พระเล่นเฟสบุ๊ค

อัพเดท 5 อีเว้นท์น่าไปเดือนพฤษภาคมที่ขาช็อปไม่ควรพลาด !
event /  pop up market / 

เข้าถึงเดือนพฤษภาคม ช่วงนี้อากาศร้อนแถมทำท่าฝนจะตกอีกต่างหาก แต่ขอบอกว่าขาช้อปอย่างเราไม่มีหวั่นค่ะ เพราะอีเว้นท์ในเดือนนี้มันแซ่บมาก ถ้าไม่ไปสงสัยจะคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง ว่าแต่จะมีอีเว้นท์ไหนในเดือนนี้ที่น่าสนใจกันบ้าง มาดูกันเลยค่ะ Somart Fashion Week เป็นงานที่จัดมาหลายต่อหลายครั้งแล้วค่ะสำหรับ Somart Fashion Week ปกติจะจัดขึ้นหน้าบริเวณลานเซ็นทรัลเวิร์ลด์ แต่รอบนี้เขาจัดเอาใจชาวออฟฟิศ โดยเฉพาะช่องนนทรีที่เป็นศูนย์รวมออฟฟิศทั้งหลาย ครั้งนี้จะจัดขึ้น ณ ตึกเอ็มไพร์ชั้น M ซึ่งในงานนี้จะมีร้านค้าหลากหลาย ตั้งแต่แบรนด์รองเท้า แบรนด์เสื้อผ้า เคสโทรศัพท์ชิคๆ ของแฮนด์เมดและร้านอาหารมากมายเอาใจชาวออฟฟิศกันไปตั้งแต่วันที่ 3-4,6 และ 9-13 พฤษภาคมนี้ค่ะ The Garden of TFEST เรียกได้ว่าเป็นเจ้าเก่าเจ้าแก่ในการจัดอีเว้นท์ก็ว่าได้ค่ะ หลายๆ คนคงจะคุ้นหูจากงาน pop up market จาก TGIF ที่มักจะจัดขึ้นเป็นประจำหน้าลานเซ็นทรัลเวิร์ลด์ แต่ในครั้งนี้เขากลับมาอีกครั้งกับชื่องาน TGI FEST ที่มีคอนเซปต์ว่า Chillaxing คือ Chill และ Relax ไปในเวลาเดียวกัน ในงานก็จะรวบรวมร้านค้ามากมายที่มีคุณภาพและราคาที่เรียกได้ว่าไม่เกินเอื้อมค่ะ โดยจะจัดยาวๆไปทุกศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ที่ Fragant Park ติด BTS ทองหล่อ ทางออก 2 เริ่มตั้งแต่ 13 พฤษภาคมเป็นต้นไป Map Weekday Pop-Up Market เป็นงานที่จัดขึ้นท่ามกลางออฟฟิศที่รายล้อมมากมาย โดยจะแบ่งออกเป็นสองช่วง ช่วงแรกจะจัดที่สวนเพลิน Market สถานที่ Community Mall สุดชิคแห่งใหม่ย่านตึกช่อง 3 มาลีนนท์ โดยร้านค้าก็จะแบ่งเป็น อาหาร เสื้อผ้า สินค้าคราฟท์ต่างๆ แบบทำมือไอเดียเก๋ไก๋ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 16-18 พฤษภาคมเวลา 11 โมงถึง 2 ทุ่ม และ 23-27 พฤษภาคมที่ United Center Silom ตั้งแต่ 10โมงถึง 6 โมงเย็นเป็นต้นไปค่ะ Zaap Hard Sale กลับมาอีกแล้วกับ Zaap Hard Sale ที่จัดมาเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง โดยครั้งนี้จัดที่เดิมที่เซ็นทรัลลาดพร้าว Bangkok Convention Center Hall ชั้นบนเหมือนเดิม ซึ่ง Zaap Hard Sale จะไม่เหมือนงาน Zaap On Sale ปกติทั่วไปตรงที่ว่างานนี้เขาจะขนสินค้าคุณภาพดีไซน์หลากหลายมาลดกันในราคาที่เกินกว่าครึ่ง เรียกได้ว่าเหมาะกับคนที่มีงบและอยากได้ของติดไม้ติดมือกลับบ้านเยอะๆ ค่ะ งานจะจัดแค่วันที่ 27-28 พฤษภาคมเท่านั้นนะคะ ไปช้าระวังของหมดล่ะ ! Yelp: Live Music River  มาชมบรรยากาศสุดชิลกับสถานที่สุดชิคได้ที่ ท่ามหาราช ที่งานนี้ Hilight Markets เขาจัดขึ้นโดยเน้นดนตรีสดฟังสบายริมแม่น้ำเจ้าพระยา ยกตัวอย่างเช่นวง โยคีเพลย์บอย ภายในงานนี้เขาก็มีบูธมากมายอย่างเช่นบูธของกิน มีทั้งอาหารเม็กซิกัน อาหารซีฟู้ดสดๆ กินเพลินริมแม่น้ำดูวิวพระอาทิตย์ตกดิน หรือจะมาใช้จ่ายจับจองเสื้อผ้า แว่นตา เคสโทรศัพท์ หมวก และสินค้า D.I.Y งานนี้จัดขึ้นวันที่ 6-8 พฤษภาคมนี้ตั้งแต่เวลา 4 โมงเย็นเป็นต้นไป ยาวถึง 5 ทุ่มเลยล่ะค่ะ แล้วอย่าลืมไปช็อป ชิลคลายร้อนเดือนพฤษภาคมกันนะคะ ขอบคุณภาพจาก: https://www.facebook.com/map.event.bkk, https://www.facebook.com/TGIFmarket https://www.facebook.com/hilightmarkets, https://www.facebook.com/zaaphardsale, https://www.facebook.com/somartsocialmarket

โรงหนังแบบนี้ที่เราอยากเห็น : Lexi Cinema
Cinema /  gallery หนัง รูปภาพหนังใหม่ Movie / 

มีด้วยเหรอออ? โรงหนังที่ไม่ฉายหนังเพื่อเงิน แต่เพื่อความสุขของชุมชน! โดย ธิดา ผลิตผลการพิมพ์ (BIOSCOPE) “โรงหนังที่พาหนังไปตระเวนฉายทั่วเมือง, บริจาคกำไรทั้งหมดให้การกุศล, ทำขึ้นด้วยจุดประสงค์จะให้ชาวเมืองได้มีกิจกรรมมาพบปะเฮฮากัน, สร้างประสบการณ์ดีๆ ให้ผู้คนได้ทึ่งในมนตร์มหัศจรรย์ของหนัง และเพื่อให้ชาวเมืองได้มีช่วงเวลาที่มีความสุข” โอ้วววว ในโลกนี้มีโรงหนังที่คิดที่ทำอะไรแบบนี้ด้วยเหรออออ!? ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อว่ามันมีอยู่จริงๆ ...นี่คือ “Nomad” กิจกรรมฉายหนังที่โรงหนัง Lexi Cinema ในลอนดอนทำต่อเนื่องมาเข้าสู่ปีที่ 6 แล้ว และถ้านั่นยังน่าทึ่งไม่พอ ข้อมูลอีกข้อก็คือ โรงหนังแห่งนี้เกิดขึ้นจากการสนับสนุนของชุมชน และไม่ได้วางตนเป็นโรงหนังเพื่อธุรกิจล้วนๆ ทว่าเป็น “โรงหนังเพื่อสังคม” Lexi Cinema ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของลอนดอนและฉายหนังสารพัดแนวตอบสนองผู้ชมหลากหลายกลุ่ม แต่เมื่อเล็งเห็นว่ายังมีคนอีกมากมายที่ไม่มีโอกาสดูหนังเหล่านี้ พวกเขาก็เลยจัดกิจกรรม “โรงหนังป๊อปอัพ Nomad” ขึ้นพาหนังไปฉายในบริเวณต่างๆ ทั่วลอนดอน (ตั้งแต่สวนสาธารณะ, พิพิธภัณฑ์ ไปยันย่านโรงงาน, โรงเบียร์ และสุสาน) โดยมีทั้งหนังกลางแปลงพร้อมบาร์ขายอาหารและเครื่องดื่ม  บางครั้งมีดนตรีเล่นสดแถม มีนิทรรศการ มีของแจก มีการเล่นเกมประกวด ฯลฯ ส่วนหนังที่ฉายก็มีตั้งแต่หนังคัลต์คลาสสิก, หนังเกรดบีเน้นความมันเฮฮา, หนังฮิตใหม่บ้างเก่าบ้าง สลับสับเปลี่ยนด้วยหนังสั้นและหนังอาร์ตหาดูยาก, จับมือกับหน่วยงานต่างๆ ทำอีเวนท์พิเศษทางศิลปะและวัฒนธรรม (เช่น จัดฉายหนังและนิทรรศการศิลปะ 4 คืนรวด ร่วมกับ Royal Academy of Arts, ฉายหนังเกี่ยวกับน้องหมา โดยจัดร่วมกับ The Mayhew Animal Home และให้คนดูพาหมาไปร่วมงานได้) แถม Nomad ยังผลิตหนังสั้นเองด้วยในชื่อชุด 1000 Londoners ซึ่งประกอบด้วยหนังสั้น 3 นาทีหลายๆ เรื่องที่จะทยอยฉายในแต่ละครั้ง เนื้อหาว่าด้วยชีวิตของผู้คนหลากหลายในนครลอนดอน Nomad ได้ชื่อว่าเป็น “Social Enterprise Pop-Up Cinema” แห่งแรกของสหราชอาณาจักรที่บริจาคกำไรทั้งหมดให้แก่การกุศล โดยมอบกำไรให้สถาบัน The Sustainability Institute ในแอฟริกาใต้เพื่อใช้ทำงานด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กๆ ขณะที่ตัวโรงหนัง Lexi Cinema เองก็ดำเนินกิจการแบบไม่ค้ากำไรเกินควร อาศัยการสนับสนุนของผู้ชมในท้องถิ่นและการทำงานแบบอาสาสมัครของคนรักหนังที่มีความเชื่อเหมือนๆ กันว่า โรงหนังดีๆ แบบนี้ควรมีอยู่ในพื้นที่ของพวกเขา ^^

lily /  Lily of the Valley / 

"Lily of the Valley  ดอกไม้แห่งวัน May Day" บางตำนานเล่าว่าเริ่มต้นมาตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 1561 กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 9 แห่งอังกฤษ ได้รับ Lily of the Valley เป็นช่อดอกไม้เพื่อความโชคดี นับจากนั้นมาโปรดให้ดอกไม้หอมนี้แก่ข้าหลวงสาวในวังทุกวันที่ 1 พฤษภาคมตลอดมา ด้วยเป็นดอกไม้ที่ผลิบานในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิและหลายตำนานเชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ของความสุข ความโชคดี การกลับมาครั้งที่สองของพระคริสต์อันสื่อถึงอนาคตที่สดใส Lily of the Valley จึงกลายมาเป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแรงงานนานาชาติ หรือที่รู้จักในนามว่าวัน May Day จะเห็นมีคนงานติดดอก Lily of the Valley ไว้ที่หน้าอกในวันแรงงาน และเพราะเป็นดอกไม้แห่งความสุขเจ้าสาวในแถบยุโรปจึงนิยมนำมาเป็นช่อดอกไม้ของเจ้าสาวในวันแต่งงานด้วย

งานรีไซเคิล ดีไซน์ คูลไม่ซ้ำใคร! เอา เครื่องบิน มาทำ เก้าอี้ ว้าวไหมล่ะคุณ
ดีไซน์ /  ตกแต่งบ้าน / 

เคยนั่งเครื่องบินแล้วคิดเล่นๆ กันบ้างไหมคะว่า ถ้าชิ้นส่วนของ เครื่องบินนี้ เอามาทำเป็นเก้าอี้นั่งได้จะแหล่มขนาดไหน ? มีคนทำได้จริงแล้วค่ะ เมื่อบริษัท Fallen Furniture ในประเทศอังกฤษ ได้ผลิต 737 Cowling Chair ขึ้นมา เก้าอี้ 737 Cowling นี้ ถูกสร้างมาจากชิ้นส่วนของเครื่องบินเจ็ท โบอิ้ง 737 และนี่คือที่มาของชื่อเก้าอี้รุ่นนี้ค่ะ มันถูกเคลือบด้วยอลูมิเนียมขัดเงาวาว มีฐานต่อทำให้สามารถหมุนได้  ภายในบุเบาะหนังสีดำทั้งหมด ซึ่งเจ้าเก้าอี้รุ่นนี้ ถูกผลิตขึ้นมาโดยที่ยังไม่มีการกำหนดราคาขาย และแน่นอนว่าราคาย่อมไม่เบา อย่าเพิ่งบ่นว่าแพงสิคุณขา นี่มันเครื่องบินที่คุณนั่งได้นะ ใช่ว่าใครๆ เขาจะมีกัน ! ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบสะสมของแปลก ชอบตกแต่งบ้านให้มีสไตล์โดดเด่น ไม่มีใครเหมือน ลองเข้าไปชม ในเว็บไซต์ fallenfurniture ได้ ถ้าอยากสั่งซื้อเก้าอี้ 737 Cowling นี้ อย่าลืมซื้อมา 2 ตัว ตัวหนึ่งสำหรับคุณ ส่วนอีกตัวก็สำหรับนักบินไงคุณขา ;) ไม่งั้นจะบินได้ยังไงล่ะ จริงไหม ที่มาจาก www.fallenfurniture.com

ผลบอล เม็ดเดียวรู้เรื่อง!เมสซี่เจซัดชัยกิเลนผยองเปิดรังดับฉลาม
คลีตัน ซิลวา /  ชนาธิป สรงกระสินธ์ / 

ผลบอล โตโยต้าไทยลีก 2016 วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม 2559 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 1-0 ชลบุรี เอฟซี ผู้ทำประตู:1-0 ชนาธิป สรงกระสินธ์  น.18 เวลา: 19.00 น. สนาม: เอสซีจีเมืองทอง ยูไนเต็ด ถ่ายทอดสด: ทรูฟอร์ยู เริ่มต้นเกมเจ้าบ้าน เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด  เป็นฝ่ายเปิดฉากลุยใส่แนวรับของ ชลบุรี เอฟซี ทันที ด้วยการโจมตีจากริมเส้น แต่คู่เซนเตอร์ของทีมเยือนยังช่วยกันสกัดเอาไว้ได้หลายจังหวะ โดยที่ ชนินทร์ ยังไม่ต้องออกแรง นาที 18 กองเชียร์เจ้าบ้านได้เฮกันลั่น จากจังหวะการขึ้นเกมมาทางขวา ทริสตอง โด โยนบอลจากกราบขวา ทะลุมาถึง ชนาธิป สรงกระสินธ์ เกี่ยวบองลงแล้ว ล็อคเข้าขวาและยิงผ่านมือ ชนินทร์ เข้าไปให้ เจ้าบ้านออกนำ 1-0 นาที 21 อดิศักดิ์ ไกรษร กองหน้าเจ้าถิ่นปะทะกับ แอนเดอสัน ดอส ซานโตส จนบาดเจ็บ เล่นต่อไม่ไหว ธชตวัน ศรีปาน กุนซือเจ้าบ้านจำใจส่ง มิคาเอล เอ็นดรี้ ลงมาเล่นแทน  นาที 24 ชลทิตย์ จันทคาม เติมขึ้นไปเปิดบอลจากทางขวา โรดริโก้ เวอร์จิลลิโอ้ พยายามเกี่ยวบอลไว้กับตัวแต่โดนสกัดมาเข้าทาง ประกิต ดีพร้อม ยิงสวนหลุดเป้าหมายออกไปเยอะ นาที 26 เจ้าบ้านลุยขึ้นมาได้น่ากลัว ชนาธิป สรงกระสินธ์ เล่นกับ คลีตัน ซิลวา และสุดท้าย ทริสตอง โด ได้เปิดบอลอีกครั้งคราวนี้ คลีตัน หาจังหวะขึ้นโขกได้แต่บอลหลุดกรอบ นาที 35 เจ้าบ้านทำเกมรุกได้สวย เริ่มต้นจาก สารัช อยู่เย็น ที่จ่ายบอลจากตรงกลางไปให้ คลีตัน ซิลวา พาบอลไปทำชิ่ง กับ ธีรศิลป์ แดงดา แล้วยิงหักข้อบอลพุ่งผ่านเสาแรกออกไปแบบได้ลุ้น นาที 40 ธีรศิลป์ แดงดา ได้บอลอยู่ตรงกลาง ก่อนที่จะมองหาช่องแต่ไม่มีเพื่อนว่างเลยตัดสินใจซัดเองบอลไม่ตรงกรอบ นาที 42 โอกาสลุ้นแบบตรงกรอบของชลบุรี เอฟซี ครั้งแรกในเกมนี้ มาจากจังหวะที่ กรกช วิริยอุดมศิริ เปิดบอลยาวจากทางซ้ายมาให้ โรดริโก้ เวอร์จิลลิโอ้ โหม่งตรงตัว กวินทร์  ช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก ทีมเยือนมาได้ลุ้นอีกครั้ง จากการยิงไกลจากแถวสองของ ภานุพงศ์ พลซา แต่บอลไม่ตรงกรอบ จบครึ่งแรก เอสซีจีเมืองทอง ยูไนเต็ด ออกนำ ชลบุรี เอฟซีอยู่ 1-0 เริ่มครึ่งหลัง  นาที 52 โรดริโก้ เวอร์จิลลิโอ้ โหม่งชงให้ ณรงค์ จันสเวก หลุดทะลุ เข้าไปทางขวาแต่ใจร้อนเกินไปเลยพยายามยิงบอลเบา กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ รับสบาย  นาที 58 เจ้าบ้านได้โอกาสที่จะหนีห่างออกไป จากจังหวะที่ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ไหลบอลต่อให้ ธีรศิลป์ แดงดา บรรจงเลือกมุมปั่นเน้นๆ แต่บอลข้ามคานออกไป นาที 64 ชลบุรี เอฟซี ได้ฟรีคืกทางขวา กรกช วิริยอุดมศิริ เปิดเข้ามาตรงกลางประตู กวินทร์ ชกออกมาไม่พ้นอันตราย ชลทิตย์ หนุนบอลเข้าไปแล้ว คิม จอง พิว ขึ้นโหม่งไม่ตรงกรอบ นาที 70 ชลบุรี เอฟซี ยังหาโอกาสจบสกอร์ได้อีกครั้ง เมื่อ ภานุพงศ์ พลซา กระชากบอลขึ้นมาทางขวาแล้วเปิดให้ เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ สอดมาโหม่ง บอลข้ามคานออกไป ช่วงท้ายเกมส์ เอสซีจีเมืองทอง ยูไนเต็ด ผ่อนเกมของตัวเองลง ส่วนชลบุรี เอฟซี ได้ครองบอลกดดันแต่หาโอกาสจบสกอร์เพื่อลุ้นตีเสมอไม่ได้ จบเกมส์ เอสซีจีเมืองทอง ยูไนเต็ด  เปิดบ้านเอาชนะ ชลบุรี เอฟซีไป 1-0 จากประตูชัยของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ รายชื่อ เอสซีจีเมืองทอง ยูไนเต็ด: กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์(GK),พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา,มาริโอ้ อัลวาเรซ,นาโออากิ อาโอยามะ,ทริสตอง โด,สารัช อยู่เย็น,ธนบรูณ์ เกษารัตน์,ชนาธิป สรงกระสินธ์,อดิศักดิ์ ไกรษร,ธีรศิลป์ แดงดา,คลีตัน ซิลวา ชลบุรี เอฟซี:ชนินทร์ แซ่เอียะ(GK),ชลทิตย์ จันทคาม, แอนเดอสัน ดอส ซานโตส,กรกช วิริยอุดมศิริ,คิม จองพิล,คิม ซอลโฮ, ประกิต ดีพร้อม,เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์,ณรงค์ จันสเวก,ภานุพงศ์ พลซา,โรดริโก้ เวอร์จิลลิโอ้

ได้ล้างตา!ไอ้หนูU-19ไทยร่วมสายเกาหลีใต้,บาเรนห์,ซาอุศึกชิงแชมป์เอเชีย
ชิงแชมป์เอเชีย /  ทีมชาติไทยU 19 / 

ทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ถูกจับฉลากให้อยู่ร่วมสายกับ บาเรนห์ เจ้าภาพ, ซาอุดิอาระเบีย และ เกาหลีใต้ ในศึกชิงแชมป์เอเชีย เพื่อหาตัวแทนไปเล่นฟุตบอลโลกรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี ในปี 2017 ที่ประเทศเกาหลีใต้โดยทีมชาติไทยชุดU-19 เคยอยู่ร่วมสายกับเกาหลีใต้ในรอบคัดเลือกก่อนจะแพ้ไปอย่างเจ็บแสบในช่วงท้ายเกม จะได้ล้างตากันอีกครั้งเมื่อถูกจับมาอยู่ในสายเดียวกันในฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย 2016 รุ่นอายุชิงแชมป์เอเชีย 2016 รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี (AFC U-19 Championship 2016) ซึ่งจะแข่งขันระหว่างวันที่ 13 – 30 ตุลาคม 2559 ณ ประเทศบาห์เรน 19 ปี สำหรับนัดเปิดสนาม ทีมชาตไทยชุดอายุไม่เกิน 19 ปีจะพบกับเกาหลีใต้ในวันที่ 13 ตุลาคม 2559 สำหรับทีมที่ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศในรายการนี้ทั้ง 4 ทีมจะได้เป็นตัวแทนของทวีปเอเชียไปแข่งขัน ฟุตบอลโลกรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี ในปี 2017 ที่ประเทศเกาหลีใต้ แต่ถ้าหากเกาหลีใต้ เจ้าภาพผ่านเข้าไปเป็น 1 ใน 4 จะต้องหาทีมอันดับ 5 ไปเล่นอีก 1 ทีม ผลการจับสลากแบ่งสายมีดังนี้ สาย A : บาห์เรน, ไทย, เกาหลีใต้, ซาอุดิอาระเบียสาย B : เกาหลีเหนือ , สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, อิรัก , เวียดนามสาย C : กาตาร์ ,ญี่ปุ่น , เยเมน, อิหร่านสาย D : อุซเบกิสถาน ,จีน, ออสเตรเลีย,ทาจิกิสถาน โปรแกรมการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มดังนี้ 13 ต.ค. 2559 : ไทย U-19 พบ เกาหลีใต้ U-19 : สนาม คาลิฟา สปอร์ต ซิตี้ สเตเดียม 16 ต.ค. 2559 : ซาอุดิอาระเบีย U-19 พบ ไทย U-19 : สนาม คาลิฟา สปอร์ต ซิตี้ สเตเดียม 1 9 ต.ค. 2559 : บาห์เรน U-19 พบ ไทย U-19 : สนาม บาห์เรน เนชันแนล สเตเดียม

แอน มิตรชัย เปิดตัว เด็กๆ ในอุปการะกว่า 50 ชีวิต!
Ann Mitchai /  แอน มิตรชัย

แอน มิตรชัย นางเอกลิเกโกอินเตอร์ที่ไปโด่งดังมีผลงานโด่งดังอยู่ที่ประเทศอินเดีย ยังมีอีกแง่มุมหนึ่งของ แอน และครอบครัว มิตรชัย ซึ่งหลายๆ คนอาจยังไม่รู้ โดยเมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา กระทรวงวัฒนธรรมและกรมศิลปากรเปิดโครงการจัดกิจกรรม ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ นำเยาวชนสู่พิพิธภัณฑ์ ครั้งที่2 ซึ่งมีเด็กผู้พิการและด้อยโอกาสกว่า 200 คนเข้าสู่แหล่งเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี พร้อมชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากสำนักการสังคีตกรมศิลปากร ณ โรงละครแห่งชาติ โอกาสนี้ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ร่วมด้วยนาย อนันต์ชูโต อธิบดีกรมศิลปากร โดย แอน มิตรชัย ได้พาเด็กๆ ประมาณ 50 ชีวิต มาเข้าร่วมโครงการดีๆ ของรัฐบาลในครั้งนี้ด้วย แอน มิตรชัย กล่าวว่า "เด็กกลุ่มนี้มีทั้งเด็กกำพร้าที่ทางครอบครัวมิตรชัยอุปการะไว้ รวมทั้งเด็กยากจนที่บริเวณใกล้เคียง ทุกคนมาฝึกฝนการแสดงลิเกกับครอบครัวมิตรชัยโดยไม่มีค่าใช้จ่าย จริงๆ ครอบครัวเราทำตรงนี้มานานแล้ว ตัวพี่ ไชยา นั้นเติบโตจากที่วัดสระแก้ว(สถานที่รับเลี้ยงเด็กกำพร้าและเด็กยากจน) ก็มีเด็กกลุ่มหนึ่งที่คุณพ่อกับคุณแม่แอนเลี้ยงดูพวกเขามาเหมือนเป็นครอบครัวใหญ่ หลังจากนั้นก็ทำต่อมาเรื่อยๆ และมีคนนำเด็กมาฝากอยู่เรื่อยๆ บางคนพ่อแม่ไม่มีแล้ว อยู่กับยาย ยายเป็นอัมพาตเลี้ยงดูไม่ได้ คนข้างบ้านก็พามาฝาก เราก็สอบถามและก็ดูตามความเหมาะสม มีทั้งรับไว้และไม่ได้รับไว้ จนจำนวนก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเราต้องจำกัดจำนวน ไม่อย่างนั้นป่านนี้คงหลายร้อยหรืออาจขยายไปถึงพันก็ได้" "ตอนนี้เด็กๆ กว่าร้อยชีวิตที่ครอบครัวมิตรชัยดูแลอยู่ แบ่งออกเป็นคณะลิเกเด็ก 2 คณะ คณะแรกอยู่ภายใต้การดูแลของพ่อครูสมศักดิ์ ซึ่งเป็นพ่อแท้ๆ ของพี่ไชยาและแอน ชื่อ คณะอาณาจักร รำปาว มิตรชัย และอีกคณะอยู่ภายใต้การดูแลของคุณแม่วงษ์เดือน คือ คณะศิษย์มิตรชัย เด็กๆ มีตั้งแต่ 3-4 ขวบขึ้นไปจนถึง 15-16 ปีค่ะ" "แอนและพี่เอเป็นเสาหลักดูแลเรื่องนี้ ต้องดูแลทั้งที่พักอาหารและเรื่องเล่าเรียนต่างๆ ทางครอบครัวมิตรชัยมีวัตถุประสงค์หลักของครอบครัวคือพยายามฝึกฝนสัมมาอาชีพให้พวกเขา คือฝึกลิเกสอนทั้งร้องรำสอนให้รู้คุณค่าและสอนให้ภูมิใจทั้งนี้เพื่อสืบสานศิลปะการแสดงลิเกสืบไปในอนาคต เพราะไม่อยากให้ศิลปะการแสดงลิเกสูญหายไป จนในที่สุดเหลือแต่ภาพถ่ายหรือเป็นเพียงเรื่องเล่าและถูกลืมเลือนในที่สุด ครอบครัวของเราไม่ค่อยมีโอกาสพาเด็กๆ ออกนอกสถานที่นัก ครั้งนี้เด็กๆ เลยดีใจกันมาก ทั้งตื่นเต้นที่ได้ออกนอกสถานที่ได้ร่วมทำกิจกรรมดีๆ ที่กระทรวงวัฒนธรรมและกรมศิลปากรจัดเตรียมไว้ให้เด็กๆ แอนขอบพระคุณผู้ใหญ่ของ กระทรวงวัฒนธรรมและกรมศิลปากรอย่างสูง ที่ให้โอกาสเด็กๆ ได้เข้าร่วมโครงการดีๆ ในครั้งนี้ค่ะ" แอน มิตรชัย อุปถัมภ์เด็กกว่า100ชีวิต สอนลิเกฟรีสร้างอาชีพติดตัว youtube channel : Very well มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

'บ้านสวนพฤกษา โฮมสเตย์' ที่พักริมน้ำตก อาหารไม่อั้น ในราคาแค่ 800 บาท!
ที่เที่ยวจันทบุรี /  เที่ยวน้ำตก / 

แค่อ่านชื่อก็ตาโตซะแล้ว ที่พักริมน้ำตก บรรยากาศก็ว่าดีแล้ว ยังมีอาหารให้ทานไม่อั้นอีก! แบบนี้ขาเที่ยวอย่างเราๆ พลาดไม่ได้ โดยทางเพจเฟสบุ๊ค เที่ยวสบาย กับนาย Booking จะพาเราไปดูที่พัก "บ้านสวนพฤกษาโฮมสเตย์" แห่งนี้ ตามไปกันเลย .. 'บ้านสวนพฤกษา โฮมสเตย์' ที่พักริมน้ำตก อาหารไม่อั้น ในราคาแค่ 800 บาท! คราวนี้เป็นคิวของที่พักริมน้ำตกกันบ้าง ชื่อ " บ้านสวนพฤกษา โฮมสเตย์ " ราคาแค่ 800 บาท ส่วนรายละเอียดการจองนั้นคือโทรไปจองโดยตรงกับทางเจ้าของได้เลยที่ 082-202-1094 , 097-041-1709 ( ผมไม่มีส่วนได้ส่วนเสียนะครับ ) ส่วนราคาก็อย่างที่ได้บอกไว้ครับ 800 บาท / คืน / คน ราคานี้รวม ที่พักแบบมีแอร์ อาหารเย็นแบบสั่งเติมได้ไม่อั้น มีน้ำแข็งน้ำดื่มบริการฟรี มีผลไม้ตามฤดูกาล บริการฟรีไม่อั้น อาหารเช้าแบบสั่งได้ไม่อั้น Wifi แรงๆ ฟรี มีเตาปิ้งย่างให้ใช้ฟรี (แต่ถ้าคนพักเยอะคงต้องแย่งกันเพราะมีจำนวนจำกัด) เรามาเริ่มจากการเดินทางกันก่อน ที่พักนี้จะเลย จ.จันทบุรี ไปเกือบๆ 50 กิโลได้มั้ง พอไปถึงทางแยกที่ทางขวาไปตราด ทางซ้ายไปสระแก้ว เราเลี้ยวไปทางซ้ายสระแก้วครับ ขับไปอีกหลายสิบโลอยู่ก็จะเจอทางเข้าวัดเขาบรรจบ ให้เลี้ยวเข้าไป พอเข้าไปจะค่อนข้าง งง เล็กน้อย ให้โทรถามที่พักได้เลย หรือไม่ก็ใช้ Google map พิกัด GPS 12.851349, 102.204813 ได้เลย มาถึงแล้วจร้าทางเข้าที่พัก ระหว่างทางจะมีที่พักแบบนี้เยอะมากๆ ซึ่งอยู่ในโครงการกลุ่มวิสาหกิจทุ่งเพลโฮมสเตย์ ใครอยากลองพักที่ไหนลองเช็คราคากันเองนะ แต่ผมมาพักที่นี่แหละ ตอนผมจองผมโอนมัดจำมาก่อน แล้วก็มาจ่ายส่วนต่างที่เหลือที่พนักงานเลย พอจ่ายเสร็จได้กุญแจมาพนักงานพาไปที่ห้อง วันที่ไปมีพักแค่ผมห้องเดียวเพราะผมไปวันอาทิตย์ เช็คเอ้าท์วันจันทร์ ไม่มีคนเลยแฮะ ส่วนตัวสุดๆ แต่ถ้ามาศุกร์ เสาร์ แว่วๆว่ามีเต็มต้องจองเนิ่นๆ เอากระเป๋าเข้าไปเก็บที่ห้องก่อน ที่ห้องค่อนข้างดีเลย มีห้องน้ำ 2 ห้อง อ่างล้างหน้าแยกส่วน มีตู้เย็นเครื่องใหญ่ มีทีวีขนาดเล็กติดผนัง พอเรามาถึง สิ่งแรกที่ได้ยินคือเสียงน้ำตก ซึ่งดังและมีเสน่ห์เย้ายวนมากๆ รู้สึกอยากเล่นน้ำตลอดเวลา แต่ต้องห้ามใจไว้ก่อน เอารูปมาฝากเพื่อนๆ ก่อนนะเดี๋ยวค่อยเล่น พอเรามาถึงปุ๊บ พนักงานจะจัดที่นั่งให้เราริมน้ำตกเลยพร้อมกับผลไม้ประจำฤดูกาลกับน้ำดอกอัญชัญเย็นๆ แอบถามว่าถ้าหมดแล้วขอเพิ่มได้มั้ย ที่พักบอกไม่มีปัญหา วันที่ไปมีลำไยเป็นผลไม้ต้อนรับ เราไปดูโดยรอบกันก่อน ที่พักเป็นโฮมสเตย์ซึ่งแน่นอนว่าขนาดไม่ได้ใหญ่อะไร รับแขกมาพักได้ไม่เยอะมาก แต่ตอนนี้เห็นทำตึกไว้ข้างนอกจะรับแขกได้มากขึ้น แต่แนะนำพักแบบที่ผมพักดีกว่าใกล้น้ำตกด้วย สามารถได้ยินและมองเห็นน้ำตกได้จากห้องพักเลยทีเดียว ถ้าเราเดินบรรไดลงมา สามารถลงเล่นน้ำตกได้เลยจากที่พัก ไม่ลึก แต่น้ำไหลแรงมากชื่นใจจริงๆ ขนาดอากาศไม่เย็นนะ ลงไปนี่หนาวมากพูดเลย ใครลงมาเล่นคนเดียวไม่ต้องกลัวเหงา มีปลามาเล่นน้ำกับเราด้วยแฮะ หลังจากเล่นน้ำตกมาอย่างสนุกสนาน ก็มาทานข้าวกัน ทางที่พักจะจัดไว้ให้เป็นจานๆแบบนี้ ถามว่าสั่งเพิ่มได้แบบไม่อั้นมั้ย ที่พักบอก ไม่มีปัญหา ข้าวสวยร้อนๆ ผัดยอดมะระน้ำมันหอย ไข่เจียว ผัดฉ่าทะเล คือแบบ กุ้งกับปลาหมึกตัวใหญ่มาก ต้มยำกุ้ง กุ้งตัวใหญ่อีกแล้ว ที่เด็ดอีกอย่างคือมาที่นี่พลาดไม่ได้เลย หมูชะมวง กับข้าวสวยร้อนๆ สั่งได้ไม่อั้นอีกแล้ว ส่วนน้ำแข็งนี่ขอบอกถังใหญ่มาก ตักได้ไม่อั้น เพราะทางที่พักจัดไว้ให้ฟรีจร้าสำหรับคนนั่งดื่ม สังสรรค์เฮฮาในหมู่เพื่อนฝูง ตอบโจทย์ขาดื่ม ขาเม้าท์นักหล่ะ อิ่มแล้วๆ เดินย่อยก่อนด้วยสะพานรอบๆสามารถเดินไปได้แทบทุกที่  สามารถเดินไปเที่ยวเดินดูน้ำตกมุมอื่นๆได้ (อันนี้ขอแก้ข้อมูลสำหรับเพื่อนๆที่ทักท้วงมานะครับ) ตรงนี้ไม่กล้าเล่นแฮะ 555 ข้ามมาตอนเช้าอย่างเร่งด่วน เพราะความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ ทางที่พักจะจัดเซ็ตนี้ไว้ให้แต่เช้าตรู่เลย ให้นั่งซึมซับเสียงน้ำตก และเห็นสายน้ำไหล นั่งทานไป ชิวไป เสียงน้ำตกนี่ถ้าฟังเพลินๆนี่หลับได้เลยนะ ผมเคยมาแล้ว 5555 เซตบนคิดว่าจบแล้วใช่มั้ย ยัง !!! ยังไม่จบ ที่พักจัดชุดนี้มาให้อีก ถามว่าขอเพิ่มได้มั้ย ได้สิ แต่ใครจะสั่งหล่ะแค่นี้ก็จุกจะแย่อยู่แล้ว ก่อนจะกลับขอฟินอีกสักทีได้มั้ย ทิ้งทวน สรุป สำหรับผมถือว่าคุ้มมากนะในราคา 800 บาท ที่พักก็โอเค อาหารก็อร่อย แถมยังเติมไม่อั้นด้วย มีผลไม้ให้ทานไม่อั้นอีก บรรยากาศดี เสียงน้ำตกชิวมาก น้ำตกเย็นเจี๊ยบเลย เจ้าของและพนักงานที่พักก็บริการและต้อนรับดีมากๆ ใครที่ชอบที่เที่ยวราคาถูกๆแนวๆธรรมชาติๆแนะนำเลยครับ แต่ตอนที่ผมไปคือพักแค่ห้องเดียวเลยเหมือนส่วนตัวและชิวมากแต่วันที่คนพักเต็มไม่รู้ว่าจะวุ่นวายรึเปล่าเพราะน้ำตกหน้าที่พักไม่ใหญ่มากนี่อาจจะเป็นข้อเสียนิดหน่อย ก่อนจะกลับแวะกินกาแฟซะหน่อยที่ Kays Espresso Bar อยู่ในตัวเมือง จันทบุรี ร้านนี้ไม่แวะไม่ได้ ต้องลองๆ ผมขอปิดท้ายรีวิวด้วยของร้านนี้แล้วกันเนอะ ไว้พบกันใหม่ สวัสดีครับ ขอบคุณข้อมูล-รูปภาพ https://www.facebook.com/ninebooking

หนีชีวิตเมืองกรุง! ไปใช้ชีวิตกลางธรรมชาติ ที่
บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์ /  เที่ยวระนอง / 

หลีกหนีอากาศร้อนๆ บ้านเมืองที่วุ่นวายไปใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ ชิวๆ เงียบสงบกันที่จังหวัดระนองกันดีกว่า! รับรองว่าถ้าได้ชมที่พักแห่งนี้ ทุกคนจะต้องหลงรักธรรมชาติและความเป็นอยู่ของที่นี่แน่นอน การกินอยู่อย่างพอดี หลายคนพูดได้แต่ทำยาก แต่! ที่ บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์ จะทำให้หลายๆ คนที่เข้าพักมีความสุขกับชีวิตแสนธรรมดา แต่โคตรมีความสุขได้ในที่แห่งนี้ได้แน่นอน ^^ หนีชีวิตเมืองกรุง! ไปใช้ชีวิตกลางธรรมชาติ ที่ "บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์" "บ้านไร่ไออรุณ" เป็นฟาร์มสเตย์ มีแนวคิดที่ว่า "พื้นที่เเห่งรักที่เป็นมากกว่าบ้าน" ฟังแค่นี้หลายคนทำให้เราอยากเข้าไปสัมผัสกับที่นี่ซะแล้วสิ! บ้านแสนอบอุ่นแห่งนี้สร้างโดยคุณเบส วิโรจน์ ฉิมมี สถาปนิกหนุ่ม ที่ตัดสินใจลาออกจากงานเพื่อกลับมาดูแลพ่อกับแม่ที่บ้านเกิดใน จ.ระนอง และได้สร้างบ้านให้พ่อและแม่อาศัย จนเกิดเป็นกิจการ บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์ แห่งนี้ ถ้าใครได้มาพักที่นี่จะรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น ความเป็นกันเองเหมือนเราอยู่บ้านเลยล่ะ บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์ แบ่งออกเป็น 2 โซนคือ โซนร้านขายสินค้าการเกษตร, พืชผักสวนครัว คุณเบสและครอบครัวช่วยกันปลูก และมีสวนอาหาร ซึ่งนักท่องเที่ยวทุกคนสามารถสั่งอาหาร ของทานเล่น และเครื่องดื่มทานกันได้ "สิ่งเล็กๆ จากในไร่ ด้วยหัวใจ ถึงมือคุณ" สลัดผัก สด กรอบ จากสวนผัก และคลายร้อนด้วย welcome drink เป็นเครื่องดื่มอัญชันมะนาว  โซนที่สอง เป็นบ้านพัก จะเป็นที่สงวนสิทธิ์เฉพาะคนที่เข้าพักเท่านั้น บ้านพักของ 'บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์' มี 2 หลัง คือ "บ้านพราวตะวัน" เป็นบ้าน 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นโต๊ะวางของ และห้องน้ำ ส่วนชั้นบนเป็นห้องนอน มี 1 เตียง และอีก 1 เตียงบนชั้นใต้หลังคา ตกแต่งด้วยไม้และดอกไม้ให้ความรู้สึกน่ารักอบอุ่น ผ่อนคลาย และที่สำคัญมันโล่งและโปร่งสบายมากๆ บริเวณชั้นล่าง บ้านพราวตะวัน บริเวณชั้นบน บ้านพราวตะวัน เตียงนอน บ้านพราวตะวัน และเตียงชั้นบน ใต้หลังคา เตียงชั้นบน ใต้หลังคา ส่วน "บ้านระเบียงดาว" เป็นแบบ 1 ห้องนอนโทนสีขาวดูอบอุ่น ความพิเศษอยู่ตรงมีระเบียงชั้นบน ซึ่งเราสามารถขึ้นไปนอนดูดาวบนนั้นได้ด้วย และกำลังสร้างบ้านเพิ่มอีก 2 หลัง เร็วๆ นี้ ^^ ภายในบ้านระเบียงดาว ด้านหน้า บ้านระเบียงดาว มีโต๊ะอาหารให้นั่งทาน ราคาที่พัก 1,400 บาท (วัน จันทร์-พฤหัส) 1,700 บาท (ศุกร์-อาทิตย์/วันหยุด) ต่อหนึ่งหลัง รวมอาหารเช้า พักได้ 2 คน เตียงเสริม,เตนท์ เพิ่ม 400 บาท *บ้านหนึ่งหลังพักได้ไม่เกิน 3คน อาหารทะเล สดใหม่ น่าทานทั้งนั้น ^^ บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์ นี่แหละใช่เลย! ไม่มีรีเซฟชั่น : มีเเม่ มีพ่อ คอยสร้างรอยยิ้มต้อนรับอย่างจริงใจ ไม่มีสไตล์การตกเเต่ง : มีอะไรที่หาได้จากรอบๆตัวก็นำมาปรับใช้ ในเเบบที่เราชอบ ไม่มีทีวี : มีเสียงนกร้อง หรีดหริ่งเรไร เสียงธารน้ำไหล ไม่มีอาหารเลิศหรู : มีเมนูบ้านๆอาหารปักษ์ใต้ ผักสดปลอดสาร กุ้ง หอย ปู ปลา สดๆจากทะเลในชุมชน ไม่มี wifi : มีสัญญาณโทรศัพท์ทุกระบบ ไม่มีสระว่ายน้ำ มีธารน้ำเล็กๆไหลผ่านตัวบ้าน ไม่มีเเสงสี มีเเค่เเสงไฟ หิ่งห้อย ดวงดาว เเละเเสงจันทร์ เเละไม่มี นู้นนี่นั่น เหมือนกับโรงเเรมหรูหราที่อื่นๆ (ไม่ต้องคาดหวังมานะครับ) กิจกรรม บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์  ที่มี ปลูกผัก ,ขายผัก, เก็บผัก ผลไม้ มาทำอาหาร ใช้ชีวิตกับอากาศดีๆ ไปด้วยกันในพื้นที่กลางหุบเขาของเราเเห่งนี้ (หากอยากไปเที่ยวที่ไหนก็บอกได้จะพาไปในระนอง ภูเขา,ธารน้ำเเร่ , ทุ่งหญ้า ,น้ำตก เเละท้องทะเล) การเดินทาง เครื่องบิน (นกเเอร์ 2เที่ยวบิน/1วัน) 25 กม.จากสนามบิน , รถทัวร์ กะเปอร์-กรุงเทพ ปลายทางถึงหน้าปากซอย หรือรถส่วนตัว สอบถามเส้นทาง,รายละเอียดการจอง เเละอื่นๆ ได้ที่ 096-9382981 หรือผ่านทาง เพจ บ้านไร่ ไออรุณ https://www.facebook.com/baanraiiarun

ละครเหยี่ยวรัตติกาล , เรื่องย่อเหยี่ยวรัตติกาล
เหยี่ยวรัตติกาล /  ละครเหยี่ยวรัตติกาล / 

เหยี่ยวรัตติกาล ละครเหยี่ยวรัตติกาล ละครช่อง7 บทประพันธ์โดย : นอร์แมน วีรธรรมกำกับการแสดงโดย : อนุวัฒน์ ถนอมรอดผลิตโดย : บริษัท กันตนา มูฟวี่ทาวน์ จำกัดออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางช่อง 7 สี เหยี่ยวรัตติกาล เรื่องย่อเหยี่ยวรัตติกาล เรื่องราวของผู้หญิงสาวสวยคนหนึ่ง ที่ได้รับพรจากสวรรค์ เหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์พันปี ที่ร่ำลือกันว่ามีพลังพิเศษ จนสามารถเปลี่ยนให้เธอกลายเป็นฮีโร่สาวเหนือมนุษย์ใดใด ย้อนไปเมื่อเด็กหญิงราตรี หรือน้องไนท์ อายุ 5 ขวบ ลูกสาวตำรวจมือสะอาด รอง อ.ธ.ศักดิ์สิทธิ์ (โอ๋-ฐาปกรณ์) กับรัตนา (ตุ๋ย-นวลปรางค์) ภริยานายตำรวจ ราตรีเกิดตอนเที่ยงคืน ของวันที่ 12 เดือน 12 พอดี จึงได้ชื่อนี้และชื่อเล่นว่าไนท์ วันหนึ่งศักดิ์สิทธิ์กับรัตนาพาราตรีไปเที่ยวหัวหิน ระหว่างทางกลับบ้านเด็กหญิงได้เห็นแสงสีทองสะท้อนเข้าตา ราตรีจึงร้องทัก เมื่อพ่อแม่เพ่งดูปรากฏว่าเป็นแดดที่สะท้อนจากหลังคาวัดแห่งหนึ่งรัตนาบอกให้ศักดิ์สิทธิ์แวะไหว้พระก่อนกลับ ระหว่างที่เข้าไปกราบพระในโบสถ์ ในระหว่างที่รัตนากับศักดิ์สิทธิ์กำลังสนทนาธรรมกับพระเจ้าอาวาส เด็กหญิงราตรีก็หายตัวไป รัตนาตกใจพารีบออกไปตามหา พบว่าราตรีกำลังคุยเล่นกับลุงคนหนึ่ง ซึ่งหลวงพ่อบอกว่าชื่อลุงมายง เป็นคนทิเบตที่มาอาศัยอยู่ที่วัดนี้ไม่มีพิษมีภัยอะไร แต่รัตนาก็ยังไม่วายเป็นห่วงลูกสาว ตอนกลับมาถึงบ้านรัตนายิ่งแปลกใจเมื่อเห็นที่คอของราตรีมีสร้อยเหรียญรูปเหยี่ยวห้อยอยู่ ศักดิ์สิทธิ์ดูจึงรู้ว่าน่าจะเป็นของลุงมายงที่วัด เพราะชาวทิเบตนับถือเหยี่ยวกันมาก รัตนาบอกให้เอาไปคืน แต่ศักดิ์สิทธิ์กลับว่าลุงมายงน่าจะแอบให้เพราะรู้ว่าถ้าให้กับพ่อแม่คงไม่ยอมรับเพราะเป็นเหรียญที่มีค่าและดูท่าราตรีจะชอบสร้อยอันนี้ด้วย หากกลับเอาไปคืนวันนี้ลุงคงจะเสียใจ ค่อยหาโอกาสเอาไปคืนในวันหลังจะดีกว่า ยามค่ำคืนในห้องนอนราตรี เหรียญรูปเหยี่ยวที่คอของเด็กน้อยก็เรืองแสงขึ้นมา แล้วเหรียญนั้นก็ค่อย ๆ หายไปในร่างของราตรี ในขณะที่ราตรีหลับใหลอย่างไม่รู้สึกตัว รุ่งเช้าศักดิ์สิทธิ์พบว่าสร้อยนั้นไม่ได้อยู่ที่คอราตรีแล้วแต่ก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร เพราะคิดว่าราตรีคงซุกซนทำตกหายไป จนกระทั่งทุกคนลืมเรื่องราวของเหรียญรูปเหยี่ยวไป 15 ปีผ่านไป.. ราตรี (จั๊กจั่น-อคัมย์สิริ) จบการศึกษาสาขานิติศาสตร์ จบแล้วได้ทุนไปเรียนต่อกฎหมายระหว่างประเทศที่อเมริกาจนจบโทจึงเดินทางกลับมาเมืองไทย ศักดิ์สิทธิ์ตอนนี้ได้เป็นรองอธิบดีกรมตำรวจ ราตรีกลับมาทำงานเป็นทนายอิสระช่วยว่าความช่วยเหลือคนจน ราตรีมีเพื่อนเก่าชื่อ นุชนาถ (เตย-กัญญกร) เป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ฉบับเล็ก ๆฉบับหนึ่ง ชื่อ อธิปไตย นสพ.ถูกฟ้องร้องจาก นายสมศักดิ์ ตระกูลวงศาเจริญยิ่ง นักธุรกิจมาเฟียคนหนึ่ง ซึ่งนุชนาถลงข่าวว่ามีส่วนพัวพันกับธุรกิจผิดกฎหมายและหลบเลี่ยงภาษีรวมทั้งกว้านซื้อที่นาจ้างคนทำนาให้กับบริษัทต่างชาติที่หนุนหลังอยู่ นุชนาถได้ติดต่อมาให้ราตรีช่วยว่าความให้..ด้วยความฉลาดของราตรีทำให้นุชนาถ หลุดจากคดี ทำให้สมศักดิ์นักธุรกิจมาเฟียโกรธแค้นมาก นุชนาถพาราตรีไปกินข้าวฉลองความสำเร็จ ระหว่างที่นุชนาถขับรถมาส่งราตรีก็ถูกรถตู้ปาดหน้า มีมือปืน 4-5 คนออกมาจากรถยิงสาดด้วยปืนกล นุชนาถถูกกระสุนทรุด ยามคับขันราตรีเอาร่างบังร่างของนุชนาถไว้ กระสุนถูกร่างของราตรีทั้งตัว ทันใดนั้นก็มีแสงจ้าสาดออกมาจากร่างของราตรี พวกมือปืนต่างตกใจ แสงสว่างจ้าจนมองอะไรไม่เห็น ทันใดนั้นก็มีเสียงเหมือนเหยี่ยวร้อง.. และมีเงาดำปรากฏ พวกมือปืนสาดกระสุนปืนเข้าใส่เสียงดังสนั่นหวั่นไหว..แต่แล้วเงาดำก็วูบเข้ามา กลายเป็นเสียงพวกมันร้องโหยหวนแทน ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดสนิท ละครเหยี่ยวรัตติกาล ผู้กองเซนต์ (วิน-ธาวิน) มาตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ต้องแปลกใจเมื่อเจ้าหน้าที่รายงานว่า พบศพของคนร้าย 5 คน แต่ละคนมีแผลเหวอะหวะที่คอหอยเหมือนถูกกรงเล็บของสัตว์ปีก กำลังส่งไปให้ผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์ว่าเป็นกรงเล็บของสัตว์ชนิดใด ที่โรงพยาบาล นุชนาถอยู่ในห้องพักฟื้น มีอาการบาดเจ็บจากกระสุนสองสามแห่ง แต่ปลอดภัยแล้ว ราตรีนั่งเฝ้าอยู่ข้าง ๆ ครู่หนึ่งนุชนาถก็รู้สึกตัว นุชนาถบอกว่าเห็นทีตนจะต้องปิดหนังสือพิมพ์เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง และครอบครัว ราตรีบอกว่าขอให้เปิดต่อไป โดยที่ตัวเองจะรับผิดชอบทั้งหมดเอง เพราะตนเองก็ต้องการต่อสู้กับพวกที่มีอิทธิพลพวกนี้เช่นกัน ในที่สุดนุชนาถก็ตกลง ผู้กองเซนต์มาดักรอราตรีที่โรงพยาบาล เพื่อสอบปากคำว่าราตรีรอดมาได้อย่างไร และเห็นอะไรบ้าง ราตรีบอกว่าตนเองก็จำไม่ได้ คงเป็นเพราะโชค และสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองมากกว่า สุดท้ายเซนต์อาสาไปส่งราตรี ระหว่างทางเซนต์ถามถึงนุชนาถว่าเป็นอย่างไรบ้าง ราตรีเล่าว่านุชนาถกลัวมากจนจะปิดหนังสือพิมพ์แต่ตัวเองขอสานต่องานทั้งหมด เซนต์เตือนราตรีให้ระวังตัว อย่างไรก็ตาม เซนต์ให้นามบัตรราตรีไว้ และบอกว่าตนเองก็ไม่ชอบระบบคอรัปชั่น และพยายามที่จะกำจัดพวกมาเฟียเช่นกัน ถ้ามีอะไรที่จะช่วยได้ก็ขอให้ราตรีโทรหาตน ราตรีกล่าวขอบคุณและหวังว่าเซนต์เป็นตำรวจที่ดีอย่างที่คุยไว้ ราตรีถึงคอนโด ก็สำรวจร่างกายตนเองเพราะแปลกใจเหมือนกันที่รอดมาได้ พอดีได้รับโทรศัพท์จากพ่อ รองศักดิ์สิทธิ์ถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยความเป็นห่วง และบอกให้ราตรีไปหาโดยเร็วที่สุด ราตรีรับปากว่าจะไปหาแต่เช้า รุ่งเช้าราตรีไปหาพ่อแม่ที่บ้าน หลังจากนั้นพ่อก็พาราตรีขึ้นไปห้องพระ และถามถึงเรื่องเหยี่ยวที่เป็นข่าว ราตรีบอกว่าจำเหตุการณ์อะไรไม่ได้เลย ในที่สุดพ่อก็เล่าเรื่องเหรียญเหยี่ยวที่ราตรีได้รับเมื่อตอนเด็ก ๆ รองศักดิ์สิทธิ์สันนิษฐานว่าเหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์มาช่วยราตรี ราตรีไม่ค่อยอยากจะเชื่อนัก พ่อจึงพาราตรีไปหาหลวงพ่อเจ้าอาวาสที่วัดหัวหิน ซึ่งเป็นอาจารย์ที่นับถือ เมื่อหลวงพ่อได้พบกับราตรีก็ทักทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น โดยที่ศักดิ์สิทธิ์ยังไม่ทันได้เล่าเรื่องเหรียญเหยี่ยว หลวงพ่อยังบอกอีกว่าราตรีได้รับพลังของเหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์ เมื่อใดที่ราตรีระลึกถึงพลังของเหยี่ยวก็จะทำให้ร่างกายของราตรีมีพลัง สามารถทนทานต่ออาวุธทุกชนิด มีชั้นเชิงในการล่าหรือต่อสู้กับศัตรูเยี่ยงเหยี่ยว ประสาทสัมผัสเยี่ยงเหยี่ยว มีสัญชาติในการได้ยินได้เห็นเยี่ยงเหยี่ยว และที่สำคัญถ้าราตรีเชื่อมั่น ก็สามารถบินได้เหมือนเหยี่ยว เหมือนกับว่าราตรีเป็นเหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์ตามตำนานของชาวทิเบตที่มีมาช้านาน ราตรีฟังแล้วคาดไม่ถึง ส่วนรองศักดิ์สิทธิ์กลับพยักหน้าเชื่อ และให้ราตรีตั้งสมาธินำพลังของเหยี่ยวมาใช้เพื่อป้องกันตัวเอง และปราบพวกอธรรมอย่างที่ราตรีตั้งใจไว้ ราตรีรับปากว่าจะลองทำทุกอย่างเพื่อให้เกิดขึ้นจริงอย่างที่ท่านอาจารย์กล่าว ผู้กองเซนต์ ละครเหยี่ยวรัตติกาล ช่อง7 ราตรีจัดแถลงข่าวที่นุชนาถถอนตัวจากหนังสือพิมพ์และตนจะรับหน้าที่แทน ทั้งนี้เพื่อให้คนร้ายเลิกยุ่งกับนุชนาถ และที่สำคัญเพื่อให้นุชนาถและครอบครัวปลอดภัย ข่าวที่นุชนาถถอนตัวจากหนังสือพิมพ์ ทำให้สมศักดิ์ สะใจที่จัดการกับนุชนาถได้ และคิดว่าบรรณาธิการคนใหม่คงจะได้รับบทเรียนแล้ว และคงไม่กล้ายุ่งกับตนอีก นายสมศักดิ์ถูกเรียกตัวไปประชุมกับนักธุรกิจอีก 10 คน โดยมี นายพิเชษฐ์ (บี๋-สวิช) นักธุรกิจที่มีหน้ามีตาในสังคมเป็นหัวหน้าใหญ่ พิเชษฐ์บรรยายแผนให้ทุกคนขยายเครือข่ายไปทุกจังหวัดแทรกแซงเข้าหน่วยราชการ และส่งคนเข้าพรรคการเมือง เป้าหมายคือควบคุมการดำเนินการทางธุรกิจทุกอย่างของประเทศ สุดท้ายพิเชษฐ์ตำหนิว่าสมศักดิ์ทำงานโดยพละการ ทำให้กลายเป็นเป้าหมาย ข่าวใหญ่เป็นที่จับตามองของสังคม และกฎหมายซึ่งจะทำให้เป็นภัยต่อองค์กร และเตือนให้ทุกคนอย่าเอาเยี่ยงอย่างสมศักดิ์ สมศักดิ์ยืนยันว่าตนสามารถควบคุมทุกอย่างให้อยู่ในกำมือได้แน่นอน หลังจากราตรีเข้าคุมหนังสือพิมพ์ สองวันต่อมาราตรีก็ลงข่าวการถูกยิงของนุชนาถ ซึ่งมีรายชื่อสมศักดิ์เกี่ยวข้องอยู่ด้วย ทำให้สมศักดิ์โกรธมากที่ตกเป็นเป้าสังคม และทางการจึงคิดกำจัดราตรี เซนต์สนใจราตรีตั้งแต่แรกเพราะความสวยของราตรี จึงหาเรื่องมาที่สำนักพิมพ์บ่อย ๆ อ้างเรื่องการสอบสวนเพิ่มเติม และมาเตือนว่านายสมศักดิ์อาจหาทางเล่นงานราตรีแบบที่เล่นงานนุชนาถมาแล้ว ราตรีรับฟังและขอบคุณที่เซนต์มีน้ำใจ เช้าวันหนึ่งราตรีตื่นแต่เช้าแล้วขับรถมุ่งหน้าไปบ้านพักในต่างจังหวัดซึ่งเป็นบ้านของรองศักดิ์สิทธิ์ ที่สร้างไว้เพื่อพักผ่อน และอยู่ลึกเข้าไปจากถนนห่างไกลผู้คน ราตรีไปถึงแล้วเริ่มนั่งสมาธิเรียกพลังเหยี่ยวอย่างที่พ่อลองบอก เมื่อสมาธิเข้าที่ทันใดก็รู้สึกได้ยินเสียงรอบตัวสารพัดเสียง สายตาเหมือนมองเห็นทุกอย่างที่ตนคิดอยากจะเห็น ราตรีลองนึกถึงสมศักดิ์ดู ก็เห็นภาพสมศักดิ์กำลังสั่งมือปืนให้กำจัดตน ราตรีเกิดโมโห ร่างของราตรีค่อย ๆ ลอยขึ้นมาจากพื้นโดยไม่รู้ตัว...พอลืมตาขึ้นก็เห็นตัวเองลอยอยู่กลางอากาศ ราตรีจึงลองนึกว่าตนเองบินได้ ปรากฏว่าร่างของราตรีลอยพุ่งออกหน้าต่างไปอยู่เหนือหลังคาบ้าน ราตรีทดลองร่อนไปมาดูก็ทำได้ดังใจ วันหนึ่งสมศักดิ์ได้รับจดหมายฉบับหนึ่งว่าตนเองมีความผิดฐานสั่งการให้สังหารชีวิตของคู่แข่ง และผู้ที่เป็นอริกับตนหลายครั้งหลายหน ต้องได้รับกรรมที่ก่อไว้ด้วยชีวิต ลงชื่อ เหยี่ยวรัตติกาล สมศักดิ์โกรธ และจัดงานแถลงข่าวทันที โดยเอาจดหมายให้นักข่าวดู แก้ไขความผิดตน พร้อมท้าทายว่าตนพร้อมที่จะลุยกับเหยี่ยวรัตติกาลได้ทุกเวลา คืนหนึ่งสมศักดิ์ออกจากงานเลี้ยงและแวะไปที่ตึกทำงานของตน แต่พอจอดรถหน้าตึกก็เห็นเงาร่อนอยู่เหนือตึก พวกมือปืนต่างรีบพาสมศักดิ์เข้าไปในตึก แต่พอขึ้นไปถึงที่ทำงานต้องตกใจเมื่อพบกับร่างหญิงสาวในชุดหนัง ใบหน้ามีหน้ากากอำพรางเห็นแต่นัยน์ตาที่คมกริบดุจพญาเหยี่ยว พวกมือปืนต่างสาดกระสุนเข้าใส่ แต่ร่างในชุดหนังพุ่งออกหน้าต่างหายไป พวกมือปืนรีบพานายหนี แต่แล้วร่างในชุดหนังก็พุ่งกลับเข้ามาทางกระจกสาดกระสุนเข้าใส่พวกมือปืน ต่อสู้ด้วยชั้นเชิงที่คล่องแคล่วว่องไว จนเหลือแต่สมศักดิ์คนเดียว หญิงในชุดลึกลับกล่าวคำอำลาแล้วจบชีวิตชั่วของสมศักดิ์มาเฟียลงในที่สุด ก้องเกียรติ ละครเหยี่ยวรัตติกาล ช่อง7 รุ่งขึ้นภาพของหญิงชุดดำใส่หน้ากากลอยลงจากยอดตึกลงสู่พื้นปรากฏอยู่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์อธิปไตย จับภาพได้โดยเหยี่ยวข่าวสาวคนดังคนล่าสุดของเมืองไทย คือราตรีภายในมีข่าวของสมศักดิ์เสียชีวิตในสำนักงานและพบนามบัตรของเหยี่ยวรัตติกาลอยู่บนศพของสมศักดิ์ มีข้อความว่า จุดจบของผู้ที่คิดร้ายต่อแผ่นดิน กองทัพนักข่าวต่างปรากฏตัวที่สำนักงานหนังสือพิมพ์อธิปไตย เพื่อรอสัมภาษณ์ราตรี ราตรีให้สัมภาษณ์ว่าตนได้ติดตามพฤติกรรมของนายสมศักดิ์อยู่ และก็ได้เห็นเหยี่ยวรัตติกาลปรากฏตัวจึงมีโอกาสได้เก็บภาพไว้ โดยไม่รู้รายละเอียดอะไรอีกเลย เซนต์มาหาราตรีชวนไปนั่งทานกาแฟ และขอสอบถามเรื่องเหยี่ยวรัตติกาล ราตรีปฏิเสธและกล่าวเป็นเชิงชมว่าดีใจที่มีเหยี่ยวรัตติกาลออกมากวาดล้างผู้มีอิทธิพล เซนต์ยิ้มบอกว่าตนก็เห็นด้วย จนใจที่ตัวเองเป็นกฎหมาย จึงได้รับคำสั่งให้สืบสวนและตามจับตัวเหยี่ยวรัตติกาลมาให้ได้ หลังจากนั้นเป็นต้นมาก็มีข่าวของเหยี่ยวรัตติกาลช่วยเหลือคนที่ถูกทำร้าย ปล้น รังแก อยู่อย่างไม่ขาดสาย บางครั้งก็มีภาพลง แน่นอนย่อมเป็นหนังสือพิมพ์อธิปไตยของราตรี โดยฝีมือของราตรีเท่านั้น จึงเป็นที่มาของข่าวซุบซิบว่าราตรีมีส่วนรู้เห็นกับคดีที่เกิดขึ้นโดยฝีมือของเหยี่ยวรัตติกาล..ซึ่งราตรีก็ปฏิเสธและอ้างว่าตนเป็นนักข่าวที่ทำงานหนักคอยเฝ้าคอยติดตามเรื่องนี้ ช่วยไม่ได้ที่นักข่าวคนอื่น ๆไม่มีความสามารถพอที่จะได้ภาพเหยี่ยวรัตติกาล เพราะเหตุที่หนังสือพิมพ์อธิปไตยลงข่าวและรูปของเหยี่ยวรัตติกาลอยู่ตลอดเวลา ทำให้คนทั่วไปรวมทั้งชาวบ้านในต่างจังหวัดทุกหนทุกแห่งเมื่อได้รับความเดือดร้อนหรือถูกรังแกจากผู้มีอิทธิพล ก็จะส่งจดหมายเข้ามาลงที่หนังสือพิมพ์อธิปไตย เพื่อหวังว่าจะส่งสารไปถึงเหยี่ยวรัตติกาลให้มาช่วยเหลือ หลังจากที่บทความขอความช่วยเหลือได้ลงหนังสือพิมพ์อธิปไตย ต่อมาก็มีข่าวว่าเหยี่ยวรัตติกาลปรากฏตัวปราบพวกเหล่าร้ายพวกนั้นจนราบคาบ สร้างความกลัวให้พวกคนร้าย และยิ่งทำให้คนส่งสารผ่านมาทางหนังสือพิมพ์อธิปไตยมากขึ้น พิเชษฐ์กดดันให้ทางการปิดหนังสือพิมพ์อธิปไตยเพราะทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายผู้คนแตกตื่น แต่ราตรีก็แก้ต่างจนหลุดคดีความจนได้ การตายของสมศักดิ์ ทำให้พิเชษฐ์สั่งหน่วยงานของตนให้ระวังตัว ทำงานกันอย่างรอบคอบมากยิ่งขึ้น แต่สุดท้ายแล้วหน่วยงานของสรสินก็ถูกบุก หัวหน้าหน่วยถูกเก็บ เครือข่ายที่อยู่ต่างจังหวัดถูกทำลายด้วยฝีมือของเหยี่ยวรัตติกาล ทำให้พิเชษฐ์โกรธแค้นอย่างยิ่ง สั่งเพิ่มกำลังและป้องกันอย่างเต็มที่ ภายใต้หน้ากากองนักธุรกิจตัวอย่าง เป็นบุคคลดีเด่นที่สังคมยอมรับ สังคมไม่มีใครรู้ว่าพิเชษฐ์ซ่อนความชั่วร้ายไว้มากมาย จั๊กจั่น ละครเหยี่ยวรัตติกาล เซนต์ และราตรีต่างก็สืบสวน และหาทางเปิดโปงนายสรสินให้สังคมได้รู้หน้ากากที่แท้จริง โดยมีผู้ช่วยเซนต์ชื่อ ก้องเกียรติ (หลุยส์ เฮสดาร์สัน) และผู้ช่วยของราตรีชื่อ อีท (แจม-ปาณิชดา) คอยช่วยเหลือการกระชากหน้ากากของพิเชษฐ์และกระบวนการ แต่สังคมส่วนใหญ่ถูกปิดหูปิดตาด้วยเงินที่นายพิเชษฐ์หว่านลงไปอย่างไม่อั้น โดยใช้เงินจากการรีดไถผูกขาดค้ากำไรเอาเปรียบคนอื่นแทบทั้งสิ้น แม้ว่าเหยี่ยวรัตติกาลจะปราบปรามทำลายหน่วยงานต่าง ๆ ของนายพิเชษฐ์ลงไปมากมายแต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งเครือข่ายของนายพิเชษฐ์ได้ จริงอยู่ที่เหยี่ยวรัตติกาลสามารถจบชีวิตของนายพิเชษฐ์ได้ แต่ก็เชื่อว่าต้องมีตัวแทนมาสานต่อขบวนการชั่วของมัน มีทางเดียวคือต้องเปิดโปงให้สังคมได้รู้ความจริงเท่านั้น เมื่อสังคมรู้ความจริงนายพิเชษฐ์หมดสภาพ ขบวนการของนายพิเชษฐ์ต้องพังพินาศลงอย่างแน่นอน เซนต์ และราตรีได้ใช้เวลาร่วมกันหาความจริงจนสนิทสนมมีใจต่อกัน และต้องเผชิญกับอันตรายร่วมกันหลายครั้งจากพวกมือปืนของพิเชษฐ์ทำให้ยิ่งมีความรู้สึกลึกซึ้งต่อกันมากขึ้น..ปัญหาก็คือเหยี่ยวรัตติกาล แม้ว่าเหยี่ยวรัตติกาล จะได้เผชิญหน้ากับเซนต์ และช่วยเหลือเซนต์ให้รอดพ้นจากมือปืนของพิเชษฐ์หลายครั้ง จนเซนต์เองก็ชื่นชมเหยี่ยวรัตติกาลไม่น้อย แต่ก็ไม่สามารถจะหยุดยั้งผู้บังคับบัญชา หรือหน่วยงานอื่นที่จ้องจะจับเหยี่ยวรัตติกาลให้เลิกตามล่าได้ พิเชษฐ์เองเมื่อได้รับความเดือดร้อนจากเหยี่ยวรัตติกาลรวมทั้งข่าวลือที่ว่าเหยี่ยวรัตติกาลมีพลังที่ลึกลับ ถึงกับส่งคนไปตามหาคนที่มีความรู้เรื่องเหยี่ยวมาจากทิเบตเพื่อมาปราบเหยี่ยวรัตติกาล ซึ่งได้พบอาจารย์ผู้มีวิชาหลายอย่าง ทั้งสะกดจิต บังคับจิตคนให้เห็นในสิ่งต่าง ๆ นานา จนกลายเป็นคนบ้าคลั่งขาดสติได้ สรสินจึงให้อาจารย์ผู้นี้ใช้วิชากำจัดศัตรูของตนด้วยไปในตัว ละครเหยี่ยวรัตติกาล เหยี่ยวรัตติกาลออกตามเรื่องและได้มีการเผชิญหน้ากันหลายครั้งกับอาจารย์ผู้นี้และมีการต่อสู้ผลัดกันรุกผลัดกันรับ ฝีมือสูสีกินกันไม่ลง อย่างไรก็ตามเวลาผ่านไป ด้วยการสืบสวนของเซนต์ และราตรีก็พบหลักฐานการโยกย้ายเงินที่เกี่ยวข้องกับพิเชษฐ์ซึ่งโยงใยถึงเครือข่ายต่าง ๆ ของพิเชษฐ์รวมถึงหลักฐานการรับเงินจากต่างประเทศ จนกระทั่งพิเชษฐ์ถูกเปิดโปง สรสินให้อาจารย์ใช้วิชากำจัดผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อปกปิดความลับของตนแต่ครั้งนี้เหยี่ยวรัตติกาลตามประกบติด จนในที่สุดก็ซ้อนแผนสามารถกำจัดอาจารย์ผู้นี้ได้ ในที่สุดพิเชษฐ์ก็ได้รับโทษ ถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต เซนต์ กับราตรีเปิดโปงเส้นทางการเงินที่มาจากต่างประเทศ และผู้ที่อยู่เบื้องหลังจนเส้นทางการเงินพิเชษฐ์ถูกปิดเครือข่ายล่มสลายทั่วประเทศ เมื่อสังคม บ้านเมืองกลับมาสงบ เหยี่ยวรัตติกาลคงไม่ได้ออกมาปรากฏตัวอีกนาน หลังงานสำเร็จสามารถจัดการกับคนชั่วคอรัปชั่นได้ เซนต์กับราตรีต่างฉลองความสำเร็จร่วมกันรวมทั้งทีมงานคนอื่น ๆ ที่ร่วมต่อสู้ฝ่าฟันกันมาด้วยกัน ทั้งทีมตำรวจของ เซนต์ ผู้ช่วยมือขวาของเซนต์คือก้องเกียรติ และทีมงานของ ราตรี และอีทผู้ช่วยคนสวยของราตรี ที่ตอนนี้ปิ๊งกันกับก้องเกียรติเรียบร้อยแล้ว เช่นเดียวกับความรักของเซนต์กับราตรีที่หวานชื่นและดำเนินต่อไป แต่มีอีกอย่างหนึ่งที่ยังคงคาใจของเซนต์ และทุกคนก็คือ เหยี่ยวรัตติกาล ติดตามชม ละครเหยี่ยวรัตติกาล ได้เร็ว ๆ นี้ทางช่อง 7 สี รายชื่อนักแสดวนำใน ละคร เหยี่ยวรัตติกาล อคัมย์สิริ สุวรรณศุข รับบท ราตรี ธาวิน เยาวพลกุล รับบท เซนต์ หลุยส์ เฮสดาร์ซัน รับบท ก้องเกียรติ ปาณิชดา แสงสุวรรณ รับบท อีท สวิช เพชรวิเศษศิริ รับบท พิเชษฐ์ อนิสา นูกราฮา รับบท เรวดี กัญญกร พินิจ รับบท นุชนาถ ฐาปกรณ์ ดิษยนันทน์ รับบท รอง อ.ธ.ศักดิ์สิทธิ์ นวลปรางค์ ตรีชิต รับบท รัตนา พัฒนะ พันธุ์เทวะ รับบท พีท ทองขาว ภัทรโชคชัย รับบท อาจารย์บาตง ตรีวรัตถ์ ชุติวัฒน์ขจรชัย รับบท ทัช กฤษณ์ ไตรรัตน์ รับบท ซาเอะ ช่อง7 ละครเหยี่ยวรัตติกาล ละครเหยี่ยวรัตติกาล ละครเหยี่ยวรัตติกาล จั๊กจั่น ละครเหยี่ยวรัตติกาล จั๊กจั่น

ร้อนนี้หันมาดื่ม น้ำเปล่า ขณะออกกำลังกายกันดีกว่า
ดื่มน้ำ /  น้ำ / 

ช่วงที่อากาศร้อน เรามักจะรู้สึกเหนื่อยหรือเพลียเร็วขึ้น โดยเฉพาะหนุ่มสาวออฟฟิศที่รักสุขภาพ และขยันออกกำลังกาย การจิบน้ำเล็กน้อยขณะพักจะช่วยให้มีแรงเล่นต่อไปได้อีก ซึ่งน้ำที่ดีที่สุดขณะออกกำลังกายคือ “น้ำเปล่า” ที่ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้เร็วที่สุด โดยน้ำจะช่วยลดอุณหภูมิของร่างกาย ปรับระดับความดันโลหิต ช่วยลำเลียงอาหาร และออกซิเจนเข้าสู่เซลล์ ทำให้เซลล์กล้ามเนื้อทำงานได้อย่างสมบูรณ์ ขณะเล่นกีฬาได้เป็นอย่างดี ประมาณ70%ในร่างกายประกอบด้วยน้ำ ดังนั้น ถ้าคุณขาดน้ำเพียง 3 วันก็อาจถึงตายได้ เพราะน้ำเป็นสิ่งสำคัญรองจากอากาศ โดยร่างกายต้องการน้ำวันละประมาณ 2.5 ลิตร ในขณะที่เราสูญเสียน้ำวันละ 2.5 ลิตร จาก 1500 cc เป็น ปัสสาวะ 500  cc เป็น เหงื่อ 300 cc เป็น ละอองน้ำในการหายใจออก 200 cc เป็น อุจจาระ หากร่างกายขาดน้ำรื้อรัง(ดื่มน้ำน้อย) ทุกระบบการทำงานของร่างกายจะไม่มีประสิทธิภาพ สารพิษในร่างกายเพิ่มมากขึ้น กล้ามเนื้อไม่มีแรง ผิวหนังจะแห้ง ระบบย่อยอาหารพึ่งน้ำในทุกระดับ การเผาผลาญอาหารต้องมีน้ำเป็นตัวกลาง น้ำพาสารต่างๆไปให้เซลล์ สุขถาพที่ดี และการหยุดยั้งความชราขึ้นอยู่กับน้ำ ซึ่งคุณควรให้น้ำดื่มที่ดีที่สุดกับร่างกายท่านอย่างเพียงพอ พญ. สิรนิสถ์ ประพันธ์ศิลป์ แพทย์สาขาอายุรกรรมทั่วไป แผนกประกันสังคม รพ.กล้วยน้ำไท 1 แนะนำว่า น้ำดื่มบริสุทธิ์จะเคลื่อนตัวสู่กระเพาะอาหาร และดูดซึมในลำไส้ได้เร็วที่สุดเมื่อเทียบกับเครื่องดื่มทั่วไปที่มักจะมีปริมาณน้ำตาลสูงกว่า 2.5 เปอร์เซ็นต์ เครื่องดื่มเหล่านี้จะดูดซึมได้ช้า ทำให้รู้สึกจุก เสียด ท้องอืด และทำให้ปริมาณน้ำตาลในเลือดสูง ยิ่งถ้าเป็นน้ำอัดลม   ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะทำให้กระเพาะอาหารขยายตัวเบียดกล้ามเนื้อกระบังลม ทำให้ปอดขยายได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้หายใจไม่อิ่ม และหมดแรงเร็วขึ้น นอกจากนี้กระเพาะอาหารที่ขยายใหญ่ขึ้นทำให้รู้สึกจุกแน่นขณะออกกำลังกาย ดื่มอย่างไรให้ถูกวิธี ? การดื่มน้ำในขณะออกกำลังกายและรู้สึกเหนื่อยจัด ไม่ควรดื่มน้ำมากกว่าครั้งละ  2 แก้ว เพราะอาจทำให้เกิดภาวะน้ำเกิน (Water intoxication) ทำให้รู้สึกเวียนศีรษะ และปวดร้าวในสมอง ทั้งนี้ในคุณควรดื่มน้ำเปล่าไม่เกิน 1 แก้ว  ก่อนออกกำลังกายประมาณ 10 นาที และอาจจิบน้ำเล็กน้อยทุกๆ 10 – 15 นาที   ถ้ารู้สึกกระหายน้ำขณะออกกำลังกาย แต่ก็ไม่ควรเกิน 1 แก้ว (ภายใน 1 ชั่วโมง) และที่สำคัญคือการดื่มน้ำให้ได้ 2 แก้ว หลังจากที่ออกกำลังกายเรียบร้อยแล้ว 30 นาที สูญเสียเหงื่อ = สูญเสียเกลือแร่? การเสียเหงื่อจะเป็นการเสียน้ำมากกว่าเสียเกลือ เนื่องจากความเข้มข้นของเกลือในเลือดอยู่ที่ประมาณ 0.9 เปอร์เซ็นต์   ในขณะที่มีเหงื่ออยู่ที่ประมาณ 0.12 – 0.4 เปอร์เซ็นต์ และไม่พบว่ามีการสูญเสียโพแทสเซียม (Potassium) จึงไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำเกลือแร่ น้ำดื่มผสมเกลือแร่ทั่วไป ที่ขายในท้องตลาดมักมีปริมาณกลูโคสสูงกว่า 2.5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะดูดซึมได้ช้า ทำให้ร่างกายได้รับน้ำช้ากว่าการดื่มน้ำเปล่า ถ้าจิบขณะออกกำลังกายจะทำให้รู้สึกจุกได้ง่าย อากาศร้อนอย่างนี้ หันมาดูแลสุขภาพให้ดีด้วยการดื่มน้ำเปล่าที่ช่วยให้สดชื่นขึ้นขณะออกกำลังกาย และยังไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนัก ช่วยให้หุ่นสวยเพรียว ฟิต & เฟิร์มกันเถอะค่ะ ขอบคุณที่มาจาก : e-magazine.info

ไม่รั้ง!คอนเต้ไฟเขียว ธิโบต์ กูร์ตัวส์ หาทีมใหม่ได้
ตลาดซื้อขายนักเตะ /  ธิโบต์ กูร์ตัวส์ / 

เดลี่ มิเรอร์ รายงานว่า อันโตนีโอ คอนเต้ ว่าที่กุนซือคนใหม่ของ เชลซี เปิดโอกาสให้ ธิโบต์ กูร์ตัวส์ นายทวารชาวเบลเยียมสามารถย้ายออกจากทีมได้ทันทีในช่วงซัมเมอร์นี้หากเจ้าตัวต้องการโดยนายทวารชาวเบลเยียมีปัญหากับ คริสโตเฟอร์ โคลิคชอน โค้ชผู้รักษาประตูในทีม และประเด็นที่สำคัญคือการหลุดโควต้าไม่ได้ไปเล่นฟุตบอลยุโรปทั้ง ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก และ ยูโรป้าลีก ซึ่งอันโตนีโอ คอนเต้ ผู้จัดการทีมชาวอิตาลี ที่จะเข้ามารับหน้าที่ หลังจบศึกยูโรได้อนุญาตให้นักเตะย้ายทีมได้ตามต้องการ และ ทีมได้เล็งที่จะดึงตัว เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ ผู้รักษาประตูจากเซาแธมป์ตันเข้ามาแทนที่

พี่ผ่านมาก่อน!ตูเร่อาสาช่วยซาโก้ผ่านช่วงเวลาเลวร้าย
ฝรั่งเศส /  มามาดู ซาโก้ / 

โคโล่ ตูเร่ ปราการหลังตัวเก๋าของ ลิเวอร์พูล ออกมารับอาสาว่าจะช่วยดูแล มามาดู ซาโก้ กองหลังรุ่นน้องในทีมที่เจอมรสุมชีวิตเล่นงานหลังจากตรวจสารกระตุ้นไม่ผ่านโดย ตูเร่ผู้พี่เคยโดนแบนเป็นเวลา 6 เดือนมาแล้ว สมัยที่เล่นให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพราะตรวจสารกระตุ้นไม่ผ่าน ออกมาให้คำมั่นว่าจะช่วยให้ ซาโก้ ที่ตรวจสารกระตุ้นไม่ผ่าน และส่อแววโดนแบนยาวเช่นกันอย่างเต็มที่ “ผมรู้ว่าช่วงเวลานั้นมันจะยากลำบากแค่ไหน แต่ไม่ต้องห่วงผมพร้อมที่จะอยู่ตรงนั้นเพื่อช่วยเหลือเขาอยู่เสมอ”  “ผมพยายามคุยกับเขาตลอด ตอนนี้สิ่งที่เขาต้องทำคือคิดบวกเข้าไว้และเชื่อมันในตัวเองให้มาก" สำหรับ ซาโก้ โดนสุ่มตรวจสารกระตุ้น โดยยูฟ่า ในนัดที่บุกไปเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่โอลด์แทรฟฟอร์ด 1-1  และพบว่ามีสารที่ช่วยเผาผลาญไขมัน ซึ่งเหมือนกับที่ ตูเร่ เคยเจอเมื่อปี 2011 และตอนนั้นเขาโดนแบน 6 เดือน

ทั้งกิน ทั้งเที่ยว ไปกับมาเฟียฟู้ด บุก ร้านอาหารรสเด็ดเมืองชลบุรี
ชลบุรี /  บ้านสุขาวดี / 

สวัสดีครับ วันนี้ Food MThai ได้รับภาระกิจสุดเฮี้ยว ไปเที่ยวกับมาเฟีย พูดถึงเรื่องกินแบบนี้ จะเป็นมาเฟียไหนไปได้นอกจาก พี่ มาเฟียฟู้ด ของเรานี่เอง ซึ่งวันนี้เราก็ได้รับภาระกิจตามติด มาเฟียฟู้ด ไปบุก ร้านอาหารรสเด็ดเมืองชลบุรี กัน ถ้ามากันครบแล้วก็ไม่ต้องรออะไรแล้วล่ะครับ ออกเดินทางกันเลยดีกว่า  !!! First Trip with Mafia food in Chonburi การเดินทางในวันนี้ เราใช้ถนนบางนาตราด (ถนนสุขุมวิท) ไปยังชลบุรี วิ่งบนทางด่วนบูรพาวิถี จากบางนา ตรงไปยังจุดหมายแรกของเรา ตั้งพิกัดจีพีเอสไปที่ หาดบางแสน จาก กทม มาประมาณ ชั่วโมงกว่าๆ เราก็มาถึงจุดหมายแรกของเรา และเริ่มภาระกิจแรก หาของอร่อย ๆ นั่งฟินริมหาดบางแสน แต่เหมือนธรรมชาติกลั่นแกล้ง วันที่เราไปเกิดปรากฏการณ์ แพลงก์ต้อนบลูม ขึ้นที่หาดบางแสนพอดี ทำให้ไม่สามารถนั่งชิวริมหาดได้ หันไปมองหน้าพี่มาเฟียฟู้ด พี่มาเฟียบอกว่า ไม่เป็นไรเดี๋ยวจัดให้ แล้วก็บึ่งรถหนีหาดบางแสนไปอย่างไว และแล้ว พี่มาเฟียฟู้ดก็ไม่เคยทำให้เราผิดหวังกับเรื่องกินจริงๆ เมื่อเรามาถึง ร้านอาหารรสเด็ดเมืองชลบุรี ร้านแรก กับร้าน ยำแม่ริ้ว ที่ย้ายมาจาก ริมหาดบางแสน (แต่วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนขัตฤกษ์ก็ยังมีออกไปตั้งร้านริมหาดบางแสนอยู่ ) มาเปิดเป็นร้านอาหาร ที่ถนนเทศบาลสาย 1 หลังโรงแรมเดอะ เซส ซึ่งบอกเลยว่า ร้านนี้ เปิดขายมาแล้วกว่า 40 ปี จนตอนนี้ เป็นรุ่นที่ 3 แล้วที่มาดูแลกิจการแต่ การันตี โดยพี่มาเฟียฟู้ดแล้วว่ารสชาติไม่มีเปลี่ยนแปลง อร่อยยังไงอย่างนั้นเลย  เมนูเด็ดของร้าน ยำแม่ริ้ว ก็จะเป็นเมนู อาหารทะเล พื้นบ้าน ที่บางอย่างหาทานได้ยาก แต่บอกได้เลยว่า ลองมากับตัวแล้ว ฟินทุกเมนู ถ้าอยากรู้ว่าเด็ดขนาดไหน ตามไปดูกันเลย เมนูแรก ยำสามไข่ ไข่ปลาเรียวเซียว ไข่ปู ไข่แมงดา ตักเข้าปากแต่ละคำ กรุปๆ ด้วยบรรดาไข่ ทั้งสามสหาย ที่รวมมาอยู่ในจานเดียว รสชาติเปรี้ยว เผ็ด ซี๊ดซ๊าด มีความกรุบๆ ของไข่แมงดา ไข่ปู และไข่ปลาเรียวเซียว มาเพิ่มรสชาติให้อร่อยยิ่งๆขึ้นไปอีก ใครชอบรสจัด ต้องไปลองครับ ยำปลากุแลดิบ จานต่อมากับอาหารที่หาทานยาก กับยำปลากุแล ดิบ น้ำยำรสชาติ ซี๊ดซ๊าดถึงใจ ยำมาอย่างเข้าเนื้อเข้ารสกับ ปลากุแลดิบ ตักเข้าปากทุกคำ ร้อนแรงทุกคำ ฟินจนหมดจาน ยำปูม้า ปูม้าสดมากๆ หวาน อร่อย เนื้อแน่น ๆ คลุกเคล้ามากับน้ำยำรสแซ่บ จนเข้าเนื้อ อร่อยลืม ดูดเนื้อปูกันหน้าฟินเลยทีเดียว กุ้งแช่น้ำปลาดิบ อีกหนึ่งเมนูรสแซ่บ กับกุ้งแช่น้ำปลา เนื้อกุ้งสดๆ  หวานกรอบ เสิร์ฟมาพร้อม มะระ กระเทียม ใบโหระพา คลุกเคล้ามาอย่างแซ่บ แถมยังมีผักเคียง และ หอมเจียว กรอบๆ กินคู่กันคำโตๆ หมดจานไปอย่างรวดเร็ว ต้มหมึกน้ำดำ เจอแต่เมนู ร้อนแรง จนต้องตบท้ายด้วยเมนู ประจำท้องถิ่น อย่าง ต้มหมึกน้ำดำ หมึกกะตอยสดๆ ต้มจนน้ำดำ หวานหอม เมนูนี้มาช่วยตัดรสเผ็ด ของ เมนูอื่น ๆ ได้เป็นอย่างดี อิ่มอร่อยสบายท้องกับมื้อแรกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บอกได้เลยว่า มาพี่เฟียฟู้ดไม่ทำให้เราผิดหวังจริงๆ กับร้าน ยำแม่ริ้ว พี่มาเฟียฟู้ดบึ่งรถต่อไป ภาระกิจที่ สองทันทีกับการเยี่ยมชมความงดงามสุดอลังการของคฤหาสน์ ในพื้นที่ 85  ไร่ ในเมือง พัทยา กับ บ้านสุขาวดี ที่บอกเลยว่างดงาม ยิ่งใหญ่ อลังการ สุดๆ ซึ่ง ประวัติของบ้านสุขาวดี นั้น ก็เกิดมาจากสติปัญญาและการทำงานเป็นทีม ของผู้คนบนพื้นฐานของความรัก ความสามัคคี จึงทำให้งานที่ออกมามีคุณค่า สง่างามและมีความสำคัญเท่าเทียมกัน ประกอบด้วยอาคารหลัก ๆ ดังนี้ 1.อาคารพระแม่กวนอิม (Main building & Goddess of Mercy) 
                                                                    2.อาคารโดมพระ (Buddha tower) 
3.ศาลหลักเมือง (Sukhawadee?s Pillar Shrine)                                     
4.ความลับสวรรค (Yin – Yang Zone) 
                                                                                                         5.อาคารพุทธบารมี (Buddhabaramee/Convention Hall)  
                                                                          6.โดมละหมาด (Salah Dome ) / อาคารไอริสโซเฟีย (Airis Sophia?s souvenir shop )                                    7.สหฟาร์มสเตชั่น (Saha Farm Station)                                                                                                   8.จุดบริการอาหารและเครื่องดื่ม ( Saha Farm Kitchen & Restaurant)                                                         9.อาคารสโมสร (Club House)                                                                                                                  10.อาคารสัจธรรม (Hall of Truth) ตลึงกับความงดงาม และ ยิ่งใหญ่แบบเดินทั้งวันยังไงก็ไม่ทั่ว เพราะตลอดสองข้างทาง มีทั้งศิลปะ และ ปริศนาธรรม ทิ้งแง่คิดไว้ให้คิดอยู่โดยตลอด FoodMThai กำลังเดิน ชมความงามเพลินๆ เงยหน้ามองท้องฟ้า เอ้า จะค่ำแล้ว พอหลุดจากความเพลิดเพลินในบ้านสุขาวดี ท้องก็เริ่มหิวอีกแล้ว พี่มาเฟียฟู้ด ยืนยิ้มแล้วบอกให้ตามมา จะพาไปกินของอร่อยๆ เลยโดดขึ้นรถกอล์ฟ ตามพี่เค้าไปอย่างใจง่าย รถกอล์ฟแล่นมาได้ซักหน่อย เราก็ได้มาเจอกับ อาคารที่จัดไว้เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ซึ่งมีอาหารบุฟเฟต์ ให้บริการซึ่งเดินดูคร่าว ๆ บอกเลยว่าไลน์อาหาร มีแต่ของน่าทานทั้งนั้น กำลังเพลินกับการสำรวจไลน์อาหาร ก็หันไปเห็น บนเวที มีโชว์ สุดอลังการ ให้ชมระหว่างกินข้าวด้วย คิดในใจฟินแน่นอนครับมื้อนี้ !!! อาหารในไลน์ บุฟเฟต์นั้น ก็ไม่ใช่อื่นไกล ทุกอย่างมาจาก เครือ สหฟาร์ม นั่นเอง จึงทำให้มั่นใจได้เลยว่า อาหาร สด สะอาดและ อร่อยทุกอย่างแน่นอน เมนูที่เป็นไฮไลท์ของ ที่นี่ ก็เห็นจะเป็น ปลาดุกทอดกรอบที่ กรอบนอกนุ่มในออกมากี่รอบๆ ก็มีคนต่อแถวรอกันตลอด ทานกันจนหนำใจ แล้วก็ เข้าที่พัก พักผ่อน เป็นอันจบ ภาระกิจของวันนี้ ซึ่งมากับ มาเฟียฟู้ด ต้องไม่ธรรมดาอยู่แล้ว กินแบบวีไอพีแล้ว ยัง นอนแบบวีไอพีสุด ๆ วันนี้ ทางบ้านสุขาวดี ได้ดูแลเรื่องที่พักให้ ที่ในบ้านเลย ต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย ครับ เช้าวันที่สอง ของภาระกิจสุดเฮี้ยว ไปเที่ยวกะมาเฟีย ตื่นเช้ามา พี่มาเฟียฟู้ด ยังติดใจไม่หาย ขอจัดหนักอีกรอบกับอาหาร บุฟเฟต์ ของบ้านสุขาวดี นั่ง กินไป พร้อมกับดูโชว์ฟินๆ ไปช่างเป็นเช้าที่มีความสุข อะไรอย่างนี้ เมื่อทานเสร็จ ภาระกิจต่อไปก็ยังอยู่ที่ การทัวร์บ้านสุขาวดีกันต่อ วันนี้ เราจะพาทุกท่านไปชม อาคารโดมพระ (Buddha tower) สักการะ พระบรมสารีริกธาตุ เพื่อเป็นสิริมงคล ก่อนกลับบ้าน กัน ชมความงดงามสุด อลังการ กันจนเพลิน มองดูนาฬิกา ก็บ่ายแก่ๆ แล้ว ก็ถึงเวลาต้อง กลับกันแล้ว ระหว่างขับรถกลับ กทม พี่มาเฟียฟู้ดก็ ไม่พลาดที่จะพาแวะชิมอีก ร้านอาหารรสเด็ดเมืองชลบุรี อีกหนึ่งร้าน กับร้าน เกษมโภชนา ก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋นยาจีนเจ้าแรก ลงรถปุ๊บ พี่มาเฟีย ก็จัดมาให้อีก 1 ชุดใหญ่ ทั้ง เนื้อเป็ดสับ และ สมองเป็ด เมนูสุดพิเศษ สมองเป็ด และ เนื้อเป็ด เป็นครั้งแรกของ ใครที่ชื่นชอบ เมนูที่ทำจากเป็ดจานนี้ ต้องมาลองชิมกันให้ได้ครับ ด้วยความหอมนุ่ม ถึงเครื่อง เนื้อเป็ดนุ่ม ๆ ฟินทุกชิ้นที่คีบเข้าปาก กินกับสมองเป็ด รสชาติดี ทำให้เสิร์ฟมาแป๊บเดียว เกลี้ยงจานอย่างไว เกาเหลาเป็ดตุ๋นยาจีน เกาเหลาเป็ดตุ๋นยาจีน สูตรต้นตำหรับ เก่าแก่ ที่ใครผ่านไปแถวนั้นก็ต้องแวะ อิ่มอร่อยกับ เมนูต้นตำหรับเมนูนี้ กับเนื้อเป็ดแน่น ๆ ชิ้นโตๆ ตุ๋นยาจีน จนเนื้อ นุ่มอร่อย หอมเครื่องยาจีน ใครชอบทานเป็ด แนะนำให้มาลองด่วนเลยครับ ขนมจีบ ตบท้ายความอร่อย ของทริปนี้ กับขนมจีบสูตรพิเศษของทางร้าน ที่แป้งบางห่อกับหมูนุ่มๆ หวานอร่อย ในขนาดพอดีคำ กินเพลิน ๆรู้ตัวอีกทีหมดจานอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่ออิ่มอร่อย กันเป็นที่ เรียบร้อยแล้ว เป็นอันจบภาระกิจสุดเฮี้ยว ไปเที่ยวกะมาเฟีย ทริปแรก ก็ถึงเวลาที่เราต้อง กลับกันแล้ว น่าเสียดายที่เวลาจำกัด เพราะยังมีอีกหลายร้าน ที่น่าไปลอง เอาเป็นว่าต้องมีครั้งหน้าอีกแน่นอน ส่วนเราจะไปที่ไหน จะพาไปชิมร้านไหน ก็ต้องคอยติดตามกันให้ดีนะครับ สำหรับวันนี้ ขออนุญาติ ขับรถกลับ กรุงเทพก่อนนะครับ สวัสดีคร้าบบ !!!

โคตรเท่! AFC ยกย่อง
afc /  ช้างศึก / 

นิตยสารของ AFC ขึ้นปกเฮดโค้ชทีมชาติไทย พร้อมเรื่องราวกว่า 3 หน้าหลังเป็นผู้นำพาทีมชาติไทยกลับสู่ความยิงใหญ่ในระดับเอเชีย “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ผู้ฝึกสอน “ช้างศึก” ทีมชาติไทย โด่งดังไปทั่วเอเชียอีกครั้ง หลังขึ้นหน้าปกนิตยสารทางการของสหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (AFC) ฉบับที่ 14 ประจำเดือนเมษายน 2559 โดยนำรูป “โค้ชซิโก้” ขึ้นปกพร้อมพาดหัว “เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดโค้ชผู้นำฟุตบอลทีมชาติไทยคืนสู่ความยิ่งใหญ่" นอกจากนี้เนื้อหาเป็นการเขียนถึงประวัติ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ตั้งแต่สมัยเริ่มเล่นฟุตบอลทั้งที่ประเทศไทย และอังกฤษระยะสั้นๆ ก่อนจะไต่เต้าขึ้นมาเป็นแม่ทัพทีมชาติไทย จนสร้างผลงานสุดยอดคุมทัพพาทีมชาติไทย ผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลก 2018 รอบ 12 ทีมโซนเอเชีย