พรก.ฉุกเฉิน

ไม่ลืมกัน!ซัวเรซทวีตให้กำลังใจผู้ประสบภัยทอร์นาโดในบ้านเกิด
บาร์เซโลน่า /  ลิโอเนล เมสซี่ / 

หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้า บาร์เซโลน่า ออกมาทวีตให้กำลังใจผู้ประสบภัยในเมือง โดโลเรส ที่อยู่ทางทางตะวันตกเฉียงใต้ของอุรุกวัย หลังจากถูกพายุทอร์นาโดถล่มจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายร้อยคนเมืองโดโลเรสเมืองเล็กที่มีประชากร 20,000 คนห่างไปทางตะวันตกของกรุงมอนเตวิเดโอราว 265 กิโลเมตรถูกพายุทอร์นาโดถล่มอย่างหนักจนต้องถูกประกาศให้เป็นเขตภัยพิบัติฉุกเฉิน หลังจากมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 คน และบาดเจ็บอีกกว่า 200 คนทำให้ หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าชาวอุรุกวัย อยู่เฉยไม่ได้เลยรีบส่งข้อความไปให้กำลังใจชาวเมือง “ผมขอให้กำลังใจชาวเมืองโดโลเลส ทุกคน”  #ทุกๆคนให้กำลังใจโดโลเลส กองหน้าบาร์ซ่าทวีตขอความสั้นๆแต่ได้ใจ

ขอกำลังใจ!! หมอโอ๊ค ชี้แจงอาการป่วยลิ้นหัวใจตีบของ น้องอลิน
น้องอลิน น้องอรัญ ลูกหมอโอ๊ค /  น้องอลิน น้องอลัน ลูกแฝด โอปอล์ หมอโอ๊ค / 

พิธีกรและนักแสดงชื่อดัง โอปอล์ ปาณิสรา และคุณสามีสุดหล่อ หมอโอ๊ค สมิทธิ์ พาลูกแฝดหญิง น้องอลิน เข้าพบหมอเพื่อตรวจและเตรียมความพร้อมก่อนทำบอลลูน หลังตรวจพบปัญหาเรื่องลิ้นหัวใจตีบตั้งแต่เกิด โดยมีคนจำนวนมากแสดงความเป็นห่วงและเข้ามาถามไถ่ ด้านคุณพ่อจึงได้ชี้แจงเกี่ยวกับอาการป่วยของลูกสาวมาดังนี้ "วันนี้พาน้องอลินมาตรวจติดตามเรื่องลิ้นหัวใจตีบครับ หลายท่านไถ่ถามกันมาว่าเป็นอะไรแน่ วันนี้ถือเป็นโอกาสดีในการเข้าใจโรคนี้กันเลยนะครับ ภาวะที่น้องอลินคือลิ้นหัวใจ pulmonary ที่นำเลือดจากหัวใจไปฟอกที่ปอดตีบ ทำให้หัวใจห้องขวาต้องทำงานหนัก เด็กๆบางคนอาจมีภาวะเขียวหรือหัวใจโต และหัวใจวายได้ โชคดีที่ท่านอาจารย์อนันต์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจเด็กที่รามาตรวจพบตั้งแต่วันที่ 2 หลังคลอด ถึงแม้ว่าจะไม่มีอาการอะไรผิดปกติ พัฒนาการและการเจริญเติบโตดี แต่เนื่องจากน้องอลินมีภาวะนี้ในขั้นรุนแรงซึ่งส่งผลถึงกล้ามเนื้อหัวใจในระยะยาว จึงต้องวางแผนทำการรักษาด้วยบอลลูนเพื่อขยายลิ้นหัวใจที่ตีบอยู่ ในตอนแรกเรากลัวกันมากว่าอาจจะต้องทำแบบฉุกเฉินตั้งแต่น้ำหนักตัวเพียง 1 กิโลกรัมเพราะเป็นเยอะมาก แต่จากการติดตามและรักษาอย่างใกล้ชิดจากท่านอาจารย์ วันนี้เราได้รับข่าวดีว่าอลินสามารถทำบอลลูนได้ในช่วงอายุ 1 ปีซึ่งทำให้ผลการรักษาและผลข้างเคียงดีขึ้นมากครับ เป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยนะครับ" หมอโอ๊ค แจง "วันนี้มีนัดพบท่านอาจารย์อนันต์ ที่รพ.รามาค่ะ อาจารย์ตรวจพบปัญหาเรื่องลิ้นหัวใจตีบของน้องอลินตั้งแต่เกิดและให้ความกรุณาติดตามผลดูแลมาโดยตลอด วันนี้มีการนัดหมายเตรียมทำบอลลูนแล้ว คุณแม่มั่นใจในรพ.รามาและท่านอาจารย์อนันต์ คุณแม่รู้ว่าลูกจะแข็งแรงและปลอดภัย" โอปอล์ แจง ยังไงทางทีมข่าว Gossipstar.mthai.com ต้องขอเป็นกำลังใจให้กับคุณพ่อหมอโอ๊ค คุณแม่โอปอล์ และน้องอลิน มา ณ โอกาสนี้ หายเร็วๆ นะจ๊ะสาวน้อย... ขอขอบคุณ ภาพและข้อมูลจากอินสตาแกรม @oak_smith และ @opalpanisara หอมโอ๊ค - น้องอลิน โอปอล์ - หมอโอ๊ค - น้องอลิน น้องอลิน น้องอลิน น้องอลิน โอปอล์ - หมอโอ๊ค - น้องอลิน - น้องอลัน

แฟนคลับคลั่งกระหน่ำแทงนักร้องไอดอลญี่ปุ่น เพราะ 'ปฏิเสธของขวัญ!'
Mayu Tomita /  Tomita Mayu / 

โทมิตะ มายุ นักร้องไอดอลสาวแดนปลาดิบ สมาชิกวง Secret girls(ซีเครต เกิร์ล) ถูกแฟนคลับคลั่งกระหน่ำแทงกว่า 20 แผล โคม่า!! มีรายงานข่าวว่า โทมิตะ มายุ ไอดอลสาววัย 20 ปี ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนและอยู่ในอาการโคม่า หลังถูกแทงบริเวณต้นคอ หน้าอก แขน และแผ่นหลัง มากกว่า 20 ครั้ง จากแฟนเพลงผู้คลั่งไคล้เธอ เหตุร้ายดังกล่าวเกิดเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา ก่อน โทมิตะ มายุ จะขึ้นแสดงในย่านโคงานเนะ กรุงโตเกียว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉินจากผู้เห็นเหตุการณ์ ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงก็พบมีดเปื้อนเลือดเป็นวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ ฟากผู้ก่อเหตุก็ยืนรอมอบตัวอยู่ใกล้ร่างโชกเลือดของนักร้องสาว โปสเตอร์อีเว้นท์ที่ โทมิตะ มายุ กำลังจะขึ้นแสดง ก่อนเกิดเหตุร้าย ตามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุเป็นแฟนคลับชายวัย 27 ปี ซึ่งเขาเคยถูกไอดอลสาวแจ้งความมาแล้วเนื่องจากส่งข้อความอย่างคลั่งไคล้ถึงเธอผ่านช่องทางโซเชี่ยล ผู้ก่อเหตุให้การแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเขาให้ของขวัญแก่ โทมิตะ มายุ แต่นักร้องสาวกลับปฏิเสธและมอบคืน จึงทำให้เขาบันดาลโทสะและมาพบเธออีกครั้งเพื่อขอให้อธิบายเหตุผล เขายังให้การว่าเขาไตร่ตรองไว้แล้วว่าจะฆ่าเธอ และตระเตรียมมีดไว้ล่วงหน้าด้วย นอกจากนั้น ยังมีรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพได้ว่าแฟนคลับหนุ่มผู้ก่อเหตุได้แอบติดตามไอดอลสาวมาตั้งแต่สถานีรถใต้ดิน Musashi-koganei. ข้อมูลจาก tokyohive มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

รวมเรื่อง MOUTH VERR!!! ของสาวชาวมอ แคมปัสฯ เล่ม 37
MOUTH VERR /  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / 

ชวนสาวๆ เม้าท์มอย เรื่องเปิ่นๆ เป๋อของตัวเอง, วีรกรรมช่วงสอบของเหล่าสาวสวย และอีกหลากหลายเรื่องราวจากปากสาวๆ ชาวมอที่น่ารัก อ่านได้ในนิตยสาร Campus Star เล่ม 37 เดือนมิถุนายน 2559 MOUTH VERR!!! ของสาวชาวมอ แคมปัสฯ เล่ม 37 “เบลเป็นคนเฮฮาค่ะ ชอบทำอะไรสนุกๆ อยู่กับเพื่อนก็จะมีอาการรั่วๆ ให้เห็นบ้าง แถมยังชอบขี้หลง ขี้ลืมอีกด้วย มึนๆ งงๆ เป็นประจำเลยล่ะค่ะ แล้วมีอยู่ครั้งหนึ่ง มึนหนักมาก ถึงขนาดว่า ขึ้นรถผิดคันเลยด้วยนะ ตอนนั้นคือพอดีว่าเรานัดให้คนมารับ เขาก็บอกว่าจะมาจอดที่นี่นะ แล้วบริเวณนั้นก็มีรถจอดอยู่เต็มเลย แล้งดันบังเอิญมีว่ามีรถเหมือนกันจอดติดกันอยู่อีกค่ะ เราก็ไม่รู้อะไร ไม่รู้หรอกว่าคันไหน รู้แค่ว่าต้องขึ้นรถแบบนี้ รถที่ขึ้นไปเป็นรถที่รุ่นเดียวกัน สีเดียวกันเลยค่ะ จอดอยู่ใกล้ๆกัน ก็เลยขึ้นผิด แบบเราเปิดประตูขึ้นไปนั่งบนรถเรียบร้อยแล้วถึงได้รู้ว่าตัวเองขึ้นรถผิดคัน 555 คืออายมาก รีบขอโทษ รีบลงเลยค่ะ” “อยู่ที่มหา’ลัยก็จะอยู่กับเพื่อนๆ เป็นกลุ่มใหญ่ค่ะ อยู่รวมๆ กันมีทุกเพศเลย แล้วกลุ่มเราก็จะเป็นกลุ่มที่เน้นเรื่องกินจริงจังมาก ยีนเองก็เป็นคนไม่กินจุกจิกด้วย ขนม นม กาแฟนี่ไม่เลย กินทีก็เน้นกินหนักๆ กินข้าวไปเลย ซึ่งเพื่อนๆ ก็เป็นเหมือนกันเวลากินกันทีก็กินเป็นเรื่องเป็นราวไปเลยดีกว่า อย่างร้านโปรดยีนก็จะเป็น ร้านข้าวมันไก่ค่ะอยู่หน้ามอ วันไหนไม่รีบมากต้มยำกุ้งหน้ามอก็อร่อย หน้ามอเราร้านอาหารเยอะมากนะ ไม่ต้องไปไหนไกลเลย แค่เดินออกมาหน้ามอก็มีทั้งร้านข้าวมันไก่ ร้านพิซซ่า ก๋วยเตี๋ยวเต็มไปหมด แต่ถ้าวันไหนรีบจริงๆ ก็เซเว่นเลยสะดวกดี” “อันนี้อาจจะเป็นตัวอย่างที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะคะ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับตอนสอบย่อยเก็บคะแนนที่ผ่านมา แล้วพอดีวิชานั้นเป็นวิชาที่หนูไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ แล้วมันต้องใช้ภาษาอังกฤษด้วย ยอมรับเลยว่าเป็นคนไม่เก่งภาษาอังกฤษด้วย แล้ววิชานี้ยังยากอีก พอดีก่อนหน้านี้มีเพื่อนที่เรียนอีกคลาสหนึ่งเขาได้เข้าสอบก่อนเรา ก็เลยไปถามเขาว่ามีสอบอะไรบ้าง เขาก็ยอมบอกมานะ ว่ามีเขียน Essay ด้วย นี่ก็ยิ่งกังวลเลยจ้า คืนก่อนสอบพยายามอ่านสุดๆ แต่ก็ไม่คิดว่าจะรอด ถึงขนาดไปจ้างคนให้ทำให้เลยนะ แล้วเอามาลอกลงดิก พอตอนสอบเราก็กลัวๆ ลนๆ นั่นแหละ กลัวอาจารย์จัดได้ แต่ก็มีทริกนิดหนึ่ง คือ พยายามไปนั่งไกลๆ กับเพื่อนที่แกล่นๆ ค่ะ พวกนี้อาจารย์จะจับตาดูเป็นพิเศษ เราก็ต้องถอยให้ห่าง 555 ถือว่าเป็นการสอบที่ตื่นเต้นที่สุดของหนูเลย” “ช่วงนี้หลายๆ คนก็เพิ่งสอบเสร็จใช่มั้ยคะ พูดถึงเรื่องสอบละกัน ของหนูเองก็เพิ่งสอบเสร็จไปค่ะ มีวันที่จะสอบอยู่วันหนึ่ง ต้องสอบตอน 9 โมงเช้า คืนนั้นก็อ่านหนังสืออยู่ที่คอนโด อ่านเสร็จก็หลับไป หลับเร็วมากนะ ประมาณ 4 ทุ่มก็นอนแล้ว ก่อนที่จะนอนก็ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ 4 รอบ ก่อน 8 โมงเช้า แล้วก็หลับยาวไปอีกค่ะ ตื่นมารู้สึกว่าตัวเองหลับสบายมาก ดูนาฬิกา 10.50 น. !! ตกใจมาก คือสายมากแล้ว มีสอบตอน 9 โมงด้วย มองโทรศัพท์ทำไมไม่ปลุกเรา แล้วยังมีอีก 20 กว่าสายจากเพื่อนๆ อีก นี่ก็ไม่อาบน้ำเลยค่ะ รีบวิ่งหยิบทุกอย่างใส่กระเป๋า เปลี่ยนชุดออกไปสอบเลยทันที แต่ยังดีที่อาจารย์เขาก็อนุญาตให้สอบ เพราะตอนนั้นเราก็บอกไปว่ามีเหตุฉุกเฉิน ก็โกหกอาจารย์ไป ต้องขอโทษอาจารย์ด้วยเราก็ผิดจริงๆ แหละ รู้สึกผิดมาก ตอนนี้สำนึกผิดแล้ว สัญญาหนูจะไม่ทำอีกค่ะอาจารย์” “จีจี้จะขับรถไม่มหา’ลัยเองค่ะ แล้วมีอยู่วันหนึ่งที่กำลังจะไปเรียน ระหว่างที่วนหาที่จอดรถที่มหา’ลัยแต่ที่จอดรถมันเต็ม มองไปทางไหนก็เต็มไปหมดเลย เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงที่มีการหาเสียง อบจ. ด้วย ก็จะมีป้ายติดเต็มไปหมด ป้ายก็ไม่ได้ตั้งอยู่บนถนนนะ แล้วในจังหวะที่จะเลี้ยวรถดันมีน้องหมาวิ่งตัดหน้ารถ จี้ก็ตกใจหักพวงมาลัยเลี้ยวขึ้นฟุตบาทไปเลยค่ะ แล้วก็ติดอยู่บนนั้นลงมาไม่ได้ พยายามจะถอยออกมา พอถอยไม่ได้จี้ก็เดินลงจากรถมาเก็บป้ายที่ล้มอยู่ที่พื้น กลัวเราจะไปทำป้ายพังเหมือนกัน แต่ก็ไม่เป็นไรมันตั้งได้เหมือนเดิม ตอนนั้นอายก็อายนะ แต่ไม่รู้จะเอารถออกยังไง จนพอเราเห็นพี่ยามเดินมานั่นแหละ ด้วยความที่กลัวว่าจะโดนพี่ยามเดินมาต่อว่ามั้ง รีบกระโดดขึ้นรถเหยียบคันเร่ง แล้วมันก็หลุดออกมาได้ทันทีเลยค่ะ ตอนแรกติดอะไรไม่รู้นะ เจอพี่ยามปุ๊บแล่นฉิวเลย 555” “ในกลุ่มนี้จะมีเรื่องเม้าท์ๆ ให้นั่งคุยกันประจำค่ะ แล้วกลุ่มเราจะมีเพื่อนที่เป็นสาวประเภทสองเยอะก็เลยจะเสียงดังกันนิดหน่อย แล้วก็สร้างเสียงหัวเราะให้คนรอบข้างได้ วีรกรรมแสบๆ ก็เป็นวีรกรรมกลุ่มเนี่ยแหละค่ะ แบบแซวผู้ชายก่อน ปกติผู้ชายจะแซวผู้หญิงใช่มั้ย เคยมีอยู่ครั้งหนึ่งหนูเดินไปหน้ามหา’ลัย แล้วมีผู้ชายกลุ่มหนึ่งเดินมา มีคนหนึ่งในกลุ่มเขาก็แซวหนูเนี่ยแหละ หนูก็อายๆ นะ แต่มีเพื่อนมาด้วย แซวมานี่ก็แซวผู้ชายกลับเลยค่ะ แซวจนเขาเสียหลักตั้งตัวไม่ได้ ต้องรีบเดินหนีไปเลยล่ะ 555” “เรื่องเปิ่นๆ เมื่อเร็วๆ นี้ของเกด เป็นเหตุการณ์ตลกๆ เกิดมาจากความที่เกดน้อยน้อย ก็เลยเบลอๆ ไปหน่อย ตอนเช้าเกดก็มีเรียนแต่เช้าด้วย ก็ต้องไปกดเงินก่อน เดี๋ยวไม่มีเงินไปมหา’ลัย เกดก็ไปกดเงินที่ตู้ ATM ค่ะ เสียบบตรอยู่หลายทีมาก แต่มันก็ไม่เข้าสักที ไม่รู้ทำไมไม่เข้า ก็พยายามเสียบอยู่หลายครั้ง คนข้างหลังก็มีมายืนต่อพอสมควร ทีนี้พอลองดูดีๆ อ้าว เกดเสียบบัตรผิด มันเป็นบัตรแรบบิทที่เอาไว้ขึ้น BTS นี่ก็ยืดเสียบบัตรตั้งนาน แล้วคนที่ต่ออยู่ด้านหลังที่ใกล้ที่สุดเขาเห็นเขาก็ขำใหญ่เลย แบบหัวเราะอ่ะค่ะ เกดก็ยิ่งอาย รีบหยิบบัตร ATM จริงๆ ขึ้นมากด พอกดเสร็จก็รีบๆ เดินหนีออกมาเลยค่ะ” “คือนุชอ่ะเป็นคนสายตาสั้น สั้นไม่ได้เยอะมากหรอกค่ะ แต่นุชก็ใส่คอนแทคเลนส์นะ แล้วถึงขนาดว่าใส่คอนแทคเลนส์แล้วแต่ว่าก็ยังมีเหตุการณ์ที่นุชชอบทักคนผิดอยู่บ่อยๆ บ่อยมาก จนรู้สึกว่าไม่มั่นใจว่าใช่อย่าทัก เพราะมีครั้งหนึ่งไปทำหน้าแตกไว้แบบเล่นใหญ่มาก คือมีผู้หญิงคนหนึ่งตอนนั้นเรารู้สึกว่าเขาต้องเป็นเพื่อนเรา คนที่เราคิดแน่ๆ เพราะว่าเขาเหมือนมาก นุชก็เรียกเลยค่ะ ตะโกนชื่อเขาขึ้นมาเสียงดังเลย แบบเสียงดังลั่นเลยนะ ยิ้ม โบกมือไปทางนั้น พอเดินเข้าไปใกล้ๆ ปุ๊บ เฮ้ย คือเขาไม่ใช่คนที่เราคิด ไม่ใช่เพื่อนเรา ก็หน้าเจื่อน รีบบอกเขา ขอโทษค่ะ รีบเดินออกมา รู้สึกเป็นอะไรที่หน้าแตกมากเลย แล้วก็อายคนมากด้วย รอบๆ มีคนอยู่เยอะ เลยคิดได้ว่า ถ้าไม่ชัวร์ อย่าทัก” ..... ติดตามเรื่องราวของสาวๆ Mouth Verr ได้ที่ นิตยสาร Campus Star No.37 Facebook : www.facebook.com/campusstars

อ.คฑา ชินบัญชร! จัดอันดับ ราศีดวงดีที่สุดในปี 2559
ดูดวงปี2559 /  ราศีดวงดีที่สุดในปี 2559 / 

เข้าสู่การเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง กับการเข้าศักราชใหม่ 2559 ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อเปลี่ยนปี ดวงชะตาราศีของคุณ ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย วันนี้ Horoscope.Mthai.com เลยขอมาจัดอันดับ ราศีดวงดีที่สุดในปี 2559 โดยความหมายของคำว่า "ดวงดี" ไม่ได้หมายถึงคุณจะไม่ต้องทำอะไรเลยแล้วมีแต่สิ่งดีเข้ามา แต่เป็นเหมือนโอกาสดีๆ เรื่องราวๆดี และคนดีๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตช่วงปี 2559 จนส่งผลให้ชีวิตคุณมีความสุข แล้วอย่าลืมทำตามคำแนะนำนะคะ :) ราศีดวงดีอันดับ 12 ราศีธนู (15 ธันวาคม – 13 มกราคม) ปีนี้เกิดอาการคิดมาก เพราะถูกเป่าหูเหลือเกิน “ไพ่ขันธกุมาร” และ “ไพ่เจ้าชายแห่งดาบ” มักได้ยินเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจ อย่าเพิ่งไปสนใจใครมาก ให้เชื่อมั่นในตัวเอง ทำดีได้ดีแน่นอน การทำงานไม่ค่อยได้ดั่งใจ ยิ่งเพื่อนร่วมงาน หัวหน้า เข้าหากันไม่ค่อยติด ต่างคนต่างความคิด ช่วงปลายถึงจะลงเอยกันได้ด้วยดี คุณต้องควบคุมอารมณ์ให้ดี เวลามีบู๊ คุณจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เงินทองมีแต่คนหาเรื่องเดือดร้อนมาให้ ทั้งคนใกล้ตัวและไกลตัว ถ้าทำได้ให้ปฏิเสธไปก่อนจะดีกว่า ถึงแม้จะรู้สึกไม่ดีแต่แรก แต่พอเวลาผ่านไปก็จะดีขึ้นเอง ดีกว่าต้องมานั่งเป็นทุกข์ร้อนไปตลอด ความรักเจอมือที่สามเข้ามาแทรก เอาใจคนรักให้มากๆ แล้วจะรู้ว่าสุดท้ายก็ต้องกลับมาตายรังเหมือนเคย คำแนะนำ : ชาวราศีธนูทำบุญด้วยการบริจาคหนังสือ ตำราเรียน ตำราความรู้ต่างๆ จะช่วยเพิ่มพลังบารมี ให้เกิดความรู้ความคิดที่แตกฉาน มีสติในการตัดสินใจแก้ปัญหาได้เป็นอย่างดี ราศีดวงดีอันดับ 11 ราศีเมษ (15 เมษายน – 14 พฤกษภาคม) ปีนี้ได้ “ไพ่เผากรุงลงกา” และ “ไพ่เดอะทาวเวอร์” คงต้องสงบเสงี่ยมเจียมตัวสักหน่อย ความใจร้อนก็ลดลงมาบ้าง มีเรื่องขัดแย้งผิดใจกับคนรอบข้างบ่อย อาจถึงขั้นแตกหัก การทำงานเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม มิฉะนั้นจะถูกเพ่งเล็ง ลดความดื้อลงอีกนิด งานใหญ่จำเป็นต้องอาศัยการร่วมแรงร่วมใจ ปลายปีมีโอกาสปรับเปลี่ยนงาน เงินทองไหลออกเป็นส่วนใหญ่ หันไปทางไหนก็มีแต่เรื่องที่ต้องจ่าย แถมมีความขัดแย้งด้านผลประโยชน์ อย่าเพิ่งไปลงทุนกับใคร มีแต่จะเสียมากกว่าได้ ความรักต้นปีรบราฆ่าฟันกันน่าดู ไม่มีใครยอมใคร พยายามข่มอารมณ์แล้วเรื่องร้ายผ่านไป คนโสดจะมีอัศวินเดินทางไกลมาหา ช่วงปลายปีมีรักกุ๊กกิ๊ก คำแนะนำ : ชาวราศีเมษ ควรทำบุญโดยการเลี้ยงอาหารกลางวันเด็ก หรือทำทานกับคนยากจน จะทำให้เกิดมีทานบารมีที่ดี มีบริวารมีคนช่วยเหลือ ราศีดวงดีอันดับ 10 ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม – 15 กันยายน) ปีนี้ยุ่งอยู่กับเรื่องเงินทองตลอด เดี๋ยวได้มา เดี๋ยวจ่ายไปให้เวียนหัว “ไพ่ลงทัณฑ์หนุมาน” และ “ไพ่ 5 เหรียญ” ต้นปีจ่ายกันให้พอ กระเป๋ารั่ว อย่าเพิ่งไปคิดเก็บออม หมดไปกับค่าใช้จ่ายจุกจิก ทั้งค่ารักษา ซ่อมแซม กู้เงิน ยืมเงิน อย่าไปรับปากใครเด็ดขาด ความเดือดร้อนจะมาเยือน ช่วงกลางปีไปแล้วค่อยโล่งใจ เหมือนมีเทวดามาช่วย มีช่องทางทำกำไรที่ดี มีงานเสริม เข้าหาผู้ใหญ่ได้รับความช่วยเหลือ การลุ้นเสี่ยง มีลาภ การทำงานเอาแน่นอนไม่ค่อยได้ ไม่ค่อยมีสมาธิ อยากไปไหนก็ไป อยากทำอะไรก็ทำ งานเลยไม่ค่อยคืบหน้า แต่ถ้าเป็นงานบันเทิง ท่องเที่ยว ผับ บาร์ จะไปได้เร็ว ความรักมักชิงสุกก่อนห่าม ไม่ดี ปีนี้มีมาก็รักจริงหวังฟันทั้งนั้น ให้ดูใจกันให้นานแล้วจะรักกันยืนยาว คำแนะนำ : ชาวราศีสิงห์ควรทำบุญเสริมมงคลด้วยการปล่อยชีวิตสัตว์ ปล่อยนก ปล่อยปลา ปล่อยเต่า หรือเป็นสัตว์ใหญ่ด้วยการไถ่ชีวิตโค กระบือ ก็ทำให้ได้บุญมาก ช่วยเพิ่มพลังชีวิตหลุดพ้นจากเรื่องร้ายๆ คนที่คุณเคยทำร้ายเขาจะให้อภัยและยกโทษ ทำให้ศัตรูน้อยลง ราศีดวงดีอันดับ 9 ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม – 16 สิงหาคม) ปีนี้เหมือนเจอมรสุม “ไพ่นนทกสิ้นฤทธิ์” และ “ไพ่ 10 ดาบ” ทำอะไรไปก็ไม่ได้ดี ช่วงกลางปีให้ระวังอุบัติเหตุจากของมีคม และการเดินทาง อย่าไปคาดหวังอะไรจากใครมากจะผิดหวัง การทำงานคอยแต่เกี่ยงกัน เรื่องดีๆ ก็แย่งกันรับ แต่พอมีปัญหาก็หนีเอาตัวรอด บรรยากาศแบบนี้ทำให้เบือได้ง่ายๆ ช่วงปลายปีลองแสดงความสามารถ แสดงความคิดเห็นให้เต็มที่ จะได้รับการยอมรับ เงินทองไหลออกมากกว่าเข้า มีเรื่องให้ต้องเสียอยู่ตลอดเวลา เจอะเจอใครก็พูดเรื่องหยิบยืมเงิน เริ่มรู้สึกเซ็งๆ แต่ช่วงปลายได้เฮ มีลาภฟลุ้คๆ ช่องทางทำเงินเริ่มเห็นชัดขึ้น ความรักหงอยเหงา แอบรักเขาข้างเดียว ที่มีแฟนอยู่แล้วก็บึ้งตึงกันบ่อย แถมอาจถูกนอกใจด้วย ทำตัวน่ารักๆ เข้าไว้จะได้ไม่มีปัญหา คำแนะนำ : สำหรับชาวราศีกรกฏ ให้ระวังโรคที่เกี่ยวกับเลือด ให้เสริมมงคลด้วยการทำบุญกับธาตุน้ำ บริจาคค่าน้ำ น้ำดื่ม สร้างแท็งก์น้ำให้วัดในที่ทุรกันดาร รวมถึงการสร้างห้องน้ำสาธารณะ จะทำให้ชีวิตมีความร่มเย็น ไหลลื่นเหมือนสายน้ำ ราศีดวงดีอันดับ 8 ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม – 15 พฤศจิกายน) ต้นปียังหมกมุ่นคิดถึงแต่เรื่องเก่าที่ผ่านมา จนไม่เป็นอันทำอะไร ขอแนะนำให้ทิ้งเรื่องเก่า มองเรื่องใหม่ที่กำลังเข้ามาจะดีกว่า กลางปีได้เดินทาง ปรับเปลี่ยนที่อยู่ การทำงานดีขึ้น งานก้าวหน้า แต่คุณคงต้องกระตือรือร้นตามไปด้วย ส่งให้ไม่ค่อยได้อยู่ติดที่ เดินทางบ่อย คุณที่อยากเปลี่ยนงาน ลองสมัครดูจะได้รับข่าวดี ช่วงปลายผู้บังคับบัญชา สนับสนุนเต็มที่ เงินทองช่วงต้นปีทำให้หงุดหงิด มีบางอย่างเสียไปแล้วเกิดความเสียดาย ระวังของหาย ช่วงกลางปีมีลาภจากการเดินทาง ความรัก “ไพ่ทศกัณฐ์แห้ความ” และ “ไพ่ 5 ถ้วย” จุกจิกขี้บ่น จนเลยเถิด ตัวเองก็ต้องมานั่งเสียใจในคำพูด คนโสดสบายสุดๆ ช่วงนี้มีกามเทพแผลงศร ให้ได้สะดุดรักกันให้วุ่น คำแนะนำ : ชาวราศีตุลย์หากมีเวลาว่าง ให้ตระเวนไหว้พระ ทำบุญแล้วอย่าลืมเอาน้ำมนต์กลับบ้าน เพื่อมาล้างหน้าตอนเช้า ทำให้สิ่งร้ายๆ ออกไป มีแต่สิ่งดีๆ เข้ามา ถ้าให้ดีก็ให้ถวายสังฆทาน ปัจจัยสี่ เพื่อความอยู่ดีมีสุข ขอให้โชคดีกันทุกคน ราศีดวงดีอันดับ 7 ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ – 13 มีนาคม) เริ่มมีความกระตือรือร้นกลับมาอีกครั้ง ปีนี้ได้ “ไพ่พิเภก” และ “ไพ่เดอะเมจิกเชียน” มักมีแนวคิดแหวกแนวกว่าคนอื่น โครงการที่ไม่เคยทำก็อยากลองทำ ทำอะไรที่ตนเองถนัด คุณจะได้รับรู้ถึงพรสวรรค์ของตัวเอง การทำงานมีช่องทางใหม่ๆ ให้เลือก บางทีได้ชิมลางกับงานที่ไม่เคยทำ อย่าไปกลัวคุณทำได้อยู่แล้ว ในช่วงกลางปี ให้ระวังความป๋ำเป๋อหรือกังวลจะทำให้งานผิดพลาด ยิ่งถ้าเป็นงานที่ต้องคำนวณ งานตัวเลข คงต้องรอบคอบมากขึ้น เรื่องการเงิน เงินทอง กระเป๋าแบนตลอด หยิบอะไรคิดอะไรเป็นต้องลงทุน ปีนี้ค่าใช้จ่ายอะไรก็ประดังเข้ามา ทำให้หมุนกันตัวเป็นเกลียว ความรักสำหรับคนโสด สดใสมาก ได้พบรักโดยบังเอิญ แบบบุพเพอาละวาดทำนองนั้น แต่ถ้ามีคู่รักอยู่แล้ว ก็ต้องระวังมือที่สาม เอาใจกันให้ดี คำแนะนำ : สำหรับชาวราศีกุมภ์ ควรเสริมมงคลชีวิตด้วยการบริจาคทรัพย์สร้างหอธรรม หอคัมภีร์ หนังสือสวดมนต์ หนังสือธรรมะ จะช่วยเพิ่มพูนสติปัญญา มีเกียรติยศชื่อเสียง มีปัญหาก็สามารถมองเห็นทางออก ราศีดวงดีอันดับ 6 ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน) ปีนี้ต้นร้ายปลายดี ช่วงต้นปีมีแต่เรื่องทะเลาะเบาะแว้ง เห็นอะไรเป็นขวางหูขวางตา ไม่ได้ดั่งใจสักอย่าง ถ้าคุณไม่ไปหาเรื่องเขา ก็มีคนมาหาเรื่องคุณ สุดท้ายก็เป็นเรื่องจนได้ ก็สงบจิตสงบใจหน่อย จะได้ไม่เกิดปัญหา คุณที่อยากเปลี่ยนงาน สมัครงานทิ้งไว้ ปลายปีนี้มีข่าวดีแน่นอน การเงิน “ไพ่นางสีดา” และ “ไพ่ 9 เหรียญ” ปีนี้เก็บออมเป็นเลิศ ใครอย่ามาหวังแอ้มได้เงินจากคุณเลย ยากมากๆ แต่ก็จะมีเรื่องต้องเสียเงินแบบที่ปฏิเสธไม่ได้ เป็นเรื่องฉุกเฉิน ปลายปีถึงจะมีลาภ ความรักมีปากเสียงกันตลอด คงต้องลดทิฐิลงมากันคนละครึ่งทาง คนโสดมีกามเทพมาแผลงศรให้ได้คู่ คำแนะนำ : ชาวราศีพฤษภ ควรทำบุญเสริมมงคลให้กับโรงพยาบาลหรือคนเจ็บป่วย จะทำให้คุณชนะเรื่องร้ายต่างๆ ที่ประดังเข้ามาได้อย่างง่ายดาย เคราะห์ที่มีก็จะเบาบางลง ราศีดวงดีอันดับ 5 ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน – 14 ธันวาคม) ปีนี้จะนุ่มนวล อ่อนโยนกับเขาบ้างแล้ว เพราะได้รับอิทธิพลจาก “ไพ่จักรพรรดินี” และ “ไพ่ดิเอ็มเพรส” อ่อนไหวง่าย ขี้สงสาร การทำงานถึงแม้ว่าจะไม่ได้คล่องแคล่วว่องไวอย่างใจคิด แต่ก็ไปช้าๆ แบบมั่นคง ปีนี้คำพูด การเจรจา ไพเราะเสนาะหู มีเสน่ห์ ต่อรองอะไรก็สำเร็จผล ปลายปีได้เพื่อนคู่คิด ช่วยกันทำงาน ครอบครัวเป็นแรงหนุน เงินทองเริ่มรู้จักเก็บรู้จักใช้มากขึ้น คิดจะวางแผนลงทุนก็ทำได้ดี เข้าหาเพศตรงข้ามจะได้ลาภจากการเสน่หา ถึงแม้เงินจะได้มาช้ากว่าที่คิด แต่ได้แน่ๆ ไม่ต้องห่วง ความรักหวานโรแมนติก เอาใจใส่กันเป็นอย่างดี ใครที่กำลังคิดสร้างครอบครัว อยากมีบุตรจะมีข่าวดี คนโสดคงได้คนรอบข้างช่วยกันแนะนำ คำแนะนำ : ถ้ามีโอกาสควรหาเวลาเสริมมงคลให้ตัวเอง ด้วยการบริจาคเงินให้กับเด็กกำพร้า เด็กยากจน เด็กพิการซ้ำซ้อน ก็จะช่วยเสริมพลังชีวิต ให้มีบริวาร มีบุตรหลาน เป็นที่พึ่งพาอาศัยได้ ราศีดวงดีอันดับ 4 ราศีมังกร (14 มกราคม – 13 กุมภาพันธ์) หัวสมองโลดแล่นอยุ่นิ่งไม่ได้เลย อยากหยิบนั่นจับนี่ โครงการในหัวทะลักทลาย แต่สุดท้ายก็ทำได้ทุกอย่าง ปฏิภาณไหวพริบเป็นเลิศ การทำงานมีหลายๆ งานที่คุณต้องรับผิดชอบ รวมถึงงานใหม่ งานเสริมด้วย เป็นปีที่อยากลอง อยากทำทุกอย่าง ช่วงปลายปีมีความก้าวหน้าที่ดี ได้พบปะเจรจากับคนสำคัญ ซึ่งมีแนวทางใหม่ๆ หรือได้รับการสนับสนุนในเรื่องของเงินทอง ปีนี้ได้ “ไพ่พระลักษมี” และ “ไพ่ราชินีแห่งเหรียญ” มีข่าวสารที่ช่วยในการตัดสินใจ ทีนี้ใครที่ชอบเสี่ยง ชอบลุ้นสบายใจได้ เล่นหุ้นได้ผลกำไรดี ความรักมักจะมีรูปแบบแปลกใหม่เข้ามาเสมอ มีสีสันพอสมควร คนโสดคงจะมีเด็กกว่ามาจีบหรืออายุมากกว่าไปเลย ปีนี้เบิกบานใจ ส่วนคนที่มีคู่อยู่แล้ว ก็คงจะเจ้าชู้ แอบมีกิ๊กเพิ่ม คำแนะนำ : สำหรับชาวราศีมังกร ควรไปไหว้เทพจ้าไฉ่ซิงเอี้ยเป็นประจำทุกปี เพื่อขอพระเสริมโชคลาภด้วยการลูบถุงเงินเทพเจ้าฯ มาใส่ในกระเป๋าเงินของเรา สามารถไปไหว้ได้ที่วัดมังกรกมลาวาส(เล่งเน่ยยี่) กรุงเทพฯ , วัดจีนประชาสโมสร (วัดเล่งฮกยี่) จ.ฉะเชิงเทรา , วัดมังกรบุปผาราม (วัดเล่งฮัวยี่) จ.จันทบุรี , ไหว้ศาลเจ้าแม่ทับทิม ศาลที่มีชื่อเสียงในย่านพาหุรัด ให้ตัวเรามีแต่ความสุขความสำเร็จ มีโชคลาภ เจริญรุ่งเรือง ราศีดวงดีอันดับ 3 ราศีเมถุน (15 มิถุนายน – 15 กรกฎาคม) ปีนี้นับเป็นช่วงทองของชาวราศีเมถุนเลยทีเดียว  “ไพ่พระตรีมูรติ” และ “ไพ่ราชาแห่งเหรียญ” เงินทองไหลมาเทมา หยิบจับอะไรก็ขึ้น เป็นเงินเป็นทองไปทุกเรื่อง ถ้ากำลังมีโครงการในใจ ให้รีบสานต่อให้เสร็จ เหมาะในการเสี่ยงการลงทุน เล่นหุ้นได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ปลายปีมีลาภฟลุ้คๆ คนที่เคยชวยเหลือจะกลับมาตอบแทน เดินทางไกลดีมีโชคลาภ การทำงานสบายมาก ไม่ว่างานเล็กงานใหญ่ ถ้าได้ผ่านมือคุณทุกอย่างไม่มีปัญหา ได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชา กลางปีมีข่าวดีเกี่ยวกับงาน มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งดีขึ้น ความรักเฮฮา ปาร์ตี้ ได้เพื่อนใหม่ คนโสดได้ปิ๊งแน่ ช่วงนี้ลุกขึ้นมาแต่งตัวนิดหน่อยก็เสน่ห์แรงแล้ว ส่วนที่มีคู่ได้สวีทให้ชื่นใจ คำแนะนำ : ชาวราศีเมถุน ควรทำบุญเสริมมงคลด้วยการบริจาคโลหิต หรือบริจาคเงินให้กับสภากาชาด ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ จะช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน เสริมพลังชีวิตให้กับตัวคุณได้เป็นอย่างดี ราศีดวงดีอันดับ 2 ราศีมีน (14 มีนาคม – 14 เมษายน) เริ่มโตเป็นผู้ใหญ่ มีความคิดความอ่าน รอบคอบมากขึ้น เรื่องวุ่นวายเลยจางหายไป ปีนี้ได้ “ไพ่หนุมานครองเมือง” “ไพ่ 4 คฑา” การทำงานมีความสามัคคีช่วยเหลือเกื้อกูลกันดี มีผลงานเป็นที่น่าพอใจของผู้ใหญ่ และดูเหมือนคุณจะใกล้ชิดกับผู้บังคับบัญชามากขึ้น รู้จักนอบน้อม ทำตัวให้เป็น จะก้าวหน้ามากๆ งานที่ปรึกษา กฎหมาย วิชาชีพอิสระมีความสำเร็จ การเงิน เงินทองช่วงต้นๆ จะโชคดีมาก มีลาภวิ่งเข้ามาหา หรือคิดลงทุนก็ประสบความสำเร็จ ไม่ขัดสนแน่ปีนี้ เป็นจังหวะที่เหมาะในการเริ่มต้น ความรักหมั่นดูแลถนอมรักกันตลอด อบอุ่น มีกำลังใจที่ดี คนโสดในปีนี้สะดุดรักจังเบอเร่อ แต่ห้ามรีบร้อน ศึกษาดูใจกันให้ดี แล้วจะได้รักที่ยืนยาวมั่นคง คำแนะนำ : สำหรับชาวราศีมีน หาเวลาทำบุญเกี่ยวกับการสร้างถาวรวัตถุต่างๆ เช่น หอระฆัง เจดีย์ โบสถ์วิหาร หมายถึงความมั่นคงในชีวิต จะช่วยให้ประสบความสำเร็จ และมีชีวิตที่มั่นคงเจริญรุ่งเรือง ราศีดวงดีอันดับ 1 ราศีกันย์ (16 กันยายน – 16 ตุลาคม) ปีนี้ได้ “ไพ่เสนาวานร” และ “ไพ่เดอะสตาร์” ยังคงส่องแสงระยิบระยับ หันไปทางไหนก็เจอแต่แสงสว่าง ไปได้ทุกที่ หยิบจับงานได้ทุกงาน การทำงานก้าวหน้า มีผลงานเป็นที่ยอมรับ ผู้บังคับบัญชากำลังเทคะแนนให้อย่างแรง ถ้าคุณมีไอเดียเจ๋งๆ ไม่ต้องเก็บไว้ แสดงความคิดเห็นได้เต็มที่ ช่วงนี้ทางสะดวก ช่วงกลางปีคนใกล้ชิด ครอบครัวจะคอยสนับสนุน เป็นแรงเชียร์ได้เป็นอย่างดี เงินทองจะไปไหนเสีย งานดี เงินก็ดีตามไปด้วย สิ่งที่คาดหวังอยากได้ จะได้ในช่วงนี้ ต้นปีการเสี่ยงลุ้น มีโอกาสสูง ความรักก้าวไกลกว่าคู่ไหนๆ จูงมือกันวิวาห์ มีฤกษ์งามดี คนโสด ก็คงได้คู่กันก็คราวนี้ มีความสุขกันทั่วหน้า คำแนะนำ : สำหรับชาวราศีกันย์ ควรทำบุญเกี่ยวกับการบริจาคน้ำ การร่วมสร้างแท็งก์น้ำ อ่างเก็บน้ำ เขื่อนกั้นน้ำต่างๆ การบริจาคน้ำดื่ม เครื่องกรองน้ำให้กับโรงเรียนยากจน น้ำหมายถึงโชคลาภ และความสดชื่น แจ่มใส รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com บทความนี้ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ได้บนเว็บไซต์ Horoscope.mthai.com เท่านั้น

เศร้า! อดุลย์ ดุลยรัตน์ นักแสดงอาวุโส เสียชีวิต ด้วยอาการปอดติดเชื้อ
อดุลย์ ดุลยรันต์ เสียชีวิต

สิ้นนักแสดงอาวุโสเจ้าของฉายาพระเอกแก้มสีชมพู อดุลย์ ดุลยรัตน์ ด้วยวัย 84 ปี หลังเจ้าตัวมีอาการโรคเบาหวานกำเริบฉุกเฉิน และปอดติดเชื้อรุนแรง พักรักษาตัวในห้องไอซียู ที่โรงพยาบาลภูมิพล ตั้งแต่ช่วงต้นเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ล่าสุดทางผู้จัดละครชื่อดัง จ๋า ยศสินี ได้โพสต์ไว้อาลัย และแสดงความเสียใจกับทางครอบครัว ดุลยรัตน์ มาดังนี้ "ขอให้ลุงดุลย์หลับให้สบายนะคะ ขอบคุณที่ในช่วงหนึ่งของชีวิต ลุงดุลย์เมตตาและสั่งสอนหนูมากมาย เสียงของลุงดุลย์เวลาสอนหรือเวลากำกับหนูยังจำได้ไม่ลืม ในวงการนี้หาคนใจดีอย่างลุงดุลย์ของหนูยากมากเหลือเกิน... หนูรักและระลึกถึงลุงดุลย์เสมอ คุณลุง คุณครูและผู้กำกับของหนูค่ะ ขอแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียไปยังครอบครัวของลุงดุลย์ อดุลย์ ดุลยรัตน์จากหัวใจค่ะ" นอกจากนั้นก็ยังมีเหล่าศิลปิน-ดาราท่านอื่นๆ ทยอยโพสต์โซเชียลแสดงความอาลัยกันอย่างต่อเนื่อง ทางทีมข่าว Gossipstar.mthai.com ต้องขอแสดงความเสียใจกับทางครอบครัวของ คุณอดุลย์ ดุลยรัตน์ มา ณ โอกาสนี้ อดุลย์ ดุลยรัตน์

Bugatti Chiron หล่อแรงตั้งแต่กำเนิด
Alure car /  Bugatti Chiron / 

Bugatti Chiron หล่อแรงตั้งแต่กำเนิด  ค่ายนี้จะสร้างรถรุ่นไหน? ออกมา บอกเลยว่า “สวย แรง โหด” แน่ๆ ซึ่งทางต้นสังกัดอย่าง Bugatti เคยฝากผลงานระดับท็อปไว้ด้วยการใช้เครื่องยนต์ W16 เอาไว้ ซึ่งคำย่ออย่าง W16 ก็มาจากการเอาเครื่องยนต์ V8 สองเครื่องมารวมกันบนเพลาข้อเหวี่ยงเดียว ซึ่งครั้งนี้ก็ยังใช้เครื่องยนต์ “สุดจี๊ด” อย่าง W16 เช่นเดิม โดยใช้รุ่นเป็น  Bugatti Chiron  โดดเด่นด้วยกระจังหน้าที่มีรูดูดอากาศแนวโค้ง แปะโลโก้ตัวอักษร Bugatti บนพื้นวงรีสีแดงสด ไฟหน้ายกมาแบบ “สว่างสุดๆ” ด้วยการยกเอาหลอดแบบ LED ชนิด Full System มาใช้ มันลดความร้อนในเวลาการเปิดใช้และสว่างกว่าหลอดธรรมดาหลายเท่าตัว ฝากระโปรงทรงสามเหลี่ยมเป็นพื้นที่ของห้องเก็บสัมภาระ โดยเครื่องยนต์วางอยู่ด้านหลังรถ   สวย แรง โหด สมกับเป็น Bugatti รูปแบบของตัวรถนั้นเป็นสปอร์ต 2 ประตู ตัวหลังคาเป็นแบบหลังคาแข็ง แฝงลูกเล่นการออกแบบเรื่องอากาศพลศาสตร์ไว้ด้วยการใช้สันคล้ายแพนหางดิ่งของเครื่องบิน ทั้งนี้ก็เพื่อช่วยเพิ่มความนิ่งเสถียรเกาะถนนเวลาอยู่บนความเร็วสูงๆ นอกจากนั้นยังใช้แนวสันบนหลังคาโค้งต่อไปยังด้านหลังรถ โดยจะมีเสาโค้งรับออกมาเพื่อจัดการมวลลมให้พัดผ่านไปด้านหลังรถให้เร็วและเป็นระเบียบ ก่อนจะมีสปอยเลอร์หลังที่จะกระดกขึ้นมาโดยอัตโนมัติตามความเร็ว ใช้ซุ้มล้อหลังแบบตัว “C” โค้งตั้งแต่ขอบหลังคาจนมาถึงด้านล่างของบอดี้รถ เว้าช่องกดมวลลมให้ถูกดูดผ่านออกไปตามร่องที่จัดรอเอาไว้ เพื่อสะกดรถให้นิ่งที่สุด จุดเติมน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่หลังคนขับ ใช้ฝาครอบชั้นนอกทรงกลม เมื่อเปิดออกจึงจะเห็นฝาชั้นใน กระจกมองข้างมีก้านยื่นออกไปเล็กน้อย ใช้บานกระจกทรงสามเหลี่ยมและเสริมไฟเลี้ยวแบบ LED แทรกอยู่บนโคมกระจกมองข้างอีกด้วย นอกจากนั้นยังประดับขอบ “C” ที่ซุ้มล้อหลังด้วยสเตนเลสเพิ่มความเงางาม ร่องข้างซุ้มล้อนอกจากจะสะกดรถให้นิ่งแล้วยังมีหม้อน้ำอยู่ด้านในอีกด้วย เมื่ออากาศจำนวนมากถูกดูดเข้ามาในพื้นที่อันจำกัด กระแสลมจะเพิ่มความแรงขึ้นและช่วยพัดระบายความร้อนของหม้อน้ำ ชุดไฟท้ายมาแบบเรียบง่ายโดยใช้เส้นตรงเส้นเดียวแล้วเลือกหลอดไฟแบบ LED เข้าประจำการ นอกจากจะสวยสะกดทุกสายตาแล้ว ยังเพิ่มความปลอดภัยได้มากกว่าหลอดแบบเดิมอีกด้วย โดยไฟเลี้ยวจะเป็นเส้นเล็กๆซ่อนอยู่ทางด้านล่างของไฟท้าย และไฟเบรคก็ใช้การออกแบบเช่นเดียวกัน แต่จะถูกวางอยู่ด้านบนไฟท้ายเท่านั้นเอง ความลับของรถที่ใช้เครื่อง W16 ก็คือการมาด้วยขนาดความจุ 8 ลิตร หรือ 8,000 ซีซี. ลองคิดดูง่ายๆ นะครับว่า เครื่องยนต์เบนซิน 2,500 ซีซี. กระตุ้นอะดีนารีนได้มากขนาดไหน? พอมาเป็นเครื่องขนาด 8,000 มันเกินจะบรรยายได้ มันไม่เหมาะกับนักขับมือใหม่ หรือพวกไร้ทักษะในการขับขี่ เพราะมีแรงม้าอยู่ถึง 1,500 ตัว และแรงบิดสูงสุด 1,600 นิวตัน-เมตร สร้างความเร็วได้มากกว่า 420 กิโลเมตร / ชั่วโมง “ย้ำๆ” นะครับว่า มันไปถึงได้ในพริบตาเท่านั้น ตัวรถใช้ยางหน้า ขนาด 285 / 30 R 20นิ้ว และยางหลัง 355 / 25 R 21นิ้ว ซึ่งแน่นอนว่ายางแบบนี้ ขนาดแบบนี้ ต้องเป็นการผลิตที่พิเศษ มันไม่ใช่ยางที่รถสปอร์ตทั่วๆไปจะใช้ เพราะนี่คือยางที่ Bugatti เลือกใช้เท่านั้น! การตกแต่งภายในห้องโดยสาร เน้นสีน้ำตาลอ่อนๆ กับชิ้นส่วนที่โชว์สีอลูมิเนียม ตัวรถไม่มีคลัทช์เพราะมีระบบเปลี่ยนเกียร์แบบเดียวกับรถแข่ง F1 บนแผงหน้าปัดเรือนไมล์แบบดิจิตอล ในส่วนของความเร็ว “ไม่เชื่อ ก็เชื่อไว้เลยนะว่า” Bugatti ให้หลักความเร็วท้ายที่สุดของรถรุ่นนี้ที่ 500 กิโลเมตร / ชั่วโมง ด้านซ้ายบนแผงหน้าปัดเป็นการรายงานเรื่องรอบเครื่องยนต์และปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงอุณหภูมิของน้ำมันเครื่อง และด้านขวาสุดเป็นหน้าจอดิจิตอลรายงานในระบบ GPS ทั้งหมดที่ใช้ในการสั่งการสามารถทำได้บนพวงมาลัยแค่ใช้ปลายนิ้วเท่านั้น นอกจากนั้นยังมีการปรับเครื่องปรับอากาศและที่นั่งรวมถึงไฟฉุกเฉินทางด้านขวามือเหมือนคันเกียร์ ซึ่งคันเกียร์ก็เอาไว้เผื่อใครที่เบื่อการเปลี่ยนเกียร์ด้วยปลายนิ้วมาเป็นการสับเกียร์แบบคลาสสิก กุญแจใช้สลักพิเศษและเป็นแบบกดกระเด้ง ตัวกุญแจเวลาที่ไม่ใช้งานจะเป็นเหมือนกล่องมลๆ เท่านั้น ในห้องโดยสารยังแยกกันอย่างชัดเจนระหว่างผู้ขับและผู้โดยสาร โดยและนี่ก็คือรถที่สร้างความมหัศจรรย์ได้ทุกครั้งที่ขับขี่ เพราะนี่คือ Bugatti Chiron เรียบเรียงโดย A'Lure Magazine bugatti.com/chiron/ ติดตามเพิ่มเติมได้ใน A’Lure Magazine Vol.69

เจ๋ง!! สายป่าน กำกับหนังสั้น เตือนสติคนใช้ GPS นำทาง
ข่าว สายป่าน อภิญญา /  สายป่าน กำกับหนัง / 

     เจ๋งสุดๆ นักแสดงสาวร่างเล็ก สายป่าน อภิญญา แท็คมือ ก่อ ชาคร ไชยปรีชา กำกับหนังสั้น "โปรดระวังเขตอันตรายข้างหน้าฯ" ของ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ(สพฉ.) และ BIOSCOPE เพื่อเตือนสังคมว่าในยามเจ็บป่วยฉุกเฉินให้นึกถึงเบอร์โทรสายด่วน 1669 เป็นลำดับแรก!! โดยหนังสั้นเรื่องนี้เป็นการเล่าเรื่องผ่านกล้องหน้ารถตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งเขียนบทโดย จิรัศยา วงศ์สุทิน และ ทศพร เหรียญทอง(ฝากไว้..ในกายเธอ) ว่าด้วยเรื่องของสองสาวที่ขับรถมุ่งหน้าไปด้วยกัน แต่พวกเธอขับเข้ารกเข้าพงไปเรื่อยๆ ตามคำแนะนำของ GPS ซึ่งพาเธอไปเจอกับเรื่องไม่คาดคิดเป็นการร่วมมือกัน... ด้านผกก.สาวสายป่านได้เปิดใจเกี่ยวกับการนั่งแท่นกำกับหนังในครั้งนี้ว่า      "อย่างที่เราเห็นข่าวกันบ่อยๆ นะคะ ว่าเราใช้กูเกิลแม็พ ใช้ GPS ใช้เนวิเกเตอร์ทั้งหลายแหล่ในการนำทางไปไหนมาไหนค่อนข้างเยอะ แล้วเราจะเห็น ข่าวอยู่บ่อยๆ ว่ามีคนที่ตาม GPS ไปแล้วก็ไปโผล่กลางทุ่งข้าวโพดบ้าง คือมันไปไม่ได้ แต่ก็ยังไปกันเนอะ คือเชื่อเทคโนโลยีมากกว่าสายตาของตัวเอง ป่านเชื่อว่าคนจะมี เซนส์กันอยู่แล้วว่าข้างหน้าจะอันตรายหรือไม่อันตราย เพียงแต่ว่าตอนนี้พอเทคโนโลยี มันอำนวยความสะดวกขึ้น เราอาจจะเชื่อเซนส์ของตัวเองน้อยลง คือเราไม่ได้จะมาโทษเทคโนโลยีฝ่ายเดียว แต่เรามาทำตรงนี้เพื่อเน้นย้ำว่าเซนส์ของเรามันก็สำคัญเหมือนกันเนอะ แล้วก็แน่นอนที่สุดคือมันเป็นเรื่องของการเดินทาง เป็นเรื่องของเพื่อนร่วมทาง เรื่องของชีวิตที่นำมาเดิมพัน แล้วถ้าเกิดอะไรไม่คาดคิดขึ้นมา เราควรจะนึกถึงใครเป็นอันดับแรก"      "การทำงานแบบความกดดันน้อยๆ มันสนุกมากๆ นะ(หัวเราะ) และทีมงานน่ารักมันมำให้เราเครียดและเกร็งน้อยลง สนุกค่ะ ส่วนตัวแฮปปี้มากยิ่งมีพี่ก่อด้วยยิ่งสบายใจขึ้น เอาจริงสำหรับป่านถือว่าใหม่มากๆ แต่พอหันหน้าไป เจอพี่ก่อมันก็ช่วยทำให้เราสบายใจขึ้นเยอะ" สายป่าน กล่าว      สำหรับหนังสั้นเรื่อง "โปรดระวังเขตอันตรายข้างหน้า โปรดระวังเขตอันตรายข้างหน้า โปรดระวังเขต อันตรายข้างหน้า" จะฉายออนไลน์ และ กลางแปลง ตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค. เป็นต้นไป ติดตามรายละเอียดได้ที่ แฟนเพจเฟซบุ๊ค BIOSCOPE Magazine ขอขอบคุณ ภาพประกอบจากอินสตาแกรม @apinnya   สายป่าน กำกับหนังสั้น   สายป่าน กำกับหนังสั้น   สายป่าน กำกับหนังสั้น   สายป่าน กำกับหนังสั้น   สายป่าน กำกับหนังสั้น  

เปิดรถปลื้ม-ณัชคุณ จากค่าย Kamikaze
Kamikaze Next /  คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน / 

หนุ่มปลื้ม-ณัชคุณ นุตตานนท์ ที่สาวๆ เป็นปลื้มจากโปรเจกต์ Kamikaze Next เฟรชชี่คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ม.ธรรมศาสตร์ กับรถคู่ใจสีแดงจี๊ดจ๊าดรับกับเจ้าของหนุ่มหล่อสุดๆ เปิดรถปลื้ม-ณัชคุณ จากค่าย Kamikaze รถคันแรกจากคุณแม่สุดเลิฟ คันนี้มาสด้าสองสีแดง เป็นรถที่ได้จากคุณแม่ จริงๆ แล้วปลื้มเป็นเด็กชลบุรีมาอยู่กรุงเทพฯ ครับ พอเข้ามหา’ลัยก็ย้ายไปอยู่แถวรังสิตและทำงานที่นี่ เราต้องเดินทางไกล คุณแม่เลยซื้อรถให้เป็นเซอร์ไพร์สวันเกิดครับ คุณแม่ทำทีเป็นชวนไปออฟฟิศด้วยกัน แต่กลับพาไปที่โชว์รูมรถแทน ผมก็แอบทำตัวไม่ถูกแต่ก็แอบดีใจ คุณแม่เป็นคนสอนขับให้เลย คือเขาจะให้ขับออกถนนใหญ่แล้วจะบอกว่าให้ระวังตรงไหนบ้าง แม่ชอบบ่นว่า อย่าขับเร็ว แต่แม่ก็ใจดีครับ กล้องติดรถที่ขาดไม่ได้ ที่ติดรถขาดไม่ได้ ก็จะมีกล้องติดรถ แม่ซื้อให้ทุกคันในบ้านใช้หมดเลย มันช่วยเป็นหลักฐานตอนเกิดอุบัติเหตุได้ แล้วก็มีเสื้อผ้ากับรองเท้า เผื่อมีเหตุฉุกเฉินต้องถ่ายรูป ก็จะเปลี่ยนได้เลย เทรนด์การขับรถในกรุงเทพฯ ตอนขับรถจะมีบ้างเวลาที่มีรถมาแซง ผมก็แค่ด่าอยู่ในรถ 55 ไม่ลงไปแน่นอน แล้วก็ไม่เคยบีบแตรใส่รถคันอื่นเลย ก็อยากจะให้ค่อยๆ ขับกันแบบใจเย็นนะครับ เพราะในกรุงเทพฯ รถมันแน่นมาก แก็งเพื่อนในมอชอบนั่งรถปลื้ม รถคันนี้เพื่อนปลื้มจะขึ้นมานั่ง 5-6 คนเลย เวลาไปเรียนก็ไปรับเพื่อนระหว่างทาง กินข้าวแถวมอบ้าง แล้วว่างๆ ก็ขับรถไปเล่นๆ ที่อยุธยาครับ ไปเที่ยวเล่นถ่ายรูปกัน เพราะมันใกล้ๆ มอเลย ไปครึ่งชั่วโมงก็ถึง แล้วตอนนี้ผมก็มีแผนจะไปหัวหินกับเพื่อนๆ ด้วยครับ นาอึน A pink สาวเซ็กซี่ในฝัน สาวๆ ไม่มี มีแต่เพื่อนครับ แต่สเปกผมชอบคนตัวเล็ก น่ารัก เรียบร้อย แอ๊บแบ๊ว หมวยๆ แต่ถ้าเป็นตุ๊กตาหน้ารถในฝัน ขอวงเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลี A pink ทั้งวงเลย 55 แต่ที่พิเศษหน่อยก็เป็นนาอึนครับ ติดตามคอลัมน์ Open Car ได้ที่นิตยสาร Campus star No.35 Facebook : www.facebook.com/campus star

หมอฉุกเฉิน!!! เจี๊ยบ ลลนา หมอนางฟ้าช่วยแฟนคลับขาเจ็บ(มีคลิป)
ข่าว เจี๊ยบ ลลนา /  คลิป เจี๊ยบ ลลนา / 

นอกจากหน้าตาจะดีแล้วจิตใจยังงดงามอีกต่างหากสำหรับ เจี๊ยบ ลลนา หรือ หมอเจี๊ยบคนสวย ที่ต้องสวมบทหมอฉุกเฉินจำเป็น(นอกเครื่องแบบ) เมื่อเห็นแฟนคลับขาเจ็บรีบปรี่เข้าช่วยโดยไม่ถือตัว!!! โดยเรื่องราวดีๆ สุดประทับใจนี้ถูกเปิดเผยผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวของแฟนคลับรายหนึ่งของ เจี๊ยบ ลลนา ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย เมื่อเห็นแฟนคลับสาวรายหนึ่งประสบอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้า เจี๊ยบ ลลนา ก็เลยสวมสัญชาตญาณการเป็นคุณหมอนอกเครื่องแบบรีบปรี่ตรงเข้าช่วยแฟนคลับขาเจ็บ พร้อมกับช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น ทั้งจับเท้าแฟนคลับและพูดคุยอย่างสนิทสนมโดยไม่ถือตัวว่าเป็นดารานักแสดงแต่อย่างใด ซึ่งแฟนคลับเจ้าของอินสตาแกรมที่อยู่ในเหตุการณ์ได้โพสต์ภาพและคลิปแห่งความประทับใจพร้อมแคปชั่นสุดปลื้มปริ่มว่า “หมอฉุกเฉินทุกสถานการณ์จริงๆ พี่งามทั้งหน้าตาและจิตใจจริงๆ สิ่งแรกที่หนูเห็นคือ พี่วิ่งมาหาแฟนคลับที่กำลังเจ็บเท้า วิ่งมาดูอาการของแฟนคลับ พี่เป็นหมอนางฟ้าจริงๆ รักมากนะคะ” ซึ่งก่อนหน้านี้ เจี๊ยบ ลลนา ได้เคยช่วยแฟนคลับรายหนึ่งขณะเป็นลมหน้ามืดมาแล้ว คราวนี้ได้ช่วยแฟนคลับขาเจ็บแบบฉุกเฉินอีกครั้ง น้ำใจงามเยี่ยงนี้...สมกับเป็นหมอนางฟ้าของบรรดาแฟนคลับจริงๆ เลยจ้า ภาพจาก Instagram nulekey, jeab_lalana, jeabclubja เจี๊ยบ ลลนา เจี๊ยบ ลลนา เจี๊ยบ ลลนา เจี๊ยบ ลลนา เจี๊ยบ ลลนา เจี๊ยบ ลลนา

แฟนญี่ปุ่นย้ำ!! เจอไทยต้องชนะเท่านั้น จากคอมเม้นท์แฟนวอลเลย์บอลญี่ปุ่น vs ไทย
ทีมชาติญี่ปุ่น /  ทีมชาติไทย / 

รวมคอมเม้นท์ แฟนวอลเลย์บอลญี่ปุ่น ก่อนเกมพบกับ ทีมชาติไทย ในศึก FIVB เวิลด์ กรังปรีซ์ 2016 รอบคัดเลือก สัปดาห์ที่ 3 ที่เกียวโต ร่วมลุ้นร่วมเชียร์ และเป็นกำลังใจให้กับนักตบสาว วอลเลย์บอลทีมชาติไทย คว้าชัยเหนือญี่ปุ่นให้ได้ในเกมนี้!! ข่าวจากเพจญี่ปุ่น FIVBワールドグランプリ2016予選ラウンド第3週京都大会の開幕を翌日に控えた6月23日(金)、全日本女子チーム・火の鳥NIPPONの選手たちが会場の島津アリーナ京都にて練習を行いました。 FIVB เวิร์ลกรังปรีส์ 2016 รอบคัดเลือกสัปดาห์ที่ 3 ที่เกียวโตแถลงข่าววันที่ 23 มิถุนายน และจะเริ่มแข่งขันในวันถัดไป ผู้เล่นทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติญี่ปุ่น จะเริ่มซ้อมที่สนามชิมัดซึ อารินา เกียวโต 火の鳥NIPPONの選手として初めて公式戦に臨む井上愛里沙選手(WS/筑波大学3年)は練習後、「全日本メンバーとして初めての日本国内での国 際大会を、地元・京都で戦うことができる。応援してくださる方々に少しでもいいところを見せられるように頑張りたい」と決意を口にしました。 หลังจากการฝึกซ้อมครั้งแรกของอะริซะ อิโนอิ ที่จะได้เล่นในเกมที่เป็นทางการ (ผู้เล่นของมหาวิทยาลัยซึกูบะ 3 ปี) ได้เล่นในนามทีมชาติญี่ปุ่น กล่าวว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่จะได้เล่นในระดับนานาชาติในกรุงเกียวโตในนามผู้เล่นทีม ชาติญี่ปุ่น ฉันต้องการที่จะทำงานอย่างหนักเพื่อจะตอบแทนคนที่นี่ที่ช่วยสนับสนุนฉันมา ตลอด” また、迫田さおり選手(WS/東レアローズ)は「オリンピックのメンバーを決める大切な試合。委縮せず自分らしさを忘れずにやりたい」と意気込みを語りました。 นอกจากนี้ ซาโอริ ซาโกดะ (ผู้เล่นโทเรย์ แอโรว์) กล่าวว่า “มันเป็นสิ่งสำคัญในการที่จะกำหนดตัวผู้เล่นเพื่อไปเล่นในโอลิมปิกฉันต้อง ทำให้เต็มที่โดยไม่ลืมหน้าที่ของตัวเอง” เธอกล่าวอย่างกระตือรือร้น 火の鳥NIPPONは明日24日(金)18:50よりタイ、25日(土)17:50よりセルビア、そして26日(日)17:50よりロシアと対戦します。本大会も、火の鳥NIPPONへの熱いご声援をお願いいたします!!! ทีมญี่ปุ่นจะลงแข่งขันในวันพรุ่งนี้ วันศุกร์ที่ 24 เวลา 18.50 น. พบกับทีมชาติไทย วันเสาร์ที่ 25 เวลา 17.50 น. พบกับทีมชาติเซอร์เบีย และวันอาทิตย์ที่ 26 พบกับทีมชาติรัสเซีย เวลา 17.50 น. สำหรับทัวร์นาเม้นท์นี้ ได้โปรดมาช่วยกันเชียร์ทีมชาติญี่ปุ่นกันให้มากๆ คอมเม้นท์แฟนวอลเลย์บอลญี่ปุ่นก่อนเกมการแข่งขัน 松尾厚志 サオリンが今週も欠場…、ある意味“非常事態”やね❗(# ̄З ̄) けど出場する選手に頑張ってもらうしかない❗ 土曜日はアリーナ席のチケット入手しています❗応援に行きます❗\(^_^)/ ซาโอริไม่ได้ลงในสัปดาห์นี้ … พวกเราไม่มีทางเลือกแต่ก็ต้องทำงานอย่างหนักกับผู้เล่นที่มีอยู่ในกรณี ฉุกเฉินนี้ … วันเสาร์นี้ฉันจะไปเชียร์พวกคุณที่ขอบสนามเลย 松尾厚志 京都で女子の国際試合が開催されるのは約25年ぶりです❗試合会場の島津アリーナ京都(京都府立体育館)は、数年前にリニューアルされました。昔のオンボロ体育館のイメージのある方、少しは“まとも”な体育館になってますよ การแข่งขันระดับนานาชาตินี้ถูกจัดขึ้นในรอบ 25 ปีเลยทีเดียว โดยแข่งขันที่สนามชิมัดซึ กรุงเกียวโต ซึ่งถูกปรับปรุงใหม่เมื่อไม่กี่ปีมานี้ … ภาพลักษณ์เป็นโรงยิมเก่าๆ ชำรุดทรุดโทรม … ปรับปรุงใหม่กลายเป็นโรงยิมที่ดีได้ ที่มา : http://www.thaiwinds.com

จับผิด 10 โรค ที่มีผลต่อ การเคลื่อนไหว ในระยะยาว
กระดูก /  กระดูกและข้อ / 

ร่างกายของคนเรานั้นต้องเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการยืน เดิน นั่ง หรือแม้แต่การนอน โดยปกติ การเคลื่อนไหว ของร่างกายมีอยู่ 3 ส่วนหลัก คือ สมองและประสาท กระดูกและข้อ และกระดูกสันหลัง ซึ่งทั้ง 3 ส่วนนี้จะทำงานประสานกัน ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ แต่ถ้าเกิดโรค หรือได้รับอาการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ก็อาจทำให้ร่างกายไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามต้องการ นั่นคือสัญญาณฉุกเฉินของร่างกาย ซึ่งหากไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี ก็อาจจะส่งผลร้ายต่อชีวิตในระยะยาว อีกทั้งความเสื่อมของร่างกายที่เกิดขึ้นได้ก่อนกำหนด ไปรู้จักกับ 10 อันดับ โรคที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของคุณ พร้อมวิธีสังเกต อาการเบื้องต้น โรคอันดับที่ 1 ที่มีผลต่อการเคลื่อนไหวคือ โรคหลอดเลือดสมองอุดตัน หรือ Stroke ซึ่งในปัจจุบันพบเร็วขึ้นในกลุ่มอายุ 45 ปีขึ้นไป มักพบในผู้ป่วยเบาหวาน โรคหัวใจ ความดันสูง ไขมันในเลือดสูง สูบบุหรี่จัด หรือมีคนในครอบครัวเคยเป็น Stroke มาก่อน โรคดังกล่าวจะมีอาการเริ่มต้นคือ หน้าหรือปากเบี้ยว มุมปากตก ชาครึ่งซีก แขนขาไม่มีแรง พูดไม่ชัด หรือพูดไม่ออก ปวดศีรษะเฉียบพลัน เวียนศีรษะ เดินเซ ตาพร่า เมื่อเกิดอาการอย่างใดอย่างหนึ่งต้องรีบพบ แพทย์ ภายใน 3 ชั่วโมงเพื่อรับการรักษาทันที สำหรับการป้องกันก่อนเกิด Stroke นั้นเราควรรับการตรวจอัลตราซาวนด์หลอด เลือดคอ (Carotid Duplex) เพื่อตรวจหาภาวะการตีบตันของหลอดเลือดคอที่ไปเลี้ยงสมองเป็นประจำทุกปี เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดโรคอัมพฤกษ์อัมพาต โรคที่ 2 คือ โรคพาร์กินสัน ซึ่งเป็นโรคความเสื่อมของสมองที่เกิดจากขาดสารโดปามีน พบมากในอายุ 60 ปีขึ้นไป และอาจพบในวัยกลางคนที่มีสมาชิกในครอบครัวเคยเป็นโรคนี้มาก่อน มักเริ่มด้วยอาการสั่นที่แขนขา กราม หรือใบหน้า กล้ามเนื้อเกร็ง เคลื่อนไหวช้า พูดหรือกลืนลำบาก ซึมเศร้าหดหู่ หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นอาการปกติของผู้สูงอายุ แต่หากปล่อยไว้จนอาการทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างรวดเร็วจะทำให้ร่างกายฟื้นตัวยาก ถึงแม้พาร์กินสันจะเป็นโรคเรื้อรังแต่สามารถควบคุมอาการได้ โดยการตรวจ PET Brain F-DOPA หาความผิดปกติของสมองส่วนที่สร้างสารโดปามีน ช่วยวินิจฉัยระยะความรุนแรงของโรค หรือการผ่าตัดฝังไมโครชิปกระตุ้นสมองส่วนลึก DBS Therapy เพื่อควบคุมการเคลื่อนไหว ลดการใช้ยา ทำให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น สำหรับโรคที่ 3 ถือเป็นภัยใกล้ตัวของคนในยุคสังคมก้มหน้าทีเดียว กับ โรคกระดูกต้นคอเสื่อม (Text Neck) ที่เกิดจากการ "ก้มหน้า" (จนหูต่ำลงมาเกือบแนวเดียวกับไหล่) บ่อยๆ ซ้ำๆ นานๆ จนทำให้กล้ามเนื้อ เส้นประสาท และเส้นเอ็นตึงเกร็งเครียด ซึ่งอาการที่พบบ่อยอาจเป็นเพียงแค่อาการปวดต้นคอนำมาก่อน ลักษณะคล้ายกับการนอนตกหมอน หรือหากมีการกดทับรากประสาทอาจมีอาการปวดชา หรืออ่อนแรงของกล้ามเนื้อแขนร่วมด้วยจนต้องมาพบแพทย์ ต่างกับการกดทับที่เกิดขึ้นกับไขสันหลังผู้ป่วยมักจะไม่มีอาการปวดร่วมดัวย แต่จะพบว่ามีการเคลื่อนไหวผิดปกติ เช่น เดินลำบาก ทรงตัวไม่มั่นคง ล้มบ่อย เดินช้าลง แขนขาสั่นกระตุก ซึ่งหากปล่อยให้โรคดำเนินไปมากแล้วไม่มาพบแพทย์ อาจทำให้การเคลื่อนไหวผิดปกติจนอาจเดินไม่ได้ในที่สุด และโรคที่ 4 ก็คือ อาการกระดูกหัก จาก โรคกระดูกพรุน ซึ่งสามารถเกิดได้ทุกช่วงวัย เด็กมักกระดูกหักจากเล่นซน ผู้ใหญ่มักเกิดจากอุบัติเหตุ ผู้สูงวัยมักเกิดกระดูกหักจากกระดูกพรุน มวลกระดูกที่เปราะบางแม้เพียงลื่นหกล้มก็หักได้ง่าย อาการกระดูกหักมักเห็นชัดเจนจะบวมปวด ไม่สามารถลงน้ำหนักหรือเคลื่อนไหวได้บริเวณที่หัก โดยเฉพาะกระดูกสะโพกหักในผู้สูงอายุจะมีอัตราเสี่ยงสูงต่อการเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อน ดังนั้นจึงควร ตรวจวัดความหนาแน่นของมวลกระดูกทุกปี เพื่อป้องกันกระดูกทรุดตัว เสริมความแข็งแรงด้วยการออกกำลังกาย ทานอาหารแคลเซียมสูงตั้งแต่อายุยังน้อย ปัจจุบันใช้เทคนิคผ่าตัดเชื่อมกระดูกหักแบบแผลเล็ก เปิดแผลเล็กหัวท้ายของตำแหน่งกระดูกที่หักแล้วสอดเหล็กดามใต้กล้ามเนื้อคล้ายขบวนรถไฟใต้ดิน แล้วยึดกระดูกด้วยสกรูว์ เนื้อเยื่อได้รับบาดเจ็บน้อยกว่าผ่าเปิดแผลยาว ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ กระดูกติดดี ฟื้นตัวเร็วขึ้น หากมีกระดูกพรุนหักยุบและปวดหลังมากอาจรักษาด้วยการฉีดซีเมนต์เสริมกระดูกสันหลัง โรคที่ 5 ได้แก่ ข้อไหล่ติด พบมากในชายและหญิงวัยสูงอายุที่มีความเสื่อมของเอ็นรอบข้อและปลายกระดูกไหปลาร้าที่อยู่ติดกับข้อมีหินปูนเกาะไปขูดเอ็นรอบข้อจนอักเสบ หรือจากกระดูกงอกบริเวณกระดูกสะบักด้านหน้า หรือเคยได้รับอุบัติเหตุข้อไหล่เคลื่อน มักมีอาการปวดหัวไหล่ ปวดร้าวลงมาบริเวณต้นแขน ปวดเวลาใส่เสื้อ ถอดเสื้อ เวลายกแขนขึ้นสูง จะยิ่งปวดมากขึ้นเวลานอน ทำให้นอนตะแคงทับหัวไหล่ข้างที่ปวดไม่ได้ พลิกตัวไม่ได้ ข้อไหล่ติดหรือเคลื่อนไหวไม่สุด หากเป็นมากอาจไม่สามารถยกแขนเพื่อหวีผมได้ รักษาเบื้องต้นโดยการใช้ยาและบริหารข้อไหล่ กายภาพบำบัด ถ้าไม่ทุเลาและตรวจพบว่ามีกระดูกงอกไปที่ไหปลาร้า แนะนำให้รักษาโดยการผ่าตัดส่องกล้องเพื่อกรอกระดูกที่งอกบริเวณไหล่ และเย็บซ่อมเอ็นหุ้มข้อไหล่ ได้รับความนิยมเพราะแผลเล็ก พักฟื้นสั้น ช่วยรักษาอาการปวดและข้อไหล่ติดให้หายได้ในเวลาที่รวดเร็ว โรคที่ 6 ได้แก่ ข้อเข่าคลอนแคลน หรือโรคข้อเข่าเสื่อมตามวัย ซึ่งมักพบในหญิง 60 ปีขึ้นไป และพบเข่าเสื่อมก่อนวัยเพิ่มขึ้นในหนุ่มสาววัยทำงาน นักวิ่ง นักฟุตบอลที่ใช้เข่าเยอะ หรือบาดเจ็บหัวเข่าบ่อย อ้วน กระดูกอ่อนผิวข้ออักเสบจากสวมรองเท้าส้นสูงนานๆ โรครูมาตอยด์ โรคเก๊าต์ นั่งพับเพียบขัดสมาธิคุกเข่า หรือนั่งยองๆ นานๆ เข่าเสื่อมจากอุบัติเหตุทำให้เข่าหลวม ดื่มสุราสูบบุหรี่จัด ทานยาสเตียรอยด์ มักมีอาการปวด อักเสบบวมแดงร้อนที่ข้อ ข้อฝืดตอนเช้าขณะลุกขึ้นยืน มีเสียงในข้อขณะเคลื่อนไหว เมื่อยตึงที่น่องและข้อพับเข่า ข้อเข่าขัดเคลื่อนไหวได้ไม่เต็มที่ เจ็บเมื่อลงน้ำหนัก เข่าโก่ง หากทานยาแก้ปวดหรือกายภาพแล้วไม่หาย ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะด้านข้อเข่าเพื่อดูว่าเข่าสึกมากน้อยแค่ไหน หากกระดูกอ่อนผิวข้อสึกทั่วข้อเข่า แพทย์อาจแนะนำให้ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ด้วยคอมพิวเตอร์นำวิถีแบบไม่เจาะกระดูก Pinless Navigating TKR ช่วยให้วางตำแหน่งข้อเทียมแม่นยำ ลดการติดเชื้อหรือกระดูกหักในผู้สูงวัย ผ่าตัดแล้วหัดเดินในสภาวะไร้น้ำหนักด้วยเครื่อง Alter G โรคที่ 7 ได้แก่ ข้อสะโพกโยกเยก สำหรับใครที่มีอาการปวดง่ามขาด้านหน้าข้างใดข้างหนึ่ง เจ็บแปล๊บที่ข้อสะโพกขณะเดินหรือวิ่ง ปวดสะโพกและปวดเข่า (บางคนปวดเข่าก่อนปวดสะโพก คล้ายโรคปวดหลัง) ปวดในเข่าด้านใน เจ็บเวลาเดิน พึงระวังเพราะนั่นคือสัญญาณเตือนของอาการข้อสะโพกเสื่อม ส่วนใหญ่มากในผู้สูงวัย จากการสึกหรอของผิวข้อต่อ การทรุดตัวของหัวกระดูกต้นขา กระดูกสะโพกหัก ส่วนวัยกลางคน 80% มีปัญหาข้อสะโพกเสื่อมเพราะขาดเลือดเลี้ยงส่วนหัวของกระดูกต้นขา ดื่มสุราสูบบุหรี่จัด ทานยาสเตียรอยด์ เกิดอุบัติเหตุข้อหลุด โรครูมาตอยด์โรคข้อยึดติดแข็ง โรคติดเชื้อ ในเด็กเกิดจากสะโพกหลวมตั้งแต่กำเนิด หรือเบ้าสะโพกตื้นทำให้ข้อหลวมหลุด ส่งผลให้หลังคด ขาสั้นยาวไม่เท่ากัน เดินโยกเยกได้ ปัจจุบันการผ่าตัดข้อสะโพกเทียมใช้เทคนิคแผลเล็ก เพื่อยืดอายุการใช้งานของข้อสะโพกเทียมรุ่นใหม่ยาวนานขึ้น ฟื้นตัวเร็วด้วยโปรแกรมลดปวด โรคที่ 8 ได้แก่ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท หลายคนคงเคยทรมานกับอาการปวดหลังร้าวลงขา ไปถึงน่องหรือหลังเท้าข้างใดข้างหนึ่ง บางคนเจ็บข้อพับเข่าด้านหลัง ปวดน่อง นิ้วเท้าชาหลังเล่นกีฬาแล้วเข้าใจผิดคิดว่ากล้ามเนื้ออักเสบ แต่เมื่อตรวจอย่างละเอียดด้วย MRI แล้วพบว่าเป็นโรคกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท แพทย์จะแนะนำให้ทานยา ทำกายภาพ หรือลดอาการปวดโดยไม่ผ่าตัด “อินเตอร์เวนชั่น” วิธีนี้ลดการทานยาแก้ปวด โดยฉีดยาลดการอักเสบเข้าช่องเส้นประสาทเฉพาะจุด ลดอาการปวดร้าวตามเส้นประสาท ใช้รักษาโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท กระดูกสันหลังทับเส้นประสาทจากความเสื่อม กระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาทที่คอหรือเอวได้ ทำให้ลดโอกาสการถูกผ่าตัดลงได้ นอกจากนี้ ด้วยเทคโนโลยีการผ่าตัดที่พัฒนา “กระดูกสันหลังแบบแผลเล็ก บาดเจ็บน้อย (MIS)” ยังช่วยทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็ว กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ ลดความเสี่ยงของการผ่าตัดบางประการลงได้ เช่น อัตราการติดเชื้อหลังผ่าตัดต่ำ เสียเลือดจากการผ่าตัดน้อยลง โรคที่ 9 โรคยอดฮิตสำหรับคนทำงานที่มีความเครียดสูง นั่นคือ โรคปวดศีรษะไมเกรน พบบ่อยในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย อาการปวดตุ๊บๆ เป็นๆ หายๆ ปวดข้างเดียวที่หน้าผากขมับท้ายทอย คลื่นไส้อาเจียน ไวต่อเสียงและแสง คืออาการนำของปวดศีรษะไมเกรน ต่างจากปวดศีรษะจากกล้ามเนื้อตึงตัวที่จะปวดทั้งสองข้างเหมือนถูกรัดบีบหัว หลายคนมักคิดว่าทานยาแก้ปวดเดี๋ยวก็หาย จึงรักษาไม่ถูกชนิดของโรค หากปวดมากเรามีตัวช่วยด้วยการรักษาอาการปวดศีรษะแบบเชิงป้องกัน ฝึกผ่อนคลายลดเครียดกับ Biofeedback กายภาพบำบัดลดปวดด้วย Laser Therapy Posture Analysis ปรับสมดุลกล้ามเนื้อคอบ่าหลังให้ถูกวิธี เครื่อง TMS กระตุ้นกระแสไฟฟ้าลดปวด ฉีดยาระงับปวดที่เส้นประสาทหลังศีรษะ การใช้ค็อกเทลยารักษาไมเกรนลดการกลับมาปวดซ้ำใน 24 ชม. หรือฝังเข็มแพทย์แผนจีนกระตุ้นการไหลเวียนลดความถี่ของอาการปวดได้ โรคสุดท้าย อันดับที่ 10 นั้นดูเหมือนไม่น่าจะมีผลต่อการเคลื่อนไหวเท่าไหร่ แต่ทว่า โรคนอนกรน นั้นเป็นสิ่งที่เราไม่ควรละเลย มองข้ามเลยทีเดียว เพราะเสียงกรนขณะหลับ อาการสะดุ้งตื่นตอนดึก ขาขยุกขยิกอ่อนเพลีย ปวดหัวเมื่อตื่น ง่วงนอนตอนกลางวัน ง่วงนอนมากผิดปกติในเวลากลางวัน ส่งผลให้เรียนหรือทำงานได้ไม่เต็มที่ ความจำแย่ ตื่นสาย นอนหลับในขณะขับรถอาจเกิดอุบัติเหตุในท้องถนนได้ อาจเสี่ยงหยุดหายใจขณะหลับได้ นอกจากนั้นจะมีอัตราเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากการขาดเลือด ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคความดันโลหิตในปอดสูง โรคหลอดเลือดในสมอง อย่าลืมว่าคนที่อ้วนมากๆ จะนอนกรนทุกคน แต่คนผอมๆ ก็มีโอกาสนอนกรนได้เช่นกัน หากมีความผิดปกติของการนอน หลับควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านการนอนเพื่อรับการตรวจการนอนหลับด้วยเครื่อง Sleep Lab อย่างไรก็ตามการดูแลสุขภาพเพื่อให้ได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ และสามารถทำกิจกรรมที่ชื่นชอบอย่างมีความสุขได้นานยิ่งขึ้นนั้น ทำได้ไม่ยาก นอกจากการทานอาหารครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอแล้ว ควรหมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกายอยู่เสมอ เพราะการรู้ก่อนเราย่อมสามารถป้องกัน หรือชะลอโรคต่างๆ ได้ หากพบความผิดปกติของร่างกายก็อย่าชะล่าใจ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย และรักษาอย่างเหมาะสม เพื่อให้คุณเคลื่อนไหวได้อย่างมีความสุข มีอิสระทุกการเคลื่อนไหว “Enjoy the Move” ข้อมูลโดย โรงพยาบาลกรุงเทพ

10 ข้อที่ผู้หญิงอยากเดินทางคนเดียวต้องทำ
jetradar /  ผู้หญิงเดินทางคนเดียว / 

10 ข้อที่ผู้หญิงอยากเดินทางคนเดียวต้องทำ “เกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนลําบาก” คำนี้พวกเราสาวๆ คงได้ยินกันจนชิน จะไปไหนมาไหน หรือทำอะไรก็ลำบากกว่าผู้ชายหลายเท่านัก รวมถึงการเดินทางท่องเที่ยวคนเดียว เราเชื่อว่ามีผู้หญิงจำนวนมากต้องการไปไหนมาไหนคนเดียว แต่ก็อาจกังวลว่าจะปลอดภัยไหม แถมที่บ้านยังห่วงสุดๆ ไม่อยากให้ไปไหนมาไหนคนเดียว ดังนั้นการเริ่มทริปคนเดียวจึงต้องฝันสลายไป แต่ไม่ต้องกลัว วันนี้เรามี 10 วิธี ที่ทำแล้ว ที่บ้านจะอนุญาตให้คุณออกเดินทางเที่ยวคนเดียวแน่นอน และคุณยังไม่ต้องกังวลในเรื่องความปลอดภัยอีกด้วย ไปดูกันเลยว่าจะมีอะไรบ้าง… 1. คุยกับที่บ้าน เหตุผลแรกๆที่สาวๆหลายคน ไม่คิดจะออกเดินทางคนเดียวตั้งแต่ต้นเลยก็เพราะคิดว่าที่บ้านจะเป็นห่วงจนไม่ยอมอนุญาตให้ไปไหนไกลๆคนเดียว อย่าว่าแต่ไปต่างประเทศเลย แค่ต่างจังหวัด บางบ้านก็ไม่อยากให้ลูกสาวต้องไปคนเดียวแล้ว ถึงแม้ว่าเดี๋ยวนี้ โลกจะเปลี่ยนไปแล้ว เราจะโตขึ้น แต่ในสายตาพ่อแม่ ท่านก็ยังเป็นห่วงเรา และยังมองเราเป็นเด็กเสมอ ทีนี้จะทำยังไง ให้ท่านสบายใจและยอมให้เราไปเที่ยวล่ะ อย่างแรกเลยคือการทำความเข้าใจ เราต้องสื่อสารกับท่านให้เข้าใจว่า เราจะออกเดินทางไปยังที่ๆปลอดภัย เราหาข้อมูล เตรียมตัวพร้อมแล้ว บอกท่านให้ทราบโดยละเอียดว่าเราจะไปไหน พักที่ไหน ไปทำอะไรบ้าง จะกลับวันไหน ยิ่งละเอียดมากเท่าไหร่ ท่านจะยิ่งสบายใจมากเท่านั้น เพราะถ้าหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นมา ท่านจะได้รู้ว่าจะไปตามหาเราได้ที่ไหน จะช่วยเราได้ยังไง ปริ้นข้อมูลเอาให้ท่านเก็บไว้เลยเพื่อความสบายใจ 2. เลือกวันเดินทางให้เหมาะสม เลือกวันเดินทางให้เหมาะสมในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงให้ไปดูฤกษ์ ดูยามว่าจะออกเดินทางวันไหนถึงจะดี แต่ด้วยความที่เราเกิดมาเป็นผู้หญิง การมีรอบเดือนก็เป็นเรื่องธรรมชาติ หากต้องเดินทางคนเดียว ควรเลียกเลี่ยงวันที่จะมีรอบเดือนดีกว่า จะได้ไม่ทรมานตัวเอง แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็ไม่ควรทำกิจกรรมอะไรที่หักโหมเกินไป เดี๋ยวจะพาลป่วยเอาง่ายๆ 3. จองตั๋วก่อนออกเดินทาง ไม่ว่าจะเดินทางด้วยเครื่องบิน รถไฟ รถบัส เราก็ควรจองตั๋วล่วงหน้า เพื่อจะได้ราคาถูก ยิ่งถ้าใครเดินทางด้วยเครื่องบิน ยิ่งสะดวก เพราะเดี๋ยวนี้เค้ามี เว็บไซต์เปรียบเทียบราคาตั๋ว เปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบินจากสายการบินชั้นนำต่างๆ เช่น การบินไทย (Thai Airways), บางกอกแอร์เวย์ส (Bangkok Airways), ไทยสมายล์ (Thai Smile), ไทยไลออนแอร์ (Thai Lion Air) และ อื่นๆอีกมากมาย และที่สะดวกไปกว่านั้นคือสามารถจองผ่านมือถือได้เลย แค่ดาวน์โหลดแอปใน iOS หรือ Android แค่นี้ ง่ายและรวดเร็วมากๆ และเคล็ดลับอีกอย่างคือ ควรเดินทางในเวลากลางวันเพื่อความปลอดภัย หากใครที่เลือกเดินทางโดยรถไฟและต้องนอนค้างคืน ก็ให้เลือกนอนเตียงบน เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้ใครเข้ามาทำอันตรายเราได้ง่ายๆ 4. จองที่พัก/โรงแรม ผู้หญิงอย่างเรา ความปลอดภัยสำคัญที่สุด เพราะฉะนั้น ควรเลือกที่พักที่สภาพแวดล้อมดี เป็นย่านที่ปลอดภัย อย่าเลือกเพราะราคาถูกเพียงอย่างเดียว คำว่าดี ก็ไม่จำเป็นต้องแพงเสมอไป ขอแค่สะอาด ปลอดภัย อยู่ในที่ที่มีคนพลุกพล่านตลอดเวลา แต่ก็เงียบพอที่จะนอนได้สบายๆ 5. เตรียมเสื้อผ้าที่ทะมัดทะแมง เป็นที่ทราบกันดีว่าสาวๆทุกคนรักสวยรักงาม แต่ในความสวยนั้นก็ควรมีความทะมัดทะแมงอยู่ในตัวเสื้อผ้าที่เรานำไปด้วย เพราะเราอาจมีกิจกรรมต่างๆนาๆ ไหนจะต้องยกกระเป๋า ขนของ ทำเองหมดทุกอย่าง หากใส่ส้นสูงไป อาจจะเกิดอุบัติเหตุได้โดยง่าย 6. ศึกษาข้อมูลและวางแผน อย่าไปคิดว่า เราให้ไปถึงเมืองนั้นก่อน แล้วค่อยคิดว่าจะไปไหน เพราะทริปครั้งนี้ เราต้องการเที่ยวแบบชิลล์ๆ เพราะพอถึงเวลาจริง เราอาจจะเจอเหตุการณ์อะไรบางอย่างที่ทำให้เราอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก แต่หากเรามีข้อมูลทุกอย่างพร้อม รู้ว่าจะไปไหน รู้ข้อมูล เบอร์โทรฉุกเฉินต่างๆ มันจะช่วยเราได้เยอะมาก เพราะถึงเวลาจริง หากเกิดอะไรขึ้นมา เราคงไม่มีเวลามานั่งเสิร์ชหาข้อมูลอยู่หรอก 7. แผนที่ ไปที่ที่ไม่คุ้นเคย แผนที่จึงเป็นสิ่งจำเป็น ยิ่งเดี๋ยวนี้เทคโนโลยีทำให้เราไม่จำเป็นต้องมากางแผนที่กันแล้ว แค่โหลดแอปแผนที่มาไว้ในมือถือ ก็ไปไหนมาไหน ไม่หลงแล้ว สะดวกมากๆ 8. ประกันการเดินทาง การซื้อประกันการเดินทางถือเป็นการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นจากอุบัติเหตุหรือการเจ็บป่วย ทำให้เราไม่ต้องเสียเงินจำนวนมากในการรักษาพยาบาล ยิ่งบางประเทศ ค่ารักษาพยาบาลแพงมาก ถ้าไม่ทำประกันการเดินทางไว้ อาจหมดตัวกันได้เลยทีเดียว การซื้อประกัน เดี๋ยวนี้ก็ง่ายแสนง่าย ซื้อออนไลน์กันได้สบาย แนะนำเลย ประกันการเดินทางของกรุงไทยพานิชประกันภัย ที่มีค่าเบี้ยเริ่มต้นเพียง 50 บาท แต่อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับจำนวนวันที่เราเดินทางด้วยค่ะ 9. สิ่งที่ต้องมีติดตัวตลอด นกหวีดหรือพวงกุญแจส่งเสียง นกหวีดก็จะมีหลายแบบ หลายรูปทรง พกไว้ เผื่อเกิดเหตุด่วนเหตุร้าย ก็หยิบนกหวีดมาเป่า ขอความช่วยเหลือ แถมยังทำให้คนร้ายตกใจอีกด้วย หรือจะพกพวงกุญแจส่งเสียงก็ได้ พวงกุญแจนี้จะมีสลักอยู่ ถ้าเราดึงสลักออก มันจะเกิดเสียงดังมาก พกของพวกนี้ ไม่เป็นอันตรายต่อตัวเรา ถ้าพกอาวุธ คนร้ายอาจเอาอาวุธนั้นมาทำร้ายเราก็ได้ 10. สติสำคัญที่สุด สุดท้ายสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ สติ ไม่ว่าเราจะเดินทางไปไหน ทำอะไร หากไม่มีสติแล้ว เรื่องร้ายๆหรืออุบัติเหตุย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ ไม่ว่าเราจะเตรียมตัวมาดีแค่ไหน หากขาดสติ ทุกอย่างก็จบ เพราะฉะนั้น ให้มีสติตลอดเวลา มันจะช่วยทำให้การเดินทางของเราราบรื่นหรือมีปัญหาน้อยที่สุด ยังไง Jetradar ก็ขอให้สาวๆทุกคนกล้าที่จะออกเดินทางไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ ไปเที่ยวที่ในฝันและมีความสุขกับมันค่ะ

10 เคล็ดลับน่ารู้ การแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน เมื่อ 100 ปีก่อน
ต่างประเทศ /  ประวัติศาสตร์ / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยจะพาเพื่อนๆ ไปติดตาม 10 เคล็ดลับน่ารู้ การแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน เมื่อ 100 ปีก่อนว่า เขามีวิธีการอย่างไร ในการแก้ไขกับปัญหาที่เกิดขึ้นต่างๆ โดยไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกช่วยเหมือนสมัยนี้ แถมส่วนใหญ่วิธีที่เราจะได้เห็นนั้นเป็นวิธีที่ถูกฝึกฝนตั้งแต่ตอนเรียนลูกเสือของต่างประเทศเสียด้วย ถึงแม้วิธีจะดูเก่า แต่น่าลองทำแน่นอน และจะมีวิธีน่ารู้อย่างไรบ้างในยามฉุกเฉิน ไปติดตามพร้อมๆ กันค่ะ ห้ามพลาดเด็ดขาดนะ!!! มีประโยชน์มาก 10 เคล็ดลับน่ารู้ การแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน เมื่อ 100 ปีก่อน 1. เคล็ดลับ ดับไฟ นำเกลือ 1 ปอนด์ หรือประมาณ 0.45 กิโลกรัม กับเกลือแอมโมเนียมคลอไรด์ จำนวน 1/2 ปอนด์ หรือราว 0.23 กิโลกรัม นำทั้งสองผสมน้ำประมาณ 2 ลิตร ใส่ขวดแก้วไม่หนามาก พอเกิดเหตุไฟไหม้ ให้ปาขวดดังกล่าวเข้าไป 1 ขวดหรือมากกว่า ตามปริมาณความรุนแรงของเพลิง ไฟก็จะดับ 2. เคล็ดลับ นำเสี้ยนออกจากมือ นำน้ำร้อนใส่ขวดปากกว้าง ใส่จนเกือบเต็ม เอามือไปอุดที่ปากขวดหรือแก้วนั้น ความร้อนและไอน้ำจะดึงเนื้อทำให้เนื้อบริเวณนั้นขยายตัวและดูดเสี้ยนออกมา 3. เคล็ดลับ เก็บถนอมไข่ไก่ วิธีนี้ใช้ได้กับไข่ใหม่เท่านั้น หากต้องการเก็บไข่ให้อยู่ได้นานๆ เพียงแค่นำไข่ไปฝังเกลือ เก็บไว้ในที่แห้งและเย็น แค่นี้ก็จะอยู่ได้นานแล้วล่ะ เพราะอากาศจะไม่สามารถเข้าไปในเปลือกไข่ได้ 4. เคล็ดลับ ตัดต้นไม้ เลือกฝั่งที่ต้องการให้ต้นไม้ล้มลงมา ตัดตรงบริเวณที่อยากตัดจนเกือบครึ่ง และหยุด ย้ายฝั่งมาตัดอีกฝั่งหนึ่ง สูงกว่ารอยตัดเดิม 2-3 นิ้ว แล้วใช้เชือกดึงต้นไม้ลงมาตามภาพ แค่นี้ก็เรียบร้อย 5. เคล็ดลับ กำราบหมาบ้า วิธีง่ายๆ คือหยิบของใกล้ตัวที่หาได้ อย่างในภาพอาจใช้หมวก ไม้ มาล่อหมาเอาไว้ เพราะหมาจะไปสนใจสิ่งของที่คุณล่อมันก่อน และคุณต้องใช้จังหวะนั้นเตะมัน มันก็จะกลัวและหนีไป 6. เคล็ดลับ รดน้ำต้นไม้ในเวลาที่เราไม่อยู่บ้านหลายวัน เอาน้ำใส่กะละมังเอาไว้ วางไว้สูงกว่าต้นไม้ที่ต้องการจะรดน้ำเพียงเล็กน้อยตามภาพ ควรนำต้นไม้ทุกต้นที่จะรดมาวางรอบๆ ด้านล่างกะละมัง นำไหมพรมมา ปลายด้านหนึ่งวางไว้ในน้ำจนถึงก้นกะละมัง ปลายด้านหนึ่งวางไว้บนดิน น้ำจะค่อยๆ ซึมและมารดน้ำต้นไม้แทน 7. เคล็ดลับ จุดไม้ขีดบริเวณที่มีลม นำใบมีดโกนมาเฉือนไม้ขีดด้านที่ติดกับหัวไม้ขีดตามภาพ เวลาจุด ไฟจะติดที่รอยเฉือนและทำให้ไฟอยู่ได้นานกว่าปกตินั่นเอง 8. เคล็ดลับ ทำเก้าอี้ข้ามลำธาร ผู้เชือกไว้กับต้นไม้ด้านหนึ่ง และให้คนที่ว่ายน้ำเป็น ว่ายข้ามไปผูกกับต้นไม้อีกฝั่ง หากไม่มีห่วงเหล็กคล้องเชือก ให้ใช้เชือกผูกเป็นวง ผูกเชือกไว้ทั้งสองฝั่งของลำธาร แล้วค่อยๆ ดึง หลังจากนั้นคนที่ไม่สามารถว่ายน้ำได้ ก็จะสามารถข้ามลำธารได้อย่างปลอดภัย 9. เคล็ดลับ ช่วยชีวิตคนที่โดนไฟช๊อต หากคุณเจอคนที่โดนไฟช๊อตจากการจับสายไฟที่มีไฟวิ่ง หากเขายังถือสายไฟอยู่ อย่าพยายามดึงเขาออกมา ถ้าจะดึง คุณต้องใส่ถุงมือยาง หรือใส่เสื้อผ้าแห้งหนาๆ หลายๆ ชั้น หลังจากนั้น คุณควรยืนบนแก้ว หรือไม้แห้ง และพยายามตัดกระแสไฟฟ้าบริเวณนั้น และรีบส่งโรงพยาบาลทันที 10. เคล็ดลับ ทำที่กรองน้ำ เจาะรูที่ก้นกระป๋อง นำทรายละเอียด ทรายหยาบ หินก้อนเล็ก และหินก้อนใหญ่ วางเรียงกันตามลำดับจากบนลงล่าง น้ำจะถูกกรองจนสะอาดและใช้ได้ ข้อมูลและภาพ : Mentalfloss, kiitdoo

เปิด 'ภาพ-ข้อความสุดท้าย' ก่อน Prince เสียชีวิต!
Prince /  Prince เสียชีวิต / 

การจากไปอย่างกะทันหันของ Prince หรือ โรเจอร์ส เนลสัน (Rogers Nelson) นักร้องนักดนตรีระดับตำนานด้วยวัยเพียง 57 ปี สร้างความโศกเศร้าให้กับแฟนเพลงทั่วโลก โดยเฉพาะสื่อและปาปารัซซี่ที่ตามเก็บภาพ โดยไม่คาดคิดว่าจะเป็นภาพสุดท้ายของเขา เมื่อภาพถูกเผยแพร่ออกไปก็มีคนให้ความสนใจจำนวนมาก ภาพสุดท้ายก่อนเสียชีวิต Prince เว็บไซต์ TMZ ได้เผยแพร่ภาพของ Prince เดินออกจากร้านขายยาใกล้บ้านพักของเขาในวันที่ 20 เมษายน เวลาประมาณ 1 ทุ่ม ซึ่งจากคำบอกเล่าของแหล่งข่าว ศิลปินคนดังแวะไปซื้อยาที่ร้านดังกล่าวบ่อยถึง 4 ครั้งในรอบสัปดาห์ ทั้งยังมาซื้อยาเป็นที่ร้านนี้เป็นประจำในช่วงหลายปีที่ผ่านมาด้วย ด้านทีมงานของ Prince ที่ระบุว่านักร้องดังป่วยเป็นไข้หวัด แต่ก็น่าแปลกเพราะเมื่อวันศุกร์ก่อนที่เขาจะเสียชีวิต เครื่องบินส่วนตัวของ Prince ต้องลงจอดฉุกเฉินหลังจากที่ขึ้นบินได้เพียง 48 นาที และพาเขาเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในเมืองโมลิน รัฐอิลลินอยส์ แล้วแพทย์ก็อนุญาตให้เขากลับบ้านได้ในวันเสาร์ทั้งที่อาการยังไม่ดีขึ้น ก่อนที่ในวันเดียวกัน Prince จะไปร่วมงานปาร์ตี้ใกล้บ้าน และขึ้นโชว์สเต็ปแดนซ์พร้อมพูดถ้อยคำชวนฉงนว่า "รออีกนิดจะได้รู้กันว่าที่ภาวนากันไปมันเสียเปล่า" ภาพสุดท้ายก่อนเสียชีวิต Prince Prince มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ชีวิตดี๊ดี แค่มี 7 อย่างนี้ก่อนเดินทางในวันหยุดยาว
ขับรถ /  ประกันภัย / 

ชีวิตดี๊ดี แค่มี 7 อย่างนี้ก่อนเดินทางในวันหยุดยาว ช่วงวันหยุดยาวในเทศกาลสงกรานต์เป็นโอกาสที่ดีของหลายคนในการใช้เวลากับครอบครัว เพื่อไปพักผ่อนในต่างจังหวัดหรือกลับบ้านตามภมูิลำเนาของตัวเอง สาํหรับผู้ที่มี่รถยนต์ส่วนตัวก็คงเลือกที่จะขับรถของตัวเองเพื่อความสะดวกสบายในการเดินทาง เมื่อตั้งจุดหมายปลายทางและเตรียมความพร้อมของรถเรียบร้อย ต้องไม่ลืมพกสิ่งสำคัญ 7 อย่างติดรถเอาไว้เพื่อให้การเดินทางแคล้วคลาดปลอดภัยมาดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง 1. นํ้าสะอาด ต้องพกติดไว้ในรถเสมอ ควรมีอย่างน้อย 2 ลิตรเพื่อให้คนที่ขับขี่ใช้หรือดื่มรวมไปถึงสามารถใช้เติมให้กับรถได้ในเวลาฉุกเฉิน 2.แว่นตากันแดด อย่างที่รู้กันว่า แดดเมืองไทยไม่ปราณีใครโดยเฉพาะสายตาของคนขับรถ หากต้องขับรถไมว่าจะใกล้หรือไกลควรมีติดไว้เพื่อป้องกันการใช้สายตามากเกินความจำเป็นในช่วงกลางวัน 3.ยางอะไหล่ เมื่อเกิดปัญหาเกี่ยวกับยางก็สามารถเปลี่ยนได้ทันทีเพื่อขับต่อไปหาร้านปะยางไม่ต้องเสียเวลาให้คนเอายางมาเปลี่ยน 4.แม่แรง เมื่อรถเกิดยางแตกขึ้นกลางทางก็สามารถใช้เพื่อยกรถและเปลี่ยนยางได้เลยถ้าหากเปลี่ยนไม่เป็นก็ยังสามารถขอความช่วยเหลือจากรถคันอื่นที่ผ่านไปผ่านมาได้ง่ายขึ้นเช่นกัน 5. แผนที่ / GPS / Google map เส้นทางที่เราไม่คุ้นเคยพร้อมจะทำให้เราเสียเวลา ตัวช่วยสำคัญก็คงหนีไม่พ้นแผนที่ซึ่งมีขายอยู่ทั่วไปหรือแม้แต่เซเว่นบางสาขาก็มี ส่วนทางเลือกที่ง่ายกว่าก็แค่เปิด Google Map ระบบจะคำนวณเส้นทางและเลือกเส้นทางที่เร็วที่สุดให้เราเสมอ 6. เบอร์โทรฉุกเฉิน หากเกิดเหตุฉุกเฉินให้รีบตั้งสติแล้วโทรขอความช่วยเหลือเพื่อลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นได้ โดยมีเบอร์น่าจำดังนี้ - เหตุด่วนเหตุร้าย โทร 191 - เจ็บป่วยฉุกเฉิน โทร 1669 - ตำรวจทางหลวง โทร 1193 - สถานีวิทยุ จส.100 โทร 1137 7.สมุดเล่มประกันภัยรถยนต์ สมุดที่บันทึกข้อมูลการประกันของเราอย่างละเอียด โดยหากมีอะไรไม่คาดฝันขึ้นมาก็สามารถหาข้อมูลและติดต่อประกันได้ทันท่วงที โดยเช็คอายุประกันให้เรียบร้อยว่ายังครอบคลุมถึงวันที่เราเดินทางกลับหรือไม่ ในส่วนของใครที่ยังไม่มีประกัน รถ หรือประกันรถใกล้หมดอายุแล้วนั้น ขอแนะนำประกันรถจาก เจ้าพระยาประกันภัยซึ่งมีบริการที่ครอบคลุมหลากหลาย ทั้งชั้น 1, ชั้น 2 และชั้น 3 โดยเฉพาะอย่างยิ่งประกัน 2+ First Class ประกันภัยที่คุ้มสำหรับการเดินทางไกล เนื่องจากครอบคลุมทั้งเราและคู่กรณี ในวงเงินสูงถึง 500,000 บาท แต่จ่ายเบี้ยประกันเพียง 7,900 บาท ซึ่งเทียบได้ว่าคุ้มครองเกือบเท่าประกันชั้น 1 แต่จ่ายถูกกว่ากันเกือบครึ่งเลยทีเดียว นอกจากนี้ เจ้าพระยาประกันภัยยังได้เพิ่มบริการเสริมในการ ยกรถฉุกเฉินฟรี และเติมน้ำมนั ฉุกเฉินฟรี* สำหรับลูกค้าเจ้าพระยาอีกด้วย รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.cpyins.com หรือ facebook.com/cpyins *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด - ยกรถฉุกเฉินฟรี 25 กิโลเมตร ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล - เติมน้ำมันฉุกเฉินฟรี 10 ลติ ร ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล