พระทำร้ายสีกา

พล.อ.ประยุทธ์ เข้าเฝ้าในหลวงวันนี้ รับพระราชทานธรรมนูญชั่วคราว
คสช. /  ทูลเกล้าฯ ธรรมนูญชั่วคราว / 

สำนักพระราชวังแจ้งหมายกำหนดการ พล.อ.ประยุทธ์ หน.คสช.เข้าเฝ้าในหลวงที่วังไกลกังวล รับพระราชทานธรรมนูญปกครอง สำนักพระราชวังแจ้งหมายกำหนดการวันที่ 22 ก.ค. เวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ พระตำหนักเปี่ยมสุขวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พระราชทานพระราชวโรกาสให้ พล.อ.ประยุทธิ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ในโอกาสนี้ พ.อ.ณัฐวุฒิ ภาสุวณิชย์พงศ์ ฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย MThai News ที่มา เดลินิวส์

พิจิตรพบเด็กป่วยโรคประหลาดผิวหนังพุพอง
ของเล่นอันตราย /  ตัวพุพอง / 

จังหวัดพิจิตร พบเด็กป่วยโรคประหลาดผิวหนังพุพองทั้งตัว ผู้ปกครองโทษเพราะของเล่นมีสารพิษ แพทย์ยันไม่เกี่ยว นายแพทย์กิตติโชติ ตั้งกิตติถาวร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ตะพานหิน จังหวัดพิจิตร เปิดเผยว่าได้รับผู้ป่วยที่เป็นเด็กชายอายุ 8 ปี ซึ่งเป็นเด็กนักเรียนชั้นประถมปีที่ 2 โรงเรียนเทศบาลตะพานหิน อยู่บ้านเลขที่ 42/1 หมู่ที่ 2 ต.งิ้วราย อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร ที่มีอาการป่วยเป็นแผลพุพองขึ้นตามลำตัว คล้ายท้าวแสนปม โดยผู้ปกครองให้ข้อมูลในการสืบสวนโรคว่า ลูกชายของตนได้นำของเล่นที่เรียกว่า “เบบี้คริสตัล” มาแช่น้ำเล่นในอ่างเล่นน้ำ จากนั้นก็ได้เกิดอาการแพ้จนเป็นผื่นคันและลุกลามไปทั่วทั้งตัวมีอาการปวดแสบปวดร้อน แพทย์จึงต้องรับตัวไว้ทำการรักษา โดยนายแพทย์กิตติโชติ ให้ข้อมูลในทางวิชาการว่า เด็กเป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่เกิดจากภูมิวัยเกินอายุ โดยยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวกับของเล่นอย่างที่ผู้ปกครองเข้าใจ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ก็ไม่ทิ้งประเด็นที่จะนำของเล่นดังกล่าวมาพิสูจน์เพื่อหาต้นเหตุของโรคประหลาดที่เกิดกับผู้ป่วยดังกล่าว ข่าวที่เกี่ยวข้อง เตือน เบบี้ คริสตัล ของเล่นอันตราย แช่เล่นในน้ำจนตัวพุพอง

2พี่น้องชาวอังกฤษ ขอพบผู้มีพระคุณแบบส่วนตัว
ข่าววันนี้ /  ตามหาคนช่วยเหลือจากสึนามิ / 

2พี่น้องชาวอังกฤษ โพสต์เฟซบุ๊คขอบคุณคนไทยที่ช่วยตามหาคุณยุพิน-คุณพิเชษฐ์ สองสามีภรรยาที่ได้เคยช่วยดูแลช่วงสึนามิปี 2547 พร้อมระบุ ขอพบกันเป็นการส่วนตัวก่อนให้สัมภาษณ์ จากกรณีที่ เบน-เอมิลี วิลกราส   สองพี่น้องชาวอังกฤษ ประกาศตามหา คุณยุพิน และคุณพิเชษฐ์  เส็งเมือง สองสามีภรรยา ที่เคยให้ความช่วยเหลือเมื่อครั้งเจอสึนามิปี 2547 จนกลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลก และพวกเขาเตรียมบินมาพบเพื่อขอขอบคุณนั้น ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (21 ก.ค.) รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 รายงานว่า วานนี้ตลอดทั้งวันมีกองทัพสื่อมวลชนไปรอทำข่าวที่บ้านของนางยุพินและสามี แต่ไม่พบว่ามีการเข้าพบของสองพี่น้องชาวอังกฤษ เบน-เอมิลี วิลกราส แต่อย่างใด มีเพียงเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ที่ทยอยเข้ามอบประกาศเกียรติคุณ ขณะที่ สองพี่น้องชาวอังกฤษ เอมิลี วิลกราส ส่งข้อความก่อนมาถึงประเทศไทยว่า "พวกเราได้ทำสำเร็จแล้ว โดยผ่านพลังของสื่อสังคมออนไลน์ โดยเราจะได้พบยุพินกับพิเชษฐ์ เราอยากจะบอกกับทุกคนว่าขอบคุณอย่างมาก สำหรับความช่วยเหลือที่คอยแชร์ข้อความของเราและติดต่อพวกเรา เราทั้งสองต่างรอคอยการเดินทางกลับไปยังภูเก็ตเพื่อเจอกับคุณยุพินและคุณพิเชษฐ์ ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่พวกเรามีความสุขมาก แต่การเดินทางครั้งนี้อาจเป็นช่วงเวลาที่ลำบากใจ และฟื้นความทรงจำเกี่ยวกับเหตุการณ์สึนามิซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เศร้าและเราได้สูญเสียแม่ อย่างไรก็ตามเรายินดีอย่างมาก หากสื่อมวลชนให้พวกเราได้พบกับคุณยุพินและคุณพิเชษฐ์เพียงลำพัง ดังนั้นเราจึงตัดสินใจที่จะยังไม่ให้สัมภาษณ์ทั้งหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ ก่อนที่เราจะได้พบกับคุณยุพินและคุณพิเชษฐ์ อย่างไรก็ตามหลังจากเราได้พบทั้งสองคนแล้ว เราจะให้สัมภาษณ์อีกครั้งเพื่อขอบคุณคนไทยทุกคนที่ช่วยเหลือพวกเรา" MThai News ข่าวที่เกี่ยวข้อง ชาวอังกฤษ ตามหาคนไทย ที่ช่วยเหลือตอนเจอสึนามิปี47 พร้อมช่วย 2 พี่น้องชาวอังกฤษพบสาวไทย

 สาวหุ่นดีโพสต์ขอโทษ หลังไล่สาวอ้วนไปลดน้ำหนัก ขวางทางเดิน
คนอ้วน /  ชมรมผู้นิยมสาวอ้วน / 

ชาวสังคมออนไลน์ รุมด่าสาวหุ่นดี ไร้มารยาท หลังโพสต์ภาพสาวอ้วนซ้ำยังไล่ให้ไปลดน้ำหนัก  วันนี้(21 ก.ค.) หลังจากแฟนเพจเฟซบุ๊คชื่อ 'ชมรมผู้นิยมสาวอ้วน' ได้โพสต์ภาพของสมาชิกเฟซบุ๊คท่านหนึ่ง แอบถ่ายภาพสาวร่างอวบบนบันใดเลื่อน พร้อมบรรยายภาพว่า “ ทำไมไม่ชวนกันลดน้ำหนัก  ทำไมไม่มีใครบอกใคร หรือบอกแล้วหรือทำไม่ได้กัน ขอโทษที่แอบถ่าย คือสงสัยจริง”  หลังจากภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป สร้างความไม่พอใจในหมู่ชาวสังคมออนไลน์เป็นอย่างมาก สมาชิกเฟซบุ๊คท่านหนึ่งได้แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องดังกล่าวว่า  เธอเป็นคนอ้วนคนหนึ่ง และเห็นว่าหลายๆคนมักจะดูถูกคนอ้วนโดยการพูดจาเสียดสีบ้าง  ซึ่งเธออยากให้ผู้คนมองเห็นความสำคัญของคนอ้วนให้มากขึ้น เพราะคนอ้วนก็ทำอะไรได้เหมือนคนทั่วไป และไม่ได้ไปทำให้ใครเดือดร้อน ซึ่งชาวเน็ตส่วนใหญ่ต่างแสดงความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า พฤติกรรมของผู้ที่แอบถ่ายภาพเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม นอกจากจะไร้มารยาทแล้วยังเป็นการทำร้ายจิตใจผู้อื่น ล่าสุดผู้ที่เป็นคนแอบถ่ายรูปดังกล่าวได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊คว่า ต้องการขอโทษสังคม สิ่งที่เกิดขึ้นเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเราและเพื่อนๆที่เข้ามาเม้นต่อ ยอมรับผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น ขอโทษบุคคลในรูปที่ถูกพาดพิง จากนี้จะไม่มีแบบนี้เกิดขึ้นอีก และขอบคุณผู้ที่เข้ามาว่ากล่าวตักเตือนด้วยความหวังดี ขอบคุณกลุ่มประมูลเสื้อผ้าคนอ้วนที่ทำให้รู้ผิดชอบชั่วดี ขอบคุณทุกคนและ ขอโทษ จากใจจริง MThai News

MThai Buster (รีรัน) ประจำวันที่ 23ก.ค.
Good Morning Thailand /  MONO29 / 

MThai Buster (รีรัน) ประจำวันที่ 23ก.ค. ช่วง MThai Buster ออกอากาศในรายการ Good Morning Thailand ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 6.00 น.- 08.00 น. ทางช่อง MONO29. เอ็มไทยบัสเตอร์วันนี้เริ่มต้นกันด้วยเรื่องราวที่น่าสลดใจ เมื่อมีคนอุตริซื้อขายกระเล็นแล้วส่งผ่านไปรษณีย์ จนกระเล็นน้อยต้องตายภายในกล่องพัสดุ ชาวสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์กรณีส่งกระรอกผ่านไปรษณีย์ใส่กล่องพัสดุ โดยเป็นเรื่องราวที่สมาชิกเฟซบุ๊คท่านหนึ่งได้เผยแพร่ภาพพร้อมข้อความระบุว่า ตนได้สั่งกระเล็น ซึ่งเป็นสัตว์ลักษณะคล้ายกระรอก โดยผู้ขายบอกว่าจะส่งผ่านไปรษณีย์EMS มาให้ โดยได้ยืนยันและรับประกันว่ากระรอกไม่ตายแน่นอน เพราะจะเจาะรูกล่อง ใส่อาหารให้ ซึ่งตนก็รอประมาณ 2 วัน เมื่อพัสดุมาถึงก็รีบไปรับพบว่ากระรอกตัวดังกล่าวตายแล้ว เพราะเปิดกล่องออกมาพบกระรอกนอนตายมีกล่องยาสีฝันที่มีรอยกัดเป็นรู ซึ่งตนพยายามเรียกร้องเงินคืนจากราคา 750 บาท แต่ได้รับคืนแค่ 350 บาทเท่านั้น จึงนำเรื่องราวมาโพสต์เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนบนโลกออนไลน์ ทั้งนี้ชาวสังคมออนไลน์ต่างวิพากษ์วิจารณ์ว่ากรณีดังกล่าวควรมีการคิดให้รอบคอบกว่านี้และไม่ควรส่งของมีชีวิตผ่านทางไปรษณีย์เพราะถือว่าเป็นของต้องห้ามและเกิดอันตรายกับสัตว์ที่ส่งมาด้วย ซึ่งเมื่อหลายสัปดาห์ก่อนเพิ่งจะเกิดกรณีส่งเต่าทางไปรษณีย์ อย่างไรก็ตามอยากจะให้ผู้ส่งควรคิดว่าสัตว์มีชีวิตและความรู้สึกเหมือนกันด้วย ซึ่งมีสมาชิกเฟซบุ๊คท่านหนึ่งแสดงความคิดเห็นว่า “…ไม่ได้อยากซ้ำเติมนะ แต่คุณรู้อยู่แล้วว่ามันจะส่งทาง EMS คุณก็ใจดำสั่งมานะครับ ไม่คิดบ้างเหรอว่าน้องอยู่ในกล่องจะโดนโยนไปมาขนาดไหน ไม่จำเป็นต้องนึกภาพตัวเองใส่กล่องไรหรอก นั่งในรถปิดแอร์ปิดกระจกสัก 15 นาทีก็แย่แล้ว เห็นแก่ตัวมากๆทั้งสองฝ่าย…” ซึ่งทางสาวที่โพสต์ข้อความดังกล่าวได้บอกว่า เธอได้โอนค่ารถเพื่อส่งมาทางรถ แต่ผู้ขายกลับส่งมาทางไปรษณีย์แทนแถมยังมาโกงเงินอีก มาต่อกันด้วยประเด็นที่สอง เป็นเรื่องของแท็กซี่ เลือดร้อนลงจากรถมาทุบกระจกรถคนอื่นกลางถนน จะเป็นยังไงไปชมคลิปกัน ชาวสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปแท็กซี่เลือดร้อนลงมาทุบกระจกรถคนอื่น โดยเป็นเหตุการณ์ที่ชายขับรถแท็กซี่คนหนึ่งโมโหและลงจากรถมากลางถนนและคว้าเอาที่ปัดน้ำฝนของรถยนต์คันหนึ่งฟาดไปที่กระจกอย่างแรง ทำให้กระจกรถเสียหายทั้งหมด ในขณะที่เจ้าของรถยนต์คันดังกล่าวกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ ซึ่งเจ้าของรถแท็กซี่ได้ตะโกนโวยวายให้เจ้าของรถยนต์ไปจอดรถข้างหน้าเพื่อเคลียร์กัน ก่อนที่ชายคนขับแท็กซี่จะเดินกลับไปที่รถของตัวเอง ซึ่งสาเหตุของเหตุการณ์ในคลิปนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ชาวสังคมออนไลน์คาดว่าน่าจะเป็นปัญหาที่คนขับรถยนต์อาจไปเฉี่ยวชนรถแท็กซี่ก็เป็นได้ แต่หลายคนกลับแสดงความคิดเห็นว่าแท็กซี่ใจร้อนเกินไปและไม่น่าทำลายข้าวของของคนอื่นเช่นนี้ ซึ่งหากเกิดปัญหาคนขับแท็กซี่น่าจะไปแจ้งความหรือเรียกประกันมากกว่ามาทำร้ายคนอื่น ปิดท้ายกันด้วยคลิปชวนอมยิ้ม เมื่อคุณครูต้องเจอนักเรียนสุดเกรียนต่อรองขอกลับบ้านก่อน ทำเอาหลายๆคนดูแล้วคิดถึงวันวานวัยเรียน จะเป็นยังไงไปชมคลิปกัน ชาวสังคมออนไลน์แชร์คลิปเด็กนักเรียนชายหัวเกรียนคนหนึ่งเข้าไปต่อรองขอคุณครูกลับบ้านก่อนทั้งที่ยังไม่ถึงเวลาเลิกเรียน โดยนักเรียนชายอ้างว่าปวดหัว แต่คุณครูก็บอกว่าปวดหัวก็ไปนอนพัก ไปนอนใต้ต้นไม้หรือห้องพยาบาลก็ได้ แต่นักเรียนชายก็ยังพยายามต่อรองกับคุณครูว่า ผมขอกลับบ้านก่อนไม่ไหวจริงๆ แล้วจะให้พ่อแม่โทรมาลาก็ได้ แต่คุณครูก็ยังยืนยันคำเดิมคือให้ไปนอนพัก เพราะไม่ได้เป็นอะไร ไม่ใช่ว่านักเรียนจะได้ทุกอย่างตามที่ขอนะ ซึ่งคลิปนี้ถ้าดูก็เป็นคลิปเด็กนักเรียนเกรียนๆธรรมดาๆ แต่บางคนที่ได้ดูกลับบอกว่าทำให้คิดถึงวัยเรียนที่ได้สนิทกับครูแบบนี้ บางคนก็เคยกวนคุณครูแบบในคลิปเหมือนกัน ก็เป็นคลิปที่ได้ดูแล้วหวนนึกถึงความทรงจำอีกครั้งหนึ่ง MThai News

สยอง ! ลุงชาวจีนโดนหมาป่ากัดปากเยิน ฟันออกมาอยู่ข้างนอก
คนไร้ริมฝีปาก /  จีน / 

คุณลุงชาวจีนถูกหมาป่ากัดปากยับเยิน ฟันออกมาอยู่ภายนอกปาก ล่าสุดศัลยแพทย์ได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือแล้ว เว็บไซต์เดอะมิร์เรอร์ เปิดเผยเรื่องราวสุดน่าเห็นใจของคุณลุงชาวจีนวัย 65 ปี ที่ถูกหมาป่ากัดปากจนเยิน ฟันออกมาอยู่ภายนอกปากนานกว่า 54 ปี ในรายงานระบุว่า คุณลุงอู๋ เสี่ยวหยู ถูกหมาป่าทำร้ายตอนอายุ 11 ปี และจากการถูกทำร้ายครั้งนั้น ทำให้เขามีหน้าตาอัปลักษณ์ ปากถูกกัดจนยับเยินและฟันออกมาอยู่ภายนอกปาก ด้วยเหตุผลนี้ ลุงอู๋ เสี่ยวหยู รับประทานได้แต่อาหารเหลวมาทั้งชีวิตนอกจากจะส่งผลกระทบต่อการรับประทานอาหารแล้ว ยังทำให้เขาไม่สามารถไปโรงเรียนได้ ไม่เคยมีแฟน ไม่เคยมีโอกาสได้ทำงาน เนื่องจากผู้คน ต่างหวาดกลัวกับรูปลักษณ์เช่นนี้ แต่ในที่สุดหลังจากที่ทนอยู่กับสภาพผิดปกติมานานกว่า 54 ปี ศัลยแพทย์ก็ได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ซึ่งการผ่าตัดในครั้งนี้มีการระดมแพทย์ผู้มีความสามารถกว่า 20 ราย  เนื่องจากการผ่าตัดดูจะท้าทายความสามรถของแพทย์อยู่ไม่น้อย ทั้งนี้ลุงอู๋ เสี่ยวหยู จะต้องเข้ารับการผ่าตัดไม่ต่ำกว่า 2 ครั้ง เพื่อแก้ไขปาก โดยแพทย์จะนำเอากล้ามเนื้อจากขาทั้งสองข้างของเขามาใช้ในการผ่าตัด ซึ่งก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ปากของลุงอู๋จะกลับมามีลักษณะใกล้เคียงกับปกติในอีกไม่ช้านี้ MThai News

โรงแรมสวิสโฮเต็ล ปาร์คนายเลิศ  ร่วมรำลึกพระคุณแม่ โปรโมชั่นต้อนรับวันแม่
วันแม่ /  โรงแรมสวิสโฮเต็ล

โรงแรมสวิสโฮเต็ล ปาร์คนายเลิศ กรุงเทพ ร่วมรำลึกพระคุณแม่ ขอให้เราเป็นผู้ดูแล คุณแม่ทุกท่านด้วย บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวันและมื้อค่ำ หรือติ่มซำตำรับพิเศษ โรงแรมสวิสโฮเต็ล ปาร์คนายเลิศ กรุงเทพ สิงหาคม 2557 - ในแต่ละปี ประเทศต่างๆ ทั่วโลกจะฉลองเทศกาลวันแม่ในช่วงเวลาและรูปแบบที่แตกต่างกัน สำหรับประเทศไทยแล้ว วันแม่ตรงกับวันที่ 12 สิงหาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นแม่ของพสกนิกรชาวไทยทุกคน โรงแรมสวิสโฮเต็ล ปาร์คนายเลิศ กรุงเทพได้จัดสรรกิจกรรมพิเศษเนื่องในโอกาสวันแม่ที่จะมาถึงนี้ เพื่อให้เป็นช่วงเวลาที่น่าประทับใจและจดจำสำหรับทุกครอบครัว ร่วมรำลึกพระคุณแม่ด้วยการแสดงออกถึงความรัก ให้คุณแม่ได้รู้สึกถึงความห่วงใยที่ลูกๆ มีต่อท่าน สวิสโฮเต็ล ปาร์คนายเลิศขอเป็นผู้ดูแล คุณแม่ทุกท่านด้วย บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวันและมื้อค่ำ หรือติ่มซำตำรับพิเศษท่ามกลางบรรยากาศอันแสนอบอุ่นและสวนสีเขียวใจกลางกรุง อิ่มอร่อยกับบุฟเฟ่ต์มื้อกลางวัน และมื้อค่ำที่ห้องอาหารไอโซ่ (ISO Restaurant) – คุณแม่ทานฟรีปรนนิบัติ และเอาใจคุณแม่ของท่านด้วยบุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ที่คัดสรรมาจากทั่วทุกมุมโลก ให้ท่านเลือกสรร ทั้งอาหารทะเล สลัดผัก อาหารเรียกน้ำย่อย บาร์บีคิว และของหวานต่างๆ เมนูอาหารนานาชาติแนะนำ อาทิ ซูกินี่อบ (Shaved Zucchini) สลัดวอลนัท (Walnut & Citrus Salad) คูสคูสมาร๊อคคั่น(Moroccan Couscous with raisins and red peppers) แซลมอนรมควันและแตงกวาดอง (Smoked Salmon and Charcuterie) และอื่น ๆ อีกมากมาย เมนูอาหารไทยแนะนำ อาทิ ไส้กรอกอีสาน ปอเปี๊ยทอด ต้มยำกุ้งแม่น้ำ ก๋วยเตี๋ยวเป็ด ข้าวเหนียวมะม่วง ต้มยำปลากะพง       กุ้งทอดราดซอสมะขาม ไก่อบเม็ดมะม่วงหิมพานต์ หอยลายผัดน้ำพริกเผา ปลาย่างเกลือ ขาหมูทอด ของหวานอาทิ ขนมเค้ก  ข้าวเหนียวมะม่วง และอื่น ๆ อีกมากมาย บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวัน (11:30 น – 14:30 น.)  ราคาท่านละ799++ บาท (ผู้ใหญ่) และราคาท่านละ 399++ บาท (เด็ก) บุฟเฟ่ต์มื้อค่ำ (18:00 น. – 22:00 น.) ราคาท่านละ 999++ บาท (ผู้ใหญ่) และราคาท่านละ 499++ บาท (เด็ก) พร้อมบริการไวน์ขาวพรีเมี่ยม ราคาแก้วละ 299++ บาท และราคาขวดละ 1,495++ บาท บุฟเฟ่ต์ติ่มซำมื้อกลางวันที่ห้องอาหารจีนโนเบิล เฮ้าส์ (Noble House Restaurant) เอ็กเซ็กคิวทีฟ ไชนีส เชฟจากทางโรงแรมฯขอร่วมรำลึกพระคุณแม่ด้วยบุฟเฟ่ต์ติ่มซำมื้อกลางวัน (All You Can Eat) ที่พร้อมให้ที่มีให้เลือกมากว่า 30 เมนู ทั้งเมนูอาหารนึ่ง ทอด บะหมี่ ซาลาเปา ซุปร้อน อาหารหวาน และอื่น ๆ อีกมากมาย พร้อมบริการเครื่องดื่มชาและเก๊กฮวยร้อนและเย็น ตลอดมื้อ นอกจากนี้ท่านยังสามารถปรนนิบัติ และเอาใจคุณแม่ของท่านด้วยเมนูจานเดี่ยว อาทิ เป็ดอบ บาร์บีคิวหมู กระเพาะปลา ซุปเห็ดดำ เนื้อสันนอกทอดสไตล์ฮ่องกง เป๋าฮื๊อตุ๋นน้ำแดง ปลาเก๋าผัดสไตล์ฮ่องกง ข้าวผัดเป๋าฮื๊อ ราดหน้าสไตล์ฮ่องกง เนื้อปลากระพงขาวกับซอสเอ็กซ์โอหอยเชลล์ออสเตรเลียอบซีอิ๊ว แป๊ะก๊วยร้อน และอื่น ๆ อีกมากมาย บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวัน วันจันทร์ ถีง วันเสาร์ (11:30 น. – 14:30 น.) ราคาท่านละ 550++ บาท วันอาทิตย์ (11:30 น. – 14:30 น.) ราคาท่านละ 699++ บาท หมายเหตุ -ราคานี้ยังไม่รวมภาษีและค่าบริการ 10% - ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อแผนก อาหารและเครื่องดื่ม หมายเลข 0 2253 0123 ต่อ 7020 หรือ อีเมล์SNL.restaurants@swissotel.com

พระอัดคลิปแฉสังฆทานหลอกลวงผู้บริโภค
สังฆทานแพงแต่ของน้อย /  ระวังสังฆทานหลอกตา / 

พระโพสต์เฟซบุ๊คเตือนญาติโยม ระวังสังฆทานหลอกตา วอนส.ค.บ. เข้าตรวจสอบร้านสังฆภัณฑ์ ที่ขายสินค้าไม่มีคุณภาพให้ผู้บริโภค

ศธ.ผุดไอเดีย พาสปอร์ตความดี ใช้เข้ามหาวิทยาลัย
กระทรวงศึกษาธิการ /  พาสปอร์ตความดี / 

ปลัดศธ. ชูไอเดีย พาสปอร์ตความดี ให้เด็กจดความดี ชง ทปอ.ใช้เป็นเกณฑ์คัดเลือกหานักศึกษาเข้ามหาวิทยาลัย นางสุทธศรี  วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของศธ .ว่าที่ประชุมขอให้ทุกองค์กรหลักศธ.ได้นำนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรื่องค่านิยมหลักคนไทย  12 ประการไปปฎิบัติให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ให้บูรณาการในกิจกรรมการเรียนการสอน  หลักสูตร การวัดและประเมินผล โดยได้เห็นชอบให้การจัดทำสมุดพกความดี หรือพาสปอร์ตความดี ของนักเรียนทุกระดับชั้นสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) รวมถึงนักศึกษาสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัย (สำนักงาน กศน.) ได้มีการจดบันทึกความดีสิ่งที่ตนเองได้ทำในทุกวัน  ซึ่งเด็กทุกคนจะเขียนความดีที่ตัวเองได้ปฎิบัติในแต่ละวันว่ามีอะไรบ้างลงในพาสปอร์ตความดีโดยมีผู้อำนวยการโรงเรียนหรือครูผู้สอบเซ็นรับรองให้ พร้อม สกอ.จะนำเรื่องพาสปอร์ตความดีนี้เป็นส่วนหนึ่งในการคัดเลือกนักเรียนเข้าเรียน ต่อสู่ระดับอุดมศึกษาด้วย โดยนพ.กำจร ตติยกวี เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.)รับที่จะนำเรื่องดังกล่าวไปหารือกับ ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ต่อไป “ทางลูกเสือ เนตรนารี ก็มีสมุดที่ให้มีการบันทึกความดีอยู่แล้วและที่ผ่านมาสพฐ.เคยทำโครงการดัง กล่าวมาแล้วโดยได้นำร่องทำ ‘นครปฐม’ โมเดล ที่ให้นักเรียนทำคุณงามความดีได้สิทธิในการเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยใน พื้นที่ เช่น มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นต้น  แต่ครั้งนี้ ศธ.จะนำมาดำเนินการอย่างจริงจังและขยายให้ครอบคลุมมากขึ้น เพื่อสอดรับกับนโยบายของ คสช.ที่ต้องการปลูกฝังเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมของคนในชาติ” ปลัด ศธ. กล่าวว่าส่วนจะนำเรืองพาสปอร์ตความดีมาเป็นส่วนหนึ่งของการสมัครเข้าเรียนใน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และมัธยมศึกษาปีที่ 4 ด้วยหรือไม่นั้นถือเป็นแนวคิดที่ดี แต่ก็ต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างสพฐ.ไปพิจารณาในรายละเอียดกันต่อไป นอกจากเรื่องของสมุดพกความดีแล้วในเร็วๆนี้ ศธ. จะทำความร่วมมือกับสำนักงานพระพุทธศาสนา(พศ.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.)  มหาเถรสมาคม (มส.)  จัดการเรียนการสอนธรรมะในสถานศึกษาอย่างเข้มข้น เพื่อต้องการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้เรียนวิชาพระพุทธศาสนา ตามหลักสูตรของสำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง เมื่อเด็กจบหลักสูตรนี้จะได้ประกาศนียบัตรนักธรรมชั้นตรีควบคู่กับการจบหลัก สูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานด้วย โดยความร่วมมือดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมในสถาน ศึกษาต่อไป MThai News ............................................................................................................. Quiz Game วัดความมีสมบัติผู้ดีในตัวคุณ... แหมๆ เกิดเป็นคนไทยก็ต้องรู้จักรักษากิริยามารยาทไม่งั้นเดี๋ยว...

เปิด6มาตรา สาระสำคัญ รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว2557
รัฐธรรมนูญ 2557 /  รัฐธรรมนูญชั่วคราว / 

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว)พุทธศักราช ๒๕๕๗ มาตรา ๖ ให้มีสภานิติบัญญัติแห่งชาติประกอบด้วยสมาชิกจํานวนไม่เกินสองร้อยยี่สิบคนซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจากผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิดและมีอายุไม่ต่ํากว่าสี่สิบปี ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติถวายคําแนะนําให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติทําหน้าที่สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และรัฐสภา มาตรา ๑๙ พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งตามมติของสภานิติบัญญัติแห่งชาติและรัฐมนตรีอื่นอีกจํานวนไม่เกินสามสิบห้าคนตามที่นายกรัฐมนตรีถวายคําแนะนํา ประกอบเป็นคณะรัฐมนตรีมีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน ดําเนินการให้มีการปฏิรูปในด้านต่าง ๆ และส่งเสริมความสามัคคีและความสมานฉันท์ของประชาชนในชาติก่อนเข้ารับหน้าที่ รัฐมนตรีต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ด้วยถ้อยคําดังต่อไปนี้ “ข้าพระพุทธเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอํานาจในการให้นายกรัฐมนตรีพ้นจากตําแหน่งตามที่ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติถวายคําแนะนําตามมติของสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่เสนอโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และให้รัฐมนตรีพ้นจากตําแหน่งตามที่นายกรัฐมนตรีถวายคําแนะนําการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและการให้นายกรัฐมนตรีพ้นจากตําแหน่ง ให้ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติลงนามรับสนองพระบรมราชโองการนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมีสิทธิเข้าร่วมประชุมชี้แจงแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติหรือสภาปฏิรูปแห่งชาติ แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน และให้นําเอกสิทธิ์ตามมาตรา ๑๘มาใช้บังคับแก่การชี้แจงแสดงความคิดเห็นของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีตามมาตรานี้ด้วยโดยอนุโลม มาตรา ๒๘ ให้สภาปฏิรูปแห่งชาติประกอบด้วยสมาชิกจํานวนไม่เกินสองร้อยห้าสิบคนซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจากผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิดและมีอายุไม่ต่ํากว่าสามสิบห้าปี ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติถวายคําแนะนําพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติเป็นประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติคนหนึ่งและเป็นรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติไม่เกินสองคน ตามมติของสภาปฏิรูปแห่งชาติให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ และประธานสภาและรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ มาตรา ๓๒ ให้มีคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อจัดทําร่างรัฐธรรมนูญประกอบด้วยกรรมาธิการจํานวนสามสิบหกคน ซึ่งประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติแต่งตั้งจากบุคคลดังต่อไปนี้ (๑) ประธานกรรมาธิการตามที่คณะรกษาความสงบแห ั ่งชาติเสนอ (๒) ผู้ซึ่งสภาปฏิรูปแห่งชาติเสนอ จํานวนยี่สิบคน (๓) ผู้ซึ่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี และคณะรักษาความสงบแห่งชาติเสนอฝ่ายละห้าคนการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญตามวรรคหนึ่ง ต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการเรียกประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติเป็นครั้งแรกในกรณีที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญพ้นจากตําแหน่งไม่ว่าด้วยเหตุใด ให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ โดยให้ถือว่าคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญประกอบด้วยกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเท่าที่เหลืออยู่ แต่ให้ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติแต่งตั้งกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญแทนตําแหน่งที่ว่างตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในวรรคหนึ่งภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญพ้นจากตําแหน่งให้นําความในมาตรา ๑๘ มาใช้บังคับแก่การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญด้วยโดยอนุโลม มาตรา ๔๔ ในกรณีที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติเห็นเป็นการจําเป็นเพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปในด้านต่าง ๆ การส่งเสริมความสามัคคีและความสมานฉันท์ของประชาชนในชาติ หรือเพื่อป้องกัน ระงับ หรือปราบปรามการกระทําอันเป็นการบ่อนทําลายความสงบเรียบร้อยหรือความมั่นคงของชาติราชบัลลังก์ เศรษฐกิจของประเทศ หรือราชการแผ่นดิน ไม่ว่าจะเกิดขึ้นภายในหรือภายนอกราชอาณาจักรให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติมีอํานาจสั่งการระงับยับยั้ง หรือกระทําการใด ๆ ได้ ไม่ว่าการกระทํานั้นจะมีผลบังคับในทางนิติบัญญัติ ในทางบริหารหรือในทางตุลาการ และให้ถือว่าคําสั่งหรือการกระทํา รวมทั้งการปฏิบัติตามคําสั่งดังกล่าว เป็นคําสั่งหรือการกระทํา หรือการปฏิบัติที่ชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญนี้และเป็นที่สุด ทั้งนี้ เมื่อได้ดําเนินการดังกล่าวแล้ว ให้รายงานประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติและนายกรัฐมนตรีทราบโดยเร็ว มาตรา ๔๘ บรรดาการกระทําทั้งหลายซึ่งได้กระทําเนื่องในการยึดและควบคุมอํานาจการปกครองแผ่นดิน เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ของหัวหน้าและคณะรักษาความสงบแห่งชาติรวมทั้งการกระทําของบุคคลที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทําดังกล่าวหรือของผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากหัวหน้าหรือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือของผู้ซึ่งได้รับคําสั่งจากผู้ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าหรือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ อันได้กระทําไปเพื่อการดังกล่าวข้างต้นนั้น การกระทําดังกล่าวมาทั้งหมดนี้ไม่ว่าจะเป็นการกระทําเพื่อให้มีผลบังคับในทางรัฐธรรมนูญ ในทางนิติบัญญัติ ในทางบริหาร หรือในทางตุลาการ รวมทั้งการลงโทษและการกระทําอันเป็นการบริหารราชการอย่างอื่น ไม่ว่ากระทําในฐานะตัวการผู้สนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทํา หรือผู้ถูกใช้ให้กระทํา และไม่ว่ากระทําในวันที่กล่าวนั้นหรือก่อนหรือหลังวันที่กล่าวนั้น หากการกระทํานั้นผิดต่อกฎหมาย ให้ผู้กระทําพ้นจากความผิดและความรับผิดโดยสิ้นเชิง

น้ำเพชร โฮ! น้อยใจโดนปลดรอง MUT ยันไม่เคยขายตัว!!
น้ำเพชร MUT2014 /  น้ำเพชร โดนปลด / 

หลังพ่ายพิษภาพหลุด! จนกระทั่งมีแถลงการณ์จากกองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ สั่งปลด! พ้นตำแหน่ง รองชนะเลิศอันดับที่ 2 มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2014 อย่างเป็นทางการไปแล้วนั้น ล่าสุดช่วงบ่ายวันนี้(21 ก.ค.) ทางสาว น้ำเพชร สุณัณณิภาร์ ได้ออกมาปล่อยโฮลูกใหญ่ก่อนเปิดใจกับสื่อ แจงเคยเป็นพริตตี้โชว์หวิวมาก่อนจริงเพราะต้องหาเงินไปรักษาแม่ที่ป่วยโรคเซลล์ปากมดลูกผิดปกติ ระยะที่ 2(พร้อมหลักฐานยืนยัน) แต่นั่นถือเป็นอาชีพที่สุจริต ยันไม่เคยขายตัว! หรือเป็นเด็กเสี่ยตามข่าว.... เผยรู้สึกเสียใจที่โดนปลดจาก ตำแหน่ง รองชนะเลิศอันดับที่ 2 มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2014 ย้อนถามกองประกวดฯสาเหตุที่แท้จริงปลดเธอพ้นตำแหน่งเพราะอะไร??? และทำไมทางด้าน แอลลี่ พิมบงกช ตำแหน่ง รองชนะเลิศอันดับที่ 1 มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2014 ไม่โดนปลดด้วย ทั้งๆ ที่มีภาพหลุดเช่นกัน พร้อมแฉ! กองประกวดฯว่าไม่ติดต่อมาเคลียร์ส่วนตัวกับเธอแต่มีการไปคุยกับทางเพจแอนตี้! ของเธอแทน โดยเธอจะขอคืนให้แค่สายสะพายเท่านั้น ส่วนมงกุฎขอเก็บเอาไว้เพราะมั่นใจว่าเธอได้มาจากความบริสุทธิ์ยุติธรรมแล้วนั่นเอง "จากข่าวที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นขายตัว เป็นเด็กเสี่ย เมายา ส่งเด็ก หรือว่าเป็นเมียน้อยของนายทหารอากาศใหญ่ ทำให้ชื่อเสียงน้ำเพชรและครอบครัวสูญเสียเกียรติและชื่อเสียงนับตั้งนั้น น้ำเพชรไม่มีความสุขเลยเพราะข่าวที่ออกมา และข่าวนั้นเองก็ทำให้ต้องมีการแถลงข่าวขึ้นในวันนี้ โดยจากข่าวที่ออกมานั้นน้ำเพชรขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาค่ะ เพราะข่าวที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องจริง โดยในประเด็นขายตัวนั้นน้ำเพชรขอท้าใครที่มีหลักฐานว่าซื้อ น้ำเพชรที่ไหน ราคาเท่าไหร่ หรือว่าใครซื้อน้ำเพชรได้บ้างก็ให้นำหลักฐานมาชี้แจงได้เลยนะค่ะ" "ประเด็นต่อมาคือที่กล่าวหาว่าน้ำเพชรเป็นเอเย่นส่งเด็ก ประเด็นนี้ค่อนข้างรุนแรงสำหรับน้ำเพชรและครอบครัว ซึ่งเพชรก็อยากฝากพี่ๆ สื่อมวลชนกลับไปยังต้นตอข่าวลือว่าถ้าเพชรเป็นเอเย่นส่งเด็กจริงๆ เด็กที่ส่งขายขายเสี่ยคนนั้นช่วยมาแสดงตัวและมายืนยันต่อหน้าต่อมวลชนได้ไหมค่ะ ถ้าเกิดว่าไม่ ก็ท่ากับน้ำเพชรพ้นข้อกล่าวหาแล้วว่าไม่ได้เป็นเอเย่นส่งเด็ก หรือเป็นเมียน้อยทหารอากาศหรือเป็นเมียน้อยใครทั้งสิ้น หากลองคิดว่าเพชรเป็นเมียน้อยของทหารอากาศใหญ่จริงๆ หรือมีเสี่ยซื้อบ้านซื้อรถให้ ทำไมยังเพชรยังต้องมานั่งทำงานงกๆ หาเงินเรียนเองและทำเพื่อครอบครัวขนาดนี้" "และประเด็นที่ถูกวิจารณ์มากที่สุดก็คือเพชรเคยทำอาชีพพริตตี้มาก่อน เพชรเสียใจมากที่สุดเพราะจากเรื่องนี้เราถูกดูถูกและเหยีดหยามมาก ที่ทำอาชีพนี้แล้วไม่สามารถจะมาประกวดนางงามได้ เพชรอยากจะบอกว่าเมื่อก่อนเพชรก็เป็นแค่เด็กหญิงธรรมดาคนนึงที่ใช้ชีวิตกับแม่แค่สองคน แต่พอตอนอยู่มัธยมศึกษาปีที่ 5 ปี พ.ศ.2552 คุณแม่ป่วยเป็นเซลล์ปากหมดลูกผิดปกติหรือภาษาทางการแพทย์เรียกว่า TIN(2) คือผิดปกติระดับสองก่อนเป็นมะเร็งปากมดลูก ดังนั้นจึงต้องรีบทำการผ่าตัดโดยด่วน เพราะถ้าไม่ผ่าตัดเดี๋ยวนั้นคุณหมอบอกว่าเซลล์นั้นจะกลายเป็นมะเร็งและเป็นเนื้อร้าย ซึ่งอาจจะทำให้คุณแม่เสียชีวิตก่อนวัยก็ได้" "ซึ่งวินาทีนั้นที่ได้รับทราบเพชรก็อยากที่จะช่วยคุณแม่จึงเริ่มทำงานพริตตี้ และที่เลือกทำอาชีพนี้เพราะเป็นอาชีพที่สุจริต อีกทั้งในตอนนั้นเด็กสาวทุกคนก็ใฝ่ฝันอยากจะเป็น ซึ่งเพชรในวันนั้น ม.5 ธรรมดา ไม่รู้แนวทางของชีวิต อีกทั้งครอบครัวก็ไม่มีเงินเก็บเลยก็เลยเลือกทำอาชีพนี้ ซึ่งโดยส่วนตัวเพชรมองว่าอาชีพพริตตี้เป็นอาชีพที่สุจริตและถูกกฎหมาย เพราะเขาก็เสียภาษีเหมือนกับอาชีพทั่วไป อีกอย่างไม่ใช่ว่าหน้าตาสวยเพียงอย่างเดียวทำอาชีพพริตตี้ไม่ได้ค่ะ เพราะพริตตี้ต้องมีไหวพริบ ต้องมีการพูดและการพรีเซนต์ที่ดีคุณถึงจะเป็นพริตตี้ได้" "สาเหตุที่หนูต้องออกมาแถลงข่าวในวันนี้หนูอยากมาพูดแค่ในส่วนของหนูเท่านั้นไม่ได้คิดจะแฉอะไรของประกวดแต่อย่างใดเพราะหนูไม่มีเจตนาที่จะแฉใครอยู่แล้ว เริ่มตั้งแต่หลังประกวดเสร็จเพื่อนๆ ได้เดินสายไปขอบคุณสื่อกันผู้ใหญ่ ก็ไม่ให้ออกไปด้วย ซึ่งพอหนูถามผู้ใหญ่ที่ใหญ่ที่สุดก็บอกว่ายังไม่อยากให้หนูออกตอนนี้ และหลังจากนั้นเมื่อเพื่อนๆ ได้เซ็นสัญญาก็เลยถามในส่วนของหนู ซึ่งก็มีการนัดหมายกันแต่สุดท้ายเขาก็บอกว่าหนูไม่ต้องมาเจอเขาแล้ว และได้ตั้งทีมมาสอบสวน มีการแต่งตั้งทนายมา 1 คนแล้วก็มีผู้ใหญ่อีก 2 คนที่เข้ามาคุยเรื่องนี้" "จากนั้นก็ได้มีการสอบถามถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ว่าเป็นหนูจริงหรือเปล่า ซึ่งหนูก็ยอมรับว่าเป็นภาพหนูจริงๆ ทั้งยังได้อธิบายเหตุผลไปด้วยว่าสาเหตุที่ต้องทำเพราะอะไร ซึ่งหนูก็ยังได้นำหลักฐานทางการแพทย์ของคุณแม่ไปให้ผู้ใหญ่ดูด้วย ว่าที่หนูทำไปนั้นหนูมีเหตุผลจำเป็น ทว่าหนูกลับรู้จากอินเตอร์เน็ตว่าผู้ใหญ่ได้เรียกแอดมินที่ของเพจที่แอนตี้หนูไปพบเป็นการส่วนตัวจำนวน 5 คนโดยที่หนูไม่ทราบมากก่อน หลังจากนั้นก็มีการตั้งกรุ๊ปขึ้นมาเพื่อหาข้อมูลเพื่อจะได้มีข้อมูลมาปลดหนูออกจากตำแหน่ง รอง MUT 2014 เมื่อหนูได้สอบถามไปทาง ผู้ใหญ่ก็ปฏิเสธว่าไม่ได้มีการพบใครอย่างที่หนูกล่าวหา แต่หนูมีหลักฐานนะค่ะว่าเขาคุยกันจริงๆ ซึ่งเรื่องนี้หนูคิดว่าเป็นการปลดหนูออกจากตำแหน่งอย่างไม่ยุติธรรมและไม่ให้ความเป็นธรรมกับหนูไม่ให้โอกาสหนูในการชี้แจง เรียกว่าการปลดแบบไม่ยุติธรรมเลย” "ก่อนปลด ได้ไลน์หาค่ะเพราะเมื่อวันที่ 8 ก.ค.57 ได้ไลน์มาให้หนูเข้าไปกองประกวดวันที่ 10 ก.ค.57 เวลา 16.00 น. และให้หนูเอามงกุฎกับกล่องไปด้วย เพราะทางบิวตี้เจมส์จะเอามงกุฎไปซ่อมซึ่งตอนแรกหนูไม่คิดเลยด้วยซ้ำว่าจะถูกปลดออกจากตำแหน่ง พอไปถึงผู้ใหญ่ก็ให้หนูเข้าไปในห้องเพียงคนเดียว จากนั้นก็ใช้ถ้อยคำที่บีบหัวใจหนูมาก เขาบอกว่าคณะกรรมการกองประกวดเห็นสมควรให้ปลดออกจากตำแหน่งเพราะหนูมีอาชีพและมีความประพฤติอันเป็นที่น่ารังเกียจของสังคม มีการกระทำที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของศีลธรรมของประชาชนก่อให้เกิดความเสียชื่อเสียงและไม่น่าเชื่อถือในตำแหน่ง" "ซึ่งหลังจากที่ได้ฟัง หนูร้องไห้ไม่หยุดเลยค่ะ(ร้องไห้) ตอนนั้นหนูก็ขอโอกาสจากผู้ใหญ่ว่ามีทางออกที่ดีกว่านี้ไหม คือมันเหมือนสร้างตราบาปในชีวิตมาก เรื่องเหล่านั้นเป็นอดีตแต่อนาคตจะเปลี่ยนให้ได้ แต่ผู้ใหญ่บอกมาให้ทนายพูดว่าหรือจะสละเอง ฟังมันเป็นความกดดันมากกว่า ก่อนเซ็นสัญญาก็ขอโทรหาแม่แต่เขาไม่ให้หนูออกจากห้องเลย" "ซึ่งหลังจากเหตุการณ์หนูเหมือนหมดที่พึ่งเพราะก่อนเข้ามาประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์หนูศรัทธามากเพราะหนูมีความฝันตั้งแต่เด็กว่าหนูอยากเป็นนางงามหนูถึงเดินสายประกวดตั้งแต่เด็กๆ เพื่อฝึกฝนตัวเองให้พร้อมเพื่อวันนึงหนูจะได้มีโอกาสมายืนอยู่ตรงนี้ ซึ่งหนูมีความเชื่อเสมอว่าเวทีนี้มีความเป็นมาตรฐานและประวัติหนูทางกองประกวดก็ได้เช็คเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าเป็นไง แต่ทว่าพอเกิดกระแสสั่งคมขึ้นมา กองประกวดก็ปลดหนูเพราะกระแสสังคม ซึ่งหนูก็ไม่คิดว่าอดีตของหนูจะทำร้ายหนูได้ขนาดนี้ค่ะ" "หนูไม่ได้ต้องการแฉหรือให้ใครโดนปลดอีก แต่อยากขอความยุติธรรม และอยากถามกลับที่เลือกหนูเพราะหนูเพราะภาพพริตตี้ของหนูในตอนแรกใช่ไหม ถ้าเป็นอย่างนั้นหนูขอถามกกลับว่าผู้หญิงอีกคนที่จูบปากแฟน นอนบนเตียงเดียวกันกับแฟนสมควรที่จะได้เป็นตัวแทนคนไทยจริงๆ หรอ กับหนูแค่ถ่ายรูปคนเดียวบนรถก็โดนปลด จริงๆ หนู ไม่ได้มีเจตนาที่จะแฉใคร แต่อยากออกมาพูดในฐานะที่เป็น 1 ใน 3 ที่โดนปลดอย่างไม่ยุติธรรม หลังจากนี้ฟีดแบคจะเป็นยังไงยอมรับค่ะ" "หลังจากการประกวดผู้ใหญ่ไม่ให้หนูออกงาน พอมีงานติดต่อหนูมาก็ไม่ให้หนูทำ ก่อนหน้ามีงานพิธีกรเข้ามาหนูเลยถามกองประกวดว่าให้หนูรับงานได้ไหมเพราะประกวดผ่านมา 1 เดือนแล้วหนูยังไม่มีงาน ยังไม่มีรายได้ อีกทั้งเงินจากกองประกวดหนูก็ยังไม่ได้ มันทำให้หนูแย่มาก รถยนต์หนูกำลังจะโดนยึด แต่เขาก็บอกว่าขอปรึกษาผู้ใหญ่ก่อน หลังจากนั้นก็ยังมีงานติดต่อเข้ามาอีกเป็นบริษัทข้าวยี่ห้อนึงที่เข้าจ้างให้หนูเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ หนูก็ได้ถามผู้ใหญ่อีกครั้งซึ่งทางกองประกวดก็บอกว่าให้ลูกค้าติดต่อโดยตรงแต่จนแล้วจนรอดทางกองประกวดก็ไม่มีคำตอบให้ลูกค้า ซึ่งนั่นทำให้หนูพลาดโอกาสการทำงานอีกครั้ง" "ทางกองประกวดโทรมาขอมงกุฎและของรางวัลคืน ทางกองโทรมาเรียกคืนจริง แต่หลังวันที่หนูเครียดจนป่วยหนักเข้าโรงพยาบาลก็บอกผู้ใหญ่ไปว่าขอสละเอง แต่กองบอกให้เวลาถึงวันที่ 17 ก.ค.57 เท่านั้น แต่เขาก็ไม่เห็นใจหนูทั้งที่หนูยังป่วยอยู่ หนูจึงได้ถามเรื่องเงินรางวัลว่าจะได้ไหมเขาก็ให้ทนายจัดการ แต่ไม่มีอะไรคืบหน้า หลังจากนั้นเขาไลน์มาหาหนูว่าจะให้ปลดจากตำแหน่งหรือสละเอง ดังนั้นหนูเลือกที่จะให้ปลดเพราะถ้าสละเองมันก็เป็นความผิดพลาดของหนู แต่โดนปลดมันเป็นความรับผิดชอบของกองประกวดเพราะหนูคิดว่ากองน่าจะมีการตรวจสอบทุกคนอย่างดีแล้ว เพราะก่อนหน้านี้ก็มีเรื่องที่ ต๊อบ ฟองพิกุล ทองลิ้ม ผู้เข้าประกวด MUT 2014 โดนปลดเพราะภาพไม่เหมาะสม จึงคิดว่าทางกองประกวดมีมาตรฐาน" "คือมงกุฎจริงๆ มันเป็นสิ่งสมมติขึ้นมาอยู่แล้ว หนูไม่ได้อยากได้คืนเพราะไม่ว่าสละเองหรือปลดผลมันก็ออกมาเหมือนกัน แต่ที่ต้องออกมาใช้แจงวันนี้เพราะอยากให้ทุกคนทราบความจริงที่หนูโดนปลดอย่างไม่เป็นธรรม ไม่ยุติธรรม ไม่มีเกณฑ์การตัดสินที่มาตรฐาน รวมถึงไม่มีความเมตตาให้กับลูกผู้หญิงด้วยกัน ดังนั้นหนูขอคืนแค่ตำแหน่งแต่ในส่วนมงกุฎและเงินรางวัล 2 แสนบาทไม่คืนนะคะ เพราะมงกุฎคือรางวัลที่หนูควรจะได้รับ เพราะได้มาอย่างชอบธรรมค่ะ" "พี่ ๆ หลายคนที่เป็นนางงามออกมาเตือน ก็เห็นข่าวแล้ว เป็นความคิดของแต่ละคน แต่วันนี้หนูคิดว่ามันไม่ยุติธรรมจริงๆ ถ้าถามว่ายังมีความศรัทธาต่อเวทีนางงามอีกไหม ยังมีความศรัทธากับเวทีไม่เคยเสื่อม แต่ครั้งนี้กลับไม่ยุติธรรมขอโอกาสจากสังคมและผู้ใหญ่มาตลอด แต่ก็ไม่ได้(ร้องไห้) หนูต้องขอโทษทุกคนในความผิดพลาดของอดีตที่ไม่สามารถกลับไปแก้อะไรได้ สุดท้ายฝากพี่ๆ สื่อมวลชนไปถามผู้ใหญ่ว่าเงินรางวัล 200,000 บาท และของรางวัลทั้งหมดของหนูจากเวทีการประกวดจะได้รับเมื่อไหร่คะ" น้ำเพชร กล่าว น้ำเพชร สุณัณณิภาร์ น้ำเพชร สุณัณณิภาร์ น้ำเพชร สุณัณณิภาร์ น้ำเพชร สุณัณณิภาร์ น้ำเพชร สุณัณณิภาร์ น้ำเพชร สุณัณณิภาร์

แชร์ว่อน ภาพพระ-ชาวบ้าน แห่กราบไหว้ ชายอ้วนร่างทรงพระพุทธเจ้า
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

ชาวสังคมออนไลน์วิจารณ์แซด ภาพชายอ้วนนั่งบนบัลลังก์ อ้างตนเป็น ร่างทรงพระพุทธเจ้า ข่าววันนี้ (17 ก.ค.) ชาวสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพพร้อมวิพากษ์วิจารณ์กรณีที่มีชาวบ้านและพระสงฆ์จำนวนมากแห่กราบไหว้ชายอ้วนนุ่งขาวห่มขาว นั่งอยู่บนบัลลังก์รายล้อมไปด้วยเครื่องบูชา เทียน บายศรี ซึ่งไม่ปรากฎว่าชายคนดังกล่าวเป็นใครและมีที่มาอย่างไร โดยมีการอ้างกันว่าชายอ้วนคนดังกล่าวเป็น ร่างทรงของพระพุทธเจ้า ข่าว  ร่างทรงของพระพุทธเจ้า ซึ่งมีสมาชิกเฟซบุ๊คท่านหนึ่งแสดงความคิดเห็นว่า  "คนไทยสมองไปกันหมดแล้ว สังคมสมัยนี้มีครบทุกอย่าง ขาดแค่การคิด วิเคราะห์อย่างเดียว พระที่นั่งอยู่ในนั้นไม่มีสักคนเลยเหรอที่จะกล่าวธรรมะของพระพุทธเจ้าให้คนฟัง ยังนั่งทำเฉยอยู่ได้ แล้วจะมาเรียกร้องให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติทำไม เมื่อบุคลากรหลักอย่างพระสงฆ์ ยังไม่รู้จักบทบาทหน้าที่ตนเองแบบนี้" MThai News สกู๊ปคนไทยกับความเชื่อ

บรรหาร เข้ารพ.รามาฯ จริง แต่ปัดเข้า ICU จากถุงลมโป่งพอง
ข่าววันนี้ /  บรรหาร ศิลปอาชา / 

บรรหาร เข้ารพ.รามาฯ รักษาอาการเหนื่อย-หอบ ปัดเข้า ICU จากถุงลมโป่พอง ด้านแพทย์ที่ทำการรักษา และตัวแทนพรรคเพื่อไทยพัฒนายันชัดแข็งแรงดี รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อเข้ารับรักษาอาการเหนื่อย และหอบเพียงเล็กน้อย ไม่ได้ถูกนำตัวส่งไอซียู จากถุงลมโป่งพองตามที่เกิดเป็นกระแสข่าวแต่อย่างใด ภาพจาก @TNAMCOT โดยนพ.สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดี เผยว่า นายบรรหารเดินทางมารักษาตัวจริงเมื่อคืนนี้ ( 20ก.ค.) เนื่องจากมีอาการเหนื่อยและหอบเพียงเล็กน้อย แต่ขณะนี้อาการปลอดภัยดี และนายบรรหารได้ออกจากโรงพยาบาลช่วงเช้าที่ผ่านมา เพื่อไปปฏิบัติภารกิจเป็นประธานเปิดงาน และวางศิลาฤกษ์เจดีย์องค์พระยูไล ในเวลาฤกษ์ 09.15 น. ที่อุทยานมังกรสวรรค์ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรีอดีตนายกรัฐมนตรีบรรหาร ด้านนายนิกร จำนง ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เผยว่า นายบรรหารมีสุขภาพแข็งแรงดี และยังสบายดี โดยขณะนี้ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์ที่ จ.สุพรรณบุรี MThai news

จนท.จับพระเจ้าอาวาสวัดดังเอเยนต์จำหน่ายยาบ้า
พระ /  พระขายยาบ้า / 

ตำรวจ ทหาร ร่วมจับพระเจ้าอาวาสวัดดังหนองบัวลำภู ตั้งตัวเป็นเอเยนต์จำหน่ายยาบ้าให้กับวัยรุ่น วัดป่าศรีวิไล บ้านศรีวิไล ต.ปางกู่ อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู นายเพทาย จรกระโทก ปลัดอำเภอโนนสังรักษาการนายอำเภอโนนสัง จ.หนองบัวลำภู ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร ได้ร่วมกันเข้าตรวจค้น ภายในกุฏิ พระถนอม ถาวโร เจ้าอาวาสวัดป่าศรีวิไล บ้านศรีวิไล ต.ปางกู่ อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู หรือ นายถนอม รวงผึ้ง อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 79 หมู่ 3 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น หลังสืบทราบพฤติกรรมของพระรูปดังกล่าวว่า ได้มีการเสพยาบ้าและจำหน่ายยาบ้าให้กับกลุ่มวัยรุ่นในหมู่บ้านและหมู่บ้านใกล้เคียง จึงได้สนธิกับกำลังทั้งสามฝ่าย ร่วมกันตรวจค้นภายในกุฏิ ซึ่งจากการตรวจค้นในกุฏิ ได้พบอุปกรณ์การเสพยาบ้า อาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก งาช้าง 1 คู่ บัญชีเงินฝากธนาคาร พร้อมตรวจปัสสาวะนั้น พบว่าเป็นสีม่วง จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน จากการสอบสวน พระถนอม ถาวโร รับสารภาพว่าได้เสพยาบ้า และจำหน่ายยาบ้าให้วัยรุ่นในหมู่บ้านในราคาเม็ดละ 200 บาท ซึ่งทำมาได้เป็นเวลา 1 ปีแล้ว โดยได้รับยาบ้ามาจากเครือข่าย อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ส่วนยาบ้าที่รับมานั้นได้จำหน่ายหมดไปแล้ว

คสช. เลื่อนพิจารณา แผนโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม ไปสัปดาห์หน้า
คสช. /  ประชุมคสช / 

คสช. เลื่อนพิจารณา แผนโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม ไปสัปดาห์หน้า เหตุเวลาไม่ทัน หัวหน้า คสช. เดินทางไปวังไกลกังวลเฝ้าในหลวง หลังจากมีรายงานว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. จะมีการพิจารณาอนุมัติเกี่ยวกับโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ในการประชุมใหญ่ คสช. ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธานการประชุมในวันนี้ (22 ก.ค. 57) นั้น ภาพจาก Thai PBS เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า คสช.เลื่อนการพิจารณาแผนยุทธศาสตร์ด้านโครงสร้างพื้นฐานไปหารือในการประชุม คสช.สัปดาห์หน้าแทน เนื่องจากวันนี้พิจารณาไม่ทัน เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ต้องเดินทางไปเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในช่วงเย็นวันนี้เพื่อรับพระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 ขณะที่ พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า การประชุมในวันนี้เป็นเพียงการพิจารณาอนุมัติเรื่องต่างๆ ตามที่แต่ละกระทรวงเสนอขึ้นมาตามปกติเท่านั้น ไม่ได้มีการประชุมพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวกับโครงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานแต่อย่างใด MThai news

อภิสิทธิ์ แนะ คสช. ชี้แจง ม.44
ข่าววันนี้ /  คสช. / 

อภิสิทธิ์ สงสัยมาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว คสช.จะใช้ในกรณีใด จี้ชี้แจง เหตุหวั่นขัดต่อมาตรา 3 วันนี้ (23 ก.ค. 57) นายอภสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว @Abhisit Vejjajiva แสดงความเห็นถึงสถานการณ์ทางการเมืองต่อเนื่อง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้วิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติไปแล้วรอบหนึ่งถึงการเข้ามายึดอำนาจครบ 2 เดือน ซึ่งวันนี้ นายอภสิทธิ์ ได้ให้ความเห็นถึงรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 ที่คณะรักษาความสงบอแห่งชาติได้ประกาศใช้บริหารประเทศไปวานนี้ โดยมีข้อสงสัยในบางมาตรา จึงเรียกร้องให้ คสช. ออกมาชี้แจง โดยเฉพาะมาตรา 44 เกี่ยวกับอำนาจของหัวหน้าคสช. และคสช. เพราะอาจกับมาตรา 3 ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวได้ สู่ระยะที่ ๒ ของคสช. : รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว มาตรา ๔๔ เดิมตั้งใจจะเขียนถึงประเด็นการปฏิรูปด้านต่างๆ แต่เมื่อวานนี้ ได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมได้อ่านรัฐธรรมนูญแล้วและไม่มีประเด็นอะไรที่เกี่ยวกับโครงสร้างของสภานิติบัญญัติ สภาปฏิรูป และคณะรัฐมนตรี ที่อยู่เหนือความคาดหมายนัก ในส่วนของการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ ต้องยอมรับว่ามาตรา ๓๕ ได้บัญญัติประเด็นของรัฐธรรมนูญฉบับถาวร ที่จะแก้ปัญหาระบบการเมืองไว้ ค่อนข้างจะตรงประเด็น ไม่ว่าจะเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้กับการทุจริตคอร์รัปชั่น การที่นักการเมืองถูกครอบงำ หรือปัญหาของการที่หลักนิติธรรมนิติรัฐถูกทำลายในอดีต แต่มีบทบัญญัติมาตราหนึ่งที่อาจถูกมองว่าผิดปกติคือมาตรา๔๔ อันเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับอำนาจของหัวหน้าคสช. และคสช. ซึ่งเป็นอำนาจพิเศษ โดยเป็นการเขียนในลักษณะที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ขอทำความเข้าใจในเบื้องต้นก่อนว่า การตราธรรมนูญการปกครองก็ดี หรือรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวก็ดี โดยปกติเป็นการส่งมอบอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ ซึ่งเป็นอำนาจเบ็ดเสร็จที่คณะรัฐประหารใช้ กลับเข้าสู่การใช้อำนาจอธิปไตย โดยพระมหากษัตริย์ ผ่านสภานิติบัญญัติ คณะรัฐมนตรี และศาล การใช้อำนาจของคณะรัฐประหารจะมีการคงไว้อยู่บ้างในลักษณะของการบริหารเพื่อแก้ไขสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องหรือกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงเช่น เมื่อปี ๒๕๔๙ ประธาน คมช. อาจขอให้มีการประชุมร่วมกันระหว่าง คมช. กับครม. ได้ในปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงแห่งชาติ ในปี ๒๕๓๔ ประธาน รสช. โดยความเห็นชอบของที่ประชุมร่วมระหว่างสภา รสช. กับนายกรัฐมนตรี อาจสั่งการหรือกระทำการใดๆ เพื่อป้องกันระงับหรือปราบปรามการกระทำที่กระทบต่อความมั่นคงได้ แม้แต่ในปีพ.ศ.๒๕๐๒ซึ่งสังคมไทยจะกล่าวถึงเสมอ คือมาตรา ๑๗ ที่ถือว่าเบ็ดเสร็จที่สุด ก็จะให้อำนาจนายกรัฐมนตรี ในการสั่งการหรือกระทำการเพื่อระงับหรือปราบปรามการกระทำที่กระทบต่อความมั่นคง ความแตกต่างในครั้งนี้ คือ ในมาตรา ๔๔ อำนาจพิเศษนั้น เป็นของหัวหน้า คสช. โดยความเห็นชอบของคสช. โดยไม่เกี่ยวข้องกับนายกรัฐมนตรี และมาตรา ๔๔ ยังบัญญัติโดยชัดแจ้งว่า การใช้อำนาจนี้อาจมีผลบังคับในทางนิติบัญญัติ และทางตุลาการได้ โดยไม่มีกระบวนการที่จะโต้แย้งหรือตรวจสอบ นั่นหมายถึง ความสามารถที่จะออกกฎหมายและ/หรือการกลับคำพิพากษาได้ ขอบเขตของการใช้มาตรา ๔๔ นี้ ยังมิได้จำกัดอยู่เฉพาะการป้องกันระงับ หรือปราบปรามการกระทำที่เกี่ยวกับความมั่นคง แต่สามารถใช้เหตุผลว่า เพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปหรือการส่งเสริมความสมานฉันท์ของคนในชาติได้ด้วย บทบัญญัติในมาตรานี้ทั้งหมดจึงอาจถูกมองได้ว่าไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของมาตรา ๓ ผมเชื่อว่าสังคมยอมรับสภาพการคงอำนาจพิเศษ ในกรณีที่จะเกิดปัญหาความปั่นป่วนวุ่นวายขึ้น แต่ยังไม่ชัดเจนว่าวัตถุประสงค์ของการขยายอำนาจพิเศษให้ครอบคลุมอำนาจนิติบัญญัติและอำนาจตุลาการก็ดี หรือการอ้างอิงเหตุผลในการใช้อำนาจเพื่อผลักดันการปฏิรูปหรือการส่งเสริมความสมานฉันท์ก็ดีมีความจำเป็นอย่างไร เพราะโดยโครงสร้างสภานิติบัญญัติแห่งชาติและสภาปฏิรูปก็มีที่มาจากคสช. อยู่แล้ว และการระงับการกระทำที่เป็นปัญหาต่อความมั่นคง ก็จะเป็นการใช้มาตรการทางบริหารเป็นหลัก ผมจึงหวังว่าหัวหน้า คสช. จะช่วยอธิบาย ถึงความจำเป็นและสิ่งที่ท่านคิดอยู่ในใจว่าจะใช้อำนาจในมาตรา ๔๔ นี้ ในกรณีไหนอย่างไรโดยเร็ว เพื่อให้เกิดความชัดเจนและหลีกเลี่ยงความขัดแย้งหรือความวุ่นวายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ MThai news

กระฉ่อนเน็ต! จุ๊ ทอมโปรไฟล์ดี กิ๊กใหม่ดามใจ เจนี่
เจนี่ อัศวเหม /  เปลี่ยนไอจีใหม่ / 

มหากาพย์เรื่องเตียงหักรักร้าวของนางเอกสาว เจนี่ อัศวเหม กับคุณสามี เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ ยังไม่จบลงไปง่ายๆ มีบุคคลที่ 3-4-5 ผุดขึ้นมาเรื่อยๆ กับข่าวลือล่าสุดว่า มาดามเจนี่ ขอเริ่มต้นรักครั้งใหม่กับสาวหล่อ จุ๊ กัลยดา โลหเจริญวนิช ที่มาอาสาดามหัวใจที่ช้ำรักของเธอ ดีกรีไม่ธรรมดาสำหรับสาวหล่อนางนี้เพราะเป็นลูกสาวคนโตของ กัมปนาท โลหเจริญวนิช เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และที่ปรึกษาด้านการเงินและหลักทรัพย์อีกมากมาย ตัวเธอเองก็เป็นถึงผู้บริหารรุ่นใหม่ไฟแรงในวัย 30 ต้นๆ เป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท มิลินวนิช ตัวแทนจำหน่ายกระเป๋ากล้อง Zkin และบริษัท มีทู สตูดิโอ ที่ดูแลออกแบบภายใน แถมในไอจีอันใหม่ของ สาวเจนี่ ที่ฟอลโล่วเพียงเพื่อนสนิทไม่กี่คน ก็ยังมีรายชื่อของ สาวหล่อจุ๊ เรียกว่าฟอลโล่วซึ่งกันและกันซะด้วย!! ยังไม่จบเพียงเท่านี้! นักสืบโซเชียลยังคงทำงานอย่างหนักต่อไปจนได้เป็นบทสรุปข่าวลือวงในมาว่า... สาวเจนี่ ถูกสามีทำร้ายร่างกาย ตัวเขียวช้ำมาถ่ายละครจนต้องแยกกันอยู่มาได้ 4 เดือนแล้ว โดยอาศัยอยู่บ้านตัวเองไม่ได้อยู่บ้านแม่อย่างที่เม้าท์กัน ส่วนไอจีอันเก่า เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ เป็นคนลบทิ้งเอง สาวเจ้าก็เลยสร้างอันใหม่เหมือนเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่และรักครั้งใหม่ ด้วยการโพสต์ภาพแรกด้วยเพลง Begin Again ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกันไอจีของ สาวหล่อจุ๊ ก็โพสต์ข้อความจากเพลง Begin Again เช่นกัน และข่าวลือล่าสุดว่า สาวเจนี่ จะจัดแถลงข่าวเร็วๆ นี้พร้อมบินหนีไปอเมริกาทันที... มหากาพย์ข่าวลือทั้งหมดจะเป็นจริงหรือไม่ คงต้องติดตามกันต่อไปแบบไม่ให้คลาดสายตาเลยทีเดียว!! จุ๊ กัลยดา จุ๊ กัลยดา จุ๊ กัลยดา จุ๊ กัลยดา-คริส หอวัง เพื่อนเจนี่ จุ๊ กัลยดา เจนี่-เอ๋

แชร์ว่อน คลิปแท็กซี่เลือดร้อน ลงมาทุบกระจกรถคนอื่น กลางถนน
คลิป /  คลิปแท็กซี่ / 

ชาวสังคมออนไลน์แชร์คลิปแท็กซี่เดือด เลือดร้อนลงมาทุบกระจกรถคนอื่นกลางถนน คาดมีปัญหาดเฉี่ยวชนกัน วันนี้(22 ก.ค.) ชาวสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปแท็กซี่เลือดร้อนลงมาทุบกระจกรถคนอื่น โดยเป็นเหตุการณ์ที่ชายขับรถแท็กซี่คนหนึ่งโมโหและลงจากรถมากลางถนนและคว้าเอาที่ปัดน้ำฝนของรถยนต์คันหนึ่งฟาดไปที่กระจกอย่างแรง ทำให้กระจกรถเสียหายทั้งหมด ในขณะที่เจ้าของรถยนต์คันดังกล่าวกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ ซึ่งเจ้าของรถแท็กซี่ได้ตะโกนโวยวายให้เจ้าของรถยนต์ไปจอดรถข้างหน้าเพื่อเคลียร์กัน ก่อนที่ชายคนขับแท็กซี่จะเดินกลับไปที่รถของตัวเอง ซึ่งสาเหตุของเหตุการณ์ในคลิปนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ชาวสังคมออนไลน์คาดว่าน่าจะเป็นปัญหาที่คนขับรถยนต์อาจไปเฉี่ยวชนรถแท็กซี่ก็เป็นได้ แต่หลายคนกลับแสดงความคิดเห็นว่าแท็กซี่ใจร้อนเกินไปและไม่น่าทำลายข้าวของของคนอื่นเช่นนี้ ซึ่งหากเกิดปัญหาคนขับแท็กซี่น่าจะไปแจ้งความหรือเรียกประกันมากกว่ามาทำร้ายคนอื่น ขอบคุณคลิปจากคุณ หมู ฉิกๆๆๆ MThai News

ตรวจโกดังข้าวเจอกระสอบเปื่อยเมล็ดข้าวแตกหัก
ข้าวเสื่อมคุณภาพ /  จำนำข้าว / 

กระสอบข้าวในโกดังข้าวฉะเชิงเทรา เปื่อย เมล็ดข้าวแตกหัก ด้านทหารจ่อแจ้งความ แต่คณะตรวจสอบสั่งชะลอไว้ก่อน นายวิศว ศะศิสมิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นำคณะเข้าทำการตรวจสอบโกดังกลางเก็บข้าว ขององค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.) ในพื้นที่ ต.ท่าถ่าน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา หลังเปิดประตูโกดังข้าวเข้าไปพบกองข้าวล้ม 1 กอง เป็นกองข้าวขาว 5 เปอร์เซ็นต์ จึงไม่สามารถคำนวณปริมาณ และตรวจนับจำนวนได้ เจ้าหน้าที่จึงได้ให้คนงานทำการยกกระสอบออก เพื่อนำมาจัดเรียงใหม่ แต่ปรากฏว่าขณะยกออกเพื่อเคลื่อนย้ายนั้น พบว่ามีกระสอบเปื่อย ส่วนเมล็ดข้าวแตกหัก ขณะที่ กองข้าวหอมจังหวัด ที่อยู่ในสภาพที่มีมอดเกาะตายเกลื่อนกองอยู่ที่ด้านนอกกระสอบ และมีเศษขี้มอดติดอยู่เต็มพื้นผิวด้านนอกของกระสอบเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกัน ภายในบริเวณโกดังเก็บข้าว ยังมีกระสอบข้าววางกองเกะกะ อีกทั้งยังอยู่ในสภาพสกปรก มีคราบเศษขี้มอดเน่าติดอยู่ตามพื้นโกดังอีกด้วย ด้าน พ.อ.บรมวิทย์ วรูประภา รอง ผบ.กรม 111 กองพลทหารราบที่ 11 ค่ายสมเด็จพระนั่งเกล้า จะเดินทางเข้าไปแจ้งความดำเนินคดีต่อผู้รับผิดชอบ แต่ได้ถูกกลุ่มคณะผู้ตรวจสอบบางส่วน ได้ขอให้ชะลอการเข้าแจ้งความเอาไว้ก่อน

เช็คความเข้าใจกฏการเตรียมตัวก่อนลงสนามแข่ง เทควันโด
ก้อย รุ่งระวี ขุระสะ /  ถูกซ้อม / 

หลังจากได้ชมบทสัมภาษณ์ของ โค้ชเช ยองซอก หัวหน้าผู้ฝึกสอนนักกีฬา เทควันโด ทีมชาติไทย ชาวเกาหลีใต้ ผ่านทางรายเรื่องเล่าเช้านี้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา หลังจากเกิดกรณีปัญหากับ น้องก้อย รุ่งระวี ขุระสะ นักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทยที่ออกมาเปิดเผยผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัวว่าว่าถูก โค้ชเช ลงโทษรุนแรงเกินกว่าเหตุถึงขั้นทำร้ายร่างกาย โดยใจความสำคัญจากปากของโค้ชเช คือ การลงโทษนั้นเพื่อเป็นการฝึกให้น้องก้อยมีระเบียบวินัยมากกว่านี้และเข้มแข็งขึ้นใจสู้ เพราะน้องเป็นนักกีฬาที่ฝีมือดีและเป็นตัวความหวังคว้าเหรียญในกีฬาเอเชียนเกมส์ที่ปูซาน แต่จากทัวร์นาเม้นท์ล่าสุดน้องก้อยยังขาดระเบียบวินัยที่เป็นหัวใจหลักของการฝึกสอนของโค้ชเช นอกจากนี้ โค้ชเช ยังเผยอีกว่าด้วยประสบการณ์การติดทีมชาติของน้องก้อยที่ยังน้อยเพียง 4 เดือน อาจจะทำให้น้องก้อยยังไม่เข้าใจระบบการแข่งขันที่ชัดเจนมากนัก ประกอบกับยังขาดความตั้งใจอยู่ ส่วนเหตุผลหลักที่ทำให้น้องก้อยโดนลงโทษคือ การลงแข่งขันที่ล่าช้า นั้นเป็นเพราะน้องขาดสมาธิ ไม่มีความพร้อมและไม่เข้าใจกฎระเบียบของการแข่งขันที่ชัดเจน กฎระเบียบการเตรียมตัวก่อนลงสนามแข่งเทควันโด ข้อที่ 1 การเรียกผู้แข่งขัน : ชื่อของผู้เข้าแข่งขันจะถูกประกาศ 3 ครั้ง ที่โต๊ะประกาศรายชื่อนักกีฬา โดยเริ่มตั้งแต่ 30 นาทีก่อนเข้าสู่กำหนดการต่อสู้ ข้อที่ 2 ตรวจสอบร่างกาย เสื้อผ้า และอุปกรณ์ของนักกีฬา : หลังจากนักกีฬาถูกเรียกชื่อ นักกีฬาต้องไปให้ตรวจสอบที่โต๊ะของผู้ตรวจสอบซึ่งแต่ตั้งโดยสมาคมเทควันโดโลก และนักกีฬาห้ามแสดงพฤติกรรมไม่พอใจ และห้ามใส่อุปกรณ์ที่จะทำให้นักแข่งรายอื่นได้รับอันตราย ข้อที่ 3 การเข้าสู่พื้นที่การต่อสู้ : หลังจากนักกีฬาได้รับการตรวจสอบแล้วจะต้องเข้าไปสู่พื้นที่โค้ช พร้อมโค้ชหนึ่งคน และทีมงานแพทย์หนึ่งคน นั่นเท่ากับว่า น้องก้อย มีเวลาถึง 30 นาทีก่อนเริ่มการแข่งขันที่จะตรวจสอบความพร้อมของตัวเอง ถ้าน้องก้อยตั้งใจจริงยังไงก็ต้องบริหารจัดการเวลาให้พร้อมลงแข่งได้ เพราะกฏระเบียบที่มีความแน่นอนอยู่แล้ว นักกีฬาไม่สามารถโทษคนอื่นได้นอกจากตัวเองเลย สรุปแล้วการลงโทษของโค้ชเชก็เพื่อนักกีฬามีระเบียบวินัยความเป็นมืออาชีพนั้นเอง เครคิดข้อมูล : http://pantip.com/topic/32343320 และ http://www.worldtaekwondofederation.net/rules-and-documents