พระจอมเกล้าลาดกระบัง

วีรบุรุษชาวอิหร่าน และการอุทิศตนอันยิ่งใหญ่เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์
ช่วยชีวิตผู้อื่น /  ตายในหน้าที่ / 

น่ายกย่อง วีรบุรุษหัวใจพระ ที่สละชีวิตตนเองเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นในการปฏิบัติหน้าที่ 'นักผจญเพลิง' จนเสียชีวิต พร้อมทั้งบริจาคร่างกายเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นต่อไป เรื่องราวของยอดวีรบุรุษที่น่ายกย่องคนหนึ่งของโลก เมื่อ 'จาร์ลาล์ มาลีกิ' โฆษกองค์กรการดับเพลิง ชาวอิหร่าน อาชีพนักผจญเพลิง ผู้อุทิศชีวิตทั้งในขณะที่ยังคงมีชีวิตอยู่ จนกระทั่งเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ แต่หลังจากนั้น มหาบุรุษผู้นี้ ยังไม่หยุดคิดทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น กล่าวคือ ร่างกายของเขา ถูกอุทิศให้เป็นต่อชีวิตผู้อื่นต่อไป เรื่องราวสุดสะเทือนใจ เริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือน พ.ค. 2013 หน่วยงานของจาร์ลาล์สังกัดอยู่ ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ในอพาร์ทเม้นแห่งหนึ่ง ซึ่งมีเด็กหญิง วัย 9 ขวบ ติดอยู่บริเวณหน้าต่าง จากนั้นเขาไม่ลังเลใจที่จะเข้าไปช่วยชีวิตเธอไว้ สิ่งสำคัญคือเหตุการณ์ในครั้งนั้น เปรียบเหมือนกับเกมส์ชีวิตแลกชีวิตเนื่องจากเขาเสียสละหน้ากากออกซิเจนให้กับหนูน้อยเพื่อไม่ให้เธอได้รับอันตราย ส่งผลให้หลังจากนั้นเกิดเรื่องเศร้าใจตามมาภายหลัง นั่นก็คือหลังจากการปฏิบัติภารกิจสำเร็จลุล่วงด้วยดี แต่สมองของเขาได้ตายลงจากการได้รับควันไฟขณะผจญเพลิงจนกระทั่งเสียชีวิตในเวลาต่อมา เรื่องราวอันน่ายกย่องของเขา ยังไม่จบลงเพียงเท่านั้น เนื่องจากครอบครัวของเขา ตัดสินใจ บริจาคอวัยวะของเขา เพื่อปลูกถ่ายให้กับผู้ป่วยที่ต้องการความช่วยเหลือ เพื่อเป็นการชุบชีวิตใหม่ ให้กับผู้ที่ได้ความเดือดร้อน เพื่อช่วยชีวิตพวกเขาต่ออีกทอดหนึ่ง แม้เรื่องราวดังกล่าวจะผ่านมาเป็นเวลา 2 ปีแล้ว แต่น้อยคนนักที่จะได้รับรู้ถึงคุณงามความดีที่เขาเคยทำไว้ กระนั้นผู้ใดที่ทราบเรื่องราวของเขานั้น มักจะกล่าวยกย่องให้เขาเป็นวีรบุรุษที่เต็มเปี่ยมไปด้วยจิตใจที่ดีงาม แม้ว่าเขาจะล่วงลับไปแล้ว แต่ก็ยังคงฝากเรื่องราวอันน่าประทับใจไว้จนกระทั่งวันนี้.. MThai News ที่มา payvand

หลังอาจมียวบ! ฝอยทองขาดจอมโหด เปเป้ อุดแผงหลัง
บาร์เซโลน่า /  ฝอยทอง / 

เชื่อได้ว่าแนวรับของ ฝอยทอง โปรตุเกส อาจจะมีปัญหาได้ เมื่อต้องขาดตัวหลัก อย่าง เปเป้ ที่ได้รับบาดเจ็บจนต้องถอนตัว เปเป้ กองหลังจอมโหด วัย 32 ปี ได้รับบาดเจ็บไม่รุ่นแรงมาก แต่โชคร้ายที่เขาไม่สามารถฟิตทันรับใช้ชาติได้ จนต้องถูกถอนตัวออกไปในเกม ยูโร 2016 รอบคัดเลือก ที่ โปรตุเกส จะเจอกับ เซอร์เบีย คืนนี้ ทั้งนี้สาเหตุอาการบาดเจ็บของ เปเป้ เป็นที่คาดกันว่าเกิดจากการที่เขารับใช้ต้นสังกัด เรอัล มาดริด รับศึกหนักกับ บาร์เซโลน่า ในแม็ตซ์สุดสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นเอง ทั้งนี้ โปรตุเกส อยู่รองจ่าฝูงตามติด โคนม เดนมาร์ก เพียงคะแนนเดียวเท่านั้น แถมยังแข่งน้อยกว่า 1 เกม โดย แฟร์นานโด ซานโต๊ส กุนซือทีมชาติโปรตุเกส ได้กล่าวถึง เปเป้ ว่า "เขาเป็นมืออาชีพที่วิวิเศษ เขาพยายามฟิตร่างกายเพื่อให้ได้เล่นตลอดสัปดาห์ แต่โชคไม่ดีที่เขาไม่สามารถผ่านความฟิตเพื่อลงเล่นได้ เราคิดว่าเขาอาจจะเล่นไหวก็ได้ แต่เราต้องตัดใจ"

ชื่นชม! แท็กซี่ใจดี ช่วยหญิงเสียสติขึ้นรถรับส่งบ้าน
พลเมืองดี. สาวเดินบนทางด่วน /  แท็กซี่ / 

แท็กซี่น้ำใจงาม ตามรับส่งหญิงมีอาการทางประสาทถึงบ้าน 2 ครั้ง หลังพบเดินเร่ร่อนอยู่บนมอเตอร์เวย์ หวั่นได้รับอันตราย วันที่ 26 มี.ค.58 เวลา 08.30 น. มีผู้พบเห็นหญิงสาวอายุประมาณ 30 กว่าปี สวมชุดสีขาวเนื้อตัวมอมแมม เดินอยู่ช่องทางขวาบนทางหลวงมอเตอร์เวย์ (ทล.หมายเลข 7) ฝั่งขาเข้า กรุงเทพฯ ช่วงลาดกระบัง-ร่มเกล้า กิโลเมตรที่ 14 ซึ่งอาจเกิดอันตรายได้ จึงประสาน จนท.กู้ภัยของสุวรรณภูมิเพื่อพาตัวออกจากผิวการจราจร ขณะเดียวกัน นายวิชิต แซ่เบ๊ คนขับรถแท็กซี่สีชมพู ทศ-7863 กทม. ซึ่งฟัง จส.100 และจำได้ว่า วานนี้ (25 มี.ค.) ตนได้รับผู้โดยสารลักษณะเดียวกันที่เดินอยู่อยู่บนมอเตอร์เวย์ โดยมาพร้อมกับมารดา ซึ่งได้รับมาจาก รพ.ศรีธัญญา แล้วไปส่งที่ซอยลาดกระบัง 5 จึงตรวจสอบไปที่ตำรวจทางหลวง ยืนยัน เป็นหญิงดังกล่าวจริง จึงอาสา พาไปส่งที่บ้านที่ได้ไปส่งเมื่อวานนี้ แต่เมื่อเดินทางมาถึง ซอยลาดกระบัง 5 เพื่อนบ้านได้แจ้งว่ามารดาของหญิงคนนี้ได้ออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้าเพื่อตามหาบุตรสาว และทราบว่าได้เดินทางไปหาญาติชื่อยงยุทธ ที่รังสิต นครนายก คลอง 13 ตนจึงหญิงสาวส่งถึงบ้านพักที่องครักษ์ดังกล่าว โดยนายยงยุทธ ผู้เป็นลุงของหญิงดังกล่าว กล่าวว่า หญิงสาวที่แท็กซี่เทียวรับส่งอยู่นั้น มีการอาการทางประสาท อยู่ระหว่างพาไปรักษาตัวที่ รพ.จิตเวช เบื้องต้นจะได้หลานสาวพักกับตนไปก่อน พร้อมขอบคุณในความมีน้ำใจของคนขับแท็กซี่รายนี้ ขอขอบคุณ ข้อมูล/ภาพ จส.100 MThai News

ร.ฟ.ท.โพสต์ เสียใจรถไฟชนกัน คาดเปิดทางได้14.00น.
การรถไฟแห่งประเทศไทย /  รถไฟ / 

เฟซบุ๊ค ร.ฟ.ท. โพสต์แสดงความเสียใจ กรณีรถไฟชนกันที่ อ.ภาชี คาด 14.00 น. เปิดใช้เส้นทางได้ รายงานข่าวจากเฟซบุ๊คของทีมพีอาร์ การรถไฟแห่งประเทศไทย เรื่อง ความคืบหน้าจากกรณีขบวนรถเร็วที่ 107 (กรุงเทพ-เด่นชัย) ชนท้ายขบวนรถด่วนที่ 69 (กรุงเทพ-หนองคาย) ที่บริเวณระหว่างสถานีมาบพระจันทร์-สถานีพระแก้ว จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อเวลา 22.15 น. ของเมื่อคืนที่ผ่านมานั้น (26 มีนาคม 2558) ในเช้าวันนี้ (27 มีนาคม 2558) นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย จะเดินทางถึงบริเวณที่เกิดเหตุในเวลาประมาณ 09.00 น. เพื่อลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย และเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งการรถไฟฯ ขอแสดงความเสียใจเป็นอย่างยิ่งสำหรับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ และพร้อมที่จะดูแลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มที่ ล่าสุด ผู้โดยสารที่ได้รับบาดเจ็บจำนวน 17 ราย สามารถกลับบ้านได้แล้ว 10 ราย ยังคงเหลือรักษาตัวและติดตามอาการอีก 7 ราย รักษาตัวยังโรงพยาบาลภาชี โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา และโรงพยาบาลสังฆราชแล้ว และเมื่อเวลา 03.00 น. รถช่วยเหตุอันตรายจากบางซื่อ ได้เข้ามาถึงที่เกิดเหตุ และกำลังทำการเคลื่อนย้ายขบวนรถที่เกิดเหตุ และซ่อมทางเพื่อให้ใช้งานได้ตามปกติ คาดว่าจะแล้วเสร็จเวลา 14.00 น. ทั้งนี้ อุบัติเหตุดังกล่าวไม่ได้กีดขวางการเดินรถ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นทางรถไฟ 3 ทาง ทำให้รถไฟขบวนอื่นๆ สามารถเดินรถได้ตามปกติ ติดต่อสอบถามรายละเอียดการเดินทางเพิ่มเติมได้ที่ CALL CENTER 1690 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ทำอะไรก็เทพ ลง79วิเคนประเดิมยิงนัดแรกให้ ทีมชาติอังกฤษ
กีฬา /  ข่าวกีฬา / 

แฮร์รี่ เคน ดาวยิงสุดฮ็อตของ สเปอร์ส กดประตูแรกในนามทีมชาติหลังลงไปในสนามเพียง 79 วินาที ในเกมยูโรที่ ทีมชาติอังกฤษ  ถล่ม ลิธัวเนีย 4-0 ที่สนามเวมบลีย์ เกมนี้ อังกฤษ ภายใต้การคุมทีมของ รอย ฮอดจ์สัน เดินหน้าถล่มแหลกทีมเยือนโดยได้ประตูเบิกร่องจาก เวย์น รูนี่ย์ ในน.7 ก่อนที่ แดนนี่ เวลเบ็ค กับ ราฮีม สเตอร์ลิง จะมาเพิ่มสกอร์ใน น.45 และ น.58 ช่วยให้เจ้าถิ่นนำห่าง และเป็น แฮร์รี่ เคน ศูนย์หน้าจอมฮ็อตที่ลงสนามเกมแรกในนามทีมชาติยิงปิดกล่องในน.73 ช่วยให้ทีมชาติอังกฤษ ชนะ ลิธัวเนีย ไป 4-0

ย้ายจริงมีช็อค! ชไมเคิลอวย ซลาตัน เกิดมาเพื่อเล่นให้ผี
กีฬา /  ข่าวกีฬา / 

ปีเตอร์ ชไมเคิล อดีตสุดยอดนายทวารปีศาจแดงกระตุ้นให้สโมสรเก่าคว้าตัว ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าชาวสวีเดนของ ปารีส แซ็งต์ แชร์กแมง มาร่วมทีมให้ได้ ซลาตัน เคยตกเป็นข่าวว่าจะย้ายมาเล่นในอังกฤษ ขณะที่อดีตนายด่านเจ้าของฉายา ยักษ์เดนส์ เชื่อว่าดาวยิงอีโก้แรงคนนี้จะมาเติมเต็มความสำเร็จของทีมปีศาจแดงได้ “ผลงานที่เขาทำกับ เปเอชเช เป็นอะไรที่สุดยอดมาก เขานำความคงเส้นคงวาและความชัดเจนมาสู่ทีม” ชไมเคิล ออกโรงเชียร์จอมดีดลูกส้นรายนี้เต็มที่ “เมื่อปีก่อนมีข่าวว่าเขาจะย้ายมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผมเคยพูดมาแล้วว่า ซลาตัน ถูกสร้างมาเพื่อสโมสรนี้ เขาเกิดมาเพื่อเล่นที่นี่” “นี่คือเหตุผลว่าทำไม คันโตน่า แข็งงแกร่งมากเมื่อย้ายเล่นที่นี่แต่ยามอยู่กับลีดส์หรือทีมอื่นในฝรั่งเศสไม่เป็นแบบนั้น ทำไมน่ะรึ? เพราะที่นี่คือ แมนฯ ยูฯ ในทีมเราให้อิสรภาพกับนักเตะแต่ก็ต้องมีความรับผิดชอบด้วย”

กู้ซาก รถไฟชนกัน ที่อยุธยาสำเร็จ! รฟท.เผยเสียหาย80ล้าน
กู้ซาก /  รถไฟชนกัน / 

กู้ซาก รถไฟชนกัน สำเร็จ! รฟท.ชี้สาเหตุจากขบวนรถไฟสายกรุงเทพ-เด่นชัย ฝ่าสัญญาณไฟเตือน พุ่งชนท้ายอีกขบวน ประเมินความเสียหายไม่ต่ำกว่า 80 ล้านบาท  วันนี้ (27 มี.ค.) ความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุรถไฟสายเด่นชัย-กรุงเทพฯ ขบวนที่ 107 พุ่งชนท้ายรถไฟสายหนองคาย-กรุงเทพฯ ขบวน 69 ที่บริเวณหมู่ 7 ต.กระจิว อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนถึงสถานีรถไฟย่อยพระแก้ว คืนวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บทั้งสิ้น 52 ราย ล่าสุดเมื่อเวลา 15.00 น. นายนริศ ขามรัตนะ วิศวกรกองช่างกล การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ซึ่งควบคุมการกู้หัวรถจักรและโบกี้รถไฟดังกล่าว เปิดเผยว่า การกู้รถไฟที่ตกรางในเบื้องต้นสำเร็จแล้ว โดยโยกหัวรถจักรและโบกี้ที่เสียหายทั้งหมด มาอยู่รางที่ 1 ส่วนรางที่ 2 และ 3 สามารถเปิดใช้งานได้แล้ว ทั้งนี้ ในภาพรวมประเมินแล้วเหตุการณ์รถไฟชนกันที่เกิดขึ้นครั้งนี้ มีความเสียหายไม่ต่ำกว่า 80 ล้านบาท ขณะที่นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยขณะลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุรถไฟชนกัน ว่า ระบบคอมพิวเตอร์ที่ควบคุมการเดินรถไฟเป็นไปตามปกติ โดยขบวนรถไฟสายกรุงเทพ-หนองคาย ได้ส่งสัญญาณว่าจะจอดขบวนรถ เนื่องจากมีปัญหาระบบล้อ และขอจอดเพื่อทำการตรวจสอบตรงที่เกิดเหตุ อีกทั้งมีสัญญาณไฟเตือน ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร เพื่อแจ้งเตือนว่ามีขบวนรถไฟจอดอยู่ด้านหน้า แต่ขบวนรถไฟสายกรุงเทพ-เด่นชัย ที่วิ่งตามมา ได้ฝ่าสัญญาณไฟเตือนเข้ามาพุ่งชน จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม รฟท.พร้อมดูแลผู้บาดเจ็บทั้งหมด ข้อมูลจาก สำนักข่าวไทย ภาพจากทวิตเตอร์ สวพ.FM91 MThai News

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

รื้อแล้ว! ฉากถ่ายหนัง ตำหนักโบราณวัดพุทไธศวรรย์
ตำหนักโบราณ /  ภาพจิตรกรรม / 

กองถ่ายภาพยนตร์ รื้อฉากถ่ายหนัง ตำหนักโบราณ วัดพุทไธศวรรย์แล้ว วันนี้(27มี.ค.) จากกรณีที่ ชาวสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์กรณีที่แฟนเพจ เมด อิน อุษาคเนย์ ตำหนักพระพุทธโฆษาจารย์ วัดพุทไธสวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นตำหนักโบราณที่ไม่เปิดให้คนไทยเข้าไปชมโดยอ้างว่าต้องอนุรักษ์โครงสร้างและงานจิตรกรรม แต่กลับให้ชาวต่างชาติเข้าไปเช่าถ่ายทำหนังได้โดยใช้ตำหนักเป็นฉากเกสต์เฮาส์ ล่าสุด นายบวรเวท รุ่งรุจี อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ทางกองถ่ายภาพยนตร์ได้ดำเนินการรื้อถอนอุปกรณ์การถ่ายออกหมดแล้ว และเบื้องต้นจากการที่อุทยานประวัติศาสตร์ จ.พระนครศรีอยุธยา เข้าไปตรวจสอบ ไม่พบความเสียหายใดๆ เกิดขึ้น ส่วนเรื่องการเข้าไปถ่ายทำนั้น สืบเนื่องจากกองถ่ายภาพยนตร์ ได้เข้าไปขอถ่ายทำกับไวยาวัจกรของทางวัดพุทไธศวรรย์ ซึ่งในส่วนของตำหนักพระพุทธโฆษจารย์ อยู่ในอำนาจขอบเขตของวัด ดังนั้น หากผู้ใดจะดำเนินการใดๆ ก็ต้องขออนุญาตกับทางวัดโดยตรง ทั้งนี้ทางกรมศิลปากรมีหน้าที่ในการดูแลในเรื่องของการบูรณะ ไม่ให้มีการรื้อถอน หรือก่อสร้างเพิ่มเติมในโบราณสถานเท่านั้น ส่วนการอนุญาตการใช้ตำหนักพระพุทธโฆษจารย์ เป็นอำนาจการตัดสินใจของวัด MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสด

ขั้นเทพ! 'น้องภูผา' เด็กอัจฉริยะวาดภาพลายเส้นด้วยจินตนาการ
น้องภูผา /  ลายไทย / 

 "น้องภูผา"เด็ก 8 ขวบ อัจฉริยะวาดภาพลายเส้น ลายไทยด้วยจินตนาการ เทียบชั้นนักวาดภาพมืออาชีพ วันนี้ (27 มีค.) มีรายงานว่า พบเด็กชายอายุ 8 ขวบ สามารถวาดภาพศิลปะลายเส้นได้อย่างสวยงาม จึงได้เดินทางไปตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 449/50 ม.3 ต.ดอนตะโก อ.เมือง จ.ราชบุรี พบเด็กชายปรวุธ จิรมิตรมงคล วัย 8 ขวบ หรือ น้องภูผา พร้อมทั้งพาชมผลงานที่วาดไว้หลายภาพ อาทิ ภาพวาดพระยานาคยักษ์พระฤาษี องค์เทพและมหาเทพ เช่น พระศิวะ , พระพิฆเณศวรปางต่างๆ โดยแต่ละรูปเป็นการเขียนลายเส้น แต่งเติมลักษณะเด่นของรูปภาพออกมาอย่างสวยงามด้วยจินตนาการอย่างไม่น่าเชื่อ โดยน้องภูผา สามารถร่วมทำเวิร์กช็อป แบบเขียนด้วยปากกาเมจิกแบบสดๆ ไม่ต้องร่างแบบ วาดจากจินตนาการขึ้นลายไทยแบบเฉพาะตัว คือ กนกหางไหล และกนกเปลว ขณะที่รายละเอียดและลายเส้นที่ปรากฏแทบไม่ต่างจากนักวาดภาพมืออาชีพ ด้านนางสาลินี อินทร์ไข่ มารดาน้องภูผา เปิดเผยว่า ลูกชายเป็นคนชอบวาดภาพตั้งแต่เด็ก พอวาดภาพแต่ละภาพลูกชายจะตั้งใจวาดแล้วออกมาสวยงามจนไม่มีใครเชื่อ ทั้งพ่อและแม่ก็ไม่ได้มุ่งหวังให้ลูกชายต้องเข้าประกวด ต้องมีชื่อเสียงใดๆ ซึ่งหากลูกรักการวาดภาพ พร้อมที่จะสนับสนุน เพราะถือว่าการวาดภาพเป็นการเสริมสร้างทักษะชีวิต ช่วยให้น้องภูผาเข้าใจตัวเอง มองโลกในแง่ดี โดยใช้ศิลปะเป็นสิ่งช่วยขัดเกลาจิตใจ ก็จะทำให้ใช้ชีวิตในวันข้างหน้าของลูกเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีและมีความสุข โดยก่อนหน้านี้ ตอน 2 ขวบกว่า น้องภูผาเริ่มจับดินสอ และปากกา ก็เริ่มวาดเขียนไปตามประสาเด็กทั่วๆไป แต่ที่สังเกตคือ น้องมีความชอบ และออกมาจากจินตนาการของตัวเอง ไม่ว่าจะออกไปไหนกับครอบครัว ก็จะนำกระดาษขึ้นมาวาดเสมอ โดยไม่ชอบวิ่งเล่นแบบเด็กทั่วไป จากวันนั้นถึงปัจจุบันนี้ ยังมีความตั้งใจและมุ่งมั่นในงานจิตรกรรมไทยในแบบของตนเอง เช่น ชอบคิดลายกนกเปลว และหางไหล ออกมาใหม่ๆ จะเอามาอวดคุณแม่เสมอ พอปิดเทอมจะมีความดีใจสุดๆที่ได้วาดและวาดแบบไม่ได้ดูแบบและวาดลายในแบบเฉพาะตัวเอง อาจจะมีถูกบ้าง ผิดบ้าง แต่หัวใจของน้อง มีความตั้งใจที่จะรักษา ศิลปะไทย และงานจิตรกรรมไทย ด้วยจิตวิณญาณแห่งตน ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสดออนไลน์ MThai News

ทึ่ง! โกลเด้นแสนรู้ ว่ายน้ำเก็บขยะขึ้นฝั่ง
นนทบุรี /  วัดใหญ่สว่างอารมณ์ / 

สุนัขพันธ์ุโกลเด้นน่ารักแสนรู้กว่า30 ตัว ว่ายน้ำเก็บขยะในน้ำที่วัดใหญ่สว่างอารมณ์ ย่านปากเกร็ด ประชาชนแห่ดูถึงวัด วันนี้ (27 มี.ค.) มีรายงานว่า ที่วัดใหญ่สว่างอารมณ์ หมู่ 6 ตำบลอ้อมเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี มีกลุ่มสุนัขพันธุ์โกลเด้นกว่า 30 ตัว ชอบว่ายน้ำเก็บขยะ จากการตรวจสอบ พบกลุ่มสุนัขพันธุ์โกลเด้นหลายสิบตัว กำลังเล่นน้ำอยู่ที่บริเวณท่าหน้าน้ำ และยังมีพฤติกรรมแสนรู้ ใช้ปากคาบขวดพลาสติกและขยะที่ลอยมาติดท่าน้ำของวัดขึ้นมา จากการสอบถามพระจตุรงค์ ซึ่งเป็นพระลูกวัด กล่าวว่า เจ้าอาวาสวัดใหญ่สว่างอารมณ์ องค์ปัจจุบันคือ หลวงพ่ออ่าง สิริจนฺโท เป็นคนรักสุนัข จึงมีลูกศิษย์ที่เป็นเจ้าของฟาร์มสุนัข นำสุนัขพันธุ์โกลเด้นแท้มาถวาย 1 คู่ ต่อมาได้ออกลูกมาจนถึงปัจจุบันมากกว่า 30 ตัว โดยทางวัดจะมีการให้ผสมพันธุ์กันเองเพื่อไม่ให้ข้ามสายพันธุ์ แต่ก็มีบางตัวหนีออกไปผสมพันธุ์กับสุนัขนอกวัด ลูกที่ออกมาจึงเป็นพันธุ์ทาง ที่ผ่านมาเคยมีคนมาขอไปเลี้ยงบ้าง แต่เจ้าอาวาสกลัวว่าจะนำไปเลี้ยงแบบทิ้งขว้าง ดูแลไม่ดี จึงให้ไปเพียงบางคน สำหรับพฤติกรรมคาบขวดหรือเก็บขยะในน้ำ ที่มีผู้นำไปโพสต์ลงในโชเชียลมีเดีย จนมีคนเดินทางมาดูมากมายนั้น เกิดจากการที่พระในวัดพาสุนัขมาอาบน้ำทุกวัน เลยขว้างขวดลงไปให้สุนัขคาบ เพื่อเป็นการเล่นและออกกำลังกาย จนเมื่อสุนัขเหล่านี้เห็นขวดลอยมาจึงได้คาบขึ้นมาบนวัด กลายเป็นนิสัย ขอบคุณคลิปและข้อมูลจาก TNN24 MThai News

เฮียรู้ว่าต้องเกิด! เชียร์เรอร์ ฟันธง เคนคู่รูน ยิงกระจาย
ทีมชาติอังกฤษ /  ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ / 

งานนี้ ตำนานดาวยิงของสิงโตคำราม อย่าง อลัน เชียร์เรอร์ ออกมาแสดงความมั่นอกมั่นใจซะเหลือเกินว่า แฮร์รี่ เคน และ เวย์น รูนี่ย์ จะช่วยกันถล่มประตูอย่างแน่นอน อลัน เชียร์เรอร์ อดีตศูนย์หน้าจอมถล่มประตูของทีมชาติอังกฤษ ได้ออกมาแสดงความเชื่อมั่นต่อศูนย์หน้ารุ่นน้อง ในทีมชาติ ว่ามีดีพอที่จะทำให้ สิงโตคำราม เป็นทีมจอมถล่มประตู เนื่องจาก แฮร์รี่ เคน กำลังโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงกับต้นสังกัด ไก่เดือยทอง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และตัวเขาเองก็ได้ติดตามผลงานของ เคน มาเนิ่นนานแล้ว และยิ่งได้มาจับคู่กับ เวย์น รูนี่ย์ ด้วยแล้ว ยิ่งจะช่วยสร้างอนุภาพในแนวรุกให้กับทีมชาติอังกฤษอย่างแน่นอน โดย อลัน เชียร์เรอร์ ได้ให้ความเห็นว่า "ถึงตอนนี้ เรายังไม่รู้ว่า เคน จะปรับตัวกับทีมชาติได้มากน้อยขนาดไหน แต่ผมเชื่อว่า เขาจะผสมผสานกับ รูนี่ย์ ได้เป็นอย่างดี และวิธีเดียวที่จะรู้ได้ คือ จับเขาลงสนามร่วมกัน"

แจงภาพ'พระสุเทพ' แค่จนท.เข้มขณะรับกิจนิมนต์ชายแดนใต้
ปืนกลทราโว่ /  ปืนกลอูซี่ / 

ธานี เทือกสุบรรณ ชี้แจงภาพ "พระสุเทพ" เเค่ จนท.ดูแลความปลอดภัย ขณะรับกิจนิมนต์ที่ชายแดนใต้ หลังจากโลกออนไลน์ แห่แชร์ภาพชาย 2 คนถือปืนกลอูซี่ และทราโว่คนละกระบอก ยืนอยู่ด้านหลังพระสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำ กปปส. ขณะกำลังเปิดตัวหนังสือที่จังหวัดแห่งหนึ่งทางภาคใต้ โดยรายงานระบุว่าชายทั้ง 2 เป็นบอร์ดี้การ์ดคอยอารักขาพระสุเทพ เมื่้อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุด นายธานี เทือกสุบรรณ น้องชายพระสุเทพ ได้ชี้แจงว่า ภาพดังกล่าวเป็นภาพเมื่อวันที่ 28 มี.ค. ซึ่งพระสุเทพได้รับกิจนิมนต์เดินทางไปในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่สำนักสงฆ์แหลมนก จ.ปัตตานี โดยเมื่อพระสุเทพเดินทางไปจังหวัดใด เจ้าหน้าที่เจ้าของพื้นที่จะมีการระวังป้องกันเหตุและมีการส่งเจ้าหน้าที่มาดูแล ขอบคุณข้อมูล มติชน MThai News

 ฝันเป็นจริง ปันปัน เต็มฟ้า ได้บู๊ดราม่าร่วมรบพระนเรศฯ ใน ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา
ดามพ์ ดัสกร /  ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช / 

พูดได้ว่าเข้าตา ท่านมุ้ย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล เข้าอย่างจัง สำหรับ ปันปัน เต็มฟ้า กับบบทาทใน ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา ทั้งบุคลิก หน้าตา หน่วยก้าน ความสามารถเฉพาะตัวในเรื่องการแสดง ตลอดจนความสามารถทางด้านกีฬา ทั้งว่ายน้ำ, เทนนิส, ไอซ์สเก็ต, บัลเล่ต์ โดยเฉพาะยิมนาสติก ที่มีดีกรีเป็นถึงนักกีฬาทีมชาติที่ผ่านการฝึกฝนมาตั้งแต่อายุเพียง 7 ปี เรียกได้ว่าสอดคล้อง และมีพื้นฐานตรงกับการเลือกให้มาถ่ายทอดตัวละคร "เม้ยมะนิก" ลูกครึ่งมอญ-พม่า ราชธิดาของ พระเจ้าศิริสุธรรมราชา เจ้าเมืองเมาะตะมะ ผู้อาสา และนำไพร่พลชาวมอญรามัญ เข้าร่วมสมทบกับกองทัพพระนเรศวรมหาราช เป็นสหายศึกร่วมกับอโยธยาเพื่อบุกหงสาวดีและตองอู ปันปัน เต็มฟ้า กฤษณายุธ โดยตัวละครใหม่นี้ เข้ามามีบทบาทสำคัญ ร่วมกับนักแสดงรุ่นใหญ่ระดับฝีมือแถวหน้าของเมืองไทยอย่าง นิรุตติ์ ศิริจรรยา, รณ ฤทธิชัย, สะอาด เปี่ยมพงษ์สานต์, ดามพ์ ดัสกร, รัชนี ศิระเลิศ, อรรถพร สุวรรณ (อาร์ทบิวตี้ฟูล บ๊อกเซอร์), แฟรงค์ สมศักดิ์ แก้วลือ, ไกรลาศ เกรียงไกร ร่วมกับนักแสดงหลักชุดใหญ่ที่มีบทบาทต่อเนื่องมาทุกภาคของ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทำเอา ปันปัน เต็มฟ้า กฤษณายุธ ลูกไม้หล่นใต้ต้นของนักร้องสาว ฐิติมา สุตสุนทร ถึงกับยอมรับว่าการที่ท่านมุ้ยได้ให้โอกาสตนเอง เข้ามาร่วมปิดตำนานอภิมหากาพย์ภาพยนตร์เรื่องยิ่งใหญ่อย่างตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเป็นการสานฝันที่เคยตั้งใจไว้เมื่อ 10 ปีที่แล้วเป็นจริง ปันปัน เผยว่า "ได้ทราบมาว่าท่านมุ้ยกำลังหานักแสดง หรือว่านางเอกที่เป็นนักกีฬา เพราะว่าท่านมุ้ยแพลนไว้ว่าบทนี้มันต้องบู๊หนักมาก จริงๆ ท่านก็มีดูไว้หลายๆ คน มีไปเล็งนางเอกอินเตอร์ไว้ด้วยค่ะ มีทีมงานติดต่อผ่านมาทางคุณแม่ พอรู้เราก็ตื่นเต้นมากๆ เลย เพราะว่าเราเป็นแฟนคลับของตำนานสมเด็จพระนเรศวรฯ มาตั้งแต่ภาคแรก แล้วตัวละครที่เก้าเล่นก็มีอายุพอๆ กัน ก็เลยรู้สึกว่าเป็นหนังประวัติศาสตร์ที่ดูไม่เบื่อเลย หลังจากนั้นก็ดูมาตลอดภาค 2-3 ดูต่อมาเรื่อยๆ ก็ไม่คิดว่า 10 ปีผ่านไป จากที่ภาคแรกเข้าฉายเราจะได้มีโอกาสเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ แน่นอนว่าหนังเรื่องแรกในชีวิตของนักแสดงแต่ละคนคงแตกต่างกันแต่สำหรับ ปันปัน เต็มฟ้า นอกจากจะเป็นหนังเรื่องแรกที่ได้ร่วมงานกับผู้กำกับระดับครูแถวหน้าของเมืองไทยอย่างท่านมุ้ยแล้วยังเป็นหนังพีเรียดย้อนยุคกลับไปถึง 400 กว่าปีที่ต้องจัดหนักจัดเต็ม ทั้งบทดราม่า และแอ็คชั่นแบบเต็มๆ ตัว "สำหรับหนังเรื่องแรกของปันปันค่อนข้างหนักค่ะ เราต้องทำกิจกรรมต่างๆ ที่เราไม่เคยทำมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นขี่ม้าฟันดาบ สู้บนหลังม้า หรือว่าใช้อาวุธต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะธนูแล้วเราจะต้องโปรมาก มีคทา คืออาวุธเยอะมาก แล้วเราต้องขี่ม้าแบบโปร ถึงแม้ว่าเราจะเป็นนักกีฬายิมนาสติก แต่ยังไม่เคยต้องจับอาวุธ ขี่ม้าเร็วอะไรอย่างนี้นะค่ะ ก็มีเวลาสองอาทิตย์ที่จะต้องทำทุกอย่าง เลยต้องพัฒนาตัวเองเป็นสองเท่า แล้วก็พยายามตั้งสติว่าอันนี้ถือว่าเป็นโอกาสสำคัญสำหรับเรานะ ถึงแม้ว่าเราจะมีเวลาน้อย แต่ว่าถ้าเราทำให้ดีที่สุด แล้วเราตั้งใจก็คงไม่มีอะไรเกินความสามารถไปได้ "ก็ค่อนข้างยากค่ะ เพราะนอกจากที่ต้องแสดงอารมณ์หรือว่าที่ต้องบู๊หนักแล้ว ยังมีเรื่องบทเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยว่าบทที่ไม่ใช่ภาษาวัยรุ่นทั่วไปที่พูดกัน เราต้องไปฝึกพูดซ้ำเพื่อที่ให้เราได้ชินภาษาที่ในประวัติศาสตร์ช่วงนั้นเขาพูดกัน แต่ว่ายังโชคดีที่เราเป็นแฟนคลับนเรศวรมาตั้งแต่เด็ก ก็เลยรู้ว่าถ้อยคำหรือวิธีการพูดเขาพูดเขาทำกันยังไง แต่ว่าในเรื่องของอารมณ์ก็คิดว่าเราก็พยายามจะเข้ามาเป็นตัวละครให้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ พยายามไล่เรื่องราวของตัวละครมานอกเหนือจากบทที่ให้ไว้ค่ะ พยายามคิดว่าตั้งแต่เด็กๆ มีแบคกราวด์ชีวิตเป็นอย่างไร คิดมาตั้งแต่เริ่มต้น เกิดมาเป็นเจ้าหญิงนะพ่อแม่เราถูกฆ่าตาย เป็นลูกกำพร้า ต้องอพยพไปอยู่ในป่า ต้องสู้เพื่อประชาชนทุกอย่าง เรารักประชาชนของตัวเอง รักประเทศของตัวเองมาก แล้ววันหนึ่งถ้าสิ่งที่เรารักมากๆ มันสูญเสียไปหมดเลยเราจะรู้สึกอย่างไร" ปันปัน ทิ้งท้าย เตรียมพบกับอีกหนึ่งสีสันแห่งความเข้มข้นของอีกหนึ่งตัวละครใหม่ ที่จะเผยให้เห็นถึงบทบาทของชาวมอญรามัญในการศึกครั้งสำคัญ ไปกับ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา ในวันที่ 9 เม.ย.นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา ได้ที่นี่เลย ----------------------------------------

ฟีลกู๊ด! ลูกกตัญญู พา คุณแม่ เที่ยวรอบโลก เยียวยาจิตใจ
คนแก่ /  ครอบครัว / 

นับได้ว่าเป็นภาพที่หาได้ยากที่จะได้เห็นคุณลูก พาคุณแม่วัยชราเที่ยว ตามที่ต่างๆ อย่างมีความสุข เพราะเมื่อเราโตขึ้นเราต่างก็สนุกกับคนวัยเดียวกัน เข้าก๊วนที่พูดจาภาษาเดียวกัน แต่ถ้าคุณได้เห็นภาพ และ รู้เรื่องราวของครอบครัวเธอคนนี้แล้วคุณอาจจะเปลี่ยนใจ นี่คือภาพฟีลกู๊ดที่จะทำให้คุณประทับใจตามไปด้วย ของ ลูกกตัญญู หญิงชาวจีนวัย 42 ที่พาคุณแม่วัย 87 ปีของเธอ ท่องเที่ยวรอบโลกไปด้วยกัน ภาพถ่ายสุดประทับใจ ของอัน หร่งกับคุณแม่ ขณะเที่ยวเมืองเล็กๆ ในสหรัฐอเมริกา อัน หร่ง เป็นลูกคนเล็กของครอบครัว เธอและคุณแม่ได้เริ่มเที่ยวรอบโลกในปี 2009 ครั้งนั้น เธอกับพี่สาวพาหลานสาวไปเที่ยวด้วย แต่คุณแม่ของเธอได้รับอุบัติเหตุในทริปนั้น ประกอบกับสุขภาพที่ไม่แข็งแรง คุณแม่ของเธอจึงจำเป็นต้องนั่งรถเข็น ผลกระทบที่ตามมาคือ เรื่องของทางจิตใจ ท่านเริ่มมีอาการซึมเศร้า ทั้งหมดจึงตัดสินใจกลับบ้าน อัน หร่ง เล่าว่า "สีหน้าของแม่บอก ท่านทุกข์ทรมานจากอุบัติเหตุครั้งนั้นมาตลอด ท่านเริ่มไม่อยากอาหาร และเอาแต่นอนอยู่แต่บนเตียงทั้งวัน จนท่านมีอาการหลงๆ ลืมๆ ฉันกับพี่สาวต้องคอยเตือนให้ท่านทานข้าว และหยิบกุญแจให้ท่านก่อนท่านจะออกนอกบ้านเสมอ " เพื่อฉุดคุณแม่ออกจากโรคซึมเศร้า และสร้างกำลังใจให้กับคุณแม่ของเธอ อัน หร่งตัดสินใจพาคุณแม่ของเธอไปเที่ยวด้วยกันเป็นประจำทุกปี ย้อนกลับไปก่อนที่คุณแม่จะประสบอุบัติเหตุ ในปี 2006 อัน หร่งเคยพาคุณแม่นั่งเครื่องบินไปเที่ยวไห่หนาน ซึ่งเป็นการขึ้นเครื่องบินครั้งแรก อัน หร่ง เล่าว่า " ท่านมีอาการเครียดเล็กน้อย และท่านยังคิดด้วยว่าการไปเที่ยวคือ การใช้เงินไปอย่างสิ้นเปลือง เปล่าประโยชน์ " แต่ผลที่ได้จากทริปเที่ยวภายในประเทศทริปนั้น คือได้เปลี่ยนมุมมองของคุณแม่เป็นอย่างมาก หลังจากนั้น ก็ตามมาด้วยทริปท่องเที่ยวต่างประเทศอีก 4 ทริป ง่ะ คุณแม่ติดใจ อิอิ ประเทศแรกที่ครอบครัวนี้เลือกเดินทางคือ ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากนั้น เดินทางไป ประเทศไทย ญึ่ปุ่น เกาหลี มัลดีฟส์ และอีก 10 ประเทศ พวกเขาได้ไปเที่ยวสหรัฐอเมริกาช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นการท่องเที่ยวที่ยาวนานที่สุดที่เคยเที่ยวมา อันหร่ง พาคุณแม่เที่ยวชมแกรนด์แคนยอน โดยทางเฮลิคอปเตอร์ " 9 ปีมาแล้วนับจากที่แม่ได้ขึ้นเครื่องบินครั้งแรก แต่ครั้งนี้ แม่ยิ้มและไม่กลัว " อัน หร่งกล่าว หลังจากพาแม่เที่ยวกว่า 10 ประเทศ คุณแม่ของเธอก็มีสุขภาพที่ดีขึ้นมาก ถึงแม้จะต้องนั่งรถเข็นเที่ยวก็ตาม เคยได้ยินไหมคะ " ยิ่งแก่ก็ยิ่งเหมือนเด็กเข้าไปทุกที "คุณพ่อคุณแม่วัยชรา ท่านก็ต้องการความรัก และ ความใส่ใจจากลูกหลานไม่แพ้สมัยเราเป็นเด็กๆ ทียังโยเยกับพ่อแม่หรอกค่ะ ถึงพวกท่านจะชรา เกษียณอายุแล้ว สังขารเสื่อมไปตามเวลา แต่ทางจิตใจ ก็ควรจะได้รับการดูแลใส่ใจให้มาก  เพราะยิ่งท่านอยู่ว่างๆ  ไม่มีอะไรทำ หรือทำอะไรได้ไม่คล่องแคล่วเหมือนก่อน ท่านก็จะยิ่งมีความรู้สึกว่าตนเองไร้ค่า เปล่าประโยชน์ เป็นภาระ จนใช้ชีวิตไปวันๆ  ซึ่งอาจเป็นสาเหตุไปสู่โรคซึมเศร้า และ สมองเสื่อมได้  วิธีป้องกัน และ แก้ไข คือ ความรัก ความใส่ใจจากคนในครอบครัว ที่จะทำให้ท่านมีความสุขในชีวิตยามแก่เฒ่าได้ค่ะ   ทำซะ ก่อนท่านจะไม่อยู่ให้เราตอบแทนพระคุณนะ ที่มาจาก shanghaiist เรียบเรียงโดย Women MThai Team

เซียนหวยห้ามพลาด หลวงพ่อทันใจ ให้พรสมหวังกันทั่วหน้า
ขอพร /  ดอกมะลิ / 

กลายเป็นที่ฮือฮาเป็นอย่างมาก สำหรับการเดินทางมาแก้บนกับ หลวงพ่อทันใจ ที่วัดพระธาตุดอยคำ ด้วยดอกมะลิจำนวนกว่า 1 แสนพวง !!!!! แม่หมอจะเป็นลม เพราะไม่ใช่แค่คนสองคน แต่ไม่ว่าใครก็ตามที่เข้ามาขอพร จะสมหวังดังที่ตั้งใจไปซะเกือบทุกราย เริ่มจากที่ป้าอ้วน สาวใหญ่วัย 62 ปี ที่ไม่รู้ทำบุญด้วยอะไร ถูกหวยติดๆกันได้เกือบ 30 งวด ได้ไปกี่ล้านแล้วก็ไม่รู้ พอนักข่าวไปถามถึงกับบางอ้อ เพราะป้าอ้วนบอกเลยว่ามาขอพรกับหลวงพ่อทันใจ ขอเมื่อไหร่ถูกหวยเมื่อนั้น และทุกครั้งที่สมหวังตามที่ขอ ก็จะนำพวงดอกมะลิมาแก้บน เป็นอย่างนี้ประจำ ล่าสุดมีนักธุรกิจหนุ่มจากหาดใหญ่ ต้องบินขึ้นมาที่เชียงใหม่ทันที เพราะหลังจากที่ได้ขอพรหลวงพ่อทันใจว่าขอให้ขายที่มูลค่า 40 ล้านบาทได้ จะนำพวงดอกมะลิจำนวน 99,999 พวง มาถวายแก้บน หลังจากนั้นไม่ถึง 7 วัน ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อก็แสดงให้เห็น เพราะประกาศขายมานานหลายปีก็ไม่มีใครติดต่อมาขอซื้อที่ดิน จนมาขอพรเพียงไม่กี่วัน ก็สมหวังตามปรารถนา เลยไม่รอช้าพาครอบครัวขึ้นเครื่องบินมาแก้บนในทันที แม่หมอ แห่ง Horoscope.mthai.com เลยขอมาแนะนำ หวงพ่อทันใจ ให้กับผู้อ่านทุกท่านได้รู้จักกันมากขึ้น เผื่อว่าใครจะสนใจไปขอพรจากหลวงพ่อ แม่หมอก็ไม่ว่ากันจ้า วัดพระธาตุดอยคำ เป็นพระวัดคู่บ้านคู่เมืองของชาวแม่เหียะ ชาวเชียงใหม่มากว่า 1,400 ปีแล้ว โดยมีหลวงพ่อทันใจเป็นที่สักการะบูชา และกราบไหว้ของชาวบ้านในละแวกนั้น จนต่อมามีผู้เดินทางมาขอพรให้หายจากโรคอัมพฤกษ์หรืออัมพาต ก็หายขาดสามารถเดินเหิรได้ตามปกติ บางรายเข้ามาขอพรให้ถูกหวย โดยจะนำดอกมะลิมาแก้บน ก็ได้โชคลาภกลับไปไม่รู้กี่คนแล้ว การแก้บนของ หลวงพ่อทันใจ จะต้องขอเพียงแค่ 1 อย่างเท่านั้น และจะต้องแก้บนด้วยดอกมะลิจำนวน 50 พวงขึ้นไป สำหรับ คำบูชาหลวงพ่อทันใจ ตั้งนะโม 3 จบ แล้วตามด้วย โอมนะโม พุทธายะ ยะอะสะ สุมัง จะปาคะ สำหรับใครที่คิดจะเดินทางไปขอพรหลวงพ่อ ก็อย่าลืมอธิษฐานแค่อย่างเดียวเท่านั้นนะคะ ส่วนดอกมะลินั้นจะกี่ร้อยกี่พันพวง ก็ตามที่สะดวกเลยจ้า หรือใครที่ไปแล้วได้เลขเด็ดอะไรกลับมา ก็อย่าลืมมาแบ่งปันให้แม่หมอบ้างน๊า ^^ เรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com รูปภาพจาก : www.thairath.co.th

FB /  การถ่ายทอดร่างรัฐธรรมนูญ / 

"ณัฐวุฒิ"ซัด รัฐประหารจะผลิต ปชต.เป็นไปไม่ได้ ชี้ ขัดแย้งมากว่า10ปี เหน็บ เก้าอี้รัฐบาลเริ่มสั่นคลอน เหตุกลไกภายใน ไม่ใช่ขบวนการใต้ดิน วันที่ 27 มี.ค.58 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. กล่าวในรายการ“เข้าใจตรงกันนะ” ถึงกรณีการถ่ายทอดสดการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ในวันที่20-26 เม.ย.ว่า หากถ่ายทอดจริง ถือเป็นเรื่องดี เพราะก่อนหน้ามีรายงานว่า จะไม่ถ่ายทอด เท่ากับปิดหูตาประชาชน การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ไม่ควรมีความลับใด และที่สำคัญประชาชนจะได้รับรู้สาระของร่างฯนี้ ไปพร้อมกันทั้งฉบับ พร้อมมีมองว่า เป็นไปไม่ได้ ที่การรัฐประหารจะผลิตรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยแท้จริง เพราะสิ่งเหล่านี้ ขัดแย้งกับประชาชนและสถานการณ์ในประเทศมากว่า 10 ปี และจะดูว่า การพิจารณาครั้งนี้ จะสามารถอธิบาย และมีท่าทีอย่างไร ประชาชนอาจเหมือนได้ดูงิ้วโรงใหญ่ ส่วนจะเถียงกันในสภาแล้วมีผลกระทบการทำงานของแม่น้ำ 5 สายนั้น ถือว่ายิ่งเถียงยิ่งดี เพราะประชาธิปไตยเกิดขึ้นจากการเถียงแบบมีเหตุผล เกรงแต่เนื้อหาในรัฐธรรมนูญจะไม่ใช่ อาจเกิดความเละเทะในสภาได้ ส่วนเรื่อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ดูเครียดและมีอารมณ์ต่อสื่อมากช่วงนี้ มองว่า เป็นเรื่องธรรมดา เพราะปัญหารุ้มเร้ามาก โดยเฉพาะเรื่องเก้าอี้ของรัฐบาล ส่งสัญญาณอาจสั่นคลอนลงเรื่อยๆ เหตุจากสิ่งที่ปรากฏอยู่ภายจอำนาจกลไกของรัฐบาลเอง ไม่เกี่ยวขบวนการใต้ดิน อาทิ เรื่องกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ที่ไม่ต้องการให้นำพลเรือนขึ้นศาลทหาร การรวมตัวของคณะสงฆ์ในวันที่ 30 มี.ค.ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ต่อต้านการปฏิรูปของนายไพบูลย์นิติตะวัน สปช.  เป็นต้น MThai News

Plakat of Siam
plakat /  siam / 

ภาพยนต์กึ่งสารคดีที่จะทำให้ทุกคนต้องรัก และหวงแหนแผ่นดิน กตัญญูต่อชาติ ศาสตร์ และพระมหากษัตริย์ ภูมิใจในความเป็นไทย

รางวัลชีวิตกับทะสวย น้ำใสๆ ที่เกาะกูด จ.ตราด
chamshouse /  จามส์เฮ้าส์ / 

เกาะกูด .. อยู่ที่ไหน? เป็นคำถามที่ต้องได้ยินถามกลับมาในทุกครั้ง ที่เราบอกว่า "ไปเที่ยวเกาะกูดมาค่ะ" เกาะกูด อยู่จังหวัดตราด ถ้านึกพิกัดไม่ออก ให้นึกถึงเกาะช้าง แต่เดินทางไกลกว่าเกาะช้างมานิดหน่อย ถ้านั่งเรือเฟอร์รี่ ก็ประมาณ 1.30 ช.ม. ค่ะ รางวัลชีวิตกับทะสวย น้ำใสๆ ที่เกาะกูด จ.ตราด เคยไปเยี่ยมเกาะกูดเมื่อหลายปีก่อน จากที่เคยนั่งเรือไม้ไป ก็นั่งประมาณ 4 ช.ม. พอไปถึงแล้วได้มองที่น้ำทะเล (ระหว่างทางหลับ) เราถึงกับตะลึง เพราะที่ท่าเรือนั้นน้ำทะเลใสและเขียวมาก .. พอวันนี้ก็ยังใสและเขียวอยู่ แม้จะไม่เท่าวันวาน แต่ก็พูดได้ว่า "ไม่ผิดหวัง" ทะเลไทยสวยๆ ภาพจากสะพานหน้าหาด อ่าวคลองหิน หากอยากดำน้ำดูปะการัง แนะนำช่วงเที่ยงๆ นะคะ ช่วงที่เราเดินทางนี้ ประมาณวันที่ 21 - 23 มีนาคม 58 ฟ้าตอนเช้ายังอึมครึม เหมือนฝนจะตก แต่ทั้งวันก็ยังมีแดดจ้าเป็นระยะ และวันที่ไปถึงแล้วก็ได้เก็บภาพพระอาทิตย์เลิกงานมาฝากอย่างภาพด้านล่างค่ะ พระอาทิตย์กำลังจะลับฟ้า เลือกไม่ถูกเลยว่าจะเล่นน้ำ หรือนั่งชมวิว ทะเลเกาะกูด นอกจากน้ำทะเลใสๆ แล้ว สิ่งที่เราประทับใจมากก็คือ ลมทะเล ไม่ทำให้เหนียวตัวเลย ผมไม่เหนียวพันกันด้วย ...มันเหมาะสำหรับการไปพักผ่อน อ่านหนังสือริมทะเล ฟังเพลง อาบำแดด นอนกลิ้งเกลือกทรายขาวๆ เบื่อๆ ก็หยิบ สน็อกเกิ้ล ไปดำดูปลาที่หน้าหาดของรีสอร์ท ... ใช้เวลาเต็มที่ข้างนอกห้องพัก ถ้าคุณๆ ไม่กลัวดำอ่ะนะ มุมชิลล์ที่หน้าอ่าวคลองหิน หน้าหาด จามส์เฮ้าส์รีสอร์ท แต่สำหรับ "ไทยสไตล์" ในการไปเที่ยวทะเล เราจะนอนรอ เล่นเน็ต เช็คเฟซบุ๊ก แชทไลน์ในห้องแอร์เย็นฉ่ำ จากนั้นสักบ่าย 4 โมง เราก็จะนวยนาดพร้อมชุดบิกินีสีสวยๆ แล้วไปโพสต์ท่าถ่ายรูปริมทะเล เล่นน้ำนิดหน่อย พอให้ได้โดนน้ำทะเล และให้ความรู้สึกที่ว่า "ฉันมาถึงทะเล" แล้วนะ อ่าวคลองหิน ยามเช้า อากาศเย็นสบาย แต่พระอาทิตย์ยังไม่ยอมออกมาจากก้อนเมฆ จะยังไงก็ตาม นี่คือความสุขในของแต่ละคน คนเราไม่จำเป็นต้องมีความสุขเหมือนกัน ขอแค่ให้เรารู้สึกว่า เฮ้ ฉันแฮปปี้น่ะ แค่นี้นะ จบนะ .. วางสาย!!! : ) เกาะกูด เป็นอีกสถานที่ที่เราอยากแนะนำจริงๆ ค่ะ เพราะไปแล้วรู้สึกเหมือนได้พักผ่อน ชิลล์ อากาศดี ประทับใจ พูดเลย .... ไว้ต้องเก็บตังค์ไปเที่ยวที่นี่อีกสักครั้ง ให้รางวัลกับตัวเอง ให้รางวัลชีวิต ลองทะเลใหม่ๆ ทะเลไทย ที่ไหนก็สวย เกาะกูดสวยไม่แพ้ใครเลยทีเดียว เดินดีๆ นะคะ ระวังลื่น .. แต่เพื่อภาพสวยๆ เราต้องยอม ตะกร้าไข่ครึ่งใบ ลองได้เอนตัวลงไป แล้วจะรู้สึกไม่อยากลุกไปอีกนานเลย ก้อนหินเหล่านี้ จะมีหอยนางรมธรรมชาติเกาะอยู่ค่ะ ชาวบ้านจะมาเก็บไปกินหรือขายตอนน้ำลด นั่งชิงช้าเล่น ชมวิวดีๆ ที่ อ่าวคลองหิน หรือ อ่าวตะเคียน เกาะกูด กิจกรรมต่างๆ บนเกาะกูด 1. ดำน้ำ ตื้น-ลึก 2. ตกปลา ตกหมึก (ทริปแบบนี้มักออกตอนกลางคืน นั่งกินอาหารบนเรือ) 3. เที่ยวน้ำตก (น้ำตกคลองเจ้า, ห้วงน้ำเขียว และ น้ำตกคลองยายกี๋) 4. ชมหมู่บ้านชาวประมง ซื้ออาหารสด (อ่าวใหญ่ และ อ่าวสลัด) 5. Night Life : นั่งดริงค์เบาๆ กับบาร์เล็กๆ ฟังเพลงดนตรีสด (ตะวันบาร์, Sunset) 6. นั่งชิลริมทะเล ชมพระอาทิตย์สวยๆ , เล่นโยคะ, ว่ายน้ำในสระ , เล่นวอลบอล์, ทำสปา, อ่านหนังสือ , ฟังเพลง, ขี้เกียจ! (เอ๊ะ อันหลังนี่ไม่น่าใช่กิจกรรมนะคะ ฮ่าๆ) ระยะเวลาสำหรับการไปท่องเที่ยว แนะนำว่า อย่างน้อยต้องพักที่เกาะกูด 2 คืนค่ะ ให้สมกับที่เราเดินทางมาค่อนข้างยาวนาน ให้สมกับความสวยงามของทะเลที่รอคุณอยู่ กิจกรรมที่เราบอกไว้ด้านบน ต้องการมากกว่า 2 วันแน่นอน กิจกรรมแนะนำ ที่ไม่อยากให้พลาด เที่ยวชมหมู่บ้านชาวประมงอ่าวใหญ่ ที่หมู่บ้านชาวประมงนี้จะเป็นท่าเรือ เทียบเรือของชาวประมง ที่จะนำปลามาขาย ทำให้อาหารทะเลที่จะได้จากที่นี่มีความสดค่อนข้างมาก นอกจากนั้นยังมีพิพิธภัณฑ์ไห ที่ชาวประมงเก็บรวบรวมไว้จากไหที่ติดอวนชาวบ้านมา รวมถึงมีปลาหน้าตาแปลกๆ ให้เราได้ชมอีกด้วย ... หากมีเวลา ขอแนะนำว่า เช่ามอเตอร์ไซค์ แล้วขี่รถเล่นรอบๆ เกาะ เดินเล่นดูวิถีชาวประมง อย่างทริปที่เราไปนี้ ใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมงในการเดินและนั่งเล่น ถ่ายรูปที่นี่ค่ะ เครื่องบินของบางกอกแอร์เวยส์ และ เก้าอี้สีแดง คือ ในเรือเฟอร์รี่ค่ะ การเดินทาง ไปเกาะกูด สำหรับทริปของเราครั้งนี้ เราเดินทางแบบนี้ค่ะ 1. บินไปกับ "บางกอกแอร์เวยส์" ใช้เวลาบิน 50 นาที 2. นั่งรถตู้จากสนามบิน อีก 50 นาที ไปท่าเรือ "แหลมศอก" 3. นั่งเฟอร์รี่ ของบริษัท "บุญศิริ" เป็นเรือคาตามารันค่ะ มีแอร์ด้วยค่ะ ใช้เวลานั่งเรือประมาณ 1.30 ชม. ขึ้นไป ตามแต่สภาพอากาศ การเดินทางแบบนี้ทำให้ไม่เหนื่อยมากค่ะ เพราะถ้าเราขับรถจากกรุงเทพฯ ก็ประมาณ 4 ช.ม. จะทำให้เรารู้สึกใช้เวลาเดินทางนานมาก แต่ถ้าใครที่ไม่รีบ ขับมาเรื่อยๆ แวะระหว่างทาง ก็น่าเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะเส้นทางนี้ ของกินและผลไม้เพียบ การเดินทางไปเกาะกูด ยังโรงแรมหรือรีสอร์ทต่างๆ ควรสอบถามจากเจ้าหน้าที่โรงแรม ว่าจะจัดหารถตู้ รับส่งจากสนามบินไปท่าเรือ และโรงแรมได้ไหม ในราคาเท่าใหร่ เพราะถ้าเราจองไปก่อนจะทำให้เราสะดวกสบายในการเดินทางมากขึ้นค่ะ ไม่ต้องไปหารถรับจ้างหน้างาน ทำให้เสียเวลาเข้าไปอีก วิลล่าให้อารมณ์อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ แต่ให้ความสะดวกสบายไว้ครบครัน ที่พัก ในเกาะกูด ที่พักในครั้งนี้ พักที่ "จามส์เฮ้าส์ รีสอร์ท" ค่ะ รีสอร์ทนี้อยู่ในทำเลที่เหมาะกับการไปหามุมสวย มุมสงบ และมุมพักผ่อนจริงๆ ในยามเย็นนั่งชมพระอาทิตย์ตกในทะเล หน้าหาดสามารถดำน้ำดูปลาได้ และไม่ไกลกันนัก ยังมีที่ที่เรียกว่าเหมาะสำหรับตกปลาจริงจัง เพราะหน้าหาดของ จามส์เฮ้าส์รีสอร์ท นั้น มีปลาค่อนข้างชุมค่ะ และสำคัญอีกคือ มีปลาการ์ตูนด้วย (อันหลังนี้เอาไว้ดำน้ำดูนะค้า) Facebook : https://www.facebook.com/chamshouse Website : http://www.chamshouse.com/ เลขที่ 2 หมู่ที่ 5 อ่าวคลองหิน, ตำบลเกาะกูด, อำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด 23000 โทร. : + 66 (0)82 878 2878 , มือถือ : +66 (0)81 651 4744 อีเมล์สอบถามข้อมููล : info@chamshouse.com จอง : reservation@chamshouse.com อ่านรีวิวเพิ่มเติม จามส์เฮ้าส์ รีสอร์ท มุมพักผ่อนในเกาะกูด จังหวัดตราด เดี๋ยวเพิ่มเติมรายละเอียดอื่นๆ ให้อีกนะคะ : การเดินทางไปเกาะกูด , สถานที่น่าสนใจในเกาะกูด ,  ที่พักแนะนำในเกาะกูด ,  หมู่บ้านชาวประมง , น้ำตกในเกาะกูด