พรก.ฉุกเฉิน

Pokemon GO กับ 9 ข้อที่ควรปฏิบัติจากชาวญี่ปุ่น
Pokemon GO /  โปเกมอน

ญี่ปุ่นประกาศ 9 ข้อที่ควรปฏิบัติ วิธีเล่นโปเกมอนโกอย่างปลอดภัย Pokemon GO ได้เปิดให้บริการแล้วในหลายๆ ประเทศ และในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีข่าวดีและข่าวร้ายเกิดขึ้นมากมายที่มีสาเหตุมาจากการเล่นเกมโปเกมอน ทั้งอุบัติเหตุและอาชญากรรม หน่วยงานราชการที่ดูแลด้านความปลอดภัยของโลกไซเบอร์ (the country's government cybersecurity agency) ของทางญี่ปุ่นก็ไม่นิ่งนอนใจเรื่องความปลอดภัยของเกมเมอร์ จึงได้โพสต์ทวิตเตอร์แจ้งบรรดาโปเกมอนเทรนเนอร์ให้ทราบถึง 9 ข้อที่ควรปฏิบัติในการเล่นเกม Pokemon GO เพื่อความสนุกและปลอดภัยครับ แปลคร่าวๆ ได้ดังนี้นะครับ ซึ่ง Mthai Game ขอเปรียบเทียบกับบ้านเราไปด้วยในตัว ป้องกันข้อมูลส่วนตัวเสมอ-สำคัญมากครับไม่ว่าจะที่ไหน พาสเวิร์ดหรือหมายเลขต่างๆ ที่เป็นส่วนตัว หรือการแชร์ภาพมั่วซั่วก็เป็นอันตรายทั้งนั้นครับ ระวังเรื่อง App ปลอม และโปรแกรมโกงต่างๆ-อันนี้ก็เช่นกันครับ การโหลด App ที่ไม่น่าเชื่อถือหรือโปรแกรมโกงต่างๆ อาจทำให้โทรศัพท์ของเราถูกเจาะข้อมูลได้ อย่าออกไปจับโปเกมอนในสภาวะที่อากาศเลวร้าย-เรื่องนี้บ้านเราอาจจะไม่ซีเรียสเท่าญี่ปุ่น เพราะเรามีแต่ร้อนกับร้อนมาก แม้ว่าช่วงนี้ฝนจะตกก็ตาม แต่บ้านเค้ามีทั้งแผ่นดินไหว สึนามิ อันตรายกว่าเราเยอะครับ เนื้อหาในภาพเค้าบอกให้ดาวน์โหลด App พยากรณ์อากาศไว้เลยนะ ระวังเรื่องไข้ความร้อน-Heat Stroke นั่นเองครับ บ้านเราน่าจะคุ้นๆ คำนี้อยู่ เป็นสภาวะที่ร่างกายร้อนจัดจากคลื่นความร้อน เช่นตากแดดมากๆ หรืออากาศร้อนมากๆ ทำให้อาจน็อคไปเลยก็ได้ ดังนั้นร้อนมากๆ อย่าไปตากแดดจับโปเกมอนเลย เดี๋ยวจะป่วยเอาง่ายๆ พกแบตเตอรี่สำรองติดตัว-แน่นอนครับ เล่นจนแบตหมดไม่รู้ตัวเป็นกันเยอะ เตรียมวิธีการสำรองอื่นๆ ในการติดต่อครอบครัว-ที่ญี่ปุ่นยังใช้โทรศัพท์สาธารณะกันอยู่นะครับ แต่บ้านเราเดี๋ยวนี้หาแทบไม่เจอแล้ว ฉุกเฉินขึ้นมาไม่รู้ทำไงเหมือนกัน ญี่ปุ่นเค้าดูแลคนของเค้าดีจริงๆ อย่าเข้าไปในพื้นที่อันตราย-ข้อนี้ก็เช่นกันครับ สุ่มสี่สุ่มห้าเดินเข้าไป เกิดเรื่องมาหลายที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นบ้านคน สวนสัตว์เป็นข่าวกันมาแล้ว หลีกเลี่ยงการพูดคุยหรือพบปะคนแปลกหน้า-รู้หน้าไม่รู้ใจครับ เป็นเหมือนกันทุกที่ อย่าเดินไปใช้โทรศัพท์ไป-นี่ก็เป็นข่าวมาแล้วเหมือนกัน ไม่ต้องเล่นเกมหรอกครับ เดินๆ แชทไลน์อยู่ดีๆ มีคนวิ่งมาฉกไปจากมือเฉยเลยก็มีมาแล้ว นี่คือความใส่ใจของคนญี่ปุ่นด้วยกันเองครับ สังเกตว่าเค้าไม่โทษเกมเหมือนคนแถวนี้นะครับ เพราะเกมมันสร้างรายได้สร้างเศรษฐกิจ แต่เค้าจะเตือนให้เราดูแลตัวเองกันไว้ก่อน ร่วมแสดงความคิดเห็นกันได้ง่ายๆ ด้วยการแชร์เรื่องราวและคอมเม้นท์ความคิดเห็นของคุณครับ ^^ App ตามรอยโปเกมอนโกมียอด Download สูงสุดใน App Store ติดตามข่าว Pokemon GO เพิ่มเติมได้ที่นี่-->[click] ที่มา Mashable

Hello Filmmaker ทำ 'เอ็มวี' สวัสดีวงการหนัง
Hello Filmmaker /  มิวสิควิดีโอ / 

โดย ชลนที พิมพ์นาม (ตีพิมพ์ครั้งแรก ในนิตยสาร BIOSCOPE ฉบับ 146 / มีนาคม 2014) กลุ่มเพื่อนและพี่น้องจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาวิชาภาพยนตร์และดิจิตอลมีเดีย ที่มารวมตัวกันในชื่อ ‘ฮัลโหล ฟิล์มเมกเกอร์’ Hello Filmmaker พร้อมกับสร้างชื่อกับงานมิวสิควีดีโอ หลากหลายแนวเพลงและศิลปิน เช่นเพลง ‘ขอ’ ของวง LOMOSONIC ที่กลายเป็นกระแสฮือฮาในโซเชียลเน็ตเวิร์คเพียงข้ามคืน หรือล่าสุดกับหนังสั้น The Only One ที่กลายเป็นไวรัลดังที่มีผู้คลิกชมกว่า 2 ล้านวิวในสองวัน เราจึงขอพาเพื่อนๆ ไปรู้จักพวกเขาทั้ง 7 คนให้มากยิ่งขึ้น ‘ฮัลโหล ฟิล์มเมกเกอร์’ ประกอบไปด้วยสมาชิก 7 คน ได้แก่ ฐิติพงศ์ เกิดทองทวี (ผู้กำกับหลักของกลุ่ม), ภัทรภร วีระศักดิ์วงศ์ (โปรดิวเซอร์และผู้กำกับ), โชติรัตน์ วารีรัตนโรจน์ (โปรดิวเซอร์, ผู้กำกับ, กำกับศิลป์ และแคสติง) วรกร ฤทัยวาณิชกุล (โปรดิวเซอร์, กำกับภาพและคัลเลอร์ลิสต์), ทิพย์วิมล พิพัฒนโยธะพงศ์ (โปรดิวเซอร์), สุทธิชัย เหลืองอมรเลิศ (กำกับภาพ) และ จิรพงษ์ พุฒจ้อย (กำกับศิลป์) โดย ฐิติพงศ์เล่าความเป็นมาของกลุ่มให้ ฟังว่า “พวกเราก็รู้จักกันตั้งแต่สมัยผมอยู่ปี 3 ที่ แบบทำงานด้วยกัน ลองทำหนังสั้นส่งประกวด ดู ก็ทีมประมาณนี้เลย แต่ตอนนั้นยังไม่ได้ตั้งชื่อ ก็ช่วยกันไปช่วยกันมา ทำหนังทีสิสจบของแต่ละ คน คือใครเก่งด้านไหนก็มาช่วยเหลือกัน ซึ่ง กลุ่มเราก็จะหน้าเดิมๆ มาตลอด” ทุกคนเริ่มรวมตัวกันอย่างจริงจัง เมื่อฐิติพงศ์ตัดสินลาออกจากงานประจำโดยคำยุจากเพื่อนๆ นั่นเอง “หลังจากจบทุกคนก็แยก ย้ายกันไป ก็ไปทำงานบ้าง บางคนก็กำลังจะเรียนต่อ ซึ่งตอนนั้นพี่พงศ์ ฐิติพงศ์ก็คุยกับเราว่า มีโปรเจ็คต์เป็นวีดีโอไวรัลอยู่ชิ้นหนึ่ง เขามีทุนให้แสนหนึ่ง ซึ่งสำหรับเราตอนนั้นแสนหนึ่ง มันเยอะมาก ตอนนั้นด้วยความคึกคะนองก็ยุๆ กันว่าลาออกจากงานประจำมาทำกันสิ ซึ่ง สุดท้ายก็ทำกันจริงๆ (หัวเราะ) เลยต้องมารวมตัวกัน แถมสุดท้ายงานแรกที่บอกว่าจะได้แสนหนึ่ง เอาจริงๆ เขาก็จ่ายแค่ 3 หมื่นเอง (หัวเราะ)” ภัทรภรเล่า แต่โชคดีที่ฐิติพงศ์ ได้รับการติดต่อจาก รุ่นพี่ที่ทำงานเก่าว่ามีงานชิ้นหนึ่งอยากให้ตน ลองทำ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของงานในสายมิวสิควีดีโอ “คือพี่เขาปฎิเสธเอ็มวีไปงานหนึ่ง เขาก็เลยโทรมาหาผมว่าสนใจไหม ถ้าสนใจก็ลองไปขายดู มันคือเพลง ‘เรือชูชีพ’ ของวงสมเกียรติ เราก็เอาว่ะ ก็เดินเข้าไปขายที่สมอลรูม ปรากฏว่าได้ทำ และก็มีฟีดแบ็กกลับมาดีเลยได้ทำมาเรื่อยๆ” ชื่อทีมว่า ‘ฮัลโหล ฟิล์มเมกเกอร์’ ที่แม้ถูกตั้งขึ้นมาอย่างเร็วๆ และเหมือนจะมาด้วยความบังเอิญ แต่ก็แฝงไว้ด้วยนัยยะที่ทุกคนในทีมเข้าใจตรงกัน จึงทำให้มุมมองและวิธีคิดในการทำมิวสิควีดีโอหรืองานทุกๆ ชิ้นของทีมนี้ เปรียบเสมือนแบบฝึกหัดในการทำหนัง อันเป็นเป้าหมายสูงสุดของทีมนั่นเอง ฐิติพงศ์กล่าวว่า “จริงๆ พวกเราหนีไม่พ้นอยู่แล้วว่าอยากทำหนังในวันใดวันหนึ่ง แล้วการทำเอ็มวีมันก็สนับสนุนการเล่าเรื่องประมาณหนึ่งอยู่ ผมก็พยายามกำหนดโจทย์ว่า เอ็มวีนี้ ลองเล่าเรื่องแบบนี้ดู อย่างทำงานสไตล์เดี้ยงๆ เซอร์ๆ แบบใน ‘โอมจงเงย’ ทำสารคดีปลอมกองถ่ายตัวเองใน ‘วู้ ฮู’ คือผมชอบงานเอ็มวีที่มีเส้นเรื่อง มีการเล่าเรื่องที่ชัดเจนมากกว่า” คิดจากกรอบทดลองให้รู้สึก ฐิติพงศ์เล่าวิธีคิดในการทำงานให้ฟังว่า “ยุคแรกๆ เหมือนเราทำด้วยความทะเยินทะยาน อยากลองของ เอาไอเดียต่างๆ มาคลุม เพื่อพิสูจน์ว่าเราทำงานแบบนั้นได้ แต่พอยุคหลังๆ ทำมาสามปี ก็รู้สึกว่างานบางประเภทมันไม่มียุคสมัย มันเหมือนหนังสูตรเรื่องหนึ่ง แต่มันจะอยู่ได้ยาวนานกว่า” “คือพงศ์เขาจะมานั่งแกะงานที่ชอบมารื้อดูว่าเพราะอะไรเอ็มวีแบบนี้ถึงทำให้เรารู้สึกสนุกหรือเศร้าได้ เหมือนการทดลองทางวิทยาศาสตร์ แล้วค่อยเอาวิธีการมาใช้” ภัทรพรกล่าว ซึ่งสุทธิชัยก็เสริมว่ากับมิวสิควีดิโอสุดฮิตอย่าง ‘ขอ’ ที่แม้จะมีโครงสร้างการเล่าเรื่องที่ครอบไว้ประมาณหนึ่ง แต่ก็ยังมีความสนุกใน การทดลองทำอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ “คือเพลง ‘ขอ’ เนี่ย ด้วยโครงเรื่องมันน่าจะเศร้าแน่ๆ แต่ เวลาทำก็จะไม่ได้ตั้งใจให้คนดูรู้สึกฟูมฟาย แต่เราอยากให้คนดูรู้สึกว่ามันสมจริงมากที่สุด ให้เขารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่เกิดในยุคสมัยของพวกเขาจริงๆ” จากเอ็มวียุคแรกๆ ที่นำไอเดียหรือคอนเซ็ปต์ต่างๆ มาครอบชิ้นงานเอาไว้ สู่งานเน้นเส้นเรื่องและอารมณ์ความรู้สึกตามเพลงมากยิ่งขึ้น คือวิธีคิดที่เปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปตามวุฒิภาวะที่เติบโตขึ้นของทีมงานนั่นเอง ร่วมผลงานที่น่าสนใจของ Hello Filmmaker  ‘เรือชูชีพ’ - สมเกียรติ (2011) https://www.youtube.com/watch?v=55JewP6SFq0 จากงานชิ้นแรกของทีม นำเสนอภาพอันมืดครึ่มประหนึ่งพายุใหญ่กำลังจะมา บรรยากาศอันหม่นเข้มช่วยขับให้วงร็อคหน้าใหม่อย่าง สมเกียรติ ดูดีมีสง่าราศีขึ้นมาทันตา จนทำให้ทีมได้มีโอกาสทำงานกับวงร็อคหน้าใหม่อีกหลายวงในเวลาต่อมา ‘นาฬิกา’ Clock – Friday (2012) https://www.youtube.com/watch?v=K58ipQHtrCg การถ่ายแบบลองเทคในมิวสิควีดีโออาจไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ทีมก็เลือกนำเสนอเพลงนี้ให้ท้าทายขึ้นไปอีก โดยเปรียบเปรยเนื้อเพลงเป็นภาพจำที่สถิตย์อยู่ตามมุมต่างๆ ในบ้าน ด้วยการใช้นักแสดง 10 คนเคลื่อนที่ไปตามจุดต่างๆ หลังกล้องได้อย่างต่อเนื่อง ‘โอมจงเงย’ – สแตมป์ Feat. โจอี้ บอย, ตู่ ภพธร (2012) https://www.youtube.com/watch?v=iZJm2xNvjTU งานที่เกรียนตั้งแต่นักร้องยันเพลง การเดินเรียงแถวแบบสโลว์โมชั่นอย่างในหนังฮ่องกงผสมหนังฮอลลีวูดกู้โลก หรือมุกการตายด้วยอุปกรณ์สื่อสารชนิดต่างๆ กลายเป็นการยั่วล้อกับเนื้อเพลงได้แสบใช่เล่น ‘จนวันสุดท้าย’ (Till I Die) - SQWEEZ ANIMAL Feat แป๋ง Yellow Fang (2012) และ แดนเนรมิต - BIG ASS (2012) https://www.youtube.com/watch?v=qWslbu3DhN0 https://www.youtube.com/watch?v=5sOSV-_aj8Y ‘จนวันสุดท้าย’ คือจุดเปลี่ยนของทีมในการเริ่มมาทำมิวสิควีดิโอที่เน้นการเล่าเรื่องมากขึ้น โดยทดลองเอาความเมโลดรามา ที่หยิบยืมสไตล์หนังโฆษณาประกันชีวิตชื่อดังมาทำใหม่ในเชิงบูชาครู กลายเป็นมิวสิควีดิโอตัวแรกๆ ของทีมที่ตั้งใจจะทำให้เป็นเหมือนกับหนังสั้นสักเรื่องหนึ่ง จนมาถึงมิวสิควีดีโอเปิดตัววง (อีกรอบ) ของ BIG ASS ที่สุดท้ายก็แตกหน่อกลายเป็นหนังสั้นความยาวแปดนาที ‘เที่ยงคืนสิบห้านาที’ - 25 hours (2012), ‘แค่เท่านั้น’ - Better Weather (2012) และ ‘ขอ’ (WARM EYES) – LOMOSONIC (2014) https://www.youtube.com/watch?v=uozAhIkHWhI https://www.youtube.com/watch?v=J1k0iQXy19c https://www.youtube.com/watch?v=tUuqWFExZgY สามเพลงนี้มีการพูดถึงประเด็นเรื่องความรักที่ผ่านพ้นไปแล้ว แต่ไม่อาจตัดขาดจากกันได้อย่างสิ้นเชิงเพราะเทคโนโลยี โดยเฉพาะการสื่อสารด้วยตัวอักษร ตั้งแต่ยุคส่งเอสเอ็มเอส ไปจนถึงโซเชียลเน็ตเวิร์ครุ่นแรกๆ ในบ้านเราอย่าง ไฮไฟว์ จนมาถึงยุคเฟซบุ๊ค ซึ่งทั้งหมดล้วนสะท้อนภาพความสัมพันธ์ของคนในยุคปัจจุบันที่ทั้งลื่นไหลและแสนเปราะบาง รวมไปถึงการกลัดติดสัญลักษณ์ทางการเมืองใน ‘แค่เท่านั้น’ นอกจากสามารถเล่าถึงยุคสมัยในเนื้อหาได้แล้ว ยังสะท้อนให้เห็นความสนใจทางการเมืองของคนรุ่นนี้ ในรูปแบบที่แตกต่างจากยุคก่อนๆ ได้อีกด้วย ปัจจุบัน และอนาคต ‘ฮัลโหล ฟิล์มเมกเกอร์’ ยังคงสนุกในการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านมิวสิควิดีโออย่างต่อเนื่อง โดยมีงานที่น่าจดจำและพูดถึงมากมาย ทั้งการร้อยเรียงช่วงเวลาของการลาจากคนที่รักหลากหลายรูปแบบใน ‘ไม่เคย’ - 25 hours, Message In A Bottle ของวง Part Time Musicians ที่ใช้ภาพมากมายเล่าวิถีของความรักจากจุดเริ่มสู่จุดจบ, 'เพื่อนรัก' (Dear Friend) - The Parkinson เรื่องเพื่อนแอบรักเพื่อนที่เชื่อเชิญให้ผู้ชมได้เห็นความลื่นไหลของเพศสภาพในปัจจุบัน, หนังสั้น Dear Stranger การสะท้อนความสัมพันธ์ที่ไม่อาจรู้ว่าอะไรจริงหรือลวงในโลกออนไลน์มาจนถึงงานล่าสุด หนังสั้น The Only One ที่พวกเขาหยิบยืมสูตรสำเร็จของหนังรอมคอมมาเล่าในเวลาอันจำกัดได้อย่างน่าสนใจ ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นความพยายามในการเล่าเรื่อง ที่สะท้อนให้เห็นถึงความฝันในการทำหนังยาวเรื่องแรกของกลุ่มซึ่งยังคงมีอยู่เสมอจนถึงทุกวันนี้ https://www.youtube.com/watch?v=v0UvOsCi8mc https://www.youtube.com/watch?v=ZTwd7kekzTs https://www.youtube.com/watch?v=EPZfaGPP3cA&feature=youtu.be https://youtu.be/RK6zRUaoB7E https://www.youtube.com/watch?v=i97I3KIsAZI ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก (ละครเย็น) , เรื่องย่อร้อยป่าไว้ด้วยรัก (ละครเย็น)
ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก /  ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก ทางช่อง 3 / 

ร้อยป่าไว้ด้วยรัก บทประพันธ์โดย : ฐิญาดาบทโทรทัศน์โดย : ฝนพรำ, นฤมล, ศุภวรรณกำกับการแสดงโดย : ปวิตร ตรีเมฆ (พี่ปู)ออกอากาศทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 19.35-20.35 น. และวันศุกร์ เวลา 19.05-19.50 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อ ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก คนเราจะมองที่ภาพลักษณ์อย่างเดียวไม่ได้ เนื้อแท้ของคนสำคัญที่สุด โครงการตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงเป็นนักอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ เป็นเพราะพระราชดำริของพระองค์จึงทำให้เกิดให้มีการปลูกป่า ที่คนและสัตว์ สามารถอยู่ร่วมกันได้โดยไม่ต้องทำลายป่า ศูนย์ศิลปาชีพที่เสริมสร้างอาชีพและรายได้ ให้เกิดขึ้นกับทั้งคนไทยและคนไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง ที่เคยแต่ทำไร่เลื่อนลอย หาของป่าขาย ที่สำคัญจะได้ไม่คิดทำลายป่าต่อไป พรนับพัน เกิดในครอบครัวที่คนอื่นมองว่าสมบูรณ์พร้อม คุณพรพรรณราย ผู้เป็นแม่เป็นนักสังคม สงเคราะห์ชื่อดัง ส่วนผู้เป็นพ่อคือคุณเมธี เป็นข้าราชการระดับสูงในกระทรวงผู้ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย และกำลังเจริญก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงาน ครอบครัวของพรนับพัน ถูกยกย่องให้เป็นครอบครัว ตัวอย่าง ถูกสัมภาษณ์ลงหนังสือนิตยสารอยู่บ่อยครั้ง แต่แท้จริงแล้วเป็นการสร้างภาพทั้งสิ้น คุณเมธีเป็นคน นิสัยเจ้าชู้มีบ้านเล็กบ้านน้อยอยู่เสมอ คุณพรพรรณรายก็ไม่ได้เป็นผู้หญิงจิตใจประเสริฐดุจแม่พระดั่งภาพ ที่ใคร ๆ เห็น ต้องทนเก็บความช้ำชอกในการกระทำของสามีไว้ในอก ไม่สามารถแสดงให้ผู้อื่นเห็นได้ เพื่อรักษาหน้าตาในวงสังคม ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก คุณเมธีกับคุณพรพรรณรายทะเลาะกันจนถึงขั้นต้องแยกห้องกันนอน คุณพรพรรณรายจึงมักชอบมาระบายอารมณ์ใส่พรนับพัน ทำให้พรนับพันกลายเป็นคนชอบประชดประชันทั้งที่รู้ว่าเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง ตั้งแต่เรื่องการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ที่คุณพรพรรณรายอยากให้สอบเข้าของรัฐบาล พรนับพันก็ไปสอบเข้าเอกชน ทั้งที่เป็นคนเรียนเก่ง คุณพรพรรณรายบอกให้แต่งตัวเรียบร้อย พรนับพันก็แต่งตัวตรงกันข้าม คุณพรพรรณรายชอบยกเอาปรางวลัยบุตรสาว ของคนรู้จักมาพูดเปรียบเปรยให้พรนับพันฟัง ว่าเรียนเก่งจบมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศ และยังสอบเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยติดท็อปไฟว์ ของอเมริกา วันหนึ่งพรนับพันไปงานเลี้ยงสำคัญกับผู้เป็นแม่และเจอปรางวลัย ทำให้พรนับพันรู้ว่าที่แท้ ปรางวลัยคนที่แม่ของเธอเอาไปพูดให้ฟังนั้น เป็นคนคนเดียวกับปรางวลัย ซึ่งเป็นเพื่อนของวิลาสินี เพื่อนของเธออีกทีหนึ่ง ปรางวลัยจำพรนับพันไม่ได้ จึงคุยโอ้อวดอย่างโน้นอย่างนี้ และบอกว่าเพิ่งจบจากบอสตัน ทำให้พรนับพันรู้ว่าที่แม่ของปรางวลัยไปคุยอวดกับแม่ของเธอนั้นไม่ใช่เรื่องจริง พรนับพันรู้ว่าบอสตันไม่ใช่มหาวิทยาลัยติดท็อปไฟว์อย่างที่ปรางวลัยคุยอวดแต่อย่างใด จึงถามออกไปว่าจำเธอไม่ได้หรือ เคยเจอกัน ตอนงานฉลองเรียนจบชั้นมัธยมเมื่อหลายปีก่อน และยังพูดเรื่องที่แม่ของเธอบอกว่า ปรางวลัยจบจากมหาวิทยาลัยท็อปไฟว์ของอเมริกา คำพูดของพรนับพันสร้างความโกรธให้กับปรางวลัยมาก เพราะคิดว่า พรนับพันจงใจฉีกหน้า พรนับพันไปงานวันเกิดของเพื่อนในผับแถวทองหล่อ และถูกผู้ชายที่มาเที่ยวและอยู่ในอาการเมา มาชวนไปเที่ยวต่อ เพราะคิดว่าเป็นผู้หญิงอย่างว่า พรนับพันก็ตอบโต้ออกไปอย่างโมโหว่าเธอไม่ใช่ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวอยู่ในสายตาของพันตรีแสนคม นายทหารจากกองพลพัฒนาประจำอยู่ที่สวนป่าเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นโครงการในพระราชดำริ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ แสนคมลาพัก มาเยี่ยมครอบครัวที่กรุงเทพโดยมีร้อยเอกบดินทร์ซึ่งทำงานอยู่ที่เดียวกัน และสนิทสนมกันตั้งแต่สมัยเรียน เตรียมทหารตามมาเที่ยวที่บ้านด้วย ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก แสนคมมาเที่ยวกับเพื่อนสนิทคือพันตรีกิตติ พันตรีธีรดนย์ พันตรีอภิเชษฐ์ รวมทั้งบดินทร์ด้วย แสนคมมองพรนับพันในชุดสุดเปรี้ยวอย่างเสียดาย เขาคิดว่าหน้าตาก็สะสวยน่าจะแต่งตัวให้มิดชิดกว่านี้ แต่แปลกที่สายตาของแสนคมมักจะวนเวียนไปทางพรนับพันบ่อย ๆ จนถูกเพื่อน ๆ แซว แสนคมแก้ตัวบอกว่าที่มองเพราะคิดว่าถ้าเป็นน้องเป็นนุ่งจะจับมาตีก้นให้เข็ด พรนับพันไม่รู้เลยว่า จากเหตุการณ์ที่มีผู้ชายเมามาจับไหล่ อยู่ในสายตาของปรางวลัยที่มาเที่ยวกับเพื่อน และมาเห็นเข้าโดยบังเอิญ เพราะความเจ็บใจที่ถูกฉีกหน้าครั้งนั้น ปรางวลัยจึงจงใจใช้มุมกล้อง ช่วยถ่ายทำให้เหมือนกับผู้ชายคนดังกล่าวโอบไหล่ ตั้งใจจะส่งไปให้ผู้เป็นแม่ของพรนับพันดู และยังเข้าไป ทักพรนับพันกับเพื่อน ๆ ที่โต๊ะวันสุดท้ายของการลาพัก แสนคมแวะไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้า แล้วเจอกับพรนับพันอีก ในชุดกางเกง ขาสั้นกับเสื้อยืดพอดีตัว ทำให้แสนคมนึกในใจว่าสมควรแล้วที่ถูกมองเป็นผู้หญิงอย่างว่า ตัวพรนับพันเองก็สงสัยที่จู่ ๆ ก็ถูกผู้ชายหน้าตาหล่อเหลามองด้วยสายตาดุ ๆ ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน พรนับพันกลับไปบ้าน แต่งตัวเตรียมตัวไปงานแต่งงานเพื่อนในตอนเย็น แต่ก็ทะเลาะกับ คุณพรพรรณรายซะก่อน เพราะปรางวลัยส่งรูปที่ถ่ายในผับไปให้ดู ทั้งที่พรนับพันพยายามจะอธิบายเรื่องราว ให้รู้แต่คุณพรพรรณรายไม่ฟัง และบอกว่าคนที่ส่งรูปมาให้ดูคือปรางวลัย ทำให้พรนับพันเดาได้เลยว่า ปรางวลัยมีจุดประสงค์อย่างไรในการทำเช่นนี้ ด้วยความโกรธบวกกับเสียใจ ที่คุณพรพรรนรายเชื่อคนอื่น มากกว่าลูกตัวเอง ทำให้พรนับพันพูดออกไปว่า ที่พ่อต้องไปมีผู้หญิงอื่นก็เพราะแม่เป็นแบบนี้ ทำให้คุณพรพรรณรายลุแก่โทสะตบหน้าสร้างความเสียใจให้กับพรนับพันมาก จนบอกว่าจะไม่อยู่บ้านนี้อีกแล้ว และทิ้งคำพูดไว้ให้คุณพรพรรณรายคิดว่า ถ้ามีลูกจะไม่เอาคนอื่นมาเปรียบเทียบกับลูกของตัวเองเป็นอันขาด และจะเชื่อใจคนในครอบครัวมากกว่าคนอื่นพรนับพันผลุนผลันขับรถออกจากบ้านไปอย่างไร้จุดหมาย ที่ผ่านมาแม้จะมีปากเสียงกับมารดา แต่ไม่เคยรุนแรงถึงขั้นถูกตบหน้า และแล้วพรนับพันก็นึกถึงป้าพวงคนเลี้ยงตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ ที่เธอมักจะยึด อีกฝ่ายไว้เป็นที่เป็นที่ระบายความในใจต่าง ๆ เวลามีปัญหา ป้าพวงลาออกไปอยู่บ้านต่างจังหวัด เมื่อสองปีก่อน แต่ก็ติดต่อกันอยู่เสมอ ตอนแรกพรนับพันคิดจะโทร. ไปหาก่อน แต่ก็เปลี่ยนใจเพราะ ถ้าโทร. ไปก็คงถูกยับยั้งไม่ให้ไป จึงคิดจะไปตายเอาดาบหน้าดั้นด้นไปหาด้วยตัวเอง ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก พรนับพันรู้ว่าป้าพวงกลับไปอยู่ที่หมู่บ้านห้วยม่วงในอำเภอสวนผึ้ง เมื่อขับรถถึงตัวอำเภอ พรนับพัน ก็ถามเส้นทางกับเด็กปั๊ม หลังเดินทางไปได้ค่อนทางด้วยความไม่ชำนาญ พรนับพันก็ขับรถหลงทางไปไหน ไม่ถูก สร้างความหวาดกลัวให้กับตัวเธอมาก ภาวนาให้มีรถวิ่งผ่านมาเพื่อจะได้ขอความช่วยเหลือ ไม่นาน พรนับพันก็เห็นรถวิ่งมาก็รู้สึกดีใจ แต่ยังไม่กล้าเปิดประตูลงไปเพราะไม่รู้ว่าเป็นคนดีหรือคนร้ายพันตรีแสนคมคือคนที่ขับรถผ่านเข้ามา เพื่อกลับเข้าไปยังสถานที่ทำงานคือสวนป่าเฉลิมพระเกียรติ แสนคมเพิ่งกลับมาจากการลาพักที่กรุงเทพ ครั้นเห็นรถคันหรูหราจอดอยู่ ก็เกิดความสงสัยว่าใครกันมา จอดรถในเวลามืดค่ำเช่นนี้ และที่สำคัญในสถานที่ที่เปี่ยมไปด้วยอันตรายอย่างที่นี่ เพราะแถบนี้เป็นพื้นที่แนวตะเข็บชายแดนที่มีพวกชนกลุ่มน้อยอย่างพวกทหารกะเหรี่ยง ที่มักจะถูกทหารพม่ากวาดล้างหลบหนีเข้ามาอยู่บ่อย ๆ แสนคมขับรถเข้าไปใกล้ ๆ ก็มองเห็นว่าคนอยู่ในรถเป็นผู้หญิง ยิ่งทำให้สงสัยมากขึ้น แต่เมื่อเห็นคนในรถชัดเจนแสนคมก็แปลกใจ เพราะผู้หญิงที่นั่งอยู่ในรถและแต่งตัวราวกับจะไปงานเลี้ยง คือคนที่เขาเคยเจอถึงสองครั้งแต่คนละสถานที่เมื่อหลายวันก่อน ไม่นึกว่าจะมาอีกในกลางป่าเช่นนี้ แล้วความรู้สึกที่ตามมาของแสนคมคืออาการใจหาย เพราะหากว่าไม่เจอเขาแล้ว ไปเจอพวกกองกำลัง ติดอาวุธ ของทหารกะเหรี่ยงหรือพม่าเข้าจะเป็นอย่างไร พรนับพันเห็นชายหนุ่มในชุดทหารเดินมาหา ก็เอ่ยขอความช่วยเหลือบอกว่าหลงทาง ให้ช่วยขับรถ นำทางให้หน่อย แสนคมถามว่าจะไปไหน พรนับพันบอกว่าจะไปบ้านห้วยม่วง แสนคมบอกว่าเขา ก็กำลังจะไปที่นั่นอยู่พอดี แต่เขาจะไม่ขับนำทางให้ เพราะถ้าเกิดขับตามไม่ทันแล้วหลงขึ้นมาจะยุ่งอีก มีทางเดียวคือให้เขาขับให้เท่านั้น คำพูดดังกล่าวทำให้พรนับพันเกิดอาการลังเลขึ้นมา เพราะจู่ ๆ จะให้ ใครไม่รู้มาขับรถให้ ไม่รู้ว่าไว้ใจได้แค่ไหน ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก แสนคมเห็นอาการของพรนับพันก็รู้สึกหงุดหงิด บอกว่าเขาไม่มีเวลามากนักถ้าอยากจะนั่งอยู่ในรถ ก็เชิญและทำท่าจะผละจากไป จนบดินทร์ที่ตามลงมาเห็นจึงเข้าไปช่วยพูด บอกกับพรนับพันว่าให้แสนคมขับรถให้เป็นสิ่งถูกต้องแล้วเพราะชำนาญทางมากกว่า และพูดถึงเรื่องทหารกะเหรี่ยงให้พรนับพันฟัง พรนับพันจึงยินยอม พรนับพันเผลอนั่งหลับเพราะความอ่อนเพลีย บวกกับความหวาดกลัวที่ผจญ อยู่ก่อนหน้า กระทั่งรถมาถึงยังหมู่บ้านจึงตกใจตื่น แสนคมถามว่าจะไปบ้านใคร พรนับพันบอกว่าไปบ้าน ป้าพวง แสนคมจึงพาพรนับพันไปส่งเพราะรู้จักกับป้าพวงเป็นอย่างดี ป้าพวงลงมาจากบ้านอย่างแปลกในที่เห็นรถของแสนคม และก็ตกใจเมื่อเห็นพรนับพันที่โผเข้าหา พร้อมร้องไห้สะอึกสะอื่น จึงถามแสนคมว่าไปเจอพรนับพันได้อย่างไร เมื่อแสนคมเล่าให้ฟังป้าพวงตกใจ มากพร้อมทั้งพูดขอบคุณไม่ขาดปาก แสนคมลากลับบ้านพักพร้อมกับภาพของหญิงสาว ที่เขาพบในแต่ละสถานที่และต่างสถานการณ์ ตามติดเข้าไปในห้วงสำนึกด้วย โดยเฉพาะภาพการร้องไห้สะอึกสะอื้น ทำให้นายทหารหนุ่มที่ไม่เคยสนใจในเพศตรงข้ามมาก่อน เพราะความเบื่อหน่าย เกิดความรู้สึกอยากลองค้นหาผู้หญิงคนนี้ดูว่าตกลงผู้หญิงคนนี้เป็นคนอย่างไรกันแน่ พบเจอแต่ละครั้งช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แสนคมเป็นนายทหารหนุ่มวัยใกล้สามสิบปี ผู้มีหน้าตาราวกับไอดอลเกาหลี จึงมักจะถูกพวกศัตรู สบประมาทอยู่เสมอ และเป็นคนบ้าดีเดือดผิดรูปร่างหน้าตาเป็นนายทหารที่จงรักภักดีต่อชาติบ้านเมือง แสนคมเป็นบุตรชายคนเดียวของพลโทพัชร ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นแม่ทัพภาค และกำลังเจริญรุ่งเรือง ในราชการ มารดาคือคุณสราญรัตน์ แสนคมถอดแบบบิดามาแทบทั้งหมด ทั้งการรักและภักดีต่อชาติ แสนคมเป็นคนรักและหวงชีวิตโสดมาก จึงมักชอบทำปั้นหน้าเคร่งอยู่เสมอเพื่อไม่ให้ผู้หญิงมาเข้าใกล้และก็มักจะได้ผล คงมีเพียงลูกสาวของกำนันคำ กำนันในหมู่บ้านและอรชุมาหรือครูอ้อ ครูที่โรงเรียน ในหมู่บ้านที่ยังคงมาป้วนเปี้ยน สร้างความรำคาญให้อยู่บ่อยครั้ง แสนคมมีลูกน้องคู่ใจ อยู่สองคนคือ จ่าสิบเอกโชติช่วงที่หน้าตาสุดโหด ชอบไว้หนวดเคราราวกับโจร แต่เป็นคนมีอารมณ์ศิลปินชอบร้องเพลงลูกทุ่งเป็นนิตย์ พูดจาอ่อนหวานผิดใบหน้า มีเพื่อนคู่หูคือจ่าสิบเอกสุทัศน์ ที่หน้าตาเรียบร้อยแต่ชอบ พูดจามึงมาพาโวยผิดหน้าตาอีกเช่นกัน ทั้งคู่รักและเคารพแสนคมมากแม้จะเพิ่งอยู่ด้วยกันไม่นาน เพราะ แสนคม เพิ่งย้ายมาที่นี่ได้ไม่ถึงปี ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก พรนับพันตื่นมาในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยและในชุดแต่งกายของป้าพวง แต่เมื่อนึกทบทวนความจำ ก็นึกได้ว่าที่นี่เป็นบ้านป้าพวง จึงเปิดประตูออกมายืนตรงระเบียงมองไปรอบ ๆ ก็เห็นทิวเขายาวสลับซับซ้อน ยิ่งทำให้นึกถึงคำพูดที่ว่าห่างไกลความเจริญขึ้นมาในทันใด นางพวงดีใจมากที่เห็นเด็กที่นางเลี้ยงมาด้วย ความรัก ยังนึกถึงตัวนางไม่ระเหเร่ร่อนไปไหน นึกรู้ทันทีว่าจะต้องมีปัญหากับผู้เป็นแม่อย่างแน่นอน ภายใต้สีหน้าท่าทางถือตัวรวมทั้งอาการที่ดูคล้าย เหวี่ยง วีน นั้นเป็นการกระทำที่หลอกสายตาผู้อื่นเท่านั้น เพราะแท้ที่จริงพรนับพันเป็นคนอ้างว้าง ว้าเหว่ ขาดความอบอุ่น แต่เป็นคนจิตใจดีนางพวงถามพรนับพันว่าจะอยู่ที่นี่ได้หรือ พรนับพันก็บอกออกไปด้วยทิฐิว่าอยู่ได้ เพราะในใจนั้นคิดว่าไม่มีทางจะซมซานกลับไปบ้านเป็นอันขาด และเล่าถึงสาเหตุที่ทำให้ต้องดั้นด้นมาหานางพวงถึงที่นี่ ซึ่งนางพวงก็ได้แต่พูดปลอบใจและคิดในใจว่าเรื่องทุกอย่างคงต้องให้กาลเวลาทำหน้าที่เยียวยาเรื่องราวทั้งหมด พรนับพันเห็นเด็กชายที่มายืนจ้องตัวเอง ขณะลงไปที่รถก็ถามนางพวง ก็ได้รับคำตอบว่าเด็กชาย คนดังกล่าวชื่อจุ้น เป็นเด็กชาวกะเหรี่ยงที่ผู้พันแสนคมไปพบขณะร้องไห้อยู่ข้าง ๆ ศพของพ่อแม่ จึงนำมาฝากนางพวงเลี้ยงโดยเป็นคนส่งเสียค่าเลี้ยงดูเอง พรนับพันฟังแล้วก็เกิดความสงสารในตัวเด็กชายอย่างไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน นางพวงเล่าให้พรนับพันฟังคร่าว ๆ ว่า เมื่อหลายสิบปีก่อน พื้นที่แถบนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าเขา ต้นไม้ ต้นน้ำ ลำธาร รวมทั้งสัตว์ป่าน้อยใหญ่ แต่เมื่อเกิดการทำเหมืองแร่ขึ้น และมีผู้คนอพยพเข้ามาทำกิน ผืนป่าจึงเปลี่ยนสภาพเป็นชุมชน ครั้นหมดสัมปทาน ผู้คนก็หันมาทำอาชีพเกษตรกรแทน นานเข้าเมื่อ ผืนดินไม่อุดมสมบูรณ์เหมือนเดิม โครงการสวนป่าที่ช่วยฟื้นฟูผืนดิน ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จึงเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังมีศูนย์ศิลปาชีพ ที่เป็นโครงการในพระราชดำริเช่นกัน ที่นอกจากจะทำให้คุณภาพ ชีวิตของชาวบ้านดีขึ้นกว่าแต่ก่อนแล้ว ยังเพิ่มรายได้เสริมจนสามารถเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง โดยไม่ต้องเข้าไปหา ของป่า หรือถางป่าเพื่อปลูกไร่เลื่อนลอยเหมือนเช่นแต่ก่อน นางพวงมักจะเอ่ยถึงผู้พันแสนคมให้พรนับพัน ฟังอยู่ไม่ขาดปาก สร้างความหมั่นไส้ให้เกิดขึ้นกับพรนับพันไม่น้อย ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก แสนคมมาบ้านนางพวงแต่เช้า ถือของแห้งพวก กุนเชียง หมูทุบ หมูแผ่น พร้อมด้วยกาแฟ มาฝาก ป้าพวง ทั้งที่จุดประสงค์หลักที่เอามานั้น แสนคมรู้ว่าเอามาฝากหญิงสาวที่มาอยู่กับนางพวงต่างหาก และครั้งนี้พรนับพันได้รู้จักกับจ่าวัยกลางคนชื่อ ช่วงโชติ ที่มาพร้อมเสียงเพลง ซึ่งจงใจร้องจีบนางพวงเสมอ เมื่อมีโอกาส จ่าหน้าตาโหดแต่คำพูดและการแสดงออกขัดกับใบหน้าที่สุดเด็กชายจุ้นที่รู้สึกถูกชะตากับหญิงสาวสวยชื่อพรนับพันมาก ปกติจุ้นจะไม่ค่อยชอบผู้หญิงที่เข้ามา วุ่นวายกับผู้พันแสนคมของมันนัก เพราะมันหวงผู้พันของมันราวกับจงอางหวงไข่ จุ้นเห็นตุ๊กแกที่เกาะอยู่ ไม่ห่างจากตัวพรนับพันก็ตะโกนบอก ครั้นพรนับพันหันไปเห็นด้วยความตกใจทำให้โผเข้ากอดแสนคม สร้างความอับอายให้เกิดกับพรนับพันเป็นอย่างมาก แต่ก็สร้างความกังขาให้เกิดกับจ่าโชติเช่นกัน เพราะจ่าโชติเคยเห็นดวงใจลูกสาวกำนันคำกลัวตุ๊กแกโผเข้ากอดแสนคม แต่แสนคมหลบจนดวงใจล้มไม่เป็นท่า แต่ครั้งนี้นอกจากไม่หลบยังยอมให้กอดแต่โดยดี วิชิต หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามาหาแสนคมถึงที่ทำงาน เพื่อจะมาคุยถึงเรื่องที่จะมีการลักลอบขนลูกช้างป่าขึ้นในอีกไม่ช้า แสนคมก็ทราบจากสายที่รายงานเข้ามาเช่นกัน แสนคมอยู่ที่นี่ต้องผูกมิตร กับชาวบ้าน ดังนั้นพอมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นจึงมักจะแก้ไขได้ทันเวลาเสมอ วิชิตชื่นชมในตัวแสนคมมากในการเป็นคนตรงไปตรงมา ไม่มีนอกมีในเหมือนนายทหารคนเก่าที่ถูกย้ายออกไป ทั้งที่ตอนแสนคมย้ายมาใหม่ ๆ วิชิตเองก็มองแสนคมผิดไปเหมือนกัน เพราะเห็นว่าเป็นลูกชายแม่ทัพภาคจะอยู่ได้สักกี่น้ำ แต่แสนคมก็ทำผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ โดยเฉพาะการเข้าขัดขวางพวกลักลอบขนลูกช้างป่า จนเกิดปะทะกันขึ้นเมื่อตอนย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นานจากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้มีการสูญเสียเกิดขึ้น เพราะทหารเสียชีวิตไปสองนาย เจ้าหน้าที่ป่าไม้ หนึ่งนาย และฝ่ายตรงข้ามก็เสียชีวิตสามคน ส่วนแสนคมบาดเจ็บสาหัสจนมีแผลเป็นที่หน้าอก และคนของฝ่ายตรงข้ามก็บาดเจ็บสาหัสหนีรอดไปได้หนึ่งคน และแสนคมจำได้ว่าชื่อ ชีพเสี่ยเกรียงไกรเป็นผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในอำเภอสวนผึ้ง และเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ แต่ไม่สามารถเอาผิดได้เพราะไม่มีหลักฐานเพียงพอ เสี่ยเกรียงไกรเป็นเจ้าของรีสอร์ตหรูในอำเภอสวนผึ้ง มีคดีที่กำลังฟ้องร้องอยู่หลายคดี ทั้งคดีที่สร้างรีสอร์ตรุกเข้าไปในป่าสงวน และรับซื้อที่ของราชพัสดุจากชาวบ้าน ซึ่งรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งคดีดังกล่าวก็ยืดเยื้อมานาน จนแสนคมมองว่าผลที่สุดเสี่ยเกรียงไกรก็ต้องเป็นฝ่ายชนะ แต่แสนคมบอกกับวิชิตว่าถ้าเขาไม่ตายซะก่อนจะต้องเอาเสี่ยเกรียงไกรเข้าคุกให้ได้ นางพวงจะพาพรนับพันไปตลาดในตัวอำเภอเพื่อซื้อเสื้อผ้า แต่รถยนต์คันหรูของพรนับพันกลับสตาร์ทไม่ติด นางจึงให้จุ้นไปตามแสนคมมาดูรถให้ จนพรนับพันนึกค่อนขอดว่าอะไร ๆ ก็นึกถึงแต่แสนคม และเมื่อแสนคมมาถึง พร้อมด้วยบดินทร์ที่เห็นสภาพรถก็รู้ทันทีว่าไดชาร์จเสีย ต้องจอดไว้อย่างเดียว รอให้ช่างจากอู่มารับ นางพวงจึงขอติดรถของแสนคม ซึ่งกำลังจะเอางานของศูนย์ศิลปาชีพไปส่งให้ เจ้าหน้าที่จากสวนจิตรลดาในตัวอำเภอสวนผึ้งพอดี ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก นางพวงแอบโทรศัพท์ไปหาคุณพรพรรณรายกับคุณเมธี ซึ่งทั้งสองกำลังวิตกกังวลกับการหายตัวไปของพรนับพันอยู่พอดี โดยเฉพาะคุณพรพรรณรายที่ทำทีเป็นไม่สนใจนั้น แท้ที่จริงก็รักลูกมากแต่ที่ทำไปเพราะต้องการประชดสามี พลั้งมือตบหน้าลูกสาวก็ใช่ว่าจะไม่เสียใจ ถึงกับทำให้ละทิฐิ โทร. หาพรนับพัน แต่ติดต่อไม่ได้ รวมทั้งคุณเมธีก็เช่นกันที่เป็นห่วงลูกสาวไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เมื่อรู้ว่าพรนับพันอยู่กับนางพวงก็เบาใจ โดยนางพวงบอกว่ายังไม่ต้องมาหา ให้พรนับพันอยู่อย่างนี้ไปก่อน ให้เรียนรู้ทุกอย่างด้วยตัวเองแล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเอง พรนับพันพบกับดวงใจลูกสาวของกำนันคำ และมีปากเสียงกันจากการที่ดวงใจเดินหันรีหันขวางจนชนกับพรนับพัน แต่ดวงใจกลับโทษว่าเป็นความผิดของพรนับพัน กระทั่งไกรภพลูกชายของเสี่ยเกรียงไกรเข้ามาไกล่เกลี่ย เพราะติดใจในตัวของพรนับพัน และท่าทีของไกรภพก็สร้างความหมั่นไส้ให้เกิดกับดวงใจไม่น้อย เพราะแม้ตัวเองจะชอบแสนคมมากก็ตาม แต่ตัวไกรภพก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อย ไกรภพกำลังจะสานสัมพันธ์กับพรนับพันแต่ถูกชีพคนสนิทของผู้เป็นพ่อเข้ามกระซิบบอกเหตุร้ายซะก่อน ทำให้ต้องผละไปอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก แสนคมรีบส่งของให้เจ้าหน้าที่จากสวนจิตรลดา แล้วรีบขับรถกลับ ท่ามกลางอาการสงสัยของ บดินทร์ เพราะปกติแสนคมจะต้องแวะทักทายกับคนนั้นคนนี้ก่อน แต่ก็พอเดาได้ว่าน่าจะมีสาเหตุมาจาก พรนับพัน ระหว่างที่แสนคมเดินตรงไปยังพรนับพันที่ยืนอยู่กับนางพวงและจุ้นโดยมีดวงใจอยู่ด้วย ก็สวนกับไกรภพและชีพ ทำให้แสนคมต้องหันกลับไปมอง สร้างความสงสัยให้เกิดกับบดินทร์จนต้องถาม แสนคมจึงพูดถึงคนที่เดินสวนกันว่าต้องเป็นชีพแน่นอน แม้จะสวมแว่นตาปกปิดไว้ก็ตาม เพราะจำรอยแผลเป็นที่แก้มได้ ดวงใจได้ยินจึงถือโอกาสพูดขึ้นมาว่าตัวเองรู้จักผู้ชายที่เดินไปเมื่อกี้ และบอกว่าหนึ่งในนั้น เป็นลูกชายเสี่ยเกรียงไกร ส่วนอีกคนเป็นคนสนิทของเสี่ยเกรียงไกรชื่อชีพ คำพูดของดวงใจทำให้แสนคมรู้ว่าเขาเดาไม่ผิด ดวงใจรีบบอกว่าตัวเองเปลี่ยนชื่อจากดวงใจเป็น ดวงลดาแล้ว และยังเปลี่ยนชื่อเล่นเป็นลดาด้วย แต่แสนคมไม่ได้สนใจนัก ดวงใจหรือชื่อใหม่ว่า ดวงลดา บอกกับแสนคมว่าขอติดรถไปด้วยเพราะรถของตัวเองสตาร์ทไม่ติด บดินทร์จึงอาสาจะไปดูให้ ทำให้ดวงลดา รีบบอกว่าไม่ต้อง เพราะถ้าบดินทร์ไปดูก็รู้ว่ารถไม่ได้เป็นอะไร จึงมองบดินทร์อย่างไม่ชอบใจก่อนจะขอตัวระหว่างเดินทางกลับแสนคมเกือบขับรถเหยียบลูกหมาสีดำ จึงลงไปอุ้มเมื่อมองไม่เห็นใครก็อุ้ม ขึ้นรถมาและให้พรนับพันเอาไปเลี้ยง พรนับพันดีใจมากเพราะต่อไปนี้จะได้ไม่เหงา บดินทร์ถามถึงเรื่องชีพ แสนคมจึงเล่าเรื่องให้ฟังว่าเคยมีเรื่องกันมาก่อน นางพวงบอกแสนคมว่าเคยเห็นหน้า ผู้ชายที่มีรอยแผลเป็นที่หน้า บอกว่าเป็นคนจิตใจเหี้ยมโหดเพราะเคยยิงหมาของตาคะยอแค่ถูกเห่าเท่านั้น เตือนให้แสนคมระวังตัวให้ดี พรนับพันฟังเรื่องราวแล้วไม่อยากเชื่อว่าคนอย่างแสนคมจะบ้าดีเดือดถึงเพียงนั้น ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก ชีพบอกกับไกรภพว่าคนที่เดินสวนกันคือตัวแสบ ที่คอยขัดขวางงานมาตลอดตั้งแต่ย้ายมา ไกรภพ ฟังแล้วไม่เชื่อถือ แต่ชีพบอกว่าที่ใบหน้ามันเป็นแผลเป็นจนทุกวันนี้ก็เพราะแสนคม เรื่องการลักลอบขนลูกช้างครั้งที่แล้วไม่สำเร็จก็เป็นเพราะแสนคมนำกำลังเข้าขัดขวางจนเกิดปะทะกัน จนต้องสูญเสียมือดีไปถึงสามคน และบอกว่าเสี่ยเกรียงไกรเคยเอาเงินใส่ซองไปให้แต่แสนคมคืนกลับมา ไกรภพทระนงบอกว่าเขาไม่เชื่อหรอกว่าเงินจะไม่สามารถซื้อคนได้ เดี๋ยวเขาจะไปหาแสนคมด้วยตัวเองเองผู้ใหญ่สมปองไปหาแสนคมที่บ้าน เพื่อฝากเพลินตาซึ่งเป็นลูกสาวให้ไปเรียนที่ศูนย์ศิลปาชีพ ซึ่งท่าทางของเพลินตาออกเป็นทอมบอยทำให้บดินทร์นึกว่าเป็นผู้ชาย สร้างความโกรธเคืองให้เพลินตามาก และผู้ใหญ่สมปองก็บอกว่าจะแวะไปหานางพวงที่เป็นน้องสาว เพราะได้ข่าวว่ามีคนมาอยู่ด้วย เพลินตาก็บอกว่าถ้าคนมาอยู่ด้วยชื่อขิมก็เป็นคนที่อาเลี้ยงมาแต่เล็กและรักนักรักหนา เธอเคยไปเยี่ยมนางพวงที่บ้านแล้วเคยเจอ ดูเหมือนจะเป็นเด็กมีปัญหาเพราะเจอตอนร้องไห้ทั้งสองครั้ง และยังพูดอีกว่ากลัวจะมาสร้างภาระให้ผู้เป็นอาซะมากกว่า ทำให้บดินทร์พูดขึ้นว่าเพลินตามองคนในแง่ร้าย ยิ่งทำให้เพลินตาไม่ค่อย ชอบหน้าบดินทร์นัก จุ้นตั้งชื่อลูกหมาตัวดำปิ๊ดปี๋ว่าสมปอง นางพวงจึงบอกว่าระวังผู้ใหญ่สมปอง ซึ่งเป็นพี่ชายของนางจะสับสนเอานะ แต่ก็เป็นจริงตามที่นางพวงพูด เพราะผู้ใหญ่สมปองแวะมาที่บ้านพร้อมด้วยแสนคม และบดินทร์ พอรู้ว่าลูกหมาชื่อเหมือนตัวเองก็โวยวาย จนแสนคมเกรงใจบอกให้จุ้นเปลี่ยนและถามถึงสาเหตุว่าทำไมตั้งชื่อนี้ จุ้นก็บอกว่าตั้งให้คล้องกับแสนคม ทำเอาแสนคมหน้าเหวอ พรนับพันนั้นหัวเราะ ออกมาด้วยความขำ เพลินตาเห็นพรนับพันก็มองว่าเป็นคุณหนูก็ถามออกมาตรง ๆ ว่าจะมาอยู่ที่นี่ได้แน่หรือ พรนับพันก็บอกว่าให้คอยดูต่อไป ผู้ใหญ่สมปองเพิ่งนึกได้ว่านัดชาวบ้านเอาไว้ เพื่อไปทำแนวกันไฟ จึงรีบผลุนผลันออกไป โดยนางพวงเอง ก็เพิ่งนึกได้เพราะจ่าโชติบอกไว้แล้ว จึงบอกเดี๋ยวจะตามไป นางพวงบอกให้พรนับพันอยู่บ้านกับจุ้นไม่ต้องออกไปช่วย แต่พรนับพันเห็นสายตาดูถูกของเพลินตาก็บอกว่าจะไปช่วยด้วย โดยมีจุ้นบอกว่าเดี๋ยวจะคอยช่วยพรนับพันด้วยอีกแรง ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก เมื่อพรนับพันไปถึงจุดที่ทำแนวกันไฟที่อยู่ใกล้กับศูนย์ศิลปาชีพ เห็นการร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้านมากกมายที่ต่างไปช่วยกันโดยไม่ต้องมีค่าจ้าง สร้างความประทับใจให้เกิดขึ้นกับพรนับพันโดยไม่รู้ตัว พรนับพันช่วยคนอื่นทำทั้งที่ไม่เคยทำซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้เพลินตา เริ่มมองพรนับพันในทางที่ดีขึ้นกว่าเดิม แสนคมเอาหมวกให้พรนับพันคลุมกันแดดทำให้พรนับพันรู้สึกถึงความอบอุ่นที่ค่อย ๆ เกิดขึ้น กับตัวเองขณะทำงานแสนคมมักจะมองหาแต่พรนับพัน ซึ่งเขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน แค่เห็นผู้หญิงคนนี้อยู่ในสายตาเขาก็พอใจแล้ว จ่าโชติมาบอกแสนคมว่ากำนันคำต้องการพบแสนคม ซึ่งไม่ค่อยได้พูดคุยกับกำนันคำนัก เพราะส่วนมากจะคุยกับผู้ใหญ่สมปองซะมากกว่า นึกสงสัยว่ากำนันคำมีเรื่องอะไรคุยกับเขา เมื่อแสนคมไปถึงยังที่กำนันคำยืนอยู่ก็ถามถึงธุระ กำนันคำก็พูดเป็นทำนองว่าถ้าแสนคมเปลี่ยนใจขอให้บอก แสนคมก็บอกว่าเขาไม่เคยรับปากอะไรไปทำไมต้องเปลี่ยนใจด้วย กำนันคำจึงพูดถึงเรื่องที่เสี่ยเกรียงไกรเคยเอาเงินใส่ซองมาให้ทำไมแสนคมถึงไม่รับ แสนคมจึงบอกกำนันคำไปว่าเขาไม่สนใจเงินนั่นหรอก เขาไม่เคยคิดคดทรยศต่อแผ่นดิน และพูดใส่กำนันคำออกไปว่าเคยได้ยินมาว่าเมื่อก่อนกำนันคำเป็นคนดีมาก แล้วอะไรทำให้เปลี่ยนไปถึงเพียงนี้ และยังฝากไปบอกกับเสี่ยเกรียงไกรว่าให้ระวังตัวไว้ให้ดี ทำอะไรไม่ดีไว้อย่านึกว่าไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็น พูดจบก็เดินจากไป จากการมาช่วยทำแนวกันไฟ ทำให้พรนับพันเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจไม่น้อย แม้จะไม่ได้ช่วยอะไรมากมายนักก็ตาม และยังได้พบกับตาคะยอซึ่งเป็นเกษตรกรดีเด่น และนางพวงเคยเล่าให้ฟังว่าตาคะยอเป็นชาวกะเหรี่ยงก็จริง แต่มีหัวใจของความเป็นไทยอยู่เต็มเปี่ยม จ่าโชติกับจ่าทัศน์พอรู้ว่ากำนันคำพูดจาอะไรกับแสนคมต่างก็โกรธ เพราะทั้งสองจ่าอยู่ที่นี่มานาน รู้ว่าเมื่อก่อนกำนันคำไม่ใช่คนแบบนี้ ที่เปลี่ยนไปเป็นเพราะเงินตัวเดียวจริง ๆ เพราะเดี๋ยวนี้กำนันคำขับรถป้ายแดง สร้างบ้านหลังใหม่ ซื้อรถป้ายแดงให้ดวงใจขับ พกโทรศัพท์สมาร์ทโฟนเครื่องละสองหมื่น และมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับเสี่ยเกรียงไกรมากชีพซึ่งเป็นคนสนิทของเสี่ยเกรียงไกร มักจะพูดเตือนเจ้านายอยู่บ่อยครั้งว่า งานที่เกิดผิดพลาดขึ้น หลาย ๆ ครั้งในระยะหลังรวมทั้งการที่ถูกจับไม้ที่ห้วยขาแข้งที่เกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ ถึงแม้จะไม่มีใครถูกจับได้ น่าจะมีเกลือเป็นหนอน ชีพเองไม่เคยไว้ใจกำนันคำ เพราะรู้ว่าเคยเป็นคนซื่อมือสะอาดมาก่อน แต่เสี่ยเกรียงไกรมักจะไม่เห็นด้วย บอกว่าเงินเท่านั้นที่สามารถเปลี่ยนกำนันให้เป็นคนกบฏ ทรยศแผ่นดินได้ ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก หลังจากวันทำแนวกันไฟ พรนับพันกับเพลินตาก็สนิทสนมกันมากขึ้น ทั้งคู่พากันไปที่ศูนย์ศิลปาชีพ เพื่อเรียนปักผ้า และจากการไปนั่งเรียนทำให้พรนับพันได้รู้อะไรหลาย ๆ อย่าง อย่างแรกคือค่าของเงินขณะที่เธอเคยใช้เงินวันละหลายพัน แต่คนทำงานที่นี่นั่งหลักขดหลังแข็งนานนับเดือนกว่าจะได้เงินจำนวนนี้ กาแฟที่เคยดื่มแก้วละร้อยกว่าบาทแต่เป็นค่าแรงการทำงานของคนที่นี่ ซึ่งมีความสำคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่ทำให้พรนับพันเกิดความละอายขึ้นมา สัญญากับตัวเองว่าจะไม่ใช้เงินแบบนั้นอีก และที่สำคัญตอนแรกที่เธอคิดมาเรียนปักผ้า เพราะต้องการชนะคำสบประมาทของแสนคม แต่การได้มาเห็นทำให้เธออยากปักได้สำเร็จจะได้สร้างความภูมิใจให้เกิดกับตัวเอง ทั้งยังได้รู้น้ำใจของนายทหารที่ชื่อแสนคม ที่สร้างไว้กับคนหลายคน จนไม่สงสัยเลยว่าเหตุใดผู้คนจึงพากันรักผู้ชายคนนี้นัก แล้วยังได้รู้จักอีกมุมของเพลินตาที่มองดูห้าว แต่ความจริงเป็นคนน่าสงสาร เพราะกำพร้าแม่ ตั้งแต่อายุน้อย ต้องปักเสื้อนักเรียนด้วยตัวเองตั้งแต่อยู่ปอสอง ทำให้พรนับพันคิดถึงตัวเองขึ้นมา เธอโชคดีที่มีพ่อแม่ครบ นับวันพรนับพันก็ซึมซับความรู้สึกดีดีของผู้คนที่นี่เข้าไปในหัวใจ รวมทั้งนายทหารหนุ่มที่ชื่อแสนคม ที่เมื่อก่อนมักจะมองเธอด้วยสายตาดุ ๆ แต่บัดนี้สายตาดังกล่าวได้เปลี่ยนไปแล้ว ซึ่งทำไมเธอจะไม่รู้ว่าหมายความว่าอย่างไร นางพวงเองก็มองว่าหญิงสาวที่นางเลี้ยงมาแต่เล็กแต่น้อยเริ่มเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ด้วยพื้นฐาน ของพรนับพันไม่ได้เป็นคนไม่ดี เป็นคนจิตใจดีด้วยซ้ำ ยิ่งพรนับพันไปเห็นบ้านของตาคะยอ ที่ทำตามแนวทางพระราชดำริ โดยการทำเกษตรแบบทฤษฏีใหม่ ปลูกทั้งพืชผักสวนครัวและผลไม้หลาย ๆ อย่างไว้ ด้วยกันในพื้นที่ที่มีจำกัด รวมทั้งมีบ่อปลา นาข้าวอยู่ในบริเวณเดียวกัน ได้ฟังตาคะยอพูดถึงว่าที่ได้ดีมาจนถึงทุกวันนี้เป็นเพราะ พระบารมีของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะขอตายในผืนแผ่นดินไทยนี้ จนทำให้พรนับพันเกิดความซาบซึ้งเพราะความโกรธแค้นที่ถูกแสนคมตอกกลับมา ทำให้ไกรภพคิดเรื่องชั่ว ๆ โดยการคิดวางเพลิงเผา ศูนย์ศิลปาชีพ แต่ก็ทำไม่สำเร็จเพราะจ่าสุทัศน์ที่ไม่สบายนอนอยู่บ้านพัก เห็นเหตุการณ์เข้าซะก่อน จึงโทร. ตามคู่หูที่อยู่บ้านตาคะยอซึ่งกำลังมีการกินปลาเผากันอยู่ ทำเอาทุกคนต้องรีบมาที่ศูนย์ศิลปาชีพ เพื่อช่วยกันดับไฟ และก็ไม่เกิดการสูญเสียเพราะรถดับเพลิงมาทันเวลาพอดี แค่บางส่วนถูกไหม้เท่านั้น ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ทำให้แสนคมบาดเจ็บที่แขนขวาเพราะเข้าช่วยพรนับพัน พรนับพันจึงเป็นคน ขับรถพาแสนคมไปโรงพยาบาล ซึ่งระหว่างเดินทางแสนคมก็แสดงความรู้สึกของตัวเองออกมาจนหมด และเล่าด้วยว่าเคยเจอพรนับพันมาแล้ว ในผับที่ทองหล่อทั้งยังบอกว่าเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และบอกว่าต่อไปห้ามสวมใส่เสื้อผ้าแบบนั้นอีก ซึ่งพรนับพันเองก็ไม่เคยคิดจะกลับไปใส่อีกเหมือนกัน เพราะมาอยู่ที่นี่ แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าง่าย ๆ แทบทุกวัน เงินก็ไม่ค่อยได้ใช้เพราะไม่รู้จะไปซื้ออะไร กินกับข้าวง่าย ๆ ที่มีอยู่รอบบ้านนางพวง ทำให้พรนับพันกลายเป็นคนอยู่ง่าย กินง่ายไปเลยปริยาย เสี่ยเกรียงไกรโกรธมากที่งานวางเพลิงไม่สำเร็จ กำชับชีพอย่าให้ลูกน้องทิ้งหลักฐานไว้เป็นอันขาด ชีพก็บอกว่าแค่นี้ก็ทำให้ชาวบ้านขวัญหนีดีฝ่อแล้ว กำนันคำที่มาหาก็บอกว่าทำไมจะเผาศูนย์ฯ ไม่บอกด้วย เผื่อจะได้ช่วยให้สำเร็จ เพราะตอนไฟไหม้กำนันก็อยู่ที่นั่นด้วย ถ้ากำนันร่วมมือด้วยแต่แรกจะแนบเนียนกว่านี้ คำพูดของกำนันคำยิ่งทำให้เสี่ยเกรียงไกรเชื่อว่ากำนันคำนั้นไม่ได้เป็นอย่างที่ชีพระแวงเด็ดขาด พรนับพันมาอยู่ที่นี่ได้แค่สิบวันแต่มีความรู้สึกว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่เป็นปี จากการได้หัวเราะได้ยิ้มกับ สิ่งต่าง ๆ รอบกาย ทำให้ไม่รู้สึกเบื่อหน่ายอย่างที่ควรเป็น และจากผลของการที่ไปทำแนวกันไฟ ทำให้พรนับพันมีอาการไข้เกิดขึ้นตั้งแต่ตอนกลางคืน แต่กินยาเข้าไปก็ทุเลาลง แต่มาออกอาการอีกครั้ง ตอนเช้า ขณะที่นางพวงต้องไปวัดแต่เช้าและคืนนี้ก็ต้องนอนค้างที่วัดกับนางสายใจ ซึ่งเป็นเมียกำนันคำ ตามที่เคยพูดกันไว้ พรนับพันมีอาการปวดหัวอย่างรุนแรงจนอาเจียน ทำให้จุ้นที่อยู่ด้วยกัน และกำลังจะไปโรงเรียน ตกใจจนร้องไห้ทำอะไรไม่ถูก แต่โชคดีที่เพลินตาที่จะต้องแวะมารับพรนับพันไปวัด และไปส่งจุ้นที่โรงเรียน ขี่รถเข้ามาซะก่อน เมื่อเห็นอาการของพรนับพันก็ตกใจจึงโทร. ไปตามแสนคม ซึ่งแสนคมพอทราบเรื่องก็ตกใจมาก เพราะนับจากวันที่ไฟไหม้วันนั้นเขาก็ไม่ได้เจอจัง ๆ กับพรนับพันเลย ได้แต่เห็นกันแวบ ๆ เพราะยุ่งทั้งเรื่องไฟไหม้ที่รู้แล้วว่าเป็นการวางเพลิง กำลังตามจับตัวอยู่ แล้วยังมีเรื่องลักลอบขนลูกช้างป่าอีก การเห็นพรนับพันเป็นแบบนี้ ทำให้แสนคมแทบขาดใจ เขารู้ว่าเขารักผู้หญิงคนนี้เหลือเกิน แสนคมอุ้มพรนับพัน โดยไม่สนใจแผลที่แขนขวาที่ต้องเย็บสิบเข็ม ตอนเกิดไฟไหม้และยังไม่ได้ตัดไหม แม้บดินทร์จะอาสาอุ้มพรนับพันให้ก็ตาม แสนคมพาพรนับพันไปส่งที่โรงพยาบาลเอกชน โดยหมอบอกว่า เป็นไข้หวัดใหญ่ เพราะไข้ขึ้นสูงมาก และมีอาการเพ้อเป็นระยะ ส่วนใหญ่จะเพ้อถึงพ่อแม่ และเรื่องที่ถูกตบ และต้องอยู่โรงพยาบาลเป็นอาทิตย์ เพลินตานั้นถึงกับร้องไห้เพราะกลัวพรนับพันเป็นอะไรไป เพราะเคยเห็นผู้เป็นแม่อาการแบบนี้ และตายไปต่อหน้าต่อตา ไม่อายที่บดินทร์เห็นตัวเองร้องไห้ออกมาเพราะมาถึงขั้นนี้แล้ว แสนคมให้บดินทร์ พาเพลินตากลับไปที่พักเพื่อเอาเสื้อผ้ามาให้ เพราะคืนนี้เขาจะนอนเฝ้าพรนับพันที่โรงพยาบาลด้วยตัวเอง ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก บดินทร์ขับรถพาเพลินตากลับและได้คุยปรับความเข้าใจกัน ตั้งแต่เรื่องที่บดินทร์เข้าใจผิดมอง เพลินตาเป็นผู้ชาย ซึ่งจริง ๆ เขาไม่ได้คิดเช่นนั้นแต่ปากพูดออกไปอย่างนั้นเอง เพลินตาร้องไห้ซบไหล่ ของบดินทร์เล่าเรื่องแม่ให้ฟัง เพราะกลัวพรนับพันจะเป็นอะไรไป บดินทร์กอดปลอบใจ และพาเพลินตาไปที่วัด เพื่อไปบอกอาการป่วยของพรนับพันให้นางพวงฟัง ทำให้นางพวงอยู่วัดต่อไปไม่ไหวตามไปที่ โรงพยาบาลด้วยแสนคมบอกนางพวงว่าขอเป็นคนเฝ้าพรนับพันเองตอนกลางคืน นางพวงมองแล้วคิดว่าไม่เหมาะ ได้แต่ทำท่าอ้ำอึ้ง ๆ แม้จะรู้ว่าแสนคมเป็นคนดีเพียงใดก็ตาม แสนคมจึงเอาแหวนญาติ ซึ่งเป็นแหวนที่นักเรียน เตรียมทหาร ทำไว้ให้คนสำคัญขึ้นมาซึ่งเขาทำไว้ให้เป็นแม่ และผู้เป็นแม่เพิ่งให้มาตอนกลับบ้านไปครั้งที่แล้ว แสนคมหยิบแหวนมาสวมให้พรนับพัน ขณะที่เจ้าตัวยังไม่ได้สติ ท่ามกลางความซาบซึ้งระคนปลาบปลื้ม ของทุกคนที่เป็นพยาน พรนับพันฟื้นขึ้นมาหลังจากเพ้อถึงพ่อแม่อยู่ตลอดเวลา บางครั้งก็ดิ้นทุรนทุรายจนแสนคมต้องโอบกอดไว้ พรนับพันสงสัยที่จู่ ๆ แหวนมาอยู่ที่นิ้ว แสนคมจึงบอกว่าเป็นแหวนหมั้นของเขาเอง และบอกว่าเขารักพรนับพันต่อไปให้เรียกเขาว่าพี่ พรนับพันดีใจรวมทั้งเกิดความอบอุ่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก และที่สำคัญพรนับพันเองก็มีความรู้สึกไม่แตกต่างกัน ไกรภพมาเยี่ยมผู้เป็นแม่ที่บวชเป็นชีซึ่งป่วยเป็นอาหารเป็นพิษ แม้ไกรภพจะดูเป็นคนนิสัยไม่ดีหรือเลวเพียงใด แต่สิ่งหนึ่งที่เขาให้ความสำคัญที่สุดคือแม่ชีกรแก้ว ที่หย่าขาดจากผู้เป็นพ่อเพราะความคิดไม่ตรงกัน แต่ไกรภพก็ยังติดต่ออยู่เสมอ เมื่อรู้ว่าผู้เป็นแม่ป่วยก็ทำเรื่องย้ายมาอยู่ใกล้ ๆ จะได้ดูแลอย่างใกล้ชิด แม่ชีกรแก้วมักจะบอกให้ไกรภพทำความดีอย่าได้ทำชั่วแม้จะรู้ว่าสายไป และที่ตัวนางบวชชีก็เผื่อไถ่บาปให้ลูกถ้าลูกได้กระทำความผิดไกรภพรู้จากพยาบาลว่าพรนับพันป่วยอยู่ที่นี่จึงเข้าไปเยี่ยม ขณะที่มีนางพวงกับเพลินตาเฝ้าอยู่ เพราะช่วงกลางวันแสนคมกลับไปทำงาน และกำลังยุ่งอยู่กับข่าวเรื่องลูกช้างป่า กว่าไกรภพจะออกจากห้อง พรนับพันก็ต้องทำเป็นง่วงด้วยฤทธิ์ยา จนไกรภพต้องขอตัวกลับ พรนับพันเผลอเล่าเรื่องที่เคยพบกับแสนคมให้นางพวง และเพลินตาฟัง ทำให้นางพวงคิดว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเพราะพรหมลิขิตอย่างแน่นอน ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก นางพวงโทร. ไปบอกคุณพรพรรณรายกับคุณเมธี เรื่องพรนับพันป่วย คุณพรพรรณรายถึงกับร้องไห้โฮ เมื่อรู้ว่าลูกสาวเพ้อถึงพ่อแม่และเรื่องที่ถูกตบ รวมทั้งคุณเมธีด้วยเช่นกัน หลังจากเหตุการณ์ ครั้งนั้นทำให้ทั้งสองคนนึกทบทวนถึงเรื่องราวที่ผ่านมา จึงต่างค่อย ๆ ปรับตัวเข้าหากัน ซึ่งก็ไม่ได้ยาก เพราะต่างมีความรักในตัวกันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว นางพวงที่ฟังน้ำเสียงการพูดของทั้งคู่ จึงรู้ว่าเรื่องราว น่าจะไปในทางที่ดีขึ้นพรนับพันอยู่โรงพยาบาลแค่สามวันก็ออกเพราะร่างกายฟื้นตัวเร็วจนหมอตกใจ อาจเป็นเพราะกำลังและแรงใจจากแสนคมมีส่วนช่วยด้วยเยอะ แสนคมเป็นคนมารับกลับ เมื่อรู้ว่าไกรภพมาเยี่ยม ก็บอกให้ระวังตัว อย่าไปไหนคนเดียวอีก และบอกว่าช่วงนี้อาจไม่ได้เจอกัน เพราะแสนคมได้รับรายงานจากสายว่าพรุ่งนี้เป็นวันที่พวกลักลอบขนลูกช้างป่าจะลงมือ แสนคมบอกนางพวงว่าขอฝากหัวใจไว้กับนางพวงด้วย คำพูดดังกล่าว ทำให้พรนับพันใจเสียเพราะเหมือนเป็นลาง จึงบอกกับแสนคมว่าสัญญาว่าจะต้องกลับมาหาเธอ เสี่ยเกรียงไกรกำหนดเส้นทางขนย้ายลูกช้างป่า และครั้งนี้มีงาช้างที่จะได้อีกหลายคู่ ชีพเตือนว่าเส้นทางที่กำหนด เป็นป่าทึบที่อยู่ไม่ห่างจากสวนป่าเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งแสนคมกับวิชิตดูแลมันไม่เสี่ยงกับอันตรายหรือ เสี่ยเกรียงไกรก็บอกว่าสถานที่ที่อันตรายที่สุด คือสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด เส้นทางที่กำหนดยังไม่เคยมีใครเข้าไป เพราะค่อนข้างลำบาก ที่จะใช้เส้นทางนี้เพราะจะได้ดูลู่ทางเพื่อหาทาง ลักลอบตัดไม้ด้วย ชีพไม่รู้จะแย้งยังไงแต่มีลางสังหรณ์เกิดขึ้น และบอกว่าครั้งนี้อย่าเพิ่งบอกวันทำจริงกับกำนันคำ เอาไว้ใกล้ ๆ ค่อยบอก พอดีกับกำนันคำมาหาพอดี เสี่ยเกรียงไกรจึงบอกว่าวันพรุ่งนี้คือวันที่กำหนดทำงานสำคัญ เชิดซึ่งเป็นเด็กหนุ่มที่มักจะชอบเดินตามหลังกำนันคำเสมอ มาหากำนันคำที่บ้านขณะอยู่ในเวลาอาหารเย็น กำนันจึงบอกให้ไปคุยที่อื่น เชิดจึงถามว่ากำนันรู้เรื่องขนลูกช้างป่าในคืนนี้บ้างหรือเปล่า กำนันก็ถามว่าเชิดรู้มาจากไหน เชิดจึงตอบว่ารู้มาจากเพื่อนซึ่งเป็นลูกน้องของชีพ ซึ่งชวนให้มันไปทำด้วย จึงมาปรึกษากำนัน เมื่อได้ฟังกำนันคำก็นึกโกรธเพราะเสี่ยเกรียงไกรบอกวันกำหนดเป็นพรุ่งนี้ แต่กลายเป็นวันนี้ได้อย่างไร แสดงว่าเสี่ยเกรียงไกรเริ่มไม่ไว้ใจแน่นอน จึงบอกให้เชิดไม่ต้องไปทำเพราะเป็นอันตราย และบอกไม่ให้พูดเรื่องนี้กับใคร เชิดจึงลากลับไป ขณะกำนันกำลังคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี เสี่ยเกรียงไกรก็โทร. เข้ามาหาบอกว่าเปลี่ยนวันเป็นคืนนี้แต่เวลาเดิม นางสายใจที่ตามแอบมาฟังเพราะท่าทางลุกลี้ลุกลนของเชิด เมื่อได้ฟังคำพูดของกำนันคำก็โกรธ ด่ากำนันว่าทำไมถึงกลายเป็นคนแบบนี้ จำสัจจะที่พูดไว้ ตอนเข้าร่วมวันที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จมารับมอบสวนป่าเฉลิมพระเกียรติไม่ได้หรือว่า จะไม่คิดคดทรยศต่อแผ่นดิน กำนันคำบอกว่าสักวันนางสายใจจะเข้าใจ และบอกว่าคืนนี้จะไม่อยู่ ถ้ากลับมาจะเล่าให้ฟังทั้งหมด กำนันพูดแล้วก็หยิบโทรศัพท์มากดก่อนจะถอดแบตเตอรี่ออก และบอกกับนางสายใจว่าถ้าเป็นอะไรไปทุกอย่างอยู่ในโทรศัพท์เครื่องนี้ นางสายใจตกใจเพราะกำนันคำไม่เคยพูดจาแบบนี้มาก่อนแสนคมได้รับข้อความเปลี่ยนแปลงวันลงมือเป็นคืนนี้เวลาเดิมแทน ทำให้แสนคมนึกกังขาเพราะปกติงานสำคัญแบบนี้ คนที่ส่งข่าวจะส่งให้กับหัวหน้าคือ พลเอกนฤดล แล้วถึงจะส่งต่อมายังเขา จึงโทร. ไปหาวิชิตซึ่งก็ได้รับข้อความเดียวกัน โทร. กลับไปยังเบอร์ที่ส่งก็ติดต่อไม่ได้ วิชิตจึงบอกให้เชื่อเหอะ เพราะเรื่องนี้มีคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ทราบ แสนคมจึงสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเตรียมพร้อม ทั้งเรื่องรถ พยาบาลด้วย เพราะกลัวจะมีการสูญเสียไม่ทันการณ์เหมือนครั้งที่แล้ว ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก ขบวนของเสี่ยเกรียงไกรซึ่งมีพรานบุญส่งเป็นผู้นำทาง เดินเข้าไปในป่าทึบท่ามกลางความหงุดหงิด ของไกรภพรวมทั้งความหวั่นกลัวของเสี่ยเกรียงไกร เพราะนับเป็นการเดินเข้าป่าทึบครั้งแรก คงมีชีพคนเดียว ที่พกความระแวงไว้ตลอดเวลา เมื่อเดินลึกเข้าไปเรื่อย ๆ คนนำทางก็สงสัยเพราะมาถึงสถานที่นัดคือต้นตะเคียนใหญ่ แต่ยังไม่เห็นพวกพรานที่บอกว่าจะมาดักรอ แต่ก็ยิ้มออกเมื่อได้ยินเสียงคนเดินอยู่ข้างหน้าแต่คนที่เดินอยู่กลายเป็นพวกของแสนคม และวิชิตที่พาคนเข้ามาอีกทาง และบอกว่าจับพวกพรานป่าไว้ได้ทุกคนแล้วขอให้มอบตัวชีพหันไปทางกำนันคำทันทีเพราะงานครั้งนี้ไม่มีใครรู้เรื่องมากนัก และบอกกับเสี่ยเกรียงไกรว่ากำนันคำคือคนทรยศ เสี่ยเกรียงไกรโกรธมากจึงด่ากำนันคำ ซึ่งกำนันคำบอกว่าขอเป็นคนทรยศต่อเสี่ยเกรียงไกรดีกว่าเป็นคนทรยศคิดคดต่อแผ่นดิน แล้วก็ทรุดลงเพราะถูกชีพยิงอย่างเผาขน และเป็นขณะเดียวกับที่แสนคมพาคนเข้ามาล้อมจับลูกน้องที่ยังอยู่ในอาการตกใจ เสี่ยเกรียงไกรพาไกรภพ วิ่งหนีไปได้ แสนคมบอกให้จ่าคู่หูพาทหารไปจับสองพ่อลูกให้ได้ ชีพที่กำลังจะวิ่งตามไป แต่เป็นเพราะความแค้นทำให้ชีพหันมายิงใส่แสนคม แต่เป็นเพราะอยู่ในช่วงละล้าละลังจึงถูกที่แขนซ้ายของแสนคมเท่านั้น แสนคมจึงยิงสวนไปข้างหลังถูกชีพอย่างจังจนล้มลง แสนคมวิ่งไปดูก็เห็นแน่นิ่งจึงหันไปทางกำนันคำที่นอนเจ็บอยู่อย่างเป็นห่วง กำนันคำที่เห็นชีพขยับตัวหยิบปืนมา จะยิงใส่แสนคมจึงร้องบอก แต่ไม่ทันการณ์แม้แสนคมจะกลิ้งหลงกระสุนเข้าที่ท้องของแสนคม ทำให้บดินทร์วิ่งตรงมาและสั่งให้ทหารเอาเปลสนามที่เตรียมมาหามแสนคมกับกำนันคำกลับไปทางเก่าไปที่รถพยาบาลด่วนแสนคมที่ยังมีสติบอกบดินทร์ว่าให้ดูแลกำนันคำดีดี เพราะตอนเข้ามาก่อนกำนันคำจะถูกยิง ได้ยินคำพูดที่กำนันพูดว่าจะไม่ทรยศต่อแผ่นดินเต็มสองหู ผู้ใหญ่สมปองที่อยู่ชายป่ากับชาวบ้านอีกสองคนเห็นร่างของกำนันคำถูกหามมาก็เข้าไปหาบดินทร์บอกว่าอย่าเพิ่งพูดอะไร เอากำนันคำกับแสนคมไปส่งโรงพยาบาลก่อน โดยให้กำนันนั่งไปกับกำนันคำ ส่วนเขาจะนั่งไปกับแสนคมผู้ใหญ่สมปอง บอกชาวบ้านสองคนที่อยู่ด้วยให้ไปส่งข่าวกับนางสายใจ ผู้ใหญ่สมปองที่ปากก็บอกว่าเกลียดเพื่อน แต่แท้ที่จริงรักเพื่อนมากแต่ที่พูดเพราะเสียใจกับผิดหวังที่เพื่อนเป็นแบบนี้ กำนันคำบอกกับเพื่อนรักว่าถ้าเขาเป็นอะไรไปฝากลูกเมียด้วย ผู้ใหญ่สมปองฟังแล้วถึงกับร้องไห้ แม้จะยังไม่รู้รายละเอียดก็ตาม เมื่อถึงโรงพยาบาลก็ส่งคนเจ็บเข้าห้องฉุกเฉิน นางสายใจพร้อมลูกสาว นางพวง เพลินตา พรนับพัน นางสายใจมาพร้อมถือโทรศัพท์มาด้วย และเล่าเรื่องที่ได้ยินกำนันคำให้บดินทร์ฟัง บดินทร์ขอดูโทรศัพท์เมื่อใส่แบตเตอรี่ลงไปและเปิดเครื่อง เบอร์ของแสนคมที่โทร. ไปก็ปรากฏอยู่แค่นี้บดินทร์ก็รู้แล้ว ยิ่งเห็นข้อความที่ส่งออกอีกผู้ใหญ่สมปองพอรู้ว่าเพื่อนรักเป็นสายให้ทางการก็ร้องไห้โฮ รวมทั้งนางสายใจด้วยที่สามีไม่เคยบอก ปล่อยให้นางด่าอยู่ได้ ดวงใจนั้นร้องไห้มีเพลินตากับพรนับพันช่วยปลอบ หมอออกมาบอกว่าอาการของแสนคมนั้นสาหัสมาก ต้องผ่าตัดด่วนจึงถูกส่งต่อไปยังห้องผ่าตัด ส่วนกำนันคำหมอบอกว่าอาการหนัก เกินเยียวยาเพราะถูกยิงที่ตับ ที่อยู่จนถึงตอนนี้เพราะกำลังใจอย่างเดียวให้ญาติเข้าไปหาได้ ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก นางสายใจร้องไห้แทบขาดใจเมื่อเห็นร่างของกำนันคำ โดยกำนันบอกว่าเขาไม่เคยลืมสัจจะไม่เคยทรยศคิดคดแผ่นดิน บอกนางสายใจไม่ให้ร้องไห้เพราะจะทำให้นอนตายตาไม่หลับ และหันไปบอกกับดวงใจว่าต่อไปนี้ห้ามดื้อกับแม่ ต้องดูแลแม่ ซึ่งดวงใจก็รับปากทั้งน้ำตา กำนันคำหันไปหาเพื่อนบอก ฝากลูกเมียด้วย ผู้ใหญ่สมปองด่าตัวเองที่ช่างโง่มีตาหามีแววไม่ แต่ก็รับปากจะทำตามที่กำนันบอกทุกอย่าง กำนันบอกบดินทร์ให้ช่วยฝากลาผู้พันแสนคมด้วย ขอให้รอดปลอดภัย หลักฐานทุกอย่างที่จะเอาผิด เสี่ยเกรียงไกรอยู่ในโทรศัพท์ แล้วก็สิ้นใจตายพร้อมด้วยคำว่าขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ผู้ใหญ่ และ แสนคม แม้จะเสียใจเพียงใดแต่ก็ต้องเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงต่อไป โดยมีนางพวงอยู่ช่วย ส่วนบดินทร์ พรนับพันและเพลินตาไปที่ห้องผ่าตัดที่ตอนนี้แสนคมอยู่ในนั้น พรนับพันนั้นร้องไห้ โดยมีบดินทร์บอกว่า แสนคมต้องไม่เป็นอะไรอย่างแน่นอน เวลาผ่านไป พลโทพัชระ คุณสราญรัตน์ ก็มาที่โรงพยาบาลพร้อมเพื่อน ๆ ของแสนคม ทุกคนอยู่ในอาการเป็นห่วง พยาบาลออกมาบอกว่า ต้องการเลือดกรุ๊ปบีด่วน ซึ่งในนั้นไม่มีใครมีสักคน มีเพียงคุณสราญรัตน์ที่มีเลือดกรุ๊ปโอ ที่สามารถให้ได้ สร้างความดีใจให้กับคุณสราญรัตน์มากที่เลือดของแม่จะช่วยชีวิตลูกได้ พรนับพันกับเพลินตากลับมาจากห้องน้ำ พอรู้ว่าแสนคมต้องการเลือดจากบดินทร์ที่ยังพูดไม่ทันจบ พรนับพันก็บอกว่าเลือดกรุ๊ปเดียวกันเอาของเธอได้ แต่บดินทร์บอกว่าคุณสราญรัตน์ให้ไปแล้ว แต่ถึงจะเอาของพรนับพันก็คงไม่ได้ เพราะพรนับพันเพิ่งออกจากโรงพยาบาล พลโทพัชระพูดขอบคุณ และเห็นแหวน ที่นิ้วของพรนับพันก็เดาได้ว่า ผู้หญิงคนนี้ต้องเป็นคนสำคัญของลูกชายแน่นอน แสนคมฟื้นหลังจากนั้น และดีใจที่เห็นหน้าผู้เป็นแม่ เพราะก่อนจะฟื้นเขาบอกว่าเห็นแม่เดินอยู่ข้างหน้า แต่เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมหันมามอง เพื่อน ๆ เลยบอกว่าเป็นเพราะพลังความรักของแม่ เลยทำให้แสนคมรอดชีวิต แสนคมถามหากำนันคำพอรู้ว่าตายแล้วก็เสียใจ แล้วก็มองหาพรนับพัน บดินทร์จึงไปตามมาให้ แสนคมบอกว่าเขามาตามสัญญา พรนับพันร้องไห้บอกดีใจที่แสนคมไม่ผิดสัญญาที่ให้ไว้ ท่ามกลางสายตาแปลกใจของทุกคนเพราะไม่เคยเห็นภาพนี้มาก่อน แสนคมบอกกับพ่อแม่ว่าพรนับพันคือผู้หญิงที่เขารักก่อนจะหลับไปอีกครั้งเพื่อน ๆ ของแสนคมตอนแรกก็จำพรนับพันไม่ได้ แต่ไม่นานก็นึกออก คุณสราญรัตน์สัมภาษณ์ พรนับพันว่าเป็นลูกใคร พอบอกชื่อพ่อแม่ก็ตกใจเพราะคาดไม่ถึงว่าจะเป็นลูกคนดังในสังคม คุณสราญรัตน์ เอ็นดูพรนับพันเพราะลูกชายรักใครเธอรักด้วยอยู่แล้ว เพื่อน ๆ ของแสนคมต่างก็เล่าเรื่องคืนนั้น ให้พรนับพันฟัง พรนับพันและเพลินตาขอตัวไปช่วยงานศพของกำนันคำเพราะเห็นว่าทางนี้มีคนอยู่เยอะแล้ว ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก งานศพของกำนันคำได้รับพระราชทานเพลิงศพอย่างสมเกียรติ ผู้ใหญ่สมปองและนางพวงพร้อมด้วยบดินทร์ พรนับพัน เพลินตา และชาวบ้านล้วนมาช่วยกันด้วยความเต็มใจ ดวงใจกลายเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญ และเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหลังพ่อตาย ตาคะยอเอาพืชผักสวนครัวพร้อม ผลไม้มาช่วยงาน สร้างความซาบซึ้งให้เกิดกับดวงใจไม่น้อย รวมทั้งน้ำใจของพรนับพัน และเพลินตาด้วย ที่ไม่ทิ้งกันเวลามีความทุกข์ เสี่ยเกรียงไกรหนีไปไม่รอดเพราะพลัดตกลงไปในช่องหิน โดยมีไกรภพนั่งร้องไห้มองดู เพราะไม่รู้จะช่วยอะไรเป็นไปตามกรรม เพราะขาข้างนั้นต้องตัดทิ้ง และยังต้องถูกจับเข้าคุกพร้อมหลักฐานต่าง ๆ แต่ความรักลูกเสี่ยเกรียงไกรบอกว่าทุกอย่างตัวเองเป็นคนกระทำทั้งหมด ไกรภพไม่เกี่ยว วันเผากำนันคำ แม่ชีกรแก้วพาไกรภพมาขอขมาศพ โดยออกรับแทนลูกทำให้ทุกคนเห็นความรักของแม่จึงให้อภัย โดยเฉพาะนางสายใจกับดวงใจที่บอกว่าถึงโกรธไปเกลียดไปกำนันคำก็ไม่ฟื้น ไกรภพบอกว่าเพราะเหตุการณ์ต่าง ๆ ทำให้เขาได้คิดจะขอบวชให้กำนันคำ แสนคมจึงบอกว่าไกรภพมีแม่อันประเสริฐที่สุดแล้วที่ออกรับแทนลูกทั้งที่ไม่เกี่ยว และตามความเป็นจริงคนที่ยิงกำนันคำก็ไม่ใช่ไกรภพ เหตุการณ์ต่าง ๆ ผ่านพ้นไปด้วยความโศกเศร้า พรนับพันหลังจากพบกับเหตุการณ์เศร้าสลด ทำให้ คิดได้ว่าเวลาที่เหลืออยู่ควรใช้ให้คุ้มค่า อย่างที่ดวงใจบอกว่าพรนับพันยังโชคดีที่มีพ่อแม่อยู่ครบให้พูดขอโทษ พูดแสดงความรัก แต่ตัวเองสายไปแล้ว ถ้าแลกทรัพย์สินเงินทองที่มีทั้งหมดกับชีวิตพ่อจะขอเลือกพ่อ เพลินตาก็ช่วยพูดให้พรนับพันได้คิด ทั้งที่จริงแล้วพรนับพันได้คิดด้วยตัวเองแล้ว พรนับพันอาสาเป็นครูสอนชาวบ้านตอนกลางคืน ตามพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถที่ทรงต้องการให้ชาวบ้านได้รู้หนังสือ โดยมีตาคะยอ จันดี จันทร์แรม มาเป็นนักเรียนด้วย เพลินตามีฝีมือทางการปักผ้าจนฝีมือนำหน้าครูแทบทุกคน จึงเอาดีทางนี้ ดวงใจก็ไปเรียนทอผ้าและเรียนหนังสือ ต่อให้จบเพื่อความภูมิใจของผู้เป็นแม่ พรนับพันนั้นรู้ว่าตัวเองมีพรสวรรค์ด้านการวาดรูป จึงเปลี่ยนไปเรียนวาดรูปแทน และภาพที่ตัวเองวาดด้วยความเผลอไผลคือภาพครอบครัวที่เคยวาดตั้งแต่เด็ก ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก พรนับพันเล่าเรื่องให้แสนคมฟังถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แสนคมจึงพูดปลอบใจว่า ตอนนี้พรนับพันก็ไม่ใช่คนเดิมแล้วให้เก็บไปคิดว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปดี นางพวงทำที่ดินของตัวเองให้เป็นแบบของตาคะยอโดยการปลูกกล้วยไข่ ปลูกพริก โดยมีจ่าโชติช่วยด้วย พรนับพันและเพลินตาตามจ่าโชติไปดูบดินทร์ และจ่าทัศน์ฝึกควายแทนแสนคมแล้วต้องหัวเราะ กับความน่ารักของควาย แสนคมบอกว่าปัจจุบันคนหันไปใช้รถไถกันมาก ทำให้ควายถูกมองข้าม สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถทรงคำนึงถึงเรื่องนี้ ทรงอยากให้ควายอยู่คู่กับสังคมไทยไปเหมือน เดิม เพราะรถไถสิ้นเปลืองทั้งเงินทั้งน้ำมัน จึงทรงให้มีโรงเรียนควาย ธนาคารควายเกิดขึ้นบดินทร์สวมแหวนญาติของตัวเองให้เพลินตาโดยมีนังทองหยิบ นังทองหยอด จ่าโชติ จ่าทัศน์ เป็นพยานในปลัก ที่กำลังสอนชาวบ้านไถนาร่วมกับควาย มีนักสังคมสงเคราะห์ นำเอาอุปกรณ์การศึกษาพร้อมอุปกรณ์กีฬามามอบให้โรงเรียน รวมทั้งเครื่อง คอมพิวเตอร์ และเครื่องพิมพ์งานมามอบให้ศูนย์ศิลปาชีพ ซึ่งนักสังคมสงเคราะห์ที่ว่าคือ บิดามารดา ของพรนับพัน ซึ่งมีคุณปัทมากับปรางวลัยตามมาด้วย ทั้งคู่มามอบให้เป็นการส่วนตัว พรนับพันได้พบกับพ่อแม่โดยไม่รู้ตัว ทั้งที่ตัวเองกำลังจะโทร. ไปหาอยู่พอดี สร้างความดีใจจน ต้องร้องไห้ พร้อมกับก้มลงกราบที่เท้าของพ่อแม่พูดขอโทษ ไม่ต่างอะไรกับคุณพรพรรณรายที่ร้องไห้ พร้อมทั้งขอโทษลูกที่ตบหน้า คุณเมธีก็บอกว่าเขาปรับปรุงตัวเองใหม่แล้ว พรนับพันมองหน้าพ่อแม่ ที่เวลานี้ไม่มีรอยเคร่งเครียดเหมือนเก่าให้เห็นก็ดีใจ และถามผู้เป็นแม่เรื่องรูป ซึ่งได้รับคำตอบว่าไม่สนใจแล้ว เพราะรู้ว่าลูกไม่ได้เป็นแบบนั้น มีคนใส่ร้าย ปรางวลัยก็พูดว่าเธอไม่ได้ใส่ร้ายมันเป็นเรื่องจริง แสนคมเลยบอกว่าเขาอยู่ในเหตุการณ์รู้ว่าอะไรเป็นอะไร พรนับพันทำท่าจะเข้าไปตบแก้แค้นแต่แสนคมห้ามไว้ สองแม่ลูกจึงพากันหลบออกไปด้วยความอับอาย ท่ามกลางการใจหายใจคว่ำนึกว่าพรนับพันจะทำจริง พ่อแม่ลูกปรับความเข้าใจกันท่ามกลาง ความดีใจของทุกคน ติดตามชมละคร ร้อยป่าไว้ด้วยรัก ได้ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 19.35-20.35 น. และวันศุกร์ เวลา 19.05-19.50 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละคร ร้อยป่าไว้ด้วยรัก เริ่มตอนแรกวันจันทร์ที่ 16 มกราคม 2560 รายชื่อนักแสดงน ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก มาสุ จรรยางค์ดีกุล รับบท ผู้พันแสนคมฑาริกา อินสุวรรณ์ รับบท พรนับพันดวงตา ตุงคะมณี รับบท ป้าพวงสิปโปทัย ฉันทะสิริวัฒน์ รับบท ดวงใจ หรือ ดวงลดากันตพัฒน์ เพิ่มพูนพัชรสุข รับบท ไกรภพชลธิชา เที่ยงธรรม รับบท ปรางวลัยสุปราณี เจริญผล รับบท พรพรรณรายดารัณ ฐิตะกวิน รับบท สราญรัตน์

ละคร บุษบาหน้าตลาด , เรื่องย่อ บุษบาหน้าตลาด
ละคร บุษบาหน้าตลาด /  ละคร บุษบาหน้าตลาด / 

บุษบาหน้าตลาด บทประพันธ์ : อรุณรตีบทโทรทัศน์ : ฐา-นวดีสถิตยุทธการกำกับการแสดง : บัณฑิต ทองดีออกอากาศ : ทุกวันจันทร์ ถึงวันศุกร์ ทางช่อง 3 เรื่องย่อ เรื่องราวของสาวน้อยลูกมหาเศรษฐีณีที่โดนแย่งสมบัติไปตั้งแต่ลืมตาดูโลก แต่ชะตาเจ้ากรรมที่ส่งเด็กน้อยอย่างดอกไม้ให้ไปเติบโตในร้านดอกไม้แถวปากคลองตลาดอย่างอบอุ่น แล้วก็ขีดเส้นทางให้เธอได้เดินกลับมาเพื่อช่วยแม่แท้ๆที่เสียสติไปทวงสมบัติของเธอคืน ดอกไม้ข้างถนนต้องปรับตัวให้เป็นดอกไม้ชั้นสูงให้ได้เพื่อทวงสิทธิ์ที่เป็นของเธอและแม่แท้ๆคืนมา ตลาดดอกไม้... ฝนเทลงมาหนาเม็ดจนแทบมองไม่เห็น ในเงามืดมีร่างของใครบางคนกำลังวางทารกตัวน้อยกำลังร้องไห้เสียงดังสนั่นหน้าร้านดอกไม้ในตลาด เสียงร้องของเด็กน้อยทำให้ประตูร้านถูกเปิดออก ละมุนอุ้มเด็กขึ้นมา จ่าผุยที่กำลังเข้าเวรขี่จักรยานตรวจชุมชนทำหน้าสงสัยว่า เด็กที่ไหนมาร้องอยู่ เขาเป็นพยานเพียงคนเดียวในคืนนั้นที่เห็นเหตุการณ์ ! 18 ปี ผ่านไป ร้านดอกไม้บุษบาเป็นที่รู้จักของคนในตลาดทั้งเรื่องฝีมือการจัดดอกไม้ที่ไม่เป็นรองร้านดอกไม้ใหญ่ๆมีชื่อโด่งดังในแถบนั้นเพราะแม่ละมุนเจ้าของร้านมักจะหาวิธีจัดดอกไม้ใหม่ๆมาอยู่เสมอ และดอกไม้ลูกสาวคนสวยที่อายุอานามพึ่งย่างเข้าสู่วัย 18 กับลูกสมุนปากกรรไกรอย่างไอ้ดุ้งเองก็เป็นที่รู้จักกันทั่ว แต่ถึงแม้สองคนนี้จะแสบยังไง ดอกไม้ก็ยังเป็นที่รักของชาวตลาดด้วยความมีน้ำใจคอยช่วยเหลือแม่ค้าด้วยกันแถบนั้นอยู่เสมอเช้าตรู่วันหนึ่ง ขณะที่ดอกไม้กำลังไปส่งดอกไม้ให้ละมุนเหมือนปกติ เสน่ห์หรือตาเหน่คนขับรถตู้ของคฑาลูกชายคนเดียวของคุณหญิงช้องนางเจ้าของตลาด เกือบจะขับรถชนกรรณิกาแก้ว พอดีดอกไม้เห็นเข้าเสียก่อนจึงเข้าช่วยไว้ได้ทัน แต่ดอกไม้ไม่รู้ว่าบ้านของแก้วอยู่ที่ไหน จึงพาแก้ว กลับไปที่บ้านของตน คฑาซึ่งนั่งอยู่ในรถเสน่ห์ เลยลงจากรถมาดูเหตุการณ์ พวกแม่ค้าเห็นคฑาก็จำได้ทันทีว่าเป็นลูกชายคนเดียวของคุณหญิงช้องนางเจ้าของตลาด คฑากลับมาบ้านพบช้องนางผู้เป็นแม่ ทั้งสองสวมกอดกันด้วยความดีใจ เขาเล่าเหตุการณ์เรื่องที่เสน่ห์ขับรถเกือบชนดอกไม้ให้แม่ฟัง แต่สืบสงวน พี่สาวกับไม่ใยดี เกรงดอกไม้จะมาหาประโยชน์จากคฑา ละคร บุษบาหน้าตลาด พนัสให้กรจีบตามหาแก้ว เพราะหากเธอหายสาบสูญ กว่าพนัสและกรจีบจะมีสิทธิจัดการกับมรดกของแก้ว ต้องรอถึง 5 ปี แต่หากหลอกให้แก้วเซ็นต์มอบมรดกให้ยังดีกว่า สุดท้าย กรจีบจึงรีบออกตามหาแก้ว พนัสเป็นสามีใหม่ของกรจีบ แต่พอลับตาคน เขาก็ชอบลวนลามกรกนกอยู่บ่อยครั้ง รุ่งขึ้นประมุขพากรจีบ กรกนก ถนอมศรีมาแจ้งความเรื่องแก้วหาย พอดีกับที่ดอกไม้กับจ่าผุย พาแก้วมาที่โรงพัก ทำให้แก้วได้พบกับทุกคน คฑาไปเริ่มงานที่บริษัทของช้องนาง โดยมีสืบสงวนเป็นพี่เลี้ยงให้ สืบสงวนเหมือนไม่เต็มใจให้คฑาเข้าไปรู้ความลับที่บริษัทนัก อ้างกับช้องนางให้เปิดบริษัทใหม่ให้ แต่คฑาไม่เห็นด้วย สืบสงวนพาคฑาไปเดินดูกิจการที่ตลาด จนคฑาสังเกตเห็นได้ว่า พ่อค้าแม่ค้า ไม่ชอบสืบสงวนนัก ถมเงิน เพื่อนของคฑา ซึ่งเป็นทนายความ เปิดบริษัทสำนักงานทนายความถมทองและบุตร อยู่ที่เดียวกับบริษัทของอังกาบ ทำให้เขาได้พบกับดรุณพิมพ์ ลูกของอังกาบ ทั้งคู่บังเอิญติดอยู่ในลิฟท์ที่กำลังค้างอยู่ด้วยกัน ทำให้ถมเงินรู้สึกประทับใจในตัวดรุณพิมพ์ตั้งแต่แรกเห็น ซึ่งดรุณพิมพ์เองก็เป็นเพื่อนรักกับดอกไม้ แถมเล่าเรื่องที่สืบสงวนพาน้องชายคือคฑา มาดูกิจการที่ตลาดให้ดอกไม้ฟังด้วย ดรุณพิมพ์ไม่ชอบใจที่อังกาบผู้เป็นแม่จะให้เธอ หรือดรุณา พี่สาว คนใดคนหนึ่ง แต่งงานกับคฑาอีกด้วย สำหรับดรุณพิมพ์แล้ว เขาสนิทกับคฑามาตั้งแต่เด็ก คิดเพียงว่าคฑาเป็นพี่ชายคนหนึ่งเท่านั้น ด้านกรกนกก็ไม่อยากอยู่บ้านกับกรจีบและพนัส จึงมาของานทำกับพอลล่า พอลล่าจึงส่งกรกนก ไปคัดตัวเป็นนางแบบเสื้อผ้าให้กับเครือกิจไพบูลย์ของอังกาบ ทำให้กรกนกได้พบกับดรุณา ทั้งคู่ไม่ถูกชะตากันตั้งแต่แรก ช้องนางจัดงานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของคฑาขึ้นที่บ้าน สืบสงวนแอบอิจฉา อังกาบพาดรุณามางานด้วย ส่วนดรุณพิมพ์ไปช่วยดอกไม้จัดดอกไม้ในงาน กรจีบก็พากรกนกมาแนะนำให้คฑารู้จักด้วย สืบสงวนได้พบกับพนัส รู้สึกพอใจในตัวพนัสตั้งแต่แรกเห็น ช้องนางกับแก้ว ก็พูดคุยกันตามประสาเพื่อนรัก ประมุขมาหาแก้วที่บ้าน จึงรู้ว่าไปงานเลี้ยง นึกถึงอดีตที่แก้วร้องไห้กับช้องนาง เรื่องที่ท้องกับเอก ประมุขยินดีแต่งงานกับแก้ว เพื่อรับเป็นพ่อของเด็กในท้อง แต่แก้วปฎิเสธ ทำให้เขาเสียใจมากดรุณพิมพ์ พาดอกไม้ กับดุ้ง มากินข้าวในงานเลี้ยง ดอกไม้จึงได้พบกับคฑา ส่วนดรุณพิมพ์ก็ได้พบกับถมเงิน ถมเงินจึงรู้ว่าดรุณพิมพ์ เป็นลูกคุณอังกาบ ส่วนคฑาก็รู้ว่า ดอกไม้เป็นเพื่อนกับดรุณพิมพ์ แก้วดีใจมากที่ได้พบกับดอกไม้ แก้วพูดอวดว่าดอกไม้จบมัณฑนศิลป์มา ช้องนางเองก็ชื่นชมดอกไม้ คฑาได้ที รีบชวนให้ดอกไม้มาทำงานตกแต่งคนโด กับโฮมออฟฟิศของบริษัทด้วย ดอกไม้อยากช่วยงานแม่ที่ร้าน คฑาจึงเสนอให้มาทำงานกับเขาอาทิตย์ละ 3 วัน ละมุน จึงเห็นดีด้วย พนัสถูกเจ้าหนี้ซ้อมปางตายแล้วยึดรถไป สืบสงวนไปพบเข้าพอดี จึงนำส่งโรงพยาบาล กรจีบรีบมาเยี่ยมทันที จนพนัสพ้นขีดอันตราย รุ่งขึ้น สืบสงวนเอากระเช้าไปเยี่ยม พนัสรีบจับมือสืบสงวน ทั้งสองมีใจตรงกัน โดยที่กรจีบยังไม่ทันระแวงสงสัย คฑาพาดอกไม้มาส่งที่บ้าน ทั้งคู่ตัวเปียกปอน เพราะก๊อกน้ำรั่ว แล้วน้ำก็กระเด็นใส่ ละมุนจึงให้ดอกไม้พาคฑาไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วคฑาก็เผลอหลับไปที่บ้านของดอกไม้นั่นเอง จ่าผุยมาเจอคฑาอยู่ที่บ้าน นึกหึงละมุนคิดว่าคฑามาเฝ้าละมุน จนดอกไม้ต้องไล่คฑากลับไป คฑาสงสัยเรื่องก๊อกน้ำรั่ว จึงถามดอกไม้ รุ่งขึ้นดอกไม้จึงให้คฑาเอาแบบ และเสปคของผลิตภัณฑ์ที่สั่งมา ดอกไม้จึงบอกกับคฑาว่ามันผิดเสปค ถ้าผู้รับเหมาไม่ชุ่ย ก็เป็นการร่วมมือกันระหว่างผู้รับเหมากับสืบสงวน คฑาเริ่มเครียด ผู้รับเหมา รีบโทรบอกสืบสงวน สืบสงวนจึงจะหาทางกำจัดดอกไม้ กรจีบเป็นคนสั่งให้คนร้าย ไปทำร้ายดอกไม้ แต่เมื่อลูกน้องโทรมารายงาน แล้วบอกว่า มีชายหน้าบากคนหนึ่งมาช่วยดอกไม้ไว้ กรจีบแทบล้มทั้งยืน รู้ว่าต้องเป็นเสงี่ยม คนสวนเก่าแก่ในบ้าน แน่นอน ยิ่งเสงี่ยมปกป้องดอกไม้มากเท่าไหร่ กรจีบก็แน่ใจว่าดอกไม้เป็นลูกของแก้ว กรจีบเครียดจัด ไปเล่าเรื่องให้ชมัยฟัง เสงี่ยมตั้งปฎิญาณต่อหน้าพระประธาน ว่าจะแก้ไขเรื่องราวที่ตนเคยทำเลวร้ายไว้กับดอกไม้ และจะปกป้องดอกไม้ให้ถึงที่สุด ละคร บุษบาหน้าตลาด ดรุณาหาทางเข้าใกล้คฑา ด้วยการไปเสนองานเรื่องคอมเพล็กซ์ให้ช้องนางฟัง และชวนเข้าร่วมหุ้นด้วยกัน เพราะนอกจากจะได้เงินแล้ว ยังได้ใกล้ชิดคฑาอีกด้วย สืบสงวนส่งคนร้ายไปเผาบ้านดอกไม้ แต่เสงี่ยมช่วยไว้ได้ทัน ด้านดรุณพิพม์ก็ไปทำงานที่บริษัทของถมเงินอีกด้วย คฑาให้ถมเงินเป็นทนายความส่วนตัวให้ ดูและเรื่องสัญญาคอมเพล็กซ์ เพราะไม่ไว้ใจคนของสืบสงวนอีกต่อไปกรจีบส่งคนร้ายไปยิงดอกไม้จนได้รับบาดเจ็บ คฑาพาส่งโรงพยาบาล และชวนถมเงินไปแจ้งความ จ่าผุยรู้เรื่อง รีบให้ตำรวจเข้ามาดูแล้ว แก้วรู้ข่าวว่าดอกไม้ถูกยิง ก็รีบมาเยี่ยมทันที แก้วทำพินัยกรรม ยกมรดกให้กับดอกไม้ พร้อมทั้งรับเป็นลูกบุญธรรมอีกด้วย ดอกไม้ไม่รับ แต่แก้วให้ช้องนางไปช่วยพูดให้ดอกไม้มาอยู่เป็นเพื่อนแก้วที่บ้าน ละมุนมีข้อแม้ ว่าจะยอมให้ดอกไม้ไปอยู่ด้วย จนกว่าแก้วจะหาลูกที่แท้จริงพบ สุดท้าย ดอกไม้กับดุ้ง จึงไปอยู่ที่บ้านแก้ว โดยมีคฑา และดรุณพิมพ์ คอยไปดูแลอยู่ไม่ห่าง กรกนกไปถ่ายแบบ ให้แฟชั่นคอมเพล็กซ์ โดยมีอังกาบ ดรุณา มาดูการถ่ายแบบด้วย คฑาก็พาดอกไม้มาด้วยเช่นกัน เพราะดอกไม้เคยรับปากไว้กับช้องนางไว้ว่า จะช่วยงานให้ถึงที่สุด กรกนกทำทีแกล้งเป็นลม เพื่อได้ใกล้ชิดกับคฑา ซ้ำยังหาทางแกล้งดอกไม้ด้วย แต่คฑาไม่สนใจกรกนก อีกทั้งยังตามดอกไม้ไม่ห่าง ทั้งกรกนก อังกาบ ดรุณา ไม่พอใจที่ดอกไม้ได้ใจของคฑาไปครอง ข่าวเรื่องที่แก้วรับดอกไม้เป็นลูกบุญธรรม ถูกลงหนังสือพิมพ์จนทั่ว สุดท้ายแก้วตัดสินใจพาดอกไม้ ไปเปิดตัวที่งานการกุศลงานหนึ่ง วาริศ ซึ่งเป็นเจ้าของแกลลอรี่ ก็นำภาพวาดมาประมูลด้วย เขาได้เห็นดอกไม้และรู้สึกประทับใจตั้งแต่แรกพบเลยทีเดียว กรจีบยังไม่ละความพยายามที่จะเขี่ยให้ดอกไม้พ้นจากแก้วไปให้ได้ เธอให้บริษัทที่จัดงานไปจ้างละมุนมาจัดดอกไม้ ละมุนมางานโดยที่ไม่รู้ว่า ดอกไม้อยู่ที่นั่นด้วย ดอกไม้ดีใจที่ได้พบกับละมุน แต่กลับถูกสาวสังคมต่อว่าเรื่องที่มีชาติกำเนิดเป็นลูกสาวร้านขายดอกไม้ ดอกไม้ไม่สนใจคำครหา กลับตรงเข้าไปหาละมุน และพูดปกป้องศักดิ์ศรีของแม่ตนเอง วาริศยิ่งทึ่งในความดีในตัวดอกไม้ แก้วเสียใจที่ทำให้ดอกไม้ต้องพบกับเรื่องไม่ดี และสัญญาจะไม่พาเธอออกงานสังคมอีก ดอกไม้มาส่งแม่ที่บ้าน ละมุนพูดเตือนสติด้วยความเป็นห่วง ว่าสังคมชั้นสูง จะทำให้ลูกสาวเธอเจ็บปวด โดยเฉพาะคฑา ซึ่งเป็นทายาทเศรษฐี กลัวดอกไม้จะต้องพบกับความเจ็บปวด เพราะด้วยความที่ต่างชนชั้น ทำให้ดอกไม้ได้คิด และเริ่มตีตัวออกห่าง ไม่เข้าใกล้คฑาอีก เพราะกลัวใจตนเองจะหวั่นไหว ทำให้คฑาเสียใจมาก อีกทั้งสืบสงวน ยังคงพูดใส่ไฟให้ช้องนางฟัง ว่าดอกไม้ลืมกำพืดตนเอง ตีตัวออกห่างคฑา แล้วไปคบหากับวาริศ ทำให้ช้องนางเข้าใจในตัวดอกไม้ผิดไปคฑาพาดอกไม้มาทำบุญที่วัด และได้พบกับเสงี่ยม ดอกไม้จำได้ว่าเสงี่ยมเคยช่วยชีวิตเธอไว้ ตอนที่บ้านถูกไฟไหม้ เสงี่ยมบอกว่า ในอดีตตนเอง เป็นคนสวนบ้านของแก้ว อยากจะพบ และพูดคุยเรื่องสำคัญกับแก้วสักครั้ง เมื่อกรจีบรู้เรื่อง จึงให้คนไปดักทำร้ายเสงี่ยม แต่สืบสงวนและพนัสรู้เข้าเสียก่อน เลยมาชิงตัวเสงี่ยมไป แล้วทำทีว่าเป็นคนดี โดยที่เสงี่ยมไม่รู้เท่าทัน พนัสกับสืบสงวน หวังจะให้เสงี่ยมบอกความลับเรื่องลูกของแก้วออกมาให้ได้ ดอกไม้ตกลงรับปากไปเป็นนางแบบให้กับวาริศ ยิ่งสร้างความหึงหวงให้กับคฑา วาริศยอมรับกับคฑาว่าชอบดอกไม้ด้วยใจจริง ยิ่งทำให้คฑาเครียดหนัก อังกาบไปตามให้ดรุณพิมพ์กลับมาอยู่ที่บ้าน พร้อมทั้งไปอาละวาดกับถมเงิน ถมเงินปฎิเสธว่าดรุณพิมพ์ไม่ได้อยู่กับตน สุดท้าย อังกาบจึงรู้ว่าลูกสาวไปอยู่กับละมุนนั่นเอง ละคร บุษบาหน้าตลาด แก้วขอร่วมหุ้น ลงทุนเรื่องคอมเพล็กซ์กับช้องนาง โดยคฑานั้นเป็นผู้ดูแลกิจการแทนช้องนาง ส่วนแก้วให้ดอกไม้เป็นผู้ดูแลเรื่องงานตกแต่งภายในทั้งหมด อังกาบไม่พอใจที่ดอกไม้เข้ามามีสิทธิ์เสมอตน กรจีบกับสืบสงวนเองก็นิ่งเฉยไม่ได้ สืบสงวนหลอกให้ดอกไม้ ใช้ผู้รับเหมาที่เธอรู้กันมารับทำช่วงต่อจากดอกไม้ หวังจะกลั่นแกล้งดอกไม้จนถึงที่สุด ในงานเปิดตัวคอมเพล็กซ์ กรกนก ได้เป็นนางแบบหลัก เดินแบบพร้อมเครื่องเพชรราคาแพง สืบสงวนได้ทีใส่ร้ายดอกไม้จึงวางแผนอย่างแยบยล ให้พนัสปลอมตัวเป็นพนักงาน แล้วสลับเครื่องเพชรตัวจริงเอาไปเสียเอง ส่วนดอกไม้กลับรับเคราะห์ ตกเป็นผู้ต้องสงสัย พนัสขโมยเพชรตัวจริงไป สารวัตรดนัยนพ เข้ามาสืบเรื่องราวด้วยตนเอง ดรุณาได้ที จะหาเรื่องดอกไม้ จึงขอให้ดนัยนพ จับคนร้ายให้ได้ ซึ่งดนัยนพเองนั้นรับปาก แต่ก็เชื่อมั่นว่าดอกไม้ไม่ใช่คนร้าย คฑาเป็นห่วงดอกไม้มากที่ถูกใส่ร้าย แต่เขาก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะตอนนี้ดอกไม้ตีตัวออกห่างเขาเหลือเกิน ช้องนางเองก็เสียใจที่ดอกไม้ทอดทิ้งคฑา จึงบอกให้สืบสงวน ยกเลิกการสั่งดอกไม้จากร้านละมุน ทำให้ดอกไม้และละมุนเสียใจมาก ดรุณาตัดต่อคลิปเสียงว่าดอกไม้รักทั้งคฑาและวาริศในเวลาเดียวกัน ทำให้คฑาเสียใจมาก แต่ดรุณพิมพ์พบความจริงเข้าเสียก่อน จึงบอกกับดอกไม้ ว่าจะบอกความจริงกับคฑาให้ได้ ดรุณพิมพ์ต่อว่าดรุณา ที่ใช้วิธีสกปรก เพื่อที่จะได้หัวใจของคฑามา ซ้ำเธอยังรู้อีกว่าแม่ให้คนไปสืบประวัติของถมเงิน ยิ่งทำให้ดรุณพิมพ์เสียใจที่ทั้งแม่และพี่สาวไม่เข้าใจในตัวเธอ คฑารู้ความจริงในที่สุด มาหาดอกไม้เพื่อปรับความเข้าใจกันดอกไม้ถูกใส่ร้ายเรื่องที่ไม่โปร่งใสด้านการบริหารงาน สุดท้ายเรื่องราวใหญ่โต สืบสงวนรีบฆ่าปิดปากคนที่เกี่ยวข้อง จนดอกไม้กลายเป็นผู้ต้องสงสัยไปอีก ละมุนห่วงลูกสาวมาก กรจีบหาทางขับไล่ดอกไม้ ให้ออกจากบ้านแก้วได้ในที่สุด ดอกไม้จึงกลับมาอยู่กับแม่ กรจีบยังไม่หยุดแค่นั้น ส่งคนร้ายไปทำร้ายแก้วปางตาย คฑารีบพาแก้วไปเยี่ยมในวันรุ่งขึ้น แต่พนัสกับกรจีบไม่ให้เยี่ยม ดอกไม้เสียใจ ซบหน้าร้องไห้กับคฑา แก้วต้องผ่าตัดด่วน และต้องการเลือด แต่กรจีบไม่ยอมบริจาคให้ ดอกไม้อาสาบริจาคเลือดให้ โชคดีที่เป็นกรุ๊ปเดียวกัน หมอประมุขจึงขอให้ดอกไม้พาละมุน มาบริจาคเลือดอีกคน เผื่อไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินกับแก้ว แต่กลายเป็นว่าดอกไม้กับละมุน มีกรุ๊ปเลือดคนละกรุ๊ปกัน หมอประมุขเริ่มสงสัยอะไรบางอย่าง อังกาบรู้ความจริงเรื่องที่ถมเงินมีฐานะ และเป็นเศรษฐีคนหนึ่งเลยทีเดียว จึงไม่ขัดขวางความรักระหว่างดรุณพิมพ์และถมเงิน อีกต่อไป ซ้ำยังจะบังคับให้ดรุณพิมพ์หมั้นกับถมเงินอีกด้วย แต่ดรุณพิมพ์ไม่ยอม เพราะเป็นการบังคับถมเงินเกินไป แก้วกลายเป็นอัมพาต สมใจกรจีบ ซ้ำกรจีบยังไล่ถนอมศรี พยาบาลประจำตัวออกไปอีกด้วย ถึงแม้คฑา จะหาทางไปเยี่ยมแก้ว แต่กรจีบก็กีดกันทุกทาง กรกนกเห็นความร้ายกาจของแม่มากขึ้นทุกวัน เริ่มสงสารและเห็นใจแก้ว กรกนกเริ่มกลับใจ พยายามหาทางให้ดอกไม้กับวาริศ มานำตัวแก้วไป แต่ถูกแม่จับได้เสียก่อน เสงี่ยมเห็นข่าวการป่วยของแก้ว เป็นห่วง เพราะทุกอย่างเกิดจากความผิดของตนเอง ยิ่งได้ฟังเรื่องที่สืบสงวนกับพนัสคุยกัน เรื่องที่จะกำจัดแก้วกับดอกไม้เสงี่ยมจึงตัดสินใจหนีไปจากห้องที่พนัสขังตัวเองได้ในที่สุด แล้วรีบไปหาดอกไม้ที่บ้านละมุน พบคฑาอยู่ด้วยกัน เสงี่ยมเล่าความจริงเมื่อยี่สิบปีที่แล้วให้ทุกคนฟัง ละคร บุษบาหน้าตลาด เสงี่ยมบอกถึงเหตุการณ์วันที่แก้วคลอดลูกออกมาเป็นผู้หญิง แล้วกรจีบให้ชมัย นำเด็กไปกำจัดทิ้งเพราะเป็นลูกไม่มีพ่อ กลัวครอบครัวจะอับอาย ชมัยจึงนำเด็กมาให้ตน เสงี่ยมไม่อยากฆ่าเด็ก จึงนำมาวางไว้ที่หน้าบ้านละมุน ละมุนกับจ่าผุยมาเจอเข้า ละมุนจึงเก็บเด็กมาเลี้ยง ซึ่งเด็กคนนั้นก็คือดอกไม้นั่นเอง ละมุนน้ำตาไหลพราก เมื่อความจริงเปิดเผยกลัวดอกไม้จะไม่รักตนแล้ว แต่ดอกไม้กลับก้มลงกราบแทบเท้าที่ละมุนเลี้ยงดูเธอจนเติบใหญ่ เสงี่ยมกราบขอโทษละมุนและดอกไม้ที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น คฑาก็พลอยร้องไห้ไปกับดอกไม้ด้วย ไม่เว้นแม้แต่ดุ้งที่นั่งฟังอยู่ก็ร้องไห้ไปด้วยทั้งดรุณพิมพ์ ถมเงิน วาริศ ดนัยนพ ต่างได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมด คฑาแนะนำให้ดอกไม้ไปตรวจดีเอ็นเอ ที่สำคัญ ต้องช่วยแก้ว แม่แท้ ๆ ของดอกไม้ มาจากกรจีบให้ได้เสียก่อน คฑาวราริศ ดอกไม้ ได้รับความช่วยเหลือจากการกนก พาแก้วออกมาได้ในที่สุด แก้วดีใจมากที่รู้ความจริงเรื่องที่ดอกไม้เป็นลูกที่แท้จริงของเธอ แก้วพูดขอบใจที่ละมุนเลี้ยงดูแก้วมาเป็นอย่างดี ช้องนางเองก็พลอยดีใจไปกับดอกไม้ด้วยที่ได้พบแม่ที่แท้จริงเสียที ผลตรวจดีเอ็นเอออกมา ปรากฏว่าดอกไม้กับแก้ว เป็นแม่ลูกกันจริง ๆ กรจีบรับไม่ได้ที่ดอกไม้จะมาแย่งทุกอย่างไป เธอกลายเป็นคนที่ไม่ได้อะไรเลย พนัสเห็นว่ากรจีบหมดตัว จึงตีตัวออกห่าง หนีไปอยู่กับสืบสงวน กรจีบคุ้มคลั่ง สะกดรอยตามมา จึงรู้ว่าทั้งคู่ ลักลอบคบหากัน ความแค้น จึงทำให้กรจีบนำปืนไปยิงสืบสงวน แต่พนัสกลับรับเคราะห์แทน แล้วรีบให้สืบสงวนหนีไป เมื่อไปถึงโรงพยาบาล พนัสก็เสียชีวิต กรจีบ จึงถูกตำรวจจับ ไปชดใช้กรรมในคุก กรกนกเสียใจมาก ทั้งแก้วและดอกไม้ ต่างปลอบโยน ว่ายังมีคนที่รักและหวังดีต่อกรกนกอยู่ แก้ว ดอกไม้ คฑา ช้องนาง ดรุณพิมพ์ ถมเงิน ทุกคนต่างเป็นธุระจัดงานศพให้พนัส สืบสงวนแอบมายืนร้องไห้อยู่ในงานสวดศพ กรกนกเห็นสืบสงวน จึงตามไปคุยเรื่องที่พนัสกับสืบสงวนแอบคบหากัน จนเกิดเรื่องราวร้าย ๆ ขึ้น ช้องนางเดินเข้าไปได้ยินพอดี จึงรู้ว่า สืบสงวนเป็นชู้กับพนัส ช้องนางเสียใจมาก ซ้ำร้าย เธอยังพบเพชรที่หายไปอยู่ในกระเป๋าของสืบสงวน ช้องนางจึงมั่นใจว่าลูกสาวตนเองมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องราวเลวร้ายทั้งหลายด้วย เมื่อช้องนางรู้ความลับทุกอย่าง สืบสงวนจึงต้องจำใจปิดปากช้องนาง เธอแกล้งผลักให้แม่ตกบันไดมา แต่โชคดีคฑากับดอกไม้มาช่วยไว้ทัน นำส่งโรงพยาบาล สืบสงวน จึงถูกตำรวจจับในที่สุด ละคร บุษบาหน้าตลาด อังกาบกับดรุณพิมพ์ ปรับความเข้าใจกันได้ ถมเงินพาดรุณพิมพ์กลับไปส่งที่บ้าน และมีงานหมั้นหมายระหว่างดรุณพิมพ์กับถมเงินในเวลาต่อมา ดรุณาอดน้อยใจไม่ได้ ที่น้องสาวมีคนรักไปแล้ว แต่ก็ไม่นาน สารวัตรดนัยนพก็มาสานสัมพันธ์ ปลูกต้นรัก และคบหากับดรุณาอีกด้วย คฑายังคงน้อยใจที่วาริศ ยังเฝ้าตามติดดอกไม้ไม่ห่าง ช้องนางก็นึกสงสารคฑา จึงอยากให้ลูกชายแต่งงาน ความน้อยใจ คฑาจึงพูดไปว่าจะแต่งงานกับกรกนก ดอกไม้เองก็เสียใจ ละมุนไม่อาจทนเห็นดอกไม้ไม่มีความสุข จึงไปสารภาพกับช้องนาง ว่าตนเป็นคนขอร้องให้ดอกไม้ ตีตัวออกห่างคฑา เพราะกลัวว่าดอกไม้จะต้องเสียใจ ไม่นึกว่า จะทำให้คฑาและดอกไม้ต้องเจ็บปวด ช้องนางจึงเข้าใจทุกอย่าง วาริศเองก็ยอมรับกับดอกไม้ว่า รักเธอจริง ๆ แต่เขาก็ยอมรับว่าดอกไม้นั้นมีคฑาอยู่เต็มหัวใจ เช่นเดียวกับกรกนก ที่รู้ชัดว่าคฑาเองก็รักดอกไม้เช่นเดียวกัน สุดท้ายทุกคน ทั้งช้องนาง วาริศ กรกนก คฑา แก้ว ละมุน จึงทำที จัดงานแต่งงานระหว่างคฑาและกรกนกขึ้น แล้วเชิญดอกไม้เข้ามาในงาน กรกนก เอ่ยปากขอโทษทุกอย่างที่ผ่านมา และจะยินดีมาก หากคนที่เธอรักมีความสุข นั่นก็คือดอกไม้ คฑาขอดอกไม้แต่งงานท่ามกลางสักขีพยานมากมาย ดอกไม้กับคฑาจึงได้แต่งงานกันอย่างมีความสุข หมดเรื่องราวร้าย ๆ เสียที รายชื่อนักแสดงสรวิชญ์ สุบุญ รับบท คฑาชีรณัฐ ยูสานนท์ รับบท ดอกไม้ปวิช เวียงนนท์ รับบท ถมเงินนันท์ปภัทร ปิ่นโรจน์กีรติ รับบท ดรุณพิมพ์ณิชาวรินทร์ เบิกอรุณรุ่ง รับบท กรกนกเปรมณัช สุวรรณานนท์ รับบท วาริศอัมราภัสร์ วรรธนะกุล รับบท สืบสงวนธนิดา กาญจนวัฒน์ รับบท ดรุณาจินตหรา สุขพัฒน์ รับบท กรรณิกาแก้วเกรียงไกร อุณหะนันทน์ รับบท หมอประมุขอภิรดี ภวภูตานนท์ รับบท กรจีบวรรณษา ทองวิเศษ รับบท ละมุน

อำไพ-พันทวี (บริษัท จำกัด)

อุปกรณ์สัญญาณไฟฉุกเฉิน นำเข้า-จำหน่าย สัญญาณไฟฉุกเฉิน

หมอเจี๊ยบ ฮอตปรอทแตก! แต่ยังเหงาเพราะไร้คู่
เจี๊ยบ ลลนา /  พอลลี่ พรพรรณ

   ตั้งแต่เปลี่ยนมาเป็นสาวห้าว ก็ฮอตแบบถล่มทลาย สำหรับ (หมอ)เจี๊ยบ ลลนา ที่ล่าสุดไปเปิดใจว่าตอนนี้ทำงานเยอะ โสดสนิท ไร้คนดูแลหัวใจ ความสัมพันธ์ พอลลี่ พรพรรณ แค่เพื่อน อ้อนแฟนๆ ขอบคุณที่เข้าใจในความเป็นเจี๊ยบ    "ตอนนี้โสด ช่วงนี้ไม่มีใครคุยเลย(ยิ้ม) เรื่องสเปคจริงๆ เป็นใครก็ได้นะที่เข้าใจในสิ่งที่เราเป็น ในสิ่งที่เราทำ และเป็นคนดีก็พอแล้วค่ะ กับพอลลี่ก็เป็นเพื่อนกัน ช่วงนี้ไม่ว่างได้เจอเลย นี่ก็ไม่ว่างเลย เจี๊ยบไม่มีเวลาทำอะไรเลยทำแค่งานในโรงพยาบาลกับงานในวงการก็หมดเวลาแล้ว ตอนนี้เป็แพทย์ประจำบ้าน สาขาฉุกเฉิน ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ก็ใกล้จะจบแล้วถามว่าในอนาคตจะเลือกงานในวงการ หรืองานหมอ ถ้าต้องเลือกจริงๆ ก็ต้องเลือกงานหมอของเจี๊ยบอยู่แล้ว แต่ถ้ามีเวลามีงานเข้ามาเจี๊ยบก็ยินดีรับทุกอาชีพ ถ้าเราแบ่งเวลาได้(ยิ้ม)    ในส่วนของการแบ่งบาทบาทหน้าที่จริงๆ มันก็ไม่ได้ยากมากแค่สั่งคัท เราก็กลับมาเป็นเจี๊ยบคนเดิมที่เป็นหมอ ไม่เคยอินจนกลับบ้าน จะมีแค่บางที่เท่านั้นที่รู้สึกแว้บเดียวเราก็พยายามดึงตัวเองกลับมาบอกตัวเองว่าอันนั้นมันแค่ละคร มันจะมีติดอารมณ์เครียดกลับมาเวลาที่เล่นบทเศร้าเยอะๆ เคล็บลับไม่มีอะไรแค่เราอยู่กับปัจจุบัน รู้ว่าเราทำอะไรอยู่ก็พอ แฟนๆ ส่วนใหญ่เข้าใจนะว่าเรามีหลายอาชีพ(ยิ้ม) เขาก็รอผลงานของเรา ก็ขอบคุณแฟนๆ ที่ให้กำลังใจเจี๊ยบทุกที่ทุกงานเสมอ แม้กระทั่งในไอจีก็ตาม เขาเป็นคนที่น่ารักจริงๆ เขาสัมผัสได้ถึงตัวตนเจี๊ยบแล้วก็รักในสิ่งที่เจี๊ยบเป็น" ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก IG:jeab_lalana,บันเทิง 8 HOT NEWS เจี๊ยบ ลลนา   เจี๊ยบ ลลนา   เจี๊ยบ ลลนา  

10 คำถามบริการ พร้อมเพย์ PromptPay คืออะไร
ATM /  Promptpay / 

ใกล้จะถึงวันเปิดให้ลงทะเบียนแล้วนะครับสำหรับบริการ พร้อมเพย์ PromptPay แต่ตอนนี้เชื่อว่ายังมีคนที่สงสัยอยู่ว่ามันคืออะไร ใช้งานยังไง ลงทะเบียนที่ไหน วันนี้เราจะมาคลายทุกข้อสงสัยกันกับ 10 คำถามเกี่ยวกับบริการ พร้อมเพย์ ตอบทุกเรื่องอย่างละเอียดแบบที่ไม่ต้องไปหาที่ไหนต่อ ลองไปดูกันเลย 1. บริการพร้อมเพย์ดีอย่างไรบังคับให้ทุกคนต้องลงทะเบียนหรือไม่? บริการพร้อมเพย์ (PromptPay) หรือเดิมใช้ชื่อว่า เอนี่ ไอดี (Any ID) เป็นทางเลือกในการให้บริการรับ - โอนเงินระหว่างกันแบบใหม่ โดยไม่ต้องใช้เลขที่บัญชีเงินฝากธนาคาร ใช้เพียงแค่หมายเลขโทรศัพท์มือถือ หรือ เลขประจำตัวประชาชนทำให้การโอนเงินผ่านบริการพร้อมเพย์มีความสะดวกและปลอดภัย โดยจะให้บริการผ่านช่องทางต่างๆ ของธนาคาร คือ Mobile Banking, Internet, Banking และ ตู้ ATM ทั้งนี้ การให้บริการพร้อมเพย์ ถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินของประเทศไทย พร้อมเพย์เป็นบริการทางเลือกให้ประชาชนโดยทุกคนไม่จำเป็นต้องมาลงทะเบียน แต่ผู้ที่มีการโอนเงินรับเงินบ่อย ๆ ควรมาลงทะเบียนใช้พร้อมเพย์ เพราะจะได้รับ ประโยชน์จากค่าธรรมเนียมที่ถูกลงมาก ในระยะแรกจะเป็นการลงทะเบียนเพื่อให้บริการรับ โอนเงินระหว่างบุคคลก่อน โดยมีค่าธรรมเนียมดังนี้ 2. บริการพร้อมเพย์ปลอดภัย หรือไม่ บริการพร้อมเพย์เป็นระบบที่มีความปลอดภัยสูงตามมาตรฐานสากล และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย เช่นเดียวกับระบบการโอนเงินประเภทต่างๆ ที่มีให้บริการอยู่ในปัจจุบัน ระบบพร้อมเพย์มีการดูแลความปลอดภัยตั้งแต่ขั้นตอนการลงทะเบียนที่รัดกุม การพัฒนาระบบกลางที่มั่นคง ปลอดภัย และการใช้งานของประชาชนผู้โอนเงินอย่างถูกต้อง ลงทะเบียนรัดกุม ธนาคารจะมีการตรวจสอบตัวตนของลูกค้าและความเป็นเจ้าของหมายเลขโทรศัพท์มือถืออย่างรัดกุม นอกจากนี้ ธปท. ได้กำชับให้ธนาคารปฏิบัติตามแนวทางที่กำหนดในการรับลงทะเบียนพร้อมเพย์ ซึ่งได้ออกไปเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 59 เพื่อให้การลงทะเบียนมีความปลอดภัยเป็นมาตรฐาน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน รวมทั้ง ธปท. มีการตรวจสอบ ขั้นตอนและการควบคุมดูแล ระบบการลงทะเบียนพร้อมเพย์เป็นการเฉพาะเพื่อให้มั่นใจในความมั่นคงปลอดภัยและความพร้อมใช้งาน ระบบกลางมั่นคงปลอดภัย พร้อมเพย์เป็นระบบที่พัฒนาเพิ่มจากระบบโอนเงินที่ใช้อยู่ปัจจุบัน จึงมีความปลอดภัยไม่ด้อยกว่าบริการโอนเงินในปัจจุบันเป็นระบบที่เชื่อมระหว่างธนาคารและผู้ให้บริการระบบกลางพร้อมเพย์ของประเทศไทยคือ บริษัท NITMX จึงเป็นระบบปิดที่มีการดูแลรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐานสากลคนภายนอกไม่สามารถต่อเข้ากับระบบนี้ผ่านช่องทาง Internet ทั่วไปได้ และ ธปท. ได้ติดตามดูแลการพัฒนาระบบด้านความมั่นคงปลอดภัยด้วย นอกจากนี้ ได้มีการเตรียมการรองรับในด้านความปลอดภัย รวมถึงการดูแลระบบสารสนเทศ (IT) ในเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย มาตรฐานความถูกต้องความพร้อมใช้ของระบบ การดูแลการเข้าถึงข้อมูล การสำรองข้อมูล การมีแผนรองรับกรณีฉุกเฉินด้วย ระบบกลางของพร้อมเพย์ได้ถูกออกแบบและพัฒนาโดยบริษัทที่เป็น ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบการชำระเงิน และเป็นผู้พัฒนาระบบการชำระเงินที่ใช้ในประเทศต่างๆ อาทิ ระบบที่มีลักษณะเดียวกันกับพร้อมเพย์ที่ประเทศอังกฤษ (ใช้มาเป็นเวลา 8 ปี) และสิงคโปร์ (2 ปี) โดยมีมาตรฐานความปลอดภัยสูงระดับสากล และยังมีระบบติดตามและป้องกันการทุจริตเพื่อเพิ่มความปลอดภัยด้วย ทั้งนี้ ผู้ให้บริการระบบกลาง ได้ให้บริการโดยระบบที่มีมาตรฐานความปลอดภัยด้านเทคโนโลยีและสารสนเทศ ตามมาตรฐาน ISO 27001 ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระบบสากลและมีการตรวจสอบประเมินความปลอดภัยจากหน่วยงานภายนอกที่ได้รับการรับรองอีกชั้นหนึ่ง ประชาชนโอนเงินอย่างถูกต้อง นอกเหนือจากความปลอดภัยของระบบกลางแล้ว ได้มีการออกแบบความปลอดภัยในส่วนของกระบวนการเข้าใช้งาน กล่าวคือ ผู้ใช้บริการทุกธนาคาร จะต้องมีการใส่เลขรหัส หรือ Password และมีการยืนยัน รายการก่อนทำการโอนทุกครั้ง 3. ผู้ใช้บริการพร้อมเพย์ต้องลงทะเบียนบริการพร้อมเพย์หรือไม่ ผู้โอนเงิน ถึงแม้ว่าไม่ได้ลงทะเบียนบริการพร้อมเพย์ ก็สามารถโอนเงินด้วยพร้อมเพย์ได้แต่ผู้รับโอนต้องลงทะเบียนใช้บริการพร้อมเพย์แล้ว ผู้โอนเงินจึงสามารถโอนผ่านพร้อมเพย์ด้วยค่าธรรมเนียมใหม่ได้ ผู้รับโอนเงิน จะต้องลงทะเบียนเพื่อผูกบัญชีธนาคารของตนเองกับหมายเลขโทรศัพท์มือถือหรือเลขประจำตัวประชาชนก่อนและแจ้งหมายเลขดังกล่าวให้ผู้โอนทราบ เพื่อ รับเงินเข้าบัญชีที่ได้ผูกไว้ 4. ผู้ที่มีบัญชีเงินฝากธนาคารหลายบัญชีจำเป็นต้องมาลงทะเบียนพร้อมเพย์ทุกบัญชีหรือไม่ สำหรับผู้ที่มีบัญชีเงินฝากธนาคารหลายบัญชีไม่จำเป็นต้องมาลงทะเบียนพร้อมเพย์ทุกบัญชี แต่อาจเลือกบัญชีใดบัญชีหนึ่งไว้สำหรับรับเงินด้วยพร้อมเพย์ก็ได้ หรือในกรณีที่อยากใช้พร้อมเพย์กับหลายบัญชีก็สามารถเลือกผูกเลขประจำตัว ประชาชนกับบัญชีที่ 1 และผูกหมายเลขโทรศัพท์มือถือกับบัญชีที่ 2 ก็ได้ แต่ต้องระวังว่าหมายเลขเดียวกันผูกซ้ำเกินกว่า 1 บัญชีไม่ได้ 5. การที่ผู้อื่นรู้เลขประจำตัวประชาชน หรือหมายเลขโทรศัพท์มือถือของเราจะเอาไปโอนเงินออกจากบัญชีเราได้หรือไม่ กรณีนี้ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากการผูกบัญชีกับเลขประจำตัวประชาชน หรือหมายเลขโทรศัพท์มือถือนั้น ทำเพื่อการรับเงินได้สะดวก การโอนเงินออกจากบัญชีไม่มีอะไรเปลี่ยนจากเดิม หากโอนโดยใช้ Mobile Banking หรือ Internet Banking ก็ต้องมี Username / Password หรือหากโอนที่ ATM ก็ต้องมีบัตร ATM และรหัสผ่านจึงจะโอนเงินออกไปได้ หรือการถอนเงินที่สาขาก็ต้องมีลายเซ็นซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับเลขประจำตัวประชาชน หรือหมายเลขโทรศัพท์มือถือแต่อย่างใด การนำหมายเลขโทรศัพท์มือถือของผู้อื่นไปแอบอ้างลงทะเบียนผูกบัญชีของตนเองเพื่อขโมยเงินมา ก็ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากธนาคารจะมีระบบรักษาความปลอดภัยหลายชั้น เช่น การตรวจสอบลูกค้า (Know Your Customer : KYC) ตามหลักเกณฑ์ที่ ธปท. กำหนดและการตรวจสอบคามเป็นเจ้าของ ของหายเลขโทรศัพท์มือถือและตัวเครื่องในขั้นตอนการลงทะเบียน นอกจากนี้ข้อมูลของผู้ลงทะเบียนดังกล่าว ต้องมีความถูกต้องตรงกันกับข้อมูลในบัญชีเงินฝากธนาคารด้วย 6. การใช้บริการพร้อมเพย์มีข้อควรปฏิบัติ / ควรระวังอย่างไรบ้าง ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้รับโอนเงิน ในการโอนเงินผ่านบริการพร้อมเพย์ ผู้รับโอนเงินต้องลงทะเบียนให้สำเร็จ ก่อนแจ้งเลขประจำตัวประชาชน หรือ หมายเลขโทรศัพท์มือถือ ให้ผู้โอนเงิน 1 หมายเลข ผูกได้เพียง 1 บัญชีเท่านั้น อย่าใช้หมายเลขเดียวกันลงทะเบียนซ้ำกับหลายธนาคารจะทำให้การลงทะเบียนไม่สำเร็จ หากต้องการเปลี่ยนบัญชีเงินฝากธนาคารที่ได้ลงทะเบียนผูกบัญชีไว้กับทั้งเลขประจำตัวประชาชน และ/หรือ หมายเลขโทรศัพท์มือถือ ต้องไปยกเลิกการลงทะเบียนกับธนาคารที่เคยผูกบัญชีไว้ก่อน แล้วจึงไปลงทะเบียนผูกบัญชีกับธนาคารใหม่ กรณีเปลี่ยน / ยกเลิกหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ได้ลงทะเบียนผูกบัญชีไว้แล้ว ต้องไปยกเลิกการลงทะเบียนกับธนาคารที่เคยผูกบัญชีไว้โดยเร็วและหากลูกค้ายังต้องการใช้บริการพร้อมเพย์ ต้องนำหมายเลขโทรศัพท์ใหม่ไปลงทะเบียนใหม่กับ ธนาคารที่ลูกค้าเลือกใช้บริการ ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้โอนเงิน ก่อนโอนเงินขอให้ ตรวจสอบชื่อนามสกุล ผู้รับโอนเงินให้ถูกต้องก่อนยืนยันการโอนเงินทุกครั้ง ข้อควรระวังโดยทั่วไปของการใช้บริการพร้อมเพย์ ควรระมัดระวังรักษาอุปกรณ์ เช่น โทรศัพท์มือถือ หรือ Mobile Device ที่ใช้เชื่อมต่อทำธุรกรรมเกี่ยวกับระบบพร้อมเพย์เป็นอย่างดี เพื่อไม่ให้ผู้อื่นเอาไปใช้งาน เช่นเดียวกับการดูแลบัตรเครดิตหรือบัตร ATM ที่ผ่านมา ผู้โอนเงินควรเรียนรู้ ศึกษา วิธีการใช้งานอย่างปลอดภัย เช่น การตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องก่อนการยืนยันการโอนเงิน ควรมีความระมัดระวังในการตั้งรหัส Username / Password ให้คาดเดาได้ยากและไม่บอกรหัส Username / Password กับผู้อื่น หรือเขียนเอาไว้ในที่เปิดเผย ที่ผ่านมาปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้น มักมีสาเหตุจากการหลอกลวงโดยคน ไม่ใช่เรื่องของ ระบบงานจึงต้องระมัดระวังกลโกงต่าง ๆ ให้โอนเงินไปให้ หรือหลอกขอข้อมูลรหัส Username / Password 7. หมายเลขโทรศัพท์มือถือแบบเติมเงิน (Prepaid) สามารถใช้ในการลงทะเบียนได้หรือไม่ และจะตรวจสอบความเป็นเจ้าของหมายเลขโทรศัพท์มือถือได้อย่างไร หมายเลขโทรศัพท์มือถือแบบ Prepaid ที่ลงทะเบียนด้วยชื่อของท่าน สามารถนำมาลงทะเบียนได้โดยดำเนินการตามเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร ประชาชนสามารถตรวจเช็คว่าหมายเลขโทรศัพท์มือถือของตนได้ลงทะเบียนกับค่ายโทรศัพท์มือถือไว้ด้วยเลขประจำตัวประชาชนของตนเองหรือไม่ (ทั้ง Prepaid และPostpaid) ก่อนการลงทะเบียนผูกบัญชีพร้อมเพย์ ซึ่งสามารถเช็คได้ด้วยตัวเอง โดยการ กด *179*เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก # และโทรออกโดย ใช้ได้กับทุกค่ายมือถือตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค. 59 เป็นต้นไป 8. หากการโอนเงินผ่านบริการพร้อมเพย์มีคามผิดพลาด เช่น ตัดเงินต้นทางแต่ไม่เข้าปลายทาง หรือโอนเงินผิด จะทำอย่างไร ผู้ใช้บริการควรเก็บรายละเอียดหรือหลักฐานการโอนเงินต่าง ๆ และแจ้งกับธนาคารต้นทางเพื่อทำการตรวจสอบธนาคารมีกระบวนการรองรับปัญหานี้อยู่แล้ว ซึ่งเป็นกระบวนการเดียวกันที่ใช้แก้ปัญหาการโอนเงินในปัจจุบัน 9. (1) หากมีการรับสวัสดิการ เช่น เบี้ยคนพิการ ถ้าไม่ได้มาลงทะเบียนบริการพร้อมเพย์เพื่อผูกเลขประจำตัวประชาชน จะถูกตัดสิทธิ์การรับสวัสดิการหรือไม่ พร้อมเพย์เป็นทางเลือกใหม่เพิ่มเติมจากบริการโอนเงินในปัจจุบันถ้าไม่ได้ผูกบัญชี ก็ยังคงได้รับเงินสวัสดิการ / เงินช่วยเหลือต่างๆ จากภาครัฐตามปกติผ่านช่องทางปัจจุบัน (2) ถ้ามีบัญชีที่พร้อมรับเงินสวัสดิการจากรัฐอยู่ในระบบของกรมบัญชีกลางแล้ว ยังจำเป็นต้องลงทะเบียนหรือไม่ อย่างไรก็ดี สำหรับผู้ที่มีสิทธิรับเงินสวัสดิการ / เงินช่วยเหลือต่าง ๆ จากภาครัฐควรลงทะเบียนระบบพร้อมเพย์โดยผูกเลขประจำตัวประชาชนกับบัญชีเงินฝากธนาคาร ซึ่งจะช่วยให้การรับเงินสวัสดิการ / เงินช่วยเหลือต่าง ๆ ของภาครัฐในอนาคตมีความสะดวกมากขึ้น ภาครัฐจะส่งเงินสวัสดิการ / เงินช่วยเหลือต่าง ๆ มาให้ได้ตรงตัวผ่านเลขประจำตัวประชนชน ครบถ้วนทุกประเภทสวัสดิการที่เรามีสิทธิได้รับด้วยความรวดเร็ว 10. ข้อมูลส่วนตัวจะปลอดภัยหรือไม่ ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้บริการมีความปลอดภัยสูงธนาคารหรือ NITMX ไม่สามารถนำข้อมูลลูกค้ามาเปิดเผยหรือขายต่อได้ โดยมีกฎหมาย พ.ร.บ. ธุรกิจสถาบันการเงิน และ พ.ร.ฎ. ควบคุมดูแลธุรกิจบริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ควบคุมอยู่ ซึ่งธนาคารและ NITMX ได้ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด และ ธปท. มีการตรวจสอบกำกับดูแลสม่ำเสมอ นอกจากนี้ ข้อมูลการชำระเงินที่เก็บอยู่ในระบบกลาง มีระบบการรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐานสากลโดยจะถูกเข้ารหัสความปลอดภัยทั้งหมด ขอบคุณเนื้อหาดีๆ จาก ธนาคารแห่งประเทศไทย

รีวิว Sully : สัญชาตญาณของวีรบุรุษ
Sully /  Tom Hanks / 

รีวิว Sully : สัญชาตญาณของวีรบุรุษ หลังจากที่เมื่อต้นปี ผมได้เห็นบทบาทของ ทอม แฮงค์ส (Tom Hanks) ออกเดินทางไปยังดินแดนตะวันออกกลางเพื่อขายโฮโลแกรมให้กับชีคในภาพยนตร์เรื่อง A Hologram for the King แล้ว วันนี้เขาได้พลิกบทบาทจากเซลส์แมนมาเป็นนักบินของสายการบิน US AIRWAYS เที่ยวบินที่ 1549 ทอม แฮงค์ส กำลังจะสร้างปาฏิหาริย์ให้เกิดขึ้นกลางแม่น้ำฮัดสัน เหมือนที่ กัปตัน ซัลลี ซัลเลนเบอร์เกอร์ (Sully Sullenberger) เคยทำไว้เมื่อปี 2009 และผมไม่พลาดที่จะตีตั๋วขึ้นเครื่องบินเที่ยวนี้อย่างแน่นอน Sully ปาฏิหาริย์บนแม่น้ำฮัดสัน ว่าด้วยเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเช้าวันจันทร์ที่ 15 มกราคม 2009 ได้เกิดเหตุการณ์เครื่องบินแอร์บัส เอ 320 ขัดข้อง จนต้องลงจอดฉุกเฉินในแม่น้ำฮัดสันในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ในเวลาต่อมารอบเครื่องบินที่ลอยอยู่เหนือน้ำถูกห้อมล้อมไปด้วยกู้ภัยและผู้คนที่อยู่ใกล้เคียงเข้ามาช่วยเหลือ ลูกเรือ 155 คนรอดชีวิต และ กัปตัน ซัลลี ซัลเลนเบอร์เกอร์ รับบทโดย ทอม แฮงค์ส (Tom hanks) ได้รับคำยกย่องและถูกจดจำว่าเป็นฮีโร่คนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา ทันทีที่ภาพยนตร์เริ่มฉาย แทบไม่มีฉากอินโทรให้ผู้ชมปรับอารมณ์แต่อย่างใด ผมแนะนำว่าทันทีที่ภาพยนตร์เริ่มฉายควรจดจ่อจับจ้องอยู่กับภาพยนตร์ให้ดี ภาพยนตร์เล่าเรื่องเป็นเส้นตรง แต่ระหว่างทางมีตัดสลับย้อนให้เห็นเหตุการณ์เป็นช่วง ๆ โดยเป็นการตัดสลับตามความคิดที่แล่นเข้ามาในหัวของกัปตันซัลลี ซึ่งไม่ทำให้สับสน ยังทำให้เข้าใจเหตุการณ์ได้ง่ายขึ้นอีกด้วย ตัวละครในเรื่องที่สำคัญมีไม่กี่คนเท่านั้น ทำให้ผมได้โฟกัสที่ ทอม แฮงค์ส ได้อย่างเต็มที่ และนักแสดงสองรางวัลออสการ์คนนี้สามารถคุมให้ผมจดจ่อจับจ้องได้ตลอดชั่วโมงกับอีกสามสิบห้านาที แน่นอนว่าภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างจากเหตุการณ์จริง ในเช้าวันที่เครื่องบินจอดกลางแม่น้ำฮัดสัน ซึ่งข่าวระบุว่าไม่มีใครเสียชีวิต ถือเป็นอีกหนึ่งปาฏิหาริย์ที่ทำให้นักบินคนนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นฮีโร่ในเวลาต่อมา แต่สิ่งที่ภาพยนตร์เรื่องนี้อยากบอกเล่าก็คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากวันนั้น กัปตันคนนี้ต้องเผชิญกับอะไร ความวิตกกังวลในนาทีเป็นนาทีตาย การสอบสวนอย่างเข้มข้นที่น่าสงสัยว่าทำไมกัปตันถึงตัดสินใจลงจอดกลางแม่น้ำ ซึ่งเป็นที่รู้กันว่ามีความเสี่ยงสูงมาก ในขณะที่เจ้าหน้าที่ยืนยันว่ารันเวย์ใกล้เคียงสามารถลงจอดได้ ทอม แฮงค์ส สามารถถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกในสภาวะที่จิตใจถูกสั่นคลอนในช่วงเวลานั้นของกัปตันออกมาได้เป็นอย่างดี ช่วงเวลาที่กังวล เครียด ไม่สบายใจ ทำให้ในตอนนั้นมีความรู้สึกอยู่ลึก ๆ ที่เชื่อว่า ทอม แฮงค์ส คือกัปตันผู้สร้างปาฏิหาริย์จริง ๆ ถ้า กัปตัน ซัลลี ซัลเลนเบอร์เกอร์ มีชั่วโมงบินมาแล้วเกือบ 40 ปี การที่ได้นักแสดงอย่าง ทอม แฮงค์ส ที่มีชั่วโมงบินอยู่ในฮอลลิวูดมาแล้วเกือบ 40 ปี เช่นกัน มารับบทนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ลงตัวและเหมาะสมทีเดียว หลายครั้งที่ชีวิตคนเราจะต้องตัดสินใจระหว่างเส้นทางสองเส้น เมื่อใดก็ตามที่เลือกทางใดทางหนึ่งไปแล้ว แน่นอนว่าเราจะไม่มีทางรู้ได้ว่าอีกเส้นทางหนึ่งจะเป็นอย่างไร จะดีกว่าหรือแย่กว่าทางที่เราเลือกหรือไม่ โดยเฉพาะในเวลาคับขัน ในเวลาที่มีชีวิตเป็นเดิมพัน ในเวลาที่เหลือเพียงเราเท่านั้นที่ตัดสินใจได้ ประสบการณ์ในชีวิตที่สั่งสมมาคือแรงขาที่ทำให้เราเลือกก้าวเดินไปยังเส้นทางนั้น ทันทีที่หยั่งขาออกตัวเดินก้าวแรกไปแล้ว ไม่ต้องสับสน ไม่ต้องพะวงอีกต่อไป แต่จงเชื่อมั่นในสัญชาตญาณที่ตัวเองเลือก และก้าวเดินฝ่ากลีบกุหลาบและขวากหนามในหนทางข้างหน้าต่อไปอย่างเข้มแข็ง

กชพรกด4เม็ด! ชบาแก้วu-16เฉียบอัดสปป.ลาว 5-2
ชบาแก้ว /  ชิงแชมป์เอเชียรอบคัดเลือก / 

ทัพชบาแก้วผลงานยังดีต่อเนื่องหลังไล่ถล่ม สปป.ลาว ไปขาดลอยด้วยสกอร์ 5-2 โดยกชพร นิลละออ เหมาคนเดียว 4 ประตูให้ทีมคว้าชัยไปอย่างสุดมัน ความเคลื่อนไหวฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยชุด U-16 ภายใต้การคุมทีมของ นพดล พิบูลย์เวช ที่อยู่ในระหว่างแข่งขันรายการ “AFC U-16 Women’s Championship 2017 Qualifiers” ระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม - 5 กันยายน ที่จังหวัดชลบุรี โดยทัพชบาแก้วประเดิมสนามด้วยการเอาชนะ จอร์แดน 2-1 ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยลงสนามนัดที่สองพบ ทีมชาติลาว เกมนี้ “โค้ชแดง” มีการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นเพียงตำแหน่งเดียวจากนัดก่อน เริ่มเกมช่วง 20 นาทีแรก ทั้งสองทีมยังแลกกันสูสีและมีโอกาสลุ้นประตูคนละครั้ง โดยทีมชาติลาวได้ เคมมี่ พัทดารา ลองส่องด้วยขวาแต่หลุดเสา ขณะที่ทีมไทยได้ลุ้นจาก ภัทรนันท์ อุปชัย ที่จิ้มด้วยขวาในเขตโทษบอลพุ่งเข้าข้างตาข่ายอย่างน่าเสียดาย นาทีที่ 37 ชบาแก้วมาได้ประตูออกนำ 1-0 จากจังหวะฟรีคิกระยะ 25 หลาเยื้องทางฝั่งซ้าย สุภาวดี คีรีวงศ์ ปั่นไปที่เสาแรก ลิตาร์ ผู้รักษาประตูลาวรับบอลปลื้นเข้าประตูไป ก่อนที่ กชพร นินละออ จะมาทำประตูที่สองในช่วงทดเจ็บของครึ่งแรก 45 นาทีแรกผ่าน ทีมชาติไทย ออกนำ ลาว 2-0 ครึ่งหลัง นาทีที่ 52 ไทยมาได้ประตูหนีห่างเป็น 3-0 จากจังหวะที่ กชพร นินละออ ปั่นโค้งๆด้วยขวาริมกรอบเขตโทษบอลผ่านมือ ลิตาร์ เข้าไป ก่อนที่นาทีถัดมา กชพร คนเดิมจะหลุดไปยิงประตูที่ 4 ให้ทีมและเป็นแฮตทริกของดาวเตะหมายเลข 3 ในเกมนี้ นาทีที่ 67 ทีมชาติลาว มาได้ประตูตื้นเป็น 1-4 จากจังหวะหลุดไปซัดด้วยขวาของ เคมมี่ พัทดารา ทว่าอีก 4 นาทีถัดมา กชพร นิลละออ มายิงให้ไทยหนีไปอีกครั้ง 5-1 ทว่านาทีถัดมา วาดี้ อินทิยา ก็มายิงให้ลาวไล่มา 2-5 ช่วงท้ายเกมยังแลกกันอย่างสนุก ทว่าไม่มีประตูเพิ่มจบเกม ทีมชาติไทย เอาชนะ ทีมชาติลาว 5-2 รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม ทีมชาติไทย : พรพิมล เงินพล (ผู้รักษาประตู), กชพร นิลละออ, สุภาวดี คีรีวงศ์, ธาดารัตน์ ไทยทรงธรรม, ภัทรนันท์ อุปชัย, ธนกร พลคำ, ศศิกานต์ สูบกระโทก, ณัฐณิชา กาฬสินธุ์, เพ็ญพิชชา ไชยสีดา, ภรทิพย์ ทองวิจิตร, ทรินนิตี้ พาราสแคนโดลา ทีมชาติลาว : ลิตาร์ (ผู้รักษาประตู), วิลินธร วงแสงทอง, วิไลวรรณ ปัญญานุวงศ์, ล่าน้อย วงศ์เชียงคาม, เคมมี่ พัทดารา, ทิพภาภรณ์ หอมสมบัติ, อภัสรา จันทวงศ์ษา, โบริ่ง, หนูแดง สีประสงค์, อนุตา จันทิทอง, พรทิพย์ พรหมจันทร์

CAT โชว์สุดยอดนวัตกรรมและโซลูชั่นด้านการสื่อสารโทรคมนาคมยุคใหม่อย่างเต็มรูปแบบ
CAT /  network / 

CAT โชว์สุดยอดนวัตกรรมและโซลูชั่นด้านการสื่อสารโทรคมนาคมยุคใหม่อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมนำประเทศไทยก้าวสู่ The Next Digital Infrastructure ในงาน CAT Network Showcase 2016 บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ผู้นำการให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมรายใหญ่ของประเทศไทย จัดงานแสดงศักยภาพการให้บริการโทรคมนาคมครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี “CAT Network Showcase 2016” ภายใต้แนวความคิด THE NEXT Digital Infrastructure ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยการสนับสุนนของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ภายในงาน ได้รับเกียรติจากพันเอก ผศ.ดร.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เป็นประธาน โดยได้กล่าวถึงโครงการต่างๆที่ CAT ได้ดำเนินงานในปีนี้ว่า “CAT รับมอบนโยบายดิจิทัลไทยแลนด์โดยตรงจากรัฐบาล และมุ่งมั่นที่จะพัฒนาต่อยอดเพื่อให้ประเทศไทยมีระบบโครงสร้างพื้นฐานเป็น THE NEXT Digital Infrastructure เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการนำพาประเทศไทย ให้ก้าวสู่กลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว ที่สามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัล สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและคุณค่าทางสังคมอย่างยั่งยืน ตามโรดแมป (Road Map) ของรัฐบาลพร้อมกันนี้ ได้รับนโยบายเพื่อดำเนินการเร่งด่วนในทุกโครงการ เพื่อการพัฒนาประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางอาเซียนซึ่งเชื่อมั่นว่าจะเกิดประโยชน์ในภาพรวมของประเทศอย่างแท้จริง” สำหรับแผนการดำเนินงานในอนาคตอันใกล้ CAT ได้ศึกษาแนวทางวางระบบเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศเส้นทางใหม่ในภูมิภาคอาเซียนและการเชื่อมต่อเส้นทางเคเบิลภาคพื้นดินจากกลุ่มอินโดจีนเพื่อเชื่อมต่อสู่ทั่วโลกผ่านระบบต่างๆโดยได้มีการลงนาม MOU ร่วมกับผู้ให้บริการชั้นนำในภูมิภาคอาเซียน ได้แก่ บริษัท ทาทา คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด และ China Telecom Global Limitedซึ่งจะมีการพัฒนาร่วมกันในส่วนโครงข่ายพื้นฐานระหว่างประเทศ (Hard Infrastructure) เพื่อเป็นศูนย์กลางการให้บริการกลุ่มธุรกิจของไทยและประเทศต่างๆ ในกลุ่มประเทศอาเซียนที่จะสามารถเชื่อมโยงใช้บริการด้านดิจิทัลผ่านประเทศไทยได้แบบครบวงจร  พร้อมสนับสนุนโครงการเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับเมืองเพื่อให้เกิดความสะดวกสบาย การเข้าถึงบริการของเมืองได้รวดเร็ว และสร้างความปลอดภัยแก่ประชาชนมากขึ้น โดยอาศัยเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐาน ศูนย์ข้อมูล และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี IoT โดยมีจังหวัดภูเก็ตเป็นโครงการนำร่องซึ่งCATดูแลในส่วนของโครงสร้างระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Digital Infrastructure) และโครงสร้างระบบการเชื่อมต่อ (Connectivity)  พร้อมทั้งวางระบบ WiFiมากกว่า 1,000 จุด ทั่วเกาะภูเก็ต รองรับการเชื่อมต่อระบบ/อุปกรณ์ Smart Device ต่างๆ โดยระบบ Smart City Platform จะสามารถควบคุม บริหารจัดการและจัดเก็บข้อมูลจากอุปกรณ์ของผู้ใช้งาน ซึ่งจะมีเก็บข้อมูล/ประมวลผลและวิเคราะห์ด้วยระบบ Big Data Analytics ซึ่งพัฒนาร่วมกับอุปกรณ์ iBEACONที่มีความสามารถในการติดต่อสื่อสารประชาสัมพันธ์กับลูกค้า/ผู้ใช้งานได้แบบเรียลไทม์ ณ จุดเชื่อมต่อ ทั้งนี้ยังรองรับการรักษาความปลอดภัยให้กับตัวนักท่องเที่ยว โดยจะมีการวางระบบ Emergency Call ที่มีการเชื่อมต่อกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยระบบการแจ้งเตือน ติดตาม นำทาง และการให้ความช่วยเหลือกรณีฉุกเฉินเร่งด่วนอย่างใกล้ชิดพร้อมทั้งการประชาสัมพันธ์โครงการต่างๆ ให้กับนักท่องเที่ยวได้รับรู้ผ่านทางสื่อ Digital Signage ที่จะมีการ Feed ข่าวอัพเดตอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ CAT ยังได้ริเริ่มศึกษาพัฒนาโครงการเมืองนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล บนพื้นที่ขนาด 600 ไร่ในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่งมีความได้เปรียบในด้านทำเลที่ตั้งซึ่งเป็นพื้นที่ธุรกิจใกล้กับจุดเชื่อมต่อเครือข่ายทางทะเล และมีขนาดของพื้นที่กว้างใหญ่ สามารถจัดสรรพื้นที่ใช้สอยเพื่อจัดตั้งศูนย์รวมเทคโนโลยีต่างๆ ที่ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย มีคุณภาพ สามารถตอบสนองผู้ใช้บริการได้ตรงความต้องการ อย่างครบวงจร เพื่อเป็น “Digital Innovation Park”ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ พร้อมมุ่งสนับสนุนโครงการจัดตั้งศูนย์บ่มเพาะ Startup เพื่อต่อยอดไอซีทีในธุรกิจแขนงต่างๆ อีกด้วย ในส่วนของการสร้างองค์ความรู้เพื่อความแข็งแกร่งให้ชุมชนCAT ได้จัดวางระบบถ่ายทอดโทรทัศน์ช่อง dETVไปยังศูนย์ดิจิทัลชุมชนทั่วประเทศ พร้อมผลิตรายการเพื่อการพัฒนาทักษะบุคลากรในชุมชน อาทิ รายการ check in ICT วิถีไทย, รายการOnline ขายดีลั่นทุ่ง, รายการเป็นหนึ่ง, รายการ ICTลุยสวน ซึ่งเหล่านี้จะเป็นการส่งเสริมความรู้ด้านไอซีทีให้กับชุมชน เพื่อยกระดับการพัฒนาด้านไอซีทีให้กับประชาชนในทุกชนชั้นรวมไปถึงโครงการสนับสนุนให้สินค้าเกษตรใช้ระบบตรวจสอบย้อนกลับ หรือe-Smart Farmเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลก การจัดงาน CAT Network Showcase ปีนี้ CAT เน้นย้ำการประยุกต์ให้เกิดโซลูชั่นการใช้งานที่เหมาะกับกิจกรรมหรือการใช้เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจอย่างแท้จริง บนโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งCAT ได้เตรียมความทั้งด้าน Capacity และ Coverageพร้อมรองรับทุกกิจกรรม โดยได้รวมเอาโซลูชั่นด้านไอทีที่มีการพัฒนาบริการบน Infrastructure ประเภทต่างๆ จากหลากหลาย BUไม่ว่าจะเป็นเป็น การทำงานบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตผ่าน CAT Managed VPN,การให้บริการ IRIS Cloud ที่ตอบสนองความต้องการในธุรกิจทั้งขนาดกลางและขนาดย่อมกับการทำงานบนระบบและซอฟท์แวร์ผ่านคลาวด์ได้อย่างปลอดภัยในราคาย่อมเยา ซึ่งเป็นการยกระดับมาตรฐานธุรกิจ SME ไทย รวมไปถึงการใช้งานเครือข่ายระดับองค์กรพร้อมการสร้างความปลอดภัยของเครือข่าย นอกจากนี้ยังมีโซลูชั่นสำหรับการใช้ชีวิตแบบดิจิไลฟ์ของคนรุ่นใหม่ อาทิ บริการความบันเทิงแบบออนไลน์ C nemaบนเครือข่าย C internet  ที่จะบันเทิงได้อย่างไม่สะดุด, ระบบ e-Learning ที่ประชาชนจะสามารถเข้าถึงความรู้ในทุกแขนงได้อีกมากมาย รวมไปถึงเทคโนโลยีการสื่อสารทางเสียงระหว่างประเทศอย่างประหยัด พร้อมโปรโมชั่นบัตรโทรศัพท์ระหว่างประเทศ และ 3G my by CAT ในราคาสุดพิเศษ พร้อมกันนี้พันธมิตรในวงการไอทีชื่อดังทั้งในและต่างประเทศอย่าง PCCW Global, Cisco, Huawei,Oasis,Poise Technology และนิตยสาร Micro computer ก็ได้มาร่วมแสดงศักยภาพไอทีเพื่อธุรกิจยุคใหม่ กันอย่างคับคั่ง นอกจากการแสดงศักยภาพด้านการสื่อสารโทรคมนาคมแล้ว CAT Network Showcase ในครั้งที่ 7 ยังจัดให้มีงานสัมมนาให้ความรู้ด้านการวางระบบเครือข่ายและการเปลี่ยนแปลงของระบบเครือข่ายในอนาคต โดยเชิญสุดยอดผู้เชี่ยวชาญจากวงการไอทีมากมายที่จะมาให้ความรู้ในงาน อาทิ ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ CAT,ดร.รัฐศาสตร์ กรสูต ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักส่งเสริมธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์(สพธอ.),Mr.Benjamin King จาก Google Thailandอีกทั้งยังส่งเสริมในส่วนของการให้ความรู้เรื่อง การใช้เครือข่ายเพื่อธุรกิจ Startup ซึ่งเป็นธุรกิจที่คนรุ่นใหม่ให้ความสนใจ โดยผู้บริหารจากกลุ่ม Startups ไทยที่ประสบความสำเร็จ อย่าง eatigo, Techsauce, WashBox24 และดร.เจน  จูฑา จาก The VC Group ,ดร.พีรเดช ณ น่าน คอลัมนิสต์ชื่อดังรวมถึงกูรูจากวงการ e-Commerceอย่างคุณภาวุธพงษ์วิทยภานุจาก TARAD.COM ที่มาแชร์ประสบการณ์ให้ได้ศึกษากันอย่างรอบด้าน และไฮไลท์ภายในงาน รายการ The Modder จาก CAT Channelได้นำผลงานเคสคอมพิวเตอร์จาก Modder ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ การแข่งขัน Thermaltake 2016 MFC (Modding Fighting Championship) จัดโดย Thermaltake ประเทศไต้หวันมาจัดแสดงเป็นพิเศษซึ่งเรียกความสนใจจากผู้เข้าชมงานเป็นอย่างดีรวมถึงกิจกรรมการแข่งขัน CAT CYFENCE CYBERCOP CONTEST 2016 (C4:2016) การแข่งขันสืบสวนแกะรอย (Forensic) แห่งโลกไซเบอร์ โดยการค้นหาร่องรอยผู้กระทำผิด จากการจำลองสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงผ่านศูนย์ปฏิบัติการ SOC (Security Operation Center) ของ CAT cyfenceอีกด้วย

โอปอล์-หมอโอ๊ค ไม่กังวล น้องอลิน ทำบอลลูนหัวใจ เชื่อ ผ่านไปได้ด้วยดี
หมอโอ๊ค สมิทธิ์ /  โอปอล์ ปาณิสรา / 

เพิ่งผ่านวันเกิดไปได้ไม่นาน สำหรับคุณพ่อสุดหล่อ หมอโอ๊ค สมิทธิ์ ที่วันเกิดปีนี้ มีลูกชายและลูกสาวพร้อมหน้าเป็นครอบครัว แถมภรรยาสาวมั่นอย่าง โอปอล์ ปาณิสรา ยังจัดเซอร์ไพร้ส์พาไปดินเนอร์ บนตึกสูง ใต้เแสงเทียนแบบโรแมนติกมว๊าก แถมด้วยเซอร์ไพร้ส์เล็กๆน้อยๆ กับรูปภาพที่สั่งทำพิเศษเป็นรูปของครอบครัวแบบน่ารักๆ ให้เป็นของขวัญวันเกิดอีกด้วย ล่าสุด ได้เจอทั้งคู่ ในงานการกุศลเพื่อคนตาบอด ‘See The World Charity Event’ เลยต้องขอถามถึงการเซอร์ไพร้ส์วันเกิดที่ผ่านมา และอัพเดตอาการของน้องอลิน ที่จะต้องเข้ารับการทำบอลลูนหัวใจในเดือนตุลาคมนี้ ว่าต้องเตรียมตัวยังไรบ้าง ซึ่งสาวโอปอล์ ได้บอกถึงอาการของน้องอลินว่า น้องอลินจะต้องทำบอลลูนหัวใจในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งเป็นไปตามแพลนทุกอย่างที่คุณหมอบอก ไม่มีอะไรเซอร์ไพร้ส์หรือน่ากลัว ถามว่ากังวลไหม ก็เป็นเรื่องธรรมดาของคนเป็นแม่ แค่ลูกเป็นผื่นก็กังวลแล้ว แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ทำตามคำแนะนำของคุณหมอ เชื่อว่าเขาต้องผ่านไปได้อยู่แล้ว จากนั้นก็พักฟื้นแค่ 3 วัน ตนก็ลางานยาวเลย วันเกิดโอ๊คที่ผ่านมา จัดเซอร์ไพรส์อะไรให้กัน? โอปอล์ "จริงๆ เราเซอร์ไพรส์หลายช็อตมาก เขาเกิด 4 ก.ย. ก็เอารูปลูกๆ มาสั่งทำเป็นของขวัญให้เขา ปอล์บอกที่ร้านว่าให้เอามาส่งให้เรา แต่ทางร้านบอกว่าถนัดไปส่งที่คลินิกพี่โอ๊ค เราก็บอกว่าเก็บให้แน่นเลยนะ อย่าให้พี่โอ๊คเห็นว่าเป็นอะไร แล้วคืนวันที่ 3 ก.ย. พี่โอ๊คกลับมาบ้าน ถือของขวัญที่ปอล์ทำให้แล้วบอกว่าใครเอามาให้ที่คลินิกก็ไม่รู้ ซึ่งตอนนั้นเขาแกะเรียบร้อยแล้ว ปอล์ก็เลยบอกว่าปอล์เอง อันนั้นเป็นของขวัญชิ้นเดียวของเขาในปีนี้ ฉะนั้นวันเกิดเขาในปีนี้ไม่มีของขวัญแล้วนะ พอวันที่ 4 ทำงานเสร็จ ปอล์ก็บอกพี่โอ๊คว่าเดี๋ยวพอไปดินเนอร์แต่ไม่บอกว่าไปที่ไหน เพราะปอล์อยากไปดินเนอร์ที่ roof top bar เป็นแบบเอาต์ดอร์กลางแจ้งบนตึกที่สูงที่สุดและหรูหรา แต่ปรากฏว่าฝนตกตั้งแต่แจ้งวัฒนะ เราก็คิดในใจว่าไม่เป็นไร พี่โอ๊คไม่รู้ว่าเราจะพาไปไหน พอขับรถไปถึงสาทรมันคงซาแล้วแหละ ปรากฏว่า 3 ทุ่มครึ่งก็ไม่ซา เราก็เลยคุยกันว่าวกรถกลับไปกินข้าวที่ฟู้ดแลนด์ดีไหม แต่สุดท้ายก็ไปทานร้านอาหารที่อยู่ใต้ตึกเอาต์ดอร์ ทุกอย่างไม่มีอะไรเป็นอย่างที่เราคาดเลย จนปอล์ตัดสินใจจะบอกพี่โอ๊คว่าไปไหนเพราะฝนตกตลอดทาง" หมอโอ๊ค "จริงๆ ผมก็พอจะเดาออกว่าเขาจะพาไปไหน" ถามถึงของขวัญที่ทำเซอร์ไพรส์หมอโอ๊ค? หมอโอ๊ค "มันเป็นการ์ด 3 มิติ และก็มีรูปลูกๆ มาเรียงเป็นเรื่องราวชีวิตของเรา ก็เก็บไว้อย่างดี"โอปอล์ "เราตั้งใจทำของขวัญชิ้นนี้ กะว่าจะเซอร์ไพรส์เขา พอดีปอล์รู้จักกับคนที่ทำการ์ดแบบนี้ ปอล์ก็บอกเขาว่าปอล์อยากทำของขวัญประมาณนี้ มีรูปปอล์ พี่โอ๊ค และลูกๆ เขาก็ทำเป็นการ์ดใบนี้มาให้ เพราะจริงๆ แล้วปีที่ผ่านมาส่วนใหญ่ของขวัญปอล์จะเป็นฝ่ายทำให้พี่โอ๊คเอง ปอล์เคยเย็บตุ๊กตาให้ดูฟรุ้งฟริ้ง พอปีนี้เลี้ยงลูก เราทำอะไรเองไม่ได้ แต่ก็ไม่อยากซื้ออะไรแพงๆ ให้กัน อยากทำอะไรที่เก็บเป็นความทรงจำ เลยทำของขวัญชิ้นนี้ให้เขา" เซอร์ไพรส์ไหมกับของขวัญชิ้นนี้? หมอโอ๊ค "จริงๆ ก็ดีใจมากกว่า เพราะเป็นของขวัญวันเกิดมันก็มีความหมาย เป็นวันเฉลิมฉลองของเรา ตอนนี้ก็มีภรรยามาอยู่ด้วยอีกคน เขาเป็นคนที่คอยส่งความปรารถนาดีให้เราทุกปี และมีลูกๆ ด้วย เป็นปีแรกที่ได้อยู่พร้อมหน้าทั้งครอบครัว" ปกติโอปอล์จะไม่ค่อยหวาน? โอปอล์ "ใครบอกว่าปอล์ไม่หวาน ปอล์เป็นคนหวานมาก ปอล์เป็นคนมุ้งมิ้งนะ แต่จะไม่ค่อยเหมือนคนอื่นสักเท่าไหร่ แต่ในชีวิตประจำวันนอกจากดูลูกแล้ว ทุกเช้าจะทำกับข้าวให้พี่โอ๊คกินเองทุกมื้อ บางวันเราก็ทำอย่างวิจิตรงดงาม ก็อยากจะถ่ายรูปให้โลกรู้ แต่กลัวคนหาว่าเราอวดไปทั่ว แต่จริงๆ เราก็ตั้งใจ พอปีนี้เหมือนลงตัวแล้ว มีทั้งลูกและสามี ก็ได้ทำหน้าที่ภรรยาจริงๆ" ตั้งใจอยากทำให้โอ๊คเองรึเปล่า? โอปอล์ "บางบ้านจะมีความสุขมากเวลาภรรยาแต่งตัวสวยๆ แต่พี่โอ๊คจะมีความสุขมากเวลาปอล์ทำกับข้าว แววตาเขาเวลาที่ปอล์อยู่หน้ากระทะ เขาดูปลื้มมาก บางทีเขาอัพรูปปอล์ซึ่งหน้าสด ผมไม่ดี แล้วเอาลงไอจี ปอล์ก็ต้องบอกให้พี่โอ๊คลบออกเดี๋ยวนี้ ปอล์มีภาพลักษณ์นะ ซึ่งจริงๆ ไม่มี (ยิ้ม) ปอล์ก็งงเพราะเวลาออกงานเขาจะเฉยๆ แต่วันไหนที่ปอล์จับกระทะแล้วดูสมบุกสมบันเขาจะชอบมาก แต่เป็นสิ่งที่เราชอบทำ ส่วนมื้อกลางวันและเย็นเขาจะทานที่ รพ. มื้อเช้าเป็นมื้อที่เราได้ทานข้าวด้วยกันทุกวัน ปอล์จะตื่นมาทำอาหารให้พี่โอ๊คกินทุกมื้อ" รู้สึกยังไงที่โอปอล์เป็นแม่ศรีเรือน ทำกับข้าวให้เรากินทุกวัน? หมอโอ๊ค "ผมว่ามันมีความหมายนะครับที่คู่ชีวิตทำอะไรให้เรา มันเป็นอะไรที่แสดงความเป็นห่วงเป็นใยกัน เขาทำอะไรก็อร่อยทั้งนั้น และถือเป็นช่วงเวลาที่เราได้ใช้จริงๆ ทุกวัน" เคยมีมื้อไหนที่ไม่ได้ทำให้กินแล้วหมอโอ๊คงอนไหม?โอปอล์ "ไม่งอนหรอก แต่มันเป็นความสะเทือนใจ (ยิ้ม) ถ้าวันไหนที่ปอล์ตื่นมาทำอาหารให้เขา เขาจะมีความสุข แต่ถ้าวันไหนไม่ได้ทำ เขาก็จะหอบกล้วยหอมใส่ถุงซิปล็อกไปกิน แล้วถ่ายรูปลงไอจีว่าภรรยาเตรียมมาให้ ซึ่งเรารู้สึกเวทนาอยู่ในใจ จริงๆ จะด่าเราก็ได้" หมอโอ๊ค "ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก ผมไม่ใช่คนขี้น้อยใจ (ยิ้ม) ก็ไม่อยากทานกับข้าวฝีมือคนอื่น อยากทานฝีมือเขาคนเดียว เพราะอยู่ด้วยกันขนาดนี้ บางทีเสาร์อาทิตย์ก็เป็นเวรผมบ้างสลับกัน" ถามถึงอาการน้องที่จะต้องผ่าตัดทำบอลลูนเป็นยังไงบ้าง? โอปอล์ "เดือน ต.ค.นี้ น้องอลินจะต้องทำบอลลูนหัวใจที่ รพ.รามาธิบดี เป็นไปตามแพลนทุกอย่างที่คุณหมอบอก ไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์หรือน่ากลัว" ยังกังวลอะไรอยู่ไหม? โอปอล์ "พี่โอ๊คบอกว่าอย่ากังวล แต่ด้วยความเป็นแม่ แค่ลูกเป็นผื่นก็กังวลแล้ว ปอล์รู้ว่าพ่อก็กังวล แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ และก็เชื่อตามคำแนะนำของคุณหมอ เพราะเขาก็สู้มานานแล้ว แค่นี้เขาก็ต้องผ่านให้ได้อยู่แล้ว" หมอโอ๊ค "มันเป็นสิ่งที่เราทราบมาตั้งแต่แรกที่ตรวจเจอ และอันนี้เป็นไปตามแผนการรักษา เขาไม่ต้องทำอะไรฉุกเฉิน อาการเขาก็ปกติทุกอย่าง แต่แค่ทำบอลลูนเผื่ออนาคตเขาจะได้ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนอะไรหลังจากนี้ เรารู้สึกว่าเป็นเวลาที่พอดีแล้ว ก็คุยกับอาจารย์หมอที่เก่งๆ ว่าโอเคทุกอย่าง" น้องต้องพักฟื้นกี่วัน?โอปอล์ "แค่ 3 วันเอง ปอล์ก็ลางานยาวอยู่กับลูก" ขอบคุณรูปภาพจาก opalpanisara โอปอล์ - หมอโอ๊ค โอปอล์ - หมอโอ๊ค โอปอล์ - หมอโอ๊ค โอปอล์ - หมอโอ๊ค และลูกๆ ครอบครัว โอปอล์ น้องอลัน - น้องอลิน คุณพ่อ และน้องอลิน