พันทิป

ทำดีไม่หวังผล! แอมป์ เล่านาทีระทึก แบกคนหนีไฟไหม้!!
แอมป์ พีรวัศ /  หยก ธัญยกันต์ / 

ทำความดีแต่ไม่ป่าวประกาศจนผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือออกมาแชร์เรื่องราวดีๆ ผ่านโซเชียล พร้อมขอบคุณอย่างสุดซึ้งในความมีน้ำใจของพระเอกหนุ่ม แอมป์ พีรวัศ หลังเข้าช่วยแบกคุณยายวิ่งลงบันไดคอนโด 16 ชั้นที่กำลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ ล่าสุดเจอ หนุ่มแอมป์ ในงานบวงสรวงละครเรื่อง "คุณนายสายลับ" เจ้าตัวออกอาการเขิน! หลังสอบถามถึงเหตุการณ์ดังกล่าว เข้าใจมีทั้งกระแสชื่นชมและกล่าวหาสร้างภาพ ยืนยันทำไปโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนและไม่คิดว่าจะเป็นข่าว พร้อมฝากถึงทุกคนก็สามารถเป็นฮีโร่ได้ แค่หยิบยื่นน้ำใจให้แก่กัน!! "จริงๆ ผมไม่ได้อยากเป็นฮีโร่นะครับ เราช่วยปกติอยู่แล้ว คือวันนั้นประมานเที่ยงคืนที่ชั้นของผมไฟไหม้ ไหม้ห้องฝั่งตรงข้าม เราวิ่งลงมาจากชั้น 29 มาถึงชั้น 16 มีอาม่ายืนอยู่ เราเห็นแล้วว่าท่าทางจะลงไม่ได้แน่นอน เราก็เลยบอก อาม่าครับ มาขึ้นหลังผมเลย เค้าก็งงๆ ทำตัวไม่ถูก ผมก็บอกให้ขึ้นหลังเลย" "พอขึ้นหลัง คำแรกที่พูดเลยคือ ขอให้เจริญๆ นะ อวยพรอย่างเดียวเลย อวยพรยับเลย เราก็บอกให้อาม่ากอดแน่นๆ เค้าก็ไม่ค่อยกล้ากอดเรา เราบอกให้กอดคอเลย เสร็จปุ๊ปลงมาถึงชั้น 1 เอาไปวางไว้หน้าร้านกาแฟ อาม่าก็บอกว่า ลื้อไปดูอากงให้หน่อยที่ชั้น 16 ผมก็เดินย้อนขึ้นไปได้ประมาณชั้น 3 ก็เห็นอากงเดินลงมากับลูกแล้ว" "เค้าไม่ทราบครับว่าผมเป็นนักแสดง ผมไปไหนก็ไม่เคยบอกใครอยู่แล้ว เรื่องมันผ่านมาเมื่อวานซืนที่มีข่าวในพันทิป เพื่อนส่งมาให้ดู เมื่อวานกลับไปคอนโด ร้านที่คอนโดบอกว่าเค้าอยากเจอผมมากเลย เค้าจะเอาของมาตอบแทน ผมบอกว่าไม่ต้อง ขอบคุณมากเลย ผมไม่ได้หวังว่าจะได้อะไร อะไรช่วยเหลือกันได้ก็ช่วยกัน เป็นเรื่องปกติครับ" "พอเรื่องถูกแชร์แล้วมันจะมีทั้งดีและไม่ดี คือคนดีเค้าจะชื่นชมเรา ก็ขอบคุณสำหรับคนที่ชื่นชมผม แล้วก็จะมีอีกกระแสนึงที่บอกว่าสร้างภาพนู่นนี่นั่น บอกคนอื่นเค้าก็ทำได้ ผมจะบอกให้นะครับ คนที่เป็นฮีโร่หรืออะไรก็แล้วแต่ ไม่จำเป็นว่าจะต้องมีชุดยอดมนุษย์หรือแปลงร่างได้ ทุกคนมีพลังพิเศษติดตัวนะครับ เพราะฉะนั้นหยิบน้ำใจของตัวเองออกมา ทุกคนก็จะเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นผม" "คนชมว่าใจหล่อมากก็ต้องขอบคุณครับ อายเหลือเกิน (หัวเราะ) ไม่คิดว่ามันจะเป็นข่าวหรือจะเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร แค่สังคมไทยมีคนช่วยเหลือกันแค่นี้ก็พอแล้ว และผมว่ามันจะน่าอยู่ขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ประเทศไทยก็น่าอยู่ขึ้นเรื่อยๆ แล้วครับ ตอนนี้คนมองเป็นไอดอลของการทำความดีก็ดีใจครับ อยากให้เด็กๆ ทำ แต่ไม่ต้องทำตามผมก็ได้ครับ ทำอะไรก็ได้ที่เป็นเด็กดี ช่วยเหลือพ่อแม่ ตั้งใจเรียน ผมว่าแค่นี้คุณก็เป็นฮีโร่ของครอบครัวแล้ว แต่ถ้าเกิดกรณีคับขันเจอคนลำบาก ให้ตั้งสติดีๆ ผมว่ามันจะผ่านไปได้ครับ" "กับอาม่ายังไม่ได้เจอเลยครับ ผมออกมาทำงานทุกวันเลย แต่จะเจอหรือไม่เจอก็ไม่เป็นไรครับ บอกแล้วว่าผมช่วยไม่ได้หวังอะไรอยู่แล้ว มันเป็นเรื่องเล็กๆ ถ้าเกิดคืนนั้นผมวิ่งผ่านไปก็จะต้องมีคนดีมาช่วยเค้าอยู่แล้ว แต่จังหวะที่เราก็แข็งแรง เราก็ยังไหว คิดกลับกันว่าถ้าเราเป็นคนแก่คนนึงที่กำลังหนีจะลงจากบันได เราอายุเยอะเดินไม่ไหว แต่มันมีเด็กหรือผู้ใหญ่ใครสักคนมาช่วยเรา เราก็จะดีใจ เผื่อวันหน้าผมอาจจะกระดูกผุก็ได้นะ ก็อาจจะต้องการความช่วยเหลือเหมือนกัน" "ขอบคุณแฟนๆ หลังจากช่วยอาม่าก็มีคนติดตามผลงานผมมากขึ้น มีคนมาพูดถึงว่า เค้าดูเรามานานแล้ว แต่ไม่เคยชื่นชอบเราเลย แต่พอเค้าดูเราครั้งนี้ เค้าบอกจะติดตามเรา ก็ขอบคุณครับ" "ส่วนเรื่องความรักกับหยกก็เรื่อยๆ ดีครับ มีเวลาเจอกันน้อยมากเลย เพราะต่างคนต่างทำงาน รูปหวานก็ลงเรื่อยๆ นะ ช่วงนี้อาจจะไม่ค่อยได้ไปเที่ยวไหนเลยไม่ได้ลง ความสัมพันธ์ก็ยังแฮปปี้ปกติ คบกันมาประมาณ 5-6 ปีแล้ว" "เรื่องข่าวดียังไม่มี ต้องทำงานก่อนครับ เรามาจากศูนย์เพราะฉะนั้นเราต้องใช้เวลาเก็บเงินเยอะๆ แต่ด้วยอายุของผมมันก็ควรจะแต่งงานมีลูกได้แล้ว เพียงแต่ว่าตอนนี้ถ้าเราแต่งงานด้วยความไม่พร้อม ผมว่าผมสงสารลูก แล้วก็สงสารตัวเองด้วย เหมือนเรายังดูแลตัวเองยังไม่ดีเลย เอาคนอื่นมาดูแลด้วยมันจะหนักกว่าเดิม เพราะฉะนั้นขอใช้เวลาดีกว่าครับ" "ตัวผมเองก็มีคิดๆ ไว้นะว่าอยากจะแต่งงานสักอายุ 33 ปีตอนนี้ผม 29 แล้ว ก็ยังเป็นเรื่องของอนาคตอยู่ ผมคิดว่าการแต่งงานไม่ใช่ที่สุด ซึ่งที่สุดของคู่รักผมว่าเราอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขอันนี้ดีที่สุดนะ แต่ถ้าแต่งงานแล้วประกาศว่าวันนี้เป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามกฏหมาย แต่พอมาอีกวันเลิกกันอย่างเงียบๆ เพราะฉะนั้นมันไม่มีประโยชน์เลย" "ดังนั้นผมว่าอยู่กันแบบรักกัน ดีกันผมว่าโอเคแล้ว และทางครอบครัวผมและหยกก็ไม่ได้เร่งเลย รอจังหวะสบายๆ และตัวผมอยากมีลูกเลยนะก็เคยบอกหยก แต่ว่าผมยังไม่พร้อม ไหนจะค่าเทอม ค่ากิน ค่าเที่ยว ตอนนี้ขอโฟกัสงานก่อน ขอบคุณสำหรับโอกาส ผมจะทำให้ดีที่สุดครับ" แอมป์ กล่าว ขอบคุณภาพจาก IG @ammdevilll แอมป์ พีรวัศ แอมป์ พีรวัศ แอมป์ พีรวัศ แอมป์ พีรวัศ แอมป์-หยก แอมป์-หยก

อีกมุมมอง กรณีไบค์เกอร์หนุ่มรถล้ม คว้าแฟนมากอด!
ถนนมิตรภาพ /  บิ๊กไบค์ / 

อีกมุมมอง กรณีไบค์เกอร์หนุ่มรถล้มคว้าแฟนมากอด ชาวเน็ตสงสัยฝนตกหนักขนาดนั้น ทำไมไม่จอดรถ? แถมใช้ยางสลิค วันนี้ (19ก.ย.) จากกรณีที่โลกออนไลน์มีการส่งต่อคลิป หนุ่มคนหนึ่งขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ซึ่งมีแฟนสาวซ้อนท้ายมาด้วย พวกเขาได้ขี่รถฝ่าสายฝน บริเวณถนนมิตรภาพ ช่วงทางลงเขื่อนลำตะคอง ก่อนที่รถจะเสียหลักลื่นไถลไปตามถนน แต่สิ่งที่ทำให้ผู้คนต่างพากันประทับใจ เนื่องจากในคลิปฝ่ายชายได้พยายามเอื้อมจับแฟนสาวเอาไว้หลังรถล้ม ซึ่งทั้งคู่ก็ปลอดภัยจากอุบัติเหตุครั้งดังกล่าว ล่าสุดสมาชิกพันทิปชื่อ ก็แค่ผู้ชายที่เชื่อในความฝัน ได้ตั้งกระทู้แสดงความเห็นต่อเรื่องดังกล่าวในอีกหนึ่งมุมมองว่า จากคลิปฮีโร่ไบค์เกอร์กอดแฟนสาว ผมขออนุญาตมองแยกเป็น 2 ประเด็นนะครับ 1.ตอนล้ม อันนี้ยอมรับว่ามีสติดีมาก และโชคดีหลายชั้นที่จังหวะนั้นไม่มีรถสวนมา โชคดีที่แฟนสาวอยู่ใกล้ไม่กระเด็นห่างจากตัว อันนี้ชมในประเด็นนี้ 2.ก่อนล้ม อันนี้เป็นประเด็นที่ผมอยากพูดถึงและฝากเตือน เรื่องขับเร็วไหม อันนี้ผมบอกไม่ได้ เพราะมองไม่เห็นไมล์ แต่จากคลิปก็น่าจะเร็วอยู่ ฝนตกขนาดนั้นผมขี่ไม่เกิน 100 เลยครับเพื่อความปลอดภัย ที่สำคัญคือ ยางที่พี่เขาใช้ คือยางสลิคที่ใช้สำหรับสนาม สำหรับพื้นผิวที่แห้งและร้อน เพราะยางมันไม่มีดอกให้รีดน้ำ แต่พี่เขาใช้ยางนี้วิ่งตอนฝนตกหนัก ในการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ทางเรียบชิงแชมป์โลก (MotoGP) เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ถ้าใครได้ดูทางช่อง 3SD จะเห็นเลยครับว่า แค่ฝนตกพรำๆ ถนนแค่เริ่มชื้น เขาก็โบกธงสัญญาณให้เข้ามาเปลี่ยนรถที่ใช้ยางสำหรับถนนเปียกแล้ว นั่นแค่ฝนพรำ ๆ นะครับ แต่ในคลิปพี่เขา คือฝนตกหนัก (มาก) ไม่แปลกที่ขี่ทางตรงอยู่ดี ๆ แล้วรถจะสะบัดล้มไปเอง ประเด็นนี้สำคัญครับ การที่เราพาลูกสาวใครมาซ้อนเรา นั่นคือเรากำลังดูแลชีวิตลูกสาวคนอื่นแล้ว การขี่รถแบบเสี่ยงอันตรายหรือไม่คิดถึงความเสี่ยง ผมว่าน่าตำหนิมากกว่าชื่นชมครับ ผมไม่เข้าใจเหตุผลที่พี่เขาใช้ยางสลิคตอนหน้าฝน (ทั้งที่จริง ๆ ควรจอด ต่อให้ไม่มีที่หลบ ต้องจอดยืนตากฝนก็ต้องจอด เพราะมันอันตรายมาก ๆ ) แต่ยังไงอยากให้เป็นบทเรียนสำหรับไบค์เกอร์ทุกท่านนะครับ ใช้ยางให้เหมาะสม เพื่อคนที่เรารักและคนที่อยู่ข้างหลังเราครับ ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News ขอบคุณกระทู้พันทิป ขออนุญาตมองต่าง กรณีไบค์เกอร์กอดแฟนสาว ฝนตกหนักขนาดนั้น แถมใช้ยางสลิค

ละครสายลับจับแอ๊บ , เรื่องย่อสายลับจับแอ๊บ
เรื่องย่อละคร สายลับจับแอ๊บ

สายลับจับแอ๊บ บทประพันธ์โดย : หัสวีร์, เพฑูรย์, พิมาลินย์บทโทรทัศน์โดย : มานะ สติกำกับการแสดงโดย : คิง สมจริง ศรีสุภาพผลิตโดย : บริษัท กู๊ด ฟิลลิ่ง จำกัดออกอากาศทุกวัน พุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30น. ทางช่อง 3 เรื่องย่อละคร สายลับจับแอ๊บ แอ๊บได้แอ๊บไป ระวัง จี-สแกนเปิดโปง ! พวกแอ๊บจะไม่ได้กินชะนีอีกต่อไป จี-สแกน บริษัทสืบเกย์ความหวังสุดท้ายของสาว ๆ ในยุคผู้ชายกลายพันธุ์ ที่เกิดจากการรวมตัวกันแบบไม่ตั้งใจของสามสาวเพื่อนรัก นำทีมโดย พรนางฟ้า สาวสวยหุ่นเป๊ะแต่สมองโก๊ะผู้โดนเกย์หนุ่มหักอกเป็นอาจิณเลยทำให้เธอเชี่ยวชาญในการสแกนเกย์ ผลงานการสแกนเกย์ที่ดังกระฉ่อนไปทั่วประเทศ คือการที่เธอแอบตามแฟนหนุ่มที่นอกใจหนีไปเที่ยวกับเจ้านายเกย์ของเธอ เมื่อความลับถูกเปิดเผย พรนางฟ้าจัดการเจ้านายไม่ยั้ง ทำให้เจ้านายไล่เธอออก และขัดขวางการสมัครงานทุกที่จนเธอกลายเป็นคนว่างงาน ความแค้นนี้ทำให้พรนางฟ้าโพสต์เรื่องราวของตัวเองแฉลงในพันทิป และด้วยกระแสของกระทู้นี้เองทำให้ ชลลัมภีร์ เจ้าของนิตยสารกรี๊ดบันเทิงจ้างให้เธอสืบคดีคู่จิ้น วงบลูปรินซ์ บอยแบนด์ที่ดังสุดในประเทศไทย แต่ยังไม่ทันสืบคดีแรกคดีที่สองก็ตามมาติด ๆ เมื่อเธอได้รับว่าจ้างให้สืบเกย์ผู้กำกับหล่อเซอร์ชื่อดังพรนางฟ้าจึงไปชักชวนผู้ร่วมทีมคนที่สองคือ บัวบุหงา สาวเก่ง มาดแมนซึ่งกำลังมีปัญหารุมเร้าทั้งเรื่องหนี้สินที่บ้านเหตุเกิดจาก พ่อเต่า พ่อที่เป็นเกย์ของเธอกู้เงินมาทำร้านอาหารอิตาลีก่อนร้านจะเจ๊งไม่เป็นท่า แถมงานถ่ายแบบนิตยสารแนวผู้ชายเซ็กซี่ของเธอดันโดนเด็กรุ่นใหม่ไฟแรงเข้ามาแทนที่ บัวบุหงาจึงตัดสินใจร่วมทีมกับพรนางฟ้า เพื่อนำเงินมาใช้หนี้ ทั้งสองคนกำลังจะเริ่มสืบคดี แต่ก็ดันมีคดี ที่สามเข้ามาเพิ่ม ! ซึ่งคนที่มาว่าจ้างกลับไม่ใช่คนอื่นไกลแต่เป็น แพรพิณ เพื่อนรักสาวสวยฟอร์มจัดของพวกเธอ ที่สงสัยว่าคู่หมั้นของหลานสาวตัวเองจะเป็นเกย์ เมื่อ 3 คดีทับถมเข้ามาพรนางฟ้าจึงตัดสินใจให้แพรพิณเข้าร่วม เป็น 1 ในจีสแกนเพื่อสืบคดีหลานสาวซะเลย ! งานนี้สามสาวต้องช่วยกันสืบคดีทั้งสามคดีที่รับมาให้สำเร็จ! ละคร สายลับจับแอ๊บ พรนางฟ้า เริ่มสืบข้อมูลวงบลูปรินซ์จาก อันนา หลานสาวของแพรพิณ ซึ่งเป็นแฟนคลับตัวแม่ของวงนี้บลูปรินซ์ประกอบไปด้วยสมาชิก 4 คนคือ เควิน, คฑา, ไลออน และจุงเบ โดยมีโปรติวเซอร์สุดโหดอย่าง พาที คอยดูแลวงอย่างใกล้ชิด พรนางฟ้าพบว่าคู่จิ้นที่คนเชียร์มากที่สุดของวงคือ เควิน และไลออน และเร็ว ๆ นี้บลูปรินซ์จะจัดงาน fan meeting พรนางฟ้าจึงจะใช้โอกาสนี้ในการเข้าไปแสกนบลูปรินซ์ แต่โชคชะตากลับไม่เข้าข้าง เมื่องานนี้อนุญาตให้คนที่มีบัตรเข้าเท่านั้น ! พรนางฟ้า บัวบุหงา และแพราพิณ จึงหาใช้ทั้งเล่ห์กลมารยาหาบัตรเข้างานไปได้อย่างทุลักทุเล โดยมี ต้อย และติ่ง หัวหน้าแฟนคลับคอยสแกนคนตลอดเวลาด้วย และในงานนั้นเอง ทำให้พรนางฟ้าได้เจอกับพาที ผู้ชายที่พรนางฟ้าเคยเจอที่สนามบิน และคิดว่าเขาเป็นการ์ด ทั้งคู่ไม่ชอบหน้ากันทันที พรนางฟ้าพยายามโกหกพาทีว่าเธอเป็นญาติเครวิน พาทีซึ่งรู้เรื่องบลูปรินซ์ดีที่สุดโมโหมาก สั่งให้บอดี้การ์ดลากพรนางฟ้าออกไป พรนางฟ้ารู้ตัวว่าจะทำงานยากขึ้นจึงปลอมตัวเป็นแองจี้ หลานสาวชลลัมภีร์เพื่อเข้าไปสัมภาษณ์วงบลูปรินซ์โดยอ้างว่าจะตีพิมพ์เรื่องทั้งหมดลงนิตยสารที่ประเทศเกาหลี การเข้าไปของพรนางฟ้าทำให้วงบลูปรินซ์ประทับใจเพราะเธอเป็นหญิงสาวสวย ฉลาด มากความสามารถ และแก้ปัญหาให้บลูปรินซ์ได้ทันท่วงที ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคู่เต้นในโชว์ลีลาศของเควินที่ไม่มาซ้อม พรนางฟ้าก็มาช่วยซ้อมแทนเพราะเต้นลีลาศเป็น หรือเรื่องที่แฟนคลับบุกร้านอาหารในระหว่างการให้สัมภาษณ์ของบลูรินซ์พรนางฟ้าก็สามารถหาทางลัดพาทั้งสี่หนุ่มหนีรอดมาได้ ทั้งสี่คนจึงเริ่มให้ความไว้วางใจตัวเธอ แต่นั่นก็ไม่ช่วยให้เธอสแกนเกย์บลูปรินซ์ได้มากขึ้น ! เธอจึงหาหนทางเข้าไปอยู่ร่วมชายคาเดียวกับสี่หนุ่มบลูปรินซ์เพื่อสแกนแบบเข้มข้น และโชคก็เข้าข้างเมื่อ นาเดียร์ เลขาของพาที และผู้ช่วยผู้จัดการวงมีเรื่องกับคฑาจนโดนไล่ออก เควินกับไลออนเลยเสนอให้พรนางฟ้าเข้ามาทำหน้าที่แทน ทุกคนที่เหลือในวงเห็นด้วย พาทีจึงต้องยอมรับพรนางฟ้าเข้ามาทำงานอย่างไม่เต็มใจนัก ทางด้านบัวบุหงาถูกพรนางฟ้าทิ้งให้สืบคดีจับ พันธิตร ผู้กำกับหน้าใหม่ที่เพิ่งกลับมาจากเมืองนอกสด ๆ ร้อน ๆ บัวบุหงานัดเจอ อรนาฏ แม่ของพันธิตรเพื่อรับคดี อรนาฏยื่นซองเงิน 100,000 บาท เพื่อเป็นค่าดำเนินการ และบอกว่าทางที่ง่ายที่สุด ในการสืบเกย์ลูกชายตัวเองคือแฝงตัวเข้าไปในกองถ่ายภาพยนตร์ ทะเลลาเวนเดอร์ที่พันธิตรเป็นโปรดิวเซอร์ บัวบุหงาหาหนทางแฝงตัวเข้าไปในกองถ่ายอย่างง่ายดายเพราะรู้จักกับ โดม ประทาย ซึ่งเป็นช่างแต่งหน้าของภาพยนตร์เรื่องนี้ และเป็นเพื่อนสนิทของพ่อบัวบุหงา โดยมี ตรีชวา นางเอกของเรื่องใช้เส้นสายช่วยให้บัวบุหงาได้เข้าไปเป็นตากล้องภาพนิ่งในกองถ่าย ละคร สายลับจับแอ๊บ พันธิตรเพียงเห็นหน้าบัวบุหงาก็ไม่พอใจ เพราะไม่เชื่อมั่นในความสามารถของตากล้องผู้หญิง คอยเป็นไม้เบื่อไม้เมาลับฝีปากดูถูกความสามารถเธอเสมอ ทำให้บัวบุหงาแค้นและอยากหาหลักฐานมัดตัวพันธิตรให้ได้โดยเร็ว เธอตามสืบพันธิตรทุกฝีก้าว และเจอว่าพันธิตรชอบแตะเนื้อต้องตัวผู้ชายในกอง ชอบด่าดาราสาวสวยที่เล่นไม่ดี และเมื่อบัวบุหงาแอบเปิดไลน์ของพันธิตร ก็เจอว่าเขาคุยกับ วทันยู เพื่อนผู้ชายที่อยู่ต่างประเทศทุกวัน เธอจึง caption หน้าจอให้อรนาฏดู อรนาฏแทบเป็นลม เธอกลัวลูกชายคนเดียวจะเป็นเกย์เหมือนพ่อของเขาที่ทิ้งครอบครัวหนีไปแต่งงานกับผู้ชายที่อเมริกา อรนาฏจึงจ้างบัวบุหงาต่อให้ช่วยกีดกันพันธิตรออกจากผู้ชายทุกคน และถ้าสามารถทำให้เขาเปลี่ยนใจมาชอบผู้หญิงได้จะมีโบนัสพิเศษ ! บัวบุหงาเริ่มมีความหวังในชีวิตทันที บัวบุหงาพยายามหาสาว ๆ มายั่วยวนพันธิตร แต่ไม่สำเร็จ จึงลงทุนเปลี่ยนโฉมมาดแมน กลายเป็นสาวสวยเปรี้ยว เพื่อกระชากใจพันธิตรเพราะคิดว่าเขาคงชอบของแปลก และของแปลกตัวจริงต้องเป็นเธอเท่านั้น ! พันธิตรรู้สึกดีกับบัวบุหงามากขึ้น แต่ก็ยังวางฟอร์ม และปั่นหัวบัวบุหงาเล่นไม่เลิก ทางด้านแพรพิณหลังจากที่ตกลงกับเพื่อน ๆ ว่าจะสืบคดี คุณชายหมอไทย คุณชายหมอลูกแหง่แห่งวังมัจฉาด้วยตัวเอง จากที่ผ่านมาเธอจะมีช่องว่างไม่ค่อยก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของหมอไทย แพรพิณเริ่มเข้าไปแทรกตัวในทุก ๆ กิจกรรมของหมอไทยเพื่อสืบอย่างใกล้ชิด และเจอกับชยุต เพื่อสนิทของหมอไทยที่มาหาหมอไทยทุกเย็นเพื่อจะไปเล่นกีฬาด้วยกัน แพรพิณสังเกตว่าหมอไทยจะดีใจทุกครั้งที่ชยุตมาหา ทำให้เธอสงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งสองคน แพรพิณจึงลงทุนตามหมอไทย และชยุตไปฟิตเนสทุกวัน หมอไทยชอบเล่นกล้ามแต่ชยุตชอบเล่นโยคะ และแบดมินตันเหมือนแพรพิณ แพรพิณเล่นโยคะฟลายกับชยุต แต่ด้วยความโก๊ะก็พลาดท่าตกลงมา และชยุตรับไว้ได้ แต่สบตาชยุต แพรพิณก็หัวใจเต้นแรง หมอไทยมาเห็นเข้าก็รีบมาดูอาการของชยุต แพรพิณยิ่งสงสัยมากขึ้นจึงหาทางตามทั้งสองคนไปสนามฟุตบอลกับพรนางฟ้า และบัวบุหงา เธอเห็นชยุต และหมอไทยมักจะเตะเนื้อต้องตัวกัน จึงหาทางเข้าไปแทรกกลางระหว่างทั้งคู่เสมอ จนกระทั่งวันหนึ่งพรนางฟ้าไปซาวน์น่า และเจอชยุคกับหมอไทยเข้าไปด้วยกัน แพรพิณรีบตามมาจับผิด และเห็นทั้งสองคนออกมาด้วยกันอย่างเหนื่อยอ่อน แพรพิณเสียใจมาก และเริ่มปักใจเชื่อว่าหมอไทยเป็นเกย์ และรู้สึกเสียใจขึ้นไปอีกเมื่อรู้ว่าชยุตก็น่าจะเป็นเกย์เช่นกัน เธอเริ่มสับสนในตัวเองว่าเธอจะคิดถึงชยุคทำไม ละคร สายลับจับแอ๊บ วันหนึ่งในงานเลี้ยง 80 ปี ของ คุณย่านวล แห่งวังมัจฉา มีแขกคุณหญิงคุณท่านมากมาย แพรพิณชวนบัวบุหงา พรนางฟ้าไปร่วมงานเพื่อช่วยหาหลักฐานยืนยันว่าหมอไทยกับชยุครักกัน พรนางฟ้าแอบเอาไลออนซึ่งตกหลุมรักพรนางฟ้าไปร่วมงานด้วย โดยปลอมเป็นแขกในงานอย่างแนบเนียน และแล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อคุณย่านวลจันทร์ประกาศกลางงานเลี้ยงว่า อันนาหลานสาวของแพรพิณกับหมอไทยจะมีพิธีหมั้นภายในสัปดาห์หน้า ! หมอไทยตกใจ และโกรธาก แพรพิณเมื่อรู้ว่าหมอไทยโกรธก็ยิ่งเพิ่มความเชื่อมั่นว่าหมอไทยกับชยุตรักกัน ไลออนที่ไม่ได้แตะแอลกอฮอล์นาน เมาจนเผลอประกาศตัวว่าเขาคือ ไลออน แห่งบลูปรินซ์ และจับหมอไทยที่ยืนใกล้ ๆ มาจูบ สร้างความฮือฮาในงาน และมีนักข่าวถ่ายภาพนี้ได้ โชคดีที่พรนางฟ้าขอร้องให้ชลลัมภีร์ช่วยปิดข่าวนี้ไว้ โดยอ้างว่าถ้าไม่ช่วยปิดข่าวก็จะไม่สืบเกย์วงบลูปรินซ์ต่อ ชลลัมภีร์ตกลง งานนี้พรนางฟ้าเรียกคะแนนความมั่นใจจากลูบปรินซ์ได้อีกครั้งแต่พาทีจอมเฮี๊ยบก็ยังไม่ไว้วางใจเธอ วันรุ่งขึ้นเป็นงานเปิดกล้องภาพยนตร์ ทะเลลาเวนเดอร์ ของสี่หนุ่มบลูปรินซ์ พร้อมดาราคับคั่ง พรนางฟ้าที่ต้องตามมาด้วยในฐานะผู้ช่วยผู้จัดการวง พบกับตรีวานางเอกของเรื่อง เธอแทบช็อกเพราะตรีชวา คือรักแรกของเธอสมัยประถมที่ตอนนี้สวยแซงหน้าเธอไปแล้ว ! ทั้งสองคนทำตัวถูกเมื่อเจอหน้ากัน และเมื่อเปิดปากพูดก็เริ่มทะเลาะกันถึงเรื่องในอดีตร่ำไป ! ในงานเปิดตัว นักข่าวรุมล้อมขอสัมภาษณ์ไลออนแต่เขายังเมาค้าง และตอบอะไรผิด ๆ ถูก ๆ พันธิตรเซ็งกับความไม่รับผิดชอบของไลออนจึงเปลี่ยนตัวพระเอกกะทันหันเป็นคฑา เรด้าร์สแกนเกย์ของบัวบุหงาทำงานทันที เธอเห็นสายตาแปลก ๆ ของพันธิตรที่มีให้คฑามาโดยตลอด นั่นทำให้เธอยิ่งเชื่อว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องทำ เพื่อคฑาอย่างแน่นอน ! บัวบุหงากับพันธิตรยังคงเป็นไม้เบื่อไม้เมาไม่เลิกรา ทั้งสามกลับมารายงานความเคลื่อนไหวของแต่ละคน ทุกคนดูเริ่มจะได้ข้อมูลมากขึ้น มีแพรพิณที่ยิ่งรู้ข้อมูลมากเท่าไหร่ก็ยิ่งช้ำใจมากเท่านั้น เพราะเธอรู้สึกหึงชยุค ! แล้วก็มีเรื่องแซ่บมาตอกย้ำความเศร้าของแพรพิณ เมื่อบัวบุหงาเห็น หมอไทยกับชยุต ฟอลโล่อินสตาแกรมรูปผู้ชายโป๊ แพรพิณเสียใจจนไม่เป็นอันทำอะไร บัวบุหงาพรนางฟ้าทนไม่ไหวในนิสัยขี้แยของแพรพิณ จึงวางแผนสืบหาความจริงเรื่องหมอไทยกับชยุตเอง โดยวางแผนให้ทั้งสองคนมาถ่ายรูปเซ็กซี่เพื่อให้โฆษณาคลินิกเสริมความงามของหมอไทย แล้วเอาผู้ชายหล่อ 3-4 คนที่เธอจ้างไว้มาช่วยหลอกล่อให้หมอไทยกับชยุตแต๋วแตก ละคร สายลับจับแอ๊บ แต่แล้วกลับเป็นผู้ชายเหล่านั้นที่แต๋วแตกแพ้ความขี้เล่นเป็นกันเองของชยุต และหมอไทย ทุกอย่างกำลังไปได้สวยแต่เรื่องราวกลับใหญ่โต เมื่อแพรพิณที่เอาของมาคืนบัวบุหงาเห็นภาพที่กลุ่มผู้ชายมารุมล้อมกอดชยุตก็อาละวาดตบตีจนผู้ชายทุกคนหนีกลับบ้าน หมอไทย ชยุต พรนางฟ้า และบัวบหงามองแพรพิณอย่างไม่เข้าใจว่าเธอไล่ผู้ชายทุกคนทำไม แพรพิณที่กลัวทุกคนจับได้ว่าเธอเริ่มชอบชยุตวิ่งหนีกลับบ้าน และเรียก ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊ก จิ๋วจิ๋ว นักเรียนของแพรพิณที่เธอสนิทมากมาปรึกษาปัญหาหัวใจ เด็ก ๆ รู้ทันทีว่าครูแพรพิณชอบชยุต และสัญญาว่าจะช่วยสืบเรื่องนี้ให้ได้ จะได้รู้กันไปเลยว่าหมอไทยกับชยุตเป็นคู่เกย์ หรือเป็นแค่คู่จิ้นที่แพรพิณคิดไปเอง ! ด้านบวบุหงาที่พยายามกีดกันพันธิตรออกจากผู้ชายทุกคน ได้ใกล้ชิดพันธิตรก็เริ่มหวั่นไหวว่าตัวเองชอบเกย์รึเปล่า เธอพยายามห้ามใจแต่ยิ่งห้ามเท่าไหร่ก็ห้ามไม่อยู่ ด้านพรนางฟ้าที่ต้องอยู่ใกล้ชิดกับพาที และวงบลูปรินซ์มากขึ้นเริ่มรู้สึกถึงพลังเกย์อะไรบางอย่าง จากตอนแรกที่คิดว่า ไลออนกับเควินจะเป็นคู่จิ้นเกย์กัน แต่กลับเห็นโมเม้นพ่อแง่แม่งอนของเควินกับพาทีตลอดเวลาเธอเริ่มสืบพาทีมากขึ้นจนพาทีเริ่มสงสัย ด้านพาทีเองก็แอบจับตาพรนางฟ้าทุกฝึกก้าว แล้วใช้โอกาสที่จะมีงานปาร์ตี้ฉลองความสำเร็จบลูปรินซ์ เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของพรนางฟ้า โดยเขา และพรนางฟ้าจะเป็นผู้จัดงานแค่สองคน ในงานนี้มีผู้เกี่ยวข้องมาร่วมงานด้วยทั้งหมดไม่เว้นแม้กระทั่งพันธิตร บัวบุหงา และแพรพิณ รวมถึงปอนเซอร์ของวงอย่างคลินิกเสริมความงามของคุณชายหมอไทย แม้กระทั่งพ่อเต่าก็ขอแอบตามเข้ามาด้วย งานนี้ ตรีชวา รับหน้าที่พิธีกร และประกาศว่าจีโชว์เรียกเสียงกรี๊ดโดยจะจับทุกคนแต่งตัวเพื่อขึ้นเดินแฟชั่นโชว์สลับเพศ พาทีแต่งเป็นเซเลอร์มูน คู่กับพรนางฟ้าที่เป็นตราก้อนบอล พันธิตรกลายร่างเป็นซินเดอเรลล่าคู่กับบัวบุหงาที่แต่งเป็นเจ้าชาย คุณชายหมอไทยมาในลุคนางเงือก และแพรพิณอยู่ในชุดพระอภัยมณี ส่วนชยุตที่ตามมาด้วยแต่งเป็นนางพันธุรัตน์ ทางด้านบลูปรินซ์แต่งเป็นสาวสวยวงเกาหลี โชว์นี้เป็นที่เรียกเสียงกรี๊ดได้อย่างดี และช่วยให้พรนางฟ้าเห็นพิรุธเกย์บางอย่างจากจุงเบ และคฑา ! ในคืนนั้นเองพาทีมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับพรนางฟ้าตลอดการจัดงาน ทำให้ทั้งคู๋เริ่มหวั่นไหว และเริ่มมีความรู้สึกดี ๆ ให้กัน โดยทั้งหมดอยู่ในสายตาของไลออน ไลออนที่แอบชอบพรนางฟ้า จึงถือโอกาสดึงพรนางฟ้าสารภาพรัก และขอพรนางฟ้าเป็นแฟนเพื่อตัดหน้า พรนางฟ้าอึ้งทำตัวไม่ถูกไลออนจึงจับจูบทันที โดยไม่รู้ว่ามีปาปารัสซี่แอบถ่ายภาพไปแล้ว ! ซึ่งในภาพเห็นแต่ไลออนไม่เห็นพรนางฟ้า พรนางฟ้าสับสนแต่ก็ใช้ไหวพริบถ่วงเวลาโดยการยื่นข้อเสนอให้ไลออนช่วยสืบเกย์ในวงให้หน่อย ถ้าไลออนสืบได้พรนางฟ้าจะยอมตกลงเป็นแฟน ไลออนจึงตอบตกลง ละคร สายลับจับแอ๊บ ด้านแพรพิณที่ติดอยู่ในห้องน้ำด้วยความซุ่มซ่ามพยายามร้องให้คนช่วยจนหมดแรง ชยุคมาได้ยินก็รีบผลักประตูห้องน้ำไปช่วยเธอ แพรพิณเห็นชยุตก็ดีใจมาก ทั้งสองคนชวนกันหนีออกไปจากงาน เนื่องจากทั้งคู่ไม่ชอบงานปาร์ตี้เสียงดัง คืนนั้นทั้งคู่มาเดินเล่นชมแสงไฟยามค่ำคืน ชยุคที่รู้สึกดีกับแพรพิณมานานพยายามซ่อนความรู้สึกไว้ ส่วนแพรพิณก็พยายามตอกย้ำตัวเองว่าชยุตเป็นเกย์เพื่อไม่ให้ชอบเขาไปมากกว่านี้ ภายในงานพ่อเต่าเมามาก และไล่กอดผู้ชายไปทั่วงาน บัวบุหงาโมโหพ่อที่ทำให้อับอายขายหน้า รีบลากพ่อกลับบ้านโดยมีพันธิตรขับรถไปส่ง ระหว่างทางเธอด่าพ่อที่ทำตัวเละเทะด้วยความเสียใจ แต่พ่อก็เมาไม่รู้เรื่องเมื่อพันธิตรมาที่บ้านบัวบุหงา ก็รู้ว่าพ่อแม่พยายามช่วยหาเงินด้วยการเปิดร้านอาหารตามสั่งเล็ก ๆ และหาของมาขายเรื่อย ๆ แต่เนื่องจากพ่อไม่ค่อยแข็งแรงบัวบุหงาต้องทำงานในบ้านทุกอย่าง ตั้งแต่กวาดบ้านยันซ่อมไฟพันธิตรรู้สึกศรัทธาในตัวบัวบุหงามากขึ้น บัวบุหงาชวนพันธิตรดื่มเบียร์ หลังจากจัดการธุระเสร็จ และระบายความรู้สึกทั้งหมดให้ฟัง พันธิตรจึงเล่าเรื่องตัวเองที่พ่อของเขาทิ้งครอบครัวหนีไปแต่งงานกับผู้ชายที่อเมริกา เขาก็โดนเพื่อนล้อมมาตลอด แถมยังโดนแม่คอยจับผิดทุกฝีก้าวทำให้เขาอึดอัดไม่เชื่อฟังแม่ แต่พ่อเต่าแม้จะเป็นกะเทย แต่ก็ยังรักแม่และซื่อสัตย์ต่อแม่ของบัวบุหงา แถมดูแลครอบครัวเป็นอย่างดี ให้อิสระแก่ชีวิตบัวบุหงาทุกอย่าง บัวบุหงาได้ฟังก็ร้องไห้ และกอดพันธิตรแน่น ทั้งสองคนรู้สึกดีต่อกันอย่างมาก ทั้งสองมองตาและพร้อมใจกันจูบอย่างไม่มีใครให้สัญญาณ ทางด้านพรนางฟ้าหลังจากปาปารัซซี่แอบถ่ายภาพเธอกับไลออนจูบกัน ทำให้บลูปรินซ์โดนกระแสข่าวดังจนเธอทะเลาะกับพาทีอย่างหนัก แม้ในรูปข่าวจะดูไม่รู้ว่าสาวปริศนาเป็นใคร ทำให้พรนางฟ้าพอใช้ชีวิตในสังคมได้บ้าง ไลออนแม้จะเป็นข่าวดังแต่ก็รู้สึกดี เมื่อเห็นพาทีกับพรนางฟ้าทะเลาะกันหนัก เพราะมันทำให้เขามีโอกาสในตัวพรนางฟ้ามากยิ่งขึ้น ไลออนรีบทำคะแนนพิชิตหัวใจเธอด้วยการตามสืบเควินกับจุงเบ เพราะเขาสงสัยมานานว่าทั้งสองคนเป็นแฟนกัน จนวันหนึ่งที่คฑาขอกลับบ้าน ไลออนแสร้งออกไปข้างนอก และแอบกลัวเข้ามาเขาย่องไปที่ห้องนอนของจุงเบเจอเควินกับจุงเบจูบกัน ไลออนถ่ายรูปไว้ และรีบส่งให้พรนางฟ้า พรนางฟ้าช็อกมากรีบส่งรูปไปในกรุ๊ปไลน์จีสแกนทันที พรนางฟ้าทะเลาะกับพาทีอย่างหนักจนโดนพาทีลากขึ้นรถไปทะเลลางดึก พาทีพาพรนางฟ้ากลับมาที่หมู่บ้านชาวประมงซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา ที่นั่นพรนางฟ้าพบ ลุงจบ ลุงของพาที และรู้ความจริงว่าพาทีเป็นพี่ของเควิน ทั้งสองคนเคยเป็นเด็กชาวประมงที่ต้องดิ้นรนต่อสู้ เพื่อให้ได้เข้าสู่วงการเพลง ลุงจบเล่าให้ฟังว่าพาทีรักน้องมาก ทำเพื่อน้องได้ทุกอย่าง แถมเงินที่ทั้งสองคนได้มาก็มาช่วยเหลือญาติ ๆ ทุกคนในหมู่บ้านเพราะยากจน พรนางฟ้ารู้สึกรัก และศรัทธาในตัวพาทีมากขึ้น และตัดสินใจจะไม่แฉเรื่องเกย์ของเควินกับจุงเบเพราะอยากให้วงบลูปรินซ์ดังต่อไป ละคร สายลับจับแอ๊บ ในขณะที่กองถ่ายภาพยนตร์ทะเลลาเวนเตอร์ ก็เกิดปัญหาอีกเมื่อพันธิตรยกกองถ่ายไปถ่ายคาบาเรด์โชว์แล้วบัวบุหงาเจอพ่อเต่าเต้นโชว์อยู่บนเวที พร้อมเพื่อนเก่าที่นั่นเพื่อช่วยลูกหาเงินใช้หนี้ บัวบุหงาเสียใจในตัวพ่อมากที่เคยสัญญาว่าไม่แต่งหญิ และพังงานโชว์ทั้งหมดจนกองถ่ายมีปัญหา อรนาฏที่อยู่ในกองถ่ายด่าบัวบุหงา และเผลอเปิดเผยเรื่องที่จ้างบัวบุหงามาสืบเรื่องพันธิตรออกมา พันธิตรเสียใจมาก และไล่บัวบุหงายออกจากกองถ่าย พันธิตรทะเลาะกับอรนาฏจนอรนนาฏเลิกสัญญาว่าจ้างทั้งหมดกับบัวบุหงาเช่นกัน บัวบุหงาเสียใจมากร้องไห้กลับมาที่บ้าน เพราะไม่มีงาน และไม่มีเงิน เมื่อมาถึงก็เจอใบแจ้งหนี้จะยึดบ้านเพราะเธอค้างชำระมาหลายงวด บัวบุหงาทรุดนั่งร้องไห้ที่หน้าบ้าน พ่อเต่าที่ตามกลับมาเห็นบัวบุหงาก็รู้สึกน้อยใจที่ลูกต่อว่าตนเองต่อหน้าคนดู พ่อเต่าอธิบายให้บัวบุหงาฟังว่าการได้เป็นนักแสดงคาบาเรต์โชว์เป็นความฝันของพ่อเต่า และมันจะช่วยให้ที่บ้านหมดหนี้ได้ แต่ถ้าบัวบุหงาไม่พอใจมากขนาดนี้ เขาก็จะทิ้งความฝัน และอยู่อย่างไม่มีความสุขเพื่อลูก พ่อเต่าเดินร้องไห้ขึ้นไปบัวบุหงาเสียใจมาก บัวบุหงาร้องไห้เปิดมือถือจะโทรหาเพื่อน แต่เห็นพรนางฟ้าส่งอะไรบางอย่างมากรุ๊ปไลน์จึงเปิดดู เมื่อเห็นเป็นรูปเควินกับจุงเบจูบกัน ก็ดีใจที่ได้หลักฐานชิ้นสำคัญมา จึงรีบส่งให้ชลลัมภีร์โดยพลการเพราะบัวบุหงาอยากได้เงินมาใช้หนี้ให้เร็วที่สุด รุ่งขึ้นข่าวฉาวของเควิน และจุงเบแห่งวงบลูปรินซ์เป็นคู่รักกันดังไปทั่วประเทศ ทำให้วงบลูปรินซ์ถูกยกเลิกงานพรีเซ็นเตอร์โฆษณา ยกเลิกคอนเสิร์ต และภาพยนตร์ทะเลลาเวนเดอร์ของพันธิตรถูกเลื่อนฉายไปก่อน พันธิตรบุกไปชกหน้าเควิน และจุงเบถึงบ้านของลูปรินซ์ จนเป็นเรื่องราวใหญ่โต โหมข่าวบลูปรินซ์ให้ลุกเป็นไฟกว่าเดิม บัวบุหงารู้เรื่องทั้งหมดก็รู้สึกผิดในสิ่งที่ตัวเองทำ สิ่งที่เธอทำทำให้คนอื่นพังพินาศ แต่เธอก็ยังอยากได้เงิน เพื่อช่วยที่บ้าน เมื่อเธอไปทวงเงินจากชลลัมภีร์กลับโดนชลลัมภีร์หักหลัง ไม่ยอมจ่ายเงิน และปิดเครื่องหนี บัวบุหงาเครียดมากจนแทบอยากฆ่าตัวตาย พรนางฟ้ามาที่บ้านเพื่อจะต่อว่าแต่พอเห็นเพื่อนคิดสั้น ก็รีบเข้ามากอด และบอกว่าตอนนี้ทุกคนต่างมีปัญหา เรามาช่วยแก้ปัญหาไปทีละอย่างดีกว่า ก่อนจะยื่นเงินของเธอให้บัวบุหงาจ่ายเป็นค่าบ้าน บัวบุหงากอดเพื่อนร้องไห้จนหมดแรง ทั้งสองคนรวมหัวกันเล่นงานชลลัมภีร์ที่หลอกใช้ตัวเองเป็นอันดับแรก โดยเอาหลักฐานการว่าจ้างทำคดี ซึ่งพรนางฟ้าอัดคลิปเสียงไว้ และคลิปเสียงการพบกันทั้งหมด แฉไปตามนิตยสารบันเทิง และโซเชียลมีเดีย ทำให้นิตยสารในเครือชลลัมภีร์โดนแบนทั้งหมด เนื่องจากไม่มีจรรยาบรรณในการหาข่าว มีคนเริ่มเห็นใจบลูปรินซ์มากขึ้น แต่การแฉตัวเองลงนิตยสาร ทำให้พาทีรู้เช่นกันว่าพรนางฟ้าไม่จริงใจ จึงไล่พรนางฟ้าออกจากตำแหน่งผู้จัดการอย่างไม่ใยดี พรนางฟ้าไม่ตอบได้ยอมรับความผิดแต่โดยดี ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊ก จิ๋วจิ๋ว โทรให้แพรพิณรีบมาหาที่คอนโดของชยุตด่วน เด็กทั้งสามคนแอบสะกดรอยตามหมอไทยจากคลินิก และเห็นหมอไทยประคองชยุคที่ดูหมือนหมดสติขึ้นไปบนคอนโดของหมอไทย แพรพิณใจสั่นมาก เมื่อไปถึงคอนโดแพรพิณที่มีกุญแจอยู่แล้วค่อย ๆ ไขประตูเข้าไป พรนางฟ้าผู้หัวไวรีบถ่ายคลิปเอาไว้ตั้งแต่หน้าประตู แต่ทั้งหมดเป็นเรื่องโอละพ่อเข้าใจผิดไม่มีอะไรในก่อไผ่ทั้งคู่ไม่ได้เป็นเกย์ ละคร สายลับจับแอ๊บ ด้านบัวบุหงายินดีกับคดีของแพรพิณที่ลุล่วงไปได้ด้วยดี มีแต่คดีตนเองที่จะพังย่อยยับไม่เป็นท่า เธอรู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นงานเปิดตัวภาพยนตร์ทเลลาเวนเดอร์ แต่เธอก็ไปไม่ได้เพราะเชื่อว่าพันธิตรเกลียดเธอ ภายในงานเปิดตัวเงียบกริบ มีเพียงนักข่าวไม่กี่สำนัก แต่แล้วคนที่มาร่วมงานคือ อรนาฏ นักแสดงนำ เดินขึ้นเวทีประหนึ่งไม่มีอะไรเกิดขึ้น พันธิตรร้องไห้ว่าสุดท้ายคนที่รักเขามากที่สุดคือ แม่นั้นเอง ทั้งสองปรับความเข้าใจกัน พันธิตรแอบเห็นบัวบุหงาก็อยู่ในงานเดินหลบ ๆ ซ่อน ๆ พันธิตรเข้าไปขอโทษบัวบุหงา และสารภาพรักเธอ ก่อนจะยืนยันว่าตัวเองว่าเป็นผู้ชายทั้งแท่ง บัวบุหงาเผลอเขิน และดีใจออกมาโดยไม่รู้ตัว เป็นอันว่าภารกิจบัวบุหงาจบลงอย่างสวยหรู พรนางฟ้าที่ภารกิจแฉบลูปรินซ์เสร็จสิ้น แต่ภารกิจหัวใจพังทลายตั้งใจจะหนีหายไปอย่างเงียบ ๆ แม้จะรู้ว่าคอนเสิร์ตใหญ่ของวงบลูปรินซ์ที่เธออยากให้เกิดขึ้นโดนระงับ อันนาพาเพื่อน ๆ แฟนคลับหลายคนมาขอร้องให้พระนางฟ้าช่วยรวมบลูปรินซ์กลับมาอีกครั้ง ตอนแรกเธอยังลังเล แต่บัวบุหงากับแพรพิณจะช่วยอีกแรง และบอกว่าถือเป็นการขอโทษในความผิดที่ผ่านมา อยากให้พรนางฟ้าคิดซะว่าทำเพื่อบลูปรินซ์ และแฟนคลับทุกคน พรนางฟ้าตกปากรับคำ และหาวิธีรวมทุกคนอย่างเงียบ ๆ โดยมีญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊ก จิ๋วจิ๋ว พ่อเต่า และตรีชวาคอยช่วยเหลือเต็มที่จนกระทั่ง ไลออน คฑา จุงเบ กลับมา เหลือแต่พาทีกลับเควิน พรนางฟ้ารู้ว่าน่าจะหลบตัวอยู่ที่หมู่บ้านชาวประมงพรนางฟ้าบุกไปตามพาที และเควินกลับมาจนสำเร็จทั้งสี่มาเจอกัน และปรับความเข้าใจกันนี่สุด ในที่สุดคอนเสิร์ตบลูปรินซ์ก็ได้จัดขึ้น แฟนคลับยังต้อนรับอย่างดี แม้พวกเขาจะเป็นอะไรเพศไหนสุดท้ายทุกคนก็ยังรัก และศรัทธาในเพลงของพวกเขา ในงานคอนเสิร์ต แพรพิณ ชยุต บัวบุหงา พันธิตร และพรนางฟ้าไปร่วมงานด้วย บลูปรินซ์เซอร์ไพรส์แฟน ๆ ด้วยเพลงขอบคุณ และโชว์ประทับใจมากมาย และก่อนปิดคอนเสิร์ตเปิดตัวพาที ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จบลูปรินซ์มาตลอด พาทีขึ้นมาร้องเพลง และเล่นใหญ่ด้วยการร้องเพลงสารภาพรักพรนางฟ้าจนทุกคนในฮอลล์ฮือฮา พาทีขอโทษพานางฟ้าขอให้พรนางฟ้ายกโทษให้ พรนางฟ้ายิ้มเบา ๆ เหมือนจะเฉยชาไม่น้อมรับคำขอโทษ แล้วก็วิ่งพรวดจากแถวหลังสุดขอที่นั่ง จนถึงเวทีก่อนจะกระชากพาทีมาจูบต่อหน้าทุกคน แฟนคลับกรี๊ดปรบมือดีใจ และตะโกนคำว่า แต่งเลย ! ดังทั้งฮอล์ สุดท้ายทุกคู่ต่างสมหวังในความรัก พวกเธอได้เรียนรู้ว่าความเชื่อใจเป็นสิ่งสำคัญในความรัก และความรักก็ไม่เคยแบ่งเพศเช่นกัน...บ๊ายบาย บริษัทจี-สแกน ไม่มีสายลับจับแอ๊บอีกต่อไปแล้ว ติดตาม ละครสายลับจับแอ๊บ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร สายลับจับแอ๊บ ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ รับบท พาทีแพทริเซีย กู๊ด รับบท พรนางฟ้า (จี-สแกน)รังสิต ศิรนานนท์ รับบท ชยุตภัสธรากรณ์ บุษราคัมวดี รับบท แพรพิณ (จี-สแกน)ณวัสน์ ภู่พันฑัชสีห์ รับบท พันธิตรปัณณ์ญาณํช จิรโรจน์ธนเกษม รับบท บัวบุหงา (จี-สแกน)กฤตฎ์ อมรชัยฤกษ์ รับบท หมอไทยอารดา อารยวุฒิ รับบท อันนาจักริน ภูริพัฒน์ รับบท ไลออน (บลูปรินซ์)ภูวดล เวชวงศา รับบท เควิน (บลูปรินซ์)สุทธิรักษ์ ตั้งสุทธิชัย รับบท จุงเบ (บลูปรินซ์)ณัฐพล วงศาวณิชชากร รับบท คฑา (บลูปรินซ์) ละคร สายลับจับแอ๊บ ละคร สายลับจับแอ๊บ ละคร สายลับจับแอ๊บ ละคร สายลับจับแอ๊บ

ชื่นชม! สาวหอบชุดครุยลุยทุ่ง ถ่ายรูปกับพ่อ-แม่
ชุดครุย /  ถ่ายรูปกับพ่อแม่ที่ทุ่งนา / 

สุดประทับใจ สาวน้อยหอบชุดครุยถ่ายรูปกับพ่อแม่ที่ 'ทุ่งนา' ผู้คนชื่นชมใช้เวลาเรียนแค่ 2 ปีครึ่ง วันนี้ (1ต.ค.) เป็นเรื่องราวที่ชาวสังคมออนไลน์ต่างพากันประทับใจ หลังจากสมาชิกพันทิป mawmaio ได้ตั้งกระทู้ในหัวข้อ "เมื่อเราไปถ่ายชุดครุยกับพ่อแม่ที่ ทุ่งนา" เจ้าของกระทู้ได้มีการเล่าถึงประสบการณ์ชีวิต ที่พ่อแม่ต้องต่อสู้กับความยากลำบากเพื่อส่งเลี้ยงดูเธอ หลังจากเรียนจบม.6 เจ้าของกระทู้ตัดสินใจเรียนต่อมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช คณะศิลปศาสตร์ เอกสารสนเทศศาสต์ และสามารถคว้าใบปริญญามาได้ในระยะเวลาเพียง 2ปีครึ่งเท่านั้น เจ้าของกระทู้ระบุว่า ตนตั้งใจทำงานและตั้งใจเรียน พร้อมกับส่งตัวเองเรียนโดยไม่รบกวนพ่อแม่ มันทำให้รู้สึกภูมิใจมาก เธอมีกำหนดเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรในปี พ.ศ.2559 แต่ไม่แน่ใจว่าจะสามารถเข้าร่วมพิธีพระราชทานปริญญาบัตรได้หรือไม่ จึงตัดสินใจนำชุดครุยกลับไปถ่ายรูปกับพ่อแม่ที่บ้าน ข้อความทั้งหมดระบุไว้ดังนี้ เราเป็นเด็กน้อยคนหนึ่ง ที่พ่อแม่มีอาชีพทำนา เรารู้ว่าท่านทั้งสองเหนื่อยยากลำบากแค่ไหน กว่าจะส่งเสียเลี้ยงดูเรามาจนเติบใหญ่ และเราไม่อยากให้ท่านทั้งสองเหนื่อยมากไปกว่านี้แล้ว เมื่อเรียนจบชั้น ม.6 เราจึงเลือกที่จะเข้ามหาวิทยาลัยเปิด ม.สุโขทัยธรรมาธิราช คณะศิลปศาสตร์ เอกสารสนเทศศาสต์ ทั้ง ๆ ที่คะแนนเราสามารถเข้ามหาลัยหลาย ๆ แห่งได้ หลักสูตร 4 ปี แต่เราเรียน 2 ปีครึ่ง ชีวิตที่ต้องตั้งใจทำงาน และตั้งใจเรียน อ่านหนังสือ ไปพร้อม ๆ กับส่งตัวเองเรียน โดยไม่รบกวนพ่อแม่เลยสักบาท มันก็ภาคภูมิใจอย่างบอกไม่ถูกนะคะ เราลงเต็มทุกเทอม ลงสัมฤทธิบัตรเพิ่ม บวกกับไม่เคยตก เลยย่นระยะเวลาเรียนได้พอสมควรค่ะ ปริญญานี้เราทำเพื่อพ่อเพื่อเเม่ ถ้าไม่มีท่านทั้งสองเราก็ไม่มีวันนี้ เราเลยให้พ่อแม่ใส่ชุดครุยและถ่ายรูปที่ท้องนา ด้วยความภาคภูมิใจค่ะ อยากบอกว่าพ่อแม่เป็นคนคิดหาอุปกรณ์ประกอบฉาก+ ไอเดีย กันเองเลยค่ะ พ่อแม่เราน่ารักไหมคะอิอิ และแล้วเราก็จบอย่างที่ตั้งใจ จริง ๆ เรารับ ปริญญาปี 59 แต่ช่วงนั้นไม่แน่ว่า เราอาจเข้าร่วมพิธีไม่ได้ แต่เราก็อยากให้พ่อแม่เห็นความสำเร็จของเรา และเห็นเราใส่ชุดครุย เราเลยเลือกวิธีนี้ค่ะ ^^ กลับไปถ่ายรูปกับพ่อแม่ที่บ้าน ปล.ตากล้องเราคือหลานน้อยป.5 ค่ะ ถ่ายกันแบบบ้าน ๆ มาก ^^ MThai News ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก กระทู้ เมื่อเราไปถ่ายชุดครุยกับพ่อแม่ที่ 'ทุ่งนา'

สุดจะทน! ตั้งกระทู้แฉ ร้านค้าเห็นแก่ตัวใน จ.ลพบุรี
ร้านค้า /  ร้านค้าเห็นแก่ตัว / 

ผู้คนบนโลกออนไลน์ วิพากษ์วิจารณ์ ร้านค้าเห็นแก่ตัวใน จ.ลพบุรี ตั้งสิ่งของกีดขวางถนน ยึดเป็นอาณาเขตของตนเอง วันนี้ (18 พ.ย.) กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้ หลังสมาชิกพันทิป ได้ตั้งกระทู้แฉร้านค้าแห่งหนึ่งในจังหวัดลพบุรี ที่มีการตั้งสิ่งของกีดขวางถนนที่อยู่บริเวณหน้าร้านของเขา เพื่อยึดเป็นอาณาเขตของตนเอง เจ้าของกระทู้ระบุรายละเอียดไว้ดังนี้ "... ปกติจะมีร้านเอาของมาวางขายบนทางเท้า มากบ้างน้อยบ้าง แต่ร้านนี้อยู่ใน อ.เมือง แถวตลาดท่าโพธิ์ ใกล้สี่แยกไฟแดงสามารถยึดผิวจราจรเกือบครึ่งถนน เพื่อสร้างอาณาเขตบริเวณร้าน ไม่ให้ใครมาจอดรถได้ทั้งสิ้น ใครจอดรถมีโดนด่ามาหลายคนแล้ว พวกลูกหลานเจ้าของร้านนี้มันคิดอะไรอยู่ ไม่รู้จักตักเตือนพ่อแม่ ..." ชาวสังคมออนไลน์ที่ได้เข้าไปอ่านเรื่องดังกล่าว ต่างแสดงความเห็นไปในทำนองเดียวกันว่า การลุกล้ำถนนหรือทางเท้ามีแทบทุกจังหวัด จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตามหลังจากกระทู้ดังกล่าวเผยแพร่ไปเพียงไม่นาน เจ้าของกระทู้ได้เข้ามารายงานความคืบหน้าล่าสุดว่า ขณะนี้ได้มีการเข้าไปจัดระเบียบร้านค้าเรียบร้อยแล้ว MThai News ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก สมาชิกพันทิป ตี๋โย่ง อ่านเนื้อหาทั้งหมดได้ที่ >>> ความเห็นแก่ตัวที่มากที่สุดเท่าที่เคยเจอมา ใน จ.ลพบุรี

ฟังอีกมุม! ปมดราม่าเมียนายพลถีบท้องสาว 4 เดือน
ความจริงจากเมียนายพล /  ถีบสาวท้อง 4 เดือน / 

ฟังอีกมุม! ปมดราม่าเมียนายพลถีบท้องสาว 4 เดือน พร้อมเผยภาพรถเบนซ์เจ้าปัญหา จากกรณีข่าวภรรยานายพล.ร.ต ท่านหนึ่ง เกิดมีปากเสียงกับหญิงสาวที่กำลังตั้งครรภ์ ได้ 4 เดือน เนื่องจากไม่พอใจที่บุตรของหญิงตั้งครรภ์เปิดประตูรถมาชนเข้ากับรถเบนซ์ป้ายแดงของเธอ ซึ่งผู้โพสต์เผยว่ามีการลงไม้ลงมือกันด้วย หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ส่งผลให้ชาวเน็ตต่างวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมากนั้น กระทั่งเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 58 ที่ผ่านมา นางสาวมาลิณี หญิงสาวตั้งครรภ์ พร้อมกับสามี ได้เข้าเจรจาไกล่เกลี่ยกับ นางอริษา ผู้ขับรถเบนซ์ป้ายแดง และสามีนายทหาร โดยมี บุ๋ม ปนัดดา ช่วยไกล่เกลี่ย ซึ่งเรื่องก็ยุติลงด้วยดี ตามที่เสนอข่าวไปก่อนหน้านั้น ล่าสุด (21 ต.ค. 58) ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์กระทู้ "มาฟังความจากฝั่งภรรยานายพลที่ถูกกล่าวหาว่าไปถีบสาวท้องกันบ้าง" ที่ถูกตั้งโดยสมาชิกพันทิปชื่อว่า PuiiHaHa โดยเป็นการบอกเล่าเรื่องราวของทางฝั่งภรรยานายพล ซึ่งกำลังถูกกระแสโซเชียลโจมตีอยู่ในขณะนี้ โดยมีรายละเอียดดังนี้ วันเกิดเหตุคู่กรณีทั้งสองมาจอดรถข้างกัน ฝั่งหญิงตั้งครรภ์ มีน้องสาว และลูก 2 ขวบ ทั้งสองฝั่งมีการกระทบกระทั่งท้าทายกันเกิดขึ้นเนื่องจากฝั่งหญิงตั้งครรภ์ เปิดประตูรถไปชนรถของคุณป้า ซึ่งในช่วงรอประกันฝั่งหญิงตั้งครรภ์ ได้เอาเอกสารประกันไปฟาดที่ท้ายรถของคุณป้า จากนั้นก็เรียกให้น้องสาวพาลูกขึ้นรถและก็โต้เถียงกัน หลังจากนั้น หญิงตั้งครรภ์ก็เดินไปเปิดประตูรถบานเดิมชนซ้ำอีกครั้ง โดยมีการพูดท้าทายว่า หวงมันมากใช่ไหม รถคันนี้ ฝั่งคุณป้าทนไม่ไหว จึงเกิดการชุลมุนกันขึ้น โดยฝั่งสาวตั้งครรภ์มีน้องสาวมาช่วย ก่อนที่คุณป้าจะถูกน้องสาวของหญิงตั้งครรภ์ผลักล้มลง อย่างที่ปรากฏในคลิปที่มีการแชร์กันไปแล้วนั้น ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุทั้งสองฝ่ายได้เดินทางไปที่โรงพัก แต่จังหวะที่คุณป้ากำลังเลี้ยวรถเข้าโรงพัก ก็ถูกรถสามีของหญิงตั้งครรภ์ขับมาชนถึงสองครั้ง โดยสามีของหญิงตั้งครรภ์บอกว่า ไม่ได้ตั้งใจ เป็นห่วงลูกเมียเลยจะรีบเข้าโรงพัก ขณะที่ฝั่งคุณป้า ก็รู้สึกไม่ปลอดภัย จึงเรียกสามีซึ่งเป็นพลเรือตรีมาที่โรงพัก ซึ่งวันเกิดเหตุเป็นวันพุธ พลเรือตรีจึงมาในชุดทำงานสีกากี ไม่ใช่ชุดเต็มยศตามที่เป็นข่าว อ่านข่าว คลิก >> แม่ ๆ ลุกฮือ! นัดรวมตัวให้ต้นสังกัดลงโทษเมียนายพลถีบสาวท้อง 4 เดือน อ่านข่าว คลิก >> ศึกดราม่า! บุ๋ม ปนัดดา VS เพจดัง ปมเมียนายพลถีบสาวท้อง 4 เดือน อ่านข่าว คลิก >> ยังไม่จบ! ปมเมียนายพลถีบสาวท้อง 4 เดือน อ่านข่าว คลิก >> มาแล้ว! เมียนายพล โร่ขอโทษคุณแม่ท้อง 4 เดือน ขอบคุณข้อมูล/ภาพ สมาชิกพันทิป PuiiHaHa MThai News

วิจารณ์หนัก
เพลง ยับแม่ /  แจ๊ส ชวนชื่น

   เปิดตัวเพลงแรกด้วยยอดวิวแบบถล่มทลาย ฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมืองร้องตามได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ กับเพลง "แว๊นฟ้อ..หล่อเฟี้ยว" ของหนุ่มแจ๊ส สปุ๊กนิค ปาปิยอง กุ๊กกุ๊ก หรือ แจ๊ส ชวนชื่น พร้อมด้วยท่าเต้นกวนๆ สไตล์เด็กแว้น แต่พอเปิดตัวซิงเกิ้ลที่ 2 เพลง ยับแม่ กลับโดนชาวเน็ตติงว่าไม่เหมาะสม ทั้งเนื้อร้อง ท่าเต้น และมิวสิควิดิโอ    โดยสมาชิกในเว็บไซต์ พันทิป The White Man ได้โพสต์ กระทู้ที่ว่าด้วยเรื่อง "เพลงใหม่แจ๊ส ยับแม่ มัน จะดี เหรอครับ?" ซึ่งเจ้าของกระทู้ได้วิจารณ์ในหลายๆ เรื่องถึงความไม่เหมาะสม โดยเขียนเป็นไว้เป็นข้อๆ ตั้งแต่เรื่องชื่อเพลง คำแสลงที่พัฒนามาจากคำหยาบ หาเด็กๆพูดตาม ก็คงจะดูไม่ดี และเรื่องการไปแสดงโชว์ให้เด็กๆดู และชวนเต้นตามด้วยท่าเปิดกระโปรง ที่เจ้าของกระทู้คิดว่า ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง    นอกจากนี้เจ้าของกระทู้ยังได้ตั้งคำถามว่า มิวสิควิดิโอนี้ มันคือวัฒนธรรมอันดีงามที่อยากให้ลูกเอาเยี่ยงอย่าง?  เพราะตัวเจ้าของกระทู้เองเคยพูดให้เด็กๆ สายแว๊นสายช่างให้เอาอย่างแจ๊ส ที่กลับใจมาเป็นเสาหลักของครอบครัวได้ แต่ตอนนี้คิดว่าคงคิดผิด    ทั้งนี้ เรื่องดราม่าที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับเพลงของหนุ่มแจ๊ส ไม่ใช่เพลง ยับแม่ นี้เป็นเพลงแรก เพราะก่อนหน้านี้ก็มีเรื่อง ลิขสิทธิ์เนื้อร้องของเพลง "แว๊นฟ้อ..หล่อเฟี้ยว" เช่นกัน ขอบคุณข้อมูลจาก pantip.com ,IG : jazzpadung คลิปจาก youtube.com

ดราม่าบังเกิด! แม่ไม่พอใจหลังครูเอาปากกาจิ้มนิ้วลูก เพราะไม่มีสี
ครู /  ปากกา / 

แม่โวยลูก เรียนอยู่เพียงระดับชั้นอนุบาล 3 ถูกครูเอาปากกาจิ้มนิ้วเพราะไม่มีสี  วันนี้ (8 ธ.ค.) กลายเป็นเรื่องราวที่ผู้คนบนโลกออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกพันทิป nadnicha ได้มีการตั้งกระทู้พันทิปในหัวข้อ "ลูกชาย อนุบาล 3 โดนคุณครูที่โรงเรียนเอาปากกาจิ้มนิ้วเพราะไม่มีสีไม้" ซึ่งภายในกระทู้ผู้โพสต์ได้เล่าถึงเหตุการณ์ ที่ลูกเรียนอยู่เพียงระดับชั้นอนุบาล 3 แต่ถูกครูชาวต่างชาติทำโทษโดยการนำปากกาจิ้มนิ้วจนเป็นแผล เพราะลืมนำสีไม้ไปโรงเรียน รายละเอียดระบุไว้ดังนี้ "ปกติน้องจะเอาดินสอและสีไปทุกวัน แต่วันนี้เราลืมเอาไปใส่กระเป๋านักเรียนให้ลูก ทำให้ไม่มีดินสอกับสีใช้ที่โรงเรียน ตอนกลับมาจากโรงเรียนลูกชายเล่าให้ฟังว่า ครูสอนภาษาอังกฤษ เรียกชื่อเขาแล้วจ้องหน้าแบบดุ ๆ จากนั้นก็เอาปากกามาจิ้มนิ้ว เราเลยถามว่าทำไมไม่บอกครูประจำชั้น ลูกชายบอกว่ากลัวครูตี ลูกชายเพิ่งเล่าให้ฟังตอน 6 โมงเย็น  เราเลยส่งไลน์ไปหาครูประจำชั้น ว่าทำไม ครูต่างชาติที่สอนภาษาอังกฤษถึงทำกับลูกเราแบบนี้ ทางครูประจำชั้นแจ้งว่าไม่ทราบเรื่อง แต่เดี๋ยวจะสอบถามให้ เครียดมากคะ เราคิดว่าโรงเรียนคือที่ ที่ปลอดภัยสำหรับลูกเรา แต่ลูกเรากลับโดนกระทำแบบนี้" MThai News ขอบคุณข้อมูล สมาชิกพันทิป nadnicha

หนุ่ม ศรราม โพสต์ซึ้งถึง กบ สุวนันท์ คู่จิ้นในตำนาน 26 ปี !!
หนุ่ม ศรราม /  กบ สุวนันท์ / 

เป็นพระนางคู่ขวัญที่แฟนๆ ยังคงคิดถึงและอยากเห็นกลับมาร่วมงานกันอีก!! สำหรับ หนุ่ม ศรราม และ กบ สุวนันท์ หากใครยังจำได้กับละครเรื่องแรกคือ ผยอง และเรื่องอื่นๆ ที่โด่งดังเป็นพลุแตก อาทิ ดาวพระศุกร์, สายโลหิต, มะเมี๊ยะ, คุณพ่อรับจ้าง, ดวงใจปาฏิหาริย์ ฯลฯ จากวันนั้นถึงวันนี้ผ่านมา 26 ปี แต่ความรัก ความห่วงใยของความเป็นพี่เป็นน้องยังมีให้กันไม่เสื่อมคลาย ล่าสุด หนุ่ม ศรราม โพสต์ภาพอดีตสมัยวัยรุ่นกับ น้องกบ พร้อมข้อความซึ้งจากใจถึงน้องสาวคนนี้ว่า... "เมื่อไม่กี่วันมานี้..... น้องกบ สุวนันท์ @kob_nada_nadol โทรศัพท์หาผมเรื่องข่าวของผู้ใหญ่ที่เราสองคนเคารพเจ็บไข้ได้ป่วย จากนั้นก็คุยกันนาน ฝากความห่วงใยไปถึงครอบครัวซึ่งกันและกัน ....อยู่ๆ น้องกบก็ถามขึ้นมาว่า "พี่หนุ่ม กบเคยเป็นเหมือนพี่หนุ่มนะ ดูแลพ่อแม่ได้ ดูแลคนรอบข้างได้ ได้ทำอะไรที่ตัวเองอยากทำก็ทำได้ ....แต่ พี่หนุ่มต้องมีคนดูแลพี่หนุ่มนะในวันที่ในโลกของสัจธรรมมันเป็นไป" ผมเงียบไปพักนึง อมยิ้มในใจว่า น้องห่วงเราทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมา 26 ปีมีค่าสำหรับผมมากจริงๆ ผมบอกกบว่า ฝากกราบคุณแม่และพี่บรู๊คและหลานๆ ด้วยนะจ๊ะ .....นี่ละ "สุวนันท์ คงยิ่ง" นางเอกยอดนิยมตลอดกาลของคนไทย #เราสองคนเกิด #22 #มั่นคง #ตลอดไป" เห็นความสัมพันธ์ดีๆ ของคู่จิ้นในตำนานคู่นี้แล้ว แอบยิ้มตามใช่มั้ยล่ะ?? น่ารักเนอะพระเอก-นางเอกในดวงใจตลอดกาล... ขอบคุณภาพจาก IG @sornram_theappitak, สมาชิกพันทิป cawaii_rainny และ allaboutKOB.com หนุ่ม ศรราม-กบ สุวนันท์ หนุ่ม ศรราม-กบ สุวนันท์ หนุ่ม ศรราม-กบ สุวนันท์ หนุ่ม ศรราม-กบ สุวนันท์

บัณฑิตสาวสงสัย ถูกช่างภาพเซเลป แอบถ่ายใต้กระโปรง
ช่างภาพเซเลป /  ถ่ายนอกรอบ / 

โลกออนไลน์แห่แชร์กระทูปพันทิป "สงสัยว่าโดนแอบถ่ายใต้กระโปรงตอนถ่ายรูปชุดครุย"  วันนี้ (22ก.ย.) เป็นประเด็นที่ผู้คนบนโลกออนไลน์กำลังให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกพันทิปหมายเลข 2662565 ได้มีการตั้งกระทู้หัวข้อ "สงสัยว่าโดนแอบถ่ายใต้กระโปรงตอนถ่ายรูปชุดครุย" เจ้าของกระทู้เปิดเผยว่า ตนตัดสินใจจ้างช่างภาพคนหนึ่งถ่ายรูปให้ในวันซ้อมรับปริญญา ครึ่งวันในราคา 4,000 บาท ซึ่งตัวช่างภาพได้แถมการถ่ายภาพนอกรอบให้ด้วย จึงตอบตกลงและจ่ายค่ามัดจำไป และได้ทำการถ่ายนอกรอบไปตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม 2558 ที่ผ่าน ช่าวภาพสั่งให้โพสท่าแปลก ๆ ชันเข่า ยกขาสูง อันไหนตนไม่ทำหรือทำไม่ได้ก็ว่าตนโพสไม่เก่ง ให้ไปฝึกมาใหม่ มีการแตะเนื้อต้องตัว จัดชุดครุยให้ มาช่วยยัดเสื้อให้ ตอนนั้นตนคิดว่าเขาไม่ได้ชอบผู้หญิง แต่ก็พยายามเลี่ยง ๆ แล้วจัดเอง เพราะไม่ค่อยชอบให้มาโดนตัว พอถ่ายเสร็จผ่านไปเป็นเดือนได้รูปมาแค่รูปเดียว ก็มีการทวงรูปเรื่อย ๆ ปลายเดือนสิงหาคม ได้มาอีก 6 รูปแล้วก็ไม่มีอีก แต่ตนยังคิดว่าเขาคงรวมรูปมาให้กับรูปวันซ้อม และเมื่อวันเสาร์ที่ 12 กันยายน 58 ที่ผ่านมาเป็นวันซ้อมรับปริญญาของตน วันนั้นไม่มีเรื่องอะไรเพราะตนอยู่กับครอบครัวตลอด แต่สังเกตดูเขาไม่ค่อยมีใจจะถ่าย กดชัตเตอร์แบบส่ง ๆ จนช่วงเที่ยงถ่ายเสร็จตนก็จ่ายเงินอีกครึ่งแล้วแยกย้ายไปกินข้าวกับครอบครัว กลับมาเข้าหอประชุมตอนบ่าย คืนวันซ้อมเพื่อนบัณฑิตตนอีกคณะก็ทักมาแล้วเล่าเรื่องช่างภาพที่ตนจ้างให้ฟัง เป็นเรื่องการแอบถ่ายใต้กระโปรงบัณฑิตให้ตนรู้ พอตนรู้เรื่องเราก็เครียดเพราะกลัวช่างภาพคนนี้จะเบี้ยวงาน ไม่ส่งรูปให้ (เขามีประวัติดองรูป) เลยปรึกษาครอบครัวและตัดสินใจขอไฟล์ดิบจากเขา แบบไม่ต้องแต่งแล้ว ทั้งนอกรอบและวันจริง เพราะไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเขาอีก อยากได้แค่รูปจริง ๆ ไฟล์ดิบที่ได้มาเพื่อนสนิทก็อาสาแต่งให้ ช่างภาพคนดังกล่าวส่ง DVD มาให้ 3 แผ่น ตนคิดว่าเรื่องจบแล้ว เอาแผ่นไปทิ้งไว้ให้เพื่อนแต่ง แต่เมื่อเพื่อนเช็คให้ ก็พบว่าในรูปนอกรอบ มันมีรูปที่เลขไฟล์ไม่ต่อกันอยู่ช่วงหนึ่ง ซึ่งพอดูจากรูปใกล้เคียงกันแล้ว ตรงกับช่วงที่ช่างภาพคนนั้นให้ตนโพสท่าชันเข่าพอดี ตอนเขาสั่งโพส ตนก็พยายามโพสตาม โดยคิดว่าเซฟตัวเองดีแล้ว แต่พอเห็นรูปก็คิดไม่ถึงว่ามุมที่เขาให้โพส คือมุมที่เห็นไปถึงข้างในกระโปรง ตนจึงให้แฟนทักไปขอไฟล์รูปที่หายไปจากเขา ซึ่งเขาก็ให้คำตอบมาว่า ได้ลบรูปเสียที่สว่างหรือมืดเกินไปหมดแล้ว แต่เจ้าของกระทู้ก็เกิดความสงสัยว่าบางรูปที่ได้รับยังคงมีภาพสว่างและมืดอยู่ แล้วทำไมไม่ตัดออก แถมยังมีรูปของนางแบบคนอื่นปนมาด้วย ถ้าคัดแล้วจริง ๆ ทำไมเลขไฟล์หายไปแค่ช่วงนั้น เจ้าของกระทู้เกิดความสงสัยว่า ถ้ามีการลบรูปหลังกล้องจริง ๆ เลขไฟล์จะไม่หายไปไม่ใช่หรือ มันน่าจะต่อกันไปเลย  และยืนยันว่ารูปไฟล์ดิบที่ได้มา ไม่มีการคัดใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นรูปวันนอกรอบหรือรูปวันซ้อม มีเพียงไฟล์ 779-792 เท่านั้นที่หายไป จากไฟล์ทั้งหมด ล่าสุดเจ้าของกระทู้ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป อีกฝ่ายเสนอว่าจะคืนเงินบางส่วนให้ ( xxx บาท ) แต่ก็ยังคุยกันไม่จบ ประเด็นที่ตนอยากเสนอไม่ใช่เรื่องเงิน ถึงแม้จะไม่มีหลักฐาน และกฎหมายไม่สามารถเอาผิดได้ แต่ตนก็สามารถออกมาบอกกล่าวเรื่องนี้กับสังคมได้รู้ว่าเรื่องแบบนี้มันมีอยู่จริง ๆ กระทู้นี้ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อเตือนภัยสังคม เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่บัณฑิตต่างก็กำลังเตรียมตัวเข้ารับปริญญา เตรียมตัวหาช่างภาพหาช่างแต่งหน้าทำผม คนที่จิตใจแย่ ๆ อาจจะใช้ช่องทางนี้เข้ามาทำไม่ดีกับตัวบัณฑิตก็เป็นได้ เลยอยากฝากไว้ว่าก่อนจะเลือกคนมาร่วมงานกัน เลือกดี ๆ ถามคนรอบข้างหรือเช็คประวัติก่อน สำหรับช่างภาพคนนี้ยังมีอีกหลายเรื่อง กระทู้นี้ยังไม่จบแน่นอน ตนจะไม่ยอมให้คนแบบนี้กลับเข้ามายืนในวงการนี้ได้อีก MThai News อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กระทู้พันทิป สงสัยว่าโดนแอบถ่ายใต้กระโปรงตอนถ่ายรูปชุดครุย

เงิบเป็นแถว!! กระทู้มาแรง นักฟุตบอลไทยคนไหนเป็นคู่เกย์ ?
กระทู้ฮาพันทิป /  นักฟุตบอลไทยคนไหนเป็นคู่เกย์ / 

กระทู้นี้ยืนยันชัดเจนว่าคนไทย..เป็นคนตลก!! เมื่อมีชาวเน็ตตั้งกระทู้บนเว็บ พันทิป "นักฟุตบอลไทยคนไหนเป็นคู่เกย์ ?" ซึ่งคำตอบที่ได้ พากันหงายท้องไปเป็นแถว เพราะเขาคนนั้นก็คือ "ธนบูรณ์ เกย์สารัช" ทำเอาชาวเน็ตที่เข้าไปอ่านฮากระจาย :D พร้อมกับมีหลายความเห็นต่างเข้ามาปล่อยมุขเด็ดดวงอีกเพียบ(โดยเฉพาะเจ้าของกระทู้) อาทิ เช่น หลากหลายคอมเม้นท์แฟนบอลที่เข้ามาปล่อยมุข ต่อจาก นักฟุตบอลไทยคนไหนเป็นคู่เกย์ ? นักฟุตบอลคนไหนขี้เซา? ตอบ ชารีล หลับปุ๋ย นักฟุตบอลคนไหนเจ้ามือไม่ชอบ? ตอบ ป๊อกเก้า อนันต์ นักฟุตบอลคนไหนเป็นคุณพ่อที่ใจร้าย? ตอบ ธนา กระชากบุตร นักฟุตบอลคนไหนคิดเลขนาน? ตอบ มงคล ทดซะไกล นักฟุตบอลคนไหนชอบฆ่าสัตว์? ตอบ ธีรศิลป์ แทงปลา นักฟุตบอลคนไหนมีห้าสี? ตอบ อนาวิน จูเรนเจอร์ นักฟุตบอลคนไหนชอบเล่นของสูง? ตอบ ศิวรักษ์ เธอสูงเกิน นักบอลคนไหนนมใหญ๋สุด? ตอบ นฤบดีน วีรวัฒโนตม นักฟุตบอลคนไหนไม่มีความรับผิดชอบ? ตอบ เกียรติประวุฒิ สายแล้วววว นักบอลคนไหนชอบอวดรวย? ตอบ ประทุม ชูทอง นักบอลคนไหนอยู่เบื้องหลังการใกล้สูญพันธุ์ของสัตว์? ตอบ กวิน ทำสัตว์จะ none(ไม่มี) นักฟุตบอลคนไหนชอบ งง? ตอบ ชนาธิป สงกระสัย นักบอลคนไหนเป็นเกษตรกร? ตอบ ธีรศิลป์ ดำนา นักบอลคนไหนพึ่งสึกออกมา? ตอบ ทิด ตอง โด นักบอลคนไหนชอบพูดประจบประแจง? ตอบ สารัช อยู่เป็น และอื่นๆอีกมายมายนับไม่ถ้วน >> pantip.com/topic/34999094

'น้องทาม' ปลื้มปิติ ได้รับจักรยานพระราชทานแล้ว
น้องทาม /  ปั่นเพื่อแม่ / 

'น้องทาม' เด็กไร้แขนร่วมปั่น 'Bike for Mom' สุดปลื้ม ผู้แทนพระองค์ฯ นำรถจักรยานพระราชทานมามอบให้ วันนี้ (10 ก.ย.) พล.อ.ท.ภักดี แสงชูโต รองราชเลขานุการในพระองค์ฯ พร้อมคณะช่างได้นำรถจักรยานพระราชทานมามอบให้แก่ ด.ช.วรรธนะ คำอินทร์ หรือ 'น้องทาม' หนูน้อยพิการไร้แขนทั้งสองข้าง ที่เข้าร่วมกิจกรรม “Bike for Mom ปั่นเพื่อแม่” เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ที่ผ่านมาแล้ว โดยผู้แทนพระองค์ฯ ได้นำจักรยานพระราชทานไปวางไว้บริเวณด้านหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร โดยนายสินรอง – นางดอกรัก คำอินทร์ บิดา มารดา พร้อมด้วยน้องทาม ได้ถวายความเคารพพระฉายาลักษณ์เพื่อแสดงความจงรักภักดี ก่อนเปิดกรวยกระทงดอกไม้สดและรับจักรยานพระราชทาน จากนั้นน้องทาม ได้ทดลองปั่นจักรยานพระราชทาน มีคณะช่างให้คำแนะนำในการปั่นที่ถูกต้อง ทั้งในเรื่องของการบังคับแฮนด์เลี้ยวซ้าย-ขวา จังหวะการเปลี่ยนเกียร์ วิธีการเบรคที่ปลอดภัย MThai News ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก สมาชิกพันทิป เบื่อ บอกเท่าไรก็ไม่ฟัง ,กรุงเทพธุรกิจ

เปิดตัวเจ้าของเพจดัง
นิมมาน /  ร้านอาหาร / 

เมนูอาหารที่ "โอชิน" คิดค้น มักเกิดขึ้นในบัดดลตามแต่จินตนาการและแรงบันดาลใจที่เกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมา บางช่วงเป็นข้าวซอยอุด้งไปต้มเส้นในน้ำอัญชันบ้าง บางฤดูกาลจัดธีมเป็นอาหารแนว isan soul บ้าง ทั้งเมนูขนมก็ถูกเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ผ่านไปไม่นานนัก ร้านอาหารในบ้านของโอชินก็กลายเป็นร้านอาหารสุดแหวกแนวที่ถูกบอกต่อผ่านกระแสโซเชียลเน็ตเวิร์ค โดยเฉพาะการจัดแต่งอาหารของเธอ ทำเอาสาวกไอจีทั้งหลายต้องคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปกันอยู่นั่นอัพกันทั้งวัน อัพกันจนลืมกิน! ขนาดที่ว่า มีแก๊งคุณป้าชาวจีนซิ่งรถสปอร์ตมาจากปักกิ่ง เพื่อมาแวะรับประทานอาหารของเธอเรียกว่าเที่ยวเชียงใหม่ห้าวันก็แวะกินร้านของโอชินมันห้าวันนั่นล่ะ ‘การทำอาหารและขนม’ ของโอชิน ถือเป็นมรดกชีวิตที่เธอได้รับส่งต่อมาจากแม่โดยไม่รู้ตัว คุณแม่ของโอชินเคยเป็นกุ๊กในร้านอาหาร ตัวเธอเองก็ชอบคิดสูตรทำอาหารและขนม โดยเขียนบอกสูตรลงในเฟซบุ๊ค จนกลายเป็นที่ติดตามของทั้งเว็บพันทิป เฟซบุ๊ค และไอจี กระทั่งจนพอมีคนตามมากๆเข้าโอชินจึงเริ่มทำอาหารแพ็คใส่กล่องวางขายที่ร้านเพื่อน ทำไปทำมา ขายดิบขายดีกันเป็นเทน้ำเทท่าจนต้องขยับที่ขยับทาง เธอหันไปมองพื้นที่ในซอกข้างบ้านตัวเอง ซึ่งมีอยู่น้อยนิดกับเงินออมหกพันบาท และนึกในใจว่า ….“เอาล่ะ เปิดร้านแล้วกัน”..... บรรยากาศร้านอาหารในซอกเล็กๆข้างบ้านของโอชิน เปิดให้บริการเพียง 7 ชั่วโมง ตั้งแต่ 11 โมงเช้าถึงหกโมงเย็น ลูกค้าที่เข้ามากิน จะต้องเดินผ่านห้องครัวของเธอ จนมาถึงโต๊ะอาหารซึ่งมีอยู่เพียงหกโต๊ะ นั่นหมายความว่า ถ้าโต๊ะไม่ว่าง ลูกค้าก็จะต้องอดทนยืนรอต่อแถวกันไป ลูกค้าของเธอมีทุกเพศทุกวัย เด็กคนแก่ คนท้อง คู่เลสเบี้ยน มีหมด วันนี้เราเลยหยิบบางเมนูมาที่ัรบรองว่าเด็ดมาให้ชมกัน "ข้าวซอยบลูอุด้ง" เส้นอุด้งย้อมสีด้วยน้ำอัญชัญเสิร์ฟในน้ำข้าวซอยรสดั้งเดิม เพิ่มเติมคือความงามของสีสัน "โซบะเย็น" เส้นโซบะ จากไร่หญ้าโซบะ(เส้นโฮลวีท)ที่ปลูกในเชียงรายและ "ปีกไก่ทอดนาโกย่า" ปีกไก่อวบๆ หมักน้ำปลาน้ำผึ้งงาดำ ทอดพอเกรียม เสิร์ฟพร้อมผักสด และน้ำซอสโซเมนเย็น เส้นโซบะคลุกไข่ไก่ดิบหรือไข่นกกระทา เพิ่มความมันนุ่มหอมหวาน "ชูใจ ไรซ์ไวน์ กีวี่ซอฟท์เค้ก" ข้าวกลั่นอ่อนๆตัดกับรสหวานอมเปรี้ยวของกีวี่ ผสานรสด้วยวิปปิ้งครีมตีสด "ทาร์ตเลเมิ่น 007"  เลเมิ่นเคิร์ดรสหวานหอมอมเปรี้ยว เคลือบด้วยดาร์กชอคโกแลตเข้มข้น ห่อด้วยแป้งทาร์ตหวานกรอบ แต่กว่าจะมาเป็นวันนี้ขอบอกว่าชีวิตเธอมีครบทุกรสชาติ เปรี้ยว หวาน เผ็ด มัน และขมปี๋ จนครั้งหนึ่งเธอเกือบคิดสั้น! ‘โอชิน’ ปากกัดตีนถีบมาตั้งแต่เด็ก สมัยอายุ 13 พ่อของเธอถูกรถชนจนโดนตัดขา ทำให้ชีวิตของโอชินมีเพียงบ้านกับโรงพยาบาลจนช่วงอายุ 18 ขณะที่พ่อของเธอติดเหล้ามายาวนาน ก็ต้องเสียชีวิตลงด้วยโรคแอลกอฮอลิซึ่ม โอชินผ่านช่วงของความคิดที่เคยอยากฆ่าตัวตายเพราะความเครียดจากหนี้สินที่ต้องแบกความรับผิดชอบไว้ในฐานะลูกคนโต ทั้งไหนจะต้องส่งน้องเรียนอีก แต่เธอก็ผ่านพ้นช่วงวิกฤตินั้นมาได้ภายในช่วงระยะเวลาเพียงสองปี นั่นทำให้เธอทำมาแล้วแทบทุกอย่าง ตั้งแต่ ถักสร้อยขาย รับเพ้นท์เล็บ ก๊อปปี้ซีดีขาย ทำงานศิลปะ ทำวงดนตรี เป็นล่าม เป็นศิลปิน ชีวิตของเธอไม่ธรรมดา เป็นศิลปินดังไกลถึงญี่ปุ่น !  เธอเป็นลูกคนโตในบ้านที่มีพี่น้องฝาแฝดซึ่งเป็นชายแท้ สมัยเรียนหนังสือในสาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เธอมักใช้เวลาในช่วงกลางวันไปกับการรับจ๊อบ ขี่มอเตอร์ไซค์บน ระยะทางสิบกิโลเมตรไปรับจ้างเป็นล่ามให้กับบริษัทของชาวญี่ปุ่นซึ่งคุณสมบัติพิเศษของโอชินในอาชีพล่าม ซึ่งหาไม่ได้ง่ายๆโดยทั่วไปคือ เธอมีความเข้าใจในศิลปะดีเป็นพื้นฐาน ต่อมา โอชินเปลี่ยนสาขาไปเรียนศิลปะในสาขาศิลปะไทยของคณะวิจิตรศิลป์ มช. และทำงานพิเศษอยู่ในห้องสมุดคณะวิจิตรศิลป์ จนสำเร็จการศึกษา เธอจึงได้ทำงานพิเศษเป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์ให้กับห้องสมุด TCDC สาขาเชียงใหม่ ทั้งยังเคยทำงานออฟฟิศเป็นอาร์ตไดเร็กเตอร์ให้กับบริษัทญี่ปุ่นในกรุงเทพฯ ชีวิตของโอชินเวียนวนคลุกคลีอยู่กับผู้คนในวงการศิลปินญี่ปุ่นค่อนข้างมาก กระทั่งเธอเก็บเงินได้ จึงกลับไปเรียนต่อปริญญาโท ในสาขาทัศนศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งจังหวะนี้เอง ผลงานศิลปะของเธออันว่าด้วยเรื่องของการทำศัลยกรรม ทำให้เธอได้รับโอกาสจากโครงการศิลปะแบรนด์นิวของหอศิลป์มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เธอได้รับเลือกเป็น 1 ใน 10 จากการคัดเลือกศิลปินรุ่นใหม่ทั่วประเทศ และได้รับการตีพิมพ์ผลงานลงในนิตยสารศิลปะไฟน์อาร์ตประเทศไทย และ ART4D หลังจากสำเร็จการศึกษาชั้นปริญญาโท ผลงานของเธอได้ถูกเชิญชวนจากภัณฑารักษ์ชาวญี่ปุ่นให้เดินทางไปแสดงผลงานในต่างแดนจนกลายเป็นที่โด่งดังในฐานะของ ‘ศิลปิน’ นับแต่นั้นเป็นต้นมา ทั้งโอชินยังมีโอกาสได้เดินทางไปกลับญี่ปุ่นอีกหลายต่อหลายครั้งไม่ว่าจะถูกเชิญไปบรรยาย แสดงงานศิลปะ จัดเวิร์คช็อปกระทั่งจนปัจจุบัน เธอจับผลัดจับผลูมาทำขนมนี่แหล่ะค่ะ ปัจจุบัน โอชินเปิดร้านขายเบเกอรี่ขนาดเล็ก อยู่ในซอยนิมมานฯ ใช้ชื่อว่า minimeal eatery studio อันเป็นร้านที่ชวนให้นึกถึงบรรยากาศนั่งกินกาแฟเอาท์ดอร์ในต่างประเทศ เธอจัดตกแต่งพื้นที่เองทั้งหมด ทั้งเธอยังมีแผนจะเดินทางไปใช้ชีวิตเพื่อทำงานศิลปะและเรียนต่อระดับปริญาเอกที่แคลิฟอร์เนีย เร็วๆนี้ แต่เพจอาหารและขนมของเธอ "สีนวล สวีทคุ้กกิ้ง" (C’nual Sweet Cooking) จะยังดำเนินต่อไป สำหรับใครที่ชื่นชอบการกินการดื่ม ลองแวะเข้าไปที่เพจของเธอกันดูนะคะ

ภัยใกล้ตัว เตือน! ผู้ใช้บัตรเครดิต ในปั๊มน้ำมัน
ปั๊มน้ำมัน /  เตือนภัย / 

ชาวสังคมออนไลน์ส่งต่อ กระทู้เตือนภัย! สำหรับผู้ใช้บัตรเครดิต ในปั๊มน้ำมัน วันนี้ (16ก.ค.) สมาชิกพันทิป หมายเลข 2174751 ได้มีการตั้งกระทู้ในหัวข้อ “เตือนภัยผู้ใช้บัตรเครดิตในปั๊มน้ำมัน” เจ้าของกระทู้ได้เผยแพร่ ให้ชาวสังคมออนไลน์ได้รับรู้ถึงภัยใกล้ตัว เกี่ยวกับการใช้บัตรเครดิตในการจ่ายค่าน้ำมัน โดยระบุรายละเอียดเรื่องราวไว้ว่า เตือนภัยผู้ใช้บัตรเครดิตนะคะ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเอง คือเมื่อประมาณอาทิตย์ก่อน ไปเติมน้ำมันที่ปั๊มแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว เป็นช่วงเวลาค่อนข้างดึกค่ะ ปกติช่วงเวลาระหว่างเวลาเติมน้ำมัน ก็จะเล่นโทรศัพท์รอไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งจ่ายเงินก็ยื่นบัตรเครดิตและบัตรสะสมแต้มไปตามปกติ แต่ครั้งนี้เราออกใบกำกับภาษีด้วยค่ะ มันจะรอนานนิดนึง ปกติทางปั๊มจะนำบัตรเครดิตมาคืนเราก่อน และให้เรารอใบกำกับ แต่ครั้งนี้บัตรเครดิตกลับมาพร้อมใบกำกับ ซึ่งเราก็ไม่ได้เอะใจอะไร รับบัตรแล้วก็กลับบ้านมาปกติ หลังจากที่ใช้บัตรเครดิตใบนี้เติมน้ำมันก็ไม่ได้ใช้จ่ายผ่านบัตรนี้อีกเลย จนกระทั่งเมื่อวันที่ (13 ก.ค.58) เวลาประมาณ  4 โมง มีรหัส OTP Code เด้งเข้ามาที่โทรศัพท์มือถือ ทั้ง ๆ ที่บัตรอยู่กับเราไม่ได้ทำธุรกรรมใด ๆ จึงแจ้งไปทาง Call Center เพื่อสอบถามยอดการใช้จ่าย แต่ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่า ไม่มียอดใช้จ่ายใด ๆ แต่มีการพยายามทำรายการเข้ามา 3 ครั้ง ในช่วงเวลาใกล้ ๆ กัน (16.02,16.11,16.17) ซึ่งก็ตรงกับที่เราได้เมสเสจทางมือถือ ทางเจ้าหน้าที่จึงแจ้งให้ยกเลิกบัตรใบดังกล่าว และออกบัตรใหม่เพื่อความปลอดภัย ทางเราก็เห็นว่าสมควรจึงดำเนินการตามที่เจ้าหน้าที่แจ้ง หลังจากที่ดำเนินการยกเลิกบัตรไป ในช่วงเช้าของวันถัดมา (14 ก.ค.58)  ทางเจ้าหน้าที่โทรมาแจ้งว่า มีการพยายามทำรายการที่ปั๊มน้ำมันที่เรารูดบัตรใช้จ่ายครั้งสุดท้าย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจเช็คแล้วว่าตรงกัน เมื่อได้ทราบเรื่อง ทางเราก็รีบไปที่ปั๊มน้ำมันดังกล่าว (เนื่องจากอยู่บริเวณหอพัก) และขอติดต่อกับผู้จัดการ ซึ่งก็มีเจ้าพนักงานท่านหนึ่งแสดงตัวและมาพูดคุยกับเรา เราจึงอธิบายเรื่องดังกล่าวแก่เจ้าพนักงานท่านนั้น หลังจากที่พูดคุยกันเสร็จ เขาก็เรียกลูกน้องมาพูดคุยและสอบถาม ซึ่งต้องบอกตรงนี้เลยว่า เจ้าพนักงานท่านนี้เป็นคนที่มีความสามารถค่อนข้างดี เพราะสามารถนำตัวพนักงานที่กระทำผิดมาขอโทษได้ และยอมเล่าวิธีการให้กับเราฟัง ซึ่งก่อนที่พนักงานท่านนี้จะเล่าวิธีการ เราได้แจ้งแก่น้องพนักงานท่านนี้แล้วว่าจะไม่เอาความใด ๆ แต่อย่าไปทำกับลูกค้าท่านอื่น วิธีการก็ง่ายมากเลยค่ะ น้องพนักงานท่านนี้ ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพบัตรไว้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และนำไปทำรายการทางอินเตอร์เน็ต และได้ชี้แจงว่าครั้งล่าสุดที่ทำรายการที่ปั๊ม เพื่อจะนำเงินสดที่ลูกค้าจ่ายไปชำระค่าใช้จ่ายส่วนตัว จากเหตุการณ์นี้ทำให้เรารู้ได้ว่า เรื่องราวร้าย ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นกับเราได้ง่ายมาก อยากให้ทุกท่านที่ได้อ่าน คอยระวังภัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้ง่ายมากในสมัยนี้ หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์แก่เพื่อน ๆ พี่ๆ น้อง ๆ ชาวพันทิปนะคะ ล่าสุด วันนี้ (15 ก.ค) พนักงานที่ก่อเหตุได้พ้นสภาพ การเป็นพนักงานปั๊มน้ำมันแห่งนี้แล้วนะคะ ทางเจ้าพนักงานท่านเดิมที่ประสานแจ้งว่า ทางตัวพนักงานขอลาออกเองค่ะ หากพนักงานท่านนี้สำนึกผิดจริง ๆ  ก็หวังที่จะให้ทุกท่านให้โอกาสเขาค่ะ หากเขาจะกระทำความผิดอีกก็ขอให้เวรและกรรมตัดสินแล้วกันนะคะ MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก สมาชิกพันทิป หมายเลข 2174751

นั่งเทียนเขียนข่าว! ภาพ'นิว วงศกร' ถูกจับค้ายาบ้า ที่แท้แค่เรื่องลวงโลก
ถูกจับ /  นิว วงศกร / 

เกิดข่าวฮือฮา "นิว วงศกร" พระเอกดังวิก 7 สี ถูกจับค้ายาบ้า แพร่กระจายว่อนเน็ต หลังที่วานนี้ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก เผยแพร่ข่าวที่แนบภาพพระเอกหนุ่ม "นิว" วงศกร ปรมัตถากร พระเอกดังช่อง 7 พร้อมทั้งอ้างว่าพระเอกหนุ่ม ถูกจับเป็นผู้ต้องหา พร้อมของกลางเป็นยาเสพติดจำนวนหนึ่ง ทำให้เกิดประเด็นพูดคุยกันอย่างดุเดือดถึงเรื่องดังกล่าวอย่างกว้างขวาง อย่างไรก็ตาม ล่าสุด มีการยืนยันว่าภาพดังกล่าวเป็นหนึ่งในฉากละครเรื่อง "ข้ามาคนเดียว" ซึ่งบริษัท ดาราวิดีโอ จำกัด ได้ยื่นหนังสือขออนุญาตใช้สถานที่สถานี ตร.นครราชสีมา ถ่ายทำเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้เรื่องลวงดังกล่าวจึงเป็นเพียงการ 'นั่งเทียนเขียนข่าว' ขึ้นมาเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน เกิดเว็บไซต์ click bait หรือเว็บไซต์บังคับให้คลิปเป็นจำนวนมาก มีเรื่องจริงบ้าง เรื่องลวงโลกก็ไม่น้อย ดังนั้นในการเสพสื่อโซเชียล ควรมีวิจารณญาณก่อนคลิป ก่อนแชร์ เพราะขณะนี้มี พ.ร.บ คอมพิวเตอร์ ออกมาบังคับใช้ สติ การกลั่นกรองเรื่องราวจึงเป็นเรื่องสำคัญในการใช้โลกออนไลน์ ขอบคุณที่มาจาก พันทิป

อ้วกแทบพุ่ง! ซื้อไข่ไก่มาต้ม แต่กลับเจอพยาธิ
พยาธิ /  พยาธิตัวตืด / 

ชาวโซเชียลอ้วกแทบพุ่ง หลังพบกระทู้ซื้อไข่ไก่มาต้ม แต่กลับเจอตัวปริศนา นักวิทย์ชี้คือพยาธิตัวตืด  กลายเป็นกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์ เมื่อมีผู้ใช้งานพันทิปรายหนึ่งได้ตั้งกระทู้ โพสต์ภาพไข่ไก่ ที่ด้านในมีตัวปริศนาแปลก ๆ รูปร่างเส้นยาว ๆ คล้ายพยาธิ เป็นภาพที่ชวนให้รับประทานอาหารไม่ลงเลยทีเดียว โดยสมาชิกเว็บไซต์พันทิปชื่อtimemachine64 ได้ตั้งกระทู้หัวข้อ'เจอพยาธิในไข่ต้ม' โพสต์ภาพไข่ไก่ ที่ด้านในมีวัตถุปริศนา รูปร่างเป็นเส้นยาว ๆ สีเทา คล้ายพยาธิ พร้อมข้อความระบุว่า 'เจอพยาธิในไข่ต้ม หลังจากซื้อไข่ไก่สดมาจากร้านแห่งหนึ่ง มาต้ม' หลังจากที่กระทู้ดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาชาวโซเชียลต่างให้ความสนใจ และส่งต่อกันอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ พร้อมทั้งร่วมแสดงความคิดเห็น ส่วนใหญ่มองว่าน่าสยอง ขณะที่บางส่วนยังไม่ปักใจเชื่อว่าตัวปริศนาคือพยาธิในไข่ ทั้งนี้ นพ.พิรัตน์ โลกาพัฒนา หรือหมอแมว คุณหมอเจ้าของเพจดังในโลกโซเชียล ก็ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นเช่นกัน โดยระบุว่า 'ไข่ไก่ในท้องไก่ เวลาเกิดขึ้นมาจะเกิดจากส่วนไข่แดงก่อน จากนั้นจะค่อย ๆ สร้างของที่เหลือออกมา ถ้าหากไก่ตัวนั้นมีพยาธิที่ไปถึงOviduct แล้วพยาธิดันเกาะติดไป ก็อาจจะเกิดพยาธิไปอยู่ในไข่ไก่ได้ ซึ่งเป็นปัญหาที่มีมาแต่สมัยก่อน พยาธิเจอได้หลายชนิด แต่ที่เจอบ่อยสุดจะเป็น Ascaris กลุ่มพยาธิไส้เดือน เพราะพยาธิชนิดนี้คลานย้อนเข้าไปได้ ในคน คลานไปได้ถึงถุงน้ำดี กระเพาะ หรือบางทีอ้วกออกมาทางปากได้ ส่วนในภาพเหมือนตัวตืด เคยมีรายงานว่าเจอเหมือนกัน แต่น้อยมากครับ' นอกจากนี้ อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์จากภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความไขข้อสงสัยกรณีดังกล่าวเช่นกัน โดยระบุว่า 'มันคือ พยาธิตัวตืดในไก่ ตามกระทู้พันทิป ที่คนเจอตัวประหลาดยาว ๆ ในไข่ นั่นคือตัวอะไรกันแน่ ชัดเจนว่ามันเป็น tapeworm หรือพยาธิตัวตืดครับ พยาธิตัวตืดมาอยู่ในไก่ได้ยังไง? มันเป็นสิ่งที่พบได้ยาก แต่ก็พบได้ แต่ปรกติเราจะพบพยาธิตัวกลมในไก่ได้ง่ายกว่าพยาธิตัวตืดมาก พยาธิพวกนี้จะอยู่ในสัตว์เจ้าบ้านตัวอื่น ๆ เช่น หอยทาก ทาก ตั๊กแตน แมลงปีกแข็ง ฯลฯ เมื่อไก่จิกกินสัตว์พวกนี้เข้าไป พยาธิก็จะเข้าไปในทางเดินอาหาร และเติบโตในลำไส้ของไก่ จนตัวโตเป็นหลายนิ้วได้ ระหว่างที่ไข่ไก่เริ่มพัฒนาขึ้นในท่อนำไข่ (oviduct) มันก็เป็นไปได้ที่พยาธิจะหลุดจากลำไส้ และเข้ามาอยู่ในท่อนำไข่ เนื่องจากลำไส้ของไก่ กับท่อนำไข่ของไก่นั้นเชื่อมต่อกัน (ทำให้ไข่ไก่ที่เติบโตเต็มที่ มีเปลือกหุ้มแล้ว ออกมาทางรูตูดไก่ของไก่) จึงเป็นไปได้ที่พยาธิจะถูกรวมเข้าไปอยู่ในไข่ไก่ด้วย ปรกติแล้ว ผู้บริโภคอย่างเราแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเห็นไข่ติดพยาธิเช่นนี้ เพราะผู้เลี้ยงไก่ตามฟาร์มจะมีการให้ยาถ่ายพยาธิตามเวลาที่กำหนด เคสนี้จึงน่าจะเป็นไข่ไก่เลี้ยงตามบ้าน และก็โชคดีสุด ๆ จริง ๆ ครับ (ขำ)' ขอบคุณข้อมูล/ภาพ สมาชิกพันทิปtimemachine64 , หมอแมว , Jessada Denduangboripant ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

คู่กรณีรุมแฉ!! ปุ๋ย เธียยะเกศ จ่ายเช็คเด้งซื้อรถหรู 5 ล้าน
ปุ๋ย เธียยะเกศ /  ปุ๋ย อังคณา / 

งานเข้า!! นักแสดงช่อง 3 ปุ๋ย เธียยะเกศ ไอยสุรางฆ์ หรือชื่อเดิม ปุ๋ย อังคณา สุระเรืองชัย นักแสดงสาวจากซีรี่ส์เลือดมังกร ตอนเสือ, ละครมาลีเริงระบำ และยังเป็นอดีตนักร้องโดโจ วงมิสเตอร์ซิสเตอร์ (Mr.Sister) หลังถูกเสี่ยเจ้าของเต็นท์รถดังย่านประเวศ งัดหลักฐานแฉกรณีสั่งจ่ายเช็คเด้งซื้อรถหรู Camaro ราคากว่า 5 ล้านบาท!! ด้วยความที่ สาวปุ๋ย เป็นดารา คู่กรณีจึงไว้ใจให้นำรถกลับไปก่อน โดยการจ่ายมัดจำ 938,832 บาท ส่วนอีก 4.1 ล้านบาท แบ่งชำระเป็นรายเดือนๆ ละ 84,671 บาท ซึ่งทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัทหนึ่ง จากวันตกลงทำสัญญาจนถึงวันนี้ 1 ปีครึ่งแล้วก็ยังไม่ได้ทำการเปลี่ยนชื่อผู้เช่าซื้อจาก เสี่ยเต็นท์รถ เป็น สาวปุ๋ย และเจ้าตัวก็จ่ายเงินตรงบ้าง ไม่ตรงบ้าง แถมช่วงหลังไม่จ่ายเลยจนครั้งสุดท้ายดาราสาวเซ็นเช็คให้ 24 ฉบับล่วงหน้า แต่เมื่อนำมาขึ้นเงินปรากฏว่า...เช็คเด้ง!! ล่าสุดมีบุคคลหนึ่งส่งข้อความร้องเรียนกับสื่ออ้างเป็นคู่กรณีกับ สาวปุ๋ย เช่นเดียวกัน รวมทั้งมีผู้ใช้รายหนึ่งตั้งกระทู้ในเว็บไซต์พันทิป ระบุว่า ตนได้รับมอบหมายจากคู่กรณีหลายๆ คนให้ติดตามทวงคืน นอกจากรถหรู camero ราคา 5 ล้านบาท ยังมีรถยนต์ เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ ซึ่งคันนี้ติดตามคืนได้แล้ว เหลือแต่รถ Camero และรถ BMW ที่ยังไม่สามารถติดตามคืนได้ ที่ผ่านมาได้รับการตอบกลับเพื่อยื้อเวลามาตลอด จนล่าสุดไม่สามารถติดต่อดาราสาวและครอบครัวได้เลย อย่างไรก็ตามเรื่องนี้อยู่ในกระบวนการทางกฏหมาย คงต้องรอให้ สาวปุ๋ย ออกมาชี้แจงเรื่องดังกล่าวด้วยตัวเองอีกครั้ง... ขอบคุณภาพจาก Fanpage DOJOCITY, siamdara, tvpool ผู้ร้องเรียนเป็น คู่กรณีอีกคน ของ สาวปุ๋ย กระทู้พันทิป ผู้ได้รับมอบหมาย จากคู่กรณีปุ๋ย ปุ๋ย เธียยะเกศ ปุ๋ย เธียยะเกศ ปุ๋ย เธียยะเกศ ปุ๋ย เธียยะเกศ

อีกมุมจากพันทิป...เศรษฐกิจไทย ปีนี้เผาหลอก ปีหน้าเผาจริง!
กระทู้ /  พันทิป / 

ชาวเน็ตต่างแลกเปลี่ยนมุมมองเศรษฐกิจ ภายใต้กระทู้ 'เศรษฐกิจ ค้าขาย ประเทศไทย ปีนี้เผาหลอก ปีหน้าเผาจริง ปีถัดไป ลงหลุม อีกมุมหนึ่ง..' สังคมออนไลน์ เว็บไซต์ พันทิป โดยผู้ที่ใช้ชื่อ Real_Do ได้ตั้งกระทู้ แสดงอีกมุมหนึ่งของเศรษฐกิจ การค้าขายในประเทศไทย ในหัวข้อ 'เศรษฐกิจ ค้าขาย ประเทศไทย ปีนี้เผาหลอก ปีหน้าเผาจริง ปีถัดไป ลงหลุม อีกมุมหนึ่ง..' ซึ่งเนื้อหาแสดงให้เห็นถึงสภาวะเศรษฐกิจ สะท้อนปัญหาสังคมไทยที่ส่งผลกระทบต่อกันเป็นลูกโซ่ โดยมีใจความในตอนหนึ่งว่า "เมื่อประเทศไทย ปีนี้เผาหลอก ปีหน้าเผาจริง คนเริ่มเก็บเงิน คนชั้นกลาง เริ่มหาเงินได้ยากขึ้น ระบบทั้งหมด ส่งผลต่อ เจ้าใหญ่ และเจ้ากลางๆ เมื่อเก็บเงินได้น้อยลงทั้งประเทศ รัฐบาล ก็ไม่มีเงินมาบริหาร และพัฒนา อ้าวววว แล้วมัน ก็วนลูปๆๆๆ แบบนี้ๆๆเรื่อยๆ จนประเทศไทยตกลงไปอีก อ้าววว งั้นเราไปกู้ต่างประเทศมาบริหารสิ ตรงนี้แหละเป็นโจทย์สำคัญ ที่รัฐบาลต้องทำให้ถูกจุด ขอกู้ครั้งเดียว บริหารให้ถูก แก้ปัญหาให้ถูกจุด ........." ทั้งนี้ ได้มีผู้เข้ามาร่วมแชร์ความคิดเห็นต่างๆเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทย ในช่วงปีที่ผ่านมา พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองเศรษฐกิจกันอย่างต่อเนื่อง "ทำให้มองเห็นว่า ต่อไปจะไปจับกระแสเงิน เงินกลุ่มไหนควรเลี่ยง ทำให้คนออกมาหารายได้เสริมๆมากขึ้น หากจับ กลุ่มระดับกลาง จะหางานมากขึ้น ก็เอา สินค้า dropship สำเร็จรูปง่ายกินค่าสมัคร หรือ คนต้องการสำเร็จรูปที่ไม่เสี่ยงมาให้ก็กลุ่มนี้ไปขายหารายได้ ไม่งั้นก็ออกหนังสือหุ้น หนังสือหารายได้ online ให้คนกลุ่มนี้นับวันยิ่งมากขึ้น ขายทาง ebook ยิ่งดียิ่งขึ้น จะไปดักคนทางไหน ก็จะมีกลุ่ม ที่มีผลพลอยกับกระแสได้เสมอ แต่การออกมาเตือน เพื่อให้คนระวังตัวกันมากขึ้นนิดหน่อย คนไหนรวยอยู่แล้วไม่มีทางผลกระทบเลย โดยเฉพาะห้องนี้ แต่การเตือนเพื่อกันไว้ก่อน นิดนึงก็ยังดี หากบริหารได้ดีกว่านี้ ภาพรวมก็จะดีขึ้นทั้งประเทศ มีแต่คนมีความสุขกัน" ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy MThai News ที่มา : pantip

แฟนบอลชื่นชม อานนท์ แข้ง U19 เสื้อไม่หลุดตลอด 90 นาที
ทีมชาติไทย /  ฟุตบอลไทย / 

เป็นอีกเรื่องที่กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างมากกับภาพลักษณ์ดีๆ ของนักเตะทีมชาติไทย ชุด U19 ที่ชื่อ อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ แข้งตัวเก่งของ "ช้างศึกจูเนียร์" ที่แต่งกายเรียบร้อยเสื้อไม่หลุดออกนอกกางเกงตลอด 90 นาทีของการแข่งขัน :) อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ ยิงประตูเบิกร่องให้ "ช้างศึกจูเนียร์" ตั้งแต่นาทีที่ 21 ก่อนที่จะเปิดบ้านเอาชนะ ไตหวัน ไปขาดลอย 3-0 ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย 2016 U19 รอบคัดเลือกเมื่อวานที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากจบเกมเหล่าแฟนบอลต่างออกมาแสดงความเห็นถึงภาพลักษณ์และพฤติกรรมของนักเตะทีมชาติไทยชุด U19 ชุดนี้ว่าเป็นตัวอย่างที่ดีมาก โดยเฉพาะ อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ ที่แต่งกายสุภาพถูกต้องตามกฎเสื้อไม่หลุดจากกางเกงเห็นชายเสื้อเหมือนกับนักฟุตบอลทั่วไป ความคิดเห็นบางส่วนจากเว็บไซต์ พันทิป

เก้า สุภัสสรา ยอมรับ กดดันกับการเป็น บุปผาคนใหม่
ต้อม-ยุทธเลิศ /  บุปผาอาริกาโตะ / 

ได้รับบทในภาพยนตร์สยองขวัญแบบฮากระจาย สำหรับสาวเก้า สุภัสสรา ธนชาต ในบทของบุปผาคนใหม่ ที่กำกับโดย ยุทธเลิศ สิปปภาค ในชื่อเรื่อง บุปผาอาริกาโตะ ที่งานนี้ทีมงานได้ไปถ่ายทำไกลถึงประเทศญี่ปุ่น กับบรรยากาศหิมะขาวๆ สุดโรแมนติด แต่ปนไปด้วยวังเวง และน่ากลัว ไม่รู้ว่างานนี้ บุปผาคนใหม่ อย่างเก้า จะรู้สึกอย่างไรบ้างกับภาพยนตร์เรื่องนี้ “ในบุปผาจะต้องเล่นด้วยแววตาและความรู้สึกตลอดเวลา ตัวเก้าเองรู้สึกว่าบุปผานี่เป็นคาแรคเตอร์ที่มีหลายมิติ ซึ่งพี่ต้อมก็เก่งมากๆ ค่ะ แล้วก็รู้สึกดีใจมากที่ได้เล่นกับพี่ต้อม ดีใจที่พี่ต้อมให้โอกาสเรา ได้ลองเล่นเป็นคาแรคเตอร์ใหม่ๆ ได้ทำอะไรใหม่มากๆ เพราะหนูก็ถือว่าเป็นนักแสดงหน้าใหม่เหมือนกันนะ ใหม่มากที่จะได้รับบทอะไรที่มันท้าทายขนาดนี้" เก้า สุภัสสรา Q.จากความทรงจำที่มีต่อ “บุปผาราตรี” ภาพยนตร์ผีโรแมนติกสยองขำในระดับตำนาน ในฐานะแฟนบุปผา เป็นไงมาไงถึงได้กลายมาเป็นบุปผาคนใหม่ของผู้กำกับ ต้อม ยุทธเลิศ A. เก้าเคยดูบุปผามานะคะตั้งแต่ภาคแรก ซึ่งเป็นบทที่พี่พลอยเคยเล่นไว้ จำได้ว่าตอนดูนี่รู้สึกชอบพี่เขามาก แล้วพอพี่ๆ ทีมงานเขาติดต่อมา จริงๆ มันเป็นเรื่องบังเอิญมากค่ะ เพราะว่าไม่กี่วันก่อนที่พี่ต้อมกับทางสหมงคลฟิล์มทาบทามเรา แล้วให้โอกาสเรา หนูได้มีโอกาสไปอ่านกระทู้ในพันทิป ซึ่งเขาก็ได้ตั้งกระทู้ว่าอยากให้บุปผากลับมาทำรีเมคว่าถ้าเอามาทำในยุคนี้น่าจะต้องได้รายได้เยอะมากกว่ายุคนั้นแน่ๆ ซึ่งตอนนั้นรายได้ก็เยอะมากๆ แล้วนะ ถ้าเกิดลุกขึ้นมาทำในยุคนี้มันก็จะต้องมีกระแสอะไรที่มากขึ้นแน่ๆ ถ้าเขาทำจริงๆ เราก็คงอยากจะดูบุปผาในแบบเวอร์ชั่นใหม่ ปรากฎว่าไม่กี่วันต่อมา เฮ้ย! ดีใจมาก เพราะว่าทางพี่ต้อมแล้วก็ทางสหฯ ก็ได้ติดต่อมาอยากให้เราลองเล่นเป็นบุปผา ตอนแรกก็แบบแอบกังวลเพราะถ้าเราพูดถึงบุปผา เราก็ต้องนึกถึงพี่พลอย แล้วถ้าหนูรับเล่นจะแบบต้องถูกเปรียบเทียบแน่นอน ก็เลยกังวลมากๆ ถ้างั้นขอนัดคุยกับพี่ต้อมดีกว่าว่าสรุปแล้วตัวเรื่องมันจะเป็นอย่างไร ก็เลยได้คุยกับพี่ต้อมและทางสหฯ ซึ่งพี่ต้อมก็อธิบายให้ฟังละเอียดมากนะคะว่า เวอร์ชั่นนี้เป็นบุปผาเวอร์ชั่นใหม่หมดเลย แล้วก็ความสนุก แปลกใหม่มากกว่า ตัวพี่ต้อมเองก็ให้ความมั่นใจกับหนูว่า เก้าเราไปด้วยกัน เราสู้ไปด้วยกัน  เราก็เลยเชื่อใจในพี่ต้อมว่าการมาของภาพยนตร์เรื่องบุปผาครั้งใหม่มันน่าจะออกมาดีค่ะ   Q.เมื่อพูดถึงบุปผาราตรีก็ต้องนึกถึงต้อม-ยุทธเลิศ ซึ่งมาพร้อมกับเอกลักษณ์เฉพาะตัวในการทำภาพยนตร์ในแนวโรแมนติก สยอง และอารมณ์ขันรวมอยู่ในเรื่องเดียวกัน A. เราได้ยินชื่อพี่ต้อมมานานแล้วเป็นผู้กำกับที่เก่งมากๆ แล้วก็กำกับหนังมาหลายเรื่องมาก เราก็อยากที่จะมีครั้งหนึ่งในชีวิตที่อยากจะร่วมงานด้วย เขาจะให้เราใช้สัญชาตญาณในการเล่นอยู่ตลอดเวลา คือพี่ต้อมบรีฟคาแรคเตอร์เราเป็นอย่างไร โรส คาแรคเตอร์ของบุปผาเป็นอย่างไร แล้วก็ให้เราเล่นว่าถ้าเป็นอย่างนี้ๆๆ เราจะรู้สึกเป็นอย่างไร ซึ่งโอเคเราเข้าใจว่า เราเล่นซีรี่ส์มาก็ต้องมีการผสมกับความใหญ่มานิดหนึ่ง เพราะว่ามันเป็นทีวี แต่พอมันอยู่ในจอเงินเราต้องปรับระดับให้มันน้อยแล้วก็เล่นแค่แววตา เพราะฉะนั้นมันก็ตรงกับคอนเซ็ปท์พี่ต้อมอยู่แล้วว่า ในบุปผาจะต้องเล่นด้วยแววตา และความรู้สึกตลอดเวลา รู้สึกดีใจมากที่ต้อมให้โอกาสเรา เพราะหนูก็ถือว่าเป็นนักแสดงหน้าใหม่เหมือนกัน ที่จะได้รับบทอะไรที่มันท้าทายขนาดนี้ ให้เราได้ลองเล่นคาแรคเตอร์ใหม่ๆ ตัวเก้าเองรู้สึกว่าบุปผานี่เป็นคาแรคเตอร์ที่มีหลายมิติมาก  ซึ่งเขาก็เชื่อมั่นในตัวเราว่าเราทำได้ เราใหม่มากที่จะเล่นเป็นตัวละครอะไรที่มันมีหลายมิติอย่างนี้ ซึ่งพอทำงานกับพี่ต้อมไป ก็เริ่มจับทางได้ว่าพี่ต้อมเขาต้องการอะไร แล้วก็อยากจะให้มันออกมาในรูปแบบไหน ซึ่งก็ถือเป็นความโชคดีมั้งคะที่ผู้ใหญ่ให้โอกาส ที่สหฯให้โอกาส พี่ต้อมให้โอกาสที่ทำให้เราได้มาเล่นในบทนี้ Q.จริงมั้ยที่ถือว่าสำหรับบทบุปผาที่เก้าได้รับ เป็นการเปลี่ยนแปลงทางด้านการแสดงโดยสิ้นเชิง ได้ทำอะไรในรูปแบบใหม่อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน A. ทำงานกับพี่ต้อมเรามีความรู้สึกว่าเป็นการทำงานในรูปแบบใหม่ คืออย่างที่บอกพี่ต้อมอยากให้เราใช้สัญชาตญาณในการเล่นมากกว่า ซึ่งหนูไม่ชินเลยทีแรก ซึ่งมันจะมีฉากหนึ่งค่ะ เป็นฉากที่ประทับใจ แต่เป็นฉากที่ไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้เหมือนกัน เพราะว่าเป็นฉากที่ปกติเวลาเราถ่ายหนังใช่มั้ยคะ เราก็อาจจะไม่ได้ถ่ายไปตามลำดับเรื่องยาวไปตั้งแต่ต้นจนจบ ฉากที่บุปผานั่งอยู่ แล้วก็ต้องเกิดความรู้สึกกลัว พี่ต้อมก็เลยบอกว่าถ้าอยากร้องไห้ก็ร้องไห้ได้เลย พี่ต้อมแล้วหนูจะร้องไห้ได้ไง ให้หนูกลัวอะไร โอเคค่ะพี่ต้อมอยากให้หนูทำอะไรหนูทำเลยค่ะ ถ้าไม่ได้เดี๋ยวพี่มาบรีฟหนูอีกทีละกันนะคะ อันไหนที่พี่ไม่อยากได้ หรืออันไหนอยากให้เพิ่มอยากให้ลดพี่บอกหนูละกันนะคะ ซึ่งหนูเล่นออกมาแล้วก็ดีใจค่ะ พี่ต้อมบอกว่าเออดีแล้วนะ ขออย่างนี้อีกเทคหนึ่ง (หัวเราะ)   Q.พี่ต้อมบอกว่าเก้าเป็นนักแสดงที่น้ำตาสั่งได้ A. หนูคิดว่าหน้าที่ของเราคือนักแสดงค่ะ อยากได้แบบไหน ก็ต้องทำให้ได้ ต้องตีโจทย์สักโจทย์หนึ่งให้ได้   Q.จริงมั้ยที่ว่า “บุปผาอาริกาโตะ” เป็นผลงานที่ท้าทายทางด้านการแสดงที่สุดของ “เก้า สุภัสสรา” เลยทีเดียว A. ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เก้าก็ได้ทำงานอะไรที่ท้าทายมาตลอดเลย ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งนะคะ ที่ท้าทายมากๆ เพราะตัวละครบุปผาก็เป็นคาแรคเตอร์ที่พี่ต้อมเขาวางไว้อยู่แล้ว และขึ้นชื่อว่าเป็นบุปผาด้วยแล้วก็จะเป็นผู้หญิงที่เหมือนมีอะไรในใจอยู่ตลอดเวลา ที่ซึ่งไม่สามารถแสดงออกมาได้หมด เป็นผู้หญิงที่ไม่ค่อยพูด แต่ว่าแววตานี่ก็ต้องสื่อสารออกมาตลอด ซึ่งมันก็มีบุคลิกค่อนข้างที่จะซับซ้อนอยู่พอสมควรเลย ก็เป็นเหมือนตัวละครที่มีอยู่สองบุคลิก ซึ่งสำหรับเก้าก็ถือว่าท้าทายมากค่ะ ถึงแม้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาจะได้รับบทที่ท้าทายมาทุกเรื่องนะคะ แต่สำหรับเรื่องนี้มันดูซับซ้อนมากกว่าปกติค่ะ อย่างเช่นก็จะมีอยู่ฉากหนึ่งที่เป็นฉากอารมณ์มากๆ ซึ่งมันก็ยากสำหรับเก้ามากค่ะ เพราะว่าต้องเข้าไปอยู่ในฉากที่ภาวะอารมณ์นี่แปรปรวนมากๆ จะเศร้าก็ไม่เศร้า ร้องไห้ก็ไม่ร้องไห้ จะช็อคก็ไม่ช็อค แบบไม่รู้ว่าจะไปยังไงต่อ เป็นอีกหนึ่งฉากที่บอกได้เลยว่ายากมากๆ คือต้องเดินร้องไห้แล้วก็ยาวมากค่ะ ซึ่งก็ไม่คาดคิดว่าพี่ต้อมจะเอา แบบว่า ฉากเดินเรามาแล้วก็ร้องไห้ อยู่ๆ พี่ต้อมก็จะสั่งเลยว่าแบบ เก้าพี่ขอเดินมา น้ำตามาเลย เดินทำหน้านิ่งๆ น้ำตาไหลไม่หยุด เก้าทำได้ไหม ก็โอเคค่ะ ก็เลยลองทำดู ต้องเดินขึ้นบันได 4 ชั้นค่ะ ขึ้น ลงก่อนแล้วก็ค่อยขึ้น เหมือน repeat ซ้ำๆ อ่ะค่ะ ความยากก็คือเราต้อง HOLD อารมณ์ตอนนั้นตลอดเวลาค่ะ เราก็ไม่รู้เลยว่าพี่ต้อมจะมารับหน้าเราตอนไหน แล้วน้ำตามันจะไหลมาตอนไหน ซึ่งแบบบางทีมารับหน้าปุ๊บ น้ำตามันหล่นไปแล้วนะ เราก็ไม่รู้เลยว่าแบบพี่ต้อมเขาจะรับมุมไหน ที่สำคัญคือเป็นการถ่ายทำแบบ ONE LONG TAKE ก็อยากให้ทุกคนติดตามชมค่ะ   Q.ช่วยเล่าให้ฟังถึงคาแรคเตอร์ของบุปผาที่ได้รับในภาพยนตร์เรื่อง “บุปผาอาริกาโตะ” A. รับบทเป็นหญิงสาวที่ชื่อว่า บุปผา คือผู้หญิงยุคใหม่ที่มั่นใจในตัวเองสูง กล้าคิด กล้าทำอะไรที่ผู้หญิงธรรมดาทั่วๆ ไปไม่กล้าแม้แต่จะคิด ที่มีเสน่ห์ดึงดูดอยู่ในตัวสูง โดยเฉพาะต่อเพศตรงข้าม  ภายนอกอาจดูนิ่งๆ พูดน้อย แต่สื่อสารความรู้สึกผ่านดวงตา ลึกๆ แล้วเป็นผู้หญิงที่ sensitive และจริงจัง ซีเรียสกับเรื่องความรักมากๆ ประมาณว่า “อยู่ได้ด้วยความรัก และก็พร้อมที่จะตายเพราะความรักได้เหมือนกัน” เป็นตัวละครที่เล่นกับอารมณ์และความรู้สึกที่อยู่ภายใน แต่ถ้าดูจากภายนอก อาจคิดว่าบุปผาคือผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ดูบอบบาง แต่จริงๆ รักจัดแค้นจริง จะรักก็รักมาก แต่พอแค้นขึ้นมาบุปผาก็พร้อมที่จะหยิบมีดขึ้นมาปาดคอคนที่รักได้ทันทีที่รู้ว่าถูกนอกใจ บุปผาคือหญิงสาวที่มาพร้อมประโยคที่ว่า “ทิ้งกูมึงตาย” และไม่ได้เกิดมาเพื่อให้ใครมาล้อเล่นในเรื่อง “ความรัก”   Q.มุมมองความรักของผู้หญิงอย่างบุปผาในความรู้สึกของผู้หญิงอย่างเก้า สุภัสสรา A. มุมมองความรักของบุปผานะคะ ถ้าหนูเป็นคนนอกแล้วมองมา โอ๊ย ผู้หญิงคนนี้ รักจริงแค้นจริงเจ็บจริง มันน่ากลัวเหมือนกัน แต่ว่าถ้ารักเขาดีๆ หนูว่าคงทำให้ชีวิตดีมากๆ ค่ะ มันเป็นคาแรคเตอร์ที่เป็นผู้หญิงที่มีความจริงจังกับความรักมากๆ คนเราถ้ารักมากก็ต้องแค้นมากค่ะ   Q.เรื่องราวของบุปผาอาริกาโตะ A. บุปผาอาริกาโตะเป็นเรื่องราวของผู้หญิงไทยคนหนึ่งที่ชื่อบุปผา ได้มีโอกาสเดินทางไปยังต่างประเทศเพราะเหตุการณ์ที่ทำให้เขาเกิดผิดหวังจากความรัก โดยการเดินทางครั้งนี้ก็จะสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นผู้หญิงที่เด็ดเดี่ยว แล้วก็จริงจังในเรื่องความรักมาก ซึ่งพอเขารู้สึกเสียใจเรื่องความรัก เขาสามารถทำได้ทุก การได้ไปทำอะไร ได้ใช้ชีวิต ได้ไปคิดอะไรเยอะๆ ในเมืองนิเซโกะนี่ละค่ะ ก็จะมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันหลายอย่างเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการที่อยู่มาวันหนึ่งก็จะมีแก๊งนี้นะคะ ก็เรียกว่าเป็นพวกแก๊งๆ พี่แฟนฉันละกัน ได้มาทำงานมิวสิควิดีโอที่นี่ ก็ได้มาเจอเรา ก็เลยเกิดมีเรื่องราวของความรักเข้ามาเกี่ยวข้อง อยากรู้ว่ารักกับใครก็ต้องไปติดตามชมนะคะ ในขณะเดียวกันโรสก็ต้องไปพบเจอกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันโดยที่พวกเขาทั้งหมดต้องช่วยกันค้นหาความจริง ว่ามันเกิดอะไรขึ้นในออสการ์ลอดจ์ ใครทำอะไร เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไรก็ต้องไปติดตามชมกันนะคะ   Q.ทราบมาว่านอกจากความยาก ความท้าทายในการถ่ายทอดบทบุปผา ที่มีหลายอารมณ์บางครั้งต้องแสดงคนเดียว และไม่มีบทพูดต้องใช้สีหน้าแววตาแสดงความรู้สึก แล้วยังต้องทำงานท่ามกลางอุปสรรคสารพัดตั้งแต่อุณหภูมิติดลบ มีฉากที่ต้องเล่นสกี ถ่ายหนังท่ามกลางโลเกชั่นที่เต็มไปด้วยหิมะ ฯลฯ A. ในบุปผาอาริกาโตะ นอกจากเราจะได้เห็นแรงอาฆาตแค้นของตัวบุปผาในเรื่องความรักแล้ว เราก็จะได้เห็นการเผชิญหน้ากับเรื่องราวที่ทั้งหลอน และน่ากลัวยิ่งกว่าทุกสิ่งที่เคยที่ผ่านเข้ามาและทำให้ชีวิตของบุปผาเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เป็นตัวละครที่ซับซ้อนเหมือนมี 2 บุคลิก สำหรับเก้าถือว่าท้าทายมากกว่าทุกเรื่องและดูซับซ้อนกว่าปกติ ตัวคาแรคเตอร์มันมีหลายมิติ   Q.พูดถึงนิเซโกะ ซึ่งเป็นโลเคชั่นหลักของภาพยนตร์เรื่องบุปผา เป็นเมืองที่คนไทยที่นิยมไปท่องเที่ยวกันมาก A. ค่ะปกติหนูก็ไปประเทศญี่ปุ่นบ่อยมาก แต่นิเซโกะเป็นเมืองที่เราเพิ่งเคยไปครั้งแรก แล้วอย่างตอนช่วงที่หนูไปหิมะตกเยอะมาก แล้วก็เจอคนไทยเยอะมาก เป็นเมืองที่สวยมากๆ มองไปทางไหนก็เห็นเป็นหิมะสีขาวเราใส่ชุดกันหนาวตลอดเวลา ปรากฏว่ากลับมาแล้วตัวดำ (หัวเราะ) เพราะเหมือนว่าแสงมันสะท้อนหนูรับรองว่าเราจะได้เจอหิมะทุกรูปแบบอย่างแน่นอนค่ะ พายุหิมะ ได้ไปเจอครบทุกรสชาติจริงๆ ค่ะ และด้วยอุณหภูมิแสง อุณหภูมิสีมันก็จะต่างจากบ้านเรามาก ภาพที่ถ่ายออกมารับประกันว่าภาพที่ถ่ายออกมาในหนังก็จะสวยแน่นอนค่ะ   Q. การทำงานท่ามกลางสภาพอากาศติดลบ ที่แวดล้อมไปด้วยหนุ่มๆ โดยเป็นหญิงสาวเพียงคนเดียว ต้องอาศัยความอึดขนาดไหน A. สนุกค่ะ เพราะหนูก็เป็นคนห้าวๆ อยู่แล้ว พี่ๆ เขาก็น่ารักค่ะ ตลกเฮฮาทำให้เราไม่เครียดนะคะ หนูก็คิดว่าการทำงานก็ไม่ลำบากมากค่ะ เพราะว่าเราสนุก เรามีเพื่อนวัยใกล้ๆ กันค่ะ ก็ทำให้เราเอ็นจอย แล้วเหมือนเราได้ไปเที่ยวกับเพื่อนมากกว่า เห็นเก้าตัวเล็กบอบบางขนาดนี้ เอาจริงๆ ถึกมาก เพราะว่าต้องขึ้นเขาไปถ่ายกลางหิมะ แล้วก็ขึ้นไปนี่หลักๆ ก็จะขึ้นไปกับพี่แน็กค่ะ เพราะว่าเราก็ต้องเข้าซีนหิมะด้วยกัน ซึ่งเราก็ต้องไปถ่ายบนเขา แล้วก็แบบไถลลงมา ภาพออกมาดีมาก แต่ใครจะรู้ไหมคะว่าหน้าชาเหมือนโดนตบเลยค่ะ หิมะตอนที่ไปถ่ายที่นิเซโกะนะคะประมาณลบ 7 ลบ 8 อะไรประมาณนี้นะคะ ถ้าขึ้นไปเล่นสกีในฉากนั้นที่มันเป็นหิมะบนเขา เป็นพายุหิมะหนักๆ ที่พี่ต้อมไปถ่ายหนูเล่นสกี อุณหภูมิก็ประมาณลบ 18 เลย เพราะฉะนั้นหนาวมาก มันโหดมากค่ะ มีพายุหิมะด้วยในวันนั้น แล้วจะต้องกลับลงไปข้างล่างให้ทันนะคะ แสงก็หมดเร็วมากๆ ค่ะ ด้วยความเป็นอากาศหนาว ตอน 4 โมงก็คือแสงก็จะหมดแล้วค่ะ พี่ต้อมก็เลยต้องพยายามถ่ายให้แต่ละเทคผ่านให้ได้ ความโหดคือหนูเล่นสกีครั้งแรกค่ะ ดีใจค่ะที่ตัวเองเล่นได้ เพราะมีสกิลในการเล่นไอซ์สเกตมาก่อนอะไรอย่างนี้ อีกอย่างที่เราไม่หวั่นเพราะเราภูมิใจที่ได้เป็นบุปผา (หัวเราะ) ส่วนตอนที่ต้องเดินขึ้นเขาสำหรับหนูก็ไม่ลำบากนะคะ เพราะมีกระเช้าเวลาขึ้นไปให้สูงๆ แล้วค่อยให้เราไถลๆๆๆ ลงมา แต่หนูสงสารที่สุดคือพี่ต้อมค่ะเขาก็ต้องจับกล้องอะไรอย่างนี้อยู่ตลอดเวลา เขาก็ต้องถอดถุงมือถือกล้องใช่มั้ยค่ะ คิดดูละกันกับอุณหภูมิขนาดนั้น ซึ่งแบบมือแข็งแน่นอนนะคะ คือของหนูยังมีถุงมือหรืออุปกรณ์สกี เล่นแล้วแบบยังสนุกๆ ใช่ไหมคะ   Q.สปิริตของแก๊งแฟนฉันเมื่อต้องถ่ายหนังท่ามกลางหิมะและอุณหภูมิติดลบด้วยชุด อันเดอร์แวร์ตัวเดียว A.พี่เขาต้องใส่กางเกงในแบบตัวเดียวอยู่ในหิมะ ที่เรียกว่าติดลบเลยทีเดียวนะคะ คือพี่เขามีสปิริตมากออกไปกลางหิมะเล่นกัน คือมันหนาวมากจริงๆ ค่ะ คืออธิบายตอนนี้นะคะ อากาศร้อนๆ ที่เมืองไทย คนดูอาจจะแบบไม่รู้ แต่ถ้าไปสัมผัส ณ วันนั้นนะคะ โดยเฉพาะพี่แน็ก พี่แน็กบอกว่าไม่หนาวเลย เขาชอบอากาศหนาวมาก   Q.จริงมั้ยที่ว่าเราจะได้เห็นแน็ก ชาลี มาพร้อมกับลุคโรแมนติก เท่ห์ๆ อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนโดยเฉพาะอย่างยิ่งโชว์ความสามารถในการแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ด้วย A.ค่ะที่ผ่านมาเคยเห็นผลงานของพี่แน็กมาบ้างค่ะ ตั้งแต่แฟนฉันชอบมาก เพราะว่าเป็นหนังที่รู้สึกมันมีความทรงจำอะไรเกี่ยวกับเราเยอะมาก เหมือนเราได้ย้อนวันวานเหมือนกันนะคะ ไม่คิดว่าเราโตขึ้นมาแล้วจะได้ร่วมงานกันป็นครั้งแรก ซึ่งก็ไม่เคยเห็นบทบาทพี่แน็กในความโรแมนติกนะคะ แล้วก็รู้สึกจริงจังกับชีวิตขึ้นมา เพราะปกตินี่หนูอยู่กอง คุยกับพี่แน็กก็จะรู้สึกแบบเอาสาระไม่ค่อยได้ พอทำงานกับพี่แน็กแล้ว เขาเป็นคนเก่งค่ะ แล้วในเรื่องเราก็จะได้เห็นพี่แน็กโชว์พลังเสียงของเขา เขาแบบเตรียมตัวมาดีมากค่ะ ไม่ว่าจะว่างตอนไหนพี่แน็กก็จะยกกีตาร์ขึ้นมาค่ะ แล้วก็ร้องเพลงให้คนทั้งกองฟังอยู่ตลอดเวลา จนคนทั้งกองนี่ร้องเพลงพี่แน็กได้ ประโยคเดียวที่ร้องกันได้ทั้งกองคือ *จะรออยู่ตรงนี้ให้เธอกลับมา* ทุกคนก็แบบว่าร้องกันอยู่ตลอดเวลา ส่วนเพลงที่พี่แน็กแต่งนะคะ ก็คือเป็นความหมายแทนตัวพระเอกนะคะ ซึ่งในเรื่องเป็นเพลงที่บอกความรู้สึกที่มีต่อโรสว่าเขารู้สึกอะไรอย่างนี้ค่ะ   Q. ทำไมต้องอาริกาโตะ ครั้งแรกที่ได้ยินชื่อ “บุปผาอาริกาโตะ” A. ทำไมบุปผาต้องอาริกาโตะ ในความหมาย ในความคิดของหนูนะ หลังจากพอได้ยินชื่อเรื่องของบุปผาอาริกาโตะ ก็พยายามมองว่าหรือคงเป็นบุปผาที่อยากจะขอบคุณคนดูรึเปล่า (หัวเราะ) หรือเหมือนว่าเป็นบุปผาที่จะต้องไปต่างประเทศ แล้วมันจะน่ากลัวเหมือนบุปผาไหม พี่ต้อมจะถ่ายยังไงให้มันน่ากลัว ทุกทีเรามักจะเห็นว่าผีมาจากที่มืดๆ แล้วจะถ่ายยังไงมองไปก็เห็นแต่หิมะสีขาว แต่เขาถ่ายกันได้ แล้วมันก็ออกมาหลอนด้วย เพราะว่าพี่ต้อมเขาก็จัดทุกอย่าง อยากจะให้ชมจริงๆ ค่ะ เพราะว่าทุกอย่างมันหลอนแน่นอนค่ะ คือด้วยความที่เป็นพี่ต้อมรับรองว่าคุณภาพนี่ สุดยอดค่ะ   Q. เก้ากับ 3 ลุคส์ ของบุปผาที่ไม่เคยเห็นมาก่อน A.ลุคส์แรกก็จะเป็นชุดบอดี้สูท ซึ่งอยากรู้ว่าชุดบอดี้สูทมีความหมายอะไรในเรื่องก็ต้องไปติดตามชมเอานะคะ และถ้าจะเห็นในโปสเตอร์ก็คือชุดกิโมโนก็จะมีความหมายของมัน แล้วก็อีกชุดหนึ่งเป็นชุดที่ใส่เล่นสกีนะคะ ซึ่งเป็นชุดที่เหมือนคนไทยไปต่างประเทศก็ต้องใส่ชุดสกี เพื่อที่จะออกไปเล่นสกีนะคะ ก็อยากให้ทุกคนติดตามมากกว่าคะว่ามันจะออกมาเป็นอย่างไร   Q. จับตาดูฉากหลอนโรแมนติกแต่สวยมาก A. มีอยู่ฉากหนึ่ง ซึ่งเป็นฉากโรแมนติกมากๆ นะคะ ไม่รู้โรแมนติกหรือว่าหลอนกันแน่ เพราะว่าเป็นฉากที่ในเรื่อง โรส จะต้องไปถ่าย MV ให้กับทางพี่แจ๊คนะคะ ซึ่งในเรื่องหนูก็ต้องยืนท่ามกลางหิมะ กับพี่แน็กสองคน แล้วพี่แน็กก็ต้องถอดเสื้อ แล้วก็ดีดกีตาร์ แล้วก็ยืนอยู่กลางหิมะ ซึ่งภาพที่ออกมานี่ เรารับรองว่ามันสวยอยู่แล้วนะคะ มันมีความเป็นหิมะโปรยปราย แบบว่าภาพดูโรแมนติกมากนะคะ แต่มองไกลๆ ก็อาจจะหลอนได้เหมือนกันนะคะ ต้องไปติดตามชมในเรื่องค่ะ   Q. ฝากผลงานภาพยนตร์เรื่องใหม่ของเก้าสุภัสสรา “บุปผาอาริกาโตะ” A. อยากชวนเพื่อนๆ มาดูหนังกัน ก็จะได้เสียงหัวเราะแล้วก็ได้ความน่ากลัวไปด้วยนะคะ แต่ว่าอยากให้คนเข้ามาโดยไม่ติดภาพบุปผาเลยนะคะ อยากให้ทุกคนได้ดูหนังผีแนวใหม่ แล้วก็ได้มาดูคอมมิดี้ที่พี่ๆ เขาเล่นกันน่ารักนะคะ ซึ่งพี่ต้อมก็ตั้งใจทำงานมากๆ ค่ะ พี่ๆ ทีมงานทุกคน รวมไปถึงพี่ๆ แก๊งแฟนฉัน อยากจะมาเห็นพี่ๆ เขาแบบตอนโตก็เข้ามาดูความน่ารักของพี่เขาได้นะคะ ก็ฝากด้วยนะคะ บุปผาอาริกาโตะ 5 พฤษภาคมนี้ค่ะ