พรีเมียรืลีก

เชอรี่ สามโคก เดือด!! โร่แจ้งความคนแอบอ้างใช้รูปขายของออนไลน์
เชอรี่ สามโคก /  ข่าว เชอรี่ สามโคก / 

  วันที่ 24 มีนาคม 2560 เวลาประมาณ 14.30 น. นางสาว ลฎาภา รัชตะอมรโชติ หรือ “เชอรี่ สามโคก” นางแบบแนวเซ็กซี่ เข้าแจ้งความที่กองปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา กรณีมีคนเอารูปเชอรี่ไปทำรูปประจำตัวบนเฟซบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า "ถ้าพี่จะเลียให้ล้ม น้องก็จะอมให้สะท้าน" และใช้ในเชิงพาณิชย์ เพื่อการค้า ขายสบู่ ซึ่งทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง จึงได้รวบรวมหลักฐานเพื่อเข้าแจ้งความดำเนินคดี และเพื่อให้เป็นตัวอย่างให้กับคนอื่นๆ ที่อาจจจะเจอกรณีแบบเดียวกัน   โดย เชอรี่ สามโคก นางแบบแนวเซ็กซี่ เผยต่อสื่อมวลชนก่อนเข้าแจ้งความว่า   "ที่เขาเอาไปใช้ก็เป็นรูปที่เชอรี่ลงในแฟนเพจตัวเองหรือว่าลงในอินสตาแกรม รูปงานอื่นๆ รูปส่วนตัว ซึ่งทุกรูปเขาก็จะขึ้นอย่างเช่นว่า อยากขายของแต่ไม่มีคนซื้อเลย เป็นเหมือนว่าเราโพสต์เอง หรือว่าให้ใช้สบู่ตัวนี้นะ ของมีขายค่ะให้อินบ็อกเข้ามา แล้วก็มีขึ้นไลน์ติดต่อเอาไว้ ซึ่งเชอรี่ได้พบตรงนี้ก็ไปดูข้อมูลว่าเขา ใช้อะไรยังไงบ้าง ชื่อบนเฟซบุ๊กก็ชื่อเล่นเชอรี่ เสร็จแล้วเชอรี่ก็ได้ทำการเอาไลน์ แกล้งทำเป็นติดต่อเขาไปเหมือนจะซื้อสินค้าเขา เราก็สอบถามเขาว่าซื้อสินค้าเนี่ยเท่าไหร่ ยังไง ใช้รูปพี่เชอรี่สามโคกเป็นพรีเซนเตอร์หรอ เขาก็บอก อ๋อ ใช่ พี่เชอรี่สามโคกเป็นพรีเซนเตอร์ เชอรี่ยืนยันว่าเชอรี่ไม่เคยเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับสินค้าชนิดนี้นะคะ (หยิบหลักฐาน) อันนี้คือได้แอดไลน์เข้าไป จากไลน์ที่เขาขึ้นเอาไว้ที่เขาโปรโมทว่าขายของ เราก็ได้แอบเขาไป และได้มีการคุยกันจน รู้ถึงเลขบัญชีรู้ถึงชื่อนามสกุลเขาแล้ว ซึ่งวันนี้ก็จะเอาหลักฐานทั้งหมดที่เรารวบรวมเองเนี่ยมาแจ้งทางปอท.”   “ทราบเรื่องมาจากเป็นแฟนเพจ คนที่เป็นแฟนคลับอินบ็อกเข้ามา พอเขาไปเจอเขาก็มาบอกเราซึ่งหลายๆ ครั้งก็มีการมาบอก ไม่ว่าจะเป็นเอารูปเราไปทำกรุ๊ปไลน์ลามกอนาจาร หลายครั้งมากแล้ว เชอรี่เลือกที่จะแจ้งเตือนบ้างอินบ็อกหรือแจ้งเตือนหรือกดรีพอร์ตในเฟซบุ๊กบ้าง แต่เหมือนกับว่าพอจบกรณีนี้ก็มีกรณีอื่นขึ้นมา แล้วอย่างกรณีล่าสุดนอกจากทำให้เสื่อมเสียแล้ว เอารูปเราไปใช้เพื่อทำการพาณิชย์เนี่ย เชอรี่ก็เลยรู้สึกว่าต้องออกมาทำอะไรบ้างค่ะ”   “ไม่อินบ็อกค่ะ กรณีนี้ไม่อินบ็อกเลยเพราะว่าเชอรี่รู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องเข้าใจผิด หรือว่าไม่ใช่เรื่องอุบัติเหตุ เขาโพสต์รูปเรา เอารูปเราจากพื้นที่ของเรา ไปใช้มาสักพักนึงแล้ว โพสต์ทุกวันเลยแล้วก็โพสต์ขายสินค้า มันเป็นความตั้งใจ ซึ่งมันไม่ใช่คนที่ต้องรู้กฎหมายอะไรมาก เอารูปคนอื่นมาโพสต์ขายของเนี่ย มันก็เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องอยู่แล้ว ฉะนั้นถ้ามันเป็นความตั้งใจก็ไม่เป็นไร ก็มาแจ้งตรงนี้ให้เขาได้รับผลทางกฎหมายดีกว่า เขาทำอะไรก็ต้องรู้อยู่แล้วว่าทำถูกหรือเปล่า เพราะฉะนั้นไม่อินบ็อกก็คือมาแจ้งเลย”   “คือเชอรี่มาถึงตรงนี้ มาแจ้งที่นี่ เรารวบรวมข้อมูลไว้ ค่อนข้างในระดับหนึ่งแล้วนะคะ ชื่อนามสกุลหรือว่าอะไรรู้หมดแล้ว เพราะฉะนั้นก็อย่างตัวเชอรี่เองไม่ว่าจะทำอะไรอาจจะมีบางครั้งที่ทำผิด อย่างคราวที่แล้วที่มอเตอร์โชว์เราทำผิดสังคม รู้สึกไม่โอเคเราก็ออกมายอมรับผิด เพราะฉะนั้นกรณีนี้คุณมาละเมิดเรา ไม่ว่าจะเป็นเชอรี่เองหรือว่าอาจจะมีดารานักแสดงคนอื่น ๆ พริตตี้ คนที่มีชื่อเสียง หรือกระทั่งคนธรรมดาทั่วไปที่อาจจะหน้าตาน่ารักแล้วโดนเอารูปไปใช้ อยากจะออกมาตรงนี้ก็เพื่อว่าจะมาบอกว่าสมัยนี้ไม่ใช่ว่าใครทำอะไรในโลกโซเชียลก็ได้ มีกฎหมายมีอะไรรองรับนะคะ เพราะฉะนั้น ก็อย่าคิดว่าทำอะไรละเมิดคนอื่นแล้วจะหลุดรอดไปได้”   และหลังจากแจ้งความเสร็จเวลาประมาณ 16.00น. เชอรี่ สามโคก ได้ออกมาเปิดใจอีกครั้งว่าตนจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดไม่มีการยอมความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะคนเห็นว่าใช้รูปตัวเองซึ่งหากเกิดปัญหาคนจะคิดว่าตนจะเป็นผู้กระทำ และอยากให้เป็นตัวอย่างกับคนอื่นๆ โดยมองว่าโลกโซเชียลก็เป็นสังคมหนึ่ง มีกฎ ต้องทำตามกฎไม่ละเมิดซึ่งกันและกัน สังคมโซเชียลจะได้อยู่กันอย่างมีความสุข โดยล่าสุด เชอรี่ สามโคก ได้โพสต์ภาพและข้อความใน IG หลังจากที่คู่กรณีได้ส่งข้อความมาขอโทษ แต่ทั้งนี้ก็ยังต้องดำเนินไปตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป!! ขอบคุณภาพเพิ่มเติมจาก IG cherry_ladapa เชอรี่ สามโคก เชอรี่ สามโคก เชอรี่ สามโคก เชอรี่ สามโคก IG เชอรี่ สามโคก เชอรี่่ สามโคก นางแบบแนวเซ็กซี่ เชอรี่ สามโคก นางแบบแนวเซ็กซี่ เชอรี่ สามโคก นางแบบแนวเซ็กซี่ เชอรี่ สามโคก นางแบบแนวเซ็กซี่

แตงโม เปิดใจหมดเปลือกหลังเลิกเมีย!! ยันไม่เกี่ยวมือที่สาม-ไม่ได้เป็นเกย์!!
แตงโม พงษ์พิสุทธิ์ /  ข่าว แตงโม พงษ์พิสุทธิ์ / 

  ทำเอาเซอร์ไพรส์ตั้งแต่ต้นปี สำหรับคู่รักที่เลิกราหย่าขาดกันแบบสายฟ้าแล่บอย่าง แตงโม พงษ์พิสุทธิ์ กับ เฟิร์น เกวรินทร์ อดีตภรรยาสาวแอร์โฮสเตส หลังใช้ชีวิตคู่กันได้เพียงแค่ 8 เดือนเท่านั้น ล่าสุด แตงโม พงษ์พิสุทธิ์ ได้มาร่วมบวงสรวงละคร ใจลวง ที่สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 เจ้าตัวได้เผยถึงสภาพจิตใจที่หลังเลิกรากันไป เริ่มโอเคขึ้นแล้วแต่ก็ยังไม่ชินที่ต้องทำอะไรคนเดียว รับเคยทะเลาะกันถึงขั้นถอดแหวนแต่งงานเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ตลอดระยะเวลา 8 เดือนมีการปรับจูนเข้าหากันตลอด รู้สึกเสียใจเพราะไม่มีใครให้เกิดขึ้นแต่ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป พร้อมบอกไม่เกี่ยวกับมือที่สาม ยันตัวเองแมนทั้งแท่งไม่ได้เป็นเกย์อย่างที่หลายคนสงสัย   “ผมต้องชี้แจงก่อนนะครับว่าคู่เราคบกันยังไม่ได้จดทะเบียน แค่มีการวางแพลนและพูดคุยกันไว้เฉยๆ ส่วนเรื่องต่างๆ ที่ผ่านมาอันนี้ผมขอไม่ลงรายละเอียดและก็ขอไม่พูดถึงอะไรที่มันผ่านมาดีกว่านะครับ เพราะผมก็เคยพูดไปแล้ว ส่วนเรื่องราวหรือเหตุผลจะเป็นอะไรยังไงนั้นผมขอไม่พูดดีกว่า เพราะว่าอันดับหนึ่งเลยคือมันไม่ได้เกิดขึ้นที่ตัวผมคนเดียว เรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่เกิดจากคนสองคนและคนสองคนก็คือคนที่รู้ดีที่สุด รวมถึงก็ยังมีคนที่เกี่ยวข้องอื่นๆ อีก คือมีครอบครัวของทั้งสองฝ่าย ดังนั้นถ้าบางทีพูดอะไรออกไปมันก็อาจจะสร้างผลกระทบได้ไม่ใช่แค่กับตัวผม แต่มันก็จะกระทบกับทางอดีตภรรยาด้วย รวมถึงครอบครัวของเราสองคน ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวผมหรือครอบครัวเขา คือมันอาจจะสร้างความไม่สบายใจได้ ดังนั้นผมขอไม่พูดถึงดีกว่าครับ”   “เข้าใจครับ ก็คือมีการพูดคุยกันและกัน เพราะว่าการที่เราจะตกลงอะไรออกไปเราก็มีการพูดคุยกันเกิดขึ้นตลอด รวมถึงมีการคุยกันด้วยว่าไม่อยากให้พูดอะไรเยอะแยะ เพราะว่าอันดับหนึ่งเลยเขาเองก็ได้รับผลกระทบเยอะ เขาไม่ใช่คนในวงการ เขาไม่อยากที่จะออกมาพูดอะไร คือเขาเองก็ค่อนข้งแฟร์มากๆ ดังนั้นในตอนแรกๆ ก็เลยยังไม่พร้อมที่จะพูด ผมเองก็ตกใจครับ ที่บ้านก็ค่อนข้างเป็นห่วงเหมือนกันเพราะว่าการคบใครสักคนเราก็ไม่ได้อยากให้มีเรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้น แต่เรื่องของความรักมันก็เป็นเรื่องที่เราคาดเดาไม่ได้ เพราะแต่ละคนต่างก็มีมุมมองที่ไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะมองว่าเร็ว บางคนก็บอกว่าถ้าหากมันอึดอัดก็ต้องตัดสินใจ คือเรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องที่พูดยากมากๆ”   “ผมคิดว่ามันไม่ใช่ปัญหาคาราคาซังนะ แต่มันเป็นเรื่องของความสบายใจมากกว่า คือถ้าเราอยู่กับใครและเราสบายใจ เรายอมรับซึ่งกันและกันได้ เรามีเหตุผลมากพอ เรารักกันมากพอ มันก็น่าจะประคับประคองกันไปได้ แต่ผมก็ไม่ได้บอกนะครับว่ามันเป็นสาเหตุใดสาเหตุเหนึ่ง แค่รวมๆ แล้วเรามีการพูดคุยกันและพูดคุยกันว่าเราสบายใจตรงไหน จากนั้นก็เลือกทางที่ดีที่สุดให้ทั้งคู่ไม่ให้ใครต้องอึดอัด”   “ถ้าบอกว่าชีวิตก่อนแต่งกับหลังแต่งมันแตกต่างกันยังไง เอ่อ…อันนี้ผมก็ไม่เคยทราบเลยนะว่ามันแตกต่างหรือเหมือนกันอย่างไรจนได้มีประสบการณ์แต่งงาน ซึ่งมันก็แตกต่างนะ คือถึงแม้ว่าคุณจะเป็นแฟนกันอยู่ด้วยกันในการทดลองใช้ชิวิต แต่มันก็ยังไม่เหมือนกับการแต่งงานอยู่ดี ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่ามันแตกต่างกันยังไงคือมันไม่สามารถอธิบายมาเป็นคำพูดได้ แต่มันเป็นเหมือนความรู้สึกบางๆ ที่อยู่ในชีวิตคู่มากกว่าครับ”   “มีแน่นอนครับ เราปรับจูนกันตั้งแต่ก่อนแต่งด้วยซ้ำ คือดูว่าเขาชอบแบบไหน เราชอบแบบไหน แต่ว่าถ้าที่สุดแล้วคนเราถ้าหากเป็นตัวของตัวเองยังไงมันก็จะต้องเป็นตัวของตัวเองอยู่ดี เราไม่สามรถเปลี่ยนแปลงได้ทั้งหมดหรือไม่สามารถเปลี่ยนแปลงจากตัวเราไปเป็นสิ่งที่เขาชอบได้ นอกเสียจากเราจะรับได้ในสิ่งที่เขาเป็น”   “เสียใจแน่นอนครับ ไม่มีใครดีใจหรอกครับในการเลิกรา แต่เราก็ยังมีหน้าที่การงาน มีพ่อแม่ที่เราต้องรับผิดชอบ มีชีวิตที่เราต้องดำเนินต่อ มีภาระต่างๆ ที่มันต้องเดินหน้าต่อไป ซึ่งจริงๆ แล้วสำหรับเรื่องของผมมันอาจจะยังเบาๆ หากเทียบกับหลายๆ ท่านที่เขาเจอมาหนักหนากว่าผม แต่ทุกๆ คนก็ยังสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ เพราะฉะนั้นผมก็ต้องลุกขึ้นยืนลุกขึ้นสู้ต่อไป”   “โอเคแล้วครับ เพราะอย่างที่ผมบอกพอมันมีเรื่องอื่นๆ เข้ามาให้เราคิดเยอะ เราก็เลยต้องสู้ต่อไป ซึ่งไม่ใช่แค่กับตัวผม แต่ทางอดีตภรรยาของผมด้วยกันเหมือน คือเขาเองก็ยังออกไปทำงานทุกวัน พบปะผู้คนทุกวันแถมเจอมากกว่าผมด้วยซ้ำ ดังนั้นผมเชื่อว่าเขาเองก็เข้มแข็งมากๆ ที่จะต้องออกไปทำงานทุกวัน”   “ตอนนี้ไม่ได้คุยแล้วครับ แต่ถ้าหากมีปัญหาหรือว่ามีเหตุผลอะไรที่ต้องคุยเราก็สามารถคุยกันได้ครับ เพราะเราไม่ได้เกลียดกัน ยังไม่ชินนะ มันก็ยังรู้สึกแปลกๆ แปลกไปอีกแบบหนึ่ง”   "สำหรับเรือนหอจริงๆ แล้วก็เป็นบ้านที่ผมซื้อมานะครับ ก็คือผมอยู่ก่อนหน้านั้นแล้วและตอนนี้ผมก็ยังอยู่ที่เดิม ส่วนอดีตภรรยาเขาก็กลับไปอยู่กับคุณพ่อคุณแม่เขา ส่วนโอกาสที่จะกลับมาคืนดีกัน ตอนนี้ผมก็เลยยังไม่อยากจะพูดอะไร คือเรื่องของอนาคตเราก็ไม่สามารถรู้ได้เนอะว่ามันจะเป็นแบบไหน วันนี้เราอาจจะเลิกกัน แต่วันหน้าหากเรากลับมาเจอและมีคำพูดบางอย่างที่ทำให้เราเข้าใจกันมากขึ้น เราก็อาจจะสามารถกลับมาพูดคุยกันได้คบกันได้ คือมันเป็นเรื่องของอนาคตอ่ะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมก็ไม่ได้อยากที่จะปิดกั้นตัวเองว่าสิ่งไหนได้หรือสิ่งไหนไม่ได้”   “เอ่อ…ไม่ทราบว่าจำกัดความว่าอะไรนะครับ แต่ในเมื่อเราตัดสินใจแล้ว เราก็ขอเลือกทำสิ่งที่เกิดขึ้น ณ เวลานี้ตอนนี้ให้มันดีที่สุดดีกว่า ถ้าให้พูดตรงๆ โลกไม่ต้องสวยนะครับ ก็คือว่ามันไม่มีการเลิกครั้งไหนสวยแน่นอน แต่มันอยู่กับเรามากกว่าว่าเราจะประคองมันยังไง พูดออกมาแบบไหน ทำให้เขาไม่ได้รับผลมาก และเราทั้งคู่ก็ไม่ต้องมาเจ็บช้ำน้ำใจมากไปกว่านี้”   “ไม่มีมือที่สามครับ ผมเองก็เคยบอกไปแล้วว่าไม่มีแน่นอน และทุกๆ วันนี้ผมเองก็ยังใช้ชีวิตอยู่คนเดียวด้วย”   “กับบางกระแสที่ออกมาว่าเป็นเกย์ ไม่หรอกครับ ถ้าหากจะเป็นจริงๆ ก็คงเป็นไปนานแล้ว (หัวเราะ) จริงๆ มันก็มองได้นะเพราะผู้ชายเดี๋ยวนี้หันมาดูแลตัวเองมากขึ้น แต่ว่าสำหรับตัวผมคือผมไม่ได้ดูแลตัวเองหรือเจ้าสำอางอะไรขนาดนั้น แค่มันอาจจะเป็นด้วยลุคหรือด้วยคำพูดมากกว่า เพราะผมมีเพื่อนผู้หญิงและมีเพื่อนเพศที่สามเยอะ มันก็เลยอาจจะติดเรื่องมือไม้มาบ้างนิดหน่อย”   “จริงๆ มันก็ตลกดีนะครับ และผมเองก็ชินแล้วด้วย คือมันเป็นเรื่องที่ผมรับมือกับมันได้มากกว่า ขนาดพี่ๆ ช่างแต่งหน้าช่างทำผมบางคนยังบอกเลยว่าผมไม่กลัวเลยเนอะ ซึ่งผมมองว่าผมไม่รู้จะกลัวทำไม แถมผมยังรู้สึกสบายใจด้วยซ้ำเพราะว่ามันไม่ได้มีอะไรจริงๆ แมนๆ ครับ จริงๆ (หัวเราะ) ไม่รู้จะตอบยังไงเหมือนกัน”   “เรื่องนี้ผมยังขอไม่โฟกัสเลยกว่า คืออะไรใช่เดี๋ยวมันก็เข้ามาเองแหละ แต่ถ้าอะไรไม่ใช่เดี๋ยวมันก็ออกไป แต่ถ้าให้ผมบอกว่าผมอยากมีแฟนใหม่ไหม คือมันยังไม่ใช่อ่ะครับ เอาเป็นว่าอนาคตถ้าจะเจอใครและถ้าเขาใช่มันก็ใช่เอง แต่ ณ ตอนนี้ผมขอไม่ขวนขวายเน้นโฟกัสเรื่องงานเป็นหลักดีกว่า”   “มีคุณพ่อคุณแม่พูดอยู่แล้วครับ แต่คือว่ามันผ่านช่วงนั้นมาแล้วช่วงที่เราพูดคุยกัน เพราะเรื่องนี้มันก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่เราทั้งคู่ตัดสินใจกันแบบด่วนๆ มันมีเหตุการณ์มาพอสมควร ก็เคยนั่งคิดนะครับว่าจะทำยังไงกับชีวิตต่อไปจากนี้ ซึ่งบางคนเขาก็แนะนำว่าให้ดูหลายๆ คนเป็นตัวอย่าง เพราะบางคู่เขาก็อยู่กันได้มีครอบครัวกันได้โดยที่ไม่ต้องแต่งงาน แต่สำหรับตัวผมพอผมมานั่งคิดดูแล้ว ณ ตอนนี้ผมก็ยังไม่สามารถให้คำตอบตัวเองได้ว่าจะเป็นยังไง คือมันก็เป็นความลังเลไม่แน่ใจเพราะไม่รู้เลยว่ามันจะเป็นแบบไหน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วผมเชื่อว่าคนเราขาดความรักไม่ได้หรอก เพียงแค่มันอาจจะยังไม่ใช่ตอนนี้”   "(จริงไหมที่ทะเลาะกันถึงขั้นถอดแหวนแต่งงาน ?) มันก็เคยมีครับ แต่ผมไม่พูดดีกว่าว่าเพราะสาเหตุอะไร มันอาจจะเป็นเพราะอารมณ์ชั่ววูบที่ทำให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้ แต่สุดท้ายเราก็พูดคุยกัน” แตงโม กล่าว แตงโม พงษ์พิสุทธิ์   แตงโม พงษ์พิสุทธิ์   แตงโม เฟิร์น   แตงโม เฟิร์น  

20 ภาพสุดน่ารัก!! น้องควินน์ ลูกชาย เจนสุดา – พอล หล่อตั้งแต่เด็ก!!
เจนสุดา ปานโต /  ข่าว เจนสุดา ปานโต / 

  เป็นอีกหนึ่งหนุ่มน้อยทายาทคนบันเทิงที่น่ารักน่าชังมากๆ สำหรับ น้องควินน์ ลูกชายสุดที่รักของนักแสดงสาว เจนสุดา ปานโต กับ พอล สิริสันต์ ที่เพิ่งคลอดไปเมื่อวันที่ 12 ก.พ.60 ที่ผ่านมา ตอนนี้ น้องควินน์ อายุได้ 1 เดือนกว่าแล้ว แต่ขอบอกเลยว่าตัวแค่นี้ฉายแววหล่อและฉายแววความเท่ตั้งแต่เด็กนะจ๊ะ แถมยังอารมณ์ดียิ้มเก่งอีกต่างหาก นอกจากจะทำเอา สาวเจนสุดา และ หนุ่มพอล คุณพ่อ-คุณแม่มือใหม่ป้ายแดงหลงรักลูกชายตัวน้อยอย่างหนักแล้ว บรรดาแฟนคลับก็ยังหลงรัก น้องควินน์ ตามไปด้วยเช่นกัน ว่าแล้วก็ไปดูความน่ารักน่าชังของ น้องควินน์ กันเลยจ้า ขอบคุณภาพจาก IG janesuda เจนสุดา พอล น้องควินน์   น้องควินน์ รายกงานตัวครับ   สวัสดีตอนเย็นครับพี่สาว   My Son,My love.    ควินน์ไปนอนก่อนนะครับ   ณ จุดนี้ คือสลบทั้งครอบครัว   ควินน์โชว์ฟัน(ที่ยังไม่ขึ้น)   พี่สาวครับควินน์หิวนมครับ   ใส่เสื้อเด็ก3เดือนแล้วครับ   แบร่!!   อยู่แบบนี้หลับน้านนาน วางปุ๊บเป็นเรื่อง   หลงรักเลย   ควินน์มารายงานตัวครับ   ควินน์เคลิ้มนม   อยากแดนซ์แล้ว   ควินน์มาส่งรอยยิ้มให้ทุกคนครับ   ควินน์ชอบอาบน้ำมากเลย   อ๋อยยย กว่าจะหลับ!   พร้อมซิ่งละครับพี่สาว   ไปซิ่งกันเลย