พร้อม สิริสันต์

ราคาทองคำวันนี้ปรับลดลงต่อเนื่องอีก 100 บาท
ทอง /  ทองคำแท่ง / 

ราคาทองปรับลง 100 บาท ทองแท่งขาย 18,950 บาท รูปพรรณขาย 19,350 บาท วันนี้ (23 มิ.ย. 58) สมาคมค้าทองคำรายงานราคาทองคำประจำวัน เวลา 09.29 น. (ครั้งที่ 1) ทองแท่งรับซื้อคืนบาทละ 18,850 บาท ขายออกบาทละ 18,950 บาท ทองรูปพรรณรับซื้อคืนบาทละ 18,571 บาท ขายออกบาทละ 19,350 บาท ทั้งนี้ ราคาทองปรับตัวลดลง 100 บาท ทั้งนี้ บริษัท ออสสิริส จำกัด ได้วิเคราะห์ราคาทองคำประจำวันอังคารที่ 23 มิถุนายน 2558 ไว้ดังนี้ คลิกอ่าน ฟังคลิป บทวิเคราะห์ราคาทองคำ By Ausiris MThai News

ชิน เห็นยัง? โซฟี่ ควง หนุ่ม ดูหนัง 2 ต่อ 2
ชิน ชินวุฒิ /  โซฟี่ อัปสรสิริ / 

ได้ยินข่าวว่าหนุ่ม ชิน ชินวุฒ หวงน้องสาว โซฟี่ อัปสรสิริ มว้าก...ขนาดที่ว่าต้องคอยกำชับคุณแม่ให้มาคอยเฝ้า คอยดูแลสาวโซฟี่อยู่ไม่ห่าง เพราะไม่ว่าจะไปที่ไหน ทำอะไร เมื่อไหร่ ถ้าไม่มีหนุ่มชินหรือคุณพ่อ ก็ต้องมีคุณแม่อยู่ข้างๆ งานนี้หนุ่มคนไหนที่คิดจะเข้ามาขายขนมจีบคงต้องมองซ้ายมองขวากันให้ดี ก็อย่างว่าละเนอะ มีน้องสาวสวย แถมมีดีกรีเป็นถึงนางเอกแบบนี้ก็ต้องคอยสกรีนหนุ่มๆ กันนิส...นึง จุดนี้ไม่แปลกใจเลยค่ะว่าทำไมคุณเธอยังโสดแหมๆๆ ก็ที่บ้านหวงซะขนาดนี้ใครจะกล้ามาจีบล่ะเนอะ แต่เอ๊ะ! ล่าสุดปาปารัซซี่บังเอิญไปเห็นช็อตเด็ด เจอสาวโซฟี่ควงหนุ่มตาน้ำข้าวดีกรีนักบาสอาชีพนามว่า เควิน ไปดูหนังกันแบบสองต่อสอง ซึ่งหนุ่มเควินก็เป็นน้องชายของนักบาสทีมชาติสุดหล่ออย่าง รูเบน หวานใจของนักตบลูกยาง อรอุมา สิทธิรักษ์ ว้าย...ตายแล้ว ไหนว่าหนุ่มชินหวงนักหวงหนา ไหงปล่อยให้มาเดินกับผู้ชายอย่างนี้ล่ะคะเนี่ย ว่าแต่สาวโซฟี่ออกมาเที่ยวกับหนุ่มสองต่อสองแบบนี้ พี่ชายจะทราบเรื่องหรือเปล่า เอาเป็นว่าเคลียร์กับพี่ชายแล้วก็อย่าลืมออกมาชี้แจงด้วยนะจ๊ะว่าหนุ่มเควินเขาอยู่ในสถานะอะไร อิอิอิ!!! โซฟี่ อัปสรสิริ โซฟี่ อัปสรสิริ โซฟี่ อัปสรสิริ

6 อันดับสาวกับ กระโปรงมินิสเกิร์ต ใครแบ๊วสุด!!!
snap signature /  กระโปรงมินิสเกิร์ต / 

มาดูกันเถอะๆ สาวคนไหนใส่กระโปรงมินิสเกิร์ตแล้วแบ๊วสุด!!!        กระโปรงมินิสเกิร์ต แฟชั่นน่ารักๆ สำหรับสาวๆ ที่อยากจะลดอายุให้ดูเด็กละก็มาลุยกันเลย เริ่มด้วยลองเปิดตู้เสื้อผ้าค้าหากระโปรงมินิสเกิร์ตสักตัวแล้วหยิบมามิกซ์แอนด์กับเสื้อยืด เสื้อกล้าม เสื้อแขนกุด เสื้อเชิ้ตหรือจะเสื้อครอปก็ยังได้ ก็แล้วแต่ว่าสาวๆ จะดูว่ารูปร่างตัวเองเหมาะจะแมทแบบไหน แต่ที่สำคัญก่อนจะใส่ลองดูขาตัวเองก่อนสักนิดก็ดีถ้ายังไม่เนียนจนมั่นใจก็ขัดสีฉวีวรรณก่อนได้จ้า ซึ่งครั้งนี้เราก็เลยรวบ 6 ดาราสาวกับกระโปรงมินิสเกิร์ตมาให้ดูกันสิว่าสาวๆ คนไหน Pretty ที่สุด ออม สุชาร์ 1.ออม สุชาร์ สาวตัวเล็กวันนี้หยิบ กระโปรงมินิสเกิร์ต พิมพ์ลายโทนสีพาสเทลเบาๆ มาใส่คู่กับเสื้อครอปแขนกุด เป็นลุคที่น่ารัก น่าเอ็นดู๊เอ็นดู หญิงแย้ นนทพร 2.หญิงแย้ นนทพร มากับ กระโปรงมินิสเกิร์ต สีชมพูสดใสพิมพ์ลายกราฟิก คู่กับเสื้อครอปเข้าเซทไม่ต้องไปหาอะไรมาแมทให้ยุ่งยาก แถมทั้งกระเป๋ากับรองเท้าก็สีชมพู เรียกว่าชมพูทั้งตัวลุคนี้เลยทั้งสวยทั้งเด็กลงไปอีก บัว วันสิริ 3.บัว วันสิริ สำหรับสาวๆ คนไหนที่ตัวเล็กแต่ว่าไม่ได้สูงมากก็ใส่ กระโปรงมินิสเกิร์ต แบบสาวบัวได้ เพียงหยิบรองเท้าส้นสูงมาช่วย แต่ถ้าโทนเสื้อผ้าสีขาวดำก็ควรหารองเท้าสีๆ มาใส่แบบสาวบัวนี่ใช่เลย แอร์ ภัณฑิรา 4. แอร์ ภัณฑิรา นี่ก็สาวร่างเล็กอีกคนที่วันนี้เลือกกระโปรงมินิสเกิร์ตหนังสีเลือดหมูมาใส่กับเสื้อสายเดี๋ยวตัวจิ๋ว คลุมทับด้วยแจ็คเก็ตก็ได้ลุคน่ารักและเท่ไปด้วย ดาร์ลิ่ง อารดา 5. ดาร์ลิ่ง อารดา ครั้งนี้ก็เลือกกระโปรงมินิสเกิร์ตสีดำมาใส่กับเสื้อยืด เพิ่มความเป็นสาวโคเรียลสไตล์ด้วยใส่ถุงเท้ายาวกับรองเท้าบู้ทส้นสูง เมย์ สิรินทร์ 6. เมย์ สิรินทร์ นางร้ายหวานใจหนุ่มตูมตาม เดอะสตาร์เลือกใส่มินิสเกิร์ตสีทองทรงบานๆ แมทคู่กับเสื้อสายเดี๋ยวสีเหลืองตัวจิ๋วโชว์หน้าท้องขาวๆ ก็เลยได้ทั้งลุคน่ารักปนเซ็กซี่ขยี้ใจหนุ่มไปด้วย ติดตามเรื่องราวแฟชั่นได้ที่ https://www.facebook.com/SnapSignature และอ่านออนไลน์ได้ที่ http://www.mbookstore.com/book-details/6993//Snap-Magazine-issue-15-:-Jun-2015

แฟชั่น แฝดสยาม..ล้ำยุค
แฟชั่น

แฝดสยาม..ล้ำยุค Dichan Issue : 920 June, 2015 Brand : Chai Gold Lable Model : Sveta Golubushking, Kate Kukushkina @WM model Photo : ธนนนท์ ธนากรกานต์ Stylist : สิริวงษ์ สุขเกษมสิน Hair สันติพงษ์ ขวัญเซ่ง Makeup : สุรพล ลิ้มวาณิชย์.

ตู่ นพพล นำทีมขวัญใจวัยโจ๋ บวงสรวงหนังสุดจี๊ด Water Boyy
Water Boyy /  ตู่ นพพล โกมารชุน / 

บริษัท โคโซโคโม่ จำกัด และบริษัท ลอนช จำกัด ร่วมกับ บริษัท แฮนด์เมด ดิสทริบิวชั่น จำกัด จัดงานบวงสรวงเปิดกล้องภาพยนตร์โรแมนติก เอาใจวัยจี๊ดเรื่อง Water Boyy วอเตอร์ บอยย์ นำแสดงโดย นักแสดงคุณภาพคับแก้ว อย่าง ตู่ นพพล โกมารชุน ร่วมด้วย เงิน อนุภาษ เหลืองสดใส, บุ๊ค ณัชชารีย์ กิจวิริยะ, บีม ปภังกร ฤกษ์เฉลิมพล, เน๋ง ศรันย์ นราประเสริฐกุล และ หนึ่ง สุริยน ศรีอรทัยกุล กำกับการแสดงและเขียนบทโดย ราชิต กุศลคูณสิริ อำนวยการสร้างโดย สุรสา สืบสมาน โดยจัดให้มีพิธีบวงสรวงขึ้น ณ Park Lane เอกมัย เมื่อวานที่ผ่านมา Water Boyy ที่นำเสนอเรื่องราวของการแข่งขัน ความรัก ความผูกพันเพียงชั่วข้ามคืนของเด็กไร้เดียงสาของ "น้"ำ (เงิน อนุภาษ) นักกีฬาว่ายน้ำทุนโรงเรียนดีกรีเยาวชนทีมชาติ ผู้ซึ่งมีพรสวรรค์แต่ขาดพรแสวง น้ำมีพ่อเป็นโค้ชทีมชาติมือเก๋าที่ปลดระวาง คือ โค้ชหนึ่ง (ตู่ นพพล) ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากัน ในขณะเดียวกัน "หมึก" (บีม ปภังกร) นักกีฬาว่ายน้ำเยาวชนที่ถูกส่งจากกรุงเทพฯ ให้มาเก็บตัวที่หัวหิน นิสัยขี้เก๊กไม่ค่อยมีมนุษยสัมพันธ์เลยถูกโค้ชหนึ่ง จับมาเป็นพาร์ทเนอร์กับน้ำ เพราะความใกล้ชิดทำให้พวกเขาทั้งคู่ เกิดไม่แน่ใจในความรู้สึกที่มีต่อกัน และ "นุ่น" (บุ๊ค ณัชชารีย์) นักแสดงดาวรุ่ง นักร้องที่กำลังโด่งดัง แฟนสาวของหมึกปรากฏตัวขึ้น นุ่นแอบหนีกองถ่ายมาเยี่ยมหมึกที่หอพักนักกีฬาบ่อยๆ ภาพที่นุ่นอยู่กับหมึก ทำให้น้ำสับสนว่าเขาคิดอะไรอยู่กันแน่ ติดตามบทสรุปความรักของพวกเขาและเธอ ไปกับภาพยนตร์รักที่ไม่จำกัดเวลา และสถานะ Water Boyy วอเตอร์ บอยย์ ต.ค.นี้ ในโรงภาพยนตร์. --------------------------------------------

แห่ดื่ม! น้ำปริศนาผุดใต้บ้านเชื่อพญานาคกว่าร้อยปีดลบันดาล
ขอนแก่น /  น้ำผุด / 

ชาวบ้านอ.น้ำพอง ขอนแก่นแตกตื่น น้ำปริศนาผุดใต้ถุนบ้าน เชื่อเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์จากพญานาคแม่เฒ่ามุณีอายุกว่า 158 ปี แห่จุดธูปไหว้ นำดื่มกิน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านที่จ.ขอนแก่นแตกตื่น หลังจากมีน้ำปริศนาผุดขึ้นมาจากบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 8 บ้านท่ามะเดื่อ ต.ท่ากระเสริม อ.น้ำพอง โดยเชื่อกันว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่เกิดจากพญานาค โดยบ้านดังกล่าวเป็นบ้านไม้ยกพื้น พบชาวบ้านกำลังจุดธูปสักการะบ่อน้ำกว้าง 40 เซนติเมตร ลึกประมาณ 20 เซนติเมตร ภายในใต้ถุนบ้าน ชาวบ้านบางรายก็ตักน้ำที่ผุดขึ้นมาดื่มกิน จากการสอบถามนางทองใบ อายุ 69 ปี เจ้าของบ้านเปิดเผยว่า ตนอาศัยอยู่บ้านหลังนี้มาตั้งแต่เกิด ซึ่งบ้านหลังนี้เป็นบ้านของบรรพบุรุษ มรดกตกทอดจากรุ่นปู่ย่า มีอายุประมาณ 100 ปี โดยเมื่อวันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตนเห็นน้ำซึมออกมาจากพื้นโดยมีทรายปนมาด้วย จึงเอานิ้วจุ่มลงไป ปรากฏว่าน้ำได้พุ่งออกมา จึงแจ้งให้เพื่อนบ้านทราบ จากนั้นได้ทำการขุดหาต้นตอของน้ำดังกล่าว พบว่าตาน้ำได้มาจากทางทิศใต้ของตัวบ้าน ทั้งนี้ตนกลัวว่าจะเป็นสิ่งที่ไม่เป็นมงคล จึงได้ไปปรึกษาหมอธรรมประจำหมู่บ้านให้เข้าทรง โดยหลังจากเข้าทรงหมอระบุว่าน้ำดังกล่าวเป็นน้ำที่พญานาคเป็นผู้ดลบันดาลให้เกิด พญานาคชื่อแม่เฒ่ามุณี  มีอายุกว่า 158 ปี โดยการมาปรากฏให้เห็นนี้ก็จะทำให้ผู้อาศัย มีโชคลาภ ขอให้ทำชุดบายศรี 1 คู่ กล้วย 3 หวี ไข่ไก่ จุดธูปไหว้ขอพรจำนวน 6 ดอก จะทำให้โชคดี โดยหลังจากที่ชาวบ้านได้ทราบว่ามีน้ำศักดิ์สิทธิ์ผุดขึ้นมา ต่างก็ทยอยมาจุดธูปขอพร และนำน้ำดังกล่าวไปดื่มกิน เพราะเชื่อว่าเป็นสิริมงคล ด้านกำนันในพื้นที่ ได้ทำการประสานไปยังเจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำอำเภอน้ำพอง นำตัวอย่างน้ำดังกล่าวไปตรวจหาสารอันตรายเจือปน เนื่องจากชาวบ้านยังนำน้ำไปดื่มกิน โดยอ้างว่าเหมือนน้ำในบ่อน้ำใต้ดิน ไม่มีสีไม่มีกลิ่น ขอบคุณข้อมูลจาก CH7 MThai News

Ausiris ชี้ วิกฤติกรีซ ส่งผลราคาทองคำวันนี้ (คลิป)
ทอง /  ทองคำ / 

บทวิเคราะห์ทองคำ ประจำวันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2558 โดย ออสสิริส กรุ๊ป ระบุว่า ประเด็นสำคัญของราคาทองคำในวันนี้มีปัจจัยเกี่ยวข้อง ดังนี้ ปัจจัยทางพื้นฐานเมื่อวานที่ผ่านมา ราคาทองคำปรับขึ้น 8 เหรียญในเช้าวันจันทร์ หลังนักลงทุนรับข่าวในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมาว่า บรรดารัฐมนตรีคลังยูโรโซน หรือยูโรกรุ๊ป ปฏิเสธที่จะขยายความช่วยเหลือทางการเงินแก่กรีซ แสดงให้เห็นว่ากรีซอาจจะผิดนัดชำระหนี้ 1.6 พันล้านยูโรแก่กองทุนการเงินระหว่างในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ ปัจจัยที่ต้องจับตามองวันนี้ 1.ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมิ.ย. ของเยอรมนี วิเคราะห์จากเม็ดเงินที่ ECB ฉีดลงไปในรูปแบบ QE ส่งเศรษฐกิจในยุโรปเริ่มฟื้นตัว คาดว่าจะทำให้ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมิ.ย.ของเยอรมนี ปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่ายูโรแข็งค่า ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า ราคาทองคำปรับเพิ่มขึ้น 2.ยอดขายบ้านที่รอปิดการขายเดือนพ.ค.สหรัฐ เวลา 21.00 น. พิจารณาจากยอดขายบ้านมือหนึ่งและมือสองของสหรัฐมีการขยายตัวมากขึ้นอย่างเห็นได้ซึ่งจะทำให้ ยอดขายบ้านที่รอปิดการขายเดือนพ.ค.สหรัฐมากขึ้น ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น ราคาทองคำลดลง มองทางเทคนิค แนวโน้มขาขึ้นระยะสั้นๆ มองกรอบสัปดาห์ที่ 1170 -1200 $/oz ชม คลิป บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 1 นาที By www.ausiris.co.th MThai News

กินก่อนฟินก่อนกับ 10 ร้านที่ต้องลองใน จังหวัดนนทบุรี
ปากเกร็ด /  ร้านอาหารนนทบุรี / 

และแล้วก็เข้าสู่วันศุกร์สุดสัปดาห์อีกแล้ว วันหยุดนี้ชาว Food.MThai มีโปรแกรมไปไหนกันหรือยังครับถ้ายังวันนี้เราจะพาทุกท่านไปชิมสุดยอดร้านอาหารในตำนานกับ 10 สุดยอดร้านอาหารขึ้นชื่อที่ต้องไปชิมซักครั้งด้วยตัวเอง ของ จังหวัดนนทบุรีกัน พร้อมแล้วก็ไปกันเลยครับ 1. ร้านอาหารแดรี่ควีน (Dairy Queen Restaurant) สำหรับคนชอบบรรยากาศกินลมชมสะพาน ริมแม่น้ำ ต้องไม่พลาด ร้านแดรี่ควีน (Dairy Queen Restaurant) เด็ดขาดครับ นอกจากบรรยากาศดีแล้วยังมีอาหารสดๆ ทั้งกุ้งแม่น้ำ ปลากะพงสดๆ แบบวันต่อวัน และอีกสารพัดเมนูให้เลือกอิ่มอร่อย ร้านแดรี่ควีน (Dairy Queen Restaurant) มีให้บริการทั้งแบบห้องแอร์ และ แบบติดริมน้ำสำหรับผู้ที่ชอบริมน้ำ นั่งกินบรรยากาศริมเจ้าพระยายามเย็น ชมสะพานพระนั่งเกล้า ยิ่งเพิ่มความโรแมนติกเกินคำบรรยาย หรือใครอยากจะลงไปนั่งแพก็มีให้บริการเช่นกัน ที่อยู่ : 27/4 ม. 3 ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลไทรม้า อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี เบอร์โทรศัพท์ : 02-921-8670-5 ขอบคุณภาพจาก http://topicstock.pantip.com/food/topicstock/2012/02/D11740850/D11740850.html 2. ร้านสองฝั่งคลอง อีกหนึ่งร้านริมแม่น้ำเจ้าพระยา สำหรับคนชอบบรรยากาศริมน้ำ มีให้บริการทั้งแบบห้องแอร์ และ ริมน้ำ  อาหารสดแถมยังอร่อยและราคาอาหารก็ไม่แพงจนเกินไป เหมาะกับการพาครอบครัวหรือเพื่อนๆ คนรักมาร่วมรับประทานอาหารมากๆ เลยครับ ที่อยู่ : 17/56 ซอยสุขาประชาสรรค์ 2 แขวงบางพูด ปากเกร็ด นนทบุรี 11120 เบอร์โทรศัพท์ : 02-584-2222 ขอบคุณภาพจาก http://travel.mthai.com/forum/topic/385900 3. ร้านไก่ตะกร้า อิ่มอร่อยกันได้ที่ริมถนนแจ้งวัฒนะใกล้กับห้าแยกปากเกร็ด มีให้บริการทั้งแบบห้องแอร์ที่ชั้น 2 และ แบบปกติที่ชั้น 1 เมนูของทางร้านก็จะเป็นอาหารไทย อาหารอีสาน และ อาหารฟิวชั่นในรูปแบบอาหารไทย รสชาติดี เมนูแนะนำ ก็จะเป็น ไก่ตะกร้า แกงลาวเห็ดเผาะไข่มดแดง ขนมจีนแกงปู คนรักอาหารไทยไม่ควรพลาดร้านนี้ครับอร่อยเด็ดแน่นอน ที่อยู่ : 56/102 หมู่2 ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด นนทบุรี 11120 เบอร์โทรศัพท์ : 02-583-8686 , 02-584-2337 ชมรีวิวเต็มๆของร้าน ไก่ตะกร้าได้ที่นี่ http://food.mthai.com/food-recommend/99193.html 4. ภัตตาคารริมน้ำฮงเส็ง (ฮงเส็งโภชนา) นอกจากที่ท่านจะได้ดื่มด่ำรสชาติอาหารที่แสนอร่อย ในบรรยากาศเรือนไม้จีนโบราณอายุเกือบร้อยปี นั่งชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาแบบพาโนรามาแล้ว ร้านฮงเส็งยังมีเมนูอร่อยเด็ดมากมาย โดยเจ้าของร้านผู้สืบทอดเคล็ดลับความอร่อยมาเป็นรุ่นที่ 3 ลงมือปรุงเองกับมือ รับประกันได้เลยว่าทุกๆจานที่เสิร์ฟออกมาจากครัวนั้นจะมีรสชาติอร่อยไม่ผิดเพิ้ยนไปจากรุ่นแรกอย่างแน่นอน เมนูแนะนำของร้านก็จะเป็น กุ้งแม่น้ำเผา ที่ใช้กุ้งแม่น้ำสดๆ ตัวโตๆ ที่คัดมาอย่างดี เนื้อจึงแน่นหวาน เผาให้สุกกำลังดี เสิร์ฟคู่มากับ น้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บของทางร้านที่ต้องไปลองชิมกับตัวแล้วจะรู้ว่า อร่อยเด็ดแค่ไหน ที่อยู่ : 280หมู่ 2 ท่าเรือเทศบาลนครปากเกร็ด ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด นนทบุรี เบอร์โทรศัพท์ : 02-583-7654, 02-583-8631 ขอบคุณภาพจาก http://travelnonthaburi.com/?p=299 5. ร้านครัวริมน้ำ อีกหนึ่งร้านริมทะเลสาบ ด้วยบรรยากาศสุดแสนพิเศษที่มีให้เลือกถึง 3 โซนด้วยกันไม่ว่าจะเป็น โซนนั่งสบายๆในร้าน  โซนชิวๆในสวนที่ตกแต่งอย่างสวยงาม และชั้น 2 ของร้านกับโซนพิเศษสุดแสนโรแมนติก ที่สามารถเห็นวิวทะเลสาบได้อย่างชัดเจน นอกจากบรรยากาศสุดแสนโรแมนติกริมทะเลสาบแล้ว อาหารของทางร้านก็พิเศษไม่แพ้บรรยากาศเช่นกัน อาหารไทยหลากหลายเมนู โดยเฉพาะเมนูปลาที่บอกเลยว่าวัตถุดิบของที่ร้านครัวริมน้ำนี่สดจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นปลากะพงทอดน้ำปลา ต้มโคล้งปลาคัง และอีกหลากหลายเมนูให้ได้เลือกพาครอบครัวไปอิ่มอร่อย หรือจะนัดกลุ่มเพื่อนซี้ไปแฮงค์เอ้าท์ รับรองว่าประทับใจกลับบ้านกันทุกคนแน่นอน ที่อยู่ : ทางหลวงชนบท นนทบุรี 2051 , บางตะไนย์ , 11120 ปากเกร็ด , นนทบุรี เบอร์โทรศัพท์ : 089 170 3320 ขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/pages/ครัวริมน้ำ/135658809800953 6. ร้านบ้านระเบียงน้ำ แค่คิดว่าได้ไปนั่งทานอาหารอร่อยๆ ในบ้านไม้ที่โอบล้อมด้วยความร่มรื่นของต้นไม้นานาพันธุ์ มองออกไปเห็นแม่น้ำเจ้าพระยานี่ก็ฟินสุดๆ แล้ว ร้านบ้านระเบียงไม้จึงเป็นอีกหนึ่งร้านแนะนำของจังหวัด นนทบุรี ซึ่งอาหารหลักๆของร้านก็จะเป็นอาหารไทยๆ เช่นแกงส้มชะอมกุ้ง ปลาทอดน้ำปลา ยำถั่วพลู  ต้มยำทะเล กุ้งแม่น้ำเผา ที่มาพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดสุดแซ่บ สุดสัปดาห์นี้ใครยังไม่มีโปรแกรมไปไหน อยากจะไปชิวๆริมน้ำ บ้านระเบียงน้ำก็เป็นอีกร้านที่เราขอแนะนำครับ ที่อยู่ : ซอยนนทบุรี 23 (วัดแคนอก)สนามบินน้ำ ข้างๆกระทรวงพาณิชย์ เบอร์โทรศัพท์ : 02-968-1481, 089-182-7100 http://www.baanrabiangnam.com/home.php3 7. ร้านThree mangoes อีกหนึ่งร้านที่ให้คุณได้เลือกอิ่มอร่อยได้หลากหลาย ถึง 3 โซนไม่ว่าจะเป็น โซนมะม่วงสุกเป็นโซนของเบเกอรี่ แอนด์ คอฟฟี่ให้คุณได้นั่งชิวๆ จิบกาแฟสด และ เครื่องดื่ม และอร่อยกับเบเกอรี่ที่มีให้เลือกหลากหลาย โซนมะม่วงมันซึ่งเป็นโซนร้านอาหาร รสชาติอร่อย อาหารแนะนำที่พลาดไม่ได้เลยคือ ลาบ Three Mangoes แซลมอนทอดราดซอสเขียวหวาน และ โดนัททอดมันกุ้ง เสิร์ฟมาให้อิ่มอร่อยในบรรยากาศชิวๆในสวน มีดนตรีสดเล่นให้ฟังเพลินๆ และ Wine Coner สำหรับคนรักไวน์ และ โซนมะม่วงเปรี้ยว ที่เอาไว้เป็นคลาสเรียน และ เวิร์คชอปทั้ง ดนตรี ศิลปะ เรียกว่าไปร้านเดียว ได้ครบทั้ง ของคาว ของหวาน แถมยังมีกิจกรรมให้ทำในวันหยุดอีกด้วย Three Mangoes จึงเป็นอีกหนึ่งร้านที่ไม่ควรพลาดครับ ที่อยู่ : ถนน ประชาชื่น อำเภอปากเกร็ด อำเภอ ปากเกร็ด นนทบุรี 11120 เบอร์โทรศัพท์ : 02-574-0909 8. ร้านอาหารบ้านมอญกลางน้ำ เปิดมาอย่างยาวนาน โดยมีเคล็ดลับความอร่อยง่าย ๆ ที่ใช้ครองใจลูกค้ามาแล้วกว่า 30 ปีคือ “ทำกับข้าวเหมือนกินเองที่บ้าน” ที่ร้านจะปรุงอาหารโดยชาวมอญแท้ ๆ จึงได้รสชาติแบบมอญดั้งเดิม บรรยากาศในร้านดูสบายๆ อาหารจะเป็นเมนูพื้นบ้านทั้งไทยและมอญ เมนูแนะนำเป็นเมนูปลาและกุ้งแม่น้ำ ซึ่งทางร้านได้คัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถันสดใหม่ทุกวันเพื่อให้ลูกค้าได้ทานอาหารที่อร่อย ใครอยากลิ้มลองอาหารพื้นบ้านแบบมอญดั้งเดิม แนะนำเลยครับไม่ผิดหวังแน่นอน ที่อยู่ : ซอย หมู่บ้านสราญสิริ ราชพฤกษ์-แจ้งวัฒนะ ปากเกร็ด อำเภอ ปากเกร็ด นนทบุรี 11120 เบอร์โทรศัพท์ : 02-584-5574 https://www.facebook.com/pages/บ้านมอญกลางน้ำ/141189652748132 9. ร้านไก่ทอง ร้านอาหารสไตล์ฮ่องกงที่เปิดบริการมาอย่างยาวนานอีกร้านหนึ่ง ด้วยความพิถีพิถันในการคัดสรร วัตถุดิบ ที่สดใหม่ นำมาใช้สำหรับปรุงเมนูสูตรพิเศษ ต้นตำรับไก่ทอง เพื่อให้ได้รสชาติที่ถูกใจลูกค้าทุกท่าน ไม่แปลกเลยที่แวะไปเมื่อไหร่ก็จะเห็นร้านไก่ทอง คนแน่นตลอดเวลา เมนูแนะนำของร้านที่ใครไปก็ต้องไม่พลาดคือ ตับทอดกระเทียม หมูสับนึ่งปลาเค็ม และ เมื่ออิ่มเอมกับอาหารคาวเรียบร้อยแล้วอย่าลืมตบท้ายด้วย ปังชาเย็น ที่จะมาช่วยปิดท้ายความอร่อยที่ร้านไก่ทองได้อย่างสวยงาม ที่อยู่ : 164/13-15 อาคาร ตรงข้ามมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด นนทบุรี เบอร์โทรศัพท์ : 02-981-7772, 02-981-7771 https://www.facebook.com/pages/ไก่ทอง-เมืองทองธานี/333367486689524 10. ร้านธาราเริงรมย์ อีกหนึ่งร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ตกแต่งแบบเน้นความเป็นธรรมชาติผสมกับความทันสมัยได้อย่างลงตัว สำหรับคนที่ชอบบรรยากาศ ชิวๆ  นั่งชมวิวสะพานพระราม 4 และ เกาะเกร็ดในช่วงเย็นๆ ต้องไปลองครับนอกจากบรรยากาศ ร้านนี้มีทีเด็ดที่อาหารรสจัดจ้านทุกจาน กลางคืนมีดนตรีชิวๆ ริมน้ำให้ฟังอีกด้วย ที่อยู่ : 7 หมู่4 ซอยวัดบางจาก ตำบลบางตะไนย์ อำเภอปากเกร็ด นนทบุรี 11120 เบอร์โทรศัพท์ : 02-501-7196 ขอบคุณภาพจาก  http://katteranchana.blogspot.com/2013/03/blog-post.html อิ่มอร่อยกันไปเต็มที่กับ 10 ร้านเด็ดที่ต้องไปกินของจังหวัดนนทบุรีกันแล้วล่ะสิ อย่าลืมนะครับทำงานมาทั้งอาทิตย์ วันหยุดพักผ่อนทั้งทีก็หาเวลาว่างให้รางวัลกับตัวเองด้วยการขับรถพาคนที่คุณรักออกไป ทานอาหารดีๆกันซักมื้อ เลือกได้เลยครับ 10 ร้านที่ Food.MThai รีวิวให้ชมกันวันนี้ อยู่ใกล้กรุงเทพนิดเดียว ไม่ผิดหวังแน่นอน

Ausiris เจาะลึก! ราคาทองคำวันนี้ (คลิป)
Ausiris /  ทองคำ / 

บทวิเคราะห์ราคาทองคำประจำวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2558 ออสสิริส กรุ๊ป ระบุว่า ประเด็นสำคัญของราคาทองคำในวันนี้มองจากปัจจัยดังนี้ ปัจจัยทางพื้นฐานเมื่อวานที่ผ่านมา - นักลงทุนกำลังจับตามองวิกฤติหนี้กรีซ ซึ่งการเจรจาเมื่อคืนที่ผ่านมาเจ้าหนี้และนายกรัฐมนตรีของกรีซ เรื่องการขอเงินช่วยเหลือ 7.2 พันล้านให้แก่กรีซ ไม่สามารถตกลงกันได้และจะมีการเจรจาอีกครั้งในวันเสาร์นี้ ทำให้นักลงทุนต่าง ๆ ไม่กล้าลงทุนมากนัก ส่งผลให้ราคาทองคำของเมื่อวานเคลื่อนไหวที่ 1171-1178$/oz ปัจจัยที่ต้องจับตามองวันนี้ - ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐเดือน พ.ค. โดยม.มิชิแกนในเวลา 21.00 น. เราวิเคราะห์จากตัวเลขเศรษฐกิจ 3 ตัว คือ หนึ่งยอดค้าปลีกเดือน พ.ค. สหรัฐฯ ขยายตัว 1.1% สองการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯ เดือน พ.ค. เพิ่มขึ้น 57,000 ราย และสามดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคผลิตเดือน พ.ค. ขยายตัวขึ้น 1.3 หน่วย ทั้งนี้ตัวเลขขยายตัวอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งจะส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน พ.ค. ขยายตัวขึ้น ส่งผลดีต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ และส่งผลลบต่อราคาทองคำ มองทางเทคนิค - มองกรอบสัปดาห์ที่ 1165-1195 $/oz ชมคลิป บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 1 นาที By www.ausiris.co.th MThai News

ภาพนิ่งเซ็ตใหญ่ และเรื่องย่อเป็นทางการของ ละติจูดที่ 6
LATITUDE 6 /  ข้อมูลหนัง / 

หลังจากได้เห็นตัวอย่างของ ละติจูดที่6 หนังรัก ที่เกิดในจังหวัดปัตตานี ท่ามกลางบรรยากาศความขัดแย้ง วันนี้ เรามีภาพนิ่งเซ็ตใหญ่ และ ข้อมูลหนัง เนื้อเรื่องย่ออย่างเป็นทางการ มาให้ชมและได้อ่านกันครับ ผู้กำกับคือ เจมส์ - ธนดล นวลสุทธิ์  นักแสดงนำชุดใหญ่ ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล, ปริศนา กัมพูสิริ, ณัฐชา จันทรพันธ์, สหัสชัย ชุมรุม, วิรพร จิรเวชสุนทรกุล, ภาคิน บวรศิริลักษณ์, พันจ่าอากาศเอกวีรยุทธิ์ นานช้า (บ่าววี), ชินารดี  อนุพงษ์ภิชาติ เข้าฉาย 23 กรกฎาคม 2558 ในโรงภาพยนตร์ เรื่องย่อ “ต้น” (ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล) หนุ่มชาวกรุง ที่ต้องย้ายมาอยู่ที่ปัตตานีตามคำสั่งของธนาคารที่เขาทำงานอยู่ แต่การเดินทางลงมาอยู่ที่นี่ไม่ใช่แค่ตัวเขาคนเดียวยังมี “ฝ้ายฟู” (น้องใยใหม-ชินารดี อนุพงษ์ภิชาติ) หลานสาววัยน่ารัก   ที่อยู่ในความดูแลของตนเองติดตามมาด้วย   แม้ต้นจะหวั่นวิตกอยู่บ้างกับข่าวคราวเรื่องความไม่สงบในภาคใต้ แต่เมื่อต้นมาถึง ทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้ ปัตตานีกลับเต็มไปด้วยความเรียบง่าย, สงบ, สวยงาม และไม่เพียงเท่านั้น ต้นยังพบกับ “ฟ้า” (โบว์ลิ่ง-ปริศนา กัมพูสิริ) ครูสาวชาวมุสลิมในโรงเรียนประถมของฝ้ายฟู และแม้ว่าฟ้าจะดูมีใจให้ต้นพอสมควร แต่ทว่า อุปสรรคสำคัญด่านแรกของต้นคือ ครู“ฮัตซัน” (ต๊อบ-สหัสชัย ชุมรุม) พ่อของ “ฟ้า”  ที่เป็นครูสอนศาสนามุสลิมที่เคร่งครัดมาก และไม่ต้องการให้ “ฟ้า” ยุ่งเกี่ยวกับหนุ่มนอกศาสนา แต่ด้วยความช่วยเหลือจาก “มูซา” (บ่าววี - พันจ่าอากาศเอก วีรยุทธิ์  นานช้า) เพื่อนใหม่สุดฮาในออฟฟิศ ทำให้เขาเข้าใจวิถีของมุสลิมและปรับตัวได้ จนครู “ฮัตซัน” ยอมรับเขามากกว่าเดิม “ชารีฟ” (เม้าส์-ณัฐชา จันทพันธ์) เด็กหนุ่มนักกีฬาปันจักสีลัตของโรงเรียน กำลังพยายามฝึกซ้อมอย่างหนัก เพื่อที่จะเอาชนะ “กอเซ็ม” (ภีม-ภาคิน บวรศิริลักษณ์) หนุ่มนักกีฬาคนดังของปัตตานีคู่แข่งตลอดกาลของเขาให้ได้ในการแข่งขันคัดเลือกตัวแทนจังหวัดที่ใกล้จะมาถึง จนลืมเอาใจใส่เพื่อนสาวคนสนิท อย่าง “เฟิร์น” (มายด์-วิรพร จิรเวชสุนทรกุล) ดีเจสาวน้อยเสียงหวานของวิทยุชุมชน ที่กำลังน้อยใจเพราะเป็นห่วงผลการเรียนของเขา  จนในที่สุดทั้งสองก็โกรธและไม่พูดจากัน ในวันแข่งขัน “เฟิร์น” แอบตามไปดูอยู่ห่างๆ และเห็น “ชารีฟ” พลาดท่าในนัดชิงชนะเลิศ แต่การแข่งขันครั้งนี้ทำให้ทั้ง “ชารีฟ”, “กอเซ็ม” และ “เฟิร์น” รู้ถึงหัวใจของตนเองมากขึ้น ในขณะเดียวกันนั้น “ต้น” กลับมาคุยงานกับเพื่อนนักดนตรีที่กรุงเทพและสัญญากับ “ฟ้า” ว่าจะกลับไปให้ทันงานฉลองมัสยิด  จนกระทั่งในวันเฉลิมฉลองมัสยิด ครู “ฮัตซัน” ผู้ดูแลโครงการล้มหมดสติลงที่บ้าน และ “ฟ้า” เป็นเพียงคนเดียวต้องสานต่องานที่พ่อได้ริเริ่มไว้  ด้าน “ต้น” ก็ได้คำยืนยันจากเพื่อนนักดนตรีที่กรุงเทพให้กลับไปเล่นดนตรีด้วยกันอีกครั้ง  ทำให้ “ต้น” ลังเลและลำบากใจที่จะบอกความจริงกับ “ฟ้า” ไม่ว่าคำตอบจะเป็นเช่นไร.....เขาก็ต้องเลือกในสิ่งที่หัวใจของเขาต้องการที่สุด.... เรื่องราวของชาวไทยพุทธและไทยมุสลิม การอยู่ร่วมกันและความรัก ต่างมาบรรจบ ผสมผสานกันอย่างกลมกลืน ใน ....  ละติจูดที่ 6 -----------------------

ไม่ยอม! สมาคมเคเบิลแห่ค้านมติกสท. สั่งแพร่เนื้อหาทีวีดิจิตอลฟรี
กสทช. /  ทีวีดิจิตอล / 

ผู้ประกอบการเคเบิลกว่า 300 คน ยื่นหนังสือค้านกสทช. กรณีให้เคเบิลทีวีทั่วประเทศเผยแพร่ฟรีทีวีดิจิตอลทั้ง 24 ช่อง วันนี้ (2 ก.ค. 58) สมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทยพร้อมด้วยคณะผู้ประกอบการเคเบิลทีวีทั่วประเทศกว่า 300 คน เดินทางมายื่นหนังสือคัดค้านต่อ กสทช. กรณีที่มีมติจาก กสท. ให้เคเบิลทีวีทั่วประเทศ เผยแพร่ฟรีทีวีดิจิตอลทั้ง 24 ช่อง และเรียงตามหมายเลขที่กสท. ได้กำหนด ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 58 เป็นต้นไป หากฝ่าฝืนจะถูกปรับในอัตราไม่เกินวันละ 20,000 บาท หรือพักใช้ ตลอดจนเพิกถอนใบอนุญาตเคเบิลทีวี ทั้้งนี้ นายนวมงคล คูสกุล ทนายความของสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย เผยว่า มติดังกล่าวส่งผลต่อผู้ประกอบการเคเบิลทีวีเป็นอย่างมาก เนื่องจากเคเบิลทีวีเป็นระบบบอกรับสมาชิก มีคลื่นความถี่ที่จำกัด สามารถออกอากาศได้เพียง 60 ช่อง ซึ่งได้มีการวางผังรายการซื้อลิขสิทธิ์ต่าง ๆ ไว้แล้ว หากต้องเอาช่องทีวีออก24ช่อง แล้วนำฟรีทีวีดิจิตอลมาออกอากาศแทน จะทำให้เสียระบบของผังรายการและรายได้จากสมาชิกลดลง โดยถือเป็นการริดรอนสิทธิเสรีภาพในการรับชมรายการของสมาชิก อีกทั้งเคเบิลทีวีเป็นธุรกิจขนาดเล็กระดับท้องถิ่นที่ลงทุนด้วยตนเอง ซึ่งอยู่ไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะไม่สามารถแข่งขันกับฟรีทีวีต่าง ๆ ของภาครัฐได้ ด้าน นายไตรรัตน์ วิริยะสิริกุล รองเลขาธิการกสทช. เผยภายหลังรับมอบหนังสือคัดค้านว่า กสทช. ต้องการให้ประชาชนได้เข้าถึงฟรีทีวีทั้ง 24 ช่อง ครอบคลุมทั่วประเทศ แต่จะรับเรื่องดังกล่าวไปพิจารณา ก่อนนัดหารือร่วมกับผู้ประกอบการ เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด แต่ขอให้ทางผู้ประกอบการปฏิบัติตามมติดังกล่าวไปก่อนจนกว่าจะได้ข้อสรุป อย่างไรก็ตาม ทางผู้ประกอบการเคเบิลทีวีได้ให้เวลากสทช. 3 วัน ในการหาข้อยุติ หากเลยกำหนดทางผู้ประกอบการจะยื่นฟ้องต่อศาลปกครองให้เข้าคุ้มครองชั่วคราว MThai News

หนังโลกที่เราอยากดู : Kumiko, the Treasure Hunter (2014)
BIOSCOPE /  Fargo / 

Kumiko, the Treasure Hunter (2014) หญิงสาวผู้ตามหาสมบัติใน Fargo เรื่อง : พัทธดนย์ สิริอมราพร / ชายธี ท่ามกลางหิมะขาวโพลนรอบถนนไฮเวย์ที่แผ่ขยายอาณาเขตไปไกลจนสุดลูกหูลูกตา ชายหนุ่มแปลกหน้าในชุดเสื้อคลุมสีน้ำตาลเข้มกำลังนั่งคุกเข่าอยู่ริมรั้วแบ่งเขตระหว่างถนนกับทุ่งหญ้าซึ่งถูกปกคลุมไปด้วยหิมะหนาเตอะ ใบหน้าที่แสดงความเจ็บปวดอยู่เป็นระยะของเขาเกรอะกรังไปด้วยเลือด สองมือแดงฉานของเขากำลังฝังกลบกระเป๋า ใส่เงินสีเข้มตรงหน้าด้วยอาการลุกลี้ลุกลน ก่อนที่มันจะจมหายกลืนไปกับพื้นหิมะจนมองแทบไม่เห็น เขาปักมีดขูดน้ำแข็งด้ามสีแดงสดเอาไว้เหนือผืนหิมะเพื่อทำเป็นเครื่องหมาย ก่อนจะเร่งรีบไปจากที่นั่นเพื่อหาทางจบเรื่องบ้าๆ ทั้งหมดนี้เสียที... นั่นคือฉากหนึ่งใน Fargo หนังธริลเลอร์-ตลกร้ายฝีมือพี่น้อง โจเอล และ อีธาน โคเอน ในปี 1996 ที่เล่าเรื่องราวของเซลส์แมนขายรถกิ๊กก๊อกคนหนึ่งที่ร้อนเงินหนัก จนคิดพิเรนทร์จ้างโจรกระจอกสองคนให้มาจับเมียตัวเองไปเรียกค่าไถ่จากพ่อตาผู้ร่ำรวย แต่แผนการกลับเลยเถิดเกินควบคุม และนำพาทุกคนที่เกี่ยวข้องไปสู่หายนะชนิดที่ไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ – โดยฉากในข้างต้นก็ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์บ้าๆ เหล่านั้น เมื่อโจรหัวหมอที่กำลังบาดเจ็บ (สตีฟ บุสเซมี) ตัดสินใจเอาเงินเรียกค่าไถ่ส่วนหนึ่งมาซุกไว้กลางหิมะ หลังได้พลั้งมือฆ่าตัวละครสำคัญตัวหนึ่งไป และมันก็คงจะเพียงแค่เรื่องบ้าๆ ในหนังเรื่องหนึ่งเท่านั้น ...หากแต่ในอีก 5 ปีถัดมา หญิงสาวชาวญี่ปุ่นวัย 20 ตอนปลายที่ชื่อ ทาคาโกะ โคนิชิ จะลงทุนเดินทางมายังรัฐมินเนโซตา สหรัฐอเมริกา -อันเป็นฉากหลังของ Fargo- เพื่อค้นหาเงินสดในกระเป๋าซึ่งถูกฝังเอาไว้ใต้ผืนหิมะตามที่ปรากฏอยู่ในหนัง! ข่าวสุดพิลึกพิลั่นเช่นนี้ ไปเตะตาสองพี่น้องนักทำหนังอย่าง เดวิด และ นาธาน เซลล์เนอร์ ขณะกำลังนั่งอ่านข่าวทางอินเตอร์เน็ตเข้าอย่างจัง “เรื่องของเธอมีคุณสมบัติในการเป็นตำนานที่จะไม่มีวันเชย มันเหมือนกับเป็นนิทานปรัมปราของคนยุคโมเดิร์นพวกเราเอาแต่คิดว่าอะไรกันที่จะดลใจให้คนคนหนึ่งเดินทางเพื่อการนี้” เดวิดที่รับหน้าที่เป็นผู้กำกับกล่าว และแม้ว่าข่าวนี้จะยังมีช่องโหว่เรื่องความสมเหตุสมผลอยู่อีกหลายจุด แต่นั่นก็ยิ่งทำให้พวกเขาอยากเติมเต็มมันด้วยจินตนาการของพวกเขาเอง ซึ่งหลังจากร่วมกันพัฒนาไอเดียมานานกว่า 14 ปี (!) มันก็ได้กลายมาเป็น Kumiko, the Treasure Hunter หนังขวัญใจนักวิจารณ์ตามเทศกาลหนังหลายแห่งในช่วงปีที่ผ่านมาเรื่องนี้ ว่าด้วย คูมิโกะ (รินโกะ คิคูชิ) หญิงสาวชีวิตเส็งเคร็งจากโตเกียวที่เริ่มเชื่อว่าสมบัติซึ่งถูกฝังอยู่กลางหิมะในหนังอเมริกันที่เธอชอบดูนั้นมีอยู่จริง ซึ่งแม้ว่า Kumiko, the Treasure Hunter จะต้องใช้เวลานานถึง 14 ปีในการปลุกปั้น แต่พี่น้องเซลล์เนอร์บอกว่ามันกลับส่งผลดีต่อตัวหนังอยู่ไม่น้อย เพราะ... ยุคสมัยช่วยบ่มเพาะเรื่องเล่า : ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารมีให้เลือกเสพอย่างจำกัด (ไม่ต้องพูดถึงโซเชียลมีเดียที่ยังไม่เกิด!) เรื่องราวของโคนิชิจึงมีสถานะเป็นเหมือนกับเรื่องเล่าสุดพิศวงที่ดูสดใหม่และน่าสนใจในทุกครั้งที่นึกถึง และข้อมูลที่มีอยู่จำกัดนี้เองก็ทำให้พวกเขาสามารถต่อยอดเรื่องราวไปได้อีกไม่รู้จบ ซึ่งถ้าหากว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน พวกเขาก็คงลังเลที่จะเขียนบทหนังเกี่ยวกับมัน เพราะ “มันคงเป็นข่าวที่ถูกเคี้ยวและคายทิ้งในเวลาอันรวดเร็ว” มีเวลาฝึกปรือฝีมือ : แม้จะเป็นบทที่ถูกเขียนไว้เป็นเรื่องแรกๆ แต่กว่าจะได้เปิดกล้องก็ปาเข้าไปสิบกว่าปีแล้ว แต่กระนั้น พวกเขาก็ไม่ได้ทำตัวว่างไปวันๆ แต่เลือกที่จะสั่งสมประสบการณ์ด้วยการทำทั้งหนังสั้นและหนังยาว อาทิ Goliath (2008) และ Kid-Thing (2012) ซึ่งหลังจากที่ได้ผ่านผลงานมามากขึ้น มันก็ช่วยให้พวกเขาสามารถหาเงินทุนในการทำ Kumiko ได้ง่ายขึ้น แถมยังทำให้ อเล็กซานเดอร์ เพย์น (Nebraska) เล็งเห็นฝีมือและยอมมาเป็นผู้อำนวยการสร้างให้อีกด้วย การทำหนังคือการวิ่งมาราธอน : “การทำหนังไม่ใช่การวิ่งแข่งระยะสั้นๆ ถ้าคุณรู้จักอดทนเรียนรู้และปรับปรุงผลงานไปเรื่อยๆ มันก็จะช่วยให้คุณสามารถสร้างสิ่งที่ถูกที่ควรขึ้นมาได้” เดวิดพูดถึงการใช้ชีวิตอยู่กับหนังสักเรื่องเป็นเวลานานๆ “ข้อดีก็คือ มันช่วยให้พวกเราได้มีเวลาขัดเกลาเรื่องราวให้ดียิ่งขึ้น แล้วพอเราเริ่มถ่ายทำจริง มันเหมือนว่าเราได้ตัดต่อหนังไว้ในหัวเรียบร้อยแล้ว การทำงานเลยง่ายขึ้น ...แต่ก็คงดีกว่า ถ้าเรื่องหน้าเราจะไม่ใช้เวลาเตรียมงานกันนานขนาดนี้” (ฮา) https://www.youtube.com/watch?v=sDK9jdtwdTo ... จริงๆ แล้ว ไม่ได้มีแค่พี่น้องเซลล์เนอร์เท่านั้นที่สนใจเรื่องของโคนิชิ เพราะย้อนกลับไปในปี 2001 พอล เบิร์กเซลเลอร์ ผู้กำกับชาวอเมริกันที่อาศัยอยู่ในกรุงลอนดอน ก็หยุดคิดถึงข่าวชิ้นนี้ที่เขาได้อ่านมาจากหนังสือพิมพ์ The Daily Telegraph ไม่ได้เช่นกัน เขาจึงตัดสินใจที่จะทำหนังเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยเริ่มต้นสืบหาความจริงด้วยการโทรไปหาตำรวจเมืองดีทรอยต์เลคส์เพื่อขอดูแฟ้มคดี ก่อนที่จะใช้ข้อมูลและชื่อของผู้คนที่ปรากฏอยู่ในนั้นมาเป็นเบาะแสเบื้องต้น พร้อมกับจ้างตากล้องรวมถึงนักแสดงสาวอย่าง มิมิ โอโมริ ให้มาสวมบทโคนิชิด้วย “ผมอยากให้มิมิแต่งตัวแบบเดียวกับที่โคนิชิแต่ง เจอกับคนที่โคนิชิเจอ ถ่ายทำในห้องพักที่โคนิชิเคยพักผมอยากให้ทุกอย่างใกล้เคียงกับความเป็นจริงที่สุด ให้เหมือนกับว่าได้นำตัวตนของเธอกลับมา” แล้วพวกเขาก็ตรงดิ่งไปที่มินเนโซตา และรวบรวมข้อมูลตามสถานที่ต่างๆ ที่โคนิชิเคยไปเยือน ทว่าจุดพลิกผันในการสืบเรื่องนี้ของเบิร์กเซลเลอร์ เกิดขึ้นหลังจากการสนทนากับ เจสซี เฮลแมน จนท.ตำรวจผู้อ้างว่าเคยได้พูดคุยกับโคนิชินานกว่า 4 ชั่วโมง เขาเล่าว่ามือของโคนิชิกุมแผ่นกระดาษที่ไม่มีรูปอะไรเลยนอกจากถนนกับต้นไม้เอาไว้ แถมยังเอาแต่พูดอะไรงึมๆ งำๆ ที่ฟังดูคล้ายกับคำว่า Fargo อีกต่างหาก “ผมฟังภาษาญี่ปุ่นไม่ออกหรอกนะ และเธอก็พูดอังกฤษไม่ได้ด้วย แต่เธอก็เอ่ยคำว่า Fargo ออกมา เธอคงอยากไปที่ที่เงินถูกฝังเอาไว้ในหนัง” เฮลแมนว่า แต่เรื่องเล่านี้ของเขากลับทำให้เบิร์กเซลเลอร์เกิดเอะใจขึ้นมา “อ้าว! แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าเธอพูดถึง Fargo ในเมื่อเธอไม่ได้พูดอังกฤษเลยสักนิด” คำถามนี้ทำเอาเฮลแมนถึงกับอึ้งกิมกี่ “ตอนนั้นเองที่ผมเข้าใจทุกอย่าง ...หมอนั่นกุเรื่องขึ้นมาเองทั้งหมด! เรื่องสาวญี่ปุ่นบ้าๆ ผู้ดั้นด้นมาตามหาเงินที่ทุกคนสนใจกันนักหนา มันเป็นแค่เรื่องโกหกคำโต!” เบิร์กเซลเลอร์เล่า แต่ถึงกระนั้น เขายังคงมีคำถามที่ค้างคาใจ ‘ถ้าโคนิชิไม่ได้เดินทางมาตามหาสมบัติ แล้วเธอมาทำอะไรกันแน่?’ เขาจึงเดินทางไปยังบ้านพักของโคนิชิที่ย่านชิบูยะในโตเกียวตามที่อยู่ที่ปรากฏในแฟ้มคดี จนได้พบกับเจ้าของบ้านผู้พาเขาไปดูห้องที่โคนิชิเคยพักอาศัยอยู่ เขาจึงได้รู้ว่า โคนิชิเป็นเพียงหญิงบ้านนอกที่เดินทางมาทำงานเป็นสาวบาร์ในย่านโคมแดงของกรุงโตเกียว ซึ่งเมื่อประกอบเข้ากับอีกหนึ่งข้อมูลสำคัญที่ระบุว่า ในคืนสุดท้ายที่โคนิชิยังมีชีวิตอยู่ เธอใช้เงินไม่ต่ำกว่า 88 ดอลลาร์ในการโทรศัพท์ 40 นาทีไปยังสิงคโปร์ เบิร์กเซลเลอร์จึงสืบสาวตามไปจนพบว่ามันเป็นเบอร์ฯ ของนายธนาคารหนุ่มชาวอเมริกันจากเมืองฟาร์โกผู้ที่โคนิชิเคยตกหลุมรักในโตเกียว ก่อนที่เขาจะทิ้งเธออย่างไม่ใยดีแล้วย้ายไปอยู่สิงคโปร์ ในจดหมายลาตายของโคนิชิที่เธอเขียนส่งถึงครอบครัว -ซึ่งเป็นหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่เบิร์กเซลเลอร์ตามสืบไปถึง- มีเนื้อความสุดสะเทือนใจว่า เธอได้เดินทางมายังบ้านเกิดของคนรักเก่าเพื่อปลิดชีพตัวเอง โดยศพของเธอถูกพบที่เมืองดีทรอยต์เลคส์ในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2001 และผลการชันสูตรก็ทำให้พบยาในร่างกายมากกว่าหกชนิด ตั้งแต่ยานอนหลับ, ยากล่อมประสาท ไปจนถึงยาต้านโรคจิต “เธอดื่มแชมเปญสองขวด ก่อนจะเอนกายลงบนพื้นหิมะ ความเป็นจริงนี้ช่างน่าหดหู่เกินกว่าที่เราทุกคนจะคาดคิดไปถึงเสียอีก” เบิร์กเซลเลอร์ทิ้งท้าย - ซึ่งต่อมา เบิร์กเซลเลอร์ก็รวบรวมทั้งหมดกลายเป็นหนังสารคดีทางโทรทัศน์ยาว 25 นาทีที่ชื่อ This Is a True Story (2003) นั่นเอง (ดูแบบเต็มเรื่องได้ ที่นี่) **เรียบเรียงจาก BIOSCOPE ฉบับที่ 159 (เมษายน 2015)

เจสัน ไม่แคร์! ออกตัวแรง อินเลิฟ สิริ
เจสัน ยัง /  เจสัน สิริ / 

อยู่ในโหมดอินเลิฟสุดๆ สำหรับหนุ่ม เจสัน ยัง และแฟนสาวนางร้ายช่อง 3 อย่าง สิริ ณิชาวรินทร์ ที่ขยันโพสต์รูปสวีทลงอินสตาแกรมส่วนตัวอยู่บ่อยๆ งานนี้ หนุ่มเจสัน ไม่แคร์! กับกระแสที่หลายคนมองว่าความรักครั้งนี้ออกตัวแรง บอกแค่แสดงออกตามปกติ รับแลกแหวนแทนใจกัน แต่ไม่รีบเรื่องแต่งงาน ขอเวลาศึกษาดูใจไปก่อน!! "ความรักแฮปปี้ดีครับ ที่คนบอกออกตัวแรง การออกตัวแรงคืออะไรเหรอครับ ปกตินะครับ คือผมชอบถ่ายรูปอยู่แล้วด้วย และไม่ชอบลงรูปตัวเองเท่าไหร่เลยลงรูปเค้า มีโอกาสได้เจอกันบ่อย ก็มีแลกแหวนปกติครับ เป็นแฟนกันก็ให้แหวนกัน เรื่องข่าวดียังครับ ถ้าถึงเวลาคงต้องบอกพี่ๆ สื่ออยู่แล้ว อันนี้ยังไม่ใช่แหวนหมั้นครับ เรื่องอนาคตค่อยเป็นค่อยไป ดูใจศึกษากันไป ได้เจอครอบครัวของกันและกันแล้ว ครอบครัวของเค้าน่ารักอบอุ่น ง่ายๆ กันเองครับ ไม่ต้องปรับตัวเข้าหากันอะไร ท่านเป็นผู้ใหญ่ที่เมตตาเรา" "ไลฟ์สไตล์ของเราก็มีต้องปรับจูนกันไปนิดๆ หน่อยๆ คบกันมาสักพักนึงหลายเดือนแล้ว ไม่ได้นับด้วยว่ากี่เดือน แต่ยังไม่ถึงปีครับ ความรักครั้งนี้กับที่ผ่านมา ผมว่าทุกคนก็มีอดีตหมดเนอะ คงไม่มีใครที่ไม่มีอดีต หรือมีชีวิตที่ราบรื่นสวยงาม มีแผลกันหมดทุกคน เพียงแต่ว่าเราต้องเข้มแข็งเดินหน้าต่อไปอย่างมีสติ ทุกอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำวันนี้ให้ดีที่สุด ถือคติ 3 อย่างครับ ละชั่ว ทำดี ทำใจให้ผ่องใส" "ใช้คำว่าแฟนแล้วครับ เป็นแฟนกัน ส่วนความคาดหวังทุกคนก็ต้องคาดหวังหมดเวลามีความรักเกิดขึ้น ก็อยากให้มีสิ่งดีๆ มีการมีงาน คาดหวังให้มันสวยงามประสบความสำเร็จ แต่ทุกอย่างก็ต้องขึ้นอยู่กับวันนี้ ทำวันนี้ให้ดีที่สุด น้องเค้าก็อยู่ในวงการเหมือนกัน ก็เข้าใจงานของกันและกันอยู่แล้ว เรื่องแต่งงานเอาเป็นว่าถึงเวลาค่อยอัพเดทกันอีกที อะไรที่ยังไกลอยู่ก็ยังพูดไม่ได้เนอะ ก็ขอบคุณที่หลายท่านยังให้ความสนใจเรื่องราวชีวิตของผม" เจสัน กล่าว ขอบคุณภาพจาก IG @jsn_young8, siri_nichawaline เจสัน ยัง เจสัน ยัง เจสัน ยัง เจสัน ยัง สิริ ณิชาวรินทร์ กับแหวนแทนใจ เจสัน-สิริ เจสัน-สิริ เจสัน-สิริ

Knight of Athena ส่งการ์ดใหม่ เพิ่ม-ปรับปรุง ระบบเกมส์
Knight of Athena /  เกมส์มือถือ

เกมส์มือถือ Knight of Athena (facebook.com/Seiya.th) ทำการอัพเดตแพทซ์ใหม่ เพิ่มการ์ดใหม่ๆ พร้อมกับเพิ่มและปรับปรุงระบบเกมส์ อัพเดตแล้ววันนี้ ปรับรายละเอียด 1. ระบบปวงเทพ รีเซ็ตฟังก์ชั่น “ร่วมพลังเทพ” ให้ดีขึ้น คือ ทุกครั้งที่ร่วมพลังเทพ พลังโจมตีจะเพิ่มตลอดไม่เปลี่ยน และค่าใช้จ่ายจะถูกลง 2. ทำให้วัสดุเพิ่มศักยภาพเซนต์คลอธใช้ง่ายขึ้น คือ รวมวัสดุทั้งหมดให้กลายเป็นชนิดเดียว (วัสดุเพิ่มศักยภาพเซนต์คลอธที่สะสมมาทั้งหมดจะรวมกันหลายเป็น “หินเซนต์” แทน) 3. ปรับฟังก์ชั่น “แย่งชิงทีเดียว” ในแย่งชิงสมบัติ คือ ไม่ขึ้นกับระดับของ VIP อีกต่อไป แต่เป็นผู้เล่น L.V. 60 แทน ถึงเปิดใช้ได้ 4. ฟังก์ชั่นขอพรจะเพิ่มไอเทมม้วนขอพรแบบใหม่ไว้ใช้แลก ห่อการ์ดสัมผัสที่8 ใช้1ม้วน, ห่อการ์ดชื่อเสียงใช้3ม้วน และห่อการ์ดตรีเทพใช้5ม้วน(แลกซื้อได้อย่างละครั้งเท่านั้น และจะต้องแลกทีละอย่างตามลำดับ) TIP : ห่อการ์ดแบบใหม่นี้ เมื่อกดใช้จะสามารถเลือกการ์ดที่เราต้องการได้เลย1ใบ -ห่อการ์ดตรีเทพ : โพไซดอน, อาธีน่า, ฮาเดส (เลือกได้เพียง 1ใบเท่านั้น) -ห่อการ์ดชื่อเสียง : ชิริว, กฤษณะ, ไออาคอส, เอริส, โอดีน, แพนโดรา (เลือกได้เพียง 1ใบเท่านั้น) -ห่อการ์ดสัมผัสที่8 : สามารถเลือกการ์ดม่วงสัมผัสที่8 ได้จากทุกเผ่า (เลือกได้เพียง 1ใบเท่านั้น) 5. ในโหมด “ซื้อของจำกัดเวลา” จะเพิ่มอุปกรณ์ชุดแฟชั่นตลอดจนไอเท็มอื่นๆ อีกมากมาย ในขณะเดียวกันก็จะปรับราคาให้เหมาะสมด้วย และ 1 สัปดาห์จะเปิดให้บริการทุกวันอังคารกับวันพุธเท่านั้น 6. เพิ่มระบบ “แดนล้างบาป” ใหม่ มีดรอปเศษการ์ดม่วงสัมผัสที่ 8 และเศษอุปกรณ์ม่วง (อัตราดรอปเหมือนกับดันเจี้ยนอื่นๆ) 7. บูธคิคิ ก. เอาอุปกรณ์ที่ขายอยู่ออกแทบทั้งหมด (หาได้แทนในแดนล้างบาป) ข. แต่เดิมการ์ดตรีเทพจะปรากฏเศษทุกวัน วันละ 3 ชิ้น ลดเหลือแค่วันละ 2 ชิ้น ฃ. เงื่อนไขรีเฟรชดันเจี้ยนจะปรากฏในด่านที่ 31 เป็นต้นไป 8. ดันเจี้ยนแดนสนธยา ถ้าไม่เกินด่านที่ 60 จะรีเซ็ตดันเจี้ยนต้องเสียค่าบริการ 9. ฟังก์ชั่น “จับบัตรจำกัดเวลา” แก้ใหม่ให้ดีขึ้น ก. ย้ายฟังก์ชั่นจับบัตรจำกัดเวลาไปไว้ใน “กิจกรรม” ที่หน้าหลัก ข. แสดงรายชื่อผู้จับบัตรจำกัดเวลาจาก 3 คนแรกเป็น 30 คนแรก เพื่อลดปัญหาว่าตัวเองโดนแซงแล้วไม่รู้ตัว ฃ. รางวัลลำดับที่จะมอบให้ดีขึ้น ค. กิจกรรมจะจบลงเวลา 19:00 น. ของทุกวันอาทิตย์ ฅ. หลังจบกิจกรรมนี้แล้วจะแสดงลำดับของผู้เข้าร่วมทิ้งไว้ ฆ. แต่เดิมจับบัตรเทพทุกวันจันทร์ เมื่อไฟติด 4 ดวง ก็รับการ์ดตรีเทพแบบสุ่ม ตอนนี้เปลี่ยนใหม่เป็นเลือกได้แล้วว่าต้องการการ์ดอาธีน่า การ์ดโพโซดอนหรือการ์ดฮาเดส (เลือกได้เพียง 1 ใบ) 10. ร้านค้าลึกลับจะลบอุปกรณ์ทิ้งทั้งหมด (เหลือเพียงเศษการ์ดม่วง เศษการ์ดเคียวโกและน้ำตาอาธีน่า) 11. ปรับห่อของขวัญประจำวันใหม่ ทำให้ซื้อต่อไปเรื่อยๆ ได้ 12. คำนวณการขัดล้างอุปกรณ์ใหม่ เพื่อประสิทธิภาพของดาต้า 13. ห่อ VIP เพิ่มรางวัลการ์ดเทพเข้าไปด้วย(โปรดชมรายละเอียดที่ห่อ VIP) 14. หน้าหลักจะเพิ่มฟังก์ชั่น “ห่อรางวัล” ใหม่ มีทั้งห่อ VIP ห่อของขวัญประจำวัน ฟังก์ชั่นสุขสันต์ทุกวัน ตอนนี้ซื้อห่อ VIP ระดับไหนก็ได้แล้ว 15. เพิ่มคำบรรยายวิธีได้รับการ์ดและอุปกรณ์ใหม่ (รายละเอียดฮีโร่ รายละเอียดอุปกรณ์ รายละเอียดห่อเศษการ์ด) 16. ฟังก์ชั่นคาถาเพิ่มฟังก์ชั่น “จัดสรรทันที” จะได้ใส่คาถาที่ไม่ซ้ำชนิดกันได้ทีเดียว 17. ร้านค้าเปลี่ยนวัสดุเพิ่มศักยภาพเซนต์คลอธใหม่เป็น “หินเซนต์” ขายแทน แก้ BUG 1. แก้ปัญหาพลังรบที่อัพเซนต์คลอธแล้วไม่รีเซ็ตค่าพลังใหม่ให้ 2. แก้ปัญหาคำอธิบายสกิลผิดและซ้ำซ้อน 3. แก้ปัญหาฝ่าด่านทั้งๆ ที่ตอนจบชนะแล้วตัวละครไม่ตาย กลับตายหมดในหน้าจัดทัพก่อนเข้าสู้ใหม่ในด่านต่อไป 4. แก้ปัญหาโมดูลกิจกรรมที่ทำเสร็จแล้วแต่จุดสีแดงยังอยู่ 5. แก้ปัญหาการปล่อยสกิลที่ไม่สมูธ ๓. ปรับ Buff และพรสวรรค์ของฮีโร่ 1. พรสวรรค์ซีกฟรีด+4 แก้จาก “รักษา” เป็น “กำแพงโล่”

ละติจูดที่ 6
ชินารดี อนุพงษ์ภิชาติ /  ธนดล นวลสุทธิ์ / 

“ต้น” (ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล) หนุ่มชาวกรุง ที่ต้องย้ายมาอยู่ที่ปัตตานีตามคำสั่งของธนาคารที่เขาทำงานอยู่ แต่การเดินทางลงมาอยู่ที่นี่ไม่ใช่แค่ตัวเขาคนเดียวยังมี “ฝ้ายฟู” (น้องใยใหม-ชินารดี อนุพงษ์ภิชาติ) หลานสาววัยน่ารัก   ที่อยู่ในความดูแลของตนเองติดตามมาด้วย   แม้ต้นจะหวั่นวิตกอยู่บ้างกับข่าวคราวเรื่องความไม่สงบในภาคใต้ แต่เมื่อต้นมาถึง ทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้ ปัตตานีกลับเต็มไปด้วยความเรียบง่าย, สงบ, สวยงาม และไม่เพียงเท่านั้น ต้นยังพบกับ “ฟ้า” (โบว์ลิ่ง-ปริศนา กัมพูสิริ) ครูสาวชาวมุสลิมในโรงเรียนประถมของฝ้ายฟู และแม้ว่าฟ้าจะดูมีใจให้ต้นพอสมควร แต่ทว่า อุปสรรคสำคัญด่านแรกของต้นคือ ครู“ฮัตซัน” (ต๊อบ-สหัสชัย ชุมรุม) พ่อของ “ฟ้า”  ที่เป็นครูสอนศาสนามุสลิมที่เคร่งครัดมาก และไม่ต้องการให้ “ฟ้า” ยุ่งเกี่ยวกับหนุ่มนอกศาสนา แต่ด้วยความช่วยเหลือจาก “มูซา” (บ่าววี - พันจ่าอากาศเอก วีรยุทธิ์  นานช้า) เพื่อนใหม่สุดฮาในออฟฟิศ ทำให้เขาเข้าใจวิถีของมุสลิมและปรับตัวได้ จนครู “ฮัตซัน” ยอมรับเขามากกว่าเดิม “ชารีฟ” (เม้าส์-ณัฐชา จันทพันธ์) เด็กหนุ่มนักกีฬาปันจักสีลัตของโรงเรียน กำลังพยายามฝึกซ้อมอย่างหนัก เพื่อที่จะเอาชนะ “กอเซ็ม” (ภีม-ภาคิน บวรศิริลักษณ์) หนุ่มนักกีฬาคนดังของปัตตานีคู่แข่งตลอดกาลของเขาให้ได้ในการแข่งขันคัดเลือกตัวแทนจังหวัดที่ใกล้จะมาถึง จนลืมเอาใจใส่เพื่อนสาวคนสนิท อย่าง “เฟิร์น” (มายด์-วิรพร จิรเวชสุนทรกุล) ดีเจสาวน้อยเสียงหวานของวิทยุชุมชน ที่กำลังน้อยใจเพราะเป็นห่วงผลการเรียนของเขา  จนในที่สุดทั้งสองก็โกรธและไม่พูดจากัน ในวันแข่งขัน “เฟิร์น” แอบตามไปดูอยู่ห่างๆ และเห็น “ชารีฟ” พลาดท่าในนัดชิงชนะเลิศ แต่การแข่งขันครั้งนี้ทำให้ทั้ง “ชารีฟ”, “กอเซ็ม” และ “เฟิร์น” รู้ถึงหัวใจของตนเองมากขึ้น ในขณะเดียวกันนั้น “ต้น” กลับมาคุยงานกับเพื่อนนักดนตรีที่กรุงเทพและสัญญากับ “ฟ้า” ว่าจะกลับไปให้ทันงานฉลองมัสยิด  จนกระทั่งในวันเฉลิมฉลองมัสยิด ครู “ฮัตซัน” ผู้ดูแลโครงการล้มหมดสติลงที่บ้าน และ “ฟ้า” เป็นเพียงคนเดียวต้องสานต่องานที่พ่อได้ริเริ่มไว้  ด้าน “ต้น” ก็ได้คำยืนยันจากเพื่อนนักดนตรีที่กรุงเทพให้กลับไปเล่นดนตรีด้วยกันอีกครั้ง  ทำให้ “ต้น” ลังเลและลำบากใจที่จะบอกความจริงกับ “ฟ้า” ไม่ว่าคำตอบจะเป็นเช่นไร.....เขาก็ต้องเลือกในสิ่งที่หัวใจของเขาต้องการที่สุด.... เรื่องราวของชาวไทยพุทธและไทยมุสลิม การอยู่ร่วมกันและความรัก ต่างมาบรรจบ ผสมผสานกันอย่างกลมกลืน ใน ....  ละติจูดที่ 6 --------------------------------------------- Director Note เจมส์ - ธนดล นวลสุทธิ์ (เขี้ยวอาฆาต, ศพเด็ก 2002, รักเอาอยู่, ตายโหงตายเฮี้ยน) โจทย์ที่ได้รับคือ เขาอยากได้หนังเกี่ยวกับภาคใต้และเป็นหนังรักครับ ผกก.กล่าว บทร่างแรกผมเขียนขึ้นมานี่เป็นหนังรักใสๆ เลย แต่พอเราได้มีโอกาสลงไปที่ปัตตานีเพื่อรีเสิร์ชข้อมูล และก็พบว่ามันไม่ใช่อย่างที่เราเขียนไว้เลยก็กลายเป็นว่าวิธีคิดมันเปลี่ยนไป ผมก็เลยกลับขึ้นมาแล้วก็ไปปรับบทใหม่ ไปคุยกับทาง กรอ.มน. ใหม่ เขาก็โอเค เราใช้เวลาทำงานกับภาพยนตร์นี้ไป 3 ปี  คือเราถ่ายทำเกือบ 2 ปี  แต่ก่อนหน้านั้นผมใช้เวลาอีกปีนึง เพราะบทกว่าจะผ่าน กรอ.มน. ผ่านกรรมการต่างๆ ก็ 3 - 4 เดือนเข้าไปแล้ว และพอผมเรียกทีมเข้าไปเริ่มต้นทำ กลายเป็นว่าการพรีโพรฯ นานมาก อีก 6 เดือน เพราะว่าเราไม่สามารถหานักแสดงได้ เพราะโจทย์อย่างแรกคือเราอยากลงไปถ่ายที่ปัตตานีจริงๆ ซึ่งนักแสดงหายากมาก มีหลายคนเขาสนใจบทแต่ไม่กล้าลง รวมทั้งเรื่องอุปกรณ์การถ่ายทำ ทีมงานก็ยาก กว่าจะได้มาแต่ละอย่างใช้เวลานาน นี่คือความยากเพราะเราเลือกจะไปเสนอมุมมองของ 3 จังหวัดภาคใต้ ที่ปัตตานี มันยากเรื่องการหาคนเพราะข่าวสารที่เห็นมันเป็นเรื่องของความน่ากลัวสถานที่นั้นๆ แต่หนังเราเลือกที่จะพูดถึงเรื่องความรักว่า “ทำไมคนที่ยังอยู่ที่นั่นเขาถึงยังอยู่ได้ ทำไมเขาอยู่ด้วยอะไร เป็นโจทย์หลักในการเล่าเรื่อง”

ปีเตอร์–โบว์ลิ่ง นำทีมนักแสดง แถลงข่าวเปิดตัว ละติจูดที่ 6
น้องใยไหม-ชินารดี อนุพงษ์ภิชาติ /  บ่าววี / 

แถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้ว สำหรับภาพยนตร์ ละติจูดที่ 6 โดยได้รับความสนใจจากแขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชน ตบเท้ามาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ณ บริเวณชั้น 7 โรงภาพยนตร์ SF WORLD CINEMA ห้างสรรพสินค้า Central World เมื่อพิธีกร หนิง ศรัยฉัตร กุญชร ณ อยุธยา กล่าวทักทายแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงาน ก็ไม่รีรอขอเชิญทุกคนชมตัวอย่างภาพยนตร์ ซึ่งเมื่อฉายจบก็ได้รับเสียงปรบมือชื่นชมอย่างมากมาย หลังจากนั้นก็เชิญทีมผู้สร้าง คุณปนัดดา รักษาแก้ว ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยูซีไอ มีเดีย จำกัด ผู้อำนวยการสร้าง, พลตรีนักรบ บุญบัวทอง รองผอ.ศูนย์ประสานงาน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ เจมส์ ธนดล นวลสุทธิ์ ผู้กำกับการแสดง ร่วมพูดคุยถึงการทำงานตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ของแต่ละฝ่ายที่ให้การสนับสนุนภาพยนตร์เรื่องนี้ จนได้ออกสู่สายตาประชาชน ตามมาด้วยบรรดาเหล่านักแสดง นำทีมโดย ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล, โบว์ลิ่ง ปริศนา กัมพูสิริ, เม้าส์ ณัฐชา จันทพันธ์ (B.O.Y.), ภีม ภาคิน บวรศิริลักษ์, บ่าววี พันจ่าอากาศเอกวีรยุทธ์ นานช้า, สหัสชัย ชุมรุม, น้องใยไหม ชินารดี อนุพงษ์ภิชาติ ที่มาบอกเล่าถึงการทำงานและความรู้สึกของแต่ละคน ที่มีส่วนรวมกับภาพยนตร์เรื่องนี้ ปิดท้ายด้วยการถ่ายรูปเป็นที่ระลึกร่วมกัน ภาพยนตร์ไทยเรื่อง ละติจูดที่ 6 เกิดขึ้นจากความทุ่มเทความตั้งใจของทุกฝ่าย ที่ต้องการสื่อถึงความรักความศรัทธาที่จะพาข้ามความขัดแย้งต่างๆ ไปได้ เรื่องราวทั้งหมดถูกถ่ายทำบนพื้นที่จริงของจังหวัดปัตตานี 1 ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้อันสวยงาม ร่วมดื่มด่ำ ความรักและศรัทธาที่จะสร้างปาฏิหาริย์ ไปกับภาพยนตร์ ละติจูดที่ 6 ในวันที่ 23 ก.ค. นี้ ในโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ ละติจูดที่ 6 ได้ที่นี่เลย ------------------------------------------

ละครเลื่อมสลับลาย , เรื่องย่อเลื่อมสลับลาย
นิว วงศกร /  รถเมล์ คะนึงนิจ / 

เลื่อมสลับลาย บทประพันธ์โดย : กฤษณา อโศกสินบทโทรทัศน์โดย : ชมนาดผลิตโดย : บริษัท มงคล การละคร จำกัด อกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น. ทางช่อง 7 สี ชีวิต คือ การเริ่มต้นใหม่เสมอ บางคนเริ่มต้นไปสู่สิ่งที่ดีกว่า แต่บางคนกลับเดินไปสู่สิ่งที่แย่กว่าเดิม บางทีเหตุผลก็เอาชนะอารมณ์ไม่ได้ เพราะคนเราถูกสร้างมาด้วยธาตุที่ต่างกัน ดั่งลวดลายของเลื่อมบนผืนผ้า ลายหนึ่งงดงามเหมือนสวรรค์สร้าง อีกลายก็สวยงามแต่ไร้ราคา แล้วโชคชะตาก็ส่งบททดสอบครั้งยิ่งใหญ่มาให้ 2 สาว ได้เรียนรู้ความหมายแท้จริงของชีวิต เฉกเช่นชีวิตของ พาไล (แซมมี่ เคาวเวลด์) สาวน้อยกำพร้าที่ครอบครัวผู้ดีเก่ารับอุปการะ เคยรับรางวัลผลการเรียนดีเยี่ยม และฝันอยากเป็นคุณหมอใส่ชุดสีขาว หากแต่ปัจจุบันพาไลวัย 25 ปี กลายเป็นโคโยตี้ตัวแม่ชื่อในวงการ คือ เซอร์ไพรส์ เป็นสาวที่ชอบใช้ชีวิตโลดโผน เปลี่ยนผู้ชายไม่ซ้ำหน้า ทุกคนนิยามพาไลว่า สวยแต่ไร้สติ!! เพราะอารมณ์ชั่ววูบช่วงวัยรุ่นทำให้เธอมีชีวิตเน่าเฟะถึงทุกวันนี้ แตกต่างกับ ปิ่นปัก (รถเมล์-คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์) สาวสวยผู้เพียบพร้อมวัยเดียวกัน เป็นเพชรเม็ดงามในสังคมชั้นสูง ไม่เคยนอกกรอบอุ่นใจว่าชีวิตต้องเจอแต่สิ่งดี ๆ ปิ่นปักทุ่มเทกับการศึกษาเป็นผู้หญิง สวยมีสติ!! เธอจบด็อกเตอร์ด้านสังคมวิทยาจากอเมริกาด้วยทุนของรัฐบาล วันที่เดินทางกลับถึงเมืองไทย ศก (แมทธิว ฉันทวานิช) คู่หมั้นหนุ่มหล่อรวยระดับมหาเศรษฐีเป็นที่หมายปองของสาว ๆ มารับถึงสนามบิน ศกโผเข้ากอดจูบปิ่นปักด้วยความคิดถึง แต่เธอขืนตัวจากอ้อมกอดคู่หมั้นเพราะกลัวคำนินทาชาวบ้าน ไม่แปลกที่ปิ่นปักจะไม่เคยมีอะไรกับศกเลยซักครั้ง เมื่อมาถึงคฤหาสน์หลังโตของตัวเอง ซึ่งตอนนี้มีคอนโดแบบ Low rise ผุดขึ้นตรงหน้าบ้านช่วงที่ปิ่นปักไปเรียนเมืองนอก ปิ่นปักเห็นพาไลซึ่งอาศัยในคอนโดกำลังยืนด่ากับเมียหลวงของเสี่ยที่เคยมาติดพัน พาไลยืนยันว่าเลิกกับเสี่ยตั้งแต่ที่รู้ว่าโกหกเรื่องเมียเป็นมะเร็งตาย ปิ่นปักไม่ไหวจะเคลียร์กับความแรงของพาไล ทำให้ มิ้ม (แพร เอมเมอรี่) และ ฝน (แก้ม-กวินตา โพธิจักร) เพื่อนสนิทของพาไลหมั่นไส้เธอ มิ้มจะไปตบปิ่นปักตามประสาคนเลือดร้อน แต่ปิ่นปักไม่ใส่ใจใช้วิธีนิ่งสงบ..สยบความเคลื่อนไหว คุณยอด (วิวัฒน์ ผสมทรัพย์) กับ คุณโปรย (สาวิตรี สามิภักดิ์) พ่อแม่ของปิ่นปักชื่นชมการใช้สติตัดสินปัญหาของลูกสาว บางครั้งปิ่นปักก็ทะนงตัวว่าฉลาดแก้ไขได้ทุกเรื่องรวมถึง..ความรัก!! ปิ่นปักจึงไม่ยอมแต่งงานกับศกง่าย ๆ เพราะรู้สึกว่า..ศกยังไม่ยอมหยุดชีวิตไว้ที่เธอ คนอย่างปิ่นปักจะทำอะไรต้องคิดให้รอบคอบ แต่ศกคิดว่าปิ่นปักกำลังเลือก เพราะตอนนั้นมี เพรียว (แบงค์-อาทิตย์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์) เพื่อนร่วมงานของปิ่นปัก และเป็นเพื่อนของ นครินทร์ (นิว-วงศกร ปรมัตถากร) พี่ชายเธอเข้ามาในชีวิตอีกคน ศกไม่ยอมเสียปิ่นปักให้ใครยอมลดศักดิ์ศรีขอเธอ แต่งงาน!! ปิ่นปักใจอ่อนยอมสละโสด การแต่งงานของ ปิ่นปัก-ศก เป็นข่าวดังในหน้าหนังสือพิมพ์ มีแต่คนเยินยอว่าคู่นี้เหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยก ชีวิตที่สวยงามของปิ่นปักทำให้พาไลละอายใจในความเหลวแหลกของตัวเอง พาไลนึกโทษความโง่เขลา..ใจร้อนที่ทำให้ชีวิตพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือตั้งแต่อายุ 15 ปี ทั้งที่วัยเด็กโลกของพาไลก็สดใสไม่แพ้ปิ่นปัก เพราะ คุณเชื่อม (เกรียงไกร อุณหะนันทน์) กับ คุณพิศมัย (อังศนา บุรานนท์) พ่อแม่บุญธรรมที่รับอุปการะเธอเป็นถึงผู้บริหารบริษัทด้านการเงิน วันหนึ่งพาไลเกิดทะเลาะกับ บัวทอง (สิริลภัส กองตระการ) ลูกพี่ลูกน้องวัยเดียวกัน บัวทองจึงพูดเรื่องที่พาไลไม่ใช่ลูกจริง ๆ ของคุณเชื่อม และคุณพิศมัย ทั้งคู่เก็บพาไลมาเลี้ยงจากบ้านเด็กกำพร้า พาไลเสียใจช็อคมาก จึงประชดด้วยการหนีออกไปอยู่กับเพื่อนเพื่อเรียกร้องความสนใจ แต่คุณเชื่อมเข้าใจผิดคิดว่าพาไลใจแตกติดผู้ชายเหมือนแม่แท้ ๆ ของเธอ คุณเชื่อมตัดขาดลูกเลี้ยงสิ้นเชิง พาไลเสียใจที่สุดในชีวิตจึงหนีเข้าสู่โลกคาวโลกีย์ให้สมกับที่พ่อเลี้ยงด่าว่ามีเลือดชั่วในตัว จนเวลาล่วงเลยไปสิบปีชีวิตของพาไลผ่านเรื่องราวดีร้ายมากมาย จนเธอรู้สึกเหนื่อย และเบื่อหน่ายกับสิ่งที่เป็นอยู่ ความใฝ่ฝันของพาไลตอนนี้แค่อยากเป็นเมียใครสักคนที่ไม่ใช่แค่คู่นอน ผู้ชายคนนั้น คือ เนตร (จิม-เจจินตัย อันติมานนท์) แฟนคนล่าสุดที่เธอกำลังตั้งท้องลูกของเขา แต่เมื่อพาไลทำเซอร์ไพรส์บอกข่าวดี ปรากฏว่าเนตรไม่รับผิดชอบ..บอกว่าไม่ใช่ลูกตน เพราะป้องกันทุกครั้งที่มีอะไรกัน ทั้งที่จริงเนตรเคยขอไม่ป้องกันอ้างว่าอยากมีลูกกับพาไล เนตรไม่ยอมรับแถมด่า "ผู้หญิงอย่างพาไลไม่ต้องคิดว่าผู้ชายที่ไหน? จะเอาเป็นแม่ของลูก แค่ให้เป็นเมียออกนอกหน้ายังไม่มีใครเอา!!" คำพูดเนตรเสียดแทงเข้าไปในหัวใจพาไล มิ้มกับฝนแนะนำให้พาไลทำแท้งอย่าปล่อยให้เด็กออกมามีปัญหาแต่เธอไม่ยอม พาไลไม่มีวันฆ่าลูกตัวเองเหมือนอย่างที่แม่แท้ ๆ เคยทำไว้กับเธอ พาไลตัดสินใจเรียกเงินจากเนตรก้อนนึงไว้เป็นค่าใช้จ่ายในยามที่ทำงานไม่ได้ เนตรไม่ยอมให้ทั้งสองทะเลาะตบตีกัน เค้าตั้งใจผลักพาไลตกบันไดเพื่อหวังกำจัด มารหัวขน พาไลกลิ้งตกลงมานอนจมกองเลือดแท้งลูกอย่างทรมานโดยที่เนตรไม่ใยดี เธอกัดฟันพาตัวเองฝ่าสายฝนกระหน่ำเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ไม่มีใครช่วยพาไลตัดสินใจเดินไปยืนกลางถนนให้รถชน เธอขอตายไปพร้อมลูกน้อยในท้อง อยู่ ๆ ก็มีคนดึงพาไลหลบรถแล้วนำเธอส่งโรงพยาบาล พลเมืองดีคนนั้น คือ นครินทร์ เค้าเคยพบพาไลมาก่อนหน้านี้ที่งานโชว์สินค้าอ่างอาบน้ำยี่ห้อหนึ่ง ตอนนั้นพาไลเป็นพริตตี้เต้นโชว์สุดเซ็กซี่ นครินทร์ไม่คาดคิดว่าผู้หญิงรักสนุกอย่างพาไลเมื่อตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองแท้งลูกจะทำให้เธอคลุ้มคลั่งจนน่าสงสาร นครินทร์คอยดูแลพาไลตลอดเวลาที่อยู่ในโรงพยาบาล ทำให้เห็นมุมอ่อนโยนของผู้หญิงร้ายกาจอย่างเธอ ระหว่างรักษาตัว พาไลได้พบกับพิศมัยแม่เลี้ยงโดยบังเอิญที่โรงพยาบาล ถึงรู้ว่าคุณเชื่อมพ่อเลี้ยงเป็นโรคหัวใจนอนโคม่าในห้องไอ.ซี.ยู พาไลไม่กล้าสู่หน้ากับอดีตครอบครัว จึงรอจนทุกคนกลับเธอถึงแอบเข้าไปเยี่ยมคุณเชื่อมที่นอนหลับ..ร่างกายทรุดโทรมมาก อยากเข้าไปกอดพ่อก็ไม่กล้าจนคุณเชื่อมตื่นขึ้นยื่นมือไปหาพาไลด้วยความคิดถึง และห่วงใย พร้อมบอกลูกเลี้ยงในช่วงลมหายใจสุดท้ายว่า "กลับเนื้อกลับตัวใหม่นะ ลูกรักของพ่อ" พาไลร้องไห้เสียใจที่สุดในชีวิต เพราะที่ผ่านมาเธอทำตัวไม่ดี..ไม่สมกับเป็นลูกที่พ่อรัก พาไลสำนึกผิดกับชีวิตที่เหลวแหลก พร้อมคำพูดของพ่อ-แม่บุญธรรมที่ก้องอยู่ในหัว นครินทร์เห็นพาไลเหม่อกลัวคิดสั้นเลยพูดเตือนสติ พาไลปฏิเสธไม่ได้จะฆ่าตัวตาย จากนี้..จะกลับเนื้อกลับตัวเป็น พาไลคนใหม่!! พร้อมยืนในสังคมอย่างไม่อายใคร เหมือนกับปิ่นปักที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ฐานะ..ภรรยาศก คุณโปรยผู้เป็นแม่วาดฝันว่าชีวิตหลังแต่งงานของลูกสาวต้องเพอร์เฟ็ก แม้ในวันแต่งงานศกจะทำตัวไม่น่ารักกับแขกที่มาอวยพรเรื่องการครองเรือน เพราะเค้าไม่ชอบให้ใครมาสอน ปิ่นปักรู้นิสัยศกดี และคิดว่าจะเปลี่ยนคนรักได้ แต่นครินทร์ไม่คิดว่าน้องสาวจะจัดการได้พาลหวั่นใจแทนปิ่นปัก พาไลเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเอง..ไม่ใช้ชีวิตฟุ่มเฟื่อย ไม่เที่ยวกลางคืน ไม่พึ่งผู้ชายแปลกหน้า ทำงานหาเงินด้วยลำแข้งตัวเองแม้จะลำบากเหลือเกิน เพราะที่ผ่านมาพาไลประมาทกับชีวิตเกินไป ไม่เหมือนมิ้มกับฝนที่มีคติในการใช้ชีวิตว่า "ชีวิตไม่ต้องมีแผนผัง แต่ต้องมีแผนที่" ถึงมิ้มจะเป็นลูกคนมีตังค์แต่ก็รู้จักทำธุรกิจต่อยอดเงินทองไม่พึ่งผู้ชายหน้าไหน ด้านฝนก็มีงานประจำทำเป็นหลักแหล่ง แต่พาไลไม่มีอะไรเลย..ทำแต่งาน พริตตี้ โคโยตี้ เอ็มซี ซึ่งตอนนี้เธอโดนแบล็คลิสต์ตั้งแต่เนตร (แฟนเก่า) มีเรื่องกับลูกค้าบวกกับพาไลก็อายุมากขึ้น ครั้นจะไปหางานทำก็จบแค่มัธยม ความหวังจะทำงานสุจริตได้เงินเยอะ ๆ คงไม่มี พาไลตัดสินใจขายรถมินิคูเปอร์เพื่อมาทำทุนขายครีมหน้าเด้งยี่ห้อ เซอร์ไพรส์ เปิดตลาดในโลกโซเชี่ยลแบบที่คนอื่นนิยมทำกัน มีนครินทร์เป็นลูกค้าประจำที่ช่วยอุดหนุนครีมพาไลไปแจกเพื่อนอาจารย์ด้วย บัวทอง อดีตญาติตัวแสบของพาไลเห็นเลยแกล้งเอาน้ำยาล้างห้องน้ำใส่ในครีมเซอร์ไพรส์ อิจฉาที่พาไลมีชีวิตใหม่สดใส่ และได้ใกล้ชิดนครินทร์ผู้ชายที่บัวทองหลงรัก บัวทองคิดไปเองว่าผู้ชายหล่อ..ฉลาดอย่างนครินทร์มีใจให้จึงตามตื้อเค้าเรื่อยมา ลูกค้าที่ใช้ครีมของพาไลแล้วหน้าพังฟ้องร้องเธอหมดตัวชั่วข้ามคืน ส่วนปิ่นปักหลังย้ายไปอยู่เรือนหอราคาหลายสิบล้าน ที่มีเพียง แม่มาย คนรับใช้วัยห้าสิบปีเป็นเพื่อน เข้าหอคืนแรกศกไม่มีท่าทางหวานฉ่ำเอาใจเธอเหมือนเมื่อก่อน ซ้ำยังเอาแต่ใจอย่างร้ายกาจ..อาจเป็นเพราะศกได้ครอบครองปิ่นปักสมใจแล้ว ซึ่งปิ่นปักก็รู้จักนิสัยศกดีว่าเป็นคนขี้เบื่อแต่ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้ ปิ่นปักปรึกษา พัชริน (บี-มาติกา อรรถกรศิริโพธิ์) เพื่อนสนิทสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ปิ่นปักเอาแต่พูดเรื่องของตัวเอง และเผลอเล่าชีวิตแสนสุขสบายตามประสาเมียเศรษฐี โดยไม่ทันได้สังเกตว่าพัชรินอิจฉาตัวเอง ตั้งแต่เด็กจนโตพัชรินมักเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับปิ่นปัก แม้พัชรินจะเลือกสามีเป็นถึงนักการทูตอย่าง คุณยุทธ น่าจะเชิดหน้าชูตาได้ แต่เงินเดือนข้าราชการของสามีไม่สามารถบันดาลความสุขให้พัชรินได้สมใจเหมือนที่ศกทำกับปิ่นปัก พัชรินอยากให้ปิ่นปักรู้จักกับคำว่าผิดหวังบ้าง จึงพูดให้ปิ่นปักเสียใจกับคำว่า เมีย!! ไม่นานเมียอย่างเราก็จะเป็นแค่น้ำพริกถ้วยเก่าให้ปิ่นปักทำใจไว้ แต่ปิ่นปักไม่ยอมแพ้..เพราะเคยทำวิจัยเรื่องปัญหาครอบครัว เธอรู้ว่าถ้าอยากให้ครอบครัวไปได้ตลอดรอดฝั่งต้องใช้หลักการยืดหยุ่น ปิ่นปักเริ่มยืดหยุ่นด้วยการหัดเป็นแม่ศรีเรือน ทั้ง ๆ ที่เธอชอบทำงานนอกบ้านมากกว่า แถมยังตามศกเข้าสมาคมเพื่อนฝูงที่ล้วนแต่เป็นนักธุรกิจที่คุยกันแต่เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ปิ่นปักพร่ำสั่งตัวเองว่าให้อดทนทำเพื่อชายที่รัก แต่เรื่องการยืดหยุ่นนี้ตบมือข้างเดียวไม่ดัง ไม่ว่าปิ่นปักจะยอมปรับตัวยังไง หากศกไม่คิดจะปรับตัวเพื่อใครก็ไม่มีประโยชน์ รวมถึงปิ่นปักไม่ได้มีความอดทนมากนัก เธออธิบายเหตุผลในใจทุกเรื่องที่ศกทำไม่ถูกให้เค้าฟัง ยิ่งทำให้ศกเบื่อหน่ายผู้หญิงเก่งวิชาการแต่จืดชืดเรื่องบนเตียงอย่างปิ่นปัก หนำซ้ำตอนนี้ปิ่นปักก็ตั้งท้องโอ้กอ้ากตลอดเวลา ศกรังเกียจเมียตัวเองจึงไม่ค่อยกลับบ้าน ด้านพาไลยังหางานทำใหม่ไม่ได้เงินทองก็ร่อยหรอ ฝนสงสารเพื่อนจึงฝากงานให้พาไลที่บริษัทเดียวกัน เพราะฝนกิ๊กอยู่กับ คุณจำรูญ (ปริเยศ อังกูรกิตติ) หัวหน้าแผนกบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังของศก ชีวิตของพาไลวนเวียนมาใกล้ปิ่นปักกับศกอีกครั้ง ศกเคยสะดุดตาความสวยพาไลมาแล้วแต่เธอไม่มีท่าทีสนใจเค้าเลย แถมแสดงท่าทางจองหองใส่ศกด้วยซ้ำ ประกอบกับศกเห็นนครินทร์พี่ชายภรรยามารับพาไลตลอดเลยไม่กล้ายุ่ง ซึ่งจริง ๆ ศกไม่ชอบขี้หน้านครินทร์ที่ชอบมาสั่งสอนเวลาเค้าทะเลาะกับปิ่นปัก ศกจะเอาชนะด้วยการใช้เงินซื้อพาไลมาเป็นผู้หญิงของเค้า และไม่ให้ยุ่งกับนครินทร์อีก บวกกับพฤติกรรมกลับบ้านไม่ตรงเวลา..ไม่เอาใจของศกทำให้ปิ่นปักกระวนกระวายใจ ยิ่งตอนนี้เธอหยุดงานรอคลอดยิ่งฟุ้งซ่านถึงกับไปปรึกษาคุณโปรย แต่แม่กลับบอกให้ปิ่นปักอดทนศกให้มากที่สุด ปิ่นปักรู้แล้วว่าเงินทอง หรือคฤหาสน์หรูหลายสิบล้านไม่ช่วยให้เธอมีความสุขได้เลย แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากก้มหน้าอดทน ศกสืบจากฝนว่าพาไลกำลังร้อนเงิน เค้าทำเป็นพ่อบุญทุ่มหวังให้พาไลใจอ่อนยอมนอนด้วย นครินทร์รู้เรื่องแต่ไม่เตือนศกเพราะกลัวจะเอาน้ำมันไปรดไฟ และอยากพิสูจน์ใจพาไลด้วยว่ากลับตัวได้จริงหรือเปล่า? ศกเขียนเช็คเงินสดให้พาไลห้าแสนบาทแต่เธอปฏิเสธ ศกไม่ยอมแพ้วางแผนไล่พาไลออกจากงานเพื่อบีบให้รับเงิน และนอนกับเค้า พาไลเลือกที่จะออกจากงาน หากเป็นแต่ก่อนการไปนอนกับผู้ชายเพื่อเงินไม่ใช่เรื่องยาก แต่พาไลไม่มีวันทำร้ายครอบครัวของน้องสาวเพื่อนที่แสนดีอย่างนครินทร์ เมื่อไม่มีงานก็ไม่มีเงินพอจะเช่าคอนโดราคาสูงอยู่ มิ้มกับฝนยุให้พาไลจับนครินทร์แต่เธอไม่มีวันทำร้ายเค้า นครินทร์เป็นผู้ชายคนเดียวบนโลกที่ไม่เคยชวนเธอขึ้นเตียง "คุณค่าแห่งมิตรภาพย่อมเพิ่มพูนขึ้น เมื่อชายหญิงไม่ได้ผูกสัมพันธ์เพียงเพื่อจะสิ้นสุดลงบนเตียง" มิ้มให้พาไลไปอยู่ด้วยแต่เธอก็เกรงใจเพื่อน นครินทร์จึงยื่นมือเข้ามาช่วยเพราะเค้าเป็นเหตุทำให้พาไลถูกไล่ออกจากงาน นครินทร์ชวนพาไลไปอาศัยเรือนเล็กหลังบ้าน คุณยอดกับคุณโปรยไม่ชอบใจแต่ไม่อาจต้านเหตุผลของนครินทร์ได้ พาไลนำเสื้อผ้าที่มีไปขายตลาดนัดขายดีมากจึงเริ่มมีทุนซื้อของมาลงทุนเพิ่มควบคู่ไปกับการเรียน กศน. ชีวิตพาไลกำลังเข้ารูปเข้ารอย กระทั่งบัวทองมาที่บ้านนครินทร์แล้วได้พบเธอ บัวทองเล่าอดีตฉาวโฉ่ของพาไลให้คุณโปรยกับคุณยอดฟัง คุณโปรยยิ่งต้องให้พาไลอยู่ที่บ้านเช่าต่อเพราะทั้งคู่จะได้อยู่ในสายตา หลังหงุดหงิดผิดหวังจากพาไล..ศกก็ได้เสียกับฝน ประกอบกับฝนเพิ่งอกหักจากจำรูญจึงหวังจะเกาะศกเป็นรายต่อไป ฝนเบื่อหน่ายชีวิตเมียน้อยอยากให้ศกหยุดที่เธอ และยอมรับให้เป็นเมียออกนอกหน้า พาไลกับมิ้มรู้เรื่องนี้รีบห้ามฝนแต่ไม่สำเร็จ ฝนทะเลาะกับเพื่อนทั้งสองถึงขั้นเลิกคบกัน จากนั้นฝนก็เริ่มปฏิบัติการกำจัดปิ่นปักออกไปจากชีวิตศก โดยประกาศตัวว่าศกมีเธออีกคนพัชรินรู้ข่าวทำตัวเป็นเพื่อนที่ดีคาบเรื่องศกควงสาวเข้าโรงแรมมาบอกปิ่นปักเพื่อนรัก ปิ่นปักอับอายมากกว่าหึงหวงที่ผู้หญิงเพียบพร้อมอย่างเธอไม่ควรจะมาเจอเรื่องเน่า ๆ แบบนี้ ปิ่นปักอยู่เฉยไม่ได้นำเรื่องนี้มาเคลียร์กับศก แต่การที่ศกถูกคาดคั้นประหนึ่งเป็นนักโทษทำให้เค้าไม่พอใจมากเกิดปากเสียงกันรุนแรง ปิ่นปักเพิ่งรู้ตอนนี้เองว่าศกเห็นแก่ตัวมากแต่ในเมื่อเธอเลือกเขามาเป็นคู่ชีวิตแล้วก็ต้องก้มหน้ารับกรรม สุดท้าย..ความอดทนก็ถูกทำลาย เมื่อฝนตามราวีปิ่นปักถึงบ้าน พร้อมเล่าฉากรักของตัวเองกับ ผัวเราสองคน ละเอียดยิบ ปิ่นปักร้องไห้หัวใจแตกสลายเกือบแท้งลูก เพรียวสงสารปิ่นปักจับใจจึงคอยดูแลระหว่างที่รอนครินทร์มาหา ศกเห็นทั้งคู่อยู่บ้านตามลำพัง..ตรงเข้าชกหน้าเพรียวข้อหาเป็นชู้กับเมียชาวบ้าน ระหว่างนั้นปิ่นปักปวดท้องคลอดลูก และให้กำเนิดลูกชายหน้าตาน่ารักชื่อ หนูหนึ่ง คุณโปรยกับคุณยอดหวังว่าลูกจะทำให้ศกกลับเนื้อกลับตัว แต่ปิ่นปักไม่ทนอีกต่อไปเธอเหมือนนกน้อยที่หลุดจากกรงทอง ปิ่นปักฝากลูกกับพี่ชายแล้วไปโบยบินใช้ชีวิตอิสระ ปิ่นปัก..คนใหม่!! แข็งแกร่ง และกระด้างกว่าเดิม เป็นหญิงสาวที่มีชีวิตนอกกรอบเปลี่ยนลุคใหม่จัดจ้านเป็นคนละคน ปิ่นปักตระเวนราตรีเปิดรับผู้ชายแปลกหน้ามาคุยแก้เหงาทุกคืน แต่ทว่าเธอไม่เคยคิดจะนอนกับใคร ปิ่นปักแค่อยากรู้จักมนุษย์ให้ลึกซึ้ง แต่เธอกลับตกเป็นข่าวเม้าท์..แม่หม้ายทิ้งลูกอ่อนไปควงผู้ชาย ทำตัวเหลวแหลกจึงไม่แปลกที่ศกจะขอเลิก ข่าวนี้ทำเอาคุณยอดกับคุณโปรยอับอายสังคมแทบแทรกแผ่นดินหนี และโยนความอึดอัดให้ลูกชายผู้เป็นความหวังสุดท้าย ขณะที่ปิ่นปักไม่อยากทนกับสังคมมากกว่าแคร์ลูกตัวเอง เลยออกจากบ้านไปซื้อคอนโดอยู่ตามลำพัง ซึ่งห้องที่ปิ่นปักซื้อนั้นอยู่ติดกับห้องของมิ้มที่พาไลอาศัยอยู่ แต่ตอนนี้ปิ่นปักไม่มีทีท่ารังเกียจพาไลกับแก๊งเพื่อนอีกแล้ว ปิ่นปักเข้าใจแล้วว่า..คนที่ทำในสิ่งที่ไม่ถูกใจเรา ไม่ได้หมายความว่าเป็นคนเลว ปิ่นปักจึงกลายเป็นเพื่อนของพาไล คุณยอดคุณโปรยสั่งให้นครินทร์เลิกยุ่งกับพาไลแล้วไปแต่งงานกับผู้หญิงดี ๆ อย่าง มิตรา หรือ มิน (พรรัมภา สุขได้พึ่ง) เพื่อนอาจารย์ด้วยกัน แต่นครินทร์ปฏิเสธ..เค้าจะไม่มีวันแต่งงานกับผู้หญิงที่ไม่ได้รัก สร้างความเครียดให้กับคุณยอดเส้นเลือดในสมองแตก นครินทร์รู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุทำให้พ่อป่วยหนักจึงยอมทำตามความต้องการของพ่อแม่ด้วยการลองเปิดใจทำความรู้จักกับมิน นครินทร์กับพาไลค่อย ๆ ห่างกันไป พาไลเข้าใจเหตุผลของนครินทร์ดี และคิดว่าตัวเองคงไม่เป็นไร แต่เปล่าเลย...พาไลเจ็บปวดแทบตาย เช่นเดียวกับนครินทร์ที่ต้องหักห้ามใจไม่ให้คิดถึงพาไล ยิ่งคิดถึงพาไลยิ่งก้มหน้าก้มตาทำงานเสื้อผ้าแบรนด์ พาไล (Pa-rai) จนกิจการรุ่งเรือง ไม่นานก็รู้ข่าวว่าคุณพิศมัยแม่เลี้ยงกำลังเดือดร้อนถูกยึดบ้าน เพราะขาดหัวหน้าครอบครัวอย่างคุณเชื่อมดูแล พาไลกลับไปที่บ้านเก่าพร้อมนำเงินสดไปใช้หนี้แทนแม่ ต่อชีวิตให้พิศมัยกับบัวทองมีบ้านซุกหัวนอน บัวทองซึ้งน้ำใจยอมทำดีกับพาไลทันที แต่สิ่งที่พาไลดีใจมากที่สุด คือ การได้กราบเท้าขอขมาพิศมัย!! ด้านปิ่นปัก..สงสารหัวใจพี่ชายกับพาไล จึงพยายามให้ทั้งสองมาพบกันโดยมีเพรียวเป็นผู้ช่วย แต่นครินทร์กับพาไลก็ต้องเจออุปสรรคอยู่เสมอ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงกลับมาเหมือนเดิมไม่ได้ ต่างจากปิ่นปักกับเพรียวที่ความใกล้ชิดทำให้เผลอมีสัมพันธ์กันเพราะความเมา ความอบอุ่นของเพรียวทำให้ผู้หญิงที่ขาดพลังรักอย่างปิ่นปักมีความสุข แต่แม่ของเพรียวกลับไม่ยอมรับปิ่นปัก เพราะไม่อยากให้ลูกชายได้กับแม่หม้ายทิ้งลูกอย่างเธอ ปิ่นปักกลายเป็นผู้หญิงที่น่ารังเกียจสำหรับแม่ที่มีลูกชายดี ๆ เหมือนพาไลเมื่อก่อนไม่มีผิด ปิ่นปักกับเพรียวจึงแอบคบกันโดยไม่คิดจะเข้าหาแม่ของเพรียวเหมือนอย่างที่พาไลทำกับคุณโปรย แต่เป็นเพรียวที่ต้องทำให้แม่ตัวเองใจอ่อนยอมรับลูกสะใภ้คนนี้ การที่ปิ่นปักกลายเป็นแม่หม้ายทรงเครื่องที่หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่หมายปอง ทำให้ศกนึกเสียดายอดีตภรรยาคิดจะกลับไปหาเธอ แต่ปิ่นปักรู้สันดานศกดีจึงต้องการจะเอาคืน ทั้งศก และอีฝน จึงไม่ปฏิเสธศกแถมยั่วยวนให้เค้ากระหายอยากได้เธอมากขึ้น เป็นอย่างที่คิด..ศกตามตื้อปิ่นปักอย่างหนักจนตกเป็นข่าวหน้าสังคม เพรียวเข้าใจผิดคิดว่าปิ่นปักจะกลับไปหาศกจริง ๆ หนำซ้ำแม่ของเพรียวยังตอกย้ำว่า..รู้หรือยังว่าทำไมแม่ถึงไม่อยากให้เพรียวได้กับปิ่นปัก?! เพรียวพูดไม่ออกยอมรับความผิดหวัง ขณะที่ปิ่นปักก็ไม่ทันอธิบายความจริงกับเพรียว เพราะความแค้นต่อศกมี มากกว่า..สุดท้ายปิ่นปักทำสำเร็จ ศกขอเลิกกับฝนเพื่อมาหาเธอ ฝนแค้นปิ่นปักสุด ๆ กะเอาคืนด้วยการสาดน้ำกรด ขณะ 2 สาวต่อสู้เอาตัวรอด ปิ่นปักพลาดถูกรถชนสาหัสกลายเป็นพาไลที่มาช่วยถูกน้ำกรดแทน เมื่อ เลื่อมสลับลาย แสนสวยต้องเผชิญมรสุมชีวิตกระหน่ำทั้งคู่ สุดท้าย..เส้นทางเดินของพวกเธอจะเป็นเช่นไร? ติดตามชมกันต่อได้ใน ละครเลื่อมสลับลาย ที่ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น. ทางช่อง 7 สี ละครเลื่อมสลับลาย เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2558 รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร เลื่อมสลับลาย วงศกร ปรมัตถากร รับบท นครินทร์ แซมมี่ เคาวเวลด์ รับบท พาไล คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์ รับบท ปิ่นปัก อาทิตย์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ รับบท เพรียว แมทธิว ฉันทวานิช รับบท ศก แพร เอมเมอรี่ รับบท มิ้ม กวินตา โพธิจักร รับบท ฝน พรรัมภา สุขได้พึ่ง รับบท มิตรา สิริลภัส กองตระการ รับบท บัวทอง สาวิตรี สามิภักดิ์ รับบท คุณโปรย วิวัฒน์ ผสมทรัพย์ รับบท คุณยอด เทพยุดา ศรียาภัย รับบท คุณขจี มาติกา อรรถกรศิริโพธิ์ รับบท พัชริน นฤมล เปี่ยมพงษ์สานต์ รับบท แสง วรรณภา เสือขุนชัย รับบท จุ้น เจจินตัย อันติมานนท์ รับบท เนตร เกรียงไกร อุณหะนันทน์ รับบท คุณเชื่อม อังศนา บุรานนท์ รับบท คุณพิศมัย นาถ ภูวนัย รับบท คุณเศียร ปริเยศ อังกูรกิตติ รับบท คุณจำรูญ