พรก.ฉุกเฉิน

คาด!! ประโยคเด็ด โตโน่ สาเหตุ แตงโม ฆ่าตัวตาย
แตงโม ภัทรธิดา /  โตโน่ ภาคิน / 

จากข่าวด่วนสุดช็อก!! นักแสดงสาว แตงโม ภัทรธิดา กรีดแขน-กินยาเกินขนาดฆ่าตัวตาย พร้อมภาพวินาทีชีวิตที่กำลังล้างท้องในห้องฉุกเฉินโรงพยาบาล ซึ่งขณะนี้ สาวแตงโม อาการปลอดภัยแล้ว หลายฝ่ายคาดสาเหตุที่ทำให้เธอคิดสั้นเกิดจาก... สภาพจิตใจย่ำแย่และซึมเศร้าเป็นทุนเดิมตั้งแต่แยกทางกับ โตโน่ ภาคิน และยิ่งช้ำใจเข้าไปอีกเมื่ออดีตคนรักพูดแนะนำตัวในคอนเสิร์ต 7 wonders ว่า "สวัสดีครับ ผมโตโน่ โสดแล้วครับ" รวมถึงมีผู้ไม่หวังดีกระหน่ำส่งข้อความมาบั่นทอนกำลังใจอยู่เสมอ ทำให้ สาวแตงโม ตัดสินใจลงมือทำร้ายตัวเองในที่สุด!!! โตโน่ ภาคิน โตโน่ ภาคิน ติดตามข่าวอัพเดท แตงโม : หวิดดับ! แพทย์ช่วยชีวิต แตงโม http://goo.gl/UhbW7r คลิปเหตุผล! แตงโม ฆ่าตัวตาย! หลัง โตโน่ พูดบนเวที... http://goo.gl/yk874o

ชีวิตเราใช้ซะให้คุ้ม! 30 สิ่งที่ควรทำก่อนอายุ30
ก่อนตาย /  สาว30 / 

ช่วงอายุระหว่าง 20-30 นั้น อาจเป็นช่วงที่ต้องการความสนุกท้าทายที่สุดในชีวิตมนุษย์คนหนึ่ง  นอกจากความสำเร็จในหน้าที่การงานหรือเรื่องเรียนแล้ว ชีวิตเราเองก็ต้องการสร้างความทรงจำสุดเหวี่ยงที่สุดในช่วงชีวิตที่เรามีแรงพอจะทำใช่มั้ยล่ะ ถ้าไม่อยากจะพูดว่า "รู้งี้ทำดีกว่า" เรามีลิสต์สิ่งที่คุณจะไม่หวนเสียใจเลยถ้าไม่ได้ทำ นี่คือ 30 สิ่งที่ควรทำก่อนอายุ30 ปี ไม่ลองรับรองจะเสียใจ เช็คลิสต์เหล่านี้ซะว่าครบหรือยัง!? 1.ไปเที่ยวต่างทวีป อายุ 30 แล้วใครยังไม่ได้ไปเหยียบทวีปอื่นๆ  รีบจองตั๋วไปได้แล้ว ถ้าไม่มีงบมากนัก ไปเที่ยวใกล้ๆก่อนก็ได้เพราะการไปเที่ยวต่างประเทศ ต่างทวีป คุณจะเรียนรู้ อารยธรรม การใช้ชีวิตที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง 2.เที่ยวให้ได้ 20 ประเทศ แต่ละประเทศมีความทรงจำที่แตกต่างกัน ประเทศยิ่งเยอะก็ยิ่งเรียนรู้ และยิ่งได้เปรียบ เพราะคุณจะเรียนรู้สิ่งต่างๆได้มากกว่าคนอื่นๆไงล่ะ 3.ได้เพื่อนจากต่างประเทศ ไปเที่ยวต่างประเทศ ใครๆก็เที่ยวได้ แต่ถ้าไปแล้วไม่ได้เพื่อนเนี่ย ต้องหาแล้วล่ะ! เพราะคุณจะได้เรียนรู้เรื่องพื้นเมืองของเขา จากคนท้องที่จริงๆ นอกจากนั้นในอนาคตคุณจะยังเป็นเจ้าบ้านให้เขาได้อีกด้วยนะ 4.เที่ยวแบบไม่มีแพลนสักครั้ง ใครเล่าจะเคยไปเที่ยวแบบไม่มีแพลนกันบ้าง ลองจองตั๋วในวินาทีสุดท้ายซิ แล้วรับรองว่าคุณจะเจอสิ่งที่ประทับใจไม่รู้ลืม 5.เรียนภาษาที่สอง สาม สี่ ภาษาอื่นๆที่ไม่เคยได้ใช้ รู้มั้ยว่า บิล เกตต์ รู้สึกเสียใจกับชีวิตในเรื่องอะไรที่สุด ก็เรื่องที่เขาไม่ได้เรียนภาษาที่สองน่ะสิ ลองเทคคอร์ส หรือ หาอ่านเพิ่มเติมซะ รับรองว่ามันต้องดีกับอนาคตคุณสักวัน 6.บันจี้จัมพ์ อาจจะดูบ้าบิ่นไปสักนิด แต่มันคือสิ่งที่น่ากลัวอย่างหนึ่งในชีวิตใช่มั้ยล่ะ ลองสักครั้งก็คุ้มแล้ว 7.เหินเวหา ดิ่งพสุธา อันนี้ของจริง ระดับโหดสุด ยิ่งกว่าบันจี้จัมพ์ แต่คุณจะได้เห็นโลกในมุมที่ไม่มีใครเท่าใดนักที่ได้เห็น คิดดูว่าคุณได้อยู่ท่ามกลางก้อนเมฆ มองเห็นภูเขา และ พื้นดินด้านล่าง คูลสุดๆ 8.เจอสิ่งที่กลัวที่สุดในชีวิต กลัวอะไร ทำสิ่งนั้นซะ ออกจากสิ่งที่เคยเป็น 9.ยืนบนภูเขา สักครั้งในชีวิตลองพิชิตภิชิตเขาสักลูก ในประเทศเราก็มีเขาหลายลูกให้ได้ปีนอยู่นะ บอกเลยว่าพลังของธรรมชาติทำให้คุณมีความสุขได้อย่างบอกไม่ถูกเลยล่ะ 10.สร้างความมั่นคงให้กับการเงิน จดรายรับ รายจ่าย ก่อนที่จะอายุ 30 การเงินของเรามักจะไม่เป็นท่า เพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นหนี้ ดูแลเงินให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย และ หัดลดรายจ่ายซะ 11.มีกองทุนยามฉุกเฉิน ไม่ว่าจะทำประกันชีวิต เก็บเอง ขอให้มีเงินตรงนี้ไว้ด้วย ห้ามละเลยเด็ดขาด 12.ทำธุรกิจออนไลน์ ปฏิเสธไม่ได้ว่า เดี๋ยวนี้เงินไม่ได้หายากนัก แค่ลองทำอะไรจากเล็กๆก่อน ขายของนิดหน่อยในเน็ต รับรองว่าผลที่ได้น่ะเกินคาด 13.ออกกำลัง ยิ่งแก่ ก็จะยิ่งขยับร่างกายได้ช้า ยิ่งอ่อนแอ เพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นคนแก่อ้วนตุ๊ต๊ะ สุขภาพไม่ดี อย่าลืมมองหา 20 นาทีต่อวัน ขยับร่างไปมา บอกเลยว่าผลที่ได้น่ะเกินคาดค่ะ 14.กินอย่างคนรักสุขภาพ ไม่ต้องถึงขั้นว่าต้องกินคลีน เอาแค่ทานผักให้มาก หลีกเลี่ยงของทอดหรือของไม่มีประโยชน์ ขนมหวาน แค่นี้ก็พอแล้ว 15.หุ่นดีที่สุดในชีวิตให้ได้ แน่นอนว่าในช่วงอายุนี้เรายังพอทำมันไหว ถ้าทำได้ จงทำ อย่างน้อยก็มีรูปเก็บไว้ให้หลานดูได้ ว่ายายเคยเช้งขนาดนี้เลยนะ 16.สร้างระเบียบวินัยให้ตัวเอง การมีกฏเกณฑ์ให้ตัวเอง จะทำให้คุณมีอนาคตที่ดี แล้วใครจะไม่ทำล่ะจริงมั้ย 17.หัดเป็นคนตื่นเช้าให้ได้ คนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ตื่นเช้า ตื่นก่อนเห็นก่อน ใช้ชีวิตก่อนนะ 18.อ่านหนังสืออย่างน้อย 100 เล่ม แน่นอนว่าช่วงทำงานแล้ว การอ่านหนังสือมักจะน้อยลงไป แต่อย่าลืม ว่าการเรียนรู้มันไม่ควรหมดไปนะ หนีจากหน้าจอมาอ่านหนังสือบ้าง สิ่งที่คุณได้น่ะ คุ้มค่า 19.เขียนหนังสือ 81% ของประชากรคิดว่าตัวเองเขียนหนังสือได้ แต่น้อยคนนักที่จะลงมือเขียนหนังสือจริงๆ ลองเลือกหัวข้อแล้วเขียนมัน 30 นาทีต่อวันแล้วคุณจะรู้ว่า คุณเองก็เป็นนักเขียนได้ (เริ่มจากไดอารี่ก่อนก็ได้นะ) 20.เขียนจดหมายถึงตัวเองในอนาคต อย่าลืมใส่ความฝัน ความต้องการ ของตัวเอง ณ ตอนนี้ไปด้วยล่ะ แล้วดูกันว่า 10-20 ปี ข้างหน้า คุณคนนั้นจะยังเป็นคุณคนนี้หรือเปล่านะ  21.หายไปจากโลกออนไลน์ 1 เดือน ลองคิดว่าถ้าไม่ได้แตะโซเชียลมีเดียเลยสักแอพ คุณจะเป็นยังไง 30 วันแห่งความท้าทายนี้จะทำให้คุณมีกำลังในการทำอย่างอื่นมากขึ้นหรือไม่ หรือ คุณจะมีความสุขกับชีวิตที่ไม่มีสาระบันเทิงได้มั้ย ? ลองดูสิ 22.ถ่ายรูปทุกวันใน 1 ปี ลองสิ แล้วคุณจะรู้ว่าคุณเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหนใน 1 ปี หรือ 365 วัน 23.เขียนสิ่งที่ทำให้คุณมีความสุข คุณอาจจะมีความสุขถ้ามีเงินมากที่สุดในโลก มีงานที่ดีที่สุด แต่นั่นใช่ความสุขจริงๆหรอ อะไรที่เรียกว่าความสุขในชีวิตของคุณจริงๆ ล่ะ เขียนมันลงไป อาจเป็นการได้อยู่กับครอบครัว การได้รดน้ำต้นไม้ การได้เล่นกับลูก อะไรก็ตาม เขียนมันลงไป และอย่าลืมทำมันล่ะ 24.ตั้งกฏให้ตัวเอง แล้ว ห้ามขี้โกง เช่นคุณอาจตั้งกฏในปีนี้ว่า ฉันจะวิ่งทุกวัน วันละ 30 นาที แล้วคุณก็จดมันไว้ว่าคุณไม่เคยพลาดเลยสักวันเดียว มันคือการเอาชนะตัวเองและทำให้คุณมีความซื่อสัตย์กับตัวเอง 25.ช่วยเหลือคนที่ด้อยโอกาส อาจเป็นการให้เงิน หรือ การทำกิจกรรมร่วมกับเขาเหล่านั้น สิ่งที่คุณได้มันมากกว่าการให้เสียอีก 26.สมทบทุนให้กับมูลนิธิต่างๆ สิ่งที่คุณให้ไป มันคืออนาคตของคนอีกคน ลองให้ดูแล้วคุณจะเข้าใจความรู้สึกที่ยิ่งกว่าการได้รับ 27. ตัดสินใจด้วยตัวเอง พอแล้วกับการถามคนนู้นคนนี้ คุณสามารถเลือกสิ่งต่างๆ ในชีวิตคุณเองได้ โดยไม่ต้องถามความเห็นใคร 28.เรียนรู้ที่จะพูดว่า "ไม่" การพูดว่าไม่ อาจเป็นเรื่องยากสำหรับคนที่ตอบว่า ได้ หรือ ใช่ มาตลอดชีวิต ลองเปลี่ยนบ้างค่ะ อะไรที่เราไม่อยากทำ หรือ ไม่จำเป็นต้องทำ พูดไปบ้างว่า "ไม่" คุณไม่จำเป็นต้องแบกทุกเรื่องในชีวิตลำพัง 29.ทำเฟอร์นิเจอร์เอง DIY กลายเป็นคำที่ได้ยินติดปาก แต่มีใครในโลกนี้บ้างที่ทำ DIY จริงๆ ลองทำเฟอร์นิเจอร์ใช้ในบ้านด้วยฝีมือตัวเองดูซิ สนุกแล้วยังสร้างความทรงจำร่วมกันอีกด้วย 30.ดูดาว สักครั้งในชีวิต ลองแหงนหน้ามองไปบนฟ้า ในบรรยากาศที่มืดมิด อากาศเย็น ซุกตัวในอ้อมกอดของคนรัก ราวกับคุณและเขาคือพระเอกนางเอกเอ็มวี ฟินกว่านี้ไม่มีอีกแล้วบอกเลย  ที่มา lifehacks เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

กต.ยันปมอุยกูร์ ไม่โยงเหตุป่วนใต้ แจงตปท.แล้ว
ความไม่สงบภาคใต้ /  ตุรกี / 

"พล.อ.ธนะศักดิ์" ระบุ ปมอุยกูร์ ไม่โยงเหตุป่วนใต้ แจงต่างประเทศแล้ว ด้าน "สุวพันธุ์" เชื่อตุรกีเข้าใจไทย มั่นใจสถานการณ์ไม่บานปลาย ขณะที่ ตร. เฝ้าระวังเหตุสถานทูตตุรกี ตลอด 24 ชม. พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฎิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่ารัฐบาลตัดสินใจถูกต้องแล้วในการพิจารณาส่งตัวชาวอุยกูร์ไปยังประเทศตุรกีและจีน ซึ่งพิจารณาอย่างรอบคอบเหมาะสม ตามหลักฐานต่างๆ รวมถึงหลักมนุษยชน ซึ่งบุคคลเหล่านั้นไม่ได้บันทึกสถานะเป็นผู้อพยพ โดยในส่วนที่ถูกส่งตัวไปจีนนั้น จะส่งตัวไปยังประเทศจีน ก็ได้มีการรับปากว่าจะดูแลและพิจารณาคดีอย่างดี และขอยืนยันว่าไม่ได้มีผู้เสียชีวิตระหว่างถูกส่งตัวไป ทั้งนี้ได้มีการส่งหนังสือชี้แจงการดำเนินการไปยังต่างประเทศและองค์กรต่างๆ ที่ออกมากดดันไทยแล้ว ซึ่งมองว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องพูดคุยกัน อย่างไรก็ตามเห็นว่าในเรื่องของชาวอุยกูร์นั้น ไม่เกี่ยวข้องกับการสร้างความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อช่วงดึกของวานนี้แต่อย่างใด นอกจากนี้ พล.อ.ธนะศักดิ์ ระบุว่าคดีของ พ.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ที่ถูกจับกุมข้อหาพกพาอาวุธปืนที่ประเทศญี่ปุ่นนั้น มีสัญญาแนวโน้มในทางที่ดี ซึ่งทางการไทยพร้อมให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ เนื่องจากเป็นคนไทยต้องติดตามว่าจะมีการสั่งฟ้องหรือไม่ สุวพันธุ์ยันป่วนใต้ไม่โยงอุยกูร์เชื่อตุรกีเข้าใจไม่บานปลาย นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเหตุระเบิด ในหลายพื้นที่ ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิตหลายราย เมื่อคืนที่ผ่านมา ว่า จากสถิติ ทุกปีที่ผ่านมา ในช่วง 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน หน่วยงานด้านความมั่นคง จะมีการแจ้งเตือนด้านการข่าว ว่า มักจะมีการก่อเหตุ ความรุนแรง หรือ เหตุระเบิด เกิดขึ้นใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ แต่ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูล ของความไม่พอใจ เรื่อง การส่งชาวอุยกูร์ไปยังประเทศจีน กับ เหตุการณ์ระเบิด ที่ จังหวัดชายแดนใต้ เมื่อวานที่ผ่านมา ยังไม่พบว่า มีความเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด นอกจากนี้ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงเหตุการณ์ ใช้ความรุนแรง ที่สถานทูตไทยในตุรกี นั้น เป็นเพียงเพราะการส่งข้อมูลข่าวสารที่ผิดพลาดของชาวอุยกูร์ ที่ อยู่ในประเทศไทย ไปยังชาวอุยกูร์ ที่ประเทศตุรกี ว่า กำลังจะมีชาวอุยกูร์นับร้อยคน จะถูกส่งไปยังประเทศจีนและทหารไทยได้ยิงชาวอุยกูร์ เสียชีวิตไป 25 คน ทั้งที่ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง ซึ่ง กลุ่มคนที่ไป ก่อเหตุบุกสถานทูตไทยที่ตุรกี นั้น ก็เป็นชาวอุยกูร์ และสถานการณ์ ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ชาวตุรกี ส่วนใหญ่ก็มีความเข้าใจ และเชื่อว่าสถานการณ์จะไม่ขยายตัวไปมากกว่านี้ ตร.เฝ้าระวังเหตุสถานทูตตุรกีตลอด24ชม. บรรยากาศสถานทูตตุรกีประจำประเทศไทย ตลอดทั้งวันนี้ ยังคงสงบเรียบร้อยปกติ โดยไม่มีกลุ่มมวลชนอิสลาม ประชาชนออกมาเคลื่อนไหว หรือ เรียกร้องรัฐบาล หลังจากที่ได้ส่งตัวกลุ่มมุสลิมอุยกูร์กลับไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน แต่อย่างใด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงตรึงกำลังดูแลความปลอดภัย ความเรียบร้อยหน้าสถานทูตตุรกีประจำประเทศไทย และกระจายกำลังรอบพื้นที่ เพื่อเฝ้าระวังและพร้อมปฏิบัติการหากเกิดเหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ ยังจัดชุดตำรวจนอกเครื่องแบบดูแลความปลอดภัย เฝ้าระวังความเคลื่อนไหว ตรวจสอบสถานการณ์ข่าวรอบพื้นที่

ฮ.ทหารน้ำมันรั่ว ร่อนจอดฉุกเฉินกลางทุ่งนาศรีสะเกษ
กองบิน2ลพบุรี /  จอดฉุกเฉิน / 

ฮ.ทหารกองบิน2ลพบุรี ลงจอดฉุกเฉินกลางทุ่งนาจ.ศรีสะเกษ หลังน้ำมันรั่วกลางอากาศ นักบินและเจ้าหน้าที่ 5 นายปลอดภัย วันที่ 26 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพอากาศ หมายเลขหน้าตัวเครื่อง 220342 ลงจอดฉุกเฉิน กลางทุ่งนาบ้านก่อ หมู่ 9 ต.หนองไฮ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษในสภาพเครื่องสมบูรณ์ ไม่ได้รับความเสียหายใดๆ ชาวบ้านผู้เห็นเหตุการณ์ ระบุว่า ขณะที่กำลังถอนหญ้าในนาข้าว เห็นเฮลิคอปเตอร์ลำนี้บินวนอยู่บนท้องฟ้า 3 รอบ ก่อนที่จะร่อนลงมากลางทุ่งนา โดยไม่ได้เกิดระเบิด หรือไฟลุกไหม้แต่อย่างใด แต่ก็ทำเอาชาวบ้านที่อยู่กลางทุ่งนาต่างตกใจเป็นอย่างมาก โดยเจ้าหน้าที่กองบิน 21 อุบลราชธานี เปิดเผยว่า เฮลิคอปเตอร์เครื่องที่ขัดข้อง เป็นเฮลิคอปเตอร์ 6 หรือ UH-1 H สังกัดฝูงบิน 203 กองบิน 2 ลพบุรี ซึ่งมาปฏิบัติภารกิจที่กองบิน 21 อุบลราชธานีและกำลังทำการบินกลับกองบิน 2 ลพบุรี โดยมีนักบิน 2 นายและเจ้าหน้าที่ 3 นายนั่งมาในเครื่อง ขณะที่บินผ่านพื้นที่จ.ศรีสะเกษ เครื่องวัดเครื่องยนต์ได้แสดงว่าความดันระบบหล่อลื่นผิดปกติ เนื่องจากน้ำมันรั่ว นักบินจึงได้นำเครื่องลงจอดที่บริเวณทุ่งนาดังกล่าว เพื่อตรวจสอบความผิดปกติของเครื่องยนต์ ซึ่งจะต้องรอนายทหารช่างมาตรวจสอบให้แน่ใจ และปลอดภัยก่อนที่จะบินกลับ ด้านพล.อ.อ.มณฑล สัชฌุกร โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า เฮลิคอปเตอร์ของฝ่ายทหาร ร่อนลงจอดฉุกเฉินกลางทุ่งนาเนื่องจากเกิดปัญหาถังน้ำมันรั่วนั้น ขอชี้แจงว่า ทางนักบินได้ตรวจสอบแล้วพบว่าเครื่องวัดน้ำมันหล่อลื่นระบุถึงความผิดปกติจึงได้นำเครื่องลงจอดบริเวณกลางทุ่งนา จ.ศรีสะเกษ จากนั้นได้ตรวจสอบพบว่ามีน้ำมันหล่อลื่นไหลซึมออกจากเครื่อง จึงได้รายงานแจ้งไปยังกองบิน 2 ให้รับทราบ และจัดชุดซ่อมอะไหล่พร้อมช่างมาทำการตรวจสอบ เพื่อทำการซ่อมแซม ซึ่งขณะนี้เฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวยังจอดอยู่ที่บริเวณทุ่งนา ทั้งนี้ น้ำมันหล่อลื่นกับน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นคือคนละส่วนกัน และยืนยันว่าไม่ได้เป็นการลงจอดฉุกเฉิน เนื่องจากมีปัญหาทางการบินที่ผิดปกติ แต่ลงจอดเพราะเครื่องวัดน้ำมันหล่อลื่นระบุความผิดปกติ ไม่ใช่ถังน้ำมันรั่ว ดังนั้น จำเป็นต้องลงจอดเพื่อรอการตรวจสอบตามขั้นตอนของนิรภัยทางการบิน ที่มา TNN24 MThai News

เตือนคนกรุง! 11จุดเสี่ยง รับน้ำประปาเค็ม30-31ก.ค.นี้
กปน. /  การประปานครหลวง / 

กปน.ประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่กทม. 11 จุด ที่อาจเสี่ยงได้รับผลกระทบจากน้ำประปาเค็ม-กร่อย วันที่ 30-31 ก.ค.นี้ วันที่ 22 ก.ค. การประปานครหลวง (กปน.) ประกาศเตือนประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เขต กทม. รวม 11 จุด คือ สุขุมวิท, สมุทรปราการ, ทุ่งมหาเมฆ, พญาไท, สุวรรณภูมิ, บางเขน, พระโขนง, แม้นศรี, ลาดพร้าว, มีนบุรี และประชาชื่น ที่อาจได้รับผลกระทบจากน้ำประปามีรสกร่อยและเค็มขึ้น ในช่วงวันที่ 30-31 ก.ค.นี้ เนื่องจากสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูง โดยนายธนศักดิ์ วัฒนฐานะ ผู้ว่าการประปานครหลวง ระบุว่า ภาวะน้ำกร่อยในบางพื้นที่เกิดจากสถานการณ์ขาดแคลนน้ำ เพื่อนำมาใช้ผลิตน้ำประปาในพื้นที่กทม. ซึ่งขณะนี้เริ่มเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น และผ่านพ้นช่วงวิกฤตแล้ว เพราะหลายพื้นที่เริ่มมีฝนตกลงมา รวมถึงมีการปล่อยน้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ คาดว่าอีก 2-3 วัน ระบบน้ำจะสมดุล ค่าความเค็มลดลงเหลือ 0.25 กรัม/ลิตร ซึ่งตามปกติค่าความเค็มจะสูงได้ไม่เกิน 0.5 กรัม/ลิตร และน้ำประปายังคงใช้ได้ตามปกติ และมีเพียงพอกับความต้องการ แต่ขอความร่วมมือจากประชาชนช่วยกันประหยัดน้ำ เพื่อให้มีใช้ในยามฉุกเฉิน ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

วิกฤตภัยแล้ง! เขื่อนป่าสักฯเหลือน้ำ 7 เปอร์เซ็นต์
กรมชลประทาน /  ปัญหาภัยแล้ง / 

เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี อยู่ในขั้นวิกฤต หลังน้ำในเขื่อนเหลือ 7 เปอร์เซ็นต์ ใช้อุปโภค บริโภค อีกแค่ 20 วัน เตรียมประสานเพิ่มเที่ยวบินทำฝนหลวง วันนี้ 24 มิ.ย. นายอรรถพร ปัญญาโฉม ผู้อำนวยการจัดสรรน้ำสำนักงานชลประทานที่ 10 จ.ลพบุรี เปิดเผยว่า สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ จ.ลพบุรี และลุ่มน้ำป่าสัก ขณะนี้ถือว่าวิกฤตและน่าเป็นห่วงอย่างมากหลังปริมาณน้ำสะสมในอ่างเก็บน้ำของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ลดลงอย่างต่อเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด ทำให้เหลือน้ำอยู่ที่ 73 ล้านลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้ทางเขื่อนได้ปล่อยน้ำทางประตูฉุกเฉินเพื่อนำน้ำไปรักษาระบบนิเวศท้ายเขื่อนอยู่ที่วันละ 5 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือวันละ 1.3 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยไม่มีน้ำไหลเข้าเขื่อนต่อเนื่องกันมาหลายเดือนแล้ว สถานการณ์ดังกล่าวสามารถใช้น้ำได้อีกแค่ 20 วัน และมีน้ำใช้ถึงแค่กลางเดือนกรกฎาคม ซึ่งการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนป่าสักฯ ขณะนี้ทางเขื่อนประคับประคองให้สามารถใช้น้ำให้ได้นานที่สุด แต่หลังน้ำหมดเขื่อนหลายพื้นที่ตั้งแต่ จังหวัดลพบุรี สระบุรี อยุธยา ปทุมธานี ได้รับผลกระทบจากน้ำอุปโภค บริโภคทำการเกษตร และการไล่น้ำเสียและน้ำเค็มในอนาคต ซึ่งผู้อำนวยการจัดสรรน้ำสำนักงานชลประทานที่ 10 ระบุว่า ขณะนี้ ทางชลประทาน ได้ประสานกับศูนย์ฝนหลวงภาคกลางเพื่อเพิ่มเที่ยวบิน ทำฝนหลวงพื้นที่ลุ่มน้ำป่าสักฯ โดยหวังว่า ฝนเทียมจะตกลงมาในเขื่อนเพื่อเติมน้ำในเขื่อนให้พ้นวิกฤติ MThai News

สามีเป็นคนขี้บ่น จู้จี้จุกจิก ปากไม่ดี อยาก พาลูกหนี แล้วค่ะ
ขี้บ่น /  ความรุนแรงในครอบครัว / 

ดอนแต่งงานไม่ได้ศึกษานิสัยกันก่อนเลยคะ ก็คือคบกันแป๊บเดียว ตอนนั้นฉันยังอยู่หอกับแฟนเก่าอยู่ค่ะ แต่ฉันไล่แฟนเก่าให้กลับบ้านเพราะเค้าเป็นลูกแหง่ติดแม่ค่ะ ก็เลยบอกเลิกเค้า ให้เงินเค้ากลับบ้านอีกด้วยนะคะ ฉันก็อยู่หอพักคนเดียว พอไปที่ทำงานก็ไปเจอ สามีคนนี้ล่ะค่ะ ทำงานที่เดียวกัน จุดเดียวกัน เค้าเป็นหัวหน้าอายุ 36,37 ประมาณนี้ ส่วนฉันอายุ 24 ค่ะ เค้าก็คุยกับเราเล่นแบบพี่แบบน้อง โดยส่วนตัวเค้าเป็นคนตลกสนุก หยอกล้อเล่นกับคนอื่น อะไรแบบนี้ ซึ่งก็คุยกัน คบกัน นั่งกินข้าวด้วยกันค่ะ จากนั้นก็เริ่มสนิทกัน คบกันไปได้สักพักเค้าก็บอกให้เราย้ายหอไปอยู่กับเค้าที่หอเค้า เพราะหอเราผู้ชายเยอะค่ะ เราก็เลยทยอยขนของไปอยู่หอกับเค้า แต่ก่อนหน้าที่จะไปอยู่เนี่ย เวลานั่งรถบริษัทกลับหอก็ไปทางเดียวกับเค้า ที่พักก็อยู่ใกล้ๆ กันค่ะ นั่งรถบริษัทก็เค้าก็ชวนไปห้องเค้าคะ เราก็ตอบตกลงเค้า ก็บอกเดี๋ยวพี่ทำกับข้าวให้กินอะไรแบบนี้ดูแลดีทุกอย่างค่ะ พูดดีด้วย เค้าเป็นคนไม่สูงค่ะ สูงสักประมาณ 160 กว่าๆ  ล่ำ หัวล้านค่ะ ผิวขาว พอไปเที่ยวห้องเค้าได้ 2 ครั้ง ครั้งต่อมาก็ไปเที่ยวห้องเค้าอีกค่ะ จากนั้นเค้าก็เริ่มมีอะไรกับเรา วันนั้นเราเป็นประจำเดือนค่ะ เค้าก็ใส่ถุงนะคะ จากนั้นวันหยุดก็ไปนอนห้องเค้า ซึ่งเค้าก็พักอยู่กับเพื่อนผู้ชายคนนึงค่ะ แต่วันหยุดเค้าไม่อยู่นะคะ ความสัมพันธ์มันก็นานขึ้น สุดท้ายก็เก็บของที่หอเราไปอยู่กับเค้า อยู่กันแรกๆ ก็ดีนะคะ พออยู่กันไปได้อาทิตย์เดียว เค้าเล่น พนันบอล เล่นยา กินเหล้า เรารู้หมดคะ แต่เราก็รับได้ แล้วบอกให้เค้าเลิกค่ะ เค้าให้เราไปหาเงินมาให้เค้าจ่ายค่าหอค่ะ เค้าช๊อต เราก็ไปยืมอาเรามาให้ เล่นบอลตลอดเวลาที่คบกัน กินเบียร์เกือบทุกวันค่ะ เค้าเป็นคนปากไม่ดี ชอบตินั่นตินี่ อายุขนาดนี้เค้าไม่เคยมีเมียเพราะนิสัยเค้าเป็นแบบนี้ค่ะ เราก็ทำงานทั้งคู่ แต่เงินเดือนเค้าเยอะกว่า  ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน เค้าจะให้เราเอาใจเค้าทุกอย่างค่ะ แต่เราไม่ชอบเอาใจใคร  เค้าชอบสั่งเรา พอเราไม่เชื่อ เค้าก็โกรธเราทะเลาะกันบ่อยมากค่ะ เพราะเค้าเป็น ผู้ชาย ที่เอาแต่ใจมาก เวลาทะเลาะกัน เราง้อเค้าตลอด ทั้งๆ ที่เค้าเป็นผู้ชาย เวลาเงินเดือนเราออก เค้าบอกให้เรากดเงินเดือนเรามาใช้ก่อน ส่วนเค้าไม่ยอมกด เวลาเสียค่าบอลก็มาเอาเงินกับเรา เราก็ทนอยู่กับเค้าเพราะว่าเรารักเค้าค่ะ อยู่กันจนพ่อเค้าโทรมา เค้าก็ให้คุยกับพ่อเค้า เราก็คุย พ่อเค้าก็บอกจะแต่งให้ถูกตามประเพณี จากนั้นก็ได้พาเค้าไปคุยกับที่บ้านเรา ว่าจะเอายังไง ช่วงที่ใกล้จะแต่งงาน ประจำเดือนก็ไม่มาค่ะ คุยกัน สามีเป็นหนี้กู้เรียนกยส. สามีบอกว่าถ้าแต่งแล้วขอเงินคืนด้วยนะ 50,000 บาท ทอง 5 บาท เราก็แต่งนะคะ เราก็ไปคุยกับที่บ้าน เราก็เลยตัดสินใจ ว่าจะเอาเงินแต่ง 50,000 ไว้ที่บ้าน สามีเราก็ด่าว่าเราใหญ่เลย โกรธเราสารพัด พอจะถึงวันแต่งงาน ก็ได้มาอยู่บ้านเรา 2 วัน ตอนเจ้าบ่าวมาอยู่บ้าน เราก็ทะเลาะกันตลอด ทะเลาะกันในวันแต่งงานนี่ล่ะ เค้าเคยพูดว่า ตามจริงไม่แต่งกันก็ได้ แต่พ่อเค้าอยากทำให้ถูกประเพณี หลังแต่งงานเสร็จเราก็ไปเก็บของเพื่อที่จะมาอยู่บ้านสามี เพราะจะมาดูเเลพ่อสามี ท่านอยู่บ้านคนเดียว แม่สามีเสียแล้วค่ะ มาอยู่ใหม่ๆ ก็ยังไม่อะไรมากนะคะ อ่อ ลืมบอกค่ะ ตอนแต่งเสร็จก็กลับมาที่ห้องก่อนค่ะ แล้วเราก็ว่าจะไปหาหมอเพื่อตรวจ ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองท้องหรอกคะ เพราะปกติแล้วเป็นคนประจำเดือนมาไม่ปกติอยู่แล้ว ก็ไปตรวจที่รพ.เอกชน รอผลประมาณ 1 ชั่วโมงได้เพราะเค้าต้องไปตรวจกับหมอข้างในอีกคะ เข้าไปหมอก็ให้ไปนอนเตียงคะ เปิดท้อง หมอกดลงไปที่ท้องน้อยคะ สักพักหมอก็ไปนั่งโต๊ะ เราก็ไปนั่งตรงหมอ หมอบอกเราท้องคะ หมอถามจะฝากท้องเลยไหม เราก็บอกยังค่ะ ช่วงนั้น เเพ้ท้อง ก็มาอยู่บ้านสามี ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน ทะเลาะกันตลอด เค้าตวาดเราตลอด ตอนท้องเราเอาแต่ร้องไห้ เค้าก็กินแต่เหล้าแต่เบียร์ พอเมามาก็มาด่ามาว่าเราสารพัด ด่าตั้งแต่ท้องใหม่ๆยันคลอดเลย พอคลอดลูกมานึกว่าเราสองคนจะดีขึ้น แต่เปล่าเลย ทะเลาะกันตลอดเวลา ลูกเป็นอะไร ก็โทษเราตลอด เอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่ อดทนมากเลยค่ะ ตอนแรกก็ไม่เชื่อญาติที่บ้านเรานะคะ อาเราเค้าบอกให้กลับไปคลอดที่บ้านแต่เราไม่ยอมไปเอง เรานี่โง่มากคะ ตอนนี้ลูกได้ 7 เดือนกับ 20 วันแล้ว ความคิดคืออยู่กันไปก็มีแต่ทะเลาะกัน เพราะเค้าไม่ยอมเปลี่ยนนิสัย  จบป.ตรี แต่เค้าไม่คิดอะไรเลย ชอบบ่นว่า "รู้อย่างนี้เค้าไม่แต่งเรามาให้เสียเงินหรอก แต่งมาแล้วเป็นแบบนี้ " พูดขนาดนี้เลย นิสัยเค้าจะคล้ายผู้หญิง ซึ่งผิดกับเรานิสัยง่ายๆ ไม่อะไรกับชีวิตมาก ไม่ขี้บ่นแบบเค้า อยากจะเลิกค่ะแต่ติดที่ลูกยังเล็กแล้วก็เรื่องเงินทอง  เค้าขู่เราว่าถ้าเอาลูกไป จะฆ่าค่ะ ไล่เรายังกับหมูกับหมา  จะไปไหน ไปเลยนะ บางทีก็ถีบเรา บางทีเขวี้ยงของใส่เรา อดทนมามากแล้วอยาก พาลูกหนี อยากทราบกฏหมายหน่อยค่ะว่า เลิกกันลูกต้องอยู่กับแม่ถูกไหมคะ คำตอบ : สวัสดีค่ะ สำหรับการใช้ความรุนแรงในครอบครัว ต่อเด็ก และสตรี  สามารถโทรปรึกษาได้ที่ ศูนย์ประชาบดี สายด่วน 1300 นะคะ ที่นี่รับให้คำปรึกษาแนะนำได้โดยเฉพาะเลยค่ะ  มาดามรัก แนะนำไว้เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินคุณอาจต้องการความช่วยเหลือแบบเร่งด่วนนะ  จำเบอร์นี้ไว้ให้ขึ้นใจนะคะ มาดามรักจะไม่ซ้ำเติมคุณในเรื่องชีวิตคู่ก็แล้วกัน คุณก็ได้รับบทเรียนแล้ว เลือกมาเองนะ ก่อนแต่งก็เห็นว่าเขาเป็นคนแบบไหน ไม่ใช่ไม่เห็นนะ พูดเองว่ารับได้ ใช่ผิดแต่ที่เขา ตัวเราเองก็มีส่วน เพราะเราหยิบเลือกเขามาเอง เอาล่ะ นี่ไม่ใช่เวลาจะมาโทษใคร กฎหมายบ้านเมืองก็มีอยู่ ถ้าคุณอัดคลิป มีหลักฐานถูกทำร้ายร่างกาย คุณก็สามารถแจ้งความ ฟ้องร้องเอาผิดเพื่อใช้ในการหย่าได้ มาดามรักไม่แน่ใจ ว่าคุณได้จดทะเบียนสมรสกับเขาด้วยไหม  ถ้าไม่ได้จดก็ไม่เป็นไร แต่ไปแจ้งความบันทึกประจำวันเป็นหลักฐานไว้ก่อน ว่าถูกสามีทำร้ายร่างกายมา เพื่อใช้เป็นเกราะป้องกันตัว ในกรณีที่เขามุ่งจะทำร้ายคุณ และ ลูกในอนาคต เพื่อยืนยันว่าคุณและเขาสิ้นสุดความเป็นสามี - ภรรยาต่อกันแล้ว ส่วนเรื่องลูก หากจำเป็นต้องถึงโรงถึงศาล หากคุณมีหลักฐานเพียงพอว่า เด็กอยู่กับแม่แล้วจะมีชีวิตที่ดีกว่า มีความปลอดภัยในชีวิต และ มีสุขภาพจิตดีกว่า ตามหลักแล้วคดีความส่วนมาก ลูกมักจะได้อยู่กับแม่ค่ะ มาดามรักขอเป็นกำลังใจให้คุณและลูกปลอดภัยนะคะ บุญรักษา จากใจ มาดามรัก 

อุทาหรณ์ เด็กมือติดตรงบันไดเลื่อน ต้องลอกหนังออกถึงข้อมือ
บันไดเลื่อน /  ลอกหนัง / 

หน่วยกู้ภัยใช้วิธีสยองลอกหนังออกถึงข้อมือ หลังเด็กชายเคราะห์ร้าย ถูกขั้นบันไดเลื่อนหนีบมือ  วันนี้ (24 ก.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว เหตุการณ์ไม่คาดฝัน ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลาประมาณ 18.00 น. ของวันพุธที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งของเมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย หลังจากเด็กชายวัย 3 ขวบ เกิดอุบัติเหตุสะเทือนขวัญ มือเข้าไปติดภายในขั้นบันไดเลื่อน ระหว่างโดยสารบันไดเลื่อนลงมายังชั้นล่างของห้าง ทั้งนี้รายงานระบุว่า ขณะเกิดเหตุเด็กชายเคราะห์ร้าย ได้นั่งลงบนขั้นบันได และนำมือขวาวางไว้บริเวณข้างตัว แต่หลังจากนั้นมือกลับไปติดตรงบริเวณร่อนบันไดเลื่อน และไม่สามารถนำออกมาได้ จากนั้นบิดาของเด็กชายเคราะห์ร้าย ได้เรียกหน่วยรักษาความปลอดภัยของห้างมาช่วยเหลือ ด้วยการกดปุ่มหยุดบันไดเลื่อนฉุกเฉิน แต่กว่าหน่วยกู้ภัยรวมถึงเจ้าหน้าที่ของห้างจะถ่างรอยต่อระหว่างพื้นกับขอบบันไดเลื่อนให้เด็กชายนำมือออกมาได้ ต้องได้ใช้เวลาราวกว่า 10 นาที จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ ต้องลอกผิวหนังมือขวาของเด็กออกจนถึงข้อมือจนสามารถมองเห็นกระดูกใต้ผิวหนัง เพื่อนำเอาแขนออกมา อย่างไรก็ดีเหตุการณ์สยองนี้นับว่ายังเคราะห์ดี ที่กระดูกมือเด็กชาย ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

มนุษย์กล้องสุดมโน ถ่ายป้อมจราจร คิดว่าวัยรุ่นเข้าไปทำอะไรกัน
ป้อมตำรวจ /  มนุษย์กล้อง / 

มนุษย์กล้องสุดมโน ถ่ายป้อมจราจร คิดว่าวัยรุ่นเข้าไปทำอะไรกัน กลายเป็นประเด็นถกเถียงบนโลกออนไลน์ เมื่อมนุษย์กล้องท่านหนึ่งได้ถ่ายภาพป้อมจราจรมาพร้อมกับใส่ข้อความมโนไปเรื่อย โดยไม่รู้ข้อเท็จจริง ซึ่งเจ้าของภาพดังกล่าว ได้ระบุว่า "ป้อมจราจรหน้าสวนสยามฝั่งสุขาภิบาล2 ไม่มีเจ้าหน้าที่ แต่มีวัยรุ่นเข้าไปทำอะไรกันก็ไม่รู้ ดูจากรองเท้าด้านนอก แล้วก็ติดฟิล์มไม่ให้คนภายนอกเห็น (ป้อมอยู่สูงจากพื้นถนนพอสมควร ติดครึ่งหนึ่งก็มองไม่ได้แล้ว) " ทั้งนี้หลังจากภาพดังกล่าวถูกแชร์บนโลกออนไลน์มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ซึ่งล่าสุดมีคนในพื้นที่ได้บอกว่าป้อมดังกล่าวไม่ใช่จุดบังคับสัญญาณไฟจราจรและได้ยกให้กับหน่วยกู้ภัยไว้พักสำหรับรอเหตุฉุกเฉิน หากเกิดเหตุการณ์จะได้เข้าไปช่วยเหลือได้ทัน ในขณะที่สมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณ เด็กอ้วน ตัวกลม  ได้โพสต์ภาพภายในป้อมพร้อมเผยว่า  ป้อมนี้เป็นเพียงจุดรับแจ้งเหตุเท่านั้น ส่วนป้อมควบคุมไฟจราจรจะอยู่ฝั่งตรงข้าม โดยภายในป้อมไม่ได้ติดฟิล์มมืดแต่อย่างใดและโปร่งใสสามารถเข้ามาตรวจสอบได้ MThai News

แชร์ว่อน ตลกร้ายนี่แหละชีวิตพยาบาล คนที่แพ้ก็ต้องดูแลตัวเอง
ข่าวพยาบาล /  ชีวิตพยาบาล / 

แชร์ว่อน ตลกร้ายนี่แหละชีวิตพยาบาล คนที่แพ้ก็ต้องดูแลตัวเอง บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวตลกร้ายที่ขำไม่ออก จากแฟนเพจ มิตรไอหมอท่านหนึ่ง เล่าเรื่องราวของชีวิตพยาบาลที่ถูกกระจกบาดเท้า แต่ต้องทำแผลด้วยตัวเอง ซึ่งเล่าว่า เรื่องราวเกิดขึ้น ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง พยาบาลได้โทรแจ้งกับคุณหมอว่ามีคนป่วยมาที่ห้องฉุกเฉิน เป็นเคสผู้หญิงอายุ 30 ปี เดินเหยียบกระจก 5 นาทีก่อนมาโรงพยาบาล โดยทางคุณหมอได้สอบถามอาการจากพยาบาลว่า แผลเป็นอย่างไรบ้าง มีบาดทะยักหรือเปล่า ทางพยาบาลได้ตอบกลับไปว่า แผลฉีกขาด 2 เซ็นติเมตร ลึกแค่ชั้นไขมัน ซึ่งได้มีการฉีดยาป้องกันบาดทะยักเมื่อต้นปีที่ผ่านมา หลังจากนั้นคุณหมอได้สั่งให้พยาบาลทำแผลแล้วให้คนไข้กลับบ้านได้ หลังจากนั้นคุณหมอได้วางสายไปโดยที่ไม่รู้เลยว่า คนไข้คนนั้นคือพยาบาลที่โทรไปแจ้งเหตุ ซึ่งแฟนเพจดังกล่าวได้พูดติดตลกว่า "คนที่แพ้ก็ต้องดูแลตัวเอง" พร้อมภาพพยาบาลกำลังนั่งทำแผลด้วยตัวเองอย่างทุลักทุเล ทั้งนี้หลังจากภาพดังกล่าวถูกแชร์บนโลกออนไลน์ได้มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ทั้งรู้สึกฮากับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่บางคนก็บอกว่าเป็นตลกร้ายของสังคมที่สะท้อนให้เห็นว่าปัจจุบันพยาบาลทำงานหนัก และเป็นอาชีพที่ต้องทรหดอดทน ขนาดเจ็บยังต้องดูแลตัวเองเลย โดยมีสมาชิกเฟซบุ๊คท่านหนึ่งได้แสดงความคิดเห็นว่า เป็นพยาบาลนี่มันสุด ๆ จริง ๆ เก่ง ทรหด อดทน ไม่บ่น จะตายยังไม่รบกวนใคร แถมใกล้ตายยังต้องดูแลคนอื่นด้วย รวมถึงมีอีกหลายคนที่เข้ามาเผยว่าอาชีพพยาบาลทำงานหนัก แม้จะเจ็บป่วยแค่ไหนก็ต้องมาเข้าเวร ทำงานหนักแถมต้องมารองรับอารมณ์ของผู้ป่วย และญาติอีก อยากจะให้คนในสังคมเข้าใจอาชีพพยาบาลบ้าง ที่มา แฟนเพจ มิตรไอหมอท่านหนึ่ง ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

APP JS100 ทุกยามฉุกเฉินเราช่วยเหลือได้คุณได้ทุกที่ทุกเวลา
js100 /  จส100 / 

จส.100 ผนึกกำลังกับ NOSTRA เปิดตัวแอพพลิเคชั่นให้ความช่วยเหลือยามฉุกเฉิน เข้าถึงพิกัดที่อยู่ได้ทุกที่ทุกเวลา JS100 APPICATION “ROAD SAFETY LIFE SAFETY” สถานีวิทยุ จส.100 ร่วมกับ NOSTRA Map วิริยะประกันภัย และ N.D.Rubber เปิดตัวแอพพลิชั่น JS100 ภายใต้แนวคิดแอพพลิเคชั่นเพื่อการเดินทางและชีวิตที่ปลอดภัย (JS100 APPICATION “ROAD SAFETY LIFE SAFETY”) เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาม 2558 ณ ห้องโซเซียล ชั้น โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพฯ เพื่อเพิ่มช่องทางการติดตามข่าวจราจร และเพิ่มประสิทธิภาพในการให้ความช่วยเหลือยามฉุกเฉิม โดยสามารถโทรขอความช่วยเหลือฉุกเฉินผ่านแอพพลิชั่นได้ โดยแอพลิเคชั่นจะสามารถเข้าถึงพิกัดที่อยุ่และข้อมูลผู้ใช้งานได้อย่างแม่นยำ ทำให้ผู้ใช้งานได้รุ้สึกอบอุ่นเสมือนมี จส.100 เป็นเพื่อนทุกที่ทุกเวลา ดาวน์โหลดฟรีได้แล้วที่ www.js100.com/mobile

หยุด! 6 สเตตัสเฟสบุ้ค สุดน่าเบื่อ ที่สาวๆควรหยุดโพสก่อนจะติดเป็นนิสัย
สเตตัสเฟสบุ้ค /  เฟสบุ้ค

ใครๆก็มีเฟสบุ้ค และใครๆก็บอกว่าเฟสบุ้คเป็นพื้นที่ส่วนตัว จะทำอะไรก็ได้ แต่ค่ะ การโพสบางอย่างก็อาจทำให้คุณเองดูไม่ดี คนอื่นก็ไม่ชอบใจ ระงับตัวเองในการโพสเราทำได้ค่ะ เพราะการโพสมันไม่ได้ส่งผลอะไรกับชีวิตมากมายขนาดนั้นหรอก ลองมาดูดีกว่าว่า 6 สเตตัสเฟสบุ้ค ที่ควรหยุดโพสในเฟสบุ้คนั้นมีอะไรบ้าง 1.บ่นลอยๆให้ชาวบ้านเป็นห่วง "เห้อ" "เบื่อจัง""เหงาจัง" "หงุดหงิดว่ะ" การกระทำเหล่านี้ชัดเจนว่าคุณอยากให้คนอื่นมาถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณ และคงมีเพียง 5% เท่านั้นที่เข้ามาถามว่าเป็นอะไร ที่เหลือน่ะหรอ เขารำคาญค่ะคุ๊นนนน 2.เรื่องช็อค "อยู่ในห้องฉุกเฉิน" "รถชนแรงมาก" การที่คุณอยู่ในอุบัติเหตุหรืออยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง ช่วงเวลาเหล่านั้นไม่จำเป็นต้องบอกชาวโลกหรอกค่ะ แค่แก้ปัญหาและบอกคนที่คุณคิดว่าควรรู้โดยตรงดีกว่า 3.ด่าลอยๆ "โทรศัพท์ก็อยู่กับตัว ทำไมไม่หัดตอบ" "อย่าให้รู้ว่าใครที่พูดลับหลังนะ มีอะไรพูดต่อหน้าสิ" การด่าลอยๆแบบนี้ไม่ได้ช่วยให้คนที่ทำคุณเขาเจ็บปวดหรอกค่ะ แต่เป็นคุณที่จะถูกมองว่าไม่ดี และที่สำคัญด่ารวมแบบนี้ ไม่เวิร์คหรอก ไปด่าเขาตรงๆเลยง่ายกว่า จัดการได้ตรงจุด 4.จะลบเพื่อนออกจากลิสต์ "เพิ่งลบเพื่อนในเฟสออก ถ้าเห็นสเตตัสนี้แปลว่าเธอรอดละ ดีใจด้วย" ไม่เห็นต้องไปบอกชาวบ้านชาวเมืองเลยว่า จะลบเพื่อนออก ไม่ได้ดูดีขึ้นมา หรือได้ประโยชน์อะไร อวยตัวเองล้วนๆว่ามีเพื่อนเยอะ 5.โพสนาทีต่อนาที "อาบน้ำดีกว่า" "เบื่อซักผ้าอ่ะ" "หิวข้าวจัง""เดี๋ยวนอนละ" โดยข้อความแต่ละโพสห่างกันไม่ถึงนาที ยินดีด้วยค่ะแม่ดารา ตอนนี้คุณกลายเป็นคนน่าเบื่อเรียบร้อยแล้ว พูดกับใครหรอไอ้สิ่งเหล่านั้นน่ะ ไม่ต้องแปลกใจนะ ถ้าไม่มีคนไลค์อะไรในโพสของคุณเลย 6.แฮชแท็กเยอะละลานตา “Going to the gym #gym #lift #girlsthatlift #cardio #healthylife #getfit #getripped #strong #thebestihaveeverfeltinmylife” แฮชแท็คนั้นสนุกดีค่ะ ถ้าใช้มันอย่างเหมาะสม แต่ถ้าเยอะไปมากไป ยาวไปเช่น WhatifIwroteallmysentenceslikethisnowyouknowhowifeel ไม่มีใครมานั่งอ่านหรือกดเข้าไปหรอกค่ะ ไร้ประโยชน์ล้วนๆ   พื้นที่ส่วนตัวอย่างเฟสบุ้ค หากใช้ในทางที่ถูกที่ควร ไม่สร้างความเดือดร้อนก็ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ แต่ถ้ารบกวนและทำให้คนอื่นอ่านแล้วไม่สบายใจ ตะขิดตะขวงใจก็ไม่ต้องบอกใครหรอกค่ะ เก็บไว้ในใจและปรึกษากับคนข้างๆตัวบ้างก็ได้ อย่างน้อยเราจะได้มีเรื่องคุยกันนะ ที่มา thoughtcatalog เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

ความจริงของชีวิต!! ที่สาวอายุ 40 อยากบอก สาวอายุ30
สาวอายุ30 /  สาวโสด / 

เมื่อย่างเข้าวัย 30 ปี ชีวิตอาจจะต้องปรับเปลี่ยนอะไรหลายๆ อย่าง เช่น การเตรียมความพร้อมในการดูแลลูกในแบบที่โตขึ้น การเป็นแม่ที่สมบูรณ์แบบ หรือการเป็นเวิร์คกิ้งวูแมนที่สมบูรณ์ แต่เราจะฟังจากปากใครล่ะ ถึงจะเชื่อได้ว่า การก้าวเข้าสู่เลข 4 นั้นต้องเตรียมพร้อมอย่างไรบ้าง นอกจากคนที่ผ่านวัยนั้นมาแล้ว และนี่คือ 20 สิ่งเรื่องจริงที่สาววัย 40 อยากบอกสาว 30 เหลือเกิน เพื่อเตรียมตัวก้าวเข้าสู่วัยเลข 4 อย่างแท้จริง!! 1.รักและยอมรับตัวเองให้ได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องร้ายหรือเรื่องดีของตัวเอง จงยอมรับและเข้าใจ เพราะเมื่อคุณรักตัวเองและเข้าใจตัวเองอย่างถ่องแท้แล้ว การจะรักคนอื่นและให้คนอื่นนั้นจึงเป็นเรื่องที่คุณทำได้ 2.ให้พลังกับตัวเอง อะไรที่คุณชอบ อะไรที่คุณรัก อะไรที่คุณหลงใหลมันอย่างบ้าคลั่ง อย่าลืมให้เวลากับมัน อย่าปล่อยให้มันเป็นแค่ความฝันลอยลมไปวันๆ หรือถ้าคุณยังไม่รู้ว่าชอบอะไรแน่ๆ ก็ลองใช้ชีวิต ลองทำอะไรใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำ จนกว่าคุณจะรู้สึกด้วยตัวเองว่า นี่แหละสิ่งที่ชั้นรัก 3.หาเครือข่ายแข็งแรงที่ช่วยสนับสนุนคุณ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ครอบครัว จงหาเครือข่ายที่เขาพร้อมจะเป็นเบื้องหลัง เป็นผู้ที่คอยสนับสนุนคุณ ไม่ว่าคุณจะพบเจอปัญหาอะไรก็ตาม จงดูแลและรักษาเขาให้ดี 4.จงเป็นตัวเอง อะไรที่คุณรู้สึก ที่คุณแอบซ่อน ไม่จำเป็นอีกต่อไป มีอะไรก็เปิดเผยมันออกมา ว่าคุณรู้สึกอย่างไร รู้สึกแย่อย่างไร แค่นั้นเอง ไม่มีประโยชน์ที่คุณจะเก็บซ่อนความรู้สึกไว้อีกต่อไป 5.ใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง เนื่องจากเราไม่สามารถทำให้ทุกคนมีความสุขได้หมด สิ่งเดียวที่คุณทำได้ คือโฟกัสความสุขของตัวเองให้มากยิ่งขึ้น 6.อย่าประนีประนอมมากไปนัก การประนีประนอมมากไป อาจทำให้คุณมีความสัมพันธ์อันเลวร้ายมากขึ้นไป ทางที่ดี อะไรที่คุณคิดว่ามันไม่ได้ทำให้คุณมีความสุข และ คุณเองก็เสียเปรียบมากกว่า ก็อย่าไปยอมมันมากนัก ปล่อยมันไปบ้าง 7.เที่ยวให้มากขึ้น เงินสามารถซื้อของต่างๆ ได้ แต่ไม่สามารถซื้อความทรงจำหรือประสบการณ์แปลกใหม่ได้ ถ้าคุณไม่ใช้มันไปกับการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวทำให้คุณรู้จักอิสระ และเป็นการเปิดโลกทัศน์ให้กับคุณได้มากทีเดียว 8.เครียดให้น้อยลง ความเครียดและการกังวลเป็นสิ่งที่ทำให้ใครก็ไม่อยากจดจำในชีวิต ถ้ารู้ว่าความเครียดไม่สามารถทำให้คุณแก้ปัญหานั้นได้ ก็จงยอมรับกับสิ่งเกิดขึ้น และบอกตัวเองว่าเราจะต้องโอเค และผ่านเรื่องนี้ไปได้ ปล่อยให้มันเป็นไป 9.เลิกเปรียบเทียบ การเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับชีวิตเพื่อนที่โอ้อวดในเฟซบุ๊คว่าไปไหนมา กินอะไรมาบ้าง การเปรียบเทียบถ้าทำให้คุณรู้สึกด้อยค่าลงก็ควรจะหยุดดู หยุดเสพ และหยุดคิดแบบนั้นได้แล้ว เพราะไม่มีอะไรดี และเปลี่ยนความคิดว่าเราควรพอใจในสิ่งที่มีและใช้ชีวิตต่อไปจะดีกว่า 10.เลิกคาดหวัง ถ้ายังมีฝันว่าจะเจอเจ้าชายในฝันและแต่งงานอยู่ด้วยกันยันตายล่ะก็ อาจจะต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ เพราะคุณอาจจะเลิกกับสามี ทิ้งให้คุณอยู่กับลูกสองคนก็เป็นได้ การคาดหวังอะไรที่สวยหรูแบบนั้นควรจะลดลงไป และคิดว่าเราอยู่กับโลกปัจจุบันนะ เราต้องดำเนินชีวิตบนพื้นฐานความจริงนะ การคาดหวังให้คนอื่นมาทำอย่างนั้นอย่างนี้ให้กับเรา ต้องเลิกคิดไปได้แล้ว 11.อย่าทำงานเพื่อดำรงชีวิตอย่างเดียว การทำงานไม่ควรเป็นการทำเพื่อหาเงินเพียงอย่างเดียว แต่ควรเป็นงานที่คุณรัก และ มีชีวิตอย่างมีความสุขเมื่อได้ทำงาน ไม่ใช่งานที่บ่นทุกเช้าวันจันทร์ 12.อย่าลืมเก็บเงินไว้ยามฉุกเฉิน เงินเก็บเป็นเรื่องสำคัญ อย่าลืมที่จะเก็บเงินไว้หนึ่งก้อน ไว้ใช้ในยามที่คุณคาดไม่ถึง และควรเป็นเงินที่นำออกมาใช้ได้ง่าย 13.รู้จักที่จะให้คนอื่นบ้าง ควรช่วยเหลือคนด้อยโอกาส หรือ เป็นอาสาสมัครไปทำอะไรเพื่อสังคมบ้างก็ได้ หรือง่ายๆ แค่ดูแลเพื่อนหรือคนรอบข้างยามที่เขามีปัญหา มันถือเป็นรางวัลชีวิตอย่างหนึ่ง ที่คุณสามารถอุทิศเวลาและร่างกายให้กับคนอื่น ไม่ใช่ดีกับคนอื่นเท่านั้นแต่ยังดีกับจิตใจของคุณอีกด้วย 14.หัดให้อภัยตัวเองและคนอื่น การอยู่ในความเครียดและกังวล ไม่ยอมอ่อนข้อให้ใคร ถือเป็นความผิดพลาดในชีวิตของสาว 40 เลยก็ว่าได้ การยึด ความให้อภัย เป็นหลักในการดำรงชีวิตนั้นสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับชีวิตได้จริง ชีวิตจะมีแต่เรื่องดีๆ ไม่เครียดอีกด้วย 15.อย่าเสียเวลากับคนแย่ๆ ให้มากไปนัก บางครั้งเราอาจจะเลี่ยงคนนิสัยไม่ดี หรือ คนจิตใจไม่ดีในชีวิตเราไม่ได้มากนัก แต่เรามีสิทธิ์ที่จะเลือกคนที่เข้ามาอยู่ในชีวิตเราได้ ดังนั้น จงเลือกคนที่ไม่ทำให้ชีวิตคุณย่ำแย่ไปกว่านี้ ชีวิตคุณจะง่ายขึ้นและสบายใจมากขึ้น 16.หัดพูดว่าไม่ การทำให้ทุกคนบนโลกนี้มีความสุขนั้นเป็นไปไม่ได้ จงเลือกปฏิเสธเมื่อคุณตัดสินใจมาดีแล้ว 17.คิดให้มากเมื่อพูดว่าเราทำได้ การตัดสินครั้งใหญ่ เช่น การทำงานครั้งใหญ่ การเริ่มต้นธุรกิจ การหย่าร้าง อย่าลืมคิดให้ดีก่อนจะทำอะไร มองข้อดีข้อเสียและมั่นใจให้ชัวร์ก่อนลงมือทำ หรือ ตัดสินใจพูด 18.ให้คุณค่ากับทุกสิ่งในชีวิต แม้แต่เรื่องเล็กๆ ในชีวิตคุณก็ไม่ควรมองข้าม ให้ทุกอย่างที่ผ่านมาเป็นความสุขของตัวเอง รวมทั้งอย่าลืมที่จะหาความสุขใส่ตัวด้วย เช่น การไปเที่ยว ดูภูเขา ดูแมกไม้สายน้ำ ให้คุ้มกับการที่เกิดมาชีวิตหนึ่ง อย่ามัวแต่ก้มดูแต่โทรศัพท์ 19.เลิกแคร์สิ่งที่คนอื่นคิดต่อคุณ มันไม่มีอะไรดีกับคุณเลยสักนิด และยังทำให้คุณไม่เป็นตัวเองอีก ไม่ต้องแคร์ว่าคนอื่นจะว่ายังไง ถ้าตัวเองคิดว่านั่นเป็นสิ่งที่คุณพอใจ และอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้องก็พอแล้ว 20.ยอมรับความเปลี่ยนแปลง คนเราทุกคนชอบเรื่องที่คาดเดาได้ แต่ชีวิตมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นหรอกค่ะ เมื่อเจอเรื่องที่เราต้องรับมือไว้ ก็อย่าลืมตั้งสติ และเปลี่ยนมันเป็นความท้าทายในชีวิต ให้คุณได้เรียนรู้มัน  ที่มา lifehack เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

สถิติที่น่าตกใจ คนไทยป่วย โรคซึมเศร้า 1.8% ของประชากร ทั้งประเทศ
ป่วยทางจิต /  อาการทางจิต / 

งานประชุมวิชาการสุขภาพจิตนานาชาติครั้งที่ 14 และการประชุมวิชาการสุขภาพจิตและจิตเวชเด็กครั้งที่ 12 ประจำปี 2558 ที่เพิ่งเสร็จสิ้นไปไม่นานมานี้ มีข้อมูลน่าสนใจว่า คนไทยป่วยทางจิตเพิ่มขึ้นจนน่าตกใจ ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข บอกว่า ในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา คนไทยเจ็บป่วยทางจิตเพิ่มขึ้น ตัวเลขการเข้ารักษาตัวทางด้านจิตเวชเพิ่มสูงถึง 1.5 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยโรคจิต ยังไม่รวมบางส่วนที่ไม่ยอมไปรับบริการการรักษา เพราะอายที่ต้องพบจิตแพทย์ และกลัวว่าจะต้องถูกตราหน้าว่าเป็น “คนบ้า” ที่ผ่านมา กรมสุขภาพจิตได้พยายามสนับสนุนให้ผู้ป่วยทางจิตได้รับการรักษา เน้นการเข้าถึงบริการอย่างเท่าเทียม โดยการผลักดัน พ.ร.บ.สุขภาพจิต พ.ศ.2551 เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และให้ผู้ป่วยทางจิตสามารถที่จะอยู่ร่วมบ้าน ร่วมชุมชน นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมสุขภาพจิต บอกว่า สังคมไทยยังมีอคติต่อผู้มีปัญหาด้านสุขภาพจิต ขาดความรู้ความเข้าใจว่าสามารถรักษาหายได้ จากการทำงานที่ผ่านมา ความเข้าใจเรื่องโรคจิตเวชและสุขภาพจิตก็เริ่มดีขึ้นบ้าง มีโรงพยาบาลที่เปิดหอผู้ป่วยจิตเวช หรือเตียงฉุกเฉินผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดเพิ่มขึ้นเป็น 67% จากเดิมที่มีเพียง 58% ผู้ป่วยจิตเวชสามารถรับยารักษาต่อเนื่องได้ที่คลินิกจิตเวชในโรงพยาบาลชุมชน จากเดิม 17 แห่ง เป็น 94 แห่ง ตัวเลขของผู้ป่วยโรคจิตเภทเข้าถึงบริการรักษาเพิ่มขึ้นเป็น 42% โรคซึมเศร้า 38% และผู้ป่วยติดสารเสพติดที่ได้รับการรักษาและไม่กลับไปติดซ้ำเพิ่มขึ้นเป็น 80% สิ่งสำคัญที่สุดในการทำงานด้านสุขภาพจิต นอกเหนือจากการรักษาแล้ว การทำให้ทุกคนมีศักดิ์ศรีและคุณค่าของความเป็นมนุษย์ ไม่ถูกลิดรอนสิทธิความเป็นมนุษย์ มีโอกาสได้ใช้ชีวิตทุกช่วงวัยอย่างมีคุณค่าและมีความสุขเป็นเรื่องสำคัญมาก พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้ข้อมูลว่า จากผลการสำรวจระบาดวิทยา สุขภาพจิตของคนไทยระดับชาติปี 2556 ซึ่งเป็นการสำรวจทุก 5 ปี เพื่อศึกษาความชุกและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับโรคจิตเวชของคนไทย โดยใช้เครื่องมือและการดำเนินงานตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก ทำการสำรวจกลุ่มตัวอย่างประชากรไทยอายุ 18 ปีขึ้นไป ที่อาศัยอยู่ในครัวเรือนส่วนบุคคลอย่างน้อย 3 เดือนทั้งใน กทม.และต่างจังหวัด พบว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้คนไทยมีปัญหาด้านสุขภาพจิตมากที่สุด คือ สุรา ที่พบสูงถึง 9.3 ล้านคน หรือประมาณ 18% ของประชากรทั้งประเทศ รองลงมาคือ ภาวะติดบุหรี่ 14.9% หรือ 7.7 ล้านคน การใช้สารเสพติด 2.1 ล้านคน หรือ 4.1% ของประชากร ตามด้วยอาการในกลุ่มโรควิตกกังวลอีกราว 1.6 ล้านคน หรือประมาณ 3.1% ของประชากรทั้งประเทศ คุณหมอพรรณพิมล บอกว่า นอกจากนี้ยังมีตัวเลขคนไทย ที่มีภาวะของโรคซึมเศร้าตลอดช่วงชีวิตถึง 900,000 คน หรือประมาณ 1.8% ของประชากรทั้งประเทศ และปัญหาการฆ่าตัวตายประมาณ 3.5% ของประชากร หรือราว 1.8 ล้านคน ส่วนที่เหลือก็เป็นอาการทางจิตหลงผิด และติดการพนัน รวมถึงภาวะสะเทือนขวัญหลังเผชิญเหตุการณ์ รุนแรง (PTSD) อีกประมาณ 5 แสนคน สำหรับโรคจิตเวช คือ กลุ่มอาการทางจิตใจหรือพฤติกรรมที่ทำให้บุคคลนั้นเกิดความทุกข์ทรมานหรือบกพร่องในกิจวัตรต่างๆ ซึ่งต่างจากปัญหาสุขภาพจิต คนที่มีปัญหาสุขภาพจิตอาจจะไม่ได้ป่วยทางจิต แต่คนที่ป่วยทางจิต มักเป็นคนที่มีปัญหาสุขภาพจิตมาก่อน โรคทางจิตเวชที่พบบ่อยในคนไทย ได้แก่ โรคจิตเภท, โรคซึมเศร้า ซึ่งมีทั้งภาวะจิตเศร้าและการป่วยเป็นโรคซึมเศร้า, โรคอารมณ์สองขั้ว หรือ ไบโพลาร์, โรควิตกกังวล โรคออทิสติก, ความผิดปกติที่เกิดจากการใช้สารเสพติด และโรคสมองเสื่อม ซึ่งแบ่งเป็นหลาย ชนิด รวมทั้งอัลไซเมอร์ด้วย นอกจากการรักษาด้วยยาแล้ว ครอบครัว ชุมชน และสังคม มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการดูแลผู้ป่วยจิตเวช สำคัญที่สุดคือการไม่ขาดยา ส่วนผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตควรที่จะลดความเสี่ยงที่เป็นปัจจัยนำไปสู่ภาวะป่วยทางจิตได้ ปัญหาสุขภาพจิตสามารถที่จะป้องกันได้...และอาการป่วยทางจิตก็สามารถที่จะรักษาได้อยู่ที่ตัวเราเอง ครอบครัว และสังคมต้องช่วยกันเยียวยา ที่มา : เว็บไซต์กรมสุขภาพจิต

เทคนิคหลับสบาย ... แม้บินในที่นั่งชั้นประหยัด
ข้อควรรู้ /  บนเครื่องบิน / 

ปัจจุบัน การเดินทางด้วยเครื่องบิน ถือเป็นการเดินทางที่ใคร ๆ ก็สามารถทำได้ ด้วยค่าใช้จ่ายที่ถูกลงกว่าแต่ก่อนมาก ซึ่งแต่ละสายการบินก็งัดโปรโมชั่นออกมาแข่งกัน ประโยชน์ก็ตกมาถึงผู้บริโภคอย่างเรา ทำให้สะดวกต่อการเดินทางไปท่องเที่ยวในต่างแดน โดยเฉพาะเที่ยวบินชั้นประหยัด (Economy Class) เพราะสามารถประหยัดงบไปได้มากโขเลยทีเดียว แต่ก็ติดตรงที่ความสะดวกสบายอาจสู้ชั้นเฟิร์สคลาสไม่ได้แค่นั้นเอง เทคนิคหลับสบาย ... แม้บินในที่นั่งชั้นประหยัด travel.mthai.com ขอเสนอเกร็ดความรู้มาฝากนักเดินทางทุกท่าน กับ เทคนิคหลับสบาย ... แม้บินในที่นั่งชั้นประหยัด มาดูกันว่าเราจะมีการเตรียมพร้อมอย่างไรบ้าง เมื่อต้องเดินทางนาน ๆ ในเที่ยวบินชั้นประหยัด 1. แต่งตัวสบาย ๆ  เลือกเสื้อผ้าที่มีความยืดหยุ่น สบายตัว ไม่อึดอัด ไม่ตึงเปรี๊ยะ ไม่ว่าจะลุก นั่ง พับเข่างอขา ก็ง่ายสบายทุกท่า 2. ปฏิบัติกิจหนัก-เบา ให้เรียบร้อยก่อนขึ้นเครื่อง เวลาเดินทางจะได้ไม่ต้องมาพะวง หลับ ๆ ตื่น ๆ ลุกมาเข้าห้องน้ำให้เสียเวลา 3. กำจัดความหิวให้หมดไป เฉพาะไฟลท์ที่บินในช่วงมื้ออาหาร ควรสั่งอาหารล่วงหน้า ดีกว่านั่งทรมานเมื่อได้กลิ่นอาหารหอม ๆ ของผู้โดยสารท่านอื่น เพราะท้องอิ่มย่อมหลับสบายกว่า 4. เดินทางอย่างมือโปร อุปกรณ์ต้องพร้อม  หาหมอนรองคอคู่บารมีนุ่ม ๆ สักใบ ผ้าปิดตา เอียร์ปลั๊กอุดหู จะช่วยให้คุณหลับสบายในไฟลท์ยาว ๆ 5. นั่งริมหน้าต่าง ช่วยได้เยอะ นอกจากช่วยลดอาการวิงเวียนแล้ว จะช่วยให้คุณหลับรวดเดียวแบบไม่ต้องตื่นให้เสียอารมณ์ เพราะถูกคนด้านในปลุกให้ตื่นเพื่อขอไปเข้าห้องน้ำ 6. หลับด้วยตัวเองดีที่สุดแล้ว หลีกเลี่ยงการกินยานอนหลับทุกชนิด เผื่อมีเหตุฉุกเฉิน จะได้มีสติเตรียมพร้อม ขอบคุณข้อมูลจาก : Air Asia Magazine  เรียบเรียงและถ่ายภาพโดย : muzTong - Travel MThai

สนช. หั่นงบฯดูงาน-ฝึกอบรม ปี59 กว่า 5พันล้าน
5พันล้านบาท /  งบประมาณปี59 / 

สนช. พิจารณาลดงบประมาณการฝึกอบรม-ดูงาน กว่า 5พันล้านบาท เพื่อนำไปสำรองใช้กรณีฉุกเฉิน เช่น ภัยแล้ง วันนี้ (10 ก.ค.) พล.ท.ชาตอุดม ติตถะสิริ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2559 สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2559 ของ สนช. ในวงเงิน 2.72 ล้านบาท มีกระทรวงที่ผ่านความเห็นชอบแล้ว 12 กระทรวง แบ่งเป็น กระทรวงด้านเศรษฐกิจ 10 กระทรวง และกระทรวงด้านสังคม 2 กระทรวง เป็นวงเงิน 1,271,003 ล้านบาท ทั้งนี้ ได้ปรับลดงบประมาณลงในส่วนของ การฝึกอบรมและดูงานในต่างประเทศ งบครุภัณฑ์ และสิ่งปลูกสร้าง รวมทั้งสิ้น 5,825 ล้านบาท ซึ่งวงเงินดังกล่าวจะนำไปพิจารณาจัดสรรให้กับหน่วยงานต่างๆ และแบ่งเป็นงบลับ งบกลาง และงบฉุกเฉิน เพื่อให้รัฐบาลมีงบไว้สำรองใช้ในกรณีฉุกเฉินต่อไป คาดว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคมนี้ ขอบคุณข้อมูลจาก...matichon ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy MThai News

ดวงการเงิน 12ราศี ประจำเดือนสิงหาคม 2558
ดวงการเงิน /  ดูดวง / 

ดวงการเงิน 12ราศี ประจำเดือนสิงหาคม 2558 โดย อาจารย์ คฑา ชินบัญชร ราศี มังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) ไพ่ท้าวมาลีวราช ช่วงต้นเดือนมีไว้สำหรับแจกจ่ายช่วยเหลือ มีคนมาขอหยิบยืม มาขอความช่วยเหลือไม่ขาดสาย ความขี้สงสารใจอ่อน ทำให้ต้องเสียเงินอยู่เสมอ แต่คิดในด้านกลับกัน ถือเป็นการทำบุญ ก็จะช่วยให้จิตใจเป็นสุข ทำบุญมากๆจะดีกับตัวเอง กลางเดือนเงินเริ่มลดน้อยถอยลงไปบ้าง แถมมีคนรอบข้างคอยช่วยใช้ ทำให้รู้สึกหงุดหงิด ช่วงนี้แค่ไม่ให้ใครยืมเป็นพอ เพราะช่วงนี้รายรับเข้ามากระหน่ำ แค่ไม่เพิ่มรายจ่าย ทุกอย่างก็ราบรื่น ช่วงปลายเดือนมีดวงเสียเงินกับค่าซ่อมแซมและค่ารักษาพยาบาล มีเกณฑ์ลงทุนใช้จ่ายเงินก้อนใหญ่ ต้องรอบคอบ มีดวงจะได้ไม่คุ้มเสีย แต่ถ้ามีลับลมคมใน จะไปได้สวยสำหรับคุณ ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) ไพ่พระรามครองราชย์ ช่วงต้นเดือนคิดเงินได้เงิน คิดทองได้ทอง ทำให้ได้เงินเป็นกอบเป็นกำ คิดวางแผนลงทุนทำธุรกิจเองประสบความสำเร็จ ช่วงนี้รายได้เสริมเยอะ งานบริการได้ทิปหนักมาก ดวงการเงินพุ่งพรวด หยิบจับอะไรเป็นเงินเป็นทอง กลางเดือนสภาพคล่องดีเยี่ยม ได้ผลตอบแทนจากที่ลงทุนลงแรงไป เป็นช่วงทองที่มีรายได้เสริม แต่อาจต้องหนักใจกับการขอหยิบยืมของคนอื่น ช่วงปลายเดือนมีโชคลาภ จะลุ้นจะเสี่ยงมีโอกาสสูง หยิบจับเล่นหุ้น ช้อนหุ้น มือขึ้นสุดๆ ดีสุดๆ คงเป็นเรื่องเงินทอง มองเห็นช่องทางในการทำกำไร คิดลงทุนขยับขยายประสบผลสำเร็จที่ดี เพราะได้รับข้อมูลที่น่าเชื่อถือในการตัดสินใจ ถ้ากำลังอยากได้อะไรจากใคร จะมีคนหยิบยื่นให้ มีโชคลาภทั้งเรื่องเงินและอสังหาริมทรัพย์ ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) ไพ่พระจันทร์ ช่วงต้นเดือนมีค่าใช้จ่ายเยอะ ช่วงนี้อาจต้องขุดเอาเงินเก็บออกมาใช้จ่ายบ้างแล้ว พอมีลาภเข้ามาบ้าง แต่ก็มีอันต้องได้จ่ายซ้ายขวา เงินไม่อยู่ในกระเป๋านาน กลางเดือนไม่ดีเอาเสียเลย มีดวงทำกระเป๋าสตางค์ มือถือ หรือของสำคัญหล่นหาย ค่าใช้จ่ายเยอะ ลองแบ่งเงินไปทำบุญบ้าง จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น ช่วงปลายเดือนเงินไหลออกเป็นส่วนใหญ่ มีเรื่องจ่ายตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงเรื่องใหญ่ ให้ใครหยิบยืมถูกชักดาบแน่นอน ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) ไพ่พระอินทร์ ต้นเดือนมีโอกาสรับทรัพย์เน้นๆ แต่ต้องมองให้ออก อุปสรรคในการใช้จ่ายคงมีเพียงคนอายุน้อยกว่า ที่หาเรื่องเดือดร้อนมาให้อยู่เสมอ ช่วงกลางควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี และเป็นช่วงที่ผู้ใหญ่คอยช่วยอีกแรง ทำให้ไม่ขัดสน จะทำเรื่องกู้ขอยืมไม่มีปัญหา การเงินแม้ช่วงที่ผ่านมาจะร่วงไหลมาก แต่ช่วงนี้เริ่มคุมอยู่ รวมถึงได้รับความช่วยเหลือจากคนสนิท ทำให้สภาพคล่องดีขึ้น ช่วงปลายต้องคุมอารมณ์ตัวเอง ไม่ให้กิเลสเข้าครอบงำ จะถูกหลอกหลงผิดได้ง่าย ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) ไพ่ทศกัณฐ์เจรจาพาลี ช่วงต้นเดือนท่าจะแย่ ตัวเองยังไปไม่รอด ยังมีภาระต้องรับผิดชอบกับชีวิตคนอื่นอีก พอมีลาภปากเป็นครั้งคราว นอกนั้นถ้ามีลาภมักจะเป็นทุกลาภมากกว่า การเงินหมุนเวียนแทบแย่ ช่วงนี้มีแต่รายจ่ายจนน่าปวดหัว ของตัวเองยังมีคนมาขอหยิบยืมให้ต้องคิดหนักอีก ยังดีที่มีงานเสริมมาช่วย แต่ก็ต้องประหยัดมากขึ้น ปลายเดือนถูกเอาเปรียบชนิดที่ไม่สามารถให้อภัย จะรับปากใครต้องระวังด้วย โชคลาภห่างไกลมาก ช่วงนี้มีแต่เรื่องเสียเงิน อาจทำของมีค่าหาย ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) ไพ่วิตกนางสีดา ช่วงต้นเดือน การเงินเป็นสิ่งที่คุณกำลังต้องการ ช่วงนี้มีดวงเสียเงินกับค่าซ่อมและเรื่องสุขภาพ ต้องถนอมรักษาตัวเองให้ดี ช่วงปลายมีดวงได้เงินก้อนจากคนไกล หรือการเดินทาง ช่วงกลางรายจ่ายเยอะ ส่วนใหญ่มาจากค่าซ่อมแซม ค่ายา ค่ารักษา ใช้เงินกับการดูแลตัวเองและคนรอบข้าง ระวังอย่าค้ำประกัน รับปากใครสุ่มสี่สุ่มห้า จะเป็นห่วงผูกคอไปอีกนาน การเงินสลัดไม่หลุดกับคนที่คอยตอดเล็กตอดน้อย ช่วงนี้ต้องใช้เงินทองในการแก้ปัญหาอยู่เสมอ ช่วงปลายถึงจะมีจังหวะเงินเข้า มีรายรับเสริม ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) ไพ่สามทหารเอก ต้นเดือนมีรายจ่ายที่ไม่ได้เตรียมไว้บ้าง เกี่ยวกับรถและการเดินทาง แต่สภาพคล่องดี เพราะหาเงินเก่ง มีรายรับส่วนใหญ่มาจากงาน ช่วงกลางเดือนมือเติบสุดๆ ยิ่งมีเยอะก็ยิ่งใช้เยอะ แต่ยังไม่มีว่าจะสะดุดหรือขัดสน แต่ถ้าใช้น้อยลง จะได้มีเงินเก็บมากขึ้น ปลายเดือนน่าเป็นห่วง มีดวงเสียเงินแบบฉุกเฉิน ไม่ทันตั้งตัว อย่าเผลอรับปากหรือช่วยเหลือใคร แบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และให้ระวังสุขภาพคนใกล้ชิดด้วย ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) ไพ่สามทหารเอก ช่วงต้นเดือนรายรับลื่นไหลดี แตให้ระวังช่วงปลายอาจมีพลาดท่าเสียทีต้องควักจ่ายแบบไม่เกิดประโยชน์ หรือทำข้าวของมีค่าสูญหาย กลางเดือนได้เงินมือซ้ายออกมือขวา หมดไปกับเรื่องเดินทาง เรื่องรถ แต่ไม่ขัดสน มีช่องทางหาเงินได้ตลอด แต่ยังโชคดีมีดวงได้ของถูกใจจากคนใกล้ชิด ปลายเดือนหลังจากมีเงินเป็นกอบเป็นกำแล้ว ถึงเวลาที่ต้องเอาออกมาลงทุน แต่จะลงทุนกับใครคงต้องคิดให้ดี มีโอกาสเกิดปัญหาเรื่องผลประโยชน์สูง ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) ไพ่สังหารนนทก ช่วงต้นโอดครวญกับรายจ่ายที่ไม่ได้เป็นคนก่อ หมดไปกับเรื่องเดือดร้อนของคนใกล้ตัว ยังไม่มีดวงในการเสี่ยงโชค แต่พอมีลาภเป็นสิ่งของอยู่บ้าง ช่วงกลางหมดไปกับรถ เดี๋ยวแอร์เสีย ไดนาโมมีปัญหา ซ่อมจุกจิก เฉี่ยวชน ขับรถระวังหน่อย คอยตรวจเช็คความเรียบร้อย ปลายเดือนมีแนวโน้มเสียเงินเยอะ และเป็นเรื่องที่ไม่ควรเสีย ช่วงนี้หนักไปในเรื่องสุขภาพ ค่ายา และค่าซ่อม ไม่ควรให้ใครยืมจะกลายเป็นหนี้สูญ ไม่ได้เงินคืน ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) ไพ่หนุมานพลอดรัก ช่วงต้นเดือนมีดวงได้ของถูกใจ ได้รับข้อเสนอดีๆ แต่อาจต้องมีบางอย่างแลกเปลี่ยนบ้าง หากจะทำเรื่องกู้ ทำบัตรเครดิต ช่วงปลายเดือนเหมาะที่สุด กลางเดือนเหมาะกับการทำเรื่องกู้ซื้อบ้าน ซื้อรถ ทำธุรกิจ ช่วงนี้เครดิตดี ได้รับความไว้วางใจ มีลาภจากคนอายุมากกว่า ช่วงปลายการเงินไหลมาเทมา มีโชคลาภ เหมาะสำหรับการเสี่ยงลุ้นทำธุรกรรมทางการเงิน รวมถึงทำเรื่องกู้ยืม ขอความช่วยเหลือ ขอเครดิตจะได้การตอบรับที่ดี ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม) ไพ่จองจำพิเภก ช่วงต้นเดือนลำบากใจ มีคนมาขอหยิบยืมอย่างปฏิเสธได้ยาก ช่วงนี้มีค่ารักษา ค่าซ่อมแซม จิปาถะ ให้กังวลใจ แต่ไม่ถึงกับขัดสน เพราะมีทางออกในส่วนของงาน กลางเดือนเงินไหลออกแบบไม่ตั้งใจ ค่าใช้จ่ายทั้งเล็กทั้งใหญ่ที่เคยก่อไว้ เริ่มประดังเข้ามาประชิดตัว ต้องหาทางเอาตัวรอด วางแผนรับมือให้ดี ปลายเดือนอึดอัดใจสุดๆ เจอแต่คนมาเบียดเบียน คอยจ้องเอาเปรียบในส่วนที่คุณหามาได้ ช่วงนี้จะให้ใครคิดทำอะไรต้องรอบคอบ เดี๋ยวจะไม่เหลือเก็บ ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) ไพ่ทศกัณฐ์ ช่วงต้นเดือนมีดวงถูกหลอก ถูกโกงแบบไม่คาดคิด ควรระมัดระวังในการคบหา ไม่เหมาะที่จะให้ใครหยิบยืม และไม่ควรมุ่งเน้นในการเสี่ยง จะเสียไปไม่ได้คืน ช่วงกลางเกิดอาการโลภ อยากได้เงินแบบทางลัด ให้หยุดยั้งความคิดนี้ไว้ก่อน เพราะทำให้คุณเดือดร้อน ค่อยทำค่อยเก็บไปทีละนิด เงินที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงล้วนๆ สภาพคล่องจะดีขึ้น ปลยเดือนความตั้งใจเก็บออมดี แต่จะมีอุปสรรค มีคนทำให้เขวอยู่ตลอดเวลา ไม่ควรให้ใครยืม ยังไม่เหมาะที่จะลงทุน ดูดวงแบบเต็มๆ ตลอดทั้งปี จาก หนังสือพยากรณ์ชะตาชีวิต ไพ่ยิปซี 2558 โดย อ.คฑา ชินบัญชร รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.Mthai.com