พันทิป

หมดคำพูด! ขยะเกลื่อน น้ำตกเจ็ดสาวน้อย จ.สระบุรี
ขยะเกลื่อน /  น้ำตก / 

โลกออนไลน์วิจารณ์ ภาพขยะเกลื่อน น้ำตกเจ็ดสาวน้อย ที่จ.สระบุรี วันนี้ ( 14 ธ.ค.) กลายเป็นประเด็นที่ผู้คนบนโลกออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกพันทิปท่านหนึ่งได้ตั้งกระทู้ ในหัวข้อ "หมดคำพูด น้ำตกเจ็ดสาวน้อย" ภายในกระทู้เผยให้เห็นภาพขยะเกลื่อนกลาดเต็มพื้น ซึ่งผู้โพสต์ระบุว่าที่นั่นคือ น้ำตกเจ็ดสาวน้อย สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังแห่ง อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี หลังจากภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ ผู้คนบนโลกออนไลน์ต่างเข้าไปแสดงความเห็นในทำนองเดียวกันว่า อยากให้เจ้าหน้าที่หามาตรการจัดการเกี่ยวกับคนมือบอนเหล่านี้ เพราะถ้าไม่มีการจัดการขั้นเด็ดขาดน้ำตกก็จะสกปรก ความสวยงามของธรรมชาติก็จะถูกทำลายไปด้วย MThai News ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก สมาชิกพันทิป ต้องการอะไรจากสังคม

กานต์ เมียเก่า เสก โลโซ โวยลั่น!! ทวงเงิน 50 ล้าน ให้เวลาธนาคารถึงบ่าย 3 นี้!!
กานต์ วิภากร /  กานต์ เมีย เสก / 

  กานต์ วิภากร อดีตภรรยาร็อกเกอร์สตาร์ชื่อดัง เสก โลโซ ถึงกับเดือดจัดจนต้องโพสต์ข้อความถึงธนาคารชื่อดังแห่งหนึ่งซึ่งเธอได้เป็นลูกค้าเป็นระยะเวลานานกว่า 10 ปี และได้นำเงินของเธอมาซื้อกองทุนโดยพลการ และไม่สามารถนำเงินมาคืนตามที่ตกลงกันได้ จนเจ้าตัวได้ทวงถามกับธนาคารเพื่อต้องการเงินของตนคืน ล่าสุด สาวกานต์ ได้เดินทางมาเปิดใจในรายการปากโป้ง ถึงเหตุที่ต้องโวยสนั่นโซเชียล เพราะต้องการเงิน 50 ล้านบาทคืนจากธนาคารดัง พร้อมชี้แจงเรื่องราวต่างๆ ดังนี้   “เป็นเงินที่ไปซื้อกองทุนไว้ 50 ล้าน แล้วมันจะครบกำหนดวันที่ 7 พอถึงกำหนด ก่อนหน้านี้คนดูแลเขาติดต่อเมื่อวันที่ 2 ว่าจะครบวันที่ให้ทำยังไง ขายเลยนะ มันเป็นนิสัยพี่อยู่แล้วว่าเวลาเราฝากระยะสั้นหรือลงทุนมันจะครบกำหนด 3 เดือนบ้าง 4 เดือนบ้าง ก็จะโอนเข้าออมทรัพย์ แล้วก็ใช้บริการที่นี่มากสิบกว่าปีแล้ว มันเป็นอย่างนี้อยู่แล้ว เขาไม่เคยพลาด เขาพลาดเพราะว่าคนที่ดูแลพี่เขาเกษียณ เมื่อวานเขาก็เข้ามาบอกว่าไม่กล้าโทร เงิน 50 นี่มันต้องโอนเข้าให้พี่ พอครบวันที่ 7 วันที่ 8 เขาต้องโอนเงินเข้าให้แล้ว ตอนแรกเขาก็บอกว่าลืมวัน เงินก้อนใหญ่ทำไมลืมวัน”   “ตอนนี้เบิกไม่ได้ ต้องรอ 3 เดือน เขาเอาไปซื้อต่อ เขาซื้อให้เองอัตโนมัติเลย ในความคิดพี่เขาน่าจะยักยอกหรือเปล่า ตามสันดานพี่พอถึงเวลาครบ คุณต้องโอนตามที่คุยกันไว้ก่อนแล้ว พอถึงเวลาแล้วอยากให้ช่วยซื้อต่อก็ค่อยว่ากัน แต่ก่อนเวลาถึงกำหนดเขาก็โอนให้อยู่แล้ว เป็นลูกค้าที่นี่มา 10 กว่าปีแล้ว”   “เกิดความไม่ไว้วางใจแล้วก็ไม่พอใจ สมมติว่าเราจะเอาเงินก้อนนี้ไปทำอย่างอื่นที่มันได้เยอะกว่านี้ แต่ว่ามันทำไม่ได้”   “ตอนนี้ก็รอเขาติดต่อกลับมาอยู่ เพราะว่าเมื่อวานที่มาก็ยังไม่รับผิดชอบอะไร เขามากันแค่สองคน พี่ก็ไม่ยอม เมื่อวานก็ด่าเขาไป จะมาทำอย่างนี้แค่ขอโทษไม่ได้ ถ้าจะแก้ปัญหาคือเอาเงินคืน เขาหลอกตอนแรกบอกว่าจะเอาใบมาให้เซ็นเอาเงินคืนได้ พอถึงเวลาเขาหลอกเพื่อที่เข้ามากล่อม มาขอโทษ”   “ตอนนี้ยังค่ะ เพราะว่าเขาจะโทรมาตอนบ่ายสาม ก็ยังให้เวลาเขาอยู่ บอกเขาไปหมดแล้วว่าจุดประสงค์คือจะเอาเงินคืน”   “ได้ปรึกษาใครบ้างไหม ไม่เลย พี่ไม่รู้ว่ามีแบบนี้ด้วย เพราะพี่ไม่เคยเจอ”   “ในพันทิป น้องเขาโพสต์ พี่ยังไม่ได้เข้าไปส่องเลย เพราะพี่ดูแต่เฟซไง ลืมไปเลย บ่ายสามนี้เขาต้องมีข้อสรุปให้พี่แล้ว เพราะเรื่องมันไม่ใช่แค่สาขามันต้องไปถึงสำนักงานใหญ่ ถ้าว่าเป็นเงินห้าหมื่น ห้าแสน ห้าล้านก็ว่าไปอย่างนี่มัน ห้าสิบล้าน คือในเจตนาตอนนี้ในความรู้สึกลูกค้าพี่ว่าคุณตุกติก คุณจะยักเอาไว้ลงทุนต่อ แล้วไปลงทุนได้ดอกเบี้ยตั้งเยอะ แต่คุณให้ดอกเบี้ยเราเท่านี้ แต่คุณมั่วนิ่ม ยักไว้ลงทุนต่อหรือทำยอดอะไรก็แล้วแต่ คุณทำมันไม่แฟร์กับลูกค้า ไม่ควรทำ”   “มันไม่ได้เครียด มันโมโห ทำไม่ถูก ไม่ชอบให้ใครมัดมือชก อันนี้ไม่ต้องไปเบิก แต่หมายถึงว่ามันต้องมียอดเข้าตามที่คุย”   ส่วนเรื่องหัวใจ ด้าน กานต์ วิภากร ได้เปิดเผยว่ายังไม่มี เพราะไม่อยากวุ่นวาย กับสามีเก่า เสก โลโซ ไม่ได้คุยกันเพราะยังมีอะไรที่ต้องเคลียร์อีกมากมายหลายเรื่อง และเธอยังต้องขึ้นศาลเรื่องที่ดินสินสมรสอีกในวันที่ 16 ที่จะถึงนี้   “ไม่มีๆ วันนี้วันวาเลนไทน์ดอกไม้ยังไม่มีเลย ไม่ได้ปิดใจ แต่ว่าขี้เกียจ เพราะว่ามันน่าเบื่อ ขี้เกียจวุ่นวาย แล้วก็ต้องมานั่งด่า เรื่องถ่ายรูปลงเฟซมีเยอะน้องพี่น่ะหล่อหมดเลย ก็มีเข้ามาแซว ก็ไม่ได้ตอบกลับ พอเอาจริงๆ แฟนคลับเขารู้ว่าจริงไม่จริง ตอนนี้ลูกพี่โตแล้ว ให้ลูกมีแฟนดีกว่า” แล้วกับพี่เสกได้คุยกันไหม  "“ไม่ๆ โกรธกันอยู่ เรื่องอะไรไม่รู้เยอะแยะ ทั้งเรื่องที่เขาไม่ทำตามที่พูด นี่พี่จะต้องไปขึ้นศาลเรื่องที่ดินอีกวันที่ 16 อยู่ในขั้นสืบพยาน”   “พี่ยังไม่เคยไปขึ้นเลย นี่เป็นครั้งแรก หลังจากปีกว่าที่ฟ้องกันมา สืบพยานฝ่ายเสก วันที่ 20-21 นี่ก็เป็นไม้เบื่อไม้เมากันอยู่ พี่ก็เบื่อ ตอนนี้พี่ก็ไม่รู้ว่าขั้นตอนต่อไปเขาจะนัดอะไร ถ้าเกิดเคลียร์กันได้ตามความเหมาะสม ก็สามารถไกล่เกลี่ยได้ อันนี้เป็นที่ดิน 16 ไร่ แถวเกษตรนวมินทร์ ซึ่งเป็นสินสมรส” เรื่องลูกเป็นไงบ้าง  “เสืออยู่อเมริกาจะกลับมาเดือนพฤษภา น้องกวางอยู่ลอนดอนก็ไปโรงเรียน เขาไม่ถาม เขาไม่ยุ่งเรื่องปัญหา ก็ดีอยู่ เขาไม่คิด ไม่เครียด” ขอบคุณภาพจาก IG wiphakorn15, FB Wiphakorn Karn กานต์ วิภากร กานต์ วิภากร

ย้อนรอย 50 ปีที่แล้ว สาวไทยคนแรก ผู้คว้ามงกุฏ มิสยูนิเวิร์ส...อาภัสรา หงสกุล
Miss-Universe /  นางงามจักรวาล / 

วันนี้ เมื่อ 50 ปีที่แล้ว หรือ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2508 สาวไทยคนแรกที่ครองมงกุฏมิสยูนิเวิร์ส หรือ นางงามจักรวาล คือ นางสาวอาภัสรา หงสกุล สาวไทยนักเรียนนอกจากปีนังในวัย 18 ปี Women.MThai ขอพาคุณกลับมาย้อนดู ภาพบรรยากาศการประกวด และ ภาพของคุณ ปุ๊ก อาภัสรา เมื่อ 50 ปีก่อนกันค่ะ คุณ ปุ๊ก อาภัสรา หงสกุล ครองตำแหน่ง นางสาวไทย คนที่ 14 นับการการประกวดนางสาวไทยในยุคที่ 2 หลังจากที่พักการประกวดไปหลายปี และในปีนี้เองที่ทางกองประกวดได้ตัดสินใจนางงามของไทย เข้าร่วมประกวดในเวทีความงามระดับโลก นั่นคือ เวทีมิสยูนิเวิร์ส ซึ่งในปี 1965 นั้น จัดขึ้นที่ รัฐฟลอริด้า สหรัฐอเมริกา โดยมีสาวงามจาก 57 ประเทศทั่วโลกมาร่วมประชันความงาม นี่คือ ภาพเมื่อเข้ารอบ 15 คนสุดท้าย ตลอดระยะเวลาการเก็บตัว ไปจนถึงบนเวทีการประกวด Miss Universe คราวนั้น ด้วยใบหน้าที่สวยคมแบบไทยๆ ของคุณ ปุ๊ก และกิริยามารยาท การแต่งกายแบบกุลสตรีไทยแท้ๆ ทำให้คุณปุ๊ก อาภัสรา ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก และเธอ คือผู้นำร่มบ่อสร้าง ผลิตภัณฑ์เลื่องชื่อของจังหวัดเชียงใหม่ ไปกางด้วยทุกครั้งเมื่อยามโชว์ตัว ยิ่งสร้างจุดเด่น มีเอกลักษณ์ให้เธอดูน่าจับตามากยิ่งขึ้น ทรงผมประจำตัวที่คุณปุ๊กใช้ตลอดระยะเวลาการประกวด คือ ทรงเกล้ามวยสูง เนื่องจากเป็นทรงผมที่รับกับรูปหน้าของเธอเป็นอย่างดี และการที่เธอได้มีโอกาสเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถก่อนจะเดินทางไปประกวด Miss Universe นั้น ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เธอเลือกทำทรงผมนี้ตลอดการประกวด เนื่องจากพระองค์ตรัสกับคุณปุ๊กว่า "ทรงนี้น้อยคนนักที่ทำแล้วสวย แต่ทรงนี้เหมาะกับหนูมาก" ในปีนั้น คุณ ปุ๊ก อาภัสรา คว้ามงกุฏนางงามจักรวาลคนที่ 14 มาครองได้สำเร็จ นับเป็นสาวไทยคนแรกที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ในฐานะมิสยูนิเวิร์ส และยังเป็นไอดอลผู้สร้างแรงบันดาลใจให้กับสาวไทย ที่จะก้าวขึ้นสู่เวทีการประกวดความงามในรุ่นต่อๆ มา นอกจากนี้ คุณปุ๊ก ยังนับเป็นสาวงามคนที่ 2 ของเอเชียที่ชิงมงกุฎมาครองได้สำเร็จบนเวทีนี้ ซึ่งสาวเอเชียคนแรกที่คว้าตำแหน่งนางงามจักรวาลไปครองคือ นางงามจากประเทศญี่ปุ่น อากิโกะ โคจิมะ ในปี ค.ศ. 1959 และหลังจากที่สัมภาษณ์ในรอบสุดท้ายก็มีการประกาศผลผู้ที่ได้รับตำแหน่ง ดังนี้ รองอันดับ 4 Miss HOLLAND - Anja Christina Maria Schuit รองอันดับ 3 Miss SWEDEN - Ingrid Norrman รองอันดับ 2 Miss U.S.A. - Sue Ann Downey รองอันดับ 1 Miss FINLAND - Virpi Liisa Miettinen และ Miss Universe 1965 Miss Thailand Apasara Hongsakula ในภาพคือวินาทีประกาศผล ลองตามมาดูคลิปเลอค่า เมื่อคราวเธอเข้าประกวดเวที มิสยูนิเวิร์สกันค่ะ ที่มาจาก คุณหนุ่ม ประเสริฐ กระทู้พันทิป และ Wikipedia เรียบเรียงโดย Women MThai Team ภาพประกอบจาก Thaimiss 

ฝากเตือนสตินักท่องเที่ยว หยุดทำร้ายภูกระดึง
ภูกระดึง /  เตือนนักท่องเที่ยว / 

แชร์ว่อนกระทู้พันทิป ฝากเตือนสตินักท่องเที่ยว หยุดทำร้ายภูกระดึง วันนี้ (16ต.ค.) เป็นประเด็นที่ชาวสังคมออนไลน์พากันวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกพันทิป Mhoo-Paoom ได้ตั้งกระทู้ในหัวข้อ "ฝากเตือนสตินักท่องเที่ยวทุกคน" โดยเจ้าของกระทู้ได้เปิดเผยถึงเรื่องราว หลังจากไปเที่ยวภูกระดึงแล้วได้พบกับร่องรอยการขีดเขียนตามบริเวณต่าง ๆ ซึ่งการกระนั้นเกิดจากการกระทำของนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าว ผู้โพสต์ระบุรายละเอียดไว้ดังนี้ เจ้าของกระทู้เพิ่งไปเที่ยวภูกระดึงมาค่ะ บอกตรง ๆ ว่าข้างบนนั้นสวยมาก สวยจนไม่น่าจะมีสิ่งเหล่านี้อยู่ มันคือลายลักษณ์อักษรจากน้ำมือมนุษย์ บางทีก็ไม่เข้าใจว่าพวกคุณต้องการจะสื่ออะไร ต้องการบอกให้โลกรู้ว่า_ขึ้นมาถึงแล้วอย่างนั้นหรือ?? นี่ยังไม่นับรวมกับขยะที่เห็นได้ทั่วไป ตามทางเดินไปยังจุดต่าง ๆ หยุดเถอะค่ะ พวกคุณไปเที่ยวเพื่อต้องการชมความงามของธรรมชาติ อย่าเอาสิ่งเหล่านี้ไปทิ้งไว้เลย อนุรักษ์ความสวยงามนี้ไว้ ให้คงอยู่ไปจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลานเราเถอะค่ะ ขอแท็ก "ความรักวัยรุ่น" เพราะบางคู่ก็ชอบประกาศให้โลกรู้แบบในรูป เผื่อเห็นแล้วจะมีสติกันขึ้นมาบ้างนะคะ ผู้คนที่ได้เข้าอ่านกระทู้ดังกล่าวได้แสดงความเห็นว่า มีอีกหลายสถานที่ท่องเที่ยวที่ถูกมนุษย์นิสัยเสียเข้าไปขีดเขียน ซึ่งการกระทำดังกล่าวเปรียบเสมือนการทำลายความงดงามของธรรมชาติทางอ้อม จึงอยากอยากฝากไปถึงผู้ที่นิยมไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบใครกระทำเรื่องที่ไม่เหมาะสม ก็ควรเตือนสติหรือแจ้งเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบให้เข้ามาดูแล MThai News ขอบคุณข้อมูล สมาชิกพันทิป Mhoo-Paoom

ของดี ของเด็ด จากฟูลมูนปาร์ตี้ เกาะพงัน
beach party /  Full Moon Party / 

ฟูลมูนปาร์ตี้ เกาะพงัน หาดในฝันของคนลั้นลา ต้องบอกเลยว่าเคยได้ยินมานานแล้วสำหรับปาร์ตี้ฟูลมูนที่เกาะพงัน  แต่ด้วยความที่ตัวเรามันเป็นคน No Party & No Drink ก็เลยทำให้ไม่เคยสนใจเกี่ยวกับฟูลมูนปาร์ตี้ใดๆ เรื่องราวใดๆที่เกี่ยวข้องกับปาร์ตี้เหล่านี้ในหัวสมองของตัวเรา เมื่อลองสำรวจดู เช็คแล้ว เช็คอีก และเช็คซ้ำ การประมวณผลที่ได้คือ กระปู๋แมลงวัน!!  โอวววว..พระเจ้า!!! ความรู้เกี่ยวกับ Full Moon Party ที่ตัวเรามีมันน้อยนิดเท่ากระปู๋แมลงวันเท่านั้น  นอกจากที่รู้ว่ามันคือปาร์ตี้ริมหาดในคืนพระจันทร์เต็มดวง แล้วก็ได้ออกจากกะลาซะที  เมื่อได้เห็นกระทู้ “เมื่อตุ๊ดส์ไปพะงันดูผู้ชาย” ในเว็บพันทิป ที่โพสต์โดย McSpancer แล้วถึงกับต้องตะลึงพรึงเพริศและโมโหตัวเองอยู่ไม่น้อย  ไม่คาดคิดมาก่อนว่ามันจะมีอะไรดีๆอย่างนี้  คนเยอะคนล้นเต็มหาดอะไรเยี่ยงนี้  สารภาพเลยว่าไม่เคยคิดเรื่องตอนกลางวันมาก่อนเลย คิดแต่ว่ามันคือปาร์ตี้ตอนกลางคืน เออเนอะ ตอนกลางวัน – ตอนเย็น คนเขาก็ต้องมาเล่นชายหาด เล่นน้ำทะเล กันบ้างสินะ ทำไมถึงคิดไม่ได้เนี่ยยยย โมโหตัวเองจัง หลังจากได้เห็นรูปแล้วกเลยว่า อะดรีนาลีน พลุ่งพล่านตั้งเส้นผมไปจนถึงปลายนิ้วเท้า  อยากไปฟูลมูนปาร์ตี้ เกาะพงัน ขึ้นมาทันทีเลยล่ะ  จะได้ไปสัมผัสบรรยากาศและเห็นประสบการณ์เด็ดๆแบบนี้สักครั้งบ้าง   ^ 0 ^ พวกเขามากันเป็นทีม มองแค่พวงกุญแจในมือพี่เขาแค่นั้น....จริงๆนะ พี่แกแน่นจริงๆ จุดโฟกัสรูปนี้คือที่เรือด้านหลัง โอวววว...คืออะไร ยังไง ชูมือขึ้นเดี๋ยวนี้นะ แสงแดดเริ่มหมด ปาร์ตี้ก็เริ่มต้น เอากับนางสิ  มั่นมากๆ ปาร์ตี้หนักมาก หมดสภาพก็ต้องมีให้เห็น Men.MThai ขอขอบคุณรูปภาพจาก : http://pantip.com/topic/34026007

เก้า สุภัสสรา ยอมรับ กดดันกับการเป็น บุปผาคนใหม่
ต้อม-ยุทธเลิศ /  บุปผาอาริกาโตะ / 

ได้รับบทในภาพยนตร์สยองขวัญแบบฮากระจาย สำหรับสาวเก้า สุภัสสรา ธนชาต ในบทของบุปผาคนใหม่ ที่กำกับโดย ยุทธเลิศ สิปปภาค ในชื่อเรื่อง บุปผาอาริกาโตะ ที่งานนี้ทีมงานได้ไปถ่ายทำไกลถึงประเทศญี่ปุ่น กับบรรยากาศหิมะขาวๆ สุดโรแมนติด แต่ปนไปด้วยวังเวง และน่ากลัว ไม่รู้ว่างานนี้ บุปผาคนใหม่ อย่างเก้า จะรู้สึกอย่างไรบ้างกับภาพยนตร์เรื่องนี้ “ในบุปผาจะต้องเล่นด้วยแววตาและความรู้สึกตลอดเวลา ตัวเก้าเองรู้สึกว่าบุปผานี่เป็นคาแรคเตอร์ที่มีหลายมิติ ซึ่งพี่ต้อมก็เก่งมากๆ ค่ะ แล้วก็รู้สึกดีใจมากที่ได้เล่นกับพี่ต้อม ดีใจที่พี่ต้อมให้โอกาสเรา ได้ลองเล่นเป็นคาแรคเตอร์ใหม่ๆ ได้ทำอะไรใหม่มากๆ เพราะหนูก็ถือว่าเป็นนักแสดงหน้าใหม่เหมือนกันนะ ใหม่มากที่จะได้รับบทอะไรที่มันท้าทายขนาดนี้" เก้า สุภัสสรา Q.จากความทรงจำที่มีต่อ “บุปผาราตรี” ภาพยนตร์ผีโรแมนติกสยองขำในระดับตำนาน ในฐานะแฟนบุปผา เป็นไงมาไงถึงได้กลายมาเป็นบุปผาคนใหม่ของผู้กำกับ ต้อม ยุทธเลิศ A. เก้าเคยดูบุปผามานะคะตั้งแต่ภาคแรก ซึ่งเป็นบทที่พี่พลอยเคยเล่นไว้ จำได้ว่าตอนดูนี่รู้สึกชอบพี่เขามาก แล้วพอพี่ๆ ทีมงานเขาติดต่อมา จริงๆ มันเป็นเรื่องบังเอิญมากค่ะ เพราะว่าไม่กี่วันก่อนที่พี่ต้อมกับทางสหมงคลฟิล์มทาบทามเรา แล้วให้โอกาสเรา หนูได้มีโอกาสไปอ่านกระทู้ในพันทิป ซึ่งเขาก็ได้ตั้งกระทู้ว่าอยากให้บุปผากลับมาทำรีเมคว่าถ้าเอามาทำในยุคนี้น่าจะต้องได้รายได้เยอะมากกว่ายุคนั้นแน่ๆ ซึ่งตอนนั้นรายได้ก็เยอะมากๆ แล้วนะ ถ้าเกิดลุกขึ้นมาทำในยุคนี้มันก็จะต้องมีกระแสอะไรที่มากขึ้นแน่ๆ ถ้าเขาทำจริงๆ เราก็คงอยากจะดูบุปผาในแบบเวอร์ชั่นใหม่ ปรากฎว่าไม่กี่วันต่อมา เฮ้ย! ดีใจมาก เพราะว่าทางพี่ต้อมแล้วก็ทางสหฯ ก็ได้ติดต่อมาอยากให้เราลองเล่นเป็นบุปผา ตอนแรกก็แบบแอบกังวลเพราะถ้าเราพูดถึงบุปผา เราก็ต้องนึกถึงพี่พลอย แล้วถ้าหนูรับเล่นจะแบบต้องถูกเปรียบเทียบแน่นอน ก็เลยกังวลมากๆ ถ้างั้นขอนัดคุยกับพี่ต้อมดีกว่าว่าสรุปแล้วตัวเรื่องมันจะเป็นอย่างไร ก็เลยได้คุยกับพี่ต้อมและทางสหฯ ซึ่งพี่ต้อมก็อธิบายให้ฟังละเอียดมากนะคะว่า เวอร์ชั่นนี้เป็นบุปผาเวอร์ชั่นใหม่หมดเลย แล้วก็ความสนุก แปลกใหม่มากกว่า ตัวพี่ต้อมเองก็ให้ความมั่นใจกับหนูว่า เก้าเราไปด้วยกัน เราสู้ไปด้วยกัน  เราก็เลยเชื่อใจในพี่ต้อมว่าการมาของภาพยนตร์เรื่องบุปผาครั้งใหม่มันน่าจะออกมาดีค่ะ   Q.เมื่อพูดถึงบุปผาราตรีก็ต้องนึกถึงต้อม-ยุทธเลิศ ซึ่งมาพร้อมกับเอกลักษณ์เฉพาะตัวในการทำภาพยนตร์ในแนวโรแมนติก สยอง และอารมณ์ขันรวมอยู่ในเรื่องเดียวกัน A. เราได้ยินชื่อพี่ต้อมมานานแล้วเป็นผู้กำกับที่เก่งมากๆ แล้วก็กำกับหนังมาหลายเรื่องมาก เราก็อยากที่จะมีครั้งหนึ่งในชีวิตที่อยากจะร่วมงานด้วย เขาจะให้เราใช้สัญชาตญาณในการเล่นอยู่ตลอดเวลา คือพี่ต้อมบรีฟคาแรคเตอร์เราเป็นอย่างไร โรส คาแรคเตอร์ของบุปผาเป็นอย่างไร แล้วก็ให้เราเล่นว่าถ้าเป็นอย่างนี้ๆๆ เราจะรู้สึกเป็นอย่างไร ซึ่งโอเคเราเข้าใจว่า เราเล่นซีรี่ส์มาก็ต้องมีการผสมกับความใหญ่มานิดหนึ่ง เพราะว่ามันเป็นทีวี แต่พอมันอยู่ในจอเงินเราต้องปรับระดับให้มันน้อยแล้วก็เล่นแค่แววตา เพราะฉะนั้นมันก็ตรงกับคอนเซ็ปท์พี่ต้อมอยู่แล้วว่า ในบุปผาจะต้องเล่นด้วยแววตา และความรู้สึกตลอดเวลา รู้สึกดีใจมากที่ต้อมให้โอกาสเรา เพราะหนูก็ถือว่าเป็นนักแสดงหน้าใหม่เหมือนกัน ที่จะได้รับบทอะไรที่มันท้าทายขนาดนี้ ให้เราได้ลองเล่นคาแรคเตอร์ใหม่ๆ ตัวเก้าเองรู้สึกว่าบุปผานี่เป็นคาแรคเตอร์ที่มีหลายมิติมาก  ซึ่งเขาก็เชื่อมั่นในตัวเราว่าเราทำได้ เราใหม่มากที่จะเล่นเป็นตัวละครอะไรที่มันมีหลายมิติอย่างนี้ ซึ่งพอทำงานกับพี่ต้อมไป ก็เริ่มจับทางได้ว่าพี่ต้อมเขาต้องการอะไร แล้วก็อยากจะให้มันออกมาในรูปแบบไหน ซึ่งก็ถือเป็นความโชคดีมั้งคะที่ผู้ใหญ่ให้โอกาส ที่สหฯให้โอกาส พี่ต้อมให้โอกาสที่ทำให้เราได้มาเล่นในบทนี้ Q.จริงมั้ยที่ถือว่าสำหรับบทบุปผาที่เก้าได้รับ เป็นการเปลี่ยนแปลงทางด้านการแสดงโดยสิ้นเชิง ได้ทำอะไรในรูปแบบใหม่อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน A. ทำงานกับพี่ต้อมเรามีความรู้สึกว่าเป็นการทำงานในรูปแบบใหม่ คืออย่างที่บอกพี่ต้อมอยากให้เราใช้สัญชาตญาณในการเล่นมากกว่า ซึ่งหนูไม่ชินเลยทีแรก ซึ่งมันจะมีฉากหนึ่งค่ะ เป็นฉากที่ประทับใจ แต่เป็นฉากที่ไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้เหมือนกัน เพราะว่าเป็นฉากที่ปกติเวลาเราถ่ายหนังใช่มั้ยคะ เราก็อาจจะไม่ได้ถ่ายไปตามลำดับเรื่องยาวไปตั้งแต่ต้นจนจบ ฉากที่บุปผานั่งอยู่ แล้วก็ต้องเกิดความรู้สึกกลัว พี่ต้อมก็เลยบอกว่าถ้าอยากร้องไห้ก็ร้องไห้ได้เลย พี่ต้อมแล้วหนูจะร้องไห้ได้ไง ให้หนูกลัวอะไร โอเคค่ะพี่ต้อมอยากให้หนูทำอะไรหนูทำเลยค่ะ ถ้าไม่ได้เดี๋ยวพี่มาบรีฟหนูอีกทีละกันนะคะ อันไหนที่พี่ไม่อยากได้ หรืออันไหนอยากให้เพิ่มอยากให้ลดพี่บอกหนูละกันนะคะ ซึ่งหนูเล่นออกมาแล้วก็ดีใจค่ะ พี่ต้อมบอกว่าเออดีแล้วนะ ขออย่างนี้อีกเทคหนึ่ง (หัวเราะ)   Q.พี่ต้อมบอกว่าเก้าเป็นนักแสดงที่น้ำตาสั่งได้ A. หนูคิดว่าหน้าที่ของเราคือนักแสดงค่ะ อยากได้แบบไหน ก็ต้องทำให้ได้ ต้องตีโจทย์สักโจทย์หนึ่งให้ได้   Q.จริงมั้ยที่ว่า “บุปผาอาริกาโตะ” เป็นผลงานที่ท้าทายทางด้านการแสดงที่สุดของ “เก้า สุภัสสรา” เลยทีเดียว A. ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เก้าก็ได้ทำงานอะไรที่ท้าทายมาตลอดเลย ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งนะคะ ที่ท้าทายมากๆ เพราะตัวละครบุปผาก็เป็นคาแรคเตอร์ที่พี่ต้อมเขาวางไว้อยู่แล้ว และขึ้นชื่อว่าเป็นบุปผาด้วยแล้วก็จะเป็นผู้หญิงที่เหมือนมีอะไรในใจอยู่ตลอดเวลา ที่ซึ่งไม่สามารถแสดงออกมาได้หมด เป็นผู้หญิงที่ไม่ค่อยพูด แต่ว่าแววตานี่ก็ต้องสื่อสารออกมาตลอด ซึ่งมันก็มีบุคลิกค่อนข้างที่จะซับซ้อนอยู่พอสมควรเลย ก็เป็นเหมือนตัวละครที่มีอยู่สองบุคลิก ซึ่งสำหรับเก้าก็ถือว่าท้าทายมากค่ะ ถึงแม้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาจะได้รับบทที่ท้าทายมาทุกเรื่องนะคะ แต่สำหรับเรื่องนี้มันดูซับซ้อนมากกว่าปกติค่ะ อย่างเช่นก็จะมีอยู่ฉากหนึ่งที่เป็นฉากอารมณ์มากๆ ซึ่งมันก็ยากสำหรับเก้ามากค่ะ เพราะว่าต้องเข้าไปอยู่ในฉากที่ภาวะอารมณ์นี่แปรปรวนมากๆ จะเศร้าก็ไม่เศร้า ร้องไห้ก็ไม่ร้องไห้ จะช็อคก็ไม่ช็อค แบบไม่รู้ว่าจะไปยังไงต่อ เป็นอีกหนึ่งฉากที่บอกได้เลยว่ายากมากๆ คือต้องเดินร้องไห้แล้วก็ยาวมากค่ะ ซึ่งก็ไม่คาดคิดว่าพี่ต้อมจะเอา แบบว่า ฉากเดินเรามาแล้วก็ร้องไห้ อยู่ๆ พี่ต้อมก็จะสั่งเลยว่าแบบ เก้าพี่ขอเดินมา น้ำตามาเลย เดินทำหน้านิ่งๆ น้ำตาไหลไม่หยุด เก้าทำได้ไหม ก็โอเคค่ะ ก็เลยลองทำดู ต้องเดินขึ้นบันได 4 ชั้นค่ะ ขึ้น ลงก่อนแล้วก็ค่อยขึ้น เหมือน repeat ซ้ำๆ อ่ะค่ะ ความยากก็คือเราต้อง HOLD อารมณ์ตอนนั้นตลอดเวลาค่ะ เราก็ไม่รู้เลยว่าพี่ต้อมจะมารับหน้าเราตอนไหน แล้วน้ำตามันจะไหลมาตอนไหน ซึ่งแบบบางทีมารับหน้าปุ๊บ น้ำตามันหล่นไปแล้วนะ เราก็ไม่รู้เลยว่าแบบพี่ต้อมเขาจะรับมุมไหน ที่สำคัญคือเป็นการถ่ายทำแบบ ONE LONG TAKE ก็อยากให้ทุกคนติดตามชมค่ะ   Q.ช่วยเล่าให้ฟังถึงคาแรคเตอร์ของบุปผาที่ได้รับในภาพยนตร์เรื่อง “บุปผาอาริกาโตะ” A. รับบทเป็นหญิงสาวที่ชื่อว่า บุปผา คือผู้หญิงยุคใหม่ที่มั่นใจในตัวเองสูง กล้าคิด กล้าทำอะไรที่ผู้หญิงธรรมดาทั่วๆ ไปไม่กล้าแม้แต่จะคิด ที่มีเสน่ห์ดึงดูดอยู่ในตัวสูง โดยเฉพาะต่อเพศตรงข้าม  ภายนอกอาจดูนิ่งๆ พูดน้อย แต่สื่อสารความรู้สึกผ่านดวงตา ลึกๆ แล้วเป็นผู้หญิงที่ sensitive และจริงจัง ซีเรียสกับเรื่องความรักมากๆ ประมาณว่า “อยู่ได้ด้วยความรัก และก็พร้อมที่จะตายเพราะความรักได้เหมือนกัน” เป็นตัวละครที่เล่นกับอารมณ์และความรู้สึกที่อยู่ภายใน แต่ถ้าดูจากภายนอก อาจคิดว่าบุปผาคือผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ดูบอบบาง แต่จริงๆ รักจัดแค้นจริง จะรักก็รักมาก แต่พอแค้นขึ้นมาบุปผาก็พร้อมที่จะหยิบมีดขึ้นมาปาดคอคนที่รักได้ทันทีที่รู้ว่าถูกนอกใจ บุปผาคือหญิงสาวที่มาพร้อมประโยคที่ว่า “ทิ้งกูมึงตาย” และไม่ได้เกิดมาเพื่อให้ใครมาล้อเล่นในเรื่อง “ความรัก”   Q.มุมมองความรักของผู้หญิงอย่างบุปผาในความรู้สึกของผู้หญิงอย่างเก้า สุภัสสรา A. มุมมองความรักของบุปผานะคะ ถ้าหนูเป็นคนนอกแล้วมองมา โอ๊ย ผู้หญิงคนนี้ รักจริงแค้นจริงเจ็บจริง มันน่ากลัวเหมือนกัน แต่ว่าถ้ารักเขาดีๆ หนูว่าคงทำให้ชีวิตดีมากๆ ค่ะ มันเป็นคาแรคเตอร์ที่เป็นผู้หญิงที่มีความจริงจังกับความรักมากๆ คนเราถ้ารักมากก็ต้องแค้นมากค่ะ   Q.เรื่องราวของบุปผาอาริกาโตะ A. บุปผาอาริกาโตะเป็นเรื่องราวของผู้หญิงไทยคนหนึ่งที่ชื่อบุปผา ได้มีโอกาสเดินทางไปยังต่างประเทศเพราะเหตุการณ์ที่ทำให้เขาเกิดผิดหวังจากความรัก โดยการเดินทางครั้งนี้ก็จะสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นผู้หญิงที่เด็ดเดี่ยว แล้วก็จริงจังในเรื่องความรักมาก ซึ่งพอเขารู้สึกเสียใจเรื่องความรัก เขาสามารถทำได้ทุก การได้ไปทำอะไร ได้ใช้ชีวิต ได้ไปคิดอะไรเยอะๆ ในเมืองนิเซโกะนี่ละค่ะ ก็จะมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันหลายอย่างเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการที่อยู่มาวันหนึ่งก็จะมีแก๊งนี้นะคะ ก็เรียกว่าเป็นพวกแก๊งๆ พี่แฟนฉันละกัน ได้มาทำงานมิวสิควิดีโอที่นี่ ก็ได้มาเจอเรา ก็เลยเกิดมีเรื่องราวของความรักเข้ามาเกี่ยวข้อง อยากรู้ว่ารักกับใครก็ต้องไปติดตามชมนะคะ ในขณะเดียวกันโรสก็ต้องไปพบเจอกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันโดยที่พวกเขาทั้งหมดต้องช่วยกันค้นหาความจริง ว่ามันเกิดอะไรขึ้นในออสการ์ลอดจ์ ใครทำอะไร เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไรก็ต้องไปติดตามชมกันนะคะ   Q.ทราบมาว่านอกจากความยาก ความท้าทายในการถ่ายทอดบทบุปผา ที่มีหลายอารมณ์บางครั้งต้องแสดงคนเดียว และไม่มีบทพูดต้องใช้สีหน้าแววตาแสดงความรู้สึก แล้วยังต้องทำงานท่ามกลางอุปสรรคสารพัดตั้งแต่อุณหภูมิติดลบ มีฉากที่ต้องเล่นสกี ถ่ายหนังท่ามกลางโลเกชั่นที่เต็มไปด้วยหิมะ ฯลฯ A. ในบุปผาอาริกาโตะ นอกจากเราจะได้เห็นแรงอาฆาตแค้นของตัวบุปผาในเรื่องความรักแล้ว เราก็จะได้เห็นการเผชิญหน้ากับเรื่องราวที่ทั้งหลอน และน่ากลัวยิ่งกว่าทุกสิ่งที่เคยที่ผ่านเข้ามาและทำให้ชีวิตของบุปผาเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เป็นตัวละครที่ซับซ้อนเหมือนมี 2 บุคลิก สำหรับเก้าถือว่าท้าทายมากกว่าทุกเรื่องและดูซับซ้อนกว่าปกติ ตัวคาแรคเตอร์มันมีหลายมิติ   Q.พูดถึงนิเซโกะ ซึ่งเป็นโลเคชั่นหลักของภาพยนตร์เรื่องบุปผา เป็นเมืองที่คนไทยที่นิยมไปท่องเที่ยวกันมาก A. ค่ะปกติหนูก็ไปประเทศญี่ปุ่นบ่อยมาก แต่นิเซโกะเป็นเมืองที่เราเพิ่งเคยไปครั้งแรก แล้วอย่างตอนช่วงที่หนูไปหิมะตกเยอะมาก แล้วก็เจอคนไทยเยอะมาก เป็นเมืองที่สวยมากๆ มองไปทางไหนก็เห็นเป็นหิมะสีขาวเราใส่ชุดกันหนาวตลอดเวลา ปรากฏว่ากลับมาแล้วตัวดำ (หัวเราะ) เพราะเหมือนว่าแสงมันสะท้อนหนูรับรองว่าเราจะได้เจอหิมะทุกรูปแบบอย่างแน่นอนค่ะ พายุหิมะ ได้ไปเจอครบทุกรสชาติจริงๆ ค่ะ และด้วยอุณหภูมิแสง อุณหภูมิสีมันก็จะต่างจากบ้านเรามาก ภาพที่ถ่ายออกมารับประกันว่าภาพที่ถ่ายออกมาในหนังก็จะสวยแน่นอนค่ะ   Q. การทำงานท่ามกลางสภาพอากาศติดลบ ที่แวดล้อมไปด้วยหนุ่มๆ โดยเป็นหญิงสาวเพียงคนเดียว ต้องอาศัยความอึดขนาดไหน A. สนุกค่ะ เพราะหนูก็เป็นคนห้าวๆ อยู่แล้ว พี่ๆ เขาก็น่ารักค่ะ ตลกเฮฮาทำให้เราไม่เครียดนะคะ หนูก็คิดว่าการทำงานก็ไม่ลำบากมากค่ะ เพราะว่าเราสนุก เรามีเพื่อนวัยใกล้ๆ กันค่ะ ก็ทำให้เราเอ็นจอย แล้วเหมือนเราได้ไปเที่ยวกับเพื่อนมากกว่า เห็นเก้าตัวเล็กบอบบางขนาดนี้ เอาจริงๆ ถึกมาก เพราะว่าต้องขึ้นเขาไปถ่ายกลางหิมะ แล้วก็ขึ้นไปนี่หลักๆ ก็จะขึ้นไปกับพี่แน็กค่ะ เพราะว่าเราก็ต้องเข้าซีนหิมะด้วยกัน ซึ่งเราก็ต้องไปถ่ายบนเขา แล้วก็แบบไถลลงมา ภาพออกมาดีมาก แต่ใครจะรู้ไหมคะว่าหน้าชาเหมือนโดนตบเลยค่ะ หิมะตอนที่ไปถ่ายที่นิเซโกะนะคะประมาณลบ 7 ลบ 8 อะไรประมาณนี้นะคะ ถ้าขึ้นไปเล่นสกีในฉากนั้นที่มันเป็นหิมะบนเขา เป็นพายุหิมะหนักๆ ที่พี่ต้อมไปถ่ายหนูเล่นสกี อุณหภูมิก็ประมาณลบ 18 เลย เพราะฉะนั้นหนาวมาก มันโหดมากค่ะ มีพายุหิมะด้วยในวันนั้น แล้วจะต้องกลับลงไปข้างล่างให้ทันนะคะ แสงก็หมดเร็วมากๆ ค่ะ ด้วยความเป็นอากาศหนาว ตอน 4 โมงก็คือแสงก็จะหมดแล้วค่ะ พี่ต้อมก็เลยต้องพยายามถ่ายให้แต่ละเทคผ่านให้ได้ ความโหดคือหนูเล่นสกีครั้งแรกค่ะ ดีใจค่ะที่ตัวเองเล่นได้ เพราะมีสกิลในการเล่นไอซ์สเกตมาก่อนอะไรอย่างนี้ อีกอย่างที่เราไม่หวั่นเพราะเราภูมิใจที่ได้เป็นบุปผา (หัวเราะ) ส่วนตอนที่ต้องเดินขึ้นเขาสำหรับหนูก็ไม่ลำบากนะคะ เพราะมีกระเช้าเวลาขึ้นไปให้สูงๆ แล้วค่อยให้เราไถลๆๆๆ ลงมา แต่หนูสงสารที่สุดคือพี่ต้อมค่ะเขาก็ต้องจับกล้องอะไรอย่างนี้อยู่ตลอดเวลา เขาก็ต้องถอดถุงมือถือกล้องใช่มั้ยค่ะ คิดดูละกันกับอุณหภูมิขนาดนั้น ซึ่งแบบมือแข็งแน่นอนนะคะ คือของหนูยังมีถุงมือหรืออุปกรณ์สกี เล่นแล้วแบบยังสนุกๆ ใช่ไหมคะ   Q.สปิริตของแก๊งแฟนฉันเมื่อต้องถ่ายหนังท่ามกลางหิมะและอุณหภูมิติดลบด้วยชุด อันเดอร์แวร์ตัวเดียว A.พี่เขาต้องใส่กางเกงในแบบตัวเดียวอยู่ในหิมะ ที่เรียกว่าติดลบเลยทีเดียวนะคะ คือพี่เขามีสปิริตมากออกไปกลางหิมะเล่นกัน คือมันหนาวมากจริงๆ ค่ะ คืออธิบายตอนนี้นะคะ อากาศร้อนๆ ที่เมืองไทย คนดูอาจจะแบบไม่รู้ แต่ถ้าไปสัมผัส ณ วันนั้นนะคะ โดยเฉพาะพี่แน็ก พี่แน็กบอกว่าไม่หนาวเลย เขาชอบอากาศหนาวมาก   Q.จริงมั้ยที่ว่าเราจะได้เห็นแน็ก ชาลี มาพร้อมกับลุคโรแมนติก เท่ห์ๆ อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนโดยเฉพาะอย่างยิ่งโชว์ความสามารถในการแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ด้วย A.ค่ะที่ผ่านมาเคยเห็นผลงานของพี่แน็กมาบ้างค่ะ ตั้งแต่แฟนฉันชอบมาก เพราะว่าเป็นหนังที่รู้สึกมันมีความทรงจำอะไรเกี่ยวกับเราเยอะมาก เหมือนเราได้ย้อนวันวานเหมือนกันนะคะ ไม่คิดว่าเราโตขึ้นมาแล้วจะได้ร่วมงานกันป็นครั้งแรก ซึ่งก็ไม่เคยเห็นบทบาทพี่แน็กในความโรแมนติกนะคะ แล้วก็รู้สึกจริงจังกับชีวิตขึ้นมา เพราะปกตินี่หนูอยู่กอง คุยกับพี่แน็กก็จะรู้สึกแบบเอาสาระไม่ค่อยได้ พอทำงานกับพี่แน็กแล้ว เขาเป็นคนเก่งค่ะ แล้วในเรื่องเราก็จะได้เห็นพี่แน็กโชว์พลังเสียงของเขา เขาแบบเตรียมตัวมาดีมากค่ะ ไม่ว่าจะว่างตอนไหนพี่แน็กก็จะยกกีตาร์ขึ้นมาค่ะ แล้วก็ร้องเพลงให้คนทั้งกองฟังอยู่ตลอดเวลา จนคนทั้งกองนี่ร้องเพลงพี่แน็กได้ ประโยคเดียวที่ร้องกันได้ทั้งกองคือ *จะรออยู่ตรงนี้ให้เธอกลับมา* ทุกคนก็แบบว่าร้องกันอยู่ตลอดเวลา ส่วนเพลงที่พี่แน็กแต่งนะคะ ก็คือเป็นความหมายแทนตัวพระเอกนะคะ ซึ่งในเรื่องเป็นเพลงที่บอกความรู้สึกที่มีต่อโรสว่าเขารู้สึกอะไรอย่างนี้ค่ะ   Q. ทำไมต้องอาริกาโตะ ครั้งแรกที่ได้ยินชื่อ “บุปผาอาริกาโตะ” A. ทำไมบุปผาต้องอาริกาโตะ ในความหมาย ในความคิดของหนูนะ หลังจากพอได้ยินชื่อเรื่องของบุปผาอาริกาโตะ ก็พยายามมองว่าหรือคงเป็นบุปผาที่อยากจะขอบคุณคนดูรึเปล่า (หัวเราะ) หรือเหมือนว่าเป็นบุปผาที่จะต้องไปต่างประเทศ แล้วมันจะน่ากลัวเหมือนบุปผาไหม พี่ต้อมจะถ่ายยังไงให้มันน่ากลัว ทุกทีเรามักจะเห็นว่าผีมาจากที่มืดๆ แล้วจะถ่ายยังไงมองไปก็เห็นแต่หิมะสีขาว แต่เขาถ่ายกันได้ แล้วมันก็ออกมาหลอนด้วย เพราะว่าพี่ต้อมเขาก็จัดทุกอย่าง อยากจะให้ชมจริงๆ ค่ะ เพราะว่าทุกอย่างมันหลอนแน่นอนค่ะ คือด้วยความที่เป็นพี่ต้อมรับรองว่าคุณภาพนี่ สุดยอดค่ะ   Q. เก้ากับ 3 ลุคส์ ของบุปผาที่ไม่เคยเห็นมาก่อน A.ลุคส์แรกก็จะเป็นชุดบอดี้สูท ซึ่งอยากรู้ว่าชุดบอดี้สูทมีความหมายอะไรในเรื่องก็ต้องไปติดตามชมเอานะคะ และถ้าจะเห็นในโปสเตอร์ก็คือชุดกิโมโนก็จะมีความหมายของมัน แล้วก็อีกชุดหนึ่งเป็นชุดที่ใส่เล่นสกีนะคะ ซึ่งเป็นชุดที่เหมือนคนไทยไปต่างประเทศก็ต้องใส่ชุดสกี เพื่อที่จะออกไปเล่นสกีนะคะ ก็อยากให้ทุกคนติดตามมากกว่าคะว่ามันจะออกมาเป็นอย่างไร   Q. จับตาดูฉากหลอนโรแมนติกแต่สวยมาก A. มีอยู่ฉากหนึ่ง ซึ่งเป็นฉากโรแมนติกมากๆ นะคะ ไม่รู้โรแมนติกหรือว่าหลอนกันแน่ เพราะว่าเป็นฉากที่ในเรื่อง โรส จะต้องไปถ่าย MV ให้กับทางพี่แจ๊คนะคะ ซึ่งในเรื่องหนูก็ต้องยืนท่ามกลางหิมะ กับพี่แน็กสองคน แล้วพี่แน็กก็ต้องถอดเสื้อ แล้วก็ดีดกีตาร์ แล้วก็ยืนอยู่กลางหิมะ ซึ่งภาพที่ออกมานี่ เรารับรองว่ามันสวยอยู่แล้วนะคะ มันมีความเป็นหิมะโปรยปราย แบบว่าภาพดูโรแมนติกมากนะคะ แต่มองไกลๆ ก็อาจจะหลอนได้เหมือนกันนะคะ ต้องไปติดตามชมในเรื่องค่ะ   Q. ฝากผลงานภาพยนตร์เรื่องใหม่ของเก้าสุภัสสรา “บุปผาอาริกาโตะ” A. อยากชวนเพื่อนๆ มาดูหนังกัน ก็จะได้เสียงหัวเราะแล้วก็ได้ความน่ากลัวไปด้วยนะคะ แต่ว่าอยากให้คนเข้ามาโดยไม่ติดภาพบุปผาเลยนะคะ อยากให้ทุกคนได้ดูหนังผีแนวใหม่ แล้วก็ได้มาดูคอมมิดี้ที่พี่ๆ เขาเล่นกันน่ารักนะคะ ซึ่งพี่ต้อมก็ตั้งใจทำงานมากๆ ค่ะ พี่ๆ ทีมงานทุกคน รวมไปถึงพี่ๆ แก๊งแฟนฉัน อยากจะมาเห็นพี่ๆ เขาแบบตอนโตก็เข้ามาดูความน่ารักของพี่เขาได้นะคะ ก็ฝากด้วยนะคะ บุปผาอาริกาโตะ 5 พฤษภาคมนี้ค่ะ

แห่แชร์! กระทู้รณรงค์ให้ยืนหลังเส้น ระหว่างรอรับกระเป๋าที่สนามบิน
กระเป๋า /  ยืนหลังเส้น / 

โลกออนไลน์แห่แชร์กระทู้พันทิป รณรงค์ให้ยืนหลังเส้น ระหว่างรอรับกระเป๋าที่สนามบิน วันนี้ (25ธ.ค.) กลายเป็นประเด็นที่ผู้คนบนโลกออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกพันทิปท่านหนึ่งเข้าไปตั้งกระทู้รณรงค์ ให้คนไทยยืนหลังเส้น ระหว่างรอรับกระเป๋าที่สนามบิน เพราะตัวเจ้าของกระทู้เองมองว่า หากมีการยืนหลังเส้นตามที่กำหนดไว้ ก็จะเกิดความเป็นระเบียบ สะดวกต่อการไปหยิบสัมภาระ ผู้โพสต์ระบุข้อความไว้ดังนี้ เนื่องจากเดินทางไปต่างประเทศค่อนข้างบ่อย และสิ่งหนึ่งที่เห็นเป็นประจำ ระหว่างรอรับกระเป๋าที่โหลด ส่วนใหญ่มักจะเป็นกลุ่มคนไทย ที่ชอบจะเข้าไปยืนใกล้ ๆ คอยชะเง้อ เพื่อรอรับกระเป๋าของตัวเอง จากภาพจะเห็นว่ามีเส้นให้ยืนหลังเส้น เพื่อรอรับกระเป๋า ก็เข้าใจว่าคนข้างหน้ายืนล้ำเส้นก่อน คนข้างหลังและอีกต่อ ๆ มา ก็โดนบังไปเรื่อย ๆ ตนได้ลองนึกดูว่าถ้าเราทุกคนยืนหลังเส้น เราก็จะเห็นกระเป๋าเรามาแต่ไกล และทำให้เข้าไปหยิบได้ทัน แต่พอทุกคนยืนกันแบบนี้ บางครั้งกระเป๋าใหญ่ ๆ หนัก ๆ พอมาเห็นก็ใกล้ ๆ แล้ว ก็ลำบากมากในการหยิบของตัวเอง ช่วยกันเถอะผูกไว้ในจิตสำนึก ร่วมด้วยช่วยกัน สมมติว่าทุกคนยืนหลังเส้น และมีเพียงไม่กี่คนที่เขายืนในเส้น ตนคิดว่าเขาก็คงต้องกลับมายืนหลังเส้น เพราะเราช่วยกันนี่เป็นเพียงแค่เรื่องเล็ก ๆ ส่วนหนึ่ง แต่มันทำให้ตนหงุดหงิดทุกครั้งเวลารอรับกระเป๋า ตนหวังว่ากระทู้นี้ อาจจะเป็นกระบอกเสียงได้บ้าง เพื่อให้ทุกคนช่วยกันทำให้มันดีขึ้น MThai News ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก สมาชิกพันทิปหมายเลข 2883809 

ทำดีไม่หวังผล! แอมป์ เล่านาทีระทึก แบกคนหนีไฟไหม้!!
แอมป์ พีรวัศ /  หยก ธัญยกันต์ / 

ทำความดีแต่ไม่ป่าวประกาศจนผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือออกมาแชร์เรื่องราวดีๆ ผ่านโซเชียล พร้อมขอบคุณอย่างสุดซึ้งในความมีน้ำใจของพระเอกหนุ่ม แอมป์ พีรวัศ หลังเข้าช่วยแบกคุณยายวิ่งลงบันไดคอนโด 16 ชั้นที่กำลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ ล่าสุดเจอ หนุ่มแอมป์ ในงานบวงสรวงละครเรื่อง "คุณนายสายลับ" เจ้าตัวออกอาการเขิน! หลังสอบถามถึงเหตุการณ์ดังกล่าว เข้าใจมีทั้งกระแสชื่นชมและกล่าวหาสร้างภาพ ยืนยันทำไปโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนและไม่คิดว่าจะเป็นข่าว พร้อมฝากถึงทุกคนก็สามารถเป็นฮีโร่ได้ แค่หยิบยื่นน้ำใจให้แก่กัน!! "จริงๆ ผมไม่ได้อยากเป็นฮีโร่นะครับ เราช่วยปกติอยู่แล้ว คือวันนั้นประมานเที่ยงคืนที่ชั้นของผมไฟไหม้ ไหม้ห้องฝั่งตรงข้าม เราวิ่งลงมาจากชั้น 29 มาถึงชั้น 16 มีอาม่ายืนอยู่ เราเห็นแล้วว่าท่าทางจะลงไม่ได้แน่นอน เราก็เลยบอก อาม่าครับ มาขึ้นหลังผมเลย เค้าก็งงๆ ทำตัวไม่ถูก ผมก็บอกให้ขึ้นหลังเลย" "พอขึ้นหลัง คำแรกที่พูดเลยคือ ขอให้เจริญๆ นะ อวยพรอย่างเดียวเลย อวยพรยับเลย เราก็บอกให้อาม่ากอดแน่นๆ เค้าก็ไม่ค่อยกล้ากอดเรา เราบอกให้กอดคอเลย เสร็จปุ๊ปลงมาถึงชั้น 1 เอาไปวางไว้หน้าร้านกาแฟ อาม่าก็บอกว่า ลื้อไปดูอากงให้หน่อยที่ชั้น 16 ผมก็เดินย้อนขึ้นไปได้ประมาณชั้น 3 ก็เห็นอากงเดินลงมากับลูกแล้ว" "เค้าไม่ทราบครับว่าผมเป็นนักแสดง ผมไปไหนก็ไม่เคยบอกใครอยู่แล้ว เรื่องมันผ่านมาเมื่อวานซืนที่มีข่าวในพันทิป เพื่อนส่งมาให้ดู เมื่อวานกลับไปคอนโด ร้านที่คอนโดบอกว่าเค้าอยากเจอผมมากเลย เค้าจะเอาของมาตอบแทน ผมบอกว่าไม่ต้อง ขอบคุณมากเลย ผมไม่ได้หวังว่าจะได้อะไร อะไรช่วยเหลือกันได้ก็ช่วยกัน เป็นเรื่องปกติครับ" "พอเรื่องถูกแชร์แล้วมันจะมีทั้งดีและไม่ดี คือคนดีเค้าจะชื่นชมเรา ก็ขอบคุณสำหรับคนที่ชื่นชมผม แล้วก็จะมีอีกกระแสนึงที่บอกว่าสร้างภาพนู่นนี่นั่น บอกคนอื่นเค้าก็ทำได้ ผมจะบอกให้นะครับ คนที่เป็นฮีโร่หรืออะไรก็แล้วแต่ ไม่จำเป็นว่าจะต้องมีชุดยอดมนุษย์หรือแปลงร่างได้ ทุกคนมีพลังพิเศษติดตัวนะครับ เพราะฉะนั้นหยิบน้ำใจของตัวเองออกมา ทุกคนก็จะเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นผม" "คนชมว่าใจหล่อมากก็ต้องขอบคุณครับ อายเหลือเกิน (หัวเราะ) ไม่คิดว่ามันจะเป็นข่าวหรือจะเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร แค่สังคมไทยมีคนช่วยเหลือกันแค่นี้ก็พอแล้ว และผมว่ามันจะน่าอยู่ขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ประเทศไทยก็น่าอยู่ขึ้นเรื่อยๆ แล้วครับ ตอนนี้คนมองเป็นไอดอลของการทำความดีก็ดีใจครับ อยากให้เด็กๆ ทำ แต่ไม่ต้องทำตามผมก็ได้ครับ ทำอะไรก็ได้ที่เป็นเด็กดี ช่วยเหลือพ่อแม่ ตั้งใจเรียน ผมว่าแค่นี้คุณก็เป็นฮีโร่ของครอบครัวแล้ว แต่ถ้าเกิดกรณีคับขันเจอคนลำบาก ให้ตั้งสติดีๆ ผมว่ามันจะผ่านไปได้ครับ" "กับอาม่ายังไม่ได้เจอเลยครับ ผมออกมาทำงานทุกวันเลย แต่จะเจอหรือไม่เจอก็ไม่เป็นไรครับ บอกแล้วว่าผมช่วยไม่ได้หวังอะไรอยู่แล้ว มันเป็นเรื่องเล็กๆ ถ้าเกิดคืนนั้นผมวิ่งผ่านไปก็จะต้องมีคนดีมาช่วยเค้าอยู่แล้ว แต่จังหวะที่เราก็แข็งแรง เราก็ยังไหว คิดกลับกันว่าถ้าเราเป็นคนแก่คนนึงที่กำลังหนีจะลงจากบันได เราอายุเยอะเดินไม่ไหว แต่มันมีเด็กหรือผู้ใหญ่ใครสักคนมาช่วยเรา เราก็จะดีใจ เผื่อวันหน้าผมอาจจะกระดูกผุก็ได้นะ ก็อาจจะต้องการความช่วยเหลือเหมือนกัน" "ขอบคุณแฟนๆ หลังจากช่วยอาม่าก็มีคนติดตามผลงานผมมากขึ้น มีคนมาพูดถึงว่า เค้าดูเรามานานแล้ว แต่ไม่เคยชื่นชอบเราเลย แต่พอเค้าดูเราครั้งนี้ เค้าบอกจะติดตามเรา ก็ขอบคุณครับ" "ส่วนเรื่องความรักกับหยกก็เรื่อยๆ ดีครับ มีเวลาเจอกันน้อยมากเลย เพราะต่างคนต่างทำงาน รูปหวานก็ลงเรื่อยๆ นะ ช่วงนี้อาจจะไม่ค่อยได้ไปเที่ยวไหนเลยไม่ได้ลง ความสัมพันธ์ก็ยังแฮปปี้ปกติ คบกันมาประมาณ 5-6 ปีแล้ว" "เรื่องข่าวดียังไม่มี ต้องทำงานก่อนครับ เรามาจากศูนย์เพราะฉะนั้นเราต้องใช้เวลาเก็บเงินเยอะๆ แต่ด้วยอายุของผมมันก็ควรจะแต่งงานมีลูกได้แล้ว เพียงแต่ว่าตอนนี้ถ้าเราแต่งงานด้วยความไม่พร้อม ผมว่าผมสงสารลูก แล้วก็สงสารตัวเองด้วย เหมือนเรายังดูแลตัวเองยังไม่ดีเลย เอาคนอื่นมาดูแลด้วยมันจะหนักกว่าเดิม เพราะฉะนั้นขอใช้เวลาดีกว่าครับ" "ตัวผมเองก็มีคิดๆ ไว้นะว่าอยากจะแต่งงานสักอายุ 33 ปีตอนนี้ผม 29 แล้ว ก็ยังเป็นเรื่องของอนาคตอยู่ ผมคิดว่าการแต่งงานไม่ใช่ที่สุด ซึ่งที่สุดของคู่รักผมว่าเราอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขอันนี้ดีที่สุดนะ แต่ถ้าแต่งงานแล้วประกาศว่าวันนี้เป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามกฏหมาย แต่พอมาอีกวันเลิกกันอย่างเงียบๆ เพราะฉะนั้นมันไม่มีประโยชน์เลย" "ดังนั้นผมว่าอยู่กันแบบรักกัน ดีกันผมว่าโอเคแล้ว และทางครอบครัวผมและหยกก็ไม่ได้เร่งเลย รอจังหวะสบายๆ และตัวผมอยากมีลูกเลยนะก็เคยบอกหยก แต่ว่าผมยังไม่พร้อม ไหนจะค่าเทอม ค่ากิน ค่าเที่ยว ตอนนี้ขอโฟกัสงานก่อน ขอบคุณสำหรับโอกาส ผมจะทำให้ดีที่สุดครับ" แอมป์ กล่าว ขอบคุณภาพจาก IG @ammdevilll แอมป์ พีรวัศ แอมป์ พีรวัศ แอมป์ พีรวัศ แอมป์ พีรวัศ แอมป์-หยก แอมป์-หยก

อ.เจษฎา แจง ภูเขาหิมะแร่ใยหิน เป็นแค่เหมืองหินธรรมดา
ชลบุรี /  ภูเขาหิมะ / 

หลังจากมีการลือเรื่อง 'ภูเขาหิมะ' เต็มไปด้วย  'แร่ใยหิน' ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายถึงชีวิต ล่าสุดอ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ได้ออกมาชี้แจงถึงเรื่องราวดังกล่าวแล้ว หลังจากโลกสังคมออนไลน์ มีการแชร์ภาพ ซึ่งระบุว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ ซึ่งเรียกกันว่า ภูเขาหิมะ พร้อมทั้งมีการระบุว่า ตั้งอยู่บริเวณแยกคีรี จังหวัดชลบุรี ซึ่งแท้จริงแล้วมันคือ ภูเขาหินฝุ่น และเมื่อเกิดถูกน้ำ จึงกลายเป็นรูปทรงแปลกตา สวยงาม ทำให้มีนักท่องเที่ยวหลายราย แห่แหนกับไปเก็บภาพความสวยงาม ล่าสุดได้มีเพจชื่อว่า Modgazine ออกมาพูดถึงหัวข้อการเชิญชวนให้ชาวออนไลน์ เดินทางไปยังสถานที่ ภูเขาหิมะ หรือภูเขาที่เต็มไปด้วย 'แร่ใยหิน' ( Asbestos ) ซึ่งมีเพียงการพูดถึงความสวยงาม โดยปราศจากคำเตือนในด้านความปลอดภัย ทั้งยังไม่คำนึงถึงสุขภาพที่อาจจะเกิดขึ้น โดยไม่มีการเตือนถึงอันตรายของแร่ชนิดนี้ ซึ่งเป็นส่วนประกอบของวัสดุก่อสร้าง และส่งผลต่อสุขภาพ และสารพิษแก่ร่างกาย อาทิ คนงานในเหมือนแร่ใยหิน เมื่อได้รับเป็นเวลานาน สะสมจนกลายเป็นปริมาณที่มากขึ้น ทำให้ป่วยเป็นโรคปอด รวมถึงเป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง ทั้งนี้อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ได้ออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า 'ที่แชร์เตือนอันตรายกัน เรื่องอย่าไปเที่ยวภูเขาหิมะแร่ใยหิน ที่ชลบุรีนี่ ... เท่าที่เช็คจากกระทู้ในพันทิป ซึ่งอ.เจษฏาระบุว่า ภูเขาแห่งนี้เป็นแค่เหมืองหินธรรมดา ซึ่งเกิดจากการขุดหินไปผสมกับคอนกรีต ไม่ใช่แร่ใยหินซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งอันตราย แต่ถึงกระนั้น การไปเที่ยวเหมืองหินเพื่อถ่ายรูปเล่นแบบนี้ ก็ต้องระวังมากๆๆ ครับ เพราะมันอันตรายจากการสูดดมฝุ่นหินเข้าปอดได้ ซึ่งถ้าดมเข้าไปมาก ก็สามารถทำให้ปอดอักเสบได้ หรือถ้าบ่อยครั้งก็กระตุ้นให้เกิดมะเร็งได้เช่นกัน แม้ว่าจะไม่ได้รุนแรงเท่ากรณีของแร่ใยหินก็ตาม เวลาไป ใส่หน้ากากอนามัยกันฝุ่นก็พอช่วยได้ แต่คงถ่ายเซลฟี่ไม่สวยแน่ๆ' ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก Jessada Denduangboripant

ปลื้มใจ! 6 บัณฑิตกตัญญู ไม่อายถึงแม้ครอบครัวยากจน
รับปริญญา /  ลูกกตัญญู

หลังจากที่ผ่านมาบนโลกโซเชียลได้แชร์ภาพของบัณฑิตสวมชุดครุยก้มกราบเท้าพ่อที่ทำอาชีพขับรถกวาดขยะ เป็นภาพที่ทุกคนรู้สึกประทับใจและชื่นชมกันเป็นจำนวนมาก วันนี้ทีนเอ็มไทยก็เลยขอรวบรวมโมเม้นท์สุดประทับใจจาก 6 บัณฑิตกตัญญู ไม่อายถึงแม้ครอบครัวยากจน มาให้เพื่อนๆได้ชมกันอีกสักครั้ง .. ถึงแม้ว่าพ่อแม่เราจะไม่รวยล้นฟ้า หรือจะประกอบอาชีพใดๆก็แล้วแต่ แต่เชื่อเถอะว่าที่ท่านทำงานหนักทุกวันนี้ก็เพื่อลูกที่ท่านรัก ส่งเราเล่าเรียนหนังสือ เติบโตเป็นคนดี และเมื่อวันที่เราประสบความสำเร็จก็จงอย่าลืมคนข้างหลังที่คอยเป็นทั้งแรงใจ แรงกาย ส่งคุณเดินไปยังจุดหมายนะ .. ^^ ปลื้มใจ! 6 บัณฑิตกตัญญู ไม่อายถึงแม้ครอบครัวยากจน ปลื้มใจ! 6 บัณฑิตกตัญญู ไม่อายถึงแม้ครอบครัวยากจน 1. ลูกชายพนักงานขับรถเก็บขยะ คว้าใบปริญญาจุฬาฯ พร้อมสวมชุดครุยกราบเท้าพ่อ นายกล้าณรงค์ ศรีสกุล หรือ แม็ก บัณฑิตจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในวันที่เขาเรียนจบ เขาได้สวมชุดครุยเข้าไปก้มกราบพ่อ เขาไม่อายใครที่พ่อทำอาชีพขับรถเก็บขยะ เขาได้เขียนบรรยายความรู้สึกของเขาที่มีต่อพ่อไว้ โดยคนบนโซเซียลแชร์ และทำให้หลายคนประทับใจและชื่นชมเป็นจำนวนมาก ลองไปอ่านเรื่องราวที่เขาเขียนไว้กันค่ะ .. ว่าด้วยเรื่องของพ่อ พ่อผมทำงานที่ไม่ได้เลิศหรูอะไรหลายคนคงนึกภาพไม่ออก แต่ภาพที่พ่อทำงานผมเห็นมาตั้งแต่เด็ก ก็เคยไปทำงานกับพ่อนั้นแหละพ่อเป็นพนักงานขับรถเก็บขยะ งานที่ทำพ่อบอกเสมอว่าต้องแย่งหนอนกิน คือแย่งหนอนที่อยู่ในขยะ เป็นการเปรียบเทียบ สมัยเด็กหลายครั้งที่อายในความเป็นตัวพ่อ ว่าทำไมพ่อเราไม่แต่งชุดเท่ๆแบบพ่อคนอื่น ที่เป็น ทหาร ตำรวจ ทำไมนะพ่อไม่เท่เลย พอโตขึ้นเรากับพ่อเหมือนมีความฝันร่วมกัน พ่อผมจบน้อยเรียนไม่สูงแค่ ป.4 ความฝันของพ่อคือการเห็นลูกเรียน พ่อบอกเสมอว่าไม่มีสมบัติอะไรจะให้ได้อย่างครอบครัวอื่นเค้า แต่ให้ได้คือโอกาสทางการศึกษา ผมมีความฝันอยากเป็นทหาร แต่พ่อไม่มีความรู้ เราก็งมไปด้วยกัน เหนือยไปด้วยกัน ผมสอบไม่ติดเตรียมทหาร ผมเข้าใจว่าพ่อไม่ร้องไห้แต่มารู้ที่หลังว่าพ่อแอบไปร้องไห้ ผมยังไม่เคยทำความสำเร็จได้ซักครั้ง ตอนประกาศผลสอบจุฬา พ่อไม่ทำงานลางานเพื่อมาดูผลสอบของเราว่าเราผ่านไหมพ่อบอกว่าพ่อมีความสูขลุ้นระทึกมาก จนเมื่อผลสอบว่าติดพ่อบอกนั่งน้ำตาซึม จุฬามันคือความภูมิใจของครอบครัวเล็กๆของผม ตอนเรียนมหาลัย มีครั้งหนึ่งตอนปี4 พ่อโทรมาถามว่าน้อยใจไหมที่มีพ่อเป็นพ่อ เรา: น้อยใจเรื่องอะไร พ่อ : ก็ที่พ่อให้ได้ไม่เท่าพ่อคนอื่นอยากไปไหนอยากกินอะไรก็ได้ไม่เต็มที ต้องประหยัด เรา : พ่อ พ่อจบมาเท่านี้ทำงานเท่านี้ แต่พ่อสามารถทำให้ลูกคนเก็บขยะคนนี้มายืนตรงนี้ได้ แม็กไม่เคยคิดว่าน้อยหน้าใคร และแม็กภูมิใจที่มีพ่อเป็นพ่อ พ่อ : เงียบ เหมือนได้ยินเสียงสะอึ้นผ่านทางโทรศัพท์ เรา : น้ำตาซึมไปด้วย อยากพูดอะไรหลายอย่างในหัวมันเต็มไปหมดแต่พูดไม่ออก วันนี้ถ้าให้พูดก็คงลำบากขอเรียบเรียงเป็นข้อความให้พ่อ่านสั้นๆ ขอบคุณที่มีพ่อเป็นพ่อ ขอบคูณที่สนับสนุนทุกอย่าง ขอบคุณที่เหนื่อยไปด้วยกัน ร้องไห้ด้วยกัน ซึมไปด้วยกัน วันนี้ก็อยากให้พ่อมีความสุขกับความสำเร็จที่เราเหนือยมาด้วยกัน ขอบคุณจริงๆ ลูกคนเก็บขยะคนนี้ทำให้พ่อของมันภูมิใจได้แล้ว พ่อไม่ต้องอายอะไรใครทั้งนั้น เพราะพ่อคือพ่อคนดีที่หนึ่ง ไม่แพ้ใคร แม็กภูมิใจ 2. เมื่อเราไปถ่ายชุดครุยกับพ่อแม่ที่ 'ทุ่งนา' บัณฑิตสาวคนนี้ได้ตั้งกระทู้ในพันทิป "เมื่อเราไปถ่ายชุดครุยกับพ่อแม่ที่ 'ทุ่งนา'" เธอไม่อายที่บอกว่าตัวเองเป็นลูกชาวนา หลังจากเรียนจบมัธยมปลาย ก็ตัดสินใจเรียนต่อที่คณะศิลปศาสตร์ เอกสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และสามารถคว้าใบปริญญามาครองในเวลาเพียง 2 ปีครึ่งเท่านั้น! ซึ่งเธอเล่าอีกว่าเงินทุกบาททุกสตางค์เธอหาใช้เองโดยไม่ขอพ่อแม่เลย "ชีวิตที่ต้องตั้งใจทำงาน และตั้งใจเรียน อ่านหนังสือ ไปพร้อมๆกับ ส่งตัวเองเรียน โดยไม่รบกวนพ่อแม่เลยสักบาท มันก็ภาคภูมิใจอย่างบอกไม่ถูกนะคะ ปริญญานี้เราทำเพื่อพ่อเพื่อเเม่ ถ้าไม่มีท่านทั้งสอง เราก็ไม่มีวันนี้ เราเลยให้พ่อแม่ใส่ชุดครุยและถ่ายรูปที่ท้องนา ด้วยความภาคภูมิใจค่ะ และแล้วเราก็จบอย่างที่ตั้งใจ จริงๆ เรารับ ปริญญาปี 59 แต่ช่วงนั้นไม่แน่ว่าเราอาจเข้าร่วมพิธีไม่ได้ แต่เราก็อยากให้พ่อแม่เห็นความสำเร็จของเรา และเห็นเราใส่ชุดครุย เราเลยเลือกวิธีนี้ค่ะ ^^  กลับไปถ่ายรูปกับพ่อแม่ที่บ้าน" 3. มิน ชาวเขาเผ่าม้งยอดกตัญญู “ท้อแค่ไหน ก็จะผ่านไปเอง ให้ตั้งใจเรียน อย่าให้พ่อแม่ผิดหวัง” นายพิศุทธิ์ คีรีธระกุล หรือ มิน หนุ่มชาวเขาเผ่าม้ง ในจังหวัดน่าน ที่บ้านประกอบอาชีพทำไร่ทำสวน แม่เสียไปตั้งแต่เขายังเล็กๆ เขามีพี่น้อง 5 คนก็ล้มหายตายจากไปทีละคน เหลือเพียงเขาที่เป็นคนสุดท้องและพี่ชายคนโต ส่วนพ่อเป็นใบ้ และเริ่มมีอาการซึมเศร้าหลังจากที่แม่เสีบ และหลงลืมจนจำไม่ได้แม้แต่ลูก มินเป็นสามเณรตั้งแต่ ป.1 ถึง ม.6 จากนั้นจึงสึกมาเรียนต่อ ปวส.และสามารถสอบเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย คณะบริหารธุรกิจ สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ปัจจุบันเปิดร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ ชื่อร้าน PS คอมพิวเตอร์ใน อ.เชียงกลาง จ.น่าน มิน พิศุทธิ์ ได้บอกว่าตอนเรียนในช่วงเรียน ปวส. เป็นช่วงที่หนักหน่วงมากๆ เขาจำเป็นต้องไกลพ่อไกลพี่หนีห่างมาเรียน และเมื่อมาถึงวันรับพระราชทานปริญญาบัตร พ่อและพี่ชายไม่สามารถมาได้ เขาจึงหอบชุดไปกลับบ้านเกิดไปถ่ายรูปกับพ่อเองซะเลย โดยเขาพูดข้างๆ หูพ่อว่า "ผมเป็นลูกพ่อนะ ผมเรียนจบแล้วครับพ่อ พ่อก็ยิ้มๆ ตอบกลับมาให้ผม" "เคยคิดโทษตัวเองบ่อย ๆ ว่าทำไมเราต้องอยากเรียน คนที่เขามีพ่อมีแม่ที่ดี หาเงินให้ใช้ทำไมเขาถึงไม่อยากเรียน แต่เราไม่มีอะไรเลย ทำไมต้องอยากเรียนด้วย ผมท้อหลายครั้ง เพราะผมก็ไม่ใช่เด็กเรียนเก่ง เคยได้เกรดมากสุดแค่ 2.9 แต่ก็มีความสุขที่ได้เรียน อยากเรียน และด้วยที่ผมอยากเรียนผมก็เลยต้องสู้ครับ ฐานะทางบ้านผมแค่มีข้าวให้พ่อให้พี่กินอิ่มท้องก็ลำบากแล้ว ตอนนั้นผมก็ต้องทำงาน และเอาเงินไปจ่ายค่าเทอมครับ แต่โชคดีที่คุณครูก็ยอมให้ค้างค่าเทอมได้  ผมแบ่งไว้ว่าเงินที่ทำงานได้มา จะจ่ายค่าเทอมก่อนเสมอ ที่เหลือค่อยมาใช้อยู่กิน แต่ช่วงปี 3 ก็โชคดีขึ้นมาหน่อย เพราะผมกู้ทุน กยศ.ของมหาวิทยาลัย ได้ครับ คุณสมบัติผมผ่าน ก็เลยมีเงินมาจ่ายค่าเทอมครับ” 4. บัณฑิตให้คุณพ่อซึ่งเป็น รปภ. ติดเข็มที่ชุดครุย เป็นอีกภาพความประทับใจที่ทำให้ยิ้มทั้งน้ำตากันเลยทีเดียว ระหว่างบัณฑิตหนุ่มให้คุณพ่อซึ่งเป็น รปภ. ติดเข็มที่ชุดครุยให้ และเขาได้บรรยายข้อความไว้ว่า  "เพราะพ่อลำบากมามากพอแล้ว ของขวัญที่ลูกทำให้พ่อ เพื่อแลกกับรอยยิ้มของพ่อ" ^^ 5. ยุทธ ยุทธพลต์ โสภณชื่นสุวรรณ บัณฑิตจากคณะศิลปศาสตร์ สาขาพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยพะเยา ถ่ายภาพคู่กับคุณแม่ในชุดชาวเขาเต็มยศ เป็นภาพความประทับใจในวันที่เขาเรียนจบ 6. บัณฑิตสาวอินโดฯ นั่งสามล้อปั่นของพ่อมางานรับปริญญา นางสาวราเอนี (Raeni) บัญฑิตจากคณะเศษฐศาสตร์ วิชาเอกการศึกษาการบัญชี ของมหาวิทยาลัย Universitas Negeri Semarang (Unnes) ในวันรับปริญญาได้เธอเดินทางมาพร้อมกับคุณพ่อโดยรถสามล้อถีบ ซึ่งคุณพ่อของเธอมีอาชีพปั่นสามล้อ แต่เนื่องจากรายได้ไม่แน่นอนคุณพ่อก็ต้องทำงานเสิรม โดยการเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในช่วงกลางคืนให้กับโรงเรียนแห่งหนึ่ง และถึงแม้ฐานะทางบ้านเธอจะไม่ได้ร่ำรวยแต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกว่าสิ่งนี้เป็นอุปสรรค หรือเธอด้อยค่าไปกว่าคนอื่น เธอเป็นเด็กตั้งใจเรียนมากๆ พ่อของเธอบอกว่าที่เธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้ก็เพราะผลการเรียนอันยอดเยี่ยมของเธอเอง และในวันที่เรียนจบก็ได้รับรางวัลนักศึกษาดีเด่นโดยมีผลการเรียน GPA 3.96 ขอบคุณข้อมูล  facebook Klanarong Srisakul, http://pantip.com/topic/34244505, blog.eduzones.com

คู่กรณีรุมแฉ!! ปุ๋ย เธียยะเกศ จ่ายเช็คเด้งซื้อรถหรู 5 ล้าน
ปุ๋ย เธียยะเกศ /  ปุ๋ย อังคณา / 

งานเข้า!! นักแสดงช่อง 3 ปุ๋ย เธียยะเกศ ไอยสุรางฆ์ หรือชื่อเดิม ปุ๋ย อังคณา สุระเรืองชัย นักแสดงสาวจากซีรี่ส์เลือดมังกร ตอนเสือ, ละครมาลีเริงระบำ และยังเป็นอดีตนักร้องโดโจ วงมิสเตอร์ซิสเตอร์ (Mr.Sister) หลังถูกเสี่ยเจ้าของเต็นท์รถดังย่านประเวศ งัดหลักฐานแฉกรณีสั่งจ่ายเช็คเด้งซื้อรถหรู Camaro ราคากว่า 5 ล้านบาท!! ด้วยความที่ สาวปุ๋ย เป็นดารา คู่กรณีจึงไว้ใจให้นำรถกลับไปก่อน โดยการจ่ายมัดจำ 938,832 บาท ส่วนอีก 4.1 ล้านบาท แบ่งชำระเป็นรายเดือนๆ ละ 84,671 บาท ซึ่งทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัทหนึ่ง จากวันตกลงทำสัญญาจนถึงวันนี้ 1 ปีครึ่งแล้วก็ยังไม่ได้ทำการเปลี่ยนชื่อผู้เช่าซื้อจาก เสี่ยเต็นท์รถ เป็น สาวปุ๋ย และเจ้าตัวก็จ่ายเงินตรงบ้าง ไม่ตรงบ้าง แถมช่วงหลังไม่จ่ายเลยจนครั้งสุดท้ายดาราสาวเซ็นเช็คให้ 24 ฉบับล่วงหน้า แต่เมื่อนำมาขึ้นเงินปรากฏว่า...เช็คเด้ง!! ล่าสุดมีบุคคลหนึ่งส่งข้อความร้องเรียนกับสื่ออ้างเป็นคู่กรณีกับ สาวปุ๋ย เช่นเดียวกัน รวมทั้งมีผู้ใช้รายหนึ่งตั้งกระทู้ในเว็บไซต์พันทิป ระบุว่า ตนได้รับมอบหมายจากคู่กรณีหลายๆ คนให้ติดตามทวงคืน นอกจากรถหรู camero ราคา 5 ล้านบาท ยังมีรถยนต์ เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ ซึ่งคันนี้ติดตามคืนได้แล้ว เหลือแต่รถ Camero และรถ BMW ที่ยังไม่สามารถติดตามคืนได้ ที่ผ่านมาได้รับการตอบกลับเพื่อยื้อเวลามาตลอด จนล่าสุดไม่สามารถติดต่อดาราสาวและครอบครัวได้เลย อย่างไรก็ตามเรื่องนี้อยู่ในกระบวนการทางกฏหมาย คงต้องรอให้ สาวปุ๋ย ออกมาชี้แจงเรื่องดังกล่าวด้วยตัวเองอีกครั้ง... ขอบคุณภาพจาก Fanpage DOJOCITY, siamdara, tvpool ผู้ร้องเรียนเป็น คู่กรณีอีกคน ของ สาวปุ๋ย กระทู้พันทิป ผู้ได้รับมอบหมาย จากคู่กรณีปุ๋ย ปุ๋ย เธียยะเกศ ปุ๋ย เธียยะเกศ ปุ๋ย เธียยะเกศ ปุ๋ย เธียยะเกศ

เป้ วง Mild เปิดใจ!! ปมปัญหาคบซ้อน
Mild /  บดินทร์ เจริญราษฎร์ / 

18 กันยายน 2558 -- จากกรณีที่เกิดขึ้นระหว่าง เป้ (บดินทร์ เจริญราษฎร์) นักร้องนำวง Mild กับแฟนสาว ที่ออกมาโพสใน พันทิป ว่าแอบมีสัมพันธ์คบซ้อน กับดาราสาวช่องมากสี จนกลายเป็น ประเด็นดราม่าในขณะนี้ ล่าสุด เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา เป้ วง Mild ก็ได้ออกมาชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าว ต่อพี่ๆ สื่อมวลชน "ผมเป็นคนทำให้เรื่องทุกอย่างมันเกิดขึ้นเอง ผมขอรับชอบเพียงผู้เดียว และขอเคลียร์กับน้องเขาเอง เป็นการส่วนตัวนะครับ ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นในกระทู้ ช่วงวันสองวันมานี้ ขอยืนยันว่า ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับมือที่สาม ผมเลิกกับพิง ด้วยเหตุผลส่วนตัวครับ ไม่ได้เกี่ยวกับ หมิว สิริลภัส และผมต้องขอโทษทุกคนที่เกี่ยวข้อง ขอโทษ พิง และ แม่ของพิงด้วยครับ" ในกระแสสังคมออนไลน์ ตีความไปต่างๆ นานาแล้ว "ขอให้ทุกคนเข้าใจตรงกันก่อนนะครับ ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของผม กับ พิง ซึ่งเกิดขึ้นมาได้สักพักแล้วครับ คือหลายๆคนอาจจะมองผ่านโซเชียล หรืออะไรก็ตาม แน่นอน คือไม่มีใครหรอก ที่จะเอาสิ่งที่ไม่ดีในบ้านของเราเอง ออกมาให้คนอื่นได้เห็นหรอก และยิ่งการที่เราอยู่ใน สปอตไลท์ ภาพที่ดีมันเป็นสิ่งสำคัญ เราทั้งคู่ อยากเห็นทุกคนมีความสุข นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราเลือกที่จะเอาสิ่งดีๆ ออกมามากกว่า เราไม่เคยเอาเรื่องทะเลาะกันออกมาพูด ผมว่ามันไม่จำเป็นด้วยซ้ำครับ" แล้วสาเหตุที่ฝ่ายหญิงออกมาโพสล่ะ "ผมไม่ขอพูดถึงนะครับ อาจจะเป็นไปได้ว่า เขาอาจจะโกรธ หรือด้วยอารมณ์ หรืออะไรก็ตาม ตอนนี้มันเกิดขึ้นมาแล้ว ผมขอรับผิดชอบล่ะกันครับ ผมเป็นคนบอกเลิกกับเขาเอง" กับข่าวที่เกิดขึ้น มีผลกระทบมากขนาดไหน กลัวแฟนเพลงจะรับได้หรือไม่ "มียอด Followers เพิ่มขึ้นครับ (หัวเราะ) เรื่องแฟนเพลงผมเชื่อว่าแฟนคลับวงมายด์เข้าใจ และแยกแยะได้ครับ" เพลง Sayonara นี่ ตรงกับช่วงที่มีข่าวพอดี นี่เป็นการโปรโมทงานเพลงหรือเปล่า "(หัวเราะ) ไม่เกี่ยวครับ งานก็ส่วนงานครับ แต่จังหวะมาโดนพอดี วง Mild ไม่เคยมีกระแสอะไรพวกนี้อยู่แล้วครับ นี่เป็นครั้งแรก ผมเองก็ไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้น ยอมรับว่า โลกโซเชียลมันแคบลง สุดท้าย มันก็เลยออกมาเป็นแบบที่เห็นครับ" และสุดท้าย เป้ ก็ขอฝากให้แฟนๆ ที่รักวง Mild ติดตามผลงานต่อไป และเหตุการณ์ดังกล่าว หนุ่มเป้บอกว่า ไม่เกี่ยวกับเพื่อนๆ สมาชิกในวง เขาขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เงิบเป็นแถว!! กระทู้มาแรง นักฟุตบอลไทยคนไหนเป็นคู่เกย์ ?
กระทู้ฮาพันทิป /  นักฟุตบอลไทยคนไหนเป็นคู่เกย์ / 

กระทู้นี้ยืนยันชัดเจนว่าคนไทย..เป็นคนตลก!! เมื่อมีชาวเน็ตตั้งกระทู้บนเว็บ พันทิป "นักฟุตบอลไทยคนไหนเป็นคู่เกย์ ?" ซึ่งคำตอบที่ได้ พากันหงายท้องไปเป็นแถว เพราะเขาคนนั้นก็คือ "ธนบูรณ์ เกย์สารัช" ทำเอาชาวเน็ตที่เข้าไปอ่านฮากระจาย :D พร้อมกับมีหลายความเห็นต่างเข้ามาปล่อยมุขเด็ดดวงอีกเพียบ(โดยเฉพาะเจ้าของกระทู้) อาทิ เช่น หลากหลายคอมเม้นท์แฟนบอลที่เข้ามาปล่อยมุข ต่อจาก นักฟุตบอลไทยคนไหนเป็นคู่เกย์ ? นักฟุตบอลคนไหนขี้เซา? ตอบ ชารีล หลับปุ๋ย นักฟุตบอลคนไหนเจ้ามือไม่ชอบ? ตอบ ป๊อกเก้า อนันต์ นักฟุตบอลคนไหนเป็นคุณพ่อที่ใจร้าย? ตอบ ธนา กระชากบุตร นักฟุตบอลคนไหนคิดเลขนาน? ตอบ มงคล ทดซะไกล นักฟุตบอลคนไหนชอบฆ่าสัตว์? ตอบ ธีรศิลป์ แทงปลา นักฟุตบอลคนไหนมีห้าสี? ตอบ อนาวิน จูเรนเจอร์ นักฟุตบอลคนไหนชอบเล่นของสูง? ตอบ ศิวรักษ์ เธอสูงเกิน นักบอลคนไหนนมใหญ๋สุด? ตอบ นฤบดีน วีรวัฒโนตม นักฟุตบอลคนไหนไม่มีความรับผิดชอบ? ตอบ เกียรติประวุฒิ สายแล้วววว นักบอลคนไหนชอบอวดรวย? ตอบ ประทุม ชูทอง นักบอลคนไหนอยู่เบื้องหลังการใกล้สูญพันธุ์ของสัตว์? ตอบ กวิน ทำสัตว์จะ none(ไม่มี) นักฟุตบอลคนไหนชอบ งง? ตอบ ชนาธิป สงกระสัย นักบอลคนไหนเป็นเกษตรกร? ตอบ ธีรศิลป์ ดำนา นักบอลคนไหนพึ่งสึกออกมา? ตอบ ทิด ตอง โด นักบอลคนไหนชอบพูดประจบประแจง? ตอบ สารัช อยู่เป็น และอื่นๆอีกมายมายนับไม่ถ้วน >> pantip.com/topic/34999094

คนนี้ไง! แบมแบม สาวหน้าใสที่คว้าใจ เจ้านาย ลูกเจ เจตริน
ดาวโรงเรียน /  เจ้านาย จินเจษฎ์ วรรธนะสิน / 

หลังจากที่ลูกชายครอบครัววรรธนะสิน ทั้ง เจ้านาย เจ้าขุน เจ้าสมุทร ได้กลายเป็นสมบัติของชาติไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งชะนีเล็ก ชะนีใหญ่ เก้ง กวาง ต่างก็กรี๊ดกร๊าดขอสมัครเป็นลูกสะใภ้กันยาวเหยียด แต่ดูเหมือนว่า หนึ่งใน 3 หล่อนี้มีสาวที่แอบปลื้มซะแล้ว! อยากรู้ใช่ไหมว่าเธอจะน่ารักขนาดไหนตามทีนเอ็มไทยไปดูกันเลย .. คนนี้ไง! แบมแบม สาวหน้าใสที่คว้าใจ เจ้านาย ลูกเจ เจตริน คนนี้ไง! แบมแบม สาวหน้าใสที่คว้าใจ เจ้านาย ลูกเจ เจตริน หลังงจากที่หลายคนต่อคิวสมัครเป็นลูกสะใภ้  คงต้องน้ำตาตกในกันเป็นแถวแน่ๆ เมื่อสมาชิกพันทิป หมายเลข 1978661 ได้เสาะหาข้อมูลว่าสาวคนไหนเป็นสาวในสเปคของ เจ้าขุน และเจ้านาย เพราะก่อนหน้านี้พ่อเจให้สัมภาษณ์ว่า ลูกๆ ก็เริ่มมีความรักกันแล้ว แถมพ่อของฝ่ายหญิงยังมาบอกพ่อเจอีกว่าลูกชายโทร. หาลูกสาวเขาบ่อยๆมากๆ อุต๊ะ! งานนี้จะพลาดชาวเผือกไปได้อย่างไร ก็เลยไปค้นๆ และพบว่า สาวคนที่พูดถึงนี้อาจจะเป็นน้องแบมแบม ฐิตารีย์ คนนี้ก็เป็นได้ เพราะพ่อของทั้งคู่รู้จักกัน โดยพ่อ(พี่บอย) ของแบมแบม เป็นคนคุมดนตรี Extra Band และเป็นทีมงานเบื้องหลังของคอนเสิร์ตค่ายเอไทม์ ส่วนตัวเจ้านายและน้องแบมแบมก็มีกดไลค์รูปและฟอลโล่กันในอินสตาแกรม ประวัติแบมแบม ฐิตารีย์ แบมแบม ฐิตารีย์ สาวน้อยเน็ตไอดอล ที่มีดีกรีเป็น Miss pretty doll 2015 มีน้องสาว 1 คนคือ น้องเบลล์ จากรั้วโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน ชื่อ : ฐิตารีย์ ภัคศิริชยานนท์ / Thitaree Paksirichayanon กำลังศึกษาอยู่ที่ : โรงเรียนพระหฤทัยนนทบุรี ความสามารถพิเศษ : ร้องเพลง, เต้น งานอดิเรก : ฟังเพลง, ดูหนัง แหล่งช้อปปิ้ง : สยาม เมนูโปรด : ซูชิ, พิซซ่า, ชีส สีโปรด : สีชมพู ผลงานที่ผ่านมา : MV รักแล้วไปไหน (after love) Min Kamikaze, Miss Pretty Doll 2015 (อันดับ 1), ถ่ายแบบของ Pretty Doll รุ่น BamBam IG : bambam_thitaree Facebook : Thitaree Paksirichayanon อ่นข้อมูลน้องแบมแบมเพิ่มเติมได้ที่ http://teen.mthai.com/campus_star/96245.html ประวัติข้อมูลโดย teen.mthai.com (หากนำไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยค่ะ) ขอบคุณข้อมูล สมาชิกพันทิป หมายเลข 1978661 ขอบคุณรูปภาพ @bambam_thitaree, @jaonaay ข่าวที่เกี่ยวข้อง  ชะนีไทยใจแป้ว!! สาวหน้าใส แบมแบม หนึ่งในใจน้องเจ้านาย http://gossipstar.mthai.com/gossip-content/54061

ชวนปั่นจักรยานตามเส้นทางสายวัฒนธรรมไทย-ลาว-ยวน กับ  A Long Way Home Trip @หนองแซง จ.สระบุรี
ปั่นจักรยาน /  หนองแซง / 

ชวนปั่นจักรยานตามเส้นทางสายวัฒนธรรมไทย-ลาว-ยวน กับ  A Long Way Home Trip @หนองแซง จ.สระบุรี ขอยอมรับตามตรงว่าเป็นแฟนคลับของคู่รักนักเดินทางที่ใช้นามปากการ่วมกันว่า Pakaprich มานานพอควร เริ่มตั้งแต่ที่ทั้งคู่ตั้งกระทู้เล่าเรื่องการเดินทางสายทรานส์-ไซบีเรียโดยรถไฟ เริ่มต้นที่เมืองนอตทิงแฮม ประเทศอังกฤษ สู่ปลายทางกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย จนได้ขึ้นกระทู้ปักหมุดในพันทิป หลังจากนั้นก็มีแฟนเพจเป็นของตัวเอง และตอนนี้ทั้งคู่ก็ได้ออกพ็อกเก็ตบุ๊คบันทึกการเดินทางเป็นของตัวเองในชื่อ ‘A Long Way Home 71 วัน ปลายทางคือบ้าน ระหว่างทางคือเรา’ โดย สำนักพิมพ์ Her Publishing ในเครือโมโนกรุ๊ป ซึ่งผมมีโอกาสได้อ่านแล้วชอบมากครับ โดยส่วนตัวผมไม่คุ้นเคยว่าหนังสือกับการจัดกิจกรรมจะเป็นไปในรูปแบบไหนได้บ้าง แต่ล่าสุดสำนักพิมพ์ Her Publishing ในเครือโมโนกรุ๊ป ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานลพบุรี ชวนแฟนนักอ่านมาปั่นจักรยานกันโดยรถไฟตามรอยการเดินทางในหนังสือ กับคู่รักนักเดินทาง “โบ๊ท - ภควัติ ทองเจริญ” และ “ฝ้าย - ปริชญา สุทธิเวทย์” แห่ง Pakaprich ในกิจกรรม “ปั่นเลียบเลาะคันคลองท่องวัฒนธรรมไทย-ลาว-ยวน จังหวัดสระบุรี” เมื่อวันเสาร์ที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา เดิมผมป็นคนที่ชอบการท่องเที่ยวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และตอนนี้กำลังมีความสุขกับการปั่นจักรยานที่เป็นทริปแบบปั่นไปเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ ยิ่งไปกันเป็นทีม ยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่ ผมจึงไม่รอช้า รีบสมัครเข้าร่วมกิจกรรมทันที ทริปนี้เริ่มต้นที่สถานีรถไฟหัวลำโพง (กรุงเทพฯ) ตั้งแต่ 6.30 น. ทีมงานตั้งโต๊ะลงทะเบียนที่หน้าชานชาลา แจกเสื้อทีม พร้อมขนมและน้ำดื่มรองท้อง ก่อนจะถ่ายรูปร่วมกันและเตรียมตัวขนจักรยานขึ้นขบวนรถไฟพิเศษมุ่งหน้าสู่สถานีรถไฟหนองแซง อำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี ทริปนี้มีนักปั่นที่เป็นแฟนหนังสือเข้าร่วมกิจกรรมถึง 60 คน ทุกคนล้วนเตรียมตัวมาอย่างดี และมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ระหว่างเดินทางมีการจัดกิจกรรมสันทนาการสนุกๆ จากทีมงานเรียกเสียงหัวเราะได้เป็นอย่างดี ทำให้บรรยากาศไม่น่าเบื่อ พร้อมทั้งมี SIX-P เวย์เจลลี่ รสช็อคโกแล็ตของอร่อยจากผู้สนับสนุนใจดีมีให้ชิมตลอดทาง ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก็ถึงที่หมายตามกำหนดเวลาทันพอดี (ไม่น่าเชื่อ) เมื่อถึงสถานีหนองแซง ก็ได้เวลาเปิดกิจกรรมอย่างเป็นทางการโดยนายอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลพบุรีกล่าวเปิดงาน จากนั้นก็พร้อมปล่อยตัวทีมนักปั่นนำโดยนายอรรถพล และ โบ๊ท - ฝ้าย แห่ง Pakaprich โดยทริปนี้เราจะแวะชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอหนองแซงถึง 7 จุดสำคัญ จุดแรกเริ่มจากแวะดื่มกาแฟหอมๆ จากบ้านใร่กาแฟ ต้นตำรับกาแฟไทยโดยคนไทย พร้อมปาท่องโก๋ที่ทอดเสิร์ฟกันร้อนๆ ที่ ‘ร้านบ้านใร่ใบกะเพรา’ เพื่อเติมพลังก่อนปั่นต่อไปยัง ‘คลีนฟาร์ม’ ฟาร์มผักปลอดสารพิษ ที่นี่ได้รับเกียรติจาก ดร.วีระศักดิ์ วงสมบัติ และคุณธนิดา กุลนา กรรมการผู้จัดการ คลีนฟาร์ม ขึ้นบรรยายถึงการบุกเบิกวิธีปลูกผักปลอดสารพิษ พร้อมขี่จักรยานปั่นนำคณะชมโรงเรือนปลูกผัก และยังได้ชิมผัดสดๆ พร้อมน้ำสลัดอร่อยๆ ด้วย (แอบกระซิบว่าอร่อยจนผมต้องซื้อกลับบ้านมาถุงใหญ่เต็มๆ) จากนั้นไปไหว้พระขอพรกันต่อที่วัดหนองสีดา วัดดังประจำอำเภอหนองแซง ซึ่งให้การต้อนนรับโดยท่านนายกริน อบต.หนองหัวโพ พร้อมชมค้างคาวแม่ไก่นับพันๆ ตัว ที่ลงหลังปักฐานห้อยตัวอยู่บนต้นไม้เฉพาะในเขตวัดหนองสีดาเท่านั้น มาถึงจุดนี้คาดว่าทุกคนคงเริ่มเหนื่อยกันไม่น้อย (ผมด้วย) พอใกล้เที่ยง จึงเริ่มปั่นจักรยานต่อไปยัง ‘หอวัฒนธรรมพื้นบ้านไท-ยวน’ ด้วยบรรยากาศที่ร่มรื่นของต้นไม้ และความสวยงามของบ้านทรงไทยโบราณริมแม่น้ำป่าสัก ที่สร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 จึงทำให้เราลืมความเหนื่อยล้าก่อนหน้านั้นไปเป็นปลิดทิ้ง หอวัฒนธรรมพื้นบ้านแห่งนี้ยังเป็นศูนยรวมของ 3 วัฒนธรรมชาวไทย ลาว และยวนเราจึงรับประทานอาหารเที่ยงแบบขันโตกตามธรรมเนียม พร้อมชมการแสดงพื้นบ้านสี่ภาค โดยอาจารย์ทรงชัย วรรณกูล เจ้าของพื้นที่ให้การต้อนรับและดำเนินรายการ รวมถึงมีการพูดคุยกับ โบ๊ท - ฝ้าย และบรรณาธิการสำนักพิมพ์ Her Publishing ถึงความเป็นมาของหนังสือ ‘A Long Way Home 71 วัน ปลายทางคือบ้าน ระหว่างทางคือเรา’ ใบบรรยากาศที่เป็นกันเอง เมื่อท้องอิ่ม ใจอิ่ม ก็มาลุยกันต่อกับจักรยานคู่ใจ เราใช้เส้นทางเดิมปั่นกลับกัน โดยแวะเหนื่อยกันอีกนิดที่ ‘สวนมะม่วงลุงน้อย’ เพื่อชมมะม่วงพันธุ์หนองแซงที่หาทานยาก และเหลือไม่กี่ต้นแล้วในประเทศไทย จากนั้นจึงเริ่มปั่นจักรยานฝ่าสภาพอากาศที่ร้อนจัดต่อไปอีกเกือบ 20 กิโลเมตร ไปยัง ‘พิพิธภัณฑ์บ้านใร่กาแฟ’ สถานที่ท่องเที่ยวแห่งสุดท้ายในทริปนี้ เพื่อเรียนรู้ความเป็นมาของต้นกำเนิดกาแฟไทยและดื่มเครื่องดื่มให้ชื่นใจ พร้อมชื่นชมกับของเก่าหายากที่ทางเจ้าของได้เก็บสะสมไว้มากมายกว่า 10 ปี รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่เป็นจุดกำเนิดของบ้านใร่กาแฟในยุคแรกๆ (ปลายปี 2540) ด้วย กิจกรรมทั้งหมดจำต้องร่ำลากันอย่างเป็นทางการที่นี่โดยนายอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลพบุรี กล่าวจบกิจกรรม คุณสายชล เพยาว์น้อย ผู้ก่อตั้งธุกรกิจบ้านใร่กาแฟ กล่าวขอบคุณในฐาะตัวแทนของชาวหนองแซง และทุกคนก็ได้ถ่ายภาพร่วมกันอีกครั้ง เมื่อพักผ่อนหย่อนใจหลังจากเหน็ดเหนื่อยกันจนสดชื่นขึ้นมาแล้ว ก็ถึงเวลาที่ต้องกลับไปรวมพลกันอีกครั้งที่สถานีรถไฟหนองแซง เพื่อขึ้นรถไฟขบวนเดิมเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในเวลา 16.00 น. ตลอดเส้นทางปั่นจักรยานท่องเที่ยว ถึงแม้อากาศจะร้อนแสนสาหัสและระยะทางกว่า 44 กิโลเมตรจะทำให้เหนื่อยหอบ และอาจมีนักปั่นบางคนที่ไปต่อไม่ไหว แต่ก็เต็มไปด้วยความประทับใจ ความสนุกสนาน อีกทั้งยังได้รับการดูแลจากทีมงานทุกส่วนที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี เรียกได้ว่าเป็นทริปจักรยานในฝันที่คุ้มเหนื่อยจริงๆ

หวั่นซ้ำรอย! แฉภาพท่าเรือท่าช้างคนแน่น เสี่ยงเกิดเหตุโป๊ะล่ม
ท่าช้าง /  ท่าเรือท่าช้าง / 

หวั่นซ้ำรอย! แฉภาพท่าเรือท่าช้างคนแน่น เสี่ยงเกิดเหตุโป๊ะล่ม บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพจากกระทู้พันทิป โดยสมาชิกชื่อคุณ ต้นเปรี้ยง ได้เผยภาพสะท้อนอีกหนึ่งปัญหาการคมนาคมทางเรือและอาจจะไม่ปลอดภัยกับชีวิตได้ซึ่งเจ้าของเรื่องราวเผยว่า ตนได้ไปทำธุระแถวมหาวิทยาลัยศิลปากร แต่ตัดสินใจไม่ขับรถไปเพราะแถวนั้นหาที่จอดไม่ได้และการจราจรแถวนั้นติดหนักมากเนื่องจากใกล้กับพระบรมมหาราชวังและวัดพระแก้วจึงมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมายทั้งที่ผ่านมาและมากับบริษัททัวร์ อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของสถาบันศึกษาสำคัญจึงทำให้มีผู้คนสัญจรบริเวณนั้นมาก บ้านตนอยู่ฝั่งธนฯ จึงคิดว่าจะไปนมัสการหลวงพ่อและทำบุญที่วัดระฆังก่อนแล้วจึงนั่งเรือข้ามฟากไปลงที่ท่าช้าง โดยช่วงเวลาประมาณบ่ายสามโมงตนได้นั่งเรือข้ามฟากไปยังท่าช้างซึ่งก็สะดวกดีแต่พอขึ้นเรือที่ท่าช้างก็ต้องผงะและตกใจมาก เพราะโป๊ะข้างๆที่เป็นท่าลงเรือ มีนักท่องเทียวและผู้โดยสารจำนวนมากมารอที่จะลงเรือ สิ่งที่น่ากลัวอยู่ตรงที่พื้นที่บนโป๊ะถูกยืนจนเต็มและมีผู้โดยสาร,นักท่องเที่ยวอีกจำนวนมากรอที่จะลงไปยังโป๊ะดังกล่าว ตนไม่สามารถลงไปถ่ายรูปมาให้ดูได้ว่าโป๊ะนั้นจำกัดจำนวนคนไว้ที่เท่าไหร่ เพราะมันแน่นจนไม่มีทางที่จะเดินลงไปถ่ายได้ทำได้แค่ถ่ายภาพจากโป๊ะข้างๆกันซึ่งบอกว่าจำนวนคนสำหรับโป๊ะคือ 40 คน และขนาดโป๊ะไม่ต่างกันเท่าไหร่ เคยเห็นโป๊ะอื่นขนาดใหญ่กว่าก็เขียนไว้ที่ประมาณไม่เกิน 60 คน และจากที่ตนมองเข้าไปในโป๊ะ รับรองว่าเกิน 60 คนแน่นอน นี่แค่คนที่ยืนรอจะลงเรือนะแต่ตอนที่เรือเทียบท่า จะต้องมีคนขึ้นจากเรือมาอีก ไม่รู้จะเอาที่ตรงไหนเดินสวนกันขึ้นมา จากที่สังเกตการณ์ตนว่าส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มากับทัวร์ตามเสาของอาคารท่าเรือก็มีป้ายภาษาจีนแปะไว้เยอะแยะไปหมด โดยตนไม่ทราบจริงๆนะครับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรืองปกติหรือเปล่าหรือว่าคิดไปเองว่ามันอันตรายและไม่ได้คิดตำหนิผู้ที่บริหารที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งไม่ว่าจะเป็นการท่าเรือหรือผู้ให้บริการเรือหรือนักท่องเที่ยวหรือบริษัททัวร์ซึ่งไม่อาจฟันธงได้ว่าภาพที่เห็นเป็นความผิดพลาดที่ต้องได้รับการแก้ไข หรือว่ามันเป็นเรืองปกติของ "บ้านเราเมืองเรา" ท่าไหนๆก็เป็นแบบนี้ตอนชั่วโมงเร่งด่วน แต่ตนกังวลไปเอง ถ้าเป็นอย่างหลังต้องขออภัยที่ทำให้ต้องเสียเวลาอ่านด้วย ที่มา http://pantip.com/topic/34694338 MThai News

ตามไปดู! ที่พักบิ๊กบอส “ซงจุงกิ” เมาน์เท็น ครีก กอล์ฟ รีสอร์ท (Mountain Creek Golf Resort)
ตีกอล์ฟ /  ที่พักเขาใหญ่ / 

หลังจากที่ซีรีส์ “descendants of the sun” โด่งดังมากในประเทศไทย งานนี้ กึ้ง เฉลิมชัย ก็เลยลงทุนจัดงานมิตติ้งบิ๊กบอส ซงจุงกิ ภายใต้ชื่อ “2016 SONG JOONG KI ASIA TOUR FAN MEETING IN BANGKOK” ขึ้น ให้แฟนๆได้ใกล้ชิดกับพระเอกสุดฮอตคนนี้ และเมื่อซงจุงกิมาถึงประเทศไทย ทาง กึ้ง เฉลิมชัย ก็จัดที่พักสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ปิดรีสอร์ตชื่อดังที่เขาใหญ่ ให้บิ๊กบอสได้พักผ่อนอย่างเต็มที่! ตามไปดู! ที่พักบิ๊กบอส “ซงจุงกิ” เมาน์เท็น ครีก กอล์ฟ รีสอร์ท (Mountain Creek Golf Resort) ผานพ้นไปแล้วกับงานมิตติ้ง “2016 SONG JOONG KI ASIA TOUR FAN MEETING IN BANGKOK” ที่ตัดขึ้นในวันเสาร์ 7 พ.ค. ในเวลาประมาณ 18.00 น. ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี งานนี้ กึ้ง เฉลิมชัย ลงทุนสุดๆ เพื่อให้แฟนคลับได้ใกล้ชิดแลละชมความน่ารักของบิ๊กบอส ซึ่งในวันแรกที่ ซงจุงกิ หรือ กัปตันยูชีจิน จากซีรีส์เรื่อง descendants of the sun มานั้นทาง กึ้ง เฉลิมชัย ก็จัดที่พักแบบสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ปิดรีสอร์ตชื่อดังที่เขาใหญ่ ชื่อว่า "เมาน์เท็น ครีก กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ เรสซิเดนซ์ (Mountain Creek Golf Resort and Residences) " ให้บิ๊กบอสได้พักผ่อนอย่างเต็มที่! ไปดูความสวยงามของโรงแรมนี้กัน น่าพักสุดๆ ^^ เมาน์เท็น ครีก กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ เรสซิเดนซ์ ให้บริการห้องพัก 34 ห้อง ทุกห้องตกแต่งอย่างมีรสนิยมเพื่อมอบความสะดวกสบายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์จอแบน, อินเทอร์เน็ตไร้สาย, สระว่ายน้ำส่วนตัว, อินเทอร์เน็ตไร้สาย (ไม่เสียค่าใช้จ่าย), ห้องปลอดบุหรี่ ทางโรงแรมมีสิ่งอำนวยความสะดวกทางนันทนาการไว้ให้บริการอย่างครบครัน รวมถึง ซาวน่า, สนามกอล์ฟ (สถานที่เดียวกัน) , สระว่ายน้ำกลางแจ้ง, สปา, บริการนวด ที่ตั้ง : 99/9 หมู่ 12 ถนนมิตรภาพ, กม.91, ลาดบัวขาว, สีคิ้ว, นครราชสีมา, ประเทศไทย 30340 ขอบคุณรูปภาพ @kueng_chalermchai, สมาชิกพันทิป myx

เด็กนักศึกษาสมัยนี้ คุยงานเชิงธุรกิจไม่เป็น!?
Hr /  การเจรจา / 

ชาวเน็ตตั้งกระทู้บอกเล่าเรื่องราว หลังพบนักเรียน นักศึกษาคุยงานธุรกิจไม่เป็น และไม่ค่อยมีมารยาท กลายเป็นกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์ หลังจากที่มีผู้ใช้งานเว็บไซต์พันทิปรายหนึ่งได้ตั้งกระทู้ เกี่ยวกับนักเรียน นักศึกษาในปัจจุบันที่หากต้องพูดเจรจาคุยธุระ การงาน กลับทำได้ไม่ดี และไม่มีศักยภาพมากพอ โดยสมาชิกเว็บไซต์พันทิปชื่อสามารถเปลี่ยนนามแฝงได้ใหม่อีก ได้ตั้งกระทู้หัวข้อเด็กนักเรียน/นักศึกษาสมัยนี้คุยงานเชิงธุรกิจไม่เป็นกันเหรอคะ พร้อมทั้งข้อความบอกเล่าเรื่องราว ระบุว่า ทนมาสักระยะแล้วค่ะ ทนจนเริ่มรู้สึกว่าควรจะมีใครไปบอกหรือสอนพวกเขาบ้าง คืออย่างนี้ค่ะ เรามักได้รับโทรศัพท์จากนักศึกษา รวมถึงนักเรียนมัธยมฯ ที่โทรเข้ามาขอสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ เช่น กีฬาสี ออกค่าย รับน้อง ขอเป็นของบ้าง เงินบ้าง อันนี้เข้าใจได้ และทางบริษัทก็สนับสนุนเรื่อยมา ช่วงปีหลัง ๆ รู้สึกว่านักเรียนที่โทรเข้ามาเหมือนคุยงานไม่เป็น และขาดมารยาท เราจึงแก้ไขโดยให้นักเรียนส่งรายละเอียดกิจกรรม เข้ามาทาง e-mail แต่ปัญหาก็ยังมีให้โมโหทุกวัน ยกตัวอย่าง นร.: สวัสดีค่ะ มาติดต่อเรื่องสปอน (พูดเสียงอู้อี้ในลำคอแบบคนเพิ่งตื่น)  เรา: เรื่องอะไรนะคะ   นร.: เรื่องสปอนอะค่ะ (เสียงไม่ชัดเหมือนเดิม) เรา: โทษนะคะ ไม่เข้าใจค่ะ ติดต่อเรื่องอะไรคะ  นร.: หนูเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัย...จะจัดทำโครงการ... (ท่องมา) เรา: ขอสปอนเซอร์เหรอคะ  เพลียค่ะ คือเราไม่ได้ทำแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว เลยไม่สามารถเข้าใจคำว่าสปอนได้ อาจจะเป็นเรื่องสปอตโฆษณา หรืออย่างอื่นก็ได้  ซึ่งเจอแบบนี้อีกเยอะ บ้างก็โทรมาตอนเสียงแบคกราวด์ดังมาก ๆ เหมือนซ้อมเชียร์กันอยู่ เราก็พยายามพูดเสียงดัง ๆ น้องปลายสายก็ อะไรนะ ผมไม่ได้ยินเลยครับ เป็นอย่างนี้หลายรอบ จนเราโมโหจึงบอกไปว่า น้องจะได้ยินได้ไงล่ะคะ เสียงฝั่งน้องดังออกขนาดนั้น รบกวนหาที่เงียบ ๆ โทรมาใหม่ค่ะ อีกหนึ่งตัวอย่างที่สุดสำหรับเราเลย  เรา:รบกวนส่งรายละเอียดกิจกรรมเข้ามาทางอีเมล์ได้ไหมคะ อีเมล์นะคะ เอ อเมริกา บี  นร: (พูดแทรกขึ้นมา) พี่ส่งข้อความเข้ามาเบอร์นี้ได้ไหม หนูจดไม่ทันหรอก เราโกรธจนมือสั่นเลยค่ะ คือโทรมาขอความอนุเคราะห์ แล้วมาพูดแบบนี้คืออะไร แค่จดอีเมล์ยังไม่ทำ เรา: เดี๋ยวพี่บอกช้า ๆ น้องรบกวนจดค่ะ นร: หนูจดไม่ทันหรอก พี่ส่งข้อความมาแล้วกัน บอกตามตรงว่าใช้ความอดทนกับเรื่องนี้มาก เพราะกลัวว่าพูดแรงไปแล้วเด็กพวกนี้จะมาตั้งกระทู้พันทิป ทำให้บริษัทเสื่อมเสีย แต่ถึงจุดที่คิดว่าไม่น่าปล่อยให้เด็กรุ่นใหม่เป็นแบบนี้เลยมาตั้งกระทู้พันทิปเอง ขอรับรองว่าเรื่องที่เล่ามาไม่ได้บิดเบือน ทำให้ตัวเองดูดี หรือนร.ดูแย่ลงแต่อย่างใด ความจริงล้วน ๆ ยังไม่รวมถึง มารยาทการเขียนอีเมล์ และการติดต่องานตอนพักเที่ยง ที่น่าเหนื่อยใจอีกเช่นกัน หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาชาวโซเชียลต่างให้ความสนใจเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก มองว่ากระทู้นี้ควรให้นักเรียน และนักศึกษาได้อ่านก่อนที่จะติดต่อธุระ ไม่ว่าจะด้านใด ควรมีมารยาทมากกว่านี้ ขอบคุณข้อมูล สมาชิกเว็บไซต์พันทิป สามารถเปลี่ยนนามแฝงได้ใหม่อีก ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

หนุ่ม ศรราม โพสต์ซึ้งถึง กบ สุวนันท์ คู่จิ้นในตำนาน 26 ปี !!
หนุ่ม ศรราม /  กบ สุวนันท์ / 

เป็นพระนางคู่ขวัญที่แฟนๆ ยังคงคิดถึงและอยากเห็นกลับมาร่วมงานกันอีก!! สำหรับ หนุ่ม ศรราม และ กบ สุวนันท์ หากใครยังจำได้กับละครเรื่องแรกคือ ผยอง และเรื่องอื่นๆ ที่โด่งดังเป็นพลุแตก อาทิ ดาวพระศุกร์, สายโลหิต, มะเมี๊ยะ, คุณพ่อรับจ้าง, ดวงใจปาฏิหาริย์ ฯลฯ จากวันนั้นถึงวันนี้ผ่านมา 26 ปี แต่ความรัก ความห่วงใยของความเป็นพี่เป็นน้องยังมีให้กันไม่เสื่อมคลาย ล่าสุด หนุ่ม ศรราม โพสต์ภาพอดีตสมัยวัยรุ่นกับ น้องกบ พร้อมข้อความซึ้งจากใจถึงน้องสาวคนนี้ว่า... "เมื่อไม่กี่วันมานี้..... น้องกบ สุวนันท์ @kob_nada_nadol โทรศัพท์หาผมเรื่องข่าวของผู้ใหญ่ที่เราสองคนเคารพเจ็บไข้ได้ป่วย จากนั้นก็คุยกันนาน ฝากความห่วงใยไปถึงครอบครัวซึ่งกันและกัน ....อยู่ๆ น้องกบก็ถามขึ้นมาว่า "พี่หนุ่ม กบเคยเป็นเหมือนพี่หนุ่มนะ ดูแลพ่อแม่ได้ ดูแลคนรอบข้างได้ ได้ทำอะไรที่ตัวเองอยากทำก็ทำได้ ....แต่ พี่หนุ่มต้องมีคนดูแลพี่หนุ่มนะในวันที่ในโลกของสัจธรรมมันเป็นไป" ผมเงียบไปพักนึง อมยิ้มในใจว่า น้องห่วงเราทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมา 26 ปีมีค่าสำหรับผมมากจริงๆ ผมบอกกบว่า ฝากกราบคุณแม่และพี่บรู๊คและหลานๆ ด้วยนะจ๊ะ .....นี่ละ "สุวนันท์ คงยิ่ง" นางเอกยอดนิยมตลอดกาลของคนไทย #เราสองคนเกิด #22 #มั่นคง #ตลอดไป" เห็นความสัมพันธ์ดีๆ ของคู่จิ้นในตำนานคู่นี้แล้ว แอบยิ้มตามใช่มั้ยล่ะ?? น่ารักเนอะพระเอก-นางเอกในดวงใจตลอดกาล... ขอบคุณภาพจาก IG @sornram_theappitak, สมาชิกพันทิป cawaii_rainny และ allaboutKOB.com หนุ่ม ศรราม-กบ สุวนันท์ หนุ่ม ศรราม-กบ สุวนันท์ หนุ่ม ศรราม-กบ สุวนันท์ หนุ่ม ศรราม-กบ สุวนันท์

นั่งเทียนเขียนข่าว! ภาพ'นิว วงศกร' ถูกจับค้ายาบ้า ที่แท้แค่เรื่องลวงโลก
ถูกจับ /  นิว วงศกร / 

เกิดข่าวฮือฮา "นิว วงศกร" พระเอกดังวิก 7 สี ถูกจับค้ายาบ้า แพร่กระจายว่อนเน็ต หลังที่วานนี้ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก เผยแพร่ข่าวที่แนบภาพพระเอกหนุ่ม "นิว" วงศกร ปรมัตถากร พระเอกดังช่อง 7 พร้อมทั้งอ้างว่าพระเอกหนุ่ม ถูกจับเป็นผู้ต้องหา พร้อมของกลางเป็นยาเสพติดจำนวนหนึ่ง ทำให้เกิดประเด็นพูดคุยกันอย่างดุเดือดถึงเรื่องดังกล่าวอย่างกว้างขวาง อย่างไรก็ตาม ล่าสุด มีการยืนยันว่าภาพดังกล่าวเป็นหนึ่งในฉากละครเรื่อง "ข้ามาคนเดียว" ซึ่งบริษัท ดาราวิดีโอ จำกัด ได้ยื่นหนังสือขออนุญาตใช้สถานที่สถานี ตร.นครราชสีมา ถ่ายทำเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้เรื่องลวงดังกล่าวจึงเป็นเพียงการ 'นั่งเทียนเขียนข่าว' ขึ้นมาเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน เกิดเว็บไซต์ click bait หรือเว็บไซต์บังคับให้คลิปเป็นจำนวนมาก มีเรื่องจริงบ้าง เรื่องลวงโลกก็ไม่น้อย ดังนั้นในการเสพสื่อโซเชียล ควรมีวิจารณญาณก่อนคลิป ก่อนแชร์ เพราะขณะนี้มี พ.ร.บ คอมพิวเตอร์ ออกมาบังคับใช้ สติ การกลั่นกรองเรื่องราวจึงเป็นเรื่องสำคัญในการใช้โลกออนไลน์ ขอบคุณที่มาจาก พันทิป