พร้อม สิริสันต์

2 อดีตทหารผ่านศึก เดินเท้าถวายพระพร
ทหารผ่านศึก /  เดินจากเชียงใหม่กรุงเทพฯ / 

2 อดีตทหารผ่านศึก วัย 67 ปี สวมเสื้อเหลือง เดินเท้าจากเชียงใหม่เข้ากรุงเทพฯ ตั้งใจไปถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 5 ธันวาคมนี้ หลังเข้าสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์เพื่อความเป็นสิริมงคลเอาฤกษ์ชัย พร้อมร่วมถ่ายรูปและรับกำลังใจจากประชาชน ทหาร ป.พัน.17 ที่จัดกำลังพร้อมรถ 1 หมู่ คอยอำนวยความสะดวกให้ นายเสงี่ยม ธิยานัน และ นายอุดม นากกร อายุ 67 ปี อดีตทหารผ่านศึก ที่สวมเสื้อเหลืองตั้งใจเดินเท้าจาก จ.เชียงใหม่ เพื่อไปถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 5 ธันวาคม 57 นี้ โดยจะใช้เส้นทางการเดินถวายพระพร ไปตามทางหลวงหมายเลข 11 จาก จ.เชียงใหม่ ผ่านลำพูน-ลำปาง เข้าทางหลวงหมายเลข 1 จ.ลำปาง-ตาก-กำแพงเพชร-นครสวรรค์-ชัยนาท-สิงห์บุรี-อ่างทอง-อยุธยา-ปทุมธานี-นนทบุรี-กทม. ระยะทางประมาณ 700 กม. ซึ่งทั้ง 2 ต่างมุ่งมั่นว่า สิ่งที่ทำเป็นความตั้งใจอยากไปถวายพระพรในฐานะประชาชนคนไทยที่จงรักภักดี ซึ่งเทียบไม่ได้กับพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นของพระองค์ที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย ทั้งนี้ ตลอดทางมีทหารคอยอำนวยความสะดวก จาก มทบ.33 มทบ.32 และ พล.ร.4 ที่จะรับช่วงดูแลและช่วยเหลืออดีตทหารผ่านศึกทั้ง 2 คนตามความเหมาะสม ทั้งนี้ มีประชาชนที่ทราบข่าวและคอยให้กำลังใจตลอดทาง ล่าสุดทั้งสองคนเดินทางใกล้ถึงจังหวัดลำพูนแล้ว

ภ.8เผยอัยการรอเอกสารอังกฤษก่อนสั่งฟ้อง
คดีเกาะเต่า /  ฆ่านักท่องเที่ยว / 

รรท.ผบช.ภ.8 เผย อัยการรอเอกสารจากต่างประเทศก่อนพิจารณาสั่งฟ้องคดีเกาะเต่า ย้ำ ตร. ส่งพยานให้หมดแล้ว ชี้ฝากขังได้ 7 ผลัด พล.ต.ต.เดชา บุตรน้ำเพชร รรท.ผบช.ภ.8 เปิดเผยว่า กรณีที่สำนวนคดีฆ่า 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ที่เกาะเต่า ที่อยู่ในมืออัยการภาค 8 แต่ยังไม่สามารถพิจารณาสั่งฟ้องต่อศาลได้นั้น ทางพนักงานสอบสวนในคดีนี้ ที่นำโดย พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ รอง ผบช.ภ.8 ได้รายงานตนเองทราบว่า ส่งพยานหลักฐาน ที่ทางอัยการให้สอบเพิ่มเติมไปหมดแล้ว ดังนั้น จึงเป็นเรื่องของทางอัยการ ว่าจะใช้เวลาในการพิจารณาสำนวนนานเท่าไร ทั้งนี้ คาดว่า อัยการ น่าจะรอเอกสารจากทางประเทศอังกฤษ ที่เป็นประเทศของผู้ตายทั้งสองอาศัยอยู่ เพราะมีขั้นตอนระหว่างประเทศที่ต้องใช้เวลามากกว่า หากได้เอกสารดังกล่าว คาดว่าอัยการก็จะมีคำสั่งฟ้องหรือไม่ต่อศาลต่อไป นอกจากนี้ การที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ได้เชิญตำรวจในคดีนี้ไปชี้แจง ตนเองไม่ทราบเรื่อง และการฝากขังต่อศาลสำหรับ 2 ผู้ต้องหานี้ สามารถฝากได้ 7 ผลัด ๆ ละ 12 วัน ซึ่งเพียงพอต่อการที่จะสรุปสำนวนเพื่อสั่งฟ้องต่อศาลแน่นอน

เทศกาลหุ่นโลกกรุงเทพ 2014
คณะหุ่น /  หุ่นเชิด / 

เตรียมตัวพบกับ "เทศกาลหุ่นโลกกรุงเทพฯ ครั้งแรก ท่ามกลางสถานที่สุดอลังการ บน เกาะรัตนโกสินทร์ กรุงเทพมหานคร ณ โรงละคร 12 แห่ง กับคณะหุ่นกว่า 70 ประเทศ และกว่าอีก 150 คณะหุ่นทั่วโลก พร้อมแล้วที่จะเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลหุ่นที่ใหญ่ที่สุด “ HARMONY WORLD PUPPET CARNIVAL in BANGKOK, THAILAND ” เทศกาลหุ่นโลกกรุงเทพ 2014 คณะหุ่นสายโรงเรียนนารีนุกูล ยินดีต้อนรับศิลปินนักชักเชิดหุ่นจากทั่วทุกมุมโลก เข้าสู่ เทศกาลหุ่นโลกกรุงเทพ ณ กรุงเทพมหานคร เมืองที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก เพื่อมาร่วมเฉลิมฉลอง เผยแผ่ แบ่งปัน แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและประสบการณ์ในเทศกาลแห่งความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน “ เทศกาลหุ่นโลกกรุงเทพ ” วันที่ 1-10 พฤศจิกายน 2557 ณ บริเวณรอบเกาะรัตนโกสินทร์ พื้นที่ใกล้เคียง และศูนย์การค้าสยามพารากอน ประเทศไทยของเรา เป็นเจ้าภาพในการจัดงานเทศกาลหุ่นโลกกรุงเทพฯ 2014 ชมการแสดงหุ่นนานาชาติ 116 คณะ จาก 79 ประเทศทั่วโลก ร่วมกับคณะหุ่นรูปแบบต่างๆ ของไทยอีก 50 คณะ รวมแล้วมากกว่า 160 คณะ ซึ่งมากที่สุดเท่าที่เคยจัดเทศกาลหุ่นมา โดยมีการแสดงที่เป็นภาพยนตร์และวิดีโอเกี่ยวกับหุ่นอีกกว่า 22 เรื่อง จัดฉายตลอดเทศกาล ร่วมฟังสัมมนาและอบรมเชิงปฏิบัติการ โดยงานจะจัดขึ้นบนพื้นที่รอบเกาะรัตนโกสินทร์ ได้แก่ ท้องสนามหลวง, โรงละครแห่งชาติ โรงเล็กและโรงใหญ่, โรงละครวังหน้า สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, หอศิลป์ร่วมสมัย ราชดำเนิน, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป พระนคร, ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์, โรงมหรสพหลวง ศาลาเฉลิมกรุง, ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร และศูนย์การค้าสยามพารากอน ทั้งนี้ ในช่วงเย็นวันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน 57  จะมีขบวนพาเหรดของคณะหุ่นจากประเทศต่าง ๆ และยุวทูตจากเครือข่ายหุ่นเยาวชนร่วมเดินจากหอศิลป์ร่วมสมัย ราชดำเนิน ไปร่วมทำพิธีเปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ที่สนามหลวง โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี ส่วนพิธีเปิดนิทรรศการ ศิลปะหุ่นไทยและหุ่นไทยร่วมสมัยในรัชกาลที่ 9 จะจัดในวันที่ 2 ที่หอศิลป์ร่วมสมัย และพิธีปิดซึ่งจะมีการมอบรางวัลต่าง ๆ ด้วยนั้น ททท. จะเป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยงให้ในช่วงค่ำวันที่ 10 พฤศจิกายน ที่โรงละครแห่งชาติ http://www.youtube.com/watch?v=FuiIE9Bfox0 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กระทรวงวัฒนธรรม โทร.1765 หรือ www.harmonyworldpuppet.com ข้อมูลข่าวจาก >> http://thai.tourismthailand.org/ เทศกาลหุ่นโลกกรุงเทพ 2014 เทศกาลหุ่นโลกกรุงเทพ 2014 หุ่นเชิด จากลุ่มเยาวชน-จังหวัดตราด หุ่นเชิด จากต่างประเทศ หุ่นไทย หุ่นสายบ้านยิ้มจอมทอง หุ่นสายเสมา หุ่นเชิด ต่างประเทศ

พี่น้องลูกหลานซุป’ตาร์...ใครกัน??? ฉายแสงแจ้งเกิด
กบ สุวนันท์ /  ธัญญ่า ธัญญาเรศ / 

ทุกวันต้องยอมรับว่า...ถ้าหน้าตาดีก็มีชัยไปกว่าครึ่งหนึ่งแล้ว เวลานี้ใครๆ ก็เลยอยากจะส่งญาติพี่น้องลูกหลานตัวเองเข้าวงการทั้งนั้น ทั้งชื่อเสียง เงินทอง ที่เข้ามาอย่างถาโถมและรวดเร็ว โดยเฉพาะพวกที่เชื้อไม่ทิ้งแถว หรือพวกลูกไม้หล่นใกล้ต้น ที่มีสิทธิ์ได้เอื้อมมือหย่อนแขนขาไปแตะในวงการบันเทิงก่อนใครเพื่อน และมาในยุคนี้ลูกหลานญาติพี่น้องใคร กำลังจะฉายแสงแจ้งเกิดในวงการบันเทิง เราเลยไม่พลาด ที่จะมาอัพเดทว่าที่ลูกหลานซุป’ตาร์ที่กำลังจะโด่งดังเร็วๆ นี้ ภัทร ตี๋เนื้อหอม ไล่ตามพี่ชาย บอย-หน่อง ให้พี่ชายสุดหล่อ บอย ปกรณ์ เข้ามากรุยทางในวงการจนขึ้นแท่นเป็นพระเอกแถวหน้าของช่อง 3 และตามมาด้วย พี่ชายคนรอง หน่อง ธนา จนเวลานี้ทั้งคู่มีแฟนคลับเพียบ แต่งานนี้แฟนคลับก็ไม่ลืมที่จะกรี๊ดน้องชายคนเล็กอย่าง ภัทร ที่แอบชิมลางงานในวงการบันเทิงแล้วนิดหน่อย ด้วยการถ่ายแบบ และงานโฆษณา ส่วนจะได้เล่นละครเหมือนพี่ชายทั้ง 2 คนหรือเปล่านั้น อันนี้คงต้องจับตาดูกัน ส่วนคนที่เป็นปลื้มที่สุด...ก็คงจะเป็นคุณแม่ของลูกชายทั้ง 3 คน ที่มีลูกชายฮ็อตซะขนาดนี้ แหม...อยากจะสมัครเป็นลูกสะใภ้ตระกูล ฉัตรบริรักษ์ จริงๆ แม่กบ กะดัน น้องณดา ซุป’ตาร์ตัวน้อย ฮอตสุดๆ สำหรับลูกสาวของอดีตนางเอก คุณแม่กบ สุวนันท์ อย่าง น้องณดา ปุณณดา ปุณณกันต์ ที่เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็ทั้งรัก ทั้งหลง มีงานอีเว้นต์รุมอยากให้แม่ลูกคู่นี้ไปออกงานด้วยมากมาย แถมค่านมของน้องณดาก็ไม่ธรรมดาซะด้วย เพราะได้มากกว่านางเอกซุป’ตาร์บางคนซะอีก งานนี้คุณแม่กบกะดันสุดๆ ถ้าลูกสาวโตขึ้นแล้วอยากเป็นนางเอกซุป’ตาร์เหมือนคุณแม่ แหม!!! เอาแค่ตอนนี้ก็ฮอตสุดๆ มีแต่คนอยากอุ้ม อยากขอถ่ายรูปด้วยมากมาย ฉายแววอนาคตซุป’ตาร์ตัวน้อยคนใหม่และเร็วๆ นี้คงจะเอาซุปตาร์ตัวน้อยอย่างน้องณดลมาออกงานโดยเงินเข้ากระเป๋าอีกระลอกอย่างแน่นอน พ่อเจ สั่งลุย ส่งลูกสาว เจด้า แจ้งเกิดในวงการ ตะลึงในความสวยกันเลยทีเดียว สำหรับ เจด้า จิดาริน ณ ลำเลียง ลูกสาวของซิงเกิ้ลมัม จีน่า จิดาภา ณ ลำเลียง อดีตรองนางสาวไทย พ.ศ. 2535 และลูกสาวของคิงส์ออฟแดนซ์ เจ เจตริน ที่อายุเพียง 14 ปี แต่ฉายแววความสวยโดดเด้งอนาคตไกลในวงการบันเทิง จนทำให้คุณพ่อเจสั่งลุยส่งขึ้นคอนเสิร์ต J20 Anniversary Concert เปิดตัวเซอร์ไพรส์แฟนๆ ที่ทำเอาทุกคนอึ้งในความสามารถของสาวน้อยเจด้า ที่สะบัดลีลาเชื้อแดนซ์แบบไม่ทิ้งแถว งานนี้ลงจากเวทีปุ๊บ เนื้อก็หอมขึ้นมาปั๊บทันที เพราะค่ายละครและค่ายเพลงต่างรุมทึ้งแย่งตัวกันให้จ้าระหวั่น แกรมมี่รีบคว้ามือเตรียมดันเป็นทายาทขาแดนซ์สืบต่อไปส่วนค่ายโพลีพลัสก็จับตัวมาเซ็นต์สัญญา ปันปัน ลูกแม่แหวน เจ้าหญิงน้องใหม่เอ็กแซ็กท์ สวย หวาน ดั่งเจ้าหญิง สำหรับลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของคุณแม่ แหวน ฐิติมา ที่ขอผลักดัน น้องปันปัน เต็มฟ้า กฤษณายุธ ลูกสาวคนเก่งอดีตดีกรีนักกีฬายิมนาสติกทีมชาติไทย ให้ทางค่ายเอ็กแซ็กท์เป็นผู้ดูแล ฟูมฟักทั้งเรื่องเรียนร้อง เรียนเต้น เรียนการแสดง จนเวลานี้น้องปันปันสวยสง่าสุกงอมเนื้อหมอฉุย และกลายมาเป็นนางเอกน้องใหม่ของค่ายเอ็กแซ็กท์แบบเต็มตัวประเดิมละครเรื่องแรกอย่าง บ่วงรัก, เรือนเสน่หาและอีสา รวีช่วงโชติและตอนนี้ยังมีงานเพลงออกมาให้คุณแม่แหวานได้ปลื้มปริ่มกันอีก เซอร์ได้พ่อ...น่ารักได้แม่ เจสซี่ ลุ้นพระเอกวิก 3 ทำเอาสาวๆ อยากจะกรอกใบสมัครเป็นลูกสะใภ้ กันเป็นแถวเพราะลูกชายของ เทียรี่ เมฆวัฒนา กับ จุ๋ม อุทุมพร ช่างหล่อเซอร์บาดหัวใจสาวซะจริงๆ สำหรับ เจสซี่ เมฆ เมฆวัฒนา ที่ตอนนี้เข้ามาอยู่ในสังกัดของเจ๊หน่อง อรุโณชา แห่งค่ายบรอดคาซท์เป็นที่เรียบร้อยแล้วและก็มีผลงานออกมาให้ดูเป็นระลอกๆไม่ว่าจะเป็นหนังหรือละคร แถมว่างเมื่อไหร่ก็กระโดดไปแจมบนเวทีกับพ่อเทียรี่ เรียกว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริงๆ เลย ขาแดนซ์ทั้งบ้าน ป๋าชินวุฒิ ดันน้องสาวสุดสวย โซฟี่ เต้นเก่งกันทั้งบ้านจริงๆ ตั้งแต่รุ่นคุณแม่จนมาถึงรุ่นคุณลูก งานนี้หนุ่มหล่อเสียงดี ชินวุฒิ อินทรคูสิน เลยขึ้นแท่นเป็นเจ้าชายขาแดนส์ของค่าย GMM และไม่พลาดที่จะอาสาเป็นป๋าดันน้องสาวสุดสวยอย่าง โซฟี่ อัปสรสิริ อินทรคูสิน ขึ้นมาแจ้งเกิดในวงการ ด้วยการชิมลางเล่นมิวสิควิดีโอเพลง คืนนี้อยากได้กี่ครั้ง ที่หนูโซฟี่ โชว์ลีลาการเต้นสะบัดไม่แพ้พี่ชาย งานนี้พี่ชายเลยวางแพลนเตรียมทำอัลบั้มให้น้องสาวตัวเองได้แจ้งเกิดกะเขาบ้าง ดูดียกบ้าน พี่ชาย-น้องสาว นิชคุณ ปล่อยให้น้องชายอย่าง นิชคุณ หรเวชกุล โกยเสียงกรี๊ดจากสาวๆ ไปทั่วเอเชีย งานนี้ได้เวลาพี่ชายกับน้องสาวเข้ามาแจ้งเกิดในวงการบันเทิงกันทั้งบ้างอย่าง นิชฌาน หรเวชกุล พี่ชายคนโตของบ้าน ที่ชิมลางงานพิธีกร งานโฆษณา และเล่นมิวสิควิดีโอไปแล้วหลายตัว แถมล่าสุดยังได้ไปร่วมงานทีวีที่ประเทศเกาหลี จนสาวๆ เกาหลีถึงกับคลั่งไคล้ ส่วนน้องสาวที่น่ารักอีก 2 คน อย่าง ญาณิน และ เฌอรีน ที่เวลานี้ก็กำลังสวยวันสวยคืน งานนี้ไม่พ้นโดนดึงตัวเข้ามาในวงการแน่นอน สวยหล่อดูดีกันยกบ้านแบบนี้...ข้าน้อยขอคารวะ. ธัญญาเรศ น้าดัน ส่งหลานรัก ตั้น นาธาน อีกหนึ่งหนุ่มหล่อที่น่าจับตามองสุดๆ แถมได้แบล็คอัพอย่างดีเพราะเป็นหลานชายแท้ๆ ของ ธัญญาเรศ รามณรงค์ งานนี้ ตั้น นาธาน รามณรงค์ ก็ไม่พ้นมือค่ายโพลีพลัส ที่พยายามดันให้แจ้งเกิดถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะส่งบทเด่นๆให้แล้วแต่เห้นทีงานนี้หนุ่มตั้นคงจะต้องกลับไปเรียนแอ็คติ้งให้เริ่ดกว่านี้เพราะตอนนี้ หน้าตาหล่อๆ แบบนี้ก็มีชัยไปกว่าครึ่งแต่ถ้าฝีมือด้านการแสดงเริ่ดอีกหน่อยล่ะก็ ขอบอกว่าหนุ่มตั้นนอนรอบทพระเอกได้สบายๆ เพราะแค่เห็นกระแสความฮอตในอินเตอร์เน็ตแล้วรับรองแจ้งเกิดได้ไม่ยาก ฐานแฟนคลับเพียบแน่นอน

สถานที่ลอยกระทงกรุงเทพ ค่ำคืนแห่งสายน้ำและแสงจันทร์
ลอยกระทง /  สถานที่ลอยกระทงกรุงเทพ / 

ใกล้เข้ามาทุกทีกับวันเพ็ญเดือน 12 นั่นก็คือเทศกาลวันลอยกระทง 2557 ในปีนี้ตรงกับวันที่ 6 พฤศจิกายน ซึ่งก็มีหลายสถานที่จัดงานกันแบบจัดเต็มสุดอลังการ วันนี้ทาง Travel.mthai.com ขอเอาใจคนกรุง ด้วยการแนะนำ สถานที่ลอยกระทงกรุงเทพ ที่ได้รับความนิยมมาฝากทุกท่านครับ บ้านใกล้ที่ไหน ก็ไปกันเลย สถานที่ลอยกระทงกรุงเทพ ค่ำคืนแห่งสายน้ำและแสงจันทร์ 1. เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ แหล่งท่องเที่ยวและช้อปปิ้งสุดเก๋ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีการจำหน่าย สาธิตการประดิษฐ์กระทง จำลองประเพณีรับบัว กิจกรรมถ่ายภาพย้อนยุค สาธิตดอกไม้ไฟไทยโบราณ สาธิตปลาตะเพียนสาน การละเล่นมวยทะเล มีการแสดงแสง-เสียง ประกอบน้ำพุ และการแสดงนาฏศิลป์ไทยบนเวทีอีสต์เอเชียติก 2. สะพานพระราม 8  เป็นอีกสถานที่ลอยกระทง กรุงเทพ ยอดฮิต เลยทีเดียว ด้วยวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของสะพาน ตัดกับแสงเทียนของกระทงที่ลอยอยู่เต็มผืนน้ำ ทำให้ที่นี่ ยังคงเป็นสถานที่ที่คนกรุง นิยมมาลอยกระทงอย่างต่อเนื่องในทุกปี 3. สวนลุมพินี สวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางกรุง เป็นอีกหนึ่งแห่งที่ผู้คนนิยมมาลอยกระทงกันอย่างไม่ขาดสาย ภายในมีบึงขนาดใหญ่ บรรยากาศก็แสนรื่นรม รับรองว่าคุณต้องประทับใจแน่นอน 4. งานภูเขาทอง วัดสระเกศฯ ช่วงเทศกาลลอยกระทงของทุกปี ภูเขาทอง จะมีการจัดงานวัดอย่างยิ่งใหญ่ เพราะเป็นต้นกำเนิดของงานวัดในเมืองไทย นอกจากงานลอยกระทงแล้ว ไฮไลท์สำคัญอยู่การขึ้นไปกราบนมัสการปิดทองพระบรมสารีริกธาตุ และชมพระบรมบรรพตที่ชั้นบนสุดเพื่อเป็นศิริมงคล 5. วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร งานลอยกระทงที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเก่าแก่ มีขบวนเรือสวยงาม และแสงจันทร์ที่ส่องสว่างบนพื้นหลังมีพระปรางค์ตั้งตระหง่าน เป็นภาพที่สวยงามสุดจะบรรยายจริงๆ 6. สวนสันติชัยปราการ ป้อมพระสุเมรุ สวนสาธารณะขนาดย่อม ที่ปกติเป็นแหล่งจัดนิทรรศการทางศิลปะ แต่ในช่วงเทศกาลลอยกระทง ที่แห่งนี้ก็ยังเป็นที่นิยมจากนักท่องเที่ยวอันดับต้นๆ เต็มไปดวยชาวต่างชาติ เนื่องจากอยู่ใกล้กับถนนข้าวสารนั่นเอง ทำให้เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าสนใจครับ 7. โรงแรมมิลเลนเนียม ฮิลตัน กรุงเทพฯ โรงแรมสุดหรู ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งนี้ จะทำให้คุณอิ่มเอมไปกับบรรยากาศวันลอยกระทงแบบโรแมนติก พร้อมด้วยอาหารนานาชาติหลากหลายชนิด พ่วงด้วยการแสดงวัฒนธรรมไทยที่วิจิตรงดงาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ โทรศัพท์ 0 2442 2000 8. อุทยานสวนเบญจสิริ  สวนสาธารณะท่ามกลางแหล่งเศรษฐกิจ อยู่ติดกับห้างดิ เอ็มโพเรี่ยม เต็มไปด้วยชาวต่างชาติ เรียกได้ว่าเป็นงานลอยกระทงนานาชาติก็ว่าได้ เป็นอีกแห่งที่แนะนำครับ ความจริงแล้วในกรุงเทพฯ ยังมีสถานที่จัดงานอีกมากมาย เพียงแต่เราหยิบยกมาบางส่วนที่เป็นไฮไลท์สำคัญ ท่านใดที่มีความสนใจ สะดวกที่ไหน ก็อย่าลืมไปเที่ยวกันเยอะๆนะครับ เพราะเทศกาลลอยกระทง ถือเป็นหนึ่งประเพณีที่เก่าแก่ที่สุดของเรา โดยมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย เราคนไทยควรช่วยกันอนุรักษ์ไว้นะครับ ที่มา : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย , เรียบเรียงข้อมูลโดย Travel MThai ขอบคุณรูปภาพจาก : hizotravel.com, trueplookpanya.com, mylifebe.com, painaidii.com, ddpromote.com, oknation.net ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : สถานที่จัดงาน เที่ยววันลอยกระทง 2557 , เที่ยวเทศกาลลอยกระทง 6 ท่าน้ำ 6 อารมณ์

กทม.เปิด 29 สวนสาธารณะ ให้ปชช. ลอยกระทง
กทม. /  กรุงเทพมหานคร / 

กทม.เปิด 29 สวนสาธารณะ ให้ประชาชนลอยกระทง เข้มกฎเหล็กห้ามแอลกอฮอล์ พลุ ดอกไม้ไฟเด็ดขาด ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า นอกจากกทม.จะจัดงานเทศกาลลอยกระทงบริเวณสะพานพระราม 8 แล้ว ในพื้นที่ 50 เขตของกรุงเทพฯ ยังมีการจัดงานรื่นเริงโดยสำนักงานเขตพื้นที่ และหน่วยงานต่างๆ และกทม.ได้เปิดสวนสาธารณะ 29 แห่งทั่วกรุงเทพฯ เพื่อให้ประชาชนพาครอบครัวเข้าไปลอยกระทง ตั้งแต่เวลา 15.00–24.00 น. ประกอบด้วย 1.สวนลุมพินี 2.สวนจตุจักร 3.สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) 4.สวนพระนคร 5.สวน 60 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 6.สวนสราญรมย์ 7.สวนรมณีนาถ 8.สวนสันติชัยปราการ 9.สวนนาคราภิรมย์ 10.สวนธนบุรีรมย์ 11.สวนเสรีไทย (บึงกุ่ม) 12.สวนนวมินทร์ภิรมย์ 13.สวนหนองจอก 14.อุทยานเบญจสิริ 15.สวนน้ำบึงกระเทียม 16.สวนเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา (ฝั่งพระนคร) 17.สวนสันติภาพ 18.สวนกีฬารามอินทรา 19.สวนรมณีย์ทุ่งสีกัน 20.สวน 50 พรรษา มหาจักรีสิรินธร 21.สวนวนธรรม 22.สวนทวีวนารมย์ 23.สวนเบญจกิติ 24.สวนหลวงพระราม 8 25.สวนสาธารณะบึงน้ำลาดพร้าว 71 26.สวนสิรินธราพฤกษาพรรณ 27.สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (บางกอกน้อย) 28.สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (สาทร) และ 29.สวนวารีภิรมย์ (บึงสะแกงามสามเดือน) MThai News ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เตือน!! 21ท่าเรืออันตราย ห้ามลอยกระทงเด็ดขาด

อร่อยจัดเต็มกันเน้นๆ กับชุดเมนู บาร์บีกอนท่องโลก
BarBQ

รีวิวอร่อยจัดเต็มกันเน้นๆ กับชุดเมนู บาร์บีกอนท่องโลก สวัสดีคะ เพื่อนๆชาว Food MThai วันนี้จะมารีวิวอาหารเซตใหม่ล่าสุดของ บาร์บีคิวพลาซ่า 4 เซตเมนูด้วยกัน ได้แก่ เซตซามูไร, เซตสโมกกี้, คาวบอย และบาร์บีกอนชาวเกาะ ราคาก็จะแตกต่างกันไม่มากเริ่มต้นที่ 159 – 279 บาท (แพงสุดจะเป็นชุดบาร์บีกอนชาวเกาะคะ เพราะเป็นทะเลเน้นๆ) ซึ่งจริงๆแล้วก็ไม่ใช่เมนูใหม่ซะทีเดียว เชื่อว่าเพื่อนๆหลายคนคงเคยน่าจะลองทานกันแล้ว ทางทีมงานก็เลยจัดชุดใหญ่กันมาเน้นๆเต็มๆไปเลยทั้ง 4 ชุด แต่ละชุดจะมีอะไรบ้างไปดูกัน ก่อนจะเริ่มจัดเต็มกับเมนูชุดบาร์บีกอนท่องโลกกันแบบจัดหนักแล้ว เราขอเริ่มต้นด้วยเมนูเรียกน้ำย่อย กับเมนูเบค่อนทอดกรอบ ทานเล่นๆกับครีสซอส กรอบอร่อยอย่าบอกใคร อ๊ะๆ ยังไม่หมดค่า ตามมาด้วยเมนูเกี้ยวซ่าทอด เห็นธรรมดาแบบนี้เนื้อหมูนุ่มกำลังดีเข้ากันได้ดีกับน้ำจิ้มทีเดียวคะ เรียกได้ว่า มารอบไหนเป็นต้องสั่งทานเล่นเป็นประจำทุกทีเชียว เริ่มกันทีเซทแรกเลย ชุดบาร์บีกอนชาวเกาะ ซีฟู้ดและทะเลเน้นๆ ประกอบด้วยกุ้งสด ปลาแซลมอน และหอยแมงภู่นิวซีแลนด์ เหมาะสำหรับคนชอบทานทะเล ชุดนี้ทานได้ 1-2 ท่านนะคะ สดไม่สดดูกันเอาเองเลย แต่บอกได้ว่าตัวใหญ่มากกก ถ้าเทียบกับเซตนี้และราคาก็ถือว่าคุ้มค่าคะ ชุดไฮไลท์พระเอกของวันนี้อยู่ตรงนี้ค่า กับชุดซามูไรบาร์บีกอน ประกอบไปด้วย เนื้อหมู, เบคอน และพิเศษกับเนื้อหมูคุโรบูตะการันตีคุณภาพด้วยเนื้อหมูจาก CP คะ แฟนบาร์บีกอนตัวจริงต้องพลาดชุดหมูซามูไรชุดนี้ไปไม่ได้แน่นอน อิอิ ข้าวผัดกระเทียมพร้อม ซอสบาร์บีคิว พริกและกระเทียมพร้อม ถึงเวลาลุยกันเลย ต่อด้วยชุดคาวบอยบาร์บีกอน (อันนี้เราชอบเป็นพิเศษ Beef lover) ประกอบไปด้วย เนื้อติดมัน, เนื้อสไลด์ และเบคอนสไปซี่ ถูกใจคนชอบเนื้ออย่างเรานักแล (><”) โปรดสังเกตความสีและความสด ชั้นไขมันแน่นแน่นที่อยู่ในเนื้อ ซูมเจ้าตัวเนื้อติดมันกันให้เห็นชัดๆ สวยงามจริงๆ ว่าแล้วก็ลุยสิครัช ลวกพี่! ยังไม่หมดค่า ชุดสุดท้ายดูจะถูกใจกับน้องๆที่มาด้วยเป็นพิเศษกับชุด สโมกกี้เบคอน ประกอบไปด้วย เบคอน, หมูสามชั้นรมควัน (มันหอมอร่อยจริงๆนะตอนทาน) และที่พิเศษสุดจร้า อกเป็นรมควันสไลด์ กระซิบบอกนิดนึง โปรโมชั่นดีดีแบบนี้ มีถึงวันที่ 9 พฤศจิกายนนี้เท่านั้นนะคะ เริ่มหิวกันแล้วใช่มั้ยละ ยังไม่หมดจร้า นอกจากชุดบาร์บีกอนท่องโลก ไหนๆมาถึงบาร์บีคิวพลาซ่าทั้งที จะลืมชุดนี้ไม่ได้เลย ชุดครอบครัวสุขสันต์ กิกิ มากันเป็นครอบครัวใหญ่ อิ่มอร่อยทั้งชุดเมนูใหม่และไม่ลืมชุดพี่ใหญ่เมนูเก่า ทั้งอุด้ง ครอบครัวหมู และทะเลเน้นๆ พุงกางกันไปเป็นแทบๆ ระหว่างทานเสร็จ พี่ๆจากทางบาร์บีกอน แจ้งว่าทานครบทุก 500 บาททางบาร์บีกอนมีแคมเปญพิเศษให้กับลูกค้า ลุ้นไปเที่ยวรอบโลก ไอเราก็งงว่ายังไง อ๋อมันเป็นคูปองชิงโชคแบบนี้จร้า ไม่เพียงเฉพาะคนที่ทานครบ 500 บาทแล้วได้ร่วมสนุกลุ้นชิงโชคกับบาร์บีกอนเที่ยวเลือกได้ มูลค่าสูงสุดถึง 1 ล้านบาท แต่ถ้าสั่งชุดบาร์บีกอนท่องโลก 1 เซตได้วอยเชอร์ฟรี อีก 1 ใบ/เซต พิเศษสุดๆกันไปเลย (รายละเอียดโปรโมชั่น : http://promotion.mthai.com/eat/3664.html) สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด กับโปสการ์ดสวยๆจาก Bar-B-Q Plaza ไว้ชวนเพื่อนไปเที่ยวรอบโลก ประกาศรายชื่อผู้โชคดี เตชินี พลายเดช สุรเชษฐ์ เมฆมาลัย พัฒน์นรี พุทธาโภคาทรัพย์ วรรณภรณ์ แซ่โง้ว ขนิษฐา บุตรอำคา ยุทธนา กาวิละเลส วรางคณา กิจบุญ จารุวรรณ สุขสงวน พิพัฒน์ ด่านกลาง วรวิทย์ จิรังคสกุลเดช

เช็ครายชื่อที่นี่!! ครม.มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง ขรก.หลายกระทรวง
ครม. /  ประยุทธ์ / 

ครม.มีมติอนุมัติและเห็นชอบแต่งตั้ง ข้าราชการหลายกระทรวง และ ผู้ทรงคุณวุฒิ อีกหลายตำแหน่ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (21ต.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติและเห็นชอบในเรื่องแต่งตั้ง ดังนี้ 1.เรื่อง รัฐบาลฮังการีเสนอขอแต่งตั้งเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่ได้รับแจ้งจากสถานเอกอัครราชทูตฮังการีประจำประเทศไทยว่ารัฐบาลฮังการีมีความประสงค์ขอแต่งตั้งนายเปเตอร์ยาค็อบ(Mr. Pe terJakab) ให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งฮังการีประจำประเทศไทยคนใหม่ โดยมีถิ่นพำนัก ณ กรุงเทพมหานคร สืบแทน นายเดแนช โทมอย(Mr. De nesTomaj) ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ 2.เรื่อง รัฐบาลไอร์แลนด์เสนอขอแต่งตั้งเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่ได้รับแจ้งจากกระทรวงการต่างประเทศไอร์แลนด์ว่ารัฐบาลไอร์แลนด์มีความประสงค์ขอแต่งตั้งนายเบร็นดัน รอเจอรส์(Mr. Brendan Rogers) ให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งไอร์แลนด์ประจำประเทศไทยคนใหม่ โดยมีถิ่นพำนัก ณ กรุงเทพมหานคร สืบแทน นายเดคลัน เคลลี (Mr. Declan Kelly) ซึ่งมีถิ่นพำนัก ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ 3.เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ ตำแหน่งที่ปรึกษาด้านข้อมูลข่าวสารของราชการ (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ) สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สำนักนายกรัฐมนตรี) คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่สำนักนายกรัฐมนตรีเสนอแต่งตั้งนายไพโรจน์อาจรักษาผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านข้อมูลข่าวสารของราชการ (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ) สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป 4.เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง (กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์) คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 5 ราย ดังนี้ -นายอนุสันต์ เทียนทอง รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง -นายสมคิด สมศรี รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง -นางอุษา หงส์กาญจนกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง -นางธนาภรณ์ พรมสุวรรณ รองผู้อำนวยการสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง -นางเสาวนีย์ โขมพัตร รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง 5.เรื่อง แต่งตั้งกรรมการอื่นในคณะกรรมการบริหารกิจการขององค์การสวนยาง คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอแต่งตั้งกรรมการอื่นในคณะกรรมการบริหารกิจการขององค์การสวนยาง(อ.ส.ย.)แทนผู้ที่สำนักงานอัยการสูงสุดไม่อนุมัติให้เป็นกรรมการบริหารกิจการขององค์การสวนยาง และแต่งตั้งกรรมการเพิ่มเติมเพื่อให้องค์ประกอบครบถ้วน รวมจำนวน 3 คน ดังนี้ -นายวิมล จันทรโรทัย รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรรมการอื่นที่แต่งตั้งจากบัญชีรายชื่อที่กระทรวงการคลังจัดทำขึ้น แทนนางสาวนารี ตัณฑเสถียร -นายศุภชัย บานพับทอง อดีตกรรมการบริหารกิจการของ อ.ส.ย. กรรมการอื่นที่แต่งตั้งจากบัญชีรายชื่อที่กระทรวงการคลังจัดทำขึ้น -นายอรุณ เลิศวิไลย์ อดีตกรรมการบริหารกิจการของ อ.ส.ย. กรรมการอื่น ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2557 เป็นต้นไป และให้ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งเท่าวาระที่เหลืออยู่ของคณะกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งไว้แล้ว 6.เรื่อง การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบริหารสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์(องค์การมหาชน)(สรอ.) เสนอ แต่งตั้ง นางเจริญศรี มิตรภานนท์ เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการตรวจสอบการเงินและบัญชี ในคณะกรรมการบริหารสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ แทนนางจารุพร ไวยนันท์ ที่พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากมีอายุครบเจ็ดสิบปีบริบูรณ์ ตามนัยมาตรา 16 (4) และมาตรา 14 (2) แห่งพระราชกฤษฎีกา จัดตั้งสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2554 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2557 เป็นต้นไป 7.เรื่อง พิจารณาแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบริหารสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเสนอแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบริหารสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์จำนวน7 คน แทนประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิชุดเดิมที่ได้ดำรงตำแหน่งครบ 3 ปี ตามวาระแล้ว เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2557 ดังนี้ 1. นายจรัมพร โชติกเสถียร ประธานกรรมการ 2. นายชาติศิริโสภณพนิช กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านการเงินและด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ 3. นายธนวงษ์ อารีรัชชกุล กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านวิศวกรรมศาสตร์ ด้านสังคมศาสตร์และการบริหารงานบุคคล 4. นางสาววิลาวรรณ วนดุรงค์วรรณ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านการเงิน 5. นายชวลิต อัตถศาสตร์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านนิติศาสตร์ 6. นายธีระ อภัยวงศ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ 7. นางสาวสิบพร ถาวรฉันท์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์และด้านการเงิน ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2557 เป็นต้นไป 8.เรื่อง แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นกรรมการในคณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์และเมืองเก่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอให้แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์และเมืองเก่าจำนวน 7 คน ดังนี้ 1. นายสุวิชญ์รัศมิภูติ 2. นายภราเดช พยัฆวิเชียร 3. นายบวรเวท รุ่งรุจี 4. รองศาสตราจารย์ บรรณโศภิษฐ์ เมฆวิชัย 5. รองศาสตราจารย์ ศิริวรรณ ศิลาพัชรนันท์6. รองศาสตราจารย์โรจน์ คุณอเนก 7. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ยงธนิศร์ พิมลเสถียร ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2557 เป็นต้นไป 9.เรื่อง การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพิจารณามาตรการปกป้อง คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพิจารณามาตรการปกป้องแทนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิชุดเดิมที่ดำรงตำแหน่งครบวาระดังนี้1. นายสุทธิพร จีระพันธุ ด้านการเกษตร 2. นายมนู เลียวไพโรจน์ ด้านการอุตสาหกรรม 3. นางอุบล มลิลา ด้านการบริหารธุรกิจ 4. นายธนวรรธน์ พลวิชัย ด้านการค้าระหว่างประเทศ 5. นางสาวผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ ด้านการบัญชีและการเงินการคลัง6. นางฉวีวรรณ จันทนภุมมะ ด้านเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ 7. นางภาณุมาศ สิทธิเวคิน ด้านกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2557 เป็นต้นไป 10.เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูง (กระทรวงสาธารณสุข) คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอแต่งตั้งนางประนอมคำเที่ยงสาธารณสุขนิเทศก์ (นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง) ประเภทบริหาร ระดับสูง สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง MThai News

4 วิธี เลือกสีรองพื้น ให้เป็นเรื่องง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก
foundation /  รองพื้น / 

" รองพื้น " เป็นเหมือนโฟโต้ช็อปเคลื่อนที่ของสาวๆเลยก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าคุณจะมีสภาพผิวย่ำแย่ แสบสันต์ขนาดไหน รองพื้นคือสิ่งที่สามารถปกปิดทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณมีได้ ไม่ว่าจะเป็นรอยสิว รอยหลุม ต่างๆ  แต่ปัญหาหลักๆของสาวๆเลยก็คือ " สีรองพื้น " แน่นอนค่ะว่าถ้าคุณไปที่เค้าเตอร์ คุณจะมี Ba ให้บริการแน่นอน แต่ถ้าคุณต้องไปใน Drugstore ล่ะ คุณต้องทำเองทุกอย่าง แทบจะไม่มีใครมาให้คำแนะนำได้อย่างถ่องแท้ วันนี้เรามีวิธี เลือกสีรองพื้น แบบง่ายๆมาฝากกันค่ะ 1.  อย่าเทสสีบน "หลังมือ"  แต่ให้ลองบน " กราม " ถามว่า รองพื้นเวลาทาอยู่บนหน้าหรืออยู่บนมือกันแน่จ๊ะสาวๆ ... บนหน้าสิคะ .. สีมือกับสีหน้าไม่ได้สีเหมือนกันนะจ๊ะสาวๆ  แนะนำให้ทารองพื้นลงบน " กราม " (jaw bone) เพื่อดูความกลมกลืนของสีผิวและสีรองพื้น สาวๆอาจจะเลือกมาสัก 3 สี แล้วปาดลงบนกราม สีไหนที่ไม่โดดออกมา หรือ ต่างจากผิวมากนัก สีนั้นเลยจ้า จัดไป! 2. ถ้าลังเล ให้เลือกสีที่เข้มกว่า เคยเห็นคนหน้าลอยมั้ยคะ สาวๆ นั่นเป็นเหตุเพราะการเลือกรองพื้นที่ไม่เหมาะกับสีผิวนั่นเอง ถ้าลังเลว่าจะไปทางขาวกว่าหรือมืดกว่า เราแนะนำให้คุณเลือกโทนที่มืดกว่านิดนึง แล้วใช้แป้งฝุ่นกระจายแสงให้ผิวหน้าดีกว่า หน้าเทานะคะ  3.  อย่าลืมสีคอ ! การทารองพื้น ไม่ได้ทาแต่หน้านะคะสาวๆ ถ้าสาวๆออกไปปาร์ตี้ยามค่ำคืน งานถ่ายรูปต้องมา งานเซ็กซี่ต้องมา เกิดถ่ายรูปมาหน้าขาววอกกว่าคอ นี่พังไม่เป็นท่าเลยนะจ๊ะ ทางที่ดี ให้หาสีรองพื้นที่สามารถปกปิดสีคอได้ด้วยนะเธอ 4. ไม่ต้องทาทั้งหน้า ให้คิดว่ารองพื้นเป็นเหมือนการกลบเฉพาะจุด ถ้าฉาบหน้าไปหมดจะเหมือนฉาบปูนและจะทำให้ยิ่งดูหลอก หากหน้าของสาวๆนั้นมีปัญหาจริงจัง แนะนำให้ใช้รองพื้นทั่วหน้าและลงด้วยแปรงหรือฟองน้ำ จะช่วยให้รองพื้นอยู่ติดทนและเป็นธรรมชาติ ไม่ดูฉาบผิวจนเหมือนปลอมจนเกินไป แค่นี้ปัญหาการ เลือกสีรองพื้น ก็จะหมดไปแน่นอน ไม่ต้องกังวลเลยจ้า ที่มาจาก Womanshealth เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

แฉเว็บ thaivoicemedia ปั่นข่าว 'เจ๊ยุ' ฉะ 'ประยุทธ์'
จอม เพชรประดับ /  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา / 

ชาวเน็ตขุดเบื้องหลังเว็บไซต์  "thaivoicemedia.com" เผยเสื้อแดงเป็นผู้ตั้ง "จอม เพชรประดับ" เป็นควบคุมดูแล จากกรณีที่นางยุวดี ธัญญสิริ ผู้สื่อข่าวอาวุโส ประจำทำเนียบรัฐบาล วิพากษ์วิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ผ่านทางเว็บไซต์ "thaivoicemedia.com" โดยมีถ้อยคำที่เย้ยหยันหลายประโยคอาทิ "การแถลงข่าวของ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ละครั้ง แทนที่จะเอาข้อเท็จจริงที่นักข่าวสงสัยมาอธิบาย หรือมาชี้แจง กลับมาสอน มาอบรมนักข่าว บางทีพูดอบรมข่มขู่นักข่าว เป็นชั่วโมง หาบ้านเมืองจึงไม่จบ นี่ไม่ใช่วิสัยของผู้นำที่มีพฤติกรรมแบบนี้" “จะบอกว่าเมื่อลงข่าวไปแล้ว เกิดความเสียหายขึ้น ใครรับผิดชอบ นักข่าวและต้นสังกัดของนักข่าวฉบับนั้น ๆ เขารับผิดชอบของเขาอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วงเขาหรอก ห่วงตัวเองให้รอดก่อนดีกว่าเถอะ” กระทั่งต่อมา นางยุวดีได้ออกมาปฏิเสธว่า ไม่เคยให้สัมภาษณ์แก่เว็บไซด์ดังกล่าว ไม่ทราบเอาข้อความจากไหนมาเผยแพร่ ล่าสุด เฟซบุ๊คเพจชื่อ "ขบวนการเสรีไทยเฟซบุ๊ค" ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับเบื้องหน้าเบื้องหลังของเว็บไซด์ที่ชื่อ "thaivoicemedia.com" ที่เผยแพร่บทสัมภาษณ์ของนางยุวดี โดยระบุว่า ได้มีเเนวร่วมคนเสื้อเเดง ได้เคยโพสต์ข้อความ บนเฟซบุ๊ค โดยมีการกล่าวอ้างว่า www.thaivoicemedia.com อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ "จอม เพชรประดับ" พิธีกรรายการข่าวชื่อดัง โดยมีข้อความบางช่วงบางตอนดังนี้ "แกนนำคนสำคัญของ RED USA จึงได้จดทะเบียน domain ขึ้นทันทีกลางที่ประชุมในวันนั้น โดยใช้เวลาไม่นานก็เสร็จภายใต้ชื่อ www.thaivoicemedia.com พร้อมจด .net, .org และ .info รวมเข้าไว้ด้วย เพื่อป้องกันผู้อื่น นำเอาชื่อ thaivoicemedia ไปใช้ เพราะสื่อนี้เป็นของผู้รักประชาธิปไตยเท่านั้น ภายใต้การกำกับดูแลของ "จอม เพชรประดับ" การดำเนินการสร้าง web site เป็นไปอย่างรวดเร็ว ด้วยความช่วยเหลือจาก ดร.ริชาร์ด แห่ง Internet To Freedom และจากการประสานงานอย่างใกล้ชิดของแกนนำ RED USA เว็บ www.thaivoicemedia.com ใช้โครงสร้างเดียวกัน กับโครงสร้างเว็บของทำเนียบ White House ที่ยากต่อการบล็อก ซึ่งจากข้อมูลที่เผยแพร่ออกมา เว็บไซต์ดังกล่าวถูกมองว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มเสื้อแดง เนื่องจากระบุว่า มีแกนนำคนสำคัญของ RED USA ได้จดทะเบียนเว็บไซต์ และกำกับดูแลโดย “จอม เพชรประดับ” ซึ่งเป็นผู้ที่ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นนักข่าวประเภท “อิงเสื้อแดง” มาตลอด MThai News

ชวนเที่ยวเทศกาล มหัศจรรย์งานช้างสุรินทร์ 2557
งานประเพณี /  ช้างสุรินทร์ / 

เทศกาล มหัศจรรย์งานช้างสุรินทร์ เป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งแรกของประเทศไทย เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์อัตลักษณ์ความเป็นสุรินทร์ถิ่นเมืองช้าง และร่วมกันอนุรักษ์วิถีชีวิตคนเลี้ยงช้างซึ่งสืบทอดต่อกันมานับร้อยปี มีกิจกรรมที่อลังการน่าประทับใจ อาทิเช่น การต้อนรับช้างกว่า 300 เชือกกลับบ้าน ขบวนแห่รถอาหารช้าง บุฟเฟ่อาหารช้างใหญ่ที่สุดในโลก และการแสดงของช้างสุรินทร์ ชวนเที่ยวเทศกาล มหัศจรรย์งานช้างสุรินทร์ 2557 รายละเอียดการจัดงาน การประกวดรถตกแต่งอาหารช้าง วันที่ 13 พฤศจิกายน 2557 โดยจะมีขบวนรถอาหารช้างที่ตกแต่งผลไม้พืชผักนานาชนิด กว่า 20 คัน เริ่มต้นขบวนเวลา 14.00 น. ณ บริเวณหน้าโรงเรียนสิรินธร ไปยังบริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดี ศรีณรงค์จางวาง งานต้อนรับและเลี้ยงอาหารช้าง วันที่ 14 พฤศจิกายน 2557 ชมขบวนแห่ช้างกว่า 300 เชือก เริ่มต้นขบวนเวลา 08.00 น. ณ บริเวณหน้าสถานีรถไฟสุรินทร์ เพื่อไปสักการะอนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง และร่วมกิจกรรมบุฟเฟ่เลี้ยงอาหารช้างใหญ่ที่สุดในโลก การแสดงของช้างจังหวัดสุรินทร์ วันที่ 15-16 พฤศจิกายน 2557 เวลา 08.30 – 11.30 น. ณ สนามแสดงช้างสุรินทร์ (วันละ 1 รอบ) ชมการการแสดงวิถีชีวิตคนเลี้ยงช้าง จำลองการคล้องช้างป่า พิธีเซ่นไหว้ศาลปะกำ การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านอีสานใต้ การแสดง แสง สี เสียง “สืบสานตำนานพันปีปราสาทศีขรภูมิ” วันที่ 14 - 15 พฤศจิกายน 2557 เวลา 18.00 – 21.00 น. ณ ปราสาทศีขรภูมิ อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ (ห่างจากตัวเมือง 35 กิโลเมตร) ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน ตำนานการสร้างปราสาทศีขรภูมิ ที่มา : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย   ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง : หมู่บ้านช้าง ใหญ่ที่สุดในโลก จ.สุรินทร์ , ปราสาทภูมิโปน ปราสาทหินที่เก่าแก่ที่สุดในไทย

วิธีแก้ชง ปี 2558 พร้อมสถานที่และการเดินทาง
ดวง 2558 /  ดวงปีชง 2558 / 

บางคนถามว่าปี 2558 เป็นปีที่ตนเองชง สำหรับวิธีแก้ชงควรทำอย่างไร และสถานที่ไหนที่น่าสนใจและเหมาะกับการไปแก้ชง ปี 2558 มากที่สุด Horoscope.Mthai.com ไม่รอช้าครับ เพราะเรานำ วิธีแก้ชง ปี 2558 พร้อมสถานที่และการเดินทางมาฝากกันแล้วครับ วิธีแก้ชง ปี 2558 การกราบไหว้สักการะเทพเจ้าและสิ่งมงคลทั้งหลายที่จะให้ช่วยปกป้องคุ้มครองช่วยเหลือ เพื่อคุ้มครองและปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย เพราะหากใครที่เป็นปีชง จะทำให้เกิดอุปสรรคและปัญหาในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการงาน การเงิน ความรัก ที่จะได้รับผลกระทบหนัก 1. ตามความเชื่อของคนจีน การไหว้เทพเจ้าไท้ส่วย จะช่วยบรรเทาเคราะห์กรรมได้ โดยในประเทศไทยสามารถไหว้ได้ที่วัดจีนทั่วไป เช่น วัดเล่งเน่ยยี่ (หรือวัดมังกรกมลาวาส) เป็นต้น 2. เนื่องจากดาวพฤหัสบดี เป็นดาวแห่งความดีงามและผู้ใหญ่ การทำบุญช่วยชีวิตสัตว์ต่างๆ เช่นการไถ่ชีวิตโค กระบือ ปล่อยนกปล่อยปลา การบริจาคโลหิต ฯลฯ ก็จะเป็นการช่วยส่งเสริมดาวพฤหัสให้มีพลังมากขึ้น 3. การไหว้พระ 9 วัด ช่วยเสริมสิริมงคลให้ชีวิต สถานที่แนะนำให้ไปไหว้พระ 9 วัด เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล  1. ศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานคร (เวลาเปิด-ปิด 05.30 – 19.30 น.) ไปสักการะ “เทพารักษ์ทั้ง 5″ คือ พระเสื้อเมือง, พระทรงเมือง, พระกาฬไชยศรี, เจ้าพ่อเจตคุปต์, เจ้าพ่อหอกลอง เพื่อ “ตัดเคราะห์ ต่อชะตา เสริมวาสนาบารมี” ไหว้ เสาหลักเมืององค์จำลอง ด้วยธูป 3 ดอก เทียน 1 เล่ม ผ้าแพร 3 สี ดอกบัว และไหว้องค์จริงด้วยพวงมาลัย สถานที่ตั้ง อยู่บริเวณหัวมุมสวนหลวง ข้างพระบรมมหาราชวัง ถนนหลักเมือง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทาง สาย 1, 3, 9, 15, 25, 30, 32, 33, 39, 43, 44, 47, 53, 64, 80, 82, 91,201, 203 รถปรับอากาศ สาย 503,508, 512 2. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (เวลาเปิด-ปิด 08.30 – 16.00 น.) ไหว้พระแก้วมรกต พระพุทธรูปสำคัญในภูมิภาคเอเชีย เป็นศูนย์กลางความศรัทธาไทย – ลาว เพื่อความเป็นสิริมงคล “ไหว้พระแก้วมรกต แก้วแหวน เงินทองไหลมาเทมาตลอดปี” ด้วยธูป เทียน ดอกบัวคู่ สถานที่ตั้ง อยู่ในพระบรมมหาราชวัง ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทาง สาย 1, 3, 9, 15, 25, 30, 32, 33, 39, 43, 44, 53, 59, 64, 80, 82,91,201, 203 รถปรับอากาศ สาย 501, 503, 508, 512 3. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) (เวลาเปิด-ปิด 08.00 – 16.00 น.) นมัสการพระพุทธไสยาสน์อันศักดิ์สิทธิ์ (ที่ฝ่าพระบาททั้งสองข้างประดับมุก ลวดลายภาพมงคล 108 ประการ) เพื่อความเป็นสิริมงคล “ไหว้พระนอนวัดโพธิ์ ร่มเย็นเป็นสุข อยู่ดีกินดีตลอดปี” ด้วยธูป 9 ดอก เทียนแดงคู่ ทองคำเปลว 11 แผ่น สถานที่ตั้ง หลังพระบรมมหาราชวัง ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทาง สาย 1, 3, 6, 9, 12, 25, 43, 44, 47, 53, 60, 82, 91, 123,รถปรับอากาศ สาย 501, 508 4. ศาลเจ้าพ่อเสือ (เวลาเปิด-ปิด 08.00 – 16.00 น.) ไปสักการะ เจ้าพ่อเสือ เจ้าพ่อกวนอู เจ้าแม่ทับทิม ฯลฯ เพื่อเสริม “อำนาจบารมี” ด้วยธูป 18 ดอก ปัก 6 กระถาง เทียนแดง 1 คู่ พวงมาลัย 1 พวง “ศาลเจ้าเก่าแก่ของลัทธิเต๋า” หนึ่งในสามมหาสถานของพระนครที่ชาวจีนต้องสักการะบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคล “เสริมอำนาจบารมี” สถานที่ตั้ง ถนนตะนาว แขวงเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทาง สาย 10, 12, 19, 35, 42, 56, 96 5. วัดสุทัศน์เทพวราราม (เวลาเปิด-ปิด 08.00 – 16.00 น.) ไหว้พระองค์ประธาน (พระศรีศากยมุณี) ที่เก่าแก่ ซึ่งอดีตเคยประดิษฐานอยู่ที่วิหารหลวงวัดมหาธาตุของกรุงสุโขทัย เพื่อความเป็นสิริมงคล “ไหว้พระวัดสุทัศนฯ มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีเสน่ห์แก่บุคคลทั่วไป” ด้วยธูป 3 ดอก เทียน 2 เล่ม ดอกบัวหรือพวงมาลัย สถานที่ตั้ง บริเวณเสาชิงช้า ตรงข้ามศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทาง สาย 10, 12 6. วัดชนะสงคราม (เวลาเปิด-ปิด 08.00 – 16.00 น.) ต้องไปสักการะ “พระประธาน” ในพระอุโบสถ และ “สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท (บุญมา)” ผู้นับถือความซื่อสัตย์ ด้วย ธูป 5 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกบัว 1 ดอก มีความเชื่อว่า “จะมีชัยชนะต่ออุปสรรคทั้งปวง” “ไหว้พระวัดชนะสงคราม อุปสรรคร้ายพ่ายแพ้” สถานที่ตั้ง ถนนจักรพงษ์ แขวงบางลำพู เขตพระนคร การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทาง สาย 3, 6, 9, 15, 30, 32, 33, 43, 53, 64, 65, 82, 123 รถปรับอากาศ สาย ปอ. 6, 509 7. วัดระฆังโฆษิตาราม (เวลาเปิด-ปิด 08.00 – 16.00 น.) สักการะสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) และพระประธานที่วัดระฆัง อ่านคาถาชินบัญชร เพื่อความเป็นสิริมงคล “ไหว้พระวัดระฆัง มีชื่อเสียงโด่งดังตลอดปี” ด้วยธูป 3 ดอก เทียนคู่ ทองคำเปลว 3 แผ่น หมากพลู สถานที่ตั้ง ถนนอรุณอัมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทาง สาย 19, 57, 83 ท่าเรือ เรือด่วนเจ้าพระยา ลงท่ารถไฟหรือท่าวังหลังก็ได้ หรือลงเรือข้ามฟากจากท่าช้างไปท่าวัดระฆัง 8. วัดอรุณราชวราราม (เวลาเปิด-ปิด 08.00 – 16.00 น.) ไหว้พระปรางค์วัดอรุณฯ เพื่อความเป็นสิริมงคล “ไหว้พระวัดอรุณ ชีวิตโรจน์รุ่ง ทุกวันคืน” ต้องไปสักการะ “พระประธาน” ด้วยธูป 3 ดอก เทียนคู่ และต้องไปเดินทักษิณาวัตรรอบ “พระปรางค์” อีก 3 รอบ เพื่อ “ชีวิตรุ่งโรจน์” สถานที่ตั้ง ข้างกองทัพเรือ ถนนอรุณอัมรินทร์ เขตบางกอกใหญ่ การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทางสาย 19, 57, 83 ทางเรือ ลงเรือข้ามฟากที่ท่าเตียนขึ้นที่ท่าวัดอรุณ 9. วัดกัลยาณมิตร (เวลาเปิด-ปิด 08.00 – 16.00 น.) ไหว้หลวงพ่อซำปอกง (พระพุทธไตรรัตนนายก) พระโตริมน้ำตามตำนาน กรุงศรีอยุธยา ณ วัดกัลยาณมิตร เพื่อความเป็นสิริมงคล “ไหว้หลวงพ่อซำปอกง โชคดีมีชัยปลอดภัยตลอดปี” ด้วยธูป 3 ดอก เทียนแดงคู่ สถานที่ตั้ง แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี การเดินทาง โดยรถประจำทาง สาย 3, 4, 7, 7ก, 9, 21, 37, 56, 82 รถปรับอากาศ สาย ปอ. 7, 21, 82 (นั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างจากโรงเรียนศึกษานารี เข้ามาที่วัดเพราะรถ ประจำทางเข้าไม่ถึง) ทางเรือ ลงเรือข้ามฟากที่ท่าปากคลองตลาดขึ้นท่าวัดกัลยาณมิตร เพื่อความสะดวกควรเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทาง หรือบริการขนส่งสาธารณะ เนื่องจากสถานที่จอดรถมีจำกัดมาก ขอบคุณภาพจาก www.horolive.com www.lesla.com

อบอุ่น! ไมค์ เปิดภาพ น้องแม็กซ์เวลล์-ซาร่า พร้อมปู่ย่า
พ่อไมค์ พิรัชต์ /  กอล์ฟ พิชญะ / 

ทำเอาแฟนๆ ยิ้มรับความสุขแทนครอบครัว นิธิไพศาลกุล ที่ได้เห็นภาพน่ารักๆ และอบอุ่น เพราะล่าสุดซุปตาร์พ่อลูกอ่อน ไมค์ พิรัชต์ ได้โพสต์รูปลูกชายสุดหล่อ น้องแม็กซ์เวลล์ และอดีตคนรัก ซาร่า คาซิงกีนี่ ที่อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัว โดยมี คุณแม่ตุ๊ก - คุณพ่อพิเชษฐ์ - กอล์ฟ พิชญะ และ น้องหญิง พลอยชมพู เรียกได้ว่าเป็นภาพครอบครัวสุขสันต์ที่ปิดจ๊อบกระแสข่าวลือว่า คุณแม่ของไมค์ไม่ปลื้มสาวซาร่า และไม่ยอมรับหลานชายที่น่าเลิฟได้อย่างทันทีทันใด!!! ซาร่า พา น้องแม็กซ์เวลล์ แชะภาพรวมกับครอบครัว ไมค์ ซาร่า พา น้องแม็กซ์เวลล์ แชะภาพรวมกับครอบครัว ไมค์ ซาร่า พา น้องแม็กซ์เวลล์ แชะภาพรวมกับครอบครัว ไมค์ ซาร่า พา น้องแม็กซ์เวลล์ แชะภาพรวมกับครอบครัว ไมค์ ซาร่า พา น้องแม็กซ์เวลล์ แชะภาพรวมกับครอบครัว ไมค์ ซาร่า พา น้องแม็กซ์เวลล์ แชะภาพรวมกับครอบครัว ไมค์ ซาร่า พา น้องแม็กซ์เวลล์ แชะภาพรวมกับครอบครัว ไมค์ ซาร่า พา น้องแม็กซ์เวลล์ แชะภาพรวมกับครอบครัว ไมค์

Magic in the Moonlight : มนต์มายาที่เจือจาง
Magic in the Moonlight /  ดูแล้วมาคุยกัน / 

คงไม่มีใครเหมาะกับคำกล่าวที่ว่า อายุเป็นเพียงตัวเลข ไปมากกว่าผู้กำกับ วู้ดดี้ อัลเลน อีกแล้ว เพราะปู่ช่างขยันซะเหลือเกินทั้งที่อายุอานามก็ปาไปร่วม 79 ปีแล้ว แต่ก็ยังทำหนังออกมาปีละเรื่องไม่ให้ขาด บ้างรุ่งสุดๆ บ้างร่วงบอบช้ำ ตามอัตภาพความถี่ ซึ่งกับผลงานล่าสุดอย่าง Magic in the Moonlight เรื่องนี้ คงเรียกเต็มปากว่ารุ่งไม่ได้ น่าจะเอนเอียงไปทางร่วงเสียมากกว่า Magic in the Moonlight ว่าด้วยเรื่องราวของ สแตนลีย์ ครอว์ฟอร์ด หรือนามแฝงในชุดจีน เว่ยหลิงชู นักมายากลผู้โด่งดัง ที่วันหนึ่งเพื่อนสนิทได้มาชักชวนให้เขา ไปช่วยเปิดโปง โซฟี เบเกอร์ คนทรงเจ้าที่อ้างว่าติดต่อกับวิญญาณได้ และได้รับการว่าจ้างโดยมหาเศรษฐี เพื่อให้ช่วยติดต่อสามีที่จากไปแล้ว แต่ภารกิจกระชากหน้ากากไม่ได้ลงตัวนัก เมื่อ โซฟี เหมือนจะมีพลังเหนือธรรมชาติขึ้นมาจริงๆ เป็นเวลาเดียวกับ สแตนลีย์ ก็เริ่มผูกพันและรู้สึกพิเศษกับเธอขึ้นมาซะแล้ว หากว่ากันด้วยความถี่ของผลงานแล้ว เราคงไม่อาจถือโทษโกรธผู้กำกับ ที่คนดูมักจะคาดหวังสูงลิ่วอย่าง วู้ดดี้ อัลเลน ที่เคยฝากผลงานขั้นเทพอย่าง Match Point หรือ Midnight in Paris ไว้ก่อนหน้านี้ได้เลย เพราะถึงแม้ Magic in the Moonlight จะเสื่อมมนต์ขลัง และไม่มีเสน่ห์ไปบ้าง แต่ก็นับว่ายังคงเอกลักษณ์ของปู่อัลเลน ได้อย่างเหนียวแน่น ทำให้โทนของหนังออกมาคลับคล้ายคลับคลา ภาพยนตร์ยุคคลาสิค ที่จะช่วยให้ผู้ชมรุ่นเก๋าได้คิดถึงบรรยากาศเก่าๆ และเปิดสไตล์ใหม่ๆ ให้ผู้ชมรุ่นเยาว์ อีกทั้งยังบรรเลงด้วยดนตรีแจ๊สรื่นหู ตลอดทั้งเรื่อง (ที่บางครั้งก็ไม่เข้ากันบ้างในบางฉากอย่างจงใจ) อีกทั้งบทสนทนาแสบสันต์ มุขตลกจิกกัด หน้าตาย ก็ถูกเสิร์ฟราวกับเมนูแนะนำประจำร้าน ให้คนดูอย่างเต็มอิ่ม ถึงทั้งหมดนี้จะส่งพลังดึงดูด ชวนหลงใหลนัก แต่สำหรับผลงานที่เหมือนกับการพักผ่อน ทำอะไรเบาๆ ก็ยังถือว่ารับได้ตามมาตรฐานปู่อัลเลน ถึงแม้สไตล์ที่เด่นชัดจะสอบผ่าน แต่สิ่งที่ทำให้หนังประดักประเดิด คงหนีไม่พ้นคู่พระนาง ที่ดูจะเป็นรักต่างวัย แก่กว่าแล้วไงล่ะจ๊ะ! อันเนื่องมาจากอายุของนักแสดงทั้งสอง จนบางครั้งทำให้รู้สึกเหมือนพ่อกับลูกสาว มากกว่าจะเป็นคู่รักหวานชื่นตามที่หนังอยากให้เป็นอย่างน่าเสียดาย อีกทั้งการสร้างคาแร็คเตอร์ขั้วตรงข้ามอย่าง นักมายากล-คนทรงเจ้า เชื่อวิทยาศาสตร์-เชื่อไสยศาสตร์ ผู้เปิดโปง-ผู้ปิดบัง ความจริง-ความเชื่อ อันน่าติดตามในความเป็นไปที่จะเกิดขึ้น และการปะทะกันทางทัศนคติที่แตกต่างในช่วงแรกๆ ที่ดูน่าสนใจ กลับถูกทิ้งขว้างในตอนเฉลยความจริงไปอย่างง่ายดาย และเรียบเฉยเสียจนจืดชืด ถึงแม้ Magic in the Moonlight จะเปิดรอยแผลปากใหญ่ ด้านตัวละครที่เห็นได้ชัดเจนไว้  แต่ด้วยเสน่ห์ของสไตล์ที่มีลายเซ็นชัดเจนนี้ แฟน วู้ดดี้ อัลเลน ก็คงจะไม่ผิดหวังสักเท่าไหร่ เพราะมนต์มายาแห่งผู้กำกับรุ่นปู่คนนี้ยังคงทำงานอยู่ แต่ในรูปแบบของความเจือจาง ถ้าเทียบกับผลงานก่อนๆ อันเข้มข้น เท่านั้นเอง เรื่องนี้ให้ 7 /10 ครับ โดย Lecter ----------------------

ตร.พบอัยการอีก ขอกรอบหลักฐานคดีเกาะเต่า
ข่าวฆ่านักท่องเที่ยวบนเกาะเต่า /  ฆ่า / 

อธิบดีอัยการ ภ.8 เผย หน.พงส.คดีฆ่าฝรั่งเกาะเต่า มาพบขอรายละเอียดกรอบการสอบเพิ่มเติมอีกครั้ง ยันญาติร้องหน่วยอื่นไร้ผลรูปคดี ชี้หลักฐานแน่นหนาสั่งฟ้อง นาย ธวัชชัย เสียงแจ้ว อธิบดีอัยการ สำนักงานอัยการภาค 8 เปิดเผย สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ความคืบหน้าการสรุปสำนวน เพื่อมีความห็นสั่งฟ้อง ในคดี 2 พม่า ฆ่านักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ที่เกาะเต่า ล่าสุดทางหัวหน้าพนักงานสอบสวนในคดีนี้ คือ พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ รรท.รอง ผบช.ภ.8 ได้มาพบอัยการภาค 8 อีกครั้งหนึ่ง เพื่อจะมาสอบถามกรอบในการสอบสวนเพิ่มเติม ที่ทางอัยการได้ส่งไปให้เพิ่มเติมแล้ว เพื่อที่จะได้สอบสวนได้ตรงประเด็นที่อัยการสั่งการไป เพราะมีหลายประเด็นที่ต้องทำความเข้าใจกับ พงส.ในคดีนี้ ซึ่งในการสรุปสำนวน จึงยังไม่สามารถระบุวันเวลาได้ว่าเมื่อไร แต่สำนวนที่มีอยู่ถือว่าแน่นหนาดีอยู่แล้ว รอเพียงหลักฐานบางอย่างเท่านั้น ในการพิจารณาสั่งฟ้องต่อศาล ส่วนกรณีที่ทางญาติของผู้ต้องหาไปร้องขอ ความเป็นธรรมกับหน่วยงานต่างๆ นั้น ก็เปินสิทธิ์ที่ทำได้ และถือว่าเป็นการต่อสู้อีกทางหนึ่ง แต่ไม่มีผลต่อรูปคดี ที่อัยการกำลังพิจารณากันอยู่ในขณะนี้ --------------------------------- ข่าวที่เกี่ยวข้อง ติดตามข่าวคดีเกาะเต่าทั้งหมด ที่นี่

เที่ยวญี่ปุ่น วันที่ 1 เที่ยวชิบูย่า พักโรงแรมเชอราตัน มิยาโกะ โตเกียว
สุนัขฮาจิโกะ /  เที่ยวชิบูย่า / 

กลับมาอีกครั้งครับ กับ เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ไม่ง้อทัวร์ แบ็คแพ็คแบบครอบครัว ช่วงปิดเทอม หลังจากบทความแรก ขึ้นไป มีคนสนใจแชร์ และสอบถามมาเยอะ วันนี้ผมมารีวิวให้ชม สำหรับวันแรก ที่เดินทางไปถึง โตเกียว ซึ่งหลังจากที่เราไปถึง Ueno Station แล้ว สิ่งที่เราทำคือฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรม คินูย่า 1 คืน เพื่อจะเดินทางไปพักที่ Sheraton Miyako Tokyo ก่อน ซึ่งการเดินทางไป เช็คอินที่โรงแรมเชอราตัน นั้น เรานั่งรถไฟ JR Yamanote Line ไปลงที่สถานี Meguro และต่อรถลีมูซีน หรือ Shuttle Bus ของโรงแรมไปอีก 5 นาที ก็ถึง เช็คอินก็ราวๆ บ่าย 2 ทำให้มีเวลาเหลือ เราก็เลยวางแผนว่าจะไปเที่ยวย่านชิบูย่าก่อน ซึ่งว่ากันว่า ที่นี่เป็นแหล่งแฟชั่น และเป็นย่านที่คนเดินเยอะ และที่ต้องไปเห็นให้ได้คือ ห้าแยกชิบูย่า หรือ ห้าแยกยุ่งเหยิง และ รูปปั้นสุนัขผู้ซื่อสัตย์ นามว่า ฮาจิโกะ และร้านเกี๊ยวซ่าชื่อดัง Gyoza no Ohsho JR Ueno Station ถ้ามาจากสถานี Keisei Ueno ออกประตูทางซ้ายขึ้นมาก็จะเห็น JR อยู่ฝั่งตรงข้าม ตลาด Ameyoko อยู่ฝั่งตรงข้ามกับ JR Ueno Station ตึกที่เห็นนี้คือตึก Ameyoko Center เป็นห้างใหญ่ทีเดียว โดยเริ่มจาก JR Ueno Station ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับตลาดอาเมโยโกะ หรือถ้ามาจาก Keisei ก็อยู่ฝั่งตรงข้ามหาไม่ยาก เมื่อเข้าสถานีแล้ว ใครไม่มีตั๋วก็ไปซื้อที่ตู้ได้ สำหรับเรามี Suica Card ก็เดินเข้าไปที่ gate ได้เลย ให้สังเกตง่ายๆ ก็คือ ป้ายสีเขียวจะเป็นสาย JR แล้วก็มาดูว่า JR ไปวนซ้ายหรือขวา ดูจากแผนที่ของสถานีเอา ไม่ยากครับ เราเลือกไปวนตามเข็มนาฬิกา ซึ่งเป็นสายที่ไป Shinagawa และเราลงที่ Meguro ก่อน เพื่อไปเช็คอินที่โรงแรมเชอราตัน มิยาโกะ โตเกียว ภาพภายในสถานี Meguro เดินออกประตู East Exit เพื่อไปต่อ Shuttle Bus ไปโรงแรมเชอราตัน มิยาโกะ Shuttle Bus ของโรงแรม Sheraton Miyako Tokyo ภาพภายในโรงแรม Sheraton Miyako Tokyo ห้องใหญ่น่าพัก เงียบสงบ ด้านหลังมีต้นไม้ใหญ่ เริ่มๆ เปลี่ยนสีบ้างแล้ว ที่นี่เหมาะกับคนที่ต้องการความเงียบสงบจริงๆ แต่การเดินทางลากกระเป๋าเองอาจจะไม่สะดวก แต่ก็ยังดี มีรถ Shuttle Bus รับส่ง ทั้ง ไป Meguro Station และ Shinagawa Station สอบถามเวลาได้ที่ PR โรงแรมได้เลย แต่ที่นี่ตรงเวลามากๆ ถึงเวลาจะออกรถทันที เยี่ยมมาก ภาพด้านหน้าโรงแรม Sheraton Miyako Tokyo หลังจากที่เช็คอินโรงแรมเรียบร้อยแล้ว เราเตรียมตัวเพื่อนั่งรถ Shuttle Bus ของโรงแรมออกไปที่สถานี Meguro เพื่อนั่ง JR Yamanote Line เพื่อต่อไปยังสถานี Shibuya อันเป็นไฮไลท์ของวันนี้กันต่อ (เราใช้ Suica Card แตะบัตรนั่งรถไฟตลอดการเที่ยวญี่ปุ่น เลยไม่ได้สนใจว่าแต่ละที่เราคาเท่าไหร่ครับ) สำหรับราคาแต่ละสถานีลองใช้ App ของ Hyperdia หรือดูจากเว็บได้ครับ http://www.hyperdia.com/en/ เที่ยวชิบูย่า (Shibuya) แหล่งแฟชั่น บันเทิง และช้อปปิ้ง ห้าแยกชิบูย่า ถ่ายภาพจากบนสถานที JR Shibuya ช่วงบ่ายๆ คนมาทำอะไรกันบนถนนละนี่ สังเกตดูว่า ห้าแยกนี้จะเต็มไปด้วยป้ายโฆษณาต่างๆ เยอะมากครับ ชิบูย่า (Shibuya) เป็นแหล่งแฟชั่น ของวัยรุ่น วัยมหาวิทยาลัย ที่ชอบมาเดินช้อปปิ้งที่นี่ และที่เป็นเอกลักษณ์เลยก็คือ ห้าแยกชิบูย่า ที่คนมารอข้ามถนน ทีละมากๆ กลายเป็นดูยุ่งเหยิงไปหมด เพราะว่าเมื่อหยุดรอรถนานๆ แล้วเดินข้ามพร้อมๆ กัน เลยทำใหดูเยอะมาก วุ่นวาย แต่จริงๆ ก็นานๆ จะมีสักรอบนะครับ ที่เห็นในหนัง บางทีก็อาจจะต้องรอนานเหมือนกันจึงจะเห็นภาพคนเยอะๆ หรืออาจจะเป็นเพราะว่า เราไปช่วงบ่ายๆ คนอาจจะไม่เยอะเท่าไหร่ก็เป็นได้ และอีกอย่างหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของ ชิบูย่า ก็คือ รูปปั้นสุนัขฮาจิโกะ นั่นเอง รูปปั้น สุนัขฮาจิโกะ ที่ได้ชื่อว่าเป็นสุนัขที่ซื่อสัตย์มากที่สุด ฮาจิโกะ เป็นสุนัขที่ได้ชื่อว่ากตัญญู จงรักภักดีต่อเจ้านายมาก เมื่อตอนที่ฮาจิโกะยังมีชีวิตอยู่จะมาส่งเจ้านายซึ่งทำงานเป็นอาจารย์ มหาวิทยาลัยในทุกเช้าที่สถานีรถไฟชิบูยา และจะมาเฝ้ารอเจ้านายกลับในตอนเย็น ฮาจิโกะทำแบบนี้อยู่ทุกวัน จนกระทั่งเจ้านายของฮาจิโกะได้เสียชีวิตลง ฮาจิโกะก็ยังเฝ้ารอเจ้านายกลับมาอยู่ทุกวันเป็นเวลาอีก 11 ปี ฮาจิโกะก็ได้เสียชีวิตลง ด้วยความกตัญญูต่อเจ้านายของฮาจิโกะชาวบ้านแถวนั้นได้สร้างอนุสาวรีย์ให้กับ ฮาจิโกะ (Hachi-ko Statue) และต่อมาได้มีการนำชีวิตจริงของฮาจิโกะไปสร้างเป็นหนัง (อ้างอิงจาก Emagtravel.com) นอกจากสุนัขฮาจิโกะแล้ว ใกล้ๆ กันจะมี ตู้รถไฟสีเขียว ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Shibuya ด้วยเหมือนกัน ว่ากันว่า เป็นตู้รถไฟ ปลดประจำการ และกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ให้คนไปศึกษาความรู้ และข้อมูลเกี่ยวกับชิบูย่าได้ครับ เดินห้าแยกชิบูย่า เป็นสิริมงคลร่วมกับชาวญี่ปุ่นกันสักหน่อย อีกมุมหนึ่งในย่านชิบูย่า ที่แลดูสงบเป็นถนนส่วนที่ให้คนเดินเท่านั้น และก็มาสะดุดที่ร้าน Pablo ที่มีสาวๆ ต่อแถวซื้อทาร์ตไข่ยักษ์กันเยอะมาก (ช่วงที่ไปก่อนวันฮาโลวีนพอดี ร้านในญี่ปุ่นส่วนใหญ่ตกแต่งธีมฮาโลวีนเกือบทั้งโตเกียวเลยครับ) หน้าตาทาร์ตไข่ยักษ์ และราคาประมาณนี้ครับ (ณ วันที่ 22 ตุลาคม 2557) ไว้ผมจะรีวิวให้ชมในหน้า food mthai อีกทีหนึ่งนะครับ ไหนๆ ก็มาย่านนี้แล้ว ก็ถือโอกาสเก็บภาพสาวญี่ปุ่นมาฝากด้วย 1 รูปละกัน และตบท้ายด้วย มากินข้าวเย็นกันที่นี่ ร้าน Gyoza no Ohsho ที่คนไทยหลายคนมาชิมแล้วบอกว่าอร่อย และก็อร่อยจริงๆ ครับ เพียงแต่พนักงาน พูดอังกฤษแทบไม่ได้เลย ต้องอาศัยภาษามือช่วยเยอะ แต่ก็ผ่านไปด้วยดี หน้าตาเกี๊ยวซ่า และอาหารอื่นๆ ภายในร้าน อร่อยทุกอย่างจริงๆ ครับ แล้วผมจะรีวิวอีกครั้งในหน้า food mthai (อีกแล้ว) ก่อนกลับแวะซื้อขนมหวาน ที่บริเวณห้าแยกฝั่งตรงข้ามสถานี JR Shibuya ชื่อร้าน Ginza Cozy Corner นี่ก็อร่อยและราคาไม่แพงครับ ขนมตกแต่งในธีม ฮาโลวีนด้วย ราคารวม Vat แล้วก็ 378 เยนตกราวๆ ชิ้นละ 100 กว่าบาท ก่อนขึ้นรถไฟ JR กลับไปสถานี Meguro แวะถ่ายรูปบริเวณที่มีรูป ฮาจิโกะ ติดผนัง ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับรถไฟสีเขียว อีกครั้ง เสร็จแล้วก็นั่งรถไฟ JR กลับสถานี Meguro และนั่ง Shuttle Bus กลับโรงแรม Sheraton Miyaho Tokyo เพื่อพักผ่อน เตรียมพร้อมลุย วัดอาซากุสะ วันรุ่งขึ้นครับ แล้วติดตามอ่านกันได้ครับ สรุปแล้ว มาที่ชิบูย่า ทำอะไรบ้าง 1. ชมบรรยากาศ ห้าแยกชิบูย่า (ออกจากสถานี JR Shibuya ก็จะเห็นแล้ว ถ้าให้ได้วิวดีๆ ให้ไปนั่งชั้น 2 ของร้าน Starbuks นะครับ) 2. กินกาแฟที่ Starbucks (สั่งกาแฟที่ชั้นล่าง แล้วเดินไปกินกาแฟ ชมวิวที่ชั้นบน) 3. นั่งรถไฟสีเขียว ที่เป็นพิพิธภัณฑ์ของ ชิบูย่า (อยู่ใกล้ๆ กับ รูปปั้น ฮาจิโกะ) 4. ทักทาย ฮาจิโกะ ถ่ายรูปสักหน่อย (เขาบอกว่าเอามือลืบหัวเจ้าสุนัขฮาจิโกะ แล้วจะได้กลับมาเยี่ยมอีก) 5. แนะนำร้าน Pablo ทาร์ตไข่ยักษ์ และ ร้าน Gyoza no Ohsho (อยู่ฝั่งตรงข้ามสถานี JR Shibuya เดินไปทางขวามือ ร้านอยู่ในซอยเล็กๆ สังเกตป้ายเอา) 6. ซื้อเครื่องสำอางค์ มีหลายร้านให้เลือก เยอะมาก

อ้อม ปลื้ม! เล่นหนังเฉลิมพระเกียรติคู่ดาราฮ่องกง เยิ่นต้าหัว
อ้อม พิยดา /  เยิ่นต้าหัว / 

นับเป็นเรื่องราวดีๆ ของนางเอกสาว อ้อม พิยดา หลังได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในภาพยนตร์ของมูลนิธิไทยพึ่งไทย โครงการทศพิธธรรมราชา เนื่องในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๗ และในโอกาสเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติ ๖๘ ปี โดยประกบคู่กับ เยิ่นต้าหัว นักแสดงชื่อดังของฮ่องกง ภายใต้การกำกับของ หนุ่ม อรรถพร ในหนังสั้นเรื่อง นายบุญเหม็น งานนี้ สาวอ้อม ออกปากภูมิใจได้เป็นส่วนหนึ่งในหนัง 1 ใน 10 เรื่องเกี่ยวกับทศพิธราชธรรม อยากให้พี่น้องชาวไทยเป็นกำลังใจกับหนังทั้ง 10 เรื่อง และดีใจได้ร่วมงานกับ เยิ่นต้าชัว ชมน่ารักไม่ถือตัว ทำงานง่าย แถมมีส่วนร่วมช่วยคิดช็อตเพิ่มช็อตในหนังด้วย ด้าน เยิ่นต้าหัว เผยอ่านบทแล้วรู้สึกสนใจก็เลยมาเล่นด้วยโดยไม่ขอรับค่าตัว คาแร็กเตอร์รับบทเป็นบุญเหม็น คนจรจัด มีเงินแต่ไม่ใช้เพราะเห็นคุณค่าของเงิน เคารพนับถือรูปในหลวงที่เป็นตราในเหรียญ ชอบให้ทาน ช่วยหมาสร้างบ้าน จุดประสงค์หนังเรื่องนี้อยากจะตีแผ่ความรักของในหลวง โดยส่วนตัวประทับใจ รักและเคารพในหลวงมาก อยากให้หนังเรื่องนี้เฉลิมพระเกียรติในหลวงได้ พร้อมชมคนไทยเป็นมิตร ชอบเวลายิ้ม อยากไปเที่ยวทุกที่ในเมืองไทย ถ้ามีโอกาสจะชวนเพื่อนมาเที่ยวเมืองไทยกันเยอะๆ อ้อม พิยดา-เยิ่นต้าหัว อ้อม พิยดา-เยิ่นต้าหัว อ้อม พิยดา-เยิ่นต้าหัว อ้อม พิยดา-เยิ่นต้าหัว อ้อม พิยดา-เยิ่นต้าหัว

เชียงใหม่ เปิดงาน
ข่าวท่องเที่ยว /  ที่เที่ยวหน้าหนาว / 

สดร.เชียงใหม่เปิดงาน “เทศกาลชมดาว รับลมหนาว 2557″ ไฮไลต์เด็ดชมความอลังการของวัตถุท้องฟ้าผ่านช่องมองภาพของกล้องโทรทรรศน์ขนาด 2.4 เมตร อย่างใกล้ชิด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ลานน้ำพุหน้าศูนย์การค้าเมญ่า ถนนห้วยแก้ว อ.เมือง จ.เชียงใหม่ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ หรือ(สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเทศกาลชมดาว รับลมหนาว 2557 เป็นวันแรก  เชียงใหม่ เปิดงาน "เทศกาลชมดาว รับลมหนาว 2557" โดย ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เผยว่า ในช่วงปลายปีที่กำลังจะเข้าสู่ฤดูหนาว ซึ่งถือว่าสภาพท้องฟ้าเหมาะแก่การดูดาวเป็นอย่างยิ่ง สดร. จัดกิจกรรมดาราศาสตร์สำหรับประชาชนเป็นประจำทุก ๆ ปี ภายใต้ชื่อ “เปิดฟ้า…ตามหาดาว” มีขึ้นในช่วงตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน – มีนาคม กิจกรรมหลักในแต่ละครั้งจะเป็นการบรรยายให้ความรู้ทางดาราศาสตร์เบื้องต้น แนะนำการดูดาวอย่างง่ายๆ การสังเกตวัตถุท้องฟ้าที่น่าสนใจ อาทิ ดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์ กลุ่มดาว กระจุกดาว เนบิวลาต่างๆ ผ่านกล้องโทรทรรศน์ขนาดต่างๆ หลากหลายชนิด และที่พิเศษสุด คือ “เปิดบ้านหอดูดาวแห่งชาติ” เป็นช่วงที่เราเปิดใองหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา หอดูดาวแห่งชาติ ที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดในอาเซียน ตั้งอยู่ ณ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ซึ่งเป็นจุดที่มีทัศนวิสัยของท้องฟ้าดีที่สุดในประเทศไทย ส่วนไฮไลต์เด็ดคือ จะได้ชมความอลังการของวัตถุท้องฟ้า อาทิ ดาวพฤหัสบดี เนบิวลานายพราน เนบิวลาเอสกิโม ให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าเยี่ยมชมกล้องโทรทรรศน์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2.4 เมตร ผ่านช่องมองภาพ (Eyepiece) ของกล้องโทรทรรศน์ขนาด 2.4 เมตร อย่างใกล้ชิด พร้อมสัมผัสห้องปฏิบัติการด้านดาราศาสตร์สำหรับทำงานวิจัย ซึ่งกิจกรรม“เทศกาลชมดาว…รับลมหนาว 2557” จัดทั้งหมด 8 ครั้ง ดังนี้ ครั้งที่ 1 วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2557 ณ ลานน้ำพุหน้าศูนย์การค้าเมญ่า จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 2 วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน 2557 ณ ลานหน้าอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ จังหวัดเชียงใหม่ครั้งที่ 3 วันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม 2557 ณ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ “ปรากฏการณ์ฝนดาวตกเจมินิดส์ “ครั้งที่ 4 วันเสาร์ที่ 17 มกราคม 2558 ณ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 5 วันศุกร์ที่ 30 มกราคม 2558 ณ หอดูดาวสิรินธร ดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ครั้งที่ 6 วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 ณ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ครั้งที่ 7 วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 ณ ลานน้ำพุหน้าศูนย์การค้าเมญ่า จังหวัดเชียงใหม่ และครั้งที่ 8 วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 2558 ณ หอดูดาวสิรินธร ดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ อย่างไรก็ตาม ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมดาราศาสตร์ซึ่งจัดขึ้นเป็นพิเศษเฉพาะในช่วงฤดูหนาวนี้กับทางสถาบันฯ ทุก ๆ กิจกรรมสามารถเข้าร่วมได้ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่หน้าเว็บไซต์ของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์ ข้อมูลโดย  :  MThai News

นร.ไทยเจ๋ง!คว้า19ทอง5เงินแข่งคณิตศาสตร์ฯ
การแข่งขันคณิตศาสตร์นานาชาติ /  ประเทศอินเดีย / 

นักเรียนไทยสุดเจ๋ง คว้า 19 เหรียญทอง 5 เหรียญเงิน จากการแข่งขันคณิตศาสตร์นานาชาติ ระดับประถมศึกษาประเทศอินเดีย นายกมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยจากการที่ สพฐ. ได้คัดเลือกและส่งผู้แทนนักเรียนไทยระดับชั้นประถมศึกษาจำนวน 16 คน เข้าร่วมการแข่งขันคณิตศาสตร์นานาชาติระดับประถมศึกษา Wizard at Mathematics International Competition 2014 (WIZMIC) Mathematics ระหว่างวันที่ 14-22 ตุลาคม 2557 ณ สาธารณรัฐอินเดีย ผลปรากฏว่านักเรียน 16 คน สามารถคว้ารางวัลรวม 24 รางวัล 48 เหรียญ ประกอบด้วยประเภทบุคคล เหรียญทอง 13 เหรียญ และเหรียญเงิน 3 เหรียญ ได้เหรียญทอง 3 รางวัล เหรียญเงิน 1 รางวัล ประเภทกลุ่มบุคคลได้เหรียญทอง 3 รางวัล ได้แก่ เด็กชายกีรติ สุธีรยงประเสริฐ โรงเรียนอนุบาลสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย เด็กชายรวัชญ์ ผดุงเกียรติวงษ์ โรงเรียนวัดดอนไก่เตี้ย จังหวัดเพชรบุรี เด็กชายภากร นันทอารี โรงเรียนจิตรลดา กรุงเทพมหานคร เด็กชายสุวลักษณ์ ตันชัยเอกกุล โรงเรียนอนุบาลสุธีธร จังหวัดนครปฐม เด็กหญิงชาลิสา วิรุณราช โรงเรียนอนุบาลปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา เด็กชายธีร์ อิทธิพานิชพงศ์ โรงเรียนอนุบาลยุวพัฒน์นครวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ เด็กชายชยพล เชาว์วีระประสิทธิ์ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ฯ กรุงเทพมหานคร เด็กชายวศิน สิทธิเดชากุล โรงเรียนสารสาสน์วิเทศสายไหม กรุงเทพมหานคร เด็กชายปรมัตถ์ สมุทรสินธุ์ โรงเรียนสยามสามไตร กรุงเทพมหานคร เด็กชายพัชรพล เกษมธรรมแสวง โรงเรียนอนุบาลระยอง จังหวัดระยอง เด็กชายเวทิต กัลย์จรัส โรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา เด็กหญิงอริสรา จิชกิตติ โรงเรียนอำนวยศิลป์ กรุงเทพมหานคร เด็กชายจิรสิน จานะพร โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร และเหรียญเงิน 3 เหรียญ ได้แก่ เด็กชายไมตรี หิรัญติยะกุล โรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา เด็กชายปรานต์กฤษฎิ์ สิริพิชิตศุภผล โรงเรียนวัดดอนทอง จังหวัดฉะเชิงเทรา เด็กชายมาตภูมิ สุนทรานนท์ โรงเรียนวัดพลับพลาชัย กรุงเทพมหานคร ประเภททีม ได้เหรียญทอง 3 รางวัล ได้แก่ ทีม เอ ประกอบด้วย เด็กชายกีรติ สุธีรยงประเสริฐ โรงเรียนอนุบาลสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย เด็กชายรวัชญ์ ผดุงเกียรติวงษ์ โรงเรียนวัดดอนไก่เตี้ย จังหวัดเพชรบุรี เด็กชายภากร นันทอารี โรงเรียนจิตรลดา กรุงเทพมหานคร เด็กชายสุวลักษณ์ ตันชัยเอกกุล โรงเรียนอนุบาลสุธีธร จังหวัดนครปฐม ทีม บี ประกอบด้วย เด็กชายไมตรี หิรัญติยะกุล โรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา เด็กหญิงชาลิสา วิรุณราช โรงเรียนอนุบาลปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา เด็กชายธีร์ อิทธิพานิชพงศ์ โรงเรียนอนุบาลยุวพัฒน์นครวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ เด็กชายชยพล เชาว์วีระประสิทธิ์ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ฯ กรุงเทพมหานคร และ ทีม ดี ประกอบด้วย เด็กชายพัชรพล เกษมธรรมแสวง โรงเรียนอนุบาลระยอง จังหวัดระยอง เด็กชายเวทิต กัลย์จรัส โรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา เด็กหญิงอริสรา จิชกิตติ โรงเรียนอำนวยศิลป์ กรุงเทพมหานคร เด็กชายจิรสิน จานะพร โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร และเหรียญเงิน 1 รางวัล ได้แก่ ทีม ซี เด็กชายปรานต์กฤษฎิ์ สิริพิชิตศุภผล โรงเรียนวัดดอนทอง จังหวัดฉะเชิงเทรา เด็กชายมาตภูมิ สุนทรานนท์ โรงเรียนวัดพลับพลาชัย กรุงเทพมหานคร เด็กชายวศิน สิทธิเดชากุล โรงเรียนสารสาสน์วิเทศสายไหม กรุงเทพมหานคร เด็กชายปรมัตถ์ สมุทรสินธุ์ โรงเรียนสยามสามไตร กรุงเทพมหานคร ประเภทกลุ่มบุคคลได้เหรียญทอง 3 รางวัล ได้แก่ ทีมเอ ทีมบี ทีมดี และทีมซี คว้าเหรียญเงินไปครอง นอกจากนี้ ทีมนักเรียนไทยที่คว้าเหรียญทองประเภททีมยังสามารถทำคะแนนได้มากเป็นอันดับ หนึ่งของทุกสายการแข่งขัน และเหรียญเงินประเภททีมก็สามารถทำคะแนนได้มากเป็นอันดับที่สองของสายการแข่ง ขันด้วย ซึ่งการแข่งขันในครั้งนี้มีนักเรียนจาก 9 ประเทศ จำนวน 172 คนเข้าร่วม ได้แก่ ฝรั่งเศส อังกฤษ เนปาล อินโดนีเซีย  ฟิลิปปินส์ แอฟริกาใต้ อินเดีย ศรีลังกา และประเทศไทย

ตามไปดู 10 ที่เที่ยวอันซีนเมืองไทยที่น้อยคนจะรู้จัก
10 สถานที่ /  ท่องเที่ยวไทย / 

ด้วยวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยของเรา มีอยู่มากมายมหาศาล จนบางครั้งคุณจะต้องทึ่ง เมื่อได้เห็นบางสถานที่ ว่ามันมีอยู่ด้วยหรือ ? ความอันซีนยังถูกค้นพบขึ้นเรื่อยๆ สถานที่เหล่านี้ต่างรอคุณให้ไปเยี่ยมเยือนและสัมผัส บางท่านอาจรู้จักแต่ไม่เคยไป ทาง Travel.mthai.com จึงขอรวบรวม 10 ที่เที่ยวอันซีนเมืองไทยที่น้อยคนจะรู้จัก มาให้ท่านได้เพลินเพลินกัน แต่จะฟินกว่า หากท่านได้ไปเห็นด้วยตาของตัวเอง จริงมั้ยครับ ? ตามไปดู 10 ที่เที่ยวอันซีนเมืองไทยที่น้อยคนจะรู้จัก 1. แก่งชมดาว จ.อุบลราชธานี เห็นแว้บแรก หลายท่านคงคิดว่าที่นี่คือสามพันโบกแน่ ๆ แต่ผิดครับ เพราะนี่คือแก่งชมดาว ตั้งอยู่ที่ อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี เป็นแก่งหินที่ถูกกัดเซาะโดยน้ำวน จนเกิดเป็นผาหินและแอ่งหลุมรูปทรงแปลกตาซึ่งจะมีน้ำสีเขียวใสปรากฏให้เห็นอยู่ตลอด ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ยามเช้าและช่วงโพล้เพล้ เพราะแสงจะสวยมากๆ  ช่วงเวลาที่แนะนำให้มาเที่ยวคือ ตั้งแต่เดือน มกราคม - มิถุนายน 2. วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว จังหวัดอุบลราชธานี วัดเล็กๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี ที่เมื่อเวลาพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า จะปรากฏแสงเรืองรองขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ เกิดจากศิลปกรรมต้นไม้เรืองแสง ที่ค่อยๆ เผยความพิเศษขึ้นมาทีละน้อย จนกลายเป็น Unseen Thailand อีกแห่งที่น่าหลงใหล นอกจากนี้ วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว ยังเหมาะแก่การชมดวงดาวที่สุกสกาวอยู่เต็มท้องฟ้า 3. ซุ้มต้นลีลาวดี พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ จังหวัดน่าน ซุ้มต้นลีลาวดีหรือต้นลั่นทม บริเวณหน้าพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ จังหวัดน่าน ที่ขึ้นเป็นแถวเรียงรายแผ่ขยายกิ่งก้านโค้งเข้าหากัน ราวกับอุโมงค์ต้นไม้ยิ่งใหญ่อลังการ ถือเป็นแลนด์มาร์กสำคัญ และเหมาะอย่างยิ่งที่จะมาพักผ่อนหย่อนใจด้วยการปั่นจักรยาน เก็บภาพสวยๆ กลับบ้านไปอย่างชื่นมื่น 4. ดอยเมี่ยง อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ดอยเมี่ยง สวรรค์แห่งใหม่แห่งเมืองปาย จ.แม่ฮ่องสอน เป็นดอยสูงประมาณ 1,600 เมตร ภูมิประเทศเป็นป่าดิบชื้นและภูเขาสลับซับซ้อน อุดมไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ เช่น ต้นสน ต้นพญาเสือโคร่ง และต้นมะค่า มีจุดชมวิวที่สวยงาม สามารถมองเห็นเมืองปายได้แบบ 360 องศา มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่คุณไม่ควรพลาด 5. วัดป่าภูก้อน จังหวัดอุดรธานี ด้วยป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์กว่า 3,000 ไร่ ของป่าสงวนแห่งชาตินายูงและป่าน้ำโสม ที่รายล้อมวัดป่าภูก้อนแห่งนี้เอาไว้ วัดแห่งนี้ไม่ได้โดดเด่นเพียงแค่วิวทิวทัศน์รอบนอกเท่านั้น แต่ภายในวัดยังมีพระมหาวิหารที่ตกแต่งด้วยสำริดทั้งหมด นอกจากนี้ยังได้มากราบนมัสการ “พระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี” ความยาว 20 เมตร ที่สร้างขึ้นด้วยหินอ่อนสีขาวจากประเทศอิตาลี รวมถึง “องค์พระปฐมรัตนบูรพาจารย์มหาเจดีย์” ซึ่งบริเวณชั้นบนของยอดเจดีย์ ได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ไว้ให้ประชาชนผู้ศรัทธาได้มากราบสักการะ 6. วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ จังหวัดลำปาง แหล่งท่องเที่ยวสุดอันซีนในจังหวัดลำปาง ที่จะทำให้คุณได้ยลโฉมวิวสวยอลังการของอำเภอแจ้ห่ม เห็นลำน้ำแม่สอย แม่มอญและแม่วัง ขนานไปกับบท้องนาเขียวขจีสุดขอบฟ้า โดยมีภูเขาดอยปู่ยักษ์ทอดแนวยาว การเดินทางขึ้นไปอาจจะลำบากสักหน่อย แต่รับรองว่าคุ้มค่ากับสิ่งที่คุณจะเห็นแน่นอน 7. ถนนดอกไม้ตาเบบูญ่า จังหวัดสุพรรณบุรี บนถนนหมายเลข 3502 อ.สามชุก- อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี สองข้างทางจะเต็มไปด้วยสีเหลืองทองอร่ามจากดอกตาเบบูญ่า (เหลืองปรีดียาธร) ที่บานสะพรั่งสวยงามจนต้องหยุดรถลงไปถ่ายรูป แต่เจ้าดอกนี้มันจะปรากฏโฉมให้ชื่นชมในช่วงระยะเวลาสั้นๆ เพียง 1 ถึง 2 สัปดาห์เท่านั้น ราวกลางเดือนกุมภาพันธ์ ถึงต้นเดือนมีนาคม 8. เกาะไม้ท่อน จังหวัดภูเก็ต หลังจากถูกปิดไว้นานนับสิบปี เกาะสวรรค์แห่งนี้พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวแล้ว เกาะเล็กๆ บรรยากาศโรแมนติกเงียบสงบเป็นส่วนตัว จนได้รับฉายาว่า Honeymoon Private Island เหมาะกับคู่รักที่จะมาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์อย่างยิ่ง ด้วยน้ำทะเลสีเขียวใสบริสุทธิ์ และความสมบูรณ์ของธรรมชาติบนเกาะ รวมทั้งโลกใต้ทะเล ที่รอให้คุณมาแหวกว่ายจนชุ่มฉ่ำ รับรองจะต้องติดใจจนไม่อยากกลับบ้านเลยล่ะ !! 9. วิหารเทพวิทยาคม วัดบ้านไร่ จังหวัดนครราชสีมา ด้วยความอุตสาหะและความสามัคคีของชาวบ้าน ทำให้เกิดวิหารเซรามิคโมเสกกลางน้ำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย! สร้างขึ้นจากความตั้งใจของหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ที่ต้องการให้คนเข้าใจพระพุทธศาสนาได้อย่างง่ายๆ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่สุดแสนอลังการ ตั้งแต่ รูปปั้นพญานาค19 เศียร ประตูท้าวจตุโลกบาล และเศียรช้างขนาดใหญ่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สุดแสนจะจรรโลงใจ 10. แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์รูปหัวใจ จังหวัดสุโขทัย แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์รูปหัวใจหรือเกาะรูปหัวใจ ถูกเนรมิตขึ้นมาได้อย่างงดงาม เกิดจากแนวคิดโครงการแก้มลิงตามแนวพระราชดำริเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม-แล้ง โดยทำพื้นที่เก็บน้ำไว้ใช้ จากนั้นมีการทำ “บุญพิธีกลั่นแผ่นดิน” นำดินจากทุกหมู่บ้านในจังหวัดสุโขทัย 843 หมู่บ้าน มาปลุกเสกและนำมาไว้ใต้ฐานของมณฑป ซึ่งเป็นที่ประดิษฐาน “พระพุทธรัตนสิริสุโขทัย” จึงนับเป็นการนำความศักดิ์สิทธิ์มาสู่แผ่นดิน และรูปหัวใจยังสะท้อนถึงความรักใคร่สามัคคีของคนสุโขทัย ที่ช่วยกันรักษาสถานที่สำคัญแห่งนี้ไว้ให้คนทั่วโลกได้จดจำ ที่มา : painaidii.com   เรียบเรียงข้อมูลโดย : Travel MThai ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : 10 วัดสวยที่สุดในเมืองไทย , แนะนำ 10 ที่เที่ยวเปิดใหม่ ปี 57