พรีเมียรลีก

Ode to My Father : เหนื่อยใจแต่ไหวอยู่
Ode to My Father /  กี่หมื่นวัน...ไม่ลืมคำสัญญาพ่อ / 

ไม่ว่าจะด้วยเหตุบังเอิญหรือความตั้งใจทางการตลาด ด้วยความที่เริ่มเอียนเต็มทน กับหนังตระกูลชีวประวัติบุคคลสำคัญของโลก หรือคนพิเศษของประชาชน ที่ทิ้งเชื้อมาตั้งแต่ฤดูกาลออสการ์ การได้พักเบรกชม Ode to My Father ที่เล่าเรื่องชีวิตของชายที่สุดแสนจะธรรมดาคนหนึ่ง เลยเป็นยารักษาโรคเลี่ยนชั้นดี และพบว่าคนธรรมดาของโลกคนนี้ กลับกลายเป็นคนพิเศษสำหรับผู้ชมอย่างเราด้วยคนหนึ่งได้อย่างน่าอัศจรรย์ Ode to My Father ถ่ายทอดเรื่องราวของ ด็อกซู วัยชราในมาดคุณปู่ขี้โมโห ก่อนจะพาย้อนอดีต ไปดูชีวิตตั้งแต่ครั้งยังเยาว์วัย ที่ต้องอพยพลี้ภัยสงครามจากเกาหลีเหนือพร้อมครอบครัว แต่ก็ต้องพลัดหลงกับพ่อและน้องสาวไป สู่การตั้งถื่นฐานใหม่ในเกาหลีใต้ ในฐานะพี่คนโต ด็อกซู จึงต้องเป็นหัวหน้าครอบครัว ออกทำงานหาเงินอย่างยากลำบาก ตั้งแต่การใช้แรงงาน จนนำไปสู่การเป็นคนงานเหมืองในต่างแดน ก่อนจะได้พบรักกับ ยองจา และอัพเกรดตัวเองกลายเป็น "พ่อ" แล้วกลับสู่เกาหลี แต่ก็ต้องเผชิญกับปัญหาอุปสรรคนานัปการ ที่ค่อยๆ ถาโถมเข้ามา ให้ต้องก้าวข้ามไม่หยุดหย่อน ด้วยความอ่อนประสบการณ์ทั้งด้านหนังและซีรีส์แดนกิมจิ ทำให้แทบไม่รู้จักหน้าค่าตานักแสดงเลยสักคน (ขออภัยอย่างแรง) แต่ก็นั่นล่ะครับ การไม่รู้อะไรเลยทำให้มองพวกเขาและเธอ เป็นตัวละครนั้นจริงๆ ได้ดียิ่งขึ้นไปโดยปริยาย และนับเป็นความท้าทาย กับการที่หนังเล่าเรื่องโดยกินเวลาทั้งร่วม 60 ปี ให้จบใน 2 ชั่วโมงเศษๆ เราจะได้เห็นภาพความโหดร้ายของสงครามเกาหลี ชีวิตเสี่ยงอันตรายในเหมืองเยอรมัน ความตายแค่เอื้อมในสงครามเวียดนาม และระบอบทุนนิยมที่คอยกัดกร่อนผู้่ที่ไม่เห็นด้วยให้สึกหรอ ซึ่งเมื่อสิ่งเหล่านี้ถูกมองผ่านชายชาวบ้านฐานะปานกลางอย่าง ด็อกซู  มิใช่นายพลแห่งกองทัพ มิใช่นักธุรกิจข้ามชาติ ภาระการตัดสินใจของเขา จึงไม่ยึดเรื่องราวใหญ่โตเป็นที่ตั้ง แต่เพียงถือมั่นให้คนที่รักต้องอยู่สบาย เรื่องเล็กๆ ท่ามกลางบรรยากาศใหญ่โตนี้ คือเสน่ห์สำคัญที่ไม่ต้องปรุงแต่งปมดราม่า ทำให้อดหลงรักมันไม่ได้เสียจริงๆ อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ช่วงเวลาของหนังคาบเกี่ยวกับภาวะสงครามถึงสองครั้งสองครา แต่เลือกที่จะถอยห่างจากแนวหน้ากลางดงกระสุน มามุ่งเน้นที่สภาวะความสูญเสียที่ตามมาแทน ซึ่ง Ode to My Father ส่งเสียงร่ำไห้เศร้าโศกอยู่เป็นระยะ แต่ถึงกระนั้นก็ถูกแทรกด้วยความมีอารมณ์ขันของตัวละครแวดล้อมอยู่เนืองๆ และลงตัวเกือบทุกจังหวะ ไม่มีสภาวะฝืนหรือพยายามตลกให้ได้เห็น ซึ่งมันทำให้หนังเรื่องนี้ ไม่ฟูมฟายชูป้ายเรียกร้องให้รัก และรู้สึกว่าพ่อนี้มีบุญคุณอันใหญ่หลวงแบบกลวงๆ แต่เลือกค่อยๆ ซึมซับความเป็นไปของชีวิต ด็อกซู ที่คราคร่ำไปด้วยน้ำตาสลับกับรอยยิ้มแทน ซึ่งการได้เห็นชีวิตคนเป็นพ่อทุกห้วงเวลาแบบนี้ ยิ่งทำให้ตัวละครดูเป็นมนุษย์ กราฟชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงได้ แกว่งไกวขึ้นลงโดยยังมีกำลังใจหนุนอยู่เบาๆ และสมจริงยิ่งขึ้นไปอีก . การทำอะไรเพื่อคนที่เรารัก ถึงมันจะแสนเหนื่อยอุดมไปด้วยคราบน้ำตา แต่พอหันมาเห็นรอยยิ้มของคนรอบกาย ก็ทำให้ยังไหวอยู่เสมอ และคราบน้ำตา มันก็จะแห้งระเหยไปเอง . นอกจากการคั่นอารมณ์แบบถูกที่ถูกเวลาแล้ว Ode to My Father เลือกที่จะใช้วิธีการเล่าเรื่องที่น่าสนใจมากขึ้นไปอีก ด้วยการตัดสลับเวลาในวัยชรา กับภาวะที่ ด็อกซู ค่อยๆเติบโตจากเด็กสู่ผู้ใหญ่ จากลูกชายตัวน้อยสู่ความเป็นพ่อ และคุณปู่คุณตา ตามลำดับ โดยเปิดปมบางอย่างให้ชวนสงสัยในมาดผู่แก่หง่อม ก่อนจะสลับไปคลายปมเฉลยคำตอบในการย้อนอดีต นัยหนึ่งนี่คือการไม่สร้างภาระอะไรเลยให้ผู้ชม รีบถามรีบตอบ ตัดตอนประเด็นจนเกินไปสักนิด แต่อีกนัยหนึ่งก็สร้างความเพลิดเพลินแบบไม่ต้องนั่งกุมขมับหาจุดเชื่อมโยงหรือตีความอะไรหนาหนัก น่าดีใจที่ Ode to My Father หนังที่เคยแอบปรามาสไว้ว่าน่าจะออกมาแนวสั่งสอนศีลธรรม กลับพลิกหักมุมเสียจนเราหน้าแทบหัก มาเป็นเรื่องความผูกพันอบอุ่นที่ครบทุกรสชาติ และทางเราขอบอกไว้เลยว่า หนังเรื่องนี้อาจไม่ได้ทำให้ทุกคนรักพ่อมากขึ้นหรอก แต่หนังทั้งเรื่องโดยเฉพาะฉากท้ายๆ ยิ่งเน้นย้ำให้เรารู้ว่า การทำอะไรสักอย่างเพื่อคนที่เรารัก ถึงมันจะเหนื่อยแสนเหนื่อยอุดมไปด้วยคราบน้ำตา แต่พอหันมาเห็นรอยยิ้มของคนรอบกาย ก็ทำให้ยังไหวอยู่เสมอ และเมื่อถึงเวลานั้น คราบน้ำตามันก็จะแห้งระเหยไปเอง เรื่องนี้ให้ 9 / 10 ครับ Lecter. ----------------------------------

ไปรษณีย์ไทย แจ้งปิดที่ทำการทุกแห่ง ช่วงสงกรานต์
สงกรานต์ /  เทศกาลสงกรานต์ / 

ไปรษณีย์ไทย แจ้งปิดที่ทำการทุกแห่ง ช่วงสงกรานต์ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) แจ้งปิดทำการการในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ระหว่าง วันที่ 12 - 15 เม.ย. 58 ซึ่งที่ทำการไปรษณีย์ ศูนย์ไปรษณีย์ทุกแห่งและร้านไปรษณีย์ไทย (ปณร.) จะปิดให้บริการ เนื่องจากจะทำการปิดปรับปรุงระบบเพื่อขนย้ายและติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายและอุปกรณ์สนับสนุนอื่นๆ ไปยังอาคารศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศแห่งใหม่ โดยจะปิดระบบ 2 ช่วง คือ ช่วงที่หนึ่งในวันที่ 4 – 6 เม.ย. ปิดระบบบริการการเงินทุกประเภท ได้แก่ บริการรับชำระค่าสาธารณูปโภคต่างๆ (Pay at Post) ธนาณัติออนไลน์ เวสเทิร์นยูเนี่ยน และเติมเงินมือถือ แต่ยังตรวจสอบและติดตามสถานะการส่งสิ่งของผ่านศูนย์บริการลูกค้าTHP Contact Center 1545 และระบบ Track & Trace ได้ตามปกติ และจะปิดทำการทั้งระบบระหว่างวันที่ 12 - 15 เม.ย. โดยไม่สามารถตรวจสอบและติดตามสถานะการส่งสิ่งของได้ ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการที่ต้องการส่งไปรษณีย์แบบธรรมดาและลงทะเบียนควรส่งสิ่งของ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ภายในวันที่ 3 เม.ย. 58 และไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) EMS ไม่เกินวันที่ 9 เม.ย. 58 เพื่อให้ถึงผู้รับทันก่อนช่วง หยุดสงกรานต์ มิฉะนั้นจะได้รับสิ่งของหลังวันที่ 15 เม.ย. เป็นต้นไป สำหรับผู้ใช้บริการที่ฝากส่งสิ่งของไป ต่างประเทศไม่เกินวันที่ 9 เม.ย. 58 ยังคงสามารถติดตามและตรวจสอบสถานะสิ่งของจากเว็บไซต์ประเทศปลายทาง ที่ฝากส่ง โดย ปณท จะเปิดให้บริการตามปกติตั้งวันที่ 16 เม.ย. 58 เป็นต้นไป MThai News

ถามจริง! ไปงาน มอเตอร์โชว์ เพื่อดูรถหรือดูพริตตี้?
motorshow /  Mthai ข่าวภาคซ่าส์ / 

หากจะกล่าวถึงงานมอเตอร์โชว์ สิ่งที่ทุกคนนึกถึงเป็นอันดันดับแรก คงจะเป็นรถ (รึป่าว) แต่สำหรับหนุ่มๆหลายท่านแล้ว หากไปงานมอเตอร์โชว์สิ่งที่พลาดไม่ได้ คงจะเป็นพริตตี้สาวสวยสุดน่ารัก MThai ข่าวภาคซ่าส์วันนี้ ขอหยิบยกประเด็นเกี่ยวกับงานมอเตอร์โชว์และเรื่องของรถมาพูดกัน มอเตอร์โชว์คนมาดูรถ หรือมาดูพริตตี้? เมื่อคุณไปงานมอเตอร์โชว์คุณเห็นหรือนึกถึงอะไรเป็นอย่างแรก ระหว่างรถยนต์ และพริตตี้? แม้ว่างานจะถูกจัดขึ้นเพื่อแสดงรถ แต่สิ่งที่หลายๆท่านนึกถึงคงหนีไม่พ้นสาวๆพริตตี้เป็นแน่ เป็นที่ถกเถียงกันบนโลกออนไลน์อยู่บ่อยครั้งว่า ใครไปงานมอเตอร์โชว์หลักๆคือจะไปดูพริตตี้ ไม่ได้ไปดูรถ แต่อีกฝั่งหนึ่งก็ออกมาโต้เถียงว่า เฮ้ย!! พวกเราไม่ได้ตั้งใจไปดูพริตตี้สักหน่อย ไปงานมอเตอร์โชว์ก็ต้องดูรถสิ อย่างไรก็ตามจุดประสงค์หลักของการจัดงานคือแสดงรถ ถ้างั้นไม่ต้องมีพริตตี้ก็ได้รึป่าว? ถามว่าได้ไหมมันก็คงได้ แต่วัตถุประสงค์ของผู้จัดงานคือ ถ้ามีการนำพริตตี้สาวสวยมาแสดงคู่กับรถ มันก็จะสามารถดึงดูดผู้คนที่มาร่วมงานได้มากขึ้น เป็นข่าวได้ง่ายขึ้นไง รถเพิ่มมากขึ้น ถนนไม่เพิ่มตาม มีมาตรการอะไรมาแก้ไขปัญหาตรงนี้? รถใหม่ก็เอา รถเก่าก็ไม่ทิ้ง เกิดอีกสักกี่ชาติรถก็ยังติดค่ะคุณ! งานมอเตอร์โชว์จัดขึ้นทุกปี แสดงว่าคนซื้อรถก็ต้องเพิ่มขึ้น ปัญหาที่จะตามมาก็คงหนีไม่พ้นเรื่องรถติด แม้ว่ารถจะเป็นสิ่งที่สามารถอำนวยความสะดวกให้เราได้เป็นอย่างดี แต่ปัจจุบันจะเห็นได้ว่า การจราจรในบ้านเราค่อนข้างจะติดขัด เรื่องรถติดคือปัญหาที่ไม่ว่า จะรัฐบาลไหนก็ยังไม่สามารถแก้ไขได้ ผู้คนจำนวนไม่น้อยยังคงตั้งข้อสงสัยไหมว่า จำเป็นหรือไม่ที่ทุกคนหรือทุกบ้านจะต้องมีรถเป็นของตัวเอง จริงอยู่ว่าการซื้อรถมันคือสิทธิส่วนบุคคล แต่บางบ้านมีรถ บ้านละ4-5คัน ถ้าในอนาคตรถมีจำนวนมากขึ้น การจราจรจะแย่ลงกว่าเดิมรึป่าว? ควรมีมาตการเข้ามาแก้ไขปัญหาตรงนี้ไหม ในมุมมองของคนที่มีรถมองว่า ก็ระบบขนส่งหรือรถโดยสารสาธารณะมันยังมีไม่มากพอ ฉันก็ต้องดูแลตัวเองสิ รถเมล์บางครั้งก็รอนานเหลือเกิน บางวันโชคดี 5นาทีมาละ บางวันต้องรอเป็นชั่วโมง คนที่เร่งรีบไปทำงานมันก็เกินจะทนจริงๆนะ แม้บ้านเราจะมีรถไฟฟ้าแล้ว แต่มันก็ยังไม่ครอบคลุมทั้งหมดอยู่ดี ฉะนั้นการพึ่งพาตัวเอง ใช้รถส่วนตัวสะดวกและปลอดภัยที่สุด ต่างประเทศรถถูกกว่าไทย แต่ยังมีบางคนขับรถเก่ากันอยู่เลย? หลักๆคือระบบการขนส่งเขาค่อนข้างจะดี รถเมล์รถไฟ มีมากพอที่จะรองรับประชากรในเมืองได้ จึงทำให้บางคนคิดว่าไม่จำเป็นที่ต้องมีรถเป็นของตัวเองก็ได้ เพราะรถโดยสารสาธารณะก็ดีอยู่แล้ว ปัญหาเรื่องรถติดเลยไม่ค่อยเกิดขึ้นกับประเทศฝั่งยุโรปหรือประเทศที่เจริญแล้ว อีกอย่างคือประกันรถแพง ยิ่งใหม่ยิ่งแพง ภาษีก็เช่นกัน ค่าซ่อมบำรุงสูง ค่าจอดรถ ถ้ายิ่งที่บ้านไม่มีที่จอด ก็ต้องเช่า ที่จอดรถเป็นรายเดือน รถใหม่ราคาแพงก็มีความเสี่ยงสูงในการโดนทุบกระจกหากไปทิ้งไว้ข้างถนน แต่รถเก่าก็ใช่ว่าอยู่ดีๆ จะวิ่งได้ตามใจฉันนะ มันก็ต้องผ่าน การตรวจสภาพรถ ทุกปี เป็นไปได้ว่า ในเมื่อผู้คนไม่นิยมซื้อรถใหม่กันมากนัก ปริมาณรถก็ไม่เพิ่มขึ้น จึงไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการจราจร และอีกอย่างคืออัตราการเก็บภาษีรายได้ประเทศที่เจริญแล้วอย่าง ประเทศ อังกฤษ ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น ค่อนข้างสูง เป็นไปได้ว่า การไม่มีรถเป็นของตัวเอง นั่นคือการลดภาระค่าใช้จ่ายลงไปด้วย ทำให้การจราจรในประเทศที่กล่าวมาข้างต้นไม่ค่อยจะเป็นปัญหาสักเท่าไหร่ MThai News

ละครกลกิโมโน , เรื่องย่อกลกิโมโน
เบิร์ด ธงไชย /  ชมพู่ อารยา / 

เรื่องย่อละคร กลกิโมโน บทประพันธ์โดย : พงศกรผลิตโดย : บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่นควคุมการผลิตโดย : หน่อง อรุโณชาออกอากาศทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ณ เมืองสึกิ เกิดพายุหิมะถล่มครั้งยิ่งใหญ่ นี่ไม่ใช่ภัยธรรมชาติธรรมดา แต่เป็นฝีมือของ นางปีศาจหิมะ ที่โกรธแค้น โฮชิ เทพเจ้านกกระเรียนที่ไม่ยอมรับรักเธอ นางปีศาจหิมะต้องการให้โฮชิเห็นประชาชนที่โฮชิรักต้องมีอันเป็นไปต่อหน้าต่อตา โฮชิต่อสู้กับนางปีศาจหิมะจนสามารถช่วยประชาชนได้สำเร็จ แต่การต่อสู้ทำให้กิโมโนของโฮชิขาดวิ่น โฮชิกลับสวรรค์ไปไม่ได้ต้องติดค้างอยู่บนโลกมนุษย์ เขาจึงต้องพรากจาก เมียวโจ คนรักที่อยู่บนสวรรค์ โฮชิเฝ้าคิดถึงเธออยู่ทุกลมหายใจ แต่เชื่อว่าเธอเองก็คิดถึงเขาอยู่เช่นกัน โฮชิมั่นใจว่าสักวันจะได้พบกับสาวคนรักอีกครั้ง ไม่ว่านานแค่ไหนเขาก็จะรอ 400 ปีผ่านไป รินดารา สาวไทยแสนสวยที่ได้รับทุนมาเรียนต่อปริญญาโทสาขากายภาพบำบัดที่ประเทศญี่ปุ่น กำลังเดือดร้อนอย่างหนักเพราะทางมหาวิทยาลัยตัดสินใจไม่ให้ทุนเรียนต่อ เหตุเพราะรินดาราลักลอบขโมยสัตว์ทดลองออกไป รินดาราได้แต่ก้มหน้ายอมรับผลการตัดสินใจของมหาวิทยาลัย เพราะรินดาราไม่สามารถพูดออกไปได้ว่า สาเหตุของการขโมยสัตว์ทดลองเป็นเพราะความสามารถพิเศษของเธอที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดทำให้เธอได้ยินเสียงพวกมันร่ำร้องขอให้ช่วยรักษาบาดแผลบนลำตัว รินดาราพยายามทำเฉยเมยต่อเสียงสัตว์เหล่านั้นเหมือนอย่างที่ สุรินทร์ และ ดวงดาวพ่อแม่เคยเตือนเอาไว้ตั้งแต่เด็ก แต่รินดารารู้อยู่คนเดียวว่ายิ่งเธอไม่สนใจเท่าไหร่ ปานรูปดาวบนแผ่นหลังของเธอก็จะยิ่งเกิดอาการปวดแสบปวดร้อนมากขึ้นเท่านั้นเหมือนอะไรบางอย่าง จะเตือนว่ารินดาราไม่มีสิทธิ์เพิกเฉยต่อความสามารถพิเศษเพราะทุกอย่างถูกลิขิตมาไว้แล้ว รินดารามั่นใจว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ความสามารถพิเศษและปานรูปดาวบนแผ่นหลังจะต้องเป็นที่มาของอะไรบางอย่างที่รอให้เธอหาคำตอบ แล้วผลของการไม่เพิกเฉยต้องทำให้รินดาราต้องดิ้นรนทำงานหาเงินเพื่อเป็นค่าเทอมในปีต่อไป ขอให้เป็นงานที่ไม่เบียดเบียนใครรินดาราทำได้หมด แล้วงานล่าสุดของเธอที่มีค่าตอบแทนอย่างงดงามก็คือ การแต่งตัวเป็นเจ้าหญิงอยู่ในสวนสนุก ในขณะที่รินดารากำลังทำงานด้วยความเพลิดเพลินอยู่กับลูกค้า เธอก็ได้ยินเสียงนกบนต้นไม้พูดขึ้นมาว่า มีเด็กผู้หญิงพิการนั่งอยู่บนรถเข็นล้อเลื่อนกำลังพลัดหลงกับคุณอาชายสุดหล่อกับคู่ควงสาวที่มัวแต่จีบกัน และดูเหมือนว่าเด็กน้อยจะมุ่งหน้าไปที่สระน้ำ รินดาราวิ่งไปช่วยเด็กน้อยได้ทันก่อนที่รถจะไถลลงสระน้ำได้อย่างเฉียดฉิว รินดารากอดปลอบเด็กน้อยชื่อว่า อายูมิ มิยาคาวะ ที่เอาแต่ร้องไห้สะอื้นด้วยความตกใจ ก่อนที่ อาคิระ มิยาคาวะ และ ริเอะ ชินเอบะ ผู้ปกครองของเด็กน้อยจะมาพบเข้า ทั้งสองยังไม่ทันจะรู้เรื่องอะไร ริเอะก็กล่าวหาว่ารินดาราอาจจะเป็นพวกตระกูลโคสึกะ ตระกูลศัตรูคู่อาฆาตกับตระกูล มิยาคาวะ ส่งมาลักพาตัวอายูมิ รินดาราทนไม่ได้จึงเถียงกลับจนริเอะพูดไม่ออก แต่คนที่ไม่เคยยอมแพ้ใครอย่างริเอะก็จัดการรินดาราด้วยการทำให้รินดาราถูกไล่ออกจากงาน รินดาราประกาศไว้กับตัวเองว่าจะไม่ขอเจอยัยริเอะกับอาคิระอีกเลย รินดาราอยู่ในสภาพลำบากอีกครั้ง แล้วเหมือนโชคจะเข้าข้างเธอเมื่อมีคนติดต่อผ่านอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยว่าจะให้เธอไปเป็นพี่เลี้ยงดูแลเด็กหญิงพิการที่เมืองสึกิ เมื่อในนิทานแสนสวยงามที่รินดาราฝันอยากไปตั้งแต่เด็ก และเมืองสึกินี้เองที่เป็รแรงบันดาลใจทำให้รินดาราขอทุนเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่น แต่ที่ผ่านมารินดาราต้องเรียนหนักและต้องประหยัดเงินทุกบาทจึงยังไม่เคยไปเมืองสึกิสักครั้ง รินดาราตื่นเต้นดีใจดีมากก่อนที่จะพบว่าผู้ที่มาติดต่อเธอคืออาคิระ ผู้ชายมาดขรึมเก๊กหล่อแฟนของยัยผู้หญิงนิสัยไม่ดี รินดารากำลังจะปฏิเสธโดยไม่เสียเวลาลังเลเลยแม้แต่วินาทีเดียว แต่อาคิระที่เหมือนจะอ่านใจรินดาราออกรีบบอกว่า ไม่ใช่เขาที่เป็นคนอยากให้รินดาราไปดูแลหลานสาว แต่เป็นคนอื่น รินดาราสังเกตเห็นได้ว่าอาคิระดูไม่ค่อยเต็มใจอยากจะมาทำหน้าที่นี้สักเท่าไหร่ ซึ่งก็เป็นจริงอย่างที่รินดาราคิด การที่อาคิระยอมมาเชิญรินดาราด้วยตัวเองเป็นเพราะ คุณย่ามิกิ คุณย่าที่เขารักและเคารพมากขอร้องมาว่าให้ทำเพื่อบุคคลผู้มีพระคุณต่อมิยาคาวะ อาคิระขอร้องให้รินดาราไปพบกับเขาคนนั้นด้วยตัวเองแล้วค่อยตัดสิ้นใจว่าจะรับหรือไม่รับงานนี้ รินดารายอมไปกับอาคิระเพราะอยากรู้ว่าเขาคนนั้นคือใคร พอถึงที่หมายซึ่งเป็นหน้าอุโมงค์คอกวีสทีเรีย อาคิระบอกให้รินดาราเข้าไปข้างในคนเดียว แล้วภาพของชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าอุโมงค์คอกวิสทีเรียอันสวยสดงดงามราวกับดวงดาวพร่างพรายแม้เวลากลางวัน เขาคนนั้นคือ ท่านชายโฮชิ ชายหนุ่มผู้มีรอยยิ้มอันเปี่ยมสุข แต่แววตากลับแฝงความเศร้าหมอง เพียงแค่คำพูดของเขาไม่กี่คำก็ทำให้รินดาราเหมือนตกอยู่ในมนต์ ตอบรับทำงานที่คฤหาสน์มิยาคาวะทันที โดยที่ไม่รู้เลยว่าการเดินทางไปเมืองสึกิครั้งนี้จะทำให้ได้พบคำตอบที่เธอรอคอยมาตลอดชีวิต ณ ขณะเดียวกันที่ตระกูลโคสึกะ ตระกูลศัตรูคู่อาฆาตกับตระกูลมิยาคาวะกำลังร้อนเป็นไฟ เมื่อ ไดซุเกะ ชายชราวัย 70 ปี อ่านพบคำทำนายในตำราโบราณของบรรพบุรุษว่ากำลังมีผู้หญิงเดินทางมาที่มิยาคาวะ และผู้หญิงผู้นี้จะนำพาหายนะมาสู้โคสึกะตระกูลโคสึกะเป็นตระกูลใหญ่ในหุบเขาสึกิ พวกเขาเป็นเจ้าพ่อธุรกิจการเกษตรและเป็นตระกูลผู้ดูแลศาลเทพเจ้าสุนัขจิ้งจอก ซึ่งเป็นเทพเจ้าทางด้านพืชผลทางการเกษตร ขณะที่เทพเจ้านกกระเรียนทองคำคือเทพเจ้าแห่งสุขภาพและชีวิตที่ยืนยาว โดยมีตระกูลมิยาคาวะทำหน้าที่ดูแลศาลให้ สองตระกูลนี้ไม่ถูกกันมาตลอดเพราะความเชื่อและศรัทธาในเทพเจ้าของตัวเอง ตระกูลโคสึกะเข้าใจผิดไปว่าเทพเจ้านกกระเรียนเป็นต้นเหตุทำให้เทพเจ้าจิ้งจอกของพวกเขาสูญสลาย และเชื่อว่าเทพเจ้านกกระเรียนยังกลับขึ้นสวรรค์ไม่ได้ ทว่าไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้เทพเจ้านกกระเรียนอยู่แห่งใดบนโลกนี้ ทุกคนในตระกูลโคสึกะจึงถูกปลูกฝังให้ขัดขวางไม้ให้เทพเจ้านกกระเรียนกลับขึ้นสวรรค์ เพราะไม่เช่นนั้นตระกูลโคสึกะจะต้องมีอันเป็นไป ฮิเดโนริ โคสึกะ หลานชายวัย 25 ปีลูกของไดซุเกะทำหน้าที่สืบว่าผู้หญิงที่มาคฤหาสน์มิยาคาวะเป็นใครด้วยการส่งฮิโตชิ ผีเด็กตัดผมหน้าม้าสวมชุดยูกาตะสีน้ำเงินที่เขาเลี้ยงไว้ใช้งานให้ไปที่คฤหาสน์มิยาคาวะ ทำให้รินดาราเกือบจะโดนผีหลอกตั้งแต่คืนแรกที่มาอยู่ที่คฤหาสน์มิยาคาวะ แต่รินดารารอดปลอดภัยมาเพราะท่านชายโฮชิมาช่วยไว้ และเขายังมอบเหรียญเซโมริลายนกกระเรียนซึ่งเป็นเครื่องรางของขลังของญี่ปุ่นให้รินดาราเอาไว้เป็นเครื่องคุ้มกันภัยจากอันตรายทั้งปวง ทำให้ฮิโตชิเข้าใกล้รินดาราไม่ได้ ทางด้านรินดาราเริ่มงานดูแลหนูน้อยอายูมิด้วยการบริหารให้กล้ามเนื้อคลาย เด็กหญิงร้องไห้ลั่นด้วยความเจ็บปวด อาคิระมาเห็นเข้าก็ไม่พอใจเข้าไปห้ามทันที รินดาราเข้าใจแล้วว่าที่อายูมิอาการไม่ดีขึ้นเป็นเพราะเด็กน้อยถูกประคบประหงมมากเกินไป กล้ามเนื้อไม่ได้ออกแรงอย่างที่ควรจะเป็น รินดาราใช้สิทธิของการเป็นผู้ดูแลอายูมิจัดโปรแกรมชีวิตเด็กน้อยให้หมด อาคิระจำใจต้องยอมรับรินดาราเพราะคำสั่งของคุณย่ามิกิ อาคิระแปลกใจว่าทำไมย่ามิกิต้องทำเหมือนรินดาราเป็นคนพิเศษมาก ไหนจะยังสายตาที่ท่านชายโฮชิมองรินดาราช่างหวานซึ้งและคุ้นเคย อาคิระจ้างนักสืบสืบประวัติของทั้งสอง นักสืบไม่พบข้อมูลใดๆ น่าสงสัย แต่ที่แปลกคือ นักสืบไม่พบข้อมูลของท่านชายโฮชิเลยแม้แต่นิดเดียวว่าเขาเป็นใครมาจากไหน วันหนึ่งรินดาราพาอายูมิเข้าไปในเมืองเพื่อเปิดหูเปิดตา สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กน้อยอยากกลับมาเดินได้อีกครั้ง สองสาวต่างวัยได้พบกับ แป้งร่ำ และ เกียว เจ้าของร้านนวดแผนไทย รินดาราดีใจที่มีคนไทยอยู่ใกล้ๆ ให้อบอุ่นใจ แต่ขากลับรินดาราเกือบถูกสุนัขจิ้งจอกทำร้าย เสื้อผ้าของเธอฉีกขาดเล็กน้อย โชคดีที่อาคิระและโฮชิช่วยเอาไว้ทัน แต่สิ่งที่ทำให้โฮชิตกตะลึงก็คือ ปานรูปดาวบนแผ่นหลังของรินดารา โฮชิแน่ใจแล้วว่าสิ่งที่เขาคิดถูกต้อง รินดาราคืออวตารส่วนหนึ่งของเมียวโจ เมียวโจส่งรินดารามาช่วยทำให้กิโมโนโฮชิปักเสร็จแล้วพาเขากลับสวรรค์ แต่ตอนนี้รินดารายังจำไม่ได้ว่าตัวเองเป็นใคร โฮชิกับมิกิจะช่วยฟื้นความจำให้รินดารา มิกิจึงวางแผนให้รินดาราขึ้นไปบนหอคอยอันเป็นเขตห่วงห้ามของคุณย่ามิกิ เผื่อว่ากิโมโนโฮชิจำทำให้รินดาราจำได้ว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของเมียวโจ แต่เมื่อกิโมโนโฮชิปรากฎต่อสายตา ปานรูปดาวบนแผ่นหลังของรินดาราเกิดอาการปวดแสบปวดร้อนอย่างรุนแรงจนเธอเป็นลมสลบไป โฮชิรู้แล้วว่าตอนนี้ร่ายหยาบของมนุษย์อย่างรินดารายังไม่สามารถรับพลังงานบริสุทธิ์ของเทพได้ ต้องรอให้ร่างของรินดาราพร้อมด้วยตัวเองเท่านั้น ตอนนี้โฮชิจึงได้แต่เฝ้ารอให้รินดาราจำได้ว่าเธอเป็นใคร มิกิหวังว่าจะถึงวันนั้นเร็วๆ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป ทางด้านฮิเดโนริตื่นขึ้นมาในเช้าวันหนึ่งแล้วพบว่าตัวเองอยู่ในสภาพเลือดเต็มตัว เนื้อตัวเปรอะเปื้อนดินโคลน ฮิเดโนริจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งไดซุเกะเข้ามารับรู้กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับหลานชาย จึงรู้ว่าเลือดปีศาจจิ้งจอกในตัวฮิเดโนริเริ่มออกฤทธิ์ สุนัขจิ้งจอกตัวที่ทำร้ายรินดาราก็คือฮิเดโนรินั่นเอง แท้จริงแล้วฮิเดโนริเป็นลูกครึ่งมนุษย์และปีศาจจิ้งจอก พ่อของฮิเดโนริรักกับนางปีศาจจิ้งจอกที่ปลอมตัวเป็นหญิงสาวสวย เมื่อฮิเดโนริกำเนิด ทั้งสองก็ทิ้งเด็กชายไว้กับไดซุเกะก่อนที่ผู้เป็นพ่อจะตามคนรักเข้าป่าไปอยู่กับฝูงสุนัขจิ้งจอก ไดซุเกะไม่เคยคิดว่าจะบอกเรื่องนี้ให้กับหลานรู้เพราะอยากให้มันเป็นความลับตลอดกาล แต่เมื่อเลือดปีศาจจิ้งจอกในตัวฮิเดโนริกำลังมีพลังอำนาจเหนือเลือดมนุษย์ ไดซุเกะจึงทำพิธีสักยันต์บนแผ่นหลังของฮิเดโนริ และสอนให้ฮิเดโนริรู้จักควบคุมปีศาจจิ้งจอกให้อยู่ภายใต้การควบคุมของฮิเดโนริ กว่าฮิเดโนริจะทำใจยอมรับกับสิ่งที่ตัวเองเป็นได้ เขาก็อาละวาดใส่ฮิโตชิหลายครั้ง ฮิโตชิตกใจกลัวจึงเข้าไปหลบในห้องของไดซุเกะ แล้วเขาก็เผลอทำตุ๊กตาฮินะรูปผู้หญิงผมยาวผิวขาวซีด ปากเป็นสีแดงตกแตก ทำให้วิญญาณของนางปีศาจหิมะที่ตระกูลโคสึกะกังขังอยู่ในตุ๊กตาฮินะตัวนั้นมานานหลายร้อยปีถูกปลดปล่อยโดยไม่มีใครรู้ นางปีศาจหิมะเป็นเพียงมวลสารไร้รูปกายมันจึงเข้าไปสิงอยู่ในร่างของ ยูกิ เกอิชา สาวแสนสวยที่เป็นทาสความรักของ มาโกะโตะ ชินเอบะ พ่อของริเอะที่ผ่านมามาโกะโตะให้ความหวังกับยูกิจนเธอรักเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ยูกิเรียกร้องอยากแต่งงานกับเขา มาโกะโตะรำคาญสุดขีดจึงสั่งเก็บยูกิ ยูกิต้องจบชีวิตด้วยความรักความแค้นไม่ต่างจากที่นางปีศาจหิมะที่เคยรู้สึกมาก่อน นี่เป็นช่องโหว่ที่ทำให้นางปีศาขหิมะสามารถสิงร่างของยูกิได้ แล้วนางปีศาจหิมะที่อยู่ในร่างของยูกิก็กลับมาหามาโกะโตะ พร้อมกับซากศพของลูกน้องของเขาที่เธอสูบกินกิเลสตัวพวกมันจนแห้งกรัง ด้วยความกลัวสุดขีดทำให้มาโกะโตะยอมเป็นทาสรับใช้ ช่วยยูกิตามหาเทพเจ้านกกระเรียนชายที่เธอยังรักหมดหัวใจที่ไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน แล้วยูกิก็ได้พบกับโฮชิอยู่ในงานทานาตะ ยูกิอยากจะเข้าไปหาเขาแต่พลังของเธอยังน้อยเกินไป ทว่า ยูกิยังรู้สึกที่อย่างน้อยก็รู้ว่าเขายังอยู่ในเมืองสึกิและอยู่กับครอบครัวมิยาคาวะ ยูกิคิดไปเองว่าสาเหตุที่เมื่อก่อนโฮชิไม่รับรักเธอ เป็นเพราะเธอเป็นนางปีศาจหิมะน่าเกลียดน่ากลัว แต่ตอนนี้เธออยู่ในร่างของหญิงสาวแสนสวยแล้วโฮชิน่าจะรักเธอได้ ดังนั้นยูกิจึงสั่งให้ริเอะพาคุณย่ามิกิและอาคิระมาที่บ้าน โดยอ้างว่ายูกิอยากจะสั่งคุณย่ามิกิทอกิโมโน เมื่อพบโอกาสยูกิก็จัดการสะกดจิตคุณย่ามิกิคนใกล้ชิดที่สุดของโฮชิให้ทำตามความต้องการของยูกิ ทำให้หลังจากนั้นเป็นต้นมาคุณย่ามิกิก็เอาแต่พูดถึงยูกิให้โฮชิฟัง และยังขอให้โฮชิไปพบกับยูกิอีกด้วย โฮชิมาพบยูกิตามนัดที่ซุ้มอุโมงค์วิสทีเรียเพราะยูกิจงใจให้ตัวเองเหมือนเมียวโจคนรักของโฮชิ แต่โฮชิกลับไม่มีท่าทีอ่อนไหวกับยูกิเลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำเขายังเกิดความสงสัยว่ายูกิไม่ใช่คน โฮชิจึงล่อพายูกิไปที่ศาลเจ้าอันเป็นสถานที่ที่ปีศาจเข้าไม่ได้ ยูกิเกือบจะแสดงท่าแท้ของตัวเองออกมาให้โฮชิเห็น แต่เธอก็เอาตัวรอดมาได้ ในงานทานาบาตซึ่งตรงกับวันเกิดของรินดารา รินดาราแปลกใจมากว่าทำไมเธอถึงไม่รู้สึกปวดแสบปวดร้อนที่ปานรูปดาวเหมือนวันเกิดที่ผ่านมา รินดารายอมเล่าเรื่องปานรูปดาวให้โฮชิฟังเพราะเธอไว้ใจเขาอย่างประหลาด โฮชิพูดเป็นในให้รินดาราได้คิดว่าปานรูปดาวอาจจะพอใจที่เธออยู่ในเมืองสึกินี้แล้วก็ได้ รินดารายังไม่เข้าใจที่โฮชิพูดแต่แน่ใจว่าต้องมีอะไร รินดาราพยายามหาคำตอบให้กลับตัวเอง แต่ยิ่งหาเท่าไหร่เธอยิ่งรู้เรื่องประหลาดเกี่ยวกับโฮชิทางด้านฮิเดโนริพยายามทำร้ายรินดาราด้วยการส่งผีไปฆ่าแต่ไม่สำเร็จ เพราะรินดารามีเหรียญเซโมริปกป้อง ฮิเดโนริจึงใช้วิธีเข้าไปทำความรู้จักกับรินดาราเพื่อหาทางทำร้ายเธอ แต่ยิ่งฮิเดโนริอยู่ใกล้รินดารามากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งหลงรักในความน่ารักสดใสของเธอมากขึ้นเท่านั้น จนฮิเดโนริเกิดความรู้สึกลำบากใจที่จะฆ่ารินดารา ฮิเดโนริเกิดเกิดความคิดว่าแค่หาทางไล่รินดาราไปให้พ้นจากเมืองสึกิก็น่าจะพอแล้ว รินดาราได้เห็นรูปถ่ายเมื่อสมัยห้าสิบปีของพ่อสามีของแป้งร่ำ ผู้ที่ปรากฎอยู่ในรูปหน้าตาละม้ายคล้ายท่านชายโฮชิ รินดาราจึกวางแผนให้ท่านขายไปพบกับพ่อสามีของแป้งร่ำ จนรินดารารู้ว่าท่านชายโฮชิคือผู้ชายในรูปจริง ๆ แต่หน้าตาของท่านชายไม่เปลี่ยนแปลงไปเลย รินดาราจึงแน่ใจแล้วว่าเรื่องล่ำลือเกี่ยวกับชายหนุ่มที่อยู่บนหอคอยของคฤหาสน์มิยาคาวะก็คือท่านชายโฮชิด้านทางฮิเดโนริรู้เรื่องว่าฮิโตชิแอบหนีไปเล่นกับอายูมิที่คฤหาสน์มิยาคาวะอยู่บ่อยๆ ฮิเดโนริเรียกฮิโตชิมาลงโทษและกักขังเอาไว้ในตุ๊กตาฮิะ แต่ ไอ บังเอิญไปพบเข้าแล้วทำตุ๊กตาฮินะแตก ฮิโตชิหลุดออกมาหาอายูมิ และได้รับการปกป้องจากท่านชายโฮชิ ทำให้ฮิเดโนริได้เจอกับท่านชายโฮชิแล้วรู้ว่าผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดา ซึ่งขณะเดียวกันนั้นไดซุเกะรับรู้แล้วว่านางปีศาจหิมะหลุดออกไปจากตุ๊กตาฮินะ ไดซุเกะรีบทำพิธีเรียกมันกลับมา แต่มันกลับมาในสภาพของมนุษย์สาวสวยชื่อยูมิ ไดซุเกะจะจัดการกักขังปีศาจหิมะเอาไว้เหมือนเดิม แต่นางปีศาจหิมะที่อยู่ในร่างของยูกิโพล่งออกมาว่า เธอรู้ว่าตอนนี้เทพเจ้านกกระเรียนอยู่ที่ไหนและเธอจะขอให้แก้แค้นเทพเจ้านกระเรียน เพื่อแก้แค้นให้เธอและให้เทพเจ้าจิ้งจอกที่ต้องสลายไป เพราะฝีมือของเทพเจ้านกกระเรียน เมื่อฮิเดโนริรู้เรื่องเข้าจึงกระจ่างแล้วว่าท่านชายโฮชิเป็นเทพเจ้าจริง ๆ ไดซุเกะจึงยอมปล่อยนางปีศาจหิมะโดยไม่รู้เลยว่าทั้งหมดนั้นเป็นแผนการณ์ของนางปีศาจหิมะ นางปีศาจหิมะที่อยู่ในร่างของยูจิหลอกใช้พลังของไฮซุเกะแล้วถ้าทุกอย่างสมหวัง เธอจะจัดการกับไดซุเกะเป็นคนแรก เมื่อได้รับความช่วยเหลือจากไดซุเกะจนมีพลังกลับคืนมา นางปีศาจหิมะที่อยู่ในร่างของยูกิก็ กลับไปพบกับโฮชิที่คฤหาสน์มิยาคาวะ ยูกิอ้างไปว่าที่หายหน้าไปหลายวันเพราะมีธุระส่วนตัว โฮชิจึงไม่สงสัยอีกแล้วว่าโฮชิมีอาการเป็นห่วงผู้หญิงที่ชื่อรินดารามากเป็นพิเศษ จึงอยู่รอพบหน้ารินดารา เมื่อพบหน้ายูกิยังไม่รู้ว่ารินดาราเป็นส่วนหนึ่งของเมียวโจ ยูกิรู้แต่ว่ารินดาราสวยเหลือเกิน ประกอบกับสายตาของโฮชิยามมองรินดาราช่างอ่อนหวานอ่อนโยนจนเธอนึกอิจฉาอยู่ในใจ ยูกิจึงตัดสินใจจะทำอะไรบางอย่างกับรินดารา นางปีศาจหิมะในร่างยูกิหลอกล่อรินดาราเพื่อฆ่า แล้วนางปีศาจหิมะจะสิงเข้าไปอยู่ในร่างของรินดาราเสียเอง แต่นางปีศาจหิมะทำไม่ได้ง่ายๆ เพราะจิตของรินดาราไม่ได้บอบช้ำเพราะความรักเหมือนอย่างยูกิ แล้วอาคิระกับโฮชิก็มาช่วยรินดารา รินดาราตกอยู่ในสภาพแย่มากจากพลังอำนาจประหลาด โฮชิจึงตัดสินใจคืนร่างเป็นเทพเจ้านกกระเรียนเพื่อช่วยรินดารา ทำให้รินดารากระจ่างแล้วว่าโฮชิไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา แต่เป็นเทพเจ้านกกระเรียนตามตำนานในนิทาน เท่านั้นยังไม่พอมิกิยังพารินดาราขึ้นไปดูกิโมโนโฮชิบนหอคอยเพียงแค่รินดารายื่นมือไปแตะลายปักรูปนกกระเรียนบนกิโมโน ภาพความจำว่าเธอเป็นส่วนหนึ่งของเมียวโจก็ปรากฎขึ้นในหัว รินดาราได้คำตอบแล้วว่า เธอเกิดมาเพื่อช่วยส่งท่านชายโฮชิกลับสวรรค์ โดยต้องตามหาขนนกกระเรียนทองคำแล้วนำมาปักบนกิโมโนให้สำเร็จ แต่ทั้งหมดนี้อาคิระยังไม่รู้เรื่อง รินดาราเริ่มหน้าที่ของตัวเองด้วยการหาข้อมูลของขนนกกระเรียนทองคำ รวมทั้งถามกับ แฮโรลด์ เจ้าของสถาบันอาภรณ์แห่งเอเชียผู้โด่งดังที่มาขอกิโมโนของตระกูลมิยาคาวะไปจัดแสดงในงาน แต่แฮโรลด์ไม่เคยได้ยินว่าขนนกกระเรียนทองคำมีจริง ๆ แต่การสนทนาครั้งนั้นทำให้ริเอะได้ยินแล้วนำไปบอกกับยูกิ ยูกิรวบรวมสิ่งที่รู้มาจนแน่ใจว่ารินดาราคือส่วนหนึ่งของเมียวโจที่ลงมาช่วยพาโฮชิกลับสวรรค์ ยูกิสั่งให้ไดซุเกะและฮิเดโนริคอยหาทางขัดขวางไม่ให้รินดาราหาขนนกกระเรียนทองคำเจอ ช่วงนั้นรินดาราไปหาเพื่อนชื่อ เคนจิ ลูกครึ่งญี่ปุ่น-ไทย นักศึกษาปริญญาโทคณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลับเดียวกันกับรินดารา เคนจิกำลังทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับเรื่องสัตว์พิเศษในตำนานของเทพนิยายต่างๆ เช่น ล็อคเนสแห่งทะเลสาปล็อคเนส เยติมนุษย์หิมะแห่งฮิมาลัย ฯลฯ รินดาราถามเคนจิเรื่องนกกนกระเรียนทองคำ แต่เคนจิบอกว่ามันเป็นสิ่งที่หายากมาก ร้อยปีถึงวจะมีกำเนิดสักครั้ง ความหวังที่จะช่วยโฮชิของรินดาราดูจะริบหรี่เหลือเกิน แต่แล้วก็เหมือนฟ้าดลใจ เมื่อเคนจิเดินทางมาหารินดาราที่คฤหาสน์มิยาคาวะว่าได้คุยกับ ป้าอัง ญาติของเคนจิที่อยู่เมืองไทยมีขนนกกระเรียนทองคำ และป้าอังก็ยินดีจะมอบขนนกกระเรียนทองคำให้รินดารา และที่ผ่านมาป้าอังฝันว่ามีผู้หญิงมาบอกว่าให้เก็บขนนกกระเรียนนี้ไว้ สักวันพวกเขาจะมารับ ป้าอังเชื่อว่าต้องเป็นรินดารา เพราะผู้หญิงในฝันหน้าเหมือนรินดาราไม่มีผิด รินดารานำเรื่องนี้ไปเล่าให้ย่ามิกิและท่านชายโฮชิฟังโดยไม่รู้ตัวว่าอาคิระกำลังแอบฟังเรื่องทั้งหมดอยู่ อาคิระก็เลยรู้ความจริงทั้งหมด และเขาก็ยินยอมที่จะร่วมมือช่วยปลดปล่อยท่านชายโฮชิกลับคืนสู่สวรรค์ ในระหว่างนั้นเองทางเมืองไทยก็ส่งข่าวมาว่าพ่อของรินดารามีอาการป่วย รินดาราและอาคิระจึงตัดสินใจเดินทางไปหาป้าอังพร้อมกับเคนจิที่เมืองไทย เพื่อตามหาขนนกกระเรียนและเพื่อรักษาอาการของพ่อ แต่ถึงกระนั้นไอก็ยังขอติดตามไปดูเส้นไหมที่เมืองไทยด้วย หากความจริงแล้วไอไปตามคำสั่งของฮิเดโนริ ไอรักฮิเดโนริมากแล้วความรักนี้ทำให้ไอมองไม่ออกว่าฮิเดโนริกำลังหรอกใช้เธอรินดารากับอาคิระเดินทางไปเมืองไทยด้วยกัน อาคิระได้เห็นสภาพความเป็นอยู่ของรินดารา ได้เห็นถึงการสู้ชีวิตของหญิงสาวทำให้อาคิระเข้าใจรินดารามากขึ้น ขณะเดียวกันรินดาราก็ได้เห็นมุมอ่อนโยน ความมีน้ำใจของอาคิระที่ปฏิบัติต่อทุกคนในครอบครัวของเธอ ทำให้ความรักก่อเกิดขึ้นในใจของทั้งสองแบบเงียบๆ แต่ทั้งสองยังไม่สามารถคิดสิ่งใดได้ ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการตามหาขนนกกระเรียนทองคำจากญาติของเคนจิ ขณะเดียวกัยรู้ว่ายูกิไม่ใช่คนอย่างที่เขาเคยคิดจริงๆ แต่โฮชิไม่แสดงออกมาให้ยูกิรู้ว่าเขารู้ความจริง เพราะโฮชิอยากจะช่วยพูดและทำให้นางปีศาจหิมะในร่างยูกิยอมลดกิเลสในใจตัวเอง แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลเพราะในของนางปีศาจหิมะลุ่มหลงอยู่ในกิเลศมากเหลือเกินทันทีที่รินดารากับอาคิระไปถึงบ้านป้าอัง กลับพบว่าป้าอังเกิดอาการมึนเบลอ จำไม่ได้แม้กระทั่งว่าตนเองมีขนนกกระเรียนทองคำ เพราะความจริงแล้วที่ป้าอังต้องเป็นเช่นนี้เป็นฝีมือของฮิเดโนริที่แอบสะกดรอยตามมา โดยมีไอเป็นนางนกต่อคอยสือความลับอยู่ ดังนั้นไม่ว่ารินดารากับอาคิระจะทำอะไร ฮิเดโนริจะรู้ความเคลื่อนไหวทั้งหมด แต่มีเรื่องที่ไอกับฮิเดโนริไม่รู้คือ ความสามารถพิเศษได้ยินสัตว์พูดรองรินดารา รินดารารู้เรื่องจากแมวป้าอังว่ามีคนปริศนามาทำร้ายป้าอังให้เป็นแบบนี้ และที่สำคัญแมวรู้ด้วยว่าป้าอังเก็บขนนกกระเรียนไว้ที่ไหน แต่รินดาราไม่ยอมบอกเรื่องนี้กับใครแม้กระทั่งอาคิระเพราะรินดาราไม่รู้แน่ชัดว่าใครคือคนปริศนาพวกนั้น รินดารารอจนกลับมาถึงคฤหาสน์มิยาคาวะถึงนำขนนกกระเรียนทองคำของป้าอังออกมา สร้างความดีใจกับย่ามิกิและท่านชายโฮชิเป็นอย่างมาก แต่อาคิระกลับน้ายใจที่รินดาราไม่ไว้ใจเขา ไม่ยอมบอกว่าหาขนนกกระเรียนได้แล้ว รินดาราอธิบายเหตุผลให้อาคิระเข้าใจว่า เธอสงสัยว่ามีหนอนบ่อนไส้อยู่ไกล้พวกเรา แล้วยังไม่ทันขาดคำขนนกกระเรียนทองคำที่ได้มาจากป้าอังก็ถูกมือดีขโมยไปเผาทำลายจนไม่เหลือซาก อาคิระก็เลยวางแผนกับรินดาราสร้างเรื่องขึ้นมาว่ายังมีขนนกกระเรียนทองคำเพื่อล่อมือดีให้ปรากฎตัว จนกระทั่งแผนสำเร็จ ทุกคนมิยาคาวะรู้ว่าไอเป็นสายลับให้โคสึกะมาตลอด ไอกับอาคิระทะเลาะกันอย่างรุนแรงแล้วไอก็หนีออกจากคฤหาสน์มิยาคาวะไปอยู่ที่คฤหาสน์โคสึกะกับฮิเดโนริ อาริคะเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น รินดาราคอยปลอบใจ แล้วความใกล้ชิดก็ทำให้ทั้งสองรู้ใจตัวเองว่ารักอีกฝ่ายเข้าเสียแล้ว แต่ไม่สามารถพูดออกมาได้ เพราะต่างไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไร และอาคิระก็รู้อยู่แก่ใจว่ารินดาราเกิดมาเพื่อช่วยท่านชายโฮชิไม่ใช่เขา แล้วช่วนนั้นเองรินดาราก็ได้พบกับ ฮิเมะ ลูกนกที่พลัดหลงจากแม่และกำลังถูกแมวไล่จับกิน รินดาราช่วยฮิเมะและเลี้ยงดูมันอย่างดี ทางด้านยูกิสั่งให้มาโกะโตะหาเหยื่อมาให้เธอสูบกินกิเลสอีก แต่มาโก๊ะทำไม่ได้เพราะตอนนี้ตำรวจเริ่มตามสืบคดีคนหายไปหลายคน ยูกิโกรธมากจึงสูบกิเลสของมาโกะโตะซะเลย ริเอะเข้ามาเห็นภาพเข้าก็พยายามจะช่วยพ่อแต่ก็ช่วยไม่สำเร็จ มาโกะโตะตายในสภาพที่ไม่ต่างจากเหยือที่เขาหามาให้ยูกิภาพพ่อถูกกินทำให้ริเอะถึงกับเสียสติต้องอยู่โรงพบาบาลด้วยความหวาดกลัว ตอนแรกยูกิจะกินริเอะด้วยแต่ยูกิสัมผัสได้ว่าการที่ริเอะยังมีชีวิตอยู่ในสภาพป่วยเช่นนี้ ความห่วงใยที่อาคิระมีให้ริเอะสร้างความปวดร้าวหัวใจให้รินดารา และเมื่อไหร่ที่รินดาราเจ็บปวดเพราะความรักจนถึงขีดสุด เมื่อนั้นนางปีศาจหิมะจะสามารถสิงร่างของรินดาราได้ ยูกิจึงปล่อยริเอะเอาไว้ก่อน แต่ท่านชายโฮชิรู้ทันแผนของยูกิ เขาจึงพยายามทำให้รินดารากับอาคิระเข้าใจกัน แม้ว่าหัวใจของเขาจะเจ็บปวดเหลือเกินที่ต้องทนเห็นรินดารารักกันกับอาคิระ ยูกิอยากให้อาคิระกับรินดาราเข้าใจผิดกัน จึงวางแผนกันฮิเดโนริให้จับตัวอายูมิไปลักซ่อน ฮิเดโนริใช้ให้ผีเด็กฮิโตชิที่เขาเพิ่มจับมาใหม่ได้อีกครั้งให้ทำงานนี้ ฮิโตชิยอมทำเพราะเด็กชายโกรธที่อายูมิกลับเขา ฮิโตชิล่ออายูมิมาได้สำเร็จ แล้วยูกิก็สร้างเรื่องว่าทั้งหมดนี้เป็นเพราะความประมาทของรินดารา อายูมิจึงหายตัวไป แต่มันก็ไม่ได้เป็นไปตามแผนของยูกิ เพราะท่านชายโอชิบอกให้อาคิระเข้าใจเสียก่อนว่าเรื่องนี้มีตัวไป แต่มันก็ไม่ได้เป็นไปตามแผนของยูกิ เพราะท่านชายโฮชิบอกให้อาคิระเข้าใจเสียก่อนว่าเรื่องนี้มีเบื้องลึกเบื้องหลังมาจากนางปีศาจหิมะ อาคิระกับรินดาราจึงไม่เข้าใจผิดกันแต่ช่วยกันตามหาอายูมิ แต่ก็ยังหาไม่พบ ทางด้านโฮชิออกไปพบกับยูมิเพื่อเจรจาให้ปล่อยอายูมิ แต่ยูกิกลับใช้อายูมิเป็นเครื่องมือต่อรองให้โฮชิยอมให้โอกาสเธอ เธอจะทำให้โฮชิรักเธอให้ได้ แต่โฮชิปฏิเสธเพราะยูกิยังไม่รู้จักความรักที่แท้จริงแล้วจะรักใครได้อย่างไร สร้างความโกระแค้นให้ยูกิ ยูกิจึงขู่เอาไว้ว่าจะถล่มเมืองสึกิอีกครั้ง โฮชิได้แต่เก็บเรื่องนี้ไว้ในใจตามลำพัง เพราะตอนนี้ทุกคนกำลังเป็นห่วงอายูมิที่หายตัวไป จนกระทั่งรินดาราตามกาอายูมิพบจากความช่วยเหลือของฮิโตชิที่กลับใจมาช่วยเพื่อนรัก หลังจากที่รู้ว่าแท้จริงแล้วอายูมิไม่เคยรังเกียดเขาเลย เธอแค่ตกใจในครั้งแรกที่รู้เรื่องว่าฮิโตชิไม่ใช่คนเท่านั้นเอง แล้วเหตุการณ์ครั้งนั้นก็ทำให้อายูมิกลับมาเดินได้อีกครั้ง โฮชิจึงตอบแทนน้ำใจของฮิโตชิด้วยการปลดปล่อยเด็กน้อยให้ไปผุดไปเกิด ทางด้านยูกิก็กลับไปสั่งให้ไดซุเกะร่วมมือกับเธอถล่มเมื่อสึกิ แต่ไดซุเกะยังไม่ทำเพราะป่วยหนัก ยูกิโกรธก็เลยทำร้ายไดซุเกะพร้อมกับพูดให้เขารู้ความจริงว่า พวกโคสึกะเข้าใจผิดมาโดยตลอด แล้วยูกิก็สูบกิเสลในตัวไดซุเกะ วิญญาณของไดซุเกะที่มีความรู้สึกผิดต่อเทพเจ้านกกระเรียนจึงไปหาฮิเดโนริแล้วเล่าความจริงให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น ทำให้ฮิเดโนริเข้าใจทุกอย่างและมีความโกรธแค้นนางปีศาจหิมะมาก เขายอมไปปรับความเข้าใจกับพวกมิยาคาวะและขอให้ทุกคนยกโทษให้ไอ อาคิระและย่ามิกิก็เลยยอมให้อภัยไอต่อมายูกิถล่มเมืองสึกิเหมื่อนเมื่อสี่ร้อนปีที่แล้วเพื่อหวังให้ผู้คนในเมืองล้มตายและจะฆ่ารินดารา อาคิระ โฮชิ และฮิเดโนริร่วมมือกับช่วยรินดาราและทำร้ายนางปีศาจหิมะกันอย่างยากลำบาก เพราะพลังของนางปีศาจหิมะมากเหลือเกิน แต่สุดท้ายความสามัคคีและหัวใจที่รักรินดาราก็ทำให้ทั้งสามชายช่วยกับปราบปีศาจหิมะได้สำเร็จ เมื่อจัดงานศพของไดซุเกะเสร็จเรียบร้อย ฮิเดโนริก็กลับไปปอยู่ในป่ากับฝูงสุนัขจิ้งจอก เพราะการต่อสู้กับนางปีศาจหิมะครั้งนั้นทำให้เขาไม่สามารถควบคุมพลังของปีศาจสุนัขจิ้งจอกในตัวเองได้อีก และเกรงว่าตัวเองจะทำร้ายมนุษย์ด้วยพลังของปีศาจในตัว ฮิเดโนริจึงยอมทั้งทุกอย่างทั้งตระกูลโคสึกะและไอผู้หญิงที่รักเขาสุดหัวใจ แม้ไอจะพยายามดึงตัวเขาไว้โดยบอกเรื่องที่เธอกำลังท้องกับเขา แต่ฮิเดโนริก็ต้องจากไปพร้อมกับคำสัญญาว่าสักวันจะกลับมาหาเธอกับลูกการต่อสู้ครั้งนั้นก็ทำให้ท่านชายโฮชิบาดเจ็บสาหัส เขาต้องรีบกลับสวรรค์เร็วที่สุด แต่ยังกลับไม่ได้เพราะไม่มีขนนกกระเรียนทองคำ แม้ว่ารินดาราจะเพิ่มค้นพบว่าฮิเมะเป็นลูกนกกระเรียนทองคำ แต่ฮิเมะก็เด็กจนกว่าจะทำขนมาปักชุดได้ ทุกคนมองไม่เห็นทางออกว่าจะเอาขนนกกระเรียนที่ไหนมาปักกิโมโนโฮชิจนกระทั่งแม่ของฮิเมะบินตามหาฮิเมะจนพบแล้วรับรู้ถึงความมีน้ำใจของรินดารา แม่ของฮิเมะก็เลยตอบแทนด้วยการผลัดขนสีทองของตัวเองให้รินดารานำไปปักชุดกิโมโนโฮชิจนสำเร็จ แต่ก่อนที่โฮชิจะสวมใส่กิโมโนโฮชิเพื่อกลับสู่สวรรค์ โฮชิรู้ว่ารินดารามีบางอย่างที่ยังติดค้างอยู่ในใจระหว่างความรู้สึกของเธอที่มีต่อโฮชิและมีแต่อาคิระ โฮชิจึงนัดให้ทั้งสองนัดพบปรับความเข้าใจกันที่สวนวีสทีเรีย จนรินดารากับอาคิระเข้าใจกันและยอมสารภาพความรักต่อกัน ริเอะถึงแน่ใจแล้วว่าตัวเองหมดสิทธิ์ในตัวอาคิระอีกต่อไป เธอจึงบินกลับไปใช้ชีวิตอยู่ที่ฝรั่งเศสไม่มายุ่งกับความรักของอาคิระและรินดาราอีกเลย โฮชิจึงกลับสู่สวรรค์ได้อย่างสุขใจเวลาผ่านไป อาคิระพารินดารามาฝากท้องที่โรงพยาบาลในเมือง แล้วรินดาราก็เพิ่งหันไปเห็นผู้ชายที่เดินสวนกัน ชายคนนั้นมีใบหน้าที่ดูอบอุ่นเป็นมิตร เขาก้มหัวแล้วยิ้มทักทายให้กับอาคิระและรินดาราอย่างยินดีปรีดาที่ได้เห็นทั้งคู่มีความสุข ก่อนที่เขาจะเดินหายไปในฝูงชน ใบหน้าของเขาและดวงตาสีเขียวช่างละม้ายคล้ายกับท่ายชายโฮชิเหลือเกิน ติดตามชม ละครกลกิโมโน ได้ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครกลกิโมโน เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน 2558 รายชื่อนักแสดงนำ ธงไชย แมคอินไตย์ รับบท ท่านชายโฮชิ อารยา เอ ฮาร์เก็ต รับบท รินดารา (ฮิคาริ) ภูภูมิ พงศ์ภาณุ รับบท อาคิระ มิยาคาวะ นัฐฐพนท์ ลียะวณิช รับบท ฮิเดโนริ โคสึกะ ณัฐริกา ธรรมปรีดานันท์ รับบท ยูกิ/นางปีศาจหิมะ จินตรา สุขพัฒน์ รับบท มิกิ มิยาคาวะ ดิลก ทองวัฒนา รับบท ไดซุเกะ โคสึกะ ด.ญ.กุลฑีรา ยอดช่าง รับบท อายูมิ มิยาคาวะ มิณฑิตา วัฒนกุล รับบท ไอ มิยาคาวะ อริสา ทองบริสุทธิ์ รับบท ริเอะ ชินเอบะ อภินันท์ ประเสริฐวัฒนกุล รับบท มาโกะโตะ ชินเอบะ ด.ช.ณัฐพัชร์ นิมจิรวัฒน์ รับบท ฮิโตชิ หนูอิมอิม ก้าวมหัศจรรย์ รับบท แป้งร่ำ ธงธง มกจ๊ก รับบท เกียว อณูวรรณ ปรีญานนท์ รับบท เคโกะ ธัญญา รัตนมาลากุล รับบท นานะ อัศนัย เทศทะวงศ์ รับบท นารุตะ กรกฎ ธนภัทร รับบท อัตสุโอะ ทูน หิรัญทรัพย์ รับบท สุรินทร์ สุปราณี เจริญผล รับบท ดวงดาว วิศรุต หิมรัตน์ รับบท เริงตะวัน นารา เทพนุภา รับบท เรืองนภา

หนุ่มคลั่ง-ต่อยแอร์ฯ ฉุนเสิร์ฟแซนวิชช้า จนต้องนำเครื่องลงฉุกเฉิน
ต่อยแอร์ /  ลงจอดฉุกเฉิน / 

เกิดเหตุการณ์ความวุ่นวาย บนเครื่องบินจากสายการบิน 'อีซี่เจ็ต' จนต้องนำเครื่องลงจอดฉุกเฉิน เหตุจากผู้โดยสารชายรายหนึ่ง โมโหที่พนักงานต้อนรับเสิร์ฟแซนวิชช้า วันนี้ ( 1 เม.ย.) เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ต่างประเทศ รายงานเหตุการณ์ความวุนวาย ที่เกิดขึ้นบนเครื่องบินโดยสาร จากสายการบิน 'อีซี่เจ็ต' ทะยานมุ่งหน้าจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ไปสู่เมืองพริชตีน่า ประเทศคอซอวอ จนเป็นเหตุให้กัปตัน ตัดสินใจออกคำสั่งให้นำเครื่องลงจอดฉุกเฉิน ท่าอากาศยานเลโอนาร์โด ดาวินชี-ฟีอูมีชี ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี เหตุชุลมุนเริ่มต้นขึ้น เมื่อผู้โดยสารหนุ่มรายหนึ่ง เกิดคลุ้มคลั่ง พร้อมทั้งลงมือทำร้ายร่างกายพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ต่อหน้าผู้โดยสารทั้งลำ โดยมีสาเหตุมาจาก ผู้ก่อเหตุกำลังหิวอย่างหนัก และไม่พอใจที่เหยื่อนำแซนวิชมาเสิร์ฟให้ช้า ก่อนนั้นเขาได้ตะคอกแอร์โฮสเตสสาว ว่า 'ผมรอมาเป็นชั่วโมงแล้ว หิวจะตายอยู่แล้ว' โดยหลังจากนั้น เขาได้ลุกขึ้นยืน และต่อยจนเธอล้มลงไปกับพื้น และตามลงไปทำร้ายซ้ำ เป็นเหตุให้ผู้โดยสารรายอื่นๆ รีบเข้ามาห้ามปรามจนเกิดความวุ่นวายดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รวบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว ในขณะที่เหยื่อผู้เคราะห์ร้าย ได้รับการปฐมพยาบาลในที่เกิดเหตุ ส่วนทางสายการบินออกมายืนยันว่า สามารถควบคุมสถานการณ์ดังกล่าวไว้เป็นที่เรียบร้อน ส่วนผู้โดยสารรายอื่นๆ ได้เปลี่ยนเที่ยวบินในภายหลังแล้ว เพื่อที่จะได้เดินทางไปยังที่หมาย MThai News ที่มา dailymail

สตั้นท์หน้าหนวดพาไปทำความรู้จักกับ
MysteryUnsolved /  rushcontent / 

นักสืบหน้าหนวดรู้สึกว่า ช่วงนี้ตัวเองดวงไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ไหนจะเสียหวย ไหนจะขับรถแล้วเจอเรื่องซวยนานับประการ เขาก็เลยจะลองออกค้นหาเครื่องรางของขลังไว้พกติดตัวอีกสักหน่อย เพื่อจะได้ดำเนินชีวิตได้ง่ายขึ้น และครั้งนี้เขาก็ได้พาเราไปพบกับเรื่องราวของ “กุมารทอง” นายบอยจ๊อดดั้นด้นพาเรามายังวัดขอนชะโงก จังหวัดสระบุรี ที่นี่มีหลวงพ่อท่านหนึ่งมีชื่อเสียงมากด้านเครื่องรางของขลังหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นตะกรุด กริช และอีกมากมายหลายอย่าง สิ่งที่ขึ้นชื่อมากจนนายบอยจ๊อดของเราต้องพาตัวเองมาถึงที่นี่ก็เห็นจะไม่พ้นกุมารทองนั่นเอง กุมารทอง เป็นความเชื่อทางไสยศาสตร์ของไทยเกี่ยวกับจิตวิญญาณ ที่มาของกุมารทองมาจากการเลี้ยงภูติผีปีศาจไว้ใช้งาน โดยกุมารทองจะเป็นวิญญาณของเด็กผู้ชาย หากเป็นวิญญาณผู้หญิงที่คนเลี้ยงไว้จะเรียกว่า "โหงพราย" กุมารทองนั้นแรกเริ่มเดิมทีมาจากวิญญาณของเด็กที่ตายในท้องแม่หรือที่เรียกว่าตายทั้งกลม ผู้มีวิชาอาคมจะไปนำพาวิญญาณเด็กนั้นมาเลี้ยงไว้เป็นลูก จากหลักฐานที่พบในเอกสารโบราณระบุถึงการทำกุมารทองสรุปว่า ต้องหาศพที่ตายทั้งกลม แล้วประกอบพิธีกรรมผ่าเอาศพทารกในท้องนั้นมาย่างไฟให้แห้งสนิทก่อนรุ่งอรุณ แล้วจึงลงรักปิดทองให้ทั่ว ด้วยเหตุนี้จึงเรียกว่ากุมารทอง[ต้องการอ้างอิง] ต่อมาสภาพสังคมและวัฒนธรรมพัฒนาไปมากขึ้น ทำให้ไม่สามารถสร้างกุมารทองจากศพทารกจริง ๆ ได้ จึงได้มีการดัดแปลงกรรมวิธีการสร้างกุมารทองขึ้น โดยใช้ดินเจ็ดป่าช้าบ้าง ไม้รักซ้อนหรือไม้มะยมบ้าง ไปจนถึงโลหะ มาสร้างเป็นรูปกุมาร แล้วปลุกเสกตั้งจิต ตั้งธาตุทั้ง 4 และเรียกอาการสามสิบสองให้บังเกิดเป็นจิตวิญญาณของเด็กขึ้นมา กุมารทองปัจจุบันนิยมสร้างเป็นรูปเด็ก ลักษณะเป็นเด็กไว้จุก นุ่งโจงกระเบนอย่างโบราณ กลายเป็นเครื่องรางของขลัง เชื่อกันว่าเสมือนมีวิญญาณเด็กอยู่ในรูปกุมารนั้น ผู้บูชาต้องเลี้ยงดูเหมือนลูกของตน ต้องให้ข้าวน้ำเซ่นสรวงและต้องเรียกให้กินข้าวด้วย กล่าวกันว่าหากปฏิบัติดูแลดีกุมารทองก็จะช่วยค้ำคูณ อาทิ ช่วยคุ้มครองป้องกันเจ้าของและครอบครัวจากสิ่งไม่ดีทั้งหลาย ช่วยให้ทำมาค้าขึ้น ไปจนถึงเตือนภัยล่วงหน้าอีกด้วย และจะคอยติดตามเฝ้าระวังบ้านเรือนจากโจรผู้ร้ายและศัตรูไม่ให้มากล้ำกราย[ต้องการอ้างอิง] ปัจจุบันผู้บูชานิยมไหว้ด้วยน้ำแดง เรื่องราวของกุมารทองถูกกล่าวถึงใน วรรณคดีไทย เช่น ขุนช้างขุนแผน บ้างก็นับลูกกรอก เป็นกุมารทองด้วย เครื่องรางอีกประเภทหนึ่งที่คล้ายกันคือรักยม ทั้งกุมารทองและรักยมปัจจุบันยังมีผู้นิยมบูชากันอยู่ไม่น้อยในสังคมไทย สำหรับนายบอยจ๊อดแล้ว เขายังรู้สึกว่า กุมารทองอย่างเดียวยังไม่น่าจะยังเอาไม่อยู่สำหรับช่วงชีวิตของเขาในตอนนี้ เขาจึงเริ่มขอให้หลวงพ่อเหลือท่านแนะนำเครื่องรางของขลังอีกหลายๆ อย่าง เผื่อว่าจะพบสิ่งที่น่าจะเหมาะ และเข้ากับชีวิตของเขาอีกนอกเหนือจากกุมารทอง ซึ่งอันที่จริงแล้วกุมารทองที่วัดขอนชะโงกแห่งนี้ก็ไม่ได้มีแค่ประเภทเดียว ยังมีอีกหลายประเภทที่นายบอยจ๊อดยังไม่ชมเลยด้วยซ้ำ แต่ดันจะหาแบบอื่นดูก่อนซะอย่างนั้น หลวงพ่อท่านเลยพานายบอยจ๊อดไปทัศนาห้องเก็บเครื่องรางของขลังของท่านที่ห้องด้านข้าง และนั่นก็ทำให้นายบอยจ๊อดต้องถึงกับตลึงตาค้างยิ่งกว่าดื่มกาแฟ 10 ถ้วย เพราะว่าห้องนั้นมีเครื่องรางของขลังเก็บไว้เป็นจำนวนมาก เล่นซะนายบอยจ๊อดเลือกไม่ถูกกันไปเลยทีเดียว หลวงพ่อท่านจึงตัดสินใจเลือกตะกรุดให้นายบอยจ๊อดมาอีกอันหนึ่งนอกเหนือจากกุมารทอง ซึ่งตะกรุดอันนี้มีอนุภาพช่วยทรงเสรอมเมตตา และโชคลาภ พร้อมคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัย และนั่นก็ทำให้นายบอยจอ๊อดกระหยิ่มยิ้มย่อง เสพสมอารมณ์หมายกลับบ้านสบายแฮ Did you Know? - กุมารทองแบบพกพาของหลวงพ่อเหลือมีอยู่สามเนื้อครับ เนื้อทองทิพย์ นวะโลหะ และเนื้อเงิน - สระบุรี เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลาง ที่มีทรัพยากรการท่องเที่ยวที่สำคัญในด้านโบราณสถานทางพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ ประเพณี ซึ่งยังคงคุณค่าไว้ได้อย่างครบถ้วน - คำขวัญจังหวัดสระบุรีคือ พระพุทธบาทสูงค่า เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ฐานผลิตอุตสาหกรรม เกษตรนำล้ำแหล่งเที่ยว หนึ่งเดียวกะหรี่ปั๊บนมดี ประเพณีตักบาตรดอกไม้งาม เหลืองอร่ามทุ่งทานตะวัน ลือลั่นเมืองชุมทาง - คำว่า “สระบุรี” สันนิษฐานว่า เพราะเหตุที่ทำเลที่ตั้งครั้งแรกมีบึงอยู่ใกล้ คือ “บึงหนองโง้ง” เมื่อตั้งเมืองขึ้นจึงได้นำเอาคำว่า “สระ” มารวมเข้ากันกับคำว่า “บุรี” เป็นชื่อเมือง “สระบุรี” - สันนิษฐานว่าจังหวัดสระบุรีตั้งขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2092 ในรัชสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ การตั้งเมืองนี้สันนิษฐานว่า พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้แบ่งเขตพื้นที่บางส่วนของเมืองลพบุรีกับเมืองนครนายกมารวมกันตั้งขึ้นเป็นเมืองสระบุรี สามารถติดตามความเคลื่อไหวของนิตยสาร RUSH ได้ที่ Facebook : facebook.com/RUSHmag IG : instagram.com/rush_magazine_official/ Youtube : youtube.com/channel/UC05caWeApIU23HyV6e9ng2A ขอขอบคุณเนื้อหาจาก RUSH#61 Sep

ช็อค!นางแบบเห็นผิวจากกล้องยูวี
Vaseline /  Fenomeno / 

วาสลีนเผยด้านมืดของแสงแดด ด้วยการนำกล้อง ยูวี มาเผยความจริงของผิวที่ถูกรังสียูวีในแสงแดดทำร้าย ปกป้องผิวทุกวันด้วย วาสลีน เฮลธี ไวท์ SPF30 PA++ เซรั่ม สูตรไวท์เทนนิ่งแอคชั่น x3 ครอบคลุมทุกยูวี ใช้ได้ตลอด12 ชั่วโมง พร้อมบำรุงผิวด้วยวิตามินบี 3 ช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ เริ่มปกป้องผิวตั้งแต่วันนี้ ที่ facebook.com/VaselineThailand

ตีนแมวปีนบ้านหวังลักทรัพย์ จนมุมถูกเจ้าของบ้านยิงร่วง
ขโมย /  ตีนแมว / 

ปีนแมวย่องเข้าหมู่บ้านย่านนนทบุรี หวังเข้าลักทรัพย์ แต่จนมุมเจอเจ้าของบ้านยิงร่วงตกรั้วบาดเจ็บสาหัส วันนี้ (1 เม.ย.) ตำรวจสภ.บางกรวย จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายปืนเข้าไปเพื่อจะลักทรัพย์และถูกเจ้าของบ้านยิงได้รับบาดเจ็บ ภายในบ้านเลขที่ 89/18 หมู่ 3 หมู่บ้านเพอร์เฟค เพลส ต.บางขุนกอง อ.บางกรวย หลังรับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าบ้านเลขที่89/16 พบชายอายุประมาณ 30-35 ปี นอนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่แขนซ้าย 1 นัด ลำตัว 2 นัด ได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ได้ให้การช่วยเหลือเบื้องต้นและนำตัวส่งต่อไปยัง ร.พ.พระนั่งเกล้า ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบกระเป๋าเป้สะพายหลังสีดำของคนร้าย ภายในพบเพียงแผ่นซีดีลามกจำนวน 2 แผ่น หนังสือลามก 1 เล่ม จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน นายภาสวัฏฏ์ ศุภธนรัตน์ อายุ 38 ปี เจ้าของบ้านให้การว่า ขณะที่ตนกำลังขับรถออกจากบ้านเพื่อจะไปทำงาน เห็นชายดังกล่าวกำลังหมอบคลานจากสนามหญ้าข้างบ้านเพื่อจะเปิดประตูบ้าน ตนจึงรีบจอดรถแล้ววิ่งกลับมา เมื่อคนร้ายเห็นจึงได้วิ่งหลบหนีเข้าไปที่บ้านเลขที่ 89/16 ซึ่งอยู่ใกล้กัน ตนได้วิ่งไล่ติดตามพร้อมร้องตระโกนบอกเพื่อนบ้าน จนคนร้ายได้วิ่งไปจนมุนที่หลังบ้านและพยายามจะปืนแท้งค์น้ำข้ามรั้วหลบหนี แต่ไม่สามารถปืนออกไปได้ เพราะบนรั้วมีเหล็กดัดปลายแหลมกั้นอยู่ ตนได้บอกคนร้ายให้ยอมมอบตัว แต่คนร้ายกลับหยิบราวเหล็กตากผ้าและสิ่งของต่อสู้ ต่อมานายสวิตต์ พี่ชาย ได้วิ่งมาช่วยเหลือ พร้อมยิงปืนขู่ขึ้นฟ้า 1 นัด คนร้ายกลับกระโจนใส่เพื่อจะทำร้าย พี่ชาย จึงได้ตัดสินใจยิงไปที่คนร้ายจนตกลงมาด้านล่างได้รับบาดเจ็บ ตนจึงโทรศัพท์แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ จากการตรวจสอบตัวคนร้ายไม่พบเอกสารหรือบัตรประจำตัวประชาชน จึงไม่ทราบว่าคนร้ายใครมาจากไหน ซึ่งคงต้องรอให้แพทย์ผ่าตัดเสร็จสิ้นก่อน นอกจากนี้ตำรวจระบุว่า เมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมาได้มีคนร้ายเข้ามาลักทรัพย์ภายในหมู่บ้านเพอร์เฟคมาแล้ว 3 หลัง โดย 1 ใน 3หลัง คนร้ายยังได้นำอุปกรณ์การเสพยาบ้ามาเสพยาด้วย แต่ไม่สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ คาดว่าคนร้ายรายนี้หน้าจะเป็นคนเดียวกัน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อายัดตัวไว้ที่ ร.พ.แล้ว MThai News

เปิดตัว Fast & Furious 7 พร้อมระเบิดความมันส์ ให้ซิ่งกันตั้งแต่วันนี้!
Fast & Furious 7 /  Fast 7 / 

สาวกครอบครัวซิ่งทุกคนโปรดทราบ สิ้นสุดการรอคอยกันแล้ว! ยูไอพี ประเทศไทย ร่วมกับ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป และ ดี สโตน จัดกิจกรรมงาน Fast & Furious 7 Gala Premiere เพื่อเปิดตัวภาพยนตร์ Fast & Furious 7 เร็ว...แรงทะลุนรก 7 และจัดรอบปฐมทัศน์สำหรับแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชน ที่โรงภาพยนตร์พารากอน ซีนีเพล็กซ์ ชั้น 5 สยามพารากอน โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณ ปัณณทัต พรหมสุภาพ ผู้จัดการทั่วไป ประจำประเทศไทย บริษัท ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล พิคเจอร์ส (ฟาร์อีสต์) จำกัด, คุณ นิธิ พัฒนภักดี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสื่อโฆษณา บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และคุณ เกริก วงศาริยวานิช รองประธานบริหารกลุ่มบริษัท ดีสโตน จำกัด รวมถึงนักแสดงชื่อดัง อย่าง แมธทิว ดีน ร่วมงาน คาดเข็มขัดให้แน่น จับพวงมาลัยให้มั่น แล้วเหยียบระห่ำให้มิดไมล์ ไปกับ Fast & Furious 7 เร็ว...แรงทะลุนรก 7 วันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ Fast & Furious 7 ได้ที่นี่เลย -------------------------------------

ป.ป.ช.ส่งเชือด อดีต 250 ส.ส. ปมที่มาสว.เมษานี้
250 ส.ส. /  ถอดถอน / 

มติ ป.ป.ช.มอบ วิชา มหาคุณ แถลงเปิดคดีถอดถอน บุญทรง-ภูมิ พร้อมเตรียมส่ง สนช.ถอดถอน อดีต 250 ส.ส.ปมที่มา สว.ภายในเมษายนนี้ นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติมอบหมายให้ นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช.พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ระดับผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช.ทำหน้าที่ในการแถลงเปิดคดีต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในการพิจารณาถอดถอน นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายภูมิ สาระผล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าระหว่างประเทศ ที่มีพฤติกรรมส่อทุจริตต่อหน้าที่ และกระทำขัดต่อรัฐธรรมนูญ ส่วนในวันที่ 2 เมษายนนี้ จะมีการประชุมเพื่อพิจารณาคำขอเพิ่มเติมพยานหลักฐาน ซึ่งจะต้องดูว่ามีใครยื่นพยานหลักฐานเพิ่มเติมหรือไม่ และพยานหลักฐานที่ยื่นมีอยู่ในสำนวน ป.ป.ช.หรือไม่ จะให้มีการเพิ่มพยานหลักฐานที่ขอมาหรือไม่ ซึ่งขณะนี้นายวิชามอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพยานหลักฐานที่มีในสำนวนของ ป.ป.ช.แล้ว อย่างไรก็ตามที่ประชุมยังได้ปรับลดจำนวนอดีตส.ส.ที่ถูกชี้มูลความผิดจากเดิม 250 คน เหลือ 249 คน เนื่องจากนายทองดี มนิสาร อดีตสส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย เสียชีวิต จึงต้องจำหน่ายคดีออกจากสารบบไป 1 คน ทำให้เหลืออดีตส.ส.ที่ถูกชี้มูลความผิด 249 คน ซึ่งคาดว่าภายใน 1-2 สัปดาห์ จะส่งเรื่องให้สนช.ดำเนินการถอดถอนต่อไป MThai News

กลับบ้านกันเถอะ! การรถไฟฯเตรียมขบวนรับ 1 ล้านคน
การรถไฟแห่งประเทศไทย /  ร.ฟ.ท. / 

กลับบ้านกันเถอะ! การรถไฟฯ เตรียม ขบวนรับ 1 ล้านคน การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ ร.ฟ.ท. เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ คาดว่าจะมีประชาชนที่มาใช้บริการรถไฟไม่ต่ำกว่า 100,000 คนต่อวัน หรือ ประมาณกว่า 1 หนึ่งล้านคน ตลอดเทศกาล เนื่องจากประชาชนต้องการกลับภูมิลำเนา และ เดินทางเพื่อท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ซึ่งทางการรถไปแห่งประเทศไทย ได้จัดเตรียมแผนรองรับการเดินทางโดยจัดเป็นแผนปฏิบัติการอำนวยความสะดวกและปลอดภัย รองรับการเดินทางของประชาชน ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2558 ระหว่างวันที่ 10-19 เมษายน 2558 โดยได้พ่วงตู้โดยสารเพิ่มจนเต็มหน่วยลากจูงในขบวนรถที่มีการวิ่งให้บริการเป็นประจำ จำนวน 250 ขบวนต่อวัน และจัดเดินรถไฟเที่ยวพิเศษเสริมบริการเที่ยวไปส่ง ในช่วงวันที่ 10-12 เมษายน 2558 จำนวน 12 ขบวน และเที่ยวรับกลับวันที่ 15-19 เมษายน 2558 จำนวน 20 ขบวน ซึ่งขบวนรถพิเศษช่วยการโดยสารที่เพิ่มมานั้น เป็นขบวนรถไฟฟรีทั้งหมด โดยสามารถติดต่อสอบถามเวลาการเดินรถและจองตั๋วโดยสารได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง MThai News

คาสโนว่าเรียกพี่! หนุ่มอังกฤษ ทุบสถิติ มีเมีย 20 คน ลูก40 คน
เซ็กซ์ /  ไมค์ โฮลพิน

คาสโนว่าเรียกพี่! หนุ่มอังกฤษ ทุบสถิติ มีเมีย 20 คน ลูก40 คน พร้อมเผยรักการมีเซ็กซ์ และจะไม่หยุดที่จะมีลูกต่อ แม้จะจำชื่อพวกเขาไม่ได้บ้างก็ตาม เรื่องต่อไปนี้ เป็นเรื่องราวของชายคนหนึ่ง ที่มีภรรยาถึง 20 คน จะว่าเจ้าชู้ก็ว่าได้ แต่เขาให้เหตุผลว่า ไม่เชื่อเรื่องการคุมกำเนิด และชื่นชอบการมีเพศสัมพันธ์ ชายที่ว่านี้คือ ไมค์ โฮลพิน ชายชาวอังกฤษวัย 56 ปี ที่หวังจะใฝ่ฝันขยายทายาท มีลูกมีหลานให้ได้มากๆ ปัจจุบันมีภรรยา 20 คน มีลูกแล้ว 40 คน จนทุกวันนี้ จำชื่อภรรยาและลูกบางคนแทบไม่ได้ จึงใช้วิธีสักชื่อลูกไว้บนหลัง แต่แม้ว่าเขาจะมีภรรยาหลายคน เขาก็ต้องเจอปัญหากับความสัมพันธ์ที่สั่นคลอน เพราะเป็นคนติดเหล้า ทำให้ทางสังคมสงเคราะห์ต้องพาเด็กออกไปอยู่ในความดูแล ทำให้มีเพียงภรรยาและลูกไม่กี่คนเท่านั้นที่เขามีโอกาสได้เห็นหน้า อย่างไรก็ตาม เขายังคงตั้งเป้าหมายมีลูกเพิ่มต่อไป โดยบอกว่า "พระเจ้าสอนให้เราเดินไปข้างหน้า แล้วผมก็จะทำตามพระประสงค์ของพระองค์" MThai News

พาเหรด แฟชั่นดารา สวย เปรี้ยว หวาน งาน La Boutique
La Boutique /  ณิชา ณัฎฐณิชา / 

ทีม Women.MThai ขอ นำเสนอ แฟชั่นดารา ที่ได้พาเหรดกันมาอย่างคับคั่งในงาน แฟชั่นโชว์ของแบรนด์ La Boutique ที่เราไปเกาะขอบเรียลเวย์ มาฝากเพื่อนๆ ทุกคนกัน กับสไตล์การแต่งตัวของเหล่า ดาราและเซเลบริตี้ที่มาร่วมงาน อย่างหลากหลายสไตล์ หวานก็มี เปรี้ยวก็มา ในแบบฉบับของตัวเอง ว่าแต่ สาวๆ ชอบแต่งสวยสไตล์ไหนกันคะ เราเชื่อว่า ทุกคนมีความชอบไม่เหมือนกันหรอก สไตล์ใคร สไตล์มัน แต่เราเชื่อว่า ผู้หญิงทุกคนต่างก็มีจุดสวยที่แตกต่างกันไป ขอเพียงแค่รู้จักแต่งให้ถูกจุดก็เท่านั้นเองนะ จริงม่ะๆ  ^ ^ โม มนชนก ณิชา ณัฎฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ จ๋า วรัลชญาน์ จินดารักษ์วงศ์ ชัญญ่า ทามาดะ หมู-จุฬาลักษณ์ ปิยะสมบัติกุล ไอซ์ ธิตินันต์ นิกกี้–นิโคล และ มิลลี่–คามิลล่า กิตติวัฒน์ ปันปัน เต็มฟ้า แอฟ ทักษอร ขนมจีน กุลมาศ เมญ่า นนธวรรณ ทองเหล็ง และ เจ้าของแบรนด์ La Boutique เมย์ พิชญ์นาฏ แอลลี่ พิมบงกช แนน ปิยะดา  - ครีม เปรมสินี ดาว พิมพ์ทอง กระแต ศุภักษร หนิง ปณิตา นิวเคลียร์ หรรษา ภาพโดย Covinus รายงานโดย Women MThai Team

'ฟิตเนส เฟิรส์ท'ทุ่ม1,000ล้านปีนี้  รีโนเวทและเปิดสาขาใหม่
ฟิตเนส เฟิรส์ท /  มาร์ค บูคานันท์ / 

'ฟิตเนส เฟิรส์ท'ทุ่ม1,000ล้านปีนี้  รีโนเวทและเปิดสาขาใหม่ หวังเพิ่มยอดสมาชิก มร. มาร์ค บูคานันท์ กรรมการบริหาร บริษัท ฟิตเนส เฟิรส์ท (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ได้วางงบลงทุน เพื่อการขยายสาขาใหม่ สำหรับแผนการดำเนินงานในปี2558 ได้ทุ่มงบลงทุน 743 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงสาขาปัจจุบันให้เป็นตามแนวทางใหม่ จำนวน 12 สาขา มูลค่า 303 ล้านบาท และเปิดสาขาใหม่อีก 5 สาขา มูลค่า 440 ล้านบาท ได้แก่ 1.สาขา เดอะ คริสตัล เอสบี ราชพฤกษ์ 2.สาขา แพลตตินั่ม เอไอเอ แคปิตอล เซ็นเตอร์ 3.สาขาเซ็นทรัล พระราม2 4.สาขา เดอะ คริสตัล รามอินทรา และ 5.สาขาพรอมินาด รามอินทรา (ย้ายจากสาขาแฟชั่นไอส์แลนด์) รวมเป็น 29 สาขาในปีนี้ เนื่องจาก ภาพรวมของธุรกิจสถานออกกำลังกายปัจจุบันว่า สถานออกกำลังกายในประเทศไทยมีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 5,000 ล้านบาท มีผู้ประกอบการทั้งรายเล็กรายใหญ่จำนวนกว่า 480 แห่ง ให้บริการลูกค้า ทั่วประเทศประมาณกว่า 200,000 คน และคาดว่ามีแนวโน้มจำนวนผู้ใช้บริการสถานออกกำลังกายในประเทศเพิ่มขึ้น 10-20 % ทุกปี โดยภายในสิ้นปี 58 นี้ คาดว่าจะมีสมาชิก ฟิตเนส เฟิรส์ท ทั่วประเทศไทยรวม 6 ล้านคน เพิ่ม 12% จาก 75,000 คนโดย 65% เป็นสมาชิกที่เล่นกับครูฝึกส่วนตัว นอกจากนี้ ฟิตเนส เฟิรส์ท ได้ทุมงบลงทุน 250 ล้านบาท ซึ่งเป็นกลยุทธ์ด้านดิจิทัล แพลทฟอร์ม ในการพัฒนาแอพพลิเคชั่น CustomFit ที่ให้ความรู้และสอนการออกกำลังกาย โดยสามารถออกแบบโปรแกรมที่เฉพาะกับแต่ละบุคคลได้ มีวิดีโอออกกำลังกายถึง1,000 ชุด เก็บข้อมูลการออกกำลังกายและเชื่อมต่อกับแผนการออกกกำลังกายหรือเทรนเนอร์ได้ MThai News

หยอดซะเยิ้มเลย! โคเอนเทรา เซเยสอยากเข้ารังผี
ปีศาจแดง /  ฟาบิโอ โคเอนเทรา / 

งานนี้มีลุ้นกันยาวๆ เมื่อ ฟาบิโอ โคเอนเทรา ฟูลแบ็คสารพัดประโยชน์ แอ่นอกเผยเองว่า อยากที่จะเล่นให้กับ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฟาบิโอ โคเอนเทรา ฟูลแบ็คของ ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด วัย 27 ปี เผยว่า จะเป็นการดีถ้าตัวเขานั้นได้เล่นให้กับ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพราะเป็นหนึ่งสโมสรที่ดีที่สุดในโลก หลังจากที่เขาเกือบจะได้ใส่ยูนิฟอร์มของเร้ดอาร์มี่แล้ว เมื่อปี 2013 แต่เกิดปัญหาเรื่องเอกสารในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะ โดยปัจจุบันนั้น โคเอนเทรา มีสัญญาอยู่กับ มาดริด ถึงปี 2019 แต่เนื่องจากฟูลแบ็คโปรตุเกสไม่สามารถแย่งตำแหน่งตัวจริงจาก มาร์เซโล ได้เลย จึงอยากที่จะที่จะหาโอกาสที่จะได้ลงเล่นให้มากกว่านี้ ทั้งนี้ ฟาบิโอ โคเอนเทรา เพิ่งทำประตูชัยให้กับ ทีมชาติโปรตุเกส เปิดบ้านเอาชนะ เซอร์เบีย ไปได้ 2-1 ในศึกยูโร 2016 รอบคัดเลือก  โดยเจ้าตัวได้กล่าวว่า "ผมสนใจเล่นให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพราะคือหนึ่งในสโมสรที่ดีที่สุดในโลก มันเป็นเกียรติอย่างมาก หากเกิดขึ้นจริง แต่ตอนนี้ผมหวังว่าจะได้รับโอกาสจาก เรอัล มาดริด ซึ่งมันยังไม่เกิดขึ้น"