พร้อม สิริสันต์

Ausiris ชี้วิกฤตหนี้กรีซยังคงกดดันราคาทองคำวันนี้!
กรีซ /  ทอง / 

บทวิเคราะห์ทองคำ ประจำวันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2558 โดย ออสสิริส กรุ๊ป ระบุว่า ประเด็นสำคัญของราคาทองคำในวันนี้ มีปัจจัยเกี่ยวข้อง ดังนี้ ปัจจัยที่กระทบราคาเมื่อวาน วิกฤติกรีซยังคงส่งผลกดดันราคาทองคำอย่างต่อเนื่องทำให้ราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือ 1150$/oz ประเด็นที่ต้องจับตามอง การประกาศตัวเลขใบอนุญาตการก่อสร้างสหรัฐฯกับดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐเวลา 19.30 น. และความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นของสหรัฐฯ เวลา 21.00 น. คาดกดดันราคาทองคำ ชม คลิป บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 1 นาที By www.ausiris.co.th อยากรู้จัก Ausiris คลิกที่นี่ ต้นตอของวิกฤตกรีซอยากรู้ คลิกเลย รายงานฉบับนี้จัดทำโดยบริษัท ออสสิริส จำกัด เพื่อแสดงความเห็นเป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับประกอบการตัดสินใจลงทุนสำหรับลูกค้าที่เฉพาะเจาะจงเท่านั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการชักชวน หรือชี้นำให้ซื้อขายแต่อย่างใด ซึ่งรายงานฉบับนี้มาจากความเห็นของนักวิเคราะห์ ประกอบกับแหล่งข้อมูลที่ผู้จัดทำเห็นว่ามีความน่าเชื่อถือ และถูกนำมาใช้อ้างอิงในการลงทุนทั่วไป อย่างไรก็ตามข้อมูลที่ปรากฎตามรายงาน ไม่ได้ถือเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงแต่อย่างใด ผู้ลงทุนควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ทั้งทางตรง และทางอ้อม ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy MThai News

ณัฏฐ์ เปิดใจสาเหตุเลิก น้อยหน่า ยันไม่มีมือที่ 3
ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา /  ไฮโซ น้อยหน่า สิริผกา

นักแสดงหนุ่ม ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เปิดใจเลิกราแฟนสาวไฮโซ น้อยหน่า สิริผกา เป็นที่เรียบร้อยได้ 2 เดือนแล้ว ด้วยสาเหตุของเวลาและความต่าง ยืนยันไม่มีมือที่ 3 และไม่มีการทำร้ายร่างกาย!!

แฟมิลี่สุดๆ ! ตั๊ก ควง เจ้าสัว เที่ยวทะล พร้อม น้องเบ็น
ตั๊ก บงกช /  เจ้าสัวบุญชัย เบญจรงคกุล / 

กลายเป็นทริปปรองดองไปซะแล้ว เมื่อนักแสดงสาว ตั๊ก บงกช ถือโอกาสเคลียร์คิวงานควงสามีเลิฟ เจ้าสัวบุญชัย เบญจรงคกุล และ น้องข้าวหอม ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนไปเที่ยวพักผ่อนกันที่ทะเล โดยมีหนุ่มหล่อบาดใจสาวๆ อย่าง เบ็น เบญจามิน เบญจรงคกุล ลูกชายแท้ๆ ของเจ้าสัวบุญชัย ที่มาร่วมแจมทริปนี้ด้วย ซึ่งงานนี้ทาง สาวตั๊ก ก็ไม่พลาดโพสต์ภาพครอบครัวสุขสันต์ลงอินสตาแกรมส่วนตัว จนเหล่าแฟนคลับตามกดไลค์รัวๆ !! ขอบคุณภาพจาก IG : @takbongkod ตั๊ก ควง เจ้าสัว และลูกๆ เที่ยวทะเล ตั๊ก ควง เจ้าสัว และลูกๆ เที่ยวทะเล ตั๊ก ควง เจ้าสัว และลูกๆ เที่ยวทะเล ตั๊ก ควง เจ้าสัว และลูกๆ เที่ยวทะเล ตั๊ก ควง เจ้าสัว และลูกๆ เที่ยวทะเล ตั๊ก ควง เจ้าสัว และลูกๆ เที่ยวทะเล ตั๊ก ควง เจ้าสัว และลูกๆ เที่ยวทะเล ตั๊ก ควง เจ้าสัว และลูกๆ เที่ยวทะเล

หมู พลพัฒน์ ตัวแทน ผู้ทรงอิทธิพลแฟชั่นไทย ร่วมงาน Elle Exhibition
Elle Exhibition /  fashion influencers / 

งานนิทรรศการ ELLE Exhibition: The Passcode to the Fashion Journey นิทรรศการรูปแบบใหม่ โดยการใช้ประสาทสัมผัสทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการมอง การได้ยิน รวมถึงสมาร์ทดีไวซ์ โดยสแกน QR code เพื่อรับชมเรื่องราวของผู้ทรงอิทธิพลทางแฟชั่นทั้ง 30 ท่านในวงการแฟชั่น วงการบันเทิง และใกล้เคียง อาทิ ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง ยุคล, มีมี่-มิลิน ยุวจรัสกุล, ลูกเกด-เมทินี กิ่งโพยม, อภิชาติ นรเศรษฐาภรณ์ ฯลฯ โดยงานจัดขึ้น ณ ชั้นจี ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ หมู พลพัฒน์ อัศวะประภา 1 ใน 30 ผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการแฟชั่นไทย แพม สิตามนินท์ สุสมาวัตนะกุล พูนทรัพย์มณี ร่วมชมนิทรรศการ คุณปนุ สมบัติยานุชิต บรรณาธิการบริหาร นิตยสารแอล ประเทศไทย (ELLE Thailand) กล่าวถึงนิทรรศการในครั้งนี้ว่า “เราเชื่อว่า fashion influencers ทั้ง 30 ท่านที่เราเลือกมา ล้วนมีจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาค้นพบอะไรบางอย่างที่ตามหา ซึ่งแต่ละท่านใน 30 ท่านนี้มีไม่เหมือนกัน เราอยากให้ผู้มาชมนิทรรศการที่จะสร้างแรงบันดาลใจว่าคนธรรมดาทั่วไปก็สามารถค้นพบหรือเลือกทางเดินตามที่ฝันไว้ได้ เราเชื่อว่าการใช้เวลาสั้นๆกับเรื่องราวจุดเปลี่ยนสำคัญของแต่ละท่าน จะสามารถผลักดันให้ทุกคนที่เดินออกจากนิทรรศการนี้ไปได้ตั้งคำถามกับตัวเองว่าอะไรจะเป็น passcode ในชีวิตของตัวเองบ้าง” คุณปนุ สมบัติยานุชิต บรรณาธิการบริหาร นิตยสารแอล ประเทศไทย (ELLE Thailand) ภายในงานได้รับเกียรติจากเซเลบริตี้มากมายที่มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ หมู พลพัฒน์ อัศวะประภา, วรรณสิริ คงมั่น และเจสซี ดอร์ซีย์, คล้ายเดือน-พิมพ์ดาว-มทินา สุขะหุต, แพม สิตามนินท์ สุสมาวัตนะกุล พูนทรัพย์มณี, อินทิรา ธนวิสุทธิ์, คณชัย เบญจรงคกุล, ขวัญข้าว เศวตวิมล, ชวพร เลาหพงศ์ชนะ ฯลฯ บอย วรรณสิริ คงมั่น และเจสซี ดอร์ซีย์ เจน เจนสุดา แพง ขวัญข้าว  3 พี่น้องดีไซเนอร์จากแบรนด์ Sretsis คุณพาย ภัทรียา ณ นคร พบกับงาน ELLE Exhibition: The Passcode to the Fashion Journey ได้ ณ ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ และนิทรรศการ ELLE 70 Years of Style ณ โซน THAITHAI เซ็นทรัลชิดลม ตั้งแต่วันนี้จนถึง 2 สิงหาคม 2558

Ausiris ชี้ ราคาทองคำยังผันผวน ปรับขึ้น100บ.
ทอง /  ทองคำ / 

บทวิเคราะห์ทองคำ ประจำวันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม 2558 โดย ออสสิริส กรุ๊ป ระบุว่า ประเด็นสำคัญของราคาทองคำในวันนี้ มีปัจจัยเกี่ยวข้อง ดังนี้ ราคาทองคำยังคงลดลงต่ำกว่า 1100 ดอลลาร์ ซึ่งราคาทองคำโดนลดลงจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่ขึ้น 0.142% แตะ 97.45 จุด และนักลงทุนยังเข้าเก็งกำไรพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี โดยคาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ลดลง -0.154% ทั้งนี้กองทุน SPDR กองทุนทองคำที่ทองคำมากที่สุด เทขายทองคำ 2.38 ตัน "ทองทำจุดต่ำสุดในรอบ 5 ปี วิกฤตหรือโอกาส" หาคำตอบได้ในสัมมนาดีๆ จาก บ.ออสสิริส วันเสาร์ที่ 25 ก.ค. 2558 สนใจสัมมนา คลิกแรงๆที่ ausirisfutures ชม คลิป บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 1 นาที By www.ausiris.co.th อยากรู้จัก Ausiris คลิกที่นี่ ต้นตอของวิกฤตกรีซอยากรู้ คลิกเลย รายงานฉบับนี้จัดทำโดยบริษัท ออสสิริส จำกัด เพื่อแสดงความเห็นเป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับประกอบการตัดสินใจลงทุนสำหรับลูกค้าที่เฉพาะเจาะจงเท่านั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการชักชวน หรือชี้นำให้ซื้อขายแต่อย่างใด ซึ่งรายงานฉบับนี้มาจากความเห็นของนักวิเคราะห์ ประกอบกับแหล่งข้อมูลที่ผู้จัดทำเห็นว่ามีความน่าเชื่อถือ และถูกนำมาใช้อ้างอิงในการลงทุนทั่วไป อย่างไรก็ตามข้อมูลที่ปรากฎตามรายงาน ไม่ได้ถือเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงแต่อย่างใด ผู้ลงทุนควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ทั้งทางตรง และทางอ้อม ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy MThai News

เจน ได้ฤกษ์แต่ง พอล ม.ค. ปีหน้า!
เจน เจนสุดา /  เจน เจนสุดา ปานโต / 

หลังแฟนหนุ่ม พอล สิริสันต์ คุกเข่าขอแต่งงานสาว เจน เจนสุดา ไปเรียบร้อยล่าสุดเจอตัวในงาน เปิดใจพรี​เซนเตอร์ที่ 1 ในใจชาวไทย เลยขออัพเดตฤกษ์งานแต่งซะหน่อย เผยตอนนี้ตระเวนดูสถานที่อยู่ ส่วนตัวเล็งภาคเหนือไว้กะจัดแบบเอาท์ดอร์ ส่วนฤกษ์ยังไม่แน่นอนแต่อยู่ในช่วงเดือนมกราคม แย้มเตรียมงานยังไม่ถึง 20% หลักๆเป็นการจัดชื่อแขกมาที่ร่วมงาน ส่วนชุดเจ้าสาวยังคิดไม่ตก ลั่นกลัวไฟลนก้น "ตอนนี้ตระเวนดูสถานที่อยู่ อยากจัดแบบเอาท์ดอร์ ประมาณภาคเหนือ แต่ว่าที่ยังไม่ลงตัว ดูฤกษ์มาแล้วแต่ไม่สะดวกก็เปลี่ยนมาเป็นวันที่เราสะดวกสบายแล้ว ยังไม่สรุปลงตัวแต่จะอยู่ในเดือนมกราคม ส่วนพิธีพี่พอลเค้ามีศาสนาคาทอลิก ก็จะมีพิธีคริสต์ด้วย ตอนนี้ที่เตรียมหลักๆเป็นชื่อแขกมากกว่า ชุดก็ยังคิดไม่ตกเลย ไม่ถึง20%เลย สงสัยไฟลนก้นแน่ๆ" เจน เจนสุดา เจน เจนสุดา เจน เจนสุดา เจน เจนสุดา เจน เจนสุดา

10 ตอนในวรรณคดีไทย ที่โหดร้ายที่สุด! ไม่แพ้นิทานกริมม์
10 อันดับ /  นิทานพื้นบ้าน / 

ก่อนหน้านี้เพื่อนๆ ก็คงจะเคยอ่าน นิทานพื้นบ้านสุดโหด ฉบับพี่น้องตระกูลกริมม์ ที่ทีนเอ็มไทยเคยนำมาให้อ่านกันแล้ว บอกเลยว่า นิทานแบบแฮปปี้เอนดิ้ง ที่เราได้ยินกันมาตั้งแต่เด็กๆ นั้นความจริงแล้ว เนื้อหานั้นรุนแรงและโหดร้ายมากๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปจึงถูกนำมาเขียนดัดแปลงใหม่ให้ดูสวยหรูขึ้นนั่นเอง .. ซึ่งนิทานพื้นบ้านของไทยเรานั้นก็ไม่น้อยหน้าใคร วันนี้ทีนเอ็มไทยนำ 10 ตอนในวรรณคดีไทย ที่โหดร้ายที่สุด! ไม่แพ้นิทานกริมม์ มาฝากกันค่ะ ลองไปดูสิว่าเพื่อนๆ เคยอ่านตอนไหน บทไหนกันมาบ้าง >,< 10 ตอนในวรรณคดีไทย ที่โหดร้ายที่สุด! ไม่แพ้นิทานกริมม์ 1. ขุนช้างขุนแผน : ตอนที่ขุนแผนเอามีดผ่าท้องนางบัวคลี่ แล้วเอาลูกมาทำกุมารทอง นางบัวคลี่ เป็นลูกสาวของหมื่นหาญกับนางสีจันทร์ นางมีรูปโฉมที่งดงามราวกับสาวชาววัง เจ้าเมืองกรมการแห่งกาญจนบุรีรู้กิตติศัพท์ความงามของนางก็เลยส่งคนมาสู่ขอ แต่พ่อนางไม่ยอมยกให้ ครั้นเมื่อขุนแผนเดินทางไปเสาะหาของวิเศษ 3 อย่าง คือ กุมารทอง ดาบฟ้าฟื้น และม้าสีหมอก ก็ได้มาพบนางบัวคลี่เข้า ขุนแผนมีความพอใจจึงฝากตัวเข้าเป็นสมุนกับพ่อของนาง และได้นางบัวคลี่เป็นภรรยา จนนางตั้งท้อง ต่อมาพ่อของนางเห็นว่า ขุนแผน มีวิชาอาคมเหนือกว่าเขา ก็เกรงว่าจะถูกยึดอำนาจ จึงสั่งให้นางบัวคลี่วางยาพิษฆ่าขุนแผนเสีย นางก็เชื่อฟังพ่อยอมกระทำตาม โดยนางได้ผสมยาพิษประกอบไปด้วย ดีนกยูง ดีงูเห่า และสารหนู ผสมกับน้ำมะนาว แล้วห่อด้วยใบพลู แต่ขุนแผนรู้ตัวเสียก่อนแต่ก็อยากรู้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ จึงเอาข้าวแกงและอาหารทุกมื้อโยนขึ้นไปบนหลังคา มีอีกามาโฉบไปกิน พอกินเข้าไปก็ชักตาย จึงเชื่อว่าเป็นความจริง ขุนแผนคิดว่าคงจะเลี้ยงนางบัวคลี่ไว้อีกไม่ได้ คิดแค้นเคืองที่นางคิดไม่ซื่อ จึงแกล้งทำเป็นถูกยาพิษและไม่สบาย "ยกสำรับไปวางข้างโน้นก่อน พี่จะนอนให้สบายพอหายเหียน จะนั่งอยู่ไม่ได้ให้วิงเวียน เจ้าบัวคลี่มิได้เปลี่ยนแปลงน้ำใจ" ครั้นนางบังคลี่นอนหลับ ขุนแผนก็ใช้มีดผ่าท้องของนาง ควักเอาลูกในท้องออกมาทำพิธีปลุกเสกเป็น กุมารทอง 2. พระอภัยมณี : ชีวิตสุดเศร้า แสนรันทด ของนางผีเสื้อสมุทร เรียกได้ว่าเศร้าตั้งแต่เกิดเลยทีเดียว! นางผีเสื้อสมุทร เมื่อชาติก่อนก็เป็นนางยักขินี ได้พรจากพระอินทร์ สามารถถอดดวงใจฝากไว้ในก้อนหินกลางท้องมหาสมุทร ต่อมาขึ้นบกไปรบกับพระเพลิงที่เชิงภูเขา แต่สู้พระเพลิงไม่ได้ถูกไฟกรดเผาไหม้เป็นจุณหมดทั้งตัว เหลืออยู่แต่ดวงใจที่สิงสถิตย์ในก้อนหินที่ภูเขานั้น  ครั้นอยู่ในมหาสมุทรนานเข้า ได้ไอน้ำไอดินหินก้อนนั้นก็งอกใหญ่เกิดเป็นหน้าตาแขนขาขึ้น เป็นอยู่อย่างนั้นนับหมื่นปี จึงได้กลายเป็นนางผีเสื้อ  รูปร่างใหญ่โตมโหฬาร พอโดนแสงอาทิตย์ก็ยิ่งมีฤทธิ์ เข้มแข็งมากขึ้น ในวันที่นางผีเสื้อสมุทรจับตัวพระอภัยมณีมาที่ถ้ำ พระอภัยถึงกับลมจับสลบสิ้นสติไป นางจึงต้องคิดการแก้ไขให้พระอภัยมณีหายกลัวให้ได้ จึงแปลงร่างเป็นนางมนุษย์ แม้เมื่อฟื้นคืนสติขึ้นมา ได้เห็นรูปร่างนางเนรมิตรที่สวยไปสิ้น ทั้งรูปทรงองค์เอวแต่พระอภัยก็รู้อยู่เต็มอกว่านางนี้ที่แท้ก็เป็นยักษ์ จึงไม่ยอมเล่นบทพิศวาสด้วย แม้นางผีเสื้อจะอ้อนวอนโอ้โลมปฏิโลม และอดทนต่อคำด่าว่าเสียดสีของพระอภัยสักเพียงใดก็ตาม แต่เมื่อนางยักษ์ทนดื้อด้านไปนานเข้า พระอภัยก็ชักจะใจอ่อนลง เพราะไม่มีหนทางที่จะหนีไปไหนได้ ต้องปล่อยเลยตามเลย ให้เหตุการณ์มันดำเนินไปตามเวรตามกรรม ต้องอยู่กับนางผีเสื้อด้วยความจำใจเรื่อยมาอย่างชนิดที่เรียกว่าเต็มกลืน จนมีลูกด้วยกันหนึ่งคนนาม "สินสมุทร" ในฉากสุดท้าย พระอภัยมณีและสินสมุทร ได้หนีออกจากถ้ำ ทำให้นางยักษ์ไล่ตามไปทุกที่ จนมาถึงวันหนึ่งพระอภัยมณีและสินสมุทรได้หนีมาทางเรือเพื่อเดินทางเข้าเมือง แต่โดนนางยักษ์ตีเรือแตก สินสมุทรกับนางสุวรรณมาลี(เงือก)หนีไปได้ ส่วนพระอภัยมณีลอยไปขึ้นอีกเกาะหนึ่ง พระอภัยหนีขึ้นไปอยู่บนหน้าผา แล้วสวดภาวนาเวทมนต์ของพระฤาษี ที่ให้ไว้คุ้มตัว นางผีเสื้อก็ต้องเฝ้าอ้อนวอนอีกครั้ง พระอภัยก็ไม่ยอมใจอ่อน นางจึงร่ายมนต์ให้ฝนตกฟ้าร้องจนแทบจะทนไม่ได้ เพราะไม่มีหนทางที่จะหนีไปไหนอีกแล้ว พระอภัยจำต้องตัดสินใจลาสิกขา จากเพศฤาษีมาเป่าปี่ จนนางผีเสื้อสมุทรขาดใจตายไปตามเสียงปี่ และกลายร่างเป็นศิลาตามเดิม ชีวิตรักรันทดของนางยักขินีผีเสื้อสมุทร อันเกิดจากความต่างชาติเชื้อ ต่างผิวพันธุ์ ต่างชั้นวรรณะกัน ก็ถึงคราสิ้นสุดลงที่จุดนี้เอง 3. นางสิบสอง : นางสิบสองโดนนางยักษ์ควักลูกตา จนตาบอดทั้งสองข้างทั้ง 11 คน ส่วนน้องคนสุดท้องโดนแค่ข้างเดียว และนางทั้ง ๑๑ คน กินลูกตัวเอง ยกเว้นนางเภา เศรษฐีนามว่า นนท ทรัพย์สมบัติมากมายแต่ไม่มีบุตรธิดาไว้สืบสกุล เขาจึงเข้าไปในป่าขอพรจากพระฤาษี หลังจากนั้นไม่นานภรรยาก็ตั้งครรภ์และคลอดลูกสาวจำนวนครบ ๑๒ คนพอดี โดยตั้งชื่อว่า บัว ผัน อี่ ปอง ปี่ ปลอด คล้อง คล้าย แสด ไย ไภ เภา ตามลำดับ (เภา น้องสาวคนเล็กสุดสวยและฉลาดกว่าใครทั้งหมด) ต่อมาเศรษฐีค้าขายขาดทุนจนไม่มีอาหารเลี้ยงดูลูกสาวเลยคิดจะนำลูกทั้ง ๑๒ไปปล่อยทิ้งไว้ในป่า ต้องวางอุบายถึงสองครั้งจึงสำเร็จ นางทั้งสิบสองเดินหลงทางในป่าและพลัดหลงเข้าไปในเขตของนางยักษ์สันทมาร(สันทมาลา) เมื่อนางยักษ์สันทมารได้เห็นก็นึกเอ็นดูจึงแปลงกายเป็นหญิงสาวงามใจดี เอ่ยปากชักชวนให้ไปอยู่ด้วยกันจะได้เลี้ยงดูเป็นบุตรบุญธรรมให้ได้กินอิ่มหนำสำราญ ซึ่งทั้งหมดก็ยินดีและได้ไปอยู่กับนางยักษ์ แต่ความลับไม่มีในโลกวันหนึ่ง นางทั้ง ๑๒ รู้ความจริงว่านางเป็นยักษ์เลยหนีออกมาโดยมีพระฤาษีช่วยไว้ นางทั้งสิบสองเดินทางต่อจนไปอยู่ที่สระน้ำแห่งหนึ่งและได้เจอกับพระเจ้ารณสิทธิราช เมื่อได้เห็นพี่น้องทั้งสิบสองคน พระราชาก็ทรงตกตะลึงในความงาม พระราชาจึงรับสั่งให้นางลงมาและช่วยให้ไปอยู่ในวัง และแต่งตั้งให้นางทั้งหมดเป็นพระมเหสีของพระองค์ ในขณะเดียวกัน นางยักษ์สันทมารก็ได้ธิดาบุญธรรมชื่อว่า เมรี ต่อมาภายหลัง นางยักษ์สันทมารได้ข่าวว่านางสิบสองยังมีชีวิตอยู่ และไปได้ดีมีความสุขได้เป็นถึงมเหสีของพระเจ้ารถสิทธิ์ ก็เกิดความอิจฉาริษยาและเคียดแค้นมาก นางจึงตามนางสิบสองมายังเมืองกุตารนครโดยปลอมตัวเป็นหญิงสาวสวย ใช้กลอุบายเหมือนตอนที่พระราชาเจอนางทั้งสิบสองตรงแม่น้ำ พระราชาจึงนำนางเข้าวัง และทรงแต่งตั้งให้นางเป็นพระมเหสีองค์ใหม่ แล้วแผนการอันเลวร้ายก็เริ่มขึ้น นางได้แกล้งป่วยและต้องการนัยน์ตาของหญิง ๑๒ คนที่มีพ่อแม่คนเดียวกัน นั้นก็คือนางทั้งสิบสองนั้นเอง เพื่อนำมาทำยา และแล้วพระราชาก็ทรงรับสั่งให้นางสิบสองเข้าเฝ้าแล้วก็สั่งให้ทหารควักดวงตาของนางสิบสองออกมา แต่นางเภาโชคดีกว่าพี่สาวคนอื่นๆ เพราะพระองค์อนุญาตให้นางเหลือดวงตาไว้ข้างหนึ่ง หลังจากรับสั่งให้ควักดวงตาของนางทั้งสิบสองออกแล้ว พระราชาก็รับสั่งให้นำอดีตพระมเหสีของพระองค์ไปขังไว้ในอุโมงค์มืด ซึ่งทั้งหมดต้องประสบความทุกข์ทรมานอย่างน่าสมเพศเวทนา ( นางยักษ์ส่งดวงตาทั้งหมดไปให้เมรีเก็บไว้) ต่อมาพี่น้องทั้งหมดยกเว้นเภาก็ตั้งครรภ์ พระอินทร์ทราบว่านางสิบสองได้รับความทุกข์ทรมานมาก และไม่มีใครดูแลจึงอัญเชิญโพธิสัตว์เทพบุตรให้ไปปฏิสนธิในครรภ์และเกิดเป็นลูกของนางเภาน้องคนสุดท้อง ในความทุกข์ทรมานของทั้งสิบสองนาง เมื่อพี่น้องทั้งหมดคลอดลูกออกมาก็จัดการฉีกออกเป็นชิ้นๆ แจกแบ่งกันกินเป็นอาหาร เพราะพวกนางถูกทรมานด้วยความหิวโหยจึงต้องกินลูกตนเอง แต่เภาก็ไม่ยอมกินเนื้อทารกที่ได้รับแบ่งให้ ทุกครั้งที่นางได้ส่วนแบ่งนางก็จะนำไปซ่อนไว้ เมื่อถึงคราวที่นางคลอดลูกบ้างพี่ๆ ของนางเภาก็จะได้ไม่ฆ่าลูกของตน นางจึงนำเนื้อทารกที่ซ่อนไว้มาแบ่งให้พวกพี่ๆ แทน การทำเช่นนี้จึงไม่ทำให้พวกพี่ๆ ของตนสงสัยในเจตนาของนางที่ต้องการเลี้ยงลูกไว้ อ่านเรื่องนางสิบสองเพิ่มเติม http://teen.mthai.com/variety/63996.html 4. ลิลิตพระลอ : พระลอ เพื่อนแก้ว และแพงทอง โดนธนูยิงตายพร้อมกันทั้ง 3 คน เชื่อกันว่าเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในเขตอำเภอสอง จังหวัดแพร่ เป็นเรื่องรักโศก บรรยายถึงความรักระหว่างพระลอ พระเพื่อน และพระแพง เรื่องมีอยู่ว่าเมืองเหนือสองเมืองเป็นศัตรูกัน กษัตริย์เมืองแมนสรวงพระองค์หนึ่งทรงพระนามว่า พระลอดิลกราช พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่มีพระสิริวรกายงดงามยิ่ง จนเป็นที่ปรากฏของหญิงทั้งหลาย ส่วนอีกเมืองหนึ่งชื่อว่า เมืองสรอง เมืองนี้ปกครองโดยกษัตริย์พิชัยพิษณุกร มีพระราชธิดาอยู่ 2 พระองค์ พระเพื่อนแก้วกับพระแพงทอง ทั้งสองสาบานกับเจ้าย่าว่าจะแก้แค้นให้เมืองสรองและถ้าผิดคำสาบานจะต้องตายด้วยคมของอาวุธ เพราะปู่ของธิดาทั้งสองพ่ายแพ้ศึก เพราะเสียทีถูกพระราชบิดาของพระลอฆ่าตาย ต่อมาพระเพื่อน พระแพง ได้ฟังคนขับซอขับเพลงสรรเสริญพระลอ กล่าวถึงกิตติศัพท์และพระรูปโฉมอันเปรียบดั่งเทพบุตรจากสวรรค์หาบุรุษใดเทียบ ด้วยวิบากกรรมแต่หนหลังทำให้สองพระธิดาเกิดมีใจให้พระลอทั้งๆ ที่ไม่เคยพบกัน พี่น้องสองสาวหลงรักและคร่ำครวญอยากเห็นรูปโฉมของพระลอ ในขณะที่เจ้าย่าของพระนางทั้งสอง ส่งคนไปสีซอให้พระลอฟังเป็นการพรรณนาความงามของพระเพื่อนกับพระแพง และใช้กฤติยามนต์ (หลอกให้กินสล่าบินหรือหมาก) เพื่อล่อให้พระลอมายังเมืองสรอง แล้วจะลอบปลงพระชนม์พระลอ เมื่อเพื่อนแก้วและแพงทองรู้เรื่องนี้เข้าจึงให้พี่เลี้ยง รื่นและโรยช่วยแก้มนต์ให้ แต่หาทางแก้ไม่ได้ ทั้งสองจึงไปขอให้ปู่เจ้าสมิงพรายดลให้พระลอมาถึงโดยเร็วกว่าเดิมเพื่อทูลเตือนเรื่องร้าย ปู่เจ้าสมิงพรายก็ให้ความช่วยเหลือจนทั้งสามคนได้มาเจอกัน จนเวลาผ่านไปกษัตริย์พิชัยพิษณุกรรู้เรื่องที่ทั้งสามแอบเจอกัน จึงทรงเมตตารับสั่งให้จัดพิธีอภิเษกสมรส แต่พระเจ้าย่าของพระเพื่อนพระแพง ไม่พอพระทัยจึงทรงขัดขวางทุกวิถีทาง ทรงอ้างรับสั่งของกษัตริย์พิชัยพิษณุกรว่าให้ทรงสั่งจับพระลอ ทหารจึงพากันจับพระลอไว้ ฝ่ายพระเพื่อนพระแพง และพระพี่เลี้ยงของทั้งสองฝ่ายรวม 4 คนก็ได้ช่วยขัดขวางสู้รบจนถึงที่สุด ด้วยความรักพระเพื่อน พระแพง ได้นำตัวเองเข้าบังพระลอไว้ ทั้งสามพระองค์และพระพี่เลี้ยงทั้งสี่ ไม่อาจหนีพ้นปืนไฟและลูกธนูของเหล่าทหารที่ระดมยิงใส่ได้ จนสิ้นพระชนม์และสิ้นชีวิตกันทั้งหมด กษัตริย์พิชัยพิษณุกร เมื่อทรงทราบเรื่องราวว่าพระลอ พระธิดาทั้งสองพระองค์ สิ้นพระชนม์ ทรงเสียพระทัยมาก ก็ทรงให้มีรับสั่งให้จับพระเจ้าย่า(ไม่ใช่แม่แท้ๆ ของพระพิชัยพิษณุกร แต่เป็นมเหสีคนหนึ่งของพระราชบิดาของพระพิชัยฯ) และพรรคพวกประหารชีวิตเสียให้ตายตกไปตามกัน เพราะทรงพระพิโรธยิ่งนัก 5. สังข์ทอง : สังข์ทองให้หกเขยเฉือนหูและจมูกมาแลกเนื้อและปลา ณ เมืองยศวิมลนคร อันมีท้าวยศวิมลเป็นเจ้าเมือง พระมเหสีจันเทวีได้คลอดลูกออกมาเป็นหอยสังข์ จึงถูกพระนางจันทา มเหสีรอง ใส่ร้ายว่าเป็นกาลีบ้านเมือง จนถูกขับออกจากเมืองไปอยู่กระท่อมตายายที่ชายป่า จนกระทั่งพระสังข์ที่ซ่อนอยู่ในหอย ได้ออกมาพบแม่ สร้างความยินดีกับพระนางจันเทวีมาก และเมื่อข่าวล่วงรู้ไปถึงนางจันทา จึงได้ส่งคนมาจับพระสังข์ไปถ่วงน้ำ แต่ท้าวภุชงค์พญานาคราชช่วยเอาไว้ และส่งให้ไปอยู่กับ นางพันธุรัตน์ พระสังข์รู้ว่านางพันธุรัตน์เป็นยักษ์จึงขโมยรูปเงาะ ไม้เท้า เกือกแก้ว เหาะหนีมาอยู่บนเขา นางพันธุรัตน์ตามมาทัน แต่ไม่สามารถขึ้นไปหาพระสังข์ได้ จึงได้มอบมนต์มหาจินดา เรียกเนื้อเรียกปลาให้แก่พระสังข์ก่อนที่จะอกแตกสิ้นใจตายที่เชิงเขา นั่นเอง พระสังข์เหาะมาจนถึงเมืองสามล ท้าวสามลและนางมณฑากำลังจัดพิธีเลือกคู่ให้ธิดาทั้งเจ็ด แต่รจนาพระธิดาองค์สุดท้อง ไม่ยอมเลือกใครเป็นคู่ ท้าวสามลจึงให้คนไปตามเจ้าเงาะมาให้เลือก รจนาเห็นรูปทองที่ซ่อนอยู่ในรูปเงาะจึงเสี่ยงมาลัยไปให้ สร้างความพิโรธให้ท้าวสามาลจึงทำการกับขับไล่รจนาให้ไปอยู่กระท่อมปลายนากับเจ้าเงาะ หลังจากนั้นท้าวสามลก็หาทางแกล้งเจ้าเงาะ โดยการให้ไปหาเนื้อหาปลาแข่งกับเขยทั้งหก เจ้าเงาะใช้มนต์ที่นางพันธุรัตน์ให้ไว้เรียกเนื้อเรียกปลามารวมกัน ทำให้หกเขยหาปลาไม่ได้ จึงต้องยอมตัดปลายหูและปลายจมูกแลกกับเนื้อและปลา ท้าวสามลพิโรธมากจนถึงกับคิดหาทางประหารเจ้าเงาะ ร้อนถึงพระอินทร์ต้องหาทางช่วยโดยการลงมาท้าตีคลีชิงเมือง กับท้าวสามล ท้าวสามลส่งหกเขยไปสู้ก็สู้ไม่ได้ จึงต้องยอมให้เจ้าเงาะไปสู้แทน เจ้าเงาะถอดรูปเป็นพระสังข์และสู้กับพระอินทร์ จนชนะ ท้าวสามลจึงยอมรับพระสังข์กลับเข้าเมืองและจัดพิธีอภิเษกให้ พระอินทร์ไปเข้าฝันท้าวยศวิมล เพื่อบอกเรื่องราวทั้งหมด ท้าวยศวิมลจึงออกตามหาพระนางจันเทวีจนพบ และได้เดินทางไปเมืองสามลนครเพื่อพบพระสังข์ โดยพระนางจันเทวีได้ปลอมเป็นแม่ครัวในวังและได้แกะสลักเรื่องราวทั้งหมดบนชิ้นฟัก ให้พระสังข์เสวย ทำให้พระสังข์รู้ว่าแม่ครัวคือพระมารดานั่นเอง พระสังข์และรจนาจึงได้เสด็จตามท้าวยศวิมลและพระนาง จันเทวีกลับไปครองเมืองยศวิมลสืบไป 6. ศรีธนญชัย : ตอนผ่าท้องน้องและควักเครื่องในมาล้าง เพราะแม่บอกให้อาบน้ำให้น้องจนสะอาดทั้งในและนอก / เผาบ้านคนอื่น / ฆ่าพระ / ยายแก่ /  ฆ่าแมว / ยึดที่ดินคนอื่น / ฆ่านก / เบี้ยวหนี้ยายแก่ สุดท้ายพ่ายแพ้ให้กับ เณร ที่ฉลาดกว่า (คาดว่าเป็นน้องชายกลับชาติมาเกิด) - สามี-ภรรยา ได้พรจากพระอินทร์ จึงได้ลูกชายสมใจคนแรก และตั้งชื่อว่า "ศรีธนญชัย" ต่อมาเมื่ออายุครบ 5 ขวบ แม่ก็มีลูกชายคนที่ 2 ทำให้ทุกคนหันไปสนใจลูกชายคนเล็กมากกว่า วันนึงแม่มีธุระเลยฝากให้ศรีธนญชัยดูแลน้อง อาบน้ำน้องให้สะอาด ล้างให้หมดไส้หมดพุง ศรีธนญชัยเลยจัดการผ่าท้องควักอวัยวะภายในออกมาล้าง ซึ่งในนิทานกล่าวว่าที่ศรีธนญชัยกระทำไปแบบนั้นก็เพราะอิจฉาน้อง - ศรีธนญชัย ฆ่าพระ เกิดจากตอนวัยเด็กแม่ส่งไปอยู่กับพระที่วัด พระโดนศรีธนญชัยแกล้งตลอด จนเหตุการณ์ที่ ศรีธนญชัยท้าพระ บอกถ้าแมลงวันเกาะผมให้หลวงพี่เอาตะแกรงนี่ตบนะ หากแมลงวันเกาะหลวงพี่ผมจะตีเอาบ้าง เมื่อต่างสัญญากันแล้ว พอแมลงวันเกาะศรีธนญชัยพระก็เอาตะแกรงตบเจ็บสักเล็กน้อย แต่พอแมลงวันหนีบินมาเกาะที่ศีรษะพระ พระก็บอกศรีธนญชัยว่า เอาเลย ตีเลย ศรีธนญชัยก็เอาค้อนตีไปบนหน้าผากพระ จนพระถึงแก่ความตาย -  เพราะพระราชาบอกว่าจะประทานที่เท่าแมวดิ้นตายให้แก่ศรีธนญชัย เขาเลยไล่ตีแมวจนมันดิ้นตายรอบเมือง - ครั้งหนึ่ง ศรีธนญชัยนึกอยากไปเล่นหมากรุกกับพระที่วัด เดินจากบ้านมาถึงริมน้ำเห็นเณรองค์หนึ่งพายเรือผ่านมา จึงเรียกให้จอดเพื่อขอติดเรือไปด้วย ขณะที่เณรลุกขึ้นยืนพายเรือ ศรีธนญชัยเกรงเรือจะล่มจึงถามไปว่า "ทำไมไม่นั่งพายเล่าพ่อเณร" เณรองค์นั้นก็เอาพายพาดเรือแล้วนั่งทับพายไว้ (เสียทีเณรเสียแล้ว) ศรีธนญชัยแค้นใจเพราะไม่เคยพ่ายแพ้เชาว์ปัญญาใครมาก่อน ต่อมาเณรจึงถามว่าจะขึ้นตรงไหน ศรีธนญชัยกำลังโกรธก็เลยบอกออกไปว่าจะจอดตรงไหนก็ตามใจเถิด เณรเห็นหมู่กอไผ่ขึ้นเรียงรายอยู่ริมตลิ่งจึงเสือกหัวเรือเข้าไปจอด (เสียทีเณรเสียแล้ว) ศรีธนญชัยจึงต้องลุยหนามไผ่หรือหนามซอเกือบครึ่งค่อนวันจึงหลุดออกมาได้ - วันหนึ่งสองตายายมาร้องเรียนว่าศรีธนญชัยได้ขอยืมเงินไป และบอกว่าสองเดือนจะคืนให้ แต่นี่ผ่านมาปีกว่า ไปทวงก็ทำนิ่งเฉย นายเวร (เณรอุปัชฌาย์สึกแล้ว) เรียกคู่ความมาสอบสวน ศรีธนญชัยก็อ้างข้อความในสัญญาบอกสองเดือนจะใช้หนี้ให้ แต่นี่เพิ่งเดือนเดียวเท่านั้น นายเวรรู้ทันเล่ห์ถามว่าท่านหมายถึงเดือนบนฟ้าใช่หรือไม่ เมื่อยอดตลกหลวงรับว่าใช่ นายเวรจึงเรียกมาตัดสินในเวลากลางคืนพร้อมชี้ให้ดูเดือนบนท้องฟ้ากับเดือนอีกดวงหนึ่งที่ปรากฏเงาอยู่ในน้ำรวมเป็นสองเดือนพอดี ศรีธนญชัยจำต้องใช้หนี้คืนโจทก์ไปและชักแน่ใจว่านายเวรหรืออดีตชาติของสามเณรผู้นี้  คือน้องชายของตนกลับชาติมาเกิดเพื่อแก้แค้นนั่นเอง - หลังจากแพ้คดีศรีธนญชัยก็มีแต่ความกลัดกลุ้มใบหน้าเศร้าหมองร่างกายซูบผอม โรคภัยเบียดเบียนคิดว่าตนคงจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานจึงให้ภรรยาไปเฝ้าพระเจ้าภูเบศว่า ตนมีเรื่องสำคัญจะทูลพระเจ้าภูเบศเห็นแก่คนใกล้จะตาย อุตส่าห์รีบเสด็จมา ศรีธนญชัยจึงทูลว่า "การที่จะเสวยปลาหมอปิ้งนั้น ให้หมั่นกลับ อย่าให้หนังแห้ง จึงจะอร่อย" พระเจ้าภูเบศคลั่งแค้นพระทัยตรัสว่า "มึงตายเมื่อไรกูจะให้สนมนางในมาเยี่ยวรดกองกระดูกให้สมใจ"  ได้ฟังดังนั้น ศรีธนญชัยจึงสั่งภรรยาว่า ให้เอาไม้ลังตังมาเผาศพตน ห้ามใช้ไม้อย่างอื่น เมื่อนางข้าหลวงได้รับพระบัญชาจากพระเจ้าภูเบศก็พากันมาเยี่ยวรดเถ้ากระดูกของศรีธนญชัย จึงโดนขุยไม้ลังตังฟุ้งเข้าใส่ในร่มผ้าต่างคันคะเยอแหกปากร้องลั่นไปตามๆ กันนับว่ายอดตลกหลวงยังคงรักษาเกียรติภูมิความเป็นผู้มีเชาว์ปัญญาไว้ได้จนวาระสุดท้ายแม้จะใช้ไปในทางฉลาดแกมโกงซะเป็นส่วนใหญ่ 7. ปลาบู่ทอง : ขนิษฐาตายซ้ำแล้วซ้ำเล่า, เอื้อยโดนหลอกให้ตกลงในน้ำเดือดจนถึงแก่ความตาย, อ้ายโดนประหาร นำชิ้นเนื้อต้มแกงกลับไปให้บิดา มารดากิน และรู้ที่หลังว่าเนื้อที่กินไปนั้นคือเนื้อลูกสาวของตน  เศรษฐีผู้มีอาชีพจับปลามีภรรยา 2 คน คนแรกชื่อขนิษฐา มีลูกสาวชื่อ เอื้อย ส่วนคนที่สองชื่อขนิษฐี มีลูกสาวชื่อ อ้ายและอี่ วันหนึ่งเศรษฐีกับขนิษฐาไปจับปลาในคลอง แต่ได้มาเพียงปลาบู่ทองที่ตั้งท้องตัวเดียวเท่านั้น เมื่อถึงเวลากลับเศรษฐีก็ตัดสินใจเอาปลาบู่ทองกลับบ้าน แต่ขนิษฐาเกิดความสงสารขอให้เศรษฐีปล่อยปลาไป เศรษฐีโกรธจึงฟาดนางขนิษฐาจนตายและทิ้งศพลงคลอง เศรษฐีบอกเอื้อยว่าแม่หนีตามผู้ชายไป นับตั้งแต่นั้นขนิษฐี อี่ และอ้าย ก็กลั่นแกล้งเอื้อยมาโดยตลอด เอื้อยคิดถึงแม่และชอบไปนั่งร้องไห้อยู่ริมท่าน้ำ และได้พบกับปลาบู่ทอง จึงรู้ว่าเป็นแม่กลับชาติมาเกิด และนำข้าวสวยมาโปรยให้ปลาบู่ทองกิน และมาปรับทุกข์ให้ฟังทุกวัน นางขนิษฐีและลูกสาวเห็นเอื้อยมีความสุขขึ้น จึงสืบจนพบว่านางขนิษฐาได้มาเกิดเป็นปลาบู่ทอง นางขนิษฐีจึงแอบจับปลาบู่ทองมาทำอาหารและขอดเกล็ดทิ้งไว้ในครัว พอเอื้อยรู้เรื่องก็เศร้าเสียใจมาก นำเกล็ดไปฝังดินและอธิษฐานขอให้แม่มาเกิดเป็นต้นมะเขือ เมื่อขนิษฐีทราบเรื่องเข้า ก็โค่นต้นมะเขือ และนำลูกมะเขือไปจิ้มน้ำพริกกิน เอื้อย(ก็ไม่ยอมแพ้) เก็บเมล็ดมะเขือที่เหลือไปฝังดินและอธิษฐานให้แม่ไปเกิดเป็นต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทองในป่า และไม่ให้ผู้ใดสามารถโค่น ทำลาย หรือเคลื่อนย้ายต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทองได้ วันหนึ่งพระเจ้าพรหมทัตเสด็จประพาสป่าได้พบกับต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทอง โปรดให้นำเข้าไปปลูกในวัง แต่ไม่มีผู้ใดสามารถเคลื่อนย้ายได้ ขนิษฐีและอ้ายกับอี่ลองถอนแต่ไม่สำเร็จ เอื้อยขอลองบ้างและอธิษฐานจิตบอกแม่ว่าขอย้ายแม่เข้าไปปลูกในวัง เอื้อยจึงถอนต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทองได้สำเร็จ พระเจ้าพรหมทัตถูกชะตาเอื้อยจึงชวนเข้าไปอยู่ในวังและแต่งตั้งให้เอื้อยเป็นพระมเหสี ฝ่ายขนิษฐีและลูกสาวอิจฉาเอื้อย จึงส่งจดหมายไปบอกเอื้อยว่าพ่อป่วยหนักขอให้เอื้อยกลับมาเยี่ยมที่บ้าน เมื่อเอื้อยกลับมาบ้าน นางขนิษฐีก็ได้แกล้งนำกระทะน้ำเดือดไปวางไว้ใต้ไม้กระดานเรือน และทำกระดานกลไว้ เมื่อเอื้อยเหยียบกระดานกลก็ตกลงในหม้อน้ำเดือดจนถึงแก่ความตาย ต่อจากนั้นขนิษฐีให้อ้ายปลอมตัวเป็นเอื้อยและเดินทางกลับไปยังวังของพระเจ้าพรหมทัต แต่เอื้อยได้เกิดใหม่เป็น นกแขกเต้า แล้วก็บินกลับเข้าวัง พระเจ้าพรหมทัตเห็นนกแขกเต้าแสนรู้ ไม่รู้ว่าเป็นเอื้อยกลับชาติมาเกิด ก็เลี้ยงไว้ใกล้ตัว อ้ายเห็นดังนั้นก็ไม่พอใจ สั่งคนครัวให้นำนกแขกเต้าไปถอนขนและต้มกิน แต่รอดมาได้ เอื้อยก็บินเข้าป่าไปจนเจอกับพระฤๅษี พระฤๅษีตรวจดูด้วยญานพบว่านกแขกเต้าคือเอื้อยกลับชาติมาเกิดจึงเสกให้เป็นคนตามเดิม และวาดรูปเด็กเสกให้มีชีวิตเพื่อให้เป็นลูกของเอื้อย เมื่อเด็กนั้นโตขึ้นก็ขอเอื้อยเดินทางไปหาบิดา เอื้อยจึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้บุตรชายฟังร้อยพวงมาลัยเพื่อให้บุตรชายนำไปให้พระเจ้าพรหมทัต เมื่อพระเจ้าพรหมทัตได้พบกับบุตรชายของเอื้อยและพวงมาลัย ก็ขอให้เด็กชายเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังว่าได้มาลัยมาอย่างไร เด็กชายก็เล่าตามที่เอื้อยเล่าให้ฟัง เมื่อทราบเรื่องทั้งหมดแล้วพระเจ้าพรหมทัตก็สั่งประหารชีวิตอ้าย อี่ และขนิษฐี และไปรับเอื้อยเพื่อให้กลับมาครองบัลลังก์ร่วมกันอีกครั้ง (บ้างก็บอกว่า อ้ายโดนประหาร นำชิ้นเนื้อต้มแกงกลับไปให้บิดา มารดากิน และรู้ที่หลังว่าเนื้อที่กินไปนั้นคือเนื้อลูกสาวของตน) 8. นางอุทัยเทวี : นางอุทัยเทวีนำมีดโกนโกนผมของนางฉันทนาออกจนหมด แล้วกรีดศีรษะนางแล้วนำปลาร้าครอบหัวไว้ ห้ามเอาออกจนกว่าจะถึงวันที่ 7 แต่ไม่ถึงหนึ่งคืนนางก็ทนพิษบาดแผลไม่ไหว สิ้นใจตาย สมุทมาลา ลูกสาวพญานาคราช แอบหนีขึ้นไปบนพื้นดินและได้พบกับรุกขเทวดาที่จำแลงกายเป็นหนุ่มรูปงาม ทั้งคู่ก็ได้เสียกัน แต่เมื่อพระอินทร์ทราบเรื่องก็เลยลงโทษรุกขเทวดาให้ไปอยู่นอกฟ้าป่าหิมพานต์ ส่วนสมุทมาลาที่กำลังตั้งครรภ์ ก็ตัดสินใจสำรอกลูกในท้องออกมาเป็นไข่พร้อมพ่นพิษนาคคุ้มครองไว้ แล้วใช้ผ้าสไบห่อไข่ พร้อมกับนำไปซุกไว้ในพงหญ้าริมหนองน้ำโดยถอดแหวนวิเศษไว้ให้ลูกด้วย และนางจึงกลับไปอยู่ที่บาดาลตามเดิม คางคกใหญ่กำลังหิวจึงกินไข่ฟองนั้น แต่พิษของพญานาคทำให้คางคกตาย เป็นเวลาเดียวกับที่ไข่ครบกำหนดคลอด พอเปลือกไข่แตกออก ภายในก็พบเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักอาศัยอยู่ในซากคางคกนั้นเรื่อยมา ด้วยเข้าใจว่าคางคกเป็นแม่ของตน  สองตายายคู่หนึ่งซึ่งอยู่ระแวกนั้น มาจับปลาและเจอกับเด็กหญิงจึงรับเลี้ยงไว้ เด็กหญิงจึงใช้แหวนวิเศษที่แม่ทิ้งไว้ให้เนรมิตข้าวปลาอาหารให้ตายายที่ยากจน และตายายได้ตั้งชื่อให้เด็กหญิงว่า นางอุทัยเทวี ต่อมาอุทัยเทวีได้อภิเษกสมรสกับเจ้าชายสุทราชกุมาร และได้ขึ้นเป็นราชเทวีของเจ้าชายสุทราชกุมารอย่างสมพระเกียรติ แต่มีเหตุที่ทำให้เจ้าชายสุทราชกุมารต้องไปแต่งงานกับหญิงอื่นชื่อ ฉันทนา ของอีกเมืองหนึ่ง ซึ่งพระบิดาของทั้งสองเมืองเคยตกลงกันไว้ ทำให้เจ้าชายสุทราชกุมารต้องเดินทางไปแต่งงาน แต่ก็ได้สั่งให้ช่างปั้นรูปเหมือนของทั้งคู่และเก็บไว้เพื่อนึกถึงกัน .. เจ้าชายได้แต่งงานกับฉันทนา แต่ก็ไม่ได้สนใจนางเลย เพราะคิดถึงแต่อุทัยเทวีเท่านั้น ทำให้ฉันทนาน้อยใจและคิดอิฉจาริษยาอุทัยเทวี นางจึงแอบเอารูปปั้นไปทิ้งน้ำ แต่นั้นก็ยิ่งทำให้เจ้าชายคิดถึงอุทัยเทวีมากขึ้นกว่าเดิม เจ้าหญิงฉันทนายังไม่ยอมสำนึกตัวหันมาสร้างความดีเอาชนะใจเจ้าชาย แต่กลับจ้างคนไปลักพาตัวนางอุทัยเทวีมากักขัง เฆี่ยนตีจนสลบ แล้วให้คนนำไปทิ้งแม่น้ำเพราะเข้าใจว่านางอุทัยเทวีสิ้นชีวิตไปแล้ว แต่นางอุทัยเทวีมีเชื้อสายนาคราชพอร่างถูกน้ำก็ฟื้นขึ้นมา  นางอุทัยแปลงกายเป็นหญิงชรา(แต่มีผมดำสนิท) ขายขนมแถวท่าน้ำพระราชวัง ส่วนเจ้าหญิงฉันทนานั้นผลกรรมได้ตามสนองทำให้ผมหงอกขาวโพลนหมดทั้งศีรษะ นางข้าหลวงคนสนิทจึงพาหญิงชราขายขนมซึ่งยังมีผมหงอกดำทั้งที่สูงวัยแล้ว มาเฝ้าเจ้าหญิงฉันนาเพื่อให้ช่วยรักษา หญิงชราจึงโกนผมเจ้าหญิงฉันนาและเอาปลาร้าพอกจนทั่วแล้วใช้หม้อดินครอบเอาไว้ บอกว่าเป็นยาวิเศษอีก 7 วัน จะมาเอาหม้อที่ครอบไว้ออก แต่นั้นกลับทำให้แผลที่ถูกมีดโกนผมบาดติดเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายจนเจ้าหญิงฉันทนาสิ้นใจ ต่อมาเจ้าชายสุทราชกุมารและนางอุทัยเทวีกลับมาครอบรักกันอีกครั้ง (แต่บางเรื่องเล่าว่า คนที่ทำให้ฉันทนาตายไม่ใช่อุทัยเทวี  แต่เป็นสมุทรมาลาซึ่งเป็นแม่มาช่วยลูกสาว) 9. โสนน้อยเรือนงาม : นางกุลาถูกจับได้ว่าปลอมตัวเป็นเจ้าหญิงโสนน้อย จึงถูกลงโทษโดยการถูกแล่เนื้อและเอาเกลือทา แล่วันละน้อยๆ จนขาดใจตาย นางกุลาเป็นหญิงสาวที่โสนน้อยเรือนงาม ช่วยเหลือชีวิตไว้ นางจึงอาสาเป็นทาสรับใช้ แต่นางกุลานิสัยไม่ดีปลอมตัวเป็นโสนน้อยเรือนงามเพื่อได้แต่งงานกับเจ้าชาย แต่ภายหลังถูกจับได้ นางจึงคิดกลอุบายแกล้งโสนน้อยเรือนงามต่อโดยเอางูพิษใส่กล่องหลอกว่ามีของวิเศษในกล่องให้นำไปมอบให้เจ้าชาย ทำให้เจ้าชายเข้าใจผิดคิดว่าโสนน้อยเรือนงามคิดจะปลงชีพ ทั้งคู่จึงถูกเนรเทศ ครั้งหนึ่งกุลาหลอกให้ โสนน้อยเรือนงาม ลงเล่นน้ำในบ่อที่ฝั่งหนึ่งมีสีทองและอีกฝั่งสีดำ นางกุลาจุ่มตัวลงบ่อสีทองพอขึ้นมานางมีรูปโฉมสวยงาม ส่วนโสนน้อยเรือนงามยืนอยู่ฝั่งบ่อสีดำ กุลาแกล้งผลักตกลงไปทำให้ร่างกายของโสนน้อยเรือนงามกลายเป็นอัปลักษณ์ ขณะนั้นโสนน้อยเรือนงามตั้งท้องและคลอดลูกออกมา ก็ถูกนางกุลานำลูกใส่ตะกร้าไปปล่อยทิ้งน้ำ แต่ไม่จมเพราะบุญของเด็กมีมากนัก ต่อมาตะกร้าลอยไปติดเกาะแห่งหนึ่งที่มีพระฤาษีอยู่จึงรับเลี้ยงเด็กคนนี้ และสอนวิชาป้องกันตัวให้ เมื่อเด็กโตขึ้น ขณะเดินเล่นอยู่ในป่าก็เจอกับเจ้าชาย จนสุดท้ายได้รู้ว่าที่แท้เจ้าชายก็คือพ่อแท้ๆ ของตน ต่อมาทางฤาษีจึงช่วยพ่อ-ลูกออกตามหาโสนน้อยเรือนงามจนได้พบกัน โสนน้อยเรือนงามได้ลงไปชุบตัวที่บ่อน้ำสีทอง ส่วนนางกุลาถูกสั่งให้ลงไปแช่ในบ่อดำกลายเป็นหญิงอัปลักษณ์ ตอนจบของเรื่องโสนน้อยเรือนงามนั้นมีหลายเวอร์ชั่น ไม่ว่าจะ นางกุลาถูกสั่งให้ลงไปแช่ในบ่อดำกลายเป็นหญิงอัปลักษณ์, นางกุลาถูกฟ้าผ่าตาย แต่ฉากตายของนางกุลาจริงๆ นั้น คือ ถูกลงโทษโดยการถูกแล่เนื้อและเอาเกลือทา แล่วันละน้อยๆ จนขาดใจตาย ดั่งกลอนที่ว่า .. "เอามีดเชือด ค่อยเถือเนื้อเลือด ออกทีละชิ้น เชือดทีหนึ่งถาม เอาความยุพิน อีใจทมิฬ ไม่รับเลยนา เชือดวันละน้อย เลือดโทรมไหลย้อย ทั่วทั้งกายา กุลาเหลือล้น จะทนมรณา จนสิ้นมังสา ในกายไม่มี มันมิได้รับ จนตากลอกกลับ สิ้นดังชีวี"  10. สังข์ทอง : สังข์ทองทิ้งแม่บุญธรรมของตัวเองหลังจากที่รู้ว่านางเป็นยักษ์นางร้องไห้เป็นสายเลือด อ้อนวอนให้ลงมาแต่สังข์ทองก็ไม่สนใจ จนนางอกแตกตาย ฝ่ายนางยักษ์กลับมาไม่เห็นลูก และขึ้นไปที่ปราสาทชั้นบนเห็นเกราะรูปเงาะป่า เกือกทองและพระขรรค์หายไป ก็รู้ทันทีว่าพระสังข์ทองรู้ว่าตนเป็นยักษ์แล้วหลบหนีไป นางจึงเหาะตามไป เมื่อถึงฝั่งน้ำเห็นพระสังข์ทองพักอยู่ นางไม่สามารถเหาะข้ามไปได้ จึงร้องไห้อ้อนวอนให้พระสังข์ทองกลับมาหาตน พระสังข์ทองยังหวาดกลัวจึงไม่ยอมกลับ นางพันธุรัตน์เสียใจจนหัวใจแตกสลาย แต่ก่อนตายนางก็สอนมนต์หาเนื้อหาปลาให้พระสังข์ทองแล้วนางก็สิ้นใจตาย พระสังข์ทองรู้สึกเสียใจมาก หลังจากได้จัดการเผาศพนางยักษ์แล้ว พระสังข์ทองก็เหาะเดินทางไปเมืองพาราณสี เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ขอบคุณที่มา http://pantip.com/topic/30890635, www.myfirstbrain.com,  ฑ.มณฑา, pantip.com, http://board.palungjit.org/8950193-post16.html, th.wikipedia.org, https://sangthong.wordpress.com/

อรรถพล ประเสริฐยิ่ง เสียชีวิตแล้ว
ประวัติ อรรถพล ประเสริฐยิ่ง /  อดีต / 

ช็อควงการเพลงอีกระลอก ที่ต้องสูญเสีย อรรถพล ประเสริฐยิ่ง หรือ อู๋ มือคีย์บอร์ด วงแมคอินทอช ที่เสียชีวิตด้วยอาการเส้นเลือดในสมองแตก เมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ (31 ก.ค.) อรรถพล ประเสริฐยิ่ง หรือ อู๋ เกิดเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2502 มือคีย์บอร์ดวงแมคอินทอช วงดนตรีชื่อดังเจ้าของเพลงฮิตมากมาย อาทิ วันวานยังหวานอยู่,ใจสยิว ฯลฯ อู๋ อรรถพล เคยฝากเสียงร้องไว้ในเพลง ลมหายใจของความคิดถึง และ ห่างไกล หลังจากที่แยกัวออกมาจากวงแมคอินทอช ก็มีผลงานเดี่ยว กับอัลบั้ม เติมอดีต ที่มีเพลงดังอย่าง “อดีต” นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเพลงดัง ที่หลายคนคุ้นหูอีกมากมาย ไม่มีความหมายจากใจอีกแล้วแคล้วกัน คิดว่าหลับฝันแล้วต้องจากกันเมื่อตื่น ในฝันเราอาจเปรมปรีดิ์สุขสันต์ยินดียิ้มรื่น ไม่เคยต้องฝืนใจของตน อดีตที่หวานให้มันผ่านลอยลับไป จวบถึงวันใหม่ไม่มีเสียใจหมองหม่น วันนี้วันสิ้นสุดกัน ถ้านับจากวันเริ่มต้น แค่เพียงผ่านพ้นไม่กี่ราตรี วันแรกฉันยังจำได้ จำได้ไม่ลืม ยังปลาบยังปลื้มจวบจนวันนี้ และเป็นวันนี้เช่นกัน คืนความผูกพันใยดี ความรักที่มีเธอกลับเป็นผู้ทำลาย ไม่มีเหตุผลต่างคนต่างไปหรือเธอ เสียดายที่เผลอหลวมตัวรักเธอโดยง่าย ฉากรักเราปิดม่านลง คงคิดว่าเราแพ้พ่าย แต่เธออย่าหมายว่าจะคืนดี มิวสิคเอ็มไทย ขอแสดงความเสียใจ ต่อการจากไปของ พี่อู๋ อรรถพล ประเสริฐยิ่ง มา ณ ที่นี้ด้วยครับ ภาพประกอบ จากเฟซบุ๊ก วงศกร รัศมิทัต หรือพี่ต้น จากวง แมคอินทอช คลิปมิวสิควีดิโอเพลง อดีต จาก Youtube thaimusicclips มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

'อดีตนายกฯสมชาย' ลงนะหน้าทอง หลังฝันร้ายหวั่นกลายเป็นจริง
ครูบาน้อย /  ลงนะหน้าทอง / 

อดีตนายกฯ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ เข้ากราบนมัสการครูบาน้อย พร้อมลงนะหน้าทอง 9 จุด หลังฝันไม่ดี หวั่นกลายเป็นจริง วานนี้(30 ก.ค. 58) นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และญาติ พร้อมผู้ติดตาม ได้เดินทางเข้ากราบนมัสการ พระครูสิริศีลสังวร หรือครูบาน้อย เตชปัญโญ เจ้าอาวาสวัดศรีดอนมูล ต.ชมภู อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ครูบาดังทางภาคเหนือ โดยครูบาน้อยได้ทำพิธีลงนะหน้าทอง ให้กับนายสมชาย ทั้งบริเวณตัวหน้า-หลัง และหน้าผาก แก้มซ้ายขวา ฝ่ามือทั้งสอง รวม 9 จุด จากนั้นก็ทำพิธีใช้ไม้เท้าของหลวงปู่ทิม สัมผัสจุดทองเปลวทั้ง 9 ที่ตัวของนายสมชาย แล้วใช้ไม้เท้าของหลวงปู่ทิมเป่าคาถาที่กระหม่อมให้อีก ทางวัดได้มอบพระรูปหล่อครูบาน้อยให้กับนายสมชาย และสายสิญจน์สีแดงใส่ข้อมือทั้งสองเป็นอันเสร็จพิธี ด้าน นายสมชาย เผยว่า ปัจจุบันตนอายุ 68 ปี แล้ว เมื่อวานฝันบางสิ่งบางอย่าง ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ และคิดว่าฝันดังกล่าวนั้นอาจเกิดขึ้นจริง จึงตัดสินใจเดินทางมาหาครูบาน้อย เตชปัญโญ เพื่อให้พระเดชพระคุณท่านให้คำแนะนำ ซึ่งท่านได้แนะนำให้ตนคิดดี ปล่อยวางอย่ายึดติด และทำใจให้สบาย เมื่อคิดดีพูดดี ทุกอย่างก็จะดี หลังจากได้รับคำแนะนำ และได้รับศีลรับพรจากครูบาน้อยตนก็รู้สึกสบายใจขึ้นอย่างมาก ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

Ausiris ชี้ ราคาทองวันนี้ทรงตัว จับตาการปรับดอกเบี้ยสหรัฐฯ
ทอง /  ทองคำ / 

บทวิเคราะห์ทองคำ ประจำวันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2558 โดย ออสสิริส กรุ๊ป ระบุว่า ประเด็นสำคัญของราคาทองคำในวันนี้ มีปัจจัยเกี่ยวข้อง ดังนี้ ปัจจัยที่กระทบราคาเมื่อวาน ราคาทองคำเคลื่อนไหวแคบๆในกรอบ 1152-1159 ซึ่งนักลงทุนกำลังรอดูว่า นายกรัฐมนตรีกรีซจะยื่นร่างกฎหมายเกี่ยวกับการปรับขึ้นภาษีการขายและการลดเงินบำนาญวันนี้ว่าจะผ่านได้หรือไม่ หลังจากที่รัฐบาลกรีซได้บรรลุข้อตกลงร่วมกับกลุ่มเจ้าหนี้ยุโรปในวันจันทร์ที่ผ่านมา ถ้าสามารถร่างกฎหมายได้กรีซจะได้เ งินกู้รอบที่ 3 ประเด็นที่ต้องจับตามอง นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะทำการแถลงนโยบายการเงินรอบครึ่งปีต่อสภาคองเกรสในวันนี้ และวันพรุ่งนี้ ซึ่งตลาดทั่วโลกจะจับตาแถลงการณ์ของนางเยลเลนเพื่อหาสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ ชม คลิป บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 1 นาที By www.ausiris.co.th อยากรู้จัก Ausiris คลิกที่นี่ ต้นตอของวิกฤตกรีซอยากรู้ คลิกเลย รายงานฉบับนี้จัดทำโดยบริษัท ออสสิริส จำกัด เพื่อแสดงความเห็นเป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับประกอบการตัดสินใจลงทุนสำหรับลูกค้าที่เฉพาะเจาะจงเท่านั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการชักชวน หรือชี้นำให้ซื้อขายแต่อย่างใด ซึ่งรายงานฉบับนี้มาจากความเห็นของนักวิเคราะห์ ประกอบกับแหล่งข้อมูลที่ผู้จัดทำเห็นว่ามีความน่าเชื่อถือ และถูกนำมาใช้อ้างอิงในการลงทุนทั่วไป อย่างไรก็ตามข้อมูลที่ปรากฎตามรายงาน ไม่ได้ถือเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงแต่อย่างใด ผู้ลงทุนควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ทั้งทางตรง และทางอ้อม ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy MThai News

 แฮปปี้! แก๊งนางฟ้า เซอร์ไพรส์ HBD เจน เจนสุดา
เจน เจนสุดา ปานโต /  ข่าว เจนสุดา ปานโต / 

พึ่งสละโสดไปหมาดๆสำหรับสาว เจน เจนสุดา ล่าสุดจ้า เพื่อนสาวแก๊งนางฟ้าทำเซอร์ไพรส์ฉลองวันเกิดครบรอบอายุ 32 ปี แหมเรียกว่าชีวิตตอนนี้ก็แฮปปี้ ดี๊ดีสุดๆ การงานก็ลงตัว ความรักนี่พีคสุดรองานวิวาห์อย่างเดียวเลย ก็ไม่รู้ว่าแฟนหนุ่ม พอล สิริสันต์ จะมอบของขวัญอะไรให้น๊า แต่ที่แน่ๆต้องพิเศษสุดๆเลยล่ะ ขอขอบคุณภาพจาก IG #janesurpriseBD2015 แก๊งนางฟ้า ทำเซอร์ไพรส์วันเกิด เจน เจนสุดา เจน - เจนี่ แอน - เจน แอน - เจน คริส - เจน ทุกคนรวมตัว เซอร์ไพรส์วันเกิด เจน

หดหู่!พ่อยอมตาบอด ส่งลูก2คนจบปริญญา แต่ลูกทอดทิ้ง
บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ /  พ่อตาบอด / 

สุดหดหู่! พ่อยอมตาบอด ส่งลูก2คนจบปริญญา แต่ลูกทิ้งไม่เหลียวแล กลายเป็นเรื่องราวดราม่าที่ถูกแชร์บนโลกออนไลน์ เมื่อแฟนเพจ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ได้เผยแพร่เรื่องราวของคุณตา คุณยายท่านหนึ่งที่ยอมลำบากทำงานส่งเสียลูกเรียนจบปริญญาตรี จนตัวเองต้องตาบอด แต่สุดท้ายลูกกลับทิ้งไปไม่เหลียวแล โดยบิณฑ์ เผยว่า ตนได้มีโอกาสมาหาคุณตาสมชาย แย้มทองคำ อายุ69ปี อยู่กับคุณยาย สิริยา แย้มทองคำ อายุ67ปี มีอาชีพขายกับข้าวตามสถานที่ราชการ โดยต้องไปรับเขามาอีกที กำไรต่อวันประมาณ150-200บาท นำเงินที่ได้มาซื้อข้าวประทังชีวิต ส่วนที่เหลือก็ทำบุญ ซึ่งคุณตาสมชายตาบอดหนึ่งข้าง ส่วนอีกข้างอยู่ระหว่างการรักษา ซ้ำร้ายก่อนหน้านี้คุณตาเคยโดนรถชนขาต้องดามเหล็กไว้ ทำให้เดินไม่ถนัด ส่วนสาเหตุที่คุณตาสูญเสียดวงตาไปเพราะเมื่อปี 2540 คุณตาไม่ยอมเอาเงินไปรักษาดวงตาแต่เอาเงินส่งเสียให้ลูกได้เรียนจบปริญญาสองคน  จากลูกทั้งหมดที่มี 6 คน แต่ละคนไม่มีใครกลับมาเหลียวแลคุณตาเลย ทุกวันนี้ได้เงินคนพิการ800บาทและได้เงินผู้สูงอายุอีก600บาท ส่วนคุณยายก็ได้600บาท มีค่าใช้จ่ายเป็นค่าเช่าห้องเดือนละ1,000บาท ค่าน้ำค่าไฟอีก500บาท  โดยตนได้ช่วยคุณตาด้วยการมอบเงินช่วยเหลือ 20,000บาทเอาไว้เป็นค่ารถไปหาหมอ " ถ้าเพื่อนๆจะช่วยลุงก็โอนไปให้ลุงได้ครับที่บัญชีของลุง ชื่อบัญชี นาย สมชาย แย้มทองคำ ธ.ไทยพาณิชย์ สาขาวงเวียนสระแก้วลพบุรี เลขที่บัญชี 6942159238 ออมทรัพย์ ถ้าลูกคุณตาสมชายได้อ่านpostของผม ผมหวังว่าท่านคงกลับมาดูแลคุณพ่อนะครับ ท่านน่าสงสารครับ ตอนนี้ต้องมีคนดูแลอย่างใกล้ชิด แค่เดิน7-8ก้าวก็ไม่ไหวแล้ว รู้เลยว่าเหนื่อยแค่ไหน..ขอบคุณน้องที่ส่งเรื่องมาให้พี่นะครับสังคมจะดี..เราต้องช่วยกันครับ" นายบิณฑ์ กล่าว ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

เวย์-นานา ครอบครัวตัวอย่าง หวานไม่มากแต่มั่นคง
เวย์ ไทเทเนียม /  นานา ไรบีนา / 

ถือเป็นครอบครัวสุขสันต์หรรษาที่หลายคนติดตามอย่างชื่นชมสำหรับ เวย์ ไทยเทเนี่ยม กับ นานา ไรบีนา คุณพ่อคุณแม่ของฝาแฝด บีน่า-บรู๊คลิน ตั้งแต่มีลูกก็ทำให้ครอบครัวนี้แน่นแฟ้นกันขึ้นกว่าเดิม ทั้งนานาและเวย์ต่างช่วยกันผุดธุรกิจออกมารองรับอนาคตของลูกๆ อย่างธุรกิจร้านตัดผมและธุรกิจแบรนด์เสื้อผ้าเด็ก DEKTAY ที่ขายดิบขายดีเพราะได้บีน่าและบรู๊คลินเป็นพรีเซ็นเตอร์ ถึงจะมีงานสุมหัว คู่นี้เขาก็ไม่ลืมแบ่งเวลากระชับรักกันอยู่เรื่อยๆ นะจ๊ะ ต่อให้ต้องกระเตงลูกทั้งสองไปกระชับรักที่ต่างประเทศด้วยก็ไม่กระทบกับความหวานฉันสามี-ภรรยา แต่อย่างใด หากเปรียบเทียบกับคู่ของพอลล่า-เอ็ดเวิร์ด และ วุ้นเส้น-ชาคริต สมาชิกเพื่อนสาวในแก๊งนางฟ้าแล้ว คู่ของ เวย์-นานา ถึงจะหวานไม่มาก แต่แลดูมั่นคงนะยะ ถึงขนาดเพื่อนเลิฟอย่างม่ายสาวพราวเสน่ห์ เจนี่ เทียนฯ ต้องแวะเวียนมาปรึกษาปัญหาหัวใจด้วยบ่อยๆ แบบนี้ต้องบอกว่าหวานกันเรื่อยๆ รักกันนานๆ ดีกว่ารักกันหวือหวาแล้วสะบัดตูดให้กันทีหลัง เพื่อนๆ แก๊งนางฟ้าดูไว้เป็นตัวอย่างก็ไม่เสียหลาย เวย๋-นานา เวย๋-นานา เวย๋-นานา เวย๋-นานา

รักดั่งนิรันดร แฟชั่นเซท จาก 5 คู่แม่ลูก ที่จะมาชวนให้อบอุ่นใจ
fashion /  kids / 

พบกับแฟชั่นเซท รักดั่งนิรันดร จาก 5 คู่แม่ ลูก ที่มาร่วมถ่ายทอดภาพความรักและความผูกพัน ที่ชวนให้รู้สึกอบอุ่นใจ แถมด้วยภาพความน่ารักจากเด็กๆ วัยใส ที่คุณจะต้องแอบอมยิ้มตาม ทั้งหมดพร้อมมาเสิร์ฟกันถึงที่ ในนิตยสารดิฉัน ฉบับ 922 เดือนสิงหาคม พบกันได้ทุกแผงหนังสือและในระบบดิจิทัลแล้ววันนี้   Brand : Lanvin คอลเลคชั่น Fall - Winter 2015 Model : พิมพ์ผกา เสียงสมบุญ - ณภัทร เสียงสมบุญ พอลล่า เทย์เลอร์ บัทส์เทอรี่ - ไลลา เ่จน บัทส์เทอรี่ นันทิดา แก้วบัวสาย - ชนม์ทิดา อัศวเหม สิริยา บิชอพ - เลลา คาร์เมน บิชอพ พิยดา อัครเศรณี จุฑารัตนกุล - พัชรนันท์ จุฑารัตนกุล Photo ณัฐ ประกอบสันติสุข Stylist คณิศร วงษ์วิเศษสมใจ Make up : เอกรินทร์ วงศ์อกนิษฐ์, สุคนธ์ สีมารัตนกุล Hair : เดชาชัย เกิดผล, สมเจตน์ กล่อมน้อย

โคมไฟสีแดง! กับความเชื่อเสริมสิริมงคล เพิ่มความร่ำรวย
ความเชื่อ /  ความเชื่องเรื่องโคมไฟสีแดง / 

ความเชื่อเรื่องโคมไฟสีแดง อยู่คู่กับคนจีนมานานตั้งแต่อดีต โดยให้ความเป็นเครื่องหมายของความร่ำรวย คนจีนชอบสีแดง เพราะเป็นนัยว่ามันคือเปลวไฟ ที่สว่างโชติช่วง พร้อมเปิดรับสิ่งดีๆ และที่สำคัญ พร้อมที่จะรับเงินรับทองเข้ามา จึงไม่แปลกใจ ที่เรามักจะเห็น โคมไฟสีแดง ประดับอยู่ตามบานของคนจีน โดยเฉพาะช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองต่างๆ ของคนจีน ไม่ว่าจะเป็นวันตรุษจีน หรือว่าเทศกาลประกวดโคมไฟ ชาวจีนนิยมสลักลักษณ์มงคลลงไปบน โคมไฟสีแดง เพื่อความเป็นสิริมงคล แสดงถึงโชคลาภในการครองชีวิตคู่ให้นำ โคมไฟสีแดง ดังกล่าวไปตั้งไว้ใกล้หัวเตียง จะทำให้บ้านเจริญรุ่งเรือง สามีภรรยาสามัคคีกลมเกลียวกัน มีสุขร่วมเสพมีทุกข์ร่วมต้าน ขณะเดียวกันในงานแต่งงาน ชาวจีนยังนิยมใช้ของมงคลอื่นๆ เพื่อช่วยสร้างความเป็นสิริมงคลให้แก่การแต่งงาน เช่น สัญลักษณ์คู่แห่งความสุข เป็ดแมนดาริน ดอกพีโอนี เพื่อแสดงถึงความรักที่ยั่งยืนและการแต่งงานที่สุขสมอีกด้วย  รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.Mthai.com

รวมทายาทเศรษฐี เกิดมารวย ช่วยไม่ได้
ทายาทคนบันเทิง /  คุณหนูไฮโซ / 

รวมทายาทเศรษฐีเกิดมารวย ช่วยไม่ได้ น่ารัก น่าชัง หน้าตาดีเชื้อไม่ทิ้งแถวจริงๆ สำหรับเหล่าทายาทคนบันเทิง งานนี้บรรดาคุณพ่อ คุณแม่ต่างก็กำลังเห่อคุณลูก พากันอัพรูปอวดในโซเชียลให้เหล่าแฟนคลับได้ยลโฉมในความน่ารักกันยกใหญ่ เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งสีสันของวงการบันเทิงที่เห็นแล้วก็เพลินตาไม่น้อย แต่นอกจากจะเกิดมาหน้าตาดีแล้วเนี่ย ยังเกิดมาบนกองเงินกองทองเพียบพร้อมทุกสิ่งอย่างทั้งฐานะ และชาติตระกูล เรียกว่าออร่าทายาทเศรษฐีเปล่งประกายมาตั้งแต่อยู่ท้องมามี้เลยทีเดียว แบบนี้เขาเรียกว่าเกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริงๆ เอาเป็นว่าลองไปดูโฉมหน้าคุณหนูไฮโซกันหน่อยดีกว่าว่ามีลูกเต้าเหล่าใครกันบ้าง น้องปีใหม่ -แม่แอฟ น้องปีใหม่-พ่อสงกรานต์ น้องปีใหม่ ของขวัญเลอค่า ของครอบครัว เตชะณรงค์ เป็นของขวัญปีใหม่สุดพิเศษของครอบครัว เตชะณรงค์ จริงๆ สำหรับ น้องปีใหม่ ลูกสาวคนสวยของคุณแม่ แอฟ ทักษอร และคุณพ่อ สงกรานต์ เตชะณรงค์ ที่งานนี้พูดเลยว่ากำลังเห่อลูกสาวมาก แหม...ก็อย่างว่าละค่า อุตส่าห์ตั้งหน้าตั้งตารอมานานหลายเดือน ได้เจอหน้าลูกทั้งทีก็ต้องดีใจเป็นธรรมดา แถมน้องปีใหม่ก็หน้าตาจิ้มลิ้มอย่างนี้ด้วยแล้ว ใครเห็นก็ต้องหลงรักขนาดที่ว่าคุณตา คุณยายถึงกับไปปลูกบ้านอยู่ใกล้หลานสาวเลยทีเดียว ส่วนทางฝั่งคุณปู่ คุณย่าเองก็ไม่น้อยหน้านะจ๊ะ ทราบมาว่ารับขวัญหลานไปไม่ใช่น้อยๆ แว่วๆ มาว่าเปิดบัญชีรับขวัญด้วยยอดเงิน 100 ล้านแหม...ก็ไม่ค่อยเท่าไหร่หรอกเนอะ นอกจากเงินในบัญชี 100 ล้านแล้ว คุณน้องปีใหม่เธอก็แค่เป็นทายาทธุรกิจพันล้าน แล้วก็มีสนามหญ้าหน้าบ้านเป็น โบนันซ่าเขาใหญ่เท่านั้นเอ๊ง...ธรรมดามากค่า อิอิอิ น้องข้าวหอม-แม่ตั๊ก น้องข้าวหอม-แม่ตั๊ก-พ่อบุญชัย น้องข้าวหอม ทายาทหมื่นล้าน เจ้าสัวน้อยของ แม่ตั๊ก ราศีเจ้าสัวจับมาตั้งแต่เกิดเลยนะคะเนี่ย สำหรับ น้องข้าวหอม ชีวกิตต์ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของแม่ ตั๊ก บงกช กับ เจ้าสัวบุญชัย เป็นอีกหนึ่งหนุ่มน้อยที่น่าอิจฉา เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า เจ้าสัวบุญชัยเป็นนักธุรกิจหนุ่มใหญ่ที่มีดีกรีระดับเศรษฐีหมื่นล้าน รวยเป็นอันดับต้นๆ ของเมืองไทย มีสมบัติมหาศาลอย่างนี้ เรือล่มในหนอง ทองจะไปไหนได้ล่ะคะ ก็ตกมาอยู่ที่บรรดาลูกๆ แน่นอน งานนี้เจ้าสัวน้อยอย่างน้องข้าวหอมเลยได้รับทรัพย์ไปเต็มๆ เนี่ยละน้า...ที่เขาเรียกว่าคาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิดของแท้ อ๊ะๆๆ นอกจากฐานะชาติตระกูลแล้ว เรื่องหน้าตาก็ไม่ธรรมดา เรียกว่าถอดแบบความหล่อจากคุณพ่อมาเป๊ะเว่อร์ ล่าสุดสาวตั๊กก็พาน้องข้าวหอมถ่ายแบบขึ้นปกนิยตสารโชว์ความน่ารักของลูกชาย แหม...เด็กอะไรช่างน่ารักน่าชังซะจริงๆ น้องโปรด-แม่เป้ย ครอบครัวบุญยรัตกลิน ไฮโซน้องโปรดสุดหล่อของ แม่เป้ย เป็นอีกหนึ่งครอบครัวที่น่ารักน่าอิจฉาไม่แพ้ใครจริงๆ สำหรับอดีตสาวสวยเซ็กซี่ เป้ย ปานวาด ที่ตอนนี้เธอยอมลด ละ เลิก งานวาบหวิวทุกชนิด หันมาเป็นแม่ศรีเรือนคอยดูแลสามีสุดหล่อ ป๊อป นิธิ และลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอย่าง น้องโปรด อัศษดิณย์ ที่ตอนนี้กลายเป็นซุป’ตาร์ตัวน้อยไปแล้ว นอกจากความฮอตแล้วน้องโปรดก็ยังอยู่ในลิสต์รายชื่อทายาทเศรษฐีตระกูลดังอย่าง บุญยรัตกลิน แถมยังได้สายเลือดชายชาติทหารขนานแท้ตั้งแต่รุ่นปู่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ส่วนคุณพ่อป๊อปก็ดีกรีทหารเรือยศ เรือเอก เลยนะคะคู้น...ธรรมดาซะที่ไหน แบบนี้ต้องเรียกว่าไฮโซโปรดแล้วละมั้ง งานนี้คงต้องมารอดูกันต่อไปแล้วละค่ะว่า น้องโปรดจะเดินตามรอยพ่อป๊อปเป็นทหารเรือ เอ๊ะ! รึว่าจะเดินตามรอยคุณแม่ขึ้นแท่นซุป’ตาร์กันแน่น้า... น้องปุณณ์-แม่นุส ครอบครัวปุณณกันต์ ว่าที่เซเลบ น้องปุณณ์หล่อ รวย สปอร์ต โตเป็นหนุ่มแล้วหล่อดูดีใช่เล่นเลยนะเนี่ย สำหรับ ปุณณ์ ปุณณกันต์ ลูกชายคนโตของคุณพ่อ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ และคุณแม่ยังสาว นุสบา ปุณณกันต์ อยากจะรู้เหลือเกินว่าแม่นุสมีเคล็ดลับดูแลตัวเองอย่างไรถึงได้ยังสวยไม่สร่าง ขนาดมีลูก 2 คนแล้วนะคะเนี่ย หุ่นยังเซียะอยู่เลย พักเรื่องคุณแม่มาเม้าท์ลูกชายคนเล็กต่อดีกว่า แม้ตอนนี้อายุยังน้อย แต่ก็เริ่มฉายแววหล่อไม่น้อยหน้าพี่เหมือนกันนะคะ นี่ละน้า...ที่เขาเรียกว่าเชื้อไม่ทิ้งแถว นอกจากเรื่องรูปร่างหน้าตาที่มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว เรื่องความสามารถก็เริ่ดไม่แพ้กัน จุดนี้ทราบมาว่าน้องปุณณ์ He ไม่ธรรมดานะคะ เพราะเป็นนักกีฬาฟุตบอลของโรงเรียนซะด้วย แหม...คนอะไรเกิดมาเพอร์เฟกต์ไปซะทุกอย่าง ทั้งหน้าตา ความสามารถ และชาติตระกูลที่รวยระดับไฮโซเลยทีเดียวแถมเร็วๆ นี้จะบินไปเรียนต่อที่อังกฤษได้กลับมาเป็นไฮโซหนุ่มรักเรียนอก เอ๊ะ! อีกหน่อยคงต้องเรียกว่าเซเลบแล้วมั้งคะเนี่ย อิอิอิ ครอบครัวกัลย์จาฤก ครอบครัวกัลย์จาฤก นี่ไง ทายาทกันตนารุ่นต่อไป น้องต้น ลูกชายสุดที่เลิฟของ แม่พลอย ชื่นมื่นกันไปอีกหนึ่งครอบครัว สำหรับสาวพลอย รัตนรัตน์ และหนุ่มหล่อไฮโซทายาทกันตนารุ่นที่ 3 อย่าง เต็นท์ กัลป์ ที่ล่าสุดได้ให้กำเนิดทายาทตัวน้อย น้องต้น ไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา แต่จุดนี้เชื่อว่าหลายคนคงจะยังงงๆ ว่าหนุ่มเต็นท์คนนี้เป็นใคร เอาเป็นว่าเดี๋ยวดิฉันจะมาชี้แจงให้ฟังคร่าวๆ แล้วกันนะคะ หนุ่มหล่อมาดเซอร์คนนี้เป็นทายาทคนที่ 2 ของบิ๊กบอสกันตนา จาฤก กัลย์จาฤก หนุ่มเต็นท์มีดีกรีเป็นนักเรียนนอก คว้าปริญญาโทด้าน Produce ที่ New York Film Academy หลังจากเรียนจบ He ก็กลับมาสานฝันการเป็นผู้กำกับหนัง และเปิดบริษัท กันตนา โมชั่น พิคเจอร์ส ซึ่งเป็นบริษัทเก่าในเครือกันตนา โดยขึ้นแท่นเป็นผู้บริหาร ต่อมาหนุ่มเต็นท์ก็ได้โชว์ศักยภาพผลิตผลงานออกมาเรื่อยๆ ทั้งหนังสั้น และภาพยนตร์ และผลงานที่สร้างชื่อเสียงจนเป็นที่รู้จักก็คือ ห้องหุ่น ที่สำคัญเรื่องนี้ก็ทำให้หนุ่มเต็นท์ได้มาพบรักกับสาวพลอย อร๊าย...เรื่องราวของทั้งคู่อย่างกับโดนกำหนดไว้ยังไงยังงั้น จุดนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทายาทรุ่นต่อไปของกันตนาจะเป็นใคร ก็น้องต้นลูกชายสุดที่เลิฟคนนี้ไงล่ะคะ อิอิอิ ครอบครัวปุณณกันต์ ครอบครัวปุณณกันต์ คุณหนูไฮโซ ณดา - ณดล เศรษฐีตระกูล ปุณณกันต์ เป็นสองพี่น้องที่หลายๆ คนเทใจหลงใหลในความน่ารัก สำหรับ น้องณดา ปุณณดา และ น้องณดล ปุณณดล ลูกสาวลูกชายของคุณแม่ กบ สุวนันท์ อดีตนางเอกดาวค้างฟ้าของช่อง 7 ที่ยังคงติดตาตรึงใจมหาชน และคุณพ่อรูปหล่อ บรู๊ค ดนุพร บอกเลยว่าครอบครัวนี้ถือเป็นอีกหนึ่งทายาทตระกูลดังที่มีทรัพย์สมบัติร่ำรวยไม่แพ้ใคร เรียกว่าเข้าขั้นเป็นเศรษฐีเลยก็ว่าได้ เพราะเหตุนี้น้องณดาและน้องณดลได้ติดอยู่ในลิสต์รายชื่อคุณหนูไฮโซที่น่าจับตามอง นอกจากจะเกิดมาเป็นทายาทเศรษฐีแล้ว ยังเกิดมาเป็นทายาทซุป’ตาร์อีกต่างหาก เพราะน้องณดาเองก็เริ่มฉายแววซุป’ตาร์มาตั้งแต่เด็กๆ ไม่ว่าจะเป็นงานถ่ายแบบ งานอีเว้นต์คุณน้องเธอก็ผ่านมาหมดแล้ว ส่วนน้อง ณดลถ้าโตอีกสักหน่อยคงได้เห็นผลงานตามพี่สาวมาแน่ๆ เฮ้อ...เกิดมาเพอร์เฟกต์ ช่วยไม่ได้จริงๆ แต่ยังไงซะก็ขอฝากตัวเป็นแฟนคลับด้วยคนนะจ๊ะ น้องนพ-แม่นาเดีย ครอบครัวโสณกุล รูปหล่อ พ่อรวย น้องนพ ว่าที่ไฮโซทายาท หล่อจิ๋ว เป็นอีกหนึ่งทายาทเศรษฐีที่น่าอิจฉาซะจริงๆ สำหรับ น้องนพมงคล ลูกชายสุดที่เลิฟของสาว นาเดีย นิมิตรวานิช และหนุ่มหล่อไฮโซ ม.ล.อภิมงคล โสณกุล ฉายา หล่อจิ๋ว จุดนี้ต้องบอกเลยว่าไฮโซกันทั้งบ้านเลยละค่าครอบครัวนี้ เพราะสาวนาเดียเองเธอก็ไม่ใช่ไก่กานะจ๊ะ มีทรัพย์รวมๆ แล้วเป็นสิบๆ ล้านไม่แน่ตอนนี้อาจจะหลายร้อยล้านแล้วเป็นได้ ส่วนทางฟากสามี ม.ล.อภิมงคล แค่เห็นชื่อก็รู้แล้วว่าไม่ธรรมดาเรื่องทรัพย์นี่ไม่ต้องพูดถึงเลยค่า...เยอะจริงอะไรจริง ถ้าจะให้ประเมินค่าคงใช้เวลาหลายวัน เรียกว่าเป็นคู่รักไฮโซที่เหมาะสมกันสุดๆ จุดนี้จะเรียกว่าไฮโซน้องนพก็ไม่ผิด เพราะเป็นถึงทายาทเศรษฐีที่ร่ำรวยอยู่อันดับต้นๆ ของเมืองไทยเลยก็ว่าได้ เอ้า! รับรองเลยว่า ถ้าน้องนพโตเป็นหนุ่มเมื่อไหร่คงจะเนื้อหอมไม่เบา ทั้งรูปหล่อพ่อรวยอย่างนี้ ใครๆ ก็อยากรู้จักโดยเฉพาะสาวๆ อิอิ ครอบครัวกระจ่างเนตร ครอบครัวกระจ่างเนตร 3 พี่น้องเศรษฐีที่ดิน แมค - คิน - เนซ ทายาทตระกูล กระจ่างเนตร เป็นทายาทไฮโซที่หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มได้ใจจริงๆ สำหรับครอบครัว กระจ่างเนตร ก็อย่างว่าคุณพ่อ บีบี๋ สงกรานต์ ก็หล่อ คุณแม่ แหม่ม คัทลียา ก็สวย ลูกๆ ก็เลยออกมาหน้าตาดีอย่างที่เห็นเนี่ยละค่า...มาเริ่มต้นกันที่ลูกชายคนโต น้องแมค สิริ ต่อด้วยลูกชายคนกลาง น้องคิน สยาม และลูกสาวคนเล็ก น้องเนซ สิรินทร์ แต่ละคนสวยหล่อดูดี แถมฐานะทางบ้านก็ดี๊ดี แหม...คุณพ่อบีบี๋มีเงินเป็นถุงเป็นถัง กว้านซื้อที่ดินที่กระบี่เพื่อทำรีสอร์ทได้ยินแว่วๆ มาว่าเกือบจะทั่วทั้งจังหวัดแล้วด้วย นอกจากนี้ยังมีธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์อีกหลายที่ มีรายได้หมุนเวียนเป็นกอบเป็นกำไม่ต่ำกว่าพันล้านบาท ขุ่นพระ! อะไรจะมากมายขนาดนั้น แบบนี้คุณลูกทั้งสามก็เกิดมารวยแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลยสิคะ เรียกว่าถึงไม่ต้องทำอะไรโตมาก็เตรียมตัวเป็นเซเลบได้เลย แหมๆๆ เกิดมาเป็นทายาทเศรษฐี เป็นลูกเป็นหลานคนดังมันดีอย่างนี้

เจสัน ยัง ไม่กลัวคนหมั่นไส้ สวีท สิริ หวานใจคนใหม่
เจสัน ยัง /  สิริ ณิชาวรินทร์ / 

กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นสุดๆ ของวงการอีกคน สำหรับนักแสดงหนุ่มอย่าง เจสัน ยัง ที่ตอนนี้กำลังมีผลงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งงานหนังงานละคร โดยเฉพาะเรื่องความรักตอนนี้หนุ่มเจสันกำลังสวีทหวานสุดๆ กับสาว สิริ ณิชาวรินทร์ ที่ทั้งคู่พบรักกันกลางกองละครชาติเจ้าพระยา ซึ่งดูเจ้าตัวจะรู้สึกภูมิใจในรักครั้งล่าสุด เพราะทุกคนต่างพากันชมว่าแฟนสาวสวยและน่ารัก เรียกว่าเป็นคู่รักในวงการที่น่าจับตามองอีกคู่หนึ่งจริงๆ ซึ่งหนุ่มเจสันยอมรับว่า “จริงๆ แล้ว เราเพิ่งเริ่มคบหาดูใจกัน ผมมีโอกาสได้เจอครอบครัวน้องเขาแล้ว ครอบครัวน้องเขาน่ารัก อบอุ่นและเป็นกันเอง คุณพ่อ คุณแม่ พี่ ป้า น้า อา ให้ความเมตตาผมเหมือนเป็นลูกเป็นหลานคนหนึ่ง แค่นี้ผมก็หมดห่วงแล้ว สามารถเข้ากับครอบครัวน้องเขาได้ ส่วนผมกับน้องมีปรับจูนกันเป็นปกติ เพราะเป็นไปไม่ได้ที่คนสองคนมาเจอกันแล้วจะไม่ต้องปรับตัวเข้าหากัน เราคุยกันมาสักพัก หลายเดือนแล้ว ยังไม่นานมาก แต่สำหรับอนาคตจะเป็นยังไงก็ต้องดูกันต่อไป มันเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน แต่ทุกวันนี้ผมแฮปปี้มีความสุขมากๆ ครับที่ได้คบได้เจอกับน้องเขา ตอนนี้เวลาลงรูปใน IG ก็จะมีคนเข้ามาแซวว่าหวานกันจังนะ น่ารักมากๆ อะไรอย่างนี้ ส่วนตัวผมเองไม่กลัวว่าคนจะรู้สึกหมั่นไส้คู่เรานะ เพราะเราก็เหมือนคู่รักคู่อื่นแหละ ไม่ได้หวานหรือพิเศษอะไรมากมาย ตอนนี้ผมคิดอย่างเดียวว่าทำยังไงให้ชีวิตมีความสุข เพราะถ้าวันนี้มีความสุข วันข้างหน้าจะต้องมีความสุขอย่างแน่นอน” เจสัน ยัง- สิริ เจสัน ยัง- สิริ เจสัน ยัง- สิริ เจสัน ยัง- สิริ

อดีตนางเอกดัง อุ้ม สิริยากร ประกาศลาวงการถาวร!!
อุ้ม สิริยากร /  อุ้ม สามีฝรั่ง / 

หลังจากหายหน้าหายตาไปนาน ล่าสุดอดีตนางเอกชื่อดัง อุ้ม สิริยากร ควงสามีชาวอเมริกา คริสโตเฟอร์ มาร์ควอร์ท พร้อมลูกสาว น้องเมตตา รูธ มาร์ควอร์ท วัย 2 ขวบ ออกมาเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในงานเปิดหนังสือที่เธอเขียนขึ้นมาเองคือ "หนูจิ๋วกับเจ้าสีรุ้ง" และ "Life is a Journey ชีวิตคือการเดินทาง" โดยสาวอุ้มและครอบครัวมีกำหนดจะเดินทางกลับไปอเมริกาในช่วงต้นเดือน ส.ค.นี้ ซึ่งเธอถือโอกาสนี้เอ่ยลาวงการบันเทิงอย่างถาวร เนื่องจากต้องไปเป็นแม่บ้านเต็มตัว และมีแพลนปั๊มทายาทคนที่สองแล้วด้วย สำหรับแฟนๆ ที่คิดถึงสาวอุ้ม ก็มาอัพเดทกับภาพน่ารักๆ ของเธอกับครอบครัวในวันเปิดตัวหนังสือดังกล่าวกันได้เลยจ้า.... อุ้ม ควงสามีฝรั่ง+ลูก ประกาศลาวงการถาวร อุ้ม ควงสามีฝรั่ง+ลูก ประกาศลาวงการถาวร อุ้ม ควงสามีฝรั่ง+ลูก ประกาศลาวงการถาวร อุ้ม ควงสามีฝรั่ง+ลูก ประกาศลาวงการถาวร อุ้ม ควงสามีฝรั่ง+ลูก ประกาศลาวงการถาวร อุ้ม สิริยากร

ซัมซุงฯโคราชปิด กระทบหอพัก-ร้านอาหารทรุดหนัก!
ซบเซา /  นครราบสีมา / 

ผลกระทบจากการเลิกจ้างพนักงานของ บริษัทซัมซุงอิเล็คโทร-แมคคานิคส์ นครราชสีมา จำกัด ส่งผลให้หอพักในบริเวณดังกล่าว เริ่มซบเซา เนื่องจากพนักงานทยอยกลับบ้านเกิด โดยเจ้าของหอพัก เปิดเผยว่า พนักงานโรงงานที่ถูกเลิกจ้าง ได้ขอเลิกเช่าห้องและเก็บข้าวของออกจากหอพักไปแล้วจำนวน 7 ห้อง จากทั้งหมด 25 ห้อง และยังคงทยอยออกไปอย่างต่อเนื่อง จนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ ทำให้สูญเสียรายได้เป็นจำนวนมาก แต่ก็หวังว่าจะมีพนักงานจากโรงงานอื่นมาขอเช่าอยู่ต่อ ขณะที่ร้านอาหารต่างๆ ที่ตั้งเรียงรายอยู่หน้าบริษัทซัมซุงฯ ก็ได้ปิดกิจการลงไปเกือบทั้งหมด พร้อมกับมีการติดป้ายประกาศให้เช่าต่อทุกร้าน ด้านนายทวิสันต์ โลณานุรักษ์ เลขาธิการหอการค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า ผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ตกต่ำ การส่งออกที่ลดลง สาเหตุหนึ่งมาจากการปรับขึ้นคต่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ทำให้หลายบริษัทต้องทยอยเลิกจ้างพนักงาน และย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้านแทน ทำให้ภาคแรงงานต้องรับมือกับภาวะการว่างงานหลังจากนี้เป็นต้นไป บริษัทซัมซุงอิเล็คโทร-แมคคานิคส์ นครราชสีมา จำกัด โดยโรงงานกังกล่าวเป็นโรงงานผลิตมอเตอร์ฮาร์ดดิสก์ คอมพิวเตอร์เพื่อป้นให้โรงงานต่างๆทั้งในและต่างประเทศ แต่ช่วงปีที่ผ่านมา ยอดการสั่งผลิตมีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากตลาดโลกต้องฮาร์ดแวร์สำหรับสมาร์ทโฟนและPC จึงเริ่มลดจำนวนพนักงาน จนกระทั่งปิดกิจการในที่สุด ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy MThai News