พระทำร้ายสีกา

'ธัมมชโย'เบี้ยวนัดDSI ส่งพระลูกวัด-ทนายแจงแทน
ดีเอสไอ /  ธรรมกาย / 

“ธัมมชโย” เบี้ยวนัดดีเอสไอครั้งที่2 อ้างป่วย ส่งพระมหาบุญชัย-ทนายความชี้แจงแทน กรณีรับเช็คเงินบริจาคสหกรณ์ฯคลองจั่น ยืนยันเจ้าอาวาสไม่เคยจับเช็ค วันนี้ (26มี.ค.58) พระมหาบุญชัย จารุทัตโต ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและบัญชี วัดพระธรรมกาย พร้อมด้วยนายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เดินทางเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กรณีรับเช็คจำนวน 15 ฉบับ จากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้ออกหมายเรียกให้พระธัมมชโย เข้าพบเพื่อให้ปากคำตั้งแต่วันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา แต่พระธัมมชโยได้ขอเลื่อนนัดมาเป็นวันนี้ แต่เมื่อถึงเวลาตามกำหนด กลับไม่มาพบพนักงานสอบสวนด้วยตนเอง แต่ส่งพระมหาบุญชัย พร้อมกับทนายความมาแทน นายสัมพันธ์ กล่าวว่า มีการสั่งจ่ายเช็คบริจาคเข้าบัญชีพระธัมมชโยโดยตรงจริง แต่เจ้าอาวาส ไม่เคยรับเงินหรือจับเช็คเอง เพียงแต่สอบถามว่า ยอดเงินบริจาคมีจำนวนเท่าใด เช็คที่สั่งจ่าย ในชื่อพระราชภาวนาวิสุทธิ์หรือผู้ถือ ทั้ง 15 ฉบับ จึงไม่ต้องมีการเซ็นสลักหลังเช็ค พระมหาบุญชัยจึงเป็นผู้จัดการนำเช็คที่สั่งจ่ายชื่อพระธัมมชโย ไปขึ้นเงินเข้าบัญชีเจ้าอาวาสทุกฉบับ ดังนั้นพระมหาบุญชัยจึงเป็นผู้รู้เรื่องทั้งหมด โดยที่พระธัมมชโยไม่รู้เรื่องเลย ทั้งนี้ การรับบริจาค มีทั้งบัญชีของวัด และบัญชีของเจ้าอาวาส แต่ไม่ขอตอบว่า มีการนำเงินแต่ละบัญชีไปใช้อย่างไร และปัจจุบันมียอดเงินเท่าใด ด้านพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ในการประชุมคณะพนักงานสอบสวนประจำสัปดาห์ในวันที่ 27 มี.ค.นี้. จะมีอัยการเข้าร่วมประชุมด้วย ซึ่งดีเอสไอจะนำเสนอประเด็นที่พระธัมมชโยไม่เดินทางเข้าให้ปากคำตามหมายเรียก โดยอ้างว่ายังมีอาการป่วย และไม่รู้เห็นเรื่องการรับเช็ค ทั้งนี้ คณะพนักงานสอบสวนจะพิจารณาข้อมูลการให้ปากคำว่าเพียงพอหรือไม่ ยังจำเป็นต้องเรียกพระธัมมชโยเข้าชี้แจงด้วยตัวเองอีกหรือไม่ ส่วนจะมีการออกหมายจับกรณีที่พระธัมมชโยขัดหมายเรียกถึง 2 ครั้งหรือไม่นั้น พนักงานสอบสวนพิจารณาว่ายังได้รับความร่วมมือในการส่งเจ้าหน้าที่การเงินเข้าชี้แจงและยังสามารถติดต่อได้ หากยังต้องการข้อมูลจากพระโดยตรงก็คงต้องออกหมายเรียกอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนจะขอหารือในที่ประชุมก่อนแถลงความชัดเจนอีกครั้ง ขอบคุณข้อมูลจาก กรุงเทพธุรกิจ ภาพจาก www.dmc.tv MThai News

FB /  การถ่ายทอดร่างรัฐธรรมนูญ / 

"ณัฐวุฒิ"ซัด รัฐประหารจะผลิต ปชต.เป็นไปไม่ได้ ชี้ ขัดแย้งมากว่า10ปี เหน็บ เก้าอี้รัฐบาลเริ่มสั่นคลอน เหตุกลไกภายใน ไม่ใช่ขบวนการใต้ดิน วันที่ 27 มี.ค.58 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. กล่าวในรายการ“เข้าใจตรงกันนะ” ถึงกรณีการถ่ายทอดสดการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ในวันที่20-26 เม.ย.ว่า หากถ่ายทอดจริง ถือเป็นเรื่องดี เพราะก่อนหน้ามีรายงานว่า จะไม่ถ่ายทอด เท่ากับปิดหูตาประชาชน การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ไม่ควรมีความลับใด และที่สำคัญประชาชนจะได้รับรู้สาระของร่างฯนี้ ไปพร้อมกันทั้งฉบับ พร้อมมีมองว่า เป็นไปไม่ได้ ที่การรัฐประหารจะผลิตรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยแท้จริง เพราะสิ่งเหล่านี้ ขัดแย้งกับประชาชนและสถานการณ์ในประเทศมากว่า 10 ปี และจะดูว่า การพิจารณาครั้งนี้ จะสามารถอธิบาย และมีท่าทีอย่างไร ประชาชนอาจเหมือนได้ดูงิ้วโรงใหญ่ ส่วนจะเถียงกันในสภาแล้วมีผลกระทบการทำงานของแม่น้ำ 5 สายนั้น ถือว่ายิ่งเถียงยิ่งดี เพราะประชาธิปไตยเกิดขึ้นจากการเถียงแบบมีเหตุผล เกรงแต่เนื้อหาในรัฐธรรมนูญจะไม่ใช่ อาจเกิดความเละเทะในสภาได้ ส่วนเรื่อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ดูเครียดและมีอารมณ์ต่อสื่อมากช่วงนี้ มองว่า เป็นเรื่องธรรมดา เพราะปัญหารุ้มเร้ามาก โดยเฉพาะเรื่องเก้าอี้ของรัฐบาล ส่งสัญญาณอาจสั่นคลอนลงเรื่อยๆ เหตุจากสิ่งที่ปรากฏอยู่ภายจอำนาจกลไกของรัฐบาลเอง ไม่เกี่ยวขบวนการใต้ดิน อาทิ เรื่องกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ที่ไม่ต้องการให้นำพลเรือนขึ้นศาลทหาร การรวมตัวของคณะสงฆ์ในวันที่ 30 มี.ค.ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ต่อต้านการปฏิรูปของนายไพบูลย์นิติตะวัน สปช.  เป็นต้น MThai News

5 บุคคลเปลี่ยนโลกถึงแม้จะถูกขังอยู่ในคุก!
ต่างประเทศ /  เกร็ดความรู้ / 

ขึ้นชื่อว่า "คุก" คงไม่มีใครอยากทำผิดแล้วต้องเข้าไปอยู่ที่นั่นแน่ๆ แต่ใครจะไปรู้ว่า 5 คนที่ทีนเอ็มไทยกำลังพูดถึงอยู่นี้ เขาทำผิดกฏหมายและต้องเข้าไปจำคุกอยู่นาน ทั้ง 5 คนนี้กลับฉายความคิด ไอเดีย และความสามารถออกมา ทั้งๆที่อยู่ในที่ที่น่าหดหู่เช่นนั้น แล้วพวกเขาสร้างอะไรหล่ะ? อย่ารอช้า ตามมาดูกันเลยดีกว่า >,< 5 บุคคลเปลี่ยนโลกถึงแม้จะถูกขังอยู่ในคุก! 5 บุคคลเปลี่ยนโลกถึงแม้จะถูกขังอยู่ในคุก! 1. เดวิด มาร์แชลล์ วิลเลียมส์ (David Marshall Williams) เดวิด มาร์แชลล์ วิลเลียมส์ เกิดเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ค.ศ. 1900 บิดาเป็นผู้มีอาชีพทำฟาร์ม เป็นผู้มีฐานะดีผู้หนึ่งในแคโรไรน่า พ่อเขาเป็นคนดี แต่เขาไม่ทำถ่านเลยสักนิด เขาไม่ชอบโรงเรียน ชอบหนีเรียน แถมชอบเที่ยวเตร่ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาชำนาญคือเขาประกอบปืนเป็น!! แถมยังประดิษฐ์ปืนด้วยตนเองเสียด้วย พอเดวิดโตขึ้น เขาก็ทำธุรกิจผลิตสุราเถื่อน ตอนแรกมันถูกกฎหมายแต่พอรัฐบาลห้ามเขาก็เลิกไม่ได้ซะแล้ว จนกระทั้งวันหนึ่งในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1920 นายอำเภอท้องถิ่น พร้อมทั้งข้าราชการพากันไปล้อมโรงต้มกลั่นของเดวิดเพื่อจะจับตัวเขาและพรรคพวกในฐานฝ่าฝืนกฎหมาย ทำให้เดวิดและพรรคพวกต้องต่อสู้กันอย่างชุลมุนวุ่นวาย ผลคือเขาทำให้เจ้าหน้าที่คนหนึ่งตาย เขาเลยหลบหนี แต่ในที่สุดเขาก็มอบตัวและสู้คดีผลคือเขาต้องใช้ชีวิตในเรือนจำ 30 ปี และนี้คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนโลกเพราะในคุกนั้นเขาได้สิทธิพิเศษบางอย่างที่ไม่ใช้ขอกินพุดดิ้งหรือขอดูแมนยูแตะกับเซสซี หากแต่ เขามีสิทธิพิเศษในการประกอบปืนและออกแบบปืนได้ตามใจปรารถนา โดยเขาได้คิดค้นปืนระบบแก๊ส-ลูกสูบ เนื่องจากเขาเห็นว่าปืนของเจ้าหน้าที่ที่ใช้อยู่นั้นไม่เหมาะในการยิงนักโทษ(ในกรณีที่นักโทษก่อความรุนแรง) เขาเป็นคนออกแบบปืนทั้งๆ ที่อยู่ในคุก โดยปืนที่เขาคิดค้นนั้นเป็นประโยชน์ต่อวงการหลายๆอย่าง เช่นทำให้ปืนยิงเร็ว มีอนุภาพร้ายแรงขึ้น เป็นปัจจัยสำคัญในการลดน้ำหนักของปืน จนทุกวันนี้ปืนระบบแก๊ส 99.9% ใช้หลักการของ วิลเลียมส์ทั้งสิ้น อีกทั้งทำให้สงครามปืนทันสมัย เวลาเล่นเกม Call of Duty ก็ไม่น่าเบื่อสำหรับคุณอีกต่อไป 4. วิลเลียม แอดดิส (William Addis) เพื่อนๆ คงไม่เชื่อว่าเรือนจำที่แสนสกปรกที่เต็มนั้นจะเป็นที่กำเนิดอุปกรณ์ทำความสะอาดอย่าง “แปลงสีฟัน” ได้ และเจ้าสิ่งนี้เองที่ทำให้มันติดในอันดับของใช้ที่โลกขาดไม่ได้ในบัดดล ที่จริงสมัยก่อนก็มีหลายคนใช้ยาสีฟัน เช่น กิ่งไม้, ขนนก, กระดูกสัตว์, ขนเม่น จนกระทั้งมีนักประดิษฐ์คิดค้นแปรงสีฟันคนแรกก็คือ วิลเลียม แอดดิส ชาวเมืองเคิร์กเคนวอลล์ ซึ่งเกิดทำผิดมีอันต้องเข้าไปนอนในคุกข้อหาใช้ความรุนแรง ในปี 1770 ตอนนั้นผู้คนทั้งในและนอกคุกใช้วิธีแปรงฟันโดยใช้เกลือหรือเขม่ามาใส่ในเศษผ้า นำมาถู ๆ ที่ฟัน รวมถึงนายแอดดิสด้วย เขาทำแบบนี้หลายปีจนเขามีความคิดว่าน่าจะเป็นการดีถ้ามีอุปกรณ์ที่ช่วยในการทำความสะอาดฟันดีกว่านี้ โดยเขาได้ใช้ กระดูก จากนั้นก็นำมาเจาะเป็นรูเล็ก ๆ แล้วก็ขอขนแปรงจากผู้คุมมายัดลงไปในรูแล้วติดกาว แล้วตัดขนแปรงให้พอเหมาะ ได้แล้วแปรงสีฟันอันแรกของโลก และเมื่อแอดดิสออกจากคุก เขาก็เริ่มกิจการประดิษฐ์แปรงสีฟันเพื่อจำหน่ายอย่างที่หวังไว้ และก็มีขายมาจนทุกวันนี้ (เขาตายในปี 1840) ซึ่งรูปแบบและสีสันก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงและคิดค้นอีกภายหลัง  3. เจสซี่ ฮอว์ลี่ย์ (Jesse Hawley) เจสซี่ ฮอว์ลี่ย์ เป็นพ่อค้าแป้งในกรุงเจนีวา นิวยอร์ค เขาถูกจำคุกในปี 1807 เนื่องจากเขามีปัญหาการขนส่งจนเป็นหนี้ ต้องติดคุก 20 เดือน จุดเริ่มต้นเเกิดขึ้นในระหว่างอยู่ในคุกเขาได้เขียนเรียงความเรื่องหนึ่งชื่อ “Hercules” ออกเผยแพร่ว่าน่าจะขุดคลองอีรีห์ (Erie Canal) จากแม่น้ำฮัดสันเพื่อแก้ปัญหาขนส่ง ผลงานของเขานั้นกลายเป็นผลงานที่โดดเด่นจนทำให้ผู้เกี่ยวข้องมีความคิดจะขุดคลองให้มันเป็นจริง และเรียงความของเขาได้รับการพิสูจน์ว่ามีอิทธิพลในการพัฒนาคลองอย่างแท้จริง ซึ่งคลองอีรีห์นั้นทำให้อเมริกาเจริญจนถึงทุกวันนี้นั่นเอง เพราะคลองอีรีห์เป็นคลองที่ถูกขุดในนิวยอร์คยาว 363 ไมล์ (584 กม.) จากอัลบานี นิวยอร์ค ในแมนฮัดสัน ไปยัง บัฟฟาโล นิวยอร์ค เริ่มขุด1817-1825 (เปิดอย่างเป็นทางการ 26 ตุลาคม 1825) มีส่วนความสำคัญมากต่อศูนย์กลางการค้าขายในทวีปอเมริกาเหนือ สมัยก่อนนั้นอเมริกาต้องใช้การขนส่งโดยใช้เกวียนเป็นหลัก หากแต่หลังจากมีการสร้างคลองทำให้มีการขนส่งด้วยเรือเพิ่มขึ้นมา และคลองนี้ เป็นท่าเรือเพียงแห่งเดียวในภูมิภาคนี้ที่สามารถขนส่งสินค้าออกไปยังแอตแลนติกได้ ซึ่งมีผลทำให้รัฐนิวยอร์คและเมืองนิวยอร์คกลายเป็นเมืองที่และศูนย์กลางค้าขายของอเมริกาอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังตัวจุดชนวนกระแสการลงทุนในเรื่องการขนส่งและการขยายตัวทางเศรษฐกิจใหม่ของสหรัฐอเมริกา 2. โรเบิร์ต แฟรงคลิน (Franklin Robert Stroud) โรเบิร์ต แฟรงคลิน(28 มกราคม 1890-21 พฤศจิกายน 1963) ก่อนที่จะนักโทษนั้น เขายังเป็นวัยรุ่นเลือดร้อนแถววอชิงตัน อเมริกาที่หลงรักหญิงคาบาเร่ต์คนหนึ่ง ที่จริงทั้งสองน่าจะมีชีวิตมีความสุขตลอดกาล หากแต่น่าเศร้า เมื่อต่อมาเขาทำร้ายร่างกายแฟนตัวเองอย่างรุนแรง ทำให้เขาถูกพิพากษาจำคุก 12 ปี ฐานฆาตกรรม และถูกขังในคุกอัลคาทราซด้วย ดูๆ ไปชีวิตของเขาก็เหมือนนักโทษธรรมดา หากแต่แปลกหน่อยตรงที่ ระหว่างที่เขาถูกจำคุกอยู่ เขาได้พบรักใหม่ นั้นก็คือ “นก” เขาเริ่มรักนก รักถึงขนาดนำเลี้ยงนกในห้องขัง ซึ่งตามกฎเรือนจำไม่ให้อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ (จนเป็นเหตุย้ายไปขังในคุกอัลคาทราซ) แต่กระนั้นเขาก็ได้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องนกโดยบริยาย และได้เขียนหนังสือ iseases of Canaries และ Stroud's Digest on the Diseases of Birds เกี่ยวกับพยาธิและโรคในนก ซึ่งมีส่วนอย่างมากในการพัฒนาวงการสัตวแพทย์ เกี่ยวกับพยาธิวิทยา ทั้งๆ ที่แพทย์วินิจฉัยว่าเขาเป็นคนบ้า แต่กระนั้นเขามีไอคิวถึง 134 และนอกจากนี้เรื่องราวของเขายังถูกสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง Birdman of Alcatraz ซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจภาพยนตร์แนวคนคุกจนถึงปัจจุบัน 1. มีเกล เด เซร์บันเตส (Miguel de Cervantes Saavedra) มีเกล เด เซร์บันเตส เป็นในตระกูลชนชั้นกลางในปี ค.ศ. 1547-1616 ที่เมืองอัลกาลาเดเอนาเรส ประเทศสเปน เขาไม่เคยเรียนระดับมหาวิทยาลัย เขาเป็นทหารและบาดเจ็บจนมือซ้ายของเขาพิการ แถมยังถูกเคยโจรสลัดจับในประเทศแอลจีเรียอีก เขาถูกขังตั้งแต่ปี 1575 จนกระทั่งกองโจรได้รับค่าไถ่ตัวและปล่อยเขาเป็นอิสระในปี ค.ศ. 1580 แต่ชีวิตของเขาก็ติดคุกอีก เมื่อปี 1597 ในข้อหาปัญหาหนี้สิน ระหว่างที่เขาถูกขังในคุกเขาได้แต่งนิยายเรื่องดอนกิโฆเต้ขึ้น(และตีพิมพ์ส่วนแรกของเรื่องเมื่อปี ค.ศ. 1605)  ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า ขุนนางต่ำศักดิ์นักฝัน (El ingenioso hidalgo don Quixote de la Mancha) เป็นนิยายที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก เป็นนิยายเสียดสีล้อเลียนนิยายอัศวิน เนื้อเรื่องของนวนิยายเรื่องนี้ กล่าวถึงขุนนางต่ำศักดิ์ผู้สูงอายุ และไร้เรี่ยวแรงคนหนึ่งแห่งแคว้นลามันช่า ซึ่งคลั่งไคล้นิยายอัศวินมาก ถึงกับขายที่ดินจำนวนมากเพื่อหาซื้อนิยายอัศวิน ในที่สุดก็คิดไปว่าทุกสิ่งทุกอย่างในนิยายเหล่านั้นเป็นเรื่องจริง จึงปรารถนาที่จะเป็นยอดอัศวินดังที่ปรากฏในหนังสือเหล่านั้น เขาสร้างเกราะและหมวกจากกระดาษแข็ง นำม้าผอมโซตัวหนึ่งมาตั้งชื่อว่าโรสินันเต้ จากนั้นจึงตั้งชื่อของตนใหม่ว่า ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า และแต่งตั้งชาวนาเป็นอัศวินสำรอง "ซานโช่ ปันซ่า" ทั้งสองคนร่วมผจญภัยโดยต่อสู้กับศัตรูร้ายในความคิดของดอนกิโฆเต้ เช่น กังหันลมซึ่งดอนกิโฆเต้เข้าใจว่าเป็นยักษ์ แม้นิยายเรื่องนี้จะมีอายุ 400 ปีแล้วก็ตาม หากแต่หนังสือนี้ได้รับยกย่องว่าเป็นนิยายดีที่สุดที่โลกนี้เคยมีมา บ้างกล่าวว่า ดอนกิโฆเต้ คือนิยายเรื่องแรกของโลก เป็นหนังสือที่แปลเป็นภาษาอื่น มากที่สุดในโลก รองจากไบเบิ้ล ดอนกิโฆเต้ฯ ได้ชื่อว่าเป็นไบเบิ้ลแห่งมนุษยชาติ และเนื้อหาคงอ่านง่ายไม่ซับซ้อนเหมือนหนังสือโบราณเรื่องอื่นๆ ขอบคุณที่มา kon-mee-klass.blogspot.com, http://www.cracked.com/article_18422_5-people-who-changed-world-from-inside-prison.html, th.wikipedia.org

Tree In Heaven ,สุดปลายฟ้า สัญญารักนิรันดร์  [พากย์ไทย] ตอนที่12
Tree In Heaven /  สุดปลายฟ้า สัญญารักนิรันดร์

ฮานะเป็นเด็กสาวลูกครึ่งเกาหลี ญี่ปุ่นครอบครัวทำกิจการที่พักเล็ก ๆ แถวบ่อน้ำพุร้อน เธอเป็นกำพร้าพ่อและอาศัยอยู่กับแม่ซึ่งต่อมาก็แต่งงานใหม่กับพ่อหม้ายชาวเกาหลี ซึ่งมีลูกชายติดมาด้วยหนึ่งคน คือ ยุนซู ฮานะเป็นเด็กสาวจิตใจอ่อนโยน เธอยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัว รอคอยและพยายามฝึกฝนภาษาเกาหลีเพื่อจะได้ใช้พูดคุยกับพี่ชายของเธอ ยุนซู…เขาสูญเสียแม่ของเขาไปทำให้เขาเหมือนคนเก็บตัวเงียบ การมาญี่ปุ่นกับพ่อเพื่อมาอยู่กับครอบครัวใหม่ของพ่อและมีฮานะเป็นน้องสาวก็ยังไม่อาจทำให้เขาเปิดใจเท่าไรนัก ขณะที่ฮานะแม้จะใช้ภาษาเกาหลีได้เพียงเล็กน้อยแต่เธอก็พยายามก้าวเข้าไปหาเพื่อสร้างความสนิทสนมพี่ชายของเธอ ช่วงที่พ่อและแม่ของเธอไปติดต่องานต่างจังหวัดพวกเขาทิ้ง ฮานะและยุนซูไว้กับป้าซึ่งก็มีลูกสาวคนหนึ่งชื่อ มายะ ต่อหน้าแม่ของฮานะป้าก็ดูแลฮานะอย่างดี ครั้นพอลับหลังป้าก็เริ่มออกลายด้วยการพยายามครอบครองกิจการของแม่ฮานะและบังคับฮานะให้ทำงานต่าง ๆ มากมายขณะที่มายะนั้นแทบไม่ต้องทำอะไร หน้าที่ของเธอคือเรียนหนังสือเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ ฮานะนอกจากต้องอดทนต่อการกลั่นแกล้งของป้าแล้วเธอยังต้องดูแลยุนซู ซึ่งเขาเข้ามาเรียนในห้องเรียนเดียวกับเธอเพื่อน ๆ โดยในคราวแรก เหมือนยุนซูจะไม่ได้ใส่ใจใยดีต่อน้องสาวคนนี้นักเขามักมีโลกส่วนตัวของเขาเอง ด้วยความแปลกของเขาก็ทำให้ยุนซูมักถูกเพื่อน ๆ แกล้ง ครั้งหนึ่งยุนซูถูกแย่งสร้อยกางเขนไป ฮานะเป็นเพียงคนเดียวที่พยายามช่วยยุนซูยื้อแย่งสร้อยเส้นนั้นกลับคืนมาเพราะเธอรู้ว่า สร้อยนั้นเป็นตัวแทนสิ่งเดียวที่แม่ของยุนซูเหลือไว้ให้ ความพยายามของฮานะที่วิ่งไล่ตามเพื่อน ๆ เพื่อให้ได้สร้อยคืนจนตัวเองเจ็บ ความพยายามที่เธอเที่ยวคุ้ยไปตามหิมะเพื่อหาสร้อยเส้นนั้นจนพบ ทำให้ยุนซูแอบอบอุ่นและซาบซึ้งในความเอื้ออาทรของฮานะ จากนั้นเมื่อฮานะถูกป้าและมายะลูกพี่ลูกน้องกลั่นแกล้งยุนซูก็จะคอยเคียงข้างและช่วยเหลือเธอเสมอ …ความเอื้ออาทรที่พวกเขาต่างมีและใส่ใจต่อกันค่อย ๆ ถักทอสานก่อเป็น "ความรัก" โดยที่ฮานะเหมือนจะระมัดระวังและไม่กล้ายอมรับสักเท่าไร ว่าเธอรักยุนซูมากว่าความเป็นพี่ชายและน้องสาว เนื่องจากเวลานั้นเธอก็มีรุ่นพี่ริวผู้เพรียบพร้อมเขาเป็นนักกีฬา เป็นที่คลั่งไคล้ของนักเรียนหญิง รุ่นพี่ริวคนนี้ คือคนเดียวกับผู้ชายที่มายะหมายปองไว้ เพียงแต่ริวสนใจในตัวฮานะ ยุนซูนั้นชัดเจนต่อความรู้สึกของตัวเองกว่าใคร เขาติดตามฮานะเป็นดังเงา และพยายามทำให้เธอยอมรับความรักของเขา ทำให้เธอยอมรับว่าฮานะก็รักเขามิใช่รุ่นพี่ริว แต่ไม่ว่าจะพยายามอย่างไรด้วยความที่พ่อแม่ของพวกเขาแต่งงานกันพวกเขาจึงกลายเป็นพี่น้อง ทำให้ฮานะยากจะยอมรับแล้วพยายามปลีกตัวห่างออกจากยุนซูแล้วตั้งใจจะไปโตเกียวกับพี่ริว ทุกอย่างที่เธอกระทำล้วนทำให้เธอเจ็บปวดไม่น้อยกว่ายุนซู การไม่ยอมรับความรักของยุนซูทำให้ยุนซูตัดสินใจจากฮานะไป ในช่วงเวลานั้นพวกเขาไม่มีใครล่วงรู้ข่าวร้ายว่าพ่อของยุนซูและแม่ของฮานะประสบอุบัติเหตุในระหว่างการเดินทางกลับบ้านพวกเขาเสียชีวิตทันที ป้าของฮานะไปดูศพจนแน่ชัดแต่ก็ไม่แพร่งพรายข่าวนี้ให้ฮานะรู้ ป้าของฮานะกลับพยายามขายกิจการของพ่อแม่ฮานะแล้วพามายะหลบหนี้ไปโดยทอดทิ้งฮานะไว้เผชิญชะตากรรมลำพัง เวลาต่อมา ฮานะได้ทำงานเป็นพนักงานของโรงแรมของริว ที่นั่นเธอยังคงต้องใช้ชีวิตอย่างลำบากและยังรอคอยข่าวการหายตัวไปของพ่อแม่อย่างไร้ร่องรอย เช่นเดียวกับฮานะยังคงรอคอยยุนซูของเธอตลอดเวลา ที่โตเกียวฮานะต้องใช้ชีวิตอย่างลำบากและโดดเดี่ยวแม้เธอจะมีริวคอยช่วยเหลืออยู่เสมอ โดยที่ฮานะไม่รู้มาก่อนว่าเจ้าของห้องพักหรูที่เธอต้องไปให้บริการนั้นที่แท้คือ ยุนซู เขาแอบเฝ้ามองและติดตามดูเธอพร้อมคอยให้ความช่วยเหลืออยู่ห่าง ๆ โดยไม่ยอมเปิดเผยตัวแก่เธอ แต่กระนั้นฮานะก็อดที่จะรู้สึกแปลกเหมือนได้กลิ่นและเงาของยุนซูอยู่รอบ ๆ ตัวเธอ ไม่ว่าจะเสียงผิวปากในท่วงทำนองที่ พี่ยุนซูเท่านั้นเป็นคนทำ ตุ๊กตาและเสื้อผ้าหรูหราที่เธอเอ่ยปากเล่น ๆ ว่าอยากได้ก็มาอยู่ในล็อคเกอร์ของเธอ ยามที่เธอไม่มีที่อยู่และหิว เขาก็ให้เธอได้มีอาหารทาน มีที่หลับนอน คนประหลาดที่แอบหยิบยื่นความช่วยเหลือให้อย่างลับ ๆ ทำให้ฮานะสงสัยและต้องการค้นหา เธอเคยคิดว่าคนนั้น อาจเป็นริวแต่แล้วก็ไม่ใช่ กระทั่งวันหนึ่งเธอได้เห็นผู้ชายในชุดสีดำแสนคุ้นในโรงแรมที่เธอทำงานอยู่ฮานะเที่ยวไล่ตามหาเขาเพราะเธอเห็นว่าเขา คือ พี่ยุนซูของเธอ เธอเห็นเจ้าของห้องพักที่เธอเข้าไปทำความสะอาดมีภาพเขียนที่เกี่ยวกับตุ๊กตาหิมะ เป็นภาพเขียนที่เหมือนฉากในความทรงจำระหว่างเธอกับพี่ยุนซู เมื่อเธอสงสัยแล้วยิ่งพยายามตามหาคำตอบ กลับกลายเป็นว่า เจ้าของห้องคือผู้ชายคนอื่น ที่ไม่ใช่พี่ชายคนที่เธอทำร้ายและผลักไสเขาจากเธอไป สร้างความเสียใจแก่เธอจนตราบทุกวันนี้ มิกิ คือ หนึ่งในสมาชิกแก๊งค์มาเฟียพวกเขาจัดประชุมขึ้นที่บาร์แห่งหนึ่งซึ่งมีมายะเป็นเจ้าของ มายะยังคงแค้นเคืองฮานะอยู่มากมายเพราะชีวิตของเธอและความรักของเธอเหมือนถูกฮานะยื้อแย่งและทำมันพังไปเสียหมด เมื่อเธอมีเงินทองมากกว่าด้วยการเป็นผู้หญิงของหัวหน้าแก๊งค์มาเฟียเธอก็อยากกลั่นแกล้งฮานะที่ได้รับความช่วยเหลือจากริวเรื่อยมาด้วยการให้เธอมาพักด้วย หยิบยื่นเงินทองให้ฮานะใช้หนี้สินที่มีแล้วให้ฮานะเล่นเปียโนในบาร์ชดใช้แทน ที่บาร์นั้นฮานะได้พบกับมิกิ แวบแรกเธอก็จดจำเขาได้ กระทั่งเข้าไปทักเขาว่าเป็นยุนซูแต่มิกิปฏิเสธ มายะแรก ๆ ก็ประหลาดใจที่พบยุนซูอีกครั้งในมาดของสมาชิกมาเฟียนามมิกิ เขาดูมีอนาคต เคร่งขรึมและมีเสน่ห์ จนมายะหลงรักเขา จะอย่างไรก็ตามฮานะก็เชื่อว่ามิกิ คือ พี่ยุนซูของเธอ เธอติดตามเขาให้เขายอมรับ ร้องเรียกหา ขณะที่ยุนซูก็ยืนกรานไม่ยอมรับ จนกระทั่งฮานะได้พบกับสร้อยคอที่ห้องพักพิเศษทำให้เธอมั่นใจว่า คนที่เป็นเจ้าของห้องและคนที่คอยแอบช่วยเหลือเธออยู่ คือ พี่ยุนซูของเธอนั่นเอง ส่วนยุนซูเอง ต่อให้เวลาผ่านไปเขาก็ยังรักฮานะ ทำให้เขาทนไม่ได้เมื่อเห็นเธอร่ำไห้เที่ยวตามหาเขา สุดท้ายเขาก็ต้องออกมาพบเธอ และเรื่องยิ่งเศร้ามากขึ้นเมื่อยุนซูได้รู้ความจริงจากปากมายะว่า พ่อแม่พวกเขาเสียชีวิตแล้ว เพื่อปกปิดความลับนี้ และเพื่อปกป้องฮานะ ยุนซูจำเป็นต้องรับปากที่จะคบกับมายะและไม่พบกับฮานะอีก แม้ยุนซูจะไม่สามารถทำได้ก็ตาม ฮานะและยุนซูต่างมีความสุขที่ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง พวกเขาใช้เวลาแห่งความสุขด้วยกันพร้อมสัญญาจะไม่ทอดทิ้งกันเหมือนที่เคยทำอีก แต่เมื่อมายะเห็นยุนซูไม่รักษาสัญญาด้วยความโกรธเธอจึงเปิดเผยความลับเรื่องการตายของพ่อแม่ฮานะ ทำให้ฮานะเสียใจมาก พวกเขาไปที่หลุมฟังศพพ่อแม่ ที่ต้นไม้แห่งความทรงจำของยุนซูและฮานะ ที่นั่น แม้ทั้งสองจะไม่ได้เป็นพี่น้องกันอีกต่อไปแล้ว แม้ฮานะจะสามารถรักยุนซูได้อย่างเปิดเผยแต่ยุนซูกลับเลือกที่จะทิ้งฮานะไปแล้วเป็นแค่พี่ชายของเธอ เนื่องจากยุนซูในปัจจุบัน คือ สมาชิกในแก๊งค์มาเฟีย ถ้าเขาเปิดเผยตัวฮานะอาจเป็นอันตรายได้ ยุนซูสับสนและเจ็บปวดมากเขาเองก็ปรารถนาจะได้ใช้ชีวิตเยี่ยงคนธรรมดาและอยากจะออกจากวงการมาเฟียแต่เหมือนเมื่อได้ก้าวเข้าไปแล้วการจะเลิกเป็นเรื่องยาก ยิ่งคู่ปรับเก่าที่มิกิเคยฆ่าเขาให้หัวหน้าแก๊งค์ แต่เขาไม่ได้ตายกำลังกลับมาแก้แค้น ชิมาดะล่วงรู้ว่าผู้หญิงที่มิกิรักคือ ฮานะ ดังนั้นเป้าหมายของชิมาดะ จึงตรงไปที่ฮานะทันที ขณะที่ชิมาดะก็ต่อลองกับหัวหน้าแก๊งค์ที่เริ่มจะไม่ใคร่ชอบใจมิกิสักเท่าไรเมื่อเขาเห็นว่ามายะผู้หญิงของเขาให้ความสนใจมิกิ ยิ่งเมื่อมิกิอยากจะออกจากวงการยิ่งทำให้หัวหน้าแก๊งค์ไม่พอใจมากขึ้น เพื่อให้ความแค้นระหว่างมิกิและชิมาดะยุติเพื่อปกป้องฮานะไว้ มิกิจึงยอมไปพบชิมาดะเพื่อสะสางบัญชีแค้น ชิมาดะจึงใช้มีดแทงมิกิแต่ไม่ถึงตาย พร้อมกล่าวอาฆาตไว้ว่า การพบกันคราวหน้ามิกิไม่รอดแน่ มิกิกลับไปที่บ้านหลังที่เขาซื้อไว้ ให้ฮานะอยู่ บ้านที่พวกเขาใช้ช่วงเวลาช่วงหนึ่งด้วยกันอย่างมีความสุข แต่ความสุขของพวกเขาก็มักเดินทางผ่านไปเร็วไว้เสมอ มิกิคิดจะถอนตัวแล้วมอบตัวกับตำรวจเพื่อเขาจะได้กลายเป็นคนดีที่สามารถใช้ชีวิตอยู่กับฮานะได้อย่างเปิดเผย ไม่ว่าจะฐานะพี่ชายหรือฐานะอะไร ซึ่งเวลานั้นเขาได้ผลักดันให้ฮานะแต่งงานกับริว ซึ่งรักและรอคอยฮานะมานานแสนนาน เพื่อให้ริวได้ปกป้องและดูแลฮานะแทนเขา ชิมาดะได้รับคำสั่งจากหัวหน้าแก๊งค์ให้เก็บมิกิที่จะเข้ามอบตัว แต่มายะมาเห็นเข้าเธอจึงตัดสินใจขับรถชนชิมาดะเสีย ทำให้เรื่องราวยิ่งยุ่งยากเพราะมิกิไม่ได้ต้องการให้ชิมาดะตาย เขาต้องการเข้ามอบตัวพร้อมชิมาดะ แต่เมื่อเรื่องกลายเป็นเช่นนั้น เขาจึงสมอ้างเสียเองว่าเป็นคนฆ่าชิมาดะตาย แล้วให้มายะทำเหมือนเธอไม่รู้เห็นอะไรด้วย มิกิจึงถูกตำรวจไล่ล่า ต้องหลบหนีโดยมีมายะคอยช่วยเหลือ … ยุนซูบอกแก่ริวแกมบังคับให้เขารับปากแต่งงานกับฮานะ โดยเปิดเผยว่าเขาฆ่าคนตาย ฮานะเองก็จำใจต้องยอมแต่งงานกับริวเมื่อเห็นว่าวิธีนั้นเป็นหนทางเดียวจะทำให้พี่ชายเธอมีความสุข ในวันแต่งงานริวขอร้องให้ยุนซูมาอวยพรในงานเพื่อเป็นของขวัญพิเศษแก่ฮานะก่อนเขาจะยอมเข้ามอบตัว แต่ริวเกิดทำแหวนแต่งงานหล่นระหว่างพิธีทำให้ฮานะวิ่งหนีออกมาจากงานแต่งแล้วพบว่ายุนซูถูกแทง แล้วรถคันหนึ่งกำลังจะพุ่งเข้าชนยุนซูของเธอ เธอจึงพุ่งตัวเขาป้องกันยุนซูไว้จนทั้งสองถูกรถชนด้วยกันทั้งคู่…. ความรักของฮานะและยุนซูอันแสนอ่อนโยน ซาบซึ้งของพวกเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป ทั้งฮานะและยุนซูจะก้าวผ่านขวามหนามและความเจ็บปวดทั้งปวงได้หรือไม่ ติดตามได้ใน Heaven s tree

ศาลยกฟ้อง 'ธาริต'หมิ่น'พระสุเทพ'ทุจริตโรงพัก396แห่ง
ทุจริตสร้างโรงพักทดแทน396แห่ง /  ธาริต เพ็งดิษฐ์ / 

ศาลพิพากษายกฟ้อง "ธาริต" คดีหมิ่นประมาท "พระสุเทพ"มีส่วนทุจริตโครงการก่อสร้างโรงพักทดแทน 396 แห่ง ชี้หลักฐานไม่มีน้ำหนักเพียงพอ วันนี้ (26 มี.ค.) ศาลอาญา นัดอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีที่พระสุเทพ ปภากโรหรือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ฟ้องหมิ่นประมาท นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กรณีให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนระหว่างวันที่ 20 ม.ค.- 5 ก.พ.56 พาดพิงนายสุเทพ ขณะเป็นรองนายกรัฐมนตรี มีผลประโยชน์จากการทุจริตโครงการก่อสร้างโรงพักทดแทนจำนวน 396 แห่งทั่วประเทศ ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การพิจารณาว่าจะเข้าข่ายหมิ่นประมาทหรือไม่ ต้องดูที่ถ้อยคำ ข้อความ เจตนา และความเข้าใจของวิญญูชนทั่วไป โดยการให้สัมภาษณ์ของนายธาริต เป็นการให้สัมภาษณ์ตามอำนาจหน้าที่ของอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่จะรายงานความคืบหน้าคดีที่อยู่ในความสนใจในขณะนั้น ส่วนการใช้คำว่า "นายสุเทพเป็นผู้สั่งการ" เป็นการให้สัมภาษณ์ตามที่พนักงานสอบสวนผู้ใต้บังคับบัญชารายงาน เพราะนายสุเทพ มีตำแหน่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และโครงการก็มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะมีการทุจริตจริง เพราะยังมีการก่อสร้างจำนวนมากที่ไม่แล้วเสร็จ เมื่อพิจารณาตามพยานหลักฐานและสำนวนประกอบคำให้การโจทย์ ยังมีน้ำหนักไม่เพียงพอ ศาลจึงพิพากษายกฟ้อง หลังฟังคำพิพากษาเสร็จสิ้น นายธาริตซึ่งวันนี้เดินทางมาฟังคำพิพากษาด้วยตัวเอง มีสีหน้ายิ้มเป็นปกติ และปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ ก่อนขึ้นรถกลับในทันที ขอบคุณข้อมูลจาก จส.100 MThai News

คุม 'ด.ต.ชาญชัย'เข้าบึงกาฬ ตร.เค้นสอบเข้ม!
ฆ่าพระบัณฑิต /  ด.ต.ชาญชัย / 

ตำรวจคุมตัว "ด.ต.ชาญชัย"จากสปป.ลาวกลับไทยแล้ว อยู่ระหว่างสอบสวนที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ ขณะ ผบ.ตร.สั่งเข้ม ห้ามตำรวจให้ข่าวสำคัญกับสื่อนอกจากโฆษก หวั่นกระทบรูปคดี วันนี้ (27 มี.ค.) ความคืบหน้าคดีฆ่าพระบัณฑิต สุปัณฑิโต เจ้าอาวาสวัดป่าตอสีเสียด จ.อุดรธานี หลังจากเมื่อช่วงเช้าตำรวจชุดสืบสวน ได้เดินทางไปยังสปป.ลาว เพื่อประสานขอรับตัว ด.ต.ชาญชัย สร้อยสังวาลย์ อดีตผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจภูธรเมืองอุดรธานี หนึ่งในทีมฆ่าพระบัณฑิตกลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทย ล่าสุด ตำรวจได้นำตัวด.ต.ชาญชัย มาจากสปป.ลาว เข้ามาทางด่านตรวจคนเข้าเมืองจ.บึงกาฬและอยู่ระหว่างสอบปากคำที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ เบื้องต้นรับสารภาพว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีสังหารพระบัณฑิตจริงตามที่นายปัญจ๋าให้การซัดทอด ส่วนผู้จ้างวาน หรือผู้บงการ ในคดีนี้ จะมีความเชื่อมโยงกับนักธุรกิจในจังหวัดอุดรธานีหรือไม่ ตำรวจมีพยานหลักฐานที่จะสามารถขออนุมัติศาลออกหมายจับได้ภายในวันนี้ ด้านพล.ต.ต.คัตชา ธาตุศาสตร์ ผู้บังคับการกองแผนงานและกิจการพิเศษ หนึ่งในชุดสืบสวนที่เข้าร่วมเจรจากับทางการลาว เปิดเผยว่า ทางการลาวตกลงปล่อยตัวด.ต.ชาญชัยให้ทางการไทยแล้ว หลังชุดสืบสวนเจรจาต่อรองไม่ได้ดำเนินคดีข้อหาหลบหนีเข้าเมือง ซึ่งมีโทษจำคุก 5 เดือนในสปป.ลาว ซึ่งทางการลาวก็ตกลงส่งมอบตัวให้ตำรวจ ขณะที่พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ออกหนังสือคำสั่งกำชับตำรวจผู้รับผิดชอบหรือมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ เรื่องการให้ข่าวต่อสื่อมวลชนเพราะส่งผลกระทบต่อรูปคดีและส่งผลต่อการทำงาน โดยได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ให้ข่าวถึงความคืบหน้าคดีแต่เพียงผู้เดียว หากพบว่าปล่อยปละละเลย หรือจงใจไม่ปฏิบัติตามคำสั่งจะได้ดำเนินการทางปกครองและวินัยกับผู้เกี่ยวข้อง ขอบคุณข้อมูลจาก มติชนออนไลน์ ......................................................................................................................................................................... ตำรวจเตรียมขอศาลออกหมายจับทีมฆ่า "พระบัณฑิต"ภายใน 1-2 วันนี้ ขณะเช้านี้ทีมประสานงาน ตร. ออกเดินทางไป สปป.ลาว เพื่อรับตัว ด.ต.ชาญชัยแล้ว วันนี้ (27มี.ค.58) ตำรวจชุดคลี่คลายคดียิงพระบัณฑิต สุปัณฑิโต หรือ พระหมอ เจ้าอาวาสวัดป่าตอสีเสียด จ.อุดรธานี กำลังเร่งประสานกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หรือ สปป.ลาว เพื่อนำด.ต.ชาญชัย สร้อยสังวาลย์ อดีตผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจภูธรเมืองอุดรธานี ผู้ร่วมก่อเหตุฆ่าพระบัณฑิต ที่ถูกจับได้ที่แขวงบริคำไชย มาดำเนินคดีในไทย ซึ่งกำหนดการเดิมดาบตำรวจชาญชัย จะมาถึงไทยในวันนี้ แต่ทางการ สปป.ลาว จำเป็นต้องดำเนินคดีในข้อหาหลบหนีเข้าเมืองก่อน ซึ่งยังไม่แน่ชัดในเรื่องระยะเวลา ด้านพล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.)กล่าวว่า วันนี้จะประชุมชุดสืบสวนเพื่อสรุปความคืบหน้าของคดีทั้งหมด โดยเมื่อวานนี้(26มี.ค.)ได้หลักฐานเพิ่มเติมเป็นรถกระบะที่ใช้ในก่อเหตุ ซึ่งนายปัญจ๋า ชารีแสน หรือ โบ้ มือปืนที่ถูกจับกุมได้ก่อนหน้านี้ ระบุว่า ด.ต.ชาญชัย สร้อยสังวาลย์ ผู้ต้องหาจ้างวานฆ่าที่ถูกจับได้ที่ สปป.ลาว นำมาฝากไว้ที่บ้านหลังหนึ่งในอำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู โดยมีการเปลี่ยนสีรถจากสีขาวเป็นสีดำ เพื่ออำพรางตบตาเจ้าหน้าที่ ส่วนความคืบหน้าคดีอยู่ระหว่างเตรียมขออนุมัติศาลออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีนี้เพิ่มเติมภายใน 1-2 วันนี้ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าเป็นใครบ้าง สำหรับขบวนการสังหารพระบัณฑิต จากข้อมูลการสืบสวนของตำรวจพบว่า ผู้สั่งการฆ่า คือ เสี่ย บ. โดยอาจจะจ้างทีมก่อเหตุเอง หรือใช้ให้ผู้อื่นจ้างแทน ซึ่งขณะนี้แนวทางการสืบสวนพบว่ามีทหาร และนายตำรวจระดับสูงในพื้นที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม มูลเหตุเกิดจากความหึงหวงของเสี่ย บ. ต่อแพทย์หญิงคนหนึ่งที่ไปปฏิบัติธรรมที่วัดป่าตอสีเสียดหลายครั้ง จนเกิดความเข้าใจผิดในตัวพระบัณฑิต และนำไปสู่การสังหารเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 1 มี.ค.จนพระบัณฑิตมรณภาพ ขณะออกรับบิณฑบาต ล่าสุด ในช่วงเช้าวันนี้ ทีมประสานงานตร.ออกเดินทางไปที่สปป.ลาวแล้ว เพื่อประสานขอรับตัว ด.ต.ชาญชัยกลับประเทศไทย  โดยเดินทางผ่านด่านตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จ.บึงกาฬ ซึ่งหากมีความคืบหน้า จะรายงานให้ทราบต่อไป ขอบคุณข้อมูลจาก TNN24 MThai News

'พระสุเทพ'แจง สั่งการเองสลายม๊อบแดง-มาร์คไม่เกี่ยว
คดีสลายม๊อบแดง /  คดีสลายเสื้อแดง / 

'พระสุเทพ ' ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ป.ป.ช. สลายม็อบแดงปี53 ไม่ขอเพิ่มพยาน ยัน เป็นผู้สั่งการลงนามเองถูกต้อง 'อภิสิทธิ์'ไม่เกี่ยว นัดสอบอีก 21 เม.ย. วันที่ 26 มี.ค.58 พระสุเทพ ปภากโร หรือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กล่าวภายหลังเข้าแก้ข้อกล่าวหา กรณีสั่งการสลายการชุมนุมกลุ่ม นปช. ปี 2553 ต่อ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่า การชี้แจงวันนี้ จะไม่ขอยื่นพยานบุคคลในการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาแต่อย่างใด โดยได้นำหนังสือชี้แจงที่มีความหนา 155 หน้า ที่เรียบเรียงเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ได้รับมอบหมายจาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้เป็นผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ดูแลสถานการณ์ รวมถึงชี้แจงการออกคำสั่งของ ศอฉ.ถูกต้องตามขั้นตอนโดยมีตนเป็นผู้ลงนาม ไม่เกี่ยวกับนายอภิสิทธิ์ ซึ่ง ศอฉ.มีการปรับเปลี่ยนแผนปฏิบัติการภายหลังจากพบว่ามีประชาชนเสียชีวิต แต่ไม่สามารถยุติการปฏิบัติหน้าที่ได้ ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ขอเวลาอ่านรายละเอียดหนังสือชี้แจง และนัดให้มาตอบข้อสงสัยอีกครั้งในวันที่ 21 เม.ย.นี้ MThai News 

ดวงการเงิน เดือนเมษายน 2558 วางแผนเงินในกระเป๋าให้ดี!!
ดวงการเงิน /  ดูดวง / 

ดวงการเงิน ประจำเดือน เมษายน 2558 โดย อาจารย์ คฑา ชินบัญชร เข้าสู่เดือนแห่งเทศกาลสงกรานต์ แม่หมอเชื่อว่าหลายคนคงวางแผนเตรียมเที่ยว สำหรับวันหยุดยาวกันแล้วแน่นอน แต่อย่าลืมวางแผนการใช้เงินกันด้วยนะคะ หรือติดตามเช็คดวงการเงิน เดือนเมษายน 2558 จากไพ่ยิปซี อ.คฑา ชินบัญชร ได้เลยจร้า Horoscope.mthai.com ราศี มังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) ไพ่วานร ถมทะเล ดูท่าจะเก็บเงินไม่อยู่ ช่วงนี้ความอยากได้อยากมี ทำให้เกิดกิเลสตัณหา ต้องเอาเงินไปทุ่มเทเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ อดทนไม่ไหวกับสิ่งที่อยากได้ ต้องรีบเบิกเอาเงินเก็บมาใช้จ่าย ไม่ถึงกับขัดสน แต่อย่าให้ใครหยิบยืมหนี้สูญแน่นอน มีการลงทุนเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ รวมถึงการซื้อของที่เล็งไว้นานแล้ว ซื้อรถ แต่สภาพคล่องยังดีอยู่ ช่วงปลายเดือนมีโชคลาภหรือมีลุ้นรายได้เสริม ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) ไพ่พระรามคืนสู่ราชสมบัติ ยิ้มออกเพราะมีโชคเรื่องเงิน มีช่องทางในการหากำไรที่ดี ช่วงนี้สภาพคล่องการเงินสูง คิดลงทุนเสี่ยงโชค รวมถึงเล่นหุ้นช่วงต้นถึงกลางเดือน โอากาสกำลังมา คงต้องรีบตักตวง มีลาภฟลุกเข้ามา ช่วงนี้การเป็นนายหน้าที่ดิน ช่วยเหลือผู้อื่นได้ผลตอบแทนดีมาก ปลายเดือนให้ระวังเรื่องความขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์ ต้องระวังคนเอาเปรียบ อย่าเพิ่งไปลงทุนร่วมหุ้นกับใคร แต่ยังพอมีลาภปากได้กินฟรีอยู่บ่อยๆ ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) ไพ่พิเภก ต้นเดือนมักมีรายได้จากเรื่องแปลกๆ มีรายได้เสริมใหม่ ช่วงนี้เสี่ยงลุ้นมีโอกาสดี แต่คุณเองก็มือเติบไม่เบาเหมือนกัน หมดไปกับการสังสรรค์เฮฮา ช่วงกลางมาแรงพอๆกับเรื่องงาน พองานก้าวหน้า เงินก็ก้าว มีช่องทางรายรับเพิ่ม มีดวงได้เงินก้อนโต มีโชค การเงินมั่นคง ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงล้วนๆ เงินหมุนคล่องมีทั้งรายได้หลัก รายได้เสริม ขอแค่ขยันไว้ก่อนเป็นใช้ได้ ช่วงปลายมีลาภฟลุกให้หายเหนื่อย ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) ไพ่ภาพลวงตา ต้นเดือนอย่าเผลอไปรับปากใคร จะกลายเป็นข้อผูกมัดที่ทำให้คุณคาใจไปอีกนาน อะไรปฏิเสธได้ ให้รีบบอกปัดไปก่อน พอมีลาภปาก แต่ยังไม่เด่นเกี่ยวกับเสี่ยงโชค กลางเดือนมีโชคเข้ามาให้ได้เฮ แต่เงินอยู่ในมือไม่ค่อยได้นาน ต้องมีอันจ่ายออก ถ้าไม่ใช้เงินมือเติบ คงไม่มีปัญหา ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) ไพ่พระจันทร์ การเงินช่วงต้นได้เยอะ แต่พอไปๆกลับหายหมด มีดวงทำมือถือ ของมีค่าหาย จะไปไหนต้องตรวจตราข้าวของให้รอบคอบก่อน ช่วงกลางพอยิ้มออก เพราะมีลาภลอย แต่พอได้มาคงต้องรักษาให้ดี เพราะมีดวงทำของมีค่าสูญหาย เสียเงินเยอะกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง ปลายเดือนมีดวงจะทำของสำคัญ ของมีค่าหาย หรือเสียเงินโดยที่ไม่ตั้งใจ ให้ตั้งสติ ต้องรอบคอบเข้าไว้ ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) ไพ่ทศกัณฐ์ เงินทองใช้เก่ง มีเรื่องนั้นเรื่องนี้ให้คุณต้องควักจ่ายเป็นประจำ ยิ่งเรื่องของการเสี่ยงการลุ้น คุณจะหลงใหลหมดเงินไปเยอะ ช่วงนี้ยังไม่มีจังหวะให้ทำอะไรแต่พอดี จะได้ไม่เดือดร้อน กลางเดือนเก็บเงินไม่ค่อยอยู่ สงสัยต้องเก็บโดยการซื้อของมีค่าเก็บไว้ ที่สำคัญอย่าให้ใครรู้ว่ามีเงิน มีคนคอยจ้องจะยืมเงินตลอดเวลา การเงินยังแกว่งไปมา ยิ่งถ้าคุณชอบเล่นเสี่ยงโชค ช่วงกลางเดือนไม่คุ้มแน่ ช่วงปลายถึงจะมีจังหวะดี เพราะได้ข่าวสารข้อมูลที่แม่นยำ ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) ไพ่พาลีเจรจา ช่วงต้นเดือนพอมีลาภปากอยู่บ้าง ด้วยความเสน่หา แต่พอกลางเดือน มีรายจ่ายจุกจิก มีคนมาขอหยอบยืม ปฏิเสธกันแทบไม่ทัน กลางเดือนหงุดหงิดกับรายจ่ายเกี่ยวกับสังคม แต่สภาพยังอยู่ดี มีดวงได้ลาภจากความเสน่หา คงต้องใช้ไหวพริบให้เกิดประโยชน์ ช่วงปลายเดือนหมุนเวียนเงินสะดวก มีรายได้เสริมมาช่วยเพิ่มสภาพคล่อง แถมช่วงนี้มีลาภจากคนอายุมาก ลาภปากความรักลงตัวสุดๆ ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) ไพ่พระอินทร์ ช่วงต้นแม้จะไม่เห็นเม็ดเงินเป็นก้อน แต่ก็มีเข้ามาเรื่อยๆ สิ่งที่ลงทุนไปก็เริ่มออกดอกออกผล มีโชคลาภจากการเดินทาง หรือคนที่มาทางไกล มีดวงเปลี่ยนรถ ซื้อรถ กลางเดือนมีความสุขทุกครั้งที่ได้ใช้จ่าย แต่ยังดวงดีไม่ขัดสน เวลาไม่มีมักจะมีโชคดี มีอโกาสได้หยิบจับเงินทุกครั้งไป ช่วงปลายหาเงินง่ายใช้คล่อง คิดอยากได้อะไรเป็นต้องได้ ช่วงนี้ถ้าไม่หาเรื่องใส่ตัวไปยุ่งเรื่องคนอื่น รับรองมีเงินเป็นกอบเป็นกำ มีชคลาภ ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) ไพ่หนุมานแผลงฤทธิ์ ช่วงต้นเดือนเอาแน่นอนไม่ค่อยได้ บทจะจ่ายก็จ่ายแบบไม่ยั้ง ส่วนใหญ่หมดไปกับการกินเที่ยว เพื่อนฝูง แต่พอรู้ตัวจะขยันเร่งหาเงินจนเติมเต็มได้ ช่วงกลางขยันขันแข็งดี แต่ต้องระวังอย่าใจอ่อน สำหรับคนที่มาขอหยิบยืม จะกลายเป็นภาระผูกพันไปนาน ห้ามรับคำ ค้ำประกันให้ใครเด็ดขาด ปลายเดือนกำลังกระตือรือร้นหาเงินไม่หยุด ทำให้มีสภาพคล่องที่ดี เพียงแต่ช่วงนี้ให้ระวังเรื่องทำของหาย เสียเงินไม่เกิดประโยชน์บ้างก็ดี ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) ไพ่พระลบ การเงินงดเว้นเรื่องการให้ยืม มีโอกาสถูกชักดาบ แต่มีลาภปาก มักได้กินฟรีอยู่บ่อยๆ ยังไม่มีโชคในการเสี่ยง ช่วงกลางเดือนใช้เงินเก่ง รายจ่ายเยอะ แต่ยังดวงดีมีลาภเข้ามาบ้าง หรือไม่ก็มักจะมีคนเข้ามาช่วยตอนคับขัน หรือคิดอะไรม่ออกเสมอ เงินทองจึงยังไม่ติดขัด เริ่มยั้งๆมือแล้วก็ไม่น่าห่วง ถึงแม้ช่วงปลายจะมีรายจ่ายเรื่องกินเที่ยวมากหน่อย ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่อย่าไปหวังเรื่องลาภลอย ทำใจไว้เลย ต้องทำเองถึงจะได้เงิน ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม) ไพ่พระรามคืนสู่ราชสมบัติ ที่ผ่านมามีเหตุให้ต้องจ่ายเยอะ ทั้งของตัวเองและคนอื่น รวมถึงเรื่องเจ็บป่วย ค่ายา ทำให้ช่วงนี้ลุกขึ้นมาเก็บออมอย่างจริงจัง ช่วยให้เงินหมุนเวียนดี กลางเดือนมีลาภลอย จะเสี่ยงโลค ลงทุนขยับขยาย ได้ผลตอบแทนเร็ว มีดวงใช้จ่ายเกี่ยวกับการทำบุญช่วยเหลือผู้อื่น เพิ่มพูนบารมีให้มากขึ้น ช่วงปลายเตรียมใจกับรายจ่ายเกี่ยวกับรถไว้ได้เลย แต่ไม่ต้องห่วงว่าจะติดขัด เพราะช่วงนี้มีลาภจากการเสี่ยงโชคอยู่แล้ว คงไม่ผิดหวัง ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) ไพ่หนุมานแผลงฤทธิ์ ช่วงต้นเดือนจะหมดเงินจากความใจอ่อน ชอบช่วยเหลือ ระวังจะถูกหลอก แต่ไม่น่าห่วงเท่าไหร่ เพราะคุณมีช่องทางหาเงินได้เรื่อยๆ และมีความมุ่งมันที่ดี กลางเดือนมีช่องทางการหาเงินได้เรื่อยๆ แต่ต้องลงแรงด้วยตัวเอง อย่าไปหวังลมๆแล้งๆ กับลาภลอย ยังไม่เหมาะช่วยเหลือใคร เพราะลำพังตัวเองยังแทบจะไม่รอด ปลายเดือนตั้งอกตั้งใจหาเงินเป็นพิเศษ ทำให้สภาพคล่องดี จะมีจ่ายออกเยอะบ้างกับเรื่องความรัก หรือจ่ายไปให้กับคนใกล้ชิด ดูดวงแบบเต็มๆ ตลอดทั้งปี จาก หนังสือพยากรณ์ชะตาชีวิต ไพ่ยิปซี 2558 โดย อ.คฑา ชินบัญชร

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

ทึ่ง! โกลเด้นแสนรู้ ว่ายน้ำเก็บขยะขึ้นฝั่ง
นนทบุรี /  วัดใหญ่สว่างอารมณ์ / 

สุนัขพันธ์ุโกลเด้นน่ารักแสนรู้กว่า30 ตัว ว่ายน้ำเก็บขยะในน้ำที่วัดใหญ่สว่างอารมณ์ ย่านปากเกร็ด ประชาชนแห่ดูถึงวัด วันนี้ (27 มี.ค.) มีรายงานว่า ที่วัดใหญ่สว่างอารมณ์ หมู่ 6 ตำบลอ้อมเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี มีกลุ่มสุนัขพันธุ์โกลเด้นกว่า 30 ตัว ชอบว่ายน้ำเก็บขยะ จากการตรวจสอบ พบกลุ่มสุนัขพันธุ์โกลเด้นหลายสิบตัว กำลังเล่นน้ำอยู่ที่บริเวณท่าหน้าน้ำ และยังมีพฤติกรรมแสนรู้ ใช้ปากคาบขวดพลาสติกและขยะที่ลอยมาติดท่าน้ำของวัดขึ้นมา จากการสอบถามพระจตุรงค์ ซึ่งเป็นพระลูกวัด กล่าวว่า เจ้าอาวาสวัดใหญ่สว่างอารมณ์ องค์ปัจจุบันคือ หลวงพ่ออ่าง สิริจนฺโท เป็นคนรักสุนัข จึงมีลูกศิษย์ที่เป็นเจ้าของฟาร์มสุนัข นำสุนัขพันธุ์โกลเด้นแท้มาถวาย 1 คู่ ต่อมาได้ออกลูกมาจนถึงปัจจุบันมากกว่า 30 ตัว โดยทางวัดจะมีการให้ผสมพันธุ์กันเองเพื่อไม่ให้ข้ามสายพันธุ์ แต่ก็มีบางตัวหนีออกไปผสมพันธุ์กับสุนัขนอกวัด ลูกที่ออกมาจึงเป็นพันธุ์ทาง ที่ผ่านมาเคยมีคนมาขอไปเลี้ยงบ้าง แต่เจ้าอาวาสกลัวว่าจะนำไปเลี้ยงแบบทิ้งขว้าง ดูแลไม่ดี จึงให้ไปเพียงบางคน สำหรับพฤติกรรมคาบขวดหรือเก็บขยะในน้ำ ที่มีผู้นำไปโพสต์ลงในโชเชียลมีเดีย จนมีคนเดินทางมาดูมากมายนั้น เกิดจากการที่พระในวัดพาสุนัขมาอาบน้ำทุกวัน เลยขว้างขวดลงไปให้สุนัขคาบ เพื่อเป็นการเล่นและออกกำลังกาย จนเมื่อสุนัขเหล่านี้เห็นขวดลอยมาจึงได้คาบขึ้นมาบนวัด กลายเป็นนิสัย ขอบคุณคลิปและข้อมูลจาก TNN24 MThai News

DSI ลั่น 'พระธัมมชโย'ต้องให้ปากคำด้วยตนเอง
ดีเอสไอ /  ธัมมชโย / 

ดีเอสไอ ระบุพระธัมมชโยต้องเข้าให้ปากคำด้วยตนเอง เพื่อหาข้อยุติในคดีสหกรณ์ฯคลองจั่น ชี้หากไม่ยินยอม เตรียมส่งจนท.สอบปากคำที่วัด วันนี้(27 มี.ค.58) พ.ต.ท. ปกรณ์ สุชีวกุล ผู้อำนวยการส่วนตรวจ 2 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวภายหลังการประชุมติดตามความคืบหน้าคดียักยอกและฉ้อโกงทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ร่วมกับที่ปรึกษา 5 ฝ่าย โดยยืนยันว่า พระธัมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย จำเป็นต้องเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน เนื่องจากเป็นผู้ที่มีชื่อรับเช็ค ซึ่งจะสามารถให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการพิสูจน์เจตนาและหาข้อยุติการยักยอกทรัพย์และฉ้อโกงของนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นได้ ซึ่งหากพระธัมชโย ไม่ยินยอมเข้าให้ปากคำด้วยเหตุผลอาการอาพาธอีก ก็จะประสานเข้าไปพบตามอำนาจพนักงานสอบสวน เพื่ออำนวยความสะดวกในการสอบปากคำ ทั้งนี้ ยังอยู่ระหว่างการประสานและกำหนดวันที่จะเชิญพระวิรัตน์ โตมา พระลูกวัดพระธรรมกาย เข้าให้ปากคำ เพราะมีชื่อปรากฏรับเช็คจำนวน 60 ล้านบาทจากนายศุภชัยด้วย ส่วนประเด็นการสอบสวนนิติบุคลที่มีรายชื่อในการรับเช็คเงินสด ล่าสุด ได้สอบปากคำไปแล้วกว่า30ปาก เหลือเพียง 10 กว่ารายเท่านั้น คาดว่าจะเสร็จสิ้นก่อนวันที่ 13 เมษายนนี้ และจะยื่นให้ฝ่ายเลขานุการพิจารณาความว่าครบถ้วนพอที่จะยื่นส่งอัยการพิจารณาการส่งฟ้องศาลได้หรือไม่ โดยนิติบุคคลจำนวน 46 ราย ที่เรียกสอบปากคำในสำนวนนี้ เป็นผู้รับเช็คกว่า 200 ฉบับ ขอบคุณข้อมูลจาก TNN24 MThai News

วิจารณ์แซด! สมบัติของชาติ คนไทยไม่ได้ดู แต่ให้ฝรั่งเช่าถ่ายหนัง
ตำหนักโบราณ /  ภาพจิตรกรรม / 

วิจารณ์แซด! สมบัติของชาติ คนไทยไม่ได้ดู แต่ให้ฝรั่งเช่าถ่ายหนัง ชาวสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์กรณีที่แฟนเพจ เมด อิน อุษาคเนย์ ตำหนักพระพุทธโฆษาจารย์ วัดพุทไธสวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นตำหนักโบราณที่ไม่เปิดให้คนไทยเข้าไปชมโดยอ้างว่าต้องอนุรักษ์โครงสร้างและงานจิตรกรรมแต่กลับให้ชาวต่างชาติเข้าไปเช่าถ่ายทำหนังได้โดยใช้ตำหนักเป็นฉากเกสต์เฮาส์ โดยเจ้าของภาพระบุว่า เอาตำหนักไปให้ฝรั่งเช่าถ่ายหนัง กลายเป็นโรงแรมเกสเฮ้าส์ ประเด็นไม่ใช่ว่าขออนุญาตหรือยัง (อันนี้ขอแล้วทั้งวัดทั้งกรมศิลป์) แต่ประเด็นอยู่ที่ว่า อนุญาตเข้าไปได้ยังไง การถ่ายหนังต้องจัดแสงมาก มีไฟ มีแฟลช มีพรอพที่มันกระทบกับภาพเขียนฝาผนังอายุ 300 กว่าปีอยู่ตลอดเวลา คนอนุญาตก็ช่างบ้าจี้ ภูมิคุ้มกันทางด้านการอนุรักษ์โบราณสถานไทยนี่ต่ำมาก นี่ขนาดสถานที่ศักดิ์สิทธิ์นะ วัด ศาลาการเปรียญ ขอบคุณ Adjd Pipe ที่ช่วยเป็นหูเป็นตาแทนศาลาการเปรียญ ทั้งนี้จิตรกรรมฝาผนังวัดพุทไธศวรรค์บนตำหนักสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ จัดอยู่ในช่วงสมัยอยุธยาตอนปลาย ตรงกับสมัยพระเพทราชา บอกเล่าเรื่องราวทางสังคมอยุธยาและเขียนเป็นภาพไตรภูมิพระร่วง รวมถึงชาดกพระพุทธเจ้า ถือว่าเป็นภาพจิตรกรรมที่ทรงคุณค่าและเป็นสมบัติของชาติ ขอบคุณภาพประกอบจาก เมด อิน อุษาคเนย์ ,Patison Ben,Sathit Manassurakul MThai News

กู้ซาก รถไฟชนกัน ที่อยุธยาสำเร็จ! รฟท.เผยเสียหาย80ล้าน
กู้ซาก /  รถไฟชนกัน / 

กู้ซาก รถไฟชนกัน สำเร็จ! รฟท.ชี้สาเหตุจากขบวนรถไฟสายกรุงเทพ-เด่นชัย ฝ่าสัญญาณไฟเตือน พุ่งชนท้ายอีกขบวน ประเมินความเสียหายไม่ต่ำกว่า 80 ล้านบาท  วันนี้ (27 มี.ค.) ความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุรถไฟสายเด่นชัย-กรุงเทพฯ ขบวนที่ 107 พุ่งชนท้ายรถไฟสายหนองคาย-กรุงเทพฯ ขบวน 69 ที่บริเวณหมู่ 7 ต.กระจิว อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนถึงสถานีรถไฟย่อยพระแก้ว คืนวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บทั้งสิ้น 52 ราย ล่าสุดเมื่อเวลา 15.00 น. นายนริศ ขามรัตนะ วิศวกรกองช่างกล การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ซึ่งควบคุมการกู้หัวรถจักรและโบกี้รถไฟดังกล่าว เปิดเผยว่า การกู้รถไฟที่ตกรางในเบื้องต้นสำเร็จแล้ว โดยโยกหัวรถจักรและโบกี้ที่เสียหายทั้งหมด มาอยู่รางที่ 1 ส่วนรางที่ 2 และ 3 สามารถเปิดใช้งานได้แล้ว ทั้งนี้ ในภาพรวมประเมินแล้วเหตุการณ์รถไฟชนกันที่เกิดขึ้นครั้งนี้ มีความเสียหายไม่ต่ำกว่า 80 ล้านบาท ขณะที่นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยขณะลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุรถไฟชนกัน ว่า ระบบคอมพิวเตอร์ที่ควบคุมการเดินรถไฟเป็นไปตามปกติ โดยขบวนรถไฟสายกรุงเทพ-หนองคาย ได้ส่งสัญญาณว่าจะจอดขบวนรถ เนื่องจากมีปัญหาระบบล้อ และขอจอดเพื่อทำการตรวจสอบตรงที่เกิดเหตุ อีกทั้งมีสัญญาณไฟเตือน ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร เพื่อแจ้งเตือนว่ามีขบวนรถไฟจอดอยู่ด้านหน้า แต่ขบวนรถไฟสายกรุงเทพ-เด่นชัย ที่วิ่งตามมา ได้ฝ่าสัญญาณไฟเตือนเข้ามาพุ่งชน จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม รฟท.พร้อมดูแลผู้บาดเจ็บทั้งหมด ข้อมูลจาก สำนักข่าวไทย ภาพจากทวิตเตอร์ สวพ.FM91 MThai News

ศาลสั่งยกฟ้องธาริต คดีหมิ่นสุเทพ ทุจริตโรงพัก
ธาริต เพ็งดิษฐ์ /  ศาลอาญา / 

ศาลสั่งยกฟ้องธาริต คดีหมิ่นสุเทพ ทุจริตโรงพัก 396 แห่ง เหตุพยานฝ่ายโจทย์ไม่มีน้ำหนักฟ้องที่จะฟ้องร้องดำเนินคดีได้ รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (26 มี.ค.58) ศาลอาญานัดอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีที่พระสุเทพ ปภากโรหรือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ฟ้องหมิ่นประมาท นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กรณีให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนระหว่างวันที่20ม.ค.- 5ก.พ.56 พาดพิงนายสุเทพ ขณะเป็นรองนายกรัฐมนตรี มีผลประโยชน์จากการทุจริตสร้างโรงพักทดแทนจำนวน 396 แห่ง ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าการให้สัมภาษณ์ของนายธาริต เป็นการให้สัมภาษณ์ตามอำนาจหน้าที่ของอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่จะรายงานความคืบหน้าคดีที่อยู่ในความสนใจในขณะนั้น ส่วนการใช้คำว่า"นายสุเทพเป็นผู้สั่งการ" เป็นการให้สัมภาษณ์ตามที่พนักงานสอบสวนผู้ใต้บังคับบัญชารายงาน เพราะนายสุเทพ มีตำแหน่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และโครงการก็มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะมีการทุจริตจริง เพราะยังมีการก่อสร้างจำนวนมากที่ไม่แล้วเสร็จ เมื่อพิจารณาตามพยานหลักฐานและสำนวนประกอบคำให้การโจทย์ยังมีน้ำหนักไม่เพียงพอ ศาลจึงพิพากษายกฟ้อง MThai News

ด่วน!
กฎอัยการศึก /  ประยุทธ์ จันทร์โอชา / 

'ประยุทธ์' เตรียมใช้อำนาจพิเศษ ของหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 ออกคำสั่ง มาใช้ดูแลความสงบ แทนกฎอัยการศึก วันที่ 27 มี.ค.58 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่สวนสนประดิพัทธิ์ ถึงการพิจารณาใช้กฎหมายใหม่แทนกฎอัยการศึก ยืนยัน จะไม่นำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุม ครม. เนื่องจากตนมีอำนาจโดยตรง ออกเองรับผิดชอบเอง ขออย่าต่อต้าน และคำสั่ง คสช. อยู่เหนือทุกอย่าง ทั้งนี้ได้เตรียมพิจารณาใช้มาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว แทนการใช้กฎอัยการศึก ซึ่งถือเป็นคำสั่งใหม่ที่เพิ่มเติม โดยจะประเมินตามสถานการณ์ ทั้งนี้ได้เตรียมทูลเกล้าฯ จะมีผลบังคับใช้เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธยในการยกเลิกกฎอัยการศึก รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว)พุทธศักราช2557 มาตรา 44 บัญญัติไว้ว่า "ในกรณีที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติเห็นเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปในด้านต่างๆการส่งเสริมความสามัคคีและความสมานฉันท์ของประชาชนในชาติหรือเพื่อป้องกันระงับหรือปราบปรามการกระทำอันเป็นการบ่อนทำลายความสงบเรียบร้อยหรือความมั่นคงของชาติ ราชบัลลังก์ เศรษฐกิจของประเทศ หรือราชการแผ่นดิน ไม่ว่าจะเกิดขึ้นภายในหรือภายนอกราชอาณาจักร ให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติมีอำนาจสั่งการระงับยับยั้ง หรือกระทำการใดๆ ได้ ไม่ว่าการกระทำนั้นจะมีผลบังคับในทางนิติบัญญัติ ในทางบริหาร หรือในทางตุลาการ และให้ถือว่าคำสั่งหรือการกระทำ รวมทั้งการปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว เป็นคำสั่งหรือการกระทำ หรือการปฏิบัติที่ชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญนี้และเป็นที่สุด ทั้งนี้ เมื่อได้ดำเนินการดังกล่าวแล้ว ให้รายงานประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติและนายกรัฐมนตรีทราบโดยเร็ว" ขอบคุณข้อมูล มติชน / ภาพ  Wassana Nanuam MThai News

ดูให้ดีๆ แชร์ว่อน แบงค์พันปลอม มีตราครุฑครึ่งเดียว
ตราครุฑ /  แบงค์ปลอม / 

ดูให้ดีๆ แชร์ว่อน แบงค์พันปลอม มีตราครุฑครึ่งเดียว แฟนเพจ กลุ่มคนอาสา กู้ชีพ กู้ภัย Thailand ได้โพสต์ภาพเตือนภัยแบงค์พันปลอมกำลังระบาดโดยเป็นภาพของแบงค์พันสองใบนำมาเปรียบเทียบกันใบด้านล่างมีตราครุฑเพียงแค่ครึ่งตัวซึ่งหากคนที่ไม่ระมัดระวังอาจจะได้แบงค์ปลอมไปใช้ โดยได้เตือนภัยกับชาวสังคมออนไลน์ให้รอบคอบตรวจสอบเงินให้ดี ไม่เช่นนั้นอาจจะตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ ทั้งนี้ข้อควรรู้เกี่ยวกับวิธีการสังเกตแบงค์พันปลอมด้วยตัวเองคือ การสัมผัส เนื้อกระดาษธนบัตร เป็นกระดาษชนิดพิเศษให้ความรู้สึกแตกต่างจากกระดาษทั่วไป และการสัมผัสตัวเลขแจ้งราคา และคําว่ารัฐบาลไทย จะรู้สึก สะดุดกับหมึกพิมพ์ เมื่อนำแบงค์มายกส่องกับแสงสว่าง จะเห็นลายน้ำพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ในเนื้อ กระดาษอย่างชัดเจนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รวมถึงรูปลายไทยขนาดเล็กที่มีความโปร่งแสงเป็นพิเศษ และแถบสีโลหะฝังอยู่ในเนื้อกระดาษ บนแถบมีตัวเลขแจ้งชนิดราคาหรือตราสัญลักษณ์ฯ ด้วย จากนั้นให้พลิกเอียง บริเวณมุมของธนบัตร พิมพ์ด้วยหมึกพิมพ์ชนิดพิเศษ เมื่อพลิกธนบัตรไปมาสี ของตัวเลขจะเปลี่ยนสลับจากสีหนึ่งเป็นอีกสีหนึ่งได้ ภาพจาก แฟนเพจ กลุ่มคนอาสา กู้ชีพ กู้ภัย Thailand MThai News

โปรดเกล้าฯ โยกย้ายนายหทาร กลางปี 2558
ราชกิจจานุเบกษา /  โยกย้ายนายหทาร / 

พระบรมราชโองการฯ โปรดเกล้าฯ โยกย้ายนายหทาร กลางปี 2558จำนวนทั้งสิ้น 350 นาย วันที่ 26 มี.ค.58 ราชกิจจานุเบกษา ออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้นายทหารรับราชการสนองพระเดชพระคุณ จำนวนทั้งสิ้น 350 นาย โดยมีตำแหน่งสำคัญ เช่น พลโท พิสิทธิ์ สิทธิสาร รองเสนาธิการทหารบก เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลเอก) พลตรี เสริมศักดิ์ นิยะโมสถ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 21 เป็น รองเสนาธิการทหารบก พลตรี นพวงศ์ สุรวิชัย รองแม่ทัพภาคที่ 4 เป็น แม่ทัพน้อยที่ 4 พลตรี กู้เกียรติ ศรีนาคา ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ เป็น รองแม่ทัพภาคที่ 1 พลตรี ประวิทย์ หูแก้ว รองแม่ทัพน้อยที่ 2 เป็น รองแม่ทัพภาคที่ 2 พลตรี บรรเจิด ฉางปูนทอง ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 1 เป็น รองแม่ทัพภาคที่ 3 พลตรี มณี จันทร์ทิพย์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 เป็นรองแม่ทัพภาคที่ 4 พลตรี ธนศักดิ์ เก่งถนอมม้า ผู้บัญชาการศูนย์สงครามพิเศษ เป็น รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ พลตรี ศรีศักดิ์ พูนประสิทธิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก เป็น ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ พันเอก ชวลิต พงษ์พิทักษ์ เป็น ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกราชบุรี พันเอก กิติศักดิ์ บัวสถิตย์ เป็นผู้บัญชาการศูนย์สงครามพิเศษ ส่วนกองทัพเรือ พลเรือเอก ณรงค์พล ณ บางช้าง รองเสนาธิการทหาร เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ พลเรือเอก ณะ อารีนิจ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นเสนาธิการทหารเรือ กองทัพอากาศ พลอากาศโท สุรศักดิ์ ทุ่งทอง เจ้ากรมข่าวทหารอากาศ เป็นรองเสนาธิการทหารอากาศ ประกาศ ณ วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2558 ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอบคุณภาพ  ratchakitcha MThai News

ส่อง!! หญิง-บิลลี่ ฮันนีมูนหวานที่นอร์เวย์
หญิง สุกัญญา /  บิลลี่ อานุภาพ / 

หวานสมกับเป็นคู่ข้าวใหม่ปลามันจริงๆ เพราะล่าสุดดาราสาว หญิง กัญญา ไรวินท์ ก็เผยภาพทริปฮันนีมูนสุดหวานลงอินสตาแกรมส่วนตัว โดยเธอจูงมือคุณสามีเลิฟ บิลลี่ อานุภาพ บินลัดฟ้าดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ที่ประเทศนอร์เวย์ หลังเข้าพิธีแต่งงานกันไปเมื่อวันที่ 16 พ.ย.57ที่ผ่านมา ซึ่งตลอดทริปทั้งคู่ได้โชว์ดีกรีความหวานกันไม่มียั้ง เล่นเอาอากาศที่หนาวเย็น ปกคลุมด้วยหิมะ ดูอบอุ่นขึ้นมากันเลยทีเดียว คริคริ!! ขอบคุณภาพประกอบจากIG : yingriwin หญิง-บิลลี่ หญิง-บิลลี่ หญิง-บิลลี่ หญิง-บิลลี่ หญิง-บิลลี่ หญิง-บิลลี่ หญิง-บิลลี่

แพนเค้ก มีหนาว! ผู้ใหญ่จ่อดัน ใหม่ ขึ้นแท่นแทน!!
แพนเค้ก เขมนิจ /  ใหม่ ดาวิกา / 

ทำเอานางเอกอันดับต้นๆ ของวิกหมอชิต อย่าง แพนเค้ก เขมนิจ มีหนาวเลยทีเดียว!! เมื่อมีกระแสข่าวว่า ผู้ใหญ่ทางช่องเตรียมดัน ใหม่ ดาวิกา นางเอกรุ่นน้องขึ้นแท่นแทน! เหตุเพราะ สาวแพนเค้ก เลือกรับงานอีเว้นท์มากกว่าละคร ล่าสุดในงานแถลงข่าว มูลนิธิราชสุดา-บิ๊กซี เดิน-วิ่ง มินิมาราธอน ปีที่ 2 เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อคนพิการสายตาเลือนราง เจ้าตัวเปิดใจถึงประเด็นดังกล่าว! บอกไม่มีใครแทนใครได้ เข้าใจทุกอย่างไม่มีอะไรแน่นอน โดยส่วนตัวไม่ซีเรียส และจะพัฒนาตัวเองต่อไป!! "สำหรับเรื่องที่ผู้ใหญ่จะดัน ใหม่ ดาวิกา ขึ้นแท่นแทน จริงๆ เราอยู่กันเป็นครอบครัวคงไม่มีใครแทนใครค่ะ แต่ละคนก็มีการทำงานที่แตกต่างกันไปอยู่แล้ว เท่าที่เจอผู้ใหญ่ทางช่องท่านก็น่ารักอยู่แล้ว ส่วนที่หลายคนมองว่าแพนออกงานอีเว้นท์มากกว่ารับละคร คืองานดีๆ เราก็มา และทางช่องเองก็ทราบนะคะ เรียกว่าไปร่วมงานดีๆ มากกว่า ส่วนไหนที่เราทำได้เป็นประโยชน์ต่อสังคม เราก็ทำในสิ่งที่เราสามารถทำได้ค่ะ เรื่องนางเอกรุ่นหลังที่จะมาแทนเรา ไม่ได้กลัวค่ะ น้องๆ ที่เจอกันทุกคนก็น่ารักค่ะ จริงๆ มันไม่มีอะไรแน่นอน ทุกอย่างต้องหมุนไป เราก็ต้องพัฒนาตัวเอง ไม่ซีเรียส แฮปปี้ค่ะ" "ส่วนเหตุการณ์ที่เราพูดสโลแกนโปรโมทให้ช่องหนึ่ง ผู้ใหญ่เห็นถึงกับเรียกเข้าไปคุย จริงๆ ก็ไม่ได้มีอะไรค่ะ มีการซักถามกันเฉยๆ ว่าเป็นยังไง ก็บอกไปตามความเป็นจริงค่ะ ก็มีตกใจนิดหน่อย เพราะวันนั้นตอนพูดไปเราก็ถือไมค์ให้เค้าด้วย ไม่ได้เห็นว่าเค้านำไปใช้ยังไง ด้วยมุมของการค้าหรืออะไร เดี๋ยวคงต้องมีการคุยกันตามขั้นตอนต่อไป แต่ด้วยเจตนาด้วยความบริสุทธิ์ใจของเราก็ช่วยกันไปค่ะ แต่หลังจากนี้ก็ถือเป็นบทเรียนอาจจะมีการถามไถ่กันมากขึ้น หลังจากนี้ทางช่องก็คงมีมาตรการที่ชัดเจนมากขึ้นนะคะ ดูตามสมควรมากกว่าค่ะ" แพนเค้ก กล่าว แพนเค้ก เขมนิจ แพนเค้ก เขมนิจ แพนเค้ก เขมนิจ แพนเค้ก เขมนิจ ใหม่ ดาวิกา ใหม่ ดาวิกา