พร้อม สิริสันต์

กลูต้า ทำให้ผิวขาวขึ้นจริงหรือ?
กลูต้า /  กลูต้าไธโอน / 

กระแส กลูต้า ไม่เคยลงต่ำแบบราคาทองแม้จะเป็นที่พูดถึงกันมาหลายปีแล้ว นั่นเป็นเพราะ “ใช้ดีแล้วบอกต่อ” ตามหลักการตลาด ซึ่งคำถามในเวลานี้คือ มันดีจริงหรือ? ทุกวันนี้ความขาวกลายเป็นมาตรฐานความงามของสาวไทยไปแล้ว แต่ไม่ใช่แค่ขาวธรรมดา ต้องขอ “ขาววิ้ง”, “ขาวอมชมพู”, “ขาวออร่า” และ “ขาวโอโม่” แบบดาราสาวเกาหลี ซึ่งวิธีทำให้ขาวก็รุดหน้าตามเทคโนโลยีที่อะไรก็ได้ขอให้ขาวไวที่สุด ทางลัดอย่างการกินอาหารเสริมจนกระทั่งถึงขั้นฉีดสารอันจะเรียกว่ายาทางการแพทย์ก็ได้นั้น จึงกลายเป็นที่นิยมของสาวไทยยุคนี้อย่างมาก และ กลูต้า ไธโอน (Glutathione) ยังคงเป็นผลิตภัณฑ์ที่หาซื้อกันมาทำให้ผิวขาวได้ตลอดช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีข่าวฉีดสารแล้วช็อกเสียชีวิต หรือราคากลูต้า บางตัวที่แพงมาก ซึ่งไม่รู้ด้วยซ้ำว่าของจริงหรือไม่ แต่สาวไทยตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงวัยทำงานก็ยังติดต่อขอซื้อผ่านทางโซเชียลมีเดียกันง่ายๆ เพราะคนที่ใช้ได้ผลมีมากกว่าคนที่ผิดหวัง…แล้วเรื่องทั้งหมดที่ว่ามาเป็นความจริงอย่างนั้นหรือ พิสูจน์ความขาวแบบโอโม่ จะใช้ กลูต้า ก็ควรรู้จักกันหน่อยว่า กลูต้า เป็นโปรตีนขนาดเล็กที่ประกอบไปด้วยกรดอะมิโน 3 ชนิดคือ ซิสเทอีน (Cysteine), กลูตามิค (Glutamic Acid) และไกลซีน (Glycine) พบได้ทุกเซลล์ในร่างกายมีบทบาทสำคัญในกระบวนการเมตาบอลิซึ่มของเซลล์ ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันความเสื่อมของเซลล์ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันและช่วยตับในการขจัดสารพิษออกจากร่างกาย ทางการแพทย์มีการนำกลูต้าฯ มาศึกษา และใช้เสริมการรักษาโรคอย่างมะเร็ง ถุงลมโป่งพอง พาร์กินสัน อัลไซเมอร์ โรคตับ เอดส์ เป็นต้น หลังพบว่าผู้ป่วยโรคเหล่านี้จะมีระดับ กลูต้า ลดลง อย่างไรก็ตามหลังนำไปใช้กับผู้ป่วยผลปรากฏว่า พวกเขามีผิวขาวขึ้น! ด้วยคุณสมบัติ ทางอ้อมที่ไปยับยั้งการทำงานของเซลล์เม็ดสี นี่เองจึงเป็นที่มาของการนำกลูต้าฯ มาใช้ในวงการความงาม สำหรับประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อนุญาตให้จำหน่ายได้เฉพาะรูปแบบรับประทาน (กรดอะมิโน) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและครีมทาผิวเท่านั้น ส่วนรูปแบบฉีดเข้ากล้ามเนื้อหรือเส้นเลือดยังไม่ได้รับการอนุมัติให้ใช้ เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยที่เพียงพอ กระนั้นก็ตาม ประสิทธิภาพและประโยชน์ของ กลูต้า ในการทำให้ผิวขาวก็ยังไม่มีผลทางวิทยาศาสตร์รองรับหรือยืนยัน จึงไม่น่าแปลกใจที่ กลูต้า ไม่ผ่านการรับรองข้อบ่งใช้โดยองค์การอาหารและยาประเทศสหรัฐอเมริกาว่าทำให้ผิวขาวได้ แต่ที่แน่นอนก็คือ การกินกลูต้าฯ โดยตรงแทบจะไม่ให้ผลอะไรเลย ส่วนการฉีดเข้าเส้นเลือดหรือกล้ามเนื้อก็เสี่ยงต่อชีวิตที่ไม่คุ้มกัน เราเชื่อว่า สาว Lisa ก็รักสุขภาพ ไม่อยากพาตัวเองไปเสี่ยงเหมือนกัน จริงมั้ย กินอย่างไร ขาวได้จริง แพทย์และเภสัชกรต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า การกิน กลูต้า โดยตรงให้ผลไม่มากไปกว่า “สูญ” คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล ให้ข้อมูลไว้ในเว็บไซต์ว่า กลูต้าฯ สามารถถูกทำลายได้ในทางเดินอาหารของมนุษย์ ขณะที่ นพ. สมนึก อมรสิริพาณิชย์ แพทย์อเมริกันบอร์ดทางด้านเส้นผม ผิวหนัง/เลเซอร์ บอกว่าการกินสาร กลูต้า โดยตรงจะไม่สามารถดูดซึมได้ดีเท่าที่ควร การกินอาหารที่มีสารวัตถุดิบอย่าง N-Acetyl Cysteine กลับช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้าง กลูต้า เองได้ดีกว่า และสารนี้มีอยู่ในอาหารอย่างโยเกิร์ต กราโนล่า ข้าวโอ๊ต จมูกข้าวสาลี และคอตเทจชีส หรือจะกินสารนี้ในรูปแบบเม็ดอาหารเสริมก็ได้ ซึ่งสอดคล้องกับที่ Mark Hyman เขียนไว้ในเว็บข่าว Huffingtonpost ตั้งแต่เมื่อกลางปี 2010 ว่า หากร่างกายย่อยโปรตีน มันจะไม่ได้ผลหากเรากิน กลูต้า โดยตรงซึ่งก็เป็นโปรตีนเช่นกัน ทั้งนี้ เขายังให้เคล็ดลับ 4 ข้อในการกระตุ้นให้ร่างกายสร้าง กลูต้า เพื่อสุขภาพที่ดี (แต่เราหวังผลมากกว่านั้นคือเรื่องความขาวออร่านั่นเอง) นั่นก็คือ หมั่นกินอาหารที่อุดมด้วยซัลเฟอร์อย่างกระเทียม หัวหอม และ ผักตระกูลกะหล่ำ ได้แก่ บร็อกโคลี่ คะน้า ดอกกะหล่ำ กะหล่ำปลี วอเตอร์เครส เป็นต้น กินเวย์โปรตีนประเภท Bioactive ซึ่งเป็นแหล่งกรดอะมิโนซิสเทอีน ออกกำลังเป็นประจำครั้งละ 50 นาที 3 ครั้งต่อสัปดาห์โดยแอโรบิกบำรุงหัวใจ 30 นาที เช่น เดินเร็ว จ็อกกิ้ง ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน สลับกันไป และออกกำลังเสริมความแข็งแรงของร่างกายด้วยการยกเวตอีก 20 นาที กินอาหารเสริมอย่าง N-AcetylCysteine, Alpha Lipoic Acid, วิตามินบี 6 และ 12, ซีลีเนียม, วิตามินซีและอี และ Milk Thistle ถึงตรงนี้ก็อาจจะมีคนแย้งว่าเคยกินกลูต้าฯ แล้วได้ผลจริง หรือเพื่อนกินแล้วขาวมาก ถ้าอย่างนั้นคงต้องถามกลับว่ามีการดูแลตัวเองด้านอื่นร่วมด้วยหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงนั้นเครียดน้อยลง และพักผ่อนเพียงพอด้วยใช่มั้ย เพราะความเครียดมีผลต่อกลูต้าฯ ที่ลดลงเช่นกัน ที่สำคัญความขาวที่เห็นนั้นดูเป็นธรรมชาติดีหรือไม่ เพราะสุดท้ายแล้วถ้าเราต้องพึ่งยา กลูต้า ไปตลอด การบริโภคอะไรที่มากไป โดยเฉพาะเคมีภัณฑ์ด้วยแล้ว ย่อมไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพในระยะยาวแน่ หันมาเสริมความงามของผิวพรรณด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำ พักผ่อน และไม่เครียดกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ จะดีกว่า รับรองว่ากลูต้าฯ ในร่างกายจะผลิตแทบไม่ทัน และมากกว่านั้น ยอมรับสีผิวที่เกิดจากเมลานินตามธรรมชาติแล้วสวยในแบบของเรากันเถอะ ขอบคุณที่มาจาก : www.lisaguru.com

80 เรื่องของในหลวงที่เราอาจไม่เคยรู้ วันพ่อแห่งชาติ
5 ธันวาคม /  ประเทศไทย / 

ยังจำได้ไหม? ตอนเด็กๆ พ่อแม่มักจะให้เรายืนตรงเคารพธงชาติอยู่ทุกวี่ทุกวัน ให้ยกมือไหว้รูปพ่อหลวงที่เรามีในบ้าน พ่อแม่คอยพร่ำบอกถึงความรักและความดีของในหลวงที่มีต่อประชาชนและประเทศไทยให้เราฟังตั้งแต่เรายังไม่รู้ประสีประสาซะด้วยซ้ำไป แต่ทำไมความรัก ความจักรักภักดีที่มีต่อพระองค์ท่านมีล้นมากมายเหลือเกิน เมื่อยิ่งเราโตขึ้นและได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ ที่พระองค์ท่านทำเพื่อคนไทยชาติไทย มันก็ยิ่งทำให้เรารู้สึกรักและเทิดทูญพระองค์ท่านเหนือเกล้า แบบหาคำบรรยายไม่ได้จริงๆ .. เนื่องในวันที่ 5 ธันวาคม นี้เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทีนเอ็มไทยของนำเสนอเรื่องราว 80 เรื่องของในหลวงที่เราอาจไม่เคยรู้ มาฝากเพื่อนๆ กันคะ 80 เรื่องของในหลวงที่เราอาจไม่เคยรู้ มาฝากเพื่อนๆ กันคะ 1.ทรงพระราชสมภพเวลา 08.45 น. 2.นายแพทย์ผู้ทำคลอดชื่อ ดับลิว สจ๊วต วิตมอร์ ทรงมีน้ำหนักแรกประสูติ 6 ปอนด์ 3.พระนาม ‘ภูมิพล‘ ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 4.พระยศเมื่อแรกประสูติ คือ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า ภูมิพลอดุลยเดช 5.ทรงมีชื่อเล่น ว่า เล็ก หรือ พระองค์เล็ก 6.ทรงเคยเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนมาแตร์เดอี เพราะช่วงพระชนมายุ 5 พรรษาทรงเคยเข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ 1 ปี มีพระนามในใบลงทะเบียนว่า ‘H.H Bhummibol Mahidol’หมายเลขประจำตัว 449 7.ทรงเรียกสมเด็จพระราชชนนีหรือสมเด็จย่า อย่างธรรมดาว่า ‘แม่‘ 8.สมัยทรงพระเยาว์ ทรงได้ค่าขนม อาทิตย์ละครั้ง 9.แม้จะได้เงินค่าขนมทุกอาทิตย์ แต่ยังทรงรับจ้างเก็บผักผลไม้ไปขาย เมื่อได้เงินมาก็นำไปซื้อเมล็ดผักมาปลูกเพิ่ม 10.สมัยพระเยาว์ทรงเลี้ยงสัตว์หลายชนิดทั้งสุนัข กระต่าย ไก่ นกขุนทอง ลิง แม้แต่งูก็เคยเลี้ยง ครั้งหนึ่งงูตายไปก็มีพิธีฝังศพอย่างใหญ่โต 11.สุนัขตัวแรกที่ทรงเลี้ยงสมัยทรงพระเยาว์เป็นสุนัขไทยทรงตั้งชื่อให้ว่า "บ๊อบบี้" 12.ทรงฉลองพระเนตร(แว่นสายตา)ตั้งแต่พระชันษายังไม่เต็ม 10 ขวบ เพราะครูประจำชั้นสังเกตเห็นว่าเวลาจะทรงจดอะไรจากกระดานดำพระองค์ต้องลุกขึ้นบ่อยๆ 13.สมัยพระเยาว์ทรงซนบ้าง หากสมเด็จย่าจะลงโทษ จะเจรจากันก่อนว่า โทษนี้ควรตีกี่ที ในหลวงจะทรงต่อรองว่า 3 ทีมากเกินไป 2 ทีพอแล้ว 14.ระหว่างประทับอยู่ สวิตเซอร์แลนด์นั้นระหว่างพี่น้องจะทรงใช้ภาษาฝรั่งเศส แต่จะใช้ภาษาไทยกับสมเด็จย่าเสมอ 15.ทรงได้รับการอบรมให้รู้จัก ‘การให้ ‘ โดยสมเด็จย่าจะทรงตั้งกระป๋องออมสินเรียกว่า ‘กระป๋องคนจน ‘ เอาไว้ หากทรงนำเงินไปทำกิจกรรมแล้วมีกำไร จะต้องถูก ‘เก็บภาษี ‘ หยอดใส่กระปุกนี้ 10% ทุกสิ้นเดือนสมเด็จย่าจะเรียกประชุมเพื่อถามว่าจะเอาเงินในกระป๋องนี้ไปทำอะไร เช่น มอบให้โรงเรียนตาบอด มอบให้เด็กกำพร้า หรือทำกิจกรรมเพื่อคนยากจน 16.ครั้งหนึ่ง ในหลวงกราบทูลสมเด็จย่าว่าอยากได้รถจักรยาน เพราะเพื่อนคนอื่นๆ เขามีจักรยานกัน สมเด็จย่าก็ตอบว่า ‘ลูกอยากได้จักรยาน ลูกก็ต้องเก็บค่าขนมไว้สิ หยอดกระป๋องวันละเหรียญ ได้มาก ค่อยเอาไปซื้อจักรยาน‘ 17.กล้องถ่ายรูปกล้องแรกของในหลวง คือ Coconet Midget ทรงซื้อด้วยเงินสะสมส่วนพระองค์ เมื่อพระชนม์เพียง 8 พรรษา 18.ช่วงเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ทรงปั่นจักรยานไปโรงเรียนแทนรถพระที่นั่ง 19. พระอัจฉริยภาพของในหลวง มีพื้นฐานมาจาก ‘การเล่น ‘ สมัยทรงพระเยาว์ เพราะหากอยากได้ของเล่นอะไรต้องทรงเก็บสตางค์ซื้อเอง หรือ ประดิษฐ์เอง ทรงเคยหุ้นค่าขนมกับพระเชษฐา ซื้อชิ้นส่วนวิทยุทีละชิ้นๆ แล้วเอามาประกอบเองเป็นวิทยุ แล้วแบ่งกันฟัง 20.สมเด็จย่าทรงสอนให้ในหลวงรู้จักการใช้แผนที่และภูมิประเทศของไทย โดยโปรดเกล้าฯให้โรงเรียนเพาะช่างทำแผนที่ประเทศไทยเป็นรูปตัวต่อ เลื่อยเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆเพื่อให้ทรงเล่นเป็นจิ๊กซอว์ 21.ในหลวงทรงเครื่องดนตรีได้หลายชนิด เช่น เปียโน กีตาร์ แซกโซโฟน แต่รู้หรือไม่ว่าเครื่องดนตรีชิ้นแรกที่ทรงหัดเล่นคือ หีบเพลง (แอกคอร์เดียน) 22.ทรงสนพระทัยดนตรีอย่างจริงจังราวพระชนม์ 14-15 พรรษา ทรงซื้อแซกโซโฟนมือสองราคา 300 ฟรังก์มาหัดเล่น โดยใช้เงินสะสมส่วนพระองค์ครึ่งหนึ่ง และอีกครึ่งหนึ่งสมเด็จย่าออกให้ 23.ครูสอนดนตรีให้ในหลวง ชื่อ เวย์เบรชท์ เป็นชาว อัลซาส 24.ทรงพระราชนิพนธ์เพลงครั้งแรก เมื่อพระชนมพรรษา 18 พรรษา เพลงพระราชนิพนธ์แรกคือ ‘แสงเทียน ‘ จนถึงปัจจุบันพระราชนิพนธ์เพลงไว้ทั้งหมด 48 เพลง 25.ทรงพระราชนิพนธ์เพลงได้ทุกแห่ง บางครั้งไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องดนตรีช่วย อย่างครั้งหนึ่งทรงเกิดแรงบันดาลพระทัย ทรงฉวยซองจดหมายตีเส้น 5 เส้นแล้วเขียนโน้ตทำนองเพลงขึ้นเดี๋ยวนั้น กลายเป็นเพลง ‘เราสู้‘ 26. รู้ไหม…? ทรงมีพระอุปนิสัยสนใจการถ่ายภาพเหมือนใคร : เหมือนสมเด็จย่า และ รัชกาลที่5 27. นอกจากทรงโปรดการถ่ายภาพแล้ว ยังสนพระทัยการถ่ายภาพยนตร์ด้วย ทรงเคยนำภาพยนตร์ส่วนพระองค์ออกฉายแล้วนำเงินรายได้มาสร้างอาคารสภากาชาดไทย ที่ รพ.จุฬาฯรพ.ภูมิพล รวมทั้งใช้ในโครงการโรคโปลิโอและโรคเรื้อนด้วย 28. ทรงพระราชนิพนธ์เรื่อง ‘นายอินทร์ ‘ และ ‘ติโต ‘ ทรงเขียนด้วยลายพระหัตถ์ แล้วให้เสมียนพิมพ์ แต่ ‘พระมหาชนก‘ ทรงพิมพ์ลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ 29. ทรงเล่นกีฬาได้หลายชนิด แต่กีฬาที่ทรงโปรดเป็นพิเศษได้แก่ แบดมินตัน สกี และ เรือใบ ทรงเคยได้เหรียญทองจากการแข่งขันเรือใบประเภทโอเค ในกีฬาแหลมทอง(ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น ‘กีฬาซีเกมส์‘) ครั้งที่ 4 ปี พ.ศ.2510 30. ครั้งหนึ่ง ทรงเรือใบออกจากฝั่งไปได้ไม่นานก็ทรงแล่นกลับฝั่ง และตรัสกับผู้ที่คอยมาเฝ้าฯว่า เสด็จฯกลับเข้าฝั่งเพราะเรือแล่นไปโดนทุ่นเข้า ซึ่งในกติกาการแข่งเรือใบถือว่าฟาวส์ ทั้งๆที่ไม่มีใครเห็น แสดงให้เห็นว่าทรงยึดกติกามากแค่ไหน 31. ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของโลกที่ได้รับสิทธิบัตรผลงานประดิษฐ์คิดค้นเครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่มลอย หรือ ‘กังหันชัยพัฒนา ‘ เมื่อปี 2536 32. ทรงเป็นผู้ริเริ่มการพัฒนาเชื้อเพลิงน้ำมันจากวัสดุการเกษตรเพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทน เช่น แก๊สโซฮอล์,ดีโซฮอลล์ และ น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ ต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 20 ! ปีแล้ว 33. องค์การสหประชาชาติ ได้ถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ แด่ในหลวงเมื่อ วันที่ 26 พฤษภาคม 2549 เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณพระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนชาวไทย โดยมี นายโคฟี อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติ เดินทางมาถวายรางวัลด้วยตนเอง 34. พระนามเต็มของในหลวง : พระบาทสมเด็จพระปรมินทรา มหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร 35. รักแรกพบ ของในหลวงและหม่อมสิริกิติ์เกิดขึ้นที่สวิสเซอร์แลนด์ แต่เหตุการณ์ครั้งนั้น สมเด็จพระบรมราชินีนาถฯทรงให้สัมภาษณ์ว่า ‘น่าจะเป็น เกลียดแรกพบ มากกว่ารักแรกพบ เนื่องเพราะรับสั่งว่าจะเสด็จถึงเวลาบ่าย 4 โมง แต่จริงๆแล้วเสด็จมาถึงหนึ่งทุ่ม ช้ากว่าเวลานัดหมายตั้งสามชั่วโมง 36. ทรงหมั้นกับ ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2492 และจัดพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส ที่วังสระปทุม เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2493 โดยทรงจดทะเบียนสมรสเหมือนคนทั่วไป ข้อความในสมุดทะเบียนก็เหมือนคนทั่วไปทุกอย่าง ปิดอากรแสตมป์ 10 สตางค์ เสียค่าธรรมเนียม 10 บาท 37. หลังอภิเษกสมรส ทรง ‘ฮันนีมูน ‘ที่หัวหิน 38. ทรงผนวช ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2499 และประทับจำพรรษา ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นเวลา 15 วัน 39. ระหว่างทรงผนวช พระอุปัชฌาย์และพระพี่เลี้ยง คือ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช 40. ของใช้ส่วนพระองค์นั้นไม่จำเป็นต้องแพงหรือต้องแบรนด์เนม ดังนั้นการถวายของให้ในหลวงจึงไม่จำเป็นจะต้องเป็นของแพง อะไรที่มาจากน้ำใจจะทรงใช้ทั้งนั้น 41. เครื่องประดับ : ในหลวงไม่ทรงโปรดสวมเครื่องประดับ เช่น แหวน สร้อยคอ ของมีค่าต่างๆ ยกเว้น นาฬิกา 42. พระเกศาที่ทรงตัดแล้ว : ส่วนหนึ่งเก็บไว้ที่ธงชัยเฉลิมพลเพื่อมอบแก่ทหาร อีกส่วนหนึ่งเก็บไว้สร้างวัตถุมงคล เพื่อมอบแก่ราษฎรที่ทำคุณงามความดีแก่ประเทศชาติ 43. หลอดยาสีพระทนต์ ทรงใช้จนแบนราบเรียบคล้ายแผ่นกระดาษ โดยเฉพาะบริเวณคอหลอด ยังปรากฏรอยบุ๋มลึกลงไปจนถึงเกลียวคอหลอด ซึ่งเป็นผลจากการใช้ด้ามแปรงสีพระทนต์ช่วยรีด และ กดเป็นรอยบุ๋ม 44. วันที่ในหลวงเสียใจที่สุด คือวันที่สมเด็จย่าเสด็จสวรรคต มีหนังสือเล่าไว้ว่า วันนั้นในหลวงไปเฝ้าแม่ถึงตีสี่ตีห้าพอแม่หลับจึงเสด็จฯกลับเมื่อถึงวัง ทางโรงพยาบาลก็โทรศัพท์มาแจ้งว่า สมเด็จย่าสิ้นพระชนม์แล้ว ในหลวงรีบกลับไปที่โรงพยาบาล เห็นแม่นอนหลับตาอยุ่บนเตียง ในหลวงคุกเข่าเข้าไปกราบที่อกแม่ ซบหน้านิ่งอยู่นานค่อยๆเงยพระพักตร์ขึ้นมาน้ำพระเนตรไหลนอง 45. โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จนถึงปัจจุบนมีจำนวนกว่า 3,000 โครงการ 46. ทุกครั้งที่เสด็จฯไปยังสถานต่างๆจะทรงมีสิ่งของประจำพระองค์อยู่ 3 สิ่ง คือ แผนที่ซึ่งทรงทำขึ้นเอง(ตัดต่อเอง ปะกาวเอง) กล้องถ่ายรูป และดินสอที่มียางลบ 47.ในหลวงทรงงานด้วยพระองค์เองทุกอย่างแม้กระทั่งการโรเนียวกระดาษที่จะนำมาให้ข้าราชการที่เข้าเฝ้าฯถวายงาน 48. เก็บร่ม : ครั้งหนึ่งเมื่อในหลวงเสด็จฯเยี่ยมโครงการห้วยสัตว์ใหญ่ เมื่อเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งมาถึง ปรากฏว่าฝนตกลงมาอย่างหนัก ข้าราชการและราษฎรที่เข้าแถวรอรับเปียกฝนกันทุกคน เมื่อทรงเห็นดังนั้น จึงมีรับสั่งให้องครักษ์เก็บร่ม แล้วทรงเยี่ยมข้าราชการและราษฎรทั้งกลางสายฝน 49. ทรงศึกษาลักษณะอากาศทุกวัน โดยใช้ข้อมูลที่กรมอุตุนิยมวิทยานำขึ้นทูลเกล้าฯ ร่วมกับข้อมูลจากต่างประเทศที่หามาเอง เพื่อป้องกันภัยธรรมชาติที่อาจก่อความเสียหายแก่ประชาชน 50. โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา เริ่มต้นขึ้นจากเงินส่วนพระองค์จำนวน 32,866.73บาท ซึ่งได้จากการขายหนังสือดนตรีที่พระเจนดุริยางค์ จากการขายนมวัว ก็ค่อยๆเติบโตเป็นโครงการพัฒนามาจนเป็นอย่างที่เราเห็นกันทุกวันนี้ 51. เวลามีพระราชอาคันตุกะเสด็จมาเยี่ยมชมโครงการฯสวนจิตรลดา ในหลวงจะเสด็จฯลงมาอธิบายด้วยพระองค์เอง เนื่องจากทรงรู้ทุกรายละเอียด 52. ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช กราบบังคมทูลถามว่า เคยทรงเหนื่อยทรงท้อบ้างหรือไม่ ในหลวงตอบว่า ‘ความจริงมันน่าท้อถอยอยู่หรอก! บางเรื่องมันน่าท้อถอย แต่ว่าฉันท้อไม่ได้ เพราะเดิมพันของเรานั้นสูงเหลือเกิน เดิมพันของเรานั้นคือบ้านเมือง คือความสุขของคนไทยทั่วประเทศ’ 53. ทรงนึกถึงแต่ประชาชน แม้กระทั่งวันที่พระองค์ทรงกำลังจะเข้าห้องผ่าตัดกระดูกสันหลังในอีก 5 ชั่วโมง (20 กรกฎาคม 2549) ยังทรงรับสั่งให้ข้าราชบริพารไปติดตั้งคอมพิวเตอร์เดินสายออนไลน์ไว้ เพราะกำลังมีพายุเข้าประเทศ พระองค์จะได้มอนิเตอร์ เผื่อน้ำท่วมจะได้ช่วยเหลือทัน 54. อาหารทรงโปรด : โปรดผัดผักทุกชนิด เช่น ผัดคะน้า ผัดถั่วงอก ผัดถั่วลันเตา 55. ผักที่ไม่โปรด : ผักชี ต้นหอม และตังฉ่าย 56. ทรงเสวย ข้าวกล้อง เป็นพระกระยาหารหลัก 57. ไม่เสวยปลานิล เพราะทรงเป็นผู้เลี้ยงปลานิลคนแรกในประเทศไทย โดยใช้สระว่ายน้ำในพระตำหนักสวนจิตรลดาเป็นบ่อเลี้ยง แล้วแจกจ่ายพันธุ์ไปให้กรมประมง 58. เครื่องดื่มทรงโปรด : โปรดโอวัลตินเป็นพิเศษ เคยเสวยวันหนึ่งหลายครั้ง 59. ทีวีช่องโปรด ทรงโปรดข่าวช่องฝรั่งเศส ของยูบีซี เพื่อทรงรับฟังข่าวสารจากทั่วโลก 60. ทรงฟัง จส.100 และเคยโทรศัพท์ไปรายงานสถานการณ์ต่างๆใน กทม.ไปที จส.100ด้วย โดยใช้พระนามแฝง 61. หนังสือที่ในหลวงอ่าน : ตอนเช้าตื่นบรรทม ในหลวงจะเปิดดูหนังสือพิมพ์รายวันทั้งไทยและเทศ ทุกฉบับ และก่อนเข้านอนจะทรงอ่านนิตยสารไทม์ส นิวสวีก เอเชียวีก ฯลฯ ที่มีข่าวทั่วทุกมุมโลก 62. ร้านตัดเสื้อของในหลวง คือ ร้านยูดลย เจ้าของชื่อ ยูไลย ลาภประเสริฐ ถวายงานตัดเสื้อในหลวงมาตั้งแต่ปี 2501 เมื่อนายยูไลยเสียชีวิต ก็มี ลูกชาย นายสมภพ ลาภประเสริฐ มาถวายงานต่อจนถึงตอนนี้ก็เกือบ 50 ปีแล้ว 63. ห้องทรงงานของในหลวง อยู่ใกล้ห้องบรรทม บนชั้น 8 ของตำหนักจิตรลดาฯเป็นห้องเล็กๆ ขนาด 3x4 เมตร ภายในห้องมีวิทยุ โทรทัศน์ โทรศัพท์ โทรสาร คอมพิวเตอร์ เครื่องบันทึกเสียง เครื่องพยากรณ์ แผนที่ ฯลฯ 64. สุนัขทรงเลี้ยง นอกจากคุณทองแดง สุวรรณชาด สุนัขประจำรัชกาล ที่ปัจจุบันอยู่ที่พระราชวังไกลกังวล แล้ว ยังมีสุนัขทรงเลี้ยงอีก 33 ตัว 65. ในหลวง เกิดจากคำที่ชาวเหนือใช้เรียกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่า “นายหลวง” ภายหลัง จึงเปลี่ยนเป็น ในหลวง 66. ทรงเชี่ยวชาญถึง 6 ภาษา คือ ไทย ละติน ฝรั่งเศส อังกฤษ เยอรมัน และ สเปน 67. อาชีพของในหลวง เมื่อผู้แทนพระองค์ไปติดต่อเอกสารสำคัญใดๆ ทรงโปรดให้กรอกในช่อง อาชีพ ของพระองค์ว่า “ทำราชการ” 68. ในหลวงทรงพระเนตรเทียมข้างขวา เป็นผลจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่เมืองโลซานน์ สวิสเซอร์แลนด์ รถพระที่นั่งชนกับรถบรรทุกอย่างแรง ทำให้เศษกระจกเข้าพระเนตรข้างขวา ตอนนั้นมี อายุเพียง 20 พรรษา และทรงใช้พระเนตรข้างซ้ายข้างเดียว ในการทำงานบำบัดทุกข์บำรุงสุข ประชาชนชาวไทยมาตลอดกว่า 60 ปี 69. ครั้งหนึ่งหนังสือพิมพ์อเมริกันลงข่าวลือเกี่ยวกับใน หลวงว่า แซกโซโฟนที่ทรงอยู่เป็นประจำนั้นเป็นแซกโซโฟนที่ทำด้วยทองคำเนื้อแท้ บริสุทธิ์ ซึ่งได้มีพระราชดำรัสว่า”อันนี้ไม่จริงเลย สมมติว่าจริงก็จะหนักมาก ยกไม่ไหวหรอก” 70. ปีหนึ่งๆ ในหลวงทรงเบิกดินสอแค่ 12 แท่ง ใช้เดือนละแท่ง จนกระทั่งกุด 71. หัวใจทรงเต้นไม่ปกติ ในหลวงเคยประชวรหนักจนหัวใจเต้นไม่ปกติ เนื่องจากติดเชื้อ ไมโครพลาสม่า ขณะขึ้นเยี่ยมราษฎรที่อำเภอสะเมิงติดต่อกันหลายปี 72. รู้หรือไม่ว่า ในหลวงเป็นคนประดิษฐ์รูปแบบฟอนต์ภาษาในคอมพิวเตอร์ที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้อย่าง ฟอนต์ จิตรลดา ฟอนต์ภูพิงค์ 73. ในนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี จัดขึ้นที่อิมแพ็ค มีประชาชนเข้าชมรวม 6ล้านคน 74. ในหลวงเริ่มพระราชทานปริญญาบัตรครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2493 จน 29 ปีต่อมาจึงมีผู้คำนวณว่า เสด็จพระราชทานปริญญาบัตร 490 ครั้ง ประทับครั้งละ 3 ชม. ทรงยื่นพระหัตถ์พระราชทาน 470,000 ครั้ง น้ำหนักปริญญาบัตรฉบับละ 3 ขีด รวมน้ำหนักทั้งหมด 141 ตัน 75. ดอกไม้ประจำพระองค์ คือ ดอกดาวเรือง 76. สีประจำพระองค์คือ สีเหลือง 77. นั่งรถหารสอง : ทรงรับสั่งกับข้าราชบริพารเสมอว่า การนั่งรถคนละคันเป็นการสิ้นเปลือง ให้นั่ง รวมกัน ไม่โปรดให้มีขบวนรถยาวเหยียด 78. เคยได้ยินหรือไม่ว่า ในขณะที่เกิดความทุกข์ยากกับราษฎรนั้น ในหลวงของเราก็ร้อนรุ่มพระราชหฤทัย ไม่หลับไม่นอน ไม่ทรงบรรทม แต่จะทรงคิดหาทางแก้ไขเพื่อขจัดความทุกข์นั้นให้หมดไปโดยเร็ว ในขณะที่ผู้ที่มีความเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะข้าราชการ ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความลำบากเดือดร้อนนั้น กำลังนอนหลับสบาย หรือกำลังแสวงหาความสุขโดยไม่ใส่ใจกับหน้าที่ที่ควรจะทำ ทั้งๆ ที่ในฐานะของพระองค์นั้น ไม่จำเป็นต้องมานั่งเหนื่อยกับปัญหาอย่างนี้ 79. เคยได้ยินหรือไม่ว่า เวลาที่เสด็จพระราชดำเนินไปทรงงาน หรือทรงเยี่ยมราษฎรในที่ต่างๆ ไม่มีพระกระยาหาร (อาหาร) อะไรที่เลิศหรู บาง ครั้งบางหนก็เป็นเพียง 'กะเพราไก่ไข่ดาว' หรือ 'ข้าวผัด' ธรรมดาๆ นี่เอง ทั้งๆ ที่ในฐานะของพระองค์นั้น สามารถเสวยพระกระยาหารได้เลิศหรูที่สุดในแผ่นดิน หรือในโลกด้วยซ้ำ 80. ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่เราสามารถทำได้ เพื่อให้เป็นเครื่องแสดงว่าเรารักในหลวงจริง! อย่ารักในหลวงแต่ปาก แต่ขอให้รักด้วยใจเป็นเบื้องต้น แล้วรักด้วยการกระทำเป็นประการต่อมา และอย่าทำเพื่อพระองค์ท่านเพียงวันที่ 5 ธันวาคม เพียงวันเดียว เพราะทำวันเดียว ยังไม่ถือว่า 'รัก' พระองค์ท่านจริงแท้แน่นอน ทำให้ทุกวัน ตลอดปี ตลอดชีวิตได้เลยยิ่งดี ก็ดูจาก 'ในหลวง' เป็นตัวอย่าง พระองค์ท่านไม่เคยทำเพื่อ 'ลูก' ของพระองค์ท่านเพียงวันเดียว ! ความดีที่ว่านั้น พอจะบอกกันเป็นหลักได้ว่า 1.ทำอะไรก็แล้วแต่ อย่าทำให้ใครเดือดร้อน, 2.ทำอะไรก็แล้วแต่ อย่าทำให้ตัวเองเดือดร้อน, 3.ทำอะไรก็แล้วแต่ มีประโยชน์ให้กับคนอื่น, 4.ทำอะไรก็แล้วแต่ มีประโยชน์กับตัวเอง ขอบคุณข้อมูล http://board.palungjit.com/f8/ในหลวง-ดวงใจของคนทั้งชาติ-217010.html

ตร.ยิงตัวตายที่นครศรีฯเจ้าหน้าที่เร่งหาสาเหตุ
ข่าววันนี้ /  ตำรวจ / 

นายตำรวจชั้นสัญญาบัตรไม่ทราบสังกัด ก่อเหตุยิงตัวตายใน อ.เมืองนครศรีฯ จนท. ปิดพื้นที่เร่งหาสาเหตุ เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามยิงตัวเองจนเสียชีวิตในบ้านเลขที่ 137/6 หมู่ที่ 1 ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เบื้องต้นพบว่าใช้อาวุธปืนขนาด .38 จ่อยิงหน้าอกตัวเอง ขณะนี้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช กำลังเข้าทำการตรวจสอบในที่เกิดเหตุโดยปิดกั้นพื้นที่ห้ามบุคคลไม่เกี่ยวข้องเข้าไปโดยเด็ดขาด สำหรับนายตำรวจที่ก่อเหตุยิงตัวเองรายนี้ คือ ร.ต.ท.ณัฐสันต์ จำปาทอง ยังไม่ทราบสังกัด

อ้อม-อาท จัดทริปครอบครัว พาลูกเที่ยวญี่ปุ่น
อ้อม พิยดา /  อาท ศรา / 

สมกับเป็นครอบครัวสุขสันต์จริงๆ สำหรับดาราสาว อ้อม พิยดา ที่ล่าสุดควงคู่สามีที่เลิฟ อาท ศรา และลูกสาวคนสวย น้องนาวา บิดลัดฟ้าไปเที่ยวแดนปลาดิบพักผ่อนกันอย่างอบอุ่น หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน งานนี้ สาวอ้อม เก็บภาพบรรยายกาศของทริปเที่ยวญี่ปุ่นผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว รวมไปถึงภาพน่ารักๆ ของสาวน้อย นาวา มาให้แฟนๆ ได้ชมกันอีกด้วยนะจ๊ะ!! ขอบคุณภาพประกอบ IG : aomphiyada อ้อม - อาท พา น้องนาวา ตะลอนญี่ปุ่น อ้อม - อาท พา น้องนาวา ตะลอนญี่ปุ่น อ้อม - อาท พา น้องนาวา ตะลอนญี่ปุ่น อ้อม - อาท พา น้องนาวา ตะลอนญี่ปุ่น อ้อม - อาท พา น้องนาวา ตะลอนญี่ปุ่น อ้อม - อาท พา น้องนาวา ตะลอนญี่ปุ่น

9 เรียงความพ่อของแผ่นดิน วันพ่อแห่งชาติ
5 ธันวาคม /  กิจกรรมวัยรุ่น / 

9 เรียงความวันพ่อ เนื่องในวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันสำคัญที่ชาวไทยทุกคนให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเป็น วันชาติ อีกด้วย วันนี้ของทุกๆปี ตามสถานที่หรือผู้คนต่างๆ ก็มักจะจัดกิจกรรมที่เกี่ยวกับวันพ่อ ให้เราตระหนักและระลึกถึงความดีและความรักของพ่อหลวงที่มีต่อประชาชน พระราชกรณียกิจต่างๆของพระองค์ท่านที่ทำเพื่อประเทศชาติ รวมถึงพ่อของเราที่ให้ความรักและให้กำเนิดเรามา วันนี้ทีนเอ็มไทยมี 9 เรียงความพ่อของแผ่นดิน วันพ่อแห่งชาติ มาฝากเพื่อนๆ กันคะ เผื่อว่าเพื่อนๆ จะนำไปใช้เป็นแนวทางในการเขียนเรียงความเกี่ยวกับพ่อหลวงนะคะ ^^ ตัวอย่างที่ 1 เรียงความวันพ่อ : เรื่อง พ่อของแผ่นดิน ตอนเด็ก ๆ ฉันมักได้ยินคำว่า “พ่อของแผ่นดิน” เสมอแต่ตอนนั้นฉันก็ยังไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไรแต่ตอนนี้ฉันได้รู้แล้วว่าพ่อของแผ่นดินนั้นหมายถึง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หรือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มหาราช รัชกาลที่ ๙ พระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบัน พ่อของคนไทยทั้งปวงนั้นเอง จากที่ฉันได้ติดตามดูพ่อผู้รักและหวังดีกับลูก ๆ ตามสื่อต่าง ๆ ตลอดมานั้น ฉันก็ได้รู้ว่าพ่อของเรา ทรงตระหนักถึง การพัฒนาการศึกษาของเยาวชนและทรงคิดว่ามัน เป็นพื้นฐานอันสำคัญของประเทศชาติ และนอกเหนือจากนี้ ยังทรงก่อตั้งกองทุนนวฤกษ์ มูลนิธิในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อช่วยให้นักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ได้มีโอกาสเข้ารับการศึกษาในระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษา ทั้งยังพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนของพ่อเอง เพื่อเป็นทุนริเริ่มในการก่อสร้างโรงเรียนตามวัดในชนบท สำหรับที่จะสงเคราะห์เด็กยากจนและกำพร้า ให้ได้มีสถานที่สำหรับศึกษาเล่าเรียน เพื่อที่จะได้เป็นพลเมืองดีของประเทศชาติต่อไปในอนาคต และในเรื่องของการช่วยเหลือจังหวัดประสบปัญหาด้านต่าง ๆนั้นพ่อก็ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดนั้น ๆ และทรงนำความปรารถนาดีของประชาชนชาวไทยไปยังจังหวัดที่ประสบปัญหาต่างๆตามจังหวัดนั้นด้วย ในการเสด็จพระราชดำเนินของพ่อใน แต่ละครั้งที่ไปทรงเยี่ยมราษฎรตามท้องที่ต่างๆ ทุกครั้ง จะทรงโปรดเกล้าฯ ให้มีคณะแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาจากโรงพยาบาลต่างๆ และล้วนเป็นอาสาสมัครทั้งสิ้น และ พร้อมด้วยเวชภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์ครบครัน เพื่อพร้อมที่จะให้การรักษาพยาบาลลูก ๆ ผู้ป่วยไข้ได้ทันที นอกจากนี้พ่อยัง ทรงโปรดให้จัดเจ้าหน้าที่ออกเดินทาง ไปรักษาลูก ๆที่ป่วยเจ็บ ตามหมู่บ้านที่อยู่ห่างไกลออกไปอีกด้วย และ ยังคงมีโครงการดี ๆเพื่อพัฒนาลูก ๆ และประเทศชาติ ออกมาอย่างมิขาดสาย อย่างเช่น โครงการเศรษฐกิจพอเพียง เป็นต้น และโครงการนี้นี้เองที่ทำให้พ่อได้รับรางวัลสาขาต่าง ๆมากมายจากประเทศต่าง ๆ ซึ่งทำให้ฉันได้เห็นและประจักษ์แล้วว่าพ่อทรงมีสายพระเนตรที่ยาวไกล และ จากน้ำพระราชหฤทัยที่พ่อทรงได้ทำทุกอย่างเพื่อลูก ๆ กว่า ๖๐ ล้านคนทั่วประเทศของพ่ออย่างแท้จริง ทั้งนี้ทั้งนั้นในขณะนี้ก็ทรงครบการครองสิริราชสมบัติครบ ๖0 ปี ในวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๔๙ นี้เอง จากที่ฉันติดตามเรื่องราวของพ่อมาตลอดนั้นมันทำให้ฉันได้รู้ว่า พ่อทรงห่วงใย ใส่ใจ ลูกของพ่อ กว่า ๖๐ ล้านคน อย่างไม่เคยแสดง ความเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า และ ถ้อถอย ออกมาให้เห็นเลยสักครั้ง ซึ่งมันทำให้ฉันประทับใจในความรักของพ่อผู้เป็นประมุข คนนี้ ใจในเสมอมา และฉันก็เคยฝันไว้ว่าสักครั้งหนึ่งในชีวิตฉันคงจะมีโอกาสได้ไปกราบแทบเท้าพ่อสักครั้ง กราบแทบเท้าพ่อของแผ่นดิน ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ที่มา : http://my1.dek-d.com/meemay_za/diary/ ตัวอย่างที่ 2 เรียงความวันพ่อ : เรื่อง ตามรอยพ่อครูของแผ่นดิน พ่อหลวงของเรา เปรียบเสมือนครูอาจารย์ผู้วางแนวทางและความรู้ให้พวกเราชาวไทย ได้เรียนรู้แล้วปฏิบัติตามในทางที่ถูกต้องและสุจริต แล้วพ่อหลวงของเราไม่เคยที่จะทำสิ่งที่ผิดเลย แล้วยังคิดแนวทางเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ทุกยากและขาดแคน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร น้ำ เรื่องเศรษฐกิจ หรือเรื่องการออม พ่อหลวงของเรา นั้นเปรียบเสมือนครูอาจารย์ที่เป็นผู้วางแนวทางต่างๆและความรู้ให้พวกเราชาว ไทยมากตลอด และได้เรียนรู้แล้วปฏิบัติตามในแนวทางทางที่ถูกต้องและสุจริต แล้วพ่อหลวงของเราไม่เคยที่จะทำสิ่งที่ผิดเลย แล้วยังคิดแนวทางเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ทุกยากและขาดแคน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร น้ำ เรื่องเศรษฐกิจ หรือเรื่องการออม ได้แก่ แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้คนรู้จักอดออม โครงการแก้มลิง เพื่อจะได้ชะลอน้ำเพื่อเก็บไว้ในหน้าแล้ง โครงการฝนหลวง เพื่อให้มีน้ำทำนา โครงการกันหันน้ำชัยพัฒนา เพื่อเพิ่มออกซิเจนในน้ำ หญ้าแฝก เพื่อทำให้ป่าชายเลนสมบูรณ์ แล้วยังมีพระราชกรณียกิจอื่นๆ ที่พ่อหลวงของเราได้ทำเอาไว้เพื่อประชาชนชาวไทยทุกคน พ่อหลวงของเรา เป็นผู้วางแนวทางต่างๆและความรู้ให้พวกเราชาวไทยมากตลอด และได้เรียนรู้แล้วปฏิบัติตามในแนวทางทางที่ถูกต้องและสุจริต เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ทุกยากและขาดแคน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร น้ำ เรื่องเศรษฐกิจ หรือเรื่องการออม เช่น แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง โครงการแก้มลิง โครงการฝนหลวง โครงการกันหันน้ำชัยพัฒนา แล้วยังมีพระราชกรณียกิจอื่นๆ ที่พ่อหลวงของเราได้ทำเอาไว้เพื่อประชาชนชาวไทยทุกคน เพราะฉะนั้นเราควรรักรักหลวงเราให้มากๆ ที่มา : http://rianbow.wordpress.com ตัวอย่างที่ 3 เรียงความวันพ่อ : บทความ พ่อหลวงของแผ่นดิน ” เราจะครอง แผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม ” พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งเสด็จขึ้นครองราชย์ในปีพุทธศักราช 2489 ทรงมีพระปฐมบรมราชโองการไว้ว่าดังนี้ และจากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็ผ่านมาเป็นเวลากว่า60ปีแล้ว ท่านทรงตั้งมั่นอยู่ในทศพิธราชธรรมอย่างมิเคยเสื่อมคลาย ตลอดระยะ เวลากว่า60ปีที่ผ่านมา ภาพที่คนไทยทุกคนเห็นอยู่ประจำคือ ท่านทรงงานหนักเพื่อประเทศไทย เพื่อประชาชนชาวไทยมาตลอดเวลา ไม่ว่าจะลำบากเท่าใด จะเป็นสถานที่ที่ทุรกันดารเพียงใด มีความอันตรายแค่ไหน แต่หากเป็นสถานที่ที่ซึ่งมีประชาชนที่ประสบความทุกข์ ความลำบาก ท่านก็ไม่รีรอที่จะเสด็จไปหาประชาชนของท่าน ท่านยอมเหนื่อย ยอมลำบาก เพียงเพราะต้องการให้ประชาชนของท่านได้มีชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ต้องลำบาก แล้ว เราล่ะ? เราเคยทำอะไรให้ท่านมีความสุขบ้าง ตอนที่ผมพิมพ์บทความนี้ พ่อหลวงของเราพึ่งมีพระชนมายุ80พรรษาได้เพียง4วันเท่านั้น คุณลองนึกถึงคนธรรมดาที่มีอายุ80ปีดูนะครับ ตอนนี้พวกเค้าคงอยู่กับบ้าน มีลูกมีหลานคอยเลี้ยงดู ไม่ต้องออกมาทำงาน แต่ไม่ใช่กับพ่อหลวงของเรา ครับ ท่านยังคงทรงเหนื่อยเพื่อประชาชนของท่าน แล้วท่านจะต้องเหนื่อยไปอีกนานแค่ไหนถึงพอ เมื่อไรพวกเราคนไทยถึงจะมีจิตสำนึกและคิดกันได้เสียที พ่อหลวงของ เราทรงทำทุกอย่างเพื่อพวกเรา ท่านทรงใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ถ้าพวกคุณเคยได้อ่านเกี่ยวกับท่านมาบ้างคงจะรู้ว่าท่านนั้นทรงประหยัดมาก เพียงใด คุณเคยเห็นรูปยาสีพระทนต์ของท่านรึเปล่า? เคยเห็นรูปรถส่วนพระองค์หรือไม่? แล้วถ้าย้อนกลับมาดูที่ประชาชนของท่านล่ะ ครับ คนไทยปัจจุบันเห็นแก่ตัว น้ำที่เรียกว่าน้ำใจเริ่มแล้งขึ้นทุกเมื่อเชื่อวัน ทุกๆองค์กรมีแต่การโกงกินกันเพื่อประโยชน์ส่วนตนโดยไม่คำนึงถึงส่วนรวม ใช้ชีวิตฟุ่มเฟือย ไม่ประหยัดทรัพยากร เข่นฆ่ากันทุกวัน รู้ไหมว่าทำให้พ่อหลวงของเราเสียใจมากน้อยเพียงใด ปากของทุกคนพูดแต่เพียงว่ารักในหลวง รักในหลวง แต่คนที่พูดแล้วแสดงออกจริงๆ ถ้าสุ่มคนมาซักล้านคน จะมีถึง100คนรึเปล่าผมยังไม่แน่ใจเลย คุณรักและบูชาในหลวงกันก็เป็นสิ่งดี แต่ท่านไม่ได้ต้องการให้พวกเราบูชาท่านนะครับ ท่านต้องการให้พวกเราทำตามท่าน พวกคุณบูชาท่านอย่างเดียวแต่ไม่ทำตามมันก็ไร้ประโยชน์ คุณลองหลับตา ด้านขวาดูนะครับ แล้วมองไปรอบๆ ครับ หลายคนคงรู้แล้วว่าท่านต้องเสียพระเนตรข้างขวาไปจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ เมื่อมีพระชนมายุเพียง20พรรษา แล้วลองนึกดูว่า มีกษัตริย์พระองค์หนึ่งต้องทรงงานหนักในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขของปวงชนชาว ไทยโดยมองเห็นเพียงพระเนตรข้างซ้ายข้างเดียวมาตลอดเวลากว่า60ปี แล้วคุณ รู้รึเปล่าครับว่า แม้กระทั่งวันที่พระองค์ทรงกำลังจะเข้าห้องผ่าตัดกระดูกสันหลังในอีก 5 ชั่วโมง (20 กรกฎาคม 2549) ยังทรงรับสั่งให้ข้าราชบริพารไปติดตั้งคอมพิวเตอร์เดินสายออนไลน์ไว้ เพราะกำลังมีพายุเข้าประเทศ พระองค์จะได้มอนิเตอร์ เผื่อน้ำท่วมจะได้ช่วยเหลือทัน นี่แหละครับ พ่อหลวงของพวกเราคนไทย ท่านทรงเป็นห่วงเป็นใยและคอยคิดถึงประชาชนของท่านตลอดเวลา แล้วเมื่อไรล่ะครับ ที่พวกเราจะได้ทดแทนพระคุณของท่าน เมื่อไรที่พวกเราจะทำอะไรเพื่อท่านจะได้ไม่ต้องเหนื่อย และเมื่อไรคนไทยทุกคนจะคิดกันได้ซักที ผมขอนำส่วนหนึ่งจากบทความที่ผมเคยอ่านเจอ แต่จำไม่ได้ว่าอ่านเจอที่ไหน แต่นี่ผมนำมาจากเมลที่ผมเก็บไว้ …..สิบสองปีที่ผ่านมา…… พระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวรหนักด้วยโรคหัวใจเพราะทรงงานหนักเกินไป ในขณะเดียวกัน สมเด็จพระราชชนนีก็ทรงพระประชวรหนักอยู่ ณ โรงพยาบาลศิริราชเช่นกัน เรายังจำรูปในหนังสือพิมพ์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงเยี่ยมพระราชชนนีไม่กี่วันหลังจากการผ่าตัดใหญ่ถวาย พระหัตถ์ข้างหนึ่งกุมอยู่ที่พระอุระ และในพระหัตถ์อีกข้างหนึ่งทรงถือม้วนแผนที่กรุงเทพฯ เพราะน้ำกำลังท่วมกรุงอยู่ แล้ววันนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่? เราสร้างค่านิยมผิดๆ ว่าคนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่มีเงินมากที่สุด เราโกงทุกครั้งที่มีโอกาส เราเรียกร้องประชาธิปไตยโดยคิดถึงแต่ “สิทธิ” แต่ลืมคำว่า “หน้าที่” เรากำลังฆ่ากันเองทุกวันในภาคใต้ เราสร้าง “กฎหมู่” ให้เหนือ “กฎหมาย” เราเดินขบวนประท้วงในทุกอย่างที่เราไม่เห็นด้วย เราก้าวร้าวต่อกัน เราแตกแยกกัน และทั้งโลกกำลังจับตามองเราอยู่ เราเคยหยุดคิดกันบ้างไหมว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา จะทรงเสียพระทัยเพียงใด? 80 ชันษาของพระองค์ท่าน หากเปรียบกับคนธรรมดาก็สมควรที่จะได้พักเต็มที่ ได้รับการดูแลและระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่สมควรที่จะตรากตรำทำงานหนัก หรือกระทบกระเทือนใจแต่อย่างใด แต่กลับเป็นว่า ในปีที่ครบ 80 ชันษาของพระองค์ท่านยังต้องทรงงานอยู่ตลอดเวลา ทั้งๆ ที่ทรงต้องอยู่ภายใต้การถวายการดูแลของคณะแพทย์ แตพระองค์ก็ยังทรงพัฒนาประเทศ ที่มา : http://archive.gameindy.com/forum/20110620/index_t31139.0.html ตัวอย่างที่ 4 เรียงความวันพ่อ : เรื่อง “ทำไมเราจึงรัก พระเจ้าอยู่หัว” หนูเป็นเด็กต่างจังหวัด อยู่ปักษ์ใต้ ตั้งแต่จำความได้ในทีวี หนูก็เห็นรูปผู้ชายคนหนึ่งเดินนำหน้าแล้วมีผู้คนเดินตามหลังท่านมากมายไปหมด พร้อมกันนั้นก็มีผู้คนนั่งกับพื้นต้อนรับท่านทุกที่ที่ท่านไป ผู้ชายคนนั้นเป็นใครนะ จนโตหนูถึงได้รู้ว่า เขาคือผู้เป็นเจ้าของแผ่นดินเกิดของหนูเอง และหนูก็เห็นพระราชกรณียกิจของท่านเยอะแยะมากมายทางทีวี จนทำให้หนูปลาบปลื้มท่านมาก ยิ่งเป็นช่วงหน้าฝน ฝนตกหนัก น้ำท่วมท่านก็เสด็จไปปักษ์ใต้เพื่อดูปัญหาความเดือดร้อน และท่านก็โปรดให้สร้างเขื่อนคลองชลประทาน ส่วนช่วงหน้าแล้งท่านก็เสด็จไปภาคอีสาน ไปดูความแห้งแล้งของคนอีสาน และท่านก็ทำฝนเทียมช่วยเหลือประชาชน หนูได้แต่คิดตลอดเวลาว่า… ทำไมผู้ชายคนนี้ต้องลำบากตัวเองขนาดนี้ ท่านเดินทางไปทุกที่ ที่ทุรกันดารและสุดแสนจะลำบาก ท่านทรงทำทุกอย่างเพื่อประชาชนทั้งประเทศ ท่านทรงเก่งมาก สามารถรู้หมดว่าในพื้นที่เมืองไทยว่าตรงไหนเป็นภูมิประเทศลักษณะไหน แอ่งน้ำ ภูเขา อย่างเช่น ใกล้บ้านหนูที่ อ.ปากพนัง ท่านก็ทำอ่างเก็บน้ำใหญ่โตมาก เพื่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และอำนวยประโยชน์ต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในบริเวณ อ.ปากพนัง ญาติพี่น้องหนูที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นได้ประกอบอาชีพทั้งการเกษตรและเพาะ เลี้ยงสัตว์น้ำได้ทั้งปี สำหรับตัวหนูแล้ว หนูคิดและฝันไว้ว่า สักวันหนึ่งหนูจะต้องเห็นผู้ชายคนนี้ตัวจริง ๆ สักครั้งในชีวิต แล้วหนูก็มีความพยายามมาก คือวันที่ 4 ธันวาคม 2549 ซึ่งก่อนวันเกิดท่าน 1 วัน เพราะวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันพ่อแห่งชาติ หนูทราบข่าวว่าท่านจะเสด็จกลับจากวังไกลกังวล เพื่อมาร่วมงานที่ทางรัฐบาลได้จัดขึ้น หนูก็เลยมารอรับเสด็จท่านอยู่หน้าโรงเรียนสวนจิตรลดา ท่านเสด็จมาตอนเกือบ 1 ทุ่ม ท่านนั่งมากับพระราชินี พระราชินีท่านโบกมือให้หนู แต่พระเจ้าอยู่หัวนั่งนิ่งมากค่ะ แต่หนูเห็นพระพักตร์ท่านชัดมาก หนูดีใจมาก และก่อนหน้านี้ หนูก็ไปงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2549 ที่มีผู้คนเป็นแสน หนูก็เป็นหนึ่งในนั้นที่มีความพยายาม หนูขอลาพักร้อนไป 1 วัน เพื่อไปเฝ้ารับเสด็จท่านที่ลานพระรูปทรงม้า หนูตื่นตั้งแต่ ตี 4 ซื้อน้ำเปล่า 1 ขวด กับ ขนมปัง 1 ถุง เพื่อไปรอรับเสด็จท่าน ถึงขนาดที่รอนั้นหนูลำบากขนาดไหนห้องน้ำก็ไม่พอ ร้อนก็ร้อน แต่หนูทนได้ค่ะ เพราะหนูคิดว่า…ท่านทรงเหนื่อยกว่าหนูมากมายนัก และท่านก็เหนื่อยมาตลอดชีวิตของท่านเพื่อประชาชนของท่าน และท่านก็ออกมาจากหน้าต่างมาโบกไม้โบกมือให้กับหนูและคนอื่น ๆ ที่นั่งอยู่ และทุกท่านก็โบกธงและพูดพร้อมกันว่า… ขอให้ท่านทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ พร้อม ๆ กันเสียงก้องดังมาก หนูคิดว่าสิ่งที่หนูเห็นและได้ยินนั้นคือ บารมีที่ท่านได้ทำไว้ ทุกคนพร้อมใจกันเปล่งเสียงดังตะโกนโดยไม่มีใครมาบอกคนที่นั่งว่าต้องตะโกน แบบนี้นะ แต่ทุกคนก็เปล่งเสียงดังออกมาพร้อมกัน หนูรู้สึกปลาบปลื้มใจมาก จนขนลุกซู่ หนูคงบรรยายความรู้สึกที่มีต่อท่านได้ไม่หมดหน้ากระดาษแค่แผ่นเดียว เพราะทุกกิจกรรม ไม่ว่าที่เมืองทอง ที่ ท้องสนามหลวง หรือซุ้มที่ถนนราชดำเนินทั้งนอกและใน และกับคนเป็นหมื่น ๆ ค่ะ ที่หนูไปต่อคิวเพื่อรอรับพระฉายาลักษณ์ของพระเจ้าอยู่หัว วันนั้นหนูยืนต่อคิวและกลับถึงบ้าน ตี 1 หนูก็ทำมาแล้ว เพื่อพระฉายาลักษณ์ของท่านเพียงรูปเดียว และล่าสุดหนูได้ไปร่วมงานของสโมสรสันติบาลจัดขึ้น เนื่องในวันฉัตรมงคลที่ลานพระรูปทรงม้า หนูไปมาเมื่อวันที่ 7 พ.ค. 53 ไปนั่งดูพระกรณียกิจของท่าน นั่งดูแล้วถึงกับน้ำตาซึมเลยทีเดียว เพราะท่านทรงเหน็ดเหนื่อยมากจริง ๆ ค่ะ แล้วหนูก็กลับมาคิดว่า ตอนนี้ท่านไม่สบายอยู่ที่ รพ.ศิริราช อาจเป็นเพราะเมื่อตอนที่ท่านร่างกายแข็งแรงท่านทรงทำงานหนักมาก โดยไม่ย่อท้อเลย พอท่านอายุเพิ่มมากขึ้นทำให้ร่างกายของท่านทรุดโทรมมาก สำหรับหนูแล้ว หนูคิดว่าท่านไม่ใช่คนธรรมดาคนหนึ่ง แต่ท่านเกิดมาพร้อมบารมีอันศักดิ์สิทธิ์ ท่านเหมือนพระพุทธเจ้า ซึ่งหนูคิดเองอยู่ตลอดเวลา สำหรับหนูแล้วกระดาษที่เป็นรูปท่าน หรือปฏิทินหนูไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้นอกจากเก็บไว้ อีกอย่างหนึ่งที่หนูอยากจะกล่าวในบทความนี้ คือการใช้ชีวิตแต่พอเพียงอย่างที่ท่านให้ข้อคิดไว้ ทุกวันนี้ท่านสอนเกษตรกร หากมีพื้นที่ทำกินอยู่แปลงหนึ่ง ต้องแบ่งทำมาหากินอย่างไรบ้าง ส่วนหนึ่งปลูกบ้าน ส่วนหนึ่งเลี้ยงปลา อีกส่วนหนึ่งปลูกผัก หนูเองก็ใช้ชีวิตอย่างนั้น หนูทำงานอยู่ที่นี่ ถือว่าเงินเดือนหนูน้อยก็จริง แต่หนูก็ใช้ชีวิตไม่ฟุ่มเฟือย แบ่งเงินเป็น 3 ส่วน ส่วนหนึ่งเก็บฝากแบงค์ประจำ ส่วนหนึ่งเก็บไว้ใช้จ่ายภายใน 1 เดือน อีกส่วนหนึ่งก็ซื้อของให้รางวัลตัวเองบ้าง หนูอยากให้ทุกคนทำอย่างนี้ค่ะ จะได้สบายไม่มีหนี้สินกัน สุดท้ายนี้ หนูคิดว่าเพื่อเป็นการตอบแทนท่าน หนูไม่ต้องคิดทำโครงการใหญ่โตอลังการหรอกค่ะ แค่หนูเป็นคนดีในสังคม และไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นก็เพียงพอแล้วค่ะ ท่านจะได้สบายใจ ไม่เครียด และจะได้ไม่มีผลต่อกระทบต่อร่างกายของท่าน ท่านจะได้มีความสุข สุขภาพแข็งแรง อยู่คู่บ้านคู่เมืองกับคนไทยทั้งประเทศตลอดไปยิ่งยืนนานค่ะ ด้วยความรู้สึกของ น.ส.มยุดา สมเพ็ชร แผนกพัฒนาธุรกิจ รพ.วิภาวดี เครดิต : นางสาวมยุดา สมเพ็ชร แผนกพัฒนาธุรกิจ โรงพยาบาลวิภาวดี ได้รับรางวัลชนะเลิศ ตัวอย่างที 5 เรียงความวันพ่อ : เรื่อง “พ่อหลวง ของปวงชน” “ในหลวง” เป็นชื่อที่ชาวไทยเรียกติดปาก และเป็นขวัญใจของชาวไทยมาโดยตลอด เพราะท่านทำให้เราได้ทุกอย่าง ไม่ว่าท่านจะเหน็ดเหนื่อยจะอ่อนจะเพลีย แต่ท่านก็ไม่เคยที่จะหยุดทำเพื่อประชาชนแม้แต่ครั้งเดียว และท่านทรงมีพระราชกรณียกิจต่าง ๆ มากมาย อาทิเช่น พระราชกรณียกิจด้านศาสนา ด้านความมั่นคงภายในประเทศ ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและอีกมากมาย ท่านทรงตั้งพระทัย ทำพระราชกรณียกิจอย่างดี เพื่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศ พ่อหลวงของแผ่นดิน ท่านทรงประสูติเมื่อ วันที่ 5 ธันวาคม ชาวไทยจึงถือว่าวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันพ่อแห่งชาติ ท่านทรงสนพระทัยในเรื่องดนตรีสากลมาก ท่านทรงชอบเป่าแซ็กโซโฟน ท่านมีพระราชกรณียกิจด้านการศึกษา ท่านทรงตระหนักดีว่า การพัฒนาการศึกษาของเยาชนนั้น เป็นพื้นฐานอันสำคัญของประเทศชาติ จึงทรงประกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานทรัพย์จัดตั้งมูลนิธิอานันทมหิดลให้เป็นทุนสำหรับการศึกษาในแขนง วิชาต่าง ๆ เพื่อให้นักศึกษาในประเทศต่าง ๆ โดยไม่มีเงื่อนไขผูกมัดแต่ประการใด เพื่อจะได้นำความรู้กลับมาพัฒนาประเทศชาติต่อไป นอกเหนือจากนี้แล้ว ทรงมีพระราชดำริให้ดำเนินการจัดทำสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนขึ้น ยังมีพระราชกรณียกิจด้านการแพทย์และสาธารณสุข พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีความห่วงใยประชาชนชาวไทยในทุกด้าน โดยเฉพาะในด้านสุขภาพอนามัย ซึ่งพระองค์ถือว่าเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไข ดังพระราชดำรัสว่า “ถ้าคนเราสุขภาพเสื่อมโทรม ก็จะไม่สามารถพัฒนาชาติได้ เพราะทรัพยากรที่สำคัญของประเทศไทยก็คือพลเมืองนั่นเอง” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นห่วงและเอื้ออาทรต่อทุกข์สุขของพสกนิกร อย่างจริงจัง และยังมีพระราชกรณียกิจด้านศาสนา พระองค์ทรงเสด็จพระราชดำเนินเป็นประธานในการเปิดพิธีเนื่องในวโรกาสต่าง ๆ อาทิเช่น พระราชพิธีบำเพ็ญการกุศล ทรงสนันสนุนให้มีการสร้างศาสนสถาน เนื่องจากทุกศาสนาสอนให้ทุกคนเป็นคนดี ในหลวงท่านทรงทำเพื่อเราตั้งมากมายโดยไม่หวังผลตอบแทน ท่านเพียงอยากเห็นทุกคนเป็นคนดี ท่านก็สุขใจ ดังนั้นเราควรทำดีเพื่อตอบแทนท่านให้มากที่สุด ทำตามหลักคำสอนของท่าน รู้จักการพอเพียง การอดออม ปฏิบัติตนให้อยู่ในระเบียบวินัย ไม่นำความเดือดร้อนมาสู่ประเทศชาติให้ท่านสบายใจ ให้ท่านหายเหนื่อยจากการทำงาน หายเมื่อยจากการเยี่ยมประชาชน หายเพลียจากการอดนอน เพราะทรงทำงานเพราะท่านคือพระมหากษัตริย์ในดวงใจและเป็นพ่อหลวงของปวงชน เครดิต : โดย เด็กหญิงณัฏฐธิดา ไทรงามเอี่ยม ป.6/3 ที่มา : http://teacherrapin.blogspot.com/2009/12/blog-post.html ตัวอย่างที่ 6 เรียงความวันพ่อ : เรื่อง เรารักนายหลวง วันที่ 5 ธันวาของทุกๆ ปี ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปี หรือจะนับไปอีกกี่ปี ก็ไม่มีใครสักคนที่จะลืมเลือนไปได้ว่า วันนี้เป็นวันอะไร ทุกคนจะมีคำตอบในใจอยู่แล้วว่าเป็น “วันพ่อ” ของพวกเราชาวไทยทุกคน แต่ส่วนตัวของผมนั้น วันนี้นอกจากจะเป็นวันพ่อแล้ว เป็นวันที่ผมรู้สึกภูมิใจมากที่สุด เพราะว่า วันนี้เป็น “วันเกิดของผม” แม่เล่าให้ฟังว่า เป็นวันที่แม่พยายามไม่อยากให้ผมเกิดในวันนี้เลยเพราะเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะ สม แต่เมื่อเลี่ยงไม่ได้ ก็แสดงว่าเราโชคดีที่สุดแล้ว ขอให้เราภูมิใจมากที่สุด และทำตนเป็นคนดี สิ่งนี้แหละ ผมจึงคิดว่าเป็นวันที่สำคัญมากสำหรับผม ผมจะนำพระบรมราโชวาทของนายหลวงมาดำเนินชีวิตให้ดีต่อไป ท่านทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่เป็นมากกว่าพระเจ้าแผ่นดินคับ เราคนไทยโชคดีมากกว่าประเทศใดในโลกที่มีพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ทรงทรงงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนโดยมิได้รับสิ่งใดตอบแทนเลย คนไทยทุกคน ขอให้พระเจ้าอยู่หัวมีพระชนมายุยิ่งยืนนานอยู่กับชาวไทยไปนาน ๆ ซึ่งผมจะปฏิบัติตนเป็นคนดี และจะทำหน้าที่ของผมให้ดีที่สุดที่ผมจะทำได้ สิ่งที่ผมรู้จักที่มาจากทรงงานของท่านก็คือ กำเนิดฝนหลวง เมื่อทรงสัมผัสความทุกข์ซับซ้อนของประชาชนอันเนื่องมาจากเรื่องของ “น้ำ” อันเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการดำรงชีวิตพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวผู้บัด นั้นมีพระชนมพรรษาเพียง28 พรรษา และเพิ่งเสด็จพระราชดำเนินอีสานครั้งแรกในพระชนมชีพ ก็ทรงเฝ้าครุ่นคิดถึงแต่วิธีที่จะแก้ไขปัญหาให้ชาวอีสานปัญหาที่ขัดแย้งกัน เอง เมื่อมีน้ำ น้ำก็มากไป ท่วมป่าจากภูเขาไม่มีสิ่งใดหยุดยั้งไว้ได้แต่เมื่อน้ำหมดก็แห้งแล้งอย่างที่ สุดเพราะไม่มีฝนตกลงมาทรงบันทึกไว้ว่า “ต้องสร้างเขื่อนเล็กๆ (Check dams) จำนวนมาก ตามลำธารที่ไหลลงมาจากภูเขาต่างๆ จะช่วยให้กระแสน้ำค่อยไหลอย่างสม่ำเสมอ ถ้าเป็นไปได้ควรสร้างเขื่อนและอ่างเก็บน้ำเล็กๆสิ่งนี้จะแก้ไขปัญหาแห้งแล้ง ได้ ในฤดูฝนน้ำจะถูกเก็บไว้ในอ่างเก็บน้ำและจัดสรรน้ำให้ในฤดูแล้ง”ส่วนปัญหา เรื่องฝนแล้งนั้น” ข้าพเจ้าได้แหงนดูห้องพัก และพบว่ามีเมฆจำนวนมาก แต่เมฆเหล่านั้นพัดผ่านพื้นที่แห้งแล้งไป วิธีแก้ไขอยู่ที่ว่าจะทำอย่างไรที่จะให้เมฆเหล่านั้นตกลงมาในท้องถิ่นนั้น ความคิดนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของการทำฝนเทียม ฝนหยาดแรก อีก 17 ปีต่อมา “ฝนเทียม” ตามพระราชดำริในวันเสด็จฯ เยี่ยมอีสานก็กลายเป็น”ฝนหลวง”ที่หยาดลงมาสร้างความชุ่มฉ่ำทั้งแผ่นดินครั้ง แรก ในวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ.2515วันนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงวางแผนสาธิตการทำฝนด้วย พระองค์เอง จนเกิด “ฝนหลวง” ตกลงมาเป็นผลสำเร็จ ทำฝนเทียมทั่วประเทศด้วยพระองค์เองทรงต่อสู้ทุกวิถีทางเพื่อให้ราษฏรได้มี “น้ำ”เพราะ “การมีน้ำ ” นั้นหมายความถึง”การมีชีวิต” นายหลวงของเราทำ อะไรอีกมากมายให้กับประชาชน นี่ยังเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้นแต่ที่ผมหยิบเรื่องนี้มาเล่า เพราะเชื่อว่าทุกชีวิตต้องการน้ำ ทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็น คน หรือ พืช หรือ สัตว์ ดังนั้นให้ถามตนเองว่าทำอะไรเพื่อนายหลวงบ้างหรือยัง หากยังให้รีบทำซะเพราะเวลาของเรามีน้อยมาก และให้ฐานะตัวแทนของคนไทย ขอให้พระองค์มีพระชนมพรรษายิ่งยืนยานและเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยตลอดชั่ว กาลนาน ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยโปรดดลบันดาลให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงพระ เกษมสำราญปราศจากโรคภัย มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน เครดิต : ด.ช. กิตติภณ โสรัตนชัย ชั้น ป.6/4 เลขที่ 29 ที่มา : http://teacherrapin.blogspot.com/2009/12/blog-post.html ตัวอย่างที่ 7 เรียงความวันพ่อ : เรื่อง พ่อของแผ่นดิน พ่อบอกพ่อสอนเราหลายอย่าง เว้นอยู่อย่างเดียวที่พ่อไม่เคยบอก ก็คือ “ ให้เราทุกคนรักพ่อ ” แต่เราก็รู้สึกด้วยหัวใจเราเองจากสิ่งที่พ่อทำ เราเคยสงสัยรึเปล่าว่า ทำไมเราเกิดมาต้องมีพ่อทั้งสองคน? ซึ่งเราทุกคนชาวไทยมีพ่อคนนี้เป็นพ่อเหมือนอย่างเรา พ่อที่เราพูดถึงอยู่นี้ก็คือ ก็คือ พ่อหลวงของทุกๆคน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านทรงเป็นมากกว่าพระมหากษัตริย์ เพราะทรงเป็นพ่อ และทรงเป็นมากยิ่งกว่าพ่อ และทรงให้มากกว่าชีวิต พ่อคนเป็น ผู้คิด ผู้สร้าง หลักนำใจเพื่อใช้ชีวิตให้เรารู้จักเพียงพอ ให้เรารู้จักถูกผิด ตามเส้นทางชีวิตของพ่อ ในหลวงของเราทรงงานหนักมาโดยตลอด สิ่งที่พ่อทำก็เพื่อความสุขของประชาชนชาวไทย พ่อหลวงเข้าถึงประชาชนทุกหมู่เหล่า ทรงห่วงใยและให้ความช่วยเหลือประชาชนในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง สอนให้เราบริหารจัดการ ให้อยู่อย่างพอเพียงตามอัถภาพของแต่ละคน เมื่อน้ำท่วมก็หยิบยื่นความช่วยเหลือมาโดยตลอด และเมื่อเกิดภัยแล้งพระองค์ก็ทรงมีโครงการฝนเทียม เพื่อแก้ไขภัยแล้งให้กับประชาชนชาวไทย เพื่อให้มีน้ำใช้ น้ำบริโภค น้ำเพื่อใช้ในการเกษตร ทำให้ประชาชนมีอยู่มีกิน มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สิ่งที่พ่อทำก็เพื่อความสุขสบายของลูกๆของพระองค์ พ่อทรงเหนื่อยเรารับรู้ได้ แต่พระองค์ไม่เคยตรัสเลยสักคำว่า “เหนื่อย” จนบางครั้งเราก็อดคิดไม่ได้ว่า เราทำงานยังรู้สึกเหนื่อย แล้วพ่อหลวงล่ะทรงงานมากกว่าเราเป็นล้านเท่า พ่อจะเหนื่อยสักแค่ไหน พ่อเคยพักบ้างไหม เพราะที่เราเห็นกันทุกวัน พระองค์ทรงมีพระราชกรณียกิจมากมาย วันหนึ่งๆต้องเสด็จไปไม่รู้กี่ที่ สิ่งที่พ่อทำ พ่อให้เรา มันบรรยายไม่ถูก แต่เชื่อว่าลูกๆทุกคนรับรู้มันด้วยใจ จะมีลูกคนไหนในผืนแผ่นดินไทยนี้ที่จะไม่รักพ่อบ้าง? เพราะสิ่งที่เราเห็นมันก็ยืนยันได้ว่า พ่อรักลูกทุกๆคนอย่างหาที่สุดไม่ได้ สำหรับดิฉัน รักพ่อหลวงเพราะพ่อทรงสอนให้ดิฉันรักตัวเอง ตั้งแต่การใช้ชีวิตที่ถูกที่ชอบ พ่อมีธรรมะ การประกอบสัมมาอาชีวะ การรู้จักความพอเพียงและพอดี รักที่พระองค์ทรงสอนให้ดิฉันรักคนอื่น(พี่น้องร่วมแผ่นดิน) โดยปราศจากอคติ และไม่คำนึงถึงความแตกต่าง ไม่ว่าจะด้วยเรื่องเชื้อชาติ ศาสนา ฐานะทางสังคม แม้กระทั่งลัทธิทางการเมือง รักพ่อที่ทรงสอนให้ดิฉันรักธรรมชาติ รักป่าไม้ รักต้นน้ำลำธาร รักผืนดิน รักสิ่งแวดล้อมรวมทั้งสัตว์ต่างๆ ดิฉันรักพ่อหลวงก็เพราะพระองค์ทรงสอนให้ดิฉันรักและภูมิใจที่เกิดมาเป็นคน ไทย ในชาติไทยที่มีความร่มเย็นเป็นสุขด้วยพระบารมีปกเกล้าฯ พระบารมีที่เกิดจากน้ำพระราชหฤทัย น้ำพักน้ำแรง มันสมอง หยาดเหงื่อ ของพระองค์ ตลอดระยะเวลากว่า 60 ปีที่ครองราชย์ พระเมตตาของพระองค์เปี่ยมล้นมากยิ่งนัก พ่อทำเพื่อลูกมากมายเพียงนี้ แล้วทำไมดิฉันถึงไม่รักพ่อหลวงล่ะคะ ภูมิใจและดีใจที่เกิดมาเป็นลูกของพ่อหลวง สิ่งที่ลุกจะตอบแทนให้พ่อ มันคงเทียบเท่ากับสิ่งที่พ่อ ทำให้ลูกไม่ได้ แต่ลูกคนนี้ขอสัญญาว่าจะเป็น “คนดี” ให้พ่อภูมิใจ จะเดินตามเส้นทางของพ่อและลูกจะขอเป็นข้าฯฝ่าพระบาทของพ่อทุกชาติไปวันนี้ สิ่งที่ลูกอยากบอกพ่อก็คือ “ ถึงพ่อจะไม่เคยบอกเคยสอนให้รักพ่อ แต่ลูกก็รักพ่อสุดขั้วหัวใจของลูกจริงๆพ่อ” เครดิต : น.ส.ปวีณา อินทะปัญญา ผู้ได้รับรางวัลที่ 2 ที่มา : http://www.vibhavadi.com ตัวอย่างที่ 8 เรียงความวันพ่อ : เรื่อง “พ่อของแผ่นดิน” มีเพื่อนคนรัสเซียหลายคนถามฉันว่า ในหลวงคือใคร ทำไมคนไทยถึงรักและเทิดทูนกษัตริย์พระองค์นี้มาก ขนาดเรียกว่า “พ่อ” ฉันยิ้ม และไม่รีรอที่จะอธิบายด้วยความภาคภูมิใจถึงความเก่งและความดีของพ่อคนนี้ของฉัน (ถึงจะมีปัญหาในด้านภาษาบ้างก็ตาม) ฉันทั้งโชว์รูปภาพจากอินเตอร์เน็ต,มิวสิควีดีโอเพลงเกี่ยวกับในหลวง ทำให้ทั้งฉันและเพื่อนขนลุก ในความดีที่ยิ่งใหญ่ของกษัตริย์พระองค์นี้ เพราะหากกล่าวถึงกษัตริย์แล้ว คงนึกถึงภาพคนที่เกิดในวงศ์ตระกูลสูงศักดิ์ เกิดมาก็สบายทันที มีข้าทาสบริวารคอยรับใช้ แต่ในหลวงของเรากลับเห็นภาพที่แทบจะตรงกันข้าม ฉันเห็นภาพที่พระองค์ทรงก้มผูกเชือกรองเท้าเอง ภาพเหงื่อที่ไหลถึงปลายจมูก ภาพพระองค์ทรงงาน กำแผนที่อยู่ในพระหัตถ์ ภาพพบปะเยี่ยมประชาชนที่อยู่ห่างไกลทุรกันดาร ภาพเหล่านี้ประทับตราตรึงอยู่ในจิตใจของฉัน ในหลวงเหมือนพ่อที่คอยห่วงใยลูก คอยติดตามดูแล ให้คำแนะนำ ช่วยเหลือ และแก้ไขในทุกสถานการณ์เหมือนกับที่พระองค์ทรงตรัสไว้ตอนขึ้นครองราชย์ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม์ เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” นอกจากนี้ฉันยังเล่าว่า ในหลวงทรงเป็นแบบอย่าง หรือไอดอลของฉันเลยทีเดียว เพราะท่านไม่เพียงทรงตรัสสอนเรื่องต่างๆ แต่ยังทรงพระพฤติพระองค์เป็นแบบอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจน เช่น เรื่องความประหยัด หลายครั้งฉันโชว์ภาพหลอดยาสีฟันที่ถูกรีดจนแบบสนิทให้เพื่อนดู บางคนพอเห็นก็หัวเราะ แต่หลังจากได้รู้ว่า นี่คือหลอดยาสีพระทนต์ของกษัตริย์ก็ถึงกับสงบนิ่ง ฟังฉันเล่าต่ออย่างสนใจว่าเหตุใดกษัตริย์ต้องประหยัดขนาดนี้ ฉันคิดว่าท่านทรงทำตามที่ท่านตรัสสอนเรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียง” คือ ไม่ใช่ประหยัดจนไม่ใช้อะไรเลย แต่ให้ใช้สิ่งที่มีอยู่อย่างคุ้มค่ามากที่สุดต่างหาก หรือแม้แต่เรื่องความไม่ถือพระองค์ ที่ทรงตรัสกับราษฎรอย่างเป็นกันเอง จนกลายเป็นเรื่องเล่าขำขันที่อ่านแล้วก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจ และใกล้ชิดกับพ่อหลวงมากขึ้น อีกเรื่องที่ทรงเป็นแบบอย่างที่น่ายกย่องที่สุด คือความกตัญญู ภาพในหลวงทรงประคองสมเด็จย่า หรือแม้แต่เข็นรถเข็นให้ ทั้งที่มีบริวารพรักพร้อม แต่ยังตรัสกับมหาดเล็กว่า “แม่เรา เราดูแลเองได้” เรื่องที่ในหลวงไปเสวยอาหารกับแม่อาทิตย์ละห้าวัน, ทรงกอดแม่หรือให้แม่หอมแก้ม เรื่องเหล่านี้ แม้แต่ประชาชนคนธรรมดายังทำได้น้อยกว่าในหลวง กษัตริย์ที่ทรงมีพระกรณียกิจมากมายทุกวัน นั่นทำให้สุดท้ายแล้วไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมคนไทยถึงรักในหลวงขนาดนี้ มีเหตุการณ์ครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2549 เป็นวันงานพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี พ่อของฉันชวนฉันไปดูในหลวงเสด็จออกมหาสมาคม ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม จำได้ว่า เช้าวันนั้นอากาศร้อนมาก และคนต้องเยอะแน่นอน ฉันบอกพ่อไปทันทีว่า “อยากดูในหลวงดูในทีวีเถอะพ่อ เห็นชัดกว่าอีก” แต่พ่อบอกว่า “พ่อไม่ได้อยากเห็นในหลวง แต่อยากให้ในหลวงเห็นพ่อ เห็นประชาชนชาวไทยว่ามากขนาดไหนที่จงรักภักดีต่อท่าน” คำตอบนั้นทำให้ฉันรีบลุกออกไปกับพ่อทันที วันนั้นทั้งคนเยอะและร้อนมากอย่างที่ฉันคิดจริงๆ แต่จิตใจของฉันและคนไทยทุกคนก็ชุ่มฉ่ำทันที เมื่อในหลวงออกมาโบกพระหัตถ์ ทุกคนพร้อมใจเปล่งเสียงตะโกนกึกก้อง “ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ…” หลายคนน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว เป็นความรู้สึกที่เต็มตื้นอยู่ในจิตใจ จนฉันต้องกลับมาขอบคุณพ่อหลายครั้งที่ทำให้ฉันมีวันนั้น และวันนี้ ถึงฉันจะอยู่ห่างไกลถึงประเทศรัสเซีย แต่ฉันก็ได้ทำหน้าที่ของลูกคนไทย ได้เผยแพร่เรื่องราวความดีของพ่อหลวงของฉัน พ่อของแผ่นดิน. เครดิต : นางสาวญาใจ วัฒนปรีดา (อิมมี่) คณะจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ที่มา : http://th.thaiembassymoscow.com/annonce/pdf/2010essay-1.pdf ตัวอย่างที่ 9 เรียงความวันพ่อ : เรื่อง “พ่อของแผ่นดิน” “อันที่จริงเราชื่อ “ภูมิพล” ที่แปลว่า “กำลังของแผ่นดิน” แม่ก็อยากให้เธออยู่กับดิน เมื่อฟังคำพูดแล้วกลับมาคิด ซึ่งแม่คงจะสอนเราและมีจุดมุ่งหมายว่าอยากให้ติดดินและอยากให้ทำงานให้แก่ประชาชน” … จากพระราชดำรัสของในหลวงข้างต้น ทำให้ฉันระลึกอยู่เสมอว่า ตั้งแต่วินาทีแรกที่ในหลวงทรงอุทิศตนเป็น “ภูมิพล” ผู้เป็นพลังของแผ่นดินที่พร้อมด้วยทศพิธราชธรรม พระองค์ก็ทรงปฎิบัติหน้าที่อันยิ่งใหญ่นี้ด้วยดีเสมอมา พระองค์ทรงอุทิศพระวรกาย เพื่อดินก้อนเล็กๆ ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทอย่างพวกเรา ทรงเป็นทุกอย่าง เป็นพ่อที่ลำบากตรากตรำ สละแรงกายดูแลลูกๆ ด้วยความรัก มาเป็นเวลายาวนานกว่า 60 ปี โดยมิได้คำนึงถึงว่าราษฎรของพระองค์จะเป็นใครมาจากไหน เชื้อชาติใด เพราะพระองค์ทรงยึดมั่นในปณิธานในการที่จะรวมดินก้อนเล็กๆ ในแผ่นดินนี้ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน เมื่อกล่าวถึงในหลวง สิ่งที่ฉันนึกถึงเป็นอันดับแรก คือ กษัตริย์นักพัฒนา ภาพที่ฉันเห็นบ่อยครั้งตามสื่อต่างๆ เป็นภาพที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปยังถิ่นทุรกันดารทั่วราชอาณาจักร ภาพที่เหล่าพสกนิกรชาวไทยคอยต้อนรับการเสด็จฯ มาของพระองด์ด้วยหัวใจ ภาพธงไตรรงค์ของเหล่าราษฎรที่โบกสะบัดพร้อมด้วยรอยยิ้มและร้องไห้ด้วยความปลื้มปีติ และภาพที่พระองค์ทรงหลั่งพระเสโทในขณะทรงงาน เป็นภาพที่ได้ประทับอยู่ในใจของฉันและปวงชนชาวไทยตลอดมา แต่ถึงแม้พระองค์จะทรงงานหนักเพียงใด พวกเราก็สามารถเห็นรอยแย้มพระสรวลปรากฏอยู่บนพระพักตร์ที่เกิดความสุขของพระองค์ ที่ทรงได้ทอดพระเนตรเห็นพสกนิกรอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข การที่ในหลวงได้เสด็จฯ ไปเยี่ยมเยืยนราษฎรในถิ่นทุรกันดารอยู่สม่ำเสมอเป็นเวลายาวนาน ทรงได้สัมผัสความทุกข์ยาก จึงทำให้พระองค์ทรงเข้าใจปัญหาต่างๆ ได้อย่างลึกซึ้ง จากนั้นพระองค์ก็ทรงใช้พระปรีชาสามารถในการแก้ไขบรรเทาความเดือดร้อนต่างๆ เหล่านั้น โดยเฉพาะด้านเกษตรกรรม ด้วยการก่อตั้งโครงการใน พระราชดำริต่างๆ อาทิ “โครงการฝนหลวง” เป็นการทำฝนเทียมเพื่อบรรเทาภัยแล้งให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำ เพื่อการทำเกษตรกรรมและการใช้สอยในชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังมี “โครงการหญ้าแฝก” ซึ่งเป็นโครงการแก้ปัญหาดินที่ถูกชะล้างจากฝน โดยการยึดหน้าดินทำให้ดินกักเก็บน้ำได้มากขึ้น “โครงการแก้มลิง” เพื่อช่วยในการระบายน้ำท่วมจากพื้นที่ตอนบนโดยใช้หลักการน้ำไหลทางเดียว “โครงการแกล้งดิน” แก้ไขดินที่มีสภาวะเป็นกรด เพื่อให้เกษตรกรสามารถ นำดินไปใช้ประโยชน์ในการเพาะปลูกต่อไป เป็นต้น นอกจากนั้น พระองค์ยังทรงริเริ่มและเชื่อมั่นใน “แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง” ที่ทรงมีพระราชประสงค์ให้พสกนิกรชาวไทยใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย เพื่อการพัฒนาประเทศทั้งทางด้านวัตถุและจิตใจ ให้มีความเจริญที่ไม่ฉาบฉวย แต่มีความยั่งยืนตลอดไป ดังที่กล่าวมาทั้งหมด จะเห็นได้ว่า สำหรับในหลวงแล้ว ความสุขของราษฎรชาวไทยทั้งหมดนั่นคือ ความสุขของพระองค์ และสิ่งที่พวกเราทุกคนควรกระทำก็ คือตอบแทนพระองค์ท่านที่ทรงเหน็ดเหนื่อยเพื่อพวกเรามาตลอดชีวิตบ้าง ใช่หรือไม่? แล้วทำไมสิ่งที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเราในปัจจุบัน จึงได้ขัดต่อปณิธานของพ่อในเรื่อง “ความสามัคคี” ยิ่งนักเล่า? … ฉันอยากเห็นชาวไทยทุกคนรักประเทศชาติ และมีความสมัครสมานสามัคคี กระทำตนเป็นดั่งดินก้อนเล็กๆ หลากหลายสีที่รวมเป็นแผ่นดินเดียวกัน เป็น สีเดียวกัน เป็นดินที่สร้างประโยชน์ให้แก่แผ่นดินสยามแห่งนี้ ให้สมกับที่ “พ่อของแผ่นดิน” ทรงเป็นตัวอย่างที่ดีเสมอมา ในวันพ่อปีนี้ ฉันจึงขอเชิญชวนให้พี่น้องชาวไทยทุกคนร่วมกันสร้างความสามัคคี ร่วมกันกระทำความดี ฉันแน่ใจว่าความดีของพวกเราชาวไทยจะรวมกันเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่เปรียบเป็นของขวัญที่มีค่าที่สุดแด่พระองค์ท่าน ส่วนตัวฉันเองก็จะขอตั้งปณิธานว่าจะปฏิบัติตัวเป็นคนดีเป็นประโยชน์ต่อสังคม และจะเดินตามรอยเท้าพ่อตลอดไป เครดิต : น.ส. กนกพรรณ ชินสวนานนท์ (น้ำ) MGIMO นรท. กต. ที่มา : http://th.thaiembassymoscow.com/annonce/pdf/2010essay-4.pdf ที่มา thaistudyfocus.com เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง 80 เรื่องของในหลวงที่เราอาจไม่เคยรู้ วันพ่อแห่งชาติ ยังจำได้ไหม? ตอนเด็กๆ พ่อแม่มักจะให้เรายืนตรงเคารพธงชาติอยู่ทุกวี่ทุกวัน ให้ยกมือไหว้รูปพ่อหลวงที่เรามีในบ้าน พ่อแม่คอยพร่ำบอกถึงความรักและความดีของในหลวงที่มีต่อประชาชนและประเทศไทย ... พระราชอารมณ์ขันของในหลวง สู่เรื่องเล่าสุดประทับใจ เดือนธันวาคม เป็นเดือนสำคัญที่ประชาชนคนไทยทุกคนพร้อมใจกันทำความดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั่วทุกหนแห่งบนพื้นแผ่นดินเต็มไปด้วยความยินดีปรีดา ... 9 คำสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันที่ 5 ธันวาคม นี้เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เอ็มไทยนิวส์ขอน้อมนำ พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเผยแพร่เพื่อเป็นประโยชน์ ... 9 หนังซูเปอร์คุณพ่อ ที่คุณดูแล้ว จะรักพ่อขึ้นอีกเยอะ ถึงช่วงวันสำคัญอีกหนึ่งวันสำหรับพวกเราชาวไทยคือ “วันพ่อแห่งชาติ” ที่นอกจากจะเป็นวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ แล้ว ลูกๆ ทุกคนก็ถือโอกาสในวันนี้ ... 7 กิจกรรมทำเพื่อพ่อ วันพ่อแห่งชาติ จำได้ไหมคะ ตอนสมัยเรียนหรือเพื่อนๆ น้องๆ ที่กำลังศึกษาอยู่ตอนนี้ พอใกล้ถึงวันที่ 5 ธันวาคม หรือวันพ่อแห่งชาติ ทุกปีนั้น จะต้องมีกิจกรรมที่เราต้องร่วมอยู่ในโรงเรียนเสมอๆ อย่าง 7 กิจกรรมทำเพื่อพ่อ วันพ่อแห่งชาติ ... คุณแม่ดารา Super Mom หัวใจแกร่ง Women MThai ขอสรรเสริญ ซิงเกิ้ลมัม คุณแม่หัวใจแกร่ง ทุกท่าน และ ขอนับถือหัวใจของคนเป็นแม่ อย่าง คุณแม่ดารา ทั้ง 5 ท่านต่อไปนี้ เพราะไม่เคยมีมหาวิทยาลัยไหน ตำราเล่มใด สอนและฝึกให้เราเป็นแม่คนที่สมบูรณ์แบบได้ ... การบินไทย จัดโปรโมชั่น ธันวาพาพ่อเที่ยว บริษัท การบินไทย จำกัด ( มหาชน ) ร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา และร่วมเฉลิมฉลองเนื่องใน วันพ่อแห่งชาติ ประจำปี 2557 โดยจัดโปรโมชั่น “ธันวาพาพ่อเที่ยว 2557” ... รวมสถานที่จัดงานและกิจกรรมวันพ่อ ปี 2557 ใกล้จะถึงวันพ่อแห่งชาติแล้ว ช่วงเวลาอันแสนสุขของปวงชนชาวไทย ที่จะแสดงออกถึงความจงรักภักดี ที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาถึงแล้ว ซึ่งในปีนี้ พระองค์จะเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา และแน่นอน ปีนี้จะมีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่เช่นเคย ... วันพ่อปีนี้ ชวนพ่อแบ็คแพ็คไปเที่ยวดีไหมนะ? ขยับใกล้วันพ่อเข้ามาทุกที ลูกๆ หลายคนคงเตรียมหาของขวัญ หรือร้านอาหารที่จะพาคุณพ่อไปฉลองกันแล้ว แต่ถ้ามีโอกาสสักครั้ง การแบ็คแพ็คไปเที่ยวแบบพ่อลูก ได้นอนดูดาว นั่งจิบชาอุ่นๆ พร้อมกับคุยสัพเพเหระกันไปเรื่อยๆจนกว่าตาจะปิด ... สุดซึ้ง! คุณพ่อหัวใจนักสู้ ร้องเพลงกล่อมลูก ก่อนสิ้นลม คริส พิคโค คุณพ่อชาวอเมริกันหัวใจนักสู้รายนี้กำลังร้องเพลงขับกล่อมลูกชายตัวน้อยที่ได้คลอดก่อนกำหนดและนอนอยู่ภายในตู้อบ ด้วยสภาพร่างกายที่แสนอ่อนแอ โดย คริส พิคโค เพิ่งจะสูญเสีย แอชลีย์ ภรรยาของเขาไปเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ... We Love Dad พ่อลูกสุขสันต์เที่ยวไหนก็ลด 40 บาท ต้อนรับวันพ่อนี้ ให้ GrabTaxi ได้เป็นผู้บริการในการเดินทางทุกเส้นทางอย่างปลอดภัย และคุ้มค่าด้วยส่วนลดค่าเดินทาง 40 บาท กับ โปรโมชั่น We Love Dad นี้ จะไปไหนมาไหนกี่รอบ ก็ลดให้ไปเลย 40 บาท ... รูปภาพกลิตเตอร์ วันพ่อ ภาพกลิตเตอร์ วันพ่อ รูปภาพ Glitter วันพ่อ 5 ธันวาคม รูปภาพกลิตเตอร์ กลอนวันพ่อ คำอวยพรวันพ่อ บอกรักพ่อ ... วันพ่อแห่งชาติ เราทำดีเพื่อพ่อกันหรือยัง วันพ่อแห่งชาติ ปีนี้ “พ่อหลวง ” ของเรา ทรงมีพระชนมายุครบรอบ 87 พรรษา ซึ่งพวกเราพี่น้องชาวไทยต่างรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน เชื่อว่าเราทุกๆ คนจะไม่นิ่งเฉยต่อคุณค่าและความหมายของคำว่า “พ่อ” นี้ ... รวมมิตร คุณพ่อป้ายแดง ส่งท้ายปีมะเมีย นับเป็นเรื่องราวดีๆ ของวงการบันเทิงบ้านเราที่เหล่านักแสดง ทั้ง พระเอก นักร้องระดับซุปตาร์ ทั้ง รุ่นเล็กและใหญ่ ต่างก็ตั้งรับและพร้อมเปลี่ยนสถานะของตัวเอง มารับบทบาทใหม่เป็น คุณพ่อ ... เวย์ ไทยเทเนี่ยม คุณพ่อสุดแนว จากหนุ่มฮิปฮอปสู่มาดคุณพ่อสุดอบอุ่น และแล้วก็ถึงเดือนแห่งวันพ่อกันแล้วนะครับ เพื่อนๆ ชาว Men.MThai เตรียมดอกดอกพุทธรักษาเอาไว้ไหว้คุณพ่อกันรึยังครับ เอาหล่ะทุกๆ วันพ่อ เราก็จะต้องนำเสนอเรื่องที่เราคิดว่าเป็นสิ่งที่น่าเสนอประจำปี โดยปีนี้เราขอนำเสนอคุณพ่อคนนี้ ... รูปภาพ รวมภาพคุณพ่อสุดเฟล บอกแล้วอย่างปล่อยลูกไว้กับพ่อ รูปภาพ รวมภาพคุณพ่อสุดเฟล บอกแล้วอย่างปล่อยลูกไว้กับพ่อ ...

ซาร่า นำทีม 5 สาวแซ่บ! เปิดปฏิทินซันโว2015
แก้ม กวินตรา /  ฟลอเรนซ์ วนิดา เฟเวอร์ / 

จัดใหญ่จัดแซ่บ หนุ่มๆ กดไลค์จนนิ้วล็อก!! เมื่อ 5 ดารานางแบบสาวสุดเซ็กซี่ระดับแถวหน้าของเมืองไทย นำโดย ซาร่า มาลากุล เลน, ฟลอเรนซ์ วนิดา เฟเวอร์, แก้ม กวินตรา, หมิว สิริรภัส และ เฟิร์น ศุภนารี สาว Girls next door ปีล่าสุดจาก FHM แทคทีมร่วมงานเปิดตัว ปฏิทินซันโว 2015 ณ ลานเบียร์สิงห์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อคืนที่ผ่านมา งานนี้ 5 สาวเสิร์ฟความเซ็กซี่ทะลุองศาเดือดกับโชว์สุดเร่าร้อนแนวสปอร์ตตี้เกิร์ล ประชันจัดเต็มแบบไม่มีใครยอมใคร จะแซ่บสุดติ่งขนาดไหนนั้นไปชมกันเล๊ยยยย!! หมิว สิริลภัส หมิว สิริลภัส หมิว สิริลภัส เฟิร์น ศุภนารี แก้ม กวินตรา แก้ม กวินตรา ฟลอเรนซ์ เฟเวอร์ ฟลอเรนซ์ เฟเวอร์ ซาร่า มาลากุล ซาร่า มาลากุล แก้ม กวินตรา ซาร่า มาลากุล เฟิร์น ศุภนารี 5 สาวเซ็กซี่ เปิดตัวปฏิทินซันโว 2015 5 สาวเซ็กซี่ เปิดตัวปฏิทินซันโว 2015

รวมภาพประทับใจ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร /  ฟ้าชาย

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ มีพระนามเมื่อแรกประสูติว่า "สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ บรมจักรยาดิศรสันตติวงศ เทเวศรธำรงสุบริบาล อภิคุณูประการมหิตลาดุลเดช ภูมิพลนเรศวรางกูร กิตติสิริสมบูรณ์สวางควัฒน์ บรมขัตติยราชกุมาร" เป็นพระราชโอรสพระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2495 เวลา 17 นาฬิกา 45 นาที ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

บัว ละครแน้น...แน่น หวั่นแป้กแบบ อายส์
บัว วันสิริ /  อายส์ กมลเนตร

เป็นนักแสดงหน้าใสแห่งวิก 3 ที่โผล่มาให้ประชาชีเห็นหน้าค่าตามากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับ บัว วันสิริ จะเรียกว่าเห็นจนเบื่อเลยก็ว่าได้ เพราะช่วงนี้ละครแน่นฝุดๆ ทั้งละครเย็น ละครหลังข่าว แม้บทบาทจะยังไม่โดดเด่นจัดจ้าน แต่ก็เรียกว่าแน่นเสียจนน่าจับตามองว่าสาวบัวคนนี้อาจจะขึ้นแท่นเป็นลูกรักเบอร์ล่าสุดแห่งวิก 3 พระราม 4 อ๊ะเปล่า งานนี้ปลื้มปริ่มกับละครที่แน่นเอี้ยด แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่านานไปวาสนาของสาวบัวคนนี้จะเข้าอีหรอบเดียวกับสาว อายส์ กมลเนตร ไหมเพราะหากสังเกตดีๆ ก่อนหน้านี้สาวอายเธอรุ่งเรืองเรื่องงานพอๆ กับสาวบัวในตอนนี้เลยก็ว่าได้ เห็นหน้าค่าตาถี๊...ถี่จนอดฟันธงไม่ได้ว่านี่แหละซุป’ตาร์คนใหม่ของช่อง แต่นานวันเข้าหนูอายส์ที่คาดว่าน่าจะฮอต กระแสกลับดรอปลงซะงั้น ครั้นมาเห็นสาวบัวที่นอกจากรูปร่างหน้าตาจะละม้ายคล้ายคลึงสาวอายแล้ว ความถี่ความฮอตของงานในเวลานี้ยังเหมือนกับความฮอตของสาวอายส์ในวันนั้นอีก เลยอดหวั่นไม่ได้ว่าสุดท้ายแล้วดวงจะแป้กเหมือนกันไหม ก็รู้ๆ อยู่ว่าวิก 3 น่ะ ซุป’ตาร์แทบจะเหยียบกันตาย เยอะแยะมากมายจนไม่รู้จะดันใครให้เกิด เอ้า!!! บอกไว้ก่อนว่างานนี้ถ้าไม่มีดีจริง อยู่ยืนหยัดดังเปรี้ยงปร้างไม่ได้ง่ายๆ หรอกนะเคอะ!!! สาวกหนูบัวหน้าหวานก็อย่าเพิ่งดีใจจนเนื้อเต้นไปล่ะ...เหอๆ บัว วันสิริ อายส์ กมลเนตร

มาร์ค กามิกาเซ่ เปิดตัวซิงเกิ้ลแรก ชวนบอกรัก แมนๆ ไปเลย
kamikaze /  Marc / 

มาร์ค กามิกาเซ่ เปิดตัวซิงเกิ้ลแรก พร้อมชวนบอกรัก แมนๆ ไปเลย หลังจากเปิดตัวในฐานะ กามิกาเซ่ นิวคัมเมอร์ ก็ทำให้นักร้องหนุ่ม มาร์ค-ธนัท รัตนสิริพันธ์ ได้กระแสตอบรับแรงจนมีแฟนคลับติดตามในไอจีพุ่งสูงกว่าแสนคนภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว บวกกับความสามารถทางด้านดนตรี การเล่นกีตาร์ ตีกลอง รวมถึงยังผ่านเวทีการประกวดร้องเพลง อีกทั้งยังผ่านงานโฆษณาทั้งในและต่างประเทศมากมาย ซึ่งล่าสุด ค่ายกามิกาเซ่ ก็ไม่รอช้าปล่อยซิงเกิ้ลแรกเพลง แมนๆ ไปเลย (Now or Never) ออกมาทันที โดยหนุ่ม มาร์ค เผยว่า “ดีใจมากครับที่ได้มีซิงเกิ้ลแรกเป็นของตัวเอง ชื่อเพลง แมนๆ ไปเลย เป็นเพลงแนวป๊อป จังหวะสนุก โดดเด่นด้วยเสียงกีตาร์ที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวที่มีเนื้อหามาจากตัวมาร์ค ซึ่งเป็นเรื่องราวความรู้สึกของการมองโลกในแง่ดี ในเรื่องความรัก เป็นการพูดผ่านเพลงว่าถ้ารู้ตัวว่าชอบใคร ก็จริงใจกันหน่อย ทำไมต้องกั๊ก ก็พูดตรงๆ รักก็บอกออกไปแมนๆ ไปเลย เพลงนี้เป็นเพลงที่ฟังติดหูง่าย ส่วนชุดคอนเซ็ปต์จะเป็นชุดยูนิฟอร์มนักเรียนญี่ปุ่นที่เข้ากับตัวมาร์ค สำหรับเพลงนี้มาร์คก็ตั้งใจทำงานมากๆ อยากจะฝากให้ทุกคนลองติดตามฟังกันดูครับ” สามารถติดตามฟังเพลง แมนๆ ไปเลย (Now or Never) ซิงเกิ้ลแรกของศิลปิน มาร์ค จากค่ายกามิกาเซ่ ในเครืออาร์เอสฯ ได้แล้ววันนี้ หรือติดตามทุกความเคลื่อนไหว www.ilovekamikaze.com มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

เด้ง3ผกก.ตร.น้ำเอี่ยวส่วยน้ำมันเถื่อนจ่อถอดยศพงศ์พัฒน์
ข่าวล่าสุด /  ตำรวจฆ่าตัวตาย / 

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งให้ 3 ผกก.ตร.น้ำ เอี่ยวส่วยน้ำมันเถื่อนมาปฏิบัติ ราชการที่ ศปก.ตร. - จ่อถอดยศ "พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์" กับพวก พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้มีคำสั่งให้ พ.ต.อ.วริศร์สิริภ์ ลีละสิริ ผู้กำกับการ 5/ พ.ต.อ.สมชาติ ศุภวุฒิ ผู้กำกับการ 7 กองบังคับการตำรวจน้ำ และ พ.ต.อ.จักรพันธุ์ รัตนเทวมาตย์ ผู้บังคับการเรือจังหวัดชลบุรี ให้มาปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เนื่องจากสอบสวนเบื้องต้นพบว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียกรับสินบนน้ำมันเถื่อนในพื้นที่ภาคใต้ และเพื่อให้การตรวจสอบเรื่องดังกล่าวเป็นไปอย่างโปร่งใส พร้อมยอมรับว่า เตรียมพิจารณาถอดยศ พล.ต.ท.พงศพัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และนายตำรวจที่เกี่ยวข้องและมีการจับกุมดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นสถาบัน และข้อหาอื่น ๆ อย่างน้อย 7 คน แต่ต้องรอพิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมเตรียมพิจารณาออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องและมีพฤติการณ์เดียวแก๊งทวงหนี้เดียวกับผู้ต้องหา 5 ราย ที่ถูกนำตัวฝากขังต่อศาลในวันนี้อีกอย่างน้อย 3 คน ซึ่งทั้งหมดมีพฤติกรรมควบคุมตัวผู้เสียหายไปไว้ย่านพุทธมณฑล เพื่อข่มขู่ทวงหนี้

อ่ำ-จอย สิ้นสุดเส้นทางรัก 12 ปี!!
อ่ำ อัมรินทร์ /  อ่ำ อัมรินทร์ นิติพน / 

กลายเป็นข่าวช็อกวงการบันเทิง!! หลังอดีตนักร้องชื่อดัง อ่ำ อัมรินทร์ ออกมาประกาศหย่าร้างภรรยาคนสวย จอย อัจฉรียา หลังแต่งงานใช้ชีวิตคู่มาตั้งแต่วันที่ 19 พ.ย. 2545 รวมระยะเวลาทั้งหมด 12 ปี ซึ่งทั้งคู่ได้จดทะเบียนหย่าและแยกบ้านกันอยู่ตั้งแต่เดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ด้วยปัญหาหยุมหยิมที่สะสมมานานโดยไม่มีเรื่องมือที่ 3 เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่สุดท้ายก็เลือกยุติความสัมพันธ์ด้วยความเข้าใจ ส่วนสาเหตุที่ปิดบังเรื่องนี้มานานถึง 9 เดือนเพราะลูกสาวคนเดียวอย่าง น้องแอลลี่ ด.ญ.อชิรญา นิติพน วัย 10 ขวบ ขอร้องเอาไว้เพราะไม่อยากเป็นข่าว ทั้งคู่เลยคำนึงถึงความรู้สึกของลูกเป็นหลัก จนเห็นว่าลูกเข้มแข็งพอแล้วที่จะเปิดเผยเรื่องนี้ อ่ำ อัมรินทร์ ยังคงมีผลงานการแสดงบ้าง แต่จะเน้นไปทำงานเบื้องหลังผลิตรายการโทรทัศน์มากมาย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นรายการแนวครอบครัวและกีฬากอล์ฟที่ตัวเองถนัด ผู้ชมจะได้เห็นภาพครอบครัวสุขสันต์ที่ไปไหนไปกันพร้อมหน้า 3 คน พ่อ-แม่-ลูก ตลอดเวลา โดยเฉพาะในรายการของตัวเองที่ให้ น้องแอลลี่ ได้แสดงความสามารถกับการเป็นพิธีกรร่วมกับ คุณพ่อ-คุณแม่ หรือแม้แต่การออกงานอีเว้นท์ต่างๆ ที่ออกงานพร้อมหน้าครอบครัวโชว์ความอบอุ่นเสมอ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาไม่เคยมีข่าวคราวความร้าวฉานจากครอบครัวนี้เลย จนพักหลังในอินสตาแกรมส่วนตัวของทั้งคู่ไม่ค่อยได้โพสต์ภาพครอบครัว พ่อ-แม่-ลูกเหมือนเช่นเคย มีเพียงภาพที่ สาวจอย พา น้องแอลลี่ ไปเที่ยวประเทศอังกฤษตามลำพังสองแม่ลูกเท่านั้น จนมีกระแสข่าวลือเตียงหักว่าฝ่ายหญิงพาลูกหนีไปอยู่เมืองนอก และทั้งคู่ก็ออกมาประกาศหย่าร้างในที่สุด ซึ่งหลังจากนี้ต่างคนต่างก็ยังทำตามหน้าที่พ่อและแม่ดูแลลูกเหมือนเดิม แม้ น้องแอลลี่ จะอยู่กับแม่ แต่ก็อนุญาตให้พ่อมาหาลูกได้ตลอดเวลา และให้ความสำคัญกับการเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวอยู่เสมอ... ขอบคุณภาพจาก IG @ amarinnitibhon, allynitibhon อ่ำ-จอย อ่ำ-จอย-น้องแอลลี่ อ่ำ-จอย-น้องแอลลี่ อ่ำ-จอย-น้องแอลลี่

แก้วนพรัตน์ ประดับกายมีสิริมงคล
สิริมงคล /  เครื่องประดับ / 

แก้วนพรัตน์ คือ แก้ว 9 ประการ คือ เพชร ทับทิม มรกต บุษราคัม โกเมน นิล มุกดา ไพฑูรย์  รวม 9 ชนิด เกจิอาจารย์เจ้ากล่าวไว้ว่าบรรดา แก้วนพรัตน์ หรือเนาวรัตน์ หรือนวรัตน์นั้น ผู้ใดมีไว้ประดับกาย ท่านว่าย่อมมีสิริมงคล แต่ทว่าจะมีประดับทุกคนไปไม่ได้ เพราะแต่ละอย่างชนิดราคาแพงมาก และบางชนิดให้ทั้งคุณและโทษกับผู้เป็นเจ้าของด้วย ทางโหราศาสตร์จึงวางหลักไว้ว่า ท่านผู้เกิดวันเดือน ปีนั้น ๆ ควรมีหรือประดับแก้วชนิดใดจึงจะเป็นสิริมงคลกับตัวและคุ้มครอบครัวได้ในคติ ความเชื่อของอินเดียโบราณ มีเพียง ๙ ชนิด เรียกว่า นพรัตน์ หรือเนาวรัตน์ ส่วนพลอยอย่างอื่นๆถือว่าด้อยค่ากว่านี้ เรียกรวมกันว่า “อัญมณี” ไทยเรียกนพรัตน์ว่า “แก้วเก้าประการ” คติโบราณาจารย์ ท่านผูกเป็นโคลงกลอนสอดคล้องกัน เพื่อจดจำง่าย ๆ  อย่างนี้ คือ เพชรดี (diamond) มณีแดง (ruby) เขียวใสแสง มรกต (emerald) เหลืองใสสด บุษราคัม (Topaz or yellow sapphire) แดง แก่ก่ำโกเมนเอก (garnet) สีหมอกเมฆนิลกาฬ (blue sapphire) มุกดาหาร สีหมอกมัว (moonstone) แดงสลัว เพทาย ( red zircon) สังวาลสายไพฑูรย์ (chrysoberyl) ลักษณะสีของแก้ว 9 ประการ แก้วนพรัตน์ คือ แก้ว 9 ประการ คือ เพชร ทับทิม มรกต บุษราคัม โกเมน นิล มุกดา ไพฑูรย์  รวม 9 ชนิด ๑. เพชร ที่เราทราบกันว่าแก้ววิเชียร นั่นเอง มีสีขาวเป็นประกายแวววาว เมื่อถูกแสงไฟหรือแสงแดด ราคาแพงมาก คุณลักษณะแข็งที่สุด เพชร ให้พลัง ให้ความเจริญด้วยสมบัติ แข็งแกร่ง ศัตรูทำอันตรายไม่ได้ ๒. ทับทิม เป็นพลอยสีแดง มีมากในจังหวัดจันทบุรี ทับทิม ช่วยให้สุขภาพดีไม่เจ็บไข้ ๓. มรกต เป็นแก้วสีเขียวใบไม้ หายาก ราคาจึงค่อนข้างแพง นิยมนำมาแกะพระพุทธรูปบูชา และทำสร้อยคอ หัวแหวน  มรกต ป้องกันการทำร้าย ๔. บุษราคัม เป็นพลอยสีเหลือง น้ำทองคำ มีประกายเล็กน้อย นิยมทำหัวแหวน และสร้อยข้อมือบุษราคัม ช่วยให้อายุยืน ๕. โกเมน เป็นพลอย สีแดงเข้มค่อนข้างดำ สีแก่กว่าทับทิม โกเมน ผู้อื่นจะเคารพนับถือ ๖. นิล  เป็นพลอยสีดำ หรือสีขาบ ดำสนิทแข็งดุจหิน มีมากทางจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี นิล ทำให้จิตใจเป็นสุข ๗. มุกดา เป็นแก้วไข่มุก สีขาวนวลหมอก ๆ คล้ายไข่มุก มุกดา ป้องกันอันตรายจากงูและสัตว์อื่น ๘. เพทาย เป็นพลอยสีแดงสลัว ๆ ขุ่น ๆ มัว ๆ เพทาย นำโชคลาภ ๙. ไพฑูรย์  เป็นพลอยสีเขียว มีน้ำเป็นรุ้งกลอกไปมา บางท่านเรียกว่า “เพชรตาแมว” หรือ “แก้วสีไม้ไผ่  ไพฑูรย์ ชัยชนะ ในตำราพรหมชาติซึ่งเป็นตำราโหร กล่าวไว้ว่า แก้วนพรัตน์ เป็นสิ่งมงคลก็จริง แต่ว่าจะต้องเลือกประดับให้เหมาะกับเจ้าของ มิฉะนั้นจะเกิดโทษ จึงวางหลักเอาไว้ดังนี้ ผู้เกิดปีชวด ปีระกา ควรประดับ โกเมน ผู้เกิดปีฉลู ปีมะแม ควรประดับ มุกดา ผู้เกิดปีขาล ควรประดับ เพทาย ผู้เกิดปีเถาะ ควรประดับ ไพฑูรย์ หรือมรกต ผู้เกิดปีมะโรง ปีกุน ควรประดับ ไพฑูรย์ ผู้เกิดปีมะเส็ง ควรประดับ เพชร ผู้เกิดปีมะเมีย ควรประดับ นิล ผู้เกิดปีวอก ควรประดับ บุษราคัม ผู้เกิดปีจอ ควรประดับ มรกต แก้วนพรัตน์  นวรัตน์ นพเก้า หรือ แก้วเก้าประการ  เป็นอัญมณี 9 ชนิดอันได้แก่ เพชร ทับทิม มรกต บุษราคัม โกเมน ไพลิน ไข่มุก เพทาย และไพฑูรย์ ที่ถือกันว่าถ้าผู้ใดมีไว้ครอบครองครบทั้งหมดก็จะถือเป็นสิริมงคลอย่างสูง สุด ซึ่งเป็นความเชื่อของผู้คนที่มีมาแต่โบราณกาลที่เชื่อกันว่าอัญมณีหรือเพชร พลอยทั้ง 9 ชนิดที่เรียกว่า “ นพรัตน์ ” นั้น ถือเป็นสัญลักษณ์ของดาวนพเคราะห์ ขอบคุณข้อมูลจาก store.paszo,buygemstoneinfo.blogspot ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต

สุดยอดความน่าทึ่งกับ 10 ความเชื่อเรื่อง นาฬิกา
10 ความเชื่อเรื่องนาฬิกา /  ความเชื่อ / 

ใครจะรู้บ้างว่านอกจาก นาฬิกา จะมีหน้าที่บอกเวลาแล้ว นาฬิกา ยังจัดได้ว่าเป็นวัตถุมงคล และเป็นสัญลักษณ์แห่งโชคลาภมากมายด้วยเช่นกัน และนี่คือ 10 ความเชื่อเกี่ยวกับ นาฬิกา ที่คุณควรได้รู้ จะมีอะไรบ้างนั้น เราลองไปดูกัน นาฬิกา สำหรับ นาฬิกา ถือว่าเป็นเครื่องประดับ และเป็นของใช้ที่สำคัญสิ่งหนึ่งในการใช้ชีวิต เพราะมันทำหน้าที่เป็นเครื่องบ่งบอกเวลาให้เราได้รู้ว่าเราควรทำอะไร เวลาไหน นอกจากนี้มันยังทำหน้าที่เป็นเครื่องประดับบ่งบอกสไตล์และสเตตัสของผู้สวมใส่ และนี่คือ 10 ความเชื่อเกี่ยวกับ นาฬิกา 1 ตำแหน่งที่แขวนนาฬิกา ตำแหน่งในการแขวน นาฬิกา บางคนอาจไม่ให้ความสำคัญเท่าไหร่ อยากจะแขวนไว้ตรงไหนก็ตามแต่ความพึงพอใจ โดยหารู้ไม่ว่ามันอาจส่งผลต่อชีวิตของคุณได้อย่างไม่คาดฝัน โบราณเชื่อว่าการแขวน นาฬิกา ต้องไม่แขวนไว้ตรงกันข้ามกับประตูบ้านพอดี เพราะมันจะเป็นสิ่งแรกที่เราได้เห็นเวลาเข้าบ้าน เชื่อกันว่าเป็นการเร่งวันเร่งคืนให้คนที่เดินเข้าบ้านนี้ (โดยเฉพาะตัวเจ้าของบ้าน) หมดอายุขัยเร็วๆ 2 ไม่ควรปล่อยให้นาฬิกาตาย ความเชื่อนี้เชื่อกันมากในหมู่ชาวจีน โดยเชื่อว่าการเดินของ นาฬิกา เป็นสัญลักษณ์แห่งอายุขัย เป็นความก้าวหน้า ความราบรื่น และการหมุนเวียนของพลังงานที่ดี เมื่อนาฬิกาตาย โชคลาภ พลังแห่งความก้าวหน้าที่มากับ นาฬิกา ก็จะพลอยตายไปด้วย นาฬิกาประเภทที่เดินยาวนานที่สุดก็คือ นาฬิกาสี่ร้อยวันตั้งโต๊ะที่มีครอบแก้ว โดยไขลานเพียงครั้งเดียว แต่ยังมีนาฬิกาที่เดินนานที่สุดที่นักสะสมนาฬิกามักบอกว่าเดินกันชั่วชีวิต คือ นาฬิกา Almos เป็นนาฬิกาที่เดินด้วยความกดอากาศหรืออุณหภูมิ โดยใช้หลักการในทุก ๆ 4 นาที อุณหภูมิของอากาศจะเปลี่ยนขึ้นลงตลอดเวลา 3 นาฬิการูปแปดเหลี่ยม (โป๊ยก่วย) ในประเทศจีนบ้านที่ตั้งอยู่ในฮวงจุ้ยไม่ดี เช่น บนทางสามแพร่ง หรือมีถนนตัดเข้ามาถึงหน้าบ้าน จะแขวน นาฬิกา รูปแปดเหลี่ยมที่เรียกว่านาฬิกาโป๊ยก่วยไว้ เพื่อใช้แก้อาถรรพ์ นาฬิกา ชนิดนี้เหมือนยันต์แปดทิศ และมีพลังหยินหยางแฝงอยู่ในตัวสมบูรณ์ สามารถขับไล่ภูตผีปีศาจทุกเวอร์ชั่นไม่ให้เข้ามาเป็นแขกกิตติมศักดิ์ในบ้าน ชาวจีนเชื่อว่าในบ้านควรมีนาฬิกาทรงกลมอย่างน้อยหนึ่งอัน เพราะทรงกลมของมันคล้ายกับเหรียญเงิน เจ้าของบ้านจะได้มีเงินทอง ทั้งลาภจริงลาภลอยไหลเข้าบ้านไม่ขาดสาย ความเชื่อเรื่องนาฬิกา 4 นาฬิกาซิกโซ่ นาฬิกาตั้งพื้นที่นิยมนำมามอบเป็นของขวัญที่ระลึกวันเปิดร้านหรือเริ่มต้นกิจการอะไรใหม่ๆ ซึ่งกระจกด้านหน้าที่มีข้อความเขียนคำอวยพรเป็นภาษาจีนที่ล้วนแต่เป็นคำมงคลเกี่ยวกับโชคลาภ ความเจริญรุ่งเรือง ร้อยละเก้าสิบของ นาฬิกา ประเภทนี้จะมีคำอวยพรทั้งนั้น นักสะสมบางคนชอบเก็บสะสมคำอวยพรไว้ซึ่งเป็นความหมายที่ดี 5 เสียงตีของนาฬิกา เป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศ ชื่อเสียง ความเกรียงไกร และช่วยกล่อมจิตใจเจ้าของบ้านให้ร่มเย็นเป็นสุข  นาฬิกา ที่เอาแต่บอกเวลาแต่ไม่ตีจึงถือว่าไม่ใช่นาฬิกาที่ดี ถ้าเอาเข้ามาแขวนคนในบ้านนั้นจะมีแต่ความเร่งร้อน ต้องทำงานหนักงกๆ จนไม่มีเวลาพักผ่อนและจิตใจก็หาความสุขไม่ได้ 6 หน้าปัดนาฬิกาสะท้อนตัวตนของคนใส่ คนที่เชื่อเรื่อง นาฬิกา จึงนิยมใส่นาฬิกาหน้าปัดใหญ่ๆ เพื่อเพิ่มสิริมงคลให้ตัวเองดูภูมิฐาน ชีวิตอุดมสมบูรณ์ ทำมาค้าขึ้น และจะเน้นหน้าปัดที่เป็นกระเบื้อง เพราะกระเบื้องมีความเงางามเป็นมันสดใสไม่มัวหมองง่ายๆ แม้จะเก่าแค่ไหนก็ตาม โชคชะตาของคนใส่จะได้สดใสไม่มีวันเสื่อมไปด้วย 7 สีมงคลประจำวันเกิด สีประจำวันเกิดน่าจะเป็นสีที่ส่งผลต่อความสุขความเจริญ ประจำราศีเกิดของคนนั้น หน้าปัดของ นาฬิกา ที่มีสีต่างๆ ก็ควรจะเลือกตามสีวันเกิดหรือราศีเกิดของตัวเอง เพื่อช่วยเสริมพลังชีวิตให้เจริญก้าวหน้า 10 ความเชื่อเรื่องนาฬิกา 8 หัวโขนของนาฬิกา คนจีนสั่งสอนกันมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตาทวดว่า นาฬิกา ที่มีรูปม้าและนกอินทรีอยู่ด้านบนสุด ถือว่าเป็นนาฬิกาซูเปอร์เฮง เฮงจริง เฮงจัง ควรมีไว้เป็นเครื่องรางประจำบ้าน เพราะม้าเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีและความสมหวัง เจ้าของบ้านจะทำอะไรก็สำเร็จได้ผลดีไปหมดทุกอย่าง แต่มีข้อแม้ว่าต้องเป็นม้าสีทอง สีเงิน และสีน้ำตาลเท่านั้น ส่วนม้าสีดำเป็นม้าแห่งความตายลูกหลานคนไหนทะเล้นอุ้มเข้าบ้านมีหวังถูกด่าจนหูชา สำหรับนกอินทรีนั้นเป็นสัญลักษณ์ของความสง่างาม วาสนาอันสูงส่ง การเริ่มต้นที่ดีและความรุ่งเรือง ยิ่งถ้านกตัวนั้นทำท่าเหินร่อนเหมือนจะบินก็ยิ่งเป็นอภิชาตนก เหมาะจะตั้งไว้ในห้องรับแขกให้เป็นสิริมงคลกับครอบครัว เพราะนกตัวนี้จะเรียกเงินทองโชคลาภและความเจริญรุ่งเรืองมาให้วงศ์ตระกูล นาฬิกาที่มีรูปสิงโตอยู่ด้านบนเป็นของมงคลยอดฮิตอีกอย่างหนึ่งของชาวจีน เชื่อว่ามีแล้วลูกชายบ้านนั้นจะเจริญก้าวหน้า มีความเข้มแข็งและได้เป็นผู้นำหรือเป็นเจ้าคนนายคน เหมือนสิงโตเจ้าป่ายังไงยังงั้น 9 หน้าปัดนาฬิกาที่ดี ควรทำจากกระจกที่เจียระไนเหลี่ยมมุมให้สะท้อนแสงได้คล้ายเพชร กระจกแบบนี้จะสะท้อนพลังงานดีๆ ไปทั่วบ้าน ช่วยให้คนที่อาศัยมีแต่ความสุข ปลอดโปร่งใจ ฐานะการเงินก็มั่นคงไม่ต้องวิ่งหนีเจ้าหนี้กันขาขวิด 10 พระจันทร์ยิ้ม เชื่อว่าพระอาทิตย์-พระจันทร์ เป็นตัวแทนแห่งพลังหยิน-หยาง หมุนเวียนสลับสับเปลี่ยนกัน ถือว่าเป็นมงคลนัก เต็มไปด้วยพลังแห่งความกระตือรือร้น ไม่เฉื่อยชา พระจันทร์เป็นสัญลักษณ์แห่งความร่มเย็นจิตใจที่อ่อนโยน และจะนำเรื่องความรักความเมตตามาสู่ท่านด้วย มิน่าล่ะ นาฬิกา พระจันทร์ยิ้มถึงแพงและหายาก ก็เพราะเป็นแบบนี้นี่เอง และนี่ก็คือ10 ลักษณะนาฬิกาที่เป็นมงคล โดยที่กล่าวมานี้ เป็นความเชื่อส่วนหนึ่งที่ยึดถือกันมาแต่ครั้งโบราณ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากวุ่นวายอะไรนัก การที่เราจะเชื่อหรือยึดถือปฏิบัติตามเพื่อความสบายใจของการใช้ชีวิตและการอยู่อาศัยก็ไม่เรื่องเสียหายอะไร ขอบคุณข้อมูลจาก blog.dealfish.co.th

9คำสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
5ธันวาคม /  วันพ่อ / 

เนื่องในวันที่ 5 ธันวาคม นี้เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  เอ็มไทยนิวส์ขอน้อมนำ พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเผยแพร่เพื่อเป็นประโยชน์และสิริมงคลแก่ชีวิต ซึ่งพระบรมราโชวาทที่คัดเลือกมานี้สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันและแก้ไขปัญหาการทำงานได้ด้วย 1.คนดี "ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดี และคนไม่ดี ไม่มีใครที่จะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดี ไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้" (พระบรมราโชวาทในพิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ จังหวัดชลบุรี 11 ธันวาคม 2512) 2.อนาคตทำนายได้ "ทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เกิดที่เป็นอยู่แก่เราในวันนี้ ย่อมมีต้นเรื่องมาก่อน ต้นเรื่องนั้นคือ เหตุ สิ่งที่ได้รับคือ ผล และผลที่ท่านมีความรู้อยู่ขณะนี้ จะเป็นเหตุให้เกิดผลอย่างอื่นต่อไปอีก คือ ทำให้สามารถใช้ความรู้ที่มีอยู่ทำงานที่ต้องการได้ แล้วการทำงานของท่าน ก็จะเป็นเหตุให้เกิดผลอื่นๆ ต่อเนื่องกันไปอีก ไม่หยุดยั้ง ดังนั้นที่พูดกันว่า ให้พิจารณาเหตุผลให้ดีนั้น กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ให้พิจารณาการกระทำหรือกรรมของตนให้ดีนั่นเอง คนเราโดยมากมักนึกว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรเราทราบไม่ได้แต่ที่จริงเราย่อมจะทราบได้บ้างเหมือนกัน เพราอนาคต ก็คือ ผลของการกระทำในปัจจุบัน" (พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 8 กรกฎาคม 2519) 3.ความดี "การทำดีนั้นทำยากและเห็นผลช้า แต่ก็จำเป็นต้องทำ เพราะหาไม่ความชั่วซึ่งทำได้ง่าย จะเข้ามาแทนที่และจะพอกพูนขึ้นอย่างรวดเร็ซโดยไม่ทันรู้สึกตัว แต่ละคนจึงต้องตั้งใจและเพียรพยายามให้สุดกำลัง ในการสร้างเสริมและสะสมความดี" (พระบรมราโชวาทพระราชทาน แก่ผู้สำเร็จการศึกษา ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ สวนอัมพร 14 สิงหาคม 2525) 4.การทำงาน "เมื่อมีโอกาสและมีงานทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้ หรือเงื่อนไขอันใด ไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใด ย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยัน และ ความซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" (พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร วิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา 8 กรกฎาคม 2530) 5.คุณธรรมของคน "ประการแรก คือ ความซื่อสัตย์ ประการที่สอง คือ การรู้จักข่มใจฝึกใจตนเอง ให้ประพฤติปฏิบัติอยู่ในความสัตย์ความดีนั้น ประการที่สาม คือ การอดทน อดกลั้น และอดออมที่จะไม่ประพฤติล่วงความสัตย์สุจริต ประการที่สี่ คือ การรู้จักละวางความชั่ว ความทุจริต และรู้จักสละประโยชน์ส่วนน้อยของตน เพื่อประโยชน์ส่วนรวมคุณธรรมสี่ประการนี้ ถ้าแต่ละคนพยายามปลูกฝังและบำรุงให้เจริญงอกงาม จะช่วยให้ประเทศชาติบังเกิดความสุขความร่มเย็นและมีโอกาสที่จะปรับปรุงพัฒนาให้มั่นคงก้าวหน้าต่อไป" (พระบรมราโชวาท ในพิธีบรวงสรวง สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า 5 เมษายน 2535) 6.ความเพียร "ความเพียรที่ถูกต้องเป็นธรรม และพึงประสงค์นั้นคือความเพียรที่จะกำจัดความเสื่อมให้หมดไป และระวังป้องกันมิให้เกิดขึ้นใหม่ อย่างหนึ่ง กับความเพียรที่จะสร้างสรรค์ความดีงาม ให้บังเกิดขึ้นและระวังรักษามิให้เสื่อมสิ้นไป อย่างหนึ่ง ความเพียรทั้งสองประการนี้ เป็นอุปการะอย่างสำคัญ ต่อการปฏิบัติตน ปฏิบัติงาน ถ้าทุกคนในชาติจะได้ตั้งตนตั้งใจอยู่ในความเพียรดังกล่าว ประโยชน์และความสุขก็จะบังเกิดขึ้นพร้อม ทั้งแก่ส่วนตัวและส่วนรวม" (พระราชดำรัสพระราชทานในพิธีกาญจนาภิเษก ทรงครองราชย์ ครบ 50 ปี พ.ศ.2539) 7.แก้ปัญหาด้วยปัญญา "ปัญหาทุกอย่างไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ มีทางแก้ไขได้ ถ้ารู้จักคิดให้ดี ปฏิบัติให้ถูก การคิดได้ดีนั้น มิใช่การคิดได้ด้วยลูกคิด หรือด้วยสมองกล เพราะโลกเราในปัจจุบันจะวิวัฒนาการไปมากเพียงใดก็ตาม ก็ยังไมมีเครื่องมืออันวิเศษชนิดใด สามารถขบคิดแก้ไขปัญหาต่างๆได้อย่างสมบูรณ์ การขบคิดวินิจฉัยปัญหา จึงต้องใช้สติปัญญา คือคิดด้วยสติรู้ตัวอยู่เสมอ เพื่อหยุดยั้งและป้องกันความประมาทผิดพลาด และอคติต่างๆมิให้เกิดขึ้น ช่วยให้การใช้ปัญญาพิจารณาปัญหาต่างๆ เป็นไปอย่างเที่ยงตรง ทำให้เห็นเหตุเห็นผลที่เกี่ยวเนื่องกันเป็นกระบวนการได้กระจ่างชัด ทุกขั้นตอน" (พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 1 สิงหาคม 2539) 8. คนเราจะต้องรับและจะต้องให้ "คนเราจะเอาแต่ได้ไม่ได้ คนเราจะต้องรับและจะต้องให้ หมายความว่าต่อไป และเดี๋ยวนี้ด้วยเมื่อรับสิ่งของใดมา ก็จะต้องพยายามให้ ในการให้นั้น ให้ได้โดยพยายามที่จะสร้างความสามัคคีให้หมู่คณะและในชาติ ทำให้หมู่คณะและชาติประชาชนทั้งหลายมีความไว้ใจซึ่งกันและกันได้ ช่วยที่ไหนได้ก็ช่วย ด้วยจิตใจที่เผื่อแผ่โดยแท้" (พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น วันที่ 20 เมษายน 2521) 9.พูดจริง ทำจริง  "ผู้หนักแน่นในสัจจะพูดอย่างไร ทำอย่างนั้น จึงได้รับความสำเร็จ พร้อมทั้งความศรัทธาเชื่อถือและความยกย่องสรรเสริญ จากคนทุกฝ่าย การพูดแล้วทำ คือ พูดจริง ทำจริง จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมเกียรติคุณของบุคคลให้เด่นชัด และสร้างเสริมความดี ความเจริญ ให้เกิดขึ้นทั้งแก่บุคคลและส่วนรวม" (พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ 10 กรกฎาคม 2540) MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก เว็บไซต์ oknation

รวมสถานที่สวดมนต์ข้ามปี 2558 ทั่วประเทศ
ชาวพุทธ /  ประเพณี / 

ช่วงหลายปีหลังมานี้ ประชาชนเริ่มจะหันมาสวดมนต์ข้ามปีกันมากขึ้น แทนการไปเคาท์ดาวน์ในเมือง หรือปาร์ตี้สังสรรค์ตามสถานบันเทิง เป็นนิมิตหมายอันดีต่อพระพุทธศาสนา ที่พุทธศาสนิกชน เห็นคุณค่าทางธรรม ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ล้วนเป็นสิ่งที่ดีทั้งสิ้น รวมสถานที่สวดมนต์ข้ามปี 2558 ทั่วประเทศ ขอบคุณภาพจาก thaiindexnews.com Travel.mthai.com ได้หาข้อมูล รวมสถานที่สวดมนต์ข้ามปี 2558 จากทั่วประเทศ มาให้ทุกท่านได้เลือกกัน ไม่ว่าจะเป็นวัด สถานปฏิบัติธรรมต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ซึ่งปีนี้จัดกันหลายแห่งมาก บ้านใครใกล้ที่ไหน ก็สามารถไปได้อย่างสะดวก มาร่วมอิ่มบุญรับปีใหม่ ด้วยการสวดมนต์ข้ามปี เสริมศิริมงคลกัน เพื่อเป็นพลังใจในการสู้กับอุปสรรคปัญหาตลอดทั้งปีหน้า สถานที่หลัก สวดมนต์ข้ามปีภายในกรุงเทพฯ - วัดศรีบุญเรือง บางกะปิ กรุงเทพฯ - วัดสังข์กระจาย เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ - ยุวพุทธิกสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ เขตภาษีเจริญ จ.กรุงเทพฯ - วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรุงเทพฯ รายชื่อวัดที่จัดงานเมื่อปีที่แล้วในเขตกรุงเทพ ที่คาดว่าปีนี้น่าจะจัดอีก ขอบคุณภาพจาก cpall.co.th 1. วัดยานนาวา เขตสาทร 2. วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เขตป้อมปราบฯ 3. วัดภาษี เขตวัฒนา กทม. 4. วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร เขตบางขุนเทียน 5. วัดชัยพฤกษ์มาลา เขตตลิ่งชัน 6. วัดสุวรรณประสิทธิ์ เขตบึงกุ่ม 7. สมาคมส่งเสริมความดีสากล 8. วัดทุ่งลานนา เขตประเวศ กทม. 9. วัดพรหมวงศาราม เขตดินแดง 10. วัดเทพลีลา เขตบางกะปิ 11. วัดพระศรีมหาธาตุ เขตบางเขน 12. วัดเจริญธรรมาราม เขตสายไหม 13. วัดราชาธิวาสราชวรวิหาร เขตดุสิต 14. วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร เขตพระนคร 15. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร เขตพระนคร 16. วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เขตพระนคร 17. วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เขตสัมพันธวงศ์ 18. วัดปทุมคงคาราชวรวิหาร เขตสัมพันธวงศ์ 19. วัดบางเตย เขตบึงกุ่ม 20. วัดชัยชนะสงครามราชวรมหาวิหาร เขตพระนคร 21. วัดมหรรณพารามวรวิหาร เขตดุสิต 22. วัดพิชัยญาติการามวรวิหาร เขตบางกอกน้อย 23. วัดอุดมรังสี เขตหนองแขม 24. วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก เขตห้วยขวาง 25. วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร เขตป้อมปราบฯ ฯ 26. วัดศิริพงษ์ธรรมนิมิต เขตบางเขน 27. วัดราชสิงขร บางคอแหลม 28. วัดดาวดึงษ์ เขตบางพลัด 29. วัดมหาพฤฒารามวรวิหาร เขตบางรัก 30. วัดธรรมมงคล เขตพระโขนง 31. วัดหัวลำโพง เขตบางรัก 32. วัดบางโพโอมาวาส เขตบางซื่อ 33. วัดสร้อยทอง เขตบางซื่อ 34. วัดบวรนิเวศวิหาร เขตพระนคร 35. วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร 36. วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เขตดุสิต 37. วัดประยุรวงศาวาส เขตธนบุรี 38. วัดกัลยาณมิตร เขตธนบุรี 39. วัดราชคฤห์ เขตธนบุรี 40. วัดจันทร์ประดิษฐาราม เขตตลิ่งชัน 41. วัดราชสิทธาราม เขตบางกอกใหญ่ 42. วัดนาคกลาง เขตบางกอกใหญ่ 43. วัดใหม่พิเรนท์ เขตบางกอกใหญ่ 44. วัดสุวรรณคีรี เขตบางกอกน้อย 45. วัดเทพนารี เขตบางพลัด 46. วัดดอนเมือง เขตดอนเมือง 47. วัดเวฬุวนาราม เขตดอนเมือง 48. วัดเวฬุวนาราม เขตดอนเมือง 49. วัดราชโอรสาราม เขตจอมทอง 50. วัดนางนอง เขตจอมทอง 51. วัดทองนพคุณ เขตคลองสาน 52. วัดอัปสรสวรรค์ เขตภาษีเจริญ 53. วัดอุดมรังสี เขตหนองแขม 54. วัดคู้บอน เขตคลองสามวา 55. วัดบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ 56. วัดบุณยประดิษฐ์ เขตบางแค 57. วัดหนองจอก เขตหนองจอก รายชื่อวัด ตามสถานีรถไฟฟ้า BTS / MRT สถานที่หลัก สวดมนต์ข้ามปีต่างจังหวัด ขอบคุณภาพจาก dmc.tv - ต้นบุญธรรมสถาณ จ.ชลบุรี - วัดป่าปฐมชัย ต.หนองปากโลง อ.เมือง จ.นครปฐม - สำนักปฎิบัติ 'แสงธรรมส่องชีวิต' ต.โคกแย้ อ.หนองแค จ.สระบุรี - วัดใหญ่ชัยมงคล จ.อยุธยา - วัดปัญญานันทาราม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี - ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จ.ปทุมธานี รายชื่อวัดที่จัดงานเมื่อปีที่แล้วในต่างจังหวัด ที่คาดว่าปีนี้น่าจะจัดอีก ภาคกลาง  ตะวันออก และตะวันตก อยุธยา 1. วัดใหญ่ชัยมงคล อ.พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี 1. วัดปัญญานันทาราม อ.คลองหลวง 2. วัดสายไหม อ.ลำลูกกา 3. วัดโบสถ์ อ.สามโคก 4. ยุวพุทธิกสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ อ.คลองหลวง 5. องค์การบริหารส่วนตำบลคลองสาม 6. สมาคมวัฒนธรรมเพื่อความดีสากล นนทบุรี 1. วัดไผ่เหลือง อ.บางบัวทอง 2. วัดเฉลิมพระเกียรติ อ.เมือง ฉะเชิงเทรา 1. วัดบางแก้ว อ.เมือง 2. วัดหนองเสือ อ.พนมสารคาม 3. วัดโสธรวราราม อ.เมือง 4. วัดเขาดิน อ.บางปะกง ชลบุรี 1. วัดเกาะแก้วคลองหลวง อ.พนัสนิคม 2. วัดบ้านในบน อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี 3. สวนธรรมนรารัตน์วันชัยขันติภาวนาบารมี อ.ศรีราชา 4. วัดเขาบ่อกวางทอง ม.4ต.บ่อกวางทอง อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี ราชบุรี 1. วัดหนองตาเนิด อ.จอมบึง 2. วัดหนองโพ อ.โพธาราม 3. วัดมหาธาตุวรวิหาร อ.เมือง ปราจีนบุรี 1. วัดหลวงบดินทร์เดชา อ.กบินทร์บุรี 2. วัดหลวงบดินทร์เดชา อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี 3. วัดป่ามะไฟ อ.เมือง 4. วัดมะกรูด อ.กบินทร์บุรี 5. วัดพันศรี อ.กบินทร์บุรี สระแก้ว             วัดนครธรรม อ.วัฒนานคร สมุทรปราการ    วัดใหญ่ อ.พระสมุทรเจดีย์ สิงห์บุรี              วัดพระนอนจักรสีห์ อ.เมือง สระบุรี               วัดศรีบุรีรัตนาราม อ.เมือง อ่างทอง            วัดต้นสน อ.เมือง ระยอง              วัดเนินพระ อ.เมือง ตราด 1. วัดไผ่ล้อม อ.เมือง 2. วัดทุ่งไก่ดัก อ.เมือง สุพรรณบุรี 1. วัดป่าเลไลยก์ อ.เมือง 2. วัดสองพี่น้อง อ.สองพี่น้อง 3. วัดสามชุก อ.สามชุก สมุทรสาคร 1. วัดปทุมทองรัตนาราม อ.บ้านแพ้ว 2. วัดป้อมวิเชียรโชติการาม อ.เมือง เพชรบุรี               วัดเขื่อนเพชร อ.ท่ายาง ประจวบคีรีขันธ์    อาศรมสุญญตา อ.ปราณบุรี กาญจนบุรี           วัดหนองอำเภอจีน อ.เลาขวัญ นครปฐม              วัดพระปฐมเจดีย์ อ.เมือง นครนายก            วัดประสิทธิเวช อ.องครักษ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ขอบคุณภาพจาก ubon.go.th นครราชสีมา 1. วัดสระตะเฆ่ อ.โนนไทย 2. วัดโคกศรีษะเกษ อ.ปักธงชัย 3. วัดท่าหลวง อ.พิมาย 4. วัดสุทธจินดา อ.เมือง 5. วัดอิสาน อ.เมือง 6. วัดปอแดง อ.ปักธงชัย 7. วัดต่างตา ต.หนองจะบก อ.เมือง ขอนแก่น 1. วัดพิศาล อ.สีชมพู 2. วัดหนองแวง อ. เมืองขอนแก่น 3. วัดโพธิ์ อ.เมือง มหาสารคาม 1. วัดขุนพรหมดำริ (บ้านอุปราช) อ.เมือง 2. วัดศรีสวัสดิ์ อ.เมือง 3. วัดโสมนัส อ.พยัคฆภูมิพิสัย 4. วัดกลางกุดรัง อ.กุดรัง ร้อยเอ็ด 1. วัดทุ่งรังษี อ.พนมไพร 2. วัดป่าตถตาราม อ.จังหาร จ.ร้อยเอ็ด 3. วัดโพธิการาม อ.โพนสูง 4. วัดสระเกษ อ.สระเกษ 5. วัดท่าสะแบง อ.ทุ่งเขาหลวง 6. วัดเจริญราษฎร์ อ.สุวรรณภูมิ สุรินทร์ 1. วัดดอกจานรัตนาราม อ.รัตนบุรี 2. วัดสะเดารัตนาราม อ.ปราสาท สกลนคร 1. วัดบูรพาภิรมย์ อ.ส่องดาว 2. วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร 3. วัดโนนสว่างภิรมย์ อ.วานรนิวาส อำนาจเจริญ 1. วัดเทพมงคล อ.เมือง 2. วัดมงคลโกวิทาราม อ.เมือง อุบลราชธานี 1. วัดมงคลโกวิทาราม อ.เมือง 2. วัดทุ่งศรีเมือง อ.เมือง กาฬสินธุ์ 1. วัดโพนวิมาน อ.เขาวง 2. วัดเวฬุวัน อ.สหัสขันธ์ 3. วัดสิมนาโก อ.กุฉินารายณ์ 4. วัดชัยมงคลโคกค่าย อ.ยางตลาด ศรีสะเกษ 1. วัดสว่าง อ.กันทรลักษ์ 2. วัดกลางขุขันธ์ ต.ห้วยเหนือ อ.ขุขันธ์ 3. วัดดอนใหญ่ ต.ดวนใหญ่ อ.วังหิน 4. วัดมหาพุทธาราม อ.เมือง 5. วัดศรีห้วยทับทัน อ.ทับทัน 6. วัดบ้านโดด ต.โดด อ.โพธิ์สรีสุวรรณ 7. วัดสิริวราวาส ต.น้ำอ้อม อ.กันทราลักษ์ 8. วัดป่าขันติธรรม อ.กันทรารมย์ บุรีรัมย์ 1. วัดทุ่งโพธิ์ อ.เมือง 2. วัดไผ่น้อย อ.เมือง เลย                วัดศรีบุญเรือง อ.เมือง อุดรธานี         วัดมัฌชิมาวาส อ.เมือง นครพนม       วัดพระธาตุพนม ยโสธร           วัดยางตลาด อ.คำเขื่อนแก้ว ชัยภูมิ            วัดป่าสันติธรรม อ.เมือง หนองคาย 1. วัดโพธิ์ชัย อ.เมือง 2. วัดศรีชมชื่น อ. เมือง 3. วัดปากน้ำ บุ่งสระพัง อ.เมือง ภาคเหนือ  ขอบคุณภาพจาก pakchiangmai.com เชียงใหม่ 1. วัดศรีสุพรรณ อ.เมือง 2. วัดบ้านขุน อ.ฮอด 3. วัดป่าไม้แดง อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ 4. วัดสันกำแพง อ.สันกำแพง 5. วัดพระสิงห์ อ.เมือง 6. ธุดงคสถานล้านนา อ.สันทราย 7. วัดศรีโสดา อ.เมือง พิษณุโลก 1. วัดกำแพงมณี อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก 2. วัดพระศรีรัตนมหาตุวรมหาวิหาร อ.เมือง สุโขทัย 1. วัดท่าเกษม อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย 2. วัดสวรรคาราม อ.สวรรคาราม 3. วัดราษฎร์ศรัทธาทำ อ.ศรีนคร 4. วัดศรีมหาโพธิ์ อ.เมือง 5. วัดไทยชุมพล อ.เมือง ลำปาง 1. วัดสบลืน อ.วังเหนือ 2. วัดปงหอศาล อ.แม่ทะ จ.ลำปาง 3. วัดศรีบุญเรือง อ.เมือง 4. วัดเจดีย์ซาวหลัง อ.เมือง 5. วัดเกาะวาลุการาม อ.เมือง พิจิตร 1. วัดบ้านน้อย อ.โพทะเล 2. วัดท่าหลวง อ.เมือง อุตรดิตถ์ 1. วัดคลองโพธิ์ อ.เมือง 2. วัดหาดสองแคว อ.ตรวน 3. วัดศรีอุทุมพร อ.ลับแล เชียงราย 1. วัดเชตะวัน อ.เมือง 2. วัดพระสิงห์ ถนนสิงหไคล อ. เมือง 3. วัดพระแก้ว อ.เมือง 4. วัดพระธาตุผาเงา อ.เชียงแสน 5. วัดพระยอดขุนพล อ.เวียงป่าเป้า ลำพูน 1. วัดเมืองง่า อ.เมือง 2. วัดพระธาตุหริภุญไชย อ.เมือง 3. ศูนย์อบรมศีลธรรม 4. วัดหนองผำ อ.ป่าซาง พะเยา 1. วัดศรีอุโมงค์คำ อ.เมือง 2. วัดศรีโคมคำ อ. เมือง น่าน                       วัดพระธาตุแช่แห้ง อ.ภูเพียง แพร่                       สำนักสงฆ์ดอยขาน้อย อ.เมือง กำแพงเพชร          วัดบรมธาตุ อ.เมือง แม่ฮ่องสอน            วัดพระธาตุดอยกองมู อ.เมือง เพชรบูรณ์ 1. วัดเพชรวราราม อ.เมือง 2. วัดวังชมพู อ.เมือง พังงา 1. วัดประชุมโยธี อ.เมือง ภาคใต้ ขอบคุณภาพจาก panoramio.com ชุมพร              วัดขันเงิน อ.หลังสวน ระนอง              วัดตะโปทาราม อ.เมือง นครศรีธรรมราช 1. วัดพระพรหม อ.พระพรหม 2. วัดมหาธาตุวรมหาวิหาร อ.เมือง 3. วัดพระบรมธาตุ สงขลา 1. วัดคลองแห อ.หาดใหญ่ 2. วัดโคกสมานคุณ อ.เมือง 3. วัดถาวรวราราม อ.เมือง กระบี่ 1. วัดถ้ำเสือ อ.เมือง 2. วัดไผ่ล้อม อ.เมือง สุราษฎร์ธานี     วัดท่าไทร ต.ท่าทองใหม่ อ.กาญจนดิษฐ์ พัทลุง               วัดถ้ำสุมะโน อ.ศรีนครินทร์ ภูเก็ต                วัดท่าเรือ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ตรัง                  วัดเขาไม้แก้ว อ.สิงกา สตูล                 วัดนิคมพัฒนาราม (ผังเจ็ด) อ.มะนัง นราธิวาส 1. วัดพรหมนิวาส 2. วัดชลธาราวาส ขอบคุณที่มา : variety.horoworld.com  ,  เรียบเรียงโดย : Travel MThai

ผลวิจัยนานาชาติ เผย เด็กไทยขาดความรู้ คอมพิวเตอร์ ติดรองบ๊วย
รองบ๊วย /  สสวท. / 

ผลวิจัยนานาชาติ เผย เด็กไทยขาดความรู้คอมพิวเตอร์ ติดรองบ๊วย วันนี้(25 พ.ย.)นายพินิติ รตะนานุกูล เลขาธิการสภาการศึกษา น.ส.สุพัตรา ผาติวิสันต์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และ นายชัยวุฒิ เลิศวนสิริวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมและการเรียนรู้ สสวท. ได้เปิดเผยผลการศึกษาวิจัยนานาชาติด้านการเรียนรู้คอมพิวเตอร์และสารสนเทศ ICILS ประจำปี 2013 จัดโดยสมาคมนานาชาติที่ทำหน้าที่ประเมินผลด้านการศึกษา(IEA)ที่มีการประเมินผลจากเด็กม.2หรือเกรด8 ใน20ประเทศ โดยจะสุ่มเลือกนักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนละ 20 คน จาก 198 โรงเรียนทั่วประเทศ รวม 3,636 คน ทำข้อสอบกลางผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งผลสำรวจพบว่า ประเทศไทยได้ 373 คะแนน จัดเป็นอันดับที่ 13 จากทั้งหมด 14 ประเทศที่เก็บข้อมูลได้ครบถ้วนตามเกณฑ์ ซึ่งอันดับสุดท้ายคือตุรกี โดยสาเหตุที่คะแนนของไทยต่ำเพราะว่าอยู่ในช่วงที่ประเทศกำลังพัฒนาด้านไอซีที รวมไปถึงพื้นฐานทางสังคมและเศรษฐกิจทั้งของโรงเรียนและผู้ปกครองในระดับต่ำเป็นส่วนใหญ่ นักเรียนไทยมีความสามารถในการใช้งานคอมพิวเตอร์ ให้ทำโปรแกรมประยุกต์ต่าง ๆ สามารถทำได้ แต่เมื่อโจทย์ให้คิดวิเคราะห์ แยกแยะ ประยุกต์ แก้ปัญหา ยังทำได้ไม่ดีนัก ซึ่งมีปัญหาที่คุณครูผู้สอนที่ยังไม่มีความรู้ความมั่นใจด้วย  นอกจากนี้อีกปัจจัยหนึ่งคือนักเรียนไทยไม่มีคอมพิวเตอร์ที่บ้านกว่า28% ในขณะที่ประเทศอื่นที่เข้าร่วมงานวิจัยไม่มีคอมที่บ้านแค่6%เท่านั้น MThai News

5 ท่านผู้หญิง หรือ เลดี้ ของไทย ที่ไม่รู้จัก ไม่ได้
ท่านผู้หญิง /  ศรีรัศมิ์ สุวะดี

ท่านผู้หญิง คือ คำนำหน้านาม ของ สตรีสามัญชนที่สมรส หรือเคยสมรส และได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ตั้งแต่ ชั้นทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ ถึงปฐมจุลจอมเกล้า จึงจะมีคำนำหน้านามว่า "ท่านผู้หญิง" เทียบได้กับคำว่า " เลดี้ " ตามฐานันดรศักดิ์ของอังกฤษ หากสตรีสามัญชนที่มิได้สมรส หากได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าชั้นใดก็ตามจึงใช้คำนำหน้านามว่า " คุณ " ลองมาทำความรู้จักกับท่านผู้หญิง ทั้ง 5 ท่านของไทย ที่คุณ ไม่รู้จักไม่ได้! 1..ท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม (สกุลเดิม: รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์) - พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ หลังจากการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ท่านผู้หญิงทัศนาวลัยจึงได้สานต่อพระกรณียกิจให้ลุล่วง เช่น การดำรงตำแหน่งเป็นประธานที่ปรึกษาพิเศษของกองทุนส่งเสริมดนตรีคลาสสิกในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นต้น 2.ท่านผู้หญิงวิระยา ชวกุล  กรรมการมูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประธานกรรมการ และเลขาธิการมูลนิธิบำรุงขวัญทหาร ตำรวจ อาสาสมัครชายแดน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ประธานกรรมการมูลนิธินพรัช-รัตนโกสินทร์ กรรมการมูลนิธิศาสตราจารย์นายแพทย์หม่อมราชวงศ์กัลยาณกิติ์ กิติยากร 3.ท่านผู้หญิง ดร.สุธาวัลย์ เสถียรไทย เป็นธิดาเพียงคนเดียวของหม่อมหลวงทวีสันต์ ลดาวัลย์ อดีตองคมนตรี กับหม่อมราชวงศ์บุษบา สธนพงศ์ (สกุลเดิม กิติยากร) พระขนิษฐาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และเป็นภรรยาของศาสตราจารย์ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ปัจจุบันท่านลาออกจากราชการมาเป็นนักวิชาการอิสระ และก่อตั้งมูลนิธิสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนด้านวิชาการที่มุ่งดำเนินการศึกษาและวิจัยโดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อนำไปสู่การจัดการที่ดีและมีความเป็นธรรมต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม 4. ท่านผู้หญิงอรนุช อิศรางกูร ณ อยุธยา นางสนองพระโอษฐ์ และผู้อำนวยการฝ่ายจัดจำหน่าย มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และเป็นภริยานายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และรองเลขาธิการพระราชวัง สำนักพระราชวัง 5.พลตรีหญิง ท่านผู้หญิง ศรีรัศมิ์ สุวะดี (เดิมคือพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ) อดีตพระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร (หม่อมศรีรัศมิ์ มหิดล ณ อยุธยา) เรียบเรียงโดย Women MThai Team ภาพจากนิตยสาร LIPS และ wikipedia ข้อควรรู้ ว่าด้วยเรื่องพระยศและคำนำหน้านาม 'ท่านผู้หญิง' ภาพแฟชั่น ท่านผู้หญิง ศรีรัศมิ์ สุวะดี ในชุดผ้าไทย  

อธิบดีกรมพัฒฯ เผย คืบจัดระเบียบขอทานกทม.
ขอทาน /  จัดระเบียบขอทาน / 

อธิบดีกรมพัฒนาสังคม เผยคืบหน้าจัดระเบียบขอทาน กทม. รอบ 2 จับกุมได้ต่อเนื่อง เบื้องต้นคัดแยกออกเป็น 5 กลุ่ม นายอนุสันต์ เทียนทอง รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้าในการจัดระเบียบขอทานในพื้นที่ของกรุงเทพฯ และการจัดการให้ความช่วยเหลือ ว่า การลงพื้นที่จัดระเบียบขอทานในรอบ 2 ก็ได้มีการจับกุมขอทานได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งภายหลังการจับกุมแล้ว ทางกรมพัฒนาสังคมฯ จะมีการแบ่งแยกคัดกรองใน 5 เรื่อง อาทิ ด้านกลุ่มยาเสพติด ด้านอาวุธ ด้านของสุขภาพร่างกาย ด้านสุขภาพจิต และด้านการคัดแยกกลุ่มการค้ามนุษย์ ทั้งนี้ การดำเนินการยังได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในการดูแลจัดการคัดแยกกลุ่มคนที่มา จากการค้ามนุษย์ นอกจากนี้ ยังมีกระทรวงสาธารณสุขดูแลด้านสุขภาพร่างกาย สุขภาพจิต และตำรวจตรวจคนเข้าเมืองในการดำเนินคัดแยกตัวบุคคล และสัญชาติว่าเป็นคนไทยหรือต่างด้าว พร้อมกันนี้ ยังพบว่ามีแม่ที่อุ้มลูกมาขอทาน เบื้องต้นทางกรมพัฒนาสังคมฯ ได้ประสานงานไปยังศูนย์แลกรับคนไร้ที่พึง ที่นนทบุรี เพื่อตรวจพิสูจน์ความเป็นแม่ลูก ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะดำเนินการในการตัดวงจรของกลุ่มการค้ามนุษย์

10 โครงการหลวง น่าเที่ยว ฉลองวันพ่อ 2557
10 สถานที่ /  การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม / 

เนื่องในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จะเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 87 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2557 ทาง Travel.mthai.com ขอนำเสนอ 10 โครงการหลวง น่าเที่ยว ฉลองวันพ่อ ที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริของพระองค์ มาให้ทุกท่านได้ชมกัน เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงพัฒนาพื้นที่ชนบทให้มีทั้งคุณค่าทางธรรมชาติ และวิถีชีวิตของชาวบ้าน ซึ่ง โครงการหลวงของพระองค์นั้นมีอยู่เกือบ 40 แห่ง และนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น 10 โครงการหลวง น่าเที่ยว ฉลองวันพ่อ 2557 ในวันพ่อแห่งชาติ ที่มีวันหยุดติดต่อกัน 3 วันนี้ ใครที่มีโปรแกรมขึ้นเหนือ อย่าลืมแวะไปชมโครงการหลวงต่างๆ กันด้วยนะ หรือจะเอาไว้เที่ยวในวันหยุดสิ้นปี ก็ตามสะดวกเลยครับ รับรองว่าคุณจะต้องประทับใจกลับไปแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร วัฒนธรรม และธรรมชาติ  1. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง จ.เชียงใหม่ สภาพพื้นที่ของโครงการส่วนใหญ่ล้อมด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อน มีแอ่งที่ราบระหว่างภูเขาเพียงเล็กน้อย มีพื้นที่ในความรับผิดชอบ 29,178 ไร่  โดยแบ่งพื้นที่ในการดำเนินการของโครงการประมาณ 30 ไร่ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,300 – 1,400 เมตร มีแม่น้ำสายสำคัญที่ไหลผ่านคือ แม่น้ำขุนวาง  ประชากรในพื้นที่เป็นชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงและม้ง รวมทั้งสิ้น 7 หมู่บ้าน ขึ้นอยู่กับตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงสาธิตไม้ผลเมืองหนาวภายในศูนย์ฯ เช่น องุ่นไร้เมล็ด โรงเรือนวนิลา ฯลฯ - ชมแปลงปลูกผัก โรงเรือนเห็ดเมืองหนาว แปลงปลูกดอกเบญจมาศหลากสีสัน ฯลฯ - สาธิตการเลี้ยงสัตว์ เช่น ไก่ดำ กระต่ายพันธุ์เนื้อ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ชมวิถีชีวิตของชาวเผ่าม้ง และกะเหรี่ยง - ชมการปักผ้า และการตีมีด ฯลฯ - งานปีใหม่ของม้ง จัดช่วงเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคม มีการละเล่น ชาวเขาจะแต่งกายชุดประจำเผ่าสวยงามมาร่วมงานที่ลานกิจกรรมหมู่บ้าน การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - เส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ตามเส้นทางมีพรรณไม้ พืชสมุนไพร และนก ระยะทางเดินประมาณ 3 กิโลเมตร เดินประมาณ 2 ชั่วโมง จะถึงน้ำตกเต๊ะเละโพ (อวบน้อย) ที่มีอ่างเก็บน้ำเหมาะแก่การลงเล่นน้ำ - ชมทุ่งกุหลาบพันปีสีแดง ออกดอกช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ที่บริเวณผาแง่ม ซึ่งเป็นยอดเขาที่มีทิวทัศน์งดงาม - ชมดอกพญาเสือโคร่ง (ซากุระดอย) ซึ่งจะบานสะพรั่งช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคม การเดินทาง ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ 106 กิโลเมตร  ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข  108 (เชียงใหม่-ฮอด) ก่อนถึงอำเภอจอมทอง มีทางแยกขวามือขึ้นดอยอินทนนท์ ตามทางหลวงหมายเลข 1009 ราว หลัก กม. ที่30-31 มีทางแยกทางขวามือผ่านบ้านขุนกลาง จุดกางเต็นท์ป่าสน ตรงไปอีก 16 กิโลเมตร จนถึงบ้านขุนวางสังเกตป้ายโครงการทางขวามือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-939-102, 085-717-0399 2. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยเสี้ยว จ.เชียงใหม่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยเสี้ยว ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2524 เป็นศูนย์ขนาดเล็ก พื้นที่รับผิดชอบ 48.54 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุม 14 หมู่บ้าน 995 ครัวเรือน ประกอบด้วยคนพื้นเมืองและชาวเขาเผ่าม้ง ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบเชิงเขา สูงจากระดับน้ำทะเล 450 เมตร ประกอบด้วยป่าโปร่งผลัดใบ ดิน มีลักษณะเป็นดินร่วนปนทรายและดินลูกรัง ความอุดมสมบูรณ์ต่ำ อุณหภูมิสูงสุด 37 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 11 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝน 1,277 มิลลิเมตรต่อปี การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงสาธิตไม้ผลเขตร้อน เช่น มะละกอ มะม่วง มะปราง พุทรา ขนุน ฯลฯ ที่นี่เป็นแหล่งปลูกมะม่วงหลายชนิด มะม่วงพันธุ์ออร์วิน มะม่วงนวลคำ ที่มีผลขนาดใหญ่ น้ำหนักเกือบ 1 กิโลกรัม รับประทานได้ทั้งดิบและสุก - ชมแปลงสาธิตพืชผักหลายหลากชนิด เช่น มะระขาว มะระหยก ซาโยเต้ ฯลฯ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ชมวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวเขาเผ่าม้ง - ประเพณี ที่น่าสนใจ คือ ประเพณีปีใหม่ม้ง ประเพณีสืบชะตาหลวงประจำหมู่บ้าน จัดขึ้นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี และประเพณีตานข้าวใหม่ จัดขึ้นหลังเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จ ช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคมของทุกปี การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - น้ำตกตาดครก เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มีน้ำตลอดปี มีโขดหินสวยงาม เป็นแหล่งที่มีปลามุงอาศัยอยู่ ซึ่งนับว่าเป็นปลาหายากของประเทศไทย - น้ำตกตาดน้อย เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มีกล้วยไม้ป่า แมลง ผีเสื้อ และเส้นทางเดินชมธรรมชาติ การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทาง 108 เชียงใหม่-ฮอด ประมาณ กม. ที่ 10-11 ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวง 1269 หางดง-สะเมิง ระยะทาง 12 กม. จะพบป้ายโครงการห้วยเสี้ยวด้านซ้าย เข้าถนนลูกรังอีก 3.5 กม. รวมระยะทาง 29 กม. ฤดูฝนการคมนาคมลำบาก สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-248-425, 089-850-6586 3. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน ในปี พ.ศ. 2523 ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อยได้ก่อตั้งขึ้น โดยใช้พื้นที่บ้านดงเป็นที่ทำการ เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเคยทอดพระเนตรเห็นพื้นที่แล้ว ประกอบกับเป็นที่ตั้งของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งเป็นศูนย์กลางพัฒนาการศึกษาแก่เยาวชนในท้องถิ่น โดยมีพื้นที่รับผิดชอบ 91.75 ตารางกิโลเมตร หรือ 57,368 ไร่ ครอบคลุม 14 หมู่บ้าน ประกอบด้วยชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงและเผ่าลั๊ว การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงกาแฟอาราบิก้า พร้อมชิมกาแฟสดรสดีผลิตภัณฑ์คุณภาพจากบ้านห้วยห้อม สวนกาแฟที่ได้รับการรับรอง GAP จากกรมวิชาการเกษตร ส่งจำหน่ายให้กับโครงการหลวง และสตาร์บัคส์ - ชมวิวความสวยงามของนาข้าวแบบขั้นบันได - ชมการทอผ้าขนแกะของกลุ่มแม่บ้านห้วยห้อม มีทั้งผ้าทอขนแกะล้วน และผ้าทอขนแกะผสม การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - พิธีกรรมเซ่นไหว้เจ้าที่เพื่อการเกษตรให้ผลผลิตที่ดี จะเริ่มตั้งแต่การเพาะปลูกไปจนถึงเก็บเกี่ยว - การเรียกขวัญและผูกด้ายขวัญ พิธีนี้กระทำขึ้นในหลายโอกาส อาทิ ขึ้นปีใหม่ แต่งงาน รับขวัญเด็กแรกเกิด การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - น้ำตกทีราชันย์ น้ำตกขนาดกลาง สูง 3 ชั้น ระยะทางห่างจากศูนย์ฯ 6 กิโลเมตร - น้ำตกทีลอเล สูง 5 ชั้น ระยะทางจากศูนย์ฯ 15 กิโลเมตร เดินเท้าต่ออีก 3 กิโลเมตร เหมาะสำหรับการเดินชมธรรมชาติ พรรณไม้ป่า การเดินทาง จากตัวเมืองชียงใหม่ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 108 สายเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน ผ่านแม่สะเรียง มุ่งหน้าอำเภอแม่ลาน้อย ถึง กม.132 ให้เลี้ยวขวาไปตามเส้นทาง 1266 ขึ้นดอยอีก 30 กิโลเมตร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-619-533-4 , 083-324-3062 4. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก จ.เชียงใหม่  ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก ก่อตั้งในปี พ.ศ.2526 เป็นศูนย์ฯ พัฒนาขนาดกลาง ตั้งอยู่ในหุบเขาด้านหลังเทือกดอยอินทนนท์ มีสภาพอากาศเย็นในช่วงฤดูหนาว และเย็นสบายในช่วงฤดูร้อน มีความร่มรื่นทางธรรมชาติ การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงสาธิตแปลงส่งเสริมผลผลิตตามฤดูกาล เช่น เบบี้ฮ่องเต้ โอ๊คลีฟแดง โอ๊คลีฟเขียว คอสสลัด เรดโครอล ร็อคเก็ตสลัด บัตเตอร์เฮด ผักกาดหวาน ฯลฯ - ชมการปลูกผักและสมุนไพรระบบอินทรีย์ เช่น ซุกินี คะน้าเห็ดหอม มะระขาว ฯลฯ - ชมนาขั้นบันไดที่สวยงามของชาวกะเหรี่ยง การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ประเพณีปีใหม่ของชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง มีการละเล่นและเลี้ยงฉลองตามบ้าน ชาวเขาจะแต่งกายด้วยชุดประจำเผ่ามาร่วมงานกันทุกคน - ชมงานหัตถกรรมการทอผ้าของกะเหรี่ยงที่มีลวดลายสวยงาม การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - ปางช้างแม่สะป๊อก น้ำตกแม่สะป๊อก น้ำตกแม่วาง และน้ำตกผาหม่น - ล่องแพไม้ไผ่ชมธรรมชาติลำน้ำแม่วาง บริเวณบ้านสบวิน การเดินทาง ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ 68 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 (สายเชียงใหม่-ฮอด) เมื่อถึงอำเภอสันป่าตอง เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1013 ตรงไปประมาณ 38 กิโลเมตร จากนั้นจะมีทางแยกซ้ายเข้าบ้านแม่สะป๊อกเหนือ  ระยะทางประมาณ 500 เมตร  ถึงที่ทำการศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-318-322 , 085-716-3134 5. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย จ.เชียงใหม่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ตั้งอยู่บริเวณต้นน้ำแม่แรมและแม่สา มีพื้นที่ 21.17 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 13,231 ไร่ สูงจากระดับน้ำทะเล 780-1,430 เมตร ครอบคลุมพื้นที่จำนวน 6 หมู่บ้าน 371 ครัวเรือน ประกอบด้วยชาวเขาเผ่าม้ง เผ่าลีซอ คนพื้นเมืองและจีนยูนนาน นับถือศาสนาพุทธ ศาสนาพุทธลัทธิผี และศาสนาคริสต์ลัทธิผี ซึ่งเข้ามาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ก่อนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงสมุนไพรขนาดใหญ่ เช่น เลมอนทายม์ เลมอนบาล์ม มิ้นต์ คาโมมายล์ โรสแมรี่ หญ้าหวาน ฯลฯ - ชมแปลงงานวิจัยผักเมืองหนาว แปลงผักไฮโดรโพนิกส์ เทคโนโลยีการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน - แปลงผักอินทรีย์และแปลงผักขั้นบันไดของชาวบ้านเผ่าม้งที่มีผักมากมายหลากหลายชนิด เช่น ผักกาดขาวปลี แครอท ปวยเหล็ง ฯลฯ การท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม - ชมการละเล่นพื้นบ้านของชาวเขาเผ่าม้ง เช่น ตีกลอง เป่าแคน ขลุ่ย การละเล่นชู้จ่าง ฯลฯ - ชมหัตถกรรมพื้นบ้าน เช่น การปักผ้าของหญิงม้ง การต้มเหล้าข้าวโพด ฯลฯ - ประเพณีปีใหม่ม้ง จะจัดขึ้นในเดือนธันวาคม – มกราคมของทุกปี ชาวเขาทั้งหมู่บ้านจะรวมกันแต่งกายชุดประจำเผ่าสวยงาม มีการประกวดธิดาดอย การแข่งขัน ล้อเลื่อนไม้ พร้อมกิจกรรมบันเทิงต่างๆ มากมาย การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - จุดชมวิวดอยม่อนล่อง จุดชมวิวที่สูงที่สุดของอำเภอแม่ริม สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,400 เมตร สามารถ ชมทิวทัศน์ของพระอาทิตย์ตกและทะเลหมอกในฤดูหนาวเป็นมุมกว้าง - จุดชมวิวม่อนดอย น้ำตกตาดหมอก น้ำตกวังฮาง - ดอยม่อนแจ่ม จุดชมวิวและลานกางเต็นท์ที่สวยงาม ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก การเดินทาง ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ 39 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่-ฝาง) ผ่านที่ว่าการอำเภอแม่ริม ถึงหลักกิโลเมตรที่ 17  เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงสาย 1096 (แม่ริม-สะเมิง) ประมาณ กม.ที่ 15 บริเวณบ้านโป่งแยง ให้สังเกตป้ายศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ด้านขวามือให้เลี้ยวขวาตรงตามถนนหลักระยะทางขึ้นเขาอีก  6  กิโลเมตร จนถึงที่ทำการศูนย์  สภาพเส้นทางเป็นถนนลาดยางตลอด รถยนต์ทุกประเภทสามารถเดินทางได้  มีรถประจำทางผ่านบริเวณทางแยกก่อนขึ้นศูนย์ สายสะเมิงเหนือ-เชียงใหม่ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 081-950-9767 , 083-324-0610 6. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า จ.พะเยา  ปี พ.ศ. 2530 มูลนิธิโครงการหลวงได้จัดตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่าขึ้น เริ่มต้นโดยกรมพัฒนาที่ดินดำเนินการบุกเบิกพื้นที่ จัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ จัดสรรพื้นที่ทำมาหากินให้แก่ราษฎร จากนั้นส่งเสริมให้ปลูกไม้ผลเมืองหนาวศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า สูงจากระดับน้ำทะเล 640 เมตร พื้นที่รับผิดชอบ 22,505 ไร่ ประกอบด้วยชาวเขาเผ่าเย้าและม้ง ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะพื้นที่เป็นเนินเขาและภูเขาสูง มีลำน้ำสายสำคัญ คือ ลำน้ำแม่คะ และลำน้ำเงิน การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงผลผลิต เช่น ฟักทองยักษ์ ฟักทองสีขาว ฯลฯ - ชมแปลงไม้ดอกไม้ประดับ เช่น แว็กซ์ฟลาวเวอร์ มะเขือการ์ตูน ฯลฯ - ชมแปลงไม้ผล เช่น อะโวกาโด มะม่วง ส้มโนรีตะ ส้มคัมควอท ฯลฯ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ชมวิถีชีวิตของชนเผ่าม้งที่หมู่บ้านสิบสองพัฒนา และบ้านปางค่าเหนือ - ชมวิถีชีวิตของชนเผ่าเย้าที่บ้านปางค่าใต้ การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - ยอดดอยภูลังกา เป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำยม สูง 1,720 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นสันเขาแคบๆ สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกยามเช้า โดยจุดนี้สามารถมองเห็น สปป.ลาว และสามเหลี่ยมทองคำได้อย่างชัดเจน - ดอยภูนม เป็นสันเขาแคบๆ ทอดตัวต่อลดหลั่นมาจากดอยภูลังกา สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้ - ดอยหัวลิง ถ้ามองทางทิศเหนือหรือใต้จะเห็นยอดดอยคล้ายหัวลิงหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ด้านตะวันตกเป็นป่าดงดิบเขาด้านทิศตะวันออกเป็นหน้าผาสูงชันมีหญ้าปกคลุมและลมพัดแรง การเดินทาง จากจังหวัดพะเยา ผ่านอำเภอดอกคำใต้-จุน มุ่งหน้าไปอำเภอเชียงคำ ไปตามทางหลวงหมายเลข 1179 เลี้ยวขวาที่ กม.8 เข้าทางหลวงสาย 1148 สายเชียงคำ-น่าน จากนั้นเลี้ยวซ้ายที่ กม.90 ขับต่อไปตามถนนรพช. อีกประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นถนนลาดยางไปจนถึงวนอุทยานภูลังกา รถเก๋งสามารถขึ้นไปได้อย่างสบาย หากจะขึ้นไปเที่ยวที่ดอยภูลังกา ให้ติดต่อเหมารถ 4WD ที่วนอุทยานภูลังกา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 081-883-0307 7. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะ จ.เชียงใหม่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะ ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่แตง มีพื้นที่รับผิดชอบ 17 หมู่บ้าน 451 ครัวเรือน บนพื้นที่ 84.27 ตารางกิโลเมตร หรือ 52,670 ไร่ ประชากรประกอบด้วยคนพื้นเมืองและเผ่าม้ง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเนินเขาและภูเขาสลับซับซ้อน ที่ราบมีน้อยมาก สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 700-1,250 เมตร อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 24 องศาเซลเซียส การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมวิวทิวทัศน์สวยงามของแปลงปลูกชาลุงเดช - เรียนรู้วิธีการชงชาและชิมชา ตลอดจนขั้นตอนกรรมวิธีการแปรรูปชาและการบรรจุหีบห่อที่โรงงานชาบ้านปงตอง - ชมโรงเรือนเพาะเห็ดระบบปิด เช่น เห็ดนางรมภูฎาน เห็ดนางรมฮังการี เห็ดปุยฝ้าย ฯลฯ - ชมแปลงกล้วยไม้ซิมบิเดี้ยมขนาดใหญ่หลากหลายสีสัน การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ประเพณีม้ง (กินวอ) คืองานประเพณีขึ้นปีใหม่ของขาวไทยภูเขาเผ่าม้ง จัดขึ้นระหว่างวันขึ้น 1-3 ค่ำเดือน 1 ซึ่งตรงกับเดือนมกราคมของทุกปี - ชมวิถีชีวิตชาวเขาเผ่าม้ง บ้านม่อนเงาะ การละเล่นโยนลูกช่วง ลูกข่าง การปักผ้าชาวเขา การตำข้าวด้วยครกกระเดื่อง เรียนรู้ภูมิปัญญาชาวบ้านในการทำเมี่ยงแบบดั้งเดิม ที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน ชมการเก็บใบเมี่ยง ใบชา และชิมยำใบเมี่ยงอาหารขึ้นชื่อของชุมชน การท่องเที่ยวธรรมชาติ - จุดชมวิวดอยม่อนเงาะ สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,425 เมตร ด้วยความสวยงามของชั้นเขา จึงสามารถชมทะเลหมอก และชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก เป็นมุมกว้าง 360 องศาได้อย่างสุดลูกหูลูกตา - เงือกผา เป็นหินงอกที่มีลักษณะคล้ายนางเงือกหันหน้าเกาะผาอยู่ - บ่อน้ำทิพย์ เป็นแอ่งน้ำซึมอยู่ภายในถ้ำ และมีน้ำตลอดทั้งปี - ถ้ำลม จะมีลมพัดออกมาจากถ้ำตลอดเวลา รู้สึกได้อย่างชัดเจนเมื่อยืนอยู่บริเวณปากถ้ำ - ล่องแพผจญภัยที่บ้านสบก๋าย ชมธรรมชาติที่สวยงามและความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ ชมโขดหินที่มีลักษณะแตกแต่งกัน รวมถึงต้นไม้ใหญ่อายุกว่าพันปีที่โค่นล้มโดยธรรมชาติ โดยมีทั้งล่องแพไม้และแพยาง โดยแพไม้ไผ่จะงดล่องในช่วงฤดูฝน ส่วนแพยางสามารถล่องได้ตลอดทั้งปี การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่-ฝาง) ประมาณ 37 กิโลเมตร ก่อนถึงตลาดแม่มาลัย-อ.ปาย ประมาณ 2-3 กิโลเมตร จะมีเส้นทางเลี่ยงเมืองตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1095 ไปประมาณ 12 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวามือ (อยู่ตรงข้ามกับวัดสบเปิง) เข้าไปม่อนเงาะอีกประมาณ 17 กิโลเมตร (เส้นทางเดียวกับไปวัดผางาม) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-318-308 8. สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จ.เชียงใหม่ สถานีเกษตรหลวงอ่างขางเป็นสถานีวิจัยแห่งแรกของโครงการหลวง จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า “ให้ช่วยเขา ช่วยตัวเอง” มีพระราชประสงค์ให้ชาวไทยภูเขาที่พักอาศัยอยู่ตามดอยต่างๆ ทางภาคเหนือเลิกปลูกฝิ่น และทำไร่เลื่อนลอย อันเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ป่าไม้ และต้นน้ำลำธารของประเทศถูกทำลาย จากเดิมที่เป็นดอยหัวโล้นแปรสภาพเป็นขุนเขาแห่งความอุดมสมบูรณ์ ด้วยการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ไม้ผล กว่า 12 ชนิด ผักเมืองหนาวกว่า 60 ชนิด และดอกไม้เมืองหนาวกว่า 20 ชนิด เป็นถิ่นที่อยู่ของ ชาวไทยภูเขาเผ่าจีนยูนาน ไทใหญ่ มูเซอดำ และปะหล่อง การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - สวนกลางแจ้ง บริเวณสโมสรอ่างขางมีสวนกลางแจ้งหลายสวนที่ตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้แตกต่างกันตามความเหมาะสมของฤดูกาล ได้แก่ สวนแปดสิบ สวนดอยคำ สวนหอม สวนสมเด็จ และสวนกุหลาบอังกฤษ - โรงเรือนรวบรวมพันธุ์ผักเมืองหนาว จัดแสดงพันธุ์ผักเมืองหนาวชนิดต่างๆ ที่ปลูกในพื้นที่โครงการหลวง - โรงเรือนไม้ดอก เป็นการจัดแสดงไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวชนิดต่างๆ มากมาย เช่น บีโกเนีย รองเท้านารี พืชกินแมลง มุมน้ำตกในสวนสวย ซึ่งดอกดอกไม้ในสวนเหล่านี้จะหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันออกดอกตลอดทั้งปี - สวนบอนไซ ภายในสวนจัดแสดงต้นไม้ประเภทสาลี่ เมเปิ้ล สน ที่ปลูกแบบบอนไซ นอกจากนี้ยังมีโดมทรงหกเหลี่ยมจัดแสดงพันธุ์พืชภูเขาเขตร้อนและดอกกล้วยไม้จิ๋วที่สุด ซึ่งจะออกดอกเดือนมกราคมของทุกปี - พระตำหนักเรือนที่ประทับแรมและศาลาทรงงานเมื่อพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จยังสถานีฯ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - วิถีชีวิตของชาวเขาหมู่บ้านนอแล ตั้งอยู่บริเวณชายแดนไทย-พม่า เป็นชาวเขาเผ่าปะหล่องเชื้อสายพม่า มีภาษาและวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง นับถือศาสนาพุทธ หากใครที่ชื่นชอบการถ่ายภาพชาวเขาจะไม่ผิดหวังแน่นอน - วิถีชีวิตของชาวเขาหมู่บ้านขอบด้ง เป็นชาวเขามูเซอดำและมูเซอแดง นับถือผี มีวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย บริเวณหน้าหมู่บ้านจะมีการจำลองบ้านและวิถีชีวิตของชาวมูเซอ - วิถีชีวิตของชาวเขาหมู่บ้านหลวง เป็นชาวจีนยูนานที่อพยพมาจากประเทศจีนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ชมกุหลาบพันปี (Rhododendron) ในช่วงเดือน ธันวาคม-กุมภาพันธ์ จะออกดอกผลิบานตลอดทางเดิน - จุดชมวิวกิ่งลม สามารถชมทะเลหมอกและวิวพระอาทิตย์ทั้งขึ้นและตก มองเห็นทิวเขารอบด้านและหากท้องฟ้าเปิดจะมองเห็นสถานีเกษตรหลวงอ่างขางด้วย - จุดชมวิวหมู่บ้านนอแล นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นทิวทัศน์ความสวยงามของธรรมชาติบริเวณชายแดนไทย-พม่า โดยสัมผัสกับแสงแรกแห่งอรุณ และตะวันลับขอบฟ้าที่สวยงามได้ - กิจกรรมชมหิ่งห้อย ในยามค่ำคืนนักท่องเที่ยวจะเห็นแสงระยิบระยับของหิ่งห้อยเป็นจำนวนมาก - ขี่จักรยานชมธรรมชาติที่สวยงามของแปลงเกษตรภายในสถานีฯ ในช่วงฤดูหนาว ช่วยเพิ่มความสนุกสนานน่าตื่นเต้นในการเที่ยวชม - ขี่ล่อชมธรรมชาติ สถานีฯ มีการจัดกลุ่มชาวบ้านนำล่อมาให้บริหารแก่นักท่องเที่ยวได้ขี่ชมสถานที่บริเวณแปลงต่างๆ ล่อเป็นสัตว์ลูกผสมระหว่างม้าและลา ผู้สนใจสามารถติดต่อเช่าขี่ล่อได้ที่สถานีฯ - ดูนก ดอยอ่างขางเป็นสถานที่ดูนกที่มีนกหลากหลายสายพันธุ์โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่จะมีนกอพยพที่หาดูยาก การเดินทาง เส้นทางที่ 1 จากตัวเมืองเชียงใหม่ ไปตามทางหลวงหมายเลข 107 เชียงใหม่-ฝาง ผ่านอำเภอแม่ริม แม่แตง เชียงดาว ไชยปราการ ถึงกิโลเมตรที่ 137 เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1249 ขึ้นไปอีก 25 กิโลเมตร ถึงดอยอ่างขาง เส้นทางชันและคดเคี้ยว เส้นทางที่ 2 จากตัวเมืองเชียงใหม่ ไปตามทางหลวงหมายเลข 107 ถึงตำบลเมืองงาย เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1178 ผ่านบ้านอรุโณทัยไปยังดอยอ่างขาง ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง การเดินทางสามารถใช้รถยนต์ได้ทุกประเภท หรือใช้บริการรถยนต์รับจ้าง จุดจอด ณ ปากทางขึ้นดอยอ่างขาง ราคาเหมาประมาณ 1,000-1,500 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-450-107-9 9. สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์  มีลักษณะพื้นที่เป็นหุบเขาลาดชัน โดยแนวเขาที่ทอดไปในแนวเขาสันปันน้ำเป็นได้แบ่งพื้นที่ออกเป็นสองทิศทาง คือทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ซึ่งด้านตะวันออกได้ผันน้ำลงสู่แม่น้ำปิง และด้านตะวันตกได้ผันน้ำลงสู่แม่น้ำแจ่ม อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1, 300 เมตร มีอุณหภูมิเฉลี่ย 21 องศาเซลเซียส การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงพืชผักเมืองหนาว ไม้ดอก ผักไฮโดรโพนิกส์ และงานวิจัยพืชเมืองหนาว - สวนแปดสิบพรรษา สวนเฉลิมพระเกียรสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2550 เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา ภายในสวนตกแต่งด้วยกุหลาบพันปี และไม้ดอกไม้ประดับตามฤดูกาล - โรงเรือนรวบรวมและจัดแสดงเฟิร์น แหล่งเก็บรวบรวมพันธุ์เฟิร์นหายากและใกล้สูญพันธุ์ ที่มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจและพืชสวน รวบรวมพันธุ์เฟินไว้กว่า 50 สกุล 140 ชนิด - โรงเรือนรวบรวมและจัดแสดงพืชกินสัตว์ เช่น หม้อข้าวหม้อแกงลิง พิงกุย ซาราซีเนียชนิดต่างๆ ที่เหมาะสมกับสภาพอากาศบนพื้นที่สูง - สวนกุหลาบพันธุ์ปี รวบรวมพืชสกุล Rhododendron เช่น อาซาเลีย (Azalia) และกุหลาบพันปีชนิดต่างๆ หลายชนิด เป็นพืชการค้าในต่างประเทศและหลายชนิดได้ขยายพันธุ์มาจากต้นที่ขึ้นตามธรรมชาติ เช่น คำแดง หรือคำดอย (Rhododendron arboreum) ที่มีการกระจายพันธุ์อยู่ตามพื้นที่สูงของประเทศไทย เช่น ดอนอินทนนท์ ดอยอ่างขาง การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - หมู่บ้านม้งขุนกลาง ชมวิถีชีวิตชาวเขาเผ่าม้ง การแต่งกาย การละเล่น เลือกซื้อสินค้าและงานหัตถกรรมที่ตลาดม้ง การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จุดสูงสุดในประเทศ 2,565 เมตรจากระดับน้ำทะเล ชมพืชพรรณไม้ป่าดิบเขา มอส ไลเคน และแหล่งดูนกนานาชนิด - พระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ตั้งอยู่ กม.ที่ 41 เมื่อ พ.ศ.2530 กองทัพอากาศสร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญ พระชนมพรรษา 5 รอบ สามารถชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของชั้นเขา และสวนดอกไม้โดยรอบ - น้ำตกวชิรธาร น้ำตกสิริภูมิ / สวนหลวงสิริภูมิ ภายในสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ บริเวณหน้าน้ำตกสิริภูมิมีสวนธรรมชาติตกแต่งด้วยพรรณไม้ ตลอดเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ระยะประมาณ 500 เมตร เรียกว่า “ สวนหลวงสิริภูมิ ” สามารถเยี่ยมชมได้ตลอดทั้งปี การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทางสายเชียงใหม่-ฮอด ตามทางหลวงหมายเลข 108 ถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 57 ซึ่งอยู่ก่อนถึงตัวอำเภอจอมทอง ประมาณ 1 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวามือเข้าทางหลวงหมายเลข 1009 สายจอมทอง-อินทนนท์ ไปตามเส้นทางสายนี้จนถึงหลักกิโลเมตรที่ 31 มีทางแยกขวามือบ้านขุนกลาง เข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร จะถึงสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ รวมระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ถึงสถานีฯ 91 กิโลเมตร หรือใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที การเดินทางสามารถใช้รถยนต์ได้ทุกประเภท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-286-777-8 , 080-769-1944 10. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ จ.เชียงราย การดำเนินงานของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ เริ่มต้นในรูปแบบของงานอาสาพัฒนาชาวเขา โดยมูลนิธิโครงการหลวงและมหาวิทยาลัยแม่โจ้ แต่เนื่องจากการคมนาคมไม่สะดวก เจ้าหน้าที่ต้องเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์เพียงเดือนละ 1 ครั้งเท่านั้น เมื่อไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำ งานส่งเสริมของศูนย์จึงไม่เต็มประสิทธิภาพมากนัก จนปี พ.ศ. 2521 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ และทรงมีพระราชดำรัสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลช่วยเหลือชาวบ้านดอยสะโง๊ะให้มากขึ้น ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะจึงก่อตั้งขึ้น มีพื้นที่รับผิดชอบ 7 หมู่บ้าน 636 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่ 38 ตารางกิโลเมตร หรือ 23,750 ไร่ ประชากรประกอบด้วยชาวเขาเผ่าอาข่า ไทลื้อ และคนพื้นเมือง การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมงานพัฒนาและงานส่งเสริมการปลูกพืชผัก สมุนไพร ไม้ผล ไม้ดอก และพืชไร่ ผลผลิตที่โดดเด่น คือ ดอกคาโมมายล์ และดอกหน้าวัว - เกษตรธรรมชาติร่มโพธิ์ทอง (สวนตาคม) นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมและชิมผลไม้ตามฤดูกาล เช่น องุ่น ส้มโอ ลองกอง มังคุด เงาะ ฯลฯ พร้อมทั้งเรียนรู้ระบบการเกษตรแบบพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของในหลวง การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ชมวิถีชีวิตชาวเขาเผ่าอาข่า การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - จุดชมวิวบนดอยสะโง๊ะ สามารถมองเห็นวิวสามเหลี่ยมทองคำและแม่น้ำโขง (สันนิฐานว่าในอดีตเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางทหาร ที่สามารถมองเห็นได้ทุกทิศทาง มีร่องรอยคูเมือง มีแผ่นอิฐเก่าเป็นร่องน้ำ) - สามเหลี่ยมทองคำ ทะเลสาบเชียงแสน และเส้นทางศึกษาธรรมชาติบ่อล้างทอง การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงสาย 118 (เชียงใหม่-เชียงราย) ผ่านอำเภอดอยสะเก็ด-เวียงป่าเป้า-แม่สรวย เข้าทางหลวงสาย 1 ผ่านอำเภอเมืองเชียงราย เลี้ยวขวาเข้าอำเภอแม่จัน ตามทางหลวงสาย 1016 ถึงอำเภอเชียงแสน ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงสาย 1290  ผ่านสามเหลี่ยมทองคำ ถึง กม.18  เลี้ยวซ้ายเข้าไป 3 กิโลเมตร  สามารถเดินทางได้โดยรถยนต์ทุกประเภท สภาพเส้นทางเป็นถนนลาดยาง ก่อนถึงศูนย์เป็นถนนลูกลัง 1.5 กิโลเมตร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-163-346 , 081-951-9711 นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นนะครับ วันหยุดยาวในเดือนนี้ หากได้มีโอกาสไปเที่ยวภาคเหนือ อย่าลืมแวะเวียนไปชมโครงการหลวงต่างๆ ด้วยนะครับ แล้วคุณจะค้นพบความสุขอีกมุมหนึ่ง ที่ธรรมชาติและผู้คนท้องถิ่นจะมอบให้ :) ขอบคุณที่มาและรูปภาพ : www.thairoyalprojecttour.com , เรียบเรียงโดย : Travel MThai

สุรินทร์เด็ก15ถูกประกบถีบจยย.ล้มหวังข่มขืน
ข่มขืน /  ข่มขืนเด็กสาว15 / 

สุรินทร์-เด็กสาววัย 15 ถูกคนร้ายประกบถีบ จยย.ล้ม หวังข่มขืน อาการสาหัส ตร. เร่งล่า ผู้สื่อข่าวติดตามความคืบหน้าทางคดีกรณีที่ น.ส.หนึ่ง (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ชาว ต.คอโค อ.เมือง จ.สุรินทร์ ถูกคนร้ายขับรถจักรยานยนต์ไม่ทราบจำนวนและหมายเลขทะเบียนตามประกบปาดหน้าก่อนถีบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิก สีแดง-น้ำตาล ทะเบียน ขมว. 79 สุรินทร์ เสียหลักและพุ่งชนกับเสาหลักลายข้างถนนลาดยาง ที่บริเวณถนนด้านทิศตะวันออก บ้านปอยตะแบง-สกรอม (สะ-กรอม) ต.นาบัว อ.เมือง จ.สุรินทร์ จนเป็นเหตุให้ น.ส.หนึ่ง ได้รับบาดเจ็บสาหัสไม่รู้สึกตัว และพบว่า กางเกงขาสั้นถูกถลกลงมาอยู่ระดับหัวเข่า ซึ่งหน่วยกู้ภัยสุรินทร์ ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน และขณะนี้ยังไม่รู้สึกตัว พ.ต.ท.ดำรงค์ เจริญสิริ พนักงานสอบสวน สภ.สวาย กล่าวว่า อยู่ระหว่างสอบสวนและสอบพยานแวดล้อม ทั้งแฟนหนุ่มชาวบ้าน และเพื่อนๆ ของทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเยาวชนจะต้องประสาน นักจิตวิทยา หรือนักสังคมสงเคราะห์ และพนักงานอัยการเข้าร่วมสอบสวนด้วย เนื่องจากเป็นคดีเด็กและเยาวชน