พระทำร้ายสีกา

เบนซ์ ปลื้มคลอด น้องปริม ขุ่นพ่อ มิค หวงลูกสาวหนักมว๊าก
เบนซ์ มิค /  น้องปริม ลูกสาว เบนซ์ มิค / 

คุณแม่ป้ายแดง เบนซ์ พรชิตา ออกมาเปิดใจบอกปลื้มสุดๆ หลังคลอด น้องปริม ลูกสาวคนแรก สำหรับชื่อจริงยังไม่ได้ตั้ง เปรยเล็งมีคนที่ 2 อยากได้ลูกชาย ทางครอบครัวของทั้งสองฝ่ายเห่อหลานมาก ส่วนพ่อมือใหม่ มิค บรมวุฒิ รับหวงลูกสาวหนักมว๊าก บอกจากนี้ต้องทำงานมากขึ้น ส่วนสาวเบนซ์ขอพักงานไปก่อน เพราะอยากเลี้ยงลูกเอง จุดนี้ยังไม่คิดให้ลูกสาวเข้าวงการบันเทิง แต่โตมาถ้าลูกชอบก็ค่อยว่ากันอีกที งานนี้ขุ่นพ่อมิคยิ้มหน้าบานฟุ้งลูกสาวเหมือนไปทางตนมากกว่า โดยทั้งคู่ได้เปิดใจมาดังนี้ มิค “ดีใจครับ ตื่นเต้นตลอดเลยเนอะ มิคอ่ะจะเป็นเวอร์ชั่นตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ แต่เบนซ์เค้าจะกังวลกลัวไปหมดทุกอย่าง กลัวจะเลี้ยงดีมั้ย กลัวจะมีน้ำนมมั้ย” เบนซ์ “คนละอารมณ์เนอะ ผู้ชายเค้าอาจจะไม่ได้อยู่กับลูก ไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรอยู่ในท้อง ก็อยากจะเห็นหน้าว่าออกมาแล้วจะเป็นยังไง แต่ว่าเราจะอีกอารมณ์นึง กังวลว่าออกมาแล้วจะครบมั้ย หายใจได้มั้ย เป็นอะไรรึเปล่า แล้วตอนที่ใกล้จะคลอดก็นอยด์จัด ส่วนมิคเค้าจะตื่นเต้น แต่เราจะกังวลมากกว่า” มิค “วินาทีแรก มันบอกไม่ถูกจริงๆ ครับ พอเข้าห้องคลอดเสร็จ คุณหมอผู้หญิงที่อยู่หน้าห้องเค้าก็บอกให้เรานั่งนิ่งๆ เค้ากลัวเราเป็นลม พอถึงเวลาคีบออกมาแค่หัว ก็ร้องลั่นห้องเลย แต่ตัวยังอยู่ในตัว สิ่งแรกคือน้ำตาคลอกันอยู่สองคน ก็รีบหันไปดูว่าครบมั้ย พอครบทุกอย่างก็ดีใจ” เบนซ์ “กังวลแค่ว่าเค้าจะร้องมั้ย พอออกมาร้องเสียงดัง ก็โอเคแล้ว” มิค “เติมเต็มครอบครัว แน่นอนเนอะ ลูกมาอีกคนยังไงก็ต้องเติมเต็ม แต่ว่ามันก็เร็วเกินไปที่เราจะบอกว่าเราเป็นพ่อแม่ที่ดีมั้ย แต่เราก็พยายามจะเป็นที่ดีที่สุดในรูปแบบของเรา เพราะเราก็ไม่อยากให้ใครมาด่าลูกเราในอนาคตได้ เราจะพยายามเลี้ยงเค้าให้ได้ดีที่สุด โดยไม่อยากจะสปอย” เบนซ์ “มันก็เหมือนกับว่า ท้องมา 9 เดือน ความผูกพันมันก็ยิ่งจะเพิ่มไป พอได้เลี้ยงเค้าก็จะมีความเหนื่อยของแม่ของพ่อ เบนซ์ว่าความผูกพันมันทำให้เรายิ่งรักครอบครัวมากขึ้น” มิค “ใช่ เดี๋ยวมันจะต้องเหนื่อยด้วยกัน สุขไปด้วยกันอีกเยอะ” เบนซ์ “หน้าเหมือนใครไม่รู้ แต่ไม่เหมือนเบนซ์เลยอ่ะ(หัวเราะ) เหมือนพี่มิค แล้วบางคนบอกว่าเหมือนพ่อเบนซ์ แต่ส่วนใหญ่จะบอกว่าหน้าเหมือนบ้านพี่มิค” มิค “ใช่ ลูกสาวหน้าเหมือนพ่อล่ะดีแล้ว” มิค “เตรียมไว้หนวด ไว้ครับ ตอนแรกเตรียมไว้รอแล้ว กะจะถือปืนฉีดน้ำรอเลย แต่สุดท้ายก็ต้องโกน เพิ่งโกนก่อนคลอด เพราะกลัวว่าถ้าหอมแล้วลูกจะไม่จั๊กจี๋เหรอ งั้นโกนก่อน ไว้โตแล้วค่อยไว้หนวดใหม่ หวงตั้งแต่อยู่ในท้องเลย” เบนซ์ “ชื่อ ปริม เพราะว่าเบนซ์ชอบชื่อนี้ สมัยนางแบบจะมีพี่นางแบบชื่อพี่ปริมค่ะ เบนซ์ชอบชื่อเค้า และก็อยู่ในใจตลอด ถ้ามีลูกอยากตั้งชื่อนี้ อันนี้ยังเป็นชื่อเล่นอยู่นะคะ ส่วนชื่อจริงต้องรอพี่มิคกับที่บ้านเค้าไปดูก่อนนะคะ” มิค “ก็ไม่แน่นะครับ เดี๋ยวอาจจะต้องตกลงกันอีกทีนึง เพราะว่าจริงๆ แล้ว ปริม มาจาก ไพรมารี่ ก็คือที่หนึ่งไง ไพรม์ แปลว่า อันดับหนึ่ง ไม่แน่อาจจะชื่อจริงไปเลย ถ้าที่บ้านไปหาพระแล้วชื่อล้าสมัย ก็อาจจะใช้ชื่อนี้ เพราะไม่อยากให้ลูกโดนล้อ” เบนซ์ “และไม่อยากให้เขียนยากด้วย ไม่อยากให้เห็นแล้วต้องถามว่าอ่านว่าอะไร ให้เห็นละอ่านได้เลย” มิค “เพราะมิคโดนมาตั้งแต่เด็กๆ ว่าชื่อจริงและนามสกุลยังอ่านผิดอยู่เลย” เบนซ์ “มิคช่วยเลี้ยงลูก ให้เค้าเรียนใช้มั้ย แล้วก็ให้เค้าอาบเอง พี่พยาบาลชมว่าคุณพ่อเก่งมาก เบนซ์ยังไม่ได้จับลูกเลยนะ ไม่ได้จับลูกอาบน้ำเลยนะ พี่มิคจับอาบก่อน” มิค “ตอนแรกกลัวครับ แล้วแม่มิคโทรมาเมื่อคืน บอกเดี๋ยวพรุ่งนี้อาบเองใช่มั้ยลูก จับให้แน่น มั่นใจ อย่าไปกลัว เราก็เลยจับให้แน่น ก็ไม่รู้ว่าร้องเพราะอะไร เค้าร้องอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าร้องเพราะเราจับแน่น หรือร้องเพราะแก้ผ้า แต่ก็เอาแน่นๆ ไว้ก่อน” มิค “คุณปู่คุณย่าเห่อหลาน โห ทุกคนเลย แย่งกันเลยดีกว่า ศึกชิงหลานระหว่างสองบ้าน” เบนซ์ “ตอนนี้ก็จะเป็นแบบเดี๋ยวใครจะมา ใครจะมาช่วยเลี้ยง แม่ๆ ก็สลับวันกัน เริ่มจะมีศึกแย่งกัน แต่น่าจะโอเค เพราะอย่างน้อยทุกคนรัก เราก็แฮปปี้เนอะ จะได้ไม่เหนื่อยมาก” มิค “เพราะเราไม่มีพี่เลี้ยง เราจะเลี้ยงกันเองครับ” มิค “พี่ชายมาทุกวัน อย่างเมื่อคืนถ่ายละครเสร็จสามทุ่มก็มานั่งเฝ้ารอว่าเบบี๋มารึยัง เค้าก็รออุ้ม เราก็ให้อุ้ม จะได้มีลูกอิจฉาตามมาเร็วๆ น้องปริมจะได้มีเพื่อน” มิค “เค้ากำลังพยายามกันอยู่ตอนนี้ ก็หวังว่าจะติด” เบนซ์ “แพลนจากนี้ อยู่เลี้ยงน้องก่อน งานพิธีกรถ้าสามารถกลับไปเร็วได้ก็จะกลับไปเนอะ แต่ละครอาจจะหยุดพักยาวเลย รอให้มีอีกคนนึงก่อนทีเดียวเลย อาจจะพัก 3-4 ปี เดี๋ยวรอดูอีกที แต่พิธีกรยังอยากทำอยู่ ถ้าใช้เวลาเดือนนึงสองวัน เราก็โอเค รอดูว่าจะผอมตอนไหน” มิค “ส่วนมิคทำงานทุกวันเลย ต้องทำเพิ่ม ไม่ได้พัก” เบนซ์ “มีอีกคน ใช่ค่ะ” มิค “อยากมีต่อเลย แต่อาจจะต้องรออีกเกือบปี รอให้แผลหายก่อน คราวนี้อยากได้ผู้ชาย อยากมีอย่างละหนึ่งคน แต่อยากมีหลายคน เพราะบ้านเบนซ์พี่น้อง 4 คน และบ้านมิคพี่น้อง 4 คน ไม่เคยเหงาไง” เบนซ์ “โชคดีที่ตอนท้องเบนซ์ไม่แพ้ ความกลัวตรงการท้องมันหายไปแล้ว แต่มาอึดอัดตอนคลอดเฉยๆ เลยไม่ได้กลัวการท้อง แต่ตอนนี้จะเป็นแนวกังวลเรื่องให้นม พอให้นมละเจ็บ เบนซ์โชคดีที่สามารถให้น้ำนมได้เลย แต่ว่าก็ยังเจ็บนะ” เบนซ์ “เพื่อนจะแนะนำเยอะค่ะ” มิค “ผ่าคลอดตามฤกษ์ ใช่ครับ ช่วง 06.00 น. - 06.29 น. ครับ” เบนซ์ “หนัก 3,314 ค่ะ ผิวดีค่ะ แฮปปี้ ผมเยอะมาก" มิค “เข้าวงการ ก็ได้ ถ้าเบบี๋อย่างนี้ได้ แต่ตอนที่เค้าจะต้องเรียนคือเรียนก่อน แต่ถ้าโตไปแล้วเลยอยากเข้าก็โอเค แต่ถ้าตอนเด็กมีโฆษณาก็น่าจะโอเค” มิค “เรื่องโรงเรียน คุยกันก่อนแล้ว เพราะบางโรงเรียนต้องหาไว้ตั้งแต่เกิด บางทีสามปีกว่าจะคุยรู้เรื่อง ยังคิดอยู่ว่าจะไปเรียนไหน เดี๋ยวขอดูสภาพเงินในกระเป๋าก่อนนะคะ เพราะครอบครัวเราจะเป็นตัวเอง ไม่วิ่งตามกระแส” เบนซ์ - มิค เปิดใจหลังคลอด น้องปริม เบนซ์ - มิค เปิดใจหลังคลอด น้องปริม เบนซ์ - มิค เปิดใจหลังคลอด น้องปริม น้องปริม ลูกสาว เบนซ์ - มิค น้องปริม ลูกสาว เบนซ์ - มิค เบนซ์ - มิค - น้องปริม เบนซ์ - น้องปริม มิค - น้องปริม

ฮือฮา อั๋น ชุลีพร อดีตเมีย ล้อต๊อก จุดธูปขอคบแฟนรุ่นลูก! ห่าง 26 ปี
อั๋น ชุลีพร เมีย ล้อต๊อก /  อั๋น ชุลีพร เปิดตัวแฟนรุ่นลูก / 

     กำลังตกเป็นกระแสฮือฮา! อยู่ขณะนี้หลัง อั๋น ชุลีพร อดีตภรรยาของตลกผู้ล่วงลับ “ล้อต๊อก” ออกมาเปิดตัวแฟนเด็กนามว่าหนุ่ม บาส อายุห่างกันถึง 26 ปี!! โดยสาวอั๋นยอมรับเป็นฝ่ายเดินหน้าจีบก่อน และได้มีการจุดธูปขอ “ป๋าต๊อก” เรียบร้อยแล้ว บอกดูใจแฟนรุ่นลูกมา 3 ปี ฟุ้งเป็นพรหมลิขิต ฝ่ายชายสาบานต่อหน้าพระจะไม่ทรยศ ส่วนครอบครัวทั้งสองฝ่าย รวมทั้งลูกๆ รับรู้แล้ว เปรยขอดูใจกันไปเรื่อยๆ ไม่คิดมีพิธีแต่งงาน... รายละเอียดมีดังนี้    อั๋น “ก็คือจริงๆ แล้วอั๋นไม่ทราบว่าด้วยความที่วันนี้มาออกคู่กับบาสเนี่ย มันเป็นพรหมลิขิตขอให้คิดตรงนั้นนะ ซึ่งอั๋นไม่คิดว่าวันนี้มันจะเป็นอย่างนี้ แล้วอีกอย่างนึงป๋าท่านเสียมาแล้ว 14 ปี ถ้าเราคิดว่าเขาดี ไม่งั้นอั๋นจะไม่กล้ามาออกอย่างนี้แน่นอน น้องเขาเป็นคนทำมาหากิน เงินทองเขาไม่เคย คนจะมองภาพ อั๋นเข้าใจภาพ ไม่เป็นไรมองได้เลย อั๋นอนุญาตให้มอง แต่อั๋นอยู่สองคนอั๋นรู้ว่าอะไรเป็นอะไร อั๋นดีขึ้นไหม ตั้งแต่คบเขามา 3 ปีอั๋นดีขึ้นไหม อะไรอย่างนี้ อั๋นมั่นใจว่าถ้าอั๋นจะเดินผิด สมมุตินะคะ ถ้าอั๋นจะเดินทางผิดอั๋นก็จะขอรับกรรมนั้นไว้คนเดียว แต่อั๋นจะบอกว่าไม่ต้องห่วง ประชาชนที่รักป๋า หนูขอโทษ หนูต้องกราบขอโทษด้วยนะคะถ้าเกิดที่หนูมีแฟน อาจจะทำให้ไม่สบายใจหรือเปล่า แต่ไม่ต้องห่วงหนูนะคะ หนูยังเป็นเจ๊อั๋นคนเดิม ยังรักและเคารพป๋าต๊อกไม่มีวันลืม จะไม่ลืมชั่วชีวิตผู้ชายคนนี้แล้วก็ขอฝากน้องเขา เขาดีจริงๆ ค่ะ”    อั๋น “ชีวิตหนูแย่มาตลอดตั้งแต่ป๋าเสีย แต่มาฟื้น เสร็จแล้วตัวเองก็ทำตัวไม่ดี โดยการไปแบบไปนู่นไปนี้ จนเปิดร้านอาหารใหญ่โตที่ระยองจนเจ๊งเงินหมดตัว แล้วพอมาเล่นตลกอยู่กับอ่างก็ไม่ดีขึ้น จนมาเจอน้องเขา เขาก็ให้ใช้เงินน้อยลงแล้วก้ช่วยกันทำมาหากิน ทำนู่นทำนี่ คืออั๋นจะเป็นคนสบายมาตั้งแต่ไหนแล้ว พออยู่กับเขาปุ๊บเขาจะสอนให้ลำบาก ลำบากในที่นี้ก็คือให้เราเก็บเงิน แล้วเขาได้มาก็ช่วยอะไรอย่างนี้ เขาให้นะคะ ให้ทีเป็นก้อนๆ เลยบางทีเราก็ตกใจเอาเงินมาจากไหนอะไรอย่างนี้ เขาก็บอกเขาเก็บๆ รวมๆ ไว้เอาไปเหอะบาสเอาไว้ก็ไม่ได้ใช้ ลูกก็ไม่ต้องห่วงแม่เอาตัวรอดได้สบาย ไม่ต้องห่วง”    อั๋น “ตอนแรกๆ เขารับไม่ได้ค่ะ โกรธ ไม่พูดไม่จากับแม่เลย หนูก็เลยบอกว่าให้เขาพิสูจน์ตัวเขาเอง คุณพิสูจน์ตัวเอง เดี๋ยวนี้ลูกไม่นั่นกับหนูนะคะ ไปกับเขาหมดแล้ว ลูกสามคนนี่มีอะไรก็บาส โทรหาแต่บาส ไม่อั๋นแล้วค่ะ เป็นบาสเพราะว่าเขามีเหตุผลมากกว่า อั๋นจะเอาแต่ใจอย่างนี้”    บาส “ช่วงแรกๆ เรากลัวอย่างที่บอกครับ เรากลัวว่าคนอื่นจะมองว่า หนึ่งเลยคือเขาเป็นคนมีชื่อเสียง สองก็คือเขาเป็นคนที่มีเงิน แล้วเขามาคบกับเราซึ่งอายุระยะห่างอายุมันห่างกันมาก ก็กลัวคนจะมองว่าเขาน่ะมาเลี้ยงเรา”    อั๋น “สู้ฟันอยู่นาน กว่าเขาจะมาชอบ มารักน่ะ สู้ฟันอยู่นาน จนวันนึงเราช็อกน่ะ ช็อกแบบเหมือนสาวไง เหมือนสาวน่ะเข้าใจป่ะ เราร้องเพลงอยู่แบบคุณไปกินข้าวฟู้ดแลนด์กัน วันนั้นใกล้ถึงวันเกิดแระ คุณไปทานข้าวที่ฟู้ดแลนด์กัน ทุกทีก็ไปกินกันตลอดแต่ก็ไม่เคยมีคำพูดหวานๆ ไปกินข้าวกันพอไปนั่งแล้วแบบ คุณเมื่อคืนนอนคิดทั้งคืนเลย เป็นแฟนกันนะ เขาก็จับมือเราเหมือนสาวๆ น่ะ ขานี่สั่นกินอะไรไม่ลง สั่นไปทั้งตัว จะช็อกตาย คืนนี้อะไรเกิดขึ้น แต่ทำฟอร์มแบบ ห๊ะ อะไรนะ ไม่แต่ใจส่วนลึกตรงนั้นแบบ ก็จำไว้เลยวันนั้นวันที่ 4 เขาบอกเป็นแฟน ก็จำไว้ค่ะ”    บาส “เพราะผมมองว่าเขามีทุกอย่าง แต่เขาอดทนกับเรา เพราะเมื่อก่อนเขาจะเป็นคนที่ชอบบังคับเรา แต่เราแบบไม่ทำน่ะ คือก่อนที่จะเป็นแฟนกันน่ะครับ คือรู้นิสัยกันก่อนที่จะเป็นแฟนกันอีกว่า ต่างคนต่างเป็นยังไง ผมเป็นคนที่แบบถ้าไม่ถูกใจ ถ้าไม่ฟัง หรือถ้าใส่อารมณ์กับผม ผมก็จะใส่อารมณ์กลับ ถ้ามาบีบบังคับผม ผมก็จะเป็นคนที่ไม่ยอมน่ะ แล้วเขาเป็นคนที่แบบ เป็นใครอะไรอย่างนี้ ทำไมถึงบอกรักฉันไม่ได้ประมาณนี้ ผมก็บอกว่าความรักมันต้องเกิดจากความรักจริงๆ อย่างนี้มันไม่ได้ชนะด้วยการเอาใจใส่ เพราะว่าตอนนั้นเขาบุญทุ่มอย่างที่เขาบอก บุญทุ่มแบบพาไปกินข้าว พาไปเที่ยว แต่ว่าเรารู้สึกว่าเขาทนอารมณ์เราได้ พอทนอารมณ์เราได้เสร็จปึ๊บ เออแสดงว่าผู้หญิงคนนี้ทนกับนิสัยที่ต่ำที่สุดของเราได้”    บาส “สำหรับการปรับตัวเข้าหาครอบครัวของเขาในช่วงแรกๆ จริงๆ มันต้องเกิดจากเขาก่อน เขาต้องคุยกับลูกเขาก่อน แต่ว่าเขาคุยกับลูกเขาดีว่าเออเด็กคนนี้เป็นอย่างนี้นะ ผมเนี่ยเป็นนิสัยอย่างนี้ เด็กมันเป็นอย่างนี้นะ มันไม่ได้มาขอเงินแม่ ไม่ได้มาหลอกแม่นะ อ่าเขาก็จะบอกกับลูกเขาแล้วทีนี้ แล้วทีนี้ลูกเขานี่แหละก็บอกแม่พามากินข้าวดิ คือลูกเขาจะเป็นคนบอกเอง จริงๆ ลูกเขาดีทุกคนครับ เขาเป็นคนเปิดโอกาส แล้วไปเนี่ยเขาก็ต้อนรับ อย่างลูกชายเขาอีกคนเนี่ย เขาเล่าให้ฟังนะว่ามีคนมาจีบเขาหลายคนที่เป็นเด็ก แล้วลูกเขาแอนตี้หมดทุกคน แต่พอมาถึงผมเนี่ย ลูกเขาทุกคนไม่ว่าผมสักคำ ไม่เคยมาก้าวร้าว ไม่เคยมาว่าทอหรืออะไร ว่าทำไมต้องมาคบกับแม่เรา ทำไมถึงไม่ไปหาแฟนคนอื่น ทำไมต้องมาคบกับแม่เรา ไม่ เขาใช้วิธีคุยดี นั่งกินข้าวแล้วก็ปาร์ตี้กัน เพราะว่าผมวัยรุ่นไง แล้วเขาก็วัยรุ่น อายุไล่เลี่ยกัน”    บาส “ส่วนแม่ของผมเนี่ย แม่ผมเป็นคนที่ถ้าลูกรักใครก็รักด้วย”    อั๋น “เขาก็ใจหาย เพราะว่าเขาน่ะไม่เคยบอกแม่แอบอยู่ด้วยกัน แล้วก็ไม่เคยบอกแม่เลยว่ามีแฟน แม่เขาก็ช็อก ตอนเจอวันแรกที่รับปริญญา แทบจะเดินพิงข้างฝาแบบตกใจ นี่อะไรมันเกิดขึ้น คุ้นหน้ามากเลยผู้หญิงคนนี้ เขาก็บอกว่าเขาขาสั่นเหมือนกัน นี่มันเหมือนเขาเคยเห็น แต่เขายังไม่รู้ว่าเป็นเมียป๋าต๊อกเนอะ อั๋นก็แบบนั่งแท็กซี่ไป ถามแท็กซี่ๆ หนูเนี่ยอายุ 53 แล้ว แต่แฟนหนูอายุเท่าเนี้ยะ แล้วก็แม่แฟนหนูอายุเท่าเนี้ยะ หนูจะวางตัวยังไงเนี่ย เขาก็ขำ แท็กซี่ขำใหญ่เลย ขำตัวงอเลย ก็บอกจะขำอะไรหนูถามคำปรึกษาเนี่ย ก็ลงไปสู้เลย หนูก็คิดเออสู้ก็สู้ คือถ้าไม่ได้ก็กลับบ้านเนอะ เลิกก็เลิก หนูก็คิดอย่างนี้”    อั๋น “ที่อั๋นมั่นใจในตัวเขาคือ ทุกวันนี้อั๋นซื้อรถ ซื้อบ้าน ซื้อคอนโด เงินสดหมด เขาไม่เคยมาร่ำร้องว่าทำไมไม่เป็นชื่อบาส อั๋นก็จะบอกตรงนี้เลย นักเลงเลย คืออั๋นไม่มั่นใจถ้าเกิดเป็นชื่อเขา ถ้าวันใดวันนึงเลิกไปแล้วลูกอั๋นจะมีอะไรล่ะ แต่เขาไม่เคยมาร่ำร้องว่าทำไมบาสถึงไม่มีชื่อ เขาไม่เคยพูดเลยแม้แต่ครั้ง อันเนี้ยะ ที่อั๋นตัดสินใจเปิดตัวกับเขา เพราะถ้าเป็นผู้ชายอื่นไม่มีทาง เขาหน้าตาดี เวลาเดินกับเขาเนี่ย แหมโคตรโอ้โหเลย จับมือเดินอย่างเนี้ยะ เราก็เดินนึกว่าแม่กับลูกเนอะ เดินไปถึงก็ อุ๊ยคุณอั๋นลูกชายหล่อจังเลย บอกไม่ใช่ลูก แฟน คือโมโหแบบทักบ่อยไง มันชักบ่อยไปแล้ว แต่จริงๆ แล้วก็ปมด้อยเนอะ แต่ก่อนนี้ก็แบบปล่อยตัว 90 กว่าโล ปล่อยตัว ไม่แต่งอย่างงี้ ไม่เอาอ่ะ ไม่แต่งอย่างงี้ พอเขาเป็นอย่างงี้เราสงสาร เขาก็จะจูงแบบคุณลงมาสิ คือเขาจะไปไหนเขาจะจับมือ เราก็สะบัดออก ครั้งนึงในชีวิตเรา เราเคยควงปู่เรา อันนี้มันเป็นอะไรที่สะท้อนมาก เป็นพรหมลิขิตขอให้เข้าใจตรงนี้ว่ามันเป็นพรหมลิขิตจริงๆ ซึ่งหนูไม่เคยคิดเลยว่าวันนี้หนูจะมามีแฟนเด็กอย่างนี้ 53 กับ 27”    บาส “แล้วบาสบอกจะไปสาบาน ผมเคยไปสาบานด้วยนะ สาบานกับหลวงพ่อวัดไร่ขิงครับ”    อั๋น “อันนี้ประเด็นหลักเลยว่า ที่อั๋นยอมร่วมหัวจมท้าย จริงๆ เลย คือเขาไปวัดไร่ขิง แล้วเขายกมือพูดด้วยตัวเขาเองโดยที่อั๋นไม่รู้ เขาชวนไปทำบุญ ซึ่งอั๋นไม่รู้แล้วเขาก็ยกมือ พูดดังๆ แล้วยกมือไหว้ คุณนั่งตรงนี้ก่อน ซึ่งเราไม่รู้ว่าให้นั่งทำไม เขาอย่างงี้ จะไม่ขอทรยศกับผู้หญิงที่ชื่อชุลีพร จะขอรักจนตาย ผู้หญิงอื่นจะไม่อยู่ในสายตาเลย เขาพูดของเขาเอง เขาเอาชีวิตครอบครัวทั้งชีวิตน่ะเป็นประกัน กับพระนะ”    บาส “อยากจะให้เขามั่นใจ เพราะตัวเราเนี่ยเรารู้ตัวเองว่าเรามั่นใจตัวเราเอง ถ้าสมมุติเขาไม่มั่นใจ แล้วเขาเป็นคนคิดมาก เราต้องทำยังไงก็ได้ให้เขาเนี่ยรู้สึกว่าสบายใจ”    อั๋น “ไม่ได้หรอกค่ะแก่ป่านนี้แล้วรดไม่ได้ รดน้ำสังข์หรอไม่ได้หรอกค่ะคงจะสั่นตายแล้วค่ะ หนาวแล้วค่ะ ขอดูใจไปอย่างนี้ค่ะ เอาแค่นี้พอแล้ว มีความสุขแล้ว ขอบคุณเขาด้วยที่ดูแลเราให้รู้สึกเราดีขึ้น แต่ก่อนเราไม่เป็นอย่างงี้เลย เดี๋ยวนี้เรากลายเป็นอย่างงี้ได้เพราะเขาแหละ ขอบคุณมาก สองวันที่แล้วยังถามเขาเลยว่าถ้าอั๋นแก่ตัวไปอีก 10 ปีเนี่ย คุณจะทิ้งอั๋นไหม นั่งคุยอยู่บนโต๊ะกินข้าว เขาก็มองตาบอกจะทิ้งทำไม แล้วคุณจะรู้ว่าบาสจะดูแลคุณดีกว่าที่คุณเป็นอยู่ตอนนี้”ขอขอบคุณ ภาพและข้อมูลจาก ช่อง 8, รายการตัวจริงเสียงจริง ช่อง 8    อั๋น ชุลีพร อดีตเมีย ล้อต๊อก เปิดตัวแฟนรุ่นลูก   อั๋น ชุลีพร อดีตเมีย ล้อต๊อก เปิดตัวแฟนรุ่นลูก   อั๋น ชุลีพร อดีตเมีย ล้อต๊อก เปิดตัวแฟนรุ่นลูก   อั๋น ชุลีพร อดีตเมีย ล้อต๊อก เปิดตัวแฟนรุ่นลูก  

Hello Filmmaker ทำ 'เอ็มวี' สวัสดีวงการหนัง
Hello Filmmaker /  มิวสิควิดีโอ / 

โดย ชลนที พิมพ์นาม (ตีพิมพ์ครั้งแรก ในนิตยสาร BIOSCOPE ฉบับ 146 / มีนาคม 2014) กลุ่มเพื่อนและพี่น้องจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาวิชาภาพยนตร์และดิจิตอลมีเดีย ที่มารวมตัวกันในชื่อ ‘ฮัลโหล ฟิล์มเมกเกอร์’ Hello Filmmaker พร้อมกับสร้างชื่อกับงานมิวสิควีดีโอ หลากหลายแนวเพลงและศิลปิน เช่นเพลง ‘ขอ’ ของวง LOMOSONIC ที่กลายเป็นกระแสฮือฮาในโซเชียลเน็ตเวิร์คเพียงข้ามคืน หรือล่าสุดกับหนังสั้น The Only One ที่กลายเป็นไวรัลดังที่มีผู้คลิกชมกว่า 2 ล้านวิวในสองวัน เราจึงขอพาเพื่อนๆ ไปรู้จักพวกเขาทั้ง 7 คนให้มากยิ่งขึ้น ‘ฮัลโหล ฟิล์มเมกเกอร์’ ประกอบไปด้วยสมาชิก 7 คน ได้แก่ ฐิติพงศ์ เกิดทองทวี (ผู้กำกับหลักของกลุ่ม), ภัทรภร วีระศักดิ์วงศ์ (โปรดิวเซอร์และผู้กำกับ), โชติรัตน์ วารีรัตนโรจน์ (โปรดิวเซอร์, ผู้กำกับ, กำกับศิลป์ และแคสติง) วรกร ฤทัยวาณิชกุล (โปรดิวเซอร์, กำกับภาพและคัลเลอร์ลิสต์), ทิพย์วิมล พิพัฒนโยธะพงศ์ (โปรดิวเซอร์), สุทธิชัย เหลืองอมรเลิศ (กำกับภาพ) และ จิรพงษ์ พุฒจ้อย (กำกับศิลป์) โดย ฐิติพงศ์เล่าความเป็นมาของกลุ่มให้ ฟังว่า “พวกเราก็รู้จักกันตั้งแต่สมัยผมอยู่ปี 3 ที่ แบบทำงานด้วยกัน ลองทำหนังสั้นส่งประกวด ดู ก็ทีมประมาณนี้เลย แต่ตอนนั้นยังไม่ได้ตั้งชื่อ ก็ช่วยกันไปช่วยกันมา ทำหนังทีสิสจบของแต่ละ คน คือใครเก่งด้านไหนก็มาช่วยเหลือกัน ซึ่ง กลุ่มเราก็จะหน้าเดิมๆ มาตลอด” ทุกคนเริ่มรวมตัวกันอย่างจริงจัง เมื่อฐิติพงศ์ตัดสินลาออกจากงานประจำโดยคำยุจากเพื่อนๆ นั่นเอง “หลังจากจบทุกคนก็แยก ย้ายกันไป ก็ไปทำงานบ้าง บางคนก็กำลังจะเรียนต่อ ซึ่งตอนนั้นพี่พงศ์ ฐิติพงศ์ก็คุยกับเราว่า มีโปรเจ็คต์เป็นวีดีโอไวรัลอยู่ชิ้นหนึ่ง เขามีทุนให้แสนหนึ่ง ซึ่งสำหรับเราตอนนั้นแสนหนึ่ง มันเยอะมาก ตอนนั้นด้วยความคึกคะนองก็ยุๆ กันว่าลาออกจากงานประจำมาทำกันสิ ซึ่ง สุดท้ายก็ทำกันจริงๆ (หัวเราะ) เลยต้องมารวมตัวกัน แถมสุดท้ายงานแรกที่บอกว่าจะได้แสนหนึ่ง เอาจริงๆ เขาก็จ่ายแค่ 3 หมื่นเอง (หัวเราะ)” ภัทรภรเล่า แต่โชคดีที่ฐิติพงศ์ ได้รับการติดต่อจาก รุ่นพี่ที่ทำงานเก่าว่ามีงานชิ้นหนึ่งอยากให้ตน ลองทำ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของงานในสายมิวสิควีดีโอ “คือพี่เขาปฎิเสธเอ็มวีไปงานหนึ่ง เขาก็เลยโทรมาหาผมว่าสนใจไหม ถ้าสนใจก็ลองไปขายดู มันคือเพลง ‘เรือชูชีพ’ ของวงสมเกียรติ เราก็เอาว่ะ ก็เดินเข้าไปขายที่สมอลรูม ปรากฏว่าได้ทำ และก็มีฟีดแบ็กกลับมาดีเลยได้ทำมาเรื่อยๆ” ชื่อทีมว่า ‘ฮัลโหล ฟิล์มเมกเกอร์’ ที่แม้ถูกตั้งขึ้นมาอย่างเร็วๆ และเหมือนจะมาด้วยความบังเอิญ แต่ก็แฝงไว้ด้วยนัยยะที่ทุกคนในทีมเข้าใจตรงกัน จึงทำให้มุมมองและวิธีคิดในการทำมิวสิควีดีโอหรืองานทุกๆ ชิ้นของทีมนี้ เปรียบเสมือนแบบฝึกหัดในการทำหนัง อันเป็นเป้าหมายสูงสุดของทีมนั่นเอง ฐิติพงศ์กล่าวว่า “จริงๆ พวกเราหนีไม่พ้นอยู่แล้วว่าอยากทำหนังในวันใดวันหนึ่ง แล้วการทำเอ็มวีมันก็สนับสนุนการเล่าเรื่องประมาณหนึ่งอยู่ ผมก็พยายามกำหนดโจทย์ว่า เอ็มวีนี้ ลองเล่าเรื่องแบบนี้ดู อย่างทำงานสไตล์เดี้ยงๆ เซอร์ๆ แบบใน ‘โอมจงเงย’ ทำสารคดีปลอมกองถ่ายตัวเองใน ‘วู้ ฮู’ คือผมชอบงานเอ็มวีที่มีเส้นเรื่อง มีการเล่าเรื่องที่ชัดเจนมากกว่า” คิดจากกรอบทดลองให้รู้สึก ฐิติพงศ์เล่าวิธีคิดในการทำงานให้ฟังว่า “ยุคแรกๆ เหมือนเราทำด้วยความทะเยินทะยาน อยากลองของ เอาไอเดียต่างๆ มาคลุม เพื่อพิสูจน์ว่าเราทำงานแบบนั้นได้ แต่พอยุคหลังๆ ทำมาสามปี ก็รู้สึกว่างานบางประเภทมันไม่มียุคสมัย มันเหมือนหนังสูตรเรื่องหนึ่ง แต่มันจะอยู่ได้ยาวนานกว่า” “คือพงศ์เขาจะมานั่งแกะงานที่ชอบมารื้อดูว่าเพราะอะไรเอ็มวีแบบนี้ถึงทำให้เรารู้สึกสนุกหรือเศร้าได้ เหมือนการทดลองทางวิทยาศาสตร์ แล้วค่อยเอาวิธีการมาใช้” ภัทรพรกล่าว ซึ่งสุทธิชัยก็เสริมว่ากับมิวสิควีดิโอสุดฮิตอย่าง ‘ขอ’ ที่แม้จะมีโครงสร้างการเล่าเรื่องที่ครอบไว้ประมาณหนึ่ง แต่ก็ยังมีความสนุกใน การทดลองทำอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ “คือเพลง ‘ขอ’ เนี่ย ด้วยโครงเรื่องมันน่าจะเศร้าแน่ๆ แต่ เวลาทำก็จะไม่ได้ตั้งใจให้คนดูรู้สึกฟูมฟาย แต่เราอยากให้คนดูรู้สึกว่ามันสมจริงมากที่สุด ให้เขารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่เกิดในยุคสมัยของพวกเขาจริงๆ” จากเอ็มวียุคแรกๆ ที่นำไอเดียหรือคอนเซ็ปต์ต่างๆ มาครอบชิ้นงานเอาไว้ สู่งานเน้นเส้นเรื่องและอารมณ์ความรู้สึกตามเพลงมากยิ่งขึ้น คือวิธีคิดที่เปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปตามวุฒิภาวะที่เติบโตขึ้นของทีมงานนั่นเอง ร่วมผลงานที่น่าสนใจของ Hello Filmmaker  ‘เรือชูชีพ’ - สมเกียรติ (2011) https://www.youtube.com/watch?v=55JewP6SFq0 จากงานชิ้นแรกของทีม นำเสนอภาพอันมืดครึ่มประหนึ่งพายุใหญ่กำลังจะมา บรรยากาศอันหม่นเข้มช่วยขับให้วงร็อคหน้าใหม่อย่าง สมเกียรติ ดูดีมีสง่าราศีขึ้นมาทันตา จนทำให้ทีมได้มีโอกาสทำงานกับวงร็อคหน้าใหม่อีกหลายวงในเวลาต่อมา ‘นาฬิกา’ Clock – Friday (2012) https://www.youtube.com/watch?v=K58ipQHtrCg การถ่ายแบบลองเทคในมิวสิควีดีโออาจไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ทีมก็เลือกนำเสนอเพลงนี้ให้ท้าทายขึ้นไปอีก โดยเปรียบเปรยเนื้อเพลงเป็นภาพจำที่สถิตย์อยู่ตามมุมต่างๆ ในบ้าน ด้วยการใช้นักแสดง 10 คนเคลื่อนที่ไปตามจุดต่างๆ หลังกล้องได้อย่างต่อเนื่อง ‘โอมจงเงย’ – สแตมป์ Feat. โจอี้ บอย, ตู่ ภพธร (2012) https://www.youtube.com/watch?v=iZJm2xNvjTU งานที่เกรียนตั้งแต่นักร้องยันเพลง การเดินเรียงแถวแบบสโลว์โมชั่นอย่างในหนังฮ่องกงผสมหนังฮอลลีวูดกู้โลก หรือมุกการตายด้วยอุปกรณ์สื่อสารชนิดต่างๆ กลายเป็นการยั่วล้อกับเนื้อเพลงได้แสบใช่เล่น ‘จนวันสุดท้าย’ (Till I Die) - SQWEEZ ANIMAL Feat แป๋ง Yellow Fang (2012) และ แดนเนรมิต - BIG ASS (2012) https://www.youtube.com/watch?v=qWslbu3DhN0 https://www.youtube.com/watch?v=5sOSV-_aj8Y ‘จนวันสุดท้าย’ คือจุดเปลี่ยนของทีมในการเริ่มมาทำมิวสิควีดิโอที่เน้นการเล่าเรื่องมากขึ้น โดยทดลองเอาความเมโลดรามา ที่หยิบยืมสไตล์หนังโฆษณาประกันชีวิตชื่อดังมาทำใหม่ในเชิงบูชาครู กลายเป็นมิวสิควีดิโอตัวแรกๆ ของทีมที่ตั้งใจจะทำให้เป็นเหมือนกับหนังสั้นสักเรื่องหนึ่ง จนมาถึงมิวสิควีดีโอเปิดตัววง (อีกรอบ) ของ BIG ASS ที่สุดท้ายก็แตกหน่อกลายเป็นหนังสั้นความยาวแปดนาที ‘เที่ยงคืนสิบห้านาที’ - 25 hours (2012), ‘แค่เท่านั้น’ - Better Weather (2012) และ ‘ขอ’ (WARM EYES) – LOMOSONIC (2014) https://www.youtube.com/watch?v=uozAhIkHWhI https://www.youtube.com/watch?v=J1k0iQXy19c https://www.youtube.com/watch?v=tUuqWFExZgY สามเพลงนี้มีการพูดถึงประเด็นเรื่องความรักที่ผ่านพ้นไปแล้ว แต่ไม่อาจตัดขาดจากกันได้อย่างสิ้นเชิงเพราะเทคโนโลยี โดยเฉพาะการสื่อสารด้วยตัวอักษร ตั้งแต่ยุคส่งเอสเอ็มเอส ไปจนถึงโซเชียลเน็ตเวิร์ครุ่นแรกๆ ในบ้านเราอย่าง ไฮไฟว์ จนมาถึงยุคเฟซบุ๊ค ซึ่งทั้งหมดล้วนสะท้อนภาพความสัมพันธ์ของคนในยุคปัจจุบันที่ทั้งลื่นไหลและแสนเปราะบาง รวมไปถึงการกลัดติดสัญลักษณ์ทางการเมืองใน ‘แค่เท่านั้น’ นอกจากสามารถเล่าถึงยุคสมัยในเนื้อหาได้แล้ว ยังสะท้อนให้เห็นความสนใจทางการเมืองของคนรุ่นนี้ ในรูปแบบที่แตกต่างจากยุคก่อนๆ ได้อีกด้วย ปัจจุบัน และอนาคต ‘ฮัลโหล ฟิล์มเมกเกอร์’ ยังคงสนุกในการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านมิวสิควิดีโออย่างต่อเนื่อง โดยมีงานที่น่าจดจำและพูดถึงมากมาย ทั้งการร้อยเรียงช่วงเวลาของการลาจากคนที่รักหลากหลายรูปแบบใน ‘ไม่เคย’ - 25 hours, Message In A Bottle ของวง Part Time Musicians ที่ใช้ภาพมากมายเล่าวิถีของความรักจากจุดเริ่มสู่จุดจบ, 'เพื่อนรัก' (Dear Friend) - The Parkinson เรื่องเพื่อนแอบรักเพื่อนที่เชื่อเชิญให้ผู้ชมได้เห็นความลื่นไหลของเพศสภาพในปัจจุบัน, หนังสั้น Dear Stranger การสะท้อนความสัมพันธ์ที่ไม่อาจรู้ว่าอะไรจริงหรือลวงในโลกออนไลน์มาจนถึงงานล่าสุด หนังสั้น The Only One ที่พวกเขาหยิบยืมสูตรสำเร็จของหนังรอมคอมมาเล่าในเวลาอันจำกัดได้อย่างน่าสนใจ ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นความพยายามในการเล่าเรื่อง ที่สะท้อนให้เห็นถึงความฝันในการทำหนังยาวเรื่องแรกของกลุ่มซึ่งยังคงมีอยู่เสมอจนถึงทุกวันนี้ https://www.youtube.com/watch?v=v0UvOsCi8mc https://www.youtube.com/watch?v=ZTwd7kekzTs https://www.youtube.com/watch?v=EPZfaGPP3cA&feature=youtu.be https://youtu.be/RK6zRUaoB7E https://www.youtube.com/watch?v=i97I3KIsAZI ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

อดีตดาราเด็ก จีโน่ ชูทส์ เล่าชีวิตที่เดินทางผิด ติดยา!! จนเกือบตาย
จีโน่ ชูทส์ /  จีโน่ ชูทส์ ติดยา

อึ้ง!! อดีตดาราเด็กชื่อดัง จีโน่ ชูทส์ โพสต์เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อ Jino Schutz เล่าชิวีตตัวเองหลังหลงผิดไปใช้ยาเสพติดหลายชนิด!! จนเกือบจะทำให้หัวใจวายตายมาแล้ว โดยปัจจุบันหนุ่มจีโน่ วัย 25 ปี ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเจ้าตัวได้กลับใจแล้ว ขณะนี้กำลังเข้ารับการบำบัด และอยากจะให้เคสของตนเป็นอุทาหรณ์กับคนทั่วไปนั่นเอง "บางทีคนเรานะ เกิดมา มีร่างกายพร้อม แต่เลือกที่จะทำร้ายตัวเอง โดยการเล่นยา กินเหล้าจนไม่ได้สติ ผมเข้าใจว่าบางทีมันเกิดจากปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้เราเลือกเดินไปในทางที่ผิด อย่างตัวผม ผมโตมาตอนเด็กๆ โดยการเป็นดารา ผมไม่รู้จักคำว่าวัยเด็ก ผมไม่รู้จักคำว่าการอยู่ร่วมกับสังคมตอนเด็กๆ ผมไม่มีพ่ออยู่กับผม ผมเป็นเด็กอ้วนๆ ที่แสดงละคร ที่ถูกคนตราหน้าว่าแม่ตัวเองโดนฝรั่งทำท้องและทิ้งไป(ซึ่งแม่งไม่จริงเลย) ทุกๆ วันที่ผมเดินออกจากบ้าน ผมต้องถูกถามว่าพ่อไปไหน ทำไมถึงอ้วน เป็นดารานี่ดีเนอะ มีนู่นมีนี่(แม่งก็ไม่จริงอีก)" "พอผมเริ่มจะออกจากวงการ เพราะตอนที่ผม 14-15 เป็นช่วงเวลาที่หาบทยาก เพราะจะเด็กก็ไม่ใช่จะวัยรุ่นก็ไม่ใช่ ผมเริ่มดื่มกับเริ่มดูดกัญชา ตอนอายุสิบห้า ผมไม่รู้ว่าหลังจากการเป็นดาราผมควรเป็นอะไรผมควรเดินไปทางไหน" "พอผมอายุ 16-17 ผมมาอยู่สวิส ผมรู้สึกว่าผมอาจจะได้เริ่มชีวิตใหม่ ผมลดความอ้วน(ด้วยใจไม่พึ่งอะไร) ผมลดน้ำหนักไป 65 โล ผมคิดว่านี่แหละ คือชีวิตใหม่ผม พอผมเริ่มผอม แทนที่ผมจะมีชีวิตที่ดีขึ้น ผมกับเดินไปในทางที่ผิด ผมเริ่มที่จะเที่ยว เริ่มที่จะติดผู้หญิง(เพราะผมอ้วนตอนเด็กไม่มีใครเอา) ผมเริ่มที่จะใช้ยา เช่นโคเคน และ แอมเฟสตามีน และดื่มหนักมาก" "มันเหมือนกับคนๆ นึงทวงหาความสุขที่ไม่เคยตอนเด็กๆ ในทางที่ผิด.. ผมเริ่มกลายเป็นคนโกหก กับแม่ตัวเองกับแฟนตัวเอง แต่ในความผิดพลาดของผมตอนนั้นผมยังสามารถพยุงตัวเองให้เรียนจบได้ ผมมีความโชคดีอย่างนึง คือผมมีเพื่อนดีๆ คนดีๆ รอบตัวมาทั้งชีวิต มีแค่คนไม่กี่คนที่ผมตราหน้าว่ามันแย่..." "ผมเริ่มติดหนักขึ้นมาเรื่อยๆ ผมรักผู้หญิงคนนึง ผมรักเค้ามาก ผมเคยขอเค้าแต่งงาน แต่ตัวผมตอนนั้นมันไม่ดีเลย ผมติดทั้งเหล้าติดทั้งยา มีผู้หญิงคนอื่น ทำเค้าเสียใจจนเราไม่สามารถแต่งงานกันได้แล้ว... พอเริ่มห่างกัน แทนที่ผมจะดีขึ้น ผมกับเสพหนักกว่าเดิม" "ทุกๆ วันที่ผมตื่นไปทำงานผมเริ่มดื่ม ระหว่างพักงานผมเสพเพื่อให้ตัวเองตื่น เลิกงานผมดื่มเพราะผมเครียด ดื่มจนไม่ได้สติ ทุกๆ วันจะเป็นวังเวียนแบบนี้..." "..แต่พอมาถึงวันนึงที่ผมรู้สึกว่าผมเริ่มคิดลำบากแล้ว เพื่อนที่เคยให้ยาผมตลอด ก็เริ่มไม่ให้ผมแล้วเพราะพวกนี้มันก็รักผม และรู้ว่าผมไม่ไหวแล้ว... ผมมาถึงจุดที่ว่าคิดเริ่มลำบาก พูดไม่รู้เรื่อง อารมณ์รุนแรง.." "แม่เริ่มร้องไห้หนักขึ้นเรื่อยๆ" "สุดท้ายผมมานั่งคิดว่าผมโทษอะไรไม่ได้ ทุกอย่างมันผ่านมาแล้ว ผมกลับไปแก้ไม่ได้(วัยเด็กผม)" "ผมเริ่มคิดแล้วว่า อายุเราก็ 25 แล้ว ถ้าเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ อนาคตผมไม่เป็นขอทานผมคงหัวใจวายตาย(ผมเคยหัวใจวายรอบนึงเพราะโคเคน) ผมรู้จักพี่ชายที่แสนดีคนนึง เพราะยาก็เป็นส่วนนึงทำให้เค้าต้องจบชีวิตลง ทิ้งลูกทิ้งครอบครัวไว้ ผมไม่อยากเป็นแบบนั้น..." "ปัจจุบันนี้ผมเข้าสถานบำบัด ผ่านมาจะอาทิตย์นึงแล้ว ผมเหงื่อออก นอนไม่หลับ เห็นภาพหลอน แต่ผมเชื่อว่าผมจะผ่านมันไปได้..." "ที่ผมมาเขียนวันนี้เพราะผมอยากจะกลับมาอ่านในอีกสิบปีข้างหน้าว่าผมผ่านมันได้และถ้าผมมีลูก ผมอยากให้ลูกผมอ่าน ผมเป็นคนมีความฝัน ผมไม่อยากให้ความฝันผมมาหยุดอยู่แค่นี้..." "ผมอยากระบาย... ผมจะไม่กลับไปทำร้ายตัวเองอีก ผมเขียนมาขนาดนี้แล้ว ในเฟสผมมีทั้งครู ทั้งเพื่อนแม่ ทั้งญาติ ถ้าผมกลับมาทำผมก็หมาตัวนึง ตอนนี้ผมมีกำลังใจที่ดี จากครอบครัว จากแฟนคนปัจจุบัน จากเพื่อนๆ ผมไม่ได้สู้ตัวคนเดียว" "สิ่งที่อยากจะฝากบอกไว้คือ คนที่คุณเห็นทุกๆ วันว่าเค้าอาจจะดูไม่มีปัญหา หรือ เค้าอาจจะยิ้มกับคุณเสมอ แต่ข้างในเค้าอาจจะต้องการความช่วยเหลือมากกว่าคนที่โดนรถชนหรือแขนขาขาด" "แต่สุดท้ายแล้ว ถ้าตัวเค้าเองคิดไม่ได้ มันก็ไม่มีใครช่วยเค้าได้.. สมองน่ะถ้าถูกทำลายแล้ว เอากลับมาไม่ได้แล้วนะครับ ขอบคุณนะครับที่อ่าน อยากให้แชร์กันเยอะๆ เพื่อคนที่เป็นแบบผมจะได้อ่าน เราอย่าอายถ้าเรามีปัญหา อย่าดัดจริตว่าชีวิตดี" จีโน่ ชูทส์ #คนไม่ดีที่คิดได้ #เป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ ขอขอบคุณ ภาพและข้อมูลจากเฟสบุ๊ค Jino Schutz จีโน่ ชูทส์ จีโน่ ชูทส์ จีโน่ ชูทส์ จีโน่ ชูทส์

The Sea-Cret Garden Hua hin ไม่ติดทะเลก็เฮได้
The Sea-Cret Garden Hua hin /  ที่พักหัวหิน / 

เมื่อเอ่ยถึงหัวหินแล้ว..ใครหลายๆคนอาจจะต้องนึกถึงภาพทะเลขึ้นมาเป็นอย่างแรก แต่สำหรับทริปหัวหินครั้งนี้แพรและ Where is จะพามาเที่ยวหัวหินแบบไม่เจอทะเลแต่ก็มีความสุขได้เหมือนกัน พาทุกคนไปเที่ยวพักผ่อนกันที่ The Sea-Cret Garden Hua-Hin The Sea-Cret Garden Hua hin ไม่ติดทะเลก็เฮได้ The Sea-Cret Garden Hua-Hin ตั้งอยู่ที่ตำบลหินเหล็กไฟ อำเภอหัวหินค่ะ ซึ่งห่างจากตัวเมืองหัวหิน ประมาณ 15 กิโล แพรใช้วิธีค้นหาจากกูเกิ้ล map หากเราวิ่งเส้น กรุงเทพ-ปราณบุรี มุ่งหน้าปราณบุรี จะสังเกตได้จากป้ายบอกตลอดทางเลยค่ะ รีสอร์ทจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ ให้เราเลี้ยวซ้ายตรงทางแยก หากเลี้ยวขวาจะไปวัดห้วยมงคล ถนนทางเข้าจะเป็นดิน หลายๆคนอาจจะลังเลว่าใช่ซอยนี้ไหม แต่ตามป้ายเข้ามาเจอแน่นอนจ้า ครั้งแรกที่แพรมีโอกาสได้เห็นภาพรีสอร์ทนี้จากในเว็ปไซต์ต่างๆ ก็ชวนให้อยากมาที่นี่มากๆเลยค่ะ ด้วยสีสัน การออกแบบต่างๆ ห้องพักของที่นี่จะเป็นลักษณะวิลล่าค่ะ และที่ดึงดูดสุดๆเลยนั้นก็คือสระว่ายน้ำของที่นี่ที่จะสามารถเชื่อมต่อไปได้ทุกห้องตามแนวยาวและล็อบบี้สีหวาน และที่นี่จะสวยแค่ไหนนั้นเรารีบเข้าไปดูกันดีกว่าจ้า ก่อนอื่นเลยเราต้องมาสำรวจที่จอดรถกันก่อนค่ะ ที่จอดรถกว้างขวางเพียงพอหายห่วงได้เลย หลังจากนั้นเราก็เดินมาในส่วนของล็อบบี้กันจ้า ล็อบบี้ที่ The Sea-Cret Garden Hua-Hin นี้ จะตกแต่งด้วยโทนสีขาวม่วงและชมพูเป็นหลักค่ะ มีความหวานน่ารักๆและดูหรูหราเข้ากันมากๆ รับรองว่าฟรุ้งฟริ้งโดนใจสาวๆหลายคนแน่ๆเลย และบนล็อบบี้นี้ยังมีบริการให้เช่าห่วงยางอีกด้วยค่ะ สำหรับใครที่ไม่ได้นำห่วงยางมาเองสามารถมาเช่าได้ที่ล็อบบี้เลย ด้านหลังของล็อบบี้จะมีบันไดอีกฝั่งหนึ่งค่ะ เมื่อเราลงบันไดฝั่งนี้ ก็จะเป็นส่วนของห้องพักต่างๆและสวนค่ะ บริเวณนี้นอกจากจะเป็นส่วนของห้องพักแล้ว ยังเป็นในส่วนของสวนอีกด้วยค่ะ ซึ่งสวนที่แพรพูดถึงนี้จะเป็นสวนที่เราสามารถมาเดินเล่น นั่งชิล รวมไปถึงการจัดปาร์ตี้ที่สวนนี้ได้เลยค่ะ บรรยากาศยามเย็น ดีมากๆค่ะ หลังจากที่ชมส่วนด้านรอบๆรีสอร์ทกันไปบ้างแล้ว ก็เข้ามาในส่วนของห้องพักของที่นี่กันบ้างค่ะ ซึ่งห้องพักของที่นี่จะมีหลายโทนสีค่ะ เช่น สีชมพู สีเหลือง สีเขียว หรือ สีม่วง และครั้งนี้เราได้เข้าพักกันที่ห้อง408 ซึ่งเป็นห้องสีชมพูค้า ตามไปกันเลย ในห้องพักของ The Sea-Cret Garden Hua-Hin จะจัดแยกสัดส่วนแต่ละส่วนภายในห้องได้เป็นอย่างดีค่ะ เมื่อเข้ามาในห้องพัก ส่วนแรกที่เราจะพบเลย นั่นก็คือส่วนของห้องครัว ภายในห้องครัวมีอุปกรณ์ครบครันค่ะ อ่างล้างจาน ไมโครเวฟ ตู้เย็น มินิบาร์ ต่างๆ ติดกับห้องครัวก็จะเป็นส่วนของตู้เสื้อผ้า และ โต๊ะกระจก ค่ะ ซึ่งภายในตู้จะมีชุดคลุมมอาบน้ำ  ไดร์เป่าผม และตู้เซฟไว้บริการอีกด้วยจ้า ถัดมาจากส่วนของห้องครัวและตู้เสื้อผ้าแล้วเราก็ย่องไปที่ห้องนอนของเรากันเลยค่า อย่างที่ทราบกันแล้วว่าการเข้าพักครั้งนี้แพรได้ห้องสีชมพูค่ะ เมื่อสีขาวกับสีชมพูมาอยู่ด้วยกันแล้วเป็นอะไรที่โล่งโปร่งสบายตา รู้สึกว่าห้องโล่งกว้าง ไม่คับแคบค่ะ จากห้องของเรา เมื่อเปิดม่านรอบด้านเราจะสามารถเห็นสระว่ายน้ำด้านหลังห้องและต้นไม้สีเขียวได้ด้วยค่ะ ส่วนต่อไปคือส่วนที่สำคัญไม่แพ้กับส่วนอื่นเลยค่ะ นั่นก็คือห้องน้ำนั่นเอง ห้องน้ำที่นี่จะจัดแบบน่ารักๆ กว้างขวาง แบ่งแยกส่วนแห้งและส่วนเปียก มีอ่างจากุซซี่ ให้นอนแช่อย่างสบาย ม่านห้องน้ำเราสามารถเปิดให้โล่งชมวิวด้านนอกหรือจะเลือกดูทีวีจากห้องเราก็ได้ด้วยค่ะ  หลังจากที่ชมบรรยากาศภายในห้องกันไปแล้ว ก็ลองออกมาชมวิวที่หลังห้องของเรากันสักนิดค่าว่าโรแมนติกแค่ไหน แต่ละห้องจะมีบันได เราสามารถเดินลงสระว่ายน้ำจากประตูห้องของเราได้เลยค่ะ ชมกันเพลินๆก็ถึงเวลามื้อเย็นของเรากันแล้วค่ะ มื้อเย็นวันนี้แพรและ Where is ก็ไปฝากท้องกันที่ห้องอาหาร Jin & Juice restaurant ซึ่งเป็นห้องอาหารในรีสอร์ทนั่นเองค่ะ ห้องอาหารนี้จะอยู่บริเวนบนล็อบบี้นั่นเอง การตกแต่งของห้องอาหารที่นี่จะจัดแบบเดียวและโทนสีเดียวกันล็อบบี้เลยค่ะ สวยหวานสุด และมื้อเย็นวันนี้ขอนำเสนอ...... ข้าวหมูกระเทียม และ แกงส้มชะอมกุ้งจ้า เมื่อทานอาหารเย็นกันเสร็จแล้วแพรก็จะพาไปนั่งชิลๆยามค่ำก่อนนอนกันที่ริมสะว่ายน้ำที่ห้องพักของเรากันค่ะ ในขณะที่คนอื่นกำลังหลับกันอย่างสบายในช่วงเช้า  แพร และ Where is ก็ไม่พลาดที่จะตื่นแต่เช้าขึ้นมาเก็บภา สวยๆ จากบนดาดฟ้าของห้องพักยามเช้าพระอาทิตย์ขึ้นมาฝากทุกคนค่ะ แต่แล้วก็ต้องเสียใจ เพราะเมฆฝนมาแวะทักทายกันแต่เช้าและตลอดทั้งวันเลย แงแง แพรลืมบอกไปเลยค่ะ ว่าแต่ละห้องที่นี่จะมีชั้นดาดฟ้าให้เราได้ขึ้นไปชมวิวด้านบน  หรือจะสั่งปิ้งย่างซีฟู้ดที่ทางรีสอร์ทมีบริการมานั่งทานกันเป็นครอบครัวบนนี้ได้ด้วยค่า เช้านี้เราตื่นแต่เช้าเก็บภาพและเดินชมธรรมชาติรอบๆรีสอร์ทระหว่างที่รออาหารเช้าให้บริการกันค่ะ ที่นี่จะมีรถกอล์ฟบริการหากแขกต้องการเรียกเพื่อไปที่ล็อบบี้ แต่แพรเลือกเดินค่ะ เพราะจะได้เป็นการสูดอากาศยามเช้าไปด้วยเลย และแล้วก็ได้เวลาอาหารเช้าค่ะ ซึ่งเวลาอาหารเช้า คือเวลา 07.30 - 10.30 ค่ะ ส่วนสถานที่ทานอาหารเช้า ก็จะเป็นห้องอาหารเดียวกันกับที่เราไปทานเมื่อวานตอนค่ำเลยจ้า ตอนแพรมาถึงเริ่มมีแขกทะยอยกันมาทานอาหารบ้างแล้วค่ะ ซึ่งอาหารเช้าที่นี่จะมีให้เลือกไม่เยอะมากค่ะ แต่เพียงพอกับแขกที่มาเข้าพักและอาหารอร่อยถูกปากมากค้า และอาหารที่แพรทานวันนี้ค่ะ สลัดไข่โดนใจมาก ข้าวต้มหมูร้อนๆรสชาติกลมกล่อม อันนี้ของคนข้างๆหน้าตาน่าทานมากๆ เขาบอกว่าอร่อยอยู่น๊า เมนูสุดท้ายไข่กระทะค่ะ เพิ่งเคยกินครั้งแรก เครื่องอาจจะไม่ครบที่เคยเห็นจากอินเทอร์เน็ตแต่อร่อย หลังจากทานมื้อเช้าไปเยอะมากๆๆๆแล้วเราก็ไปเดินย่อยอาหารชมธรรมชาติรอบๆรีสอร์ทกันก่อนกลับดีสักหน่อยดีกว่าค่า สุดท้ายท้ายสุดนี้แพรต้องขอขอบคุณ The Sea-Cret Garden Hua hin ที่ให้แพรและ Where is ได้พักผ่อนแบบไม่ติดทะเลก็เฮได้ และนำข้อมูลดีๆ มาแบ่งปันกับเพื่อนๆกันจ้า ขอบคุณเพื่อนๆพี่ๆทุกคนที่เข้ามาชมรีวิวนี้และเป็นกำลังใจกันมาตั้งแต่ต้นจนจบรีวิวนี้นะคะ หวังว่ารีวิวและข้อมูลทั้งหมดนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆพี่ๆและใครหลายๆคนที่กำลังสนใจหาที่พักแบบไม่ติดทะเลก็สุขได้นะคะ สำหรับรีวิวนี้แพรต้องขอจบแต่เพียงเท่านี้ ส่วนทริปหน้าแพรและ Where is จะพาเพื่อนๆพี่ๆ ไปเที่ยวพักผ่อนที่ไหนอีก อย่าลืมติดตามชมกันนะค้า ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล https://www.facebook.com/whereistrip ติดตามอัพเดททริปกับรูปสวย ๆ และพูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้ที่ https://www.facebook.com/whereistrip

ละคร บุษบาหน้าตลาด , เรื่องย่อ บุษบาหน้าตลาด
ละคร บุษบาหน้าตลาด /  ละคร บุษบาหน้าตลาด / 

บุษบาหน้าตลาด บทประพันธ์ : อรุณรตีบทโทรทัศน์ : ฐา-นวดีสถิตยุทธการกำกับการแสดง : บัณฑิต ทองดีออกอากาศ : ทุกวันจันทร์ ถึงวันศุกร์ ทางช่อง 3 เรื่องย่อ เรื่องราวของสาวน้อยลูกมหาเศรษฐีณีที่โดนแย่งสมบัติไปตั้งแต่ลืมตาดูโลก แต่ชะตาเจ้ากรรมที่ส่งเด็กน้อยอย่างดอกไม้ให้ไปเติบโตในร้านดอกไม้แถวปากคลองตลาดอย่างอบอุ่น แล้วก็ขีดเส้นทางให้เธอได้เดินกลับมาเพื่อช่วยแม่แท้ๆที่เสียสติไปทวงสมบัติของเธอคืน ดอกไม้ข้างถนนต้องปรับตัวให้เป็นดอกไม้ชั้นสูงให้ได้เพื่อทวงสิทธิ์ที่เป็นของเธอและแม่แท้ๆคืนมา ตลาดดอกไม้... ฝนเทลงมาหนาเม็ดจนแทบมองไม่เห็น ในเงามืดมีร่างของใครบางคนกำลังวางทารกตัวน้อยกำลังร้องไห้เสียงดังสนั่นหน้าร้านดอกไม้ในตลาด เสียงร้องของเด็กน้อยทำให้ประตูร้านถูกเปิดออก ละมุนอุ้มเด็กขึ้นมา จ่าผุยที่กำลังเข้าเวรขี่จักรยานตรวจชุมชนทำหน้าสงสัยว่า เด็กที่ไหนมาร้องอยู่ เขาเป็นพยานเพียงคนเดียวในคืนนั้นที่เห็นเหตุการณ์ ! 18 ปี ผ่านไป ร้านดอกไม้บุษบาเป็นที่รู้จักของคนในตลาดทั้งเรื่องฝีมือการจัดดอกไม้ที่ไม่เป็นรองร้านดอกไม้ใหญ่ๆมีชื่อโด่งดังในแถบนั้นเพราะแม่ละมุนเจ้าของร้านมักจะหาวิธีจัดดอกไม้ใหม่ๆมาอยู่เสมอ และดอกไม้ลูกสาวคนสวยที่อายุอานามพึ่งย่างเข้าสู่วัย 18 กับลูกสมุนปากกรรไกรอย่างไอ้ดุ้งเองก็เป็นที่รู้จักกันทั่ว แต่ถึงแม้สองคนนี้จะแสบยังไง ดอกไม้ก็ยังเป็นที่รักของชาวตลาดด้วยความมีน้ำใจคอยช่วยเหลือแม่ค้าด้วยกันแถบนั้นอยู่เสมอเช้าตรู่วันหนึ่ง ขณะที่ดอกไม้กำลังไปส่งดอกไม้ให้ละมุนเหมือนปกติ เสน่ห์หรือตาเหน่คนขับรถตู้ของคฑาลูกชายคนเดียวของคุณหญิงช้องนางเจ้าของตลาด เกือบจะขับรถชนกรรณิกาแก้ว พอดีดอกไม้เห็นเข้าเสียก่อนจึงเข้าช่วยไว้ได้ทัน แต่ดอกไม้ไม่รู้ว่าบ้านของแก้วอยู่ที่ไหน จึงพาแก้ว กลับไปที่บ้านของตน คฑาซึ่งนั่งอยู่ในรถเสน่ห์ เลยลงจากรถมาดูเหตุการณ์ พวกแม่ค้าเห็นคฑาก็จำได้ทันทีว่าเป็นลูกชายคนเดียวของคุณหญิงช้องนางเจ้าของตลาด คฑากลับมาบ้านพบช้องนางผู้เป็นแม่ ทั้งสองสวมกอดกันด้วยความดีใจ เขาเล่าเหตุการณ์เรื่องที่เสน่ห์ขับรถเกือบชนดอกไม้ให้แม่ฟัง แต่สืบสงวน พี่สาวกับไม่ใยดี เกรงดอกไม้จะมาหาประโยชน์จากคฑา ละคร บุษบาหน้าตลาด พนัสให้กรจีบตามหาแก้ว เพราะหากเธอหายสาบสูญ กว่าพนัสและกรจีบจะมีสิทธิจัดการกับมรดกของแก้ว ต้องรอถึง 5 ปี แต่หากหลอกให้แก้วเซ็นต์มอบมรดกให้ยังดีกว่า สุดท้าย กรจีบจึงรีบออกตามหาแก้ว พนัสเป็นสามีใหม่ของกรจีบ แต่พอลับตาคน เขาก็ชอบลวนลามกรกนกอยู่บ่อยครั้ง รุ่งขึ้นประมุขพากรจีบ กรกนก ถนอมศรีมาแจ้งความเรื่องแก้วหาย พอดีกับที่ดอกไม้กับจ่าผุย พาแก้วมาที่โรงพัก ทำให้แก้วได้พบกับทุกคน คฑาไปเริ่มงานที่บริษัทของช้องนาง โดยมีสืบสงวนเป็นพี่เลี้ยงให้ สืบสงวนเหมือนไม่เต็มใจให้คฑาเข้าไปรู้ความลับที่บริษัทนัก อ้างกับช้องนางให้เปิดบริษัทใหม่ให้ แต่คฑาไม่เห็นด้วย สืบสงวนพาคฑาไปเดินดูกิจการที่ตลาด จนคฑาสังเกตเห็นได้ว่า พ่อค้าแม่ค้า ไม่ชอบสืบสงวนนัก ถมเงิน เพื่อนของคฑา ซึ่งเป็นทนายความ เปิดบริษัทสำนักงานทนายความถมทองและบุตร อยู่ที่เดียวกับบริษัทของอังกาบ ทำให้เขาได้พบกับดรุณพิมพ์ ลูกของอังกาบ ทั้งคู่บังเอิญติดอยู่ในลิฟท์ที่กำลังค้างอยู่ด้วยกัน ทำให้ถมเงินรู้สึกประทับใจในตัวดรุณพิมพ์ตั้งแต่แรกเห็น ซึ่งดรุณพิมพ์เองก็เป็นเพื่อนรักกับดอกไม้ แถมเล่าเรื่องที่สืบสงวนพาน้องชายคือคฑา มาดูกิจการที่ตลาดให้ดอกไม้ฟังด้วย ดรุณพิมพ์ไม่ชอบใจที่อังกาบผู้เป็นแม่จะให้เธอ หรือดรุณา พี่สาว คนใดคนหนึ่ง แต่งงานกับคฑาอีกด้วย สำหรับดรุณพิมพ์แล้ว เขาสนิทกับคฑามาตั้งแต่เด็ก คิดเพียงว่าคฑาเป็นพี่ชายคนหนึ่งเท่านั้น ด้านกรกนกก็ไม่อยากอยู่บ้านกับกรจีบและพนัส จึงมาของานทำกับพอลล่า พอลล่าจึงส่งกรกนก ไปคัดตัวเป็นนางแบบเสื้อผ้าให้กับเครือกิจไพบูลย์ของอังกาบ ทำให้กรกนกได้พบกับดรุณา ทั้งคู่ไม่ถูกชะตากันตั้งแต่แรก ช้องนางจัดงานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของคฑาขึ้นที่บ้าน สืบสงวนแอบอิจฉา อังกาบพาดรุณามางานด้วย ส่วนดรุณพิมพ์ไปช่วยดอกไม้จัดดอกไม้ในงาน กรจีบก็พากรกนกมาแนะนำให้คฑารู้จักด้วย สืบสงวนได้พบกับพนัส รู้สึกพอใจในตัวพนัสตั้งแต่แรกเห็น ช้องนางกับแก้ว ก็พูดคุยกันตามประสาเพื่อนรัก ประมุขมาหาแก้วที่บ้าน จึงรู้ว่าไปงานเลี้ยง นึกถึงอดีตที่แก้วร้องไห้กับช้องนาง เรื่องที่ท้องกับเอก ประมุขยินดีแต่งงานกับแก้ว เพื่อรับเป็นพ่อของเด็กในท้อง แต่แก้วปฎิเสธ ทำให้เขาเสียใจมากดรุณพิมพ์ พาดอกไม้ กับดุ้ง มากินข้าวในงานเลี้ยง ดอกไม้จึงได้พบกับคฑา ส่วนดรุณพิมพ์ก็ได้พบกับถมเงิน ถมเงินจึงรู้ว่าดรุณพิมพ์ เป็นลูกคุณอังกาบ ส่วนคฑาก็รู้ว่า ดอกไม้เป็นเพื่อนกับดรุณพิมพ์ แก้วดีใจมากที่ได้พบกับดอกไม้ แก้วพูดอวดว่าดอกไม้จบมัณฑนศิลป์มา ช้องนางเองก็ชื่นชมดอกไม้ คฑาได้ที รีบชวนให้ดอกไม้มาทำงานตกแต่งคนโด กับโฮมออฟฟิศของบริษัทด้วย ดอกไม้อยากช่วยงานแม่ที่ร้าน คฑาจึงเสนอให้มาทำงานกับเขาอาทิตย์ละ 3 วัน ละมุน จึงเห็นดีด้วย พนัสถูกเจ้าหนี้ซ้อมปางตายแล้วยึดรถไป สืบสงวนไปพบเข้าพอดี จึงนำส่งโรงพยาบาล กรจีบรีบมาเยี่ยมทันที จนพนัสพ้นขีดอันตราย รุ่งขึ้น สืบสงวนเอากระเช้าไปเยี่ยม พนัสรีบจับมือสืบสงวน ทั้งสองมีใจตรงกัน โดยที่กรจีบยังไม่ทันระแวงสงสัย คฑาพาดอกไม้มาส่งที่บ้าน ทั้งคู่ตัวเปียกปอน เพราะก๊อกน้ำรั่ว แล้วน้ำก็กระเด็นใส่ ละมุนจึงให้ดอกไม้พาคฑาไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วคฑาก็เผลอหลับไปที่บ้านของดอกไม้นั่นเอง จ่าผุยมาเจอคฑาอยู่ที่บ้าน นึกหึงละมุนคิดว่าคฑามาเฝ้าละมุน จนดอกไม้ต้องไล่คฑากลับไป คฑาสงสัยเรื่องก๊อกน้ำรั่ว จึงถามดอกไม้ รุ่งขึ้นดอกไม้จึงให้คฑาเอาแบบ และเสปคของผลิตภัณฑ์ที่สั่งมา ดอกไม้จึงบอกกับคฑาว่ามันผิดเสปค ถ้าผู้รับเหมาไม่ชุ่ย ก็เป็นการร่วมมือกันระหว่างผู้รับเหมากับสืบสงวน คฑาเริ่มเครียด ผู้รับเหมา รีบโทรบอกสืบสงวน สืบสงวนจึงจะหาทางกำจัดดอกไม้ กรจีบเป็นคนสั่งให้คนร้าย ไปทำร้ายดอกไม้ แต่เมื่อลูกน้องโทรมารายงาน แล้วบอกว่า มีชายหน้าบากคนหนึ่งมาช่วยดอกไม้ไว้ กรจีบแทบล้มทั้งยืน รู้ว่าต้องเป็นเสงี่ยม คนสวนเก่าแก่ในบ้าน แน่นอน ยิ่งเสงี่ยมปกป้องดอกไม้มากเท่าไหร่ กรจีบก็แน่ใจว่าดอกไม้เป็นลูกของแก้ว กรจีบเครียดจัด ไปเล่าเรื่องให้ชมัยฟัง เสงี่ยมตั้งปฎิญาณต่อหน้าพระประธาน ว่าจะแก้ไขเรื่องราวที่ตนเคยทำเลวร้ายไว้กับดอกไม้ และจะปกป้องดอกไม้ให้ถึงที่สุด ละคร บุษบาหน้าตลาด ดรุณาหาทางเข้าใกล้คฑา ด้วยการไปเสนองานเรื่องคอมเพล็กซ์ให้ช้องนางฟัง และชวนเข้าร่วมหุ้นด้วยกัน เพราะนอกจากจะได้เงินแล้ว ยังได้ใกล้ชิดคฑาอีกด้วย สืบสงวนส่งคนร้ายไปเผาบ้านดอกไม้ แต่เสงี่ยมช่วยไว้ได้ทัน ด้านดรุณพิพม์ก็ไปทำงานที่บริษัทของถมเงินอีกด้วย คฑาให้ถมเงินเป็นทนายความส่วนตัวให้ ดูและเรื่องสัญญาคอมเพล็กซ์ เพราะไม่ไว้ใจคนของสืบสงวนอีกต่อไปกรจีบส่งคนร้ายไปยิงดอกไม้จนได้รับบาดเจ็บ คฑาพาส่งโรงพยาบาล และชวนถมเงินไปแจ้งความ จ่าผุยรู้เรื่อง รีบให้ตำรวจเข้ามาดูแล้ว แก้วรู้ข่าวว่าดอกไม้ถูกยิง ก็รีบมาเยี่ยมทันที แก้วทำพินัยกรรม ยกมรดกให้กับดอกไม้ พร้อมทั้งรับเป็นลูกบุญธรรมอีกด้วย ดอกไม้ไม่รับ แต่แก้วให้ช้องนางไปช่วยพูดให้ดอกไม้มาอยู่เป็นเพื่อนแก้วที่บ้าน ละมุนมีข้อแม้ ว่าจะยอมให้ดอกไม้ไปอยู่ด้วย จนกว่าแก้วจะหาลูกที่แท้จริงพบ สุดท้าย ดอกไม้กับดุ้ง จึงไปอยู่ที่บ้านแก้ว โดยมีคฑา และดรุณพิมพ์ คอยไปดูแลอยู่ไม่ห่าง กรกนกไปถ่ายแบบ ให้แฟชั่นคอมเพล็กซ์ โดยมีอังกาบ ดรุณา มาดูการถ่ายแบบด้วย คฑาก็พาดอกไม้มาด้วยเช่นกัน เพราะดอกไม้เคยรับปากไว้กับช้องนางไว้ว่า จะช่วยงานให้ถึงที่สุด กรกนกทำทีแกล้งเป็นลม เพื่อได้ใกล้ชิดกับคฑา ซ้ำยังหาทางแกล้งดอกไม้ด้วย แต่คฑาไม่สนใจกรกนก อีกทั้งยังตามดอกไม้ไม่ห่าง ทั้งกรกนก อังกาบ ดรุณา ไม่พอใจที่ดอกไม้ได้ใจของคฑาไปครอง ข่าวเรื่องที่แก้วรับดอกไม้เป็นลูกบุญธรรม ถูกลงหนังสือพิมพ์จนทั่ว สุดท้ายแก้วตัดสินใจพาดอกไม้ ไปเปิดตัวที่งานการกุศลงานหนึ่ง วาริศ ซึ่งเป็นเจ้าของแกลลอรี่ ก็นำภาพวาดมาประมูลด้วย เขาได้เห็นดอกไม้และรู้สึกประทับใจตั้งแต่แรกพบเลยทีเดียว กรจีบยังไม่ละความพยายามที่จะเขี่ยให้ดอกไม้พ้นจากแก้วไปให้ได้ เธอให้บริษัทที่จัดงานไปจ้างละมุนมาจัดดอกไม้ ละมุนมางานโดยที่ไม่รู้ว่า ดอกไม้อยู่ที่นั่นด้วย ดอกไม้ดีใจที่ได้พบกับละมุน แต่กลับถูกสาวสังคมต่อว่าเรื่องที่มีชาติกำเนิดเป็นลูกสาวร้านขายดอกไม้ ดอกไม้ไม่สนใจคำครหา กลับตรงเข้าไปหาละมุน และพูดปกป้องศักดิ์ศรีของแม่ตนเอง วาริศยิ่งทึ่งในความดีในตัวดอกไม้ แก้วเสียใจที่ทำให้ดอกไม้ต้องพบกับเรื่องไม่ดี และสัญญาจะไม่พาเธอออกงานสังคมอีก ดอกไม้มาส่งแม่ที่บ้าน ละมุนพูดเตือนสติด้วยความเป็นห่วง ว่าสังคมชั้นสูง จะทำให้ลูกสาวเธอเจ็บปวด โดยเฉพาะคฑา ซึ่งเป็นทายาทเศรษฐี กลัวดอกไม้จะต้องพบกับความเจ็บปวด เพราะด้วยความที่ต่างชนชั้น ทำให้ดอกไม้ได้คิด และเริ่มตีตัวออกห่าง ไม่เข้าใกล้คฑาอีก เพราะกลัวใจตนเองจะหวั่นไหว ทำให้คฑาเสียใจมาก อีกทั้งสืบสงวน ยังคงพูดใส่ไฟให้ช้องนางฟัง ว่าดอกไม้ลืมกำพืดตนเอง ตีตัวออกห่างคฑา แล้วไปคบหากับวาริศ ทำให้ช้องนางเข้าใจในตัวดอกไม้ผิดไปคฑาพาดอกไม้มาทำบุญที่วัด และได้พบกับเสงี่ยม ดอกไม้จำได้ว่าเสงี่ยมเคยช่วยชีวิตเธอไว้ ตอนที่บ้านถูกไฟไหม้ เสงี่ยมบอกว่า ในอดีตตนเอง เป็นคนสวนบ้านของแก้ว อยากจะพบ และพูดคุยเรื่องสำคัญกับแก้วสักครั้ง เมื่อกรจีบรู้เรื่อง จึงให้คนไปดักทำร้ายเสงี่ยม แต่สืบสงวนและพนัสรู้เข้าเสียก่อน เลยมาชิงตัวเสงี่ยมไป แล้วทำทีว่าเป็นคนดี โดยที่เสงี่ยมไม่รู้เท่าทัน พนัสกับสืบสงวน หวังจะให้เสงี่ยมบอกความลับเรื่องลูกของแก้วออกมาให้ได้ ดอกไม้ตกลงรับปากไปเป็นนางแบบให้กับวาริศ ยิ่งสร้างความหึงหวงให้กับคฑา วาริศยอมรับกับคฑาว่าชอบดอกไม้ด้วยใจจริง ยิ่งทำให้คฑาเครียดหนัก อังกาบไปตามให้ดรุณพิมพ์กลับมาอยู่ที่บ้าน พร้อมทั้งไปอาละวาดกับถมเงิน ถมเงินปฎิเสธว่าดรุณพิมพ์ไม่ได้อยู่กับตน สุดท้าย อังกาบจึงรู้ว่าลูกสาวไปอยู่กับละมุนนั่นเอง ละคร บุษบาหน้าตลาด แก้วขอร่วมหุ้น ลงทุนเรื่องคอมเพล็กซ์กับช้องนาง โดยคฑานั้นเป็นผู้ดูแลกิจการแทนช้องนาง ส่วนแก้วให้ดอกไม้เป็นผู้ดูแลเรื่องงานตกแต่งภายในทั้งหมด อังกาบไม่พอใจที่ดอกไม้เข้ามามีสิทธิ์เสมอตน กรจีบกับสืบสงวนเองก็นิ่งเฉยไม่ได้ สืบสงวนหลอกให้ดอกไม้ ใช้ผู้รับเหมาที่เธอรู้กันมารับทำช่วงต่อจากดอกไม้ หวังจะกลั่นแกล้งดอกไม้จนถึงที่สุด ในงานเปิดตัวคอมเพล็กซ์ กรกนก ได้เป็นนางแบบหลัก เดินแบบพร้อมเครื่องเพชรราคาแพง สืบสงวนได้ทีใส่ร้ายดอกไม้จึงวางแผนอย่างแยบยล ให้พนัสปลอมตัวเป็นพนักงาน แล้วสลับเครื่องเพชรตัวจริงเอาไปเสียเอง ส่วนดอกไม้กลับรับเคราะห์ ตกเป็นผู้ต้องสงสัย พนัสขโมยเพชรตัวจริงไป สารวัตรดนัยนพ เข้ามาสืบเรื่องราวด้วยตนเอง ดรุณาได้ที จะหาเรื่องดอกไม้ จึงขอให้ดนัยนพ จับคนร้ายให้ได้ ซึ่งดนัยนพเองนั้นรับปาก แต่ก็เชื่อมั่นว่าดอกไม้ไม่ใช่คนร้าย คฑาเป็นห่วงดอกไม้มากที่ถูกใส่ร้าย แต่เขาก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะตอนนี้ดอกไม้ตีตัวออกห่างเขาเหลือเกิน ช้องนางเองก็เสียใจที่ดอกไม้ทอดทิ้งคฑา จึงบอกให้สืบสงวน ยกเลิกการสั่งดอกไม้จากร้านละมุน ทำให้ดอกไม้และละมุนเสียใจมาก ดรุณาตัดต่อคลิปเสียงว่าดอกไม้รักทั้งคฑาและวาริศในเวลาเดียวกัน ทำให้คฑาเสียใจมาก แต่ดรุณพิมพ์พบความจริงเข้าเสียก่อน จึงบอกกับดอกไม้ ว่าจะบอกความจริงกับคฑาให้ได้ ดรุณพิมพ์ต่อว่าดรุณา ที่ใช้วิธีสกปรก เพื่อที่จะได้หัวใจของคฑามา ซ้ำเธอยังรู้อีกว่าแม่ให้คนไปสืบประวัติของถมเงิน ยิ่งทำให้ดรุณพิมพ์เสียใจที่ทั้งแม่และพี่สาวไม่เข้าใจในตัวเธอ คฑารู้ความจริงในที่สุด มาหาดอกไม้เพื่อปรับความเข้าใจกันดอกไม้ถูกใส่ร้ายเรื่องที่ไม่โปร่งใสด้านการบริหารงาน สุดท้ายเรื่องราวใหญ่โต สืบสงวนรีบฆ่าปิดปากคนที่เกี่ยวข้อง จนดอกไม้กลายเป็นผู้ต้องสงสัยไปอีก ละมุนห่วงลูกสาวมาก กรจีบหาทางขับไล่ดอกไม้ ให้ออกจากบ้านแก้วได้ในที่สุด ดอกไม้จึงกลับมาอยู่กับแม่ กรจีบยังไม่หยุดแค่นั้น ส่งคนร้ายไปทำร้ายแก้วปางตาย คฑารีบพาแก้วไปเยี่ยมในวันรุ่งขึ้น แต่พนัสกับกรจีบไม่ให้เยี่ยม ดอกไม้เสียใจ ซบหน้าร้องไห้กับคฑา แก้วต้องผ่าตัดด่วน และต้องการเลือด แต่กรจีบไม่ยอมบริจาคให้ ดอกไม้อาสาบริจาคเลือดให้ โชคดีที่เป็นกรุ๊ปเดียวกัน หมอประมุขจึงขอให้ดอกไม้พาละมุน มาบริจาคเลือดอีกคน เผื่อไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินกับแก้ว แต่กลายเป็นว่าดอกไม้กับละมุน มีกรุ๊ปเลือดคนละกรุ๊ปกัน หมอประมุขเริ่มสงสัยอะไรบางอย่าง อังกาบรู้ความจริงเรื่องที่ถมเงินมีฐานะ และเป็นเศรษฐีคนหนึ่งเลยทีเดียว จึงไม่ขัดขวางความรักระหว่างดรุณพิมพ์และถมเงิน อีกต่อไป ซ้ำยังจะบังคับให้ดรุณพิมพ์หมั้นกับถมเงินอีกด้วย แต่ดรุณพิมพ์ไม่ยอม เพราะเป็นการบังคับถมเงินเกินไป แก้วกลายเป็นอัมพาต สมใจกรจีบ ซ้ำกรจีบยังไล่ถนอมศรี พยาบาลประจำตัวออกไปอีกด้วย ถึงแม้คฑา จะหาทางไปเยี่ยมแก้ว แต่กรจีบก็กีดกันทุกทาง กรกนกเห็นความร้ายกาจของแม่มากขึ้นทุกวัน เริ่มสงสารและเห็นใจแก้ว กรกนกเริ่มกลับใจ พยายามหาทางให้ดอกไม้กับวาริศ มานำตัวแก้วไป แต่ถูกแม่จับได้เสียก่อน เสงี่ยมเห็นข่าวการป่วยของแก้ว เป็นห่วง เพราะทุกอย่างเกิดจากความผิดของตนเอง ยิ่งได้ฟังเรื่องที่สืบสงวนกับพนัสคุยกัน เรื่องที่จะกำจัดแก้วกับดอกไม้เสงี่ยมจึงตัดสินใจหนีไปจากห้องที่พนัสขังตัวเองได้ในที่สุด แล้วรีบไปหาดอกไม้ที่บ้านละมุน พบคฑาอยู่ด้วยกัน เสงี่ยมเล่าความจริงเมื่อยี่สิบปีที่แล้วให้ทุกคนฟัง ละคร บุษบาหน้าตลาด เสงี่ยมบอกถึงเหตุการณ์วันที่แก้วคลอดลูกออกมาเป็นผู้หญิง แล้วกรจีบให้ชมัย นำเด็กไปกำจัดทิ้งเพราะเป็นลูกไม่มีพ่อ กลัวครอบครัวจะอับอาย ชมัยจึงนำเด็กมาให้ตน เสงี่ยมไม่อยากฆ่าเด็ก จึงนำมาวางไว้ที่หน้าบ้านละมุน ละมุนกับจ่าผุยมาเจอเข้า ละมุนจึงเก็บเด็กมาเลี้ยง ซึ่งเด็กคนนั้นก็คือดอกไม้นั่นเอง ละมุนน้ำตาไหลพราก เมื่อความจริงเปิดเผยกลัวดอกไม้จะไม่รักตนแล้ว แต่ดอกไม้กลับก้มลงกราบแทบเท้าที่ละมุนเลี้ยงดูเธอจนเติบใหญ่ เสงี่ยมกราบขอโทษละมุนและดอกไม้ที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น คฑาก็พลอยร้องไห้ไปกับดอกไม้ด้วย ไม่เว้นแม้แต่ดุ้งที่นั่งฟังอยู่ก็ร้องไห้ไปด้วยทั้งดรุณพิมพ์ ถมเงิน วาริศ ดนัยนพ ต่างได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมด คฑาแนะนำให้ดอกไม้ไปตรวจดีเอ็นเอ ที่สำคัญ ต้องช่วยแก้ว แม่แท้ ๆ ของดอกไม้ มาจากกรจีบให้ได้เสียก่อน คฑาวราริศ ดอกไม้ ได้รับความช่วยเหลือจากการกนก พาแก้วออกมาได้ในที่สุด แก้วดีใจมากที่รู้ความจริงเรื่องที่ดอกไม้เป็นลูกที่แท้จริงของเธอ แก้วพูดขอบใจที่ละมุนเลี้ยงดูแก้วมาเป็นอย่างดี ช้องนางเองก็พลอยดีใจไปกับดอกไม้ด้วยที่ได้พบแม่ที่แท้จริงเสียที ผลตรวจดีเอ็นเอออกมา ปรากฏว่าดอกไม้กับแก้ว เป็นแม่ลูกกันจริง ๆ กรจีบรับไม่ได้ที่ดอกไม้จะมาแย่งทุกอย่างไป เธอกลายเป็นคนที่ไม่ได้อะไรเลย พนัสเห็นว่ากรจีบหมดตัว จึงตีตัวออกห่าง หนีไปอยู่กับสืบสงวน กรจีบคุ้มคลั่ง สะกดรอยตามมา จึงรู้ว่าทั้งคู่ ลักลอบคบหากัน ความแค้น จึงทำให้กรจีบนำปืนไปยิงสืบสงวน แต่พนัสกลับรับเคราะห์แทน แล้วรีบให้สืบสงวนหนีไป เมื่อไปถึงโรงพยาบาล พนัสก็เสียชีวิต กรจีบ จึงถูกตำรวจจับ ไปชดใช้กรรมในคุก กรกนกเสียใจมาก ทั้งแก้วและดอกไม้ ต่างปลอบโยน ว่ายังมีคนที่รักและหวังดีต่อกรกนกอยู่ แก้ว ดอกไม้ คฑา ช้องนาง ดรุณพิมพ์ ถมเงิน ทุกคนต่างเป็นธุระจัดงานศพให้พนัส สืบสงวนแอบมายืนร้องไห้อยู่ในงานสวดศพ กรกนกเห็นสืบสงวน จึงตามไปคุยเรื่องที่พนัสกับสืบสงวนแอบคบหากัน จนเกิดเรื่องราวร้าย ๆ ขึ้น ช้องนางเดินเข้าไปได้ยินพอดี จึงรู้ว่า สืบสงวนเป็นชู้กับพนัส ช้องนางเสียใจมาก ซ้ำร้าย เธอยังพบเพชรที่หายไปอยู่ในกระเป๋าของสืบสงวน ช้องนางจึงมั่นใจว่าลูกสาวตนเองมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องราวเลวร้ายทั้งหลายด้วย เมื่อช้องนางรู้ความลับทุกอย่าง สืบสงวนจึงต้องจำใจปิดปากช้องนาง เธอแกล้งผลักให้แม่ตกบันไดมา แต่โชคดีคฑากับดอกไม้มาช่วยไว้ทัน นำส่งโรงพยาบาล สืบสงวน จึงถูกตำรวจจับในที่สุด ละคร บุษบาหน้าตลาด อังกาบกับดรุณพิมพ์ ปรับความเข้าใจกันได้ ถมเงินพาดรุณพิมพ์กลับไปส่งที่บ้าน และมีงานหมั้นหมายระหว่างดรุณพิมพ์กับถมเงินในเวลาต่อมา ดรุณาอดน้อยใจไม่ได้ ที่น้องสาวมีคนรักไปแล้ว แต่ก็ไม่นาน สารวัตรดนัยนพก็มาสานสัมพันธ์ ปลูกต้นรัก และคบหากับดรุณาอีกด้วย คฑายังคงน้อยใจที่วาริศ ยังเฝ้าตามติดดอกไม้ไม่ห่าง ช้องนางก็นึกสงสารคฑา จึงอยากให้ลูกชายแต่งงาน ความน้อยใจ คฑาจึงพูดไปว่าจะแต่งงานกับกรกนก ดอกไม้เองก็เสียใจ ละมุนไม่อาจทนเห็นดอกไม้ไม่มีความสุข จึงไปสารภาพกับช้องนาง ว่าตนเป็นคนขอร้องให้ดอกไม้ ตีตัวออกห่างคฑา เพราะกลัวว่าดอกไม้จะต้องเสียใจ ไม่นึกว่า จะทำให้คฑาและดอกไม้ต้องเจ็บปวด ช้องนางจึงเข้าใจทุกอย่าง วาริศเองก็ยอมรับกับดอกไม้ว่า รักเธอจริง ๆ แต่เขาก็ยอมรับว่าดอกไม้นั้นมีคฑาอยู่เต็มหัวใจ เช่นเดียวกับกรกนก ที่รู้ชัดว่าคฑาเองก็รักดอกไม้เช่นเดียวกัน สุดท้ายทุกคน ทั้งช้องนาง วาริศ กรกนก คฑา แก้ว ละมุน จึงทำที จัดงานแต่งงานระหว่างคฑาและกรกนกขึ้น แล้วเชิญดอกไม้เข้ามาในงาน กรกนก เอ่ยปากขอโทษทุกอย่างที่ผ่านมา และจะยินดีมาก หากคนที่เธอรักมีความสุข นั่นก็คือดอกไม้ คฑาขอดอกไม้แต่งงานท่ามกลางสักขีพยานมากมาย ดอกไม้กับคฑาจึงได้แต่งงานกันอย่างมีความสุข หมดเรื่องราวร้าย ๆ เสียที รายชื่อนักแสดงสรวิชญ์ สุบุญ รับบท คฑาชีรณัฐ ยูสานนท์ รับบท ดอกไม้ปวิช เวียงนนท์ รับบท ถมเงินนันท์ปภัทร ปิ่นโรจน์กีรติ รับบท ดรุณพิมพ์ณิชาวรินทร์ เบิกอรุณรุ่ง รับบท กรกนกเปรมณัช สุวรรณานนท์ รับบท วาริศอัมราภัสร์ วรรธนะกุล รับบท สืบสงวนธนิดา กาญจนวัฒน์ รับบท ดรุณาจินตหรา สุขพัฒน์ รับบท กรรณิกาแก้วเกรียงไกร อุณหะนันทน์ รับบท หมอประมุขอภิรดี ภวภูตานนท์ รับบท กรจีบวรรณษา ทองวิเศษ รับบท ละมุน

กัวลาลัมเปอร์กับ 5 มุมเที่ยวยามค่ำคืน
Chinatown Night Marketing /  กัวลาลัมเปอร์ / 

Wonderful KL at night กัวลาลัมเปอร์ ความงามที่ไม่เคยหลับใหล  เมืองหลวงสุดศิวิไลซ์ยอดฮิตของประเทศมาเลเซียที่ไม่มีใครไม่รู้จักอย่างแน่นอน ณ นาทีนี้ เพราะกัวลาลัมเปอร์ติดอันดับที่ 8 ของเมืองหลวงที่น่าเที่ยวที่สุดในโลกเมื่อปี 2558 และเมืองแห่งการ ชอปปิ้งที่ดีที่สุดในโลกอันดับที่ 4 สำรวจโดย CNN โดยแต่ละปีกัวลาลัมเปอร์ต้อนรับนักท่องเที่ยวกว่า 11 ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเมืองหลวงแห่งนี้ถือเป็นประตูเชื่อมระหว่างเอเชียและตะวันออกกลาง เป็นศูนย์กลางการค้า ธุรกิจและแหล่งท่องเที่ยวที่โดดเด่นมากมาย โดยเฉพาะการเปิดแหล่งท่องเที่ยวสุดฮิปใหม่ๆเอาใจคนทุกเจเนอเรชั่นได้อย่างลงตัว เมืองหลวงสุดทันสมัยแห่งนี้จึงไม่เพียงกลายเป็นไอคอนแห่งใหม่ของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก แต่ยังเป็นที่ที่คนมาเลเซียเองยังถือว่าต้องมาเยือนสักครั้งในชีวิต โดยเฉพาะกิจกรรมสุดฮิตอย่างการถ่าย Selfie คู่ตึกแฝด นั่งรถตากลมชมเมือง สัมผัสสถาปัตยกรรมอันวิจิตรของมัสยิดจาเม็ก ณ จัตุรัสเมอร์เดก้าและอีกมากมาย วันนี้เราจะขอนำเสนอความงดงามยามค่ำคืนของเมืองหลวงที่ไม่เคยหลับใหลแห่งนี้ที่หลายคนอาจยังไม่รู้ ใครอยากแชะภาพบรรยากาศที่สวยงามแปลกตาไว้อวดเพื่อน เชิญทางนี้! 1. ตึกแฝดปิโตรนาส (Petronas Twin Towers) ตึกแฝดปิโตรนาสคืออาคาร 88 ชั้น รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งคือ อาคาร KLCC อาคารแห่งนี้เป็นตึกแฝดที่สูงที่สุดในโลก ด้วยความสูง 451.9เมตร สร้างขึ้นโดยได้รับแรงบันดาลใจจากรูปทรงเรขาคณิตของสถาปัตยกรรมอิสลาม ออกแบบโดยซีซาร์ เปลลิ สถาปนิกเชื้อสายอาร์เจนตินา-อเมริกัน ฝั่งหนึ่งของผลงานสถาปัตยกรรมชิ้นเอกนี้ติดกับสวน KLCC ที่กินเนื้อที่กว้างขวางและตกแต่งอย่างสวยงาม สถานที่ที่น่าสนใจในอาคาร KLCC คือ ซูเรีย ชอปปิ้ง คอมเพล็กซ์, ปิโตรนาส ฟิลฮาร์โมนิก ฮอลล์, ศูนย์วิทยาศาสตร์ เปโตรซินและศูนย์ประชุมกัวลาลัมเปอร์ซึ่่งเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ลักษณะเด่นของตึกแฝดนี้เมื่อเปรียบเทียบกับตึกระฟ้า อื่นๆของโลก คือการที่เป็นอาคารหอคอย 2 อาคาร เชื่อมโดยสะพานลอยฟ้า (skybridge) อาคารแฝดใช้บริษัทรับเหมาก่อสร้างจาก 2 ประเทศ คือญี่ปุ่น และเกาหลี โดยมีนัยยะเป็นการแข่งขันกันเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีการก่อสร้างอาคารตึกระฟ้า สะพานลอยฟ้านี้เคยใช้เป็นที่ถ่ายทำภาพยนตร์ฮอลีวูดมาแล้ว สถาปัตยกรรมอันโดดเด่นสูงตระหง่านแห่งนี้กลายเป็นแลนด์มาร์คใจกลางย่านธุรกิจของกรุงกัวลาลัมเปอร์ จากกลางวันเปลี่ยนสู่กลางคืนตึกแฝดแห่งนี้จะถูกประดับประดาไปด้วยแสงไฟสุดอลังการที่ยิ่งทำให้ตึกที่สูงอยู่แล้วยิ่งดูสูงเสียดฟ้าไปอีก ท่ามกลางท้องฟ้าสีดำ ตึกปิโตรนาสแห่งนี้จะแลดูเหมือนถูกระบายสีตัดเส้นให้โดดเด่นด้วยแสงไฟรอบตึกราวกับภาพวาด เวลาทำการและจองตั๋ว เปิดให้เข้าชมวันอังคารถึงวันอาทิตย์ ปิดวันจันทร์ http://www.petronastwintowers.com.my/tickets#operating_hrs การเดินทาง เดินเท้าหรือรถแท็กซี่ ตึกแฝดปิโตรนาสตั้งอยู่ระหว่างถนนจาลันอัมปังและถนนจาลันราจาชูลัน ถัดจากโรงแรมแมนดารินโอเรียนทอล ตรงข้ามกับ ดิเอสคอตต์ Light Rapid Transit (LRT) รถไฟ LRT สายปุตรา แวะจอดที่สถานี KLCC 2. ถนนฟู้ดทรัก (Food Truck Alley, Jalan Sultan Ismail ครั้งแรกใจกลางเมืองที่เหล่า Food Truck จะยกทัพปิดถนน Jalan Sultan Ismail บริเวณจตุรัสเมอร์ดิก้าเพื่อสร้างสีสันยามค่ำคืน พร้อมจัดเต็มเรื่องกินด้วยอาหารนานาชนิดหลากหลายเชื้อชาติ ให้ได้ลิ้มรสกันอย่างจุใจ โดยงานจะจัดทุกวันเสาร์ เวลา 9.00 – 1.00 น.(ค่ำ) และวันอาทิตย์ตั้งแต่ 6.30 – 9.30 น.(เช้า) ในสัปดาห์ที่ 1 และ 3 ของทุกเดือน งานนี้ใครที่เป็นนักชิมตัวยงไม่ควรพลาดงานเดียวครบรสรู้เรื่อง! การเดินทาง Light Rapid Transit (LRT) รถไฟ LRT สายปุตรา แวะจอดที่สถานี Masjid Jamek 3. ย่านบูกิตบินตัง (Bukit Bintang) หากจะพูดถึงสวรรค์ของนัก ชอปแล้วคงหนีไม่พ้นย่าน Bukit Bintang ที่ไม่ว่ามองไปทางไหนก็อัดแน่นไปด้วยห้างสรรพสินค้าและสถานที่สำหรับชอปปิ้งแบบที่เลือกเดินกันไม่ถูกเลยทีเดียว แต่นอกเหนือจากสถานที่ชอปปิ้งทั้งกลางวันและกลางคืนแล้วที่นี่ยังมีตรอกซอยให้ได้เดินเล่นสัมผัสความเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นยามค่ำคืนเช่น Arab Street ตามชื่อถนนเลยคือ ถนนอาหรับ เป็นแหล่งรวมอาหารสไตล์อาหรับซึ่งเป็นอีกหนึ่งที่ที่นิยมทั้งชาวต่างชาติและชาวมาเลย์ หรือหากชอปปิ้งเสร็จแล้วหิว ควรแวะมาที่ Jalan Alor ถนนสายสตรีทฟู้ดชื่อดังที่ทั้งถนนเต็มไปด้วยอาหารแบบท้องถิ่นให้เลือกทานทั้ง จีน มาเลย์ อินเดีย รับรองอิ่มท้องนอนหลับฝันดีอย่างแน่นอน การเดินทาง Light Rapid Transit (LRT) รถไฟ LRT สายปุตรา แวะจอดที่สถานี Bukit Bintang 4. Chinatown Night Marketing Chinatown หรือมีอีกชื่อคือ Petaling Street ที่นี่จะเปิดตั้งแต่กลางวันแต่จะคึกคักเป็นพิเศษช่วงกลางคืนเพราะอากาศไม่ร้อนและมีร้านค้ามาเปิดขายของเยอะกว่า สินค้าทั่วไปจะเป็นของฝากและอาหาร ของใช้เสื้อผ้า ของท้องถิ่นต่างๆ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เหมาะกับคนที่มีเวลาน้อยเพราะสามารถเดินไปกินไปช้อปของฝากได้ในที่ที่เดียว การเดินทาง Light Rapid Transit (LRT) รถไฟ LRT สายปุตรา แวะจอดที่สถานี Pasar Seni 5. กำปง บารู (Kampung Baru) แม้ว่ากัวลาลัมเปอร์จะเป็นเมืองที่ทันสมัยมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเป็นเมืองธุรกิจที่มีตึกตระหง่านตระการตา แต่อีกแห่งใจกลางกรุงนั้น ยังมีตรอกเล็กๆ ที่มีหมู่บ้านโบราณอย่าง Kampung Baru ที่ยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมดั้งเดิม หลังจากเป็นเอกราชจากการปกครองของอังกฤษ ชาวบ้านที่ก็ลุกขึ้นมาต่อต้านการเป็น modern-city ที่จะลุกล้ำเข้ามา ทำให้ Kampung Baru เป็นสัญลักษณ์ของหมู่บ้านโบราณใจกลางกรุงจนถึงทุกวันนี้ อย่างไรก็ตามชาวบ้านที่นี่มีการปรับตัวได้อย่างดีให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมทำให้เกิดการผสมผสานวิถีชีวิตแบบใหม่และดั้งเดิม แม้กลางวันจะดูเป็นหมู่บ้านอนุรักษ์ธรรมดาที่นักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือน แต่เมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่นี่จะกลายเป็นอีกหนึ่งตลาดสตรีทฟูดกลางคืนที่อยู่ท่ามกลางหมู่บ้านโบราณในบรรยากาศย้อนยุคแบบมาเลย์ มาเลย์ โดยเฉพาะร้านขายข้าวแกงมาเลย์ที่โด่งดังจนผู้ว่าการท่องเที่ยวมาเลเซียยังออกปาก เมนูเด็ดคือนาซิเลอมัก อาหารประจำชาติมาเลเซียที่ถ้าใครแวะมาย่านนี้ ไม่ลองไม่ได้จริงๆ การเดินทาง Light Rapid Transit (LRT) รถไฟ LRT สายปุตรา แวะจอดที่สถานี Kampung Baru

ดูย้อนหลัง 'มนุษย์ค้างคาว' โหน ธนากร คว้าเงินแสน SING YOUR FACE OFF ซีซั่น 2
SING YOUR FACE OFF /  กรีน อัษฎาพร / 

รายการ เปลี่ยนหน้า…ท้าโชว์ SING YOUR FACE OFF ซีซั่น 2 รายการแข่งขันร้องเพลงรูปแบบใหม่ที่จะทำให้แฟนรายการประหลาดใจในทุกๆ โชว์ วีคนี้(18 มิ.ย.) ดาราทั้งหก โบว์ เมลดา สุศรี, กรีน อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล, ต้นหอม ศกุนตลา เทียนไพโรจน์, บอส โตนนท์ วงบุญ, โหน ธนากร ศรีบรรจง และ นุ้ย ธนวัฒน์ ประสิทธิสมพร เปลี่ยนหน้า-แปลงโฉม-จับไมค์ ทุ่มเทเต็มที่เพื่อพิชิตเงินสมทบทุนในการร่วมบริจาคให้กับมูลนิธิประจำตัว... แต่ใครจะวินล่ะ?! ร้องดี เต้นดี ถ่ายทอดลีลาญาญ่าญิ๋งเป๊ะๆ สำหรับ S1‬ ‪กรีน อัษฎาพร ในเพลง เจ็บนิด..นิด S2‬ ‪โบว์ เมลดา เติมเขี้ยวเป็น ‪หญิงลี‬ ศรีจุมพล โชว์เพลง หญิงลั้ลลา แบบน่ารักๆ แต่ท่าเต้นก็ไม่ธรรมดา แมนๆ นะคะ! S3‬ ดีเจนุ้ย ธนวัฒน์ กับโชว์เพื่อชีวิต ในเพลง รักเดียว ของ พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ มาถูกทางแล้ว! มนุษย์ค้างคาว ของ ติ๊ก ชีโร่ ที่ S4 โหน ธนากร ทุ่มพลังจนถูกใจคณะกรรมการ คว้าเงินรางวัล 100,000 บาท ประจำสัปดาห์นี้นำไปให้มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ได้ตามความคาดหมาย อย่าปล่อยผู้ชายไว้กับผ้า S5‬ บอส‬ ‪โตนนท์ โชว์ลีลาก็ไม่แพ้ใคร! ร้องเพลง อย่าทำ อย่าทำ แบบถูกใจ นัท มีเรีย เจ้าของเพลงตัวจริง ‎โกอินเตอร์แถมอินเนอร์ก็ยังแรง! วีคนี้ S6 ต้นหอม ศกุนตลา ถ่ายทอดเพลง I Have Nothing ของ Whitney Houston แฟนๆ รายการสามารถส่งกำลังใจให้โชว์ที่ชื่นชอบ โดยการส่ง SMS พิมพ์ S ตามด้วยหมายเลขประจำตัวดารา ส่งมาที่ 4777999(ครั้งละ 3 บาท) หรือจะส่งแบบ Big Vote ซึ่งเทียบเท่า 20 โหวตต่อครั้ง ด้วยการพิมพ์ S ตามด้วยหมายเลขประจำตัวดารา ส่งมาที่ 4777997(ครั้งละ 50 บาท) โดยในสัปดาห์ที่ 12 ซึ่งเป็นสัปดาห์สุดท้าย ผลโหวตทั้งหมดจะนำมาตัดสิน SING YOUR FACE OFF THE YEAR จะได้รับเงินรางวัล 1 ล้านบาท ซึ่งจะถูกนำไปมอบให้กับมูลนิธิประจำตัวทั้งหมด! ติดตามรายการ เปลี่ยนหน้า…ท้าโชว์ SING YOUR FACE OFF ซีซั่น 2 ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 15.45 น.ทางช่อง 7 สี ข้อมูลจากรายการ เปลี่ยนหน้า…ท้าโชว์ SING YOUR FACE OFF ซีซั่น 2 มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

4 ร้านเด็ดจังหวัดระนอง ที่ต้องแวะเช็คอิน
ระนอง

ชายฝั่งทะเลตะวันตกอย่างจังหวัดระนอง ก็มีของกินดีๆ เยอะมากไม่แพ้จังหวัดอื่นๆ เลยค่ะ สถานที่ท่องเที่ยวก็มีเยอะมาก มีที่ให้ไปได้ทั้งวัน ทั้งทะเลสวยมีมากมายหลายเกาะ อุทยานแห่งชาติต่างๆ หรือจะเที่ยวภูเขา และบ่อน้ำร้อน เวะไหว้พระได้ตลอดทางเลย สวนของกินนั้นก็มีดีหลายร้านเหมือนกันนะคะ วันนี้เรายกมา 4 ร้านเด็ดที่ต้องแวะไปทาน 4 ร้านเด็ดจังหวัดระนอง ที่ต้องแวะเช็คอิน    1.FarmHouse Ranong ร้านอาหารที่เจ้าถิ่นเขาแนะนำมาว่าถ้าอยากรับประทานอาหารจีนอร่อยๆ ให้ลองมาร้านนี้ดู ซึ่งฟาร์มเฮาส์ก็เป็นร้านเปิดใหม่ตกแต่งสไตล์โรงนาของฝรั่ง มีอาหารให้เลือกมากมายทั้งอาหารใต้ อาหารไทย อาหารจีน อาหารแนวยุโรป เบเกอรี่ และกาแฟ รวมไปจนถึงบาร์เครื่องดื่มและเบียร์นำเข้า เมนูแนะนำก็มี หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์อบชีส ไก่แช่เหล้ากระพรุนหมักงา ฟัวกราซอสส้ม แกงส้มกุ้งผักเหลียงชุบไข่ กุ้งผัดเครื่องแกงสะตอ ขนมฟาร์มหวาน ที่ตั้ง ถนนเรืองราษฎร์ ตำบลเขานิเวศน์ อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง 85000 โทร. 094-424-2459 เปิดทุกวัน Buffet เวลา 06.30 - 0.200 น. A La Carte เวลา 11.00 - 23.00 น. Facebook : โรงแรมและร้านอาหารฟาร์มเฮ้าส์ ระนอง FarmHouse Hotel&Restaurant Ranong ------------------------------------------------------------- 2. ร้านอาหารเคียงเล เคียงเล เป็นร้านอาหารโรแมนติกริมทะเลที่เปิดมาแล้วกว่าปี สามารถชมวิวพระอาทิตย์ตกและมองเห็นบรรยากาศสองฝั่งไทยพม่าได้อย่างชัดเจน จุดเด่นของร้านนี้อยู่ตรงอาหารทะเลสดใหม่ และอาหารทะเลพื้นบ้านประจำจังหวัดระนอง เมนูแนะนำได้แก่ ยำเคยกุ้ง ปูนิ่มผัดหมี่กระเฉด หมึกหอมผัดไข่เค็ม ยำถั่วพม่า ที่ตั้ง 123/6 ด้านหน้าเขานางหงส์รีสอร์ท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง 85000 โทร.07-787-3969 เปิดทุกวัน เวลา 10.00 - 22.00 น. facebook : เคียงเล ~KeingLay~ -------------------------------------------------------------   3. บังโรตีอาหรับ อีกหนึ่งร้านดังของชาวเมืองระนอง ที่ทุกๆ เช้าคนจะแน่นร้านหลังจากผ่านมาหลายรอบจึงขอแวะเข้ามาชิมเสียหน่อย บังกีอาหรับเป้นร้านอาหารสไตล์มุสลิม เมนูส่วนใหญ่จะเป็นโรตีหน้าต่างๆ มากมาย จะกินเป็นขนมหวาน หรืออาหารคามก็มีให้เลือกหมด เมนูแนะนำคือ โรตีอาหรับ โรตีธรรมดา โรตีมะตะบะไก่ ข้าวหมกไก่ต้ม โรตีพิซซ่า ที่ตั้ง ถนนเรืองราษฎร์ อำเภอเมือง จังหวัดระนอง 85000 โทร. 081-852-2033 เปิดวันอังคาร - อาทิตย์ เวลา 06.30 - 16.00 น. facebook : โรตีระนอง บังกีโรตีอาหรับ ------------------------------------------------------------- 4. The Alis Cafe ร้านกาแฟบรรยากาศดี เหมาะแก่การนั่งชิลล์ ดื่มด่ำกับกลิ่นกรุ่นกาแฟหอมๆ และเบเกอรี่ละมุนลิ้น นอกจากนั้นที่นี่ยังมีอาหารจานเดียวหลากหลายเมนูให้เลือกลิ้มลอง ท่ามกลางเพลงบอสซ่าเพราะๆ เมนูแนะนำ เช่น กาแฟ สโคน คาราเมลมัคคิอาโต้ ต้มยำกุ้ง ที่ตั้ง ซอยดับคดี (ตรงข้ามศาลจังหวัดระนอง) ตำบลเขานิเวศน์ อำเภอเมือง จังหวัดระนอง 85000 โทร. 07-781-0796 เปิดทุกวัน เวลา 10.00-19.00 น. facebook : The Alis cafe ------------------------------------------------------------- Weekend issue 91 : Jan 2016 อ่านต่อที่ Mbookstore

เตรียมตัวให้พร้อม! 4 กรกฎาคม 2559 วันขอเงินพระจันทร์
ปี2559 /  ฤกษ์มงคล / 

วันที่ 4 ก.ค. 2559   เวลา 17.56 น. วันขอเงินพระจันทร์ ในปี 2559 มีฤกษ์ขอเงินพระจันทร์ มาให้ได้ขอพรกันตลอดทั้งปีอีกด้วยนะคะ จะช่วยให้เรื่องการเงินคล่องตัว ไม่มีขาดมือ แล้วจะรอช้ากันอยู่ใยล่ะคะ 1. ตอนเช้าทำบุญ ใส่บาตร หรือบวชชีพรามณ์ เข้าวัดนุ่งขาวห่มขาว เพื่อเป็นการเปิดรับบุญให้มากขึ้น *** เคล็ดลับคือพยายามอย่าให้ใครมาหยิบยืมเงินอย่างเด็ดขาด 2. เตรียมเงินจำนวนหนึ่ง อาจจะลงท้ายด้วยเลขมงคล เช่น 99 บาท / 999 บาท 3. สวด คำบูชาพระ อิมินา สักกาเรนะ ตัง พุทธัง อะภิปูชะยามิ อิมินา สักกาเรนะ ตัง ธัมมัง อะภิปูชะยามิ อิมินา สักกาเรนะ ตัง สังฆัง อะภิปูชะยามิ คำนมัสการพระรัตนตรัย อะระหัง สัมมา สัมพุทโธ ภะคะวา พุทธังภะคะวันตัง อภิวาเทมิ(กราบ) สะวาขาโต ภะคะวะตาธัมโม ธัมมังนะมัสสามิ(กราบ) สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ(กราบ) คำอาราธนาศีล 5 มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ                               ติสะระเณนะสะหะ ปัญจะ สีลานิยาจามะ ทุติยัมปิ มะยังภันเต วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ                     ติสะระเณนะสะหะ ปัญจะ สีลานิยาจามะ ตะติยัมปิ มะยังภันเต วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ                    ติสะระเณนะสะหะ ปัญจะ สีลานิยาจามะ คำนมัสการพระพุทธเจ้า นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ) ไตรสรณคมณ์ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ                      ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ                      สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ          ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ           ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ         ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ          ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ ศีล 5 ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ อะทินนาทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ กาเมสุมิจฉาจารา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ บทสวด ชุมนุมเทวดา “สัคเค กาเม จะ รูเป คิริสิขิระตะเฏ จันตะลิกเข วิมาเน ทีเป รัฏเฐ จะ คาเม ตะรุวะนะคะหะเน เคหะ วัตถุมหิ เขตเต ภุมมา จายันทุ เทวา ชะละถะละ วิสะเม ยักขะ คันธัพพะนาคา ติฏฐันตา สันติเกยัง มุนิวะระวะจะนัง สาธะโว เม สุณันตุฯ ธัมมัสสะวะ นะกาโล อะยัมภะทันตา ธัมมัสสะวะ นะกาโล อะยัมภะทันตา ธัมมัสสะวะ นะกาโล อะยัมภะทันตาฯ” 4. จากนั้นให้ท่านนำเงินที่ท่านเตรียมไว้แล้วกล่าวคำอธิษฐานว่า “ข้าพเจ้า (ชื่อ/นามสกุล ของท่าน) ขออุทิศส่วนบุญ ส่วนกุศลที่ข้าพเจ้าได้สร้างมาแต่อดีตชาติ ถึงปัจจุบัน ให้แก่เจ้ากรรมนายเวร และสรรพสัตย์ทั้งหลาย ข้าพเจ้าขออุทิศส่วนบุญ ส่วนกุศลทั้งหลายให้เทพเทวา นาคาทุกหมู่เหล่า ตลอดถึงเทพพระอาทิตย์ เทพพระจันทร์ จงได้รับอานิสงส์แห่งผลบุญนี้ ที่ข้าพเจ้าได้สร้างในวันนี้โดยเร็วพลัน เมื่อได้รับผลบุญนี้แล้ว ก็ขอให้ท่านทั้งหลายประทานพรอันประเสริฐให้ข้าพเจ้ามีโชคลาภ มีเงินตราตามที่ปรารถนา จากสิ่งที่ทำด้วยความวิริยะอุตสาหะ ขอให้ได้รับความสำเร็จในเรื่องของการงาน ความสำเร็จในเรื่องความรัก ความสำเร็จในเรื่องของชีวิต …………………..” 5. นำเงินที่ได้ขอพรไปทำบุญ หรือบริจาคตามที่สะดวก เช่น ไถ่ชีวิตโค กระบือ , ซื้อปลา ซื้อนก มาปล่อย เป็นต้น รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com ข้อมูลบทสวดโดย : www.thefuntong.com

บุ๋ม โฮ! แถลงปมแย่งที่จอด เผยเป็นหุ้นส่วน เจนี่ วอนอย่าทำร้ายกัน
เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ /  บุ๋ม ปนัดดา / 

            แถลงแล้ว!!! หลังจากดราม่าอย่างดุเดือดผ่านโซเชียลกันไปมา และไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ สำหรับกรณีดราม่าที่จอดรถระหว่างฟิสเนสของสองซุปตาร์ 911 by JT ของ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ และ สแมชยิม ของ บุ๋ม ปนัดดา ล่าสุด บุ๋ม ปนัดดา และสามี เอก เอกริน ก็ได้จูงมือกันมาแถลงชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว               "ที่อยากจะชี้แจงเพราะเรื่องเริ่มบานปลาย ไม่ได้อยากมีปัญหากับเจนี่ หรือกับแม่เจนี่ สแมชยิมกับ 911 อยู่ในพื้นที่เดียวกัน ก่อนที่จะออกมาเคลียร์ คือเรามีการคุยกันแล้ว แต่ปัญหามันไม่ได้รับการแก้ไข เริ่มเรื่องมาจาก บุ๋ม และท๊อป ณฐกร 2 คนก่อน และเจนี่ มาขอร่วมหุ้นที่ 3 ท๊อปจะเปิดเทควันโด เจนี่จะเปิดมวย และเอกจะเปิดยิม แต่ทางมวย และเทควันโดใช้พื้นที่เยอะ เลยยกให้ใช้พื้นที่เยอะไป เดี๋ยวทางเราเอาพื้นที่น้อยเอง เรามีสัญญา เพียงแต่ปัญหาคือหลังจากเซ็นสัญญาแล้ว ทางท๊อป และเจนี่เค้ามีปัญหากัน และเจนี่เลยซื้อหุ้นกับทางท๊อปทั้งหมด และอาคารที่เห็นทั้งหมดนี้ บุ๋มขอถามหน่อย ถ้าเป็นแค่ผู้เช่าบุ๋มจะลงทุนทำทั้งอาคารเป็นเงินทั้งหมด 10 ล้านบาททำไม บุ๋มเป็นคนลงทุนสร้างทั้งหมด แต่ยอมเป็นแค่ผู้เช่า นี่คือข้อผิดพลาดข้อแรก             เอก อยู่ยิมทุกวัน ทำไมเค้าขับมาก่อนแต่ไม่ให้จอด ซึ่งที่จอดตรงนั้นเค้าเว้นไว้ให้คลาสซุมบ้า ทางบุ๋มก็เคยเดินเข้าไปคุยกับคุณแม่ว่าจะมีวิธีแก้ปัญหาได้มั้ย แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบไม่ได้รับการแก้ไข ที่ต้องแถลงข่าว เพราะรู้สึกเสียใจ ต้องเครียดทุกวัน ปัญหามีมาทุกวัน อยากจะแก้ปัญหาจริงๆ เราติดต่อแล้ว ทำทุกทาง ที่แถลงข่าวเพราะเราได้รับคลิปเหตุการณ์ ในคลิปคือ วันนั้นมีคลาสซุมบ้า ลูกค้าเล่นเสร็จตอนทุ่มนึง จะกลับบ้านแต่กลับไม่ได้ เอกเลยบอกให้เค้าเลื่อนรถได้มั้ย เค้าบอกว่าเลื่อนไม่ได้ ต้องรอสองทุ่มครึ่ง ยอมรับว่าโกรธ ทำไมถึงไม่เลื่อนรถให้ลูกค้า ทำไมต้องให้ลูกค้ารอ              ขอแค่ค่าก่อสร้างมาเถอะ 3 ล้านบาทแล้วจะย้ายออก บุ๋มไปนั่งกินข้าวกับเค้า บุ๋มไว้ใจเค้า เค้าทำแบบนี้เพื่ออะไร ไม่เคยต้องเป็นลมมาก่อนในชีวิต แต่ต้องมาเป็นเมื่อวานเพราะเครียดมาก            ถามว่าเป็นจุดแตกหักเลยมั้ย ขึ้นอยู่กับว่าทางฝั่งนั้นจะทำยังไง มีข่าวแว่วมาว่า ทางฝั่งนั้นจะฟ้องร้อง แต่ไม่รู้จะฟ้องเรื่องอะไร แนวทางออก ขอแค่ปรับปรุงเรื่องการรับลูกค้า และทำสัญญามา ไม่อยากให้เป็นสองมาตรฐาน ทุกวันนี้ยังไม่รู้เลยจะคุยกับใครได้ ที่ตรงนี้เป็นของบุคคลภายนอก ท๊อปเป็นคนมาเจอ และเอกก็มาช่วยท๊อปเจรจา ไม่ใช่ของเจนี่ตามที่ทุกคนเข้าใจ ส่วนเรื่องลูกค้า ไม่หาย เราบริการเหมือนครอบครัว แต่ให้คำตอบลูกค้าไม่ได้เวลาลูกค้าถามเรื่องที่จอดรถ ทุกวันนี้ยอมรับว่ากลัวแม่เจนี่ เพราะไม่รู้ว่าเค้าจะทำอะไรต่อ มันมีปัญหาแค่เรื่องธุรกิจ เรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวกันเลย อย่างน้อยอย่าทำร้ายกันเลย          ทั้งนี้ บุ๋มและเอก ยังได้นำเอาสัญญาเก่ามาโชว์ ที่ครั้งแรกเซ็นสัญญากัน 3 คน เจนี่, ท็อป และบุ๋ม แต่ทาง เจนี่ และท็อป มีปัญหากันเลยขอยกเลิกสัญญาเก่า แต่ไม่ยอมส่งสัญญาฉบับใหม่ให้ ทั้งที่ทวงถามไปหลายครั้งแล้ว" บุ๋ม ปนัดดา แถลงข่าว พร้อมสามี   บุ๋ม ปนัดดา แถลงข่าว พร้อมสามี   บุ๋ม ปนัดดา แถลงข่าว พร้อมสามี   บุ๋ม ปนัดดา แถลงข่าว พร้อมสามี   บุ๋ม ปนัดดา แถลงข่าว พร้อมสามี   บุ๋ม ปนัดดา พร้อมสามี โชว์หลักฐาน สัญญาฉบับเก่า  

5 ข้อสังเกต อาการ แพ้กลูเตน! ที่มักแฝงมากับอาหาร
Gluten-free /  กลูเตน / 

หลายคนอาจยังไม่รู้จักว่ากลูเตนคืออะไร ? แล้วทำไมจึงให้ความสำคัญขนาดนี้ เรามีคำตอบมาฝากค่ะ กลูเตน เป็นชื่อของโปรตีนชนิดหนึ่งซึ่งพบมากในกลุ่มธัญพืชประเภทข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ และข้าวไรย์ เป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย มีคุณสมบัติเด่นคือทำให้อาหารมีความยืดหยุ่น โดยเฉพาะการทำให้ขนมปังเหนียวนุ่มอร่อย นอกจากเบเกอร์รี่แล้ว ยังแฝงมากับอาหารประเภทอื่นอีกมากมาย เช่น ไส้กรอก ลูกชิ้น นักเก็ต ลูกอม กล้วยทอด ไม่เว้นแม้แต่ ขนมไหว้พระจันทร์ ยังไม่หมดนะคะ เครื่องปรุงรสอีกหลายอย่างก็มีส่วนผสมของกลูเตน ไม่ว่าจะเป็น ซีอิ๊ว น้ำสลัด ผงซุปต่างๆ ที่ทำให้อาหารมีความเหนียวข้น ใกล้ตัวขนาดนี้ต้องระวังกันหน่อยแล้วล่ะ อาการสำหรับผู้ที่แพ้กลูเตน 1. ระบบทางเดินอาหารไม่ค่อยดี หลังจากกินอาหารที่มีส่วนผสมของกลูเตนเข้าไป จะมีอาการ ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเสีย ขับถ่ายผิดปกติ 2. ผิวหนังมีขนคุดขึ้นตามร่างกาย กลูเตนจะไปทำลายลำไส้ จนส่งผลให้การดูดซึมไขมันลดลง ร่างกายก็จะขาดกรดไขมันและวิตามิน A ผิวหนังก็จะแห้งกร้าน มีลักษณะเป็นตุ่มคล้ายหนังไก่ 3. ร่างกายอ่อนเพลีย ปวดหัวไมเกรน รู้สึกเหนื่อยล้า ฮอร์โมนผิดปกติ หงุดหงิดง่าย น้ำหนักขึ้น ประจำเดือนมาไม่ปกติ บางครั้งสมองตื้อจนเป็นไมเกรน หากแพ้มากๆ อาจส่งผลกับภาวะอารมณ์ซึมเศร้าได้ 4. มีอาการปวดอักเสบ บริเวณข้อต่อกระดูก คุณจะรู้สึกปวดตามข้อกระดูก ไม่ว่าจะเป็นข้อนิ้ว หัวเข่า หรือสะโพก 5. คุณมีอาการป่วยเกี่ยวกับโรคแพ้ภูมิตัวเอง เช่น สะเก็ดเงิน ต่อมไทรอยด์เรื้อรัง จะต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่มีส่วนประกอบของกลูเตน การหลีกเลี่ยงอาหารที่มีกลูเตนนั้น เบื้องต้นคือการเลี่ยงอาหารที่ทำจากแป้งสาลี ของทอดต่างๆ รวมทั้งขนมเค้ก เบเกอร์รี่ ถ้าหากซื้อสินค้าในห้างร้าน ก็ควรตรวจเช็ครายละเอียดฉลากให้ถี่ถ้วน บางอย่างก็จะระบุไว้เลยว่า ไม่มีกลูเตน (Gluten-free) ในประเทศไทยยังโชคดีที่ข้าวที่เรากินกันอยู่นั้นเป็นแป้งข้าวเจ้า แต่ในต่างประเทศมีคนที่แพ้กลูเตนเป็นจำนวนมาก ลักษณะอาการไม่ต่างจากคนแพ้นมวัว แต่ก็ไม่ต้องตกใจกันเกินไป สำหรับคนที่ไม่แพ้ กลูเตนไม่ใช่สิ่งไม่ดี และไม่ได้ทำให้ผอมหรือสุขภาพดี แต่กลูเต็นเป็นเพียงโปรตีนชนิดหนึ่งเท่านั้น!! หากกินในสัดส่วนที่พอเหมาะก็ไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ นะคะ และขอย้ำอีกครั้งว่า อาหารที่ไม่ผ่านการแปรรูป เป็นอาหารที่ปลอดกลูเตนโดยธรรมชาติอยู่แล้ว เช่น ผลไม้และผักสด หรือเนื้อสัตว์ต่างๆ รู้อย่างนี้แล้วก็สบายใจได้จ้า :) รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Women Mthai Team

วันนี้ในอดีต! เขาสามร้อยยอด ประกาศให้เป็น
กุยบุรี /  ที่เที่ยวประจวบคิรีขันธ์ / 

ย้อนกลับไปในอดีต วันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2509 หรือกว่า 50 ปีที่แล้ว อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด หรือที่เราเรียกกันสั้นๆว่า เขาสามร้อยยอด นั้น ได้รับการประกาศให้เป็น "อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด” ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งที่ 4 และเป็น "อุทยานแห่งชาติทางทะเล” แห่งแรกของประเทศไทย ด้วย วันนี้ในอดีต! 28 มิ.ย. เขาสามร้อยยอดได้รับการประกาศให้เป็น "อุทยานแห่งชาติทางทะเล” แห่งแรกของไทย 28 มิถุนายน พ.ศ. 2509 เขาสามร้อยยอด ได้รับการประกาศให้เป็น "อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด” ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งที่ 4 และเป็น "อุทยานแห่งชาติทางทะเล” (ประเภทชายฝั่งผสมผสานหมู่เกาะในทะเล) แห่งแรกของประเทศไทย ตั้งอยู่ในเขต อ.ปราณบุรี และ อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดมีสภาพพื้นที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งทะเล เกาะ หาดทราย หาดเลน ป่าชายเลน ป่าชายหาด ป่าพรุน้ำจืด ทุ่งหญ้า ป่าเขาหินปูน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ ทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม จึงจัดเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่สำคัญและมีระบบนิเวศหลากหลายมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาหินปูน (ยุคเพอร์เมียน) สลับซับซ้อนเรียงรายตามแนวทิศเหนือ-ใต้ ยาวประมาณ 30 กิโลเมตร และมีเกาะน้อยใหญ่อยู่รวม 6 เกาะ เนื่องจากอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดภูมิประเทศเป็นแบบเขาหินปูนที่ผ่านการสึกกร่อนมาเป็นเวลานาน มีอายุประมาณ 280 - 230 ล้านปี ได้ก่อให้เกิดถ้ำขนาดใหญ่หลายแห่งในพื้นที่ ทั้งถ้ำพระยานคร ถ้ำแก้ว และถ้ำไทร ซึ่งล้วนมีหินงอกหินย้อยงดงาม โดยเฉพาะถ้ำพระยานครนั้นมีเพดานถ้ำทะลุเป็นปล่องใหญ่ ปล่อยให้ลำแสงสาดลงมาต้อง “พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ ซึ่งเป็นพระที่นั่งอันวิจิตรงดงามที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดมีลักษณะโดดเด่นถึง 3 ประการ คือ ตอนกลางเป็นเทือกเขาหินปูนสูงชัน ด้านตะวันตกเป็นที่ราบลุ่มน้ำท่วมขัง ส่วนทางด้านตะวันออกเป็นทุ่งตะกาดที่ติดต่อกับหาดโคลนปนทรายลงไปจดชายฝั่งทะเล พื้นที่ภูเขาหินปูนได้เป็นแหล่งรวมของพืชพรรณหายากต่างๆ เช่น จันทน์ผา โพเขา ปรงเขา สลัดได ฯลฯ อีกทั้งเป็นที่อยู่อาศัยของเลียงผา สัตว์สงวนของไทยที่ใกล้สูญพันธุ์ ส่วนในที่ราบลุ่มน้ำท่วมขังด้านตะวันตกที่เรียกว่า “ทุ่งสามร้อยยอด” นั้นเป็นแหล่งรวมของพันธุ์ปลา พันธุ์ไม้น้ำ และเป็นแหล่งอาศัยของนกน้ำอีกกว่า 316 ชนิด อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดจึงนับเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อศึกษาธรรมชาติที่สำคัญแห่งหนึ่งของไทย และเป็นแหล่งดูนกที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก อ่านเพิ่มเติม >ทริปสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก ตะลุยเขาสามร้อยยอด 2 วัน 1 คืน (EP.1) >ทริปสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก ลุยเขาสามร้อยยอด 2 วัน 1 คืน (EP.2) >เที่ยว หาดสามพระยา อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด >แบ็คแพ็คฉายเดี่ยว! ตะลุยเที่ยว ‘อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด’ ขอบคุณข้อมูล th.wikipedia.org/wiki

ละครเล่ห์ลับสลับร่าง , เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง
เล่ห์ลับสลับร่าง /  ละครเล่ห์ลับสลับร่าง / 

เล่ห์ลับสลับร่าง ละครช่อง3 ละครเล่ห์ลับสลับร่าง บทประพันธ์โดย : นรอินทร์บทโทรทัศน์โดย : Sanctuaryกำกับการแสดงโดย : กฤษณ์ ศุกระมงคลผลิตโดย : บริษัท โนพรอบเล็ม จำกัดควบคุมการผลิตโดย : ธิติมา สังขพิทักษ์ออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง สาว “ญาญ่า” โคจรมาเจอคู่ขวัญ ณเดชน์ คูกิมิยะ อีกครา นอกจากท้าทายที่ต้องเล่นบทสลับเพศ เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง เมื่อสองหนุ่มสาวมีปมรักตัวเองยิ่งยวด (Narcissus) หลงในเพศของตน จนรักคนอื่นไม่เป็นฝ่ายขายหลงคิดว่า เพศชายเหนือกว่าเพศหญิง ทั้งร่างกาย และจิตใจ ส่วนหญิงก็ลำพองในความงามจนคิดว่าสอยชายทั้งแผ่นดินได้ สวรรค์เลยลงโทษให้ทั้งคู่แลกเพศกัน เพื่อให้เรียนรู้ทั้งสรีระ และสภาพจิตใจของแต่ละฝ่าย เพื่อบทสรุปที่ว่า เขาต้องเรียนรู้ที่จะรัก ซื่อสัตย์ และเสียสละ ซึ่งกันและกัน นั่นคือความรักที่แท้จริง ผู้กองรามิล ทุ่งพระเพลิง เป็นผู้กองมือปราบ ซึ่งดังจากหน่วยคอมมานโดเฉพาะกิจได้ฉายาว่า ผู้กองมือเหล็ก เพราะช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุด้วยมืออันแข็งแกร่งของตนมาหลายครั้งเป็นที่เลื่องลือรามิลหยิ่งผยองในความเป็นชายของตนเอง ถือว่าเพศชายเหนือกว่าเพศหญิง และผู้หญิงเป็นแค่วัตถุทางเพศเท่านั้น เขาจึงมีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะนอกใจ นกยูง แฟนสาวแสนดีของตนเองอยู่เนือง ๆ เป็นที่ขัดใจของ หมวดอาคม ลูกน้องของรามิลยิ่งนัก และอาคมเองก็แอบหลงรักนกยูงอยู่เงียบ ๆ เภตรา ภาวดี เป็นนางเอกละคร ที่กำลังก้าวสู่ชื่อเสียงอันดับโลก เมื่อได้รับเลือกให้เป็น ไข่มุกแห่งเอเชีย รางวัลจากฮ่องกง เภตราเช่นเดียวกับรามิล ที่หยิ่งทะนงในความงามของตนเองเธอเหยียดเพศชาย และคนรอบด้านไว้แทบเท้า สวรรค์บันดาลให้ทั้งคู่ประสบอุบัติเหตุเฉียดตาย ตกจากตึกสูงหมดสติไป และแลกวิญญาณกัน หมอนักษัตรหมอดูลวงโลกต้องรับภาระดูแคนทั้งคู่ เพราะเป็นคนเดียวที่สื่อสารกับทั้งสองได้ แต่เมื่อไม่สามารถหาวิธีกลับร่างของตน ทั้งสองต้องจำยอมเลียนแบบไฟล์สไตล์ของกันและกัน เพื่อกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมของทั้งคู่ไม่ให้ใครสงสัย รามิลในร่างเภตราต้องกลับไปรับบทนางเอกในละคร ส่วนเภตรา ในร่างรามิลต้องกลับไปเป็นผู้กองนักบู๊ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง การสลับเพศ และรับบทบาทของอีกฝ่าย เป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง สร้างความปวดเศียร เวียนเกล้าให้คนรอบข้าง เภตรากลายเป็นดาราสาวออกทอม เล่นละครไม่เป็น แอบจีบ อจลา สาวดาวยั่ว แถมยังท้าตีท้าต่อยกับ อาทิตย์ ฤทธิรงค์ พระเอกหนุ่มใจสาวเป็นที่กลุ้มใจของ เจ๊อั้ม อรชร ผู้จัดการแต๋วของเภตรา และคุณดนู ผู้จัดละคร ส่วนผู้กองมือเหล็ก กลายเป็น มือไม้อ่อนช้อย กรีดกราย จนอาคม และลูกน้องสงสัยว่ารุ่นพี่จะเป็นกะเทยแอ๊บแมน โดยเฉพาะตอนที่ต้องไปปลดระเบิดในโรงแรมหรู ผู้กองเป็นลมหลายเฮือก และทำอะไรไม่เป็นจนทุกคนสงสัย คนที่น่าสงสารที่สุดคือนกยูง ที่ต้องสับสนกับการออกสาวของผู้กอง และแสดงอาการห่างเหินกับเธออย่างเห็นได้ชัด นกยูงยิ่งเครียดก็ยิ่งหันมาหาอาคมให้ช่วยปลอบประโลมให้ทุกครั้ง จนเริ่มก่อตัวเป็นความรัก ญาญ่า ณเดชน์ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ในร่างเภตรา) ได้เบาะแสว่า ฤทธิ์ชาติ ออร์กาในเซอร์ชื่อดัง ที่กำลังแย่งตัวเภตราไปจากเจ๊อั้ม เป็นคนวางแผนทำร้ายรามิล และมีเบื้องหลังเกี่ยวข้องกับแกงค์อาชญากรรมข้ามชาติ ฤทธิ์ชาติ หวังจะเคลมเภตราเป็นของตน และใช้ประโยชน์จากเภตราที่กำลังโกอินเตอร์สร้างอิทธิผลให้เขาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการขนยาเสพติด เภตราปฏิเสธเซ็นสัญญากับฤทธิ์ชาติ แต่ก็โดนขู่กลับเมื่อ ทอมณี สาวทอม ผู้ช่วยฤทธิ์ชาติ สืบรู้ประวัติมารดาของเภตรา ว่าที่แพ้คือ ป้าสีดา แม่ครัวประจำกองถ่ายของเภตรานั่นเอง ฤทธิ์ชาติขู่จะแฉว่าประวัติแท้จริงของเภตรา ที่แท้โลโซรากหญ้า มีแม่ที่เคยทำงานเป็นมาม่าซังมาก่อน งานนี้ รามิล (ร่างเภตรา) ขู่แฉกลับเรื่องที่ฤทธิ์ชาติปล้นเพชรเทียร่าจาก คุณนายพวงคราม แม่ของตนไปซ่อนไว้หวังเงินประกัน ข้อมูลเบื้องลึกได้มาจาก สีตลา นักข่าวสาวช่องน้อยสี ที่กำลังตามสืบเรื่องฤทธิ์ชาติอยู่อาคมสารภาพรักนกยูง และไม่พอใจรามิลจนถึงขั้นตัดพี่ตัดน้อง เพราะเข้าใจว่ารามิลแกล้งทำแต๋วเพื่อหลีกเลี่ยงการแต่งงานกับนกยูง อาคมขอนกยูงแต่งงานแทน แต่แล้วเมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) และเภตรา (ในร่างรามิล) มาร่วมงานแต่ง ทั้งคู่ทำงานล่มไม่เป็นท่า เมื่อเภตราที่เมามายทำท่าเหมือนลวนลามนกยูงเจ้าสาว แถมยังไปท้าพิสูจน์รอยแผล และตะกรุดของอาคมในร่มผ้า เดาได้ถูกต้องจนอาคมเชื่อว่าในร่างเภตราคือรามิลจริง ๆ แต่งานนี้ อาคมกลับตกที่นั่งลำบากเสียเอง เพราะภาพเจ้าบ่าวถอดกางเกงเหลือแต่ชั้นใน กำลังกอดดาราสาวแนบแน่น ฉาวโฉ่ไปทั้งโซเชียล รามิล และอาคม ไหวตัวเมื่อรู้ว่าฤทธิ์ชาติจะขนยาเพสติดครั้งใหญ่ ส่งให้เจ้าพ่อแกงค์ฉิมพลี ฤทธิ์ชาติ เสนอให้ดนูถ่ายทำละครที่โรงแรมริมทะเลของตนฟรี คุณนายพวงครามเสนอให้ทีมงานไปทำการกุศลที่วัดป่า ถัดจากโรงแรมไปในป่าลึก รามิล อาคม และทีมพยายามค้นว่ายาเสพติดซ่อนอยู่ที่ไหน แต่หาไม่เจอ ในที่สุดรถโค้ชของบรรดาเซเลปถูกโจรปล้น และยาซ่อนอยู่ในกระเป๋าหนังตะกวดราคาเกือบล้านของเภตรา ที่ฤทธิ์ชาติมอบให้ นั่นเอง ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล เภตราหนีจากกลุ่มโจรหลบเข้าป่า ร่างรามิล (คือเภตรา) ยอมสละชีวิตกระโดดกันกระสุนให้ร่างเภตรา (รามิล) ทั้งสองร่วงลงจากนั้นตก และตะกายขึ้นฝั่งได้ ทั้งคู่หมดสติไป เพื่อที่จะตื่นขึ้น และพบว่าวิญญาณกลับเข้าร่างเดิมของตนแล้ว ทั้งคู่สารภาพรักซึ่งกันและกัน และรู้แล้วว่าการเสียสละแม้แต่ชีวิตของตน ทำให้สวรรค์บันดาลให้ทั้งสองได้กลับคืนร่างของตัวเอง คืนนั้นที่ริมลำธารทั้งสองเป็นของกันและกันอย่างสุขสม รามิลกลับมาเป็นผู้กองมือเหล็กเช่นเดิม รามิลวางแผนเล่นงานเปิดโปงฤทธิ์ชาติ ด้วยงานแถลงข่าวที่คฤหาสน์ของฤทธิ์ชาติเอง งานที่เภตราจะได้เซ็นสัญญาเล่นหนังกับฮ่องกง ที่ฤทธิ์ชาติติดต่อให้แต่งานนี้เภตราต้องยอมแลกกับการที่เธอจะไม่ได้โกอินเตอร์ เภตรายินดีชื่อเสียงเงินทองไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับเธออีกแล้ว ทอมณีที่กลับใจแล้วร่วมมือกับเจ๊อั้ม นำเพชรเทียร่าที่ซ่อนไว้ มาแสดงต่อหน้าฤทธิ์ชาติ และพวงครามในงาน พวงครามความเสียใจจนเป็นลมที่ลูกชายเป็นอาชญากรตัวฉากจ ฤทธิ์ชาติถูกจับกุม แต่สารภาพส่วนตัวกับรามิลว่า เพชรที่นำมาเปิดโปงนั้นเป็นเพชรปลอม และเขาไม่ได้เป็นคนสั่งเก็บรามิลมีตัวการใหญ่อยู่เบื้องหลังอีกทีแต่เขาไม่รู้ว่าใคร รามิลรู้สึกผิดสังเกตรีบตามเภตราที่กำลังดูแลพวงครามที่ห้องนอนสองต่อสอง พวงครามเปิดเผยตัวว่าคือตัวการใหญ่ที่ซ้อนแผนลูกชายอยู่อีกที นางต้องการฆ่าทั้งรามิล และเภตรา เพราะรามิลนั้นทำลายแก๊งค์ผลิตยาของเธอหลายครั้ง ส่วนเภตราคือหญิงที่เธอไม่ต้องการให้มาเป็นสะใภ้ตามความต้องการของฤทธิ์ชาติ รามิลช่วยเภตราจากพวงครามไว้ได้ คุณนายถูกจับในที่สุด งานนี้สำเร็จลงด้วยดี แต่ต้องแลกกับการสลับวิญญาณของทั้งคู่อีกครั้ง ตอนที่ทั้งสองประสบอุบัติเหตุตกบันไดคฤหาสน์ลงมาพร้อมกัน สลับร่างครั้งที่สองสร้างความทุกข์ให้รามิล เภตรา เป็นทวีคูณ เมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) ช็อค เพราะพบว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ ทั้งคู่ทำใจได้ในที่สุดจากกำลังใจของเพื่อน ๆ พี่ ๆ โดยเฉพาะนกยูง และอาคม นกยูงเชื่อแล้วว่ารามิล และเภตราสลับร่างกันจริง ยอมคืนดีกับอาคม และแต่งงานกัน เพื่อรักษาภาพพจน์ เภตรา อั้ม ทอมณี ดนู ที่ปรองดองร่วมหุ้นบริษัทกัน แนะนำให้รามิล และเภตราแต่งงานกันโดยเร็ว และรีแถลงข่าวออกสื่อ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ร่าง เภตรา) อุ้มท้องอยู่ 9 เดือน รับรู้ความทรมานของการตั้งครรภ์ และภาวะร่างกายผู้หญิงที่กำลังเป็นแม่ ในที่สุดวันคลอดก็มาถึง รามิลเจ็บปวดแสนสาหัสและสิ้นสติไปในห้องคลอดเภตรา (ร่างรามิล) จับมือรามิลไว้ และเตือนถึงสัญญาของผู้กองมือเหล็ก ที่ไม่เคยปล่อยให้ใครต้องตายไปต่อหน้า เภตราช็อคเมื่อรามิลหัวใจหยุดเต้นชั่วคราว ทำให้เธอเป็นลมไป ทั้งสองโคม่าแต่มือยังกุมกันไว้แน่น หมอนักษัตรลุ้นให้ทั้งคู่รอด วิญญาณออกมาจากร่างอีกครั้ง และคราวนี้ทั้งสองกลับเข้าร่างเดิมของตนรามิลได้เรียนรู้การเป็นแม่ การให้กำเนิด ละครเล่ห์ลับสลับร่าง เขาหยุดดูถูกผู้หญิง และเห็นผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศ เช่นที่เคย ขณะเดียวกันบทบาทเพศชายที่เภตราได้รับ ทำให้ตนเข้าใจถึงความเสียสละการปกป้อง และอุทิศตนให้กับผู้อื่น ทั้งคู่ล้างปม หลงเพศ ของตนจนหมดสิ้นกลายเป็นคนใหม่ และกลายเป็นขวัญใจผู้ชมอีกครั้ง คราวนี้ในฐานะ คู่จิ้น สามีภรรยา ที่น่ารักที่สุดในโลก ติดตามชม ละครเล่ห์ลับสลับร่าง ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ รับบท ผู้กองรามิล อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท เภตรา ปรึชญา พงษ์ธนานิกร รับบท นกยูง ธนภพ ลีรัตนขจร รับบท อาคม ซอ จียอน รับบท จียอน เจสัน ยัง รับบท ฤทธิ์ชาติ รัชนี ศีระเลิศ รับบท พวงคราม ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล รับบท เจ๊อั้ม สมมาตร ไพรหิรัญ รับบท ธรรมนูญ ก้ามปู ปัทมสูต รับบท จิตรา เกริก ชิลเลอร์ รับบท หมอนักษัตร วิชัย จงประสิทธิ์พร รับบท ผู้กำกับก้อง กีรติ ศีวะเกื้อ รับบท ดนู นิธิชัย ยศอมสุนทร รับบท อาทิตย์ นิภาภรณ์ ฐิติธนการ รับบท ทอมณี เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ช่อง3 อาคม นกยูง เล่ห์ลับสลับร่าง นักแสดง เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์