พร้อม สิริสันต์

เสริมมงคล! ด้วยการเลือกสีเสื้อผ้าตามวันเกิด
ดวง /  ดูดวง / 

นอกจากรูปแบบความทันสมัยของเสื้อผ้า และเส้นใยที่นุ่มสวมใส่สบายแล้ว สีสันของเสื้อผ้าก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่เราไม่ควรมองข้าม เพราะศาสตร์ ในการเลือกใส่เสื้อผ้าสีสันต่างๆ ตามวันเกิดที่มีมาแต่โบราณกว่า 700 ปี ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยการใช้ตำรามหาทักศา ซึ่ง อ. คฑา ชินบัญชร ได้รวบรวมแล้วนำมาบอกต่ออีกที นอกจากการ เสริมมงคล แล้ว ยังช่วยให้เรามีความมั่นใจในการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างมีความสุขได้อีกด้วย สำหรับผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ อาจจะใช้สีแดง สีส้ม หรือสีอื่นๆ มาประกอบ เพื่อให้เกิดความมีสิริมงคล สำหรับชีวิต ไม่ใช่เฉพาะสีประจำวันอย่างเดียว ควรจะเลือกสวมใส่เสื้อผ้า ด้วยโทนสีแดง ทั้งแดงสด แดงเข้ม แดงม่าเมี่ยว รวมทั้งชมพู ส้ม หรือแสด จะช่วยให้คนเกิดวันนี้รู้สึกสดชื่น ส่วนสีทอง ครีม และเขียว จะให้ความเป็นมงคลในเรื่องของโชคลาภ สำหรับผู้ที่เกิดวันจันทร์ ผู้ที่เกิดวันนี้ มีนิสัยอ่อนโยน อ่อนหวาน นุ่มนวล แต่ขี้ใจน้อยไปสักนิด พยายามอย่าคิดมากนัก เพราะอาจทำให้มีเรื่องหงุดหงิดไม่สบายใจ แต่ก็เป็นคนดีมีน้ำใจ และมีเสน่ห์ในตัวเองเป็นพิเศษ สีเสื้อผ้าที่ควรใส่คือ เหลือง ทอง ไข่ไก่ ครีม ฟ้า น้ำเงิน เพราะจะมีผู้ใหญ่ให้ความช่วยเหลือสนับสนุน สีเขียว หมายถึงการเลื่อนตำแหน่ง ความขยันขันแข็ง หรือความกระตือรือร้นในการทำงาน ส่วนสีม่วง จะหมายถึง โชคลาภ สรุปแล้วสีที่เหมาะสำหรับคนเกิดวันจันทร์มากที่สุดก็คือ เหลือง เหลืองทอง ไข่ไก่ หรือสีที่ออกแนวเอิร์ธโทนนั่นเองค่ะ สำหรับผู้ที่เกิดวันอังคาร เป็นคนที่มีจิตใจเข้มแข็ง โดดเดี่ยว ตัดสินใจอะไรด้วยตัวเอง เป็นคนตรงไปตรงมา มีความยุติธรรมเป็นที่สุด ที่สำคัญคือเป็นคนรักเดียวใจเดียว และรักครอบครัวเป็นที่สุด ผู้ที่เกิดวันนี้ควรเลือกใส่เสื้อผ้าสีชมพู แดง ส้ม เขียว เป็นพิเศษ เพราะเป็นสีมงคล และจะทำให้คนเกิดวันอังคารดูอ่อนหวานนุ่มนวล และดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้สีชมพู และแดง ยังหมายถึงโชคลาภอีกด้วย สำหรับผู้ที่เกิดวันพุธ เป็นคนที่มีเสน่ห์ และมีไหวพริบปฏิภาณ คำพูดคำจาของผู้ที่เกิดวันพุธนั้นถือว่ามีเสน่ห์ร้ายเหลือทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ใครได้ฟังรับรองว่าต้องเคลิบเคลิ้มตามไปด้วยแน่ สีเขียวนอกจากจะเป็นสีประจำวันแล้ว ก็ยังเป็นสีแห่งโชคลาภของคนวันพุธอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น เขียวอ่อน เขียวแก่ เขียวใบไม้ รวมทั้งสีธรรมชาติ ของสายลมและแสงแดด ก็ถือเป็นสีแห่งสิริมงคล ที่จะช่วยเสริมสร้างพลังชีวิตให้กับผู้ที่เกิดวันพุธได้เป็นอย่างดี สำหรับผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี คนที่เกิดวันพฤหัสบดี เขาบอกว่าเป็นผู้ที่มีคุณธรรมสูง ซื่อสัตย์ รักเดียวใจเดียว ที่สำคัญคือมีความเป็นผู้นำ เป็นผู้ที่คิดไปถึงอนาคต วางแผนไกล และมีเสน่ห์น่าค้นหา สีส้ม สีทอง สีประกายต่างๆ อย่างบรอนซ์ทอง บรอนซ์เงิน รวมถึงสีที่เกี่ยวกับเอิร์ธโทน ก็ถือว่าใช้ได้ อีกทั้งสีน้ำตาลอ่อน และน้ำตาลแก่ ก็เป็นมงคลกับผู้ที่เกิดวันนี้ เสื้อผ้าที่เลือกใส่ควรเป็นสีส้ม แสด ทอง เพราะเป็นที่จะนำเรื่องดีๆ มาสู่ตัวคุณ สำหรับผู้ที่เกิดวันศุกร์ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นคนที่มีความสุข สดชื่น รื่นรมย์ สดใสตลอดเวลา มองโลกในแง่ดี และมีอารมณ์ขัน เป็นเสน่ห์อย่างดีให้ ทั้งกับเพศตรงข้าม และเพศเดียวกัน ใครๆ ก็อยากทำความรู้จักกับคนเกิดวันศุกร์ทั้งนั้นแหละ ถึงจะมองโลกในแง่ดี และคิดการณ์ไกล แต่ก็ต้องระวังกับอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงง่ายไว้บ้าง สีที่ให้ความเป็นมงคลของคนเกิดวันนี้คือ สีฟ้าทุกแบบ สีน้ำเงินเข้มสามารถเลือกสวมใส่เสื้อผ้าได้ทุกสี แต่สีที่นำโชคลาภได้ดีคือ สีชมพู ฟ้า น้ำเงิน แดง เหลืองอ่อน ขาว ครีม และสีทอง สำหรับผู้ที่เกิดวันเสาร์ เป็นคนที่มีความมุ่งมั่น และเชื่อมั่นในตัวเองสูง ไม่ค่อยยอมใคร มีความขี้ใจน้อย ต้องลดทิฐิลงบ้าง เนื่องจากเป็นคนตรงไปตรงมา เสน่ห์ของคนที่เกิดวันเสาร์ คือ เป็นผู้ที่มีความลึกลับ น่าค้นหา และมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ถ้าอยากให้ผู้ที่เกิดวันนี้มีเสน่ห์ ก็ต้องเลือกใส่เสื้อผ้าสีม่วง ทั้งม่วงอ่อน ม่วงเม็ดมะปราง สีฟ้า สีน้ำเงินเข้ม หรือชมพู จะช่วยส่งเสริมให้คนวันเสาร์ดูมีเสน่ห์ น่ารัก อ่อนหวานและนุ่มนวลขึ้น อีกทั้งทำให้ผู้ใหญ่ให้การสนับสนุนอีกด้วย เรียบเรียงโดย  : Horoscope.mthai.com

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม 2559
ศึกจ้าวมวยไทย /  ศึกมวยไทยลุมพีนีเกริกไกร / 

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม 2559 ศึกจ้าวมวยไทย เวทีมวย สยามอ้อมน้อย เวลา 12:15 น. 1. ธงชัย เพชรรุ่งเรือง  Vs  เทอดเกียรติ ส.สมโภชน์ยิม 2. รักสุรินทร์ เคซ่ายิม  Vs  จอมโหด ช.เกตุวีณา 3. สิบหมื่น ศิษย์เชฟบุญธรรม  Vs  นาวี อีเกิ้ลมวยไทย 4. เพชรบูรพา ศิษย์อ๊อดน้อย  Vs  มังกรทอง วันดีเกษตร ศึกไบร์ทีวี เวทีมวย ลุมพีนี เวลา 14:00 น. 1. เดชกุญชร แป๋งกองปราบ  Vs  พลังพล ช.เรืองรัมย์ 2. จงอางดำ ศิษย์หนุ่มน้อย  Vs  นำศึก ศิษย์หมอสันต์ 3. แสนทนงน้อย ลูกบ้านใหญ่  Vs  เพชรแสนคม อ.เมืองกันตรัง 4. ร็อกกี้ ว.วรรณทวี  Vs  วิทยา ศักดิ์รังสิต ศึกยอดมวยไทยรัฐทีวี เวทีมวย มนตรีสตูดิโอ เวลา 15:00 น. 1. กังวาลทอง ต.หลักสอง  Vs  แสตป์ทอง ป.เพชรไข่แก้ว 2. ก้องกระบี่ เอส.ที.ดี.ทรานสปอร์ต  Vs  จรวดศึก ก.กัมปนาท   3. โบวี่ ลูกเมืองเพชร  Vs  ขุนศึก อ.พิมลศรี 4. ปกรณ์ พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิมส์  Vs  อินทราชัย ช.ห้าพยัคฆ์ ศึกมวยไทยลุมพีนีเกริกไกร เวทีมวย ลุมพีนี เวลา 16:30 น. 1. ฉมวกเพชร ศิษย์ดาบหวาด  Vs  เพชร สิงห์นวอาวุธ 2. ห้าฉลาม ศิษย์ผู้พันตู่  Vs  ทอง ส.ยิ่งเจริญการช่าง 3. ทะเลทอง ส.ธนาเพชร  Vs  แสงอุทัย ส.จ.เปี๊ยกอุทัย 4. เพชรพญาไท ยะเกียรติเพชร  Vs  โบวี่ ส.เสน่ห์ชัย ** หมายเหตุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงคู่ชก

ผลบอล ยังโคม่า!เดอะบิ๊กแบงโดนค้างคาวไฟบุกถล่มถึงรัง
บีบีซียู เอฟซี /  ผลบอล / 

ผลบอลโตโยต้าไทยลีก วันเสาร์ที่ 6 สิงหาคม 2559 บีบีซียู​เอฟซี 0-3 สุโขทัย เอฟซี ผู้ทำประตู:0-1 เรนัน มาร์เกวซ น.28,0-2 คาตาโนะ ฮิโรมิชิ น.42,0-3 เรนัน มาร์เกวซ น.81 เวลา: 18.00 น. สนาม: ศูนย์เยาวชนเฉลิมพระเกียรติฯ ถ่ายทอดสด: ทรูสปอร์ต 6 ศึกโตโยต้า ไทยลีก 2016 ที่สนาม ศูนย์เยาวชนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษาเทศบาลนนทบุรี “เดอะบิ๊กแบง” บีบีซียู เอฟซี ทีมท้ายตาราง เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ “ค้างคาวไฟ” สุโขทัย เอฟซี เริ่มเกมถึงนาที 20 ทั้งสองทีมแทบจะไม่มีโอกาสลุ้นกันมากนักทั้งสองทีม นาที 21 พรีปรีชา จารุนัย แทงบอลทะลุช่องให้ ,ดิยุฟ บิรัมเม่ ลากหลบ ไมตรี กุหลาบขาว ก่อนเลือกยิงเองบอลข้ามคานออกไป นาที 24 บีบีซียู เอฟซี ได้ฟรีคิกระยะประมาณ 30 หลาปิยะวิทย์ จันพุทธ เขี่ยเปลี่ยนจุดให้ อัครวินท์ สวัสดี ซัดเต็มข้อแต่บอลตรงตัว สราวุธ กองลาภนาที 28 ทีมเยือนบุกมาออกนำได้ก่อนจนได้จากจังหวะที่ ดิยุฟ บิรัมเม่ ลากบอลตักเข้าตรงกลางแล้วเลือกจ่ายให้ เรนัน มาร์เกวซ สอดมาแปเสียบเสาเข้าประตูไปให้ สุโขทัย เอฟซี บุกมาออกนำ บีบีซียู เอฟซี 0-1 นาที 38 นฤพน พุฒซ้อน เปิดลูกเตะมุมไปหน้าประตู กองหลังสกัดมาเข้าทาง วู กึนยอง ได้วอลเลย์สวนก็ไม่ตรงกรอบนาที 42สุโขทัย มาได้ประตูนำห่างเป็น 2-0 จากจังหวะเปิดฟรีคิกในแดนบีบีซียู ด้านซ้าย พรปรีชา เปิดโด่งไปในกรอบเขตโทษด้านขวา และเป็น คาตาโนะ ฮิโรมิชิ วิ่งมากระโดดแปบอลด้วยขวาสวนทาง วัชระ เข้าไป ให้ค้างคาวไฟนำห่าง 0-2 จบครึ่งแรก บีบีซียู เอฟซี ตามหลัง สุโขทัย เอฟซี 0-2 ครึ่งหลัง เป็นทีมเยือนที่ได้โอกาสทักทายอีกครั้ง เมื่อ เรนัน มาร์เกวซ ได้โอกาสหลุดเข้าไปซัดติดเซฟของ วัชระ บัวทอง  นาที 62 ดิยุฟ ยิงไกลนอกกรอบบอลเหินข้ามคานออกไป  จากนั้น นาที 68 เจ้าบ้านที่เจาะแนวรับของทีมเยือนไม่เข้าเลยต้องมาอาศัยลุ้นจากการยิงไกลของ อัครวินท์ สวัสดี แต่บอลก็ยังข้ามคานออกไป นาที 73 เจ้าบ้าน บีบีซียู เอฟซี ใกล้เคียงจะได้ประตูตีไข่แตกเมื่อ บุณยฤทธิ์ เปิดบอลจากทางฝั่งขวาเข้ามาในกรอบเขตโทษ วูกึน ยอง ได้ขึ้นโขก แต่บอลไปชนคาน นาที 77 จอห์น บาจโจ้ ได้บอลจากทางซ้ายแล้วล็อคบอลเข้าขวาข้างถนัดแล้วตักมาตรงกลางให้ กฤษดา เหมวิพัฒน์ สอดมาโขกบอลตรงตัว วัชระ บัวทองนาที 81 ค้างคาวไฟปิดเกมลงจนได้เมื่อ เรนัน มาร์เกวซ ไปแย่งบอลมาจาก บุณยฤทธิ์ ปฐมทัศน์ ก่อนหมุนตัวซัดเต็มข้อบอลแรง วัชระ บัวทอง รับบอลไม่อยู่บอลปลิ้นเข้าประตูไปให้ สุโขทัย หนีห่างไป 0-3 เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม สุโขทัย เอฟซี บุกมาถล่มเอาชนะ บีบีซียู​เอฟซี ขาดลอย 0-3 รายชื่อ บีบีซียู เอฟซี: วัชระ บัวทอง(GK)-บุณยฤทธิ์ ปฐมทัศน์,ไมตรี กุหลาบขาว,ดิยาร่า อาลี,ปิยะวิทย์ จันพุทธ(อนุวัฒน์ พรมโยธา น.34)-วิษณุศักดิ์ อุ่นน้อย(เกียรติศักดิ์ เจียมอุดม น.79),นฤพน พุฒซ้อน,นเรศ ฤทธิ์พิทักษ์วงศ์(ณกุนฑ์ ปิ่นทอง น.46),นรากร คณา-อัครวินท์ สวัสดี,อู กึนยอง สุโขทัย เอฟซี:สราวุธ กองลาภ(GK)-คาตาโนะ ฮิโรมิชิ,ยุทธพงษ์ ศรีละคร,ปิยะราษฎร์ ลาจังหรีด,พนธกร โทสันเทียะ(เลอสันต์ เทียมราช น.80)-กฤษดา เหมวิพัฒน์,พรปนีชา จารุนัย(อเล็กซ์ ราฟาเอล น.89),ศักดรินทร์ มิ่งสมร-จอห์น บาจโจ้,เรนัน มาร์เกวซ,ดิยุฟ บิรัมเม่(จีราชัย ละดาดก น.85)  

ละครคลื่นชีวิต , เรื่องย่อคลื่นชีวิต
คลื่นชีวิต /  ละครคลื่นชีวิต / 

ละครคลื่นชีวิต ละครช่อง3 คลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย : กรุง ญ ฉัตรกำกับการแสดงโดย : อำไพพร จิตต์ไม่งงผลิตโดย : บริษัท ละครไท จำกัดควบคุมการผลิตโดย : หทัยรัตน์ อมตวณิชย์ออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครคลื่นชีวิต ช่อง3 เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต ความสุขในวัยเด็ก คือสิ่งชโลมใจยามเรามีความทุกข์ เพราะเราจะได้รู้สึกว่า เราเคยผ่านความผาสุกในชีวิตมาแล้ว จีราวัจน์ (อุรัสยา เสปอร์บันต์) ดาราสาวที่เข้าวงการและมีชื่อเสียงด้วยฝีมือการแสดงและข่าวฉาวกับหนุ่มทั้งนอกและในวงการ รวมทั้งนิสัยพูดตรง ถ้าไม่ผิด ก็พร้อมกล้าท้าชนโดยไม่สนใจหน้าไหน จนโดนใครต่อใครตราหน้าว่าจีราวัจน์เป็นผู้หญิงแรง กร้านโลก และง่าย! แต่ใครจะกล่าวว่าเธอยังไง ไม่ทำให้จีราวัจน์เจ็บเท่ากับถูก คุณหญิงจริยา แม่แท้ ๆ ที่ไม่เคยดูแลเธอปล่อยเธอเติบโตตามมีตามเกิด เชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงใจแตก! แต่นั่นยังไม่ทำให้เธอหมดศรัทธากับคำว่า แม่ ของจริยา เท่ากับคืนที่จีราวัจน์โดน สิทธา (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) เจ้าของบริษัททอสังหาริมทรัพย์ สามีคนใหม่ของจริยา ผู้กระหายอำนาจ เงินทองและโลกีย์ สั่งลูกน้องวางยานอนหลับเพื่อหมายข่มขืนจีราวัจน์ แต่จีราวัจน์ก็หนีมาได้ และเมื่อจีราวัจน์บอกเรื่องนี้กับจริยาแทนที่จริยาจะเข้าข้างและปกป้องเธอ แต่จริยากลับเข้าข้างสิทธา จริยานั้นรู้สันดานของสิทธาดี แต่เธอยังทำอะไรสิทธาไมได้ เพราะสิทธาคือคนที่ให้เงิน และอำนาจกับเธอ สิทธาคือคนที่ทำให้ผู้หญิงไร้การศึกษา มีชีวิตอยู่ในสลัม ที่มีแค่ความสวยติดตัว จึงเร่ขายความสวยให้ความสำราญผู้ชาย เธอจึงได้โลดแล่นขึ้นมาเป็นคุณหญิงใจบุญเบอร์หนึ่งของสังคม ที่ใคร ๆ ต่อใครนับหน้าถือตา จริยารู้ดีว่าจีราวัจน์มองเธอเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัว ทะเยอทะยาน หน้าเงิน แต่ที่จริยาดิ้นรนถีบตัวเองขึ้นมาถึงตรงนี้ ก็เพื่อให้ชีวิตเธอ และจีราวัจน์สบาย แม้วันนี้จีราวัจน์เกลียดเธอ ...แต่จริยาเชื่อว่าวันหนึ่ง... จีราวัจน์ต้องเข้าใจ ละครคลื่นชีวิต ญาญ่า หมากปริญ สำหรับจีราวัจน์ ...สิ่งที่เธอต้องการ ไม่ใช่ชีวิตดีงามบนหน้าหนังสือพิมพ์อย่างที่จริยาต้องการ แต่สิ่งที่เธอต้องการคือความรัก ปมเดียวในหัวใจของจีราวัจน์ที่เธอโหยหาย แต่เธอไม่เคยได้ โดยเฉพาะวันที่เกิดเหตุการณ์นั้น ถึงแม้จีราวัจน์จะหนีจากเงื้อมมือสิทธามาได้ แต่เพราะฤทธิ์ยานอนหลับ ทำให้ระหว่างที่จีราวัจน์ขับรถหนีอย่างสุดชีวิต ต้องกลายเป็นฆาตกรโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อรถของจีราวัจน์ชนร่าง ติวดี (พริมา พันธ์เจริย) เต็ม ๆ จนติวดีไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในเวลาต่อมา!! แต่เพราะฤทธิ์ยานนอนหลับทำให้จีราวัจน์หลับและเบลอจนไม่รู้เรื่องติวดี ภายใต้การดูแลของ ดารากา (ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์) เพื่อนสินทตั้งแต่มัธยม ซึ่งเป็นคนเดียวที่จีราวัจน์ติดต่อพูดคุยด้วยตลอด พอจีราวัจน์กลับจากเมืองนอก จีราวัจน์จึงขอให้ดารากามาอยู่ด้วยกัน ดารากาเต็มใจอยู่กับ จีราวัจน์ เพราะความรัก และความสนิทที่ทั้งสองมีด้วยกันมาเกือบ 20 ปี ทำให้ดาราการู้ดีว่า จีราวัจน์หว้าเหว่ แสนเหงา ต้องการใครสักคนเป็นเพื่อน และกว่าจีราวัจน์จะรู้ว่าติวดีเสียชีวิต ก็หลังจากที่ฤทธิ์ยานอนหลับสร่าง เมื่อจีราวัจน์รู้สึกตัว คนกล้าทำกล้ารับอย่างเธอ พร้อมไปรับความผิดกับตำรวจ แต่มันสายเกินไป เพราะ สุกี้ (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ) นักปั้นดารามือทอง ผู้เป็นทั้งคนชักนำเธอเข้าวงการและเป็นผู้จัดการดูแลเธอ ได้จัดการส่งสเตฟาน คนขับรถคนสนิทประจำตัว รับสารภาพผิดกับตำรวจว่าเป็นคนขับรถชนติวดีแทนเธอ โดยสุกี้ยอมเสี่ยงโกหกกับสังคมเพื่อแลกกับอนาคตทางการแสดงของจีราวัจน์ที่กำลังรุ่งเรือง ละครคลื่นชีวิต สุกี้คิดว่าการให้สเตฟานรับผิดแทนจีราวัจน์ จะทำให้เรื่องทุกอย่างจบง่าย ๆ แต่สุกี้คิดผิด เมื่อระหว่างที่ติวดีโดนจีราวัจน์ขับรถชน ติวดีกำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับ สาธิต (ปริญ สุภารัตน์) แฟนหนุ่มผู้เป็นทนายตงฉิน เชื่อว่าใครทำผิดต้องได้รับโทษ นั่นแหละความยุติธรรม! โดยสาธิตเป็นคนเดียวที่ได้ยินเสียงของจีราวัจน์พูดขอโทษติวดี นั่นทำให้เขาปักใจว่าคนที่ขับรถชนคนรัก ไม่ใช่สเตฟานแต่เป็นจีราวัจน์! สาธิตทำทุกวิถีทางพิสูจน์ให้คนทั้งสังคมเห็นว่าฆ่าตกรตัวจริงเป็นใคร โดยมี พ.ต.ต.พิเชษ เพื่อนตำรวจที่รู้จักในระหว่างร่วมงาน เป็นคนช่วยเหลือดูแลคดี โดยสาธิตมั่นใจว่าเขาสามารถลากตัวจีราวัจน์รับโทษอย่างที่เขาเคยส่งคนผิดเข้าคุกมาตลอดอาชีพทนาย แต่ครั้งนี้! สาธิตกลับเจอว่าความจริง พ่ายแพ้อำนาจเงิน! เมื่อหลักฐานทุกอย่างที่จะมัดตัวจีราวัจน์ได้ มันหายไปหมด! สาธิตไม่ยอมแพ้ที่จะหาทางลงโทษจีราวัจน์ แต่ทุกอย่างต้องหยุดลงเมื่อ นวดี (ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของติวดี แม่ครูของเหล่าเด็กกำพร้า เป็นคนขอร้องให้สาธิตหยุดอาฆาตแค้น นวดีไม่อยากให้สาธิตต้องจมอยู่กับความทุกข์ ที่เกิดจากความโกรธแค้นอีก รวมทั้ง พัฒนะ (สันติสุข พรหมศิริ) เจ้าของบริษัทผลิตละคร ที่จีราวัจน์กำลังแสดงละครอยู่ พัฒนะเป็นเพื่อนของพ่อของสาธิต และเปรียบเหมือนเป็นพ่อบุญธรรมของสาธิต เพราะหลังจากที่พ่อแม่ของสาธิตประสบอุบัติเสีย ชีวิตทั้งคู่ พัฒนะคือคนที่ส่งเสียและดูแลสาธิตจนเรียนจบเนติบัณฑิต! ฉะนั้นเมื่อพัฒนะขอให้สาธิตทำอะไร สาธิตพร้อมจะทำ รวมทั้งคำขอร้องที่แสนเฉือนหัวใจ ที่พัฒนะขอร้องให้สาธิตหยุดสืบหาหลักฐานเอาเรื่องจีราวัจน์ เพราะละครที่จีราวัจน์แสดงกำลังทำเงิน ถ้าจีราวัจน์ติดคุกจะมีผลทำให้บริษัทของพัฒนะเสียหาย จนกระทบกับหนี้สินของบริษัทด้วย ละครคลื่นชีวิต ในเมื่อผู้ใหญ่สองคนที่เขารักขอร้องให้เขาหยุด ละครคลื่นชีวิต แม้สาธิตไม่ต้องการหยุดฉีกหน้ากากของจีราวัจน์ แต่เขาต้องหยุด แต่ใครจะรู้ แม้สาธิตจะหยุดดำเนินคดีทางกฎหมายกับจีราวัจน์ แต่เขาไม่หยุดตามจองล้างจองผลาญจีราวัจน์ โดยสาธิตประกาศ ในเมื่อกฎหมายทำโทษจีราวัจน์ไม่ได้ เขาจะใช้กฎแห่งกรรมทำโทษจีราวัจน์เอง ด้านจีราวัจน์นั่นอยากเหลือเกินที่จะบอกสาธิตว่าเธอพร้อมรับผิด แต่เธอทำไม่ได้เพราะเธอต้องแบกความเป็นความตายของคนที่รวมโกหกช่วยเธออยู่ เธอเลือกไถ่โทษด้วยการดูแลนวดี แทนติวดีห่าง ๆ โดยมี ชยันต์ (หลุยส์ สก๊อต) ผู้กำกับฯ หนุ่มติสต์ชื่อดัง ซึ่งเคยเป็นรุ่นพี่สมัยมัธยมของจีราวัจน์ ผู้รักและหวังดีกับจีราวัจน์เสมอมา เพราะชยันต์รู้ว่าผู้หญิงที่แข็งกระด้างภายนอก แต่ภายในช่างแสนอ่อนแอ เขาจึงคอยช่วยเหลือส่งข่าวเรื่องนวดี เพราะชยันต์เป็นเพื่อนกับสาธิต ทำให้ชยันต์รับรู้เรื่องราวของนวดีจากสาธิตโดยตรง แต่ความช่วยเหลือของชยันต์ กลับยิ่งสร้างปัญหาให้จีราวัจน์ เมื่อ ปียากุล (จรินทร์พร จุนเกียรติ) ลูกสาวคนเดียวของพัฒนะ ผู้ควบคุมดูแลงานถ่ายละครภายในบริษัทของพัฒนะ และเป็นภรรยาซุปเปอร์โคตรขี้หึงของชยันต์ ได้ยินข่าวว่าเธอสนิทกับชยันต์มาก ทำให้ปียากุลใช้อำนาจหน้าที่การงานในมือเธอกลั่นแกล้งจีราวัจน์ แต่เพราะจีราวัจน์กำลังเป็นดาราทำเงินของพัฒนะ ทำให้พัฒนะออกตัวปกป้องจีราวัจน์ ทำให้ปียากุลไม่พอใจมาก ทำให้ปียากุลพาลระบายอารมณ์กับสาธิต ซึ่งเธอนับถือเหมือนพี่ชาย ทำให้สาธิตรับรู้ว่า นอกจากจีราวัจน์จะเป็นคนตลบแตลงสังคมว่าตัวเองไม่ใช่ฆาตกรแล้ว จีราวัจน์ยังเป็นผู้หญิงรักสนุกคั่วผู้ชายไม่ซ้ำหน้า แย่งผัวชาวบ้านไปกกได้อย่างหน้าไม่อาย!! ละครคลื่นชีวิต ยิ่งวันทีสาธิตพบจีราวัจน์สนิทสนมกับ เจตต์ (มาสุ จรรยางค์กุลดี) วิศวกรปิโตเลียมผู้มีชีวิตยู่กลางทะเล แต่เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน เขากลับขับรถชนจีราวัจน์ จนทำให้เขาหลงรักนางเอกสาว ซึ่งมันอาจไม่ใช่เรื่องที่สาธิตจะเอามาเป็นข้อเกลียดชังจีราวัจน์ ถ้าสาธิตไม่บังเอิญรู้เรื่องว่าดารากาเพื่อนรักของจีราวัจน์นั้นแอบชอบเจตต์อยู่จาก เจนจิรา (วันศิริ อ่องอำไพ) น้องสาวของเจตต์เจ้าของโรงเรียนที่ดารากาเป็นครูสอน ซึ่งสาธิตได้รู้จักกับเจจิราโดยบังเอิญ และเพราะเจนจิราเป็นคนคุยสนุก มองโลกในแง่ดี เหมือนติวดี ทำให้สาธิตสนุกที่ได้อยู่ร่วมกับเจนจิราโดยสาธิตไม่รู้ว่าความใกล้ชิดที่เขามอบให้เจนจิรานั้น ทำให้เจนจิราแอบชอบสาธิต ชีวิตของจีราวัจน์เจอปัญหาจากสาธิต ปียากุล สิทธา ยังไม่พอ ในเส้นทางสายงานบันเทิง เธอยังต้องเจอ พิม (โชติกา วงศ์วิลาศ) นางเอกจอมสร้างภาพว่าเป็นนางเอกแสนชื่อ แต่แท้จริงปากตลาด ทะเยอทะยาน ใฝ่สูง เคยเป็นอดีตดาราที่สุกี้ปั้นมากับมือ แต่พอดังแล้วก็แยกตัวออกจากสุกี้ ทำให้สุกี้ไม่พอใจพิมมาก หาว่าพิมเนรคุณ แต่พิมไม่แคร์ พิมคิดว่าสุกี้ได้เงินจากค่าตัวเธอเยอะแล้ว ไม่ถือว่ามีบุญคุณต่อกัน โดยตอนพิมออก พิมเอา ลูกน้ำ (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) อดีตเลขาลงสุกี้มาด้วย โดยพิมคิดว่าลูกน้ำทำงานกับสุกี้มานาน จะมี Connection กับเอเจนชี่จะผลักดันให้ความฝันก้าวสู่ การทำงานร่วมกับต่างชาติของเธอสมหวัง แต่เปล่าเลย ลูกน้ำไม่มีรู้จักใครเลย เป็นแค่คนปากกล้า อวดฉลาด แต่สมองกลวง ทำให้พิมเลี้ยงลูกน้ำไว้เป็นกันชนเวลาปะทะกับสุกี้ และเป็นคนหิ้วสัมภาระ รองมือรองเท้าตัวเองเท่านั้น! เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต และการโด่งดังของจีราวัจน์ ทำให้ชื่อเสียงที่กำลังลดฮวบของพิม ยิ่งลดลงไปอีก จากนางเอกเบอร์หนึ่งแทบจะเล่นเป็นนางรอง คนทะเยอทะยานอย่างพิมไม่ยอมรับสภาพอย่างนั้นง่าย ๆ เธอจึงยอมทำทุกอย่าง เพื่อกำจัดจีราวัจน์ไปจากเส้นทางของเธอ เพื่อให้เธอกลับมาเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง รวมทั้งหาลู่ทางเพื่อโกอินเตอร์ แม้แต่ยอมเอาตัวเข้าไปเป็นเมียน้อยของสิทธา เพื่อใช้อำนาจและเงินของสิทธา ปูทางโกอินเตอร์ให้ได้ หลายครั้งที่จีราวัจน์เหนื่อยกับการสู้รบกับความเกลียดชังที่ประเดประดังเข้ามาเหมือนคลื่นกระทบหาดทราย ละครคลื่นชีวิต แต่เธอก็ยังพอมีหลักให้ยึดอีกคน นั่นคือ ครูอารี ครูสอนร้องเพลงตั้งแต่ สมัยจีราวัจน์เรียนมัธยม ครูอารีคือคนที่เอื้ออารีข้าวและขนม เวลาที่จริยาออกไปขายตัว ปล่อยให้จีราวัจน์อยู่กับ ยายจัน ยายข้างบ้านที่มีอาชีพขายขนมจีน สมองไม่ค่อยดี ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ที่เคยเลี้ยงดูจีราวัจน์ พอยายจันออกไปตลาด จีราวัจน์ก็มาวิ่งเล่นบ้านครู ที่นี่เหมือนอีกโลกของจีราวัจน์ เป็นโลกที่สงบ ไม่ใช่โลกมายาที่เธอต้องยิ้มแม้ว่าในหัวใจร้องไห้ และการมาบ้านครูอารีครั้งนี้ ทำให้เธอรู้ว่าบ้านสวนถัดไปเป็นบ้านของนวดี จีราวัจน์หวังจะแอบไปดูความเป็นอยู่ของนวดีเพื่อจะช่วยเหลือ นั่นทำให้เธอเจอสาธิต จีราวัจน์ไม่อยากสู้รบกับสาธิตเพราะเธอรู้ตัวดีว่าผิด แต่สาธิตเหมือนเสือที่จ้องตะครุบเหยื่อ เมื่อเหยื่อเดินเข้ามาหา มีหรือที่เขาจะปล่อย สาธิตจงใจพูดจาแดกดันว่าเธอเป็นคนขี้ขลาด ทำผิดแล้วไม่กล้ารับผิด สาธิตเดินต้อนจีราวัจน์จนไปถึงริมคลอง นั่นเป็นครั้งแรกที่สาธิตเห็นความกลัวในแววตาของจีราวัจน์ ทำให้สาธิตรู้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่แทนที่สาธิตจะปราณีปล่อยเธอไป สาธิตกลับเดินกดดันจนจีราวัจน์ตกน้ำ แม้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่เธอไม่แม้แต่ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากใคร แม้แต่สาธิตที่ยืนมองเธอตะเกียกตะกายในน้ำอยู่ โดยสาธิตยื่นข้อเสนอให้เธออ้อนวอนร้องขอชีวิต แล้วเขาจะยอมช่วย แต่จีราวัจน์ไม่ยอมเอ่ยปาก จนกระทั่ง สีดา ลูกศิษย์สาวจอมก๋ากั่นของครูอารีมาช่วยไว้ทัน นั่นทำให้สาธิตได้เห็นอีกมุมนึงว่าจีราวัจน์เป็นคนรักศักดิ์ศรี ไม่ยอมอ่อนให้ใครง่าย ๆ เหมือนกัน สีดาพาจีราวัจน์กลับมาบ้านครูอารี พร้อมถามว่าใครเป็นคนทำจีราวัจน์ตกน้ำ จีราวัจน์ไม่อยากเอ่ยถึง เธอคิดแต่ว่ามันเป็นการชดใช้กรรมกับสิ่งที่เธอทำกับติวดี อย่างน้อยการที่สาธิตเห็นเธอเกือบตาย อาจทำให้สาธิตลดความโกรธ และเลิกยุ่งกับเธออีกก็ได้ แต่จีราวัจน์คิดผิด ละครคลื่นชีวิต เมื่อละครการกุศลของสมาคมคุณหญิงจริยามีอันต้องสะดุดลง เพราะนางเอกที่วางไว้เสียชีวิตลง ซึ่งก็คือติวดี ทำให้ต้องหานางเอกใหม่ซึ่งทุกคนลงความเห็นที่จีราวัจน์ แต่ก็เหมือนจะเป็นความจงใจของพระพรหม เมื่อผู้รับบทเป็นพระเอกคือสาธิต สาธิตไม่รักษามารยาทในการดูถูกและเหยียดหยามจีราวัจน์ต่าง ๆ นานา ด้านจีราวัจน์นั้น พยายามอดทนไม่อยากตอบโต้ แต่ชยันต์ไม่อาจทนเห็นสาธิตพูดจาดูถูกจีราวัจน์ได้ จึงเป็นคนออกโรงปกป้องแทนเธอ ทำให้สาธิตยิ่งตราหน้าว่าจีราวัจน์กำลังแย่งผัวคนอื่น แต่ดึกรีแรงแค้นของสาธิตต้องสะดุด เมื่อเขาได้เป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ ที่จีราวัจน์ใส่ใจ ในความเป็นความตายของยายจัน หากเขาก็ยิ่งย้ำใจให้แข็งขึ้นอีก เพราะถึงอย่างไรจีราวัจน์ ก็คือมือที่สามที่ทำให้ครอบครัวของชยันต์ต้องมีปัญหา ในงานศพยายจัน จีราวัจน์ถูกลอบยิง แต่เจตต์รับเคราะห์แทน แม้จะจับมือใครดมไม่ได้ แต่ในที่สุดชยันต์ก็ได้รู้ว่าเป็นฝีมือของปียากุล ชยันต์และปียากุลทะเลาะกันหนักขึ้นเรื่อย ๆ ชยันต์เห็นใจลูกจึงพยายามอดทนเสมอ แต่ครั้งนี้ปียากุลทำเกินไป ทำให้ชยันต์คิดว่าต้องทำอะไรตัดนิสัยเอาแต่ใจของปียากุลบ้าง จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอยู่กับปียากุล ปียากุลนั้นรักชื่อเสียงมาก เมื่อชยันต์ขอแยกกันอยู่ และมีข่าวออกหน้าบันเทิง ทำให้ปียากุลเครียด จนต้องไปฟูมฟายระบายกับสาธิต กล่าวหาว่าชยันต์ย้ายออกไป เพื่อไปอยู่กับจีราวัจน์ นักแสดงละครคลื่นชีวิต จีราวัจน์คือต้นเหตุทำให้ชีวิตครอบครัวของปียากุลพังพินาศ สาธิตมาจัดการจีราวัจน์แทนปียากุล แล้วเห็นจีราวัจน์ก็คอยดูแลเจตต์ เพราะต้องเจ็บตัวเพื่อตัวเอง ความสนิทสนมของจีราวัจน์กับเจตต์ทำให้ดารากาไม่พอใจ คิดว่าเพื่อนทรยศทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเธอแอบหลงรักเจตต์ จนกระทั่งทะเลาะกันใหญ่โต ถึงขั้นดารากาย้ายออกจากบ้านเพื่อน สาธิตตามมาสมน้ำหน้าจีราวัจน์ที่มั่วผู้ชายไม่เลือก แม้แต่แฟนเพื่อนก็ไม่เว้น จนสุดท้ายจีราวัจน์ก็ไม่เหลือใคร ชยันต์เข้ามาปลอบใจจีราวัจน์ว่าเธอยังมีเขา ชยันต์คอยเข้ามาประคับปคะคองจีราวัจน์ แต่ชีวิตที่เคยเป็นเด็กบ้านแตกสาแหรกขาด ทำให้จีราวัจน์ไม่อยากเป็นคนทำลายครอบครัวของชยันต์ แต่ชยันต์ปลอบจีราวัจน์ว่า ที่ครอบครัวของเขาจะพัง ไม่ใช่เพราะจีราวัจน์ แต่เป็นเพราะปียากุลกับเขาหมดความเข้าใจต่อกัน ในเมื่อชยันต์ไปกับปียากุลไม่รอด เขาก็อยากหยุดและเริ่มต้นใหม่กับจีราวัจน์ เรื่องย่อคลื่นชีวิต จีราวัจน์เคยผ่านชีวิตบอบซ้ำมา ทำให้จีราวัจน์รู้ว่าความหวังดีที่ชยันต์มีให้กับเธอ มันไม่ใช่ความรักอย่างที่ชยันต์พร่ำบอก มันเป็นแค่ความรู้สึกเห็นใจ เพราะแท้จริงในหัวใจของชยันต์รักปียากุลและเจ็บซ้ำกับสิ่งที่ปียากุลไม่ไว้ใจเขา ดังนั้นคนมีปัญหาอย่างชยันต์ มาเจอกับผู้หญิงที่เจอปัญหามาทั้งชีวิตอย่างเธอ มันจึงเกิดการคลิกกัน จีราวัจน์ขอให้ชยันต์ เป็นเพื่อนที่ดีอย่างเดิม อย่าให้มากกว่านั้นเลย แล้วกลับไปซ่อมแซมครอบครัวของชยันต์ ให้กลับมาสวยงามเหมือนเดิมดีกว่า แต่เคราะห์ของจีราวัจน์ที่จะทำให้สาธิตยิ่งเกลียดเธอ ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อจีราวัจน์รู้ว่าบ้านที่อาศัยอยู่นี้กำลังจะถูกธนาคารยึด จีราวัจน์สั่งสุกี้ให้จัดการเรื่องบ้าน จนเรื่องเข้าหูจริยา จริยาสั่งห้ามจีราวัจน์ไปยุ่งกับนวดีอีก เพราะตอนนี้รูปคดีออกมาว่าไม่มีหลักฐานมัดว่าจีราวัจน์ขับรถชน แต่ถ้าจีราวัจน์ดูแลนวดีมาก ๆ เพราะมันอาจทำให้สาธิตหาช่องโหว่เล่นงานจับจีราวัจน์เข้าคุกได้ จีราวัจน์เสียใจที่แม่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเองจนลืมคำว่ามนุษยธรรม ถ้าลูกของแม่โดนรถชน แม่จะอยู่เฉยไหม จริยาได้แต่ยืนนิ่งไม่ได้ตอบ การทะเลาะกันเสียงดังของจีราวัจน์กับจริยา ทำให้ ศิริลักษณ์ หัวหน้าแม่บ้านประจำบ้านของสิทธา ผู้มีนิสัยประจบสอพลอสิทธา และลึก ๆ หวังสบายเป็นเมียของสิทธา แต่สิทธาไม่เอา ทำให้ศิริลักษณ์อิจฉาและจงเกลียดจงชังจริยาและจีราวัจน์ เมื่อการทะเลาะของจริยากับจีราวัจน์รู้ถึงหูศิริลักษณ์ ศิริลักษณ์จึงไปบอกสิทธาว่าจีราวัจน์ต้องการเงิน ทำให้สิทธาเสนอเงินเธอโดยมีข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งจีราวัจน์รู้ดีว่าคืออะไร จีราวัจน์ตกลงเพราะเห็นถึงวิธีที่จะแก้เผ็ดอีกฝ่าย ในวันนัดจีราวัจน์แอบมอมยาสิทธา พร้อมเอาปืนจ่อหน้าสิทธาและข่มขู่ให้สิทธาเลิกยุ่งกับตัวเองอีกไม่อย่างนั้นเธอฆ่าสิทธาให้ตายตามกันแน่ แล้วจีราวัจน์ก็หนีออกมาจากโรงแรม โดยหวังว่าเรื่องราวยุ่ง ๆ จะจบลงสักที แต่เปล่าเลย เมื่อจีราวัจน์พบสาธิตที่ดักรออยู่ จากการแอบส่งข่าวของพิม ที่รู้ว่าสาธิตจ้องทำลายจีราวัจน์อยู่ พิมจึงเข้ามาตีสนิทกับสาธิต หวังจะยืมมือสาธิตทำลายจีราวัจน์ให้สิ้นซาก ละครคลื่นชีวิต แล้วภาพที่สาธิตเห็นจีราวัจน์เข้าโรงแรมกับสิทธาที่มีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงของจีราวัจน์ ยิ่งทำให้สาธิตขยะแขยงจีราวัจน์ โดยคิดว่าจีราวัจน์มั่ว เห็นแก่เงิน จนไร้ศีลธรรมใช้ผัวร่วมกับแม่ แต่แล้วความเชื่อที่สาธิตมีต่อจีราวัจน์ต้องเจอจุดเปลี่ยน เมื่อสาธิตจำต้องมาพัวพันกับความเลวของสิทธาจนได้ เพราะ เวทิต นักข่าวที่แอบส่งหลักฐานเอาผิดสิทธามาให้เขาก่อนตาย ทำให้สาธิตเริ่มตามสืบพฤติกรรมของสิทธา แล้วนั่นทำให้สาธิตได้เห็นว่าสิทธาชั่วร้ายขนาดไหน แล้วคนที่ตกเป็นเหยื่อของสิทธาไม่ใช่แค่เวทิต แต่เป็นจีราวัจน์ด้วย รวมทั้งจีราวัจน์ได้เข้ามาดูแลนวดี และดูแลเด็ก ๆ กำพร้าที่นวดีสอนหนังสือ และชยันต์ยังมาปรับความเข้าใจกับสาธิตว่าจีราวัจน์ไม่ยอมรับความรักของชยันต์ แต่จีราวัจน์กลับเป็นคนเตือนสติให้ชยันต์กลับไปง้อปียากุล ทำให้สาธิตได้เห็นว่าจีราวัจน์ ได้มีแค่ด้านร้าย แต่เธอยังมีมุมความดี และมีหัวใจที่บอบซ้ำ ไม่ต่างจากเด็กกำพร้าที่นวดีและเขาดูแลเลย ทำให้ความแค้นในใจของสาธิตเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสาร เข้าไปยุ่งกับชีวิตจีราวัจน์โดยไม่รู้ตัว นักแสดงละครคลื่นชีวิต ด้านจีราวัจน์ก็ได้รับรู้มุมอบอุ่นที่เกิดจากความเอาใจใส่ ดูแลด้วยความละเอียดอ่อนของสาธิต ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้จากใคร เป็นความรู้สึกที่เธอโหยหา จนทำให้จีราวัจน์แอบเผลอใจให้สาธิตโดยไม่รู้ตัว สองคนต่างมีความห่วงใยที่ไม่กล้าแสดงออกต่อกัน ละครคลื่นชีวิต จนกระทั่งสิทธามายุ่งเกี่ยวกับจีราวัจน์อีกครั้ง สาธิตออกตัวช่วยจีราวัจน์ให้รอดพ้นเงื้อมมือสิทธา และยังใช้หลักฐานที่ตัวเองได้จากเวทิตข่มขู่สิทธา เพื่อให้สิทธาเลิกยุ่งกับจีราวัจน์ จีราวัจน์อึ้งเมื่อเห็นว่าสาธิตช่วยเหลือตัวเอง โดยสับสนว่าสาธิตช่วยตัวเองทำไม สาธิตรู้สึกอะไรกันแน่ แต่สิทธามองอาการสาธิตออก สิทธารู้ว่าสาธิตกำลังตกบ่วงเสน่หาของจีราวัจน์ และดูเหมือนจีราวัจน์ก็มีใจให้สาธิตเช่นกัน ทำให้สิทธาคิดชั่ว ในเมื่อตัวเองไมได้จีราวัจน์มาครอบครอง ก็อย่าหวังว่าใครจะได้มีความสุขทั้งจีรัวัจน์และสาธิต ดังนั้นสิทธาจึงไปหาสาธิตที่สำนักงาน แล้วมอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เขาเคยส่งคนไปเก็บ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าจีราวัจน์คือคนขับรถชนติวดี เมื่อสาธิตเห็นหลักฐาน ความเจ็บปวดในอดีตจึงย้อนคืนกลับมา สาธิตได้แต่นั่งมองกองหลักฐานอย่างสับสนว่าเขาจะฟ้องเอาจีราวัจน์เข้าคุกหรือไม่ เรื่องสิทธาเอาหลักฐานไปให้สาธิตรู้ถึงหูจริยา จริยารีบไปหาสาธิตเพื่อเจรจาพร้อมเสนอเงินให้ ความเจ็บปวดในใจของสาธิต ทำให้สาธิตบอกจริยาไปว่า เขาจะยอมทำลายหลักฐาน ก็ต่อเมื่อจีราวัจน์เอาตัวมาแลก ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ความชั่วของสิทธายังไม่หยุดเท่านี้ มันเหมือนเสือที่คลั่ง จริงอยู่ที่จีราวัจน์เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา แต่คนอย่างสิทธาไม่เคยยอมให้ใครลูบคมได้ ถ้าประกาศว่าได้ มันต้องได้ สิทธาสั่งพิมให้หลอกล่อจีราวัจน์มาที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของเขา สิทธาวาดหวังจะข่มขืนจีราวัจน์บนเครื่องบิน เพราะไม่มีทางที่จีราวัจน์จะหนีรอดกรงเล็บเสือไปได้ จริยารู้เรื่องแผนการชั่วของสิทธา แม้จะรักเกียรติยศชื่อเสียง แต่หัวใจความเป็นแม่ไม่อาจปล่อยให้ชีวิตลูกตกนรกได้ เมื่อพิมหลอกจีราวัจน์ไปถึงเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของสิทธาได้ จีราวัจน์ดิ้นรนหนีจนไปเจอปืนของสิทธา สิทธาแย่งปืนกับจีราวัจน์ ทันใดนั้น กระสุนจากปากกระบอกปืนในมือของคุณหญิงจริยา ก็ยุติเรื่องเลวร้ายทั้งหมดลงในวินาทีนั้น เป็นครั้งแรกที่จีราวัจน์เข้าไปกอดแม่ จริยาเข้าไปกอดลูกพร้อมพร่ำบอกขอโทษ เป็นเพราะความโลภของตัวเอง ทำให้ชีวิตของจีราวัจน์ต้องเป็นอย่างนี้ เธอขอติดคุกเพื่อชดใช้กับความผิดที่เธอทำ แต่สิ่งหนึ่งที่จริยาอยากให้จีราวัจน์รู้ไว้ ว่าต่อให้เงินสำคัญสำหรับแม่ยังไง แต่เลือดเนื้อและหัวใจของลูกสำคัญกว่า นั่นทำให้หัวใจที่เย็นชาไร้ความรู้สึกของจีราวัจน์ได้รับรู้ความในใจของแม่ ละครคลื่นชีวิต คลื่นชีวิตของจีราวัจน์เหมือนจะกำลังสงบ แต่ยังมีพายุอีกหนึ่งลูก ที่กำลังรอพัดพาชีวิตของจีราวัจน์ให้ล้มลง เมื่อจริยาเอาเรื่องข้อเสนอของสาธิตไปบอกกับจีราวัจน์ เมื่อจีราวัจน์รู้เรื่องข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตแล้ว เธอจะทำเช่นไร จะยอมทำตามข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตหรือไม่ ชยันต์และปียากุลจะกลับมาคืนดีกันไหม เจตต์กับดารากาจะสมหวังกันหรือเปล่า และหัวใจรักของแม่ที่จริยากดเก็บไว้ ไม่เคยแสดงออกให้ลูกเห็น จริยาจะเลือกปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงของตัวเองหรือปกป้องลูก สุดท้ายเส้นทางความรักระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์ที่มีความแค้นขวางกั้นจะมีวันเกิดขึ้นได้หรือไม่ ต้องติดตามชมกันต่อได้ใน ละครคลื่นชีวิต ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต รายชื่อนักแสดงนำใน ละครคลื่นชีวิต ปริญ สุภารัตน์ รับบท สาธิต อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท จีราวัจน์ หลุยส์ สก๊อต รับบท ชยันต์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท ปียากุล ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท ดารากา มาสุ จรรยางค์กุลดี รับบท เจตต์ วันสิริ อ่องอำไพ รับบท เจนจิรา ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ รับบท สิทธา โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท พิม เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ รับบท สุกี้ ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับบท ลูกน้ำ พริมา พันธ์เจริญ รับบท ติวดี สันติสุข พรหมศิริ รับบท พัฒนะ ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท นวดี

ประเดิมไม่สวย! ช้างศึกU19พ่ายเวียดนามศึกสี่เส้าอินวิเตชั่น คัพ
Myanmar U19 Invitational Cup 2016 /  ช้างศึก / 

ช้างศึกU19ปีประเดิมเกมเเรกได้ไม่สวย หลังเป็นฝ่ายพ่ายให้ ทีมชาติเวียดนาม 1-0 ในศึกฟุตบอล “Myanmar U19 Invitational Cup 2016” ความเคลื่อนไหวทีมชาติไทย U-19 ชุดทำศึกสี่เส้า “Myanmar U19 Invitational Cup 2016” ระหว่างวันที่ 22-28 สิงหาคม 2559 ที่เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม “ช้างศึก U-19” ภายใต้การคุมทีมของ เฉลิมวุฒิ สง่าพล ลงสนามเป็นเกมแรกพบ เวียดนาม U-19 โดย “โค้ชหนุ่ย” จัดทัพผู้เล่นตัวหลักลงอย่างพร้อมหน้า นำโดย วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ, สรรเสริญ ลิ้มวัฒนะ, สุภโชค สารชาติ และ อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ เริ่มเกมในครึ่งแรก นาทีที่ 25 เวียดนามได้ประตูขึ้นนำทีมชาติไทยก่อน 1-0 จากเตะมุมสั้นฝั่งขวาครอสเข้ามาให้ ตรัน ทรานห์ ขวิดเหน่งๆเข้าไป หลังเสียประตูทีมชาติไทยพยายามเปิดเกมเข้าใส่ ก่อนหมดครึ่งแรก 3 นาที ช้างศึก U-19 มาได้ลุ้นจากฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ สรรเสริญ ลิ้มวัฒนะ ปั่นไปตรงตัว โด ซี ฮุย จบครึ่งแรก เวียดนาม นำ ทีมชาติไทย 1-0 ครึ่งหลังเกมทีมชาติไทยแก้เกมมาดีขึ้นและเกือบได้ประตูตีเสมอในนาทีที่ 72 จากบอลยาวทะลุเข้าเขตโทษให้ สุขสันต์ มุ่งเป้า วอลเลย์ด้วยซ้ายทว่าหลุดเสาไปนิดเดียว นาทีที่ 79 ไทยพลาดได้ประตูตีเสมออีกครั้งจากฟรีคิกกลางประตูระยะร่วม 28 หลา สรรเสริญ ปั่นด้วยขวาบอลยังข้ามคานออกไปแบบได้เสียว เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มจบเกม ทีมชาติไทย แพ้ เวียดนาม 0-1 สำหรับโปรแกรมนัดถัดไปของทีมชาติไทย U-19 จะพบกับ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร U-18 จากญี่ปุ่น ในวันที่ 24 สิงหาคม 2559 เวลา 15.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย) TRUE 4U ถ่ายทอดสด รายชื่อ 11 ตัวเเรกทั้งสองทีม ทีมชาติไทย : ชาคร พิลาคลัง (ผู้รักษาประตู), มีโชค มหาศรานุกุล, ชินภัทร ลีเอาะ, ศฤงคาร พรหมสุภะ, โชติภัทร พุ่มแก้ว, วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ, สรรเสริญ ลิ้มวัฒนะ, ศุภชัย ใจเด็ด, สุภโชค สารชาติ, สีหนาท สุทธิศักดิ์, อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ เวียดนาม : โด ซี ฮุย (ผู้รักษาประตู), ฮุย ทาน ซินห์, บุย เทียน ดอง, ลวง ฮอง นาม, ฮา ดุ๊ก ชิน, ตรัน ทรานห์, โฮ มินห์ ดี, ฟาม ทรอง ฮัว, โฮ ตัน ไต, เหงียน ฮู ลัม, โดน วาน เฮา

ละครข้ามาคนเดียว , เรื่องย่อข้ามาคนเดียว
ละคร ข้ามาคนเดียว /  ละคร ข้ามาคนเดียว ช่อง7 / 

บทประพันธ์โดย : เพชร สถาบันบทโทรทัศน์โดย : ปลายปากกาออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อ ละครข้ามาคนเดียว ครุย อังคาร(นิว วงศกร ปรมัดถากร) อดีตคือตำรวจผู้ซื่อสัตย์ แต่เพราะถูกปรักปรำใส่ร้าย ทำให้เขากลลายเป็นผู้ต้องหาติดทุก การกลับมาของเขา ทำให้ยันต์ ยมราช(แอนดูรว์ กรเศก) เจ้าพ่อแห่งโคราช ถึงกับหวาดกลัว เลยสั่งให้สมุนมือเอกไปตามไล่ล่าครุย ซึ่งเป็นวันเดียวกันที่ สาริกา (แก้ม-กวินตรา โพธิจักร) นางเอกหมอลำมาเปิดการแสดงที่โคราชพอดี ครุยหนีการตามล่ากระโดดขึ้นไปบนเวที ทำให้เกิดความโกลาหล สาริกาโกรธครุยมาก ที่เป็นต้นเหตุให้การแสดงต้องพังลง ส่วนครุยได้เดินทางไปหาเพื่อนที่เป็นเจ้าของคณะหมอลำ ดาว ด่านเกวียน (สาธิต ทองจันทร์) แต่ยังไม่ทันได้ทักทายกัน สมุนของเจ้าพ่อก็ตามมาล้อมบ้านดาว ด่านเกวียนไว้ สาริกาลูกสาวเห็นจึงอ้อมไปประตูด้านหลังแล้วเจอครุย พ่อบอกให้พาครุยหนีไปก่อน ทางนี้พ่อจัดการเอง พอครุยหนีออกมาได้ก็ไปเจอกับสัปเหร่อโข่ง (ชูษี เชิญยิ้ม) เพื่อนเก่า เจ้าพ่อสั่งให้สมุนบุกไปจัดการครุยที่โกงดังเก็บศพ แต่ครุยก็รอดพ้นไปได้อีก สัปเหร่อโข่งพร้อมลูกน้อยพาครุยออกจากป่าช้าแล้วเจอหลวงตา (เปรมเกมล พาชีรัตน์) ออกมาบิณฑบาตร โดยมีสามเณรน้อยเดินตามอย่างสงบเสงี่ยม ครุยจำได้ว่าสามเณรคือ สีหมอก (มาร์กี้-อภิรักษ์ ตั้งสถาพรพันธ์) ลูกชายตัวเองกับคำสี (นก-อุษณีย์ วัฒฐานะ) ที่ตอนนี้เป็นบ้า เนื่องจากยันต์ ยมราช จับตัวไปทำทารุณกรรมขนเสียสติ แล้วทุกวันคำสีขะมากราบไหว้ย่าโมขอพรให้ได้เจอลูก และสามี ครุยได้แยกทางเก็บสัปเหร่อโข่ง เพื่อจะไปหา คำม่วน (สามารถ พยัคฆ์อรุณ) เจ้าของค่ายมวย ซึ่งในวันนี้มีการซ้อมใหญ่ของนักมวยหญิงชื่อ มะตูม (เดียร์-ดาริน ดารากานต์) ลูกสาวคนเดียวของคำม่วน ละครข้ามาคนเดียว เช้าวันรุ่งขึ้นครุยไปดักพบคำสีที่หน้าอนุสาวรีย์ย่าโม แล้วก็พบคำสีในสภาพมอมแมม ส่งเสียงร้องรำทำเพลงร้องเรียกหาลูกกับผัว ครุยเข้าไปหา คำสีจำไม่ได้คิดว่าครุยเป็นสมุนเจ้าพ่อเลยวิ่งหนี จังหวะนั้นสมุนเจ้าพ่อก็มาดักรอครุยแถวนั้นพอดี ทั้งคู่ปิดฉากต่อสู้กัน มะตูมและพวกตามมาช่วยแล้วพาครุยหนี คำสีถูกสมุนเจ้าพ่อจับตัวไป ครุยจะไปช่วยแต่มะตูมห้ามไว้แล้วบอกว่าให้เป็นหน้าที่ของมะตูมเอง ทางด้านอินทร์ ดาวดึงส์ (เอ-เอกราช กฤตสิริทิพย์) ตำรวจป่าไม้ ที่เข้ามาสืบเรื่องไม้เถื่อน เลยได้รู้จักกับ กลอยใจ (หยก-ธัญกันต์ ธนกิตติ์ธนานนท์) ลูกสาวของเสี่ยบุญยิ่ง (ณรงค์ศักดิ์ เลิศวรานุรักษ์) เจ้าของโรงเลื่อยซึ่งเธอมีสาวคนใช้คนสนิทชื่อ กระถิน (ภูษณิสา โชติกิตติมาศ) ทั้งอินทร์ และกลอยใจต่างก็เป็นไม้เบื่อไม้เมากัน ซึ่งไม่ต่างอะไรกับเขมแข (ฐิสา วริฏฐิสาร) ลูกสาวของเสี่ยไหบูลย์ (สมบัติ ขจรไชยกุล) ที่ตกเป็นคู่หมั้นของยันต์ ยมราช แบบหมัดมือชก ส่วนขาล ขุขันธ์ (อานัส พาพานิช) สารวัตรหนุ่มที่ปลอมตัวแทรกซึมเข้าไปร่วมแก็งกับเจ้าพ่อโคราช จนเป็นคนสนิท เมื่อวันเกิดของเจ้าพ่อใกล้มาถึง จำโง่น (โอ๊ต-สุรศักดิ์ โชติพินวัฒน์) ก็วางแผนรีไถ่พ่อค้าเจ้าของธุรกิจ เพื่อเอามาส่งส่วยให้เจ้าพ่อ ขณะที่นั่งปรึกษากับลูกน้องอยู่ที่บ้าน ครุยได้แอบปีนเข้ามาซ่อนตัวอยู่ในห้องนอนจ่าโง่น พอจ่าโง่นเข้ามาให้องก็ถูกครุยขู่บังคับให้เขียนหนังสือว่าที่ครุยติดคุกเพราะเป็นฝีมือของจ่าโง่นกับเจ้าพ่อโคราช แต่ยังไม่ทันจะเขียนจ่าโง่นก็ใช้ปีนตีครุยและต่อสู้กัน แต่ครุยพลาดท่าโดนจับตัวไว้ แล้วจ่าโง่นก็นำตัวครุยไปส่งที่บ้านเจ้าพ่อ ขาล ขุขันธ์ เสนอตัวเป็นคนจัดการครุยเอง ไอ้อ่าง (วิครุต สะราคำ) เห็นเหตุการณ์ว่าครุยโดนจับตัวไปเลยไปเกณฑ์สมัครพรรคพวกไปช่วยครุย ครุยถูกนำตัวไปขังที่บ่อจระเข้ที่มียามคุ้มกันหนาแน่น ละครข้ามาคนเดียว มะตูมและลูกน้องเดินทางมาช่วย สาริกาก็วางแผนช่วยอีกแรง เพราะเธอต้องไปเปิดการแสดงที่งานวันเกิดเจ้าพ่อพอดี ระหว่างงานเลี้ยง ขาล ขุขันธ์แกล้งทำเป็นมาแล้วหายตัวออกจากงาน เพื่อไปช่วยครุย พอครุยหนีออกมาได้เขาก็แกล้งเมากลับไปที่งานเหมือนเดิม พอได้ยินเสียงปืนดังขึ้น ทุกคนไปดูเลยรู้ว่าครุยหนีไปแล้ว เจ้าพ่อเลยสั่งให้ลูกน้องตามล่า ครุยหนีเข้าไหลตัวอยู่ในห้องนอนของแขมแข พอแขมแขเห็นก็ตกใจ จนครุยต้องเข้าไปกอดแขมแขไว้ ในมือแขมแขมีปืนอยู่ทำท่าขู่จะยิงครุย พอแขมแขเผลอครุยก็เข้าไปกอดจูบจนแขมแขจนทำปืนหลุดมือ ด้านมไหศวรรย์ (วิน-วาทิต โสภา) นายอำเภอคนใหม่ที่ปลอมตัวมาเป็นพ่อค้าเร่ เพื่อสืบคดีทุจริตของเจ้าพ่อโคราช แล้วก็เป็นไม้เบื่อไม้เมากับสาริกา แต่ทุกครั้งที่สาริกาตกอยู่ในอันตราย มไหศวรรย์จะเข้ามาช่วยทุกครั้ง ครุยที่หนีออกมาได้ก็ไปรักษาตัวที่ค่ายมวยคำม่วน โดยได้มะตูคอยดูแล มะตูมหลงรักครุย แต่ครุยคิดกับมะตูมแค่น้องสาวเท่านั้น ในวันเกิดของแขมแขได้จัดขึ้นในโณงแรมหรู โดยครุยกับอินทร์มาเป็นแขกในงานด้วย เจ้าพ่อถึงกับตะลึงที่เห็นทั้งคู๋ในงาน มะตูมเป็นห่วงครุยเลยตามมาดู แล้วก็ถูกสมุนของเจ้าพ่อจับตัวไป เจ้าพ่อเข้าไปในห้องแล้วเอาปืนขู่ มะตูมไม่ยอมเกิดการต่อสู้กัน แต่มะตูมสู้ไม่ไหวเลยโดนเจ้าพ่อลวนลาม โชคดีที่อินทร์ตามเจ้าพ่อมาจากงานเลยเข้าไปช่วยมะตูมไว้ทัน แขมแขเริ่มรู้ตัวแล้วว่าตัวเองถูกเจ้าพ่อโคราชหลอกใช้เลยถอนหมั้น แขมแขจะหนีแต่ถูกจับตัวไว้ แล้วก็ย้ายฐานทัพไปกลบดานในป่า ขาล ขุขันธ์แอบเข้าไปในกระท่อมของเจ้าพ่อเพื่อค้นเอกสารลับ จนเจอแล้วขาลก็พาแขมแขหนี พอเจ้าพ่อรู้ก็สั่งให้ลูกน้องตามล่า มไหศวรรย์ชุ่มรออยู่ในรถคอยรับขาลกับแขมแขหนีออกมาแล้วพาไปสมทบกับพวกครุยที่ค่ายมวยคำม่วน แล้วขาลก็เอาหลักฐานเอกสารลับของเจ้าพ่อให้อินทร์ดู อินทร์บอกว่าเจ้าพ่อติดคุกแน่นอน และมไหศวรรย์ ก็เป็นแสดงตัวว่าเขาเป็น นายอำเภอส่วนขาลก็รายงานตัวว่าเขาคือ สารวัตรทุกคนตกใจที่รู้ความจริง แล้วทุกคนก็ร่วมมือกันจัดการกับ ยันต์ ยมราช เจ้าพ่อโคราชเหตุการณ์จะบู๊คุเดือด เลือดพล่านขนาดไหน แล้วบทสรุปสุดท้ายชีวิตของ ครุย อังคาร จะลงเอยอย่างไรต้องติดตามชมกันในละครบู๊แอ็คชั่น ข้ามาคนเดียว ที่ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7 สี ข้ามาคนเดียว เริ่มตอนแรกวันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม 2559 รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร ข้ามาคนเดียว วงศกร ปรมัตถากร รับบท ครุย อังคารวริฏฐิสา ลิ้มธรรมมหิศร รับบท แขมแขอานัส ฬาพานิช รับบท ขาล ขุขันท์กวินตรา โพธิจักร รับบท สาริกาวาทิต โสภา รับบท มไหศวรรย์เอกราช กฤตสิริทิพย์ รับบท อินทร์ ดาวดึงส์ดาริน ดารากานต์ รับบท มะตูมกรเศก โคร์นิน รับบท ยันต์ ยมราชธัญยกันต์ ธนกิตติ์ธนานนท์ รับบท กลอยใจอุษณีย์ วัฒฐานะ รับบท คำสีสุรศักดิ์ โชติทินวัฒน์ รับบท จ่าโง่นโอภาภูมิ รัชชารมย์ รับบท ยงชนกันต์ พูนศิริวงศ์ รับบท ดำภูษณิสา โชติกิตติมาศ รับบท กระถินชูษี เชิญยิ้ม รับบท สัปเหร่อโข่งวิศรุต สะราคำ รับบท อ่างกระรอก เชิญยิ้ม รับบท ฮวดสาธิต ทองจันทร์ รับบท ดาว ด่านเกวียนเปรมกมล พาชีรัตน์ รับบท หลวงตาสามารถ พยัคฆ์อรุณ รับบท คำม่วนสมบัติ ขจรไชยกุล รับบท เสี่ยไพบูลย์อุ่นเรือน ราโชติ รับบท เข ละคร ข้ามาคนเดียว ละคร ข้ามาคนเดียว ละคร ข้ามาคนเดียว ละคร ข้ามาคนเดียว ละคร ข้ามาคนเดียว ละคร ข้ามาคนเดียว ละคร ข้ามาคนเดียว ละคร ข้ามาคนเดียว

แซ่บเวอร์!!! ทาทา รีดไขมันหายไป 24 กก. เตรียมขึ้นคอนเสิร์ตอีกครั้ง!!!
คอนเสิร์ตล้านตลับ /  ทาทายัง

     กำลังป็นครอบครัวสุขสันต์จริงๆ สำหรับคุณแม่ยังสาว ทาทา ยัง ที่เพิ่งคลอดน้องเร ได้ไม่กี่เดือน ก็เตรียมลุยงานในวงการเต็มที่อีกครั้ง ล่าสุด กำลังจะมีคอนเสิร์ตใหญ่กับ กับเอไทม์ โชว์บิซ ในคอนเสิร์ตล้านตลับ คอนเสิร์ตที่จะทำให้ทาทากลายมาเป็นสาวน้อยมหัศจรรย์อีกครั้ง งานนี้ทำเอาเจ้าตัวที่วุ่นอยู่กับการเลี้ยงลูก ต้องเจียดเวลามาซ้อมเต้น ซ้อมร้อง แต่ยังดีที่มีสามีอย่างพี่หมอช่วยดูแลน้องเรอีกคน ทำให้ตอนนี้ทาทาน้ำหนักลดฮวบไปถึง 24 กิโลกรัม กลายเป็นคุณแม่หุ่นแซ่บ สวยเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน ไม่เชื่อต้องลองดู... ขอบคุณรูปภาพจาก tataamitayoung

เรื่องเล่า..วันเข้าพรรษา เมื่อฤดูฝนมาเยือนดินแดนธรรม
ทำบุญตักบาตร /  วันเข้าพรรษา

วันเข้าพรรษา เป็นอีกหนึ่งวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ที่พุทธศาสนิกชนอย่างเรา จะได้มีโอกาสตักบาตรทำบุญเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับตัวเองและครอบครัว ซึ่งก็ต่อเนื่องมาตั้งแต่วันอาสาฬหบูชา เป็นสัญญาณว่าใกล้จะถึง วันเข้าพรรษา เชื่อว่าหลายคนอาจยังไม่เคยรู้ที่มา หรือบางท่านเคยได้ยินมาบ้างแต่นานมาแล้วจำไม่ได้ วันนี้แม่หมอจะขออาสามาเล่าเรื่องราวความเป็นมาของ วันเข้าพรรษา แบบฉบับให้อ่านแล้วเข้าใจง่ายขึ้นค่ะ ย้อนกลับไปเมื่อสมัยพุทธกาล พระสงฆ์ต่างก็ปฏิบัติหน้าที่ของตนเองอย่างเคร่งครัด บางรูปต้องเดินทางไปธุดง บางรุปก็มีกิจต้องไปเทศนาให้ชาวบ้านตามหมู่บ้านต่างๆ ซึ่งหากว่าเป็นช่วงฤดูอื่น ก็ไม่มีผลกระทบอะไรกับชาวบ้าน เพียงแต่ว่าช่วงที่เข้าหน้าฝนแล้ว ชาวบ้านจะต้องออกปลูกต้นกล้า เตรียมที่จะทำนากันเป็นจำนวนมาก แล้วระหว่างทางพระสงฆ์ที่ไม่ทราบว่าเป็นต้นกล้ารวงข้าว ก็เหยียบย่ำจนได้รับความเสียหาย จึงมีชาวบ้านร้องเรียนไปที่พระพุทธเจ้าว่าให้แก้ปัญหาเรื่องนี้โดยด่วน เพราะชาวบ้านเดือดร้อน เมื่อเห็นอย่างนั้น จึงได้กำหนดให้ วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี เรียกว่า "ปุริมพรรษา" ให้เป็นวันเข้าพรรษา และออกพรรษาในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 เรียกว่า "ปัจฉิมพรรษา" โดยพระสงฆ์จะต้องจำวัดอยู่เป็นระยะเวลา 3 เดือน เพื่อไม่ให้ไปรบกวนสร้างความเสียหายให้กับชาวบ้าน ไม่ต้องทำกิจหรือไปเทศนาให้กับหมู่บ้านใด หากชาวบ้านต้องการจะทำบุญ ให้เดินทางมาที่วัดด้วยตนเอง หากมีกิจจำเป็นต้องค้างอ้างแรมก็กำหนดไว้ว่าไม่เกิน 7 วัน การแก้ปัญหานี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยเรื่องลดความเสียหายให้กับที่นาข้าวของชาวบ้านแล้ว ยังส่งผลดีกับพระสงฆ์เองด้วย ทั้งพระเก่าและพระใหม่ จะได้มีเวลาศึกษาคำสอนของพระธรรมได้อย่างเต็มที่ มีเวลาเจริญภาวนา และศึกษาพระไตรปิฎกได้อย่างเข้าถึงแก่นแท้มากขึ้น พระเก่าก็สามารถใช้ช่วงเวลานี้ ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้กับพระใหม่ได้แบบไม่มีเรื่องอื่นมาเป็นอุปสรรค ฝ่ายญาติโยมเมื่อต้องเดินทางมาใส่บาตร ก็เป็นการพบปะพูดคุยและสานสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เรียกได้ว่า การหยุดให้พระสงฆ์เข้าพรรษาเพียง 3 เดือน แต่กลับสร้างข้อดีต่างๆ ได้มากมาย และเกิดประโยชน์กับทุกฝ่ายอย่างแท้จริง สำหรับกิจกรรมที่พุทธศาสนิกชนควรทำในวันเข้าพรรษานั้น จะไม่ต่างกับวันอื่น ๆ มากนัก ที่จะต้องทำบุญตักบาตร แต่วันเข้าพรรษาจะโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว กับการถวายเทียนพรรษา เพราะในอดีตเมื่อพระสงฆ์ต้องจำวัด ไม่ได้ออกไปไหน จึงจำเป็นต้องมีเทียนเพื่อจุดให้แสงสว่างเวลาทำกิจของสงฆ์ แต่ในปัจจุบัน มีไฟฟ้าเข้ามาแทนที่ จึงเปลี่ยนจากถวายเทียนพรรษา เป็นการถวายหลอดไฟแทน และเพื่อไม่ให้เทียนพรรษาสูญหายไปจากประเพณี จึงได้มีการจัดประกวดการแกะสลักเทียนพรรษา และแห่รถโชว์ไปรอบเมือง ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะชาวต่างจังหวัด ซึ่งการแกะสลักเทียนนั้น จำเป็นต้องใช้ช่างฝีมือจริงๆ เพราะต้องอาศัยความปราณีต และประสบการณ์ จึงจะสามารถแกะสลักได้สวย ดังตัวอย่างภาพด้านบนนี้ค่ะ :) นอกจากนี้ยังมีการถวายผ้าอาบน้ำฝน และจตุปัจจัย แก่พระภิกษุสามเณร อีกด้วยค่ะ รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.Mthai.com

ละครเพลิงนรี , เรื่องย่อเพลิงนรี
ละคร เพลิงนรี /  ละคร เพลิงนรี ช่อง3 / 

เพลิงนรี บทประพันธ์โดย : อินตราบทโทรทัศน์โดย : ญาลิลกำกับการแสดงโดย : น้องนุช ชวาลาผลิตโดย : บริษัท กัทส์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัดออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อ ละครเพลิงนรี เมื่อโชคชะตาพาให้ เจ้าหญิงพริริสา แห่งประเทศไทรจีส นำพาความแค้นกลับมาที่ประเทศไทย เพื่อหวังทำลายคนที่เคยใจร้ายกับเธอ และแม่ในอดีต แต่กลับกลายทำให้เธอมาพบกับความรักที่ไม่คาดฝันจาก ธีภพ สารวัตรหนุ่มหัวใจเด็ดเดี่ยว ผู้พยายามเปิดโปงว่าเธอเป็นใคร แต่การจับผิดกลายเป็นความรักที่จับเข้ามาในหัวใจ ทิฐิมานะที่พริริสามีหรือจะสู้รักแท้ของธีภพ เธอจึงต้องพ่ายแพ้ให้แก่หัวใจของเขา พันตำรวจตรีธีภพ (เจษฎาภรณ์ ผลดี) สังกัดหน่วย อรินทราช 26 (S.W.T.A) เป็นหน่วยตำรวจที่มีความเชี่ยวชาญการใช้อาวุธ และยุทธวิธีพิเศษ มีขีดความสามารถในการปฏิบัติการพิเศษต่อภัยคุกคามที่เป็นอาชญากรรม และการก่อการร้าย ลูกชาย พลตำรวจโทธเนศ (ทูน หิรัญทรัพย์) ผู้บัญชาการตำรวจหน่วยพิเศษผู้เคยเช้าร่วมในปฏิบัติการรักษาสันติภาพ ที่ประเทศไทรจีสช่วงที่มีการก่อการกบฏ เมื่อ 17 ปีก่อน จนธเนศเกษียรออกมาดูแลธุรกิจอย่างเต็มตัว และเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นของบริษัทบูรพเกียรติ บริษัทส่งออกเครื่องประดับเพชรชื่อดัง ธีภพเจริญรอยตามพ่อในเรื่องการเป็นตำรวจ ท่ามกลางความไม่สบายใจนักของ วิวรรณ (รัชนี ศิระเลิศ) ผู้เป็นแม่ ที่ไม่อยากให้ลูกทำงานเสี่ยงอันตราย จนเมื่อธเนศทำงานหนักเริ่มมีอาการโรคหัวใจ ทำให้วิวรรณกังวลใจมากยิ่งขึ้น จึงขอร้องให้ธีภพลาออกจากราชการตำรวจมาทำงานแทนธเนศเพราะเป็นลูกชายคนเดียว ละครเพลิงนรี ธีภพรักพ่อมาก จึงจำใจลาออกจากราชการตำรวจเพื่อมาทำงานแทนพ่อ ธเนศจึงตัดสินใจส่งธีภพไปทำงานที่ท้าทายเพื่อดูว่าลูกชายจะสานต่องานนี้ได้ดีแค่ไหน โดยให้ธีภพศึกษาวิกฤตบริษัทบูรพเกียรติที่กำลังขาดทุน ด้วยความสัมพันธ์ที่สนิทสนมกันมาตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อกับครอบครัวบูรพเกียรติ ทำให้ธเนศจำต้องยื่นมือให้ความช่วยเหลือ และให้ธีภพเดินทางไปไทรจีส ประเทศบนเกาะเล็ก ๆ ที่กำลังมีนโยบายเปิดประเทศให้นักธุรกิจต่างชาติเข้ามาดูงานตลาดการค้าของที่นี่ ธีภพต้องไปศึกษาหาสู่ทางสำหรับช่องทางขยายธุรกิจที่นั่นเพื่อแก้วิกฤตของบูรพเกียรติ ซึ่งไทรจีสเพิ่งยอมเปิดประเทศให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ ธีภพเดินทางไปครั้งนี้โดยไม่รู้เลยว่านี่คือบุพเพสำคัญในชีวิต ที่จะทำให้เขาได้ค้นพบหัวใจตัวเอง ที่ไทรจีส เจ้าหญิงพริริสา (ดาวิกา โฮร์เน่) หญิงสาวสายเลือดไทยแท้ ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระราชกุมารี เมื่ออายุครบ 22 ปี โดย กษัตริย์ราอิล แม้ชีวิตเธอจะเหมือนความฝันแต่วัยเด็กกลับมีชีวิตผกผัน และน่าสงสารที่ทำให้เธอและ พีรดา (เพ็ญพักตร์ ศิริกุล) ผู้เป็นแม่ระหกระเหินมาอาศัยอยู่ที่ไทรจีส จนกระทั่งพีรดาได้พบรักใหม่ และอภิเษกสมรสกับกษัตริย์ราอิล เมื่อ 17 ปีก่อน เป็นช่วงเวลาที่กษัตริย์ราอิลเพิ่งสูยเสียพระชายาไปไม่นาน และมีลูกชายเพียงคนเดียวคือ เจ้าชายคามิน (เกริกพล มัสยวาณิช) ที่จะเป็นองค์รัชทายาทแห่งไทรจีสคนต่อไป พริริสาหวนระลึกถึงวัยเด็กอีกครั้ง แผลเป็นที่ข้อมือเธอเป็นอีกสิ่งที่ย้ำเตือนไม่ให้ลืมเลือนว่าเธอ และแม่เคยถูก กานดา (ซินดี้ สิรินยา บิชอฟ) และคุณหญิงจินตนา (ดวงตา ตุงคะมณี) ผู้เป็นย่า ข่มขู่ ทำร้ายจะเอาชีวิต ถ้าไม่ไปให้พ้นจากชีวิตของผู้ชายที่ชื่อ คณิน (สันติสุข พรหมศิริ) บูรพเกียรติ พ่อแท้ ๆ ของเธอเอง พีรดาจึงต้องหอบหิ้วพริริสามาที่ไทรจีสเพื่อให้ไกลจากครอบครัวอดีตสามี และเริ่มต้นชีวิตใหม่ ละครเพลิงนรี พริริสาได้เห็นภาพข่าวคณิน และกรนันท์ (รวีวรรณ บุญประชม) ลูกสาวอีกคนที่เกิดจากกานดาออกงานสังคมเสวยสุขกันอย่างไม่ทุกข์ร้อน ก็ยิ่งโกรธที่แม่เคยโดนทำร้ายจนมีผลต่อการเจ็บป่วยกระเสาะกระแสะ ในปัจจุบัน แต่คนใจร้ายกลับมีความสุขโดยไม่เคยได้รับผลกรรมใด ๆ พีรดาพยายามย้ำนักหนาไม่ให้พริริสาคิดแค้นคนที่ได้ชื่อว่าพ่อ ทำให้พริริสาอัดอั้นขี่ม้าเตลิดออกไปเพื่อระบายความคันแค้นในใจ ม้าของพริริสามีอาการตื่นวิ่งออกนอกเขต ในขณะที่ธีภพมาเยี่ยมชมอุทยานสำคัญของโทรจัสตามคำเชิญของคู่ค้า ธีภพเห็นพริริสาอยู่บนม้าที่เตลิดจึงเข้าไปช่วยเอาไว้ แต่กลับถูกพริริสาหาว่ายุ่งไม่เข้าเรื่อง พร้อมขบวนรถจี๊บที่ตามมาโค้งคำนับ และรับตัวพริริสากลับไป ทำให้ธีภพสงสัยว่าหญิงสาวสวยแสนเอาแต่ใจพูดภาษาไทยอย่างชัดถ้อยชัดคำคนนี้เป็นใครกันแน่ พริริสากลับวังอย่างขุ่นเคืองใจไม่สามารถทำตามคำขอของแม่ได้ ตัดสินใจไปเมืองไทยเพราะอยากเห็นคนใจร้ายได้รับผลกรรมบ้าง จึงหนีออกจากวังไทรจีสไปพร้อมกับ มิรา (มณีรัตน์ ศรีจรูญ) พระสหายที่เรียนหนังสือ และเติบโตมาด้วยกัน ธีภพกลับมาเมืองไทย รายงานเรื่องการดูงานให้ธเนศฟัง ธเนศเห็นธีภพมีแววที่จะทำธุรกิจได้ดี โดยธเนศคอยเป็นที่ปรึกษาอยู่ห่าง ๆ วิวรรณพอใจที่ธีภพไปช่วยงานบูรพเกียรติอย่างเต็มที่ ถือว่าเป็นการช่วยเหลือว่าที่พ่อตาแม่ยายไปในตัว เพราะวิวรรณทาบทามกรนันท์ไว้ให้เป็นคู่หมายกับลูกชาย ธีภพจำใจต้องไปทำงานตำแหน่งกรรมการผู้จัดการที่บริษัทบูรพเกียรติ และได้เจอผู้ช่วยเลขาคนใหม่ของคณินที่เขารู้สึกคุ้นหน้าเสียเหลือเกิน ศจี (วิมลพันธ์ ชาลีจังหาญ) เลขาคณิแนะนำ ให้ธีภพได้รู้จักกับพริริสาผู้ช่วยเลขาคนใหม่ พิริรสาจำธีภพได้ ธีภพแปลกใจว่าเคยเจอพริริสาที่ไทรจีส แต่พริริสาแกล้งทำไม่รู้เรื่อง บอกว่าเธอไม่เคยไปที่นั่นพยายามทำตัวเป็นพนักงานธรรมดาคนหนึ่งในบริษัท โดยสนิทสนมกับ ชนิดา (อนุสรา วันทองทักษ์) สาวประชาสัมพันธ์สุดเปรี้ยว บุษกร (วรินดา เขียวสลับ) พนักงานบัญชีสุดเชย และไพโรจน์ (โรซี่) (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ) พนักงานการเงิน ละครเพลิงนรี เพราะทั้งสามดูจริงใจ และไม่ช่างซักช่างถามอยากรู้ความเป็นมาของเธอนัก แถมเม้าท์ทุกเรื่องในบริษัทที่รู้มาให้เธอฟัง แต่นิสัยธีภพยิ่งสงสัยเขายิ่งต้องรู้ให้ได้ จึงพยายามจับตาดูพริริสาเป็นพิเศษ ขณะเดียวกันสายใยที่มองไม่เห็นทำให้คณินรู้สึกเอ็นดูพริริสาอย่างบอกไม่ถูก อาจเพราะเธอมีเขาหน้าคล้ายพีรดาคนรักเก่าของเขาก็เป็นได้ เช่นเดียวกับ ดร.กฤษ (สมภพ เบญจาธิกุล) ปู่ของเธอที่ถูกชะตาพริริสาที่ดูเก่งกล้าม และเฉียวฉลาด สู้คน ทำให้นึกย้อนไปในอดีตหากตอนนั้นลูกสะใภ้อย่างพีรดาจะลุกขึ้นสู้เหมือนพริริสาคนนี้ คงไม่เกิดเรื่องน่าเศร้าที่หวนไปแก้ไขไม่ได้ นั่นยิ่งทำให้คุณหญิงจินตนา และกานดาไม่ถูกชะตากับพริริสาตั้งแต่แรกเห็น ธีภพบังเอิญเห็นพรีริสาเดินเข้าออกสถานพูดไทรจีส ทำให้เขายิ่งต้องรู้ให้ได้ว่าพริริสาเป็นใครแล้ว ทำให้ต้องโกหกเขาว่าไม่เคยรู้จักประเทศไทรจีส แต่พริริสาก็ยังปากแข็งหาทางเอาตัวรอดไป กรนันท์เห็นธีภพวนเวียนใกล้พริริสาไม่ห่างก็ยิ่งเกิดความหึงหวงมีเรื่องลงไม้ลงมือกับพริริสา แต่คนอย่างพริริสาก็ไม่ยอมใครกรนันท์จึงให้คณินไล่พริริสาออกเพื่อตัดไฟแต่ต้นลม คณินเสียดายความสามารถของพริริสา แต่เจอกรนันท์อาละวาดใส่ หนัก ๆ เข้าก็ต้องตามใจลูกสาว ทำให้พริริสาเจ็บใจที่คณินคิดว่าเขามีเพียงกรนันท์เป็นลูกสาวเพียงคนเดียวถึงได้ทำผิดให้กลายเป็นถูก เขาคงลืมเธอ และแม่ไปหมดสิ้นแล้ว เมื่อธีภพรู้เข้า เขาจึงเสนอให้พริริสามาเป็นเลขาอีกคนเพราะเขาต้องการผู้ช่วยที่มีคุณสมบัติที่ดี พริริสากลัวสายตาธีภพที่เหมือนคอยจับผิดกลัวว่าเขาจะจำเธอได้ และรู้ว่าเธอคือเจ้าหญิงพริริสาแห่งไทรจีส แต่ก็จำใจยอมทำงานนี้เพราะการทำงานกับธีภพทำให้เธอยังรู้ความเคลื่อนไหวของบูรพาเกียรติอยู่ เพื่อหาช่องทางให้ทุกคนในครอบครัวนั้นต้องเจ็บปวดอย่างสาสม แม้พริริสาจะถูกธีภพแกล้งใช้งานสารพัดเพื่อทดสอบ แต่ด้วยคุณสมบัติทางการศึกษา และความสามารถทำให้พรริสามองออกว่าหนทางการแก้ปัญหาของูรพเกียรติมีอะไรบ้าง ทุกสิ่งที่เธอเสนอธีภพก็มองเห็นแบบนั้นเช่นกัน ละครเพลิงนรี เจ้าชายคามิน รู้ว่าพริริสาหนีมาเมืองไทย ก็เดาได้ทันทีว่าพริริสามีแผนการอะไร เพราะคามินผูกพันกับพรริสามาก คินจึงรู้ความคิดจิตใจของพริริสาอย่างดีว่ากำลังคิดจะทำอะไร ด้วยความเป็นห่วงจึงส่ง ไคชัจ (ทวีฤทธิ์ จุลละทรัพย์) มาคอยดูแล ทั้งที่อยากจะไปเองใจแทบขาด แต่ไทรจีสก็กำลังมีปัญหา เพราะเริ่มมีข่าวการกลับมาของพวกกบฏ เมื่อ 17 ปีก่อน คามินต้องอยู่สืบหา ราห์มาน (บิลลี่ โอแกน) อดีตพระอนุชาที่เป็นผู้นำก่อกบฏในอดีตแต่ไม่สำเร็จและกำลังคิดจะก่อการอีกครั้ง ธีภพดึงพริริสาอยู่ใกล้ จะได้จับผิดให้ได้ว่าพริริสาเป็นใครได้ง่ายขึ้น ยิ่งพริริสาเก่งกล้า เอาแต่ใจรสนิยมดีเกินเลขาปกติทั่วไป ยิ่งทำให้เขาสงสัย แต่ก็ไม่สามารถจับผิดได้สักที แม้แต่ ผู้กองอธิรุธ (ธนกฤต พานิชวิทย์) เพื่อนสนิทก็ยังตามสืบอะไรไม่ได้ เพราะมิรา และไคชัจคอยตามไปป่วน และกลเกลื่อนหลักฐานทั้งหลาย ไม่ว่าอธิรุธจะไปสืบที่ไหนที่พอจะได้เบาะแสเกี่ยวกับพริริสา ที่นั่นจะต้องมีเหตุประหลาดเกิดขึ้นเสมอ ไม่ว่าจะไฟไหม้ คนหาย รวมไปถึงอุบัติเหตุต่าง ๆ จนอธิรุธจับได้ว่ามิราคือตัวการพยายามขัดขวาง แต่มิราไม่ยอมรับ ยืนกระต่างขาเดียวไม่รู้เรื่อง ธีภพเข้าทำงานได้ระยะหนึ่งก็เห็นปัญหาของบูรพเกียรติที่ย่ำแย่ลงเรื่อง ๆ หนทางเดียวที่จะช่วยพยุงบริษัทได้คือต้องหา แหล่งนำเข้าเพชรดิบใหม่ และหุ้นส่วนใหม่มาช่วยเหลือซึ่งต้องเป็นนายทุนต่างชาติที่พร้อมมาลงทุนอุตสาหกรรมเพชร และเครื่องประดับในประเทศไทย ธีภพเสนอเรื่องนี้กับคณินเพราะตอนที่ไปดูงานที่ไทรจีสเขาพบว่าประเทศไทรจีสมีเหมืองเพชรขนาดใหญ่ แต่ไม่เคยมีนโยบายขายเพชรดิบให้ต่างชาติ แต่ตอนนี้กำลังมีนโยบายเปิดประเทศให้นักธุรกิจต่างชาติเข้าไปดำเนินธุรกิจในไทรจีสหลายคนที่สนใจที่จะร่วมลงทุนในประเทศไทย แต่คณินไม่ต้องการให้บริษัทของครอบครัวกลายเป็นของต่างชาติจึงยังลังเลใจอยู่ ความคิดเห็นในบริษัทเองก็แตกเป็นสองทางที่เห็นด้วยกับคณิน และคนที่เห็นด้วยกับธีภพเพราะนี่คือทางเดียวที่จะทำให้บริษัทอยู่ต่อไปได้ ดร.กฤษเห็นคณินลังเลใจจึงเอาจดหมายเร่งรัดหนี้สินจากธนาคารไปให้คณินดู เพราะตอนนี้คณินแทบไม่เหลืออะไรอีกแล้ว เขาจำนองที่ดินและบ้านหลังใหญ่เพื่อเอาเงินไปผ่อนผันหนี้จนหมดแล้วไหนจะเงินที่กู้ยืมจากธนาคารในต่างประเทศ ในที่สุดคณินก็ต้องจำนนยอม ธีภพจึงพาพริริสาไปไทรจีสด้วยกันเพื่อพูดคุยกับนายทุนใหม่ กรนันทร์รู้เข้าไม่พอใจ อยากตามไปด้วยจะไม่ยอมให้พริริสาได้มีโอกาสอยู่กับธีภพสองต่อสองเด็ดขาด แต่กานดาห้ามไว้ เพราะมีแผนการที่ดีกว่า แค่รอให้ธีภพกลับมา ธีภพจะหันไปสนใจผู้หญิงอื่นไม่ได้อีก ละครเพลิงนรี คามินรู้ว่าพริริสากลับมาไทรจีสจึงไปรับ แต่พริริสาว่าเธอมาทำงานยังกลับวังไม่ได้ ธีภพเห็นพริริสาแอบไปหาผู้ชายอื่นก็เข้าใจผิดว่าคามินเป็นคนรักของพริริสา ความหึงหวงเกิดขึ้นในใจทำให้ธีภพอดไม่ได้ต้องประชดประชันพริริสา คามินรู้ว่าธีภพเผ้าตามดูตนอยู่กับพริริสา และรู้สึกได้ว่าธีภพคิดกับพริริสาเกินเจ้านายกับลูกน้องจึงยิ่งแกล้งแสดงความสนิทสนมกอดหอมพริริสาให้เห็น ธีภพยิ่งโกรธแสดงออกชัดว่าเขากำลังหึงหวงพริริสาอยู่ รพิริสาเห็นธีภพเข้าใจผิดก็รีบบอกว่ามาหาคามินเพราะเขาคือคนที่สนใจจะมาเป็นหุ้นส่วนกับบูรพาเกียรติ ทำให้ธีภพรู้ว่าคามินคือเจ้าชายรัชทายาทแห่งไทรจีส แต่จู่ ๆ กลับมีคนร้ายข้ามาลอบเล่นงานคามิน และพริริสาอย่างจงใจ ธีภพจึงช่วยเหลือทั้งคู่เอาไว้ จนรู้ว่าเป็นคนของฝ่ายกบฏ แต่ธีภพก็ยังสงสัยว่าคนร้ายทำไมต้องคิดเล่นงานพริริสาด้วย กษัตริย์ราอิลรู้เรื่องนี้ก็เป็นกังวลมากทั้งห่วงความปลอดภัยของคามิน และพริริสา รวมทั้งเรื่องความสงบของประเทศ กลัวประชาชนจะตื่นตระหนก คามินจึงเสนอเรื่องการลงทุนร่วมหุ้นกับบริษัทบูรพเกียรติ เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่าไทรจีสกำลังขยายเศรษฐกิจการค้า และยังมีประเทศไทยที่เป็นมิตรที่ดีต่อกันมาโดยตลอด เพื่อให้ฝ่ายกบฏไม่กล้าทำอะไรผลีผลาม กษัตริย์ราอิลเห็นด้วย คามินจึงบอกข่าวดีกับธีภพ แต่ก่อนจะตัดสินใจร่วมหุ้น ทางไทรจีสจะต้องไปดูกิจการของบูรพเกียรติก่อน ธีภพว่ายินดี และจะกลับไปเตรียมทุกอย่างเพื่อต้อนรับคามิน แต่ที่สนามบินไทรจีสมีปัญหาเรื่องการประท้วง ทำให้ธีภพต้องอยู่ไทรจีสต่ออีกสองวัน พริริสาจึงอาสาพาธีภพเที่ยว เพราะนี่เป็นโอกาสที่เธอจะได้ออกมาเที่ยวอย่างสามัญชนโดยไม่มีคนตาม การได้อยู่กับธีภพทำให้พริริสาเริ่มหวั่นไหว ธีภพเองก็เช่นกัน แต่ยิ่งธีภพรู้สึกดีกับพริริสาแค่ไหน เขายิ่งต้องรู้ให้ได้ว่าตัวตนที่แท้จริงของเธอคือใคร แต่เมื่อกลับมาเมืองไทยธีภพกลับถูกกรนันท์ และครอบครัวรวบรัดเรื่องงานหมั้น โดยที่ไม่ได้ตั้งตัวความสุขที่ไทรจีสมลายหายไปสิ้นจากใจพริริสา เพราะธีภพหมั้นกับกรนันท์ไปแล้ว คามินตามมาเมืองไทยรู้เข้าก็ดีใจที่ธีภพหมั้นกับคนอื่นไป พริริสาเสียใจที่ธีภพหมั้นกับกรนันท์จึงพยายามทำตัวออกห่าง แต่ธีภพกลับไม่ยอมให้พริริสาห่างตัว พริริสาพยายามผลักไส แต่ธีภพก็ยิ่งดึงพริริสามาใกล้อย่างอยากบอกให้รู้ว่าเขาไม่ได้เต็มใจหมั้น และคนที่เขาอยากอยู่ใกล้ไม่ใช่กรนันท์แต่เป็นพริริสา โดยอ้างเรื่องการต้อนรับเจ้าชายคามินที่จะมาดูกิจการของบูรพเกียรติ ไม่ยอมให้พริริสาไปไหน ด้านกรนันท์รู้ว่าจะมีเจ้าชายมาก็ตื่นเต้นไปด้วย คามินรู้จักผู้หญิงแบบกรนันทดีจึงแกล้งให้ความหวังไปในตัว ทำให้กรนันท์ยิ่งหลงคิดไปว่าจะได้เป็นเจ้าหญิงขึ้นมารำไร แต่เมื่อเห็นคามินแสดงความเอ็นดูพริริสายามลับตาผู้คน ก็คิดไปว่าพริริสาเป็นเสี้ยนหนามที่คิดจะแย่งทั้งธีภพ และคามิน กรนันท์จึงจ้างคนมาฉุดพริริสาเพื่อให้พ้นทาง ธีภพตามไปช่วยแต่กลับเจอพวกกบฏที่แอบตามมาสวมรอยจะจัดการพริริสา ธีภพยิ่งสงสัยว่าจากโจรกระจอกทำไมกลายเป็นกลุ่มคนร้ายที่น่ากลัว และพวกมันก็คือกบฏจากไทรจีส ละครเพลิงนรี ธีภพพาพริริสาหนีมาหลบที่บ้านพักตากอากาศของตน และยึดมือถือ ห้ามพริริสาติดต่อใคร หวังจะคาดคั้นให้รู้ความจริง แต่พริริสาไม่ยอมปริปากพูด ธีภพทำทีใจร้ายกลั่นแกล้งพริริสาสารพัดหวังให้เธอกลัว และพูดความจริงออกมา แต่คนใจแข็ง และมุ่งมั่นกับแผนการไม่ยอมปริปากง่าย ๆ พริริสายอมทนให้ธีภพแกล้งเธอจนป่วยเพราะพิษไข้ ธีภพจึงต้องมาดูแลพริริสาอย่างรู้สึกผิด ยามพริริสาไร้พิษสงเธอดูน่ารัก ยามอ่อนแอเช่นนี้ดูอ่อนหวาน จนเขาไม่อยากแกล้งเธออีก ความอ่อนโยนของธีภพทำให้พริริสาหวั่นไหวยิ่งขึ้น ทั้งคู่ต่างแอบคิดหากหยุดเวลาที่บ้านพักหลังนี้ไว้ได้ก็คงดี มิราเห็นพริริสาหายไป พยายามสืบจากอธิรุธก็ไม่ได้อะไร จึงร้อนรนเป็นกังวลใจมากรีบไปรายงานคามิน ขณะเดียวกันทางไทรจีสรู้เรื่องพวกกบฏราห์มานเข้ามาไทยเพื่อมุ่งร้ายคามิน และพริริสาจึงตัดสินใจติดต่อกับรัฐบาลไทยเพื่อขอกำลังคุ้มกัน โดยมีผู้การเอกสิทธิ์เป็นคนดูแลเรื่องนี้ ด้านธีภพแอบติดต่อกับอธิรุธ และผู้การเพื่อรายงานเรื่องกบฏไทรจีสที่เข้ามาในไทย ซึ่งเรื่องนี้ทางหน่วยได้ข่าวมาบ้างแล้ว และกำลังจัดกำลังคนคุ้มครองเจ้าชายคามิน และเจ้าหญิงตามที่ทางไทรจีสร้องขอ อธิรุธพยายามจะบอกธีภพว่าเจ้าหญิงคือใครแต่ก็ไม่มีโอกาส ด้านคามินรู้ว่าพริริสาอยู่กับธีภพจึงตามมาเจอจนได้ คามินโกรธจัดที่ธีภพบังอาจกักขังตัวเจ้าหญิงแห่งโทรจีสเอาไว้ ทำให้ธีภพประหลาดใจมาก คามินให้ไคชัจจับตัวธีภพเพื่อจัดการให้สาสมกับที่ทำให้เจ้าหญิงแห่งไทรจีสต้องเสียเกียรติ พริริสาตกใจมากเอาตัวปกป้องธีภพเอาไว้ หากธีภพตายเธอก็จะตายด้วย ทำให้คามินรู้ทันทีว่า พริริสาเผลอมอบหัวใจให้ธีภพไปแล้ว ธีภพรู้ความจริงเรื่องพริริสาเป็นใคร และมาทำอะไรที่บูรพเกียรติ เขาขอร้องให้เธอหยุดความคิดแก้แค้นพ่อของตัวเองเพราะความแค้นไม่เคยให้ความสุขกับใคร เมื่อถึงวันหนึ่งพริริรสาเองที่จะเป็นคนเจ็บปวดที่สุด แต่พริริสาไม่ยอมหยุด ธีภพจึงตัดสินใจอาสากลับมารับหน้าที่กับผู้การเอกสิทธิ์มาอารักขาพริริสา เพราะคงไม่มีใครทำหน้าที่นี้ได้ดีเท่าเขาอีกแล้ว แม้ทั้งคู่จะอยู่ใกล้กัน แต่ความเหินห่างจากความไม่เข้าใจได้เกิดขึ้นเสียแล้ว ยิ่งพริริสาคือเจ้าหญิง คามินยิ่งคอยกรอกหูธีภพว่าเขาไม่คู่ควรกับพริริสาสักนิด และต้องการจบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุดเพื่อนพาพริริสากลับไทรจีส เรื่องราวความรักความแค้นของพริริสา และธีภพจะลงเอยอย่างไร ก็ต้องติดตามชมใน ละครเพลิงนรี ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 รายชื่อนักแสดง ละคร เพลิงนรี เจษฎาภรณ์ ผลดี รับบท ธีภพ ดาวิกา โฮร์เน่ รับบท ริสา/เจ้าหญิงพริริสา เกริกพล มัสยวาณิช รับบท คามิน ซินดี้ เบอร์บริดจ์ รับบท กานดา รวิวรรณ บุญประชม รับบท กรนันท์ ธนกฤต พานิชวิทย์ รับบท ผู้กองอธิรุธ มณีรัตน์ ศรีจรูญ รับบท มิรา สันติสุข พรหมศิริ รับบท คณิน ดวงตา ตุงคะมณี รับบท คุณหญิงจินตนา สมภพ เบญจาทิกุล รับบท ดร.กฤษ เพ็ญพักตร์ ศิริกุล รับบท พีรดา

ละครประทีปรักแห่งใจ (ละครเย็น) , เรื่องย่อประทีปรักแห่งใจ (ละครเย็น)
ละครประทีปรักแห่งใจ /  เรื่องย่อละครประทีปรักแห่งใจ / 

ประทีปรักแห่งใจ บทประพันธ์โดย : นภาสรรบทโทรทัศน์โดย : ปารดากำกับการแสดงโดย : ทวีวัฒน์ วันทา ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 19.05-19.50 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อละครประทีปรักแห่งใจ ประทีปรักแห่งใจ เป็นเรื่องราวของ เมลดา คุณหนูไฮโซผู้เกิดมาพร้อมกับความสมบูรณ์ในชีวิต และไม่เคยคาดคิดว่าชีวิตนี้จะต้องตกระกำลำบาก เพราะมัลลิกา ผู้เป็นแม่ปลูกฝังว่าไม่จำเป็นต้องคิดอะไรมากมาย แค่ใช้ชีวิตหรูหราสุขสบาย และแต่งงานกับผู้ชายรวย ๆ สักคนก็พอ ครั้นคุณหนูเมลดาผู้มีชีวิตแสนสุขสบายต้องกลายเป็น หงส์ปีกหักในชั่วข้ามคืน สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง และต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ตั้งแต่ศูนย์ ซ้ำแม่ที่คิดว่าจะเป็นหลักยึดเหนี่ยว ให้แก่ชีวิตก็หวังพึ่งอะไรไม่ได้ แล้วยังกลายเป็นภาระให้อีก เมื่อเจอปัญหารุมเร้าทุกด้าน คุณหนูเมลดาผู้ใช้ชีวิต ในโลกสีชมพูจะเอาตัวรอดได้อย่างไร นี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่อง ที่นำไปสู่การปรับเปลี่ยนชีวิตของเมลดา ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถ คือ แม่ที่ทรงหยิบยื่นดวงประทีปชีวิตให้แก่เธอ เมลดา ศรานุสรณ์ หรือ มินนี่ คือหญิงสาวที่เกิดมาพร้อมกับความสมบูรณ์ในชีวิต ไม่ว่ารูปร่างหน้า ฐานะ ชื่อเสียงในวงสังคม พร้อมกับการปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กว่าผู้หญิงที่เกิดมามีความเพียบพร้อม ไม่จำเป็นต้องขวนขวาย ทำสิ่งใดให้เหนื่อยยากลำบาก แค่รอเวลาให้เหมาะสมแต่งงานกับผู้ชายที่ดีพร้อมก็พอแล้ว ดังนั้นเมื่อจบการศึกษา ในปีนี้แล้วเธอจึงไม่มีเป้าหมายในชีวิตอะไรนอกจากรอเวลาแต่งงานกับ เป็นหนึ่ง เอกนุกูลกิจ ชายหนุ่มที่เมลดา คบหามานานเป็นปี ในขณะที่มีความยินดีกับงานแต่งงานที่จะเกิดขึ้นในเดือนหน้า แต่เธอกลับมีความสับสนและไม่แน่ใจอยู่ด้วยว่า อยากแต่งงานกับเป็นหนึ่งจริงหรือเปล่า หรือว่าจำเป็นต้องแต่ง เมื่อนำเรื่องนี้ไปปรึกษา กับมัลลิกาผู้เป็นมารดา ก็ได้รับคำตอบว่าอยู่กันไปก็เรียนรู้นิสัยกันปรับตัวเข้าหากันได้เอง ระหว่างที่เมลดาและเพื่อน ๆ นั่งปรึกษาหารือกันเรื่องชุดแต่งงาน ต้องใจ เพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยผ่านมา แล้วพูดจากระแทกแดกดัน เมลดาลุกขึ้นตอบโต้จนเพื่อน ๆ ต้องห้ามปรามไม่ให้ไปสนใจกับพวกบ้านนอก ที่ไม่มีเงินพอจะทำอย่างคนรวยเขาทำกันได้ จึงคิดอิจฉาเท่านั้นเอง แล้วเมื่อเพื่อนทั้งสองคนแยกย้ายกันไป คนที่เข้ามา แทนที่คือ แพรวดาว แฟนเก่าของเป็นหนึ่ง ที่แม้จะเลิกรากันไปก่อนที่เป็นหนึ่งจะมาคบหากับเมลดา แต่แพรวดาว ก็ยังพูดจาว่าเมลดานั้นเป็นมือที่สามแย่งคนรักของเธอ อย่างวันนี้ก็เข้ามาพูดจาบอกว่าการที่เป็นเป็นหนึ่งจะแต่งงาน ก็เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจเท่านั้น หาใช่ความรักไม่เป็นหนึ่งมารับเมลดาไปลองแหวนหมั้นที่ร้านเพชร แต่กลับกลายเป็นว่าแหวนที่เมลดาลองสวมนั้นหลวม เพราะทำผิดไซส์ เพชรประดับ เจ้าของร้านเพชรเผลอหลุดปากบอกว่าแหวนที่ทำมานั้น อาจจะเป็นไซส์นิ้ว ของแพรวดาว ทำให้เมลดาโกรธมาก และสั่งให้เขาทำแหวนให้เธอใหม่ และงอนออกจากร้านกลับบ้านทันที โดยที่เป็นหนึ่งก็ไม่ได้ตามมาง้องอน เมลดาเริ่มรู้สึกว่าเป็นหนึ่งอาจจะไม่ได้รักเธอจริงอย่างที่แพรวดาวบอก และตัวเธอเอง ก็ไม่ได้เจ็บปวดหรือเสียใจอะไรมากมายนอกจากรู้สึกเสียหน้าเท่านั้น ซึ่งตัวเธอเองก็อาจจะไม่ได้รักเป็นหนึ่งมากอย่างที่คิดก็ได้ ละครประทีปรักแห่งใจ เมื่อกลับมาปรึกษากับมารดาถึงความไม่แน่ใจในความรัก และอยากจะเลื่อนการแต่งงาน กลับถูกมารดาห้ามปรามไม่ให้เธอคิดมาก และยืนยันว่าไม่มีทางที่เป็นหนึ่งจะไม่รักหญิงสาวที่มีความเพียบพร้อมอย่างเธอ แม้แต่บิดาของเธอก็ไม่ยินยอมให้เธอได้มีโอกาสตัดสินใจสิ่งใด ในขณะที่เป็นหนึ่งก็ตามง้องอน และเปลี่ยนร้านทำแหวนพิสูจน์ ความจริงใจโดยการพาเธอไปเลือกซื้อเพชรใหม่ ทำแหวนวงใหม่จนเมลดาใจอ่อนลืมความขุ่นข้องหมองใจทั้งหมด เพราะรู้ว่าถึงแม้เธอจะเลื่อนการแต่งงานออกไป เธอเองก็ไม่มีแผนชีวิตสำรองด้านอื่นๆ เลยพิธีหมั้นช่วงเช้าผ่านไปด้วยดี เมลดาเตรียมตัวสำหรับงานเลี้ยงในช่วงค่ำ ภาพเจ้าสาวที่เห็นในกระจกนั้นเหมือน ตุ๊กตากระเบื้องเนื้อดีมากกว่าจะเป็นคนจริง เครื่องหน้าที่งดงามอยู่แล้วยิ่งถูกแต่งเติมลงไปอีกก็ยิ่งสวยงามไม่มีที่ติ ระหว่างที่คู่บ่าวสาวกำลังถ่ายรูป และรับแขกที่มาในงานอยู่นั้น แพรวดาวก็เข้ามาในงานด้วยชุดราตรีขาวฟูฟ่อง ประหนึ่งชุดเจ้าสาว ปฏิกิริยาของเป็นหนึ่งเมื่อเห็นแพรวดาวนั้นทำให้เมลดารู้สึกหน้าชา แม้จะเตรียมใจมาแล้วว่าจะต้องเจอสถานการณ์นี้ แต่ไม่สามารถบังคับตัวเองได้ ยิ่งมีเสียงซุบซิบจากแขกเหรื่อว่าแพรวดาวเป็นคนรักเก่าของ เจ้าบ่าวด้วย เมลดาพยายามจะทักทายด้วยดี แต่แพรวดาวกลับทิ้งคำพูดบางอย่างไว้ทำให้เมลดาไม่สบายใจนัก ขณะที่งานเลี้ยงและพิธีการทุกอย่างดำเนินไป ท่ามกลางความไม่แน่ใจของเมลดาที่ไม่อาจจะเปลี่ยนแปลง อะไรได้อีกแล้ว แม้ว่าตัวเองอยากจะยกเลิกตอนนี้ก็คงจะสายไปแล้ว แต่ปรากฏว่า ชัยพงศ์ บิดาของเป็นหนึ่ง เข้ามาประกาศยกเลิกงานแต่งงานเพราะรู้ข่าวมาว่ากิจการของ ประยุทธ บิดาของเธอนั้นกำลังจะล้มละลาย เมลดาเริ่ม รับรู้ความจริงใจของเป็นหนึ่งเมื่อเขาสลัดมือเธอออกอย่างเมินเฉย แล้วยิ่งรับรู้มากยิ่งขึ้นเมื่อบิดายอมรับความเป็นจริง เรื่องที่กำลังจะล้มละลาย แม้เขาจะยืนยันว่าไม่คิดจะให้ครอบครัว ของเป็นหนึ่งต้องเข้ามาช่วยโอบอุ้มกิจการ แต่ขอร้องไม่ให้ยกเลิกงานแต่งงานเท่านั้น แต่ชัยพงศ์กลับไม่สนใจแล้วพาเป็นหนึ่งกลับออกไปทันทีประยุทธอับอาย และเครียดมากจนโรคหัวใจกำเริบ และเสียชีวิตที่โรงพยาบาล สองแม่ลูกที่ไม่เคยมีแผนในการดำเนินชีวิตด้วยตัวเอง และไม่ได้เตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต จึงไม่มีเงินออมในธนาคารเหลือมากนัก เงินสดก้อนสุดท้ายที่ต้องจ่ายให้โรงพยาบาล และจัดงานศพอย่างเรียบง่าย มีคนมาร่วมงานอย่างบางตาจน น่าใจหาย เมื่อล้มละลายก็ทำให้ญาติมิตรสหายที่เคยมีมากมายขาดหายไปในพริบตา แม้แต่เพื่อนสนิทร่วมมหาวิทยาลัย ของเมลดาก็ไม่ได้ปรากฏกายขึ้นในงานศพเลย เมลดานัดพบเพื่อนเพื่อจะหางานทำ แต่เพื่อนไม่ได้คิดจะให้ความช่วยเหลือแถมยังพูดจาดูถูกอีก หล่อนจึงแยกออกมาแล้วเดินเล่นเรื่อยเปื่อยในห้าง จนมาพบกับเป็นหนึ่ง และแพรวดาวในร้านเสื้อ เขาจะจ่ายค่าเสื้อผ้าให้ แต่เมื่อแรกเมลดาไม่คิดจะรับความเอื้อเฟื้อนี้ แต่อยากประชดแพรวดาวจึงยอมรับมาทั้งหมด สร้างความขุ่นเคืองให้กับแพรวดาว โดยที่เมลดาก็ไม่รู้ตัวเลยว่าจะมีผลร้ายติดตามมาอย่างไรบ้างข่าวไฮโซตกยากอย่างเมลดาดังไปถึงบ้านของ ปองคุณ ชายหนุ่มผู้เคยอกหักจากสาวเมืองกรุง และแบกความเจ็บช้ำไว้จนไม่ยอมชายตามองหญิงอื่นอีกเลย แถมยังมีอคติในใจอีกต่างหาก เขารับรู้ข่าวนี้อย่างไม่มีความเห็นอกเห็นใจนักต่างจาก ใจใส มารดาของเขาที่รู้สึกสงสารเมลดา แล้วเมื่อต้องใจเข้ามาหาแล้วแสดงตัวว่ารู้จักกับไฮโซสาว ผู้ตกยากนี้ แล้วแสดงความคิดเห็นในเชิงสมน้ำหน้า ทำให้ใจใสรู้สึกไม่ชอบใจ ทั้งยังรู้ว่าต้องใจมีความรู้สึกพิเศษ กับปองคุณด้วยแล้ว จึงเอ่ยปากตักเตือนลูกชายโดยที่เจ้าตัวก็ไม่ได้ให้ความสนใจนัก เมลดากลับมาถึงโรงแรมที่เช่าพักอาศัยชั่วคราวอยู่กับมารดา เพราะยังไม่รู้ว่าจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ไหน ท่ามกลางความรู้สึกที่ต้องคิดหาทางออกด้วยเงินที่มีเหลืออยู่ไม่มากนัก มัลลิกาผู้เป็นแม่ที่หวังว่าจะเป็นที่พึ่งพิงได้ กลับไม่มีความคิดอะไรเลย นอกจากการคร่ำครวญ และยังใช้ชีวิตเหมือนเดิม สร้างความหนักใจให้กับเธอยิ่งนัก แถมยัง มีคนโทรศัพท์มาข่มขู่ให้หนี้อีกในจำนวนเงินห้าแสนบาท สองแม่ลูกจึงคิดหาทางหนีออกจากโรงแรม เมลดามืดแปดด้าน ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป มัลลิกาจึงคิดว่าจะไปบากหน้าไปหา มาลัย พี่สาวร่วมสายเลือดที่เธอไม่เคยติดต่อมานานกว่ายี่สิบปีแล้วระหว่างที่สองแม่ลูกกำลังคิดจะเดินทางไปหามาลัย ทางด้านมาลัยเองก็ฝันถึงน้องสาว และคิดห่วงใยขึ้นมาบ้าง แต่ต้องใจก็ทักท้วงอย่างไม่เห็นด้วยนัก เพราะหล่อนรู้มาตลอดว่าเมลดานั้นเป็นญาติที่เรียนร่วมมหาวิทยาลัยเดียวกันมาตลอด แต่ไม่เคยแสดงตัวเพราะรังเกียจที่เมลดาเป็นสาวสวยไฮโซที่ทำตัวเหมือนคนไร้สมอง แม้จะได้รับรู้ข่าวว่า บัดนี้เมลดานั้นกำลังตกยากลำบาก ต้องใจก็ไม่มีความรู้สึกสงสารสองแม่ลูกเลยสักนิด นอกจากจะคิดสมน้ำหน้าเท่านั้น ละครประทีปรักแห่งใจ สองแม่ลูกเดินทางมาถึงแถวบ้านมาลัยแล้ว แต่เพราะไม่ได้กลับมานานกว่ายี่สิบปี สภาพบ้านเรือนที่เปลี่ยน แปลงไป ทำให้มัลลิกาไม่มั่นใจ จึงให้เมลดาไปถามหามาลัยกับชาวบ้านแถว ๆ นั้นเอง เมลดาไม่เข้าใจมารดา ตัวเองสักนิดว่าทำไมต้องเป็นตนที่ต้องทำอย่างนั้น แต่ในจังหวะนั้นเองที่หล่อนเห็นชายหนุ่มหน้าเหมือนโจรขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมา แล้วหยุดจะเข้าไปหามัลลิกาที่ยืนทำท่าจะเป็นลมอยู่ข้างทาง เมลดาเข้าใจว่าเขาเป็นโจรจะเข้ามาขโมยข้าวของ ของเธอกับแม่ จึงเข้าไปอาละวาดทุบตีชายคนนั้น จนมาลัยเข้ามาห้ามปรามแล้วจึงรู้ตัวว่าเธอเข้าใจผิด เลยตัดสินใจ แกล้งเป็นลมเพื่อเป็นการแก้หน้าให้ตัวเองเมื่อมาลัยพาสองแม่ลูกเข้ามาในบ้านแล้ว เมลดาก็แทบช็อกเมื่อรับรู้ว่าต้องใจ เพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยที่ชอบพูดกระแนะแหนเธอนั้นกลับกลายมาเป็นญาติกัน เพราะต้องใจ คือลูกสาวของ มาลัย พี่สาวของมารดาเธอนั่นเอง แล้วชายหน้าโจรที่เธอเข้าใจผิดก็คือ ปองคุณ ชายหนุ่มที่ต้องใจหมายปองนั่นเอง เพราะฉะนั้นเมื่อต้องใจรับรู้ว่าสอง แม่ลูกจะมาพักอาศัยอยู่ด้วย หล่อนจึงแสดงความไม่พอใจ และคัดค้านหัวชนฝา มาลัยต้องตัดความรำคาญแล้ว ขอตัดสินใจเอง ด้วยการให้สองแม่ลูกมาอยู่ด้วยกันได้ แต่ต้องทำงานบ้านแลกเปลี่ยน และต้องทำงานเพื่อหาเงินเลี้ยง ชีพเองด้วย แค่วันแรกเมลดาก็แทบจะรับกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นที่หลับที่นอน การต้องทำในสิ่งที่ตนเองไม่เคยต้องหยิบจับทำเลยสักครั้งในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการกวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างจาน แล้วยังถูกบังคับ ให้ทำกับข้าว แถมมารดายังรักสบายหลบเลี่ยงไปปล่อยให้เธอผจญกับสิ่งใหม่ ๆ นี้เพียงคนเดียว ซึ่งระหว่างนี้ เธอยังไปมีเรื่องขัดแย้งกับปองคุณ ที่ต่างคนต่างไม่ชอบหน้ากัน ปองคุณแบกอาการอารมณ์เสียกลับไปถึงบ้าน แต่ในจิตสำนึกก็ยังสงสัยตัวเองว่าทำไมเขาต้องอคติกับเมลดาขนาดนี้ หรือว่าเขาเกิดสนใจเธอขึ้นมา แม้จะไม่มีความเชื่อในเรื่องของรักแรกพบเลยก็ตามเช้าวันแรกในสิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ เมลดาเอาตัวรอดจากอาหารมื้อแรก ด้วยการแอบออกไปซื้อข้าวต้มมาเป็นอาหารเช้าแทนการทำเอง ซึ่งก็ถูกมาลัยจับได้ และคาดโทษเอาไว้ หลังจากนั้นหล่อนก็ต้องมาหัดทำงานจักสาน จึงได้รู้ว่ามาลัยรวบรวมชาวบ้านมาตั้งกลุ่มสมาคมแม่บ้าน เพื่อหารายได้กับการสร้างกลุ่มงานจักสานขึ้นมา เมลดาได้พบกับใจใส ที่จะมาเป็นครูสอนเรื่องงานจักสานให้กับเธอ และมารดา เมื่อเริ่มต้นเมลดาก็ปากเสียวิจารณ์ และอวดรู้จนสร้างความไม่พอใจให้กับชาวบ้าน รวมทั้งใจใสเองที่เมื่อแรกยังมีความเมตตาสงสาร ใจใสสวนคำพูดของเมลดา และสั่งสอนจนหล่อนต้องยอมสงบปากสงบคำลง เมลดาหัดสานปลาตะเพียนอย่างตั้งอกตั้งใจ แต่ก็ต้องมาสะดุดลงอีก เมื่อต้องใจเข้ามาสั่งให้หล่อนไปทำกับข้าว มื้อกลางวัน เมลลาจำต้องอดทนเชื่อฟัง แล้วยังต้องไปทำคนเดียวเพราะดันไปประกาศว่าหล่อนสามารถทำได้ แต่พอมาถึงในครัวหล่อนก็ต้องยืนเคว้ง เพราะไม่เคยทำสิ่งเหล่านี้เลย ข้าวก็หุงไม่เป็น เตาแก๊สก็ไม่รู้จะเปิดยังไง หล่อนหยิบจับทำทุกอย่างไปอย่างคนไม่รู้ จนปองคุณเข้ามาพบวิธีการเปิดเตาแก๊สของหล่อนที่อันตรายมาก เขาตำหนิหล่อนจนร้องไห้ ปองคุณใจอ่อนยอมช่วยเหลือให้หล่อนรอดพ้นมีอาหารมื้อกลางวันสำหรับทุกคน ดูเหมือนทุกอย่างจะผ่านไปได้ แต่ต้องใจที่ตั้งใจจะจับผิดเมลดา จึงทำให้ทุกคนรู้ว่าอาหารมื้อนี้เป็นฝีมือ ปองคุณ มาลัยจึงลงโทษไม่ให้สองแม่ลูกได้กินอาหารกลางวัน เมลดากลัวมารดาจะทนไม่ไหว จึงแอบออกไปซื้อก๋วยเตี๋ยวที่ร้านมาให้ ระหว่างที่นั่งแอบกินอยู่นั้น หล่อนได้ยินเสียงชาวบ้านที่มาทำงานจักสานที่บ้านมาลัย นินทาว่าร้ายหล่อน กับมารดาและดูถูกว่าหุ่นไล่กาในท้องนายังมีประโยชน์เสียยิ่งกว่าตัวหล่อนกับมารดาเสียอีก เมลดาเจ็บปวด และพยายามระงับอารมณ์เต็มที่ หล่อนคิดมากจนต้องหันมาพิจารณาตัวเองว่าหล่อนไร้ค่าถึงเพียงนั้นเชียวหรือ ระหว่างนั้นเมลดาไม่รู้ตัวเลยว่ามีนักข่าวเห็นเหตุการณ์นั้น และแอบถ่ายรูปหล่อนพร้อมกับอัดคลิปเสียงไปด้วย ช่วงบ่ายวันนั้นเมลดาเงียบขรึมจนมัลลิกามองอย่างเป็นห่วง หล่อนโมโหหญิงชาวบ้านที่นินทาหล่อนจนเกิด แรงฮึดจนสามารถสานปลาตะเพียนได้ดี จนใจใสออกปากชมและบอกว่าถ้าหล่อนตั้งใจที่จะทำก็จะทำได้ และยังบอกว่าเห็นแววในตัวหญิงสาวจะสามารถทำงานจักสานได้ดีเหมือนคนอื่น ๆ วันต่อมาเมลดาทำอาหารเช้าได้ดีขึ้น เพราะมัลลิกาเข้ามาช่วยด้วยไม่ได้หลบเลี่ยงไปเหมือนทุกครั้ง แต่ต้องใจก็ ยังหาเรื่องว่าได้อีก แต่ เดช พ่อของต้องใจออกปากปกป้องทำให้ต้องใจไม่พอใจ และออกไปกินข้าวนอกบ้าน จึงได้ไปพบว่ามีข่าวของเมลดาที่ตกยากมานั่งกินก๋วยเตี๋ยวอยู่ที่อยุธยา แถมยังลงถึงเรื่องราวที่ชาวบ้านเม้าท์เมลดาด้วย แม้ต้องใจจะสะใจ แต่ก็พยายามจะบอกชาวบ้านที่รู้เรื่องให้ปิดข่าวเรื่องนี้ เพราะกลัวว่าเจ้าหนี้ที่สองแม่ลูกหนีมา จะตามมาถึงที่นี่ แล้วรีบกลับบ้านมาแจ้งข่าวกับมาลัย แต่ไม่อยากให้สองแม่ลูกรู้เรื่องนี้จึงไล่ให้ออกไปซื้อของที่ห้างในเมือง แต่กลับกลายเป็นว่าเมลดาไปเปิดเช็กอีเมล์แล้วทราบเรื่องข่าวทั้งหมดด้วยความอับอาย ละครประทีปรักแห่งใจ เมื่อกลับมาถึงจึงไปเก็บตัวอยู่ในห้องเก็บของแล้วไม่ออกไม่ได้ ปองคุณเข้ามาช่วยเพราะเข้าใจผิดว่าหล่อนจะฆ่าตัวตาย หลังจากถกเถียงกันแล้ว เมลดาก็แสดงความคิดว่าอยากจะพัฒนางานจักสาน ที่ป้ามาลัยทำอยู่ให้ดีขึ้น และมีราคามากกว่านี้ ปองคุณจึงแนะนำให้หญิงสาวไปเรียนรู้ที่ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร เมลดาสนใจมากแต่ก็ยังติดที่มารดา จะยอมไปด้วยหรือไม่ ปองคุณจึงรับอาสาว่าวันรุ่งขึ้นเขาจะพาหล่อนและมารดาไปเที่ยวชมที่ศูนย์ศิลปาชีพ ก่อนการตัดสินใจ ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นไม่ค่อยดีนักของสองหนุ่มสาวเริ่มเป็นไปในทางที่ดีขึ้น เมลลาเริ่มนับข้อดีของปองคุณ ได้หลายข้อแล้วที่สำคัญเขาทำให้หัวใจของหล่อนอบอุ่นกว่าผู้ชายคนไหน ๆ ที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต ทางด้านครอบครัวของแพรวดาว และเป็นหนึ่ง มาร่วมเฉลิมฉลองอย่างเป็นทางการหลังงานแต่งงานของเป็นหนึ่ง และเมลดาถูกยกเลิกไป และถือว่าเป็นการฉลองหมั้นระหว่างเป็นหนึ่งกับแพรวดาวด้วย แม้เป็นหนึ่งจะรู้สึกผิดกับเมลดามากแค่ไหน แต่เขาเองก็รู้ว่าใจของเขานั้นมีแพรวดาวอยู่เสมอ ความรู้สึกที่มีต่อเมลดานั้นคือความเป็นพี่น้องกันมากกว่า เพราะความรู้สึกนี้นี่เองที่ทำให้เขายังแสดงความห่วงใย และกังวลว่าป่านนี้เมลดาจะเป็นอย่างไรบ้าง เมื่อมีการพูดถึงกันในเรื่องของเมลดาทำให้เขาเหม่อลอยคิดมาก และด้วยอาการที่เขาเป็นแบบนี้ทำให้แพรวดาว เข้าใจผิดว่าเขายังมีใจเผื่อให้เมลดาด้วย ทำให้เป็นเป็นภัยไปสู่เมลดาอีกครั้งอย่างไม่รู้ตัว เมื่อแพรวดาวคิดจะตัดบัวไม่ให้เหลือใย หล่อนจึงว่าจ้างนิคมลูกน้องคนสนิทของบิดา ให้โทรไปข่มขู่ว่าประยุทธเคยยืมเงินแล้วไม่คืน โดยตั้งใจจะแค่ข่มขู่เพื่อให้สองแม่ลูกหนีไปอยู่ไกล ๆ เพื่อไม่ให้เป็นหนึ่งติดต่อกับสองแม่ลูกนั้นได้อีกเท่านั้น แต่เมื่อรับรู้ว่าสองแม่ลูกนั้นหนีไปอยู่แค่อยุธยา หล่อนจึงสั่งให้นิคมตามไปจัดการอีกครั้ง ปองคุณพาเมลดา และมัลลิกาไปเยี่ยมชมศูนย์ศิลปาชีพ โดยมีต้องใจตามไปด้วย สร้างความหนักอกหนักใจ ให้กับเมลดาตั้งแต่เริ่มต้นเลยทีเดียว เริ่มตั้งแต่มัลลิกาที่ทำท่าจะไม่ยอมไปด้วย แถมยังมีต้องใจที่อาจจะมาแสดง ลมเพชรหึงใส่เธออีก คิดไปคิดว่าก็เริ่มสงสัยตัวเองขึ้นมาซะอีกว่าตัวเองเริ่มมีใจให้ปองคุณหรือเปล่า ปองคุณใช้จักรยานในการเที่ยวชมศูนย์ศิลปาชีพ เมลดาขี่จักรยานไม่เป็นจึงต้องซ้อนหลังปองคุณ สร้างความขุ่นเคืองให้กับต้องใจยิ่งนัก แต่สำหรับเมลลาแล้วคือความอบอุ่นใจที่บังเกิดขึ้นเงียบ ๆ ในระหว่างที่หล่อนกำลัง ผจญเจอมรสุมชีวิตที่หนักหนาสาหัสนี้ เมลดาเดินชมการฝึกงานวิชาชีพต่าง ๆ ด้วยความสนใจ แต่วิชาชีพที่เมลดาให้ความสนใจเป็นพิเศษ คือแผนกสอดย่านลิเภา ส่วนมัลลิกาสนใจแผนกศิลปะประดิษฐ์ และนี่เป็นครั้งแรกสนใจสิ่งอื่นนอกเหนือจากการสังสรรค์ และช็อปปิ้ง และหล่อนก็เห็นด้วยที่มารดาจะสนใจในวิชาชีพนี้ หล่อนเริ่มเรียนรู้ว่าที่ศูนย์ศิลปาชีพนี้คือสถานที่ที่นำแสงสว่างที่จะนำความหวังมาสู้ชีวิตต่อไปได้ ระหว่างที่เมลดาเดินเที่ยวชมในศูนย์ศิลปาชีพด้วยความรู้สึกของการเริ่มมีหวังขึ้นมาบ้าง ต้องใจก็ได้ข่าวว่าที่บ้านมีนักเลงบุกมาทวงหนี้สองแม่ลูก พอไม่เจอก็อาละวาดทำลายข้าวของในบ้านของมาลัยด้วย เมลดาจึงคิดว่าจะย้ายหนีไปอยู่ที่อื่นเพื่อตัดปัญหา แต่ปองคุณกลับเสนอให้ย้ายไปอยู่ที่บ้านของเขาเพื่อความปลอดภัย ทำให้ต้องใจเกิดความไม่พอใจและพยายามคัดค้านอย่างมาก แต่ปองคุณยังยืนยันว่าเขาทำเพื่อเพราะมนุษธรรม ไม่สามารถจะปล่อยให้สองคนแม่ลูกออกไปผจญภัยกันเพียงสองคนได้ เมลดานั้นแม้จะดีใจที่มีทางออก แต่หล่อนก็ยังกังวลว่าถ้าย้ายไปอยู่บ้านปองคุณ เธอจะต้องมีปัญหากับต้องใจอีกต่อไปอย่างไม่จบไม่สิ้นแน่ๆ เมื่อทุกคนไปรวมตัวกันที่บ้านของปองคุณ ต่างก็ปรึกษาหารือกันถึงการแก้ไขปัญหาหนี้สินที่เกิดขึ้น มาลัยนั้น คิดจะใช้หนี้แทนให้จบกันไป แต่พวกนักเลงกลับไม่ยอมรับเงิน ยืนยันว่าจะต้องเป็นเงินของสองแม่ลูกนี้เท่านั้น ทำให้เกิดความสงสัยกันขึ้นมาว่าจริง ๆ แล้ว ประยุทธเป็นหนี้จริง ๆ หรือเปล่า เมื่อสอบถามมัลลิกาผู้เป็นภรรยา ก็ไม่เคยรู้เรื่องของสามีตัวเองเลย ทำให้เมลดาเผลอตัวตำหนิมัลลิกาอย่างรุนแรง จนมาลัยต้องห้ามปราม ในที่สุดปองคุณรับอาสาจะสืบเรื่องหนี้สินของประยุทธให้เพื่อความสบายใจของทุกคน การพักอาศัยในบ้านปองคุณแตกต่างจากการพักอาศัยที่บ้านของมาลัยอย่างคนละขั้ว ที่นี่ห้องพักสะดวกสบาย ข้าวของเครื่องใช้มีพร้อมสรรพ แถมยังไม่ต้องทำงาน ทำอาหารเองอีกด้วย แต่เมลดาก็พยายามจะเข้าช่วยเหลือ หยิบโน่นทำนี่ เพื่อต้องการจะทดแทนพระคุณเจ้าของบ้าน ที่ยื่นมือเข้ามาช่วยหล่อนกับมารดา ใจใสแนะนำให้ทั้งสอง คนเข้าไปฝึกอาชีพที่ศูนย์ศิลปาชีพ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยจากพวกนักเลงที่สุด แถมยังได้ฝึกอาชีพ ซึ่งสองแม่ลูกก็เห็นดีตามนั้นทางด้านแพรวดาวรับรู้ว่านิคมทำงานให้ไม่สำเร็จตามที่เธอต้องการ จึงต่อว่าและยังไม่ยอมจ่ายเงินค่าจ้าง เป็นหนึ่งเดินเข้ามาได้ยินโดยไม่ที่แแพรวดาวไม่รู้ตัว เป็นหนึ่งกลับมาบ้านพบว่าบิดามีแขก และไม่ยอมให้ใครเข้ามา รบกวนรวมทั้งตัวเขาด้วย เพราะลูกน้องของบิดาที่กางกั้นห้ามมิให้เขาเข้าบ้าน ครั้นบิดาได้ยินเสียงเขาโวยวาย อยู่ด้านนอกจึงเรียกเขาให้เข้าไปได้ ยิ่งเพิ่มพูนความสงสัยขึ้นอีกมากนักว่าบิดามีลับลมคมในอะไรปิดบังเขา ซึ่งเป็นลูกชายคนเดียวด้วย ละครประทีปรักแห่งใจ ในห้องนั้นเป็นหนึ่งได้พบกับ ศุภวัฒน์ พัฒนะกิจกำจร ที่บิดาแนะนำว่าบุคคลผู้นี้จะเข้ามาเป็นหุ้นส่วน ซึ่งเขาพอจะรู้ประวัติชายหนุ่มคนนี้ว่าไม่ค่อยจะขาวสะอาดนัก มีข่าวกับสาวน้อยสาวใหญ่มากมาย หลังจากการหย่าร้างกับสิริมน ภรรยาสาวสวยชื่อดังในวงสังคม แต่แค่ความเจ้าชู้ของเขาไม่ใช่สิ่งที่เป็นหนึ่งจะไม่ชอบใจ แต่เป็นเพราะ ชื่อเสียงที่ไม่ดีว่าเขาเป็นคนเจ้าเล่ห์เพทุบายมากกว่า แต่เป็นหนึ่งก็รักษามารยาทในการพูดจาด้วยเป็นอย่างดี แล้วก็อดเป็นห่วงบิดาไม่ได้จึงเอ่ยปากตักเตือน ซึ่งนอกจากจะไม่สำเร็จแล้วยังทำให้ชัยพงศ์หัวเสียเป็นอย่างมากด้วยเป็นหนึ่งรู้สึกเหนื่อยล้ากับเรื่องราวที่เขาได้รับรู้ทั้งสองเรื่องในวันนี้เป็นอย่างมาก เมื่อนอนครุ่นคิดถึงเรื่องราว ต่าง ๆ แล้วจึงตัดสินโทรหานักสืบที่เขาจ้างไปตามหาที่อยู่ของเมลดา ทำให้ได้รับรู้เรื่องว่าเมลดามีผู้ชายบ้านนอกคนหนึ่งคอยดูแลอยู่ แล้วยังได้ดูคลิปที่มีนักเลงตามไปอาละวาดที่บ้านของมาลัยด้วย เขาจำหน้านิคมได้ จึงรู้สึกผิดหวังกับแพรวดาวมากขึ้นเรื่อย ๆ นั่นทำให้เขาตัดสินที่จะไม่วางมือจากเมลดาแม้จะรู้ว่าเขากำลังนำตัวเองไปสู่ปัญหา และสิ่งที่เขาคาดคิดไม่ถึงเลยว่าการตัดสินใจครั้งนี้ จะนำปัญหาและหายนะมาสู่ครอบครัวของเขาอย่างอเนกอนันต์ วันที่ปองคุณนัดจะพาเมลดากับมารดาไปสมัครเข้าเรียนที่ศูนย์ศิลปาชีพ ต้องใจแวะมาแต่เช้าด้วยบุคลิกที่เปลี่ยนไปจากเดิม หล่อนหันมาใส่กระโปรง แต่งหน้าเข้มจัด หล่อนกลายเป็นตัวตลกของทุกคนแบบไม่รู้ตัว ปองคุณเองก็ไม่กล้าจะพูดตรง ๆ จึงบอกแค่ว่าหล่อนดูสวยแปลกตาดี ต้องใจจึงคิดว่าเมื่อตัวเองหันมาแต่งตัวแต่งหน้าแบบนี้จะ สามารถดึงใจของปองคุณได้ เมื่อเมลดาสมัครเรียนเรียบร้อยแล้ว ต้องใจยังไม่วายแขวะว่ากระทบกระแทกจนมาลัยต้องออกโรงปกป้อง สองแม่ลูกทำให้ต้องใจงอนเดินหนีออกมา เมลดาตามไปพูดคุยเพื่ออยากจะปรับความเข้าใจ โดยไม่รู้ว่าปองคุณเดินตามไปด้วย ต้องใจสารภาพว่ารักปองคุณ และไม่อยากให้ปองคุณต้องมาเสียใจกับสาวไฮโซซ้ำสองอีก แล้วเล่าเรื่องของ สิริมน คนรักเก่าของปองคุณที่ทิ้งเขาไปแต่งงาน ปล่อยให้ชายหนุ่มต้องชอกช้ำใจมากว่าห้าปี เมลดาเองก็เคยรู้จัก สิริมนแต่ไม่สนิท เคยเจอกันตามงานสังคมเท่านั้น หล่อนจึงแสดงความแปลกใจถึงความสัมพันธ์ของปองคุณ กับสิริมน และแม้ว่าตัวเองจะมีความรู้สึกดี ๆ กับปองคุณอยู่มาก แต่ไม่อยากจะมีปัญหากับญาติอย่างต้องใจ จึงพูดรับปากว่าเธอจะไม่ยุ่งเกี่ยว และคิดอะไรเกินเลยกับปองคุณอย่างเด็ดขาด นั่นทำให้ปองคุณซึ่งแอบฟังอยู่รู้สึกเจ็บแปลบในหัวใจคล้ายถูกมีดกรีดซ้ำที่รอยแผลเดิม และคิดว่าจะเปิดใจให้กับต้องใจ ที่เห็นคุณค่าและมั่นคงในรักที่มีต่อเขา เสมอมาปองคุณพาเมลดากับต้องใจไปไหว้พระ ขณะที่อยู่ในวัดเมลดารู้สึกว่ามีคนแอบมองอยู่ตลอดเวลา เธอเข้าใจว่า เป็นพวกแก๊งทวงหนี้ หลังจากส่งต้องใจลงที่ตลาดแล้วทั้งสองจึงขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางปองคุณรู้ว่ามีคนขี่มอเตอร์ไซค์ตามมา เขาจึงหลอกพาไปในที่เปลี่ยวแล้วยิงยางรถจนคนขับไม่สามารถหนีได้ เมื่อใช้ปืนขู่จนมารู้ ทีหลังว่าคนที่ตามมานั้นไม่ใช่แก๊งทวงหนี้ และกลายเป็นเป็นหนึ่งที่แอบติดตามเมลดามาจากวัดนั่นเอง ปองคุณยอมจ่ายค่าเสียหายค่าซ่อมรถ และพาสองคนไปนั่งคุยกันที่ร้านกาแฟ ตามประสงค์ของเป็นหนึ่งที่ร้องขอ เขาแยกตัวออกมานั่งรอโดยมีเมลดามองตามด้วยความไม่สบายใจสร้างความฉุนเฉียวให้กับเป็นหนึ่งเพิ่มขึ้นไปอีก เมื่อรับรู้ได้ว่าบัดนี้เมลดาอาจจะเปลี่ยนใจจากเขาไปเต็มร้อยแล้ว หันมาไปสนใจหนุ่มท่าทางบ้านนอกคนนั้น เขาจึงพยายามพูดจาเกลี้ยกล่อมให้เมลดากลับกรุงเทพฯ โดยเขายินดีจะรับดูแลหล่อนและมารดาอย่างดี และจะจัดการ เรื่องหนี้สินให้ด้วย แต่เมลดาไม่ยอมรับการช่วยเหลือนั้น และยืนยันว่าเธอยินดีจะใช้ชีวิตแบบที่กำลังทำอยู่ปองคุณอดไม่ได้ที่จะถามไถ่ว่าเมลดาพูดจาสิ่งใดกับคนรักเก่า เมื่อได้รับคำตอบที่เขารู้สึกยินดี เมื่อรู้ว่าเมลดายืนยันจะทำตามเจตนารมย์เดิม คือการเข้าไปเรียนฝึกอาชีพที่ศูนย์ศิลปาชีพ โดยไม่คิดจะกลับกรุงเทพฯตามคำชวนของเป็นหนึ่ง ปองคุณเริ่มสืบเรื่องการเป็นหนี้ของประยุทธจากโทรศัพท์ที่เมลดายังเก็บไว้ ทำให้เขาพบว่าประยุทธมีการติดต่อ กับศุภวัฒน์ เขาไม่อยากจะคิดว่าเป็นคนคนเดียวที่เคยทำลายหัวใจของเขา เขาจึงโทรไปขอให้ศรุต เพื่อนตำรวจช่วยสืบให้ ทำให้เขาโดนเพื่อนแซวว่าเขาคงกำลังจะมีความรักอีกครั้ง ก่อนจะส่งเมลดาและมารดาเข้าศูนย์ศิลปาชีพ ปองคุณจึงพาทั้งสองคนไปห้าง เพื่อซื้อของใช้เตรียมตัวเข้าไปอยู่หอ โดยมีต้องใจตามไปอีกตามเคยเมื่อทานอาหารกลางวันเสร็จ เมลดากับมัลลิกาแยกตัวไปซื้อของกันสองคน แต่ช่วงจังหวะที่มัลลิกาขอไปห้องน้ำ เมลดาถูกชายสองคนใช้มีดจี้ให้เดินออกจากห้าง โชคดีที่มีหญิงอ้วนคนหนึ่ง เข้ามาช่วยเมลดาไว้ได้ แพรวดาวรับรู้ว่าลูกน้องทำงานพลาดด้วยความโมโห จึงตัดสินใจจ่ายเงินปิดปากไป เพราะกลัวจะมีหลักฐานโยงใยมาถึงตัวเพราะเริ่มรู้สึกว่าพักหลัง ๆ มานี้ เป็นหนึ่งเริ่มมาเลียบ ๆ เคียง ๆ ถามถึงนิคม แล้วเป็นหนึ่งคงไม่รู้ตัวว่าหล่อนทราบเรื่องที่เขาตามไปเมลดาถึงอยุธยา หล่อนเก็บความหึงหวงและคับแค้นใจไว้เงียบ ๆ จึงสั่งให้นิคมไปจัดการขั้นเด็ดขาดอีกครั้งแต่ก็พลาดอีกตามเคย ยังดีที่พักหลัง ๆ หล่อนเริ่มไม่ค่อยจะใส่ใจกับเป็นหนึ่งมากเท่าเดิม เพราะความสนใจของหล่อนตอนนี้กำลังอยู่ที่ ศุภวัฒน์ นักธุรกิจหนุ่มพ่อม่ายเนื้อหอม ที่แม้เขาจะไม่ได้หล่อเหลา อะไรมากมาย แต่ก็มีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้แพรวดาวไม่อาจจะละสายตาจากผู้ชายคนนี้ได้เลย ละครประทีปรักแห่งใจ เหตุการณ์ที่เกิดกับเมลดาในห้าง ทำให้ปองคุณคิดว่าต้องรีบสืบเรื่องเจ้าหนี้ของเมลดาให้เร็วที่สุด เพื่อนของเขาแนะนำให้ไปแจ้งความไว้ก่อน แต่ปองคุณกลับคิดว่าถ้าย้ายเข้าไปอยู่ในศูนย์ศิลปาชีพแล้วก็น่าจะปลอดภัย ศรุตวิเคราะห์เหตุการณ์นี้มาอย่างมากมาย และมีข้อสงสัยไปถึงแพรวดาวด้วยในเรื่องของการหึงหวง และสิ่งที่ได้รับรู้ อย่างชัดเจนก็คือ ศุภวัฒน์ คือคนคนเดียวกันจริง ๆ ปองคุณจึงตัดสินใจติดต่อกับสิริมนอีกครั้งเป็นหนึ่งพบยุทธชัย ลูกน้องคนสนิทของประยุทธที่บริษัทของตัวเอง ยุทธชัยกลายมาเป็นคนสนิทของ ศุภวัฒน์แทน ทำให้เขารู้สึกว่าคนนี้ อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้บริษัทของประยุทธล้มละลาย เพราะเห็นแก่ผลประโยชน์ที่มากกว่าจึงสามารถหักหลังเจ้านายตัวเองได้ นี่เป็นจุดเริ่มต้นให้เป็นหนึ่งเริ่มสืบหาเรื่องราวอย่างเงียบ ๆ รวมทั้ง เรื่องที่แพรวดาวใช้นิคมทำด้วย แม้เขาค่อนข้างจะแน่ใจว่าเป็นแผนของแพรวดาวที่ส่งคนไปข่มขู่เมลดา แต่ก็ไม่มีหลักฐานจะจัดการกับหล่อนได้ แล้วเรื่องที่สำคัญคือถ้าเขาแตกหักกับแพรวดาวเรื่องนี้ จะกระทบไปถึงธุรกิจของสองครอบครัวต้องแตกหักลง ซึ่งพ่อของเขาคงไม่ยินยอมให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน เมลดากับมัลลิกาย้ายตัวเองจากบ้านปองคุณไปเข้าหอพักในศูนย์ศิลปาชีพ ระหว่างทางที่ปองคุณไปส่งสองแม่ลูก เขาก็มีเรื่องต้องถกเถียงกับเมลดา และแสดงความไม่พอใจเมื่อญิงสาวพูดถึงเป็นหนึ่ง มัลลิกาซึ่งนั่งอยู่เริ่มสงสัยและบอกกับเมลดาตรง ๆ ว่าเธอสงสัยว่าปองคุณจะมีใจให้กับลูกสาวของเธอ เมื่อเจอกับสภาพหอพักที่อยู่ร่วมกับ คนอื่นอีกนับสิบ เมลดาก็แทบจะถอดใจ แต่เมื่อเจอว่ามัลลิกาโอดครวญอย่างหนักหล่อนจึงต้องทำใจให้เข้มแข็ง และคิดว่าต้องยอมรับสภาพนี้ให้ได้ และยังต้องเตือนให้มารดาแสดงสีหน้าให้ดี เพราะกลัวคนอื่นจะเข้าใจผิดแล้วสิ่งที่ทำให้หล่อนดีใจจนลืมนึกเรื่องอื่นไปเลย ก็คือหล่อนได้พบกับหญิงสาวร่างอวบที่เคยช่วยเหลือหล่อนในวันที่ถูกจี้ การเริ่มเรียนวันแรก เมลดารับรู้ว่าแผนกที่เธอเลือกเรียนการสอดย่านลิเภานั้นด้วยอาการใจฝ่อนิด ๆ ว่าหล่อน จะไปรอดไหม เพราะแผนกนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นการฝึกอาชีพที่ยากที่สุด มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะเรียนงานสอดย่านลิเภาได้สำเร็จ และการจะเริ่มเรียนได้ก็ต้องมีการทดสอบก่อน ที่น่าแปลกใจที่สุดคือปองคุณมาช่วยสอนในแผนกนี้ด้วย แค่เริ่มต้นเขาก็เชือดหล่อนเสียไม่มีชิ้นดีแล้วสิริมน และปองคุณ ไปปรากฎตัวในงานเลี้ยงเปิดตัวหุ้นส่วนระหว่างชัยพงศ์ วินัย พ่อของแพรวดาว และศุภวัฒน์ โดยไม่ได้รับเชิญ แพรวดาวออกอาการเป็นเดือดเป็นร้อนแทนศุภวัฒน์ จนเป็นหนึ่งเริ่มสงสัยในความสัมพันธ์ ของคนทั้งคู่ ในขณะที่ศุภวัฒน์นั้นเริ่มรับรู้ว่าสิริมนกำลังจะมาเอาคืน เพราะเมื่อตอนที่เขาเป็นแต่งงานกับสิริมนนั้น ได้ถ่ายโอนหุ้นในกิจการห้างสรรพสินค้าของครอบครัวหล่อนไปให้เจษฎา กว่าครอบครัวหล่อนจะรู้ตัวห้างนั้นก็หลุดมือไปแล้ว ยังดีว่าหล่อนยังมีกิจการทางด้านอื่นรองรับอยู่ จึงยังคงอยู่ได้โดยไม่ล้มละลายไปเหมือนกับประยุทธ เพราะปองคุณหายหน้าไป ทำให้เมลดาไม่มีสมาธิพอที่เรียนรู้จนหล่อนแทบจะถอดใจ แต่ได้ครูอย่างผลที่มากล่าวเตือนสติ และบอกว่าแท้จริงแล้วปองคุณเป็นห่วงหล่อนมาก ถึงขนาดฝากฝังให้ช่วยดูแลอย่างดี ในระหว่างที่เขาไปทำธุระที่อื่น เมลดาหวั่นไหวจนเริ่มจะรู้ใจตัวเองว่าคงจะรักปองคุณเข้าให้ แต่ก็ไม่อยากจะคาดหวังมาก เพราะกลัวจะผิดหวัง และจะไม่ยอมเปิดเผยความในใจก่อน แม้คนรอบตัวจะบอกว่าปองคุณเองก็คงจะมีใจให้หล่อนเช่นกัน แล้วเมื่อได้รับฟังคำบอกเล่าจากผลและผู้ร่วมเรียนคนอื่น ๆ ช่วยกันให้กำลังใจก็ทำให้เมลดามีใจที่หึกเหิมขึ้นอีกครั้ง พร้อมจิตใจที่หวั่นไหว และอบอุ่นขึ้นในคราเดียวกัน ต่อให้ปองคุณจะปากร้าย แต่เขาก็เป็นคนที่คอยให้กำลังใจหล่อนเสมอมา และที่น่าแปลกคือก็คือเขาเข้ามานั่งในหัวใจของหล่อนโดยไม่รู้ตัวเป็นหนึ่งเริ่มระแคะระคายว่า ศุภวัฒน์ อาจจะคิดไม่ซื่อ เมื่อบิดาเริ่มขยายการลงทุนอย่างรวดเร็ว เขาจึงหาทางที่จะพูดคุยกับยุทธชัยโดยไม่ให้ใครรู้ระหว่างนี้เขาเลยลองโทรไปหาเมลดาตามเบอร์ที่หล่อนให้ไว้ แทนที่จะเป็นป้ามาลัยรับ กลับเป็นต้องใจมารับแทนและพูดจาไม่ดีจนเป็นหนึ่งนึกโมโห แต่เขาต้องการจะติดต่อกับเมลดาให้ได้ จึงขอให้ต้องใจมาพบเขาที่กรุงเทพฯ เมลดาผ่านบททดสอบแล้วจึงเริ่มฝึกการสานย่านลิเภา หล่อนเริ่มทำตลับทรงรีขนาดเล็กจนสำเร็จ และมีความรู้สึกภาคภูมิใจที่ตอนนี้ใครจะว่าหล่อนไร้ค่ายิ่งกว่าหุ่นไล่กาไม่ได้อีกแล้ว ปองคุณโผล่เข้ามาเงียบ ๆ และยังใช้คำพูดแรง ๆ ให้หญิงสาวน้อยใจอีกเช่นเคย แต่เพื่อน ๆ ร่วมชั้นเรียนของหล่อนต่างพากันล้อเลียน ที่เห็นปองคุณมาถกเถียงแง่งอนกัน เพราะรู้ถึงความในใจของสองหนุ่มสาว ผลจึงอนุญาตให้เลิกเรียนก่อนเวลาได้ปองคุณบอกกับเมลดาว่าบิดาของหล่อนไม่ได้หนี้ใคร แต่ที่ถูกข่มขู่น่าจะเกิดจากแพรวดาวที่ต้องการให้หล่อนไปให้ไกลจากเป็นหนึ่งเพราะความหึงหวง หล่อนจึงคิดว่าถ้าอยู่ที่นี่ต่อไปเรื่องราวคงจะเงียบ ๆ ไปเอง และปองคุณยังบอกเพิ่มเติมอีกถึงเรื่องว่า ศุภวัฒน์อาจจะมีส่วนในเบื้องหลัง ที่บิดาต้องล้มละลายจึงร่วมมือกับสิริมนที่โดนศุภวัฒน์ โกงเหมือนกันสืบเรื่องนี้ เมลดาจึงเข้าใจผิดไปอีกว่าทั้งหมดที่ปองคุณกำลังทำนั้น ทำเพื่อคนรักเก่าอย่างสิริมนมากกว่าที่จะคิดช่วยเหลือหล่อนจริงๆ ทางด้านต้องใจไปพบกับเป็นหนึ่งตามนัดที่ห้างสรรพสินค้า หล่อนแต่งตัวแบบที่คิดว่าดูดีที่สุด แต่กลับกลายเป็นตลกมากในสายตาของชายหนุ่ม หลังจากกินข้าวพูดคุย และฝากโทรศัพท์มาให้เมลดาแล้ว เขาจึงพาหล่อนไปเดินดูเสื้อผ้าที่เหมาะสม และดูดีจริง ๆ ระหว่างนั้นทั้งสองคนก็เห็นแพรวดาวเดินควงมากับศุภวัฒน์ ทำให้ต้องใจไม่ค่อย เข้าใจในความรักของคนในวงสังคมนัก แล้วออกโรงปกป้องเมลดาเมื่อคิดว่าเป็นหนึ่งจะแอบคบหาลับหลังแพรวดาว ในขณะที่ปองคุณกำลังกลัดกลุ้มในท่าทีหมางเมินของเมลดา และกำลังคิดหาวิธีที่จะง้อหล่อน ต้องใจก็โผล่มาที่บ้าน หล่อนบอกว่าเจอกับเป็นหนึ่งที่กรุงเทพฯ และเขาได้ฝากโทรศัพท์มาให้เมลดา แล้วพูดทำนองว่าเมลดาคงจะไม่ทนอยู่ที่นี่ได้นาน ยิ่งมีคนรักเก่ามาให้ความช่วยเหลือแบบนี้สักวันเมลดาก็คงจะกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม ยิ่งทำให้ใจของปองคุณแย่ลงไปมากกว่าเดิมแต่ต้องใจก็พูดสะกิดใจเขาที่ว่าหล่อนพบศุภวัฒน์เดินควงกับแพรวดาว เขาเริ่มมั่นใจว่าศุภวัฒน์ต้องอยู่เบื้องหลังเรื่องการล้มละลายของประยุทธ และการโอนย้ายหุ้นของสิริมนแน่นอน ต้องใจนำโทรศัพท์มาให้เมลดาที่ศูนย์ศิลปาชีพแต่เมลดาไม่ยอมรับกลับจะยกให้หล่อนแทน ละครประทีปรักแห่งใจ เป็นหนึ่งนัดพบยุทธชัยที่โรงแรมแห่งหนึ่งเพื่อสอบถามเรื่องราวต่าง ๆ ที่เขาสืบมาได้ เมื่อยุทธชัยรับรู้ว่าเป็นหนึ่งรู้เรื่องบางอย่างมาแล้ว เขาจึงบอกเล่าเหตุผลที่เขาเข้ามาเป็นที่ปรึกษาให้ศุภวัฒน์นั้น เพื่อต้องการจะทวงคืนความยุติธรรมให้กับประยุทธ เจ้านายเก่าที่เขารัก และเคารพมาก โดยการยอมเป็นคนเห็นแก่เงินในสายตาคนอื่นแล้วแฝงตัวเข้ามารวบรวมหลักฐานเพื่อจะเอาผิดศุภวัฒน์ แล้วในความจริงอีกอย่างที่ทำให้เป็นหนึ่งแทบจะช็อกตายคือบิดาของเขาและของแพรวดาวมีส่วนร่วมในการทำให้ประยุทธต้องล้มละลายด้วยเป็นหนึ่งตัดสินใจที่จะพูดคุยกับแพรวดาวก่อนที่จะคุยกับบิดา เขาพยายามจะหาทางออกร่วมกันระหว่างหล่อนกับเขา แต่ดูเหมือนแพรวดาวจะมั่นใจในตัวศุภวัฒน์ จนบอกกับเป็นหนึ่งว่างานแต่งงานจะไม่มีวันล้ม จะต้องแต่งเพื่อรักษาหน้าตาและผลประโยชน์ทางธุรกิจไว้แล้วหลังจากก็ต่างคนต่างใช้ชีวิตที่ตัวเองพอใจ โดยจะยอมให้เป็นหนึ่งมีผู้หญิงคนอื่นได้แต่ต้องยกเว้นเมลดา ส่วนตัวหล่อนนั้นก็จะไม่เลิกกับศุภวัฒน์แล้วยังขู่อีกด้วยว่าหล่อนจะต้องจัดการกับเมลดาขั้นเด็ดขาดเพื่อไม่ให้เขาได้มีโอกาสพบกับเมลดาอีก เขาจึงโทรไปหาต้องใจเพราะติดต่อเมลดาไม่ได้ พร้อมกับกับเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังด้วยแล้วบอกต้องใจรีบไปบอกเมลดาให้ระวังตัว แต่พอต้องใจมาถึงที่ศูนย์ศิลปาชีพ กลับพบว่าปองคุณกับเมลดากำลังสารภาพรักกันทำให้ความตั้งใจที่จะมาเตือนเรื่องแพรวดาวจะส่งนักเลงมาข่มขู่ เกิดความคิดชั่ววูบขึ้นมาว่าถ้าไม่บอกเรื่องนี้ให้เมลดารู้ แล้วปล่อยให้เมลดาถูกขู่เพื่อให้หนีไปอยู่ที่อื่นบางทีต้องใจอาจมีโอกาสแย่งปองคุณกลับคืนมาก็ได้แพรวดาวไปออกงานสังคมกับศุภวัฒน์ แล้วก็ไปจบกันที่คอนโดแล้วรับปากกับหล่อนว่าจะส่งคนไปจัดการกับเมลดาให้ตามที่หล่อนร้องขอ แล้วศุภวัฒน์ชักชวนให้แพรวดาวยกเลิกงานแต่งงานกับเป็นหนึ่งแล้วให้พ่อของเธอถอนหุ้นออกจากบริษัทของเป็นหนึ่ง แพรวดาวเกิดความรู้สึกผิดถ้าจะต้องทำอย่างนั้นก็เท่ากับเธอเป็นคนทำลาย ครอบครัวของเป็นหนึ่งให้ล่มจม แต่ศุภวัฒน์ก็พยายามเกลี้ยกล่อมจนแพรวดาวเริ่มคล้อยตาม เพราะสงสัยว่าเป็นหนึ่งเองก็กำลังสืบเรื่องของเธออยู่เหมือนกันทำให้เธอต้องตัดสินใจเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ทางด้านเป็นหนึ่งก็พยายามจะพูดคุยกับบิดาของเขา และบอกว่าศุภวัฒน์กับวินัยกำลังจะคิดหักหลังเขาอยู่ เมื่อความโกรธมาครอบงำ และเขาก็ยังไม่ปักใจเชื่อว่าจะเป็นเช่นนั้นได้ เมื่อยุทธชัยถูกลอบยิง สิริมนจึงวางแผนปล่อยข่าวว่าเขามีอาการโคม่าใกล้ตาย แล้วเริ่มดำเนินตามแผนที่จะจับ ศุภวัฒน์ให้ได้โดยเรียกเป็นหนึ่งมาร่วมรับรู้ด้วยว่าศุภวัฒน์ และวินัยมีแผนจะโดยความผิดเกี่ยวกับของการทำลายบริษัทของประยุทธ ให้เป็นความผิดของชัยพงศ์คนเดียว ด้วยการสร้างหลักฐานปลอมขึ้นมาในวันที่วินัยจะมา ขอถอนหุ้นแล้วเธอจะนำเอาหลักฐานจริงมาตลบหลังสองคนนั้นทีหลัง เป็นหนึ่งรับรู้ด้วยความรู้สึกผิดต่อเมลดา เขาได้แต่หวังว่าหล่อนคงจะยอมให้อภัยกับครอบครัวของเขา ในขณะที่เรื่องราวทางด้านธุรกิจกำลังขับเคี่ยวกัน ทางด้านเมลดาก็กำลังมีความสุขกับงานที่ทำได้สำเร็จเป็นชิ้นแรกและผลงานนั้นผ่านการทดสอบด้วย หล่อนดีใจจนเผลอกระโดดกอดปองคุณต่อหน้าทุกคน ซึ่งช่วงนี้เมลดา และมัลลิกาต่างปรับตัวเข้ากับสังคมใหม่ได้อย่างมีความสุข และรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่ามากขึ้น และความรักของเมลดา ก็กำลังเติบโตเบ่งบานสุขสมหวังอีกด้วย ปองคุณให้รางวัลเมลดาด้วยการพาออกไปกินข้าวข้างนอกศูนย์ศิลปาชีพ โดยบอกกับมัลลิกาว่าขอไปกันเพียงลำพัง แม้มัลลิกาจะออกอาการงอน ๆ บ้างแต่ก็ยอมแต่โดยดี เมื่อถึงที่ร้านแล้วปองคุณก็เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ เมลดาโกรธเป็นหนึ่งจนคิดว่าจะไม่ยอมรับความช่วยเหลือใด ๆ แต่ปองคุณกลับช่วยแก้ต่างแทน เป็นหนึ่งจนหล่อนน้อยใจ และเดินหนีออกจากร้านโดยที่ยังไม่ได้กินอะไรเลย แต่ออกมาได้ไม่ไกลมากนัก หล่อนก็เจอชายร่างสูงใหญ่เข้ามาทำร้าย และพูดข่มขู่ให้รีบย้ายหนีไปอยู่ที่อื่น และไม่ให้ติดต่อกับคนทางกรุงเทพฯอีก กว่าปองคุณจะวิ่งตามมาช่วยทัน เมลดาก็โดนชกที่ท้องจนลงไปนอนกองอยู่กับพื้นแล้ว ปองคุณพาเมลดาไปแจ้งความ และบอกว่าหล่อนไม่ต้องหนีไปไหน เขาจะเป็นคนจัดการเรื่องนี้เอง พร้อมทั้งบอกเล่าถึงแผนการที่สิริมนได้วางไว้เพื่อจัดการกับศุภวัฒน์ แม้เมลดาจะแย้งด้วยความไม่มั่นใจแต่ปองคุณก็ยืนยันว่าทุกอย่างจะต้องเรียบร้อยแน่นอน เมลดากลับมาปรึกษากับมัลลิกาว่าจะทำอย่างไรกับชีวิต ในเมื่อตอนนี้หล่อนมีความผูกพันกับที่นี่ และเริ่มสนุกกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ไม่อยากกลับไปเป็นคุณหนูไฮโซอีก แต่ด้วยความน้อยใจปองคุณที่เหมือนจะขับไล่ไสส่งให้เธอกลับไป มัลลิกาจึงให้คำปรึกษาว่าให้กลับไปจัดการเรื่องทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยตัดสินใจว่าจะเลือกอยู่ทางไหน ศุภวัฒน์กับวินัยมาประกาศถอนหุ้นในที่ประชุม และโยนความผิดทุกอย่างให้กับชัยพงศ์ โดยมีหลักฐานที่ทำปลอมขึ้นแถลงกับนักข่าวด้วย เมื่อข่าวแพร่ออกไป สิริมนจึงพายุทธชัย พยานปากสำคัญไปให้การที่โรงพัก ศุภวัฒน์พยายามดิ้นเพื่อจะเอาตัวรอดเต็มที่ แต่ก็ไม่สามารถจะหลุดพ้นจากหลักฐานที่มีมามัดตัวเองได้ ทั้งหมดถูกจับกุมโดย ไม่มีการให้ประกัน ทางด้านมาลัยที่ได้รับข่าวว่าเมลดาถูกทำร้าย จึงบอกกับต้องใจทำให้หล่อนรู้สึกผิดมาก และสารภาพกับมารดาว่าตัวเองผิดที่ไม่ยอมบอกเมลดาทั้ง ๆ ที่รู้ล่วงหน้าแล้วว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น มาลัยปลอบโยน และให้ข้อคิดจนต้องใจรู้สึกโล่งใจที่ได้คุยกับมารดา หล่อนพร้อมจะขอโทษเมลดากับมัลลิกาเพื่อจะเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่เพื่อสร้างความรักและความเข้าใจอันดีให้แก่กัน เป็นหนึ่งเคลียร์เรื่องราวทางกรุงเทพฯ เสร็จแล้วจึงมารับเมลดากับมัลลิกาที่ศูนย์ศิลปาชีพ ทั้งสองคนแม้จะมีความอาลัยอาวรณ์กับสถานที่นี้ แต่ก็จำเป็นที่จะต้องกลับไปกรุงเทพฯ เพื่อจะฟื้นฟูกิจการของประยุทธขึ้นมาใหม่ เพราะเป็นหนึ่งยินดีจะรับผิดชอบสิ่งที่บิดาของเขาได้กระทำกับครอบครัวของเมลดาด้วยการคืนเงินสองร้อยล้าน พร้อมซื้อบ้านคืนจากแบงก์ให้หญิงสาวด้วย เมลดาแวะไปลาผลที่โรงฝึก ผลจึงมอบกระเป๋าย่านลิเภาให้เมลดาเป็นที่ระลึก ก่อนจะเข้ากรุงเทพฯ เมลดาขอแวะที่บ้านป้ามาลัยเพื่อไปล่ำลากันก่อน และต้องใจก็ถือโอกาสกราบโทษมัลลิกา และขอโทษเมลดาด้วยที่ตนเคยทำเรื่องไม่ดีไว้กับทั้งสองคนอย่างมาก บรรยากาศเต็มไปด้วยความเข้าอกเข้าใจกัน มีความรักความอบอุ่นอบอวลของครอบครัว ที่พร้อมจะช่วยเหลือประคับประคองชีวิตในยามทุกข์ และสุขร่วมกันตลอดไป ละครประทีปรักแห่งใจ ขณะที่เมลดากลับกรุงเทพฯไปแล้ว ปองคุณกลับไม่แน่ใจว่าตัวเองทำถูกหรือไม่ เพราะรู้ว่าเมลดามีนิสัยที่มุ่งมั่น หากหล่อนกลับไปเป็นนักธุรกิจเต็มตัวเพื่อจะสานฝันของบิดาต่อไปแล้วเขาจะทำอย่างไรกับความรักครั้งนี้ แต่เขาก็ได้รับกำลังจากต้องใจ และมารดาให้เขาลุกขึ้นต่อสู้กล้าที่จะเผชิญหน้ากับความรัก โดยไม่ยึดติดกับความผิดหวังที่เคยมีมาในอดีตอีก เมลดา และมัลลิกากลับมาใช้ชีวิตในบ้านหลังเดิม แต่ความรู้สึกกลับไม่เหมือนเดิม หญิงสาวยังตื่นมาทำอาหารเช้า ทั้งที่เป็นหนึ่งก็ได้จัดคนงานมาคอยรับใช้ไว้ให้อย่างเพียบพร้อมแล้วแม้จะมีความสุขสบายเหมือนเดิม แต่ก็ยังคิดถึงความเป็นอยู่ที่ศูนย์ศิลปาชีพ เมลดาไปออกงานทอล์กโชว์โดยถือกระเป๋าย่านลิเภาที่ผลให้มาเพื่อเป็นประชาสัมพันธ์ให้คนไทยหันมาสนใจงานย่านลิเภากันมากขึ้น ซึ่งได้รับผลตอบรับดีจนเมลดามีความคิดที่จะทำธุรกิจที่ส่งเสริมงานฝีมือคนไทย โดยจะยุติธุรกิจเดิมของบิดาที่ทำเกี่ยวกับเครื่องหนัง ซึ่งจะเป็นผลดีกับบริษัทของเป็นหนึ่งที่อาจจะมีโอกาสฟื้นตัวได้อีกครั้ง หล่อนจึงไปหายุทธชัย และยกหุ้นของกิจการให้ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ในขณะที่หล่อนวางแผนชีวิตแล้วว่าจะขายคฤหาสน์หลังงาม แล้วไปซื้อบ้านหลังเล็ก ๆ อยู่ที่อยุธยา ในขณะที่เมลดาจัดการเรื่องธุรกิจในกรุงเทพฯให้เรียบร้อย เพื่อจะรีบไปตามหาหัวใจของตัวเองนั้น ก็เกิดอุปสรรคในชีวิตรักขึ้นมาอีก เมื่อวันที่หล่อนกับเป็นหนึ่งกอดเพื่อล่ำลากันอยู่นั้น ปองคุณที่พร้อมจะกล้าเผชิญหน้ากับความรัก ก็ดันมาเห็นและไม่ถามไถ่ใด ๆ หนีกลับอยุธยาไปเลย ทำให้เมลดาต้องหันมาวางแผนง้องอนปองคุณ โดยได้รับความช่วยเหลือจากต้องใจ และทุกคนที่ศูนย์ศิลปาชีพ แผนการง้องอนเกิดขึ้นในงานฉลองเลื่อนตำแหน่งของวิชัย ที่จัดขึ้นในศูนย์ศิลปาชีพ เลยกลายเป็นว่างานเลื่อนตำแหน่งถูกแย่งซีนเป็นงานง้องอนเปิดเผยความรัก และขอแต่งงานกันของหนุ่มสาวสองคน ได้มาปรับความเข้าใจกัน ท่ามกลางบรรยากาศของความรักแบบเพื่อน แบบครอบครัว แบบครูและศิษย์ ความเป็นพี่เป็นน้อง และมีคู่รัก ที่ทำให้ยิ่งอบอวลไปด้วยรัก และความอบอุ่นยิ่งขึ้น ติดตามชมละคร ประทีปรักแห่งใจ ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 19.05-19.50 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครประทีปรักแห่งใจ เริ่มตอนแรกวันอังคารที่ 16 สิงหาคม 2559 นักแสดงนำ ละครประทีปรักแห่งใจ ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์ รับบท ปองคุณปรียากานต์ ใจกันทะ รับบท เมลดาน้ำหนึ่ง สุทธิเดชานัย รับบท ต้องใจวิธวัฒน์ สิงห์ลำพอง รับบท เป็นหนึ่งธีรตี บุตรดีหงส์ รับบท แพรวดาวจินตหรา สุขพัฒน์ รับบท มัลลิกาสมมาตร ไพรหิรัญ รับบท ประยุทธเวนย์ ฟอลโคเนอร์ รับบท ชัยพงศ์นฤมล พงษ์สุภาพ รับบท หนึ่งฤทัยขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท ใจใสอนันต์ บุญนาค รับบท เอกชัยปวีณา ชารีฟสกุล รับบท มาลัย

แจกซิมมงคล 5 เลขหมาย! รับทรัพย์ปัดเป่าความชั่วร้ายจาก CELL โทรศัพท์ซอมบี้
cell /  Isabelle Fuhrman / 

แจกซิมมงคล 5 เลขหมาย! รับทรัพย์ปัดเป่าความชั่วร้ายจาก CELL โทรศัพท์ซอมบี้ สหมงคลฟิล์ม ร่วมกับ Movie Mthai จัดกิจกรรมให้กับทุกคนที่มีโทรศัพท์มือถือ กับเบอร์เสริมสิริมงคลป้องกันตัวเองไม่ให้กลายเป็นโฟนเนอร์ คลื่นโทรศัพท์ปริศนาที่จะคนให้กลายเป็นศพเดินได้ ยังเสริมมงคลให้ชีวิตดีขึ้นทุกด้านอีกด้วย กติกา ตอบคำถามในช่องแสดงความคิดเห็นด้านล่างว่า หากได้เบอร์มงคลไปแล้วคิดว่าจะกันความชั่วร้ายได้อย่างไร โพสต์รูปบัตรชมภาพยนตร์เรื่อง CELL โทรศัพท์ซอมบี้ จากโรงภาพยนตร์ใดก็ได้ วงเล็บท้ายคำตอบว่าอยากได้ซิมจากเครือข่ายใด ระยะเวลาร่วมสนุก เริ่มตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม 2559 ถึง วันศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม 2559 ของรางวัล เบอร์โทรศัพท์ 5 เบอร์ จาก 3 ค่าย โดยตัวเลขในวงเล็บเป็นผลรวมเบอร์ ซึ่งทั้ง 5 เบอร์โทรศัพท์ที่คัดมา ล้วนแล้วแต่เป็นเบอร์โทรศัพท์ที่มีเลขรวมส่งผลด้านดี ทั้งเรื่องการงาน การเงิน ความรัก สุขภาพ และปัดเป่าความชั่วร้ายออกจากชีวิต ​AIS 0933942xxx (46) TRUE 0909193xxx (48) 0973299xxx (53) DTAC 0873236xxx (47) 0869229xxx (50) รายละเอียดเกี่ยวกับเบอร์โทรศัพท์ ซิมประเภทเติมเงินซึ่งขึ้นทะเบียนตามกฎของ กสทช. เรียบร้อย ทุกเบอร์จะมีใบมอบอำนาจและสำเนาบัตรของเจ้าของเบอร์แนบมาให้เพื่อผู้โชคดีสามารถนำไปเปลี่ยนเป็นชื่อของผู้โชคดีเองหรือเปลี่ยนเป็นระบบรายเดือนได้ เบอร์โทรศัพท์ทั้ง 5 เบอร์ ไม่มีเงินในซิม ประกาศรายชื่อผู้โชคดี ประกาศรายชื่อผู้โชคดีภายในวันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคม 2559 ผู้โชคดีต้องเช็คอีเมลและตอบกลับเพื่อแจ้งที่อยู่ในการจัดส่ง

สวยและรวยมว๊าก!! ไอเดียร์ ธันลดา คนนี้ไง ที่เค้า(ลือ)ว่าเป็นมือที่สาม! อั้ม เลิก แอมป์
อั้ม พัชราภา /  ไอเดียร์ ธันลดา / 

     เปิดประวัติดาราสาวหน้าใหม่ ไอเดียร์ ธันลดา อีกหนึ่งเด็กปั้นของ เอ ศุภชัย ที่กำลังถูกพาดพิงว่า เธอคนนี้แหล่ะที่มีข่าวว่าควง ไฮโซแอมป์ พิธาน ไปต่างประเทศ ต้องบอกว่าโปรไฟล์ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว สวยและรวยมว๊ากกกกกกก ดีกรีนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) เจ้าของฉายา “ไอเดียร์ สวนน้ำ” ทายาทนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เศรษฐี จ.ชัยภูมิ รวยขนาดที่ว่าคุณพ่อของเธอทำสวนน้ำเอาไว้ให้เล่นหลังบ้านเลยล่ะค่าาาาา จนตกเป็นกระแสข่าวฮือฮากันไปแล้ว โดยสาว ไอเดียร์ เข้าวงการบันเทิงจากกันชักชวนของ ผจก.เอ บวกกับเคยฝันเอาไว้ว่าอยากเป็นนักแสดงเล่นบท “นางร้าย” ซึ่งมีนางร้ายหน้าสวยอย่าง เนย โชติกา เป็นไอดอลนั่นเอง....ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @ideathanrada ไอเดียร์ ธันลดา   ไอเดียร์ ธันลดา   ไอเดียร์ ธันลดา   ไอเดียร์ ธันลดา   ไอเดียร์ - ผจก.เอ  

รวยเละ! ส.บอลจัดงานมอบเงินรางวัล,สนับสนุนช้างศึกยอดรวม 35 ล้าน
ช้างศึก /  ซิโก้ / 

ทัพช้างศึกชื่นใจทั่วหน้าหลังรับทรัพย์ยอดเงินรางวัลเเละเงินสนับสนุนร่วม 35 ล้านบาท จาก 2 รายการผ่านเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้ายคัดบอลโลกเเละเเชมป์คิงส์คัพ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม เวลา 13.00 น. ที่ห้องพาโนรามา ชั้น 14 โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จัดงาน มอบเงินสนับสนุนและเงินรางวัลแก่สต๊าฟฟ์โค้ชและนักฟุตบอลชายทีมชาติไทย ภายในงานมี พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ, คุณรุ่งโรจน์ ขันชะลี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด, คุณขจร เจียรวนนท์ กรรมการบริษัท ทรูวิชั่น กรุ๊ป จำกัด เครือเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด มหาชน, คุณศรีเทพ งามอัครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะ รายา โรงแรม เดอะ รายา, คุณวัชร วัชรพล ประธานเจ้าหน้าบริหารธุรกิจ สถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี ไทยรัฐ กรุ๊ป, คุณสรัญ รังคสิริ ประธานเจ้าหน้าปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตนเลียมชั้นปลาย สำหรับเงินสนับสนุนที่มอบให้กับนักฟุตบอลทีมชาติไทย และทีมงานสต๊าฟฟ์โค้ช แบ่งเป็น 2 รายการ คือ เงินสนับสนุน 30,000,000 บาท ที่ทีมชาติไทย ผ่านเข้ารอบคัดเลือก 12 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2018 โซนเอเชีย แบ่งเป็น 6 นัดๆ ละ 5,000,000 บาท โดยใช้อัตราส่วนแบ่ง นักกีฬา 70% (21,000,000 บาท) ผู้ฝึกสอน 30% (9,000,000บาท) และเงินสนับสนุน 5,000,000 บาท ที่คว้าแชมป์คิงส์คัพ ครั้งที่ 44 โดยใช้อัตราส่วนแบ่ง นักกีฬา 70% (3,500,000 บาท) ผู้ฝึกสอน 30% ( 1,500,000บาท) นักกีฬาที่ติดทีมชาติ ได้รับเงินรางวัล แยกออกตามจำนวนนัดที่มีรายชื่อ ดังนี้ ได้รับเงินสนับสนุน 1,217,400 บาท ประกอบด้วย สินทวีชัย หทัยรัตนกุล, ธีราทร บุญมาทัน, สุทธินันท์ พุกหอม, ประทุม ชูทอง, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, สรรวัชร์ เดชมิตร, ศราวุฒิ มาสุข, ปกเกล้า อนันต์, ธีรศิลป์ แดงดา, มงคล ทศไกร ได้รับเงินสนับสนุน 1,014,500 บาท ประกอบด้วย สารัช อยู่เย็น, อดิศักดิ์ ไกรษร, ฉัตรชัย บุตรพรม, พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา, นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม, กรวิทย์ นามวิเศษ ได้รับเงินสนับสนุน 811,600 บาท ประกอบด้วย อดุล หละโสะ, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ชนาธิป สรงกระสินธ์, กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์, ทริสตอง สมชาย โด, ธนา ชะนะบุตร, ประกิต ดีพร้อม ได้รับเงินสนับสนุน 608,700 บาท ประกอบด้วย ประวีณวัช บุญยงค์ ได้รับเงินสนับสนุน 405,800 บาท ประกอบด้วย เอกชัย สำเร, พุทธินันท์ วรรณศรี, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ได้รับเงินสนับสนุน 202,900 บาท ประกอบด้วย ทศวรรษ ลิ่มวรรณเสถียร, อนุวัติ น้อยชื่นพันธ์, จักรพันธ์ พรใส, สุริยา สิงห์มุ้ย, มิก้า ชูนวลศรี, สมพร ยศ, จักรพันธ์ แก้วพรม, ชนินทร์ แซ่เอี้ย, อุกฤษณ์ วงศ์มีมา, ศิลา ศรีกาปัง, ยุทธจักร ก้อนจันทร์ ขณะที่ทีมงานผู้ฝึกสอน ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน ดังนี้ ร.ต.ท.เกียรติศักดิ์ เสนำเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอน จำนวน 1,189,800 บาท นายใกล้รุ่ง ตรีจักรสังข์ ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน จำนวน 840,000 บาท 
นายพรรษา มีสัตย์ธรรม ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน Goal จำนวน 840,000 บาท 
นายอภิสิทธิ์ ไข่แก้ว ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน จำนวน 322,200.00 
นายวิรัช วังจันทร์ ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน Goal จำนวน107,400 บาท 
ร.ศ.ดร.ดิษยา รัตนากร แพทย์ประจำทีม จำนวน 537,000 บาท Andy Schillinger Physiotherapy จำนวน 644,400 บาท นายวิฑูรย์ มิ่งขวัญ Physiotherapy จำนวน 537,000 บาท นายณฐกร ฉิมพาลี เจ้าหน้าที่ทีม จำนวน 291,500 บาท นายชาตรี แสงสว่าง เจ้าหน้าที่ทีม จำนวน 349,800 บาท นายสุรสิทธิ์ ทองสุข เจ้าหน้าที่ทีม จำนวน 291,500 บาท นายวิษณุพงษ์ ทองเจิม เจ้าหน้าที่ทีม จำนวน 291,500 บาท 
นายบัณฑิต เทียบทอง เจ้าหน้าที่ทีม จำนวน 291,500 บาท 
นายฉัตรชัย สวงขันธ์ เจ้าหน้าที่ทีม จำนวน 233,200 บาท นายพชร ชูสิน เจ้าหน้าที่ทีม จำนวน116,600 บาท นายวัชรัตน์ จันทะวงษ์ เจ้าหน้าที่ทีม จำนวน 58,300 บาท 
คุณสาวิตรี ปี่แก้ว เจ้าหน้าที่ทีม จำนวน 58,300 บาท สำหรับฟุตบอลชายทีมชาติไทย เตรียมลงทำการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 3 พบกับทีมชาติซาอุดิอาระเบีย ที่สนาม คิง ฟาฮัด สเตเดี้ยม ในวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2559 และพบกับทีมชาติญี่ปุ่น ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2559

5 สตรีทอาร์ต (Street Art) สุดชิคในไทย เที่ยวที่ไหนแวะที่นั่น!
street art /  ที่เที่ยวกรุงเทพ / 

จากตึกรามบ้านช่องเก่าๆ ทรุดโทรม ดูแล้วไม่น่าสนใจ เมื่อมี Street Art ผลงานศิลปะชิคๆ คูลๆ จากศิลปินหรือจิตกรเข้ามาวาดลวดลาย แต่ละรูปก็จะมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน สร้างสีสัน ความสดใสให้พื้นที่นั้นๆ ได้มากทีเดียว ซึ่งนั่นยิ่งทำให้น่าสนใจ และดึงดูดให้ผู้คนหันมาอยากเดินทางมาถ่ายรูปและเที่ยวกันมากขึ้น ใครที่ชอบงานศิลป์ งานอาร์ต ต้องห้ามพลาด! 5 สตรีทอาร์ต (Street Art) สุดชิคในไทย เที่ยวที่ไหนแวะที่นั่น! 5 สตรีทอาร์ต (Street Art) สุดชิคในไทย เที่ยวที่ไหนแวะที่นั่น! 1. สตรีทอาร์ต ใน กรุงเทพฯ : ตั้งแต่ถนนเจริญกรุง จนถึงย่านเยาวราช และถนนสุรวงศ์ เป็นผลงานของ BUKRUK URBAN ARTS 2016 เชื่อว่าเด็กฮิปสเตอร์ เด็กแนว และวัยรุ่นหลายๆ คนคงเคยได้ยินชื่อเสียงของเทศกาลสตรีทอาร์ตที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ กันมาบ้าง เพราะก่อนหน้าที่ BUKRUK(บุกรุก) URBAN ARTS เคยสร้างสีสันให้เมืองกรุงเมื่อ 3 ปีที่แล้ว คราวนี้เขากลับมาอีกครั้ง! งานเพ้นท์ชิคๆ คูลๆ ของศิลปินไทยกับศิลปินฝั่งยุโรปมาปะทะและสร้างสรรค์งานสนุกๆ บนกำแพงไปทั่วกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 23-31 มกราคม 2559 ที่ผ่านมา อ่านเพิ่มเติม : การเดินทางแวะถ่ายรูป สตรีทอาร์ต ใน กรุงเทพฯ http://travel.mthai.com/blog/131220.html 2. สตรีทอาร์ต ใน เชียงใหม่ บินขึ้นเหนือไป จ.เชียงใหม่กันจ้าว! ที่นี่มีที่เที่ยวเยอะมากๆ ทั้งธรรมชาติ วัดวาอาราม เส้นทางปั่นจักรยานรอบคูเมืองที่แสนจะคลาสสิค หรือจะเป็นวิถีคนเมือง ไหนจะอาหาร ไหนจะร้านกาแฟชิคๆ ที่พักคูลๆ ใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ แต่ที่ขาดไม่ได้เลยที่เชียงใหม่ต้องมีคือ “งานศิลปะ” ทั้งแบบล้านนาโบราณ หรือศิลปะร่วมสมัยในปัจจุบัน สตรีท อาร์ต (Street Art) ในเชียงใหม่มีหลายจุด เช่น โครงการ Think Park, กาดสวนแก้ว, ถนนนิมมานเหมินท์, ถนนมูลเมือง, ถนนราชวิถี อ่านเพิ่มเติม : การเดินทางแวะถ่ายรูป สตรีทอาร์ต ใน เชียงใหม่ http://travel.mthai.com/member-blog/135462.html 3. สตรีทอาร์ต ใน ภูเก็ต  ขึ้นสุดเหนือแล้วก็ลงสุดใต้มา จ.ภูเก็ต กันค่ะ ที่ "100 Of Arts - ขนมศิลปะและบ้านเลขที่ 100" สตรีทอาร์ตใจกลางเมืองภูเก็ต บริเวณถนนดี สี่แยกอาหารพื้นเมืองลกเที้ยน โดยผลงานเหล่านี้เป็นของกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และศิลปินเยอะแยะมากมาย อีกทั้งยังมีสตรีทอาร์ต “น้องมาร์ดี” เด็กสามตา บริเวณกำแพงของอดีตธนาคารชาร์เตอร์หรือพิพิธภัณฑ์บาบ๋าภูเก็ต เป็นผลงานของ Alex Face ในโครงการ F.A.T. Phuket (Food Art Old Town) แต่น่าเสียดายที่กลุ่ม So Phuket ได้ตัดสินใจขอลบภาพออก เพื่อยุติปัญหาต่างๆ ดูภาพเพิ่มเติม http://www.bkkgraff.com/street-art-in-phuket-2016/ 4. สตรีทอาร์ต ตรัง กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว แลนด์มาร์กเล็กๆ อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจของ จังหวัดตรัง ที่ได้ร่วมกันทำสตรีทอาร์ต ใต้โครงการ "ตรังสวยด้วยโรตารี" วาดภาพสื่อถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนตรัง ดั่งสโลแกนที่ว่า "ถิ่นกำเนิดยางพารา เด่นสง่าดอกศรีตรัง ปะการังใต้ทะเล" มี 3 จุดด้วยกัน คือ บ้านเลขที่ 17 ตึกชิโนโปรตุกีส ใกล้สี่แยกท่ากลาง ถนนราชดำเนิน ร้านแว่นตาท็อปเจริญ ปากซอยไทรงาม ตรงข้ามกับตึกชิโนฯ ร้านสิริบรรณ บนผนังบ้านในซอยไทรงาม ขอบคุณภาพ TRANG Street ART 5. สตรีทอาร์ต ใน สงขลา ที่นี่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจอยู่ไม่น้อย จุดเด่นของสตรีทอาร์ต ที่นี้คือ การเนรมิตอาคารเก่าสุดคลาสสิกสไตล์ชิโนโปรตุกีส ย่านเมืองเก่าสงขลา ที่อายุกว่า 96 ปี (สร้างปี พ.ศ.2462) บริเวณสี่แยก "ถนนนางงาม" สร้างศิลปะแนวสตรีทอาร์ต จำลองบรรยากาศร้านน้ำชาชื่อ “ฟุเจา” ที่เคยเปิดในอาคารนี้ เป็นผลงานของอาจารย์และนักศึกษาจากสาขาศิลปกรรมและการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย และอีกหนึ่งจุดบริเวณประตูม้วนเหล็ก โรงสีแดง "หับ โห้ หิ้น" ถ่ายทอดเรื่องราวครั้งเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2

เที่ยววันหยุดยาว กับ 10 สถานที่ท่องเที่ยวใน อุบลราชธานี ที่พลาดไม่ได้!
10 อันดับที่ท่องเที่ยว /  ที่เที่ยวอุบลราชธานี / 

ในช่วงเดือนกรกฏาคมของทุกปี จังหวัดอุบลราชธานี จะมีการจัดงานเทศกาลประเพณีแห่เทียนพรรษาที่ยิ่งใหญ่ มีทั้งขบวนรถแห่เทียนพรรษา ขบวนฟ้อนรำจากคุ้มวัดต่างๆ แต่วันหยุดยาวทั้งทีแบบนี้ นอกจากจะมาชมพิธีแห่เทียน แล้ว เราขอพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวให้ทั่วอุบลฯ กันซะเลย กับ 10 สถานที่ท่องเที่ยวที่พลาดไม่ได้ เที่ยววันหยุดยาว กับ 10 สถานที่ท่องเที่ยวใน อุบลราชธานี ที่พลาดไม่ได้! 1. ประเพณีแห่เทียนพรรษา อย่างที่บอกว่า จังหวัดอุบลราชธานี มีการจัดงานเทศกาลประเพณีแห่เทียนพรรษาทุกปีในช่วงเดือนกรกฎาคม ณ สนามทุ่งศรีเมือง เพื่อสืบสาน และอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น เสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการส่งเสริมการท่องเที่ยว และเป็นภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัดอุบลราชธานี อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในจังหวัดได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ข้อมูลเพิ่มเติม ขบวนแห่เทียนพรรษาสุดอลังการ จ.อุบลราชธานี 2. วัดพระธาตุหนองบัว วัดพระธาตุหนองบัว เป็นวัดราษฎร์ นิกายธรรมยุต เป็น วัดสำคัญวัดหนึ่ง ของจังหวัดอุบลราชธานี ภายในวัดมีสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ คือพระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ครบรอบ 25 ศตวรรษของพุทธศาสนาในปี พ.ศ. 2500 พระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์นั้น ได้จำลองแบบมาจากเจดีย์ที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย เป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ รอบองค์พระธาตุเป็นกำแพงแก้ว ซึ่งทั้ง 4 มุม ของกำแพงแก้ว ได้ประดิษฐานพระเจดีย์ขนาดเล็กอีก 4 องค์ เมื่อได้เดินเข้ามาก็สามารถสัมผัสได้ถึงความสวยงามโอ่อ่า กับสีทองอร่ามตา แสดงให้เห็นถึงงานสถาปัตยกรรมที่ละเมียดละไม เป็นความวิจิตรงดงามที่น่าบันทึกภาพเก็บไว้ 3. เสาเฉลียง เสาเฉลียง ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำ สายลมและแสงแดดมีลักษณะเป็นแท่งหินตั้งขึ้น มีส่วนบนเป็นแผ่นหินวางอยู่โดยไม่ติดกันมองดูคล้ายดอกเห็ด หากได้ขึ้นไปถ่ายรูปคู่กับเสา จะยิ่งเห็นความยิ่งใหญ่ได้อย่างชัดเจน 4. อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อยู่ในท้องที่อำเภอโขงเจียม อำเภอศรีเมืองใหม่ และอำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี ผาแต้ม มีจุดเด่นที่สวยงามตามธรรมชาติมากมาย ด้วยสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ สัตว์ป่านานาชนิด และยังมีจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามและเป็นที่แรกที่ได้เห็นแสงตะวันก่อนใคร อ่านเพิ่มเติม ย้อนรอยอารยธรรม อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อุบลราชธานี อ่านเพิ่มเติม ผาชะนะได อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี 5. หินชมนภา แก่งชมดาว  หาดหินรูปทรงประหลาดอันกว้างใหญ่ ในฤดูน้ำโขงลด จะมีหินกลางน้ำผุดขึ้นมาให้เราได้เห็น ชาวบ้านเชื่อกันว่าให้หาหินนี้ให้เจอ เพราะเป็นจุดชมท้องฟ้าที่ส่องแสงและสีสันได้สวยที่สุด ทั้งแสงแรกแห่งรุ่งอรุณ และทะเลดวงดาว สวยระยิบระยับเต็มท้องฟ้าในยามคืนข้างแรม ณ แก่งชมดาว อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี แก่งหินที่มีความพิเศษด้วยลวดลายที่เป็นเส้นสวยงาม หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นที่เดียวกันกับสามพันโบก โดยแก่งชมดาวนั้นมีขนาดเล็กกว่า แต่พื้นผิวของหินมีมิติชัดเจนกว่ามาก 6. ต้นไม้เรืองแสง วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว อ.สิรินธร เป็นสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมากจุดหนึ่ง รวมไปถึงเหมาะสำหรับการดูดาว ซึ่งหากโชคดีอาจได้พบฝูงช้างเผือกเชือกใหญ่เปล่งประกายบนท้องฟ้า ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบร่มรื่น เมื่อนักท่องเที่ยวที่มาเยือนได้พบเห็นแล้ว ต้องประทับจำใจอย่างแน่นอน ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ด้านหลังของพระอุโบสถ ที่มีงานศิลปกรรมอันโดดเด่นด้วยภาพของต้นกัลปพฤกษ์ ที่ยามค่ำคืนจะปรากฎกายเรืองแสงออกมา เป็นภาพความมหัศจรรย์ของสิ่งปลูกสร้างท่ามกลางธรรมชาติอันแสนงดงาม อ่านเพิ่มเติม ต้นไม้เรืองแสง วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว จังหวัดอุบลราชธานี 7. สามพันโบก สามพันโบก เป็นแก่งหินใต้ลำน้ำโขง เขตบริเวณบ้านโป่งเป้า ตำบลเหล่างาม อำเภอโพธิ์ไทร สามพันโบกคือความงดงามใต้น้ำ จะปรากฏให้เห็นแค่เพียงในยามน้ำแล้งเท่านั้น เนื่องจากในช่วงฤดูน้ำหลากแก่งหินดังกล่าวจะจมอยู่ใต้บาดาล ความสวยงามวิจิตรของหินที่ถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนเว้าแหว่ง “โบก” เป็นภาษาลาว เป็นชื่อเรียกอีกอย่างของ แอ่ง หมายถึง บ่อน้ำลึกในแก่งหินใต้ลำน้ำโขง นั่นเองมีรูปร่างแตกต่างกันออกไป ใหญ่บ้างเล็กบ้าง บ้างเป็นรูปวงรี รูปดาว รูปวงกลม และรูปอื่น ๆ อีกมากมาย ตามแต่ที่เราจะจินตนาการจำนวนมากกว่า 3,000 แอ่ง หรือ 3 พันโบก 8. สัมผัสบรรยากาศเก่า ที่ ซืนวาน (Zunewan) ถ้าหาก..หัวหิน มี “เพลินวาน“..ก็คงไม่แปลกอะไรถ้าอุบลราชธานีจะมี ” ซืนวาน ” (Zunewan) น่าจะเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางท่องเที่ยว ที่คุณต้องไม่พลาดโอกาสไปเยือนสักครั้ง ซืนวาน คืออีกหนึ่งคอมมูนิตี้มอลล์แบบย้อนยุค เอาใจคนรักของเก่าในบรรยากาศเก่า และวิถีชีวิตเก่าๆ ของคนอุบลฯ โดยซืนวานนั้นตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 5 ไร่ครึ่ง บนถนนสถลมาร์ค วารินฯ-เดชอุดม หรือ ทางหลวงหมายเลข 24 ตั้งอยู่ระหว่างแยก กกแต้ และธกส.สาขาวารินชำราบ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นแหล่งช้อป-กิน-เที่ยวที่นำเสนอนักท่องเที่ยวในรูปแบบการผสมผสานความเป็นสมัยใหม่ และอดีตเข้าด้วยกันอย่างลงตัว อ่านเพิ่มเติม ซืนวาน สัมผัสบรรยากาศเก่า ที่ อุบลราชธานี 9. เที่ยวตามรอยหนังดัง เส้นทางถ่ายทำภาพยนตร์ Alexander เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัด ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวและกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยว โดยมีการแสดงอุปกรณ์การถ่ายทำ, เสื้อผ้า,อาวุธ,ฉากถ่ายภาพ พร้อมชมภาพยนตร์ฉากที่ถ่ายทำในประเทศไทย ที่แหล่งท่องเที่ยวที่บ้านบัวเทิง ตำบลท่าช้าง อำเภอสว่างวีระวงศ์ อุบลราชธานี อ่านเพิ่มเติม แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ตามรอยภาพยนตร์ Alexander เที่ยวอุบลราชธานี 10. เที่ยวทะเลทรายชิคๆ ที่ “หาดทรายสูง” อุบลราชธานี มีแหล่งท่องเที่ยวชื่อว่า “หาดทรายสูง” อยู่ที่บ้านลาดเจริญ อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี ซึ่งเกิดจากความมหัศจรรย์แห่งลำน้ำโขง หาดทรายที่นี่ก็สูงสมชื่อจริงๆ ทำให้ได้มุมในการถ่ายรูปเก๋ๆ ชิคๆ ความสวยงามของที่นี่อยู่ที่ตอนน้ำลด หรือ ในช่วงหน้าแล้งนี่อีก เพราะจะทำให้เห็นสันดอนทราย โขดหิน โผ่ลขึ้นมาเหนือน้ำ สวยงามไปอีกแบบ แผนที่หาดทรายสูง การเดินทางมาที่นี่วิวขับรถยนต์มานะคะ ระยะทางจะค่อนข้างไกลนิดนึง เพราะอยู่ถึง อ.เขมราฐ ซึ่งห่างจากตัวเมืองอุบลฯประมาณ 120 กม. แต่ถ้าใครมาเที่ยวสามพันโบก หาดชมดาว ละแวกนี้อยู่แล้ว อยากให้ลองมาเที่ยวดู ขับเลยมาอีกนิดประมาณครึ่ง ชม. ก็จะถึงหาดทรายสูงค่ะ

ช่วยน้องเล็ก! พัทยาปล่อย “สุขสันต์” ซบเเพร่ ยูไนเต็ด
ทีมชาติไทย ยู19ปี /  พัทยา ยูไนเต็ด / 

โลมาน้ำเงินปล่อยตัวปีกดาวรุ่งดีกรีทีมชาติไทย U19 ปีย้ายไปร่วมทีมเเพร่ ยูไนเต็ด ทีมในลีกรากหญ้าในโซนภาคเหนือ สโมสรพัทยา ยูไนเต็ด ทีมดังจากศึกโตโยต้า ไทยลีก ล่าสุดทำการปล่อยตัวปีกดาวรุ่งอย่าง สุขสันต์ มุ่งเป้า เเข้งดีกรีทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปีไปให้กับทีมเเพร่ ยูไนเต็ด ทีมในศึกเอไอเอส ลีก ภูมิภาค ดิวิชั่น 2 โซนภาคเหนือด้วยสัญญายืมตัวเป็นที่เรียบร้อยเเล้ว โดยปีกวัย 19 ปีก่อนหน้านี้ไม่เคยสังกัดสโมสรใด เเต่ไปคัดตัวในนามโรงเรียนอัสสัมชัญ ศรีราชา เเละติดทีมชาติไทยชุด U19 ปีในชุดของ “โค้ชจุ่น” อนุรักษ์ ศรีเกิด เป็นเฮดโค้ช ก่อนสุดท้ายถูกทาบทามมาร่วมทีมพัทยา ยูไนเต็ด เเต่ไม่สามารถเบียดตำเเหน่งตัวจริงในถิ่นหนองปรือ สเตเดียม กระทั้งถูกปล่อยตัวไปให้ทีมเเพร่ ยูไนเต็ด ไปในที่สุด

7 สิงหาคม 2559 ดาวพฤหัสบดีย้ายราศี อ.คฑา แนะ 8 ราศี ดวงเปลี่ยนแปลง
12ราศี /  ดาวพฤหัสบดี / 

อ.คฑา ชินบัญชร ออกมาบอกว่า วันที่ 7 สิงหาคม 2559 เป็นวันที่ดาวพฤหัสบดี ย้ายจากราศีกรกฎ สู่ราศีสิงห์ และกำลังจะเคลื่อนเข้าสู่ราศีกันย์ จึงทำให้ส่งผลกระทบกับ 8 ราศี ดังนี้ 1.ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) ผู้ใหญ่ให้การสนับสนุนเป็นพิเศษ งานราชการทหาร ตำรวจ โดดเด่น แต่ต้องระวังสุขภาพของผู้ใหญ่ในบ้าน 2.ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) เรื่องของอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ จะเกิดความขัดแย้งกับผู้ใหญ่ การทำงานจะโดนจ้องจับผิด อย่ามาสาย อย่าทำงานผิดพลาด 3.ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) สุขภาพของญาติผู้ใหญ่ที่เจ็บป่วยจะดีขึ้น ความสัมพันธ์กับผู้ใหญ่ที่เป็นผู้หญิงจะคลี่คลาย 4.ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) สุขภาพน่าห่วง ต้องระวังเป็นพิเศษ เอกสาร สัญญา อึดอัดใจ ติดขัด ทำให้หงุดหงิด งานประจำ โดนแทงข้างหลัง 5.ราศีกรกฏ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) ผู้ใหญ่ให้การช่วยเหลือส่งเสริมดี แต่ญาติผู้ใหญ่ในบ้านจะเจ็บป่วย 6.ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) ดวงการงานโดดเด่น ผู้ใหญ่ให้การสนับสนุน ดูแลสุขภาพผู้ใหญ่ในบ้านให้ดี ความรักสั่นคลอนนิดหน่อย ให้หนักแน่น 7.ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) สุขภาพจะดี ผู้ใหญ่เมตตาเอ็นดู เอกสาร สัญญา ที่ต้องเคลียร์ ราบรื่นดี 8.ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม) รายจ่ายเยอะมาก ตลอดทั้งเดือน ความรักโดดเด่น พบรักกับคนที่มีอายุมากกว่า วิธีการแก้เคล็ด 1.กราบพระปางสมาธิ พระประจำวันพฤหัสบดีพ ร้อมสวดคาถาบูชา "ภะ สัม สัม วิ สะ เท ภะ" ทั้งหมด 19จบ เสริมสิริมงคล เพิ่มสติปัญญาให้เฉลียวฉลาด 2.พระฤาษี เพราะพระฤาษีถือเป็นพระอาจารย์ของทวยเทพทั้งหลาย 3.ขอพรกับหลวงพ่อโสธร ให้สิ่งที่ต้องการ สมหวังดังที่ตั้งใจ รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

คาถาบูชาแม่ สวดเสริมมงคล ขอพรสิ่งดีให้แม่ตลอดทั้งปี
คาถา /  คาถาบูชาพ่อแม่ / 

วันแม่ที่จะถึงนี้ นอกจาการพาพ่อแม่ไปกินข้าวแล้ว ตอนเช้าก่อนจากบ้าน มาเสริมสิริมงคลให้กับคุณแม่ ด้วยการสวด คาถาบูชาแม่ พร้อมกับเตรียมพวงมาลัย และน้ำอบลอยดอกมะลิ เพื่อนำมารดน้ำ พร้อมกับขอพรให้คุณแม่มีความสุข มีสุขภาพที่แข็งแรง อย่าลืมแชร์ต่อบอกบุญให้คนอื่นได้ทราบกันด้วยนะคะ :) มัยหัง มาตาปิตูนังวะปาเทสุ วันทามิ สาทะรัง (กราบ 1 ครั้ง) หลังจากสวดบูชาแล้ว หากสะดวกก็ทำพิธีขออโหสิกรรมต่อเลยก็ได้ โดยให้เตรียมน้ำโรยดอกมะลิไปหนึ่งขัน แล้วพูดว่า “กายกัมมัง วจีกัมมัง มโนกัมมัง โย โทโส อันว่าโทษใดความผิดอันใด ที่ข้าพเจ้าพลั้งเผลอสติไป ด้วยกายก็ดี ด้วยใจก็ดี ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ขอใหคุณพ่อ คุณแม่ คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย คุณพี่ คุณน้อง อโหสิกรรมให้ด้วย” หลังจากนั้นราดน้ำรดมือ รดเท้า รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.Mthai.com