พระทำร้ายสีกา

Rage of Rama เกมส์ออนไลน์
Rage of Rama /  พระรามพิโรธ / 

Total Gameplay Studio ผู้พัฒนาเกมส์จากเมียนมาร์ ประกาศเปิดตัวเกมส์ Rage of Rama เกมส์แอคชั่นสมบทบาท อิงเนื้อหาเกี่ยวกับ "พระราม" หนึ่งในวรรณคดีฮินดูอย่างมหากาพย์รามายณะ หรือรามเกียรติ์ ล่าสุดอยู่ในระหว่างพัฒนา เกมส์ Rage of Rama ให้ผู้เล่นเลือกตัวละครเอกจาก 8 ตัวละครหนุมานที่มาจากกองทัพของพระราม ไม่ว่าจะเป็น หนุมาน, สุครีพ, นิลพัท, พาลี, องคต เป็นต้น เพื่อทำศึกออกสู้รบกับท้าวราวณะ หรือยักษ์ทศกัณฐ์ ภายในเกมส์ ผู้เล่นจะได้เห็นตัวละครลักษณะ NPC (Non Player Character) จากวรรณคดีจากเล่าเนื้อเรื่อง พูดคุยและรับภารกิจเกมส์ เช่น พระราม, พระลักษณ์, นางสีดา เป็นต้น เกมส์ Rage of Rama อยู่ในระหว่างพัฒนา และมีกำหนดวางขายบน PC และมือถือ ดูเพิ่มเติมที่ totalgameplaystudio.com

จับกระแส! เพจคนการเมืองยุค คสช.
คสช. /  สกู๊ปข่าว / 

จับกระแส! เพจคนการเมืองยุค คสช. หลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เข้าควบคุมอำนาจ และประกาศกฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2557 เพื่อทำหน้าที่พิทักษ์ปกป้องประเทศให้อยู่ในความสงบสุขเรียบร้อยนั้น หลายเหตุการณ์ความขัดแย้ง อาทิ การชุมนุมประท้วงต่อต้านนิรโทษกรรมของกลุ่มกปปส. และชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยของกลุ่มนปช. รวมถึงกลุ่มคนที่ออกมาเดินขบวนต่อต้านการทำรัฐประหาร และความวุ่นวายในบ้านเมืองได้คลายลง สามารถลดความตึงเครียด สร้างความสงบสุขให้ประชาชน ได้เป็นอย่างดี แต่อีกหนึ่งปัญหาหลักของประเทศ คือ เรื่องการเมือง ที่ขณะนี้ยังไม่นิ่งสงบซะทีเดียว สังเกตได้จากบทสัมภาษณ์ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.ที่ยอมรับว่า “ยังมีคลื่นใต้น้ำกระเพื่อมอยู่ แม้ว่าจะอยู่ภายใต้กฎอัยการศึกก็ตามที” อย่างไรก็ตาม กฎอัยการศึก จึงส่งผลให้ คนการเมืองหรือคอการเมือง รวมถึงนักเคลื่อนไหวทั้งหลาย ถูกตีกรอบและจำกัดสิทธิ ไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้ตามปกติ หันไปติดตามสถานการณ์บ้านเมือง และแสดงความเห็นทางการเมืองผ่านโลกโซเชียลมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากยอดเพจคนดังในแวดวงการเมืองที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ โดยเฉพาะเพจและเฟซบุ๊คส่วนตัวของบุคคลสำคัญทางการเมือง และนักวิชาการ ที่ต่างตั้งขึ้นมา เพื่อเป็นพื้นที่ส่วนตัวในการแสดงความคิดเห็นและบอกเล่าเรื่องราวของตนเอง อาทิ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายพ.ต.ท.ทักษิณ นอกจากนี้ยังมี นายนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. หรืออีกฟากฝั่ง คือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ หรือ พระสุเทพ รวมถึงหลวงปู่พุทธะอิสระ และอีกหนึ่งสีสันของการเมืองที่ไม่เคยตกกระแสเลยก็ว่าได้ นั่นก็คือ นักการเมืองจอมแฉอย่างนายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย หรือแม้แต่กลุ่มนักวิชาต่างๆที่ชอบออกมาแสดงความคิดเห็นกันอยู่บ่อยครั้ง ทั้งนี้อาจารย์วีรพัฒน์ ปริยวงศ์ นักกฎหมายอิสระได้ตั้งข้อสังเกตว่า “เพิ่งสังเกตว่ายอดกด like เพจนักการเมืองเปลี่ยนไปเร็ว เพจ 'ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร' 3.4 ล้าน เพจ 'อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ' 2.3 ล้าน จำได้คร่าวๆ ว่าเมื่อปีกว่าที่แล้ว เพจ 'อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ' ยังนำอยู่พอสมควร น่าสนใจว่า การรัฐประหารและการจำกัดพื้นที่ข่าวสารในสื่อกระแสหลัก ได้มีผลต่อจำนวนผู้ติดตามเพจนักการเมืองหรือไม่ ?” และเมื่อลองสังเกตจากแฟนเพจของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตามที่อาจารย์วีรพัฒน์ ได้ตั้งข้อสังเกตนั้นพบว่า เมื่อประมาณเดือนตุลาคมของปี 2556 ยอดแฟนเพจของนางสาวยิ่งลักษณ์ ในขณะที่ยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อยู่ที่ 1,001,706 likes แต่ ณ ปัจจุบันเรตติ้งพุ่งพรวดขึ้นมาถึง 3,491,600 likes ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 ล้านคน แสดงว่าให้เห็นมีประชาชนชาวโซเชียลจำนวนไม่น้อย ที่คอยสนับสนุนและติดตามความเคลื่อนไหวของนางสาวยิ่งลักษณ์ ในขณะเดียวกันนี้ปีที่แล้ว แฟนเพจของนายอภิสิทธิ์ นั้นอยู่ที่ประมาณ 1,300,000 likes ซึ่งนำหน้านางสาวยิ่งลักษณ์อยู่ไม่มาก และปัจจุบันได้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2,360,000 like แต่ก็ยังทิ้งห่างจากนางสาวยิ่งลักษณ์มากกว่า 1 ล้าน นอกจากนี้แฟนเพจของนายอภิสิทธิ์ ก็ยังมีจำนวนน้อยกว่าแฟนเพจของนายสุเทพ เทือกสุบรรรณ ที่มีถึง 2,870,000 likes ด้วย และที่น่าจับตาคือ แฟนเพจของนายพานทองแท้ ชินวัตร ที่มีถึง 2,480,000 likes สูสีกับนายอภิสิทธิ์เห็นๆ ถึงแม้นายพานทองแท้จะไม่ใช่นักการเมืองก็ตาม แต่ก็มีแฟนเพจไม่น้อยหน้าใครเช่นกัน ซึ่งอาจมองได้ว่าการทำรัฐประหารและประกาศกฎอัยการศึกนั้น อาจมีส่วนในการจำกัดพื้นที่ และตีกรอบการนำเสนอข่าวสารในสื่อกระแสหลัก ส่งผลทำให้ยอดผู้ติดตามของเพจคนดังเหล่านี้ มีผู้เข้ามาติดตามมากขึ้น และเป็นช่องทางหนึ่งที่คอการเมือง สามารถรับข่าวสารได้โดยตรงนั่นเอง อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามกันต่อว่าเมื่อหมดยุคของคสช. สื่อในโลกโซเชียลจะยังมีอิทธิพลอยู่หรือไม่ หรือมากน้อยเพียงใด คนการเมืองจะเคลื่อนไหวในรูปแบบไหน และประเทศจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร ในสถานการณ์ที่ไม่อาจคาดเดาได้..... MThai News

ตีแผ่มนุษย์กลายพันธุ์ มีเซ็กส์กับสัตว์ กระฉ่อนโลกโซเชียล
มีเซ็กส์กับสัตว์ /  มีเซ็กส์หมา / 

มนุษย์กลายพันธุ์ มีเซ็กส์กับสัตว์ กระฉ่อนโลกโซเชียล เรื่องราวของการทารุณสัตว์ แทบจะเป็นเรื่องธรรมดา เพราะข่าวคราวที่ออกมาทั้งไทยและเทศ แสดงให้เห็นถึงมนุษย์ใจหยาบ ทำร้ายสัตว์อย่างเวทนา โดยเฉพาะสุนัข ที่กลายเป็นเหยื่อถูกกระทำ บางรายถึงขั้นจับแขวนคอ อย่างที่เกิดขึ้นในประเทศไทย แต่สุดท้ายก็ได้แค่ปรับ แล้วปล่อยตัวไป ไม่ใช่เพียงแต่การ ทำร้ายร่างกาย ทุบตี เบื่อยา หรือการฆ่าอย่างโหดเหี้ยม แต่การแสดงออกอย่างต่ำช้าด้วยการนำน้องหมา มาร่วมรัก กำลังกลายเป็นสิ่งที่เป็นประเด็นร้อนในสังคม หลังจากที่มีกลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่ง (ซึ่งเป็นคนไทย) รักสุนัขในทางที่ผิด วิปริตนำมามีเพศสัมพันธ์ ก่อนจะถ่ายคลิปมีเซ็กส์กับหมาลงเผยแพร่ในโลกโซเชียล โดยที่เหยื่อไร้หนทางขัดขืน คลิปดังกล่าว เกิดขึ้นต่อเนื่องหลังจากที่มีการแฉเฟซบุ้ค ชายหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งภาพโปรไฟล์และการโพสต์บอกรสนิยมชอบมีเพศสัมพันธ์กับสุนัขอย่างชัดเจน จากการตรวจสอบพบว่า ยังมีเฟซบุ๊กอีกหลายรายที่มีรสนิยมการชอบมีเพศสัมพันธ์กับสุนัข โดยจะให้ชื่อท้ายหรือนามสกุลในเฟซบุ๊กว่า โบโบ้,โบโบ และ BoBo พร้อมทั้งมีการรวมเป็นกลุ่มเพื่อนัดมีเพศสัมพันธ์กับสุนัข อย่างที่ปรากฎให้เห็น จนช็อคไปตามๆกัน ในอีกแง่หนึ่ง หลายคนบอกว่า การมีเซ็กส์ กับสัตว์ เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ อ้างหลักฐานทางประวัติศาสตร์ และภาพเขียนตามผนังถ้ำ ปรากฎภาพของคนมีเพศสัมพันธ์กับสัตว์ อาทิ ม้า ลา ลิงเป็นต้น ขณะที่อีกแง่หนึ่งฟันธงทันทีว่าการกระทำแบบนี้เข้าข่ายโรคจิตวิตถาร ผิดธรรมชาติ จึงใช้สัตว์ในการบำบัดความใคร่ เห็นแล้วก็อดสะเทือนใจอย่างยิ่ง เกิดคำถามว่า มีเซ็กส์กับสัตว์ จะเกิดการกลายพันธุ์ หรือไม่ ? แน่นอนว่า คนและสัตว์เป็นคนละสปีชี่ส์ เป็นการผสมกันข้ามสกุล (Genus)ไม่สามารถสืบพันธุ์กันได้ เพราะสภาพกรดด่าง แอนติบอดี้ในช่องคลอดคนกับสัตว์ต่างกัน อีกทั้งโครโมโซมไม่สามารถจับคู่กันได้ แต่ที่แน่ๆ โรคติดต่อจากสัตว์สู่คนนั้น มีโอกาสแน่นอน แถมสุนัข ยังเป็นสัตว์ครองแชมป์ที่แพร่เชื้อโรคสู่คนมากที่สุด ในบรรดาสัตว์อื่นๆ เรื่องราวของ คนมีเซ็กส์กับหมา สร้างความสะเทือนใจให้กับคนรักสุนัข ปลุกกระแสเรียกร้องให้เมืองไทยออกกฎหมายเอาผิดอย่างหนักกับผู้ที่ทำทารุณกรรมสัตว์ เนื่องจากกฎหมายไทยมีบทลงโทษอยู่แต่ก็ไม่ได้รุนแรงมากนัก เป็นความผิดลหุโทษตามมาตรา 381 ผู้ใดกระทำการทารุณต่อสัตว์หรือฆ่าสัตว์โดยให้ได้รับทุกขเวทนาอันไม่จำเป็น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อย่างไรก็ตาม ความใคร่ ใจวิปริต ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และหวั่นว่าจะพบมากขึ้นเรื่อยๆ ตราบใดที่ พรบ.คุ้มครองสัตว์ และ กฏหมายลงโทษทารุณสัตว์ยังไม่เข้มงวดพอ สัตว์พวกนี้คงต้องตกเป็นทาสกามารมณ์อีก รายแล้วรายเล่า

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

นศ.เทคโนฯถูกเพื่อนรุ่นน้องทำปืนลั่นใส่เสียชีวิต
ข่าววันนี้ /  นักศึกษาถูกรุ่นนองทำปืนลั่น / 

นศ.เทคโนฯ ถูก เพื่อนรุ่นน้อง ทำปืนลั่นใส่เสียชีวิต ในซอยจันทร์ 16 ตำรวจ สน.ยานนาวา เข้าตรวจสอบเหตุ ชายถูกยิงเสียชีวิต ภายในซอยจันทร์ 16 แยก 11  ที่เกิดเหตุใกล้กับศูนย์การค้าวรรัตน์ พบผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือ นายพิทยา ทาโบราณ นักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง ย่านพระโขนง  ถูกกระสุนปืนยิงเข้าที่บริเวณ กลางอก จากการสอบสวน  เพื่อนของนายพิทยา ที่อยู่ในเหตุการณ์เปิดเผยว่า  เมื่อช่วงหัวค่ำ  นายพิทยาและกลุ่มเพื่อนประมาณ 8 คน นั่งจับกลุ่มพูดคุยกันอยู่ ภายในซอยดัวกล่าว กระทั่งเวลาประมาณ 23.00 น. มีเพื่อนรุ่นน้อง 1 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ เข้ามาหาและบอกกับนายพิทยาว่า มีเรื่องทะเลาะวิวาทต้องการความช่วยเหลือ และในระหว่างที่รุ่นน้องคนดังกล่าวยืนพูดคุยกับนายพิทยา อยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด จากนั้นเห็นนายพิทยา ล้มลง ทันที จึงได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาล และรุ่นน้องคนดังกล่าวก็ได้รับบาดเจ็บที่ฝ่ามือด้วยเช่นกัน   โดยเพื่อนนายพิทยา ระบุ ด้วยว่า ระหว่างทางที่นำ ทั้ง 2 คน ส่งโรงพยาบาล รุ่นน้องได้บอกกับตัวเองว่า ขอโทษ ที่ ทำปืนลั่น สำหรับนายพิทยา   ผู้เสียชีวิต  นั้น ก่อนหน้านี้เมื่อกลาง เดือนกันยายน ที่ผ่านมา ถูกคู่อริต่างสถาบันขับขี่รถจักรยานยนต์ไล่ติดตามทำร้ายร่างกาย และถูกฟัน ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดย่านพระราม 3 ได้รับบาดเจ็บสาหัส

บทสวดและที่มาของทบสวด.mp4
ธรรมะ /  ฟังธรรม

บทสวดต่าๆๆๆๆและที่มาของบทสวดต่างๆๆๆ สาธุๆๆๆกับทุกท่านที่เข้ามาฟัง 01-บทนำ ๑ 02-บทนำ ๒ 03-ชุดที่ ๑ กล่าวถึง บทธัมมจักฯ 04-บูชาพระรัตนตรัย,,, 05 ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร 06-ชุดที่ ๒ ตำนาน มหาราชปริตร 07-บทอาราธนาพระปริตร 08-กล่าวถึง มงคลปริตร 09-บทมงคลปริตร 10-กล่าวถึง รัตนปริตร 11-บทรัตนปริตร 12-กล่าวถึง เมตตปริตร 13-บทเมตตาปริตร 14-บทกรณียเมตตสูตร 15-กล่าวถึง ขันธปริตร 16-บทขันธปริตร 17-กล่าวถึง โมรปริตร 18-บทโมรปริตร 19-กล่าวถึง วัฏฏกปริตร 20-บทวัฏฏกปริตร 21-กล่าวถึง ธชัคคปริตร 22-บทธชัคคปริตร 23-กล่าวถึง อาฏานาฎิยปริตร 24-บทอาฏานาฏิยปริตร 25-กล่าวถึง อังคุลิมาลปริตร 26-บทอังคุลิมาลปริตร 28-บทโพชฌังคปริตร 33-ชุดที่ ๓ กล่าวถึง พระอภิธรรม ๗ คัม 34-บทสวด พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ 35-บทให้พร 36 - บทธัมมจักกัปปวัตตนสูตร

พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย จ.นครปฐม
พิพิธภัณฑ์ /  พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง / 

พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย จังหวัดนครปฐม เป็นพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งที่อยู่คู่ประเทศไทยมามากกว่า 20 ปี เป็นอาคารสองชั้นจัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งไฟเบอร์กลาสที่มีความสวยงามและสมจริง ให้ความรู้สึกนุ่มนวล หุ่นขี้ผึ้งที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทยนั้นเป็นผลงานสร้างสรรค์ของคุณดวงแก้ว พิทยากรศิลป์ และกลุ่มศิลปินไทย ซึ่งใช้เวลาค้นคว้าทดลองการปั้นกว่า 10 ปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์ ส่งเสริม เผยแพร่ ศิลปะ วัฒนธรรม และประเพณีไทย พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย จ.นครปฐม พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทยก่อตั้งในปี พ.ศ. 2525 ซึ่งภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งไฟเบอร์กลาส เพื่อการอนุรักษ์ ส่งเสริม เผยแพร่ ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีไทย อันจะเป็นประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าของเยาวชน โดยปัจจุบันมีหุ่นไฟเบอร์กลาสทั้งหมด 120 รูปอาคารพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทยนี้เป็นอาคารสองชั้น โดยภายในอาคารมีการจัดแสดง ด้วยกันสองชั้นคือ ชั้นล่าง จัดแสดงหุ่นชุดต่างๆ เช่น ชุดพระบรมรูปอดีตพระมหากษัตริย์ราชวงค์จักรี, พระบรมรูปสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี, ชุดพระอริยสงฆ์, ชุดมุมหนึ่งของชีวิต เป็นต้น โซนแรก คือ ห้องจัดแสดงพระอริยสงฆ์ ซึ่งได้แก่ พระครูภาวนารังษี, พระธรรมญาณมุนี, พระโพธิญาณเถร, ครูบาชัยวงศาพัฒนา, หลวงจีนคณาณัติจีนพรต, พระมงคลเทพมุนี, พระราชสังวราภิมณฑ์, พระสุพรหมยานเถร, พระนิโรธรังสีคัมภีร์ปัญญาจารย์, หลวงพ่อเกษม, สมเด็จพระพุฒาจารย์, พระครูวิมลคุณากร, พระราชมุนีสามีรามคุณูปมาจารย์, พระอาจารย์มั่น, ครูบาศรีวิชัย ปั้นได้เหมือนจริงมาก ห้องแสดงต่อไปซึ่งถือเป็นไฮไลด์ของที่นี่ ห้องจัดแสดงพระบรมรูปอดีตพระมหากษัตริย์พระบรมราชจักรีวงค์ รัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 8 ล่ะ ห้องจัดแสดงต่อไป เป็นห้องจัดแสดงพระบรมรูปสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราช ชนนี สมเด็จย่าแม่ฟ้าหลวงของปวงชนชาวไทยนั่นเอง ภายในห้องนี้ประกอบไปด้วยประราชประวัติและ พระกรณียกิจต่างๆ และภาพงานพระราชพิธีสุดท้าย ส่วนห้องจัดแสดงต่อไป เป็นห้องหุ่นชุดครอบครัวไทย เป็นห้องแสดงสุดท้ายสำหรับห้องจัดแสดงชั้นล่าง ซึ่งเดินไป เดินมาจะมาออกที่ ด้านหน้าทางเข้า พวกเราก็เดินขึ้นชั้นสองกันต่อ ซึ่งห้องจัดแสดงชั้นบนแรกสุดจะเป็นการ จัดแสดงชุด 3 ครูไทยได้แก่ ครูจวงจันทร์ จันทร์คณา (บรมครูพรานบูรพ์) ครูเอื้อ สุนทรสนาน ครูไพบูลย์ บุตรขัน เดินเข้าไปตามทางเดินเรื่อยๆ ห้องแสดงหุ่นชุดต่อไปคือ ชุด 3 บุคคลสำคัญของโลก ซึ่งได้แก่ มหาตมา คานธี, อับราฮัม ลินคอล์น, เซอร์ วินสตัน เชอรชิล เป็นต้น คานธีเป็นนักการเมืองที่ได้ต่อสู้เพื่ออิสรภาพของประเทศ จากการปกครองของอังกฤษทำให้โลก ต้องจดจำคานธี ผู้ซึ่งได้รับการขนานนามว่า "มหาตมา" แปลว่า ผู้มีจิตใจ สูงส่ง เป็นบิดาแห่งประชาชนชาติอินเดีย อับราฮัม ลินคอล์น ผู้ปลดปล่อยทาสของสหรัฐอเมริกา "รัฐบาลของ ประชาชนโดย "เซอร์ วินสตัน เชอร์ชิล เป็นวีรบุรุษ ผู้ยิ่งใหญ่ของอังกฤษ ซึ่งทั้งสามท่านมีบทบาททางด้านการเมืองในแต่ละประเทศ ห้องจัดแสดงชุดต่อไปเป็น ชุดวัฒนธรรมประเพณีไทย เรื่องการละเล่นของไทย ได้แก่ การเล่นรีรีข้าวสาร การเล่น แมงมุม การเล่นจ้ำจี้ การเล่นขี่ม้าช้างชนกัน และการเล่นหัวล้านชนกันห้องต่อไปที่ดูเหมือนจะได้รับความสนใจ จากเด็กๆ ก็เห็นจะเป็นชุดวรรณคดีไทย เรื่อง พระอภัยมณีของสุนทรภู่ ห้องนี้เหมือนห้องรวมดาววรรณคดี สุนทรภู่เลยล่ะสุนทรภู่กวีเอกของโลก มีชื่อเสียงในด้านสำนวนกลอนเป็นที่เลืองลือจนได้รับการยกย่องว่าเป็นบรมครูกลอนแปด และได้รับการยอมรับนับถือว่าเป็นกวีที่มีจินตนาการกว้างไกล สร้างโครงเรื่องและเนื้อหา ของนิทานได้น่าสนใจ และชวนติดตาม สุนทรภู่ได้รับประกาศเกียรติคุณให้เป็นกวีของโลก จากองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมอีกด้วย ห้องจัดแสดงชุดสุดท้ายที่ดูเหมือนจะเป็นโซนไฮไลด์ของชั้นบนก็คงจะเป็นชุดเลิกทาส "Slavery in Thailand" ทาสในรัชกาลที่ 5 ข้อมูลทั่วไปพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย เปิดเข้าชมทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00 - 17.30 น. วันเสาร์- อาทิตย์ ,วันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30 – 18.00 น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 10 บาท พระภิกษุ สามเณร แม่ชี นักบวช นักศึกษาในเครื่องแบบ 20 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 034 332 607 และ 034 332 109 การเดินทาง 1.รถยนต์ส่วนตัว จากสะพานปิ่นเกล้า ใช้เส้นทางถนน ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี ผ่านชุมทางต่างระดับพุทธมณฑล ตรงไปข้ามสะพานข้าม แม่น้ำนครชัยศรีอีกราว 3 กิโลเมตร จะเห็นทางเข้าพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทยทางขวามือ 2.โดยสารสาธารณะ รถประจำทาง นั่งรถสายกรุงเทพฯ - นครปฐม (สายใหม่) ที่สายใต้ใหม่ ลงหน้าพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย รถตู้ข้าง โลตัส ปิ่นเกล้า สาย กรุงเทพฯ - นครปฐม ลงหน้าพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย จ.นครปฐม ภาพจาก คุณ  naniana   http://picpost.mthai.com/view/76836 ที่มา  http://picpost.mthai.com/view/76836

  มีดอรัญญิกที่คมที่สุด ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
mono29 /  พระนครศรีอยุธยา / 

มีดอรัญญิก เดิมเป็นของชาวเวียงจันทร์และได้อพยพเข้ามาพร้อมกับนำความรู้และเทคนิกการทำเครื่องมือที่ใช้จากเหล็กหรือที่เรียกกันว่า "การตีมีด" และส่วนหนึ่งเป็นช่างทองรูปพรรณ โดยลักษณะของมีดมีขนาดเหมาะมือและสวยงามมาก  ฝักและด้ามประดับด้วยทองคำสลักลายนูน เฉพาะด้ามที่จับถักหุ้มด้วยลวดเงิน ทำให้เกิดผิวสากจับได้กระชับมือ ไม่ลื่นไถล สัญนิษฐานว่าการตีมีดดาบอรัญญิกในสมัยก่อน ทำขึ้นเพื่อใช้งานและใช้เพื่อแสดงตำแหน่งยศด้วย ชาวเวียงจันทร์ได้อพยพเข้าพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ในปี พ.ศ. 2365 สาเหตุเนื่องจากเวียงจันทร์ขณะนั้นเกิดการทำมาหากินอัตคัดขาดแคลน จนโจรผู้ร้ายชุกชุมนั่นเอง   มีดอรัญญิกที่คมที่สุด ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลักษณะเด่นของมีดอรัญญิก มีดอรัญญิกมีลักษณะเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีดมีความเป็นเลิศ มีความทนทานใช้การได้นานนับเป็นปี ๆ บางชนิดใช้งานได้ตลอดชีวิตของผู้ใช้ และมีความสวยงามประณีต มีรอบตีทำให้เหล็กแน่นแข็งแรง ตัวมีดคมบางใช้เหล็กอย่างดี ทำให้คมมีดไม่แตกหรือบิ่น ด้ามมีดแต่ละชนิดจะแตกต่างกัน ด้ามไม้ใช้ไม้อย่างดี บางด้ามมีการฝังมุกให้สวยงาม ที่สำคัญคือ ตราที่ประทับบนตัวมีดแสดงให้เห็นว่าเป็นมีดอรัญญิกแท้ ปัจจุบันนี้ มีดที่ใช้เครื่องมือไฟฟ้า จะทำให้มีดมีความประณีตมาก ตกแต่งลวดลายได้สวยงามดี บางรายมีแท่นปั้นรูปมีดจะทำให้รูปมีดมีขนาดเท่า ๆ กัน และเหมือนกัน  ในสมัยก่อน การทำมีดต้องอาศัยคนงานหลายคน เช่น คนตีพะเนิน จะต้องฝึกหัดกันมาเป็นอย่างดี จะต้องรู้ว่ามีดรูปไหนควรตีตรงไหน และจะต้องคอยฟังสัญญาณการใช้เสียงของผู้จับเหล็กนี้ ตามภาษาชาวบ้านเรียกว่า “หน้าเตา” ซึ่งจะต้องเป็นคนที่มีความรู้เกี่ยวกับการทำมีดเป็นอย่างดีเยี่ยม สถานที่ใช้ในการทำงานบริเวณหมู่บ้านตีมีดเกือบทั้งตำบลท่าช้างจะมีลักษณะการตั้งบ้านเรือนอยู่แบบขนานไปกับสองฟากฝั่งของแม่น้ำป่าสัก แต่ละหลังจะปลูกบ้านแบบใต้ถุนสูง เพื่อป้องกันน้ำที่อาจจะเอ่อล้นสองฟากฝั่งแม่น้ำขึ้นมาท่วมบ้านเรือนได้ การตีมีดของชาวบ้านส่วนใหญ่จะใช้บริเวณใต้ถุนบ้านเป็นที่ประกอบการทำมีด ตั้งแต่การปัดมีดคม ไล่มีด การลับมีด ยกเว้นการเผาเหล็กให้ร้อนแดง ส่วนมากชาวบ้านจะสร้างเป็นโรงเรือนเล็ก ๆ ต่างหาก เพื่อป้องกันอัคคีภัยที่จะเกิดขึ้นมาได้ ถึงแม้บริเวณใต้ถุนของชาวบ้านจะสูงโปร่งก็ตามแต่ลักษณะของงานที่ต้องใกล้กับความร้อนจากเตาเผาเหล็ก ขั้นตอนการผลิตมีด เตรียมการตีมีด มีปัจจัยที่สำคัญ 3 ประการ คือ เตรียมคน : ต้องใช้คน 3-4 คนขึ้นไป โดยเฉพาะ การตีมีดในขั้นตอนที่ 1 (การหลาบ) ต้องใช้คนที่มีพละกำลัง ร่างกายแข็งแกร่ง ตลอดจนต้องมีความสามัคคี และประสบการณ์ เป็นอย่างมาก เตรียมอุปกรณ์ : เป็นอุปกรณ์ และเครื่องมือเครื่องใช้ สำหรับช่างตีเหล็ก หรือช่างตีมีดโดยเฉพาะ เช่น ทั่ง ค้อน พะเนิน คีม สูบลม เตาเผาเหล็ก ตะไบ เหล็กขูด เหล็กไช รางน้ำชุบมีด เขื่อนตัดเหล็ก ขอไฟ หินหยาบ-ละเอียด ทั่งขอ เถาวัลย์เปรียง หลักสี่ (ปากกา) กบ และเลื่อย เป็นต้น เตรียมวัตถุดิบ : วัสดุที่สำคัญในการตีมีดเป็นอันดับแรกได้แก่ เหล็กกล้า ที่ต้องใช้ความชำนาญในการดูสีของเหล็กขณะชุบ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาอย่างหนึ่งสำหรับช่างตีมีดอันดับต่อไปคือ ถ่านไม้ไผ่ ซึ่งจะเป็นถ่านที่มีประสิทธิภาพสูงในการเผาเหล็ก ต่างจากถ่านจากไม้ทั่ว ๆ ไป และอันดับสุดท้ายคือ ไม้ที่ใช้ทำด้ามมีด ซึ่งวัสดุดังกล่าวข้างต้น จะมีผู้นำมาจำหน่ายในชุมชนแหล่งผลิตมีดเลย การดำเนินการผลิต มีดอรัญญิก จะมีขั้นตอนในการทำโดยสรุป 10 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 ตัดเหล็กให้ได้ขนาดตามความต้องการ เผาไฟให้แดงแล้วนำออกมาจากเตาให้คนสามคนใช้พะเนินตีจนได้รูปหุ่น หรือกูน(ชาวบ้านเรียกว่าการ “ หลาบ” เหล็ก) ขั้นตอนที่ 2 เมื่อได้หุ่นหรือกูนมีดแล้ว นำเอาเข้าเตาเผาไฟอีกครั้งหนึ่ง แล้วใช้คน คนเดียวตีด้วยค้อนเพื่อขึ้นรูปมีดให้ได้ตามความต้องการ (ชาวบ้านเรียกว่าการ “ซ้ำ” ) ขั้นตอนที่ 3 เมื่อซ้ำได้รูปมีดแล้ว ทิ้งไว้ให้เย็น แล้วใช้ค้อนตีจนเนื้อเหล็กเรียบเป็นมันเพื่อให้เนื้อเหล็กเหนียวแน่น คมบาง ตัวมีดตรง (ชาวบ้านเรียกว่าการ “ ลำเรียบ หรือ ไห่” ขั้นตอนที่ 4 เมื่อไห่ได้รูปมีดพอสมควรแล้ว นำมาแต่งด้วยตะไบ เพื่อให้ได้รูปเล่มสวยงามขึ้น (เรียกว่าการ “แต่ง” ) ขั้นตอนที่ 5 เมื่อแต่งด้วยตะไบได้รูปแล้ว นำมาขูดคมให้บางโดยใช้เหล็กขูด เพื่อทำให้ตัวมีดขาวและบาง (เรียกว่าการ “ขูด” ) ขั้นตอนที่ 6 เมื่อขูดได้คมบางพอสมควรแล้ว ใช้ตะไบหยาบและตะไบละเอียดโสกตามตัวมีด เพื่อให้ตัวมีดขาวเรียบร้อย และคมจะบางยิ่งขึ้น (เรียกว่าการ “ โสก” ) ขั้นตอนที่ 7 เมื่อโสกเรียบร้อยแล้วนำมาพานคม โดยใช้ตะไบละเอียดพานขวางของคมมีดเพื่อให้คมมีดบางเฉียบ (เรียกว่าการ “ พานคมมีด” ) ขั้นตอนที่ 8 เมื่อพานคมแล้วก็นามาชุบ “การชุบ” เป็นเรื่องสำคัญมาก ช่างต้องมีความชำนาญเป็นพิเศษ โดยนำเข้าเผาไฟในเตาเพื่อให้คมแดงตามความต้องการว่าเผาขนาดไหนจึงจะเหมาะสมกับความกล้า แล้วชุบกับน้ำ คมของมีดจะกล้าแข็งไม่อ่อนและไม่บิ่น ขั้นตอนที่ 9 เมื่อชุบแล้วนำมา ฝน หรือลับ โดยใช้หินหยาบ และหินละเอียด ให้คมได้ที่สมัยนี้ใช้หินกากเพ็ชร์ (เรียกว่าการ “ลับคม” ) ขั้นตอนที่ 10 เมื่อฝนหรือลับคมได้ที่แล้ว จึงนำมาเข้าด้ามมีด แล้วใช้น้ำมันทาตัวมีดเพื่อกันสนิม เป็นเสร็จสิ้นขั้นตอนการทำมีด รับชมคลิป รายการไทยท้าทาย ขอบคุณภาพและข้อมูล fieldtrip.ipst.ac.th / wangnoibeverage.co.th / yutthayastudies.aru.ac.th

ล่าคนร้ายโหด บุกใช้เคียว-จอบ สับพยาบาลสาวดับคาบ้าน
ข่าวจังหวัดตรัง /  ข่าววันนี้ / 

พบศพพยาบาลสาวถูกฆ่าตายสยองคาบ้านพักที่หัวยอด จ.ตรัง ด้าน ตร. สั่งเร่งล่าฆาตกรรม หลังทิ้งหลักฐานไว้เพียบ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยยอด จ.ตรัง ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ว่าพบศพหญิงสาวถูกฆาตรกรรมอย่างสยองเสียชีวิตภายในบ้านพักเลขที่26/4 ม.4 ต.เขากอบ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ซึ่งจากการตรวจสอบพบสพหญิงสาวสวมชุดสาธารณสุขสีฟ้าขาว นอนคว่ำหน้าจมกองเลือดจมกองเลือดอยู่ในบ้านพัก ทราบชื่อผู้ตายต่อมานางพัชรี ปริพัฒนานนท์ หรือน้อย อายุ 46 ปี พยาบาลวิชาชีพผู้ชำนาญการ โรงพยาบาลห้วยยอด โดยมีบาดแผลฉกรรจ์หลายแห่ง นอกจากนี้ยังพบจอบ, เคียวและพลั่ว ซึ่งเป็นอาวุธที่ใช้สังหารวางอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ทั้งนี้จากการสอบสวนทราบว่า มีญาติเดินทางมาหาผู้เสียชีวิตที่บ้านแล้วพบความผิดปกติ เนื่องจากหลอดไฟรอบบ้านยังเปิดสว่างอยู่ และประตูกระจกหลังบ้านถูกเปิดไว้ เมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ พบนาง พัชรีนอนจมกองเลือดอยู่แล้ว จึงโทรศัพท์แจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบร่องรอยการต่อสู้และการถูกทำร้ายร่างกายจากทางด้าน หลัง สันนิษฐานว่าคนร้ายน่าจะเข้ามาหลบซ่อนตัวอยู่ภายในบ้านก่อนแล้วจึงลงมือฆาตกรรม จากสภาพศพคาดว่าเสียชีวิตแล้ว ไม่ต่ำกว่า 2 วัน เจ้าหน้าที่จะรวบรวมพยาน หลักฐานเพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป MThai news

ตามไปดู พระครรภ์ เจ้าหญิงเคท
เจ้าหญิงเคท /  ทรงครรภ์ / 

ตามไปดู พระครรภ์ เจ้าหญิงเคท

เที่ยวเชียงใหม่ ประเพณีลอยกระทง 2557 1-7 พ.ย.
ประเพณี /  ยี่เป็ง / 

เชิญเที่ยวงาน "ประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่(ลอยกระทง) ประจำปี 2557" ระหว่างวันที่ 1-7 พ.ย. 2557 ภายใต้แนวคิด “แอ่วยี่เป็งเจียงใหม่ ปลอดประทัดยักษ์ ไร้แอลกอฮอล์” "YeePeng ChiangMai Festival No Giant FireCrakers No Alcohol" เที่ยวเชียงใหม่ ประเพณีลอยกระทง 2557 1-7 พ.ย. 1. พิธีเปิดงาน "ประเพณีเดือนยี่เป็ง"ประจำปี 2557 วันที่ 5 พ.ย. 2557 เวลา 18.30-24.00 น. ณ ข่วงประตูท่าแพ 2 การประกวดขบวนแห่โคมยี่เป็ง ครั้งที่ 23 ไนท์บาซาร์ วันที่ 5 พ.ย. 2557 เวลา 19.00-22.00 น. ณ ข่วงประตูท่าแพ -ไนท์บาซาร์ - ห้างพันธุ์ทิพย์ 3. การประกวดเทพี - เทพบุตรยี่เป็งเชียงใหม่ วันที่ 5,6 พ.ย. 2557 เวลา 18.00-24.00 น. ณ เวทีข่วงประตูท่าแพ 4. การประกวดขบวนแห่กระทงเล็กยี่เป็ง วันที่ 6 พ.ย. 2557 เวลา 19.00-23.00 น. ณ ข่วงประตูท่าแพ-สำนักงานเทศบาล 5. การประกวดขบวนแห่กระทงใหญ่ ชิงถ้วยพระราชทานฯ วันที่ 7 พ.ย. 2557 เวลา 19.00-23.00 น. ณ ข่วงประตูท่าแพ-สำนักงานเทศบาล 6. พิธีเปิดประติมากรรมโคมไฟมหัศจรรย์แสงสีแห่งรัตติกาลยี่เป็ง วันที่ 2 พ.ย. 2557 เวลา 18.00-19.30 น.ณ ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ...ฯลฯ... ... กำหนดการจัดงานประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ 2557 วันที่ 1-7 พ.ย. 2557 ไทย-อังกฤษ 2014 Chiang Mai Yee Peng(Loy Krathong)Festival Activity,DATE,Time,Venue ... 1. หัตถกรรมภูมิปัญญาท้องถิ่นวัวลาย ประจำปี 2557 วันที่ 1-7 พ.ย. 2557 เวลา 18.00-24.00 น. ย่านวัวลาย 1. Wualai Handicrafts Fair (Silverware) : 18.00-24.00 Nov.1-7,2014 Wualai Silversmith Village 2. พิธีแถลงข่าวงานประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ ประจำปี 2557 วันที่ 2 พ.ย. 2557 เวลา 18.00-19.30 น. ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ 2. Press Conference for 2014 Chiang Mai Yee Peng Festival : 18.00-19.30 Nov.2,2014 Three Kings Monument Plaza 3. พิธีเปิดประติมากรรมโคมไฟมหัศจรรย์แสงสีแห่งรัตติกาลยี่เป็ง วันที่ 2 พ.ย. 2557 เวลา 18.00-19.30 น. ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ 3. Opening ceremony for the Lantern display "Color of the Miracle Night of Chiang Mai Yee Peng Festival" :18.00-19.30 Nov.2,2014 Three Kings Monument Plaza 4. มหัศจรรย์โคมไฟล้านนาใต้แสงแห่งพระบารมีบรมราชจักรีวงศ์ วันที่ 1-7 พ.ย.2557 เวลา 18.00-24.00 น. ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ 4. Lantern display "Miracle of Lanna Lantern in Honor of Chakri Dynasty" : 18.00-24.00 Nov.1-7,2014 Three Kings Monument Plaza 5. มหัศจรรย์โคมไฟ 12 นักษัตร วันที่ 1-7 พ.ย. 2557 เวลา 18.00-24.00 น. ข่วงประตูช้างเผือก 5. Lantern display "12 Zodiac Animals" : 18.00-24.00 Nov.1-7,2014 Chang Phuak Gate 6. มหัศจรรย์โคมไฟล้านนาเฉลิมพระเกียรติปีมหามงคล วันที่ 1-7 พ.ย.2557 เวลา 18.00-24.00 น. แจ่งศรีภูมิ 6. Lantern display "Celebration for the Auspicious Year of H.M the King" :18.00-24.00 Nov.1-7,2014 Sri Phume Fortress 7. มหัศจรรย์โคมไฟ Sawasdee ASEAN วันที่ 1-7 พ.ย. 2557 เวลา 18.00-24.00 น. ข่วงประตูท่าแพ 7. Lantern display "Sawasdee ASEAN" :18.00-24.00 Nov.1-7,2014 Thaphae Gate 8. มหัศจรรย์โคมไฟ นานาชาติสายสัมพันธ์นครพิงค์ วันที่ 1-7 พ.ย. 2557 เวลา 18.00-24.00 น. พิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา 8. Lantern display "Relationship of Chiang Mai and the World" : 18.00-24.00 Nov.1-7,2014 Lanna Folklife Museum 9. มหัศจรรย์โคมไฟคชสารคู่แผ่นดินถิ่นล้านนา วันที่ 1-7 พ.ย. 2557 เวลา 18.00-24.00 น. แจ่งกู่เฮือง 9. Lantern display "Auspicious Elephants of Lanna" : 18.00-24.00 Nov.1-7,2014 Gu Huang Fortress 10. มหัศจรรย์โคมไฟเชียงใหม่นครที่เป็นที่สุดแห่งความสง่างามทางวัฒนธรรม วันที่ 1-7 พ.ย. 2557 เวลา 18.00-24.00 น. ข่วงประตูสวนดอก 10. Lantern display "Chiang Mai,the Most Splendid City of Culture" : 18.00-24.00 Nov.1-7,2014 Suan Dok Gate 11. ประเพณีตั้งธรรมหลวงเทศน์มหาชาติ เขาวงกต ต๋ามผางปะตี๊ดบูชาพระเจดีย์ วันที่ 3-7 พ.ย. 2557 เวลา 06.00-20.00 น. วัดเจ็ดลิน 11. Great sermon "Tang Tham Luang",maze decoration,and candletray decoration for Pagodas'worshiping : 06.00-20.00 Nov.3-7,2014 Jedlin Temple 12. พิธีเปิดงาน"ประเพณีเดือนยี่เป็ง"ประจำปี 2557 วันที่ 5 พ.ย. 2557 เวลา 18.30-24.00 น. ข่วงประตูท่าแพ 12. Opening ceremony of "2014 Chiang Mai Yee Peng Festival" :18.30-19.00 Nov.7,2014 Thaphae Gate 13. การประกวดขบวนแห่โคมยี่เป็ง ครั้งที่ 23 ไนท์บาซาร์ วันที่ 5 พ.ย. 2557 เวลา 19.00-22.00 น. ข่วงประตูท่าแพ - ห้างพันธุ์ทิพย์ 13. 23rd Yee Peng Night Bazaar's Yee Peng Lantern Procession Contest : 19.00-22.00 Nov.5,2014 Thaphae Gate to Pantip Dept. 14. การประกวดหนูน้อยยี่เป็งเชียงใหม่ วันที่ 5 พ.ย.2557 เวลา 19.00-22.00 น. หน้าสำนักงานเทศบาล 14. Yee Peng Kids Contest :19.00-22.00,Nov.5,2014 Office of Chiang Mai Municipality 15. ต๋ามผางปะตี๊ด ส่องฟ้า ฮักษาเมือง วันที่ 4 พ.ย. 2557 เวลา 18.30-24.00 น. ตามแจ่งเมือง 15. Traditional Lanna candletray decoration :18.30-24.00 Nov.4,2014 All City Fortresses 16. การประกวดกระทงลอยน้ำประดับเมือง วันที่ 5,6,7 พ.ย. 2557 เวลา 18.00-24.00 น. แจ่งศรีภูมิ - แจ่งกะต๊ำ 16. Floating Krathong (lotus shaped devotion ornament) Decoration Contest : 18.00-24.00 Nov.5-7,2014 City Moat (from Sri Phume Fortress To Katam Fortress) 17. การตกแต่งโคมไฟประดับเมือง วันที่ 5,6,7 พ.ย. 2557 ตลอดเวลา ข่วงประตูท่าแพ - สำนักงานเทศบาล 17. Lantern and City Decoration Contest : All day of Nov.5-7,2014 Thaphae Gate to Office of Chiang Mai Municipality 18. การประกวดจัดซุ้มประตูป่า วันที่ 5,6,7 พ.ย. 2557 ตลอดเวลา วัดและชุมชนในเขตเทศบาล 18. Pratu Pa Decoration Contest (welcome gate for whom returning from forest ) Decoration Contest : All day of Nov.5-7,2014 Temples and municipal communities 19. ประเพณีตั้งธรรมหลวง ต๋ามผางปะตี๊ดบูชาพระธาตุเจดีย์ วันที่ 5,6,7 พ.ย. 2557 เวลา 09.00-22.00 น. วัดโลกโมฬี 19. Great sermon "Tang Tham Luang" and candletray decoration : 09.00-22.00 Nov.5-7,2014 Loke Molee Temple 20. สืบฮีต สานฮอย ฮอมปอย ไหว้สาพระสิริมังคลาจรรย์ วันที่ 5,6,7 พ.ย. 2557 เวลา 10.00-23.00 น. พุทธสถานจังหวัดเชียงใหม่ 20. Worshiping ritual to Saint Sirimangala : 10.00-23.00 Nov.5-7,2014 Chiang Mai Buddhists' Society 21. เวทีดนตรีสร้างสรรค์ วัฒนธรรมสร้างสุข ไร้แอลกอฮอล์ วันที่ 5,6,7 พ.ย. 2557 เวลา 18.00-24.00 น. หน้าคริสตจักรที่ 1-ข้างสะพานนวรัฐ 21. Musical stage for the anti-alcoholic campaign : 18.00-24.00 Nov.5-7,2014 The First Church of Chiang Mai and Nawarat Bridge 22. การประกวดเทพี - เทพบุตรยี่เป็งเชียงใหม่ วันที่ 5,6 พ.ย. 2557 เวลา 18.00-24.00 น. ข่วงประตูท่าแพ 22. Mister and Miss Yee Peng Contest : 18.00-24.00 Nov.5-6,2014 Thaphae Gate 23. พิธีบวงสรวงศาลพระภูมิ,เจดีย์ขาว,ขอขมาแม่น้ำปิง วันที่ 6 พ.ย. 2557 เวลา 08.09-10.30 น. สำนักงานเทศบาล,ท่าน้ำวัดศรีโขง 23. Worshiping ritual to house of spirits, White Pagoda,and Ping River : 08.09-10.30 Nov.6,2014 Office of Chiang Mai Municipality and Ping River and Srikhong Temple's pier 24. การประกวดโคมลอยและปล่อยโคมลอยแฟนซี วันที่ 6 พ.ย. 2557 เวลา 09.00-12.00 น. สำนักงานเทศบาล 24. Hot Air Balloons Contest and the launching of fancy hot air balloons : 09.00-12.00 Nov.6,2014 Office of Chiang Mai Municipality 25. การประกวดกระทงฝีมือใบตอง - ดอกไม้สด วันที่ 6 พ.ย. 2557 เวลา 09.00-17.00 น. สำนักงานเทศบาล 25. Handmade Krathong Contest : 09.00-17.00 Nov.6,2014 Office of Chiang Mai Municipality 26. การประกวดขบวนแห่กระทงเล็กยี่เป็ง วันที่ 6 พ.ย. 2557 เวลา 19.00-23.00 น. ข่วงประตูท่าแพ-สำนักงานเทศบาล 26. Small Krathong Processions Contest : 19.00-23.00 Nov.6,2014 From Thaphae Gate to Office of Chiang Mai Municipality 27. การปล่อยกระทงสายสืบสานล้านนา วันที่ 6,7 พ.ย. 2557 เวลา 19.00-23.00 น. ลำน้ำปิงหน้าสำนักงานเทศบาล 27. Floating of Lanna tiny candlelit krathong (Krathong Sai) : 19.00-23.00 Nov.6-7,2014 Ping River(in front of Office of Chiang Mai Municipality) 28. การแสดงพลุเฉลิมพระเกียรติฯ วันที่ 6,7 พ.ย. 2557 เวลา 20.00-24.00 น. แพกลางน้ำหน้าเทศบาล 28. Fireworks display in Honor of H.M. the King : 20.00-24.00 Nov.6-7,2014 Ping River(in front of Office of Chiang Mai Municipality) 29. การแสดงมหรสพวงดนตรีลูกทุ่งและศิลปวัฒนธรรมล้านนา วันที่ 6,7 พ.ย. 2557 เวลา 19.00-23.00 น. สำนักงานเทศบาล 29. Folk music,Lanna cultural performances and stage entertainment activities : 19.00-23.00 Nov.6-7,2014 Office of Chiang Mai Municipality 30. การประกวดขบวนแห่กระทงใหญ่ ชิงถ้วยพระราชทานฯ วันที่ 7 พ.ย. 2557 เวลา 19.00-23.00 น. ข่วงประตูท่าแพ-สำนักงานเทศบาล 30. Grand Krathong processions contest (for the Royal Trophy) : 19.00-23.00 Nov.7,2014 From Thaphae Gate to Office of Chiang Mai Municipality ... ประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่(ลอยกระทง) 2557 เทศบาลนครเชียงใหม่ 2014 Chiang Mai Yee Peng (Loy Krathong) Festival Chiang Mai Municipality ... ภาพจาก http://www.cmprice.com/

8 เรื่องปาฏิหารย์ คู่ แม่ลูก ความรักที่คุณจะซาบซึ้ง
ปาฏิหารย์ /  เรื่องแปลก / 

ความรักของแม่นั้น ถือเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ในชีวิตของสาวๆทุกคน แต่เรื่องราวปาฏิหารย์ก็มากับสาวๆที่ได้กลายเป็นแม่เช่นกัน เรียกได้ว่าใครได้ก้าวเป็นแม่คนแล้วนั้น ชีวิตของเธอจะเปลี่ยนไปในทันที วันนี้เรามีเรื่องปาฏิหารย์ของแม่ลูก ที่สาวๆจะต้องอึ้งและอยากลองเป็นแม่คนดูสักครั้ง 1.Jane Woodhead ผู้หญิงคนหนึ่งที่เกิดมาพร้อมความผิดปกติที่มี มดลูก 2 อัน และ คอมดลูก 2 อันในร่างกาย ที่เรียกว่า uterus didelphys  โดยคุณหมอบอกว่า เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากหากเธอจะตั้งครรภ์ด้วยวิธีธรรมชาติ โดยเธอและสามีจึงตัดสินใจทดลองวิธี IVF (เด็กหลอดแก้ว)  แต่หลังจากหนึ่งอาทิตย์ที่เริ่มเก็บน้ำเชื้อ คุณแม่วัย 40 คนนี้ กลับได้รับข่าวดีจากคุณหมอ ว่าเธอตั้งครรภ์ได้แล้ว 7 สัปดาห์  หลังจากได้รับการตรวจสแกน ทั้งคู่ก็น้ำตาไหลอย่างมีความสุข เมื่อได้เห็นร่างน้อยๆในครรภ์ พร้อมตั้งชื่อ ลูกรักน่ารักคนนี้ที่แสนจะสร้างปาฏิหารย์ให้เธอว่า " เกรส" 2.Erica Nigrelli   คุณแม่ผู้เป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษ เกือบตายหลังจากให้กำเนิดลูกสาว โดย เอริก้ามีอายุครรภ์ 36 สัปดาห์ และล้มลงในห้องเรียนในปี 2013 โดยสามีของเธอ ผู้เป็นครูเช่นกันบอกว่า เธอมีอาการน้ำลายฟูมปาก และตาค้าง เพื่อนร่วมงานช่วยเธอด้วยการทำ CPR และช่วยให้เธอกลับมาหายใจอีกครั้ง และนำส่งรพ. คุณหมอได้จัดการนำลูกในท้องออก ในขณะที่คุณแม่ได้หยุดหายใจไปแล้ว  โดยคุณหมอได้ช่วยให้เอริก้าฟื้น เนื่องจากเธอทรมานจากกล้ามเนื้อหัวใจหนา " โดย 9 ใน 10 ของคน จะเสียชีวิตทันทีที่เริ่มรู้ว่าป่วย ราวกับเป็นเหมือนระเบิดเวลาร่างกาย และการให้กำเนิดลูกสาวในตอนที่เธอไม่หายใจ และตัวฉันก็ฟื้นขึ้น ถือเป็นเรื่องดีที่ฉันรู้สึก ยิ่งกว่า ขอบคุณ "  3. ทารกจากการปลูกถ่ายมดลูกคนแรกของโลก ทารกน้อย Vincent เด็กคนแรกของโลกที่เกิดจากการ ปลูกถ่ายมดลูก จากคุณแม่คนหนึ่งแห่งสวีเดน วัย 36 ปี  โดยเธอรู้ตัวในวัย 15 ปี ว่า เธอไม่มีมดลูก และไม่อาจเป็นแม่คนได้ และเธอจึงได้เข้ารับการทดลงปลูกถ่ายมดลูก จากญาติคนหนึ่งของเธอ ซึ่งได้ผลเป็นอย่างดี และได้ตั้งชื่อลูกน้อยว่า Vincent ที่มาความหมายว่า " ชนะ" 4. Claire Diaz-Ortiz สาวผู้พัฒนาโปรแกรมบริษัทโซเชียลมีเดียชื่อดัง " twitter " ได้ทวิตข้อความบอกฟอลโล่วเวอร์ 300,000 คน ในระหว่างที่เธอน้ำคร่ำแตก เรียกได้ว่าแบบ Real Time กันนาทีต่อนาที โดยใช้แฮซแทคว่า #inlabor 5. Roxana Rodriguez แม่ชีนักบวชแห่งประเทศเอลซัลวาดอร์ วัย 31 ปี ให้กำเนิดลูกน้อยในเดือน ม.ค. 2014 ที่ประเทศอิตาลี โดยเธออ้างว่าเธอไม่รู้เลยว่าเธอตั้งครรภ์ และมีอาการปวดท้องในสำนักแม่ชี เธอจึงรีบไปที่โรงพยาบาล และได้ให้กำเนิดลูน้อยในวันนั้น และตั้งชื่อลูกตามพระสันตะปาปาว่า " Francis " และเธอก็ยอมรับในที่สุดว่า เธอท้องขณะที่เดินทางไปเที่ยวที่เมือง เพื่อทำพาสปอร์ตใหม่  โดยเพื่อนแม่ชี ต่างก็รู้สึกต่อต้าน เนื่องจากเธอไม่ขัดขืนสิ่งยั่วยุเหล่านี้ ทั้งที่เป็นแม่ชีอยู่ 6. George King  หนูน้อย จอร์จ ทารกอวบอ้วนแห่งเมืองอังกฤษ โดยมีน้ำหนักอลังการงานสร้างถึง 7 กิโลกรัม (ซึ่งพอๆกับเด็กทารกสองคนเลยทีเดียว) คุณแม่วัย 21 ปี ได้ทำการคลอดแบบวิธีธรรมชาติอีกด้วย! โดยไหล่ของพ่อหนุ่มน้อยจอร์จติดแหง่กอยู่ออกไม่ได้ แถมยังไม่หายใจอีกด้วย จอร์จมีโอกาสรอดเพียงแค่ 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่หนุ่มน้อยคนเก่งนี้ก็รอดมาอย่างปาฏิหารย์ ! 7. Sarah Thistlethwaite คุณแม่ที่รู้ว่า ลูกของเธอมีอาการปกติ เพราะเธอกำลังตั้งต้องลูกฝาแฝดร่วมถุงน้ำคร่ำ (Monoamniotic Twins หรือ Momo twins) ที่มีโอกาสเกิดขึ้นเพียง 1 ใน 10,000 เท่านั้น! โดยใช้วิธีผ่าคลอด และความน่ารักของฝาแฝดน้อยก็คือ ทั้งคู่จับมือกันเกิดเลยล่ะ ! โดยแฝดคู่นี้มีชื่อว่า Jenna และ Jillian นั่นเอง น่ารักซะไม่มี!  8. Trish Staine คุณแม่ผู้คิดว่าตัวเองมีอาการปวดหลัง เนื่องจากอาการเจ็บปวดของการวิ่ง Half Marathon เมื่อ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา แต่แท้จริงแล้ว เธอกำลังตั้งท้องอย่างไม่คาดฝัน และได้ให้กำเนิดลูกในชั่วโมงต่อมา เรียบเรียงโดย Women Mthai Team ที่มาจาก Mirror.co.uk  

ลูกครึ่งเฮ!! กลาโหม ไฟเขียวให้รับราชการทหารได้
กระทรวงกลาโหม /  รับราชการทหาร / 

มติสภากลาโหม เห็นชอบ แก้ไขการกำหนดสัญชาติพลเรือนที่สมัครเข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารให้พ่อหรือแม่เป็นสัญชาติไทยอย่างเดียวได้ พ.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงว่า มติสภากลาโหมเห็นชอบร่างระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการกำหนดสัญชาติของผู้ที่จะบรรจุเข้ารับราชการ นายทหารประทวนประจำการ หรือพลทหารประจำการ ทั้งนี้จากสถานการณ์ความมั่นคงที่เปลี่ยนไปและการบังคับใช้ระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยเรื่องดังกล่าวมาเป็นระยะเวลายาวนานตั้งแต่ปี 2506 ซึ่งอยู่ในสถานการณ์ภัยคอมมิวนิสต์ ส่งผลให้การสรรหาบุคคลพลเรือนที่จะบรรจุเข้ารับราชการทหารในตำแหน่งทั่วไป หรือในตำแหน่งวิชาชีพขาดแคลนของหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ มีขอบเขตจำกัดกว่าข้าราชการประเภทอื่น หรือแม้กระทั่งทหารกองประจำการที่ปลดเป็นกองหนุนบางรายที่มีสัญชาติไทยโดยการเกิด แต่หากบิดามารดาคนใดคนหนึ่งเป็นผู้มีสัญชาติอื่น ก็ไม่สามารถสมัครเข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารได้ จึงปรับปรุงระเบียบนี้เพื่อเป็นประโยชน์แก่ทางราชการและเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามาเป็นทหารได้มากขึ้น โดยแก้ไขการกำหนดสัญชาติของผู้ที่จะรับราชการเป็นพลทหารประจำการ นายทหารประทวนประจำการ นายทหารสัญญาบัตรประจำการ มีความสำคัญดังนี้ โดยในกรณีของนักเรียนทหาร เช่น นักเรียนเตรียมทหาร นักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า นักเรียนนายเรือ นักเรียนนายเรืออากาศ นักเรียนแพทย์พระมงกุฎเกล้า นักเรียนนายสิบทหารบก นักเรียนจ่าทหารเรือ นักเรียนจ่าทหารอากาศ รวมถึงนักเรียนในสถาบันการศึกษาสังกัดกระทรวงกลาโหมอื่น เช่น นักเรียนช่างฝีมือทหาร นักเรียนพยาบาล นักเรียนดุริยางค์ ยังคงกำหนดสัญชาติที่มีความเข้มข้นเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง สำหรับบุคคลพลเรือนที่สมัครเข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารได้ปรับระดับความเข้มข้นของการกำหนดสัญชาติ ให้เปรียบได้กับข้าราชการตำรวจ ข้าราชการอัยการ ตุลาการ เพื่อให้การสรรหาบุคคลของหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย และเหล่าทัพสามารถดำเนินการได้กว้างขวางยิ่งขึ้น คือพ่อหรือแม่เป็นสัญชาติไทยอย่างเดียวก็ได้ ส่วนตำแหน่งสำคัญ เช่น ผู้บังคับอากาศยาน ผู้บังคับการเรือหลวงหรือตำแหน่งที่ปฏิบัติงานที่กำหนดชั้นความลับ ส่วนราชการอาจกำหนดหลักเกณฑ์การบรรจุหรือแต่งตั้งเป็นการเฉพาะเรื่องเพื่อให้มีระดับความเข้มข้นของการกำหนดสัญชาติได้ตามความเหมาะสม โดยไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ MThai News

10 ที่พักที่มีชื่อสุดแปลก
10 อันดับ /  ที่พัก / 

ความแตกต่างของที่พักแต่ละที่นั้นมีความแตกต่างกันออกไป ว่าจะใช้จุดไหนเป็นจุดดึงดูดลูกค้า และวันนี้ทาง Travel.mthai.com ขอแนะนำที่พักที่มีชื่อสุดแปล๊กแปลกและมันเป็นอะไรที่สุดติ่งกระดิ่งแมวมากๆเลยล่ะ แล้วจะรอช้าอยู่ทำไม เลื่อนไปชมกันเลยดีกว่า 10 ที่พักที่มีชื่อสุดแปลก 1. เมียจ๋า (Meir Jarr Hotel)      โรงแรมเมียจ๋า (Meir Jarr Hotel) เป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนที่คุณจะได้ดื่มด่ำกับสีสันของภูเก็ต ด้วยทำเลที่ไม่ไกลจากตัวเมือง สามารถเดินทางไปถึงสนามบินได้ภายใน 45 นาที อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ศูนย์ฝึกมวยไทย, ไซม่อนคาบาเร่ต์, ถนนกลางคืนบางลา, หาดป่าตอง รวมถึงศูนย์การค้าจังซีลอน ในระยะเดินถึง      ส่วนของห้องพักทั้งหมด 83 ห้อง ประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่คัดสรรมาอย่างดี เพื่อมอบความสะดวกสบายแก่ผู้เข้าพัก อาทิ มินิบาร์, ตู้นิรภัย, อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง พร้อมบริการทำความสะอาดทุกวัน นอกจากนี้ด้านนอกของโรงแรมยังมี สระว่ายน้ำกลางแจ้ง ที่มองเห็นวิวภูเขาและท้องฟ้าแบบเปิดโล่ง ปิดท้ายด้วย ห้องอาหารสุดหรู ให้คุณอิ่มเอมกับเมนูอาหารเลิศรสในบรรยากาศสุดพิเศษ รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> เมียจ๋า (Meir Jarr Hotel) _________________________________ 2. ราชา (The Racha)      ราชา (The Racha) รีสอร์ทหรูระดับพรีเมี่ยม บนเกาะราชาใหญ่ทางตอนใต้ของภูเก็ต ที่คุณจะรู้สึกถึงความสบายในแบบที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนราวกับได้พักผ่อนอยู่ในวังของพระราชา วิลล่าที่ให้บริการทุกหลัง มาพร้อมระเบียงชมวิวส่วนตัวและสิ่งอำนวยความสะดวกมาตรฐานสากล      ภัตตาคารในรีสอร์ท ประกอบด้วย Earth Café ที่ดินเนอร์บรรยากาศดีบนระเบียงกลางแจ้ง, Fire Grill  อิ่มอร่อยกับพิซซ่าและพาสต้าในมื้อกลางวัน และอาหารเลิศรสสำหรับมื้อค่ำ รวมถึง Ice Bar และ Club Del Mar ที่พร้อมเสิร์ฟค็อกเทลเย็นๆ นอกจากนี้ ยังมี Sun Set Beach ที่ให้บริการบาร์บีคิวทะเลและสเต็กเนื้อนุ่มริมอ่าวทะเล และรีสอร์ทแห่งนี้ยังได้รับการยอมรับให้เป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ ที่ใครต่อใครต่างหลงเสน่ห์ในบรรยากาศอันเงียบสงบ เหมาะแก่การหลีกหนีความวุ่นวายสู่การพักผ่อนสุดพิเศษบนชายหาดที่สวยงามราวกับภาพวาด   รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ราชา (The Racha) _________________________________ 3. ยายย่า หัวหิน (YaiYa Hua Hin)      ยายย่า หัวหิน (YaiYa Hua Hin) บูติครีสอร์ทสไตล์ไทยๆ ที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงามเป็นเอกลักษณ์ ตัวโรงแรมตั้งอยู่ระหว่างชะอำกับหัวหิน ท่ามกลางสวนสวย พร้อมกลิ่นหอมจากต้นจันทน์เทศที่ปลูกเรียงรายไว้รอบรีสอร์ท เพื่อสร้างความผ่อนคลายแก่ผู้เข้าพัก ห้องพักของที่นี่ก็มีให้เลือกหลายรูปแบบ แต่ละห้องตกแต่งอย่างหรูหราสไตล์ไทยประยุกต์ ไม่ว่าจะเป็นห้องแบบ Pool Villa ที่มีสระว่ายน้ำส่วนตัวและห้องนั่งเล่น, Deluxe Terrace ห้องพักวิวสวน หรือ Deluxe Sea Terrace ห้องพักวิวทะเล นอกจากนี้ ด้านนอกยังมี สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ บนชายหาดส่วนตัว และสามารถเพลิดเพลินไปกับ สปาทรีตเม้นท์ ที่ YaiYa Spa หรือจะเลือกดื่มด่ำรสชาติอาหารไทย และอาหารยุโรป ที่ ร้านอาหาร Thai Pas และนั่งกินบรรยากาศชิลๆที่ The Sand Bar   รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ยายย่า หัวหิน (YaiYa Hua Hin) _________________________________ 4. บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท (Baan Krating Pai Resort)      บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท (Baan Krating Pai Resort) รีสอร์ทธรรมชาติริมแม่น้ำปาย ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองปายเพียง 20 นาที ทัศนียภาพรอบรีสอร์ทสวยงามด้วยวิวภูเขาและทุ่งข้าวสีทองอร่าม ที่นี่บริการห้องพักแบบวิลล่าแยกเป็นหลัง ตกแต่งสไตล์ไทยกลิ่นอายภาคเหนือ      ผู้เข้าพักสามารถเพลิดเพลินกับสระว่ายน้ำและจากุสซี่ด้านนอก ซึ่งล้อมรอบด้วยทิวทัศน์ชนบทอันงดงาม บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท ยังบริการอาหารเหนือและอาหารนานาชาติตลอดทั้งวัน และเต็มไปด้วยกิจกรรมกลางแจ้งสำหรับผู้ที่ชอบความสนุกตื่นเต้น อาทิ กิจกรรมพายเรือคายัคตามลำน้ำปาย, ล่องแก่งไปกับผู้เชี่ยวชาญ, เดินป่า, ขี่ช้างไปตามทุ่งนา, เยี่ยมชมหมู่บ้านชาวเขา, แวะชมน้ำตกและบ่อน้ำพุร้อน, เที่ยวสถานที่น่าสนใจในอำเภอปาย ฯลฯ บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท แห่งนี้จึงเป็นจุดหมายปลายทางของผู้ที่รักธรรมชาติอย่างแท้จริง รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท (Baan Krating Pai Resort) _________________________________ 5. อียิปต์ บูทิก โฮเทล (Egypt Boutique Hotel)      เมืองกรุงก็มีที่พักสไตล์เมืองนอกกับเค้าเหมือนกัน อียิปต์ บูทิก โฮเทล (Egypt Boutique Hotel) ที่พักสไตล์อียิปต์สีสันสะดุดตา ที่นี่เหมือนยกเอาสถาปัตยกรรมจำลองของเมืองไคโร ดินแดนทะเลทรายแห่งอียิปต์มาไว้กลางกรุง โดยเนรมิตพื้นที่ในซอยรามคำแหง 65 หรือซอยลาดพร้าว 122 ให้กลายเป็นเมืองแห่งฟาโรต์ ตั้งแต่แรกเห็น ทุกย่างก้าวจากภายนอกจนถึงในห้องพัก จะได้สัมผัสกับบรรดารูปปั้นสฟิงซ์ และรูปภาพโบราณของอียิปต์ จนแทบลืมไปเลยว่าโรงแรมแห่งนี้อยู่ในเมืองไทย ที่นี่มีห้องพักให้บริการมากถึง 110 ห้อง ทุกห้องแม้จะตกแต่งด้วยสีสันที่ฉูดฉาด แต่กลับให้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลายเมื่อได้เข้าพัก นอกจากนี้ ยังได้รื่นรมย์กับบริการนวดอีกด้วย   รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> อียิปต์ บูทิก โฮเทล (Egypt Boutique Hotel) _________________________________ 10 ที่พักที่มีชื่อสุดแปลก 6. ฮัทช่า รีสอร์ท (Hutcha Resort)      ฮัทช่า รีสอร์ท (Hutcha Resort) รีสอร์ทสุดชิลทางเหนือของเกาะสมุย ซ่อนตัวอยู่ในเมืองเก่าเขตแม่น้ำ ตั้งอยู่ริมทางน้ำที่ไหลมาจากเทือกเขาใกล้ๆ ที่ตั้งของฮัทช่านั้นมีเอกลักษณ์ มีทางเดินลงสู่หาดแม่น้ำที่สวยงาม การออกแบบของฮัทช่านั้นเน้นเรื่องความสะดวกสบายและความทันสมัย กระท่อมปูนฉาบทันสมัยออกแบบมาอย่างเรียบง่าย เข้ากับพื้นกระเบื้องและหลังคามุงจาก "กระท่อม" แต่ละหลังมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายต่างๆ ตั้งแต่น้ำร้อนจนถึงเฉลียงส่วนตัว มีทั้งห้องติดพัดลมและห้องปรับอากาศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้เลือกสรรตามความต้องการ กระท่อมตั้งอยู่ริมลำธารที่คดเคี้ยวอยู่ในรีสอร์ท เติมเต็มด้วยสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติและสวนเขียวขจีของฮัทช่า รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ฮัทช่า รีสอร์ท (Hutcha Resort) _________________________________ 7. สลีป บอกซ์ (SLEEP BOX Hotel)      SLEEP BOX ที่พักบรรยากาศแปลกใหม่ราคาไม่แพง ตอบโจทย์คนที่มีงบประมาณจำกัด SLEEP BOX ตั้งอยู่ริมถนนรัตนโกสินทร์ จังหวัดเชียงใหม่ ไม่ไกลจากกาดเมืองใหม่ (ตลาดสดขนาดใหญ่ ริมแม่น้ำปิง) ด้วยรูปทรงของตู้คอนเทนเนอร์ที่เป็นหัวใจหลักของที่นี่ ซึ่งถูกวางซ้อนกันไว้สองชั้น เว้นที่ว่างระหว่างตู้เอาไว้เป็นทางสัญจร ด้านบนใช้หลังคาเมลัทชีทเพื่อกันความร้อนและฝน ส่วนพื้นที่ภายในแบ่งเป็นห้องพักจำนวน 21 ห้อง ที่ตกแต่งไว้อย่างทันสมัย โซนโถงรับรองก็ใช้ไม้เก่าและไม้ไผ่เป็นวัสดุหลัก รวมไปถึงขวดเปล่าที่ถูกนำมารีไซเคิลเป็นโคมไฟสุดชิค นอกเหนือไปจากภาพลักษณ์อันดุดันของตู้คอนเทนเนอร์แล้ว ที่นี่ยังให้อารมณ์แบบสปอร์ตตี้ สีสันสดใสโดนใจคนรุ่นใหม่อีกด้วย        รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> สลีป บอกซ์ (SLEEP BOX Hotel) _________________________________ 8. หินตกริเวอร์แคมป์ แอท เฮลล์ไฟร์พาส (HinTok River Camp@Hell Fire Pass)      หินตกริเวอร์แคมป์ แอท เฮลล์ไฟร์พาส (Hintok River Camp @ Hell Fire Pass) ที่พักสำหรับนักผจญภัยที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติอันเเสนสงบ ซึ่งตั้งอยู่บนเขาหินตก จังหวัดกาญจนบุรี เป็นสถานที่ที่มีแม่น้ำแควไหลผ่าน และเต็มไปด้วยเรื่องราวอันน่าจดจำทางประวัติศาสตร์ มาที่นี่คุณจะได้พักค้างแรมในเต้นท์หรูสไตล์แอฟริกันซาฟารี เต็นท์ทุกหลังมีห้องน้ำในตัวและระเบียงส่วนตัวที่สามารถมองเห็นวิวป่าไม้และแม่น้ำแควได้อย่างสวยงาม หรือจะเลือกห้องอาบน้ำแบบกลางแจ้งก็ได้บรรยากาศไม่น้อย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมแคมป์ปิ้งที่สนุกตื่นเต้นอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น พายเรือแคนู ล่องแพ ปีนผา บาร์บีคิวกลางแจ้ง และแคมป์ไฟตอนกลางคืน รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> หินตกริเวอร์แคมป์ แอท เฮลล์ไฟร์พาส (HinTok River Camp@Hell Fire Pass) _________________________________ 9. พบทะเล รีสอร์ท (Meet the Sea Resort)      พบทะเล รีสอร์ท (Meet the Sea Resort) รีสอร์ทริมทะลในบรรยากาศเงียบสงบเป็นส่วนตัว ให้คุณผ่อนคลายท่ามกลางธรรมชาติและห้อมล้อมด้วยทิวแถวต้นมะพร้าว รีสอร์ทแห่งนี้ตั้งอยู่บนหาดส่วนตัวในอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ในส่วนห้องพักตกแต่งอย่างหรูหราสไตล์ฮิปสุดเท่ห์ เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เครื่องปรับอากาศ ทีวี เครื่องทำน้ำอุ่น ตู้เย็น และอินเตอร์เน็ต  Wi-Fi ทุกพื้นที่ นอกจากบริการอันน่าประทับใจแล้ว คุณจะได้ผ่อนคลายไปกับบรรยากาศริมชายหาดส่วนตัว เพลิดเพลินกับกิจกรรมต่างๆทั้ง ตกปลา ตกหมึก พายเรือคายัค ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำในสระว่ายน้ำกลางแจ้งริมทะเล พร้อมสระเด็กและจากุซซี่ รวมถึงบริการนวด และอื่นๆอีกมากมาย รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> พบทะเล รีสอร์ท (Meet the Sea Resort) _________________________________ 10. วิลล่า ชาช่า จ้าวหลาว บีช รีสอร์ท (Villa Cha Cha Chaolao Beach Reosrt)      รีสอร์ทชื่อน่ารัก วิลล่า ชาช่า เจ้าหลาว บีช รีสอร์ท (Villa Cha Cha Chaolao Beach Reosrt) ที่พักกลิ่นอายบาหลี ซึ่งถูกออกแบบอย่างเป็นสัดเป็นส่วนในรูปของ บ้านพักหลากสีสัน ที่มาพร้อมระเบียงไม้หน้าบ้านทุกหลัง เพื่อชื่นชมความร่มรื่นของแมกไม้อันเขียวชอุ่ม เติมเต็มความเป็นส่วนตัวในวันพักผ่อนได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ รีสอร์ทตั้งอยู่บนชายหาดส่วนตัว ติดกับหาดเจ้าหลาว ทางฝั่งตะวันออกของจังหวัดจันทบุรี จึงพร้อมเสิร์ฟอาหารทะเลสดๆให้คุณได้ลิ้มลองกันอย่างจุใจ และหากอยากทำกิจกรรมยืดเส้นยืดสาย ที่นี่ก็มีทั้ง กิจกรรมนั่งเรือท้องกระจกชมปะการังน้ำตื้น ตกปลา ไดหมึก ฯลฯ ให้เลือกแบบไม่อั้นเลยทีเดียว รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> วิลล่า ชาช่า จ้าวหลาว บีช รีสอร์ท (Villa Cha Cha Chaolao Beach Reosrt) _________________________________

5 อับดับข่าวฮอต 24 ต.ค.57
5 อับดับ ข่าวฮอต /  ข่าวดัง / 

5 อับดับข่าวฮอต ประจำวัน ศุกร์ ที่ 24 ต.ค. อันดับที่ 1 ฮือฮา! สาวหมวยประกาศหาแฟนชั่วคราว เอาไว้เป็นเพื่อนเที่ยว สาวหมวยประกาศหาแฟนชั่วคราว เอาไว้เป็นเพื่อนเที่ยว อ่านต่อ อันดับที่ 2 ลูกทานากะอดีตสามีพรชนกขอตร.รื้อคดีพ่อตาย ลูกนายทานากะ อดีตสามี “พรชนก” ที่เสียชีวิตจากการตกบันได เข้าพบตำรวจเพื่อขอให้ จนท.รื่อคดีเพราะยังติดใจการเสียชีวิตของบิดา อ่านต่อ อันดับที่ 3 ชาวเน็ตเร่งล่า มารศาสนา ชายคล้ายพระ โพสต์ภาพจับนกเขา ภาพมารศาสนา ชายคล้าย พระจับนกเขาผู้ชาย โผล่ว่อนเฟซบุ๊ก ด้านชาวเน็ตจี้จัดการ เหตุทำลายศาสนา สะเทือนใจชาวพุทธฯ รุนแรงอ่านต่อ อันดับที่ 4 คลิป! สาวใหญ่ใจแคบ ฉกแท็บเล็ตเด็กอนุบาลใน 7/11 คลิป! สาวใหญ่ใจแคบ ฉกแท็บเล็ตเด็กอนุบาลใน 7/11 หลังผู้เสียหายลืมวางไว้หน้าเคาท์เตอร์ ด้านผู้ปกครองเด็กจี้จับดำเนินคดี แม้เล็กน้อยแต่สะเทือนใจ สะท้อนสังคม อ่านต่อ อันดับที่ 5 เปิดใจ “หมอยงยุทธ” ฟันเงินงานธงฟ้า 114 ล้าน “พล.อ.ประยุทธ์” สั่งคณะทำงานเก็บข้อมูล บริษัท “หมอยงยุทธ” หลังพบฟันงานรัฐบาล 114 ล้าน อ่านต่อ Mthai News