พระจอมเกล้าลาดกระบัง

งานประเพณีบุญเดือนสิบ และงานกาชาด จังหวัดนครศรีธรรมราช ปี 2557
งานประเพณี /  งานประเพณีบุญเดือนสิบ / 

จังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จัดงานประเพณีบุญเดือนสิบและงานกาชาดจังหวัดนครศรีธรรมราช ประจำปี 2557 ขึ้นในวันที่ 17-26 กันยายน 2557 ณ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ 84 (ทุ่งท่าลาด) สวนศรีธรรมาโศกราช และบริเวณวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร โดยในวันที่ 22 กันยายน 2557 เป็นวันแห่หฺมฺรับ จากสนามหน้าเมืองไปยังวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร งานประเพณีบุญเดือนสิบ และงานกาชาด จังหวัดนครศรีธรรมราช ปี 2557 จังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จัดงานประเพณีบุญเดือนสิบและงานกาชาดจังหวัดนครศรีธรรมราช ประจำปี 2557 ขึ้นในวันที่ 17-26 กันยายน 2557 ณ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ 84 (ทุ่งท่าลาด) สวนศรีธรรมาโศกราช และบริเวณวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เพื่อส่งเสริมและสืบสานเอกลักษณ์วัฒนธรรมประเพณีของจังหวัดนครศรีธรรมราช ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่งเสริมการท่องเที่ยว เสริมสร้างความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพชน ความรักสามัคคีในหมู่คณะ สนับสนุนกิจกรรมกาชาดและหารายได้สำหรับใช้จ่ายในกิจการสาธารณกุศลต่างๆ และสนับสนุนให้วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารขึ้นสู่มรดกโลก ในวันที่ 22 กันยายน 2557 เป็นวันแห่หฺมฺรับ ซึ่งเป็นสีสันและหัวใจของงาน จะมีการแห่จากสนามหน้าเมืองไปยังวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมต่าง ๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น การแสดงจากศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน หนังตะลุง มโนราห์ เพลงบอก กิจกรรมตลาดย้อนยุค ขนมพื้นบ้านอาหารพื้นเมือง การประกวดนางสาวนครศรีธรรมราช การตั้งเปรตชิงเปรต ฯลฯ นางนภสร ค้าขาย ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครศรีธรรมราช กล่าวถึง งานประเพณีบุญเดือนสิบ เป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่มากของชาวภาคใต้และชาวนครศรีธรรมราช เป็นการแสดงความกตัญญูต่อบุพการีที่ล่วงลับไปแล้วตามความเชื่อทางพุทธศาสนาว่า ผู้ล่วงลับไปแล้วผู้ใดมีบาปมากจะตกนรกและกลายเป็น “เปตชน” หรือเปรต จะถูกปล่อยตัวจากนรกเพื่อให้ขึ้นมาพบญาติพี่น้องและลูกหลานของตนในเมืองมนุษย์ ในวันแรม 1 ค่ำเดือน 10 และให้กลับลงไปอยู่ในนรกดังเดิมก่อนพระอาทิตย์ขึ้นในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ในเวลาดังกล่าวนี้ญาติพี่น้องก็จะร่วมกันทำบุญเพื่ออุทิศกุศลไปให้บรรพชนที่ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งประกอบด้วยขนม 5 อย่าง คือ ขนมพอง เป็นสัญลักษณ์แทนแพ ขนมลา ใช้แทนแพรพรรรณเครื่องนุ่งห่ม ขนมบ้า ใช้แทนสะบ้า ขนมดีชำ ใช้แทนเบี้ย ขนมไข่ปลา ใช้เป็นสัญลักษณ์แทนเครื่องประดับ ท้ายนี้ ผู้อำนวยการ ททท. ได้กล่าวเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว และขอต้อนรับลูกหลานชาวเมืองนครที่เดินทางกลับสู่ภูมิลำเนา เพื่อมาร่วมสืบสานและอนุรักษ์งานประเพณีที่สำคัญของจังหวัดนครศรีธรรมราชให้ยั่งยืนต่อไป ขอบคุณข่าวสารจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

แมท ภีรนีย์ สลัดมาดสาวหยิ่ง รักนี้เจ๊จัดให้ ฮาได้ใจแฟนละคร
แมท ภีรนีย์ /  โฬม พัชฎะ / 

เล่นละครมาก็หลายเรื่องแต่ดูแล้ว แมท ภีรนีย์ นางเอกลูกครึ่งสาวมาดผู้ดีคนนี้กลับถูกอกถูกใจละคร รักนี้เจ๊จัดให้ ของ บริษัท พุด-เดิ้น จำกัด ในบท “ลูกจัน” บก.นิตยสารผู้หญิง ที่ประกบคู่กับ โฬม พัชฎะ มากกว่าเรื่องไหนๆ เพราะคาแรคเตอร์เรื่องนี้นางได้ปล่อยมุกฮาๆ และได้ทำอะไรที่ไม่เคยทำมาก่อน ที่สำคัญพอเรื่องนี้ออนแอร์ไปบท “ลูกจัน” ก็ช่วยล้างภาพสาวสวยเลิศเชิดหยิ่งของแมทไปโดยปริยาย “แมทชอบละครรักนี้เจ๊จัดให้ค่ะ เพราะเรื่องนี้เราได้เล่นอะไรที่ปล่อยเต็มที่ มุกฮามีแค่ไหนก็ปล่อยไปได้หมด เลยรู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยพลังบางอย่างค่ะ ก่อนหน้านี้ที่เราได้เล่นบทตลกกุ๊กกิ๊กมันจะไม่ใช่แบบนี้ไงมันต่างกันเยอะ เพราะบทลูกจัน ในเรื่องรักนี้เจ๊จัดให้นี้เขาจะเป็น บก.นิตยสารผู้หญิง แล้วก็จะเป็นคนที่เกลียดผู้ชาย เป็นคนที่เยอะเวอร์อลังการ ตอนแรกๆ ก็กลัวว่าเล่นออกมาแล้วคนดูจะโอเคมั้ย มันจะเยอะไปหรือเปล่า เพราะตัวแมทเองก็พยายามเล่นเต็มที่ตามที่ผู้กำกับบอก ซึ่งต้องปล่อยตัวปล่อยอารมณ์แบบไม่มีกั๊ก สนุกดีค่ะ” เล่นคู่กับ โฬม พัชฎะ เป็นยังไงบ้าง “ตอนแรกที่เจอพี่โฬมคิดว่าเขาเป็นคนนิ่งๆ นุ่มลึกอะไรงี้แต่จริงๆ ไม่เลยค่ะ มาถึงนางก็เว้าอีสานบ้างอะไรบ้าง นางก็มีความมุ้งมิ้งอยู่เบาๆ น่ารักค่ะ” เข้าฉากกับ โฬม ตอนที่เขาเล่นบทเกย์ เป็นยังไงบ้าง “แมทเห็นแมทยังเซอร์ไพร์สเลยนะ เค้าเล่นได้ดีมาก ตอนแรกๆ เค้าจะยังไม่มั่นใจเท่าไหร่แมทก็จะบอกว่าพี่โฬมเล่นเยี่ยมมาก แมทว่าคนต้องชอบเพราะมีโอกาสน้อยมากที่จะมีนักแสดงพระเอกที่จะได้เล่นเป็นสองตัวแล้วยังได้เล่นเป็นเกย์คนหนึ่ง พี่เต็มที่เลย” “ปรากฏว่าฟีดแบ็คดีมากค่ะ ดีเกินคาดจริงๆ ตอนแรกๆ แมทกังวลว่าคนจะเข้าใจเรามั้ย อาจจะเพราะหนึ่งคนเข้าไม่ถึงตัวแมทอยู่แล้ว ภายนอกที่คนมองมาเค้าจะมองว่าเอ้ย! คนนี้มันหน้าดุ มันหยิ่งอ่ะ เมื่อก่อนมีหลายๆ คนที่มองแมทแบบนี้จริงๆ แล้วอยู่ดีๆ มาเล่นบทอะไรอย่างนี้คือ ถ้าคนไม่รักก็จะเกลียดไปเลยนะ แต่สรุปว่าฟีดแบ็คดีมากค่ะ จากคนที่ไม่รักไม่ชอบผลงานของเราก็หันมาสนใจงานของเรามากขึ้น แมทก็ขอบคุณมาก รู้สึกหายเหนื่อยเลย ถือว่าแฟนๆ ได้มองอีกมุมหนึ่งเหมือนล้างภาพสาวหยิ่งไปเลยค่ะ (ยิ้มหวาน)” บรรยากาศในกองถ่ายเป็นยังไงบ้าง “ต้องบอกว่าเรื่องนี้จริงๆ ถ่ายสองกล้อง มันเลยค่อนข้างเหนื่อยหน่อยในการแสดง ยิ่งต้องเล่นให้ตลกต้องคัทแล้วคัมอีก ถือว่าค่อนข้างยากค่ะ แต่ว่าบรรยากาศในกองบอกเลยว่ากล้องไม่ได้เป็นอุปสรรค ทุกคนในกองตลกมากค่ะ กินเล่น คุยเม้าท์ เฮฮากันมากค่ะ” บทบาทไหนที่เราอยากเล่นแล้วยังไม่ได้เล่น “ตอนนี้รู้สึกว่าได้โอกาสดีเพราะเราได้เล่นทั้งตลกทั้งพีเรียดเลยรู้สึกว่าตอนนี้เราพอใจในระดับหนึ่ง แต่ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะเล่นละครรีเมคของพี่แอน ทองประสม สักเรื่อง เพราะรู้สึกว่าพี่แอนเป็นตำนาน เป็นสุดยอดนักแสดงสำหรับเรา เราเลยตั้งใจและคิดว่าเราจะสามารถทำได้อย่างพี่แอนหรือไม่ ถ้ามีโอกาสก็อยากขอสักครั้งค่ะ” หลังจากที่ละครออกอากาศไปตั้งแต่ต้นจนจบก็มีแฟนๆ ละครต่างชื่นชมถึงผลงานแสดงของสาวแมท ภีรนีย์ ว่านางเล่นได้ฮาอย่างเป็นธรรมดาชาติมาก (ลากเสียงยาว) เปิดดูตอนไหนก็ฮาได้ใจตอนนั้นไม่แปลกใจที่ตอนนี้นางจะมีแฟนๆ ละครที่ชื่นชอบมากขึ้น บางคนบอกว่านางเล่นได้ฮาจนไม่เหลือคราบสาวจอมหยิ่งเลยทีเดียว

หงส์สุดฉุนเตรียมฟ้อง FA ฐานฝืนใช้งาน สเตอร์ริดจ์ จากทีมชาติ
บาดเจ็บ /  ลิเวอร์พูล / 

กลายเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาแล้วกับกรณีอาการบาดเจ็บของ "เต้ยโศก" ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ กองหน้าจอมเซิ้งของ ลิเวอร์พูล ที่มีอาการบาดเจ็บจากการเข้าแคมป์ฝึกซ้อมกับทีมชาติอังกฤษเมื่อกลางสัปดาห์ก่อน "เต้ยโศก" ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ได้รับบาดเจ็บในช่วงฝึกซ้อมกับทีมชาติอังกฤษก่อนเกมที่ อังกฤษ จะพบกับทีมชาติสวิสเซอร์แลนด์ ในฟุตบอลยูโร 2016 รอบคัดเลือก จนเป็นเหตุให้ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บนานอย่างน้อย 3 สัปดาห์ และล่าสุดสโมสร ลิเวอร์พูล ก็เตรียมฟ้องสมาคมฟุตบอลอังกฤษเหตุที่ไม่ยอมปล่อยตัว ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ กลับมาพักฟื้นกับทีมแพทย์ของสโมสร ทั้งนี้ จากปัญหาอาการบาดเจ็บของ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ จะส่งผลให้เขาหมดสิทธิ์ลงแข่งขันถึง 6 เกมเลยทีเดียว ไล่เรียงตั้งแต่ แอสัน วิลล่า วันเสาร์นี้, ลูโดโกเร็ตส์ ราซกราด (แชมเปี้ยนส์ลีก), เวสต์แฮม (พรีเมียร์ลีก), มิดเดิลสโบรห์ (ลีกคัพ), เอฟเวอร์ตัน (พรีเมียร์ลีก), บาเซิ่ล (แชมเปี้ยนส์ลีก)

ทะเลสาบสีดำ คาราคูล บนที่ราบสูงปามีร์
ทะเลสาบคาราคูล /  ทะเลสาบสีดำ / 

การท่องเที่ยวในเอเชียกลาง ยังไม่เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวทั่วไป เนื่องจากพื่นที่ห่างไกล ยังไม่มีความปลอดภัยเพียงพอ และการคมนาคมไม่สะดวก จึงทำให้นักท่องเที่ยวหลายคนถอดใจ และเลือกไปที่อื่น แต่ในดินแดนแห่งนี้ ยังมีธรรมชาติสวยงามให้นักท่องเที่ยวไปค้นหาอยู่เสมอ.. ทะเลสาบสีดำ คาราคูล บนที่ราบสูงปามีร์ หนึ่งในสถานที่สวยงามของเอเชียกลาง นั่นคือ ทะเลสาบคาราคูล (Karakul Lake) หรือ ทะเลสาบสีดำ (Black Lake) ทะเลสาบบนที่ราบสูงปามีร์ (Pamir Plateau) ในประเทศทาจิกิสถาน มีความสูงประมาณ 3,900 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล และจุดลึกสุดประมาณ 236 เมตร ทะเลสาบแห่งนี้ ล้อมรอบไปด้วยภูเขาสูง ทำให้ในแต่ละปีได้รับปริมาณน้ำฝนจำนวนน้อย จึงทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่แห้งแล้ง ทะเลสาบคาราคูล เป็นทะเลสาบน้ำกร่อยสีเขียวเข้ม ที่ล้อมรอบไปด้วยขุนเขาสูง ที่ทอดเงาบนผืนน้ำอันสงบนิ่งแสนงาม จึงเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องธรรมชาติ ที่มาเก็บภาพสะท้อนในน้ำที่มีสีฟ้าเข้ม และในช่วงฤดู​​ร้อนบางคราว จะเห็นกระโจมที่พักของชาวเคอกิสผู้เร่รอนกางอยู่ใกล้กับผืนทะเลสาบ สาเหตุของการเกิดทะเลทะเลสาบแห่งนี้ สันนิษฐานว่า เกิดจากการพุ่งชนของดาวตก เมื่อประมาณ 25 ล้านปีมาแล้ว ถ้าน้ำแข็งจากภูเขาละลาย น้ำจะเต็มทะเลสาบคาราคูล จะทำให้มีเส้นผ่าศูนย์กลางกว้างถึง 25 กิโลเมตร ก่อนหน้านี้ ทะเลสาบเป็นที่รู้จักในชื่อ ทะเลสาบวิกตอเรีย ซึ่งตั้งชื่อตามสมเด็จพระราชินีวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่ต่อมาสหภาพโซเวียตได้มายึดครองที่นี่ จึงเปลี่ยนเป็นชื่อ ทะเลสาบคาราคูล จนถึงปัจจุบัน   View Larger Map ข้อมูลและภาพ : amusingplanet.com / wiki / vvtrofimov.livejournal.com/ เรียบเรียงโดย Travel MThai

การเมือง /  จับแพะ / 

"สุริยะใส กตะศิลา" โพสต์ข้อความตอบโต้กลุ่มแกนนำเสื้อแดง ระบุ "แพะ" เป็นวาทกรรมทางการเมือง เมื่อจับหัวโจกได้จะโยนว่า "แดงเทียม"  จับตา! เดี๋ยวรู้หมู่หรือจ่า  นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “สุริยะใส กตะศิลา” กล่าวถึงกรณีที่แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงออกมาระบุว่า กลุ่มชายชุดดำที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจับได้ ในคดีที่ร่วมกันใช้อาวุธสงครามยิงใส่เจ้าหน้าที่ทหารและประชาชน  ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต เมื่อปี 2553 เป็นแพะ และยืนยันว่าคนเสื้อแดงไม่เกี่ยวข้องกับชายชุดดำนั้น เป็นแค่วาทกรรมทางการเมือง "แพะ" คงหมายถึงพวกหางแถวไม่ใช่ผู้บงการตัวจริง และสุดท้ายเมื่อใกล้จับผู้บงการได้ก็จะโยนความผิดว่าเป็น "แดงเทียม" ทั้งนี้ข้อความที่นายสุริยะใสระบุมีใจความว่า จับแพะ แดงเทียม วาทกรรมหัวโจก! เห็นแกนนำ นปช.บางส่วนออกมาบอกว่า ชายชุดดำที่ตำรวจจับได้ คือ "แพะ" และประกาศว่าคนเสื้อแดงไม่มีชายชุดดำ เลยสงสัยว่า "แพะ" ในความหมายนี้ หมายถึงพวกผู้ร้ายหางแถว ปลาซิวปลายสร้อย ไม่ใช่ผู้บงการจอมอำมหิตใช่ไหม และที่บอกว่าคนเสื้อแดงไม่ใช่ชายชุดดำ ก็คงถูกส่วนหนึ่ง เพราะคนเสื้อแดงส่วนใหญ่คงไม่รู้จักขบวนการนี้ แต่ที่แน่ๆ ชายชุดดำเหล่านี้ทุกคนล้วนเป็นคนเสื้อแดงใช่ไหมหละ หลักฐานชัดเจน โยงกันเป็นขบวนการแบบนี้ยังไม่ยอมรับข้อเท็จจริง ก็เป็นเรื่องที่คุ้นชินกันในคนจำพวกนี้ คอยดูเถอะถ้าสาวไปเรื่อยๆ ใกล้ตัวหัวโจกเมื่อไหร่ พวกนี้ก็จะส่งเสียงอีกว่า ไม่รู้จัก เป็นมือที่ 3 หรือเป็นพวก "แดงเทียม" ตามธรรมเนียม อีกไม่นานจะหมู่หรือจ่า ครานี้คงได้เห็นกันครับ! MThai News

ลืมมันซะเถอะ! แฟนสิงห์อดจิ้นต่อมูปัดดึง โรนัลโด้ รียูเนี่ยนที่เดอะบริดจ์
คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ /  ซานติเอโก้เบอร์นาเบว / 

แฟนบอล เชลซี ขาจิ้นคงสุดเซ็ง เมื่อโจเซ่ มูรินโญ่ กุนซือมาดกวนของทีมออกมาสยบข่าวลือเรื่องที่สโมสรจะทุ่มเงินประมาณ 60 ล้านปอนด์ซื้อตัว คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ จากเรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่ในศึกลาลีก้าสเปนมาร่วมทัพ โดยปีกจอมถล่มประตูมีข่าวว่าต้องการย้ายออกจากถิ่นซานติเอโก้เบอร์นาเบว เพราะไม่ค่อยพอใจเรื่องนโยบายการซื้อขายตัวนักเตะของ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรชุดขาว เลยมีกระแสว่า ทั้งแมนเชสเตอร ยูไนเต็ด ทีมเก่า และ เชลซี ต่างรุมแย่งดึงตัว โรนัลโด้ให้กลับมาเล่นในพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง แต่เมื่อนักข่าวไปถามจากปากของ มูรินโญ่ ในงานแถลงข่าวก่อนเจอกับสวอนซี อดีตนายเก่าของโด้บอกแต่เพียงว่า “ลืมมันซะเถอะ”

49 วัน ชีวิตหลังความตาย
คนตาย /  ชีวิตหลังความตาย / 

เพื่อเป็นประโยชน์แก่ทุกคน วันนี้ Horoscope.Mthai.com นำข้อมูลดีๆมาฝากกันอีกแล้วครับ คุณเคยสงสัยไหมครับ ว่าเวลาคน ตาย แล้ว เขาไปไหน ตกนรก หรือขึ้นสวรรค์ ทำไมคน ตาย ถึงไม่รู้ตัวใน 7 วันแรก เพราะเหตุใด วันนี้เรามีคำตอบ กับ 49 วัน ชีวิตหลังความ ตาย มนุษย์และสัตว์มิได้สิ้นสุดที่ความ ตาย เพราะการ ตาย หมายถึง สภาพร่างกายที่ไม่สามารถให้บริการแก่จิตวิญญาณใช้งานต่อไปได้อีก วิญญาณยังคงอยู่ ถึงแม้ร่างกายจะหมดอายุขัยไปแล้ว ทั้งนี้สภาพการ ตาย จะบ่งบอกให้รู้ว่าจิตวิญญาณนั้นไปสุคติหรือลงสู่นรกภูมิ   1. ตอน ตาย ใหม่ ถ้าหากสีหน้าปกติ ร่างกายอ่อนนิ่ม สีหน้าเหมือนคนมีชีวิตอยู่ เนื่องจากได้บรรลุธรรม ดวงวิญญาณจะไปสู่สุคติ 2. ตอน ตาย ใหม่ๆ หน้าตาซีดผาด เหมือนคนตกใจ แสดงว่าวิญญาณได้ตกสู่นรกแล้ว 3. ตอน ตาย ใหม่ๆ ร่างกายแข็งทื่อ หน้าตาน่ากลัว เพราะความตกใจ บางคนจะกรีดร้องเสียงคล้ายสัตว์ คนเหล่านี้จะไปเกิดเป็นสัตว์ 4 ชนิด สังเกตได้จากตา หู จมูก ปาก ตาจะมีน้ำตาออก หูจะมีขี้หู จมูกจะมีน้ำมูก ปากจะมีน้ำลายฟูมปาก เป็นทวารที่ไม่สะอาด 4 ช่องทาง เมื่อจิตวิญญาณออกทางนี้ จะเกิดเป็นสัตว์ 4 ประเภท ตา ชอบดูสิ่งเหลวไหล ลุ่มหลงในรูปต่างๆ คนเหล่านี้เวลาใกล้ตาย ดวงตาจะเบิกกว้าง จะไปเกิดเป็นสัตว์ปีก (เกิดออกจากไข่) หู ชอบฟังเรื่องเหลวไหล เรื่องซุบซิบนินทา คนเหล่านี้เวลาตาย หูจะชันขึ้น จะไปเกิดเป็นสัตว์ที่เกิดจากครรภ์ เช่น ช้าง ม้า วัว ควาย จมูก ชื่นชมกลิ่นคาวโลกีย์ เช่น เงินทอง สุรา นารี การพนัน ชื่อเสียงลาภยศ และค่านิยมที่ผิดศีลธรรม ฯลฯ จะไปเกิดเป็นแมลง มด ยุง แมลงวัน ฯลฯ บาปหนักมาก วิญญาณจึงถูกตีเป็นเศษวิญญาณ ปาก ชอบพูดเรื่องเหลวไหล พูดนินทา พูดวิจารณ์ พูดกล่าวร้ายป้ายสี ด่าคำหยาบคาย คนเหล่านี้เวลาตาย ปากจะอ้าค้างอยู่ตลอด จะเกิดเป็นสัตว์น้ำ ไปอยู่กับรสชาติที่โสโครกและสกปรก เมื่อออกจากร่าง วิญญาณ จะไปที่ไหน ดวง วิญญาณ ที่ออกจากร่างในตอนแรก จะวนเวียนอยู่บริเวณนั้น พอได้สติก็จะมีท่านมัจจุราชทำหน้าที่มานำเอา วิญญาณ ของมนุษย์หรือสัตว์ที่ชะตาถึงฆาต พาไปยังยมโลก เพื่อตรวจสอบบาปบุญความดีความชั่ว ในขณะที่มีชีวิตอยู่ วิญญาณ บาปจะถูกนำตัวส่งไปนรก 8 ขุมใหญ่ แต่ละขุมแบ่งย่อยขุมละ 36 แห่ง แต่ละแห่งมีการลงทัณฑ์และทรมานอีก 800 ด่าน แต่ละด่านมีเครื่องทรมานนับไม่ถ้วน วิญญาณบางดวงอาจตกนรกทั้ง 8 ขุมเลยก็มี โดยเฉพาะคนที่ทำกรรมชั่วมหันต์ หรือเรียกว่า อนันตริยกรรม มีอยู่ 5 อย่าง คือ 1.ฆ่าพ่อ 2. ฆ่าแม่ 3. ฆ่าพระอรหันต์ 4. ยุยงสงฆ์ให้แตกแยก 5. ทำร้ายพระพุทธเจ้าห้อเลือด หลังจากที่คนเรา ตาย ประมาณ 1-2 วัน ปกติแล้ว เขาจะไม่รู้ว่าตัวเอง ตาย 7 วันให้หลังเขาจึงรู้ว่าตนเอง ตาย แล้ว  วิญญาณ จะถูกกักบริเวณไว้ 49 วันเพื่อรอพิจารณาคดี ในระหว่างนั้นผู้ ตาย ก็กำลังรอบุญกุศลจากลูกหลานทางโลกที่กำลังง่วนอยู่กับงานศพ เรามาดูปรากฏการณ์ 49 วัน ชีวิตหลังความตาย ขณะที่ วิญญาณ ของผู้ ตาย ออกจากร่าง ชีวิตหลังความตาย ก็เริ่มต้นเปิดฉากขึ้นในโลกที่ผู้ ตาย ต้องเข้าไปเพียงลำพังเท่านั้น ไม่มีสิ่งใดเลยที่สามารถเอาติดตัวจากโลกมนุษย์ได้ เว้นเสียแต่บาปกับบุญเท่านั้น เจ็ดวันรอบแรก วิญญาณผู้ ตาย ต้องเดินผ่านดงหมาป่า ซึ่งมีฝูงหมาป่าดุร้ายเหมือนเสือขวางทาง เมื่อ วิญญาณ บาปไปถึง ก็เกิดหวาดกลัวไม่กล้าเดินต่อไป ฝูงหมาป่าเห็นดังนั้น ก็กระโจนเข้าขย้ำขบกัดวิญญาณบาปจนเลือดท่วมตัว กรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดทุกขเวทนา ส่วน วิญญาณ ผู้ประกอบกรรมดี เมื่อมาถึงดงหมาป่า ก็จะมีหมู่เทวทูตคอยพิทักษ์คุ้มครอง พวกหมาป่าได้แต่นิ่งเฉย ไม่กล้าทำอะไร จึงผ่านไปได้โดยปลอดภัย เจ็ดวันรอบที่ สอง เมื่อ วิญญาณ ผู้ ตาย มาถึงด่านประตูผี เจ้าหน้าที่ผู้รักษาด่าน เมื่อเห็นเป็น วิญญาณ บาป ก็จะทุบตีอย่างไม่ปรานี และยังมีพวกเจ้ากรรมนายเวรพากันมาทวงหนี้เวลานั้น ส่วน วิญญาณ ผู้ประกอบกรรมดี เมื่อมาถึงด่านประตูผี จะได้รับการต้อนรับและสามารถผ่านด่านนี้ไปโดยปลอดภัย เจ็ดวันรอบที่ สาม เมื่อ วิญญาณ ผู้ ตาย มาถึงยมโลก ถ้าเป็น วิญญาณ บาปก็จะถูกโซ่ตรวนไว้ และถูกบังคับนำไปอยู่ตรงหน้าหอกระจกส่องกรรม ยามมีชีวิตทำชั่วอะไร ภาพก็จะปรากฏขึ้นเองอย่างอัตโนมัติ เสร็จแล้วก็จะถูกคุมตัวไปรับการพิจารณาโทษ ถึงวิญญาณบาปจะเริ่มสำนึกผิด ตอนนี้แต่ก็สายเสียแล้ว ส่วน วิญญาณ ผู้ประกอบกรรมดี เมื่อมาถึง จะได้รับการต้อนรับ มีเจ้าหน้าที่พาไปท่องเที่ยวนรกขุมต่างๆ และพาไปดูสภาพของบรรดาญาติพี่น้องที่ ทำบาป กำลังรอคอยการพิจารณาตัดสินความผิด เจ็ดวันรอบที่ สี่ เมื่อมาถึงด่านภูเขากระดาษเงินกระดาษทอง การจะขึ้นไปบนภูเขาลูกนี้ยากลำบากมาก กระดาษเหล่านี้ได้มาจากลูกหลานญาติพี่น้องในเมืองมนุษย์หลงงมงายเผาส่งไปให้ ทับถมกันจนเป็นภูเขาเลากา ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วแม้ผู้ ตาย จะได้รับก็ไร้ประโยชน์ เจ็ดวันรอบที่ ห้า วิญญาณ ผู้ ตาย มาถึงหอดูบ้านเดิม ได้เห็นลูกหลาน คนในครอบครัวต่างไว้ทุกข์ด้วยความเศร้าโศกเสียใจกับการตายของตน ถึงตอนนี้จึงได้รู้ว่าตนเอง ตาย แล้ว ไม่อาจกลับบ้านได้อีก ได้แต่เสียใจอาลัยอาวรณ์ เจ็ดวันรอบที่ หก เมื่อวิญญาณผู้ ตาย มาถึงด่านคุมบัญชียมบาลจะสั่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจดูบาปบุญที่ผู้ตายได้สร้างสมตอนมีชีวิต หลังจากหักลบกันแล้ว ถ้าบุญมีมากกว่าบาปก็จะให้ไปเกิดยังสุคติภูมิ ถ้าบาปมีมากกว่าบุญ จะส่งไปยังนรกภูมิ รับทุกข์อย่างน่าเวทนา เจ็ดวันรอบที่ เจ็ด เมื่อ วิญญาณ ผู้ ตาย ไปถึงด่านตรวจสอบ ยมบาลก็จะสั่งเลขาให้ตรวจสอบดูว่า ผู้ ตาย ตอนมีชีวิตอยู่ได้ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตหรือไม่ ถ้าได้ถือศีลกิเจ ละเว้นจากการฆ่าสัตว์ก็จักลหุโทษ ถ้ามัวหลงผิดฆ่าสัตว์เพื่อความสุขของปากท้องก็จะเพิ่มโทษเป็นเท่าตัว สิ่งที่เราควรตระหนักต่อไปนี้ไม่ใช่แค่ความกลัวที่จะได้รับผลกรรมเมื่อ ตาย ไปแล้ว แต่เราควรตระหนักถึงตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ครับ เร่งสะสมความดีกันให้ มากๆ นรก-สวรรค์นั้น ไม่ใช่สิ่งลวงโลก ตอนนี้ท่านอาจยังไม่เห็น แต่สักวันท่านก็ต้องเห็น กฏแห่งกรรมนั้นเป็นเรื่องจริง ทุกคนต้องใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท เรื่องราวทั้งหมด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยครับ (ขอบคุณข้อมูลจาก www.umarin.com) (ขอบคุณภาพจาก oknation,thaifilm)

นะโมOK
ฐิติพงศ์ ใช้สติ /  ธรรมะ / 

วัดเล็กนอกเมืองเพชรบุรี ตั้งอยู่ในอำเภอเล็กๆอันเงียบสงบ มีอันจะได้คึกคักขึ้น เมื่อพระฝรั่ง ความจำเสื่อม ต้องมาอาศัยจำวัดเพื่อรักษาความทรงจำ ชาวบ้านพากัน ตื่นเต้นที่มี พระฝรั่งมาอยู่ที่วัด หลายคนพากันคาดเดาเรื่องราวที่หายไปจากความทรงจำ ของพระ สตีฟ ไปต่างๆนานา เสี่ยถังที่หวาดกลัวมือปืนที่จะตามฆ่า คิดว่าพระสตีฟเป็นมือปืน ส่วนสองเณร จอมแสบโต๋กับแจ๊ค กลับมอง พระสตีฟ เป็นจุดขายในการหาเงิน พระสตีฟอาจเป็นอะไรได้หลายอย่างแล้วแต่คนคิด แต่ในความคิดพระสตีฟ นั้นไม่ว่าที่ผ่านมาตัวเขาจะเคยเป็นอะไรนั้นไม่สำคัญ แต่วันนี้เขารู้แต่ เพียงว่า ตัวเองเป็นพระและชีวิตที่เหลือจะมุ่งหน้าศึกษาธรรมก็พอ ร่วมวงความฮาโดย น้าค่อม และ ยัด เฟดเฟ่ ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

ปาเกียวลูกหนังไทย กางแผนส่ง4แข้งดาวรุ่งชุบตัวเร้ดดิ้ง
ปกรณ์ เปรมภักดิ์ /  ปกเกล้า อนันต์ / 

ปาเกียวลูกหนังไทย เผยเตรียมส่ง 4 แข้งดาวรุ่งไปชุบตัวที่เร้ดดิ้ง หลังจบฤดูกาลนี้ ชี้ ปกเกล้า อนันต์ ไปฝึกแค่ระยะเวลาสั้นๆ กลับมาร่างกายฟิตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความเคลื่อนไหวของทีม สุภาษบุรุษโล่ห์เงิน เพื่อนตำรวจ ล่าสุด ปาเกียวลูกหนังไทย สัมฤทธิ์ บัณฑิตกฤษดา ประธานบริหารทีมเพื่อนตำรวจ และเป็นผู้ถือหุ้นทีม เร้ดดิ้ง ทีมในศึก แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ กว่า 90 เปอร์เซ็น เตรียมส่ง 4 ลูกกรอกทั้ง ปกเกล้า อนันต์, ปกรณ์ เปรมภักดิ์, ภิญโญ อินพินิจ, รัตนัย ส่องแสงจันทร์ ไปชุบตัวกับเร้ดดิ้ง หลังจบฤดูกาลนี้ เดอะบิ๊ก เผยว่า เห็นได้ชัด ปกเกล้า อนันต์ หลังกลับมาจากไปฝึกซ้อมกับสโมสรเร้ดดิ้ง ปกเกล้า มีร่างกายที่ฟิตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าจะไปฝึกแค่ 1 เดือนเท่านั้น และหลังจบฤดูกาลนี้ ผมจะส่ง 4 นักเตะของทีมเพื่อนตำรวจทั้ง ปกเกล้า อนันต์, ปกรณ์ เปรมภักดิ์, ภิญโญ อินพินิจ และรัตนัย ส่องแสงจันทร์ ไปฝึกซ้อมกับทีมเร้ดดิ้ง เป็นเวลาราว 2 เดือน" โดยเฉพาะตำแหน่งผู้รักษาประตูผมเชื่อว่า รัตนัย จะได้ประสบการณ์ และความรู้ใหม่ๆเพิ่มขึ้นแน่นอน เพราะรูปแบบการฝึกซ้อมผู้รักษาประตูที่อังกฤษ ซ้อมกันหนัก และมีรูปแบบหลากหลาย แตกต่างจากที่ผมเห็นที่ประเทศไทยมาก “เสี่ยบิ๊ก” กล่าวปิดท้าย

เที่ยววังน้ำเขียว สวิตเซอร์แลนด์แห่งแดนอีสาน
สถานที่ท่องเที่ยว /  สถานที่สวย / 

สวิตเซอร์แลนด์แดนอีสาน นี่คือฉายาที่ใครๆ ต่างก็ขนานนามให้กับวังน้ำเขียวเมื่อได้มาเยือน เพราะที่นี่มีผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ มีธรรมชาติที่บริสุทธิ์ เหมาะแก่การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เป็นอย่างมาก เที่ยววังน้ำเขียว สวิตเซอร์แลนด์แห่งแดนอีสาน เนื่องจากความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า และสภาพอากาศที่เหมาะสมแก่การเจริญของพรรณไม้ที่หลากหลาย มีน้ำตกที่สวยงาม และจุดชมวิว ที่สามารถมองเห็นผืนป่าอุทยานแห่งชาติทับลานที่กลับคืนสู่ความสมบูรณ์ของผืนป่าดงพญาไฟในอดีต อีกทั้งยังมีผลไม้นานาชนิดให้เลือกสรร รวมทั้งยังมีสวนไม้ดอก-ไม้ประดับ ที่สวยงาม การปลูกผักปลอดสารพิษ และ การเพาะเห็ดหอม ซึ่งเป็นจุดดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวในพื้นที่อีกด้วยอีกทั้งอากาศยังเย็นสบายตลอดทั้งปี โดยเฉพาะฤดูหนาวจะค่อนข้างหนาวเย็นเป็นพิเศษ สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น เขาแผงม้า ที่มีอากาศเย็นสบาย, กิจกรรมชมแปลงปลูกดอกหน้าวัวหลายสายพันธุ์จากต่างประเทศ ที่มีให้ชมทั้งปี, อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง 1 เป็นอ่างเก็บน้ำที่อยู่ท่ามกลางหุบเขา เห็นวิวทิวทัศน์ของแนวสันเขายาวอย่างสวยงาม, ชมสวนผักปลอดสารพิษลุงไกร ที่เป็นการรวมตัวกันเป็นกลุ่มส่งเสริมกสิกรรมไร้สารพิษ วังน้ำเขียว เน้นการปลูกผักสลัด ผักกาดหอมเป็นส่วนใหญ่ มีหลายหลายสายพันธุ์ ผักจากสวนลุงไกร สด สะอาด อร่อย ผักสดคุณภาพสูง, วังน้ำเขียวฟาร์ม เป็นศูนย์เพาะพันธุ์เห็ดเมืองหนาว เปิดให้เยี่ยมชมการเพาะเห็ดแบบออร์แกนิก ไร้สารพิษ และยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเห็ดอีกมากมายให้ซื้อกลับบ้าน View Larger Map ข้อมูลและภาพ : wangnamkeow.wordpress.com / เรียบเรียงโดย Travel MThai

นิสัยแย่ๆ ของแต่ละราศี
นิสัย /  นิสัยแย่ / 

คุณรู้ไหมครับ ว่าแต่ละราศี ก็จะมีนิสัยที่แตกต่างกันออกไป เราลองมาดูกันสิว่า แต่ละราศีนั้นจะมี นิสัยแย่ๆ อะไรบ้าง จะแย่ขนาดไหน มากหรือน้อย แม่นหรือไม่แม่น ต้องลองดูครับ นิสัยแย่ๆ ของแต่ละราศี ราศีเมษ (21 มี.ค. - 20 เม.ย.) นิสัยแย่ แม้จะเป็นชาวราศีที่น่าตื่นเต้นชวนสนใจกว่าใคร แต่ก็ใจร้อนใจเร็ว ไม่อดทน อยู่สงบๆ ไม่เป็น สะเพร่า บุ่มบ่าม เจ้าโทโส เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางโลก หัวดื้อ ตลบตะแลง ชอบบงการและเพียบพูนด้วยตัณหา ความทะยานอยาก ราศีพฤษภ (21 เม.ย. - 21 พ.ค.) นิสัยแย่ ข้อเด่น คือเป็นคนหน้าตาดีเอามากๆ แต่ก็ดื้อหัวชนฝาทีเดียวเชียว นิยมวัตถุ ขี้อิจฉา เจ้าคิดเจ้าแค้น ชอบทำเป็นเจ้าข้าวเจ้าของตามใจตัวเอง ดันทุรัง ชอบโต้แย้งเป็นที่สุด ราศีมิถุน (22 พ.ค. - 21 มิ.ย.) นิสัยแย่ ถึงจะเป็นคนที่สนุกสนานรื่นเริงเป็นสองเท่าเมื่อคบหา แต่ส่วนเสียประจำราศีนี้ ก็คือเหลาะแหละ โลเล ขี้เบื่อ กวนประสาท อยู่ไม่สุข ช่างกังวลและเครียดง่าย ชอบสอดรู้สอดเห็น ชอบยักย้ายเปลี่ยนแปลง และมักพาลหาเรื่องทะเลาะวิวาท ราศีกรกฎ (22 มิ.ย. - 23 ก.ค.) นิสัยแย่ เป็นชาวราศีที่น่ารักมีน้ำใจกว่าใคร อื่น ทว่า ข้อเสียคือชอบผัดวันประกันพรุ่ง ขี้ระแวง นึกถึงแต่ตัวเอง หงุดหงิดง่าย ทำอะไรไม่เรียบร้อย อยากได้โน่นนี่ ไม่ตรงไปตรงมา ขุ่นใจเป็นประจำ หวั่นไหวง่าย ถ้าเป็นหญิงก็มักน้ำตาหยดทุกบ่อย เพราะอารมณ์กระฉูดอยู่ซำเหมอ ราศีสิงห์ (24 ก.ค. - 23 ส.ค.)   นิสัยแย่ ชาวสิงห์เกิดมาเป็นนักปกครอง จึงมักหยิ่ง ยโส โอหัง เชื่อมั่นตัวเองจนล้นเกิน มีความทะเยอทะยานสูง ชอบคุยโว ชอบวางมาด ขี้อิจฉา เจ้าทิฏฐิ เจ้าเล่ห์ ชอบควบคุม อวดดี ชอบก้าวก่ายแทรกแซง และครบเครื่องเรื่องตัณหา ทั้ง โลภะ ราคะ โทสะ และโมหะ ราศีกันย์ (24 ส.ค. - 23 ก.ย.) นิสัยแย่ เป็นชาวราศีที่สุดเซ็กซี่ แต่ก็สามารถครองตำแหน่งจอมจู้จี้ จุกจิก ชอบติ ชอบบ่น เจ้าทุกข์ ช่างวิตกกังวล โลเล ชอบอวดรู้ ชอบโต้แย้ง และ... อาจสำส่อน ราศีตุล (24 ก.ย. - 23 ต.ค.)   นิสัยแย่ ชาวราศีนี้สุดฟู่ฟ่าก็จริง หากชอบหนีปัญหา ไม่ยอมตัดสินใจไม่ว่าเรื่องอะไร ชอบนินทา เป็นนักยักย้ายเปลี่ยนแปลง ถูกชักจูงง่าย ถูกหลอกก็ง่าย ชอบเหมางาน เจ้าชู้ เอาแต่ใจตัวเอง ทนการวิจารณ์ติติงไม่ได้เลย ราศีพิจิก (24 ต.ค. - 22 พ.ย.)   นิสัยแย่ มีลับลมคมนัย คิดมาก ขี้หงุดหงิด อารมณ์แปรปรวนง่ายและรุนแรง เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ดื้อรั้น ขี้โมโห ขี้อิจฉา ชอบเรียกร้องคนอื่น เจ้าคิดเจ้าแค้น แล้วก็เป็นอีกราศีที่บริบูรณ์ด้วยตัณหานานา ราศีธนู (23 พ.ย. - 21 ธ.ค.)   นิสัยแย่ เป็นพวกมองโลกในแง่ดีอย่างหลับหูหลับตา อยู่นิ่งไม่ได้ ไม่มีไหวพริบ ชอบเป็นเผด็จการ ไม่ยอมใคร เชื่อมั่นตนเองจนล้นเกิน ชอบเรียกร้องคนอื่น ทื่อมะลื่อ ขวานผ่าซากชอบอยู่ตามลำพัง ไม่สนใจใคร และไม่รับผิดชอบ แต่น่าแปลกที่ใครๆ กลับมารุมตอมชาวราศีนี้กัน ราศีมังกร (22 ธ.ค. - 20 ม.ค.)   นิสัยแย่ เอาใจยาก ช่างติ ขี้ระแวง ทะเยอทะยานสูง หัวรั้น เข้มงวด ช่างวิตกกังวล มักเก็บความขุ่นเคืองไว้ในใจ ชอบไต่เต้าแสวงหาตำแหน่งหรือสถานภาพสูงๆ ไม่เคยพึงพอใจอะไรเลย ราศีกุมภ์ (21 ม.ค. - 19 ก.พ.)   นิสัยแย่ ชาวราศีนี้แม้ดูสมบูรณ์แบบไปหมด แต่เป็นพวกไร้อารมณ์ ไม่มีไหวพริบ ชอบมีความลับ เย็นชา ไม่อ่อนไหว ดันทุรัง ไม่ชอบสุงสิงกับใคร ต่อต้านสังคม ราศีมีน (20 ก.พ. - 20 มี.ค.)   นิสัยแย่ นี่ก็เป็นอีกราศีที่ชอบหลบเลี่ยง ปัญหา ชอบมีลับลมคมใน และทำตัวเป็นปริศนา ใจลอยเป็นที่หนึ่ง จะพูดจะทำอะไรก็คลุมๆ เครือๆ ไม่ชัดเจน ขี้เกียจหลุดโลก ลังเล อ่อนไหวเกินเหตุ ถูกหลอกหรือถูกชักจูงไปในทางที่ไม่ถูกไม่ควรได้ง่าย ขอบคุณข้อมูลจาก www.fwdder.com/topic/257644

ร.พ.ชัยภูมิ แจงหลวงปู่พิมพ์อยู่ ร.พ.ไม่ได้หนี
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

โรงพยาบาลชัยภูมิ ยันหลวงปู่พิมพ์ ยังรักษาตัวที่โรงพยาบาล อาการทั่วไปดีขึ้น ความคืบหน้าล่าสุดหลังตั้งแต่วันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา พล.ต.ต.พินิต มณีรัตน์ ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บุกเข้าช่วยเหลือหลวงปู่พิมพ์ จันทรังษี วัย 65 ปี เกจิดังและเจ้าอาวาสวัดเวฬุวัน บ้านท่าเริงรมย์ หมู่ 4 ต.ทุ่งพระ อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ออกจากโลงศพที่ประกาศจะทำพิธีละสังขารระหว่างวันที่ 9-11 ก.ย. 57 ที่ผ่านมา และถูกส่งตัวต่อมารักษาตัวต่อที่ร.พ.ชัยภูมิ ตั้งแต่เย็นวันที่ 11 ที่ผ่านมา จนปัจจุบันมีข่าวลือสะพัดไปทั่วว่า หลวงปู่พิมพ์ ได้หลบหนีออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว และยังไม่มีใครทราบว่าอยู่ที่ใด ล่าสุด น.พ.สมปอง เจริญวัฒน์ ผอ.ร.พ.ชัยภูมิ แจ้งว่า ขณะนี้หลวงปู่พิมพ์ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลชัยภูมิ อยู่ที่ตึก 8 ชั้น ยังต้องรักษาตัวอยู่ที่ชั้น 7 ห้องพิเศษ 1704 และอาการทั่วไปดีขึ้นไม่เป็นอะไรมากและห้ามใครเข้าไปถ่ายภายในตึกห้องพักโดยเด็ดขาด ด้านเจ้าคณะจังหวัดเผยกรณีภาพที่อยู่กับสีกาเข้ามาบีบนวดให้ถึงจะเป็นบุตรสาว แต่ก็ไม่เหมาะทั้งที่มีลูกศิษย์พระเณรเป็นผู้ชายจำนวนมากอยู่เฝ้าใกล้ ก็ควรเรียกมาใช้บีบนวดแทนได้ เพราะหากใครพบเห็นจะทำให้ถูกมองไม่ดีและผิดศีลอาบัติข้อถูกชาวโลกติเตือนได้ ก็จะสร้างความเสียหายเกิดภาพลบไม่ดีต่อพระพุทธศาสนาได้

18 ชายหาดแปลกที่สุดในโลก
unseen /  ชายหาดแปลกที่สุดในโลก / 

ในโลกเรามีอะไรแปลกๆ อีกมากมาย ไม่เว้นแต่ "ชายหาด" สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตของคนทุกวัย ที่เห็นในบ้านเราแล้ว ดูจะธรรมดา จะเชื่อเถอะ! ว่ายังมีชายแปลกๆ ที่เราไม่เคยเห็น ไม่คิดว่ามีอยู่จริงๆ และวันนี้ เราได้รวบรวม 18 ชายหาดสุดแปลกเหล่านี้ มาสมาชิกมิตรรักไปรู้จัก จะมีที่ไหนบ้าง? ลองไปดูกัน! 18 ชายหาดแปลกที่สุดในโลก 1. ชายหาดสุดระทึก Maho Beach - Saint Martin ชายหาดมาโฮ หาดสุดเสียวบนเกาะเซ้นท์มาร์ติน ในประเทศเนเธอร์แลนด์ ชายหาดอันโด่งดัง ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับนักท่องเที่ยวที่มารอชมเครื่องบินลำโต บินโฉบเฉี่ยวอยู่เหนือศีรษะ ให้นักท่องเที่ยวระทึกเป็นระยะๆ เหตุเพราะชายหาดมีอาณาเขตติดกับสนามบิน St Maarten ดังนั้นระหว่างเริงร่าอยู่ริมหาดจะมีเครื่องบินโฉบเฉี่ยวอยู่เหนือศีรษะคุณ ให้ระทึกเป็นระยะๆ นั่นเอง หาด Maho Beach ณ St. Maarten อยู่ท้ายสนามบิน Princess Juliana Int. Airport เป๊ะๆ โดยเป็นสนามบินที่มีสถิติการใช้งานขึ้นลงของเครื่องบินแต่ละวันมากเป็นอันดับที่ 2 ของแถบคาริบเบียนตะวันออก และชื่อของสนามบินนี้ ตั้งขึ้นตามพระนามของสมเด็จพระมารดา Juliana ของพระราชินีองค์ปัจจุบันของเนเธอร์แลนด์ตั้งแต่สมัยพระองค์ยังทรงเป็นเจ้าหญิงอยู่ หาดมาโฮนี้เป็นหาดที่มีชื่อเสียงมากหาดนึงในโลกสำหรับการมาคอยเฝ้าดูเครื่องบินขึ้นลงแบบมีส่วนร่วมในเหตุการณ์ได้จริงของบรรดาเหล่าคนรักเครื่องบินเหมือนอีเด 2. ชายหาดเปลือกหอย Shell Beach – Shark Bay, Australia ชายหาดเปลือกหอยอยู่ในอ่าวชาร์ก (Shark Bay) ประเทศออสเตรเลีย ชื่อ Shell Beach มาจากการที่มีเปลือกหอยเล็กๆ ปกคลุมอยู่เต็มหาด ด้วยเพราะน้ำทะเลมีความเค็มสูง ประกอบกับสภาพภูมิอากาศและพื้นที่เหมาะที่ประชากรหอยจะขึ้นมาอาศัยอยู่ ตื่นตาเปลือกหอยสีขาวนับล้านที่ “เชลล์ บีช” เวสเทิร์นออสเตรเลีย หากคุณมีโอกาสมาเยือน รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย (Western Australia) ประเทศออสเตรเลีย (Australia) ขอแนะนำว่าคุณต้องไม่พลาด ไปเยือน “เชลล์ บีช” (Shell Beach) อีกหนึ่งชาย หาดที่มีชื่อเสียงของ “ชาร์คเบย์” (Shark Bay) หรือที่เราเรียกกันว่า “อ่าวฉลาม” อ่าวที่ตั้งอยู่ที่ปลายสุดด้านตะวันตกของทวีปออสเตรเลีย นอกากนี้แล้วอ่าวฉลามยังเป็นถิ่นของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ใกล้ สูญพันธุ์ 5 ชนิด อีกทั้งยังเป็นแปลงหญ้าทะเลที่กว้างใหญ่นับว่าใหญ่ที่สุดและอุดมสมบูรณ์ที่สุดในโลก ซึ่งต่อมาองค์การยูเนสโก  (Unesco) ได้ประกาศให้อ่าวแห่งนี้เป็นมรดกโลก ในปี 1991 ชายหาดเชลล์ บีช นั้นอยู่ห่างจากเมืองเดนแฮม (Denham) เมืองในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ ประมาณ 45 กิโลเมตร ความโดดเด่นของเชลล์บีชคงหนีไม่พ้นหาด ทรายเปลือกหอยสีขาวดั่งหิมะขนานไปกับน้ำทะเลสีฟ้าคราม ของมหาสมุทรอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่คุณจะได้เดินทอดน่องไปบนชายหาดที่ถูกปูพรมด้วยเหล่า เปลือกหอยสีขาวขนาดเล็กๆที่มีชื่อว่าเราเรียกกันว่า กะส้าหอย (coquina) ที่ประกอบด้วยเปลือกหอยและเศษชิ้นเหลี่ยมของหอย เช่น หอยโคคีนา หอยสองฝาขนาดเล็กๆนับพันล้านที่พบ ได้มากในเขตเชลล์บีช ซึ่งหอยส่วนใหญ่มักตายตามธรรมชาติ แล้วถูกน้ำทะเลพัดมาเกยชายฝั่งซึ่งใช้เวลานานหลายพันปี 3. ชายหาดแก้ว Glass beach – California, America ชายหาดแก้วแห่งนี้ เดิมที่เป็นที่ทิ้งขยะของรัฐแคลิฟอร์เนีย หลายสิบปีผ่านไป ขยะที่เป็นเศษแก้วถูกคลื่นซัดสาดหายไป จนกลายเป็นชายหาดแสนสวยอย่าวน่าอัศจรรย์ หากคุณเป็นนักท่องเที่ยวอีกหนึ่งคนที่มีโอกาสมาเยือนรัฐแคลิฟอร์เนีย (California) รัฐที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของสหรัฐอเมริกา (United States of America) ทราเวลไทยซ่าส์ขอแนะนำว่าคุณต้องไม่พลาดโอกาสไปเยือน "กลาส บีช" (Glass Beach) หรือที่รู้จักกันอีกชื่อว่า "หาดทรายแก้ว" ชายหาดที่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแมคเคอริคเชอร์ (MacKerricher State Park) ใกล้ๆกับเมืองฟอร์ตบรากก์ (Fort Bragg) ในเมนโดซิโน เคาน์ตี้ ( Mendocino County) กลาส บีช หรือ หาดทรายแก้ว เป็นอีกหนึ่งชายหาดที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ แต่สิ่งที่พิเศษของชายหาดคือ หินหลากสีสันที่มีความสวยงามราวกับอัญมณี ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นจากฝีมือของมนุษย์ทั้งนั้นคะ เนื่องจากว่าในอดีตชายหาดแห่งนี้ถูกใช้เป็นที่มนุษย์นำขยะจำพวกแก้ว เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือแม้แต่รถยนต์มาทิ้งยังบริเวณชายหาดเป็นจำนวนมาก และเมื่อเวลาผ่านไปหลายทศวรรษเศษขยะดังที่กล่าวมาได้ถูกคลื่นและน้ำทะเลซัดสาดและกัดเซาะจนเหลือเพียงหินแก้วกรวดมนสวยงามดังเช่นในปัจจุบันนี้ต่อมาในปี 1998 กลาส บีช ได้รับการดูแลโดยอุทยานแมคเคอริคเชอร์ ชายหาดอัญมณีแห่งนี้จึงได้รับการอนุรักษ์และห้ามไม่ให้นักท่องเที่ยวเก็บเอาหินแก้วบริเวณชายหาดกลับไปอย่างเด็ดขาด... 4. ชายหาดสีชมพู Pink Sand Beach – Bahamas หาดทรายสีชมพูนี้อยู่ในประเทศบาฮามาส สีชมพูนวลดั่งผลท้อนี้แท้จริงคือเปลือกหอยสีชมพูที่แตกละเอียด เมื่อต้องแสงแดดตอนเที่ยงก็ระยิบระยับ ยามพระอาทิตย์ตกดินลับขอบฟ้าก็ยิ่งขับสีชมพูบนผืนหาดให้ชัดเจน "หาดทรายสีชมพู" บนเกาะฮาร์เบอร์ (Pink sand beach at Harbour Island) หาดสวยบนเกาะเล็กๆ ในประเทศบาฮามาส (Bahamas) เหมาะแก่การสร้างบรรยากาศโรแมนติกให้คู่รักจริงๆ เกาะที่มีความยาวเพียง 5.6 กิโลเมตร และกว้างเพียง 2.4 กิโลเมตร สาเหตุที่ทำให้เกาะแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเพราะมี ชายหาดทรายเป็นสีชมพูทอดตัวเป็นแนวยาวตามชายฝั่ง ด้านตะวันออกของเกาะนั่นเอง เกาะฮาร์เบอร์นับเป็นเกาะที่มีชายหาดสวยและดีที่สุดที่สุดในทะเลแคริบเบียนอีกด้วย หลายคนคงสงสับว่า เหตุใดหาดทรายบนเกาะแห่งนี้ถึงได้เป็นสีชมพู? สาเหตุที่ทำให้ชายหาดมีสีชมพูเป็นเพราะ มีสัตว์น้ำเซลล์เดียว ที่ไม่มีกระดูกสันหลังประเภทแพลงตอน ฟอร์แรมมินิเฟอรา (foraminifera)อยู่บริเวณรอบเกาะจำนวนมาก ในเปลือกของแพลงตอน มีแคลเซียมคาร์บอเนต จึงทำให้เป็นสีชมพูแดง เมื่องแพลงตอนตาย เปลือกของแพลงตอนจะถูกคลื่นพัดขึ้นฝั่ง ปะปนกับทรายขาว จึงทำให้ดูเป็นสีชมพู  เกาะฮาร์เบอร์ กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยม ช่วงพักร้อนของนักท่องเที่ยวชาวอเมริกัน นอกจากเกาะในประเทศบาฮามัส  ยังมี เปอร์โตริโก เบอร์มิวดา บาร์บาดอส ฟิลิปปินส์ และสก็อตแลนด์ ที่มีมีหาดสีชมพูสาเหตุ เช่นเดียวกันกับเกาะฮาเบอร์ 5. หาดทรายสีดำ Punaluu Black Sand Beach – Hawai หาดทรายสีดำ Punaluu Beach ตั้งอยู่บน Big Island ของฮาวาย ชายหาดที่ล้อมรอบด้วยทรายสีดำที่เกิดจากลาวาที่ไหลทะลักลงสู่ทะเลและเย็นตัวลงจากภูเขาไฟในมหาสมุทร ที่หาดนี้คุณสามารถพบเต่า Hawksbill หรือ Green sea turtles แม้ว่าทรายสีดำที่หาดนี้จะสวยงาม แต่การนำทรายออกมาก็เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย 6. ชายหาดหาดทรายสีเขียว (Green sand beach) – Hawai หาดทรายสีเขียว บนเกาะฮาวาย สีเขียวที่เห็นนั้นเป็นผลึกของหินโอลีวีน (Olivine) หรือแร่ของหินเพริโดไทต์ที่ผสมอยู่ในผืนทราย หาดปาปาโกเลีย หาดทรายสีเขียว เป็นหาดที่ฮาวาย สหรัฐอเมริกา ตัวหาดเป็นลักษณะคล้ายจันทร์เสี้ยว แล้วก็ไม่ได้เดินทางไปง่ายๆ ด้วย ต้องเดินเท้าหรือไม่ก็รถโฟร์วีลเท่านั้น อีกทั้งยังต้องเลาะไปตามหน้าผา ที่สำคัญอากาศร้อน ระยะทางกว่าจะเดินทางไปถึงราว 4 กิโลเมตร สาเหตุที่หาดทรายที่นี่เป็นสีเขียว สืบเนื่องมาจากเมื่อราว 49,000 ปีก่อนภูเขาไฟ ปูมาฮาน่า ได้ระเบิดขึ้นและถือเป็นการระเบิดครั้งสุดท้ายของภูเขาไฟลูกนี้ สีเขียวเหล่านี้เป็นผลพวงจากเถ้าลาวาที่ ปูมาฮาน่า พ่นออกมาจากใต้พิภพ มันคือแร่โอลิวีน (Olivine) หรือแร่ของหินเพริโดไทต์ที่ผสมอยู่ในผืนทราย แร่นี้มีชื่อขนานนามกันอีกหนึ่งชื่อว่า "เพชรแห่งฮาวาย" แต่ก็ไม่ใช่ว่าลาวาไหลลงมาแล้วจะมีเจ้าเกล็ดผลึกแร่โอลิวีน โปรยปรายดั่งสายฝนจากฟ้าสู่ดินมาเลยนะ ลาวาเมื่อไหลลงมาก็ต้องรอ ให้เย็นตัวลง เมื่อเย็นแล้วก็ต้องรอเวลาผ่านร้อน ผ่านหนาว ผ่านคลื่นซัดซาดครืนๆ เป็นระยะเวลาอีกสักพัก ไปๆ มาๆ คลื่นก็พัดแร่โอลิวีนมาสะสมมากขึ้นๆ ที่หาดแห่งนี้ 7. ชายหาดขาวที่สุดในโลก Hyams Beach – Australia ชายหาดทางตะวันออกของออสเตรเลีย ซึ่งได้รับการบันทึกลงใน Guinness Book ว่าเป็นชายหาดที่ขาวที่สุดในโลก ด้วยเม็ดทรายละเอียดเนียนดั่งผงแป้ง เดินเล่นสุดนุ่มเท้า จึงทำให้ชายหาดแห่งนี้มีชื่อเสียงและน่าไปเยือนสำหรับนักท่องเที่ยวตั้งอยู่ทางตะวันออกของออสเตรเลีย 8. ชายหาดซากโบราณ Tulum Beach – Mexico ชายหาดตูลุมบนคาบสมุทรยูคาตาน (Yucatan Peninsula) ประเทศแม็กซิโก กวักมือเรียกนักท่องเที่ยวได้ด้วย ซากปรักหักพังของชาวมายาโบราณที่ทำให้หาดแห่งนี้น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก ชายหาดตูลุม เป็นชายหาดที่ทอดตัวยาวขนานไปกับซากปราสาทอารยธรรมอันเก่าแก่ของชาวมายัน ตั้งอยู่ที่เมืองตูลุม (Tulum) อีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่ มีชื่อเสียงในรัฐกินตานาโร (Quintana Roo) รัฐที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกของคาบสมุทรยูคาทาน (Yucatan Peninsula) โดยในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 13-15 เมืองตูลุมนั้นมีความเจริญรุ่งเรืองมาก และในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16 เมืองก็ถูกทิ้งร้างไปจนกระทั่งกลายเป็นซากเมืองโบราณมาจนถึงปัจจุบันนี้ 9. ชายหาดที่ยาวที่สุดในโลก Coxbazar beach – Bangladesh ชายหาดที่ได้รับการขนานนามว่ายาวที่สุดในโลกด้วยความยาว 120 กิโลเมตร ส่วนลำดับที่ 2 คือ หาดคุจูคุริฮามะ ของประเทศญี่ปุ่นที่มีความยาว 60 กิโลเมตร 10. ชายหาดแพนกวินว่ายน้ำ Boulders beach - South Africa ชายหาดแห่งนี้เป็นบ้านของแพนกวินแอฟริกา เราจะได้เห็นแพนกวินเดินสวนเล่นอยู่หาด บ้างก็ลงไปว่ายเริงร่าโต้คลื่น ดูเพลิดเพลินทีเดียว 11. ชายหาดแมวน้ำ Childrens pool beach – America หาดทรายขาวธรรมชาติในซานติอาโก้ ที่เจ้าแมวน้ำอ๋งอ๋งจองเต็มพื้นที่แล้ว คนไม่มีสิทธิ์เข้ามานะจ๊ะ 12. ชายหาดรถวิ่งได้ Chirihama-Nagisa drive way – Japan ปกติชายหาดมีไว้สำหรับให้คนได้ทำกิจกรรมความเพลิดเพลินต่างๆ ในยามมาเที่ยวทะเล โดยไม่มีรถหรือยานพาหนะใดๆเข้ามาได้ แต่สำหรับที่จิริฮามะ เราสามารถขับรถยนต์, ขี่มอเตอร์ไซด์ เข้าไปชมวิวสวยๆได้ บางทีอาจมีรถบัสคันใหญ่ผ่านเข้ามาด้วย 13. ชายหาดออนเซ็น Hot water beach – Newzealand ชายหาดบนเกาะทางเหนือของนิวซีแลนด์ ยิ่งในช่วงเวลาน้ำลง ผู้คนจะมารวมตัวกันมากมาย และขุดหลุมหาดทรายให้เป็นสปาส่วนตัว 14. หาดโขดหิน Moeraki Boulders Beach – Newzealand ชายหาดที่เต็มไปด้วยโขดหินกลมๆ ที่บางก้อนใหญ่และหนักถึง 3 ตันเลยทีเดียว Moeraki Boulders ก้อนหินทรงกลมขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ครึ่งเมตรถึงสองเมตรเศษนี้ รูปร่างหน้าตาคล้ายกับไข่ไดโนเสาร์ พบกระจัดกระจายตามชายหาด Koekohe ประเทศนิวซีแลนด์ ก้อนหินเหล่านี้ได้รับการสงวนป้องกันและ คุ้มครองทางวิทยาศาสตร์ รูปทรงไข่ไดโนเสาร์นี้เกิดจากคลื่นที่กัดเซาะผาหินชายฝั่ง ถล่มลงบนชายหาด และถูกคลื่นกัดเซาะเป็นเวลานาน จากการเอกเรย์และมองผ่านกล้องจุลทรรศ์อิเล็กตรอนพบว่าหินเหล่านี้ มีองค์ประกอบด้วย โคลน ตะกอนดินละเอียด และดินเหนียว ยึดเกาะกันด้วย แคลไซต์ จากตำนานท้องถิ่นของชนเผ่าเมาลี (Māori) อธิบายถึงก้อนหิน เป็นซากของตะกร้าใส่ปลาไหลที่ถูกซัดขึ้นชายฝั่งหลัง จากการล่มของเรือใบแคนนูขนาดใหญ่ที่ชื่อว่า "อาไร-ที-อุรุ "ตำนานบอกว่าสันดอนหินที่ขยายออกสู่ทะเลเป็นซากของเรือโบราณนี้ และหินแหลมที่ใกล้เคียงกับเรือว่าเป็นร่างของกัปตันเรือใบแคนู ชายหาดและโขดหินในอดีตมีจำนวนมากกว่าปัจจุบัน จากภาพหลักฐานที่เก็บไว้ในห้องสมุดอเล็กซานเดอร์ เทรินบูล เมื่อปี1850 เป็นบทความที่เป็นที่นิยมมากช่วงเวลานั้น ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของนิวซีแลนด์ 15. ชายหาดและทะเลที่เล็กที่สุดในโลก Playa de Gulpiyuri beach – Spain วิวที่เห็นอยู่นี้อยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าที่มีระยะทางห่างจากชายฝั่ง 100 เมตร นี่ไม่ใช่ทะเลสาบ หากแต่เป็นน้ำเค็ม เป็นทะเลจริงๆ ถ้ำแคบๆที่เชื่อมต่อจากทะเลสามารถดูดน้ำทะเลเข้าไปได้ 16. ชายหาดที่เต็มไปด้วยเสาหิน  Giants Causeway Beach, Ireland Giants Causeway Beach นี้เป็นชายหาดที่เต็มไปด้วยเสาหินกว่า 40,000 แท่ง และยังได้รับการประกาศเป็นมรดกโลก โดยยูเนสโกในปี 1986 บนชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของไอร์แลนด์เหนืออีกด้วย ใครที่อยากไปเที่ยวที่นี่ ต้องระวังหินทิ่มขากันสักหน่อย 17. ชายหาดในถ้ำ Cave Beach in Algarve, Portugal นี่คือความสวยงามของถ้ำทะเลในโปรตุเกส เป็นอีกชายหาดหนึ่งที่ไว้มาชิลล์ๆ เบาๆ ชมความสวยงามของทะเลโปตุเกส 18. ชายหาดธารน้ำแข็งเย็นสุดขั้ว Jokulsarlon, Iceland โจกุลซาลอน เป็นทะเลสาบธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์อยู่ระหว่างอุทยานแห่งชาติสเกฟตาลเฟลล์ (Skeftalfell National Park) และเมืองฮอฟน์ (Höfn) นักท่องเที่ยวไปเที่ยวที่นี่จะเห็นน้ำแข็งก้อนใหญ่ๆ ที่ละลายลงมาจากภูเขาน้ำแข็งด้านบน และไหลลงสู่ทะเล ขอบคุณข้อมูลจาก : http://pantip.com/topic/32554760 / travel.thaiza.com / boredpanda.com / travel.truelife.com บทความท่องเที่ยวน่าสนใจ : ความงามแห่ง ฤดูใบไม้ผลิ ที่ คิวเคนฮอฟ เนเธอร์แลนด์ : ทะเลสาบสีดำ คาราคูล บนที่ราบสูงปามีร์ : ทะเลสาบพิษ ในคราบความงาม : หมู่บ้านสีฟ้า ป้องกันยุง ที่โมร็อกโก