พรก.ฉุกเฉิน

'อภิสิทธิ์'ส่งทนายรับข้อกล่าวหาสลายชุมนุมแดงปี53
นปช /  ป.ป.ช. / 

 "อภิสิทธิ์" ส่งทนายเข้ารับทราบข้อกล่าวหาต่อ ป.ป.ช กรณีสลายการชุมนุม นปช. ปี 2553 ระบุไม่หนักใจ ทีมงานเตรียมเอกสารชี้แจงแล้ว วันนี้ (10 มี.ค.) นายบัณฑิต ศิริพันธุ์ ทนายความผู้ได้รับอำนาจจาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) แจ้งข้อกล่าวหา นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ (พระสุเทพ) จากรณีประกาศใช้พระราชกำหนดฉุกเฉินและสั่งใช้กำลังเจ้าหน้าที่เข้าสลายการชุมนุมของกลุ่ม นปช. จนเป็นเหตุให้มีผู้ถึงแก่ความตาย นายบัณฑิต เปิดเผยว่า ป.ป.ช.กำหนดให้มาแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน ซึ่งตนไม่รู้สึกหนักใจอะไร เพราะทางทีมงานได้เตรียมรวบรวมพยานเอกสารและหลักฐานไว้บางส่วนแล้ว เชื่อว่ามีความชัดเจนเพียงพอที่จะแก้ข้อกล่าวหาได้ โดยเฉพาะที่ระบุไม่มีความสอดคล้องกันระหว่างแนวคำสั่งกับการปฏิบัติ เพราะมีหลักฐานเป็นเอกสารคำสั่งชัดเจน นอกจากนี้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินยังให้ความคุ้มครองผู้ปฏิบัติการ แต่จะมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับดุลพินิจของ ป.ป.ช. ซึ่งขณะนี้ตนยังไม่ได้หารือกับนายอภิสิทธิ์ว่าจะขอเพิ่มพยานหรือไม่ แต่หากมีก็จะส่งรายชื่อมาพร้อมกับการเอกสารคำชี้แจง ส่วนทาง ป.ป.ช.จะมีการขอเอกสารหลักฐานจากฝ่ายทหารเพิ่มเติมหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคณะกรรมการ อย่างไรก็ตาม ไม่มีความกังวลที่คดีดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับผู้ที่มีอำนาจในปัจจุบัน เพราะเชื่อว่าหากคณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่ามีความเกี่ยวข้อง ก็จะดำเนินการเรียกตัวมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม แต่สิ่งที่เป็นห่วงคือแรงกดดัน MThai News

อยากให้เข้าใจ ทำไมตำรวจถึงต้องตั้งด่าน MThai ข่าวภาคซ่าส์
Mthaiข่าวภาคซ่าส์ /  ข่าวตำรวจ / 

MThai ข่าวภาคซ่าส์วันนี้ ได้หยิบยกเอาประเด็นที่เรียกได้ว่า เป็นกระแสดราม่าตลอดสัปดาห์ที่ผ่านเลยก็ว่าได้สำหรับ กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อาวุธปืนยิงหนุ่มขับขี่บิ๊กไบค์จนได้รับบาดเจ็บสาหัส เนื่องจากขับรถฝ่าด่านตรวจ ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี จากนั้นผู้บาดเจ็บจากเหตุดังกล่าวก็ได้เสียชีวิต หลังถูกนำตัวเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ความคืบหน้าล่าสุดพบว่า ผู้การฯชลบุรี สั่งให้ ด.ต.สุพรรณ ชำนิจ ผบ.หมู่ ป. สภ.หนองขาม  มือยิงหนุ่มบิ๊กไบค์ ออกจากราชการพร้อมทั้งถูกแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา เรื่องราวด้านลบของเจ้าหน้าที่ตำรวจมีให้เราเห็นอยู่บ่อยครั้ง จนประชาชนหลายท่านเกิดความไม่ไว้วางใจ และกรณีตำรวจใช้ปืนยิงหนุ่มขับขี่บิ๊กไบค์ เนื่องจากฝ่าด่านตรวจ ทำให้ชาวสังคมออนไลน์จำนวนมากเกิดความสงสัยว่า พวกเขามักจะเห็นด่านตรวจตามมุมมืดมุมอับลับตาคน จนทำให้คิดว่าเจ้าหน้าที่ มีจุดประสงค์อื่นแบบแฝง เรื่องราวในลักษณะเช่นนี้ ตกเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อยู่ตลอด ซึ่งทางแฟนเพจ Thailand Police Story เพจที่มักจะนำเอาเรื่องราวการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเผยแพร่ ได้มีการโพสต์ข้อความชี้แจงเกี่ยวกับการตั้งด่านตรวจในวันที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยิงหนุ่มขี่บิ๊กไบค์ว่า การตั้งด่านของตำรวจนั้นอยากให้ทุกคนเข้าใจว่า มีทั้งด่านของจราจรกับด่านอาชญากรรม ซึ่งวันเกิดเหตุเป็นด่านอาชญากรรม มีสารวัตร พันตำรวจโทเป็นหัวหน้าด่าน ตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมายจำพวกรถหาย อาวุธปืนหรือยาเสพติด การทำงานเป็นเรื่องละเอียดอ่อน สภาพการตั้งด่านต้องรู้จุดหรือซอยที่คนร้ายมักผ่าน ซึ่งทำให้หลายคนมองว่าตำรวจซุ่มหรือดูน่ากลัวก็ตาม ถ้าตำรวจไม่ตั้งด่านป้องปรามอาชญากรรมรับรองว่า สิ่งผิดกฎหมายจะเคลื่อนไหวง่ายกว่านี้ และผลร้ายจะย้อนกลับไปที่ประชาชนเอง จึงอยากขอความร่วมมือ เมื่อเจอด่านให้ชะลอรถไว้ก่อน ถ้าตำรวจขอตรวจให้จอด การไม่จอดนั่นหมายถึง พุ่งมอเตอร์ไซค์ เหล็กทั้งดุ้น ใส่ตำรวจและไม่ให้เกียรติต่อกฎหมาย เป็นตำรวจคนไหนก็ต้องโกรธ เพราะตำรวจก็บาดเจ็บหรือเสียชีวิตเป็นเหมือนกัน และให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า คนนั้นอาจมีสิ่งผิดกฎหมาย ถ้าเป็นต่างประเทศที่กฎหมายเข้มงวดก็มีมาตรการรุนแรงเหมือนกัน อยากให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์แก่ทุกๆฝ่าย ที่ตำรวจและประชาชนจะให้เกียรติกันและกัน จะได้ไม่เกิดการสูญเสียขึ้นอีก การตั้งด่าน เป็นคำเรียกใช้ในภาษาชาวบ้านทั่วไป ตำรวจมีมาตรการเกี่ยวกับการตั้งด่านตรวจ จุดตรวจ และจุดสกัด 3 กรณี ดังนี้ ด่านตรวจ หมายถึง สถานที่ทำการที่เจ้าพนักงานตำรวจออกปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจค้น เพื่อจับกุมผู้กระทำความผิดในเขตทางเดินรถ โดยระบุสถานที่ไว้ชัดแจังเป็นการถาวร การตั้งด่านตรวจ จะต้องได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี หรือผู้มีอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยทางหลวง หรือกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรแล้วแต่กรณี จุดตรวจ หมายถึง สถานที่ที่เจ้าพนักงานตำรวจออกปฏิบัติหน้าที่ตรวจค้น เพื่อจับกุมผู้กระทำผิดความผิดในเขตทางเดินรถหรือทางหลวงในกรณีปกติเป็นการชั่วคราว โดยมีกำหนดระยะเวลาเท่าที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว แต่ต้องไม่เกิน 24 ชั่วโมง และเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจแล้ว จะต้องยุบเลิกจุดตรวจดังกล่าวทันที จุดสกัด หมายถึง สถานที่เจ้าพนักงานตำรวจออกปฏิบัติหน้าที่ตรวจค้นเพื่อจับกุม ผู้กระทำความผิดในเขตทางเดินรถ หรือทางหลวง ในกรณีที่มีเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือจำเป็นเร่งด่วนเกิดขึ้นเป็นการชั่วคราวและจะต้องยุบเลิกเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจดังกล่าว - การ ปฎิบัติหน้าที่ของตำรวจ ณ จุดตรวจนั้นจะต้องมีนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรเป็นหัวหน้า (ยศตั้งแต่นายร้อยตำรวจตรีขึ้นไป) และต้องแต่งเครื่องแบบให้ถูกต้องในการปฎิบัติหน้าที่ดังกล่าวด้วย - การปฎิบัติในการตรวจค้น จับกุม จะต้องปฎิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและระเบียบการของตำรวจ - ตรง จุดตรวจหรือด่านตรวจของตำรวจนั้นจะ ต้องมีแผงกั้นที่มีเครื่องหมายจราจรคำว่า "หยุด" หรือ “หยุดตรวจ” ในเวลากลางคืนจะต้องมีแสงไฟส่องสว่างให้เห็นอย่างชัดเจนระยะไม่น้อยกว่า 150 เมตร - ก่อนถึงจุดตรวจ และให้มีแผ่นป้ายแสดงยศ ชื่อ นามสกุล และตำแหน่งของหัวหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประจำด่านตรวจและจุดตรวจดังกล่าวนอกจากนั้นให้มีแผ่นป้ายแสดงข้อความว่า “หากพบเจ้าหน้าที่ทุจริต หรือประพฤติมิชอบให้แจ้ง ผู้บังคับการ โทร...............................” (ให้ใส่หมายเลขโทรศัพท์ของ ผบก. ไว้ ข้อความดังกล่าวข้างต้น ให้มองเห็นได้ชัดเจนในระยะไม่น้อยกว่า 15 เมตร อย่างไรก็ตาม แม้จะมีกระแสข่าวด้านลบของเจ้าหน้าที่ตำรวจออกมาให้เราเห็นอยู่บ่อยครั้ง จนหลายๆคนรู้สึกไม่ไว้วางใจตำรวจไปแล้ว บางคนตำหนิเจ้าหน้าที่เพียง เพราะเขาตั้งด่านตรวจ ทั้งๆที่นั่นคือหน้าที่ของเขา หากเขาไม่ทำก็เหมือนการละเลยการปฎิบัติหน้าที่ ฉะนั้นแล้วอย่าตัดสินว่าตำรวจทุกคนไม่ดี ทุกสิ่งทุกอย่างต้องว่ากันด้วยเหตุผลและความถูกต้อง MThai News ขอบคุณภาพและข้อมูลจากThailand Police Story ,เรารักด่านตรวจ

ระทึก!! แอร์ไชน่าลงจอดฉุกเฉินเหตุ ผดส.อ้างมีระเบิดบนเครื่อง
ระเบิด /  ลงจอดฉุกเฉิน / 

เกิดเหตุการณ์สุดโกลาหล เมื่อผู้โดยสาร ที่นั่งมาในเที่ยวบิน CA1336 ของสายการบิน 'แอร์ ไชน่า' เกิดตะโกนว่ามีระเบิดซุกซ่อนอยู่บนเครื่องบิน จนทำให้กัปตันตัดสินใจลงจอดฉุกเฉิน วานนี้ (25ก.พ.)  เว็บไซต์ออนไลน์ 'แอร์ ลีฟ' เผยแพร่เรื่องรายสุดระทึก เมื่อกัปตันของเครื่องบินโดยสาร ของสายการบินแอร์ ไชน่า เที่ยวบิน CA1336 ตัดสินใจมีคำสั่งให้ลงจอดฉุกเฉิน หลังจากมีผู้โดยสารรายหนึ่งตะโกนขึ้นมาว่ามีระเบิดซุกซ่อนอยู่บนเครื่องบินหลายลูกและกำลังจะระเบิดในไม่ช้า ทั้งนี้รายงานระบุว่า เที่ยวบินดังกล่าวกำลังทะยานมุ่งหน้าจากเมืองหนานหนิงไปยังกรุงปักกิ่ง และมีเหตุให้ต้องลงจอดฉุกเฉินที่ท่าอากาศยานนานาชาติฉงชิ่งเจียงเป่ย์ หลังมีผู้โดยสารหญิงแซ่ "หวัง" ตะโกนโวยวายขึ้นว่าบนเครื่องบินมีระเบิดซุกซ่อนอยู่หลายลูก และกำลังระเบิดในไม่ช้า ส่งผลให้ผู้โดยสารในเที่ยวบินดังกล่าวต่างพากันแตกตื่น จนกระทั่งกัปตันตัดสินใจนำเครื่องลงจอดเพื่อความปลอดภัย หลังจากนั้นหอบังคับการบินทางตำรวจ ได้มีคำสั่งให้ลำเลียงรถพยาบาลและหน่วยดับเพลิง มายังท่าอากาศยานนานาชาติฉงชิ่งเจียงเป่ย์ ทันที แต่หลังจากการตรวจสอบกลับไม่พบวัตถุต้องสงสัยแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม นางหวัง ผู้ก่อให้เกิดความวุ่นวายดังกล่าว หลังจากอ้างว่ามีระเบิดอยู่บนเครื่องบินได้ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว เพื่อสอบปากคำต่อไป ในขณะที่เครื่องบินได้ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอีกครั้งพร้อมกับผู้โดยสารรายอื่นๆ เพื่อเดินทางไปยังกรุงปักกิ่งตามกำหนดการเดิม MThai News ที่มา airlive

รีบไปหน่อย !! เจ้าบ่าวจีนรีบไปงานแต่ง ทิ้งเจ้าสาวกลางทางด่วน
งานแต่งงาน /  จีน / 

วิวาห์อลวน !! เจ้าบ่าวลืมเจ้าสาวตัวเองไว้กลางทางด่วน จนฝ่ายหญิงต้องเดินร้องไห้ไปงานแต่งเอง เมื่อวันที่ 9 มี.ค. สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว กรณที่มีการนำเสนอเรื่องราวของ 'จาง' วัย 21 ปี เจ้าสาวป้ายแดงที่ถูกเจ้าบ่าวหนุ่ม นามสกุล 'หลิน' ทิ้งไว้กลางทางด่วน จนต้องเดินร้องไห้ไปตามทางเพื่อร่วมงานแต่ง แต่เคราะห์ดีที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาพบตัวและติดต่อเจ้าบ่าวให้มารับตัวจนเรื่องคลี่คลายในที่สุด เรื่องวุ่นวายเริ่มต้นขึ้นเมื่อ ทั้งสองแยกกันนั่งรถคนละคันไปงานแต่งงานที่จัดขึ้นในเมืองซูโจว มณฑลเจียงซูของจีน ขณะที่ขบวนรถของบ่าวสาวที่เดินทางมาถึงจุดชำระเงินค่าทางด่วน นายหลินก็ลงจากรถมาจ่ายเงินให้กับรถทุกคันในขบวน ในขณะนั้น เจ้าสาวตัดสินใจไปเข้าสุขาขณะที่ทำการจ่ายเงิน แต่ด้วยสาเหตุที่เธอไม่ต้องการให้งานล่าช้า จึงบอกให้คนขับรถคันที่เธอนั่งมานั้น ออกเดินทางไปก่อน เนื่องจากเธอจะไปกับรถของนายหลินเอง แต่ด้วยขณะนั้นนายหลิน ซึ่งกำลังวุ่นวายกับการชำระค่าทางด่วน จึงไม่ได้ยินว่าเจ้าสาวต้องการจะอาศัยไปในรถของเขาด้วย ซึ่งเมื่อชำระเงินเสร็จเรียบร้อย เขาจึงเดินทางต่อไม่ทราบว่าเจ้าสาวถูกทิ้งไว้คนเดียวกลางทางด่วน เมื่อจางออกมาจากห้องน้ำ เธอต้องช็อกสุดขีดเมื่อขบวนรถทั้งหมด ออกเดินทางไปแล้ว ซึ่งเธอไม่มีโทรศัพท์ติดตัว จึงต้องเดินร้องไห้ไปตามทางฉุกเฉินบนทางด่วน เพื่อไปยังงานแต่งงาน อย่างไรก็ตาม เคราะห์ดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ผ่านมาพบ จึงหยุดรถ เพื่อให้ความช่วยเหลือ และติดต่อกับเจ้าบ่าวให้วนรถกลับมารับเจ้าสาวของตนเองไปเข้าพิธีวิวาห์ในที่สุด MThai News

บินตุรกี ลงจอดฉุกเฉิน หลังพบข้อความขู่วางระเบิด
ขู่วางระเบิด /  จอดฉุกเฉิน / 

เครื่องบินโดยสารของสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์สของตุรกี  ต้องแวะลงจอดฉุกเฉินที่โมร็อกโก หลังพบข้อความที่สงสัยว่าเป็นการขู่วางระเบิดในห้องน้ำเครื่องบิน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ส สายการบินแห่งชาติของตุรกี ออกแถลงการณ์ชี้แจงเหตุเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777 เที่ยวบิน TK 15 พร้อมด้วยผู้โดยสารและลูกเรือ 256 คน เดินทางจากเมืองอิสตันบูลไปยังเมืองเซาเปาลูของบราซิล ต้องร่อนลงจอดฉุกเฉินระหว่างทางที่สนามบินในเมืองกาซาบลังกาของโมร็อกโก เมื่อเวลา 12.30 น. วันนี้ ตามเวลาท้องถิ่น (18.30 น. ตามเวลาประเทศไทย) การลงจอดมีขึ้นหลังมีผู้พบกระดาษโน้ตที่มีคำว่า 'ระเบิด' เขียนไว้ ตกอยู่ในห้องน้ำบนเครื่องบิน โดยตัวแทนสายการบินกล่าวว่า การลงจอดฉุกเฉินเป็นไปตามขั้นตอนปฏิบัติมาตรฐานภายใต้สถานการณ์เช่นนั้น โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกระดาษโน้ตดังกล่าว

สุดยอดคัมภีร์! 10 เคล็ดลับ ทำอย่างไร ไม่ให้จน
10 เคล็ดลับ /  การลงทุน / 

สุดยอดคัมภีร์หนีจน! รวม 10 เคล็ดลับ วิธีบริหารสุขภาพการเงินสุดเจ๋ง ไม่ว่าคุณเป็นใคร ถ้าทำได้ครบ รับรองชีวิตไม่จบด้วยความจน ได้เวลาดูแลกระเป๋าสตางค์กันแล้ว! ในภาวะเศรษฐกิจที่ไม่รู้จะเดินไปทิศทางไหน เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศเกือบทุกตัวดับหมด ตัวเลขเศรษฐกิจถูกหั่นทิ้งรายวัน ประชาชนคนตาดำ ๆ ยิ่งต้องระมัดระวังในการใช้ชีวิต โดยเฉพาะการดูแลสุขภาพทางการเงิน ที่จะทำให้ทุกคนสามารถผ่านวิกฤต หนีความยากจนได้ วันนี้ทีมข่าวเศรษฐกิจ MThai จะพาไปรู้จัก 10 เคล็ดลับ ทำอย่างไร ไม่ให้จน! 1.'ขยันขันแข็ง และพยายามหารายได้เพื่อกระจายความเสี่ยง' โดยเฉพาะอย่างยิ่งพนักงานออฟิศที่ทำงานประจำ ซึ่งมีความเสี่ยงจากการถูกปลดจากงานอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว เราจึงต้องมองหารายได้เสริมเพื่อรองรับความเสี่ยงทางการเงินด้วย 2.'เก็บวันนี้ มีวันหน้า ออมก่อน รวยก่อน' วิธีนี้ใช้ได้เสมอนะครับไม่ว่าจะยุคสมัยไหน และไม่ว่าจะคนปกติ หรือมหาเศรษฐี เพราะการออมเป็นรากฐานที่สำคัญของอนาคต เคล็ดลับง่าย ๆ คือแบ่งเงินออมก่อนที่จะใช้ครับ รับรองไม่จน 3.'พอเพียง พอกินพอใช้ อย่าหน้าใหญ่ ใช้เกินตัว' จริงอยู่นะครับว่าหาเงินได้มากก็ใช้ได้มาก แต่ต้องอย่าลืมนะครับว่าความพอดี หรือพอเพียงจะทำให้เราไม่ทุกข์ยากในยามที่เกิดปัญหา ยิ่งถ้าหาน้อย ใช้มากแล้วด้วยชีวิตนี้ลำบากแน่ครับ 4.'ออมไว้ ก่อนใช้ลงทุน' ทุกวันนี้หลายคนคงทราบดีนะครับว่า ดอกเบี้ยเงินฝากบ้านเราเรียดต่ำติดดิน แต่ไม่ได้หมายความว่าการฝากเงินธนาคารไม่ดีนะครับ แต่เมื่อเก็บเงินไปสักระยะให้เปลี่ยนเป็นการลงทุนบ้าง เพื่อกระจายความเสี่ยง และผลตอบแทน 5.'รับ ใช้ จ่าย รู้' วิธีนี้มีประโยชนื์อย่างมากครับ สำหรับใครที่ชอบมีคำถามว่า 'เงินเราหายไปไหน?' หรือ 'เราใช้อะไรไปบ้าง' การทำบัญชีรายรับรายจ่าย คือคำตอบครับ เพราะทำให้เรารู้การเคลื่อนไหวของเงิน และป้องกันเงินรั่วไหลอีกด้วย 6.'ไม่มีปัญญา มีหรือจะป้องทรัพย์ได้' ความมั่งคั่ง ความร่ำรวยเป็นสิ่งที่ไม่จีรังยั่งยืนนะครับ แต่อาวุธที่สำคัญที่สุดในการรักษาความมั่งคั่ง หรือความเป็นอยู่ที่ดีคือ 'ปัญญา' ครับ ดังนั้นจึงต้องหมั่นหาความรู้ และติดตามสถานการณ์อยู่ตลอด 7.'ความไม่มีหนี้ เป็นลาภอันประเสริฐ' ไม่ว่าจะเป็นหนี้ในระบบ นอกระบบ บัตรเครดิตและอื่นๆ เลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยงครับ แต่หากมีโครงการที่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ เช่น ซื้อบ้าน หรือซื้อรถ เราควรวางแผนการออมเงินล่วงหน้า และใช้เงินออมเป็นหลัก 8.'ใช้ชีวิตวันนี้ แต่อย่าลืมอนาคต' วันนี้ที่เรายังสามารถสร้างรายได้ เราควรเตรียมวางแผนการเงินไว้สำหรับอนาคต เช่น การวางแผนเกษียณ การศึกษาให้ลูก เตรียมพร้อมสำหรับกรณีฉุกเฉิน ด้วยการซื้อกรมธรรม์ประกันทรัพย์สิน ประกันชีวิต 9.'คบคนเช่นไร เป็นคนเช่นนั้น' การใช้ชีวิตอยู่กับกลุ่มเพื่อนเจ้าสำราญ วันๆ ชวนกันแต่ไปเที่ยวสังสรรค์ สุดท้ายเราก็หลงติดไปด้วย แต่หากคบเพื่อนกลุ่มนักลงทุน วันๆ ก็ชวนกันคุยแต่เรื่องการออม การลงทุน เราก็จะติดวิธีคิดใหม่ด้านการเงินไปด้วย 10.'ร่างกายสำคัญที่สุด' อย่าวิ่งหาเงินจนลืมตัวเองนะครับ เพราะมันไม่มีประโยชน์อะไรเลย ที่มีเงินมากมาย แต่สุดท้ายไม่ได้ใช้ความสุขจากมัน รักษาตัวตอนแก่จนหมด เพราะฉะนั้นหันหลังให้เงินบ้าง แล้วหัวมาดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจกัน MThai News

ด่วน! โปรดเกล้าฯ ยกเลิกใช้กฎอัยการศึก
กฎอัยการศึก /  ม.44 / 

โปรดเกล้าฯยกเลิกการประกาศใช้กฎอัยการศึก คสช.ออกประกาศใช้คำสั่ง ม.44 แทน งัด 14 ข้อเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย เมื่อเวลา 21.30 น. วันนี้(1 เม.ย.) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ยกเลิกใช้กฎอัยการศึกแล้ว โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้า คสช.ออกประกาศคำสั่งที่ 3/2558  โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับ ปี 2557 เพื่อความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ โดยมีคำสั่งดังต่อไปนี้ 1.คำสั่งนี้ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป 2.ในคำสั่งนี้ โดยให้เจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อย ซึ่งหมายถึงทหาร ที่มียศตั้งแต่ร้อยตรี เรือตรี เรืออากาศตรีขึ้นไป และผู้ช่วยเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อย ซึ่งหมายถึงข้าราชการทหารที่มียศต่ำกว่าร้อยตรี เรือตรี เรืออากาศตรี ปฏิบัติตามคำสั่งนี้ 3.ให้เจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อยป้องกันการกระทำผิดดังต่อไปนี้ อาทิ ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 107-112 ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ความผิดอันฝ่าฝืนคำสั่งของคสช. หรือหัวหน้าคสช. ข้อ 4 ในการดำเนินการตามข้อ 3 ให้เจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อยมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (1) ออกคำสั่งเรียกให้บุคคลใดมารายงานต่อเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อย หรือมาให้ถ้อยคำ หรือส่งมอบเอกสาร หรือหลักฐานใดที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดตามข้อ 3 (2) จับกุมตัวบุคคลที่กระทำความผิดซึ่งหน้า และควบคุมผู้ถูกจับนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการต่อไป (3) ช่วยเหลือสนับสนุน หรือเข้าร่วมในการสอบสวนกับพนักงานสอบสวนในความผิดตามข้อ 3 ในการเข้าร่วมดังกล่าวให้ถือว่า เจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อยเป็นพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (4) เข้าไปในเคหะสถานหรือสถานที่ใดๆ เพื่อตรวจค้น รวมตลอดทั้งค้นบุคคล หรือยานพาหนะใดๆ ทั้งนี้ เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยอันตามสมควรว่าบุคคลกระทำความผิดตามข้อ 3 หลบซ่อนอยู่ หรือมีทรัพย์สินซึ่งมีไว้เป็นความผิดหรือได้มาโดยการกระทำความผิด หรือได้ใช้ หรือจะใช้ในการกระทำความผิดตามข้อ 3 หรืออาจใช้เป็นพยานหลักฐานได้ ประกอบกับมีเหตุอันควรเชื่อว่า เนื่องจากการเนิ่นช้ากว่าจะเอาหมายค้นมาได้ บุคคลนั้นจะหลบไป หรือทรัพย์สินนั้นจะถูกโยกย้าย ซุกซ่อน ทำลาย หรือทำให้เปลี่ยนสภาพไปจากเดิม (5) ยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่ค้นพบตาม (4) (6) กระทำการอื่นใดตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติมอบหมาย ข้อ 5 ในกรณีที่มีความจำเป็นที่แก้ไขสถานการณ์ที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ หรือกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนให้ยุติลงโดยเร็ว หรือป้องกันไม่ให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น ให้เจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อย มีอำนาจออกคำสั่งห้ามการเสนอข่าว การจำหน่าย หรือทำให้แพร่หลาย ซึ่งหนังสือ สิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่นใด ที่มีข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารทำให้เกิดความเข้าใจผิด จนกระทบต่อความมั่นคงของชาติ หรือความสงบเรียบร้อยของประชาชนในการออกคำสั่งดังกล่าวเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อยจะกำหนดเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาในการปฏิบัติตามคำสั่งด้วยก็ได้ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง หัวหน้าคสช.จะกำหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขในการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อยก็ได้ ข้อ 6 ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัย โดยมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลใดได้กระทำความผิดตามข้อ 3 ให้เจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อยมีอำนาจเรียกตัวบุคคลนั้นมาเพื่อสอบถามข้อมูล หรือให้ถ้อยคำอันจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินการตามข้อ 3 และในกรณีที่ยังสอบถามไม่แล้วเสร็จจะควบคุมตัวบุคคลนั้นไว้ก็ได้แต่ต้องไม่เกิน 7 วัน แต่การควบคุมตัวดังกล่าวต้องควบคุมไว้ในสถานที่อื่นที่มิใช่สถานีตำรวจ ที่คุมขัง ทัณฑสถาน หรือเรือนจำ และจะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นในลักษณะเป็นผู้ต้องหาไม่ได้ เมื่อมีเหตุอันจะต้องดำเนินคดีต่อบุคคลที่กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งในฐานะเป็นผู้ต้องหา ให้เจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อยในฐานะเป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจดำเนินการต่อไป ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ข้อ 7 ให้ผู้ช่วยเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อยมีหน้าที่ช่วยเหลือเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อยในการปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งนี้ ตามที่เจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อยสั่งการหรือมอบหมาย ข้อ 8 ในการปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งนี้ให้เจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อยและผู้ช่วยเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อยเป็นเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา และเป็นพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจตามมาตราประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ข้อ 9 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อย หรือผู้ช่วยเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อยตามข้อ 4 (1) ข้อ 5 หรือข้อ 6 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ข้อ 10 ผู้ใดต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อย หรือผู้ช่วยเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อยในการปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งนี้ ต้องระวางโทษจำคุก/ไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ข้อ 11 ในกรณีที่บุคคลใดถูกควบคุมตัวตามข้อ 6 วรรคหนึ่ง เนื่องจากการกระทำความผิดตามข้อ 3 (4) เจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อยอาจปล่อยตัวไป โดยมีหรือไม่มีเงื่อนไขก็ได้เงื่อนไขในการปล่อยตัวตามวรรคหนึ่งหมายถึง การกำหนดวิธีการเพื่อความปลอดภัยตามมาตรา 39 (2) ถึง (5) แห่งประมวลกฎหมายอาญา การห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย หรือการสั่งระงับธุรกรรมทางการเงิน ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการปล่อยตัว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ข้อ 12 ผู้ใดมั่วสุมหรือชุมนุมการเมือง ณ ที่ใดๆ ที่มีจำนวนตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปต้องระว่างโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เว้นแต่เป็นการชุมนุมที่ได้รับอนุญาตจากหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งที่สมัครใจเข้ารับการอบรมจากพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อยเป็นระยะเวลาไม่เกิน 7 วัน และเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อยเห็นสมควรปล่อยตัวโดยมีเงื่อนไข หรือไม่มีเงื่อนไขตามข้อ 11 วรรคสอง ให้ถือว่าคดีเลิกกัน ตามมาตรา 37 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2529 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในการปล่อยตัว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ข้อ 13 การกระทำตามคำสั่งนี้ไม่อยู่ในข้อบังคับของกฎหมายว่าด้วยวิธีการปฏิบัติราขการทางการปกครอง และกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง ข้อ14 เจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อยและผู้ช่วยเจ้าพนักงานรักความสงบเรียบร้อยที่กระทำการไปตามอำนาจหน้าที่โดยสุจริต ไม่เลือกปฏิบัติ และไม่เกินสมควรแก่เหตุหรือไม่เกินกว่ากรณีจำเป็น ย่อมได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 17 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 แต่ไม่ตัดสิทธิผู้ที่ได้รับความเสียหายที่เรียกร้องค่าเสียหาย จากทางราชการตามกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ สั่ง ณ วันที่ 1 เม.ย. พุทธศักราช 2558 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ MThai News

Volvo Cars นำเสนอเทคโนโลยี รถขับเองได้บนถนนจริง
car /  volvo / 

Volvo Cars ที่ สวีเดน ได้นำเสนอเทคโนโลยี ที่ทำให้รถสามารถขับเองได้บนถนนจริง โดยให้ผู้ขับขี่นั่งโดยไม่ต้องบังคับรถ โครงการดังกล่าวมีชื่อว่า Drive Me ซึ่งขณะนี้ย่างเข้าสู่ปีที่สอง และ วอลโว่ คาร์ กำลังเตรียมการในผลิตรถ 100 คัน ให้ผู้ใช้รถที่เมืองโกเทนเบิร์ก สวีเดนเป็นผู้ทดสอบภายในปี พ.ศ. 2560 การทดสอบในครั้งนี้ เป็นการประสานความร่วมมือกับภาคราชการหลายหน่วยงาน ทั้งฝ่ายผู้ออกกฏหมายจราจร กรมการขนส่งทางบก และสำนักว่าการนครโกเทนเบิร์ก เพื่อนำไปสู่การเดินทางที่ยั่งยืนและปราศจากการเฉี่ยวชนในอนาคต ได้เวลาที่เสียไปกลับคืน วอลโว่ คาร์ ได้ออกแบบระบบรถขับเองได้ที่มีประสิทธิภาพสูง ด้วยการวิเคราะห์ความน่าจะเป็นของข้อผิดพลาดในสถานการณ์ต่างๆ อย่างรอบด้าน โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูงของระบบตรวจจับความเคลื่อนไหว การตั้งพิกัดด้วยระบบคลาวด์ ระบบเบรคอันชาญฉลาด และเทคโนโลยีชั้นสูงในการบังคับทิศทางรถยนต์ ไม่ใช่แค่การสาธิต แต่ก้าวไปอีกขั้น ระบบออโตไพล็อต ของวอลโว่ คาร์ ถูกออกแบบให้เชื่อถือได้ เพื่อให้รถยนต์สามารถเข้าควบคุมทุกสถานการณ์ของการขับขี่เมื่อถูกสั่งการด้วยระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ เทคโนโลยีของวอลโว่ คาร์ ถูกพัฒนาให้ก้าวไปสู่ขั้นที่เตรียมรับมือกับข้อผิดพลาดและเหตุฉุกเฉินได้ โดยใช้หลักการเดียวกับอุตสาหกรรมเครื่องบิน คือระบบสำรองจะเข้าทำงานแทนที่ในทันที หากบางสิ่งในระบบออโตไพล็อตไม่ทำงาน คำนวณสถานการณ์ได้อย่างแม่นยำ เมื่ออยู่บนท้องถนน เทคโนโลยีที่สมบูรณ์จะสามารถทำงานได้ดีแม้อยู่ในสถานการณ์ที่ซับซ้อน เริ่มจากการขับขี่บนถนนโล่ง ไปจนถึงการจราจรหนาแน่น ติดขัด และเหตุฉุกเฉิน เอริค โคลีน กล่าวว่า “รถจะต้องมีความสามารถระดับเดียวกับผู้ขับขี่ที่เปี่ยมประสบการณ์ ในการอ่านสถานการณ์และตอบสนองอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ หากเกิดเหตุฉุกเฉินชนิดฉับพลันทันที รถจะมีประสิทธิภาพในการ ตอบสนองเร็วกว่ามนุษย์ ในกรณีที่ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติไม่สามารถทำงานได้ ไม่ว่าจะเป็นจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย การทำงานผิดปกติของรถยนต์ หรือสุดเส้นทางถนน ระบบจะแจ้งให้ผู้ขับขี่เตรียมรับช่วงต่อ หากผู้ขับขี่ไม่สามารถรับช่วงได้ รถจะขับเคลื่อนตัวเองไปหยุดในที่ปลอดภัย ประโยชน์สำหรับผู้บริโภคและสังคม นอกเหนือจากการช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น และทำให้เราได้เวลากลับคืนมาแล้ว รถขับเองได้ยังส่งผลดีกับสิ่งแวดล้อมอีกทางหนึ่ง วอลโว่ คาร์ เชื่อว่าระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติสามารถช่วยประหยัดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้ เทคโนโลยีนี้จะช่วยให้บริหารการจราจรได้ดีขึ้น รวมทั้งเปิดโอกาสให้สามารถจัดการงานผังเมืองและวางแผนโครงสร้างงานสาธารณูปโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ แข็งแกร่งยิ่งขึ้น อัจฉริยะยิ่งขึ้น และประหยัดยิ่งขึ้น
car /  ford / 

- ฟอร์ด เรนเจอร์ พัฒนาต่อยอดจากสมรรถนะความแข็งแกร่งระดับโลก พร้อมอวดโฉมใหม่และเทคโนโลยีอันทันสมัยที่จะช่วยให้รถมีสมรรถนะดียิ่งขึ้นกว่าเดิม กระจังหน้าสไตล์ใหม่ ดุดันและทันสมัย  ห้องโดยสารดีไซน์ใหม่ทั้งหรูหรา ประณีต และเปี่ยมด้วยประโยชน์ใช้สอย - เทคโนโลยีล้ำสมัยในฟอร์ด เรนเจอร์  รวมถึงระบบสั่งงานด้วยเสียงซิงค์ 2  (SYNC2)  ระบบรักษาช่องทางขับขี่ (Lane Keeping Aid)  ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบรักษาระยะห่างระหว่างรถคันหน้า (adaptive cruise control)  ระบบตรวจสอบผู้ขับขี่ (Driver Impairment Monitor) และเซนเซอร์ช่วยจอดหน้า-หลัง (Front and Rear Parking Sensors)  ทำให้ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ เป็นหนึ่งในรถกระบะที่ไฮเทคที่สุดบนท้องถนน - เครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ พร้อมเทคโนโลยีสตาร์ทและดับเครื่องอัตโนมัติ (Start-Stop technology) พวงมาลัยพาวเวอร์ระบบไฟฟ้า (Electric Power Assisted Steering) ช่วยให้ ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ทั้งเงียบ และประหยัดน้ำมันได้มากกว่าถึง  22 เปอร์เซ็นต์ พร้อมทรงสมรรถนะยิ่งกว่าเดิม - ช่วงล่างถูกปรับแต่งเพื่อการขับขี่ที่สะดวกสบายและความคล่องตัวมากขึ้น แต่ยังคงความสนุกพร้อมความนุ่มนวลยิ่งขึ้น ฟอร์ดเผยโฉมรถกระบะ ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ พร้อมความแข็งแกร่งและอัจฉริยะยิ่งขึ้น พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถกระบะด้วยการผสมผสานสมรรถนะที่ดุดัน ความประณีตและเทคโนโลยีนำสมัยเข้าไว้ด้วยกัน  โดยฟอร์ดจะเดินหน้าเปิดตัวฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ในกว่า 180 ประเทศทั่วโลก ในปีนี้ “ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ จะสร้างมาตรฐานใหม่ทั้งในด้านความสะดวกสบายและความหรูหรา โดยที่ยังรักษาไว้ซึ่งความสมบุกสมบันที่ลูกค้าของเราชื่นชอบ” มร. แบรท วีทลีย์ รองประธานฝ่ายการตลาด การขาย และบริการ ฟอร์ด เอเชียแปซิฟิก กล่าว “รถกระบะรุ่นล่าสุดนี้แสดงออกถึงรูปลักษณ์อันแข็งแกร่งแต่ยังมีความอัจฉริยะได้เป็นอย่างดี และจะช่วยให้ลูกค้าของฟอร์ดใช้ชีวิตได้คุ้มค่ายิ่งขึ้น ไม่ว่าในวันทำงานหรือวันพักผ่อน” ด้วยกระจังหน้ารูปลักษณ์ใหม่ และห้องโดยสารดีไซน์ใหม่ที่เพียบพร้อมทั้งประโยชน์ใช้สอยและความหรูหรา จึงถือได้ว่า ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ได้รับการสร้างขึ้นจากชื่อเสียงของรถกระบะตระกูลเรนเจอร์ที่มีสมรรถนะเป็นเลิศ พร้อมนวัตกรรมและความสะดวกสบายมากมาย ทำให้ฟอร์ด เรนเจอร์ โดดเด่นเหนือกว่าคู่แข่งรถกระบะทั่วไป และยังล้ำหน้าเหนือใครด้วยเทคโนโลยีล่าสุดที่ช่วยให้ผู้ขับขี่เอาชนะทุกความท้าทายในทุกวันได้มากกว่าที่เคย ดีไซน์แกร่ง ดูทันสมัย ความเปลี่ยนแปลงในฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ เริ่มต้นตั้งแต่รูปลักษณ์ภายนอกที่ทันสมัย ทรงพลังกว่าเดิม และสื่อถึงสมรรถนะของตัวรถได้อย่างชัดเจน กระโปรงหน้ารถมีเส้นสายที่ดุดันยิ่งขึ้น เข้ากับกระจังหน้าทรงสี่เหลี่ยมคางหมูได้เป็นอย่างดี ขณะที่ไฟหน้าแบบโปรเจกเตอร์เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่เสริมให้ตัวรถดูแข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก “เมื่อพิจารณาจากการขับขี่ของลูกค้าแล้ว เราเห็นว่าฟอร์ด เรนเจอร์ จะต้องมีรูปลักษณ์และประโยชน์ใช้สอยที่โดดเด่นอย่างรอบด้านไม่แพ้กัน เพื่อประกอบกันเป็นรถยนต์ที่สมบุกสมบันและพึ่งพาได้ในทุกสถานการณ์”  มร. เดฟ ดูวิท ผู้จัดการฝ่ายออกแบบ ฟอร์ด เอเชียแปซิฟิก กล่าวเสริม “เราใช้โอกาสนี้ในการเสริมให้ดีไซน์ของฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ดุดันกว่าในรุ่นก่อนหน้า และยังเน้นองค์ประกอบความเป็นกระบะพันธุ์แกร่งตามมาตรฐานฟอร์ด (Built Ford Tough)  อย่างช่องระบายอากาศบนตัวถัง โดยที่ยังคงรักษาสมรรถนะด้านอากาศพลศาสตร์ที่ยอดเยี่ยมไว้เช่นเคย” รูปลักษณ์ภายนอกใหม่ได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับส่วนห้องโดยสาร ทำให้มีความสบายยิ่งขึ้น รวมถึงทันสมัยและสร้างบรรยากาศที่เหมือนกับรถยนต์นั่งสำหรับทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร เส้นสายต่างๆ ตามทางยาวช่วยขับเน้นให้ห้องโดยสารดูโอ่อ่า กว้างขวาง ก่อนจะมาบรรจบกันด้านหน้ารถที่บริเวณจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว กลางแผงคอนโซล ส่วนแผงหน้าปัดควบคุมแบบหน้าจอคู่ ทีเอฟที (Dual TFT) แสดงข้อมูลของตัวรถและสถานะของฟังก์ชันต่างๆ อย่างครบครัน ทั้งระบบความบันเทิง ระบบนำทาง และระบบปรับอากาศ “ห้องโดยสารของ ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ดูหรูหรา ทันสมัย และยังไฮเทคอีกด้วย” มร.ดูวิท กล่าว “เราได้เลือกใช้วัสดุภายในห้องโดยสารที่เข้ากับดีไซน์ใหม่นี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยไม่ทิ้งความทนทาน สมบุกสมบัน และประโยชน์ใช้สอยในแบบรถกระบะพร้อมลุย ทำให้เหมือนห้องโดยสารของรถยนต์นั่งแต่ไม่ทิ้งความอเนกประสงค์” ฝ่าฟันทุกอุปสรรค พร้อมมาตรฐานใหม่ของความนุ่มนวล ฟอร์ด เรนเจอร์ เป็นหนึ่งในสุดยอดรถกระบะพันธุ์แกร่งในตลาด โดยสามารถขับขี่ลุยน้ำได้ที่ความลึกถึง 800 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าลึกที่สุดในรถประเภทนี้ ส่วนพื้นรถสูง 230 มิลลิเมตร ออกแบบมาเพื่อรับมือกับเส้นทางวิบากได้อย่างคล่องตัว ด้วยมุมตัดที่  28 องศาและ มุมจากที่ 25 องศา ทำให้ผู้ขับขี่ ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ สามารถขับขี่ขึ้นลงทางลาดชันได้อย่างมั่นใจ ระบบขับเคลื่อนแบบสี่ล้อที่ควบคุมแบบระบบอิเล็กทรอนิกส์ใน ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ สามารถเลือกโหมดทำงานได้ทั้งแบบขับเคลื่อนสองล้อและสี่ล้อเกียร์สูงได้ด้วยการหมุนปุ่มที่คอนโซลกลาง ส่วนในสถานการณ์ที่ต้องใช้แรงบิดสูงที่ความเร็วต่ำ หรือกรณีที่ต้องเบรกขณะลงเขา ผู้ขับขี่ก็สามารถปรับไปใช้งานโหมดขับเคลื่อนสี่ล้อเกียร์ต่ำได้ ส่วนชุดเฟืองท้ายแบบอิเล็กทรอนิกล็อค เสริมให้รถเกาะถนนได้ดียิ่งขึ้นในสภาวะการขับขี่ที่ยากลำบาก ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่สามารถลากจูงน้ำหนักได้สูงสุด 3,500 กิโลกรัม และรับน้ำหนักบรรทุกสูงถึง 1,175 กิโลกรัม ถึงแม้ว่าฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ จะคงความทรงพลังเป็นเยี่ยม แต่ยังมอบการขับขี่นุ่มนวลซึ่งไม่สามารถพบได้จากรถกระบะโดยทั่วไป  ในขณะที่เรนเจอร์ รุ่นปัจจุบันได้สร้างมาตรฐานใหม่ในการขับขี่และความคล่องตัว วิศวกรของฟอร์ดยังได้พัฒนาระบบช่วงล่างที่เสริมทั้งความสบายและการควบคุมที่คล่องแคล่ว แม่นยำ ระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ระบบไฟฟ้า (EPAS) เสริมประสบการณ์ขับขี่ให้ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น ช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้อย่างมั่นใจและเป็นธรรมชาติ โดยระบบจะปรับให้พวงมาลัยมีน้ำหนักเบาในขณะขับขี่ที่ความเร็วต่ำ เช่นกรณีเข้าช่องจอด ก่อนจะปรับมาเน้นความแม่นยำเมื่อขับขี่ที่ความเร็วสูง โดยมีการตั้งค่าที่แตกต่างกันไปตามความเร็วของรถ มุมเลี้ยวของพวงมาลัย แรงเหวี่ยงขณะเข้าโค้ง และอัตราการเร่งหรือลดความเร็ว ทั้งนี้ ระบบ EPAS ไม่มีอุปกรณ์ปั๊มน้ำมันอยู่ภายในเหมือนระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ทั่วไป จึงช่วยให้รถเดินเครื่องเงียบลง และประหยัดน้ำมันเพิ่มขึ้นราว 3 เปอร์เซ็นต์ วิศวกรของฟอร์ดได้เลือกใช้วัสดุเก็บเสียงคุณภาพสูงในห้องโดยสารเพื่อลดเสียงรบกวนจากภายนอก จึงทำให้ห้องโดยสารของ ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ทั้งเงียบและสะดวกสบายที่สุดในตลาด เทคโนโลยีอันทันสมัย ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ มาพร้อมกับเทคโนโลยีล่าสุดมากมายที่เสริมคุณสมบัติในการเชื่อมต่อ และการควบคุมรถ ระบบสั่งงานด้วยเสียง ซิงค์ 2  ระบบเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารภายในตัวรถรุ่นล่าสุด ช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมระบบต่างๆ ของตัวรถได้อย่างชาญฉลาดและปลอดภัยยิ่งขึ้น ด้วยระบบการรับคำสั่งผ่านเสียง โดยผู้ขับขี่สามารถพูดคำสั่งภาษาอังกฤษเช่น “Temperature 20 degrees” “play AC/DC” หรือ “I’m hungry” เพื่อควบคุมระบบปรับอากาศ ระบบความบันเทิง หรือระบบนำทางของรถได้ทันที ส่วนจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว และคำสั่งแบบแยกสี ช่วยให้การเลือกใช้งานเมนูต่างๆ ง่ายยิ่งขึ้น ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ติดตั้งช่องชาร์จไฟแบบ 240 โวลต์ ซึ่งสามารถใช้ชาร์จไฟคอมพิวเตอร์โน๊ตบุคที่ไหนก็ได้ ให้คุณไม่พลาดทุกงานเร่งด่วนนอกจากนี้ ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ มาพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะเต็มรูปแบบ ที่จะช่วยให้ทุกการขับขี่ของคุณปลอดภัยมากยิ่งขึ้น - ระบบช่วยเตือนการขับขี่ในช่องทาง (Lane Keeping Alert) และระบบรักษาช่องทางขับขี่ (Lane Keeping Aid) โดยระบบทั้งสองจะทำงานร่วมกันเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ขับขี่เบนตัวรถออกจากช่องทางโดยไม่ตั้งใจ ในขณะที่ขับขี่ด้วยความเร็วสูง โดยหากกล้องด้านหน้ารถมองเห็นว่ารถกำลังเบนหัวออกจากช่องทางขับขี่ ระบบจะทำการแจ้งเตือนโดยจะทำการสั่นพวงมาลัยเพื่อเตือนผู้ขับขี่ และหากผู้ขับขี่ไม่หันหัวรถกลับเข้าสู่ช่องทางเดิม ระบบรักษาช่องทางขับขี่ก็จะใช้แรงบิดจากพวงมาลัยเพื่อเบนรถให้กลับสู่เลนที่ถูกต้อง - ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบรักษาระยะห่างระหว่างรถคันหน้า (Adaptive Cruise Control) ใช้อุปกรณ์เรดาร์ช่วยรักษาความเร็วตามที่ตั้งค่าไว้ และช่วยรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าอีกด้วย เมื่อระบบตรวจพบว่ามีรถยนต์คันอื่นอยู่ข้างหน้า จะทำการลดความเร็วเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ก่อนจะเร่งกลับมาที่ความเร็วที่ตั้งไว้เมื่อถนนโล่ง ส่วนฟังก์ชั่นจำกัดความเร็วแบบตั้งค่าได้ ช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ขับขี่เร่งความเร็วเกินกว่าที่กำหนดไว้โดยไม่ตั้งใจ - ระบบเตือนป้องกันการชนรถคันหน้า (Forward Alert) ทำงานร่วมกับระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบรักษาระยะห่างระหว่างรถคันหน้า เพื่อส่งสัญญาณเตือนผู้ขับขี่ด้วยสัญญาณไฟและเสียง หากตัวรถเข้าใกล้รถคันหน้ามากเกินไป ระบบจะเริ่มควบคุมการเบรกเพื่อให้สามารถหยุดรถได้ทันท่วงทีหากจำเป็น - สัญญาณเตือนระยะเดินหน้าและถอยหลัง (Front and Rear Park Assist) ใช้อุปกรณ์เซนเซอร์ตรวจจับสิ่งกีดขวางขณะจอดรถ และส่งสัญญาณเสียงเตือนหากรถเข้าใกล้สิ่งกีดขวางดังกล่าวที่ความเร็วต่ำ ส่วนกล้องมองหลังช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นด้านท้ายรถอย่างชัดเจน สามารถจอดรถหรือเตรียมการพ่วงรถได้อย่างมั่นใจ - ระบบตรวจสอบวัดและแจ้งเตือนลมยาง (Tire Pressure Monitoring System) เสริมความปลอดภัยและช่วยประหยัดน้ำมันด้วยการเตือนผู้ขับขี่ หากความดันยางต่ำเกินไป - ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (Electronic Stability Program) พร้อมระบบป้องกันการพลิกคว่ำและลดอาการส่ายขณะลากจูงเทรลเลอร์ ช่วยให้รถอยู่ในการควบคุมได้เสมอ แม้ในสภาวะการขับขี่ที่ยากลำบาก - ระบบตรวจสอบผู้ขับขี่ (Driver Impairment Monitor) ใช้กล้องหน้าและเซนเซอร์ตรวจจับผู้ขับขี่ว่ามีอาการง่วงหรือหลับในหรือไม่ โดยหากพบว่ารถเริ่มวิ่งออกจากเส้นทางหรือมีการกระตุกพวงมาลัยบ่อยครั้ง ระบบจะส่งสัญญาณเสียงเตือนผู้ขับขี่ โดยใช้ระดับเสียงที่ดังขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าจะกลับสู่สภาวะปกติ - ในบางประเทศ ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ จะมาพร้อมกับระบบขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน (Emergency Assistance) ที่เชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือผ่านสัญญาณบลูทูธเพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ในกรณีเกิดอุบัติเหตุ โดยระบบจะแจ้งรายละเอียดและตำแหน่งของตัวรถโดยอัตโนมัติ ก่อนจะเปิดสายให้ผู้ขับขี่สนทนากับเจ้าหน้าที่ต่อไป - เทคโนโลยีอัจฉริยะอื่นๆ ในฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่รวมถึง ระบบช่วยการออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน (Hill Launch Assist) เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่ขับบนทางลาดชันได้อย่างมั่นใจไม่ว่าจะเดินหน้าหรือถอยหลัง ระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขา (Hill Descent Control) ที่ช่วยควบคุมการขับลงเขาที่เสริมแรงเบรกในความเร็วที่ต่อเนื่อง ระบบควบคุมการบรรทุก (Adaptive Load Control) ช่วยรักษาระบบควบคุมการทรงตัวขึ้นอยู่กับน้ำหนักของสัมภาระ และระบบเบรกฉุกเฉิน (Emergency Brake Assistance) ซึ่งจะส่งน้ำหนักไปที่ระบบเบรกเพื่อเพิ่มพลังในการเบรกเมื่อผู้ขับขี่เบรกในสถานการณ์ฉุกเฉิน ขุมพลังที่มาพร้อมความประหยัด ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ มอบสมรรถนะการขับขี่ชั้นยอดและพละกำลังในการลากจูงและบรรทุกของหนักได้อย่างเต็มที่ ด้วยเครื่องยนต์ที่ทรงพลังและประหยัดน้ำมัน พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติและธรรมดาแบบ 6 สปีด เครื่องยนต์มีให้เลือก 4 รุ่น ล้วนเปี่ยมด้วยสมรรถนะและความคุ้มค่าในทุกสภาพการขับขี่ และยังตอกย้ำเอกลักษณ์ความขับสนุกในสไตล์ฟอร์ดอีกด้วย เครื่องยนต์ดีเซล ดูราทอร์ค ทีดีซีไอ ขนาด 3.2 ลิตร แบบ 5 สูบ รุ่นล่าสุด ที่มีการติดตั้งระบบหมุนเวียนไอเสียแบบใหม่ เพื่อพัฒนาความสามารถในการประหยัดน้ำมันสูงถึง 18 เปอร์เซ็นต์ พร้อมมอบพละกำลังสูงสุด 147 กิโลวัตต์และแรงบิด 470 นิวตันเมตร สำหรับผู้ที่ต้องการสมรรถนะและแรงบิดสูงสุดในการลากจูง เครื่องยนต์ดีเซล ดูราทอร์ค รุ่น ขนาด 2.2 ลิตร แบบ 4 สูบ ให้ความประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้นกว่าเดิม ทั้งยังเดินเครื่องเรียบ นุ่มนวล แต่ยังทรงพลังไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ เครื่องยนต์รุ่นนี้จะวางจำหน่ายในรูปแบบที่ต่างกันไปในแต่ละตลาด โดยบางประเทศจะได้เลือกใช้รุ่นสมรรถนะสูง ที่มีพละกำลัง 118 กิโลวัตต์พร้อมแรงบิด 385 นิวตันเมตร  หรือรุ่นเครื่องยนต์ที่มีพละกำลังสูงสุด 96  กิโลวัตต์  ที่กินน้ำมันน้อยลงถึง 20 เปอร์ซ็นต์ นอกจากนี้ยังมีเครื่องยนต์เบนซิน ดูราเทค ขนาด 2.5 ลิตร ที่มอบพละกำลังสูงสุด 122 กิโลวัตต์ และแรงบิด 225 นิวตันเมตร# เพื่อการประหยัดน้ำมันสูงสุด ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ มีการติดตั้งระบบสตาร์ทและดับเครื่องอัตโนมัติ (Automatic Start/Stop) ซึ่งจะดับเครื่องขณะที่รถหยุดนิ่งอยู่กับที่ เช่นขณะที่รอสัญญาณไฟเขียว ช่วยประหยัดน้ำมันสูงถึง 3.5 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอัตราทดเฟืองท้ายได้รับการปรับแต่งยาวขึ้น ช่วยให้ประหยัดน้ำมันดียิ่งขึ้นเมื่อขับขี่ที่ความเร็วสูง

ทนไม่ไหว! สั่งวกกลับสนามบินด่วน หลังผู้โดยสารอึเหม็นโชยทั้งลำ
British Airway /  บินกลับต้นทาง / 

สายการบิน British Airway จากลอนดอนมุ่งหน้าดูไบ ต้องบินกลับต้นทางด่วน เหตุเพราะผู้โดยสารอึเหม็นโชยทั้งลำ สายการบินรับผิดชอบ จองห้องพักรอขึ้นเครื่องใหม่ วันนี้ (15 มี.ค.) เว็บไซต์เมโทรของอังกฤษเปิดเผยว่า สายการบินบริติช แอร์เวย์(British Airway) เที่ยวบินฮีธโรว์จากลอนดอนมุ่งหน้าสู่ดูไบ ต้องบินกลับต้นทาง สาเหตุเพราะว่ามีผู้โดยสารคนนึงเข้าห้องน้ำ แล้วกลิ่นเหม็นโชยทั้งลำ โดยเครื่องบินลำนี้ทะยานขึ้นฟ้าจากสนามบินฮีทโรว์ เพื่อจะนำผู้โดยสารทุกคนไปยังประเทศดูไบ ซึ่งบินไปได้ไม่นาน ก็มีเหตุที่ทำให้นักบินต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินว่า จะต้องบินวกลงจอดสู่สนามบินฮีธโรว์ และให้ผู้โดยสารลงจากเครื่อง เนื่องจากสภาพอากาศภายในเครื่องมีกลิ่นไม่ดี เพราะมีผู้โดยสารเข้าไปถ่ายหนักแล้วสร้างกลิ่นเหม็นไปทั่วทั้งลำ โดยนักบินได้ประกาศแจ้งผู้โดยสารทุกคนว่าจะทำการบินกลับสู่สนามบินฮีทโรว์ และเลื่อนไฟลท์ของทุกคนไปเป็นอีกไฟลท์นึง เพราะความเป็นห่วงสภาพร่างกายอาจจะทำให้ทุกคนป่วย ถ้ายังขืนสูดดมกลิ่นเหม็นจากการถ่ายเสียของผู้โดยสารท่านนึงต่อไป โดยมีผู้ใช้ทวิตเตอร์ชื่อว่า Abhishek Sachdev ก็ได้ออกมาทวิตถึงเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า เขาอยู่ในเครื่องบินลำนั้น และทำให้กำหนดการณ์ที่เขาจะถึงดูไบล่าช้าไปอีก 15 ชั่วโมง โดยทางด้านสายการบิน British Airway ก็ออกมารับผิดชอบเรื่องนี้ด้วยการจองที่พักโรงแรมให้กับผู้โดยสารทุกคนอยู่ เพื่อรอขึ้นเครื่องบินอีกไฟล์ทในเวลา 15 ชั่วโมงถัดมานั่นเอง ขอบคุณข้อมูลจาก Dodeden.com  ภาพจากทวิตเตอร์ ‏@pui_tuangporn MThai News

ตร.รู้ตัวแกนนำบึ้มนราธิวาส! พบเอี่ยวคดี 'หมวดแชน'
คาร์บอมนราธิวาส /  จักรทิพย์ ชัยจินดา / 

รอง ผบ.ตร. ตรวจพื้นที่คาร์บอมบ์นราธิวาส เผยรู้ตัวแกนนำกลุ่มก่อเหตุแล้ว พบมีหมายจำติดตัวกว่า 20 หมาย ชี้เชื่อมโยงคดี "หมวดแชน" และคดีความมั่นคงหลายคดี   วานนี้ (22 ก.พ.) พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดี และตรวจสอบที่เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์สถานบันเทิงคาราโอเกะ เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดและกองวิทยาการ จ.นราธิวาส ไม่สามารถตรวจสอบพบตัวจุดชนวนระเบิดได้แต่อย่างใด พล.ต.อ.จักรทิพย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนของตำรวจภูธร จ.นราธิวาสร่วมกับทางศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) ซึ่งมี พล.ต.ท.อนุรุต กฤษณะการะเกตุ ผบ.ศชต.และ พล.ต.ท.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจ และนายณัฐพงศ์ ศิริชนะ ผวจ.นราธิวาส ได้ลงมาทำงานด้วยตนเอง ซึ่งได้ทำการสืบสวนมาตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุ ขณะนี้พอจะรู้ตัวคนร้ายแล้ว ซึ่งมาประมาณ 5-6 คน และรู้ตัวชัดๆแล้วประมาณ 2 คน คือ นายอับดุลเลาะห์ อูแล แกนนำปฏิบัติการที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ อ.บาเจาะ และ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ซึ่งมีหมายจับคดีความมั่นคงกว่า 20 หมาย โดยคดีที่สำคัญ ได้แก่ วางระเบิด ร.ต.ต. แชน วรงคไพสิฐ รองหัวหน้าชุด EOD นราธิวาส เสียชีวิตพร้อมลูกน้องรวม 3 นาย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2556 ที่ผ่านมา โดยนายอับดุลเลาะห์เป็นเครือข่ายเดียวกันกับ นายมะรอโซ จันทรวดี แกนนำ RKK ที่ร่วมกันบุกถล่มฐานนาวิกโยธิน บ้านยือลอ อ.บาเจาะ เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2556 และอีกรายคือ นายมะซอเร ดือราแม โดยคนร้ายได้มีการวางแผนก่อเหตุเป็นอย่างดี ซึ่งกลุ่มนี้ก็เคยก่อเหตุปล้นรถนักเรียนที่จ.สงขลา แล้วนำรถมาเป็นพาหนะถล่ม อบต.มะกรูด อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2557 ที่ผ่านมา และล่าสุดได้นำรถยนต์คันดังกล่าวประกอบเป็นคาร์บอมบ์มาก่อเหตุที่ จ.นราธิวาส ทั้งนี้ เราจะไม่ใช้หมาย พรก.แต่จะใช้หมาย ป. วิอาญา ส่วนในการรวบรวมพยานหลักฐานจุดเชื่อมโยงต่างๆ ประมาณ 2-3 อาทิตย์คงออกหมายจับได้ ซึ่งขณะนี้ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำลังสืบสวนสอบสวนถึงความเชื่อมโยงคดีที่นายอับดุลเลาะและพวกเคยก่อเหตุ เพื่อจับกุมตัวมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป ด้านพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนราธิวาส เปิดเผยว่า ในเบื้องต้นได้ทยอยเรียกพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุ รวมทั้งผู้ได้รับบาดเจ็บ มาสอบสวนปากคำแล้ว จำนวน 22 คน ซึ่งไม่มีประโยชน์ในแนวทางการสอบสวน เพื่อติดตามจับกุมคนร้ายมาลงโทษ เนื่องจากพยานส่วนใหญ่อยู่ในเหตุการณ์ก็จริง แต่ไม่มีใครสนใจในขณะที่คนร้ายขับรถยนต์คันประกอบระเบิดคาร์บอมบ์มาจอดในการก่อเหตุแต่อย่างใด เพราะแต่ละวันจุดเกิดเหตุเป็นย่านร้านคาราโอเกะ จึงมีบุคคลมากหน้าหลายตานำรถมาจอดอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ ในส่วนของเจ้าของร้านค้าคาราโอเกะต่างๆ ที่อาคารถูกระเบิดได้รับความเสียหาย ก็ได้พากันทยอยขนข้าวของออกจากร้าน เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะให้ช่างเข้ามาซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพดั่งเดิม หลังจากที่ทางศูนย์เยียวยา จ.นราธิวาส ได้ทยอยจ่ายเงินชดเชยค่าเสียหายในเบื้องต้นตามความเป็นจริงประมาณคนละ 70 เปอร์เซ็นต์ไปก่อน โดยเหตุเกิด 2 วันที่ผ่านมา มีผู้ได้รับความเสียหายมาแจ้งความจำนงขอเงินชดเชย จำนวนทั้งสิ้น 84 คน ส่วนที่ยังหลงเหลือคาดว่าจะทยอยมาแจ้งความประสงค์ในเร็ววันนี้ โดยทางจังหวัดนราธิวาสได้ประเมินความเสียหายจากเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ประมาณ 15 ล้านบาท แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ในส่วนของพนักงานการไฟฟ้าและโทรศัพท์ ก็ยังคงเข้าซ่อมแซมในส่วนที่เสียหายต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ซึ่งแล้วเสร็จไปกว่าร้อยละ 70-80 เพื่อที่จะให้ประชาชนในชุมชนจุดเกิดเหตุ สามารถกลับมาใช้เครื่องสาธารณูปโภคได้ตามปกติ ด้านผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น จำนวน 13 คน ยังคงนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ จำนวน 10 คน โดย 1 ในนั้น คือ ส.อ.กรกฎ กอทอง ยังคงนอนรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอ.ซี.ยู. ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก กลุ่มสายตรงภาคสนาม MThai News

10 ประโยคเด็ดของผู้หญิง ที่ทำให้ผู้ชายมึนตึ้บ
ความรัก /  ความรักวัยรุ่น

เป็นเรื่องที่น่ารู้และน่าใส่ใจมากๆ นะคะ กับพฤติกรรมของแฟนเรา โดยเฉพาะสาวๆ เนี่ย พูดอีกอย่างแต่ใจก็อย่างให้ทำอีกอย่าง 555 จนอาจทำให้หนุ่มๆ เวียนหัวได้ แต่ก็ต้องมาลองหาวิธีปรับหรือเรียนรู้ทำความเข้าใจกัน เพื่อจะได้รู้ว่า "อ่อ จริงๆ แล้วเธอต้องการแบบนี้นี่เอง" เหมือนกับ 10 ประโยคเด็ดของผู้หญิง ที่ทำให้ผู้ชายมึนตึ้บ เหล่านี้ค่ะ 10 ประโยคเด็ดของผู้หญิง ที่ทำให้ผู้ชายมึนตึ้บ 1. ฉันไม่เป็นไร เมื่อผู้หญิงเอ่ยคำว่าไม่เป็นไร บอกเลยว่าเธอเป็นและเป็นเอามากๆด้วย ความหมายที่แท้จริงคือ “เรื่องที่เราเพิ่งคุยกันตะกี๊มันยังรบกวนจิตใจฉันอยู่นะ แต่ฉันอายหรือโกรธเกินกว่าที่จะคุยต่อ” ดังนั้นเมื่อเธอบอกว่าไม่เป็นไร กรุณาบอกเธอว่า “ผมรู้จักคุณดีและผมรู้ว่าคุณยังไม่สบายใจ เรามาช่วยกันแก้ปัญหานี้ด้วยกันดีกว่า แต่ช่วยบอกผมทีว่าตรงไหนที่ไม่โอเคสำหรับคุณ” 2. แล้วแต่คุณ ระวังนะ!! ตอนนี้คุณกำลังตกอยู่ในนาทีฉุกเฉินหากแฟนสาวของคุณพูดว่า “แล้วแต่คุณ” นี่คือบททดสอบการตัดสินใจของคุณ จำไว้ว่าคุณมีทางเลือกแค่สองทาง ทางแรกคือทำสิ่งที่คุณอยากทำ เช่น ไปเที่ยวกับเพื่อนและนั่งดูบอล ส่วนทางเลือกที่สองซึ่งฉันคิดว่าคุณควรเลือกทางนี้เพื่อความปลอดภัยของคุณเอง..ฮ่าๆ คือการที่คุณไม่ได้ทำในสิ่งที่คุณอยากจะทำ แต่คุณต้องทำหน้าที่เป็นแฟนหนุ่มแสนดีที่คอยเอาใจผู้หญิงที่คุณรักอยู่ใกล้ๆตลอดเวลาไม่ห่างกาย คุณต้องชั่งใจให้ดีเชียวนะว่าจะเลือกทางไหน และต้องประเมินด้วยว่าผลที่ตามมามันจะเป็นเช่นไร อาจจะมีระเบิดปรมาณูลงก็ได้ถ้าหากคุณเลือกทางผิด 3. ไม่มีอะไร หากคู่รักของคุณเกิดนอกใจและพูดว่าไม่มีอะไร บอกเลยว่าเธอโกหก! เธอรู้ว่าตัวเองทำผิดและรู้ด้วยว่าคุณคือคนที่เธอต้องการจริงๆ แต่สำหรับผู้หญิงแล้วเซ็กซ์คือเรื่องใหญ่ ไม่ว่าเธอจะนอนกับผู้ชายคนอื่นเพียงเพราะเธอชอบเขาแบบเล่นๆชั่วครั้งชั่วคราว แต่มันก็คือเรื่องใหญ่อยู่ดีแหละ 4. เดี๋ยวฉันไปหา หากคุณได้ยินคำว่า “เดี๋ยวฉันไปหา” ได้โปรดยกเลิกทุกนัดเดี๋ยวนี้เลยเพราะตลอดทั้งวันเสาร์คุณจะต้องไปยืนเฝ้าแฟนสาวช้อปปิ้งอยู่ในร้าน แม้เจตนาของเธอจะบริสุทธิ์แต่เมื่อใดที่เธอเข้าไปในร้านแล้วทุกอย่างจะทำให้สติของเธอแตกกระเจิง แต่ไม่ใช่เธอไม่รู้ตัวนะ แฟนสาวของคุณรู้ดีว่าคุณอึดอัดและอายหากพนักงานในร้านเห็นคุณทั้งคู่เดินป้วนเปี้ยนอยู่ในห้องลองชุดเป็นชั่วโมงแล้ว ดังนั้นเพื่อความสบายใจคุณรออยู่ข้างนอกน่ะดีแล้วและเตรียมตัวมาให้ดีด้วยล่ะ 5. คุณไม่เห็นอ้วนเลย หากคุณถามแฟนสาวว่าคุณดูอ้วนขึ้นหรือแก่ลงหรือไม่ กรุณาอย่าเชื่อคำตอบของเธอ แม้ว่าเธอจะอยากให้คุณดูดีเพราะเรื่องร่างกายถือเป็นปัญหาระดับชาติของผู้หญิงเลย หากคุณต้องการคำตอบจริงๆล่ะก็ ถามเพื่อนผู้ชายของคุณจะดีกว่า 6. ก็คุณไม่สนใจ ไม่ว่าคุณจะได้ยินประโยคนี้บ่อยแค่ไหนคุณก็ยังรู้สึกเจ็บปวดอยู่ดี แน่นอนเพราะคุณแคร์เธอยังไงล่ะ และแฟนสาวของคุณก็รู้ว่าคุณรักเธอ แต่เมื่อไหร่ที่เธอพูดว่าคุณไม่สนใจนั่นเป็นเพราะเธอรู้สึกว่าคุณไม่สนใจเธอเพียงชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น คราวหน้าคุณช่วยแสดงความรักต่อเธอทั้งกอด จูบ และบอกรักเธอ เพื่อให้เธอรู้สึกมั่นใจมากยิ่งขึ้น 7. ฉันอ้วนไหม? หากแฟนสาวของคุณถามว่าเธออ้วนไหม อย่าเผลอตอบเชียวล่ะเพราะจริงๆเธอไม่อยากรู้หรอกว่าเธออ้วนไหม แต่สิ่งที่เธอต้องการฟังจากปากของคุณคือเธอยังสวยมีเสน่ห์อยู่ไหม คราวหน้าถ้าเธอถามคำถามนี้ให้รีบตอบไปโดยไม่ต้องลังเลว่า “จ้ะคุณไม่อ้วนเลย แถมยังเร้าใจมาก ผมไม่อาจคิดถึงอะไรได้เลยนอกจากคุณ” 8. คอยดูแล้วกัน หากคำว่า “คอยดูแล้วกัน” เป็นคำพูดจบประโยค คุณควรจำใส่กะโหลกไว้เลยว่าเธอไม่อยากพูดคุยกับคุณในเรื่องนี้อีกแล้ว และที่สำคัญคือเธอต้องการจะทำลายแผนการของคุณทั้งหมดที่คุณตั้งใจทำไว้ตั้งแต่แรก 9. ตอนนี้ฉันไม่อยากกุ๊กกิ๊กกับคุณ ยิ่งแฟนสาวของคุณเน้นคำว่า “กับคุณ” ด้วยล่ะก็ หมายความว่าตอนนี้เธอไม่มีความสุขและคุณอาจทำอะไรบางอย่างผิดไป หากแฟนสาวของคุณโกรธหรือหงุดหงิดเธอจะไม่กระโดดขึ้นเตียงไปอยู่กับคุณจนกว่าคุณจะง้อ เข้าใจไหม? 10. หลับหรือยัง? คุณกำลังนอนหลับฝันดีไปแล้วในขณะที่แฟนสาวของคุณเพิ่งขึ้นมาบนเตียงและกระซิบที่ข้างหูของคุณว่า “หลับหรือยัง” นั่นเป็นเพราะเธอเบื่อที่คุณมักจะหลับก่อนเธอเสมอ ข้อมูลและภาพ : realbuzz.com, issue247

อึ้ง! สาวยัดซากลูกใส่กล่อง ให้แฟนเก่า น้อยใจไม่รับผิดชอบ
กินยาขับเด็ก /  ข่าวล่าสุด / 

สาวนำร่างลูกน้อยยัดใส่กล่องกระดาษ แนบจดหมายให้แฟนเก่า ขออโหสิกรรม ตัดพ้อฝ่ายชายไม่รับผิดชอบ วานนี้ (13มี.ค.) เวลาประมาณ21.30น. อาสาสมัคร มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งเหตุว่า พบศพทารกถูกนำมาทิ้ง ซ.เทพารักษ์ 4 (ประจักษ) ต.เทพารักษ์ อ.เมือง เมื่อเข้าตรวจสอบพบว่า มีศพทารกแรกเกิด เพศชาย อายุครรภ์ 7-8 เดือน พันด้วยผ้าขนหนูสีขาว สายสะดือติดคาอยู่ คาดว่าเสียชีวิตไม่นานเพราะร่างกายยังอุ่น ร่างของทารกอยู่ในกล่องกระดาษสีขาว ภายในกล่องมีจดหมายลักษณะตัดพ้อในตัวของฝ่ายชาย เนื่องจากฝ่ายชายไม่แสดงความรับผิดชอบ ทอดทิ้งไปคบหาผู้หญิงคนใหม่ จึงตัดสินใจนำเด็กออก อีกทั้งยังอวยพรให้ฝ่ายชายมีความสุขกับแฟนคนใหม่ด้วย และขออโหสิกรรมกับเรื่องที่เกิดขึ้น เมื่อสอบถามคนในบ้านทราบว่า ก่อนหน้านี้มีหญิงสาวชื่อเอ(นามสมมติ) อายุประมาณ 20 ปี ซึ่งเป็นอดีตแฟนสาวของน้องชายชื่อนายบอย (นามสมมติ) ได้มาหาน้องชายที่บ้านแต่ไม่เจอ จึงฝากกล่องกระดาษพร้อมจดหมายไว้ให้ จากนั้นเธอก็กลับออกไป เมื่อเปิดดูก็พบซากทารกอยู่ข้างใน จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ เมื่อนายบอยกลับมาจึงทำการสอบถามทำให้ทราบว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยคบกับเอและมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน จนฝ่ายหญิงตั้งครรภ์ แต่เมื่อไม่นานมานี้เอได้มาบอกว่าจะเอาเด็กออกเพราะอับอาย ตนพยายามห้ามไว้ตลอด ล่าสุดได้รับข้อความทางโทรศัพท์จากเอว่า "นอนอยู่โรงพยาบาล ตกเลือด รู้ตัวว่าคงไม่รอด เราอโหสิกรรมให้เธอนะ กับสิ่งที่เธอทำกับเรา ดูแลตัวเองด้วย" เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าหญิงสาวอาจ พยายามกินยาขับลูกในครรภ์ออก แต่ปรากฏว่าอายุครรภ์ได้ 7 เดือนแล้ว ทำให้ขับเด็กออกเองไม่ได้ ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล เมื่อแพทย์ช่วยเหลือดูดร่างเด็กออกมาได้ เอจึงแอบหนีออกมาและเก็บซากเด็กใส่กล่องมาส่งให้ บอย ทั้งนี้เจ้าหน้าระบุว่า ต้องรอผลการชันสูตรก่อนว่าทารกนั้นได้เสียชีวิตก่อนคลอดออกมา หรือคลอดออกมาแล้วเสียชีวิต ก่อนที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป MThai News ขอบคุณภาพข่าว บก.ฉุกเฉิน 001 (ร่วมด้วยปราการ002

ผู้ค้าเดือด!ใช้มีดฟันหัว'เทศกิจ'ขณะลงจัดระเบียบ
จัดระเบียบท่าเตียน /  ทำร้ายร่างกาย / 

เกิดเหตุ เทศกิจลงจัดระเบียบท่าช้าง-ท่าเตียน ถูกกลุ่มผู้ค้าใช้มีดฟันหัวและแขน ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย - แจ้งตำรวจเรียบร้อยแล้ว พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษา ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า สืบเนื่องจากการลงพื้นที่จัดระเบียบทางเท้าบริเวณท่าช้าง-ท่าเตียน นั้น ล่าสุด ทางเจ้าหน้าที่เทศกิจของเขตพระนครรายหนึ่งได้ถูกกลุ่มผู้ค้าบริเวณดังกล่าวทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธมีดจนได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ 2 แห่ง และแขนซ้าย 1 แห่ง โดยทราบชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บแล้ว คือ นายสกล สวนสมบูรณ์ อายุ 37 ปี ซึ่งขณะนี้ได้เข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช อย่างไรก็ตาม ตนได้ดำเนินการแจ้งความแก่ สน.พระราชวัง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นายสกล สวนสมบูรณ์ เจ้าหน้าที่เทศกิจเขตพระนคร เข้ารับการรักษาในแผนกอุบัติเหตุฉุกเฉิน ที่โรงพยาบาลศิริราช หลังจากถูก นายพันธ์ศักดิ์ ธนะพัฒน์ อายุ 56 ปี ผู้ค้าเเผงลอย ทำร้ายร่างกาย โดยใช้อาวุธมีดฟันเข้าที่ศีรษะและเเขนด้านซ้าย ส่งผลให้เป็นแผลลึกเย็บทั้งหมดถึง 10 เข็ม นายสกล กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ พบผู้ค้าแผงลอย 2 ราย ฝ่าฝืนเขตพื้นที่ห้ามขาย ตั้งแผงค้าบนพื้นที่ทางกรุงเทพมหานครได้มีการจัดระเบียบเป็นที่เรียบร้อยเเล้ว โดยผู้ค้า 1 ราย เชื่อฟังและเก็บแผง เเต่ นายพันธ์ศักดิ์ ผู้ก่อเหตุ ไม่พอใจ คว้ามีดไล่พัน ขณะที่ตนกำลังจะขับรถจักรยานยนต์กลับจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ด้าน ร้อยตำรวจโท สุชิน สุกกล่ำ พนักงานสอบสวน สน.พระราชวัง กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ก่อเหตุถูกควบคุมตัวอยู่ที่โรงพัก เบื้องต้นยังไม่มีการเเจ้งข้อหาแต่อย่างใด ซึ่งจะต้องทำการสอบสวนต่อไป ทั้งนี้ เทศกิจผู้ได้รับบาดเจ็บ อาการปลอดภัยและเดินทางกลับบ้านเป็นที่เรียบร้อยเเล้ว ที่ปรึกษากทม.รุดเข้าเยี่ยมจนท.เทศกิจที่ถูกฟัน พลตำรวจตรี วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าเยี่ยม นายสกล สวนสมบูรณ์ อายุ 37 ปี เจ้าหน้าที่เทศกิจเขตพระนคร ที่โรงพยาบาลศิริราช ภายหลังถูกฟันที่บริเวณศรีษะ และท่อนแขนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดย นายสกล กล่าวว่า ขณะที่ตนปฏิบัติหน้าที่ตรวจพื้นที่บริเวณถนนมหาราช เขตพระนคร มีผู้ค้าได้ตั้งแผงขายสินค้าบนถนนดังกล่าว 2 ราย ตนจึงเข้าไปตักเตือน โดยผู้ค้ายินยอมเก็บแผงสินค้าแต่ระหว่างที่ตนกำลังเดินขึ้นรถจากนั้นผู้ค้าหนึ่งรายแสดงอาการไม่พอใจก่อนใช้อาวุธมีดสั้นยาวประมาณ 5 นิ้วตรงเข้ามาทำร้ายร่างกายตน โดยใช้มีดดังกล่าวฟันและแทงจนได้รับบาดเจ็บจากนั้นได้วิ่งหนีไป ด้าน พลตำรวจตรี วิชัย กล่าวว่า ที่บริเวณถนนมหาราชมีการจัดระเบียบผู้ค้าย่านท่าช้างท่าเตียน ซึ่งผู้ค้าให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยในวันนี้เจ้าหน้าที่เทศกิจเข้าไปตรวจตามปกติ แต่มีผู้ฝ่าฝืน 2 ราย ซึ่งก็ได้มีการตักเตือนแล้วแต่ยังมีผู้ที่ไม่เชื่อฟังใช้กำลังประทุษร้ายซึ่งจะต้องดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เบื้องต้นได้แจ้งความที่ สน.พระราชวัง ในข้อหาขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงานและทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บแก่กายและจิตใจ ซึ่งหลังจากนี้จะต้องดูพฤติกรรมผู้ก่อเหตุหากสามารถแจ้งข้อหาพยายามฆ่าได้ก็จะแจ้งความอีกในภายหลัง ทั้งนี้ ตนขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทุกนายยังมีขวัญและกำลังใจดีเยี่ยม ส่วนเรื่องการจัดระเบียบผู้ค้าทุกพื้นที่ในกรุงเทพมหานครจะต้องดำเนินต่อไปภายใต้กฎหมายบ้านเมือง

บินไทยชนนก ขณะลงจอดสนามบินเนปาล ทำดีเลย์4ชม.
การบินไทย /  ชนนก / 

แอร์การบินไทย ชนนกขณะลงจอดที่สนามบินแห่งชาติ เนปาล แต่ไม่มีความเสียหายร้ายแรงหรือรายงานการบาดเจ็บ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777 เที่ยวบิน TG 320 ของการบินไทย ประสบอุบัติเหตุชนนกตาย ขณะลงจอดที่ท่าอากาศยานนานาชาติตรีภูวัน ในกรุงกาฐมาณฑุ ประเทศ เนปาล โดยมีนกเข้าไปติดที่เครื่องยนต์ฝั่งขวาของเครื่องบิน แต่ไม่มีความเสียหายร้ายแรงหรือผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด แต่ก็ทำให้เครื่องบินลำดังกล่าวออกเดินทางจากเนปาลล่าช้ากว่ากำหนดการเดิมที่ 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (15.15 ตามเวลาประเทศไทย) ไปเป็น 18.30 น. (19.45 น. ตามเวลาประเทศไทย) เนื่องจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคต้องทำการซ่อมแซม ขณะที่ผู้โดยสารและลูกเรือทุกคนปลอดภัยดี อย่างไรก็ดี นาย ดีโอ จันทรา การ์นา ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัตการของสนามบิน ตรีภูวัน เปิดเผยว่า เครื่องบินดังกล่าวได้ลงจอดอย่างปกติ ไม่ได้มีการลงจอดแบบฉุกเฉินแต่อย่างใด

สิ้นสุดการรอคอย Fast & Furious 7 ฉายแน่นอน 1 เมษา
Fast & Furious 7 /  จา พนม / 

อึดอัดกันมานานพอสมควร เย็นวันนี้ เวลา 17. 10 น. 30 มี.ค. 57 ทางเฟซบุ๊คโรงเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ก็อัพเดตเป็นอย่างแน่ชัดแล้วว่า ฟาสท์เจ็ด ได้ฉายในบ้านเราเป็นที่แน่นอน ----------------------------- จากกรณีที่นายสมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ หรือ “เสี่ยเจียง” ได้ยื่นฟ้อง “นายพนม หรือ ทัชชกร ยีรัมย์ หรือจา พนม อายุ 38 ปี พระเอกนักบู๊ชื่อดังจากภาพยนตร์เรื่องต้มยำกุ้ง และองค์บาก, บริษัท ยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส ซึ่งเป็นบริษัทอำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่อง Fast and Furious 7 (ฟาสต์ แอนด์ ฟิวเรียส ภาค 7) และ บริษัท ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล พิคเจอร์ส (ฟาร์อีสต์) จำกัด หรือยูไอพี ประเทศไทย เป็นจำเลยที่ 1 – 3 เรื่องละเมิด ผิดสัญญา เรียกค่าเสียหายจำนวน 1,600 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี จากกรณีที่ จา พนม ได้กระทำผิดสัญญาการแสดงกับบริษัท สหมงคลฟิล์มฯ ที่จะสิ้นสุดสัญญาในปี 2566 หรือเหลือสัญญาอีก 8 ปี พร้อมได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉิน เพื่อให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ห้ามไม่ให้มีการฉายภาพยนตร์เรื่อง Fast and Furious 7 ที่ จา พนม ได้ร่วมแสดง และมีกำหนดฉายในประเทศไทยในวันที่ 1 เม.ย.นี้ ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ (30 มี.ค.) จำเลยทั้ง 3 ได้ยื่นคำร้องขอยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาล ซึ่งศาลได้มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว เป็นผลให้ภาพยนตร์เรื่อง "ฟาสต์ แอนด์ ฟิวเรียส 7" สามารถออกฉายได้ตามกำหนดเดิม คือ วันที่ 1 เม.ย.นี้ ที่มา มติชน ----------------------------- ------------------------------ // สดๆร้อนๆเลย ข่าวดีของทุกคนสดๆร้อนๆ Fast and Furious 7 ฉายชัวร์ 1 เมษานี้ ครบทุกระบบ ตะโกนดังๆ เย้ๆๆๆๆ Posted by Major Cineplex Group (Thailand) on Monday, 30 March 2015 ------------------

กปปส.ชลบุรี งัดคลิปเด็ด แจ้ง ตร.เอาผิด'ณัฐวุฒิ'
กปปส. /  กปปส.ชลบุรี / 

กปปส.ชลบุรี นำหลักฐานคลิปเสียงปราศรัย"ณัฐวุฒิ"สั่งการ"อริสมันต์"ล้มเวทีอาเซียนพัทยา ลั่น เอาเรื่องถึงที่สุด ชี้ทำประเทศเสียหาย เศรษฐกิจพัทยาซบเซาปี 52 วันที่ 17 มี.ค.58 นายจิรัฏฐ์ เสรีเกษมสันต์ แกนนำ กปปส.ชลบุรี พร้อมแนวร่วม หอบหลักฐานเข้าแจ้งความกับ พ.ต.อ.สุขทัศน์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.สภ.เมืองพัทยา ให้ดำเนินคดีกับ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่ม นปช. และอดีต รมช.กระทรวงพาณิชย์ ข้อหามีส่วนร่วมและสั่งการให้นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง และแกนนำ นปช. พากลุ่มคนเสื้อแดงบุกล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 11 เม.ย.52 โดยนำหลักฐานเป็นคลิปวีดีโอคำปราศรัยของ นายณัฐวุฒิ ที่สั่งการให้นายอริสมันต์ พร้อมพวกบุกล้มการประชุม โดยมีการจ้างวานด้วยเงินสดจำนวน 1.8 แสนบาท และคำปราศรัยของนายอริสมันต์ ที่ระบุว่าทำสำเร็จแล้ว มอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีให้ได้ เนื่องจากการกระทำดังกล่าว ทำลายภาพพจน์ของประเทศและเศรษฐกิจชลบุรีเสียหาย เพราะขณะนั้น รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ได้ออก พรก.ฉุกเฉิน จึงกระทบต่อยอดนักท่องเที่ยว ขอบคุณภาพ naewna MThai News