนายพล /  ถีบสาวท้อง 4 เดือน / 

ฟังอีกมุม! ปมดราม่าเมียนายพลถีบท้องสาว 4 เดือน พร้อมเผยภาพรถเบนซ์เจ้าปัญหา จากกรณีข่าวภรรยานายพล.ร.ต ท่านหนึ่ง เกิดมีปากเสียงกับหญิงสาวที่กำลังตั้งครรภ์ ได้ 4 เดือน เนื่องจากไม่พอใจที่บุตรของหญิงตั้งครรภ์เปิดประตูรถมาชนเข้ากับรถเบนซ์ป้ายแดงของเธอ ซึ่งผู้โพสต์เผยว่ามีการลงไม้ลงมือกันด้วย หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ส่งผลให้ชาวเน็ตต่างวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมากนั้น กระทั่งเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 58 ที่ผ่านมา นางสาวมาลิณี หญิงสาวตั้งครรภ์ พร้อมกับสามี ได้เข้าเจรจาไกล่เกลี่ยกับ นางอริษา ผู้ขับรถเบนซ์ป้ายแดง และสามีนายทหาร โดยมี บุ๋ม ปนัดดา ช่วยไกล่เกลี่ย ซึ่งเรื่องก็ยุติลงด้วยดี ตามที่เสนอข่าวไปก่อนหน้านั้น ล่าสุด (21 ต.ค. 58) ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์กระทู้ "มาฟังความจากฝั่งภรรยานายพลที่ถูกกล่าวหาว่าไปถีบสาวท้องกันบ้าง" ที่ถูกตั้งโดยสมาชิกพันทิปชื่อว่า PuiiHaHa โดยเป็นการบอกเล่าเรื่องราวของทางฝั่งภรรยานายพล ซึ่งกำลังถูกกระแสโซเชียลโจมตีอยู่ในขณะนี้ โดยมีรายละเอียดดังนี้ วันเกิดเหตุคู่กรณีทั้งสองมาจอดรถข้างกัน ฝั่งหญิงตั้งครรภ์ มีน้องสาว และลูก 2 ขวบ ทั้งสองฝั่งมีการกระทบกระทั่งท้าทายกันเกิดขึ้นเนื่องจากฝั่งหญิงตั้งครรภ์ เปิดประตูรถไปชนรถของคุณป้า ซึ่งในช่วงรอประกันฝั่งหญิงตั้งครรภ์ ได้เอาเอกสารประกันไปฟาดที่ท้ายรถของคุณป้า จากนั้นก็เรียกให้น้องสาวพาลูกขึ้นรถและก็โต้เถียงกัน หลังจากนั้น หญิงตั้งครรภ์ก็เดินไปเปิดประตูรถบานเดิมชนซ้ำอีกครั้ง โดยมีการพูดท้าทายว่า หวงมันมากใช่ไหม รถคันนี้ ฝั่งคุณป้าทนไม่ไหว จึงเกิดการชุลมุนกันขึ้น โดยฝั่งสาวตั้งครรภ์มีน้องสาวมาช่วย ก่อนที่คุณป้าจะถูกน้องสาวของหญิงตั้งครรภ์ผลักล้มลง อย่างที่ปรากฏในคลิปที่มีการแชร์กันไปแล้วนั้น ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุทั้งสองฝ่ายได้เดินทางไปที่โรงพัก แต่จังหวะที่คุณป้ากำลังเลี้ยวรถเข้าโรงพัก ก็ถูกรถสามีของหญิงตั้งครรภ์ขับมาชนถึงสองครั้ง โดยสามีของหญิงตั้งครรภ์บอกว่า ไม่ได้ตั้งใจ เป็นห่วงลูกเมียเลยจะรีบเข้าโรงพัก ขณะที่ฝั่งคุณป้า ก็รู้สึกไม่ปลอดภัย จึงเรียกสามีซึ่งเป็นพลเรือตรีมาที่โรงพัก ซึ่งวันเกิดเหตุเป็นวันพุธ พลเรือตรีจึงมาในชุดทำงานสีกากี ไม่ใช่ชุดเต็มยศตามที่เป็นข่าว อ่านข่าว คลิก >> แม่ ๆ ลุกฮือ! นัดรวมตัวให้ต้นสังกัดลงโทษเมียนายพลถีบสาวท้อง 4 เดือน อ่านข่าว คลิก >> ศึกดราม่า! บุ๋ม ปนัดดา VS เพจดัง ปมเมียนายพลถีบสาวท้อง 4 เดือน อ่านข่าว คลิก >> ยังไม่จบ! ปมเมียนายพลถีบสาวท้อง 4 เดือน อ่านข่าว คลิก >> มาแล้ว! เมียนายพล โร่ขอโทษคุณแม่ท้อง 4 เดือน ขอบคุณข้อมูล/ภาพ สมาชิกพันทิป PuiiHaHa MThai News

ย้อนรอย 50 ปีที่แล้ว สาวไทยคนแรก ผู้คว้ามงกุฏ มิสยูนิเวิร์ส...อาภัสรา หงสกุล
Miss-Universe /  นางงามจักรวาล / 

วันนี้ เมื่อ 50 ปีที่แล้ว หรือ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2508 สาวไทยคนแรกที่ครองมงกุฏมิสยูนิเวิร์ส หรือ นางงามจักรวาล คือ นางสาวอาภัสรา หงสกุล สาวไทยนักเรียนนอกจากปีนังในวัย 18 ปี Women.MThai ขอพาคุณกลับมาย้อนดู ภาพบรรยากาศการประกวด และ ภาพของคุณ ปุ๊ก อาภัสรา เมื่อ 50 ปีก่อนกันค่ะ คุณ ปุ๊ก อาภัสรา หงสกุล ครองตำแหน่ง นางสาวไทย คนที่ 14 นับการการประกวดนางสาวไทยในยุคที่ 2 หลังจากที่พักการประกวดไปหลายปี และในปีนี้เองที่ทางกองประกวดได้ตัดสินใจนางงามของไทย เข้าร่วมประกวดในเวทีความงามระดับโลก นั่นคือ เวทีมิสยูนิเวิร์ส ซึ่งในปี 1965 นั้น จัดขึ้นที่ รัฐฟลอริด้า สหรัฐอเมริกา โดยมีสาวงามจาก 57 ประเทศทั่วโลกมาร่วมประชันความงาม นี่คือ ภาพเมื่อเข้ารอบ 15 คนสุดท้าย ตลอดระยะเวลาการเก็บตัว ไปจนถึงบนเวทีการประกวด Miss Universe คราวนั้น ด้วยใบหน้าที่สวยคมแบบไทยๆ ของคุณ ปุ๊ก และกิริยามารยาท การแต่งกายแบบกุลสตรีไทยแท้ๆ ทำให้คุณปุ๊ก อาภัสรา ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก และเธอ คือผู้นำร่มบ่อสร้าง ผลิตภัณฑ์เลื่องชื่อของจังหวัดเชียงใหม่ ไปกางด้วยทุกครั้งเมื่อยามโชว์ตัว ยิ่งสร้างจุดเด่น มีเอกลักษณ์ให้เธอดูน่าจับตามากยิ่งขึ้น ทรงผมประจำตัวที่คุณปุ๊กใช้ตลอดระยะเวลาการประกวด คือ ทรงเกล้ามวยสูง เนื่องจากเป็นทรงผมที่รับกับรูปหน้าของเธอเป็นอย่างดี และการที่เธอได้มีโอกาสเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถก่อนจะเดินทางไปประกวด Miss Universe นั้น ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เธอเลือกทำทรงผมนี้ตลอดการประกวด เนื่องจากพระองค์ตรัสกับคุณปุ๊กว่า "ทรงนี้น้อยคนนักที่ทำแล้วสวย แต่ทรงนี้เหมาะกับหนูมาก" ในปีนั้น คุณ ปุ๊ก อาภัสรา คว้ามงกุฏนางงามจักรวาลคนที่ 14 มาครองได้สำเร็จ นับเป็นสาวไทยคนแรกที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ในฐานะมิสยูนิเวิร์ส และยังเป็นไอดอลผู้สร้างแรงบันดาลใจให้กับสาวไทย ที่จะก้าวขึ้นสู่เวทีการประกวดความงามในรุ่นต่อๆ มา นอกจากนี้ คุณปุ๊ก ยังนับเป็นสาวงามคนที่ 2 ของเอเชียที่ชิงมงกุฎมาครองได้สำเร็จบนเวทีนี้ ซึ่งสาวเอเชียคนแรกที่คว้าตำแหน่งนางงามจักรวาลไปครองคือ นางงามจากประเทศญี่ปุ่น อากิโกะ โคจิมะ ในปี ค.ศ. 1959 และหลังจากที่สัมภาษณ์ในรอบสุดท้ายก็มีการประกาศผลผู้ที่ได้รับตำแหน่ง ดังนี้ รองอันดับ 4 Miss HOLLAND - Anja Christina Maria Schuit รองอันดับ 3 Miss SWEDEN - Ingrid Norrman รองอันดับ 2 Miss U.S.A. - Sue Ann Downey รองอันดับ 1 Miss FINLAND - Virpi Liisa Miettinen และ Miss Universe 1965 Miss Thailand Apasara Hongsakula ในภาพคือวินาทีประกาศผล ลองตามมาดูคลิปเลอค่า เมื่อคราวเธอเข้าประกวดเวที มิสยูนิเวิร์สกันค่ะ ที่มาจาก คุณหนุ่ม ประเสริฐ กระทู้พันทิป และ Wikipedia เรียบเรียงโดย Women MThai Team ภาพประกอบจาก Thaimiss 

ยอดวิวเฉียดล้าน Sayonara เพลงใหม่จากวง Mild
MI4D /  Mild / 

กลายเป็นเพลงฮิตใหม่มาแรงในตอนนี้เลยทีเดียว สำหรับเพลง Sayonara (ซาโยนาระ) บทเพลงแทนคำ บอกลา ความรักที่เคยสวยงาม แต่วันนี้มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ไตเติ้ลแทร็คจากอัลบั้มที่ 4 ของวง Mild ซึ่งหลังจากปล่อยมิวสิควีดิโอลง Youtube ไปได้ไม่นาน ฟีดแบคเพลงนี้ก็มาแรงเรื่อยๆ จนเกือบจะแตะล้านวิว เอ๊ะ หรือเพราะที่กำลังฮอต นี่ อาจเป็นเพราะกระแสข่าวดราม่า ตอนนี้หรือเปล่านะ และสำหรับประเด็นฮอต ของหนุ่ม เป้ วง Mild กับแฟนสาว ที่ออกมาโพสในพันทิป กรณี นักร้องชื่อดังแอบมีสัมพันธ์คบซ้อน กับดาราสาวช่องมากสี จนกลายเป็นประเด็นดราม่าต้องสืบนี้ เจ้าตัวเตรียมแถลงในวันพรุ่งนี้ ดูมิวสิควีดิโอ เพลง Sayonara (ซาโยนาระ) คลิปจาก Youtube Spicydisc มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

'น้องทาม' ปลื้มปิติ ได้รับจักรยานพระราชทานแล้ว
น้องทาม /  ปั่นเพื่อแม่ / 

'น้องทาม' เด็กไร้แขนร่วมปั่น 'Bike for Mom' สุดปลื้ม ผู้แทนพระองค์ฯ นำรถจักรยานพระราชทานมามอบให้ วันนี้ (10 ก.ย.) พล.อ.ท.ภักดี แสงชูโต รองราชเลขานุการในพระองค์ฯ พร้อมคณะช่างได้นำรถจักรยานพระราชทานมามอบให้แก่ ด.ช.วรรธนะ คำอินทร์ หรือ 'น้องทาม' หนูน้อยพิการไร้แขนทั้งสองข้าง ที่เข้าร่วมกิจกรรม “Bike for Mom ปั่นเพื่อแม่” เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ที่ผ่านมาแล้ว โดยผู้แทนพระองค์ฯ ได้นำจักรยานพระราชทานไปวางไว้บริเวณด้านหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร โดยนายสินรอง – นางดอกรัก คำอินทร์ บิดา มารดา พร้อมด้วยน้องทาม ได้ถวายความเคารพพระฉายาลักษณ์เพื่อแสดงความจงรักภักดี ก่อนเปิดกรวยกระทงดอกไม้สดและรับจักรยานพระราชทาน จากนั้นน้องทาม ได้ทดลองปั่นจักรยานพระราชทาน มีคณะช่างให้คำแนะนำในการปั่นที่ถูกต้อง ทั้งในเรื่องของการบังคับแฮนด์เลี้ยวซ้าย-ขวา จังหวะการเปลี่ยนเกียร์ วิธีการเบรคที่ปลอดภัย MThai News ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก สมาชิกพันทิป เบื่อ บอกเท่าไรก็ไม่ฟัง ,กรุงเทพธุรกิจ

บัณฑิตสาวสงสัย ถูกช่างภาพเซเลป แอบถ่ายใต้กระโปรง
ช่างภาพเซเลป /  ถ่ายนอกรอบ / 

โลกออนไลน์แห่แชร์กระทูปพันทิป "สงสัยว่าโดนแอบถ่ายใต้กระโปรงตอนถ่ายรูปชุดครุย"  วันนี้ (22ก.ย.) เป็นประเด็นที่ผู้คนบนโลกออนไลน์กำลังให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกพันทิปหมายเลข 2662565 ได้มีการตั้งกระทู้หัวข้อ "สงสัยว่าโดนแอบถ่ายใต้กระโปรงตอนถ่ายรูปชุดครุย" เจ้าของกระทู้เปิดเผยว่า ตนตัดสินใจจ้างช่างภาพคนหนึ่งถ่ายรูปให้ในวันซ้อมรับปริญญา ครึ่งวันในราคา 4,000 บาท ซึ่งตัวช่างภาพได้แถมการถ่ายภาพนอกรอบให้ด้วย จึงตอบตกลงและจ่ายค่ามัดจำไป และได้ทำการถ่ายนอกรอบไปตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม 2558 ที่ผ่าน ช่าวภาพสั่งให้โพสท่าแปลก ๆ ชันเข่า ยกขาสูง อันไหนตนไม่ทำหรือทำไม่ได้ก็ว่าตนโพสไม่เก่ง ให้ไปฝึกมาใหม่ มีการแตะเนื้อต้องตัว จัดชุดครุยให้ มาช่วยยัดเสื้อให้ ตอนนั้นตนคิดว่าเขาไม่ได้ชอบผู้หญิง แต่ก็พยายามเลี่ยง ๆ แล้วจัดเอง เพราะไม่ค่อยชอบให้มาโดนตัว พอถ่ายเสร็จผ่านไปเป็นเดือนได้รูปมาแค่รูปเดียว ก็มีการทวงรูปเรื่อย ๆ ปลายเดือนสิงหาคม ได้มาอีก 6 รูปแล้วก็ไม่มีอีก แต่ตนยังคิดว่าเขาคงรวมรูปมาให้กับรูปวันซ้อม และเมื่อวันเสาร์ที่ 12 กันยายน 58 ที่ผ่านมาเป็นวันซ้อมรับปริญญาของตน วันนั้นไม่มีเรื่องอะไรเพราะตนอยู่กับครอบครัวตลอด แต่สังเกตดูเขาไม่ค่อยมีใจจะถ่าย กดชัตเตอร์แบบส่ง ๆ จนช่วงเที่ยงถ่ายเสร็จตนก็จ่ายเงินอีกครึ่งแล้วแยกย้ายไปกินข้าวกับครอบครัว กลับมาเข้าหอประชุมตอนบ่าย คืนวันซ้อมเพื่อนบัณฑิตตนอีกคณะก็ทักมาแล้วเล่าเรื่องช่างภาพที่ตนจ้างให้ฟัง เป็นเรื่องการแอบถ่ายใต้กระโปรงบัณฑิตให้ตนรู้ พอตนรู้เรื่องเราก็เครียดเพราะกลัวช่างภาพคนนี้จะเบี้ยวงาน ไม่ส่งรูปให้ (เขามีประวัติดองรูป) เลยปรึกษาครอบครัวและตัดสินใจขอไฟล์ดิบจากเขา แบบไม่ต้องแต่งแล้ว ทั้งนอกรอบและวันจริง เพราะไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเขาอีก อยากได้แค่รูปจริง ๆ ไฟล์ดิบที่ได้มาเพื่อนสนิทก็อาสาแต่งให้ ช่างภาพคนดังกล่าวส่ง DVD มาให้ 3 แผ่น ตนคิดว่าเรื่องจบแล้ว เอาแผ่นไปทิ้งไว้ให้เพื่อนแต่ง แต่เมื่อเพื่อนเช็คให้ ก็พบว่าในรูปนอกรอบ มันมีรูปที่เลขไฟล์ไม่ต่อกันอยู่ช่วงหนึ่ง ซึ่งพอดูจากรูปใกล้เคียงกันแล้ว ตรงกับช่วงที่ช่างภาพคนนั้นให้ตนโพสท่าชันเข่าพอดี ตอนเขาสั่งโพส ตนก็พยายามโพสตาม โดยคิดว่าเซฟตัวเองดีแล้ว แต่พอเห็นรูปก็คิดไม่ถึงว่ามุมที่เขาให้โพส คือมุมที่เห็นไปถึงข้างในกระโปรง ตนจึงให้แฟนทักไปขอไฟล์รูปที่หายไปจากเขา ซึ่งเขาก็ให้คำตอบมาว่า ได้ลบรูปเสียที่สว่างหรือมืดเกินไปหมดแล้ว แต่เจ้าของกระทู้ก็เกิดความสงสัยว่าบางรูปที่ได้รับยังคงมีภาพสว่างและมืดอยู่ แล้วทำไมไม่ตัดออก แถมยังมีรูปของนางแบบคนอื่นปนมาด้วย ถ้าคัดแล้วจริง ๆ ทำไมเลขไฟล์หายไปแค่ช่วงนั้น เจ้าของกระทู้เกิดความสงสัยว่า ถ้ามีการลบรูปหลังกล้องจริง ๆ เลขไฟล์จะไม่หายไปไม่ใช่หรือ มันน่าจะต่อกันไปเลย  และยืนยันว่ารูปไฟล์ดิบที่ได้มา ไม่มีการคัดใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นรูปวันนอกรอบหรือรูปวันซ้อม มีเพียงไฟล์ 779-792 เท่านั้นที่หายไป จากไฟล์ทั้งหมด ล่าสุดเจ้าของกระทู้ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป อีกฝ่ายเสนอว่าจะคืนเงินบางส่วนให้ ( xxx บาท ) แต่ก็ยังคุยกันไม่จบ ประเด็นที่ตนอยากเสนอไม่ใช่เรื่องเงิน ถึงแม้จะไม่มีหลักฐาน และกฎหมายไม่สามารถเอาผิดได้ แต่ตนก็สามารถออกมาบอกกล่าวเรื่องนี้กับสังคมได้รู้ว่าเรื่องแบบนี้มันมีอยู่จริง ๆ กระทู้นี้ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อเตือนภัยสังคม เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่บัณฑิตต่างก็กำลังเตรียมตัวเข้ารับปริญญา เตรียมตัวหาช่างภาพหาช่างแต่งหน้าทำผม คนที่จิตใจแย่ ๆ อาจจะใช้ช่องทางนี้เข้ามาทำไม่ดีกับตัวบัณฑิตก็เป็นได้ เลยอยากฝากไว้ว่าก่อนจะเลือกคนมาร่วมงานกัน เลือกดี ๆ ถามคนรอบข้างหรือเช็คประวัติก่อน สำหรับช่างภาพคนนี้ยังมีอีกหลายเรื่อง กระทู้นี้ยังไม่จบแน่นอน ตนจะไม่ยอมให้คนแบบนี้กลับเข้ามายืนในวงการนี้ได้อีก MThai News อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กระทู้พันทิป สงสัยว่าโดนแอบถ่ายใต้กระโปรงตอนถ่ายรูปชุดครุย

นั่งเทียนเขียนข่าว! ภาพ'นิว วงศกร' ถูกจับค้ายาบ้า ที่แท้แค่เรื่องลวงโลก
ถูกจับ /  นิว วงศกร / 

เกิดข่าวฮือฮา "นิว วงศกร" พระเอกดังวิก 7 สี ถูกจับค้ายาบ้า แพร่กระจายว่อนเน็ต หลังที่วานนี้ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก เผยแพร่ข่าวที่แนบภาพพระเอกหนุ่ม "นิว" วงศกร ปรมัตถากร พระเอกดังช่อง 7 พร้อมทั้งอ้างว่าพระเอกหนุ่ม ถูกจับเป็นผู้ต้องหา พร้อมของกลางเป็นยาเสพติดจำนวนหนึ่ง ทำให้เกิดประเด็นพูดคุยกันอย่างดุเดือดถึงเรื่องดังกล่าวอย่างกว้างขวาง อย่างไรก็ตาม ล่าสุด มีการยืนยันว่าภาพดังกล่าวเป็นหนึ่งในฉากละครเรื่อง "ข้ามาคนเดียว" ซึ่งบริษัท ดาราวิดีโอ จำกัด ได้ยื่นหนังสือขออนุญาตใช้สถานที่สถานี ตร.นครราชสีมา ถ่ายทำเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้เรื่องลวงดังกล่าวจึงเป็นเพียงการ 'นั่งเทียนเขียนข่าว' ขึ้นมาเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน เกิดเว็บไซต์ click bait หรือเว็บไซต์บังคับให้คลิปเป็นจำนวนมาก มีเรื่องจริงบ้าง เรื่องลวงโลกก็ไม่น้อย ดังนั้นในการเสพสื่อโซเชียล ควรมีวิจารณญาณก่อนคลิป ก่อนแชร์ เพราะขณะนี้มี พ.ร.บ คอมพิวเตอร์ ออกมาบังคับใช้ สติ การกลั่นกรองเรื่องราวจึงเป็นเรื่องสำคัญในการใช้โลกออนไลน์ ขอบคุณที่มาจาก พันทิป

ทำดีไม่หวังผล! แอมป์ เล่านาทีระทึก แบกคนหนีไฟไหม้!!
แอมป์ พีรวัศ /  หยก ธัญยกันต์ / 

ทำความดีแต่ไม่ป่าวประกาศจนผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือออกมาแชร์เรื่องราวดีๆ ผ่านโซเชียล พร้อมขอบคุณอย่างสุดซึ้งในความมีน้ำใจของพระเอกหนุ่ม แอมป์ พีรวัศ หลังเข้าช่วยแบกคุณยายวิ่งลงบันไดคอนโด 16 ชั้นที่กำลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ ล่าสุดเจอ หนุ่มแอมป์ ในงานบวงสรวงละครเรื่อง "คุณนายสายลับ" เจ้าตัวออกอาการเขิน! หลังสอบถามถึงเหตุการณ์ดังกล่าว เข้าใจมีทั้งกระแสชื่นชมและกล่าวหาสร้างภาพ ยืนยันทำไปโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนและไม่คิดว่าจะเป็นข่าว พร้อมฝากถึงทุกคนก็สามารถเป็นฮีโร่ได้ แค่หยิบยื่นน้ำใจให้แก่กัน!! "จริงๆ ผมไม่ได้อยากเป็นฮีโร่นะครับ เราช่วยปกติอยู่แล้ว คือวันนั้นประมานเที่ยงคืนที่ชั้นของผมไฟไหม้ ไหม้ห้องฝั่งตรงข้าม เราวิ่งลงมาจากชั้น 29 มาถึงชั้น 16 มีอาม่ายืนอยู่ เราเห็นแล้วว่าท่าทางจะลงไม่ได้แน่นอน เราก็เลยบอก อาม่าครับ มาขึ้นหลังผมเลย เค้าก็งงๆ ทำตัวไม่ถูก ผมก็บอกให้ขึ้นหลังเลย" "พอขึ้นหลัง คำแรกที่พูดเลยคือ ขอให้เจริญๆ นะ อวยพรอย่างเดียวเลย อวยพรยับเลย เราก็บอกให้อาม่ากอดแน่นๆ เค้าก็ไม่ค่อยกล้ากอดเรา เราบอกให้กอดคอเลย เสร็จปุ๊ปลงมาถึงชั้น 1 เอาไปวางไว้หน้าร้านกาแฟ อาม่าก็บอกว่า ลื้อไปดูอากงให้หน่อยที่ชั้น 16 ผมก็เดินย้อนขึ้นไปได้ประมาณชั้น 3 ก็เห็นอากงเดินลงมากับลูกแล้ว" "เค้าไม่ทราบครับว่าผมเป็นนักแสดง ผมไปไหนก็ไม่เคยบอกใครอยู่แล้ว เรื่องมันผ่านมาเมื่อวานซืนที่มีข่าวในพันทิป เพื่อนส่งมาให้ดู เมื่อวานกลับไปคอนโด ร้านที่คอนโดบอกว่าเค้าอยากเจอผมมากเลย เค้าจะเอาของมาตอบแทน ผมบอกว่าไม่ต้อง ขอบคุณมากเลย ผมไม่ได้หวังว่าจะได้อะไร อะไรช่วยเหลือกันได้ก็ช่วยกัน เป็นเรื่องปกติครับ" "พอเรื่องถูกแชร์แล้วมันจะมีทั้งดีและไม่ดี คือคนดีเค้าจะชื่นชมเรา ก็ขอบคุณสำหรับคนที่ชื่นชมผม แล้วก็จะมีอีกกระแสนึงที่บอกว่าสร้างภาพนู่นนี่นั่น บอกคนอื่นเค้าก็ทำได้ ผมจะบอกให้นะครับ คนที่เป็นฮีโร่หรืออะไรก็แล้วแต่ ไม่จำเป็นว่าจะต้องมีชุดยอดมนุษย์หรือแปลงร่างได้ ทุกคนมีพลังพิเศษติดตัวนะครับ เพราะฉะนั้นหยิบน้ำใจของตัวเองออกมา ทุกคนก็จะเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นผม" "คนชมว่าใจหล่อมากก็ต้องขอบคุณครับ อายเหลือเกิน (หัวเราะ) ไม่คิดว่ามันจะเป็นข่าวหรือจะเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร แค่สังคมไทยมีคนช่วยเหลือกันแค่นี้ก็พอแล้ว และผมว่ามันจะน่าอยู่ขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ประเทศไทยก็น่าอยู่ขึ้นเรื่อยๆ แล้วครับ ตอนนี้คนมองเป็นไอดอลของการทำความดีก็ดีใจครับ อยากให้เด็กๆ ทำ แต่ไม่ต้องทำตามผมก็ได้ครับ ทำอะไรก็ได้ที่เป็นเด็กดี ช่วยเหลือพ่อแม่ ตั้งใจเรียน ผมว่าแค่นี้คุณก็เป็นฮีโร่ของครอบครัวแล้ว แต่ถ้าเกิดกรณีคับขันเจอคนลำบาก ให้ตั้งสติดีๆ ผมว่ามันจะผ่านไปได้ครับ" "กับอาม่ายังไม่ได้เจอเลยครับ ผมออกมาทำงานทุกวันเลย แต่จะเจอหรือไม่เจอก็ไม่เป็นไรครับ บอกแล้วว่าผมช่วยไม่ได้หวังอะไรอยู่แล้ว มันเป็นเรื่องเล็กๆ ถ้าเกิดคืนนั้นผมวิ่งผ่านไปก็จะต้องมีคนดีมาช่วยเค้าอยู่แล้ว แต่จังหวะที่เราก็แข็งแรง เราก็ยังไหว คิดกลับกันว่าถ้าเราเป็นคนแก่คนนึงที่กำลังหนีจะลงจากบันได เราอายุเยอะเดินไม่ไหว แต่มันมีเด็กหรือผู้ใหญ่ใครสักคนมาช่วยเรา เราก็จะดีใจ เผื่อวันหน้าผมอาจจะกระดูกผุก็ได้นะ ก็อาจจะต้องการความช่วยเหลือเหมือนกัน" "ขอบคุณแฟนๆ หลังจากช่วยอาม่าก็มีคนติดตามผลงานผมมากขึ้น มีคนมาพูดถึงว่า เค้าดูเรามานานแล้ว แต่ไม่เคยชื่นชอบเราเลย แต่พอเค้าดูเราครั้งนี้ เค้าบอกจะติดตามเรา ก็ขอบคุณครับ" "ส่วนเรื่องความรักกับหยกก็เรื่อยๆ ดีครับ มีเวลาเจอกันน้อยมากเลย เพราะต่างคนต่างทำงาน รูปหวานก็ลงเรื่อยๆ นะ ช่วงนี้อาจจะไม่ค่อยได้ไปเที่ยวไหนเลยไม่ได้ลง ความสัมพันธ์ก็ยังแฮปปี้ปกติ คบกันมาประมาณ 5-6 ปีแล้ว" "เรื่องข่าวดียังไม่มี ต้องทำงานก่อนครับ เรามาจากศูนย์เพราะฉะนั้นเราต้องใช้เวลาเก็บเงินเยอะๆ แต่ด้วยอายุของผมมันก็ควรจะแต่งงานมีลูกได้แล้ว เพียงแต่ว่าตอนนี้ถ้าเราแต่งงานด้วยความไม่พร้อม ผมว่าผมสงสารลูก แล้วก็สงสารตัวเองด้วย เหมือนเรายังดูแลตัวเองยังไม่ดีเลย เอาคนอื่นมาดูแลด้วยมันจะหนักกว่าเดิม เพราะฉะนั้นขอใช้เวลาดีกว่าครับ" "ตัวผมเองก็มีคิดๆ ไว้นะว่าอยากจะแต่งงานสักอายุ 33 ปีตอนนี้ผม 29 แล้ว ก็ยังเป็นเรื่องของอนาคตอยู่ ผมคิดว่าการแต่งงานไม่ใช่ที่สุด ซึ่งที่สุดของคู่รักผมว่าเราอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขอันนี้ดีที่สุดนะ แต่ถ้าแต่งงานแล้วประกาศว่าวันนี้เป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามกฏหมาย แต่พอมาอีกวันเลิกกันอย่างเงียบๆ เพราะฉะนั้นมันไม่มีประโยชน์เลย" "ดังนั้นผมว่าอยู่กันแบบรักกัน ดีกันผมว่าโอเคแล้ว และทางครอบครัวผมและหยกก็ไม่ได้เร่งเลย รอจังหวะสบายๆ และตัวผมอยากมีลูกเลยนะก็เคยบอกหยก แต่ว่าผมยังไม่พร้อม ไหนจะค่าเทอม ค่ากิน ค่าเที่ยว ตอนนี้ขอโฟกัสงานก่อน ขอบคุณสำหรับโอกาส ผมจะทำให้ดีที่สุดครับ" แอมป์ กล่าว ขอบคุณภาพจาก IG @ammdevilll แอมป์ พีรวัศ แอมป์ พีรวัศ แอมป์ พีรวัศ แอมป์ พีรวัศ แอมป์-หยก แอมป์-หยก

ยกนิ้วให้ลุคนี้ของ ปู ไปรยา สวย-เก่ง-ใจกุศล! ร่วมเสวนา UNHCR
ปู ไปรยา /  ข่าวบันเทิง / 

ถือเป็นต้นแบบผู้หญิงสมัยใหม่จริงๆ สำหรับนางเอกสาว ปู ไปรยา ทั้งสวย ฉลาด เล่นกีฬาเก่ง และใจบุญ เห็นได้จากงานบุญงานกุศลที่เธอมักเข้าร่วมช่วยเหลือสังคมอยู่บ่อยๆ ล่าสุด สาวปู ได้รับเกียรติเข้าร่วมงานเสวนาพิเศษหัวข้อ "การทำงานเพื่อมนุษยธรรม กับหลักพุทธศาสนา" ในฐานะสมาชิกกิตติมศักดิ์ของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ UNHCR ประเทศไทย พร้อมด้วย พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี และ วู้ดดี้ มิลินทจินดา งานนี้ สาวปู มาในมาดสาวเท่ทะมัดทะแมงในชุดสูทสีเทา มัดผมรวบตึง ดูเป็นทางการ ทำเอาแฟนๆ ชื่นชอบในลุคนี้ของเธอมากมาย ล้วนมีแต่คำชมทั้งทัศนคติ ภาพลักษณ์ การวางตัวที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับลุคสาวแรงในอดีตที่ผ่านมา จนบางคนถึงกับเปลี่ยนความรู้สึกที่มีต่อเธอจากด้านลบกลายเป็นบวกไปเลย... ปรบมือรัวๆ จ้าาาา!! ขอบคุณภาพจาก FB :: UNHCR Thailand และสมาชิกพันทิป หมายเลข 811307 ปู ไปรยา ร่วมงานเสวนา UNHCR ปู ไปรยา ร่วมงานเสวนา UNHCR ปู ไปรยา ร่วมงานเสวนา UNHCR ปู ไปรยา ร่วมงานเสวนา UNHCR ปู ไปรยา ร่วมงานเสวนา UNHCR ปู ไปรยา ร่วมงานเสวนา UNHCR ปู ไปรยา ร่วมงานเสวนา UNHCR ปู ไปรยา ร่วมงานเสวนา UNHCR ปู ไปรยา ร่วมงานเสวนา UNHCR ปู ไปรยา ร่วมงานเสวนา UNHCR ปู ไปรยา ร่วมงานเสวนา UNHCR ปู ไปรยา ร่วมงานเสวนา UNHCR

วิจารณ์หนัก
เพลง ยับแม่ /  แจ๊ส ชวนชื่น

   เปิดตัวเพลงแรกด้วยยอดวิวแบบถล่มทลาย ฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมืองร้องตามได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ กับเพลง "แว๊นฟ้อ..หล่อเฟี้ยว" ของหนุ่มแจ๊ส สปุ๊กนิค ปาปิยอง กุ๊กกุ๊ก หรือ แจ๊ส ชวนชื่น พร้อมด้วยท่าเต้นกวนๆ สไตล์เด็กแว้น แต่พอเปิดตัวซิงเกิ้ลที่ 2 เพลง ยับแม่ กลับโดนชาวเน็ตติงว่าไม่เหมาะสม ทั้งเนื้อร้อง ท่าเต้น และมิวสิควิดิโอ    โดยสมาชิกในเว็บไซต์ พันทิป The White Man ได้โพสต์ กระทู้ที่ว่าด้วยเรื่อง "เพลงใหม่แจ๊ส ยับแม่ มัน จะดี เหรอครับ?" ซึ่งเจ้าของกระทู้ได้วิจารณ์ในหลายๆ เรื่องถึงความไม่เหมาะสม โดยเขียนเป็นไว้เป็นข้อๆ ตั้งแต่เรื่องชื่อเพลง คำแสลงที่พัฒนามาจากคำหยาบ หาเด็กๆพูดตาม ก็คงจะดูไม่ดี และเรื่องการไปแสดงโชว์ให้เด็กๆดู และชวนเต้นตามด้วยท่าเปิดกระโปรง ที่เจ้าของกระทู้คิดว่า ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง    นอกจากนี้เจ้าของกระทู้ยังได้ตั้งคำถามว่า มิวสิควิดิโอนี้ มันคือวัฒนธรรมอันดีงามที่อยากให้ลูกเอาเยี่ยงอย่าง?  เพราะตัวเจ้าของกระทู้เองเคยพูดให้เด็กๆ สายแว๊นสายช่างให้เอาอย่างแจ๊ส ที่กลับใจมาเป็นเสาหลักของครอบครัวได้ แต่ตอนนี้คิดว่าคงคิดผิด    ทั้งนี้ เรื่องดราม่าที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับเพลงของหนุ่มแจ๊ส ไม่ใช่เพลง ยับแม่ นี้เป็นเพลงแรก เพราะก่อนหน้านี้ก็มีเรื่อง ลิขสิทธิ์เนื้อร้องของเพลง "แว๊นฟ้อ..หล่อเฟี้ยว" เช่นกัน ขอบคุณข้อมูลจาก pantip.com ,IG : jazzpadung คลิปจาก youtube.com

กทม. ขึ้นป้ายห้ามทิ้งขยะ
ขยะทุ่งหญ้าหิมะ /  ทุ่งหญ้าขาวโพลน / 

กทม. ขึ้นป้ายห้ามทิ้งขยะ "ทุ่งหญ้าหิมะ" ฝ่าฝืนปรับ 2,000 ขณะที่ชาวเน็ตชื่นชมครอบครัวตัวอย่าง สอนให้ลูกรู้จักคิดจากเหตุการณ์ขยะทุ่งหญ้าหิมะ  หลังจากที่ช่วงที่ผ่านมาได้เกิดเป็นกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์ หลังปรากฏทุ่งหญ้าสีขาวสวยในพื้นที่ กทม. จนเกิดว่า "ทุ่งหญ้าหิมะ" ก่อนที่คนจะพากันไปถ่ายรูปเก็บภาพความประทับใจ จนเกิดมีขยะตกเกลื่อนกระจัดกระจายเต็มบริเวณตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุดทาง กทม. ในขึ้นป้ายประกาศเตือนห้ามทิ้งขยะในบริเวณดังกล่าวแล้ว ฝ่าฝืนถูกปรับ โดยป้ายดังกล่าวระบุข้อความ ว่า "ห้ามทิ้งขยะบริเวณนี้ ฝ่าฝืนปรับ 2,000 บาท ฝ่ายรักษาความสะอาด และสวนสาธารณะ สำนักงานเขตลาดพร้าว โทร 02-5398246 และ 02-5391787" ทั้งนี้แม้ว่าข่าวจะเกิดในมุมลบ แต่หลังจากได้มีการแพร่ออกไปก็ทำให้มีมุมดีๆ กลับมาบ้าง เมื่อมีคุณพ่อท่านหนึ่งโพสต์เรื่องราวผ่านเว็บบอร์ดพันทิป @สมาชิกหมายเลข 2134791 ว่า เขานำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาสอนให้ลูกๆ ได้เรียนรู้ สำนึกรับผิดชอบต่อสังคม โดยระบุว่า "ชวนลูกมาเก็บขยะที่ทุ่งหญ้าหิมะกัน" ผมถือโอกาสสอนลูก ด้วยการทำให้ดู ...... ในขณะที่เรากำลังเดินเก็บขยะ เห็นครอบครัวพ่อแม่ลูกครอบครัวนึง มาเยี่ยมชมทุ่งหญ้าแห้งเหี่ยว แล้ววางถ้วยโยเกิรต์ไว้ พอเขากำลังเดินไปโดยไม่เก็บ ลูกสาววัยใกล้เคียงลูกสาวเราคงเห็นว่าเรากำลังทำอะไร เลยไปสะกิดบอกคุณแม่ คุณแม่ก็เลยเก็บถ้วยโยเกิรต์แล้วรีบเผ่นไปโดยไม่หันมามองผมที่ตะโกนบอกเขาว่า "เอามาใส่ถุงก็ได้ครับ" ... ช่วงเวลาสั้นๆ สอนทั้งลูกเราให้มีความรับผิดชอบ ..สอนทั้งลูกชาวบ้านและพ่อแม่ท่านอื่นว่า อย่าทำแบบนี้กันอีกเลย เวลาเด็กทำอะไร อย่าไปว่าเด็กเลยนะครับ เพราะเด็กเขาทำตามผู้ใหญ่อยู่แล้ว   วิจารณ์ยับ ! ผู้คนแห่เซลฟี่ทุ่งหญ้าขาวโพลน ราวหิมะ ที่ลาดพร้าว ทำหญ้าตาย-ขยะเกลื่อน จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพทุ่งดอกหญ้าสีขาวโพลนราวหิมะ บริเวณข้างถนนเกษตร-นวมินทร์ ด้านหลัง นวมินทร์ ซิตี้ อเวนิว จนเกิดเป็นทิวทัศน์สวยงามตายิ่งหนัก ชวนให้เหล่านักท่องเที่ยวสะพายกล้องออกเดินทางไปเก็บภาพความประทับใจไว้ ล่าสุด (29 ก.พ. 59) หลังจากที่กระทู้ดังกล่าวได้รับความนิยิม ทำให้ผู้คนต่างแห่กันไปถ่ายภาพสวย ๆ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก ศศิดิศ ศศิสกุลพร ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความบอกเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นว่า จากทุ่งหญ้าว่างเปล่าธรรมดา กลายเป็นกระแสดังในโซเชียล จนสื่อหลักต้องนำไปเสนอ ทำให้วันนี้ (28 ก.พ.) ผู้คนพากันแห่แหนมายัง "สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่" ที่นี่ ทำเอารถติดไปไกลถึงนนทบุรี ผู้ที่มาเกือบทุกคน พกกล้องมาเพื่อถ่ายรูป มีตั้งแต่กล้องมือถือถ่ายเซลฟี่กันกรุบกริบ ไปจนถึงช่างภาพแบกเลนส์และชุดแฟลชมาถ่ายภาพกันอย่างจริงจัง โดยแต่ละคนก็หวังจะได้ภาพโลเคชั่นทุ่งหญ้าสีขาวสวยงาม ติดมือกลับไปทุกคน จากที่เห็นวันนี้ ทุ่งหญ้าโดนเหยียบล้มไปหลายหย่อมแล้ว แต่ไม่ต้องเสียใจ ถึงแม้พรุ่งนี้หญ้าตายหมด ปีหน้าทุ่งหญ้าก็จะกลับมาสวยใหม่ ให้พวกเราได้กลับไปเก็บภาพสวย ๆ ใหม่อีกครั้ง แต่ทุ่งหญ้าอาจจะกลับมาสวยไม่เท่าเดิม เพราะหลายคนเอาภาพสวยงามกลับไป แต่กลับทิ้งขยะไว้แทน ถึงแม้ขยะในตอนนี้จะถือว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับจำนวนคนที่ไปทุ่งหญ้าวันนี้ แต่คงเพราะแถวนั้นยังไม่มีร้านค้าให้จับจ่ายซื้อของ ซึ่งตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป น่าจะมีพ่อค้าแม่ขายมาจับกระแสขายของบริเวณนี้เพิ่มขึ้น ทำให้ปริมาณขยะเพิ่มขึ้นมากแน่ ๆ ผมเชื่อว่าไม่มีใครอยากมาที่ทุ่งแห่งนี้ เพื่อเซลฟี่กับเศษขยะแน่นอน มาช่วยกันรักษาทุ่งหญ้าให้อยู่กับเราไปนาน ๆ กันเถอะครับ ขอบคุณข้อมูล/ภาพ เฟซบุ๊ก ศศิดิศ ศศิสกุลพร MThai News

นักสืบพันทิป กดดันจนแฟนบอลสาวสุพรรณรับโกหกลูกป่วยตุ๋นเงิน
ชาริล ชัปปุยส์ /  ตูน บอดี้แสลม / 

ความลับไม่มีในโลก นักสืบพันทิป ตั้งข้อสงสัย พร้อมแฉแฟนบอลสาว สุพรรณบุรี เอฟซี โกหกว่าลูกสาวป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดแดง หลอกตุ๋นเงินบริจาค ชาริล ชัปปุยส์ และตูน บอดี้สแลม ก็ตกเป็นเหยื่อ กลายเป็นเรื่องให้พูดถึงในเว็บบอร์ดดัง pantip.com หลังแฟนเว็บบอร์ดได้ตั้งข้อสงสัยกรณีที่มีแฟนบอลสาว สุพรรณบุรี เอฟซี ท่านหนึ่ง อ้างว่าป่วยเป็นโรคเชื้อราที่ไขกระดูก แถมลูกสาว น้องกอหญ้า วัย 7 ขวบ ก็ป่วยเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดแดง ซึ่งต้องใช้เงินค่ารักษาพยาบาลจำนวนมาก ทำให้แฟนบอล สุพรรณบุรี เอฟซี รวมถึงแฟนบอลสโมสรอื่นๆ ร่วมบริจาคเงินให้จำนวนมาก รวมแล้วกว่า 3 แสนบาท ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มี ชาริล ชัปปุยส์ ดาวเตะล้านเมีย และตูน บอดี้สแลม นักร้องชื่อดัง ที่ก็ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือด้วย เมื่อประมาณปลายปีที่แล้ว โดยเมื่อวันที่ 22 ก.ค.58 ได้มีบุคคลท่านหนึ่ง ได้ไปตั้งกระทู้สงสัยในพฤติกรรมการของแฟนบอลสาวรายนี้ในพันทิป (http://pantip.com/topic/33955262) เพราะที่ผ่านมาปีกว่า ยังไม่เคยเห็นหลักฐานการรักษาพยาบาลสำหรับลูกสาว น้องกอหญ้า เลย โดยสงสัยว่าน่าจะเป็นการหลอกลวง เพื่อต้มตุ๋นเอาเงินบริจาคเสียมากกว่า ทำให้ล่าสุด หญิงสาวคนดังกล่าว ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ตะวันฉาย ในม่านเมฆ โดยยอมรับสารภาพว่า ลูกสาวไม่ได้ป่วยเป็นโรคร้าย โดยเป็นแค่ภาวะเสี่ยงเท่านั้น โดยข้อความมีดังนี้ นี้คือความจริงที่จะออกมาขอโทษพี่ๆ น้องๆ ทุกคนว่า กอหญ้า เปงแค่พาวะเสี่ยงเฉยๆ คะยังไม่แน่ชัดว่าเปงไหมเมื่อช่วง3-4ที่ผ่านมากอหญ้าป่วยบ่อยเข้าโรงบาลบ่อยถึงไม่เสียค่ายาแต่ค่ากินอยู่หลายบาทอยู่คะฉายเลยไปกู้รายวันบ้างเงินด่วนบ้างแชร์ทองเอาทุกอย่างเลยกลายเปงนี้หลักแสนจนฉายต้องหลบค่าหนี้ประกอบเริ่มไปดูบอลแร้วเล่นเฟสเลยทำให้รู้จักพี่ที่เชียร์บอลเข้าก้อเขามาถามว่าเปงอาไรเข้าโรงบาลบ่อยก้อเลยบอกไปว่าเปงมะเร็งเม็ดเลือด ก้อเริ่มเขามามีคนเอาเงินมาช่วยเหลือกอหญ้าเริ่มมีอาการประมูลขึ้นเริ่มได้เงินเยอะฉายก้อปล่อยตามเลยคะเงินที่ได้ประมาณทุกๆช่องทางการช่วยเหลือ300,000บาทคะภายในหนึ่งปีที่ได้150,000แรกฉายเอาไปส่งรายวันส่งเงินด่วนแชร์ทองประมาณ6-7เจ้าคนนี้10000 คนนั้น15000คะเอาชื่อตัวเองมั้งเอาชื่อน้ากู้มั้งคะแร้วอีก70,000ฉายเอาไปใช่หนี้ที่ฉายกู้มาตอนกอหญ้าเริ่มคลอดคะเพราะพ่อมันไม่ค่อยส่งเงินมาให้เพราะมันติดผู้หญิงฉายก้อเลี้ยงกอหญ้ามาตลอดแร้วที่เหลือฉายก้อใช้จ่ายทั่วไปคะฉายกราบขอโทษในความผิดพลาดที่เกินให้อภัยครั้งนี้......ที่เอากอหญ้ามาเกี่ยวข้องฉายขอรับผิดในครั้งนี้ขอให้สังคมให้โอกาสสักครั้งหนึ่งคะที่พูดทั้งหมดคือความจริงทุกอย่างคะฉายรู้สึกผิดคะในครั้งนี้คะมากๆคะ ตอนนี้ฉายได้รับผลกรรมที่ทำไว้แร้วคะ ฉายกราบขอโทษทุกๆท่านที่เคยเมตตาต่อน้องกอหญ้าแต่ฉายผิดเองคะที่เอาน้องมายุ่งด้วยคะแร้วที่กอหญ้าน้องโรงบาลครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องในครั้งนี้น้องมีอาการอาเจียนอยู่แร้วคะ ไม่ใช้เอาน้องมาบังหน้าคะเพราะพวกคุนๆโพสด่าตั้งแต่4-5ทุ่มเมื่อคืนแต่กอหญ้าเขาตอนนี่ตี5คืออาเจียนเลือดคะก้อเลยพามาคะ ทั้งนี้แฟนบอลที่เคยช่วยบริจาคเงิน เตรียมที่จะดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะรับไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้น ได้มีการโพสเฟซบุ๊คต่อว่าอย่างหนัก ขอบคุณกระทู้ : pantip.com/topic/33955262

หนุ่มใจหล่อ! รณรงค์ขอสาว ๆ สละที่นั่งรถเมล์ให้คนท้อง
คนชรา /  คนท้อง / 

หนุ่มตั้งกระทู้ รณรงค์ขอสาว ๆ สละที่นั่งรถเมล์ให้คนท้องและคนชรา วันนี้ (21ก.ค.) เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ชาวสังคมออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกพันทิป หมายเลข 1928581 ได้มีการตั้งกระทู้ในหัวข้อ “ขอรณรงค์ให้สาว ๆ  สละที่นั่งบนรถเมล์ให้คนท้องและคนแก่ โดยเฉพาะช่วงที่นั่งสำรองครับ” ซึ่งทางเจ้าเรื่องได้จัดทำกระทู้ดังกล่าวขึ้น เพื่อรณรงค์ให้ผู้หญิงที่ใช้บริการรถเมล์ เสียสละที่นั่งให้หญิงมีครรภ์และคนชรา เนื่องจากเขาได้ไปประสบกับตัวเองว่า ผู้โดยสารที่เป็นผู้หญิงหลายคน ได้ไปนั่งที่นั่งสำรองที่ทางรถจัดไว้ให้หญิงมีครรภ์ ซึ่งเขามองว่าหากคนท้องต้องโหนรถเมล์นาน ๆ อาจจะเกิดอันตรายได้ รายละเอียดเรื่องราวระบุไว้ว่า "ผมใช้บริการรถเมล์ไปทำงานทุกวัน และจะนั่งต้นสาย ไปจนสุดสาย จึงได้ที่นั่งด้านใน ในเดือนนี้ ผมลุกให้คนท้องและคนแก่นั่งไม่ต่ำกว่าสามครั้ง โดยทุกครั้งเขาจะต้องเดินข้ามคนข้าง ๆ ผมเข้ามา กระเป๋ารถเมล์ก็คอยบอกว่า บริเวณไหนเป็นที่นั่งสำรอง แต่ไม่มีใครลุกให้คนแก่หรือคนท้องเลย มีครั้งหนึ่ง คนท้องยืนโหนอยู่นานมาก ผมอยู่ไกลคอยดูอยู่ว่า สาว ๆ ที่อยู่ติดกับคนท้องจะลุกไหม แต่ก็ไม่ลุก วันนี้ก็เช่นกัน กระเป๋ารถเมล์แจ้งบริเวณที่นั่งสำรองคนแก่ แต่ก็ไม่มีใครลุก แม้จะมีการประกาศแล้วก็ตาม ผมเลยต้องเรียกมานั่งที่ผม ซึ่งก็ต้องข้ามอีกคนเข้ามา ผมขอรณรงค์ให้สาว ๆ เอื้อเฟื้อที่นั่งให้คนแก่และคนท้องด้วย โดยเฉพาะคนท้อง การโหนรถเมล์อันตรายมากครับ" หลังจากเรื่องดังกล่าวถูกเผยแพร่ ผู้คนต่างเข้าไปแสดงความเห็นในทำนองเดียวกันว่า จะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ก็สามารถเสียสละที่นั่งได้ แต่ก็ฝากถึงผู้ที่มักจะไปนั่งที่นั่งสำรองว่า หากพบว่ามีคนท้องหรือผู้สูงอายุขึ้นรถมา ก็ควรที่จะลุกให้พวกเขาได้นั่ง ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News ขอบคุณเรื่องราวจาก สมาชิกพันทิป หมายเลข 1928581

เทคนิคดี ๆ หากสัมภาษณ์งาน แล้วถูกถามว่า ข้อเสียของคุณคือ..?
ข้อเสีย /  ข้อเสียของคุณคืออะไร / 

เผยเทคนิคดี ๆ หากสัมภาษณ์งาน แล้วถูกถามว่า ข้อเสียของคุณคืออะไร...? วันนี้ (25ก.ย.) มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่กำลังตกงาน และมองหางานทำ บางท่านถูกเรียกตัวเข้าสัมภาษณ์ แต่ก็ต้องพลาดโอกาสในการทำงานไป บ้างก็อาจเป็นเพราะคุณสมบัติไม่ตรงตามที่เขาต้องการ แต่อีกสาเหตุหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ อาจเกิดจากการตอบคำถามตอนถูกสัมภาษณ์ไม่ดีพอ ล่าสุดสมาชิกพันทิป เอ้ปิเย่ ได้มีการตั้งกระทู้ในหัวข้อ "ถ้าตอนสัมภาษณ์งาน HR ถามว่า ข้อเสียของคุณคืออะไร? คุณตอบว่าอะไรกันบ้างคะ?"  ผู้โพสต์ระบุว่า ตนอยากได้ทั้งคำตอบของคนทั่วไป และถ้าได้คำตอบจาก HR ด้วยยิ่งดี ตนอยากรู้ว่า HR คาดหวังอะไรจากคำถามแบบนี้ เพราะบางทีก็สงสัยว่า ควรจะตอบว่าอย่างไร ถึงจะรับเข้าทำงาน ตนเชื่อว่าทุกคนก็ต่างมีข้อดี-ข้อเสียที่แตกต่างกัน แต่เรื่องข้อเสียควรจะตอบอย่างไรถึงจะเหมาะสม ซึ่งตนเพิ่งโดนถามแบบนี้มา และได้ตอบไปว่าเมื่อก่อนตนเป็นคนพูดตรง ๆ บางทีมันตรงเกินไป จนทำให้คนที่ได้ยินอาจจะรู้สึกไม่ดี แต่ตอนนี้ตนรู้แล้วว่ามันไม่ดี และกำลังพยายามปรับปรุงอยู่ การตอบคำถามเช่นนี้ ตนไม่รู้นะว่าตอบแบบนี้ดีไหม จากนั้นได้มีสมาชิกพันทิป ฉันต้องการแสงแดด ซึ่งระบุว่าทำงานเป็นHR โพสต์ข้อความที่น่าสนใจ และสามารถนำไปปรับใช้ได้ว่า ไม่มีสิ่งใดที่ไม่มีข้อเสีย ทุกสิ่งล้วนแล้วแต่มีข้อดี และข้อเสียในตัวเองทั้งสิ้น สิ่งที่ HR คาดหวังกับคำตอบของคำถามข้อนี้ คือ 1. ผู้สมัครรู้จักข้อเสียของตนเองหรือไม่ 2. ผู้สมัครมีวิธีรับมือ หรือปรับปรุงข้อเสียของตนเองอย่างไร ซึ่งคำตอบที่จะเข้าตัวผู้สมัครน้อยที่สุด คือข้อเสียที่เป็นรูปธรรม และสามารถปรับปรุง และแก้ไขได้ ส่วนใหญ่มักเป็นข้อเสียเกี่ยวกับทักษะ ซึ่งสามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้ มีหลากหลายคำตอบ ตัวอย่าง - ถ้าเป็นงานที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษ ก็สามารถตอบได้ว่า ผู้สมัครมีข้อเสียคือ สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้เพียงเล็กน้อย หรือไม่ได้เลย แต่ได้ไปลงเรียนไว้แล้วเพื่อปรับปรุงทักษะทางภาษาของตนเอง และคาดว่าจะนำมาใช้ประโยชน์ในการทำงานได้ในอนาคต - ถ้าเป็นงานที่ไม่ได้ใช้ทักษะการขับรถ ก็สามารถตอบได้ว่า ผู้สมัครมีข้อเสียคือ ขับรถยนต์ไม่เป็น ทั้งที่ในปัจจุบันการเดินทางด้วยรถยนต์มีความจำเป็นอย่างมาก ผู้สมัครมีแผนว่าจะลงเรียนขับรถ และสอบใบขับขี่ให้ได้ภายในปีนี้ การตอบข้อเสียเกี่ยวกับนิสัยของตนเองนั้น ถ้าเจอ HR โหด ๆ อาจจะเจอคำถามต่อว่า นิสัยนี้คุณเป็นมานานเท่าไหร่ และมั่นใจได้อย่างไรว่าจะสามารถแก้ไขนิสัยของตนเองได้ ซึ่งถ้าไม่ได้เตรียมคำตอบไว้รับมืออาจจะทำให้การสัมภาษณ์สะดุดได้ MThai News ขอบคุณ กระทู้พันทิป HR ถามว่า "ข้อเสียของคุณคืออะไร?" ,เอ้ปิเย่,ฉันต้องการแสงแดด

ภัยใกล้ตัว เตือน! ผู้ใช้บัตรเครดิต ในปั๊มน้ำมัน
ปั๊มน้ำมัน /  เตือนภัย / 

ชาวสังคมออนไลน์ส่งต่อ กระทู้เตือนภัย! สำหรับผู้ใช้บัตรเครดิต ในปั๊มน้ำมัน วันนี้ (16ก.ค.) สมาชิกพันทิป หมายเลข 2174751 ได้มีการตั้งกระทู้ในหัวข้อ “เตือนภัยผู้ใช้บัตรเครดิตในปั๊มน้ำมัน” เจ้าของกระทู้ได้เผยแพร่ ให้ชาวสังคมออนไลน์ได้รับรู้ถึงภัยใกล้ตัว เกี่ยวกับการใช้บัตรเครดิตในการจ่ายค่าน้ำมัน โดยระบุรายละเอียดเรื่องราวไว้ว่า เตือนภัยผู้ใช้บัตรเครดิตนะคะ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเอง คือเมื่อประมาณอาทิตย์ก่อน ไปเติมน้ำมันที่ปั๊มแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว เป็นช่วงเวลาค่อนข้างดึกค่ะ ปกติช่วงเวลาระหว่างเวลาเติมน้ำมัน ก็จะเล่นโทรศัพท์รอไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งจ่ายเงินก็ยื่นบัตรเครดิตและบัตรสะสมแต้มไปตามปกติ แต่ครั้งนี้เราออกใบกำกับภาษีด้วยค่ะ มันจะรอนานนิดนึง ปกติทางปั๊มจะนำบัตรเครดิตมาคืนเราก่อน และให้เรารอใบกำกับ แต่ครั้งนี้บัตรเครดิตกลับมาพร้อมใบกำกับ ซึ่งเราก็ไม่ได้เอะใจอะไร รับบัตรแล้วก็กลับบ้านมาปกติ หลังจากที่ใช้บัตรเครดิตใบนี้เติมน้ำมันก็ไม่ได้ใช้จ่ายผ่านบัตรนี้อีกเลย จนกระทั่งเมื่อวันที่ (13 ก.ค.58) เวลาประมาณ  4 โมง มีรหัส OTP Code เด้งเข้ามาที่โทรศัพท์มือถือ ทั้ง ๆ ที่บัตรอยู่กับเราไม่ได้ทำธุรกรรมใด ๆ จึงแจ้งไปทาง Call Center เพื่อสอบถามยอดการใช้จ่าย แต่ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่า ไม่มียอดใช้จ่ายใด ๆ แต่มีการพยายามทำรายการเข้ามา 3 ครั้ง ในช่วงเวลาใกล้ ๆ กัน (16.02,16.11,16.17) ซึ่งก็ตรงกับที่เราได้เมสเสจทางมือถือ ทางเจ้าหน้าที่จึงแจ้งให้ยกเลิกบัตรใบดังกล่าว และออกบัตรใหม่เพื่อความปลอดภัย ทางเราก็เห็นว่าสมควรจึงดำเนินการตามที่เจ้าหน้าที่แจ้ง หลังจากที่ดำเนินการยกเลิกบัตรไป ในช่วงเช้าของวันถัดมา (14 ก.ค.58)  ทางเจ้าหน้าที่โทรมาแจ้งว่า มีการพยายามทำรายการที่ปั๊มน้ำมันที่เรารูดบัตรใช้จ่ายครั้งสุดท้าย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจเช็คแล้วว่าตรงกัน เมื่อได้ทราบเรื่อง ทางเราก็รีบไปที่ปั๊มน้ำมันดังกล่าว (เนื่องจากอยู่บริเวณหอพัก) และขอติดต่อกับผู้จัดการ ซึ่งก็มีเจ้าพนักงานท่านหนึ่งแสดงตัวและมาพูดคุยกับเรา เราจึงอธิบายเรื่องดังกล่าวแก่เจ้าพนักงานท่านนั้น หลังจากที่พูดคุยกันเสร็จ เขาก็เรียกลูกน้องมาพูดคุยและสอบถาม ซึ่งต้องบอกตรงนี้เลยว่า เจ้าพนักงานท่านนี้เป็นคนที่มีความสามารถค่อนข้างดี เพราะสามารถนำตัวพนักงานที่กระทำผิดมาขอโทษได้ และยอมเล่าวิธีการให้กับเราฟัง ซึ่งก่อนที่พนักงานท่านนี้จะเล่าวิธีการ เราได้แจ้งแก่น้องพนักงานท่านนี้แล้วว่าจะไม่เอาความใด ๆ แต่อย่าไปทำกับลูกค้าท่านอื่น วิธีการก็ง่ายมากเลยค่ะ น้องพนักงานท่านนี้ ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพบัตรไว้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และนำไปทำรายการทางอินเตอร์เน็ต และได้ชี้แจงว่าครั้งล่าสุดที่ทำรายการที่ปั๊ม เพื่อจะนำเงินสดที่ลูกค้าจ่ายไปชำระค่าใช้จ่ายส่วนตัว จากเหตุการณ์นี้ทำให้เรารู้ได้ว่า เรื่องราวร้าย ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นกับเราได้ง่ายมาก อยากให้ทุกท่านที่ได้อ่าน คอยระวังภัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้ง่ายมากในสมัยนี้ หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์แก่เพื่อน ๆ พี่ๆ น้อง ๆ ชาวพันทิปนะคะ ล่าสุด วันนี้ (15 ก.ค) พนักงานที่ก่อเหตุได้พ้นสภาพ การเป็นพนักงานปั๊มน้ำมันแห่งนี้แล้วนะคะ ทางเจ้าพนักงานท่านเดิมที่ประสานแจ้งว่า ทางตัวพนักงานขอลาออกเองค่ะ หากพนักงานท่านนี้สำนึกผิดจริง ๆ  ก็หวังที่จะให้ทุกท่านให้โอกาสเขาค่ะ หากเขาจะกระทำความผิดอีกก็ขอให้เวรและกรรมตัดสินแล้วกันนะคะ MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก สมาชิกพันทิป หมายเลข 2174751

คู่กรณีรุมแฉ!! ปุ๋ย เธียยะเกศ จ่ายเช็คเด้งซื้อรถหรู 5 ล้าน
ปุ๋ย เธียยะเกศ /  ปุ๋ย อังคณา / 

งานเข้า!! นักแสดงช่อง 3 ปุ๋ย เธียยะเกศ ไอยสุรางฆ์ หรือชื่อเดิม ปุ๋ย อังคณา สุระเรืองชัย นักแสดงสาวจากซีรี่ส์เลือดมังกร ตอนเสือ, ละครมาลีเริงระบำ และยังเป็นอดีตนักร้องโดโจ วงมิสเตอร์ซิสเตอร์ (Mr.Sister) หลังถูกเสี่ยเจ้าของเต็นท์รถดังย่านประเวศ งัดหลักฐานแฉกรณีสั่งจ่ายเช็คเด้งซื้อรถหรู Camaro ราคากว่า 5 ล้านบาท!! ด้วยความที่ สาวปุ๋ย เป็นดารา คู่กรณีจึงไว้ใจให้นำรถกลับไปก่อน โดยการจ่ายมัดจำ 938,832 บาท ส่วนอีก 4.1 ล้านบาท แบ่งชำระเป็นรายเดือนๆ ละ 84,671 บาท ซึ่งทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัทหนึ่ง จากวันตกลงทำสัญญาจนถึงวันนี้ 1 ปีครึ่งแล้วก็ยังไม่ได้ทำการเปลี่ยนชื่อผู้เช่าซื้อจาก เสี่ยเต็นท์รถ เป็น สาวปุ๋ย และเจ้าตัวก็จ่ายเงินตรงบ้าง ไม่ตรงบ้าง แถมช่วงหลังไม่จ่ายเลยจนครั้งสุดท้ายดาราสาวเซ็นเช็คให้ 24 ฉบับล่วงหน้า แต่เมื่อนำมาขึ้นเงินปรากฏว่า...เช็คเด้ง!! ล่าสุดมีบุคคลหนึ่งส่งข้อความร้องเรียนกับสื่ออ้างเป็นคู่กรณีกับ สาวปุ๋ย เช่นเดียวกัน รวมทั้งมีผู้ใช้รายหนึ่งตั้งกระทู้ในเว็บไซต์พันทิป ระบุว่า ตนได้รับมอบหมายจากคู่กรณีหลายๆ คนให้ติดตามทวงคืน นอกจากรถหรู camero ราคา 5 ล้านบาท ยังมีรถยนต์ เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ ซึ่งคันนี้ติดตามคืนได้แล้ว เหลือแต่รถ Camero และรถ BMW ที่ยังไม่สามารถติดตามคืนได้ ที่ผ่านมาได้รับการตอบกลับเพื่อยื้อเวลามาตลอด จนล่าสุดไม่สามารถติดต่อดาราสาวและครอบครัวได้เลย อย่างไรก็ตามเรื่องนี้อยู่ในกระบวนการทางกฏหมาย คงต้องรอให้ สาวปุ๋ย ออกมาชี้แจงเรื่องดังกล่าวด้วยตัวเองอีกครั้ง... ขอบคุณภาพจาก Fanpage DOJOCITY, siamdara, tvpool ผู้ร้องเรียนเป็น คู่กรณีอีกคน ของ สาวปุ๋ย กระทู้พันทิป ผู้ได้รับมอบหมาย จากคู่กรณีปุ๋ย ปุ๋ย เธียยะเกศ ปุ๋ย เธียยะเกศ ปุ๋ย เธียยะเกศ ปุ๋ย เธียยะเกศ

หมดคำพูด! ขยะเกลื่อน น้ำตกเจ็ดสาวน้อย จ.สระบุรี
ขยะเกลื่อน /  น้ำตก / 

โลกออนไลน์วิจารณ์ ภาพขยะเกลื่อน น้ำตกเจ็ดสาวน้อย ที่จ.สระบุรี วันนี้ ( 14 ธ.ค.) กลายเป็นประเด็นที่ผู้คนบนโลกออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกพันทิปท่านหนึ่งได้ตั้งกระทู้ ในหัวข้อ "หมดคำพูด น้ำตกเจ็ดสาวน้อย" ภายในกระทู้เผยให้เห็นภาพขยะเกลื่อนกลาดเต็มพื้น ซึ่งผู้โพสต์ระบุว่าที่นั่นคือ น้ำตกเจ็ดสาวน้อย สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังแห่ง อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี หลังจากภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ ผู้คนบนโลกออนไลน์ต่างเข้าไปแสดงความเห็นในทำนองเดียวกันว่า อยากให้เจ้าหน้าที่หามาตรการจัดการเกี่ยวกับคนมือบอนเหล่านี้ เพราะถ้าไม่มีการจัดการขั้นเด็ดขาดน้ำตกก็จะสกปรก ความสวยงามของธรรมชาติก็จะถูกทำลายไปด้วย MThai News ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก สมาชิกพันทิป ต้องการอะไรจากสังคม

ชื่นชม! สาวหอบชุดครุยลุยทุ่ง ถ่ายรูปกับพ่อ-แม่
ชุดครุย /  ถ่ายรูปกับพ่อแม่ที่ทุ่งนา / 

สุดประทับใจ สาวน้อยหอบชุดครุยถ่ายรูปกับพ่อแม่ที่ 'ทุ่งนา' ผู้คนชื่นชมใช้เวลาเรียนแค่ 2 ปีครึ่ง วันนี้ (1ต.ค.) เป็นเรื่องราวที่ชาวสังคมออนไลน์ต่างพากันประทับใจ หลังจากสมาชิกพันทิป mawmaio ได้ตั้งกระทู้ในหัวข้อ "เมื่อเราไปถ่ายชุดครุยกับพ่อแม่ที่ ทุ่งนา" เจ้าของกระทู้ได้มีการเล่าถึงประสบการณ์ชีวิต ที่พ่อแม่ต้องต่อสู้กับความยากลำบากเพื่อส่งเลี้ยงดูเธอ หลังจากเรียนจบม.6 เจ้าของกระทู้ตัดสินใจเรียนต่อมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช คณะศิลปศาสตร์ เอกสารสนเทศศาสต์ และสามารถคว้าใบปริญญามาได้ในระยะเวลาเพียง 2ปีครึ่งเท่านั้น เจ้าของกระทู้ระบุว่า ตนตั้งใจทำงานและตั้งใจเรียน พร้อมกับส่งตัวเองเรียนโดยไม่รบกวนพ่อแม่ มันทำให้รู้สึกภูมิใจมาก เธอมีกำหนดเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรในปี พ.ศ.2559 แต่ไม่แน่ใจว่าจะสามารถเข้าร่วมพิธีพระราชทานปริญญาบัตรได้หรือไม่ จึงตัดสินใจนำชุดครุยกลับไปถ่ายรูปกับพ่อแม่ที่บ้าน ข้อความทั้งหมดระบุไว้ดังนี้ เราเป็นเด็กน้อยคนหนึ่ง ที่พ่อแม่มีอาชีพทำนา เรารู้ว่าท่านทั้งสองเหนื่อยยากลำบากแค่ไหน กว่าจะส่งเสียเลี้ยงดูเรามาจนเติบใหญ่ และเราไม่อยากให้ท่านทั้งสองเหนื่อยมากไปกว่านี้แล้ว เมื่อเรียนจบชั้น ม.6 เราจึงเลือกที่จะเข้ามหาวิทยาลัยเปิด ม.สุโขทัยธรรมาธิราช คณะศิลปศาสตร์ เอกสารสนเทศศาสต์ ทั้ง ๆ ที่คะแนนเราสามารถเข้ามหาลัยหลาย ๆ แห่งได้ หลักสูตร 4 ปี แต่เราเรียน 2 ปีครึ่ง ชีวิตที่ต้องตั้งใจทำงาน และตั้งใจเรียน อ่านหนังสือ ไปพร้อม ๆ กับส่งตัวเองเรียน โดยไม่รบกวนพ่อแม่เลยสักบาท มันก็ภาคภูมิใจอย่างบอกไม่ถูกนะคะ เราลงเต็มทุกเทอม ลงสัมฤทธิบัตรเพิ่ม บวกกับไม่เคยตก เลยย่นระยะเวลาเรียนได้พอสมควรค่ะ ปริญญานี้เราทำเพื่อพ่อเพื่อเเม่ ถ้าไม่มีท่านทั้งสองเราก็ไม่มีวันนี้ เราเลยให้พ่อแม่ใส่ชุดครุยและถ่ายรูปที่ท้องนา ด้วยความภาคภูมิใจค่ะ อยากบอกว่าพ่อแม่เป็นคนคิดหาอุปกรณ์ประกอบฉาก+ ไอเดีย กันเองเลยค่ะ พ่อแม่เราน่ารักไหมคะอิอิ และแล้วเราก็จบอย่างที่ตั้งใจ จริง ๆ เรารับ ปริญญาปี 59 แต่ช่วงนั้นไม่แน่ว่า เราอาจเข้าร่วมพิธีไม่ได้ แต่เราก็อยากให้พ่อแม่เห็นความสำเร็จของเรา และเห็นเราใส่ชุดครุย เราเลยเลือกวิธีนี้ค่ะ ^^ กลับไปถ่ายรูปกับพ่อแม่ที่บ้าน ปล.ตากล้องเราคือหลานน้อยป.5 ค่ะ ถ่ายกันแบบบ้าน ๆ มาก ^^ MThai News ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก กระทู้ เมื่อเราไปถ่ายชุดครุยกับพ่อแม่ที่ 'ทุ่งนา'

เงิบเป็นแถว!! กระทู้มาแรง นักฟุตบอลไทยคนไหนเป็นคู่เกย์ ?
กระทู้ฮาพันทิป /  นักฟุตบอลไทยคนไหนเป็นคู่เกย์ / 

กระทู้นี้ยืนยันชัดเจนว่าคนไทย..เป็นคนตลก!! เมื่อมีชาวเน็ตตั้งกระทู้บนเว็บ พันทิป "นักฟุตบอลไทยคนไหนเป็นคู่เกย์ ?" ซึ่งคำตอบที่ได้ พากันหงายท้องไปเป็นแถว เพราะเขาคนนั้นก็คือ "ธนบูรณ์ เกย์สารัช" ทำเอาชาวเน็ตที่เข้าไปอ่านฮากระจาย :D พร้อมกับมีหลายความเห็นต่างเข้ามาปล่อยมุขเด็ดดวงอีกเพียบ(โดยเฉพาะเจ้าของกระทู้) อาทิ เช่น หลากหลายคอมเม้นท์แฟนบอลที่เข้ามาปล่อยมุข ต่อจาก นักฟุตบอลไทยคนไหนเป็นคู่เกย์ ? นักฟุตบอลคนไหนขี้เซา? ตอบ ชารีล หลับปุ๋ย นักฟุตบอลคนไหนเจ้ามือไม่ชอบ? ตอบ ป๊อกเก้า อนันต์ นักฟุตบอลคนไหนเป็นคุณพ่อที่ใจร้าย? ตอบ ธนา กระชากบุตร นักฟุตบอลคนไหนคิดเลขนาน? ตอบ มงคล ทดซะไกล นักฟุตบอลคนไหนชอบฆ่าสัตว์? ตอบ ธีรศิลป์ แทงปลา นักฟุตบอลคนไหนมีห้าสี? ตอบ อนาวิน จูเรนเจอร์ นักฟุตบอลคนไหนชอบเล่นของสูง? ตอบ ศิวรักษ์ เธอสูงเกิน นักบอลคนไหนนมใหญ๋สุด? ตอบ นฤบดีน วีรวัฒโนตม นักฟุตบอลคนไหนไม่มีความรับผิดชอบ? ตอบ เกียรติประวุฒิ สายแล้วววว นักบอลคนไหนชอบอวดรวย? ตอบ ประทุม ชูทอง นักบอลคนไหนอยู่เบื้องหลังการใกล้สูญพันธุ์ของสัตว์? ตอบ กวิน ทำสัตว์จะ none(ไม่มี) นักฟุตบอลคนไหนชอบ งง? ตอบ ชนาธิป สงกระสัย นักบอลคนไหนเป็นเกษตรกร? ตอบ ธีรศิลป์ ดำนา นักบอลคนไหนพึ่งสึกออกมา? ตอบ ทิด ตอง โด นักบอลคนไหนชอบพูดประจบประแจง? ตอบ สารัช อยู่เป็น และอื่นๆอีกมายมายนับไม่ถ้วน >> pantip.com/topic/34999094

ปลื้มใจ! 6 บัณฑิตกตัญญู ไม่อายถึงแม้ครอบครัวยากจน
รับปริญญา /  ลูกกตัญญู

หลังจากที่ผ่านมาบนโลกโซเชียลได้แชร์ภาพของบัณฑิตสวมชุดครุยก้มกราบเท้าพ่อที่ทำอาชีพขับรถกวาดขยะ เป็นภาพที่ทุกคนรู้สึกประทับใจและชื่นชมกันเป็นจำนวนมาก วันนี้ทีนเอ็มไทยก็เลยขอรวบรวมโมเม้นท์สุดประทับใจจาก 6 บัณฑิตกตัญญู ไม่อายถึงแม้ครอบครัวยากจน มาให้เพื่อนๆได้ชมกันอีกสักครั้ง .. ถึงแม้ว่าพ่อแม่เราจะไม่รวยล้นฟ้า หรือจะประกอบอาชีพใดๆก็แล้วแต่ แต่เชื่อเถอะว่าที่ท่านทำงานหนักทุกวันนี้ก็เพื่อลูกที่ท่านรัก ส่งเราเล่าเรียนหนังสือ เติบโตเป็นคนดี และเมื่อวันที่เราประสบความสำเร็จก็จงอย่าลืมคนข้างหลังที่คอยเป็นทั้งแรงใจ แรงกาย ส่งคุณเดินไปยังจุดหมายนะ .. ^^ ปลื้มใจ! 6 บัณฑิตกตัญญู ไม่อายถึงแม้ครอบครัวยากจน ปลื้มใจ! 6 บัณฑิตกตัญญู ไม่อายถึงแม้ครอบครัวยากจน 1. ลูกชายพนักงานขับรถเก็บขยะ คว้าใบปริญญาจุฬาฯ พร้อมสวมชุดครุยกราบเท้าพ่อ นายกล้าณรงค์ ศรีสกุล หรือ แม็ก บัณฑิตจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในวันที่เขาเรียนจบ เขาได้สวมชุดครุยเข้าไปก้มกราบพ่อ เขาไม่อายใครที่พ่อทำอาชีพขับรถเก็บขยะ เขาได้เขียนบรรยายความรู้สึกของเขาที่มีต่อพ่อไว้ โดยคนบนโซเซียลแชร์ และทำให้หลายคนประทับใจและชื่นชมเป็นจำนวนมาก ลองไปอ่านเรื่องราวที่เขาเขียนไว้กันค่ะ .. ว่าด้วยเรื่องของพ่อ พ่อผมทำงานที่ไม่ได้เลิศหรูอะไรหลายคนคงนึกภาพไม่ออก แต่ภาพที่พ่อทำงานผมเห็นมาตั้งแต่เด็ก ก็เคยไปทำงานกับพ่อนั้นแหละพ่อเป็นพนักงานขับรถเก็บขยะ งานที่ทำพ่อบอกเสมอว่าต้องแย่งหนอนกิน คือแย่งหนอนที่อยู่ในขยะ เป็นการเปรียบเทียบ สมัยเด็กหลายครั้งที่อายในความเป็นตัวพ่อ ว่าทำไมพ่อเราไม่แต่งชุดเท่ๆแบบพ่อคนอื่น ที่เป็น ทหาร ตำรวจ ทำไมนะพ่อไม่เท่เลย พอโตขึ้นเรากับพ่อเหมือนมีความฝันร่วมกัน พ่อผมจบน้อยเรียนไม่สูงแค่ ป.4 ความฝันของพ่อคือการเห็นลูกเรียน พ่อบอกเสมอว่าไม่มีสมบัติอะไรจะให้ได้อย่างครอบครัวอื่นเค้า แต่ให้ได้คือโอกาสทางการศึกษา ผมมีความฝันอยากเป็นทหาร แต่พ่อไม่มีความรู้ เราก็งมไปด้วยกัน เหนือยไปด้วยกัน ผมสอบไม่ติดเตรียมทหาร ผมเข้าใจว่าพ่อไม่ร้องไห้แต่มารู้ที่หลังว่าพ่อแอบไปร้องไห้ ผมยังไม่เคยทำความสำเร็จได้ซักครั้ง ตอนประกาศผลสอบจุฬา พ่อไม่ทำงานลางานเพื่อมาดูผลสอบของเราว่าเราผ่านไหมพ่อบอกว่าพ่อมีความสูขลุ้นระทึกมาก จนเมื่อผลสอบว่าติดพ่อบอกนั่งน้ำตาซึม จุฬามันคือความภูมิใจของครอบครัวเล็กๆของผม ตอนเรียนมหาลัย มีครั้งหนึ่งตอนปี4 พ่อโทรมาถามว่าน้อยใจไหมที่มีพ่อเป็นพ่อ เรา: น้อยใจเรื่องอะไร พ่อ : ก็ที่พ่อให้ได้ไม่เท่าพ่อคนอื่นอยากไปไหนอยากกินอะไรก็ได้ไม่เต็มที ต้องประหยัด เรา : พ่อ พ่อจบมาเท่านี้ทำงานเท่านี้ แต่พ่อสามารถทำให้ลูกคนเก็บขยะคนนี้มายืนตรงนี้ได้ แม็กไม่เคยคิดว่าน้อยหน้าใคร และแม็กภูมิใจที่มีพ่อเป็นพ่อ พ่อ : เงียบ เหมือนได้ยินเสียงสะอึ้นผ่านทางโทรศัพท์ เรา : น้ำตาซึมไปด้วย อยากพูดอะไรหลายอย่างในหัวมันเต็มไปหมดแต่พูดไม่ออก วันนี้ถ้าให้พูดก็คงลำบากขอเรียบเรียงเป็นข้อความให้พ่อ่านสั้นๆ ขอบคุณที่มีพ่อเป็นพ่อ ขอบคูณที่สนับสนุนทุกอย่าง ขอบคุณที่เหนื่อยไปด้วยกัน ร้องไห้ด้วยกัน ซึมไปด้วยกัน วันนี้ก็อยากให้พ่อมีความสุขกับความสำเร็จที่เราเหนือยมาด้วยกัน ขอบคุณจริงๆ ลูกคนเก็บขยะคนนี้ทำให้พ่อของมันภูมิใจได้แล้ว พ่อไม่ต้องอายอะไรใครทั้งนั้น เพราะพ่อคือพ่อคนดีที่หนึ่ง ไม่แพ้ใคร แม็กภูมิใจ 2. เมื่อเราไปถ่ายชุดครุยกับพ่อแม่ที่ 'ทุ่งนา' บัณฑิตสาวคนนี้ได้ตั้งกระทู้ในพันทิป "เมื่อเราไปถ่ายชุดครุยกับพ่อแม่ที่ 'ทุ่งนา'" เธอไม่อายที่บอกว่าตัวเองเป็นลูกชาวนา หลังจากเรียนจบมัธยมปลาย ก็ตัดสินใจเรียนต่อที่คณะศิลปศาสตร์ เอกสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และสามารถคว้าใบปริญญามาครองในเวลาเพียง 2 ปีครึ่งเท่านั้น! ซึ่งเธอเล่าอีกว่าเงินทุกบาททุกสตางค์เธอหาใช้เองโดยไม่ขอพ่อแม่เลย "ชีวิตที่ต้องตั้งใจทำงาน และตั้งใจเรียน อ่านหนังสือ ไปพร้อมๆกับ ส่งตัวเองเรียน โดยไม่รบกวนพ่อแม่เลยสักบาท มันก็ภาคภูมิใจอย่างบอกไม่ถูกนะคะ ปริญญานี้เราทำเพื่อพ่อเพื่อเเม่ ถ้าไม่มีท่านทั้งสอง เราก็ไม่มีวันนี้ เราเลยให้พ่อแม่ใส่ชุดครุยและถ่ายรูปที่ท้องนา ด้วยความภาคภูมิใจค่ะ และแล้วเราก็จบอย่างที่ตั้งใจ จริงๆ เรารับ ปริญญาปี 59 แต่ช่วงนั้นไม่แน่ว่าเราอาจเข้าร่วมพิธีไม่ได้ แต่เราก็อยากให้พ่อแม่เห็นความสำเร็จของเรา และเห็นเราใส่ชุดครุย เราเลยเลือกวิธีนี้ค่ะ ^^  กลับไปถ่ายรูปกับพ่อแม่ที่บ้าน" 3. มิน ชาวเขาเผ่าม้งยอดกตัญญู “ท้อแค่ไหน ก็จะผ่านไปเอง ให้ตั้งใจเรียน อย่าให้พ่อแม่ผิดหวัง” นายพิศุทธิ์ คีรีธระกุล หรือ มิน หนุ่มชาวเขาเผ่าม้ง ในจังหวัดน่าน ที่บ้านประกอบอาชีพทำไร่ทำสวน แม่เสียไปตั้งแต่เขายังเล็กๆ เขามีพี่น้อง 5 คนก็ล้มหายตายจากไปทีละคน เหลือเพียงเขาที่เป็นคนสุดท้องและพี่ชายคนโต ส่วนพ่อเป็นใบ้ และเริ่มมีอาการซึมเศร้าหลังจากที่แม่เสีบ และหลงลืมจนจำไม่ได้แม้แต่ลูก มินเป็นสามเณรตั้งแต่ ป.1 ถึง ม.6 จากนั้นจึงสึกมาเรียนต่อ ปวส.และสามารถสอบเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย คณะบริหารธุรกิจ สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ปัจจุบันเปิดร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ ชื่อร้าน PS คอมพิวเตอร์ใน อ.เชียงกลาง จ.น่าน มิน พิศุทธิ์ ได้บอกว่าตอนเรียนในช่วงเรียน ปวส. เป็นช่วงที่หนักหน่วงมากๆ เขาจำเป็นต้องไกลพ่อไกลพี่หนีห่างมาเรียน และเมื่อมาถึงวันรับพระราชทานปริญญาบัตร พ่อและพี่ชายไม่สามารถมาได้ เขาจึงหอบชุดไปกลับบ้านเกิดไปถ่ายรูปกับพ่อเองซะเลย โดยเขาพูดข้างๆ หูพ่อว่า "ผมเป็นลูกพ่อนะ ผมเรียนจบแล้วครับพ่อ พ่อก็ยิ้มๆ ตอบกลับมาให้ผม" "เคยคิดโทษตัวเองบ่อย ๆ ว่าทำไมเราต้องอยากเรียน คนที่เขามีพ่อมีแม่ที่ดี หาเงินให้ใช้ทำไมเขาถึงไม่อยากเรียน แต่เราไม่มีอะไรเลย ทำไมต้องอยากเรียนด้วย ผมท้อหลายครั้ง เพราะผมก็ไม่ใช่เด็กเรียนเก่ง เคยได้เกรดมากสุดแค่ 2.9 แต่ก็มีความสุขที่ได้เรียน อยากเรียน และด้วยที่ผมอยากเรียนผมก็เลยต้องสู้ครับ ฐานะทางบ้านผมแค่มีข้าวให้พ่อให้พี่กินอิ่มท้องก็ลำบากแล้ว ตอนนั้นผมก็ต้องทำงาน และเอาเงินไปจ่ายค่าเทอมครับ แต่โชคดีที่คุณครูก็ยอมให้ค้างค่าเทอมได้  ผมแบ่งไว้ว่าเงินที่ทำงานได้มา จะจ่ายค่าเทอมก่อนเสมอ ที่เหลือค่อยมาใช้อยู่กิน แต่ช่วงปี 3 ก็โชคดีขึ้นมาหน่อย เพราะผมกู้ทุน กยศ.ของมหาวิทยาลัย ได้ครับ คุณสมบัติผมผ่าน ก็เลยมีเงินมาจ่ายค่าเทอมครับ” 4. บัณฑิตให้คุณพ่อซึ่งเป็น รปภ. ติดเข็มที่ชุดครุย เป็นอีกภาพความประทับใจที่ทำให้ยิ้มทั้งน้ำตากันเลยทีเดียว ระหว่างบัณฑิตหนุ่มให้คุณพ่อซึ่งเป็น รปภ. ติดเข็มที่ชุดครุยให้ และเขาได้บรรยายข้อความไว้ว่า  "เพราะพ่อลำบากมามากพอแล้ว ของขวัญที่ลูกทำให้พ่อ เพื่อแลกกับรอยยิ้มของพ่อ" ^^ 5. ยุทธ ยุทธพลต์ โสภณชื่นสุวรรณ บัณฑิตจากคณะศิลปศาสตร์ สาขาพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยพะเยา ถ่ายภาพคู่กับคุณแม่ในชุดชาวเขาเต็มยศ เป็นภาพความประทับใจในวันที่เขาเรียนจบ 6. บัณฑิตสาวอินโดฯ นั่งสามล้อปั่นของพ่อมางานรับปริญญา นางสาวราเอนี (Raeni) บัญฑิตจากคณะเศษฐศาสตร์ วิชาเอกการศึกษาการบัญชี ของมหาวิทยาลัย Universitas Negeri Semarang (Unnes) ในวันรับปริญญาได้เธอเดินทางมาพร้อมกับคุณพ่อโดยรถสามล้อถีบ ซึ่งคุณพ่อของเธอมีอาชีพปั่นสามล้อ แต่เนื่องจากรายได้ไม่แน่นอนคุณพ่อก็ต้องทำงานเสิรม โดยการเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในช่วงกลางคืนให้กับโรงเรียนแห่งหนึ่ง และถึงแม้ฐานะทางบ้านเธอจะไม่ได้ร่ำรวยแต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกว่าสิ่งนี้เป็นอุปสรรค หรือเธอด้อยค่าไปกว่าคนอื่น เธอเป็นเด็กตั้งใจเรียนมากๆ พ่อของเธอบอกว่าที่เธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้ก็เพราะผลการเรียนอันยอดเยี่ยมของเธอเอง และในวันที่เรียนจบก็ได้รับรางวัลนักศึกษาดีเด่นโดยมีผลการเรียน GPA 3.96 ขอบคุณข้อมูล  facebook Klanarong Srisakul, http://pantip.com/topic/34244505, blog.eduzones.com