พรก.ฉุกเฉิน

ด่วน! มติปปช.แจ้งข้อหา 'พระสุเทพ-อภิสิทธิ์'สลายชุมนุมปี53
นปช /  ปปช. / 

 มติมีป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหา "พระสุเทพ-อภิสิทธิ์" สั่งทหารสลายการชุมนุมนปช.ปี53 ส่อกระทำผิดต่อหน้าที่  วันนี้ (24 ก.พ.) ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษก ป.ป.ช. แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุม ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์ แจ้งข้อกล่าวหานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ หรือ พระสุเทพ ปภากโร  อดีตรองนายกรัฐมนตรี ที่มีพฤติการณ์ส่อว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ อันเป็นเหตุให้ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง กรณีที่เป็นผู้มอบนโยบายการบังคับบัญชาในระดับพื้นที่ในการใช้กำลังทหารเข้าขอคืนพื้นที่จากกลุ่มผู้ชุมนุมปี 2553 จนเป็นสาเหตุให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงประชาชนและเด็กที่ไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม ขณะที่เจ้าหน้าที่ของรัฐรายอื่น อาทิ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ในขณะนั้น ต้องพิจารณาต่อไป ว่า พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน คุ้มครองการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่มากน้อยแค่ไหน โดย ป.ป.ช. จะส่งหนังสือเพื่อแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองคนรับทราบ เพื่อให้มาแก้ข้อกล่าวหาต่อไป ส่วนจะดำเนินคดีอาญาด้วยหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการแก้ข้อกล่าวหาของบุคคลทั้งสอง MThai News

บางแก้วโหด ขย้ำเด็ก 1ขวบเจ็บสาหัส แผลเหวอะตั้งแต่หัวถึงขา
ข่าวจังหวัดปราจีนบุรี /  บางแก้ว / 

สุนัขพันธุ์ไทยผสมบางแก้วกัดเด็ก 1 ขวบคาบ้านที่ปราจีนบุรี บาดเจ็บสาหัส ขณะเดินเล่นหน้าบ้าน เผยเป็นสุนัขของญาติเลี้ยงไว้ ต้องรอดูอาการ ก่อนตกลงค่าเสียหายอีกครั้ง รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ จ.ปราจีนบุรี ได้เกิดเหตุสุนัขพันธุ์บางแก้วเพศผู้กัดขย้ำเด็กชายวัย 1 ขวบเพื่อนบ้าน ขณะกำลังเดินเล่นรับลมอยู่ที่บริเวณหน้าบ้านกับผู้เป็นย่า เป็นเหตุทำให้เด็กชายคนดังกล่าวมีแผลเหวอะหวะตั้งแต่หัว-ใบหน้า จนถึงโคนขา ญาติต้องเร่งประสานกู้ภัยให้ช่วยนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน ทั้งนี้จากการสอบสวนผู้เป็นย่าที่ยืนตื่นตกใจอยู่หน้าห้องฉุกเฉินได้ความว่า ก่อนเกิดเหตุพาหลานชายออกมาเดินเล่น อยู่บริเวณริมถนนหน้าบ้าน จากนั้นมีสุนัขพันธุ์ไทยผสมกับพันธุ์บางแก้ว เพศผู้ อายุประมาณ 3 ปี ซึ่งเป็นสุนัขของญาติๆ กันที่เลี้ยงไว้ข้างบ้านรั้วติดกัน วิ่งออกมากัดแล้วขย้ำหลานชาย จนล้มลงนอนดิ้นอยู่กับพื้นส่งเสียงร้องไห้ดังลั่น ตนจึงรีบเข้าไปไล่สุนัขตัวดังกล่าวแล้วช่วยหลานขึ้นมาได้ แต่พบหลานชายถูกสุนัขกัดเป็นแผลเหวอะ หวะที่หัวและใบหน้า จึงรีบพาส่งโรงพยาบาลประจำตำบล แต่หมอเห็นว่าอาการสาหัสมากจึงทำแผลเบื้องต้นให้ ก่อนประสานกู้ภัยมารับตัวส่งมาที่โรงพยาบาลกบินทร์บุรี หลังเกิดเหตุยังไม่ได้แจ้งความ เพราะเห็นเป็นสุนัขของญาติพี่น้องกัน แต่ได้บอกให้พ่อแม่ของหลานรีบมาที่โรงพยาบาลแล้ว จากนั้นก็จะได้ตกลงกันอีกครั้งว่าจะเอายังไง และตกลงเรื่องค่ารักษาพยาบาลกันต่อไป MThai news

กระบะซิ่งเสยท้าย6ล้อ กลางทางด่วนเสียชีวิต2ศพ
กระบะชน6ล้อ /  กระบะซิ่ง / 

หนุ่มซิ่งรถกระบะชนท้าย 6 ล้อกลางทางด่วนกาญจนาภิเษก สมุทรปราการ เสียชีวิต 2 ศพ บาดเจ็บอีก2 เมื่อเวลา 00.30 น. วันนี้ (26 ก.พ.) เกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนท้ายรถบรรทุก 6 ล้อ มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต บริเวณกลางสะพานทางด่วนกาญจนาภิเษกขาเข้า มุ่งหน้าพระราม 2 หลักกิโลเมตรที่ 10+700 ต.บางเมืองใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ ที่เกิดเหตุพบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ แค๊ป สีบอร์นทอง ทะเบียน บน 8701 ลพบุรี สภาพชนอัดอยู่ที่บริเวณท้ายรถบรรทุกหกล้อยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน 70-7469 สมุทรปราการ ซึ่งเป็นรถของ หจก.รัตน์พล ทรานสปอร์ต ในสภาพพังยับเยิน ภายในซากรถกระบะพบผู้บาดเจ็บสาหัส 2 ราย เป็นชาย 1 คนและหญิง 1 คน ไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 35-40 ปี เจ้าหน้าที่ได้ใช้เครื่องตัดถ่างตัดโครงเหล็กซากรถ ก่อนช่วยเหลือผู้บาดเจ็บทั้ง 2 ออกมาได้แล้วรีบนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลเปาโลสมุทรปราการ นอกจากนี้ยังพบผู้เสียชีวิตอีกจำนวน 2 ราย ที่บริเวณเบาะด้านหน้าคนขับและเบาะข้างคนขับ ทราบชื่อ นายสุเวส โคตรกำพี้ อายุ 43 ปี คาดว่าเป็นคนขับ และนางปราณี จันทร์แต้ว อายุ 42 ปี จากการสอบสวนคนขับรถบรรทุก6ล้อ ได้ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถบรรทุกคันดังกล่าวไปบรรทุกแผ่นไม้พาเรทซึ่งเป็นที่รองสินค้า ในย่านต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เพื่อที่จะไปส่งให้ลูกค้าในย่านถนนสุขสวัสดิ์ อ.พระประแดง ในระหว่างที่ตนขับมาถึงที่เกิดเหตุ ได้เกิดเฉี่ยวชนกับรถยนต์เก๋ง ตนจึงได้จอดรถและเปิดไฟฉุกเฉินอยู่ที่บริเวณเลนขวา เพื่อลงไปเจรจากับคู่กรณี ในระหว่างที่ตนกำลังยืนคุยอยู่นั้น รถยนต์กระบะคันดังกล่าวที่ขับมาด้วยความเร็วได้พุ่งชนเข้าที่บริเวณท้ายรถของตนอย่างแรงจนเสียงดังสนั่น หน้ารถยนต์กระบะคันดังกล่าว มุดเข้าไปที่บริเวณท้ายรถของตนประมาณครึ่งคัน ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตติดอยู่ภายในตน จึงรีบโทรแจ้งขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิฐานว่า ในระหว่างที่คนขับ6ล้อจอดรถเปิดไฟฉุกเฉินและลงมาเจรจากับคู่กรณี รถกระบะที่ขับมาด้วยความเร็วสูง ที่บริเวณเลนกลาง พยายามแซงรถคันหน้าออกมาทางด้านเลนขวา โดยไม่ทันมองเห็นว่ามีรถบรรทุกหกล้อจอดอยู่ จึงได้พุ่งชนเข้าที่ท้ายรถหกล้อเข้าอย่างจัง จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้ง ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก ข่าวสดออนไลน์ MThai News

ไอเอส แพร่คลิปสังหารตัวประกันญี่ปุ่นแล้ว 1
กลุ่มไอเอส /  ตัวประกันญี่ปุ่น / 

กลุ่มติดอาวุธที่สนับสนุนไอเอส แพร่คลิปสังหารตัวประกันชาวญี่ปุ่นแล้ว 1 ด้านทางการยุ่นยันเป็นของจริง หลังมีข่าวลือหนาหูว่าอาจเป็นคลิปปลอม สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า กลุ่มรัฐอิสลามหรือไอเอส ได้มีการเผยแพร่คลิปสังหารตัวประกันชาวญี่ปุ่นแล้ว 1 ราย หลังเรียกร้องเงินค่าไถ่จำนวน 200 ล้านดอลลาร์ ภายใน 72 ชั่วโมง แต่ไม่ได้รับการตอบรับจากรัฐบาลญี่ปุ่น โดยคลิปดังกล่าวเผยแพร่เป็นภาพของนายเคนจิ โกโตะ นักข่าวอิสระ อายุ 47 ปี ซึ่งถือภาพศพนายฮารูนะ ยูคาวะ อายุ 42 ปี ในสภาพศพถูกฆ่าตัดคอ ซึ่งหลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปไม่นาน ก็ถูกลบทิ้งไปจนทำให้มีเสียงลือว่าคลิปดังกล่าวเป็นคลิปปลอมเพราะ ไม่มีสัญลักษณ์ของกลุ่มปรากฏในคลิป ขณะที่ทางการญี่ปุ่นได้ออกมายืนยันในเวลาต่อมา โดยเชื่อว่าคลิปที่ถูกเผยแพร่เป็นคลิปจริง ภายหลังได้ตรวจสอบภาพจากวิดีโอ ทำให้นายกรัฐมนตรีอาเบะ เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีฉุกเฉิน และประณามการสังหารตัวประกันญี่ปุ่นว่าไร้เหตุผลและไม่สามารถให้อภัยได้ ยืนยันญี่ปุ่นจะไม่ก้มหัวให้กลุ่มก่อการร้าย MThai News

ชูโรง! หุ้นไทยวันนี้ พลังงาน-ธนาคาร-สื่อสาร-อสังหาฯ
SET /  ข่าว / 

โบรกฯ คาดหุ้นไทยวันนี้ 4 กลุ่มผู้นำตลาด พลังงาน-ธนาคาร-สื่อสาร-อสังหาฯ ระบุนลท.ต่างชาติกลับ สัญญาณบวกกลับมาอีกครั้ง.. บล.เคเคเทรด คาดว่า SET มีโอกาสแกว่งตัวขึ้นทดสอบ 1620 จุด หลัง ปธน.ปูตินของรัสเซีย ออกมา เปิดเผย เรื่องบรรลุข้อตกลงหยุดยิงกับยูเครน ส่งผลให้ความเสี่ยงด้านภูมิศาสตร์การเมืองในภูมิภาคลดลง และจะสร้างความคาดหวังเชิงบวกต่อการฟื้นตัว เศรษฐกิจฝั่งยุโรป รวมถึงสภาพคล่องทางการเงินที่ดีขึ้น ส่วนฝั่งกรีกมีความคืบหน้าเล็กน้อยเมื่อ ธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB ขยายวงเงินกู้ฉุกเฉินให้กรีกอีก 5พันล้านยูโรหรือเพิ่มขึ้นราว 8% จากวงเงินกู้ที่มีอยู่ 6.5 หมื่นล้านยูโร และด้านตลาดหุ้นไทยได้ปัจจัยเสริมจากนักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิรวม 2 วันกว่า 2.3 พันล้านบาท หนุนให้จิตวิทยาการลงทุนดีขึ้น ทำให้วันนี้คาดว่าแรงเก็งกำไร ในหุ้นกลุ่มน้ำตลาดทั้ง พลังงาน ธนาคาร สื่อสารและอสังหาฯ กลับเข้ามาอีกครั้ง อย่างไรก็ตามคาดว่าหุ้นรายตัวยังคงผันผวนตามการคาดหวังทั้งบวกและลบต่อ การทยอยประกาศผลประกอบการปี 57 ที่จะเสร็จสิ้นภายในเดือนนี้และเป็น ปัจจัยทำให้ SET ยังคงผันผวน ภาพทางเทคนิคกลับมาเป็นบวกอีกครั้ง หลัง SET กลับขึ้นมาปิดเหนือ 1600 จุดได้เป็นวันที่สอง หากปิดเหนือ 1620 จุดในวันนี้จะเป็นสัญญาณขาขึ้นรอบใหม่และมีโอกาสขึ้นไปทดสอบ 1650 จุดใน  ระดับสัปดาห์ กลยุทธ์การลงทุน ระยะ 1-2 วัน หาจังหวะเข้าลงทุนเน้นขึ้นขาย-ลงซื้อ  และหาก SET ปิดเหนือ 1610 จุดเน้นถือครองหุ้นเพื่อไปรอขายสัปดาห์หน้า  แนวโน้มวันนี้เป็นบวก มองกรอบเคลื่อนไหว 1,610 – 1620 จุด MThai News

รวมของแถมสุดช็อค! อะไรบ้าง ที่หมอ เคย ลืมไว้ในท้องคนไข้
ผ่าตัด /  ลืมไว้ในท้องคนไข้ / 

วันนี้ Health Mthai ขอรวบรวมเรื่องสุดช็อคที่เคยเกิดขึ้นจริง ของเหล่าคนไข้ที่เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล แล้วได้ของแถมกลับมาบ้านแบบไม่รู้ตัว เมื่อเหล่า หมอ หรือ แพทย์ ที่ทำการผ่าตัดรักษา กลับชุ่ย ทิ้งอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการผ่าตัด ลืมไว้ในท้องคนไข้ อย่างไม่น่าเชื่อว่าลืมได้ไง และที่สำคัญ ของบางอย่าง มันสามารถอยู่ในตัวเราได้ยังไงนานเป็นปีๆ วันนี้รวมมาให้ดูการรักษาของแพทย์สุดเฟล ที่ให้ของฝากกลับมาบ้าน อย่างไม่น่าให้อภัย 1. หมอลืมกรรไกรไว้ในท้องคนไข้ นาน 12 ปี สำนักข่าวมิเรอร์ เคยรายงานว่า หนุ่มชาวคาซัคสถาน เกิดอาการปวดท้องอย่างหนัก เบื่ออาหารและน้ำหนักลดอย่างผิดปกติ จึงตัดสินใจไปตรวจ และพบว่า มีกรรไกรขนาด 20 ซม. อยู่ในท้องของเขา ที่เคยได้รับการผ่าตัดเมื่อ 12 ปีที่แล้ว โดยแพทย์ที่ทำการผ่าตัดในครั้งนั้นได้เกษียณและเสียชีวิตไปแล้ว 2. ลืมผ้าก๊อซไว้ในท้องคนไข้ นานเกือบปี หลังจากเข้ารับการผ่าตัดมดลูก คนไข้เข้ารับการผ่าตัดจากอาการปวดท้องรุนแรง และประจำเดืนมามากผิดปกติ แพทย์จึงวินิจฉัยให้ทำการตัดมดลูกทิ้ง โดยคนไข้เข้ารับการผ่าตัดในช่วงปลายปี 2549 หลังจากผ่าตัดเสร็จ เกิดผลข้างเคียงคือ ปวดท้องเป็นประจำ และปวดหนักขึ้น บวกกับมีไข้ตลอดเวลา จึงเข้ารับการรักษาใหม่ และนำไปสู่การเอ็กซ์เรย์ จนพบก้อนกลมๆในช่องท้อง จึงเข้ารับการผ่าตัดอีกครั้ง แต่เมื่อผ่าตัดเจอหนองไหลออกมาเป็นจำนวนมาก จนพบผ้าก๊อซทำแผลที่ค้างอยู่ในช่องท้อง จึงสรุปได้ว่าสาเหตุของอาการน่าจะมาจากสิ่งของที่ปะปนอยู่ในร่างกายนั่นเอง 3.ลืมเหล็กยาว 1 ฟุต ไว้ในท้องคนไข้ คนไข้สาวมีอาการปวดท้องรุนแรง และทนทุกทรมานอยู่นาน 5 ปี จนกระทั่งตัดสินใจเข้ารับการรักษา และเมื่อแพทย์ได้เอ็กซ์เรย์ดูจึงพบว่า มีแผ่นโลหะกันลำไส้ หรือ เหล็กที่ใช้สำหรับถ่างระหว่างการผ่าตัด ที่มีขนาดยาวเกือบ 1 ฟุต อยู่ในท้องของคนไข้ หลังจากที่เคยเข้ารับการผ่าตัดมดลูกไปแล้ว 4.ลืมคีม ขนาด 8 นิ้ว ไว้ในท้องขนไข้ สำนักข่าวเดลิเมล์รายงานว่า คนไข้ที่เคยเข้ารับการผ่าตัดใส้ติ่ง แล้วกลับมาตรวจอาการหลังจากทำการผ่าตัดได้เพียง1อาทิตย์ ถูกหามเข้าห้องฉุกเฉินอย่างเร่งด่วน เพราะเมื่อกลับมาตรวจและทำการเอ็กซ์เรย์ สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า มีคีมที่ใช้ในการผ่าตัด ยาว 8 นิ้ว ตกค้างอยู่ในช่องท้องของเขา โดยที่เขาเองยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ และถึงแม้พยาบาลจะออกมาบอกว่า เรื่องพวกนี้ไม่น่าเกิดขึ้นเลย มันเป็นไปได้น้อยมาก แต่มันก็เกิดขึ้นแล้วล่ะ หลังจากนี้ ใครเข้ารับการผ่าตัด ก็อย่าลืมตรวจเช็คร่างกายกันก่อนออกจากโรงพยาบาลด้วยนะจ๊ะ ว่ามีกรรไกรติดอยู่ในท้องหรือไม่ จะได้ไม่ต้องเอากลับบ้านเป็นของแถมไปแบบฟรีๆโน๊ะ เนื้อหานี้ เขียนขึ้นโดยทีมงาน Health.mthai.com หากนำไปใช้ กรุณาให้เครดิตด้วยค่ะ

ระทึก!! แอร์ไชน่าลงจอดฉุกเฉินเหตุ ผดส.อ้างมีระเบิดบนเครื่อง
ระเบิด /  ลงจอดฉุกเฉิน / 

เกิดเหตุการณ์สุดโกลาหล เมื่อผู้โดยสาร ที่นั่งมาในเที่ยวบิน CA1336 ของสายการบิน 'แอร์ ไชน่า' เกิดตะโกนว่ามีระเบิดซุกซ่อนอยู่บนเครื่องบิน จนทำให้กัปตันตัดสินใจลงจอดฉุกเฉิน วานนี้ (25ก.พ.)  เว็บไซต์ออนไลน์ 'แอร์ ลีฟ' เผยแพร่เรื่องรายสุดระทึก เมื่อกัปตันของเครื่องบินโดยสาร ของสายการบินแอร์ ไชน่า เที่ยวบิน CA1336 ตัดสินใจมีคำสั่งให้ลงจอดฉุกเฉิน หลังจากมีผู้โดยสารรายหนึ่งตะโกนขึ้นมาว่ามีระเบิดซุกซ่อนอยู่บนเครื่องบินหลายลูกและกำลังจะระเบิดในไม่ช้า ทั้งนี้รายงานระบุว่า เที่ยวบินดังกล่าวกำลังทะยานมุ่งหน้าจากเมืองหนานหนิงไปยังกรุงปักกิ่ง และมีเหตุให้ต้องลงจอดฉุกเฉินที่ท่าอากาศยานนานาชาติฉงชิ่งเจียงเป่ย์ หลังมีผู้โดยสารหญิงแซ่ "หวัง" ตะโกนโวยวายขึ้นว่าบนเครื่องบินมีระเบิดซุกซ่อนอยู่หลายลูก และกำลังระเบิดในไม่ช้า ส่งผลให้ผู้โดยสารในเที่ยวบินดังกล่าวต่างพากันแตกตื่น จนกระทั่งกัปตันตัดสินใจนำเครื่องลงจอดเพื่อความปลอดภัย หลังจากนั้นหอบังคับการบินทางตำรวจ ได้มีคำสั่งให้ลำเลียงรถพยาบาลและหน่วยดับเพลิง มายังท่าอากาศยานนานาชาติฉงชิ่งเจียงเป่ย์ ทันที แต่หลังจากการตรวจสอบกลับไม่พบวัตถุต้องสงสัยแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม นางหวัง ผู้ก่อให้เกิดความวุ่นวายดังกล่าว หลังจากอ้างว่ามีระเบิดอยู่บนเครื่องบินได้ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว เพื่อสอบปากคำต่อไป ในขณะที่เครื่องบินได้ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอีกครั้งพร้อมกับผู้โดยสารรายอื่นๆ เพื่อเดินทางไปยังกรุงปักกิ่งตามกำหนดการเดิม MThai News ที่มา airlive

ระทึก!รถไฟบรรทุกน้ำมันดิบตกรางที่สหรัฐฯ
ตกราง /  รถไฟ / 

รถไฟบรรทุกน้ำมันดิบตกรางและเกิดควันไฟเหนือน่านฟ้าทางตอนใต้ของรัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา ยังไม่พบผู้เสียชีวิต สื่อต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุรถไฟบรรทุกน้ำมันดิบตกรางและเกิดควันไฟเหนือน่านฟ้าทางตอนใต้ของรัฐเวอร์จิเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ทำให้รถและบ้านของผู้อยู่อาศัยใกล้ที่เกิดเหตุได้รับความเสียหายและเจ้าหน้าที่ต้องอพยพผู้คนที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวออกมาอยู่ในที่ปลอดภัย ตามรายงานยังไม่มีการพบผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว พนักงานของรถไฟที่ประสบเหตุ เผยว่า รถไฟลำเลียงรถ 109 คัน จากตอนเหนือของเมืองโดโกต้า มาถึง ยอร์กทาวน์ ก่อนที่จะเกิดเหตุชนอย่างแรงในครั้งนี้ ซึ่งหลังจากรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยบริการช่วยเหลือฉุกเฉินมุ่งหน้าไปที่เกิดเหตุเพื่อสกัดกั้นเพลิงไหม้ แต่เพลิงได้ลุกลามไปยังต้นไม้ทั้งสองข้างทางจนเปลวไฟยังระอุ ซึ่งมีหิมะตกอย่างหนักและอากาศหนาวเย็นเป็นปัญหาอุปสรรคต่อการระงับควันไฟ จากการตรวจสอบสาเหตุน่าจะมาจากการตกรางและยังไม่สามารถระบุชัดว่า สภาพอากาศจะมีส่วนในการเกิดเหตุเกิดเพลิงไฟลุกไหม้ในครั้งนี้หรือไม่

ไอดอลแดนปลาดิบโคม่า! หลังสูดฮีเลียมออกรายการโทรทัศน์
3B Junior /  เพลงญี่ปุ่น

สมาชิกไอดอลวัยใส 3B Junior โคม่า! หมดสติขณะอัดรายการโทรทัศน์ของแดนปลาดิบ หลังสูดดมแก๊สฮีเลียมเปลี่ยนเสียง! หนึ่งในสมาชิกของไอดอลกรุ๊ปวัยใส 3B Junior วัย 12 ปี อยู่ในอาการโคม่า ถูกหามส่งโรงพยาบาลด่วน หลังเธอสูดดมแก๊สฮีเลียมจนทำให้หมดสติขณะบันทึกเทปรายการโทรทัศน์ทางช่อง TV Asahi ของประเทศญี่ปุ่น อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มกราคม ขณะที่ไอดอลกรุ๊ปวัยใส 3B Junior บันทึกเทปรายการวาไรตี้โชว์ 3B junior no Hoshikuzu Shouji โดยหนึ่งใน 5 ของสมาชิกที่ร่วมรายการในวันนั้นได้สูดดมแก๊สฮีเลียมเข้าไปทำให้หมดสติ สมาชิก 'A' จึงถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยรถพยาบาล และเข้ารับการรักษาอย่างฉุกเฉิน 5 สมาชิกของวง 3B Junior ที่คาดว่าร่วมบันทึกเทปรายการในวันเกิดเหตุ 'A' ได้รับการวินิจฉัยว่าเธอตกอยู่ในสภาวะสมองขาดเลือด เนื่องจากแก๊สฮีเลียมเข้าไปสกัดกั้นการลำเลียงออกซิเจนในเลือด อย่างไรก็ตาม เธอมีสัญญาณของอาการที่ดีขึ้นแต่ยังไม่ฟื้นคืนสติ สถานีโทรทัศน์ TV Asahi ของประเทศญี่ปุ่นได้ออกแถลงการณ์เพื่อขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และมีการสอบสวนตามขั้นตอนทางกฎหมาย นอกจากนั้นทางสถานียังยอมรับว่าทีมงามของรายการบกพร่องในการดูแลความปลอดภัย เนื่องจากข้างกระป๋องแก๊สฮีเลียมซึ่งมีคุณสมบัติเปลี่ยนเสียงให้แหลมเล็กนั้น มีการระบุไว้ว่าใช้ได้เฉพาะในผู้ใหญ่ แต่ทีมงานกลับละเลยที่จะใส่ใจ อนึ่ง ชื่อของไอดอลสาววัยใสผู้โชคร้ายนั้นไม่สามารถที่จะเปิดเผยได้ เนื่องจากเธอยังเป็นผู้เยาว์ แปลและเรียบเรียงจาก tokyohive และ mirror ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ช็อก!! จ่อยิงหัวกลางร้านอาหารฟาสต์ฟูดในปานามา (ชมคลิป)
กลางร้านอาหาร /  จ่อยิงหัว / 

กล้องวงจรปิดจับภาพเหตุการณ์คลิปมือปืนจ่อยิงหัวเหยื่อซึ่งเป็นชายชาวเนเธอร์แลนด์ขณะนั่งรับประทานอาหารกับเพื่อนเสียชีวิต  กลางร้านอาหารอย่างอุกอาจในปานามา ก่อนหลบหนีหลังก่อเหตุ   เมื่อวันที่ 27 มกราคม สื่อต่างประเทศ- เดลิเมล์  ได้เผยแพร่คลิปสุดช็อก นาทีมือปืนเดินเข้าไปมือปืนจ่อยิงหัวเหยื่อ ในร้านอาหารฟาสต์ฟูดในปานามา ก่อนจ่อยิงชายคนหนึ่งอย่างอุกอาจ  ก่อนหลบหนีหลังก่อเหตุ ในวิดีโอดังกล่าว นายจาค็อบ ฟาน เดอร์ ฮาร์ท ชายชาวเนเธอร์แลนด์ เหยื่อวัย 35 ปี กำลังนั่งรับประทานอาหารที่อยู่ร้าน Tiriton ในย่านเบลลา วิสตา ในปานามาซิตี เมืองหลวงของปานามา กับนายฮุมเบอร์โต อันโตนิโอ ชายชาวโคลอมเบีย มือปืนเข้ามาในร้าน และเดินตรงเข้าไปหาเหยื่อที่หันหลังให้พร้อมควักอาวุธออกมา จากนั้นคนร้ายก็หยุดอยู่เบื้องหลัง นายฟาน เดอร์ ฮาร์ท และยกปืนขึ้นจ่อศีรษะพร้อมลั่นไกในระยะประชิด    นายฟาน เอียงและล้มลงไปกองกับพื้น มือปืนคนดังกล่าวเดินออกจากร้านอาหารอย่างใจเย็น และขึ้นรถจักรยานยนต์ที่สตาร์ทเครื่องจอดรออยู่ด้านนอกหลบหนีไป นายฟาน เดอร์ ฮาร์ท ยังไม่เสียชีวิตจากการถูกจ่อยิงครั้งนี้ แต่เขายังอยู่ในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลซันโต โธมัส ด้วยอาการที่เป็นตายเท่ากัน ขณะที่ตำรวจยืนยันว่ายังไม่สามารถจับกุมใครได้ในคดีนี้ MThai news

ละครบ้านศิลาแดง  , เรื่องย่อบ้านศิลาแดง
นิโคล กิตติวัฒน์ /  วีรภาพ สุภาพไพบูลย์ / 

“เพ็ญพร” หรือ “เพ็ญ” หญิงสาวสวยปราดเปรียว ทายาทของเจ้าของบริษัท สวนเสาวรส ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในการผลิตมะพร้าวผงส่งนอก และส่วนผสมในการชงกาแฟทั้งหลาย เดินทางกลับมาถึงเมืองไทยหลังจากจบวิชาบริหาร และด้วยความที่ชอบวิชาการต่อสู้ทุกชนิด เพ็ญพรก็กลับมาพร้อมวิชาการต่อสู้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นคาราเต้,เทควันโด้,ยิงปืน ฯลฯ และเที่ยวนี้เธอกลับมาพร้อมกับสุดา เพื่อนรักที่เดินทางไปเรียนต่อที่อเมริกามาด้วยกัน ย่างก้าวแรกที่กลับมาถึงเมืองไทย เพ็ญพรก็ได้พบกับเดือนฉาย ผู้เป็นแม่มารอรับอยู่ที่สนามบิน และคลาดกันกับ สโรชาและอาภาพร ซึ่งเดินออกมาจากสนามบินเช่นกันเพ็ญพรเหยียบเมืองไทยได้ไม่กี่ชั่วโมง ก็เกือบไปมีเรื่องกับตรัย ซึ่งตรัยเองก็เข้าใจผิดคิดว่าเพ็ญพรนั้น เป็นพรเพ็ญ ทางด้านบ้านศิลาแดง เมื่ออาภาพรเข้ามาถึงบ้านศิลาแดง ก็หาเรื่องแกล้งพรเพ็ญด้วยความหมั่นไส้ พรเพ็ญไม่โต้ตอบแต่อย่างใด มีเพียงป้าแจ่มที่คอยแต่จะให้กำลังใจ ถึงแม้จะปกป้องอะไรไม่ได้มาก พรเพ็ญต้องอดทนอยู่ในบ้านศิลาแดง เพราะเอกสิทธิ์ผู้เป็นพ่อคนเดียวเท่านั้น เมื่อกลับถึงบ้านที่ “สวนเสาวรส” เพ็ญพรรีบเข้าไปหา “เคน” ซึ่งเป็นตา ทั้งตาและหลานพูดคุยล้อเล่นกันสนุกสนานตามประสาตาหลานที่ไม่ได้พบกันมานานหลายปี เพ็ญพรมีลูกน้องอยู่คนหนึ่งคือ กอล์ฟ ซึ่งเป็นเด็กในสวนเสาวรส เคนเป็นคนเก็บเอากอล์ฟมาเลี้ยง เพราะสงสารที่ไม่มีพ่อ มีแต่แม่ซึ่งเป็นคนงานในไร่ โดยกอล์ฟจะเป็นลูกไล่ และโดนเพ็ญพรแกล้งอยู่เป็นประจำ แต่ก็มักจะแกล้งด้วยความเอ็นดู เพราะกอล์ฟเป็นเด็กอ้วนน่ารัก เสียแต่ปากไม่ค่อยดีนัก พูดจาโผงผาง เพ็ญพรจึงมักจะหาเรื่องมาแกล้งกอล์ฟอยู่เสมอ โดยที่กอล์ฟก็จะหาทางแก้เผ็ดเพ็ญพรอยู่เสมอเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่ก็โดนจับได้และโดนเพ็ญพรเล่นงานจนเจ็บแสบกลับไปทุกครั้ง แต่แม้ว่าทั้งคู่จะแกล้งกันไปมาเป็นประจำ แต่ลึกๆ ทั้งเพ็ญพรและกอล์ฟก็รักและห่วงกันเหมือนพี่สาวกับน้องชาย เพ็ญพรชวนกอล์ฟ เข้าตลาด มาหาของกินอร่อยๆ แต่ก็บังเอิญไปเจอพวกโจรกระชากสร้อย เพ็ญพรมองแบบไม่อยากมีเรื่อง แต่ก็โชว์ฝีไม้ลายมือแบบไม่ยั้ง จนเอาสร้อยมาจากโจร ส่งคืนให้กับเจ้าของได้ วิทวัสมาเจอกับเพ็ญพรโดยบังเอิญ ในคราบของแม่ค้าขายปาท่องโก๋ แค่การพบกันครั้งแรก ทั้งคู่ก็ได้ปะทะคารมกันอย่างถึงพริกถึงขิงเพ็ญพรไม่ชอบขี้หน้าวิทวัสอย่างแรง แต่ก็ไม่ทันข้ามวันเพ็ญพรต้องเจอกับวิทวัสอีก ที่บ้านสวนเสาวรส เพ็ญพรถึงกับอึ้งที่รู้ว่า ต้องเจอกับวิทวัส ในฐานะที่ทำธุรกิจร่วมกันทั้งเพ็ญพรและวิทวัสมีโอกาสพบกันอีกหลายครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งทั้งคู่ก็อดที่จะแกล้งให้อีกฝ่ายเจ็บใจไม่ได้ จนกลายเป็นเหมือนขมิ้นกับปูนกันเลยทีเดียว หลังจากที่เอกสิทธิ์กลายเป็นอัมพาตต้องนอนอย่างเดียว พูดอะไรไม่ได้ สโรชาปล่อยให้เอกสิทธิ์มีชีวิตอยู่ เพราะถ้าเอกสิทธิ์ตายสมบัติทั้งหมดก็ต้องตกอยู่กับลูกสาว เธอปล่อยให้เอกสิทธิ์มีชีวิตอยู่อย่างคนที่มีแต่ร่างแต่ไร้วิญญาณ และคอยรับหน้าทนายสมศักดิ์ ซึ่งเป็นผู้จัดการเกี่ยวกับมรดกและทรัพย์สินทั้งหมดของบ้านศิลาแดง โดยคอยเป็นทำดีต่อหน้าทนายสมศักดิ์ว่าเป็นห่วงเป็นใย คอยดูแลเอกสิทธิ์ที่นอนป่วยอยู่เป็นอย่างดี แต่พอทนายสมศักดิ์กลับไป ก็ปล่อยให้เอกสิทธิ์อยู่แบบคนอนาถา มีเพียงพรเพ็ญคนเดียวที่คอยดูแลพ่อของเธอ เชาว์เข้ามาครอบครองบ้านศิลาแดงโดยเปิดเผย ด้วยการเป็นสามีเก่าของสโรชา เชาว์นั้นมีลูกกับสโรชา 2 คนคือ “ณัฐพงษ์” และ “อาภาพร” แต่เชาว์ก็ไม่ได้เข้ามาเพียงคนเดียว เชาว์พาวาทินีเมียเด็กของเขาเข้ามาด้วย เลยทำให้สโรชา และอาภาพรไม่พอใจ แต่สโรชาก็ต้องยอมให้เชาว์พาวาทินีเข้ามา เพราะสโรชายังต้องพึ่งเชาว์ อยู่ดี สิบเจ็ดปีผ่านไป เดือนฉายกลายเป็นเศรษฐีนีเจ้าของโรงงานผงมะพร้าวสกัดแห้งกระป๋องสำเร็จรูป ขยายกิจการจนรุ่งเรือง เพราะทางราชการตัดถนนผ่านสวนเสาวรสของเคน ทำให้มีเงินขยายกิจการสวนมะพร้าวและซื้อที่ดินแถบนั้นอีกหลายร้อยไร่ เธอมุมาะทำธุรกิจนี้จนประสบความสำเร็จ โดยมีเคนเป็นคนช่วยดูแลธุรกิจให้เธอ ส่วนเพ็ญพรนั้นเรียนทางด้านบริหารธุรกิจจบมาจากเมืองนอก และในขณะเดียวกันก็เรียนศิลปะการต่อสู้มาหลายแขนง เพราะคุณตาของเธอคือ “เคน” ที่คอยสอนการต่อสู้ให้เธอตั้งแต่เด็กๆ จนกลายเป็นความชอบของเพ็ญพร และเมื่อมีโอกาสเพ็ญพรก็จะหาเวลาไปเรียนวิชาการต่อสู้ต่างๆ จากหลายอาจารย์จนเกิดความช่ำชองในด้านนี้เป็นอย่างดี แม้ว่าเดือนฉายจะไม่เห็นด้วยในการให้ลูกผู้หญิงไปเรียนวิชาพวกนี้ แต่ก็มีเคนที่คอยพูดและแนะว่าลูกผู้หญิงควรจะรู้จักวิชาพวกนี้เอาไว้ป้องกันตัวบ้าง เพ็ญพรเป็นสาวสวยที่ฉลาดเป็นกรด แก่นแก้ว และไม่ยอมคน ในขณะเดียวกันการเรียนก็ดี ทำให้เดือนฉายโล่งใจในเรื่องนี้ไปได้ แถมยังเรียนวิชาการแต่งหน้าเปลี่ยนตัวเองไปได้หลายบุคลิกด้วย ส่วนพรเพ็ญนั้นเติบโตขึ้นมาในบ้านศิลาแดงเหมือนคนรับใช้ ได้เรียนแค่มัธยมปีที่ 3 เท่านั้น เพราะสโรชาไม่ต้องการให้เธอฉลาดนัก และไม่ต้องการให้พรเพ็ญทัดเทียมกับณัฐพงษ์และอาภาพรลูกทั้งสองของเธอ แถมยังกดขี่ข่มเหงพรเพ็ญตลอดเวลา ใช้ให้ทำงานเยี่ยงทาส ในขณะเดียวกันก็เอาเอกสิทธิ์ไปอยู่ห้องเล็กซึ่งเป็นห้องของพรเพ็ญ เพราะว่าป่วยเป็นอัมพาตไม่สามารถทำอะไรได้ ปล่อยให้อยู่โดยไม่มีใครเหลียวแล มีเพียงพรเพ็ญที่มาดูแลพ่อของตนเพียงคนเดียว แต่ก็โดนด่าอยู่ตลอด พรเพ็ญได้แต่กล้ำกลืนฝืนทนใช้ชีวิตอยู่ในบ้านศิลาแดงเพราะเธอห่วงพ่อของเธอ ถ้าเธอหนีไปเมื่อไร พ่อของเธอก็จะไม่มีคนดูแล และอาจต้องตายเหมือนคนไร้ญาติขาดมิตร ณัฐพงษ์โตขึ้นเป็นหนุ่มหน้าตาดี แม้จะเรียนเก่งแต่ก็ขี้เกียจ เอาแต่เที่ยวและติดหรู เจ้าชู้เหมือนเชาว์ผู้เป็นพ่อ ไม่ยอมทำงานอะไรถึงแม้จะเรียนจบแล้ว เที่ยวเตร่ไปวันๆ ส่วนอาภาพรนั้นไม่ค่อยสนใจการเรียนจึงเรียนไม่จบ แต่ก็ชอบคุยอวดเพื่อนๆ ว่าไม่อยากเรียนจบในเมืองไทย จะไปเรียนต่อเมืองนอก ณัฐพงษ์พึงพอใจในตัวพรเพ็ญมากเพราะเธอเป็นคนสวย และมักจะพูดจาแทะโลมพรเพ็ญเสมอเมื่อลับตาคนอื่น ส่วนอาภาพรนั้นรูปร่างหน้าตาก็สะสวย แต่งตัวเก่ง แต่ก็อิจฉาที่พรเพ็ญนั้นถึงแม้จะไม่ได้แต่งตัว แต่ก็สวยกว่าเธอ เธอจึงมักจะข่มเหงและดูถูกพรเพ็ญเสมอ พรเพ็ญนั้นก็ทำได้แค่ปัดป้องตัวเองไม่ให้บาดเจ็บเท่านั้น ไม่สามารถโต้ตอบอะไรได้ ส่วนเชาว์นั้นก็เริ่มเห็นว่าพรเพ็ญกลายเป็นสาวแล้ว และด้วยความเจ้าชู้ของตน เขาหมายใจเอาไว้ว่าสบโอกาสเหมาะเมื่อไรก็จะปล้ำพรเพ็ญเป็นเมียอีกคนให้ได้ แต่ก็หาโอกาสได้ยาก เพราะว่าเมียทั้งสองคือวาทินีและสโรชายังอยู่ที่บ้านทั้งสองคน เพ็ญพรเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เป้าหมายแรกของเธอคือสุดา สุดาดีใจที่พบเพ็ญพรอีกครั้งและชวนให้พักที่บ้านของเธอ แต่เพ็ญพรอยากพักโรงแรมมากกว่า และในใจแล้วยังไม่อยากพบตรัยด้วย เพราะยังอดหมั่นไส้ในความขี้เต๊ะของเขาไม่หาย เพ็ญพรเล่าเรื่องที่เธอจะมาสืบหาพี่สาวฝาแฝดของเธอ สุดารับปากว่าจะให้ความช่วยเหลือ และเป็นคนออกความคิดให้เพ็ญพรปลอมเป็นสาวมิสทีน เพ็ญพรปลอมตัวใส่วิก แต่งหน้าจนจำไม่ได้เป็นพนักงานขายเครื่องสำอางค์เข้าไปขายในบ้านศิลาแดง พบอาภาพรก็จำได้ว่าเป็นสาวที่ทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ “ตรัย” จึงคิดแกล้ง และด้วยฝีปากของเพ็ญพรทำให้อาภาพรชอบใจเครื่องสำอางค์ที่เธอเสนอขาย แต่เพ็ญพรก็อ้างว่าหมด และจะนำมาให้ดูอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น และในระหว่างที่ขายของให้อาภาพรนั้น เพ็ญพรก็ได้พบกับพรเพ็ญ เพราะอาภาพรสั่งให้พรเพ็ญเอาน้ำมาเสิร์ฟให้เธอ และยังเห็นว่าวาทินีและสโรชานั้นข่มพรเพ็ญเหมือนทาสก็ไม่ปาน ทำให้เพ็ญพรโมโหจนเกือบเก็บอาการไม่ได้ เพ็ญพรมองหาช่องทางในการเข้ามาในบ้านศิลาแดง และก่อนกลับเธอก็พบกับเชาว์ที่เข้าบ้านมาพอดี เชาว์มองดูเธอเหมือนเสือจ้องขม้ำเหยื่อ และเพ็ญพรก็ทำเป็นอ่อยเหยื่อให้กับเชาว์แทน จนทำให้เชาว์แทบหัวปั่นในรูปร่างหน้าตาของเธอ เพ็ญพรไปหาสุดาที่บ้านเล่าเรื่องทั้งหมดเล่าให้สุดาฟัง สุดาเป็นเดือดเป็นแค้นแทนเพ็ญพร เพ็ญพรมีแผนจะเปลี่ยนตัวกับพรเพ็ญ และต้องการสืบเรื่องพ่อของเธอด้วย อาภาพรนั้นมักจะชวนให้ตรัยมาทานข้าวที่บ้านเป็นประจำ เมื่อตรัยได้พบกับพรเพ็ญก็นึกชอบ เพราะว่าพรเพ็ญเป็นคนสวยน่ารัก แต่ก็มักจะโดนอาภาพรกีดกันบอกว่าพรเพ็ญเป็นแค่คนใช้ในบ้านเท่านั้น ไม่สมควรจะสนทนาพาทีด้วย และเมื่อตรัยกลับไป พรเพ็ญก็มักจะโดนอาภาพรทำร้ายร่างกายเป็นประจำ พร้อมทั้งสั่งไม่ให้พรเพ็ญออกมาเสนอหน้าอีกตอนที่ตรัยมาที่บ้าน ป้าแจ่มและลุงเติมคนรับใช้เก่าแก่ของบ้านนี้ แม้จะสงสารพรเพ็ญ แต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ จึงได้แต่ปลอบใจให้พรเพ็ญมีกำลังใจที่จะต่อสู้ชีวิตในบ้านนี้ต่อไป วันรุ่งขึ้น เพ็ญพรก็เข้าไปที่บ้านศิลาแดงอีกครั้ง โดยทำทีเป็นมาส่งเครื่องสำอางค์ที่อาภาพรสั่งเอาไว้ และได้พบกับตรัยซึ่งจำเธอไม่ได้ อาภาพรแสดงท่าทีเหมือนเขาเป็นแฟนเธอทำให้เพ็ญพรอดหมั่นไส้ไม่ได้ จึงแกล้งทำกาแฟหกใส่เขา อาภาพรไปหาเสื้อให้ตรัยเปลี่ยน ตรัยและเพ็ญพรปะทะคารมกัน และเมื่อเพ็ญพรกำลังจะเดินออกจากบ้านก็พบว่าเชาว์กำลังจะลวนลามพรเพ็ญ แต่วาทินีมาพบเข้าจึงตรงเข้าทำร้ายตบตีพรเพ็ญจนบาดเจ็บ แถมยังด่าว่าพรเพ็ญว่ามาให้ท่าเชาว์ซึ่งเป็นสามีของตน แม้ว่าพรเพ็ญจะแก้ตัวอย่างไรวาทินีก็ไม่ฟัง แถมเชาว์เองก็ยังสมทบว่าพรเพ็ญมาให้ท่าตนอีก ซึ่งทำให้วาทินียิ่งโกรธและทำร้ายพรเพ็ญหนักขึ้น เพ็ญพรเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด แต่ก็ไม่สามารถช่วยพรเพ็ญได้ และกลับออกมาจากบ้านศิลาแดงด้วยความไม่สบายใจ คืนนั้นเพ็ญพรวางแผนกับสุดา โดยจะเปลี่ยนตัวกับพรเพ็ญ โดยให้สุดาขับรถไปจอดข้างบ้านศิลาแดง เพ็ญพรลอบปืนเข้าไปในบ้าน และเข้าไปพบพรเพ็ญ พร้อมทั้งเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้พรเพ็ญฟัง พรเพ็ญนั้นแทบจะปรับตัวไม่ทัน สองพี่น้องฝาแฝดกอดกันแล้วร้องไห้ แต่เมื่อรู้ว่าน้องสาวฝาแฝดของเธอมีฝีมือพอตัว จึงยอมเปลี่ยนตัวกลับไปที่สวนเสาวรสเพราะอยากพบแม่และตาเหมือนกัน แต่ก็เป็นห่วงเอกสิทธิ์ผู้เป็นพ่ออยู่ เพ็ญพรรับปากว่าจะดูแลเอกสิทธิ์ให้ดีที่สุด พรเพ็ญเล่าเรื่องราวของคนในบ้านศิลาแดงให้เพ็ญพรรู้ถึงพฤติกรรมของแต่ละคน รวมถึงเผยว่าทั้งสามคนนี่เองที่ทำให้พ่อของพวกเธอต้องกลายเป็นคนพิการน่าเวทนา ยิ่งทำให้เพ็ญพรโกรธและคิดแก้แค้นคนในบ้านศิลาแดงให้สาสม ก่อนที่พรเพ็ญจะไปกับสุดา เพ็ญพรบอกว่าจะส่งข่าวไปให้พรเพ็ญรู้เป็นระยะ แต่ในช่วงที่พรเพ็ญกลับไปอยู่สวนเสาวรส พรเพ็ญต้องแสดงตัวว่าเป็นเพ็ญพรถ่วงเวลาเอาไว้ก่อน พรเพ็ญรับปาก และคืนนั้นก่อนเข้านอนเพ็ญพรก็ลอบเข้าไปหาเอกสิทธิ์ เมื่อเธอเห็นสภาพพ่อของเธอ ความไม่พอใจที่เธอเคยมีและคิดว่าพ่อทิ้งแม่และเธอไปก็หายไปจนหมด เหลือแต่ความสงสาร เอกสิทธิ์มองหน้าเธอแล้วน้ำตาไหล แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เพ็ญพรกอดพ่อเอาไว้ในอ้อมแขนและสัญญาว่าจะแก้แค้นทุกคนที่ทำให้ครอบครัวของเธอต้องมาพบกับชะตากรรมอย่างนี้ รุ่งเช้าป้าแจ่มเข้ามาปลุกเพ็ญพรให้ลุกขึ้นช่วยงานในบ้าน งานแรกคือทำอาหารเช้าให้เจ้านายทั้งหลายในบ้าน แต่เมื่อทุกคนมาถึงโต๊ะอาหารก็พบว่ามีขนมปังไหม้กองอยู่บนจาน พร้อมด้วยไข่ดาวเกรียมจนดำปี๋อีกหลายใบ อาภาพรกรี๊ดลั่นโต๊ะ ตะโกนเรียกป้าแจ่มสอบถามถึงคนทำอาหารเช้า ป้าแจ่มเดินเข้ามาดูที่โต๊ะอาหารก็แทบเป็นลมไปอีกคน เพ็ญพรเดินตามเข้ามา อาภาพรเดินเข้าไปด่าเหมือนเคย แต่เพ็ญพรก็ด่าสวนกลับทุกคำ วาทินี,สโรชา และเชาว์มองหน้ากันด้วยความสงสัยในพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือของเพ็ญพรในคราบของพรเพ็ญ พร้อมทั้งลงความเห็นกันว่าพรเพ็ญคงกินอาหารผิดสำแดงไป จึงทำให้เป็นบ้า หลังจากนั้นป้าแจ่มก็บอกให้เพ็ญพรกวาดบ้าน,ถูบ้านและซักเสื้อผ้า เพราะว่าพรเพ็ญนั้นก็ทำงานอย่างนี้อยู่ทุกวัน เพ็ญพรมองเห็นงานที่พี่สาวตนต้องทำเหมือนทาสทุกวันแล้วยิ่งแค้นจึงแกล้งทำจนบ้านเละไปหมด วาทินีเมื่อเดินลงบันไดบ้านมาก็ลื่นตกบันไดจึงส่งเสียงกรี๊ดสนั่นบ้าน เพราะเพ็ญพรเอา น้ำราดจนเปียกโชกไปหมด แถมไม้ปาร์เก้ที่ห้องรับแขกก็ลอยเป็นแพ เพราะน้ำที่ขังอยู่บนพื้น วาทินีตะโกนเรียกพรเพ็ญในร่างเพ็ญพร เพ็ญพรวิ่งเข้ามารายงานตัว เพ็ญพรถูกวาทินีด่าว่า แต่เธอก็ลอยหน้าลอยตารับผิดอย่างหน้าชื่นตาบาน แล้ววิ่งกลับไปทำงานอย่างอื่นต่อ ทำให้วาทินีโกรธจนแทบเป็นลม ส่วนสโรชานั้นสั่งให้เพ็ญพรดูแลตัดเล็มดอกไม้ที่เธออุตส่าห์สั่งให้ลุงเติมปลูกให้เรียบร้อย แต่เมื่อกลับมาถึงบ้านเธอก็แทบสลบเพราะดอกไม้ทั้งหลายหน้าบ้านโดนเพ็ญพรตัดจนเหี้ยนไม่เหลือซากทีเดียว สโรชาเรียกเพ็ญพรมาถาม เพ็ญพรจึงตอบว่าสโรชาสั่งให้ตัดให้เรียบร้อยเธอจึงตัดจนเรียบหมดไม่มีเหลือตามคำสั่ง สโรชาโมโหมาก ยกมือจะตบเพ็ญพร แต่เพ็ญพรก็จับมือสโรชาบิดจนสโรชาเจ็บต้องรามือไปเอง เพ็ญพรบอกว่าคนอย่างเธอไม่ชอบให้ใครมาใช้กำลัง ถ้าใครทำเธอก่อนเธอก็จะทำกลับมากกว่าเป็นเท่าทวีคูณ แต่ถ้าใครดีกับเธอ เธอก็จะดีตอบเหมือนกัน สโรชากลับเข้าบ้านด้วยความโมโหปนประหลาดใจ เพราะพรเพ็ญที่เธอรู้จักและคอยกดหัวมาสิบกว่าปีไม่ได้เป็นอย่างนี้ ส่วนเชาว์นั้นวันๆ ไม่ทำงานอะไรคอยแต่จะกินสมบัติเก่าของบ้านศิลาแดง และมีเพื่อนเป็นพวกนักเลงและมาเฟีย เชาว์เล่นการพนันบ่อยแต่ส่วนใหญ่ก็จะเสียมากกว่าได้ เชาว์นั้นเห็นว่าพรเพ็ญเป็นคนสวยจึงมักคอยหาโอกาสแทะเล็มพรเพ็ญอยู่เสมอ แต่ในช่วงหลังนี้เขาก็เริ่มสงสัยว่าพรเพ็ญเปลี่ยนไป เพราะเขาไม่สามารถเข้าใกล้หรือล่วงเกินได้เหมือนก่อน เพราะพรเพ็ญใช้การหลบเลี่ยงและหาจังหวะผลักเขาจนขาแพลงไปครั้งหนึ่ง เชาว์โมโหมากชวนเพื่อนฝูงมาที่บ้านหลายคนและเรียกให้เพ็ญพรมาทำอาหารให้ วันนั้นเพ็ญพรไม่สบายมากเพราะคืนก่อนโดนฝน และยังไม่มีโอกาสไปหาหมอ เธอแทบลุกไม่ขึ้น แต่ก็ฝืนใจขึ้นมาทำอาหารให้ แต่ก็ไม่วายแกล้งทำอาหารรสชาติแปลกประหลาดให้กิน วาทินี,สโรชา และ อาภาพรก็รุมด่าเพ็ญพรว่าฝีมือทำอาหารอย่างนี้ท่าทางจะหาผัวลำบาก เพ็ญพรเถียง อาภาพรจึงฉวยโอกาสตบเพ็ญพรจนหน้าหันเลือดออกจากปาก วาทินีเห็นว่าเพ็ญพรไม่มีเรี่ยวแรงจะต่อสู้จึงตรงเข้าตบซ้ำอีกครั้ง เพ็ญพรโกรธจนแทบบ้า แต่สภาพร่างกายไม่อำนวยในการป้องกันตัวเองจึงได้แต่กัดฟันทนและคิดว่าแค้นครั้งนี้เธอจะต้องเอาคืนให้สาแก่ใจ พักหลังเชาว์รู้จักสมปองซึ่งเป็นพวกค้ายาเสพติดและถูกชักชวนให้ลองขายดูเพราะเงินดี เชาว์ยังไม่กล้าเท่าไรนัก เพราะยังไม่มีเงินมากพอ จึงพกยาเสพติดกลับมาที่บ้านศิลาแดงและเสพบ่อยๆ จนติดตรัยและลูกน้องเฝ้าติดตามพวกของสมปอง และพบว่าสมปองกำลังติดต่อขายยาเสพติดจึงตรงเข้าจับ เกิดการยิงต่อสู้ขึ้น ลูกน้องของสมปองถูกยิงตายหมด สมปองหนีไปได้ ตรัยตามไปติดๆ แต่ก็คลาดกันเพ็ญพรแอบได้ยินเชาว์ติดต่อเรื่องขายยาเสพติดกับสมปองจึงโทรแจ้งตำรวจ ตรัยจึงนำกำลังตำรวจเข้าจับพร้อมของกลาง เชาว์ถูกจับ แต่สมปองหนีไปได้ เชาว์โมโหมากโดยไม่รู้ว่ามีใครแกล้งตน และคิดว่าเด็กข้างบ้านที่ตัวเองเคยข่มอยู่เสมอแอบโทรไปบอกตำรวจ เพ็ญพรเข้าไปดูแลเอกสิทธิ์ทุกวันเมื่อมีเวลาว่าง เธอมักจะเข้าไปพูดคุยกับพ่อของตน เอกสิทธิ์นั้นเริ่มมีอาการดีขึ้น เพราะเพ็ญพรจะคอยนวดเฟ้นให้กล้ามเนื้อเขากระเตื้องขึ้น และคอยพยุงให้นั่งและนอนอยู่เสมอ ด้วยสุขภาพจิตที่ดีของเพ็ญพร ทำให้เอกสิทธิ์ก็เริ่มไหวติงขึ้นมาเรื่อยๆ และเริ่มรับรู้เรื่องราวต่างๆ มากขึ้น แม้ว่าจะยังพูดอะไรไม่ได้ก็ตาม อาภาพรมักจะชวนตรัยมาที่บ้านศิลาแดงบ่อยๆ แต่ก็มักจะโดนเพ็ญพรแกล้งอยู่เสมอๆ ตรัยเริ่มสังเกตว่าพรเพ็ญ เด็กรับใช้ในบ้านที่เขาเคยเห็นนั้นเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม จากผู้หญิงอมทุกข์ที่ไม่กล้ามองหน้าใครตรงๆ แถมยังขี้อายและน่าสงสาร กลายเป็นผู้หญิงสาวสวยปราดเปรียว แคล่วคล่องว่องไว ดูทะมัดทะแมง แถมฝีปากยังคมกริบ และกลายเป็นคนไม่ยอมคนไปได้ แม้ว่าจะถูกแกล้งอยู่บ่อยๆ แต่ตรัยก็ไม่ถือสา แถมยังคอยดูว่าแต่ละวันเธอจะมีอะไรมาแกล้งเขาอีก จากที่เคยสงสารกลับกลายเป็นสนใจ เพราะเขาชอบผู้หญิงที่สวย ฉลาดปราดเปรียวและไม่ยอมคนอย่างนี้มานานแล้ว เพ็ญพรเองถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยชอบหน้าตรัยมาตั้งแต่แรก แต่พอได้พบบ่อยๆ และแกล้งเขาอยู่เรื่อยๆ ก็อดสงสารไม่ได้ แถมยังเห็นว่าความจริงเขาก็เป็นผู้ชายน่ารักคนหนึ่งเหมือนกัน แถมเป็นพี่ชายของเพื่อนรักอย่างสุดาด้วย ก็อดที่จะสนใจเขาอยู่ลึกๆ ไม่ได้ ซึ่งอาการของทั้งคู่นั้นหาได้รอดสายตาของอาภาพรไปไม่ อาภาพรเริ่มอาละวาดกับตรัย แต่ตรัยก็ไม่สนใจ เพราะเขาไม่ได้คิดว่าอาภาพรจะมาเป็นแม่ของลูกเขาอยู่แล้ว ที่เขาคบอาภาพรเพราะว่าสงสารและเธอก็ตามตื๊อเขามาตลอด เมื่อยังไม่มีใครน่าสนใจกว่าก็เลยคบไปก่อน และเมื่อได้รับรู้เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านศิลาแดงทั้งหมดจากป้าแจ่มและลุงเติม ทำให้เพ็ญพรในคราบของพรเพ็ญเริ่มประกาศอิสระภาพโดยการเชิญทนายประจำตระกูลคือทนายสมศักดิ์,ตรัย และสุดามาที่บ้าน เมื่อได้เวลาทนายสมศักดิ์เป็นคนประกาศว่าพรเพ็ญบรรลุนิติภาวะแล้ว และเป็นลูกสาวของเจ้าของบ้านศิลาแดงมีอำนาจในการดูแลทรัพย์สินและมรดกทุกอย่างที่เป็นของเอกสิทธิ์ นับตั้งแต่วันนี้ไปพรเพ็ญจะเป็นคนดูแลทรัพย์สินทุกอย่างของบ้านศิลาแดงเอง โดยมีทนายสมศักดิ์เป็นที่ปรึกษา สโรชา และ อาภาพร คัดค้านไม่เห็นด้วย แต่ทนายสมศักดิ์บอกว่าพรเพ็ญมีสิทธิ์ที่จะทำได้อย่างชอบธรรม สร้างความโกรธแค้นให้กับสามสาวเป็นอย่างมาก หลังจากวันนั้นเพ็ญพรก็นำเอาเอกสิทธิ์ขึ้นมาอยู่ที่บ้านใหญ่ และให้ทั้งสามสาวไปอยู่ที่บ้านหลังเล็กซึ่งเป็นสิทธิ์ของวาทินีแทน แม้ว่าทั้งสามสาวจะไม่พอใจ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะวันนี้พรเพ็ญที่พวกเธอเห็นแข็งแกร่งไม่อ่อนแอขี้แยเหมือนพรเพ็ญที่พวกเธอรู้จัก ทำให้ไม่มีใครกล้าหือกับพรเพ็ญ และเมื่อย้ายขึ้นมาอยู่บ้านใหญ่แล้ว เพ็ญพรก็สั่งให้ป้าแจ่มและลุงเติมขึ้นมาดูแลเอกสิทธิ์ ปล่อยให้วาทินี,สโรชา และอาภาพร ทำงานบ้านทั้งหมดแทน แม้ว่าไม่อยากทำและไม่พอใจในคำสั่งของเพ็ญพร แต่ทุกคนก็ต้องปฏิบัติตาม เพราะว่าเพ็ญพรเป็นคนถือเงินและบัญชีทั้งหมด แถมเพ็ญพรยังแกล้งให้ทั้งสามทำงานหนักเป็นการแก้แค้นแทนพรเพ็ญที่เคยถูกใช้ทำงานเยี่ยงข้าทาสในบ้านศิลาแดง อาภาพรซึ่งเคยมีเงินซื้อเสื้อผ้าแต่งตัวสวยๆ ก็ไม่มีเงินซื้อเสื้อผ้าแพงๆ เหมือนก่อน และต้องทำงานแลกกับเงินค่าจ้างไปวันๆ ซึ่งทำให้เพ็ญพรสะใจยิ่งนัก ตรัยได้รับทราบเรื่องราวทั้งหมด เพราะเขามาเที่ยวที่บ้านศิลาแดงและเห็นอาภาพรต้องทำงานไม่ได้เฉิดฉายเหมือนก่อน อาภาพรบอกตรัยว่าพรเพ็ญยึดอำนาจไปอย่างไม่เป็นธรรม ตรัยได้แต่พยักหน้ารับรู้ทั้งที่ในใจเขาแสนจะดีใจ เพราะว่าสาวคนที่เขาแอบชอบกลายเป็นเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้อย่างเต็มภาคภูมิ และในช่วงหลังเพ็ญพรต้อนรับเขาอย่างมิตรไม่เหมือนศัตรูเหมือนแต่ก่อน ความสัมพันธ์ของตรัยและเพ็ญพรสร้างความไม่พอใจให้กับอาภาพรเป็นอย่างมาก อาภาพรวางแผนให้เพ็ญพรเข้าใจผิดตรัยโดยโทรไปนัดตรัยให้มาพบบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะปรึกษาเมื่อตรัยมาพบเธอวานให้วาทินีเดินไปบอกเพ็ญพรว่าตรัยมาหาอาภาพรที่บ้าน เพ็ญพรเดินมาที่ห้องรับแขก อาภาพรเหลือบเห็นจึงทำเป็นกอดกับตรัยอยู่ ตรัยไม่ทันรู้ตัว เพ็ญพรโกรธกับภาพที่เธอเห็น ตรัยหันมาพบว่าเพ็ญพรกำลังทำหน้าบึ้งกับเหตุการณ์นี้อยู่ ตรัยสลัดอาภาพรออกและเดินเข้าไปปรับความเข้าใจกับเพ็ญพร แต่เพ็ญพรไม่ฟังวิ่งขึ้นห้องและล็อคประตู ตรัยวิ่งตามขึ้นไปตะโกนอธิบายแต่เพ็ญพรไล่ให้ตรัยกลับไปก่อนเพราะเธอยังไม่อยากฟังคำแก้ตัวอะไรทั้งนั้น โดยมีอาภาพรและวาทินียืนยิ้มดีใจในความสำเร็จครั้งนี้ เพ็ญพรเสียใจเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง สุดารู้เรื่องจากตรัยก็มาปรับความเข้าใจแทนพี่ชาย เพ็ญพรไม่ยอมฟัง แต่ในที่สุดสุดาบอกว่าอยากแพ้คนที่บ้านศิลาแดงหรือ เพ็ญพรจึงรวบรวมสติและทำความเข้าใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยลดความโกรธและความใจร้อนซึ่งเป็นข้อเสียของเธอ และในที่สุดเพ็ญพรก็เข้าใจว่าเป็นแผนของอาภาพรและวาทินีที่ต้องการให้เธอกับตรัยเข้าใจผิดกันตรัยมาหาเพ็ญพรที่บ้าน อาภาพรตรงเข้ามากอดคลอเคลียกับตรัยอีกเพื่อให้เพ็ญพรโมโหตรัย แต่เที่ยวนี้เพ็ญพรกลับเฉยและไม่แยแสการกระทำของอาภาพร เธอต้อนรับขับสู้ตรัยอย่างดี ตรัยพยายามเดินหนีอาภาพร แต่อาภาพรก็ตามติดอย่างกับตุ๊กแกเกาะผนังห้อง เพ็ญพรบอกตรัยว่าเธอรักเขาต่อหน้าอาภาพร ตรัยก็บอกว่าเขาก็รักเธอสุดหัวใจเหมือนกัน อาภาพรกรี๊ดลั่นบ้านเพราะทนไม่ได้กับการเป็นส่วนเกินอย่างที่เป็นอยู่ อาภาพรวิ่งขึ้นห้องไปหาวาทินีที่ไม่สามารถจะช่วยอะไรได้เลย เพ็ญพรยิ้มเยาะอย่างสะใจ มยุรีได้พบกับณัฐพงษ์ที่งานแต่งงานของบุษกรเพื่อนสนิทของเธอ ณัฐพงษ์เมื่อเห็นมยุรีก็พอใจในความสวยของเธอและเข้าไปจีบ มยุรีก็พอใจในความเป็นหนุ่มหล่อของณัฐพงษ์เหมือนกัน คืนนั้นทั้งคู่จบลงที่โรงแรม หลังจากวันนั้นมยุรีก็ตกหลุมรักณัฐพงษ์เพราะเขาเป็นคนเอาใจผู้หญิงเก่ง และอยู่ในตระกูลดี มยุรีอดหึงหวงสาวทุกคนที่เข้าใกล้ณัฐพงษ์ไม่ได้ ไม่นานณัฐพงษ์ก็เริ่มเบื่อเพราะมยุรีนั้นอายุแก่กว่าเขาหลายปี และเขาก็ไม่ได้รักมยุรีเพราะคิดว่าเธอเป็นเพียงแค่ของเล่นชิ้นหนึ่งของเขาเท่านั้นช่วงหลังสุดามักจะตามตรัยมาที่บ้านศิลาแดงเป็นประจำเพราะว่าอยากมาเจอเพ็ญพร แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้แสดงให้ใครรู้ว่าเป็นเพื่อนรักกัน ณัฐพงษ์นั้นเมื่อพบหน้าสุดาครั้งแรกก็นึกชอบ และพยายามทำตัวใกล้ชิดกับสุดา ซึ่งในช่วงแรกเพ็ญพรเตือนสุดาบอกให้ดูณัฐพงษ์ให้ดีเสียก่อน สุดาจึงพยายามให้ณัฐพงษ์ปรับปรุงตัวเสียใหม่ ซึ่งณัฐพงษ์ก็เต็มใจที่จะเปลี่ยนจากพ่อพวงมาลัย หางานทำและตั้งใจทำงานสร้างฐานะ เพราะหลังจากที่คบกับสุดาไปพักใหญ่ เขาก็รู้ตัวว่าเขาหลงรักผู้หญิงคนนี้เข้าเสียแล้ว และวันนี้ถึงวันที่เขาจะต้องสร้างฐานะเพื่ออนาคตเสียที ทำให้สุดาดีใจที่สามารถทำให้พ่อไก่แจ้กลายเป็นคนดีได้ เพ็ญพรก็ดีใจที่เพื่อนรักจะได้มีความสุขเสียที มยุรีเมื่อรู้ว่าณัฐพงษ์กำลังจีบสุดาก็เข้าไปที่บ้านศิลาแดงอาละวาดกับณัฐพงษ์ซึ่งกำลังนั่งคุยหยอกล้ออยู่กับสุดาและเพ็ญพร เธอตรงเข้าตบสุดาอย่างไม่ยังมือ ณัฐพงษ์ตรงเข้ากระชากมยุรีจนกระเด็นไปติดข้างฝาพร้อมทั้งออกปากไล่มยุรีให้ออกไปจากบ้าน มยุรีตกใจแทบช็อคเพราะผู้ชายคนที่เธอรักเขาสุดชีวิตกลับไม่มีเยื่อใยกับเธอเลย มยุรีเดินน้ำตานองหน้าออกจากบ้านศิลาแดงไปอย่างคนที่พ่ายแพ้ สุดาโกรธณัฐพงษ์ที่ไม่บอกเรื่องนี้กับเธอ ณัฐพงษ์สัญญาว่าจะไม่นอกใจเธออีกตลอดชีวิตและจะดูแลสุดาให้ดีที่สุดโดยมีเพ็ญพรเป็นพยานรักครั้งนี้ทางด้านพรเพ็ญเมื่อกลับไปอยู่ที่สวนเสาวรส ก็ปลอมตัวเป็นเพ็ญพร เพราะทำตามสัญญากับเพ็ญพรที่ไม่ต้องการทำให้พ่อและตาเป็นห่วง แต่ด้วยความที่เป็นคนเรียบร้อย เธอก็ดูแลปรนนิบัติเดือนฉายและเคนเป็นอย่างดีสร้างความแปลกใจให้กับทั้งสองเป็นอย่างมาก เพราะหลังจากกลับจากกรุงเทพฯ ก็กลายเป็นคนละคน ไม่ซนแก่นเซี้ยวเหมือนเมื่อก่อน และไม่แกล้งกอล์ฟเหมือนอย่างเคยจนทำให้กอล์ฟอดสงสัยไม่ได้ว่าเธอมาไม้ไหนกันแน่ แต่ก็ยังคอยระวังตัวอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ยังติดสอยห้อยตามพรเพ็ญไปไหนมาไหนตลอด พรเพ็ญได้พบวิทวัสที่ตลาด วิทวัสปราดเข้าหาพรเพ็ญเพราะคิดว่าเป็นเพ็ญพร และหาเรื่องแกล้งเหมือนเคย โดยขับรถปาดน้ำโคลนที่เอ่อล้นอยู่ข้างทางให้กระเด็นโดนพรเพ็ญ แถมยังจอดรถลงมาเยาะเย้ย แต่เที่ยวนี้เขาผิดคาด เพราะคิดว่าพรเพ็ญจะตรงเข้ามาต่อว่าเขา เธอกลับบอกว่าไม่เป็นไร และคิดว่ามันเป็นเหตุสุดวิสัย ทำให้วิทวัสทำตัวไม่ถูก ต้องเอ่ยปากขอโทษเธอ พร้อมทั้งขอพาเธอกลับไปส่งที่สวนเสาวรส แต่กอล์ฟอดโมโหแทนพรเพ็ญไม่ได้ ก็เลยต่อว่าต่อขานวิทวัส พรเพ็ญเอ่ยปากห้ามกอล์ฟไม่ให้พูดมาก และยอมให้วิทวัสไปส่งที่สวนเสวรสโดยดี ที่นั่นวิทวัสได้พบกับเดือนฉายและเคนเป็นครั้งแรก และได้รู้จักคุยกันจนถูกคอกับเคนเป็นอย่างดีเพราะมีนิสัยนักเลงไม่กลัวคนเหมือนกัน เย็นนั้นพรเพ็ญเอ่ยปากชวนให้วิทวัสทานข้าวที่บ้าน ซึ่งแม้จะแปลกใจและคิดว่าอาจจะโดนสาวเจ้าแกล้งเหมือนเคย แต่ก็อยากลองดูว่าเธอจะมาไม้ไหนกับเขา แต่เมื่อได้ลิ้มรสชาติฝีมือทำอาหารของพรเพ็ญเข้า เขาก็อดคิดไม่ได้ว่าความจริงผู้หญิงคนนี้ไม่ได้สวยอย่างเดียว แต่ยังมีความเป็นแม่ศรีเรือนอยู่ในตัวอย่างที่เขาต้องการเสียด้วย หลังจากวันนั้นวิทวัสก็หาทางพาพบพรเพ็ญบ่อยๆ แม้ว่าจะยังไม่ไว้ใจนักว่าเธอจะเปลี่ยนนิสัยจากสาวจอมกวนมาเป็นสาวหวานได้จริงๆ แต่ในใจลึกๆ แล้ว เขาก็รู้ว่าเขารักเธอเข้าเสียแล้ว โดยมีพัฒน์คอยสอดแนมและยุยงอยู่ตลอดให้วิทวัสตามจีบพรเพ็ญให้สำเร็จ ส่วนพรเพ็ญก็มีกอล์ฟคอยเป็นกันชนไม่ให้วิทวัสเข้าถึงตัวได้ง่าย แต่แล้ววิทวัสก็ติดสินบนกอล์ฟได้ด้วยของฝากต่างๆ จนสามารถเอากอล์ฟมาเป็นพวกของตนได้อีกคน ซึ่งช่วงหลังพรเพ็ญเองก็ไม่ปฏิเสธว่าในหัวใจของเธอก็มีชายชื่อ “วิทวัส” นั่งอยู่เต็มหัวใจเหมือนกัน เดือนฉายและเคนเฝ้ามองความรักของทั้งคู่อย่างเบาใจ เพราะวิทวัสก็เป็นชายหนุ่มที่มีความมั่นคงทั้งฐานะและความดี พอที่จะเข้ามาเป็นเขยของสวนเสาวรสได้โดยไม่ขาดตกบกพร่องเดือนฉายป่วยเพราะตรากตรำงานหนัก พรเพ็ญโทรบอกให้เพ็ญพรกลับมาเยี่ยมแม่บ้าง เพ็ญพรเมื่อรู้เรื่องก็บอกให้พรเพ็ญกลับมาที่บ้านศิลาแดงเพื่อสลับตัวกัน พรเพ็ญกลับมาเปลี่ยนตัวกับเพ็ญพรโดยมีสุดาเป็นคนช่วย เมื่อเพ็ญพรกลับมาถึงบ้านก็ตรงเข้าไปดูเดือนฉายซึ่งอาการดีขึ้นและพูดคุยกับเดือนฉายมากมายจนเดือนฉายงง เพราะคิดว่าเพ็ญพรอยู่กับเธอตลอดเวลา ทำใมถึงได้แสดงท่าทีเหมือนคนที่ไม่ได้พบกันมานาน วิทวัสมาเยี่ยมเดือนฉายที่บ้าน เมื่อพบเพ็ญพรก็คิดว่าเป็นพรเพ็ญ เขากุมมือเพ็ญพรแต่เพ็ญพรซึ่งไม่รู้ว่าพรเพ็ญนั้นบัดนี้กลายเป็นคนรักของวิทวัสแล้วจึงสบัดมือออก วิทวัสงงกับอาการที่เพ็ญพรแสดงกับเขา เพ็ญพรด่าว่าวิทวัสที่มาหาเศษหาเลยกับเธอ วิทวัสยิ่งงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีก จึงขอตัวกลับบ้าน เพ็ญพรโทรกลับไปหาพรเพ็ญที่บ้านศิลาแดงเพื่อถามเรื่องวิทวัส พรเพ็ญจึงบอกความจริงทั้งหมดและย้ำให้เพ็ญพรทำดีกับวิทวัส เพ็ญพรรับปากรุ่งขึ้นวิทวัสมาหาเพ็ญพรอีกครั้ง เที่ยวนี้เพ็ญพรทำเป็นเอาใจวิทวัสอย่างดี ทำให้วิทวัสหายโกรธและเมื่อเขาจะเข้าใกล้เพ็ญพรเธอก็กระเถิบหนีจนเขาสงสัย แต่ก็คิดว่าเพ็ญพรคงอายตามประสาผู้หญิง ส่วนพรเพ็ญกลับไปถึงบ้านศิลาแดงพร้อมกับสุดา โดยสุดาทำทีว่ามาค้างเป็นเพื่อนพรเพ็ญและต้องการป้องกันพรเพ็ญจากคนในบ้านด้วย ตรัยมาหาพรเพ็ญเพราะคิดว่าเป็นเพ็ญพร เที่ยวนี้พรเพ็ญกลับเรียบร้อยน่ารักเหมือนกับที่เขาเคยพบครั้งแรก เธอต้อนรับเขาอย่างดีคอยปรนนิบัติเหมือนเมื่อก่อนจนตรัยเองก็งงเพราะพรเพ็ญช่วงหลังที่เขารู้จักเป็นคนคล่องแคล่วว่องไว พูดจาห้วนๆ แต่ก็ฉลาดทันคน ตรัยคิดว่าพรเพ็ญคงอยากเปลี่ยนเป็นสาวหวานบ้าง แต่ก็อดพูดกับสุดาไม่ได้ว่าพรเพ็ญเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมเมื่อเดือนฉายหายป่วย เพ็ญพรจึงโทรหาสุดาและพรเพ็ญเพื่อเปลี่ยนตัวกันอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้เกือบพลาดเพราะอาภาพรมาเห็นเข้าพอดี จึงเดินตรงเข้ามาหา สุดาเข้าขวางพรเพ็ญจึงหลบไปขึ้นรถสุดาที่จอดอยู่ทัน เพ็ญพรเข้าปะทะคารมกับอาภาพรเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ สุดารีบขึ้นรถขับออกไปก่อนที่ความลับทั้งหมดจะแตก ที่ไร่ของวิทวัสเกิดมีโรคระบาดทำให้วัวและสัตว์เลี้ยงในไร่ของเขาล้มป่วย วิทวัสวุ่น นักแสดง วีรภาพ สุภาพไพบูลย์ รับบท ตรัยธนพล นิ่มทัยสุข รับบท วิทวัสนิโคล กิตติวัฒน์ รับบท เพ็ญพร (เพ็ญ) คามิลล่า กิตติวัฒน์ รับบท พรเพ็ญ ปิยะธิดา ชิตอรุณ รับบท สุดา กันตา ดานาว รับบท เดือนฉายณหทัย พิจิตรา รับบท สโรชาชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล รับบท อาภาพร เอกสิทธิ์ รับบทโดย ไพโรจน์ สังวริบุตร

กาชาดเลือดช็อต! วิกฤติหนักขาดแคลนทั่วประเทศ
ขาดแคลนเลือด /  บริจาคเลือด / 

สภากาชาดไทย เลือดหมดคลัง วิกฤตหนักขาดแคลนเลือดทั่วประเทศ ประชาสัมพันธ์ขอรับบริจาคช่วยผู้ป่วยในโรงพยาบาลทั่วประเทศ  แพทย์หญิงสร้อยสอางค์ พิกุลสด ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ กำลังประสบปัญหาการจัดหาโลหิตไม่ได้ตามเป้าหมาย ทั้งภายในสถานที่และหน่วยเคลื่อนที่ เกิดการขาดแคลนสะสมต่อเนื่อง สาเหตุเนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่มักบริจาคในช่วงที่มีกิจกรรม และเทศกาล วันสำคัญต่างๆ ทำให้เกิดการบริจาคโลหิตไม่สม่ำเสมอ จนกระทั่งเกิดภาวะวิกฤตในขณะนี้ ส่งผลกระทบกับโรงพยาบาลทั่วประเทศ ที่เบิกโลหิตนำไปรักษาผู้ป่วยมากถึง 8,000 ยูนิต แต่จ่ายโลหิตได้เพียง 2,000 ยูนิต หรือ 25 % เท่านั้นจากที่เคยจ่ายได้มากกว่า 80 % เนื่องจากไม่มีโลหิตสำรอง ซึ่งตามมาตรฐานงานบริการโลหิตต้องมีโลหิตสำรอง 3,000 ยูนิตต่อวัน สำหรับใช้ในกรณีฉุกเฉิน ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถรับรักษาได้ และต้องเลื่อนการรักษาหรือผ่าตัดออกไป ขอเชิญบริจาคโลหิต ได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถนนอังรีดูนังต์ เปิดรับบริจาคโลหิตในวัน จันทร์,พุธ,ศุกร์ 08.00 - 16.30 น. อังคาร,พฤหัสบดี 07.30 - 19.30 น. และวันเสาร์,อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 08.30 - 15.30 น. ส่วนจังหวัดภูมิภาคบริจาคโลหิต ได้ที่ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ จังหวัดเชียงใหม่ นครสวรรค์ พิษณุโลก อุบลราชธานี ขอนแก่น นครราชสีมา ชลบุรี ราชบุรี สงขลา ภูเก็ต และงานบริการโลหิต สถานีกาชาดหัวหินเฉลิมพระเกียรติ จ.ประจวบคีรีขันธ์ สอบถามรายละเอียด ได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์และจัดหาผู้บริจาคโลหิต โทร. 0 2256 4300, 0 2263 9600-99 ต่อ 1101 (ประกาศ ณ วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2558) MThai News

ทองโคเม็กซ์ร่วงแรง 18.5 ดอลลาร์ปิด 1,208.60 ดอลลาร์/ออนซ์
ECB /  กรีซ / 

ตลาด ทองโคเม็กซ์ ร่วงแรง 18.5 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,208.60 ดอลลาร์ หลังผู้เชี่ยวชาญมองว่า ECB จะให้เงินกู้ฉุกเฉินต่อธนาคารกลางกรีซต่อไป สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าวว่า สัญญาทองคำตลาดโคเม็กซ็ (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย.ราคาร่วงลง 1.51% หรือ 18.5 ดอลลาร์/ออนซ์ มาปิดที่ระดับ 1,208.60 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังจากมีกระแสข่าวว่า ธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB จะยังคงให้เงินกู้ฉุกเฉินต่อธนาคารกลางของกรีซต่อไปในสัปดาห์นี้ ถึงแม้ว่าการเจรจาแก้ไขปัญหาหนี้ระหว่างกรีซ และยูโรโซนยังไม่มีความคืบหน้าก็ตาม ทำให้นักลงทุนเทขายสัญญาทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ด้านคณะกรรมการบริหารของ ECB จะประชุมกันในวันนี้ เพื่อทบทวนการปล่อยเงินกู้ฉุกเฉินในกองทุนช่วยเหลือสภาพคล่องฉุกเฉิน หรือ ELA สำหรับภาคธนาคารของกรีซ หลังจากที่ได้ประกาศเพิ่มวงเงินในกองทุนดังกล่าวเป็นจำนวน 5 พันล้านยูโร สู่ระดับ 6.5 หมื่นล้านยูโรเมื่อวันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยการขยายวงเงินดังกล่าวมีผลบังคับใช้เป็นเวลา 1 สัปดาห์จนถึงวันที่ 18 ก.พ. ในขณะเดียวกัน นักลงทุนกำลังจับตาดูรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟดในวันนี้ เพื่อดูความเป็นไปได้ และประเมินสถานการณ์ว่า เฟดจะส่งสัญญาณเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในฤดูร้อนของปีนี้หรือไม่ ติดตามข่าวสาร 'ราคาทองคำ' ได้ที่นี่>>>>>>> MThai News

จะดีหรอ? สอนเรื่องเซ็กส์ให้วัยรุ่น ชี้โพรงหรือป้องกัน [MThai ข่าวภาคซ่าส์]
วัยรุ่น /  วาเลนไทน์ / 

เข้าสู่ช่วง เทศกาลวาเลนไทน์ ในสัปดาห์นี้ MThai ข่าวภาคซ่าส์ ขอหยิบยกประเด็นเกี่ยวกับความรักมาพูดถึงกันบ้าง วันวาเลนไทน์ ที่ผ่านมาผู้ใหญ่หลายคนมองว่า วันวาเลนไทน์ เป็นหนึ่งในเทศกาลเสียตัวของวัยรุ่นไทย รองลงมาจากวันลอยกระทง ซี่งปัญหาเสียตัวในวัยเรียนนี้นำไปสู่สถิติที่น่าตกตะลึงที่ว่า เด็กไทยท้องก่อนวัยอันควรติดอันดับ 1 ใน 5 ของอาเซียนเลย โดยจากรายงานสถานการณ์แม่วัยใส ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พบว่า ในวัยรุ่นหญิงไทยอายุระหว่าง 15-19 ปี ซึ่งมีอยู่ 2.4 ล้านคน มีอัตราการคลอดลูก 1 คน ในทุก 4 นาที และที่น่ากังวลอย่างยิ่งคือในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี ที่กลายเป็นเด็กหญิงแม่เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า จาก 1,400 ราย เป็น 3,700 ราย ขณะที่อัตราเกิดของไทยอยู่ที่ 800,000 คนต่อปี ในจำนวนนี้ เป็นแม่วัยรุ่นกว่า 120,000 คน และยังพบหญิงอายุต่ำกว่า 19 ปี ที่มีการตั้งครรภ์และคลอดซ้ำ มีจำนวนมากถึง 15,000 คนต่อปี ซึ่งอัตราแม่วัยรุ่นของไทยสูงเป็นอันดับที่ 5 ของอาเซียน ซึ่งที่ผ่านมาหลายหน่วยงานพยายามจะเข้าไปแก้ไขปัญหานี้เช่น การสอนเพศศึกษา การสอนเรื่องการคุมกำเนิดอย่างถูกต้อง หรือแม้แต่กระทั่งการพยายามดันนโยบายติดตั้งตู้ขายถุงยางอนามัยในโรงเรียน แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็ถูกผู้ใหญ่ มองว่า การทำแบบนี้เท่ากับเป็นการส่งเสริมให้เด็กมีเพศสัมพันธ์มากยิ่งขึ้นไปอีก แต่อีกฝ่ายกลับมองว่า การติดตั้งตู้ขายถุงยางจะทำให้กลุ่มวัยรุ่นสามารถหาซื้อ และเข้าถึงถุงยางอนามัยได้ในราคาถูก รวมทั้งยังไม่ต้องเผชิญหน้ากับผู้ขายโดยตรง เพราะเด็กบางคนอายเวลาเข้าร้านไปเพื่อซื้อถุงยางอนามัยและทำให้ถุกมองในแง่ไม่ดีด้วย ทั้งนี้มีสมาชิกเว็บไซต์เอ็มไทยดอทคอม ได้ให้ความคิดเห็นกับเรื่องนี้ว่า "...วิธีการสอนมีมากมาย แต่ไม่คิดจะทำ ไปล่อแบบนี้ยิ่งไปกันใหญ่ เช่น ตั้งแต่เด็กมัธยม หญิงควรไปเป็นจิตอาสาที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าหรือบ้านพักฉุกเฉิน ชายให้ไปทัศนศึกษาเห็นจริงที่ รพ.ผู้ป่วยโรคติดต่อเอดส์หรือที่เลิกยาวัดถ้ำกระบอก และมีอีกมากมายที่จะทำฯลฯ เห็นได้ชัดว่าภาคการศึกษาไม่มีปัญญาคุมเยาวชนแล้ว ถอยหลายก้าวในทุกๆ ด้าน นับวันกฏระเบียบไทยก็มีแต่ไม้อ่อน ไม้อนุโลม คนไทยรุ่นต่อๆ ไปก็จะมีแต่แข่งกันมั่วกาม แข่งกันมั่วสุมใช้ความรุนแรง รอแทนที่ความเป็นคนไทย ซึ่งปัจจุบันถุงยางมันไม่ได้หายากหาเย็นอะไรเลย ที่ท้องเพราะมันไม่อยากใส่กันเอง คิดได้ไงติดตั้งถุงยางใน รร. ?... " นอกจากปัญหา วัยรุ่นเสียตัว แล้ว สิ่งที่จะตามมานอกจากการท้องแล้วยังมีปัญหาการทำแท้ง ซึ่งที่ผ่านมาในซีรีย์ฮอร์โมนมีฉากหนึ่งที่สะท้อนปัญหาวัยรุ่นทำแท้งจนผู้ใหญ่ในสังคมไทยต้องหันกลับมามองว่า การทำแท้งมันง่ายขนาดนั้นเลยหรือ ? ซึ่งจากการตรวจสอบในฟซบุ๊ก จะพบว่าเดี๋ยวนี้มีให้บริการขายยาทำแท้ง อย่างโจ่งครึ้มเป็นจำนวนมากซึ่งในเพจเหล่านั้นให้บริการขายยาทำแท้งทั้งประเภทยาขับเลือด ยาสอด โดยจะมีการส่งของทางไปรษณีย์ ขณะเดียวกันมีการเปิดโอกาสให้ลูกค้าที่เคยใช้บริการ ส่งภาพก้อนเลือดหลังจากการทำแท้งเข้าร่วมรีวิวสินค้าด้วย MThai news

อยากรู้มั้ย!! คุณควรใช้ บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต
คุณควรใช้ /  บัตรเครดิต / 

 บัตรเครดิต หรือ บัตรเดบิต คุณควรรู้ก่อนที่จะมีใช้ อะไรที่เหมาะสมกับคุณ รู้ไว้จะได้ไม่เสียใจที่หลัง บัตรเครดิต หรือ บัตรเดบิต ในโลกยุคนี้ ถือเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะคนในสังคมเมือง เพราะทั้งสองบัตรต่างถูกสร้างมาเพื่อให้ใช้แทนเงินสด ความปลอดภัย และเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่เจ้าของบัตรในการใช้จ่ายเพราะเราสามารถลดการพกพาเงินสด ความแตกต่างที่สำคัญของบัตรสองประเภทนี้ คือ บัตรเครดิตให้อำนาจเราในการใช้เงินก่อน แล้วค่อยจ่ายทีหลัง ในขณะที่ บัตรเดบิต เราต้องชำระเงินทันทีที่มีการใช้จ่าย ว่าแต่ แล้วบัตรประเภทไหน ที่จะเหมาะกับเรามากกว่ากันล่ะ วันนี้เลยจะมาบอกให้คุณรู้ว่าคุณ เหมาะกับบัตรแบบไหน บัตรเครดิต    บัตรเครดิต นั้น ผู้ใช้ควรจะมีวินัย ให้ความสามารถในการเป็นลูกหนี้ โดยเรายืมเงินจากธนาคารเจ้าของบัตรมาใช้ก่อน แล้วชำระหนี้เมื่อครบเวลา 1 รอบบัญชีหรือระยะเวลาประมาณ 1 เดือน ธนาคารเจ้าของบัตรจะพิจารณารายได้ของลูกหนี้ เพื่อกำหนดวงเงินของบัตรที่สามารถใช้จ่ายได้ในแต่ละรอบบัญชี ซึ่งผู้ถือบัตรอาจขอเพิ่มวงเงินชั่วคราวได้ จะเห็นได้ว่า บัตรเครดิตเปิดโอกาสให้เราเป็นหนี้ได้ง่ายหากไม่ระวัง เช่น บางบัตรเครดิตให้วงเงินสูงสุดถึง 5 เท่าของเงินเดือน ดังนั้นผู้ถือบัตรเครดิตพึงระลึกอยู่เสมอว่า การใช้จ่ายของเราต้องขึ้นอยู่กับความสามารถในการชำระหนี้ในแต่ละเดือน ไม่ใช่ใช้จ่ายตามวงเงินที่ได้รับ ผู้ที่มีรายได้ประจำ เช่น พนักงานบริษัท หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระที่มีรายได้เข้าบัญชีตรงตามวันที่แน่นอน นอกจากการที่มีรายได้ที่แน่นอนในแต่ละเดือนเป็นคุณสมบัติสำคัญของการสมัครบัตรเครดิตเล้ว เราอาจตัดปัญหาการผิดนัดชำระค่าบัตรเครดิต โดยใช้การตัดบัญชีอัตโนมัติหลังจากวันที่เงินเดือนโอนเข้าธนาคารผู้ที่ต้องการบริหารค่าใช้จ่ายด้วยประโยชน์จากเครดิต เพราะการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตมีการกำหนดวันในการชำระเงินล่วงหน้าไว้อย่างชัดเจน ทำให้เราสามารถบริหารกระแสเงินสดระหว่างเดือน รู้ว่าเงินเข้าวันไหน และเงินจะออกวันไหน นอกจากนี้ ด้วยการที่บัตรเครดิตเป็นการนำเงินในอนาคตมาใช้ ดังนั้นในกรณีฉุกเฉินที่เรามีความจำเป็นในการใช้จ่ายทันทีด้วยยอดเงินที่สูงกว่าเงินสดที่มีในปัจจุบัน เราก็สามารถชำระค่าสินค้าหรือบริการผ่านบัตรเครดิตไปก่อนได้ได้ แต่อย่าลืมว่า ก่อนการใช้จ่ายทุกครั้ง เราควรมั่นใจว่า เราจะมีเงินเพียงพอที่จะชำระเต็มยอดในวันที่ครบกำหนดชำระหนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะหนี้บัตรเครดิตในเดือนต่อๆไป ซึ่งหากเป็นบัตรเดบิต เราจำเป็นที่จะต้องมียอดเงินในบัญชีที่ไม่น้อยกว่ายอดเงินที่ต้องการใช้ ณ เวลานั้น ผู้ที่ซื้อของบน Internet เพราะร้านค้า online ทั้งในและต่างประเทศส่วนมากจะรับบัตรเครดิตที่มีตราสัญลักษณ์ Visa หรือ MasterCard ในขณะที่บางธนาคารยังไม่รองรับการใช้งานบัตรเดบิตบน Internet หรือ อาจใช้งานได้กับบาง website ภายในประเทศ เท่านั้น ปัจจุบันนี้ สิทธิประโยชน์ที่ได้จากบัตรเดบิต เริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มจะเทียบเท่าบัตรเครดิต ไม่ว่าจะเป็น การยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปี ส่วนลดจากร้านค้า หรือ การสะสมแต้ม ดังนั้น การตัดสินใจว่าจะเลือกใช้บัตรเครดิต หรือ บัตรเดบิตควรจะพิจารณาจากนิสัยการใช้จ่ายของตัวเราเองเป็นสำคัญ ประกอบกับข้อจำกัดดังที่กล่าวมาข้างต้น บัตรเดบิต เน้นการควบคุมการใช้จ่าย รวมถึงผู้ที่ควบคุมการใช้จ่ายด้วยตัวเองไม่ได้ และมีแนวโน้มว่าจะใช้เงินเยอะกว่าความสามารถในการชำระหนี้ เพราะทุกการใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตจะถูกตัดยอดออกจากบัญชีธนาคารที่ผูกไว้ทันที เราจึงไม่มีโอกาสใช้เงินเกินกว่ายอดเงินที่มีอยู่จริงในบัญชี นอกจากนั้นแล้ว เรายังสามารถกำหนดวงเงินสูงสุดที่จะใช้จ่ายต่อวันได้ เช่น ถึงแม้เราจะมีเงินในบัญชี 100,000 บาท เราสามารถกำหนดวงเงินสูงสุดต่อวันไว้ที่ 5,000 บาท 10,000 บาทขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของธนาคารเจ้าของบัตร วิธีนี้นอกจากจะเป็นการควบคุมค่าใช้จ่ายแล้ว ยังเป็นการจำกัดความเสียหายกรณีที่บัตรถูกโจรกรรมอีกด้วย ผู้ที่ไม่ชอบความรู้สึกของการเป็นหนี้ หรือ ผู้ที่ไม่ชอบการมีภาระในการชำระหนี้รายเดือน เพราะ การใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตไม่มีภาระของการชำระหนี้ ทันทีที่บัตรเดบิตถูกรูดที่จุดชำระเงิน ยอดการใช้จ่ายจะถูกตัดออกจากบํญชีของเราทันที ซึ่งต่างจากบัตรเครดิตที่การใช้จ่ายจะถูกรวมในรอบบัญชี และส่งมาเป็นยอดชำระรายเดือน โดยเราต้องชำระเงินให้ตรงตามกำหนดเวลาเพื่อป้องกันดอกเบี้ยการผิดนัดชำระ ผู้ที่ยังไม่สามารถสมัครบัตรเครดิต คุณสมบัติของผู้สมัครบัตรเดบิตนั้นจะน้อยกว่าการสมัครบัตรเครดิต โดยทั่วไปเพียงแค่ผู้สมัครมีอายุมากกว่า 15 ปี และมีบัญชีออมทรัพย์ หรือบัญชีกระแสรายวันกับธนาคารก็สามารถสมัครบัตรเดบิตได้แล้ว ซึ่งแตกต่างกับการสมัครบัตรเครดิต ที่ผู้สมัครจะต้องมีหลักฐานเพื่อแสดงการมีเครดิต เช่น หลักฐานการทำงาน และยังต้องมีเงินเดือนขั้นต่ำสูงกว่าที่ธนาคารเจ้าของบัตรกำหนด ดังนั้น บัตรเดบิต อาจจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับนักเรียน นักศึกษาที่ยังไม่ได้ทำงาน นอกเหนือจากถือบัตรเสริมของบัตรเครดิต ผู้ที่ต้องการลดจำนวนบัตรที่ถือโดยใช้บัตรเดบิตแทนบัตร ATM โดยทั่วไป เราไม่ต้องเสียค่าบริการเมื่อใช้บัตรเดบิตกดเงินสดผ่านตู้ ATM ของธนาคารเจ้าของบัตร แต่อาจมีข้อกำหนดของจำนวนครั้งในการใช้บริการภายในหนึ่งเดือน หรือ อาจมีค่าธรรมเนียมจากการใช้บริการจากตู้ของต่างธนาคาร ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้ จะแตกต่างกันไปในแต่ละบัตร แต่ละธนาคารอย่างไรก็ตาม ค่าธรรมเนียมในการกดเงินสดผ่านบัตรเดบิตจะน้อยกว่าการกดเงินสดผ่านบัตรเครดิตที่จะต้องเสียค่าธรรมเนียม เช่น 3% ของจำนวนเงินที่กดในแต่ละครั้ง บัตรเครดิต หรือบัตรเดบิต อ่านแล้วคุณคงไปคิดดู ว่าแบบในเหมาะกับพฤติกรรมการใช้จ่ายของคุณ แต่ทั้งสองบัตร หากคุณใช้ จนเพลินก็ล้วนแล้วแต่ก็หนี้สินให้คุณทั้งสิ้น รู้อย่างนี้ไม่ว่าจะมีบัตรแบบใดก็แล้วแต่ คิดก่อนใช้ทุกครั้งนะครับ MThai News

ECBประกาศเตรียมรับมือหากกรีซออกจากกลุ่มยูโรโซน
ECB /  กรีซ / 

ธนาคารกลางยุโรปส่งสัญญาณเตรียมพร้อมรับมือปัญหาในกลุ่มยูโรโซน หากกระบวนการเจรจาหนี้สินกรีซรอบใหม่ล้มเหลว สำนัก ข่าวต่างประเทศรายงาน ตามสื่อท้องถิ่นของเยอรมันว่า ธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB กำลังเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์หากกรีซต้องออกจากกลุ่มยูโรโซนเช่น เดียวกับเจ้าหน้าที่เดิมที่จะยังคงไว้ก็กำลังเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่ ยังไม่แน่นอนด้วย แต่ ECB ยังไม่แสดงความเห็นต่อรายงานดังกล่าว โดยสื่อเมืองเบียร์ยังคงรายงานด้วยว่า ขณะนี้ ECB ได้แนะนำกรีซสำหรับการควบคุมการเงินของรัฐด้วย ซึ่งเมื่อต้นสัปดาห์ ECB ปฏิเสธเกี่ยวกับการแนะนำดังกล่าวเพื่อป้องกันไม่ให้มีการถอนเงินออกจาก ธนาคารของกรีซ ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีการคลังของเยอรมันที่ขัดขวางข้อเสนอของกรีซในการประชุมรัฐมนตรีคลัง ยุโรปที่มีขึ้นในสัปดาห์นี้ ทำให้บรรยากาศที่เริ่มผ่อนคลายหยุดชะงักลง ด้าน ECB ตกลงเพิ่มเงินกู้ฉุกเฉินให้แก่ธนาคารกรีซในจำนวนที่พอประมาณ เพื่อรักษาระดับการเงินกรีซ ไม่ให้ชะลอลงก่อนที่กลุ่มเจ้าหนี้จะไม่มีเงิน

ระทึก!! เครื่องบินอังกฤษ ลงฉุกเฉิน เหตุนักบินสูบบุหรี่
นักบิน /  ลงจอดฉุกเฉิน / 

โฆษกสายการบินอีซีเจ็ท ออกมาขอโทษ กรณีที่ เที่ยวบิน EZY6238 ต้องลงจอดฉุกเฉิน เนื่องจากพบกลุ่มควันลอยออกมาจากห้องนักบิน วันนี้ (26 ม.ค.) สำนักข่าว 'เดอะ มิรเรอร์' รายงานข่าว เที่ยวบิน EZY6238 ของสายการบินอีซีเจ็ต สายการบินสัญชาติอังกฤษ ที่มุ่งหน้าจากเมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน ไปยัง บริสตอล เป็นเมืองที่อยู่ในทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศอังกฤษ ที่ทำการลงจอดฉุกเฉินยังท่าอากาศยานสคิปโฮลอัมสเตอร์ดัม โดยทางสายการบินอ้าง เหตุขัดข้องที่เกิดขึ้น มีสาเหตุอันเนื่องมาจาก 'ความผิดพลาดทางเทคนิค' ทั้งนี้รายงานระบุว่า ได้มีการออกมายืนยันสาเหตุของข้อผิดพลาดดังกล่าว หลังจากผู้โดยสารสังเหตุเห็นกลุ่มควัน ลอยออกมาจากห้องนักบิน ซึ่งได้มีการยืนยันว่ากลุ่มควันเหล่านี้ มาจากการสูบบุหรี่ของหนึ่งในนักบินที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในขณะนั้น อย่างไรก็ตามโฆษกหญิงของสายการบินอีซีเจ็ต เผยว่า ความปลอดภัยและความมีสวัสดิภาพในการเดินทางของผู้โดยสารและลูกเรือเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดของอีซีเจ็ต ทั้งยังเราอยากจะขอโทษสำหรับความไม่สะดวก อันเนื่องมาจากความล่าช้าที่เกิดขึ้น MThai News ที่มา Mirror

ทองลง 200 บาท! ทองแท่งขายออกบาทละ 18,700 บาท
ข่าว /  ข่าวทองคำ / 

สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาทองวันนี้วันที่ (18 ก.พ.) เปิดการซื้อขายลดลง 200 บาท ราคาทองคำแท่ง ซื้อคืนบาทละ 18,600 บาท ขายออกบาทละ 18,700 บาท ราคาทองรูปพรรณ ซื้อคืนบาทละ 18,328.44 ขายออกบาทละ 19,100 บาท ส่วนตลาดทองคำนิวยอร์ก (COMEX-Commodity Exchange) ปิดตลาด เมื่อคืนที่ผ่านมา พบว่า ร่วงลง 18.5 ดอลลาร์ ที่ระดับ 1,208.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากมีกระแสคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะไม่ยุติการให้เงินกู้ฉุกเฉินต่อธนาคารของกรีซในสัปดาห์นี้ ถึงแม้ว่าการเจรจาแก้ไขปัญหาหนี้ระหว่างกรีซและยูโรโซนยังไม่มีความคืบหน้าก็ตาม ทางด้านทองคำตลาดฮ่องกง เมื่อวานนี้ต่อเนื่องวันนี้ ปิดทำการเนื่องในวันหยุดเทศกาล ตรุษจีน MThai News 

จิ๋วแต่แจ๋ว! เมื่อ แม่ใกล้คลอด น้อง หนูน้อย 4 ขวบ ทำในสิ่งที่คุณเองก็คาดไม่ถึง
คุณแม่ /  เด็กฉลาด / 

ตอน 4 ขวบ คุณจำได้มั้ยว่าคุณทำอะไรอยู่ โดดยาง เล่นหมากเก็บ เล่นวิ่งไล่จับ แม้แต่โทรศัพท์ก็ยังใช้ไม่เป็น ยิ่งถ้าแม่ท้องใกล้คลอด คุณคงไม่มีทางรู้เลยว่า คุณจะทำอะไรเพื่อช่วยแม่ได้บ้าง แต่ไม่ใช่กับหนูน้อย Calise Manning วัย 4 ขวบ คนนี้แน่ๆ เพราะ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า  เธอโทรหาตำรวจที่เบอร์ 911 เพื่อบอกคุณตำรวจว่า แม่เธอจะคลอดลูกแล้ว แถมยังบอกที่อยู่บ้านได้เป๊ะ!! Centerria Manning  อุ้มท้องมาจนถึงสัปดาห์สุดท้ายใกล้คลอด และเกิดอาการปวดท้องพร้อมคลอด เจ้าหนูน้อย Calise Manning ได้โทรไปที่ 911 ด้วยน้ำเสียงที่ใจเย็น และ ขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ " แม่หนูตัวสั่น แม่หนูกำลังจะมีน้อง" " แม่ท้องจริงๆ แม่จะมีน้องชาย แม่ต้องการความช่วยเหลือ" ข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งข่าวสถานีโทรทัศน์มิชิแกน WVMT บอกว่า เจ้าหน้าที่ได้ถามเด็กน้อยไปว่า เธออายุเท่าไหร่ เธอก็ตอบมาว่า "สี่" และยังบอกอย่างน่ารักอีกว่า " เดี๋ยวหนูก็โตขึ้นอีก "  ซึ่งไม่น่าเชื่อว่า ช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานขนาดนั้น เธอยังใจเย็นและสามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีสุดๆ ซึ่งถ้าเป็นผู้ใหญ่บางคน อาจอยู่ในอาการตื่นตระหนกอยู่ก็เป็นได้ .. โดยในบทสัมภาษณ์ คุณแม่ได้บอกแหล่งข่าวว่า เธอเป็นคนสอนลูกเอง ให้รู้จักวิธีการโทร 911 และบอกให้ลูกใจเย็นๆ เวลาพูดกับเจ้าหน้าที่ คนเป็นแม่สุดจะภูมิใจ เมื่อสิ่งที่เธอสอนไป ลูกของเธอได้ใช้จริงๆ ในช่วงเวลาฉุกเฉินขนาดนั้น  แถมลูกสาวคนนี้ยังบอกแม่อีกว่า  "หนูบอกแล้วว่า หนูจะช่วยแม่ ถ้าเกิดอะไรขึ้น " น่ารัก แถม ใจกล้า และยังใจเย็นอีก เห็นที คุณแม่อาจจะต้องสอนคุณลูกไว้แล้วล่ะค่ะ เผื่อเหตุการณ์ฉุกเฉิน ลูกของคนอาจกลายเป็นฮีโร่มากช่วยคุณเองก็เป็นได้นะ  ที่มา Cosmopolitan เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

เอ็มเค เอ็นจิเนียริ่ง เซอร์วิส (บริษัท จำกัด)

ผู้ผลิตและขายส่งอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ผู้ผลิต-จำหน่ายอุปกรณ์ ระบบประหยัด พลังงาน ระบบควบคุมไฟฟ้าภายในห้องพัก แลโคมไฟฉุกเฉินสำหรับโรงแรม คอนโดมิเนียม อพาร์ทเม้นท์ โรงงาน โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า สำนักงาน-อาคารทั่วไป รายการสินค้าเช่น ชุดระบบประหยัดพลังงาน ในห้องพัก (KEYTAG POWER SAVER SYSTEM), ชุดควบคุมไฟฟ้าภายในห้องพัก (BESIDE CONTRO