พระทำร้ายสีกา

หารือลูกหนัง! สมยศนำประธานฟีฟ่าพบ “บิ๊กตู่” ตั้งไทยเป็นศูนย์กลางอาเซียน
จานนี อินฟานติโน /  ดาโต๊ะ วินด์เซอร์ จอห์น / 

นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ นำประธานฟีฟ่าเข้าพบนายกรัฐมนตรี เเย้มตั้งไทยเป็นศูนย์กลางลูกหนังอาเซียนสร้างศูนย์ฝึกกีฬาครบวงจร เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 28 เมษายน พ.ศ.2559 พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ, พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก เลขาธิการสมาคมฯ, พาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการสมาคมฯ ฝ่ายต่างประเทศ นำคณะของ จานนี อินฟานติโน ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ประกอบด้วย นิโกลาส์ แม็งโกต์ รอง ผอ. ฝ่ายสื่อสารฯ ฟีฟ่า, มัทธิอัส กราฟสตอม ที่ปรึกษาประธานฟีฟ่า, ซโวนิเมียร์ โบบัน อดีตกองกลางทีมชาติโครเอเชีย พร้อมด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ณ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ก่อนหน้านี้เวลา 13.30 น. จานนี อินฟานติโน ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) พร้อมคณะเดินทางมาเยือนประเทศไทย เพื่อร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาส สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ครบรอบ 100 ปี ทั้งนี้ สำหรับประเด็นหารือที่สำคัญในการเข้าพบนายกรัฐมนตรี ได้แก่การปรึกษาแนวทางความร่วมมือเพื่อดำเนินการจัดตั้งให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ในการพัฒนากีฬาฟุตบอล , ฟุตซอลและฟุตบอลชายหาด ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการก่อสร้างที่ทำการถาวรของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมทั้งศูนย์ฝึกกีฬาครบวงจร โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวแสดงความยินดีกับ จานนี อินฟานติโน ที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) และฝากให้ช่วยพัฒนาวงการฟุตบอลไทย ซึ่งทางประธานฟีฟ่าได้ตอบรับว่าพร้อมที่จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ หลังจากนี้เวลา 17.00 น. วันนี้ (28 เมษายน) จะมีการประชุมระหว่าง ประธานฟีฟ่าและคณะ พร้อมด้วยนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ , เลขาธิการสมาคมฯ และรองเลขาธิการฯ ฝ่ายต่างประเทศ รวมถึง ดาโต๊ะ วินด์เซอร์ จอห์น เลขาธิการสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) และนิเรน มุคเคอร์จี เจ้าหน้าที่สำนักเลขาธิการเอเอฟซี เพื่อพูดคุยประเด็นความร่วมมือในการพัฒนากีฬาฟุตบอลของประเทศไทยต่อไป

MThai One Day Trip : กินซีฟู๊ด ที่พักดี๊ดี ชอปปิ้งเพลินโยคะ ชมวังตะวันตก @หัวหิน
MThaionedaytrip /  กินเที่ยว / 

                      สวัสดี! ชาวเอ็มไทยทุกท่าน  หลังจากเพลิดเพลินกับการทำบุญและชิมก๋วยเตี๋ยวตาพ้ง ณ ตลาดร้อยปี ร้านกาแฟสุดชิคริมน้ำ จ.ปทุมธานี หรือจะชมเมืองโบราณ ชิมขนมไทยร้านคาเฟ่ร่วมสมัยนิยม (ถูกใจคอฮิปสเตอร์ ย้อนสีไฮเตอร์กันสนุกสนาน)                      สัปดาห์นี้ทีมงาน “MThai One Day Trip”  จะพาคุณไป…สัมผัส กลิ่นอายทะเล หาดทราย สายลม และสองเรา ณ หัวหิน จ. ประจวบคีรีขันธ์  เรียกได้ว่า  “กินหรู ดูดาว ที่พักดี๊ดี แถมได้สุขภาพและชอปปิ้ง ชมวังสไตล์ตะวันตก”  พร้อมแล้วไปลุยกันเลยค่ะ!!! ลายแทง MThai One Day Trip : 2 วัน 1 คืน @หัวหิน Day1 ร้านเจ๊เขียวซีฟู๊ด  (ทานข้าวกลางวัน) ที่พัก หัวหิน แมริออท รีสอร์ทแอนสปา กิจกรรมโยคะชะลอวัย + บรรเทาออฟฟิตซินโดรม ห้องอาหาร The Fish (ทานซีฟู้ดมื้อค่ำ) ตลาดนัดกลางคืน Cicada Day2 ทานมื้อเช้าที่โรงแรม หัวหิน แมริออทฯ พระนิเวศน์มฤคทายวัน เสต็กหลังวัง (ทานข้าวกลางวัน) ซื้อของฝากบ้านขนมนันทวรรณ โดยเราออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาประมาณ 3 -4 ชม. ก็มาถึงตัวเมืองประจวบฯ แวะ ทานอาหารกลางวันที่  ร้านเจ๊เขียวซีฟู้ด ร้านอาหารทะเลขึ้นชื่อของชาวท้องถิ่นและชาว   กรุงเทพฯ ปล. อาหารมาไวไปไว ได้ภาพมาสองแช๊ะ….(ก็แหม่….ทีมงานกำลังหิวกันทุกคนเลย *-*)                                       “ส้มตำทะเลสุดแซบบบ ปะทะ ข้าวเหนียวมะม่วงสุดอร่อย!” บริเวณ Lobby โรงแรม หัวหิน แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา                เราเดินทางมาถึงที่พักโรงแรม “หัวหิน แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา” รู้สึกแปลกตาไม่เหมือนกับที่รีวิวในเน็ตที่หาข้อมูลไว้ ทราบว่ามีการปรับปรุงใหม่ทั้งหมดเพิ่งเปิดได้ราวมีนาคมที่ผ่านมานี้เองค่ะ  การตกแต่งเป็น สไตล์โมเดิร์น ผสมผสานความงานของไทยโคโลเนียล  ส่วนตัวเ ราว่ามันมีความเป็นไทย แต่แฝงด้วงความโมเดิร์น สบายสบาย เหมาะกับการพักผ่อนเป็นที่สุด (ทีมงานติดใจเองถึงขนาดจะแอบมาพักใหม่เชียวนะจ๊ะ) Welcome Drink @ Marriot Huahin Resort & Spa ช่วงที่เรารอพนักงานนำกระเป๋าไปเก็บที่ห้องพัก ทางเราก็ได้รับการต้อนรับจากโรงแรมด้วยเครื่องดื่ม “Welcome Drink”เป็นน้ำเก๊กฮวยผสมกลิ่นขมิ้นอ่อนๆ หอมละมุนสดชื่นสำหรับอากาศร้อนได้ดีค่ะ ตกแต่งด้วยกลีบกุหลาบน่ารักเชียวล่ะ ระหว่างรอเช็คอิน ก็ต้องสำรวจนำภาพมาฝากสมาชิกเอ็มไทยสักหน่อย บริเวณอีกด้านหนึ่งของล็อบบี้โรงแรมติดกับคาเฟ่ของโรงแรม                ลัดเลาะออกมาสูดอากาศด้านนอกเชื่อมทางที่เดินไปสู่ห้องพักต่างๆค่ะ  ดูแล้วใส่ใจทุกรายละเอียดของการตกแต่ง เริ่มตั้งแต่โซนที่นั่งใกล้ล็อบบี้ของโรงแรม การตกแต่งเป็นโซฟาโทนสีเทาไล่ระดับ มีความเรียบง่ายมีกลิ่นอายไทยโคโลเนียลแฝงไว้ด้วยสไตล์โมเดิร์น ทำให้ผู้เข้าพักรู้สึกถึงความสไตล์ในสไตล์รีสอร์ทแอนด์สปาค่ะ บริเวณที่นั่งรับรองใกล้ล็อบบี้โรงแรม เหมาะกับการนั่งพักผ่อนคลาย    เที่ยวชมบริเวณด้านนอกของโรงแรมแมริออทกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาเช็คอินเข้าที่พัก ระหว่างที่เตรียมตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าไปร่วมกิจกรรมโยคะ ก็ถือโอกาสเก็บภาพห้องพักมาฝากเพื่อนๆ ห้องพัก Deluxe Pool Access, Marriott Huahin Resort & Spa บรรยากาศโดยรวมของห้องพัก ณ หัวหิน แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา              หลังจากเราเก็บกระเป๋าเข้าห้องพักเรียบร้อยแล้ว  ก็นั่งพักเตรียมเข้าสู่ศาสตร์แห่งการบำบัดและผ่อนคลาย ต้องยอมรับว่าสำหรับมนุษย์เงินเดือนของเรา สุขภาพก็เป็นเรื่องที่จะต้องใส่ใจเป็นอย่างยิ่งนะคะ ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดี มาถึงหัวหิน ทางแมริออท หัวหิน เองยังการันตีว่าบริเวณโรงแรมเนี่ย เป็นบริเวณริมหาดที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของหัวหินเลยก็ว่าได้ ว่าแล้วจะพลาดไม่ได้เลยกับการสูดโอโซนบริสุทธิ์กันให้เต็มปอด!! และเตรียมพร้อมกับการเล่นโยคะในสถานที่ที่เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ตากอากาศบริสุทธิ์ ริมหาดทรายและทะเลที่สวยงาม ช่างลงตัวกันเป็นอย่างมาก โยคะผ่อนคลาย 2 วัน 1 คืน @ Huahin Marriot  Resort&Spa กิจกรรมโยคะ ผสานความรู้กับวิทยาศาสตร์ชะลอวัย พร้อมบำบัดออฟฟิตซินโดรม                วันนี้ได้รับความรู้จากวิทยากรหมอดุล ทัตแพทย์สมดุลย์  หมั่นเพียรการ คุณหมอเป็นรองผู้อำนวยการศูนย์ทัตกรรมความงามและรากเทียม โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยาที่สำคัญเป็นหนึ่งใน “Manduka Ambassador” อีกด้วยค่ะ ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนโดย “โยคะโอม” (YogaAum) สถาบันสอนโยคะและนำเข้าเสื่อโยคะคุณภาพสูง “Manduka” ส่วนตัวทีมงานเองต้องยอมรับว่ามีทักษะการเล่นอยู่บ้างแต่นาน….มาแล้ว พอได้ลองเสื่อของแมนดูกะ  ต้องยอมรับว่ามีข้อแตกต่างกับเสื่อธรรมดาทั่วไปจริงๆ เค้าจะช่วยในเรื่องของการกันลื่นได้ดีมาก มีผลกับการทรงตัวที่ดีขึ้น และทำให้เราเล่นโยคะได้อย่างมีสมาธิและสนุกมากยิ่งขึ้นค่ะ "มะพร้าวสักลูกรับรองสดชื่นแน่นอนค่ะ" ซึ่งสำหรับคลาสโยคะนี้ เราก็ได้รับความผ่อนคลายจากท่าพื้นฐานของโยคะ  เพิ่มเข้ามาคือศาสตร์บำบัดทางสุนทรียภาพทางจิตใจ รวมไปถึงวิทยาศาสตร์การชะลอวัย ร่างกายคนเราเปรียบเหมือนกับนาฬิกาชีวิตเมื่อใช้งานหนักก็มีโอกาสเจ็บป่วยได้ง่าย  คุณหมอดุลได้อธิบายเกี่ยวกับพฤติกรรมของการทำงานหนักด้วยความที่ท่านเป็นหมอฟัน ทำให้วันนึงต้องใช้เวลานั่งทำฟันให้คนไข้หลายชม. สุดท้าย เคล็ดลับของการชะลอวัยมาจาก การใช้ชีวิตให้สมดุล รวมถึงการออกกำลังกายโดยเฉพาะโยคะจะได้เรื่องของความยืดหยุ่นของร่างกาย จิตใจและสมาธิที่ดีค่ะ ที่สำคัญต้องเข้านอนให้ไวอย่างน้อยอย่าเกินประมาณห้าทุ่ม เพราะร่างกายจะผลิต                      “โกรทฮอร์โมน” เป็นกุญแจหลักสู่ความหนุ่มสาวที่คุณหมอแอบกระซิบมาค่ะ หลังจากจบคลาสโยคะหน้าเด็ก และผ่อนคลายกับท่าโยคะที่ช่วยคลายกล้ามเนื้อที่เมื่อยล้าสำหรับออฟฟิตซินโดรมกันไปแล้ว เราก็มาพักดื่มน้ำมะพร้าวสดสดกันค่ะ รสชาติดีมากไม่หวานเกินไป และไม่จืดเกินไป ทานแต่น้ำกันไปหลายลูกชื่นใจทีเดียว ห้องอาหาร Big Fish “Huahin Marriott  Resort&Spa”            ถึงเวลาอาหารมื้อค่ำที่เรารอคอยมานาน (เพราะรอตั้งใจจะทานซีฟู้ดนั่นเอง) ได้ยินมาว่าที่ห้องอาหาร Big Fish มีคอนเซปท์คือชาวประมงหรือคนท้องถิ่น จะเลือกสรรของสดมาให้กับทางร้าน คุณจึงมั่นใจได้ว่าเมนูในแต่ละวันมีความสดใหม่ แต่เราจะไม่สามารถเลือกได้นะคะว่าวันนี้จะทานปลาหรือกุ้ง แล้วแต่ทางแหล่งวัตถุดิบจัดหามาให้แต่มั่นใจได้ในเรื่องของความสดใหม่ค่ะ เริ่มจากเมนู “เรียกน้ำย่อย” จะเป็นขนมปังพร้อมกับดิปปิ้ง “Big Fish Signature Bread Selection” กับสลัดผักราดด้วยเดรสซิ่งวาซาบิ ผักมีความสดมากหลังๆเลยชวนกันเอาน้ำมันมะกอกและบัลซาลามิกราดได้เป็นอีกหนึ่งเดรสซิ่ง ก็ทานเบาๆระหว่างรอเมนูหลักกันค่ะ กุ้งลายเสือขนาดใหญ่ ปู หอยตลับและปลาสดใหม่ ส่งตรงจากแหล่งวัตถุดิบทุกวัน                มาถึงเมนูเรียกน้ำย่อยอีกเมนูที่เสิร์ฟมาพร้อมกับจานหลัก เริ่มด้วยเมนูแรกเป็น หอยเชลล์กริลล์หมักซอสส้มและใบโอบะ ทานคู่กับแซลมอนสดและไข่ปลาแซลมอน รสชาติเข้ากันกำลังดีตัดด้วยความสดชื่นจากยอดอ่อนของโต้เหมี่ยว และตามมาด้วยเมนูหลัก “The BIG FISH Ice Seafood Tower”  จะประกอบไปด้วย กั้งกระดาน, กุ้งลายเสือไซต์ใหญ่, หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์, หอยเชลล์และแซลมอนทาร์ทาร์ซอส น้ำจิ้มที่ให้มาเข้ากันดีค่ะ ยิ่งทานกับสลัดผักวาซาบิก่อนหน้ายิ่งตัดเลี่ยนลงตัวกับซีฟู้ดได้เป็นอย่างดี  หากบีบเลมอนกับแซลมอนทาร์ทาร์ซอสยิ่งเพิ่มรสชาติความอร่อย To Continue & From Our Charcoal Grill ต่อกันด้วยปลากระพงนึ่งสมุนไพรห่อด้วยใบตองทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ด ปลาสดเนื้อแน่นรสชาติดี เมนูที่เรานำเสนอมากคือบรรดาสหายย่างชุดนี้เลย “From Our Charcoal Grill” เหมาะสำหรับคนชอบปิ้งย่างและที่สำคัญมันครบเครื่องจริงๆ กุ้ง, เนื้อแกะ, พอร์คชอป และเนื้อเทนเดอลอยด์ ปิดท้ายกันด้วยเมนูสุดท้ายกับปลาย่างเกลือ The Garoupa In Sea Salt          เมนูขนมหวาน To Finish With ประกอบไปด้วยทาร์ทมะพร้าวอ่อนแต่งหน้าด้วยสตอเบอร์รี่ ชอบตัวครีมทาร์ต รสนุ่มละมุนลิ้นหอมมะพร้าวอ่อนมาก นอกจากนี้ยังมีเมนูผลไม้ตามฤดูกาลและปิดท้ายด้วย ครีมบูเล่ Cream Brulee แปลกที่สุดคือเป็น ครีมบูเล่มะม่วงทานคู่กับไอศครีมโฮมเมดข้าวเหนียวมะม่วง หวานมันรสชาติลงตัวเข้ากันดีกับเนื้อครีมมะม่วงและน้ำตาลไหม้หน้าของครีมบูเล่ เป็นอันจบดินเนอร์มื้อนี้กันอย่างอิ่มสุดๆไปเลย เที่ยวไนท์บาซา ตลาดซิคาด้า Cicada หรือตลาดนัดจักจั่น             จัดซีฟู้ดจนพุงกางแทบไม่อยากลุกจากที่นั่งกันไปแล้ว ก็ออกมาเดินย่อยอาหารกันสักหน่อย กับตลาดนัดกลางคืนหรือไนท์บาซา กับ ซิคาด้า หรือตลาดจักจั่นที่ยามค่ำคืนมีของแฮนด์เมดพื้นเมืองสุดน่ารัก ให้เลือกสรรหาเป็นของฝากหรือชอปปิ้งเพลินเพลินยากดึกได้อย่างสบายใจ (อาหารก็มีนะจ๊ะ) ของแฮนด์เมดมากมายในตลาดซิคาด้าให้เลือกชอปปิ้งกันอย่างจุใจ Day 2 @HuaHin Marriott Resort&Spa                               เริ่มเช้าวันที่สอง ไม่รอช้า รีบอาบน้ำและลงไปสำรวจความงดงาม                           ของบรรยากาศยามเช้าในโรงแรม มาชมกันค่ะว่าการตื่นเช้าเพื่อมารับความสดชื่น                       จากธรรมชาติจะสบายตาและรื่นรม แค่ไหนมาชมกันดีกว่าค่ะ บรรยากาศภายในโรงแรมมาริออท หัวหิน รีสอร์ทแอนสปา "เอาภาพทะเลสวยสวยริมที่พักมาฝากกันค่ะ" "ดวงอาทิตย์กำลังจะฉายแสงขึ้นบนท้องฟ้า" ฉายแววความเป็นฮิปสเตอร์บ้างอะไรบ้าง.... "ทุ่งดอกไม้สีสันสดใสยามเช้า ดูแล้วสดชื่นสบายตา"            เพลิดเพลินกับบรรยากาศของธรรมชาติยามเช้าแล้วก็ขอมาจัดเต็มกับอาหารเช้าของโรงแรมแมริออท ซักหน่อย เรียกได้ว่าครบจริงๆกับมื้อเช้า มีบริการทุกอย่างตั้งแต่อาหารไทย อเมริกันเบรคฟาสท์  ซีเรียลและสลัดต่างๆ เบเกอรี่ รวมถึงผลไม้และน้ำผลไม้คั้นสดร้อยเปอร์เซนต์ให้เลือกมากมายหลายอย่างแล้วแต่ชอบเลยค่ะ "จัดไม่นักนะที่เห็นนั้นผักเยอะมว๊ากกก แซลมอนสองสามชิ้นจริงๆนะ" "เบเกิ้ลแซลมอนรมควันกันหน่อยมั้ยจ๊ะ" "นม,โยเกิร์ต, ซีเรียล โฮลเกรนและเบอร์รี่ต่างๆก็มีให้บริการค่ะ" มาดูไลน์ของเบเกอรี่กันบ้างดีกว่าค่ะ เดนิชต่างๆทำได้น่าทานทีเดียว :) เริ่มหิวกันแล้วใช่มั้ยละจ๊ะ ^^" ไลน์ผลไม้สดก็มีให้เลือกสรรกันอย่างครบครัน       มุมนี้เรียกว่าเป็นมุมโปรดของทีมงานก็ว่าได้ค่ะ  ก็น้ำผลไม้สดร้อยเปอร์เซนต์แบบนี้จะอดใจไหวได้อย่างไร สามารถมิกซ์ได้ตามที่เราต้องการด้วยนะคะ  สดชื่นมากเลยล่ะ :) หลังจากเช็คเอ้าท์เราออกเดินทางไปต่อกันที่ "พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน" เวลาเปิด – ปิด :  08.30–16.00 น.  (ปิดวันพุธ) พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เปิดให้เข้าชมวันจันทร์-วันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 15 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาท สำหรับผู้เข้าชมเป็นหมู่คณะ    ต้องทำหนังสือถึงผู้กำกับการกองบังคับการฝึกพิเศษ  ค่ายพระรามหก  อำเภอชะอำ  จังหวัดเพชรบุรี  โทร.0 3250 8444-5, 0 3250 8039                   พระราชนิเวศน์แห่งนี้ โปรดเกล้าให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่พักตากอากาศในรัชกาลที่ 6 หรือเรียกว่าเป็นพระราชวังฤดูร้อน เป็นสถาปัตยกรรมแบบไทยประยุกต์คือ(ไทยผสมยุโรป)สร้างด้วยไม้สักทองลักษณะเป็นอาคาร2 ชั้น ควรแต่งการเข้าชมด้วยความสุภาพค่ะ สำหรับมื้อเที่ยงวันนี้ ก่อนที่จะกลับเข้าสู่กรงเทพฯ ทีมงานขอฝากท้อง ไว้ที่ "ร้านเสต็กหน้าวัง"ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน (ไว้จะพาไปดูรีวิวร้านนี้ตัวเต็มกันนะจ๊ะ) ครั้งหน้าทางทีมงาน MThai One Day Trip   จะพารีวิวจังหวัดไหนรับรองว่า "สนุกสนาน ประหยัดและอินเทรนด์แน่นอน" วันนี้ขอลาไปก่อน แวะซื้อของฝากที่ร้านบ้านขนมนันทวรรณก่อนกลับกรุงเทพเป็นอันปิดทริปนี้ "สวัสดีค่ะ" ขอขอบคุณ บัตรเครดิต KTC

รีวิว เที่ยวเกาะช้าง จนต้องเอยปากว่า ชีวิตนี้ต้องไปสักครั้ง!!
จันทบุรี /  ทะเล / 

เที่ยวเกาะช้าง (Shutter&Travel) เกาะช้าง เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 1 ในทะเลอ่าวไทย และเป็นเกาะที่ใหญ่อันดับ 2 ในรองเพียงเกาะภูเก็ต อยู่ในเขตจังหวัดตราด มีเกาะบริวารกว่า 52 เกาะ มองจากด้านบนเหมือนรูปโขลงช้าง จึงได้ชื่อว่า เกาะช้าง โอ้ทะเลแสนงาม ฟ้าสีครามสดใส มองเห็นเรือใบ แล่นอยู่ในทะเล… เสียง เพลงที่คุ้นหูดังขึ้นทุกครั้งที่ได้มีโอกาสมาใกล้ชิดทะเล และหวนนึกถึงทริปทะเลมากมายที่มีเคยไปเที่ยวมา ทั้งที่เมื่อนานมาแล้วและเมื่อไม่นานมานี้ เที่ยวเกาะช้าง เพื่อนๆ คงเคยไปเที่ยวทะเลแล้วออกไปดำน้ำกันใช่ไหมครับ? คือนั่งเรือออกไปดำน้ำดูปะการังน้ำตื้นหรือที่เรียกว่าการดำแบบผิวน้ำ (Snorkeling) เรือจะไปจอดทอดสมอตามจุดดำน้ำ ตามเกาะ ตามอ่าวต่างๆ หรือโคดหินรอบๆ เกาะในทะเล เรียกว่าพอเรือจอดสนิท ก็รีบคว้าหน้ากาก (Mask) ท่อหายใจ (Snorkel) เสื้อชูชีพ แล้วกระโดดลงทะเลกันไป ดำน้ำดูปะการังกันทั้งวันจนตัวดำ ผมก็ไปแบบนี้ ต้องลงเรือร่วมไปกับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร มันก็เป็นรูปแบบกิจกรรมหนึ่งสำหรับการท่องเที่ยวทางทะเล แต่สำหรับเด็กคนหนึ่ง ที่ไม่เคยสัมผัสกับการดำน้ำ มันถือเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดเลยก็ว่าได้ ผมลองนึกย้อนกลับไปวัยเด็ก ผมมีโอกาสได้ไปดำน้ำที่หมู่เกาะสุรินทร์ ซึ่งเป็นการดำน้ำครั้งแรกในชีวิตที่ได้ไปกับครอบครัว ถือเป็นการเปิดประสบการณ์ที่ตื่นเต้นและก็แฝงไปด้วยความกลัวเจือปนเข้ามาด้วย กลัวทุกอย่าง กลัวคลื่น กลัวการเดินทาง แล้วก็กลัวปลาฉลาม 555 นึกขึ้นแล้วก็ขำ มันน่าจะมาจากการได้ดูหนังเรื่อง JAW มากไปหน่อย แล้วการลงไปดำน้ำครั้งแรกของผมในวัยเด็กก็ไม่พลาดที่จะนึกถึงปลาฉลามจริงๆ พอดำลงไปแล้วจะหดขาขึ้นมาไม่กล้ายืดขาลงไป กลัวฉลามครับ ต้องคอยก้มดำน้ำไปดูว่ามีตัวอะไรใต้น้ำ แต่เพียงชั่วแว๊บเดียว พอลงน้ำได้ไม่นานก็เริ่มคุ้นเคย ความกลัวก็จะค่อยๆ หายไป อาจเป็นเพราะความสวยงามของโลกใต้ทะเลก็ว่าได้ และมันก็ทำให้เกิดความประทับใจสำหรับการได้เปิดประสบการณ์ดำน้ำครั้งแรกของผม ทั้งตื่นเต้น สวยงาม และน่ากลัว (ปลาฉลาม) 555 ... มาถึงตอนนี้ลูกชายผม 8 ขวบแล้ว สามารถดูแลตัวเองในน้ำได้ระดับหนึ่งจากการเรียนว่ายน้ำมาสักพัก และผมก็คิดว่ามันถึงเวลาที่จะเปิดประสบการณ์แปลกใหม่จากการดำน้ำให้เป็นของขวัญรับปิดเทมอใหญ่แล้วล่ะครับ ทริปนี้เราเลือก “เกาะช้าง” ครับ สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่อาจจะมีวันลายาวๆ ที่ไม่ตรงกันซะทีเดียว และการเดินทางที่ไม่ยากลำบากเหมือนลงไปทางภาคใต้ จากการได้หาข้อมูลก็พบว่าช่วง มี.ค.-เม.ย. น้ำทะเลที่เกาะช้างก็ยังใสอยู่ ว่าแล้วก็ล้อหมุนกันเลยดีกว่าคร๊าบบบบบ ชูวี๊ดูหว่า จะพาเธอไปดำน้ำดูปลาการ์ตูน           ชูวี๊ดูหว่า จะพาเธอไปโต้คลื่น เอาให้หมดแรง .... เราออกเดินทางจากรุงเทพฯ แต่เช้า แต่ก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร เป้าหมายคือท่าเรือข้ามฝากที่อ่าวธรรมชาติ จังหวัดตราด แต่ก่อนจะข้ามฝากไป เราก็แวะเที่ยวโบสถ์คาทอลิกวัดแม่พระปฏิสนธินิรมล ที่จันทบุรีกันก่อน “โบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล” หรือที่เรียกว่า “โบสถ์คริสต์เมืองจันทร์” เป็นโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกแห่งเดียวในจันทบุรี อยู่ที่เดียวกับโรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์ มีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมตะวันตกแบบโกธิค ยอดหลังคาเเหลมสูง ภายในตกแต่งด้วยกระจกสีที่เรียกว่า สเตนกลาส ด้านหน้าโบสถ์เป็นรูปปั้นพระแม่มารีสีหน้าสงบเปี่ยมประกายเมตตา ด้านในอาคารที่เป็นโถงโล่ง ตกแต่งด้วยโทนสีชมพู มีทางเดินเป็นชั้นลอยอยู่ทั้งสองข้าง มีช่องแสงจากหน้าต่างกระจกสี ที่นี่ถือเป็นวัดขนาดใหญ่ที่มีความเก่าแก่และมีความงดงามที่สุดแห่งหนึ่งครับ เราได้ภาพจากด้านนอกโบสถ์เป็นหลักครับ เพราะจังหวะที่เราไปเป็นจังหวะที่มีงานแต่งงานภายในโบสถ์พอดี เราจึงไม่สะดวกนักที่จะเก็บภาพจากด้านในมาได้ แต่เราก็เพลิดเพลินกับความสวยงามของโบสถ์จากด้านนอกกันไม่น้อย และหลังจากที่โบสถ์เราก็มุ่งหน้าสู่ท่าเรือเฟอร์รี่ อ่าวธรรมชาติกันเลย การเดินทางมาเกาะช้างสะดวกสบาย เป็นเรือขนาดใหญ่สามารถนำรถข้ามฝากไปได้ ใช้เวลาเพียง 30 นาที ปัจจุบันถนนหนทางบนเกาะช้างก็ราดยางหมดแล้ว มีบ้างที่บางช่วงก็ยังค่อนข้างเล็กอยู่ เราเลือกพักกันที่ “หาดบางเบ้า” อยู่ทางขวาสุดของเกาะครับ เพราะทริปนี้เราจะเน้นดำน้ำอยู่แล้ว ซึ่งก็ต้องขึ้นเรือที่บางเบ้า ไม่อยากเดินทางไปมาให้วุ่นวาย หาดบางเบ้าอยู่ห่างจากท่าเรือมาทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะช้าง ประมาณ 25 กิโลเมตร มีถนนลัดเลาะไปตามไหล่เขา ค่อนข้างคดเคี้ยวและลาดชันในบางช่วง อยู่ถัดไปจากหาดใบลาน หาดบางเบ้า เรียกกันคุ้นหูอีกชื่อหนึ่ง คือ "ชุมชนประมงบางเบ้า" นักท่องเที่ยวจะได้เห็นวิถีชีวิตเรียบง่ายของชาวประมงขนาดเล็ก จะเห็นการสร้างบ้านแบบปักเสาลงไปในทะเล แล้วมีสะพานเชื่อมต่อกันตลอดแนว ชาวประมงที่นี่นิยมจับปลาหมึกหอม แต่เมื่อความเจริญมีมากขึ้นการท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ก็มีมากขึ้นตามไปด้วย และที่นี่ก็จัดว่าเป็นจุดชมอาทิตย์ตกได้สวยงามอีกแห่งบนเกาะช้าง มีลักษณะเป็นหาดหินสลับกับหาดทรายในบางช่วง ด้วยลักษณะที่เป็นเหมือนหมู่เกาะโอบล้อมสองด้าน จึงเหมาะสำหรับการจอดเรือ วันแรกเราถึงที่พักประมาณ 4 โมงเย็น ก็ไม่ได้คิดอะไรมากมาย เอาตัวลงไปใกล้ชิดทะเล ใครจะเล่นน้ำก็เล่นไป ส่วนผมขอเก็บภาพบรรยากาศชายหาดบางเบ้ามาฝากกันก่อนที่จะนอนเอาแรง เพราะพรุ่งนี้จะต้องดำน้ำกันทั้งวัน ปัจจุบันสภาพแวดล้อมที่เกาะช้างแตกต่างจากสมัยก่อนมาก สมัยนี้รายการสารคดีเกี่ยวกับโลกใต้ทะเลมีมากมาย รายการท่องเที่ยวที่พาไปดำน้ำก็มีให้เห็นเยอะแยะ มันเปรียบเสมือนการกระตุ้นความอยากไปดำน้ำให้กับคนที่ได้ชมมากขึ้นเป็นทวีคูณ ภาพที่เราเห็นในทีวีมันช่างสวยงามเรียกว่าสวรรค์ใต้น้ำเลยก็ว่าได้ นั่นก็เพราะคุณภาพของอุปกรณ์เก็บภาพใต้น้ำและอุปกรณ์กันน้ำที่ดีขึ้นมาก แต่ก็ราคาแสนสาหัสครับ รุ่งเช้าเรามาแวะรอถ่ายภาพกับแสงยามเช้ากันเล็กน้อยก่อนที่จะออกไปน้ำดำ ทริปนี้เราซื้อ package ดำน้ำมาจากกรุงเทพฯ ด้วยการโทรมาจองไว้ราคาท่านละ 550 บาท พอมาถึงก็มีการโทรยืนยันกันเล็กน้อย ก่อนที่เราจะมาถึงท่าเรือเวลา 9 โมงเช้า เพื่อลงเรือพร้อมๆ กัน เรือที่จะพาเราไปดำน้ำทริปนี้เป็นเรือไม้ 2 ชั้นขนาดใหญ่ สามารถรับนักท่องเที่ยวได้ 200 คน สบายๆ แต่วันนี้เป็นวันอาทิตย์ นักท่องเที่ยวจึงมีเพียง 80 คน ได้ไปดำน้ำ 4 เกาะ เกาะยักษ์เล็ก เกาะรัง เกาะยักษ์ใหญ่ และเกาะหวาย พอเรือออกได้สักพักเจ้าหน้าที่ก็จะแจกสน็อคเกิล พร้อมทั้งอธิบายการใช้งานคร่าวๆ แต่หลักๆ จะเน้นว่าถ้าหล่นน้ำ ให้รีบเรียกเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยดำลงไปเก็บ และจะต้องดูแลและคืนตอนจบ หากสูญหายจะต้องชำระ 1,200 บาท นี่ล่ะสาระสำคัญ ^^ การมาดำน้ำในทริปนี้ค่อนข้างโชคดีที่ฟ้ายังเปิดและไม่มีเมฆฝนมาบังแสงเลย มีคนเคยบอกว่าการดำน้ำจะสวยหรือไม่สวยนั้น ขึ้นอยู่กับโชคด้วย หากลมแรง เมฆเยอะ ฟ้าไม่ใส โอกาสที่เราจะได้เจอความสวยงามใต้ทะเลก็ยาก ถึงแม้จะเดินทางมาถึงสิมิลันก็ตาม แต่หากฟ้าเปิด ลมไม่แรง ไม่มีขี้เมฆ มันจะทำให้การดำน้ำไม่ว่าที่ใดสวยขึ้นเป็นกองเลยครับ จึงพอสรุปได้ว่า นอกจากเราควรไปให้ถูกที่แล้ว เราควรจะไปให้ถูกเวลาด้วย นอกนั้นก็เป็นเรื่องของโชคแล้วว่าสภาพอากาศวันนั้นจะเป็นเช่นไร ทริปนี้เราได้เก็บภาพใต้น้ำมาไว้เป็นที่ระลึกด้วย เกาะยักษ์เล็ก เกาะรัง เกาะยักษ์ใหญ่ และเกาะหวาย แต่เป็นภาพที่ถ่ายจากกล้องมือถือที่เราใส่เคสกันน้ำลงไปถ่ายครับ Shutter Tips การถ่ายภาพแสงอาทิตย์ให้เป็นแฉก การถ่ายภาพพระอาทิตย์หรือภาพแสงไฟให้มีลักษณะเป็นประกายแฉกไฟ เปรียบเสมือนการเพิ่มเสน่ห์หรือลูกเล่นให้กับภาพถ่าย มีเทคนิคมากมายหลายวิธี ผู้เขียนมีเทคนิคส่วนตัวที่จะมาแบ่งปันกับเพื่อนๆ ลองไปใช้กันดู ดังนี้ 1. เลือกใช้โหมด M ในการถ่ายภาพ เราจะใช้ค่ารูรับแสงที่แคบ (f16-22 ขึ้นไป) โดยเราจะกำหนดค่าความเร็วม่านซัตเตอร์ (Speed Shutter) ด้วยตนเอง เพื่อจะได้ไล่แสงที่ถูกใจตามต้องการได้สะดวกยิ่งขึ้น ส่วนตัวจึงคิดว่าโหมด M จะสะดวกที่สุดในการที่จะเพิ่มหรือลดค่า Speed Shutter 2. เลือกระบบวัดแสงเฉพาะจุด เนื่องด้วยการถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกจะมีสภาพแสงเปรียบต่างที่ค่อยข้างมาก ภาพที่ได้มีโอกาสที่จะสว่างหรือมืดจนเกินไป ส่วนตัวจึงเลือกใช้ระบบวัดแสดงเฉพาะจุดไปเลย โดยอาจจะเลือกวัดแสงบริเวณรอบๆ ดวงอาทิตย์ ซึ่งหากมืดหรือสว่างเกินไป เราก็ใช้วิธีปรับตั้งค่า Speed Shutter 3. การตั้ง ISO ให้ตั้งน้อยที่สุด โดยไล่ตั้งแต่ ISO100 หลักง่ายๆ คือ พยายามให้ Speed Shutter เร็วพอที่เราสามารถยืนถ่ายด้วยมือเปล่าได้ คือไม่ต่ำกว่า 1/50 หากช้ามากจะทำให้ภาพสั่น เราก็สามารถดัน ISO เพิ่มขึ้นไปได้ 4. เมื่อได้มุมที่จะถ่ายและตั้งค่าของกล้องเรียบร้อยแล้ว ผู้ถ่ายภาพควรสังเกตุจากในกล้องระหว่างถ่ายภาพว่า แสงแฉกที่ได้สวยงามเป็นที่พอใจรึยัง แนะนำให้ลองขยับมุมกล้องทีละนิด (ขอย้ำว่าขยับทีละนิด) เพื่อลองหามุมภาพที่จะรีดแสงแฉกออกมาสวยงามตามที่เราต้องการ *ห้ามนำภาพหรือบทความนี้ไปเผยแพร่ก่อนได้รับการอนุญาตจากเว็บไซต์ travel.mthai.com

จับแพะตัวโต!! เดอะค็อป ร้องเสียงหลง เพราะไม่มี ซาโก้ หงส์ถึงแพ้ เรือดำน้ำ
ความเห็นแฟนบอล ลิเวอร์พูล /  บียาร์เรอัล / 

กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ทำเอาสาวก "เดอะค็อป" ออกอาการเซ็งไปตามๆกัน! สำหรับกรณีที่ทีมขาด มามาดู ซาโก้ กองหลังตัวเก่งไปกับการโดนแบนขั้นต้น 30 วัน(กรณีใช้สารกระตุ้น) โดยเฉพาะเกมล่าสุดที่ทีมบุกไปพ่าย บียาร์เรอัล 1-0 ในศึก ยูโรป้า ลีก รอบรองชนะเลิศ (นัดแรก) หลังจากมาโดนยิงประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ซึ่งหลายคนมองว่าถ้าหาก ซาโก้ อยู่ในสนาม "หงส์แดง" อาจจะกลับออกมาด้วยผลเสมอ โดยประตูชัยของ "เรือดำน้ำ" ลูกดังกล่าว สาวก "เดอะค็อป" มองว่าเกิดจากความผิดพลาดของ โคโล่ ตูเร่ ที่ดันไปยืนห้อยต่ำ แทนที่จะขึ้นไปดักเช็คลูกล้ำหน้า สุดท้ายก็โดนความเร็วของเจ้าหนู เดนิส ซัวเรซ เผาเครื่องหลุดไปจ่ายถวายพานทองให้ อาเดียน โลเปซ ซัดเหน่งๆเข้าไปไม่เหลือซาก ความเห็นแฟนบอล ลิเวอร์พูล บางส่วนเกี่ยวกับกรณีที่ทีมขาด ซาโก้ "ถ้า ซาโก้ อยู่ในสนาม เรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้น" "โคโล่ ยังแทน ซาโก้ ไม่ได้. มันเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่" "การที่ไม่มีทั้ง ซาโก้, ชาน และโอริกี้ ทำให้เราดูแย่มากๆ. มันดูร่อยหรอแบบไม่น่าเชื่อ" "ถ้าเป็น ซาโก้ เขาจะหยุดลูกนั้นได้" "มันเป็นเพราะการไม่มี ซาโก้ อยู่ในสนาม" "ถ้าเป็น ซาโก้ จะสามารถหยุดสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ได้. สารกระตุ้นนั้นมันทำร้ายเรามาก" "ถ้า ลิเวอร์พูล มี ซาโก้ อยู่ในสนาม ป่านนี้คงไม่แพ้หรอก"

สปท.ยื่นเรื่อง
จิรัฏฐ์ จันทะเสน /  ตราพระมหามงกุฎ / 

เลขาธิการสมาคมประวัติศาสตร์ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ยื่นหนังสือเรื่องขออัญเชิญตราพระมหามงกุฎคืนสู่อกเสื้อเบื้องซ้ายนักฟุตบอลทีมชาติไทย ช่วงบ่าย (27 เม.ย.) ที่อาคารชาญอิสระ 1 ที่ทำการชั่วคราวของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นายจิรัฏฐ์ จันทะเสน เลขาธิการสมาคมประวัติศาสตร์ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้ยื่นหนังสือเรื่องขออัญเชิญ "ตราพระมหามงกุฎ" เป็นไปตามพระบรมราชานุญาต คือการคืนสู่อกเสื้อเบื้องซ้ายของนักฟุตบอลทีมชาติไทยตามพระราชประสงค์ในรัชกาลที่ 6 เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2458 โดยมีคุณลัขณานันท์ ลักษมีธนานันต์ อุปนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เป็นผู้แทนรับหนังสือดังกล่าว เพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุมสภากรรมการในวันศุกร์ที่ 29 เมษายนนี้ โดยก่อนหน้านี้ พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธ์ุม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลเเห่งประเทศไทยฯ ได้มีเเนวคิดทบทวนเรื่องอัญเชิญตราพระราชทาน “ตราพระมหามงกุฎ" ต้นตำรับสัญลักษณ์ของทีมฟุตบอลทีมชาติไทยเมื่อสมัยอดีต กลับคืนสู้หน้าอกข้างซ้ายเสื้อฟุตบอลทีมชาติไทยเเทนโลโก้ช้างศึก โดยขอเวลาศึกษาข้อมูลที่มาที่ไปอย่างละเอียดเเละเตรียมจะมีการประชุมใหญ่ของคณะกรรมการบริหาร FA THAILAND ในวันที่ 29 เมษายนนี้ เครดิตภาพ : Nakleng Football TV

สวยเก่งไม่ธรรมดา ดร.จ๋า ณัฐฐาวีรนุช กับบทบาทวิทยากร สอนนักศึกษา
การศึกษา /  จ๋า ณัฐฐาวีรนุช ทองมี / 

หลังจากที่วีเจสาวสวย จ๋า ณัฐฐาวีรนุช รับปริญญาเอก คณะรัฐศาสตร์ สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยรามคำแหง จนได้เป็น ดร.ณัฐฐาวีรนุช ทองมี เรียบร้อยแล้วเมื่อช่วงเดือนมีนาคม 59 ที่ผ่านมา ล่าสุด เธอยังได้รับบทบาทใหม่ในการเป็น วิทยากรบรรยายการสอนนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยต่างๆ รวมถึงการเล่ามุมมองความคิดในการประสบความสำเร็จด้านการศึกษาอีกด้วย ถ้าพร้อมแล้วเราไปชมภาพบรรยากาศในมาดวิทยากร สอนนักศึกษาของเธอกัน สวยเก่งไม่ธรรมดา ดร.จ๋า ณัฐฐาวีรนุช กับบทบาทวิทยากร สอนนักศึกษา @vj_ja : "มาบรรยายที่ ม.กรุงเทพ หัวข้อ "บทบาทของพลเมืองในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ" เพื่อน้องๆที่จะไปทำกิจกรรมในประเทศ AEC หวังว่าน้องๆคงได้อะไรจากพี่นะคะ ขอบคุณทุกคนที่ตั้งใจค่ะ" และก่อนหน้านี้เธอยังได้ไปเป็นวิทยากรที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นอีกด้วย เกี่ยวกับการเเบ่งปันประสบการณ์ ในเรื่องของ "เปิดมุมมองใหม่ ในสังคมที่เปลี่ยนไป" @vj_ja : ขอบคุณ น้องๆ ม.ขอนแก่น หลายเด้อค่ะ หวังว่าคงได้อะไรจากพี่บ้างนะคะ สนุกมากๆค่ะ และวิทยากรรับเชิญที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี บางมด @vj_ja : วันนี้มาเป็นวิทยากรรับเชิญที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี บางมด สนุกมากค่ะ น้องๆน่ารัก ถามกันจนหมดเวลาเลย ชอบค่ะ คำถามหลากหลายมากๆ ตั้งแต่การเมือง การบริหารเวลา การสร้าง first impression การสร้างแรงบันดาลใจ จนถึงความรักเลย หวังว่าคงได้อะไรที่เป็นประโยชน์จากพี่ไปบ้างนะคะ :-))) ขอปรบมือให้กับความสามารถของเธอดังๆ เห็นแบบนี้แล้วใครอยากมาสมัครเป็นลูกศิษย์ ดร. จ๋า กันบ้างคะ? และมาติดตามกันต่อนะคะว่า ดร. จ๋า จะไปเป็นวิทยากรที่มหาวิทยาลัยไหนกันต่อบ้าง เตรียมตัวกันให้พร้อม ข้อมูลและภาพจาก IG : @vj_ja

ครบศตวรรษ! สมยศ พร้อมคณะร่วมจัดพิธีบวงสรวง 100 ปีสมาคมฟุตบอลฯ
จิรัฏฐ์ จันทะเสน /  พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง / 

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จัดพิธีบวงสรวงเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปีของสมาคม ในวันที่ 25 เมษายน ที่พระราชวังสนามจันทร์ จังหวัด นครปฐม เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2559 เวลา 07.00 น. พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วยพล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก เลขาธิการสมาคมฯ, นาย วิทยา เลาหกุล อุปนายกฯ ฝ่ายพัฒนาเทคนิค, นาย ธนศักดิ์ สุระประเสริฐ อุปนายกสมาคมฝ่ายสื่อสารองค์กร และ นาย พาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการฯ ฝ่ายต่างประเทศ ร่วมพิธีบวงสรวงครบรอบ 100 ปี สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และพระตำหนักทับแก้ว พระราชวังสนามจันทร์ อ.เมือง จ.นครปฐม พิธีการดังกล่าวมีขึ้นในช่วงเวลา 07.00 น. เริ่มตั้งแต่การถวายสักการะต่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 “พระบิดาแห่งฟุตบอลเมืองสยาม” ต่อด้วยการทำบุญเลี้ยงพระและถวายสังฆทานเป็นพระราชกุศลแด่รัชกาลที่ 6 ที่ พระตำหนักทับแก้ว (พิพิธภัณฑ์ฟุตบอลแห่งสยาม) ก่อนที่ นายกสมาคมฯ และคณะสภากรรมการ จะเยี่ยมชมการจัดแสดงพิพิธภัณฑ์คณะฟุตบอลแห่งสยาม พร้อมรับเสื้อทีมชาติสยามตราพระมหามงกุฎ จาก นายจิรัฏฐ์ จันทะเสน เลขาธิการสมาคมประวัติศาสตร์ฟุตบอลไทยและกรรมการบริหารพิพิธภัณฑ์คณะฟุตบอลสยาม นายกสมาคม ฯ กล่าวว่า “สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ครบรอบ 100 ปี ในวันที่ 25 เมษายน 2559 นี้ จากการที่ล้นเกล้าฯรัชกาลที่ 6 ได้มีพระมหากรุณาธิคุณ ตั้งสมาคมกีฬาฟุตบอลขึ้นมา เมื่อร้อยปีที่แล้ว ทางผมในนามนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ แล้วก็ผู้บริหารสมาคม สภากรรมการทุกท่าน ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 ที่ทรงมีต่อวงการฟุตบอลไทย มาเป็นเวลา 100 ปี จึงได้ร่วมกันทำพิธีบวงสรวงเพื่อรำลึกถึง พระมหากรุณาธิคุณ ตลอดจนประกอบพิธีสงฆ์เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้พระองค์ท่าน และผู้ที่มีส่วนช่วยเหลือ สนับสนุน ให้วงการฟุตบอลไทยเจริญก้าวหน้ามาถึงทุกวันนี้”

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

เอ๊ะยังไง!! คิมเบอร์ลี่ ย่องขอพรเทพทันใจ ที่พม่า!!
คิมมี่ /  คิมเบอร์ลี่ / 

ฮอตจริงฮอตจัง! สำหรับละครใหม่ของผู้จัดคนสวย แอน ทองประสม ค่ายทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ที่ได้พระเอกฮอต เจมส์ มาร์ มาประกบคู่กับ สาวคิมมี่ คิมเบอร์ลี่ เป็นครั้งแรกในละคร เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ และได้รับความสนใจตั้งแต่ออนแอร์ตอนแรกกันเลยทีเดียว งานนี้ สาวคิมเบอร์ลี่ ก็เลยขอปลีกเวลามาเป็นนางเอกสายบุญ ทัวร์บุญไหว้พระมหาเจดีย์ชเวดากอง ขอพรเทพทันใจ เทพกระซิบ และพระนอนตาหวาน ที่ประเทศพม่า เป็นทริปสั้นๆ เฉพาะสาวๆ ซึ่งงานนี้ คิมมี่ ได้รับคำชมจากบรรดาแฟนคลับถึงการแต่งตัวที่เรียบร้อย เรียบง่าย และรู้กาลเทศะเหมาะสมในการเข้าวัดเป็นอย่างมาก เอ..ว่าแต่งานนี้ที่สาวคิมเบอร์ลี่ ย่องมาพม่าอย่างด่วนจี๋เยี่ยงนี้ ขอพรเรื่องความรักหรือว่าเรื่องงานกันล่ะจ๊ะ อิอิ!! ขอบคุณภาพจาก IG kimmy_kimberley,Sompomelo, nui_ns คิมมี่ คิมเบอร์ลี่ คิมมี่ คิมเบอร์ลี่ คิมมี่ คิมเบอร์ลี่ คิมเบอร์ลี่ เที่ยวพม่า คิมเบอร์ลี่ เที่ยวพม่า คิมเบอร์ลี่ เที่ยวพม่า คิมเบอร์ลี่ เที่ยวพม่า คิมเบอร์ลี่ เที่ยวพม่า

เคล็ดลับสุขภาพดีฉบับ
สุขภาพดี /  ออกกำลังกาย / 

หลายคนคงจะมีวิธีการดูแลรูปร่างต่างๆนานา เพื่อให้ได้หุ่นที่ตัวเองพอใจไม่ว่าจะด้วยวิธีการออกกำลังกาย การเลือกรับประทานอาหาร หรือทำทั้งสองอย่างควบคู่ไปด้วยกัน วันนี้เรามีอีกหนึ่งวิธีจากพิธีกรสาวที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี คุณอ้น ศรีพรรณ บุนนาค มาแนะนำกัน รับรองว่าถูกใจสาวๆสายแดนซ์แน่นอน ! “ต้องบอกก่อนว่ามาเริ่มออกกำลังกายก็ตอนอายุ 30 แล้ว เพราะเห็นคนเขาออกกันเลยออกบ้าง ตอนแรกก็เริ่มจากวิ่งก่อน พอเบื่อก็มาบอดี้คอมแบท แล้วเพื่อนๆก็ชวนไปโยคะก็ไป ก็ไม่เคยจริงจังกับอะไร เล่นๆ ไปงั้นแหละกลัวโดนครหาว่าขี้เกียจออกกำลังกาย จนนาตาลี เดวิส มาชวนให้ไป "เต้นซุมบ้า" ตอนแรกก็งง คนไม่เคยคุยกันทักไลน์ก็คิดในใจจะหลอกขายบราวนี่หรือเปล่า (หัวเราะ) จนกระทั่งมีเวลาเลยลองมาดู มาตอนแรกก็เต้นไม่เป็นหรอก เต้นไปเรื่อย เพลงมันสนุก อาศัยเต้นแรง แต่พอจบคลาสเท่านั้นแหละเหมือนฉันโดนมนต์สะกด ฉันซื้อคอร์สเลยทันทีมันกลมกล่อมถูกใจมาก” หลายคนอ่านแล้วอาจจะนึกภาพไม่ออกว่าเหมือนโดนมนต์สะกดยังไง ครูหนุ่ม ยอดชาย ยมะคุปต์ ครูสอนเต้นซุมบ้า ที่เดอะ สตูดิโอ แดนซ์ แอนด์ฟิตเนส เลยเล่าถึงเสน่ห์ของซุมบ้าให้ฟังว่า จริงๆแล้วคือการเต้นแบบแดนซ์เอ๊กเซอร์ไซส์ที่ผสมละตินอยู่ถึง 70% และมีเพลงอื่นๆมาประกอบอีก 30% ซึ่งแปลว่าการเต้นในหลากหลายจังหวะจะถูกมิกซ์ให้อยู่ในคลาสเดียว และที่สำคัญสิ่งที่ผู้หญิงหลายคนปรารถนา การเต้นซุมบ้า 1 ชั่วโมง สามารถเบิร์นไขมันได้ถึง 800-1,000 กิโลแคลอรี่เชียวนะคะ ถือเป็นตัวเลขที่น่าสนใจไม่น้อยเลยใช่ไหมคะ ถ้าวันนึงเรากินไป 2,000 กิโลแคลอรี่ แล้วจะมีวิธีที่เบิร์นได้ถึง 1,000 กิโลแคลอรี่ งานนี้หุ่นในฝันคงไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วนะคะสาวๆ นอกจากนี้คุณอ้นยังเสริมอีกว่า “มันสนุกนะ ถ้ามาเต้นบ่อยๆ เพลงเริ่มคุ้นหู ทุกคนเต้นตามมีครูเต้นนำ พอเพลงที่ชอบขึ้นนี่เหมือนไปดูคอนเสิร์ต ทาทา ยัง (หัวเราะ) อีกอย่างมาเต้นที่นี่ได้เพื่อนเพิ่มขึ้นเยอะเลย เพราะในคลาสมีเต้นกัน 20-30 คน ซึ่งทุกคนเต้นกันอย่างบ้าคลั่งมาก มีความสุขมากเพราะครูด้วยแหละเลยเต้นไม่เบื่อ มีช่วงนึงมาเต้นสัปดาห์ละ 5 ครั้ง นี่บ้านอยู่รามอินทรานะแต่มาเต้นที่สุขุมวิท มันศรัทธา มันคือลัทธิอ่ะ (หัวเราะ) จะบอกว่าเห่อก็ไม่ใช่นะ นี่เต้นมา 7-8 เดือนแล้ว ทุกวันนี้ครูให้นำเต้นด้วย ชอบ (หัวเราะ) เรื่องรูปร่างก็กระชับขึ้นตั้งแต่ 2 เดือนแรก กล้ามเนื้อก็มาแน่นมากตอนนี้ เกาะอก สายเดี่ยวมาเลย ฉันใส่หมด (หัวเราะ)” สำหรับใครที่กลัวว่าพอมาเต้นซุมบ้า ร่างกายเผาผลาญได้ดีแล้วจะทำให้หิวหนักหรือเปล่า ต้องบอกก่อนเลยนะคะว่าไม่ต้องเป็นห่วง เพราะครูหนุ่มเขาคอนเฟิร์มมาว่า สำหรับคนที่เต้นซุมบ้าทุกคนจะสามารถซึมซาบความอยากมีสุขภาพดีรูปร่างดีของกันและกันได้ พอเราได้ออกกำลัง ได้เต้น ได้เหนื่อย ความอยากกินอาหารที่จะทำให้อ้วนมันจะหายไปโดยอัตโนมัติค่ะ เพราะเราได้ทำสิ่งดีเพื่อตัวเองไปแล้ว ทุกคนก็จะคิดได้เองว่าไม่อยากกินของที่ไม่ดีต่อสุขภาพ แต่ถ้าใครยังกังวลอยู่คุณอ้นก็มีเคล็ดลับง่ายๆมาฝากค่ะ “ก็กินให้มีความสุขนั่นแหละ แต่ไม่ใช่กินหนักทุกวัน ถ้าวันนี้หนัก พรุ่งนี้ต้องเบา กินให้มันสมดุล และต้องไม่ทำร้ายตัวเอง ออกกำลังกายบ้าง สำหรับใครที่ขี้เกียจ ไม่มีเวลา เราเชื่อว่ามันต้องมีกีฬาสักประเภทที่ถูกจริตกับตัวคุณ หาให้เจอแล้วทำซะ เพราะชีวิตคุณจะดีขึ้นจากหลังมือเป็นหน้ามือ ง่ายๆเลย ถ้ารักตัวเองก็ต้องออกกำลังกาย ไม่งั้นก็นอนพุงยื่นเอาเท้าเขี่ยรีโมทอยู่บ้านนั่นแหละ (หัวเราะ)” ได้อ่านเคล็ดลับการดูแสุขภาพของคุณอ้นไปแบบนี้แล้ว ก็ลองหาวิธีการออกกำลังกายที่ถูกจริตกับตัวเองดูนะคะ เพื่อรูปร่างและสุขภาพที่ดีของตัวเราเองค่ะ

นางฟ้าคัมเเบ็ค! ส.บอลตั้ง “มาดามแป้ง” นั่งนายหญิงชบาเเก้วชุดใหญ่, U-19
นวลพรรณ ล่ำซำ /  ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย / 

นายกสมาคมฟุตบอลฯ ประกาศเเต่งตั้ง "มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ ทำหน้าที่ผู้จัดการทีมชาติไทยหญิง ชุดใหญ่ และ รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี พร้อมให้ร่างแผนพัฒนาฟุตบอลลีกหญิง เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 25 เมษายน 2559 ที่สำนักงานสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้มีการประชุมหารือเรื่องการพัฒนาฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย และการวางโครงสร้างฟุตบอลลีกหญิงภายในประเทศ โดยมี พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ, พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก เลขาธิการสมาคมฯ และ "มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ อดีตผู้จัดการทีมชาติไทยหญิง ชุดลุยศึกฟุตบอลโลก โดยภายหลังการประชุม "บิ๊กอ๊อด" พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ได้เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ "มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ ทำหน้าที่ผู้จัดการทีมชาติไทยหญิง ชุดใหญ่ และ รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี พร้อมให้ร่างแผนพัฒนาฟุตบอลลีกหญิง เพื่อเดินหน้าพัฒนาวงการฟุตบอลหญิงของไทยอย่างเป็นระบบ และมีนักเตะรุ่นใหม่ ก้าวขึ้นมาเสริมทีมชาติไทยอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังได้มอบหมายให้คัดเลือกหัวหน้าผู้ฝึกสอนที่จะเข้ามาทำหน้าที่ด้วย" ด้าน “มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ ออกมาเปิดใจว่า “ขอขอบคุณผู้ใหญ่ในสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ทุกท่านที่เชื่อมั่นในตัวดิฉันให้เข้ามาทำหน้าที่เพื่อชาติอีกครั้ง เพราะ 7 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นเกียรติสูงสุดของตนเองและครอบครัว รู้สึกดีใจที่จะได้ต่อยอดการพัฒนาที่ได้เริ่มมาตั้งแต่ต้น อีกทั้งวันนี้ได้รับมอบหมายให้ดูแลน้องๆ ชุด 19 ปีอีกด้วย ซึ่งชุดนี้ถือเป็นกำลังหลักสำคัญและเป็นชุดความหวังที่จะก้าวขึ้นมาเป็นชุดใหญ่ในอนาคต แผนการทำทีมจึงต้องมีความเชื่อมโยงและบูรณาการเข้าหากัน ซึ่งก็จะพยายามทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุด เพื่อสร้างให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การส่งเสริมและสนับสนุนของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ" "ในส่วนของทีมงานผู้ฝึกสอน แม้ว่าท่านนายกฯ จะให้สิทธิ์อย่างเต็มที่ในการสรรหา แต่ก็คงต้องหารือและขอความเห็นจากทุกฝ่าย รวมถึงทางสมาคมฯ ด้วย นอกจากนี้ เรื่องการจัดการแข่งขันลีกหญิงอาชีพภายในประเทศก็เป็นสิ่งสำคัญที่ตนเองพยายามผลักดันให้มันเกิดขึ้นเร่งด่วนที่สุดตามวัตถุประสงค์ของสมาคมฯ ซึ่งจะต้องจัดภายในปีนี้ให้ได้” "อย่างไรก็ดี เป้าหมายแรกและสำคัญ คือการเตรียมความพร้อมทีมชุดใหญ่ เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์อาเซียน 2016 (AFF Women’s Championship 2016) ที่เมียนมาร์ วันที่ 26 กรกฎาคม – 4 สิงหาคม2559"

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันศุกร์ที่ 29 เมษายน 2559
ลุมพีนี /  วันศุกร์ที่ 29 เมษายน 2559 / 

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันศุกร์ที่ 29 เมษายน 2559 ศึกรวมพลคนแปดริ้ว เวทีมวย ลุมพีนี เวลา 18:30 น. 1. เพชรรุ่ง ส.จ.วิชิตแปดริ้ว  Vs  บัลลังก์เงิน ป.พีณภัทร 2. เปรี้ยวปาก ยอดอัศวินทรานสปอร์ต  Vs  ศิวกร เกียรติเจริญชัย 3. ศักดิ์ชัยน้อย เอ็ม.ยุ.เด็น  Vs  ศิริมงคล พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิมส์ 4. คิงส์ เกียรติเจริญชัย  Vs  ปลากัด ป.พีณภัทร 5. สิงห์ พรัญชัย  Vs  เมธี ส.จ.ต้อยแปดริ้ว 6. ฉลาม พรัญชัย  Vs  พระจันทร์ฉาย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิมส์ 7. แสน พรัญชัย  Vs  เพชรอู่ทอง อ.ขวัญเมือง 8. ยอดวิชา เข้มมวยไทยยิม  Vs  ฤทธิ์เทวดา สิทธิกุล 9. เมืองไทย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิมส์  Vs  ธนญชัย ธนกรยิม ** หมายเหตุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงคู่ชก

Mike He ปลุกกระแสซีรีย์ไต้หวัน ประกาศจัดแฟนมีตติ้งครั้งแรกในไทย!
Mike He /  MIKE HE The 1st Fan Meeting in Bangkok 2016 / 

Mike He ขอปลุกกระแสซีรีย์ไต้หวัน ประกาศจัดงานแฟนมีตติ้งครั้งแรกอย่างเป็นทางการที่ไทย MIKE HE The 1st Fan Meeting in Bangkok 2016 งานแฟนมีตติ้งที่รับประกันความฟินแถมได้ทำบุญร่วมกัน ข่าวดีสำหรับคนรักซีรีย์ไต้หวัน เพราะพระเอกสุดฮอต! หล่อ! เข้ม! อย่าง เฮ่อจวินเสียง หรือ Mike He (ไมค์ เฮ่อ) ประกาศเยือนไทยอย่างเป็นทางการเพื่อร่วมงานแฟนมีตติ้งครั้งแรกในไทย กับงาน MIKE HE The 1st Fan Meeting in Bangkok 2016 (ไมค์ เฮ่อ เดอะ เฟิร์ส แฟนมีตติ้ง อิน แบงคอก 2016) ครั้งแรกกับงานแฟนมีตติ้งที่ทุกคนจะได้ใกล้ชิด Mike He แบบสุดๆ แถมงานนี้ยังได้ทำบุญร่วมกันอีกด้วย คอซีรีย์ไต้หวัน คงไม่มีใครไม่รู้จักพระเอกในตำนาน Mike He เพราะนอกจากจะหล่อ ล่ำ สูง สมาร์ท แล้ว เขายังขึ้นชื่อเรื่องความเป็นกันเอง เทคแคร์ดูแลแฟนคลับอย่างดีมาตลอด ทำให้แฟนคลับของ Mike He มีแต่จะเพิ่มขึ้นทุกวัน!... สำหรับใครที่ยังไม่รู้จัก Mike He ถ้าเอ่ยชื่อซีรีย์เรื่อง Devil Beside You (ถึงร้ายก็รัก) ประกบคู่นางเอกคู่บุญ เรนนี่ หยาง หลายคนจะร้อง 'อ๋อ!' ไปตามๆ กัน เพราะซีรีย์เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ทำให้เขาโด่งดังเป็นพลุแตก สร้างกระแสซีรีย์ไต้หวันฟีเว่อร์จนสาวๆ ทั่วเอเชียต่างติดซีรีย์เรื่องนี้กันงอมแงม หลังจากนั้น Mike He ยังคงสร้างความฮอตอย่างต่อเนื่องกับซีรีย์เรื่อง Why Why Love ที่ได้โคจรมาประกบคู่ เรนนี่ หยาง และจูงมือกันโด่งดังเป็นพลุแตกอีกครั้ง เรียกได้ว่า Mike He เป็นพระเอกที่ได้ประกบนางเอกอันดับท็อปของประเทศจีน ไต้หวัน และฮ่องกง มาแล้วทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น เรนนี่ หยาง, เอเรียล หลิน, อาซา, เจนนี่ ฉาง, เอดี้ อัน ฯลฯ นอกจากนั้นเขายังเป็นพระเอกดาวรุ่งของไต้หวันที่เคยมีโอกาสได้ประกบนักแสดงรุ่นพี่ในตำนานอย่าง หลิวเต๋อหัว มาแล้วด้วย เรียกได้ว่าถึงแม้กระแสซีรีย์ไต้หวันในไทยจะเบาบางลง แต่ Mike He ก็ยังคงเป็นพระเอกที่ได้รับความนิยมไม่เปลี่ยน เพราะหลายคนชื่นชมกับความน่ารัก เป็นกันเอง และเสน่ห์เฉพาะตัวของเขาที่ยังคงไม่จางไปไหน สำหรับการประกาศจัดงาน MIKE HE The 1st Fan Meeting in Bangkok 2016 ในวันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน 2559 เวลา 15.00 น. ณ โรงละครนันทา RCA เลยเป็นเหมือนของขวัญชิ้นใหญ่ที่หลายคนไม่คาดฝันมาก่อน เพราะดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากที่แฟนคลับไทยจะได้ใกล้ชิด Mike He ที่ประเทศไทย แถมงานนี้ผู้จัดงานยังการันตีถึงความใกล้ชิด อบอุ่น และมีโมเมนท์พิเศษร่วมกันระหว่างนักแสดงหนุ่มชื่อดังและแฟนคลับไทยเกิดขึ้นในงานอย่างแน่นอน เรียกได้ว่าโอกาสพิเศษขนาดนี้มีมาไม่บ่อย คนรัก Mike He ห้ามพลาด เตรียมตัวเตรียมใจรีบลงทะเบียนจองบัตรด่วนที่ www.mikeheinbkk.com ได้ตั้งแต่วันนี้แป็นต้นไป และจะเริ่มจองบัตรพร้อมกันได้ในวันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป บัตรราคา (VIP) 5,000 / 3,500 และ 2,000 บาท แถมด้วยสิทธิ์พิเศษจัดเต็มชุดใหญ่! สำหรับบัตร VIP ได้รับสิทธิ์ถ่ายรูปคู่ทุกที่นั่ง, ไฮทัชทุกที่นั่ง, เข้าร่วมงานแถลงข่าวทุกที่นั่ง, โปสการ์ดพร้อมลายเซ็นต์ พร้อมได้รับของที่ระลึกพิเศษสำหรับงานนี้ และลุ้นรับสิทธิ์ได้เป็นลัคกี้แฟนได้รับของที่ระลึกจากไมค์ด้วย ฟากสิทธิพิเศษสำหรับบัตรราคา 3,500 บาท ได้รับสิทธิ์ไฮทัชทุกที่นั่ง, ถ่ายภาพ Group Photo 15 คนต่อ 1 กรุ๊ป, ลุ้นเข้าร่วมงานแถลงข่าว, โปสการ์ดพร้อมลายเซ็นต์ และได้รับของที่ระลึกพิเศษสำหรับงานนี้ ส่วนสิทธิพิเศษสำหรับบัตรราคา 2,000 บาทนั้นก็จะได้รับสิทธิ์ไฮทัชทุกที่นั่งแน่นอน เรียกได้ว่าราคาน่าคบ แถมด้วยสิทธิ์พิเศษอีกชุดใหญ่ ที่สำคัญยังได้ร่วมทำบุญร่วมกันกับ Mike He เพราะรายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายจากการจัดงานจะนำขึ้นทูลเกล้าถวายมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีด้วย... จัดเต็มชุดใหญ่ขนาดนี้ คนรัก Mike He พลาดไมได้แล้ว! มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com