พรก.ฉุกเฉิน

พบแล้วซากชิ้นส่วน QZ8501 พร้อมร่างเหยื่อลอยเหนือน้ำ
QZ8501 /  ซากเครื่องบิน / 

ด่วน! พบแล้วซากชิ้นส่วนต้องสงสัย คล้ายเครื่องบินแอร์เอเชีย เที่ยวบิน QZ8501 ลอยทะเล ห่างจากจุดที่เรดาร์จับสัญญาณได้ครั้งสุดท้าย 10 กม. วันนี้ (30 ธ.ค. ) สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานข่าว หน่วยกู้ภัยจากกองทัพอากาศอินโดนีเซีย แถลงการณ์ กรณีตรวจพบเศษซากชิ้นส่วนทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ประมาณ 10 ชิ้น ที่เป็นเบาะแส ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะมาจากเครื่องบินโดยสารแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ QZ8501 ที่สูญหายไปอย่างเป็นปริศนาก่อนหน้านี้ ลอยอยู่เหนือผืนน้ำในท้องทะเล ห่างจากจุดที่เรดาร์จับสัญญาณได้ครั้งสุดท้าย ในน่านน้ำนอกชายฝั่งตะวันตกของกาลิมันตันประมาณ 10 กิโลเมตร โดยในการแถลงข่าวครั้งนี้ ได้มีการโชว์รูปถ่ายประมาณ 10 รูป ที่ประกอบไปด้วย เศษชิ้นส่วนที่มีลักษณะคล้ายประตูเครื่องบินและประตูฉุกเฉินด้วย รวมถึง พบแพชูชีพ, เสื้อชูชีพ, และท่อชูชีพรวมถึง และ ร่างกายมนุษย์กว่า 6 ศพ โดยเมื่อเวลา 14.00 น. ทางการอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า ภายในเวลา 30 นาที จะสามารถยืนยันได้ว่าเศษชิ้นส่วนต้องสงสัย ที่พบในทะเลห่างจากจุดที่เรดาร์จับสัญญาณของเครื่องบินโดยสาร สายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ QZ8501 ไปประมาณ 10 กิโลเมตร ล่าสุดสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ได้อ้างอิงจากข้อมูลจากหัวหน้าหน่วยกูภัย ที่ได้ออกมาเผยความเป็นไปได้ว่าชิ้นส่วนเหล่านี้เป็นเศษซากเครื่องบินเที่ยวบินที่สูญหายไป กว่า 95 เปอร์เซนต์ ส่วนทางด้าน รอยเตอร์ อ้างอิงสื่ออินโดนีเซีย จากการออกมายืนยันโดยกองทัพอากาศอย่างเป็นทางการแล้วว่าเศษซากดังกล่าวมาจากเครื่องบินแอร์ เอเชีย ทั้งนี้จะมีการออกมาแถลงอย่างเป็นทางการอีกครั้ง โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการขนส่ง อย่างไรก็ตามด้านนาย โทนี่ เฟอร์นันเดส ผู้บริหารสูงสุดของแอร์เอเชีย ได้ทวีตข้อความ แสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของเหยื่อ สำหรับ ประเทศที่เข้ามามีส่วนร่วมในการค้นหาในครั้งนี้ประกอบด้วย อินโดนีเซีย, สิงคโปร์, มาเลเซียและออสเตรเลีย ได้ร่วมกับระดมเครื่องบินกว่า15 ลำ และเรืออีกกว่า 30 ลำ ลาดตระเวนค้นหาร่วมกับนักประดาน้ำกว่า 20 ชีวิต รวมถึงเฮลิคอปเตอร์อีก 7 ลำ เข้าร่วมปฏิบัติการค้นหา ร่วมด้วยเรือพิฆาตยูเอสเอส แซมป์ซัน ของกองทัพสหรัฐก็กำลังเดินทางมาเข้าร่วมภารกิจในการค้นหานี้ เมื่อเวลา 16.18 น. สำนักข่าวเดอะสเตรตส์ ไทม์ รายงานเพิ่มเติมว่า หัวหน้าหน่วยการบินแห่งชาติที่รับผิดชอบค้นหาและกู้ภัย กล่าวว่า พบเงาของวัตถุคล้ายสิ่งที่กำลังค้นหาใต้เบื้องลึกของทะเลบริเวณเดียวกัน MThai News ที่มา channelnewsasia

จนท.สถานีอวกาศสหรัฐฯ เร่งอพยพลูกเรือ หลังสัญญาณเตือนฉุกเฉิน
NASA /  ก๊าซแอมโมเนียรั่ว / 

ผู้เชี่ยวชาญบน สถานีอวกาศสหรัฐฯ เร่งหาสาเหตุ ปัญหาก๊าซรั่วพร้อมอพยพลูกเรือเพื่อความปลอดภัย สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ลูกเรือของสถานียานอวกาศสหรัฐฯ กำลังเร่งอพยพออกจากพื้นที่ หลังเกิดความกังวลว่าอาจเกิดการรั่วไหลของก๊าซแอมโมเนีย ขณะที่เจ้าหน้าที่ขององค์การนาซา กล่าวว่า ขณะนี้ระบบเซนเซอร์กำลังมีปัญหา อาจส่งผลให้วัตถุให้ความเย็นรั่วไหลเพิ่มขึ้นอีก ด้านองค์การอวกาศสหพันธรัฐรัสเซีย ช่วยยืนยันด้วยว่าไม่มีลูกเรือตกอยู่ในอันตรายในเหตุการณ์ดังกล่าว ย้ำว่าผู้เชี่ยวชาญของรัสเซียและสหรัฐฯ กำลังเร่งดำเนินการควบคุมสถานการณ์เพื่อให้ลูกเรือได้รับความปลอดภัย ด้าน จิม เคลลี่ เจ้าหน้าที่จากองค์การดูแลกิจการนาซา เมืองฮุสตัน กล่าวว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งหาสาเหตุของปัญหา โดยยังไม่ปักใจเชื่อว่ากำลังเกิดการรั่วไหลของแอมโมเนียตามที่สงสัย เช่นเดียวกับโฆษกของสถานีอวกาศที่กล่าวว่ายังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับ การรั่วไหลของแอมโมเนีย โดยขณะนี้พบเพียงห่วงวัดความดันน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากความดันในห้องโดยสารที่เพิ่มสูงขึ้น ที่เป็นตัวบ่งชี้ว่าเกิดการรั่วไหลของแอมโมเนีย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องอพยพลูกเรือไปยังส่วนของสถานีอวกาศรัสเซียเพื่อความ ปลอดภัย

ช็อก!! จ่อยิงหัวกลางร้านอาหารฟาสต์ฟูดในปานามา (ชมคลิป)
กลางร้านอาหาร /  จ่อยิงหัว / 

กล้องวงจรปิดจับภาพเหตุการณ์คลิปมือปืนจ่อยิงหัวเหยื่อซึ่งเป็นชายชาวเนเธอร์แลนด์ขณะนั่งรับประทานอาหารกับเพื่อนเสียชีวิต  กลางร้านอาหารอย่างอุกอาจในปานามา ก่อนหลบหนีหลังก่อเหตุ   เมื่อวันที่ 27 มกราคม สื่อต่างประเทศ- เดลิเมล์  ได้เผยแพร่คลิปสุดช็อก นาทีมือปืนเดินเข้าไปมือปืนจ่อยิงหัวเหยื่อ ในร้านอาหารฟาสต์ฟูดในปานามา ก่อนจ่อยิงชายคนหนึ่งอย่างอุกอาจ  ก่อนหลบหนีหลังก่อเหตุ ในวิดีโอดังกล่าว นายจาค็อบ ฟาน เดอร์ ฮาร์ท ชายชาวเนเธอร์แลนด์ เหยื่อวัย 35 ปี กำลังนั่งรับประทานอาหารที่อยู่ร้าน Tiriton ในย่านเบลลา วิสตา ในปานามาซิตี เมืองหลวงของปานามา กับนายฮุมเบอร์โต อันโตนิโอ ชายชาวโคลอมเบีย มือปืนเข้ามาในร้าน และเดินตรงเข้าไปหาเหยื่อที่หันหลังให้พร้อมควักอาวุธออกมา จากนั้นคนร้ายก็หยุดอยู่เบื้องหลัง นายฟาน เดอร์ ฮาร์ท และยกปืนขึ้นจ่อศีรษะพร้อมลั่นไกในระยะประชิด    นายฟาน เอียงและล้มลงไปกองกับพื้น มือปืนคนดังกล่าวเดินออกจากร้านอาหารอย่างใจเย็น และขึ้นรถจักรยานยนต์ที่สตาร์ทเครื่องจอดรออยู่ด้านนอกหลบหนีไป นายฟาน เดอร์ ฮาร์ท ยังไม่เสียชีวิตจากการถูกจ่อยิงครั้งนี้ แต่เขายังอยู่ในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลซันโต โธมัส ด้วยอาการที่เป็นตายเท่ากัน ขณะที่ตำรวจยืนยันว่ายังไม่สามารถจับกุมใครได้ในคดีนี้ MThai news

ควันไฟปริศนาคร่าชีวิต 1 ราย รถไฟใต้ดินที่วอชิงตัน ดี.ซี.(ชมคลิป)
ควันไฟ /  คาย 1 คน / 

กลุ่มควันในสถานีรถไฟใต้ดินกลางกรุงวองชิงตัน ดี.ซี. เร่งอพยพผู้โดยสาร หลังมีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย และบาดเจ็บจากการสำลักควันไฟกว่า 60 วันนี้ (13 ม.ค.)สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว เหตุการณ์กลุ่มควันจำนวนมากในสถานีรถไฟใต้ดินใจ ลาอองฟองท์ พลาซ่า (L'Enfant Plaza Metro Station) กลางกรุงวองชิงตัน ดี.ซี. ส่งผลให้ต้องปิดการเดินรถ พร้อมอพยพคนออกจากระบบ ล่าสุด มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย และบาดเจ็บจากการสำลักควันไฟกว่า 60 ราย ทั้งนี้ แดน สเตสเซิ่ส เจ้าหน้าที่ของการขนส่งพื้นที่นครหลวงวอชิงตัน (WMATA) กล่าวว่า สถานีได้ปิดให้บริการแล้วหลังจากเต็มไปด้วยควันไฟ ทำให้ไม่สามารถเดินรถได้ และมีการอพยพผู้โดยสารออกจากสถานี เจ้าหน้าที่หน่วยฉุกเฉินและเจ้าหน้าที่ดับเพลิง โดยเบื้องต้น ได้มีการลำเลียงอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้นมาใช้ช่วยเหลือผู้ป่วยแล้ว อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟและตำรวจท้องที่ ได้ลงพื้นที่ตรวจหาจุดต้นตอเพลิงไหม้ แต่ขณะนี้ยังไม่พบ MThai News ที่มา DailyMail

บีอีซี-เทโร - โตโยต้า แถลงข่าวความพร้อมคอนเสิร์ต One Direction
1D /  On The Road Again / 

บีอีซี-เทโร และ โตโยต้า แถลงข่าวความพร้อมคอนเสิร์ตใหญ่ วัน ไดเร็คชั่น ก่อนเปิดฉากความมันส์ในบ้านเรา ไลฟ์ เนชั่น บีอีซี-เทโร (Live Nation BEC-Tero) จับมือ โตโยต้า เตรียมพาแฟนเพลงเหินฟ้าสู่โอซาก้า สัมผัสสุดยอดประสบการณ์ได้กรี๊ดได้มันส์ก่อนใคร กับคอนเสิร์ตใหญ่ของ 5 หนุ่ม วันไดเร็คชั่น ออน เดอะ โรด อะเกน ทัวร์ 2015 (On The Road Again Tour 2015) ก่อนขนโปรดักชั่นยักษ์สุดอลังการ จัดเต็มแสง สี เสียง เสิร์ฟความมันส์ให้กับแฟนเพลงชาวไทยครั้งแรกในวันเสาร์ที่ 14 มีนาคมนี้ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน โดยได้มีการแถลงข่าวถึงความพร้อมและความยิ่งใหญ่ไปแล้วเมื่อวันอังคารที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา ที่ The Style By Toyota, เอสคิววัน (SQ1) สยามสแควร์ เหลือเวลาอีกไม่นานที่ทุกคนจะได้สัมผัสกับคอนเสิร์ตใหญ่แห่งปี ของ 5 หนุ่มสุดฮอตสุดยอดบอยแบนด์ระดับโลกจากฝั่งตะวันตก วัน ไดเร็คชั่น เจ้าของ 3 รางวัลแห่งเกียรติยศ ศิลปินแห่งปี, วงดนตรีแนวป๊อปร็อคยอดนิยม และอัลบั้มแนวป๊อปร็อคยอดนิยม จากเวทีสุดยิ่งใหญ่ เอเอ็มเอ (American Music Awards 2014) กับการเดินทางมาเปิดคอนเสิร์ตใหญ่ในประเทศไทยครั้งแรก พร้อมโปรดักชั่นและเวทีสุดอลังการที่จะถูกเนรมิตขึ้นกลางสนามราชมังคลากีฬาสถาน นับว่าเป็นบอยแบนด์วงแรกของโลกที่เปิดการแสดงอย่างยิ่งใหญ่ในระดับสนามกีฬาเลยทีเดียว ผลสืบเนื่องมาจากปรากฏการณ์ความคลั่งไคล้และความสำเร็จจากการทัวร์คอนเสิร์ต แวร์ วี อาร์ ทัวร์ (Where We Are Tour) เมื่อปี 2014 ที่ได้รับความนิยมและเสียงชื่นชมจากแฟนเพลงอย่างล้นหลาม กับการแสดงที่ยิ่งใหญ่สุดมันส์สุดประทับใจของทั้ง 5 หนุ่ม แฮรี่, เลียม, ลูอิส, ไนออล และ เซน จนต้องประกาศเพิ่มตารางการทัวร์ในอีกหลายประเทศทั่วโลกตลอดปี 2015 รวมการแสดงกว่า 81 รอบ กับ ออน เดอะ โรด อะเกน ทัวร์ 2015 ที่จะเปิดฉากความมันส์กันตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ไปจนถึงปลายปีเลยทีเดียว นอกจากนี้บัตรชมการแสดงยังได้ถูกจำหน่ายหมดแล้วในหลายประเทศด้วยเช่นกัน เพื่อให้ไทยไดเร็คชั่นเนอร์ได้สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษก่อนใคร ผู้สนับสนุนหลัก โตโยต้า จึงร่วมกับ ไลฟ์ เนชั่น บีอีซี-เทโร จัดกิจกรรมพาแฟนตัวจริงบินตรงชมคอนเสิร์ต ออน เดอะ โรด อะเกน ทัวร์ 2015 อย่างใกล้ชิด พร้อมแพ็คเก็จทัวร์โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น 3 วัน 2 คืน จำนวน 6 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง ด้วยกติกาง่ายๆ เพียงโชว์ไอเดียเก๋ๆ ครีเอทคลิปสนุกๆ ความยาว 60 วินาที ที่แสดงออกถึงความเป็นตัวตนของคุณกับรถยนต์ โตโยต้า วีออส หรือ ยาริส แล้วอัพลงในแฟนเพจ Toyota It’s Mine ได้ตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม – 5 กุมภาพันธ์นี้ โดยจะประกาศรายชื่อผู้เข้ารอบสุดท้าย 16 คลิป ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ และสัมภาษณ์เพื่อคัดเลือกพร้อมประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ เดอะ สไตล์ บาย โตโยต้า (The Style By Toyota), เอสคิววัน (SQ1) สยามสแควร์ ติดตามรายละเอียดกิจกรรมได้ที่แฟนเพจ Toyota It’s Mine สำหรับคอนเสิร์ต วัน ไดเร็คชั่น ออน เดอะ โรด อะเกน ทัวร์ 2015 ที่แฟนเพลงชาวไทยจะได้ชมกันในวันเสาร์ที่ 14 มีนาคมนี้ ความยิ่งใหญ่อลังการของเวทีและโปรดักชั่นนั้นนับว่าไม่แพ้คอนเสิร์ต แวร์ วี อาร์ ทัวร์ ในปี 2014 ที่ผ่านมา โดยเวทีของการแสดงจะมีทางเดินยาวเชื่อมระหว่างเวทีหลักกับเวทีเล็กที่ยื่นมาในส่วนของผู้ชมอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีจอแอลอีดีขนาดยักษ์จำนวน 5 จอที่ติดตั้งไว้สำหรับฉายภาพกราฟฟิค และภาพบรรยากาศความมันส์และความสนุกของการแสดงให้ทุกคนได้ชมอย่างทั่วถึง ทั้งนี้กลางเวทีหลักยังได้ถูกออกแบบไล่ระดับช่วยเพิ่มมิติให้กับเวที และการเล่นสีทำให้เวทีดูมีชีวิตชีวา ส่วนในเรื่องของเสียงนั้นได้ติดตั้งลำโพงหลายตัวและครอบคลุมทุกพื้นที่ เพื่อให้เสียงกระจายไปได้ทั่วสนาม นอกจากนี้ยังมีเทคนิคและระบบต่างๆ ทั้งระบบไฟ แสง สี รวมถึงระบบการทำงานของเวทีที่ทีมงานมืออาชีพ เตรียมสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับแฟนเพลงชาวไทยทุกคนที่อยู่ในสนามราชมังคลากีฬาสถาน ในเรื่องการอำนวยความสะดวกของแฟนเพลงที่มาชมคอนเสิร์ตของหนุ่มๆ วัน ไดเรคชั่น นั้น คุณ รักษิต รักการดี ผู้อำนวยการฝ่ายคอนเสิร์ตและกิจกรรมพิเศษ บริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับแฟนเพลงที่เดินทางมาชมคอนเสิร์ตในครั้งนี้ ทางผู้จัดได้เตรียมรถ ชัทเทิล บัส จำนวน 8 คัน บริการรับส่งฟรีสำหรับผู้โดยสารที่มีบัตรชมคอนเสิร์ต วัน ไดเรคชั่น จากสถานีแอร์พอร์ต ลิงค์ หัวหมาก มาส่งยังประตู 4 ด้านหลัง มหาวิทยาลัยรามคำแหง ในช่วงเวลา 15.30 – 19.30 น. โดยใช้เวลาเดินทางต่อเที่ยวประมาณ 15-30 นาที เมื่อถึงบริเวณงานทุกคนจะเห็นสัญลักษณ์ที่เป็นจุดนัดพบที่เราจัดเตรียมไว้ให้ได้อย่างชัดเจน และเพื่อให้แฟนเพลงได้ชมคอนเสิร์ตอย่างมีอรรถรส และสนุกสนานกับศิลปินได้อย่างเต็มที่โดยที่ผู้ปกครองไม่ต้องเป็นกังวลนั้น ในแต่ละโซนทั้งโซนยืนและที่นั่ง เรามีทีมงานที่จะคอยให้คำแนะนำและอำนวยความสะดวกอย่างใกล้ชิด สำหรับผู้ปกครองที่มาส่งและรอรับลูกหลาน เราได้จัดเตรียมที่นั่งไว้ให้เป็นพิเศษ ทั้งนี้ยังมีจุดบริการ Wifi จากดีแทคที่จะคอยอำนวยความสะดวกเรื่องการติดต่อสื่อสารให้กับทุกท่านที่มาชมด้วย ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินเรามีจุดปฐมพยาบาลเบื้องต้นครอบคุลมทั้งหมด 7 จุด รวมถึงรถพยาบาลที่พร้อมรับส่งอย่างทันท่วงที นอกจากนี้เราได้จัดเตรียมหน่วยรักษาความปลอดภัยหลายร้อยนาย เพื่อให้ผู้ชมทุกท่านได้อุ่นใจเหมือนเช่นคอนเสิร์ตใหญ่ในทุกๆ ครั้งของเราครับ" งานนี้แฟนเพลงชาวไทยพลาดไม่ได้เด็ดขาด กับคอนเสิร์ตใหญ่แห่งปีที่ต้องมาดูให้เห็นกับตา กับสุดยอดบอยด์แบนด์ระดับโลก วัน ไดเรคชั่น ตัวจริง เสียงจริง ที่จะมาเปิดการแสดงครั้งแรกในเมืองไทย ในวันเสาร์ที่ 14 มีนาคมนี้ กับคอนเสิร์ต วัน ไดเร็คชั่น ออน เดอะ โรด อะเกน ทัวร์ 2015 (One Direction On The Road Again Tour 2015) ที่จะระเบิดขึ้นที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน หัวหมาก บัตรราคา 1,800 / 3,500 / 4,500 / 5,500 (สำหรับบัตรยืนจำกัดเฉพาะผู้ที่มีอายุ 12 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปในวันคอนเสิร์ตเท่านั้น) และบัตรฮ็อตทิคเก็ต (Hot Ticket) ราคา 10,000 บาท (ที่นั่งสุดพิเศษในมุมที่ดีที่สุด พร้อมรับของที่ระลึกนาฬิกาข้อมือ 1D ในแพ็คเกจพิเศษ และป้าย VIP พร้อมสายคล้องคอ, โซนรับรองพิเศษ และช่องทางเข้าพิเศษ) จำนวนจำกัด รีบจับจองบัตรด่วนได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา หรือ www.thaiticketmajor.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2262-3838 ติดตามอัพเดทข่าวสาร ความเคลื่อนไหวได้ที่ www.bectero.com และ www.facebook.com/bectero อีกหนึ่งโปรดักชั่นคุณภาพของ ไลฟ์ เนชั่น บีอีซี-เทโร ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ดูดวงวัยรุ่น เดือนมกราคม 2558
ดวง 2558 /  ดูดวง / 

ดูดวงวัยรุ่น เดือนมกราคม 2558 ต้อนรับปีมะแมกันเถอะ ไม่ว่าเพื่อนๆ จะอยากรู้เรื่องการเรียน การเงิน ความรัก ที่ไม่รู้จะดีหรือร้ายและจะตรงกับราศีเกิดของเพื่อนๆ หรือไหม?? อยากรู้…ต้องห้ามพลาด!!!  ดูดวงวัยรุ่น เดือนมกราคม 2558 ราศีมังกร (15 มกราคม - 12 กุมภาพันธ์) การเรียน พบเจอแต่ความวุ่นวาย จากคําพูดจุกจิกของคนรอบข้าง แถมช่วงนี้ก็อยู่ในช่วงของหลักสูตรที่ดูเข้มงวด ระวังจะทํางานเสร็จไม่ทัน การเงิน มีความราบรื่นดี การหมุนเวียนใช้เงินในเวลานี้คล่องตัวมาก คิดจะได้เงินก็ได้เงินตามที่ใจคิดหวังเอาไว้ ความรัก ให้ระวังอย่างมากเรื่องของการมีปากเสียง การทะเลาะหรือมีคําพูดไม่เข้าหูจากคนรู้ใจ แถมจะมีบุคคลที่สามเข้ามาพูดให้เกิดการผิดใจ ราศีกุมภ์ (13 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) การงาน มีความมั่นใจที่จะคิดแผนเริ่มต้นผลงานใหม่ๆ อีกทั้งมีความพยายามความตั้งใจดีอยู่แล้ว หากคิดจะทํางานใดกับกลุ่มเพื่อน ถือว่าสมหวัง การเงิน ลุ่มๆ ดอนๆ ไม่ค่อยสวยหรูสักเท่าไร ในเดือนนี้การเงินยังคงจ่ายออกไปอย่างไม่เป็นระเบียบ อดทนอีกนิดก่อนจะถึงสิ้นเดือน ความรัก ดูหวานสดใสเสียเหลือเกิน เวลานี้จะมีคนเข้ามาขอผูกมิตร มาคุยขอเปิดประตูใจ แต่ก็อย่าเล่นตัวเกินไปเดี๋ยวจะอดเอา ราศีมีน (14 มีนาคม - 12 เมษายน) การงาน ทุกอย่างทางการทํางานในช่วงเวลานี้ดูจริงจัง ต้องเร่งทํางานชิ้นสําคัญให้สําเร็จตามเวลาที่นัดหมาย ทุกอย่างฉุกเฉิน การเงิน มีดวงจะต้องทําเรื่องเตรียมสัญญากู้เงิน ทําเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเงิน การจับจ่ายใช้เงินในช่วงนี้ให้ระวังจะมีความหงุดหงิดในการใช้จ่าย ความรัก เจอแต่สภาพความรักที่ดูวิตกกังวล อย่าเครียดมากเกินไป ความรักช่วงนี้มีแต่เรื่องของการเอาชนะ เอาแต่ใจไม่ยอมกัน ราศีเมษ (13 เมษายน - 13 พฤษภาคม) การงาน ถือว่ามีความเจริญก้าวหน้า ตัวคุณมีความมั่นใจเป็นอย่างดี สร้างผลงานออกมาได้อย่างน่าพอใจ มีชื่อเสียงในตําแหน่งงานที่ตนเองทําอยู่ การเงิน ควรใช้จ่ายอย่างรอบคอบ มีดวงที่จะหมดเงินไปกับการท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจเกิดขึ้น ความรัก จะมีการสานความสัมพันธ์กับคนรู้ใจไปในทางที่ดี มีการมอบสิ่งดีๆ แลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน คนโสดมีดวงได้พบรักใกล้แหล่งน้ำ ราศีพฤษภ (14 พฤษภาคม - 13 มิถุนายน) การงาน การงานดำเนินไปอย่างเรียบง่าย ดูท่าทีว่าไม่มีอะไรให้น่ากังวลใจ อย่างไรก็ดี ควรระวังลูกน้องบริวารให้ดี อาจจะมีการโดนเลื่อยขาเก้าอี้อย่างลับๆ ฉะนั้นเดือนนี้ต้องรอบคอบ การเงิน ยินดีด้วย จะได้รับเงินและมีโชคดีเข้ามาหาทางด้านการเงิน เป็นเงินก้อนใหญ่ แต่ควรระมัดระวังในการใช้เงิน อย่าใช้จนเพลิน เพราะได้มาง่ายก็จ่ายง่าย ความรัก คนมีคู่ดูเรื่องมาก เรื่องเยอะ มีทิฐิ ไม่ยอมซึ่งกันและกัน ส่วนคนโสดมีคนเข้ามาจีบในเดือนนี้ แต่ยังคงไม่ถูกใจ ราศีเมถุน (14 มิถุนายน - 14 กรกฎาคม) การงาน มีดวงที่จะได้แสดงฝีมือ โชว์ผลงานให้กับคนรอบข้างได้มองเห็น จะได้รับความชื่นชมนิยมยินดีเป็นอย่างมาก การเงิน ถือว่าดี ตัวคุณจะมีพรสวรรค์ในการหาเงินมาส่งเสียเลี้ยงดูตนเอง แถมยังทําได้ดีอีกด้วย ไม่มีลาภลอยแสวงหาด้วยตนเอง ความรัก ให้ระวังเรื่องของอารมณ์ตนเอง ไม่ควรใช้ความคิดตัวเองเป็นใหญ่ ขอแนะนําว่ายอมๆ บ้าง ความรักจะได้ราบรื่น ราศีกรกฏ (15 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) การงาน มีความสวยสดงดงาม อุดมไปด้วยความเบิกบานใจกับงานที่ตนเองรับผิดชอบอยู่ มีผู้หญิงสูงวัยให้การช่วยเหลือเรื่องงาน การเงิน เจริญงอกงาม งอกเงย เงินเก็บเก่าๆ หุ้นส่วนเก่าๆ ที่เคยทําเอาไว้ จะได้รับเงินปันผลส่วนแบ่งที่ดี ความรัก จะเจอแต่เรื่องรักที่มีแต่ความตึงเครียด สภาพความรักที่มีแต่ความเอาแต่ใจไม่ยอมกันเกิดขึ้น ส่วนคนโสดโปรดมองตนเอง ว่าตนเองเรื่องมากเกินไปหรือไม่ ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 16 กันยายน) การงาน ยังคงมีความสับสนลังเลใจ ว่าจะอยู่ที่เดิมหรือจะไปที่ใหม่ดี แต่ขอให้ใจเย็นๆ จะมีข่าวดีทางการงานเกิดขึ้นในไม่ช้า การเงิน จ่ายออก ราวกับเทกระจาด เจออันนี้ก็ใช่ เจออันโน้นก็ชอบ ซื้อของช็อปปิ้งกันแหลกลาน ความรัก จะมีอารมณ์ของความสับสนใจ ว่าจะคบจะคุยต่อไปดีหรือจะหาคนใหม่ดี จะมีเรื่องมือที่สามตัวเลือกเสริมเข้ามากวนใจ ราศีกันย์ (17 กันยายน - 16 ตุลาคม) การงาน จะมีเพื่อนร่วมงาน กลุ่มคนรอบข้างใกล้ชิดจะเข้ามาให้การอุปการะช่วยเหลือให้งานก้าวหน้า การเงิน มีการใช้จ่ายหมุนเวียนรวดเร็วมาก มีดวงการเงินที่จะเสียไปกับอุปกรณ์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ความรัก เหมือนกับการเล่นเกม มีคนเข้ามาจีบเข้ามาคุย แต่ก็ขอให้ระวังตัว เดี๋ยวจะตกหลุมพรางตกหลุมรักใครเข้าง่ายๆ ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) การงาน อยู่ในช่วงของการเรียนรู้การแสวงหาสิ่งใหม่ สร้างเสริมประสบการณ์ให้กับตนเอง มีสมาธิกับการงานเกิดขึ้น การเงิน มีความเจริญก้าวหน้า มีความรุ่งเรื่องเกิดขึ้น จับจ่ายใช้สอยได้อย่างคล่องตัวมาก ความรัก เจอแต่เรื่องของความเหนื่อย มีแต่เรื่องของการตามตื๊อ การง้อกันไม่จบ ทําสมาธิให้ดีเพื่อรักษาความรัก ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 15 ธันวาคม) การงาน จะมีความสําเร็จ มีความรู้สึกสบายใจในการงานมากยิ่งขึ้น จะได้รับการช่วยเหลือจากเพื่อนเพศหญิง การเงิน มีแต่ความรุ่งเรืองความอุดมสมบูรณ์ ในช่วงนี้จะได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจากคนในครอบครัว ความรัก มีแต่เรื่องของความเบื่อหน่าย รู้สึกรําคาญกับความรักที่เป็นอยู่ ลองหาเวลาไปพักผ่อนสักพักแล้วความรักจะดีขึ้น ราศีธนู (16 ธันวาคม - 14 มกราคม) การงาน อาจจะต้องพบเจอกับความเหน็ดเหนื่อย มีเรื่องให้ต้องล้มลุกคลุกคลาน ขอให้ใช้ความเพียรพยายามและอดทน การเงิน มีแต่ความปรารถนาอยู่มากมาย อยากได้นู่น นี่ นั่น จนความคิดสับสน ขอให้ค่อยๆ ทยอยใช้ทยอยเก็บเอาไว้ให้ดี ความรัก รู้สึกเหมือนตนเองได้รับอิสระ มีความรื่นเริงใจ มีดวงได้เดินทางไกลและจะพบเรื่องความรักที่ดี ที่มา อ.มดดำ นิตยสารแคนดี้, เรียบเรียงโดย http://teen.mthai.com หากนำไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยค่ะ

สงขลาประกาศให้พื้นที่ 8 อำเภอ เป็นเขตภัยพิบัติ
น้ำท่วม /  สงขลา / 

ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ประกาศให้พื้นที่ 8 อำเภอ เป็นเขตภัยพิบัติน้ำท่วม ขณะที่สถานการณ์ยังไม่ผ่านพ้นช่วงวิกฤต สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.สงขลา ซึ่งในวันนี้ได้เกิดน้ำท่วมซ้ำในรอบที่สอง โดยล่าสุด นายธำรงค์ เจริญกุล  ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้ประกาศให้พื้นที่ 8 อำเภอ 42 ตำบล 12,134 ครัวเรือน เป็นเขตความช่วยเหลือภัยพิบัติฉุกเฉินน้ำท่วมแล้ว ประกอบด้วย อ.หาดใหญ่ สะเดา รัตภูมิ ควนเนียง จะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย ซึ่งสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นกินพื้นที่ครึ่งหนึ่งของ จ.สงขลา และสถานการณ์น้ำท่วมทั้ง 8 อำเภอยังไม่ผ่านพ้นช่วงวิกฤตเนื่องจากภาวะฝนยังตกหนักมากทั่วทุกพื้นที่ของ จ.สงขลา ต่อเนื่องไปอีก 2-4 วัน ทำให้พื้นที่ลุ่มน้ำริมคลองสายหลักต่าง ๆ เช่น คลองอู่ตะเภา คลองนาทวี คลองเทพา คลอรัตภูมิ คลองหวะ คลองวาด และคลองต่ำ เพิ่มสูงขึ้นและมีความเสี่ยงที่จะมีน้ำท่วมขังเพิ่มขึ้นอีก

10 เคล็ดลับน่ารู้ การแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน เมื่อ 100 ปีก่อน
ต่างประเทศ /  ประวัติศาสตร์ / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยจะพาเพื่อนๆ ไปติดตาม 10 เคล็ดลับน่ารู้ การแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน เมื่อ 100 ปีก่อนว่า เขามีวิธีการอย่างไร ในการแก้ไขกับปัญหาที่เกิดขึ้นต่างๆ โดยไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกช่วยเหมือนสมัยนี้ แถมส่วนใหญ่วิธีที่เราจะได้เห็นนั้นเป็นวิธีที่ถูกฝึกฝนตั้งแต่ตอนเรียนลูกเสือของต่างประเทศเสียด้วย ถึงแม้วิธีจะดูเก่า แต่น่าลองทำแน่นอน และจะมีวิธีน่ารู้อย่างไรบ้างในยามฉุกเฉิน ไปติดตามพร้อมๆ กันค่ะ ห้ามพลาดเด็ดขาดนะ!!! มีประโยชน์มาก 10 เคล็ดลับน่ารู้ การแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน เมื่อ 100 ปีก่อน 1. เคล็ดลับ ดับไฟ นำเกลือ 1 ปอนด์ หรือประมาณ 0.45 กิโลกรัม กับเกลือแอมโมเนียมคลอไรด์ จำนวน 1/2 ปอนด์ หรือราว 0.23 กิโลกรัม นำทั้งสองผสมน้ำประมาณ 2 ลิตร ใส่ขวดแก้วไม่หนามาก พอเกิดเหตุไฟไหม้ ให้ปาขวดดังกล่าวเข้าไป 1 ขวดหรือมากกว่า ตามปริมาณความรุนแรงของเพลิง ไฟก็จะดับ 2. เคล็ดลับ นำเสี้ยนออกจากมือ นำน้ำร้อนใส่ขวดปากกว้าง ใส่จนเกือบเต็ม เอามือไปอุดที่ปากขวดหรือแก้วนั้น ความร้อนและไอน้ำจะดึงเนื้อทำให้เนื้อบริเวณนั้นขยายตัวและดูดเสี้ยนออกมา 3. เคล็ดลับ เก็บถนอมไข่ไก่ วิธีนี้ใช้ได้กับไข่ใหม่เท่านั้น หากต้องการเก็บไข่ให้อยู่ได้นานๆ เพียงแค่นำไข่ไปฝังเกลือ เก็บไว้ในที่แห้งและเย็น แค่นี้ก็จะอยู่ได้นานแล้วล่ะ เพราะอากาศจะไม่สามารถเข้าไปในเปลือกไข่ได้ 4. เคล็ดลับ ตัดต้นไม้ เลือกฝั่งที่ต้องการให้ต้นไม้ล้มลงมา ตัดตรงบริเวณที่อยากตัดจนเกือบครึ่ง และหยุด ย้ายฝั่งมาตัดอีกฝั่งหนึ่ง สูงกว่ารอยตัดเดิม 2-3 นิ้ว แล้วใช้เชือกดึงต้นไม้ลงมาตามภาพ แค่นี้ก็เรียบร้อย 5. เคล็ดลับ กำราบหมาบ้า วิธีง่ายๆ คือหยิบของใกล้ตัวที่หาได้ อย่างในภาพอาจใช้หมวก ไม้ มาล่อหมาเอาไว้ เพราะหมาจะไปสนใจสิ่งของที่คุณล่อมันก่อน และคุณต้องใช้จังหวะนั้นเตะมัน มันก็จะกลัวและหนีไป 6. เคล็ดลับ รดน้ำต้นไม้ในเวลาที่เราไม่อยู่บ้านหลายวัน เอาน้ำใส่กะละมังเอาไว้ วางไว้สูงกว่าต้นไม้ที่ต้องการจะรดน้ำเพียงเล็กน้อยตามภาพ ควรนำต้นไม้ทุกต้นที่จะรดมาวางรอบๆ ด้านล่างกะละมัง นำไหมพรมมา ปลายด้านหนึ่งวางไว้ในน้ำจนถึงก้นกะละมัง ปลายด้านหนึ่งวางไว้บนดิน น้ำจะค่อยๆ ซึมและมารดน้ำต้นไม้แทน 7. เคล็ดลับ จุดไม้ขีดบริเวณที่มีลม นำใบมีดโกนมาเฉือนไม้ขีดด้านที่ติดกับหัวไม้ขีดตามภาพ เวลาจุด ไฟจะติดที่รอยเฉือนและทำให้ไฟอยู่ได้นานกว่าปกตินั่นเอง 8. เคล็ดลับ ทำเก้าอี้ข้ามลำธาร ผู้เชือกไว้กับต้นไม้ด้านหนึ่ง และให้คนที่ว่ายน้ำเป็น ว่ายข้ามไปผูกกับต้นไม้อีกฝั่ง หากไม่มีห่วงเหล็กคล้องเชือก ให้ใช้เชือกผูกเป็นวง ผูกเชือกไว้ทั้งสองฝั่งของลำธาร แล้วค่อยๆ ดึง หลังจากนั้นคนที่ไม่สามารถว่ายน้ำได้ ก็จะสามารถข้ามลำธารได้อย่างปลอดภัย 9. เคล็ดลับ ช่วยชีวิตคนที่โดนไฟช๊อต หากคุณเจอคนที่โดนไฟช๊อตจากการจับสายไฟที่มีไฟวิ่ง หากเขายังถือสายไฟอยู่ อย่าพยายามดึงเขาออกมา ถ้าจะดึง คุณต้องใส่ถุงมือยาง หรือใส่เสื้อผ้าแห้งหนาๆ หลายๆ ชั้น หลังจากนั้น คุณควรยืนบนแก้ว หรือไม้แห้ง และพยายามตัดกระแสไฟฟ้าบริเวณนั้น และรีบส่งโรงพยาบาลทันที 10. เคล็ดลับ ทำที่กรองน้ำ เจาะรูที่ก้นกระป๋อง นำทรายละเอียด ทรายหยาบ หินก้อนเล็ก และหินก้อนใหญ่ วางเรียงกันตามลำดับจากบนลงล่าง น้ำจะถูกกรองจนสะอาดและใช้ได้ ข้อมูลและภาพ : Mentalfloss, kiitdoo

โผล่อีก! หนุ่มใหญ่อ้างเป็นร่างทรงเสด็จเตี่ย จัดพิธีใหญ่โต
จัดพิธี /  ร่างทรง / 

หนุ่มใหญ่อ้างเป็นร่างทรงเสด็จเตี่ย จัดพิธีใหญ่โต วันนี้(12ม.ค.) ที่แฟนเพจ "FuckGhost ฟักโกสต์ : สมาคมต่อต้านสิ่งงมงาย" ได้มีการเผยแพร่ภาพการจัดงานคนทรงเจ้า  โดยมีการเข้าทรงเป็น พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพร เขตอุดมศักดิ์ หรือ เสด็จเตี่ย และยังมีการให้ร่างทรง แต่งเครื่องแบบทหารยศนายพลเต็มยศ ท่ามกลางผู้คนที่เข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก ซึ่งภาพดังกล่าวถูกตีพิมพ์ลงในนิตยสารฉบับหนึ่ง ทั้งนี้ทางแฟนเพจได้มีการเรียกร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเอาผิดบุคคลที่อยู่ในภาพ เนื่องจากเป็นการกระทำผิดกฎหมาย เพราะมีการแต่งเครื่องแบบราชการ และการแอบอ้างสถาบันเบื้องสูง เช่นเดียวกับผู้คนบนโลกออนไลน์ที่ได้พบเห็นภาพดังกล่าว ต่างวิพากษ์วิจารณืไปในทำนองเดียวกันว่า การระทำเช่นนี้เป็นการหลอกลวงประชาชน ซ้ำยังผิดพ.ร.บ.เครื่องแบบทหาร อีกด้วย จึงเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดำเนินการตรวจสอบตามกฎหมาย สำหรับ พ.ร.บ.เครื่องแบบทหาร พ.ศ. 2477 มาตรา 6 ระบุไว้ว่า "ผู้ใดแต่งเครื่องแบบทหารตามพระราชบัญญัตินี้ หรือแต่งเครื่องแบบทหารที่ทหารยังคงใช้ในราชการอยู่ โดยไม่มีสิทธิจะแต่งได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือน - 5 ปี และถ้าการกระทำเช่นว่ามานี้ได้กระทำภายในเขตซึ่งประกาศใช้กฎอัยการศึกก็ดี ในเวลาสงครามก็ดี ในเวลาบ้านเมืองมีเหตุฉุกเฉินก็ดี หรือเพื่อกระทำผิดทางอาญาก็ดี ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี" เสด็จเตี่ยหรือพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ (19 ธันวาคม พ.ศ. 2423 — 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2466) ทรงเป็นต้นราชสกุล "อาภากร" เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 28 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และองค์ที่ 1 ในเจ้าจอมมารดาโหมด พระองค์ทรงได้รับสมัญญานามว่า "องค์บิดาของทหารเรือไทย" พระองค์ทรงเป็นผู้วางรากฐานการบริหารงานของกองทัพเรือ ทรงได้รับการเชิดชูในหมู่ทหารเรือเรียกขานพระองค์ว่า "เสด็จเตี่ย" หรือ "หมอพร" และ "พระบิดาแห่งกองทัพเรือไทย" ต่อมาในปี 2536 มีประกาศกองทัพเรือขนานพระนามพระองค์ว่า "พระบิดาของกองทัพเรือไทย" และในปี 2544 แก้ไขเป็น "องค์บิดาของทหารเรือไทย ภายหลังจากการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ ได้มีการจัดสร้างศาลและอนุเสาวรีย์พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ รวมทั้งสิ้น 217 แห่งทั่วประเทศไทย เช่น โรงพยาบาลชุมพร อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร หรือที่ โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีเป็นต้น MThai News ขอบคุณภาพจากแฟนเพจ FuckGhost ฟักโกสต์ : สมาคมต่อต้านสิ่งงมงาย

นาทีฉุกเฉิน เล่ห์ 18มงกุฎ แสร้งทำเป็นกระเป๋าตังค์หาย จะขอยืมเงินกินข้าว 18 ธันวาคม 2557
นาทีฉุกเฉิน /  นาทีฉุกเฉินย้อนหลัง / 

นาทีฉุกเฉิน เล่ห์ 18มงกุฎ แสร้งทำเป็นกระเป๋าตังค์หาย จะขอยืมเงินกินข้าว 18 ธันวาคม 2557

สธ.มาลีแถลงประเทศปลอดอีโบลาแล้ว
ปลอดอีโบลา /  มาลี / 

กระทรวงสาธารณสุขประเทศมาลี แถลงการณ์กรณี ประเทศปลอดเชื้ออีโบลาอย่างเป็นทางการ วันนี้ (19 ม.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว นาย อูสแมน โคเน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของประเทศมาลี แถลงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลารายใหม่เป็นเวลาได้ 42 วันแล้ว ซึ่งแสดงว่าการระบาดของอีโบล่าในประเทศได้ยุติลงอย่างสิ้นเชิงซึ่งถือได้ว่าเป็นประเทศเป็นเขตปลอดเชื้อไวรัสอีโบลาอย่างเป็นทางการ ตามมาตรฐานของโครงการภารกิจโต้ตอบฉุกเฉินต่อการแพร่ระบาดของโรคอีโบลาของสหประชาชาติ ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก ( WHO ) ระบุว่ามาลีพบผู้ป่วยและเสียชีวิตจากเชื้ออีโบลาเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนต.ค.ปีที่แล้ว โดยคนไข้อีโบล่ารายสุดท้ายของมาลีได้รับการรักษาจนหายดี และออกจากโรงพยาบาลไปเมื่อต้นเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ซึ่งตรงตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดว่า ต้องไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ภายในระยะเวลาสองเท่าของช่วงการฟักตัวของอีโบล่าที่กินเวลาราว 21 วัน จึงจะถือว่าปลอดการระบาดได้ ทั้งนี้ องค์การสหประชาชาติยัง ยังระบุด้วยว่า ขณะนี้จำนวนผู้ติดเชื้ออีโบลา ในสามประเทศของแอฟริกาตะวันตก คือ ไลบีเรีย เซียร่าลีโอน และกีนีลดลงอย่างมาก และมีจำนวนผู้ป่วยต่อสัปดาห์ในระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม สถิติผู้ติดเชื้ออีโบลาตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2556 ถึงวันที่ 12 ม.ค. อยู่ที่อย่างน้อย  21,364 ศพ เสียชีวิตแล้ว 8,459 ศพ MThai News

สธ.สกอตยัน พบผู้ป่วยอีโบลารายแรกในประเทศ
ผู้ติดเชื้ออีโบลารายแรก /  ผู้ป่วยอีโบลา / 

สาธารณสุขสกอตแลนด์ยืนยัน พบผู้ติดเชื้ออีโบลารายแรกในประเทศ เป็นเจ้าหน้าที่ที่เดินทางกลับมาจากปฏิบัติหน้าที่ในแอฟริกาตะวันตก วานนี้ (29 ธ.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ข่าวสำนักงานสาธารณสุขแห่งสกอตแลนด์ ออกโรงแถลงการณ์ เมื่อวันจันทร์ ยืนยันกรณีการตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสมรณะ 'อีโบลา' รายแรกของประเทศแล้วที่เมืองกลาสโกว์ ผู้ป่วยรายนี้คือบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาผู้ป่วย และเพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศเซียร์ราลีโอน ซึ่งยังคงเป็นประเทศในพื้นที่สีแดง เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยเครื่องบินของสายการบิน 'บริติช แอร์เวย์ส' จากประเทศเซียร์ราลีโอน ผ่านสนามบินในเมืองคาซาบลังกา ประเทศโมร็อคโก และสนามบินฮีทโธรว์ ในกรุงลอนดอน และเดินทางถึงสนามบินเมืองกลาสโกว์ ของสกอตแลนด์ ผู้ป่วยรายนี้รู้สึกไม่สบาย จึงถูกหามส่งโรงพยาบาลและถูกแยกเดี่ยวในเวลาต่อมา โดยผู้ที่เป็นไปได้ว่าจะติดต่อ ใกล้ชิดกับผู้ป่วยรายนี้กำลังถูกเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ และรายใดที่มีความเสี่ยง จะถูกติดตามสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม นายนิโคลา สเตอร์เจียน หัวหน้าคณะรัฐบาลสกอตแลนด์ เรียกประชุมคณะกรรมาธิการฉุกเฉิน เพื่อรับประกันการออกมาตรการควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัสมรณะดังกล่าว  ทั้งนี้สกอตแลนด์เตรียมตัวรับมือกับปัญหาดังกล่าว นับตั้งแต่เกิดการระบาดในแอฟริกาตะวันตก โดยนิโคลาเชื่อมั่นว่าสกอตแลนด์เตรียมตัวได้อย่างดี อาธิเช่น การจัดสายด่วนสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยง รวมถึงผู้ที่เดินทางมายังสกอตแลนด์ในเที่ยวบินเดียวกับผู้ติดเชื้ออีกด้วย MThai News ที่มา METRO

ช็อกตายคาคอมฯ หลังเล่นเกมส์ออนไลน์ข้ามคืน 3 วันติดต่อกัน
ข่าวสังคมเกมส์

เว็บไซต์ข่าวจากต่างประเทศรายงานข่าวเกมเมอร์ชาวไต้หวันเสียชีวิตภายในร้านอินเตอร์เน็ตเกมส์ ณ กรุงเกาสฺยง ประเทศไต้หวัน หลังเล่นเกมส์ติดต่อกันเป็นเวลา 72 ชั่วโมง หรือ 3 วัน แบบข้ามวันข้ามคืน สื่อไต้หวันระบุ นับเป็นเหตุการณ์ครั้งที่สองของปีที่เกิดเหตุลักษณะเช่นนี้ ภาพจาก Reuters / Stringer หลังจากเจ้าหน้าที่เดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุ และสอบถามจากจากเจ้าหน้าที่ร้านอินเตอร์เน็ตเกมส์ ทราบภายหลังว่าชื่อ นายเช อายุ 32 ปี เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า ลูกค้าคนดังกล่าวได้ใช้บริการเล่นเกมส์มาเป็นเวลาถึง 72 ชั่วโมง ส่วนใหญ่เกมส์ที่เขาเล่นเป็นเกมส์ประเภท"ต่อสู้" (ไม่ได้ระบุชื่อเกมส์) ก่อนที่ทราบว่าเสียชีวิต ตนได้เห็นลูกค้าคนดังกล่าวได้นอนฟุบบนโต๊ะและไม่มีการขยับเขยื้อนใดๆ ตนคิดว่าเขาเพียงแค่นอนหลับตามปกติ แต่หลังจากที่พยายามปลุกพบว่า ลูกค้าคนดังกล่าวเสียชีวิตแล้ว ตนจึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าฉุกเฉินเพื่อเข้าช่วยเหลือทันที ภาพจาก Reuters / Nir Elias ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวถึงสาเหตุการเสียชีวิตครั้งนี้ว่า ผู้ตายมีอุณหภูมิร่างกายต่ำจากอ่อนเพลียเวลาเล่นเกมส์ที่มีความตึงเครียดสูง ซึ่งมีแนวโน้มเกิดเสียชีวิตได้ ทั้งนี้ ยังขอแนะนำผู้เล่นเกมส์และเยาวชนว่า ควรใช้เวลาเล่นเกมส์ไม่เกิน 2 ชั่วโมง และพยายามออกจากหน้าจอและหันไปทำกิจกรรมอื่นๆบ้าง อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ก่อนหน้านั้น มีชายผู้หนึ่งอายุ 38 ปี เสียชีวิตจากการเล่นเกมส์หลังเล่นเกมส์ติดตั้งกันเป็นเวลา 5 วัน ช่วงวันสิ้นปี 2014 และเป็นวัันหยุดยาว ที่ผ่านมา

บช.น. ออกประกาศ ห้ามตำรวจทุกระดับ ลาหยุดปีใหม่
ข่าววันนี้ /  ตำรวจ / 

ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ออกประกาสคำสั่งห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจลาหยุด 30 ธ.ค.57- 5ม.ค.58 หวังอำนวยความสะดวกประชาชนปีใหม่ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล มีหนังสือกำชับการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดให้ปฎิบัติงานอย่างเต็มที่ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 31ธ.ค.57-4ม.ค.58 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ประชาชนเดินทางออกไปต่างจังหวัดจำเป็นอย่างยิ่ง จะต้องมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยปฎิบัติหน้าที่ และคอยควบคุมสถานการณ์ฉุกเฉินได้ทันที โดยให้ข้าราชการตำรวจทุกระดับงดการลาในช่วงวันที่30ธ.ค.57-5ม.ค.58 ยกเว้นมีความจำเป็นอย่างแท้จริง ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้บังคับบัญชาลำดับชั้นพิจารณา ข้าราชการตำรวจระดับ ผกก.ขึ้นไป ทุกนายให้เสนอขออนุญาตมายัง บช.น.เป็นผู้พิจารณาโดยตรง ส่วนข้าราชการตำรวจระดับ รอง ผกก.ลงมาในสังกัด กก.ดส. และ ศฝร. ให้เสนอขออนุญาตยัง บช.น. ผ่าน รองผบช.น.เป็นผู้พิจารณาอนุญาตเป็นรายๆ ไป ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นในแต่ละหน่วยงานและสายงาน ให้ออกปฏิบัติหน้าที่และตรวจสอบการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจในความรับผิดชอบ โดยเพิ่มความเข้มของการปฏิบัติในช่วงเวลาดังกล่าว สำหรับหน่วยงานด้านธุรการหรืออำนวยการ ให้แต่ละหน่วยจัดผู้รับผิดชอบแต่ละวันในช่วงวันหยุดดังกล่าว ผลัดเปลื่อนหมุนเวียนเพื่อรับผิดชอบ กรณีมีงานพิเศษเร่งด่วนที่จำเป็นต้องดำเนินการก็ให้สามารถติดต่อมาปฏิบัติงานพิเศษเร่งด่วนดังกล่าวได้ทันที และให้ผู้บังคับบัญชาของแต่ละระดับชั้น ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่เวรยามดังกล่าว ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "ตำรวจ" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> MThai news

รวบไอ้หื่น โทรชวน191 เล่นเซ็กส์โฟน รวม4พันครั้ง
191 /  ชวน191เล่นเซ็กส์โฟน / 

รวบไอ้หื่น โทร ชวน191 เล่นเซ็กส์โฟน รวมเบอร์โทรฉุกเฉินอีก เกือบ 4พันกว่าครั้ง  วันนี้(18ธ.ค.)แฟนเพจ Thailand Police Story รายงานข่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม นายกิตติ ดิษพงศ์ (อายุ 22 ปี) ใช้เวลาว่างในช่วง 5 เดือน (สิงหาคม - ธันวาคม) โทรไปก่อกวนเบอร์รับแจ้งเหตุทั่วประเทศกว่า 4,000 ครั้ง เฉพาะเบอร์ 191 ของตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี นายกิตติโทรไปถึง 758 ครั้ง ตำรวจจึงแกะรอยสัญญาณและเข้าจับกุมนายกิตติได้ที่ อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี พนักงานผู้หญิงคนหนึ่งให้การว่า นายกิตติจะใช้เบอร์เดิมโทรมาตลอด ชอบโทรมาคุยเรื่องลามก เล่นเซ็กส์โฟน และขอร่วมหลับนอน ตำรวจจึงแจ้งข้อหานายกิตติ "ดูหมิ่น หมิ่นประมาท และกระทำให้ผู้อื่นได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ" (โทรมากี่ครั้งนับข้อหาตามจำนวนสายที่โทรมา) ช่วงที่ผ่านมามีประชาชนร้องเรียนเสมอว่าโทรเบอร์ 191 ไม่ค่อยติด จากการสำรวจข้อมูลพบว่ามีคนโทรมาแกล้งและก่อกวนเบอร์ 191 จำนวนมาก รวมถึงคึกคะนองแจ้งความเท็จ ทำให้คู่สายไม่ว่าง ขณะนี้ทุกกองบัญชาการและตำรวจภูธรทุกจังหวัดกำลังปรับปรุงระบบ 191 และรวบรวมข้อมูลเพื่อไล่เช็คบิลคนพวกนี้อยู่ ขอบคุณภาพจาก แฟนเพจ Thailand Police Story

น้าเทิด ชี้ ดัสกร ยังมีดีพอติดทีมชาติ แนะรักษาร่างกายให้ดี
ฉลามชล /  ฉลามชล ชลบุรี เอฟซี / 

น้าเทิด เทิดศักดิ์ ใจมั่น ดาวเตะวัยเก๋า ของ ฉลามชล ชลบุรี เอฟซี และอดีตนักเตะทีมชาติไทย ชี้ ดัสกร ทองเหลา ยังมีดีพอติดทีมชาติไทย แต่ ซิโก้ ไม่เรียกก็ถือว่าไม่ผิด เพราะขึ้นอยู่กับมุมมองและระบบทีม หลังจากเป็นกระแสพอสมควรเกี่ยวกับเรื่องว่า ดัสกร ทองเหลา ยังดีพอที่จะกลับมาติดทีมชาติไทย หรือไม่ ซึ่งก่อนหน้านี้มีหลายความเห็นทั้งที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย เพราะมองว่าร่างกายของ กัปตันทีม ยังไม่สมบูรณ์พอ และสไตล์การเล่นอาจจะไม่เข้าระบบกับนักเตะชุดปัจจุบัน ล่าสุด น้าเทิด เทิดศักดิ์ ใจมั่น พอค้าแข้งวัย 42 กะรัต ที่ยังค้าแข้งอยู่บนลีกสูงสุดของเมืองไทย กับ ฉลามชล ชลบุรี เอฟซี ได้ออกมาแสดงความเห็นเรื่อง ดัสกร ว่า การที่ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ไม่เรียก ดัสกร ก็ถือว่าไม่ผิด เพราะการจะเรียกนักเตะเข้าสู่ทีมมันอยู่ที่มุมมอง และการทำทีมของโค้ช ว่าต้องการจะได้นักเตะอย่างไรเข้าสู้ทีม เพื่อให้ทีมแข็งแกร่งมากที่สุด “แต่ถ้าผมเป็นโค้ช ผมก็อาจจะเรียกเขาร่วมทีม เพราะว่าเขาน่าจะยังมีดี เชื่อว่าประสบการณ์ของเขาสามารถที่จะช่วยทีมได้ ซึ่งเรื่องนี้มันก็ขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่น หากเราเชื่อมั่นว่าเขาทำได้ ก็ควรที่จะให้โอกาสเขา” ส่วนประเด็นที่ว่าร่างกายอดีตทีมชาติยังไม่ดีพอในเวลานี้ แข้งวัยดึก เผยว่า อันนี้เป็นเรื่องสำคัญของนักฟุตบอลเลย ที่จะต้องดูแลเป็นอันดับแรก ตอนนี้เราก็ไม่รู้ว่าเขาร่างกายเป็นอย่างไร เพราะลีกก็ปิดอยู่ ก็อยากจะฝากบอกถึงน้องๆว่า ให้รักษาร่างกายให้ดีถึงแม้จะไม่มีเกมการแข่งก็อย่าปล่อยตัว เพราะหากมีการเรียกเข้าทีมแบบฉุกเฉิน จะได้พร้อมที่จะกลับเข้าสู่ทีม “ตัวผมเองอายุ 42 แล้ว ยังสามารถเล่นบอลได้ ก็เป็นเพราะการดูแลร่างกายที่ดี ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ถึงจะไม่มีเกมการแข่งก็ตาม อีกอย่างก็ควรจะพักผ่อนให้เพียงพอด้วย เพื่อให้ร่างกายได้ซ้อมแซมส่วนที่สุกหรอ จะได้ใช้ร่างกายไปนานๆ” นอกจากนี้ น้าเทิด ยังฝากถึง ดัสกร ว่า หากมีโอการรับใช้ชาติอีกครั้ง ก็ทำหน้าที่ให้เต็มที่ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น เพื่อเป็นการตอบแทนชาติ ที่เรามีชื่อเสียงได้ถึงทุกวันส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะทีมชาติ

พระราชทานยศทหาร 42 นาย เป็นกรณีพิเศษ
ข่าววันนี้ /  ทหารภาคใต้ / 

พระราชทานยศทหาร 42 นาย เป็นกรณีพิเศษ หลังเสียชีวิตและบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่เสียสละเพื่อชาติ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่อง พระราชทานยศทหารเป็นกรณีพิเศษในหน้าที่ 3 และหน้าที่ 6 เล่มที่ 132 ตอนที่ 2 ข โดยมีรายละเอียดระบุว่ามีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศทหารเป็นกรณีพิเศษให้แก่ข้าราชการทหารสังกัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งพิการทุพพลภาพ เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการในเวลาเหตุฉุกเฉินและในเวลาปกติ จำนวน 42 นาย ดังนี้ ร.ต.อาหะมะ บูรพา เป็นพล.ต. จ.ส.อ.ประยุทธ ผ่องศรี เป็นพล.ต. ตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย.2556 จ.ส.อ.วีระศักดิ์ แสงงาม เป็นพ.อ. ตั้งแต่วันที่ 31ส.ค. 2554 จ.ส.อ.สุรพล ผ่องวัฒนะ เป็นพ.อ.ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ย. 2554 จ.ส.อ.บัวกันสร้างคำ เป็นพ.อ. ตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค. 2556 จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ห้วยลึก เป็นพ.อ. ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.2556 ร.ท.ธงชัย เสนาะศัพท์ เป็นพ.อ. ตั้งแต่วันที่ 17 พ.ย. 2556 จ.ส.อ.มังกร เหนี่ยวพันธุ์ เป็นพ.อ.ตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย. 2556 จ.ส.อ.ตันติกรกองสาย เป็นพ.อ. ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. 2557 ส.อ.ชุ่มเย็น ผานาค เป็นพ.ท. ตั้งแต่วันที่ 24 ต.ค. 2552 ส.อ.ปรีดา ผ่องใส เป็นพ.ท. ตั้งแต่วันที่ 3 ม.ค.2556 จ.ส.ต.สุรเชษฐ วงษ์สมาจารย์ เป็นพ.ต. ตั้งแต่วันที่ 17 ต.ค. 2556 ส.ต.วสันต์ อนุรักษ์ เป็นร.อ.ตั้งแต่วันที่ 26 ต.ค. 2556 น.ต.พัชษภณปลีเจริญ เป็นพล.ร.ท. ตั้งแต่วันที่ 7 ก.พ. 2556 พ.จ.อ.ยศศิริ นวาวัฒน์ เป็นน.อ. ตั้งแต่วันที่ 29ธ.ค. 2550 ร.อ.องอาจ รื่นระวัฒน์ เป็นน.อ. ตั้งแต่วันที่ 23ก.ค. 2553 พ.จ.อ.ชินกร ฝาหัด เป็นน.อ.ตั้งแต่วันที่ 10 ส.ค. 2553 ว่าที่ร.ต.บำรุงรินกระโทก เป็นน.อ., พ.จ.อ.วิชิต บุญวรสถิต เป็นน.อ. ตั้งแต่วันที่ 14 ก.ย. 2554 พ.จ.อ.จรัส ศรีสุด เป็นน.อ.ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย. 2554 จ.อ.รัฐพลสีลาเกตุ เป็นน.อ. ตั้งแต่วันที่ 20 ส.ค.2555 พ.จ.อ.สุเทพ อนันต์ เป็นน.อ. ตั้งแต่วันที่ 10 ต.ค. 2555 พ.จ.อ.พันธ์วุธ ภูริรักษ์ เป็นน.อ. ตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค. 2555 พ.จ.อ.ศิริ ดำรอด เป็นน.อ. ตั้งแต่วันที่ 18พ.ย. 2555 จ.อ.สุเทพ ประทุมมณี เป็นน.อ.ตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค. 2556 จ.อ.ถนิตย์รามแก้ว เป็นน.ท. ตั้งแต่วันที่ 11 ก.ย. 2555 จ.อ.ทรงศักดิ์ แก้ววิเศษพรมมี เป็นน.ต. ตั้งแต่วันที่ 17 มี.ค. 2554 จ.อ.วิสันต์ แก้วใสทับ เป็นน.ต.ตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค. 2554 ร.ต.โยธินสินภักดี เป็นร.อ. ตั้งแต่วันที่ 18 ม.ค. 2554 น.อ.อาจณรงค์ ตันสุวรรณรัตน์ เป็นพล.อ.ท. ตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย. 2556 พ.จ.อ.ฉลอง มั่นพรม เป็นน.อ. ตั้งแต่วัน27 ส.ค. 2556 จ.ท.เอกชัย เพชรไพรวัลย์ เป็นร.ต.ตั้งแต่วันที่ 21 พ.ย. 2556 ร.ท.ธงชัย แพชนะ เป็นพล.ท. ตั้งแต่วันที่ 30 ต.ค. 2556 จ.ส.อ.ธวัช เอี่ยมสะอาด เป็นพ.อ.ตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค. 2556 จ.ส.อ.จรัลเลาหะพันธ์ เป็นพ.อ. ตั้งแต่วันที่ 30 ต.ค. 2556 ส.อ.ธีระศักดิ์ แสงสุระ ตั้งแต่วันที่ 28 ม.ค. 2557 ส.อ.อดิพงษ์ รักษ์วงค์ เป็นพ.ต. ตั้งแต่วันที่ 29 เม.ย. 2557 พลทหารสุรพล ปินใจ เป็นร.ต. ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 2556 พลทหารวิชิต หมื่นชัยยะ เป็นร.ต. ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.2556 ส.ต.ชัยบดินทร์ สีโสดา เป็นร.ต. ตั้งแต่วันที่ 29ส.ค. 2556 พลทหารเทววิน อุปภักดี เป็นร.ต.ตั้งแต่วันที่ 7 ม.ค. 2557 และพลทหารทศพลสำนักพงศ์ เป็นร.ต. ตั้งแต่วันที่ 27 ม.ค. 2557 ประกาศ ณ วันที่ 8 ธ.ค. 24557 พล.อ.ประวิตรวงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ สำหรับนายทหารที่ได้รับพระราชทานยศทหารเป็นกรณีพิเศษครั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นนายทหารที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติราชการรวมถึงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "ทหารใต้" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> MThai news

บางแก้วโหด ขย้ำเด็ก 1ขวบเจ็บสาหัส แผลเหวอะตั้งแต่หัวถึงขา
ข่าวจังหวัดปราจีนบุรี /  บางแก้ว / 

สุนัขพันธุ์ไทยผสมบางแก้วกัดเด็ก 1 ขวบคาบ้านที่ปราจีนบุรี บาดเจ็บสาหัส ขณะเดินเล่นหน้าบ้าน เผยเป็นสุนัขของญาติเลี้ยงไว้ ต้องรอดูอาการ ก่อนตกลงค่าเสียหายอีกครั้ง รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ จ.ปราจีนบุรี ได้เกิดเหตุสุนัขพันธุ์บางแก้วเพศผู้กัดขย้ำเด็กชายวัย 1 ขวบเพื่อนบ้าน ขณะกำลังเดินเล่นรับลมอยู่ที่บริเวณหน้าบ้านกับผู้เป็นย่า เป็นเหตุทำให้เด็กชายคนดังกล่าวมีแผลเหวอะหวะตั้งแต่หัว-ใบหน้า จนถึงโคนขา ญาติต้องเร่งประสานกู้ภัยให้ช่วยนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน ทั้งนี้จากการสอบสวนผู้เป็นย่าที่ยืนตื่นตกใจอยู่หน้าห้องฉุกเฉินได้ความว่า ก่อนเกิดเหตุพาหลานชายออกมาเดินเล่น อยู่บริเวณริมถนนหน้าบ้าน จากนั้นมีสุนัขพันธุ์ไทยผสมกับพันธุ์บางแก้ว เพศผู้ อายุประมาณ 3 ปี ซึ่งเป็นสุนัขของญาติๆ กันที่เลี้ยงไว้ข้างบ้านรั้วติดกัน วิ่งออกมากัดแล้วขย้ำหลานชาย จนล้มลงนอนดิ้นอยู่กับพื้นส่งเสียงร้องไห้ดังลั่น ตนจึงรีบเข้าไปไล่สุนัขตัวดังกล่าวแล้วช่วยหลานขึ้นมาได้ แต่พบหลานชายถูกสุนัขกัดเป็นแผลเหวอะ หวะที่หัวและใบหน้า จึงรีบพาส่งโรงพยาบาลประจำตำบล แต่หมอเห็นว่าอาการสาหัสมากจึงทำแผลเบื้องต้นให้ ก่อนประสานกู้ภัยมารับตัวส่งมาที่โรงพยาบาลกบินทร์บุรี หลังเกิดเหตุยังไม่ได้แจ้งความ เพราะเห็นเป็นสุนัขของญาติพี่น้องกัน แต่ได้บอกให้พ่อแม่ของหลานรีบมาที่โรงพยาบาลแล้ว จากนั้นก็จะได้ตกลงกันอีกครั้งว่าจะเอายังไง และตกลงเรื่องค่ารักษาพยาบาลกันต่อไป MThai news

ละครบ้านศิลาแดง  , เรื่องย่อบ้านศิลาแดง
นิโคล กิตติวัฒน์ /  วีรภาพ สุภาพไพบูลย์ / 

“เพ็ญพร” หรือ “เพ็ญ” หญิงสาวสวยปราดเปรียว ทายาทของเจ้าของบริษัท สวนเสาวรส ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในการผลิตมะพร้าวผงส่งนอก และส่วนผสมในการชงกาแฟทั้งหลาย เดินทางกลับมาถึงเมืองไทยหลังจากจบวิชาบริหาร และด้วยความที่ชอบวิชาการต่อสู้ทุกชนิด เพ็ญพรก็กลับมาพร้อมวิชาการต่อสู้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นคาราเต้,เทควันโด้,ยิงปืน ฯลฯ และเที่ยวนี้เธอกลับมาพร้อมกับสุดา เพื่อนรักที่เดินทางไปเรียนต่อที่อเมริกามาด้วยกัน ย่างก้าวแรกที่กลับมาถึงเมืองไทย เพ็ญพรก็ได้พบกับเดือนฉาย ผู้เป็นแม่มารอรับอยู่ที่สนามบิน และคลาดกันกับ สโรชาและอาภาพร ซึ่งเดินออกมาจากสนามบินเช่นกันเพ็ญพรเหยียบเมืองไทยได้ไม่กี่ชั่วโมง ก็เกือบไปมีเรื่องกับตรัย ซึ่งตรัยเองก็เข้าใจผิดคิดว่าเพ็ญพรนั้น เป็นพรเพ็ญ ทางด้านบ้านศิลาแดง เมื่ออาภาพรเข้ามาถึงบ้านศิลาแดง ก็หาเรื่องแกล้งพรเพ็ญด้วยความหมั่นไส้ พรเพ็ญไม่โต้ตอบแต่อย่างใด มีเพียงป้าแจ่มที่คอยแต่จะให้กำลังใจ ถึงแม้จะปกป้องอะไรไม่ได้มาก พรเพ็ญต้องอดทนอยู่ในบ้านศิลาแดง เพราะเอกสิทธิ์ผู้เป็นพ่อคนเดียวเท่านั้น เมื่อกลับถึงบ้านที่ “สวนเสาวรส” เพ็ญพรรีบเข้าไปหา “เคน” ซึ่งเป็นตา ทั้งตาและหลานพูดคุยล้อเล่นกันสนุกสนานตามประสาตาหลานที่ไม่ได้พบกันมานานหลายปี เพ็ญพรมีลูกน้องอยู่คนหนึ่งคือ กอล์ฟ ซึ่งเป็นเด็กในสวนเสาวรส เคนเป็นคนเก็บเอากอล์ฟมาเลี้ยง เพราะสงสารที่ไม่มีพ่อ มีแต่แม่ซึ่งเป็นคนงานในไร่ โดยกอล์ฟจะเป็นลูกไล่ และโดนเพ็ญพรแกล้งอยู่เป็นประจำ แต่ก็มักจะแกล้งด้วยความเอ็นดู เพราะกอล์ฟเป็นเด็กอ้วนน่ารัก เสียแต่ปากไม่ค่อยดีนัก พูดจาโผงผาง เพ็ญพรจึงมักจะหาเรื่องมาแกล้งกอล์ฟอยู่เสมอ โดยที่กอล์ฟก็จะหาทางแก้เผ็ดเพ็ญพรอยู่เสมอเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่ก็โดนจับได้และโดนเพ็ญพรเล่นงานจนเจ็บแสบกลับไปทุกครั้ง แต่แม้ว่าทั้งคู่จะแกล้งกันไปมาเป็นประจำ แต่ลึกๆ ทั้งเพ็ญพรและกอล์ฟก็รักและห่วงกันเหมือนพี่สาวกับน้องชาย เพ็ญพรชวนกอล์ฟ เข้าตลาด มาหาของกินอร่อยๆ แต่ก็บังเอิญไปเจอพวกโจรกระชากสร้อย เพ็ญพรมองแบบไม่อยากมีเรื่อง แต่ก็โชว์ฝีไม้ลายมือแบบไม่ยั้ง จนเอาสร้อยมาจากโจร ส่งคืนให้กับเจ้าของได้ วิทวัสมาเจอกับเพ็ญพรโดยบังเอิญ ในคราบของแม่ค้าขายปาท่องโก๋ แค่การพบกันครั้งแรก ทั้งคู่ก็ได้ปะทะคารมกันอย่างถึงพริกถึงขิงเพ็ญพรไม่ชอบขี้หน้าวิทวัสอย่างแรง แต่ก็ไม่ทันข้ามวันเพ็ญพรต้องเจอกับวิทวัสอีก ที่บ้านสวนเสาวรส เพ็ญพรถึงกับอึ้งที่รู้ว่า ต้องเจอกับวิทวัส ในฐานะที่ทำธุรกิจร่วมกันทั้งเพ็ญพรและวิทวัสมีโอกาสพบกันอีกหลายครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งทั้งคู่ก็อดที่จะแกล้งให้อีกฝ่ายเจ็บใจไม่ได้ จนกลายเป็นเหมือนขมิ้นกับปูนกันเลยทีเดียว หลังจากที่เอกสิทธิ์กลายเป็นอัมพาตต้องนอนอย่างเดียว พูดอะไรไม่ได้ สโรชาปล่อยให้เอกสิทธิ์มีชีวิตอยู่ เพราะถ้าเอกสิทธิ์ตายสมบัติทั้งหมดก็ต้องตกอยู่กับลูกสาว เธอปล่อยให้เอกสิทธิ์มีชีวิตอยู่อย่างคนที่มีแต่ร่างแต่ไร้วิญญาณ และคอยรับหน้าทนายสมศักดิ์ ซึ่งเป็นผู้จัดการเกี่ยวกับมรดกและทรัพย์สินทั้งหมดของบ้านศิลาแดง โดยคอยเป็นทำดีต่อหน้าทนายสมศักดิ์ว่าเป็นห่วงเป็นใย คอยดูแลเอกสิทธิ์ที่นอนป่วยอยู่เป็นอย่างดี แต่พอทนายสมศักดิ์กลับไป ก็ปล่อยให้เอกสิทธิ์อยู่แบบคนอนาถา มีเพียงพรเพ็ญคนเดียวที่คอยดูแลพ่อของเธอ เชาว์เข้ามาครอบครองบ้านศิลาแดงโดยเปิดเผย ด้วยการเป็นสามีเก่าของสโรชา เชาว์นั้นมีลูกกับสโรชา 2 คนคือ “ณัฐพงษ์” และ “อาภาพร” แต่เชาว์ก็ไม่ได้เข้ามาเพียงคนเดียว เชาว์พาวาทินีเมียเด็กของเขาเข้ามาด้วย เลยทำให้สโรชา และอาภาพรไม่พอใจ แต่สโรชาก็ต้องยอมให้เชาว์พาวาทินีเข้ามา เพราะสโรชายังต้องพึ่งเชาว์ อยู่ดี สิบเจ็ดปีผ่านไป เดือนฉายกลายเป็นเศรษฐีนีเจ้าของโรงงานผงมะพร้าวสกัดแห้งกระป๋องสำเร็จรูป ขยายกิจการจนรุ่งเรือง เพราะทางราชการตัดถนนผ่านสวนเสาวรสของเคน ทำให้มีเงินขยายกิจการสวนมะพร้าวและซื้อที่ดินแถบนั้นอีกหลายร้อยไร่ เธอมุมาะทำธุรกิจนี้จนประสบความสำเร็จ โดยมีเคนเป็นคนช่วยดูแลธุรกิจให้เธอ ส่วนเพ็ญพรนั้นเรียนทางด้านบริหารธุรกิจจบมาจากเมืองนอก และในขณะเดียวกันก็เรียนศิลปะการต่อสู้มาหลายแขนง เพราะคุณตาของเธอคือ “เคน” ที่คอยสอนการต่อสู้ให้เธอตั้งแต่เด็กๆ จนกลายเป็นความชอบของเพ็ญพร และเมื่อมีโอกาสเพ็ญพรก็จะหาเวลาไปเรียนวิชาการต่อสู้ต่างๆ จากหลายอาจารย์จนเกิดความช่ำชองในด้านนี้เป็นอย่างดี แม้ว่าเดือนฉายจะไม่เห็นด้วยในการให้ลูกผู้หญิงไปเรียนวิชาพวกนี้ แต่ก็มีเคนที่คอยพูดและแนะว่าลูกผู้หญิงควรจะรู้จักวิชาพวกนี้เอาไว้ป้องกันตัวบ้าง เพ็ญพรเป็นสาวสวยที่ฉลาดเป็นกรด แก่นแก้ว และไม่ยอมคน ในขณะเดียวกันการเรียนก็ดี ทำให้เดือนฉายโล่งใจในเรื่องนี้ไปได้ แถมยังเรียนวิชาการแต่งหน้าเปลี่ยนตัวเองไปได้หลายบุคลิกด้วย ส่วนพรเพ็ญนั้นเติบโตขึ้นมาในบ้านศิลาแดงเหมือนคนรับใช้ ได้เรียนแค่มัธยมปีที่ 3 เท่านั้น เพราะสโรชาไม่ต้องการให้เธอฉลาดนัก และไม่ต้องการให้พรเพ็ญทัดเทียมกับณัฐพงษ์และอาภาพรลูกทั้งสองของเธอ แถมยังกดขี่ข่มเหงพรเพ็ญตลอดเวลา ใช้ให้ทำงานเยี่ยงทาส ในขณะเดียวกันก็เอาเอกสิทธิ์ไปอยู่ห้องเล็กซึ่งเป็นห้องของพรเพ็ญ เพราะว่าป่วยเป็นอัมพาตไม่สามารถทำอะไรได้ ปล่อยให้อยู่โดยไม่มีใครเหลียวแล มีเพียงพรเพ็ญที่มาดูแลพ่อของตนเพียงคนเดียว แต่ก็โดนด่าอยู่ตลอด พรเพ็ญได้แต่กล้ำกลืนฝืนทนใช้ชีวิตอยู่ในบ้านศิลาแดงเพราะเธอห่วงพ่อของเธอ ถ้าเธอหนีไปเมื่อไร พ่อของเธอก็จะไม่มีคนดูแล และอาจต้องตายเหมือนคนไร้ญาติขาดมิตร ณัฐพงษ์โตขึ้นเป็นหนุ่มหน้าตาดี แม้จะเรียนเก่งแต่ก็ขี้เกียจ เอาแต่เที่ยวและติดหรู เจ้าชู้เหมือนเชาว์ผู้เป็นพ่อ ไม่ยอมทำงานอะไรถึงแม้จะเรียนจบแล้ว เที่ยวเตร่ไปวันๆ ส่วนอาภาพรนั้นไม่ค่อยสนใจการเรียนจึงเรียนไม่จบ แต่ก็ชอบคุยอวดเพื่อนๆ ว่าไม่อยากเรียนจบในเมืองไทย จะไปเรียนต่อเมืองนอก ณัฐพงษ์พึงพอใจในตัวพรเพ็ญมากเพราะเธอเป็นคนสวย และมักจะพูดจาแทะโลมพรเพ็ญเสมอเมื่อลับตาคนอื่น ส่วนอาภาพรนั้นรูปร่างหน้าตาก็สะสวย แต่งตัวเก่ง แต่ก็อิจฉาที่พรเพ็ญนั้นถึงแม้จะไม่ได้แต่งตัว แต่ก็สวยกว่าเธอ เธอจึงมักจะข่มเหงและดูถูกพรเพ็ญเสมอ พรเพ็ญนั้นก็ทำได้แค่ปัดป้องตัวเองไม่ให้บาดเจ็บเท่านั้น ไม่สามารถโต้ตอบอะไรได้ ส่วนเชาว์นั้นก็เริ่มเห็นว่าพรเพ็ญกลายเป็นสาวแล้ว และด้วยความเจ้าชู้ของตน เขาหมายใจเอาไว้ว่าสบโอกาสเหมาะเมื่อไรก็จะปล้ำพรเพ็ญเป็นเมียอีกคนให้ได้ แต่ก็หาโอกาสได้ยาก เพราะว่าเมียทั้งสองคือวาทินีและสโรชายังอยู่ที่บ้านทั้งสองคน เพ็ญพรเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เป้าหมายแรกของเธอคือสุดา สุดาดีใจที่พบเพ็ญพรอีกครั้งและชวนให้พักที่บ้านของเธอ แต่เพ็ญพรอยากพักโรงแรมมากกว่า และในใจแล้วยังไม่อยากพบตรัยด้วย เพราะยังอดหมั่นไส้ในความขี้เต๊ะของเขาไม่หาย เพ็ญพรเล่าเรื่องที่เธอจะมาสืบหาพี่สาวฝาแฝดของเธอ สุดารับปากว่าจะให้ความช่วยเหลือ และเป็นคนออกความคิดให้เพ็ญพรปลอมเป็นสาวมิสทีน เพ็ญพรปลอมตัวใส่วิก แต่งหน้าจนจำไม่ได้เป็นพนักงานขายเครื่องสำอางค์เข้าไปขายในบ้านศิลาแดง พบอาภาพรก็จำได้ว่าเป็นสาวที่ทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ “ตรัย” จึงคิดแกล้ง และด้วยฝีปากของเพ็ญพรทำให้อาภาพรชอบใจเครื่องสำอางค์ที่เธอเสนอขาย แต่เพ็ญพรก็อ้างว่าหมด และจะนำมาให้ดูอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น และในระหว่างที่ขายของให้อาภาพรนั้น เพ็ญพรก็ได้พบกับพรเพ็ญ เพราะอาภาพรสั่งให้พรเพ็ญเอาน้ำมาเสิร์ฟให้เธอ และยังเห็นว่าวาทินีและสโรชานั้นข่มพรเพ็ญเหมือนทาสก็ไม่ปาน ทำให้เพ็ญพรโมโหจนเกือบเก็บอาการไม่ได้ เพ็ญพรมองหาช่องทางในการเข้ามาในบ้านศิลาแดง และก่อนกลับเธอก็พบกับเชาว์ที่เข้าบ้านมาพอดี เชาว์มองดูเธอเหมือนเสือจ้องขม้ำเหยื่อ และเพ็ญพรก็ทำเป็นอ่อยเหยื่อให้กับเชาว์แทน จนทำให้เชาว์แทบหัวปั่นในรูปร่างหน้าตาของเธอ เพ็ญพรไปหาสุดาที่บ้านเล่าเรื่องทั้งหมดเล่าให้สุดาฟัง สุดาเป็นเดือดเป็นแค้นแทนเพ็ญพร เพ็ญพรมีแผนจะเปลี่ยนตัวกับพรเพ็ญ และต้องการสืบเรื่องพ่อของเธอด้วย อาภาพรนั้นมักจะชวนให้ตรัยมาทานข้าวที่บ้านเป็นประจำ เมื่อตรัยได้พบกับพรเพ็ญก็นึกชอบ เพราะว่าพรเพ็ญเป็นคนสวยน่ารัก แต่ก็มักจะโดนอาภาพรกีดกันบอกว่าพรเพ็ญเป็นแค่คนใช้ในบ้านเท่านั้น ไม่สมควรจะสนทนาพาทีด้วย และเมื่อตรัยกลับไป พรเพ็ญก็มักจะโดนอาภาพรทำร้ายร่างกายเป็นประจำ พร้อมทั้งสั่งไม่ให้พรเพ็ญออกมาเสนอหน้าอีกตอนที่ตรัยมาที่บ้าน ป้าแจ่มและลุงเติมคนรับใช้เก่าแก่ของบ้านนี้ แม้จะสงสารพรเพ็ญ แต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ จึงได้แต่ปลอบใจให้พรเพ็ญมีกำลังใจที่จะต่อสู้ชีวิตในบ้านนี้ต่อไป วันรุ่งขึ้น เพ็ญพรก็เข้าไปที่บ้านศิลาแดงอีกครั้ง โดยทำทีเป็นมาส่งเครื่องสำอางค์ที่อาภาพรสั่งเอาไว้ และได้พบกับตรัยซึ่งจำเธอไม่ได้ อาภาพรแสดงท่าทีเหมือนเขาเป็นแฟนเธอทำให้เพ็ญพรอดหมั่นไส้ไม่ได้ จึงแกล้งทำกาแฟหกใส่เขา อาภาพรไปหาเสื้อให้ตรัยเปลี่ยน ตรัยและเพ็ญพรปะทะคารมกัน และเมื่อเพ็ญพรกำลังจะเดินออกจากบ้านก็พบว่าเชาว์กำลังจะลวนลามพรเพ็ญ แต่วาทินีมาพบเข้าจึงตรงเข้าทำร้ายตบตีพรเพ็ญจนบาดเจ็บ แถมยังด่าว่าพรเพ็ญว่ามาให้ท่าเชาว์ซึ่งเป็นสามีของตน แม้ว่าพรเพ็ญจะแก้ตัวอย่างไรวาทินีก็ไม่ฟัง แถมเชาว์เองก็ยังสมทบว่าพรเพ็ญมาให้ท่าตนอีก ซึ่งทำให้วาทินียิ่งโกรธและทำร้ายพรเพ็ญหนักขึ้น เพ็ญพรเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด แต่ก็ไม่สามารถช่วยพรเพ็ญได้ และกลับออกมาจากบ้านศิลาแดงด้วยความไม่สบายใจ คืนนั้นเพ็ญพรวางแผนกับสุดา โดยจะเปลี่ยนตัวกับพรเพ็ญ โดยให้สุดาขับรถไปจอดข้างบ้านศิลาแดง เพ็ญพรลอบปืนเข้าไปในบ้าน และเข้าไปพบพรเพ็ญ พร้อมทั้งเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้พรเพ็ญฟัง พรเพ็ญนั้นแทบจะปรับตัวไม่ทัน สองพี่น้องฝาแฝดกอดกันแล้วร้องไห้ แต่เมื่อรู้ว่าน้องสาวฝาแฝดของเธอมีฝีมือพอตัว จึงยอมเปลี่ยนตัวกลับไปที่สวนเสาวรสเพราะอยากพบแม่และตาเหมือนกัน แต่ก็เป็นห่วงเอกสิทธิ์ผู้เป็นพ่ออยู่ เพ็ญพรรับปากว่าจะดูแลเอกสิทธิ์ให้ดีที่สุด พรเพ็ญเล่าเรื่องราวของคนในบ้านศิลาแดงให้เพ็ญพรรู้ถึงพฤติกรรมของแต่ละคน รวมถึงเผยว่าทั้งสามคนนี่เองที่ทำให้พ่อของพวกเธอต้องกลายเป็นคนพิการน่าเวทนา ยิ่งทำให้เพ็ญพรโกรธและคิดแก้แค้นคนในบ้านศิลาแดงให้สาสม ก่อนที่พรเพ็ญจะไปกับสุดา เพ็ญพรบอกว่าจะส่งข่าวไปให้พรเพ็ญรู้เป็นระยะ แต่ในช่วงที่พรเพ็ญกลับไปอยู่สวนเสาวรส พรเพ็ญต้องแสดงตัวว่าเป็นเพ็ญพรถ่วงเวลาเอาไว้ก่อน พรเพ็ญรับปาก และคืนนั้นก่อนเข้านอนเพ็ญพรก็ลอบเข้าไปหาเอกสิทธิ์ เมื่อเธอเห็นสภาพพ่อของเธอ ความไม่พอใจที่เธอเคยมีและคิดว่าพ่อทิ้งแม่และเธอไปก็หายไปจนหมด เหลือแต่ความสงสาร เอกสิทธิ์มองหน้าเธอแล้วน้ำตาไหล แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เพ็ญพรกอดพ่อเอาไว้ในอ้อมแขนและสัญญาว่าจะแก้แค้นทุกคนที่ทำให้ครอบครัวของเธอต้องมาพบกับชะตากรรมอย่างนี้ รุ่งเช้าป้าแจ่มเข้ามาปลุกเพ็ญพรให้ลุกขึ้นช่วยงานในบ้าน งานแรกคือทำอาหารเช้าให้เจ้านายทั้งหลายในบ้าน แต่เมื่อทุกคนมาถึงโต๊ะอาหารก็พบว่ามีขนมปังไหม้กองอยู่บนจาน พร้อมด้วยไข่ดาวเกรียมจนดำปี๋อีกหลายใบ อาภาพรกรี๊ดลั่นโต๊ะ ตะโกนเรียกป้าแจ่มสอบถามถึงคนทำอาหารเช้า ป้าแจ่มเดินเข้ามาดูที่โต๊ะอาหารก็แทบเป็นลมไปอีกคน เพ็ญพรเดินตามเข้ามา อาภาพรเดินเข้าไปด่าเหมือนเคย แต่เพ็ญพรก็ด่าสวนกลับทุกคำ วาทินี,สโรชา และเชาว์มองหน้ากันด้วยความสงสัยในพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือของเพ็ญพรในคราบของพรเพ็ญ พร้อมทั้งลงความเห็นกันว่าพรเพ็ญคงกินอาหารผิดสำแดงไป จึงทำให้เป็นบ้า หลังจากนั้นป้าแจ่มก็บอกให้เพ็ญพรกวาดบ้าน,ถูบ้านและซักเสื้อผ้า เพราะว่าพรเพ็ญนั้นก็ทำงานอย่างนี้อยู่ทุกวัน เพ็ญพรมองเห็นงานที่พี่สาวตนต้องทำเหมือนทาสทุกวันแล้วยิ่งแค้นจึงแกล้งทำจนบ้านเละไปหมด วาทินีเมื่อเดินลงบันไดบ้านมาก็ลื่นตกบันไดจึงส่งเสียงกรี๊ดสนั่นบ้าน เพราะเพ็ญพรเอา น้ำราดจนเปียกโชกไปหมด แถมไม้ปาร์เก้ที่ห้องรับแขกก็ลอยเป็นแพ เพราะน้ำที่ขังอยู่บนพื้น วาทินีตะโกนเรียกพรเพ็ญในร่างเพ็ญพร เพ็ญพรวิ่งเข้ามารายงานตัว เพ็ญพรถูกวาทินีด่าว่า แต่เธอก็ลอยหน้าลอยตารับผิดอย่างหน้าชื่นตาบาน แล้ววิ่งกลับไปทำงานอย่างอื่นต่อ ทำให้วาทินีโกรธจนแทบเป็นลม ส่วนสโรชานั้นสั่งให้เพ็ญพรดูแลตัดเล็มดอกไม้ที่เธออุตส่าห์สั่งให้ลุงเติมปลูกให้เรียบร้อย แต่เมื่อกลับมาถึงบ้านเธอก็แทบสลบเพราะดอกไม้ทั้งหลายหน้าบ้านโดนเพ็ญพรตัดจนเหี้ยนไม่เหลือซากทีเดียว สโรชาเรียกเพ็ญพรมาถาม เพ็ญพรจึงตอบว่าสโรชาสั่งให้ตัดให้เรียบร้อยเธอจึงตัดจนเรียบหมดไม่มีเหลือตามคำสั่ง สโรชาโมโหมาก ยกมือจะตบเพ็ญพร แต่เพ็ญพรก็จับมือสโรชาบิดจนสโรชาเจ็บต้องรามือไปเอง เพ็ญพรบอกว่าคนอย่างเธอไม่ชอบให้ใครมาใช้กำลัง ถ้าใครทำเธอก่อนเธอก็จะทำกลับมากกว่าเป็นเท่าทวีคูณ แต่ถ้าใครดีกับเธอ เธอก็จะดีตอบเหมือนกัน สโรชากลับเข้าบ้านด้วยความโมโหปนประหลาดใจ เพราะพรเพ็ญที่เธอรู้จักและคอยกดหัวมาสิบกว่าปีไม่ได้เป็นอย่างนี้ ส่วนเชาว์นั้นวันๆ ไม่ทำงานอะไรคอยแต่จะกินสมบัติเก่าของบ้านศิลาแดง และมีเพื่อนเป็นพวกนักเลงและมาเฟีย เชาว์เล่นการพนันบ่อยแต่ส่วนใหญ่ก็จะเสียมากกว่าได้ เชาว์นั้นเห็นว่าพรเพ็ญเป็นคนสวยจึงมักคอยหาโอกาสแทะเล็มพรเพ็ญอยู่เสมอ แต่ในช่วงหลังนี้เขาก็เริ่มสงสัยว่าพรเพ็ญเปลี่ยนไป เพราะเขาไม่สามารถเข้าใกล้หรือล่วงเกินได้เหมือนก่อน เพราะพรเพ็ญใช้การหลบเลี่ยงและหาจังหวะผลักเขาจนขาแพลงไปครั้งหนึ่ง เชาว์โมโหมากชวนเพื่อนฝูงมาที่บ้านหลายคนและเรียกให้เพ็ญพรมาทำอาหารให้ วันนั้นเพ็ญพรไม่สบายมากเพราะคืนก่อนโดนฝน และยังไม่มีโอกาสไปหาหมอ เธอแทบลุกไม่ขึ้น แต่ก็ฝืนใจขึ้นมาทำอาหารให้ แต่ก็ไม่วายแกล้งทำอาหารรสชาติแปลกประหลาดให้กิน วาทินี,สโรชา และ อาภาพรก็รุมด่าเพ็ญพรว่าฝีมือทำอาหารอย่างนี้ท่าทางจะหาผัวลำบาก เพ็ญพรเถียง อาภาพรจึงฉวยโอกาสตบเพ็ญพรจนหน้าหันเลือดออกจากปาก วาทินีเห็นว่าเพ็ญพรไม่มีเรี่ยวแรงจะต่อสู้จึงตรงเข้าตบซ้ำอีกครั้ง เพ็ญพรโกรธจนแทบบ้า แต่สภาพร่างกายไม่อำนวยในการป้องกันตัวเองจึงได้แต่กัดฟันทนและคิดว่าแค้นครั้งนี้เธอจะต้องเอาคืนให้สาแก่ใจ พักหลังเชาว์รู้จักสมปองซึ่งเป็นพวกค้ายาเสพติดและถูกชักชวนให้ลองขายดูเพราะเงินดี เชาว์ยังไม่กล้าเท่าไรนัก เพราะยังไม่มีเงินมากพอ จึงพกยาเสพติดกลับมาที่บ้านศิลาแดงและเสพบ่อยๆ จนติดตรัยและลูกน้องเฝ้าติดตามพวกของสมปอง และพบว่าสมปองกำลังติดต่อขายยาเสพติดจึงตรงเข้าจับ เกิดการยิงต่อสู้ขึ้น ลูกน้องของสมปองถูกยิงตายหมด สมปองหนีไปได้ ตรัยตามไปติดๆ แต่ก็คลาดกันเพ็ญพรแอบได้ยินเชาว์ติดต่อเรื่องขายยาเสพติดกับสมปองจึงโทรแจ้งตำรวจ ตรัยจึงนำกำลังตำรวจเข้าจับพร้อมของกลาง เชาว์ถูกจับ แต่สมปองหนีไปได้ เชาว์โมโหมากโดยไม่รู้ว่ามีใครแกล้งตน และคิดว่าเด็กข้างบ้านที่ตัวเองเคยข่มอยู่เสมอแอบโทรไปบอกตำรวจ เพ็ญพรเข้าไปดูแลเอกสิทธิ์ทุกวันเมื่อมีเวลาว่าง เธอมักจะเข้าไปพูดคุยกับพ่อของตน เอกสิทธิ์นั้นเริ่มมีอาการดีขึ้น เพราะเพ็ญพรจะคอยนวดเฟ้นให้กล้ามเนื้อเขากระเตื้องขึ้น และคอยพยุงให้นั่งและนอนอยู่เสมอ ด้วยสุขภาพจิตที่ดีของเพ็ญพร ทำให้เอกสิทธิ์ก็เริ่มไหวติงขึ้นมาเรื่อยๆ และเริ่มรับรู้เรื่องราวต่างๆ มากขึ้น แม้ว่าจะยังพูดอะไรไม่ได้ก็ตาม อาภาพรมักจะชวนตรัยมาที่บ้านศิลาแดงบ่อยๆ แต่ก็มักจะโดนเพ็ญพรแกล้งอยู่เสมอๆ ตรัยเริ่มสังเกตว่าพรเพ็ญ เด็กรับใช้ในบ้านที่เขาเคยเห็นนั้นเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม จากผู้หญิงอมทุกข์ที่ไม่กล้ามองหน้าใครตรงๆ แถมยังขี้อายและน่าสงสาร กลายเป็นผู้หญิงสาวสวยปราดเปรียว แคล่วคล่องว่องไว ดูทะมัดทะแมง แถมฝีปากยังคมกริบ และกลายเป็นคนไม่ยอมคนไปได้ แม้ว่าจะถูกแกล้งอยู่บ่อยๆ แต่ตรัยก็ไม่ถือสา แถมยังคอยดูว่าแต่ละวันเธอจะมีอะไรมาแกล้งเขาอีก จากที่เคยสงสารกลับกลายเป็นสนใจ เพราะเขาชอบผู้หญิงที่สวย ฉลาดปราดเปรียวและไม่ยอมคนอย่างนี้มานานแล้ว เพ็ญพรเองถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยชอบหน้าตรัยมาตั้งแต่แรก แต่พอได้พบบ่อยๆ และแกล้งเขาอยู่เรื่อยๆ ก็อดสงสารไม่ได้ แถมยังเห็นว่าความจริงเขาก็เป็นผู้ชายน่ารักคนหนึ่งเหมือนกัน แถมเป็นพี่ชายของเพื่อนรักอย่างสุดาด้วย ก็อดที่จะสนใจเขาอยู่ลึกๆ ไม่ได้ ซึ่งอาการของทั้งคู่นั้นหาได้รอดสายตาของอาภาพรไปไม่ อาภาพรเริ่มอาละวาดกับตรัย แต่ตรัยก็ไม่สนใจ เพราะเขาไม่ได้คิดว่าอาภาพรจะมาเป็นแม่ของลูกเขาอยู่แล้ว ที่เขาคบอาภาพรเพราะว่าสงสารและเธอก็ตามตื๊อเขามาตลอด เมื่อยังไม่มีใครน่าสนใจกว่าก็เลยคบไปก่อน และเมื่อได้รับรู้เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านศิลาแดงทั้งหมดจากป้าแจ่มและลุงเติม ทำให้เพ็ญพรในคราบของพรเพ็ญเริ่มประกาศอิสระภาพโดยการเชิญทนายประจำตระกูลคือทนายสมศักดิ์,ตรัย และสุดามาที่บ้าน เมื่อได้เวลาทนายสมศักดิ์เป็นคนประกาศว่าพรเพ็ญบรรลุนิติภาวะแล้ว และเป็นลูกสาวของเจ้าของบ้านศิลาแดงมีอำนาจในการดูแลทรัพย์สินและมรดกทุกอย่างที่เป็นของเอกสิทธิ์ นับตั้งแต่วันนี้ไปพรเพ็ญจะเป็นคนดูแลทรัพย์สินทุกอย่างของบ้านศิลาแดงเอง โดยมีทนายสมศักดิ์เป็นที่ปรึกษา สโรชา และ อาภาพร คัดค้านไม่เห็นด้วย แต่ทนายสมศักดิ์บอกว่าพรเพ็ญมีสิทธิ์ที่จะทำได้อย่างชอบธรรม สร้างความโกรธแค้นให้กับสามสาวเป็นอย่างมาก หลังจากวันนั้นเพ็ญพรก็นำเอาเอกสิทธิ์ขึ้นมาอยู่ที่บ้านใหญ่ และให้ทั้งสามสาวไปอยู่ที่บ้านหลังเล็กซึ่งเป็นสิทธิ์ของวาทินีแทน แม้ว่าทั้งสามสาวจะไม่พอใจ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะวันนี้พรเพ็ญที่พวกเธอเห็นแข็งแกร่งไม่อ่อนแอขี้แยเหมือนพรเพ็ญที่พวกเธอรู้จัก ทำให้ไม่มีใครกล้าหือกับพรเพ็ญ และเมื่อย้ายขึ้นมาอยู่บ้านใหญ่แล้ว เพ็ญพรก็สั่งให้ป้าแจ่มและลุงเติมขึ้นมาดูแลเอกสิทธิ์ ปล่อยให้วาทินี,สโรชา และอาภาพร ทำงานบ้านทั้งหมดแทน แม้ว่าไม่อยากทำและไม่พอใจในคำสั่งของเพ็ญพร แต่ทุกคนก็ต้องปฏิบัติตาม เพราะว่าเพ็ญพรเป็นคนถือเงินและบัญชีทั้งหมด แถมเพ็ญพรยังแกล้งให้ทั้งสามทำงานหนักเป็นการแก้แค้นแทนพรเพ็ญที่เคยถูกใช้ทำงานเยี่ยงข้าทาสในบ้านศิลาแดง อาภาพรซึ่งเคยมีเงินซื้อเสื้อผ้าแต่งตัวสวยๆ ก็ไม่มีเงินซื้อเสื้อผ้าแพงๆ เหมือนก่อน และต้องทำงานแลกกับเงินค่าจ้างไปวันๆ ซึ่งทำให้เพ็ญพรสะใจยิ่งนัก ตรัยได้รับทราบเรื่องราวทั้งหมด เพราะเขามาเที่ยวที่บ้านศิลาแดงและเห็นอาภาพรต้องทำงานไม่ได้เฉิดฉายเหมือนก่อน อาภาพรบอกตรัยว่าพรเพ็ญยึดอำนาจไปอย่างไม่เป็นธรรม ตรัยได้แต่พยักหน้ารับรู้ทั้งที่ในใจเขาแสนจะดีใจ เพราะว่าสาวคนที่เขาแอบชอบกลายเป็นเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้อย่างเต็มภาคภูมิ และในช่วงหลังเพ็ญพรต้อนรับเขาอย่างมิตรไม่เหมือนศัตรูเหมือนแต่ก่อน ความสัมพันธ์ของตรัยและเพ็ญพรสร้างความไม่พอใจให้กับอาภาพรเป็นอย่างมาก อาภาพรวางแผนให้เพ็ญพรเข้าใจผิดตรัยโดยโทรไปนัดตรัยให้มาพบบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะปรึกษาเมื่อตรัยมาพบเธอวานให้วาทินีเดินไปบอกเพ็ญพรว่าตรัยมาหาอาภาพรที่บ้าน เพ็ญพรเดินมาที่ห้องรับแขก อาภาพรเหลือบเห็นจึงทำเป็นกอดกับตรัยอยู่ ตรัยไม่ทันรู้ตัว เพ็ญพรโกรธกับภาพที่เธอเห็น ตรัยหันมาพบว่าเพ็ญพรกำลังทำหน้าบึ้งกับเหตุการณ์นี้อยู่ ตรัยสลัดอาภาพรออกและเดินเข้าไปปรับความเข้าใจกับเพ็ญพร แต่เพ็ญพรไม่ฟังวิ่งขึ้นห้องและล็อคประตู ตรัยวิ่งตามขึ้นไปตะโกนอธิบายแต่เพ็ญพรไล่ให้ตรัยกลับไปก่อนเพราะเธอยังไม่อยากฟังคำแก้ตัวอะไรทั้งนั้น โดยมีอาภาพรและวาทินียืนยิ้มดีใจในความสำเร็จครั้งนี้ เพ็ญพรเสียใจเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง สุดารู้เรื่องจากตรัยก็มาปรับความเข้าใจแทนพี่ชาย เพ็ญพรไม่ยอมฟัง แต่ในที่สุดสุดาบอกว่าอยากแพ้คนที่บ้านศิลาแดงหรือ เพ็ญพรจึงรวบรวมสติและทำความเข้าใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยลดความโกรธและความใจร้อนซึ่งเป็นข้อเสียของเธอ และในที่สุดเพ็ญพรก็เข้าใจว่าเป็นแผนของอาภาพรและวาทินีที่ต้องการให้เธอกับตรัยเข้าใจผิดกันตรัยมาหาเพ็ญพรที่บ้าน อาภาพรตรงเข้ามากอดคลอเคลียกับตรัยอีกเพื่อให้เพ็ญพรโมโหตรัย แต่เที่ยวนี้เพ็ญพรกลับเฉยและไม่แยแสการกระทำของอาภาพร เธอต้อนรับขับสู้ตรัยอย่างดี ตรัยพยายามเดินหนีอาภาพร แต่อาภาพรก็ตามติดอย่างกับตุ๊กแกเกาะผนังห้อง เพ็ญพรบอกตรัยว่าเธอรักเขาต่อหน้าอาภาพร ตรัยก็บอกว่าเขาก็รักเธอสุดหัวใจเหมือนกัน อาภาพรกรี๊ดลั่นบ้านเพราะทนไม่ได้กับการเป็นส่วนเกินอย่างที่เป็นอยู่ อาภาพรวิ่งขึ้นห้องไปหาวาทินีที่ไม่สามารถจะช่วยอะไรได้เลย เพ็ญพรยิ้มเยาะอย่างสะใจ มยุรีได้พบกับณัฐพงษ์ที่งานแต่งงานของบุษกรเพื่อนสนิทของเธอ ณัฐพงษ์เมื่อเห็นมยุรีก็พอใจในความสวยของเธอและเข้าไปจีบ มยุรีก็พอใจในความเป็นหนุ่มหล่อของณัฐพงษ์เหมือนกัน คืนนั้นทั้งคู่จบลงที่โรงแรม หลังจากวันนั้นมยุรีก็ตกหลุมรักณัฐพงษ์เพราะเขาเป็นคนเอาใจผู้หญิงเก่ง และอยู่ในตระกูลดี มยุรีอดหึงหวงสาวทุกคนที่เข้าใกล้ณัฐพงษ์ไม่ได้ ไม่นานณัฐพงษ์ก็เริ่มเบื่อเพราะมยุรีนั้นอายุแก่กว่าเขาหลายปี และเขาก็ไม่ได้รักมยุรีเพราะคิดว่าเธอเป็นเพียงแค่ของเล่นชิ้นหนึ่งของเขาเท่านั้นช่วงหลังสุดามักจะตามตรัยมาที่บ้านศิลาแดงเป็นประจำเพราะว่าอยากมาเจอเพ็ญพร แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้แสดงให้ใครรู้ว่าเป็นเพื่อนรักกัน ณัฐพงษ์นั้นเมื่อพบหน้าสุดาครั้งแรกก็นึกชอบ และพยายามทำตัวใกล้ชิดกับสุดา ซึ่งในช่วงแรกเพ็ญพรเตือนสุดาบอกให้ดูณัฐพงษ์ให้ดีเสียก่อน สุดาจึงพยายามให้ณัฐพงษ์ปรับปรุงตัวเสียใหม่ ซึ่งณัฐพงษ์ก็เต็มใจที่จะเปลี่ยนจากพ่อพวงมาลัย หางานทำและตั้งใจทำงานสร้างฐานะ เพราะหลังจากที่คบกับสุดาไปพักใหญ่ เขาก็รู้ตัวว่าเขาหลงรักผู้หญิงคนนี้เข้าเสียแล้ว และวันนี้ถึงวันที่เขาจะต้องสร้างฐานะเพื่ออนาคตเสียที ทำให้สุดาดีใจที่สามารถทำให้พ่อไก่แจ้กลายเป็นคนดีได้ เพ็ญพรก็ดีใจที่เพื่อนรักจะได้มีความสุขเสียที มยุรีเมื่อรู้ว่าณัฐพงษ์กำลังจีบสุดาก็เข้าไปที่บ้านศิลาแดงอาละวาดกับณัฐพงษ์ซึ่งกำลังนั่งคุยหยอกล้ออยู่กับสุดาและเพ็ญพร เธอตรงเข้าตบสุดาอย่างไม่ยังมือ ณัฐพงษ์ตรงเข้ากระชากมยุรีจนกระเด็นไปติดข้างฝาพร้อมทั้งออกปากไล่มยุรีให้ออกไปจากบ้าน มยุรีตกใจแทบช็อคเพราะผู้ชายคนที่เธอรักเขาสุดชีวิตกลับไม่มีเยื่อใยกับเธอเลย มยุรีเดินน้ำตานองหน้าออกจากบ้านศิลาแดงไปอย่างคนที่พ่ายแพ้ สุดาโกรธณัฐพงษ์ที่ไม่บอกเรื่องนี้กับเธอ ณัฐพงษ์สัญญาว่าจะไม่นอกใจเธออีกตลอดชีวิตและจะดูแลสุดาให้ดีที่สุดโดยมีเพ็ญพรเป็นพยานรักครั้งนี้ทางด้านพรเพ็ญเมื่อกลับไปอยู่ที่สวนเสาวรส ก็ปลอมตัวเป็นเพ็ญพร เพราะทำตามสัญญากับเพ็ญพรที่ไม่ต้องการทำให้พ่อและตาเป็นห่วง แต่ด้วยความที่เป็นคนเรียบร้อย เธอก็ดูแลปรนนิบัติเดือนฉายและเคนเป็นอย่างดีสร้างความแปลกใจให้กับทั้งสองเป็นอย่างมาก เพราะหลังจากกลับจากกรุงเทพฯ ก็กลายเป็นคนละคน ไม่ซนแก่นเซี้ยวเหมือนเมื่อก่อน และไม่แกล้งกอล์ฟเหมือนอย่างเคยจนทำให้กอล์ฟอดสงสัยไม่ได้ว่าเธอมาไม้ไหนกันแน่ แต่ก็ยังคอยระวังตัวอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ยังติดสอยห้อยตามพรเพ็ญไปไหนมาไหนตลอด พรเพ็ญได้พบวิทวัสที่ตลาด วิทวัสปราดเข้าหาพรเพ็ญเพราะคิดว่าเป็นเพ็ญพร และหาเรื่องแกล้งเหมือนเคย โดยขับรถปาดน้ำโคลนที่เอ่อล้นอยู่ข้างทางให้กระเด็นโดนพรเพ็ญ แถมยังจอดรถลงมาเยาะเย้ย แต่เที่ยวนี้เขาผิดคาด เพราะคิดว่าพรเพ็ญจะตรงเข้ามาต่อว่าเขา เธอกลับบอกว่าไม่เป็นไร และคิดว่ามันเป็นเหตุสุดวิสัย ทำให้วิทวัสทำตัวไม่ถูก ต้องเอ่ยปากขอโทษเธอ พร้อมทั้งขอพาเธอกลับไปส่งที่สวนเสาวรส แต่กอล์ฟอดโมโหแทนพรเพ็ญไม่ได้ ก็เลยต่อว่าต่อขานวิทวัส พรเพ็ญเอ่ยปากห้ามกอล์ฟไม่ให้พูดมาก และยอมให้วิทวัสไปส่งที่สวนเสวรสโดยดี ที่นั่นวิทวัสได้พบกับเดือนฉายและเคนเป็นครั้งแรก และได้รู้จักคุยกันจนถูกคอกับเคนเป็นอย่างดีเพราะมีนิสัยนักเลงไม่กลัวคนเหมือนกัน เย็นนั้นพรเพ็ญเอ่ยปากชวนให้วิทวัสทานข้าวที่บ้าน ซึ่งแม้จะแปลกใจและคิดว่าอาจจะโดนสาวเจ้าแกล้งเหมือนเคย แต่ก็อยากลองดูว่าเธอจะมาไม้ไหนกับเขา แต่เมื่อได้ลิ้มรสชาติฝีมือทำอาหารของพรเพ็ญเข้า เขาก็อดคิดไม่ได้ว่าความจริงผู้หญิงคนนี้ไม่ได้สวยอย่างเดียว แต่ยังมีความเป็นแม่ศรีเรือนอยู่ในตัวอย่างที่เขาต้องการเสียด้วย หลังจากวันนั้นวิทวัสก็หาทางพาพบพรเพ็ญบ่อยๆ แม้ว่าจะยังไม่ไว้ใจนักว่าเธอจะเปลี่ยนนิสัยจากสาวจอมกวนมาเป็นสาวหวานได้จริงๆ แต่ในใจลึกๆ แล้ว เขาก็รู้ว่าเขารักเธอเข้าเสียแล้ว โดยมีพัฒน์คอยสอดแนมและยุยงอยู่ตลอดให้วิทวัสตามจีบพรเพ็ญให้สำเร็จ ส่วนพรเพ็ญก็มีกอล์ฟคอยเป็นกันชนไม่ให้วิทวัสเข้าถึงตัวได้ง่าย แต่แล้ววิทวัสก็ติดสินบนกอล์ฟได้ด้วยของฝากต่างๆ จนสามารถเอากอล์ฟมาเป็นพวกของตนได้อีกคน ซึ่งช่วงหลังพรเพ็ญเองก็ไม่ปฏิเสธว่าในหัวใจของเธอก็มีชายชื่อ “วิทวัส” นั่งอยู่เต็มหัวใจเหมือนกัน เดือนฉายและเคนเฝ้ามองความรักของทั้งคู่อย่างเบาใจ เพราะวิทวัสก็เป็นชายหนุ่มที่มีความมั่นคงทั้งฐานะและความดี พอที่จะเข้ามาเป็นเขยของสวนเสาวรสได้โดยไม่ขาดตกบกพร่องเดือนฉายป่วยเพราะตรากตรำงานหนัก พรเพ็ญโทรบอกให้เพ็ญพรกลับมาเยี่ยมแม่บ้าง เพ็ญพรเมื่อรู้เรื่องก็บอกให้พรเพ็ญกลับมาที่บ้านศิลาแดงเพื่อสลับตัวกัน พรเพ็ญกลับมาเปลี่ยนตัวกับเพ็ญพรโดยมีสุดาเป็นคนช่วย เมื่อเพ็ญพรกลับมาถึงบ้านก็ตรงเข้าไปดูเดือนฉายซึ่งอาการดีขึ้นและพูดคุยกับเดือนฉายมากมายจนเดือนฉายงง เพราะคิดว่าเพ็ญพรอยู่กับเธอตลอดเวลา ทำใมถึงได้แสดงท่าทีเหมือนคนที่ไม่ได้พบกันมานาน วิทวัสมาเยี่ยมเดือนฉายที่บ้าน เมื่อพบเพ็ญพรก็คิดว่าเป็นพรเพ็ญ เขากุมมือเพ็ญพรแต่เพ็ญพรซึ่งไม่รู้ว่าพรเพ็ญนั้นบัดนี้กลายเป็นคนรักของวิทวัสแล้วจึงสบัดมือออก วิทวัสงงกับอาการที่เพ็ญพรแสดงกับเขา เพ็ญพรด่าว่าวิทวัสที่มาหาเศษหาเลยกับเธอ วิทวัสยิ่งงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีก จึงขอตัวกลับบ้าน เพ็ญพรโทรกลับไปหาพรเพ็ญที่บ้านศิลาแดงเพื่อถามเรื่องวิทวัส พรเพ็ญจึงบอกความจริงทั้งหมดและย้ำให้เพ็ญพรทำดีกับวิทวัส เพ็ญพรรับปากรุ่งขึ้นวิทวัสมาหาเพ็ญพรอีกครั้ง เที่ยวนี้เพ็ญพรทำเป็นเอาใจวิทวัสอย่างดี ทำให้วิทวัสหายโกรธและเมื่อเขาจะเข้าใกล้เพ็ญพรเธอก็กระเถิบหนีจนเขาสงสัย แต่ก็คิดว่าเพ็ญพรคงอายตามประสาผู้หญิง ส่วนพรเพ็ญกลับไปถึงบ้านศิลาแดงพร้อมกับสุดา โดยสุดาทำทีว่ามาค้างเป็นเพื่อนพรเพ็ญและต้องการป้องกันพรเพ็ญจากคนในบ้านด้วย ตรัยมาหาพรเพ็ญเพราะคิดว่าเป็นเพ็ญพร เที่ยวนี้พรเพ็ญกลับเรียบร้อยน่ารักเหมือนกับที่เขาเคยพบครั้งแรก เธอต้อนรับเขาอย่างดีคอยปรนนิบัติเหมือนเมื่อก่อนจนตรัยเองก็งงเพราะพรเพ็ญช่วงหลังที่เขารู้จักเป็นคนคล่องแคล่วว่องไว พูดจาห้วนๆ แต่ก็ฉลาดทันคน ตรัยคิดว่าพรเพ็ญคงอยากเปลี่ยนเป็นสาวหวานบ้าง แต่ก็อดพูดกับสุดาไม่ได้ว่าพรเพ็ญเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมเมื่อเดือนฉายหายป่วย เพ็ญพรจึงโทรหาสุดาและพรเพ็ญเพื่อเปลี่ยนตัวกันอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้เกือบพลาดเพราะอาภาพรมาเห็นเข้าพอดี จึงเดินตรงเข้ามาหา สุดาเข้าขวางพรเพ็ญจึงหลบไปขึ้นรถสุดาที่จอดอยู่ทัน เพ็ญพรเข้าปะทะคารมกับอาภาพรเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ สุดารีบขึ้นรถขับออกไปก่อนที่ความลับทั้งหมดจะแตก ที่ไร่ของวิทวัสเกิดมีโรคระบาดทำให้วัวและสัตว์เลี้ยงในไร่ของเขาล้มป่วย วิทวัสวุ่น นักแสดง วีรภาพ สุภาพไพบูลย์ รับบท ตรัยธนพล นิ่มทัยสุข รับบท วิทวัสนิโคล กิตติวัฒน์ รับบท เพ็ญพร (เพ็ญ) คามิลล่า กิตติวัฒน์ รับบท พรเพ็ญ ปิยะธิดา ชิตอรุณ รับบท สุดา กันตา ดานาว รับบท เดือนฉายณหทัย พิจิตรา รับบท สโรชาชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล รับบท อาภาพร เอกสิทธิ์ รับบทโดย ไพโรจน์ สังวริบุตร