พระจอมเกล้าลาดกระบัง

ช่วยๆกันชื่นชม ร็อบเบน มีแผนทำพิพิธภัณฑ์ของตัวเอง
กีฬา /  ข่าวกีฬา / 

อาร์เยน ร็อบเบน ปีกจอมฉายเดี่ยวของ บาเยิร์น มิวนิค ออกมาประกาศว่ามีแผนที่จะสร้างพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับชีวิตค้าแข้งของเขาในบ้านตัวเอง ร็อบเบน ที่ผ่านชีวิตค้าแข้งมาอย่างโชกโชนทั้งกับ เรอัล มาดริด, เชลซี, พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น รวมไปถึง ทีมชาติฮอลแลนด์ บอกว่า “ผมฝันว่าอยากจะสร้างพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวและเก็บทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับผมไว้ในนั้น ผมอยากทำมันเพื่อตัวเอง ครอบครัว และเพื่อนสนิทของผม “ผมได้ของที่ระลึกมาเยอะแยะ ทั้งเสื้อแข่งของเพื่อนนักเตะคนอื่นๆ แล้วผมยังเก็บลูกบอลที่ใช้แข่งขันนัดชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ลีก ปี 2013 ไว้ด้วย(ปีนั้น บาเยิร์น คว้าแชมป์ด้วยการ ชนะ ดอร์ทมุนต์ 2-1 ร็อบเบนเป็นผู้ยิงประตูชัยช่วงท้ายเกม)” “ผมยังมีรองเท้าที่ผมใส่ตอนลงเตะ ฟุตบอลโลก และ ฟุตบอลยูโร ด้วย ความคิดของผมคืออยากเอาทุกอย่างมารวมกันไว้จะได้ไม่มีอะไรหายไป”

The Moon That Embraces the Sun [Soundtrack บรรยายไทย] ตอนที่14
The /  Moon / 

The Moon That Embraces The Sun เป็นเรื่องราวโรแมนติกย้อนยุคซึ่งเกิดขึ้นในสมัยโชซอ น เรื่องราวความรักเกิดขึ้นเมื่อองค์รัชทายาท อี ฮวอน ได้ปลอมตัวเป็นสามัญชนเพื่อออกไปนอกวังกับองครักษ์ แต่เกิดไปติดฝน จึงเข้าไปหลบที่กระท่อมแห่งหนึ่ง จึงได้พบกับหญิงสาวงามคนนึง แต่เธอคารวะพระองค์ 4 ครั้ง นั่นก็หมายความว่า เธอรู้ว่าเขาเป็นพระราชานั่นเอง ก็ฌพราะเธอเป็นคนทรง (ชนชั้นที่ต่ำต้อยที่สุดในยุคนั้น) ไม่เพียงหญิงสาวคนนี้รูปงามเท่านั้น เธอกับมี วาทะที่เป็นเลิศทั้ง กาพย์และกลอน พระองค์จึงประทานชื่อ ว่า วอล (ซึ่งแปลว่าพระจันทร์) ในการพบกันครั้งนั้นทำให้ องค์รัชทายาท อี ฮวอน เกิดตกหลุมรัก วอล ผู้ซึ่งมีหลายอย่างคล้ายๆกับ ยอน อู อดีตคู่หมั้น ของพระองค์ ที่พระองค์คิดว่า โดนฆ่าไปแล้ว นอกจากนี้ พระองค์ ยังคงตามหาเบื้องหลังการตายของ ยอน อู คู่หมั้น ด้วยตัวเอง แต่สิ่งที่ยากเย็นสำหรับเขาก็คือ เมื่อได้รู้ว่า แม่และน้องสาว มีส่วนรู้เห็นในการตายครั้งนี้ พระองค์ ทรงใช้เวลาตามหาหญิงสาวหลังจากที่ทรงกลับสู่พระราชวั ง แต่พระองค์ต้องทรงพบกับปัญหาในการตามหาตัวนางเพราะตั วตนที่แท้จริงของหญิง สาว...กับเรื่องราวลึกลับในอดีต

The Moon That Embraces the Sun [Soundtrack บรรยายไทย] ตอนที่10
The /  Moon / 

The Moon That Embraces The Sun เป็นเรื่องราวโรแมนติกย้อนยุคซึ่งเกิดขึ้นในสมัยโชซอ น เรื่องราวความรักเกิดขึ้นเมื่อองค์รัชทายาท อี ฮวอน ได้ปลอมตัวเป็นสามัญชนเพื่อออกไปนอกวังกับองครักษ์ แต่เกิดไปติดฝน จึงเข้าไปหลบที่กระท่อมแห่งหนึ่ง จึงได้พบกับหญิงสาวงามคนนึง แต่เธอคารวะพระองค์ 4 ครั้ง นั่นก็หมายความว่า เธอรู้ว่าเขาเป็นพระราชานั่นเอง ก็ฌพราะเธอเป็นคนทรง (ชนชั้นที่ต่ำต้อยที่สุดในยุคนั้น) ไม่เพียงหญิงสาวคนนี้รูปงามเท่านั้น เธอกับมี วาทะที่เป็นเลิศทั้ง กาพย์และกลอน พระองค์จึงประทานชื่อ ว่า วอล (ซึ่งแปลว่าพระจันทร์) ในการพบกันครั้งนั้นทำให้ องค์รัชทายาท อี ฮวอน เกิดตกหลุมรัก วอล ผู้ซึ่งมีหลายอย่างคล้ายๆกับ ยอน อู อดีตคู่หมั้น ของพระองค์ ที่พระองค์คิดว่า โดนฆ่าไปแล้ว นอกจากนี้ พระองค์ ยังคงตามหาเบื้องหลังการตายของ ยอน อู คู่หมั้น ด้วยตัวเอง แต่สิ่งที่ยากเย็นสำหรับเขาก็คือ เมื่อได้รู้ว่า แม่และน้องสาว มีส่วนรู้เห็นในการตายครั้งนี้ พระองค์ ทรงใช้เวลาตามหาหญิงสาวหลังจากที่ทรงกลับสู่พระราชวั ง แต่พระองค์ต้องทรงพบกับปัญหาในการตามหาตัวนางเพราะตั วตนที่แท้จริงของหญิง สาว...กับเรื่องราวลึกลับในอดีต

ประวัติศาสตร์ เนเฟอร์ติติ ราชินีอียิปต์ผู้หายสาบสูญ
ประวัติศาสตร์ /  ประเทศอียิปต์ / 

ถ้าพูดถึงความสวยความงามของสตรีที่อยู่คู่กับอารยธรรมอียิปต์โบราณ เชื่อว่าหลายๆ คนคงต้องนึกถึงพระนางคลีโอพัตรา (Cleopatra) เป็นอันดับแรกถูกต้องไหมคะ แต่ยังมีอีกหนึ่งสตรีที่มีชื่อเสียงและเลอโฉมไม่แพ้กัน นั่นก็คือ พระนางเนเฟอร์ติติ (Nefertiti) ผู้ที่โด่งดังจากรูปปั้นท่อนบน ที่ตอนนี้จัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์อียิปต์แห่งชาติเยอรมนีในนครเบอร์ลิน และรูปปั้นดังกล่าวเป็นรูปที่ถูกทำเลียนแบบซ้ำมากที่สุดในบรรดาศิลปวัตถุของไอยคุปต์ ซึ่งสร้างขึ้นโดยประติมากร Djhutmose สำหรับใครที่ชื่นชอบเรื่องอียิปต์ ฟาโรห์ คงต้องรู้จักพระนางเนเฟอร์ติติ แน่นอน แต่ถ้าใครไม่รู้จักวันนี้เราจะพาเพื่อนๆ มาติดตามเรื่องราวน่ารู้เกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ เนเฟอร์ติติ ราชินีอียิปต์ผู้หายสาบสูญ กันค่ะ   ประวัติศาสตร์ เนเฟอร์ติติ ราชินีอียิปต์ผู้หายสาบสูญ ราชินี “เนเฟอร์ติติ” แปลว่า "ผู้งดงามหมดจด" แห่งอียิปต์โบราณได้รับการยกย่องมานานหลายพันปีว่าเป็นเจ้าของใบหน้าที่งดงามสมบูรณ์แบบ และรูปปั้นท่อนบนนี้เองที่เป็นตัวอย่างของความเข้าใจอย่างถ่องแท้ของชาวอียิปต์โบราณเกี่ยวสัดส่วนขององค์ประกอบบนใบหน้าในตำนานได้กล่าวไว้ว่า อียิปต์ไม่เคยสร้างหญิงใดงามได้เท่าพระนางเนเฟอร์ติติซึ่งเป็นผู้สมบูรณ์แบบด้วยพระสิริโฉมอันงดงาม สวมมงกุฎสูง และโกนพระเกศาเพื่อป้องกันเหาโรคร้าย และความร้อนของอียิปต์ นอกจากนี้เรื่องราวชีวิตต้นตระกูลของเนเฟอร์ติติก็ไม่มีใครทราบว่าบิดามารดาของเนเฟอร์ติติเป็นใคร แต่มีผู้เห็นพ้องต้องกันว่าเธออาจเป็นธิดาของเอย์ ผู้ที่ได้เป็นฟาโรห์ในเวลาต่อมา กับมเหสีที่มีชื่อว่าเทย์ อีกทฤษฎีหนึ่งกล่าวว่าเนเฟอร์ติติแท้จริงคือเจ้าหญิงทาดูคีปา ธิดาของกษัตริย์ทัชรัตตาแห่งมีทานนี ในม้วนคัมภีร์โบราณมีการกล่าวถึงชื่อนีเมรีธิน เป็นอีกชื่อหนึ่งของพระนาง แต่ก็ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ ยังมีผู้เสนอแนวคิดว่าพระนางเป็นธิดา หรือพระญาติกับฟาโรห์อาเมนโฮเทปที่สาม หรือไม่ก็เป็นชนชั้นสูงของชาวเธบ อีกทฤษฎีหนึ่งยกให้เนเฟอร์ติติเป็นธิดาของซีตามุน น้องสาวต่างมารดาของอาเมนโฮเทปที่สาม โดยมีพระราชินีเอียเรเป็นพระมารดาของนาง เอียเรเคยมีตำแหน่งเป็นองค์รัชทายาท แต่ตำแหน่งดังกล่าวต้องสิ้นสุดลงเมื่ออาเมนโฮเทปที่สามขึ้นครองบัลลังก์ ซีตามุนถูกเลี้ยงดูให้เป็นมเหสีของทีเย แต่ก็ไม่มีหลักฐานว่าพระนางมีโอรสธิดากับผู้ใดหรือไม่ มีหลักฐานอย่างหนึ่งที่บ่งบอกว่าทั้งซีตามุนและเนเฟอร์ติติต่างก็มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกัน นั่นคือชื่อของทั้งคู่ต่างก็หมายความว่า "ผู้เลอโฉม" เนเฟอร์ติตินับถือเทพเพียงองค์เดียว นั่นก็คืออาตอน ทั้งนี้ อาเคนาเตน สวามีของพระนางอาจเป็นพระบิดา หรือไม่ก็พี่ชายต่างมารดาของฟาโรห์ตุตันคามุน ขึ้นอยู่กับว่าจะนับญาติแบบไหน วันที่เนเฟอร์ติติอภิเษกสมรสกับอาเมนโฮเทปที่สี่ และต่อมาได้รับการสถาปนาเป็นพระชายาของพระองค์นั้นไม่อาจระบุได้แน่นอน อย่างไรก็ดี ทั้งคู่มีบุตรสาวด้วยกันหกคน ตามรายชื่อและปีเกิดต่อไปนี้: เมรีตาเตน - เกิดในปีที่ 2 หลังจากที่อาเมนโฮเทปที่สี่ขึ้นครองราชย์ (1348 ปีก่อนคริสตกาล) เมเคตาเตน - เกิดในปีที่ 3 (1347 ปีก่อนคริสตกาล) อานเคเซนปาเตน, ผู้ที่ต่อมาเป็นชายาของ ฟาโรห์ตุตันคามุน - เกิดในปีที่ 4 (1346 ปีก่อนคริสตกาล) เนเฟอร์เนเฟอรัวเตน ตาเชริต - เกิดในปีที่ 6 (1344 ปีก่อนคริสตกาล) เนเฟอร์เนเฟอร์รูเรNeferneferure - เกิดในปีที่ 9 (1341 ปีก่อนคริสตกาล) เซเตเปนเร - เกิดในปีที่ 11 (1339 ปีก่อนคริสตกาล) ในปีที่สี่ของการครองราชย์ (1346 ปีก่อนคริสตกาล)อาเมนโฮเทปที่สี่ได้เริ่มสร้างศาสนสถานเพื่อบูชาเทพอาเตน และยังเชื่ออีกว่าปีเดียวกันนี้พระองค์ได้เริ่มก่อสร้างอาเคตาเตน เมืองหลวงแห่งใหม่ ซึ่งปัจจุบันนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อเมืองอามาร์นา ในปีที่ห้าของการครองราชย์ (1345 ปีก่อนคริสตกาล) อาเมนโฮเทปที่สี่ ได้เปลี่ยนพระนามของพระองค์อย่างเป็นทางการเป็นอาเคนาเตน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของศาสนสถานแห่งใหม่ คาดกันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในวันที่ 2 มกราคมของปีนั้น ในปีที่เจ็ดของการครองราชย์ (1343 ปีก่อนคริสตกาล) ได้มีการย้ายเมืองหลวงจากกรุงธีบ ไปยังอามาร์นา แม้ว่าจะยังมีการก่อสร้างต่อไปอีกถึงสองปี (จนกระทั่ง 1341 ปีก่อนคริสตกาล เมืองใหม่ถูกอุทิศให้กับศาสนาใหม่ของทั้งคู่ เชื่อกันว่ารูปปั้นครึ่งตัวอันโด่งดังของเนเฟอร์ติติถูกสร้างขึ้นในปีนี้เอง อักษรจารึกชิ้นหนึ่งระบุว่าราววันที่ 21 พฤศจิกายน ในปีที่ 12 ของการครองราชย์ (1338 ปีก่อนคริสตกาล) ได้มีการกล่าวถึงเมเคตาเตน พระธิดาเป็นครั้งสุดท้าย จึงเชื่อกันว่านางอาจจะสิ้นพระชนม์ไม่นานหลังจากนั้น รูปสลักนูนต่ำในสุสานของอาเคนาเตนในสุสานกษัตริย์แห่งอามาร์นามีรูปงานศพของนาง ในช่วง ศตวรรษที่ 14 ก่อนคริสตกาล ฟาโรห์ผู้ปกครองอาณาจักรไอยคุปต์ทรงพระนามว่า อาเคนาเตน (Akhenaten) ระยะเวลา 17 ปี ที่ครองราชย์นั้น พระองค์ได้ปฏิรูปศาสนา และศิลปกรรมของอียิปต์อย่างมากมาย ก่อความระส่ำระสายให้แก่นักบวชดั้งเดิมจนกลายเป็นความโกรธแค้นอาฆาต ซึ่งบุคคลที่สนับสนุนอยู่เบื้องหลังฟาโรห์และมีอิทธิพลต่อราชวงศ์ไอยคุปต์ก็คือ พระมเหสีเอกของพระองค์ผู้มีพระนามว่า เนเฟอร์ติตี (Nefertiti) ดังจะเห็นได้จากจิตรกรรมและประติมากรรมต่างๆในยุคนั้น ที่มีรูปพระนางเนเฟอร์ติตีปรากฏอยู่ร่วมกับพระรูปของอาเคนาเตนเสมอๆ จนบางครั้งแทบดูไม่ออกว่าองค์ใดคือกษัตริย์ องค์ใดคือราชินี รูปโฉมของเนเฟอร์ติตี มีลักษณะเป็นสตรีเอวบาง แต่บั้นท้ายและสะโพกหนา ชุดที่พระนางสวมใส่ มักจะบางเบาโปร่งแสง ทำให้แลดูมีเสน่ห์ยั่วยวน จนได้รับสมญาว่า "พระพักตร์งาม ทรงความเบิกบาน เป็นผู้ให้ความสำราญหาใครเทียม" และแต่เดิมนั้น บรรดาประชากรอียิปต์ มีศาสนาที่นับถือพระเจ้าหลายองค์ (พหุเทวนิยม) โดยมีเหล่านักบวช เป็นผู้ดูแลทำพิธีในวิหารต่างๆ แต่อาเคนาเตน ได้นำเอาศาสนาพระเจ้าองค์เดียว (เอกเทวนิยม) คือ สุริยเทพอาเตน มายัดเยียด และได้ปฏิรูปศาสนา อย่างถอนรากถอนโคน อาทิ หลังจากขึ้นครองราชย์ได้ไม่นาน ฟาโรห์ก็ ทรงมีบัญชาให้สร้างเมืองหลวงขึ้นใหม่ กลางดินแดนอียิปต์ระหว่างเมืองธีบิสกับเมมฟิส สำหรับการสักการบูชาเทพอาเตน โดยเฉพาะชื่อของนครนี้ คือ อาเคตาเตน (Akhetaten) แปลว่า "ขอบฟ้าแห่งเทพอาเตน" ทรงย้ายสมาชิกในราชวงศ์ ตลอดจนขุนนาง และบริพารใกล้ชิดไปอยู่ที่เมืองหลวงใหม่นี้ ใจกลางนครมีมหาวิหารสถิตเทพอาเตนกับมีพระราชวังหลวง โดยมีอาคารพักอาศัยของข้าราชบริพารอยู่รอบนอก มีสุสานของพระราชวงศ์อยู่ที่หน้าผานอกเมือง แม้แต่พระนามเดิมของฟาโรห์คือ เอเมนโฮเทปที่ 4 ก็ยังทรงเปลี่ยนมาเป็น อาเคนาเตน ซึ่งแปลว่า "วิญญาณอันรุ่งโรจน์ของอาเตน" เทพอาเตน มีสัญลักษณ์เป็นแผ่นกลมที่มีรัศมีแผ่ออกมาเป็นรูปมือเล็กๆ ซึ่งหมายถึงกำเนิดชีวิต หรือจะหมายถึงพลังแห่งสุริยเทพก็ได้มหาวิหารทีฟาโรห์และมเหสีสร้างถวาย เทพอาเตนนั้น เป็นแบบวิหารสุริยโบราณที่ไม่มีหลังคา ปล่อยให้แสงแดดส่องลงมาได้เต็มที่ นอกจากจะคลั่งไคล้บูชาอาเตนเต็มที่แล้ว ฟาโรห์ยังกระทำยํ่ายีศาสนาเดิม โดยมีบัญชาให้ปิดวิหารเทพเจ้าอื่นๆ จนสิ้น ลบรูปสัญลักษณ์ต่างๆในวิหาร ริบข้าวของสมบัติต่างๆ ภายในวิหารแล้วนำเอารูปเทพอาเตน เข้าไปตั้งแทน เพื่อให้ราษฎรอียิปต์สักการบูชา สร้างความโกรธเป็นเดือดเป็นแค้นแก่ นักบวชที่เคยมีอิทธิพลต่อจิตใจ ของชนอียิปต์อย่างมากมาย ในปีที่ 1336 ก่อนคริสตกาล ฟาโรห์อาเคนาเตน สิ้นพระชนม์ แผ่นดินตกอยู่ในการปกครองของผู้สำเร็จราชการนาม เนเฟอร์เนเฟอรู อาเตน ซึ่งไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าเขาเป็นใครมาจากไหน บางคน กล่าวว่า เป็นลูกพี่ลูกน้องกับอาเคนาเตน ผู้มีนามว่า เสม็นคาเร แต่หลายคนกล่าวว่า เขามิใช่ใครอื่น หากแต่เป็นมเหสีเอกเนเฟอร์ติตีนั่นเอง เนเฟอร์ติตินั้นไม่ปรากฏพระองค์ หรือมีบทบาทใดๆ ให้เห็นในช่วงท้ายๆ รัชกาลอาเคนาเตน จะเป็นด้วยเหตุผลใดไม่แน่ชัด แต่สันนิษฐานว่าทรงรู้ดีว่าพระองค์นั้นมีส่วนร่วมกับฟาโรห์ทำลายล้างศาสนาเดิม และได้สร้างศัตรูไว้มากมาย จึงต้องทรงซ่อนเร้นและปกครองอียิปต์ต่อมาอย่างไม่เปิดเผยพระองค์ ในช่วงระยะเวลาอันสั้นราว 3 ปี ในฐานะผู้สำเร็จราชการนี้ ได้มีความพยายามที่จะประนีประนอมรื้อฟื้นการบูชาเทพเจ้าดั้งเดิมขึ้นใหม่ เพื่อบรรเทาความอาฆาตแค้นของศัตรู หากแต่ไม่เป็นผล การสิ้นพระชนม์ของเนเฟอร์ติตีเป็นเรื่องลึกลับ บางคนถึงกับอ้างว่า พระนางสิ้นพระชนม์ก่อนหน้า พระสวามีด้วยซํ้า อย่างไรก็ตาม โดยที่มีผู้เกลียดชังมาก ทำให้ภาพของเนเฟอร์ติติตามวัง และวิหารต่างๆ ถูกลบพระพักตร์ ออก อันเป็นการกระทำ ที่เกิดจากความเคียดแค้นอาฆาต ที่สะสมมานาน และโดยเหตุที่พระนาง มีใบหน้าที่สวยงามกว่านางใดในแผ่นดิน ด้วยเหตุนี้เองที่ใบหน้า ของพระนางในรูปเขียนต่างๆ จึงถูกทำลายอย่างเฉพาะเจาะจง! และแม้แต่มัมมี่ของพระนาง ก็ยังไม่มีหลักฐานปรากฏชัดเจนว่าอยู่หนใด! จวบจนกระทั่งนักอียิปต์ วิทยาได้สันนิษฐานว่ามัมมี่ 1 ใน 3 ร่าง ที่พบในสุสานหมายเลข KV 35 แห่งหุบเขากษัตริย์ ใกล้เคียงกับสุสานของตุตันคาเมน นั่นน่าจะเป็นมัมมี่ของเนเฟอร์ติติดังที่กล่าว ในเบื้องต้นนั่น เหตุผลของการสันนิษฐานประมวลได้ว่า มัมมี่ร่างนั้นมีคอเรียวยาวดุจหงส์ ซึ่งละม้ายกับรูปลักษณ์ของเนเฟอร์ติติผู้งดงาม และอายุของมัมมี่นี้ก็อยู่ในยุคเดียวกับพระนาง นอกจากนี้ ตลอดร่างของมัมมี่ก็ถูกทำลายเสียหาย เช่น ใบหูถูกเจาะ ศีรษะถูกโกน คิ้วถูกกดเป็นรอย ลำตัวมีริ้วรอย ซึ่งล้วนตรงกับความเสียหายที่เกิดขึ้น ต่อภาพเขียนทั้งหลายของพระนาง และที่สำคัญคือ ได้พบวิกผมสไตล์นูเบียน ตกอยู่ใกล้ๆ กับมัมมี่ทั้ง 3 เป็นแบบวิกผมที่ เนเฟอร์ติติ และสมาชิกราชวงศ์ของเธอสวมใส่ อยู่เป็นประจำ! ทำให้น่าเชื่อได้ว่า มัมมี่นี้ก็คือพระศพ ของพระนางเนเฟอร์ติติ ราชินีผู้มีบทบาทสำคัญทั้งในฐานะเมียและแม่นั่นเอง สำหรับรูปแกะสลักของเนเฟอร์ติติกับ อาเคนาเตน และธิดาสามองค์ จากเมืองอามาร์นา ปัจจุบันอยู่ที่พิพิธภัณฑ์อียิปต์ แห่งกรุงเบอร์ลิน เนเฟอร์ติติ (1370 - 1330 ปีก่อนคริสตกาล) เป็นราชินีของฟาโรห์อาเมนโฮเทป ที่ 4 แห่งอียิปต์ (ภายหลังได้เปลี่ยนพระนามมาเป็นอาเคนาเตน) และพระมารดาสะใภ้ของฟาโรห์ตุตันคามุน กล่าวกันว่าเนเฟอร์ติติอาจเคยขึ้นครองบัลลังก์อียิปต์เป็นช่วงเวลาสั้นๆหลังจากพระสวามีสิ้นพระชนม์ และก่อนที่ฟาโรห์ตุตันคามุนจะเถลิงศิริราชสมบัติ แต่ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันในหมู่นักวิชาการ ชื่อของพระนางอาจแปลได้โดยสังเขปว่า โฉมงามผู้มาสู่ และยังพ้องกับคำเรียกเครื่องประดับชนิดหนึ่งที่เป็นลูกปัดทองคำรูปยาวรี ดังที่เราเห็นรูปปั้นของเธอสวมใส่อยู่เสมอ ลูกปัดชนิดนี้เรียกว่า ลูกปัด"เนเฟอร์" เนเฟอร์ติติโด่งดังจากรูปปั้นท่อนบน ที่ตอนนี้จัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์อียิปต์แห่งชาติเยอรมนีในนครเบอร์ลิน รูปปั้นดังกล่าวเป็นรูปที่ถูกทำเลียนแบบซ้ำมากที่สุดในบรรดาศิลปวัตถุของไอยคุปต์ สร้างขึ้นโดยประติมากร Djhutmose และถูกค้นพบในห้องทำงานศิลปะของเขา รูปปั้นท่อนบนนี้มีชื่อเสียงโด่งดังเนื่องจากเป็นตัวอย่างของความเข้าใจอย่างถ่องแท้ของชาวอียิปต์โบราณเกี่ยวสัดส่วนขององค์ประกอบบนใบหน้า พระนางถูกเรียกขานมากมายหลายชื่อ ที่วิหารคาร์นัก มีศิลาจารึกที่ขานพระนางว่าเป็น 'ผู้สืบทอด' 'ที่สุดของผู้เป็นที่โปรดปราน' 'ผู้มีสเน่ห์' 'ผู้แผ่ความสุข' 'ชายาผู้อ่อนหวาน' 'ผู้เป็นที่รัก' 'ผู้ปลอบประโลมหัวใจขององค์ราชาในวัง' 'ผู้มีถ้อยคำอ่อนโยน' 'ชายาแห่งอียิปต์ตอนบนและอียิปต์ตอนล่าง' 'ชายาของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่' 'ผู้ที่กษัตริย์ทรงรัก' 'สตรีแห่งดินแดนทั้งสอง' 'เนเฟอร์ติติ' พระเศียรจำลองของ “เนเฟอร์ติติ” ถูกค้นพบในอียิปต์เมื่อปี 1912 บริเวณ เตล เอล อมาร์นา ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงในรัชสมัยของฟาโรห์อเคนาเตน พระราชสวามีของพระองค์ เรียบเรียงโดย : teen.mthai.com ข้อมูลและภาพ : วิกิพีเดีย, trueplookpanya, sites.google.com

The Moon That Embraces the Sun [Soundtrack บรรยายไทย] ตอนที่20
The /  Moon / 

The Moon That Embraces The Sun เป็นเรื่องราวโรแมนติกย้อนยุคซึ่งเกิดขึ้นในสมัยโชซอ น เรื่องราวความรักเกิดขึ้นเมื่อองค์รัชทายาท อี ฮวอน ได้ปลอมตัวเป็นสามัญชนเพื่อออกไปนอกวังกับองครักษ์ แต่เกิดไปติดฝน จึงเข้าไปหลบที่กระท่อมแห่งหนึ่ง จึงได้พบกับหญิงสาวงามคนนึง แต่เธอคารวะพระองค์ 4 ครั้ง นั่นก็หมายความว่า เธอรู้ว่าเขาเป็นพระราชานั่นเอง ก็ฌพราะเธอเป็นคนทรง (ชนชั้นที่ต่ำต้อยที่สุดในยุคนั้น) ไม่เพียงหญิงสาวคนนี้รูปงามเท่านั้น เธอกับมี วาทะที่เป็นเลิศทั้ง กาพย์และกลอน พระองค์จึงประทานชื่อ ว่า วอล (ซึ่งแปลว่าพระจันทร์) ในการพบกันครั้งนั้นทำให้ องค์รัชทายาท อี ฮวอน เกิดตกหลุมรัก วอล ผู้ซึ่งมีหลายอย่างคล้ายๆกับ ยอน อู อดีตคู่หมั้น ของพระองค์ ที่พระองค์คิดว่า โดนฆ่าไปแล้ว นอกจากนี้ พระองค์ ยังคงตามหาเบื้องหลังการตายของ ยอน อู คู่หมั้น ด้วยตัวเอง แต่สิ่งที่ยากเย็นสำหรับเขาก็คือ เมื่อได้รู้ว่า แม่และน้องสาว มีส่วนรู้เห็นในการตายครั้งนี้ พระองค์ ทรงใช้เวลาตามหาหญิงสาวหลังจากที่ทรงกลับสู่พระราชวั ง แต่พระองค์ต้องทรงพบกับปัญหาในการตามหาตัวนางเพราะตั วตนที่แท้จริงของหญิง สาว...กับเรื่องราวลึกลับในอดีต

ที่สุดแห่งความฮา! รันนิ่งแมน บุกไทยสาดมุกไม่ยั้งร่วม 3 ชั่วโมง
Haha /  Jee Seok Jin / 

ที่สุดแห่งความฮา! รันนิ่งแมน บุกไทยสาดมุกไม่ยั้งร่วม 3 ชั่วโมง ทีกรุ๊ปฯ จัดงานสุดเยี่ยม Yayoi Presents RACE START Season2 in Thailand ขอมอบเหรียญทองรางวัลชนะเลิศให้ไปเลย! สำหรับงาน Yayoi Presents RACE START Season2 in Thailand เอเชียทัวร์แฟนมีตติ้งของเหล่าพิธีกรรายการ รันนิ่งแมน ซึ่งประเดิมเปิดฉากในไทยเป็นพิกัดแรกของตารางทัวร์กันไปแล้วเมื่อวันเสาร์ที่ 27 กันยายน สร้างสรรค์และจัดงานโดย บริษัท ทีกรุ๊ปโฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด จับมือกับ Urban Works Media & Entertainment ประเทศเกาหลีใต้ โดยมีสปอนเซอร์ใหญ่ใจดี ร้านอาหารญี่ปุ่นยาโยอิ ช่วยผลักดันให้งานนี้สำเร็จลุล่วง เติมฝันครั้งหนึ่งในชีวิตของรันเนอร์ชาวไทย (Runner ชื่อเรียกแฟนคลับ Running Man) ให้ได้เจอตัวเป็นๆ ของห้าสมาชิกตัวท็อปแห่งวาไรตี้เกมโชว์อันดับหนึ่งแดนกิมจิ รันนิ่งแมน ที่ยกโขยงกันมาปล่อยมุกสดๆ โชว์เพลงเด็ดๆ แจกลายเซ็นตัวต่อตัวเป็นครั้งแรกในเมืองไทย ณ ห้องเพลนารี ฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เจองานนี้เข้าไปขาประจำงานเกาหลีต่างก็ยกนิ้วให้และพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่คือที่สุดแล้วของความฮาและฟิน! ทั้งขำกลิ้ง ทั้งดูเพลินยิ่งกว่างานไหนๆ ที่เคยจัดมา เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นชาวคณะรันนิ่งแมนทั้งที กองกำลังหลักอย่าง จีซอกจิน (Jee Seok Jin), คิมจงกุก (Kim Jong Kook), ซงจีฮโย (Song Ji Hyo), อีกวางซู (Lee Kwang Soo) และ ฮ่าฮ่า (HaHa) ก็ขนความบันเทิงชนิดนับมุกไม่ถ้วนมาเอ็นเตอร์เทนแฟนๆ ชาวไทย ไม่ว่าจะเป็นเวทีคอนเสิร์ตที่คัดเลือกเพลงมาให้กรี๊ดและฮาเฮกันชุดใหญ่ พร้อมด้วยพลังไฮเปอร์ควบทักษะการแข่งขันเกมสุดมันที่เราเคยประจักษ์กันมาแล้วจากเวอร์ชั่นรายการโทรทัศน์ ซึ่งเมื่อพระอาทิตย์ตกดินก็ได้เวลา Race Start! เริ่มต้นเกมการแข่งขันอีกรูปแบบของชาวคณะรันนิ่งแมน เปิดฉากเรียกเสียงหัวเราะปนเสียงกรี๊ดจากชาวรันเนอร์ไทยแลนด์กันก่อนเลยกับวีทีอาร์เปิดตัวเหล่าสมาชิกในเพลง Destiny ซาวด์แทรคประกอบละครซีรีส์ยอดฮิตเรื่อง You Who Came From The Stars (ยัยตัวร้ายกับนายต่างดาว) จบเพลงแรกพักเบรคพูดคุยทักทายชาวรันเนอร์ที่มาให้กำลังใจกันเนืองแน่นห้องเพลนารี ฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งถึงแม้ว่าพวกเขาจะเคยเดินทางมาไทยก่อนหน้านี้เพียงแค่ไม่กี่ครั้ง แต่ชั้นเชิงพูดไทยของแต่ละคนนั้นเรียกได้ว่าระดับเทพ พี่จมูกโต จีซอกจิน เปิดก่อนใครว่า “สวัสดีครับ จีซอกจินครับ เป็นยังไงบ้างครับ” ด้วยสำเนียงเป๊ะสุดๆ ส่วนสปาต้ากุก คิมจงกุก ก็บอกว่า “สวัสดีครับ คิมจงกุกครับ ผมคิดถึงทุกๆ คนครับ” ตามด้วยแม่ทัพหญิง ซงจีฮโย “สวัสดีค่ะ ซงจีฮโย ยินดีที่พบกันนะคะ” จากนั้นถึงคิวพ่อยีราฟประจำรายการอย่าง อีกวางซู “สวัสดีครับ กวางซูครับ ไทยแลนด์รักนะจุ๊บๆ” ปิดท้ายที่ ฮ่าฮ่า แร็พเพอร์พ่อลูกหนึ่ง “สวัสดีครับฮ่าฮ่าครับ ทุกคนเซ็กซี่สุดๆ” นอกจากนี้เขายังออกปากชมแฟนชาวไทยอีกด้วยว่า เป็นแฟนคลับที่น่ารักสุด เพราะเมื่อครั้งมาถ่ายทำรายการที่ไทย แฟนๆ ที่ตามไปดูก็ให้เกียรติทีมงานอย่างมาก ยืนให้กำลังใจอยู่ห่างๆ ทำให้พวกเขาถ่ายรายการอย่างไม่มีอุปสรรคเลย ในฐานะที่เป็นงานแฟนมีตติ้งของเดอะแกงค์รันนิ่งแมน งานนี้ก็ต้องขอให้พวกเขาโชว์ทักษะและลีลาการแข่งขันเกมให้ชมหน่อยกับธีมเกมเศรษฐี ซึ่งเหล่าสมาชิกรันนิ่งแมนจะต้องทอยลูกเต๋า หากลูกเต๋าสุ่มลงที่ช่องไหนก็จะต้องเล่นเกมหรือถูกลงโทษตามนั้น พี่ใหญ่ ซอกจิน อาสาทอยลูกเต๋าเป็นคนแรก ตกที่พิกัด เกมรีลเลย์ โดยในเกมนี้จะมี 5 เกมย่อย แบ่งผู้โชคดี 10 คนออกเป็น 2 ทีม A และ B โดยมี พี่เสือจงกุก รับหน้าที่เล่น เกมตะเกียบคีบถั่วใส่จาน เป็นเกมแรก จากนั้นก็แตะมือให้ มงจี หรือ จีฮโย หญิงสาวหนึ่งเดียวของทีมที่เจองานหินต้อง ซิทอัพ 50 ครั้ง ซอกจินได้งานถนัดคือเล่น เกมตั๊กจี ให้ผ่าน แล้วจึงแปะมือน้องชายร่างโย่ง กวางซู ที่เจองานง่ายแค่ เกมทำลูกโป่งให้แตก ท้ายสุด ฮ่าฮ่า ต้อง เดาะลูกบอลพู่สีเงินให้ได้ครบ 10 ครั้ง จึงจะสำเร็จภารกิจ ทีมไหนที่ทำเวลาได้น้อยกว่าก็เป็นผู้ชนะไป บรรยากาศบนเวทีตอนเล่นเกมเต็มไปด้วยความคึกคักสนุกสนาน ผู้ชนะในเกมนี้ก็รับไปเลยของที่ระลึกแบบส่วนตั๊วส่วนตัวที่ชาวรันนิ่งแมนแต่ละคนเตรียมมาให้แฟนๆ โดยเฉพาะ นอกจากนี้ทั้งผู้ชนะและผู้แพ้ยังได้ถ่ายรูปโพราลอยด์แบบแนบชิดกับทีมพิธีกรรันนิ่งแมนอีกด้วย เข้าสู่เกมที่ 2 กวางซู รับหน้าที่ทอยลูกเต๋าในเกมนี้ เรียกได้ว่าคนนี้มือดีสุดๆ เพราะทอยลูกเต๋าครั้งแรกก็เจอบทลงโทษเลย! เป็นภารกิจ การอุ้มแฟนคลับลุกนั่งเป็นจำนวน 5 ครั้ง ถึงแม้ว่าจะเป็นบทลงโทษของกวางซู แต่ดูเหมือนว่าน้องนางผู้โชคดีที่โดนอุ้มนั้นจะฟินสุดๆ ไปเลย   เกมต่อมาคือ เกมลูกจุดโทษท้าทาย มีผู้โชคดีอีก 5 ท่านได้ขึ้นมาร่วมสนุก ครั้นจะเตะลูกบอลเข้าประตูเฉยๆ ก็ดูจะธรรมดาไปนิด พี่ๆ เขาเลยจัดอุปกรณ์เสริมทั้งรองเท้าส้นสูง, ผ้าปิดตา, ตีนกบ, ผ้าผูกขา, แว่นตาเลนส์หนาเตอะ แต่ละสิ่งล้วนเป็นตัวช่วยป่วนให้ลำบากขึ้นทั้งสิ้น ถึงแม้ว่าวันนี้ กวางซู จะโชคร้ายโดนบทลงโทษนำร่องไปก่อนแล้ว ในความโชคร้ายยังพอมีโชคดีเข้าข้างอยู่บ้าง พ่อยีราฟเกิดเป่ายิ้งฉุบชนะจึงผ่านเข้ารอบสุดท้ายไปแบบสบายๆ ก่อนทอยลูกเต๋าเล่นเกมกันต่อ และแล้วลูกเต๋าก็สุ่มลงที่ Gold Key งานนี้ส้มหล่นใส่แฟนคลับเพราะมีผู้โชคดีเพียงแค่คนเดียวเท่านั้นที่จะได้ถ่ายรูปพร้อมสมาชิกทั้ง 5 คน แล้วไปต่อกันที่ เกมฝาหม้อวัดดวง กติกาการเล่นก็ง่ายสุดๆ มีหม้อทั้งหมด 5 ใบ แต่จะมีเพียงใบเดียวเท่านั้นที่ไม่สามารถดึงฝาหม้อขึ้นได้ คนที่เจอแจ็คพอตเป็นหม้อใบนั้นจะต้องโดนแฟนๆ ผู้โชคดีทั้งหมดบนเวทีรุมตีหัวเป็นการลงโทษ หลังจากโชคดีในเกมจุดโทษมาแล้ว กวางซู กลับโดนราหูอมอีกครั้ง เมื่อฝาหม้อของเขาไม่สามารถเปิดได้ งานนี้เลยโดนแฟนๆ รุมตีหัวไปตามระเบียบ หัวเราะท้องแข็งไม่ได้หยุดหย่อนกับเกมต่างๆ ไปขนานใหญ่แล้ว ชาวคณะรันนิ่งแมนขอบอกว่า พวกเขาไม่ได้มีดีเพียงแค่นี้! เอ็นเตอร์เทนเนอร์ตัวกลั่นทั้งห้ายังมีโชว์พิเศษมาเซอร์วิสกันต่อ เริ่มต้นที่พี่ใหญ่ จีซอกจิน ขอเปลี่ยนคอสตูมให้ดูเท่กระชากวัยเพื่อแมทช์กับเพลงชื่อ We Are Young ตามติดด้วยสาวสวยมึนอึด ซงจีฮโย ที่ขอพลิกคอนเซ็ปท์ไปโชว์เสียงหวานๆ กันบ้างในเพลง Scent Of A Flower ประกอบละครเรื่อง Emergency Man and Women (คู่รักห้องฉุกเฉิน) ซึ่งเธอรับบทนางเอก จากนั้นยกเวทีให้ Prince of Asia อีกวางซู ที่ขอสลัดคราบตลก ลุกมาโชว์เดี่ยวเปียโนในเพลงสุดเพราะ I Miss You ทำเอาแฟนๆ ในฮอลล์กรี๊ดสลบ แถมชมไม่ขาดปากว่าพ่อยีราฟดูหล่อสุดๆ ไปเลย แต่ไม่ทันขาดคำ เจ้าชายของเราก็เก๊กแตก กลายร่างกลับไปเป็นดาวตลกอีกครั้ง เรียกเสียงฮาจากแฟนๆ ได้สนั่นด้วยลีลาผาดโผน ยืนกลับหลังและตะแคงกายเล่นเปียโน ก่อนจบเพลงถือดอกกุหลาบเดินไปแจกให้แฟนคลับแถวหน้าได้ฟินกันอีกยก จากนั้นผู้ชายเสียงยุง คิมจงกุก ขึ้นเวทีมาในเพลงซึ้งๆ ของตัวเอง A Man และเพลงสากลของ Maroon 5 อย่าง Sunday Morning ปิดท้ายกับแร็พเพอร์พ่อลูกหนึ่ง ฮ่าฮ่า ซึ่งขอเคลียร์เวทีให้เป็นคอนเสิร์ตย่อมๆ ในเมดเล่ย์สุดมัน 3 เพลงรวด ประกอบด้วยเพลงดังของเขาเองอย่าง You Are My Destiny, Rosa และ Super Weeds Man ทำเอารันเนอร์ไทยอดใจไม่ไหว ลุกขึ้นโดดกันลืมเหนื่อยเลยทีเดียว เหล่าสมาชิกกลับออกมาอีกครั้งในช่วงแจมที่พวกเขาร่วมกันทำให้ความสนุกเพิ่มขึ้นอีกทวีคูณ ไม่ว่าจะเป็นเวทีแก้คิดถึง คู่รักวันจันทร์ โดย จีฮโย หยิบเพลงของ แกรี่ อย่าง Turned Of The TV มาร้องโชว์ ซึ่งแม้ว่าแกรี่จะติดภารกิจไม่ได้มาด้วยในครั้งนี้ แต่เรามีตัวแทนเฉพาะกิจอย่าง จงกุก และ ฮ่าฮ่า สวมหน้ากากแกรี่ ออกมาร่วมร้องร่วมโยกสุดน่ารัก ถึงคิวเซอร์ไพรส์สุดกู่กับคู่หู Easy Brother ซอกจิน และ กวางซู ที่โผล่มาในเพลง Trouble Maker ชนิดสเต็ปท่าเต้นเป๊ะประหนึ่งว่า ฮยอนซึง และ ฮยอนอา มาเอง! งานนี้กวางซูลงทุนแต่งหญิงกระชากต่อมฮาสนั่นฮอลล์ได้อีกซีนใหญ่ สลับคิวไปให้ จงกุก ได้หยิบผลงานเก่าของเขาสมัยที่ยังเป็นสมาชิกวง Turbo อย่างเพลง December มาโชว์ร่วมกับน้องชายสุดซี้ ฮ่าฮ่า ได้ฟีลสนุกไปอีกรสชาติ และแล้วเวลาก็เดินทางมาถึงช่วงสุดท้ายของงานแฟนมีตติ้ง หลังจากที่ได้หัวร่องอหายกันไปแล้วร่วม 3 ชั่วโมง แฟนๆ ขอเปลี่ยนบรรยากาศมาทำซึ้ง สารภาพความในใจผ่านวีทีอาร์พิเศษให้สมาชิกรันนิ่งแมนทั้งห้าได้ชม ก่อนหันกลับมาเจอเซอร์ไพรส์ของรันเนอร์ไทยที่พร้อมใจกันทำโปรเจ็กต์ชูป้ายข้อความว่า Keep On RUNNING I’ll be with you จุดนี้ จีฮโย และ กวางซู ถึงกับน้ำตาซึม เอ่ยปากว่า We Love Thailand.. รักเมืองไทยมาก (ภาษาไทย) กันเลย จากนั้นพวกเขาขอเก็บภาพความประทับใจในวันนี้โดยการถ่ายรูปกับแฟนๆ ทั้งฮอลล์ ทิ้งท้ายงานแฟนมีตติ้งด้วยคำสัญญาว่าทีมรันนิ่งแมนจะกลับมาเมืองไทยอีกแน่นอน และพวกเขาทั้ง 5 ก็ขอกลบความซึ้งด้วย 2 เพลงสนุกอย่าง Lovely และเพลงชวนเที่ยวเมืองปูซาน Busan Vacance เป็นการอำลาเวที แต่แน่นอนว่าพวกเขายังกลับไปขึ้นเครื่องบินไม่ได้ ต้องออกมาอังกอร์ตามเสียงเรียกร้องก่อน ด้วยเพลง Hand up ของ 2PM ปิดฉาก Yayoi Presents RACE START Season2 in Thailand แล้วทีมรันนิ่งแมนทั้งหมดก็โค้งตัวและก้มลงกับพื้นแสดงความขอบคุณต่อแฟนชาวไทย เป็นภาพความประทับใจที่เหล่ารันเนอร์และชาวคณะรันนิ่งแมนต้องจดจำขึ้นใจอย่างมิรู้ลืม! เรียกว่าสอบผ่านฉลุยไปอีกหนึ่งผลงานของผู้จัดไฟแรงแจ้งเกิดเรียบร้อยนาทีนี้ บริษัท ทีกรุ๊ปโฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ชมภาพความประทับใจเพิ่มเติม และติดตามงานสนุก-งานดีครั้งต่อไปได้ทาง www.tgroupthai.com หรือออฟฟิศเชียลแฟนเพจ www.facebook.com/Tgroupthai ทวิตเตอร์ @tgroup_thai อินสตาแกรม @tgroupthai ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

The Moon That Embraces the Sun [Soundtrack บรรยายไทย] ตอนที่7
The /  Moon / 

The Moon That Embraces The Sun เป็นเรื่องราวโรแมนติกย้อนยุคซึ่งเกิดขึ้นในสมัยโชซอ น เรื่องราวความรักเกิดขึ้นเมื่อองค์รัชทายาท อี ฮวอน ได้ปลอมตัวเป็นสามัญชนเพื่อออกไปนอกวังกับองครักษ์ แต่เกิดไปติดฝน จึงเข้าไปหลบที่กระท่อมแห่งหนึ่ง จึงได้พบกับหญิงสาวงามคนนึง แต่เธอคารวะพระองค์ 4 ครั้ง นั่นก็หมายความว่า เธอรู้ว่าเขาเป็นพระราชานั่นเอง ก็ฌพราะเธอเป็นคนทรง (ชนชั้นที่ต่ำต้อยที่สุดในยุคนั้น) ไม่เพียงหญิงสาวคนนี้รูปงามเท่านั้น เธอกับมี วาทะที่เป็นเลิศทั้ง กาพย์และกลอน พระองค์จึงประทานชื่อ ว่า วอล (ซึ่งแปลว่าพระจันทร์) ในการพบกันครั้งนั้นทำให้ องค์รัชทายาท อี ฮวอน เกิดตกหลุมรัก วอล ผู้ซึ่งมีหลายอย่างคล้ายๆกับ ยอน อู อดีตคู่หมั้น ของพระองค์ ที่พระองค์คิดว่า โดนฆ่าไปแล้ว นอกจากนี้ พระองค์ ยังคงตามหาเบื้องหลังการตายของ ยอน อู คู่หมั้น ด้วยตัวเอง แต่สิ่งที่ยากเย็นสำหรับเขาก็คือ เมื่อได้รู้ว่า แม่และน้องสาว มีส่วนรู้เห็นในการตายครั้งนี้ พระองค์ ทรงใช้เวลาตามหาหญิงสาวหลังจากที่ทรงกลับสู่พระราชวั ง แต่พระองค์ต้องทรงพบกับปัญหาในการตามหาตัวนางเพราะตั วตนที่แท้จริงของหญิง สาว...กับเรื่องราวลึกลับในอดีต

Slot Machine The First Contact สุดมันส์ โปรดักชั่นอลังการ
Slot Machine /  Slot Machine – The First Contact / 

ผ่านพ้นไปเรียบร้อยกับคอนเสิร์ตของวงร็อคสุดเนี้ยบระดับแถวหน้าของวงการ Slot Machine ในคอนเสิร์ต Slot Machine - The First Contact (สล็อต แมชชีน – เดอะ เฟิร์ส คอนแทค) ท่ามกลาง ความประทับใจของเหล่าแฟนเพลงนับหมื่นคนในอิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี ที่ร่วมกันร้องและแดนซ์กันสุดมันส์ โดย 4 หนุ่ม “วงสล็อต แมชชีน” ทั้ง เฟิร์ส - คาริญญ์ยวัฒ ดุรงค์จิรกานต์ นักร้องนำ, แก๊ก – อธิราช ปิ่นทอง มือเบส, วิทย์ - เจนวิทย์ จันทร์ปัญญาวงศ์ มือกีต้าร์ และ ออโต้ - เศรษฐรัตน์ พังจุนันท์ มือกลอง ใส่กันเต็มเหนี่ยวมีทุกอารมณ์ทั้งเพลงมันส์เพลงซึ้ง โดยมีศิลปินรับเชิญอย่าง “ ปาล์มมี่ - อีฟ ปานเจริญ” ร่วมแจมบนเวทีคอนเสิร์ตในครั้งนี้ด้วย คอนเสิร์ตใหญ่ในรอบ 10 ปีของวง“สล็อต แมชชีน” เปิดซีนได้สุดเท่ห์กับเพลง “รุ้ง” เรียกเสียงกรี๊ดทั่วทั้งฮอลล์ โดยมีฉากหลังเป็นจอแอลอีดีขนาดใหญ่ยักษ์มีกราฟฟิคสร้างสีสันไปตามอารมณ์ในแต่ละเพลง พร้อมแสงจากไฟนับพันดวงสาดส่องบนเวที เรียกว่าอลังการเทียบเท่าคอนเสิร์ตระดับโลกเลยทีเดียว งานนี้สล็อต แมชชีน ขนเพลงฮิตในทุกอัลบั้มมาเล่นอย่างจุใจเกือบสามชั่วโมงเต็ม โดย ในช่วงแรกของคอนเสิร์ตมีเพลง ฝัน,วัคซีน, คำสุดท้าย, พอ, we are the rock, เวิ้งว้าง, ทำใจ และเหนือกาลเวลา เรียกได้ว่าครบทุกรสทั้งเพลงเร็วเพลงช้า จากนั้นเฟิร์สได้บอกแก่แฟนๆว่า “10 ปีแล้ว ที่พวกเราได้มารู้จักกัน เพลงต่อไปขอให้ทุกคนร้องเพลง “รอ” เพื่อเป็นของขวัญให้กับ วิทย์ มือกีต้าร์ของวง ที่มีวันเกิดตรงกับวันคอนเสิร์ตพอดี” ต่อด้วยช่วงโซโล่กีต้าร์ของหนุ่มวิทย์ ตามด้วยเพลง ฤดู,พระอาทิตย์ทรงกลด, ปริศนา และมีคนคิดถึงเธอ ตามด้วยช่วงเวลาเผยเซอร์ไพร้ส์เมื่อ “ปาล์มมี่ – อีฟ ปานเจริญ” ปรากฏตัวบนเวทีร้องเพลง จันทร์เจ้า, ความทรงจำสีจาง ร่วมกับหนุ่มเฟิร์ส ในเวอร์ชั่นอะคูสติค โดยนักร้องสาวขวัญใจสี่หนุ่มวงสล็อต แมชชีน กล่าวว่า “ขอบคุณที่เลือกมี่มาร้องเพลงเพราะๆกับพวกคุณในวันนี้ ดีใจด้วยจริงๆที่คุณมีแฟนๆที่รักคุณ มาชมคอนเสิร์ตกันหนาแน่นมาก ดีใจที่มีวงดีๆแบบพวกคุณ” ก่อนจะปิดท้ายด้วยเพลง อู้ห์ (Ooh) ปาล์มมี่ได้ชวนสี่หนุ่มถอดรองเท้าเล่นคอนเสิร์ตตามสไตล์ของเธออีกด้วย ช่วงท้ายของคอนเสิร์ตเฟิร์ส-แก๊ก-วิทย์-ออโต้ จัดเต็มด้วย เพลง สิ่งหนึ่งในใจ,พลูโตที่รัก, สวนดอกไม้, ลืมโลก, Fighter, ผ่าน, เคลิ้ม และจบด้วยเพลงฮิตตลอดกาลอย่าง จันทร์เจ้า แต่บรรดาแฟนเพลงนับหมื่นยังไม่อยากให้คอนเสิร์ตต้องจบ กระทั่งสี่หนุ่มต้องจัดอังกอร์เพลง “เหนื่อยบ้างไหม” และ “รุ้ง” ให้อีกสองเพลงตามคำเรียกร้อง พร้อมกล่าวขอบคุณแฟนเพลงทุกคนที่สนับสนุนพวกเขามาตลอดระยะเวลา 10 ปี ทำให้มีคอนเสิร์ตใหญ่ของวงสล็อต แมชชีน ปิดท้ายคอนเสิร์ต “สล็อต แมชชีน –เดอะ เฟิร์ส คอนแทค” ด้วยความประทับใจ

The Moon That Embraces the Sun [Soundtrack บรรยายไทย] ตอนที่11
The /  Moon / 

The Moon That Embraces The Sun เป็นเรื่องราวโรแมนติกย้อนยุคซึ่งเกิดขึ้นในสมัยโชซอ น เรื่องราวความรักเกิดขึ้นเมื่อองค์รัชทายาท อี ฮวอน ได้ปลอมตัวเป็นสามัญชนเพื่อออกไปนอกวังกับองครักษ์ แต่เกิดไปติดฝน จึงเข้าไปหลบที่กระท่อมแห่งหนึ่ง จึงได้พบกับหญิงสาวงามคนนึง แต่เธอคารวะพระองค์ 4 ครั้ง นั่นก็หมายความว่า เธอรู้ว่าเขาเป็นพระราชานั่นเอง ก็ฌพราะเธอเป็นคนทรง (ชนชั้นที่ต่ำต้อยที่สุดในยุคนั้น) ไม่เพียงหญิงสาวคนนี้รูปงามเท่านั้น เธอกับมี วาทะที่เป็นเลิศทั้ง กาพย์และกลอน พระองค์จึงประทานชื่อ ว่า วอล (ซึ่งแปลว่าพระจันทร์) ในการพบกันครั้งนั้นทำให้ องค์รัชทายาท อี ฮวอน เกิดตกหลุมรัก วอล ผู้ซึ่งมีหลายอย่างคล้ายๆกับ ยอน อู อดีตคู่หมั้น ของพระองค์ ที่พระองค์คิดว่า โดนฆ่าไปแล้ว นอกจากนี้ พระองค์ ยังคงตามหาเบื้องหลังการตายของ ยอน อู คู่หมั้น ด้วยตัวเอง แต่สิ่งที่ยากเย็นสำหรับเขาก็คือ เมื่อได้รู้ว่า แม่และน้องสาว มีส่วนรู้เห็นในการตายครั้งนี้ พระองค์ ทรงใช้เวลาตามหาหญิงสาวหลังจากที่ทรงกลับสู่พระราชวั ง แต่พระองค์ต้องทรงพบกับปัญหาในการตามหาตัวนางเพราะตั วตนที่แท้จริงของหญิง สาว...กับเรื่องราวลึกลับในอดีต

มาเฟียฟู้ดตะลุย เทศกาลกินเจ 2557 จังหวัดภูเก็ต ตอนที่ 2
กินเจ /  อาหารเจ / 

มาเฟียฟู้ดตะลุย เทศกาลกินเจ 2557 จังหวัดภูเก็ต ตอนที่ 2 บรรยากาศงานประเพณีถือศีลกินผัก ณ ศาลเจ้ากะทู้ เข้าสู่วันที่ 24 กันยายน 2557 เป็นวันแรกของงานประเพณีถือศีลกินผัก มาเฟียฟู้ดพามากันที่ศาลเจ้ากะทู้ ศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุด โดยประกอบพิธีซงเก้งและถากซ้อ (จนถึงวันที่ 2 กันยายน 57) และพิธีจะเกิดขึ้นอีกครั้งในวันที่ 24 ตุลาคม – 01 พฤศจิกายน 57 ถือว่าเป็นการเข้าพิธีกินเจอย่างเต็มตัวในวันนี้ (กำหนดการพิธีกรรมของศาลเจ้ากะทู้ อ่านต่อที่นี่) ในวันที่ 25 กันยายน 2557 ตามมาเฟียฟู้ดมาถึงขบวนแห่พระของศาลเจ้าฮุนจงอ๊าม จ่อสู่ก๊ง นาคา แห่รอบเมืองเป็นวันแรก บรรยากาศคึกคัก การประกอบพิธี”อิ้วเก้ง”หรือแห่พระรอบเมืองของศาลเจ้าฮุนจงอ๊ามจ้อสู่ก้งนาคา แห่ไปตามถนนหนทางต่างๆ รอบเมืองภูเก็ต นักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติต่างกันถ่ายรูปตื่นเต้นกับพิธีกรรมของม้าทรงแสดงอภินิหาร ตามรอยนักชิม ก็ไม่พลาดที่จะนำภาพมาให้สมาชิก MThai ได้ชมกัน แต่ละบ้านจะจัดโต๊ะรับพระ ดอกไม้และเครื่องไหว้ต่างๆ ไว้ตอนรับขบวนแห่พระ เพื่อรับพรจากม้าทรงเป็นสิริมงคล มาเฟียฟู้ดและทีมตามรอยนักชิม ก็รวมรับพรด้วย บรรยากาศขบวนแห่พระของศาลเจ้าฮุนจงอ๊าม จ่อสู่ก๊ง นาคา         ม้าทรง ผู้ซึ่งแทนตัวเองว่า เป็นร่างทรงของเทพเจ้าจีน ลงมาประทับร่างม้าทรงทุกๆเทศกาลกินเจหรือในโอกาสต่างๆ โดยอาการของคนจะเป็นม้าทรง คือ มีอาการสั่น ตบโต๊ะ หัวเราะเสียงดังลั่นราวกับนักรบจีนสมัยโบราณ ก่อนจะใช้อาวุธประจำกายแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ เมื่อตื่นตาตื่นใจกับการมาเทศกาลกินเจที่ภูเก็ตเป็นครั้งของตามรอยนักชิมและมาเฟียฟู้ด เก็บภาพประทับใจจากแรงศรัทธาของชาวภูเก็ตที่มีระยะเวลาอันยาวนาน ไปกันต่อที่ร้านอาหารเจ ได้ชื่อว่ามาเฟียฟู้ดไปถึงถิ่นแล้วไม่รีวิวอาหารเจได้อย่างไร เรามาพักเหนื่อยกันที่ ร้านดอกบัว ร้านอาหารเจชื่อดังในจังหวัดภูเก็ต ที่เปิดขายอาหารเจตลอดทั้งปี ตั้งอยู่ที่บริเวณถนนหงส์หยกอุทิศ ซอยราชพฤกษ์ เปิดมาได้ 8 ปีแล้ว เป็นร้านเจแนะนำอันดับต้นๆ ที่ชาวภูเก็ตแนะนำ รายละเอียดเพิ่มเติม ลูกค้าจะทยอยเข้ามาเรื่อยๆ หลังจากชมขบวนแห่เสร็จ มาเฟียฟู้ดก็เริ่มสั่งเมนูที่ขึ้นชื่อของที่ร้าน ด้วยเมนู เสือร้องไห้เจ ขอบอกว่าเมนูที่แนะนำต่อไปนี้มันคือเมนูเจทั้งหมด โดยผ่านกระบวนการทำดัดแปลงเมนูธรรมดาให้เป็นเมนูเจ ที่รสชาติหลากหลาย    ร้านดอกบัว อาหารเจตลอดทั้งปีที่เมืองภูเก็ต ขอบอกเลยว่าการกินเจของมาเฟียฟู้ดปีนี้พิเศษสุดๆ เพราะได้มากินกันถึงแหล่ง ถ้าได้อยู่ในเมืองภูเก็ตสามารถกินเจกันได้ทั้งปี เพราะอาหารเจที่นี่รสเด็ดมาก ทริปภูเก็ตยังไม่สิ้นสุดแค่นี้ มาเฟียฟู้ดยังพาไปเที่ยวในเมืองภูเก็ตต่อแต่จะเป็นที่ไหนนั้น ติดตามได้ใน food.mthai.com เท่านั้นนะคะ ขอขอบคุณการสนับสนุน จาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ตโทรศัพท์ 07-621-1036,07-621-2213 โทรสาร 07-621-3582อีเมล์ : tatphiket@tat.or.thwww.tourismthailand.orgwww.facebook.com/tatphuket----------------------------------------------------------- มาเฟียฟู้ดตะลุย เทศกาลกินเจ 2557 จังหวัดภูเก็ต ตอนที่ 1

The Moon That Embraces the Sun [Soundtrack บรรยายไทย] ตอนที่4
The /  Moon / 

The Moon That Embraces The Sun เป็นเรื่องราวโรแมนติกย้อนยุคซึ่งเกิดขึ้นในสมัยโชซอ น เรื่องราวความรักเกิดขึ้นเมื่อองค์รัชทายาท อี ฮวอน ได้ปลอมตัวเป็นสามัญชนเพื่อออกไปนอกวังกับองครักษ์ แต่เกิดไปติดฝน จึงเข้าไปหลบที่กระท่อมแห่งหนึ่ง จึงได้พบกับหญิงสาวงามคนนึง แต่เธอคารวะพระองค์ 4 ครั้ง นั่นก็หมายความว่า เธอรู้ว่าเขาเป็นพระราชานั่นเอง ก็ฌพราะเธอเป็นคนทรง (ชนชั้นที่ต่ำต้อยที่สุดในยุคนั้น) ไม่เพียงหญิงสาวคนนี้รูปงามเท่านั้น เธอกับมี วาทะที่เป็นเลิศทั้ง กาพย์และกลอน พระองค์จึงประทานชื่อ ว่า วอล (ซึ่งแปลว่าพระจันทร์) ในการพบกันครั้งนั้นทำให้ องค์รัชทายาท อี ฮวอน เกิดตกหลุมรัก วอล ผู้ซึ่งมีหลายอย่างคล้ายๆกับ ยอน อู อดีตคู่หมั้น ของพระองค์ ที่พระองค์คิดว่า โดนฆ่าไปแล้ว นอกจากนี้ พระองค์ ยังคงตามหาเบื้องหลังการตายของ ยอน อู คู่หมั้น ด้วยตัวเอง แต่สิ่งที่ยากเย็นสำหรับเขาก็คือ เมื่อได้รู้ว่า แม่และน้องสาว มีส่วนรู้เห็นในการตายครั้งนี้ พระองค์ ทรงใช้เวลาตามหาหญิงสาวหลังจากที่ทรงกลับสู่พระราชวั ง แต่พระองค์ต้องทรงพบกับปัญหาในการตามหาตัวนางเพราะตั วตนที่แท้จริงของหญิง สาว...กับเรื่องราวลึกลับในอดีต

ดูไว้พวกจอมพุ่ง! แฟร์เพลย์ บุนเดสลีก้า น่ายกย่อง
กลัดบัค /  คริสตอฟ คราเมอร์ / 

สเตฟาน คุตช์เก้ นักเตะทีม พาเดอร์บอร์น ใน บุนเดสลีก้า โชว์สปิริตสุดยอดโดยเดินไปบอกผู้ตัดสินให้เปลี่ยนใจยกเลิกใบเหลืองของ คริสตอฟ คราเมอร์ กองกลาง กลัดบัค โดยเขาชี้แจ้งว่า คราเมอร์ ไม่ได้โดนตัวเขาเลยซักนิดและจังหวะดังกล่าวเป็นจังหวะลื่นล้มของเขาเอง(ดูคลิปประกอบ) สุดท้ายผู้ตัดสินจึงยกเลิกใบเหลืองของ คราเมอร์ ในที่สุด

The Moon That Embraces the Sun [Soundtrack บรรยายไทย] ตอนที่16
The /  Moon / 

The Moon That Embraces The Sun เป็นเรื่องราวโรแมนติกย้อนยุคซึ่งเกิดขึ้นในสมัยโชซอ น เรื่องราวความรักเกิดขึ้นเมื่อองค์รัชทายาท อี ฮวอน ได้ปลอมตัวเป็นสามัญชนเพื่อออกไปนอกวังกับองครักษ์ แต่เกิดไปติดฝน จึงเข้าไปหลบที่กระท่อมแห่งหนึ่ง จึงได้พบกับหญิงสาวงามคนนึง แต่เธอคารวะพระองค์ 4 ครั้ง นั่นก็หมายความว่า เธอรู้ว่าเขาเป็นพระราชานั่นเอง ก็ฌพราะเธอเป็นคนทรง (ชนชั้นที่ต่ำต้อยที่สุดในยุคนั้น) ไม่เพียงหญิงสาวคนนี้รูปงามเท่านั้น เธอกับมี วาทะที่เป็นเลิศทั้ง กาพย์และกลอน พระองค์จึงประทานชื่อ ว่า วอล (ซึ่งแปลว่าพระจันทร์) ในการพบกันครั้งนั้นทำให้ องค์รัชทายาท อี ฮวอน เกิดตกหลุมรัก วอล ผู้ซึ่งมีหลายอย่างคล้ายๆกับ ยอน อู อดีตคู่หมั้น ของพระองค์ ที่พระองค์คิดว่า โดนฆ่าไปแล้ว นอกจากนี้ พระองค์ ยังคงตามหาเบื้องหลังการตายของ ยอน อู คู่หมั้น ด้วยตัวเอง แต่สิ่งที่ยากเย็นสำหรับเขาก็คือ เมื่อได้รู้ว่า แม่และน้องสาว มีส่วนรู้เห็นในการตายครั้งนี้ พระองค์ ทรงใช้เวลาตามหาหญิงสาวหลังจากที่ทรงกลับสู่พระราชวั ง แต่พระองค์ต้องทรงพบกับปัญหาในการตามหาตัวนางเพราะตั วตนที่แท้จริงของหญิง สาว...กับเรื่องราวลึกลับในอดีต

The Moon That Embraces the Sun [Soundtrack บรรยายไทย] ตอนที่1
The /  Moon / 

The Moon That Embraces The Sun เป็นเรื่องราวโรแมนติกย้อนยุคซึ่งเกิดขึ้นในสมัยโชซอ น เรื่องราวความรักเกิดขึ้นเมื่อองค์รัชทายาท อี ฮวอน ได้ปลอมตัวเป็นสามัญชนเพื่อออกไปนอกวังกับองครักษ์ แต่เกิดไปติดฝน จึงเข้าไปหลบที่กระท่อมแห่งหนึ่ง จึงได้พบกับหญิงสาวงามคนนึง แต่เธอคารวะพระองค์ 4 ครั้ง นั่นก็หมายความว่า เธอรู้ว่าเขาเป็นพระราชานั่นเอง ก็ฌพราะเธอเป็นคนทรง (ชนชั้นที่ต่ำต้อยที่สุดในยุคนั้น) ไม่เพียงหญิงสาวคนนี้รูปงามเท่านั้น เธอกับมี วาทะที่เป็นเลิศทั้ง กาพย์และกลอน พระองค์จึงประทานชื่อ ว่า วอล (ซึ่งแปลว่าพระจันทร์) ในการพบกันครั้งนั้นทำให้ องค์รัชทายาท อี ฮวอน เกิดตกหลุมรัก วอล ผู้ซึ่งมีหลายอย่างคล้ายๆกับ ยอน อู อดีตคู่หมั้น ของพระองค์ ที่พระองค์คิดว่า โดนฆ่าไปแล้ว นอกจากนี้ พระองค์ ยังคงตามหาเบื้องหลังการตายของ ยอน อู คู่หมั้น ด้วยตัวเอง แต่สิ่งที่ยากเย็นสำหรับเขาก็คือ เมื่อได้รู้ว่า แม่และน้องสาว มีส่วนรู้เห็นในการตายครั้งนี้ พระองค์ ทรงใช้เวลาตามหาหญิงสาวหลังจากที่ทรงกลับสู่พระราชวั ง แต่พระองค์ต้องทรงพบกับปัญหาในการตามหาตัวนางเพราะตั วตนที่แท้จริงของหญิง สาว...กับเรื่องราวลึกลับในอดีต

บอร์ดบินไทย เปลี่ยนใจไม่ย้าย 'ไทยสมายล์' ไปดอนเมือง
การค้า /  การบิน / 

บอร์ดการบินไทยแจงไม่ย้ายไทยสมายล์ไปดอนเมืองทั้งหมด เนื่องจากอยู่ระหว่างการฟื้นฟูธุรกิจเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบาย โดยได้มีการพิจารณาไม่ย้ายสายการบินไทยสมายล์ไปสนามบินดอนเมืองทั้งหมดตามที่เคยวางแผนไว้ เนื่องจากเห็นว่าอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างฟื้นฟูธุรกิจของการบินไทยเพื่อให้เป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องกัน นายวรเนติ หล้าพระบาง รักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบมจ.การบินไทย(THAI) กล่าวว่า เหตุผลที่คณะกรรมการบริษัทยังไม่ตัดสินใจย้ายสายการบินไทยสมายล์ไปสนามบินดอนเมืองทั้งหมด เนื่องจากคณะกรรมการเห็นว่าช่วงนี้บริษัทอยู่ระหว่างปรับโครงสร้างทางธุรกิจ ดั้งนั้นการดำเนินการของสายการบินไทยสมายล์ควรจะเป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องกัน ซึ่งทางคณะกรรมการบริษัทรจะดูภาพรวมและผลตอบรับการย้ายไทยสมายล์ไปดอนเมืองว่าประสบความสำเร็จแค่ไหน จึงค่อยกลับมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง โดยสายการบินไทยสมายล์ที่ย้ายไปสนามบินดอนเมืองบางส่วน โดยใช้เครื่องบิน 3 ลำ มีเที่ยวบิน 3 เส้นทาง ได้แก่ ดอนเมือง- เชียงใหม่ ดอนเมือง-ขอนแก่น และดอนเมือง-ภูเก็ต ซึ่งเริ่มบินไปแล้วเมื่อ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา อีกทั้งยังเพิ่มความถี่ของเที่ยวบินดอนเมือง-เชียงใหม่ เพิ่มเป็น 4 เที่ยวต่อสัปดาห์ และเส้นทางดอนเมือง-ภูเก็ต เพิ่มเป็น 3เที่ยวต่อสัปดาห์อีกด้วย MThai News

งามไส้บอลไทย! ลูคัส สาวหมัดใส่ โค้ชหนุ่ย แตกยับเกมกูปรีอุ่นไดโนเสาร์
กูปรีอันตราย /  ขอนแก่น เอฟซี / 

เกิดเรื่องหน้า และฉาวโฉ่อีกครั้ง ในวงการลูกหนังไทย เมื่อเกิดเหตุการณ์วุ่นวายเกม ไดโนเสาร์พิฆาต ขอนแก่น เอฟซี เปิดบ้านอุ่นเครื่องกับ กูปรีอันตราย ศรีสะเกษ เอฟซี โดย ลูคัส ดาเนี่ยล ผู้รักษาประตูจอมโขก ของทีมเยือน ไม่พอใจที่ถูกเปลี่ยนตัว เลยถอดถุงมือขว้างลงพื้น ทำให้ โค้ชหนุ่ย เฉลิมวุฒ สง่าพล กุนซือใหญ่เข้ามาพูดคุย ทว่า ลูคัส ที่อารมณ์ค้างเลยสาวหมัดใส่ใบหน้าทันทีจน โค้ชหนุ่ย คิ้วแตก รวมไปถึงสต๊าฟโค้ชอีกหนึ่งราย ที่พยายามเข้าไปห้ามก็โดนลูกหลงจนคิ้วแตกเช่นกัน โดย ธเนศ เครือรัตน์ ประธานสโมสรศรีสะเกษ เอฟซี เปิดเผยเรื่องดังกล่าวว่า ขณะนั้นผมเองก็อยู่ในเหตุการณ์ แต่ก็มองไม่ชัดมากเท่าไหร่ ซึ่งก็ยอมว่าเกิดขึ้นจริง และเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับทีม อย่างไรก็ตามเราจะกลับไปหาสาเหตุถึงเรื่องนี้ และไม่เฉพาะ ลูคัส ที่จะถูกลงโทษแต่รวมถึงสต๊าฟโค้ชด้วยถ้าผิดจริง