พันทิป

สะเทือนใจชาวเน็ต จนท.บ้านเด็กอ่อนทำร้ายทุบตีเด็ก
ข่าววันนี้ /  ตีเด็ก / 

สมาชิกเว็บพันทิปโพสต์ประจานเจ้าหน้าที่มูลนิธิบ้านเด็กอ่อนทำร้ายทุบตีเด็ก ชาวเน็ตแนะควรจัดอบรมจรรยาบรรณเจ้าหน้าที่ วานนี้ (6 ก.ค.) สมาชิกเว็บบอร์ดพันทิปท่านหนึ่งได้ตั้งกระทู้เรื่อง “ใครก็ได้ช่วยเด็กคนนี้ด้วยค่ะ น้องถูกจนท.มูลนิธิบ้านเด็กอ่อนทำร้ายในโรงพยาบาลค่ะ” ภายในหัวข้อกระทู้ได้มีการโพสต์ภาพของผู้หญิงคนหนึ่งกับเด็กชายอายุประมาณ 2 ขวบ และได้พูดบรรยายถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของหญิงคนนี้ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิเด็กอ่อนแห่งหนึ่ง ผู้โพสต์กระทู้เผยว่าหญิงที่อยู่ในภาพดังกล่าวมีการใช้ถ้อยคำที่รุนแรงและทำร้ายทุบตีหนูน้อย ทำให้ผู้เห็นเหตุการณ์รู้สึกไม่พอใจจึงถ่ายรูปและนำมาโพสต์ในเว็บบอร์พันทิป ผู้ตั้งกระทู้ได้เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เด็กชายที่อยู่ในภาพเป็นเด็กที่มาจากบ้านเด็กอ่อน มีอาการป่วยค่อนข้างหนัก ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์และพยาบาล ซึ่งเด็กได้นอนพักฟื้นอยู่ที่ห้องผู้ป่วยเด็ก ซึ่งเด็กชายนี้ต้องสวมท่อออกซิเจนไว้ตลอด แต่ขณะที่เด็กพักฟื้นได้พลิกตัวทำให้ท่อออกซิเจนหลุด แต่เจ้าหน้าที่มูลนิธิมัวแต่เล่นโทรศัพท์มือถืออยู่จึงไม่เห็น จนทำให้ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ตะโกนบอก ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าไปหาเด็กและใช้มือฟาดใส่ศีรษะเด็กพร้อมพูดว่า "จะดึงออกทำไม อยากตายหรือไง ตายๆ ไปเลยไป!" ก่อนจะจับท่อออกซิเจนใส่คืน ต่อมามีเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นอีกครั้งในโรงพยาบาลเดิมครั้งนี้เป็นความโชคร้ายของเด็กชายอายุประมาณ 2 ขวบอีกราย เด็กคนดังกล่าวมาพร้อมกับเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิอายุประมาณ 60 ปี คาดว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิเดียวกันกับกรณีแรก ซึ่งเจ้าหน้าที่ท่านนี้พยายามที่จะป้อนยาให้กับเด็ก แต่เด็กขัดขืนทำให้ป้อนยายาก เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวจึงตบตีและดุว่าเด็กอยู่หลายครั้ง เหตุการณ์ดังกล่าวมีการบันทึกวิดีโอเอาไว้ ความยาวกว่า 5 นาที หลังจากเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ลงในสื่อสังคมออนไลน์ ชาวเน็ตต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ว่ามูลนิธิหรือองค์กรช่วยเหลือต่างๆ น่าจะมีการอบรมอย่างเคร่งครัด และควรปลูกฝังเรื่องของจรรยาบรรณวิชาชีพให้แก่เจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ยังไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างแน่ชัด ว่าผู้ที่อยู่ในภาพเป็นเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิเด็กอ่อนจริงหรือไม่ Mthai News ขอบคุณข้อมูลจาก เว็บบอร์ดพันทิป

รอดปาฏิหาริย์! iPhone 4 ตกตึก 3 ชั้น ผลปรากฏว่า... !?
iPhone 4 /  pantip / 

ถ้าพูดถึงสมาร์ทโฟนที่ทนทาน เชื่อว่าหลายๆ คนคงจะไม่นึกถึง iPhone เป็นแน่แท้ โดยเฉพาะ iPhone 4 ที่มีด้านหน้า และด้านหลังเป็นกระจก แต่มีเจ้าของ iPhone 4 ท่านหนึ่ง ทำมือถือตกลงจากห้าง 3 ชั้น ผลปรากฏว่าเครื่องไม่พัง ยังใช้งานได้ปกติ! เรื่องนี้มาจากกระทู้หนึ่งในเว็บบอร์ดพันทิป จากยูสเซอร์ Savage_DevilZ ที่นำเรื่องน่าตื่นเต้นจนเกือบเป็นโศกนาฏกรรม เมื่อ iPhone 4 ตัวน้อย (ที่ใส่เคสพลาสติกแบบธรรมดาอยู่ และลื่นนิดๆ) ไม่ทราบว่ามีปัญหาชีวิตหรืออย่างไร ตัดสินใจกระโดดจากมือเจ้าของที่นั่งกินขนมอยู่จากชั้น 2 ลงมายังชั้น G ในห้างดังห้างหนึ่ง จนเกิดเสียงดัง ตุ้บ!! วินาทีนั้นเจ้าของเครื่องนึกในใจว่า ไม่น่ารอดแน่ๆ แล้ว และด้วยเหตุผลกลใดไม่ทราบได้ เจ้า iPhone 4 ตกลงมาอยู่หน้าบูธ Samsung ที่จัดแสดงอยู่ชั้น G พอดี ทันใดนั้นพนักงาน Samsung ที่ยืนอยู่ที่บูธนั้นก็เดินมาหยิบ iPhone ขึ้นดู เจ้าของก็ตะโกนถามว่า "พังยัง!!" แต่พนักงานสาวท่านนั้นตอบกลับมาว่า "ยังค่ะ" เมื่อได้่ยินเช่นนั้นคุณ Savage_DevilZ ก็รีบลงไปดูใจเจ้า iPhone เครื่องนี้ทันที โดยในใจคิดว่ายังไงก็ต้องมีรอยบุบสลายอย่างแน่นอนตกลงมาสูงขนาดนี้ แต่ที่ไหนได้ตัวเครื่องกลับยังเป็นปกติดีทุกอย่าง ไม่บุบไม่แตก มีแต่รอยถลอกเล็กน้อยเท่านั้น โดยตัวเครื่องมีสภาพดังภาพด้านล่างนี้เลยครับ มีรอยแตกแค่บนเคสเท่านั้น จุดเกิดเหตุ บริเวณที่ iPhone หล่นลงหน้าบูธ Samsung พอดี ไม่รู้ว่าเห็นเครื่องตกไปต่อหน้าแบบนี้ คนที่กำลังจะซื้อ Samsung จะเปลี่ยนใจไปหา iPhone หรือเปล่า เชื่อว่าหลังจากอ่านข่าวนี้แล้ว หลายคนคงอยากทราบนะครับว่าเจ้าของกระทู้ไปซื้อเคสนี้ที่ไหน ยี่ห้ออะไร แต่ท่านเจ้าของกระทู้ไม่ได้บอกนะครับว่าเคสซื้อจากที่ไหน แต่ที่ฮาคือ มีอีกท่านมาแสดงความคิดเห็น พร้อมโชว์ภาพ iPhone 5 ของเขาที่ใส่เคสกรอบโลหะ หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า Bumper นั่นแหละครับ อันละเป็นพันนะครับ ตกจากชั้น 2 เหมือนกัน แต่ผลปรากฏว่าพังครับ! ลองติดตามกระทู้ต้นเรื่องได้ที่ลิงค์ด้านล่างนี้เลยครับ source: Pantip

ทูนหัวของบ่าวรีเทิร์น แจงชาวเน็ต เคลียร์ทุกปัญหา 'หากินกับแมว'
ทูนหัวของบ่าว /  เพจทูนหัวของบ่าว

วันนี้(11 มิ.ย.) จากกรณีที่ชาวสังคมออนไลน์เสียดายที่แฟนเพจทูนหัวของบ่าว ซึ่งเป็นเพจแมวเซเลปที่ได้รับความนิยมทางเฟซบุ๊ค มียอดกดถูกใจสูงถีง 5 แสนไลค์ ซึ่งวานนี้มีข่าวว่าเพจดังกล่าวปิดตัวไปแล้วจากเหตุที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในเว็บบอร์ดดัง ซึ่งล่าสุดเจ้าของเพจได้ออกมาชี้แจงเคลียร์ทุกปัญหาแล้ว โดยเผยว่า สาเหตุที่ปิดแฟนเพจ ณ ตอนนั้นตัวเองไม่มีความสุขในการเล่น Social media ต่างเลย เพจทูนหัวของบ่าวเปิดมาเพื่ออยากให้มันเป็น community ของคนรักแมวที่มาพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องของแมวกัน แต่เมื่อวันหนึ่งมันกลายเป็นเรื่องมือของการดิสเครดิตกัน มีคนกลายจ้องจับผิดและเอาไปใส่สีตีไข่ในทุกภาพ แม้กระทั่งเรื่องแมวนอน หรือแมวกิน ก็เลยคิดว่า อยากปิดเพจเพื่อเลิกสนองตัญหาของคนกลุ่มนี้ชั่วขณะ สำหรับเจ้าของกระทู้ต้นเรื่องในพันทิป เท่าที่ทราบคุณก็คือกลุ่มคนเดิมๆ ที่เคยก่อดราม่าในเวปของคนชอบติดดราม่าเรื่องแมวหลายครั้งหลายหน คุณไปงาน Event ต่างๆ ที่เราไป เราก็อยู่ตรงนั้น หากคุณไม่ชอบใจเรามากๆ คุณก็แค่เดินเข้ามาคุยกับเราซึ่งหน้า ตักเตือนเราและพูดคุยกับเราในข้อที่คุณกังวลได้ แต่คุณกลับไม่มีความกล้าหาญเพียงพอที่จะเข้ามาพูดคุยกับเราด้วยตัวเอง แต่คุณเลือกที่จะอยู่หลังแป้นคีย์บอร์ดและใช้ Social media หาเพื่อนบำบัดความต้องการของคุณ การเลี้ยงแมว เราเลี้ยงแมวในแบบของเรา แบบของเราคือมีคุณหมอให้คำปรึกษา ซึ่งมันอาจจะไม่ถูกใจใคร แต่ผลตรวจเลือด หรือ ตรวจสุขภาพ แมวเราแข็งแรงสมบูรณ์มาก ๆ จนบริจาคเลือดได้ หรือ แม้แต่มะลิที่เคยป่วยก็กลับมาสมบูรณ์แล้ว ฉะนั้นแมวใคร ก็มีวิธีเลี้ยงในแบบของเขา ไม่ใช่ว่าใครเตือนไม่ฟังนะคะ แต่เราแค่นำมาประยุกต์ใช้ หากินกับแมว ก่อนงาน Pet Expo เรากล้าพูดเลยว่าอาหารแมวแทบทุกยี่ห้อติดต่อเข้ามายื่นข้อเสนอในการเป็นพรีเซนเตอร์ ตั้งแต่หลักแสน ถึง หลักล้าน จนหลายล้าน เรากล้าพูดว่าเราปฏิเสธไปทุกเจ้า เราสละเงินที่มากมายมหาศาล เราเป็นคนหากินกับแมวประเภทไหนคะ ยังจะขอย้ำอีกทีว่าการเอาแมวไปในทุกรายการหรือ event ที่จัด เราไม่เคยได้รับเงิน (ขีดเส้นใต้ Highlight สีแดง Bold 72) นอกจากค่าน้ำมันในบางครั้ง การขายสินค้า ทุกอย่างมีต้นทุนในการผลิต สินค้าทุกชิ้นมีค่าสมองในการออกแบบของดีไซเนอร์ หรือ คุณค่าในตัวมันเอง ถ้าคุณเจ้าของกระทู้บอกว่าขายสินค้าแพง มันเป็นเรื่องของความพึงพอใจของผู้ซื้อและผู้ชาย เป็นเรื่องของรสนิยมคนซื้อที่เข้าใจในสินค้า และ พึงพอใจที่จะจ่าย เราไม่เคยบังคับคุณเลยว่า ซื้อ-เดี๋ยว-นี้ คุณอาจไม่ชอบในการออกแบบ หรือ ไม่ชอบใจในราคา นั่น! เป็นเรื่อง รส-นิ-ยม-ส่วน-ตัว-ของ-คุณ เรื่องแมวออกงาน ไม่ใช่เราไม่กังวลใจเรื่องนี้ ยอมรับผิดและขอปรับปรุงตัว แต่ถ้าจะไม่เอาออกเลยก็ไม่ใช่แต่มันคงน้อยลงมากกกกกกกกกกกกกก หลายงานก็แคนเซิลไปเกือบหมด ยกเว้นพวกงานเพื่อการกุศลบางงานที่ยังจะต้องไป ถ้าไม่ถูกใจใครก็ขอโทษด้วยค่ะ แต่เราก็มีความคิดในแบบของเรา การกลับมาเปิดเพจครั้งนี้อีกครั้ง ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะมีระยะเวลายาวนานแค่ไหน ส่วนหนึ่งมาจากกำลังใจของแฟนเพจทุกท่านที่บอกว่า นี่คือความสุขของเขา เพื่อนเราสูญเสียครอบครัว ภรรยาที่สูญเสียสามี พี่สาวที่สูญเสียน้องชาย ที่เคยมาพบแมวเราบอกว่าที่คือกำลังใจของเขาในทุกวัน เราอยากบอกว่าคุณคือกำลังใจของการกลับมาในครั้งนี้ ................................................................................................................................ เจ้าของเพจทูนหัวของบ่าว ในรายการ Talk of The Town ช่อง MONO 29 ให้สัมภาษณ์กรณีเปิดแฟนเพจและชีวิตแมว วันที่ 5 พ.ค.57 MThai News ข่าวที่เกี่ยวข้อง เพจทูนหัวของบ่าว แมวเหมียวเซเลป ปิดตัวแล้ว หลังเจอกระแสวิจารณ์ เสือโคร่ง แมวอ้วนขนแตก แมวไอดอลจากเพจ ทูนหัวของบ่าว เสือชีตาร์ น้องแมวสุดน่ารักจากเพจ ทูนหัวของบ่าว

ชาวเน็ต แห่แชร์ช่วย สาวไทยถูกหลอกไปขายที่เกาหลี
เกาหลีใต้ /  แชทไลน์ / 

วันนี้(2 มิ.ย.)สมาชิกเว็บไซต์พันทิป ชื่อ St.Wells ได้ตั้งกระทู้ในเว็บบอร์ดพันทิป หัวข้อว่า "ช่วยน้องเค้าด้วยครับ โดนหลอกไป ขายที่เกาหลี ผมไม่ร็จะติดต่ออะไรยังงัย" ซึ่งเผยแพร่แชทในแอปพลิเคชั่นไลน์ของหญิงสาววัยรุ่นคนหนึ่ง มีเนื้อหาว่า สาวคนดังกล่าวถูกหลอกไปขายที่ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งตอนแรกให้ไปทำงานนวดเฉยๆ แต่ถูกบังคับให้ขายบริการด้วย ซึ่งสาวคนดังกล่าวจะหนีมาก็หนีไม่ได้ และไม่มีโทรศัพท์มีแต่สัญญาณไวไฟ ซึ่งสาวคนดังกล่าวได้เช็คอินสถานที่ซึ่งอยู่ในกรุงโซล พร้อมถ่ายภาพบริเวณรอบๆส่งมาให้ดู รวมถึงบอกว่าแก็งค์ดังกล่าวกำลังจะย้ายเธอไปสถานที่อื่นด้วย ซึ่งเจ้าของกระทู้วอนให้หน่วยงานและชาวสังคมออนไลน์ ช่วยเหลือ ทั้งนี้ชาวสังคมออนไลน์และแฟนเพจชื่อดังหลายแฟนเพจร่วมกันแชร์กระจายข่าวเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลช่วยเหลือ รวมถึงมีการแนะนำให้ส่งเรื่องไปที่สถานทูตฯเพื่อดำเนินการติดตามนำตัวหญิงสาวกลับประเทศไทย ซึ่งกรณีนี้คล้ายกับเหตุการณ์ที่หญิงสาวชาวไทยที่คุยแชทเฟซบุ๊คกับตำรวจให้เข้าไปช่วยเหลือหลังจากถูกหลอกไปขายบริการที่เกาหลีใต้เมื่อปีที่ผ่านมา ที่มา http://pantip.com/topic/32136389 Mthai News

10 วิธีทำลายล้างโลก
10 อันดับ /  ที่สุดในโลก / 

ช่วงนี้กระแส วันสิ้นโลก วันโลกแตก กำลังมาแรงส์ แซงโค้งข่าว ทุกประเภท เพราะคนก็ตระหนกตื่นตูมเตรียมรับมือ ทำให้ตอนนี้คนส่วนใหญ่หันมา รักโลก มากขึ้น ! ( หีหีหี พออะไรใกล้จวนตัวก็ชอบตื่นตูมแบบนี้แหละ บอกแล้วให้ประหยัด ช่วยกันรักษา ก็ไม่ยอมฟัง ) วันนี้ ทีนเอมไทย ก็จะขอเกาะกระแสนำเสนอ 10?วิธีทำลายล้างโลก แบบดุดัน เอาให้เห็นกันเลยว่า คุณจะรอดหรือไม่หากต้องเผชิญ?วิธีทำลายล้างโลก แบบนี้ (นี่อาจจะเป็นคอลัมล์ สุดท้ายที่ได้ สื่อสารกับเพื่อนๆ ทีนเอมไทย ก็เป็นได้ T_T ) ข้อมูล teen.mthai.com อ้างอิง ?สารคดีท่องโลกกว้าง,ออปเปนไฮเมอร์/ชไนเดอร์ พันทิป , 10 วิธีทำลายล้างโลก? วิธีทำลายล้างโลก อันดับ 10 อุกกาบาตขนาดเท่าภูเขาเอเวอร์เรสพุ่งชนโลก ผลก็คือ โลกจะลุกติดไฟ โลกมีหินและเหล็ก หกพันล้าน ล้าน ล้าน ตัน ทำให้ไม่เสียหายถึงขั้นแตก ต้องใช้ดาวศุกร์พุ่งชนโลกจะแตกแต่ว่าจะกลับมารวมกันอย่างเดิม เมื่อ 4500 ล้านปีก่อน โลกเคยโดนอุกกาบาตเท่าดาวอังคารชน และ เกิดเป็นดวงจันทร์ วิธีทำลายล้างโลก อันดับ?9 คือ?การทำเยือกแข็งครั้งใหญ่ ทำได้อย่างไร ด้วยการ นำโลกเคลื่อนห่างจากดวงอาทิตย์ ให้ห่างอออกไป 300 ล้านไมล์ ไปอยู่ในระดับวงโคจรของดาวเนปจูน เมื่อนั้นโลกจะมีอุณหภูมิ 350 องศา แต่ใต้โลก 2 ไม่ล์ครึ่งน้ำยังเหลว ด้วยภูเขาไฟใต้น้ำและความร้อนที่ต่อเนื่องจากแกนโลกอาจทำให้มนุษย์อยู่รอดได้ ในเมืองใต้พิภพ วิธีทำลายล้างโลก อันดับ?8 คือการ นำโลกเข้าสู่ดวงอาทิตย์ หรือ การแผดเผาครั้งใหญ่ เพื่อสร้างสภาวะโลกร้อนให้น้ำระเหยกลายเป็นเรือนกระจก ในระยะ 3 ล้านไมล์ น้ำจะเดือดและแห้งหายไป สิ่งมีชีวิตทั้งหมดตายลง แล้วนับถอยหลังสู่นรกนิวเคลียร์ ดวงอาทิตย์ วิธีทำลายล้างโลก อันดับ 7 คือ ทำให้โลกหยุดหมุน โลกหมุนรอบตัวเองเร็ว 1 พันไมล์ ต่อชั่วโมง เมื่อโลกหยุดกระทันหัน จะเกิดพายุความเร็ว 1 พันไมล์รอบโลก ทุกอย่างบนผิวโลกจะหลอมละลาย กลางคืนจะยาว 6 เดือน กลางวันจะยาว 6 เดือน ความแตกต่างระหว่างข้างที่ร้อนและเย็นจะเต็มไปด้วย พายุไซโคลนขนาดใหญ่ วิธีทำลายล้างโลก อันดับ 6 การ นำโลกเข้าสู่หลุมดำ หรือซากดาวที่ล่มสลาย หลุมดำจะฉีกโลกให้ เกิดภูเขาไฟระเบิดและดูดเอาเศษที่แตกกระจายไป สสารและแก๊สจะกลายเป็นรังสีเอ็กฆ่ามนุษย์ให้ตายทันที และอีกการตายก็คือห เมื่อโลกยืดเมื่อถูกดูด?ทีนเอมไทย และ?คนก็โดนยืดด้วย?การนำโลกให้ถูกดูดด้วยหลุมดำสองหลุมในเวลาเดียวกันให้โลกกลายเป็นสปาเก็ตตี้ แบ่งกันดูดคนละครึ่ง วิธีทำลายล้างโลก อันดับ 5 คือ การถูกกลืนกินจากภายใน คือ มนุษย์สร้างหลุมดำขนาดเท่านิ้วโป้งมือมวลจะเท่ากับโลก สามารถดูดโลกให้กลืนกินลงไปได้ เมื่อโดนเริ่มดูดน้ำหนักจะเพิ่มเป็นสองเท่า การเดินตัวตรงทำไม่ได้ตัวจะโก่งงอ ในขณะที่ดึงสสารทำให้เกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่เปลือกโลกเริ่มเลื่อนตัว แมกม่าพุ่งกระฉูด (เกิดใน LHC น่าจะได้) วิธีทำลายล้างโลก อันดับ?4 การปิดแรงโน้มถ่วง เมื่อไร้ความโน้มถ่วงทุกอย่างจะลอยอย่างอิสระ ต้นไม้จะลอยสู่อากาศเครื่องบินจะลงจอดไม่ได้ แรงแม่เหล็กไฟฟ้า แรงนิวเคลียร์ แบบแรง แรงนิวเคลียร์แบบอ่อน ทำอย่างไรให้ 3 แรงรวมตัวกัน ร่างกายเราเป็นร่างได้เพราะแรงแม่เหล้กไฟฟ้าเมือขาดแรงนี้จะทำให้ร่างกายสลายตัว และเมื่อดาวต่าง ๆ ไม่มีแรงนี้ยืดตัวทุกอย่างก็สลายตัวออกจากกัน วิธีทำลายล้างโลก อันดับ?3 คือ การสร้างระเบิดปฏิสสาร เมื่อปฏิสสาร 1 ปอดด์ กับ สสาร 1 ปอนด์ จะได้แรงระเบิด 44 เมกกะตัน 93 ล้านไมล์ห่างจากโลกก็คือดวงอาทิตย์ เมื่อดวงอาทิตย์สร้างโซลาร์แฟล์นั่นคือกำลังเกิดการทำลายกันระหว่าง ปฏิสสาร และ สสาร หากว่าเราเก็บกักรวมกันได้ 1 ล้าน ๆ ตันก็เอามาระเบิดโลกได้ แต่การเก็บจากดวงอาทิตย์ต้องใช้เวลาหลายหมื่นล้านปี วิธีทำลายล้างโลก อันดับ?2 คือ การเปลี่ยนรูปร่างด้วย สสารสเตร็ง คว๊ากอัพ-คว๊ากดาว?(อนุภาคคล้ายๆกับน้ำแข็ง คือ ทำให้สิ่งของรอบๆตัวเย็น แต่ให้ผลที่มากกว่า เยอะมาก ) มันทำให้ทุกอย่างเป็นสเตร็งเมื่อมันเข้าใกล้ แต่ในโลกไม่สสารนี้ แต่ดันไปมีในดาว ที่กำลังล่มสลาย หรือ ดาวนิวตรอน เมือหา สสารนี้ได้แล้วให้โยนลงมาจากที่สูงเช่นตึกเอมไพน์สเตท โลกก็จะเปลี่ยนไปแหลกละเอียดเป็น สเตร็งคว๊าก?ทีนเอมไทย กำลังจะ?สเตร็งคว๊าก อ้ากก! วิธีทำลายล้างโลก อันดับ?1 โดย การชนกันโดย เอกภพคู่ขนาน เอกภพมีลักษณะเหมือนกระดาษสองเแผ่น ชนกันเมื่อไหร่จะทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง รวมถึงระบบสุริยะเมื่อจุดจบนี้มาถึง ก็จะเริ่มบิ๊กแบ๊งใหม่เริ่มสิ่งใหม่อีกครั้ง แต่อาจต้องรออีก 1 หมื่นล้านปี แต่จะเป็นไปได้ว่า จุดจบของทุกสิ่ง ก็คือการเริ่มต้นของสิ่งอื่นทุกสิ่งไปด้วย ถ้าบิ๊กแบงครั้งหนึ่งได้ให้กำเนิดเอกภพของเรา ดังนั้นบิ๊กแบงอีกครั้งหนึ่ง อาจเริ่มสิ่งทั้งปวงอีกครั้ง เอกภพแห่งใหม่กำลังเกิดขึ้นก็เป็นได้ และ อาจจะมีโลกใบนึงอยู่อีกเอกภาพหนึ่ง อยู่นะตอนนี้??ทีนเอมไทย ขอตัววาปกลับดาวก่อนนะ ! 10 วิธีทำลายล้างโลก

ภาพสุดสวย! ความงามบนฟากฟ้า ผ่านฝีมือนักบิน
นักบินถ่ายรูป /  ภาพท้องฟ้า / 

เกิดเป็นที่ฮือฮาในโลกออนไลน์ในขณะนี้ เมื่อชาวเน็ตต่างพากันเข้าไปชมภาพสุดสวยบนท้องฟ้าฝีมือนักบินของสายการบินการบินไทย ที่ได้โพสต์ลงในเว็บบอร์ดชื่อดังอย่างพันทิป ( pantip.com)  โดยผู้ใช้ชื่อ "มอมแมม 777" ได้เป็นผู้โพสต์ภาพ พร้อมระบุข้อความว่า "ผมเชื่อว่า...ห้องทำงานของผม น่าจะเป็นหนึ่งในห้องทำงานที่เล็กที่สุดก็ว่าได้ ห้องที่ผมต้องใช้ชีวิตในนั้นตลอดเวลาทำงาน...งานที่ซ่ำซากจำเจ ไม่ว่าจะเป็นกลางวัน กลางคืน...เช้า สาย บ่าย ค่ำ และดึกดื่นเที่ยงคืนก็ตาม เหตุการณ์ที่สารพัดจะเกิดขึ้น...สุข ทุกข์ ห่อเหี่ยว ดีใจ เสียใจ…รวมไปถึง "น่ากลัว" ต่างก็รวมอยู่ในห้องน้อยๆ ห้องนี้ทั้งสิ้น... แต่…เป็นเรื่องที่แปลกมาก...ว่า ถึงแม้นจะเป็นที่ที่ผมสิ่งสถิตย์อยู่เป็นประจำ...ผมกลับไม่มีรูปในห้องทำงานของผมเลย โอกาสที่จะหยิบกล้องขึ้นมา...เพียงแค่ขอสแน๊ปช๊อตยังแทบแย่ เรื่องที่จะถ่ายให้เป็นเรื่องเป็นราวนั้น...แทบจะลืมไปได้เลยครับ ภาพที่ได้มาในกระทู้นี้...เป็นภาพที่สะสมไว้เป็นเวลาหลายปีครับ นานๆ ถ่ายเก็บไว้ได้ซักภาพนึง...ต่างกรรม ต่างวาระ ต่างสถานที่ มีตั้งแต่กล้องตัวใหญ่ กล้องตัวเล็ก กล้องคอมแพ็ค รวมไปถึงกล้องจากมือถือซะด้วยซ้ำไป" ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นมากมาย พร้อมทั้งยังทึ่งกับปรากฎการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนฟากฟ้าด้วย ข้อมูลข่าวจาก pantip.com (http://pantip.com/topic/30931161) และ http://www.mommamgallery.com MThai News

แฉ ยารกปลา อ้างบำรุงผิว แท้จริงเป็นยาพารา-คลายกล้ามเนื้อ ย้อมแมวขาย
ยารกปลา

วันนี้(5 มี.ค.)แฟนเพจ สุขสาระ ได้เผยข้อมูลว่า แฉร้านFacebookขายยาบำรุงผิวรกปลา ที่แท้เป็นยาพาราผสมคลายกล้ามเนื้อ ร้านยาบำรุงผิวบำรุงความงามในอินเตอร์เนท หลอกเอายาแก้ปวดคลายกล้ามเนื้อมาย้อมแมวขายเป็นยาคลายกล้ามเนื้อ ขายราคาแพงค้ากำไรเกินควร ลูกค้าสั่งของกันฟันกำไรเป็นพันๆ สูบเงินแลกกับสุขภาพและชีวิตคนอื่น ด้านสมาชิกเว็บไซต์ พันทิป ชื่อ Sopithnapa Rx ได้ตั้งกระทู้เผยข้อมูลนำยาสองชนิด ซึ่งนำยาที่อ้างว่าเป็นยารกปลา มาเปรียบเทียบกับยาชื่อ MERA  ซึ่งเป็นยา Paracetamol 500 mg + Ophenadrine 35 mg สรรพคุณแก้ปวดผสมกับคลายกล้ามเนื้อ พบว่า ยาชนิดดังกล่าวมีลักษณะเม็ดยา สี ความหนา ตัวอักษรของยาเหมือนกับยารกปลาไม่มีผิดเพี้ยน  โดยข้อมูลจากในเว็บที่ขายยารกปลา ระบุ ให้รับประทาน 3-4 เม็ดต่อครั้ง ซึ่งเท่ากับว่าการทานยาดังกล่าวแต่ละครั้งจะได้รับ Paracetamol 1500-2000 mg ต่อครั้ง และ Orphenadrine 105-140 mg ต่อครั้ง การรับประทาน Paracetamol ในปริมาณมากๆและต่อเนื่องกันอาจส่งผลอันตรายต่อร่างกายโดยเฉพาะตับ ซึ่งอาจทำให้เกิดตับอักเสบและตับวายได้ โดยเฉพาะ Paracetamol นั้น หากได้รับปริมาณ 2000 mg ซึ่งก็ถือว่าเป็นขนาดที่สูงมากหากได้รับในครั้งเดียว (ขนาดสูงสุดคือ 4000 mg ต่อวัน) MThai News

ชาวเน็ตสุดปลื้มภูเก็ต เปลี่ยนไป กลายเป็นหาดสวรรค์
ข่าววันนี้ /  คสช. / 

นักท่องเที่ยวชื่นชม หาดทรายจังหวัดภูเก็ตสะอาดเรียบร้อย หลังคสช.สั่งผู้ประกอบการรื้อร้านค้าที่รุกล้ำชายหาดออก  หลังจากที่ทหารและตำรวจ ลุยจัดระเบียบชายหาดกะตะ และชายหาดกะรน จ.ภูเก็ต ตามคำสั่ง คสช. พร้อมเร่งเทศบาลกะรน สั่งผู้ประกอบการรื้อร้านค้า เตียงนวด ที่รุกล้ำชายหาดออกไป ซึ่งทางผู้ประกอบการก็ได้ทำการรื้อถอนตามคำสั่ง คสช. ล่าสุดสมาชิกเว็บบอร์ดพันทิปท่านหนึ่งได้ตั้งกระทู้เรื่อง “ภูเก็ต เปลี่ยนไป!! กลายเป็นหาดสวรรค์ ที่จำกันแทบไม่ได้!!” ผู้ตั้งกระทู้ได้โพสต์รูปหาดทรายพร้อมระบุว่าเป็นหาดที่อยู่ในจังหวัดภูเก็ต และได้บรรยายถึงรูปดังกล่าวว่า หาดเปลี่ยนไปมาก ดูเป็นระเบียบขนาดนี้เห็นแล้วก็เกิดความประทับใจ อยากให้ช่วยกันดูแลช่วยกันรักษา หากชายหาดเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นแบบนี้ก็น่าจะดี ชาวต่างชาติก็คงจะชอบและชื่นชมที่คนไทยช่วยกันดูแลหาดให้สะอาดและสวยงาม ซึ่งหลังจากรูปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป สมาชิกพันทิปคนอื่นๆต่างมาแสดงความคิดเห็นในทิศทางเดียวกันว่า ภาพบรรยากาศแตกต่างจากอดีตที่จะมีร่มและพวกเตียงผ้าใบให้เช่าอยู่เต็มชายหาด ซึ่งหลังจากคสช.มาจัดระเบียบ กลุ่มมาเฟียและแท็กซี่ป้ายดำในสถานที่ท่องเที่ยวก็ลดลง ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะชายหาดเป็นของสาธารณะ ทุกคนมีสิทธิได้ใช้ หากร้านไหนสร้างรุกล้ำก็ให้รื้อออกไปเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว MThai News ขอบคุณเว็บบอร์ดพันทิป

ลูกนกผอมได้เพราะ2PM
2PM /  ดาราวัยรุ่น / 

ลูกนกผอมได้เพราะ2PM กลายเป็นแรงบันดาลใจของสาวๆหลายคนทีเดียว สำหรับกระทู้ของคุณ BabyBirdz13 หรือ น้อง ลูกนก นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ปี 4 ที่ ลดน้ำหนักจาก 131 กิโลกรัม เหลือ 68 กิโลกรัม ภายใน 7 เดือน โดยมีแรงบันดาลใจจากนิชคุณ และวง 2pm!!!  น้อง ลูกนก ได้ตั้งกระทู้แชร์เรื่องราวการลดน้ำหนักของเธอในห้องโต๊ะเครื่องแป้ง ในเว็บไซต์พันทิป เมื่อวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา ล่าสุด มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นแล้วกว่า 300 คน ข้อมูล teen.mthai.com อ้างอิงภาพและข้อมูลจาก BabyBirdz13 ห้องโต๊ะเครื่องแป้ง พันทิป ลูกนกผอมได้เพราะ2PM  ลูกนกผอมได้เพราะ2PM เมื่อก่อนน้ำหนัก 131 กิโล เหลือ 68 กิโล ภายใน 7 เดือน ~ [เหตุเกิดเพราะ 2PM ^^*]     เมื่อเจ็ดเดือนที่แล้วค่ะ ในระหว่างที่กินตามใจปากนั้น ก็มีโอกาสได้รู้จักผู้ชายคนนึงที่ชื่อ " นิชคุณ" ค่ะ 555 ต้องออกตัวว่า ลูกนก ชอบมากกก ผู้ชายในอุดมคติเลยย และเมื่อ  ลูกนก ชอบก็ติดตามผลงานของพี่เค้าเลยชอบ 2PM ไปด้วย ^^ และ เมื่อต้นปีที่ผ่านมามีคอนเสิร์ตของ 2PM คะมีงานไฮทัชด้วยความที่ ลูกนก อยากได้จับมือผู้ชายเลยไปบนไว้ค่ะว่าถ้าได้จับมือจะ ไม่กินข้าวเย็นกับน้ำอัดลม 1 เดือน ซึ่งสำหรับเรามันยากมาก เพราะ ลูกนก หนักกินข้าวเย็นและก็ชอบน้ำอัดลมมาก >~<* (แต่เพื่อผู้ชายหนูยอม อิอิ) และปรากฏว่า  ลูกนก ได้จับมือผู้ชายค่า เมื่อได้จับ ลูกนก ก็ต้องแก้บน     ในระหว่างที่ ลูกนก แก้บนไปนั้น อยู่ดีๆก็เกิดคิดขึ้นมาว่า"อยากเรียนจบแบบสวยๆจัง อยากใส่ชุดรับปริญญาสวยๆถ่ายรูปกับครอบครัวสวยๆ" แค่นั้นล่ะค่ะ พอคิดเท่านั้นล่ะค่ะ ลูกนก ทำเลย พอทำไปได้เดือนนึงปรากฏน้ำหนัก ลูกนก ลดลงไป 10 กิโลค่ะ !!! ดีใจๆ 555 ลูกนก ทำต่อไปเรื่อยๆก็ลดลงไปเรื่อยๆค่ะ แต่เมื่อจำนวนเดือนมากขึ้น ความยากในการลดก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วยค่ะ >~<* แต่ ลูกนก ก็ต้องพยายามต่อไปค่ะ     จากตอนแรกที่ ลูกนก เริ่มลดน้ำหนักน้ำหนักของหนูคือ 131 กิโลค่ะ จนถึงตอนนี้น้ำหนัก ลูกนก เหลือ 68 กิโลค่ะ ผ่านมาเจ็ดเดือน ลูกนก ลดได้ 63 กิโลคะ เย้ๆ เป้าหมายสูงสุดของ ลูกนก คือน้ำหนักเหลือ 60 กิโลค่ะ แต่ว่าตอนนี้ ลูกนก พักก่อนค่ะให้รางวัลตัวเอง เหนื่อยมาเยอะ อิอิ    เชื่อว่าเพื่อนๆหลายๆคน คงเคยอ่านเรื่องของ คุณเนยที่มาลงในเว็บ pantip ใช่ไหมคะ ในช่วงที่เรื่องของคุณเนยดัง ลูกนก กำลังอยู่ในช่วงลดน้ำหนักค่ะ 555 ลูกนก ก็คิดว่า ผู้ชายคนนี้เก่งจัง เราจะทำให้ได้เหมือนกัน !!! ^^*     หลังจากลดน้ำหนักได้แล้วชีวิตเปลี่ยนไปเลยนะคะ จริงๆ ต้องพูดว่าจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยแบบมีแต่คนชม คนทัก มีคนทักด้วยว่าไปทำศัลยกรรมที่ไหน จะไปทำบ้าง ไปเกาหลีมาหรอ 555 นี่ผ่านมาสองเดือนยังทักกันไม่หยุดเลยเพราะมีคนบอกว่า ลูกนก เหมือนคนละคนเลยล่ะค่ะ ถ้าเพื่อนอยากรู้ว่าเปลี่ยนไปขนาดไหนลองเข้าไปดูรูปเก่าๆได้ที่เฟสเลยค่ะ http://www.facebook.com/babybirdz.natnicha ส่วนอันนี้เป็น ลูกนก  เพจตอบคำถามนะคะ เพราะเพื่อนๆให้ความสนใจเรามากๆเลย ขอบคุณสำหรับทุกคำชม ทุกกำลังใจนะคะ ถ้ามีคำถามให้เข้าไปในนี้นะคะ http://www.facebook.com/bb.babybirdz  ลูกนกผอมได้เพราะ2PM 1) ลูกนก ลดน้ำหนักยังไง ?  - ลูกนก ลดวิธีธรรมดา สามัญที่สุดเลยคะ ออกกำลังกายและควบคุมอาหารเท่านั้นเอง แต่สิ่งสำคัญคือ กำลังใจ ความมุ่งมั่น ความพยายาม ความอดทน ทุกอย่างจะต้องรวมกัน ต้องใจสู้นะคะ ถึงจะทำได้จริงๆค่ะ ลูกนก เข้าใจค่ะว่ามันยาก แต่เชื่อเถอะค่ะว่าทุกคนทำได้ถ้าตัดสินใจแล้วว่าจะสู้ !!!!! 2) ลูกนก มี เคล็ดลับ ยังไงหรอ ?  - ลูกนก ไม่มีเคล็ดลับอะไรเลยค่ะ ต้องชนะใจตัวเองให้ได้และอย่างที่บอกต้องใจสู้จริงๆ ;) แต่การออกกำลังกายและควบคุมอาหารเท่าที่เราทำมา เราค้นพบว่าแต่ละคนจะมีสูตรไม่เหมือนกันนะคะ แล้วแต่สรีระของแต่ละคน 3) ลูกนก กินยาอะไรหรอ ? - ลูกนก ขอตอบด้วยความสัตย์จริงนะคะว่า ลูกนก ไม่เคย"กินยา" หรือ "ใช้ยา"ใดๆก็ตามในการลดน้ำหนักเลยแม้แต่เม็ดเดียว :D ใครที่ต้องการคำปรึกษาเรื่องโภชนาการกับการออกกำลังกาย ถามได้นะคะ ลูกนก ยินดีช่วยเหลือจ้า ^^* สุดท้ายนี้หวังว่าเรื่องที่ ลูกนก เล่านี้จะเป็นแรงบันดาลใจ เป็นกำลังใจให้คนที่กำลังลดน้ำหนัก คนที่คิดลดน้ำหนัก ขอให้คุณสู้ๆและก็พยายามต่อไปนะคะ เชื่อเถอะค่ะว่า สิ่งที่เราทำถึงแม้จะเหนื่อยจะทรมาน แต่มันคุ้มค่ากับสิ่งที่จะได้กลับมานะคะ สุขภาพเราจะดีขึ้นด้วยแน่นอนค่ะ ^__________^* ลูกนกผอมได้เพราะ2PM

ชาวเน็ต ทำภาพเปรียบเทียบ
จับผิด /  พระนอนกับสีกา / 

ที่เว็บไซต์พันทิป ผู้ใช้ชื่อว่า สุภาพบุรุษตัดต่อ ได้ตั้งกระทู้หัวข้อ "จับผิดภาพ "เณรคำนอนกับสีกา"" โดยแสดงภาพเปรียบเทียบ พร้อมทั้งแสดงความเห็นว่าภาพเปรียบเทียบดังกล่าว ไม่ได้เป็นการตัดต่อแต่อย่างใด ต่อมาจึงมีสมาชิกชื่อ gamem13 ได้นำภาพที่มีการนอนกับสีกาและภาพขณะนั่งเครื่องบินเจ็ทมาเปรียบเทียบกัน โดยวงกลมไฝที่อยู่ในตำแหน่งเดียวกันและจมูกที่มีลักษณะคล้ายกัน รวมทั้งลักษณะใบหูด้วย อย่างไรก็ตาม มีผู้เข้ามาแสดงความเห็นกระทู้นี้เป็นจำนวนมาก ขอบคุณภาพจาก เว็บไซต์พันทิป MThai News

คลิ๊ปช่วยชีวิต ด.ต.ณรงค์พร้อมเสียงปืนและการปะทะทั้ง 2 ฝ่าย
ด.ต.ณรงค์ /  ประดิษฐ สินธวณรงค์ / 

คลิ๊ปว่อนโซเชียลเน็ตเวิร์ค การช่วยชีวิตด.ต.ณรงค์ ปิติสิทธิ์ พร้อมเหตุการณ์การปะทะ ณ สนามกีฬา ไทยญี่ปุ่นดินแดงทั้งในยูทูป และพันทิป เผยคลิ๊ปผ่านยูทูป ขณะช่วยชีวิตด.ต.ณรงค์ ปิติสิทธิ์ ผู้บังคับหมู่งานจราจร สถานีตำรวจตลาดพลู ซึ่งพยายามปั๊มหัวใจและขนย้ายร่างของ ดาบตำรวจ ณรงค์ ฯ ไปยังเฮลิคอปเตอร์เพื่อที่จะทำการช่วยชีวิตต่อที่โรงพยาบาลตำรวจ ขณะที่มีการระดมยิงกันอย่างต่อเนื่องเข้ามาในบริเวณดังกล่าว จนกระทั่งจะมีการร้องขอจากนักข่าวและจากเจ้าหน้าที่ที่ให้การดูแลดาบตำรวจ ณรงค์ ฯ http://www.youtube.com/watch?v=FTPZJEdBrV0 คลิปขณะเร่งปั๊มหัวใจ ด.ต.ณรงค์และยิงเฮลิคอปเตอร์ ทั้งนี้นายแพทย์ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้แถลงการ์ก่อนหน้านี้ว่า ขณะที่เฮลิคอปเตอร์กำลังบินขึ้นไปนั้น ก็ถูกยิงที่กระจก ซึ่งเดชะบุญกระสุนไม่ได้ถูกห้องเครื่องที่สำคัญที่อาจจะทำให้เสียชีวิตทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ที่บาดเจ็บ แต่อย่างไรก็ตาม การขัดขวางการช่วยเหลือดังกล่าว ก็ทำให้การดูแลรักษาล่าช้าไป การออกมาแถลงการณ์ในวันนี้ว่า ต้องขอความร่วมมือจากทุกๆ ท่านว่า ในการชุมนุมต่าง ๆ นั้น ต้องขอวิงวอนว่า อย่าได้มีการใช้กำลังประทุษร้ายหรือการบาดเจ็บในการช่วยเหลือผู้ป่วยนั้น อย่าได้มีการเข้าไปขัดขวางหรือทำร้ายเจ้าหน้าที่ทุกท่าน อันนี้เป็นหลักมนุษยธรรมและเป็นหลักที่สำคัญของคนไทยทุกคนที่จะพึงมีอยู่ ผมจึงใคร่ขอวิงวอนพี่น้องทุกท่านในวันนี้ อีกทั้งพล.ต.สุรชาติ จิตต์แจ้ง หัวหน้าส่วนประชาสัมพันธ์ และสารสนเทศ สำนักรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า เรียนพี่น้องประชาชนชาวไทยที่เคารพทุกท่าน ผมต้องการเรียนชี้แจงเพื่อสนับสนุนคำกล่าวของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขนะครับว่า  "ในส่วนของทหารนั้น การทำการรบหรือสงคราม เรามีหลักสากลที่ยึดถือปฏิบัติ ซึ่งเป็นไปตามอนุสัญญาเจนีวา 1949 ว่าด้วยการดำเนินรักษาทหารผู้บาดเจ็บและเจ็บป่วยในสนามรบกล่าวคือ ให้ความคุ้มครองทหารที่ต้องออกทำการรบ เนื่องจากความเจ็บป่วยหรือได้รับบาดเจ็บเช่นเดียวกับบุคคลทางการแพทย์ หรือบุคคลทางศาสนา ซึ่งรวมถึงประชาชนในพื้นที่การรบด้วย แม้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวที่ได้เกิดขึ้นไปแล้ว จะไม่ใช่สถานการณ์การสู้รบที่แท้จริง แต่ตามหลักมนุษยธรรมสามารถนำมาเทียบเคียงกันได้ ดังนั้น การขัดขวางการช่วยชีวิต การขัดขวางการลำเลียงผู้บาดเจ็บขึ้นเฮลิคอปเตอร์ การขัดขวางการขนส่งผู้บาดเจ็บโดยยิงเฮลิคอปเตอร์ จึงเป็นการปฏิบัติที่ไร้มนุษยธรรมโดยสิ้นเชิง นอกจากนี้ยังมีคลิ๊ปการปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.ณ สนามกีฬา ไทยญี่ปุ่นดินแดง ผ่านเว็บไซต์พันทิป http://pantip.com/topic/31442960  คลิ๊ปจากเว็บไซต์พันทิปและ http://www.youtube.com/watch?v=Svl9vUNQ038&desktop_uri=%2Fwatch%3Fv%3DSvl9vUNQ038&app=desktop คลิ๊ปยูทูปและลิงค์จากเว็บไซต์พันทิป MThai News

น้องก้อง เสียใจแต่ไม่แคร์ มีฝาแฝด ด้วยหรือนี่
น้องก้อง /  เสียจัยแต่มั่ยแคร์ / 

วันก่อนครับ เปิดไปดูกระทู้ในพันทิป แล้วดันไปเจอคลิปนี้เข้า จาก เสียใจแต่ไม่แคร์ ก้าวถอยหลังเข้าสู่ เพลง ห่างกันสักพัก ฮาดีนะ ลองไปชม หน้าคล้ายน้องก้อง เสียใจแต่ไม่แคร์เหมือนกันนะ (คลิปโดย คุณ goochillchill) ย้อนกลับไปดูคลิป น้องก้อง เสียจัยแต่มั่ยแคร์ กัน คลิปล่าสุดของ น้องก้อง เสียใจแต่ไม่แคร์ น้องก้อง อวดคลิปใหม่ เปิดใจ น้องก้อง เด็กแว่นที่อยู่ในคลิป เสียใจแต่ไม่แคร์ มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

เล่นหุ้นอย่างไร ตอนที่ 5 เลือกลงทุนให้ดีต้องรู้
(Dilution Effect /  NOBLE / 

เรียนท่านนักลงทุนทั้งหลายในช่วงที่มีความไม่แน่นอนในการลงทุนเช่นนี้ ผมขอชวนมาศึกษาข้อมูลบางอย่าง หนึ่งในหัวข้อที่มักนำมาพิจารณาในการตัดสินใจซื้อหุ้น คือ.... "ธรรมาภิบาล" (Good Coporate Governance) อันหมายถึง การบริหารงานแบบโปร่งใส ไม่เอาเปรียบผู้ถือหุ้นอื่นๆ ไม่ฉ้อโกง หรือจะดูความสามารถในการบริหารงานก็อนุโลมได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของ.....ธรรมาภิบาล..... ซึ่งเรื่องนี้มีผลต่อกำไร และการดำเนินงานของบริษัท บางท่านอาจไม่เห็นภาพ ก็ขอยกตัวอย่างเมื่อเร็วๆนี้ คือเหตุการณ์ประท้วงผ่านสื่อออนไลน์ ของผู้ถือหุ้นรายย่อยของ NOBLE หรือ บริษัทโนเบิ้ล จำกัด (มหาชน) NOBLE บมจ.โนเบิ้ล ดีเวลล็อปเมนท์ จัดการประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา ปรากฏว่าเกิดปัญหามากพอสมควร โดยเฉพาะปัญหาในสายตาผู้ถือหุ้นรายย่อยที่ พบความไม่ชอบมาพากลจากฝ่ายบริหาร ที่ ทำให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยบางรายร้องเรียนและโพสข้อความในโซเชียลเน็ตเวิร์ค และเว็บไซต์ของ "พันทิป" คือ การเพิ่มทุนแบบมีเลศนัย และพยายามกันผู้ถือหุ้นรายย่อยออกไป ซึ่งปกติหากไม่มีเอกสารเชิญเข้าประชุมหรือมอบอำนาจแทนที่เรียกว่า "Proxy" ก็เข้าร่วมประชุมไม่ได้อันนี้เป็นที่เข้าใจได้ว่า ไม่มีเอกสารยืนยัน "สิทธิ์" ว่าเป็นตัวแทนหรือผู้ถือหุ้นของบริษัทนั้นๆ แต่รอบนี้หากแม้มี "Proxy" แต่บัตรประชาชนลืมพกมาก็ห้ามเข้าประชุม หรือแม้บางคนรีบกลับไปหาบัตรประชาชนมาที่เข้าประชุมช้ากว่าเวลานัดประชุม แม้เพียงไม่กี่นาที ก็หมดสิทธิ์ออกเสียงใดๆทั้งสิ้น แต่จุดไคลแม็กซ์ของเรื่องนี้ ที่ทำให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยทนต่อไปไม่ได คือ การเพิ่มทุนกระทันหันแบบไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าในวาระการประชุม ซึ่งมากับ "Proxy" ทั้งนี้ที่ประชุมมีมติในการเพิ่มทุนอีก 200 ล้านหุ้น หุ้นละ 12 บาท รวมเป็นมูลค่าการเพิ่มทุน 24,000 ล้านบาท และขายให้นักลงทุนแบบเฉพาะเจาะจงซึ่งยังระบุไม่ได้ การร้องเรียนดังกล่าวจึงเกิดขึ้น เพราะมีผลทำให้ผลประโยชน์ และ "สิทธิ์" ของผู้ถือหุ้นลดลง ด้วยผลของการเพิ่มทุน จะทำให้อัตราส่วนการถือครองหุ้นลดลง (Dilution Effect) หากไม่ซื้อหุ้นเพิ่มทุนในอัตราที่เท่ากัน อัตราผลกำไรก็ต่อหุ้นจะลดตามไปด้วย ยิ่งหากบริษัทจ่ายเงินปันผลในช่วงนี้ผลประโยชน์จะลดลงฮวบฮาบทีเดียว เรื่องนี้ "กิตติ ธนากิจอำนวย" ประธาน NOBLE บมจ.โนเบิ้ลฯ ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า เหตุผลการเพิ่มทุนครั้งนี้ เพราะต้องการสะกัดกั้นการเข้าถือหุ้น NOBLE แบบไม่เป็นมิตร (Take Over) ของกลุ่มบริษัทเคพีเอ็นซึ่งนำโดย "กฤษณ์ ณรงค์เดช" ที่ทยอยไล่ซื้อหุ้น NOBLE จนมีสัดส่วนการถือหุ้นถึง 30% กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ไป ทั้งนี้กลุ่มเคพีเอ็น ก็มีเป้าหมายเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่ถ้าเข้าตลาดหุ้นโดยปกติต้องรอเวลาถึง 2 ปี การเข้าถือหุ้น NOBLE จึงเป็นการเข้าตลาดหุ้นทางอ้อม การเพิ่มทุนดังกล่าวจึงเป็นแผนแก้เกมของผู้ถือหุ้นเดิมของ NOBLE แต่อย่างไรก็ดีวิธีการเพิ่มทุนดังกล่าว ก็ถือว่าผิดกฎหมายและขาด....ธรรมาภิบาล....อย่างแรง เพราะมีผลกระทบต่อผู้ถือหุ้นเดิมและรายย่อยทุกคน แน่นอนหาก บมจ.โนเบิ้ล ทำตามกติกาด้วยการขอมติผู้ถือหุ้นทุกคนที่เข้าร่วมประชุมก็ได้แต่ ในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ถูกประเมินแล้วว่าไม่ได้รับการอนุมัติแถมยังเสี่ยงที่กลุ่ม ยิ่งตัวเลขกำไรจำนวนมากของบริษัทไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มทุนเลย เพราะจะกระทบต่อเงินปันผลแน่นอน นี่คือคำถามจากรายย่อย "กิตติ " ตอบอย่างเชื่อมั่นว่า ตั้งแต่กลางปี 2556 ยอดขายของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทั้งระบบตกลง แม้ขยายตลาดไปต่างจังหวัดยอดขายก็ไม่กระเตื้อง พร้อมกล่าวอย่างเชื่อมั่นว่า"สถานการณ์ เช่นนี้ หากเพิ่มทุนใครๆก็น่าจะพอใจ" แต่ความเชื่อมั่นดังกล่าว ส่งผลให้เกิดการฟ้องร้องโดยบริษัทเอบีเอ็น แอมโร นอมินีส์ สิงคโปร์ ร่วมกับผู้ถือหุ้นรายย่อยบางราย เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง บมจ.โนเบิ้ลฯ ต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ซึ่งศาลนัดพิจารณาคดีวันที่ 1 พฤษภาคม 2557 ทั้งนี้เอบีเอ็นฯผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 24.06% แต่กลับถูกกันออกจากการประชุม โดยอ้างว่าหนังสือรับมอบอำนาจ Notary Public โดยบริษัท เอบีเอ็น ถืออยู่มีอายุเกิน 3 เดือน อย่างไรก็ตามผุ้ถือหุ้นรายย่อยรายหนึ่ง สามารถเอาผิดผู้บริหาร NOBLE ได้ แถมกล่าวอีกว่า โนเบิ้ลมีกำไรสะสม 2.7 พันล้านบาท ขณะที่การเพิ่มทุนก็ยังไม่ทราบว่าจะขายให้ผู้ใด ซึ่งหากมีการจ่ายเงินปันผลเกิดขึ้น รายย่อยก็จะได้เงินปันผลน้อยลง นี่คือ!! เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งนักลงทุนยังไม่เห้นความสำคัญในการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น ก็แล้วแต่...เพียงขาดข้อมูลสำคัญหลายอย่างไปเท่านั้นเอง ตัวอย่างนี้ผู้เขียนนำมาให้แฟน MThai Newsพิจารณาว่า การตรวจอบธรรมาภิบาล หรือความโปร่งใสการบริหารงานดังกล่าวเป็นตัวอย่าง เพื่อการตัดสินใจซื้อหุ้นเป็นสำคัญ มากกว่าการตัดสินว่า "ใครถูกใครผิด" เพราะเป็นหน้าที่ของศาล ส่วนท่านที่สนใจหุ้น NOBLE หรือเป็นผู้หุ้นรายย่อยนี้อยู่ คงต้องติดตามข่าวคราวต่อไป ส.ศิริวาณิช MThai News เล่นหุ้นอย่างไร ตอน 4 รู้ทันคนรู้ทันเกมธุรกิจ วันอังคารที่ 6 พฤษภาคม 2557  แต่ละช่วงวัยมีพฤติกรรมและความต้องการสินค้าต่างกัน เล่นหุ้นอย่างไร ตอน 3 ….การลงทุนแนว VI วันอังคารที่ 22 เมษายน 2557  ลงทุนอย่างมีคุณค่าคือศึกษาข้อมูล เล่นหุ้นอย่างไรตอน 2 จิตวิทยาการลงทุนสำคัญจริงๆ วันพุธที่ 16 เมษายน 2557  ต้องตั้งสติ-ศึกษาข้อมูลและพื้นฐานบริษัท มือใหม่เล่นหุ้นอย่างไร ตอน 1 เริ่มต้นอย่างไรดี..? วันศุกร์ที่ 4 เมษายน 2557  ต้องรู้เขาต้องรู้เรา!!…มีชัยไปกว่าครึ่

Dtac สัญญาณล่ม ตั้งแต่ 11.00 ที่ผ่านมา Call center ยังบอด !!
dtac /  ดีแทค

  โอเปอร์เรเตอร์ Dtac กลับเข้าสู่ปรากฏการณ์สัญญาณล่มอีกครั้ง ตั้งแต่เวลา 11.00 น. ที่ผ่านมา ซึ่งในเฟซบุ๊กของดีแทค ได้มีผู้ใช้บริการจำนวนมากเข้าไปร้องเรียนสัญญาณล่มในหลายพื้นที่ เมื่อติดต่อไปยัง Call center 1678 ก็ไม่สามารถใช้บริการได้   ขณะที่ @dtac_feelgoood ได้มีแจ้งร้องเรียนสัญญาณล่มไปแล้วเช่นกัน ในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เบื้องต้นจำนวนผู้ใช้ออนไลน์ได้เข้าไปแจ้งถึงปัญหาดังกล่าวตามเว็บบอร์ด อาทิ พันทิป   ขณะเดียวกันผู้ใช้หลายรายก็ยังสามารถใช้บริการได้อยู่ ขณะที่ผู้ใช้จำนวนหนึ่งไม่สามารถใช้งานได้ รวมถึงล่าสุดเมื่อ 27 นาที ที่ผ่านมา ดีแทคได้ทวีตเตอร์การปรับปรุงสัญญาณให้ใช้งานได้หมด แต่ยังไม่ทราบถึงมูลเหตุของปัญหาดังกล่าว รวมถึงคำชี้แจงใดๆ .     Source By Matichon        

เพลง วงโยควรออกจากฝั่ง ฟังด่วน ก่อนโดนลบ
ดรัมไลน์ /  วงโยควรออกจากฝั่ง / 

ฟังด่วน วงโยควรออกจากฝั่ง เพลงแปลงจาก Devil Resonate กลายเป็นประเด็นดราม่ามหากาพย์ ตลอดทั้งสัปดาห์ กรณีที่วงดรัมไลน์ของโรงเรียนสตรีวิทยา 2 ขอยืมเงินคุณตันไปสามล้านกว่าบาท เพื่อเป็นค่าเดินทางไปแข่งขันถึงต่างประเทศนั้น บทสรุปสุดท้าย จะเป็นอย่างไร คงต้องติดตามกันนะครับ -------------------------------------------------------------------------------------- Update!!! คลิปเสียงวณิพกพเนจร อ้างเป็นผ.อ.สตรีวิทย์2 แฟนเพจ Drama-addict เผยแพร่คลิปชื่อ วณิพกพเนจร ซึ่งเป็นคลิปเสียงที่มีการพูดคุยกันเกี่ยวกับการยื่นหนังสือของบประมาณสนับสนุนจากภาคเอกชนเพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการนำวงโยธวาทิตไปแข่งต่างประเทศ โดยมีงบรวมทั้งหมด 13 ล้านบาท คลิกอ่านข่าวนี้ -------------------------------------------------------------------------------------- แต่ที่ไม่ต้องรอ อัพเดทกันได้เลย ต้องเป็น เพลงแปลงจาก DRZO กับเพลง วงโยควรออกจากฝั่ง ที่เอาทำนองเพลง เรือเล็กควรออกจากฝั่ง มาแปลงเนื้อร้องใหม่ จิกกัดแสบๆ คันๆ ตามสไตล์ DRZO ลองไปฟังกัน เนื้อเพลง วงโยควรออกจากฝั่ง หาเงินมานาน หนทางเริ่มมืดมัว Pre Order เต็มตัว ต้องทำยังไง เห็นตันรวยจริง ฉันเลยจะวัดใจไป รวมตัวนั่งขอทาน ให้ยอมจำนน วงฉันหลอกหา แดกในไทย เพื่อออกไปแตะขอบฟ้า แต่เหมือนว่า Web Drama ไม่เข้าใจ ประจานจนหมดหนทาง ชีวิตฉันต้องล้มลงใช่ไหม เหมือนคนรำคาญ หาตังค์กันง่ายไป เหมือนเพียงอิจฉาจน ต้องมาโวยวาย พันทิป สืบสวนหนักเพียงไหน เรายังจะแถกันอยู่ ไม่รู้ และสู้ไป จะออกไปแตะขอบฟ้า สุดท้ายแม้ Web Drama ไม่เข้าใจ มองไปไม่มีหนทาง แต่รู้ว่าฉันต้องไถตันก่อนไป ก็ได้สามล้านกันมา สามล้านเลยเป็นของฉันใช่หรือไม่ ก็อยากฝากบอกทุกคน ชีวิตแม้ต้องไถตันต่อไป พวกฉันก็ยังยืนยันที่จะไป จะออกไปแตะขอบฟ้า สุดท้ายแม้ Web Drama ไม่เข้าใจ มาทำเราหมดหนทาง เพียงรู้ว่าฉันไถตันออกไป ก็แค่สามล้านกว่าบาท แค่นั้น ให้ฉันไป Shop ได้หรือไม่ หยุดด่าพวกเราหน้าทน ชีวิตแม้ต้องไถตันต่อไป พวกฉันก็ยังยืนยันที่จะไป เสี่ยตันยังนำทางฉันใช่หรือไม่ ชีวิตพวกเรายืนยันที่จะ ที่จะ ไถ ------------------------------------------------------------------ ดราม่ามหากาพย์ วงโยฯ สตรีวิทยา 2 จะจบแบบไหน อีกไม่นาน คงทราบกัน คลิกติดตามกันได้ที่ MThai News มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

นักท่องเที่ยวจีน คลั่งเชียงใหม่ ใครได้ ใครเสีย ???
คนจีน /  ชาวเชียงใหม่ / 

ไม่ว่าประเทศใดบนโลกใบนี้  อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวถือเป็นหนึ่งในการกระตุ้นทางเศรษฐกิจที่สำคัญทั้งสิ้น ประเทศไทยเองก็เป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถท่องเที่ยวได้ทุกฤดู ทั้งน้ำตก ทะเล ภูเขา ดอย หรือจะเป็นโบราณสถานสำคัญทั้งทางประวัติศาสตร์และศาสนา แน่นอนว่าไม่ว่าเทศกาลไหน ประเทศไทยก็อ้าแขนรับนักท่องเที่ยวได้เสมอไป ปัจจัยหนึ่งที่เป็นตัวสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวอยากเดินทางมาเที่ยวประเทศไทย นั่นก็คือ ภาพยนตร์ หรือละครโทรทัศน์ ซีรีส์เรื่องต่างๆ ที่ยกกองมาถ่ายทำในประเทศไทย เมื่อภาพยนตร์ ละคร หรือซีรีส์ เรื่องนั้นๆออกฉาย สถานที่ท่องเที่ยวที่ปรากฎในฉากก็จะกลายเป็น จุดเรียกแขก สร้างเม็ดเงินเข้าประเทศจากการเดินทางมาเยือนของนักท่องเที่ยวนานาประเทศ เช่นเดียวกับที่ชาวเชียงใหม่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ หลังการยกกองถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Lost in Thailand ที่ออกฉายเมื่อปลายปี 2555 ได้ยกกองมาปักหลักถ่ายทำในประเทศไทย ทั้งในกรุงเทพฯ ภูเก็ต และโลเกชั่นหลักคือ จังหวัดเชียงใหม่ ภาพยนตร์เรื่อง Lost in Thailand หรือ “แก๊งม่วนป่วนไทยแลนด์” ได้ใช้สถานที่สำคัญทั้ง วัดบุปผาราม วัดแสนฝาง หมู่บ้านแม่กำปอง ที่ปางช้างเชียงดาว และอีกหลากหลายสถานที่ จนกลายเป็นที่มาของจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้าประเทศไทยเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ปี พ.ศ. 2554 มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามาประเทศไทยราว 1.7 ล้านคน แต่ในปี พ.ศ. 2556 จำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 2.7 ล้าน ดูเหมือนจะเป็นแนวโน้มที่ดีที่จังหวัดเชียงใหม่ ของประเทศไทยจะกลายเป็นที่รู้จักของทั่วโลกมากขึ้น ไม่ใช่เพียงเฉพาะชาวจีนเท่านั้น แต่เวลา 1 ปีกว่าที่ผ่านมา จากการแห่มาประเทศไทยของทัวร์ชาวจีน กลับก่อให้เกิดปัญหาต่อชาวเชียงใหม่มากมาย ด้วยความแตกต่างด้านมารยาท วัฒธรรม และภาษา กลายเป็นเหตุให้เกิดกระแสต่อต้านชาวจีนที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ก่อนหน้านี้กับประเด็นความคลั่งไคล้ความสวยงามของสถานที่ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จนมีนักท่องเที่ยวชาวจีนกลุ่มหนึ่งแต่งกายเลียนแบบนักศึกษามช. ทั้งยังก่อความวุ่นวายภายในมช. จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ ซึ่งต่อมาก็ยังมีการเตรียมเปลี่ยนแผนจากมช.ไปเป็นมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งมีทัศนีภาพสวยงามไม่แพ้กัน แต่ทางม.แม่โจ้ก็เตรียมออกนโยบายควบคุมนักท่องเที่ยวเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง เมื่อย้อนกลับไปดูที่ประเทศจีนเอง นักท่องเที่ยวชาวจีนซึ่งเดินทางไปยังสถานที่สำคัญต่างๆของประเทศ ก็มพฤติกรรมไม่ต่างจากการเดินทางมาประเทศไทย ล่าสุดเจ้าหน้าที่ทางการจีนได้ออกคำสั่งให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปชม "กำแพงเมืองจีน" ช่วงบริเวณหอศึก หมายเลข 14 ของมู่เทียนหยู สามารถขีดเขียนข้อความต่างๆ ได้ตามอัธยาศัย เพราะทราบดีว่าไม่มีมาตรการใดๆหยุดยั่งเหล่านักท่องเที่ยวมือบอนได้ อีกประเด็นที่มีการกล่าวขานถึงมาก ก็คือ วงเงินที่ใช้ในการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวจีนนั้นไมได้มากมาย เนื่องจากนักท่องเที่ยวชาวจีนจะเน้นการเดินทางและที่พักแบบประหยัด โดยเริ่มจากการใช้บริการสายการบินราคาถูกมาลงที่กรุงเทพฯ ก่อนจะนั่งรถไฟต่อไปยังจ.เชียงใหม่ จากนั้นก็จะเช่ารถจักรยานยนต์ หรือจักรยานมาใช้เป็นยานพาหนะ ทั้งที่ไม่ทราบกฎจราจร หรือจะเป็นการใช้บริการรถสามล้อ รถตุ๊กตุ๊ก และรถสองแถว ซึ่งหมายความมว่านักท่องเที่ยวเหล่านี้ไมได้สูญเสียเงินมากมายให้ประเทศไทย ในส่วนของที่พัก นักท่องเที่ยวชาวจันไม่นิยมการพักโรงแรม โดยเฉพาะโรงแรมระดับ 5 ดาว ดังเช่นที่นักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นนิยมกัน แต่จะพักที่เกสท์เฮาส์ หรือบูติคโฮเทล หรือการเช่าห่อพักเป็นรายวันซึ่งมีราคาถูกกว่า หรือประเด็นล่าสุด ภาพบุคคลเปลือยท่อนล่างนั่งยองๆคล้ายกำลังถ่ายอุจาระ ในคูเมืองเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่ผ่านมา ในตอนแรกมีการระบุว่า บุคคลดังกล่าวเป็นนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ที่เกิดปวดท้องกะทันหันจึงลงไปถ่ายอุจจาระในคูเมืองเชียงใหม่ ต่อหน้าเพื่อนร่วมทัวร์และประชาชนที่อยู่แถวนั้น ต่อมาได้มีผู้ออกมาแสดงความเห็นว่า บุคคลในภาพนั้นเป็นผู้ชายสติไม่ดี ซึ่งวนเวียนอยู่แถวประตูท่าแพ เป็นประจำ (ภาพประกอบจาก paipaiphuart สมาชิกพันทิป ) แม้ประเด็นนี้จะยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัด แต่กระแสการต่อต้านนักท่องเที่ยวของชาวเชียงใหม่ก็หนักพอดู จนมีการตั้งเฟสบุ๊กกลุ่ม “ร่วมต่อต้านนักท่องเที่ยวชาวจีน” และ แฟนเพจเฟสบุ๊ก “ฮา จัง เจ๊ก” ในการแสดงความเห็นต่อพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวชาวจีน ในแฟนเพจดังกล่าวมีการกล่าวถึงเหตุผลที่ชาวเชียงใหม่ไม่พอใจนักท่องเที่ยวชาวจีน โดยมีการโพสต์เป็นข้อความคร่าวๆ ดังนี้ นักท่องเที่ยวชาวจีนกระตุ้นเศรษฐกิจน้อยมากเหมือนคนไทยธรรมดาทั่วไป ไม่ว่าจะด้านใด 1.เช่นที่พัก เราจะพบว่าไม่เคยเลยที่จะพักโรงแรมดีๆ แต่ชอบพักหอพัก อพาร์ตเม้นต์ ถูกๆ 2. อาหาร ที่ไหนถูกจะไปที่นั่น ไม่มีรสนิยมเหมือนนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่น นักท่องเที่ยวจีนชอบกินตามข้างถนนหรือร้านอาหารระดับต่ำถึงกลางเท่านั้นดังนั้นก็เหมือนคนไทยทั่วไป 3. ความไม่มีมารยาทสากลดังนักท่องเที่ยวชาติอื่นทำให้ผู้คนเอือมระอา เช่น การใช้เสียง การสูบบุหรี่ การขากเสมหะ และกิริยามารยาทแบบมึงมาพาโวย เสียงดังรบกวนผู้อื่นทำให้เสียบรรยากาศในการท่องเที่ยวและทำให้นักท่องเที่ยวชาติอื่นๆ เบื่อหน่ายและหนีไปหมด 4. ไม่เคารพสถานที่สำคัญทั้งทางโบราณสถาน โบราณวัตถุของประเทศไทย ทำอะไรตามใจตนเอง ไม่คำนึงว่าสถานที่จะเสียหายหรือมัวหมอง 5. ขี้เหนียว ไม่มีน้ำใจที่จะอุดหนุนสินค้าและบริการของคนไทย ต่อราคาเกินความเป็นไปได้ ต่อบ้อต่อเถียงจนบางครั้งเกิดการวิวาท 6. ไม่ศึกษากฎหมายของไทยก่อนจะเข้าประเทศ เช่น กฎจราจร ข้อห้ามต่างๆ และมักใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายมาเอาเปรียบคนไทย ที่กฎหมายบ้านเราจะตราไว้แบบหลวมๆ เช่น สั่งอาหารมากินแล้วไม่จ่ายเงินโดยอ้างว่าไม่ได้สั่ง หรือไม่อร่อย อยากจะหยุดรถตรงไหนก็หยุด จอดที่ไหนก็จอด (ขอบคุณข้อมูลจาก เฟสบุ๊กกลุ่ม “ร่วมต่อต้านนักท่องเที่ยวชาวจีน”) ไม่ว่านักท่องเที่ยวจะมีพฤติกรรมเช่นไร การต้อนรับขับสู้ ยังถือเป็นมารยาทของเจ้าบ้านที่ดี การจัดทำคู่มือท่องเที่ยว อบรบไกด์ท้องถิ่นให้สามารถสื่อสารภาษาจีนได้ หรือการจัดหาล่ามแปลภาษา เหล่านี้เป็นทางออกที่จะช่วยลดปัญหากวนใจชาวเชียงใหม่ ทั้งยังช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางเศรษฐกิจได้อีกด้วย MThai News

นักสืบพันทิป ขุดเบาะแสสาวปริศนา กิ๊กใหม่ไฮโซดังเมืองปากน้ำ
ไฮโซเมืองปากน้ำ

นักสืบพันทิป ขุดเบาะแส น้องปุยนุ่น ลือหึ่งเป็น สาวปริศนา กิ๊กใหม่ไฮโซดังเมืองปากน้ำ ปมทำเตียงหักดาราสาวดัง วันนี้(10 ก.ค.) ชาวสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์และจับตากระทู้จากเว็บไซต์พันทิปกระทู้ชื่อ คนนี้ ...ผู้หญิงอีกคนของ......ที่กำลังมีข่าวเตียงหักซึ่งคาดกันว่าเป็นกระทู้เตรียมแฉกิ๊กใหม่ของไฮโซดังแห่งเมืองปากน้ำ โดยในกระทู้ได้มีการแฉภาพจากอินสตาแกรมของหญิงสาวคนหนึ่งชื่อว่าปุยนุ่น โดยก่อนหน้านี้มีการจับผิดว่าภาพสถานที่ รถแข่งหรูและเจ็ทสกีของชายไฮโซดังไปปรากฎบนอินสตาแกรมของหญิงสาวปุยนุ่น ประกอบกับมีกระแสข่าวเตียงหักของไฮโซเมืองปากน้ำกับดาราสาวชื่อดังด้วย สร้างกระแสดังบนโลกออนไลน์ในการจับตาดูว่าเรื่องนี้จะเป็นความจริงหรือไม่ ? MThai News  ข่าวที่เกี่ยวข้อง  เม้าท์แซ่ด โฉมหน้า พริตตี้ ม ดัง กิ๊กใหม่ เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ 

เรื่องจริง ความรู้สึกของเด็กแอดมิชชั่น เมื่อสอบไม่ติด
นักเรียน /  แอดมิชชั่น 57

เรื่องจริง ความรู้สึกของเด็กแอดมิชชั่น เมื่อสอบไม่ติด .. นี่เป็นเรื่องราวของเด็กนักเรียนคนหนึ่ง ซึ่งเป็นเด็กเรียนเก่งถือว่าติดอันดับ 1 ใน 10 ของห้องเลยก็ว่าได้ น้องได้เล่าเรื่องราวของตัวเอง ในการสอบแอดมิชชั่นลงในกระทู้พันทิป น้องเขาคิดและคาดหวังไว้ว่าต้องสอบติดแน่นอน แต่ผลที่ออกมา นั่นคือ ... สอบไม่ติด ทีนเอ็มไทยอยากจะให้เพื่อนๆ ที่เสียใจจจากการสอบไม่ติด เสียใจ ลองอ่านกันดูนะคะ เผื่อจะนำความผิดหวังมาเป็นแรงผลักดัน เมื่อครั้งนี้ไม่ได้ก็ไม่เป็น ที่เรียนมีตั้งมากมายพร้อมที่จะต้อนรับเรานะ ^^ เรื่องจริง ความรู้สึกของเด็กแอดมิชชั่น เมื่อสอบไม่ติด ขอแนะนำตัวเราอยู่ ชั้น ม.6 ของ รร. แห่งหนึ่งในภาคใต้ เมื่อวันที่ 26 ม.ค. มีประกาศผลการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็น มหาลัยที่เราอยากอยู่มากๆๆๆ  แต่คณะ รับเพียง 16 คน จากเด็กหลายพันคน  ซึ่งเราก็มิได้ตั้งความหวังว่าเราจะต้องสอบติด แต่ก็แค่ลองข้อสอบไป  แต่ก็ตั้งความหวังไว้นิดหน่อย เพราะ เราเป็นเด็กที่เรียนติด 1 ใน 10 ของห้อง โดยเฉพาะพ่อเรา ตั้งความหวังไว้มากๆๆๆๆๆ กับเรา โดยคิดว่าเราต้องสอบติดแน่ ทางมหาลัยมีการประกาศผลก่อน 1 วัน และ ปรากฎว่าเราไม่ติด ความรู้สึกแรกเราเฉยๆๆ นะ เพราะ เตรียมใจว่าไม่ได้ชัวร์ๆ เพื่อนในกลุ่มก็ไม่มีใครได้ๆ เลยๆๆ  เราก็ยังเฮฮาเรื่อยๆๆ  จนมีเพื่อนหลายคนสอบติด และ แม้แต่คนที่ไม่ค่อยเก่งยังสอบติด เราก็แบบ อิจฉาๆๆๆๆ จนเรากลับบ้าน ทางบ้านเลยถามว่าทำไมวันนี้กลับดึก เราก็บอกว่าไม่ดูผลสอบมา  เค้าก็ถามว่าเป็นไง เราก็ ... สอบไม่ติด .... ยายเราด่าเราเลยอ่า ว่าทำไมเหลวไหล ไม่รับผิดชอบๆๆ  เราอึ้งไปแล้วร้องเลยๆๆๆ เราเสียใจมากๆๆ เลยนะ ที่พูดกับเราแบบนี้ เราก็ร้องไปเรื่อยๆๆ จนตัดสินใจว่าจะโทรไปบอก พ่อ ซึ่ง ท่านอยู่เชียงใหม่ ตื๊ดๆ ตื๊ดๆๆ ป๋า....สอบไม่ติดนะ เค้าก็เงียบ........ น้องพูดว่าอะไรนะ (ไม่ได้ยิน หรือ ไม่มั่นใจ) เราก้อ ทวนซ้ำ ตอนนั้นตาแดงแล้วแหละ ป๋า....เงียบไปแล้ว "ทำไมน้องถึงสอบไม่ได้" เราน้ำตาไหลพรากเลยแหละ  แล้ว ป๋าก็พูดอะไร ต่อ  เราจับความไม่ได้ แต่เราก็ อืม อืม อืม  แล้ว ตัดสายไปเลย    เรานอน ร้อง จน เผลอ หลับไป ตื่นมาอีกทีต้องไป รร  ตอนอาบน้ำยังร้องอีก ไปรร เพื่อน  ปลอบกันยกใหญ่ ยัง งง เลยนะที่เราสอบไม่ได้  เราตาบวม เจ็บตามากมายๆ เราเคยคิดนะ ทำไมคนสอบ ไม่ติดจึงค่าตัวตาย เราเจอกับตัวเองแล้วแหละความรู้สึกนั้น ความกดดัน ที่สร้างขึ้น เราได้จากคนรอบข้าง เราอยากแนะ ผู้ปกครอง หรือ คนอื่นๆ นะ เวลามีคนมาบอกผลสอบ   อย่าอึ้ง อย่า เงียบ! มันดูเหมือน แบบ แสดงความผิดหวัง มากมาย และให้ใช้คำพูดที่ดี และ ให้กำลังใจถึงที่สุด ตอนนี้เราไม่มีกำลังใจที่จะอ่านหนังสือเลยแหละ แบบ อ่านมาเยอะแล้ว มันสอบไม่ติด เลยไม่รู้จะเริ่มอย่างไรแต่เราก็จะพยายามเพื่อเราเอง ขอบคุณข้อมูล http://www.unigang.com/Article/18535

กนก ! ลั่นฟ้องหนุ่มปริศนาตั้งกระทู้ดิสเครดิต
"เมื่อแฟนผมนัดเล่นชู้กับนักข่าวใน Line" /  กนก รัตน์วงศ์สกุล / 

กนก รัตน์วงศ์สกุล ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านทางเฟสบุ๊คหลังจากตกเป็นข่าวในประเด็นกระทู้ที่ว่า "เมื่อแฟนผมนัดเล่นชู้กับนักข่าวใน Line" ลั่นฟ้องแน่ผู้ตั้งกระทู้ จากกรณีที่ว่ามีหนุ่มปริศนาตั้งกระทู้ชื่อ "เมื่อแฟนผมนัดเล่นชู้กับนักข่าวใน Line" ลง ในเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ระบุว่า ตนเองเพิ่งจับได้ว่าแฟนสาวของตนแอบเป็นชู้กับนักข่าวชื่อดังคนหนึ่งที่เคย ชื่นชม หลังจากเขานำโทรศัพท์ของแฟนไปซ่อมให้ แล้วบังเอิญไปเห็นข้อความทางไลน์ที่แฟนสาวเคยคุยกับนักข่าวชื่อดังในทำนอง ชู้สาว มีนัดเจอกัน อ่านแล้วชวนเสียวไส้ หลังจากนั้นได้มีผู้แสดงความคิดเห็นผ่านกระทู้ดังกล่าวอย่างมากมาย โดยมีการสันนิษฐานไปเรื่อยว่าเป็นนักข่าวท่านใด จนกระทั่งพบว่าเสียงส่วนใหญ่ได้กล่าวถึง “นายกนก รัตน์วงศ์สกุล พิธีกรข่าวของเนชั่น” ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ (27 มิ.ย.) นายกนกได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวปฏิเสธเรื่องดังกล่าวทันที โดยนายกนก เปิดเผยว่า ตนได้อ่านกระทู้ดังกล่าวแล้วพบว่าฝ่ายชายแสดงความคับแค้นใจที่แฟนสาวมีชู้ทางไลน์กับนักข่าว แล้วก็มีคนสันนิษฐานว่าเป็นตน ซึ่งตนก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเอาเรื่องลักษณะนี้มาใส่ความให้ตนตลอด จากคำกล่าวอ้างกระทู้ว่าเหตุเกิดคืนวันที่ 24 มิถุนายน 2557 ตอนนั้นตนกำลังนั่งดูฟุตบอลคู่อิตาลี-อุรุกวัย อยู่ ยังเห็นภาพที่ หลุยส์ ซัวเรซ แทะไหล่กองหลังอิตาลีอยู่เลย คงไม่ได้ไปคบชู้สู่ไลน์อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามนายกนกได้ฝากให้ฝ่ายชายติดต่อมาที่ตนโดยตรงได้เลย หากเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง อย่ามาประโคมข่าวทางพันทิป เพราะเหมือนกับมีเจตนาจะดิสเครดิตเสียมากกว่า และตนอาจดำเนินคดีกับเรื่องที่เกิดขึ้น สำหรับข้อความที่นายกนกโพสต์มีใจความดังนี้ "เป็นอีกครั้งที่มีเรื่องฉาวคาวโลกีย์ เกี่ยวพันมาถึงตัวผม แต่ครั้งนี้ผมรู้สึกเฉย ๆ นะ เมื่อมีเพื่อน ๆ ส่งมาให้อ่านจากพันทิป ว่าผมไปเป็น "ชู้กับแฟนเขาทางไลน์" ผมตามเข้าไปอ่าน เขาทำเบลอที่รูป profile ซึ่งรู้ว่าเป็นผม เพราะมีคนเอาไปลงเต็ม ๆในคอมเมนต์ต่อมา เนื้อหาเป็นการคุยลามก ด้วยถ้อยคำที่หยาบตรงมาก และฝ่ายหญิงก็เหมือนจะนัดเจอกับ นักข่าว แต่ดูเหมือนยังไม่ได้เจอครับ ตอนแรกผมเข้าไปอ่าน เพราะอยากรู้ว่า ตกลงตัวเราได้ไปนัดเจอกับแฟนชาวบ้านจริงหรือวะ !?! ก็มีเท่านี้เองครับ ไม่มีภาพ (ผมกับผู้หญิง) ไม่มีคลิป ไม่มีอะไรนอกจากฝ่ายชายแสดงความคับแค้นว่า "แฟนมีชู้ทางไลน์กับนักข่าว" แล้วมันก็เป็นผม !!! ความจริงหน้าตาผมก็ไม่หล่อเลยนะ แต่ทำไมต้องเอาเรื่องพรรค์อย่างนี้มาใส่ให้ตลอด ทำไมไม่ลือกันเรื่องอื่นบ้าง...เช่น กนกกำลังสืบว่าบ้านจันทร์ส่องโลกมีเส้นทางใต้ดินจริงมั๊ย? นายดูไบร่วมกับสื่อ ฟอกเงินผ่านบริษัทยักษ์ใหญ่หรือเปล่า...ใส่ความกัน ด้วยเรื่องเหนือสะดือบ้างสิครับ ^^แล้ว ถ้าฝ่ายชายบอกว่าเหตุเกิดคืนวันที่ 24 มิ.ย. ผมว่าตอนนั้น..ผมกำลังดูซัวเรซ แทะไหล่กองหลังอิตาลีอยู่นะ หรือไม่ช่วงนั้น ก็เป็นช่วงปั้นเรื่องขำขันให้คึกคักยามดึก อย่างที่ผมทำทุกคืน ไม่น่าใช่ช่วงคบชู้สู่ไลน์ ทีมงานผมได้แคปหน้ากระทู้ในพันทิปไว้แล้ว ก่อนจะลบ แต่ฝ่ายชายก็มาเปิดอีกกระทู้ ยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง เคยชื่นชมผม แถมยังเคยเจอผมอีกด้วย ถ้างั้นผมขอสื่อสารไปถึงตัวเขาเลยว่า ให้ติดต่อผมมาโดยตรงสิครับ ส่งมาทางข้อความในเฟซบุ๊ก แสดงตัวตนออกมาที่ผมเลย อย่าไปโหมประโคมทางพันทิป เหมือนเจตนาจะดิสเครดิต สิ่งที่คุณทำ..ผมดำเนินคดีคุณได้ แม้พันทิปจะลบกระทู้ไปแล้วก็ตาม ปล. ผมไม่ได้ใช้รูปใส่สูทตามที่ปรากฏในกระทู้คุณแล้วนะครับ รูปใหม่วัยรุ่นกว่าเก่า" MThai News

ชาวเน็ต งง พาหมาเข้าร้านอาหารได้?
พาหมาเข้าร้านอาหาร

ข่าวสังคมออนไลน์ วันที่ 8 พ.ค. สมาชิกเว็บไซต์พันทิปท่านหนึ่งได้เปิดกระทู้ "เดี๋ยวนี้สุนัขเข้าทานในสุกี้ได้ด้วยเหรอ?" ซึ่งจากกระทู้ดังกล่าวได้มีการโพสภาพที่มาจากอินสตาแกรม ซึ่งเป็นภาพของผู้ชายคนหนึ่งกำลังจะป้อนอาหารให้สุนัขตัวเล็ก จากกระทู้ดังกล่าวมีหลายคนตั้งคำถามว่าในห้างสรรพสินค้าหรือร้านอาหาร สามารถนำสุนัขไปร่วมรับประทานอาหารได้ด้วยหรือไม่ โดยจากกระทู้ดังกล่าวได้มีผู้โพสภาพของคนที่เอาสุนัขไปนั่งกินในร้านอาหารด้วยอีกหลายภาพ ซึ่งชาวพันทิปต่างวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมทั้งเจ้าของสุนัขที่รักสุนัขเกินไปโดยไม่สนใจคนรอบข้าง รวมถึงร้านอาหารที่ปล่อยละเลยให้มีการนำสุนัขเข้าไปในร้าน ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจากพันทิป MThai News