พระจอมเกล้าลาดกระบัง

วันลอยกระทง อาบน้ำคืนเดือนเพ็ญ
น้ำมนต์จันทร์เพ็ญ /  พิธีกรรมการทำน้ำมนต์จันทร์เพ็ญ / 

อาบน้ำคืนเดือนเพ็ญใน วันลอยกระทง เป็นอย่างไร หลายคนคงสงสัยและไม่เคยได้ยิน วันนี้ Horoscope.Mthai.com มีมาบอกครับ รวมทั้งพิธีกรรมในการทำน้ำมนต์จันทร์เพ็ญอีกด้วย ลองไปดูกัน วันลอยกระทง อาบน้ำคืนเดือนเพ็ญ คนไทยแต่โบราณเชื่อเรื่องพลังลี้ลับ ที่เกิดจากดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ในสามารถใช้วันเพ็ญเดือน 12 ได้ หรือก็ใช้วันเพ็ญเดือนอื่น ๆ เป็นวันทำน้ำมนต์ก็ได้ แต่วันพ็ญเดือน 12 จะมีสิริมงคลมาก ยิ่งอาบน้ำเดือนเพ็ญ ทำน้ำมนต์วันเพ็ญเดือน 12 จากตำนานเราผูกพันกับโลกมานานแสนนาน ด้วยความที่เป็นดวงจันทร์ดาวที่อยู่ใกล้โลกที่สุด พลังและแรงดึงดูดจึงมีอิทธิพลต่อโลกอย่างมาก ความเชื่อเรื่องพลังจากดวงจันทร์เต็มดวง มีอยู่ทุกภูมิภาคของโลกของคนไทย และชาวพุทธยิ่งมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ประเพณี วันลอยกระทง เนื่องด้วยวันสำคัญในทางศาสนาพุทธ ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ หรือที่เรียกว่าคืนเดือนเพ็ญ หรือคืนพระจันทร์เต็มดวงนั้นเอง พิธีกรรมเพื่อความเป็นสิริมงคล“ นั้น ทาง ครูโหราศาสตร์ในอดีตกล่าวว่า สิ่งที่เป็นมงคล  วันมงคล หากได้ทำ ’น้ำมนต์“ ในคืนจันทร์เพ็ญ จะ ’ศักดิ์สิทธิ์“ ยิ่งนัก เกิดสิริมงคล ทำการใดก็สำเร็จสมความปรารถนา มีโชคชัยมงคล ประสบชัยชนะ เป็นเสน่ห์เมตตามหานิยม เป็นที่รักของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย รอดพ้นจากภยันตรายต่าง ๆ เพราะโลก ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ โคจรมากุมกันและเล็งกัน “วันจันทร์เพ็ญนั้น ใน 1 ปี มีถึง 12 ครั้ง เพราะใน 1 ปี มี 12 เดือน โดยใน 1 เดือนจะมีวันจันทร์เพ็ญเพียงวันเดียว ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์ว่าช่วง วันเพ็ญเดือน 12 หรือวันลอยกระทงนั้น เป็นช่วงวันที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในการทำน้ำมนต์ แต่หากไม่สะดวกหรือไม่สามารถใช้วันเพ็ญเดือน 12 ได้ ก็ใช้วันเพ็ญเดือนอื่น ๆ เป็นวันทำน้ำมนต์ได้” น้ำมนต์จันทร์เพ็ญ พิธีกรรมในการทำน้ำมนต์จันทร์เพ็ญ 1. เตรียมสถานที่อันโล่งกว้างอยู่กลางแจ้ง 2. บาตรน้ำมนต์หรือขันน้ำมนต์ขนาดใหญ่ 3. น้ำบริสุทธิ์เพื่อใช้ทำน้ำมนต์ 4. น้ำบริสุทธิ์มาใส่ลงในบาตรน้ำมนต์หรือขันน้ำมนต์ 5. วันเวลาที่วางบาตรหรือขันน้ำมนต์ คือ เวลาก่อนเที่ยงคืนของคืนจันทร์เพ็ญ 6. ก่อนเวลา 24.00 น. ก่อนเที่ยงคืนเล็กน้อย ให้จุดเทียนน้ำมนต์สีขาวที่ปากบาตรหรือขันน้ำมนต์ ธูป 15 ดอก 7. ท่องคาถากำกับ 9 จบ โดยคาถา  วันจันทร์ คาถาว่า " อิ ระ ชา คะ ตะ ระ สา " (สวดวันละ 15 จบ). หรือจะสวดพระปริตรบท “อภยปริตร” ด้วยอีกก็ได้ 8. รอจนกระทั่งเงาของดวงจันทร์ลอยมาปรากฏในบาตรให้ตั้งจิตอธิษฐานขอพรตามความปรารถนา 9. สิ่งที่อยากได้ในวันนี้ ควรเตรียมจิตใจให้บริสุทธิ์ ไม่ทำการสิ่งใดที่ไม่เป็นการเบียดเบียน ผู้อื่น ให้ได้รับความเดือดร้อนและปล่อยวางจิตใจให้สงบ ตัดเล็บ ตัดผม ลงในกระทง  เพื่ออธิฐานจิตว่าให้สิ่งไม่ดี จะลอยไป กับสิ่งที่ลุกได้ ใส่ลงมาในกระทงนี้ ด้วยเทอญ….. อย่างไรก็ตามความเชื่อเรื่องทำน้ำมนต์ในคืนจันทร์เพ็ญเสริมมงคลชีวิตซึ้งมีความเชื่อที่เกี่ยวกับวันเกิดจุดจันทร์เพ็ญ วันจันทร์เพ็ญ หรือ ทำน้ำมนต์ได้ศักดิ์สิทธิ์มากเช่นกัน  สำหรับ น้ำมนต์จันทร์เพ็ญ นั้น ใช้ดื่มกินก็ได้ อาบก็ได้ รดศีรษะก็ได้ ประพรมก็ดี แต่ควรทำทันทีหลังพิธีการเสร็จสิ้น แล้วทำน้ำมนต์ใหม่ในวันเพ็ญเดือนต่อไป ถ้าเป็นน้ำมนต์จันทร์เพ็ญเดือน 12 นั้นศักดิ์สิทธิ์มาก เพราะ 1 ปีมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ทำไว้ดื่มกินก็ได้ อาบก็ได้ ประพรมศีรษะร่างกายก็ได้ ช่วยเรื่องบรรเทายามเจ็บไข้ ป้องกันอันตรายจากการเดินทาง เป็น สิริสวัสดิมงคลแก่ชีวิต น้ำมนต์“ ในคืนจันทร์เพ็ญ จะ ’ศักดิ์สิทธิ์“ ยิ่งนัก เกิดสิริมงคล ทำการใดก็สำเร็จสมความปรารถนา มีโชคชัยมงคล ประสบชัยชนะ เป็นเสน่ห์เมตตามหานิยม เป็นที่รักของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย รอดพ้นจากภยันตรายต่าง ๆ ขอบคุณภาพจาก www.dmc.tv

ตามไปดู 10 ที่เที่ยวอันซีนเมืองไทยที่น้อยคนจะรู้จัก
10 สถานที่ /  ท่องเที่ยวไทย / 

ด้วยวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยของเรา มีอยู่มากมายมหาศาล จนบางครั้งคุณจะต้องทึ่ง เมื่อได้เห็นบางสถานที่ ว่ามันมีอยู่ด้วยหรือ ? ความอันซีนยังถูกค้นพบขึ้นเรื่อยๆ สถานที่เหล่านี้ต่างรอคุณให้ไปเยี่ยมเยือนและสัมผัส บางท่านอาจรู้จักแต่ไม่เคยไป ทาง Travel.mthai.com จึงขอรวบรวม 10 ที่เที่ยวอันซีนเมืองไทยที่น้อยคนจะรู้จัก มาให้ท่านได้เพลินเพลินกัน แต่จะฟินกว่า หากท่านได้ไปเห็นด้วยตาของตัวเอง จริงมั้ยครับ ? ตามไปดู 10 ที่เที่ยวอันซีนเมืองไทยที่น้อยคนจะรู้จัก 1. แก่งชมดาว จ.อุบลราชธานี เห็นแว้บแรก หลายท่านคงคิดว่าที่นี่คือสามพันโบกแน่ ๆ แต่ผิดครับ เพราะนี่คือแก่งชมดาว ตั้งอยู่ที่ อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี เป็นแก่งหินที่ถูกกัดเซาะโดยน้ำวน จนเกิดเป็นผาหินและแอ่งหลุมรูปทรงแปลกตาซึ่งจะมีน้ำสีเขียวใสปรากฏให้เห็นอยู่ตลอด ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ยามเช้าและช่วงโพล้เพล้ เพราะแสงจะสวยมากๆ  ช่วงเวลาที่แนะนำให้มาเที่ยวคือ ตั้งแต่เดือน มกราคม - มิถุนายน 2. วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว จังหวัดอุบลราชธานี วัดเล็กๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี ที่เมื่อเวลาพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า จะปรากฏแสงเรืองรองขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ เกิดจากศิลปกรรมต้นไม้เรืองแสง ที่ค่อยๆ เผยความพิเศษขึ้นมาทีละน้อย จนกลายเป็น Unseen Thailand อีกแห่งที่น่าหลงใหล นอกจากนี้ วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว ยังเหมาะแก่การชมดวงดาวที่สุกสกาวอยู่เต็มท้องฟ้า 3. ซุ้มต้นลีลาวดี พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ จังหวัดน่าน ซุ้มต้นลีลาวดีหรือต้นลั่นทม บริเวณหน้าพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ จังหวัดน่าน ที่ขึ้นเป็นแถวเรียงรายแผ่ขยายกิ่งก้านโค้งเข้าหากัน ราวกับอุโมงค์ต้นไม้ยิ่งใหญ่อลังการ ถือเป็นแลนด์มาร์กสำคัญ และเหมาะอย่างยิ่งที่จะมาพักผ่อนหย่อนใจด้วยการปั่นจักรยาน เก็บภาพสวยๆ กลับบ้านไปอย่างชื่นมื่น 4. ดอยเมี่ยง อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ดอยเมี่ยง สวรรค์แห่งใหม่แห่งเมืองปาย จ.แม่ฮ่องสอน เป็นดอยสูงประมาณ 1,600 เมตร ภูมิประเทศเป็นป่าดิบชื้นและภูเขาสลับซับซ้อน อุดมไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ เช่น ต้นสน ต้นพญาเสือโคร่ง และต้นมะค่า มีจุดชมวิวที่สวยงาม สามารถมองเห็นเมืองปายได้แบบ 360 องศา มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่คุณไม่ควรพลาด 5. วัดป่าภูก้อน จังหวัดอุดรธานี ด้วยป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์กว่า 3,000 ไร่ ของป่าสงวนแห่งชาตินายูงและป่าน้ำโสม ที่รายล้อมวัดป่าภูก้อนแห่งนี้เอาไว้ วัดแห่งนี้ไม่ได้โดดเด่นเพียงแค่วิวทิวทัศน์รอบนอกเท่านั้น แต่ภายในวัดยังมีพระมหาวิหารที่ตกแต่งด้วยสำริดทั้งหมด นอกจากนี้ยังได้มากราบนมัสการ “พระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี” ความยาว 20 เมตร ที่สร้างขึ้นด้วยหินอ่อนสีขาวจากประเทศอิตาลี รวมถึง “องค์พระปฐมรัตนบูรพาจารย์มหาเจดีย์” ซึ่งบริเวณชั้นบนของยอดเจดีย์ ได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ไว้ให้ประชาชนผู้ศรัทธาได้มากราบสักการะ 6. วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ จังหวัดลำปาง แหล่งท่องเที่ยวสุดอันซีนในจังหวัดลำปาง ที่จะทำให้คุณได้ยลโฉมวิวสวยอลังการของอำเภอแจ้ห่ม เห็นลำน้ำแม่สอย แม่มอญและแม่วัง ขนานไปกับบท้องนาเขียวขจีสุดขอบฟ้า โดยมีภูเขาดอยปู่ยักษ์ทอดแนวยาว การเดินทางขึ้นไปอาจจะลำบากสักหน่อย แต่รับรองว่าคุ้มค่ากับสิ่งที่คุณจะเห็นแน่นอน 7. ถนนดอกไม้ตาเบบูญ่า จังหวัดสุพรรณบุรี บนถนนหมายเลข 3502 อ.สามชุก- อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี สองข้างทางจะเต็มไปด้วยสีเหลืองทองอร่ามจากดอกตาเบบูญ่า (เหลืองปรีดียาธร) ที่บานสะพรั่งสวยงามจนต้องหยุดรถลงไปถ่ายรูป แต่เจ้าดอกนี้มันจะปรากฏโฉมให้ชื่นชมในช่วงระยะเวลาสั้นๆ เพียง 1 ถึง 2 สัปดาห์เท่านั้น ราวกลางเดือนกุมภาพันธ์ ถึงต้นเดือนมีนาคม 8. เกาะไม้ท่อน จังหวัดภูเก็ต หลังจากถูกปิดไว้นานนับสิบปี เกาะสวรรค์แห่งนี้พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวแล้ว เกาะเล็กๆ บรรยากาศโรแมนติกเงียบสงบเป็นส่วนตัว จนได้รับฉายาว่า Honeymoon Private Island เหมาะกับคู่รักที่จะมาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์อย่างยิ่ง ด้วยน้ำทะเลสีเขียวใสบริสุทธิ์ และความสมบูรณ์ของธรรมชาติบนเกาะ รวมทั้งโลกใต้ทะเล ที่รอให้คุณมาแหวกว่ายจนชุ่มฉ่ำ รับรองจะต้องติดใจจนไม่อยากกลับบ้านเลยล่ะ !! 9. วิหารเทพวิทยาคม วัดบ้านไร่ จังหวัดนครราชสีมา ด้วยความอุตสาหะและความสามัคคีของชาวบ้าน ทำให้เกิดวิหารเซรามิคโมเสกกลางน้ำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย! สร้างขึ้นจากความตั้งใจของหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ที่ต้องการให้คนเข้าใจพระพุทธศาสนาได้อย่างง่ายๆ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่สุดแสนอลังการ ตั้งแต่ รูปปั้นพญานาค19 เศียร ประตูท้าวจตุโลกบาล และเศียรช้างขนาดใหญ่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สุดแสนจะจรรโลงใจ 10. แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์รูปหัวใจ จังหวัดสุโขทัย แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์รูปหัวใจหรือเกาะรูปหัวใจ ถูกเนรมิตขึ้นมาได้อย่างงดงาม เกิดจากแนวคิดโครงการแก้มลิงตามแนวพระราชดำริเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม-แล้ง โดยทำพื้นที่เก็บน้ำไว้ใช้ จากนั้นมีการทำ “บุญพิธีกลั่นแผ่นดิน” นำดินจากทุกหมู่บ้านในจังหวัดสุโขทัย 843 หมู่บ้าน มาปลุกเสกและนำมาไว้ใต้ฐานของมณฑป ซึ่งเป็นที่ประดิษฐาน “พระพุทธรัตนสิริสุโขทัย” จึงนับเป็นการนำความศักดิ์สิทธิ์มาสู่แผ่นดิน และรูปหัวใจยังสะท้อนถึงความรักใคร่สามัคคีของคนสุโขทัย ที่ช่วยกันรักษาสถานที่สำคัญแห่งนี้ไว้ให้คนทั่วโลกได้จดจำ ที่มา : painaidii.com   เรียบเรียงข้อมูลโดย : Travel MThai ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : 10 วัดสวยที่สุดในเมืองไทย , แนะนำ 10 ที่เที่ยวเปิดใหม่ ปี 57

ข่าวหน้า 1 (2529) 1/2
หนังไทย

บริษัท เอ เค เค กรุ๊ป โดย จิรเดช หาญศิริการ อํานวยการสร้าง พระเอก "ตี๋ใหญ่" ฉัตรชัย หันมายึดอาชีพนักข่าวอาชญากรรม ปัญญา นิรันทร์กุล เมายาเสพติดในหนัง "ท่านมุ้ย" ทรงถ่ายฉากใต้นํ้า ในภาพยนต์"ข่าวหน้าหนึ่ง" ฉัตรชัย เปล่งพานิช-ปัญญา นิรัญดร์กุล-จริยา สรณะคม-กิ่งดาว ดารณี : นําแสดง โรม อิศรา-เอกพงษ์ วงศ์ชาตรี-ชุมพร เทพพิทักษ์ : ร่วมแสดง ไผ่สีทอง : กํากับการแสดง เรื่องย่อ : ครอบครัวของเรืองเกล้าทนายสาว นั่งรถไปทําธุระโดยมีพ่อแม่เละเธอ พี่ชายเป็นคนขับรถไปเถี่ยวชนรถไฟตายทั้งครอบครัว แต่เธอรอดเพียงคนเดียว อุบัติเหตุครั้งนี้เพราะพี่ชายติดยาเสพติด เธอจึงเกลียดยาเสพติด และเธอไปฝึกการต่อสู้ทุกรูปแบบ เรืองเกล้าได้ว่าความช่วยนักร้องสาวชาวฮ่องกงที่ถูกยัดเยียดข้อหายาเสพติด ทําให้คนร้ายลอบทําร้ายเธอแทบเอาชีวิตไม่รอด เรืองเกล้าได้รู้จักนักข่าวชื่อทรนงและวีระ และโสธิดาเลขาสาวของเธอที่ช่วยกันสืบหาคนร้ายแก๊งค์นี้ โสธิดาและวีระถูกทําร้ายบาดเจ็บ ทรนงและเธอได้สืบรู้ว่าไชยยันต์(เจ้าของบาร์)เป็นพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ และกําลังจะส่งยาเสพติดจํานวนมากออกทางทะเล ทรนงและเรืองเกล้าเข้าไปขัดขวาง ในที่สุดไชยยันต์และสมุนถูกฆ่าตาย ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2014/10/2529-1-vcd.html 1/2 - http://video.mthai.com/trailer/player/1414685474.html 2/2 - http://video.mthai.com/trailer/player/1414684828.html

แกนนำ กปปส. รวมตัวสวนโมกข์ ทำบุญครบ 1 ปี
กปปส. /  ข่าววันนี้ / 

แกนนำรวมตัววัดสวนโมกข์ ทำบุญครบ 1ปี กปปส. ด้านพิธีกรดัง กนก รัตน์วงศ์สกุล โพสต์ รักและคิดถึงวันเวลาที่ผ่านมา ขณะที่เพจ Suthep Thaugsuban รีรันข้อความเก่า "เราจะสู้จนกว่าชนะ" รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (31 ต.ค. 57) บรรดาแกนนำกปปส. อาทิ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย , นายอิสระ สมชัย , เรือตรีแซมดิน เลิศบุศย์ , นายชุมพล จุลใส , นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ , นายเอกนัฐ พร้อมพันธุ์ , น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร , น.ส.อัญชลี ไพรีรัก ,นายชัย ราชวัตร ขณะที่อดีตส.ส.จากพรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายกษิต ภิรมย์ , นายธีรภัทร -นางนิภา พริ้งศุลกะ , นายธานี - นายเชน เทือกสุบรรณ ได้รวมตัวที่วัดสวนโมกขพลาราม อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อร่วมทำบุญเนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปีการดำเนินงานทางการเมืองของกลุ่ม กปปส. หลังจากที่ก่อนหน้านี้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษกฯของกลุ่มได้ประกาศออกไป โดยกิจกรรมในงานส่วนใหญ่จะเน้นไปในทางศาสนา เช่นการอุปสมบทหมู่จำนวน 120 รูป ในชื่อโครงการ “บวชพระเพื่อปฏิบัติธรรมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระเจ้าอยู่หัว” และเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ที่เสียชีวิตจากการชุมนุมของ กปปส. รวมถึงการปาฏกฐาธรรมพิเศษ ของพระสุเทพ ปภากโร ให้กับผู้ที่เข้าร่วมโครงการได้รับฟัง ขณะเดียวกันในหน้าเพจเฟซบุ๊กของเหล่าแกนนำและผู้มีชื่อเสียงกลุ่ม กปปส. หลายคนได้โพสต์ภาพและข้อความครบรอบ 1 ปีการรวมตัวเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะนายกนก รัตน์วงศ์สกุล พิธีกร และผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ที่ระบุว่า "จากก้าวแรกวันที่ 1 สู่วันที่ 204 จากสามเสน ถึง สามแสน สู่ "มวลมหาประชาชน" นับล้านๆ! ได้ไปทำบุญให้ "วีรชน" ทุกท่านที่จากไปด้วยครับ เช้าวันนี้..มีแต่คิดถึง..พวกเราทุกๆคน..คิดถึงมากๆ" ด้านเพจ Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ) ได้มีการนำภาพและข้อความเก่าครั้งที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกลุ่ม กปปส. เคยประกาศบนเวทีชุมนุมสามเสน เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2556 ออกมาเผยแพร่ด้วย โดบระบุว่า "เราจะต่อสู้ร่วมกันไป ไม่ชนะไม่เลิก ผมจะสู้ถวายชีวิต เทหมดหน้าตัก จะต่อสู้ร่วมกับทุกคน ทุกวัน จนกว่าจะได้ชนะ ถ้ารัฐบาลจะมาหาผม เพื่อเพิ่มคดีกบฎอีกคดีก็ไม่กลัวแล้ว ผมรับผิดชอบการกระทำของประชาชนทุกอย่าง ไม่หนีไปไหน" สุเทพ เทือกสุบรรณ เวทีชุมนุมสามเสน 31 ตุลาคม 2556 MThai news

ระลึกชาติแบบเรียน EP.2 - 'พ่อหลีพี่หนูหล่อ' แบบเรียนไทยยุคชาติผู้ดี
ผู้ดี /  พ่อหลีพี่หนูหล่อ / 

สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จัดจำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย ได้จัดนิทรรศการระลึกชาติในแบบเรียน โดยได้มีการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับแบบเรียนไทยแต่ละยุคแต่ละสมัย แบ่งเป็น 6 ยุค ตามบริบทของสังคมและการเมืองไทย ทีมข่าว MThai News ได้มีโอกาสเยี่ยมชมนิทรรศการนี้และมองว่ามีข้อมูลที่น่าสนใจ จึงขอหยิบนิทรรศการมาเขียนเป็นเรื่องราว 6 ตอนย่อยๆตามยุคได้ให้ลองอ่านกัน  หลังจากพาไปรู้จักจุดเริ่มต้นของแบบเรียนไทย จากตอนที่แล้ว ระลึกชาติในแบบเรียน : ตอนที่1เชื่อมั้ย? ฝรั่งแต่งแบบเรียนไทย (ใครยังไม่อ่านคลิกกลับไปอ่านได้นะ) มาถึงตอนนี้จะเล่าถึงแบบเรียนไทยยุคที่2 ในช่วงปี พ.ศ.2464-2474) ซึ่งยุคนี้ตรงกับสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ซึ่งการศึกษาไทยในยุคนี้มีแบบแผนมากขึ้น เนื่องจากในช่วงต้นของการขึ้นครองราชย์รัชกาลที่6 เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายประเทศ รวมทั้งซุนยัดเซ็น ผู้นำปฏิวัติของจีนได้เดินทางมาเยี่ยมแผ่นดินไทยถึง 4 ครั้ง ทำให้ชนชั้นนำของไทยเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงทั่วโลกอาจจะมีผลกระทบต่อไทยจึงมีการเร่งสร้างการศึกษา ปลูกฝังความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสถาบันสูงสุดของชาติโดยจากพระบรมราโชวาทปลุกใจเสือป่าของรัชกาลที่6 ได้มีข้อระบุว่า ในข้อกำหนดหน้าที่ประจำตัวของทุกคน ระบุว่า "มุ่งสอนให้ผู้เรียนรู้ถึงหน้าที่ของต้นที่มีต่อประเทศชาติ จะต้องต่อสู้ศัตรูเพื่อป้องกันประเทศ ต้องเสียภาษีอากรเพื่อบำรุงประเทศ ถ้าเป็นเด็กต้องมีหน้าที่ศึกษาเล่าเรียนเพื่อให้มีความรู้เพื่อประกอบการทำมาหาเลี้ยงชีพตนสืบไป ถ้าเมื่อถึงเวลาที่มีอันตรายมาสู่ประเทศบ้านเมืองของเราแล้ว แม้ใครไม่ทำใจยอมสละชีวิตของตนเพื่อป้องกันชาติบ้านเมือง ก็จงเลิกเป็นคนไทยเสียเถิด อย่าเอาชื่อไทยไปเรียกตนให้เพื่อนบ้านพลอยอายด้วยเลย ควรหลบหน้าไปให้พ้นถิ่นฐานบ้านตน ไปอยู่โดยลำพังตนอันเปนที่รักยิ่งกว่าชาติ ศาสนา นั้นเสียดีกว่า" ในยุคสมัยของรัชกาลที่6 มีการสถาปนาโรงเรียนข้าราชการพลเรือนในรัชกาลที่5 ยกขึ้นเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย มีการตราพระราชบัญญัติประถมศึกษาให้เด็กอายุ7ปี จนถึง 14 ต้องเข้าเรียนหนังสือ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการตรากฎหมายเกี่ยวกับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างชัดเจนของคนไทย ทรงริเริ่มการสร้างโรงเรียนมหาดเล็กหลวง โปรดเกล้าฯสถาปนาเป็นโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัยด้วย จะเห็นได้ว่าการศึกษาอย่างมีแบบแผนที่ชัดเจนและการศึกษาสมัยใหม่เริ่มเข้ามาในยุคนี้แล้ว นอกจากการมุ่งเน้นให้ประชาชนชาวสยามอ่านออกเขียนได้ตามการศึกษาขั้นพื้นฐานแล้ว สิ่งหนึ่งที่สอดแทรกในแบบเรียนไทยตลอดเวลาคือความคิดเรื่องรัฐชาติ หน้าที่พลเมือง ซึ่งในแบบหัดอ่านหนังสือไทย แต่งโดยพระวิภาชน์วิทยาสิทธิ์ (สังข์ พุกกะเวศ) ที่ใช้ในช่วงปีพ.ศ.2464-2480 และช่วงปี พ.ศ.2499-2520 ได้มีเนื้อหาปรากฎเกี่ยวกับพลเมืองของชาติให้เป็นคนดี โดยมุ่งเน้นให้นักเรียนเป็นผู้ดี คือ เป็นผู้ที่มีความรู้ มีคุณสมบัติผู้ดี มีมารยาท มีการศึกษา ศิวิไลซ์ อาศัยในเมืองและมีฐานะที่ดี เนื้อหาในตำราเรียนเล่าถึงการเปลี่ยนแปลงสถานะจากชาวป่ามาเป็นผู้ดีคนเมือง เช่นบทเรียน "พ่อหลี พี่หนูหล่อ"และ"นายเถื่อนเป็นนายเมือง" ซึ่งเรื่องหลังคัดมาจากหนังสือพลเมืองดีของพระยาวิสุทธสุริยศักดิ์ในปี 2454 ซึ่งเนื้อหาสอดคล้องกับแบบเรียนยุคชาติผู้ดีอย่างพอเหมาะพอเจาะเลยมีการนำมาให้เรียนกันใหม่ในยุคหลังด้วย ตัวอย่างบทเรียนพ่อหลี พี่หนูหล่อ ความเดิมตอนที่แล้ว ระลึกชาติในแบบเรียนEP.1-เชื่อมั้ย? ฝรั่งแต่งแบบเรียนไทย

5/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง
5/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ /  120 / 

5/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง" (ดีโพลมา2581)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน) งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง" ในวันอังคารที่ 28 ตุลาคม 2557 เวลา 14.00 น. ณ ศาลาเฉลิมกรุง ถ่ายทอดโดย..... ทีมงาน น.ส.พ.ดีโพลมานิวส์ (ดีโพลมา2581)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน) ร่วมด้วย ทีมงาน “สื่อสยามข่าวออนไลน์”และ“ข่าวมวลชนออนไลน์” ดังมีรายนามดังนี้.... บ.ก.เกรียงไกร พรเทพ(บรรณาธิการหลายสื่อ ) นามปากกา “เดอะกะตะ” (บ.ก.หลายสื่อ) จตุพล (บ.ก.บริหารหลายสื่อ) ผช.กรรณชัย(นามปากกา “ผู้กองแอ๊ด”) ผู้ช่วยบ.ก.ดูแลข่าวตำรวจ อภินันทร์(นามปากกา “อัจฉริยะ”)ปฐมภพ(นามว่า "คนสายกลาง") จตุพล (นามปากกา “อัพเดท”) สุจิตรา (นามปากกา “หญิงเหล็ก”) ชมรมสื่อมวลชนและเพื่อนทนายความ (ฝ่ายกฎหมาย) (รับปรึกษาปัญหากฎหมายฟรีโทร.095 – 9970577) ยินดีช่วยเหลือในด้านกฎหมายแก่คนจนฟรี!

เจ้าหญิงมาซาโกะแห่งญี่ปุ่นปรากฏตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี
ญี่ปุ่น /  มกุฎราชกุมารีแห่งญี่ปุ่น / 

เจ้าหญิงมาซาโกะ มกุฎราชกุมารีแห่งญี่ปุ่นทรงปรากฏพระวรกาย เป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี หลัง"มีความผิดปกติในการปรับตัว"  เมื่อวันพุธเจ้าหญิงมาซาโกะได้เสด็จเข้าร่วมงานเลี้ยงต้อนรับสมเด็จพระราชาธิบดีวิลเลม-อเล็กซานเดอร์ แห่งเนเธอร์แลนด์ และพระอัครมเหสีสมเด็จพระราชินีแม็กซิมาที่พระราชวังหลวงของญี่ปุ่น เป็นการปรากฏพระวรกายครั้งแรกในพระราชพิธีเลี้ยงต้อนรับในรอบห้าปีของพระองค์ พระราชพิธีครั้งนี้สมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะและสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะทรงเป็นเจ้าภาพ เจ้าหญิงมาซาโกะ พระชนมายุ 50 พรรษา พระชายาในเจ้าชายนะรุฮิโตะ มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น เริ่มประชวรจากความเครียดหลังเข้าร่วมเป็นสมาชิกของราชวงศ์ญี่ปุ่นตั้งแต่ พ.ศ.2536 และนับตั้งแต่มีพระประสูติกาลพระราชธิดาพระองค์แรกเมื่อ พ.ศ.2544 พระองค์ทรงปรากฏพระวรกายต่อสาธารณชนน้อยลงมาก และยังหลีกเลี่ยงการร่วมงานพระราชพิธี ทั้งนี้ เมื่อปีที่แล้วเจ้าหญิงมาซาโกะและสมาชิกของราชวงศ์พระองค์อื่นได้เสด็จเข้าร่วมพิธีราชาภิเษกของพระราชาธิบดีวิลเลม-อเล็กซานเดอร์ ที่เนเธอร์แลนด์ เนื่องจากทรงเริ่มฟื้นจากอาการประชวรแล้ว ก่อนหน้าที่จะอภิเษกสมรส เจ้าหญิงมาซาโกะดำรงตำแหน่งนักการทูตที่ประสบความสำเร็จ พระองค์มีความเชี่ยวชาญภาษาต่างประเทศหลายภาษา แต่เนื่องจากระเบียบแบบแผนที่เข้มงวดในการใช้ชีวิตในวัง เจ้าหญิงมาซาโกะจึงปฏิเสธคำขออภิเษกสมรสจากเจ้าชายนะรุฮิโตะ ถึงสองครั้งก่อนที่จะมีการอภิเษกสมรสในปี พ.ศ.2536 ในระหว่างทรงพระครรภ์ พระองค์ตกพระโลหิตจากพระครรภ์แรก แต่ได้มีพระประสูติกาลเจ้าหญิงไอโกะในปี พ.ศ. 2544 หลังจากนั้นเจ้าหญิงมาซาโกะทรงประชวรจากความเครียดที่เกิดขึ้นจากการถูกสื่อมวลชนติดตาม และความเข้มงวดในพระราชวัง ซึ่งพระองค์ได้รับการวินิจฉัยว่า "มีความผิดปกติในการปรับตัว" สืบเนื่องมาจากความเครียดและความกังวล Mthai News BBC Thai

ละครภพรัก , เรื่องย่อภพรัก
ละครภพรัก /  ละครภพรัก ช่อง 3 / 

เรื่องย่อละครภพรัก ความตาย.. อาจเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับ “เธอ” .. การดับสูญที่ยิ่งใหญ่นำมาซึ่งความผูกพันล้ำค่าบนโลกใบสวย .. ความรักระหว่าง “เธอ” และ “เขา” อาจเป็นไปไม่ได้หากแต่ใน “ภพรัก”…ความสุขในความรักระหว่างเขาและเธอ สดใสและงดงามเสมอ หมวดเหยี่ยว เป็นลูกชายคนเดียวของ วิหค นายตำรวจมือปราบที่เลื่องชื่อในอดีต เหยี่ยวกำพร้าพ่อและแม่มาตั้งแต่เล็กเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน ด้วยสาเหตุที่หลายคนยังตั้งข้อสงสัย วิหคเป็นตำรวจน้ำดีที่หลายคนให้การยกย่อง ทำงานตรงไปตรงมาแบบยอมหักไม่ยอมงอ แต่แล้วจู่ๆ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนปริศนาที่คนขับชนแล้วหนี เหยี่ยวอาศัยอยู่ในชุมชนริมน้ำหลังวัดเก่ากับ ยายนวล ยายตาบอดอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส ชอบทำบุญอยู่ในศีลในธรรม มีข้อเดียวที่ยายนวลผิดศีลอย่างเลิกไม่ได้คือต้องเล่นหวยอยู่เป็นนิจ และยายนวลก็เหมือนมีพรายกระซิบทุก 15 วัน ??? ตั้งแต่เหยี่ยวเล็กจนโต.. ยายนวลถูกหวยงวดเว้นงวด !!! เหยี่ยว มุ่งมั่นเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนสอบเข้าทำงานในสำนักงานสืบสวนพิเศษได้ หากแต่ในวิชาชีพตำรวจเหยี่ยวกลับทำไม่ได้ดีเหมือนพ่อ คดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบมักมีข้อผิดพลาดไม่ราบรื่น ยิ่งโดนเปรียบ เทียบกับพ่อ.. เหยี่ยวยิ่งทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งหลังผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดต้องรอดคดีไปได้อย่างลอยนวล เพราะการสอบสวนแบบถึงลูกถึงคนของแหยี่ยวโดนบันทึกภาพผ่านโทรศัพท์มือถือของ ทนายผู้ต้องหา และการนำสืบชี้นำไปที่เหยี่ยวขาดวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ข่มขู่ผู้ต้องหาให้รับสารภาพ หมวดเหยี่ยวถูกคาดโทษจากผู้บัญชาการว่าจะต้องถูกย้ายหากมีข้อผิดพลาดอะไร เกิดขึ้นอีก !!! ดูเหมือนชีวิตของหมวดเหยี่ยวกำลังรอคอยใครบางคน ใครบางคนที่จะเติมเต็ม.. ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น คืนวันหนึ่งขณะหมวดเหยี่ยวออกจากสำนักงานสืบฯ กำลังจะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเขารู้สึกแปลกๆ ในจิตใจคล้ายมีคลื่นพลังงานบางอย่างเข้ามากระทบในโสตสัมผัส เมื่อเลี้ยวรถตรงทางแยกหน้าปากซอย เขาพบรถสปอร์ตเกิดอุบัติเหตุตกบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ข้างทาง เมื่อ กองพิสูจน์หลักฐานดึงรถยนต์คันงามขึ้นมา.. ทุกคนต้องแปลกใจเพราะภายในรถว่างเปล่า !! ไม่ปรากฏร่างเจ้าของรถผู้ขับขี่ ตำรวจตรวจดูโดยรอบแล้วไม่พบศพผู้เสียชีวิต !!! ขณะ เหยี่ยวช่วยตำรวจท้องที่กันบรรดาไทยมุงออกมาจากพื้นที่ เขาสะดุดสายตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางต่างจากชาวบ้านแถบนั้นโดยสิ้นเชิง เงอะๆ งะๆ จนเกือบจะเข้าไปในเขตห้ามเข้า เหยี่ยวต้องเอ่ยปากไล่ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ เดี๋ยวจะเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญ หญิงสาวคนนั้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเดินหนีออกไป ก่อนขับรถกลับบ้าน เหยี่ยวพบสร้อยคอพร้อมล็อกเก็ตรูปหัวใจตกอยู่ข้างรถ เขาหยิบล็อกเก็ตเส้นนั้นและนำกลับไปบ้านด้วยอย่าง เผลอตัว ความแปลกประหลาดเริ่มบังเกิดขึ้นกับเหยี่ยวนับตั้งแต่วินาทีนั้น.. ตอนกลับบ้าน เสียงหมาวัดแถวนั้นต่างพากันประสานเสียงหอนกันระงมราวกับเห็นผี ! ยายนวลที่ตาบอดยังร้องทักว่าเหยี่ยวพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านทำไมไม่บอก จะได้หาข้าวหาปลาให้ทาน มิวายที่เหยี่ยวจะปฏิเสธ แต่ยายนวลกลับไม่เชื่อเถียงคอเป็นเอ็นหาว่าหลานชายแอบเอาสาวเข้าบ้านโดยไม่ บอกให้ยายรู้ จนเหยี่ยวต้องเรียก จ่านกน้อย ตำรวจคู่หูที่อยู่ข้างบ้านมายืนยันว่าไม่มีใครมาด้วย ยายนวลถึงจะเชื่อและเรียกจ่านกน้อยไปขูดต้นกล้วยหลังวัดด้วยกันอย่างออกรส ตามประสาคนบ้าหวยด้วยกัน จ่านกน้อยเป็นตำรวจที่มีอดีตไม่น่าจดจำ บ้าหวยทำตัวไร้สาระก็เพื่อลบปมเศร้าสะเทือนใจในชีวิต เมื่อ 5 ปีที่แล้ว.. นกยูง ลูกสาววัยรุ่นของจ่านกน้อยเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด เพราะพ่อบ้างานจนไม่มีเวลาให้ หลังเสียลูกสาวไม่นานเมียก็ต้องเสียชีวิตตามไปอีกคน เพราะโดนคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกัน แล้วจ่าเข้าไปช่วยไม่ทัน นับตั้งแต่นั้น.. ชีวิตจ่านกน้อยก็ไร้แก่นสาร ทำงานไปแบบวันเติมวัน เหมือนกำลังรอวันลาโลก!!! ย่ำ รุ่งคืนวันนั้นเอง เหยี่ยวกลับได้ยินเสียงร้องสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารในสวนหลังบ้าน เหยี่ยวพบกับหญิงสาวคนเดียวกับเมื่อตอนหัวค่ำ เธออยู่ในชุดขาวสวยเฉี่ยวทันสมัย ร้องไห้พลางบอกว่าไม่มีที่ไป ไม่มีใครเห็นเธอเลยนอกจากเหยี่ยว ภาพหญิงสาวค่อยๆ จางหายไป .. พร้อมๆ กับพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า !หมวดเหยี่ยวอึ้งแทบไม่เชื่อภาพที่ปรากฏต่อสายตา เขาพบกับผีสาว ! ตัวจริง ! เสียงจริง ! เช้าวันรุ่งขึ้น.. เหยี่ยวตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรกับ หลวงตาเคี้ยง เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หลวงตาฟังไปพร้อมกับตาลุกด้วยความตื่นเต้น อรรถาธิบายว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่าง เพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงยังล่องลอยไม่มีที่พึ่ง พออธิบายเสร็จ หลวงตาเคี้ยงก็รีบให้ศีลให้พร จ้ำอ้าวๆ กลับกุฏิแทบไม่ทัน สมดังคำล่ำลือว่าหลวงตาเคี้ยงไม่ค่อยถูกชะตากับพลังงานลึกลับ ?!?!? ทุกวันเมื่อไปทำงานสำนักงานสืบฯ เหยี่ยวต้องปะทะคารมอย่างรุนแรงกับ ผบ.สงคราม ที่จ้องจับผิดตลอดเวลา แม้ผบ.สงครามจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพ่อ แต่ความจริงที่เหยี่ยวไม่รู้ก็คือ.. สงครามไม่ได้เป็นเพื่อนกับวิหค แต่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานตำรวจ แข่งกันทุกครั้งสงครามก็แพ้วิหคทุกครั้ง .. หนำซ้ำการเสียชีวิตของวิหค ยังมีข่าวลืออีกว่าเป็นเพราะกำลังทำงานลับบางอย่างแข่งกับสงคราม จึงต้องเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ล่า สุดกับคดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบ.. จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น เขาเกือบทำพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อไว้ใจทิ้งหลักฐานวิดีโอการซื้อขายยาที่จะมัดตัวจอมบงการไว้กับสายสืบ นักข่าวคนหนึ่งที่แปรพักตร์เพราะโดนข่มขู่จากเจ้าพ่อ โชคดีที่ขณะจะกลับ เสียงผีสาวมาบอกให้ไปจับคนร้ายเสียก่อน เหยี่ยวจึงทำงานสำเร็จ ได้รับคำชมเชยเป็นครั้งแรกจาก ผบ.สงคราม คืน วันนั้นเหยี่ยวออกมาที่ต้นลำดวนหลังบ้าน เรียกหญิงคนนั้นเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด วิญญาณสาวคนเดิมออกมาตามเสียงเรียก เธอเรียกตัวเองว่า “น้ำ” แต่จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อ น้ำริน ของตัวเอง น้ำ รินไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องตามเหยี่ยวมาที่นี่ รู้แต่ว่าเธอต้องตามติดเหยี่ยวไปในทุกที่.. เพียงแต่ในช่วงกลางวันเหยี่ยวจะมองไม่เห็นร่างของเธอเท่านั้น ตั้งแต่ นั้นความโกลาหลในชีวิตเหยี่ยวจึงบังเกิด ?!? หมวดเหยี่ยวประสาทเสียที่จู่ๆ ก็มีวิญญาณสาวสวยคอยติดตามไปทุกที่ แม้ในเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ และ เวลานอน ?!? หนำซ้ำยายนวลยังเป็นอีกคนที่ได้ยินเสียงเหยี่ยว กับน้ำรินคุยกันบ่อยๆ เหยี่ยวเดาเอาเองจากการที่ยายถูกหวยทุกงวดว่าน่าจะเป็นเพราะยายมีสัมผัสที่ หก ได้ยินเสียงพรายกระซิบเป็นประจำ จึงไม่แปลกที่ยายจะได้ยินเสียงน้ำรินเช่นเดียวกับเขา เหยี่ยวโกหก ยายนวลว่าน้ำรินเป็นพยานปากเอกที่เขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานสืบฯ ให้นำตัวมาเก็บไว้ โดยใช้บ้านเหยี่ยวเพื่อเป็นเซฟเฮ้าส์ ยายนวลจึงคลายใจหันมาคุยกับน้ำรินวิญญาณสาวอย่างออกรสด้วยนึกว่าหล่อนเป็นคน เมื่อเวลาผ่านไป.. การสนิทสนมกับน้ำรินทำให้ชีวิตยายนวลมีชีวิตชีวามากขึ้น น้ำรินเป็นผีสาวความจำเสื่อมที่อารมณ์ดี มองโลกสดใสในทางบวก ความทรงจำน้ำรินเริ่มกลับมาทีละน้อยๆ เธอจำได้ว่าตัวเองมีฝีมือในการทำขนมไทยอย่างหาตัวจับยาก ตั้งแต่นั้นบ้านหลังน้อยของหมวดเหยี่ยวจึงเกิดกิจกรรมพิเศษของสองคู่ซี้ต่าง วัยและต่างภพ ทำขนมไทยสารพัดชนิดเพื่อเป็นรายได้เสริม ขนมไทยแสนอร่อยของยายนวลเป็นที่นิยมชมชอบของคนในชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆ ยาย นวลชวนจ่านกน้อยคู่ซี้มาทำขนมด้วยกันในตอนค่ำ เพื่อละเลิกจากกิจกรรมขี้เมาบ้าหวย สร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินให้กับจ่าไม่น้อย แต่จ่านกน้อยกับชาวบ้านแถบนั้นรวมไปถึงหลวงตาเคี้ยงยังไม่วายต้องผวาไปกับ เสียงแปลกๆ ยามค่ำ และพฤติกรรมเหมือนกำลังคุยกับผีของยายนวลอยู่เนืองๆ สินค้าขนมไทยของยายนวลในชุมชน ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ธารา นักธุรกิจสาวที่ผันตัวเองจากโลกธุรกิจ มาทำมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ ธาราต้องนั่งรถเข็นจากการเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ตั้งแต่นั้นธาราจึงอุทิศตัวเองเพื่อสังคม หันหลังให้กับโลกธุรกิจปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้บริหารมืออาชีพ ส่วนตัวเองหันมาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม เมื่อน้ำรินเห็นหน้าธารา.. เธอรู้สึกแปลกๆ เหมือนรู้จักผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างดี แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเคยพบกันที่ไหน ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ดูเหมือนวิญญาณน้ำรินกำลังทำความดีชดเชยกับเรื่องราวในอดีตที่เธอยังจำไม่ได้ น้ำรินไม่รู้เลยว่าในตอนมีชีวิตอยู่ เธอมีส่วนทำให้นกยูงลูกสาวจ่านกน้อยเสียชีวิต เพราะ เสพยาเกินขนาด!! วันหนึ่งน้ำรินมีโอกาสเห็นรูปนกยูงโดยบังเอิญ เธอจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์กับเธอที่ใดที่หนึ่งเกี่ยวกับการทำขนม ยิ่งไปกว่านั้น..น้ำรินจำได้ว่าเด็กสาวคนนี้เสียชีวิตเพราะเธอเฉยเมย ไม่ยอมช่วยนกยูงที่เอ่ยปากขอเบี้ยเลี้ยงล่วงหน้า ทำให้นกยูงเข้าสู่วังวนของการส่งยา ค้ายา จนถึงขั้นนกยูงโดนฆ่าตายเพราะคนร้ายต้องการปิดปากเรื่องเครือข่ายค้ายาฯ นกยูงโดนจัดฉากว่าเสพยาเกินขนาด เธอพยายามทำทุกวิถีทางให้ชีวิตของจ่านกน้อยดีขึ้น หลัง จากนั้นเป็นต้นมา เหยี่ยวกับน้ำรินยิ่งใกล้ชิดผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสนิทสนม ยิ่งทำให้ทั้งคู่กลายเป็นส่วนผสมของความกุ๊กกิ๊กอลวนที่ลงตัว น้ำรินแสดงถึงความเป็นคุณหนูไฮโซให้เห็นมากขึ้น เธอทั้งซุกซน ซุ่มซ่าม และเผลอเอาแต่ใจตัวเอง น้ำรินขอร้องให้ เหยี่ยวช่วยสืบหาว่าเธอเป็นผีมาจากไหน มีประวัติความเป็นมายังไง .. เหตุใดเธอจึงยังไม่ไปผุดไปเกิดซะที แต่แล้ววันหนึ่งน้ำรินก็ได้พบกับ ป้าปริก วิญญาณอีกดวงนึงที่ดูเหมือนเป็นวิญญาณที่ความอารมณ์ดี ป้าปริกสอนให้น้ำรินกลายเป็นวิญญาณคุณภาพ สามารถควบคุมให้สิ่งของต่างๆ เคลื่อนที่ได้ น้ำรินสามารถหยิบจับของต่างๆ และรับรู้ความรู้สึกในการสัมผัสได้ราวกับมีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์ ต่างกันเพียงว่าไม่มีใครมองเห็นเธอได้… นอกจากเหยี่ยวเพียงคนเดียว และการที่รู้สึกและหยิบจับของต่างๆ ได้เหมือนมนุษย์นี่เอง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำรินกับเหยี่ยวออกอาการกุ๊กกิ๊กแนบแน่นมาก ขึ้นกว่าเดิม เพราะเหยี่ยวมักเผลอโอบคอน้ำรินเหมือนเคยๆ ทุกครั้งเพราะไม่เคยทำได้สักที แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นรู้สึกได้ว่าเขากำลังกอดคอหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งยิ่งทำให้ทั้งคู่เขินอายและต้องระวังตัวระหว่างกันมากยิ่งขึ้น น้ำ รินมีโอกาสช่วยเหลือเหยี่ยวในการทำงานสำนักงานสืบฯ หลายครั้ง คดีสำคัญก็คือ.. เหยี่ยวสามารถคลี่คลายคดียาเสพติดในหมู่วัยรุ่นได้ เขาจับตัวการที่โยงใยทำให้นกยูงลูกสาวของจ่านกน้อยตาย จ่านกน้อยมีจิตใจดีขึ้นมากขึ้น เพราะความจริงปรากฏชัดว่านกยูงไม่ได้เสพยาเกินขนาดจนตาย แต่เธอตายเพราะต้องการเปิดโปงเครือข่ายค้ายา นกยูงตายเพื่อความถูกต้องในสังคม สมกับเป็นลูกสาวตำรวจอย่างจ่านกน้อย จ่านกน้อยเลิกขี้เมา บ้าหวย หันมาใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ อุทิศตนเองให้กับชุมชนฯ เหยี่ยว เหมือนเป็นนายตำรวจพรายกระซิบ ทำงานสำคัญๆ สำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ น่าแปลกที่ทุกครั้ง ที่น้ำรินช่วยเหยี่ยวคลี่คลายคดีสำคัญได้ ความทรงจำของเธอจะกลับมาหนึ่งอย่างเสมอ เหมือนการช่วยแก้ไขคดีแต่ละคดีเป็นการทดแทนการทำความผิดพลาดในอดีตหมวดแนน แฟนเก่าของเหยี่ยว กลับมาคลุกคลีกับเหยี่ยวอีกครั้ง จนน้ำรินเริ่มหึง ซึ่งเหยี่ยวเริ่มจับสังเกตได้ ภพธร กับนับดาว ยังไม่หยุดแผนที่จะฆ่าธารา จนสงครามเริ่มสงสัยในตัวภพธร จึงพาธาราไปซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ โดยให้เหยี่ยวตามไปดูแล คุ้มครองธารา ที่นั่นเอง สงครามได้แสดงความรักที่มีต่อธารามาอย่างช้านาน แต่ธาราปฎิเสธ เพราะไม่อยากผิดต่อพ่อของน้ำริน ซึ่งเป็นเพื่อนรักของสงครามนั่นเอง ถนนทางเข้าเซฟเฮ้าส์ คือถนนที่ครั้งหนึ่ง เหยี่ยว เคยนั่งรถมาพร้อมกับพ่อและแม่ และที่นี่เอง เหยี่ยวได้สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปกับอุบัติเหตุ ทุกครั้งที่เหยี่ยวขี่จักรยานผ่านจุดเกิดเหตุ เขาก็อดนึกถึงอดีตอันเจ็บปวดไม่ได้ น้ำรินซึ่งติดตามเหยี่ยวมาด้วย พยายามพูดให้กำลังใจ ให้เหยี่ยวต่อสู้กับอดีตอันเลวร้ายให้ได้ ทำให้เหยี่ยวรู้สึกเข้มแข็งขึ้นเมื่อได้อยู่กับน้ำรินน้ำรินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าธารามาก แต่ยังนึกเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้สักที จำได้แต่ว่า ก่อนตายเธอใกล้มีความสุขที่สุดในชีวิต .. น้ำรินกำลังจะแต่งงาน !!! แล้วจู่ๆ สร้อยล็อตเก็ตรูปหัวใจก็ตกลงจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของเหยี่ยว เหยี่ยวระลึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอหยิบมาจากริมบึงที่มีรถจมน้ำ.. ต้องเป็นเพราะล็อคเก็ตรูปหัวใจแน่ๆ น้ำรินถึงมาติดอยู่กับเขาแบบนี้ !!! เหยี่ยว สืบเรื่องของน้ำรินโดยเริ่มจากคดีรถสปอร์ตจมหายไปในน้ำ ตามไปถึงบ้านใหญ่โตของเจ้าของรถ ในที่สุดเหยี่ยวจึงรู้ว่าน้ำรินคือเจ้าของรถคันนั้น เป็นลูกสาวคนเดียวของ ธารา เศรษฐีนีแม่ม่ายเจ้าของเครือโรงแรมสตาร์ออฟสยาม เครือข่ายโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ ความจริงแล้วน้ำรินเป็นลูกสาวของคุณธารา สาวใหญ่ใจดีเจ้าของมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ วิญญาณเธอได้พบกับแม่ เพียงแต่เธอจำแม่ไม่ได้ เหยี่ยวปักใจเชื่อว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็น ภพธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่ชายบุญธรรม ผู้บริหารเครือโรงแรมนี้ทั้งหมด และเป็นอดีตคู่หมั้นของน้ำริน ภพธรคือคนที่น่าสงสัยที่สุด เมื่อ ตอนมีชีวิตอยู่.. น้ำรินเติบโตมากับภพธรผู้เป็นเหมือนพี่ชาย ภพธรเป็นลูกชาย นุติ อดีตเจ้าของเดอะสตาร์ออฟสยาม ที่ฆ่าตัวตายเพราะทำธุรกิจผิดพลาดจนต้องให้ ธารา แม่ของน้ำรินเข้าซื้อกิจการ แต่มีข่าวลือในวงธุรกิจ.. ความจริงแล้วนุติฆ่าตัวตายเพราะทนไม่ได้ที่โดนธาราโกงจนหมดตัว ธารารู้สึกผิด.. จึงส่งเสียเลี้ยงดูภพธรเป็นลูกบุญธรรม ให้เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับน้ำรินลูกแท้ๆ ธาราเดินไม่ได้เพราะได้รับอุบัติเหตุจากการขับรถเมื่อปีก่อน ทำให้อำนาจการบริหารโรงแรมทั้งหมดอยู่ในมือของภพธรลูกบุญธรรมซึ่งกำลังจะ แต่งงานกับน้ำริน และธารารู้สึกผิดกับบาปที่ตัวเองสร้างไว้ในอดีต เธอจึงหันมาทำมูลนิธิช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในสังคม ต้องการไถ่บาปสร้างความดีเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำไว้ในอดีต น้ำ รินขอบคุณเหยี่ยวและขอให้พาเธอไปสถานที่แห่งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เป็นบ้านสวนริมน้ำของ นับดาว ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนรักของเธอมาตั้งแต่เด็ก นับดาวเป็นเหมือนเพื่อนคู่หูน้ำรินมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเรื่อยมาจน กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยและจบการศึกษา เธอเป็นเหมือนเพื่อนรัก… หากแต่ซ่อนปมความคิดอิจฉาริษยาเพื่อนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างอย่างน้ำรินมา ตลอด นับ ดาวกำลังอยู่กับภพธรฉันท์สามีภรรยา จากคำพูดที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน น้ำรินจึงรู้ว่าทั้งสองแอบคบกันมานานแล้ว เพราะปมชีวิตของนับดาวที่ไม่อาจจะสู้น้ำรินได้ตลอดมา ทำให้นับดาวคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับน้ำรินโดยน้ำรินไม่รู้ตัว สิ่งที่นับดาวเอาชนะน้ำรินได้อย่างเด็ดขาดคือการพิชิตหัวใจของภพธร เพราะภพธรโกรธแค้นครอบครัวของน้ำรินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสองตั้งใจจะฮุบกิจการโรงแรมของธาราโดยเร็วที่สุด ทั้งเพื่อแก้แค้นให้ภพธรและเพื่อตัวของพวกเขาเอง.. นับดาวเป็นคนวาง แผนบงการทำให้ธาราต้องพิการ และวางแผนฆ่าน้ำรินก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้น !!! น้ำรินมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาเป็นประจำทุกวัน ภพธรแอบเปลี่ยนยาทำให้น้ำรินหมดสติ ขับรถตกบึงน้ำขนาดใหญ่ ก่อนจะอำพรางนำศพของเธอไปเผาทิ้ง ทำให้น้ำรินกลายเป็นบุคคลหายสาปสูญไปเพื่อทำลายหลักฐาน !!! นับดาวกับภพธรแอบเปิดประตูให้คนร้ายเข้าไปในคฤหาสน์ของธารา แต่ขณะที่กำลังจะทำอันตรายธารา เหยี่ยวกับน้ำรินเดินทางมาช่วยธาราได้ทันเวลา นับดาวกับภพธรถูกตำรวจจับ…และถูกลงโทษตามความผิดที่ตัวเองกระทำ ฐานทำร้ายน้ำรินถึงแก่ความตาย เวลานี้ภารกิจของน้ำรินดูเหมือนจะเสร็จสิ้นแล้ว พลังงานภายในวิญญาณของเธออ่อนแรงลง น้ำ รินรู้สึกว่าดวงวิญญาณของเธออาจดับสูญภายในคืนนี้.. เธอรวบรวมพลังงานทั้งหมดเท่าที่เหลืออยู่ ปรากฏกายให้เหยี่ยวเห็นเป็นครั้งสุดท้าย แม้ช่วงเวลาที่น้ำรินจะอยู่กับเหยี่ยวมีเพียงช่วงสั้นๆ หากแต่ความผูกพันในช่วงเวลาอันน้อยนิดระหว่างเธอกับเขา แนบแน่นจนกลายเป็น “ความรัก” ไปเสียแล้ว … เช่นเดียวกับเหยี่ยวที่รู้ใจตัวเองว่ารัก น้ำริน.. วิญญาณ สาวที่กำลังจะดับสลายไปในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ เหยี่ยวอยากจะอ้อนวอนขอให้น้ำรินอยู่กับเขาตลอดไป แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้…ไม่มีใครฝืนสัจธรรมการแตกดับนี้ไปได้ เหยี่ยวจึงตั้งจิตมั่นสัญญาไว้กับน้ำริน เขาจะรักเธอตลอดไป จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีให้เธอ ทั้งสองจากกันด้วยน้ำตา… 18 ปีต่อมา… หมวดเหยี่ยวนายตำรวจหนุ่มไฟแรงจบใหม่ในอดีต.. กลายเป็นหนุ่มใหญ่ผู้บัญชาการสำนักงานสืบสวนพิเศษในปัจจุบัน เขามุ่งมั่นในการทำงานจนไม่มีเวลาเหลือให้กับใคร คนเก่าคนแก่ภายในสำนักงานสืบสวนฯ ต่างรู้ดีว่าผู้บัญชาการผู้นี้ยังคงมีอดีตรักฝังใจที่ยากจะลืมเลือน ผบ.เหยี่ยวไม่มีหัวใจจะรักใครได้อีกแล้ว.. จวบจนวันนี้…วันที่สำนักงานสืบสวนพิเศษได้มีโอกาสต้อนรับ น้ำค้าง นักข่าวหญิงเพิ่งจบใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย สาวนักข่าวที่ทันทีที่ผบ.เหยี่ยวเห็นหน้าแล้วต้องชะงักด้วยความตกใจ ฤาสัญญารักที่เขาเคยให้ไว้กับน้ำรินมีผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้วในวันนี้… น้ำค้าง…มีใบหน้าบุคลิก ท่าทาง รอยยิ้ม เหมือนกับน้ำริน .. ราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน !

คนบ่ใช่ หายใจก็ผิด - หลี่ถัง ไมค์ทองคำ
คนบ่ใช่ หายใจก็ผิด /  ชลที ศรีแก้ว / 

ดูมิวสิควีดีโอ คนบ่ใช่ หายใจก็ผิด เพลงเศร้าๆ ที่สื่อถึงความรักที่ไม่สมหวัง โดย หลี่ถัง ไมค์ทองคำ หลี่ถัง ไมค์ทองคำ หรือ ชลที ศรีแก้ว หนุ่มน้อยมากความสามารถ ถนัดการร้องเพลงแนวลูกทุ่งอีสาน ถึงขนาดรวมตัวกับเพื่อนๆ ตั้งวงดนตรีอีสานเป็นของตัวเองมาก่อน โดยใช้ชื่อว่า ‘ก้อยเดิก’ นอกจากนี้ยังเดินสายประกวดรายการใหญ่ๆ มาแล้วหลายเวที พร้อมทั้งรางวัลใหญ่ติดมืออย่างรางวัลชนะเลิศพระราชทาน จากสมเด็จพระเทพฯ และล่าสุดกับเวทีไมค์ทองคำ ที่ได้ปลุกปั้นจนทำให้หลี่ถัง มีเพลงแรกเป็นของตัวเองในชื่อว่า คนบ่ใช่ หายใจก็ผิด ภายใต้สังกัด ยุ้งข้าว เรคคอร์ด เพลงเศร้าๆ ที่สื่อถึงความรักที่ไม่สมหวัง ที่จะต้องโดนใจพ่อยกแม่ยกทั้งประเทศ จนถอนตัวกันไม่ขึ้นอย่างแน่นอน เพลง : คนบ่ใช่ หายใจก็ผิด ศิลปิน : หลี่ถัง ไมค์ทองคำ เนื้อร้อง/ทำนอง : เข็มทิศ ลิขิตฝัน เรียบเรียง : สมพงษ์ สมรัก สังกัด : ยุ้งข้าวเรคคอร์ด

นางสาวไทย 2557 มาแล้วโฉมหน้า 24 คนสุดท้าย งดงามคู่แผ่นดิน
นางงาม /  นางสาวไทย / 

สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวผู้ผ่านเข้ารอบ 24 คนสุดท้ายการประกวด นางสาวไทย ประจำปี 2557 พร้อมเผยแบบมงกุฎและของรางวัลจากผู้สนับสนุน โดย การประกวด นางสาวไทย ประจำปี พ.ศ.2557 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “8 ทศวรรษแห่งตำนาน ความงดงามคู่แผ่นดิน” (INFINITY OF BEAUTY) เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 80 ปีแห่งตำนานการค้นหาหญิงสาวที่สวยที่สุดในประเทศไทย การคัดเลือกรอบแรกจัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการได้ทำการคัดเลือกสาวงามเหลือ 80 คน และ 40 คนตามลำดับ โดยพิจารณาจากรูปร่างหน้าตาและบุคลิกภาพเป็นหลัก จากนั้นในวันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม คณะกรรมการได้คัดเลือกสาวงามอีกครั้งเพื่อเฟ้นหาผู้มีคุณสมบัติดีเด่นให้ผ่านเข้าสู่รอบ 24 คนสุดท้าย โดยเน้นการพิจารณาด้านปฏิภาณไหวพริบในการตอบคำถาม รวมถึงศักยภาพและความสามารถพิเศษด้านต่างๆ ของผู้เข้าประกวด และนี่คือโฉมหน้า สาวงามที่ผ่านเข้ารอบ 24 คนสุดท้าย นางสาวไทย ประจำปี 2557  ดังต่อไปนี้ MT1 นางสาวเกษราวดี เกิดด้วง MT2 นางสาวภัคสุภัสส์ เพชราวิวรรธน์ MT3 นางสาวชลิดา กล่ำปาน MT4 นางสาวณภัสนันท์ สุขสวัสดิ์ MT5 นางสาวชุติมา สารศิลป์ MT6 นางสาวสุกัญญา พันธ์จำปี MT7 นางสาวพัชรวรรณ หุตะเศรณี MT8 นางสาวปรียานารถ ลายคราม MT9 นางสาวชนิดาภา จงปติยัตต์ MT10 นางสาวนคนันทินี วงค์จิตต์ MT11 นางสาวอาทิมา เนตรทิพย์ MT12 นางสาว ฝนทิพยป์ กลิ่นภักดี MT13 นางสาวสุจรรย์จิรา เข็มทรัพย์ MT14 นางสาวพิมพ์ชนก จิตชู MT15 นางสาวแพรวโพยม ลักษิตานนท์ MT16 นางสาวรินทร์ลภัส วีระชัยวงศ์ MT17 นางสาวอุรชาภัทร เดชาเบญจานนท์ MT18 ร้อยตรีหญิงกัญญ์ณณัฐ พรนิพัทธ์กุล MT20 นางสาววิสุมิตรา ประยูรพันธ์ MT21 นางสาวคเณพร อินต๊ะมูล MT22 นางสาวฬิษา สุวรรณเกษการ MT23 นางสาววิลาสินี จันทร์วุฒิวงศ์ MT24 นางสาวพุทธพร ทองพุ่ม ปิดท้ายด้วยภาพมงกุฎ นางสาวไทย 2557 รวมภาพบรรดา 24 คนสุดท้ายที่ผ่านเข้ารอบ นางสาวไทย 2557 รายงานโดย Women Mthai Team ภาพโดย Covinus

ข้อควรรู้ก่อนไป เที่ยวลาว
ข้อมูลเที่ยวลาว /  คู่มือเที่ยว / 

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หรือเรียกสั้นๆ แบบคุ้นปากว่า ลาว ประเทศเพื่อนบ้าน อันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งได้รับความนิยมไม่น้อยในหมู่คนไทยอย่างพวกเรา แม้ภาษาและวัฒนธรรมบ้านเราบ้านเขาจะใกล้เคียงกัน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเราสามารถเดินเข้าออกประเทศเขาได้อย่างย่ามใจ บางอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์อาจได้เข้าไปนอนเล่นในคุกลาวแบบฟรีๆ ศึกษาไว้บ้างก็ดี ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยวลาว ข้อควรรู้ก่อนไป เที่ยวลาว ประเทศไทยเราสามารถเดินทางเข้า สปป.ลาว ได้ที่ด่านพรมแดน 5 จังหวัด ดังนี้ 1. จังหวัดเชียงราย (เชียงของ – ห้วยทราย) 2. จังหวัดหนองคาย (สะพานมิตรภาพไทย-ลาว – นครหลวงเวียงจันทน์) 3. จังหวัดนครพนม – ท่าแขก 4. จังหวัดมุกดาหาร – สะหวันนะเขต 5. จังหวัดอุบลราชธานี (ด่านช่องเม็ก – วังเต่า) ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยวลาว บุคคลที่ถือสัญชาติไทย สามารถเดินทางไป สปป.ลาว ได้โดย 1. หนังสือเดินทาง (Passport) สามารถเดินทางเข้า- ออก สปป.ลาว ได้โดยไม่ต้องมีวีซ่า และอยู่ในสปป.ลาว ได้ 30 วัน 2. บัตรผ่านแดนชั่วคราว (Temporary Border pass) สามารถเดินทางเข้าสปป.ลาว เฉพาะในเขตนครหลวงเวียงจันทน์เท่านั้น และ อยู่ได้ครั้งละ 3 วัน 2 คืน เอกสารที่ใช้ทำบัตรผ่านแดน - สำเนาบัตรประชาชน หรือบัตรข้าราชการอย่างใดอย่างหนึ่ง จำนวน 1 ใบ - เด็ก ใช้สำเนาสูติบัตร หรือสำเนาทะเบียนบ้าน - รูปถ่ายขนาด 1 หรือ 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ ........................  ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยวลาว  ........................ การนำรถยนต์เข้าไป สปป.ลาว สามารถนำรถยนต์ข้ามพรมแดนไปยัง สปป.ลาวได้ โดยต้องมีเอกสารที่ใช้ในการเดินทางดังนี้ 1. หนังสืออนุญาตรถระหว่างประเทศ (เล่มสีม่วง) และเครื่องหมายแสดงประเทศ (T) 2. กรมธรรม์ประกันภัยบุคคลที่สาม (ของ สปป.ลาว) มีจำหน่าย ณ จุดชาย 3. ใบอนุญาตขับรถที่ยังไม่หมดอายุ ซึ่งได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษ (สำหรับผู้ขับรถ) ขั้นตอนการนำรถยนต์เข้าไปใน สปป.ลาว ขอหนังสืออนุญาตรถระหว่างประเทศ (เล่มสีม่วง) ต้องเตรียมหลักฐานต่อไปนี้ - สำเนาหนังสือแสดงการจดทะเบียน หรือใบคู่มือการจดทะเบียนรถที่ไม่ค้างชำระภาษีประจำปี - สำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล - หนังสือมอบอำนาจ (กรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถไม่สามารถมาดำเนินการได้ด้วยตัวเอง) *** สามารถยื่นขอหนังสืออนุญาตรถระหว่างประเทศและขอรับการแปลใบอนุญาตขับรถเป็นภาษาอังกฤษ ได้ที่ สำนักงานขนส่งจังหวัดหนองคาย ต.หนองกอมเกาะ อ.เมือง จ.หนองคาย โทร. 0-4242-1473 *** หมายเหตุ 1.การนำรถเข้าไปใน สปป.ลาวนั้น จะอยู่ในประเทศลาวไม่เกินกำหนดที่พนักงานเจ้าหน้าที่อนุญาต 2.การเดินทางข้ามพรมแดนจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการตรวจคนเข้าเมืองและกฎหมายศุลกากร 3.การนำรถเข้าไปยัง สปป.ลาว จะต้องทำกรมธรรม์ประกันภัยบุคคลที่สาม (ของ สปป.ลาว) ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองกำกับการด่านตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย โทร.0-4242-0242 จุดตรวจสะพานมิตรภาพไทย - ลาว ขาเข้า โทร. 0-4242-0243 จุดตรวจสะพานมิตรภาพไทย - ลาว ขาออก โทร. 0-4242-0244 จุดตรวจท่าเสด็จ โทร. 0-4241-1154 หมวดงานบริการ โทร. 0-4241-2089 ........................  ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยวลาว  ........................ สกุลเงิน สกุลเงินลาว เรียกว่า “กีบ” ธนบัตรที่พิมพ์ออกใช้ในปัจจุบันนี้มีฉบับละ 500 กีบ, 1,000 กีบ, 2,000 กีบ, 5,000 กีบ, 10,000 กีบ, 20,000 กีบ, และ 50,000 กีบ ปกติแล้วรัฐบาลห้ามใช้เงินสกุลอื่นในการซื้อขายสินค้าและบริการ แต่โดยทั่วไป บริษัทห้างร้านต่างๆ ทั้งหลาย ยินดีรับเงินเหรียญสหรัฐ และเงินบาทของไทยเรา แต่รับเป็นแบงค์เท่านั้นนะ เหรียญเก็บไว้ยอดกระปุกได้เลย เพราะประเทศลาวยกเลิกการใช้เหรียญไปแล้ว นักท่องเที่ยวสามารถแลกเงินกีบได้ที่ธนาคาร หรือตามร้านค้าทั่วไป ในกรณีที่ท่านต้องการใช้บัตรเครดิต สามารถใช้ได้ตามโรงแรมใหญ่ๆ ทั้งในเวียงจันทน์และหลวงพระบาง ........................  ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยวลาว  ........................ การเดินทางท่องเที่ยว ทางบก สถานีรถโดยสารมีศูนย์กลางอยู่ที่นครหลวงเวียงจันทน์ ใกล้กับตลาดเช้า และสายเหนืออยู่ที่ ถนนเต้สอง สายใต้ อยู่หลัก6 ถนนหมายเลข 13 ใต้ ทางเรือ แม่น้ำโขงเป็นเส้นทางสัญจรที่สำคัญทางหนึ่งของ ประเทศลาว นอกจากจะใช้ขนส่งสินค้าแล้วยังมี เรือโดยสาร ไว้บริการตามหัวเมืองสำคัญต่างๆ ตั้งแต่เหนือสุดที่ห้วยทราย หลวงพระบาง เวียงจันทน์ สะหวันนะเขต ปากเซ จำปาสัก ทางอากาศ ลาวมีเที่ยวบินภายในประเทศ ในหัวเมืองใหญ่ ๆ ติดต่อสอบถามได้ที่ บริษัท การบินลาว 02 PANGKHAM STREET, P.O BOX 6441 TEL : ( 856- 21 ) 212057 FAX : ( 856 21 ) 212065 URL : www.laoairlines.com ........................  ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยวลาว  ........................ แหล่งชอปปิ้ง ตลาดเช้า เปิดขายตั้งแต่ 07.00 น. – 16.00 น. ที่ชื่อตลาดเช้าเพราะเมื่อก่อนเปิดขายเฉพาะช่วงเช้าเท่านั้น มีสินค้าให้เลือกซื้อมากมายหลากหลายชนิด ทั้งสินค้าพื้นเมือง และจากต่างประเทศ อาทิ ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้าซิ่น เครื่องเงิน ไม้แกะสลัก เครื่องจักสาน งานฝีมือต่างๆ ตลาดจีน หรือ ตลาดแลง ตลาดหนองด้วงก็นิยมเรียกกัน เป็นจำหน่ายสินค้าจากประเทศจีน อาทิ กระเป๋าแบนด์เนม ของดียี่ห้อดัง เครื่องใช้ไฟฟ้า ของที่ระลึก เสื้อผ้าสำเร็จรูป รวมไปทั้งอาหารและเครื่องเทศที่นำเข้าจาก ประเทศจีนโดยตรง ตลาดขัวดิน เป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าของสดที่ใหญ่ที่สุดในนครหลวงเวียงจันทน์ เช่นเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ กุ้งหอย ปู ปลา และสินค้าอื่น ๆ ที่ชาวบ้านสามารถสรรหาได้ มาวางจำหน่าย ........................  ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยวลาว  ........................ ข้อควรทราบและปฏิบัติเกี่ยวกับ สปป.ลาว 1. ควรระมัดระวังหัวข้อสนทนา ควรหลีกเลี่ยงหัวข้อที่เกี่ยวกับการหมิ่นเหม่ต่อการกระทบกระเทือนความรู้สึกของผู้ฟัง เช่น การนำความแตกต่างทางภาษา วิถีชีวิต ประเพณี และวัฒนธรรมมาเปรียบเทียบหรือล้อเลียนในเชิงตลกขบขัน (มีหลายกรณีที่คนได้ได้รับข้อมูลที่ผิดพลาดจากสื่อบันเทิงเกี่ยวกับคำศัพท์ภาษาลาวหรือชื่อภาพยนตร์) รวมทั้งงดเว้นการแสดงความคิดเห็นแบบชาตินิยมที่อาจนำไปสู่การโต้เถียงในประเด็นละเอียดอ่อน เช่น ประวัติศาสตร์ การเมือง การปกครอง 2. ควรเข้าใจว่า สปป.ลาว มีมาตรฐานการดำเนินชีวิต วัฒนธรรมประเพณีในแบบฉบับของชาวลาว การได้มาเยือนถือเป็นโอกาสอันดี จึงควรทราบและปฏิบัติตามกฏหมายและวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชาวลาว เช่น ควรแต่งกายให้เหมาะกับกาลเทศะ โดยเฉพาะเมื่อไปสถานที่ทางศาสนาและสถานที่ราชการ ควรแสดงความเคารพและกล่าวถึงบุคคลสำคัญของลาวที่ชาวลาวเคารพยกย่องอย่างเหมาะสม 3. ห้ามพักค้างคืนที่บ้านคนลาวโดยไม่แจ้งต่อนายบ้าน (ผู้ใหญ่บ้าน) ก่อน และการมีเพศสัมพันธ์กับคนลาวที่ไม่ใช่คู่สมรสเป็นเรื่องผิดกฎหมาย หากละเมิดจะถูกกักตัวจนกว่าจะนำเงินมาจ่ายค่าปรับขั้นต่ำ ๕๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ และถูกส่งกลับประเทศ จึงต้องระวังและหลีกเลี่ยงหากมีการชักชวนให้ไปท่องเที่ยวและซื้อบริการที่ผิดกฏหมายและศีลธรรมอันดี 4. กิจกรรมที่ห้ามทำ ได้แก่ ห้ามถ่ายภาพสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง เช่น ค่ายทหาร สถานีเรดาร์ หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีโดยมีโทษทั้งจำและปรับ คนไทยมักถูกจับกรณีถ่ายรูปสถานที่ที่เกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐบาลลาวมาแล้ว ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ..................................................... ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยวลาว ที่มา : http://www.laos-discovery.com / http://www.mfa.go.th เรียนรู้ศัพท์ ภาษาลาว

4/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง
4/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ /  120 / 

4/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง" (ดีโพลมา2581)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน) งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง" ในวันอังคารที่ 28 ตุลาคม 2557 เวลา 14.00 น. ณ ศาลาเฉลิมกรุง ถ่ายทอดโดย..... ทีมงาน น.ส.พ.ดีโพลมานิวส์ (ดีโพลมา2581)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน) ร่วมด้วย ทีมงาน “สื่อสยามข่าวออนไลน์”และ“ข่าวมวลชนออนไลน์” ดังมีรายนามดังนี้.... บ.ก.เกรียงไกร พรเทพ(บรรณาธิการหลายสื่อ ) นามปากกา “เดอะกะตะ” (บ.ก.หลายสื่อ) จตุพล (บ.ก.บริหารหลายสื่อ) ผช.กรรณชัย(นามปากกา “ผู้กองแอ๊ด”) ผู้ช่วยบ.ก.ดูแลข่าวตำรวจ อภินันทร์(นามปากกา “อัจฉริยะ”)ปฐมภพ(นามว่า "คนสายกลาง") จตุพล (นามปากกา “อัพเดท”) สุจิตรา (นามปากกา “หญิงเหล็ก”) ชมรมสื่อมวลชนและเพื่อนทนายความ (ฝ่ายกฎหมาย) (รับปรึกษาปัญหากฎหมายฟรีโทร.095 – 9970577) ยินดีช่วยเหลือในด้านกฎหมายแก่คนจนฟรี!

ชาวเมืองผวาเมื่อซอมบี้ ซัวเรซ ออกอาละวาดแกล้งคน
คลิป /  ซอมบี้ / 

ใกล้เทศกาลฮาโลวีนแล้วคงไม่มีอะไรฮิตไปกว่าการแต่งตัวแฟนซีเป็นผีปีศาจ แต่ถ้านักฟุตบอลคนไหนเกิดเป็นผีขึ้นมาละก็ หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าจอมกัดจาก บาร์เซโลน่า คงจะเป็นอะไรที่เฮี้ยนสุดๆ งานนี้เลยมีคนแต่งตัวเป็น “ซอมบี้ซัวเรซ” ออกไปไล่กัดแกล้งคนซะอย่างนั้น ยังดีที่ไม่โดนคนเอาไม้ไล่ตีนะเนี่ย

เที่ยวอันซีน! วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ จังหวัดลำปาง
unseen /  วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ / 

แหล่งท่องเที่ยวสุดลับฉบับลำปาง กับจุดชมทิวทัศน์แบบพาโนรามา 360 องศา แห่งใหม่ ณ วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ (เฉลิมพระเกียรติครบ 200ปี) ที่จะทำให้คุณได้ยลโฉมวิวสวยอลังการของอำเภอแจ้ห่ม เห็นลำน้ำแม่สอย แม่มอญและแม่วัง ขนานไปกับบท้องนาเขียวขจีสุดขอบฟ้า โดยมีภูเขาดอยปู่ยักษ์ทอดแนวยาว ประหนึ่งทศกัณฐ์พญายักษ์นอนปกปักรักษาเมือง ซึ่งจากบริเวณวัดต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อแล่นขึ้นไปที่จอดรถที่เรียกว่าดอยภูผาหมอก จากนั้นเดินต่อขึ้นไปบนจุดทิวทัศน์สูงสุดคือยอดดอยภูผาโชค รวมระยะทางประมาณ 1 กม. แม้หนทางอาจจะลำบากสักนิด แต่สิ่งที่ได้รับกลับคุ้มค่าเกินคำบรรยาย เที่ยวอันซีน! วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ จังหวัดลำปาง ภาพ : คุณ Sirichai Asawalapsakul “ดอยปู่ยักษ์” เป็นเขาที่ทอดยาวอยู่ในพื้นที่อำเภอแจ้ห่ม เป็นเขาที่โดดเด่น มองเห็นแต่ไกลจากทุกด้าน ยอดเขามีลักษณะเป็นผาหินสูงชัน บนยอดของภูเขาที่สูงที่สุดนั้น มีรอยพระพุทธบาทศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานอยู่ แต่ก่อนการที่จะขึ้นไปสักการะรอยพระพุทธบาทนั้นจะต้องอาศัยศรัทธาอย่างแรงกล้า เพราะเส้นทางลำบาก ต้องผ่านผาสูงชัน ภาพ : คุณ Sirichai Asawalapsakul แต่ก่อนก็มีการขึ้นไปสักการะรอยพระพุทธบาทนี้ จนกลายเป็นประเพณี ต่อมามีการสร้างวัดขึ้น ณ ยอดเขาแห่งนี้ เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พระราชสมภพครบ 200 ปี (18 ตุลาคม 2547) ทางคณะสงฆ์มีมติให้สร้างวัดเฉลิมพระเกียรติแด่พระองค์ท่าน 2 แห่ง เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงของพระองค์ท่านที่มีต่อปวงชนชาวไทย คือ วัดพระมหาธาตุ กรุงเทพฯ และวัดพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ (เฉลิมพระเกียรติ ครบ 200 ปี) ต.วิเชตนคร อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง ดำเนินการโดย พระเทพวิสุทธิญาณ (หลวงพ่อไพบุลย์ สุมังคโล) เจ้าอาวาส วัดอนาลโยทิพยาราม (ดอยบุษราคัม) ต.สันป่าม่วง อ.เมือง จ.พะเยา ปัจจุบันเมื่อผ่านไปทางอำเภอแจ้ห่ม หรืออำเภอเมืองปาน ก็จะสามารถมองเห็นยอดเจดีย์บนยอดเขาได้ชัดเจนจากระยะไกลหลายกิโลเมตร ประกายแวววับบนยอดเจดีย์ชวนให้นักท่องเที่ยวต้องหาทางขึ้นไปบนยอดเขาให้ได้สักครั้งหนึ่ง.. ภาพ : คุณ Sirichai Asawalapsakul ภาพ : คุณ Sirichai Asawalapsakul ภาพ : คุณ Sirichai Asawalapsakul ภาพ : คุณ Sirichai Asawalapsakul ภาพ : คุณ Sirichai Asawalapsakul ภาพ : คุณ Sirichai Asawalapsakul ภาพ : คุณ Sirichai Asawalapsakul ภาพ : คุณ Sirichai Asawalapsakul ข้อมูล : painaidii.com / touronthai.com / wiki / ภาพ : คุณ Sirichai Asawalapsakul เรียบเรียงโดย Travel MThai

9/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง
9/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ /  120 / 

9/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง" (ดีโพลมา2581)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน) งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง" ในวันอังคารที่ 28 ตุลาคม 2557 เวลา 14.00 น. ณ ศาลาเฉลิมกรุง ถ่ายทอดโดย..... ทีมงาน น.ส.พ.ดีโพลมานิวส์ (ดีโพลมา2581)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน) ร่วมด้วย ทีมงาน “สื่อสยามข่าวออนไลน์”และ“ข่าวมวลชนออนไลน์” ดังมีรายนามดังนี้.... บ.ก.เกรียงไกร พรเทพ(บรรณาธิการหลายสื่อ ) นามปากกา “เดอะกะตะ” (บ.ก.หลายสื่อ) จตุพล (บ.ก.บริหารหลายสื่อ) ผช.กรรณชัย(นามปากกา “ผู้กองแอ๊ด”) ผู้ช่วยบ.ก.ดูแลข่าวตำรวจ อภินันทร์(นามปากกา “อัจฉริยะ”)ปฐมภพ(นามว่า "คนสายกลาง") จตุพล (นามปากกา “อัพเดท”) สุจิตรา (นามปากกา “หญิงเหล็ก”) ชมรมสื่อมวลชนและเพื่อนทนายความ (ฝ่ายกฎหมาย) (รับปรึกษาปัญหากฎหมายฟรีโทร.095 – 9970577) ยินดีช่วยเหลือในด้านกฎหมายแก่คนจนฟรี!

โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง 'ประธาน-รอง'สภาปฏิรูปแห่งชาติ
ทัศนา /  บวรศักดิ์ / 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง "เทียนฉาย" เป็นปธ.สปช. "บวรศักดิ์-ทัศนา" เป็นรองปธ.สปช. ขณะเตรียมรับสนองพระบรมราชโองการฯ ในวันที่ 3 พ.ย.นี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราชกิจจกานุเบกษา เผยแพร่ประกาศแต่งตั้ง ประธานและรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ โดยมีรายละเอียดว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่สภาปฏิรูปแห่งชาติได้ลงมติเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2557 เลือกสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติให้เป็นประธานและรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คือ 1.นายเทียนฉาย กีระนันทน์ เป็นประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ 2. นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่หนึ่ง 3. นางสาวทัศนา บุญทอง เป็นรองประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 28 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 จึงแต่งตั้งให้ผู้มีนามดังกล่าวเป็นประธานและรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 30 ตุลาคม พุทธศักราช 2557 เป็นปีที่ 69 ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ด้านนายจเร พันธุ์เปรื่อง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลชาธิการสภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้ระบุภายหลังจากที่มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งประธานและรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ โดยนายจเร กล่าวว่า จะมีพิธีรับสนองพระบรมราชโองการฯ ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2557 เวลา 8.00 น. ที่อาคารรัฐสภา 1 MThai News

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

ย้อนรำลึก 1 ปีม็อบนกหวีด
กปปส. /  คัดค้านนิรโทษกรรม / 

"พระสุเทพ" โพสต์ข้อความ "ไม่ชนะ  ไม่เลิก" ย้อนรำลึก 1 ปี การชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊คเพจ "Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ)" ของ "พระสุเทพ ปภากโร" ได้โพสต์ข้อความ รำลึก 1 ปี เหตุการณ์การชุมนุมของมวลมหาประชาชนที่ร่วมชุมนุมกับกลุ่ม กปปส.  โดยระบุข้อความว่า "เราจะต่อสู้ร่วมกันไป ไม่ชนะไม่เลิก ผมจะสู้ถวายชีวิต เทหมดหน้าตัก จะต่อสู้ร่วมกับทุกคน ทุกวัน จนกว่าจะได้ชนะ ถ้ารัฐบาลจะมาหาผม เพื่อเพิ่มคดีกบฎอีกคดีก็ไม่กลัวแล้ว ผมรับผิดชอบการกระทำของประชาชนทุกอย่าง ไม่หนีไปไหน" สุเทพ เทือกสุบรรณ เวทีชุมนุมสามเสน 31 ตุลาคม 2556 (วันเป่านกหวีด เวทีสามเสน มวลมหาประชาชน)" ซึ่งหากย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2556 บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 7 หน้าอาคารรัฐสภา 1 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส. สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยสส.พรรคกว่า 50 คน ร่วมแถลงข่าวคัดค้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ที่จะนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร (นัดพิเศษ) วันที่ 31 ต.ค. 2556 ในวาระ 2 และ วาระ 3 โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหญิงและชายตัดสินใจลาออกไปร่วมต่อสู้กับประชาชน เพื่อต่อต้านกฎหมายล้างผิด ที่รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยพยายามเสนอเข้าสภา โดยไม่ฟังเสียงประชาชน ทั้งที่มีผู้คัดค้าน ซึงในกฎหมายมีเนื้อหาลบล้างความผิดให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีทุจริตคอร์รัปชัน รวมถึงความผิดของแกนนำกลุ่มผู้ก่อเหตุร้ายในการชุมนุมทางการเมืองที่มิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งพรรคประชาธิปัติย์ประกาศว่า จะร่วมกับประชาชนทั่วประเทศ เคลื่อนไหวต้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยจะเชิญชวนคนไทยทั่วประเทศ ออกมาชุมนุมคัดค้าน ตั้งแต่่วันที่ 31 ต.ค. 2556 เวลา 18.00น.เป็นต้นไป ซึ่งนี่ถือเป็นการประกาศศึกนอกสภา และเป็นการเป่านกหวีดครั้งแรกอย่างเป็นทางการ หลังจากนั้น นายสุเทพ ก่อตั้งกลุ่ม กปปส. ขึ้นเมื่อวันที่ 29 พ.ย.56 และแต่งตั้งตนเองเป็นเลขาธิการ  และได้ใช้การเป่านกหวีดเป็นสัญลักษณ์ของการประท้วงครั้งนี้ พร้อมประกาศเจตนาของ กปปส.เพื่อทวงอำนาจอธิปไตยจากรัฐบาลมาคืนประชาชน ซึ่งจะดำเนินการปฏิรูปประเทศผ่านสภาประชาชนที่มิได้มาจากการเลือกตั้ง และประกาศจะขจัด "ระบอบทักษิณ" โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือ กดดันให้นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลาออกจากการเป็นหัวหน้ารัฐบาล เพื่อให้เกิดช่องว่างแห่งอำนาจ กระทั่งวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา กปปส.ก็ได้ยุติการชุมนุม เนื่องจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้าคณะ ได้ทำการยึดอำนาจ และในวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา กปปส.ก็ได้ประกาศหยุดการเคลื่อนไหวทันที และจากนั้นในช่วงเช้าวันที่ 15 ก.ค. นายสุเทพ อดีตเลขาธิการ กปปส. ก็ได้เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดท่าไทร ต.ท่าทองใหม่ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมกับหลานชาย โดยพระสุเทพ ได้ฉายาว่า “พระปภากโร” หมายถึง ผู้กระทำซึ่งแสงสว่าง MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก มติชนออนไลน์

นายกฯ เน้นคุยการค้า ปัดคุยเขตแดน หลังเยือนกัมพูชา
ข่าวประยุทธ์ /  ข่าววันนี้ / 

นายกฯ ยันเยือนกัมพูชา ไม่คุยเรื่องเขตแดน แต่เน้นเรื่องการค้าชายแดน ส่งเสริมเขตเศรษฐกิจรับ AEC พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนไทยที่ติดตามคณะรัฐมนตรีเยือนประเทศกัมพูชา ถึงผลการเยือนอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่า การเยือนกัมพูชาครั้งนี้ เป็นไปตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรีกัมพูชา โดยได้รับการต้อนรับอย่างสมเกียรติ บรรยากาศหารือเป็นมิตรไมตรีต่อกัน ไทย-กัมพูชา มีความใกล้ชิดต่อกันทางเขตแดน มีความขัดแย้งอยู่บ้างแต่วันนี้ได้มีการพูดคุยกันว่าเราเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ต้องร่วมมือกันเพื่ออนาคตของทั้งสองประเทศและอาเซียน สำหรับประเด็นการหารือไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องความมั่นคงหรือเขตแดน เนื่องจากเราจะไม่ให้เส้นเขตแดนเป็นปัญหา เราจะเดินหน้าอาเซียนอย่างไรทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นถนน โครงสร้างพื้นฐาน มีการเซ็น MOU เครือข่ายทางรถไฟ อรัญประเทศ-ปอยเปต เพื่อเป็นเส้นทางขนส่งสินค้า โดยนายกรัฐมนตรีเสนอให้มีการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ ลักษณะ Cluster เพื่อค้าขาย มีโรงงานผลิตขนาดเล็ก มีศูนย์รับซื้อสินค้าทางการเกษตรเพื่อให้เกิดเป็นเมืองชายแดน มีการปรับปรุงถนน เส้นทางระหว่างกัน มีการจัดศูนย์แรงงาน โดยนายกรัฐมนตรีกัมพูชาเห็นชอบทุกประการ ซึ่งเป็นการป้องกันการลักลอบข้ามแดนผิดกฎหมาย เพื่อให้ประชาชนไทย-กัมพูชา ข้ามกันไป-มาได้อย่างมีความสุข ด้านแรงงาน ปัจจุบันมีแรงงานแบบเช้า-เย็นกลับ แรงงานตามฤดูกาล แรงงานรายปี ซึ่งทางกัมพูชาจะช่วยส่งทีมพิสูจน์สัญชาติ เพิ่มให้เป็น 15 ชุดจากเดิม 6 ชุด นอกจากนี้มีการหารือเกี่ยวกับการจัดประชุมระหว่างผู้นำอย่างไม่เป็นทางการ (Annual Retreat) เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนความสัมพันธ์ โดยให้มีอย่างน้อยปีละครั้ง เริ่มตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป ด้านเศรษฐกิจ นอกจากการพัฒนาเขตเศรษฐกิจข้ามแดน การที่เราจะเชื่อมโยงกับใคร เราต้องดูว่าเขาต้องการอะไร นายกรัฐมนตรีกัมพูชาอยากให้ผู้ประกอบการไทยเข้ามาผลิตน้ำผลไม้ เพราะเขามีผลผลิตอยู่แล้ว รัฐบาลก็ต้องคอยส่งเสริมให้ตรงกับความต้องการของประเทศเพื่อนบ้าน การลงทุนต้องเน้นให้โอกาสการลงทุนที่ตรงกับเราความต้องการ การขนส่ง ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้เปิดจุดผ่านแดนถาวร บ้านหนองเอียน-สตึงบท เพื่อบรรเทาความแออัดที่ปอยเปตและไทย มีการขอเพิ่มโควตารถบรรทุกจาก 40 คันเป็น 500 คัน ซึ่งทางการกัมพูชาก็ตามตกลง เรื่องจุดผ่านแดน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องจะมีการยกระดับ 4 จุดได้แก่ 1. ช่องอาเซะ จ. พระวิหาร-ช่องอานม้า จ. อุบลราชธานี 2. พนมได จ.พระตะบอง-บ.เขาดิน จ. สระแก้ว 3. บ. ทมอดา จ.โพธิสัต-บ.ท่าเส้น จ.ตราด และ 4. ช่องจุ๊บโกกี จ.อุดรมีชัย-ช่องสายตะกู จ.บุรีรัมย์ นอกจากนี้ กัมพูชาได้ขอให้เราร่วมมือแก้ไขปัญหาภัยพิบัติทุกประเภท น้ำท่วม ภัยแล้ง ไฟป่า เนื่องจากไทยมีประสบการณ์และมีความพร้อม MThai news