พระทำร้ายสีกา

ร้านไก่ทอดชื่อดัง ลั่น มนุษย์มีศักดิ์ศรีเท่ากัน หลังเกิดคลิปฉาว
คุณป้า /  ตบพนักงานKFC / 

ร้านไก่ทอดชื่อดัง ลั่น มนุษย์มีศักดิ์ศรีเท่ากัน หลังเกิดคลิปฉาวลูกค้าตบพนักงาน จากกรณีที่ชาวสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์เหตุที่มีการแชร์คลิปชื่อ คุณป้ามหาโหด  โดยเป็นเหตุการณ์ที่หญิงสาวสวมเสื้อแดงกำลังตบตีพนักงานพาร์ทไทม์ร้านเคเอฟซี ที่จังหวัดราชบุรี ล่าสุดเคเอฟซี ได้ร่อนหนังสือชี้แจงว่า สืบเนื่องจากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปลูกค้าทำร้ายร่างกายพนักงานเคเอฟซีที่ร้านเคเอฟซี สาขาบิ๊กซี ราชบุรี ทางบริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด ผู้บริหารธุรกิจร้านอาหารบริการด่วนแบรนด์เคเอฟซี ซึ่งเป็นเจ้าของร้านเคเอฟซีสาขาดังกล่าว ได้ทำการสืบสวนข้อเท็จจริงจากภาพในกล้องวงจรปิด รวมทั้งจากพนักงานและพยานที่อยู่ในเหตุการณ์แล้วพบว่า สาเหตุของการทะเลาะวิวาทสืบเนื่องมาจากลูกค้าไม่พอใจในการบริการของพนักงาน จึงได้ทำการต่อว่า พูดจาหยาบคายใส่พนักงาน และทำร้ายร่างกาย โดยการตบ เตะ และกระชากผม รวมทั้งให้พนักงานก้มลงกราบเท้าเพื่อขอโทษ โดยในระหว่างที่พนักงานก้มกราบเท้า ลูกค้าได้เตะเสยหน้าพนักงานซ้ำ และพยายามทำร้ายร่างกายอีก จนพนักงานเคเอฟซีที่ร้านหลายคนต้องมาช่วยกันตัวพนักงานที่ถูกทำร้ายออกไป หลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้น ลูกค้าได้เข้าแจ้งความกับตำรวจกล่าวหาว่าพนักงาน เคเอฟซีทำร้ายร่างกาย และฝ่ายครอบครัวพนักงานเคเอฟซีจึงได้ดำเนินการแจ้งความกลับ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ให้ทั้งสองฝ่ายจ่ายค่าปรับเพื่อยุติข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้น หลังเกิดเหตุ เคเอฟซีได้ดูแลพนักงานตามสวัสดิการ และผู้บังคับบัญชาได้ตักเตือนพนักงานเกี่ยวกับการแสดงกิริยาไม่เหมาะสมในการทิ้งอุปกรณ์ทำความสะอาดลงพื้นหลังจากที่ลูกค้าเข้ามาต่อว่าและผลักพนักงาน แม้ว่า เคเอฟซีจะมีนโยบายดูแลลูกค้าให้ได้รับการบริการอย่างดีที่สุดและให้ได้รับความพึงพอใจสูงสุด แต่อย่างไรก็ตาม เคเอฟซีขอต่อต้านการกระทำรุนแรงทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการกระทำรุนแรงทางวาจา และ/หรือ ร่างกาย โดยเห็นว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุและขอแสดงจุดยืนว่า มนุษย์ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะได้รับการปฏิบัติอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์โดยเท่าเทียมกัน ที่สำคัญ เคเอฟซีจะทบทวนมาตรการในการบริหารจัดการร้าน และในการดูแลความปลอดภัยให้กับพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ อาทิ มีการจัดอบรมให้ผู้จัดการร้านและทีมที่มีความรู้ ความเข้าใจในการดูแล ควบคุมระงับเหตุการณ์เกิดการทะเลาะวิวาทภายในร้าน MThai News

กปปส. เสนอ กมธ.ยกร่างฯ เลิกส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ - สว.สรรหา
กปปส. /  กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ / 

กปปส. เข้าพบ กมธ.ยกร่างฯ เสนอให้ยกเลิกส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ - สว.สรรหา เน้นให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ หวังให้ประชาชนมีส่วนร่วม ตัดสิทธินักการเมืองตลอดชีวิตหากพบผิดทุจริต-คอรัปชั่น ในรัฐธรรมนูญใหม่ วันนี้ (25 พ.ย. 57) พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้ออกมาเปิดเผยถึงผลการหารือระหว่างกลุ่มกปปส. และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ หลังส่งตัวแทนอาทิ นายถาวร เสนเนียม นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายสุริยะใส กตะศิลา นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ และร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ เข้าเสนอความเห็นเกี่ยวกับการยกร่างรัฐธรรมนูญ ว่า กลุ่ม กปปส. ได้มีข้อเสนอแนะหลักสำคัญต่อการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ คือ ต้องมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยทรงมีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุข มีการถ่วงดุลอำนาจทั้ง 3 ฝ่าย รวมถึงองค์กรอิสระอย่างชัดเจน อีกทั้งต้องขจัดการผูกขาดอำนาจและต้องกระจายอำนาจไปสู่ประชาชน ฅ พร้อมกันนี้ยังได้เสนอให้มีการยกเลิก ส.ส.แบบปาร์ตี้ลิสต์ และส.ว.ที่มาจากการสรรหาออกด้วย ให้เหลือเพียง ส.ส. - ส.ว. ที่มาจากการแบ่งเขตเลือกตั้งเท่านั้น รวมไปถึงลดอำนาจของกกต. โดยไม่ให้มีอำนาจแจกใบเหลือง -แดง แต่ให้เป็นอำนาจของศาลแทน ส่วนเรื่องการการป้องกันการทุจริตคอรัปชั่น ทาง กปปส. ได้เสนอให้คุดีทุจริตไม่จำกัดอายุความ และให้ ป.ป.ช.ฟ้องตรงต่อศาลได้ ถ้าคดีถึงที่สุดแล้วก็ให้ยึดทรัพย์ที่ต้องสงสัยได้ รวมถึงการเพิ่มโทษผู้กระทำการทุจริตคอร์รัปชัน เพิกถอนสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต ขณะที่การกระจายอำนาจนั้น ทาง กปปส.เสนอให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ แทนการแต่งตั้ง เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น และยังเน้นการปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีการกระจายอำนาจโดยรัฐต้องส่งเสริมให้ชุมชนเข้มแข็งปกครองตนเองได้ และให้กำนันผู้ใหญ่บ้านมาจากการเลือกตั้ง ดำรงตำแหน่งได้สองวาระ ไม่ใช่เป็นได้ตลอดชีวิต พร้อมกันนี้ได้เสนอให้มีการปรับโครงสร้างตำรวจด้วยเพื่อแก้ปัญหาอิทธิพลภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเห็นว่าอัยการสูงสุด ไม่ควรเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ และไม่ควรไปดำรงตำแหน่งในบอร์ดรัฐวิสาหกิจ เพื่อจะให้การทำงานเป็นไปด้วยความโปร่งใส การสั่งคดีต้องเปิดโอกาสให้สาธารณชนรับทราบถึงเหตุผลทุกคดี สำหรับการปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำนั้น เสนอให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุน ที่ดินได้ มีกฎหมายให้ประชาชนมีโอกาสมีที่ดินทำกิน โดยเฉพาะต้องปฏิรูปการศึกษาให้ประชาชนเข้าถึงการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ยังเสนอเรื่องการปฏิรูปพลังงานจะต้องมีข้อกำหนดไม่ให้ธุรกิจพลังงานถูกผูกขาด โดยบริษัทใหญ่จนมุ่งแต่แสวงหากำไร แต่ต้องเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนดำเนินโครงการพลังงานหมุนเวียน หรือพลังงานชุมชนเพิ่มมากขึ้น แทนที่จะส่งเสริมให้พลังงานหมุนเวียนเป็นธุรกิจขนาดใหญ่เท่านั้น ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "แก้ไขรัฐธรรมนูญ" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> MThai news

งบ 1,500 บาท พักเชียงใหม่ที่ไหนดี
ที่พักเชียงใหม่ /  เที่ยวเชียงใหม่

หน้าหนาวกันแล้วใครมีแพลนไปเที่ยวที่ไหนกันบ้างค่ะ วันนี้ทาง Travel.mthai.com จึงขอแนะนำที่พักในเชียงใหม่ ซึ่งมีงบแค่ 1,500 บาท ก็สามารถพักในที่พักในเชียงใหม่ได้ แล้วมันมีที่ไหนกันบ้างล่ะ งั้นจะรอช้าอยู่ทำไมเราไปดูกันเลยดีกว่า งบ 1,500 บาท พักเชียงใหม่ที่ไหนดี 1. รอยัลปิง การ์เด้น แอนด์ รีสอร์ท (Royal Ping Garden & Resort) 1. รอยัลปิง การ์เด้น แอนด์ รีสอร์ท (Royal Ping Garden & Resort) รอยัลปิง การ์เด้น แอนด์ รีสอร์ท (Royal Ping Garden & Resort) บูติกรีสอร์ท ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศอันร่มรื่นของแมกไม้นานาพันธุ์ ริมฝั่งแม่น้ำปิง พร้อมลานกว้างสำหรับตั้งแคมป์ไฟ ภายในบ้านพักสไตล์อเมริกันล็อคโฮม ตกแต่งอย่างสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมล้านนา ห้องพักแยกห้องนอนเป็นส่วนตัว มีทั้งเตียงเดี่ยวและเตียงคู่ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน นอกจากนี้ยังมีบริการนวดฝ่าเท้า, สวนสมุนไพร และห้องอาหารอินทขิน ที่เสิร์ฟอาหารเหนือ และบุฟเฟ่ต์นานาชาติ พร้อมค็อกเทลเย็นๆ ในบรรยากาศที่ร่มและกลางแจ้ง ซึ่งมองเห็นพระอาทิตย์ตกยามเย็น รวมถึงบ้านเรือนของชาวชุมชนใกล้เคียง รีสอร์ทแห่งนี้จึงเป็นบ้านพักอันคุ้มค่า สำหรับการเที่ยวพักผ่อนแบบหมู่คณะ ในบรรยากาศสบายๆเป็นกันเอง รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> รอยัลปิง การ์เด้น แอนด์ รีสอร์ท (Royal Ping Garden & Resort) _________________________________ 2. ยูเรเซีย เชียงใหม่ (Eurasia Chiang Mai Hotel) 2. ยูเรเซีย เชียงใหม่ (Eurasia Chiang Mai Hotel) ยูเรเซีย เชียงใหม่ (Eurasia Chiang Mai Hotel) เป็นโรงแรมที่ตั้งอยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่ บนพื้นที่กว้างขวางถึง 13 ไร่ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์ ห้องพักมีให้เลือกทั้ง บ้านเดี่ยวสไตล์โคโลเนียล พร้อมระเบียงที่ล้อมรอบด้วยไม้ผลต่างประเทศ และห้องยูเรเซีย สวีท มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย นอกจากนี้ ยังมี รูมเซอร์วิส และร้านอาหาร Garden terrace Restaurant & Bar ที่มีทั้งอาหารพื้นเมือง และอาหารนานาชาติให้บริการ รวมถึงกิจกรรมเพื่อการผ่อนคลายอีกมากมาย อาทิ นวดบำบัด ณ อิมพีเรียล สปา, ห้องสมุด, โรงเพาะกล้วยไม้ และสวนผลไม้ ไม่ว่าจะเป็น มะม่วง ลำไย ลิ้นจี่ มะละกอ และกล้วย ซึ่งแขกที่พักกับทางรีสอร์ทสามารถเด็ดรับประทานได้ตามความพอใจ รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ยูเรเซีย เชียงใหม่ (Eurasia Chiang Mai Hotel) _________________________________ 3. อิมม์ โฮเทล ท่าแพ เชียงใหม่ (Imm Hotel Thaphae Chiang Mai) 3. อิมม์ โฮเทล ท่าแพ เชียงใหม่ (Imm Hotel Thaphae Chiang Mai) อิมม์ โฮเทล ท่าแพ เชียงใหม่ (Imm Hotel Thaphae Chiang Mai) มีจุดเด่นคือ ทำเลที่ตั้งหน้าลานเอนกประสงค์ประตูท่าแพ ศูนย์กลางความเจริญที่คู่ไปกับอารยธรรมเก่าแก่ของเมืองเชียงใหม่ ประตูท่าแพเป็นหัวใจของการจัดกิจกรรมและเทศกาลของเชียงใหม่มาช้านาน เช่น เทศกาลไม้ดอกไม้ประดับ ประเพณีสงกรานต์ ประเพณีลอยกระทง ซึ่งขบวนแห่ต่างๆ ที่สำคัญทุกวันอาทิตย์ บริเวณนี้จะกลายเป็นถนนคนเดินเชียงใหม่ ที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาตินิยมมาเยือน เพื่อซื้อหาสินค้าหัตถกรรมท้องถิ่น ไปจนถึงภาพวาด และงานแฮนด์เมดต่างๆ จึงไม่แปลกที่ อิมม์ โฮเทล ท่าแพ จะเป็นสวรรค์แห่งความบันเทิงสำหรับนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> อิมม์ โฮเทล ท่าแพ เชียงใหม่ (Imm Hotel Thaphae Chiang Mai) _________________________________ 4. แอท นาธา เชียงใหม่ ชิค จังเกิล (At Nata Chiang Mai Chic Jungle) 4. แอท นาธา เชียงใหม่ ชิค จังเกิล (At Nata Chiang Mai Chic Jungle) แอท นาธา เชียงใหม่ ชิค จังเกิล (At Nata Chiang Mai Chic Jungle) โรงแรมขนาดเล็ก ใน อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ไม่ว่าจะเป็น หมู่บ้านชาวเขา น้ำตกแม่สา สวนสิริกิติ์ ฟาร์มงูแม่สา ฟาร์มกล้วยไม้ และปางช้างแม่สา การออกแบบโรงแรมผสมผสานความทันสมัยเข้าไว้กับธรรมชาติ โดยรักษาเสน่ห์ของเค้าโครงเดิมเอาไว้ บริเวณโรงแรมเป็นที่ลาดเชิงเขาไล่ระดับลดหลั่นลงมาถึงบริเวณน้ำตก มองเห็นเป็นลำธารเล็กๆ ไหลผ่านโขดหินและลงสู่แอ่งน้ำธรรมชาติ ผู้เข้าพักจึงได้สัมผัสความสดชื่น รื่นรมย์ ในบรรยากาศที่สงบและผ่อนคลาย มีห้องพักให้เลือกทั้ง Superior Room ที่ตกแต่งสไตล์โมเดิร์น เน้นปูนเปลือย, Modern Cottage 3 แบบ 3 สไตล์, Sweet Cottage ตกแต่งพิเศษด้วยการเพ้นท์สีและลวดลายศิลปะ, So Sweet Room เน้นดีไซน์แปลกตา เห็นวิวธรรมชาติและน้ำตกแม่สาได้อย่างชัดเจน และ Villa Story เป็นบ้านทรงแปดเหลี่ยม ประกอบด้วย 2 ห้องนอน และชั้นลอย พร้อมพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง ส่วนด้านนอกมี สระว่ายน้ำ ให้บริการอีกด้วย รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> แอท นาธา เชียงใหม่ ชิค จังเกิล (At Nata Chiang Mai Chic Jungle) _________________________________ 5. วี วัลเลย์ บูติก โฮเต็ล (We Valley Boutique Hotel) 5. วี วัลเลย์ บูติก โฮเต็ล (We Valley Boutique Hotel) วี วัลเลย์ บูติก โฮเต็ล (We Valley Boutique Hotel) ตั้งอยู่ในมุมมองที่สวยที่สุดของเชียงใหม่ เป็นที่พักอันสะดวกสบายและทันสมัย มีห้องพักให้บริการถึง 62 ห้อง แต่ละห้องมีเอกลักษณ์ในแบบของตัวเอง ผู้เข้าพักจะเพลิดเพลินไปกับการเลือกโทนสีและรูปแบบของห้องพักที่ชื่นชอบ พร้อมเพลิดเพลินไปกับความสงบเงียบ ท่ามกลางธรรมชาติและภูเขา ห้องพักมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น We-Express โดดเด่นด้วยสไตล์และสีสันที่ไม่เหมือนใคร, We-Valley ได้บรรยากาศโรแมนติก พร้อมทิวทัศน์ภูเขาอัน+สวยงาม และสุดท้ายคือ We-Suite ห้องพักพิเศษ สไตล์อังกฤษ พร้อมห้องนั่งเล่น สามารถชมวิวภูเขา และมองเห็นสถานที่สำคัญๆของเชียงใหม่ได้ในมุมกว้าง รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> วี วัลเลย์ บูติก โฮเต็ล (We Valley Boutique Hotel) _________________________________ งบ 1,500 บาท พักเชียงใหม่ที่ไหนดี 6. ลา วิลเล็ตต้า เชียงใหม่ (We Valley Boutique Hotel) 6. ลา วิลเล็ตต้า เชียงใหม่ (We Valley Boutique Hotel) ลา วิลเล็ตต้า เชียงใหม่ (We Valley Boutique Hotel) โรงแรมสไตล์บูติกโมเดิร์น ในบรรยากาศที่ร่มรื่น ตั้งอยู่บริเวณตลาดหนองหอย ใกล้กับแม่น้ำปิง และสามารถเดินทางไปตลาดไนท์บาร์ซ่าและถนนคนเดินได้ภายใน 10-15 นาที เท่านั้น โรงแรมแห่งนี้ให้บริการห้องพักรวมอาหารเช้าจำนวน 14 ห้อง แบ่งเป็น Deluxe Room และ Grand Deluxe Room ทุกห้องมีระเบียงส่วนตัว พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ด้านนอกมี สระว่ายน้ำกลางแจ้ง ให้ยืดเส้นยืดสายพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งที่นี่ยังอยู่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยว อาทิ รติล้านนาสปา และเดอะ พีค แอดเวนเจอร์ หากคุณกำลังจะมาเที่ยวเชียงใหม่ โรงแรมลา วิลเล็ตต้า พร้อมให้บริการด้วยใจเพื่อวันพักผ่อนสุดพิเศษของคุณ รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ลา วิลเล็ตต้า เชียงใหม่ (We Valley Boutique Hotel) _________________________________ 7. แม่สา วัลเล่ย์ รีสอร์ท (Mae Sa Valley Craft Village Resort) 7. แม่สา วัลเล่ย์ รีสอร์ท (Mae Sa Valley Craft Village Resort) แม่สา วัลเล่ย์ รีสอร์ท (Mae Sa Valley Craft Village Resort) บ้านพักกลางหุบเขา บนความสูงถึง 2000 ฟุตจากระดับน้ำทะเล เรียกว่าเป็นสถานที่พักผ่อนในเชียงใหม่ที่น้อยคนเคยมาสัมผัส บ้านพักหลังคามุงจาก และกระท่อมไม้ไผ่ ของที่นี่ ถูกออกแบบมาให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม รอบๆมีเนินขั้นบันได ให้เดินชมแปลงดอกไม้และผักนานาชนิด ส่วนกลางคืนอากาศที่นี่จะหนาวเย็น เหมาะกับการปาร์ตี้รอบกองไฟ นอกจากนี้ยังมี ร้านอาหารบัวตอง และร้านอาหารน้ำตก ใกล้ชิดธรรมชาติสุดๆ รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> แม่สา วัลเล่ย์ รีสอร์ท (Mae Sa Valley Craft Village Resort) _________________________________ 8. อิมพีเรียล เชียงใหม่ รีสอร์ท & สปอร์ตคลับ (Imperial Chiang Mai Resort & Sport Club) 8. อิมพีเรียล เชียงใหม่ รีสอร์ท & สปอร์ตคลับ (Imperial Chiang Mai Resort & Sport Club) อิมพีเรียล เชียงใหม่ รีสอร์ท แอนด์ สปอร์ต คลับ (Imperial Chiang Mai Resort & Sport Club) แม้จะซ่อนตัวอยู่ริมฝั่งแม่น้ำปิง แต่ก็ใช้เวลาขับรถไม่นาน เพื่อไปท่องเที่ยวตามเส้นทางธรรมชาติยอดนิยมใน อ.แม่ริม เช่น ปางช้าง, สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์, กิจกรรมผจญภัย รวมถึงสนามกอล์ฟคุณภาพ ที่สำคัญห้องพักทุกห้อง มีระเบียงที่มองเห็นทิวทัศน์อันสวยงามของภูเขาและบรรยากาศรอบๆรีสอร์ท รวมถึงมีบริการ สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ที่มี โอลิมปิก พูล บาร์, สวนหย่อม ที่มีไม้ผลนานาชนิด และร้าน เดอะ การ์เด้น วิว เทอร์เรซ ซึ่งจะเติมเต็มความสุขในวันหยุดของคุณได้ทุกรูปแบบ รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> อิมพีเรียล เชียงใหม่ รีสอร์ท & สปอร์ตคลับ (Imperial Chiang Mai Resort & Sport Club) _________________________________ 9. คุณใหม่บ้านสวนรีสอร์ท (Khun Mai Baansuan Resort) 9. คุณใหม่บ้านสวนรีสอร์ท (Khun Mai Baansuan Resort) คุณใหม่บ้านสวนรีสอร์ท (Khun Mai Baansuan Resort) อ.แม่อาย เชียงใหม่ ที่นี่คุณจะเดินเล่นสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติจากต้มไม้นานาพรรณอย่างเต็มอิ่ม ที่ลานสวนหย่อม รวมถึงสามารถมองเห็นวิวแม่น้ำกกและวิวภูเขาได้อีกด้วย ส่วนภายในมีพื้นที่กว้างขวาง ห้องพักแต่ละห้อง ถูกตกแต่งอย่างสวยงามและเรียบง่าย ด้วยดีไซน์ที่แตกต่างกันออกไป เหมาะสำหรับคู่รัก ครอบครัว หรือคนที่มาพักเดี่ยว ส่วนของห้องอาหาร ก็มีทั้งอาหารไทยและอาหารนานาชาติรสเลิศ ฝีมือเชฟซึ่งเป็นเจ้าของรีสอร์ทที่ลงมือทำด้วยตัวเอง และเมนูขึ้นชื่อก็คือ ซี่โครงตระไคร้ทอด ต้มยำกุ้งวุ้นเส้นแห้ง ปลาช่อนโบราณ ผัดเผ็ดหมูป่า ปลาดอลลี่ย่างซีอิ้ว หมึกเทมปุระ กุ้งผัดสัปปะรด หมูสามชั้นทอดกรอบ แกงพะแนง ผัดฉ่ากบ ปลาทับทิมราดพริกแกง ห่อหมกทะเล ไก่อบซอส ยำทูน่า ยำยอดคะน้า ฯลฯ พร้อมเครื่องดื่มหลากหลายยี่ห้อ ให้ลิ้มลองในบรรยากาศสดชื่นและเงียบสงบ รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> คุณใหม่บ้านสวนรีสอร์ท (Khun Mai Baansuan Resort) _________________________________ 10. ดิ แอดเวนเจอร์ เชียงใหม่ (The Adventure Chiangmai Hotel) 10. ดิ แอดเวนเจอร์ เชียงใหม่ (The Adventure Chiangmai Hotel) ดิ แอดเวนเจอร์ เชียงใหม่ ห้องพักทั้งหมด 72 ห้อง ออกแบบทันสมัย เป็นส่วนตัวด้วยห้องพักที่ตกแต่งสวยงาม เครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น เครื่องปรับอากาศ, ภาพยนตร์ชมในห้องพัก, โต๊ะเขียนหนังสือ, เครื่องเป่าผม, รูมเซอร์วิส 24 ชั่วโมง, บริการซักรีด/ซักแห้ง, ร้านอาหาร, มีบริการรถรับส่งที่สนามบิน โรงแรม ดิ แอดเวนเจอร์ บริการอาหารไทย-จีน และเครื่องดื่มตลอด 24 ชั่วโมง และ CNX Cafe ให้ทานลิ้มลองกาแฟสด โรงแรม ดิ แอดเวนเจอร์ ให้เป็นสถานที่พักผ่อนอย่างแท้จริง ทำให้ท่านที่มาพักอยู่ในโรงแรมแห่งนี้ได้รับความสุขกายสบายใจ สะดวกสบาย และอบอุ่นใจเสมือนเป็นบ้านของท่านเอง ดิ แอดเวนเจอร์ เชียงใหม่ ขอเสนอประสบการณ์ที่แตกต่างของห้องที่ถูกออกแบบมาในธีมอันหลากหลาย เช่น โลกใต้น้ำ อวกาศ ฮาเร็ม จูราสสิก วาเลนไทน์ คลาสสิค คาสิโน ขนมปัง ห้องกระจก พรีเมียร์ลีก และรูปแบบคาราวาน รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ดิ แอดเวนเจอร์ เชียงใหม่ (The Adventure Chiangmai Hotel) บทความเกี่ยวข้อง   10 ที่พักในไทย บรรยากาศเหมือนเมืองนอก  15 ที่พักริมน้ำ เที่ยวพักผ่อนสบายๆ 10 ที่พักร่มรื่นเกินคำบรรยาย ส่งท้ายหน้าฝน

ชาวบ้านหนองปรือลงชื่อไล่ ผู้ป่วยเอดส์ระยะสุดท้ายกว่า40 คน
ข่าวล่าสุด /  ชลบุรี / 

ชาวบ้านหนองปรือ จ.ชลบุรี ลงชื่อไล่ ผู้ป่วยเอดส์ระยะสุดท้ายกว่า40 คน ออกจากหมู่บ้าน วันนี้(27พ.ย.) ตัวแทนชาวบ้านชุมชนหลังเนิน เทศบาลเมืองหนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้นำรายชื่อชาวบ้านในชุมชน กว่า 200 รายชื่อ ยื่นต่อนายกเทศมนตรี เพื่อเรียกร้องให้มูลนิธิกระท่อมพระศิริย้ายออกนอกพื้นที่ หลังนำผู้ป่วยเอชไอวีกว่า 40 คน มาพักฟื้น เนื่องจากชาวบ้านไม่สบายใจ และเกรงว่าเชื้อเอชไอวีจะแพร่กระจายสู่คนในชุมชน นายบุญเลิศ เมฆจันทร์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการชุมชน เปิดเผยว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นในตอนนี้ คือชาวบ้านไม่มั่นใจในความปลอดภัยในการใช้ชีวิตประจำวัน ขณะที่เดียวกันตอนนี้ผู้ประกอบการห้องเช่า ที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงก็ได้รับความเดือดร้อน เพราะผู้เช่าขอย้ายออกไปเป็นจำนวนมาก หลังการยื่นรายชื่อ ทางเทศบาลเมืองหนองปรือ ได้มีการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็น โดยมีการเชิญตัวแทนชาวบ้าน ประธานมูลนิธิกระท่อมพระศิริ และนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญ นพ.สมชาย ศรีเปลี่ยนจันทร์ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร กล่าวว่า ตามหลักความเป็นจริง การแพร่กระจายเชื้อเอชไอวีจากคนสู่คน ไม่ได้เกิดขึ้นได้ง่ายๆ แต่เชื้อจะแพร่กระจายได้ 3 ช่องทางคือ ทางเลือด ทางเพศสัมพันธ์ และจากแม่สู่ลูก ฉะนั้นแล้วชาวบ้านไม่ได้นำตัวอยู่ในปัจจัยเสี่ยง ก็จะไม่ติดเชื้อ จึงอยากให้ตัวแทนชาวบ้านนำข้อมูลที่ถูกต้องไปพิจราณาและบอกให้เพื่อนบ้านทำความเข้าใจ เพราะการที่ผู้ป่วยได้มาพักฟื้นในมูลนิธิเฉพาะด้าน จะช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น ด้านนายหมาย ไชยนิตย์ นายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ ก็ได้พูดถึงเรื่องนี้ว่า ได้จัดเวทีนี้ขึ้นมาเพื่อสร้างความเข้าใจและหาทางออกร่วมกัน ไม่อยากให้มีการย้ายมูลนิธิออกจากพื้นที่ แต่ทางมูลนิธิเองก็ต้องมีการปรับปรุงสถานที่ให้ได้มาตรฐาน เพราะชาวบ้านต้องการให้มีรั้วรอบขอบชิด มีระบบจัดการขยะติดเชื้อ และระบบบำบัดน้ำเสีย ซึ่งทางมูลนิธิก็รับปากว่าจะกลับไปดำเนินการปรับปรุง MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก nationtv

เพลีย! ประเทศไทย ยังมีทาสอยู่ และเยอะเป็นอันดับที่ 10 ของโลก
ทาส /  ทาสสมัยใหม่ / 

ประเทศไทย ยังมีทาสอยู่ และเยอะเป็นอันดับที่ 10 ของโลก คำนิยามของ ทาส หรือทาสสมัยใหม่ ตามที่ระบุในองค์กรที่ชื่อว่า walkfree foundation องค์กรเพื่อปลดแอกสิทธิมนุษย์ คือ คนที่ติดภาระหนี้สินจนต้องทำงานอย่างไร้อิสระ เช่น แรงงานเด็ก และการถูกบังคับแต่งงาน และการค้ามนุษย์ ทั้งนี้ แม้ในทุกประเทศจะมีนโยบายต่อต้านการบังคับ ทารุณ ค้ามนุษย์ ซึ่งเรียกง่ายๆว่าตกในสภาวะ ทาส ในแบบยุคเก่าที่ไร้อิสระถูกเฆี่ยนตี ให้ทานอาหารเยี่ยงสัตว์เลี้ยง แต่ในความเป็นจริงแล้วก็ยัง ทาส ในแบบคำจัดความใหม่ ยังมีอยู่ทั่วโลก และได้รับความทุกข์ทรมานไม่แพ้ยุคเก่า โดยนำสัดส่วนของ ประชากรในประเทศนั้นๆที่ตกอยู่ในภาวะทาส มาคิดคะแนนรวมกับ ความเข้มงวดจากรัฐบาล และ กรณีการละเมิดในประเทศนั้น ก็จะได้คะแนน "ทาสสมัยใหม่" (Modern day slavery) ขึ้นมาเรียงดังนี้ เรียงตามสัดส่วนร้อยละ (ต่อประชากรทั้งหมด) 1 Mauritania 2 Uzbekistan 3 Haiti 4 Qatar 5 India โดยที่ไทยอยู่อันดับที่ 44 และการตอบสนองจากรัฐบาลได้เกรด B (สูงสุดคือ A ต่ำสุดคือ CCC) เรียงตามปริมาณประชากร 1 India 2 China 3 Pakistan 4 Uzbekistan 5 Russia โดยที่ ไทยอยู่อันดับที่ 10 เลย นับว่า น่าอายมากๆ โดยที่ มูลนิธิดังกล่าว เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมที่ มีคนเป็นทาสสมัยใหม่ (ลูกจ้าง) อยู่มากที่สุดคือ ประมง ตัดเย็น และเลี้ยงกุ้ง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมหาราช รัชกาลที่ 5 ทรงเลิกทาสนานแล้วแท้ๆ แต่ยังมีทาสหลงเหลือในประเทศไทยอีก แชร์และบอกต่อ ให้รัฐบาลดูแลกันต่อไปครับ MThai News ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก The Global Slavery Index 2014

10 ปีศาจในตำนานชาวไอริช โหดไม่แพ้ของกรีกเลยอ่ะ
10 อันดับ /  ตำนาน / 

บ่อยครั้งที่ทีนเอ็มไทยนำเสนอให้เพื่อนๆ รู้จักกับ ปีศาจหรือสัตว์ในตำนานกรีก, ญี่ปุ่น, จีน ซึ่งเราก็พอจะรู้จักกันมาเยอะพอสมควรแล้ว เช่นองค์เทพ, เมดูซ่า, มังกร เป็นต้น แต่วันนี้เราจะมาพูดถึง ปีศาจในตำนานของชาวไอริชหรือชาวเซลติค ที่เขาพูดถึงสืบต่อกันมาดูบ้าง ขอบอกเลยว่ารูปร่างหน้าตาแปลกสุดๆ แถมร้ายกาจไม่แพ้ของชาติอื่นๆ เลย ^^ 10 ปีศาจในตำนานชาวไอริช โหดไม่แพ้ของกรีกเลยอ่ะ 10 ปีศาจในตำนานชาวไอริช โหดไม่แพ้ของกรีกเลยอ่ะ อันดับที่ 10 : Questing Beast  สัตว์ปีศาจตัวนี้มีชื่อว่า Questing Beast ซึ่งมีลักษณะเหมือนงู แต่ตามจริงแล้ว มันก็ไม่เชิงงูซะทีเดียว เพราะตัวมันมีสัตว์หลายชนิดประกอบรวมร่างกัน คือ มีหัวเป็นงู ตัวเป็นเสือดาว ตูดเป็นสิงโต กีบเท้าเป็นกวาง แถมเสียงร้องของมันดังพอๆกับหมา 30 ตัวเห่า! OMG แต่ปีศาจตัวนี้ค่อนข้างซวยกว่าปีศาจตัวอื่น เพราะว่ามันถูกอัศวินตามล่าตลอดหลังจากได้ยินข่าวเกี่ยวกับมันแพร่สะพัดออกไป นอกจากนี้ เจ้าตัว Questing Beast ไม่ได้มีอยู่แค่ในตำนานเซลติคเท่านั้น แต่ยังไปโผล่ในเรื่องราวของกษัตริย์อาเธอร์อีกด้วย  อันดับที่ 9 : Leanan Sidhe เธอคือ แวมไพร์ไฮโซ Leanan Sidhe เป็นทั้งเทพทางด้านบทกวีและปีศาจในตัวเดียวกัน อีกทั้งยังถูกจัดเป็น 1 ในแวมไพร์อีกตัวหนึ่งในตำนานของเซลติคอีกด้วย ซึ่งตามตำนานของนางนั้น เป็นหญิงที่มีความสวยงาม และจะมองหาคนรัก(เหยื่อนั่นแหละ) ที่เป็นนักดนตรีหรือนักกวีโดยเฉพาะ! โดยในช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันนั้น เธอก็จะแชร์ความรู้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น บทเพลง กวี หรือเวทมนต์ ซึ่งนั่นก็จะทำให้คนรักของเธอค่อยๆ รักหลงจนโงหัวไม่ขึ้น และเมื่อถึงเวลา Leanan Sidhe ก็จะจากคนรักไป ปล่อยให้คนรักค่อยๆ ทรมาน หมดกำลังใจ สิ้นหวังไปเรื่อยๆ จนตรอมใจตาย นางใจร้ายจัง >,< หลังจากนั้น เธอจะปรากฏตัวอีกครั้งก่อนจะนำร่างที่ไร้วิญญาณของคนรักไปยังที่ซ่อน แต่แทนที่เธอจะดูดเลือดจากเหยื่อแบบแวมไพร์ทั่วไป เธอกลับเอาเลือดของคนรักที่ตายนั้น เทลงใส่ในหม้อสีแดงขนาดใหญ่แล้วค่อยตักมาดื่ม (จะดื่มเลือดทั้งทียุ่งยากจัง) ซึ่งหม้อนี่เป็นแหล่งพลังงานหลักที่ทำให้เธอสวยเป๊ะ! และมีความสามารถทางด้านบทกวีตลอดเวลา ส่วนวิธีป้องกันนั้น ก่อนอื่นก็ต้องหาที่ซ่อนของ Leanan Sidhe ให้ได้ก่อน จากนั้นให้นำแผ่นหินมาปิดทางเข้าไว้ (แค่นี้กันนางได้แล้วหรอ?) อันดับที่ 8 : Caorthannachปีศาจเลื้อยคลานพ่นไฟแห่งเซลติค เรื่องราวของ Caorthannach เริ่มขึ้นในยุคสมัยของนักบุญแพทริก(St. Patrick) ซึ่งขณะนั้นเขาได้ขึ้นไปที่ยอดเขา Croagh Patrick เพื่อสวดขับไล่งูและปีศาจออกจากเกาะไอร์แลนด์ให้จมลงไปยังใต้ทะเล แต่ว่ามีปีศาจอยู่ตัวหนึ่งชื่อว่า Caorthannach ซึ่งมีลักษณะเหมือนงูขนาดใหญ่สามารถพ่นไฟได้ กำลังเลื้อยหนีลงไปจากภูเขา นักบุญแพทริกก็ดันไปเห็นพอดี พร้อมกับไล่ตาม Caorthannach ไปด้วยม้าที่เร็วที่สุดบนเกาะไอร์แลนด์ ซึ่งการไล่ล่านี้กินเวลานานพอสมควร Caorthannach รู้ว่า นักบุญแพทริกจะต้องกระหายน้ำแน่ๆ จึงได้ทำการพ่นไฟและคายพิษลงในทุกๆบ่อน้ำที่เลื้อยผ่าน แต่ทางนักบุญแพทริกก็เหมือนจะรู้ทัน เลยไม่ยอมดื่มน้ำซักหยด พร้อมกับสวดมนต์อ้อนวอนขอคำแนะนำจากพระเจ้า และแล้วการไล่ล่าก็มาถึงตอนจบ นักบุญแพทริกได้มาดักรอ Caorthannach ที่เนินหิน Hawks Rock และเมื่อ Caorthannach มาถึง นักบุญแพทริกก็ออกจากที่ซ่อนพร้อมกับสวดขับไล่เพียงคำพูดเดียว Caorthannach ก็หนีจากเกาะไอร์แลนด์ก่อนจะจมน้ำตายลงในทะเล อันดับที่ 7 : Kelpie ม้าน้ำปีศาจ  เคลพีเป็นปีศาจจำพวกพรายน้ำในนิทานพื้นบ้านของสกอตแลนด์ มีลักษณะเป็นม้าสีขาวหรือกึ่งคนกึ่งม้า มีลักษณะคล้ายคลึงกับเซนทอร์, ลิมนาเดส และสคิลลา ในเทพปกรณัมกรีก และม้าบ้อง สิงสถิตย์อยู่ยังแม่น้ำ, ทะเลสาบหรือ หนองน้ำ แหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ เคลพี ยังมีชื่อเรียกอื่น ๆ ตามท้องถิ่นต่าง ๆ เช่น นักเกิล (Nuggle) ชูพิลที (Shoopiltee) โยเกิล (Njogel) แทงกี (Tangi) ในตำนานสแกนดิเนเวียเรียกว่า Bäckahästen (แปลว่า ม้าลำธาร) ในนอร์เวย์เรียก nøkken (หมายถึง พรายน้ำ) ลักษณะผิวจะเรียบแต่เย็นเหมือนผิวคนตายหากได้สัมผัส เคลพี จะล่อลวงคนที่หยุดพักที่ริมน้ำที่มันอาศัยอยู่ ขณะที่หยุดพักดื่มน้ำ มันจะปรากฏตัวเป็นม้าสีขาวที่สงบเสงี่ยม แต่เมื่อขึ้นขี่หลังมัน มันจะพาดำดิ่งสู่ก้นน้ำทันที จนบุคคลนั้นจมน้ำตาย ซึ่งเคลพีจะกินซากศพจนเหลือเพียงหัวใจหรือตับไว้ บางครั้ง นอกจาก Kelpie จะแปลงเป็นม้าแล้ว มันยังสามารถแปลงเป็นหนุ่มหล่อหรือหญิงสาวแสนสวยเพื่อล่อเหยื่อให้มาติดกับได้ด้วย! มีเรื่องของเคลพีที่แปลงร่างเป็นมนุษย์เพื่อแต่งงานกับหญิงสาว ก็มี ส่วนวิธีดูว่าเป็น Kelpie แปลงมาหรือไม่ ให้ดูที่หัว หากบนหัวมีสาหร่ายปกคลุมอยู่ นั่นก็หมายความว่าเป็น Kelpie แน่นอน แต่วิธีนี้ ใช้ดูได้เฉพาะเวลาที่ Kelpie แปลงเป็นผู้ชายเท่านั้น ส่วนถ้าแปลงเป็นผู้หญิง ก็วัดตามความซวยแล้วกันนะคะ >,< มีนิทานของชาวสก๊อต กล่าวถึงเรื่องของเจ้าปีศาจม้าน้ำนี้เหมือนกัน เรื่องมีอยู่ว่า มีเด็ก 9 คนถูก Kelpie ล่อให้ขี่ไปบนหลัง (ขี่กันยังไงฟระตั้ง 9 คน) เหลือเด็กคนที่ 10 เท่านั้นที่กำลังวิ่งหนี ขณะที่เจ้าม้าน้ำกำลังวิ่งไล่กวด เด็กคนที่ 10 ก็ใช้หมัดต่อยสวนไปที่จมูก แต่ดันลืมไปว่าผิวม้าน้ำปีศาจนั้นเหนียวอย่างกับกาวตราช้างทำให้ดึงมือออกไม่ได้ เด็กคนนี้เลยตัดสินใจควักมีดออกมาตัดมือของตัวเองที่ติดอยู่กับม้าน้ำปีศาจ และหนีออกมาได้ ส่วนเด็ก 9 คนที่เหลือก็ถูกพาลงไปใต้น้ำพร้อมกับ Kelpie อันดับที่ 6 :  Carman ราชินีจอมเวทย์มนต์ดำ Carman เป็นเทพนักรบหญิงของเซลติคและเป็นคนที่ใช้เวทมนต์ดำในการเข้ารุกรานแผ่นดินไอร์แลนด์ในยุคของมนุษย์ พร้อมกับลูกๆทั้ง 3 คน ได้แก่ "Dub (ความมืด)", "Dother (ปีศาจ)" และ "Dian (ความรุนแรง)" Carman ได้ใช้เวทมนต์ดำของเธอทำลายพืชไร่ต่างๆ รวมถึงสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่ขวางทางเธอและลูกๆ แต่แล้วก็มีผู้กล้าทั้ง 4 ได้ต่อกรกับ Carman และลูกๆทั้ง 3 ซึ่งมี Crichinbel, Lugh, B Chuille และ Aoi การต่อสู้ครั้งนี้ ลูกๆทั้ง 3 ถูกขับไล่ออกไปจากเกาะไอร์แลนด์ ส่วน Carman ถูกจับขังคุกก่อนจะตายภายในคุกนั่น ศพของ Carman ว่ากันว่า ถูกฝังไว้ที่เมือง Wexford ในกลุ่มของต้นไม้โอ๊ค ซึ่งขุดโดยกษัตริย์ Eochaid Bres และหลังจากฝั่งศพแล้ว ก็มีการเรียกชื่อหลุมศพนี้ว่า Carman ตามชื่อของเธอและต่อมาก็ได้มีการจัดเทศกาล Carman ในวันที่ 1 สิงหาคมของทุกปี อันดับที่ 5 : Sluagh วิญญาณคนบาปจากตะวันตก Sluagh เป็นดวงวิญญาณของคนที่ตายแล้วไม่ได้ไปสู่สุคติ ซึ่งดวงวิญญาณเหล่านี้ครั้งนึงในอดีตเคยทำบาปมหันต์เอาไว้ หรือเป็นดวงวิญญาณที่สุดเกินจะบรรยาย ถึงขนาดสวรรค์ไม่กล้าเปิดรับและนรกยังต้องถีบส่งขึ้นมา โดย Sluagh นี้จะบินรวมกลุ่มกันมาเหมือนฝูงนกมาจากทิศตะวันตก(ทิศคนตาย) และจะไม่ลงมาเหยียบบนพื้นเลย อีกทั้งยังส่งเสียงกรีดร้องเป็นระยะ โดยมีเป้าหมายก็คือ บ้านที่มีคนตาย ซึ่งเจ้า Sluagh จะพยายามเข้าไปในบ้านเพื่อเอาดวงวิญญาณไปอยู่ด้วย นั่นก็หมายความว่า ดวงวิญญาณนั้นจะไม่ได้ไปผุดไปเกิด บางบ้านก็จะปิดหน้าต่างทางทิศตะวันตกเอาไว้ เพื่อกันไม่ให้ Sluagh เข้ามา บ้างก็บอกว่า Sluagh ยังสามารถลักพาตัวคนบริสุทธิ์ดวงซวยได้ ก่อนจะนำวิญญาณคนที่จับมาได้ไปอยู่ด้วยกันตลอดกาล อันดับที่ 4 : Balor ราชาแห่งเหล่าปีศาจ Balor ในตำนานของเซลติคนั้น กล่าวไว้ว่า เป็นราชาของเหล่า Fomorian ซึ่งเป็นสายพันธุ์ยักษ์ (Fomorian ในภาษาไอริชจะมีความหมายตรงกับคำว่า demigod ซึ่งหมายถึง พวกกึ่งหรือมีพลังเกือบเทียบเท่าพระเจ้า) มีเมียชื่อว่า "Cethlenn" อาศัยอยู่บนเกาะ Tory (Tory island) มีดวงตาที่ด้านหน้า 1 ดวง และด้านหลังอีก 1 ดวง ทำให้สามารถมองได้เกือบรอบทิศและไม่มีใครสามารถลอบทำร้ายเค้าจากด้านหลังได้เลย อีกทั้งยังปล่อยแสงได้ด้วย ตามคำทำนายนั้นกล่าวไว้ว่า Balor จะถูกหลานชายตัวเองฆ่าตาย และเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงความซวยที่จะเกิดกับตัวเอง Balor ก็ได้เตรียมแผนการณ์เอาไว้ Balor ได้ทำการขัง "Ethlinn" ลูกสาวแท้ๆ ของตัวเองไว้ในหอคอยคริสตัลเพื่อกันไม่ให้ใครไปซั่มนางท้อง >,< แต่ยังไงก็ตาม ความกำหนัดก็ยังมีอยู่บนทั่วโลกโดยเฉพาะมนุษย์ เมื่อชายนามว่า "Cian" ได้ทำการลอบเข้าไปช่วยลูกสาวนาง Ethlinn ที่ถูกขังอยู่โดยมี "Birog"คอยให้ความช่วยเหลือ หลังจากซั่มกันแล้ว Ethlinn ก็ได้คลอดเด็กออกมา 3 คน แต่ Balor รู้เรื่องนี้เข้าก็เลยจับเด็กทั้ง 3 โยนในมหาสมุทร โชคยังดี มีเพียงหนึ่งคนเท่านั้นที่ Birog สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ ก่อนจะนำไปให้ "Manannan mac Lir" ซึ่งเป็นมนุษย์รับเลี้ยงไว้ และได้ตั้งชื่อให้เด็กคนนี้ว่า "Lugh Lamhfada" หลังจาก Lugh โตขึ้นแล้ว ก็ได้นำมนุษย์เข้าต่อสู้กับเหล่า Fomorian ซึ่งมี Balor เป็นคนนำทัพในสงคราม Mag Tuired ครั้งที่ 2 และผลก็เป็นตามคำทำนายเอาไว้ Lugh ได้ใช้หนังสติ๊กยิงก้อนหินเข้าเบ้าตาข้างหน้าของ Balor ทะลุออกไปยังด้านหลัง ทำให้ Balor เสียชีวิตทันที (บางตำนานกล่าวไว้ว่า Lugh ใช้หอกแทงไปที่เข้าตา หรือ Lugh ตัดหัวของ Balor แล้วใช้ดวงตาที่ปล่อยแสงได้ใส่ไปยังพวก Fomorian) ในตำนานหนึ่งบอกไว้ว่า หลังจากที่ Balor ถูกฆ่าตายแล้ว ดวงตายังไม่ปิดสนิท ทำให้ปล่อยลำแสงลงพื้นไปเรื่อยๆ และด้วยอนุภาพของมัน ทำให้เกิดเป็นพื้นที่กว้างก่อนจะมีน้ำเข้ามาจนกลายเป็นทะเลสาปที่มีชื่อว่า "Loch na Sul" หรือ "ทะเลสาปแห่งดวงตา" ซึ่งอยู่ในประเทศ Sligo บนเกาะไอร์แลนด์ ส่วนพวก Fomorian ที่เหลือรอดจากสงครามก็ได้กลายเป็นปีศาจอาศัยอยู่ในทะเลพร้อมกับรอดักจับมนุษย์ที่หลงเข้ามาในบริเวณทะเลนั้นๆ อันดับที่ 3 : Banshee Banshee เป็นปีศาจอีกตัวหนึ่งที่น่ากลัวไม่แพ้ตัวอื่นในตำนานของชาวไอริช โดย Banshee นี้มีชื่ออื่นๆอีกมากมาย เช่น Banshee, Banshi, Benshee, เทพธิดา(a female fairy), สตรีแห่งความสงบ(Woman of Peace), สตรีแห่งความตาย(Lady of Death), ยมฑูต(the Angel of Death), สตรีชุดขาวแห่งความโศกเศร้า(the White Lady of Sorrow), ภูติแห่งอากาศ(the Nymph of the Air) หรือ วิญญาณแห่งอากาศ(the Spirit of the Air) Banshee ในความเชื่อของชาวไอริชเชื่อว่า เธอจะปรากฏกายในชุดสีเทาหรือไม่ก็สีขาว ผมยาวสีเทามีหวีสีเงินติดอยู่ โดยในตำนาน Banshee จะติดตามอยู่กับครอบครัวตระกูลเก่าแก่ของชาวไอริช ซึ่งจะรู้โดยจากการสังเกตที่นามสกุลของพวกเค้า หากหน้านามสกุลมีตัวโอ(O) หรือคำว่าแมค(Mac) แต่ Banshee จะตามคนในครอบครัวนี้แค่เฉพาะแผ่นดินไอร์แลนด์เท่านั้น หากคนออกไปนอกพื้นที่ไปยังประเทศอื่นก็จะไม่ตาม เพราะ Banshee รักแผ่นดินเกิดมาก นอกจากนี้ Banshee ยังสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท 1. Banshee ประเภทดี Banshee ประเภทนี้มีชื่อเรียกว่า Caspernia จะทำหน้าที่เฝ้าดูคนในครอบครัวอย่างใกล้ชิดและเป็นห่วง จนกระทั่งเมื่อคนๆหนึ่งในครอบครัวกำลังจะถึงวาระสุดท้าย เธอก็จะปรากฏในรูปลักษณ์ผู้หญิงวัยสาว ใบหน้าซีด ผมยาวสีทองหรือสีดำ พร้อมกับเสื้อผ้าสีขาว ก่อนจะร้องเพลงที่มีเนื้อหาโศกเศร้าเสียใจและแสดงถึงความรักต่อคนในครอบครัวที่กำลังจะเสียชีวิต 2. Banshee ประเภทร้าย Banshee อาฆาตนี้ ครั้งหนึ่งเคยเป็นคนธรรมดา แต่ว่าในช่วงระหว่างที่ยังมีชีวิต กลับเจอเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้ต้องเกลียดคนในครอบครัว และเมื่อหลังจากตายไป เธอก็กลายเป็น Banshee ก่อนจะมาเกาะติดกับครอบครัวที่มีความแค้น และเมื่อถึงวาระของคนในครอบครัวนั้นตาย Banshee ก็จะปรากฏตัวพร้อมใบหน้าที่บิดเบี้ยวและน่าเกลียดพร้อมกับส่งเสียงกรีดร้องอย่างสะใจเป็นเวลา 3 ครั้งที่ได้เห็นคนในครอบครัวนั้นตาย ปล. บางครั้งก็บอกว่า Banshee จับมือแท็กทีมกับ Dullahan เดินทางไปด้วยกันยามค่ำคืน โดย Banshee จะนั่งอยู่ในรถม้า ส่วน Dullahan ก็เป็นคนขับรถม้า อันดับที่ 2 : Dullahan ผีไร้หัว Dullahan ในตำนานของชาวไอริชกล่าวไว้ว่า เป็นชาย(หรือหญิงก็ได้) ในชุดสีดำ ไม่มีหัว ใช้มือซ้ายบังคับม้าเทียมโดยมีม้า 6 หรือ 8 ตัวไม่มีหัวคอยลากรถม้าที่ทำจากกระดูกคนตาย ส่วนหัวนั้นถูกมือข้างขวาคอยหิ้วเอาไว้ หรืออีกลักษณะนึงก็คือ เป็นร่างไร้หัวขี่ม้าสีดำตัวใหญ่ เช่นเดียวกันมือซ้ายจับบังเหียน ส่วนมือขวาก็หิ้วหัวตัวเอง ว่ากันว่า Dullahan นั้นเป็นเหมือนลางบอกเหตุของความตาย ซึ่งถ้า Dullahan ไปที่บ้านใครแล้ว บ้านนั้นจะต้องมีคนตาย แต่คนตายในที่นี้หมายถึง หมดอายุขัยจริงๆ ไม่ได้ไปฆ่าคนแต่อย่างใด ส่วนการเดินทางไปรับวิญญาณนั้น เค้าก็จะควบม้าภายในความมืด โดยมีหัวที่ส่องแสงสีเขียวเป็นเหมือนกับตะเกียงยามค่ำคืน ดวงตาก็กลอกกลับไปมา ราวกับมองหาทุกสิ่งที่อยู่ละแวกนั้น ลักษณะพิเศษของหัวยังไม่หมดแค่นี้! ดวงตาของ Dullahan นั้นสามารถมองข้ามไปยังอีกเขตของประเทศ ต่อให้เหยื่อหนีไปยังไงก็ตามหาเจออยู่ดี(มองการณ์ไกลจริงๆ) หรือถ้าบ้านไหนปกปิดว่าไม่มีคนที่ Dullahan ตามไปเก็บวิญญาณอยู่ Dullahan ก็สามารถรู้ได้โดยมองทะลุจิตใจของคนๆนั้นที่ปกปิดอยู่ได้ (หลอนเกิ๊นน) ส่วนอาวุธของ Dullahan นั้น เป็นแส้ที่ทำมาจากกระดูกสันหลังของคน >,< หากใครที่คิดแอบดู Dullahan ระหว่างทำภารกิจ ก็จะถูกแส้ฟาดเข้าที่ดวงตาทำให้ตาบอดไปข้างกันเลยทีเดียว หลายคนอาจสงสัยว่า เฮ้ย! แล้วเอ็งไม่คิดจะส่งเสียงหรือกรีดร้องแบบผีตัวอื่นรึไง Dullahan ไม่ได้ใบ้รับประทาน เขาพูดได้แต่จะพูดแค่ชื่อของคนตายกับบ้านของคนตายที่กำลังจะไปเท่านั้น อันดับที่ 1 : Dearg Due แวมไพร์สาวอาภัพรัก  Dearg Due แปลในความเข้าใจของชาวบ้านก็คือ "แวมไพร์ หรือ ผีดูดเลือด (red blood sucker)" ซึ่งเรื่องราวของ Dearg Due นี้มีที่มาจาก หญิงสาวชาวไอริชนามว่า "Orga" ตำนานกล่าวไว้ว่า Orga เป็นหญิงสาวที่มีความงดงามมาก ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ดวงตาเป็นประกาย ริมฝีปากสีแดง พร้อมกับผมสีทองที่ปลิวไสวยามต้องสายลม แน่นอนว่า เมื่อ Orga สวยแล้ว ย่อมมีชายหื่นจำนวนไม่น้อยที่หวังอยากได้เธอมาเป็นแฟน แต่ Orga นั้นไม่สนใจใครเลยจนไปตกหลุมรักชื่อ Grian เป็นคนยากจน คีบแตะช้างดาวไปไหนมาไหน ไม่มีอะไรเป็นพิเศษเลย แต่ด้วยความรักของบริสุทธิ์ของเค้าแล้ว ทำให้ Orga มองข้ามเรื่องฐานะไปเลย แต่ความรักของทั้งคู่ก็ต้องสะบั้นลง เมื่อพ่อของ Orga ไม่ให้เธอแต่งงานกับไอ้หนุ่มคนที่เธอรัก แต่จะยกให้เศรษฐีผู้มั่งคั่งเพื่อแลกกับที่ดินและทรัพย์สินจำนวนมากแทน และหลังจากผ่านการแต่งงานอันน่าขมขื่นไป Orga สาวน้อยผู้น่ารักก็ดวงตกทันที จากวันปกติที่เธอใช้เวลามีความสุขกับการตกปลาหรือวิ่งเล่นบนทุ่งหญ้า ก็กลายเป็นว่าเธอถูกสามีใหม่ผู้โหดร้ายกักขังเอาไว้อย่างโดดเดี่ยว แถมยังถูกซ้อมตบตีสารพัด Orga รู้สึกสิ้นหวังกับชีวิตภายในห้องขังมืดๆ กินอะไรก็ไม่ได้ นอนก็ไม่เคยจะหลับเต็มตื่น ไม่นานนักเธอก็ตัดสินใจฆ่าตัวตายโดยการดื่มยาพิษ (แต่บางแหล่งก็บอกว่า เธอตรอมใจตาย) ศพของเธอถูกฝังอย่างเรียบง่าย ไม่มีพิธีใหญ่โตอะไร และไม่มีใครเสียน้ำตาให้เธอเลย สามีจอมโฉดก็มีเมียใหม่ ส่วนพ่อสุดชั่วของเธอกับลูกพี่ลูกน้องก็ใช้ชีวิตหรูหราโดยลืมเรื่องราวของเธอไปซะสนิท มีแต่เพียงไอ้หนุ่มคนรักของเธอที่มาคร่ำครวญร้องไห้ที่หลุมศพทุกวันพร้อมกับภาวนาให้เธอฟื้นขึ้นมา และเหมือนคำขอนั้นจะเป็นจริง เวลาผ่านไปปีกว่าๆ ในคืนหนึ่ง Orga ก็ลุกขึ้นมาจากหลุมศพพร้อมกับความแค้นที่สะสมมานานนับปี ก่อนจะมุ่งตรงไปหาพ่ออันสุดที่รัก!!(กัดฟันพูด) เมื่อเห็นพ่อสุดที่รักนอนอยู่ เธอก็ค่อยๆ เอาริมฝีปากเข้าไปใกล้ๆ พร้อมกับดูดเอาพลังชีวิตมาจนหมด เธอเริ่มรู้สึกได้ถึงพลังในร่างกาย หลังจากจัดการพ่อไปแล้ว เธอก็รีบไปหาอดีตสามีสุดชั่วทันที อดีตสามีของ Orga กำลังกินตับกับสาววัยเอ๊าะๆ นางหนึ่งในห้องนอน โดยไม่ได้สนใจว่าอดีตเมียหลวงได้มาเยือนแล้ว ด้วยความแค้นที่สะสมมานาน Orga รีบบึ่งเข้าไปล็อคตัวเอาไว้พร้อมกับฝังเขี้ยวลงไปที่ซอกคอก่อนจะดูดเลือดมาจนหมด ณ วินาทีนั้นเอง ร่างกายของ Orga ก็กลับมาเป็นสาวอีกครั้ง ความคิดถึงคนรักเก่าพลันหายไปพร้อมกับความอยากกระหายเลือดสดๆ ที่เข้ามาแทน โดยทุกๆ 1 คืนในแต่ละปี Orga จะลุกจากหลุมศพขึ้นมาหาเหยื่อเพื่อเติมความสวยงามของเธอ ก่อนจะกลับลงไปยังหลุมอีกครั้งก่อนแสงอาทิตย์จะขึ้น ว่ากันว่า หลุมศพของ Orga ถูกฝังไว้ในเมือง Waterford ทางใต้ของประเทศไอร์แลนด์ ส่วนวิธีป้องกันไม่ให้ Dearg Due ลุกขึ้นมาจากหลุมศพได้ เค้าจะใช้หินมากองทับไว้ที่บนหลุมศพครับเพื่อไม่ให้เธอลุกขึ้นมาได้นั่นเอง .. เรียบเรียง teen.mthai.com ของคุณข้อมูล http://www.soccersuck.com/boards/topic/890127,irishcentral,kittythedreamer,wikipedia

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

 รวมดารา FC รัก FC หลง
อั้ม พัชราภา /  พลอย เฌอมาลย์ / 

สมัยนี้ดารากับแฟนคลับกลายเป็นของคู่กันไปโดยปริยาย โดยเฉพาะถ้าดาราคนไหนไม่มีแฟนคลับละก็ บอกเลยว่าอยู่ยาก ยิ่งถ้าเหล่าแฟนคลับผูกจิตกับดาราคนไหนแล้ว คุณจะกลายเป็นแมวเก้าชีวิตทันที เพราะเหล่าแฟนคลับจะรักและเทิดทูนยิ่ง ประหนึ่งว่าเป็นคนในครอบครัวเลยทีเดียว และไม่ว่านักแสดงสุดที่รักจะทำความผิด ไร้มารยาท หรือจะมีข่าวฉาวมากแค่ไหน ก็พร้อมให้อภัยคอยเป็นกำลังใจให้เสมอ เอาเป็นว่าลองไปดูกันดีกว่า ว่ามีดาราคนไหนที่แฟนคลับรักแฟนคลับหลงบ้าง ณเดชน์ คูกิมิยะ มาเริ่มกันที่หนุ่มหล่อหน้าลูกครึ่ง ณเดชน์ คูกิมิยะ หรือ แบรี่ หนุ่มคนนี้ก็ได้ขึ้นชื่อว่ามีแฟนคลับเยอะไม่แพ้ดาราคนไหนเลยจริงๆ นอกจากจะมีเยอะแล้ว เหล่าแฟนคลับของพ่อหนุ่มณเดชน์ก็ทั้งรักทั้งหลง จุดนี้เรามีบทพิสูจน์ค่ะ เพราะ He เคยมีข่าวฉาวออกมาว่า ปิดบังเรื่องสัญชาติ ทำให้เป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์กลายเป็นข่าวใหญ่เลยทีเดียว แต่ในที่สุดณเดชน์ก็ออกมาชี้แจงเรื่องราวทั้งหมด แม้จะมีบางกลุ่มที่แอนตี้ แต่ยังไงก็ไม่เท่ากลุ่มพลพรรครักณเดชน์หรอกค่า เรียกว่าถ้ามีใครที่ไม่หวังดีเข้ามาด่า เป็นต้องเจอแฟนคลับตอกกลับหงายเงิบแน่นอน นอกจากจะคอยเป็นเกราะคุ้มกันภัยแล้ว แฟนคลับบางกลุ่มก็หวงณเดชน์สุดฤทธิ์ ถ้าหนุ่มณเดชน์เล่นละครคู่กับใครที่ไม่ใช่ญาญ่า พวกเธอก็พร้อมตั้งการ์ดแอนตี้ทันที ญาญ่า อุรัสยา พูดถึงณเดชน์ จะไม่พูดถึงนางเอกคู่ขวัญอย่าง ญาญ่า อุรัสยา ได้อย่างไร และเธอก็เป็นอีกหนึ่งสาวที่มีแฟนคลับคอยประคบประหงมอยู่เช่นกัน เพราะไม่ว่าคุณเธอจะโดนพวกนักเลงคีย์บอร์ดเม้นต์ด่า หรือว่าจิกกัดยังไง ก็จะมีกลุ่มแฟนคลับคอยตั้งรับอยู่ตลอด และนอกจากความห่วงใยที่แฟนคลับมีให้แล้ว บรรดาติ่งทั้งหลายก็ยังแอบหวงเวลาที่สาวญาญ่าต้องเล่นละครคู่กับพระเอกคนอื่นที่ไม่ใช่ ณเดชน์ เรียกว่ายังไงทั้งสองก็จะต้องเป็นพระ-นางคู่กันตลอดไป ถ้าไม่อย่างนั้นชาว NY ไม่ยอม!!! บอย ปกรณ์ เป็นพระเอกหนุ่มที่ประพฤติตัวดีมาตลอด สำหรับหนุ่มสุดเกรียนอย่าง บอย ปกรณ์ แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะเมื่อปีที่แล้วหลายคนอาจจะยังจำกันได้ ที่อยู่ๆ หนุ่มบอยก็มีคลิปหลุดกับสาวเกาหลีออกมาซะงั้น ทำเอาหลายคนช็อคไปตามๆ กัน แต่เพราะความดีที่มี บวกกับความแมน กล้าทำก็กล้ารับ เลยทำให้ He สามารถเอาชนะใจคนทั้งประเทศได้ จนได้รับฉายาว่า เกรียนมึนโฮ งานนี้ผู้ไม่หวังดีที่คิดจะเคลม หรือคิดจะทำให้อนาคตของหนุ่มบอยตกต่ำคงหมดสิทธิ์ เพราะเรื่องทั้งหมดกลับกลายเป็นพลิกล็อค แถมยิ่งทำให้หนุ่มบอยทวีความฮอตขึ้น ส่วนแฟนคลับก็ยิ่งเทใจให้มากกว่าเก่า มาร์กี้ ราศรี มาต่อกันที่สาวร่างเล็ก มาร์กี้ ราศรี เท่าที่สืบค้นดูคุณเธอแทบจะไม่มีประวัติข่าวเสียๆ หายๆ เล็ดลอดออกมาเลยสักนิด เพราะที่ผ่านมาเธอปฏิบัติตัวดีมาตลอด ทั้งกิริยามารยาท นิสัยใจคอ เพราะเหตุนี้เลยทำให้เป็นที่รักของแฟนคลับทั้งหลาย แต่ ล่าสุดที่คุณเธออัพรูปลงไอจี เป็นการร่วมเฟรมกับหนุ่มป๊อก ภัสสรกรณ์ งานนี้เลยทำให้บรรดาแฟนคลับคู่จิ้นบอย-มาร์กี้ออกอาการไม่ปลื้ม เอ้า!!! สงสัยแฟนคลับคงจะงอน กลัวว่าสาวมาร์กี้จะไปปันใจให้ชายอื่น แต่ยังไงซะคุณเธอก็ยังเป็นที่รักของแฟนคลับเสมอ ชิมิ เจมส์ จิรายุ เป็นพระเอกน้องใหม่ที่มาแรงจริงๆ สำหรับหนุ่ม เจมส์ จิรายุ ขวัญใจชะนีน้อยชะนีใหญ่ทั้งหลาย และแน่นอนค่ะ ว่ามาแรงอย่างนี้ก็ต้องมีผู้ไม่ประสงค์ดีคอยปล่อยข่าวฉาวหวังจะมาสกัดดาวรุ่ง ก็เลยพากันเม้าท์ให้แซ่ดว่า หนุ่มเจมส์นั้นเรื่องเยอะ ทำตัวเป็นเทวดา พอกระแสดีเข้าหน่อยก็รีบอัพค่าตัวให้เทียบเท่าซุป’ตาร์ ทำตัวหยิ่ง แอ็คติ้งไม่ได้เรื่อง ขุ่นพระ!!! อะไรจะขนาดนั้น แต่ถึงจะมีข่าวฉาวออกมายังไงก็ไม่สามารถทำให้ความฮอตของหนุ่มคนนี้ลดน้อยลงได้ เพราะปัจจุบัน He ก็สามารถครองหัวใจแฟนคลับเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ติ่งก็พร้อมปกป้อง ลิงน้อย เจมส์ จิฯ ทุกสถานการณ์ อั้ม พัชราภา เป็นซุป’ตาร์ค้างฟ้าที่ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถโค่นเธอได้จริงๆ สำหรับนางเอกตลอดกาลอย่าง อั้ม พัชราภา เพราะไม่ว่าเวลาจะผ่านมากี่ปี คุณเธอก็ยังคงเป็นที่หนึ่งในใจมหาชนเสมอ พูดแล้วจะหาว่าโม้ จุดนี้ถ้าแฟนคลับไม่เยอะจริง สาวเจ้าคงไม่ได้ฉายา นางเอกห้างแตก หรอกค่า ก็แหม...ไม่ว่าคุณนายอั้มเธอไปโชว์ตัวที่ห้างไหน แฟนๆ ก็แห่กันมาต้อนรับกันแน่นห้างตลอด เรียกว่ารุ่นน้องต้องยอมยกธงขาวให้นางจริงๆ พลอย เฌอมาลย์ ฆ่าไม่ตายจริงๆ ผู้หญิงคนนี้ เพียงแค่เอ่ยชื่อ พลอย เฌอมาลย์ เป็นอันว่ารู้กันว่าเธอแซบแค่ไหน เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า คุณเธอเป็นคนตรงไปตรงมา พูดจาไม่เกรงใจใคร และตั้งแต่ที่สาวพลอยอยู่ในวงการมาเธอโดนข่าวฉาวมานักต่อนัก ล่าสุดกับกรณีมีเรื่องกับนักข่าว และสาเหตุที่ทำให้สาวพลอยปรี๊ดแตก ก็ตรงที่นักข่าวดันไปถามจี้จุด เลยทำให้มีเรื่องผิดใจกันขนาดที่ว่าพร้อมใจกันไม่ทำข่าวของคุณเธอ แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นก็ไม่สามารถทำอะไรเธอได้ เพราะบรรดาคนรักพลอยก็ลุกฮือออกมาปกป้องแบบที่ว่า พี่พลอยของข้า ใครอย่าแตะ!!! ไมค์ พิรัชต์ หนุ่มคนนี้ก็รอดมาได้อย่างหวุดหวิด สำหรับคุณพ่อลูกอ่อนอย่าง ไมค์ พิรัชต์ ที่ก่อนหน้านี้ออกมารับสารภาพว่าเป็นพ่อของน้องแม็กซ์เวลล์ จริง พร้อมยอมว่าเคยคบกับนางแบบสาว ซาร่า จนทำให้หลายๆ คนกังวลว่าเจอเรื่องฉาวขนาดนี้ สงสัยชีวิตในวงการบันเทิงของหนุ่มไมค์คงต้องดับ เพราะช่วงนั้นถือเป็นขาขึ้นของหนุ่มไมค์เลยก็ว่าได้ แต่แล้วเรื่องราวก็พลิกผัน จากร้ายกลายเป็นดี เพราะหลังจากที่ยอมรับ แฟนคลับก็พร้อมเทใจให้ ที่กล้าออกมายอมรับแบบแมนๆ แถมสังคมก็พร้อมเปิดโอกาสให้อีกต่างหาก แหม...แบบนี้เขาเรียกว่าคนจะดังมันรั้งไว้ไม่อยู่จริงๆ

สิงห์บุรี ถิ่นคนกล้า ย่านการค้า พระพุทธรูปงามตา
คำขวัญประจำจังหวัด /  พระพุทธรูป / 

สิงห์บุรี จังหวัดในเขตที่ราบลุ่มภาคกลางตอนบน ริมฝั่งด้านตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา หนึ่งในจังหวัดที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน โดดเด่นยิ่งใหญ่ด้วยความกล้าหาญของวีรชน และเป็นผืนดินที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางพระพุทธศาสนา ล้อมรอบไปด้วยวัด วิหาร และปูชนียสถานที่สร้างขึ้นตามแรงศรัทธา รวมทั้งยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแหล่งเกษตรกรรม ทั้งบนดิน และผืนน้ำ ตามคำขวัญประจำจังหวัดที่ว่า ถิ่นวีรชนคนกล้า คู่หล้าพระนอน นามกระฉ่อนปลาแม่ลา ย่านการค้าภาคกลาง สิงห์บุรี ถิ่นคนกล้า ย่านการค้า พระพุทธรูปงามตา เหตุที่จังหวัดสิงห์บุรีได้ชื่อว่าเป็นถิ่นวีรชนนั้น เนื่องด้วยความกล้าหาญของชาวบ้านบางระจัน เมื่อครั้งที่พม่ายกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาในสมัยสมเด็จพระบรมราชาที่ 3 ในครั้งนั้นชาวบ้านบางระจันสามารถยืนหยัดต่อสู้กับกองทัพพม่าได้นานถึง 5 เดือน โดยที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือจากกรุงศรีอยุธยาเลย ถึงแม้ว่าการรบครั้งนั้น ชาวบ้านบางระจันจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ แต่วีรกรรมอันสุดแสนกล้าหาญของชาวบ้านบางระจันในครั้งนั้น ยังคงเป็นที่จดจำ และประทับใจลูกหลานชาวสิงห์บุรีตลอดมา จนเกิดเป็นอำเภอบางระจัน ขึ้นในจังหวัดสิงห์บุรี รวมถึงยังมีการตั้งชื่อถนนต่างๆ ในจังหวัดตามชื่อของวีรชนบ้านบางระจันเพื่อเชิดชูความกล้าหาญอีก เช่น ถนนนายแท่น ถนนนายดอก ถนนนายอิน เป็นต้น นอกจากเรื่องราวความกล้าหาญของวีรชนคนรุ่นก่อนแล้ว จังหวัดสิงห์บุรียังนับเป็นแผ่นดินที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางพุทธศานา วิถีชีวิตท้องถิ่นล้วนถูกเชื่อมโยง และล้อมรอบไปด้วยวิหาร ปูชนียสถาน และวัดวาอารามที่ถูกสร้างขึ้นด้วยแรงศรัทธา ไม่ว่าจะเป็นวัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร ที่ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปไสยาสน์แบบสุโขทัยขนาดใหญ่ ที่มีความงดงามมาก วัดเสฐียรวัฒนดิษฐ์ ที่โดดเด่นด้วยพระพุทธรูปทองคำ พุทธศิลป์สมัยสุโขทัยปางมารวิชัย ที่งดงามความอ่อนช้อยอิ่มเอิบ บ่งบอกถึงความสมบูรณ์พูนสุขแห่งยุคสมัย วัดประโชติการราม ศักดิ์สิทธิ์ด้วยหลวงพ่อทรัพย์-หลวงพ่อสิน พระยืนศักดิ์สิทธิ์ ที่มีตำนานเล่าขานว่าหากเมืองใดมีพระยืนประดิษฐานอยู่ เมืองนั้นจะมีแต่ความอุดมสมบูรณ์ ประชาชนมีความสุข และวัดพิกุลทองวัดของหลวงพ่อแพร พระนักสร้างแห่งจังหวัดสิงห์บุรีที่ชาวเมืองให้ความเคารพ เพื่อสักการะพระพุทธสุวรรณมงคลมหามุนี หรือพระพุทธรูปนั่ง ปางพระทานพรองค์ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร ขอบคุณภาพจาก thailovetrip.com หลวงพ่อแพร วัดพิกุลทอง ขอบคุณภาพจาก pirun.kps.ku.ac.th ทางด้านเกษตรกรรม สิงห์บุรีก็นับเป็นจังหวัดที่ไม่น้อยหน้าใคร จนได้ชื่อว่าเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศ ด้วยว่าตั้งอยู่ในเขตที่ราบลุ่มภาคกลาง ภาพของผืนนาสีทองยามออกรวงสุกปลั่ง และวิถีชีวิตริมน้ำจึงเป็นภาพอันคุ้นตาหาชมได้ไม่ยาก โดยเฉพาะกับเรื่องปลาน้ำจืด ที่ต้องนับว่าสิงห์บุรีโดดเด่นในเรื่องนี้ จนมีการนำมาดัดแปลงเป็นอาหารหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น เค้กปลาช่อนที่โด่งดังไปทั่วประเทศ กวนเชียงปลาจากปลาจันทร์ และปลากราย และปลาช่อนแดดเดียว ที่ใครมาสิงห์บุรีเป็นต้องซื้อติดมือกลับบ้านและสำหรับใครที่เป็นนักกินปลาตัวยง ก็ไม่ควรพลาดเทศกาลกินปลา งานใหญ่ประจำจังหวัด ที่จะมีขึ้นในวันที่ 26 ธันวาคม 2557 ถึง 4 มกราคม 2558 ณ ศูนย์ราชการจังหวัดสิงห์บุรี โดยงานมักจัดขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม ไปจนถึงมกราคม แต่หากใครมาไม่ตรงช่วงเวลางาน การแวะเที่ยวตลาดก็นับเป็นอีกความคิดที่ดีในการชมวิถีชีวิตชาวเมือง และเลือกซื้อของฝากกลับบ้าน ไม่ว่าจะเป็น ตลาดเทศบาล ตลาดบ้านแป้ง ตลาดปากบาง หรือตลาดพรหมบุรี ขอบคุณภาพจาก ddteedin.com   ขอบคุณภาพจาก  fishcake2u.blogspot.com และ guidetourtothailand.blogspot.com อ่านกันมายาวขนาดนี้ จะบอกว่านี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเสน่ห์แห่งสิงห์บุรีที่อยากให้ทุกคนลองไปสัมผัส หากมีเวลา และได้ลองเข้าไปทำความรู้จัก คุณจะรู้ว่าถิ่นวีรชนคนกล้าแห่งนี้ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายรอต้อนรับ เรียบเรียงโดย : Travel MThai

ยิ่งใหญ่! สภามวยไทยโลก จัดมวยเทิดไท้องค์ราชัน ท่านทูต20ประเทศเข้าร่วม
ช้าง /  ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ / 

ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ เลขาธิการ สภามวยไทยโลก เปิดเผยว่า สภามวยไทยโลก ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับโตโยต้า แคนนอน และผลิตภัณฑ์ช้าง สร้างปรากฏการณ์ จัด "มหกรรมมวยไทยเทิดไท้องค์ราชัน 5 ธันวามหาราช" ณ เวทีเทิดพระเกียรติท้องสนามหลวง ในการนี้องค์การสหประชาชาติ (United Nations Women) พร้อมคณะทูตานุทูตประจำประเทศไทย กว่า 20 ประเทศ ให้ความสนใจเข้าร่วมพิธีถวายราชสักการะและจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคลด้วย สำหรับคู่มวยไทย ประกอบด้วย เพชรชาติชาย ชาวไร่อ้อย พบ หยาง กุ้ย ชาน (จีน), จ้าวฤทธิ์ ลูกจำปาชัย พบ เจฟเฟอร์สัน โอลิไวรา (บราซิล), ร่าเริง ลูกจำปาชัย พบ วาฮิด ซาห์บาซิ (อิหร่าน), อนันตศักดิ์ เพชรสุภาพรรณ พบ อีริค แมสซั่น (เยอรมัน), มาเรีย มวยฝรั่ง (โปรตุเกส) พบ น้ำตาล พ.เมืองเพชร มวยรอบสุดยอดมวยไทย 4 คน (ชาย) ชิงถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (The Royal Trophy : KING'S CUP) และรางวัล 200,000 บาท อิเลีย แกรด หรือ อิเลีย ส.เขี้ยวศึก (อิสราเอล) พบ โรบิน อีลิท (บราซิล), คาร์ล เอนไดย์ (สวีเดน) พบ เต็งหนึ่ง ศิษย์เจ๊สายรุ้ง ส่วนมวยรอบสุดยอดมวยไทยหญิง ชิงถ้วยเกียรติยศองค์การสหประชาชาติ (United Nations Women's Cup) และเงินรางวัล 100,000 บ พบ มีเรีย ซาบอท (อิตาลี), มาร์ทีนา โครล (โปรแลนด์) พบ เทเรซ่า วินเทอร์ไมร์ (สวีเดน) คู่พิเศษในรายการ เพชรจีจ้า อ. มีคุณ พบ รุ่งนภา พ.เมืองเพชร เริ่มการแข่งขันเวลา 18.00 น. ถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 เอสดี ตั้งแต่เวลา 21.00 น. เป็นต้นไป

ศาลฎีกาสั่งปรับพระเกษม หมิ่นศาสนา
ข่าววันนี้ /  พระพูดหยาบ / 

ศาลฎีกาตัดสินคดี พระเกษม หมิ่นศาสนา ยืนตามศาลอุทธรณ์ แต่ยกโทษจำคุกเหลือแค่โทษปรับกระทงละ 2,000 บาท ที่ศาลจังหวัดหล่มสัก นายรังสรรค์ พิบูลย์กิจสกุล ผู้พิพากษารองหัวหน้าศาลจังหวัดหล่มสัก ได้ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาของศาลฎีกาในคดี พระเกษม อาจิณฺณสีโล เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์ป่าสามแยก ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ ในคดีความผิดเกี่ยวกับศาสนา ซึ่งมีอัยการจังหวัดหล่มสักเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ในคดีเลขดำที่ อ.943/51 โดยกล่าวหา พระเกษมกระทำการหมิ่นและเหยียดหยามศาสนา โดยกระทำการใช้ฝ่ามือตบพระพักตร์และเหยียบที่ฐานของพระพุทธรูป โดยศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นอุทธรณ์ที่ให้พระเกษมมีความผิดทั้งโทษจำและโทษปรับ โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญา แต่ศาลฎีกามีความเห็นว่าสมควรให้มีการลดหย่อนโทษจำคุกให้เปลี่ยนเป็นไม่ต้องจำคุก และมีโทษปรับ 2 กระทง ๆ ละ 2,000 บาท แต่เนื่องจากจำเลยให้การเป็นประโยชน์ต่อการนำสืบและพิจารณาคดีจึงให้ลดโทษปรับให้เหลือเพียงกระทงละ 1,000 บาท อย่างไรก็ตาม ในการเดินทางมารับฟังคำพิพากษาของศาลฎีกาในครั้งนี้ พระเกษม นั่งเฮลิคอปเตอร์ บินมาลงที่บริเวณสนามหลังอนุสาวรีย์พ่อขุนผาเมือง โดยมีบรรดาลูกศิษย์ใกล้ชิดไปรอต้อนรับและให้กำลังใจจำนวน กว่า 100 คน ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "หลวงพ่อเกษม" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>>

ปปช.เปิดบัญชี28 สนช.ฉัตรชัยรวย 1,499ล.โกศล2.3ล.
ทรัพย์สิน /  ปปช. / 

ป.ป.ช. เปิดบัญชี สนช.ใหม่ 28 ราย พบ "ฉัตรชัย" รวยสุด 1,499 ล้าน ขณะ "โกศล" มีทรัพย์สินน้อยที่สุด 2.34 ล้าน วันนี้ ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ มีการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จำนวน 28 ราย ที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 2 และ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ พบว่า สมาชิก สนช. ที่มีทรัพย์สินมากที่สุด ในการเปิดรายการบัญชีทรัพย์สินในครั้งนี้ คือ นายฉัตรชัย ปิยะสมบัติกุล อดีตกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในสมัยรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีทรัพย์สิน จำนวน 1,499,763,556.99 บาท โดยไม่มีหนี้สิน รองลงมาคือ นายอนุมัติ อาหมัด อดีตสมาชิกวุฒิสภา จังหวัดสงขลา มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน จำนวน 337,842,955.27 บาท หนี้สิน จำนวน 35,350 บาท นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา แบบสรรหา มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน จำนวน 230,166,450.56 บาท มีหนี้สิน จำนวน 312,466.48 ส่วนผู้ที่มีทรัพย์สินน้อยที่สุด ในการเปิดเผยรายการบัญชีทรัพย์สินในครั้งนี้ คือ นายโกศล เพ็ชร์สุวรรณ์ อดีตนายกสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ซึ่งมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน จำนวน 2,347,659.01 บาท โดยไม่มีหนี้สิน

สวนสุนัข (Dog Park) แห่งแรกของไทย
สวนสุนัข

ข่าวดี สำหรับคนกรุงเทพฯ ที่เลี้ยงสุนัข เพราะปี 2558 กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้สร้าง "สวนสุนัข" (Dog Park) เป็นของขวัญปีใหม่ให้คนเลี้ยงสัตว์ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่มีการสร้างสวนสาธารณะสำหรับสุนัขโดยเฉพาะ เพื่อเอาใจคนรักสุนัขที่ต้องการหาพื้นที่ทำกิจกรรมร่วมกับสัตว์เลี้ยงแสนรัก ซึ่งปัจจุบันมีน้อยมาก เพราะกรุงเทพฯมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด สวนสุนัข (Dog Park) แห่งแรกของไทย ภาพจาก http://www.prachachat.net/ สวนสุนัข ที่ว่านี้ อยู่ภายในสวนสาธารณะใต้ทางแยกต่างระดับ ปากซอยวัชรพล ถนนรามอินทรา เขตบางเขน ซึ่งเป็นพื้นที่ของ "การทางพิเศษแห่งประเทศไทย" (กทพ.) ที่มอบให้ กทม.สร้างสวนสาธารณะสำหรับประชาชน ไว้เป็นที่ออกกำลังกายและพักผ่อนหย่อนใจ กทม.จึงได้ออกแบบโดยแบ่งพื้นที่สำหรับสร้างเป็นสวนสุนัขด้วย สวน สาธารณะนี้ มีขนาดพื้นที่ 34 ไร่ 18 ตารางวา แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1.พื้นที่สวนสาธารณะ ขนาด 29.4 ไร่ จะมีลานกีฬาพื้นที่จัดกิจกรรมชุมชน ทางเดินวิ่ง ทางจักรยาน สนามเด็กเล่น สวนสุขภาพผู้สูงอายุ 2.พื้นที่สวนสาธารณะสำหรับสุนัข ขนาด 4.6 ไร่ ซึ่งจะมีส่วนคัดกรองสุนัข อาคารปฏิบัติการสัตวแพทย์ ลานกิจกรรมอเนกประสงค์ และสวนสาธารณะให้สุนัขได้ออกกำลังกาย และยังมีทางเดินพักผ่อนด้วย ภาพจาก http://www.prachachat.net/ วีนา วงศ์สินธุ์เชาว์ ผู้อำนวยการสำนักงานสวนสาธารณะ สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. เล่าว่า การก่อสร้างใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว กำลังเร่งรัดการติดตั้งกล้องวงจรปิด (ซีซีทีวี) รอบสวนเพื่อดูแลความปลอดภัย เพราะตั้งใจให้แล้วเสร็จภายในเดือนมกราคม 2558 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้คนกรุงเทพฯ ถือว่าเป็นสวนสำหรับสุนัขที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกแห่งแรกของกรุงเทพฯ และประเทศไทย สวนสาธารณะของ กทม.ที่มีอยู่ จะมีกฎห้ามประชาชนนำสุนัขเข้าไปในพื้นที่ เพราะเกรงว่าอาจจะสร้างความรำคาญหรือเป็นอันตรายต่อผู้อื่นได้ แต่อาจมีบางรายฝ่าฝืน จึงกำชับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้เข้มงวดตรวจตราดูแล ก็หวังว่าสวนสุนัขแห่งนี้ จะอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่เลี้ยงสุนัข และต้องการพื้นที่ให้สุนัขได้วิ่งเล่นออกกำลังกายร่วมกัน ก่อนเปิดให้บริการจริง กทม.จะเปิดรับสมัครสมาชิกสุนัขโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมให้ประชาชนที่สนใจนำสุนัขมาทดลองใช้สวน สำหรับการเป็นสมาชิกนั้น จะมีการสอบถามประวัติและคัดกรองโรคและพฤติกรรม ซึ่งสุนัขต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าครบถ้วน ไม่มีหมัดหรือเห็บ และได้รับการฝึกฝนจนสามารถเชื่อฟังคำสั่งต่างๆ ได้ แต่หากสุนัขไม่ได้ถูกฝึกจนสามารถฟังคำสั่งได้ ทางสวนยังมีครูฝึกให้สุนัขด้วย จากนั้นจึงจะสามารถเข้าไปใช้บริการภายในสวน หากเจ้าของต้องการแวะไปใช้บริการสวนสาธารณะที่อยู่ติดกัน ก็มีสถานที่รับฝากสุนัขไว้บริการด้วย สาเหตุที่ต้องควบคุมกันมากขนาดนี้ เพราะป้องกันสุนัขทำร้ายกันเอง และภายในสวนยังมีการแบ่งพื้นที่สำหรับสุนัขตัวเล็กกับสุนัขตัวใหญ่ออกจากกัน และขณะนี้ กทม. กำลังหารือกับสัตวแพทย์ในการกำหนดห้ามสุนัขบางสายพันธุ์ที่มีลักษณะดุ ร้ายเข้าไปใช้บริการ โดยเฉพาะสุนัขที่กัดแล้วฝังเขี้ยวลึก ในอนาคต กทม. ยังมีแผนจะสร้างสวนสุนัขให้ครบสี่มุมเมือง ภายในสวนสาธารณะที่กำลังจะก่อสร้างใหม่ ได้แก่ สวนสาธารณะถนนเพชรเกษม 69 สวนสาธารณะถนนบางขุนเทียน-ชายทะเลส่วนกรมพัฒนาที่ดิน และที่บึงหนองบอน ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบ คาดว่าจะทยอยก่อสร้างได้ในปีหน้าและตั้งใจให้เสร็จในปี 2559 ในเมื่อคนกับสัตว์ต้องอยู่ร่วมกัน ทำให้ถูกที่ถูกทางจึงดีที่สุด! โดย ณัชพิมพ์ รัตนาสินนอก ที่มา นสพ.มติชน

วิธีแก้กรรมโรคร้าย
ดูดวง /  ทำบุญ / 

เพื่อนๆทุกคนครับ วันนี้ Horoscope.Mthai.com นำข้อมูลดีๆมาบอกกันครับ สำหรับวิธี แก้กรรมโรคร้าย ซึ่งเราสามารถสร้างบุญแก้กรรมได้ ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นประโยชน์ให้แก่ทุกคน อานิสงส์ของการถวายเครื่องทำความสะอาด น้ำยาล้างห้องน้ำ จะช่วยให้ชีวิตผ่านพ้นอุปสรรคต่าง ๆ ความทุกข์จะค่อยบรรเทาลง ชีวิตจะมีแต่ความสุขความเจริญ การเจ็บป่วยสุขภาพไม่ดี เกิดจากกรรมปาณาติบาต ผิดศีลข้อ 1ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตมามากในชาตินี้หรือในอดีตชาติ วิธีสร้างบุญ แก้กรรม ๑.จุด เทียน 2 เล่ม ธูป 3 ดอก บูชาพระรัตนตรัย ชุมนุมเทวดาด้วยให้ท่านมาร่วมโมทนาบุญ ๒.หาทองคำเปลว 10 แผ่น ปิดทองพระพุทธรูป ที่วัดไหนก็ได้ ตามจุดที่ร่างกายเราเป็น เช่น แขนเราเป็นก็ปิดตรงแขนพระ แล้วอุทิศกุศลให้นายเวรตรงที่เราเป็น ๓.ถวายสบู่ ผงซักฟอก ยาสีฟัน น้ำยาล้างห้องน้ำ แปรงสีฟัน แปรงล้างห้องน้ำ น้ำยาล้างจาน ฟองน้ำล้างจาน อุทิศบุญให้นายเวร ๔.หา เวลาว่างๆไปล้างห้องน้ำวัด เก็บกวาดทำความสะอาดวัด แล้วก็ช่วยเป็นธุระในการเตรียมภัตตาหาร หรือน้ำดื่มถวายพระ ไปช่วยเก็บช่วยล้างจาน ๕.บริจาคช่วยไถ่ชีวิตโค กระบือ ๖.ปล่อยปลาหรือสัตว์ที่เขานำมาขายในตลาดสด อย่างไรก็ดี ให้หมั่นทำบุญบ่อยๆ กรรมเก่าจะได้ติดตามไม่ทัน จง เร่ง ทำบุญ เสียแต่วันนี้ เพราะเมื่อท่าน ล่วงลับ ท่านไม่สามารถ สร้างบุญ ได้อีกจนกว่าจะได้เกิด หากท่านไม่มี บุญ มาหนุนนำแรง กรรม อาจดึงให้ท่านไป สู่ภพ เดรัจฉาน ภพเปรต ภพสัตว์ นรก ที่ไม่อาจ สร้างบุญ สร้างกุศล ขอบคุณภาพจาก eazydo.com

สัตว์สาวผู้น่ารัก (The Virgin (2525)).
หนังไทย

เธอเป็นคน มีเพื่อนเป็นสัตว์ มีลมเป็นผ้า มีป่าเป็นบ้าน สิรัตน์ นวทรัพย์-เอกรัฐ ศรีเบญจรัตน์-ลินดา ค้าธัญเจริญ-ศรินทิพย์ ศิริวรรณ : นำแสดง เรื่องย่อ : เด็กหญิงน้อยกับชีวิตครอบครัวที่พลิกผัน พ่อแม่ต้องถูกฆ่าตายเพราะทับทิมสยามเป็นต้นเหตุ น้อยตกใจวิ่งหนีเข้าไปในป่าด้วยความกลัว ชาวบ้านออกตามหาหลายปีแต่ก็ไม่เคยเจอ เหตุบังเอิญมีนักข่าวไปทำข่าวในอุทยานถ่ายรูปติดหญิงสาวเปลือยกาย บ.ก.หนังสือพิมพ์จึงส่งชายน้อยกับประจินเข้าไปในป่าอีกครั้ง เพื่อตามหาหญิงสาวเปลือยตามที่ลงข่าวไป ประจินเชื่อมั่นว่าจะต้องเจอสาวผู้น่าสงสารในขณะที่ชายน้อยและคนอื่นๆ คิดว่าเป็นไปไม่ได้ การผจญภัยในป่าและการค้นพบสาวป่าผู้บริสุทธิ์จะเป็นอย่างไรหากจะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตเธอมาอยู่ในเมือง ประจินหลงรักเธอด้วยความบริสุทธิ์ใจ และทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้คนเหยียบย่ำเธอ แต่สุดท้ายป่าที่เป็นธรรมชาติก็ไม่เคยทำร้ายมนุษย์ สาวป่าต้องกลับป่า สุดท้ายด้วยความรักประจินปล่อยวางชีวิตของตนเพื่อความสุขอย่างแท้จริงกับสัตว์สาวน่ารักในป่า ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2014/08/2525-virgin-master-dvd-rip.html 1/1 - http://video.mthai.com/general/player/1417079918.html

ดูดวง ลักษณะคิ้วสะท้อนนิสัย
คิ้ว /  ดูดวง / 

รูป คิ้ว ของคุณเป็นอย่างไรกันครับ วันนี้ Horoscope.Mthai.com มีข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับการทำนายทายนิสัย จากลักษณะของ คิ้ว มาฝากกัน ลองมาดูกันครับว่าจะแม่นขนาดไหน 1. คนที่มีลักษณะขน คิ้ว เรียบเสมอต้นเสมอปลายและไม่หนาบางกว่ากันทั้งสองข้าง เป็นเครื่องหมายแสดงว่า เป็นคนมีสติปัญญาดี ใจคอกว้างขวาง รักเกียรติยศชื่อเสียง มักใหญ่ใฝ่สูง ใจเร็ว อารมณ์ร้อน มีความรักไม่ค่อยแน่นอน 2. คนที่มีลักษณะขน คิ้ว มีบริเวณใหญ่ เส้นแข็งดกดำ เป็นเครื่องหมายของบุคคลที่พูดอย่างตรงไปตรงมา และมักหาเหตุผลมาประกอบให้เห็นจริงจัง ส่วนหัวใจที่แท้จริงนั้นไม่ค่อยจะตรงกับคำพูดนัก มักใช้ปัญญาพูดมากกว่าที่จะหลุดออกมาจากหัวใจอันแท้จริง มีความพยาบาทมาดร้าย กามารมณ์รุนแรง คิดคดทรยศ และใจเร็ว โมโหร้าย 3. คนที่มีลักษณะขน คิ้ว ดำ ดำตอนกลางหรือตอนปลาย เป็น เครื่องหมายของคนที่ไม่ค่อยจะมีศีลธรรม มักหาเลี้ยงชีพในทางที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายบ้านเมือง หรือมิฉะนั้นจะเป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูงทะเยอทะยาน อย่างชนิดที่เรียกว่า “ใฝ่สูงเกินศักดิ์” รักในทางนักเลง ชอบอำนาจอิทธิพล แต่มีปัญญาเฉลียวฉลาดดี มีความสามารถในทางหาเงินทอง 4. คนที่มีลักษณะขน คิ้ว ดกดำตอนหัว คิ้ว เป็น เครื่องหมายของคนที่มีอัธยาศัยใจคอดี มีใจโอบอ้อมอารี มีความรักอันมั่นคงถาวร รักสงบและชอบมีความเป็นอยู่อย่างปกติ ไม่โลดโผน มีความซื่อสัตย์สุจริต สุขุมรอบคอบ รักศิลปะดนตรี มีความละเอียดประณีต รักสวยรักงาม ปากเก่งพูดคล่อง มีความมานะ อยู่อย่างสงบไม่โลดโผน เหมาะสมกับการเป็นครู แพทย์ และนักศิลปิน นักประพันธ์ หรือจิตรกร 5. คนที่มีลักษณะขน คิ้ว บริเวณใหญ่แต่บาง ขนไม่ดก เป็น เครื่องหมายของคนที่มีความคิดสูง รักสงบ และเป็นผู้มีเมตตาปราณี สุภาพอ่อนน้อม ซื่อตรง รักความเจริญรุ่งเรืองในส่วนกลาง รักเกียรติยศและชื่อเสียงยิ่งกว่าชีวิตจิตใจ ยอมตายเพื่อหมู่คณะและประเทศชาติหรือผู้มีพระคุณ รักศิลปะวรรณคดีและมีศิลปะในทางช่าง เคร่งครัดในศาสนา และรักความเจริญในด้านวัฒนธรรมและความเป็นธรรม 6. คนที่มีลักษณะขน คิ้ว มีขนาดเล็กและบาง เป็น เครื่องหมายของคนที่ทำอะไรไม่แน่นอน มักเปลี่ยนความตั้งใจไปตามความผันแปรของอารมณ์ เป็นคนรักสวยรักงาม สนุกร่าเริง เจ้าระเบียบและรักศิลปะ ตลอดจนวรรณกรรม เป็นคนรักความสงบมากกว่าการตื่นเต้นโลดโผน โกรธง่ายใจร้อน กามารมณ์รุนแรง และมีความหึงหวงเป็นเจ้าเรือนของจิตใจ ปากหวานเจ้ามารยา 7. คนที่มีลักษณะ คิ้ว ที่หัว คิ้ว สูงกว่าหาง คิ้ว เรียกว่า คิ้ว ตงฉิน เป็น เครื่องหมายของบุคคลที่มีความจงรักภักดี ซื่อสัตย์ สุจริต เฉลียวฉลาด สุขุมรอบคอบ เป็นคนพิถีพิถัน เจ้าระเบียบ มีความละเอียดถี่ถ้วน ใจร้อนฉุนเฉียว โกรธง่าย โทสะร้าย มีความมานะ พากเพียร 8. คนที่มีลักษณะ คิ้ว ตรง คือ หาง คิ้ว กับหัว คิ้ว เป็นเส้นตรงไม่โค้งงอ เป็น เครื่องหมายแสดงว่า เป็นคนชอบใช้ความคิด เฉลียวฉลาด รักการเก็บตัว และปฏิบัติความเป็นไปให้ดีและเจริญขึ้น เบื่อหน่ายในสิ่งที่สนุกร่าเริงบันเทิงใจ รักความยุติธรรม ซื่อตรง รักความจริงใจ มีความรักที่แท้จริง เด็ดเดี่ยว ใจเย็น มีความเมตตากรุณา 9. คนที่มีลักษณะ คิ้ว ต่อ คือหัว คิ้ว ทั้งสองติดต่อกันประดุจเป็นเส้นเดียวกัน เป็น เครื่องหมายแสดงว่าเป็นคนมีวาทศิลป์ไปในทางหยาบคาย ใจดำอำมหิต โกรธง่าย โทสะร้าย ใจน้อย มีความพยาบาทอาฆาต มีเล่ห์เหลี่ยมไหวพริบดี รักดนตรีและนาฏศิลป์ กามารมณ์รุนแรง กล้าหาญ เด็ดเดี่ยว มีความลับลมคมนัย ไว้ใจยากอยู่สักหน่อย 10. คนที่ลักษณะ คิ้ว ถ่าง คือ หัว คิ้ว ทั้งสองห่างกันมาก เป็น เครื่องหมายของคนที่ไม่มีความลับกับใคร ชอบพูดอะไรตรงไปตรงมา ใจเร็ว จะคิดทำอะไรจะต้องทำให้ได้อย่างที่คิดไว้ คิดจะทำอะไรมักจะไม่ปิดบังผู้อื่น พูดจาอ่อนหวาน แต่บางครั้งก็ปากเก่ง เมื่อบันดาลโทสะจนอดกลั้นไว้ไม่อยู่ มักจะมีนิสัยขี้หึงริษยา กามารมณ์ร้อนแรง ถ้าเกิดความต้องการขึ้นทางจิตใจมักไม่ค่อยจะคิดถึงผลเสียหายภายหลัง 11. คนที่มีลักษณะ คิ้ว โก่ง คือ คิ้ว ที่มีส่วนคล้ายกับคันศร เป็น เครื่องหมายแสดงว่าคนผู้นั้นจะต้องมีนิสัยชอบอุดมคติมีศีลธรรม มารยาทอันดีงาม มีผู้ยกย่องนับถือ มีใจเอื้อเฟื้อ เมตตากรุณา ชอบช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากหรือญาติมิตร สติปัญญาปานกลาง ชอบความสนุกเฮฮานิยมในช่างศิลป์ รักความสงบ ชอบความยุติธรรม อาภัพในวาสนา แต่มีมานะความพยายามแรงกล้า ไม่ลืมบุญคุณคนง่าย มีไหวพริบทันเล่ห์เหลี่ยมคนอื่น มีความซื่อสัตย์ จงรักภักดี แต่มักมีคนคิดอิจฉาริษยา ชอบช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่คิดถึงผลเสียหายจะเกิดแก่ตัวเอง 12. คนที่มีลักษณะ คิ้ว โก่งยาว คือ คิ้ว ที่โก่งมีส่วนยาวเหมือนส่วนโค้งของวงกลม เป็น เครื่องหมายแสดงว่า คนผู้นั้นจะมีน้ำใจที่น่าสรรเสริญ มีน้ำใจกรุณา เห็นอกเห็นใจผู้อื่น มีเสน่ห์ในตัวเอง เป็นที่ถูกตาถูกใจเพศตรงข้าม ชอบความรื่นเริง รักสวยรักงาม ขี้โอ่ ชอบสะอาด เจ้าชู้ เป็นคนทำงานได้ทุกๆ อย่าง แต่ชอบในทางค้าขาย รักเกียรติยศชื่อเสียง และเป็นผู้ทำให้ตระกูลของตัวเองรุ่งโรจน์ต่อไป 13. คนที่มีลักษณะ คิ้ว กังฉิน คือ คิ้ว ที่มีหาง คิ้ว สูงกว่าหัว คิ้ว เป็น เครื่องหมายแสดงว่า คนผู้นั้นมีสติปัญญาเฉลียวฉลาดไปในทางอธรรม เจ้าเล่ห์ลึกลับ ปากกับใจไม่ค่อยจะตรงกัน หรือที่เรียกว่าปากหวานใจขม ชอบวางตัวเหนือผู้อื่น มีความพอใจในเกมกีฬา รักอย่างร้อนแรง รักสวยรักงาม ขี้โอ่ ขี้เห่อ ชอบทะเยอทะยาน ใฝ่ฝันหวังในตำแหน่งหน้าที่ มีความสนใจหลายอย่างในเวลาเดียวกัน เป็นผู้ที่ขาดความเมตตาปราณี มีความทรยศหักหลัง อิจฉาอยู่ในใจ ทะนงตัวยกตัวว่าดีเด่นด้วยทางที่ผิด เชื่อคนง่าย ชอบยอ ไม่ชอบความจริง ถ้าคนอื่นโกหกมักจะเชื่อถือเป็นจริงจัง 14. คนที่มีลักษณะ คิ้ว ลอน คือ คิ้ว ที่เป็นลูกคลื่นหนาๆ บางๆ ไม่สม่ำเสมอ ใหญ่ๆ เล็กๆ เป็นตอนๆ เป็น เครื่องหมายแสดงว่า คนผู้นั้น มีใจไม่ค่อยจะแน่นอน ไม่มีความเด็ดขาดอยู่ในตัวเอง ทำงานจับจด เบื่อหน่ายเร็ว รักง่ายหน่ายเร็ว ไม่มีความรักจริงจังกับใคร ชอบมีชีวิตลุ่มๆ ดอนๆ แต่เป็นคนมีความอดทน บึกบึน มานะพยาบาทแรงกล้า ขาดความกรุณาในด้านศีลธรรม ไม่ยอมเสียเปรียบผู้อื่น แต่ชอบจะเอาเปรียบ จิตใจคล้ายกับคน คิ้ว กังฉิน มักมากในกามารมณ์ บางทีก็จะดี แต่ในเวลาเดียวกันอารมณ์เปลี่ยนแปลงเป็นร้ายที่สุดก็ได้ ยากที่ผู้จะคบค้าสมาคมได้ยืดยาว 15. คนที่มีลักษณะ คิ้ว โก่ง คือ คิ้ว ที่โก่งคล้ายดวงจันทร์ หาง คิ้ว ต่อ คิ้ว พอดีต่อหางตา หรือจดระดับหางตา กลางใหญ่ปลายเล็ก เป็น เครื่องหมายแสดงว่าคนผู้นั้นมีเสน่ห์ในตัวเอง อัธยาศัยดี เยือกเย็น มีสติปัญญาดี มีปฏิภาณเฉียบแหลม มีนิสัยละมุนละไม มีคนรักใคร่นับถือ ชอบเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ญาติมิตร มีความกตัญญู ซื่อสัตย์ สุจริต ชอบการสมาคมรื่นเริง รักความสวยงาม พูดจาก็อ่อนหวาน ใฝ่ฝันทะเยอทะยานหาเกียรติยศชื่อเสียง อนาคตภายหน้าจะเป็นผู้ที่มีความรุ่งโรจน์ในวิถีชีวิตของตัวเอง (ขอบคุณข้อมูลจาก Forward Mail) (ขอบคุณภาพจาก postjung )

อดีตนักร้องดังแจ้งความ ถูกด.ต.ตุ๋นขายโควตาสลาก 3,400 ล้าน
ข่าวล่าสุด /  ตั้ม สมประสงค์ / 

ดาบตำรวจหลอกขายโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลมูลค่าหลายพันล้านบาท วันนี้(27พ.ย.)อดีตนักร้องชื่อดัง ตั้ม สมประสงค์ สิงหวนวัฒน์  เข้าแจ้งความที่ สน.ลุมพินี หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวนนายหนึ่งหลอกลวงให้ระดมเงินทุน อ้างมีโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลมูลค่าหลายพันล้านบาท ขณะเข้าแจ้งความนายสมประสงค์ พร้อมพักพวกได้คุมตัวดาบตำรวจนายนายดังกล่าวมาลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจด้วย พร้อมทั้งต้องการให้ตรวจสอบพฤติกรรมของตำรวจนายดังกล่าว นายสมประสงค์ ได้เปิดเผยว่า ขณะที่ตนนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เนื่องจากป่วยเป็นเนื้องอกในลำไส้ มีคนที่ตนรู้จักนำดาบตำรวจมาพบ พร้อมอ้างว่ามีโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลอยู่500,000 เล่ม/งวด รวมจำนวน 96 งวด หรือ 4 ปี มาจำหน่าย หากสนใจที่จะร่วมลงทุนต้องจ่ายค่าส่วนต่าง 3,400 ล้านบาท และยังมีการอ้างถึงนายตำรวจ-ทหารระดับสูง และผู้บริหารในสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลอีกด้วย แต่เมื่อตนและนายทุนตรวจสอบไปยังบุคคลที่ดาบตำรวจได้กล่าวอ้างกลับพบว่าไม่เป็นความจริง จึงพากันคุมตัวมาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพราะคิดว่าการกระทำของดาบตำรวจเข้าต้มตุ๋น เชื่อว่าเป็นความพยายามจะนำข้อมูลธุรกรรมการเงินไปหลอกลวงผู้อื่นอีกทอด เนื่องจากมีผู้เสียหายทำนองเดียวกับตนแล้วหลายราย ด้านนายตำรวจผู้ถูกกล่าวหาเผยว่า ตนมีหน้าที่ประสานงานและเรื่องทั้งหมดอยู่ในระหว่างดำเนินการ และยังไม่มีการตกลงหรือทำธุรกรรมการเงินใดๆ ทั้งสิ้น พร้อมทั้งระบุว่า ตนถูกนายสมประสงค์และพักพวกทำร้ายร่างกาย  จะทำการตรวจสอบข้อกล่าวที่นายสมประสงค์ได้ลงบันทึกประจำวันไว้นั้น และจะดำเนินแจ้งต่อพนักงานสอบสวนว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นการแจ้งความเท็จ MThai News  ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักข่าวไทย

ตามฟอร์ม! บังยี ออกโรงนอนยันผมไม่ได้ทำอะไรผิด
Worldfootballinsider /  นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย / 

บังยี วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และเป็นฟีฟ่าเมมเบอร์ ปฎิเสธตนไม่ได้ทำอะไรในการโหวตเจ้าภาพฟุตบอลโลก พร้อมให้ตรวจสอบ Worldfootballinsider สื่อดังได้รายงานว่า บังยี วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย พร้อมที่จะให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในการโหวตเลือกเจ้าภาพฟุตบอลโลกปี 2022 แน่นอน โดย บังยี เปิดเผยต่าอสื่อชื่อดังว่า ผมพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ เพราะผมไม่ได้ทำอะไรผิด เขาต้องการรู้อะไรผมก็พร้อมที่จะให้ข้อมูล เรื่องนี้ไม่มีอะไรที่จะต้องกังวล เรื่องนี้ผมไม่เข้าใจจริงๆ เท่าที่ผมรู้คือตัวผมโปร่งใสตลอด ทั้งนี้การถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวน สืบเนื่องจาก โมฮัมเหม็ด บิน ฮัมมัม อดีตประธานเอเอฟซี ถูกตีข่าวจาก ซันเดย์ไทม ในทำนองว่าได้ให้สินบนกับไทย ซึ่งส่งผลต่อความสัมพันธ์ระดับประเทศในเรื่องแหล่งก๊าซธรรมชาติ ในอ่าวไทย ซึ่งมีมูลค่านับล้านๆ ดอลลาร์ นอกจากนี้  บังยี วรวีร์ มะกูดี ยังเคยถูกกล่าวหาว่า เป็น 1 ใน 4 ฟีฟ่าเมมเบอร์ ที่ขอรับสินบน จากอังกฤษ ในการโหวตเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2018 แต่การโหวตครั้งนั้นไม่ประสบผลสำเร็จ ซึ่ง บังยี ก็ได้ปฎิเสธว่าไม่เป็นเรื่องจริง

อิ่มบุญกับงานประเพณีสุดยิ่งใหญ่ ณ เขาคิชฌกูฏ
งานประเพณี /  รอยพระพุทธบาท / 

ประเพณีที่ว่าก็คือ งานนมัสการรอยพระพุทธบาท ณ เขาคิชกูฏ จังหวัดจันทบุรี จะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะในเทศกาลตรุษจีนถึงช่วงวันมาฆบูชาของทุกปี (ปลายเดือนมกราคม - มีนาคม) รวมระยะเวลา 2 เดือน การนมัสการรอยพระพุทธบาท เปรียบเหมือนได้เข้าเฝ้าองค์พระศาสดา ซึ่งถือเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ ผู้คนนับพันจึงพากันดั้นด้นมาที่นี่ จุดหมายคือยอดเขาคิชกูฏอันสูงลิบ เพื่อนมัสการรอยพระพุทธบาทอันงดงาม ขอบคุณรูปภาพจาก Unseen Tour Thailand อิ่มบุญกับงานประเพณีสุดยิ่งใหญ่ ณ เขาคิชฌกูฏ เขาคิชกูฏ นั้นมีผู้คนเป็นจำนวนมากที่พยายามจะขึ้นไปให้ถึงสุดปลายยอดเขา เพื่อกราบนมัสการรอยพระพุทธบาท ซึ่งถือเป็นงานประเพณีที่สำคัญประจำปี และได้ปฏิบัติสืบทอดกันมานาน โดยมีความเชื่อว่าจะได้บุญสูงสุด และเป็นการฝึกจิตใจให้มีความอดทนไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก ขอบคุณภาพจากคุณ Cha-orn Sudprasert ภาพจากคุณ สาวเจียระไน ช่างตุ๊ ภาพจากคุณ แยม อันโกะจัง การเดินทางไปเขาคิชฌกูฏ เริ่มต้นที่วัดพลวง ต้องขึ้นรถกระบะโฟว์วีลไปตามถนนที่ลาดชันมาก ระยะทางราว 8 กิโลเมตร จากนั้นต้องเดินเท้าขึ้นเขาไปอีกประมาณ 1.2 กิโลเมตร บนยอดเขายังมีปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่มาผูกกับตำนานทางพระพุทธศาสนาอยู่มากมาย ทั้งศิลาเจดีย์ หินรูปบารตคว่ำ ถ้ำฤาษี ลานแข่งรถพระอินทร์ หินที่มีรูปร่างคล้ายเต่าและช้างขนาดยักษ์ บนยอดเขาพระพุทธบาทอากาศเย็นสบาย สามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองจันทบุรีได้อย่างชัดเจน ใครยังไม่เคยไป ต้องลองครั้งหนึ่งในชีวิต รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอนครับ ภาพจากคุณ Top's Attapon ประเพณีแห่งศรัทธาตามรอยพระพุทธบาท ในครั้งถัดไป มีกำหนดการดังนี้ พิธีบวชชีพราหมณ์                     วันที่ 5 - 9 มกราคม 2558 งานบวงสรวง ปิดป่า-เปิดงาน       วันที่ 17 มกราคม 2558 และงานเปิดนมัสการ                   วันที่ 19 มกราคม - 19 มีนาคม 2558 หากคุณเป็นพุทธศาสนิกชน ต้องลองไปสักครั้งนะครับ แล้วคุณจะพบว่า พลังแห่งศรัทธา สามารถทำอะไรได้บ้าง ?สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฎ โทร. 0 3945 2074 ขอบคุณที่มา : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย , facebook.com/UnseenThailand  เรียบเรียงโดย : Travel MThai

ชัยนาท จังหวัดเล็กๆ ที่ไม่ใช่แค่ทางผ่าน
ชัยนาท /  สวนนกชัยนาท / 

ชัยนาท จังหวัดบนภาคกลางตอนบนที่มีความอุดมสมบูรณ์มาตั้งแต่สมัยสุโขทัย เพราะเป็นเมืองหน้าด่านทางด้านใต้ และกลายมาเป็นเมืองหน้าด่านทางเหนือในสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยในอดีตนั้นชัยนาทมีชื่อว่าเมืองแพรก จนกระทั่งในสมัยสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ จึงได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นชัยนาท โดยตามตัวแล้วชัยนาทมีความหมายว่า ชัยชนะที่มีชื่อเสียงบันลือ เพราะในอดีตชัยนาทเป็นเมืองยุทธศาสตร์ที่สำคัญ เคยใช้เป็นที่ตั้งรับศึกพม่าหลายครั้ง และมีชัยชนะทุกครั้งไป แต่ถึงแม้ชื่อจังหวัดจะดูดุดันห้าวหาญ แต่แท้จริงแล้วชัยนาทเป็นจังหวัดที่น่าท่องเที่ยว ผู้คนอบอุ่นเป็นมิตร และปลอดภัยจังหวัดหนึ่งของประเทศไทยเลยทีเดียว ชัยนาท จังหวัดเล็กๆ ที่ไม่ใช่แค่ทางผ่าน เมื่อได้ชื่อว่าเป็นเมืองสำคัญตั้งแต่สมัยสุโขทัย ทุกวันนี้จังหวัดชัยนาทจึงมีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอยู่เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นวัดพระบรมธาตุวรวิหาร พระอารามหลวง วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น โดยในวันเพ็ญเดือน 6 จะมีเทศกาลสมโภชพระบรมธาตุเป็นประจำทุกปี อีกวัดที่มีความสำคัญไม่แพ้กันคือ วัดปากคลองมะขามเฒ่า หรือวัดหลวงปู่ศุข ที่ชาวบ้านต่างเลื่อมใสศรัทธาในด้านความศักดิ์สิทธิ์ของวิชาอาคม และเครื่องรางของขลัง วัดกรุณา อีกหนึ่งวัดสำคัญที่ชาวชัยนาทนับถือกันมาก เพราะเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหาศิลา หรือหลวงพ่อหินใหญ่ ซึ่งนับเป็นพระพุทธรูปศิลาทรายที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัด และอีกหนึ่งสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ควรแวะไปเยี่ยมชมคือ เมืองอู่ตะเภา เมืองโบราณสมัยทวาราวดีที่มีอายุเก่แก่นับพันปี ปัจจุบันยังคงมีคันคูเมืองปรากฎให้เห็นเด่นชัด นอกจากจะเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานแล้ว ปัจจุบันชัยนาทยังมีชื่อเสียงในด้านการท่องเที่ยว สินค้าหัตถกรรม และการเกษตร ตามคำขวัญประจำจังหวัดที่ว่า “หลวงปู่ศุขลือชา เขื่อนเจ้าพระยาลือชื่อ นามระบือสวนนก ส้มโอดกขาวแตงกวา” โดยเฉพาะกับสวนนกชัยนาท ที่นับเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดของจังหวัด โดยบนพื้นที่ราว 248 ไร่นั้น สวนนกชัยนาทนั้นได้ชื่อว่าเป็นสวนนกที่มีกรงนกใหญ่ที่สุดในเอเชีย เป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์นกที่หลากหลาย แถมยังมีอาคารแสดงพันธุ์ปลาลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ศูนย์วิทยาศาสตร์ท้องฟ้าจำลอง และหุ่นฟางนกสวยงามอีกมากมาย และเมื่อได้ชื่อว่าเป็นเมืองริมน้ำ อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ควรแวะไปเยี่ยมชมคือ เขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งนับเป็นเขื่อนขนาดใหญ่แห่งแรกของประเทศที่ให้เรือขนาดใหญ่ผ่านเข้าออกได้ ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงฤดูร้อนของทุกๆ ปี จะมีฝูงนกเป็ดน้ำเป็นจำนวนหมื่นๆ ตัว มาอาศัยหากินอยู่ในแม่น้ำบริเวณเหนือเขื่อน อีกแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำที่สวยงามไม่แพ้กันคือ บึงกระจับใหญ่ ที่มีเกาะเมืองท้าวอู่ทอง เกาะกลางน้ำตามธรรมชาติขนาดใหญ่ตั้งเด่นอยู่กลางบึง โดยที่บึงแห่งนี้นับเป็นจุดชมนกเป็ดน้ำ และนกในตระกูลนกปากห่างที่สำคัญของประเทศ การได้นั่งเรือชมฝูงนกยามเย็นที่พระอาทิตย์ค่อยๆลับขอบฟ้านั้น นับเป็นภาพแห่งความงดงามประทับใจที่หาดูไม่ได้ในจังหวัดอื่น อีกหนึ่งของดังของจังหวัดชัยนาทที่จะไม่พูดถึงไม่ได้คือ ส้มโอพันธุ์ขาวแตงกวา ส้มโอรสชาติดี มีผลกลม ผิวเรียบ เปลือกบาง รสหวานกรอบอมเปรี้ยวนิดๆ ไม่มีรสขม ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม-ต้นเดือนกันยายน  ซึ่งเป็นช่วงฤดูส้มโอ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดมักจะมีกิจกรรมประกวดส้มโอ และการออกร้านจำหน่ายส้มโอจากเกษตรกรชาวชัยนาท ซึ่งหากใครต้องการชิมความอร่อยของส้มโอแล้ว ช่วงเวลานี้นับเป็นช่วงเวลาห้ามพลาด และท้ายที่สุด ด้วยความที่จังหวัดชัยนาทนั้นเป็นเส้นทางผ่านสู่ภาคเหนือที่สำคัญ ทางจังหวัดจึงได้มีการจัดทำโครงการวัฒนธรรมความปลอดภัยให้กับชาวชัยนาท โดยเน้นย้ำ และรณรงค์เรื่องการขับขี่รถยนต์ด้วยความระมัดระวังและปลอดภัย เพื่อให้นักท่องเที่ยว และผู้ใช้ทางได้เกิดสำนึกเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน รวมไปถึงน้ำใจไมตรีที่ควรหยิบยื่นให้กันเพื่อให้จังหวัดชัยนาทเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ปลอดภัย ดังนั้น ถึงแม้จะเป็นจังหวัดเล็กๆ แต่หากเรามองให้ลึกถึงรายละเอียดความเป็นมา รากเหง้าวัฒนธรรม และความห่วงใยที่จัหวัดชัยนาทมีให้กับนักท่องเที่ยวแล้ว ต้องนับว่าชัยนาทเป็นจังหวัดเล็กๆ ที่มีหัวใจด้านการท่องเที่ยวอันยิ่งใหญ่ไม่แพ้จังหวัดใดในประเทศไทยเลยทีเดียว เรียบเรียงโดย : Travel MThai